❤ ไม่เชื่ออย่ารัก ❤ [ตอนที่ 11] 05.07.21 หน้า 3
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ❤ ไม่เชื่ออย่ารัก ❤ [ตอนที่ 11] 05.07.21 หน้า 3  (อ่าน 4465 ครั้ง)

ออฟไลน์ darin

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1088
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2261/-45
อ้างถึง
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะ ครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรัก ชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้าม แจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะ ปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของ แต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้าม จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิด เดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม

6.การ พูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอม ให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้าม ลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อ ขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ด นิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยาย ที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง

16.นิยาย เรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วน หรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด ออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้าม แจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

18.ใคร จะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17

เวปไซต์ แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่าง ประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม





ไม่เชื่ออย่ารัก



เพราะความสามารถพิเศษของ "เพิง" ทำให้เขาจำต้องเข้าไปมีเอี่ยว

กับเรื่องวุ่นๆ ของชายหนุ่มที่เขาไม่ชอบขี้หน้าตั้งแต่แรกพบ


“พักนี้คุณระวังเรื่องรถราไว้นิดก็ดีนะครับ ไปไหนมาไหนให้ระวังด้วย”

“อะไรนะ!”

“ผมบอกว่าให้คุณระวังเรื่องอุบัติเหตุทางรถไว้ด้วยครับ"

เพิงยังพูดไม่ทันจบประโยค ชายหนุ่มตรงหน้าก็คว้าโทรศัพท์บนโต๊ะขึ้นมา

“คุณกาญจนาเรียกรปภ.มาที่ห้องผมด้วย”

!!!


คนอะไรวะ ไร้มนุษยสัมพันธ์สิ้นดี!

ปากก็บ่นไป แต่ในหัวกลับเห็นภาพชายหนุ่มร่างสูงกำลังจ้องมองมา

สายตานั้นทำให้เขาลืมไม่ลง สายตาที่ร้อนเป็นไฟแต่เย็นชาเหมือนน้ำแข็งขั้วโลก

นายน้ำแข็งไฟเอ๊ย เพราะฉันเป็นคนดีหรอกนะถึงยอมช่วย ไม่อย่างนั้นอย่าหวังเลย

• • • • •

สิบแปดมงกุฎ นั่นคือสิ่งแรกที่ “ภามชน” คิดเกี่ยวกับชายหนุ่มแปลกหน้า

แต่ใครจะรู้ว่า เมื่อเวลาผ่านไป..

นอกจากชีวิตของเขาจะถูกช่วยเอาไว้ หัวใจยังถูกยึดครอง


#ไม่เชื่ออย่ารัก





•.★* สารบัญ *★.•

*.:。 ✿*゚‘゚・✿.。.:* *.:。✿*゚’゚・✿.。.:* *.:。✿*゚¨゚✎・ ✿.。.:* *.:。✿*.:。✿*
 




Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-07-2021 18:36:17 โดย darin »

ออฟไลน์ darin

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1088
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2261/-45
Re: ไม่เชื่ออย่ารัก [บทนำ] 17.06.21
«ตอบ #1 เมื่อ17-06-2021 15:49:05 »


บทนำ : แรกพบ



“ชั้นยี่สิบสามนะลุง “เสียงแผ่วเบาออกจากปากของเพิง ชายหนุ่มยืนอยู่หน้าลิฟต์ในอาคารสำนักงานแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจ ใจกลางเมือง เขาใช้เวลาระหว่างรอลิฟต์มองไปรอบๆ โถงทางเข้าอาคารโอ่อ่า ได้รับการออกแบบและตกแต่งอย่างสวยงามและทันสมัย และนั่นทำให้เขากังวลขึ้นมา

“บริษัทใหญ่แบบนี้เขาจะให้ผมเข้าพบเหรอ” ชายหนุ่มยังคงพูดด้วยเสียงแผ่วเบา หลังจากสังเกตแล้วว่าไม่มีใครยืนอยู่ใกล้พอที่จะได้ยิน โชคดีที่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาพักเที่ยงหรือเข้างาน คนรอลิฟท์จึงไม่มากนัก

ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ ก่อนเดินเข้าไปในลิฟต์ ระหว่างที่ลิฟท์เลื่อนขึ้นแต่ละชั้นใจก็เต้นโครมคราม มันดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะทะลุออกมาจากอก ให้ทำมาแล้วกี่ครั้งเขาก็ยังไม่ชินกับมันเสียที

เพิงลืมตาขึ้นเมื่อลิฟต์หยุดที่ชั้นยี่สิบสาม เขาก้าวเท้าออกจากลิฟต์แล้วหยุดนิ่งโดยไม่ก้าวต่อไปไหน

“รอก่อนใช่ไหม” เพิงพูดแล้วเงียบเสียงลง ผ่านไปราวสิบห้านาทีเขาจึงเดินผ่านประตูกระจกขนาดใหญ่เข้าไป เดินผ่านเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ที่ตอนนี้พนักงานสาวคนหนึ่งกำลังก้มตัวลงไปทำอะไรบางอย่าง เขาเดินผ่านเธอไปเงียบๆ

เพิงเดินตรงไปเรื่อยๆ ก่อนหยุดอยู่หน้าประตูกระจกบาน เขาเปิดประตูเข้าไป กวาดตามองรอบๆ มีโซฟาและโต๊ะรับแขกตั้งอยู่ด้านหนึ่ง อีกด้านมีโต๊ะทำงานตั้งอยู่ติดกับประตูบานใหญ่ เขาเดาว่าน่าจะเป็นโต๊ะทำงานของเลขาเจ้าของห้องด้านใน แต่ขณะนี้ไม่มีใครนั่งอยู่

“ไปห้องน้ำ?” ชายหนุ่มทวนคำแล้วนิ่ง คล้ายกำลังฟังบางอย่าง

“ต้องเข้าไปเลยใช่ไหม” เพิงพูดจบแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาเคาะประตูสองสามครั้งเพื่อขออนุญาตคนด้านใน

“เข้ามาได้” เสียงดุดังออกมา เพิงพยายามคาดเดาคนที่จะได้พบจากเสียงที่ได้ยิน เขาเปิดประตูเข้าไป พยายามเดินให้เงียบที่สุดไปหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ มองตรงไปยังชายหนุ่มที่กำลังก้มหน้าเซ็นเอกสาร

อืม..เหมือนจะยังหนุ่มอยู่เลย ผิดกับที่เขาคาดเดาไว้ ว่าคนทำตำแหน่งนี้น่าจะแก่กว่านี้สักนิด ถึงจะได้รับข้อมูลมาแล้วก็เถอะ ว่าคนที่ต้องมาพบเป็นลูกชายเจ้าของบริษัท จึงขึ้นมาบริหารงานตั้งแต่อายุยังน้อย แต่น้อยที่เขาคิดไว้คือสี่สิบปีขึ้นไป

เพราะมัวแต่คิดอะไรเพลินๆ จึงเผลอสะดุ้งเมื่อคนที่นั่งอยู่เงยหน้าขึ้นมา สายตาคู่นั้นดูแปลกใจที่เห็นเขา ก่อนเปลี่ยนเป็นสายตาดุดันในพริบตา มันทำให้ชายหนุ่มรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวราวกับคนทำความผิดมา

“มีธุระอะไรครับ” คำพูดแม้จะสุภาพแต่น้ำเสียงกลับให้ความรู้สึกเย็นยะเยือก เหมือนน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ ไหนจะสายตาดุที่เหมือนมีไฟโหมไหม้อยู่ในนั้น

“คือ....” เพิงชะงัก เริ่มต้นประโยคไม่ถูกเอาเสียแล้ว ได้แต่คิดว่าหมอนี่น่ากลัวชะมัดยาด

“สวัสดีครับ” เมื่อคิดอะไรไม่ออกเขาจึงเริ่มด้วยการทักทาย

“ครับ” เสียงตอบกลับยังคงระดับความเย็นไว้ได้ดีเยี่ยม

“ผมจำได้ว่าผมไม่มีนัดกับใครหรือบริษัทใดในเวลานี้ และเลขาผมก็ไม่ได้แจ้งว่าจะมีใครขอเข้าพบ”

เพิงกลืนน้ำลายลงคอ รู้ชะตากรรมตัวเองทันที หมอนี่พูดด้วยไม่ง่ายแน่นอน

“คือ..เลขาของคุณน่าจะไปเข้าห้องน้ำครับ ไม่ได้นั่งอยู่ที่โต๊ะ” เพิงพูดออกไปแล้วก็นึกอยากจตบปากตัวเอง รู้ทั้งรู้ว่าความหมายที่ชายหนุ่มพูดหมายถึงอะไร ก็ยังจะเถรตรงตอบไปแบบนั้น

“ถ้าอย่างนั้นคุณก็แจ้งธุระมาได้เลยครับ ว่าต้องการพบผมเรื่องอะไร” เสียงถอนหายใจดังราวกับต้องการให้เขาได้ยิน ไหนจะสายตาที่มองมาแบบไม่ไว้วางใจนั่นอีก ชายหนุ่มนึกอยากหันหลังกลับมันเสียดื้อๆ ไม่อยากเสียเวลาอยู่ในห้องนี้อีกแล้ว

“ผมชื่อพรรษาครับ ผมไม่ได้มาติดต่อธุระเรื่องงาน เอ..หรือว่าเกี่ยว” เพิงพูดเองค้านเอง ยิ่งทำให้ภามชนหงุดหงิดยิ่งขึ้น ชายหนุ่มมองสำราจคนตรงหน้า รูปร่างหน้าตาธรรมดา แต่งตัวแปลกๆ ไม่ได้ดูแย่แค่รู้สึกแปลกตา

“เอ่อ.. ผมอยากถามว่าคุณขับรถเองหรือใช้คนขับรถครับ”

!!

นั่นไง!เขากะแล้วเชียว สายตาที่มองมาบอกให้รู้ว่าคนตรงหน้าไม่ไว้วางใจเขาถึงขีดสุดแล้ว ทำอย่างไรได้เล่า จะให้เขาพูดเข้าเรื่องเลยมันก็ฟังพิลึกเกินไป แต่จะว่าไปประโยคแรกของเขาก็ห่วยพอกัน ที่คิดเตรียมไว้ว่าจะพูดประมาณไหนดันลืมหมด เพราะถูกจ้องเขม็งด้วยสายตาลุกเป็นไฟแต่เย็นเป็นน้ำแข็งของหมอนี่

“ผมว่าคุณกลับไปก่อนดีกว่า ถ้ามีธุระอะไรติดต่อกับเลขาผมเข้ามาใหม่ เขาจะรับเรื่องและทำนัดหมายให้เอง” ภามชนยังพูดด้วยความสุภาพ แต่ต่างฝ่ายต่างรู้ว่านี่คือการไล่ทางอ้อม

“ขอเวลาผมเดี๋ยวเดียวครับ ผมมีเรื่องจะพูดกับคุณไม่มาก ไม่เกินสามนาทีครับ” เพิงพยายามส่งสายตาขอร้องไปยังชายหนุ่มร่างสูง รีบพูดต่อก่อนที่อีกฝ่ายจะขัดขึ้นมา

“คือ..มันอาจฟังไม่เข้าทีแต่ผมอยากให้คุณเชื่อผมครับ พักนี้ผมอยากให้คุณระวังเรื่องรถราไว้บ้าง ไปไหนมาไหนให้ระวังด้วย” เอาล่ะในที่สุดก็พูดออกไปแล้ว

“คุณพูดว่าอะไรนะ” เสียงที่เข้มขึ้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนพูดเชื่อเขาแค่ไหน

“ผมบอกว่าให้คุณน่ะ...” เพิงชี้มือไปที่ชายหนุ่มประกอบคำพูด

“ระวังเรื่องรถรา เรื่องอุบัติเหตุทางรถไว้บ้าง อาจมีเหตุไม่คาด..” เพิงยังพูดไม่จบประโยค ชายหนุ่มตรงหน้าก็คว้าโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา

“คุณกาญจนาเรียกรปภ.เข้ามาในห้องทำงานผมด้วย”

“เฮ้ยยคุณ!! “เพิงเรียกเสียงหลง “ไม่ต้องขนาดนี้ก็ได้มั้ง ผมมาพูดด้วยดีๆ นะ”

“ผมว่าคุณกลับออกไปจะดีกว่า ไปตอนที่ผมยังยอมให้ออกไปโดยดี ไม่เอาเรื่องที่คุณบุกรุกเข้ามา”

“ผมมาช่วยคุณนะ มาเตือนด้วยความหวังดี ว่าให้ระวังตัว ระวังคุณจะเจออุบัตเหตุเอาชีวิตไม่รอด” เพิงพลั้งปาก รัวคำพูดแบบไม่ทันได้กลั่นกรองให้ออกมาดีเสียก่อน ช่วยไม่ได้เขาเองก็โมโหเป็นเหมือนกัน หมอนี่นิสัยแย่มาก ถึงจะไม่เชื่ออย่างน้อยก็ควรซักถามกันก่อนไม่ใช่เหรอ

“ทีแรกผมนึกว่าคุณเป็นพวกหมอดูหลอกเอาเงิน ตกลงเป็นพวกข่มขู่เหรอ” ร่างสูงลุกขึ้นยืน ก้าวออกจากโต๊ะ ย่างสามขุมตรงมาหาเขา

เพิงเงยหน้าขึ้น พอเห็นแบบนี้ถึงรู้ว่านายน้ำแข็งไฟสูงชะมัด น่าจะเกินร้อยแปดสิบเซนติเมตร หน้าตาแบบนี้เรียกว่าหล่อบาดใจ หล่อจนน่าอิจฉา

เดี๋ยว!เพิงรีบสะบัดศีรษะ หน้าสิ่วหน้าขวานเขายังคิดเรื่องพวกนี้ออกอีกนะ

“ผมไม่ได้ข่มขู่คณ ผมมาด้วยความหวังดี”

“ใครให้คุณมาขู่ผม ต้องการอะไร” ภามชนจับแขนอีกฝ่ายไว้ เพิงพยายามสะบัดออก แต่มือแข็งแรงบีบแน่นเสียจนไม่อาจทำได้ หมอนี่แรงเยอะเป็นบ้า

“เอาเถอะคุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจ ผมถือว่าผมบอกคุณแล้ว” เพิงพยายามจ้องกลับ ถึงใจจะสั่นแต่ก็ต้องทำเป็นมั่นใจเข้าไว้

“บอกมา ใครให้คุณมาพูด ใครจ้างคุณมา” มือที่จับยิ่งบีบแน่นขึ้น จนเพิงรู้สึกเจ็บขึ้นมาจริงๆ

“ไม่มีใครจ้างทั้งนั้น มีคนเป็นห่วงคุณ เขาอยากให้ผมมาเตือนคุณ ผมก็เลยมา มันก็แค่นั้น” เพิงพูดไปก็พยายามสะบัดแขนตัวเองไป มันเจ็บนะเว้ยไอ้หมอนี่ไม่รู้หรือไง

“ใคร!บอกมาสิว่าใครให้คุณมาพูด”

“บอกไม่ได้” เพิงใช้เสียงดังเข้าข่ม พอยืนเทียบกันแบบนี้ จากที่เขาตัวสูงกลายเป็นเตี้ยไปเลย

เสียงประตูห้องทำงานเปิดออก รปภ.สองนายวิ่งเข้ามาพร้อมผู้หญิงคนนึง เพิงเดาว่าคงเป็นเลขาของชายหนุ่ม

“คุณภามเกิดอะไรขึ้นคะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” ผู้หญิงคนนั้นถามขึ้น แต่หมอนี่ไม่คิดจะหันไปมอง สายตายังจ้องประสานกับสายตาของเขา

“คุณกาญจนาเรียกตำรวจให้ผมที”

“คะ?”

“เฮ้ย...” เสียงร้องของคนสองคนดังขึ้นพร้อมกัน คนนึงแปลกใจ อีกคนตกใจจนแทบเป็นลม

“นี่คุณ มันจะเกินไปแล้วนะ”

รอยยิ้มเหยียดที่มุมปากของชายหนุ่มทำเอาเขานึกคันไม้คันมือ นี่ถ้าไม่อยู่ในสถานการณ์ตกเป็นรอง เขาจะต่อยให้ยิ้มไม่ออกเลยคอยดู

“งั้นก็บอกมา ถ้ายอมบอกความจริงผมอาจจะยอมปล่อยคุณไปก็ได้”

“ผมไม่มีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรทั้งนั้น ที่มาบอกก็เพราะเป็นห่วง ไม่ใช่การข่มขู่” เพิงยังยืนยันคำเดิมอย่างมุ่งมั่น

“คุณก็คิดเสียว่าเหมือนจิ้งจกร้องทักสิ มีคนทักคุณก็ระวังตัวไว้หน่อย มันก็แค่นั้นเอง ผมก็ไม่ได้เรียกร้องเงินทองคุณไม่ใช่เหรอ” เพิงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง ลองเอาน้ำเย็นเข้าลูบเผื่อชายหนุ่มร่างสูงจะเย็นลงบ้าง

“เราเคยรู้จักกันไหม”

เสียงจะเย็นไปถึงไหนวะ เสียงเย็นแต่ทำไมใจไม่เย็นบ้างนะ เอาแต่ข่มขู่เขาอยู่ได้

“ไม่เคยครับ” เพิงตอบไปตามความจริง “เอาอย่างนี้” ชายหนุ่มพูดอย่างใจป้ำ

“คุณคิดเสียว่าผมเป็นคนไม่เต็มก็ได้ คิดเสียว่าเจอคนบ้า ผมไปละปล่อยมือได้แล้ว” เพิงออกแรงสะบัดมือข้างนั้นอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่หลุดอยู่ดี สายตาที่มองมาเหมือนประเมินเขาอยู่ สุดท้ายก็ยอมปล่อยมือ

เพิงรีบหันหลังเตรียมเดินออกไปจากห้อง แต่เสียงที่ลอยตามมาทำเอาเขาอยากบ้าขึ้นมาจริงๆ

“คุณกาญจนาให้รปภ.ตามออกไปส่งผู้ชายคนนี้ถึงหน้าตึกด้วย และสั่งห้ามอย่าให้เข้ามาในตึกได้อีก”

มันน่าต่อยให้ตายไหม จบประโยคนี้ รปภ.เดินเข้ามาประกบหลังเขาทันที ยังดีที่ไม่ได้ลงมือลากเขาออกไป แต่ก็ให้ความรู้สึกไม่ต่างกันเท่าไหร่

ก่อนจะพ้นห้อง เพิงหันกลับไปมองชายหนุ่มที่ตอนนี้ก็ยังคงมองมาที่เขา ได้แต่จดจำเอาไว้ในใจ

ฉันจะจำนายไว้ นายน้ำแข็งไฟ



ด้วยการอันเชิญของสองรปภ. ตอนนี้เพิงกระเด็นออกมายืนนอกตัวตึกเป็นที่เรียบร้อย ให้ตายเถอะ เขาโกรธจนลมออกหู มันต้องได้ด่าใครสักคนเพื่อระบายอารมณ์ ว่าแล้วชายหนุ่มก็หยิบโทรศัพท์ออกมา ในกระเป๋าของเขามีโทรศัพท์อยู่สองเครื่อง เพิงเลือกหยิบเครื่องหนึ่งขึ้นมาโดยไม่ได้กดหมายเลขใดๆ

“สมใจแล้วใช่ไหมลุง” ไม่ต้องสวัสดีไม่ต้องทักทาย ชายในวัยห้าสิบกว่าๆ นั่งลงข้างเขาพร้อมกับส่งยิ้มปลอบใจมาให้

“เห็นใจคุณภามหน่อยเถอะนะ เรื่องมันก็ชวนเข้าใจยากอยู่”

“รู้ทั้งรู้ว่างมันเข้าใจยาก ลุงก็ยังให้ผมไปบอกอีก” เพิงค่อนขอดคนพูด เขายังถือโทรศัพท์เหมือนเดิม สายตามองตรงไปข้างหน้า ไม่ได้มองไปยังคุณลุงที่นั่งอยู่ด้านข้าง เรื่องนี้ชายหนุ่มชำนาญมาก เพราะทำมาตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก

“เฮ้อ ผมไม่น่าสบตาลุงเลย ไม่น่ามีธุระแถวตึกนี้เลย” ชายหนุ่มเริ่มออกอาการพาลเพราะยังไม่หายโมโห

“แต่ถ้าเราไม่มาลุงคงกลุ้มใจ นอนตายตาไม่หลับแน่” ลุงในวัยห้าสิบทำเสียงประจบ

เพิงถอนหายใจยาว หนึ่งเพื่อไล่ความหงุดหงิดออกไป สองเพราะคำพูดเมื่อครู่ของลุง

“ลุง ลุงตายไปแล้ว ไม่ต้องกลัวนอนตายตาไม่หลับหรอก”

ใช่แล้ว เพิงสามารถมองเห็นและสื่อสารกับคนที่ตายไปแล้วได้ หรือเรียกง่ายๆ ก็คือเขามองเห็นผีและคุยกับผีได้

“ลุงตายแล้วก็จริงแต่ลุงยังห่วงอยู่หลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องคุณภาม ยังไงก็ช่วยลุงหน่อยนะ ลองดูอีกที ลุงขอร้อง”

เพิงถอนหายใจยาว รู้สึกได้ว่าเขาสลัดเรื่องนี้ไม่พ้นแน่

“เอาอย่างนี้ลุงตามผมไปบ้านได้ไหม จะได้คุยกันสะดวกๆ ผมขี้เกียจถือโทรศัพท์”

“ลุงเข้าได้เหรอ” เสียงถามกลับบ่งบอกความไม่มั่นใจ

“ได้ เดี๋ยวผมบอกท่านเจ้าที่ให้ ลุงจะไปไหม”

คนนั่งข้างๆ พยักหน้ารับทันที

“งั้นไปกันเถอะ” เพิงเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าก่อนลุกขึ้นยืน เป็นอีกครั้งที่เขาถอนหายใจยาว ได้แต่บอกตัวเองว่า ช่างเถอะ ถึงยังไงนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรก การช่วยคนก็ถือว่าเป็นความดีอย่างนึก แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อนึกถึงหน้าคนที่ต้องช่วย เขาก็อดเบะปากไม่ได้ หล่อเสียเปล่าคนอะไรวะ






ออฟไลน์ O-RA DUNGPRANG

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1829
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +50/-5
Re: ไม่เชื่ออย่ารัก [บทนำ] 17.06.21
«ตอบ #2 เมื่อ17-06-2021 18:52:29 »

 :mc4: :mc4: :mc4: :mc4: :mc4:

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
Re: ไม่เชื่ออย่ารัก [บทนำ] 17.06.21
«ตอบ #3 เมื่อ17-06-2021 19:47:21 »

 :hao3: :hao4:

ออฟไลน์ HamsteR

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-1
Re: ไม่เชื่ออย่ารัก [บทนำ] 17.06.21
«ตอบ #4 เมื่อ17-06-2021 23:14:10 »

เห... น่าติดตาม  :hao3:

ออฟไลน์ PoyPay

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
Re: ไม่เชื่ออย่ารัก [บทนำ] 17.06.21
«ตอบ #5 เมื่อ18-06-2021 01:25:55 »

"คิดถึง"
คิดถึงนิยายของคุณ darin มากๆเลยค่ะ... ^0^ ...

ออฟไลน์ darin

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1088
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2261/-45


**คุยกันก่อนอ่าน : นิยายเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องผีนะคะ และไม่ใช่นิยายสืบสวนสอบสวนจึงไม่มีปมซับซ้อนแต่อย่างใด เป็นเพียงนิยายรักเท่านั้นค่า ^^



ตอนที่ 1 : เพื่อนพิเศษ


“บุญ กูกลับมาแล้ว มีเพื่อนพิเศษมาด้วยนะ” เพิงตะโกนบอกเพื่อนรักทันทีที่เปิดประตูบ้านเข้าไป เพราะใบบุญผู้ที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมบ้านเคยขอเอาไว้ ว่าถ้าพาเพื่อนพิเศษมาด้วยให้บอกก่อนเสมอ

ชายหนุ่มร่างเล็กใบหน้าหมดจดหยุดงานที่ทำ เงยหน้าขึ้นมอง “พามาด้วยเหรอ”

“อืม เจอฉุกละหุกคุยข้างนอกมันลำบากเลยชวนมานี่” เพิงนั่งลงข้างเพื่อน ในห้องทำงานกึ่งห้องนั่งเล่นของพวกเขาทั้งสองคน ชายหนุ่มหันไปมองที่ว่างข้างกาย ก่อนผายมือไปทางเพื่อนสนิท

“ลุงชัย นี่บุญเพื่อนสนิทผม” เพิงทำการแนะนำให้ทั้งฝ่ายรู้จักกัน

“สวัสดีครับ” บุญยกมือขึ้นไหว้ ถึงแม้ว่าเขาจะมองไม่เห็นก็ตาม

“มา กูจะเล่าให้ฟังคร่าวๆ ว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น” เพิงเริ่มเล่าตั้งแต่ตอนที่เขาไปหากาแฟดื่มที่ร้านใต้ตึก จนได้พบกับคุณลุงเจ้าปัญหา ลุงชัยขอให้เขาช่วยเตือนเรื่องที่มีคนปองร้าย และที่ขาดไม่ได้คือเรื่องของนายน้ำแข็งไฟ ที่พอพูดถึงเขาก็อดโมโหขึ้นมาไม่ได้

กว่าเพื่อนรักจะเล่าจบบุญก็เกือบหูชา โดยเฉพาะช่วงท้ายๆ เขาอยากหัวเราะแต่ก็กลัวเพื่อนโกรธ ไม่กล้าประมาทท่าทางเป็นฟืนเป็นไฟของอีกฝ่าย จึงพุ่งความสนใจไปยังเรื่องที่เพื่อนพบเจอแทน

“แล้วลุงชัยรู้ได้ยังไงเหรอว่าจะเกิดเหตุการณ์ขึ้น”

“ลุงชัยเล่าให้กูฟังว่าบังเอิญได้ยินพวกที่ถูกจ้างวานมาคุยกัน วันที่พวกมันมาดูลาดเลาที่ตึก ว่าต้องทำให้หมอนั่นเกิดอุบัติเหตุจนถึงแก่ชีวิต” เพิงเล่าตามที่ได้ยินมา

“แล้วลุงชัยไม่รู้เหรอว่าใครจ้าง เราจะได้บอกไปเลยไง”

“ไม่รู้ แต่ทำไมถึงไม่รู้กูยังไม่ได้ถาม เลยลากมาด้วยนี้แหละ บุญก็รู้อยู่ข้างนอกมันคุยลำบาก” ใบบุญพนักหน้าเข้าใจ เพิงหันไปถามลุงชัยที่นั่งอยู่ข้างๆ

“ทำไมลุงชัยถึงไม่รู้ล่ะว่าใครจ้าง”

“พวกมันไม่ได้พูดถึงชื่อคนจ้าง ลุงตามอยู่สองวันก็ไม่ได้เรื่องอะไร มันไม่ได้ไปเจอใคร มีแต่โทรศัพท์คุยอย่างเดียว ไม่ได้เรียกชื่อ เรียกแค่นายๆ เท่านั้น” เพิงหันไปเล่าต่อให้ใบบุญฟัง จบแล้วจึงหันมาซักต่อ

“งั้นตอนนี้ลุงก็ไม่รู้ว่าจะเกิดวันไหน เมื่อไหร่ แล้วใครเป็นคนทำใช่ไหม”

ลุงชัยพยักหน้า

“ลุงรู้แต่ว่าจะกำจัดหมอนั่น..”

“คุณภาม” ลุงชัยรีบบอก ด้วยนึกว่าเด็กหนุ่มจะจำชื่อไม่ได้

“ก็คนนั้นแหละ” เพิงทำหน้าเซ็ง ไม่คิดอยากเอ่ยชื่อหมอนั่นแม้แต่น้อย “จะกำจัดโดยการทำให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ใช่ไหม”

ลุงชัยพยักหน้าอีกครั้ง “ลุงคิดว่าคนที่รับจ้างมาก็คงไม่รู้เหตุผล พวกนี้เป็นมืออาชีพ แค่รับงานไม่ถามที่มาที่ไปอยู่แล้ว ลุงเลยไม่ได้เรื่องอะไรเลย แต่อย่างน้อยก็รู้ว่าคุณภามของลุงกำลังไม่ปลอดภัย”

“อืมม” เพิงลากเสียงยาว ก่อนหันไปพูดกับใบบุญ

“มิน่าหมอนั่นถึงจับกูโยนออกมา มันไม่น่าเชื่อถือสักนิด” บ่นไปก็ส่งสายตาแค้นเคืองไปทางคนมาขอให้ช่วย แต่พอเห็นสายตาเป็นกังวลของลุงชัยเขาก็อดสงสารไม่ได้ แล้วอย่างนี้ถึงเวลาจะยอมไปเกิดไหม คงห่วงจนตายตาไม่หลับอย่างที่ว่า

“แล้วคุณลุงจะทำอย่างไรต่อไปครับ” ใบบุญเป็นคนถามขึ้นมา

“ลุงจะเฝ้าดูไปก่อน ถ้าลุงรู้ว่ามันจะลงมือตอนไหน ลุงจะได้ช่วยคุณภามได้ทัน”

“ลุงช่วยได้ที่ไหนล่ะ จะไปบอกเขายังไง เขาไม่เห็นลุงด้วย..” เพิงหุบปากฉับ ปากพาซวยจนได้ สีหน้าลุงชัยบอกหมดทุกอย่างว่ากำลังคิดอะไรอยู่

“ผมไม่ช่วยหรอกนะลุง ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว” เพิงทั้งส่ายหน้าส่ายมือ ไม่เอาด้วยเด็ดขาด แค่คิดถึงหมอนั่นก็หงุดหงิดจะตายอยู่แล้ว หล่อเสียเปล่านิสัยแย่ เสียของจริงๆ

“ถึงจะน่าโมโหไปบ้าง แต่แลกกับชีวิตคนเราว่าช่วยเถอะ” ใบบุญช่วยลุงชัยกล่อมเพื่อน ถึงเขาจะไม่ได้ยินว่าลุงชัยพูดอะไร แต่ก็เดาได้จากคำพูดของเพื่อนรัก

“มึงอย่าใจอ่อน ไม่เห็นเหรอว่าหมอนั่นทำอะไรกับกู เกิดมาไม่เคยเจอ คนอะไรหยาบคายเป็นบ้า” ความจริงเพิงเริ่มใจอ่อนแล้วแต่ยังอดบ่นไม่ได้

“ว่าแต่ลุงชัยสนิทกับหมอนั่นมากเหรอ ทำไมเป็นห่วงมาก” เพิงถามลุงชัยด้วยความสงสัย สืบเนื่องจากอาการทุกข์ใจเป็นอย่างมากของอีกฝ่าย

“เดิมทีลุงเป็นเลขาของคุณพ่อคุณภาม ก็เลยเห็นคุณภามมาตั้งแต่เด็ก ลุงไม่มีครอบครัว เลยรักคุณภามเหมือนลูก พอคุณภามกลับจากนอกมาทำงานที่บริษัท คุณท่านขอให้ลุงมาช่วยคุณภาม บอกว่าจะได้มีคนไว้ใจได้คอยช่วยเหลืออยู่ข้างๆ ลุงเลยย้ายมาเป็นเลขาคุณภามแทน”

“แล้วลุงเสียเพราะอะไร ทำไมยังวนเวียนอยู่ที่บริษัท”

“ลุงเป็นโรคหัวใจ เข้ารักษาตัวอยู่หลายหน วันนั้นอาการกำเริบขึ้นที่บริษัท ลุงถูกส่งไปโรงพยาบาลแล้วก็ไปเสียที่นั่น ถึงจะไม่ได้เสียที่บริษัทแต่มันเหมือนลุงยังทำงานไม่เสร็จ ลุงเลยยังวนเวียนอยู่สามปีมาแล้ว” ลุงชัยอธิบายให้เพิงฟัง เขาจึงหันไปเล่าให้ใบบุญฟังอีกต่อหนึ่ง

“เพิงก็ช่วยลุงชัยหน่อยเถอะ” ใบบุญฟังแล้วรู้สึกเห็นใจขึ้นมา ต้องผูกพันขนาดไหนถึงยังไม่ไปไหน

“ผมสมมุตินะ ถ้าผมยอมช่วยกว่าลุงจะรู้ก็คงเป็นวันลงมือ แล้วผมจะไปบอกทันได้ยังไง” เพิงไม่คิดว่ามันจะเป็นไปได้ ถึงแม้ว่าเขาจะยอมช่วยก็ตาม

“ลุงก็ไม่แน่ใจ แต่ขอแค่พอมีโอกาสลุงก็อยากพยายามดู”

“งั้นก็ดูไปก่อน ถ้ารู้อะไรมากกว่านี้ค่อยมาว่ากัน” เพิงสรุปจากความเป็นไปได้ในตอนนี้ เขาไม่อยากไปเตือนหมอนั่นโดยไม่มีข้อมูลอะไรอีกแล้ว

“แต่..” ชัยอนันต์ยังอยากให้เพิงไปเตือนเจ้านายอีกสักครั้ง

“ลุงกลับไปเฝ้าคุณภามของลุงเถอะ หรือไม่ลุงก็ไปตามพวกนั้นต่อ จะได้รู้ว่าลงมือวันไหน ลุงเคยตามไปถึงบ้านมาแล้วนี่” เพิงพูดขัดจังหวะเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร

“แต่ลุงเข้าบ้านพวกมันไม่ได้ เจ้าที่ท่านไม่อนุญาต อยู่นอกบ้านลุงก็ไม่ได้ยิน ไม่รู้ว่ามันทำอะไรหรือคุยอะไรกัน”

“งั้นลุงก็แวบไปแวบมาสิ ไปดูบริษัทที ตามพวกมันที เผื่อโชคดีได้รู้ว่ามันจะลงมือวันไหน” เพิงออกความคิดเห็น ชัยอนันต์พยักหน้ารับเพราะเขาก็ไม่เห็นทางอื่นเหมือนกัน

“ถ้าอย่างนั้นลุงไปก่อนนะ ขอบคุณที่ยอมช่วยลุง” ลุงชัยยิ้มขอบคุณเพิงและใบบุญก่อนเลือนหายไป

“ลุงชัยไปแล้ว” เพิงหันไปบอกเพื่อนรัก

“อืม ถ้าเพิงมีอะไรให้เราช่วยบอกได้นะ” ใบบุญบอกอย่างมีน้ำใจ

“แน่นอนอยู่แล้ว” เพิงพยักหน้า

“แต่คราวนี้เหมือนจะเรื่องใหญ่กว่าทุกครั้งเลย “ใบบุญทำท่าคิด

“ก็ว่างั้น ขอบใจนะมึง” เพิงโน้มตัวไปกอดใบบุญ ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายอาสาจะช่วย แต่ขอบคุณที่เพื่อนไม่หนีหายไปไหนแม้จะรู้ว่าเขามองเห็นอะไร

“ไม่เป็นไร เราอยู่ข้างเพิงเสมอแหละ” ใบบุญตบหลังเพื่อนเบาๆ



เพิงกับใบบุญรู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมต้น เขามองเห็นเพื่อนพิเศษมาตั้งแต่เด็ก บ่อยครั้งที่เผลอทำตัวแปลกๆ ให้คนเห็น เพื่อนหลายคนจึงคบหาเขาแบบห่างๆ ด้วยความกลัว มีเพียงใบบุญที่มักตัวติดกับเขาเสมอ เป็นเพื่อนสนิทไปไหนไปกัน

ทีแรกเพิงไม่คิดจะเล่าให้ใบบุญฟัง เพราะใบบุญเป็นคนกลัวผีมาก แต่ก็มีเหตุให้ต้องบอกจนได้ เนื่องจากใบบุญบังเอิญไปเห็นตอนเขายืนคุยคนเดียวที่หลังโรงเรียน ระหว่างเป็นบ้ากับเห็นผี เพิงเสี่ยงบอกใบบุญเรื่องเห็นผีจะดีกว่า เขาได้แต่ลุ้นอยู่ในใจ ว่าใบบุญจะมีปฏิกิริยาอย่างไร ในตอนนั้นเขาเผื่อใจไว้แล้วว่าคงต้องกลับไปเป็นเด็กไม่มีเพื่อนเหมือนเดิม

หลังจากใบบุญฟังจบก็เงียบไปนาน ก่อนจะพูดขึ้นว่า...

“มิน่าบางครั้งเพิงถึงมีท่าทางแปลกๆ เป็นแบบนี้นี่เอง” พูดจบแล้วใบบุญก็ส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้

“เชื่อเหรอ?” เพิงถามด้วยความแปลกใจ

“เชื่อสิก็เพิงเป็นคนพูดนี่ เรารู้ว่าเพิงไม่โกหกเราหรอก”

“แล้วไม่กลัวเหรอ”

“กลัว แต่เรากลัวผีนะไม่ได้กลัวเพิง ดังนั้นไม่ต้องเล่าให้เราฟังเวลาเจอก็ได้ เล่าเฉพาะเวลาจำเป็นก็พอ” ใบบุญรีบบอกเพื่อน

เพิงหัวเราะออกมา ทั้งขำเพื่อนทั้งหัวเราะเพราะโล่งใจ ตั้งแต่วันนั้น เขาก็มีใบบุญเป็นผู้ช่วยเสมอ เวลามีเพื่อนพิเศษมาขอความช่วยเหลือ

เมื่อเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ด้วยวัยที่โตขึ้น นิ่งขึ้น เพิงจึงใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนคนอื่นได้สบาย โดยที่ไม่เคยมีใครรู้ เขาและใบบุญยังคงเป็นเพื่อนรักกัน เรียนคณะเดียวกัน และย้ายจากหอพักมาเช่าบ้านอยู่ด้วยกัน เพราะเป็นเด็กต่างจังหวัดทั้งคู่

หลังเรียนจบ เพิงเลือกทำงานฟรีแลนซ์ เป็นนักเขียนบท ทั้งบทโทรทัศน์และบทภาพยนตร์ สาเหตุหนึ่งก็เพราะความสามารถพิเศษของเขา ทำให้ไม่เหมาะกับการทำงานประจำ ส่วนใบบุญหลังจากจบออกมาก็ทำงานเป็นนักเขียนประจำนิตยสารอยู่สองสามปี ก่อนลาออกมาเป็นนักเขียนอิสระ ซึ่งได้รับการตอบรับดีทีเดียว

เพราะทำงานที่บ้านทั้งคู่ ทำให้เพิงและใบบุญมีเวลาช่วยเพื่อนพิเศษอยู่เรื่อยๆ ใบบุญปากบอกว่ากลัวแต่ก็เป็นคนขี้สงสาร เวลาเพิงมาเล่าให้ฟัง ใบบุญมักจะพูดว่าทำเถอะ ช่วยเถอะ เราช่วยเอง จนติดปาก

ส่วนเพิงเองถึงจะพูดว่าจะพยายามไม่สบตากับเพื่อนพิเศษ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังใจอ่อนคอยช่วยเหลือเท่าที่จะช่วยได้มาตลอด ครั้งนี้ก็เช่นกัน แม้ทำท่าไม่ใส่ใจแค่ไหนก็ตาม





ตอนที่ 2 : ความพยายามของลุงชัย


“ยังไม่มีข่าวอะไรเลย ลุงจะมาบ้านผมทำไมทุกวัน” เพิงอดบ่นไม่ได้เมื่อเห็นลุงชัยยืนรออยู่หน้าบ้าน แต่ถึงเขาจะบ่น มือก็ยกขึ้นไหว้เจ้าที่เพื่อขออนุญาตให้ลุงชัยเข้าไปในบ้าน

“ก็มีแต่เพิงที่ลุงคุยด้วยได้ มันเงียบผิดปกติลุงใจคอไม่ค่อยดี”

“เงียบก็ดีแล้วนี่ลุง อาจจะเปลี่ยนใจแล้วก็ได้ คงนึกกลัวขึ้นมามั้ง” เพิงมองโลกในแง่ดีไว้ก่อน

“ลุงว่าไม่หรอก ถึงกับจ้างมืออาชีพมาไม่น่าทำเล่นๆ”

“ผมก็อยากจะช่วยลุงนะ แต่ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน” เพิงวางข้าวของกองบนโต๊ะ เขาเพิ่งมาถึงบ้านหลังจากออกไปส่งงานให้กับลูกค้า ถึงเจอลุงชัยยืนอยู่หน้าบ้านพอดี

“ช่วยได้ ที่ลุงมาวันนี้ลุงจะมารบกวนให้เพิงไปเตือนคุณภามให้ลุงอีกสักที”

เพิงกำลังดื่มน้ำถึงกับสำลักออกมา

“ให้ไปเจอหมอนั่นแบบไม่มีหลักฐาน ไปพูดลอยๆ เหมือนเดิมผมไม่เอาด้วยหรอกลุง ลุงก็รู้นายของลุงร้ายแค่ไหน” แค่คิดเขายังสยองไม่หาย

“ไปให้ลุงหน่อยเถอะ เขาว่ากันว่าจิ้งจกร้องทักเรายังชะงักฟัง ถ้าเราเตือนคุณภามบ่อยๆ ถึงไม่เชื่อก็น่าจะระวังตัวบ้าง”

“เขาจะระวังผมแทนสิไม่ใช่ระวังรถหรอก ดีไม่ดีจะหาว่าผมเป็นสต็อคเกอร์คอยแอบตาม คราวนี้ล่ะยุ่งเลย” เพิงยังยืนยันนั่งยันว่าไม่ควรไปเตือนภามเป็นครั้งที่สอง

“ถ้าไปคราวนี้หมอนั่นคงให้รปภ.โยนผมออกมาจริงๆ ไม่ใช่แค่เดินตามติดเป็นตังเมเหมือนคราวก่อน ที่สำคัญนายน้ำแข็งไฟของลุงสั่งห้ามผมเข้าตึกแล้ว”

“เดี๋ยวลุงพาเข้าเองเหมือนคราวก่อนไง ถือว่าช่วยลุงเอาบุญนะ ช่วยชีวิตคนดีกว่าทำบุญอื่นเป็นร้อยเท่า” ชัยอนันต์พยายามชักแม่น้ำทั้งห้ามาขอให้เด็กหนุ่มช่วย

เพิงถอนหายใจยาว เจอแบบนี้ใครจะไปใจแข็งลง เอาวะถ้าไม่ไปลุงชัยก็คงโผล่มาขอร้องเขาทุกวันแน่ ไปให้อีกสักครั้งอย่างมากก็โดนไล่ออกมา จะได้สบายใจทั้งผีทั้งคน

“ก็ได้ลุงแต่ไม่มีการไปเตือนครั้งที่สามแล้วนะ ครั้งหน้าต้องของจริงเลย ถ้ารู้แผนล่วงหน้าผมก็จะไปบอก แต่ถ้าไม่รู้ เกิดเรื่องเมื่อไหร่ลุงค่อยมาบอกผม ไปบอกทันก็โชคดีไป แต่ถ้าไปไม่ทันก็ถือว่าเป็นเรื่องของดวง เอาตามนี้นะลุง” เพิงเน้นย้ำให้แน่ใจ ก่อนไปต้องทำสัญญากันก่อนว่าคิดเห็นตรงกันแล้ว

“ตกลง ลุงขอบใจเพิงมากนะ”

“ไม่เป็นไรลุง ผมสงสัยอย่างเดียว พวกมันก็ไปดูลาดเลาตั้งนานแล้วทำไมถึงเงียบไป ไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรเลย” เพิงเกิดความสงสัย

“ลุงได้ยินพวกมันพูดประมาณว่ามาดูลาดเลาไว้ก่อน รอนายสั่งจะได้พร้อมลงมือ แสดงว่าน่าจะยังไม่มีคำสั่งลงมา”

“ทำไมถึงรอนะในเมื่อคนลงมือก็พร้อมแล้ว” เพิงขมวดคิ้วเข้าหากัน

“แล้วลุงชัยสงสัยใครบ้างไหม ลุงก็ทำงานกับครอบครัวนี้มาตั้งนานน่าจะพอรู้”

“นั่นแหละที่ลุงนึกไม่ออก บริษัทเราเป็นบริษัทขนาดใหญ่ ทำงานตามระบบ มีคู่แข่งทางธุรกิจแต่ใม่ใช่ศัตรู เรื่องบาดหมางจนทำให้สั่งฆ่ากันได้ไม่น่าจะมี”

“ญาติล่ะลุง รวยขนาดนี้ต้องมีชิงมรดกหุบสมบัติกันบ้างแหละ” เพิงลองถามดู เรื่องแบบนี้เห็นในข่าวออกบ่อยไป

“ไม่มี บริษัทนี้หุ้นกันระหว่างสองพี่น้อง รุ่นพ่อบุกเบิกกันมาเองกับมือ ตอนนี้ก็เป็นรุ่นลูกขึ้นมาช่วย ของคุณธนดลเป็นคุณภาม คุณธนทัตก็ให้คุณธาวินขึ้นมาแทน แต่คุณธนดลกับคุณธนทัตยังทำงานอยู่ทั้งคู่ ถึงไม่ทำเท่าเมื่อก่อนแต่ก็ไม่ได้ทิ้งไปเลยทีเดียว” ลุงชัยอธิบายเรื่องภายในบริษัทให้เพิงฟังคร่าวๆ

“คุณภามกับคุณธาวินคือใหญ่เท่าๆ กันใช่ไหมลุง”

“ใช่ ถือหุ้นพอๆ กัน อยู่ในบอร์ดบริหารทั้งคู่”

“ผมว่าคุณธาวินเป็นคนสั่งแหง แบบอยากหุบสมบัติไว้คนเดียว”

“ไม่มีทางเป็นไปได้ สองคนนี้เป็นทั้งญาติทั้งเพื่อนสนิท เรียนด้วยกันมาตั้งแต่เล็ก ไปเรียนเมืองนอกก็ไปด้วยกัน บ้านนี้เขารักกันมาก ตั้งแต่รุ่นพ่อยันรุ่นลูก”

“ช่างเถอะไม่ต้องเดาแล้วดีกว่า ผมก็ไม่เคยเจอใครมาขอให้ช่วยเรื่องแบบนี้ อย่างมากที่เคยเจอก็มีแค่ฝากข้อความไปบอกญาติ ลืมอะไรไว้ที่ไหน ก่อนตายไม่ได้บอกอะไร หรืออยากให้ญาติทำอะไรให้แบบนั้น” เพิงคิดว่ากรณีนี้น่าจะยากที่สุดสำหรับเขาแล้ว เพราะเกี่ยวพันไปถึงชีวิตคน

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมไปเตือนให้อีกครั้งก็แล้วกัน ลุงจะให้ผมไปกี่โมง”

“ไปถึงตอนสิบโมงเช้าได้ไหม คุณภามมีประชุมลุงจะพาเข้าไปง่ายกว่า มีคนเคยเห็นหน้าเพิงแล้ว ถ้าไปเวลาอื่นลุงกลัวจะพาหลบเข้าไปไม่ได้”

“งั้นก็เอาตามนี้ พรุ่งนี้ลุงมารอผมหน้าตึกสิบโมงเช้านะ ลุงรู้เวลาใช่ไหม”

“ฮ่าๆ รู้สิ ลุงดูนาฬิกาเป็นนะ งั้นพรุ่งนี้เจอกัน” ลุงชัยส่งยิ้มให้เพิงก่อนจะเลือนหายไปเหมือนทุกครั้ง

เพิงทำเสียงในลำคอ ลุงชัยนี่ไม่ธรรมดาเลย เห็นเป็นผู้ใหญ่พูดจาสุภาพที่ไหนได้ตื้อเก่งชะมัด ชายหนุ่มนึกอยากตบกะโหลกตัวเอง หาเรื่องใส่ตัวอีกแล้ว ใจอ่อนจนได้เรา



“ทำอะไรอยู่เพิง” เสียงทักของใบบุญเรียกสายตาของเพิงให้เงยหน้าขึ้นมอง

“มาดูนี่สิ” เพิงกวักมือเรียกเพื่อนให้เดินเข้ามาใกล้ๆ

“ใครน่ะ” ใบบุญถาม ตามองรูปชายหนุ่มบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเพื่อน

“นี่คือนายน้ำแข็งไฟ” เพิงผายมือไปทางหน้าจอคอมพิวเตอร์

“โห” แม้แต่ใบบุญผู้สุภาพอ่อนโยนยังถึงกับตาโต

“ดูดีมากเลยเพิง”

“ใช่ หล่อ รวย เย็นชา พระเอกซีรี่ย์เกาหลีเลยล่ะ” เพิงบรรยายสรรพคุณให้ใบบุญฟัง

“แต่ชีวิตจริงความเย็นชานี่มันห่วยสุดๆ เลยว่ะ ใครวะอยากได้พระเอกแบบนั้น” แค่คิดถึงชายหนุ่มก็ขนหัวลุกแล้ว

“ที่มานั่งดูรูปเขานี่ไม่ใช่ว่าหลงเสน่ห์เข้าให้แล้วหรอกนะ” ใบบุญแซวเพื่อนขำๆ

“หลงฉิบหาย” เพิงเหยียดปาก “กูต้องรู้ข้อมูลเป้าหมายต่างหาก เลยเข้ามาดูข้อมูลบริษัท หุ้นส่วน ข้อมูลส่วนตัวเท่าที่พอหาได้”

“หาไปทำไม”

“พรุ่งนี้กูต้องไปเตือนนายน้ำแข็งไฟอีกรอบ”

“รู้แล้วเหรอว่าเมื่อไหร่” ใบบุญหันมาสนใจทันที

“ยังไม่รู้แต่ลุงชัยกังวลมาก เลยอยากให้กูไปเตือนอีกหน คิดว่าถ้าพูดซ้ำๆ อย่างน้อยก็คงระแวงระวังขึ้นมาบ้าง”

“ให้เราไปเป็นเพื่อนไหม”

“อย่าเลย” เพิงปฏิเสธเพื่อนรัก

“เราไปได้ จะได้โดนโยนออกมาด้วยกันไง” ใบบุญหัวเราะออกมา นึกสภาพพวกเจาสองคนโดนยามโยนออกจากตึกพร้อมกัน คงน่าเกลียดพิลึก

“กูไปเองดีกว่า เผื่อ..” ชายหนุ่มพูดและหยุดไป ราวกับไม่อยากพูดต่อ

“เผื่ออะไรเหรอเพิง”

“เผื่อถ้าคราวนี้หมอนั่นจับกูโยนออกมาจริงๆ พอเกิดเรื่องเราจะเข้าไปเตือนลำบาก ถึงตอนนั้นคงต้องให้บุญลุยต่อ เพราะยังไม่มีใครเคยเห็นหน้าบุญมาก่อน”

เสียงหัวเราะและสายตาล้อเลียนของบุญ ทำเอาเพิงหงุดหงิดนิดๆ เพราะรู้ว่าจะโดนล้อแบบนี้ไง เขาถึงไม่อยากพูดต่อให้จบ

“ไหนว่าไม่หลงเสน่ห์ เจอครั้งเดียวห่วงแล้วเหรอ”

“ผู้ชายเหมือนกันจะไปหลงทำไมวะ บอกว่าเกลียดยังใช่กว่า” ปากก็พูดไปแต่ในหัวกลับเห็นเป็นภาพชายหนุ่มกำลังจ้องมองมา สายตานั่นมันทำให้เขาลืมไม่ลง สายตาที่ร้อนเป็นไฟแต่เย็นชาเหมือนน้ำแข็งขั้วโลก

“ไม่อยากคุยด้วยแล้วกูไปอาบน้ำดีกว่า วันนี้จะนอนเร็วเอาแรงไว้ เผื่อพรุ่งนี้ต้องปะทะกับหมอนั่น”

“อืม” ใบบุญพยักหน้า เขามองตามหลังเพื่อนรักไปด้วยสายตาไม่สบายใจ ทำไมคราวนี้ถึงรู้สึกเป็นห่วงนะ เหมือนเรื่องนี้จะไม่จบลงง่ายๆ ใบบุญถอนหายใจเบาๆ ขอให้ทุกอย่างเรียบร้อยด้วยเถอะ เขาได้แต่ภาวนาอยู่ในใจ













ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ PoyPay

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
ไม่ต้องเป็นแนวผีหรือแนวไหนๆ ขอแค่เป็นแนวคุณ darin ก็น่าตามแล้วค่ะ... ^0^ ...

ออฟไลน์ darin

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1088
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2261/-45


ตอนที่ 3 : หรือจะเป็นเวทมนต์



เพิงยืนนิ่งอยู่หน้าอาคารขนาดใหญ่ เขาเงยหน้าขึ้นมองตึกสูงพร้อมกับถอดถอนใจ เมื่อลดสายตาลงก็พบร่างหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าที่สะพายอยู่ ยกขึ้นแนบใบหู

“แน่ใจนะลุง” ประโยคแรกเน้นขอความเชื่อมั่นก่อน

“ตอนเข้าไปลุงรับรองความปลอดภัย แต่ตอนกลับลุงไม่กล้ารับรอง”

“นั่นไง” เพิงถอนหายใจยาว เขาคิดอยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนั้น

“ลุงไม่อยากโกหกเรา คุณภามเป็นคนเชื่อเรื่องพวกนี้ยาก แต่ลุงก็ไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่หวังว่าถ้าโดนทักหลายๆ ครั้ง คุณภามจะระวังตัวมากขึ้น”

ลุงชัยรู้สึกผิดและขอโทษเด็กหนุ่มอยู่ในใจ แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ เพราะเขาไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับใครได้เลย

“ช่างมันเถอะ เป็นไงก็เป็นกัน รีบทำให้จบๆ เถอะลุง” เพิงเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า เดินเข้าไปในตึกอย่างจนใจ คอยทำตามคำแนะนำที่มีแต่เขาเท่านั้นที่ได้ยิน



เพิงเล็ดลอดสายตาของรปภ.เข้าไปได้แล้ว เขาขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นยี่สิบสาม เดินผ่านโต๊ะของพนักงานต้อนรับไปได้อีกเช่นเคย เพิงก้าวเข้าไปยืนในส่วนรับรองห้องทำงานของภามชน ที่มีโต๊ะทำงานของเลขานุการตั้งอยู่ แต่ตอนนี้คงไปประชุมพร้อมเจ้านาย

“อีกนานไหมลุงกว่าหมอนั่นจะกลับมาจากประชุม” พอไม่มีใครอยู่เพิงจึงพูดได้เต็มเสียง

“เพิงเข้าไปรอในห้องทำงานเลย คุณภามกำลังจะกลับมาแล้ว” ลุงชัยรีบบอกเมื่อเห็นว่าใกล้เวลาเต็มที

เพิงพยักหน้า ผลักประตูบานใหญ่ก้าวเข้าไปในห้องทำงานของชายหนุ่ม ไหนๆ ก็มาแล้วขอสำรวจนิดหนึ่งก็แล้วกัน ในห้องมีกรอบรูปติดอยู่หลายภาพ เป็นรูปทิวทัศน์ทั้งหมด เพิงยืนมองด้วยความสนใจ

“คุณภามเป็นคนถ่ายเอง” เสียงอดีตคนสนิทนายน้ำแข็งไฟเล่าถึงที่มาที่ไป

“คุณของลุงชอบถ่ายรูปเหรอ” เพิงเปลี่ยนสรรพนามเรียกนายน้ำแข็งไฟไปเรื่อยๆ ตามแต่อารมณ์

“ใช่ ชอบมาตั้งแต่เด็ก ลุงยังคิดว่าถ้าคุณภามไม่ต้องช่วยงานบริษัท คงไปเป็นช่างภาพแล้ว”

เพิงพยักหน้า คิดในใจว่าหมอนี่ชอบเหมือนเขาเลย จึงให้คะแนนเพิ่มหนึ่งคะแนน เพราะรูปพวกนี้สวยมาก



“คุณภามมาแล้ว” เสียงเตือนดังก่อนประตูเปิดแค่เสี้ยวนาที เพิงยังไม่ทันตั้งหลัก ได้แต่หันกลับไปสบตากับคนที่เปิดประตูเข้ามา

ภามชนชะงักเมื่อเห็นชายหนุ่มที่ยืนอยู่กลางห้องทำงาน เขาหรี่ดวงตาลง ก่อนย่างสามขุมเข้าไปหยุดยืนตรงหน้าผู้บุกรุก

เพิงเงยหน้าขึ้นสบตา คิดในใจว่าหมอนี่ชอบเอาความสูงกับหุ่นมาข่มกันอยู่เรื่อย สายตาดุดันที่มองมาทำ เหมือนถูกบีบให้ตัวเล็กลง

“สวัสดีครับ” เพิงส่งยิ้มเป็นมิตรไปให้ คนเราต้องใจดีสู้เสือไว้ก่อน

“ผมจำได้ว่า ผมสั่งไม่ให้คุณมาเหยียบที่นี่อีก”

นั่นไง เปิดปากมาก็ซัดเขาก่อนเลย

“ใจเย็นครับ” เพิงยกมือขึ้นทั้งสองมือ เป็นเชิงบอกให้คนตรงหน้าใจเย็นลง อีกนัยหนึ่งก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้พกพาอาวุธมาด้วย

“เรานั่งกันก่อนได้ไหม” เพิงชี้มือไปยังโซฟาที่ตั้งอยู่ “คุยกันดีๆ ดีไหมครับ”

ภามชนมองชายหนุ่มตรงหน้า พยายามวิเคราะห์ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรจากเขากันแน่ ในเมื่อยังไม่รู้ชายหนุ่มจึงตัดสินใจเดินไปนั่งตามที่อีกฝ่ายเสนอ เพราะเขาอยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหนอีก

เพิงลอบถอนหายใจเมื่อร่างสูงยอมเดินไปนั่งดีๆ ไม่อาละวาดเรียกรปภ.มาไล่เขาออกไป อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี เพิงปลอบใจตัวเอง

“คุณคงอยากรู้ว่าผมมาทำไม เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังครับ” เพิงพยายามใช้น้ำเสียงนุ่มนวลเข้าไว้ เพื่อให้อีกฝ่ายสงบนิ่งและยอมฟังเขา

“คือ..มีคนที่คุณรู้จักบังเอิญได้ข่าวมาว่าคุณจะโดนลอบทำร้าย เขาเป็นห่วงคุณมากเลยขอให้ผมมาเตือนครับ” เพิงคิดว่ามันฟังไม่แย่นัก น่าจะดีกว่าคราวก่อน เขาพูดไปก็ลอบมองปฏิกิริยาของร่างสูงไปด้วย

ภามชนยังคงนั่งนิ่งไม่พูดอะไร เอาแต่มองเขาจนขนลุกเกรียวไปทั้งตัว เห็นหมอนี่น่ากลัวกว่าเห็นผีอีก

“ถ้าคุณบอกว่าเเป็นคนที่ห่วงผมมาก แล้วทำไมถึงไม่มาเตือนผมด้วยตัวเอง” หลังจากผ่านความเงียบมาหลายนาทีชายหนุ่มก็ถามขึ้น

“เพราะมีเหตุบางอย่างทำให้เขาไม่สามารถติดต่อกับคุณได้ครับ” เพิงพยายามตอบความจริง แต่เลี่ยงในสิ่งที่ไม่ควรพูดไว้

“คุณกำลังขอให้ผมเชื่อคำพูดลอยๆ พวกนี้เหรอ” ดวงตาที่มองมาท้าทาย บ่งบอกถึงความไม่เชื่อถืออย่างชัดเจน เพิงถอนหายใจยาว นี่ไม่ต่างจากสิ่งที่เขาคิดไว้เลย

“ถ้าคุณถามผม หากมีใครสักคนเตือนคุณด้วยความเป็นห่วงและหวังดี ถ้าคนๆ นั้นดูไม่มีพิพิษมีภัย ไม่ได้ต้องการอะไรจากคุณ อย่างน้อยเชื่อไว้ก็ไม่เสียหายไม่ใช่เหรอครับ” เพิงตั้งใจมองตาของภามชน หวังว่าอีกฝ่ายจะเห็นความจริงใจในคำพูดของเขา

“คนที่รู้จักคุณได้ยินคนที่จะลงมือทำร้ายคุณ พูดว่าจะทำให้คุณเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ และต้องแน่ใจว่าคุณจะไม่รอด พวกมันเคยมาดูลาดเลาไว้แล้ว เสียดายที่เขาไม่รู้ว่าทางนั้นจะลงมือเมื่อไหร่ เพราะไม่มีการพูดถึง พูดแต่ว่ารอนายสั่งลงมา ส่วนจะเป็นนายคนไหน คนที่ได้ยินมาก็ไม่รู้ เพราะพวกมันไม่ได้เอ่ยชื่อออกมา” เพิงรัวคำพูดเป็นชุด เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายมีเวลาขัดคอ

“คนที่คุณรู้จักพยายามจะสืบเรื่องนี้ แต่พวกมันไม่เคลื่อนไหวอะไรเลย เขาถึงอยากให้คุณระวังตัว ดูแลตัวเองให้ดี” กว่าจะพูดจบเล่นเอาเพิงรู้สึกเหนื่อย

หลังจากนั้นความเงียบก็เข้าครอบคลุมทั้งห้อง มีเพียงสายตาสองคู่ที่ประสานกันอยู่ ต่างคนต่างหยั่งเชิงกัน ราวกับว่าใครพูดขึ้นก่อนจะเพลี่ยงพล้ำ สุดท้ายชายหนุ่มร่างสูงก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมา

“คุณจะเดินออกไปเองหรือให้ผมตามคนมารับ”

!!!

ให้ตายเถอะ! เสียเวลาพูดตั้งนาน สมองของหมอนี่ไม่รับฟังเขาเลยสักนิด

“คุณนี่มัน” เพิงไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดต่อ

“คุณรู้ไหมอะไรที่มันแปลก” ภามชนเหยียดยิ้ม ไม่ใส่ใจท่าทางของอีกฝ่าย

“ถ้าจะมีใครวางแผนอันตรายแบบนั้นได้ คงไม่โง่พอจะพูดให้คนอื่นได้ยิน น่าคิดว่าคนที่คุณพูดถึงได้ยินมาได้ยังไง”

เพิงคิดตามที่ภามชนพูด ฟังแล้วมันก็จริง แต่..

แต่นี่มันผีเว้ยไม่ใช่คน! ใครหน้าไหนจะรู้ว่ามีผีได้ยินวะ

ถึงตรงนี้เพิงจึงคิดอะไรดีๆ ขึ้นมาได้ อันที่จริงเขาน่าจะบอกว่าตัวเขาเองเป็นคนบังเอิญได้ยินมา สวมรอยเป็นลุงชัยน่าจะง่ายกว่า ลุงชัยเห็นอะไรมาเขาก็เล่าไปตามนั้น แบบนี้ดูน่าเชื่อถือกว่าเป็นไหนๆ แต่คิดได้ตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว เขาจึงต้องทู่ซี้ต่อไป

เมื่อชายหนุ่มแปลกหน้าไม่ยอมตอบคำถาม ภามชนจึงลุกขึ้นยืน เขาเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน เพิงอาศัยจังหวะนั้นหันไปพูดกับลุงชัยที่ยืนอยู่ด้านข้าง ขยับปากโดยไม่มีเสียงออกมา

“ทำยังไงดีลุง” เพิงถามด้วยความร้อนรน เพราะอีกฝ่ายยกหูโทรศัพท์ขึ้นแล้ว

“0819990403” เพิงรีบพูดเสียงดังหลังฟังลุงชัยพูดจบ

ร่างสูงชะงักทันที สายตาที่มองมาผสมปนเประหว่างความประหลาดใจและคุกคาม

“หมายเลขโทรศัพท์ที่มีเฉพาะคนสนิทของคุณเท่านั้นที่รู้ เอาไว้ใช้ติดต่อคุณในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น สี่ตัวหลังเป็นวันเกิดกับเดือนเกิดของคุณ” เพิงพูดตามลุงชัย

ภามชนมองคนพูดด้วยสายตาค้นคว้า เขาประหลาดใจในสิ่งที่ได้ยิน เพราะมันถูกต้องทั้งหมด

“ค่ะคุณธาม” เสียงเลขาของเขาดังออกมาจากโทรศัพท์

“ไม่มีอะไร ผมเปลี่ยนใจแล้ว” ชายหนุ่มพูดจบก็วางหูลง เขาเดินกลับไปหาชายหนุ่มแปลกหน้า

“คุณรู้เบอร์นี้ได้ยังไง”

“คนที่คุณรู้จักบอกผมมา ว่าถ้าคุณไม่เชื่อให้บอกเบอร์นี้ไป”

“คนรู้จักเบอร์นี้มีไม่ถึงสิบคน และเป็นสิบคนที่พูดตรงๆ กับผมได้ ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกแทน”

เพิงปวดหัวกับความฉลาดของนายน้ำแข็งไฟเหลือเกิน แน่สิ ถ้าเป็นคนก็พูดตรงๆ ได้ แต่นี่เป็นผีจะพูดตรงๆ ได้ยังไงวะ ถ้าพูดด้วยได้คงพูดไปแล้ว

“เอาเป็นว่าผมบอกคุณเท่าที่บอกได้ อะไรที่ผมบอกไม่ได้ก็อย่าซักผมให้เสียเวลาเลย เพราะผมไม่มีวันบอก คุณรู้แค่ว่าคนที่ฝากบอกมา เขาเป็นห่วงคุณจากใจจริงก็พอ” เพิงปรายตาไปมองลุงชัยที่ยืนอยู่ด้านข้าง

“อีกอย่างผมไม่ใช่คนว่างงาน จะได้มีเวลามาคอยบอกคอยเตือนคุณอยู่แบบนี้ แค่คุณดูแลตัวเองมากขึ้นมันจะเป็นอะไร ผลประโยชน์ของคุณทั้งนั้น ยังไงระวังไว้ก่อนก็ดีกว่าประมาทไม่ใช่เหรอ แค่เชื่อที่พูดบ้างมันยากนักหรือไง”

ภามชนมองท่าทางยิ่งพูดยิ่งหัวเสียของคนตรงหน้าแล้วเผลอยกยิ้มที่มุมปาก ดูไปแล้วก็เหมือนไม่มีพิษภัยใดๆ เพียงแต่เรื่องที่พูดถึงอย่างไรชายหนุ่มก็ทำใจให้เชื่อไม่ได้ เขาเป็นนักธุรกิจก็จริงแต่ไม่เคยมีปัญหากับใคร เรื่องส่วนตัวก็ยิ่งไม่มี จู่ๆ มาบอกว่ามีคนจะฆ่าเขาใครจะไปเชื่อลง เพียงแต่เขายังติดอยู่เรื่องหนึ่ง นั่นคือหมายเลขโทรศัพท์ที่อีกฝ่ายรู้ ทำให้มองข้ามไปไม่ได้

“เอาเถอะ ผมจะลองคิดดู”

“ดีครับ ถ้าอย่างนั้นผมกลับล่ะ” เพิงลุกขึ้นยืน โล่งอกที่เรียบร้อยเสียที เขายกมือขึ้นไหว้ภามชน เอาน่าดูแล้วน่าจะแก่กว่าเขาสักสองสามปี ไหว้ไปเถอะจะได้ไม่เสียมารยาท

ภามชนลุกขึ้นตามเพื่อส่งแขกที่ไม่ได้เชิญมา แต่ก่อนที่เพิงจะออกจากห้อง ชายหนุ่มตัดสินใจหันกลับไปพูดอะไรบางอย่าง

“เพื่อนสนิทของฉันพูดเสมอว่าถ้าเราช่วยได้ทำไมถึงจะไม่ช่วย นี่คือคำตอบถ้าคุณอยากรู้ว่าทำไมผมยังด้านหน้าโผล่มาให้คุณเห็น ทั้งๆ ที่คุณโยนผมออกจากบริษัทมาแล้ว สักวันหนึ่งคุณจะขอโทษผม”

ร่างสูงไม่ตอบโต้แต่สายตายังมองมาที่เขา เพิงถอนหายใจยาว หมอนี่ไม่น่าชื่อภามชนเลยน่าจะชื่อหินมากกว่า

“สวัสดีครับ” เพิงพูดทิ้งท้ายก่อนก้าวออกจากห้องไป



“คุณกาญจนาเข้ามาพบผมหน่อย” ภามชนเรียกเลขาเข้ามาในห้องทำงานทันที หลังจากชายหน่มแปลกหน้าเดินออกจากห้องไป

“ค่ะคุณภาม”

“คุณเห็นผู้ชายที่เดินออกไปเมื่อครู่นี้ไหม” ชายหนุ่มถามเมื่อเลขาเข้ามาในห้องทำงานแล้ว

“เห็นค่ะ ยังแปลกใจว่ามาตอนไหน ใช่คนที่แอบเข้ามาคราวก่อนไหมคะ”

“คนเดียวกัน คุณไปเช็คให้ผมทีว่าทำไมปล่อยให้คนเข้ามาในห้องทำงานตอนผมไปประชุมได้ เช็คตอนนี้เลยผมอยากได้คำตอบทันที” ชายหนุ่มออกคำสั่ง

“ได้ค่ะ”



ไม่ถึงสิบห้านาที กาญจนาก็เข้าไปรายงานผลการตรวจสอบ

“ไม่มีใครเห็นผู้ชายคนนั้นตอนเข้ามาค่ะ เลยไม่มีใครห้ามเอาไว้”

“ถ้าอย่างนั้นคุณให้ทีมรปภ.ดึงภาพจากกล้องวงจรปิดมาให้ผมหน่อย เริ่มตั้งแต่ตอนเข้าตึกมาเลย” ในห้องทำงานของภามชนไม่ได้ติดกล้องรักษาความปลอดภัย แต่ภายในตึกนี้มีกล้องรักษาความปลอดภัยติดไว้เกือบทุกจุด

“ได้ค่ะ” กาญจนาตอบรับเจ้านาย และออกไปดำเนินการทันที

ภามชนยกโทรศัพท์ขึ้นโทรหาธาวิน ผู้เป็นทั้งหุ้นส่วนและญาติสนิทของเขา

“วินมาที่ห้องฉันหน่อยสิ”

“มีอะไร”

“มีเรื่องจะปรึกษา ไม่เหมาะกับคุยทางโทรศัพท์ มาเถอะ” ภามชนตอบกลับ

“ได้ ไปเดี๋ยวนี้”

ชายหนุ่มรอไม่นานก็ได้ยินเสียงเปิดประตู ธาวินส่งยิ้มมาให้แต่ไกล

“ไง มีปัญหาหนักอกอะไรถึงกับโทรตามด่วน” ธาวินดึงเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานออกนั่ง

ชายหนุ่มเป็นคนที่มีบุคลิคตรงกันข้ามกับภามชนโดยสิ้นเชิง ภามชนเป็นคนเงียบ นิ่ง เย็นชาและพูดน้อย แต่ธาวินเป็นคนที่มีบุคลิคสบายๆ เข้าหาได้ง่าย ถึงจะต่างกันมากแต่ทั้งสองคนกลับเข้ากันได้ดี ดูเป็นเพื่อนสนิทกันมากกว่าญาติ

“นายจำเรื่องที่ฉันเล่าให้ฟังคราวก่อนได้ไหม ที่เมื่อสองสามวันก่อนมีผู้ชายแปลกๆ บุกเข้ามา” ภามชนเริ่มต้นเรื่อง

“จำได้ มีอะไรเหรอ” ธาวินถามด้วยความสนใจ

“เพิ่งกลับไป”

“หะ! มาอีกหรอ?”

“ใช่ มาพูดเรื่องเดิม”

“ฉันว่าไม่ปกติแล้ว แจ้งตำรวจเถอะ” ธาวินออกความคิดเห็น

“คิดจะแจ้งอยู่เหมือนกันแต่มันมีเรื่องแปลกเกิดขึ้น” ภามชนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้โดยละเอียดให้

ธาวินฟัง

“นายคิดว่าไง” ภามชนถามความคิดเห็นหลังจากเล่าจบ

“พูดยากว่ะ เบอร์นี้เป็นเบอร์ลับเพื่อความเป็นส่วนตัวของนาย คนที่รู้เบอร์นี้ไม่ใช่แค่เชื่อถือได้แต่เป็นคนที่ไว้ใจได้มากที่สุด ไม่มีทางที่เบอร์นี้จะหลุดออกไปแน่”

“เพราะแบบนั้นฉันถึงแปลกใจ ถ้าเรื่องที่พูดมาเป็นความจริง แล้วคนที่บอกให้ผู้ชายคนนี้มาหาฉันเป็นใคร”

“เดายากว่ะ เพราะคนที่รู้เบอร์นี้มีไม่ถึงสิบคน ไม่มีใครบอกต่อแน่ถ้าไม่ได้ขออนุญาตนายก่อน แล้วนายล่ะ เดาว่าเป็นใคร”

“ไม่รู้เหมือนกัน ไม่มีใครทำเรื่องแบบนี้แน่”

“เรื่องนี้มันไม่ธรรมดาแล้วนะภาม” ธาวินเริ่มไม่ยิ้ม แต่ก่อนที่เขาจะพูดต่อ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน ภามชนเอื้อมมือไปรับ

“คุณภามคะทางทีมรปภ.ส่งไฟล์มาให้แล้ว คุณภามเช็คได้เลยค่ะ”

“ขอบคุณครับ” ภามชนวางสายจากเลขา ชายหนุ่มหันจอคอมพิวเตอร์ไปทางธาวิน เพื่อจะได้ดูไปพร้อมกัน

“ฉันให้ทางรปภ.ส่งภาพจากกล้องวงจรปิดมาให้” ภามชนอธิบายไปพร้อมกับกดเล่นไฟล์



“เอ๊ะ” เสียงร้องของธาวินดังขึ้น ชายหนุ่มสองคนหันมาสบตาพร้อมกัน

“นายเห็นเหมือนที่ฉันเห็นไหม” ธาวินถามเพื่อความแน่ใจ ภามชนพยักหน้า

“ทำไมถึงรู้จังหวะไปหมด” ธาวินขมวดคิ้วเข้าหากัน ยิ่งดูเขายิ่งแปลกใจ

สิ่งที่พวกเขาเห็นคือ ผู้ชายคนนั้นเดินเข้าลิฟต์ผู้บริหารในจังหวะที่ยามเดินไปที่เคาวน์เตอร์ประชาสัมพันธ์พอดี จึงไม่ต้องผ่านเครื่องกั้นที่ต้องใช้บัตรบัตรพนักงานหรือบัตรผู้มาติดต่อแตะ ทำให้ไม่ต้องแลกบัตรประชาชน เมื่อขึ้นมาถึงชั้นยี่สิบสามผู้ชายคนนั้นหยุดยืนอยู่ครู่หนึ่ง กระทั่งพนักงานประชาสัมพันธ์ด้านหน้าลุกไปชงกาแฟ ถึงเดินเข้ามาด้านใน ทุกอย่างพอดีเกินไป

ภามชนกดปิดไฟล์วีดีโอ หันจอคอมพิวเตอร์กลับไป ก่อนสบตากับธาวิน

“ไม่มีใครทันเห็นผู้ชายคนนั้นเลย อย่างกับมีเวทมนต์” ธาวินอดทึ่งไม่ได้

“ฉันอยากรู้มากกว่าว่ารู้รหัสปลดล็อคลิฟต์ได้ยังไง” ลิฟต์ผู้บริหารหากไม่ใช่บัตรแตะต้องใส่รหัสที่ถูกต้อง ยิ่งพูดเขาก็ยิ่งทึ่ง

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” ธาวินเองก็งงไม่น้อย “ว่าแต่นายรู้ชื่อไหม”

“ชื่อพรรษา”

“พรรษา? ไม่คุ้นแฮะ แล้วนี่นายจะเอายังไงต่อ”

“นายหาคนสืบให้หน่อยสิ ใช้จากรูปในกล้องอย่างเดียวจะหาตัวเจอไหม” เรื่องลายนิ้วมือพับเก็บไปได้เลย แม้แต่ปุ่มลิฟต์ผู้ชายคนนั้นยังไม่ใช้มือสัมผัส

“ถ้าเป็นชื่อปลอมคงยากว่ะ ไม่มีข้อมูลแลกบัตรข้างล่างด้วยสิ เล่นผ่านมาเฉยๆ เลย แต่ยังไงจะลองดูแล้วกัน” ธาวินลุกขึ้นยืน

“นายส่งไฟล์ให้ฉันด้วย เดี๋ยวจะเรียกคนมาจัดการให้”

“ได้ ขอบใจมาก”

“ไม่มีปัญหา แต่นายเองควรฟังผู้ชายคนนั้นไว้บ้างนะ ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรระวังไว้หน่อยก็ดี” ธาวินอดเป็นห่วงไม่ได้

“รู้แล้ว” ภามชนพยักหน้ารับ

“ฉันไปล่ะ ได้เรื่องยังไงเดี๋ยวส่งข่าว”

“อืม”

ภามชนมองตามหลังธาวินจนประตูปิดลง เขากดเล่นไฟล์อีกครั้ง สายตาจับจ้องไปยังผู้ชายแปลกหน้าที่ชื่อพรรษา

ตกลงแล้วนายเป็นใครกันแน่











CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5455
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ fernza2536

  • ^^ เจ้าของ รอยยิ้มสร้างภาพ
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 10
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ลุ้นๆ ติดตามนะคะ

ออฟไลน์ PoyPay

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
โอ้... กลายเป็นนักเวทไปแล้ว นี่ก็คงเริ่มร่ายเวทให้มาสนใจกันแล้วใช่มะ... คุคุ...

ปล. "เพื่อนสนิทของ'ฉัน'..."
ไม่แน่ใจว่าตรงนี้ตั้งใจแบบนี้หรือป่าวคะ แต่มโนเองว่าน่าจะเป็น 'ผม' มากกว่า (เพราะประโยคต่อมาก็เป็นผม)...   :mew2:

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 456
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
ซักสนุกแล้วสิ :hao7: :ling1: :katai1:

ออฟไลน์ Dee^daY

  • ไม่เคย ทำให้ใครเดือดร้อน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4067
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-6
ระวังหลง เวทมนตร์ นะ

ออฟไลน์ darin

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1088
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2261/-45





ตอนที่ 4 การพบกันอีกครั้ง



เพิงนั่งอยู่ในร้านอาหารใต้อาคารสำนักงานของภามชน เขาเคาะนิ้วลงกับโต๊ะ ชั่งใจว่าจะอยู่รอหรือจะกลับดี สมองบอกว่าไม่ควรมาแต่ใจดันอ่อน ปากบอกว่าจะมาให้อีกครั้งเดียวคือตอนที่รู้ว่าจะลงมือเมื่อไหร่ แต่สุดท้ายเขาก็มาอยู่ที่นี่จนได้

ในระหว่างที่ยังคิดไม่ตก ตัวต้นเหตุก็เดินเข้ามาในร้าน เสียงลุงชัยดังอยู่ข้างหูแต่มองไม่เห็นตัว

“คุณภามมาแล้ว”

เพิงอยากบอกว่าเขาเห็นแล้ว บอกล่วงหน้าไม่ถึงสิบวินาทีช่างใจดีเหลือเกิน

ชายหนุ่มรอจังหวะให้ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ ถึงยกมือขึ้นทักทาย

“สวัสดีครับคุณภาม”

ภามชนหยุดตามเสียงเรียก เพิงกำลังวัดใจว่าอีกฝ่ายจะทำอย่างไร เขาได้คำตอบเมื่ออีกฝ่ายเดินตรงมาที่โต๊ะแล้วนั่งลง โดยไม่พูดอะไรกับเขาสักคำ

“ผมไม่เก่งครับ” เพิงพูดขึ้นลอยๆ เมื่อเห็นอีกฝ่ายเลิกคิ้วขึ้นเขาจึงพูดต่อ

“ผมเล่นเกมจ้องตาไม่เก่ง ยอมแพ้ให้ก่อนเลย เพราะฉะนั้นเลิกจ้องผมแบบนั้นซะทีเถอะ”

รอยยิ้มที่ปรากฎขึ้นทำให้เพิงผุดคำด่าขึ้นในใจ เขาไม่เคยเห็นรอยยิ้มใครหยามคนอื่นได้เท่ากับรอยยิ้มของหมอนี่เลย

“คราวนี้คิดจะใช้มุกไหน”

เพิงถอนหายใจยาว ประโยคแรกที่ออกจากปากช่างสมกับเป็นหมอนี่จริงๆ

“คุณนี่มันสุดยอดไปเลย” เพิงส่ายหน้าช้าๆ มองสำรวจชายหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะลงมา

“มีใครเคยบอกคุไหมครับ ว่าคุณเป็นคนพูดจาได้แย่มาก” เพิงพูดไปตามใจคิด ใครจะสน ไม่ได้รู้จักกันจริงๆ เสียหน่อย

ภามชนอึ้งไปเล็กน้อย ในชีวิตยังไม่เคยมีใครพูดคำนี้กับเขาต่อหน้า

“ผมก็ไม่ได้อยากหยาบคายกับคุณนะ แต่คุณหยาบคายกับผมก่อน ผมแค่แวะมาหาอะไรทาน คุณเป็นคนเดินผ่านโต๊ะผมเอง ผมอุตส่าห์มีมารยาททักทาย” เพิงทำเหมือนไม่ได้มานั่งรอ แต่อันที่จริงมันคือภารกิจของเขาเลยทีเดียว ภารกิจมาให้ภามชนเห็นหน้า เพื่อกระตุ้นเตือนไม่ให้อีกฝ่ายลืมระวังตัว เนื่องจากเหตุการณ์ทิ้งช่วงมาหลายวันแล้ว ลุงชัยเกรงว่าเมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้นเจ้านายของเขาจะประมาท และไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง

“ถ้ายังไงก็เชิญคุณตามสบายครับ” เพิงออกปากไล่กลายๆ จะให้อยู่ทำไมในเมื่อภารกิจของเขาเสร็จแล้ว แต่ภามชนไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้น ยังคงนั่งต่อด้วยท่าทางสบายๆ สบายจนน่าหมั่นไส้

“จะไม่แนะนำตัวเองหน่อยเหรอ” เสียงทุ้มดังขึ้น

เพิงเลิกคิ้ว ส่งยิ้มกวนไปให้อีกฝ่าย “ผมเคยแนะนำตัวไปแล้วครับ แต่ถ้าคุณจำไม่ได้ผมชื่อพรรษา หรืออยากเรียกอะไรก็ตามใจ” ตราบใดที่นายไม่เรียกรปภ.มาไล่ฉันเป็นอันใช้ได้ เพิงคิดในใจ

“ผมว่าคุณรู้ว่าผมหมายถึงอะไร”

“บังเอิญผมไม่รู้ครับ” เพิงส่งยิ้มกว้างไปให้ เขาจะแกล้งโง่ซะอย่างใครจะทำไม

เสียงหัวเราะดังจากลำคอของร่างสูง สายตาที่มองมาคล้ายจะเป็นมิตรขึ้น

“ขึ้นไปคุยกันข้างบนเถอะ”

เพิงหรี่ตาลง มาแปลกแฮะ ท่าทางไม่ค่อยน่าไว้ใจ ใครจะยอมขึ้นไปด้วย

“ไม่ดีกว่าครับ ผมแค่แวะมาหาอะไรทานเท่านั้น ไม่ได้มีธุระกับคุณ ดูเหมือนอาหารผมจะเย็นชืดไม่น่าทานแล้ว ถ้าอย่างนั้นขอตัวก่อนครับ” เพิงยกมือขึ้นเรียกพนักงานเพื่อคิดเงิน

“ขออเมริกาโน่แก้วหนึ่งครับ”

“ได้ค่ะ”

“คิด...” เพิงไม่แน่ใจว่าพนักงานแพ้ความหล่อของภามชนหรือเขาตัวเล็กจนมองไม่เห็นกันแน่ พนักงานจึงรับออเดอร์และหันหลังจากไปทันที ปล่อยให้เขายิ้มค้างกับคำพูดที่ยังไม่ทันได้หลุดออกจากปาก

ภามชนมองใบหน้าที่ออกอาการเหวอของเพิง ริมฝีปากจุดรอยยิ้ม

“ถ้าคุณไม่อยากขึ้นไป ก็คุยกันตรงนี้เถอะ”

“ผมไม่มี..”

“คุณขึ้นไปห้องทำงานผมได้ยังไง” ภามชนไม่รอให้อีกฝ่ายปฏิเสธ เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้มองคนตรงหน้า

เพิงแกล้งถอนหายใจยาว “ถามแปลก ผมก็ขึ้นลิฟต์ไปสิครับ คงไม่เดินขึ้นไปแน่”

ภามชนไม่ถือสา สายตาที่มองอีกฝ่ายรู้เท่าทันอาการเฉไฉที่แสดงออกมา

“คุณผ่าน รปภ.เข้าไปได้ยังไง” ชายหนุ่มถามให้ตรงประเด็นมากขึ้น

“เรื่องนี้คุณต้องไปถามรปภ.ของคุณครับ ไม่ใช่ถามผม เพราะผมเดินเข้าไปกติ จะไปรู้ได้ยังไงว่าทำไมรปภ.คุณไม่เรียกไว้ ผมไม่ได้เป็นรปภ.นี่ครับ” เพิงหัวเราะเบาๆ เพื่อบอกอีกฝ่ายว่าไม่น่าถามเลย เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกชนะ

“ว่าแต่คุณยังครบสามสิบสองอยู่ใช่ไหม” ไหนๆ มาแล้ว เพิงจึงถามเพื่อความแน่ใจ

“ถามแบบนี้เหมือนคุณอยากให้ผมไม่ครบนะ”

นั่นไง หาแต่เหามาให้ จะโมเมว่าเขาเป็นคนร้ายอีกแล้วใช่ไหม

“งั้นก็ช่างมันเถอะ จะขาดหรือจะเกินก็เรื่องของคุณ ถือว่าผมไม่ได้ถามก็แล้วกัน”

“หึๆ”

เพิงถลึงตาใส่เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของภามชน นึกสงสัยว่าหรือวันนี้หมอนี้จะผีเข้า ทำไมถึงอารมณ์ดีและใจเย็นแปลกๆ

“ถ้าคุณไม่ตอบ ผมจะเดาเองก็แล้วกัน” ภามชนพูดด้วยเสียงทุ้มและเรียบเรื่อย

เรื่องของ.. เพิงพูดคำไม่สุภาพอยู่ในใจ

“คุณ...” ดวงตาที่มองตรงมาวาววับชวนให้รู้สึกระแวง

“แอบชอบผมเหรอ”

!!!

“แต่ผมว่าวิธีที่คุณเข้าหาผมมันแปลกไปหน่อยนะ”

“คิดอะไรของคุณ!!” เพิงโมโหจนควันออกหู

““ถ้าผมแปลกคุณก็ไม่ปกติแล้ว น่าจะไปหาหมอซะบ้างนะ เป็นพวกหลงตัวเองเหรอ ผู้ชายอย่างคุณ ผมว่าไม่มีใครชอบลงหรอก”

“ผู้ชายอย่างผมเป็นยังไง” ภามชนเริ่มสนุกกับการต่อปากต่อคำกับคนตรงหน้า

“คุณแน่ใจนะว่าจะให้ผมพูด ผมสามารถบอกเป็นข้อๆ ได้เลย ว่าคุณเป็นผู้ชายที่แย่ขนาดไหน”

ภามชนมองดวงตาวาววับด้วยความโกรธของอีกฝ่าย ริมฝีปากยกยิ้มโดยไม่รู้ตัว เดิมทีเขาตั้งใจพูดประเด็นนี้ขึ้นมาเพื่อให้อีกฝ่ายหลุดจากการควบคุมตัวเองและเผยความลับออกมา แต่ดูเหมือนตัวเขาเองจะลืมเรื่องที่ตั้งใจไปเช่นกัน

“ลองดูสิ”

“ได้!” เพิงดึงแขนเสื้อขึ้น สูดหายใจเข้าเต็มปอด

“ปากเสีย หยิ่ง ไม่มีมารยาท หลงตัวเอง มองโลกในแง่ร้าย ไม่มีเหตุผล รังแกคนอื่น ไม่สำนึกบุญคุญ” เพิงหยุดหายใจเข้าปอด

“จะให้พูดต่อไหม”

ภามชนหลุดเสียงหัวเราะออกมา ผู้ชายคนนี้ตลกดี

“ดูท่าคุณจะชอบผมมาก รู้จักผมดีเชียว”

อีกนิดเดียวเพิงก็จะยกนิ้วกลางชูขึ้น เขาพยายามกดความโมโหลงไป

“คุยกับคุณไปก็เปล่าประโยชน์ ผมไปดีกว่า” เพิงลุกขึ้นยืน หยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา วางธนบัตรสีม่วงลงบนโต๊ะ แม้จะเสียดายส่วนต่างแค่ไหนก็ตาม

“อ้อ” เพิงก้าวขากลับมา สบตากับคนที่นั่งอยู่

“เรื่องนั้นไม่ว่าคุณจะเชื่อผมหรือไม่ก็ตาม ผมจะไม่มาเตือนคุณอีกแล้ว ถ้าคุณเห็นผมอีกครั้งแปลว่ามันกำลังจะเกิดขึ้น ดังนั้นได้โปรดยกเลิกคำสั่งห้ามผมเข้าตึกเสีย ผมเจอคุณยากเท่าไหร่ผมก็ช่วยคุณไม่ทันเท่านั้น หวังว่าคุณจะเข้าใจ” เพิงไม่อยู่รอว่าภามชนจะพูดอะไร เขาเดินออกไปทันที พร้อมสั่งตัวเองว่าต้องไม่ใจอ่อนอีกต่อไป



** วันที่ลงให้ 2 ตอนนะคะ มีตอนที่ 5 อยู่ด้านล่างด้วยค่ะ 






ออฟไลน์ darin

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1088
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2261/-45

** วันนี้ลงสองตอน ใครยังไม่ได้อ่านตอนที่ 4 ย้อนไปอ่านก่อนนะคะ



ตอนที่ 5 บังเอิญโลกกลม



“เป็นไง อร่อยใช่ไหมล่ะ บอกแล้ว” เพิงทานไปด้วยโม้ไปด้วย เพราะเป็นร้านที่เขาหามาจากในอินเตอร์เน็ต เมื่อใบบุญบอกว่าอยากทานอาหารญี่ปุ่น

“อร่อย” ใบบุญพยักหน้า มือก็ตักอาหารเข้าปากไปด้วย

“เสร็จแล้วทำอะไรต่อดี” เพิงถามความคิดเห็นเพื่อนรัก

“ดูหนังไหม” ใบบุญเอ่ยชวน พักนี้เขายุ่งอยู่กับหนังสือเล่มใหม่ จึงไม่มีเวลาพักเลย

“เอาสิ งั้นดูหนังเสร็จค่อยไปซุปเปอร์ฯ ซื้อของเข้าบ้านกัน”

“อืม” ใบบุญพยักหน้า “ว่าแต่ลุงชัยยังแวะมาหาเพิงอยู่ไหม” สามวันนี้เขาเข้าสำนักพิมพ์ทุกวัน จึงไม่รู้ความเคลื่อนไหวเพิ่มเติม เพิงเองก็ไม่ได้เล่าอะไรให้เขาฟัง ครั้งสุดท้ายที่เล่าคือตอนที่ไปเจอภามชนที่ร้านอาหาร

“มาบ้าง เห็นแล้วก็สงสาร ทางโน้นก็เงียบเหลือเกิน เห็นลุงชัยบอกว่าพวกมันไปทำงานที่ต่างจังหวัด ลุงเลยไม่ได้ตามไปดู”

“ทำไมลุงไม่ตามไปล่ะ จะได้ช่วยกันแจ้งจับพวกนั้นด้วยข้อหาอื่น” ใบบุญออกความคิดเห็น

“เออ! ก็เข้าท่านะ” เพิงคิดตามเพื่อนแล้วเห็นด้วย

“ไม่สิ ไม่ดี” กลับเป็นใบบุญที่เปลี่ยนใจ

“ลืมไปว่าเดี๋ยวจะยิ่งลำบาก ยังไงมันก็ไม่ใช่ตัวการ พอโดนจับคนจ้างก็แค่เปลี่ยนทีม คราวนี้ก็ไม่รู้แล้วว่าเป็นใคร”

“ก็จริง”

สองเพื่อนซี้คุยกันไปเรื่อยๆ จู่ๆ เก้าอี้ที่วางอยู่ข้างเก้าอี้ของเพิงก็ถูกดึงออก ชายหนุ่มหันไปมองทันที

“สวัสดี”

ตาของเพิงแทบถลนออกมาจากเบ้า เมื่อได้ยินเสียงทุ้มและเห็นใบหน้าที่ไม่อยากคุ้นเคย

“นายน้ำ....” ดีที่เพิงกลืนคำต่อไปลงคอได้ทัน ได้แต่มองคนที่ถือวิสาสะนั่งลงข้างกาย

ภามชนเลิกคิ้ว ริมฝีปากยกยิ้ม มองสีหน้าตื่นตะลึงของอีกฝ่ายด้วยความพอใจ

ใบบุญมองเจ้าของร่างสูง เขาสามารถเดาได้ว่าเป็นใคร โดยไม่ต้องให้เพื่อนแนะนำ อืม ตัวจริงหล่อกว่าในรูปแฮะ ขณะที่คิดใบบุญก็รู้สึกเหมือนตนเองถูกมอง เขาจึงเงยหน้าขึ้น มีขายหนุ่มร่างสูงพอๆ กับภามชนยืนอยู่ฝั่งเดียวกับเขา ใบหน้าหล่อเหลาส่งยิ้มมาให้

“ขอนั่งด้วยคนนะครับ” โดยไม่รอคำตอบ ชายหนุ่มนั่งลงบนเก้าอี้ข้างใบบุญทันที โต๊ะสองคนจึงกลายเป็นโต๊ะสี่คนด้วยเหตุนี้ มาด้วยกันสองคน มาแบบไม่ได้รับเชิญอีกสองคน

“สวัสดีครับ ผมชื่อธาวินเป็นเพื่อนกับภาม” ธาวินแนะนำตัวเองกับสองหนุ่มที่นั่งอยู่ก่อน

ใบบุญสบตากับเพิง แล้วหันกลับไปมองชายหนุ่มที่มาใหม่ทั้งสองคน เขารู้สึกถึงความตึงเครียดของบรรยากาศได้ทันที คนหนึ่งมองหน้าเพื่อนของเขาไม่วางตา อีกคนก็เอาแต่ยิ้มไม่พูดอะไร

“มาทานข้าวเหรอครับ” ใบบุญถามขึ้นเพื่อลดความกดดัน

“ครับ ว่าจะหาอะไรทาน เดินเข้ามาเลยเจอคุณ....” ธาวินหันไปมองเพิง

“พะ..” เพิงเกือบตอบชื่อเล่นของตัวเอง แต่นึกได้เสียก่อน เขาไม่อยากให้ข้อมูลส่วนตัวเพิ่มอีกแล้ว

“เห็นพวกผมเลยแวะทักเหรอครับ” เพิงเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว

“ใช่” ภามชนเป็นคนตอบ

“อ๋ออ” เพิงลากเสียงยาว ส่งยิ้มกว้างไปให้อีกฝ่าย

“ถ้าอย่างนั้นก็สวัสดีครับ ผมสบายดีครับ ดีใจที่ได้เจอครับ ทานข้าวให้อร่อยนะครับ บายครับ เชิญเลยครับ” ตรงประโยคสุดท้ายเพิงผายมือให้อย่างนอบน้อม ธาวินหลุดเสียงหัวเราะออกมา ก่อนหันไปทำท่าขอโทษภามชน เขาเบรกไม่อยู่จริงๆ

“กลัวอะไร”

ประโยคแรกที่หลุดออกจากปากนายน้ำแข็งไฟช่างน่าฟังเหลือเกิน

“ผมไม่ได้กลัวอะไร แต่ไม่ชอบแขกไม่ได้รับเชิญ” เพิงตั้งใจพูดเพื่อเอาคืนอีกฝ่าย แต่ดันได้เสียงหัวเราะกลับมาแทน

“ผมไม่ยักรู้ว่าคุณไม่ชอบ เห็นไปเป็นแขกไม่ได้รับเชิญของผมอยู่บ่อยๆ”

อึก! เหมือนมีอะไรแทงเข้าที่อก ทั้งหน้าแตก ทั้งเข้าตัว ถ้าเป็นมวยก็เรียกว่าน็อคคาเวที

“นั่นผมมีเหตุผลให้สมควรไป” เพิงยังไม่ยอมแพ้

“นั่นสิ ผมเห็นคุณอยากรู้จักผม วันนี้ผมว่าง ไหนๆ ก็บังเอิญเจอกันแล้ว ผมจะยอมให้คุณทำความรู้จักก็แล้วกัน” เพิงรู้สึกคันไม้คันมืออยากต่อยคน นึกว่าเป็นผู้ชายมาดนิ่ง ใครจะรู้ว่าจะกวนได้ขนาดนี้

ใบบุญมองคนนั้นทีคนนี้ที ฟังแล้วก็อดขำไม่ได้ พูดไปแล้วคู่นี้ก็เหมาะสมกันดี คนนึงช่างยั่ว อีกคนก็ยั่วขึ้น เขามองอยู่ครู่หนึ่งจึงตัดสินใจพูดกับภามชน

“ขอโทษนะครับ ขอพวกเราคุยกันส่วนตัวสักครู่ได้ไหมครับ”

ภามชนมองใบบุญด้วยสายตาพิจารณา ก่อนจะพยักหน้ารับ

“ได้” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน เดินนำธาวินออกไปนอกร้าน

“อะไร?” เพิงถามด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ เขาไม่ได้โมโหเพื่อนแต่โมโหคนที่เพิ่งเดินออกไป

“ใจเย็นๆ ฟังเราก่อน” ใบบุญใช้น้ำเสียงอ่อนโยน เพื่อดึงให้เพื่อนใจเย็นลง

“ว่ามา” แม้ไม่พอใจภามชนแต่ไม่ใช่เพื่อนรัก น้ำเสียงของเพิงจึงอ่อนลง

“เพิงอยากช่วยลุงชัยหรือเปล่า” ใบบุญเริ่มด้วยการถาม

“ถึงจะไม่อยากก็ต้องช่วย” ที่ไม่อยากไม่ใช่เพราะลุงชัย แต่เป็นเพราะใครบางคนที่เพิ่งเดินออกไป

“แล้วเพิงเชื่อที่ลุงชัยบอกหรือเปล่า ว่ามีคนอยากทำร้ายคุณภามถึงชีวิต” ใบบุญถามต่อ

“ก็ต้องเชื่ออยู่แล้ว ไม่เชื่อจะไปให้หมอนั่นหัวเราะเยาะเหรอ”

“ถ้างั้นเพิงก็รู้ใช่ไหมมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มันคือชีวิตของคนๆ หนึ่ง แล้วเป็นคนที่ตอนนี้เราก็รู้จักแล้วด้วย” ใบบุญค่อยๆ กล่อมเพื่อน

“ก็ไม่ได้ไม่ช่วยนี่ ไปให้ตั้งกี่ครั้งแล้ว ถ้าลุงชัยรู้ว่าเป็นเมื่อไหร่ก็จะไปบอกให้”

“เรื่องนั้นเรารู้แต่คุณภามไม่รู้ เขาไม่รู้ว่าเรื่องเป็นมายังไง ถึงจะระวังตัวมากขึ้นแต่ก็คงไม่ถึงกับที่ลุงชัยต้องการ จู่ๆ มีคนมาบอกว่าจะตายใครจะเชื่อ แถมบอกแล้วก็เงียบกริบไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย ดังนั้นถ้าเพิงทำให้คุณภามเชื่อใจได้ เขาจะฟังสิ่งที่เพิงพูด เพิงจะมีโอกาสช่วยเขาให้รอดได้นะ” ใบบุญส่งยิ้มให้เพื่อน

“ถ้าพวกเราไม่รู้ก็อีกเรื่องหนึ่งแต่นี่ดันรู้แล้ว สมมุตินะเพิง เกิดคุณภามเป็นอะไรขึ้นมาเพิงจะเป็นยังไง ต้องรู้สึกแย่มากแน่ๆ ที่ช่วยไว้ไม่สำเร็จ”

นี่เป็นข้อดีของใบบุญ ชายหนุ่มเป็นคนใจเย็น มีเหตุผล และเป็นคนที่มีจิตใจดีมากคนหนึ่ง

“อืม” เพิงพยักหน้า เขาเข้าใจสิ่งที่ใบบุญพูดแล้ว

“งั้นเราไปตามพวกเขากลับมานะ”

“อืม”

ใบบุญกำลังจะลุกขึ้นยืน แต่ธาวินมองเข้ามาพอดี เขาจึงกวักมือเรียกอีกฝ่ายแทน ธาวินสะกิดภามชนให้เดินกลับเข้ามาในร้าน

“ทานข้าวด้วยกันไหมครับ” ใบบุญถามนำ เมื่อทั้งสองคนนั่งลงแล้ว

“ดีเลยครับ ขอบคุณ” ธาวินรีบตอบรับ เขาหันไปเรียกพนักงานเพื่อขอเมนูอาหาร พวกเขาสั่งอาหารเพิ่มสี่อย่าง ก่อนส่งเมนูคืนให้กับพนักงาน

“ถ้าอย่างนั้นเราแนะนำตัวกันอีกทีดีไหมครับ ผมธาวิน เรียกวินก็ได้ครับ นี่ภามเพื่อนผม พวกคุณน่าจะรู้จักอยู่แล้ว” ธาวินแนะนำตัวเองซ้ำอีกครั้ง

“ผมชื่อใบบุญครับ เรียกบุญก็ได้ ส่วนนี้เพื่อนผมชื่อพรรษาหรือเพิง” ใบบุญแนะนำตัวกลับ

“คุณบุญ คุณเพลิง” ธาวินทวนคำ

“ผมชอบทั้งสองชื่อเลย เพราะดีครับ” ธาวินชวนคุยไปเรื่อยๆ ขณะที่ภามชนนิ่งฟัง โดยไม่พูดอะไร ส่วนเพิงนะเหรอ กำลังเอาอาหารยัดปากเพื่อไม่ให้มีช่วงว่างให้ใครชวนคุยได้ ถึงใบบุญจะเตะเขาใต้โต๊ะอย่างไรก็ไม่สน รู้หรอกว่าเพื่อนอยากให้เขานั่งรออาหารของอีกสองคนก่อน แต่ใครจะสนใจมารยาทกับนายน้ำแข็งไฟล่ะ

“ชื่อคุณเพลิงหมายถึงเปลวเพลิงหรือเปล่าครับ” ธาวินหันมาถามเพิงบ้าง

“ไม่ใช่ครับ” เมื่อเห็นว่าธาวินพูดจาดีไม่เหมือนเพื่อน เพิงจึงยอมตอบ

“ชื่อผมมาจากเพิงที่พัก เพิงหมาแหงนแบบนั้นน่ะครับ” เพิงพูดหน้าตาเฉย แม้แต่คนไม่ค่อยขำอะไรง่ายๆ อย่างภามชน ยังเผลอยิ้มออกมา

“คุณบุญกับคุณเพิงพักอยู่แถวนี่เหรอครับ ถึงมาเดินเล่นที่นี่” ธาวินตะล่อมถามไปเรื่อยๆ

ใบบุญลอบยิ้ม ฉลาดใช่เล่นเลยผู้ชายคนนี้ ทำเป็นชวนคุยไปเรื่อยๆ แต่หลอกถามกันชัดๆ

“แค่ชอบที่นี่ครับ” ใบบุญตอบด้วยรอยยิ้มก่อนตัดบท “อาหารมาแล้ว ทานกันเถอะครับ”

“ทานข้าวเสร็จแล้วมีแพลนจะทำอะไรต่อครับ” ธาวินยังถามต่อ

ใบบุญสบตากับเพิง เมื่อเห็นเพื่อนรักพยักหน้าจึงตอบออกไป

“จะไปดูหนังกันครับ”

“น่าสนใจครับ ว่าไงภาม ไหนๆ ก็ไม่มีโปรแกรมอยู่แล้ว ขอตามไปดูหนังดีไหม” ธาวินส่งสายตาให้ภามชนตอบตกลง อีกฝ่ายจึงพยักหน้าโดยไม่พูดอะไร

“เดี๋ยวครับ” เพิงรีบเอ่ยขัด

“อย่าตกลงกันเองสิครับ ถามพวกผม...” เพิงพูดไม่จบประโยค ช้อนที่ถืออยู่ในมือร่วงลงบนจานจนเกิดเสียงดัง

ภามชนและธาวินหันไปมองพร้อมกัน ใบบุญเอื้อมมือข้ามโต๊ะไปจับมือของเพิง จากสีหน้าของเพื่อนเขาเดาได้ว่าอีกฝ่ายเห็นอะไร แต่เพราะมีคนนอกอยู่จึงพูดไม่ได้ ทำได้เพียงส่งสายตาปลอบเพื่อน

เพิงนิ่งไปครู่หนึ่ง เมื่อเรียกสติคืนมาได้แล้วจึงยกมืออีกข้างขึ้นตบลงบนมือของใบบุญเบาๆ พยักหน้าให้รู้ว่าเขาดีขึ้นแล้ว

ภามชนกับธาวินแม้จะไม่ได้ถามอะไร แต่ก็ลอบสังเกตอาการของคนทั้งคู่ตลอดเวลา เพิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วส่งข้อความหาใบบุญ

โต๊ะด้านหลังบุญที่เพิ่งเข้ามานั่ง มีผีเกาะติดมาด้วย น่ากลัวฉิบหาย

เสียงข้อความเข้าดังที่โทรศัพท์ของใบบุญ เขาหยิบขึ้นมาอ่าน สีหน้าคิดหนัก เมื่อครู่เพิ่งเชิญคนนั่ง อาหารก็เพิ่งมา ถ้าลุกไปตอนนี้จะพูดอย่างไรดี ใบบุญพยายามคิดหาทางออก

“เพิงเปลี่ยนที่กับเราหน่อยสิ นั่งตรงนี้เห็นคนเดินไปเดินมาชักเวียนหัว” ใบบุญตัดสินใจเปลี่ยนที่นั่งกับเพื่อนรัก ถ้าไม่หันไปมองก็น่าจะใช้ได้แล้ว

“เอาสิ” เพิงตอบรับทันที

เเก้าอี้ของใบบุญและเพิงอยู่ด้านใน จะถอยหลังก็ติดโต๊ะถัดไป เลยต้องขอให้ชายหนุ่มทั้งสองคนลุกขึ้นก่อน พอพวกเขาเปลี่ยนฝั่งนั่ง ทั้งสองคนก็เปลี่ยนตามไปด้วย

ภามชนมองใบหน้าด้านข้างของเพิง เมื่อกี้ถ้าตาเขาไม่ฝาด สีหน้าของอีกฝ่ายดูตื่นกลัว อีกทั้งใบบุญเองก็ยื่นมือไปจับมือเพื่อนทันที แล้วไหนจะข้อความที่ใบบุญได้รับ ดูก็รู้ว่าต้องเป็นข้อความของเพิงแน่นอน พอได้รับข้อความใบบุญก็ขอเปลี่ยนที่นั่งทันที จะว่าเปลี่ยนเพราะเด็กนั่นไม่อยากนั่งข้างเขาก็ไม่น่าจะใช่ เพราะเขาแกล้งเปลี่ยนที่นั่งตามเพื่อดูปฏิกิริยาของอีกฝ่ายก็ไม่เห็นมีอะไร ยิ่งคิดชายหนุ่มก็ยิ่งรู้สึกแปลกใจ

หลังจากแลกที่นั่งเรียบร้อยแล้ว ภามชนสังเกตว่าทั้งสองคนดูเงียบไปถนัดตา ใบบุญหันไปบอกกับธาวิน

“เรารีบทานกันเถอะครับ เผื่อมีรอบหนังเร็วจะได้ดูได้เลย ไม่ต้องรอนาน”

“ได้ครับ” ธาวินตอบรับ รอบหนังแค่เปิดโทรศัพท์ดูก็รู้แล้วไม่ใช่หรือว่าต้องรีบหรือไม่ เขาสบตากับภามชนเงียบๆ

เพิงดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคนในสายตาของภามชน จากที่ดูไม่กลัวใคร ตอนนี้กลับเหมือนเด็กตัวเล็กๆ นั่งก้มหน้าก้มตาทานข้าว เขาไม่เห็นอีกฝ่ายตักอาหารอย่างอื่นนอกจากจานที่อยู่ตรงหน้าตัวเองเลย ความจริงไม่เงยหน้าจากจานข้าวด้วยซ้ำ

“จานนี้อร่อยดี” ภามชนตักอาหารใส่จานให้กับเพิง เขาพูดด้วยเสียงที่อ่อนโยนลงโดยไม่รู้ตัว มองเห็นเพียงศีรษะของอีกฝ่ายผงกเบาๆ แทนคำขอบคุณ ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองเขา ทั้งโต๊ะเริ่มเงียบลงอีกครั้ง ต่างคนต่างทานอาหารเพื่อให้เสร็จโดยเร็ว

ภามชนยังช่วยตักกับข้าวใส่จานให้เพิงเรื่อยๆ ธาวินลอบยิ้ม นานๆ จะเห็นภามชนทำแบบนี้ให้ใคร



“เรียกเก็บเงินเลยนะครับ” ใบบุญถามเมื่อเห็นทุกคนทานกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ธาวินยกมือขึ้นเรียกพนักงาน ใบบุญหันไปหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาจากกระเป๋าสะพาย

“มื้อนี้ผมขอเลี้ยงครับ” ธาวินกดมือของใบบุญลง

“ไม่เป็นไรครับ ทานด้วยกันก็ช่วยกันออก”

“ไม่ได้ครับ มื้อนี้ผมจัดการเอง”

ใบบุญไม่ต่อล้อต่อเถียงให้เสียแวลา พอพนักงานเอาบิลมาเขาก็เอื้อมมือออกไปรับ มองดูตัวเลขและหยิบเงินออกมาครึ่งหนึ่ง ก่อนส่งบิลพร้อมกับเงินให้กับธาวิน

“วันนี้ผมดูแลเองครับ” ธาวินยื่นเงินคืนให้

ใบบุญส่ายหน้า หน้าตาบอกถึงความมุ่งมั่นว่ายังไงก็จะช่วยออกเงินด้วย

“ก็ได้ครับ” ธาวินยอมจำนนความดื้อรั้นนั้นแต่โดยดี

หลังจากจ่ายเงินค่าอาหารแล้ว กำลังจะลุกออกจากโต๊ะ เพิงดันเผลอหันไปมองและเกือบสบตาเข้ากับวิญญาณที่ติดตามผู้หญิงคนนั้น ด้วยความตกใจเขารีบก้มหน้าลง และคว้าแขนเสื้อคนที่เดินอยู่ข้างหน้า

ภามชนชะงักเมื่อเพิงยื่นมือมาจับ เขาหันกลับไปมอง เห็นอีกฝ่ายก้มหน้างุด มือจับแขนเสื้อของเขาแน่น ชายหนุ่มไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อนึกถึงภาพที่ใบบุญเอื้อมมือมาจับมือของเพิงราวกับต้องการปลอบโยน ชายหนุ่มจึงปล่อยให้อีกฝ่ายจับโดยไม่พูดอะไร พาเดินออกจากร้านมาเงียบๆ ตอนนี้เด็กหนุ่มที่เกาะเขาอยู่ดูไม่มีฤทธิ์เดชอะไรเลย เหมือนกระต่ายกำลังตื่นกลัว

เมื่อเดินพ้นประตูร้านอาหาร เพิงก็รีบชักมือออกทันที พึมพำขอบคุณอีกฝ่ายเบาๆ ปกติเขาชินกับเรื่องพวกนี้ ทุกครั้งที่พบเขาจะทำเป็นมองไม่เห็น แค่ไม่สบตาก็จบ ผีส่วนใหญ่เหมือนคนธรรมดาทั่วไป ต่างกันที่ตายไปแล้วและคนอื่นมองไม่เห็นเท่านั้น นานๆ ทีเขาถึงจะเห็นผีที่มีสภาพน่ากลัว ส่วนใหญ่เป็นวิญญาณที่มีความอาฆาตแค้นฝังใจ รูปลักษณ์ที่แสดงให้เห็นจึงดูน่ากลัว

“พวกผมไปห้องน้ำก่อนนะครับ” ใบบุญบอกภามชนกับธาวิน เขาจับข้อมือของเพิงเดินจูงไปด้วยกัน

“ไหวหรือเปล่า จะกลับบ้านเลยไหม” ใบบุญถามเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง

“ไหวกูไม่เป็นไรแล้ว ไปดูหนังกันเถอะ ทำงานอยู่บ้านทุกวันเบื่อ” เพิงยืนยันตามเดิม

“งั้นเปลี่ยนที่ไหม ไปดูห้างอื่นจะได้สบายใจขึ้น”

“ได้เหรอ แล้วสองคนนั้นล่ะ” เมื่อพูดถึงภามชน สิ่งที่ผุดขั้นในหัวของเขาไม่ใช่ภาพใบหน้าของอีกฝ่าย แต่เป็นแผ่นหลังกว้างที่เดินนำอยู่ข้างหน้า

“ไหนเพิงบอกว่าไม่อยากให้ไปดูหนังด้วยไง เปลี่ยนใจแล้วเหรอ” ใบบุญถามยิ้มๆ

“ก็มึงบอกกูไม่ใช่เหรอว่าควรสนิทกับหมอนั่นไว้” เพิงโยนความรับผิดชอบกลับไปให้เพื่อนรัก

“ไม่ใช่เค้าใจดีด้วยเลยใจอ่อนยวบเลยนะ”

“เหอะ งั้นก็กลับบ้านกัน ไม่ต้องดูมันแล้ว”

“ฮ่าๆ ดูสิเราอยากดู ไป ไปเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตาหน่อยจะได้สดชื่นขึ้น”



ธาวินทำธุระส่วนตัวเสร็จ ออกมาเจอภามชนยืนรออยู่นอกห้องน้ำ แต่ยังไม่เห็นคนที่เหลือ เขาจึงอาศัยจังหวะนี้คุยกับญาติที่เป็นเหมือนเพื่อนสนิท

“นายว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น”

“เดาไม่ถูก เหมือนเด็กนั่นกลัวอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่เห็นมีอะไร”

“เป็นคนแปลกแบบที่นายว่าจริงๆ” ธาวินเริ่มเห็นด้วย

“แล้วนายว่าเพื่อนอีกคนเป็นยังไง” ภามชนถามถึงใบบุญ

“เป็นคนนิ่ง ดูสุภาพเรียบร้อย แต่เป็นคนฉลาดมากคนหนึ่ง” ธาวินวิเคราะห์ใบบุญตามที่เห็น

“นายคิดว่าสองคนนี้เป็นพวกต้มตุ๋นหลอกลวงหรือเปล่า” ภามชนถามต่อไป

“คิดว่าไม่ใช่ แต่เพราะอะไรถึงมาพูดเรื่องนั้นกับนาย ยังเดาไม่ถูกเหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องเบอร์โทรศัพท์นั่น จนป่านนี้ฉันก็ยังสืบที่มาที่ไปให้นายไม่ได้เลย”

“ออกมาแล้ว” ภามชนพูดเสียงเบาเพื่อให้ธาวินรู้ตัว สายตามองตรงไปยังคนที่เดินออกมาจากห้องน้ำ ดูเหมือนหน้าตาจะสดชื่นขึ้นแล้ว

“คุณภาม คุณวินครับ ผมกับเพิงจะย้ายไปดูหนังอีกห้างหนึ่ง พอดีชอบโรงภาพยนตร์ของที่นั่นมากกว่า จะไปด้วยกันไหมครับ หรือจะแยกกันเลย” ใบบุญถามขึ้น

“ไปครับ” ธาวินตอบรับทันที พวกเขาจะไม่ยอมเสียโอกาสที่จะทำความรู้จักและจับพิรุธทั้งสองคน

“ว่าแต่พวกคุณมากันยังไงครับ ขับรถมาหรือเปล่า”

“เปล่าครับ ผมกับเพิงนั่งแท็กซี่มา”

“งั้นเดี๋ยวไปกับผม จะไปที่ไหนครับ ผมกับภามเอารถมาคนละคันจะได้ไปถูก”

ใบบุญบอกจุดหมายที่จะไปกับธาวิน



ระหว่างลงลิฟท์ไปยังลานจอดรถ เพิงกลับมาคุยได้ตามปกติ ภามชนที่ยืนอยู่ด้านหลังมองทั้งสองคนด้วยสายตาครุ่นคิด ถ้าไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่ผ่านมา เขาจะคิดว่าเป็นคนน่ารักทั้งคู่

พอประตูลิฟท์เปิดออก เพิงกับใบบุญเดินตามธาวินไป แต่ภามชนดึงแขนของเพิงไว้

“คุณไปรถผม” ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบ

“ครับ?” เพิงคิดว่าตัวเองหูฝาด

“คุณไปรถผม ให้คุณบุญไปกับนายวิน”

ภามชนเรียกธาวินให้หยุดเดิน “วิน นายไปกับคุณบุญ เพิงจะไปกับฉัน”

“โอเค” ธาวินหันมาตอบรับ

“บุญไปด้วยกัน” เพิงรีบเรียกใบบุญไปรถคันเดียวกัน

“ได้” ใบบุญพยักหน้า แต่ธาวินเลยเดินย้อนกลับมาหา จับแขนของเขาเอา ออกแรงดึงให้เดินตาม

“ผมไม่มีคนนั่งเป็นเพื่อน ไปรถผมดีกว่าครับ” ธาวินให้เหตุผล ใบบุญอยากไปกับเพิง แต่ไม่รู้ว่าจะยกเหตุผลอะไรขึ้นมาอ้าง จึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย ทำได้แค่หันไปส่งสายตาขอโทษขอโพยเพื่อนรัก และเอ่ยขึ้นในใจว่า...

เอาตัวรอดให้ได้นะเพิง สู้ๆ










ออฟไลน์ HamsteR

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-1
สงสารน้องเพิง เป็นคนที่มองเห็นสิ่งลี้ลับตั้งแต่เด็กๆจนโต ใช้ชีวิตมายังไงเนี่ย
บอกใครไป เขาก็จะหาว่าบ้า ใครจะเชื่อลง ดีที่มีเพื่อนอย่างใบบุญอยู่ข้างๆ

เนื่อเรื่องชวนติดตาม...รอตอนต่อไปนะครับ  o13

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5455
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ PoyPay

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
แอบสังเกตน้องขนาดนี้ รู้ตัวอีกทีน่าจะตกหลุมน้องไปแล้วแน่ๆคุณพี่ คุคุ...

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1087
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-0
สนุกมาก รอตอนต่อไป :pig4: :L2: :กอด1:

ออฟไลน์ เก้าแต้ม

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1304
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-3
ลุ้นตอนต่อไแ :mew3:

ออฟไลน์ darin

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1088
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2261/-45


ตอนที่ 6 : น้ำแข็ง (ไฟ) ใส่น้ำหวาน



เพิงถูกภามชนกึ่งลากกึ่งจูงมาที่รถ ร่างสูงกดรีโมทเปิดประตูก่อนจับเขายัดเข้าไป เพิงมองสำรวจภายในรถ ได้แต่อุทานในใจให้กับความหรูหราที่ได้เห็น ถ้าไม่ติดว่าเขาไม่ถูกชะตากับเจ้าของรถ ต้องขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกสักหน่อย ว่าชาตินี้ก็มีบุญได้นั่งรถราคาหลายล้านกับเขาเหมือนกัน

ชายหนุ่มรอจนรถเคลื่อนตัวแล้ว จึงหันไปจ้องใบหน้าเจ้าของรถ

“ที่ให้มาด้วยเพราะคุณมีอะไรจะพูดกับผมใช่ไหม ถ้ามีก็พูดมาเลยครับ”

ภามชนเบือนหน้าไปมองคนถามก่อนหันกลับไป

“คุณจะยอมบอกผมไหมว่าใครเป็นคนให้คุณติดต่อมา”

เฮ้ออ เสียงถอนหายใจยาวดังขึ้น “เอาแต่ถามซ้ำๆ คุณไม่เบื่อบ้างเหรอครับ ผมยังเบื่อเลย หรือว่าคุณเป็นเจ้าหนูจำไม ผมจะได้ทำใจ”

“เจ้าหนูจำไม?” ภามชนเลิกคิ้วขึ้น

“ใช่ครับ เอาแต่ถามซ้ำๆ อยู่ได้”

“คุณรู้ไหมว่ามีคนรู้เบอร์ของผมแค่สิบคน หรือคุณอยากให้ผมโทรถามทีละคน”

เพิงเบ้ปาก คิดจะขู่เขาเหรอ

“โทรเลยครับ อะไรที่คุณทำแล้วสบายใจก็ทำเลย แต่เชื่อผมสิ คุณจะไม่ได้คำตอบแน่นอน ว่าแต่ เฮ้ย!!...” เพิงอุทานเสียงดัง

“คุณจอดรถก่อนผมจะลง”



“เป็นอะไรของคุณ” ภามชนเกือบเหยียบเบรคหัวทิ่ม ดีที่ตั้งสติได้ทัน

“เมื่อกี้ผมกำลังจะถามว่าตกลงมีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้นกับรถคุณบ้างไหม” เพิงอธิบายหน้าตื่น

“แล้วยังไง?” ภามชนยังจับประเด็นไม่ได้

“แล้วผมก็นึกขึ้นได้น่ะสิ ว่าผมกำลังนั่งอยู่บนรถของคุณ ถ้าเกิดอะไรขึ้นล่ะ ผมไม่ได้ทำประกันชีวิตไว้นะ” เพิงรู้สึกขนหัวลุกขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

ภามชนมองสำรวจเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างกาย ท่าทางของอีกฝ่ายดูตกใจจริงๆ ไม่ได้เสแสร้งแม้แต่น้อย

“อย่ากลัวไปเลย วันนี้ผมไปมาหลายที่แล้วรถไม่มีปัญหาอะไร”

“จริงนะ” เพิงหันไปมองหน้าคนพูด มือยังกำสายเข็มขัดนิรภัยไว้แน่น

“จริง”

“ค่อยยังชั่ว” เพิงยกมือขึ้นลูบอก กลับมานั่งด้วยท่าทางปกติ ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้ เขารีบหันไปมองถนนด้านหลังรถ

“ช่วงนี้มีรถแปลกๆ ตามคุณบ้างหรือเปล่า ไปจอดรถในที่สาธารณะถ้าโดนลงมือจะทำยังไง” เพิงดุชายหนุ่มที่ขับรถอยู่

“คุณบอกผมไม่ใช่เหรอว่าถ้าถึงวันนั้นคุณจะบอกผมเอง”

“ผมหมายถึงถ้าผมรู้ผมจะบอก แต่ผมยังไม่เจอคนที่คุณรู้จักเลย ไม่เจอตั้งแต่เมื่อวานแล้วไม่รู้หายไปไหน” เพิงเผลอพูดไปตามที่คิด ไม่ทันเห็นว่าดวงตาของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านข้างมีประกายวาบผ่าน ก่อนจางหายไปอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงที่ถามฟังเรียบเรื่อยตามปกติ

“เจอกันบ่อยเหรอ”

“อืม ก็....” เพิงชะงัก หันขวับไปจ้องคนถาม

“คิดจะหลอกถามผมเหรอ”

“หึๆ” ภามชนอดขำไม่ได้ หมอนี่ชอบพูดตามใจคิด บางทีพูดแล้วก็ค้านตัวเอง ทั้งแปลกทั้งตลก แต่ก็เป็นคนดีคนหนึ่ง ตอนนี้ชายหนุ่มมั่นใจแล้ว

“เออคุณ” เพิงเรียกขึ้นมา “ผมถามอะไรหน่อยสิ”

“ถามมาสิ” ชายหนุ่มตอบอย่างใจกว้าง

“ถ้ารถเบรกแตกคุณจะทำยังไง”

ภามชนหัวเราะเมื่อได้ยินคำถาม แต่ก็ยอมตอบแต่โดยดี เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายถามด้วยความเป็นห่วง

“ลดความเร็ว หาทางหยุดรถ หาที่ปะทะแล้วบาดเจ็บน้อยที่สุด”

“แล้วถ้าคุณอยู่บนทางด่วนล่ะ หรือที่ๆ ใช้ความเร็วจะทำยังไง”

“แบบนั้นจะลำบากหน่อย”

“อย่างนี้ได้ไหม ทุกครั้งที่คุณขับรถก็เช็กสายเบรกก่อน หรือถ้าขี้เกียจเช็กทุกครั้งก็เอาเป็นว่าอย่าเพิ่งขับเร็ว ลองทดสอบดูก่อนว่าเบรกใช้ได้ไหม แบบนี้เป็นยังไง” เพิงเสนอเท่าที่คิดออก

“ถ้าเป็นผม ผมจะไม่ตัดสายเบรกแต่จะเจาะสายเบรกแทน เพราะจะทำให้รู้ตัวช้ากว่า กว่าจะเกิดเรื่องก็ขับไปได้ไกลพอสมควรแล้ว อาจจะเป็นตอนที่ผมขึ้นทางด่วนและใช้ความเร็วพอดี แบบนี้ถึงจะรอดยาก”

เพิงหันขวับไปมองคนพูดด้วยสีหน้าเอาเรื่อง แววตาโกรธเคือง

“คุณจะโมโหผมทำไม” ภามชนพูดด้วยเสียงกลั้วหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าอีกฝ่าย วันนี้เขาน่าจะยิ้มมากกว่าทั้งอาทิตย์รวมกันแล้ว

“คุณนี่ทำแต่เรื่องแย่ๆ ตอนผมมาเตือนคุณก็พูดแย่ๆ กับผม พอตอนนี้ก็คิดเรื่องแย่ๆ กับตัวเอง”

“ผมพูดเรื่องจริง” ชายหนุ่มยังอดหัวเราะไม่ได้ ยิ่งเห็นอีกฝ่ายโมโหเขาก็ยิ่งรู้สึกเอ็นดู แม้จะไม่ใช่เรื่องของตัวเอง แต่เพราะเป็นห่วงจึงโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ

“งั้นคุณก็ต้องยิ่งระวังตัว รู้อย่างนี้แล้วก็ต้องระวังให้มาก เข้าใจไหม”

สายตาที่มองมาบอกภามชนว่าอีกฝ่ายเอาจริงเอาจังกับคำพูดที่เตือนเขา ทำให้น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“ตกลง ผมจะระวัง”

• • • • •

ภามชนกำลังเลี้ยวรถเข้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ตอนที่สังเกตเห็นว่าชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านข้างมองเขาด้วยสายตาครุ่นคิด หลังจากสบตากันอีกฝ่ายจึงหันกลับไป เขาได้ยินเสียงพึมพำในลำคอ เป็นคำที่เขาจับใจความไม่ได้

เมื่อเขาขับรถขึ้นลานจอด คำพูดประโยคหนึ่งก็ดังขึ้นมา

“คุณไม่ต้องวนสามชั้นนี้ไม่มีที่จอดว่าง ขึ้นไปชั้นสี่โซนซีเลย”

ภามชนเหลือบตามอง เห็นเพิงยกโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วพิมพ์ข้อความบางอย่างลงไป เขาตัดสินใจขับไปตามที่อีกฝ่ายบอก เพราะอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

พอถึงโซนซี ชายหนุ่มบอกให้เขาขับวนไปทางซ้ายแล้วเข้าจอดที่ช่องหมายเลขสาม ภามชนทำตาม เขาพบว่าช่องหมายเลขสามว่างอยู่จริงๆ และว่างอยู่ช่องเดียวในบริเวณนี้

ชายหนุ่มขับรถเข้าไปจอด ดับเครื่องยนต์ ปลดเข็มขัดนิรภัย และหันไปมองคนบอกด้วยสายตาประหลาดใจ

“คุณรู้ได้ยังไง”

เพิงมองตอบภามชน ใบหน้าปราศจากรอยยิ้ม เขาพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจัง

“ดูเหมือนคุณเป็นคนไม่เชื่ออะไรง่ายๆ อย่างน้อยสิ่งที่ผมทำเมื่อครู่ น่าจะทำให้คุณเชื่อผมขึ้นมาบ้าง”

เมื่อพูดจบสายตาที่ดูจริงจังก็เปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ ริมฝีปากคนพูดยกยิ้มกว้าง

“แต่อย่าถามให้ยากว่าผมรู้ได้ยังไง ผมไม่บอกคุณแน่ อยู่กับความสงสัยต่อไปนะครับ” เพิงยักคิ้วให้เจ้าของรถ แล้วเปิดประตูลงไปทันที ภามชนมั่นใจว่าเขาได้ยินเสียงอีกฝ่ายฮัมเพลงเบาๆ

หลังจากที่ชายหนุ่มนลงจากรถ เขากดโทรศัพท์หาธาวิน เพื่อจะสอบถามว่าอีกฝ่ายอยู่ตรงไหน

“โทรหาคุณธาวินหรือเปล่าครับ”

“ใช่”

ไม่ต้องโทรแล้วครับ รออยู่ข้างใน”

ภามชนมองตามแผ่นหลังของเพิง ความคิดมากมายผ่านเข้ามาในหัว แต่ไม่อาจหาคำตอบใดได้ ชายหนุ่มเดินตามเข้าไป พอพ้นประตูห้างก็เห็นธาวินกับใบบุญยืนรออยู่หน้าลิฟท์

ภามชนสบตากับธาวิน สายตาของญาติกึ่งเพื่อนรักไม่ต่างกับเขา

ทั้งสี่คนขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นโรงภาพยนตร์ หลังจากเลือกเรื่องที่จะดูแล้ว ธาวินก็อาสาไปซื้อตั๋วให้ เขาเลือกเดินไปเข้าแถวที่เคาน์เตอร์เพื่อหาโอกาศคุยกับภามชน ขณะที่อีกสองหนุ่มเดินไปหาที่นั่งรอ ธาวินใช้โอกาสนี้เล่าสิ่งที่เขาพบเจอให้ภามชนฟัง

“ตอนมาถึงมีข้อความเข้าเครื่องคุณบุญ พอเปิดอ่านแล้วก็หันมาบอกฉันให้ขับขึ้นมาชั้นสี่โซนเอเลย หาที่จอดให้ด้วยเรียบร้อย ฉันไม่เห็นคุณบุญมองหาด้วยซ้ำ เหมือนรู้อยู่ก่อนแล้ว”

“คงเป็นเพิง ฉันเห็นตอนส่งข้อความ” ภามชนบอกสิ่งที่เขาเห็น

“หาที่จอดรถเวลานี้ยากมาก แต่เรากลับใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที” คิ้วของธาวินขมวดเข้าหากัน ยิ่งคิดเขายิ่งแปลกใจ

“อืม”

“นายว่ามันเหมือนกับตอนที่คุณเพิงไปที่บริษัทไหม ทุกอย่างดูง่ายดายไปหมด” ธาวินพูดด้วยสีหน้าไม่มั่นใจนัก เขาไม่แน่ใจว่าการนำสองเรื่องมาผูกเข้าด้วยกันถูกต้องหรือไม่ หรือเป็นเขาที่คิดมากไปเอง

“เป็นอย่างที่นายพูด” ภามชนกลับยืนยันความคิดนี้ เขาเล่าเรื่องที่เพิงพูดให้ธาวินฟัง

“แปลก นายว่าคุณเพิงรู้ได้ยังไง”

“ฉันก็ไม่รู้ แต่เรื่องที่เพิงเตือนไว้คิดว่าไม่ได้โกหก”

สีหน้าของธาวินปรากฎความไม่สบายใจขึ้นมาทันที “มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า”

“ไม่มี เพียงแต่ตอนที่ขับรถมา เพิงเพิ่งนึกได้ว่ากำลังนั่งอยู่บนรถของฉัน ดูตกใจและกังวลจริงๆ ว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น”

“ถ้าเป็นเรื่องจริงแล้วใครเป็นคนบงการ”

“ไม่รู้สิ เอาไว้ค่อยคุยกันอีกที” ภามชนบอกเมื่อถึงคิวของพวกเขาพอดี

“เดี๋ยว ตกลงนายได้ถามไหมไหมว่าใครเป็นคนบอกเบอร์นั้นกับคุณเพิง” ธาวินยังคาใจในเรื่องนี้

“ไม่ยอมบอก แต่ฉันคงไม่ถามเรื่องนี้อีก ไม่อยากเป็นเจ้าหนูจำไม”

“เจ้าหนูจำไม?”

“ใช่ หมอนั่นเรียกฉันแบบนั้น” ชายหนุ่มหัวเราะเมื่อนึกถึงสีหน้าและน้ำเสียงของคนพูด ธาวินมองเพื่อน แบบนี้สิถึงจะมีชีวิตชีวาเหมือนคนอื่นบ้าง



เพิงกับใบบุญรับตั๋วหนังมาจากธาวิน พวกเขาเดินตามชายหนุ่มทั้งสองเข้าไปด้านใน

ว้าวว เพิงขยับปากโดยไม่ออกเสียง เขาเพิ่งรู้ว่ารอบที่เลือกเป็นเก้าอี้แบบฮันนีมูน เบาะสามารถปรับนอนได้ สบายล่ะ นั่นคือสิ่งที่เขาคิดในใจ

แต่...

เพิงสบตากับใบบุญที่มองมาพอดี เขาอ่านข้อความจากสายตาของเพื่อนได้ว่า...เอาไงดี

เก้าอี้ฮันนีมูนนั่งเป็นคู่ พวกเขามากันสี่คนย่อมต้องซื้อสองคู่ แต่สองคู่นี้ดันไม่อยู่ติดกัน และชายหนุ่มที่เดินนำหน้าพวกเขาเข้ามาแยกกันนั่ง

“คุณบุญ” เสียงเรียกพร้อมรอยยิ้มมาจากธาวิน

ใบบุญถอนหายใจ ทำไมเขารู้สึกว่าการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายสองคนนี้ เป็นเรื่องที่เขากับเพื่อนไม่สามารถควบคุมได้

“เป็นไงมึง ได้ทำความรู้จักสมใจ” เพิงอดแซวไม่ได้ นานๆ ทีจะเห็นใบบุญพลาด โดนสิ่งที่พูดย้อนมาเล่นงานตัวเอง

“ไม่เห็นเป็นไร นั่งกับใครก็เหมือนกัน” ใบบุญยังไหล่ เดินตรงไปหาธาวิน ทิ้งเพิงให้ยืนเซ่ออยู่คนเดียว

“ใช่ นั่งกับใครก็เหมือนกัน” ชายหนุ่มบอกกับตัวเอง

เหมือน?

ไม่เหมือนสักนิดโว้ยยย



เพิงเดินหน้ามุ่ยออกมาเมื่อหนังฉายจบแล้ว เขาคิดไปเองหรือเปล่า ว่ายิ่งเขาอารมณ์เสียเท่าไหร่ ชายหนุ่มอีกคนก็อารมณ์ดีขึ้นเท่านั้น

“ดึกแล้วเดี๋ยวผมไปส่งพวกคุณ” ธาวินบอกอย่างใจดี

“ขอบคุณมากครับ แต่เดี๋ยวพวกเรากลับเอง” ใบบุญไม่ยอมพลาดซ้ำแน่ ถ้าให้ไปส่งจะต่างจากยอมบอกที่อยู่ตรงไหน

“ไม่เป็นไรครับให้ผมไปส่งเถอะ พวกคุณไม่ได้เอารถมา” ธาวินยืนยันคำเดิมด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร

ใบบุญยิ้มตอบ เขาหันไปจับข้อมือเพิง ดึงให้มายืนข้างกัน ก่อนหันไปเผชิญหน้ากับชายหนุ่มทั้งคู่

“พูดกันตรงๆ ดีกว่าครับ ผมรู้ว่าพวกคุณอยากรู้ว่าบ้านของเราอยู่ไหน แต่อย่าเลยครับ วันนี้ที่ยอมให้พวกคุณมาด้วย เพราะเราอยากแสดงความจริงใจเท่านั้น อยากให้รู้ว่าพวกเราไม่ใช่คนไม่ดี เราเข้ามายุ่งเรื่องนี้เพราะมนุษยธรรม เพราะรู้เรื่องแล้วไม่อาจทำเฉยเห็นคนเป็นอันตรายได้ ถ้าพวกคุณพอเข้าใจเจตนาพวกผมแล้ว ก็แยกย้ายกันกลับเถอะครับ” น้ำเสียงนุ่มนวล ไพเราะ แต่ชัดเจนและตรงประเด็น ทำเอาสองหนุ่มรู้สึกทึ่งในตัวคนพูด ไม่คิดว่าใบบุญ ชายหนุ่มที่มีบุคลิคอ่อนโยนจะพูดตรงขนาดนี้ขึ้นมา

เป็นไงล่ะเจอใบบุญเข้าไป เพิงอยากหัวเราะนัก เห็นนิ่มๆ เรียบร้อยอย่างนี้เวลาเข้าโหมดโหดขึ้นมา แม้แต่ตัวเขาเองยังกลัว

“ตกลงครับ” ธาวินพยักหน้า เพื่อบอกว่าเขายอมรับในสิ่งที่ใบบุญพูด

“แต่ผมขอเบอร์ติดต่อพวกคุณไว้ได้ไหม”

“อย่าเลยครับ ถ้ามีอะไรคืบหน้าเพิงจะติดต่อคุณเอง” ใบบุญยังคงปฏิเสธด้วยรอยยิ้ม ถึงตอนนี้เพิงยังปิดปากสนิท ไม่พูดอะไรสักคำ ปล่อยให้ผู้ปกครองของเขาเป็นคนจัดการ

“ถ้าอย่างนั้นคุณเอาเบอร์ผมไป” ธาวินหยิบนามบัตรออกมา

“เรามีเบอร์คุณแล้วครับ”

ธาวินมีสีหน้าแปลกใจ แต่ภามชนกลับนิ่งเฉย คล้ายเขาไม่ประหลาดใจเลยสักนิด

“วันนี้ขอบคุณมากนะครับ” ใบบุญเอ่ยขอบคุณที่อีกฝ่ายเลี้ยงหนังพวกเขา

“ยินดีครับ” ธาวินส่งยิ้มให้ใบบุญ

“ถ้าอย่างนั้นผมกับเพิงกลับก่อนนะครับ”

“ครับ ไว้โอกาศหน้าเจอกันใหม่”

“อย่าให้มีโอกาสหน้าเลยครับ” เพิงพูดขัดขึ้นมา เขาหันหน้าไปมองภามชนโดยเฉพาะ

“จะดีกว่าถ้าคุณไม่ต้องเจอผม”

“ทำไม” ภามชนถามเสียงขรึม

เพิงส่งยิ้มให้ชายหนุ่มตรงหน้า “เพราะผมเคยบอกคุณแล้วว่า ถ้าผมไปหาคุณอีกครั้งแสดงว่าเรื่องกำลังจะเกิดขึ้น ผมถึงพูดว่าไม่ต้องเจอกันจะดีต่อคุณมากกว่า”

ทันทีที่เขาพูดจบ สายตาอบอุ่นและอ่อนโยนที่มองมาทำเอาเพิงอดตะลึงไม่ได้ หมอนี่ก็มีโหมดนี้ด้วยเหรอ ดูอบอุ่นจนไม่สามารถเรียกว่านายน้ำแข็งไฟได้แล้ว น่าจะเป็นน้ำแข็งใส่น้ำหวานมากกว่า หวานจนเขาขนลุก

“เรื่องนี้ง่ายมาก คุณก็เปลี่ยนคำพูดสิ บอกว่าจะมาหาผมบ่อยๆ แทน”

เพิงอ้าปากค้าง สาบานว่านี่คือคนเดียวกันกับคนที่ให้รปภ.โยนเขาออกมาจากตึกใช่ไหม แม้แต่ธาวินเองยังหันมามอง

“เพิงกลับกันเถอะ” ใบบุญกระตุกแขนเพื่อน สถานการณ์ตอนนี้แปลกขึ้นทุกที เขาคิดว่าควรกลับไปตั้งหลักกันก่อน

“พวกผมไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ” ใบบุญค้อมศีรษะลง ถึงอย่างไรก็อายุน้อยกว่า ก่อนจะรีบสาวเท้าเร็ว ดึงเพิงจากไป

ภามชนมองตามแผ่นหลังของทั้งคู่ ส่วนธาวินเปลี่ยนสีหน้าจากยิ้มแย้มเป็นจริงจัง

“คืนนี้แวะไปนอนที่คอนโดดีไหม คุยกันหน่อย”

ทั้งภามชนและธาวินต่างซื้อคอนโดหรูใกล้กับบริษัทเอาไว้ สำหรับพักผ่อนในวันที่กลับดึก หรือไม่อยากขับรถกลับบ้าน

“ว่าจะกลับไปนอนที่บ้าน” ภามชนบอกความตั้งใจของตัวเอง

“นอนคอนโดเถอะ ไม่อยากไปคุยเรื่องนี้ที่บ้านนาย นายคงยังไม่อยากให้ลุงกับป้าได้ยิน”

“เอาอย่างนั้นก็ได้” ชายหนุ่มตอบตกลง “แต่ถึงยังไงก็ต้องบอก ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจริงอย่างน้อยจะได้เตรียมตัวไว้”

“อย่าพูดแบบนั้น ไม่อยากฟังว่ะ” ธาวินขัดเพื่อนด้วยน้ำเสียงไม่ชอบใจ เขาไม่มีวันยอมให้มันเกิดขึ้นแน่นอน

“เจอกันห้องนายแล้วกัน เดี๋ยวหยิบไวน์ตัวใหม่ไปให้ชิม”

“อืม” ภามชนพยักหน้า

พวกเขาแยกกันไปที่รถและขับตรงกลับคอนโด ดูเหมือนมีเรื่องมากมายที่ต้องปรึกษากัน






ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ PoyPay

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
เริ่มจะติดกับ เลยกลายเป็นน้ำแข็งใสแทนละ คุคุ...

ออฟไลน์ Dee^daY

  • ไม่เคย ทำให้ใครเดือดร้อน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4067
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-6
ได้ปรึกษากันหลายเรื่องแน่ๆ

ออฟไลน์ river

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2443
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +230/-3
สนุกดี ชอบบบบบบ

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5455
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด