@@แป(ล)งปลูกรัก : ตอน.4 มิติอ่อนโยน Up.12/08/20@@
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: @@แป(ล)งปลูกรัก : ตอน.4 มิติอ่อนโยน Up.12/08/20@@  (อ่าน 691 ครั้ง)

ออฟไลน์ ฟูจิซัน

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 303
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +151/-7
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะ ครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรัก ชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้าม แจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะ ปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของ แต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้าม จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิด เดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม

6.การ พูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอม ให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้าม ลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อ ขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ด นิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยาย ที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง

16.นิยาย เรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วน หรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด ออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้าม แจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

18.ใคร จะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17

เวปไซต์ แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่าง ประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



##################################[/ce Anter]


แป(ล)งปลูกรัก
Planted A Love


อินทร์แปง&อองตอง



ขอฝากนิยายเรื่องนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของเพื่อนๆทุกคนด้วยนะครับ ติ-ชม คอมเม้นต์คุยกันได้เลย

ป.ล. โควิดยังไม่จางหายเพื่อนๆดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ ด้วยรักและเป็นห่วง>>ฟูจิซันและทีมแปลงปลูกรัก/2563


________________________________________________________________________
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-08-2020 13:07:50 โดย ฟูจิซัน »

ออฟไลน์ ฟูจิซัน

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 303
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +151/-7

1.ชาบูร่วมสาบาน


"ไอ้วิน มึงเดินไปกดเงินคนเดียวนะ เดี๋ยวกูรออยู่บนสะพานนี่แหล่ะ" ผมบอกไอ้วิน เพื่อนคนแรกในคณะของผม

"อ่าว ทิ้งกูเฉย" ไอ้วินหันมาว่าผม

"ก็ มึงดูดิรถไฟกำลังจะมา กูอยากถ่ายสตอรี่ลงไอจีว่ะ" ผมบอกไอ้วินแล้วชี้ให้มันดูขบวนรถไฟที่กำลังจะวิ่งลอดใต้สะพานลอยข้ามทางรถไฟแห่งนี้

"เออๆ งั้นกูจะรีบไปรีบมา" ไอ้วินบอกผมแล้วมันก็รีบเดินไปกดเงินจากตู้ATM ที่อยู่อีกฝั่งของสะพานลอย

สะพานลอยแห่งนี้ทอดตัวข้ามทางรถไฟครับ เป็นทางรถไฟสายตะวันออกที่ผ่ากลางมหาวิทยาลัยที่ผมเรียนอยู่พอดี ผมว่ามันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของที่นี่นะครับ และผมก็ชอบสะพานลอยนี้มากๆด้วย แต่นักศึกษาที่นี่ไม่ค่อยจะมีใครขึ้นมาเดินข้างบนนี้หรอกครับ ส่วนมากจะเดินข้ามทางรถไฟด้านล่างมากกว่า

ขบวนรถไฟที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาเป็นขบวนรถไฟสินค้า ซึ่งจะเป็นตู้คอนเทนเนอร์ขบวนจะยาวเป็นพิเศษและใช้เวลานาน เสียงรถไฟเปิดหวูดใกล้เข้ามา ผมเตรียมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายสตอรี่ จังหวะที่ผมล้วงโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกง ก็มีคนเดินมาชนแขนของผม


โอ๊ะ.....!!

ตุ๊บ.....!!   โทรศัพท์หลุดจากมือของผมร่วงลงพื้น

ผมรีบก้มลงเก็บ ในขณะที่ร่างของอีกคนก็ก้มลงมาเก็บเหมือนกัน

กลิ่นแป้งโคโดโมะ....หอมอ่อนๆมาแตะจมูกของผม

เรากลิ่นเดียวกัน..!!

"ซุ่มซ่ามจัง" ฝ่ายตรงข้ามเอ่ยปากตำหนิผม

เสียงนั้นทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง

สายตานิ่งๆ ดูยียวนอยู่ในทีก็กำลังมองผมอยู่เช่นกัน

"เชี่ยวิน" ผมพูดออกมาเบาๆ เพราะไอ้คนตรงหน้าผมแม่งโคตรเหมือนไอ้วินเลย

"อ่ะโทรศัพท์ของนาย" ฝ่ายตรงข้ามยื่นโทรศัพท์มาให้ผม

"เห้ย ไอ้อินมัวทำไรอยู่วะ" มีเสียงเพื่อนไอ้อินตะโกนเรียก ไอ้อินลุกขึ้นยืน ผมก็ยืนขึ้นพร้อมๆกับมัน

"ซุ่มซ่ามชิบ" ไอ้อินว่าผมอีกครั้งแล้วมองหน้าผมก่อนที่จะเดินออกไป

รอยยิ้มเยาะที่มุมปากนั่น แม่ง...ทำเอาอารมณ์โกรธของผมพรุ่งปรี้ด

"นายว่าใครซุ่มซ่าม" ผมตะโกนถามมัน  ไอ้อินหันมามองแล้วยักคิ้วให้ผมอย่างกวนตีน

"เชี่ยอิน" ผมยืนกำมือ กัดฟันพูดชื่อไอ้อิน

ไอ้อิน...ไอ้อิน ผมยืนพึมพำชื่อของไอ้อินเบาๆ

นี่คงเป็นฝาแฝดของไอ้วินแน่นอน เพราะไอ้วินเคยบอกผมว่ามันมีฝาแฝด แต่อยู่คนละคณะ

เพราะมัวแต่รบกับไอ้อิน ทำให้ผมถ่ายสตอรี่รถไฟไม่ทัน ได้แต่ยืนมองขบวนรถไฟที่กำลังค่อยๆวิ่งลอดใต้สะพายลอยออกไป

"ถ่ายสตอรี่จนฉ่ำใจเลยมั้ยมึง" เสียงไอ้วินแซวผม

"ฉ่ำใจอะไรหล่ะ ไม่ได้ซักสตอรี่" ผมบอกไอ้วินพร้อมทำหน้ามุ่ย

"ฝาแฝดของมึงชื่อไอ้อินใช่ป้ะ" ผมถามไอ้วิน เพราะตอนที่ไอ้วินบอกผมว่ามีฝาแฝดมันก็ไม่ได้บอกชื่อว่าแฝดของมันชื่ออะไร

"เออ มึงเจอมันหรอ"

"ใช่ กูเจอมัน แล้วมึงไม่ได้บอกมันหรอว่า กูเป็นเพื่อนมึงอ่ะ" ผมพูดออกไปด้วยเพราะยังมีอารมณ์โมโหไอ้อินค้างอยู่


"ก็มึงสองคนยังไม่ได้เจอกัน กูจะบอกได้ยังไงหล่ะครับ บอกไปมันจะรู้จักมึงไหมครับไอ้ออง" ไอ้วินอธิบายกับผม

ก็จริงของไอ้วิน ผมกับไอ้อินยังไม่เคยเจอกันเลยซักครั้ง แล้วผมก็ยังไม่เคยไปหอของไอ้วินด้วยมีแต่ไอ้วินที่เคยมาทำการบ้านที่หอของผม

"เออ มึงเจอมันแล้วทำไมวะ มันมีเรื่องกับมึงหรอ" ไอ้วินถามผม

"ช่างแม่งเหอะ ป่ะหาข้าวกินกันเหอะกูหิวละ" ผมบอกไอ้วินแล้วก็เดินนำหน้ามันออกมา

"เอ้า อองตอง มึงเป็นอะไรเนี่ย โมโหหิวหรอ กูไปกดตังค์แป้บเดียวเองน๊า" ไอ้วินว่าผมแล้วก็ตามมาเดินข้างๆผม

"บอกวินมาซิครับว่าอองตองอยากกินอะไร" ไอ้วินถามผมพร้อมกับเอาแขนของมันมากอดคอผม

"ชาบู" ผมบอกไอ้วิน

"จัดให้ เสิร์ชหาเลย ชาบูร้านไหนอร่อยที่สุดเพื่ออองตอง" ไอ้วินบอกผมแล้วก็กดโทรศัพท์เสิร์ชหาร้านชาบูตามที่มันพูด

ซักพักไอ้วินก็ยื่นโทรศัพท์มาให้ผมดู

"มาสามจ่ายสอง" ผมอ่านตามที่เห็นบนหน้าจอโทรศัพท์

"ใช่ มาสามจ่ายสอง โปรเปิดร้านใหม่ น่าสนนะมึง" ไอ้วินบอกผม

"อืม แต่ตอนนี้เรามีกันแค่สองคน" ผมบอกไอ้วิน มันก็ทำสีหน้าครุ่นคิด

"หรือกูจะชวนไอ้อินไปกินด้วยกันดีวะ" ไอ้วินพูดขึ้นมาลอยๆ

"อย่านะมึง" ผมพูดสวนออกไปอย่างเร็ว จนไอ้วินทำหน้าตกใจ

"ทำไมวะ มึงจะได้รู้จักกันด้วยไง" ไอ้วินบอกผม

แต่เหมือนสวรรค์มาโปรด เมื่อมีมอเตอร์ไซค์มาจอดขวางหน้าผมกับไอ้วิน

"มึงสองคนจะไปไหนกันครับ" ไอ้เม่น เพื่อนร่วมสาขาของผมหันมาถามผมกับไอ้วิน

"ไปกินชาบู" ผมตอบไอ้เม่น

"เออ นี่ไง ไอ้เม่นอีกคน ครบสามคนพอดี" ไอ้วินพูดขึ้น

"เดี๋ยวๆ ทำไมต้องครบสามคนวะ" ไอ้เม่นถาม

"ก็ร้านชาบู นี่ๆ ร้านนี้มีโปรมาสามจ่ายสอง" ไอ้วินพูดแล้วเอาโทรศัพท์ให้ไอ้เม่นดู ไอ้เม่นก็เข้าใจได้ในทันที

"โอเคครับ ป่ะขึ้นรถ เดี๋ยวเม่นจะพาไปเองครับ" ไอ้เม่นพูดแล้วเอามือตบเบาะรถของมัน

"ซ้อนสามเดี๋ยวพ่อมึงก็แจกใบสั่งหรอก" ผมบอกไอ้เม่น

"เอาน่า ใบสั่งก็คงเหมือนชาบูแหล่ะมาสามจ่ายสอง หารกันๆ ฮ่าๆ" ไอ้เม่นบอกพวกผมแล้วก็หัวเราะ

แล้วไอ้เม่นก็พาพวกผมซ้อนสามไปร้านชาบู

ถึงร้านชาบู ผมเดินเข้าไปด้อมๆมองๆ เพราะเห็นว่าคนเยอะมาก

"ว้าย หนุ่มหล่อมา"

ผมตกใจ ที่จู่ๆก็มีเสียงพูดขึ้น พร้อมกับพี่ผู้หญิงสองคนออกมาจากหน้าร้าน

"หล่อใส น่ารัก น่าเล่น" พี่ผู้หญิงพูด

ผมค่อยๆเดินถอยหลังออกมาจากหน้าร้าน

"แกก็พูดซะ น้องเค้ากลัวแล้วน่ะ"

"น้องคะอย่าเพิ่งไปค่ะ มากินชาบูใช่ไหมคะ"

"ใช่ครับพี่ มีโต๊ะว่างไหมครับ" ผมถามพี่เขา

"มีค่ะ ไม่ทราบว่ามาครบสามคนไหมคะ วันนี้ร้านเรามีโปรมาสามจ่ายสอง นะคะ"

"ครบครับพี่ นั่นเพื่อนผมอีกสองคนครับ" ผมบอกพี่เค้าแล้วหันไปมองไอ้วินกับไอ้เม่นที่กำลังเดินมาหาผม

"โอ้ยยย ละลาย สองโอปป้ากับหนึ่งคมเข้ม"

สองโอปป้าที่พี่เค้าพูดคงหมายถึงผมกับไอ้วินที่ผิวขาว ส่วนคมเข้มคงหมายถึงไอ้เม่นที่มันก็หล่อคมเช่นกัน เพราะมันเป็นคนใต้ครับ ลูกทะเลหล่อเข้ม

"มีโต๊ะว่างค่ะ แต่ก่อนเข้าร้าน พี่รบกวนขอถ่ายรูปน้องทั้งสามคนเพื่อเอาไปลงโปรโมทเพจของทางร้านได้ไหมคะ"

"ได้ครับพี่ แต่ต้องมีส่วนลดหน่อยนะครับ ค่าพรีเซนเตอร์ไง แหะแหะ" ไอ้เม่นต่อรองพี่เขา

"ไม่มีปัญหาค่ะ ฟรีน้ำรีฟิลไปเลย พี่ไม่คิดตังค์ค่าน้ำ ดีไหมคะ"

"โอเคครับพี่ งั้นมาถ่ายรูปกันเลยดีกว่า พวกผมหิวละครับ หอมชาบูแล้วเนี่ย ร้านนี้คงอร่อยมากๆ" ไอ้วินพูดแล้วมันก็เอามือลูบท้อง


"แหม่ ปากหวานจริงนะคะน้องเนี่ย"

หลังจากพวกผมถ่ายรูปเสร็จ พี่เขาก็ขอชื่อเล่นและคณะเพื่อเอาไปลงเพจของร้าน

"พี่รบกวนขอชื่อเล่นแล้วก็คณะของน้องด้วยนะคะ จะได้เอาไปลงเพจของร้าน เผื่อมีคนมาขอวาร์ป หล่อขนาดนี้พี่ว่า ไม่น่าพลาด"

"ได้ครับพี่ ผมชื่อเม่น คณะเกษตร ปี1ครับ" ไอ้เม่นเปิดก่อนคนแรก

"ผมชื่อวินครับ คณะเกษตร ปี1ครับ"

"เอ่อ ผมชื่อ..." ผมยืนอ้ำอึ้ง เพราะไม่อยากบอกชื่อเล่นที่แสนจะแปลกหูนี้ ขี้เกียจตอบคำถามที่จะตามมา แต่ก็ไม่ทันแล้ว เมื่อไอ้วินชิงบอกเสียเอง

"มันชื่ออองตอง ครับ คณะเกษตร ปี1เหมือนกัน" ไอ้วินบอกพี่เขา

"หืมมม อองตอง ชื่อฝรั่งเศสหรอคะ น้องเป็นลูกครึ่งหรอคะเนี่ย"

เป็นอย่างที่ผมคิดไว้จริงๆ ว่าพี่เขาต้องสงสัยกับชื่อเล่นแปลกๆของผมแน่

"ป่าวครับพี่ เป็นภาษาเหนือครับ" ผมบอกพี่เขา พี่เขาก็ทำหน้า งง

"มันแปลประมาณว่า ผิวขาอองตอง ไรงี้อ่ะครับ" ไอ้วินอธิบายให้พี่เขาฟัง

"อ๋อ อย่างนี่นี้เอง ผิวขาวอองตอง ขาวอองตองจริงๆค่ะ แหะ แหะ"

"โอเคค่ะ เดี๋ยวพี่พาเข้าไปในร้านนะคะ แต่เอ๊ะ..." พี่เขาเปิดประตูพาพวกผมเข้าไปในร้านแล้วก็หยุดชะงักไป ก่อนที่จะหันมามองไอ้วิน

"เอ่อ น้องมีฝาแฝดหรอคะ"

"ช่ะ ใช่ครับ มันมากินชาบูหรอครับ" ไอ้วินตอบพี่เขาแล้วก็พยายามมองหน้าไอ้อินฝาแฝดของมัน

"ใช่ค่ะ พี่ก็ งง ทำไมน้องมาสองรอบ น้องคนนั้นชื่ออินทร์แปง พี่ยังจำได้เลยเพราะชื่อแปลกๆดี แล้วน้องชื่อเต็มๆว่าอะไรคะ ต้องคล้องจองกันแน่ๆ"

"ผมชื่อกาวิลครับ" ไอ้วินตอบพี่เขาไป

"นั่นไง กาวิลกับอินทร์แปง โอ้ยยย สุดเท่ห์ แสดงว่ากาวิลเป็นพี่ อินทร์แปงเป็นน้องสินะ"

"ครับพี่ ห่างกันสองนาทีเอง" ไอ้วินบอกพี่เขา พี่เขาก็พยักหน้าเข้าใจ

"เดี๋ยวนั่งโต๊ะนี้เลยนะคะ สั่งของได้เลยค่ะ ส่วนน้ำและของกินเล่นอื่นๆต้องไปตักเองทางด้านนู้นนะคะ" พี่ผู้หญิงบอกพวกผม ผมหันไปมองตรงที่กดน้ำและของกินเล่น ก็เห็นไอ้อินนั่งอยุูกับเพื่อนๆของมัน

"เชี่ยอิน หนีไม่พ้นมึงจริงๆ" ผมพึมพำออกมาเบาๆ

"ไอ้อองมึงนั่งเฝ้าโต๊ะนะ เดี๋ยวกูไปกดน้ำให้ เอาน้ำไร" ไอ้วินถามผม

"น้ำเขียว"

"ได้ครับ" ไอ้วินบอกผมแล้วก็เดินออกไป

ไอ้วินกับไอ้เม่นเดินไปตักของกินอื่นๆ ส่วนผมนั่งเฝ้าโต๊ะ ก็เอาโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น

"อย่าซุ่มซ่ามจนหม้อชาบูคว่ำหล่ะ" มีเสียงหนึ่งพูดขึ้นมา

ไอ้อิน..ในใจผมคิดถึงไอ้อินขึ้นมาเป็นคนแรก พอเงยหน้าขึ้นไปมองก็ปรากฏว่าเป็นไอ้อินจริงๆ มันยืนมองผมด้วยสีหน้านิ่งๆแล้วก็เดินออกไป

ผมกำลังจะอ้าปากจะต่อปากต่อคำกับมัน แต่ไอ้วินก็เข้ามาเสียก่อน


"เดี๋ยวๆ มึงสองคนอย่าเพิ่งรบกันครับ ดีเลยเจอกันก็ดีจะได้แนะนำให้รู้จักกันไว้" ไอ้วินคว้าตัวไอ้อินเดินกลับมาหาผมที่โต๊ะ


"นี่ ไอ้อินฝาแฝดกู ไม่มีใครเป็นพี่เป็นน้อง พ่อแม่เลี้ยงกูมาแบบเพื่อนกัน ส่วนนั่นไอ้เม่น แล้วนี่ก็ไอ้อองตอง เพื่อนที่คณะของกู รู้จักกันไว้ซะนะ" ไอ้วินพูดพร้อมกับยกมือขึ้นกอดคอไอ้อินแล้วพยักหน้าให้พวกผม


ผมมองพิจารณาแฝดสองคนตรงหน้า ถ้ามองเผินๆนี่ก็แยกไม่ออก เพราะแม่งตัวเท่ากัน สูงเท่ากัน น่าจะ185ได้ เพราะผมสูง180เตี้ยกว่าไอ้วินนิดหน่อย ผิวขาวเหมือนกัน หน้าตา ทรงผม เหมือนกันเด๊ะๆ จะแตกต่างก็ตรงที่ไอ้อินจะใส่สร้อยคอเชือกสีดำพร้อมจี้รูปพระอาทิตย์ ส่วนไอ้วินไม่ใส่สร้อย ผมก็ไม่รู้ว่าไอ้อินมันจะใส่สร้อยเส้นนี้แบบนี้ทุกวันหรือเปล่า แต่ก็ช่างมันเถอะครับ เพราะผมก็คงไม่ได้เจอไอ้อินบ้านี่ทุกวันหรอก

ไอ้อินพยักหน้าให้ผมกับไอ้เม่น แต่สีหน้าของมันก็ยังนิ่งไม่มีรอยยิ้มของความเป็นมิตรใดๆ

"อองตอง" ไอ้อินพูดขึ้นมา

"อือ อองตองเพื่อนกูเอง"

"ขาวอองตอง" ไอ้อินพูดอีก แล้วมันก็เดินกลับไปที่โต๊ะชาบูของกลุ่มเพื่อนมัน

"เอ้าไอ้อิน ไรวะ อยู่ๆก็ไป ไม่เคยจะได้นิสัยดีๆไปจากกูเล้ย" ไอ้วินบ่นฝาแฝดของมัน

"มาๆกินกันดีกว่า อย่าสนใจมันเลย" ไอ้วินพูดแล้วก็คีบเนื้อจุ่มลงในหม้อชาบู

พวกผมนั่งกินชาบูกันด้วยความหิวบวกกับความอร่อย คุยกันไป เหมือนทำความรู้จักกันเพิ่มเติม

ความจริงผมกับไอ้วินและไอ้เม่นก็ยังไม่ค่อยได้ทำความรู้จักกันมากนัก เพราะเพิ่งจะเปิดเทอมมาได้1เดือนเองครับ เอาแค่เรียนกับทำกิจกรรมรับน้องของคณะก็ไม่มีเวลาจะคุยกับใครแล้ว แต่กับไอ้วินนี่ผมเจอมันตอนงานFirst Impression ของคณะครับ เพราะมันสะดุดกับชื่อของผมตอนรายงานตัวกับพี่ๆ เลยเข้ามาทักผมเพราะคิดว่าน่าจะเป็นคนเหนือเหมือนกัน และมันก็เป็นอย่างนั้นเพราะผมกับไอ้วินเป็นคนเชียงรายด้วยกันทั้งคู่ แต่ไอ้วินอยู่อำเภอเมือง ส่วนผมอำเภอแม่จันครับ แต่ผมก็ใช้ภาษากลางคุยกันนะครับ แล้วยิ่งหออยู่ซอยเดียวกันด้วยไอ้วินเลยตามติดผมแจเลย ผมก็ติดไอ้วินเหมือนกันเพราะมาเรียนที่นี่ผมไม่มีเพื่อนจากโรงเรียนเก่ามาเรียนที่เดียวกันเลยครับ ส่วนไอ้เม่น เป็นคนตรังครับ ลูกทะเลแท้ๆ แต่กลับเรียนสาขาพืชแทนที่จะเรียนประมง มันให้เหตุผลว่า เพราะพี่ชายของมันเป็นชาวประมงอยู่แล้ว มันเลยเลือกเรียนพืชดีกว่าเพราะชอบเรื่องการเพาะปลูกผักมากกว่าออกทะเลจับปลา

ชาบูหม้อนี้เลยเป็นชาบูร่วมสาบานของพวกผมสามคน อองตอง วิน เม่น


"กูจะถือว่าชาบูหม้อนี้เป็นชาบูร่วมสาบานของเราสามคนนะ โอเคมั้ย" ไอ้เม่นพูดขึ้น

"อืม กูว่าควรจะมีสี่นะแก๊งค์เรา เพราะจะได้ครบคู่" ไอ้วินออกความเห็น

"อยู่กันสามคนไปก่อน กูว่าเดี๋ยวก็มีคนที่สี่เองแหล่ะ" ไอ้เม่นพูด

"โอเคครับ ชาบูร่วมสาบาน ชนแก้วหน่อย" ไอ้วินพูดพร้อมกับยกแก้วน้ำเก๊กฮวยขึ้นมา ไอ้เม่นก็ยกแก้วน้ำชาขึ้นมา ผมก็ยกแก้วน้ำเขียวขึ้นไปชนกับพวกมัน

เราสามคนชนแก้วร่วมสาบานเป็นแก๊งค์เดียวกัน

"เออ ไอ้ออง มึงมีพี่น้องป่าววะ" ไอ้เม่นถามผม

"มีดิ กูมีพี่สาวกับพี่ชาย กูคนสุดท้อง"

"พี่สาวกับพี่ชายมึงชื่อแปลกๆเหมือนมึงป่าววะ" ไอ้เม่นถามผมอีก

"ไม่อ่ะ ชื่อปกติ พี่พลอย พี่เพชร"

"แล้วทำไมมึงอองตองมาคนเดียวเลยวะ"

"เชี่ยเม่นมึงจะถามกูให้มันได้อะไรเนี่ย" ผมว่าไอ้เม่น ไอ้วินก็หัวเราะ

"เออน่า มึงก็ตอบมันไปเหอะ เพราะเดี๋ยวมันก็ต้องตอบคำถามพวกเราว่าทำไมถึงชื่อเม่น" ไอ้วินพูด

ผมก็เลยตอบไอ้เม่นไป

"มึงสองคนฟังนะ กูจะเล่ารอบเดียว" ผมบอกไอ้วินกับไอ้เม่น แล้วก็เริ่มร่ายยาว

"เพราะพ่อกูเป็นวิศวกรเหมืองอัญมณีที่ประเทศลาว เลยตั้งชื่อลูกๆตามอัญมณี พี่สาวคนโตกูชื่อพลอย พลอยไพลิน คนต่อมาพี่ชายกูชื่อเพชร พัชร แล้วก็กูคนสุดท้อง ตอนที่แม่ตั้งท้องกูแม่ฝันว่ามีเทวดากับนางฟ้าเอามรกตก้อนใหญ่มามอบให้ ก็เลยตั้งชื่อลูกไว้รอว่ามรกต เพราะคิดว่าจะได้ลูกสาว แต่พอคลอดกูออกมาเป็นผู้ชาย พ่อกับแม่ก็ยังให้ชื่อมรกตตามที่ตั้งใจไว้"

"มรกต ชื่อเท่ห์ชิบ แต่มึงก็ควรชื่อเล่นว่ามอป่าววะ ไอ้มอ ไรงี้อ่ะ" ไอ้เม่นพูดขึ้น

"ก็เพราะตอนเด็กๆกูตัวขาวไง ขาวจั๊วเหมือนก้อนสำลี คนเหนือเขาจะพูดกันว่า ขาวอองตอง ที่บ้านก็เลยเรียกกูว่าอองตอง"

"อืม ก็มีเหตุผล เพราะตอนนี้มึงก็ขาวอองตองจริงๆ" ไอ้วินพูดแล้วก็หันมามองผม

"จบยังเรื่องของกู ตามึงละไอ้เม่น ทำไมมึงถึงชื่อเม่น" ผมถามไอ้เม่น

ไอ้เม่นถอนหายใจก่อนที่จะเปิดปากเล่าเรื่องของมันบ้าง

"พวกมึงสัญญาก่อนว่าจะไม่ขำเรื่องของกู" ไอ้เม่นบอกผมกับไอ้วิน พวกผมก็พยักหน้า ไอ้เม่นก็เริ่มเล่าเรื่องของมัน

"กูมีพี่น้องสองคน คนโตเป็นผู้ชายห่างจากกู10ปีอ่ะ"

"ห๋าาาา 10ปี" ไอ้วินพูดพร้อมกับทำหน้าตกใจ

"เออ ชื่อทะเล พี่ชายกูชื่อทะเล ส่วนกูชื่อมหาสมุทร"

"เชี่ย ชื่อโคตรเท่ห์ ใหญ่กว่าทะเลอีก ฮ่าๆ" ผมบอกไอ้เม่น

"แต่ชื่อเล่นเม่นเนี่ย ไม่เข้ากับอะไรที่เป็นทะเลหรือมหาสมุทรเลยนะ" ผมพูดขึ้น

ไอ้เม่นถอนหายใจแล้วเฉลยชื่อเล่นของมัน

"เอาจริงๆชื่อเล่นกูก็เกี่ยวกับทะเลนะ หอยเม่นไง"

ไอ้เม่นพูดจบ ผมกับไอ้วินก็ขำออกมา แบบกลั้นขำไม่ได้เลย ไอ้วินถึงกับสำลักน้ำชาบู

"ไหนพวกมึงบอกว่าจะไม่ขำเรื่องของกูไง"

"เชี่ย จริงๆแล้วมึงชื่อหอยเม่นใช่มะ" ไอ้วินถาม แต่ก็ยังคงหัวเราะอยู่

"เออ แต่กรุณาเรียกกูแค่เม่นก็พอ อย่าเรียกหอยเม่นเลย มันตลกไป ขอร้องงงงง" ไอ้เม่นขอร้องพวกผม

"เออ โอเคๆ กูจะเรียกเม่นเฉยๆก็แล้วกัน ฮ่าๆ" ผมบอกไอ้เม่นแต่ก็ยังคงขำกับชื่อของมันอยู่

"เลิกขำชื่อกูได้แล้วไอ้อองตอง อ่ะกินเข้าไปจะได้หุบปาก" ไอ้เม่นพูดแล้วก็คีบเนื้อหมูมาวางในจานของผม

"เออ พวกมึงกูมีอีกเรื่องจะบอกพวกมึงว่ะ" ผมบอกไอ้วินกับไอ้เม่น

"เรื่องอะไรวะ" ไอ้วินถามผม

ผมเงียบและนั่งคิด เพราะสิ่งที่ผมกำลังจะบอกพวกมันก็คือเรื่องที่ผมเป็นเกย์ ผมอยากจะบอกพวกมันเพราะไม่อยากปิดบังและคิดว่าถ้ามันสองคนรับไม่ได้ จะได้ไม่ต้องทนคบกันไปตั้งแต่ตอนนี้ ดีกว่ามารู้ทีหลัง

"ไอ้ออง มึงมีไรจะบอกพวกกูวะ" ไอ้วินหันมาถามผม เพราะเห็นผมเงียบไปนาน

"เอ่อ เรื่อง...เรื่อง"

"บอกพวกกูมาเถอะมึงจะได้สบายใจ" ไอ้เม่นบอกผม

"เรื่อง...เอ่อ"

"เรื่องที่กูเป็นเกย์อ่ะ" ผมตัดสินใจพูดออกไป

"โห่ เชี่ย นึกว่าเรื่องอะไร" ไอ้วินพูดขึ้น

"กูก็นึกว่าเรื่องอะไรร้ายแรง" ไอ้เม่นพูดพร้อมกับถอนหายใจ

ผมเงยหน้าขึ้นไปมองมันสองคน ด้วยความแปลกใจ

"นี่พวกมึง ไม่ตกใจอะไรเลยหรอ"

ไอ้วินหันมามองผม พร้อมกับเอามือมาตบไหล่ผม

"อองตอง มึงฟังกูนะ กูไม่รู้ว่ามึงแค่หลอกกูเล่นหรือพูดจริง แต่ถึงมึงจะเป็นแบบนั้นจริงๆ กูก็ไม่สนอ่ะเป็นเพื่อนกันได้หมด
 โอเคนะ"

"กูพูดจริงๆ มึงเชื่อกูหน่อยเหอะ" ผมหันไปบอกไอ้วิน

"แล้วมึงมาบอกพวกกูทำไม" ไอ้เม่นถามผม

"มึงไม่จำเป็นต้องบอกพวกกูก็ได้นี่" ไอ้เม่นพูดอีก

"เอ่อ ก็ กูแค่อยากบอกไว้ เผื่อพวกมึงรู้แล้วจะไม่อยากคบต่อไง บอกกันตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่ารู้ทีหลัง"

"มึงนี่นะไอ้ออง เอาเป็นว่ากูจะคบ แล้วก็จะดูแลมึงให้หนักกว่าเดิมด้วย เป็นแฟนกูมั้ยหล่ะ" ไอ้วินถามผม

"เออ เป็นแฟนกูมั้ยหล่ะ จะพาไปเที่ยวทะเล" ไอ้เม่นถามผมอีกคน

"เชี่ย พวกมึงนี่ พอเลยๆ" ผมว่าไอ้สองคนนั้น มันก็หัวเราะกัน

ความจริงคือไอ้เม่นมันมีแฟนแล้วครับเป็นผู้หญิงคบกันมาตั้งแต่เรียนมัธยม แฟนมันก็เรียนที่นี่ อยู่คณะวิทยาศาสตร์ คณะเดียวกับไอ้อินเลย ส่วนไอ้วินยังไม่มีแฟน แต่มันก็ไม่ได้เป็นเกย์เหมือนผมหรอก หน้าตา นิสัยอย่างมันถ้าได้จีบใครรับรองติดชัวร์

"สรุปว่ามึงไม่ต้องกังวลนะไอ้ออง กูสองคนอ่ะเพื่อนมึงแล้วมึงก็เพื่อนกู รู้งี้ตอนไปทำการบ้านห้องมึงกูรวบหัวรวบหางซะก็ดีแล้ว ฮ่าๆ" ไอ้วินบอกผมแล้วมันก็หัวเราะ แถมยังเอามือมาขยี้หัวผมเล่นอีก

"เชี่ยวิน ผมเสียทรงหมด" ผมปัดมือไอ้วินออก

การกระทำของผมกับไอ้วิน อยู่ในสายตาของไอ้อินตลอด...


....[โปรดติดตามตอนต่อไป วันที่1 สิงหาคม]....

ออฟไลน์ route rover

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2460
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +221/-7
เดี๋ยวแก๊งค์ชาบูก็ครบสี่ รออีกหน่อยๆ  :o8:

ออฟไลน์ nightsza

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2108
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-1
วินน่ารักดีอ่า

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 265
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
 :laugh:สนุกดีคับ

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2026
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-0

ออฟไลน์ ฟูจิซัน

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 303
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +151/-7


2.ลงเรือวินอองตอง


"โอ้ยยย โคตรเมื่อย จะให้วิดพื้นอะไรกันนักหนาเนี่ย นี่กิจกรรมเชียร์นะไม่ใช่เรียน ร.ด." ไอ้วินบ่นพร้อมกับเอามือนวดต้นแขนของตัวเอง

"เอาน่า ถือซะว่าได้ออกกำลังกายไงมึง ไม่ดีหรอ พรุ่งนี้วันเสาร์ก็ได้หยุดพักผ่อนละ" ผมหันไปบอกไอ้วิน ไอ้วินเผยยิ้มออกมา ก่อนที่จะกางแขนของมันออกมาตรงหน้าผม

"นวดให้วินหน่อยดิครับ อองตอง" ไอ้วินบอกผม

"เชี่ย ไม่นวดเว้ย" ผมบอกไอ้วินแล้วปัดแขนมันออกไป ไอ้วินก็หัวเราะ

"อู้ยยยย น้องอองตอง น้องวิน หยอกกันน่ารักดีนะคะ" กลุ่มพี่ๆผู้หญิงที่นั่งอยู่แถวนั้นแซวผมกับไอ้วิน

"นี่ๆ ว่าที่สุภาพบุรุษคณะเกษตรแน่ๆสองคนนี้" พี่ผู้ชายร่างใหญ่ท่าทางตุ้งติ้งพูดขึ้น

"อุ้ย ให้สามคนเลย" พี่คนนั้นพูดขึ้นมาอีก เมื่อไอ้เม่นเดินเข้ามาสมทบกับผมและไอ้วิน

"แพคสามนี้ สุภาพบุรุษคณะเกษตรแน่ๆ อีโอปอลเอาหัวเป็นประกัน" พี่ผู้ชายท่าทางตุ้งติ้งที่ชื่อโอปอลพูด

"งานดี พี่เอาใจช่วยนะคะ"

ผมสามคนยืนให้พี่ๆเขาเทะโลมอยู่ซักครู่ ก็ขอตัวจากกลุ่มพี่ๆ พากันเดินออกมา

สุภาพบุรุษคณะเกษตร คือการคัดเลือกตัวแทนของคณะเพื่อที่จะเป็นตัวแทนไปประกวดดาวเดือนขอมหาวิทยาลัยครับ และนี่คือความอินดี้ของคณะเกษตรที่ไม่มีการจัดประกวดภายในอย่างเป็นเรื่องเป็นราว แต่จะมีการประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจากพี่ๆ ในวันสุดท้ายของกิจกรรมเข้าเชียร์ของคณะ เท่าที่ผมรู้มาจากรุ่นพี่ปีสอง ตัวแทนผู้ชายจะเรียกว่าสุภาพบุรุษคณะเกษตร ส่วนตัวแทนผู้หญิงจะเรียกว่าสุภาพสตรีคณะเกษตร ขั้นแรกจะคัดเลือกจากรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่น ขั้นต่อไปจะนำผู้ที่ถูกคัดเลือกในรอบแรกไปคัดเลือกเป็นการภายใน รอบนี้จะดูเรื่องความสามารถของแต่ละคน ว่ามีความสามารถพิเศษอะไรบ้าง บุคลิกภาพ การตอบคำถามต่อหน้ากรรมการ การพูดในที่สาธารณะ ผลการประกวดจะออกมาในรอบนี้ ซึ่งจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ และจะนำไปประกาศผลในคืนแรกของ"งานดอกไม้บาน" ซึ่งเป็นงานประจำปีของคณะ

"สุภาพบุรุษคณะเกษตร" ไอ้วินพูดขึ้นมา

"เขาจะเอาไปประกวดดาวเดือนมหาวิทยาลัยต่อใช่ป้ะ" ไอ้เม่นถาม

"เออ พี่ปีสองเคยบอกกูว่าใครได้เป็นสุภาพบุรุษคณะเกษตรจะต้องเป็นตัวแทนคณะไปประกวดดาวเดือนมหาวิทยาลัย" ผมบอกไอ้เม่น

"อองตอง มึง มึงคนเดียวที่เหมาะตำแหน่งนี้" ไอ้เม่นบอกผม

"ม่าย ไม่ใช่กู คนหล่อกว่ากูมีเยอะแยะ ไอ้วินก็ได้ มึงก็ได้ ใครก็ได้ที่ไม่ใช่กู"

"เอ้า ไอ้ออง โยนให้กูเฉย" ไอ้วินว่าผม

"เอาเถอะๆ มันอาจจะไม่ใช่พวกเราสามคนก็ได้"

"กูว่ามีคนนึง ไอ้ที่สูงๆขาวๆ เหมือนจะเป็นนักบาสป้ะ" ไอ้เม่นพูด

"อ๋อ ไอ้โฟม" ผมพูดชื่อออกมา

"มึงรู้จัก?" ไอ้วินถามผม

"ก็เคยเห็นรูปมันลงเพจ UST So Cute ของมหาวิทยาลัยอ่ะ" ผมบอกไอ้วิน

**(UST) University of Science and Technology คือชื่อของมหาวิทยาลัยที่ผมเรียนอยู่

"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง" ไอ้วินพูดขึ้น

"เออ พวกมึง จะไปกินข้าวกันที่ไหน" ไอ้เม่นถามขึ้นมา

"ร้านแถวๆหอกูแหล่ะ มึงจะไปด้วยกันป้ะ" ไอ้วินถามไอ้เม่น

"แฟนกูชวนไปเดินตลาดนัดหอในว่ะ กูว่าจะชวนมึงสองคนไปด้วยกัน" ไอ้เม่นชวนผมกับไอ้วิน

ไอ้วินหันมามองหน้าผม

"มองหน้ากูทำไมเนี่ย" ผมถามไอ้วิน

"ถ้ามึงไปกูก็ไปอ่ะ" ไอ้วินบอกผม

"เออๆ ไปก็ไป" ผมบอกไอ้วิน มันก็เผยยิ้มออกมา

"งั้นมึงสองคนเดินไปรอกูที่ตลาดนัดเลยนะ เดี๋ยวกูเอามอไซค์ไปรับแฟน เจอกันแถวๆหน้าหอในก็ได้"  ไอ้เม่นบอกพวกผมแล้วมันก็แยกตัวไปรับแฟน

ตลาดนัดหอในที่ผมพูดถึง เป็นตลาดนัดภายในของมหาวิทยาลัยที่ทางองค์การนักศึกษาจัดทำขึ้นมาเป็นกิจกรรมที่ให้นักศึกษาได้นำของมาขายทุกเย็นวันศุกร์ของทุกเดือนทั้งของกินของใช้ บริเวณลานหน้าหอในใกล้ๆสนามกีฬาของมหาวิทยาลัย แต่ก็เปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกเข้ามาตั้งร้านขายของได้โดยเก็บค่าเช่าเพื่อเป็นรายได้เข้าองค์การนักศึกษา ซึ่งทางคณะของผมก็มีไปเปิดร้านด้วย โดยจะเป็นของที่ได้จากภาควิชาต่างๆอย่างภาคพืชของผมก็จะขายผักผลไม้ที่ปลูกได้จากแปลงเกษตร ภาคสัตวบาลก็จะมีไข่ไก่มาขายแล้วก็ข้าวไข่เจียว ไส้กรอก ลูกชิ้นที่ทางภาควิชาทำขึ้นเอง อะไรประมาณนี้อ่ะครับ แต่นั่นเป็นงานของพี่ปีสองครับที่จะต้องมาออกร้านขายของ น้องๆปีหนึ่งอย่างพวกผมก็ได้แต่ไปช่วยขายนิดๆหน่อยๆ แต่ผมก็ยังไม่เคยได้ไปช่วยพี่ๆเลยตั้งแต่เปิดเทอมมา เพราะแค่เรียนกับกิจกรรมเข้าเชียร์ก็เหนื่อยแย่แล้วครับ

ผมกับไอ้วินพากันเดินออกจากคณะเพื่อนที่จะไปยังลานหน้าหอใน ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของตลาดนัดหอใน

"ไอ้วิน เดินขึ้นสะพานลอยข้ามทางรถไฟนะ" ผมหันไปบอกไอ้วิน

"เออ กูรู้ละ ชอบอะไรนักหนา ไอ้สะพานลอยเนี่ย" ไอ้วินบ่นผม

"ข้าวโพดปิ้งตรงสะพานลอยก็น่ากินว่ะ ไม่รู้ว่าวันนี้มาขายหรือเปล่า" ผมพูดออกมา

ตรงสะพานลอยจะมีคุณยายแก่ๆคนหนึ่งมาขายข้าวโพดปิ้งอยู่ ผมเคยเห็นแต่ก็ไม่เคยอุดหนุนคุณยายซักที วันนี้เลยคิดว่าจะไปซื้อข้าวโพดปิ้งของคุณยายซะหน่อย

ใกล้ถึงสะพานลอย คุณยายปิ้งข้าวโพดอยู่พอดีกลิ่นหอมลอยมาแต่ไกล แล้วผมก็เห็นไอ้อินครับ มันเดินมากับกลุ่มเพื่อนของมัน แล้วไปหยุดอยู่ตรงร้านข้าวโพดของคุณยาย

"อ่าว นั่นไอ้อินนี่หว่า" ไอ้วินพูดถึงฝาแฝดของมัน ที่กำลังยืนซื้อข้าวโพดปิ้งอยู่

"กูว่าเราอย่าเพิ่งข้ามไปเลย รอให้พวกไอ้อินไปก่อนดีกว่าค่อยข้ามไป" ผมบอกไอ้วินว่าอย่าเพิ่งข้ามถนนไปยังสะพานลอย

"ทำไมวะ"

"ก็ ให้มันซื้อข้าวโพดให้เสร็จก่อน เราค่อยข้ามไปซิื้อไง ขี้เกียจไปรอพวกมัน" ผมบอกไอ้วิน

แต่ความจริง ผมไม่อยากไปเจอหน้าไอ้อินมากกว่า รู้สึกว่าไม่ค่อยอยากเจอหน้ามันเท่าไหร่ ผมเกลียดรอยยิ้มเยาะของมัน

ไอ้เม่นโทรมาหาไอ้วิน บอกว่าตอนนี้มันกับแฟนรออยู่หน้าหอในแล้ว ไอ้วินก็เลยเร่งผมให้ข้ามไปซื้อข้าวโพดปิ้ง ประจวบกับกลุ่มไอ้อินเดินออกไปพอดี ผมก็เลยข้ามถนนไปซื้อข้าวโพดปิ้ง

"คุณยายครับ ข้าวโพดปิ้งสองฝักครับ" ผมสั่งเผื่อไอ้วินด้วยฝักนึง

"ขอโทษด้วยจ่ะข้าวโพดปิ้งวันนี้หมดแล้ว กลุ่มหนุ่มๆที่มาเมื่อกี้เขาสั่งไว้หมดแล้วจ่ะ นี่ยายกำลังปิ้งให้เขาอยู่" คุณยายที่กำลังง่วนอยู่กับการปิ้งข้าวโพดเงยหน้ามาบอกผมด้วยรอยยิ้ม

"เห็นมะ กูบอกแล้วว่าให้รีบมาซื้อ" ไอ้วินว่าผม

"แบ่งให้เขาไปก็ได้ครับคุณยาย" เสียงหนึ่งดังขึ้น ก่อนที่ไอ้อินจะมายืนข้างๆผม

"นี่ครับคุณยาย คุณยายทอนเงินเกินไปยี่สิบบาทครับ" ไอ้อินบอกคุณยายแล้วยื่นเงินคืนให้คุณยายยี่สิบบาท

"โอ้ยย ขอให้เจริญๆนะพ่อหนุ่ม ดีจังเลย" คุณยายรับเงินไปจากไอ้อินแล้วก็ยกมือท่วมหัวอวยพรให้ไอ้อิน ไอ้อินก็รีบยกมือไหวุ้ณยาย

"กูสั่งไว้หมดนี่สิบฝัก มึงจะเอากี่ฝักก็บอกยายเขาไปนะ กูจ่ายตังค์ไว้หมดแล้ว" ไอ้อินหันไปบอกไอ้วิน คู่แฝดของมัน

"กูไม่กินละ ไว้พรุ่งนี้ค่อยมาซื้อก็ได้" ผมบอกไอ้วินแล้วก็เดินขึ้นสะพานลอยไป ไอ้วินอยู่คุยกับไอ้อินแป้บนึง แล้วก็ตามผมขึ้นมาบนสะพานลอย


"เป็นไรของมึงเนี่ย ไอ้อินก็แบ่งให้เราแล้วไง" ไอ้วินตามผมขึ้นมาบนสะพานลอยแล้วก็บอกผม

"กูขี้เกียจรออ่ะ ไอ้เม่นมันมารอเรานานแล้วเกรงใจมัน" ผมบอกไอ้วิน ไอ้วินก็พยักหน้าเออออไปกับผม

ผมกับไอ้วินเดินไปถึงหอในตรงจุดนัดพบ ก็เจอไอ้เม่นกับแฟนของมันยืนรออยู่

"มากันละ ช้าชิบมึงสองคนเนี่ย" ไอ้เม่นออกปากว่าผมกับไอ้วิน

"เออนี่ มายด์แฟนกู เรียนวิดยา ส่วนนี่ไอ้วิน แล้วก็คนนี้ไอ้อองตอง เพื่อนเม่นเอง" ไอ้เม่นแนะนำแฟนมันให้พวกผมรู้จัก แล้วก็แนะนำผมกับไอ้วินให้แฟนมันรู้จัก

"วินนี่แฝดของอินใช่มั้ย" มายด์ถามไอ้วิน

"ใช่ครับ นี่มายด์รู้จักมันด้วยหรอ"

"โห ในคณะวิดยาคงไม่มีใครไม่รู้จักอินหรอกนะ ว่าที่เดือนคณะเลยหล่ะ" มายด์บอกไอ้วิน

"ขนาดนั้นเลยหรอครับเนี่ย" ไอ้วินพูดแล้วก็หัวเราะ

"อองตอง ชื่อแปลกดี แปลว่าอะไรหรอคะ" มายด์ถามผม

"แปลว่าขาวอองตอง นี่จะถามกันอีกนานมั้ย หิวแล้วไปหาไรกินกัน" ไอ้เม่นพูดแทรกขึ้นมา พวกผมก็หัวเราะขำๆกันไป แล้วก็พากันเดินไปตลาดนัด

"สามสุภาพบุรุษคณะเกษตร แวะมาทางนี้ก่อนจร้าาาา" เสียงเจือยแจ้วของพี่โอปอลดังมาแต่ไกล พร้อมกับกวักมือเรียกพวกผมให้ไปที่ร้านของคณะเกษตร

"สวัสดีครับพี่ๆ" พวกผมยกมือไหว้พี่ๆปีสองที่กำลังช่วยกันขายของอยู่ที่ร้าน

วันนี้มีผักบุ้งจีน ข้าวโพดอ่อน ผักคะน้า แล้วก็ไข่ไก่ ผมสังเกตว่ามีนักศึกษาเข้ามาซื้อผักกับไข่เยอะมาก คงจะเอาไปทำกับข้าวกินที่หอ อย่างน้อยก็ใส่ต้มมาม่าได้

"หมดกิจกรรมเชียร์เมื่อไหร่ พี่จองตัวมาช่วยพี่ๆขายของนะคะน้องเม่น น้องวินและน้องอองตอง"

"ห้ะ น้องชื่ออะไรนะ" รุ่นพี่คนนึงถามขึ้น น่าจะอยู่คณะอื่น

"อองตอง"

"แปลว่าไรวะ"

"มันเป็นคำเฉพาะของคนเหนือ เอาไว้พูดกับอะไรที่เป็นสีๆ อย่างเช่นเหลืองอองตอง ไม่ก็ขาวอองตอง ประมาณนั้น หรือไม่ก็แปลว่าอะไรที่น่ารักๆ" พี่คนนึงพูดอธิบาย

"อ๋อ ขาวอองตองจริงๆด้วย"

"น่ารักอองตองจริงๆด้วย"

"พวกพี่พูดซะ เพื่อนผมหน้าแดงอองตองแล้วเนี่ย ฮ่าๆ" ไอ้วินพูดแซวผม

"เชี่ยวิน" ผมหันไปว่าไอ้วิน

"แต่เอ้ะ นั่นคู่แฝดน้องวินใช่ไหมคะ" พี่โอปอลถามไอ้วินแล้วก็มองไปทางไอ้อินที่เดินผ่านไปกับกลุ่มเพื่อนของมัน แม่งโคตรจะโดดเด่น ด้วยความขาวสูง แถมบุคลิกที่ดูหยิ่งนิดๆเข้าถึงยาก ผิดกับไอ้วินที่ดูจะเข้าถึงง่ายกว่า

"ใช่ครับพี่" ไอ้วินบอกพี่โอปอล

"หล่อโฮกกกกก" พี่โอปอลพูดออกมา

"แล้วผมไม่หล่อหรอครับพี่โอปอล" ไอ้วินถามพี่โอปอล

"อุ้ยย หล่อสิ น้องวินหล่อสำหรับพี่เสมอค่ะ"

"อีโอปอลเทะโลมน้องๆเขาพอหรือยัง น้องๆจะได้ไปเดินตลาดนัด" เพื่อนพี่โอปอลพูดขึ้น

"โอเคจ่ะเด็กๆ เอางี้ไหนๆก็มาแล้ว มีผักบุ้งจีนเหลืออยู่5กำ ใครขายให้พี่ได้หมดนี่ พี่จะพาไปเลี้ยงข้าวเลยค่ะ" พี่โอปอลบอกพวกผม

"เฮ้ย เอาดิ ขายได้แน่ๆ จะได้กินข้าวฟรี ไอ้ออง กูว่ามึงทำได้" ไอ้เม่นบอกผม

"อองตองสู้ๆ อิอิ เกษตรนี่น่ารักจัง รุ่นพี่รุ่นน้องดูสนิทกันดี" มายด์แฟนของไอ้เม่นพูดขึ้น

"เอ่อ..." ผมยืนอ้ำๆอึ้งๆ

"ข้าวฟรีนะเว้ย กูจะกินให้พี่โอปอลเข็ดไปเลย" ไอ้วินเอียงตัวมากระซิบข้างๆหูของผม

"มึงไปขายกับกูสิ" ผมบอกไอ้วิน

"ได้ พร้อมเสมอครับ" ไอ้วินบอกผม มันสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วเดินไปที่หน้าร้านพร้อมกับจูงมือผมไปด้วย

"เดี๋ยวๆ น้องจะมาจูงมือกันหน้าร้านพี่ไม่ได้นะคะ" พี่ผู้หญิงพูดแซวผมกับไอ้วิน

"ทุกคนครับ ผักบุ้งจีนสดๆ 5กำสุดท้ายแล้วครับ กำละ10บาท ซื้อ5กำ ผมขายแค่20บาทครับ เอาไปใส่มาม่าก็อร่อย ทำสุกี้กินก็ได้นะครับ" ไอ้วินร้องขายผักบุ้ง

"อองตอง มึงช่วยกูบ้างดิ" ไอ้วินหันมาบอกผม ตอนนี้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา ต่างก็มองมาที่ผมกับไอ้วิน

"เข้าไปช่วยเพื่อนสิเธอ" มายด์ดันไอ้เม่นให้เข้ามาช่วยพวกผม

"เอ่อ...เป็นผักปลอดสารพิษนะครับ" ผมพูดออกไปแค่นั้น ทุกคนก็หัวเราะกัน

"ผมพูดไม่เก่งครับพี่" ผมหันไปบอกพี่ๆที่อยู่หลังร้าน

"สู้ๆ พี่เอาใจช่วยนะคะน้องอองตอง"

ถึงตาไอ้เม่นพูด

"ใครช่วยซื้อผักบุ้ง ได้ถ่ายรูปกับเพื่อนผมไปเลยครับ ไม่ง่ายนะครับไม่ง่าย"

เท่านั้นแหล่ะครับ ผักบุ้ง5กำ ก็หมดไปในพริบตา พร้อมกับผู้คนหลายๆคนที่มายืนถ่ายรูปกับผมแล้วก็ไอ้วิน

"เชี่ยเม่น มึงนะมึง" ผมบ่นไอ้นเม่น มันก็หัวเราะ

การมาช่วยพี่ๆ มันสนุกอย่างนี้นี่เอง

"สนุกป่าวมึงมาขายของแบบนี้" ไว้วินเอียงตัวมากระซิบข้างๆหูของผม

แล้วภาพที่ไอ้วินเอียงตัวมากระซิบข้างๆหูของผมก็ไปปรากฏบนหน้าเพจ UST So Cute


"ภาพกระซิบรัก..ใช่มั้ย" พิกัดหน้าร้านคณะเกษตร ตลาดนัดคนเดินสถาบันฯ

"น้องอองตอง" ปี1 คณะเกษตร

"น้องวิน" ปี1 คณะเกษตร

ป.ล. แอดมินยังไม่มีวาร์ปน้องทั้งสองคนนะคะ รู้แค่ชื่อกับคณะ

"โอ้ยยย ละลายยย"

"เกษตรก็มีของดีนะคร้าบ"

"น่าเชียร์คู่นี้ จิ้นๆ"

"เพื่อนสาขาโผมมมม"

"อองตองแปลว่าอะไร แปลว่าน่ารักใช่มั้ย"

"วินอองตอง อ้าววว ลงเรืออออ"

"เกียมออกเรือ วินอองตอง"



"เชี่ย เร็วชิบมึงสองคนเนี่ย ดังใหญ่ละ" ไอ้เม่นบอกผมแล้วยื่นโทรศัพท์มาให้ดูหน้าเพจที่ลงรูปผมกับไอ้วิน

"แม่ง แอบถ่ายไปตอนไหนวะเนี่ย" ไอ้วินพูดขึ้น

"มึงโอเคป่าววะอองตอง" ไอ้วินหันมาถามผม พร้อมกับเอามือมาจับไหล่ของผมบีบเบาๆ

"อือ กูโอเค มึงนั่นแหล่ะโอเคหรือเปล่า อยู่ๆก็โดนจับคู่กับกู" ผมถามไอ้วินเพราะเป็นห่วงความรู้สึกของมันเหมือนกัน

"กูหรอ สบายๆโดนจับคู่กับมึงสิดี วันหลังเรามาช่วยพี่ๆเขาขายของจะได้ขายได้เยอะๆไง" ไอ้วินบอกผมพร้อมกับเอาแขนมาคล้องคอผมเข้าไปกอด

"นี่มายด์ขอสมัครเป็นแฟนคลับคู่นี้เลยนะ วินอองตอง" แฟนไอ้เม่นพูดขึ้น

"อ่าว เป็นสาววายไปละแฟนกู" ไอ้เม่นพูด

พวกผมก็หัวเราะกัน แล้วพี่โอปอลก็พาพวกผมไปเลี้ยงข้าวตามสัญญาครับ กินกันพุงกางเลย ฮ่าๆ หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันกลับหอ ไอ้เม่นก็กลับไปกับแฟนของมัน ส่วนผมกับไอ้วินก็พากันเดินกลับหอของตัวเอง


[**โปรดติดตามตอนต่อไปในวันที่16 สิงหาคม^^]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-08-2020 17:48:18 โดย ฟูจิซัน »

ออฟไลน์ sompong

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 358
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
รอวันหวยออกเลยย

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 265
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
นับวันรอเลยครับ

ออฟไลน์ ฟูจิซัน

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 303
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +151/-7

3.ติดฝนบนสะพานลอยกับข้าวโพดปิ้ง


ผมกับไอ้วินเดินขึ้นสะพานลอยข้ามทางรถไฟ เพื่อกลับมายังฝั่งหอของพวกผม

"ครับพี่ ตอนนี้ผมอยู่ตรงสะพานลอยข้ามทางรถไฟครับ"

"อ๋อ ได้ๆครับพี่ เดี๋ยวผมจะไปเดี๋ยวนี้แหล่ะครับ พี่รอผมแป้บนะครับ"

"เย้ พี่รหัสกูโทรมาแลวไอ้ออง" ไอ้วินบอกผมด้วยความดีใจหลังจากกดวางสายโทรศัพท์ไป

"มึงรอกูบนนี้แป้บนะ พี่รหัสกูเอาเอกสารมาให้ เดี๋ยวกูมานะ ดีใจว่ะจะได้เจอพี่รหัสละ" ไอ้วินบอกผม

"อือ กูรอมึงบนนี้แหล่ะ ว่าแต่พี่รหัสมึงผู้ชายหรือผู้หญิงวะ"

"ผู้ชาย เนี่ยแกอยู่ตรงสนามบอล กูไปละเดี๋ยวรีบกลับมา" ไอ้วินบอกผมด้วยท่าทางตื่นเต้นแล้วมันก็วิ่งลงจากสะพานลอยไป


และนี่ก็คืออีกหนึ่งความอินดี้ของคณะเกษตรครับ แต่อาจจะเป็นเฉพาะภาควิชาที่ผมเรียนก็ได้ เพราะจะไม่มีการเปิดตัวสายรหัสอย่างเป็นทางการ แต่พี่รหัสปี2 จะทำการจับน้องรหัสกันเองภายในภาควิชาแล้วใช้วิธีการโทรหาน้องรหัสของตัวเองแทน เพื่อที่จะนัดเจอทำความรู้จักและเอาเอกสารเรียนมอบให้

เปิดเทอมมาหนึ่งเดือน พี่รหัสไอ้วินเพิ่งจะโทรมาหา แต่พี่รหัสผมน่ะสิ ยังไม่มีวี่แววเลย ผมนี่รอเบอร์แปลกๆให้โทรเข้ามาทุกวัน เพื่อนบางคนได้เจอพี่รหัสตั้งแต่อาทิตย์แรกๆเลย อย่างไอ้เม่นพี่รหัสของมันก็เปิดตัวตั้งแต่อาทิตย์แรก มีพาไปเลี้ยงข้าว ซื้อสมุดไว้ให้จดเลคเชอร์ด้วย ผมนี่โคตรอิจฉามันเลย

ในขณะที่ผมยืนรอไอ้วินอยู่ เป็นช่วงพระอาทิตย์กำลังจะตกดินพอดี ภาพรางรถไฟที่โดนแสงพระอาทิตย์สีส้มในเวลาเย็นส่องมากระทบมันโคตรจะสวยงาม ผมไม่พลาดที่จะเอาโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเพื่อลงไอจี แล้วผมก็ได้ภาพสวยสมใจ ถึงแม้จะไม่มีขบวนรถไฟอยู่ในภาพก็เถอะ แค่รางรถไฟกับพระอาทิตย์ก็สวยแล้ว


"อย่าซุ่มซ่ามจนโทรศัพท์ตกอีกหล่ะ"

เสียงนี้ทำให้ผมหน้าคิ้วขมวดในทันที



"เชี่ยอิน" ผมพึมพำออกมาเบาๆ แล้วก็หันไปมองเจ้าของเสียงที่ยืนมองผมอยู่ด้วยสีหน้านิ่งๆ เหมือนไม่มีวิญญาน ไอ้อินมันเดินมากับกลุ่มเพื่อนของมันครับ

"ไม่ใช่คนซุ่มซ่ามซะหน่อย" ผมบอกไอ้อิน

"ใครอ่ะ น่ารักจัง อินรู้จักด้วยหรอ" เพื่อนผู้หญิงของไอ้อินเดินเข้ามาถามแล้วก็มองมาที่ผม

"ก็พอรู้จัก แต่ซุ่มซ่ามนะ เธอสนใจหรอ" ไอ้อินบอกเพื่อนผู้หญิงของมัน

"คนซุ่มซ่ามน่ารักดีออกนะอิน ชื่ออะไรหรอคะ คณะไหนหรอ" เพื่อนผู้หญิงของไอ้อินถามผม

"เอ่อ..." ทำไมผมรู้สึกประหม่าเวลาที่มีคนเข้าหาแบบนี้

"ชื่ออองตอง คณะเกษตร เพื่อนไอ้วินน่ะ" ไอ้อินตอบเพื่อนของมัน

"อองตอง ชื่อน่ารักจัง" เพื่อนไอ้อินบอกผม ผมก็ยิ้มให้

"ป่ะ ไปกันเถอะ" ไอ้อินพูดแล้วก็เดินออกไป

"ไปก่อนนะคะ เราฝ้าย ยินดีที่ได้รู้จักนะ อองตอง" เพื่อนผู้หญิงของไอ้อินบอกผมแล้วก็ยิ้มให้ก่อนที่จะเดินตามไอ้อินไป

ผมได้แต่ยิ้มและพยักหน้าตอบกลับไปโดยที่ไม่ได้พูดอะไร

ไอ้อินหันมามองผม ผมก็ดันเงยหน้าขึ้นไปทันสบตากับมันพอดี มันเดินกลับมาหาผม พร้อมกับหยิบสิ่งหนึ่งออกมาจากกระเป๋าผ้าที่คล้องไหล่ของมันอยู่

ข้าวโพดปิ้ง..!!

"อ่ะ" ไอ้อินบอกผมพร้อมกับยื่นถุงใส่ข้าวโพดปิ้งหนึ่งฝักมาให้ผม

ผมมองหน้ามัน สีหน้าของมันก็ยังคงนิ่งๆ เย็นชาเหมือนเดิม

"เอ่อ ไม่เป็นไร" ผมบอกไอ้อิน

"เราตั้งใจเก็บไว้ให้นายอ่ะ" ไอ้อินบอกผม น้ำเสียงของมันดีขึ้นกว่าตอนที่ว่าผมซุ่มซ่ามเมื่อตะกี้

"เก็บไว้ให้เรา" ผมถามมันย้ำอีกครั้ง ไอ้อินก็พยักหน้า

"งั้น ขอบคุณนะ" ผมบอกไอ้อินแล้วก็รับข้าวโพดปิ้งมาจากมัน

ไอ้อินพยักหน้าให้ผมแล้วก็เดินกลับออกไป

ผมมองตามร่างสูงนั้นไป แล้วก้มหน้ามายิ้มให้กับฝักข้าวโพดปิ้งในมือ

ฝ่ายที่เดินไปก็ยิ้มออกมาเช่นกัน

รอยยิ้มที่ต่างคนต่างไม่ได้เห็นของกันและกัน

ผมหันกลับไปยืนมองพระอาทิตย์ที่กำลังจมหายไปในกลุ่มก้อนเมฆ คืนนี้ฝนคงตกแน่ๆ ก็ดีเหมือนกันจะได้นอนสบายๆหน่อย ผมอ่ะชอบนอนฟังเสียงฝนตกที่สุด จำได้ว่าตอนเด็กๆบ้านยังมุงหลังคาสังกะสี เวลาที่ฝนตกเสียงจะดังมาก แต่นั่นทำให้ผมนอนหลับสบาย จะมีก็แต่เสียงฟ้าร้องฟ้าผ่านั่นแหล่ะครับ ที่ผมไม่ชอบเลยซักนิด

"อองตองรอกูนานป่าว ป่ะกลับหอกัน" ไอ้วินวิ่งมาหอบแฮ่กๆ ใกล้ๆผม

"พักเหนื่อยก่อนมึง ทำไมต้องวิ่งมาเนี่ย"

"ก็กลัวมึงจะรอนานอ่ะ"

"มึงนี่นะ หายเหนื่อยก่อนค่อยไป ขึ้นมายืนดีๆ ก้มหน้าเดี๋ยวก็หน้ามืดหรอก" ผมบอกไอ้วินแล้วจับแขนดึงตัวของมันให้เงยหน้ายืนขึ้น

หน้าขาวๆของไอ้วินแดงระเรื่อ มีเหงื่อผุดเต็มหน้า คงเพราะรีบวิ่งมาหาผม

"เออ เดี๋ยวพี่รหัสกูจะพาไปกินข้าวว่ะ" ไอ้วินบอกผม

"อ่าว แล้วมึงทำไมไม่โทรบอกกู จะได้ไม่ต้องรอกัน"

"กูบอกพี่เขาว่าจะเอาเอกสารมาไว้ที่ห้องก่อน แล้วก็จะได้เดินไปส่งมึงที่หอด้วยไง"

"มึงนี่นะ ไม่ต้องห่วงกูหรอกน่า ต้องมาเสียเวลาเดินไปเดินกลับ" ผมว่าไอ้วิน แล้วก็พากันเดินกลับหอ

"ไม่ได้สิ ก็กูบอกให้มึงรอ จะได้กลับหอพร้อมกันไง" ไอ้วินพูดพร้อมกับเอาแขนมากอดคอผม

ปกติผมไม่ใช่คนที่จะให้ใครโดนตัวง่ายๆแบบนี้ แต่ไอ้วินทำแบบนี้กับผมจนชินซะแล้ว

"อือ มึงก็มีพี่รหัสแล้ว ไอ้เม่นก็มีแล้ว เหลือกู ยังไม่มีใครโทรมาเลยว่ะ" ผมพูดออกมา

ไอ้วินบีบไหล่ผมเบาๆ

"เดี๋ยวก็มีพี่โทรมาน่า มึงไม่ต้องกังวล หรือถ้าไม่มีกูจะขอให้พี่รหัสกูรับมึงเป็นน้องรหัสอีกคนดีมะ" ไอ้วินออกความคิด

ผมก็เงียบ เพราะเริ่มกังวลแล้วว่าตัวเองอาจจะไม่มีพี่รหัสจริงๆ

"ไม่เอาน่า อย่าเงียบดิวะอองตอง งั้นมึงไปกินข้าวกับกูมะ" ไอ้วินถามผม

"ไม่เอาอ่ะ มึงไปกับพี่รหัส เออ แล้วมึงนัดเจอพี่เขาที่ไหนเนี่ย"

"เจอที่ร้านเลย แถวๆหอเรานี่แหล่ะ เดี๋ยวพี่เขาเตะบอลเสร็จจะโทรมาหากู กูค่อยออกไป"

"ความจริงกูก็ยังอิ่มจากที่พี่โอปอลพาไปเลี้ยงมาอยู่นะเนี่ย แต่ก็ขัดพี่รหัสไม่ได้ว่ะ" ไอ้วินบอกผม

"กินให้เต็มที่เลยนะมึง พี่เขาอุตส่าห์เลี้ยง"

"อย่าห่วงครับ เรื่องกินฟรีไว้ใจวิน ฮ่าๆ" ไอ้วินบอกผมแล้วก็หัวเราะ

"เออ พรุ่งนี้กูว่าจะชวนมึงไปดูแปลงเกษตรที่พวกเราต้องไปปลูกผักอ่ะ ไปมะ" ไอ้วินชวนผม

"เออ ไปดิ ไงก็โทรมาละกัน กูคงตื่นสายๆ" ผมบอกไอ้วิน

"กูว่าจะไปตอนเย็นรอแดดร่มๆ แต่เดี๋ยวตอนเที่ยงๆกูโทรชวนมึงออกมากินข้าวนะ อย่าเพิ่งกินไรหล่ะ รอกินพร้อมกู" ไอ้วินบอกผม

"อืม ได้ๆ"


ที่ผ่านมาตั้งแต่รู้จักกัน ผมกับไอ้วินไม่เคยนัดกินข้าวด้วยกันในวันหยุดเลยครับ เพราะผมคิดว่ามันก็คงไปกินกับไอ้อินฝาแฝดของมัน ส่วนผมเองก็หาอะไรกินแถวๆหอคนเดียว กินเสร็จก็ขึ้นห้องมาทำการบ้าน นอนพักผ่อน โทรคุยกับที่บ้าน โดยเฉพาะพี่เพชรพี่ชายของผมที่อายุห่างกันแค่สองปี ตอนนี้พี่เพชรเรียนปีสามแล้วที่มหาวิทยาลัยในเชียงใหม่ ผมกับพี่ชายสนิทกันมากด้วยอายุห่างกันไม่มากและพ่อกับแม่ก็เลี้ยงมาแบบเพื่อนกันมากกว่า ก็เลยทำให้คิดถึงเวลาที่ต้องห่างกันไกลๆแบบนี้ ปกติผมกับพี่ชายจะอยู่ด้วยกันตลอดครับเพราะพี่เพชรจะเป็นห่วงผมมาก

ผมแยกจากไอ้วินกลับมาที่ห้อง เอาข้าวโพดปิ้งที่ไอ้อินให้มาแช่ไว้ในตู้เย็นกะว่าจะเอามาเข้าไมโครเวฟกินพรุ่งนี้

หลังจากอาบน้ำเสร็จ ผมก็วีดิโอคอลหาพี่ชายของผม คุยกันเกือบชั่วโมง ก็ถามไถ่เรื่องเรียน เรื่องเพื่อนใหม่ไปตามเรื่อง ถามแล้วถามอีกจนผมขี้เกียจจะตอบ แต่ก็รู้ว่าพี่ชายเป็นห่วง

เกือบๆสามทุ่มหลังจากคุยกับพี่ชายเสร็จ ผมรู้สึกว่ายังไม่ค่อยง่วงเท่าไหร่ เดินออกไปนอกระเบียง อากาศดีลมพัดเย็นๆ คิดว่าฝนคงไม่ตกแล้วหล่ะคืนนี้ นึกอยากกินนมอุ่นๆ ผมเลยคิดว่าจะลงไปซื้อนมที่ร้านประจำ แต่ก่อนออกจากหอผมก็เอาข้าวโพดปิ้งที่ไอ้อินให้ไว้ออกมาจากตู้เย็นเข้าไมโครเวฟให้มันอุ่นๆจะได้เอาไปกินกับนม

ผมเดินออกมาจากหอไปยังร้านนมร้านประจำ


"ป้าครับนมน้ำผึ้งอุ่นหนึ่งแก้วครับ" ผมบอกป้าคนขาย แกก็ยิ้มให้เพราะจำผมได้

หลังจากได้นมอุ่นๆมาหนึ่งแก้ว ผมก็เดินจิบนมไปเรื่อยๆ จุดหมายของผมคือสะพานลอยข้ามทางรถไฟ ที่ในเวลานี้คงเงียบสงบไร้ผู้คน เผื่อว่ามีรถไฟสินค้าผ่านมา ผมจะได้ถ่ายสตอรี่สวยๆไว้ลงไอจีได้

ขบวนรถไฟสินค้านี่น่าจะมีตลอดทั้งคืนน่ะครับ เพราะบางทีช่วงดึกๆผมยังได้ยินเสียงรถไฟดังมาถึงหอเลย เพราะหอผมก็อยู่ห่างจากทางรถไฟไม่มากนัก

ผมใช้เวลาไม่นานก็เดินมาถึงสะพานลอยข้ามทางรถไฟ ที่ในเวลานี้เงียบเชียบไร้ผู้คน  แต่ก็ยังดีที่มีไฟส่องสว่างตามทางเดิน ผมเดินขึ้นไปอยู่บนสะพานลอยยืนจิบนมอุ่นๆพร้อมกับมองแสงสีสองข้างทางที่สว่างมาจากร้านค้าและหอพักที่ตั้งเรียงรายอยู่สองข้างทางรถไฟ ปลายขอบฟ้ามีแสงฟ้าแลบแปร๊บๆ ฝนคงจะตกที่ไหนซักแห่งแน่ๆแล้วในตอนนี้ เพราะเริ่มมีลมพัดเย็นๆ ตามด้วยเสียงฟ้าร้องครืนๆ และอีกไม่นานฝนคงตกมาถึงแถวที่ผมอยู่แน่ๆ ผมคิดที่จะกลับหอแต่ก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อผมเห็นดวงไฟสีส้มจากรถไฟส่องสว่างมาแต่ไกล ขบวนรถไฟสินค้ากำลังจะวิ่งมาแน่ๆ เสียงเปิดหวูดดังมาเมื่อรถไฟเข้าใกล้แหล่งชุมชน ผมเลยอยู่ต่อเพื่อจะรอถ่ายภาพและสตอรี่รถไฟเก็บไว้ลงไอจีส่วนตัวก่อน ในใจก็คิดว่าฝนคงยังไม่ตกในเร็วๆนี้หรอก


แต่ก็นั่นแหล่ะครับ เหมือนฟ้าจะรู้ความคิดของผมและแกล้งผม เมื่อจู่ๆ ฝนก็กระหน่ำเทลงมาอย่างหนัก จนละอองฝนกระเซ็นเข้ามาโดนตัวผม ผมได้ยินเสียงคนวิ่งขึ้นมาบนสะพานลอย


"นี่นายมาทำอะไรที่นี่"

ผมหันไปมองปรากฏว่าเป็นไอ้อิน สภาพของมันในตอนนี้เปียกนิดๆคงจะโดนฝนมาเมื่อกี้

"มาถ่ายรูปรถไฟ" ผมตอบไอ้อินแล้วก็ยกกล้องขึ้นถ่ายสตอรี่ขบวนรถไฟสินค้าที่กำลังวิ่งเข้ามา พร้อมกับทำมือขึ้นจุ๊ปากเพื่อให้ไอ้อินหยุดพูดเพราะเสียงของมันจะแทรกเข้ามาในสตอรี่ของผม

แสงไฟจากหัวรถจักรส่องกระทบกับสายฝน เป็นภาพที่สวยงามมากครับ ผมเปลี่ยนจากถ่ายสตอรี่เป็นถ่ายภาพไว้สำหรับลงไอจี ก็ได้ภาพที่สวยไปอีกแบบ ขบวนรถไฟกำลังวิ่งฝ่าสายฝน

ผมถ่ายภาพจนขบวนรถไฟผ่านออกไปแล้ว ไอ้อินก็ยังคงยืนมองการกระทำของผมอยู่อย่างเงียบๆ

พอมันเห็นว่าการกระทำของผมเสร็จเรียบร้อย มันก็เอ่ยปากพูดขึ้นมา

"ใครใช้ให้นายมาสะพานลอยในเวลานี้เนี่ย" ไอ้อินถามผม

"ไม่มีใครใช้ให้มาหรอก เราแค่อยากถ่ายภาพรถไฟ" ผมตอบไอ้อิน

"ตอนนี้เนี่ยนะ ไม่มีใครบอกหรอว่ามันอันตราย"

"ไม่อ่ะ อันตรายยังไง"

ไม่ทันที่ไอ้อินมันจะตอบผม ก็มีแสงฟ้าแลบแล้วตามด้วยเสียงฟ้าผ่าลงมาดังสนั่น


เปรี้ยงงงงง.....


"เชี่ยยย" ผมร้องออกมาด้วยความตกใจ แล้วก็ทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นสะพานลอยยกสองมือขึ้นมาปิดหู พร้อมกับหลับตาปี๋ ถุงที่ใส่ข้าวโพดปิ้งตกไปอยู่ข้างๆตัว


ไอ้อินรีบเข้ามานั่งใกล้ๆผม มันเอามือมาจับตัวที่สั่นๆของผม


"นายกลัวฟ้า" เสียงไอ้อินพูด

ผมได้แต่พยักหน้าให้มันแทนคำตอบแล้วก็นั่งก้มหน้า ตัวสั่น

ไอ้อินจับตัวผมให้นั่งพิงกับผนังสะพานลอยแล้วมันก็ขยับตัวมานั่งข้างๆผม

"ไม่ต้องกลัวนะ" ไอ้อินบอกผม

"นี่นายเอาข้าวโพดปิ้งมาด้วยหรอ"

"อือ" ผมตอบไอ้อินพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมา

เจอกับสายตาของไอ้อินที่มองผมอยู่ สายตาที่ไม่ได้เย็นชาอีกต่อไป

ไอ้อินยิ้มให้ผม

"ความจริงเรากะว่าจะฝากไอ้วินเอามาให้นายพรุ่งนี้น่ะ แต่เจอนายก่อนเมื่อตอนเย็นก็เลยให้ด้วยตัวเอง" ไอ้อินบอกผม ผมก็พยักหน้ารับรู้


"ตกใจจนลืมกินข้าวโพดแล้วเนี่ย" ไอ้อินว่าผมแล้วมันก็ขำออกมา

"ป่าวลืมซะหน่อย" ผมบอกไอ้อิน แล้วก็หยิบข้าวโพดออกมาจากถุง หักเป็นสองท่อนพร้อมกับยื่นท่อนนึงแบ่งให้ไอ้อิน

"อ่ะ แบ่งกัน" ผมบอกไอ้อิน มันก็รับไป

ผมกับไอ้อินนั่งแทะข้าวโพดด้วยกันบนสะพานลอย ฝนก็ยังคงตกกระหน่ำอย่างหนัก เสียงฟ้าร้องครืนมาเป็นระยะๆ

"ทีหลังห้ามมาที่นี่คนเดียวตอนกลางคืนนะ"

"ทำไม" ผมหันไปถามไอ้อิน

"มันอันตราย รุ่นพี่ที่คณะเราบอกว่าเคยมีคนโดนปล้นที่นี่"

ผมรู้สึกกลัวขึ้นมาในทันทีที่ไอ้อินบอกผม นี่ยังดีที่ยังมีไอ้อินอยู่ด้วยในเวลานี้ ถ้าตอนนี้ไม่มีมันแล้วผมก็ต้องติดฝนอยู่คนเดียวที่นี่คงน่ากลัวมาก

"แล้วก็ นายเคยได้ยินเรื่องผีรางรถไฟไหมหล่ะ" ไอ้อินถามผม

"อือ ไม่เอาไม่เล่าดิ กลัว" ผมบอกไอ้อิน

"หึ โอเคไม่เล่าก็ไม่เล่า ขี้กลัวว่ะ" ไอ้อินว่าผม แล้วมันก็หัวเราะ หึหึ

"แล้วนายไปไหนมา" ผมถามไอ้อิน

"ไปส่งเพื่อนผู้หญิงที่หอในมาอ่ะ"

"อืม"

หลังจากนั้นก็มีแต่ความเงียบระหว่างผมกับไอ้อิน ฝนก็ยังไม่หยุดตกซักที ยุงก็เริ่มกัด แล้วผมก็เริ่มง่วงแล้วด้วย

"นึกออกละ โทรให้ไอ้วินเอาร่มมารับดีกว่า" ไอ้อินพูดขึ้น

"วินมันไปกินข้าวกับพี่รหัส ไม่รู้ว่าจะกลับมาหรือยัง หรืออาจจะติดฝนอยู่ที่ร้านเหมือนเราก็ได้" ผมบอกไอ้อิน

"อือ เดี๋ยวลองโทรหามันดู" ไอ้อินบอกผมแล้วก็กดโทรศัพท์หาไอ้วิน

"ปิดเครื่องว่ะ อาจจะแบตหมด" ไอ้อินพูดขึ้นมา

"เฮ้อออ เมื่อไหร่ฝนจะหยุดตกเนี่ย" ผมบ่นออกมา พร้อมกับอ้าปากหาว

"นายง่วงหรอ" ไอ้อินถามผม

"อือ เริ่มง่วงละ คันด้วยยุงกัด" ผมบอกไอ้อินแล้วก็ยกมือขึ้นเกาๆตามแขนและขา

"นอนมั้ย เดี๋ยวฝนหยุดแล้วเราปลุกจะได้กลับหอกัน" ไอ้อินบอกผม

"จะนอนยังไงหล่ะ"

"นี่ไง" ไอ้อินบอกผมแล้วมันก็เอาแขนของมันมาโอบไหล่ผม

ผมสะดุ้งตกใจ ขืนตัวเอาไว้ ไอ้อินก็ชะงักไปเช่นกัน

"ขอโทษที่ทำให้ตกใจ" ไอ้อินขยับเข้ามาใกล้ผมพร้อมกับกางแขนของมันมาโอบไหล่ผมให้ตัวของผมเอียงไปซบกับไหล่ของมัน มือของมันก็ลูบหัวของผมเบาๆ

ได้กลิ่นแป้งโคโดโมะอ่อนๆมาจากตัวของไอ้อิน

"นอนได้มั้ยแบบนี้" ไอ้อินก้มหน้าลงมาถามผมด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา รู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆของมันที่พ่นลงหน้าผากของผม

"อือ" ผมตอบมันออกไปแค่นั้น แล้วก็หลับตาลงซุกตัวเข้าหาไอ้อินด้วยความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัยและสบายใจ


[เจอกันใหม่ตอนหน้า วันที่12 สิงหาคมนะครับ^^] ป.ล.ตอนที่แล้วพิมพ์ผิดจะพิมพ์ว่าวันที่6 ครับกลายเป็น16 เฉย ฮ่าๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 265
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
มาเร็ว เคลมเร็ว ขอบคุณครับ :katai5:

ออฟไลน์ sompong

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 358
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
รอ อองตอนนอนตื่นน

ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2407
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6

ออฟไลน์ ฟูจิซัน

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 303
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +151/-7


4.มิติอ่อนโยน


ตอนเช้าผมรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็พบว่าไม่ได้นอนอยู่ที่ห้องของตัวเอง บนหน้าผากมีแผ่นเจลลดไข้แปะอยู่ ผมค่อยๆพยุงตัวเองลุกขึ้นมานั่งพิงหัวเตียง มองไปพื้นด้านล่างข้างๆเตียงก็เห็นไอ้อินนอนหลับอยู่ในชุดนักศึกษาชุดเดิมที่มันใส่เมื่อวานนี้ บนหน้าผากก็แปะแผ่นเจลลดไข้เหมือนกัน นี่มันเกิดอะไรขึ้น...ผมพยายามนึกย้อนเหตุการณ์เมื่อคืนนี้


"อ่าว ตื่นแล้วหรอมึง เตรียมตัวมากินข้าวกินยา นี่กูไปซื้อโจ้กมาให้" ไอ้วินเปิดประตูเข้าห้องมา มันวางถุงโจ้กไว้แล้วเตรียมหาถ้วยมาใส่โจ้กให้ผม

"นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะ ทำไมกูมานอนที่ห้องมึง" ผมถามไอ้วิน เพราะจำได้แค่ว่าเมื่อคืนนี้ผมนั่งคุยกับไอ้อินที่สะพานลอยข้ามทางรถไฟ


"ลงมากินโจ้กก่อน เดี๋ยวกูเล่าให้ฟัง" ไอ้วินบอกผม

ผมมองลงไปข้างๆเตียง ไอ้อินยังคงนอนหลับอยู่

"ให้ปลุกไอ้อินมั้ย" ผมถามไอ้วิน

"ยังไม่ต้องปลุกมัน เอาทีละคน มึงอ่ะมากินก่อนมา ไอ้อินปล่อยมันนอนไปก่อน" ไอ้วินบอกผม แล้วมันก็เดินเข้าไปเอามือแตะๆหน้าผากไอ้อิน

"เดี๋ยวพอแม่งตื่นมา มึงเตรียมเป็นหมอนวดให้มันเลยนะไอ้อองตอง" ไอ้วินเงยหน้ามาบอกผม แล้วก็ละจากไอ้อินมานั่งกินโจ้กกับผม

"ทำไมวะ"

"ก็เมื่อคืน กูไปกินข้าวกับพี่รหัสแล้วพอดีแบตโทรศัพท์ ติดฝนอยู่ที่ร้านอีก พอฝนซากูก็กลับมาห้องพอชาร์ตแบตเบอร์ไอ้อินก็เด้งขึ้นมากูเลยโทรกลับ มันก็บอกว่าให้เอาร่มไปรับหน่อยที่สะพานลอยข้ามทางรถไฟ พอกูออกไปก็เจอไอ้อินกำลังแบกมึงขึ้นหลังมากลางทางพอดี พวกมึงนี่ก็โนะฝนตกก็ยังจะตากฝนกลับมาคิดว่าถ่ายMVกันหรอวะ" ไอ้วินร่ายยาวให้ผมฟัง

"ไอ้อินเนี่ยนะแบกกูขึ้นหลังมา"

"ก็เออดิ ถ้ามึงไม่เชื่อดูนี่" ไอ้วินบอกผมแล้วมันก็เปิดรูปที่มันถ่ายไว้เมื่อคืนให้ผมดู เป็นภาพไอ้อินที่กำลังแบกผมอยู่

"เชี่ยอิน" ผมพูดชื่อไอ้อินออกมาเบาๆ แล้วก็หันไปมองไอ้อินที่กำลังนอนหลับอยู่

"นี่มันไม่สบายเพราะกู"

"ก็ไม่สบายกันทั้งคู่แหล่ะมึงสองคนอ่ะ"

"รู้มั้ยว่ามึงสองคนทำกูวุ่นวายขนาดไหน กว่าจะเอามึงลงจากหลังไอ้อิน แล้วก็พามึงสองคนค่อยๆเดินกลับมาถึงห้องเนี่ย ไหนจะเช็ดตัวให้ ลงไปซื้อแผ่นเจลมาแปะให้ เรียกกูพ่อเถอะครับไอ้อองตอง" ไอ้วินบ่นผมกับไอ้อิน

"กูขอโทษที่ทำมึงวุ่นวาย" ผมขอโทษไอ้วิน

"เออ แต่ มึงไอ้ออง มึงอธิบายให้กูฟังหน่อยว่ามึงไปอยู่กับไอ้อินได้ยังไงเมื่อคืนนี้" ไอ้วินถามผมด้วยสีหน้าสงสัย

"คือที่กูแปลกใจ เพราะนิสัยไอ้อินมันไม่เคยยุ่งกับใครง่ายๆแบบนี้ ยิ่งกูเห็นมันแบกมึงกลับมากูยิ่งแปลกใจ ว่ามึงสองคนไปสนิทกันตอนไหน" ไอ้วินพูด

"ก็ เอ่อ...คือ เมื่อคืนกูนอนไม่หลับเลยออกไปที่สะพานลอยข้ามทางรถไฟ แล้วฝนก็ตก แล้วก็เจอไอ้อินพอดี  มันไปส่งเพื่อนที่หอในมาอ่ะ ก็เลยติดฝนอยู่ด้วยกันบนสะพานลอย แล้วกูก็หลับไปข้างๆมันบนสะพานลอย ตื่นมาก็อยู่ที่ห้องมึงเนี่ย" ผมเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนเทาที่พอจได้ให้ไอ้วินฟัง

"ห้ะ มึงนอนกับมันบนสะพานลอย" ไอ้วินพูดด้วยน้ำเสียงตกใจ

"ไม่ได้นอนแบบนั้น คือแค่นั่งพิงมันแล้วก็หลับไปอ่ะ"

"อ๋อ แปลก"

"อะไรแปลกวะ" ผมถามไอ้วิน

"ไอ้อินเนี่ยแปลก" ไอ้วินพูดออกมา แล้วก็หันไปมองคู่แฝดของมันที่ยังคงหลับอยู่

"อ่ะ กินโจ้กเสร็จก็กินยานี่ แล้วก็ขึ้นไปนอนพักนะลูก" ไอ้วินบอกผมพร้อมกับหยิบยาพารามาให้ผม

"ครับพ่อ รบกวนด้วยนะครับ" ผมต่อปากต่อคำกับไอ้วิน มันก็หัวเราะ

"เออ เสร็จมึงไปคนนึงละ เดี๋ยวจัดการไอ้อินก่อน ไอ้ตัวดี" ไอ้วินพูดแล้วก็เดินไปปลุกไอ้อิน

ไอ้อินก็งัวเงียตื่นขึ้นมา

"ไปล้างหน้าล้างตา แล้วมากินโจ้ก จะได้กินยา" ไอ้วินบอกไอ้อิน


ไอ้อินหันมามองผมที่นั่งอยู่บนเตียงแล้วมันก็ยิ้มให้ผม ผมก็ยิ้มให้มัน

ไม่มีความหมายของรอยยิ้มนี้หรอกครับ ผมรู้แค่ว่า อยากยิ้มให้มันก็แค่นั้น

"ดีขึ้นยัง" ผมถามไอ้อิน

"อื้อ สบายๆ ไม่ปวดหัวละ แต่ปวดตัวแทน แบกลิงขึ้นหลังมาเมื่อคืน" ไอ้อินพูดแล้วมันก็ลุกยืนบิดตัวยืดเส้นยืดสาย

"จะอาบน้ำก่อนมั้ย" ไอ้วินถามไอ้อิน

"อือ" ไอ้อินพูดแล้วก็เข้าห้องน้ำไป

"มึงสองคนนี่ชักจะยังไงๆซะแล้ว" ไอ้วินพูดกับผม

"ยังไงวะ" ผมถามไอ้วิน

"ก็แปลกๆ มีเรียกแทนกันว่าลิงด้วย แหม่ๆ" ไอ้วินแซวผม

"พอเลยมึง เลิกคิดชั่วๆ" ผมว่าไอ้วินแล้วก็ล้มตัวลงนอนบนที่นอนของมัน

"ห้องมึงนี่โคตรเป็นระเบียบ กูคิดว่าจะรกมากกว่านี้นะเนี่ย"

"ทำไมคิดแบบนั้น กูดูสกปรกมากเลยหรอ" ไอ้วินถามผม

"ป่าว ก็เห็นว่าผู้ชายอยู่ด้วยกันสองคนห้องก็ไม่น่าจะเรียบร้อย แต่ก็ดีกว่าที่กูคิด

"ดูหน้ากูด้วย รักความสะอาดครับ ทุกอย่างต้องเนี้ยบ" ไอ้วินบอกผม

"เออ กูเชื่อมึงละ"

"แล้วมึงก็นะ ทีหลังอย่าไปสะพานลอยนั่นอีกนะกลางค่ำกลางคืนแบบนี้ อันตราย ถ้าจะไปก็ชวนกูไปด้วย" ไอ้วินบอกผม

"เออ กูก็แค่อยากไปถ่ายรูปรถไฟน่ะ ไม่ได้คิดว่ามันอันตรายอะไร"

"โคตรอันตรายเลยถ้าไปคนเดียว ไม่โดนจี้โดนปล้นก็ดีเท่าไหร่แล้ว"

"มึงนี่พูดเหมือนไอ้อินเลย" ผมบอกไอ้วิน

"ทีหลังก็จำไว้ ถ้าจะไปก็ชวนกูไปด้วย"

"คร้าบพ่อ"

"ไหนดูซิตัวหายร้อนยัง" ไอ้วินมานั่งข้างๆผมบนเตียงแล้วก็เอามือมาแตะหน้าผากของผม

ไอ้อินออกมาจากห้องน้ำพอดี มันเห็นไอ้วินกำลังทำแบบนั้นกับผมก็ชะงักไป

"นี่ดีนะ ที่เมื่อคืนมึงเจอไอ้อิน ไม่งั้นคงโดนปล้นไปละมั้ง" ไอ้วินพูด

"เตือนเพื่อนมึงด้วยก็แล้วกันไอ้วิน" ไอ้อินบอกไอ้วินแล้วก็ไปนั่งกินโจ้กที่ไอ้วินเทใส่ชามไว้ให้

"แล้วมึงดีขึ้นยัง" ไอ้วินถามไอ้อิน ไอ้อินก็พยักหน้าให้

"เฮ้อ โล่งใจ นี่ถ้าถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาล กูกับมึงโดนพ่อกับแม่ดุแน่ๆ" ไอ้วินพูด

"ไอ้วิน วันนี้ไม่ไปแปลงเกษตรได้ป่าววะ ขอพักผ่อนก่อน" ผมบอกไอ้วิน

"อือ มันก็คงต้องเป็นอย่างนั้น มึงจะกลับหอหรือนอนพักที่ห้องกูก่อนก็ได้"

"กลับหอดีกว่า รบกวนมึงมาทั้งคืนแล้ว" ผมบอกไอ้วิน

"หายแล้วแน่นะ" ไอ้อินถามผม ผมก็พยักหน้าให้มัน

"มึงลงไปส่งกูหน่อยดิ" ผมบอกไอ้วินให้ลงไปส่ง

"เดี๋ยวกูไปส่งเอง จะไปซื้อของด้วย" ไอ้อินพูดขึ้น ไอ้วินก็ทำหน้า งงๆ แต่ก็ปล่อยให้ไอ้อินลงไปส่งผมแทนมัน

"พักผ่อนเยอะๆนะไอ้ออง เอางี้กลางวันเดี๋ยวกูซื้อข้าวขึ้นไปให้มึงที่ห้องนะ จะได้เอาเอกสารเรียนที่ถ่ายเอกสารไว้ไปให้มึงด้วย" ไอ้วินบอกผม

"อืม โอเค เจอกัน ไงก็ขอบใจมากนะมึงที่ช่วยกูเมื่อคืน" ผมขอบใจไอ้วิน มันก็พยักหน้าให้แล้วเดินมาตบไหล่ผม

"ไปๆ ไอ้อินออกไปรอแล้ว"

ผมออกมาจากห้องไอ้วิน เดินตามไอ้อินลงไปข้างล่างหอ ออกจากหอผมก็แยกตัวกลับไปที่หอของผมที่อยู่ถัดไปสองสามตึก

"ขอเราไปส่งที่หอได้มั้ย" ไอ้อินถามผม

ผมมองหน้าไอ้อิน แล้วก็พยักหน้าให้มัน

ไอ้อินมาเดินข้างๆผม ไม่นานก็เดินมาถึงหอของผม

"อยู่ใกล้แค่นี้เอง" ไอ้อินพูดขึ้นแล้วก็เงยหน้ามองหอของผม

"อยู่ชั้นไหนหรอ"

"นั่นไง ชั้นสองห้องริมสุด" ผมบอกไอ้อินแล้วก็ชี้ให้มันดูห้องของผม

"อืม นายขึ้นไปพักผ่อนเถอะ มียากินหรือเปล่า" ไอ้อินถามผม

"มียาพาราอยู่"

"ครับ หายไวๆนะ เดี๋ยวตอนเย็น..." ไอ้อินพูดแล้วก็เงียบไป

"ตอนเย็น ทำไมหรอ" ผมถามไอ้อิน มันก็ทำท่าทางอึกอัก เหมือนไม่อยากพูด

"เอ่อ...เรา เราว่าจะชวนนายกับไอ้วินไปกินข้าวต้มน่ะ"

"อ๋อ ได้สิ ไปๆ อยากกินผักบุ้งไฟแดง" ผมบอกไอ้อิน มันก็ยิ้มออกมา

"ยังไงก็ขอบใจมากนะสำหรับเรื่องเมื่อคืนนี้" ผมพูดขอบใจไอ้อิน

"ครับ" ไอ้อินบอกผมแล้วก็เดินกลับไป

ผมมองตามหลังไอ้อินที่เดินไป ทำไมรู้สึกแปลกๆกับแฝดของไอ้วินคนนี้นะ


ตอนเที่ยง ไอ้วินก็โทรมาหาผม บอกว่าจะเอาข้าวขึ้นมาให้ ผมลงจากหอไปเปิดประตูให้มัน

"นี่กูถ่ายเอกสารมาให้มึงครบทุกอันเลยที่ต้องใช้เรียน" ไอ้วินบอกผมพร้อมกับยกถุงที่ใส่เอกสารให้ผมดู ผมก็รับมาถือไว้เอง

"ขอบใจมากมึง แล้วมึงกินข้าวมายังเนี่ย"

"นี่ไง ซื้อใส่กล่องขึ้นไปกินกับมึงที่ห้อง"

"นี่ใช่วินกับอองตอง ที่ลงเพจSo Cute หรือป่าวคะ" ผู้หญิงสองคนที่กำลังเดินออกจากหอหันมาถามผมกับไอ้วิน

"ใช่ครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ" ไอ้วินถามผู้หญิงสองคนนั้น

"กรี้ดดด ใช่จริงๆด้วยอ่ะ น่ารัก"

"เราติดตามค่ะ ชอบรูปเธอสองคน น่ารักดีเวลาอยู่ด้วยกัน"

"คือเราเห็นรูปเธอสองคนแล้วชอบอ่ะ ขอเป็นแฟนคลับนะคะ"

"เอ่อ คือ..โอเคครับ แฟนคลับก็แฟนคลับ ขอบคุณนะครับ" ไอ้วินบอกผู้หญิงสองคนนั้น ท่าทีของมันก็เขินๆ

ผมนี่ยืนนิ่งเลย เพราะไม่รู้จะทำตัวยังไงเวลาโดนจู่โจมแบบนี้ เลยปล่อยให้ไอ้วินรับหน้าไปแทน

"งั้นขอถ่ายรูปทั้งสองคนหน่อยได้ไหมคะ"

"ได้สิครับ มาๆไอ้อองให้คุณแฟนคลับเขาถ่ายรูปหน่อย"

แหม่ เชี่ยวินพูดซะเพราะเชียว คุณแฟนคลับ ผมนึกด่าไอ้วินในใจ แต่ก็ขยับไปยืนใกล้ๆมัน

"ขอบคุณค่ะที่ให้ถ่ายรูป น่ารัก นิสัยก็ดี"

"อองตองขี้อายจัง" ผู้หญิงคนนึงบอกผม

"เอ่อ ขอโทษครับเราพูดไม่ค่อยเก่ง"

"ไม่เป็นไรค่ะ แบบนี้น่ารักดี"

"งั้นไว้เจอกันใหม่นะคะ วินอองตอง"

"ครับ บ้ายบายครับ" ผมกับไอ้วินยกมือบ้ายบายเพื่อนผู้หญิงสองคนนั้นแล้วก็พากันเดินขึ้นไปบนห้อง


Line ไอ้เม่น

"แหม่ มึงสองคนนี่ ฮอตนะ" ไอ้เม่นไลน์เข้ามาในกลุ่มของผมสามคนที่ตั้งไว้โดยเฉพาะ

"เชี่ย โลกกลมชิบ" ไอ้วินเปิดไลน์แล้วก็พูดออกมา

"ทำไมวะ" ผมถามไอ้วิน มันก็ยื่นโทรศัพท์ให้ผมดู

เป็นรูปของผมกับไอ้วินที่เพื่อนผู้หญิงถ่ายเอาไว้เมื่อกี้ แล้วเอาไปลงในเฟชบุ๊คส่วนตัว ไอ้เม่นบอกว่าผู้หญิงสองคนนั้นเป็นเพื่อนกับแฟนของมัน

Status : เขาอยู่หอเดียวกับเราแหล่ะ

#วินอองตอง

"โอ้ยยย น่าร้ากกกก"

"หอไหนอ่า ขอพิกัดหน่อย"

"เขาอยู่ห้องเดียวกันหรอ"

"งู้ยยย วินอองตอง"

"ได้เจอแบบนี้ทุกวันคงสดชื่น


ผมไล่อ่านคอมเม้นท์ที่ไอ้เม่นแคปส่งมาให้ ไอ้วินก็นั่งอ่านอยู่ข้างๆผม

"เชี่ยยย วงการคู่วายนี่เป็นแบบนี้นี่เอง" ไอ้วินพูดขึ้น

"เราคงต้องเจอแบบนี้ไปอีกนานว่ะ" ผมบอกไอ้วิน

"สู้ดิ กูพร้อมชน มาเหอะเจ้าพวกแฟนคลับ" ไอ้วินพูดแล้วมันก็หัวเราะ ผมก็ส่ายหัวกับการกระทำของมัน คนอย่างไอ้วินคงไม่คิดอะไรกับเรื่องที่โดนจับคู่กับผมแบบนี้หรอกครับ

"มากินข้าวกันเถอะ" ผมบอกไอ้วินหลังจากจัดแจงกางโต๊ะญี่ปุ่น แล้วก็เอากล่องข้าวมาวางไว้ให้มัน

"อ่ะนี่ซุปสาหร่ายญี่ปุ่น" ผมยกถ้วยน้ำซุปออกมาจากไมโครเวฟ

"อืม อร่อยว่ะ คล่องคอดีจัง

ผมนั่งมองไอ้คนตรงหน้าที่กำลังกินข้าว ไอ้วินกับไอ้อิน คงจะเหมือนกันแค่รูปร่างหน้าตา แต่ด้วยนิสัยส่วนตัวแล้วคงไม่เหมือนกันแน่นอนเท่าที่ผมสัมผัสได้ ไอ้วินจะเป็นคนที่ดูเข้าถึงง่าย เป็นมิตรและเป็นคนที่มีมิติเดียว แต่ไอ้อินนั้นถึงผมจะเพิ่งได้สัมผัสกับตัวตนของมันเพียงน้อยนิด แต่ผมคิดว่าคนอย่างไอ้อินมีหลายมิติ อยู่ที่มันเลือกว่าจะเอามิติไหนออกมาใช้กับใคร แต่สำหรับผมในตอนนี้ไอ้อินน่าจะเลือกใช้มิติอ่อนโยน...ใช่ครับ มิติอ่อนโยน






ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 265
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 265
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
หายไปนานเหมือนกันนะคับ

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2026
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-0

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 265
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
 :hao5:คิดถึง

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด