รักนี้เกิดขึ้นที่ในรั้วโรงเรียนพิเศษ(หมอภีมXพี่ต้น)ผมต้องเลือกลูก
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: รักนี้เกิดขึ้นที่ในรั้วโรงเรียนพิเศษ(หมอภีมXพี่ต้น)ผมต้องเลือกลูก  (อ่าน 5758 ครั้ง)

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
(ครูเขม X คริส)EP.35งานเข้าวันเกิดคริส เชอรี่แน่ๆ

          คริสโตเฟอร์   ผมกับพี่เขมก็พากันเดินทางกลับโรงเรียนทันที่ที่ผมเข้าไปทำข้อสอบ GED ที่กรุงเทพกับพี่เขม ผมลาหนึ่งวันพี่เขมก็ลาหนึ่งวันเช่นกัน โดยให้ครูสมชายดูแลนักเรียนแทนพี่เขม พี่เขมบอกว่าครูสมชายยังชมผมกับพี่เขมเลยนะว่าผมตั้งใจเรียนมากขึ้น ผมก็รู้สึกผิดที่ผมเคยจะต่อยครูเขาเหมือนที่ไอ้อั๋นเกือบทำกับพี่เขมเช่นกัน ตอนนั้นผมหัวร้อนและยิ่งมาจี้จุดว่าผมเป็นฝรั่งขี้นกด้วย ครูบอกกับครูเขมว่าครูเขาไม่ได้ตั้งใจแค่บรรดารโทสะที่ผมเถียงเขาไม่ฟังเขา
           และนี้ผมก็เชื่อว่าผมทำข้อสอบผ่านแน่นอน เพราะว่าผมทำได้เกินเกณฑ์ที่เขากำหนดไว้ขั้นต่ำนะแต่ก็ต้องรอลุ้นวิชาอื่นอีกที่จะมาสอบในอาทิตย์หน้าวันจันทร์อีกเช่นกัน คราวหน้าเป็นวิชาภาษอังกฤษ Reading ถามว่าผมหมั่นใจไหม ผมหมั่นใจมากเพราะว่าพี่เขมติวให้ผมดีมากคอยให้ทำแบบทดสอบเยอะมากและยิ่งเทคนิคการอ่านเพื่อหาคำตอบพี่เขมเขาบอกเขาถนัดเรื่องนี้พอสมควร ผมก็เลยหมั่นใจว่าผมทำได้แน่ๆ แต่ผมกลัวเรื่อง Writing อย่างเดียวเลย  ผมไม่ค่อยได้ใช่บ่อยแต่ผมจะพยายามให้ดีที่สุดเพื่อพี่เขม
          
             และที่ผมกับพี่เขมรีบกลับกันเพราะว่าวันนี้เป็นวันพิเศษของผมและผมจะได้ฉลองวันเกิดครบรอบ17ปีเต็มของผมกับคนที่ผมรักไม่ซิรักมากที่สุดในบรรดาคนที่ผมขอเป็นแฟนมาและผมต้องการให้เป็นคนสุดท้ายของผมและตลอดไป

            “พี่เขมตกลงคืนนี้ไม่ให้ไปเที่ยวจริงๆอะ” ผมหันหน้ามาถามครูเขมที่กำลังขับรถอยู่ ใจผมก็อยากจะพาพี่เขมไปเที่ยวผับบ้าง

            “เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเพิ่งจะไปมีเรื่องและปืนเขาก็บอกว่านายยังไม่ควรเข้าผับตอนนี้คริส เพราะว่านายกายอาจจะหาเรื่องเขาด้วยเช่นกัน” พี่เขมหันมาพูดกับผม ผมก็ต้องก้มหน้ายอมรับผิด

           “ทำอะไรทานที่บ้านดีกว่าและที่สำคัญปันปันก็เพิ่งจะออกจากโรงพยาบาลมานะคริส เขายังไม่พร้อมจะออกไปสนุกสนานร่าเริงแบบนั้นแน่ๆ “ ” ครูเขมพูดผมพยกหน้า โป้งมันบอกว่ามันจะมาร่วมฉลองงานวันเกิดผมด้วย ก็ดีเหมือนกันกิน ดื่มกับเพื่อนๆแค่นี้ก็พอแล้ว และกับคนที่ผมรักที่สุด

KissKhem : มึงอยู่ไหนวะอาร์ท (ผมส่งข้อความหาอาร์ท)
Arty Love JOJO : กำลังออกจากบ้านรอเมียอยู่วันนี้เมียกูเข้าครัวทำบาร์บีคิวเองว่ะ
KissKhem : เฮ้ย! กูไม่อยากท้องเสีย ทำไมมึงไม่บอกให้เมียมึงมานั่งกินด้วยกันก็พอว่ะ
Arty Love JoJO : ช่วงนี้ไม่อยากขัดใจวะ เมียกูยิ่งงอนเก่งอยู่นะมึง  ทนกินให้เมียกูชื้นใจหน่อยว่ะเพื่อน
(นี้มันเป็นโรคเกลียมัวตั้งแต่เมื่อไหร่ ดูผมนี่ หันมาเจอยกไหว้เลยครับ(ก็เมียผมเป็นครูฮาๆ) ครูเขมหันมาเหล่ตามองว่าผมกำลังนินทาอยู่ในใจ
KissKhem: มึงจะให้กูเอาชีวิตไปฝากไว้กับเมียมึงนี้นะ ไอ้อาร์ท
Arty Love JOJO : ไม่เป็นไรหรอกมึง อย่างมากแค่ท้องเสียถ้าหนักหน่อยกูจ่ายค่าห้องให้ นอนแอร์เย็นสบายแถมมีพยาบาลเช็ดตัวให้ด้วยนะมึง
KissKhem : กูไม่เอากูจะนอนบ้านพักครูกับพี่เขม ให้พี่เขมจับกูอาบน้ำดีกว่าให้พยาบาลเช็ดตัว กูไม่ชอบนุ่มนวลกูชอบเร้าใจ (พอพี่เขมได้ยินนี้หันขวับมาชี้หน้าผม)

Arty Love JOJO : เอานะทนกินหน่อย ถ้าอย่างนั้นกูเพิ่มประกันชีวิตให้ด้วยแล้วกันครูเขมจะได้มีเงินก้อนใช้ ในฐานะแฟนมึง (ไอ้นี้มันแช่งผม )
KissKhem        : Fuxx you
Arty Love JoJO : Thanks ( ส่งรูปจูบมาให้ผมด้วย )ผมรีบเก็บมือลงพี่เขมมองหน้าผม

      
               “ทำไมทำหน้าแบบนั้นละคริส” พี่เขมถามผม ผมขมวดคิ้วมองหน้าพี่เขม

      “ก็ได้อาร์ทอะมันบอกว่าเมียมันทำบาร์บีคิวมาเองอะพี่เขม” ผมหันมาบอกพี่เขม

      “ก็ดีนะซิพี่จะได้ทำน้อยลงหน่อยคริส และนี้เพื่อนอุตสาห์ตั้งใจทำให้เรา ทำหน้าดีใจซิ ไม่ใช่ทำหน้าเหมือนกำลังเจอเรื่องสยองขวัญ” พี่เขมพูดปนหัวเราะไปด้วย

      “กลัวท้องเสียไม่อยากนอนโรงพยาบาล อยากฉยองวันเกิดกับพี่เขมสองคนที่บ้านพักครู ” ผมพูดพี่เขมหันมาหน้าผมและยิ้มๆ

      “เพื่อนอุตสาตั้งใจทำให้นะคริสและคงไม่ถึงกับท้องเสียหรอก วันก่อนที่ไปแคมป์กันนะเขาช่วยพี่ทำอยู่นะ โจนะ เขาคงรู้ว่าต้องทำยังไงนะ” พี่เขมพูดระหว่างที่พี่เขมกำลังเลี้ยวรถเข้าประตูโรงเรียน ลุงรปภ. เดินมาเปิดประตูให้

      “ลุงครับนี้ขนมนะครับแม่ผมทำไว้เอาไปทานครับ” ครูเขมเลื่อนกระจกรถลงพร้อมกับส่งห่อขนมที่แม่ของพี่เขมทำไว้ แม่ของพี่เขมกลับมาดูแลพี่สาวซึ้งเป็นป้าของครูเขมและยังเป็นสาวโสดที่ไม่ได้แต่งงาน และเมื่อเช้าพี่เขมก็ไปส่งคุณแม่ของพี่เขมขึ้นเครื่องบินเพื่อเดินทางไปดูหลานชายพี่เขม ที่เป็นลูกชายของพี่ชายคนโตพี่เขมอีก ผมเฝ้ารอว่าเมื่อไหร่ผมจะได้มีโอกาสได้พบพี่ชายทั้งสองของพี่เขม ผมอยากเจอจังอยากจะแสดงให้เขารู้ว่าผมรักพี่เขมมากแค่ไหน ผมไม่ใช่แค่เด็กนักเรียนของพี่เขมไปวันวัน  และแม่พี่เขมน่ารักมากทำขนมที่ผมชอบไว้ให้ด้วย ผมได้ชิมขนมเม็ดขนุนฝีมือแม่พี่เขมแล้วผมก็ติดใจ

      “ผมไม่แปลกใจเลยทำไมพี่เขมมีแต่คนรัก” ผมพูดกับพี่เขม รถแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ผมเหลือบมองเห็นสิ่งที่ผิดปกติ ข้าวของกระจัดกระจาย มีกระดาษ A4 แปะไว้เต็มข้างฝาบ้านไปหมด ผมกับพี่เขมออกมาจากรถก็ต้องถึงกับตกใจสิ่งที่พบเห็น ถังขยะล้มเกลื่อนไปหมด พี่เขมเดินไปดึงกระดาษที่แปะไว้ลงมาดู

      “ไอ้ครูตุ๊ด” เป็นข้อความที่แปะไว้ ฝีมือใครกัน มีทั้งครูตุ๊ด ครูชอบเอาตูด และบร้าๆ พี่เขมหันมามองหน้าผม ผมคิดว่าเป็นฝีมือไอ้พี่กายแน่ๆ ผมหยิบมาดูผมก็ต้องปวดใจมันด่าแต่ละคำ มันทำให้ผมต้องขยำมันด้วยความโกรธแค้น

      “ไอ้สัดกาย!!!!” ผมสะบดออกมา

      “หยุด!...พอได้แล้วคริส...ถ้ายิ่งโต้ตอบกันไปมากเรื่องก็ยืดเยื้ออยู่แบบนี้พอได้แล้ว “ พี่เขมพูดพร้อมถอนหายใจออกมายาวๆ หนึ่งที ผมเจ็บใจที่มันว่าคนที่ผมรักนี้แหละ

      “ดูมันทำกับพี่เขมดิพี่ ผมทนไม่ได้แล้ว พี่เป็นคนที่ผมรักนะ ผมจะทนได้ยังไงละพี่เขม” ผมหันมาพูดกับพี่

      “พี่เคยบอกแล้วใช่ไหมคริสว่าถ้าเลือกทางนี้กับพี่จะต้องเจออะไรบ้าง ทางเดินไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มันก็จะมีก้อนหินก้อนกรวดทิ่มตำเท้าเรา แต่ความอดทนอดกลั้นเท่านั้นที่จะพาเราเดินผ่านมันไปได้ ดังนัน ในเมื่อเขาไม่หยุด เราก็ควรจะหยุด… ตัวเราเอง “ พี่เขมพูด ผมก็ยืนนิ่งอยู่พักใหญ่พอสมควร เสียงรถแล่นตามเข้ามารถไอ้โป้ง กับรถไอ้อาร์ท แต่ละคนออกมาจากรถพร้อมกับทำหน้าตกใจเหมือนกับผมสองคนในตอนแรก

      “นี้เกิดเรื่องเชี้ยอะไรขึ้นวะ” ไอ้อาร์ทสะบดถามแต่ว่าไม่มีใครให้คำตอบได้แม้กระทั้งผมสองคนที่มาถึงก่อนแต่มันก็ไม่ยากที่จะเดาว่าใครกัน พรุ่งนี้ก่อนนะผมจะไปถามว่ามันจะเอายังไงกับผม

      “ครู...” ปันปันเดินมาหาครูเขมทันที ครูเขมพยักหน้าว่าครูเขมโอเคส่วนผมที่ยืนพยายามขมอารมณ์ตัวเองตามที่พี่เขมบอกผม ไอ้โป้งมันเดินมาแตะที่ไหล่ผม

      “เฮ้ย! ช่วยกันแกะกระดาษออกวะ ...แม่งพวกมีสมองไว้กั้นหู” ไอ้โป้งพูดและพวกผมก็ช่วยกันเก็บกระดาษใส่ถงจะได้เอาไปทิ้ง ผมรู้ว่าพี่เขมต้องเสียใจบ้างแหละที่อุตสาห์ตั้งใจเป็นครูที่ดีแต่กลับได้รับสิ่งเหล่านี้ตอบแทน มันทำให้ผมเริ่มคิดว่าผมควรจะเป็นครูดีไหม ผมยิ่งความอดทนต่ำที่สุดอยู่ด้วยเทียบไม่ได้เลยกับพี่เขม ตอนนี้พี่เขมนิ่งมากจนกผมเดาไม่ออกเลยว่าพี่เขมรู้สึกยังไงเสียใจมากแค่ไหน

      “พี่เขมขึ้นบ้านเถอะเดี๋ยวพวกผมเก็บเองนะ” ผมพูดกับพี่เขม พี่เขมพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะเดินขึ้นบ้านไปเตรียมอาหาร ผมไม่อยากจะเชื่อเลย วันเกิดผมแท้ๆ ทำไมถึงมีเรื่องบ้าแบบนี้ด้วย ผมได้แต่กำหมัดแน่น แต่ถ้าผมยิ่งโต้ตอบพี่เขมก็ยิ่งโดนใช่ไหม แล้วผมควรจะหยุดโดยไม่ทำอะไรเลยอย่างนั้นหรือ  ทันใดนั้นผมก็เหลือยไปเห็นรปภ ของโรงเรียน  ขี่รถจักรยานผ่านเข้ามา เขาเห็นพวกผมเขาก็ตกใจว่าผมอะไรกัน

           “ไอ้หนูมาทำอะไรกันหน้าบ้านพักครู” ลุงเขาถามพวกผม ผมหันไปมองลุงเขา

      “ลุงใครเข้ามาแถวบ้านพักครูหรือเปล่า” ไอ้โจมันถามลุงภารโรง ลุงเขาก็ทำท่าคิด

      “ ไม่นี้...อ้อ...มีผู้หญิงคนหนึ่งเขาบอกว่าเป็นแฟนเรานะนายคริสมากับเพื่อนอีกสองสามคน ลุงก็นึกว่าเราอยู่บ้านพักเลยให้เขาเข้ามาก็มีแค่นั้นแหละและตอนที่ลุงขี่รถจักรยายผ่านมาเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว ก็เห็นเดินส่วนออกไป ลุงยังถามเลยว่าแฟนเขาอยู่บ้านพักนักเรียนไม่ใช่เหรอ ทำไมเดินออกมาเหมือนมาจากบ้านพักครู “ ลุงภารโรงพูด ผมก็กำหมัดแน่น เชอรี่ ทำไมเธอถึงได้กล้าทำแบบนี้

      “แล้วเขาเป็นแฟนเราหรือเปล่าละ” ลุงภารโรงเขาถามผม

      “ไม่ใช่ครับลุง เขาแค่เคยเรียนที่นี้นะครับและนี้เขาก็มาติดกระดาษด่าครูเขมด้วยครับลุง” ผมพูด ลุงแกก็หยิบมาอ่านและ

      “เอาไว้คราวหน้าลุงไม่ให้เข้ามาแล้วลูก โธ่มาว่าครูเขมของลุงได้ นี้ถ้าลุงรู้ว่านิสัยไม่ดีนี้ไม่ให้เข้ามาเด็ดขาดเลย “ ลุงรปภ พูดบอกพวกผม

      “ไม่เป็นไรครับลุง ขอบคุณนะครับ” ผมหันไปขอบคุณลุงเขา ลุงเขาไม่ผิดหรอก แต่ผิดที่เชอรี่ ผมมองเธอเป็นนางฟ้าเกินไป ที่แท้เธอก็นางมารดีดีนี้เอง

      “นางเชอรี่เหรอว่ะ กูบอกมึงแล้วว่าน้องเขานะสวนแต่รูปจูบไม่หอม มึงก็ไม่เชื่อกูไอ้คริส” โป้งถามขึ้น และหันมาพูดกับผม ผมพยักหน้าว่าผมรู้แล้วแต่ที่ผมให้เขาช่วยผมก็ไม่คิดว่านางจะหันมาเล่นครูเขมแบบนี้ นางนี้มันลูกเสือลูกจระเข้จริงๆ

      “กูว่ามันทำให้ไอ้กายวะ”ไอ้อาร์ทพูดผมพยักหน้าว่าอาจจะใช้และนางคงโกรธที่ผมหรอกใช้นางวันก่อน

      “มึงจะทำไงวะนางเป็นผู้หญิงและนี้ไอ้กายมันหน้าตัวเมียให้ผู้หญิงทำให้เลยเหรอว่ะ” ไอ้โจพูด
   
      “มันคงคิดว่าถ้าให้ผู้หญิงทำพวกเราก็ไม่กล้าทำอะไรกลับแน่นอนว่ะ เพราะว่ามันดูไม่ดี้ถ้าพวกเราที่เป็นผู้ชายจะแก้แค้นเธอกลับ” ไอ้โป้งพูดขึ้นบ้าง

      “ถ้าผู้ชายทำอะไรผู้หญิงไม่ได้ก็ให้ผู้หญิงกับผู้หญิงดิวะ” ปันปันพูดขึ้น ผมสะบัดหน้าไปมองปันปัน ทุกคนหันไปมองปันปันกันหมด ว่าความคิดมันดีเลิศมากเลยแต่จะให้ใครวะ ผมก็คิดกันอีก

      “แก้ม!!!!” เสียงเดียวกันหมด งานนี้ต้องพึ่งแก้มแล้วแหละผม พรุ่งนี้แล้วกันค่อยไปคุยกับแก้ม ผมเชื่อว่าแก้มเต็มใจจะช่วยผมแน่ๆคราวนี้เพราะว่าครูเขมเคยช่วยแก้มไว้ ผมเก็บทำความสะอาดทุกอย่างที่บ้านของครูเขม ผมเดินขึ้นมาบนบ้านเห็นครูเขมกำลังทำอาหารอยู่บนบ้านผมรู้ว่าครูเขมสีหน้าไม่ค่อยสบายใจหนัก

      “หมับ” ผมตรงเข้าไปกอดจากด้านหลังครูเขมวางมือจากการหันปลาหมึกวันนี้ครูเขมจะทำปลาหมึกนึ่งมะนาวให้พวกผมทานกัน

      “ฟู่” เสียงพ่นลมหายใจของครูเขมมันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดแทน

      “พี่เขมผมขอโทษนะพี่เขมที่ผมทำให้พี่เขมเดือดร้อนไม่รู้กี่ครั้ง” ผมพูดและซบใบหน้าผมลงที่แผ่นหลังของพี่เขม

      “พี่ยอมรับว่าพี่ท้อแต่พี่รักเรานะคริสพี่รักเรามาก ” ครูเขมพูดพร้อมกับหมุนตัวหันมาหาผม มองหน้าผมแววตาที่บอกได้ว่าหวงใยผมมากแค่ไหนผมก็ยิ่งรู้สึกว่าผมยังดูแลผู้ชายคนนี้ได้ไม่ดีพอ เพราะว่าผมยังเด็กเกินไปใช่ไหม แล้วผมจะตามทันได้เมื่อไหร่กัน

      “ผมรักพี่เขมมากนะพี่เขมแต่ผมดูแลคนที่ผมรักได้ไม่ดีพอ” ผมพูดครูเขมยกมือขึ้นมาใบหน้าของผมไว้

      “พี่ก็รักเรามากไง ดังนั้นพี่ต้องอดทนให้มากขึ้นหลายเท่าตัว” พี่เขมพูดและมองหน้าผม พร้อมกับรอยยิ้มที่เปื้อนบนใบหน้าที่ดูไม่ค่อยสดชื่นเหมือนก่อนที่จะมาเจอกระดาษอะไรพวกนั้น

      “และอีกอย่างนะพี่ไม่ได้อยากได้ฮีโร่มาเป็นแฟนนะ ถ้าอย่างนั้นไปหาซุปเปอร์แมน หรือแบทแมนดีกว่าไหมกู้โลกได้ด้วย” ครูเขมพูดผมเงยหน้ามองครูเขม คุณครูเรามีมุขด้วย

      “พี่อยากให้เราดูแลตัวเองรักตัวเองให้มากกว่านี้ ส่วนพี่นะรักเรามากก็จริงแต่ก็เผื่อไว้รักตัวเองเหมือนกัน” ผมเงยหน้ามองพี่เขม ผมไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่พี่เขมพยายามบอกผม

      “คนเราต้องรักตัวเองก่อนนั้นแหละถึงจะรักและดูแลคนอื่นได้เข้าใจที่พี่พูดไหมคริส” ครูเขมพูด ผมมองหน้าครูเขม

      “พี่อยากให้เราพอและหยุด อย่าไปต่อความยาวสาวควายืดเอากับใครก็ตามที่ทำแบบนั้นกับพี่...ช่างมันเถอะพี่นะยอมรับมันได้แล้วว่าพี่อาจจะต้องเจออะไรคริส” ครูเขมพูด เขาเป็นผู้ใหญ่จริงๆแต่จะยอมให้คนผิดลอยนวลอย่างนั้นนะเหรอ

      “พี่อยากให้เราดูแลตัวเองรักตัวเองไม่ให้ไปมีเรื่องอะไรกับใครแค่นั้นแหละพอแล้วและนั้นก็คือการดูแลพี่เหมือนกัน “ พี่เขมพูด ผมพยักหน้า

      “สัญญากับพี่ซิคริสว่าคริสจะหยุดไม่ไปต่อความเอาเรื่องอีก และคริสก็สอบอีกแค่สามวิชาเราก็จบแล้ว” ครูเขมพูดและมองหน้าผม ผมก็เงยหน้ามองคนตรงหน้า ผมพยักหน้าเบาๆ ผมใช่อุ้มมือแตะแก้มครูเขมเบาๆ พร้อมกับโน้มตัวเพื่อจูบริมฝีปากบางๆนั้น นี้ผมสูงเกินพี่เขมไปนิดหน่อยแล้วเหรอ

      “อืม” ริมฝีปากผมครอบริมฝีปากบางๆนั้นอย่างถนอม

      “ครูเขมครับผมขอใช้ปลั๊ก!” เสียงที่ทำให้ผมกับครูเขมต้องชะงักพร้อมกับคนตรงข้ามก็รีบผลักผมออกทันทีเนื่องจากไอ้อาร์ทมันขึ้นมาขอใช้ปลั๊กไฟต่อลงไปเพื่อจัดปาร์ตี้กันหน้าบ้าน ผมหันไปมองอารมณ์อยากเตะมันมาก

      “ได้ซิเดี๋ยวครูหยิบให้นะ” ครูเขมรีบเดินไปหยิบให้ ผมหันมามองไอ้ตัวมาร ไอ้อาร์ท ผมหันไปทำนิ้วเฉือดคอใส่มัน

      “เฮ้ยกูไม่รู้นี้หว่าว่าจะ อีฟเว่นนิ่งคิสกัน ปกติมีแต่ มอนิ่งคิส” ไอ้อาร์ทมันพูดและชะเง้อคอมองครูเขม

      “กูคิสมันสี่เวลาตื่นมาฉี่กูก็คิส” ผมหันไปตอบมัน และหันมาหยิบพวกผักที่ครูเขมหั่นค้างไว้ออกมาหันต่อ ครูเขมเดินออกมาพร้อมกับปลั๊กไฟสายยาวที่มีอยู่ส่งให้อาร์ท

      “ไม่ขึ้นมากวนแล้วนะ”ไอ้อาร์ทมันตะโกนก่อนจะเดินลงไปผมหยิบข้าวโพดอ่อนปาตามหลังเพราะว่ามันกวนไปแล้ว ไอ้เพื่อนเวร

      “พี่เขมไปอาบน้ำก่อนก็ได้นะครับผมหั่นพวกที่เหลือเอง” ผมบอกครูเขม

      “ก็ดีนะพี่ออกมาจะได้ทำเลยส่วนเราจะได้อาบน้ำต่อ” พี่เขมพูดและยิ้มให้ผม ผมรู้สึกว่าพี่เขมดูเหนื่อยกว่าทุกวัน ผมเองก็อดใจหายไม่ได้เลย

      “หรือว่าอยากอาบน้ำกับผมก็ได้นะพวกนี้มันคงแอบดู” ผมหันมาพูดกับครูเขม

      “ฝันเถอะ” พี่เขมพูด

      “หมายถึงพวกไอ้โป้งเหรอพี่เขม” ผมพูดเหลียวไปมองคนที่กำลังถอดผ้ากันเปลื้อนและเอามาสวมใส่ให้ผมต่อ

      “เรานั้นแหละ” ครูพูดพร้อมหยักคิ้วให้ผมและเขาก็เดินหันหลังออกไปเพื่อไปเขาห้องน้ำอาบน้ำ ส่วนผมก็รีบหั่นทุกอย่างให้เรียบร้อยเพื่อครูเขมออกมาจะได้ทำอาหารทานกัน ผมเคยเป็นคนช่วยแม่ครัวทำตอนที่ไปอยู่กับแม่ผมที่รีสอร์ท

      “ไปอาบน้ำซิคริส” ครูเขมแต่งตัวเรียบร้อยแล้ววันนี้แต่งตัวหน้ารักมากสวมกางเกงขาสั้นประมาณหัวเขาพร้อมกับเสื้อยืดพอดีตัวผมหันมามองผมก็หยิบผ้ากันเปลื้อนผืนใหม่สวมให้ครูเขม ผมได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆโชยมาแตะที่จมูกเบาๆ และผมก็เดินเข้าห้องน้ำเพื่อทำการอาบน้ำชำระร่างกาย ผมก็รีบแต่งตัวออกไปช่วยครูเขมทันที

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-10-2020 06:21:35 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
EP.35.1 ครูเขมชาติXคริสโตเฟอร์ เซอไพรส์วันเกิดคริส NC 18+
   
       “เสร็จแล้วแหละคริสลงไปข้างล่างกันเถอะ เพื่อนๆรอกินกันแล้ว บาร์บีคิวนะโจกับปันปันเขาทำเสร็จแล้ว” ครูเขมพูดผมพยักหน้า ผมเดินลงจากบ้านพักพวกอาร์ทโจ้มันก็นั่งล้อมลงรอผมกันหมดแล้วผมเห็นมีผ้าคลุมเหมือนรถเลยอะ รถใครนะอย่าบอกนะว่าโป้งมันถอยรถใหม่อีกคันนะ

   “คริส” ครูเขมเรียกผมและชี้ไปที่มีผ้าคลุม

   “เปิดดูซิว่านี้อะไร” ครูเขมพูด ผมขมวดคิ้ว ครูเขมพยักหน้าอีกทีผมก็เดินเข้าไปเปิดดูมันเป็นรถรุ่นเดียวกับโป้งเลย มินิสตรีทไบค์ที่เบาะสั้นๆ ผมหันมามองหน้าครูเขม

   “แฮปปี้เบิร์ดเดย์ คราวนี้คงไม่ต้องขี่บิ๊กไบท์แล้วนะ” ครูเขมพูด ผมเดินเข้ามาหาผมกอดครูเขม ครูเขมเอามือลูบหัวผมเบาๆ ตอนนี้ความรู้สึกผม เหมือนกับว่าผมได้ฉลองวันเกิดกับพ่อผมยังไงก็ไม่รู้ หลายปีแล้วที่ผมไม่ได้ฉลองกับพ่อ

   “มันแพงไปไปไหมอะพี่เขม” ผมพูดขณะที่ผมกอดครูเขมอยู่

   “ก็เอาไว้ใช้ด้วยกันไง พี่ว่าซ้อนรถมอเตอร์ไซด์มันดีกว่านั่งรถเก๋งหน่อยและพี่ยังจำวันแรกที่เราพาพี่ไปเที่ยวตลาดได้” ครูเขมพูดผมพยักหน้าว่าผมก็จำได้ไม่มีวันลืม ตั้งแต่มีแฟนมา ผมไม่เคยจำวันแรกที่พบกันได้เลย คือว่ามันมีอะไรพิเศษเหมือนพี่เขม ผมจำได้ทุกวันที่ทำให้ผมมีความสุขด้วยกัน 

   “วิ้วๆ”จากเพื่อนๆของผม ผมเดินกลับมานั่งทานอาหารที่ครูเขมกับบาร์บีคิวที่โจมันทำมาทานกันมันฝีมือใช้ได้ โจมันบอกว่าจำสูตรที่ครูเขมทำวันก่อนที่ไปนอนเต้น

   “อาทิตย์หน้าไปสอบอีกไหมวะคริส” โป้งมันถามผม

   “ไปดิอาทิตย์หน้ากูหยุดจันทร์อังคารเลยวะ เพราะต้องสอบสามวิชาและจะสอบให้เสร็จก่อนวันหยุดยาวที่จะถึง” ผมพูดผมหันไปเหล่มองครูเขม

   “กูกับพี่เขมอยากจะไปเที่ยวบ้านพี่ต้นพี่ชายพี่เขมว่ะ ที่เชียงใหม่ ครูเขมเขาหวังว่าจะไปหาครูมิ้งกับแชมป์ด้วยวะ” ผมบอกไอ้โป้งไป โป้งมันมองหน้าผม

   “ครูเขาไม่ได้ต้องการทำให้คนอื่นยอมรักกูกับพี่เขมนะ แต่ทำเพื่อแม่ครูมิ้งและป้าของแชมป์วะ “ผมพูด พวกผมนั่งดื่มเบียร์กัน ส่วนไอ้อาร์ทมันก็ดื่มแต่พอควรเพราะว่ามันต้องขับรถพาโจกลับบ้าน

   “ครูเขมเขารักมึงมากนะคริส อย่าทำอีกนะมึง เรื่องอะไรให้พวกกรูช่วยบอก แต่อย่าทำอย่างที่มึงทำแบบนี้อีกนะมึง การที่มึงไปกับเชอรี่แบบนั้น ถ้านางกัดไม่ยอมปล่อยมาคนที่เสียใจก็คือครูเขมว่ะ” ไอ้โป้งมันหันมาเตือนผม ผมพยักหน้าว่าผมผิดที่คิดเร็วไป ดันไปใช่เชอรี่เป็นเครื่องมือ

   “แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู แฮ้ปปี้เบิร์ดเดย์ทู คริส แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู “ อันนี้เสียงคนร้องเพลงวันเกิดดังออกนั้นคือโจและปันปัน ส่วนไอ้อาร์ทมันถือกล่องถ่ายวิดิโอให้ ส่วนครูเขมก็เป็นคนถือเค้กออกมาให้ผม ผมลุกขึ้นและหันไปมอง มันเป็นเค้กวันเกิด พี่เขมเดินมาตรงหน้าผม เค้กรูปสนามบาสเก็ตบอล เขียนเอาไว้ว่าพี่เขมรักคริส

   “มีความสุขมากๆนะ คิดสิ่งใดก็ขอให้สมดังปรารถนา พี่ขอให้นายใจเย็นลงอีหน่อยนะ ทำอะไรมีสติ พี่รักคริส” พี่เขมพูดให้พรวันเกิดกับผม ผมก็ก้มลงเป่าเค้กวันเกิด และหันไปรับมีดมาตัดเค้ก

   “เค้กนี้แม่ของโป้งเขาทำให้พี่บอกโป้งว่าอยากสั่งทำเค้ก แม้เขาเลยตั้งใจทำให้อย่างที่พี่อยากจะให้เรา” พี่เขมพูด ผมใช้นิ้วปาดน้ำตาซึ้งมากเพราะว่าตั้งแต่ผมไม่ได้อยู่ออสเตรเลีย ผมไม่เคยได้เป่าเค้กวันเกิดเลย อยู่กับเพื่อนไม่ต้องถามว่าได้เป่าเค้กไหม เมารั่วกันตลอด และส่วนใหญ่ไปจบลงที่ม่านรูด และพวกผมก็ตัดเค้กทานกัน เค้กอร่อยมากฝีมือแม่ของโป้ง สักพักพวกอาร์ท โจ โป้งและปันปันก็ขอตัวกลับคงอยากให้ผมใช่เวลาในวันพิเศษกับครูเขม ก่อนจะไปก็ช่วยกันเก็บทำความสะอาดกันก่อน

   “เจอกันพรุ่งนี้นะคริส เจอกันพรุ่งนี้นะครับครู” ไอ้โจมันหันมาบอกผมกับพี่เขมตอนนี้เกือบจะห้าทุ่มแล้วเห็นว่าค่อนข้างดึกแล้วด้วย โป้งกับปันปันก็ช่วยผมเก็บทำความสะอาดเหมือนจะได้รีบส่งตัวเข้าหออะไรอย่างนั้นแหละ ไม่นานก็จัดการกันเรียบร้อย

   “พอแล้วแหละโป้ง ปันปัน ครูขอบใจนะ” ครูเขมบอกโป้งและปันปัน โป้งมันทำเองหมดมันไม่ให้ปันปันทำหรอก

   “ไม่เป็นไรครับครู” ปันปันพูด

   “อย่าลืมที่สัญญากับครูนะปันปันชีวิตเรามีค่าอย่าทำให้ค่าของมันต้องหมดไปกับสิ่งที่ไม่คุ้มค่า” ครูเขมพูด ปันปันก็หันไปมองโป้งพร้อมกับกุมมือโป้งไว้

   “ครับครูผมสัญญา ผมจะไม่ทำแบบนั้นอีก ผมจะไม่ทิ้งคนข้างๆผมไปแน่นอน” ปันปันพูดและหันไปเหล่มองไอ้โป้ง ผมว่ามันเขินนะทำเป็นหันหน้าหนีและทั้งคู่ก็ขับรถมอเตอร์ไซค์ออกไป ผมหันมาโอบเอวพี่เขม

   “คืนนี้เราต้องสวมชุดวันเกิดกันนะ”

   “วันเกิดนายคนเดียวอยากแก้ผ้าก็แก้คนเดียวซิ” ครูเขมพูดและรีบหันหลังเดินขึ้นบ้านทันที ผมก็รีบตามขึ้นไปปิดประตูลงกลอนให้เรียบร้อย ผมได้ยินเสียงก๊อกน้ำดังมาจากห้องน้ำ ครูเขมคงล้างหน้าแปรงฟันอยู่ ผมก็รีบตามเข้าไปครูเขมหันมามองหน้าผมแค่นั้น ผมก็ไปยืนแปรงฟันกันใกล้ๆกัน

   “เมื่อไหร่เราจะได้ใช้ชีวิตแบบที่คนรักทั่วไปเขาทำกันสักทีนะ เปิดเผยได้ไปไหนมาไหนก็จูงมือกันได้ทุกทีไม่ต้องกลัวว่าใครจะเอารูปเราไปทำอะไร ไม่ต้องมากลัวว่าจะมีใครทำให้เรามีปัญหาและไม่ต้องกลัวใครจะมาทำให้คนเรารักเจ็บแบบนี้ ” ผมพูดเบาๆ มือก็เกาะอ่างล้างหน้า ครูเขมเก็บแปรงสีฟันเสียบไว้ทีที่เก็บแปรงสีฟัน

   “ผมอยากใช้ชีวิตคู่กับพี่เขมและผมก็ไม่ได้คิดเล่นๆ ผมคิดจริง” ผมพูดครูเขมมองหน้า

   “ผมอยากดูแลพี่เขมในฐานะคนรักเพราะพี่เขมดูแลผมมาเยอะแล้ว” ผมพูด

   “ก็อย่าพยายามไปซ่าที่ไหนแค่นี้พอแล้ว” พี่เขมพูดพร้อมกับเดินแทรกผมออกไป  ผมก็ขมวดคิ้ว งอนอะไรผมอีกเนี๊ยะ

   “เร็วๆนะเกินเที่ยงคืนถือว่าเลยวันเกิดงดฉลองนะ” พี่เขมพูดผมก็รีบแปรงฟันอย่างรวดเร็ว ผมรีบกลับเข้าห้องนอน ไม่ซิต้องล็อกประตูก่อน ผมรีบเดินไปเช๊คประตูล็อกเรียบร้อยแล้วและเช็คหน้าต่างทุกบ้านด้วยล็อกเรียบร้อยแล้วเช่นกัน ผมก็รีบเดินกลับเข้าห้องนอนทันที พี่เขมนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียง คนที่นอนอยู่บนเตียงไม่ได้สวมเสื้อผมก็รีบถอดเสื้อกล้ามออก และกระโดนขึ้นเตียง และเริ่มคืบคลานจากปลายเตียงไปหาพี่เขม

   “กระต่ายป่ามาให้หมาป่าจับกินซะดีดี” ผมพูดพี่เขมหัวเราะในลำคอขำมุขจืดๆ ของผม ผมคืบคลานไปจนขึ้นไปค่อมร่างคนที่นอนอยู่

   “ขอบคุณนะครับสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่พี่ทำให้ผมแม้กระทั้งวันนี้ ปกติจะไปเมากันที่ผับ พอเมาก็ไม่เคยได้เป่าเค้กหรอกกลับบ้านยังไงยังจำไม่ได้เลย” ผมพูดพี่เขมพยักหน้า

   “ตั้งแต่ผมกลับมาอยู่ไทยกับแม่ วันเกิดผมแทบจะไม่เคยเกิดขึ้นเลย แม่ก็ยุ่งและส่วนใหญ่ผมจะอยู่กับเพื่อนๆมากกว่าไม่ได้เคยได้ฉลองวันเกิดกับแม่”ผมพูดบอกพี่เขม

   “แต่ต่อไปนี้วันเกิดของผมจะมีค่าเพราะว่ามีพี่อยู่ด้วย” ผมพูด ครูเขมมองหน้าผมเขาใช้มือโอบแก้มผมและโน้มผมลงไปจูบเบาๆ

   “สุขสันวันเกิดนะคริส”

   “พรุ่งนี้ไปใส่บาตรที่วัดกันนะ พระท่านเดินบิณบาตรแต่เช้าและจะได้กลับมาเข้าเรียนกัน” ครูเขมพูดผมพยักหน้าเบาๆ

   “พรุ่งนี้ใช่ไหมที่เราจะได้ไฟว์ในมือถือนะ”

   “น่าจะใช้นะพี่ที่ซ้อมมือถือนะเขาบอกพรุ่งนี้ได้” ผมพูด

   “พี่จะได้เอาไปคุยกับผู้อำนวยการพี่เกิ่นๆพูดกับท่านเรื่องปันปันไว้แล้ว ท่านต้องการหลักฐาน”ครูเขมพูดผมพยักหน้าคราวนี้กายมันได้โดนพักการเรียนแน่ๆ ผมยิ้มให้ครูเขมทำตาหวานฉ่ำ

   “เลิกพูดเรื่องเครียดเรามาพูดเรื่องอย่างว่ากันดีกว่า” ผมพูดกับครูเขม

   “นี้ทำเป็นชวนคุยกะจะให้เลยเที่ยงคืนใช่ไหมละ ไม่มีทางหรอก คืนนี้อยากได้รางวัล อยากกินพ่อกระต่ายตัวโตโต “ ผมพูดเสร็จก็ก้มลงจูบอย่างดูดดื่ม และผมก็เปลี่ยนมาค่อมพี่เขมแทนและผมก็ค่อยๆ ไล่พรมจูบไปทั่วไล่ลงไปตามหน้าท้องของพี่เขม พี่เขมก็ปล่อยให้ผมปรนเปรอความสุข พี่เขมแอ่นอกขึ้นลงตามการดูดและขบไปตามตัวพี่เขม ผมเงยหน้ามองพี่เขมและยิ้มให้พี่เขมก็คงเข้าใจ ว่าผมต้องการจะทำอะไร ผมใช่ปากผมงับขอบกางเกงบ๊อกเซอร์พี่เขมและรูดออกช้าๆ จนเผนให้เห็นแกนกายของพี่เขม พี่เขมกระดกหัวขึ้นมามองผมและพยักหน้าเชิญชวนให้จัดการของรักของพี่เขมก่อน

   “อร่อยนะ อร่อยกว่าเค้กอีก” พี่เขมพูด ผมก็เงยหน้ามองจริงเหรอ ถ้าอย่างนั้นต้องลอง ผมก็จัดการให้พี่เขมจะได้สุขสมไปก่อน พี่เขมว่าเขากำลังเซียวซ่านแค่ไหน ไม่นานพี่เขมก็พ่นน้ำรักออกมาเกือบหมด ผมเงยหน้ามองพี่เขมที่จิกผ้าปูที่นอนเอาไว้ พี่เขมเงยหน้ามองผมอีกที ผมก็หยักคิ้วให้ว่าถึงตาผมแล้วนะ

   “วันนี้ขอdoggieนะพี่เขม” ผมขึ้นมากระซิบบอกพี่เขม พี่เขมมองผมและรู้งานพลิกตัวเองอยู่ในท่าคว่ำ

   “เพี๊ยะ” ผมตีก้นพี่เขม พี่เขมหันหลังมามองผม ทำหน้าเซ็กซี่กัดปากรอผมอยู่ ผมก็รีบนำแกนกายสอดแทรกเข้าในช่องทางรักของพี่เขมทันที เข้าไปอย่างช้าๆ จนกระทั้งสุดและผมก้ค่อยๆขยับเข้าออก จากช้าและไปเร็วขึ้นผมเหลือบมองมือพี่เขมที่จิกผ้าปูที่นอน ผมถอดแกนกายออกและลงไปยืนที่ขอบเตียง พี่เขมก็พลิกตัวนอนหงายและผมก็สอดใส่เข้าไปอีกครั้ง

   “อ้าห์ อืมม โอ้ว” ผมซอยไปร้องครางไปด้วย พี่เขมก็ครางแต่ไม่ดังเพราะว่าหน้าพี่เขมซุกอยู่กับหมอนแบบนั้น

   “ปักๆๆๆๆ” ผมรัวแบบไม่ยั้ง “กึกๆๆๆ”เสียงเตียงก็ดัง

   “คริสเบาๆ หน่อย เดี๋ยวเตียงหัก พี่อายเขา ถ้าต้องขอผู้อำนวยการเปลี่ยนเตียงใหม่” พี่เขมเงยหน้าขึ้นมาบอกผม อ้อกลัวเตียงหักนั้นเอง
   
   "ด้วยเหตุผลที่ว่าเรา เอากันจนหักเหรอพี่เขม อู้ยยย" ผมพูดและโยกไปด้วย

   "นายคิดว่าพี่จะกล้าบอกท่านผอ. หรือไงอายตายเลย" พี่เขมหันมาพูดกับผม
   
   “ผมว่าเราซื้อเตียงใหม่กันดีไหมพี่เขมเป็นของขวัญวันปีใหม่”

   “ถ้าอย่างนั้นก็เบาๆหน่อยมันอีกหลายวันนะกว่าจะปีใหม่นะคริส ซี้ดดด” พี่เขม ผมก็ดันพี่เขมขึ้นไปและผมก็ขึ้นไปค่อมพี่เขมเอาไว้ พร้อมกับซอยยับไม่นานก็เรียบร้อย

   "ปักๆๆๆ" เสียงเนื้ออ่อนกระทบเนื้ออ่อน ดังลั่นสนั่นห้อง ผมและพี่เขมไปถึงฝังฝันพร้อมกัน ของพี่เขมก็ทลักคามือผมที่สาวให้ไปด้วยทำสองหน้าทีไปเลยผม และผมสองคนก็เข้าห้องน้ำเช็ดล้างทำความสะอาดของกันและกันก่อนจะออกมานอนเล่นกันอยู่บนเตียง

   “คริสพี่เก๋โทรมาหาพี่แล้วนะ พี่เก๋เขาบอกพี่ว่า ย่าเรานะ นอนน่า เสียไปสามปีแล้วนะและบ้านที่เพิร์ธก็ขายไปแล้ว พ่อของเธอประกาศขายบ้านหลังนั้น และพี่เขาก็ไปอิเมลมาให้พี่ พี่เพิ่งจะส่งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พี่คิดว่าน่าจะผ่าน “ พี่เขมบอกผม ผมก็มองพี่เขม

   “ผมเริ่มไม่อยากไปอยู่กับพ่อแล้วนะพี่เขม ผมเป็นหวงพี่ ผมอยากอยู่กับพี่เขม พี่รู้ไหมตอนที่ผมไม่ได้อยู่กับพี่เขมแค่ห้าวันผมยังแทบบ้า ผมเสียใจผมร้องไห้ และถ้าผมไปอยู่นานๆและไกลแบบนั้นผมจะทำยังไงอะพี่เขม” ผมพูดและมองหน้าพี่เขม พี่เขมมองผม

   “คริส บางที่ความรักก็ต้องการช่องว่างคนสองคน เพื่อให้ความรักได้เติบโต “ พี่เขมพูด ผมองหน้าพี่เขม

   “พี่เชื่อว่าถ้าเรามั่นคงความห่างไกลก็ไม่ใช่อุปสรรค์ ยิ่งตอนนี้ การสื่อสารมากมายหลายช่องทาง เราใช้มันได้นิคริส” พี่เขมพูดและโอบใบหน้าของผมไว้

   “คิดถึงอนาคตเข้าไว้คริส ส่วนพี่ก็จะตั้งหน้ารอนาย รอเห็นที่นายทำสำเร็จ พี่จะเป็นคนที่ภูมิใจในตัวนายที่สุด “ พี่เขมพูด ผมก็กอดพี่เขม

   “พี่รอผมนะ พี่รอวันที่ผมจะดูแลพี่เขมนะ “ ผมพูด

   “พี่จะรอ นานแค่ไหนพี่ก็รอ” พี่เขมพูด ผมสองคนก็กอดกันจูบกัน เรากอดกันนานแค่ไหนไม่รู้แต่มันก็นานมากจนเราสองคนผลอยหลับไปพร้อมๆกัน ผมได้แต่คิดว่าพรุ่งนี้ทุกอย่างมันจะจบลงสักที หลังจากที่ผมได้ไฟว์รูปมาเอาผิดนายกายให้ได้ ผมจะไม่ปล่อยให้มันลอยนวลเด็ดขาดเพราะว่ามันอาจจะหันมาทำร้ายพี่เขมของผมถ้าผมต้องไปอยู่ต่างประเทศกับพ่อผมจริงๆ เพื่ออนาคตของผมกับพี่เขม 
-------------------------------------------
อย่าเพิ่งนอยด์กันนะ คนทำไม่ดีกำลังจะชดใช้ ตอนหน้าใครจะเอาคืนเชอรี่นะ มาดูกัน พระเอกแอนด์นายเอกเรื่องนี้ ไม่ชอบกำจัดคู่อริแบบให้สิ้นซากซะด้วย ครูเขมเป็นคนใจบุญนิดนึงนะ ฝากไว้เป็นกำลังใจให้คนแต่งหน่อยนะคะ


ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
EP.41 ครูเขมชาติ Xคริสโตเฟอร์ ผมยินดีที่จะลาออกจากการเป็นครูหากกายไม่ใช่คนผิด
   
                 ครูเขมชาติ   เมื่อวานวันเกิดคริสโตเฟอร์ และเป็นวันสอบGED วิชาแรกของเขาด้วย ผมก็เลยลาหยุดพาคริสไปหนึ่งวัน และได้ฉลองวันเกิดกันหลังจากนั้นแต่ว่าเมื่อวานตอนที่พวกผมเดินทางกลับมาถึงก็มีกระดาษแปะติดไว้เต็มฝาบ้านผมไปหมด แน่นอนมันเป็นคำด่า ที่ต่อว่าผมว่าผมเป็นตุ๊ด เป็นเกย์ เป็นถอยคำที่ผมอ่านแล้วบันทอนจิตใจผมจริงๆผมยอมรับ แต่ผมจะไม่เสียใจที่สุดถ้าคำด่าเหล่านั้น  ถ้ามันไม่ได้ออกมาจากคนที่เป็นลูกศิษย์ของผมเอง ผมรู้ว่านายกายแน่ๆ ที่ให้เชอรี่แฟนเก่าของคริสทำแบบนี้ ถึงผมจะไม่ได้สอนนายกายก็ตาม แต่มันก็ทำให้ครูอย่างผมเริ่มหมดกำลังใจ บางทีผมก็แอบคิดนะว่า ผมไม่ควรจะเป็นครูหรือเปล่าเพราะว่าผมเป็นเกย์แบบนี้

   ตื่นมาตอนเช้าผมก็ชวนคริสไปใส่บาตรที่ด้านหน้าวัดที่อยู่ใกล้โรงเรียนที่สุด และหลังจากนั้นผมก็ต้องพาอนุชิตไปศาลากลางเพื่อเข้ารับการสัมภาษณ์เกี่ยวกับทุนเด็กเรียนดีแต่ยากไร้อีกครั้งโดยคณะกรรมการจัดหาทุนน่าจะเป็นรอบสุดท้ายแล้ว ก่อนที่เขาจะตัดสิน ผมหวังว่าเขาจะรับการเห็นใจจากคณะกรรมการและเล็งเห็นว่าเขาเป็นเด็กตั้งใจเรียนเพราะว่าผมก็ทำเอกสารอย่างสุดความสามารถ

   “เด็กชายอนุชิต จิตเสงี่ยม “ เจ้าหน้าเดินมาเรียกผมก็พยักหน้าให้เขาเดินเข้าไป

   “โชคดีนะอนุชิต” ผมบอกเขา ผมได้แต่นั่งรออยู่หน้าห้องบรรดาครูท่านอื่นๆที่พาเด็กมารอรับการสัมภาษณ์ก็หันมามองผมยิ้มๆให้ ผมนั่งรอได้สักพักอนุชิตก็เดินออกมาจากห้อง เขารับการสัมภาษณ์แค่สิบกว่านาที

   “ทำไมเร็วจัง” ผมถามอนุชิต เขาก็ส่ายหัวว่าไม่ทราบ

   “ครูเขมชาติใช่ไหมคะ.....คณะกรรมการเชิญด้านในค่ะส่วนเด็กให้รอด้านนอกก่อนนะค่ะ” เจ้าหน้าคนที่เรียกอนุชิตเข้าไปบอกผม ผมก็เดินตามเขาเข้าไปทันที คณะกรรมการสัมภาษณ์สามคนกำลังคุยกัน พอผมเดินเข้าไปถึงเขาก็หันมามองหน้าผมพร้อมกัน

   “คุณครูที่ดูแลเด็กชายอนุชิตใช่ไหมครับเรื่องการขอรับทุนนะครับ” หนึ่งในคณะกรรมการถามผม

   “ใช่ครับ ผมทำหน้าที่ครูผู้ดูแลตรงนี้ครับ”ผมตอบ

   “ครูเพิ่งจะมาบรรจุเองไฟแรงนะครับแต่ ...ทางเราได้คุยกันแล้วเด็กชายอนุชิตมีฐานะยากจนจริง พ่อเขาติดคุกเนื่องจากรับซื้อของโจรและยาเสพติดไว้ในครอบครอง ทางเราจึงไม่สามารถอนุมัติทุนให้เด็กคนนี้ได้จริงๆ “

   “ขอประทานโทษนะครับท่าน ผมคิดไว้อยู่แล้วแต่เด็กกับพ่อเด็กคนละคนกันนะครับและเขาก็เป็นเด็กที่ตั้งใจเรียนขยันตามที่ผมได้รายงานเกี่ยวกับตัวเด็กว่าแต่ละวันเขาทำอะไรบ้างและที่สำคัญเขาอยู่กับย่าที่อายุเยอะแล้วทำงานไม่ไหวแล้ว”ผมบอกกับคณะกรรมการทั้งสามคนหันมามองหน้าผมด้วยสีหน้าหนักใจ

   “ผมแค่อยากให้เขาได้โอกาสดีดีทางการศึกษานะครับ” ผมพูด

   “พวกผมเข้าใจแต่ทุนนี้ผมต้องการให้เด็กที่เขาเรียนดีมีโอกาสจะได้ศึกษาแต่ดูแล้วนายอนุชิตอาจจะไม่ได้เรียนจนจบ ย่าเขาก็อายุเยอะประกอบอาชีพไม่ได้แถมพ่อเขาก็กำลังจะพ้นโทษออกมาซึ้งทางเราให้ไม่ได้จริงๆครับครู”

   “ทางเรากลัวเด็กจะนำทุนนี้ไปทำอย่างอื่น อาจจะไม่ใช่เด็กอาจจะเป็นพ่อของเด็ก”

   “ผมขอโทษจริงๆนะครับครู “ ผมได้แต่ยืนฟังการตัดสินที่ไม่เป็นธรรมแค่เพราะว่าพ่อของเขาติดคุกและโอกาสที่เขาจะได้เรียนต่อมันน้อยก็เลยยิ่งน้อยลงไปใหญ่และผมคงคัดค้านอะไรไม่ได้ ผมจำใจพยักหน้ายอมรับการตัดสินของคณะกรรมการผมเดินออกมาจากห้องที่เข้าไปคุย อนุชิตนั่งคุยกับเพื่อนโรงเรียนอื่นที่มารอรับทุนอย่างมิตรไมตรี

   “อนุชิตเรากลับกันเถอะ” ผมเดินออกมาเขาก็มองผมตาแป้ว แววตาใส่ซื่อคู่นั้น

   “เรากลับแล้วนะ” อนุชิตหันไปบอกเพื่อนใหม่สองคนที่นั่งคุยข้างๆ

   “เจอกันวันรับทุนนะ” เพื่อนใหม่ของอนุชิตพูดเขาก็พยักหน้า ผมได้แต่มองเขาทำไมโอกาสมันช่างแคบเกินไป ผมกับอนุชิตเดินลงมาชั้นล่าง

   “หิวไหมอยากกินอะไรไหมครูซื้อให้” ผมถามอนุชิต

   “ไม่ดีกว่าครับไปทานที่โรงเรียนดีกว่าครับครูถูกและอร่อยด้วยครับที่นี้แพงครับครู” อนุชิตบอกผมมันก็ทำให้ผมอมยิ้มให้เขาไม่ได้ และผมก็พยักหน้าระหว่างที่เดินไปที่รถของผม

   “ครูเขาไม่ให้ทุนผมใช่ไหมครับ” อนุชิตถามผม

   “เออ....” ผมได้แต่ยืนอ้ำอึ้ง มองใบหน้าของอนุชิต ผมจับไหล่อนุชิต

   “เพราะว่าพ่อผมติดคุกใช่ไหมครับ เขามองว่าผม..”

   “ครูคิดว่าอันที่จรงมันก็ไม่เกี่ยวกันนะ พ่อก็ส่วนพ่อ ส่วนเธอก็ส่วนของเธอ เธอนะเป็นคนดี เป็นเด็กขยัน เรียนดีแต่ ครูเชื่อว่าโอกาสดีดีอื่นจะเข้ามาอีกทุนนี้ไม่ได้ไว้มีทุนอื่นครูจะขอให้เธออีกขอแค่เธอตั้งมั่นทำความดี “ ผมบอกอนุชิต เขาเงยหน้ามองผม

   “ครับครูผมจะเป็นคนดี ครูเคยบอกผมว่าเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เราเลือกที่จะเป็นคนดีได้ผมเลือกจะเป็นคนดีครับครู”อนุชิตพูด

   “ผมจะขยันไปช่วยป้าใจล้างชามบ่อยๆ “ อนุชิตพูดผมพยักหน้า

   “ครูคนหนึ่งละที่จะช่วยเธออนุชิต” ผมพูดบอกเขา และอนุชิตก็ส่งยิ้มมาให้ผมแม้รอยยิ้มนี้วันนี้จะดูไม่สดใสก็ตาม เพราะว่าเขาคงผิดหวังเรื่องทุนเหมือนเช่นผมตอนนี้ 

   “ต้องมีสักวันที่ผมจะได้ตอบแทนครูครับ “ อนุชิตพูดและมองหน้าผม สายตาของเขาตั้งมั่นมาก ผมนี้ต้องอมยิ้มให้กับเด็กคนนี้และผมเชื่อว่าเขาคนนี้จะเป็นคนที่กตัญญูรู้คุณคนในอนาคต

   “ตั้งใจเรียนแค่นี้ที่เธอตอบแทนครูได้แล้วอนุชิต และอีกอย่างดูแลย่าเธอให้ดีดีเขารักเธอมากนะ” ผมพูดและก็พากันเข้าไปนั่งในรถ ผมขับรถกลับโรงเรียนผมรู้ว่าเขาคงเสียใจอยู่ไม่น้อยเวลาไม่นานก็มาถึงโรงเรียนอนุชิตขอตัวไปหาเพื่อนๆ ของเขาทันที ผมก็เดินกลับขึ้นห้องพักครูเพื่อเตรียมทำการสอนวิชาก่อนเที่ยง ผมรู้สึกผิดหวังที่ช่วยอนุชิตเขาไม่ได้ ดูเหมือนเงินจะไม่เยอะสำหรับใครบางคนแต่สำหรับอนุชิตอาจจะต่อยอดการเรียนของเขาไปได้

   “ครูเขมคะ” เสียงเล็กๆเรียกชื่อผม ครูลินดานั้นเอง ผมหันไปมองเธอคงมาหาครูถาวรเหมือนปกติในเวลาพัก ผมฝืนยิ้มให้

   “ครูเขมเป็นอะไรไปคะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ สีหน้าไม่ดีเลยค่ะ “ ครูลินดาถามผม

   “คือเรื่องทุนนายอนุชิตนะครับ ทางกรรมการไม่อนุมัติให้ทุนเขาเพราะว่าเขากลัวว่าพ่อนายอนุชิตจะนำเงินไปทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการศึกษานะครับ” ผมบอกครูลินดา เธอก็เลยพลอยทำสีหน้ากังวลไปด้วย

   “โธ่! น่าสงสารอนุชิตนะคะลินดาก็เห็นว่าเขาตั้งใจเรียนมากและลินดานะไปทำบุญที่วัดกับคุณแม่ประจำเห็นเขาไปกวาดลานวัดบ่อยๆเขาบอกว่าหลวงตาที่วัดนะเป็นพี่ชายของย่าเขานะคะ ..เด็กเรียนดีและตั้งใจแต่ดันมาสะดุดเพราะว่าพ่อของเขามีประวัติไม่ดี” ครูลินดาพูดผมพยักหน้าเบาๆ

   “เอาเถอะคะ ทุนนี้อาจจะเคร่งเกินไปยังมีอีกหลายทุน ลินดาเชื่อว่าครูเขมทำได้ค่ะ” ลินดาพูด

   “ครูเขมคะ ผู้อำนวยการบอกว่าถ้าครูเขมมาถึงแล้วให้ไปหาด่วนและพานายปันปันไปด้วยค่ะ” ครูสมพิศเดินมาบอกผม ผมพยักหน้า ผมรีบเดินเข้าไปตามหานายปันปันที่ห้องเรียนของเขาทันที ผู้อำนวยการคงจะถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับปันปันแน่เลย แต่ว่าหลักฐานยังไม่พร้อมนะซิ

My Love : คริสได้ไฟว์รูปกี่โมงผู้อำนวยการเรียกพี่ไปพบพร้อมปันปันด้วยตอนนี้พี่จะได้บอกผู้อำนวยการ
ผมส่งข้อความหาคริสโตเฟอร์
KissKhem:พี่เขมพี่เขาบอกว่าเย็นๆอะหลังจากเลิกซ้อมผมจะออกไปหาพี่เขา

MY love : โอเค ถ้าอย่างนั้นแค่นี้นะคริส

           ผมรีบเดินไปยังชั้นเรียนที่มีนักเรียนมัธยมชั้นปีที่ห้าและหก ผมเดินมาถึงหน้าห้องเรียนของโป้งและปันปัน เป็นจังหวะที่ ครูสมชายกำลังสอนภาษาอังกฤษอยู่พอดี เขาก็หันมามองผมก่อนจะหยุดทำการสอนและออกมาคุยกับผม

   “สวัสดีครับครูเขม”

   “ขออนุญาตนะครับครูสมชาย  ผู้อำนวยการให้ผมเข้าไปพบนะครับและนายปันปันด้วยครับครู” ผมบอกครูสมชาย ครูสมชายพยักหน้าพร้อมกับเดินกลับเข้าไปเรียกนายปันปันออกมาหาผม เขาก็ออกมาพร้อมกันกับโป้ง ผมมองสีหน้าโป้ง  แต่วันก่อนผมก็บังเอิญเข้าไปเจอพ่อนายกายและผมก็กลัวว่าครั้งนี้ผมจะเข้าไปเจออีก ผมกลัวนายโป้งนี้แหละที่จะบรรดารโทสะใส่พ่อนายกายแทนผมสองคน 
 
   “โป้ง ผู้อำนวยการเรียกแค่ครูกับปันปันนะ” ผมบอกโป้ง

   “แต่ว่า” โป้งทำท่าจะค้านเขาจะขอเข้าไปด้วยแน่ๆ 

   “โป้ง ปันปันเข้าไปกับพี่นะ โป้งไว้ใจพี่ใช่ไหม “ ผมถามโป้งในฐานะพี่ชายของพวกเขา โป้งพยักหน้าเบาๆและหันไปมองปันปัน

   “โป้ง....เรียนเถอะปันปันไปแป๊ปเดียวเองนะโป้ง และปันปันไว้ใจครูเขม ” ปันปันหันไปบอกโป้งเขาถึงได้หันหลังกลับเข้าห้องเรียนไป ผมก็พยักหน้าของคุณครูสมชาย เขาก็หันกลับเข้าไปสอนตามเดิม ครูสมชายแกดีตรงที่แกธรรมธรรมโม ไม่ค่อยจุกจิกเรื่องของใคร ผมเดินลงไปห้องผู้อำนวยการพร้อมปันปัน

   “ครูแล้วหลักฐานจากไอ้คริสละครู”

   “คริสเขาบอกครูว่าเย็นนี้ได้แน่นอน” ผมพูดระหว่างที่ผมกำลังเดินผ่านกลุ่มของกายที่ยืนจับกลุ่มคุยกัน มีอั๋นและเพื่อนคนอื่นอีกแต่ไม่มีเอกรินทร์ นายกายมองหน้าผมและปันปัน และเขาก็ยืนขวางทางเดินอยู่ด้วย

   “หลีกทางให้ครูและปันปันหน่อยนะกาย เราสองคนจะไปพบผู้อำนวยการ” ผมพูดกับนายกาย เขาก็มองผมพร้อมแสยะยิ้มก่อนะจะเปิดทางให้ผมกับนายปันปันเดินผ่านเขาไป

   “ครูตั้งใจมากเลยนะครับที่จะทำให้ผมออกจากโรงเรียนให้ได้” นายกายพูด ผมหันมามองหน้านายกาย

   “ไม่มีครูคนไหนอยากทำให้เด็กออกจากการศึกษาหรอกนะกาย....แต่ครูมีหน้าที่หยุดพฤติกรรมที่ไม่ดีของเด็กนักเรียนเพื่ออนาคตต่อไปข้างหน้า” ผมหันมาตอบนายกาย

   “นายยังพอมีเวลาที่จะหยุดมันนะ” ผมพูดทิ้งกายก่อนจะดันนายปันปันเดินออกไป

   “ครูไม่มีทางเพราะว่าผมมีดีกว่านั้นอีก”นายกายตะโกนไล่ตามหลังผมสองคน ผมเดินมาจนถึงหน้าห้องทำงานของผู้อำนวยการ

   “ก๊อกๆ” เสียงเคาะประตูห้อง

   “เชิญครับ” เสียงผู้อำนวยการผมก็เปิดประตูเข้าไป ผมก็พบว่าพ่อนายกายมานั่งอยู่ในห้องทำงานผู้อำนวยการ ปันปันทำหน้าตกใจเล็กน้อย ก่อนจะเดินเลี่ยงมาอยู่ด้านข้างของผม ผมยกมือไหว้แขกของผู้อำนวยการเขาก็ยกมือรับไหว้ผม

   “คนนี้คือครูเขมชาติหรือเปล่าครับท่าน” เขารู้จักชื่อของผม

   “ใช่ครับผมชื่อครูเขมชาติครับ” ผมตอบแทนผู้อำนวยการเขาก็มองหน้าผม

   “ปันปัน....เข้ามาซิไหนบอกมาซิว่าเราจำหน้าคนที่ทำร้ายเราได้ไหม ใช่นายกายหรือเปล่า” ผู้อำนวยการถามปันปัน ผมหันไปมองหน้าปันปัน

   “ไม่ใช่นายกายครับ” ปันปันพูดด้วยสีหน้าที่นิ่ง

   “เห็นไหมครับ ผมบอกแล้วว่าลูกชายผมไม่ได้ทำแล้วครูมาใส่ความลูกชายผมทำไม” พ่อนายกายรีบพูดแย้งและหันมามองหน้าผมทันที

   “แต่ผมมีเรื่องกับพี่กายเท่านั้นครับ ไม่ซิเพื่อนๆผมครับที่มีเรื่องผมเลยโดนหางเล่ไปด้วย ผมคิดว่านายกายอยู่เบื่องหลังครับ” ปันปันพูด พ่อนายกายหันมามองหน้าปันปัน

   “ครับนายกายเป็นคนอยู่เบื่องหลังเรื่องทั้งนี้หมดหลักฐานนะอยู่ในมือถือนายคริสโตเฟอร์เขาไปบันทึกตอนที่นายกายพาพวกที่ทำร้ายปันปันไปคุยในผับแห่งหนึ่งเพื่อจ่ายเงินค่าจ้าง” ผมพูดพ่อนายกายลุกขึ้นจากเก้าอี้ขึ้นทันที

   “ครูคงไม่ใช่ความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสินลูกผมหรอกนะครับ ผมได้ยินมาว่าครูไม่พอใจที่ลูกชายผมไปมีเรื่องกับนายคริสโตเฟอร์ ซึ้งมีความสัมพันธ์พิเศษลึกซึ้งเกินกว่าครูกับนักเรียนหรอกนะครับ” พ่อนายกายพูด

   “ผมแยกแยะได้ครับท่านว่าระหว่างเรื่องส่วนตัวกับเรื่องส่วนรวมและผมก็แยกแยะได้สิ่งไหนผิดสิ่งไหนถูกต่อให้เป็นคนในครอบครัวผมเองก็ตามถ้าผิดก็ว่าไปตามผิด” ผมพูด คนที่ยืนตรงหน้าผมก็พยักหน้า ท่าทีเขากับนายกายไม่ได้ต่างกันเลยจริงๆ

   “เอาเป็นว่าต้องรอหลักฐานก่อนใช่ไหมครับครู” ผู้อำนวยการพูดขึ้น

   “แล้วเรื่องลูกชายคนเล็กผมละครับต้องรอให้พิสูจน์ก่อนใช่ไหมครูถึงจะยอมให้ตาเกมส์เข้าเรียนที่นี้ได้” พ่อนายกายมาด้วยเรื่องลูกชายคนเล็กหาที่เรียนนี้เอง

   “เช่นกันครับท่าน ผมขอเก็บคำร้องนี้ไว้ก่อนแล้วกันนะครับท่านรองฯ” ผู้อำนวยการพูด ดูสีหน้าพ่อของนายกายจะไม่พอใจกับสิ่งที่ได้ฟังหนักเขาหันมามองผม

   “ครูรู้ไหมครับการกล่าวหาแบบนี้มันทำให้ลูกผมมีมลทินและถ้าลูกผมไม่ได้ทำความผิดจริงครูจะรับผิดชอบมันยังไง” พ่อนายกายหันมาถามผม

   “ผมยินดีจะลาออกจากการเป็นครู “ ผมพูดต่อหน้าผู้อำนวยการ นายปันปันก็ดึงแขนผมหงึกๆเลยด้วยความตกใจ ที่ผมพูดแบบนั้นออกไป

   “ดีจำคำครูไว้” พ่อนายกายพูด

   “และถ้าลูกท่านผิดจริงละครับ ลูกท่านนะทำให้คนคนหนึ่งต้องมีมลทินทั้งทางกายและทางจิตใจ เรียกได้ว่าบอบช้ำทั้งกายและใจก็ว่าได้” ผมพูดพ่อของนายกายก็เบนสายตาไปมองปันปันทีก้มหน้าลง

   “แล้วท่านจะให้ลูกท่านทำยังไงครับท่าน” ผมถามท่านกลับ

   “ถ้าเป็นแบบนี้นผมก็จะให้ลูกผมลาออกหรือว่ายังไม่พออยากได้อะไรเงินเหรอเท่าไหร่แสน สองแสน หรือว่าล้านละ”พ่อของนายกายพูดผมรู้ว่าปันปันโกรธจนต้องบีบมือตัวเอง

   “เงินนะไม่ได้ซื้อได้ทุกอย่างนะครับ ถ้ามันซื้อได้จริงมันคงซื้อเวลาให้ย้อนกับไปแก้ไขอะไรต่างๆได้แต่ในความเป็นจริงเงินนั้นมีค่าแค่กินใช้ไปวันวัน สภาพจิตที่บอบช้ำเงินจำนวนมากมายแค่ไหนก็เยียวยาไม่ได้ครับ” ผมพูดต่อหน้าพ่อของนายกาย

   “พ่อแม่ของนายปันปันเขาก็เสียใจที่ลูกชายเขาต้องมาถูกทำร้ายทางกายและทางใจหัวอกคนเป็นพ่ออย่างคุณน่าจะเข้าใจตอนนี้คุณยังเดือดเพราะว่ามีคนว่าลูกคุณไม่ดีเลยนะครับ” ผมพูด

   “ครี้ด” เสียงเก้ออี้ถูกเลื่อนขึ้น พ่อนายกายลุกพล้วดขึ้นทันที เขาหันมามองหน้าผมเหมือนจะเข้ามาเอาเรื่อง

   “การเป็นพ่อคนนะมันง่ายแต่จะเป็นพ่อที่ดีนะมันยาก ครูคงไม่เคยเข้าใจและดูท่าครูก็คงไม่มีวันเข้าใจหรอกครู เพราะครูเองก็คงจะไม่มีโอกาสได้ทำหน้าที่นั้นหรอกผมว่านะ” พ่อของนายกายพูด

   “ไม่จริงๆ!  พวกผมเคารพครูรักครู เหมือนพ่อแม่แท้ๆพวกผม และครูก็ทำหน้าที่ เป็นได้ทั้งพี่ชาย เป็นทั้งเพื่อน และพ่อ ที่ดีกว่าพ่อแท้ๆบางคนซะอีก”นายปันปันลุกพล้วดขึ้นแช่นกันผมก็รีบลุกและดันนายปันปันไว้ผมกลัวว่ะเขาจะเข้าไปทำอะไรพ่อของนายกายเช่นกัน

   “และสิ่งที่ครูทำได้ดีมากคือหน้าที่ครูผู้พร้ำสอนให้พวกผมเป็นคนดี ไม่เหมือนคุณ ถ้าคุณเองเป็นพ่อที่ดีจริง คุณคงสอนให้ไม่ให้ลูกคุณมาทำร้ายคนอื่นเขาแบบนี้หรอก “ นายปันปันพูดทั้งน้ำตา ผมก็ดันปันปันออก เรียกว่ากอดเลยก็ว่าได้ให้เขาเย็นลง

   “ปันปัน ไม่เอา ปัน” ผมพูดกระซิบให้เขาเย็นลง ท่านผู้อำนวยการยืนขึ้นและมองผมกับปันปัน ผมคิดว่าท่านก็หนักใจกับเรื่องนี้

   “เอาละ...เอาไว้เราได้ควาจริงที่ชัดเจนผมจะโทรตามท่านรองมานะครับ ” ผู้อำนวยการเลยตัดสินใจพูดเพื่อยุติระหว่างผม ปันปันและพ่อของนายกาย พ่อของนายกายรีบเดินก้าวเท้าออกจากห้องทำงานผู้อำนวยการทันทีด้วยความไม่พอใจ ผมหันมามองหน้าปันปัน ว่าเขาโอเคหรือยัง ปันปันพยักหน้ากับผม ผมส่งผ้าเช็ดหน้าให้เพื่อให้เขาซับน้ำตา

   “ผมขอโทษครับครู “ ปันปันยกมือไหว้ขอโทษผมที่เขาแสดงอาการโมโหพ่อของนายกายออกไปแบบนั้น ผมตบไหล่เขาเบาๆ ว่ามันโอเค ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะโกรธแต่แค่ต้องคอยควบคุมมันให้ดีเท่านั้นเอง

   “เอาละเชิญนั่งก่อนเถอะครับครู ปันปันด้วย ครูขอคุยต่อสักนิดหนึ่งนะ  “ ผู้อำนวยการผายมือให้ผมกับปันปันนั่งลงก่อน ท่านคงมีเรื่องจะพูดกัยผมสองคนต่อ

   “เป็นไงปันปันดีขึ้นบ้างไหมเรานะ เห็นเราเงียบๆแบบนี้ทำไมคิดสั้นแบบนั้นละ.. ไม่เอานะที่หลังอย่าทำนึกถึงพ่อแม่เข้าไว้รู้ไหมกว่าเราจะโตมาได้ขนาดนี้ตั้งแต่เท้าเท่าฝาหอยบุญคุณพ่อแม่นี้สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดนะ” ผู้อำนวยการถามปันปันพร้อมกับสอนปันปันเขาก็พยักหน้าเบาๆ

   “ผมสัญญากับครูเขมแล้วครับผอ.ว่าผมจะไม่ทำแบบนั้นอีก” ปันปันพูดเขาหันมามองหน้าผม

   “ถ้าอย่างนั้นผมรอหลักฐานที่จะได้มาก่อนนะครับครูและถ้าหลักฐานเราแน่นพอผมจะไม่ยอมปล่อยให้คนไม่ดีลอยนวลแน่นอน” ผู้อำนวยการพูด ผมยกมือในความเที่ยงตรงของท่านจริงๆ

   “ถ้าอย่างนั้นไปพักทานอาหารกันเถอะครับครูเขม และปันปัน ” ผู้อำนวยบอกผมกับปันปันเพราะว่าตอนนี้เที่ยงพอดีเลย

   “ปันปัน ก็อย่าไปคิดมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะว่ามีหลายคนที่เป็นห่วงเรานะ ทั้งคนรักเราและคุณครูเขมอีกคน จะทำอะไรคิดเยอะๆนะรู้ไหม “ ผู้อำนวยการพูด ปันปันยกมือไหว้ท่านผอ ก่อนจะพากันหันหลังเดินออก

   “อ้อครูเขมผมเสียใจด้วยนะครับทางจังหวัดโทรมาแจ้งกับผมแล้วเรื่องการขอทุนของอนุชิต” ผู้อำนวยการพูดก่อนจะที่ผมจะออกจากห้องท่าน

   “ไม่เป็นไรครับผมเชื่อว่าต้องมีสักทุนที่เขาจะได้ ผมจะยื่นให้เขาใหม่ ผมจะไม่ท้อเหมือนกันครับ” ผมบอกผู้อำนวยการท่านยกนิ้งโป้งให้ผมและผมเดินออกมาด้านนอกห้อง

   “เห็นไหมปันปัน ยังมีคนที่แย่กว่าเราอีกเขายังไม่ยอมแพ้เลยปันปัน เรานะโชคดีกว่าอนุชิตจงตั้งใจเรียนต่อให้วันนี้พ่อเธอจะยังไม่ยอมรับต้องมีสักวันที่เขาจะยอมรับได้อย่างภาคภูมิใจปันปัน “ ผมพูดบอกปันปัน เขายกมือไหว้ผม

   “ผมไปทานข้าวกับเพื่อนนะครับว่าแต่ครูจะลงไปเลยไหมครับ” ปันปันหันมาถามผม

   “เดี๋ยวครูกลับไปห้องพักก่อนนะปันปัน และครุฝากบอกคริสโตเฟอร์ว่าเจอกันที่ห้องสมุดเลย วันนี้ครูลินดาเขาเอาอาหารใต้มาเพื่อและครูว่าจะอยู่ทานกับเพื่อนๆครูบ้าง อีกอย่างครูก็อยากให้คริสใช้เวลากับเพื่อนๆให้มากที่สุดนะ ” ผมบอกปันปันเขาก็เดินแยกออกไปทันที ผมเดินกลับมาที่ห้องพักครู วันนี้รู้สึกใจไม่ค่อยดีเลยกลัวจริงๆกลัวนายกายจะทำอะไรขึ้นมาอีกดูท่าพ่อเขาจะโกรธมาด้วยเรื่องที่ลูกคนเล็กอาจจะไม่ได้เรียนโรงเรียนนี้และผมเองก็ไม่ทราบว่าลูกคนเล็กนายชายนายกายนิสัยเหมือนกันไหมด้วยถ้าไม่เหมือนก็น่าเห็นใจมาพลอยติดร่างแหไปเพราะพี่ชายนั้นเอง

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
EP.41 .1ครูเขมชาติ Xคริสโตเฟอร์ ข่าวดี   
     Rrrrrr มือถือผมดังขึ้นพร้อมกับเบอร์ไม่คุ้นเคยมีรหัสนำหน้าด้วย +61 นี้มันสายตรงมาจากออสเตรเลีย ผมรีบกดรับอาจจะเป็นผู้หญิงไทยคนนั้นก็ได้

   “สวัสดีครับ” ผมทักทายคนปลายสาย

   “สวัสดีครับ นี้ผมคือเดนนิสนะครับ ใช่คุณครูเขม-ชา-ติ หรือเปล่าครับ” ผมต้องยืนอึ่งไปหลายนาที นี้พ่อของคริสเขาโทรกลับมาหาผม 

   “ใช่ครับแต่ชื่อผมชื่อเขมชาติครับ” ผมตอบกลับอย่างเร็ว แม้จะอดขำไม่ได้ที่เขาเรียกชื่อผมเพี้ยนไปนิดๆ

   “ขอโทษจริงๆนะครับ ผมเรียกชื่อไม่ค่อยถูก”

   “ไม่เป็นไรครับเรียกผมว่าเขมก็พอครับ คุณเดนนิสสบายดีนะครับ”

   “สบายดีครับขอบคุณ... คุณเขมละครับ”

   “สบายดีเช่นกันครับ ขอบคุณ”

   “ผมขอเข้าเรื่องเลยนะครับ ผมได้รับอิเมลจากคุณเกี่ยวกับลูกชายของผม ที่ชื่อคริสโตเฟอร์ เอนโทนี่ ริซโซ ลูกชายของผมกับแม่ของเขาที่เป็นคนไทย ซึ้งผมได้ขาดการติดต่อกับแม่ของเขาไปนานมากตั้งแต่เขาอายุได้เก้าขวบและแม่ของเขาก็พาไปอยู่ที่ไทย ผมเที่ยวตามหาเขาติดต่อสถานทูตที่ไทยก็แล้วแต่ว่าเรื่องมันเงียบ ผมคิวด่าผมจะเสียเขาไปตลอดกาลซะแล้ว” พ่อของคริสโตเฟอร์พูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

   "แต่วันนี้ คุณพยายามติดต่อผม ว่าลูกชายผมเขาก็อยากเจอผม จริงใชไหมครับ “ พ่อของคริสโตเฟอร์ถามผม ผมเดาได้ว่าเขาร้องไห้

   “ใช่ครับเขาอยากเจอคุณ เขาอยากแก้ไขหลายสิ่งที่อยู่ในใจเขากับคุณและผมเชื่อว่าเขารักคุณเพราะว่าคุณคือพ่อของเขา “

   “ ลูกชายผมคริสโตเฟอร์นะครับเขาเป็นยังไงบ้างสบายดีไหมครับ ป่านนี้เขาคงเป็นหนุ่มใหญ่แล้ว ”

   “เขาสบายดีครับตอนนี้เขาอายุ 17 ปีเต็มแล้วครับ ผมเพิ่งฉลองวันเกิดเขาไปเมื่อวานนี้เองครับ”

   “ผมจำวันเกิดเขาได้เกิดเมื่อวาน..ผมนี้เป็นพ่อทีแย่นะครับ...ปานนี้เขาคงเกลียดผมมากคงคิดว่าผมผิดสัญญากับเขา” คุณเดนนิสพูดด้วยน้ำเสียงที่เสียใจกับที่เขาหายไป

   “เขาจะเข้าใจทุกอย่างเมื่อเขาได้เจอคุณ..เดนนิส”

   “ผมจะไปหาเขานะให้เร็วที่สุดตอนนี้ธุรกิจผมยังวุ่นๆอยู่นะครับ ผมอาจจะอีกสองอาทิตย์ผมจะบินไปพร้อมเพื่อนของผมเขาจะไปเที่ยวบ้านภรรยาเขาเช่นกัน”

   “ผมขอโทษนะครับ คุณเป็นอะไรกับเขาครับ ทำไมคุณดีกับเขาแบบนี้ แล้วนี้แม่ของเขาละครับ หรือว่าคุณเป็นแฟนคนใหม่แม่ของเขาครับ” เดนนิสถามเกียวกับผมแต่ผมก็อดขำไม่ได้นี้ใครก็มองว่าผมเป็นคุณพ่อไปหมดแล้วเนี๊ยะ

   “ผมเป็นครูของเขาครับเดนนิส และผมก็สอนภาษาอังกฤษให้เขา คือว่าเขามีปัญหาเรื่องการเข้าเรียนนะครับเดนิส และผมก็เลยต้องสอบถามถึงปัญหาว่าทำไม เพื่อแก้ไขปัญหาตรงนั้น “

   “เขาบอกผมว่าเขาไม่อยากเรียนภาษาอังกฤษเพราะว่าเขาคิดถึงคุณ เดนนิส”

   “นี้ผมทำร้ายลุกผมหรือเปล่าครู”

   “ไม่เชิงหรอกครับ แต่ตอนนี้เขาดีขึ้นมาก ตั้งใจเรียนและนี้เขาก็ไปสอบGED คือการสอบเทียบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายและเขาจะสามารถเขาเรียนมหาวิทยาลัยได้เลยหากเขาสอบผ่านทั้งหมด” ผมพูดบอกเดนนิส

   “เขาจะได้จบก่อนเพื่อนนะครับเดนิส “ผมบอกเดนิสพ่อของคริส

   “ถ้าอย่างนั้นเขาก็พร้อมจะเดินทางมาออสเตรเลียมาอยู่กับผมได้เลยใช่ไหมครับครูเขม ผมจะได้ดูที่เรียนไว้ให้เขาที่นี้เลย “ เดนิสถามผมด้วยน้ำเสียงที่ดีใจแต่ทำไมผมถึงได้ใจหายวุบเลยครับ

   “เอาอย่างนี้ดีกว่านะครับครูเขม ผมว่าผมอยากจะวิดีโอคอลคุยกับคริสเขาก่อนนะครับ เออ ผมคิดว่าจะคุยกับเขาก่อนจะบินไปไทย อาทิตย์หน้าผมจะไปถ่ายแบบให้นิตยสารชื่อดังซึ่งผมคงยุ่งทั้งอาทิตย์ ผมจะโทรหาเขาหลังจากงานเสร็จนะครับครู” เดนิสบอกผม

   “ได้ครับคุณเดนนิส “

   “ผมต้องไปทำธุรแล้ว ผมฝากดูแลคริสให้ผมทีนะครับ ผมขอบคุณคุณเขมเหลือเกิน ไม่รู้ว่าจะขอบคุณกี่ล้านครั้ง ผมก็จะพูดครับคุณเขม ว่าขอบคุณจริงๆ “

   “ผมยินดีครับคุณเดนนิส ผมแค่อยากให้ลูกศิษย์ของผมได้เจอพ่อ” ผมพูดบอกเดนนิส

   “แค่นี้ก่อนนะครับ สวัสดีครับครูเขม”

   “สวัสดีครับคุณเดนิส บายครับ” ผมพูดและกดวางสายไป แอบใจหายที่ผมได้ยินว่าพ่อเขาจะดูมหาวิทยาลัยให้เขาไปเรียนที่ออสเตรเลีย แต่ผมก็ควรจะดีใจ เพราะว่านี้คืออนาคตของเขานะ ผมอยากเห็นอนาคตของเขาและผมคิดว่ามันคือช่องทางที่ดีที่สุดที่จะทำให้เขาอยู่ห่างๆนายกายและจะได้ไม่ต้องมีเรื่อง เพราะเขาอาจจะเสียอนาคต อันนี้ผมเป็นห่วงเขาเหลือเกิน ผมนั่งลงที่โต๊ะทำงานเพื่อรอลินดา ครูถาวรและครูท่านอื่นๆ ลงมาทานอาหารกัน พูดคุยกับตามประสาเพื่อนครูด้วยกัน

   Rrrrr เสียงมือถือผมดังขึ้น พี่ต้น นี้ ผมรีบกดรับสายทันที

   “สวัสดีครับพี่ต้น “ น้ำเสียงผมบ่งบอกได้ว่าดีใจมากแค่ไหน ผมคิดถึงพี่ต้น เพราะว่าตอนนี้ผมก็กำลังคิดถึงพ่อผมเช่นกัน ในวันที่ผมรู้สึกแย่ แต่ว่าพี่ต้นก็ทดแทนพ่อผมได้เช่นกัน

   “ไงเขมดูน้ำเสียงไม่ค่อยดี มีเรื่องหรือเปล่า” พี่ต้นถามผม

   “ก็นิดหน่อยมันโอเคแล้ว”

   “เรื่องนักเรียนเกรียนของเราละซิ “ พี่ต้นถามผม

   “ครับพี่ต้นแต่ผมดันไปรักนักเรียนเกรียนก็ต้องยอมละพี่ต้น” ผมพูดปนหัวเราะกับพี่ต้น

   “เขมพี่จะโทรมาบอกว่าพี่เจอคนหนึ่งนะ เหมือนครูมิ้งเลย พี่เจอที่รีสอร์ทที่พี่มักจะพาเจ้าหน้าที่ไปสัมมนาที่นั้นบ่อย แต่เขาบอกว่าเขาไม่ใช่ครูมิ้งและพอพี่ไปอีกทีเขาก็หายไปแล้วเขม” ผมนี่หูพึ่งทันทีที่พี่ต้นบอกผมแต่ว่าเขาหายไปแล้ว

   “พี่ว่าเขายังอยู่ที่เชียงใหม่นะ อีกสองอาทิตย์จะมีงานไม้ดอกไม้ประดับก็มันจะถึงฤดูการท่องเที่ยงเชียงใหม่ เราจะมาไหมละ มาหาหลานหน่อย หลานคิดถึง”พี่ต้นบอกผม

   “ผมก็คุยกับคริสเอาไว้นะว่าผมจะไปพี่ต้น ถ้ายังไงผมบอกพี่ต้นอีกทีนะ อาทิตย์หน้าคริสสอบอีกสามวิชาก็เสร็จแล้วและนี่พ่อเขาก็จะบินมาหาอีกพี่ต้น “ ผมพูดบอกพี่ต้น

   “ก็ดีนะเรื่องวุ่นๆของนายจะได้เบาลงเขม พี่นี้เป็นห่วงนายมากเลยนะ แต่พี่ไม่มีเวลาโทรคุยเลยเขม “ พี่ต้นพูด ผมเข้าใจว่างานพี่ต้นเยอะจริงๆ

   “ไม่เป็นไรพี่ต้นแต่ผมจะลงไปหาพี่ต้นแน่นอน คิดถึงหลานมากด้วย “ ผมพูด ผมได้ยินเสียงบรรดาครูพากันเดินลงมาจากห้องสอนเรียบร้อยแล้วเพื่อมารับประทานอาหารกัน

        จะพักเที่ยงแล้วใช่ไหมเรา ถ้าอย่างนั้นแค่นี้ก่อนแล้วกันนะ พี่จะเข้าประชุมต่อ พี่รอเจอเรากับน้องเขยนะ” พี่ต้นพูด

        “น้องสะใภ้พี่ต้น”

        “เอาๆ มาก่อนมาให้พี่ดูก่อนแล้วพี่ค่อยตัดสินให้นะว่าน้องเขยหรือน้องสะใภ้ “พี่ต้นพูดขำๆ

        ครับพี่ต้น พี่ดูแลตัวเองด้วยนะผมเป็นห่วงพี่เหมือนกัน และหลานด้วย บายครับ” ผมกดวางสายและหันไปมองครูลินดาและครูถาวร เขาก็ยิ้มให้ผม และเดินมาชูแหวนที่สวมไว้ที่นิ้วนางข้างซ้ายทั้งคู่ และนั้นก็แปลว่ามีข่าวดี

     “ดีใจด้วยครับครู” ผมพูดดีใจกับครูทั้งสองคน

       “ขอบคุณนะคะครู ขอบคุณที่ทำให้เราสองคนมีวันนี้ ขอบคุณที่ทำให้เราสองคนกล้าที่จะเปิดเผยมัน อย่าลืมนะคะ งานแต่งเราสองคนครูต้องอยู่รดน้ำสังข์กับเราสองคนก่อน อย่าหนีหายไปเป็นครูที่อื่นนะคะ “ ครูถาวรพูด

      “พูดแบบนี้ผมทิ้งที่นี้ไปไม่ลงแน่ๆ ครับครูถาวรครูลินดา” ผมพูด ครูลินดาพยักหน้าว่าไปนั่งทานอาหารกันดีกว่า และผมก็เดินไปนั่งทานกับครูท่านอื่น ก็มีครูวงเดือน ครูลิมา ส่วนผมนี้เป็นครูผู้ชายคนเดียว แต่เรื่องการคุยก็จิปาถะส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องในรั้วมหาวิทยาลัยทั้งนึ้น จบมาแล้วก็อยากรื้อฟื้นและมันเป็นความสุขเล็กของพวกผม ผมเองก็อยากจะเก็บความรู้สึกและบรรยากาศแบบนี้เอาไว้ เพราะว่าผมเองก็ไม่รู้เลยว่าเรื่องของนายกายจะออกมายังไง ถ้าผมเองกลับต้องเป็นคนที่ต้องลาออกละ อย่างน้อยความรู้สึกดีดีของผมกับบรรดาครูก็ยังคงอยู่   

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
EP.37 EP.37 ในเมื่อกายมันให้เชอรี่ทำให้่ผมก็ให้แก้มช่วย
      
               คริสโตเฟอร์    ผมเดินลงจากห้องเรียนจะรีบไปทานข้าวเที่ยงและจะรีบไปหาครูเขมที่ห้องสมุดต่อ วันนี้แหละที่ผมก็จะได้หลักฐานหมัดตัวไอ้พี่กายที่มันจ้างพวกนั้นมาทำร้ายปันปัน ผมต้องหยุดความชั่วของมันให้ได้ ระหว่างที่ผมกำลังเดินผ่านเห็นผู้ชายในเครื่องแบบผมเดาได้ว่าพ่อพี่กายกำลังยืนคุยกับพี่กายสีหน้าจริงจังมาก

      “ถ้าหลักฐานชิ้นนั้นถึงมือผู้อำนวยการขึ้นมาละ ทำไมถึงได้หาแต่เรื่องและนี่แทนที่เกมส์จะได้เรียนที่นี้เลยต้องถูกระงับไปก่อนทำให้น้องลำบากรู้ไหม ทำไมไม่ทำตัวดีดี ทำตัวแบบนี้จบไปจะไปต่อไหนได้..หา!” พ่อของพี่กายต่อว่าลูกชายของเขา เพราะมันนี้เองทำให้น้องมันอาจจะไม่ได้เรียนที่นี้

      “วันนี้อย่าไปเถลไถลที่ไหนนะและห้ามไปแข่งรถเพราะว่าช่วงนี้เขากำลังเคร่งเรื่องเด็กแว้นฉันขอละอย่าให้มีแต่เรื่องหนักเลยกาย” พ่อของพี่กายพูดก่อนจะเดินออกไปทันที

      “ปึก”เสียงกำปั้นชกเข้าที่กำแพงด้วยความโกรธ

      “ไปเถอะวะไปกินข้าว” ไอ้พี่อั๋นเดินมาเรียกพี่กายไปซะก่อนไม่อย่างนั้นมันคงจะรู้แน่ว่าผมแอบฟังพี่กายโดนพ่อเขาต่อว่าอยู่ ผมยืนรอจนพวกพี่กายเดินลงไปข้างล่าง

      “พี่คริส” แก้มเดินปรี่มาหาผมด้วยหน้าตาตื่น

      “แก้มได้ยินมีผู้หญิงมาหาพี่บอกว่าเป็นแฟนพี่เหรอพี่ทำแบบนี้ทำไมอะ” แก้มเดินมาหาผมด้วยเรื่องนี้นี่เอง ผมมองหน้าแก้ม

      “นาง..เออ..พี่เชอรี่ใช่ไหมพี่คริส..พี่ยังไม่เข็ดอีกเหรอที่นางชิ้งหนีพี่วันที่พี่กำลังโดนพวกไอ้พี่กายรุมทำร้ายนะนางนะไม่ได้รักพี่จริงหรอกนะ” แก้มพูดผมพยักหน้าว่าผมจำได้

      “พี่แค่อยากให้เขาช่วยและเขาก็ช่วยพี่แล้วตอนนี้พี่กับเขาจบไม่มีอะไรเกี่ยวข้องเพราะว่าเขารู้เรื่องพี่กับครูเขมแล้ว” ผมพูดกับแก้มระหว่างที่เดินลงไปโรงอาหาร

      “ก็ใช่นะซิ พี่ควรจะรู้ครูเขมนะดีกับพี่มากแค่ไหน ขนาดแก้มหวงพี่รักพี่นะแก้มยังยอมให้ครูเขมเลย” แก้มพูดทำแก้มป่องผมมองแก้มตอนนี้เธอโตขึ้นเยอะแล้ว มีความคิดแล้วซินะ

      “แก้มเข้าใจว่าความไม่ใช่แค่การครอบคครองแต่มันมีมากกว่านั้นแก้มยังเด็กเกินไปที่จะรักษามันแก้มคงต้องรอให้โตกว่านี้นะพี่คริส” แก้มพูดผมพยักหน้าให้คนตรงหน้า

      “สักวันแก้มจะเจอคนที่รักแก้มจริงๆ ...น้องสาวคนสวยของพี่” ผมพูดเอามือแตะที่หัวแก้มเบาๆ อย่างเอ็นดูแบบพี่น้อง

      “พี่อย่าให้ความรักของครูเขมสูญเปล่านะ แก้มคนหนึ่งละที่นับถือความรักของครูที่มีต่อพี่คริส” แก้มพูดผมพยักหน้าเป็นการตอบรับ

      “พี่ไปทานข้าวก่อนนะเพราะว่าพี่นัดครูเขมเอาไว้ตอนเที่ยงครึ้ง” ผมบอกแก้ม เธอก็พยักหน้าและแยกไปหาเพื่อนของเธอเช่นกัน ผมยืนอยู่ ผมว่าจะรอไอ้โป้ง ปันปัน อาร์ทและโจลงมาแล้วค่อยเข้าไปซื้อบะหมี่หมูแดงพร้อมกัน

PongPunpun_Slamdunk : อยู่ไหนว่ะคริส
KissKhem : พอพวกมึงอ่ะ จะได้ไปสั่งบะหมี่กินกันว่ะ
PongPunpun_slamdunk : เออๆ กูสองคนกำลังจะลงไปว่ะ แต่รอไอ้อาร์ทกับไอ้โจก่อน
         
                    ผมเก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกงพร้อมกับจะเดินไปตรงไปร้านค้าเพื่อไปสั่งบะหมี่รอพวกไอ้โป้ง ปันปัน ไอ้อาร์ทและโจลงมา พวกมันก็คงลงมาสั่งบะหมี่เช่นกันนะผมเดาเอา

                      “พี่คริส” เสียงที่ผมแทบจะไม่อยากหันไปมองเลย พี่เขมบอกผมว่าให้ผมอยู่นิ่ง อย่าไปต่อเอาความอะไรพวกนี้อีก ผมก็ควรจะอยู่เฉยๆใช่ไหมเพื่อไม่ให้พวกมันทำพี่เขมเสียใจอีก

      “ว่าไงเชอรี่” ผมจำใจหันไปถามเชอรี่ ปั่นสีหน้าให้นิ่งที่สุด และเธอก็คงรู้ดีว่าผมอยู่ในโหมดไหน พิศวาสเธอหรือไม่

      “เป็นไงอีครูตุ๊ดชอบที่เชอรี่ทำให้ที่บ้านไหมละ ” เชอรี่พูดผมหันขวับมามองเธอทันที

      “เธอนั้นเองอะ...เธอไม่มีสิทธิ์มาทำอะไรแบบนั้นและเธอก็ไม่ใช่นักเรียนเธอไม่มีสิทธิ์เข้ามาเดินในโรงเรียนนี้” ผมพูดและชี้หน้าเธอ

      “ตอนนี้...ไม่นานเชอรี่จะได้กลับมาเรียนที่นี้และอีครูตุ๊ดนะมันจะเจอดีกว่านี้ แต่พี่อาจจะอยู่ไม่ทันได้ปกป้องเขาหรอกนะ” เชอรี่พูด ผมยืนกำหมัดแน่น ทำไมคนตรงหน้าผมไม่ใช่ไอ้กายเอง มันให้เชอรี่มาทำแทนมันทำไม ไม่อย่างนั้นผมต่อยมันไปอีกรอบแน่ ไอ้กายมันยืนเอามือกอดอกมองผมอย่างซะใจ

      “ทำไมเหรอรักอีครูตุ๊ดนั้นมากเหรอได้ข่าวว่าจะตามไปอยู่ด้วยกันทำไมมันมีดีอะไร” เชอรี่พูดมันทำให้ผมยิ่งโมโหเธอมา
      
      “หมับ” ผมก็คว้าจับข้อมือถือบีบอย่างแรงจนสีหน้าเธอบอกได้ว่าเจ็บ แต่ก่อนผมไม่เคยคิดจะทำร้ายผู้หญิงเลย เห็นผมแบบนี้ไม่เคยลงมือลงไม้กับผู้หญิงแต่คำพูดพี่เขมบอกผมตอนแก้ม ว่าอย่าไปทำเขาเขาเป็นผู้หญิง ผมจำเป็นต้องปล่อยข้อมือเธอ

      “ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้” ผมพูดสายตาจับจ้องมองหน้าเธอ จนเธอหน้าซี้ดคงไม่เคยเห็นผมแบบนี้มาก่อน

      “พี่บอกให้ถอนคำพูด...และถ้าเธอไม่เคยคิดเคารพครูเธอก็ไม่ควรกลับมาเรียนที่นี้” ผมพูด

      “พี่คริส” แก้มคงเห็นผมเลยวิ่งออกมาจับแขนผม ผมหันมามองแก้ม

      “เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ พี่คริส” แก้มถามผมสายตามองไปเชอรี่ไม่วางตา

      “มาหาเรื่องอะไรพี่คริสอีกละ..อยากโดนตบหรือไง” แก้มทำท่าจะเข้าไปตบกับเชอรี่ ผมก็ต้องเป็นฝ่ายดึงแขนแก้มไว้ไม่ให้มีเรื่องกับเชอรี่ เชอรี่มองหน้าผม

      “รู้อย่างนี้ตอนนั้นเชอรี่เลือกคบพี่กายซะก็ดีไม่น่าหลวมตัวมาชอบตุ๊ดอย่างพี่เลย”

      “ว่าใครตุ๊ดพี่คริสไม่ใช่ตุ๊ด “ แก้มเถียงแทนผมทันที

      “เชอรี่” ไอ้กายมันเดินมาเรียกเชอรี่พอดี เชอรี่ถึงกับสะบัดบ๊อบเดินไปหาไอ้กาย คงไม่ต้องบอกสถานะว่าตอนนี้เป็นอะไรกันเดินโอบเอวกันแบบนั้น ผมไม่รู้สึกหึงรู้สึกหวงเลยสักนิด ผมหันมาแตะแขนแก้มว่าผมโอเค แก้มพยักหน้ากับผม ผมกำลังจะหันหลังออกเช่นกัน

      “เดี๋ยวพี่คริส เชอรี่มันทำอะไรพี่กับครูเขมปะ” แก้มถามผมขึ้น แก้มมองหน้าผม

      “เชอรี่เอากระดาษไปแปะติดที่บ้านครูเขมนะ มันเขียนด่าครูเขมว่าครูเขมเป็นตุ๊ดและเยอะแยะเลยวะแก้มเมื่อวานนะ มันบอกว่าเป็นแฟนพี่ทั้งที่ไม่ใช่ ลุงยามเลยเผลอให้เข้ามา”ผมพูด แก้มมองหน้าผมและพยักหน้า

      “เดี๋ยวอีเชอรี่!” แก้มขึ้นไปยืนบนโต๊ะและตะโกนเรียกเชอรี่  เธอหันมามองแก้มแบบไม่แคร์ ผมก็มองแก้มมันจะทำอะไร แก้มทำนิ้วจุ๊ปาก

      “ทุกคน อีกผู้หญิงคนนี้ ไม่ใช่นักเรียนโรงเรียนเรา แต่มันเข้ามาเอากระดาษไปแปะติดที่บ้านพักครูเขมว่าครูเขมของพวกเราอ่ะ พูดจาไม่ดีด้วย มันว่าครูเขมเสียๆหายๆ ทั้งที่ครูเขมไม่ได้ไปทำอะไรให้มันเลย แต่มีคนหน้าตัวเมียให้มันทำ “ แก้มตะโกนไปทั้งโรงอาหาร ทุกคนหันไปมองเชอรี่กันหมด แม้กระทั้งพ่อค้าแม่ค้าคนขายอาหาร

      “แล้วจะทำไม ก็แค่ครูตุ๊ด!!!”เชอรี่หันมาตะโกนตอบแก้ม
      
      “ ครูที่ชอบเอาตรูดนักเรียน มึงร้อนตัวทำไมเขาเป็นผัวมึงด้วยเหรอ” เชอรี่เธอพูดตะโกนกลับมา ผมได้แต่ยืนกำหมัดถ้าพี่เขมคำพูดของพี่เขมไม่ได้อยู่ในหัวผมตอนนี้ ผมคงเดินเข้าไปกระฉากคอเสื้อเชอรี่แล้ว แต่ะเพราะว่าครูเขมบอกผมว่าอย่าทำผู้หญิงไง แต่ว่าคนที่ยืนอยู่บนโต๊ะนี้ซิดูท่าจะไม่ยอมแน่ๆ

      “อีนี้” แก้มทำท่าจะกระโดดลงไปตบเขาแน่ ผมรีบยกมือห้ามก่อน

      “เฮ้ยแก้ม อย่า”

      “ครูตุ๊ด กับไอ้นักเรียนตุ๊ด มันก็เหมาะสมกันดี ” เชอรี่กอดอกพร้อมกับตะโกน ผมเองก็ต้องขมนั้นผู้หญิงส่วนนายกายก็ยืนกระหยิ่มยิ้มย่อง มันใช่ผู้หญิง
      
      “ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้นะ อย่ามาว่าครูเขมของพวกเรา “ แก้มชี้หน้าเธอ

      “กูไม่ถอนจะทำไม ครูตุ๊ด ครูตุ๊ด กูก็จะพูดทำไม” เชอรี่เธอยิ่งตะโกนดังเข้าไปอีกลั่นห้องอาหารไปหมด

      “ก็ไม่ทำไมหรอก” มีเสียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนขึ้นพูดและ

      “ปึก” แก้วน้ำที่น้ำแดงนิดหน่อย

      “แกกล้าปาแก้วใส่ฉันเหรอ ” เชอรี่หันขวับมามองผู้หญิงห้องเรียนเดียวกับผมนั้นเองและทั้งกลุ่มเธอก็ช่วยกันปาใส่เชอรี่

      “ปัก ปัก ปักๆๆๆๆ” นับไม่ถ้วนเลย มีทั้งน้ำแดง น้ำเขียว แม้กระทั้งโอเลี้ยงก็มา  ขวดน้ำพาสติก็มี ตอนนี้เสื้อผ้าผ้าชุดแซกสวยๆของเธอเลอะเทอะไปหมด แม้กระทั้งหน้าตาของเธอเช่นกัน ผมสะบัดหน้าไปมองแก้ม แก้มหยักคิ้วให้ผม

      “โป๊ก!” อันนี้ไข่ไก่ เข้าที่หัวเธออย่างแม่นยำ  เธอถึงกับเอามือแตะที่หัวเธอมันคือไข่ไก่และหัวเธอก็เหนียวหนืดน้ำจากไข่ไก่
      
      “กรี้ดดดด”เสียงกรี้ดรากยาวจากเชอรี่

      “ดีนะที่กูมีแต่ไข่ไก่ อีเด็กเหลือขอ” อันนี้แม้ค้าขายโจ๊ก
      
      “ถ้าวันนี้กูขายส้มตำนะ มึงโดนครกโดนสากกูไปแล้ว “ ผมรู้ว่าครูสั่งโจ๊กป้าเขาทุกวันให้ผม

      “โอ้ยกูจะเอาหมูปาก็เสียดาย มีดดีไหมมึง อีเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม” ป้าคนขายก๋วยเตียวออกมายืนเท้าวะเอว ป้าแกเขาเสียดายหมูผมก็ว่าถูกแล้วแหละครับหมูแพง และป้าชูมีด เชอรี่ถึงกับถอยหลัง ตอนนี้เสื้อผ้าเธอเลอะเทอะไปหมด

      “มึงว่าครูเขา มึงละตัวอะไรมายืนเกาะผู้ชายแบบนี้ กูมีลูกชายกูก็ไม่ให้ลูกกูเอามึงทำเมียมันหรอก สงสารพ่อแม่มึงจริงๆ เขาให้มาเรียนไม่ได้มาหาผัว” แม่ค้าในห้องอาหาร ตอนนี้ไอ้กายนะมันเริ่มถอยหลังออกไปยืนห่างเธอแล้วด้วย ผมคิดนะถ้ามันรักเธอจริง มันต้องออกมาปกป้องเธอซิแต่นี้ไม่เลย

      “กูนี้เป็นผู้ชายเห็นมึงแบบนี้กูก็อายแทนพ่อมีงว่ะ หน้าตาก็ดีแต่ทำตัวแบบนี้ไปเป็นกะหรี่ดีไหมลูก” ลุงคนที่ขายลูกชิ้นอีกคน

      “แรงลุง!!! แต่ฉันว่ามันใช่” พี่คนที่ขายน้ำปั่นออกมาพูดยกนิ้วให้ลุงขายลูกชิ้นในห้องอาหาร
      
      “กะหรี่ไหม เอ๊ย กะหรีปั๊ปไหมวันนี้ลดราคา ให้สมกับเด็กไม่มีใครสั่งสอน” พี่คนที่เป็นสาวประเภทสองออกมายืนเท้าซะเอวมองเธออีกคน
      “ตุ๊ดแล้วมันหนักหัวมึงเหรออีเด็กบ้า! เดี๋ยวก็โดนตุ๊ดทีบยอดหน้าลองมึงนี้” เชอรี่ถึงกับต้องถอยออก ส่วนไอ้กายนะมันสะบัดมือเธอตั้งแต่เด็กคนนั้นปาแก้มใส่เธอแล

      “ ออกไป ออกไป ออกไป “เด็กนักเรียนในห้องอาหารต่างพากันตะโกนไล่เชอรี่ ส่วนไอ้กายนะมันถอยออกไปที่ละก้าวจนแทบจะวิ่งและทิ้งเชอรี่จะดีกว่า แปลกนะวันนี้เหลือมมันคนเดียวตอนนี้

      “กรี้ดดดดด” เสียงกรี้ดดังลั่นโรงอาหาร แก้มก็ยักคิ้วให้ผม ผมก็พยักหน้าผลงานดีว่ะ ผมเพิ่งรู้ว่ามีคนรักครูเขมมากจริงๆ และพวกไอ้อาร์ท ไอ้โจ ไอ้โป้งและปันปันมันเดินเข้ามาพอดี มันมองผมกับแก้ม

      “มึงสองคนทำอะไร เชอรี่มันถึงได้โดนเขายำทั้งห้องอาหารแบบนี้วะ” ไอ้อาร์ทมั้นถามผม!

      “ก็คนที่เขารักครูเขมกันไงพี่อาร์ท”

      “ผลงานดีวะแก้ม กูชอบ” ไอ้โจ อีกคน

      “นี้มั้นเกิดอะไรขึ้น หยุด !” ครูนิดเดินเข้ามาและพวกผมก็เดินไปหาครูนิดกัน ไปยืนตรงหน้าเชอรี่ สภาพเธอดูเละมาก ผมก็อดกลั้นหัวเราะกันไม่ได้

      “พี่คริสให้พวกนี้ทำกับเชอรี่แบบนี้เหรอคะ” เชอรี่ถามผม เธอยืนกำหมัดแน่น  ครูนิดหันมามองหน้าผมและทุกคน

      “บอกครูมาซินี้มันเรื่องอะไรกัน” ครูนิดหันมาถามพวกผมแทน

      “ครูนิดค่ะ พี่เชอรี่เขาไม่ใช่นักเรียนที่นี่และเมื่อวานเขาเข้ามาเอากระดาษไปติดที่บ้านพักครูเขม ด่าว่าครูเขมค่ะ เสียๆหายๆด้วยค่ะ  “ แก้มบอกครูนิด

      “จริงเหรอ เธอทำแบบนี้จริงเหรอ” ครูนิดหันไปถามเชอรี่

      “ลุงยามเขาก็เห็นครับครู พวกผมทำความสะอาดกันเมื่อวานครับครู “ โป้งพูดขึ้น พวกผมก็พากันพยักหน้า

      “เมื่อวานวันเกิดผมครับ ครูเขมเขาจัดงานวันเกิดให้ผมที่บ้านพัก ผมก็เลยชวนเพื่อนผมโป้ง ปันปัน อาร์ทและโจมาครับ และพวกเราก็เห็นว่ามีกระดาษแปะที่บ้านพักครูเยอะแยะไปหมด และเป็นคำด่าที่หยาบคายมากครับครู ซึ้งผมก็ไม่คิดว่ามันจะออกมาจากคนที่เป็นลูกสาวนักการเมืองที่มีชื่อเสียงอย่างเชอรี่ “ ผมพูดและมองหน้าเธอ เธอมองหน้าครูและหันมามองหน้าเลิกลัก

      “เธอไม่ใช่นักเรียนของที่นี้เธอเข้ามาในนี้ทำไม “ ครูนิดหันไปถามเชอรี่

      “หนูเคยเป็นค่ะ และเคยเป็นดรีมเมเยอร์ไม้หนึ่งครูจำไม่ได้เหรอคะ และเป็นดรีมเมเยอร์ที่ไม่ได้โง่จนปล่อยให้ตัวเองท้อง” เชอรี่พูดเธอหันไปเหล่ตามองกี้ นี้เธอยังหันไปแขวะกี้อีกเหรอ คงเพราะว่ากี้ก็เคยเป็นเด็กไอ้กายเหมือนกันละซิ กี้ลุกพล้วดขึ้นมาเธอกำมือแน่น ด้วยความโกรธแต่พี่เอกรินทร์เข้ามาจับแขนกี้เอาไว้

      “ออกไป ออกไป ออกไป” อันนี้นักเรียนในห้องอาหารพากันโห่ไล่เธอ

      “หยุด!!! ให้ครูพูดคนเดียว” ครูหันไปเอ็ดทุกคน

      “ครูรู้ไหมคะว่าหนูลูกใคร และหนูกำลังจะมาเป็นนักเรียนที่นี้” เชอรี่เธอพูดและยืนกอดอกมองครูนิดแบบไม่ให้เกรียรติครูเอาซะเลย

      “แต่เธอยังไม่เป็นในตอนนี้  ดังนั้นควรจะออกไปและไม่ควรจะเข้ามาในโรงเรียนแบบนี้ด้วย” ครูนิดพูดและเหลือบมองชุดแซกที่สั้นมากร้องเท้าสนสูงปรี้ด แต่หน้าทาปากสีแดงจนดูแก่เกินวัย

      “หนูมาในฐานะแฟนพี่กายค่ะ ตอนนี้” เชอรี่พูดและมองหน้าละยิ้มให้ผม ผมก็แสยะยิ้มเหมือนกันสมเพศครับ ไม่ได้เสียดาย

      “นายกาย นี่แฟนเธอเหรอ” ครนิดเรียกไอ้พี่กายที่ทำท่าจะหันหลังเดินออกอยู่แล้ว

      “ถ้าเขาเป็นแฟนเธอและนี้เขามาทำอะไรไม่ดีแบบนี้ด้วย เธอต้องรับผิดชอบนะนายกาย!” ครูนิดหันไปถามไอ้กาย มันหันหลังกลับมามองครูนิดและเชอรี่ เมื่อกี้มันยังกอดเอวเชอรี่อยู่เลยนะ

      “ไม่ใช่ครับ เธอบอกว่าเธอจะมาเรียนที่นี้ผมก็แค่ รุ่นพี่ เธอไม่ใช่แฟนผมครู” ผมก็กอดออกมองเธอเช่นกันทั้งกลุ่มผมเลย เป็นไงละเชอรี่

      “ไอ้พี่กาย ไอ้หน้าตัวเมีย” นายกายเดินออกไปทันทีโดนไม่ได้หันหลังมามองเชอรี่เลยสักนิด

      “พึ่งรู้เหรอว่าแฟนเธอนะหน้าตัวเมีย มันหน้าตัวเมียมานานแล้ว ฉันนี่เลิกกินหญ้าแล้วเหลือแต่หล่อย อีอดีตรัมเมอเยอร์ไม้หนึ่ง มึงนะมันไม่โง่ธรรมดา แต่มึงโคตรโง่!!” กี้ลุกขึ้นพูดและเดินออกไปทันทีพร้อมพี่เอกรินทร์ ผมว่ากี้เขาคิดถูกแล้วที่ไม่มาตามหาว่าใครคือพ่อที่แท้จริง ผมว่าพี่เอกรินทร์นะเหมาะสมแล้วที่จะทำหน้าที่พ่อของเด็กในท้องเธอ 

                  “เอาละ เธอออกไปจากโรงเรียนนี้ได้แล้ว เชอรี่” ครูนิดหันมายกมือห้ามปรามทุกคนไม่ให้ตะโกนไล่เธอและครูนิดก็หันไปบอกเชอรี่

      “ครูกล้าไล่หนูเหรอคะ แล้วครูจะได้เห็นดีกันในวันที่หนูกลับมาเรียนที่นี่ เพราะว่าพ่อของหนู…..” เชอรี่พูดใส่หน้าครูนิด

      “เธอจะไม่ได้กลับมาเรียนที่นี้ เชอรี่” เสียงที่ทำให้ทุกคนหันไปมองกันหมด นั้นคือท่านผู้อำนวยการ

      “ฉันเพิ่งจะโทรบอกพ่อเธอเมื่อห้านาทีนี้เอง หลังจากที่ยืนดูเธอ ทำตัวไม่เหมาะสม ไม่เคารพครูบาอาจารย์ ถ้าเธอไม่ให้ความเคารพคนที่ทำหน้าที่เป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้เธอ เธอก็ไม่จำเป็นต้องกลับมาเรียนที่นี้ ที่นี้ไม่ได้รับแค่คนเก่ง คนรวยอย่างเดียวแต่รับคนที่เขารู้จักให้เกรียติคนอื่นโดยเฉพาะครู” ผู้อำนวยการพูด

      “แปะๆๆๆๆ” เสียงปรบมือดังลั่นโรงอาหารเลย ผู้อำนวยการหันมาโบอกมือให้ทุกคน
 
      “ครูรู้เรื่องที่เธอทำกับครูเขมชาติหมดแล้ว รปภ บอกครูแล้วและพ่อเธอก็ทราบเรื่องแล้ว เขาบอกให้เธอรีบกลับบ้านซะ ก่อนจะมาตามเธอเอง ออกไปจากโรงเรียนนี้ซะ และเธอจะไม่มีสิทธิ์กลับเข้ามาทำเรื่องไม่ดีอีก ไม่อย่างนั้นพ่อเธอต้องมารับผิดชอบเข้าใจไหมเชอรี่ เชิญออกไปได้แล้ว  “ ผู้อำนวยการพูดเชอรี่หันมามองทุกคนเธอโกรธมาก  ท่านผอพูดและหันหลังกำลังจะเดินส่วนพวกผมออกไป
           
      “ขอทำหน้าที่ซุปเปอร์ฮีโร่ ปกป้องครูผู้เป็นฮีโร่หน่อย” ผู้อำนวยการกระซิบกับผม

      “ลาก่อนนะเชอรี่ ตลอดกาล” ผมพูดและเดินหันหลังออกไปพร้อมกับเพื่อนๆผม เธอคงรู้แล้วซินะ ว่าผลของการกระทำของเธอที่ทำไว้มันเป็นยังไง มันทำให้เธอเห็นอะไรได้มากขึ้นแม้กระทั้งไอ้กายที่บอกว่ารักเธอหนักหนามันชิ้งทิ้งเธอไปเลย ผมแอบสมน้ำหน้าในใจ

      “มึงไม่เสียใจเหรอวะ” ปันปันถามผม

      “กูจะเสียใจทำไมไม่ กูรู้ว่านางนะก็แอบลักกินกันกับไอ้กายหลับหลังกูปากก็บอกว่ารักกูและนี่ดันโง่ไปให้ไอ้กายมันหลอกใช้อีก โง่ขนาดนี้กูยังรักลงอีกเหรอวะ ” ผมรู้เรื่องนี้สักพักก่อนที่เชอรี่จะไปเมืองนอกไม่กี่สัปดาห์แต่ตอนนั้นเธอจะไปแล้วผมเลยไม่ได้สนใจอะไร

      “กูก็นึกว่ามึงไม่รู้ กูอุตสาไม่บอก” ไอ้โป้งพร้อมกับเดินมากอดคอผม และผมก็พากันเดินไปสั่งบะหมี่มาทานกันเพราะว่าผมต้องรีบไปหาครูเขมชาติที่ห้องสมุด วันนี้ดูไอ้ปันมันดีขึ้นมาหน่อยแล้ว พวกผมก็พยายามช่วยกันเยียวยารักษามันกันทุกคน

      “กูไม่ได้บอกพวกมึงอีกอย่างวะ ตอนครูเขมขึ้นไปคุยกับท่านผอ. พ่อไอ้กายก็ยู่ด้วย มีปากเสียงกับครูนิดหน่อยและครูเขมประกาศว่าถ้านายกายไม่ได้ผิดจริงครูเขมจะลาออกจากการเป็นครูว่ะ กูไม่สบายใจเรื่องนี้เลยวะ” ไอ้ปันปันพูดขึ้น ผมก็ต้องตกใจ

      “กูจะรีบไปเอาหลักฐานมาก่อนวะ กูต้องจัดการมันก่อนที่มันจะกัดพี่เขมวะ”ผมพูดและมองทุกคน

      “กูจะช่วยวะ มีอะไรบอกพวกกูคริส อย่าซ่าคนเดียว กูขอร้อง” ไอ้โป้งพูด

      “เออกูต้องรีบไปวะ เจอกันตอนเล่นบาสวะ” ผมเหลือบมองเวลาที่ข้อมือและก็ต้องรีบลุกขึ้น ผมรีบเดินออกไป ผมรู้ว่าพวกมันต้องเอาภาชนะไปเก็บให้ผม ผมรีบเดินไปตรงไปยังห้องสมุดที่นัดครูเขมไว้ระหว่างที่เดินผมรู้สึกตะหงิดๆ ถึงไอ้กายเหมือนมันจะวางแผนทำอะไรกับผมสักอย่างผมต้องรีบไปเอาไฟว์ข้อมูลในมือถือผมมาให้ได้ 

      “คริส” ผมเดินไปหยุดตรงหน้าสุดที่รักของผม พี่เขมที่ยืนรออยู่แล้วนี่แสดงว่าไปทานอาหารกับครูในห้องพักครูแล้วแน่ๆ พี่เขมเขาบอกว่าอยากให้ผมใช่เวลาสนุกกับเพื่อนๆบ้าง ผมก็เข้าใจนะอาจจะเป็นเพราะว่าผมใกล้จะจบก่อนเพื่อนนั้นเอง พี่เขมยิ้มให้ผมแม้ว่ารอยยิ้มจะดูเจือนๆไป ผมนี่สงสารพี่เขมที่ผมรักเหลือเกิน แต่ผมก็ยิ้มกลับไปให้

      “พี่ได้ยินครูนิดว่ามีเรื่องอะไรกันที่ห้องอาหาร พี่เพิ่งจะเดินผ่านครูนิดกับท่านผอนะคริส”ครูเขมถามผม ผมก็ยิ้มให้
           
      “เชอรี่นะพี่เขายอมรับแล้วว่าเขาเอากระดาษไปติดที่บ้านพี่ และแก้มมันเลยประกาศบอกทุกคนในห้องอาหารรวมถึงแม่ค้าพ่อค้าที่ขายอาหารด้วยพี่เขม พวกนั้นก็เลยแจกของสมน้ำหน้าเธอกันด้วยแก้วบ้าง ขวดน้ำบ้าง ป้าร้านขายโจ๊กให้ไข่ไปเต็มๆหัวเธอเลยพี่เขม” ผมพูด พี่เขมหันมามองผมทำตาโต

      “ทำไมไปทำเขาแบบนั้นกันละ เขาเป็นผู้หญิงนะคริส” พี่เขมหันมาต่อว่าผมอีก

      “พี่เขมยังไม่รู้อีกเหรอว่า ทุกคนรักและเป็นห่วงพี่รวมถึงพวกผมและเพื่อนๆของผม และที่ทำนี้เพราะว่านางทำไม่ดีกับพี่นะ” ผมพูดและมองครูเขม

      “แถมเชอรี่ยังแสดงอาการไม่พอใจที่ครูนิดไล่เธอให้ออกไปจากโรงเรียนนี้เพราะเธอไม่ใช่นักเรียนที่นี้ พอท่านผอ ลงมาผมก็ไม่รู้ว่าท่านมายืนนานแค่ไหน ท่านบอกเชอรี่ว่าท่านไม่รับเธอเข้าเรียนที่นี้เพราะเธอไม่ให้ความเคารพครู” ผมพูด ครูเขมก็มองผมและเอามือแตะที่หัวผม พี่เขมไม่พูดอะไรมีแต่รอยยิ้มให้ผม ผมว่าพี่เขมคงรู้แล้วว่าผมก็ปกป้องคนที่ผมรักได้นะ

      “พี่เขมทานข้าวแล้วเหรอ” ผมเปลี่ยนเรื่องถามพี่เขม ไม่อยากพูดถึงเรื่องไม่ดีอยากให้มันผ่านไป

      “พี่ทานแล้ว และตอนอยู่ในโรงเรียนห้ามเรียกพี่ซิ เรียกครูซิคริส” ครูเขมพูดทำหน้าดุผมวางกระเป๋าสพายลงด้านข้าง เห็นชีทน่าจะตัวอย่างข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ

      “พรุ่งนี้เขียนเรื่องราวที่เกิดขึ้นใช้ประโยค pass tenseด้วยนะอย่างอื่นเราได้แล้วเหลือแต่การเขียนเท่านั้นที่พี่ยังเป็นห่วงอยู่ แต่พี่เชื่อว่าเราทำได้ดีแล้ว ” ครูเขมพูดผมพยักหน้าและครูเขมก็ติวเรื่องการเขียนให้ผมพวกประโยคนะครูเขมเข้าสอนผมแบบเข้าใจง่ายแล้วว่าอันไหนใช้อะไร ผมคิดว่าถ้าครูเขมได้ไปสอนโรงเรียนใหญ่ๆนี้คงรุ่งแต่ว่าที่นี้ต้องการครูที่ดีและเก่งอย่างครูเขม

      “เย็นนี้ซ้อมบาสเสร็จแล้วไปรอพี่ที่บ้านพักเลยนะและถ้าโป้งกับปันปัน อาร์ท กับโจ้จะไปเรียนด้วยก็ได้นะ” ครูเขมบอกผม ตอนนี้ใกล้เวลาเข้าแถวแล้ว ผมพยักหน้าครูเขมลุกขึ้นเก็บหนังสือทั้งหมดที่ใช้ในการติวให้ผม

      “อย่าไปซ่าที่ไหนนะเย็นนี้พี่มีข่าวดีจะบอก” ครูเขมกระซิบกับผม ครูเขมยิ้มให้ผมก่อนจะรีบเดินออกไปผมก็เดินตามออกมามีข่าวดีจะบอกด้วยผมด้วยแต่มันกลับทำให้ผมใจคอไม่ค่อยจะดียังไงก็ไม่รู้ กลัวจะบอกผมว่าพ่อจะมาหาผมเร็วๆนี้และจะพาผมไปอยู่ด้วย แต่สิ่งทีผมกลัวมากที่สุด คือถ้าพ่อบอกว่าพ่อไม่เห็นด้วยกับความรักของผมกับพี่เขมละ 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------
      อีกสองตอนเรื่องร้ายก็จะหมดไปแล้วนะคะ คนแต่งแอบใจหายนิดหน่อย ไม่รู้ว่าที่แต่งมาชอบกันบ้างหรือเปล่า ต้องแกไขอเะไรยังไงไหมนะ (แอบขอกำลังใจหน่อยๆ รักคนอ่านทุกคนจุ๊บๆ


ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
EP.38 ครูเชมชาติXคริสโตเฟอร์  พี่เขมผมคิดว่ามันคงจบลงแล้วพี่

           Part คริสโตเฟอร์
      Rrrrr มือถือผมดังขึ้นเบอร์ไม่คุ้นเคยแต่ผมก็กดรับเพราะว่าเพื่อเป็นคนที่สนใจบิ๊กไบท์ของผม ผมโพสขายในเว๊ปเพจชมรมบิ๊กไบท์มาเมื่อสามสี่วันก่อนถ้าตกลงขายตอนนี้ก็ดียะซิจะได้เอาเงินมาซื้อของขวัญวันเกิดให้พี่เขม

      “สวัสดีครับ “

      “น้องที่ชื่อคริสใช่ไหมครับน้องที่ประกาศขายบิ๊กไบท์ทางเว็ป ชมรมคนรักบิ๊กไบท์” ใช่จริงๆ ด้วย

      “ใช่ครับพี่”

      “พี่สนใจรถน้องนะครับแต่งสวยดีแต่ราคาสูงไปหน่อยลดหย่อนหน่อยได้ไหมครับ” พี่เขาถามผม

      “พี่จะซื้อไปใช้เองหรือว่าไปขายต่อละครับ” ผมถามพี่เขากลับ คือถ้าคนรักบิ๊กไบท์จริงๆ ผมก็ยอมลดให้เพราะว่าคันนี้ลูกรักผมเลยแหละ ไหนไหนก็จะขายก็อยากให้ไปอยู่กับคนที่รักรถจริงๆ

      “พี่ไม่ได้ซื้อไปชายต่อครับพี่ซื้อไว้สะสม พี่มีอยู่ทั้งหมดห้าคันตอนแรกว่าจะไม่ซื้อแล้วแต่เห็นรถน้องแล้วพี่อยากได้ครับพี่ค่อนข้างหวงรถครับพี่เข้าใจคนรักรถอย่างน้องดี พี่ไม่เคยกล้าขายสักคันเก็บไว้แบบนี้เพราะกลัวไปอยู่กับคนที่ไม่ดูแลจริงๆ เหมือนกัน” พี่เขาพูดยาวเลย

      “พี่ต้องการเท่าไหร่ ส่งInbox หาผมแล้วกันนะครับผมอาจจะลดให้บ้าง” ผมบอกพี่เขา

      “ได้ครับ”

      “แค่นี้ก่อนนะครับเพราะว่าผมมีเรียนครับ”

      “ยังเรียนอยู่เหรอครับ มีรถคันใหญ่ขับแหละ...ถ้ายังไงพี่ส่งอินบ๊อกไปนะครับว่าพี่สู้ได้เท่าไหร่ ...บายครับ” และพี่เขาก็กดวางสายไป ผมก็เก็บมือถือเข้าใส่กระเป๋าก่อนจะได้เข้าห้องน้ำเสียงสัญญาณเข้าแถวดังขึ้นแล้วด้วยผมก็วิ่งเข้าห้องน้ำทันทีรีบทำธุระส่วนตัวและรีบออกมาแต่ผมก็เจอพี่กายมันยืนอยู่คนเดียว

      “กูได้ข่าวว่ามึงจะเอาคลิปกูไปให้ผู้อำนวยการเหรอ มึงจะให้เมียมึงทำให้กูออกให้ได้ใช่ไหมไอ้คริส” ไอ้พี่กายพูด

      “มึงทำตัวเองไม่มีใครให้มึงหรอกกาย”ผมพูดและหันหลังเดินออกผมต้องท่องไว้ว่าอดทนผมต้องไม่มีเรื่องกับไอ้พี่กาย

      “กูมีบางสิ่งที่มึงคงไม่อยากให้ถึงหูครุสถา เพราะว่าอาจจะมีครูที่ต้องถูกให้ออกจากการเป็นครูเพราะว่าพฤติกรรมไม่เหมาะสมเที่ยวไปจูบกับลูกศิษย์”พี่กายพูดผมต้องหันหลังกลับมาหามัน

      “มึงได้มันไปได้ยังไง” ผมกระฉากคอเสื้อมัน มันก็เหล่ตาลงมามองมือผม ผมก็ปล่อยมือจากคอเสื้อมัน

      “กูได้มาจากเมมโมรี่ในโทรศัพท์ไอ้ปันปัน “ ไอ้พี่กายพูด

      “ที่แท้คนที่อยู่เบื่องหลังก็คือมึง มึงทำปันปันมันทำไม ทำไมมึงไม่มาท้าประลองกับกูหรือไอ้โป้ง โดยเฉพาะไอ้โป้งมึงไม่กล้าหรอก” ผมพูดถามมัน ไอ้กายมันยืนกอดอกมองผมหน้าตามันเชี้ยได้ใจผมจริงๆ

      “เย็นนี้กูท้าแข่งรถเจอกันที่เดิมถ้ามึงแพ้คลิปกูคืน ส่วนคลิปมึงกูอาจจะคืนให้” ไอ้พี่กายพูดผมก็ยืนมองหน้ามัน

      “ว่าไง!” ไอ้กายมันถามผม ผมนะได้สัญญากับครูเขมแล้วว่าจะไม่ไปแข่งรถจะไม่ทำให้เกิดปัญหาในช่วงนี้แต่คลิปนั้นก็สำคัญกับครู

      “คริส!” ไอ้โป้งมันเปิดประตูเข้ามา มันมองผมกับพี่กาย

      “ไอ้กายหาเรื่องอะไรมันอีกไอ้หน้าตัวเมีย” ไอ้โป้งมันทำท่าจะเข้ามาต่อยไอ้พี่กาย

      “โป้งอย่า” ปันปันรีบดึงแขนโป้ง เพราะถ้าไอ้โป้งมีเรื่องอีกมันโดนไล่ออกแน่ๆ

      “กูไม่ได้มาหาเรื่องกูมาท้ามันแข่งรถคืนนี้มึงสนไหมละ ถ้าสนเจอกันได้” ไอ้พี่กายพูด

      “กูรับคำท้า” ผมตอบไอ้พี่กาย พี่กายมันหันมาแสยะยิ้มให้ผมและหันไปยิ้มให้ไอ้โป้ง พร้อมกับเดินแทรกตัวออกไป โป้งมองหน้าผม ปันปันด้วย

      “คริสมึงสัญญากับครูแล้วว่าจะไม่ไปแตะเรื่องแข่งรถอีกและถ้ามึงมีเรื่องตอนนี้ละที่มึงไปสอบนะมันมีผลนะไอ้คริส” ไอ้โป้งมันพูดกับผม ผมรู้ดีแต่ผมไม่มีทางเลือก อันนี้ยิ่งสำคัญกับครูเขมเข้าไปใหญ่ ถ้าเรื่องนี้ถึงคุรุสภาขึ้นมา ครูเขมต้องโดนแน่ๆเลย

      “กูจำเป็นวะ มันได้รูปที่เราถ่ายกันวันก่อนที่ไปตั้งแคมป์ “ ผมพูด ปันปันทำสีหน้าตกใจมันคงรู้สึกผิด ตอนนั้นปันปันมันคงไม่รู้ว่าพวกนี้มันเอามือถือมันไปเปิดดู

      “ไม่ใช่ความผิดมึงหรอกวะปันปัน” ผมหันไปบอกไอ้ปันปัน
 
      “กูขอโทษวะคริส”  ปันปันพูดทำท่าจะร้องไหเ

      “เออกูบอกไม่ใช่ความผิดมึงไงแต่เรื่องนี้อย่าบอกพี่เขมนะ...กูขอละเรื่องสุดท้ายแล้วที่กูจะทำ” ผมพูดและเดินแทรกออกไปเพื่อเข้าห้องเรียน เรียนวิชาช่วงบ่ายผมเรียนกับครูเขม ผมก็เข้าเรียนปกติไม่แสดงพิรุจอะไรทั้งนั้น ครูเขมก็ตั้งใจสอนตามปกติ ผมเรียนไปในหัวผมก็คิดไปต่างๆนานา จะไม่ไปก็ไม่ได้รูปครูเขมอยู่ที่ไอ้พี่กาย จนหมดชั่วโมงผมก็เดินออกจากห้องเพื่อไปเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ต่อ

      “คริส” ครูเขมเรียกผม ผมหันมามองครูเขม

      “มีอะไรหรือเปล่าทำไมวันนี้เหมือนเราเหม่อๆยังไงก็ไม่รู้ “ ครูเขมถามผม

      “ไม่มีนิครับครู ทำไมเหรอครับ ” ผมถามพี่เขมกลับแบบคงสภาพไว้ซึ้งนักเรียนแต่วันนี้ผมอาจจะแปลกที่ไม่ได้หยอกเล่นกับพี่เขมเหมือนเช่นทุกครั้งด้วยมั้ง พี่เขมเลิกคิ้วขึ้นแบบไม่เชื่อผม

      “ก็ไม่ค่อยยกมือตอบคำถามเลยหรือว่าเมื่อคืนอ่านหนังสือดึก” ครูเขมถามผมกลับ

      “ก็ดึกนิดหน่อยนะครับ”ผมตอบ

      “คืนนี้ไม่ต้องอ่าน เดี๋ยวพี่ติวให้ เจอกันตอนชั่วโมงเรียนพิเศษนะ ไปก่อนเวลาก็ดีนะจะได้ทานข้าวกันก่อน..พี่จะทำไข่ลูกเขยให้อยากกินไม่ใช่เหรอ” ครูเขมพูดผมก็พยักหน้าเบาๆ ผมเดินไปเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ต่อ ผมเรียนจนหมดคาบเรียนผมก็รีบกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจะได้ซ้อมบาส วันนี้โค้ชมาดูการซ้อมของพวกผม

      “คริสมึงจะ...” ไอ้โป้งมันถามผม

      “กูจำเป็นวะโป้ง” ผมบอกไอ้โป้ง

      “กูไปด้วย”

      “ไอ้โป้งมึง”

      “กูไปด้วยมึงเพื่อนกู ปันปันมันอยู่ได้” ไอ้โป้งมันพูด ปันปันมันพยักหน้าให้ผมว่ามันอยู่ได้

      “ปันปันมึงอย่าบอกเรื่องนี้กับครูเขมนะ” ผมหันไปบอกปันปัน มันก็พยักหน้าผมซ้อมบาสกันต่อจนเกือบหนึ่งทุ่มครึ้ง ผมก็กลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าตอนนี้ครูเขมยังสอนพิเศษอยู่

      ผมก็รีบแต่งตัวลงเพื่อเตรียมไปตามที่นัดได้พี่กายมันไว้ตอนสองทุ่มไอ้โป้งมันก็รีบกลับมาอาบน้ำแต่งตัวเช่นกัน ผมเดินลงมาที่หน้าบ้านพักเปิดผ้าคลุมรถบิ๊กไบท์ที่ผมประกาศขายแต่ยังไม่ตกลงราคาแน่นอนพี่เขาส่งมาให้ผมแล้วแหละแต่ผมยังไม่ตอบรับกลับไปว่าโอเคไหม

      “มึงจะไม่ไปก็ได้นะกูไปแทนเองคริส” ไอ้โป้งมันพูดขณะที่มันขึ้นไปสตาร์ทรถมันแล้วเช่นกัน

      “ไม่ว่ากูจะไป” ผมพูดและขึ้นไปสตาร์ทรถเช่นกัน ผมสองคนก็ขับรถออกไปยังที่ผมนัดไอ้กายไว้เพราะว่าตอนนี้เกือบจะสองทุ่มแล้ว
           
      ผมสองคนก็ขับรถบิ๊กไบท์ออกไปยังที่ผมได้นัดไว้กับไอ้พี่กายไว้เพราะว่าตอนนี้เกือบจะสองทุ่มแล้ว ผมสองคนขับมาถึงริมถนนใหญ่มีแก้งพวกบิ๊กไบท์ที่เป็นเพื่อนๆของไอ้กายอยู่เกือบสิบคน ผมว่าเป็นแก้งที่มันทำร้ายปันปันนั้นแหละ ไอ้พี่อั๋นมันก็มาด้วย ผมสองคนจอดรถ

      “มาแล้วเหรอ...พวกกูกำลังดูผัวเมียคู่เกย์จูบกันวะ” ไอ้กายมันหันมาพูด

      “กูจะอ๊วกวะ” เพื่อนไอ้กาย

      “ถ้าอ๊วกแล้วมึงจะดูทำไม” ผมถามพวกมัน
      
      “กูก็จะอ๊วกเหมือนกันเวลามึงอัพคลิปรุมขมขืนผู้หญิงว่ะ กูว่ามันน่ารังเกียจกว่าอีกว่าไหมว่ะคริส” ไอ้โป้งมันหันมาผมหันไปแตะมือกับมัน ผมรู้ดีพวกนี้มันพวกชอบรุมโซมผุ้หญิงและเอาไปประจาร แม่งหน้าตัวเมียทั้งแก้ง

      “ไอ้นั้นใครวะ” เพื่อนไอ้กายผมจำได้มันนี้แหละหัวหน้าแก้งที่จะทำร้ายผมวันก่อนมันชี้มาที่ไอ้โป้ง

      “ผัวคนที่พวกมึงเอา” ไอ้กายมันพูด

      “ไอ้สัส!” โป้งมันจะเข้าไปต่อยไอ้คนที่ไอ้กายบอกว่าทำแบบนั้นกับปันปัน  แต่ผมเข้าไปดึงไอ้โป้งไว้ก่อน

      “อยากลองของเหรอ เมียมึงทำให้พวกกูติดใจวะ” ไอ้พวกนั้นมันหัวเราะร่วน ผมใช้มือดันอกไอ้โป้งไว้ก่อน ส่วนไอ้กายมันหันไปคุยกับพวกนั้น พวกนั้นก็ถอยหลังออก ไอ้กายมันเหล่มามองผมและมันก็โชว์เมโมรี่มือถือที่มันถอดไปจากมือถือไอ้ปันปันมันส่งให้ไอ้พี่อั๋น เก็[ไว้เหมือนล๊อกเก็ตห้อยคอไว้

      “พร้อมหรือยัง...” ไอ้กายมันพยักหน้าถามผมสองคน ผมพยักหน้าว่าผมพร้อมผมก็หันไปขยับรถเพื่อจะได้เข้าไปอยู่เส้นชัยข้างทาง ไอ้โป้งด้วย ไอ้กาย ไอ้อั๋น และเพื่อนมันไอ้ปากดีนั้นแหละ สาวๆที่เป็นกองเชียร์นุ่งน้อยห่มน้อยยืนกรี้ดกร้าดอยู่ข้างทาง ผมสตาร์ทรถรอสัญญาณ ถนนเส้นนี้รถวิ่งผ่านไม่มากแต่ส่วนใหญ่เป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่ และสาวสาวสวมกางเกงสั้นมากไม่ต่างอะไรกับกางเกงชั้นในสุดเสื้อโชว์ร่องอก ออกมายืนพร้อมกับโชว์ผ้าขนหนูผื่นสีแดง

      “READY!!!” นางตะโกน มันเป็นการปล่อยตัวรถแข่งผมหันมามองหน้าไอ้โป้ง มือผมก็มีข้อความเข้าแต่ผมไม่ยอมเปิดดูครูเขมแน่ๆเลย ผมพยักหน้ากับโป้ง ผมก็ปิดหน้ากาก

      “ไป)))” เสียงบอกให้ออกตัวผมก็เร่งสปีดออกตัวไล่ๆไปพร้อมกับไอ้โป้ง โป้งมันหยักไหล่ว่าแยกกันมันไปขับประกบไอ้พี่กายส่วนผมก็เข้าไปประกบไอ้พี่อั๋น เพื่อจะได้หาจังหวะกระฉากที่มันห้อยไว้ ไอ้พี่อั๋นมันหันมาเหลียวมองผมและมันก็เร่งเครื่องผมก็เร่งตามเพื่อจะให้ทันแต่ก็มีรถส่วนมาก็เลยต้องหลบเข้าไอ้พี่อั๋นมันก็หันมามองผม ไอ้พี่อั๋นมันชะลอความเร็วผมก็ไม่เข้าใจว่ามันชะลอทำไมแต่ว่ามันดีกับผมเพราะว่าผมจะได้กระฉากสร้อยคอมันที่มันใส่เมโมรี่ไว้

      “ผลัก” มันถีบรถผมทำให้ผมเสียหลักดีนะที่ผมขับรถอยู่เลนนอกสุด

      “โคล้ม!!!” เสียงรถผมล้มลงข้างทาง ยังโชคดีที่มีต้นหญ้ารองรับแต่ก็เล่นเอาเจ็บอยู่เหมือนกันไอ้โป้งรีบจอดรถดูผมทันที

      “ไอ้เชี้ยแม่งเล่นสกปรกวะ” ไอ้โป้งพูดไอ้พี่กายกับไอ้พี่อั๋นมันกลับรถที่ตรงเกาะกลางแล้วมันชนะแน่ๆ  จู่ๆ ก็มีเสียงวอรถตำรวจ แสดงว่านี้แผนของไอ้กายแน่ๆ ผมก็กับโป้งรีบช่วยกันงัดรถผมขึ้นและรีบขับไปที่เกาะกลางเพื่อจะได้ขับกลับผมรีบบิดตามไอ้พี่กายกับพี่อั๋นส่วนนรถตำรวจคงไปหาที่กลับรถอีกไกลเลย

       ผมขับเร่งไปให้ทันไอ้พี่กายมันหันมามองผมกับโป้งมันคงไม่คาดคิดว่าผมจะตามมันกลับมาทันและจังหวะที่มันมองผมพอดีมีรถวิ่งบรรทุกขับขึ้นมาจากทางแยกก่อนถึงคอสะพานเร่งความเร็วขึ้นมาอย่างเร็วและมันก็ประชันชิดเกินกว่าจะเบรค รถบรรทุกคันใหญ่คันนั้นก็พยายามจะหลบแต่ก็หลบไม่ได้อยู่ดีเพราะคอสะพานแคบด้วย

      “ปี้นนนนนน” เสียงแตรลากยาวแต่มันก็ช้าเกินไป

      “โคล้ม!!!” เสียงรถชนดังสนั่น และนั้นก็ทำให้ผมกับไอ้โป้งรีบเอาเอารถเข้าข้างทาง ห่างไปสักระยะหนึ่ง ผมเห็นเหตุการณ์ ว่ารถบรรทุกคันนั้นมันชนพี่กายอย่างจัง จนร่างไอ้พี่กายกับรถบิ๊กไบท์ถูกอัดอยู่ด้านหน้า ผมสองคนทิ้งรถบิ๊กไบท์และวิ่งข้ามเกาะกลางไปดู แต่ผมไม่เห็นไอ้พี่อั๋น ผมเห็นรถนะอยู่ตรงขอบสะพาน น่าจะแรงปะทะทำให้กระเด็นลงไปในแม่น้ำ

      “คริส!!!” เสียงครูเขมตะโกนเรียกชื่อผม ครูเขมขับรถมากับปันปันและจอดไว้อีกฝั่ง ครูเขมวิ่งข้ามมาทันที

      “ไอ้คริสพี่อั๋นตกลงไปในน้ำวะ” ไอ้โป้งมันพูด ผมก็วิ่งไปดู  ส่วนครูเขมนะวิ่งไปดูนายกายก่อน ผมก็ถอดชุดเพราะถ้าใส่ลงไปมันจะอุ้มน้ำได้

      ผมก็กระโดดจากขอบสะพานลงไปในน้ำ ไอ้โป้งมันก็กระโดนตามผมลงไป ผมก็ดำน้ำลงไป ผมดำน้ำลงไปเพื่อพยายามหาร่างไอ้พี่อั๋น ไฟบนสะพานสว่างพอที่ผมจะดำลงไปและมองหาแต่ก็หาไม่เจอในรอบแรก ไอ้โป้งมันก็โผ่ขึ้นมาเนื้อผิวน้ำและมันก็ชี้ลงไปจุดที่มันดำลงไป ผมก็ว่ายไปหาไอ้โป้ง

      “กูว่าร่างไอ้พี่อั๋นอยู่ตรงนี้ว่า” ไอ้โป้งมันพูดกระซิบกับผม ผมพยักหน้าเพราะว่าผมสองคนก็เริ่มเหนื่อยแล้ว เดี๋ยวจะพากันจมลงไปอีก ผมสองคนก็พากันดำลงไปอีกคราวนี้สัมผัสได้ถึงร่างที่อยู่ใต้น้ำ ผมก็พยายามดันให้ลอยขึ้นไอ้โป้งมันช่วยผมหิ้วพี่อั๋นจนโผ่พ้นน้ำผมก็พาร่างนั้นเข้าข้างตลิ่ง ครูเขมวิ่งลงตรงจุดที่ผมช่วยไอ้พี่อั่น

      “ไอ้พี่อั๋นมันไม่หายใจแล้วว่ะ” ไอ้โป้งพูดในขณะที่ผมกำลังขึ้นมาจากน้ำ  ครูเขมรีบลงมาถึงก็ตรงเข้าไปดูพี่อั๋นเอานิ้วจับชีพจร  แสดงว่าพี่เขมเขาเรียนการปฐมพยาบาลมาส่วนพวกผมนะเขาเคยมาสอนแต่ไม่เคยคิดจะสนใจจดจำ

      “จริงด้วยไม่หายใจ” ครูเขมพูด ครูเขมก็ปลดกระดุมกางกงยืนที่ฟิตและรุดซิบเสื้อแจ็คเก็ต ครูเขมกำลังปั้มหัวใจพี่อั๋น ผมกับไอ้โป้งได้แต่ยืนมองเพราะว่าทำอะไรไม่ถูก และครูเขมก็ทำการผายปอด

      “ปึกๆๆๆๆๆๆๆๆ” เสียงปั้มหัวใจเหมือนผ่านการฝึกเรื่องพวกนี้มาด้วยพวกผมได้แต่ยืนมองด้วยอาการตกใจถึงผมกับไอ้พี่อั๋นมันจะมีเรื่องชกต่อยกันและผมยอมรับว่าผมสู่มันไม่ได้มันเป็นนักมวยสากลประจำโรงเรียนได้เหรียญทองทุกปีแต่ผมก็ไม่อยากให้พี่อั๋นมันไปอะไรไป ผมได้แต่ภาวนา

      “หายใจซิอั๋น หายใจซิอั๋น” ครูเขมเอาแต่บอกคนที่นอนแน่นิ่งพร้อมกับพยายามปั้มหัวใจไปด้วยและผายปวดตามลำดับ ไอ้ปันปันพอมันมาถึงมันก็เข้าไปกอดไอ้โป้งทันที 

      “อั๋น!” ครูเขมพยายามจะช่วยชีวิตพี่อั๋น  มันทำให้ผมนึกทั้งที่ไอ้อั๋นเกือบจะต่อยพี่เขมซะด้วยซ้ำแต่ดูภาพนี้ซิ พี่เขมพยายามช่วยให้พี่อั๋นอย่างกับคนที่ไม่เคยมีอะไรบาดหมางกันมาก่อน ผมไม่รู้ว่าพี่เขมทำได้ยังไง ใจพี่เขมประเสริฐที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา

      “พล้วด….แคร๊กๆ  “ ร่างกายไอ้พี่อั๋นกระตุ๊กและน้ำก็ทะลักออกมาจากปากพี่อั๋น พี่เขมจับพี่อั๋นให้ตะแคงเพื่อป้องกันการสำลัก พี่อั๋นลืมตาขึ้นพร้อมการหายใจเข้าปอดแบบเฮือกใหญ่ ผมถึงกับเอามือลูบใบหน้าตัวเอง ผมโล้กอกไปที

      “โอเคแล้วอั๋น  นายปลอดภัย...เรียกเจ้าหน้าที่เร็ว!” ครูเขมบอกพี่อั๋นและบอกให้พวกผมเรียกเจ้าหน้าที่ ผมก็วิ่งไปเห็นรถตำรวจ รถหน่วยกู้ชีพ เขากำลังจะพาร่างพี่กายเพื่อเตรียมนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ผมเดินเข้าไปดูผมเห็นสภาพพี่กายผมก็รู้ว่าไอ้พี่กายบาดเจ็บสาหัสมาก ผมเห็นแบบนี้ ผมตัดสินใจเลยว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ผมจำทำแบบนี้ ผมจะไม่แตะมันอีกบิ๊กไบท์

      “พี่ครับมีคนกระเด็นตกลงไปในน้ำและพวกผมได้นำขึ้นมาแล้วครับพี่” ผมวิ่งขึ้นไปบอกเจ้าหน้าที่กู้ภัย
           
      “เออพี่ก็ว่ามันมีรถอยู่ตรงนั้น แล้วคนเจ็บละ”

      “อยู่ข้างล่างครับพี่ หยุดหายใจไปชั่วขณะตอนนี้ปฐมพยาบาลแล้วพี่” ผมพูดและพี่หน่วยกู้ชีพก็นำเปลคนเจ็บวิ่งลงไปพากันเคลื่อนย้ายพี่อั๋น พี่อั๋นมองพวกผม พวกพี่กู้ชีพพากันนำร่างของพี่อั๋นขึ้นไปข้างด้านบนเพื่อจะนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเช่นกัน ผมเดินตามขึ้นไปเพราะยังไงพี่อั๋นก็เป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนผมและพี่เขมก็เดินตามเจ้าหน้าที่ขึ้นมาเช่นกัน

      “คุณเป็นคนให้การปฐมพยาบาลคนเจ็บใช่ไหมครับ” เจ้าหน้าที่หันมาถามพี่เขม พี่เขมพยักหน้าว่าใช่

      “โชคดีนะครับที่คุณรู้จักวิธีช่วยเหลือเบื่องต้นเพราะถ้ารอพวกผมคงไม่ทันแน่ๆกว่าจะประสานงานกันกว่าจะมาถึงที่เกิดเหตุแม้จะใช้เวลาไม่กี่นาทีก็จริงแต่ทุกนาทีคือชีวิตถ้าทุกคนที่รู้เบื่องต้นเรื่องพวกนี้คนเจ็บก็มีโอกาสรอดเพิ่มขึ้นนะครับ”

      “ผมเรียนมานะครับและผมคิดว่าคงจะเอาไปเสนอผู้อำนวยการให้เด็กนักเรียนได้รับการอบรมเรื่องพวกนี้ด้วยเพราะพวกนี้เราไม่คาดคิดว่าจะเกิดกับเราหรือคนใกล้ตัวเราจริงไหมครับ” ครูเขมพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ ผมได้แต่ยืนมองจนพี่เขากำลังจะนำพี่อั๋นขึ้นรถ ส่วนพี่กายคงไปก่อนหน้านี้แล้ว

      “อีกคนอาการสาหัสมากพูดเลย อัดอยู่กับด้านหน้ารถสิบล้อขนาดนั้นไม่ตายก็เลี้ยงไม่โตละว่ะ” ผมได้ยินพี่ๆทีมกู้ภัยพูด ผมหันมามองหน้าพี่เขม

      “หมับ”ระหว่างที่เขากำลังจะเคลื่อนย้ายพี่อั๋นผ่านผมไป พี่อั๋นมันยื่นแขนมาจับข้อมือผมเอาไว้ แต่พูดอะไรไม่ได้ได้แต่มองผม

      “ปึก” ไอ้พี่อั๋นมันกระฉากสร้อยคอส่งให้ผมก่อนที่เจ้าหน้าที่จะพาร่างนั้นขึ้นไปบนรถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและประตูรถก็ปิดลงผมยืนมองกันสักพัก ผมหันมามองครูเขม พี่อั๋นมันคืนเมโมรี่ที่พี่กายถอดไปจากมือถือไอ้ปันปันนั้นเอง

      “คนเจ็บอีกคนเป็นลูกชายท่านรองผู้กำกับการแถมอาการก็สาหัสสะด้วยโทรรายงานท่านด้วย” ผมได้ยินเจ้าหน้าที่คุยกันพี่กายบาดเจ็บสาหัส

      “ทำไมทำอะไรไม่คิดอีกแล้วละคริส” ครูเขมกอดอกพูดและมองหน้าผม ผมก็กอดพี่เขมตอบ ผมก็ไม่อยากจะคิดว่าหากคนที่เจ็บนั้นเป็นผมกับโป้งละ
 
      “ก็” ผมก็ก้มหน้าลงรู้ตัวว่าผิดอีกแล้ว

      “ผมขอโทษพี่เขม ผมขอโทษ ผมไม่สัญญาแต่ผมตั้งใจจะไม่แตะมันอีก พี่เขม” ผมพูดและกอดพี่เขมแน่นขึ้น ตอนที่พี่กายมันโดนชนสิ่งที่ผมคิดคือถ้าเป็นผมละ ผมก็จะไม่ได้เจอพี่เขมอีกแค่ผมคิดผมก็กลัวมากแล้ว

      “อันตรายไหมคริสถ้าเป็นเรากับโป้งละ พี่จะทำยังไง ปันปันอีกละ ดูซิ ”ครูเขมพูดพี่เขมมองหน้าผม แววพี่เขมที่บอกผมว่าเขาเป็นห่วงผมมากแค่ไหน ผมหันไปเห็นปันปันมันกอดไอ้โป้ง มันก็คงกลัวเหมือนที่พี่เขมกลัวเช่นกัน

      “มันจบแล้วพี่เขม” ผมพูดเบาๆ คนขับรถชนพี่อั๋นกับพี่กายกำลังยืนให้ปากคำกับตำรวจ

      “คุณครูนั้นเองสวัสดีครับ” นายตำรวจท่านหนึ่งเดินมาทางครูเขม ผมหันไปมองครูเขมว่ารู้จักเขาด้วยเหรอ ครูเขมพยักหน้าให้ผม

      “ท่านรองฯที่มาที่โรงพยาบาลวันที่พี่ไปช่วยแก้มไง” พี่เขมกระซิบกับผม ผมพยักหน้าว่าจำได้แล้ว

      “ครูมาเร็วว่าผู้พิทักสันติราษฏร์อีกนะครับ..ผมว่าเลิกเป็นครูมาเป็นตำรวจดีกว่าไหมครับ” คุณตำรวจแซวพี่เขม

      “คงไม่ละครับผมอยากเป็นครูมากกว่าครับท่านรองฯ..และนี้ก็บังเอิญอีกเช่นนะครับ”ครูเขมพูด คุณตำรวจคงเชื่อหรอกนะครับเพราะว่าครั้งที่สองแล้ว

      “แล้วเราสองคนนี้”

      “ผมขับรถแข่งกับพี่เขามานะครับ ผมไม่ได้อยากแข่งแต่ผมมีเหตุจำเป็นนะครับคุณตำรวจผมรู้ว่าผิด” ผมพูด คุณตำรวจมองหน้าผมสองคนและหันไปมองหน้าครูเขม

      “ใครเป็นคนลงไปช่วยคนเจ็บละ”

      “ผมสองคนครับ” โป้งพูด คุณตำรวจมองหน้าผม

      “ถือว่าชดเชยแต่อย่าทำอีกนะรู้ไหมว่าเส้นนี้มันอันตรายมากถ้าอยากแข่งรถจะทำสนามให้ “ คุณตำรวจพูดก่อนจะเดินกลับไปคุยกับเจ้าหน้าที่ต่อผมหันมามองหน้าครูเขมโป้งด้วยเช่นกัน

      “ครูครับคริสมันทำเพื่อครูนะครับ” โป้งรีบพูดแทนให้

      “ไอ้กายนะมันเอารูปในเมโมรีที่ปันปันถ่ายไว้ตอนที่เราไปตั้งแคมป์กันนะครับครู” ครูเขมหันไปมองหน้ากายและกันหลับมามองหน้าผม

      “มันเอามาขู่ว่าจะไปให้เจ้าหน้าที่ที่คุรุสภาดูและพี่เขมอาจจะโดนยึดใบประกอบครู มันยื่นข้อเสนอนัดผมออกมาแข่งรถแต่ว่ามันดันแจ้งตำรวจไว้ก่อนแล้ว” ผมพูดต่อคูเขมกอดอกมองหน้าผม

      “นายกายขับรถกลับก่อนแต่จังหวะที่รถบรรทุกขึ้นมาจากทางแยกตรงคอสะพาน พี่กายกับพี่อั๋นเลยประสานกับรถบรรทุกนะครับพี่เขม” ผมพูด

      “และถ้าคนเจ็บมันไม่ใช่แค่นายกายละเป็นเราสองคนด้วย... โป้ง.. คริส “ ครูเขมพูดผมหันไปมองหน้าไอ้โป้ง

      “ครูจะทำโทษ..แต่ไม่ใช่ตอนนี้...ตอนนี้กลับบ้านกันได้แล้ว..ไม่รู้ว่านายกายจะเป็นยังไงบ้าง ส่วนนายอั๋นก็คงไม่เป็นอะไรมากแล้วแต่ก็ต้องนอนโรงพยาบาลเหมือนกัน ” ครูเขมพูดก่อนจะหันหลังเดินไปขึ้นรถปันปันไปขึ้นรถกับครูเขมด้วย ผมก็ไม่รู้ว่าพี่กายมันเป็นยังไงบ้างแต่ภาพที่มันอัดหน้ารถยังติดตาอยู่เลยพาให้ผมแทบจะไม่กล้าขับรถกลับ ผมขับรถกลับไปถึงบ้านพักครู ครูเขมกำลังอุ่นอาหารอยู่

      “รีบอาบน้ำจะได้มาทานข้าว...คริส” ครูเขมพูดผมก็เข้าห้องน้ำอาบน้ำชำระล้างร่างกาย รู้สึกแสบข้อศอกคงเป็นตอนที่รถล้มที่ขานิดหน่อย ผมแต่งตัวสวมเสื้อกร้ามออกมานั่งทานอาหารกับครูเขม

      “พี่คิดว่าเรื่องนายกายคงหยุดซะทีนะและพี่จะถามปันปันว่าจะเอายังไงจะได้บอกกับผู้อำนวยการถูก” ครูเขมพูด ผมพยักหน้าผมนั่งทานอาหารไปได้สักพัก

      “โอ้ยย! ซี้ด” ผมร้องเพราะว่ามือพี่เขมมาแตะที่แขนผม มันเป็นรอยถลอกแดงๆมันก็เจ็บเอาการอยู่นิดหน่อยที่ร้องให้มันดูเจ็บเยอะๆจะได้มีคนดูแล

      “เดี๋ยวพี่ทายาให้” ครูเขมพูดพร้อมกับเก็บภาชนะไปล้างทำความสะอาดผมลุกมานั่งรอที่ตรงโซฟา พี่เขมเดินไปหยิบยามาทำความสะอาดแผลให้ผม พวกแอลกอฮอล์ น้ำเกลือเช็ดล้างแผลและทิงเจอร์นี้แหละโคตรแสบเลย

      “ซี้ด”เสียงร้องลากยาวจากปากผม

      “ไม่ต้องร้องเลยอยากซ่าดีหนัก” พี่เขมทำแผลให้ผมและก็บ่นผมไปด้วย  แต่มันทำให้ผมแอบอมยิ้ม

      “พี่เขมผมขอโทษนะต่อไปนี้ผมจะไม่สัญญาแล้วว่าผมจะไม่แตะต้องรถอีกเพราะว่าผมจะขายแล้วผมจะได้ไม่ต้องขับมันอีก” ผมพูดกับครูเขม

      “จะขายทำไมละ” พี่เขมเงยหน้าขึ้นมาถามผม

      “ขายดีกว่าเพื่อเอาไว้เป็นค่าใช้จ่ายได้พี่เขมช่วยผมมาเยอะแล้ว...ผมเต็มใจที่จะขายพี่เขม” ผมพูด ครูเขมพยักหน้าเบาๆ

      “ไหนบอกว่ามีข่าวดีไง” ผมถามพี่เขมขณะที่พี่เขมกำลังเก็บชุดทำแผลใส่กล่องพลาสติก

      “เอาไว้พรุ่งนี้ดีกว่าพี่ว่า ตอนนี้ไปนอนได้แล้ว “ ครูเขมพูดผมเลยอดฟังข่าวดีเลยทำหน้ามุ่ยเลยผมแต่ก็แค่อาทิตย์หน้าเองอดทนรอ ผมจัดการทำธุระส่วนตัวก่อนเข้าห้องนอน หน้าทีผมต้องปิดบ้านล๊อกประตูรีบกลับเข้าห้องนอน

      ผมตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้นอนร่วมเตียงเดียวกับครูเขมแม้บางที่ก็ไม่ได้ทำแบบนั้นเพราะว่าครูเขมมีภาระหน้าที่เยอะขึ้นเหนื่อยล้าเราก็เปลี่ยนไปทำวันอื่นอาจจะเสาร์อาทิตย์แต่แค่นอนกอดกันก็มีความสุขดีแล้วสำหรับผม

      “หมับ”ทันทีที่ผมคลานขึ้นไปบนเตียงก็สวมกอดคนที่นอนอ่านหนังสือโดยใช้ไฟหัวเตียง

      “มันจบแล้วใช่ไหมพี่เขมต่อไปนี้คงไม่มีเรื่องอีกแล้วใช่ไหม ผมนี้เป็นแฟนที่แย่จังหาแต่เรื่องให้พี่แย่กว่าณัฐกานต์อีก” ผมพูดด้วยความรู้สึกเสียใจ

      “ถ้าเป็นแฟนที่แย่พี่คงไม่รอดมาจนตอนนี้หรอกมั้ง ไม่งั้นพี่คงโดนไปหลายกระทงแล้ว เรานะทำเพื่อพี่มาหลายครั้งแล้วเหมือนกัน” ครูเขมพูด ผมก็ยันตัวเองขึ้นใช่ฝามือโอบใบหน้านั้นประจบจูบเบาๆ

      “ขอบใจนะ” ครูเขมพูดผมยิ้มด้วยความดีใจยิ่งกว่าได้ของรางวัลที่ราคาแพงๆซะอีก

      “กู้ดไนท์ สุดที่รัก” ผมพูด ครูเขมก็พับเก็บหนังสือที่อ่านอยู่พร้อมกับเอื้อมมือไปแตะไฟหัวเตียงและเอนตัวลงนอน ผมก็สวมกอดร่างนั้นไว้ ผมโชคดีมากแค่ไหนที่ได้เจอผู้ชายที่แสนดีคนนี้ เมื่อก่อนผมเคยคิดแต่ว่าอยากเจอผู้หญิงที่ดีพร้อมจะได้เป็นแม่ของลูกผมได้แต่ตอนนี้ความคิดผมเปลี่ยนไปแล้ว คนดีดีที่เราเฝ้ารอไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นผู้หญิงเสมอไป ขอแค่ใจเราตรงกันอยู่ด้วยกันแล้วมีความสุขแค่นี้ก็คงพอแล้ว ผมไม่ขออะไรเพิ่มแล้ว ผมเชื่อว่าพระเจ้าส่งคนที่ใช่มาให้ผมแล้วตอนนี้ ต่อไปผมจะดูแลรักษาเขาให้ดีที่สุด ผมรักพี่เขมสุดหัวใจ 
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เรื่องร้ายๆจบลงซะที เรื่องดีดีกำลังจะเข้ามาเนอะ ไม่รู้ว่านายกายชดใช้เพียงพอไหมนะ ขอบคุณที่ติดตามอ่านและให้กำลังใจไร้ทนะคะ ถ้ามีคำผิดไร้ทขอโทษจริงๆ


ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
EP.39 ครูเขมชาติXคริสโตเฟอร์  เรื่องร้ายก็ผ่านไปซะที
      
             ครูเขมชาติ    ผมได้พาคริสโตเฟอร์เฟอร์ไปสอบGED สามวิชาสุดท้าย ตอนนี้เหลือแต่รอลุ้นอย่างเดียวว่าจะผ่านหมดไหม ใจผมก็ลุ้นมากเช่นกัน ทั้งลุ้นและใจหายไปพร้อมๆกัน ยิ่งผมได้ยินว่าพ่อของเขาจะดูมหาวิทยาลัยให้เขาด้วยเลยอีก ผมยิ่งใจหายเข้าไปใหญ่
           
      หลังเกิดเรื่องคืนนั้น คริสโตเฟอร์บอกว่าบิ๊กไบท์ของเขามีคนที่ติดต่อซื้อขายเข้ามาดูรถ พี่เขาอยู่ชมรมรักบิ๊กไบท์และเป็นคนรักรถมาก คริสเลยตัดสินใจขายไป แต่เขากลับให้คนขายโอนเงินเข้าบัญชีผมเอาไว้ ส่วนผมก็เก็บไว้ให้เขานั้นแหละ และเราสองคนก็ตัดสินใจไปเปิดบัญชีร่วมด้วยกัน ผมว่าจะเริ่มเก็บหอมรอมริบสำหรับอนาคตของผมและเขา
           
          วันนี้ผมก็มาทำหน้าที่สอนตามปกติ ผมออกมาก่อนคริสโตเฟอร์ผมให้เขานอนต่ออีกสักหน่อย เมื่อคืนกลับมาถึงก็ค่อนข้างมืดและช่วยกันทำความสะอาดบ้าน อาทิตย์ที่แล้วอนุชิตไม่สะดวกมาทำความสะอาดเพราะว่าคุณย่าของเขาไม่ค่อยสบายผมเลยให้เขาอยู่ดูแลย่าเขาจะดีกว่า และผมก็มียืนเวรหน้าประตูกับครูถาวรแต่เช้า

 
      “ครูเขมคะ คะแนนสอบออกเมื่อไหร่เหรอคะครูเขม” ครูถาวรหันมาถามผม
 
      “คงสักพักนะครับแต่ถ้าออกแล้วเขาจะส่งอิเมลมาแจ้งนะครับว่าผ่านไหมและใบประกอบจะตามมาอีกอีกทีนะครับทางอิเมล”ผมหันไปบอกครูถาวร 
 
      “ครูเขมค่ะ” เสียงครูลินดาเรียกชื่อผม ผมหันไปมองเธอวิ่งกระหืดกระหอบมาหาผม เหมือนมีเรื่องด่วน
 
      “เป็นอะไรไปลินดาดูวิ่งเข้าซิ “ ครูถาวรหันไปถามครูลินดา
 
      “ครูเขมต้องไปดูค่ะ ...นักเรียนเราออกทีวีด้วยน่ะค่ะ” ครูลินดาพูด 
 
      “ใครเหรอครับ” ผมถามครูลินดา
 
      “ลูกศิษย์ครูค่ะ ...นายอนุชิต ...ไปเร็วๆค่ะ” ครูลินดาพูดผมก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาอนุชิต ผมก็หันไปมองครูถาวรเธอพยักหน้าว่าเธอยืนคนเดียวได้ ผมก็รีบวิ่งขึ้นไปที่ห้องพักครูทันทีที่ผมขึ้นไปถึง ผมเห็นบรรดาครูยืนดูทีวีกันอยู่
 
      “ครูเขมมาแล้วครับหลีกทางให้ครูในฝันของนักเรีนยหน่อยครับ” ครูโจ้พูดซะทำให้ครูที่ยืนอยู่ต้องกันมามองผมกันหมดพร้อมกันรีบแหวกทางให้ผมทันที
 
          ผมเดินแทรกตัวเข้าไปอยู่ตรงกลางผมเห็นข่าวพาดหัวเรื่องว่าเด็กเดินช่วยยายขายขนมหวานเจอกระเป๋าตกอยู่ด้านในมีพาสสปอร์ตและเงินสด รวมทั้งของมีค่าราคาเกือบ สองล้านบาทยังไม่ร่วมถึงบัตรเครดิตและเอทีเอ็ม และได้ตามนำส่งคืนให้เจ้าของที่เป็นชาวต่างชาติและมีการสำภาษญ์ชาวต่างชาติคู่นั้นเขาเข้าจะไปทำธุระที่จังหวัดหนึ่งโดนเขาได้เดินทางจากเขาใหญ่ระหว่างเดินทางประตูรถที่เขานั่งโดยสารมาปิดไม่สนิท เขาจึงเปิดและปิดใหม่อีกครั้งจังหวะนั้นกระเป๋าของมีค่าที่วางอยู่ที่วางเท้าได้หล่นลงไปโดยที่เจ้าของไม่ทราบต่อมานายอนุชิตเป็นผู้เก็บได้และได้นำส่งคืนให้กับเจ้าของ ทรัพย์สินของมีค่าอยู่ครบถ้วนชาวต่างชาติต้องการมอบเงินหนึ่งหมื่นบาทให้นายอนุชิตแต่นายอนุชิตปฏิเสธเขาให้เหตุผลว่าเขาทำดีไม่ได้หวังสิ่งตอบแทบและภาพก็ตัดมาที่นายอนุชิตตอนกำลังให้สำภาษณ์
 
      “ที่จริงน้องจะนำเงินนั้นไปก็ได้นะเพราะว่าเขาเองก็ยังไม่รู้เลยว่าตกหล่นทีไหน” นักข่าวที่สัมภาษญ์ถามอนุชิต
 
      “ไม่ครับมันเป็นการไม่ซื่อสัตย์ครับ ถึงผมจะไม่มีเงินเยอะเหมือนคนอื่นเขา ถึงผมจะอยากได้เงินแต่ผมจะไม่เอาเงินของอื่นเด็ดขาดครับเพราะว่าเขาก็คงจำเป็นที่จะต้องใช้มันเหมือนกันครับ และครูเขมเคยสอนผมไว้ว่า ผมนะเลือกเกิดมามีพร้อมเหมือนคนอื่นไม่ได้แต่ผมเลือกจะเป็นคนดีได้ครับ “ นายอนุชิตให้สำภาษณ์ ครูทุกคนหันมามองที่ผมกันหมด
 
      “ลูกศิษย์ครูเขม...สงสัยว่าโรงเรียนนี้ต้องการครูเขมแล้วแหละค่ะ ..อย่าทิ้งพวกเราไปนะคะ” ครูนิดพูด ผมยิ้มให้ 
 
      “ครูเขมคะ...โทรศัพท์จากศาลากลางค่ะ...ต้องการพูดสายกับครูเขม ครูที่รับผิดชอบเรื่องการขอทุนการศึกษาน่ะค่ะ” ครูสมพิศเดินมาหาผม ผมก็รีบเดินออกเพื่อไปที่ห้องถัดไป ผมยกสายขึ้นแนบหูขอให้เป็นเรื่องทุนนายอนุชิตเถอะ
 
      “สวัสดีครับ ผมครูเขมชาติพูดสายครับ”
 
      “สวัสดีค่ะดิฉันเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงการศึกษาจังหวัดค่ะ ....จะโทรมาแจ้งครูเขมชาติเรื่องทุนของเด็กชายอนุชิตนะคะ จากที่คณะกรรมได้อนุมัติว่าไม่เห็นสมควรให้นายอนุชิตวันก่อน” ผมก็ยืนตั้งใจฟัง
 
      “ตอนนี้คณะกรรมการประชุมกันใหม่เมื่อเช้านี้ เด็กชายอนุชิตได้ทำชื่อเสี่ยงให้แก่จังหวัด นายอนุชิตเป็นคนซื่อสัตย์อย่างที่ครูได้รายงานมาจิรง ทางเราจึงอนุมัติให้ทุนนายอนุชิตค่ะ” ผมได้ฟังถึงกับอึ่งพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ
 
      “อะไรนะครับขอใหม่อีกครั้งได้ไหมครับ” ผมถามเจ้าหน้าที่กลับอีกครั้ง 
 
      “พรุ่งนี้พาเด็กมารับทุนค่ะคุณครู” เจ้าหน้าที่พูดปนหัวเราะ 
 
      “ครับได้ครับ ขอบคุณนะครับ” ผมพูดและสายก็ถูกตัดไป ผมนี้ดีใจแทนอนุชิตมากไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะดีใจแค่ไหนที่เขาได้รับทุนผมรีบออกจากห้องเพื่อลงไปตามหาอนุชิต เขาคงอยู่กับเพื่อน ผมเดินลงมาก็เห็นอนุชิตกำลังห้อมล้อมไปด้วยเพื่อนๆ คงเรื่องที่เขาออกทีวีแน่ๆ 
 
      “อนุชิต” ผมเรียกอนุชิตเขาก็วิ่งจากกลุ่มเพื่อนมาหาผม
 
      “ครูเขม” 
 
      “ครูเห็นเธอทางทีวีแล้วอนุชิต เธอทำดีมาก เธอทำถูกแล้วรู้ไหมความดีนะติดตัวเราไปได้นานแสนนานเลยทีเดียวรักษามันไว้ให้ดี” ผมพูด
 
      “ครูมีข่าวดีจะบอกเธอนะ...พรุ่งนี้แต่งตัวให้เรียบร้อย...เราจะไปรับทุนกัน” ผมพูดอนุชิตตาโต
 
      “แต่ว่า...”
 
      “เพราะเธอเป็นคนดี...เขาพิจารณาใหม่เธอได้ทุนพรุ่งนี้เราไปรับทุนกัน” ผมพูดย้ำอีกครั้งอนุชิตโผเข้ามากอดผมทันทีด้วยอาการดีใจ
 
      “ผมได้ทุน...ขอบคุณนะครับครู...ผมรักครูครับ”
 
      “ถ้าเรารักครูก็ต้องเป็นคนดีและเป็นแบบนี้ตลอดไปต่อให้เราลำบากแต่ความดีจะช่วยให้เราดีขึ้นครูเชื่ออย่างนั้น ความดีจะช่วยให้เธอผ่านอุปสรรค์ต่างๆไปได้ เพราะว่าคนดีพระคุ้มครอง” ผมบอกอนุชิต 
 
      “ผมจะตั้งมั่นทำความดี ผมจะตั้งใจเรียน ผมจะดูแลย่าและผมจะกลับมาตอบแทนครู” อนุชิตพูด
 
      “กลับไปหาเพื่อนเถอะ” ผมพูดเขาก็วิ่งกลับไปหาเพื่อนๆ 
 
      “ครูดีใจที่เธอไม่เคยย่อท้อกับชะตาชีวิต ครูเชื่อว่าคนอย่างเธอจะต้องได้ดี...อนุชิต” ผมพูดก่อนจะเดินหันหลังกลับเตรียมตัวเรื่องการสอนหลังจากเข้าแถว 
 
      ช่วงเข้าแถวตอนเช้าผู้อำนวยการมาทันเวลาพอดีท่านจึงขึ้นไปพูดเรื่องอนุชิตทำความดี และท่านยังพูดเรื่องที่นายกายและนายอั๋นประสบอุบัติเหตุ เนื่องจากแข่งรถท่านยังออกกฏเพิ่มหลังสองทุ่มห้ามนักเรียนออกนอกโรงเรียนยกเว้นกรณีที่จำเป็นให้แจ้งครูอยู่เวรหรือต้องมีผู้ปกครองมารับเท่านั้น กรณีที่จำเป็นครูเวรต้องรับทราบทุกครั้ง เดือนหน้าผมได้อยู่เวรดูแลเช่นกันจะมีห้องพักให้ครูพักอยู่ใกล้ชิดนักเรียนเข้าไปอีกผม ฮาๆ
 
      “ครูเขมครับ” ผู้อำนวยการเรียกผม
 
      “ครับท่าน”
 
      “รบกวนครูเขมขึ้นไปคุยกับผมหน่อยได้ไหมครับ เด็กๆด้วยนะครับ ปันปัน โป้งและนายคริส” ผู้อำนวยการบอกผม ผมพยักหน้าท่านก็เดินกลับขึ้นไปบนห้องทำงานของท่านส่วนผมก็ยืนรอ โป้งและปันปัน เดินมาพอดีผมควักมือเรียกไว้และคริสโตเฟอร์ด้วยผมเรียกทั้งสามคนออกมาหาผม
 
      “ผู้อำนวยการต้องการคุยกับเราสามคนและครูด้วยตอนนี้นะ” ผมบอกทั้งสามคนก็พยักหน้า ผมพาทั้งสามคนเดินขึ้นไปบนห้องทำงานผู้อำนวยการก่อนจะเปิดประตูเข้าไปผมก็เคาะประตูก่อน
 
      “เชิญครับ” ผู้อำนวยการ ผมเปิดประตูเข้าไปพร้อมกับทั้งสามคน ผู้อำนวยการผายมือให้ลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้าท่าน ท่านมองหน้าทั้งสามคน
 
      “ก่อนจะเอ่ยเรื่องอื่นผมขอแสดงความยินดีด้วยนะครับครูทำให้อนุชิตได้ทุน โรงเรียนนี้ขาดครูคงแย่ และนับว่าผมเลือกครูไม่ผิดจริงๆ “ ผู้อำนวยการพูด ผมน้อมรับคำชม 
 
      “เอาละ ไงเราสามคน ทำไมต้องเป็นสามคนอยู่เรื่อยเลยห่ะ” ผู้อำนวยการหันทางทั้งสามคนที่นั่งถัดจากผมไป คนแรกคริสที่นั่งติดกับผม คนที่สองโป้งและปันปัน
 
      “ผมก็เฝ้าถามตัวเองมาจะสองปีแล้วครับท่านผอ. ทำไมต้องเป็นพวกผมตลอดเลย ” ปันปันตอบ 
   
      “ตกลงแล้วเป็นนายกายใช่ไหมครับครูที่อยู่เบื่องหลังคนที่ทำร้ายปันปัน “ ผู้อำนวยการถามผม ผมก็ส่งคลิปที่คริสโตเฟอร์ไปถ่ายมาได้ให้ผู้อำนวยการดู ท่านก็พยักหน้าเบาๆ 
 
      “แล้วเรื่องที่เราไปแข่งรถกับนายกายละคริส” ผู้อำนวยการถามนายคริสโตเฟอร์
 
      “คือว่าไอ้พวกนั้นมันเอาเมโมรีที่ปันปันถ่ายรูปผมกับครูเขมไปและพี่กายก็เอาตรงนี้มาขู่จะรายงานไปทางคุรุสภาครับผมเลยต้อง...” คริสโตเฟอร์พูด ปันปันก็พยักหน้าเสริมอีกคน 
 
      “ครูหวังนี้จะเป็นเครสสุดท้ายนะ เรารู้ไหมว่านายกายเขาเป็นยังไงบ้างเขาได้รับการผ่าตัดเรื่องจากได้รับบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง ตอนนี้นายกายออกจากห้องผ่าตัดแล้วแต่ยังคงอยู่ในห้องไอซียูและอีกสามสี่วันแหละถึงจะย้ายไปอยู่ห้องคนไข้พิเศษ” ผู้อำนวยการพูด นี้เขาเป็นหนักขนาดนั้นเลยเหรอ
 
      “แพทย์ที่ทำการผ่าตัดได้แจ้งว่ามันอยู่ในจุดที่สำคัญและนายกายก็จะหมดความรู้สึกไปครึ้งตัวตั้งแต่เอวลงไป” ผู้อำนวยการพูด  พวกผมหันมามองหน้ากัน
   
      “เราสองคนโชคดีแค่ไหนและครูไม่อยากให้เราสองคนเป็นรายต่อไป โป้ง คริส” ผู้อำนวยการพูด
 
      “ผมขายรถไปแล้วครับ” โป้งและคริสโตเฟอร์พูดออกมาพร้อมกัน 
 
      “ผมจะเลิกนิสัยเดิมๆแล้วครับ ผอ. “ โป้งพูด 
 
      “แล้วนายอั๋นละครับท่าน” ผมถามผู้อำนวยการ
 
      “นายอั๋นนะปลอดภัยแล้วแต่ยังคงต้องอยู่ในโรงพยาบาลอีกอาทิตย์ เพราะว่าเขาจมน้ำทำให้น้ำเข้าไปในปอดจำนวนมากและเขาก็หยุดหายใจไปชั่วขณะแต่ยังนับว่าโชคดีที่ครูไปทัน ครูรู้วิธีช่วยเขา” ผู้อำนวยการพูด 
 
      “แต่...นายอั๋นไม่สามารถกลับมาต่อยมวยได้อีกอันนี้แพทย์สั่งทางพ่อแม่ของนายอั๋นและนายอั๋นก็สารภาพหมดแล้วว่าคนที่ทำร้ายปันปันนะเป็นคนที่นายกายจ้างมาเป็นคนนอกอันนี้คุณตำรวจจะเป็นคนจัดการเองเพื่อให้เข้ามารับโทษนะปันปัน”ผู้อำนวยการพูด
 
      “ครูเสียใจด้วยนะปันปันที่ต้องมาเจอเรื่องที่เลวร้ายแบบนี้แต่ครูเชื่อว่าเธอจะได้เจอสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตตามมา” ผู้อำนวยการพูด
 
      “ผมเจอแล้วครับ ..ผอ.” ปันปันพูดพร้อมกับกุมมือโป้ง 
 
      “รักวัยรุ่น...ดูแลกันดีดีละ” ผู้อำนวยการพูด
 
      “แล้วเราจะเอาเรื่องนายกายไหมพ่อเขาก็คงต้องยอมรับสภาพความผิดของลูกชายเขาละ” ผู้อำนวยการหันมาถามปันปัน 
 
      “ผมไม่เอาเรื่องเขาแล้วแหละครับ...เขาได้รับผลจากการกระทำของเขาแล้วครับ” ปันปันพูด 
 
      “ผมอยากให้ทุกอย่างมันจบผมไม่ติดใจอะไรกับมันแล้วมันไม่สำคัญไปกว่ามิตรภาพความเป็นเพื่อนที่ผมได้ตอนที่ผมแย่ที่สุด” ปันปันพูด โป้งก็โอบไหล่ปันปัน คริสโตเฟอร์เอื้อมมือไปแตะหัวปันปัน 
 
      “ครูไม่ได้เข้าข้างเพราะพ่อเขาเป็นตำรวจแต่ครูเห็นว่าเขาแย่แล้วอย่าไปซ้ำเขาเลยนะ...เราสามคนเข้าใจครูใช่ไหม” ผู้อำนวยการพูด ทั้งสามก็พยักหน้ารวมทั้งผมด้วยผมเห็นด้วยต่อให้ที่ผ่านมาเขาทำไม่ดีกับผมหรือทั้งสามคนยังไงก็ตาม ผมอยากให้เขาให้อภัย เพราะเท่าที่ฟังผู้อำนวยการพูดเป็นแบบนั้นจริงคงจะแย่ที่สุดอายุยังน้อยต้องมาเป็นแบบนี้อีก 
 
      “และนายคริสโตเฟอร์ เรื่องสอบเราเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”
 
      “ครับท่าน” คริสโตเฟอร์ตอบ 
 
      “ต่อไปทำตัวดีดีนะ ครูเขมนะเขารับหน้าเรื่องเรามาเยอะแล้ว ต่อไปนี้ตั้งใจเรียนจะได้จบมาดูแลครูเขมเขา” ผู้อำนวยการพูด ผมหันไปมองพ่อตัวดีของผม
 
      “โป้งก็ด้วยเหมือนกันลดลงหน่อยหรือเลิกได้ยิ่งดีพ่อแม่เราก็เป็นห่วงเรามากนะ แล้วนี่พ่อเราดีขึ้นหรือยัง” ผู้อำนวยการถามโป้ง
 
      “ดีขึ้นแล้วครับท่านแต่ยังกลับไปทำงานไม่ได้ครับ ผมจึงต้องกลับไปช่วยแม่ทุกเสาร์อาทิตย์ครับและโชคดีทีอาผมน้องชายของพ่อมาดูแลให้แทนไปก่อนนะครับ” โป้งพูด 
 
      “ต่อไปคงหมดแล้วซินะครับครูเขม” ผู้อำนวยการพูด
 
      “ครับผมหวังอย่างนั้นครับท่าน...และผมเองไม่ได้อยากให้มันจบลงแบบนี้ แบบนี้มีนักเรียนของเราได้รับบาดเจ็บแบบนี้...” ผมพูดผมรู้สึกผิดที่ผมไปถึงช้าเกินไป ไปห้ามเขาช้าไป
 
      “ไม่ใช่ความผิดของครูหรอกครับ ครูนะทำดีที่สุดแล้ว “ ผู้อำนวยการพูด
 
      “เอาละไปเรียนกันได้แล้ว...” ผู้อำนวยการพูด 
 
      “ครูเขมครับครูนิดแจ้งครูเขมแล้วใช่ไหมครับว่าครูต้องอยู่เวรหอพักนักเรียนเดือนหน้าแล้วนะครับ “
 
      “ครับท่าน” 
 
      “ยังไงผมคงต้องนัดประชุมกันเรื่องกฏอนุญาตินักเรียนในยามวิกาล” ผู้อำนวยการพูด ผมพยักหน้าก่อนจะหันหลังเดินออกเช่นกันผมต้องไปสอนหนังสือต่อเช่นกัน ผมเห็นสามหนุ่มเขาเดินหยอกเล่นกันแบบนี้แล้วก็อดคิดแทนคริสโตเฟอร์ไม่ได้ถ้าเขาสอบได้และเขาต้องทิ้งเพื่อนไปนั้นหมายถึงชีวิตม.ปลายจะหายไปจากชีวิตเขามันจะเร็วไปหรือเปล่า 
   
         ผมกลับขึ้นห้องเรียนเพื่อทำการสอนตามปกติตอนเที่ยงก็ไปทานข้าวกับคริสโตเฟอร์แต่คงไม่ต้องติวแล้วพักให้เขาได้ผ่อนคลายบ้างเอาไว้ติวอีกทีหลังจากผลสอบออกมาแล้วเพราะว่าคริสโตเฟอร์ต้องไปสอบ ก็จะมี TOEFL , IELTS และ SAT
      หลังจากหมดคาบสอนผมก็เตรียมตัวกลับบ้านพักทำอาการเย็นรอเหมือนเป็นแม่บ้านเลยนะ ระหว่างที่ผมกำลังเดินผ่านทางไปสนามบาส
     ผมเปลี่ยนใจเดินไปดูเขาซ้อมกันหน่อย วันนี้มีสอนดรัมเมเยอร์คนใหม่โดยครูถาวรเธอเป็นดรัมเมเยอร์มหาวิทยาลัยมาก่อนกำลังสอนให้แก้ม ผมดีใจที่แก้มกลายเป็นเด็กที่น่ารักจากที่เคยเป็นเด็กแก่นแก้ว ผมยิ้มให้แก้มและครูถาวร ผมเดินไปหยุดที่ตรงขอบสนามบาสเกตบอล ช่วงนี้คริสโตเฟอร์คงซ้อมหนักขึ้นเพราะหายไปหลายวัน 
 
      “สวีสดีครับคุณครูเขม” ผมหันมามองโค้ชของพวกเด็กๆนี้เอง 
 
      “สวัสดีครับคุณอลัน.....เรียกผมครูเขมเฉยๆก็ได้ครับ” ผมพูดพร้อมส่งยิ้มให้ 
   
      “นึกว่าให้เรียก...” ผมถึงกับสะบัดหน้ามามองว่าเรียกอะไรเหรอ
 
      “ล้อเล่นนะครับ” เขาก็เปลี่ยนทันที 
 
      “เรียกผมโด้ก็ได้ครับครูเขม” โค้ชพวกเด็กหันมาบอกผม 
   
      “ผมได้ยินมาว่าครูเป็นฮีโร่ของโรงเรียนนี้ไม่น่าเชื่อนะครับดูหุ่นบอบบางแบบนี้ ปกป้องได้ด้วยแม้อยากให้มาปกป้องผมจัง” ผมหันไปมองหุ่นล่ำกว่าผมเยอะปกป้องตัวเองดีกว่าไหม
 
      “ผมก็ไม่ได้เก่งอะไรหรอกครับช่วยได้เท่าที่ช่วยไม่ใช่พวกซุปเปอร์แมนอะไรแบบนั้นหรอกครับและทุกครั้งโชคช่วยมากกว่านะครับ” ผมพูดคนทียืนเอามือล่วงกระเป๋าเหล่มามองผม สายตานี้วิ้งๆ มาก ผมนี้คิดผิดไหมนะรู้อย่างนี้เดินตรงไปบ้านพักดีกว่ามายืนให้ตานี้จีบซะอย่างนั้นนะ จังหวะที่คริสโตเฟอร์หันมามองผมพอดีเลย ผมโบกไม้โบกมือให้ และลูกบาสเก็ตบอลกำลังตรงมาหาผมพอดีเลย 
   
      “ปั๊ก”ผมรีบยืนตัวลีบหลับตาปรี่ยกแขนขึ้นมาปกป้องตัวเองแต่ทว่ามีคนมารับไว้ คุณโค้ชนี้เอง
 
      “ไม่ต้องห่วงครับผมเอาอยู่...” คุณโค้ชพูดพร้อมสายตามาทางผม ผมก็พยักหน้าคนที่ยืนมองผมทำหน้าบึ่งแล้วซิ พี่ไมได้อ่อยเขา (แอบกลัวคนของตัวเองมันจะทำโทษผมเอา)   
   
      "ขอบคุณนะครับคุณโด้" ผมพูดขอบคุณเขา
   
      “ไม่เป็นไรครับแต่ถ้าจะให้ดีเปลี่ยนเป็นไปทานข้าว ดูหนังกับผมจะดีมากเลยครับครู อยากดูแลครู”  อันนี้แหละผมคงจะรีบวิ่งครับ ไม่น่ามาเลยเขมชาติเดินตรงกลับบ้านพักซะก็หมดเรื่อง
 
      “ผมยุ่งนะครับช่วงนี้ต้องเตรียมออกข้อสอบ ถ้าอย่างนั้นผมกลับก่อนนะครับพอดีต้องเตรียมตัวสอนพิเศษเด็ก...ขอบคุณอีกครั้งนะครับ บายครับ ” ” ผมถึงกับรีบเดินออก เรียกว่าเดินจ้ั้มอ้าวเลยก็ว่าได้เืพิื่อกลับบ้านพัก ระหว่างที่ผมกำลังเดินกลับไปได้เกือบจะครึ้งทาง
 
      “ปรี้นๆ” เสียงแตรรถ ผมหันไปก็เจอคริสโตเฟอร์ ขับรถคันใหม่ที่ผมซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด คนที่ขับมาจอดเทียบกับผมหน้าบอกบอกได้ว่ากำลังงอน
 
      “เป็นอะไรเนี๊ยะ”  ผมถามคริสโตเฟอร์
 
      “ก็แฟนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้หนุ่มอื่นจะให้ผมยิ้มระรื่นเหรอครับ” นั้นไงมาเต็มๆเลย พ่อคุณงอนครับผม
 
      “พี่ไมได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แต่ยิ้มให้ตามมารยาทต่างหาก” 
 
      “ไม่ได้ห้ามไม่ให้ยิ้มแต่ห้ามโดยเฉพาะกับพี่โด้อะ” 
 
      “ทำไมละ”
 
      “เขาถามไอ้โป้งว่าพี่มีแฟนหรือยังและเขาก็ได้ยินมาว่าพี่เป็น...เกย์ ...ไอ้พี่นี้มันชอบทั้งผู้หญิงและผู้ชายแต่มันค่อนข้างไปทางผู้ชายมากกว่า” คนทีพูดทำหน้าขมึงตึงขี้หึงเอาเรื่องเหมือนกันนะ
 
      “แล้วไงถ้าพี่ไม่ได้คิดอะไรกับเขาแล้วเข้าจะเข้ามามีบทบาทกับพี่ได้ยังไง...คริส” ผมพูด
 
      “ไม่รู้แหละหึง....ขึ้นซิครับที่รัก” ที่อย่างนี้มาทำเรียกที่รัก ผมก็ขึ้นไปนั่งค่อมซ้อนท้ายรถแล่นไปถึงบ้านพัก 
 
      “วันนี้ทำไมเลิกเร็วละ”
 
      “วันนี้เหนื่อยๆยังไงก็ไม่รู้พี่เขมเลยขอเลิกก่อน” คริสโตเฟอร์พูด
 
      “ถ้าอย่างนั้นวันนี้ไม่ติวนะ...ขึ้นไปอาบน้ำและนอนพักห้ามเล่นเกมส์ “ ผมพูดขณะที่ผมกำลังจัดหาของออกมาเพื่อทำอาหารเย็น 
 
      “หมับ” คริสโตเฟอร์กอดผมจากด้านหลัง
 
      “ไหนบอกเหนื่อยไงละไปอาบน้ำซิจะได้สบายตัว”
 
      “ขอยืนกอดที่รักแบบนี้สักพักได้ไหมอะ..กอดแล้วรู้สึกดีขึ้น” คนข้างหลังพูดมาแบบนี้ผมเลยต้องปล่อยให้เขากอดไปมือก็หันผัก หันหมูเตรียมทำกับข้าว ช่วงนี้เขมออกไปทางแม่บ้านแม่เรือนไปนะ ฮาๆ   
 
      “กอดพอแล้วไปอาบน้ำได้แล้วตัวเหนียวเนี๊ยะ....คริส” ผมบอกคริสโตเฟอร์
 
      “ครับคุณพ่อ...ทูนหัว” คนที่กอดผมพูดผมหันไปหยิบแครอทปาตามหลังคนที่เดินผิวปากไป ผมก็ทำอาหารเย็นของโปรดคริสโตฟอร์ทั้งนั้น พอคริสโตเฟอร์อาบน้ำเสร็จผมก็เข้าไปอาบน้ำต่อและออกมาทานข้าวยังพอมีเวลาเพราะว่าผมมีสอนพิเศษตอนทุ่มครึ้ง 
 
      “พี่เขมถ้าพ่อมาหาผมจริงและเขาชวนผมไปอยู่ด้วยละพี่เขม”
 
      “ถ้าไปอยู่กับเขาแล้วเราได้เรียนที่ดีดีพี่สนับสนุนนะ” 
 
      “แต่ผมกลัวความห่างไกล”
 
      “มันไม่ใช่ปัญหาถ้าใจเราเข็มแข็งพอพี่นะโตแล้วพี่ควบคุมมันได้”
 
      “ผมแค่กลัวแต่ผมจะไม่ไปไหนอยากอยู่กับพี่เขม” คริสโตเฟอร์พูด 
 
      “ผมจะไม่ยอมไปอยู่กับพ่อเพราะเขาไม่ได้อยู่กับผมในเวลาที่ผมแย่เหมือนพี่นิ” ผมเริ่มรู้สึกหนักใจถ้าเป็นแบบนั้นจริงผมนี้ก็เหมือนทำร้ายเขาไปในตัวและพ่อเขาก็คงเสียใจ ผมได้แต่นั่งทานอาหารเงียบๆ ผมอยากให้เขามีอนาคตที่ดีต่อให้รักเขามากแค่ไหนแต่ผมจะไม่ยอมรั้งเขาไว้ถามว่าอยากให้เขาไปอยู่ห่างๆผมไหม ในใจไม่อยากเลยจริงๆ 
 
      “พี่ไปสอนก่อนนะนอนพักห้ามเล่นเกมส์ดูเราเหนื่อยๆ” ผมพูดคริสโตเฟอร์กำลังถือภาชนะไปทำความสะอาด เขาเดินกลับมาหาผม โอบเอวผมริมฝีปากสีแดงเรือๆประกบจูบผมอย่างดูดดื่มเกือบนาทีได้ก่อนถอนมันออก
 
      “นอนรอบนเตียงนะ แก้ผ้าด้วยรีบกลับนะ” สปอยด์ผม
 
      “โอ๊ยย!!!” ร้องดังลั่นบ้านเลยผมหยิกเข้าที่พุงที่ไม่ค่อยมีรู้สึกว่ากล้ามเนื้อหน้าท้องเพิ่มมากขึ้นคงเพราะว่าเขาซิทอัพทุกวันและโปรตีนเวย์ที่ผมซื้อให้เขาทานเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้ออีกผมเดินลงจากบ้านขับรถมอเตอร์ไซค์ออกไปทำหน้าที่สอนพิเศษตอนนี้นักเรียนคงนั่งรอในห้องเรียนเรียบร้อยแล้ว นักเรียนที่มาเรียนพิเศษกับผมเพิ่มมากขึ้นทุกวันจากเดิม 10 คน 12 คนตอนนี้เกือบจะ 20 คนในแต่ละห้องเพราะว่าปากต่อปากไปพูดกับต่อๆว่าผมสอนดีเหมือนได้เรียนติวเตอร์แพงๆ เนื่องจากผมเคยเป็นติวเตอร์มาก่อนผมจึงรู้ว่าผมควรจะเน้นเนื้อหาส่วนในที่สำคัญที่ใช้ได้ทั้งการนำไปสอบและชีวิตจริงนักเรียนเลยชอบมาเรียนกับผมบางคนบอกพ่อแม่เลิกไปหาติวเตอร์ที่แพงกว่าที่โรงเรียนจัดหาไว้ให้ก็มี ผมนี้ดีใจที่ผมได้ทำหน้าที่ครูได้เต็มที่ เพราะครูนะคือสิ่งสำคัญที่นำให้เด็กๆ มีอนาคตที่ดีต่อไปใน
 


ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
EP.40.1 ครูเขมชาติXคริสโตเฟอร์  ฟ้าหลังฝนก็ต้องมีเรื่องดีดี    

Part ครูเขมชาติ
            วันนี้เป็นวันที่เรียกว่าฟ้าหลังฝนซินะ เพราะว่าเรื่องร้ายๆก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ถึงแม้ว่าบางเรื่องผมเองก็ไม่อยากให้มันลงเอยแบบนี้เลย นั้นก็คือนายกายกับนายอั๋น นายอั๋นนะไม่เท่าไหร่และโชคดีที่ผมได้เคยเรียนรู้การปฐาพยาบาลเบื้องต้นมา ผมจึงช่วยชีวิตเขาไว้ได้ทัน ส่วนนายกายซิ แย่ที่สุดเพราะว่าเขาคงไม่มีความรู้สึกไปครึ้งตัว แค่ผมคิดก็รู้สึกผิดที่ผมควรจะไปห้ามเขาซะก่อนที่เกิดเรื่องแบบนี้

         “พี่เขม” หมับมีคนเข้ามากอดผมจากด้านหลัง คริสโตเฟอร์

         “พี่เขม เรื่องร้ายๆมันกำลังจะผ่านไปได้ด้วยดีแล้วใช่ไหมครับ “ คริสโตเฟอร์พูด เขาเอาคางมาเกยไว้ที่ไหล่ของผม ผมหันไปมองเขาก่อนจะหยิบนาฬิกาขึ้นมาสวมใส่

         “วันนี้พี่หล่อกว่าทุกวันเลยอ่ะพี่เขม” คริสโตเฟอร์พูด เพราะว่าวันนี้ผมได้สวมใส่ชุดกากีอย่างที่ผมตั้งใจไว้แล้วนั้นเอง ถึงแม้ว่ามันจะใกล้ปิดเทอมใหญ่แล้วก็ตาม

         “แต่ผมไม่ค่อยชอบพี่เขมใส่เครื่อแบบแบบนี้เลยอ่ะ” คริสโตเฟอร์พูดทำให้ผมหันมามอง และก้มมองตัวเอง

         “พี่ดูแก่ไปเหรอคริส” ผมถามแอบเสียความมั่นเลยนายนี้นิ

         “ผมนะชอบพี่ใส่เครื่อแบบ แบบว่า..ไม่ใส่อะไรเลย” นายคริสโตเฟอร์

         “โอ้ยย!!!” ร้องดังลั่นบ้านเลยครับ เพราะว่าผมบี๋จมูกโด่งๆนั้น

         ก๊อกๆๆ” เสียงเคาะประตูหน้าบ้านพักของผมดังขึ้นมาทันที ผมก็มองหน้านายนักเรียนตัวแสบของผม ก่อนจะรีบเดินไปเปิดประตู และคนที่มายืนเคาะประตูนันก็คือครูโจ้

         “สวัสดีครับครูโจ้ “ผมทักทายครูโจ้

         “ผมขับรถผ่านมานะครับ ผมได้ยินเสียงร้องโอ้ยย ผมเลยตกใจ ครูเป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ครูโจ้ถามผม

         “ผมไม่เป็นอะไรครับครูโจ้ เออ พอดีว่า ผมเดินชนโต๊ะนะครับ” ผมพูด เฮอๆ

         “แน่นะครับครู ผมนี้เป็นห้วง เป็นห่วง...ครู ...ถ้าอย่างนั้นผมไปก่อนนะครับครู อ้อ..วันนี้เมียผมกลับไปขายของได้แล้วนะครับ แต่ยังทำงานหนักไม่ได้มากนะครับครูเขม อย่าลืมไปอุดหนุนนะครับครู “ ครูโจ้พูดบอกผมก่อนจะเดินไปแต่ก็หยังเหลียวมองผม ก่อนจะสตาร์ทรถออกไป ผมนี้ถึงกับกุมขมับ อยากให้ปิดเทอมเร็วๆเหลือเกิน เพราะว่าพ่อตัวดีดันมาค้างกับผมเมื่อคืน ผมหันไปมองคนที่ยืนกอดอก สวมชุดนักเรียน แต่มันก็ทำให้ผมแอบคิดว่าถ้าเขาสอบติดแล้วและเขาก็ไม่จำเป็นต้องมาเรียนมัธยมปลาย เขาจะคิดถึงชุดนักเรียนชุดนี้ไหมและเพื่อนๆของเขาอีก

         “มีอะไรพี่เขม” คริสโตเฟอร์เดินเข้ามาหาผม

         “บางทีพี่ก็แอบกลัวนะว่าถ้าเราจบแล้ว นายจะคิดถึงความสุขชีวิตวัยมัธยมไหม พี่คิดผิดหรือคิดถูกนะที่ให้นายไปสอบ” ผมพูดและใช่มือเสยผมหนามทุเรียนนั้น

         “สักวันผมก็ต้องจบพี่เขมแต่นี่ผมแค่ไปเร็วกว่าเพื่อนก็เท่านั้นเอง “ คริสโตเฟอร์พูด ผมก็มองเขา ผมนี้แหละที่ใจหายก็รักเด็กเกรียนนี้หมดใจไปแล้วนิ

         “ตื้ด!!” เสียงมือถือผมแสดงว่ามีข้อความเข้า ผมตั้งเอาไว้ถ้ามีอิเมลเข้ามันก็จะเตือน ผมเปิดดูปราฏกว่าเป็นข้อความจากศูนย์ที่ผมพาคริสโตเฟอร์ไปสอบ ผมก็รีบเดินไปหยิบโน๊ตบุคและเปิดมันทันที คริสโตเฟอร์ที่ยืนทำหน้าตกใจ ขณะที่เขากำลังทำอาหารเช้าให้ผมกับเขาทานอยู่ ผมหันไปส่งยิ้มให้เขาก่อน และอิเมลที่ผมต้องการก็เด้งขึ้นมา

         “คริสมานี้ซิ” ผมเรียกคริสโตเฟอร์ เขาก็เดินมาหาผมด้วยสีหน้าแปลกใจ

         “นายสอบผ่านแล้ว นายสอบผ่านทุกวิชาเลย นายจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกแล้วคริส” ผมหันไปบอกคริสโตเฟอร์ เขามองผมและเขาก็กอดผมทันที

         “พี่เขมจริงนะ พี่ไมได้หลอกผมนะ”

         “จริงนี้ไงดูซิ” ผมพูดและเลื่อนโน๊ตบุคไปให้เขาดูความสำเร็จที่มาจากความเพียรพยายามของผมและเขา

         “ขอบคุณนะครับพี่เขม..อืมม” คริสโตเฟอร์หันมาขอบคุณผมและเขาก็ประกบปากจูบผม

         “แต่เราต้องรอ GED Transcript และ Diploma อีกประมาณ 4 สัปดาห์นะ “ ผมบอกคริสโตเฟอร์

         “วันนี้ฉลองนะพี่เขม ผมควรได้รางวัลนะพี่เขม”นั้นทวงรางวัลทันทีเลยนะ

         “ก็วันนี้วันของนายอยู่แล้วนี้ วันนี้วันคู่อะ “ผมพูดและหันไปหยิบแซนวิชมาทาน

         “ดับเบิ้ลครับพี่เขมวันนี้” ผมได้ยินถึงกับตาโต เด็กข้างๆผมจะเบิ้นผมครับคืนนี้

         “พรุ่งนี้พี่มีสอนอ่ะ เต็มวันเลยนะคริส” ผมหันไปพูดขอความเห็นใจ

         “พี่เขม... นี้ผมทำข้อสอบได้คะแนนดีด้วยนะ ผมยังไม่เอาไปคิด เอาแค่ ผมสอบผ่านอย่างเดียวนะ ถ้าเอาตรงนั้นด้วย ผมควรได้ Triple “ไม่พูดเปล่าเด็กนักเรียนหื่นของผมชูสามนิ้วด้วย ผมก็กลั้นหายใจ และเอาออกนิ้วหนึ่ง สองพอเดี๋ยวผมตายคาเตียงและจะยืนสอนนักเรียนไม่ไหวเอา

         “ไปเรียนกันได้แล้วคริสเดี๋ยวพากันสาย และนายกับพี่ก็จะไม่ได้อะไรกันเลยแม้แต่ยกเดียวเพราะว่าผู้อำนวยการคงได้สงนายกลับไปนอนบ้านพักนักเรียนทุกวันจันทร์ถึงอาทิตย์แน่ๆ “ผมพูดและคนข้างๆผมก็รีบคว้าทุกอย่างหนังสือเรียนใส่ลงไปในกระเป๋าเป้และกุลแจบ้นพักครู
 
         ผมเดินไปตึกเรียนพร้อมกันแต่เราก็คงรักษาไว้ซึ้งความเป็นครูและนักเรียน เดินคุยกันไป คุยเรื่องราวความรักที่ผ่านมา มีทั้งสุขและทุกข์ ผมสองคนต้องขอบคุณเรื่องราวมากมายที่ทำให้ความรักของผมสองคนเติบโตและเข้มแข็งขึ้น เพราะว่าเราได้ก้าวผ่านปัญหามาได้แม้จะยังไม่ถึงเส้นชัยที่เราสองคนวาดไว้ก็ตาม

         “ไปหาเพื่อนได้แล้วคริสและเจอกันคาบแรกนะ วันนี้พี่มีสอบเก็บคะแนนนะ นายต้องได้เต็มเลยนะ ถ้าไม่ คืนนี้ลดเหลือหนึ่ง”ผมพูดและหันไปบอกพ่อตัวดี

         “เฮ้ยย พี่ทำไมไม่บอกก่อนอ่ะ รู้อย่างนี้บอกเอา 3 ยกก็ดีอ่ะ”

         “ไม่ได้ ไปหาเพื่อนได้แล้วนะ ดูชะเง้อมองแย่แล้ว” ผมพูดและกำลังจะเดินขึ้นห้องพักครูเพื่อลงชื่อในสมุดก่อน

         “ผมมันชะเง้อมองหาแซนวิชที่พี่เขมทำให้พวกมันหรือเปล่า” นายคริสโตเฟอร์พูด ผมก็ยิ้มอาจจะจริง พากันลุกขึ้นยืนและยกมือไหว้ผมกันหมดทั้งโต๊ะ

         “เร็วไอ้คริสครับ พวกกูรอกินแซนวิชกับครู)))” และนั้นก็ทำให้ผมแทบหัวทิ่ม เพราะว่าบอกอยากกินแซนวิชกับผม ทำไมละก็ผมถามคริสว่าทำไมเขาไม่กินที่ปันปันทำให้ก็อาร์ทเพื่อนตัวแสบของคริสบอกว่าแซนวิชน่ะคือคนสามคนมีเซ็กส์ด้วยกันประกบกัน และมันก็ทำให้ผมหันหน้ามามองคริสโตเฟอร์

         “ฮาๆ “ หัวเราะออกมาพร้อมกันทันที่

         “พี่คิดเหมือนผมใช่ไหมพี่เขม ..นี่แหละ มันถึงทำให้ผมรู้สึกสยองมันพวกมันเพิ่มขึ้นทุกวันพี่เขม” คริสโตเฟอร์พูด

         “ไปได้แล้วเพื่อนรอ” ผมพูดและดันนานตัวแสบผมไป ผมก็ออกเดินขั้นห้องเรียน ขณะที่กำลังเดินผ่านนักเรียนก็พากันยกมือไหว้ผมเหมือนเช่นปกติ แต่ว่าวันนี้อาจจะพิเศษกว่าทุกวันเพราะว่าผมมาในเครื่องแบบครูเต็มยศ ท่านผู้อำนวยการได้ทำเรื่องขอบรรจุผมเป็นครูเร็วๆ นี้

         “ครูค่ะสวัสดีค่ะ “ “ครูครับสวัสดีครับ” ผมหันไปมองคนที่ทักทายผม คนนั้นคือกี้ เด็กผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ในวัยเรียนและผมได้ขอให้เธอได้เรียนต่อเพราะว่าเธอจะจบในเทอมนี้แล้วและอีกคนคือนายเอกที่ยืดอกรับเป็นพ่อเด็กในท้องของเธอ ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าเขาใช่หรือไม่ใช่แต่กี้เลือกที่จะไม่หาคนที่เป็นพ่อเด็กๆจริงเพราะว่าถ้าเกิดผลออกมาคือนายกาย นั้นจะยิ่งทำให้เธอเสียใจ เพราะในตอนนั้นนายกายกับเป็นปฏิเสธเธอและผมเองก็เชื่อว่าเด็กจะได้รับความรักจากเอกรินทร์เหมือนกับพ่อแท้ๆของเขาแน่นอน เพราะดูจากการที่เขาดูแลกี้ในโรงเรียนเป็นอย่างดี

         “เป็นไงเราสองคน และนี้กี้เธอไปฝากครรภ์แล้วใช่ไหม” ผมทักทายทั้งคู่ และถามกี้

         “ฝากแล้วค่ะครู และหนูสองคนทราบเพศลูกแล้วด้วยค่ะครู หนูได้ลูกชายค่ะครู”

         “ดีใจด้วยนะ ดูแลเขาให้ดีดี ครูเชื่อว่าเธอสองคนจะทำหน้าที่พ่อและแม่ได้ดี แม้ว่าอายุยังน้อยก็ตาม” ผมพูด

         “ขอบคุณนะคะครู ที่ครูขอร้องครูใหญ่ให้ เพื่อให้หนูได้อยู่เรียนให้จบนะคะครู”กี้เธอพูด ผมพยักหน้า

         “ทุกคนมีโอกาสทำสิ่งผิดพลาดกี้ เอก และเธอสองคนก็จงนำสิ่งที่ผิดพลาดครั้งนี้มาเป็นบทเรียนเข้าใจไหม”

         “ขอบคุณครับครู ถ้าอย่างนั้นผมสองคนไปหาอะไรทานก่อนนะครับ เพราะว่ากี้ต้องทานพวกวิตามินบำรุงนะครับครู “เอกรินทร์พูดและผมก็พยักหน้าให้ทั้งคู่

         “ ดีแล้ว และส่วนเรานะกี้ เธอไม่ต้องไปยืนเข้าแถวหรอกนะ นั่งในร่ม เดี๋ยวเป็นลมไป ตอนนี้ไม่ใช่แค่เธอคนเดียวแล้วนะ มีน้องอีกคน ดูแลตัวเองดีดีละ” ผมพูดบอกทั้งคู่ก่อนจะเดินขึ้นไปบนห้องพักครู

         ขณะที่ผมเข้าไปลงชื่อผมก็เห็นสองสาวที่สวีทหวานกันแพ้ผมกับคริส เรียกว่าแซงหน้าผมไปเลยก็ว่าได้ ครูถาวรและครูลินดา

         “อรุณสวัสดิ์ค่ะครูเขม “ ครูลินดาทักทายผมและครูถาวรด้วยเช่นกัน

         “เรื่องร้ายๆผ่านไปซะทีนะคะครู ต่อไปขอให้เป็นเรื่องดีดีบ้างนะคะครู “ ครูถาวรพูด

         “วันนี้ผมได้รับข่าวดีว่าคริสโตเฟอร์สอบผ่านGEDแล้วครับครู “ผมพูดแต่น้ำเสียงผมดูไม่ค่อยดีเท่าตอนที่ผมบอกคริสโตเฟอร์

         “ครูแอบกังวลใช่ไหมค่ะ ลินดาว่าครูรักเขาไปหมดใจแล้วตอนนี้ ครูคง...กลัว..ที่จะให้เขาไป เพราะถ้าไม่ได้เป็นครูนักเรียนก็ไม่ได้เห็นหน้ากันทุกวันทุกชั่วโมงแบบนี้” ครูลินดาพูด ผมเองก็พยักหน้าว่าจริง และมันใช่ผมรักเขาไปแล้วหมดหัวใจของเขมชาติ

         “ครูลินดาค่ะ “ เสียงเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งที่ตัดผมสั้นถูกถูกระเบียบเด็กมัธยมต้นเดินมาด้วยชุดนักเรียนที่ถูกระเบียบ กระโปรงคุมเข่า เสื้อก็ถูกระเบียบ ไม่ว่าจะเป็นโบว์และหน้าตาที่ไม่ได้แต่งเติมด้วยเครื่องสำอางค์เหมือนแต่ก่อน มันดูสวยใสเป็นธรรมชาติที่สุด

         “แก้ม...ว่าไงเรา”

         “หนูเอาผ้าที่ครูให้ไปซื้อมาเพื่อจะมาสวมใช่ทำเป็นจูงกะเบน เข้าเรียนรำไทยวันนี้กับครูมาให้ดูค่ะ” แก้มพูดและยกมือไหว้ผม

         “อืม อันนี้เลยแก้มและวันนี้เข้ามาซ้อมเร็วหน่อยนะเพราะว่าเรานะ เข้าที่หลังเดี๋ยวจะตามเพื่อนไม่ทัน” ครูลินดาพูด

         “เห็นไหมแก้ม ดูเธอซิ แต่งตัวถูกระเบียบแบบนี้นะ น่ารักจะตายไป ดีกว่าเดิมอีก” ครูถาวรพูด ผมก็พยักหน้าเห็นด้วย

         “ใช่ค่ะแม่ก็บอกแก้มว่าอันนี้ดีกว่า แบบเดิม หวอออกค่ะครู” ผมได้ยินก็ต้องเกาหัว อายแทนครับผม

         “ตายแล้ว! พูดอะไรเกรงใจครูเขมเขาหน่อยซิแก้ม ครูเขาเป็นผู้ชาย เรานิ” ครูลินดาแอบตีต้นแขนแก้มเบาๆ

         “หนูขอโทษค่ะครูเขม ถ้าอย่างนันแก้มไปทานข้าวกับเพื่อนก่อนนะคะครู”

         “ครูเขมค่ะ แม่ให้แก้มเรียนต่อม.4 แล้วนะคะครู แม่บอกว่ายังไม่ให้ไปอยู่กับป้าที่เมืองนอกค่ะครู “ แก้มหันมาบอกผม ผมพยักหน้ายินดีกับเธอด้วย และแก้มก็วิ่งลงไป

         “ครูค่ะ ทำไมครูดีแบบนี้ค่ะ ครูรู้ไหมว่า ตั้งแต่ครูมาอยู่ นี้ เราได้เด็กกลับคืนหลายคน คนแรกก็นายคริส และเพื่อนนายๆนายคริสดูนี้ตั้งใจเรียนกันน่าดู และยังได้เด็กที่ดูท่าจะไม่รอดอย่างแก้มกลับมาเป็นเด็กที่เรียบร้อยสมวัยของเขาอีก และอีกคู่ถึงแม้จะผิดแต่ตอนนี้ดูท่าจะได้พ่อแม่ที่ดีในอนาคตมาด้วย ก็นายเอกรินทร์และกี้ ตอนนนี้ทั้งคู่ตั้งใจเรียนเพื่อจะได้จบพร้อมเพื่อนๆ “ ครูถาวรพูดและหันมายิ้มให้ผม

“ ครูอย่าทิ้งพวกเราไปไหนนะคะ ที่นี้ต้องการครูค่ะ”ครูถาวรพด ผมพยักหน้าว่าผมจะไม่ทิ้งโรงเรียนนี้ไปไหนแน่นอน
          ผมเดินเข้าไปนั่งดูกองสมุดการบ้านที่เด็กนำมาส่งให้ผมและรายงานกลุ่มอีกแค่เดือนกว่าก็จะสอบปลายภาค จะว่าไปเวลาก็ผ่านเร็วเหมือนกันจะหมดเทอมแล้วแถมครูเขมชาตก็เจอเรื่องราวต่างๆมากมายเหมือนกับว่าผมนี้มาเป็นครูสักปีหนึ่งได้แล้วเหมือนกัน

         “อ้าวนายอั๋น กลับมาเรียนได้แล้วเหรอ” ผมได้ยินเสียงครูนิดทักทายใครสักคนและผมก็ได้ยินว่าเป็นนายอั๋น นั้นแสดงว่าเขาหายแล้ว ถึงเขาจะเคยคิดจะต่อยผมแต่ผมก็ดีใจทีได้ยินว่าเขาไม่เป็นอะไร ยังไงก็เป็นลูกศิษย์ในโรงเรียนที่ผมทำหน้าที่ครู

         “ครูเขมคะ เรามีนักเรียนใหม่อยากจะมาขอพบครูค่ะ”ครูนิดตะโกนบอกผม บรรดาครูในห้องก็เงยหน้าขึ้นมามองผมเช่นกัน

         “นักเรียนใหม่เหรอครับครู เอ๊ะ มาตอนนี้จะปิดเทอมไม่ช้าไปเหรอครับครูนิด” ผมถามครูนิดกลับ

         “ไม่หรอกค่ะครูเขม พี่นิดว่าทันเวลาพอดี” ครูนิดพูด ทำให้ผมถึงกับขมวดคิ้วเป็นปม และคนที่เดินเข้ามาแต่งกานเรียบร้อยเสื้อเข้าในกางเกงเรียบร้อยและถูกระเบียบซะด้วย สมกับเป็นนักเรียนใหม่จริงๆด้วย นายอั๋นนั้นเอง เขามาขอพบผม ผมก็มองและยิ้มให้เขานายอั๋นเดินมาหยุดที่โต๊ะผม

         “ไงอั๋น หายดีแล้วเหรอ” ผมเงยหน้าขึ้นทักทายเขา

         “ครับครูผมหายแล้วครับ เออ ครูเขมครับ คือ ผมเจอคริสนะครับเขาบอกผมว่า ครูช่วยชีวิตผมวันนั้นวันที่ผมจมน้ำ ครูทำให้ผมมีชีวิตอีกครั้ง “ นายอั๋นพูด ผมก็พยักหน้าว่าใช่

         “ครูช่วยในฐานะ คนที่เห็นเหตุการณ์ และครูช่วยในฐานะที่เป็นครูของเราแม้จะไม่ได้สอนก็ตาม” ผมพูด ผมสังเกตเห็นว่าเขาแอบอะไรสักอย่างไว้ด้านหลังของเขา และเขาก็คุกเข่าลงอย่างรวดเร็วทำเอาผมตกใจว่าเขาจะทำอะไร เขานำพานที่มีดอกไม้ถูกจัดเป็นชุดสำหรับใช้ไหว้ครูบาอาจารย์

         “อั๋น ไม่ต้องทำแบบนี้หรอกนะ “ ผมพูด นายอั๋นเงยหน้ามองหน้าผม

         “ให้ผมทำเถอะครับครู ให้ผมได้ขอขมาในสิ่งทีผมได้ทำไว้กับครูเถอะนะครับ ผมขอร้อง” นายอั๋นพูด

         “ให้เขาทำเถอะค่ะครู เขาตั้งใจมาแล้ว” ครูวงเดือนบอกผม ผมก็พยักหน้า ผมก็พยักหน้าให้อั๋น นี้คือครั้งแรกเลยที่ผมจะนั่งให้นักเรียนกราบ เหมือนเช่นวันครูที่ผมได้ทำทุกปี และนี้มันก็แสดงให้เห็นแล้วว่าผมคือครูอย่างสมบูรณ์แบบแม้ว่าจะยังไม่ใช่วันครูจริงๆก็ตาม ผมเบี่ยงตัวเองออกมานั่งและนายอั๋นก็คลานเข่ามาหาผมและก้มลงกราบผมที่เท้า ผมโน้มตัวลงใช้ฝามือแตะที่หัวเขาเบาๆ

         “ผมขอโทษครับครู ผมขอโทษที่ผมเคยคิดจะทำร้ายครู ผมสัญญาว่าผมจะไม่ทำอีก ผมจะกลับเป็นคนดี ผมจะตั้งใจเรียนครับครู “ ทำเอาผมน้ำตาซึมเลย

         “ครูดีใจนะอั๋น ครูดีใจที่เธอถอนตัวกลับมาได้ และต่อไป จะทำอะไรคิดให้มากๆนะ คิดถึงพ่อแม่เพราะคนแรกที่จะเสียใจที่สุดนั้นคือพ่อและแม่ของนาย และคิดถึงครูบาร์อาจารย์ทุกคน เพราะครูทุกคนอยากเห็นลูกศิษย์ตัวเองไปถึงฝัง อยากเห็นอนาคตลูกศิษย์ตัวเองกันทุกคน ส่วนครูเองก็ไม่เคยถือโทษโกรธเรานะ และครูเชื่อว่าเรานะกลับมาเป็นคนดีของสังคมได้ ครูเชื่ออย่างนั้น” ผมพูด นายอั๋นเงยหน้าขึ้นเขาส่งดอกไม้ธุปเทียนมาให้ผม ผมก็รับไว้

         “ลุกขึ้นเถอะอั๋น” ผมพูดและเขาก็ลุกขั้น

         “ครูเสียใจเรื่องที่นายไม่อาจจะกลับมาต่อยมวยได้อีก ครูเสียใจจริงๆนะ” ผมพูด

         “ไม่เป็นไรครับครู ผมจะเอาเวลาไปอ่านหนังสือผมจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ครับครู”

         “ดีแล้วอั๋น ถ้าอยากจะให้ครูช่วยก็บอกนะ ครูยินดี”

         “ขอบคุณครับครู”

         “ไปเตรียมตัวเข้าแถวเถอะอั๋น”ผมพูดและนายอั๋นก็เดินออกไป ผมหันมามองบรรดาครูที่ยืนมองนายอั๋นและผม

         “ครู เราได้นักเรียนกลับคืนอีกคนแล้วนะครู “ ครูนิดพูด ผมหันไปพยักหน้ากับทุกคน นี้แหละที่ครูอย่างเขมชาติต้องการ ผมเชื่อว่าเด็กๆพวกนี้เขายังกลับมาเป็นคนดีของสังคมได้ ถึงแม้ว่าใครจะมองว่าผมนั้นโลกสวยเกินไปก็ตาม

       ตืดๆ เสียงข้อความเข้ามาในมือถือของผม เป็นเบอร์ที่ขึ้นต้นด้วย +61 นั้นแปลว่า คนต้นสายที่โทรมาหาผม มาจากประเทศออสเตรเลีย ผมก็ขอตัวครูสองสาวไปหาที่คุยโทรศัพท์ก่อน

         “ฮัลโล เดนิส ฮาวน์ แฮฟ ยู บีน ?

         “ไฮ เขม แอม เวรี่ กู้ด แธงกิ้ว แอนด์ ยู ?”

         “ไอ คาน คอมแพลน แธงส์กิว “ ผมพูดทักทายตอบเดนิส

         “ Can I do vedio call with my son tonight please?”

         “Of couse , you can.

         “What time is it possible for you both?

         “How about 8 oclock in Thailand? The time in Thailand behide you 3 hours . Is that’s right ?

         “ Yes. you right .

         “OK I’ll see you 8 oclock tonight Khem.

         “Thank you for everything Khem”

         “No worry that is my pressure “

         “All right see you tonight.. Bye for now.”

         “See you tonight too . Bye bye .” ผมกดวางสายวันนี้คงต้องชวนนายคริสทานข้าวเย็นกันเร็วขึ้นอีกหน่อย เพราะว่าเขาจะได้มีเวลาคุยกับพ่อของเขา และเสียงสัญญาณเรียกเข้าแถวก็ดังขึ้น ผมก็ลงไปทำหน้าที่ครูยืนดูนักเรียนเข้าแถม เช่นเดียวกับบรรดาครู ขณะที่ผมกำลังเดินผ่านก็เห็นเด็กนักเรียนหญิง นั้นคือแก้มที่นั่งอยู่ที่ม้าหินอ่อน ไม่ไกลจากที่เข้าแถว ผมก็ยิ้มให้ และเดินออกไป ภาพที่ผมเห็ นายคริสกำลังหยอกล้อเล่นกับเพื่อนๆ ไม่ว่าจะห้องเดียวกัน หรือห้องของโป้งที่เข้าแถวไม่ไกลกัน มันดูเป็นภาพที่มีความสุขที่สุดแต่ว่าเขากำลังจะไปต่อที่อื่นก่อนพวกเพื่อนๆของเขานิซิ

         “สวัสดีครับครู” ผมหันไปเจอครูสมชายที่เข้ามายืนใกล้ๆผม

         “สวัสดีครับครูสมชาย สบายดีไหมครับ คุณแม่เป็นยังไงบ้างครับ “

         “ผมสบายดีครับ คุณแม่ผมก็เรื่อยๆครับ ผมก็พยายามใช้เวลาอยู่กับคุณแม่ผมทุกวันหยุดนะครับ ผมเลยต้องกลับก่อนและแลกเวรอยู่เวรกลางคืนแทนนะครับ” ครูสมชายพด

         “บอกผมได้นะครับถ้าครูต้องการให้ผมอยู่เวรให้ ครูจะได้มีเวลาดูแลคุณแม่ของครูนะครับ” ผมหันไปบอกครู และส่งยิ้มให้

         “ขอบคุณนะครับครู ขอบคุณทุกครั้งที่ครูอยู่เวรแทนผม ผม..เออ..ผม..ต้องขอโทษที่ผมเคยเอาเรื่องครูไปบอกท่านผู้อำนวยการว่าให้ระวังครูกับนักเรียนเอาไว้ ตอนนั้นผมยังไม่รู้จักครูดีพอ “ ครูสมชายพูดขอโทษผม

         “ผมเข้าใจครูครับ เพราะเข้าใจเพราะว่าเรื่องนั้นเพิ่งจะเกิดไม่นานด้วย และนี่ผมก็ยังตามหาครูมิ้งไม่เจอเลยครับ พี่ชายผมก็ช่วย แต่ว่าเรื่องก็ยังเงียบ ผมทราบแค่ว่าครูเขาไมได้ไปที่บ้านที่เขาใหญ่” ผมพูดและนี้คือที่อีกเรื่องหนึ่งที่ผมควรจะทำให้มันเรียบร้อยซะก่อน

         “ผมขอให้ครูเขมตามหาครูมิ้งให้เจอให้ได้นะครับ “

         “ขอบคุณครับครูสมชาย” ผมหันมาพูดกับครูสมชายและเผลอหันไปเจอนายคริสที่ยืนมองผมอยู่และเขาก็แอบส่งมือเป็นสัญญาลักษณ์ว่าเลิฟยู่มาให้ผม ผมหันไปชี้นิ้วเพราะว่าตอนนี้มั้นจะเคารพธงชาติ และกิจกรรมหน้าเสาธงก็เป็นไปด้วยดี จนกระทั้ง ผู้อำนวยการขึ้นไปบนเวที

         “สวัสดีนักเรียนที่รักทุกคน ครูมาวันนี้เพื่อจะมาหมอบรางวัลให้แก่นักเรียนดีเด่นและครูที่ทำหน้าที่สอนให้เด็กคนหนึ่งมีความซื่อสัตย์และกตัญญู เด็กคนนั้นก็คือนาย อนุชิต และครูเขมชาติ” พอครูใหญ่ประกาศชื่อผมก็หันไปมองอนุชิต ที่สวมชุดนักเรียนชุดใหม่และเขาก็เดินออกไปพร้อมกับผมเพื่อขึ้นไปบนเวที ทันทีที่ผมสองคนขึ้นไปยืน ก็มีชาวต่างชาติ ผมจำได้ว่าเขาออกทีวีวันนั้น เดินขึ้นมาและผู้อำนวยการก็ผายมือให้ผม

         “สวัสดีค่ะ คุณคือครูที่สอนเขาใช่ไหมคะ” เขาพอจะพูดภาษาไทยได้แม้สำเนียงจะไม่เป๊ะเหมือนคนไทยก็ตาม

         “ใช่ครับ “

         “ดิฉันมาเที่ยวเมืองไทย ..และรักเมืองไทย.. และดิฉันเคยตามเด็กคนนี้ไปดูที่บ้านหลังจากที่เขาได้ช่วยเหลือเราสองคน เขาดูน่าสงสารมาก”

         “ใช่ครับ ครอบครัวเขาอยู่ในฐานะที่เรียกว่าลำบากมาก”
 
         “แต่ตอนนี้ผมได้ขอทุนการศึกษาให้เขาได้แล้วนะครับ”

         “โอเค คือดิฉันกับสามี ไม่มีลูก อยากจะขออุปการะเด็กคนนี้ จะส่งเงินให้เขาใช้ ถ้าเขาไม่อยากไปอยู่กับดิฉันกับสามี ไม่เป็นไร ดิฉันเต็มใจช่วยค่ะ” ผมได้ยินก็หันไปมองอนุชิต

         “ พ่อของเด็กเขาติดคุก ด้วยสาเหตุที่จำเป็น และผมเชื่อว่าพ่อของเขาก็เป็นคนดี แต่ว่าตอนนี้เขาไม่สามารถที่จะดูแลลูกเขาได้ชั่วคราว ผมคิดว่าจะเป็นการดีถ้าหาเขาจะได้รับการช่วยเหลือจากคนที่พร้อมจะยื่นมือเข้ามาช่วยเขาในตอนนี้ “

         “อนุชิตเป็นเด็กที่เรียนเก่ง มีความตั้งใจและเขาขยัน หางานพิเศษทำเพื่อดูแลย่าของเขา ทั้งที่อายุยังน้อยมาก” ผมพูด ทำให้ฝรังทั้งสองคน หันมามองอนุชิต

         “ฉันจะดูแลเธอทุกเรื่อง เธอคิดว่ายังไง “

         “ผม..เออ.. ผม” อนุชิตมองหน้าผมและมองหน้าคู่สามีภรรยาสลับกัน เขาคงคิดหนักหน่อยเพราะว่าย่าและพ่อของเขาอีก

         “ฉันจะส่งเงินให้ใช้ แต่ถ้าเธอยังอยากอยู่กับย่าเธอ ไม่เป็นไร และถ้าวันที่เธอต้องการไปอยู่กับเราสองคน ฉันจะยินดีมากๆ ฉันไม่มีลูก”

         “ขอบคุณครับ” อนุชิตพูดผมก็หันมามองเขา นายอนุชิตน้ำตาซึมเลย

         “เอาละ ทุกคน คุณนาตาลีและคุณเดวิส ต้องการมองของขวัญเล็กๆน้อยๆให้กับนายอนุชิตและครูเขมชาติ ในฐานะทีเป็นที่ครูได้สอนสั่งให้เขาเป็นคนดี และครูขอให้ทุกคนดูเอาไว้เป็นแบบอย่างที่ดี “ผู้อำนวยการพูดออกไมล์ และคู่ชาวต่างชาติเขาก็ออกมายืนและมองกล่องของขวัญให้ผมหนึ่งกล่อง และของอนุชิตเขาได้มอบซองสีขาวให้ ผมเดาว่าน่าจะเป็นธนบัตรแน่นอน

         “ครูเขมครับผมรบกวนครูอยู่เป็นล่ามให้ผมก่อนนะครับ เห็นเขาบอกว่าจะดูแลเรื่องค่าเทอมนายอนุชิตจนกว่าจะเรียนจบด้วยใช่ไหมครับครู” ผู้อำนวยการถามผม ผมพยักหน้าว่าใช่ ผมหันไปมองอนุชิต ผมดีใจแทนเขาจริงๆ ผมหวังว่าเขาจะใช้โอกาสนี้เพื่ออนาคตของเขา อนุชิตมองหน้าผมและเขาก็เข้ามากอดผมโดนไม่ทันได้ตั้งตัว

         “ครู ..ผม..ขอบคุณนะครับ ..ที่ครูสอนให้ผมเป็นคนดี ฮึกๆ” ผมก็ก้มลงเอามือลูบหัวเขาเบาๆ

         “ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมันมาจากผลของการกระทำของเธอทั้งนั้น ครูแค่แนะแนวทางให้เธอ และทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นก็เพราะว่าเธอเป็นคนดี “ ผมพูดและอนุชิตก็เดินลงไปกับท่านผู้อำนวยการและนาตาลีเข้ามากอดอนุชิตผมสังเกตุจากสายตา ดูเขารักอนุชิตมากน่าจะเป็นอย่างที่เขาบอกผมว่า เขาได้ไปเห็นทางบ้านอนุชิตและคงทราบทันทีว่าอนุชิตมีความเป็นอยู่ที่ค้อนข้างลำบาก
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 ถึงตอนปัจจุบันแล้วนะคะ เบื่อครูเขมกับคริสกันหรือยังคะ ตอนหน้าพ่อกับคริสจะคุยกัน แอบกังวลแทนครูเขม  :mew2:
ฝากไว้ด้วยนะคะ ไม่ได้สปอยด์นะ จะมีตอนพี่ก้องและพี่ต้นด้วย  :katai4:
ปล.ตอนนี้คนเขียนได้ลงสารบัญไว้ให้แล้วนะคะ แก้ไขเนื้อเรื่องบ้างมีเพิ่มตอนเข้ามาใหม่ด้วยค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-10-2020 13:02:54 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
EP.40.1 ครูเขมXคริส พี่จะรอผมใช่ไหมหากผมต้องไปจริงๆ NC18+
 
Part คริสโตเฟอร์
 
         วันนี้ครูเขมชาติได้ทำผลงานดี ผมที่เป็นแฟนก็ยืนยิ้มแก้มแทบแตก ผมดีใจแทนครูเขมสุดที่รักของผม และยิ่งมีแต่คนชื่นชมด้วยผมยิ่งดีใจ และนี้คือเหตุผลที่ผมตั้งใจไวแต่ยังไม่บอกพี่เขมหรอกว่าผมอยากเป็นครูเหมือนพี่เขมเช่นกัน ผมแค่บอกว่าผมจะเลือกสาขาเอกภาษาอังกฤษเพราะสามารถต่อยอดไปได้หลายอาชีพ
       
          “คริส ตกลงมึงก็จบได้เลยใช่ไหมวะ มึงบอกว่ามึงสอบเทียบวุฒิได้แล้วนี้หว่า” ไอ้อาร์ทมันถามผมขณะที่ผมกำลังเลิกซ้อมบาสเก็ตบอลกัน อาทิตย์หน้าพวกผมจะไปแข่งขันรอบคัดเลือกกันแล้ว จะว่าไปก็ใจหายขั้นมากระทันหัน ถ้าผมจบแล้วผมก็ไม่ได้เล่นบาสกับพวกมันแล้วซิ

         “เออ..วะ ..คิดแล้วกรูก็ใจหายวะ “ ผมพูด

         “เอานะ อนาคตของมึงและมึงตั้งใจไว้มากนี้หว่า อยากจะจบเร็วและแสดงสถานะว่าเป็นแฟนครูเขมแย่แล้ว” ไอ้โจอีกมันแซวผม ผมก็พยักหน้าว่าจริง

         “คริส” พี่เขมเดินมาพอดีเลย โชคดีที่พี่อลันแกกลับไปก่อนเพราะว่าแกรีบกลับ ก็พี่แกเขากำลังพยายามแจกขนมจีบพี่เขมอยู่นะซิ อันนี้แหละที่ทำให้ผมไม่อยากไปจากพี่เขมเลย แต่ก็รู้ว่าผมต้องเชื่อใจพี่เขม

         “ซ้อมเสร็จหรือยังละ แล้วนี้วันนี้จะนอนบ้านพักกับพี่หรือว่านอนกับเพื่อนๆละคริส” พี่เขมถามผม ผมหันไปมองเพื่อนๆ

         “วันนี้พ่อเธอจะโทรมาวีดิโอคอลด้วยนะ พี่ว่าจะไม่สอนพิเศษพวกเราหนึ่งวัน” ครูเขมพูดบอกพวกผม

         “ได้ครับครู พอดีผมว่าจะออกไปทานข้าวนอกบ้านกันนะครับ วันนี้วันเกิดน้องชายผมครับครู “ อาร์ทพูดขึ้นพี่เขมก็พยักหน้าว่าได้

         “ผมกับปันปันมีสอบวิทยาศาสตร์พรุ่งนี้ครับครู ผมคง..” โป้งบอกพี่เขม

         “ถ้าอย่างนั้นผมนอนบ้านพี่นะ ผม..จะได้คุยกับพ่อที่บ้านพี่และ.. ผมขี้เกียจกลับมาทำเสียงดังรบกวนมันสองคนนะพี่เขม “ ผมพูด

         “คริสออกไปหาซื้ออะไรมาไว้ทานนะ พี่มีติวเด็กม.2/4 วันนี้ แค่นั้น “ พี่เขมพูด ผมพยักหน้าและลุกขึ้น เพื่อจะได้แยกย้ายกัน ผมเองก็เดินตามพี่เขมกลับไปที่บ้านพักทันที ผมเอาเสื้อผ้าชุดนักเรียนไปเก็บแล้ว เพราะว่าครูเขมส่งซักให้ผมและของครูด้วยผมก็แขวนไว้เรียบร้อยเหมือนที่ครูเขมทำเช่นกัน

         “พี่เขม!” ผมสองเดินขึ้นไปบนบ้านพัก และเข้าไปกอดพี่เขมขณะที่พี่เขมกำลังถอดพวกนาฬิกาและแหวนแต่เป็นแหวนที่พ่อของพี่เขมซื้อให้ก่อนเข้ามหาวิทยาลัย มันสลักนามสกุลเอาไว้

         “มีอะไร จะอ้อนอะไรพี่อีก” พี่เขมถามผม

         “ผมแค่อยากกอดอ่ะ ผมกลัวว่าผมจะไม่ได้กอดพี่อีก ผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่ผมกลัว” ผมพูดและยิ่งกอดพี่เขมแน่นขึ้น

         “พี่เคยบอกแล้วไงอย่ากลัวสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น “พี่เขมพูดและหันมากอดผมตอบ

         “อืมม”ผมก็รีบประกบปากจูบพี่เขมแต่พี่เขมก็ดันผมออกซะก่อน

         “พี่รีบนะคริสและพี่จะได้เลิกสอนก่อนเวลาสักสิบนาทีจะได้กลับมาทานอาหารกันและและเราจะได้คุยกับพ่อคริส” พี่เขมบอกผม และพี่เขมก็รีบวิ่งเข้าไปอาบน้ำ ผมก็นั่งลงบนเก้าอี้ ในหัวผมสับสนไปหมด ผมกลัวและกังวลและถ้าผมบอกพ่อไปว่าผมมีแฟนเป็นผู้ชายพ่อจะรับตรงนี้ได้ไหม ถ้าไม่ได้ นั้นก็แปลว่าที่ผมกับพี่เขมพยายามตามหาเขามันก็เสียเปล่านะซิ

         “คริสอย่าลืมไปซื้อข้าวมาไว้นะ ซื้ออะไรที่เราชอบมาทานแล้วกันนะ” พี่เขมพูดผมหันหน้าไปมองพี่เขม

         “พี่เขม..อย่าพูดแบบนั้นดิ ผม..”

         “อ้าว! ทำไมละคริส พี่ก็แค่บอกว่าเราอยากทานอะไรก็ซื้อที่เราชอบมาแค่นั้นเอง “พี่เขมหันมาพูดกับผม

         “ก็..พี่จำได้ไหมอะ ตอนที่พี่จะ ยุติความสัมพันธ์ระหว่างผมกับพี่แล้วพี่บอกผมว่าให้ไปซื้ออะไรที่ผมชอบมาแต่ทว่าวันนั้น พี่ณัฐกานต์มาอาละวาดซะก่อนนะพี่เขม ผมกลัว..” ผมพูด พี่เขมหันมามองหน้าผม

         “คริส พี่ขอโทษ เออ ซื้อที่พี่ชอบแล้วกันเพราะว่านายก็มักจะทานที่พี่ชอบเหมือนกัน โอเคนะ และอย่าคิดมาก พี่จะรีบกลับ ฟ๊อด!” พี่เขมพูดและก้มลงหอมแก้มผม พี่เขมก็รีบขับรถเก๋งออกไป ส่วนผมก็จะขับรถมอเตอร์ไซด์ที่พี่เขมซื้อให้ผมออกไปเช่นกัน

     ผมขับออกไปหาซื้อกับข้าว ผมขับไปจนถึงร้านข้าวแกงใต้ ของครูลินดา ผมก็เลยเข้าไปสั่ง คั่วกลิ้ง ผมทานได้เพราะว่าแม่ผมสอนให้ทานตอนไปอยู่ภูเก็ต แกงไตปลา แกงเหลือง และก็ทอดมัน ส่วนข้าวนะผมหุ้งเอาไว้แล้ว ระหวางที่ผมกำลังขับรถผ่านร้านขายพวกเรื่องเงินเครื่องประดับ ผมกับนึกขึ้นมาได้ ทำไมผมไม่เคยซื้อแหวนให้พี่เขมและตัวผมเองนะ จะว่าไปนิ้วผมกับพี่เขมก็น่าจะพอพอกัน ผมเลยเอารถมอเตอร์ไซจอดไว้ที่หน้าร้าน ร้านนี้เป็นร้านขายเครื่องเงินแท้ๆ ผมเดินเข้าไปด้านในและเดินไปเลือกแหวนเกลี้ยงสักสองวง

         “ซื้อแหวนเหรอคะน้อง” พี่เขาหันมาถามผม

         “ครับพี่ ..เออผมเอาวงนี้สองวงครับ” พี่คนนั้นก็หยิบออกมาจากกล่องให้ผม

         “ลองได้ไหมครับ” ผมถามพี่เขา พี่เขาก็ส่งมาให้ผม ผมรับมาและสวมเข้าไปที่นิ้วนางข้างซ้าย ผมก็เพ่งมองดู มันไม่มีราคาแต่มันมีค่าสำหรับผม

         “เท่าไหร่ครับพี่”

         “วงนี้เงินแท้นะน้อง พี่เอากันเองน้องซื้อสองวงใช่ป่ะ เออ วงละ 900 บาทพอ และสองวงก็ เอา 1500 เอา ลดมาแล้ว ดูท่าจะซื้อให้แฟนละซิ แต่อีกวงจะเอาไซ้เล็กกว่าไหมละ” พี่ผู้หญิงคนขายพูดแลถามผม
       
          “ไซ้เท่ากันนี้แหละครับพี่” ผมพูดและคนขายก็สะบัดหน้ามามองผม

         “แฟนเราเป็นผู้ชายเหรอ นิ้วเท่ากับเรานะ มีแต่ไซ้ผู้ชายแล้วมั้งคะน้อง” นั้นไงรู้จนได้และผมก็พยักหน้าเบาๆ พี่เขาก็หันมาทำท่าจะตีแขนผมแบบเล่นๆ ก่อนจะหันไปเอาแหวนใส่ในกล่องให้ดูดี และส่งมาให้ผม ผมก็ควักแบงค์พันสองใบส่งไปให้พร้อมกับรับเงินทอนมาด้วย ผมถือกล่องแหวนเอาไว้

         “ผมจะขอพี่แต่งงานให้ได้ภายในสี่ปีนี้ ผมจะเรียนและทำงานเหมือนที่พี่เขมทำ และผมจะเก็บเงินซื้อแหวนที่มีค่าและราคาให้สมกับพี่เขมของผมให้ได้ด้วยตัวของผมเอง” ผมพูดกับกล่องแหวนนั้นและผมก็ขับรถรถกลับไปที่บ้านพัก พี่เขมยังไม่กลับมาแต่ผมก็ต้องจัดโต๊ะอาหารไว้รอก่อน ผมรีบเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวและพอผมออกมา พี่เขมที่ยืนจัดโต๊ะเพิ่มคืนอาหารมาวางไว้ให้ผมบนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว พี่เขมยังยืนหันหลังอยู่ ผมก็เดินไปหาว่าผมเอาแหวนวางไว้ตรงไหนนะ อ้อเจอแล้ว ผมแอบไว้ที่หลังทีวีนี้เอง

         “หมับ” ผมเข้าไปกอดพี่เขมจากด้านหลัง

         “ไปซื้อไกลเลย ทำไมไม่ซื้อที่ห้องอาหารก่อนละ” พี่เขมถามผม

         “ก็ผมไปซื้อทีพี่ชอบนี้ครับพี่เขม “ ผมพูดและหมนตัวพี่เขมมาประจันหน้ากับผม ผมจับมือข้างซ้ายของพี่เขมขึ้นมาและผมก็ เอามือล่วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบแหวนขั้นมา ผมสวมมันลงที่ตรงนิ้วนางข้างซ้ายของพี่เขม พี่เขมยังไม่ได้พูดอะไรนอกจากมองหน้าผม

         “มันอาจจะไม่มีค่า มีราคา แต่ผมอยากให้พี่เขมสวมมันไว้ และวันที่ผมพร้อมผมจะเอาแหวนที่มันสวยกว่านี้สวมใส่มันให้พี่ ในฐานะ คู่ชีวิตของผม “ ผมพูดและมองหน้าพี่เขม พี่เขมก็มองหน้าผม ผมก็ส่งอีกวงให้พี่เขม

         “สวมให้ผมได้ไหมครับพี่เขม “ผมพูดกับพี่เขม

         “อืม” พี่เขมพยักหน้าและสวมแหวนอีกวงเข้าไปที่นิ้วนางข้างซ้ายของผมอย่างบรรจง
       
         “พี่จะรอวันนั้นนะคริส “พี่เขมพูดและผมสองคนก็จูบกัน

         “คิดยังไงถึงไปซื้อแหวนมาให้พี่และตัวเองเนี๊ยะ”

         “ไม่รู้ซิ ผมแค่คิดว่าผมควรจะมีอะไรที่เป็นเครื่องบ่งบอกว่าเรา เป็นแฟนกัน “ ผมพูดและนั่งลงทานอาหารด้วยกัน ผมก็ตักนั้นตักนี้ให้พี่เขม พี่เขมก็ตักใส่จานผมด้วยเช่นกัน เราเป็นแบบนี้มานานแล้วตั้งแต่ได้คบกับพี่เขมจนตอนนี้จะหนี่งเทอมแล้วพี่เขมก็ยังคงเหมือนเดิม

         “เอาละ คริส พี่จะล้างเอง เรานะไปเปิดโน๊ตบุ๊ครอพ่อเรานะ ตอนนี้น่าจะใกล้เวลาแล้วแหละ เพราะว่าพี่บอกเขาไปว่าประมาณ สองทุ่มประเทศไทย”พี่เขมพูดบอกผม ผมก็เข้าไปหยิบโน๊ตบุ๊คมาตั้งไว้ที่โต๊ะที่สำหรับทานอาหาร พี่เขมก็ยืนล้างภาชนะไม่ไกลจากผม ผมก็เปิดเครื่องรอ ผมเปิดไปที่อีเมลของพี่เขม และไปที่หน้าแชทสำหรับวีดิโอคอล โลโก้สีฟ้า ผมนั่งรอลุ้นด้วยใจตุ้มๆต่อมๆ ผมหันมมองพี่เขมเป็นระยะ พี่เขมก็หันมายิ้มให้ผมและเช็ดล้างภาชนะ จนกระทั้ง

         “พี่เขมพ่อโทรมาแล้วอ่ะ”ผมหันไปบอกพี่เขม พี่เขาก็หันมาพยักหน้าให้ผมกดรับสาย ผมก็นั่งหลังผิงพนักเก้าอี้และเอื้อมมือไปแตะ ผมควรจะเลือกกดรับสายหรือกดวางดี

         “คริส ไม่กดรับสายพ่อเธอละ “พี่เขมบอกผม เพราะเขารู้ว่าผมกำลังลังเล

         “คือ..ผม .. “

         “คริส นั้นพ่อเธอ กดรับสายซิคริส” พี่เขมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ผมเลยต้องกดรับสายและผมก็นั่งรอ  ตอนนี้กำลังดาวน์โหลด เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาที ผมก็เห็นภาพคนที่อยู่ในหน้าจอ คนนั้นคือผู้ชายต่างชาติ ที่มีหนวดเคลาเขียวจากการเพิ่งโกนใหม่ๆ แปดปีที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้ผมลืมเขาได้เลย พ่อของผมเอง แต่ผมยังไม่ได้กดเปิดกล้องนะซิ ผมหันไปมองพี่เขม พี่เขาพยักหน้าให้ผม ผมก็เลื่อนไปกดเปิดกล้อง ทันทีที่พ่อเห็นผมจากหน้าจอ

         “Oh my gosh! , is that you Christopher? “
   พ่อผมแสดงอาการตกใจ ผมเองที่ยิ้มให้พ่อ พี่เขมล้างทำความสะอาดเสร็จแล้วแต่พี่เขมส่งสัญญาณว่าขอไปนั่งในห้องและปล่อยให้ผมคุย ผมก็พยักหน้าว่าให้พี่เขมมานั่งกับผมแต่พี่เขมไม่ยอม

         “Yes dad.
ผมตอบพ่อผมไป พ่อผมทำท่าจะร้องไห้ และเขาก็เอื้อมมือมาแตะที่กล้องเหมือนพยายามจะจับใบหน้าของผม

         “How have you been dad? I really miss you . I though I will never see you again, dad.
ผมพูดไปน้ำตาผมก็ไหลออกมา ผมก็รีบปาดน้ำตาซะก่อน

         “I always miss you my son. I never forget you. Are you alright,Chris?

         “Yes I’m fine! Dad.

         “Where are you now? “
         
         “I’m at my School dad. It is a boarding school ,Dad. “

         “พ่อพยามตามหาเรานะคริส พ่อไม่ได้ทิ้งนายนะ แต่แม่เรานะเขาไม่ยอมบอกพ่อว่าเขาจะไม่กลับมาที่ออสเตรเลียอีก พ่อพยายามไปหาเราที่ไทยแต่พ่อไม่เคยไปที่บ้านเกิดแม่เราเลย “พ่อพูดกับผม

         “ผมรู้แล้วพ่อ แม่บอกผมหมดแล้ว ที่ผ่านมาแม่แค่ไม่อยากให้ผมถามหาพ่อ เขาเลยโกหกผมนะพ่อ ว่าพ่อไม่ติดต่อผมเอง” ผมพูด

         “พ่ออย่าโกรธแม่เลยนะพ่อ “

         “พ่อไม่โกรธแม่เขาของเพราะว่าทุกอย่างมันคือความผิดของพ่อเอง ที่พ่อดูแลเราและแม่ไม่ดีพอ “ พ่อผมพูด ผมก็หันไปมองคนที่ยืนอยู่

         “แม่พาผมย้ายไปอยู่ภูเก็ตครับพ่อและแม่ก็แต่งงานใหม่ กับคนเยอรมันพ่อ”

         “โอเค พ่อเข้าใจแม่เรานะ “

         “พ่อจะลงไปหาเราคริส อีกสักสามสี่อาทิตย์ ตอนนี้พ่อเพิ่งกลับมาจากยุโรปและพ่อจะหาที่เรียนมหาวิทยาลัยให้เราเลย พ่อคิดว่าเราควรจะมาเรียนปรับพื้นฐานก่อนเข้าเรียนมหา’ลัยสักสิบสัปดาห์นะคริส” พ่อบอกผม ผมถึงกับก้มหน้าจะให้ไปเลยเหรอ 

         “แล้วคนที่ชื่อเขมชาติเขาคือครูของเราเหรอคริส” พ่อถามผมถึงพี่เขม

         “ใช่ครับแด้ดแล้วเขายัง….”

         “คริส!” เสียงพี่เขม เขาทำนิ้วจุ๊ปากไม่ให้ผมบอก ผมก็ แต่พี่เขมส่ายหัวว่าอย่าเพิ่งบอกแน่ ผมเลยต้องชะงักเอาไว้ก่อน พ่อมองหน้าผม

         “ว่าไงคริส” พ่อถามผม

         “เออ แด้ด เรื่องมันยาวอ่ะ เอาไว้ผมรอแด้ดมาหาผมแล้วผมจะเล่าให้ฟัง แต่ครูเขมเขาดีสำหรับแด้ด เขาช่วยผมทุกอย่าง แม้กระทั้งช่วยผมตามหาแด้ด จากที่ผมไม่เคยคิดนะแ่ด้ด"ผมพูดพ่อผมก็ทำหน้าตกใจที่ผมพูดว่าผมไม่เคยคิดจะตามหาเขา และผมก็รู้สึกผิดเช่นกัน

         “ให้พ่อคุยกับเขาได้ไหมคริส”

         “ได้ครับแด้ด” ใบหน้าผมเปือนไปด้วยรอยยิ้มทันที ผมหันไปมองพี่เขม

         “แด้ดจะคุยกับพี่เขมอ่ะ พี่” ผมหันไปบอกพี่เขม พี่เขมก็เดินออกมาจากห้องและลากเก้าอี้มานั่งข้างๆผม

         “สวัสดีครับ เดนิส สบายดีไหมครับ ผมเขมชาติ “

         “สวัสดีครับคุณเขม ผมสบายดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งนะครับคุณเขมชาติ “

         “ครูบอกผมว่าเขาจบมัธยมปลายแล้วใช่ไหมครับ ”

         “ถ้าตามหลักสูตร ยังครับแต่ผมได้พาเขาไปสอบเทียบมาแล้วครับ ตอนนี้เขาสอบเทีบ GED ผ่านแล้วครับและสามารถที่จะเข้าไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยในภาคภาอังกฤษได้เลย”

         “ผมกำลังจะพาเข้าไปสอบ ไอเฟล โทเฟล อยู่ครับ “

         “ถ้าอย่างนั้นเขาก็พร้อมที่จะมาเรียนมหาวิทยาลัยที่ออสเตรเลียได้เลยใช่ไหมครับคุณเขม”
         
   “ผมคิดว่าเขาพร้อมนะครับคุณเดนิส ถ้ายังไงรบกวนติดต่อสอบถามทางมหาวิทยาลัยก่อนก็ได้ครับ เพื่อว่าเขาต้องเรียนปรับพี้นฐานก่อนหรือเปล่า แต่ว่าเขากำลังจะสอบโทเฟล ผมว่าอันนี้ก็น่าจะเป็นตัววัดได้ว่าเขาพร้อมนะครับ”

         “ผมกำลังจะดูมหาวิทยาลัยไปให้เขาเลือก ขอบคุณนะครับคุณเขมที่ช่วยให้เขาตามหาผม ยังไงผมจะลงไปให้เร็วที่สุด เท่าที่ผมจะทำได้ “ พ่อผมบอกพี่เขมว่าเขาจะดูมหาวิทยาลัยให้ผมด้วย ผมได้แต่มองพี่เขม สายตาเขานิ่งแต่ผม จนผมยากจะเดาได้

         “ครับคุณเดนิส “ พี่เขมพูดแค่นั้นแหละพยักหน้าให้ผมคุยกับพ่อต่อ

         “คริสพ่อต้องไปแล้ว พ่อจะไปดูบ้านพักตากอากาศของเราที่ Bateman bay คริสจำได้ไหม”

         “ได้ครับแด้ด”

         “พ่อจะไปดูซะหน่อย ตอนนี้โดนไฟป่าไหม้ แต่บ้านเพื่อนพ่อนะโดนไหม้หมดทั้งหลัง “

         “จริงดิแด้ด เสียดายอะ “

         “ไม่เป็นไรหรอก ถ้าไหม้ก็แค่ซ้อมแซมมัน หรือปลูกใหม่ และนี้คือสิ่งที่พ่อเก็บไว้ให้เราคริส “

         “แด้ดผม..”

         “เอาไว้พ่อไปแล้วเราค่อยคุยกัน พ่อรู้ว่ามันยากแต่พ่อเชื่อว่าเราจะมีอนาคตที่ดีได้มาเรียนที่นี้ แค่นี้ก่อนนะคริส พ่อรักลูก ที่สุด “

         “ผมรักแด้ดครับ “

         “บาย คริส “

         “บายครับแด้ด” และพ่อผมก็กดวางสายไปทันที ตอนนี้ผมกับพี่เขมอยู่ในควาเงียบโดยไม่ได้พูดอะไรกัน พักหนึ่ง และเป็นผมที่ลุกขึ้นไปและกอดพี่เขม น้ำตาผมไหลพี่เขมก็ยังไม่พูดอะไรนอกจากกอดผมเข้าไปเหมือนที่ผมทำ เขาก็คงคิดเหมือนผมตอนนี้เช่นกัน

         “พี่เขม ผมไม่อยากไป ผมอยากอยู่กับพี่เขม ให้ผมเรียนต่อม.ปลายอีกปีดีไหมอ่ะ ฮือๆ”

         “คริสแล้วนายจะทิ้งสิ่งทีพี่พยายามทำให้นายเหรอ จนนายได้สอบผ่านนะคริส นายมีโอกาสที่ดีแล้วนายควรจะคว้ามันไว้คริส” พี่เขมพูด ผมรู้ว่าพี่เขมก็แอบร้องไห้ แต่พี่เขาไม่อยากให้ผมเห็นน้ำตา

         “คริส ..ฟังพี่นะ ....พี่รอนายได้นะ กี่ปีพี่ก็รอได้แต่อย่าทิ้งอนาคตแบบนี้ “ พี่เขมดันผมออกและมองหน้าผม ผมเห็นในตาพี่เขมแดงๆเหมือนกันแต่พี่เขมก็ยังคงยิ้มให้ผม

         “แต่ผม..”  ผมใช้ฝ่ามือผมแตะที่ใบหน้าพี่เขมเบาๆ

         “สัญญาซิ ว่าจะต้องไม่ทิ้งอนาคตของนาย และนี้มั้นคือสิ่งที่พี่เพียรพยายามและเคี้ยวเข็ญนายคริส ไม่อย่างนั้นคนที่ผิดหวังคือพี่” พี่เขมพูด และเอามือแตะที่หัวผมเบาๆ และเขาก็กอดผมอีกครั้ง

         “นายมีโอกาสแล้ว ไปเรียนและไม่นานนายก็จะจบ สามปีเอง” พี่เขมพูด

         “พี่จะรอผมได้ใช่ไหมพี่เขม”

         “แน่นอนพี่รอได้ รอนานกว่านี้พี่ก็รอได้คริส เพราะว่า พี่รักเรา “
         
         “พี่ว่าอย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้เลย เพราะว่ารอให้พ่อเรามาก่อนนะ “ พี่เขมพูด ผมก็ปาดน้ำตาของผม ผมรู้ว่าลูกผู้ชายไม่ควรร้องไห้พร้ำเพรื้อ

         “เรามาทำให้วันที่เหลือของเรามีความสุขที่สุดดีกว่าไหม “ พี่เขมพูดและเขาก็โอบเอวผมเข้าไป ไม่บ่อยเลยที่พี่เขมจะเป็นคนเริ่มก่อนแบบนื้ ปกติจะมีแค่ผมที่เริ่มก่อนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้มัน

         “หมับ” พี่เขมจูบผมอย่างละมุลและผมก็เผยอปากรอรับลิ้นนั้น พี่เขมสอดลิ้นเข้ามาในปากของผมและผมก็ใช้ลิ้นของผมดุลเข้าไปในปากพี่เขมเพื่อแลกเปลี่ยนกัน เราดูดดื่มมความหวานในช่องปากของกันแลกกัน จนกระหนำใจ

         “เขาห้องนะ”พี่เขมพูดเชื่อเชิญผมและเราสองคนก็กระโจนขึ้นไปบนเตียงนอน สองร่างซุกไซ้กันราวกับว่าหื่นกระหายมาเป็นแรมปี ผมเองก็รู้สึกว่าพี่เขมรุกผมหนักกว่าทุกครั้ง

         “พี่เขม ..พี่เขม..โอ้ววว..พี่..เขม..ผม..เสียววววว “ ผมร้องคราวเพราะว่าพี่เขมขบและเม้มตรงหน้าท้องผมเลื่อนลงไปเลื่อยจนเกือบถึงเนินเนื้ออ่อน ของผม ตอนนี้เสื้อผ้าของผมกำลังถูกถอดออกโดยพี่เขมเองและเสื้อผ้าพี่เขมก็ถูกถอดออกและโยนไปคนละทาง และพี่เขมก็กลับมาค่อมผมอีกครั้ง ร่างกายที่ปราศจากอาภรณ์ของผมตอนนี้มันสั่นสะท้านไปหมดจากรสจูบที่พี่เขมมอบให้ แต่ว่าคืนนี้มันเป็นคืนของผม ผมก็ต้อง

         “หมับ” ผมพลิกพี่เขมให้ไปนอนราบและผมก็ขึ้นค่อม

         “วันนี้พี่เร้าร้อนเหลือเกินนนะพี่เขมแต่ผมต้องกดพี่ครับไม่ใช่พี่กดผม” ผมพูดและจัดการเร้าโรมพี่เขมบ้าง ผมทำเหมือนที่พี่เขมทำให้ผม ร่างที่ส่ายไปมาด้วยความเสียวซ่านจากรสจูบของผมดิ้นจนจำสภาพเตียงนอนที่ผมเก็บไว้เรียบร้อยไม่ได้เลย

         “ไม่ใส่ถุงได้ไหมอ่ะพี่เขมอยากเล่นสดอ่ะ นะพี่เขม “ผมอ่อนพี่เขมว่าไม่ใส่ถุงอยากได้รับความรู้สึกหลั่งสดๆบ้าง พี่เขมกระดกหัวมองผมและเขาก็พยักหน้า ผมแค่เอื้อมมือไปหยิบเจลมาทาและผมก็เทใส่นิ้วมือผมเพื่อจะใช่เบิกทางรักของพี่เขมก่อน

         “อะ ..อ้าห์ ..อืมม..คริส...” พี่เขมครางออกมาเบาๆ ผมก็ ผมก็เริ่มเพิ่มจำนวนนิ้วให้จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสาม จนพี่เขมเริ่มจะไม่ไหว
         
         “คริส พี่ไม่ไหวแล้วอ่ะ ขอพี่ได้ไหมอ่ะ ซี้ด “พี่เขมร้องรอผมเองเลยครับรอบนี้

         “ได้ครับพี่เขม..ไม่ชอบทรมารคนรักของผม ผมจะจัดให้ รอรับได้เลยครับพี่เขม “ ผมพูดและจัดการนำแกนกายของผมไปจ่อที่ปากทางรักของผมกับพี่เขมและดันมันเข้าไปแบบไม่พักแต่ค่อยๆเข้าไปจนสุดทางและผมเริ่มขยับร่างกายคนที่นอนอยู่ภายใต้การควบคุมของผมก็ขยับขึ้นลง ไปตามจังหวะของหวงอารมณ์ของผมและมันก็เริ่มจะแรงขึ้นเรื่อยๆ และจู่ๆผมก็ถอนแกนกายผมออก พร้อมกับลุกขึ้น พี่เขมก็มองผมและผมก็ดึงพี่เขมมาที่ขอบเตียง

         “เราจะเล่นขอบเตียงกัน ที่รัก” ผมพูดและผมก็จัดการดันเข้าไปสุดทางรักเลย และโยกแบบไม่ต้องนับกันเลย เพราะนับไม่ทัน คนที่ผมทำให้ก็ใช่มือจิกที่แผ่นหลังของผม ไปด้วย

         “อ้าห์..อ้าห์ ..พี่..เขม..อ้าห์ ..โอ้วว...อืมม..ซู้ดดดด” ผมรัวแบบไม่เกรงใจเสียงเตียงที่กระทบกับฝาพนังจะดังไปรบกวนบ้านครูท่านอื่นๆเลย จนกระทั้งผมก็ถึงฝั่งฝันเรียบร้อย และพี่เขมก็เช่นกัน และผมก็ดันพี่เขมขึ้นไปอยู่กลางที่นอน ผมขึ้นไปนอนแผ่หลังจากที่ผมถอนแกนกายที่เลอะเทอะไปด้วยน้ำรักของผมเอง วันนี้ไม่ใส่ถุงมันเลยกระฉูดเลอะเทอะช่องทางรักพี่เขมไปหมดเลย เราสองคนหันมามองหน้ากัน

         “ขอบคุณนะครับที่รักที่เชื่อใจผมให้ผมทำแบบไม่ต้องใส่ถุง “ ผมพูดขอบคุณพี่เขม พี่เขมพลิกตัวขึ้นมามองผมและใช้มือค้ำศรีษะตัวเองไว้ เขามองมาที่ผม สายตาที่บ่งบอกว่าเขารักผมมากแค่ไหน และสายตาของผมก็บอกเขากลับเช่นกันว่าผมก็รักเขามากพอกันกับที่เขารักผม   

         “เราฝ่าฟันมาด้วยกันเยอะเหมือนกันนะพี่เขม ถ้าเราจะต้องฝ่าไปอีก พี่คิดว่าพี่จะท้อไหม “ ผมถามพี่เขม

         “พี่ไม่เคยท้อแต่พี่รู้สึกว่าใจพี่นี่หึกเหิมขึ้นทุกครั้งที่พี่ฝ่ามันไปได้ เหมือนกับว่าพี่พร้อมที่จะรับมือกับสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า ไม่ว่าอุปสรรคนั้นจะยากลำบากแค่ไหน แต่ขอแค่ ใครสักคนที่เดินพร้อมกับพี่ไม่ปล่อยมือกัน แค่นั้น “ พี่เขมพูด ผมก็โอบรอบคอพี่เขมไว้
       
         “ขอบคุณนะครับที่ทำให้ผมไม่เคยคิดหนีปัญหา ทั้งที่ผมไม่ใช่คนที่ทนกับการรับรู้ปัญหา แต่ตอนนี้พี่สอนให้ผมรู้ว่า ปัญหาไม่ได้มีไว้ให้เราหนี แต่มีไว้ให้เราฝ่ามันไปพี่เขม..”

         “ผมสัญญาว่าผมจะทำให้รักของเราเป็นรักที่มั่นคง และพี่คือผู้ชายคนเดียวของผม..พี่เขม..”

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-10-2020 22:40:27 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
       
        EP.41ไปตามครูมิ้งและพาคริสไหว้พี่ต้น

       Part ครูเขมชาติ  วันนี้เป็นวันที่ผมกับคริสโตเฟอร์ต้องบินด่วนไปหาพี่ต้นที่เชียงใหม่ ก็เพราะว่าท่านผู้อำนวยการเรียกผมไปคุยเมื่อวาน ท่านบอกว่าป้าของแชมป์เขาทรุดหนัก หมอที่ดูแลบอกว่าน่าจะไม่เกินเดือนนี้ ตอนแรกผมตั้งใจเอาไว้ว่าผมจะไปช่วงใกล้วันสงกานต์เพราะว่าตอนนั้นก็ปิดเทอมใหญ่พอดีแต่นี้ผมต้องบอกพี่ต้นว่าผมต้องมาด่วน และพี่ต้นก็เคยโทรบอกผมว่าพี่เขาเห็นคนหนึ่งเหมือนกับครูมิ้งเลย ไปทำงานอยู่ที่รีสอร์ทที่พี่ต้นเคยไปพักบ่อยๆ และผมก็มั่นใจว่าต้องเป็นครูมิ้งแน่ๆ

   ผมหันไปยิ้มให้คนข้างๆผม ผมสองคนนั่งเครื่องบิน บินตรงมาจากกรุงเทพถึงเชียงใหม่  ขณะที่เครื่องบินกำลังจะล่อนลงที่สนามบินเชียงใหม่ ผมหันมาเหล่ตามองคริสโตเฟอร์ ผมขอผู้อำนวยการเอาคริสโตเฟอร์ไปด้วย ไม่ได้ไปสวีทนะแต่จะพาไปไหว้พี่ต้นผมหน่อย เพราะว่าผมก็ไม่รู้ว่าพี่ต้นจะได้เจอคริสโตเฟอร์ก่อนที่พ่อเขาจะมาไหม เขาอาจะได้บินไปกับพ่อเขาก่อนก็ได้
      “พี่เขม พี่ต้นดุมากหรือเปล่าอะ” คริสโตเฟอร์หันมาถามผม ตื่นเต้นหรือไงที่จะได้ไหว้พี่ชายคนโตของผม
      “ดุซิ! พี่ชายคนโตที่ทำหน้าที่แทนพ่อพี่อ่ะ พี่นี่นะไม่กล้าดื้อ ไม่กล้าเถียงพี่ต้นเลยนะ “ ผมพูดกับเอาคริสโตเฟอร์ถึงกับถอดสีเลย และผมก็ปั่นหน้านิ่ง เพื่อแอบขู่คนข้างๆผม และผมก็อดที่จะแอบอมยิ้มไม่ได้ ไม่นานเครื่องบินก็ล่อนลงจอดในตัวสนามบินนานาชาติเชียงใหม่
   ผมเดินผ่านจุดตรวจและเข้าไปเอาสัมภาระที่จุดรับกระเป๋าเดินทาง ของคริสเขาใช้เป้สพายหลังเขาบอกว่าเขาชอบแบบแบคแพ็คมากกว่า ส่วนผมก็ลากกระเป๋าใบน้อยเสื้อผ้าเอามาแค่สองสามชุดให้พออยู่แค่สามสี่วันพอและพอดีว่าช่วงนี้มีเทศการไม้ดอกไม้ประดับด้วย ผมคิดว่าครูมิ้งกับแชมป์น่าจะออกมาเดินงานบ้างแหละ
      ผมพากันเดินออกมาทางช่องทางออกของผู้โดยสารขาออกภายในประเทศ ผมก็เจอผู้ชายที่สวมเสื้อเชิ้ตพับแขนและมีเด็กน้อยยืนเกาะขาอยู่ข้างๆพี่ต้น พี่ต้นกำลังกำหน้ากมตากดโทรศัพท์ดูแล้วน่าจะพยายามโทรหาผมแน่ๆ พี่ต้นหันมาเจอผมพอดี

      “ พี่ต้น” ผมเรียกพี่ต้น พี่ต้นส่งยิ้มมาให้ผม
   
      “เขม” พี่ต้นก็รีบเดินเข้ามาและกางแขน ผมก็โผเข้าไปกอดพี่ต้นทันทีเช่นกัน เป็นการกอดที่ทำให้ผมรู้สึกสบายใจที่สุด เพาะว่าไม่ต้องมีสายตาพี่เกศรินทร์มาจ้องมองผม และมันทำให้ผมรู้สึกอึดอัดที่จะกอดพี่ชายแท้ๆของตัวเอง แต่ถึงยังไงผมก็รู้สึกผิดอยู่ดี แม้ว่าตอนนี้ผมจะรู้สาเหตุจริงๆแล้วก็ตาม ผมกอดพี่ต้นแน่นและหันก้มมองหลานตัวน้อยของผม

      “เป็นไงบ้างเดินทาง เหนื่อยหรือเปล่า” พี่ต้นถามผม ผมส่ายหน้าและก้มลงเอามือแตะหัวเอิร์ธ

      “ไงครับคิดถึงอาหรือเปล่า ไหนมาให้อาอุ้มหน่อย” ผมพูดและอุ้มหลานชายขึ้นมาหอมแก้ม

      “คิก คิก คิก” หลานผมหัวเราะชอบใจใหญ่เลย

      “อาเขมอ่ะ จั๊กจี๋” เอิร์ธพูดแต่รอบนี้เขาเรียกชื่อผมพถูกแล้ว

      “เรียกชื่ออาถูกแล้วเหรอเอิร์ธ” ผมถามหลานชายผม

      “แล้วนี้แฟนเราใช่ไหมเขม พ่อนักเรียนเกรียนที่มีเรื่องให้นายตามแก้ทุกวัน”พี่ต้นพูดปนหัวเราะและชี้ไปที่คริสโตเฟอร์ที่ยืนมองผมอุ้มหลาน ผมก็ลืมแนะนำตัวนายคริสกับพี่ต้นและเอิร์ธไปซะสนิท

      “ คริส นี้พี่ต้นและคนนี้น้องเอิร์ธ” ผมหันไปบอกคริสโตเฟอร์ เขาก็รีบยกมือไหว้พี่ต้นทันที

      “สวัสดีครับพี่ต้น” คริสโตเฟอร์พูดและยืนนิ่งแบบเรียบร้อยมาก เหมือนออกจะเกร็งซะด้วยซ้ำ ผมก็อดขำไม่ได้อีกเช่นกัน พี่ต้นหันมามองผมเลิกคิ้วด้วย ผมก็กอดเอิร์ธไว้

      “เขาคือใครอ่ะอาเขม” เอิร์ธถามผมและชี้ไปที่คริสโตเฟอร์

      “เขาคือ … เพื่อนอาเขมครับ” ผมตอบเอิร์ธ และนี้ก็ยิ่งทำให้คนที่ยืนหันมามองผมทำหน้าหง๋อยอีก เดี๋ยวผมจะอธิบายให้เขาเข้าใจทีหลัง ว่าทำไม

      “เอาละไปคอนโดพี่กันดีกว่าจะได้พักผ่อนและพี่จะพาไปหาอะไรอร่อยๆทานกัน “ พี่ต้นพูดและหันไปมองคริสโตเฟอร์ ส่วนผมก็อุ้มหลานเดินนำหน้าไปก่อน ปล่อยให้พี่เขยกับน้องเขยและน้องสะใภ้ในคนเดียวกัน เขาทำความรู้จักกันไปก่อน

      “ปึก! “เสียงพี่ต้นโอบไหล่คริสโตเฟอร์เสียงดังเอาการอยู่นะ ผมแอบเหลียวหลังกลับไปมอง เหงื่อแตกเลยซิคนข้างหลังผม

      “ได้ข่าวว่างานเขาเยอะใช่ไหมเรา “ พี่ต้นถามคริสโตเฟอร์

      “ครับแต่ พี่ต้นผมเลิกแล้วครับ ผมเป็นเด็กดีแล้วครับ เพื่อครูเขม” คริสโตเฟอร์พูด

      “อ้อ! เพื่อคุณครูเขม อย่างเดียวเหรอ” พี่ต้นถามย้ำ

       “ครับ” ผมหันไปเหลียวมอง จริงอ่ะเพื่อครูเขม

       “พี่รู้แล้วว่าเรากับเขมนะเป็นอะไรกัน บอกมาเถอะ “ พี่ต้นพูด

       “ผมตั้งใจจะไม่มีเรื่องแล้วครับพี่ต้น ตอนนี้ผมตั้งใจเรียนอย่างเดียวเพื่อคนที่ผมรักครับพี่ต้น” คริสโตเฟอร์พูด

       “มันต้องอย่างนี้ ยืดอกรับไปเลย ลูกผู้ชาย ไอ้น้องเขย” พี่ต้นพูดและตบบ่าคริสโตเฟอร์เบาๆ ผมหันไปมองพี่ต้น

           “พี่ต้นผมบอกว่านั้นนะน้องสะใภ้ต่างหาก “ผมหันไปแย้ง ผมสามคนเดินออกมาที่ลานจอดรถและพากันเข้าไปนั่งในรถ แต่คริสนะเข้าไปนั่งกับผมด้านหลังนะซิ ทำเอาพี่ต้นปรับกระจกมองหลังมองมาที่ผมสองคนและเอิร์ธ

           “นี้ใจคอจะทิ้งให้นั่งเป็นคนขับคนเดียวเลยเหรอ” พี่ต้นถามปนหัวเราะ ผมหันมามองหน้าคริส

           “งั้นคริสนั่งกับหลานพี่แล้วกันพี่ไปนั่งกับพี่ต้นนะ” ผมพูดและทำท่าจะปลดเข็มขัด

           “เอิร์ธอยากนั่งกับอาเขม ให้เขาไปนั่งกับพ่อเลย” เอิร์ธทำท่าค้านอีก คริสโตเฟอร์ก็ทำตาโต แถมเอิร์ธก็กอดแขนผมไว้ด้วยไม่ยอมให้ผมลุกไป

           “ไปเลย” เอิร์ธพูดบอกคริสโตเฟอร์ ผมพยักหน้าว่าให้คริสไปนั่งกับพี่ต้นแทนนะ

           “เผด็ดจการอ่ะ “ คริสโตเฟอร์พูดและเดินลงไปนั่งข้างหน้ากับพี่ต้น และผมก็หันมาเปิดการ์ตูนให้หลานดู เป็นการ์ตูนภาษาอังกฤษ พี่ต้นนะเก่งภาษาอังกฤษพอๆกับผมเลย พี่ต้นสื่อสารคุยกับฝรั่งได้ดี เพราะว่ามีนักท่องเที่ยวที่เดือดร้อนมาให้พี่ต้นช่วยที่เชียงใหม่ก็หลายคน

           ผมได้ยินพี่ต้นกับคริสโตเฟอร์คุยกันตลอดทางส่วนผมก็เปิดการ์ตูนและฟังหลานเล่าให้ฟังอีกที ดูเอิร์ธดีขึ้นมากแล้วไม่พูดและทำท่ากลัวพี่เกสรินทร์เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ไม่นานก็มาถึงคอนโดของพี่ต้น  ผมลงมาก่อนพี่ต้นก็เดินไปอุ้มเอิร์ธลงจากคาร์ซีท ผมก็รีบลงมายกกระเป๋าลงจากท้ายรถ คริสโตเฟอร์ก็รีบลงมาช่วยผมถือทันที

           “หมับ “คริสโตเฟอร์เอื้อมมาแตะจะลากกระเป๋าให้ผมและจังหวะนั้นผมก็เอื้อมมือไปจับเช่นกัน

           “เพี๊ยะ!” เสียงตีมือเสียงดังแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน ผมไม่ใช่คนที่ตีมือของคริสโตเฟอร์  คนที่ทำนั้นก็คือเอิร์ธหลานชายของผม

      “อิ้ว! ตีมือพี่ทำไมอะครับ” คริสโตเฟอร์ถามเอิร์ธ

      “ไม่ให้จับ อาเขมของเอิร์ธ” เอิร์ธเขาหวงผมนี้เอง ผมก็แอบขำหลานตัวน้อยที่แสดงอาการหวงผม ส่วนพี่ต้นก็กำลังคุยโทรศัพท์อยู่พอดี

      “หลานพี่พันธุ์อะไรอะ ดุอ่ะ” คริสโตเฟอร์พูด

      “เพี๊ยะ!” ผมก็ฟาดมือเข้าให้ที่แขนเสียงดังเช่นกัน ว่าหลานชายผม

      “โอ้ยย! เจ็บอ่ะ ผมรู้แล้วว่าหลานพี่นะ ได้ความร้ายกาจมาจากใครพี่เขมนี้เองอ่ะ “คริสโตเฟอร์พูดและเอามือลูบแขนตัวเองเบาๆ

      “ไปขึ้นห้องกันจะได้นั่งพัก เออ หิวกันไหมพี่จะได้โทรสั่งอาหารขึ้นไปทานกันบนห้อง” พี่ต้นหันมาถามผมกับคริสโตเฟอร์ ตอนนี้ผมกำลังกลายเป็นคนกลางที่มีหลานจูงมือข้างหนึ่งและแฟนก็จูงมือผมอีกข้างหนึ่ง คือไม่ยอมกันเลยว่างั้น พี่ต้นก็มองผมและมองทั้งซ้ายและขวาของผม

             “พี่ต้นช่วยผมเลย “ ผมพูดเรียกพี่ต้น

              “อยากเกิดมาหล่อนี่ ช่วยไม่ได้ ไปขึ้นห้องกัน หึหึ”พี่ต้นพูดพร้อมกับหัวเราะผมอีกนะ และผมก็ต้องเดินขึ้นไปบนห้องสภาพแบบนี้จริงๆเหรอ อีกคนก็เด็กเกินอีกคนก็เด็กโข่ง คริสโตเฟอร์ก็ต้องลากกระเป๋าผมไปด้วยเพราะว่าตอนนี้มือผมไม่ว่างโดนกระหนาบข้างสองข้างแบบนี้

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
พาคริสไหว้พี่ต้น เอิร์ธหวงอาเขมด้วย  :hao6:

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
พี่ต้น
EP.41.1 (ครูเขมXคริส) ของสำคัญที่หมอภีมฝากผมคืนพี่ต้น
   
         พี่ต้นพาพวกผมขึ้นมาบนห้อง คอนโดพี่ต้นมีสองห้องนอนมีห้องครัว พี่ต้นไม่อยากซื้อบ้านเพราะว่าพี่ต้นกำลังจะขอย้ายไปอยู่ใกล้ๆกับแม่ ผมรู้ว่าพี่ต้นคิดถึงแม่มากแค่ไหนตั้งแต่พี่ต้นมีครอบครัวก็มาย้ายมาอยู่ซะไกลขนาดนี้

   “พี่เขมขอผมเล่นเกมส์นะ ผมเอาเกมส์มาริโอมาด้วย น้องชายผมมันชอบเล่นผมว่าหลานพี่เล่นได้” คริสโตเฟอร์พูด ผมก็พยักหน้าและดูท่าหนุ่มน้อยจะสนใจมิใช้น้อยเลย นั่งมองคริสโตเฟอร์ต่อนั้นต่อนี้ ผมก็นึกขึ้นได้ว่าหมอภีมปภพฝากรูปมาคืนพี่ต้น ผมเดินเข้าไปเห็นพี่ต้นกำลังโทรสั่งอาหารให้พวกผมอยู่

   “พี่ต้น “ ผมเรียกพี่ต้น พี่ต้นหันมามองผมและยิ้มให้ผม

   “พี่ต้น ผมมีอะไรจะมาคืนให้นะ มีคนฝากมาคืนนะครับพี่ต้น” ผมพูดและส่งรูปถ่ายนั้นคืนให้พี่ต้น  พี่ต้นรับรูปไปถือด้วยสีหน้าที่ตกใจและหันมามองผมเช่นกัน

   “หมับ” ผมกอดพี่ต้น ผมว่ามันคือคำพูดที่ดีที่สุด พี่ต้นก็กอดผมกลับ

   “พี่ขอโทษนะเขม ขอโทษที่พี่ไม่เคยบอกเรื่องนี้ให้นายรู้ว่าจริงๆ พี่ก็ “ พี่ต้นพูดและเงียบไป

   “ผมเข้าใจพี่ต้น ผมยังรักพี่เหมือนเดิม “ ผมพูดพี่ต้นเอามือลูบหัวผม 

   “แต่ผมก็ทำให้พี่เกศรินทร์กับพี่ต้นทะเลาะกันอยู่ดี ผมขอโทษนะพี่ต้น”ผมพูดพี่ต้นดันผมออก และ

“ฟู่” พี่ต้นพ่นลมหายใจออกมายาวๆหนึ่งที

“จริงๆ เกศรินทร์ก็ไม่มีอะไรหรอกแต่ช่วงหลังๆ เขาเครียดหลายอย่าง พ่อเขาก็กดดันให้พี่ช่วยเขาให้ได้แต่พี่ไม่ทำนะเลยทำให้พี่กับเกศเริ่มมีปากเสียงกันนะเขม แต่ เกศรินทร์ก็เคยช่วยพี่ด้วยนะเขมและนั้นคือสาเหตุจริงๆ ที่พี่ย้ายจากเขาใหญ่ ทั้งที่พี่ควรจะอยู่จนครบสี่ปี” พี่ต้นพูดผมก็มองหน้าพี่ต้น

“ไม่ใช่เพราะว่าพี่หมอไปหาพี่ต้นเหรอ พี่ต้นรู้ไหมว่าพี่หมอภีมกลับไปหาพี่ต้นอีกครั้งที่เขาใหญ่เพราะว่าเขาคิดว่าจะเจอพี่อีก เขาไม่คิดว่าพี่จะย้ายเร็วขนาดนี้ แต่ผมก็บอกพี่หมอไปว่าผมไม่รู้หรอกว่าทำไม” ผมถามพี่ต้น

“ไม่ใช่หรอกเขม เรื่องแค่นั้นพี่ไม่ย้ายหรอกเขมแต่ว่ามันใหญ่กว่านั้น ถ้าพี่บอกเขม เขมอย่าบอกแม่กับก้องนะโดยเฉพาะก้อง เพราะว่าพี่ไม่อยากไปสืบหาว่าคนที่ทำนะใคร แม้ว่าพี่จะรู้ก็ตาม” พี่ต้นพูดและหันมามองผมสายตาขอร้องผมแบบนี้ใครจะกล้าขัด

“ หลังจากที่หมอภีมไปหาพี่นะแต่พี่ไม่ได้ไปหาเขา พี่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขามา เกศรินทร์เป็นคนอ่านข้อความและลบข้อความของหมอภีม และเกศรินทร์ก็ไปหาหมอภีมแทนพี่ พี่ไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรกัน และพี่กับเกศรินท์ก็ทะเลาะกัน  เกศรินทร์บอกให้พี่ย้ายแต่พี่ว่ามันไม่ใช่เหตุผลที่พี่ควรจะย้ายเพราะเรื่องแค่นี้เขม” พี่ต้นพูด

“จนกระทั้งวันที่พี่พาเขาไปฝากครรภ์ตามปกติ หมอนัดเย็นมาก พี่ก็หาอะไรทานกันแถวตลาด และขับรถกลับ จังหวะนั้นจู่ก็มีรถมอเตอร์ขับประกบพี่ พี่มองจากกระจกข้าง เขากำลังหยิบปืนขึ้นมา” ผมก็ต้องตกใจ พี่ต้นพยักหน้าว่าใช่ตอนนั้นพี่ต้นกำลังจะถูกยิง พี่ต้นไม่เคยพูดเรื่องนี้กับพวกผมมาก่อนเลย

   “พี่คิวว่าพี่ไม่รอดแล้วแหละ พี่ก็เลยหันไปบอกเกศรินทร์ให้ดูแลลูกดีดีนะ พอรถมอเตอร์ไซด์ขับมาเทียบกับรถพี่ พี่ก็กดเปิดกระจกนะเพื่อจะมองหน้าเขา แต่เขาน่าจะไม่ใช่มือปืนอาชีพ เขาเห็นเกศรินทร์ที่ตั้งครรภ์ก็เลยชะงักและจังหวะนั้นมีรถบีบแตรไล่เขาเพราะว่าเขาเกยอีกเลนอยู่ และเขาก็ขับผ่านไป และนั้นแหละพี่ถึงได้ย้ายเขม” พี่ต้นพูด ผมยิ่งกอดพี่ชายผมแน่นๆ

   “เกศรินทร์โทรบอกพ่อเขาเล่าทุกอย่างและบอกให้พ่อเขาเข้าไปขอผู้ใหญ่ตอนนั้นปลัดคนเก่ากำลังจะขอย้ายกลับบ้านเขาด้วย พี่เลยได้ย้ายมาลงแทนนี้ไงเขม “ พี่ต้นพูด

   “และพี่ก็ต้องเลือกที่จะไม่ติดต่อหมอภีมปภพอีกครั้งและตลอดไป” พี่ต้นพูดด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกได้ว่าพี่ต้นเจ็บแค่ไหน

   “แต่พี่โอเคนะ พี่มีเอิร์ธแล้ว เอิร์ธทดแทนความรู้สึกของพี่ได้” พี่ต้นพูดและยิ้มให้ผม

   “พี่ต้น พี่เจ็บมากไหม พี่ทนได้ไง “ผมถามพี่ต้น

   “บางทีพี่กับหมอภีมคงไม่ใช่คู่กัน อุปสรรคมันเลยทำให้เราไปกันไม่ได้ ไม่เหมือนเรานิ เก่งนะ ผ่านมาได้จนขนาดนี้ เขม ดูแลความรักนี้ดีดีนะ ” พี่ต้นพูดและมองหน้าผม

   “แล้วพี่…” ผมรู้ว่าพี่ต้นเข้าใจว่าผมจะถามพี่ต้นว่าอะไร

   “พี่คงกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แล้วเขม พี่มีเอิร์ธแล้ว และเขายิ่งไม่ยอมเอาเกศรินทร์เลย พี่คนเดียวเท่านั้นดังนั้นพี่ต้องเลือกลูกเขม” พี่ต้นพูด ผมพยักหน้า ว่าผมเข้าใจ


   “อันที่จริง เป็นเพื่อนกันก็น่าจะได้มั้งพี่ต้น” ผมพูด

   “จากคนรักนะเหรอ พี่ว่ายาก พี่กับเกศรินทร์ ยังเปลี่ยนจากคนเคยรักเป็นเพื่อนไม่ได้เลยนะเขม และพี่ก็คิดว่าแบบนี้จะดีกว่า พี่รู้นิสัยหมอภีมปภพดี เขาไม่ยอมง่ายๆหรอก” พี่ต้นพูดและหันมามองผม ผมก็ว่านะเพราะว่าสายตาของหมอภีมปภพดูมุ่งมั่นมาก และเขาก็ทำให้ครอบครัวของเขาเป็นฝ่ายถอนหมั้นหมอดาวิกาเองอีกต่างหาก

“และพี่ก็เลือกที่จะอยู่แบบนี้ดีกว่าเพื่อขอเก็บมั้นไว้แบบนั้น เพราะอย่างน้อยความรู้สึกดีดีก่อนที่พี่กับเขาจะหายไปจากกันมันก็ยังคงอยู่และมันก็ยังมีความทรงจำที่สวยงาม พี่ไม่อยากทำมันพังไปเขม “ พี่ต้นพูดผมพยักหน้าเบาๆ

   “กริ้ง” เสียงกริงหน้าห้องพักพี่ต้น

   “อาหารมาแล้ว พี่จ่ายเงินก่อนนะ เราจัดโต๊ะรอเลยจะได้ทานกัน” พี่ต้นบอกผม ผมก็พยักหน้าว่าได้ พี่ต้นเอารูปถ่ายของพี่ต้นกับพี่หมอภีมเหน็บไปที่กล่องที่ทใส่พวกซองจดหมาย เอกสารต่างๆแค่นั้น และผมก็ทำหน้าที่จัดโต๊ะอาหารรอ คริสโตเฟอร์เดินมาช่วยผมจัดเช่นกัน

   “จะว่าไปหลานพี่ก็น่ารักดีนะ “ คริสโตเฟอร์พูด ผมหันไปมองเขา

   “ผมอยากมีน้องนะพี่เขมแต่แม่มีแฟนใหม่ไปแล้ว” คริสโตเฟอร์พูด

   “นายก็มีน้องชายนี่คริส ถึงแม้ว่าจะคนละพ่อกันก็ตาม “ ผมหันไปพูดกับเขา

   “มันไม่ค่อยสนิทกันเหมือนพี่น้องแท้มั้ง” คริสโตเฟอร์พูด

   “ไม่หรอกนะ หากนายลองเปิดใจให้มากกว่านี้และในตอนนั้น นายก็คงคิดถึงพ่อแท้ๆของนายด้วย นายก็เลยเกิดอคติกับน้องชายที่เป็นคนละพ่อแค่นั้น เด็กนะเหมือนผ้าขาวบาง ใส่อะไรลงไปก็เหมือนเราทำสีตกลงไป น้องนายยังเล็กด้วยน่าจะแก่ว่าเอิร์ธไม่กี่ปีเองด้วยซ้ำ คริส”ผมพูดบอกคริสโตเฟอร์

   “ผมก็รักมันนะพี่เขมแต่ชอบแกล้งมันอ่ะ “คริสโตเฟอร์พูด พี่ต้นถือถาดอาหารเข้ามา เราทานกันง่ายๆ ผมก็สั่งผัดไทยให้คริสโตเฟอร์เขา ส่วนผมก็ผัดซีอิ้ว พี่ต้นก็สั่งพวกข้าวผัดให้เอิร์ธ ผมนั่งทานอาหารกลางวันกัน

   “พรุ่งนี้ผมกับคริสจะไปเดินที่งานดอกไม้กันพี่ต้น พี่ต้นไปไหนครับ”ผมถามพี่ต้น

   “พี่ว่าจะไปดูพวกเตียงเด็กให้เฮิร์ธนะ เขาโตแล้วเขาจะนอนเตียงตัวเองบางแล้วนะเขม ส่วนเราก็พาแฟนเราไปเที่ยวเถอะ พี่ไปกับเอิร์ธได้ และเพื่อว่าจะเจอครูมิ้งคนที่เราตามหานะ” พี่ต้นพูดผมพยักหน้า

   “พี่ไม่ได้เจอเขาเลยตั้งแต่วันนั้นนะ แต่พี่เชื่อว่าเขายังอยู่ที่นี้นะเชียงใหม่นี้ พี่ว่าเขาเป็นเพื่อนกับน้องชายของเจ้าของรีสอร์ท และไม่แน่เขาอาจจะมางานแต่งก็ได้นะ “ พี่ต้นพูด

   “เจ้าของรีสอร์ทเขากำลังแต่งงานนะเห็นว่าพร้อมกันกับน้องชายเลย” พี่ต้นพูดผมพยักหน้าและหันไปเอามือลูบหัวเอิร์ธเบาๆ

   “ตอนเย็นพี่จะพาไปร้านอาหารนะ เลี้ยงต้อนรับน้องเขยของพี่ซะหน่อย แล้วนี่เรียนจบมัธยมจะต่อมหาวิทยาลัยไหมละเรา” พี่ต้นบอกผมสองคนและหันไปถามคริสโตเฟอร์

   “ผมว่าจะต่อเลยครับ เพราะว่าผมรีบ” นายคริสพูดและหันมาทางผม ผมก็มองรีบอะไร นี้ถ้าทะลึ้งต่อหน้าพี่ผมนะจะจิ้มด้วยซ้อมเลย

   “หึหึ” พี่ต้นหัวเราะในลำคอ ผมเพิ่งสังเกตุเห็นพี่ต้นสวมสร้อยและมีแหวนวงหนึ่งห้อยติดที่สร้อยพี่ต้นมาตลอดหลายปีแล้ว และมันก็เหมือนกับแหวนที่พี่หมอภีมปภพสวมใส่ไว้ที่นิ้วนางข้างซ้ายเลย ลายเดียวกันเลย

   “ ทานนมไหมเอิร์ธ จะได้นอนกลางวัน เย็นนี้เราจะไปทานอาหารร้าน ที่มีเครื่องเล่นด้วยนะ เอิร์ธ” พี่ต้นถามเอิร์ธ ดูท่าจะง่วงนอนแล้วซิหลานตัวแสบของผม พี่ต้นลุกขึ้นไปอุ่นนมให้เอิร์ธ ใส่แก้วนม ผมเห็นคริสโตเฟอร์มองพี่ต้จนพี่ต้นเอาแก้วนมมาส่งให้เอิร์ธดื่มแลพี่ต้นก็เดินออกไป น่าจะไปจัดที่นอนให้เอิร์ธนอนกลางวัน พี่ต้นออกมาอุ้มเอิร์ธไป ผมพยักหน้าว่าผมจัดการทุกอย่างบนโต๊ะเอง พี่ต้นแตะที่ไหล่ผมแค่นั้นก็เดินออกไป ทิ้งไว้แค่สายตาของผมสองคนที่มองพี่ต้น

   “พี่ต้นนี้เขาเป็นพ่อที่ดีมากเลยอ่ะพี่เขม “ คริสโตเฟอร์พูดขึ้น

   “ใช่พี่ต้นเป็นพ่อที่ดี พี่ยังไม่รู้เลยว่าพี่จะทำหน้าที่ได้ดีเท่าพี่ต้นไหมเพราะว่าพี่ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยนะ คริส พี่รู้ตัวว่าพี่ชอบแบบนี้มานานแล้ว” ผมหันไปบอกคริสโตเฟอร์

   “ผมยิ่งไม่เคยคิดเข้าไปใหญ่ตั้งแต่พ่อไม่ติดต่อผม ผมไม่มีความคิดที่จะเป็นพ่อคนเลยสักนิด จนตอนนี้ ผมเริ่มคิดแล้วแหละแต่เสียอย่างเดียว” คริสโตเฟอร์หันมาพูดกับผม

   “เมียผมท้องไม่ได้นะซิ “ คริสโตเฟอร์พูดผมก็มองหน้าเขา ผมเข้าใจความหมาย เพราะนั้นเขาหมายถึงผม

   “ก็แน่ละพี่ไม่มีมดลูกนี้จะท้องได้ไง ไปช่วยพี่เก็บล้างเลย ทะลึงตลอดเวลานายนี่ “ ผมพูดและกระทุ้งด้วยศอกพี่ต้นเดินมาอุ้มเอิร์ธที่ดื่มนมจนจะหมดแก้วแล้วและคงพาไปเข้านอน ผมแอบหันหลังกับไปมอง พี่ต้นรักลูกมาขนาดนี้ แน่นอนพี่ต้นต้องเลือกเอิร์ธส่วนคุณหมอภีมปภพก็อย่างที่พี่ต้นพูด พี่ต้นขอเก็บไว้แค่ความทรงจำดีดีที่อย่างน้อยเคยรักกัน บางครั้งความรักก็ไม่ได้จะสมหวังด้วยการอยู่ด้วยกันเสมอไป แต่ความทรงจำดีดีมันจะอยู่กับเราตลอดกาล ดูจากที่พี่ต้นเก็บแหวนนั้นเอาไว้กับตัวตลอดแบบนี้

   ผมนั่งเล่นนอนเล่นอยู่กับหลานและคริสโตเฟอร์ก็นั่งเล่นเกมส์กับหลานผมด้วย เหมือนเด็กเลยนายคนนี้แต่แกล้งหลานผมน่าดู แถมเอิร์ธก็ขี้งอนซะเหลือเกิน ดีกันตีกันอยู่แบบนี้สองคน ส่วนพี่ต้นก็ขอตัวนั่งทำงานในห้องทำงานเป็นมุมเล็กๆ จนได้เวลาที่เราจะออกไปทานอาหารเย็น พี่ต้นพาผมสองคนไปทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ร้านอาหารนี้พี่ต้นพาเจ้าหน้าที่มาทานด้วยกันบ่อย 

   “พี่ต้นระหว่างรออาหารผมพาเอิร์ธไปเล่นเครื่องเล่นรอก่อนก็ได้ครับ” คริสโตเฟอร์พูดและหันมามองเอิร์ธ เอิร์ธคงอยากไปก็พยักหน้าอย่างเร็ว ส่วนผมก็ว่าจะนั่งคุยกับพี่ชายดีกว่า

   “เขม ถ้าคริสเขาไปเรียนเมื่องนอกกับพ่อเขาจริงๆ นายจะไม่คิดถึงเขามากเหรอ” พี่ต้นถามผม พี่ต้นจิบเบียร์ไปด้วย

   “คิดถึงซิพี่ ผมรักเขามากจริงๆ มากกว่าณัฐกานต์อีกนะพี่ต้น”ผมพูดบอกพี่ต้น พี่ต้นก็เอื้อมมาจับมือผม

   “พี่เชื่อว่าเขาก็รักนายมากเช่นกัน พี่เคยคิดนะว่า เด็กยังไงก็คือเด็ก แต่พี่เห็นแฟนนายแบบนี้แล้ว พี่ว่าเขาเป็นผู้ใหญ่พอตัวอยู่นะ”พี่ต้นพูดผมพยักหน้าว่าจริงๆ บางมุมคริสโตเฟอร์เป็นผู้ใหญ่เทียบเท่ากับผมเลยก็ว่าได้

   “สวัสดีครับคุณน่านฟ้า”  พี่ต้นหันไปทักทายใครสักคน เขากำลังเดินผ่านโต๊ะที่ผมสองคนนั่งอยู่

   “สวัสดีครับคุณปลัด มาทานอาหารเหรอครับ” เขาคนนั้นมองมามที่ผมและพี่ต้น

   “ใช่ครับ นี้น้องชายผมครับ เขาเป็นครูสอนหนังสืออยู่ที่เขาใหญ่” พี่ต้นพูด ผมสังเกตุเห็นสีหน้าพี่น่านฟ้าเขาตกใจนิดหน่อยที่ได้ยินว่าผมเป็นครูสอนหนังสือทีอยู่ที่เขาใหญ่และมีผู้ชายอีกคนเดินตามเข้ามา

   “ซอมพอบอกว่าไปรับเพื่อนนะน่าน”

   “คุณต้นนี้แฟนผมครับ ติณณภพ” ผมหันไปมองและส่งยิ้มให้ แฟนพี่เขาเป็นผู้ชายหน้าตาดีซะด้วย ดูภูมิฐานน่าจะนักธุรกิจแน่นอน  และตอนนี้อาหารก็กำลังถูกนำมาเสริฟที่โต๊ะ

      “น่านผมขอไปโทรศัพท์ก่อนนะ เดี๋ยวผมตามเข้าไป”

      “พี่ต้นผมไปตามเอิร์ธกับคริสนะพี่จะได้มาทานอาหารกัน” ผมพูดบอกพี่ต้นพยักหน้าและผมก็เดินออกไป ปล่อยให้พี่ต้นคุยธุระกับพี่น่านฟ้า ดูแล้วเขาน่าจะรุ่นเดียวกับพี่ต้นแน่นอน ระหว่างที่ผมกำลังจะเดินลงไปที่สนามเด็กเล่น

      “ พี่หมอมาไม่ได้ไม่เป็นไรครับ เพราะว่าติณก็ไม่ได้เชิญใคร ไม่เป็นไรจริงๆ ครับพี่หมอ เออ ผมแค่แต่งกันแบบสไตล์ล้านนานะครับ ผมก็ไม่ได้เชิญพี่หมอดาวิกาเช่นกันครับพี่ภีม มีแต่พ่อแม่ครับ ตรีญาดาอยู่อังกฤษครับพี่หมอ น้องผมเขาไม่สะดวกมานะครับ ครับ พี่ไม่ต้องขอโทษครับ ผมเข้าใจ เอาไว้ผมกับแฟนไปกรุงเทพออกมาทานข้าวด้วยกันก็พอครับ งั้นแค่นี้ก่อนนะครับพี่หมอ ผมต้องไปหาแฟนก่อนครับ บายครับ”

      “อุ้ย ขอโทษทีนะครับผมยืนขวางทาง เชิญครับ” พอดีทางเดินลงมันแคบไปหน่อยผมก็ไม่อยากเสียมารยาทขัดการสนทนาผมเลยรอให้เขาคุยโทรศัพท์ให้เสร็จ แต่ผมได้ยินชื่อหมอที่ผมคุ้นเคย น่าจะบังเอิญมากกว่า หมอดาวิกา  ผมหันไปยิ้มให้เขาคนที่เป็นแฟนกับพี่น่านฟ้า

      “เด็กๆ ไปทานข้าวกันได้แล้ว” ผมพูดบอกเด็กเล็กกับเด็กโข่งที่นั่งเล่นม้าโยกกันสองคน หลานผมคงไม่มีเด็กกล้าเล่นด้วยแน่ๆ แต่ก็ยังดีที่มีเด็กโข่งมาเล่นด้วยอีกคน

      “หลานพี่คนเดียวนะที่เด็กนะ ผมออกจะตัวโตพี่เขมและนี้ไม่มีใครเล่นด้วย ยืนทำหน้ามุ้ยเลย ผมเลยต้องสละตัวเองเป็นเด็กเล่นด้วยเลยเนี๊ยะ” คริสโตเฟอร์พูด และอุ้มเอิร์ธขึ้น

      “ ไปครับไปทานอาหารกัน” ผมบอกกับเอิร์ธแต่ดูท่าจะไม่อยากไปแต่ก็ต้องไปก่อนเขากลัวพี่ต้นดุเหมือนที่ผมกลัวพ่อดุ ถ้าเวลาทานอาหารคือเวลาทายห้ามเล่น พี่ต้นก็คงเหมือนกัน   

      ระหว่างที่ผมกำลังพากันเดินกลับขึ้นไปที่โต๊ะ ผมก็หันมาเจอพี่เกศรินทร์ พี่เขามากับครอบครัวและดูท่าจะกลับแล้วด้วย ผมเห็นเอิร์ธสะดุ้งสุดตัวทันที พี่เกศรินทร์หันมามองผมด้วยสีหน้าตกใจที่เจอผมที่นี้เช่นกัน

      “ตกลงนี้พี่ชายเธอขนมาอยู่กันที่นี้แล้วเหรอ ตั้งสมาคมกันเลยไหมละ สมาคมเกย์นะ ” พี่เกศรินทร์ถามผมพร้อมกอดอกและหันไปมองคริสโตเฟอร์ที่อุ้มเอิร์ธอยู่ เอิร์ธกอดคริสโตเฟอร์แน่นมากเหมือนกลัวว่าพี่เกศรินทร์จะมาดึงเขาไป

      “สวัสดีครับพี่เกศ ผมมาทำธุระนะครับ “ ผมบอกพี่เกศรินทร์ คริสโตเฟอร์ก็มองผมและเกศรินทร์สลับกันไปมาและมาหยุดที่ผมเหมือนมีคำถามว่าเขาคือใครกัน

      “แล้วแฟนเราละ ณัฐกานต์นะ ไม่กระเตงกันมาด้วยเหรอเห็นตัวติดกันยังกับอะไร และนี้คงดีใจน่าดูละซิที่ฉันกับพี่ชายเรานะเลิกกันได้ซะที ” พี่เกศรินทร์พูด

      “ผมขอโทษนะครับพี่เกศ แต่ผมไม่ได้อยากให้พี่กับพี่ต้นมีปัญหากันแบบนี้นี่ครับ” ผมพูด พี่เกศรินทร์ยิ้มเยอะก่อนจะหันไปทางอื่น

      “พอเถอะ เลิกพูด ขี้เกียจฟัง และนี้ใครเนี๊ยะมาอุ้มลูกฉัน” พี่เกศรินทร์ถามถึงคริสโตเฟอร์

      “ผมเป็นแฟนพี่เขมครับป้า” คริสโตเฟอร์พูดแต่เรียกเกศรินทร์ว่าป้าผมสะบัดหน้าไปมอง

      “นี่แฟนใหม่เราเหรอ และถือดียังไงมาเรียกฉันป้า”

      “มนุษย์ป้าเถอะครับ ผัวไม่รักเหรอป้า ลูกก็คงไม่กอดอีกอะดิ ถึงได้มายืนว่าคนอื่นเขาฉอดๆแบบนี้ และพฤติกรรมแบบนี้มันมนุษย์ป้าชัดชัด อายุเยอะแล้วไปเข้าวัดทำบุญเถอะป้า ….หาเวลานั่งสมาธิซะบ้างป้าจะได้เลิกฟุ้งซ้าน ….”นายคริสโตเฟอร์  ผมก็ต้องดันเขาออก ผมว่าณัฐกานต์แรงแล้วนะ นายนี้จะแรงกว่าอีก

      “ไปเถอะคริส” ผมดันเขาให้เดินออกไป พี่เกศรินทร์ยืนนิ่งและหันหลังเดินออกอย่างไวเช่นกัน

      “นายคริส นั้นมันพี่สะใภ้พี่นะ เออ อดีตภรรยาพี่ต้นเขา” ผมพูดบอกคริสโตเฟอร์  นายนั้นทำหน้าตกใจมากและมองเอิร์ธที่กอดคริสไม่ยอมปล่อยเช่นกัน

      “ผมว่าไม่น่าจะใช้นะแฟนพี่ต้น ดูซิ ต่างกันราวกับหน้ามือและหลังเท้าเลยอ่ะพี่เขม” คริสโตเฟอร์พูด

      “อย่าบอกนะว่าแม่ของเอิร์ธด้วยนะพี่เขม สงสารเด็กอะ” คริสโตเฟอร์พูด ผมพยักหน้าว่าใช่ ผมเดินมาที่โต๊ะ พี่ต้นมองพวกผม

      “เจอเกศรินทร์ไหม “ พี่ต้นเอ่ยปากถามผม ผมหันมามองหน้าคริสโตเฟอร์

      “เจอพี่ต้น พี่ต้นละ”

      “ก็เจอ เขาถามว่าเอิร์ธอยู่ไหนพี่บอกว่าอยู่กับนายนะเขม ที่สนามเด็กเล่น “ พี่ต้นพูดบอกผมก็ยิ้มๆ ส่วนผมก็หันไปเอาศอกกระทุ้งคริสโตเฟอร์และส่ายหัวเล็กๆ เขาคงรู้ว่าผมหมายถึงอะไร ไม่ให้พูดเรื่องที่มีปากเสียงกับพี่เกศรินทร์ให้พี่ต้นฟัง คริสโตเฟอร์วางเอิร์ธลงให้เขานั่งกับพี่ต้น ผมเห็นสีหน้าพี่ต้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่ก็ไม่อยากถาม พวกผมนี่ทานอาหารกัน มีความสุขกันตามประสาพี่น้อง เสียอย่างเดียวขาดแม่และพี่ก้อง ไม่อย่างนั้นมันคงสมบูรณ์แบบมาก เพราะว่าตอนนี้ผมมีคนรักที่เข้ากับครอบครัวผมได้ดีแล้ว นั้นคือคริสโตเฟอร์ ผมแปลกใจว่าเขายังเด็กแต่เขากับเขากับพี่ต้นได้ดี คุยกันถูกคอซะด้วยหลายเรื่องเลย แม้วัยจะต่างกันมากก็ตาม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-10-2020 19:05:29 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
   
EP.42 (ครูเขมXคริส) ออกตามหาครูมิ้งและแชมป์


               ครูเขมชาติ         วันนี้ผมกับคริสโตเฟอร์จะพากันไปเที่ยวพระธาตุดอยสุเทพกัน และหลังจากนั้นถึงจะลงมาเดินเที่ยวที่งานไม้ดอกไม้ประดับ ผมนั่งรถแดงขึ้นไปบนดอยกัน ผมคิดว่าไหนไหนก็มาแล้วก็เลยเที่ยวซะเลย พี่ต้นบอกว่าผมว่าถ้าหาไม่เจอวันนี้พรุ่งนี้พี่ต้นจะชวนผมสองคนไปงานแต่งพี่น่านฟ้ากับน้องชายของเขาด้วย มีโอกาสที่ครูมิ้งจะมางานแน่ๆ แต่ตอนนี่ผมขอพาพ่อตัวดีผมไปสวีทกันก่อน โดยเริ่มจากพากันไปไหว้สักการะครูบาร์ศรีวิชัยกันก่อนละพากันเดินขึ้นไปบนพระธาตุดอยสุเทพเพื่อไปขอพร นี้เป็นครั้งแรกของคริสโตเฟอร์ที่ได้มาเที่ยวที่นี้เช่นกัน ดูถ่ายรูปเช็คอินหลายจุดเลย



         “ผมชอบที่นี้มีเขม เรามากันอีกนะ “ คริสโตเฟอร์หันมาบอกผม ผมก็พยักหน้าว่าผมก็ชอบที่นี้ และคิดว่าอยากจะมาอย่างน้อยปีละครั้ง



         “นายไม่เคยมาเที่ยวที่นี้เหรอ” ผมถามคริสโตเฟอร์



         “ไม่เคยครับ เพราะว่าพ่อผมนะเขาชอบไปทะเลมากกว่า แต่ผมจะลองชวนพ่อมาดูนะครับพี่เขม พ่อต้องชอบแน่ๆ เพราะว่าพ่อผมชอบถ่ายรูป”คริสโตเฟอร์พูด และกดชัดเตอร์ถ่ายรูปไปด้วย



         “กล้องอันนี้ แม่กับฟิลิปส์ซื้อให้ผมเมื่อปีที่แล้ว ผมไม่เคยหยิบมาใช้เลยนะพี่เขม เพราะว่า มันทำให้ผมยิ่งคิดถึงพ่อผม “ คริสโตเฟอร์พูดผมพยักหน้าแต่ดูการถ่ายรูปอย่างชำนาญการของเขาไม่น่าจะใช้ครั้งแรก



         “พ่อสอนผมถ่ายรูปตั้งแต่ตอนที่ผมไปอยู่กับพ่อมันนานมากแล้ว” คริสโตเฟอร์พูด



         “พี่เขม” ผมนั่งยืนชมวิวอยู่คริสก็เรียกชื่อผม ผมหันมามองเขา



         “แช๊ะ” เสียงกดชัตเตอ์ขณะที่ผมกำลังยืนเอามือเท้าค้างหันมามองเขา คริสทำมือว่าขออีกรูป ผมก็ยิ้มไปทางเขา



         “อุ๊ย! “ จู่ๆก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาชนคริสโตเฟอร์



         “แอมซอรี่” ผู้หญิงคนนั้นพูดขอโทษเธอ แน่นอนเพราะว่าคริสโตเฟอร์ดูเหมือนต่างชาติมากกว่าคนไทยเธอจึงพยายามสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษกับเขา  เธอมองคริสโตเฟอร์และยิ้มหวานให้ เพื่อนที่เดินมาด้วยก็หันมาพงกหัวทักทายคริสโตเฟอร์กันเป็นแถว



         “อิทโอเค “ คริสโตเฟอร์ตอบเขาไปเป็นภาษาอังกฤษ



         “หล่ออ่ะ “ เพื่อนน้องเขาพากันกระซิบกันใหญ่ ผมก็ยืนมองและยิ้มให้แม้จะแอบหึงก็ตาม หว่านเสน่อีกแล้วนะผมแอบหันมาเหล่ตามองคริสโตเฟอร์  คริสโตเฟอร์ก็เดินกลับมาหาผม น้องๆผู้หญิงกลุ่มนั้นยังคงเหลียวหลังหันมามองคริสโตเฟอร์ มีอยู่หนึ่งคนส่งสัญญามาว่าขอเบอร์โทร



         “ถ่ายรูปกันพี่เขม”คริสโตเฟอร์พูดและเข้ามายืนกระหนาบผมอย่างเร็วพร้อมกับยกกล้องถ่ายรูปขึ้นในมุมสูง เขาโอบเอวผมใบหน้าเราแหนบชิดกัน คริสทำท่าแลบลิ้นไปที่มุมปากดูน่ารักปนเซ็กซี่และกดชัดเตอร์ทันที ผมหันมามองหน้าเขาและคริสก็มองหน้าผมสายตาเราประสานกันแต่ผมก็ยังคงได้ยินเสียงกดชัดเตอร์รัวๆ



         “รู้ว่าหึง แต่ผู้ใหญ่เขาหึงกันเลยไม่แสดงอาการ” คริสโตเฟอร์พูดผมพยักหน้าเบาๆ พอผมหันมาอีกที อ้าว! สาวๆหายไปหมดเลย  หายเกลี้ยงเลยครับ ผมไม่ได้ไล่เขานะครับ



         “วิ่งหนีแทบไม่ทันเลยเห็นไหม หึหึ ” คริสโตเฟอร์พูดปนหัวเราะ และผมสองคนก็เดินขึ้นบันไดไปเรื่อยๆเพื่อจะขึ้นไปยังดอยสุเทพ ไม่อยากนั่งรถไฟขึ้นไปเพราะว่ายังมีกำลังเดินได้และอีกย่างก็อยากถ่ายรูปกันด้วย การมาเที่ยวครั้งนี้ผมกับคริสโตเฟอร์เราถ่ายรูปคู่กันเยอะมาก เรียกว่าแนบชิดเหมือนคนรักกันมากที่สุด อาจจะเป็นเพราะว่าผมสองคนไม่ต้องกังวลเรื่องอะไรกันแล้ว ผมเดินไปจนถึงชั้นบนของดอยสุเทพ สิ่งที่ผมตั้งใจมาคือไหว้ขอพรพระธาตุดอยสุเทพกัน



         “คริส “ เผมเรียกคริสโตเฟอร์ และส่งสิ่งที่ผมเตรียมมาเพื่อนำมาสักการะ จะมีข้าวตอก ดอกไม้ ธูปเทียน



            “เราจะเดินเวียนรอบพระธาตุกัน เพื่ออธิษฐานขอพรกันนะ ตั้งจิตอธิษฐานขอในสิ่งที่นายต้องการนะ “ผมหันไปบอกคริสโตเฟอร์เขาก็มองหน้าผมและเก็บกล้องของเขาใส่กระเป๋าลงไปก่อนจะหันมารับไป และเราก็เดินวนกันสามรอบ  สิ่งที่ผมขอคือขอให้แม่ของผมสุขภาพแข็งแรง ขอให้พี่ก้องแคล้วคลาดปลอดภัยเพราะว่าพี่ก้องผมทำงานในพื้นที่เสี่ยงอันตรายมาก ผมขอให้พี่ต้นและเอิร์ธมีความสุขอย่าได้มีสิ่งใดมาพร้ากเขาสองคนพ่อลูกจากกัน เพราะว่าผมเห็นสายตาของพี่ต้นที่มองเอิร์ธมันทำให้ผมคิดถึงพ่อผมที่สุด และหากว่าพี่หมอภีมปภพเขารักพี่ต้นจริงผมขอให้เขาได้กลับมาเจอกันอีกครั้งโดยไม่มีอุปสรรคใดๆ และผมก็ไม่ลืมที่จะขอให้คนที่สำคัญของผม ขอให้เขาประสบผลสำเร็จในทุกประการที่เขาคิดและต้องการ ผมขอให้ความรักของผมและเขาอย่าได้มีอุปสรรคใดๆมากขัดขวางเช่นกัน ผมจะรักผู้ชายคนนี้คนเดียวและตลอดไป

   

   “เดี๋ยวเราลงไปหาอะไรทานกันที่ตัวเมืองเลยนะคริส” ผมหันไปบอกคริสโตเฟอร์ขณะที่ผมกับเขากำลังจะเดินไปยังจุดชมวิวของดอยสุเทพ

   

   “Excuse me! Could you take a photo for us please?” คริสโตเฟอร์หันไปถามนักท่องเที่ยวอย่างสุภาพ ผมพยักหน้าว่าใช่เพราะว่าเราไม่รู้จักเขาจึงควรใช้คำว่า Could มันจะดูสุภาพกว่าCan 

   

   “Of course! I’ll take a photo of you. “ เขาตอบตกลงและยิ้มให้ผมกับคริสโตเฟอร์ คริสก็อธิบายการใช้กล่องสักพักก็วิ่งมาหาผมและเขาก็โอบเอวผม คนที่กำลังถ่ายรูปให้ผม ก็ลดกล่องลงและมองผมพร้อมกับรอยยิ้มก่อนจะหันกลับไปสนใจที่กล่องและเขาก็ถ่ายรูปให้ผมสองคนสองสามภาพ

   

   “Thank you very much”  คริสโตเฟอร์

   

   “ Your welcome “

   

   “ Is he your boyfriend ?”

   

   “Yes, he is . ” คริสโตเฟอร์ตอบไปเขาหันมามองผมและคนที่ถ่ายรูปให้ผมก็ยิ้มให้ผมเช่นกัน

   

   “Awesome! ” คนที่ถ่ายรูปให้ผมสองคนก็ส่งกล้องคืนให้คริสโตเฟอร์เขาแสดงความยินดีกับผมสองคนก้อนจะหันไปเรียกผู้ชายอีกคนที่ยืนถือกล้องเช่นกันและเขาก็จับมือกันเดินไป

   

   “ เกย์อีกคู่แหละ น่ารักเนอะ แต่คู่เราน่ารักกว่า ….ฟ๊อด!” คริสโตเฟอร์พูด ไม่พูดเปล่าเขายังกระเทิบเข้ามาใกล้ผมและยกกล้องขึ้นในมุมสูงพร้อมกับหอมแก้มผมเขากดชัดเตอร์ถ่ายรูปนั้น

   

   “พี่เขมรู้ไหมว่าผมขอพรว่าอะไร” คริสโตเฟอร์ถามผมและกดไล่ไปดูรูปที่เขาถ่ายเอาไว้ เขาเงยหน้าขึ้นมองผมเป็นระยะ

   

   “แล้วคริสขอว่าอะไรละ” ผมถามคริสโตเฟอร์และก้มมองรูปถ่ายที่เขาถ่าย เขาแอบถ่ายผมหลายรูปมาก ผมก็ขมวดคิ้วมองหน้าเขา

   

   “ผมขอให้ผมเรียนจบและประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงานเพื่อจะได้กลับมาดูแลแม่และผู้ชายที่ผมรักที่สุด แต่ผมมีสองคนนะ ผู้ชายคนแรกผมเลือกไม่ได้แต่ผมก็รักเขานั้นคือแด้ด ส่วนผู้ชายอีกคนผมเลือกแล้วว่าผมจะรักแค่เขา คนนั้นคือพี่เขมชาติ” คริสดเฟอร์หันมาบอกผม และหันไปกดไล่ดูรูปที่เขาถ่ายเอาไว้

              

   

   “ผมชอบมองพี่เขมตอนทีเพลอ พี่ดูหล่อธรรมชาติมากเลยอ่ะ ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียนผมก็ทำนะ “ คริสโตเฟอร์พูดและหันมามองหน้าผม สายตาของเขากับผมประสานกัน

   

   “เราลงไปข้างล่างกันเถอะคริสจะได้ไปหาอะไรทานกันพี่หิวแล้วอ่ะ” ผมพูดแก้เขินบอกคริสโตเฟอร์ และผมก็เดินจับมือกันลงไปชั้นล่างเพื่อนั่งรถแดงกลับไปที่ตัวเมืองอีกครั้ง ระหว่างที่ผมกำลังเดินเพื่อหาคาเฟ่นั่งด้วยกัน

   

   “พี่ต้น” ผมกดโทรศัพท์หาพี่ต้นพี่ชายของผม

   

   “เขม ว่าไงลงมาจากพระธาตุแล้วเหรอ “

   

   “ครับพี่ต้น พี่ต้นละครับ”

   

   “พี่พาเอิร์ธมาหาหมอฟันนะ ให้เขาตรวจดูสุขภาพช่องปากซะหน่อยและพี่กำลังจะหาซื้อของขวัญสำหรับไปงานแต่งงานพรุ่งนี้ด้วย นี้เราอยู่ไหนแล้ว” พี่ต้นถามผม

   

   “ผมมาที่ตัวเมืองแล้วครับ ตอนนี้กำลังเดินหาคาเฟ่เพื่อทานอาหารกลางวันกันครับ คนเยอะมากเลย เพราะว่ายังมีขบวนแห่อยู่เลย “ ผมบอกพี่ต้น

   

   “ถ้าอย่างนั้นก็เดินดูก่อนแล้วกัน ถ้าจะให้พี่ไปรับโทรบอกพี่นะ พี่ว่าจะพาเอิร์ธไปทานเคเอฟซีเขาร้องอยากทานมาหลายวันแล้วนะเขม” พี่ต้นบอกผม

   

   “ได้ครับพี่ต้น” ผมพูดบอกพี่ต้นและกดวางสายไปทันทื ผมก็ชะเง้อมอง หาคาเฟ่ที่ผมอยากจะเข้าไปนั่งและถ่ายรูปด้วยกัน

   

   “พี่เขม!” เสียงคริสโตเฟอร์เรียกชื่อผมเสียงดังลั่น ผมหันไปมองมีอะไร คนเยอะก็จริงแต่เรียกเบาๆก็ได้

   

   “ผมว่าผมเห็น ครูมิ้งอะพี่เขมมากับแชมป์ ” คริสโตเฟอร์บอกผม ผมสะบัดหน้ามามองว่าจริงเหรอ ผมก็พากันชะเง้อมองแต่ผมไม่เคยเห็นครูมิ้งตัวจริงๆมาก่อนเห็นแต่ในรูปนี้

   

   “นั้นไงพี่เขม ผมจำได้ถึงผมจะไม่ได้เรียนกับครูมิ้ง และที่ผมจำได้ดี นั้นแชมป์พี่เขม” คริสโตเฟอร์พูดและชี้ไปที่ คู่หนึ่งที่เดินจับมือกันอยู่ กำลังเดินมองหาอะไรสักอย่าง ผมก็ว่าใช่แหละ ผมสองคนหันพยักหน้ากันและรีบเดินแทรกผู้คนเพื่อตรงไปหาครูมิ้งให้เร็วที่สุด ตอนนี้ใจผมเต้นแรงมาก ผมเดินมาจนเกือบใกล้กับครูมิ้ง

   

   “ครูมิ้ง!!” ผมเรียกชื่อเขาเพื่อความชัวว่าใช่เขาแน่ๆ เขาหันมามองตามที่ผมเรียกพร้อมกับเด็กคนนั้น แม้ว่าจะเปลี่ยนไปเยอะแต่เค้าหน้าก็ยึงคงเดิมเหมือนในรูปถ่าย เขาสองคนมองผมด้วยสีหน้าตกใจ

   

   “ครูมิ้ง” ผมเรียกเขาอีกทีตอนนี้ผมมายืนประชันหน้ากับครูมิ้งแล้วผมยิ้มด้วยความดีใจแต่

   

   “อ้าว!” ครูมิ้งกับแชมป์พากันวิ่งครับ ผมก็งงซิครับ วิ่งหนีผมทำไม ผมก็วิ่งตาม คริสก็ชี้ให้ผมวิ่งไปก่อนและเขาก็วิ่งไปด้านหลัง น่าจะพยายามจะวิ่งไปดักหน้าแน่ๆ ผมก็วิ่งตาม

   

   “ครู ครูครับ รอผมก่อนครู  “ ผมตะโกนเรียกแต่เขาสองคนก็ไม่ยอมหยุด คือวิ่งไปเข้าไปอีกซอยหนี่งด้วยซิ จนกระทั้ง คริสโตเฟอร์กระโดดมาขวางด้านหน้าครูมิ้งและแชมป์เอาไว้

   

   “คุณต้องการอะไร” ครูมิ้งถามผม ผมก็หยุดแต่ก็ต้องพักหายใจด้วยอาการหอบเหนื่อยก่อน ผมยกมือขึ้นขอเวลาแป๊ป

   

   “ ครู ผมมาดี” ผมพูดบอกครูมิ้ง

   

   “คุณวิ่งตามผมสองคนนี้นะมาดี คุณต้องการเงินทองเหรอครับ ผมสองคนไม่มีหรอกครับ”

   

   “พี่มิ้ง แชมป์จำได้ คนนั้นพี่คริสโตเฟอร์ที่เรียนอยู่ที่โรงเรียนของเราไงพี่มิ้ง” ผมได้ยินแชมป์เขาบอกครูมิ้ง ครูมิ้งหันไปมองคริสโตเฟอร์ และเขาก็หันกลับมามองผมเช่นกัน

   

   “คุณมาจากที่เดียวกันหรือเปล่าครับ” ครูมิ้งหันมาชี้ถามผมและนายคริสโตเฟอร์ผมก็เงยหน้าขึ้นพยักหน้าว่าใช่

   

   “ผมเป็นครูที่นั้นครับครูมิ้ง” ผมตอบครูมิ้ง

   

   “คุณเป็นครู อย่าบอกนะว่าผู้อำนวยการให้คุณมาตามผมกับ” ครูมิ้งพูดและชี้ไปที่แชมป์

   

   “ครูผมว่าเราหาที่คุยกันหน่อยเถอะครับ ผมมาดีจริงๆนะครับครู ผมไม่ได้มาทำร้ายครูกับน้องเขานะครับ ขอร้องละครับ”ผมเดินเข้าไปหาทั้งคู่ ครูมิ้งมองหน้าผมและหันไปมองแชมป์ แชมป์ก็หันไปมองคริสโตเฟอร์ ทั้งคู่พยักหน้าให้ผมเบาๆ

   

   “ก็ได้ครับ “ ครูมิ้งพูด ครูมิ้งเตี้ยกว่าผมนิดเดียว ครูมิ้งดูขาวกว่าผม ส่วนแชมป์นี้ดูตัวเล็กน่ารัก เขาหันมายกมือไหว้ผม และผมสองคนก็เดินไปหาคาเฟ่ที่เงียบพอที่พวกผมจะได้คุยธุระกันได้สะดวก

   

   “ขอโทษนะครับครูมิ้งที่ผมสองคนทำให้ครูและน้องตกใจ ผมชื่อครูเขมชาติครับ ผมได้รับบรรจุเป็นครูสอนวิชาภาษาอังกฤษหลังจากที่ครูหายไปนะครับ” ผมแนะนำตัว

   

   “ส่วนนี้นายคริสโตเฟอร์นะครับ เขาเป็นนักเรียนที่ผมสอนอยู่” ผมแนะนำตัวนายคริสโตเฟอร์ ครูมิ้งหันไปมองคริสโตเฟอร์และหันมากลับมามองผม

   

   “ครูกับเขาเป็นแฟนกันหรือเปล่าครับ” ครูมิ้งถามผม ผมหันไปมองคริสโตเฟอร์ก่อน

   

   “ใช่ครับ ผมก็คล้ายๆกับครูมิ้งและน้องแชมป์ ผมบอกครูมิ้ง แชมป์เขาหันไปมองคริสโตเฟอร์

   

   “ไหนพี่บอกว่าพี่ไม่เป็นไงพี่คริส” แชมป์ถามคริสโตเฟอร์ ใช่นายคริสเคยเล่าให้ผมฟังว่าโป้งเคยแกล้งเขียนจดหมายไปหาน้องเขาแต่พ่อตัวดีของผมในตอนนั้นได้บอกน้องเขาไปว่าไม่ใช่เกย์ ไม่ได้ชอบผู้ชาย

   

   “คือตอนนั้นพี่ยังไม่เป็นอะครับ หรืออาจจะเป็นพี่ไม่รู้เหมือนกันแชมป์ แต่พี่ขอโทษนะนะที่พี่บอกนายไปแบบนั้น” คริสโตเฟอร์พูด ครูมิ้งมองแชมป์ว่ามีอะไรกันเหรอ

   

   “ คือผมเคยแอบชอบพี่คริสนะครับพี่มิ้ง แต่พี่เขาบอกผมว่าไม่ได้ชอบแบบผมอ่ะ “ แชมป์พูด ผมก็ยิ้มให้เขานะและหันไปเหล่พ่อตัวดี

   

   “แล้วนี่ครูรู้ได้ยังไงว่าผมอยู่ที่นี้นะครู” ครูมิ้งถามผม

   

   “ผมคิดว่าครูไม่กลับไปบ้านครูแน่ๆ ผมก็ คิดอีกว่าถ้าครูต้องการให้ใครสักคนช่วยครู ครูน่าจะมาหาเพื่อนที่ยังติดต่อกันได้และครูก็เพิ่งจะจบมหาวิทยาลัยจากที่นี้ด้วย “ผมพูด ครูมิ้งพยักหน้าว่าใช่

   

   “จริงๆพี่มิ้งไม่ได้อยากหนีมาหรอกนะครับครู แต่พี่มิ้งเขามาตามให้ผมกลับ ผมเองที่ไม่ยอมกลับ ผมไม่อยากไปโดนป้าบังคับอีกนะครับครูและนี้ป้าก็แจ้งความพี่มิ้งด้วยผมยิ่งไม่กล้ากลับกันเข้าไปใหญ่” แชมป์พูด

   

   “ป้าของแชมป์เขาถอนแจ้งความแล้วนะครับครู พาน้องกลับไปหาท่านเถอะครับ ผมว่าท่านน่าจะไม่ถือโทษโกรธครูและหลานเขาแล้วแหละครับ “ ผมบอกครูมิ้ง ครูมิ้งหันไปมองแชมป์

   

   “แต่ว่าผมกลัว”แชมป์พูดและหันไปมองหน้าครูมิ้ง

   

   “แชมป์ พี่กับพี่เขมนะเจอปัญหามาเยอะเหมือนกันนะแต่เราสองคนก็ผ่านมันมาได้แล้ว พี่เจอแบบว่าต้องแยกกันอยู่พักหนึ่งเลยนะแต่พี่กับครูก็ผ่านกันมาได้ตอนนี้พี่สอบทียบมัธยมปลายได้แล้วนะ เรียกว่าพี่จบม.6แล้วและพี่ก็เป็นแฟนพี่เขมได้อย่างไม่กลัวอะไรแล้วด้วยแชมป์  “คริสโตเฟอร์พูดผมก็พยักหน้ากับครูมิ้ง

   

   “กลับไปเถอะครับ ผมเสียดายครูและอนาคตของน้องเขา ถ้าครูคิดว่าจะหนีแบบนี้ แล้วเมื่อไหร่ละครับที่ครูจะหยุดหนีมันได้ กลับไปเถอะครับ ผมว่าทุกคนพร้อมให้อภัยครูและแม่ครูอีกละครับ ครูไม่เป็นห่วงคุณแม่ของครูเหรอครับ” ผมพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปแตะที่แขนครูมิ้ง

   

   “นะครับครู กลับไปเพื่อแก้ไขมัน ตอนนี้ยังไม่สายไปนะครับครู” ผมพูด

   

   “ครับครูเขม เออ แต่ว่าเพื่อนผมที่เขาช่วยเหลือผมนะครับ เขาจะแต่งงานพรุ่งนี้ ผมขออยู่ร่วมงานแต่งเขาก่อนได้ไหมครับและเรากลับไปพร้อมกัน” ครูมิ้งพูดขอร้องผม ผมพยักหน้าว่าได้ซิ

   

   “ผมดีใจนะครับที่เจอครู ผมเสียดายครูเก่งๆอย่างครูมิ้ง” ผมพูด

   

         “ผมขอโทรหาเพื่อนผมก่อนนะครับ” ครูมิ้งพูดและเดินเลี่ยงออกไป ผมหันมามองแชมป์ที่นั่งคุยกับคริสโตเฟอร์ ถึงเรื่องราวที่ผมสองคนผ่านมาด้วยกันมีทั้งสุขทุกข์เศร้าปะปนกันไปแต่มันก็ทำให้ความรักของผมสองคนยิ่งเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน



         “เพื่อนผมกำลังจะมาครับเดี๋ยวรอแป๊ปหนึ่งนะครับ” ครูมิ้งพูดผมพยักหน้าและผมก็เปิดเมนูดูรายการอาหารว่าจะทานอะไรดีง่าย ๆ ไม่นานก็มีคู่หนึ่งเดินเข้ามาในคาเฟ่ที่ผมนั้งอยู่



         “ซอมพอ” ครูมิ้งยกมือเรียกให้เขาเดินมาที่โต๊ะทีพวกผมนั่งกัน ผมหันไปยิ้มทักทาย



         “นี่ซอมพอเพื่อนผมครับ คนที่เขาช่วยเหลือผม ผมกับเขาได้เรียนด้วยกันบางวิชาครับและมารู้จักกันตอนที่ไปเข้าค่ายอาสานะครับ “ ครูมิ้งแนะนำผมให้รู้จักเพื่อนเขา



         “คนนี้พี่ณุกครับ พี่เขารุ่นเดียวกับพี่ชายของซอมพอ พี่น่านฟ้าที่เป็นเจ้าของรีสอร์ตที่ผมเคยไปทำงานที่นั้นนะครับ” ครูมิ้งพูดผมก็ยกมือไหว้ เพราะถ้าครูมิ้งเรียกพี่นี้แปลว่าแก่กว่าผมแน่ๆ แต่รุ่นเดียวกับพี่น่านฟ้า



         “ผมไม่แน่ใจใช่คนเดียวกันไหม พี่น่านฟ้าเขารู้จักกับพี่ชายของผมนะครับ พี่ผมเป็นปลัดอำเภออยู่ที่นี้ ชื่อต้นตระการนะครับ” ผมพูดขึ้น



         “อ้อผมรู้จักครับ คุณปลัดมาพักที่รีสอร์ทของผมบ่อย “ คนที่ชื่อซอมพอบอกผมและยิ้มมาให้ผม



         “นี่ชื่อครูเขมชาติและ น้องคนนี้ชื่อคริสโตเฟอร์”



         “Hi Bro , How are you ?” พี่คนที่ชื่อพี่ณุกหันไปทักทายคริสโตเฟอร์



         “สวัสดีครับพี่ ผมสบายดีครับ” นายคริสโตเฟอร์ตอบเป็นภาษาไทยทันที เล่นเอาพี่เขาเกาหัวแก้เขินไปเลย



         “หน้าแตกไหมละพี่ณุก คิก คิก “คนที่ชื่อซอมพอหันมาหัวเราะพี่เขา ผมหันไปมองเขาอุตสาห์ทักทายเป็นภาษาอังกฤษนายนี้ก็กวนจริงๆ



         “แล้วมิ้งจะกลับเขาใหญ่จริงเหรอ แน่ใจแล้วเหรอว่าเรื่องมันจะโอเคแล้วนะ” ซอมพอถามครูมิ้ง



         “มิ้งไม่วิ่งหนีมันอีกแล้วซอมพอ มิ้งก็คิดถึงแม่และแชมป์เขาควรจะกลับไปขอโทษป้าของเขานะ ขอโทษที่เราสองคนทำลงไปนะซอมพอ “



         “ผมคิดว่าทุกคนพร้อมจะให้อภัยครูมิ้งนะครับ ซอมพอ” ผมพูดบอก



         “เป็นครูเหมือนกันเหรอครับ จบที่ไหนมาครับ” ซอมพอถามผม



         “ผมจบจากมหาวิทยาลัยXXX” ผมตอบไป



         “เก่งจัง แล้วน้องคนนี้ละครับ” ซอมพอหันไปถามถึงคริสโตเฟอร์



         “ยังเรียนอยู่ครับ แต่ว่าตอนนี้เขาสอบGEDผ่านแล้วครับ ผมคิดว่าเขาจะไปต่อมหาวิทยาลัยเร็วๆนี้นะครับ” ผมตอบแทนคริสโตเฟอร์



         “ไปต่อทีไหนละเรา” พี่ณุกหันไปถามคริสโตเฟอร์



         “ผมยังไม่รู้เลยครับ พ่อผมเป็นคนออสเตรเลียกำลังจะไปดูที่เรียนมาให้ผมนะครับ อันที่จริงผมก็อยากจะต่อที่นี้แต่พี่เขมเขาอยากให้ผมไปต่อที่ต่างประเทศนะครับ” คริสโตเฟอร์ตอบทำหน้าเศร้าๆ พี่ณุกเขาหันมามองหน้าผม



         “พ่อเขาเป็นคนออสเตรเลียนะครับและแม่เป็นคนไทยเขาเลยได้สัญชาติออสเตรเลียตามพ่อเขานะครับ “



         “พี่ก็ว่าดีนะ นายจะได้อะไรดีดีเยอะกว่า พี่จบมหาวิทยาลัยที่อังกฤษ พี่ไปเรียนที่นั้นตั้งแต่เด็ก “ พี่ณุกเขาหันไปบอกคริสโตเฟอร์



         “ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ไปงานซอมพอไหมมิ้ง” ซอมพอหันไปถามมิ้ง



         “ได้นะครับ มิ้ง คุณอยู่ร่วมงานแต่งเพื่อนคุณก่อนแล้วเราค่อยบินกลับกัน ไปพักที่บ้านผมที่กรุงเทพสักคืนค่อยกลับไปที่เขาใหญ่ก็ยังทันนะครับ”ผมบอกครูมิ้ง



         “ถ้าอย่างนั้นเชิญด้วยซิครับ งานแต่งผมพรุ่งนี้ เอ๊ะ รู้สึกว่าคุณปลัดพี่ชายคุณเขมจะมาด้วยนะครับ คุณปลัดเขาสนิทกับพี่ชายผมพี่น่านฟ้านะครับ”



         “จะดีเหรอครับ ผม”



         “ดีซิครับ เชิญด้วยเลยครับ เนอะพี่ณุก”



         “ได้ซิครับ “แฟนของซอมพอพูดและเขาสองคนก็พยักหน้าให้ผม



         “นี้ผมครั้งแรกเลยนะครับที่ผมพาน้องเขามาเที่ยว เขาไม่เคยมาเที่ยวเชียงใหม่เลย ปกติไปเที่ยวทะเลมากกว่า” ผมพูดขึ้น



         “ถ้าอย่างนั้นไปพักที่รีสอร์ทเรากันไหมครับ “ ซอมพอเอ่ยปากชวนผมสองคน



         “มิ้งก็ลงมาพักที่รีสอร์ทซอมพอเลยซิ ให้พี่ณุกขับไปเอาของมา “ซอมพอบอกครูมิ้ง



         “คือผมเห็นว่ามีคนไปถามหาผมกับแชมป์นะครับ น่าจะเป็นพี่ชายคุณแน่ๆ ที่เป็นปลัด ผมเลยขอซอมพอย้ายไปทำงานกับป้าของเขานะครับ เขาก็มีรีสอร์ทอยู่ เลยไปนิดนึงนะครับแต่ก็ไกลพอสมควรครับ” ครูมิ้งบอกผม ผมพยักหน้าว่าเข้าใจ



         “ใช่ครับ พี่ชายผมเขาบอกว่าเจอคนที่คล้ายครูมิ้ง ผมต้องขอโทษจริงๆนะครับที่ผมละลาบละล้วงขอเอกสารท่านผอ เพื่อให้พี่ชายผมตามหาครูนะครับ “



         “ครูทำเพราะหวังดีผมไม่ถือโทษโกรธครูหรอกครับ “ ครูมิ้งพูดและหันไปจับมือแชมป์ สีหน้าเขาก็ยังดูกังวลอยู่



         “เรากลับบ้านกันนะแชมป์ พี่ว่าพี่พร้อมแล้วที่จะบอกกับป้าเราว่าพี่จะขอรับผิดชอบทุกอย่าง” ครูมิ้งหันไปพูดกับแชมป์ ผมก็พยักหน้าอีกคนว่าทุกอย่างมันจะดีขึ้นไม่แย่ลงแน่นอน เพื่อให้น้องได้กลับไปหาคุณป้าของเขา



         “ถ้าอย่างนั้นผมไปแพ็คกระเป๋ากันก่อนนะครับ และผมจะขอพี่ชายผม พี่ต้นนะครับว่าจะไปพักที่รีสอร์ทคุณซอมพอ “



         “จะรบกวนไปหรือเปล่าครับ เพราะว่าคุณก็จะมีงานแต่งพรุ่งนี้กัน”



         “ไม่หรอกครับครูเขม ผมสองคนยินดีอย่างยิ่ง “



         “เจอกันที่รีสอร์ทคุณซอมพอเลยนะครับครูมิ้ง “ ผมพูดบอกครูมิ้ง ครูมิ้งมองหน้าผมและยิ้มให้ผม ผมพยักหน้าตอบ



         “ผมขอตัวไปกับซอมพอเลยนะครับครู เพราะว่าผมจะได้เตรียมพวกเอกสารสำคัญหลายอย่างและผมจะได้จองตั๋วบินกลับเลย”



         “ครูจะจองตั๋วกลับกันเลยไหมกันครับ”



         “ผมยังไม่ได้จองตั๋วกลับเลยครับครู ผมว่าเราจองพร้อมกันเลยนะครับ ตอนที่ผมไปพักที่รีสอร์ทคุณซอมพอ “ ผมบอกครูมิ้ง ครูมิ้งพยักหน้าให้ผมสองคน และพากันแยกออกไป ผมก็มองนายคริสโตเฟอร์



         “พี่เขมนี้สุดยอดเลยอะ พี่ทำภารกิจที่พี่ตั้งใจไว้สำเร็จ ผมเองยังไม่รู้ว่าจะทำได้อย่างพี่ไหม สักครั้งหนี่งก็ยังดี” คริสโตเฟอร์พูด



         “นายมีภารกิจอะไรที่คิดไว้ไหมละ “ ผมถามคริสโตเฟอร์ คริสเขามองผมและ ทำท่าคิด



         “ภารกิจของผมนะเหรอ การได้ขอพี่เขมแต่งงานในวันที่ผมพร้อมจะดูแลพี่ไง นั้นแหละภารกิจที่ผมตั้งใจเอาไว้ มันคือเป้าหมายของผม “



         “พี่จะรอ” ผมพูดแค่นั้นและเราสองคนก็เดินจูงมือกันออกไปจากคาเฟ่ ผมจะไปขอพี่ต้นไปพักที่รีสอร์ทของเพื่อนพี่ต้น ผมนั่งรถกลับมาที่คอนโดของพี่ต้น พี่ต้นก็เพิ่งจะมาถึงเช่นกัน พี่ต้นมองผมกับคริสโตเฟอร์ และหนุ่มน้อยของผมก็วิ่งมาหาผม พร้อมกับอวดตุ๊กตากระต่ายตัวใหม่ที่พี่ต้นเพิ่งจะซื้อให้วันนี้



         “พี่ต้นผมเจอครูมิ้งแล้วพี่ เขาเคยอยู่ที่รีสอร์ทเพื่อนของพี่ที่ชื่อน่านฟ้าจริงๆด้วย” ผมบอกพี่ต้น พี่ต้นพยักหน้า



         “ผมหวังว่าทุกอย่างมันจะดีขึ้นสำหรับเขาสองคน “ผมพูด



         “ถ้าจะให้พี่ช่วยอะไรก็บอกนะ พี่ยินดี เรื่องครูมิ้งนะ พี่ว่าเขาก็ไม่ได้ทำอะไรเสียหายในขณะที่เขาอยู่ที่นี้ “ พี่ต้นหันมาบอกผม ผมพยักหน้ากับผม


    วันนี้พี่ต้นกับผมช่วยกันทำอาหารทานกันเอง พี่ต้นก็ทำไก่หวานที่เอิร์ธชอบ ส่วนผมก็ทำไข่ลูกเขยให้พ่อตัวดีของผมทาน ผมแอบคิดว่าถ้าเขาไปอยู่กับพ่อเขาแล้วใครจะทำไข่ลูกเขยให้เขาทานละทีนี้ คิดแล้วผมก็อดใจหายไม่ได้เหมือนกันแต่จะให้เขาทิ้งอนาคตเพราะผมอย่างนั้นนะเหรอผมทำไม่ได้แน่นอน ผมหันมามองคริสโตเฟอร์ ดูท่าเอิร์ธจะได้เพื่อนเล่นใหม่แล้วซิ ลืมอาเขมไปเลยนี่นั่งตัวติดกับคริสโตเฟอร์เล่นเกมส์มาริโอกันสองคนขณะที่ผมกับพี่ต้นกำลังช่วยกันทำอาหารเย็น ผมว่าจะทานกันไปก่อนแล้วพี่ต้นจะขับรถไปส่งผมสองคนไปพักที่นั้นกัน

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
   EP.43 (ครูเขมXคริส)ภารกิจตามครูมิ้งและแชมป์จบลงซะที

   Part ครูเขมชาติ         วันนี้ผมตื่นมาแต่เช้าตรู ผมมาพักที่รีสอร์ตของคุณซอมพอกับพี่น่านฟ้าที่เป็นเพื่อนกับพี่ต้น พี่ต้นบอกว่าเขารุ่นเดียวกันเลย คุณน่านฟ้าเป็นคนเก่งเรียนจบปริญญาตรีก็สามใบแล้วและปริญญาโทอีก ตอนนี้กำลังต่อปริญญาโท รัฐศาสตร์เช่นกัน แถมยังทำไร่ชาและไร่กาแฟ และดูแลรีสอร์ทกับน้องชายของเขาที่ชื่อซอมพอ ชื่อนี้น่ารักดีนะผมชอบแต่พี่ต้นบอกว่าส่วนใหญ่เป็นชื่อผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชายแต่ผมรู้สึกว่าเขาดูเหมาะกับชื่อนี่มากเพราะว่าเขาดูตัวเล็กและบอบบางจนน่าถนอมนะผมว่า

           “บรรยากาศดีเนอะพี่เขม เราน่าจะย้ายมาอยู่ที่นี้เลย ผมคงได้ฟินทุกวัน” ผมหันมามองพ่อตัวดีที่ตื่นมากอดผม ขณะที่ผมกำลังยืนมองวิวภูเขา บรรยากาศนะดีจริงแต่ไอ้ที่บอกว่าฟินนี้ฟินแบบไหน ออกจะหื่นๆนะเด็กคนนี้น่ะ

           “เด็กหื่น” ผมพูดและบี๋จมูดโด่งๆนั้น

           “พี่เขมอ่ะ เจ็บ” คริสโตเฟอร์บอกผมทำหน้ายู่เลย สงสัยจะเจ็บจริง ผมก็มองว่าทำไมอ่ะ จับนิดเดียวเองปกติไม่ร้องเจ็บขนาดนี้นิ แกล้งหรือเปล่าอะไรแบบนี้

           “สิวขึ้น”  คริสโตเฟอร์บอกผม และชี้ไปที่ปลายจมูก

           “โอ๋ๆ จะบอกว่าแตกเนื้อหนุ่มแล้วว่างั้น” ผมพูดแซว และจับใบหน้ามาสำรวจดูใกล้ๆ ขึ้นมาหน่อยๆแดงเชียว

           “เดี๋ยวเอาครีมทาซิวทาก่อน “ คริสโตเฟอร์พูด ผมก็เลิกคิ้วสูง ผมไม่เคยใช้เลยนะพวกครีมรักษาสิว บ้านผมมีกรรมพันธุ์ดีไม่มีสิวสักคน ได้มาตั้งแต่รุ่นคุณยาย

           “แม่ชอบซื้อส่งมาให้แม่กลัวลูกชายเป็นสิว” คริสโตเฟอร์พูดผมก็มอง เป็นยาแต้มสิวจริงๆ ด้วย จะว่าไปแม่ของคริสเขาก็เลี้ยงลูกทันสมัยดีนะ ให้ลูกดูแลตัวเอง ดูจาพวกครีมทาหน้า อะไรพวกนี้ที่เขาส่งมาให้คริสใช้ซิ ผมเองก็มีแต่ไม่เยอะเท่าหมอนี้เลย

           “ไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะจะได้ลงไปดูพิธีกับเขาบ้าง”ผมพูดและจะหันหลังเข้าห้องน้ำ

           “ดูเอาไว้เพื่องานของเราเหรอพี่เขม”คริสโตเฟอร์ถามผม ผมหันมามองและทำท่าคิด

           “แต่ที่ผมคิดเอาไว้ คือผมนับถือศาสนาคริสอ่ะพี่เขม แต่ผมคิดว่าคงเข้าโบถส์ไม่ได้อยู่แล้ว เราก็หาคนทำพิธี แบบที่แม่ผมทำตอนที่แต่งงานกับพิลิฟส์ มีคนมาทำพิธี ตอนนั้นแม่ผมแต่งที่ชายหาด “ คริสโตเฟอร์พูด ผมพยักหน้าก็ดีนะ

           “ผมเข้าไปอ่านดูเราจะแต่งงานกันภายใต้กฎหมาย LGBT ที่เมลเบิร์นได้นะพี่เขม “ คริสโตเฟอร์พูด ขณะที่เขาก็กำลังเตรียมเสื้อผ้าที่จะสวมใสในวันนี้ แต่มันทำให้ผมแปลกใจว่าเขาเริ่มศึกษาเรื่องนี้แล้วหรือที่จะแต่งงานกับผมนะ

           “ใช่พี่เขมผมเข้าไปอ่านมาบ้างแล้ว ผมจะชวนพี่เขมไปใช้ชีวิตที่นั้นด้วยนะ เพื่อว่าพี่เขมอยากจะย้ายไปอยู่ที่นั้นกับผมในฐานะคู่สมรสในอนาคตของผม” คริสโตเฟอร์หันมาบอกผม ผมก็ยืนมองเขา มันทำให้รอยยิ้มเปื้อนขึ้นมาบนใบหน้าของผมอย่างไม่รู้ตัว แต่มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่มีคนเข้ามาจูบผมนี้แหละ


           “พี่คงคิดว่าผมเด็กและคงยังไม่คิดเรื่องแบบนี้ใช่ไหมครับพี่เขม ผมนะเริ่มศึกษามาพักหนึ่งแล้วแหละ และผมก็แพลนงานแต่งงานของผมไว้แล้วด้วย ถ้าสะดวกผมจะแต่งงานที่ออสเตรเลียก่อนและค่อยมาแต่งงานแบบประเพณีไทยที่ประเทศไทยกับพี่เขมเพราะว่าผมชอบประเพณีของไทยด้วยเช่นกัน “คริสโตเฟอร์ พูดออกมาแบบนี้ทำเอาผมเขินแบบไปต่อไม่เป็นเลยจริงๆ


           “ถ้าอย่างนั้นก็รีบอาบน้ำเถอะนะจะได้ลงไปดูด้วยกัน” ผมพูดและเราสองคนก็เข้าห้องน้ำอาบน้ำด้วยกัน นี้ก็เป็นกิจวัตรประจำวันของผมสองคนไปซะแล้วที่ต้องอาบน้ำพร้อมกัน ถูหลัวให้กัน สระผมด้วยกันภายใต้ฝักบัวเดียวกัน ช่วยกันเช็ดผม และถ้าวันที่เขาไม่ได้อยู่กับผมแล้ว ใครจะทำหน้าที่ตรงนี้ให้กันและกัน แค่คิดก็รู้สึกหน่วงๆอยู่ในใจลึกๆแต่ไม่กล้าจะแสดงออกมาถ้าผมอ่อนแอแล้วเขาละไม่อ่อนแอมากกไปกว่าผมเหรอ

           วันนี้คริสโตเฟอร์สวมเสื้อเชิ้ตลายตารางฟ้าขาวกางเกงยีนส์ พอเห็นเขาใส่แบบนี้แล้ว ผมรู้สึกว่าเขาดูเป็นผู้ใหญ่จนผิดหูผิดตาไปทันที ผมก็สวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนกับกางเกงยีนส์เช่นกันสีฟ้าเดียวกับคริสนั้นแหละ ผมเพิ่งสังเกตเห็นตอนที่ยืนเทียบกันตรงหน้ากระจก เขาสูงเลยไหล่ผมไปแล้วหน่อยหนึ่งแล้วนะ

           Rrrr เสียงมือถือดังขึ้นมาขัดจังหวะการเพ็งพิจารณาของผมพอดี ผมเดินออกมาหยิบมือถือตัวเองดู พี่ต้นโทรมาก็ต้องรีบรับทันที


           “พี่ต้น “ ผมกรอกเสียงเรียกชื่อพี่ชายคนโต

           “เขมพี่มาถึงงานแล้วนะเราละ “

           “ผมยังอยู่บนห้องพักพี่ต้น ถ้าอย่างนั้นผมลงไปหาเลยนะ เพื่อว่าพี่จะให้ผมสองคนดูตาเอิร์ธให้ก่อน” ผมพูดบอกพี่ต้น

           “ดีเลยพี่คงจะยุ่งหน่อยช่วงเช้าพี่ต้องทำหน้าที่หลายอย่างเลยเขม” พี่ต้นบอกผม

           “ได้ครับพี่ต้น ถ้าอย่างนั้นเจอกันนะครับ พี่ต้น” ผมกดวางสายพี่ต้น และหันมามองคริสโตเฟอร์ ผมพยักหน้าว่าเราควรจะลงไปได้แล้ว เมื่อวานผมมาถึงก็เย็นมากแล้ว แต่ก็ได้นั่งพูดคุยกับซอมพอและแฟนเขา ครูมิ้ง ส่วนแชมป์นะเขานั่งคุยกับคริสโตเฟอร์ก็วัยใกล้เคียงกัน

           ผมถึงได้รู้ว่าครูมิ้งอยู่ที่นี้ทำอะไรบ้าง ครูช่วยได้เยอะ ช่วยติดต่อกับนักท่องเที่ยวต่างชาติเพราะว่าครูมิ้งเก่งภาษาอังกฤษ แถมครูมิ้งยังสอนภาษาอังกฤษให้กับพนักงานในรีสอร์ทอีกด้วย จนพูดอ่านเขียนได้บ้างและโต้ตอบคุยกับนักท่องเที่ยวได้ แถมครูมิ้งยังสอนเด็กๆอีกด้วย ลูกๆของพนักงานในรีสอร์ท ไม่ใช่แค่รีสอร์ทของคุณน่านฟ้าแต่ยังไปทำหน้าที่ครูที่รีสอร์ทของป้าของซอมพออีกด้วย ผมเลยคิดว่าจะเอาตรงนี้ไปยื่นกับท่านผู้อำนวยการเพื่อช่วยครูมิ้งว่าเขาเป็นคนดี ผมยังอยากให้ครูมิ้งเป็นครูสอนหนังสือเด็กๆต่อไป

           “ครูมิ้ง” ผมเดินลงมาก็เจอครูมิ้งกับแชมป์พอดี

           “ผมเพิ่งเข้าไปช่วยซอมพอแต่งตัวนะครับครูเขม” ครูมิ้งบอกผม ผมมองไปรอบๆ บรรยากาศดูอบอุ่นมาก สถานที่ตกแต่งไปด้วยโมบายสไตล์ล้านนา แต่ละคนก็สวมชุดพื้นบ้านกัน ดูมีเสนและสีสันมาก

           “เราไปหาที่นั่งตรงโน้นกันดีกว่าครับครูเขม” ครูมิ้งบอกผม

           “เรียกเขมก็ได้ครับ ผมว่ามันดูเกร็งๆไปหน่อยนะครับ”

           “งั้นเรียกผมว่ามิ้งแล้วกัน อันที่จริงผมควรจะเรียกว่าพี่เขมด้วยมั้งเพราะว่าผมจบที่หลังตั้งหนึ่งปีนะครับ” ครูมิ้งพูด

           “ แม้ผมเลยดูแก่ไปอีก มีแต่คนเรียกพี่นะครับมิ้ง” ผมพูดและหัวเราะกันเบาๆ สองคน ผมหันไปเจอพี่ต้นเดินมากับเอิร์ธ พี่ต้นหล่อมากเลยวันนี้ พี่ต้นสวมกาเกงยีนเสื้อเชิ้ตและสวมสูททับ ดูหล่อเท่สมาร์ทสมกับเป็นปลัดหนุ่มจริงๆ

           “เขม “พี่ต้นเรียกผม ผมหันไปมองมองพี่ต้น ครูมิ้งก็เช่นกัน ดูครูมิ้งจะตกใจเล็กน้อย คงเคยเจอพี่ชายผมมาก่อนแน่ๆ

           “สวัสดีครับคุณปลัด” ครูมิ้งยกมือไหว้พี่ต้น

           “สวัสดีครับ ครูมิ้ง” พี่ต้นยกรับไหว้

           “ผมขอโทษนะครับคุณปลัดที่ผมโกหกว่าผมไม่ได้ชื่อมิ้งนะครับ” ครูมิ้งพูด

           “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเข้าใจ และถ้ามีอะไรให้ผมช่วยบอกพี่ได้นะ พี่เต็มใจมิ้ง “ พี่ต้นพูดและหันไปพยักเพยอทักทายคริสโตเฟอร์ ก่อนจะดันเอิร์ธให้มาหาผม

           “พี่จะเข้าไปด้านในงานก่อนนะ “ พี่ต้นพูดและเดินเข้าไปในงานทันที ผมก็อุ้มเอิร์ธมานั่ง แต่เอิร์ธหันไปมองคริสโตเฟอร์และชี้จะไปนั่งกับคริสโตเฟอร์แทน ผมก็แปลกใจ วันแรกทำเป็นหวงผมแต่วันนี้จะไปนั่งกับพี่คริสแทนซะแล้ว

           “นี่เธอ เธอเห็นคุณปลัดรูปหล่อป่ะ เมื่อกี้อ่ะ หล่ออะแก ได้ยินข่าวว่าเลิกกับเมียเขาแล้วนะ “ผมได้ยินสาวๆกำลังซุบซิบพี่ชายผมพี่ต้น

           “ใช่ ดีใจแทบตาย เมื่อก่อนนะ ใครไปวอแวคุณปลัดแม่ไปยืนด่าไฟแลป มีแต่คนอยากให้เลิกกันจะแย่แล้ว คุณปลัดนะดูหล่อดูดี ไม่เหมือนแม่เกศรินทร์นั้นหรอก ดูไปคนละขั้วกันเลย “

           “เห็นแล้วอยากไปสมัครเป็นแม่ของลูกจังเลยอ่ะ “ เขาซุบซิบกันเพราะว่าเขาไม่รู้ว่าผมเป็นน้องชายพี่ต้น พอได้ยินแบบนี้แล้วก็อดอมยิ้มแทนพี่ต้นไม่ได้

           “พี่ชายคุณเขมนี้หล่อจริงๆนะครับ ผมนะแอบได้ยินสาวๆที่ทำงานในรีสอ์ทพูดถึงกันบ่อย มีแต่คนชมและมีแต่คนแอบชอบเยอะนะครับ แต่น่าเสียดายที่เขาเพิ่งเลิกกับภรรยาของเขานะครับ”มิ้งหันมาชมพี่ต้นกับผมเช่นกัน

           ระหว่างที่ผมกำลังนั่งมองคู่รักที่เขาพิธีแต่งงานกันผมก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าคู่บ่าวสาวไหมเพราะว่านี้เป็นการแต่งงานกันแบบเพศเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้น่ารักน้อยไปกว่าชายหญิงเลย


           “ครู เออ พี่เขม ผมถามจริงๆเถอะครับ พี่มาตามผมกับแชมป์นี้เพราะว่ามีเรื่องอื่นด้วยไหมครับ ที่ไม่ใช่แค่ต้องการมาตามให้ผมกลับไปแก้ไขสิ่งที่ผิดนะครับ” ครุมิ้งถามผมและหันมามองหน้าผม ผมก็มองหน้าครูมิ้ง ก่อนจะเหลียวหลังไปมองแชมป์ที่นั่งหยอกล้อเล่นกับหลานผมอยู่

           “พี่เขม “ สีหน้าครูมิ้งดูกังวลขึ้นมาทันที

           “ที่พี่มานะมิ้ง… เออ…คือ..”
           
           “บอกผมเถอะครับพี่เขม” ครูมิ้งถามผม

           “ป้าของแชมป์เขาเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายนะครับและตอนนี้เขาทรุดหนักมากหมอที่ดูแลแจ้งว่าไม่น่าจะเกินจากเดือนนี้นะครับมิ้ง” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่เบามาก แต่คนที่ได้ยินนี้ทรุดเลยและหันไปมองแชมป์ด้วยสีหน้าที่รู้สึกผิด

           “อย่าเพิ่งบอกน้องนะครับ น้องจะตกใจ เอาไว้ถึงแล้วก็พาน้องเข้าไปหาท่านทันทีที่ทำได้นะครับมิ้ง” ผมแตะที่แขนมิ้ง มิ้งหันมามองหน้าผมและพยักหน้าเบาๆ

           “ผมขอบคุณนะครับพี่เขมที่มาตามผม เพราะว่าถ้าผมมารู้เมื่อสายเกินไป ผมคงไม่ให้อภัยตัวเองแน่ๆ “ มิ้งพูดบอกผม

           “ถึงป้าของแชมป์เขาจะด่าว่าผมไว้ตอนที่เขารู้ว่าผมกับแชมป์นั้นเป็นอะไรกันแต่ผมก็ไม่โกรธท่านหรอกนะครับ เพราะว่าแชมป์คือหลานคนเดียวและความหวังที่เขามีเหลืออยู่ “ มิ้งพูดบอกกับผม

           “พี่เชื่อว่าป้าของแชมป์เขาจะดีใจถ้าเขาเห็นว่าครูมิ้งรักและดูแลหลานเขาดีแค่ไหน และอีกอย่างนะมิ้ง ป้าเขาถอนแจ้งความแล้วแหละ นั้นแปลว่าเขาพร้อมจะรับฟังเรื่องของมิ้งและแชมป์แล้ว “ผมบอกมิ้ง มิ้งก็พยักหน้ากับผมเบาๆ

           “มิ้ง เข้ามาใส่บาตรกันลูก” ผมเห็นผู้หญิงคนหนึ้งเดินมาทางครูมิ้ง

           “แม่ของพี่น่านฟ้าและชอมพอนะ”ครูมิ้งหันมาบอกผม ผมก็ยกมือไหว้ทันที

           “นี้ใช่น้องชายคุณปลัดหรือเปล่าค่ะ แม้หล่อเหมือนพี่ชายไม่มีผิดเพี้ยนเลยค่ะ” แม่ของซอมพอชมผม

           “ไปใส่บาตรด้วยกันไหมคะ”

           “ไม่ดีกว่าครับให้ครุมิ้งและแชมป์ไปดีกว่าครับ “ ผมพูดและพยักหน้าให้มิ้งลุกไปกับแม่ของซอมพอ ผมหันมามองคริสโตเฟอร์ และพากันลุกเดินเข้าไปเพื่อเข้าไปดูพิธีการใกล้ๆ ผมเห็นคู่รักเขากำลังตักข้าวใส่บาตรพระพร้อมกัน สายตาที่เขามองกันมันสื่อได้ว่าวันนี้คือวันที่เขาทั้งคู่มี่ความสุขที่สุด ผมเห็นแบบนี้ก็แอบอิจฉาอยู่ไม่น้อย เมื่อก่อนผมก็คิดและคุยกันเอาไว้เรื่องที่ผมจะแต่งงานกับณัฐกานต์ เราวาดฝันกันไว้เหมือนแบบนี้ไม่มีผิดเพี้ยนเลย แต่ว่ามันก็ไปกันไม่ถึงฝันของผมกับเขา แต่ว่าตอนนี้ผมมีแล้วคนข้างๆของผมนี่ไง

“เราเกิดมาเพื่อเป็นของกันและกัน
นี่คือบรรชาของสรวงสรรค์
ให้เราต้องเจอกันสักวันในชีวิตนี้
เกิดมาดูแลหัวใจอีกดวง
เกิดมาเพื่อรักก็แค่คนนี้
เกิดมาเพื่อมีสักวันที่ฉันมีเธอ

           ขณะที่ผมกำลังยืนมองคู่รักเพลินจู่ก็มีคนกระเทิบเข้ามาแนบชิดกับผมและเขาก็กระซิบร้องเพลงที่กำลังเปิดอยู่ ณ ตอนนี้ ผมรู้สึกเหมือนมีมนต์มาสะกด ผมหันไปมองคริสโตฟอร์

เราเกิดมาดูแลหัวใจอีกดวง
เกิดมาเพื่อรักก็แค่คนนี้
เกิดมาเพื่อมี สักวันที่ฉันมีเธอ

           “ผมเกิดมาเพื่อดูแลหัวใจพี่เขมแต่เกิดช้าไปหน่อยเนอะ “ คริสโตเฟอร์พูด ผมก็มองสบตาเขานิ่งมาก ถ้าไม่ติดว่าตรงนี้คนเยอะผมคงจูบเขาไปแล้ว

           “ขอบคุณนะคริส  ที่เกิดมาเพื่อเป็นคนรักของพี่จริงๆ “ ผมกระซิบบอกคริสโตเฟอร์เบาๆ คริสโตเฟอร์ยืนจับมือผมไว้ จนพี่ต้นเดินออกมา ตรงมาหาผมสองคนและเอิร์ธที่นั่งเล่นมือถือคริสอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมามองพี่ต้น

           “เขมกลับวันนี้เลยเหรือเปล่า” พี่ต้นถามผม

           “ใช่พี่และผมจะพาครูมิ้งไปค้างที่บ้านสักคืนนะครับพี่ต้น เพราะว่าขับรถกลับไม่ได้แน่ๆ กว่าจะถึงก็คงสามทุ่มกว่าเข้าไปแล้ว” ผมพูดบอกพี่ต้น


           “พี่ก็ว่าดีนะ พีไม่อยากให้เราขับรถคำๆมืดๆ เขม ถ้ายังไงพี่ว่าจะเอารถคุณน่านฟ้าไปส่งเรานะเพราะว่ารถพี่คงไปไม่หมดแน่ ไหนจะกระเป๋าอีก”พี่ต้นพูดผมพยักหน้าว่าได้

           “คุณน่านฟ้าฝากบอกพี่ว่าให้เราอยู่ทานอาหารกลางวันกันก่อนนะเขาจะเลี้ยงส่งครูมิ้งกับแชมป์ด้วยนะ” พี่ต้นบอกผม ผมพยักหน้าว่าได้ และพี่ต้นก็เดินกลับเข้าไปในงาน

           “คริส พี่ฝากหลานก่อนนะพี่ว่าจะเข้าห้องน้ำซักหน่อยนะ” ผมบอกคริสโตเฟอร์ และลุกเดินเข้าไปในงาน ผมเห็นป้ายบอกทางไปห้องน้ำ  ขณะที่ผมกำลังเดินไปจะถึงทางเข้า

           “คุณต้นรู้ตักคุณหมอดาวิกาไหมครับ “


           “คุณน่านถามผมทำไมเหรอครับ”

           “เขาถามหาคุณต้น เขาบอกว่าเขาคุณเป็นเพื่อนกับแฟนของเขา แฟนเขาที่เป็นหมอภีมปภพ”

           “คุณน่านเจอเขาด้วยเหรอครับ”

           “น้องผมเขานอนโรงพยาบาลตอนที่ยังทำงานอยู่ที่กรุงเทพนะครับคุณต้นแต่ว่ามันเมื่อหลายเดือนก่อนแล้วนะครับ และผมก็ไม่มีโอกาสได้คุยกับคุณต้นเลย จนถึงวันนนี้นี่แหละครับ” ผมก็ต้องนิ่ง คุณหมอดาวิกาถามหาพี่ต้นเหรอและถามหากับพี่น่านฟ้า นั้นก็แปลว่าคุณหมอดาวิกาเขารู้ว่าพี่ต้นอยู่ที่ไหน และถ้าเขารู้ ทำไมเขาไม่บอกหมอภีมปภพละ ทั้งที่พี่หมอภีมปภพก็บอกว่าหมอดาวิกาเขาไม่อะไรแล้วกับพี่ต้นและหมอภีม สิ่งที่ผมคิดคือคำพูดของพี่ก้องที่บอกว่าหมอดาวิกาน่ากลัวที่สุด

           ผมรีบเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัว ผมเดินกลับมาก็เห็นพี่ต้นนั่งอยู่กับเอิร์ธและคริสโตเฟอร์ ครูมิ้งเดินมาหาพวกผม ต่อไปก็คงเป็นพีธีมงคลสมรส สวมด้ายมงคลและทำพิธีหลั่งน้ำสังข์ บายสีสู่ขวัญ และพิธีผูกข้อมือ บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นของญาติพี่น้อง ผมได้แต่ยืนมองเขาโชคดีที่มีครอบครัวที่เข้าใจและยอมรับในสิ่งที่พวกเขาเป็น ไม่ได้มีหลายครอบครัวที่ยังไม่เปิดใจรับตรงนี้ทำไม ผมถึงนึกถึงพี่นครินทร์แฟนพี่ก้องขึ้นมาเฉยๆ

           “จะว่าไปผมก็ชอบนะพี่เขม ผมคิดว่าเราควรจะแต่งงานกันที่ไทยด้วยนะ ผมชอบประเพณีแบบไทยๆ ขอบตอนรดน้ำสังข์ “คริสโตเฟอร์พูด ขณะที่ผมกำลังนั่งโต๊ะทานอาหารกัน ผมว่าจะขอตัวไปเตรียมตัวกลับ เพราะว่าผมต้องเดินทางไปที่สนามบินผมมีเที่ยวบินรอบหนึ่งทุ่มแต่ผมก็ต้องไปก่อนเวลาเพื่อจะได้มีเวลาหาอะไรทานกันก่อนขึ้นเครื่องบินกลับ

           “ครูเขมครับ” พี่น่านฟ้าเดินมาหาผมและแฟนของพี่น่านฟ้าด้วย

           “พี่จะบอกว่าครูมิ้งนะเขาเป็นคนดีนะ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี้ ทำงานและยังสอนภาษาอังกฤษให้คนงานในรีสอร์ทพี่ด้วยนะ ถ้าเขมอยากให้พี่ช่วยเขียนหนังสือรับรองความประพฤติของครูมิ้งให้พี่ยินดีนะครับ” พี่น่านฟ้าบอกผม ผมพยักหน้าว่านี้จะดีมากที่จะช่วยครูมิ้ง

           “พี่รู้ว่ามันผิดที่มิ้งเขาทำแต่พี่ว่าเขามีเหตุผลนะ “พี่น่านฟ้าพูด

           “ผมรู้ครับพี่น่านว่ามิ้งและแชมป์เขาโดนกดดันหลายด้าน โดยเฉพาะแชมป์ แต่ว่าตอนนี้ ป้าของแชมป์เขาป่วยเป็นมะเร็งผมเลยต้องมาตามเขา แต่ผมก็ยังไม่ได้บอกน้องตรงๆนะครับพี่น่าน” ผมบอกพี่น่านฟ้า พี่น่านฟ้าและแฟนก็มองหน้ากัน

           “ครับได้ครับพี่สองคนจะไม่พูดเรื่องนี้กับน้อง “

           “ขอบคุณนะครับ พี่น่าน เออ พี่ติณใช่ไหมครับ”

           “ครับ “

           “ถ้าอย่างนั้นพี่สองคนขอตัวเข้าไปด้านในก่อนนะครับ เขม “ พี่น่านฟ้าพูดและเดินกลับเข้าไปด้านใน เหลือแค่ผมกับคริสโตเฟอร์ และครูมิ้งก็เดินกลับออกมาพร้อมกับแชมป์ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะสี่โมงแล้ว

           “ครูมิ้งครับ ผมสองคนจะขอตัวขึ้นไปเครียมตัวกันก่อน เราต้องออกก่อนเวลานะครับเพราะว่าเกือบชั่วโมงเลยกว่าจะไปถึงสนามบิน เราต้องเผื่อเวลาไว้เช็คอินเกือบสี่สิบนาทีถ้าหิวจะได้หาอะไรทานกันที่สนามบินเลยนะครับ “ผมบอกครูมิ้ง ครูมิ้งพยักหน้าให้ผม

           “ไปคริส ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันดีกว่า” ผมชวนคริสกับขึ้นห้องพัก ระหว่างที่ผมกำลังจะเดินขึ้นไปก็เห็นซอมพอกับแฟนของเขากำลังยืนส่งแขกที่กำลังทะยอยกลับบ้านกัน

           “ครุเขม” ซอมพอเรียกผมไว้

           “ผมจะขึ้นไปเตรียมตัวกลับแล้วนะครับซอมพอ ผมนี้ขอบคุณมากจริงๆ รีสอร์ทน่ารักมาก ยังไงผมต้องมาอีกแน่ๆ”ผมบอกซอมพอ

           “ผมยินดีมากเลยนะครับครูเขม มาเมื่อไหร่บอกผมได้เลยนะครับ และไม่ต้องเกรงใจ ครูเขมก็เป็นเพื่อนครูกับครูมิ้ง ยังไงก็เพื่อนผมเช่นกันและอย่าลืมพาแฟนมาด้วยนะครับ มาพักหลายๆวันจะได้หาที่เที่ยวนะครับ “ ซอมพอบอกผม ผมกับคริสโตเฟอร์พยักหน้าพร้อมกัน

           “ครับพี่ซอมพอ ผมก็ชอบรีสอร์ทของพี่นะครับ ผมขอบบรรยากาศแบบนี้มันน่า” ผมหันมามองทันทีอย่านะ

           “น่าถ่ายรูปคู่นะครับ”

           “หึหึ “ซอมพอพูด

           “พี่ก็ว่ามันก็น่านะ” พี่ณุกพูดแต่คราวนี้ซอมพอหันไปมองผมก็แอบเกาหัว

           “น่ามาเช็คอิน หลายที่เลย “ พี่ณุกพูดและหันไปหัวเราะกับแฟนของพี่เขา

           “ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ เออ ผมขอแสดงความยินดีอีกครั้งนะครับ ขอให้รักกันนานๆเลยนะครับ มีความสุขมากๆด้วยนะครับ และฝากบอกพี่น่านฟ้าอีกคนนะครับ เมื่อกี้ผมก็รีบคุยเลยไม่ได้บอก” ผมบอกกับซอมพอและพี่ณุก

           “ครับเดี๋ยวซอมพอบอกให้นะครับ “ พอดีจังหวะที่มีแขกเดินออกมาพอดีซอมเลยหันหลังไปส่งแขกท่านอื่นผมก็ดึงแขนคริสโตเฟอร์ขึ้นห้อง เพื่อจัดการเก็บกระเป๋าแพ๊คกระเป๋าจะได้พากันกลับ

           “เสร็จสิ้นภารกิจของพี่เขมแล้วซิ “คริสโตเฟอร์พูด

           “พี่ก็ไม่คิดนะว่าพี่มาถึงจุดนี้ได้ไง นี่พี่ผ่านมาเยอะมากเลยหลายภารกิจเหลือเกิน “ผมพูดไปก็แพ็คกระเป๋าไปด้วย

           “เหลืออีกอย่างนะพี่เขมภารกิจของเรานะ”คริสโตเฟอร์พูด ผมหันไปมองยังมีเหลืออีกเหรอ

           “เป็นเจ้าสาวของผมไง นี้แหละภารกิจที่ยิ่งใหญ่ เพราะว่าหลังจากนั้น พี่จะโดนกดอย่างเดียว” เฮ้ย ผมถึงกับหันไปมองคนที่เดินมากระซิบบอกผม บอกกันแบบนี้มันเหมือนจะให้ผมแขวนนวมรุกยังไงก็ไม่รู้นะ นี้ครูเขมต้องพรีกายถวายเป็นภรรเมียเขาแล้วจริงๆเหรอ 


ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
กำลังตามอ่านอยู่น้าาาา ชอบครูเขม แต่ตอนครูเมะก็ดีน้า 55

เด๋วอ่านจบมาเม้นใหม่ เยอะมากกกกกกก เล่นซะตาลายเลย 555  :pig4:

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
   
ครูเขมชาติXคริสโตเฟอร์ งานเขาพี่เขมพี่่ก้องต้องมาช่วยเคลียร์

          Part ครูเขมชาติ    วันนี้ผมมาพักที่กรุงเทพกันก่อนผมพาคริสโตเฟอร์มาสอบโทเฟลและไอเฟล เพื่อจะนำไปใช้ในการเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในระดับชั้นปริญญาตรีที่ประเทศออสเตรเลีย คริสโตเฟอร์เขาสนใจอยากจะเรียนเอกภาษาอังกฤษ เขาบอกว่าเขาจะทำงานได้หลายอย่างเลยผมก็ว่าดีนะ ถ้าถึงตอนนั้นเขาไม่ได้อยากทำงานในสายอาชีพครู



         “คริสพ่อเราบอกว่าจะมาถึงกี่โมงนะ” ผมถามคริสโตเฟอร์ขณะที่ผมกำลังทำความสะอาดบ้านให้แม่ของผมอยู่



         “พ่อบอกว่าเครื่องลงที่สุวรรณภูมิตอน สามทุ่มนะพี่เขม พ่อเขาจองโรงแรมไว้แล้วใกล้กับ บีทีเอสอ่ะ พ่อเขาชอบไปเดินซื้อของที่เอมบีเค และนี้พ่อคงจะไปหาร้านเพื่อตัดเสื้อสูทครับพี่เขม พ่อเขาชอบตัดที่นี้ไม่แพงและดี  “ คริสโตเฟอร์บอกผม



           “พ่อบอกว่าได้จองห้องพักไว้ให้อีกห้องหนึ่งนะพี่เขม พ่อให้เตรียมตัวไปค้างด้วย” คริสโตเฟอร์บอกผม ผมก็พยักหน้าแต่ว่าจะให้เขาค้างกับพ่อเขาดีกว่า ผมเองอาจจะขอตัวกลับก่อน



         “กริ้ง”เสียงกริ่งหน้าบ้านผมดังขึ้น



         “คริสไปเปิดประตูให้พี่ทีซิ สงสัยป้าวิลัยเอาอาหารมาให้แน่ๆเลย “ ผมบอกคริสโตเฟอร์ เขาก็ละสายตาจากทีวี และเดินออกไปนอกบ้าน แม่ผมไม่อยู่บ้านไปช่วยพี่ต้น แม่บอกว่าจะกลับมาพรุ่งนี้ เพื่อว่าจะได้เจอพ่อของคริสโตเฟอร์ด้วย



         “พี่เขม มีผู้หญิงมาหาพี่อ่ะ” คริสโตเฟอร์รีบเดินเข้ามาบอกผม ผมก็ทำหน้างงซิครับ มีผู้หญิงมาหาผมอย่างนั้นเหรอ



         “ใครเหรอ”



         “เขาไม่ได้บอกชื่อกับผมอ่ะ เขาแต่งตัวดีมากเลยนะ ตัวเล็กๆผิวขาวมาก สวยอ่ะ แต่ผมว่าหน้าเขาคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่เขาใหญ่” คริสโตเฟอร์พูดผมก็วางมือจากการทำความสะอาดและรีบเดินออกไปทันที พอผมเดินมาถึงที่ตรงประตู ผมก็ต้องผงะ กับผู้หญิงที่ยืนอยู่ เธอสวมแว่นตากันแดดอันใหญ่ เธอถอดแว่นตาออกมาและมองผม ก่อนจะส่งยิ้มมาให้ผม



         “สวัสดีค่ะ ใช่น้องชายคนเล็กของต้นตระการไหมคะ” เชารู้จักพี่ชายของผม ผมก็เลยต้องเดาว่าเขานะจะเป็นอดีตคู่หมั้นพี่หมอภีมปภพ



         “พี่หมอดาวิกาค่ะ “ ผมก็ต้องพยักหน้าว่าใช่จริงๆด้วยแต่ทำไมเขามาบ้านผมถูก เพราะว่าบ้านหลังนี้ผมเพิ่งย้ายเข้ามาได้เกือบห้าปีเองแต่ก่อนผมมีอีกบ้านหนึ่งบ้านหลังนั้นจะอยู่ใกล้โรงเรียนที่แม่ผมสอน ส่วนบ้านหลังนี้เป็นบ้านของพ่อผมและพ่อผมจะมาอยู่เมื่อท่านกลับมาพักร้อนกับครอบครัวเท่านั้น แต่ผมได้ย้ายเข้ามาอยู่จริงก็หลังจากที่พ่อเสีย ส่วนอีกหลังแม่ผมได้ขายไปแล้วและได้นำเงินก้อนนั้นมาส่งเสียพี่ต้นเรียนปริญญาโทและผมเรียนปริญญาตรี  ผมก็คิดว่าพี่ต้นก็ไม่เคยบอกใครเรื่องบ้านหลังนี้แน่นอน



         “ขอพี่เข้าไปคุยด้านในได้ไหมคะ” พี่หมอดาวิกาถามผม ผมพยักหน้าว่าได้ คริสโตเฟอร์มองหน้าผมแบบมีคำถาม ผมส่ายหัวว่าไม่ใช่ตอนนี้



         “แฟนหรอค่ะ” หมอดาวิกาพูดและมองไปที่คริสโตเฟอร์



         “เขาเป็นนักเรียนของผมนะครับ”



         “แม้นักเรียนอะไรกันเดินจับมือกัน แฟนกันก็บอกพี่เถอะค่ะ พี่ไม่เหมือนเกศรินทร์นี่ค่ะ ” พี่หมอดาวิกาพูด ผมก็ต้องขมวดคิ้วเป็นผม จับมือทีไหนตอนนี้ผมก็ไม่ได้จับมอืกันซะหน่อยและเกี่ยวโยงอะไรกับพี่เกศรินทร์อีก แต่ผมก็เดินนำหมอดาวิกาเข้าไปในบ้าน



         “เชิญนั่งครับพี่หมอดาวิกา”



         “เรียกพี่ว่าหมอดาก็ได้ค่ะ พี่หมอภีมเขาเรียกพี่แบบนั้นและเรียกมานานแล้วด้วยก่อนจะมีต้น” พี่หมอดาพูดผมพยักหน้า



         “คริสพี่ขอน้ำมาให้หมอดาวิกาหน่อยซิ “



         “คุณหมอดาดื่มอะไรดีครับ”



         “ขอน้ำเปล่าก็พอค่ะ พี่คุยไม่นานค่ะเขม” พี่หมอดาวิกาพูด ผมหันไปพยักหน้ากับคริสโตเฟอร์ว่าเอาน้ำเปล่ามาให้แล้วกัน



         “กลัวน้องจะรู้เหรอค่ะ เรื่องที่พี่จะพูดนะคะ” พี่หมอด้าวิกาถามผม



         “อันนี้มันเรื่องภายในครอบครัวผมนะครับ ไม่เกี่ยวกับน้องเขานะครับพี่หมอดา”ผมพูดขึ้นและหมอดาวิกาก็ส่งห่อเอกสารให้ผมเป็นซองเอกสารสีน้ำตาล ผมก็รับมาเปิดดู ด้านในมีเหมือนรูปถ่าย ก็ก็มองหน้าหมอดาวิกา ผมเทออกมาดู เป็นรูปถ่ายมากมายแต่มันมีรูปหนึ่งที่เป็นรูปพี่หมอภีมปภพ นัดคุยกับผม



           “พี่ถึงได้ทราบว่าต้นตระการเขามีน้องชายที่ไปเป็นครูอยู่ที่เขาใหญ่ เพราะว่าเขมนัดพี่หมอภีมไปคุยไงค่ะ “ พี่หมอดิวกาพูด คริสโตเฟอร์เดินมาพอดีเลยเขาเอาแก้วน้ำมาวางและเขาก็เห็นภาพที่ผมถูกแอบถ่ายเอาไว้ คริสโตเฟอร์หยิบขึ้นมาดู เขามองหน้าผม ใช่ผมไม่ได้บอกเขาเรื่องนี่ สีหน้าเขาตกใจมาก แต่เขาก็ยังไม่ได้ถามอะไรผม และผมก็ยังไม่ได้อธิบายอะไรตอนนี้คงต้องหลังจากทีหมอดาวิกากลับไปก่อน



           “พี่หมอภีมเขานัดน้องเขมคุยเรื่องต้นเหรอคะ พี่หมอพูดว่าไงคะ พูดว่าพี่นี้เป็นคนผิดหรือเปล่าค่ะ “ พีหมอดาวิกาถามผม



           “พี่หมอไม่ได้พูดแบบนั้นครับพี่หมอดา” ผมพูดบอกและสายตาผมก็เหลือยไปเห็นรูปผมกับคริสโตเฟอร์เดินจับมือกัน อีนนี้ตอนที่ผมกำลังเดินจากบ้านพักไปโรงเรียน เขาเห็นได้ยังไง



           “พี่ตามถ่ายรูปผมสองคนด้วยเหรอครับ” คริสโตเฟอร์ถามขึ้นด้วยสีหน้าที่มีคำถามเหมือนเช่นผม



           “พี่ไม่ได้เอาไปทำอะไรหรอกคะไม่ต้องกังวล พี่แค่ต้องการรู้ว่าน้องเขมคือใคร แต่พอพี่ทราบว่าเป็นน้องชายของต้นพี่ก็หยุดนะคะ “ พี่หมอดาวิกาพูด



           “พี่หมอภีมแค่ต้องการเอารูปฝากผมไปคืนพี่ต้นแค่นั้นครับพี่หมอดา”



           “พี่เขาบอกไหมคะว่าพี่เขาถอนหมั้นพี่นะคะ” หมอดาวิกาพูด ผมพยักหน้า



           “พี่ก็ยอมถอนหมั้นนะคะ แต่ไม่ใช่เพื่อต้น และพี่อยากจะบอกเขมไว้ด้วยว่า การที่พี่จะหมั้นกับหมอภีมได้ มันคือความเห็นของสองฝ่าย นั้นคือทางพี่และหมอภีม ไม่ใช่ที่พ่อแม่อย่างเดียวนะคะ พี่หมอภีมเขาให้พ่อแม่ไปขอหมั้นพี่เองนะคะ ทั้งที่เขากำลังคบต้น พี่ก็คิดว่าเขาคงแค่ต้องการบังหน้าของทั้งคู่หรือเปล่า หรือเหตุผบอื่นอีกพี่ก็ไม่แน่ใจนะคะ “ ผมก็ต้องขมวดคิ้วอีกรอบมันไม่ใช่ที่หมอภีมบอกผมเลยสักนิด



           “พี่หมอภีมบอกว่าทางครอบครัวพี่และหมอภีมเห็นสมควร”



           “ใช่ค่ะ ทางผู้ใหญ่เห็นสมควรแต่ส่วนหนึ่งมาจากหมอภีมด้วยนะคะ “ หมอดาวิกาพูดและยิ้มให้ผม



           “ พี่คิดเอาไว้แล้วเชียวว่าหมอภีมต้องพูดว่าเป็นความเห็นผู้ใหญ่ฝ่ายเดียว ทั้งที่มันเป็นความเห็นของเขาด้วยเช่นกัน แต่พี่ก็รู้เรื่องหมอภีมกับต้นมาก่อนที่จะรับหมั้นนะคะ “ หมอดาวิกาพูด ผมถึงกับถอนหายใจออกยาวๆ แอบโกรธพี่หมอทำไมทำแบบนี้ละ ทำไมเขาถึงรับหมั้นหมอดาวิกาทั้งที่เขาก็คบพี่ต้น



           “พี่ไม่อยากมาต่อความยาวสาวตวามยืดนะคะ แต่พี่แค่เอาของมาคืนค่ะ “พี่หมอดาวิกาพูดและทำท่าจะลุกขึ้น และของที่เขาเอามาคืนให้ก็คือรูปถ่ายพวกนี้นะเหรอ ดูแล้วมันคือการแอบถ่ายทั้งนั้น



           “เอาจริงๆนะ พี่นะควรจะมาก่อนต้นไม่ใช่ต้นมาก่อนพี่นะคะน้องเขม” พี่หมอดาวิกาพูดไว้แค่นั้นและก็ทำท่าจะเดินออก ผมก็ลุกขึ้น



           “ไม่เป็นไรหรอกคะเขมพี่ออกไปได้ค่ะ น้องเขมอยู่เคลียร์กับแฟนก่อนจะดีกว่านะคะ” พี่หมอดาวิกาพูด ผมหันมามองคริสโตเฟอร์ เขาถือรูปที่ผมกับพี่หมอภีมนั่งคุยกันในร้านอาหาร 



           “คริส! อย่าเข้าใจพี่ผิด พี่แค่ไปคุยกับพี่หมอเรื่อง พี่ต้น” ผมลุกขึ้น คริสโตเฟอร์มองหน้าผม



           “ทำไมพี่ไม่บอกผมอ่ะ เราเป็นแฟนกันไม่ใช่เหรอ แล้วนี้พี่ไปนัดคุยกับเขาตอนไหน ดูจากชุดนี้ พี่แอบออกไปตอนเที่ยงเหรอ” คริสโตเฟอร์ถามผม



           “วันที่เราแข่งร้องเพลงไงแล้วพี่มาช้า” ผมพูดด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ



           “แล้วทำไมพี่ไม่บอกผมไปตรงๆละพี่เขม ว่าพี่ไปคุยกับเขามาวันนั้นนะ ผมก็ถามพี่แล้วนะ “ คริสโตเฟอร์พูดและเขาก็วางรูปลง เขาเดินออกไปทันที ผมรู่ว่าผมผิดและผมก็ไม่คิดว่าจะมีคนแอบถ่ายผมกับคุณหมอภีมปภพแบบนี้  ผมได้แต่ยืนมองคริสโตเฟอร์เดินขึ้นไปบนบ้าน นี้เป็นครั้งแรกเลยที่เขาโกรธผมและหันหลังเดินออก ปกติจะมีแค่ผมทำ ผมนั่งลงและหยิบรูปมาดู รูปที่คุณหมอดาวิกานำมาให้ เป็นรูปพี่ต้นกับพี่หมอภีมปภพ ที่เดินเคียงคู่กัน เป็นรูปเก่าๆ ตั้งแต่ก่อนแต่งงาน แต่พี่ต้นเรียนปริญญาโทแล้วและกำลังสอบปลัดอำเภอด้วย แต่ละรูปเป็นรูปที่พี่ต้นกับพี่หมอภีมปภพ เดินออกมาจากโรงแรมหรูด้วยกัน และมีบางรูปที่ไปนั่งทานอาหารด้วยกัน แต่มีอยู่รูปหนึ่ง น่าจะไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกัน ผมดูจากสถานที่ น่าจะเป็นประเทศอิตาลี่ ใช่พี่ต้นบอกว่าไปเทียวอิตาลี่กับเพื่อนสามอาทิตย์ ผมเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ผมและกดโทรหาพี่ก้องก่อนเลย



           “ว่าไงเขม” เสียงพี่ก้องเหมือนงัวเงียเพิ่งตื่น



           “พี่เพิ่งตื่นเหรอ”



           “อืมม พี่ไปลาดตะเวนมาเพิ่งกลับมาตอนหกโมงเช้านี้เองอะเขม “พี่ก้องบอกผม

           (คุณก้องจะทานอะไรเลยไหมผมจะได้อุ่นให้) เสียงพี่นครินทร์ถามพี่ก้อง

           (ยังครับรินทร์ ผมขอคุยกับน้องชายผมก่อน ขอบคุณครับ)พี่ก้องพูด



           “ว่าไงเขม” พี่ก้องถามผม



           “พี่ก้อง คุณหมอดาวิกามาที่บ้านเรา” ผมบอกพี่ก้องไป



           “เฮ้ย! มาได้ยังไงอ่ะ” พี่ก้องถามผมด้วยน้ำเสียงที่ตกใจ



           “ผมไม่รู้อ่ะพี่ก้อง แต่เขาเอารุปถ่ายที่เขาแอบถ่ายพี่ต้นมาให้ผม และเขายังทิ้งระเบิดไว้ให้เขมลูกใหญ่ด้วย เขาถ่ายรูปผมตอนที่ไปคุยกับพี่หมอภีมปภพที่ร้านอาหารวันที่ผมโทรคุยกับพี่ตอนเย็นไง” ผมพูดบอกพี่ก้อง



           “แล้วพ่อตัวดีเราเห็นก็เข้าใจผิดใช่ไหมเพราะว่าเขมไม่ได้บอกเขาก่อนว่าเขมไปเจอพี่หมอภีมปภพมา “ พี่ก้องพูดเดาได้ถูกเพ็งเลย



           “ใช่พี่ นี่งอนผมใหญ่เลย “ ผมพูด



           “น่ากลัววะคุณหมอดาวิกานี่ ขนาดพี่หมอภีมยังไม่รู้เลยว่าบ้านเราอยู่ไหน พี่ต้นไม่เคยพามาบ้านและบ้านหลังนี้เราก็เพิ่งจะย้ายเข้ามาอยู่กันหลังช่วงที่พ่อป่วยตอนนั้นพี่ต้นเรียนหนัก พี่ต้นเรียนรัฐศาสตร์หลักสูตรปลัดอยู่ พี่ต้นเลยเลือกที่จะพักใกล้มหาวิทยาลัยด้วย  “ พี่ก้องพูดบอกผม



           “เขาบอกว่าเขามาก่อนพี่ต้นอ่ะพี่ก้อง” ผมพูด



           “ก็ครอบครัวคุณหมอดาวิกาเขาเป็นเพื่อนสนิทกับพ่อของคุณหมอภีมปภพ แน่นอนก็คงมีสังสรรกันแบบเพื่อนสนิท แต่ใครคือคนดึงหมอดาวิกาเข้ามาในฐานะคู่หมั้น พี่ไม่แน่ใจว่ะ” พี่ก้องพูดบอกผม



           “เอาอย่างนี้พี่จะโทรหาพี่ต้นให้ระวังให้มากขึ้นโดยเฉพาะเอิร์ธนะ ส่วนแฟนเรา เอาเบอร์มาพี่คุยเอง” พี่ก้องบอกผมและผมก็พิมพ์เบอร์คริสส่งให้พี่ก้องทางข้อความ



           “ ดูแลตัวเองด้วยนะเขม “ พี่ก้องพูดก่อนจะวางสายไป ผมก็หยิบรูปมาดูใหม่อีกครั้ง แต่ละรูป ที่ผมเห็นสายตาพี่หมอที่มองพี่ต้น พีหมอดูรักพี่ต้นมาก ผมไม่เข้าใจว่าเขาจะให้คนถ่ายรูปเขาสองคนที่แสดงความรักต่อกันมาทำไม ในเมื่อดูไปก็ยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดตัวเองเปล่าๆ ยิ่งรูปทีไปเทียวอิตาลี่ด้วยกัน มันเหมือนไปฮันนี่มูลกันมากกว่า ดูสวีทกันมาก มีเดินจับมือกันด้วย แถมนั่งอิงแอบกันแบบนี้ แต่ภาพถ่ายพวกนี้มันกับทำให้ผมแอบอมยิ้มไม่ได้ ไม่รู้ว่าเพราะผมเป็นคนชอบรสนิยมแบบนี้หรือเปล่าผมเลยมองว่ามันน่ารัก ผู้ชายอิงแอบแนบชิดกับผู้ชายด้วยกัน ผมก็ต้องเก็บภาพพวกนี้ใส่กลับที่ซองเอกสาร ผมลุกขึ้นจะเอาไปเก็บแต่จู่ๆ ก็มีคนเดินมาโดยที่ผมไม่รู้ตัว เขาเดินมากอดผมจากด้านหลัง ผมไม่ต้องเดาหรอกว่าใครเพราะว่าทั้งบ้านมีกันสองคนแค่นี้ คนนั้นก็คือคริสโตเฟอร์



           “ผมขอโทษพี่เขม” คริสโตเฟอร์พูด แสดงว่าพี่ก้องคุยให้แล้วว่างั้น ผมหันมามองคริสโตเฟอร์



           “พี่ขอโทษที่ไม่ได้บอกคริสว่าพี่ไปคุยกับพี่หมอ พี่ยอมรับว่ามันไม่ดีเลยที่จะโกหกแฟนแต่พี่ไม่มีเจตนาที่ไม่ดีเลยนะคริส พี่แค่อยากรู้เรื่องราวของพี่ต้น แค่นั้น ส่วนที่พี่ไม่บอก เพราะว่าพี่ไม่อยากให้เราระแวงพี่นายยังวัยรุ่นอยู่ไง เรื่องแบบนี้นายยังควบคุมมันไม่ได้ดีเหมือนพี่ “ ผมพูดบอกคริสโตเฟอร์ก่อนจะหันมามองเขา ผมเข้าใจความรู้สึกเขานะ คริสกอดผมผมก็กอดเขาตอบ



           “ผมแค่กลัว ช่วงนี้ผมกลัวไปหมดเลยอ่ะพี่เขม กลัวพี่จะเปลี่ยนใจยังไงก็ไม่รู้ถ้าผมไม่ได้อยู่ใกล้ๆพี่ กลัวใจพี่จะคิดว่าผมจะไม่กลับมา “ คริสโตเฟอร์พูด และไม่พูดเปล่าเขากอดผมแน่นขึ้นกว่าเดิม



           “อาจจะเป็นเพราะว่าผมเหมือนแย่งพี่มาจากพี่ณัฐกานต์ ผมเลยกลัวว่าจะมีคนทำแบบที่ผมทำมั้งพี่เขม” คริสโตเฟอร์พูด ทำให้ผมอดอมยิ้มให้เขาไม่ได้จริงๆ 



           

            “พี่รักคริสนะ รักมากที่สุด คริสจำได้ไหม เราเกิดมาเพื่อเป็นของกันและกัน ดังนั้นพี่เชื่อว่านายเกิดมาเพื่อคู่กับพี่ แล้วพี่จะไปมองหาคนอื่นอีกทำไม พี่มีแล้วคู่ชีวิตของพี่” ผมพูด คริสโตเฟอร์ หันมาหยิบซองเอกสารของผมมาดู เขาหยิบรูปถ่ายในนั้นออกมา



           “นี่เขาถ่ายรูปพี่เขมกับผมด้วยเหรอ” คริสโตเฟอร์ถามผม ผมพยักหน้า



           “ผมดูพี่ต้นไม่ออกเลยนะพี่เขมว่าพี่ต้นก็เป็นเหมือนกัน “



           “พี่ก็ไม่อยากจะเชื่อตอนที่พี่หมอภีมขอให้พี่ไปพบเขา เพิ่อจะคุยเรื่องพี่ต้น แต่ดูจากรูปถ่ายพวกนี้แล้ว มันยิ่งทำให้พี่สงสารพี่ต้นมาก”



           “เขาคบกันมาก่อนที่จะแต่งงานกับ มนุษย์ป้าคนนั้นนะเหรอ” คริสโตเฟอร์พูดและยังเรียกพี่เกศรินทร์ว่ามนุษย์ป้าอีก



           “เขาชื่อเกศรินทร์และอย่างน้อยก็เป็นแม่ของหลานนะพี่คริส”



           “ก็เขาว่าพี่เขม พูดไม่ดีด้วยอ่ะ สมแล้วที่ควรจะได้ตำแหน่งมนุษย์ป้า” คริสโตเฟอร์พูด และยังคงหยิบรูปถ่ายขึ้นมาดู



           “นี้เขาไปเที่ยวอิตาลี่ด้วยกันเหรอพี่เขม “คริสโตเฟอร์ถามผม และชูรูปถ่ายพี่ต้นกับหมอภีมปภพ เขานั่งอยู่ในเรือที่มีคนพายให้นั่ง



           “นี้มันเมืองเวนิส เมืองในฝันของผมเลยนะ ผมอยากจะพาพี่เขมไปเที่ยว พ่อผมไปมาแล้ว ตอนนั้นพ่อบอกว่าถ้าผมอายุสิบแปดเมื่อไหร่จะพาไปเที่ยวยุโรปด้วยกัน”คริสโตเฟอร์พูดและมองหน้าผม



           “ตอนนี้ผมอยากพาพี่ไปมากกว่า เราไปกันนะพี่เขม” คริสโตเฟอร์ถามผม ผมพยักหน้าว่าผมก็อยากไป ผมมองรูปนี้อีกครั้ง ดูสีหน้าและแววตาทั้งคู่เขามีความสุขกันมาก



           “ถ้าพี่เป็นหมอดาวิกา พี่คงเจ็บปวดมากที่ต้องทนเห็นรูปเขารักกันขนาดนี้ “ ผมพูดขึ้น



           “ถ้าเป็นผมนะ ผมก็จะปล่อยให้เขาไป เขารักกันมากแบบนี้จะยื้อเพื่ออะไร คุณหมอคนนี้ก็แปลก ผมว่าเขาน่าจะป่วยเองซะมากกว่า แบบทางจิตอะ” คริสโตเฟอร์พูด ผมหันไปมองนายนี้นะ และผมก็เก็บรูปทุกรูป ยกเว้นรูปผมกับคริสโตเฟอร์ออกมา ตอนนี้ที่ผมเป็นห่วงคือพี่ต้น ผมไม่แน่ใจว่าพี่หมอดาวิกาเขารู้แล้วหรือเปล่าว่าพี่ต้นอยู่ทีเชียงใหม่และอยู่ตรงไหนของเชียงใหม่ แต่ว่าผมได้ยินพี่น่านฟ้าคุยกับพี่ต้น จะเป็นคนเดียวกันใหม่นะ หมอที่ถามหาพี่ต้น

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1976
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
               
(ครูเขมXคริส) พ่อของคริสรู้แล้วว่าผมกับคริสเป็นอะไรกัน

         Part เขมชาติ วันนี้เดนิสซึ่งเป็นพ่อของคริสโตเฟอร์เอ่ยปากชวนผมกับคริสโตเฟอร์ไปเที่ยวภูเก็ตด้วยกัน พ่อของคริสเขาต้องการที่จะไปพบแม่ของคริสด้วยเพื่อจะได้พูดคุยถึงเรื่องที่จะพาคริสไปเรียนที่ประเทศออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ ผมคิดว่าต่อให้แม่ของเขามีคนใหม่แต่สถานะพ่อกับแม่เขาสองคนก็ยังคงอยู่  และพ่อของคริสโตเฟอร์ได้นำเอกสารายละเอียดทางมหาวิทยาลัยมาให้ผมกับคริสโตเฟอร์ดู คริสควรจะไปเรียนปรับพื้นฐานก่อน สิบสัปดาห์ และมหาวิทยาลัยทีพ่อของคริสดูเอาไว้ให้ก็ เป็นมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ที่กรุงแคนเบอร่า ตลอดทางผมก็ช่วยคริสดูเอกสารของทางมหาวิทยาลัยไปด้วย ผมคิดว่าน่าสนใจมากเลยแนะนำคริสว่าควรจะไปเรียนที่นี้ คริสก็เชื่อที่ผมแนะนำ



                  “ผมว่าจะพาคริสไปเลยหลังจากที่ผมกลับมาจากฟิลิปปินส์ ผมจะมารับเขา ตอนนี้ผมได้ทำพาสปอร์ตออสเตรเลียเล่มใหม่ให้เขาแล้ว เพราะว่าเอกสารส่วนตัวของเขาผมยังมีอยู่ “พ่อของคริสโตเฟอร์บอกผม ขณะที่รอคริสโตเฟอร์ไปเข้าห้องน้ำ



         Rrrr เสียงโทรศัพท์ของพ่อของคริสโตเฟอร์ดังขึ้น เขาก็ขอตัวไปคุยธุระ ผมหันมามองคริสโตเฟอร์ทำไมหน้าบึ้งตลอดเลยละ



         “เป็นอะไรไปคริส”ผมถามคริสโตเฟอร์ เขาก็เงยหน้ามองผมและหันไปมองพ่อเขาทีกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ ผมเลิกคิ้วมองว่ามีอะไร



         “ผมต้องบอกแด้ดนะพี่เขมว่าพี่กับผมเป็นอะไรกัน ผมอยากได้เวลาส่วนตัวของพี่กับผมบ้าง ถึงยังไงแด้ดก็ต้องรู้ก่อนที่ผมจะบินไปอยู่กับเขา “ คริสโตเฟอร์พูด ผมหันมามองคริสโตเฟอร์



         “ขนาดตอนที่พักที่กรุงเทพ พ่อยังเลือกห้องเชื่อมกันได้เลยอ่ะ “ คริสโตเฟอร์พูด ใช่ทำเอาผมไม่กล้าจู่จี๋กันเลย กลัวพ่อเขาเปิดประตูมาเจอ



         “เอานะ เอาไว้มีโอกาสเหมาะๆแล้วค่อยบอกแล้วกันนะ “ผมบอกคริสโตเฟอร์ พ่อเขาเดินกลับมาและชี้ไปที่รถตู้ของบริษัทหนึ่ง พี่เขาก็เดินลงมาเปิดประตูและทักทายเดนิสก่อน



         “สวัสดีครับคุณเดนิส สบายดีนะครับ ไม่เจอกันหลายปี ยังหล่อเหมือนเดิม “ เขารู้จักกันนี่เอง

         

         “เมื่อก่อนผมมาภูเก็ตต้องใช้บริการเขา เขาบริการดี อัธยาศัยดี กันเอง ราคาไม่แพง แต่ผมเน้นบริการกันเอง ผมชอบมาก” เดนิสบอกผมและผ่ายมือให้ผมเดินขึ้นไปก่อนแต่ว่าคนที่ตามมากลับเป็นเดนิส ไม่ใช่คริส ผมหันไปมองพ่อตัวดีผม ที่ยืนทำหน้างอคอหักโดนพ่อแย่งที่นั่งข้างๆกับผม



         “เป็นอะไรไปอีกละคริส ทำไมเราไม่ขึ้นรถอีกแล้วละ ?” พ่อของคริสหันไปถามลูกชายที่ยืนอยู่นอกรถตู้ไม่ขึ้นมาสักที จนสุดท้ายคริสโตเฟอร์ก็ขึ้นมานั่งและพี่คนขับรถก็เลื่อนปิดประตูลง ผมหันไปพยักหน้าว่าเลิกงอนได้แล้ว ไม่มีอะไร 



         “นั้นลูกชายเหรอครับคุณเดนิส” คนขับรถขึ้นมาทำหน้าที่คนขับรถและก่อนที่พี่เขาจะออกรถก็หันมาคุยกับคุณเดนิส เขาน่าจะรู้จักกันมาก่อน



         “ใช่ครับคุณปัญญา และนี่คุณครู ที่ดูแลเขาที่ประเทศไทยนี้”พ่อของคริสพูดและแนะนำผมว่าเป็นครูที่ดูแลเขา



         “คนไทยเหรอครับ “พี่เขาถามผม



         “ใช่ครับพี่ ผมชื่อเขมชาติครับ ผมเป็นครูสอนที่โรงเรียนลูกชายคุณเดนิสครับ”ผมแนะนำตัวเอง



         “ดีเลยครับ ตามมาดูแลด้วย เออ ดูแลพ่อหรือดูแลลูกครับนี้” พี่เขาถามผม คุณเดนิสก็ยิ้มให้ผม ผมคิดว่าเขาคงไม่เข้าใจนะ แต่คนที่เข้าใจนะนั่งหน้างอหนักกว่าเดิมอีก



         “มาเป็นเพื่อนลูกชายเขาครับ “ ผมพูด และแอบปาดเหงื่อไปด้วยเช่นกัน ไม่นานรถก็แล่นไปและสนทนาต่างๆนานาระหว่างเดนิส ผมและคนขับรถ แต่คริสโตเฟอร์เปิดเพลงจากมือถือของเขาฟังโดยสวมหูฟังเอาไว้ ดูท่าจะงอนยาวนายนี่



         “เจอกันวันที่คุณเดนิสบินกลับนะครับ แต่ถ้าต้องการใช้บริการไปเที่ยวไหน โทรบอกผมได้นะครับตามเบอร์ที่ให้ไว้ได้เลยนะครับ “



         “ขอบคุณครับคุณปัญญา” คุณเดนิสพูดขอบคุณและควักแบงค์ร้อยให้ไปเป็นติป ผมก็ยิ้มให้เขา



         “คุณพ่อก็หล่อ ลูกก็หล่อนะครับคุณครู “ พี่เขาก็ชมทั้งพ่อลูกให้ผมฟัง (ผมชอบลูกครับไม่ได้ชอบพ่อน้องเขาเขาแอบคิดในใจ) และพี่เขาก็ขับรถออกไป ผมหันไปคว้ากระเป๋าเดินทาง



         “คริส” ผมเรียกคริสโตเฟอร์ คริสหันมาทำหน้าเริ่มไม่ค่อยจะสมอารมณ์



         Rrrr มือถือคริสโตเฟอร์ดังขึ้น ผมหันไปมองหน้าเขา



         “มัมนะครับพี่เขม”คริสโตเฟอร์บอกผม ผมก็พยักหน้าให้เขารับสายขณะที่พ่อของเขากำลังไปติดต่อเช็คอินให้



         “ครับมัม มาถึงแล้วครับ มากับพี่เขม ใช่ครับอย่างที่ผมบอกไป พ่อกำลังเช็คอินอยู่ครับมัม โรงแรมมาริออทครับมัม ป่าตอง ได้ครับมัม แป๊ปนะมัม” คริสโตเฟอร์พูดสายและเดินไปหาพ่อของเขาพร้อมกับส่งมือถือให้พ่อเขาไปคุยกับแม่



         “มัมจะมาทานอาหารด้วยนะ จะมาฉลองวันเกิดกับพี่เขมด้วย “ คริสโตเฟอร์บอกผม ผมพยักหน้า และพ่อของคริสก็เดินกลับมาหาผม พร้อมส่งโทรศัพท์มาคืนให้คริสโตเฟอร์



         “จะให้พ่อซื้อไอโฟนให้เอาไหม “ พ่อของคริสโตเฟอร์ถามคริส เพราะว่ามือถือที่ผมซื้อให้เขามันไม่ใช่ไอโฟน ไอโฟนเขามันพังไปแล้วตอนที่ทำตกน้ำและนี้ก็เครื่องที่สามแล้วที่ผมซื้อให้เขาหลังจากที่เขาโยนมันลงมาจากชั้นสองตอนที่ไปมีเรื่องกับกาย ที่ผับพี่ปืน



         “ไม่เอาอ่ะแด้ด อันนี้พี่เขมซื้อให้และมันก็ยังใหม่ด้วยและผมก็ชอบอันนี้ เรียกว่ารักเลยจะดีกว่าแด้ด” คริสโตเฟอร์พูดก่อนจะรับโทรศัพท์กลับคืนมา ผมแอบหันไปยิ้มให้เขา ส่วนพ่อของเขานะเลิกคิ้วมองลูกชายก็ตรงที่บอกว่ารักเลยจะดีกว่านี่แหละ



         “แด้ด จองห้องพักกี่ห้อง” คริสโตเฟอร์ถามพ่อของเขา



         “สามห้อง จะได้นอนกันสบายๆ “ แด้ด บอกผมสองคน ผมหันมามองหน้าคริสโตเฟอร์ว่าโอเคน่า



         “แด้ด ทำไม่ ไม่จองแค่สองห้องอ่ะ ผมกับพี่เขมพักห้องเดียวกันได้ เปลืองตังค์” คริสโตเฟอร์พูดกับพ่อของเขา



         “ก็พาเขมมาเที่ยวทั้งที่ พ่อว่าให้เขาพักสบายๆดีกว่า และเดี๋ยวเราก็จะได้จองห้องอาหาร วันนี้วันพิเศษเขมเขา แม่เรากับแฟนแม่เราก็จะมาด้วยอีก เราจะได้ฉลองไปพร้อมๆกัน  “ พ่อของคริสโตเฟอร์พูด ผมยิ้มให้เดนิสเป็นการขอบคุณ และผมสามคนก็แยกย้ายกันเข้าห้องพักเพื่อพักผ่อน จะว่าไปปีนี้วันเกิดผมมันดูแปลกๆไป เพราะว่าปกติจะเข้าวัดทำบุญกับแม่แต่นี้ได้มาฉลองไกลถึงภูเก็ตกันเลย แถมได้มาฉลองกับแฟนใหม่ที่ม่ใช่ณัฐกานต์ 



         “ตื้ดๆๆๆๆ”



        สุขสันต์วันเกิดนะเขมน้องรัก มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรงนะ แม้ปีนี้ไปฉลองไกลนะน้องชายพี่ พี่ขอให้ความรักของน้องพี่มีแต่ความสุขเช่นกันนะเขม

                                                                  จากพี่ก้อง (สุดหล่อ)

         

         สุขสันต์วันเกิดนะเขม มีความสุขมากๆ  สุขภาพแข็งแรง ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน พี่ขอให้ความรักของนายอย่าได้มีอุปสรรคใดๆขอให้รักกันนานๆ มีความสุขมากๆเช่นกัน

                                                                           พี่ต้น



           สุขสันต์วัเกิดนะเขม แม่ขอให้เขมมีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรงนะลูก ขอให้พระคุ้มครองปกป้องลูกชายแม่ ขอให้เขมสมปรารถนาทุกประการที่เขมตั้งใจจะทำนะลูกนะ แม่รักเขมนะลูก

                                                                                               แม่รดา

           พรอันหลังนี้ทำให้ผมยิ้มมีความสุขที่สุด นันคือพรจากแม่ผม ถ้าพ่ออยู่พ่อจะวีดิโอคอลมาอวยพรวัเนกิดให้ผมทุกทีแต่นี้ก็เข้าปีทีหกแล้วที่พ่อจากไปแบบไม่มีวันกลับ ดังนั้นผมจึงไม่อยากให้คริสเขาต้องพล้าดโอกาสที่จะใช้เวลากับพ่อเหมือนเช่นผม

       

          ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูห้องพักของผม ผมก็รีบมา น่าจะเป็นคริสโตเฟอร์นั้นแหละ ผมไม่ได้ส่องมองผ่านกล้องเล็กๆก่อน แต่พอผมเปิดประตูคนที่ผมเจอก็คือ เดนิส เขามายืนที่หน้าห้องพักของผม เขามองซ้ายและขวาก่อนขณะที่ผมเปิดประตูออกไป



         “ขอเข้าไปคุยกับเขมด้านในได้ไหมครับ” พ่อของคริสโตเฟอร์ถามผม ผมพยักนหน้าได้



         “คริสเขาหลับอยู่ในห้องนอนเขานะครับ” พ่อของคริสบอกผม ผมพยักหน้า ทันทีที่พ่อของคริสเดินเข้ามาเขาก็เดินตรงไปที่ระเบียงทันที มีโต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งชมวิวด้านนอก ผมก็เดินตามออกไป ในแปลว่าเขามีเรื่องต้องคุยกับผมแบบส่วนตัว



         “คุณเดนิสมีอะไรหรือเปล่าครับ” ผมถามเดนิส



         “ฟู่!”พ่อของคริสโตเฟอร์พ่นลมหายใจออกมายาวๆก่อนจะหันมามองผม เขายืนเอามือจับขอบกำแพงทางด้านหลังและมองหน้าผม



         “คุณกับคริสโตเฟอร์เป็นอะไรกัน ตอบผมมาตามตรงเถอะ” พ่อของคริสโตเฟอร์ถามผม



         “ได้โปรด เพราะว่าผมเห็นคุณสองคนในห้องพักเมื่อวาน ผมยอมรับนะว่าผมแอบเปิดประตูห้องเชื่อมนั้นก่อนจะบอกคุณว่ามันสามารถเปิดเข้ามายังห้องพักของผมได้” พ่อของคริสโตเฟอร์พูด ผมก็ตกใจ นั้นแสดงว่าเขาเห็นผมกับคริสโตเฟอร์ขณะที่กำลังกอดจูบกันอยู่บนเตียง



         “นานหรือยังครับ”



         “คือ เดนิส ผมเข้าไปเป็นครูเทอมนี้และผมก็รู้จักเขาเพราะว่าผมสอนห้องเขา และด้วยความผูกผันจากการที่ผมพยายามให้เขามาเข้าเรียนกับผม และนั้นก็คือจุดเริ่นต้นของผมและเขาครับเดนิส” ผมบอกเดนิส



         “ตกลงลูกชายผมเป็นเกย์ใช่ไหมครับ” คุณเดนิสถามผม



         “ผมก็ไม่แน่ใจนะ แต่เขาบอกว่าเขารักผม และผมก็รักเขา ผมยอมรับนะว่าผมนะเป็นเกย์” ผมบอกพ่อของคริส พ่อของคริสเขาหันหลังออกไปมองวิวทะเลของหาดป่าตอง



         “ผมค่อนข้างตกใจมากนะเขม ผมไม่เคยเตรียมใจเรื่องแบบนี้มาก่อน” พ่อของคริสโตเฟอร์พูด ผมเองก็ต้องพยักหน้าและไปยืนข้างๆเขาพร้อมกับมองออกไปยังหาดที่กว้างไกลออกไปจนสุดตา



         “แต่ใช่ว่าผมจะรับมันไม่ได้นะเขม เพราะตอนนี้สังคมมันเปิดกว้างแล้ว “พ่อของคริสโตเฟอร์พูดก่อนจะหันมามองหน้าผมแบบจริงจัง



         “ถึงยังไงคุณก็ทำให้ผมได้เจอเขา ไม่อย่างนั้นผมก็คงไม่มีโอกาสได้เจอเขาอีกครั้ง “



         “แต่ผมอยากจะแน่ใจว่าเขาเป็นแบบนี้จริงๆไม่ใช่แค่เพราะว่า เขาขาดการติดต่อกับผมที่เป็นพ่อ ก็เลยเหมือนขาดความรักตรงนี้ไปและไปไขว้คว้าเอาความรักจากคุณมาแทน คุณเข้าใจผมไหมเขม” พ่อของคริสโตเฟอร์พูดและถามผม ผมก็พยักหน้าว่าผมเข้าใจเข้านะ พ่อแม่ทุกคนก็ต้องกังวลกันทุกคนหากลูกมีความรักกับเพศเดียวกันซึ่งมันค่อนข้างผิดจากธรรมชาติที่เขาให้ไว้ แค่ผู้หญิงกับผู้ชาย



         “ดังนั้นผมจะพาเขาไปเรียนทันทีและผมขออย่างหนึ่งได้ไหมเขม ขอเวลาเขา หนึ่งปี โดยที่คุณไม่ติดต่อเขา ได้ไหม คุณทำได้ไหม และถ้าคุณรอเขาได้ ผมจะยอมทุกอย่างที่เขาต้องการ “พ่อของคริสโตเฟอร์ยื่นขอเสนอมาให้ผม ผมเองก็ไม่คาดคิดว่าจะเป็นแบบนี้เช่นกัน ถึงแม้ว่าผมเองก็เคยบอกเขาไว้ว่าผมจะรอเขาเรียนจบ ไม่ว่านานแค่ไหนก็รอ



         “และนั้นก็แปลว่าถ้าเขามั่นคงกับคุณได้ นั้นคือเขาเป็นเหมือนคุณจริง” พ่อของคริสโตเฟอร์พูด ผมพยักหน้า



         “อย่าบอกเขานะว่าผมขอ “ พ่อของคริสบอกผม ผมพยักหน้าว่าได้ ถ้านี้คือความต้องการของเขา



         “ ผมจะยกเลิกห้องหนึ่ง คุณจะได้อยู่ด้วยกัน” พ่อของคริสพูดก่อนจะเดินออกไป ผมก็ยังคงยืนอยู่ตรงนี้ ผมยอมรับว่าผมค่อนข้างกังวล เพราะว่าผมจะต้องไม่ติดต่อเขาหนึ่งปีเต็ม แม้ใจผมจะมั่นคงแต่คริสโตเฟอร์ละเขาจะมั่นคงกับผมไหม



         “คุณไม่ต้องกังวลนะ ผมจะพยายามติดต่อคุณแทนเขาเอง แต่ผมขอให้เขาทบทวนความรู้สึกตัวเองจริงๆ เขาอายุยังน้อยเกินไป คุณคงไม่โกรธผมนะเขม “ พ่อของคริสโตเฟอร์หันมาพูดกับผม ผมพยักหน้าว่าผมโอเค ผมไม่โกรธเขาแน่นอน เพราะเขาคือพ่อ เขาย่อมที่มีสิทธิ์คิดและตัดสินใจแทนลูกของเขาได้ และเขาย่อมมีสิทธิ์ที่จะออกมาปกป้องลูกของเขาเช่นกันหากมันอาจจะส่งผลกระทบต่อลูกชายเขาในระยะยาว เขามีสิทธิ์ที่จะยื่นมือมาเพื่อแก้ไขมัน



         แต่ว่าตอนนี้ผมได้แต่ยืนเอามือประสานกัน สายตามองไปไกลสุดลูกหูลูกตา หาจุดหมายไม่เจอเพราะว่าภาพที่ผมเห็นตรงไม่ใช่ทะเล ถ้าการที่ผมไม่ติดต่อเขาและเขาอาจตัวต้นที่แท้จริงเจอว่าเขาไม่เป็นเหมือนผมละ ผมจะทำยังไง เขมชาติ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-10-2020 13:35:49 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
รูปพี่ต้นหล่อเชียว

คุณพ่อก็พูดมีเหตุผลนะ ให้คริสแน่ใจ แต่คิดว่าคริสมันน่าจะแน่ใจอยู่แล้วป่ะ มาขนาดนี้และ พ่ออย่า งง สิ โธ่
 :pig4:

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
   
EP.4ุ7 (ครูเขมXคริส)We are family!
         
         Part คริสโตเฟอร์    ผมเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่มีคนมาเคาะประตูห้องพักของผม ผมก็คิดว่าน่าจะเป็นพี่เขมแน่ๆ ผมก็เลยรีบลุกขึ้นไปเปิดทันที สงสัยจะคิดถึงผมแน่ๆเลย แต่พอผมเปิดประตูออกมา ก็พบว่าคนที่มาเคาะประตูห้องพักของผมนั้นคือแด้ด

         “มีเรื่องอะไรเหรอครับแด้ด?” ผมเหมือนกับว่ามีเรื่องหรือเปล่า

         “ไม่นิ แค่จะมาบอกว่าจะให้เราย้ายไปอยู่ห้องนอนเดียวกับเขมนะและพ่อจะยกเลิกห้องนี้.” แด้ดบอกกับผมว่าเขาจะยกเลิกห้องพักของผมและให้ผมไปอยู่ห้องเดียวกับพี่เขมได้ ผมแถบจะกระโดดเซย์เยส

         “หรือว่าเราไมอยากไปละ?” พ่อเลิกคิ้วสูงถามผม มีเหรอที่คริสจะไม่อยากไปนอนกับพี่เขม

         “ รักเลยแหละแด้ด ขอบคุณครับแด้ด ” ผมพูดและรีบเข้าไปหยิบกระเป๋าเป้ของผม ผมยังไม่ได้เอาอะไรออกจากกระเป๋าเลย พ่อหันมามองผม ผมเดินไปยังห้องพักที่พี่เขมอยู่ แด้ดก็ยืนมองผม แด้ดทำท่าเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่แด้ดก็เลือกที่จะไม่พูดแค่ยืนเอามือล้วงกระเป๋าและส่งยิ้มให้ผม พ่ออยู่ถัดไปอีกห้องหนึ่ง นั้นแปลว่าห้องตรงกลางก็ไม่มีใครอยู่ซินะ จัดหนักจัดเต็มได้เลยคิดในใจ

         “ก๊อกๆ “ ผมเคาะประตูห้องนอน ไม่นานพี่เขมก็เดินมาเปิด พี่เขมมองผมด้วยสีหน้าแปลกใจเพราะว่าผมมีกระเป๋าเป้ของผมมาด้วย

         “พ่อบอกว่าจะยกเลิกห้องพักของผมนะพี่เขมและพ่อให้ผมมาอยู่ห้องนี้แทนกับพี่เขม” ผมพูดพี่เขมก็ยิ้มให้ผมและพยักหน้าเบาๆ  ผมเดินเข้าไปในห้องนอน ผมวางกระเป๋าลง สิ่งแรกที่ผมอยากจะทำคือตรงเข้าไปหาพี่เขมและกอดพี่เขมพร้อมกับประทับรอยจูบที่ริมฝีปากนั้น แปลกนะพี่เขมไม่ต่อต้านเลยพี่เขมจูบผมกลับ พี่เขมถอดเสื้อยืดผมออกไปทันที ผมก็มองพี่เขมทำไมพี่เขมดูเร้าร้อนยังไงก็ไม่รู้ พี่เขมผลักร่างผมขึ้นไปบนที่นอนพร้อมกับตามขึ้นไปค่อมผมไว้ทันที
         
         “พี่เขม วันนนี้มาแปลกนะ หรือว่าบรรยากาศมันเป็นใจกว่าตอนไปเชียงใหม่อ่ะ” ผมถามพี่เขม พร้อมกับเม้มริมฝีปากพี่เล่นแบบหยอกเย้า

         “สงสัยมันค้างมาตั้งแต่เมื่อคืนมั้ง ไม่อยากทำเหรอ” พี่เขมถามผม

         “ฮู้ ! ใครทำอะไรครูเขมหรือเปล่าเนี๊ยะ ฮะ “ผมพูดและใช้นิ้วเขี่ยที่แผ่นอกของพี่เขม ผมสังเกตุริมฝีปากพี่ขยับ เหมือนกับว่าพี่เขมว้อนมาก พี่เขมก้มลงจูบผมและไซ้ไปที่ซอกคอผม มือพี่เขมก็จับแกนกายผมบีบคลึ้ง มือผมก็ปลดกางเกงขาสั้นพี่เขม มือก็คลึ้งน้องรักพี่เขมแม้จะมีกางเกงยางยืดอยู่ก็ตาม

         “พี่รักคริสนะ รักมากด้วย แต่พี่ก็อยากให้เรามีอนาคตที่ดีนะ ไปเรียนกับพ่อและตั้งใจเรียนพี่จะรอนายที่นี้” พี่เขมพูด ผมก็มองพี่เขม

         “พี่มีอะไรหรือเปล่า บอกผมได้นะ” ผมใช้แขนดันตัวเองให้อยู่ในท่ากึ่งนั่งกึงนอน ผมมองใบหน้าพี่เขม แม้ว่าจะมีรอยยิ้มเปื้อนอยู่แต่มันแฝงไว้ซึ่งบางสิ่ง

         “ พี่กลัวนายไม่ไปเรียนกับพ่อนายนะ พี่อยากเห็นอนาคตของนาย “ พี่เขมพูดและก้มลงจูบผม แต่ผมกลับนิ่งไม่ได้จูบพี่เขมตอบ พี่เขมก็พยายามจูบผมอีกครั้งแล้วครั้งเล้าแต่ผมก็นิ่งๆไม่โต้ตอบ 

         “พี่เขม บอกผมมาตรงๆ พ่อคุยอะไรกับพี่” ผมดันพี่เขมและผมมองหน้าพี่เขมด้วยแววตาที่จริงจัง

         “พี่เขม!!” ผมขึ้นเสียงกับพี่เขม

         “ผมจะไปถามพ่อเดี๋ยวนี้ “ ผมลุกพร้วดขึ้นทันที ผมสวมกางเกงอย่างไว พี่เขมก็ลุกขึ้นและพยายามดึงรั้งแขนผมเอาไว้แต่ผมก็สะบัดแขนพี่เขมออก ผมรีบเดินออกมาและตรงไปที่ห้องพักของพ่อผมทันที

         “ปังๆ” เสียงกระหนำเคาะประตูดังก้องไปทั้งชั้น จนแขกที่พักในชั้นเดียวกันกับพวกผม ต้องเปิดประตูออกมาดู พ่อก็เปิดกระตูออกมาเช่นกัน พ่อมองหน้าผมและชะโงกออกมามองห้องพักอื่นๆ พร้อมกันหันมามองหน้าผมเช่นกัน

         “What it’s going on?” พ่อเอ่ยถามผมด้วยสีหน้าที่ตกใจ ผมเดินแทรกพ่อเข้าไปในห้อง พ่อผมหันไปโบกมือขอโทษแขกห้องอื่นๆและปิดประตูลง พ่อหันมามองหน้าผมที่ยืนอยู่หลังประตู

           “What was wrong with you,Christ ?” พ่อถามผมอีกครั้ง

         “What did you talk with Khem ? Tell me the truth,Dad! “ ผมถามพ่อผม พ่อก็มองหน้าผม

           “บอกผมซิแด้ด! “ผมขึ้นเสียงถามพ่อผม ผมรู้ว่ามันไม่ดีแต่ผมต้องรู้ให้ได้

         “ก๊อกๆ” เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น พ่อกำลังจะหันไปเปิดแต่ผมดันประตูเอาไว้ผมอยากรู้ว่าพ่อคุยอะไรกับพี่เขมก่อนที่จะเปิดให้พี่เขมเข้ามา ผมมองหน้าพ่อผม ผมยอมรับว่าผมโกรธพ่อผมมากจริงๆ

         “เขาไม่ได้บอกอะไรผมหรอกแด้ด แต่ผมคิดว่ามี แด้ดบอกมาซิ ถ้าแด้ดไม่บอกผมจะไม่ไปไหนกับแด้ดทั้งนั้น ผมจะอยู่ที่นี้ กับพี่เขม” ผมพูดพ่อมองหน้าผม

         “นายและเขาเป็นอะไรกัน” พ่อถามผม ผมพยักหน้าเรื่องนี้นี่เอง

         “เขาเป็นแฟนผม ผมรักเขา รักเขามากด้วย และแด้ดก็ไม่เข้าใจผมหรอก เพราะว่าเราห่างกันไปนานเกินไป แด้ด “ผมพูดพ่อมองหน้าผมอีกครั้ง

         “ก๊อกๆ” แต่เสียงเคาะประตูยังคงดังอยู่ ผมว่าพี่เขม

         “เปิดให้เขมเข้ามา” พ่อบอกผม ผมหันไปเปิดประตู

         “คริส นายไม่ควรพูดจากแบบนั้นกับพ่อนายนะ” พี่เขมเข้ามาถึงก็ต่อว่าผมทันที

         “แล้วพ่อพูดอะไรกับพี่ละบอกผมซิ ถ้าพ่อเขาไม่บอกพี่ก็บอกผมซิพี่เขม” ผมหันมาพูดภาษาไทยกับพี่เขม พ่อมองผมกับพี่เขมสลับไปมา พี่เขมก็นิ่งไม่ตอบผมอีกคน

         “โอเค!”กลายเป็นพ่อผมเองที่ยกมือยอมแพ้

         “พ่อบอกเขมว่า ให้เขาไม่ติดต่อนายหนึ่งปี พ่ออยากรู้ว่าที่นายเป็นอยู่มันแค่ชั่วครั้งชั่วคราวหรือเปล่า เพราะว่านายอายุยังน้อยเกินไปคริส นายหาตัวเองเจอแล้วแน่ๆเหรอที่จะ ชอบแบบนี้นะ และพ่อเองก็ไม่เคยคิดว่า ..”พ่อพูด ก่อนะจะหันหน้าหนีผม

         “ฟู่” พ่อผมพ่นลมหายใจออกมา พี่เขมมองหน้าผม

         “ผมเองก็ไม่เคยคิดว่าผมจะเป็นแบบนี้แด้ด แต่ผมรักผู้ชายคนนี้ แด้ดรู้ไหมว่าผู้ชายคนนี้ทำอะไรให้ผมบ้าง เขาทำให้ผมที่ไม่เคยขึ้นเรียกภาษาอังกฤษเลย จนผมตกทุกภาคเรียน “ ผมพูดบอกพ่อผม พ่อหันมามองหน้าผมด้วยสีหน้าตกใจ

         “ใช่ผมเกลียดมันมากจนไม่อยากเรียนแต่มันดันมาเป็นวิชาภาคบังคับไงแด้ด “ ผมพูดและมองพ่อผม

         “และพี่เขมยังพยายามทำให้ผมแก้ที่ผมตกให้ผ่านโดนการสอนพิเศษผม ให้ผมเรียนเพิ่มทุนั่งสอนผมพิเศษทุกวัน  พี่เขมไม่เคยเรียกร้องเงินจากผมเลยนะแด้ด “ ผมพูดบอกพ่อผม

         “และเวลาผมมีเรื่อง พี่เขมก็อยู่ข้างผมตลอด แด้ดไม่เคยรู้หรอกว่าผมเจออะไรบ้าง ผมถูกมองว่าแตกต่างตั้งแต่หน้าตาลงไปแล้ว แด้ด!” ผมพูดพ่อหันมามองผมกับพี่เขมสลับกันไปมา

         “ผมโดนบลูลี่จนผมมีเรื่องชกต่อยเกือบโดนไล่ออกแต่พี่เขมก็เข้ามา คอยห้ามปรามผม คอยสอนผมให้ผมใจเย็นไม่ก่อเรื่องเพิ่ม “

         “แต่ผมกับพี่เขมก็ซวย ดันมีคนเอาเรื่องผมกับพี่เขมไปบอกผู้อำนวยการพี่เขมเกือบโดนพักการสอนหรือไม่ก็เกือบโดนไล่ออกจากการเป็นครู แด้ด! “

         “เหตุผลเพราะว่าพี่เขมกับผมเรารักกัน แต่ผมสองคนก็ผ่านกันมาได้อ่ะแด้ด”ผมพูด

         “แต่แด้ดจะมาจบความรักของผมสองคนด้วยแบบนี้เหรอแด้ด  แด้ดเห็นแก่ตัว! “

         “คริส!!” กับเป็นพี่เขมเองที่ขึ้นเสียงเอ็ดผม

         “ตกลงนายแน่ใจแล้วเหรอคริสว่านายเป็นแบบนี้จริงๆ” พ่อถามผม ผมรู้ว่าพ่อผมผิดหวังแต่ผมก็พยักหน้าตอบไปว่าผมเป็นจริงๆ

         “ผมรักพี่เขมแด้ด ความรักของผมไม่ได้เกิดจากการที่พ่อหายไปแล้วผมโหยหามันมาทดแทนมันไม่ใช่ แต่ความรักของผมเกิดเพราะผู้ชายคนนี้ ที่มอบแต่สิ่งดีดีให้ผม “ผมพูดบอกพ่อผม ผมหันไปดึงแขนพี่เขม พี่เขมก็หันหน้าหนีผม ผมรู้ว่าพี่เขมไม่อยากให้ผมกับพ่อทะเลาะกัน

         “ และพี่เขมยังเป็นคนพาผมไปสอบเทียบ เพราะปํญหาความรักระหว่างครูและลูกศิษย์ และพี่เขมก็พยายามติดต่อแด้ดเพื่อให้ผมไปเรียนต่อจะได้มีอนาคตที่ดี เขาทำให้ผมขนาดนี้แด้ด ผมจะไม่รักเขาได้ยังไงละแด้ด ก็เขาดีกับผมขนาดนี้แด้ด ”

         “และแม่ก็รู้เรื่องผมกับพี่เขมแล้วด้วย แม่ก็ยังรับผมได้เลยนะแด้ด” ผมพูดบอกพ่อ

         “พ่อไม่ได้ห้าม!” พ่อพูด ผมหันไปมองหน้าพ่อผม

           “แต่แค่อยากให้เราแน่ใจแล้วว่า นายเป็นจริง และถ้านายมั่นคงกับเขมจริง พ่อจะให้ทุกอย่างที่นายต้องการ ขอแค่ให้นายไปและตั้งใจเรียนให้จบ ไม่ใช่เพื่อตัวนายคนเดียว เพื่อคนที่นายรัก!” พ่อผมพูด พ่อมองหน้าผม

         “ คริสรู้ไหมว่าพ่อมีนายโดยที่พ่อยังไม่พร้อม ยังไม่มีอะไรเลย แต่พ่อก็มีนายแล้ว แม้กระทั้งจะรับผิดชอบแม่เราพ่อยังทำไม่ได้ในตอนนั้น ดังนั้นพ่อไม่อยากให้นายเป็นเหมือนพ่อ ทำตัวเองให้ดีพร้อมก่อนที่จะดูแลเขมเขา” พ่อผมพูด ผมหันไปมองพี่เขม

         “พ่อไม่ได้ห้ามคบแต่ขอเวลาเท่านั้น และพ่อก็บอกเขมว่าพ่อจะเป็นคนติดต่อเขาแทนนาย นั้นไม่ได้แปลว่าพ่อให้นายกับเขมเลิกกัน” พ่อผมพูดบอกผม

         “แต่…”

         “ตอนแรกพ่อบอกเขมว่าหนึ่งปี เอาเป็นว่าแค่หกเดือด แค่นั้น ทำได้ไหม ไม่ใช่เพื่อเรา แต่เพื่อเขมเขา ถ้านายไม่มั่นคงแสดงว่านายไม่ได้เป็นแบบนั้น และเขมเขาก็จะได้มีโอกาสเจอคนอื่นที่ใช่ ไม่ใช่มาเสียเวลารอเราแต่สุดท้ายได้ความว่างเปล่า และเราเองก็ยังเด็กเกินไปจะดูแลเขมในตอนนี้” พ่อผมพูด พี่เขมพยักหน้าให้ผมแต่ผมอยากจะ

         “พ่อไม่ได้หมายความว่านายจะทำไม่ได้แต่แค่ให้นายไปทำตัวให้พร้อม ที่จะดูแลใครสักคนจริงๆ “

         “คนรักมันต้องมีช่องว่างเพื่อให้ความรักมันได้เติบโต…คริส” พ่อผมพูดบอกผมและหันไปมองพี่เขม พี่เขมพยักหน้ากับผม

           “แต่ผมรักพี่เขมจริงๆนะแด้ด”

           “พ่อรู้ ดูจากการกระทำพ่อก็พอเดาได้แล้ว แต่ความรักมันมีมากกว่านั้นคริส “พ่อผมพูดและเดินเข้ามาแตะไหล่ผมและแตะไหล่พี่เขม

           “เขมก็เหมือนส่วนหนึ่งของครอบครัวเราคริส ช่วงที่นายดูแลเขาไม่ได้พ่อก็จะดูแลเขาให้ก่อน ส่วนนายก็ตั้งใจเรียน เรียนให้จบภายในสามปี แค่นี้ ทำได้ไหม “ พ่อถามผม พี่เขมยังคงมองหน้าผม

           “พี่จะรอคริส พี่รอได้ พี่เคยพูดแล้วว่านานแค่ไหนพี่ก็รอ และที่พี่ตั้งใจคืออยากเห็นอนาคตของเรานะ ถ้าการรอเพื่อสิ่งที่ดีกว่าพี่ยินดีจะรอนะ” พี่เขมพูด ผมหันไปมองหน้าพี่เขม ผมก็ต้องก้มหน้าลง และผมก็โผ่เข้าไปกอดพี่เขมทันที

            “แต่….”ผมทำท่าจะค้าน

            “พี่ยังคงอยู่ตรงนี้ คริส เชื่อใจพี่ไหม “ พี่เขมพูดกับผม ผมรู้ว่าพ่อยืนมองผมกอดพี่เขม
                       
            “ขอโทษพ่อเขาด้วยนะคริส” พี่เขมพูดและดันผมออก  ผมหันไปมองพ่อผม ผมรู้ว่าพ่อหวังดีแต่ผมแค่เสียใจ ที่เหมือนกับว่าพ่อไม่เข้าใจผมจริงๆ พี่เขมพยักหน้าให้ผมอีกที ผมก็ต้องเดินเข้าไปและไหว้ขอโทษพ่อผม พ่อคงพอจะรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมของคนไทย พ่อผมรับไหว้ผม พ่อกอดผมกลับ และพ่อก็กางแขนเรียกพี่เขมเข้ามากอด พี่เขมพยักหน้าเบาๆ

              “We are family “ พ่อผมพูดว่าพี่เขมคือครอบครัวของเรา
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
             Part เขมชาติ หลังจากที่ได้เปิดอกพูดคุยกันระหว่างพ่อของคริส คุณเดนิส นายคริสและผม เราสามคนก็ตกลงกันว่าผมจะปล่อยให้คริสเขาค้นหาตัวแต่ พ่อของเขาจะคอยติดต่อกับผมเอง ส่วนนายคริสตั้งใจเรียน ช่วงแรกเขาต้องเรียนปรับพื้นฐานภาษาก่อน สิบสัปดาห์ที่TAFE พ่อของเขาติดต่อเอาไว้ให้แล้ว พ่อของคริสเขาติดต่อพูดคุยกับแม่ของคริสเรียบร้อยแล้วได้เอกสารที่จำเป็นจากแม่ของเขาเพื่อนำไปติดต่อมหาวิทยาลัย

      “เอาละ วันนี้วันเกิดเขมทั้งที เต็มทีนะ ผมเลี้ยงเอง” พ่อของคริสโตเฟอร์พูด ผมนั่งเลือกเมนูอาหารอยู่ แม่ของคริสโตเฟอร์ก็เดินเข้ามาในร้านอาหารพร้อมกับฟิลิปส์ แฟนใหม่แม่ของคริสและเด็กผู้ชายที่ผมเจอวันนั้น

      “สตีเวน สวัสดีครับพี่เขมซิลูก” แม่ของคริสโตเฟอร์หันไปบอกน้องชายคริสโตเฟอร์ เขาเงยหน้ามอง และหันไปมองคริสโตเฟอร์ที่เข้าไปเช็คแฮนด์ทักทายฟิลิปส์  ฟิลิปส์ก็เข้าไปทักทายเดนิสต่อ แต่สตีเวนยังคงมองผม

      “เพี๊ยะ” ผมหันไปมองคนที่ทำให้เกิดเสียง นั้นคือคริสแม้จะไม่ดังก็เถอะ

      “ไหว้พี่เขมดิวะมึง “ คริสโตเฟอร์ตบหัวน้องชายไปแบบไม่ดัง เบาๆแต่ก็คงเจ็บหน่อยๆ เห็นเอามือลูบหัวก่อนจะยกมือไหว้ผม

      “คริสไปตบน้องทำไมเนี๊ยะ” ผมกระซิบถาม แม่คริสเขาก็พยักเพย้อ สงสัยจะทำบ่อย

      “แม่ดาสวัสดีครับ”ผมยกมือไหว้แม่ของคริสโตเฟอร์

      “สวัสดีจ๊ะลูกเขม สบายดีไหมลูก ดูผอมไปนะ งานครูเยอะเหรอลูก”แม่ของคริสท้กผม แม่ผมเองก็ทักว่าผมผอมไปหน่อย สงสัยเพราะว่าฟิตหุ่นแข็งกับคริสแต่ผมดันไม่ได้กล้ามเพิ่มขึ้นมาเลยมีแต่แห้งลง

      “พี่เขมเขากำลังฟิตหุ่นตามผมนะแม่ “ คริสโตเฟอร์พูดขึ้น

      “อะนี้ของขวัญวันเกิดนะ แม่รู้ว่าเราบอกว่าไม่ต้องซื้ออะไรให้แต่แม่อยากให้นะ ขอบคุณที่ดูแลคริสเขา” แม่ของบคริสโตเฟอร์ส่งกล่องเล็กมาให้ผม ผมก็รับมาเป็นสร้อยทองคำขาวเส้นเล็กๆมีจี้อยู่ด้วย แม่ของคริสใส่รูปคริสเอาไว้แต่อีกอันไม่มี

      “แม่ไม่มีรูปเขมแม่คิดว่าเขมใส่มันเองนะ “ แม่ของคริสโตเฟอร์บอกผม ผมก็ยกมือไหว้ขอบคุณ  ผมก็สั่งอาหารเป็นสเต็กปลาแซลมอนมาทานกับคริสโตเฟอร์ ผมเห็นเดนิสกับฟิลิปส์เขาก็คุยกันถูกคอดีนะ ฝรั่งเขาคงไม่น่าเจ้าคิดเจ้าแค้นเหมือนคนไทย ส่วนแม่ของคริสก็ยังคงทิ้งไว้ซึ้งมิตรภาพที่ดีกับพ่อของคริสแม้จะไม่ใช่ในฐานะคนรักก็ตาม ส่วนนายคริสก็เอาแต่แกล้งน้องจนผมแอบตีหลายครั้งแล้ว

      “Stop it! You an idiot! “น้องชายนายคริสคงโกรธขึ้นมาบ้างแล้ว ผมว่าเวลาเขาโมโหนี้หน้าเหมือนนายคริสโตเฟอร์เลยนะ แต่หล่อคนละแบบ นายคริสนี้เขาหล่อไปทางเชื้อไทยปนอิตลี่ แต่น้องนายคริสนี้ออกไปทางไทยเยอะกว่านายคริสแต่ยังมีเค้าพ่อของเขาที่เป็นคนเยอรมัน

      “พลึบ” จู่ๆไฟก็ดับลง หมันไปเห็นพนักงานถืออะไรสักอย่างแต่มีไฟเย็นมาด้วยพอเข้ามาใกล้ๆผมถึงได้เห็นว่าเป็นเค้ก และทุกคนก็ลุกขึ้นร้องเพลงสุขสันต์วันเกิดให้ผมกัน ผมก็กำลังจะเป่าเค้กแต่หันไปไม่เจอคริสโตเฟอร์แล้ว ไปไหนก็ไม่รู้

      “เป่าเค้กซิเขม อธิษฐานด้วยนะลูก”แม่ของคริสเดินเข้ามาบอกผมแทน

      “สตีเวน ถ่ายรูปให้พี่เขมเขาหน่อยซิ” แม่ของคริสหันไปบอกลูกชายคนเล็กที่หยิบมือถือคริสโตเฟอร์ไปถ่ายรูปให้ผมแต่ผมหันไปมองหาคริสไม่เจอ ไม่รู้ไปไหน จนกระทั้งทางร้านเปิดไฟอีกครั้ง ผมถึงได้รู้ว่าเขาขึ้นไปนั่งอยู่บนเวทีพร้อมกีต้าร์

      “ผมขอมอบเพลงนี้ให้กับ คนพิเศษของผม เขาเป็นคนสอนให้ผมรู้จักทุกอย่าง รู้จักยอม รู้จักอดทนอดกลั้น รู้จักการให้อภัยคน และสิ่งที่สำคัญคือเขาสอนให้ผมรู้จักคำว่ารักที่แท้จริง ผมอยากจะบอกว่า ผมรักเขามากที่สุด และเพลงนี้ผมขอมอบให้ สุดที่รักของผม”
All of me


What would I do without your smart mouth
Drawing me in, and you kicking me out
Got my head spinning, no kidding, I can't pin you down
What's going on in that beautiful mind
I'm on your magical mystery ride
And I'm so dizzy, don't know what hit me, but I'll be alright
               “พี่เขม ผมอยากให้พี่ขึ้นมาร้องเพลงนี้กับผมได้มั้ยครับ” คริสโตเฟอร์พูดออกไมล์เรียกผมขึ้นไปร้องบนเวทีกับเขา ทุกคนก็ปรบมือและมองมาทางผมกันหมด ผมก็ต้องลุกขึ้นและเดินไปบนเวที ผมก็ไปนั่งที่เก้าอี้ที่พนักงานเครียมเอาออกมาให้ผม ผมนั่งร้องเพลงนี้กับคริสจนจบเพลง พร้อมกับเสียงปรบมือดังไปทั้งห้องอาหาร

      “สุขสันต์วันเกิดครับที่รักของผม “ คริสโตเฟอร์พูดออกไมล์

      “ผมอยากจะขอบคุณทุกอย่างที่ผู้ชายคนนี้ทำให้ผม พร่ำสอนผม ดูแลผมยามที่ผมเจ็บป่วย ยามที่ผมรู้สึกท้อ ห่วงใยผมไม่ว่าผมจะอยู่ที่ไหนทำอะไรคอยถามไถ่ คอยดูแลผมไม่ห่าง “


      “ วันพรุ่งเป็นต้นไปผมจำเป็นต้องเดินทางไปเรียนเมืองนอกแล้ว ผมคงไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวันเหมือนเช่นเคย  แต่ผมจะกลับมาเพื่อมาดูแลผู้ชายคนนี้เป็นการตอบแทน ผมสัญญา วันนี้อาจจะเป็นคำสัญญาจากเด็กผู้ชายคนหนึ่งอีกไม่นาน มันจะเป็นคำพูดของผู้ใหญ่คนหนึ่ง ที่พี่พร้ำสอนให้ผมเป็นคนดีอย่างที่พี่ต้องการ “


      “ผมรักคุณครูเขม “ คริสโตเฟอร์พูดออกใมล์ ผมหันมาแอบปาดน้ำตามันซึ้งมาก คริสโตเฟอร์เขาพูดภาษาไทยและผมก็คิดว่าแม่ของคริสเขาแปลเป็นภาษาอังกฤษให้เดนิสและฟิลิปส์ฟังอีกที


      “หมับ”คริสโตเฟอร์ลุกขึ้เนมากอดผม ทางกลางสายตาของคนในร้านอาหาร มีผู้ชายคุ่หนึ่งลุกขึ้นปรบมือให้ผมสองคนและตามมาอีกหลายคนทั้งผู้หญิงผู้ชาย ผมรีบปาดน้ำตาที่ซึมออกมา

      
      “ขอบคุณนะ มันเป็นของขวัญวันเกิดที่มีค่าที่สุดของพี่เลยคริส” ผมบอกคริสโตเฟอร์ ผมกลับมานั่งที่โต๊ะ อาหารและทานอาหารกัน ไม่นานแม่ของคริสก็ขอตัวกลับก่อนเพราะว่าพรุ่งนี้แม่ของต้องทำงาน ทำงานแบบนี้วันหยุดก็ต้องทำเพราะว่านักท่องเที่ยวเยอะและส่วนใหญ่มาใช้บริการกันในวันหยุดทั้งนั้น ผมก็ล่ำลาแม่ของคริส ฟิลิปส์และน้องชายนายคริส ส่วนพ่อของเขาขอตัวไปเช็คงานก่อน

      
      “ไปเดินเล่นกันนะครับ” คริสโตเฟอร์หันมาถามผมพร้อมกับแบมือขอเดินจับมือผม

      
      “วันนี้ผมไม่ใช่นักเรียนของพี่แล้วผมคงทำได้แล้วใช่ไหมครับ จับมือในฐานะแฟน แฟนของพี่เขม “ คริสโตเฟอร์พูดผมพยักหน้าว่าใช่และเราสองคนก็เดินจับมือกัน ผมเดินลัดเลาะไปตามชายหาด และไปหาที่นั่งมองทะเลในยามค่ำคืน มันก็สวยงามไปอีกแบบ สายลมเย็นที่พัดโชยมาจากมหาสมุทร ผมรู้สึกเย็นๆที่ต้นแขนของผมเป็นระยะก็เพราะว่าผมสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้น  คริสโตเฟอร์โอบไหล่ผมให้เข้าไปหาอกแน่นๆของเขา


      “หนาวปะ” คริสโตเฟอร์ถามผม ผมพยักหน้าเบาๆ

      
      “ดีขึ้นมั้ยครับ “ คริสโตเฟอร์กระชับอ้อมกอดของเขาเข้าไปอีก ผมพยักหน้าว่าผมอุ่นพอแล้ว
      
      “ผมสัญญาว่าพี่จะเป็นผู้ชายคนแรกเพราะว่าที่ผ่านมานะผู้หญิงทั้งนั้น” ผมเกือบจะซึ้งน้ำตาไหลแต่มาตกม้าใต้ตรงที่บอกว่าที่ผ่านมานะผู้หญิงทั้งนั้น
         
      “พี่ควรจะภูมิใจใช่ปะ” ผมหันไปถามคริสโตเฟอร์

      “ไม่ชอบเหรอ ใครก็บอกว่าผมดูเหมือนสายฝอ ดังนั้นตอนนี้พี่ก็เป็นเมียสายฝอแล้วนะ” คริสโตเฟอร์พูด ผมเลยเอนตัวออก และทำท่าจะลุกไปขึ้นห้องนอนดีกว่า

      “พี่เขมนี้ งอนได้น่ารักดีนะ ผมนี่ชอบเวลาพี่เขมงอนที่สุด” คริสโตเฟอร์รีบดึงรั้งตัวผมเอาไว้ไม่ให้ลุกขึ้น แต่เพราะว่าผมลุกไปได้หน่อยแล้วไงเลยเสียหลักและคริสก็ใช้แขนของผมรองรับตัวผมเอาไว้ สายตาของผมกับเขาประสานกัน คริสก็ดึงรั้งผมเข้าไป ริมฝีปากนั้นก็ประกบจูบผม ผมก็จูบเขากลับเช่นกัน ผมยันตัวเองให้นั่งให้ตรงและเราสองคนก็จูบกันท่ามกลางแสงจันทร์ในคืนสลัวที่ริมหาด พระจันทร์ดวงโตๆที่ลอยเหนือน้ำ แสงจันทร์สาดส่องมาที่ผมสองคนไม่มากแต่พอให้เห็นเป็นเงาๆ ไม่รู้ว่าเนิ้นนานแค่ไหนแต่มันดูดดื่มที่สุด เพราะว่าผมกับเขาจูบกันโดยไม่มีสิ่งใดมาเป็นกระจกกัน ของคำว่าครูและลูกศิษย์ เราจูบกันโดยไม่รู้สึกผิด


CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0

(ครูเขมขาติXคริสโตเฟอร์ ) เป็นวันที่ผมรู้สึกใจหายที่สุด

          ครูเชมชาติ   หลังจากผมและคริสไปเที่ยวที่ภูเก็ตกับพ่อของคริสโตเฟอร์ พ่อของเขาก็ต้องเดินทางไปฟิลิปปินส์ต่อเพื่อไปดูงานที่นั้นและจะกลับมาพาคริสโตเฟอร์ไปออสเตรเลียทันที โดยให้เหตุผลว่าคริสโตเฟอร์ควรจะไปเรียนปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษก่อนจะเข้ามหาวิทยาลัยก่อนสิบสัปดาห์และถึงยังไงคริสก็ต้อง E-Diploma และ E-Transcript จาก GED Testing Service เขาจะส่งเข้าอิเมลและสามารถดาวน์โหลดได้จำนวน 7 ครั้ง และรอผลสอบ Toefl และ Ielts ที่ผมเพิ่งจะพาไปสอบมา
              ช่วงที่ผมสองคนไปเที่ยวภูเก็ตกับพ่อของคริสโตเฟอร์เขาก็เข้ามาขอคุยกับผมถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผมกับคริส ว่าเราสองคนเป็นอะไรกัน ผมก็ยอมรับไปตามจริง แน่นอนพ่อของเขาที่ไม่เคยคิดว่าลูกชายเขาจเป็นแบบนี้ ที่จะมีความรักแบบเพศทางเลือกแบบนี้ เขาก็เลยขอให้คริสทบทวนความรู้สึกจริงๆของตัวเองโดยการไม่ให้ผมติดต่อคริสเป็นเวลาหนึ่งปี แต่คริสมาจับได้และเขาก็ทำท่าจะไม่ยอมจนสุดท้ายพ่อของเขาลดเหลือแค่หกเดือน พ่อเขาก็ไม่ได้ห้ามผมแบบกีดกันแต่เขาอยากให้คริสแน่ใจตัวเองและไม่ใช่ว่าให้เขาขาดการติดต่อผมไปเลยแค่พ่อเขาจะติดต่อผมแทนคริสก็แค่นั้น ผมเองก็เข้าใจพ่อของเขานะ ผมเองก็ว่าดีเหมือนคริสได้ค้นหาตัวเองจริงๆซะก่อน ส่วนผมนะผมเชื่อว่าหัวใจผมเข้มแข็งพอที่จะรอเขาได้
         
                  หลังจากจบทริปที่ภูเก็ตและส่งพ่อของคริสไปฟิลิปปินส์ก่อน ผมก็กลับมาทำหน้าที่ครูสอนหนังสือ อาทิตย์หน้าจะสอบปลายภาคแล้ว ผมก็ยุ่งกับการออกข้อสอบเด็ก ผมได้ทำเอาไว้บ้างแล้วตั้งแต่ก่อนไปเที่ยวภูเก็ตกับคริสและผมก็ได้ฉลองวันเกิดกับพ่อแม่ของคริสโตเฟอร์เช่นกัน แต่ผมบอกคริสเอาไว้แล้วว่าไม่ต้องให้พ่อกับแม่ของเขาซื้อของขวัญอะไรให้ผมหรอกนะ ผมเกรงใจแต่แม่เขาก็ซื้อสร้อยคอทองคำขาวให้ผมมีจี๋สำหรับใส่รูปให้ แม่เขาบอกว่าคริสบอกให้ซื้อให้ผม เขารู้ว่าผมไม่อยากให้เขานำเงินไปซื้อของฟุ่มเฟือยมาให้ผมแน่ๆ

                  “พี่เขม…ฟ๊อด” คริสเดินมาหอมแก้มผมเขาสวมชุดนักเรียนและวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายของเขาแล้ว ที่เขาจะได้สวมใส่มัน ผมหันมามองเขาอีกที ผมรู้สึกใจหายเช่นกัน

                  “ทำไมพี่มองผมแบบนั้นละพี่เขม” คริสโตเฟอร์ถามผม เขายังคงกอดผมแน่น

                  “พี่แค่คิดว่าพี่คงไม่ได้เห็นนายใส่ชุดนี้อีกแล้ว “ผมพูดและดันคริสโตเฟอร์ออกมามองเขาให้ชัดๆอีกที พร้อมรอยยิ้มที่เปื้อนขึ้นบนใบหน้าของผม

                  “พี่เก็บมันไว้กับพี่นะและเสื้อที่ผมใส่เล่นบาสเก็ตบอลด้วย ผมอยากให้พี่เก็บทุกอย่างที่เป็นชุดนักเรียนของผมเอาไว้ เพราะว่าความรักของผมกับพี่มันเริ่มจากชุดนี้” คริสโตเฟอร์พูดบอกผม ผมพยักหน้าว่าผมจะเก็บมันเอาไว้อย่างดี

                  “ผมก็รู้นะว่าถึงยังไงก็ต้องมีวันที่ผมเลิกใส่ชุดนักเรียน ทุกคนต้องมีวันเรียนจบ แต่ผมไม่เคยคิดว่าผมจะรู้สึกใจหายแบบนี่เลยพี่เขม” คริสโตเฟอร์พูด ผมก็พยักหน้าว่าผมเองก็ใจหายเหมือนกัน ผมเองก็ไม่คิดว่าผมจะผูกผันกับเขาได้มากขนาดนี้ และนี่แค่คิดนะว่าถ้าเขาไม่ได้อยู่ให้ผมได้เห็นหน้าเขาแบบนี้ผมจะรู้สึกยังไง

                  “ถ่ายรูปคุ่กันได้ไหมพี่เขม” คริสโตเฟอร์ถามผม ผมพยักหน้าว่าได้ซิ และเขาก็เข้ามายืนข้างผมพร้อมกับโอบเอวผมไว้ นี้เขาสูงเลยผมไปหน่อยหนึ่งแล้วนะ ผมก็ยกโทรศัพท์ผมขึ้นในมุมที่มองเห็นผมสองคนเราแนบชิดกันมาก นี้เป็นครั้งแรกที่ผมกับเขาถ่ายเซลฟี่กันแบบนี้ ชุดนักเรียนและชุดทำงานแบบนี้ เสียงกดชัดเตอร์ดังขึ้นสองทีติด และคริสโตเฟอร์ก็รับมือถือผมไปดูพร้อมกับ กดตั้งค่าอะไรสักอย่าง เขาตักไว้ที่รูปโปรไฟว์ แอพลิเคชั่นสีเขียวที่เราใช้คุยกัน พร้อมกับกดส่งรูปนั้นเข้าไปที่กล่องขอ้ความ
         
                  “ผมจะเอาไว้ตั้งเป็นภาพเวลาพี่โทรหาผมด้วย” คริสโตเฟอร์บอกผม ผมพยักหน้าเบาๆ

                  “ไปเรียนกันเถอะ เพื่อนๆรออยู่ อย่าลืมนะวันนี้คือวันสุดท้ายที่นายจะได้อยู่กับเพื่อน แต่พี่เชื่อว่าเพื่อนกันไม่ทิ้งกันแน่นอน พยายามติดต่อเพื่อนเอาไว้นะ เพราะวันข้างหน้านายอาจจะได้มีโอกาสเจอเขาในหน้าที่การงาน” ผมบอกคริสโตเฟอร์
                 
                  ผมสองคนเดินออกมาพร้อมกัน วันนี้เราเดินจับมือกัน ผมไม่รู้ว่าวันข้างหน้าเราจะได้กลับมาจับมือกันแบบนี้อีกไหม แต่วันนี้เรายังคงอยู่ด้วยกัน ความทรงจำดีดียังคงมีอยู่

                  “When your legs don't work like they used to before
And I can't sweep you off of your feet
Will your mouth still remember the taste of my love
Will your eyes still smile from your cheeks
And darling I will be loving you till we're 70
And baby my heart could still fall as hard at 23 ……….
Take me into your loving arms
Kiss me under the light of a thousand stars
Oh darling, place your head on my beating heart
I'm thinking out loud
That maybe we found love right where we are
Oh maybe we found love right where we are
And we found love right where we are

                  เขาเดินไปก็ฮัมเพลง Thinking out lound ของEd Sheeranให้ผมฟังไปจนถึงเขนโรงเรียนและเขาก็หันมามองผม แต่มือนั้นยังคงจับไว้อยู่

                  “ความรักผมเริ่มจากที่นี้กับผู้ชายคนนี้ มันก็ยังคงอยู่แบบนี้ตลอดไป พี่เขม” คริสโตเฟอร์พูดผมพยักหน้าและชะเง้อมองเพื่อน

                  “วันนี้ฝากขอโทษเพื่อนๆด้วยนะ พี่ไม่ได้ทำแซนวิชให้พี่อยากให้พวกนายซื้ออะไรทานกันและนั่งทานด้วยกัน มีความสุขด้วยกันอีกครั้งก่อนที่นายจะไป” ผมพูดบอกคริสโตเฟอร์ คริสมองหน้าผมและเขาก็ค่อยๆปล่อยมือผมและเดินออกไปหาเพื่อน ผมได้แต่ยืนมองเขา ผมเลี่ยงเดินไปอีกทาง ผมแอบปาดน้ำตาที่ซึมออกมาทั้งที่ผมได้กลั้นมันเอาไว้แล้ว

                  “เหมือนกับว่าพี่นี่เองที่อ่อนแอ คริส” ผมพูดกับตัวเองและผมก็เดินขึ้นไปบนห้องพักครู ระหว่างที่ผมเดินขึ้นไป ผ่านนักเรียนมากมาย จนมาหยุดที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั้นคือแก้ม

                  “ครูเขมค่ะ วันนี้พี่คริสเขาจะมาเรียนวันสุดท้ายแล้วเหรอคะ” แก้มเอ่ยถามผม

                  “ใช่แก้ม ไปหาพี่คริสซิ เขาอยู่กับเพื่อนๆที่นั่งเดิมของเขานะ” ผมบอกแก้ม แก้มก็พยักหน้าและหันมามองผม

                  “หนูสงสารครูที่สุดเลยค่ะ “ แก้มพูดแต่ผมก็พยักหน้าให้เขาว่าผมโอเค ผมออกเดินต่อไปยังห้องพักครู และพยายามยิ้มให้กับนักเรียนที่ยกมือไหว้ผมทุกคน เหมือนเช่นปกติ มีพูดคุยทักทายสนุกสนามกันเหมือนเดิม

                  “ฟู่” ผมแอบพ่นลมหายใจยาวๆ ขณะที่ผมกำลังจะเซนต์ขื่อเข้าทำงาน

                  “ครูโอเคมั้ยคะ”เสียงที่ทักทายผม ผมหันมามอง ครูถาวรนั้นเอง

                  “ผมโอเคครับเก่ง “ ผมพูดบอกครูถาวร ผมหันไปมองหาวันนี้ไม่เห็นครูลินดาเลย

                  “ครูลินดาไปเยี่ยมคุณป้าเขานะคะ คุณป้าเขาเข้ารับการผ่าตัดต่อกระจกวันนี้ค่ะ”ครูถวรพูดผมพยักหน้าว่าโอเค

                  “ลงไปทานข้าวด้วยกันไหมคะครู” ครูถาวรถามผม ผมพยักหน้าว่าได้

                  “สวัสดีค่ะ ครูเขม ครูเก่ง เออ วันนี้อย่าลืมนะคะ มีประชุมครู “ ครูสมพิสพูดและหันมามองหน้าผม

                  “ ครูเขมโอเคนะคะ พี่ทราบว่าวันนี้นายคริสจะมาเรียนเป็นวันสุดท้ายและจะบินไปพร้อมพ่อเขาเลย น่าเห็นใจครูนะคะ ถึงนายคริสจะเกเรบ้างแต่ตอนนี้เขาเป็นเด็กดีอย่างที่ครูเขาได้คอยสอนเขาแล้ว “ ครูสมพิสพูด

                  “ผมก็แค่ใจหายนะครับแต่ผมก็ดีใจที่เขาจะได้ไปเรียนและมีอนาคตอย่างที่ผมที่เป็นครูอยากจะเห็นลูกศิษย์ทุกคนนะครับ” ผมพูดบอกครูสมพิศ และผมก็ขอตัวเดินลงไปทานข้าวกับครูถาวร ผมเห็นคริสยืนให้รุ่นนอ้ง รุ่นพี่เขาเขียนบนเสื้อนักเรียน

                  “พี่คริสกลับมาเยี่ยมโรงเรียนนี้ด้วยนะ อย่าไปแล้วไปเลย สงสารครูเขม” เด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งพูดขึ้น คริสหันมามองผมกับครูถาวร ผมไปหยุดยืนที่หน้าร้านขายโจ๊กของครูโจ้ และนายคริสก็เดินเข้ามาหาผม

                  “ผมก็ไม่คิดว่าพวกเขาจะทำแบบนี้เหมือนกันครับครูเขม” คริสโตเฟอร์บอกผม

                  “ให้ครูเขียนได้ไหม เพราะว่าเธอไปแล้ว นี่ใครจะยกมือตอบคำถามแบบกวนๆอย่างเราละ ครูเหงาแย่เลยคริส “ ครูถาวรพูดและนายคริสก็พยักหน้าให้พร้อมกับส่งปากกาให้ครูถาวร ครูถาวรรับไปพร้อมกับบรรจนเขียนให้เขาลงบนที่วางที่มีน้อยแล้วตอนนี้บนเสื้อนักเรียนของเขา ผมยืนมองแต่ละข้อความล้วนบอกเขาว่าอย่าทิ้งผมไปให้กลับมาหาผมที่เป็นครูเขม

                  “ไปแล้วตั้งใจเรียนนะคริส นายมีโอกาสในขณะที่ใครหลายคนยังไม่รู้จะหาโอกาสดีดีแบบนายได้มั้ย ดังนั้นตั้งใจทำมันให้ดีและถ้ามีโอกาสกลับมาที่นี้นะ มาให้ความรู้รุ่นน้องที่นี้เพื่อเขาจะได้มีช่องทางที่ดีเหมือนเรา” ครูถาวรพูดบอกนายคริสโตเฟอร์

                  “ถ้าอย่างนั้นเก่งไปทานกับครูนิดดีกว่าค่ะ ครูจะได้ทานกับคริสโตเฟอร์เขา “ ครูถาวรบอกผมก่อนจะหันหลังเดินไปหาครูนิดแทน ครูนิดหันมายกมือรับไหว้ คริสโตเฟอร์ ผมก็มองหนุ่มไม่น้อยแล้วซิ ที่ยืนอยู่ตรงหน้าผม

                  “เอาไง กินไหมโจ๊กนะ ป้าตักไว้ให้แล้วไม่ใส่ที่เองไม่ชอบนะ “ ป้าเจ้าของร้านขายโจ๊กถามคริสโตเฟอร์แต่ก็ยิ้มๆให้

                  “กินดิป้า และอาทิตย์หน้าผม่ไมได้มากินโจ๊กร้านป้าแล้วนะ ผมจะไปอยู่กับพ่อผมที่ออสเตรเลียนะป้า “คริสโตเฟอร์บอกป้าร้านขายโจ๊ะ

                  “อ้าวเหรอ! งั้นวันนี้ป้าไม่คิดเงิน ให้เอ็งกินฟรีนะ ขอให้เจริญๆนะ และอย่าทิ้งครูเขมเขาไปแล้วไปลับละ “ ป้าร้านขายโจ๊กพูดผมก็ยืนเกาหัวเขินนะ

                  “ครูละคะ “

                  “เหมือนเดิมครับป้า” ผมบอกและหันมามองหนุ่มน้อยต่อไปก็ไม่น้อยแล้ว ไม่รู้ว่าไปอยู่โน้นกลับมาจะหล่อล้ำบึกขึ้นกว่าเดิมไหม ผมนี้คงกลายเป็นกุ้งแห้งไปทันทีเลยมั้งนะ

                  “พี่เขมผมยังจำได้วันที่ผมเห็นครูยืนมองผม ตอนที่ผมห้ามสาวๆไม่ให้ตีกันแย้งผม แก้มกับพี่น้ำหวาน วันแรกที่ครูมาเป็นครูที่นี้” คริสโตเฟอร์พูด ผมหันไปมองหน้าเขา นี้เขาเห็นผมด้วยเหรอ

                  “ ผมเห็นพี่มองผมนะ “ คริสโตเฟอร์พูด ผมก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ และผมก็เดินมานั่งที่โต๊ะที่มีแค่ผมกับเขานั่งอยู่ด้วยกัน

                  “พี่คริส” อนุชิตวิ่งมาหาคริสโตเฟอร์ด้วยหน้าตาตื่น ผมหันไปมองเขา

                  “อะไรของมึง”
                 
                  “ขอผมเขียนเสื้อพี่ได้ไหมอ่ะ ผมกลัวคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง” อนุชิตพูดขอเขียนลงที่เสื้อนายคริสบ้าง ผมหันไปมองคริส

                  “ได้ดิ เลือกเอาเองแล้วกัน แต่อย่าเขียนทะลึ้งนะมึง กูจะตามไปเตะถึงห้องเลย” คริสโตเฟอร์พูด ผมก็ทำท่าจะตีแขนและอนุชิตก็รับปากกาที่คริสโตเฟอร์ และเขียนหยิกๆ ลงบนเสื้อนักเรียนของเขา

                  “โชคดีนะพี่คริส อย่าลืมกลับมาเยี่ยมโรงเรียนนี้นะพี่คริส และอย่าทิ้งครูเขมของผมไปเลยนะ ผมสงสารครู” อนุชิตพูด คริสหันไปมองหน้าอนุชิต

                  “เออ ครูเขมเขาเป็นแฟนกูจะทิ้งได้ไง มึงก็อย่าลืมช่วยครูเขมทำงานบ้านนะโว้ย “

                  “อันนี้ผมไม่ลืมอยู่แล้ว พี่คริส ผมไปก่อนนะ “ อนุชิตพูด

                  “พี่เขมกินตับไหม สงสัยป้าแกลืมว่าผมไม่ทานก็เลยใส่มาในชามผมด้วย แต่หัวใจผมไม่มีนะ “ คริสโตเฟอร์พูด ผมก็เงยหน้ามองใช่เขาไม่ทานพวกเครื่องในเลย

                  “เพราะว่าหัวใจผมอยู่กับพี่ตั้งนานแล้ว” คริสโตเฟอร์เงยหน้าขึ้นตอบผม เขายิ้มให้ผมพร้อมกับยักคิ้วให้ผมสองทีติด ผมสองคนนั่งทานกันไปคุยกันถึงเรื่องเก่าๆตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน ไม่รู้ว่านานแค่ไหน จนกระทั้งเสียงสัญญาณเตือนเข้าแถวดังขึ้น

                  “วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่พี่จะสอนนายแล้วนะ “ ผมหันไปบอกคริสโตเฟอร์

                  “ ผมจบหลักสูตรกับพี่ไปแล้วไง พี่สอนให้ผมรู้จักคำว่ารักแล้ว “ คริสโตเฟอร์บอกผม ผมก็พยักหน้าว่าใช่

                  “นายก็สอนให้รู้รู้จักคำนั้นจริงๆแล้วเหมือนกันคริส พี่รักนาย “ ผมหันมามองคริส และแตะที่ไหล่เขาให้เขาวิ่งไปเข้าแถวกับเพื่อนๆได้แล้ว ผมเห็นเขาก็ไปหยอกล้อเล่นกับพวกอาร์ทโจ้ โป้งปันปัน ผมเห็นเขาหยุดคุยกับอั๋นแป๊ปหนึ่ง และเหมือนจะกอดกัน ผมว่าอั๋นกับคริสตอนนี้เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่ดีต่อกันแล้ว ผมเห็นแบบนี้ก็ดีใจ ที่เขาไม่ต้องจบไปแบบบาดหมางกันไปด้วย เหลือแต่กายซินะ ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาเป็นยังไงบ้าง

                  หลังจากที่ผมขึ้นสอนไปจนคาบที่สามผมได้สอนห้องเรียนของคริสโตเฟอร์ช่วงเช้าเช่นกันและวันนี้ก็เป็นวันสุดท้าย คริสโตเฟอร์ก็ทำได้ดีเขาไปศึกษาเมืองที่เขาจะไปอยู่มาด้วยเช่นกัน เพราะว่าผมบอกเขาว่าจะเอามาเป็นบทเรียนในการเรียนคาบนี้ เมืองที่เขาจะไปอยู่คือเมืองหลวงของออสเตรเลีย นั้นคือแคนเบอร่า ผมเขาเล่าให้เพื่อนฟังได้ดีเพราะว่าเขาเคยไปอยู่ทีนั้นตอนเด็กๆ แม้จะแค่ไม่นานเพราะแม่เขาต้องไปติดต่อทำเอกสารที่จะพาเขากลับไทยที่สถานทูตไทยในกรุงแคนเบอร่า และมันก็ทำให้เพื่อนๆในห้องสนใจอยากจะไปเรียนต่อที่นั้นเช้นกัน นี่ก็ทำให้ผมภูมิใจในตัวเขามากเช่นกัน

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0

EP.4ุ8.1 เป็นวันที่ผมรู้สึกใจหายที่สุดP2             

               Part เขมชาติ  หลังจากที่ผมขึ้นสอนไปจนคาบที่สามผมได้สอนห้องเรียนของคริสโตเฟอร์ช่วงเช้าเช่นกันและวันนี้ก็เป็นวันสุดท้าย คริสโตเฟอร์ก็ทำได้ดีเขาไปศึกษาเมืองที่เขาจะไปอยู่มาด้วยเช่นกัน เพราะว่าผมบอกเขาว่าจะเอามาเป็นบทเรียนในการเรียนคาบนี้ เมืองที่เขาจะไปอยู่คือเมืองหลวงของออสเตรเลีย นั้นคือแคนเบอร่า ผมเขาเล่าให้เพื่อนฟังได้ดีเพราะว่าเขาเคยไปอยู่ทีนั้นตอนเด็กๆ แม้จะแค่ไม่นานเพราะแม่เขาต้องไปติดต่อทำเอกสารที่จะพาเขากลับไทยที่สถานทูตไทยในกรุงแคนเบอร่า และมันก็ทำให้เพื่อนๆในห้องสนใจอยากจะไปเรียนต่อที่นั้นเช้นกัน  นี่ก็ทำให้ผมภูมิใจในตัวเขามากเช่นกัน

      “ครูเขมค่ะ เข้าประชุมกันเลยไหมค่ะ”ครุนิดหันมาถามผมขณะที่ผมกำลังเดินออกจากห้องพักครู ผมพยักหน้าเช่นกันว่าพผมพร้อมแล้ว ผมเห็นบรรดาครูมารอเข้าห้องประชุมแล้ว ผมก็ยิ้มทักทายและเดินตามเข้าไป

      “สวัสดีครับครูทุกท่าน”ท่านผู้อำนวยการเดินเข้ามานั่งที่ตรงหัวโต๊ะในตำแหน่งประธานการประชุมวันนี้

      “สวัสดีครับท่านผอ “ “สวัสดีค่ะท่านผอ”  เสียงกล่าวทักทายท่านผู้อำนวยการโรงเรียนพร้อมเพียงกัน

      “เวลาผ่านไปเร็วมาเหมือนกันนะครับ จะจบเทอมอีกแล้วแถมเทอมใหญ่ละด้วย แถมตลอดเทอมนี้ก็มีเรื่องราวๆมากมาย มีทั้งเรื่องดีและไม่ดี ปิดเทอมใหญ่ ก็พาครอบครัวไปพักผ่อนกันนะครับ กลับมาจะได้มาลุยกันต่อ” ผู้อำนวยการพูดและมองหน้าครูทุกคนที่ที่หันมายิ้มให้กัน

      “ ใช่ค่ะ ท่าน เรื่องเยอะมากเทอมนี้ นี้เล่นเอา หัวหงอกเร็วขึ้นกว่าปกติเลยนะคะท่าน” ครูสมพิศพูด

      “เอานะปิดเทอมก็ไปพักผ่อน ทำสวยกัน กลับมาจะได้พร้อมทำหน้าที่ครูผู้สอน “

      “ผมว่าย้ายโรงเรียนหนีจะง่ายกว่าไหมครับท่าน” ครูโจ้พูดผมสะบัดหน้าไปมองย้ายเลยเหรอครูโจ้

      “ผมงดเซนต์อนุมัติย้ายนะครับช่วงนี้ “ ท่านผู้อำนวยการพูดดักไว้ทันที

      “จะย้ายไปไหนกันครูโจ้ เอานะ นักเรียนน่ารักก็มีเยอะ และมันก็แบบนี้แหละ เขาเรียกจับปูใส่กระด่ง “ผู้อำนวยการพูด

      “ผมมีข่าวดี ปีการศึกษาหน้า ผมได้รับครูมาใหม่เพิ่มอีกสี่คนนะ สามคนผมคัดมาจากเดือนมหา’ลัยเลยครับ ตามคำแนะนำครูเขม” ผู้อำนวยการพูดและครูทุกคนก็หันมามองผมกันหมดเลย

      “เพื่อนักเรียนจะตั้งใจเรียนเหมือนตอนเรียนกับครูเขม ครูเขมนี้เขาเดือนมหาลัยเลยนะครับ” ผู้อำนวยการพูด

      “หล่อขนาดนี้ ถ้าไม่ได้ตำแหน่งเดือนก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วค่ะท่านผอ” ครูอุไรวรรณพูด

      “ว่าแต่ท่านเอาเดือนมหาลัยมาเอาใจบรรดาอาจารย์ป้าโรงเรียนเราหรือเปล่าครับ เดี๋ยวได้น้ำหมากหกกันบ้าง” อันนี้ครูโจ้

      “แม้ๆ พูดไปครูโจ้ เดี๋ยวพี่จะดูซิว่า น้องเจี๊ยบจะได้หากิ๊กกันบ้างละ” ครูนิดพูดแบบขำขำๆ

      “หมดโอกาสแล้วครับ ผมลืมบอกข่าวดี เมียผมท้องอีกคนแล้วครับ เตรียมของขวัญชิ้นที่สองกันได้เลยครับ” ครูโจ้ ผมและบรรดาครูสะบัดหน้าหันไปมองครูโจ้ว่าเร็วไปไหม

      “รีบเหรอครับครูโจ้” ครูสมชายยังตกใจเลย

      “เอ็กซิเด้นครับผมแต่มาแล้วครับ “ ครูโจ้พูดพร้อมกับยิ้มแหยๆ

      “เอานะครู เพราะว่าผมเคยชวนดาวมหาลัยมาแล้วแต่ดันหักอกครูเขมซะนี้ ใช่ไหมครับครูถาวร” ผู้อำนวยการแอบหันไปแซวครูถาวรอีกคน

      “และอีกเรื่องหนี่งคือ ผมมีครูที่จะมาเป็นครูเอกภาษาอังกฤษอีกคน ครูมิ้งนะครับ  ครูเขมเขาไปตามหาและผมก้ได้รับเอกสารที่ครูมิ้งไปอยู่ด้วย ครูมิ้งทำความดีช่วยสอนหนังสือให้กับคนที่ทำงานในรีสอร์ทและเด็กๆ ผมเลยเสียดายครูดีดี อย่างครูมิ้ง ดังนั้นผมขอโอกาสให้ครูเขาอีกครั้งนะครับ ได้ใช่ไหมครับครู “ผู้อำนวยการพูดขอบรรดาครูทุกท่าน

      “นี่ครูทำผลงานอีกแล้วเหรอครับครูเขม!” ครูโจ้ลุกพล้วดขึ้นถามผมทันที

      “ทำผลงานดีขนาดนี้ เป็นผอ เถอะครับ” ครูโจ้เล่นพูดกับผมแบบนี้ผมก็ตกใจซิครับให้ผมเป็นผู้อำนวยการเลยเหรอครับ

      “ครูโจ้ ท่านผอ ยังนั่งอยู่นี้เลยนะ” ครูนิดพูดและชี้ไปที่ผู้อำนวยการที่นั่งอยู่หัวเถอะ

      “อู้ยย ขอโทษครับท่าน “ ครูโจ้ยกมือไหว้ขอโทษก่อนจะนั่งลง

      “ไม่มีผลงาน ไล่ผมออกเลยเหรอครับครูโจ้ รอผมเกษียญสักปีสองปีนะครูโจ้ รู้สึกขาเก้าอี้สั่นคอนยังไงก็ไม่รู้” ผู้อำนวยการพูดปนหัวเราะ

      “เอาละ ผมก็ขอขอบคุณครูเขมนะครับ กับทุกเรื่องที่ครูเขมทำเพื่อโรงเรียนและขอบคุณครูท่านอื่นๆเช่นกัน ที่เราช่วยให้ทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ปีหน้าเอาใหม่ เรามาช่วยกันเป็นครูผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้แก่เด็กนักเรียนของเรา เขาจะได้ไปถึงฝังฝันที่ตั้งใจกัน “ ผู้อำนวยการพูด เหมือนจะปิดการประชุม

      “อ้ออีกเรื่องหนี่ง ปีหน้า น้องชายนายกายจะมาเรียนมัธยมต้นที่นี้นะครับ” ผู้อำนวยการพูด บรรดาครูรวมทั้งผมหันไปมองผู้อำนวนการเป็นตาเดียวกันทันที

      “พ่อเขามาขอร้อง พี่ชายทำไวเยอะ น้องหาที่เรียนไม่ได้ ใจจริงเด็กอยากตามเพื่อนไปเรียนโรงเรียนดังดัง แต่ไปไม่ได้ เอานะครับ เด็กไม่มีที่เรียน และพ่อเขาบอกว่าลูกชายคนเล็กของเขาไม่เกเรเหมือนนายกายแน่นอน ถือว่าช่วยๆกันนะครับครู” ผู้อำนวยการพูด

      “ส่งมาเถอะครับท่านผอ เกเรแค่ไหนก็รับมาเถอะครับ” ครูโจ้ ผมหันไปมองเอาจริงๆเหรอ

      “พี่โจ้เอาอยู่เหรอค่ะ” ครูถาวรถามครูโจ้

      “ครูเขมผมครับ เอาอยู่ ครูเขมนี้เขาเป็นซุปเปอร์ฮีโร ปลอมตัวมาเป็นครูครับ เรื่องแค่นี้ เอาอยู่ใชไหมครับ” ครูโจ้โยนมาให้ผมซะอย่างนั้น ผมส่ายหัวไม่เอา แค่คริสโตเฟอร์ผมก็เกือบจะโดนพักการสอนอยู่แล้ว

      “ผมจัดให้เลย ปีหน้าเรามาลุยกับนักเรียนเกรียนๆกันใหม่นะครูเขมนะ”

      “สงสัยผมควรจะมอบตำแหน่งครูฝายปกครองให้ครูเขมแทนแล้วแหละครับ ท่านผอ” ครูอครชัยอีกคน

      “ไม่เอาดีกว่าครับ ผมว่าผมขอเป็นครูธรรมดาแบบนี้ดีกว่าครับ” ผมพูดปนหัวเราะเช่นกัน

      “เอาละ ผมหมดเรื่องประชุมแค่นี้ อาทิตย์หน้าก็สอบแล้วและปิดเทอมกัน หวังว่าจะมีเวลาพาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนกันนะครับ และไปหาที่ชาร์จพลังกันให้เต็มที่กันนะครับ เจอกันปีการศึกษาหน้าครับครู “ ผู้อำนวยการพูดจบ บรรดาครูก็แยกย้ายเดินออกจากห้องประชุมกัน


      “ครูเขมครับ” ผู้อำนวยการเรียกผม

      “ครับท่าน”

      “ขอบคุณนะครับครูกับทุกเรื่องที่ครูทำ ครูสมกับที่เกิดมาเพื่อเป็นครูจริงๆ เออ ผมได้ยินมาว่านายคริสโตเฟอร์จะมาเรียนวันนี้วันสุดท้ายแล้วใช่ไหมครับครู” ผู้อำนวยการถามผม ผมพยักหน้าว่าใช่ครับ

      “ครูโอเคนะครับ ผมเองก็ไม่อยากให้ครูกับนายคริส เป็นแบบนี้แต่มันก็ดีกับตัวนายคริสเอง ที่เขามีโอกาสที่ดีทางการศึกษาและได้เจอบุพการีที่ให้เขาเกิดมาอีก ครูนี้ได้บุญสองต่อเลยนะครูนะ “ ผู้อำนวยการพูด

      “ผมว่าเขารักครูมากดูจากการกระทำที่ผ่านมาที่พยายามปกป้องครู ผมเชื่อว่าเขาจะกลับมาตอบแทนและดูแลครูแน่นอน “ ผู้อำนวยการพูดบอกผม

      “ขอบคุณครับท่าน ขอบคุณที่ท่านให้โอกาสผมสองคน ถ้าเป็นคนอื่นผมสองคนคงไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้ ตอนนี้ ผมคงโดนพักการสอนไปแล้ว และนายคริสก็คงโดนพักการเรียนหรือไล่ออกไปแล้วครับ”

      “ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เคยทำผิดพลาดจนโดนพักการเรียนมาก่อน ผมเข้าใจครับว่านักเรียนทุกคนมีโอกาสทำผิดกันได้ แต่โอกาสนะจะมีสักกี่คนที่จะหยิบยื่นให้พวกเขา ผมนี้แหละคนหนึ่งที่พร้อมจะให้โอกาสพวกเขา “ ผู้อำนวยการพูดผมและท่านเดินออกมาจากห้องพร้อมกัน ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงพอดีเลย


      “อ้าวนายคริส “ ผู้อำนวยการเรียกนายคริสโตเฟอร์ที่มายืนรอผมที่หน้าห้องประชุม ผมก็เลิกคิ้วมองด้วยความแปลกใจ คริสโตเฟอร์เดินมาและหยุดตรงหน้าผู้อำนวยการ เขาย่อตัวลงและก้มลงกราบผู้อำนวยการ

      “ผมขอโทษทุกเรื่องที่ผมทำให้ท่านผอ เดือดร้อนเพราะผมนะครับ ผมขอบคุณที่ท่านก็ยังให้โอกาสผมมาตลอด ผมจะไม่ลืมบุญคุณท่านเลยครับ” คริสโตเฟอร์พูด

      “เอาเถอะ ถึงยังไงนายก็กลับมาเป็นคนดีแล้ว แค่นี้แหละที่นายได้ตอบแทนครูแล้วคริส ไปอยู่กับพ่อก็ตั้งใจเรียนนะ จะเรียนอะไรละเรานะ “

      “ผมจะเรียนครูครับ เพราะว่าคนที่เป็นต้นแบบให้ผมนั้นคือครูเขมครับท่าน”

      “ดี ตั้งใจเรียนจะได้จบมาเป็นครูที่ดีอย่างที่ครูเขมเขาเคยสอนเรานะ ถ้าจะให้ดีมาเป็นครูที่นี้ก็ดีนะ”

      “ผมยังไม่รู้เลยครับว่าผมจะย้ายไปอยู่กับพ่อผมถาวรเลยไหม “ คริสโตเฟอร์พูด ท่านผู้อำนวยการหันมามองผม

      “อย่าบอกนะว่าจะเอาครูรุปหล่อไปอยู่ด้วยนะ เสียดายตายเลยนะ” ท่านผู้อำนวยการพูด

      “ยังไม่ใช่ตอนนี้ครับ ผมอาจจะพาไปเมื่อผมพร้อมจะดูแลครูเขมได้นะครับ” คริสโตเฟอร์ลุกขึ้นพูดกับผู้อำนวยการ ท่านก็ตบไหล่คริสโตเฟอร์เบาๆ

      “ถ้าอย่างนั้นครูขอใด้เธอโชคดีและประสบความสำเร็จในสิ่งที่เธอตั้งใจจะทำนะคริส ไปทานข้าวกันเถอะ “ ผู้อำนวยการพูด และผมกับคริสโตเฟอร์เดินลงไปพร้อมกัน

      “ทำไมขึ้นไปตามพี่ละ” ผมถามคริสโตเฟอร์

      “ เพื่อนๆผมสั่งอาหารไว้เต็มโต๊ะเลย” คริสโตเฟอร์บอกผม ผมเดินไปที่โต๊ะที่คริสโตเฟอร์ อาร์ท โจ ปันปันและโป้ง แก้มก็มานั่งด้วยวันนี้ ผมมองดูอาหารเต็มโต๊ะไปหมด

      “วันนี้แม่หนูเขาทำอาหารมาให้พี่คริสและครูด้วยค่ะ “ แก้มพูดผมยิ้มให้เป็นการขอบคุณ

      “เชิญนั่งครับครู” อาร์ทบอกผม ผมพยักหน้า ผมเห็นคริสโตเฟอร์ยืนน้ำตาซึมที่เขาเห็นเพื่อนๆทำเพื่อเขาขนาดนี้ ในวันที่สุดท้ายที่เขาจะเป็นนักเรียนที่นี้ ผมกับคริสก็นั่งลง เราทั้งหมดก็คุยกันทุกเรื่อง ทั้งสุขทั้งทุกข์ แม้กระทั้งเรื่องก่อนที่ผมจะมาเป็นครูที่นี้ มันทำให้ผมรู้ว่าทำไมพวกเขาถึงได้รักกันมากเพราะว่ามีเรื่องราวมากมายที่พวกเขาพบเจอมาด้วยกัน เขาสัญญากันว่าจะไม่ทิ้งกันแน่นอน จะติดต่อกันตลอด

      “คริส กูคงคิดถึงมากเลยว่ะ ฮึก”คนแรกที่โผ่เข้ามากอดคริส คือปันปัน หลังจากทานอาหารเสร็จ ทุกคนก็เริ่มทยอยเข้ามากอดคริส ตอนนี้พวกเขาต้องบอกลาคริสโตเฟอร์กันแล้ว

      “ปันปัน มึงต้องเข้มแข็งและดูแลตัวมึงเองและไอ้โป้งดีดีนะ กูก็คิดถึงมึงมากเช่นกันวะปันปัน ต่อให้กูอยู่กับมึงมาน้อยที่สุดก็ตาม “คริสโตเฟอร์พูด

      “คริส ตอนแรกกูว่ะจะไม่ร้อง ไอ้เชี้ยปันปันดิพากูร้องว่ะ ฮึก “ อันนี้โจ ปาดน้ำและเข้ามากอดคริส

      “ไม่เป็นไรหรอกว่ะ ลูกผู้ชายร้องไห้ได้ ทำยังกะว่ามึงไม่เคยร้อง ตอนทะเลาะกับไอ้อาร์ทมึงนะร้องไห้ขี้มูกโป่งเลยดีกว่าไอ้โจ” คริสกอดโจ

      “มึงแม่งทำไมจำแต่ภาพที่แย่ๆกูว่ะไอ้เชี้ย ฮึกๆ”

      “ปึก” คนนี้อาร์ท มันกอดโดยไม่ได้พูดอะไร ผมว่ามันให้ความรู้สึกที่เกินกว่าคำพูดวะอีก

      “ขอบใจว่ะอาร์ท ที่มึงดูแลกูตอนเมาว่ะ  ถ้ากูไปอยู่โน้นกูไม่กล้าเมาแน่ๆ เพราะไม่มีมึงวะอาร์ท” คริสพูด

      “ทำไมวะ กอดเพื่อนไม่ได้หรือไงว่ะ” คริสหันไปกางแขนเพราะว่าโป้งยืนเอามือล้วงกระเป๋าผมว่าเขากำลังกลั้นน้ำตาเอาไว้

      “โป้ง “ คริสเรียกโป้ง

      “หมับ “ เป็นอ้อมกอดที่แน่นมาและให้ความหมายได้ดี

      “กลับมาหากูกับปันปันนะมึง ขนาดแม่กูยังไงใจหายเลยมึงจะไปอยู่ไกลขนาดนั้นว่ะคริส “ โป้งพูด และดันคริสโตเฟอร์ออก คริสมองโป้งและเพื่อนๆทุกคน

      “ปีหน้ากว่าแชมป์ให้ได้นะมึง ถ้ามีโอกาสกูจะกลับมาดูพวกมึงว่ะ” คริสโตเฟอร์พูด

      “กูขออีกเรื่องหนี่งได้ไหมว่ะ”คริสโตเฟอร์พูดก่อนจะหันมามองหน้าผม

      “กูฝากดูแลแฟนกูให้หน่อยได้ไหมว่ะ พี่เขมนะ วันที่กูพร้อมกูจะกลับมาดูแลเขาเองว่ะ” คริสโตเฟอร์พูด ผมก็ต้องหันหน้าหนี เพราะว่าน้ำตาซึมมาทันที

      “พวกกูสัญญาว่ะ พี่เขมก็เหมือนพี่ชายพวกกูว่ะ  “ โป้งพูด

      “ไปเข้าแถวและขึ้นห้องเรียนเถอะว่ะ “คริสโตเฟอร์พูด ผมก็หันหลังจะเดินออก น้ำตาซึมเลยผม ยิ่งเห็นภาพที่พวกเขากอดกันผมยิ่งรู้สึกเหมือนผมหาทางออกให้เขาผิดไปหรือเปล่า

      “หมับ” คริสเดินมาจับมือผมและมองหน้าผม ผมก็ต้องแอบซับน้ำตา

      “แอบทำไมอะ ลูกผู้ชายร้องไห้ได้ไม่ใช่เหรอพี่เขม” คริสโตเฟอร์ถามผม ผมหันมามองหน้เขา
   
      “บางทีถ้าการร้องไห้แล้วทำให้อีกคนไม่สบายใจพี่คิดว่าไม่ควรร้องไง “ ผมพูด และมองหน้าคริสโตเฟอร์

      “ผมเลิกก่อนจะกลับไปอาบน้ำรอที่บ้านนะครับพี่เขม มาเร็วๆนะครับ ผมอยากจะแสดงความรักกับพี่ก่อนไป” คริสโตเฟอร์พูด ผมพยักหน้าว่าได้ และผมสองคนก็แยกย้ายคริสว่าจะกลับไปบ้านพักเลยไปเตรียมตัวส่วนผมก็จะไปขึ้นสอนต่ออีกหนึ่งวิชาแค่นั้น ผมก็จะเข้าบ้านและเตรียมออกเดินทางพาคริสกลับกรุงเทพ  วันนี้คริสก็เลิกเรียนก่อนเช่นกัน ทำไมผมถึงรู้สึกว่าอยากให้เวลาเดินช้าลงยังไงก็ไม่รู้ ถ้าหยุดไว้ได้ผมคงเลือกที่จะให้เวลาหยุดเดินไว้แค่ตรงนี้ ตรงที่ผมยังมีเขาอยู่แบบนี้

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
 (ครูเขมXคริส)บทรักของผมกับพี่ก่อนที่ผมจะไป

          Part  คริสโตเฟอร์ ผมกลับมาบ้านก่อนเวลา ผมก็รีบอาบน้ำรอแต่ยังไม่แต่งตัว ผมอยากแสดงบทรักกับพี่เขมก่อนจะไป ตอนนี้ผมได้ยืนมองไปรอบๆบ้าน ภาพของผมกับพี่เขมมันผุดขึ้นมา ว่าแต่ละวันเราสองคนทำอะไรกันบ้าง ยิ่งตอนที่ผมมาคลุกอยู่กับพี่เขมก่อนที่จะโดนท่านผอ สั่งให้กลับไปนอนที่บ้าน ทันเป็นความประทับใจและนั้นก็คือผมเริ่มรักพี่เขมอย่างหมดใจ



                       “หมับ” มีคนเดินมากอดผมจากด้านหลัง พี่เขมนั้นเอง ผมไม่รู้ว่าพี่เขม กลับมาตอนไหน เพราะว่าผมไม่ได้ยินเสียงรถยนต์พี่เขมเลย



                       “ทำไมยังไม่แต่งตัวอีกละ” พี่เขมถามผมและฝังปลายจมูกลงไปที่ซอกคอของผม ตอนนี้ผมสูงกว่าพี่เขมแล้วซิ ผมหมุนตัวเองหันไปมองพี่เขม



                       “ผมบอกพี่แล้วไงว่ะผมรอจะมอบบทรักให้พี่เขม ความรักของผมกับพี่เริ่มจากที่นี้ บทรักของผมกับพี่ก็เริ่มที่นี้ ผมอยากเก็บไว้ที่นี้ “ผมพูดและ



                       “อืมม “ผมก็ประกบปากจูบพี่เขมอย่างละมุล พี่เขมก็จูบผมกลับมือพี่เขมก็ปลดเน็กไท้ตัวเอง มือผมก็ปลดตะขอกางเกงสแลคของพี่เขมไปพร้อมๆกัน แถมปากเราก็ยังคงทำหน้าที่ดูดดื่มความหวานกันและกัน บทรักของผมเร้าร้อนเหมือนบทรักของผู้ใหญ่เข้าไปทุกวัน เพราะว่าคนคนนี้ที่สอนให้ผมรู้จักทุกอย่าง



                       “ตุบ” ผมไม่รู้ว่าผมถอยหลังมาตอนไหนแต่มารู้อีกทีร่างผมก็ถูกดันให้ลงไปนอนบนที่นอนเรียบร้อย พี่เขมก็ถอดเสื้อเชิ้ตออก



                       “ให้พี่อาบน้ำก่อนไหม” พี่เขมถามผม ผมส่ายหัวเบาๆ



                       “พี่เขมหอมสำหรับผมอยู่แล้ว พอเราทำเสร็จแล้วค่อยเข้าไปอาบน้ำด้วยกันอีกที” ผมพูดบอกพี่เขม พี่เขมก็ขึ้นมาค่อมผมพร้อมกับพรมจูบที่เสียวซ้านให้ผมไปทั่วเรือนร่างของผม มันเสียวขนาดที่ผมนอนอยู่ไม่สุข จนผมรู้สึกว่าพี่เขมเอามือมาจับที่ขอบกางเกงยางยืดเพื่อเผยให้เห็นแกนกายของผมที่แข็งจนจะดันกางเกงยางยืดออกมาอยู่แล้ว พี่เขมเงยหน้ามองผมก่อนจะกลืนลายลงคอไปและพี่เขมก็รูดกางเกงยางยืดนั้นออกไปให้พ้นทาง พร้อมกับก้มลงคอบปากเข้าที่แกนกายของผม ตอนนี้ผมได้แต่นอนจิกผ้าปูที่นอน มันเสียวที่สุด



                       “อ้าห์ พี่เขม ซี้ด เสียวที่สุด อ้าห์ “ ผมครางออกมาพร้อมกับแอนร่างผมขึ้นลงเพื่อลดหลั่นอารมณ์ที่ครุกรุ่นให้ช้าลง



                       “อ้าห์ !” ผมก็ต้องคราวออกมาและแอ่นหน้าท้องขึ้นเกร็งเมื่อพี่เขมขบเม้มเข้าที่หัวหนาว พี่เขมหยุดการใช้ปาก พี่เขมถอดกางเกงปราการสุดท้ายออกไป ก่อนจะขึ้นมานั่งค่อมผม ผมก็กระดกหัวมอง





                       “ไม่รุกผมเหรอ” ผมถามคนที่กำลังจะแปลงร่างเป็นคาวบอยให้ผม



                       “ไม่ละ อยากโดนรุกมากกว่า ” พี่เขมพูดผมก็ดันตัวเองขั้นมาอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึงนอนและพี่เขมก็ยกก้นขึ้นให้ช่องทางรักตรงอยู่ในระดับเดียวกับแกนกายที่มันตั้งชูชันรอการสอดใส่ พี่เขมค่อยๆดันมันลงไปช้าๆ ผมเองก็ ต้องหลับตาพริ้ม เพราะว่ามันให้ความรู้สึกตอดรัดไปพร้อมๆกัน คับแน่นแต่รู้สึกดีของผมนะแต่พี่เขมนี้คงอึดอัดน่าดุ สังเกตจากสีหน้า



                       “โอ้วว !! อะ…. โอ้ว! ฟู่!! ” ผมต้องเป็นฝ่ายร้องครางเบาๆพร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาเพื่อผ่อนเบาอารมณ์พุ้งพร้านในกายผม  ในขณะที่แกนกายของผมกำลังถูกคอบงำโดยช่องทางรักของพี่เขม ไม่นานก็หายไปจนหมดพร้อมกับหน้าตาอันเหยเกของพี่เขม พี่เขมต้องหยุดสักพักและพี่เขมก็เริ่มโยกเบาๆ คลอๆ เนิบๆ ผมเองก็ยันตัวเองขึ้นเพื่อโรมเล็มสองจุดที่แปะอยู่บนแผ่นอกแบนๆนั้นเล่น ปลายลิ้นที่ตวัดและอีกข้างก็ใช้นิ้วบี้ ผมทำสลับข้างกันไปมา พี่เขมก็เริ่มโยกขึ้นลงเร็วขึ้น ยิ่งผมใช้ปากกับสองจุดนั้นหนักหนวงแค่ไหนพี่เขมก็ยิ่งเร่งจังหวะขึ้นลงเองโดยที่ผมไม่ต้องสงสัญญาณอะไรเลย



                       “ปึกๆ”เสียงที่นอนที่ยุบขึ้นยุบลง เตียงใหม่ที่พี่เขมเพิ่งไปซื้อมาเมื่อตอนปีใหม่สงสัยจะได้เปลี่ยนใหม่แน่ๆ



                       “โอ้วว คริส โอ้วว “ เสียงพี่เขมครางออกมาเมื่อผมเริ่มพรมจูบไปทั่วแผ่นอกแบนๆนั้น และพี่เขมก็ดันผมลงไปนอนราบ ผมเห็นพี่เขมเปลี่ยนมาเป็นท่านั่งย่องๆ



                       “ฟู่!” ผมต้องพ่นลมหายใจออกมายาว เพราะว่าพี่เขมเล่นท่ายาก โดยการขึ้นแบบสุดและลงแบบสุดจนผมเริ่มจะอั้นไม่อยู่



                       “อืม….โอ้ว! ๆ “ เสียงครางของผมและเอวที่เด้งสวนช่วงจังหวะที่พี่เขมลง



                       “คริสอย่าเด้งสวนพี่ขึ้นมาแบบนี้ซิ! “ พี่เขมเอ็ดผมใหญ่เลย ผมก็หรี่ตามอง แอบหัวเราะพี่เขมเบาๆ และผมก็ปล่อยให้พี่เขมควบคุมมันไปได้สักพัก



                        ผมก็จับเอวพี่เขมให้หยุดและพลิกมาให้พี่เขมลงนอนคว้ำ ผมก็จับก้นพี่เขมโด่งขึ้นเล็กน้อย ผมพลิกมาโดยที่แกนกายยังไม่หยุดออกมาจากกัน ผมก็ลากพี่เขมมาที่ขอบเตียง



                       “ตับๆๆๆๆๆๆ” ผมรัวแบบให้เร็วที่สุด เร็วขนาดที่เกือบจะหายใจทางปากแทน



                       “อืม  อู้ยยย ซี้ด อ้าห์!!! “เสียงครางของผมกับพี่เขมเริ่มดังขั้น แต่ผมแน่ใจได้ว่าบ้านพักครูยังคงไม่มีใครอยู่หรือไม่บางคนก็เตรียมตัวออกเดินทางเลยทันทีที่สอนเสร็จ หรือท่ามีก็คงได้สยิวกิ้วขนแขนแสตนอัพกันบ้าง



                       “อ้าห์” ร่างผมเริ่มกระตุกเกร็ง ผมรับรู้ได้ว่าน้ำรักผมทะลักออกมาแล้ว ผมไม่ได้สวมถุงกับพี่เขมมาพักใหญ่แล้ว มันให้อารมณ์ที่ฟินกว่าผมรู้ว่าพี่เขมก็เสร็จเช่นกัน เราสองคนไปถึงฝังฝันพร้อมกัน ผมทิ้งตัวลงไปนอนข้างๆพี่เขม พี่เขมก็พลิกตัวมาพร้อมกับเอาแขนยันที่นอนเอาไว้เขามองหน้าผม



                       “ปึกๆ”ผมตบที่แผ่นอกของผมอยากให้พี่เขมหนุน พี่เขมก็วางศรีษาลง ซึ้งปกติจะเป็นผมเองที่ทำ พี่เขมก็จะเอามือลูบหัวผมอย่างเอ็นดู แต่วันนี้ผมอยากเป็นคจนที่ดูแลพี่เขม



                       “รอผมนะพี่เขม ผมจะมาดูแลพี่ ตามที่ผมเคยสัญญากับพี่เอาไว้ ว่าผมจะดูแลพี่ให้ดีกว่าที่พี่เขมทำให้ผมอีก อืมม” ผมพูดพร้อมกับประจบหันไปจูบพี่เขม



                       “ไปอาบน้ำกันเถอะพี่จะได้ขับรถกลับ เพื่อไปให้ทันทานอาหารเย็นกัน “ พี่เขมพูดผมพยักหน้าและพากันเข้าห้องน้ำอาบน้ำก่อนจะรีบออกมาแต่งตัว ของใช้ผมไม่เยอะ ผมเก็บใส่ลังเอาไว้แล้ว ผมบอกกับพี่เขมว่าจะเอาไปไว้ที่ห้องพี่เขมเลย ของผมก็จะมีพวกหนังสือการ์ตูนเกี่ยวกับบาสเก็ตบอล ซีดีหนังโป้อะไรนั้นผมให้พวกรุ่นน้องไปหมดแล้ว เสื้อนักเรียนบางตัวใหม่ๆผมก็ให้รุ่นน้องไปบางและเก็บเอาไว้ด้วยให้พี่เขมเอาไว้ดูเวลาคิดถึงผม รวมทั้งเสื้อบาสเก็ตบอลที่ผมสวมใส่ลงแข็งขันล่าสุดก็ให้พี่เขมเก็บเอาไว้



                       “เสร็จหรือยังคริส” พี่เขมถามผม ผมหันมามองพี่เขม



                       “ครับที่รัก” ผมตอบพี่เขม ก่อนจะพากันเดินลงจากบ้านพักครู ผมเหลียวหลังหันไปมอง



                       “พี่จะต้องย้ายเข้าไปอยู่บ้านหลังที่หกแทนครูโจ้เทอมหน้าเพราะว่าครูโจ้เขาซื้อบ้านแล้ว เขาอยากมีความเป็นส่วนตัวและพี่ก็จะต้องอยู่เวรกลางคืนดูแลนักเรียนกับครูสมชาย” พี่เขาบอกผม



                       “ให้พวกอาร์ท โจ ปันปันและโป้งมาช่วยขนของนะพี่เขม” ผมบอกพี่เขม พี่เขมพยักหน้า ผมเข้าไปในรถ พี่เขมก็ทำหน้าที่ขับรถ รถพี่เขมกำลังจะขับผ่านโรงเรียนที่ผมอยู่มาตั้งแต่มัธยมต้นจนถึงตอนนี้ และผมก็ต้องจากไปก่อนที่จบพร้อมเพื่อน ตอนแรกผมก็เร่งวันเร่งคืนดีแต่ตอนนี้ซิใจหายยังไงบอกไม่ถูก



                       “คริส โค้ชอลันนะ” ครูเขมพูด ผมเห็นโค้ชผมมายืนพิงรถฮาเลย์เดวิสสันตรงทางเข้าโรงเรียน พี่เขมก็จอดรถให้ผมเดินลงไป พี่เขาหันมามองผม พร้อมกับกางแขนมาแต่ไกล



                       “ไม่มาส่งได้ไง ไอ้น้องรัก” พี่อลันพูดผมก็เข้าไปกอด พี่อลันเป็นโค้ชที่ดี เป็นรุ่นพี่ที่ดีเช่นกัน

           



                       “โชคดีนะคริส พี่หวังว่าไปเรียนมหา’ลัย ก็อย่าทิ้งกีฬาบาสเกตบอลนะ มึงฝึกมาจนได้แล้ว จากที่มึงชู้ตไม่เข้าตากูเลยสักลูก ตอนนี้มึงสุดยอดที่สุดรองลงมาจากไอ้โป้งวะ ถามว่าพี่เสียดายไหม เสียดายมากว่ะ “ พี่อลันพูด ผมพยักหน้า ใช่ไงผมอยากเล่นบาสเกตบอลเพราะว่าไอ้โป้ง ทั้งที่ผมไม่มีพื้นฐานมาก่อน วันแรกที่พี่เขาให้ผมชู้ตให้ดูไม่เข้าสักลูก จนพี่เขาบอกว่าผมนะไม่มีทางได้ตำแหน่งตัวจริง เท่านั้นแหละฝึกชู้ตมันทั้งคืนไม่ได้หลับได้นอนจนผมจับจังหวะตัวเองได้และนั้นก็ทำให้ผมชู้ตเข้าทุกลูกและพี่อลันก็ให้ตำแหน่งตัวจริงกับผม



                       “ขอบคุณนะครับพี่” ผมพูด



                       “เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นเบอร์ครูเขมแทนได้ไหมว่ะ” อันนี้เล่นเอาผมสะบัดหน้าไปมองทันที



                       “กูล้อเล่นนะ กูรู้แล้วว่ามึงกับครูเขาเป็นแฟนกัน กูไม่แย้งแฟนใครสุ่มสี่สุ่มห้าหรอกว่ะ ไม่อย่างนั้นนะแฟนกูตรึมแล้วครับ กูเลือกจีบเฉพาะคนไม่มีแฟนโว้ย” พี่อลันพูด



                       “ผมไปนะพี่ ผมบอกไอ้พวกนั้นว่าผมจะกลับมาดูมันแข่งบาสเกตบอลพี่หน้าให้ได้ “ ผมพูดบอกพี่อลันก่อนจะเดินไปขึ้นรถ พี่อลันก็ตะเบะให้พี่เขมก่อนที่รถพี่เขมจะแล่นออกไป ตลอดการเดินทางผมก็กุมมือพี่เขมไปตลอด เราคุยกันถึงอดีต ปัจจุบันและจบด้วยอนาคต ว่าเราจะแต่งงานกันที่ไหน ทำอะไรบ้าง แต่ผมยังไม่ได้ตัดสินใจว่าผมจะกลับมาเป็นครูที่นี้หรือทำงานที่ออสเตรเลีย ผมรู้ว่าพี่เขมเขากังวลเรื่องนี้เพราะว่าพี่เขมเขาเป็นห่วงแม่รดาที่สุด

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ขอโทษนะคะ มาสั้นไปหน่อย คืนนี้มาลงให้ทันจะมาลงอีกตอนนะคะ ตอนที่ครูเขมต้องไปส่งคริสโตเฟอร์แล้ว แอบปวกใจแทนครูเขม แต่ไรท์จะมีตอนของพี่่ต้นมาเป็นตัวรอระหวางที่คริสไปเรียนต่อนะคะ ถ้าขอบกดไลฟ์ ถ้าใช่ กดหัวใจให้คนแต่งหน่อยนะคะ รักคนอ่านจุ๊บๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-10-2020 06:19:49 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 633
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1

ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
พักของตัวเองมาแอบอ่าน 55 กรี้ดมาก  :jul1:

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
     
(ครูเขมXคริส) ถ้าการรอที่มีจุดหมายพี่ก็จะรอนายอยู่ตรงนี้

                    Part ครูเขมชาติ                  ผมกับคริสโตเฟอร์ เดินทางมาถึงบ้านก็ประมาณ เกือบหกโมงครึ้ง ผมได้โทรอธิบายเส้นทางการเดินมาที่บ้านผมให้บริษัทที่พ่อของคริสเขาใช้บริการเช่ารถยนต์จากสนามบิน เพื่อมาทานอาหารเย็นพร้อมกันที่บ้านแม่ของผมพรุ่งนี้คริสโตเฟอร์ก็จะเดินทางไปออสเตรเลียแต่เช้าโดยเครื่องจะไปลงซีดนีย์และบินต่อไปยังแคนเบอร่า พ่อของเขามีคอนโดอยู่ที่กรุงแคนเบอร่า แต่ก่อนมีคนเช่าแต่ตอนนี้เขาต้องการให้คริสไปอยู่ที่นั้นส่วนพ่อของเขาก็เดินทางไปต่างประเทศบ่อยและมหาวิทยาลัยที่เขาดูไว้ให้คริสก็อยู่ที่แคนเบอร่า ผมเคยไปอยู่ที่นั้นกับพ่อของผม เป็นเมืองหลวงที่ค่อนข้างวุ่นวายแต่ก็น้อยกว่ากรุงเทพอยู่ดี



                  “คริสโทรเช็คพ่อเธอด้วยนะ ว่าพ่อเธอเขามาบ้านพี่ถูกไหม” ขณะที่ผมนำรถเข้าไปจอดในบ้านของผม ผมก็หันไปบอกคริสโตเฟอร์ คริสเขาก็พยักหน้าตอบผมก่อนจะเดินเลี่ยงไปโทรหาพ่อของเขา ผมก็ยกกระเป๋าลงจากรถ



                  “พี่เขมพ่อบอกว่ากำลังจะออกจากสนามบินแล้วพี่ก็คงประมาณ สี่สิบนาทีได้ครับพี่เขม”คริสโตเฟอร์บอกผม ผมพยักหน้าตอบ คริสเข้ามาช่วยผมขนของเข้าบ้าน



                  “อ้าวมากันแล้วเหรอเรา” ป้าวิไลมาช่วยแม่ผมทำอาหารวันนี้ด้วย คริสโตเฟอร์ยกมือไหว้ป้าของผม ผมก็ยกมือไหว้และเข้าไปกอดเหมือนเช่นทุกครั้ง ป้าวิไลรักพวกผมเหมือนลูกแท้ๆ แต่ป้าแกไม่ได้แต่งงานเลยไม่มีลูกมีแต่พวกผมที่เป็นหลาน



                  “แม่เราอยู่ในครัวนะ แต่อาหารใกล้เสร็จแล้วแหละเขม” ป้าวิไลบอกพวกผม



                  “ถ้าอย่างนั้นคริสไปอาบน้ำก่อนนะ พี่จะช่วยป้าวิไลจัดโต๊ะอาหารรอ “ ผมหันไปบอกคริสโตเฟอร์



                  “ทำไมไม่ขึ้นไปอาบพร้อมกันละพี่เขมประหยัดเวลาและพ่อบอกว่าแค่สี่สิบนาทีเองนะก็มาถึงแล้วนะพี่เขม” คริสโตเฟอร์พูด



                  “ไปเถอะ และจะได้รีบลงมารับแขก ป้าจัดได้ลูก” ป้าวิไลบอกผม ผมก็รีบเข้าไปในห้องครัวก่อน ผมเห็นแม่ผมกำลังยืนทำอาหารอย่างประดิษฐ์ประดอย อาหารแต่ละจานถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ตามสไตล์ครูสอนคหกรรม



                  “หมับ” ผมกอดแม่รดาจากด้านหลัง



                  “อุ้ย! เขม เล่นเป็นเด็กๆอีกแล้ว ดูซิอายน้องเขาไหมนะ” แม่รดาพูดและหันมาหอมแก้มผม คริสโตเฟอร์ยืนมองผมกอดแม่รดา



                  “มาซิ มาให้แม่กอดอีกคนก็ได้ คริสก็เหมือนลูกแม่นั้นแหละ” แม่รดาพูดคริสโตเฟอร์ก็เข้ามากอดแม่ผม



                  “ ใจหายเหมื่อนกันนะคริส แต่แม่เชื่อว่านี้สิ่งที่ดีที่สุดของเรานะคริส ไปแล้วตั้งใจเรียนนะรู้ไหมจบมาจะได้มาอยู่ด้วยกัน นี้คิดไว้ถึงขั้นไหนกันละ เราสองคน” แม่ผมพูดและถามผมกับีคริสโตเฟอร์



                  “ผมตั้งใจว่าจะเรียนให้จบภายในสามปีและแต่งงานกับพี่เขมครับแม่” คริสโตเฟอร์พูด แม่ก็มองหน้าผม



                  “แม่ก็ขอให้เราทำให้ได้ดังที่เราตั้งใจนะคริสนะ ไปลูกไปอาบน้ำ อาหารจะเสร็จแล้ว และนี่พ่อเราจะมาถึงกี่โมงละ” แม่รดาถามขึ้น



                  “อีกสี่สิบนาทีครับแม่” คริสโตเฟอร์ตอบแม่ผม



                  “งั้นไปอาบน้ำกันเลยนะ กลับมาเหนื่อยๆเหนียวตัวแย่ ไปลูกไป” แม่รดาพูดผมสองคนก็รีบเดินขึ้นบ้านและพากันเข้าห้องอาบน้ำ ช่วยกันอาบน้ำ ถูสบู่ให้กันและกัน มันทำให้ผมอดคิดไม่ได้ถ้าเขาไปแล้วใครจะถูให้ผมละ แล้วคริสละเขาจะคิดเหมือนผมไหม



                  “พี่เขม ถ้าผมไปอยู่ที่โน้น ผมจะให้ใครจับผมอาบน้ำละทีนี้” คริสโตเฟอร์พูดขณะที่ออกมาสวมใส่เสื้อผ้ากัน



                  “พ่อนายไง” ผมพูดและหันไปเหล่มอง



                  “ไม่เอาอ่ะ อยากได้พ่อเขมอ่ะ”



                  “งอแงตลอด  หัดอาบน้ำเองได้แล้ว นายโตแล้วนะ”ผมหันไปพูดกับคริสโตเฟอร์



                  “บางทีผมก็อยากหยุดไว้แค่นี้เพื่อพี่เขมอ่ะ ไม่อยากโตไปกว่านี้ เพราะว่าบางทีภารหน้าที่มันก็กดดันผมนะพี่เขม ผมไม่ได้หมายความว่าผมไม่อยากดูแลพี่นะ”



                  “แต่การที่จะดูแลใครสักคนต้องไปทำให้ตัวเองพร้อมและต้องอยู่ห่างกันแบบนี้ ผมไม่รู้ว่าผมจะทนได้ไหมอ่ะพี่เขม ขนาดแค่ห้าวันตอนที่พี่ไปอบรมผมยังแย่เลย “ คริสโตเฟอร์พูด ผมสวมเสื้อยืดก่อนจะเดินเข้ามาอยู่ตรงหน้าของคริสโตเฟอร์ คริสเขาเงยหน้าขึ้นมองผม



                  “ถ้าคิดถึงพี่ ส่งอิเมลมาระบายกับพี่ได้นะ แม้ว่าเราจะไม่ได้คุยกันแต่พี่จะคอยอ่านอิเมลของเรา” ผมพูดและมองใบหน้าคนตรงหน้า ผมค่อยๆ ประกบปากจูบคริสโตเฟอร์



                  “ก๊อกๆ” เสียงเคาะประตูห้องนอนผม ผมเดินไปเปิดก็พบว่าเป็นแม่รดาของผมเอง



                  “พ่อเรามาถึงแล้วคริส “ แม่ผมเดินมาบอก ผมสองคนก็เดินตามแม่รดาลงไป



                  “ไม่ต้องถามเลยว่าใช่พ่อเราไหมคริส เหมือนมากจริงๆเรากับพ่อนะ”แม่รดาพูดผมก็พยักหน้าว่าเห็นด้วย เขาเหมือนกันยังกับพิมพ์เดียวกันเลย ทันทีที่ผมสองคนเดินลงมาถึงก็เห็นผู้ชายที่ผมจำได้ดีแม้จะเจอกันแค่ไม่กี่วันก่อนที่เขาจะบินไปฟิลิปปินส์ เดนิส  เขายืนมองรูปครอบครัวผมก่อนจะหันหลังมามองผมสองคน



                  “Hi dad, How’s it going?”



                  “Good. Yourself?”



                  I’m good thanks “



                  “Hi Khem, How about you?”



                  “I can’t complain Thanks Denis. And you ?”



                  “Not to bad I little bit tried “



                  “แม่คุณเก่งนะ ท่านสื่อสารภาษาอังกฤษได้ด้วย “ พ่อของคริสโตเฟอร์ชมแม่ของผม แม่ผมพอจะพูดได้เพราะว่าแม่ผมเดินทางไปหาพ่อผมบ่อยและบางที่ก็มีทำอาหารเลี้ยงเพื่อนๆของพ่อผมที่เป็นคนต่างชาติเลยเหมือนได้หัดไปในตัว



                  “ผมคุ้นหน้าพ่อคุณมาก เหมือนผมเคยเจอเขานะ “ พ่อของคริสโตเฟอร์พูดผมหันไปมองคริส



                  “มัมเคยเข้าไปขอให้เขาช่วยทำเรื่องเอกสารไงพ่อที่จะพาผมกลับมาเรียนที่ไทยต่อ “คริสโตเฟอร์บอกพ่อของเขา



                  “จริงดิ” พ่อของคริสโตเฟอร์หันมาถามคริส คริสก็พยักหน้าว่าใช่



                  “พ่อผมเป็นนักการทูตที่ประจำที่ประเทศออสเตรเลีย ณ กรุงแคนเบอร่า” ผมบอกกับเดนิส เดนิสเขาก็ตกใจพอสมควร



                  “ผมขอโทษนะครับที่พ่อผมเคยช่วยให้แม่ของคริสเขาพาคริสมาจากคุณแต่ผมคิดว่าพ่อผมช่วยเพราะมีเหตุผลนะครับ” ผมหันไปบอกเดนิส



                  “ผมรู้ว่าทำไมเขาถึงช่วยแม่ของคริส “ เดนิสหันมาบอกผม



                  “แม่ของคริสเขาเริ่มป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาได้สักพักแล้ว ผมว่าเขาเป็นตั้งแต่หลังคลอดคริสโตเฟอร์ เขาเครียดมากเขาไม่อยากอยู่ เขาโดนกดดันจากครอบครัวของเขาเองที่ไทย ผมก็เลยตัดสินใจรับเขามาอยู่กับผมที่ออสเตรเลีย เพื่อว่าเขาจะมาหางานทำที่นี้ และรายได้ก็ดีกว่าที่ไทย” ผมก็ต้องตกใจผมเองก็รู้เรื่องนี้มาก่อนและคริสโตเฟอร์เองก็ตกใจมิใช่น้อยเหมือนกัน

         

                  “ผมพยายามเกลี่ยกล่อมให้เขาไปหาหมอที่ออสฯแต่เขาไม่ยอม และผมก็มีงานเข้าเยอะขึ้น เขาบอกว่าจะไปพบหมอที่ไทยดีกว่า แต่ผมก็ไม่คิดว่าเขาจะมาแล้วไม่กลับไปออสเตรเลียเลย จนกระทั้งทางโรงเรียนของคริสโทรมาหาผมและเขาก็บอกว่าแม่ของคริสทำเรื่องขอเอกสารเพื่อจะนำคริสไปเข้าเรียนที่ไทยต่อ นั้นแปลว่าเขาตััิดสินใจไม่กลับไปหาผมแน่นอน” พ่อของคริสหันมาหน้าคริสโตเฟอร์



                  “อันที่จริงพ่อไม่ได้ห้ามหรอกนะถ้าแม่เขาอยากจะย้ายกลับมาที่ไทยพ่อไม่ได้ห้ามหากเขาต้องการคริสไปกับเขา แต่ที่พ่อกลัวคือ กลัวแม่เราจะทำร้ายเรา เพราะเขาป่วยอยู่ “ พ่อของคริสโตเฟอร์พูด



                  “ผมก็ไม่รู้ว่าแม่ป่วยเป็นโรคอะไร เพราะว่าตอนที่กลับมาอยู่ไทยแม่ต้องไปพบหมอทุกเดือนและค่อยเปลี่ยนมาเป็นทุกสามเดือน นี่ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าแม่ป่วยเป็นโรคนื้ “ คริสโตเฟอร์พูดด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด



                  “ดังนั้นผมจึงไม่โกรธพ่อของเขมหรอกนะ ผมเชื่อว่าเขาทำตามหน้าที่เพื่อช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน ผมเข้าใจตรงนี้ดี” พ่อของคริสโตเฟอร์หันพูดกับผม



                  “เขม อาหารเสร็จตแล้วลูกมานั่งทานกันดีกว่า” แม่ของผมเดินมาบอกผม



                  “เดนิส อาหารพร้อมแล้วครับ เราไปทานกันเถอะครับ” ผมหันไปบอกเดนิส เดนิสเขาพยักหน้าและเดินมาโอบไหล่ผมสองคน



                  “คุณโอเคใช่ไหมเขม ผมไม่ได้ทำให้คุณลำบากใจเกินไปใช่ไหมเขม เรื่องคริส”  เดนิสเขาหันมาถามผม คงหมายถึงเรื่องที่คริสจะต้องเดินทางไปแล้วพรุ่งนี้



                  “ผมโอเคครับเดนิสและผมก็เข้าใจมันดี “ผมหันไปตอบเดนิสว่าผมโอเค



                  “ไม่ต้องกังวลว่าผมจะแยกเขาออกไปจากคุณนะเขม ผมเชื่อว่าเขามั่นคงต่อคุณ และนี่เขาก็ดูมีความคิดเกินตัวสำหรับวัยเดียวกันกับเขานะ ผมมีหลานชายยังมีความคิดไม่เท่ากับเขาเลย ยังวัยรุ่นชอบทำอะไรแบบไม่คิดเยอะกว่านี้อีก” เดนิสพูดผมพยักหน้า



                  “ว้าว! แม่คุณทำเองเหรอครับ อาหารเหล่านี้” เดนิสชี้ไปที่อาหารบนโต๊ะ วันนี้แม่ผมทำหลายอย่างเลย มี ไข่ลูกเขย แกงมัสมันเนื้อ ข้าวผัดสับปะรด ทอดมันปลาและกุ้ง ผัดเปรี้ยวหวาน แม่ยังทำสลัดเอาไว้ให้เดนิสด้วย



                  “ใช่ครับ แม่ผมเป็นครูสอนทำอาหาร ผมเลยอยากเป็นครูเหมือนแม่ผม แต่ผมไม่ถนัดทำอาหารเลย ก็เลยมาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษแทน” ผมพูดเดนิสหันมายกนิ้วโป้งให้ผม ผมก็ผายมือเชิญให้เขานั่ง เดนิสนั่งข้างๆคริสโตเฟอร์



                  “มีอีกอย่างนะ เห็นเขมบอกเราชอบทาน ผัดเผ็ดสตอ” แม่ผมพูดและป้าวิไลก็เดินออกมาพร้อมจานอาหารของโปรดคริสเขา



                  “เมื่อวานเพื่อนป้าเขามาจากใต้เขาเลยเอามาฝาก สดใหม่จากสวนเลย” ป้าวิไลพูด



                  “เดนิส นี่คือป้าผมครับ ท่านเป็นพี่สาวของแม่ผมอีกที”ผมแนะนำป้าวิไลให้เดนิสรู้จัก เดนิสก็ยกมือไหว้แบบเก้ๆกังๆ แต่เขาก็พยายามไหว้ให้สวยอยู่นะ



                  “เก่งนะ ไหว้เป็นด้วย” ป้าวิไลชมเดนิส เดนิสเขาหันมามองผม

         

                  “ป้าผมเขาบอกว่าคุณเก่งมากนะครับ เดนิส” ผมพูดเดนิสก็หันไปยิ้มขอบคุณป้าผม พวกเราก็ทานอาหารเย็นกันคุยกันไป เดนิสก็พยายามคุยนะแต่ก็ผ่านผมที่ต้องแปลให้ป้ากับแม่ของผมฟังอีกที บางคำก็ต้องให้คริสช่วยเพราะ ศัพท์เฉพาะที่เขาเรียกว่าคำแสลงของประเทศออสเตรเลียผมไม่คุ้นเคย



                  “ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวกลับโรงแรมก่อนเลยนะครับ พอดีเพื่อนผมมารับแล้วนะครับ” พ่อของคริสโตเฟอร์หันมาบอกพวกผม และแม่ของผม ส่วนป้าวิไลพี่ทรายลูกพี่ลุกน้องของผมมารับไปก่อนแล้ว



                  “เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพนะคะ มาเที่ยวไทย แวะมาหากันบ้าง จะได้ทำอาหารไทยให้ทานอีก วันนี้ทานซะเยอะเลยนะคะ” แม่ผมพูดและผมก็แปลเป็นภาษาอังกฤษให้เดนิสฟังอีกที



                  “แน่นอนครับ ผมต้องแวะมารบกวนอีก อาหารอร่อยมาก ผมชอบทานอาหารไทยที่ประเทศไทย เพราะว่ามันได้รสชาติของอาหารไทยจริงๆ” เดนิสพูดบอกแม่ผม



                  “อาหารไทยที่ออสเตรเลีย บางร้านรสชาติเปลี่ยนไปจน จำรสชาติดั้งเดิมไม่ได้แล้ว ถ้าไม่เคยมาเที่ยวไทยมาชิมรสชาติที่ไทยจะไม่รู้เลย แต่ที่แคนเบอร่าผมจะมีร้านประจำ เรียกว่าทานแล้วนี่แหละอาหารไทยจริงๆ “ พ่อของคริสโตเฟอร์พูด



                  “Rrrr “เสียงมือถือพ่อของคริสดังขึ้น



                  “โอเคครับ ผมจะออกไปเดี๋ยวนี้ เจอกันครับ” พ่อของคริสพูด พอกดวางสายพ่อของคริสก็หันไปยกมือไหว้ลาแม่ของผม ผมกับคริสก็เดินออกมาส่งพร้อมกัน



                  “พรุ่งนี้ไปก่อนเวลาหน่อยนะคริส เพราะว่าต้องไปเช็คอินก่อนเวลาเครื่องออกอย่างน้อยสักสองถึงสามชั่วโมง” เดนิสหันมาบอกคริสโตเฟอร์



                  “ เจอกันพรุ่งนี้นะครับ เขม “ ผมก็พยักหน้าตอบ ผมเห็นมีรถเก๋งมาจอดและเป็นผู้หญิงไทย ผิวเข้มสวยแบบหญิงไทยสวมชุดรัดรูปออกมาจากรถ



                  “สวัสดีค่ะ “ ผู้หญิงคนนั้นทักผมกับคริส คริสมองหน้าพ่อของเขา



                  “เขาเป็นเพื่อนพ่อนะคริส “ พ่อของเขาอธิบาย ผมก็ขยิบตาให้คริส เพราะว่าเขายืนทำหูทวนลมไม่ฟังพ่อเขาพูด จนผมสะกิดให้เขายกมือไหว้หน่อย



                  “สวัสดีครับ” คริสแค่ยกมือไหว้แต่ไม่ได้มองหน้า



                  “นี่น้องคริสเหรอคะ เดนิส”



                  “ใช่ครับนี่ลูกชายผมคริสโตเฟอร์ที่เคยเล่าให้คุณโรสฟัง เออ คริส นี่คุณโรสนะ “



                  “ครับ “ คริสตอบแค่นั้นและทำท่าจะหันหลังเดินเข้าบ้าน ทำให้เพื่อนของพ่อเขาถึงกับมีสีหน้าตกใจเล็กน้อย ผมรู้ว่าเรื่องพวกนี้เขาต้องใช้เวลา



                  “ผมไปก่อนนะเขม เจอกันพรุ่งนี้นะ” พ่อของคริสหันมาบอกลาผมส่วนคริสนะหันหลับเข้าบ้านผมไปเรียบร้อยแล้วคงตรงเข้าไปช่วยแม่ผมล้างทำความสะอาด ผมได้แต่สิ่งยิ้มเจื่อนๆไปให้เพื่อนของพ่อเขา คุณเดนิสเดินโอบเอว ไปที่รถ ผมว่าเดาได้เลยว่ามากกว่าเพื่อนแน่นอนแต่ว่าเขาก็เลิกกับแม่ของคริสนานแล้วนี่ ผมคงต้องพูดกับคริสอีกแล้วใช่ไหม และนี่เล่นไม่บอกลาพ่อเลยโกรธพ่อหรือไง นี่ยังไม่ทันได้ไปอยู่ด้วยกันเลยนะ ผมแอวเป็นห่วงซะแล้วซิ



               “คริส” ผมเรียกคริสโตเฟอร์ ผมเห็นเขากำลังช่วยแม่ผมล้างเก็บทุกอย่าง และคุยกับแม่ผมไปด้วย โดยที่ไม่ได้หันมามองผม



                  “คริส!”ผมเรียกเขาอีกครั้งตอนนี้คริสชะงัก แม่รดาหันมามองหน้าผม แม่คงรู้ว่าผมมีเรื่องต้องคุยกับเขาแน่ๆ



                  “คริส ไปหาพี่เขมเถอะ แม่เก็บเองแคไม่กี่ชิ้นแม่ก็จะขึ้นห้องสวดมนต์แล้วลูก”แม่ผมหันไปบอกคริสโตเฟอร์เขาก็หยุดมือและหันมามองหน้าผม เขารู้ว่าผมจะพูดเรื่องอะไรกับเขาตอนนี้ 



                  “ขึ้นห้องนะ” คริสโตเฟอร์พูด ผมพยักหน้าว่าได้ ผมเดินขึ้นไปบนห้องด้วยกัน โดยไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรกันก่อนจนกระทั้งผมสองคนเข้าไปในห้องนอนของผม ผมหันมามองคริสโตเฟอร์ มือเขากำหมัดแน่น



                  “ คริส….นี่เราโกรธพ่อเหรอคริส เรื่องที่เขา”



                  “ใช่พี่เขม ผมโกรธเขา ทั้งที่ผมก็รู้ว่าผมไม่ควรจะโกรธ ที่เขาจะมีคนใหม่ ในเมื่อเขากับแม่ผมเลิกกันแล้ว แต่” คริสโตเฟอร์เดินเข้าไปหยุดที่โต๊ะเขียนหนังสือของผม และเขาก็ใช้มือทั้งสองยันโต๊ะเอาไว้ คริสก้มหน้าลง เขาพูดกับผมพูดแต่มันลงท้ายตรงคำว่าแต่ ผมก็เดิเข้าไปแตะที่ไหล่เขาเบาๆ ของเขา 



                  “แต่มันไม่ได้เลิกกันอย่างเป็นทางการซะหน่อย แม่ผมแค่ไม่ได้ติดต่อพ่อเองแค่นั้น และผู้หญิงคนนี้ผมจำได้ พ่อบอกว่าเขาเป็นเพื่อนกับแฟนของเพื่อนพ่ออีกที และนี้เขากลับมา…” คริสโตเฟอร์ทำท่าจะพูด



                  “มาทำแบบนี้ ตอนนั้นต่อให้ผมแค่เก้าขวบ ผมก็จำผู้หญิงคนนี้ได้ดีพี่เขม “ คริสโตเฟอร์พูด ผมได้แต่จับไหล่ของเขาและบีบ



                  “คริส เขาอาจจะเข้ามาตอนที่พ่อนายอ่อนแอและต้องการใครสักคน แต่พี่เชื่อว่าพ่อกับแม่นายเขายังคงมีสิ่งที่เขาสองคนทำร่าวกันได้ดี นั้นคือหน้าที่พ่อกับแม่ไง” ผมบอกคริสโตเฟอร์



                  “แล้วพี่ละ ถ้าผมหายไปไม่ติดต่อพี่เลยหกเดือนพี่จะเป็นเหมือนพ่อผมไหม”



                  “ถ้าการรอโดยมีจุดหมายปลายทางพี่ยินดีที่จะรอ แต่กรณีของพ่อนายเขาไม่เห็นจุดหมายว่า เขาไม่รู้ว่าแม่หรือนายจะกลับมาหาเขาอีกไหมนิคริส ในตอนนั้น “



                  “แต่พี่จะรอผมใช่ไหมพี่เขม”



                  “รอ ตลอดไปพี่ก็รอ” ผมพูดและเอาฝามือผมแตะที่ใบหน้าของคริสโตเฟอร์ เราจูบกัน



                  “คืนนี้เราจะกอดกันเป็นคืนสุดท้าย แต่ไม่ใช่วันสุดท้ายของเราสองคนนะพี่เขม ผมจะกลับมา”คริสโตเฟอร์พูด

         

                Part เขมชาติ  ผมสองคนนอนกอดกัน พูดคุยกันเรื่องราวต่างๆตั้งแต่วัยเด็กของผมที่มีพี่ชายและเรื่องตอนเรียนมัธยมเมื่อผมค้นพบว่าผมรู้ว่าผมเป็นเกย์ตั้งแต่เมื่อไหร่แต่น่าเสียดายช่วงที่ผมเจอเขาครั้งแรกทำไมผมกับเขาถึงได้นึกภาพมันไม่ออกเลย นี้ถ้าแม่เขาไม่บอกผมผมคงไม่เคยรู้ว่าผมเคยเจอเขามาก่อน



         “ผมไม่อยากเชื่อเลยเนอะพี่เขมว่าผมจะเคยเจอพี่มาก่อน ตอนนั้นผมคงดื้อกับพี่น่าดู พี่เลยไม่อยากจำ ฮาๆ “ คริสโตเฟอร์พูดปนหัวเราะกับผม



         “พี่อยากไปออสเตรเลียอีกไหมพี่เขม"คริสโตเฟอร์ถามผม ผมหันไปมองหน้าเขา ผมยอมรับว่าตั้งแต่พ่อเสียชีวิตไป ผมเลิกล้มความคิดนั้นไปทันที แต่ตอนนี้ซิ ผมเองก็ไม่แน่ใจ อีกเหตุผมที่ผมไม่อยากไปไหนก็เพราะว่าผมเป็นห่วงแม่ผมที่สุด



                  “พี่ไม่อยากทิ้งแม่ไปไหนอ่ะคริส”ผมพูดบอกเขาเบาๆ คริสพยักหน้าว่าเขาเข้าใจผม

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1976
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
        (ครูเขมXคริส) ผมสัญญาครับพี่เขมว่าผมจะกลับมาหาพี่เขม

            Part คริสโตเฟอร์ ผมตื่นมาแต่เช้าตรูเพราะว่าผมต้องไปถึงสนามบินก่อนหกโมงเช้า พ่อผมพักโรงแรมใกล้ๆ กับสนามบินและทางโรงแรมมีรถรับส่งฟรีพ่อบอกว่าไปเจอกันที่สนามบินเลย ผมกับพี่เขมก็รีบอาบน้ำแต่งตัว กระเป๋าพ่อผมซื่อให้ใหม่ใบเล็กเพราะว่าพ่อบอกไม่ต้องเอาอะไรไปเยอะ พ่อบอกผมว่าจะพาไปซื้อใหม่ที่โน้นเลย แต่ผมก็เอาเสื้อผ้าที่แม่ซื้อให้พี่เขมซื้อ ผมเอาไปด้วย

          “เสร็จหรือยังคริส” พี่เขมถามผม ผมก็พยักหน้าว่าเสร็จแล้ว ผมสวมกางเกงขาสั้นสามส่วน เพราะว่าผมต้องนั่งเครื่องตั้งเก้าชั่วโมงถ้าใส่กางเกงยีนอึดอัดแย่ ผมสวมเสื้อโปโลสีขาว

         “พี่เขมสวมกางเกงเหมือนผมแต่เสื้อโปโลสีฟ้าอ่อน

         “หมับ”พี่เขมเดินมาจับจัดแต่งขอเสื้อผม พี่เขมมองผมพร้อมรอยยิ้ม

         “พี่เขมใจผมไม่อยากไปเลย” ผมพูดบอกพี่เขม

         “งอแง” พี่เขมพูดผมแอบอมยิ้ม พี่เขมชอบว่าผมบ่อยเวลาผมแอบดื้อ

         “แล้วใครจะว่าผมละที่นี้ เวลาผมงอแง ” ผมพูดเบาๆ และยื่นให้พี่เขมตกแต่งเสื้อผ้าผม

         “ใช่ซิ พี่ก็คงไม่รู้จะว่าใครเหมือนกัน” พี่เขมพูด

         “แต่หกเดือนมันเร็วนะ ดูซิ นี้เราคบกันมาตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมถึงตอนนี้ ก็มีนาคมแล้วซิ สี่เดือนกว่าแล้วเห็นมั๊ย เร็วจะตายไป แค่หกเดือน จิบๆเนอะ” พี่เขมพูดพร้อมกับจับที่หัวไหล่ผมมองหน้าผม

         “หล่อแล้วครับ” พี่เขมบอกผม

         “ไปกันเถอะคริส เพราะว่านายอาจจะสาย เดี๋ยวพ่อนายจะว่าเอานะ “คราวนี้ผมต้องออกเดินทางจริงๆแล้วซิ ผมเดินไปหยิบกระเป๋า และหันไปมองห้องนอนที่ผมนอนกอดกันกับพี่เขม แม้จะมาแค่อาทิตย์ละครั้งแต่มันกับมีความทรงจำ ภาพที่ผมกับพี่เขมคลุกอยู่ด้วยกันในห้อง พี่เขมนั่งตรวจการบ้านและผมก็นั่งนอนดูหนังและทำการบ้านไปด้วย พี่เขมพยักหน้าให้ผมก่อนจะปิดประตูห้องพี่เขมลง ผมเดินลงมาถึงชั้นล่าง ผมเห็นแม่พี่เขมยืนรออยู่

         “ หมับ” ผมตรงเข้าไปกอดท่านทันที

         “เดินทางปลอดภัยนะคริส ดูแลตัวเองด้วยละ ส่วนพี่เขมนะ แม่ดูแลเอง แม่เชื่อว่าเวลามันผ่านไปเร็วนะและตั้งใจเรียน เรียนให้จบและจะได้ทำในสิ่งที่เราพูดเอาไว้นะคริส” แม่ของพี่เขมพูด ผมยกมือไหว้แม่ของพี่เขม ผมหันไปหยิบกระเป๋า และเดินออกมากับพี่เขม ก่อนจะเดินไปที่รถผมแหงนมองขึ้นชั้นที่สองของตัวบ้าน นั้นห้องนอนพี่เขม ระเบียงที่ผมออกมานั่งเล่นกีต้าร์กับพี่เขม พี่เขมร้องเพลงเพราะมากนะแต่พี่เขา ผมจำได้เพลง All of me ที่พี่เขมร้องให้ผมฟัง

         “คริส” พี่เขมเรียกผมอีกครั้ง ผมก็ยกกระเป๋าใส่ไว้ที่ท้ายรถก่อนจะก้าวเท้าขึ้นไปนั่งข้างคนขับกับพี่เขม ก่อนที่พี่เขมจะออกรถพี่เขมหันมาจับมือผม ผมสูดหายใจเข้ายาวๆ และผมก็พยักหน้าว่าผมพร้อมแล้ว

         Rrrr เสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้น พ่อผมโทรเข้า ผมกดรับสาย

         “อรุ่ณสวัสดิ์แด้ด “

         “อยู่ไหนแล้วคริส พ่อกำลังจะออกจาโรงแรม เขากำลังจะไปส่งพ่อที่สนามบิน” พ่อถามผมและบอกผมว่าพ่อจะออกจากโรงแรมที่พ่อพักแล้ว

         // เดนิสค่ะ คุณจะให้โรส…// เสียงผู้หญิงคนนั้นถามพ่อผมอะไรสักอย่างแต่ผมไม่รอฟังให้จบ

         “แด้ด ผมจะโทรหาพ่อนะตอนที่ถึงแล้ว บายครับ” ผมพูดและกดวางสายทันที โดยไม่รอคำพูดจากพ่อผม พี่เขมกันมามองหน้าผม ผมก็ฝืนยิ้มให้พี่เขมไป ผมรู้ว่าพี่เขมต้องว่าผมแต่ผมก็ยังรับเขาไม่ได้อยู่ดีที่จะมีคนอื่น ขนาดแม่ผม ผมเองยังใช้เวลาหลายปีเลย กว่าจะยอมรับฟิลิปส์ กว่าจะยอมรับว่าแม่ผมแต่งงานใหม่ พี่เขาใช้เวลาในการขับรถมาส่งผมที่สนามบินสุวรรณภูมิ 45 นาที

         “พี่เขม ผมชักไม่อยากไปอยู่กับพ่อแล้วอ่ะ ผมอยากจะ”

         “คริส คิดถึงอนาคตซิ นายจะไปได้ดีถ้านายไปเรียนที่นั้น มีหลายคนที่อยากมีโอกาสแบบเรานะคริส” พี่เขมพูด ผมก็ต้องจับใจรับกระเป๋าเดินทางมาถือ ตอนนี้ผมจอดรถไว้ที่ลานจอดรถที่เป็นอาคารเชื่อมกับชั้นผู้โดยสารชั้นที่3 พ่อบอกผมว่าจะไปรอที่ชั้น4 เลย ช่องประตูทางเข้าหมายเลข4 เที่ยวบินระหว่างประเทศ ผมเดินจับมือพี่เขมไปด้วย

         “อู้ยย หล่ออ่ะ เสียดายอ่ะแก ไปซะแล้ว” มีสาวๆหันมาแอบแซวผมกับพี่เขม พี่เขมก็หันมาเหล่มองผมและยิ้มๆ ให้ผม ผมเดินไปจนถึงชั้นที่4 ผมไม่ได้โทรบอกพ่อก่อนว่าผมมาถึงแล้ว ภาพที่ผมเห็นคือผู้หญิงคนนั้น ยืนเกาะเอวพ่อผม พอผมเห็นแล้วก็อยากจะเดินกลับไม่อยากจะไปเลยจริงแต่พี่เขมนะดึงแขนผมเอาไว้ ผมก็จำใจเดินไปหาพ่อผม

                  “สาวัดดีคับ เขม” พ่อผมพยายามพูดทักทายพี่เขมเป็นภาษาไทย

                  “สวัสดีครับ” ผู้หญิงคนนั้นพูดบอกพ่ออีกครั้งและหัวเราะแต่ผมทำหน้าได้นิ่งแบบไม่ยินดียินร้ายด้วยเลยสักนิด จนเธอหันมาเห็นผมก็เลยปล่อยมือจากเอวพ่อผมทันที

                  “มาถึงนานแล้วเหรอครับ” พี่เขมถามพ่อผมและหันไปยิ้มทักทายให้ผู้หญิงคนนั้น

                  “เดนิสค่ะ โรสไปก่อนนะคะ โรสหวังว่าเราจะเจอกันในอีกสามสัปดาห์นะคะ “ ผมหันไปมองอย่าบอกนะว่าพ่อชวนเขาไปเทียวออสเตรเลียด้วยนะ

                  “ครับ ถ้าผลวีซ่าออกหรือยังไง บอกผมด่วน ผมจะได้จองตั๋วเครื่องบินให้ทันที โรส”

                  “ได้ค่ะ เดินทางปลอยภัยค่ะ “ ผมแอบเบ้ปาก

                  “คริสจ๊ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ”

                  “ครับ” ผมตอบแค่นั้น ทำเอาเธอหุบยิ้มแทบจะไม่ทันและผมก็ไม่ยอมหันไปมองหน้าเธอเลยจนกระทั้งเธอเดินหายไป

                  “What was wrong with you ,Christ?” ได้ผลพ่อหันมาถามผมทันที

                  “I’m sorry dad about that but I can’t accept you and ….. “

                  “Your girlfriend. “ ผมพูดและทำท่าจะเดินออกไปทางอื่นทันที  พี่เขมก็หันไปคุยกับพ่อแทน ก่อนจะเดินตามผมออกมา

                  “คริส พี่คุยกับพ่อเรานะ พ่อบอกว่า คุณโรสนะเขาเข้ามาหลังจากที่แม่เราทิ้งเขาไป ปีกว่าแล้ว คุณโรสเขาไม่ได้เข้ามาแทนที่แม่เรานะ และไม่ได้มาเป็นแม่ของนาย” พี่เขมพูดผมหันไปมองพี่เขา

                  “แต่เขาเข้ามาเพื่อนเป็นเพื่อนเพื่อดูแลพ่อของนาย และเขาก็เข้ามาเยียวยาพ่อนายในช่วงที่เขาเสียใจเรื่องที่นายกับแม่ไม่กลับไปหาเขา ไม่มีใครอยู่คนเดียวไปได้ตลอดทั้งชีวิตหรอกคริส นายควรจะเปิดใจยอมรับและเห็นใจพ่อของนายคริส พี่คิดว่าเขาก็คงหนักพอพอกับนาย” พี่เขมพูด

                  “นายยังเสียใจเลยนะ ที่พ่อไม่มารับนายกลับออสเตรเลีย “ พี่เขมพูดผมพยักหน้า เบาๆ

                  “พี่รู้ว่ามันอาจจะต้องใช่เวลาคริส” พี่เขมพูด พ่อผมเดินมาหาผม

                  “คริส ถ้านายไม่ต้องการให้พ่อชวนคุณโรสไปเที่ยวหาพ่อ พ่อจะไม่ยื่นวีซ่าให้เขา” พ่อพูดแค่นั้น
                 
                  “เราไปเช็คอินกันก่อนแล้วกันนะ ตอนนี้มันเกือบจะหกโมงครึ้งแล้ว “ พ่อบอกผม และผมก็เดินตามพ่อผมไป พ่อผมเดินเข้าไปติดต่อที่หน้าเคาเตอร์สายการบิน ผมก็ยืนรออยู่ใกล้ๆกับพ่อผม เจ้าหน้าที่เช็คกรูปพาสปอร์ตกับใบหน้าผมแน่ใจว่าเป็นคนเดียวกัน พาสสปอร์ตเล่มใหม่นี้พ่อผมทำให้ที่ออสเตรเลีย รูปถ่ายผมก็เพิ่งถ่ายและส่งไปให้พ่อผมหลังจากที่ได้คุยวีดิโอคอลคุยกัน ผมสะพายกระเป๋าเป้อันเล็กสำหรับสะพายไหล่ผม

                  “ยังมีเวลาเหลือสักครึ้งชั่วโมง พ่อว่าเราไปหาที่ยืนคุยกันก่อนไหม “ พ่อบอกผม ผมพยักหน้า ผมเดินตามพ่อออกมา พ่อพาผมลงไปที่ชั้นที่มีร้านอาหาร คาเฟ่ต่างๆ

                  “Hi Lucas, Can I talk to your mum please? ….”พ่อผมโทรคุยกับพี่สาวพ่อผมแน่ ๆ ผมหันมาเห็นพี่เขมยืนอยู่ก็เลยเดินไปและ

                  “หมับ”ผมดึงพี่เขมเข้ามากอด

                  “คริส… ทำอะไรนะคริส” พี่เขมถามผม ผมก็เงยหน้าขึ้นมองพี่เขม

                  “กอดไงพี่เขม กอดก่อนจะไป ไม่ได้กอดกันนานเลยนะ ขอกอดเผื่อเอาไว้ก่อนเลยไง หลายเดือนเลยนะ” ผมพูดและยิ่งกอดแน่นมากขึ้น

                  “แต่นายไม่คิดจะอายคนที่เดินผ่านไป่ผ่านมาบ้างเหรอคริส” พี่เขมถามผม ผมก็ส่ายหัวไม่อาย มองก็มองดิ มีสาวๆมองและเหลียวหลัง ผมก็ทำนิ้วชี้ ชูนิ้วที่ผมสวมแหวนเอาไว้ด้วยนั้นแหละว่าผมแต่งงานกันแล้วครับ บางคนก็รีบเดินผ่าน บางคนก็หันมาหัวเราะขบขันกันใหญ่

                  “คริสแต่พี่อายเขาอ่ะ” พี่เขมพูด ผมเงยหน้ามองอีกที อายทำไม คนรักกัน พ่อผมก็คุยโทรศัพท์กับป้าของผม ผมก็กอดกับพี่เขมจนกระทั้ง พ่อผมคุยเสร็จ และหันมาก็ต้องทำสีหน้าตกใจ ส่วนพี่เขมก็ยิมแหยๆให้พ่อผม ผมก็ยังกอดพี่เขมอยู่ พ่อทำท่าเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างและ

                  “เออ…ไป..ไป….ไปซื้อ….กาแฟนะ…เอากาแฟ…กันมั้ย”พ่อผมหันเจอผมกอดกับพี่เขม พ่อถึงกับสะบัดหน้ามามองผมหลายทีติดกันและมองคนที่เดินผ่านไปมารอบๆ พ่อทำท่าจะพูด เหมือนพ่อจะพูดไม่ออก พ่อเลยบอกผมสองคนว่าจะไปซื้อกาแฟและยังถามผมสองคนอีกนะว่าเอาไหม ผมพากันส่ายหัวไปมาและผมก็ยิ้มให้พ่อผม เชิญครับ พ่อยังคงหันมามองผมกอดกับพี่เขมอีกที ก่อนจะเดินเข้าไปในร้านกาแฟ ไม่นานพ่อผมก็ออกมาพร้อมกับแก้วกาแฟร้อน แบรนด์ดัง พ่อหันมากระดกกาแฟดื่มและยังหันมามองผมที่ยืนกอดพี่เขมไม่เลิก เป็นระยะ จนกระทั้งกาแฟหมดแก้ว

                  “พ่อว่าเรา…เออ… ขึ้นไปชั้นบนและเตรียมตัวเข้าไปด้านในได้แล้วนะ เจ็ดโมงแล้ว เพื่อว่าจะยุ่งนะ ตรงจุดตรวจนะ “ พ่อบอกผมกับพี่เขม พี่เขมก็พยายามดันผมออก แต่ผมไม่ยอมออก จะกอดอ่ะ

                  “คริส ปล่อยพี่” พี่เขมพูดให้เสียงรอดไรฟันออกมา ผมเลยต้องยอมปล่อย พ่อหันมามองผมเหมือนทำท่าจะพูดแต่ก็เลือกที่จะไม่พูด ผมกับพี่เขมก็เดินตามหลังพ่อผม ระหว่างเดินทางขึ้นไปยังชั้นที่4  ผมก็เดินเอาหัวพิงไหล่พี่เขมไปด้วย ขณะที่ใช่บันไดเลื่อนแบบไม่แคร์สายตาประชาชี จนกระทั้งมาถึงจุดตรวจพาสปอร์ตก่อนจะขึ้นบันไดเลื่อนไปยังจุดตรวจสัมภาระจุดแรกและค่อยไปยังจุดตรวจคนเข้าเมือง พี่เขมเขาส่งผมได้แค่ตรงจุดนี้

         “เขม ผมไปนะ ดูแลตัวเองดีดีละ และมีอะไรส่งข้อความหาได้ตลอด ไม่ต้องห่วงผมจะติดต่อคุณแทนเขาเองอย่างที่ผมรับปากไว้ “ พ่อหันไปบอกพี่เขม และกางแขนขอกอดพี่เขม พี่เขมก็ยอมให้พ่อผมกอดซะอย่างนั้น ส่วนผมเองที่ยืนมองพี่เขม

         “คริส ไปแล้วนะ เชื่อฟังพ่อเขานะรู้ไหม และตั้งใจเรียน อย่าเกเร และพี่ไม่อยากให้นายโกรธพ่อ อันไหนที่เป็นความสุขของพ่อแม่ถ้าเราทำได้จงทำนะ ดูแลตัวเองดีดีด้วย พี่รอนายอยู่นะคริส พี่สัญญาว่าพี่จะไม่หายไปไหน พี่จะอยู่รอวันที่นายกลับมาหาพี่” พี่เขมพูด ผมก็โผ่เข้ไปกอดพี่เขม ผมเอาหน้าซบลงที่ต้นคอพี่เขมพี่เขมก็กอดผมแน่นไม่แพ้กัน น้ำตาผมไหล่ออกมาโดยไม่รู้ตัว

                  “พี่เขม ผมรักพี่เขมนะ พี่รอผมนะ พี่สัญญานะพี่เขม ผมจะกลับมาหาพี่เขม “ ผมพูดผมไม่รู้ว่ามีกี่สายตาที่มองผมสองคน แต่ผมไม่แคร์ แต่สายตาเดียวมองผมเขาคงรู้สึกอะไรบ้าง ไม่มากก็น้อย พ่อผมเอง

                  “ไปเถอะคริส เดี๋ยวนายจะตกเครื่อง” พี่เขมพูดและดันผมออก พี่เขมเป็นฝ่ายเดินถอยหลังออก ผมก็หันไปยื่นพาสสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่สนามบินตรวจสอบ พี่เขาก้มองผมและยิ้มๆให้ก่อนจะหันไปมองพี่เขม ผมก็ยังคงหันไปมองพี่เขม

                  “เชิญค่ะ” เจ้าหน้าที่บอกผม แต่ผมก็ยังยืนมองพี่เขม พ่อผมเดินขึ้นบันไดเลื่อนไปก่อนหน้าผมแล้ว ผมยังคงมองพี่เขมอยู่และผมก็วิ่งกลับไปหาพี่เขม ผมวิ่งไปกอดพี่เขมอีกครั้ง ท่ามกลางสายตาคนมากมายบางก็หยุดหันมามองผมกับพี่เขม แต่บางคนก็คงคิดว่าพี่น้องกัน(มั้ง)

                  “ไอเลิฟยู “ ผมพูดออกมาไม่รู้กี่ครั้ง ผมพูดวนไปแบบนั้น

                  “ไปเถอะคริส พี่ขอนะ อย่าทำแบบนี้ พี่จะอ่อนแอไม่แพ้นาย ไปเพื่ออนาคตของนายเอง พี่รอวันที่นายกลับมาพร้อมกับความสำเร็จ นะคริส พี่ขอนะ“พี่เขมพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ผมก็ต้องจำใจผละออกจากพี่ขม ผมแหงนมองพ่อผมที่ยืนมองผมอยู่จากด้านบน ผมพยักหน้าและเดินไปหาเจ้าหน้าที่อีกครั้ง

                  “ พี่รู้ค่ะว่าน้องรู้สึกยังไง เข้มแข็งนะคะ” พี่เจ้าหน้าที่บอกผม ผมก็จำต้องก้าวเท้าขึ้นบันไดเลื่อนไปอีกครั้ง ผมยังหันมามองพี่เขม จนบันไดเลื่อน เลื่อนไปถึงขั้นบนสุด ผมยังคงหยุดมองพี่เขมจากด้านบน พี่เขมคงรู้ว่าผมอาจจะเปลี่ยนใจวิ่งลงไปหาพี่เขมอีกแน่ๆ พี่เขมเป็นฝ่ายเดินกลับออกไปแทน มันปวดใจผมที่สุด

                  “คริส พ่อขอโทษนะ ที่พ่อ” พ่อหันมาพูดกับผม

                  “ที่ผมยอมเพราะว่าผมรักพี่เขม “ ผมพูดและเดินผละออกไป เพื่อตรงไปยังช่องทางเพื่อตรงไปยังจุดตรวจสำภาระก่อน ผมต้องกรอกเอกสารสำหรับผู้โดยสารขาออก เป็นฟอร์มสีเขียวๆ อันที่จริงพ่อผมทำให้ผมหมดแล้วตั้งแต่ที่หน้าเคาเตอร์ ผมได้แต่ยืนรอ ใจก็คิดถึงพี่เขมที่สุด ผมอยากให้เขาเดินทางไปกับผมแต่ผมก็ทำไม่ได้ ทุกอย่างผ่านไปอย่างเนินนาน ผมไม่รู้ว่าผมผ่านอะไรมาบ้างแต่มารู้อีกทีผมมาถึงประตูก่อนจะขึ้นเครื่อง ตอนนี้เขากำลังเรียกผู้โดยสารชั้นธุรกิจพอดี ผมก็ไปเข้าแถวรอกับพ่อ

                  “นายรักเขามากเหรอ คริส” พ่อถามผม ผมหันไปมองหน้าพ่อผม

                  “พ่อรักผู้หญิงคนนั้นมากไหมละ” ผมถามพ่อผมกลับทันที ผมรู้ว่าพ่อเข้าใจว่าผมหมายถึงใคร

                  “ตอนแรกก็ไม่นะ แต่เขาก็เข้ามาดูแลพ่อในช่วงที่นายกับแม่หายไป พ่อไม่ไปทำงานอยู่เป็นเดือนๆ บ้านนี้รกมาก อาหารก็ทำกินแบบปะทังไปวันวัน เขาได้วีท่องเที่ยวพอดีช่วงนั้น เพื่อนพ่อเขาขอให้โรสมาดูแลพ่อนะ “ พ่อบอกผม


                  “พี่เขมเขาก็ดูแลผมช่วงที่ผมแย่ที่สุด จนผมเข้มแข้งขึ้นมาได้ ผมจึงรักเขามาก “

                  “เรียนให้จบและถ้าเราอยากแต่งกับเขมพ่อยินดี” พ่อผมพูดแค่นั้น ระหว่างที่ผมกำลังเดินไปขึ้นเครื่องบินตามทางเดิน ผมคงต้องเซย์กู้ดบายไทยแลนด์ฟอร์นาว ระหว่างที่ผมเดินขึ้นไปนั่งบนเครื่อง ผมก็เลือกที่นั่งติดกระจก พ่อจองตั๋วเครื่องบิน ผมหันไปมองพี่เขมคงไปที่รถแล้ว ผมบีบมือผมไปด้วยแต่มันไม่เท่าหัวใจของผมตอนนี้ มันบีบมากและไม่นานเครื่องก็เตรียมจะขึ้นสู่น่านฟ้าเพื่อตรงไปยังซีดนีย์และบินต่อไปที่แคนเบอร่าทันทีตามที่พ่อผมบอกไว้  ผมต้องคิดว่านั้นคือความฝันและความหวังของผมสองคนกับพี่เขม ผมต้องไปทำให้สำเร็จเพื่อคนที่ผมรักให้ได้
                       // ลาก่อนประเทศไทย I’ll be right back soon my baby(พี่เขมของผม) //
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ช่วงพักรอให้คริสไปเรียน ตอนหน้าจะเป็นภาคของพี่ต้นนะคะ ขอกำลังใจไรท์หน่อยนะ ใครรอคู่พี่ต้นบ้าง รักคนอ่านจุ๊บๆ


ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
อัพพร้อมกันไปอีก555 น้องไปแล้ว พี่เขม

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด