รักนี้เกิดขึ้นที่ในรั้วโรงเรียน(พี่ต้นXพี่หมอภีม)ความจริงจากเกศรินทร์
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: รักนี้เกิดขึ้นที่ในรั้วโรงเรียน(พี่ต้นXพี่หมอภีม)ความจริงจากเกศรินทร์  (อ่าน 15589 ครั้ง)

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0

(หมอภีมXพี่ต้น)หวาดระแวง

      Part’s ต้นตระการ
                หลังจากที่ผมเฟสไทม์คุยกับก้อง ความกังวลใจของผมเรื่องก้องก็หายไปเปาะหนึ่ง  ผมว่าจะลงไปหาก้องกรุงเทพแต่ก็ไม่อยากเอาเอิร์ธไปด้วย และดูท่าเอิร์ธก็ไม่ยอมไปอยู่กับเกศรินทร์ ทั้งที่เกศรินทร์เป็นแม่แท้ๆของเขา ยิ่งเห็นสีหน้าและท่าทีที่เขาแสดงอาการ ว่าเขากลัวมากแค่ไหนที่รู้ว่าผมจะพาเขาไปอยู่กับเกศรินทร์ แม้จะแค่ไม่กี่วันก็ตาม พอผมเห็นแบบนี้ผมก็ทำใจไม่ได้ที่จะทิ้งเขาไว้ที่นี้

      วันนี้ผมมารับลูกก่อนเวลาและผมก็แจ้งกับครูแป้งเอาไว้แล้ว ว่าหลังจากที่ผมเลิกประชุมที่จังหวัด ผมจะแวะไปรับลูกชายทันทีก่อนจะกลับเข้าไปเซนต์เอกสารอีกนิดหน่อย

      “สวัสดีค่ะ คุณต้น” ครูพี่เลี้ยงที่ดูแลเด็กอนุบาลห้องของเอิร์ธ

      “สวัสดีครับครูแป้ง” ผมรู้จักเธอดี

      “น้องเอิร์ธครับคุณพ่อมารับแล้วค่ะ” ครูแป้งเรียกเอิร์ธให้ผม เพราะว่าเอิร์กำลังเล่นกับเพื่อนอยู่ เอิร์ธก็วิ่งไปหยิบกระเป๋าที่แขวนเอาไว้และมาหาผมในทันที

      “สวัสดีครับพ่อต้น” น้องเอิร์ธพูด

      “คุณต้นค่ะ น้องชายเป็นยังไงบ้างคะ” ครูแป้งถามผม

      “ตอนนี้ปลอดภัยแล้วครับ แต่ต้องนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลสักสองสามอาทิตย์นะครับ” ผมบอกครูแป้ง

      “ถ้าอย่างนั้น วันไหนที่ต้องการให้แป้งช่วย บอกนะคะ แป้งเต็มใจค่ะ น้องเอิร์ธเขาเป็นเด็กน่ารักอยู่แล้ว “ ครูแป้งพูดผมพยักหน้าเป็นการขอบคุณ ผมยิ้มให้ครูแป้ง เธอเต็มใจช่วยผมแต่ผมก็พอจะดูออกว่าเธอมีใจให้ผม ส่วนผมเองก็ไม่อยากให้เธอมาจมอยู่กับผมเหมือนเช่นเกศรินทร์ ผมเองไม่มีความสามารถพอที่จะเป็นสามีแห่งชาติให้ผู้หญิงจริงๆ แต่ความเป็นเพื่อนนะผมมีให้ได้เสมอ

      “พ่อต้นเอิร์ธอยากกินไอศรีมเหมือนที่อาติณให้เอิร์ธได้อ่ะเปล่า” น้องเอิร์ธถามผม ผมพยักหน้าว่าได้

      “สวัสดีครับครูแป้งก่อนครับเอิร์ธ เราจะได้ไปกัน” ผมบอกเอิร์ธ เขาก็ยกมือไหว้ครูแป้ง ก่อนจะที่ผมสองคนจะเดินมา ผมจูงมือเอิร์ธ เอิร์ธเงยหน้ามองหน้าผม

      “พ่อโทรบอกอาหมอหรือเปล่า ว่าเอิร์ธกลับมาแล้วอาหมออาจจะคิดถึง” น้องเอิร์ธพูดผมก็ก้มลงมอง ทำไมช่วงนี้ถามผมถึงหมอภีมบ่อยจังนะลูกชายคนนี้นิ ผมก็ต้องก้มลงมองพร้อมรอยยิ้ม

      “พ่อโทรบอกแล้วครับ อาหมอก็คิดถึงเอิร์ธนะครับ” ผมบอกเอิร์ธ รอยยิ้มมนั้นปรากฏขึ้นในทันที ผมต้องแอบเบือนหน้าหนีแทน เพราะว่าผมโกหกเขานั้นเอง

      “ขึ้นรถนะเอิร์ธ พ่อจะได้พาเราไปซื้อไอศกรีมก่อนและพ่อจะเข้าไปเอาแฟ้มงานมาตรวจที่บ้าน ช่วงนี้งานพ่อยุ่งนะครับ ส่วนอาหารเย็นคงต้องฝากท้องกับแม่ของครูแป้งอีกแล้วเอิร์ธ”ผมก้มลงบอกลูกชายก่อนจะอุ้มเขาไปใส่ในรถฟอร์จูนเนอร์สีขาวของผม ผมปิดประตูลงพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดยาวๆ   
      
      “เอิร์ธเอารสอะไรน่ะ “ผมพาเอิร์ธเข้ามาในร้านแมคโดนัล ปกติไม่ค่อยได้ซื้อให้เขาทานเท่าไหร่ จั้งฟูดส์แบบนี้ แต่นี้เขาร้องอยากทานไอศรีมผมก็ซื้อให้เขาทานนะ แต่พอเขาได้ลองแล้วก็แค่นั้น อะไรใหม่ๆก็ให้เขาได้ลอง ว่ามันเป็นยังไงถ้าไม่ดีผมก็จะอธิบายให้เขาฟังว่าทำไมถึงไม่อยากซื้อให้เขาทาน เขาก็เชื่อผมนะ และไม่ร้องทานอีก

      “พ่อเอาสตอเบอรี่” เอิร์ธบอกผม ผมก็เดินไปสั่งที่หน้าเคาเตอร์ ให้เขา จังหวะนั้นก็มีสายเขามาพอดี เบอร์จากที่ทำงานของผมเอง

      “สวัสดีค่ะ คุณปลัด จุ๋มได้นำเสนอหนังสืองบประมาณไว้นะคะ คุณปลัดเซนต์อนุมัติให้จุ๋มหรือยังคะ “

      “ผมยังไม่ได้เซนต์เลยครับ ผมจะเข้าไปเดี๋ยวนี้นะครับ รอผมสักสิบห้านาทีได้ไหมครับเพราะว่าผมก็เพิ่งออกจากห้องประชุมที่ศาลากลางจังหวัด ผมก็เลยขับรถมารับน้องเอิร์ธด้วยครับ” ผมพูดสายและผมก็เดินไปตามหมายเลขที่เขาเรียกคิว ก่อนจะคว้าไอศครีมสตอร์เบอรี่ซันเดย์มา แต่พอผมก้มลงมองหาเอิร์ธ อ้าวปกติเขาไม่เคยอยู่ห่างจากผมเลยนะและนี่เขาหายไปไหนและตอนไหนกัน แถมวันนี้ลูกค้าในร้านก็เยอะซะด้วย ช่วงหน้าร้อนแบบนี้ คนก็มาต่อแถวซื้อไอศรีมทานกัน     

      “คุณจุ๋มครับเดี๋ยวผมเข้าไปเลยนะครับ แค่นี้ก่อนนะครับ”ผมก็กดวางสายทันทีและชะเง้อมองหา ผมก็เห็นมีผู้หญิงกับผู้ชายคู่หนึ่ง ผมจำได้ดี ผู้ปกครองเด็กในห้องเดียวกันกับเอิร์ธ ผมเจอตอนที่ไปประชุมผู้ปกครอง ผมรีบเดินไปหาทันที

      “นี่ไงพ่อของน้องเขา ฉันจำได้คุณ” ผู้หญิงคนนั้นเรียกผม เอิร์ธหันมาเจอผมก็วิ่งมากอดขาผมเอาไว้ ผมก็เงยหน้ามองเขาทั้งคู่

      “ พอดีเราสองคนเห็นมีผู้หญิงคนหนึ่งเขาเดินมาและเหมือนพยายามจะชวนน้องออกไปนะคะ และฉันจำน้องคนนี้ได้เพราะน้องเขาเรียนห้องเดียวกับลูกสาวของเรานะคะ และน้องก็บอกว่ารอพ่อก่อน ดิฉันคิดว่าไม่น่าจะมาด้วยกันแน่ๆ ค่ะ “ ผมก็ในใจหายเลย ผมก้มลงมองเอิร์ธ

      “แฟนคุณหรือเปล่าคะ”

      “ผมมากับลูกชายแค่สองคนนะครับ “ผมตอบไป

      “เห็นไหมละคุณ ดีนะที่ไม่ปล่อยให้ออกไป “ ผู้หญิงคนนั้นหันไปพูดกับผู้ชายที่ยืนอยู่ด้วย

      “ระวังหน่อยนะคะ ช่วงนี้แก้งจับเด็กเริ่มมาอาละวาดอีก และน้องเอิร์ธก็หน้าตาดี ผิวพรรณก็ดี “

      “แม้จะบอกว่าหล่อเหมือนพ่อเขาก็บอกมาเถอะ” แฟนคนที่ช่วยลูกผมเอาไว้ ผมก็ยิ้มบางๆให้และก้มมองเด็กน้อยที่ยังไม่ค่อยเข้าใจ

      “รู้อีกผัวฉัน” ผมหญิงคนนั้นหันแอบพูดไม่ดังเพื่อเอ็ดสามีตัวเอง ผมก็ยิ้มเป็นการขอบคุณ แต่ผมก็แอบกลืนน้ำลาย ผู้หญิงคนไหน ผมจับมือเอิร์ธไว้แน่นมาก

      “ขอบคุณมากๆเลยนะครับ คราวหน้าผมจะไม่ให้เขาคลาดสายตาจากผมอีก “ผมพูดและพาเอิร์ธเดินออกมาจากที่ผมพาเขามาซื้อไอศกรีม  เอิร์ธก้มหน้าลงเพราะเขารู้ว่าเขาผิดแน่ๆ

      “เอิร์ธทำไมไม่อยู่ใกล้ๆกับพ่อละลูก”ผมก้มลงถามเอิร์ธด้วยน้ำเสียงที่ไม่เชิงว่าผมต่อว่าเขาแต่บ่งบอกว่าผมเป็นห่วงเขามากแค่ไหน

      “เอิร์ธ ขอโทษ เอิร์ธเห็นคนทำของเล่นตกและน้าคนนั้นก็มาถามเอิร์ธว่ามากับพ่อต้นหรือเปล่า” ผมถึงกับขมวดคิ้วเพราะการที่เข้ามาถามว่ามากับหรือเปล่านั้นแปลว่าเขาต้องรู้จักผมและเอิร์ธแต่ใครละถ้าหวังดีทำไมไม่รอผมอยู่ด้านใน

      “แล้วเอิร์ธก็บอกว่าใช่ และเขาก็บอกว่าไปรอด้านนอกไหมแต่เอิร์ธบอกไม่ไป เอิร์ธจะรอพ่อ” ผมก็ต้องนิ่งอึ่งไปหลายนาที ทำไมคนที่จะพาเอิร์ธออกไปเขารู้จักชื่อผมละ ใครกัน เกศรินทร์เหรอ ไม่ซิ ถ้าเขาต้องการลูกเขาก็แค่โทรหาผม ผมยืนมองซ้ายมองขวา แต่ก็ไม่มีใครที่น่าจะมีพิรุจ

      “กลับบ้านกันเถอะเอิร์ธ “ผมพูดแค่นั้นและอุ้มเอิร์ธใส่ไว้ในรถทันทีก่อนจะรีบก้าวขึ้นไปทำหน้าที่คนขับ ผมส่งถ้วยไอศกรีมให้เอิร์ธไปถือเอาไว้ก่อน

      “พ่อต้นโกรธเอิร์ธหรือเปล่า” เอิร์ธถามผม

      “ไม่ครับเอิร์ธแต่พ่อเป็นห่วงเอิร์ธมากกว่านะครับ  “ผมพูดแค่นั้นเบาๆก่อนจะรีบออกรถไปในทันที ผมขับรถไปในหัวผมก็วุ่นวาย ไม่น่ะ เขาคงไม่ลงทุนตามผมมาถึงที่นี้หรอกนะ ผมเหลือบมองน้องเอิร์ธที่ทานไอศรีมและดูการ์ตูนโปรดของเขาไปด้วยในรถ ทำไมตั้งแต่กลับมาจากกรุงเทพเขาถึงคอยถามผมว่าผมบอกหมอภีมหรือยัง นี้แค่คุยกันไม่นานเขากับติดหมอภีมมากกว่าน่านฟ้า ช่วงก่อนที่เขาจะแต่งงานเขาก็มาเทียวรับผมไปทานอาหาร น่านฟ้าดูเหมือนจะเข้ากับลูกผมได้ดีวะด้วยแต่ตอนนี้เขากับถามถคงหมอภีมมากกว่า ผมคิดอีกทีเขาอาจจะรู้ว่าน่านฟ้ามีแฟนแล้วหรือเปล่า

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1943
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
      
พิเศษ(หมอภีมXพี่ต้น)รอก่อนนะครับหัวใจของผม

                   ผมนั่งอยู่ในห้องทำงานของผม ตอนนี้ยังไม่มีเครสคนไข้ ผมเลยหยิบซองสีน้ำตาลที่ก้องภพ น้องชายจองต้นตระการออกมาเปิดดู ผมก็ต้องตกใจ มันมีรูปถ่ายที่ถูกแอบถ่ายเอาไว้ ตั้งแต่ผมเพิ่งจะคบกับต้นจนกระทั้งช่วงที่ผมเริ่มถูกเพ้งเล็งจากพ่อของผม และผมกับต้นก็แอบพบกัน ส่วนใหญ่ยอมรับว่าไปโรงแรมกัน มีอะไรที่โรงแรม มันทำเหมือนผมนี่แอบไปมีบ้านเล็กบ้านน้อยยังไงก็ไม่รู้  ตอนแรกผมก็คิดว่ามันคงเก่าแล้ว แต่เปล่า มีรูปปัจจุบันด้วย รูปที่ผมนัดเขมชาติไปคุย

      “สวัสดีค่ะ แผนกสูตินารีเวชค่ะ กัญญารับสายค่ะ”

      “สวัสดีครับคุณกัญญา ผมหมอภีมนะครับ”

      “สวัสดีค่ะคุณหมอภีม จะคุยกับคุณหมอดาวิกาหรือเปล่าค่ะ คุณหมอไม่ได้ขึ้นเวรนะค่ะ คุณหมอแจ้งไม่รับเวรถึงอาทิตย์หน้าเลยค่ะ” ผมก็ต้องเลิกคิ้วสูง คุณหมอดาไม่รับขึ้นเวรถึงอาทิตย์หน้าเลยหรือ

      “ขอบคุณครับ” ผมกดวางสายทันที ถ้าอย่างนั้นก็ต้องไปที่บ้านแล้วแหละ ผมต้องไปเคลียร์ให้รู้เรื่อง ว่าทำไมหมอดาถึงได้ทำกับผมและต้นแบบนี้ และถ้าผมไม่เคลียร์เรื่องนี้ก้องภพไม่ยอมให้ผมพบกับพี่ชายเขาแน่ๆ   ผมเดินลงไปที่ห้องตรวจเพราะว่าผมมีตรวจคนไข้จนถึงหรึ่งทุ่มวันนี้และค่อยไปหาหมอดาที่บ้านจะดีกว่า

      หลังจากที่ผมตรวจคนไข้รายเครสสุดท้าย ผมเก็บเอาทุกอย่างใส่และหยิบซองจดหมายสีน้ำตาลพร้อมกับและเดินตรงไปยังรถคันหรูราคาแพง เป็นรถนำเข้าผมขับออกไปและไปยังบ้านของดาวิกา นานมากแล้วที่ผมไม่ได้ไปที่นั้นนานมากแล้ว ตั้งแต่ถอนหมั้นหมอดาวิกา ผมก็บินไปอังกฤษเลยทันที

      “สวัดดีค่ะ คุณหมอภีม” คนใช้ประจำที่บ้านหมอดาเธอรู้จักผมดี เธอเดินออกมาทักทายผมขระที่ผมนำรถคันหรูเข้ามาจอด  ผมลงจากรถมายืนอยู่ที่หน้าคฤหาสน์หรู

      “คุณดาวิกาอยู่ไหมครับ” ผมถามคนใช้

      “คุณดาวิกาไปเที่ยวกับเพื่อนที่เขาค้อค่ะแต่คุณท่านเพิ่งจะบอกว่ากำลังเดินทางกลับมาทานอาหารเย็นที่บ้านค่ะ ป้าคิดว่าน่าจะใกล้ถึงแล้วค่ะคุณหมอภีม “ป้าสมใจบอกผม ผมพยักหน้า

      “คุณท่านอยู่ในบ้านค่ะ ท่านเพิ่งจะเดินทางกลับมาค่ะ “ ผมพยักหน้าก่อนจะก้าวเท้าเดินตรงเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ ผมยอมรับว่าผมคุ้นเคยกับบ้านหลังนี้มาตั้งแต่เด็ก ก็เพราะว่าเมื่อก่อนพ่อผมกับพ่อของหมอดาต้องผลัดกันมาทานอาหารด้วยกันอาทิตย์ละครั้ง ไม่บ้านผมก็บ้านหมอดาวิกา ผมเดินตามหลังป้าสมใจเข้าไป ป้าสมใจเดินเข้าไปรายงานคุณลุงก่อน  ท่านหันมามองหน้าผมกันทั้งคู่ด้วยความแปลกใจ

      “สวัสดีครับคุณลุงคุณป้า” ผมยกมือไหว้ท่าน

      “อ้าวหมอภีม ไม่เจอกันนานเลย นั่งก่อนซิจ๊ะ” แม่ของหมอดาวิกา ผายมือให้ผมนั่งลงแต่พ่อของเธอแค่มองหน้าผมโดยไม่ได้พูดอะไร

      “ผมมาหาหมอดาวิกาครับ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

      “หมอดาใกล้จะมาถึงแล้วละภีม ว่าแต่เราเถอะเป็นไงมาไง แล้วนี้ มาทำงานเป็นหมอให้ที่โรงพยาบาลตัวเองแล้วใช่ไหม” แม่ของหมอดาวิกาสักถามผมด้วยรอยยิ้มแต่พ่อของเธอยังคงนั่งหน้าตาบึ่งตึง

      “มานี่มีธุรอะไรกับยายดารึ” พ่อของหมอดาคงหมดความอดทนที่จะนั่งนิ่งๆ ท่านเลยเอ่ยถามผม

      “ผมมีเรื่องจะมาคุยกับน้องหมอดาครับ” ผมพูด

      “ยังมีอะไรอีกรึ ก็ถอนหมั้นกันไปแล้วนิ จะมีอะไรอีกละ ในเมื่อพ่อเราก็บอกอยู่ทนโธ่ว่าเรานะ ไปรักไปชอบกับผู้ชาย เลยไม่อยากแต่งงานกับหมอดา” พ่อของหมอดาพูดผมเองก็ก้มหน้าลง แม่ของหมอดาแตะที่แขนของพ่อหมอดา ให้เย็นลง

      “ใช่ผมยอมรับว่านั้นคือเรื่องจริง และผมเองก็ไม่เคยมองหมอดาเป็นอื่นเช่นพี่น้อง พี่ชายน้องชาย ผมรักผู้ชายคนนั้น “ ผมพูด แม่ของหมอดายกมือขึ้นทาบอก

      “แล้วจะมาทำไมอีก ถ้ารักถ้าชอบกันหนักก็ไปแต่งกับมันนั้น ส่วนหมอดานะ ฉันจะเปิดคลีนิกให้ต่อไปก็ไม่ต้องไปขึ้นเวรโรงพยาบาลมึงอีก”พ่อของหมอดาวิกาพูด

      “คือผมเองก็ยังเป็นพี่ชายให้หมอดาได้นะครับแต่ผมคงเป็นมากกว่านั้นไม่ได้ “ผมพูด ท่านก็ลุกขึ้นและทำท่าจะไล่ผมออกจากบ้าน

      “แต่สิ่งที่หมอดาทำกับผมและคนที่ผมรัก มันเกิดไปครับ หมอดาไปตามถ่ายภาพผมกับแฟนผม ตั้งแต่ก่อนที่ผมกับหมดดาวิกาจะหมั้นจนกระทั้ง ผมเสียคนที่ผมรักไป แม้กระทั้งตอนนี้ก็ยังไปแอบตามถ่ายรูปผมแบบนี้ ท่านคิดว่า มันสมควรไหมครับ “ ผมพูดและส่งซองเอกสารให้พ่อของหมอดาวิกาหยิบไปเปิดดู ท่านก็เปิดและมองหน้าผม ก่อนจะหยิบรูปเหล่านั้นขึ้นมาดู แน่นอนคนที่ไม่ได้ชื้นชอบความรักประเภทนี้ยอมมองด้วยสายตาที่แตกต่างจากผม ผมยอมรับว่ามันไม่ได้ทำให้ผมโกรธที่เห็นรูปเหล่านี้ มันทำให้ผมยิ้มที่เห็นว่าผมกับต้นเรารักกันมากแค่ไหน แต่ที่ผมโกรธคือเธอล้วงละเมิดสิทธิส่วนตัวของผมกับต้น

      “รูปอับปรีย์พวกนี้ที่หลังไม่ต้องเอามาให้ดู….พรึบ” ท่านเปิดไม่กี่รูปก็ต้องโยนซองเอกสารส่งคืนมาให้ผม

      “ผมว่าน้องดาทำเกินไปครับ ผมกับต้นเรารักกันก่อนที่ผมจะหมั้นกับดาวิกา ผมยอมรับว่าผมทำไปเพราะว่าผม กลัวเสียคนที่ผมรักไป แต่…”

      “น้องดาต่างหากที่ทำให้ผมเสียคนที่ผมรักไป “ ผมลุกขึ้นยืนประชันหน้ากับพ่อของหมอดา แต่คุณแม่ของหมอดาดึงแขนพ่อของเธอเอาไว้ไม่ให้บรรดารโทสะใส่ผมมากไปกว่านี้

      “แล้วทำไมมึงไม่พูดตั้งแต่แรกว่ามึงเป็นตุ๊ด เป็นเกย์ห่าอะไรนี่ กูจะได้ไม่ต้องเสียเวลาให้พ่อมึงจัดหาฤกษ์ยามและลูกกูก็ต้องเสียเพราะว่าดันประกาศหมั้นกับมึงแล้ว แถมมึงยักฉีกหน้ากูให้พ่อกับแม่มึงมาถอนหมั้น เพราะว่าความรักเฮงซวยของมึงกับผู้ชายนั้น มึงออกไปเลยนะไอ้ภีมนะ มึงไม่ต้องมาเหยียบบ้านกูอีก!!”

      “ผมอยากให้หมอดา หยุด ที่จะทำลายความรักของผมสองคน “

      “กูหยุดลูกกูแน่ มึงไม่ต้องกลัว แต่มึงไปซะ และไม่ต้องกลับมาให้กูเห็นหน้า” พ่อของหมอดาพูดผมก็ต้องลุกขึ้น คนใช้ก็พากันมายืนมองเพราะว่าการสนทนาของผมกับพ่อหมอดาค่อนข้างเสียงดัง

      “งั้นผมลานะครับ “ ผมยกมือไหว้ก่อนจะเดินออกไป ผมหันมาเจอหมอดาวิกาเดินเข้ามา เธอมองหน้าผม ด้วยรอยยิ้มแต่ผมกลับไม่ยิ้มตอบเธอ

      “พี่ภีมมาหาดาเหรอคะ” หมอดาวิกาถามผม
   
      “ใช่ครับ แต่พี่ว่าพี่หมดธุรแล้ว พี่คิดว่าหมอดาควรจะคุยกับพ่อแม่หมอดานะครับ” ผมพูดก่อนจะเดินเลียงเธอออกแต่

      “หมอดา พี่เคยบอกว่าพี่จะเป็นพี่ชายที่ดีให้ดาได้นะแต่การที่ดาทำกับพี่และคนที่พี่รักมากแบบนี้ พี่ว่าเราคงไม่เหลือสถานะอะไรให้แกกันแล้วละดา ดาไม่ต้องไปขึ้นเวรโรงพยาบาพี่แล้วนะ พี่ขอบคุณที่ผ่านมา “ ผมพูดโดยไม่ได้หันมามองหน้าเธอเลยสักนิด ผมได้ยินแค่เสียงสะอื้นของเธอแค่นั้น ถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนทีผมยังเด็ก น้องดาผมจะคอยปลอบโยนเธอ แต่ทวาตอนนี้เธอไม่ใช่น้องหมอดาที่น่ารักของผมอีกแล้ว ผมเดินสับเท้าออกทันที

      “พี่หมอภีม ทำไมพี่ทำแบบนี้กับดาละคะ ไหนพี่เคยบอกว่าถ้าดาเรียนเก่งๆ ดาจะได้เป็นหมอ และหมอก็ต้องเป็นแฟนกับหมอไม่ใช่เหรอคะ และหมอคนนั้นที่ดาต้องการคือพี่ภีม” หมอดาวิ่งตามผมออกมาน้ำตาเธอรินไหลอาบสองแก้ม

      “ใช่พี่พูดว่าถ้าดาเรียนเก่งๆ ดาจะได้เป็นหมอแต่พี่ไม่ได้บอกนะดาว่าหมอคนนั้นที่จะเป็นแฟนดานะคือพี่ และยิ่งตอนนี้ ยิ่งไม่ใช่ดา เพราะพี่รักต้น ต้นตระการ คนเดียว “

      “แต่ดามาก่อนเขา”

      “ดาไม่ได้มาก่อนเขาในฐานะคนรัก ต้นคือคนรักที่มาก่อนดาและมีแค่ต้นคนเดียวที่พี่รัก “ ผมพูดก่อนจะพยายามเดินออกแต่เธอก็พยายามกอดเอวผมรั้งผม

      “ปล่อยพี่ครับหมอดา “ผมพูดและพยายามแกะมือเธอออก
   
      “ดาไม่ปล่อย ดาจะไม่ปล่อยพี่ไปหา เขา ดามาก่อนเขา ยังไงดาก็มาก่อนเขา”
   
      “พี่บอกให้ดาปล่อยพี่ไง “ผมพูดและพยายามออกแรงแกะมือเธอออก จนสำเร็จ

      “พี่หวังว่าดาจะทำแบบนี้กับพี่และต้นเป็นครั้งสุดท้าย ต่อไปพี่ก็ไม่ไว้ใจอะไรน้องดาอีก และพี่คนนี้จะปกป้องคนที่พี่รักเอง  “

      “ดาวิกา!!” พ่อของเธอตะโกนเรียกชื่อเธอ จนผมและเธอต้องหันไปมอง ท่านเดินออกมายังที่ผมกับหมอดายืนอยู

      “เข้าบ้านเดี๋ยวนี้ !! “

      “และเลิกไปตามไอ้ผู้ชายพันธุ์นี้ได้แล้ว มันเป็นตุ๊ด มันเป็นเกย์ ปล่อยมันไป ถ้าแฟนดีดีมันหายาก พ่อกับแม่นี้เลี้ยงแก ไม่แต่งก็ไม่ตาย” พ่อของหมอดาวิกาพูด และแม่ของเธอที่เขาพยายามดึงแขนหมอดาวิกา ผมหันไปยกมือไหว้อีกครั้ง ท่านก็หันหน้าหนีไม่รับไหว้ผม ผมเดินก้าวเท้าเข้าไปในรถ ผมกำพวกมาลัยแน่น ผมเหลือบไปเห็นกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ที่ตั้งอยู่ข้างรถของหมอดาวิกา มันมีสติกเกอร์ว่าเขาได้เดินทางด้วยสายการบินอะไรสักอย่าง แต่คนใช้บอกว่าเธอไปเที่ยวเขาค้อกับเพื่อนไม่น่าจะต้องขึ้นเครื่องบินไปหรอกมั้ง แต่มันจะสำคัญกับผมได้ยังไง ผมรีบออกรถทันที เพื่อกลับบ้าน ปัญหาของผมตอนนี้คอืผมจะรู้ได้ยังไงว่าต้นอยู่ไหน และเอิร์ธอีกคน ทำไมผมถึงได้คิดถึงเด็กคนนี้พอพอกับคิดถึงต้นเช่นกัน คิดถึงรอยยิ้มและความน่ารักของเขาเหลือเกิน

      ผมขับรถกลับมาถึงบ้านก็พบว่ามีรถเก๋งที่ไม่คุ้นจอดอยู่ ผมเดินเข้าไปในบ้านของผม ผมว่าพ่อผมกำลังมีแขกอยู่ผมจำได้ดี อาตรีนาฏ และอาตรัย มาหาเยี่ยมพ่อกับแม่ของผม ผมก็ยกมือไว้ ผมเห็นคนที่ผมคุ้นเคยดี ใช่ครอบครัวผมเป็นครอบครัวใหญ่ มีสังสรรค์กันอยู่เป็นประจำเมื่อก่อน เด็กๆก็สนิทสนมกันดี

      “ติณ “ ผมทักทายติณณภพ

      “สวัสดีครับพี่หมอ พี่หมอนี้น่านฟ้าแฟนผมครับพี่หมอภีม”

      “สวัสดีครับ ผมขอโทษจริงๆ ที่ไม่ได้ไปงาน น่าเสียดายมาก ผมอยากเห็นงานแต่งแบบล้านนา” ผมพูดก่อนจะนั่งลง

      “ภีม บอกให้หลานเรานะมานอนบ้านบ้างนะ คลุกอยู่แต่โรงพยาบาลกับแฟนจนลืมปู่ลืมย่าแล้ว” แม่ผมบ่นกับผมอีกแล้ว

      “พี่ภีม ผมก็เพิ่งไปเยี่ยมน้องชายเพื่อนของน่านฟ้าเขามา เขานอนที่โรงพยาบาลของพี่นะครับ “ ผมหันไปมองใครเหรอ

      “น้องชายคุณปลัดนะครับ  “ ผมสะบัดหน้าไปมองอีกรอบ

      “ชื่อต้นตระการ หรือเปล่าครับ” ผมถามทั้งคู่ เขาหันมามองหน้าผมด้วยสีหน้าที่ตกใจ

      “ใช่ครับ พี่หมอรู้ได้ยังไงครับ พี่หมอรู้จักเหรอครับ” ติณณภพถามผม ผมยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะ กระเทิบเข้าไป

      “พี่ขอคุยด้วยหน่อย ในห้องนั่งเล่นอีกห้องนะ” ผมพูดบอกทั้งคู่

      “พ่อครับ ผมขอตัวติณกับแฟนเขาไปหาที่นั่งคุยกันหน่อยได้ไหมครับ น้องมาเที่ยวทั้งที่ ให้คนแก่คุยกันไปก่อน”

      “นี่มาว่าแก่เดี๋ยวจะโดน” แม่ของติณณภพหันมาทำท่าจะตีแขนผม ผมก็พยักหน้าให้ทั้งคู่ตามผมเข้าไปอีกห้องหนึ่ง

      “มีอะไรเหรอครับพี่ภีม” ติณณภพถามผม ก่อนจะหันไปมองหน้าแฟนของเขา แฟนเขาก็มองหน้าผมและยังมองที่นิ้วนางข้างซ้ายของผม

      “พี่พูดตรงๆไม่อ้อมค้อมเลยนะ ว่า พี่เป็นแฟนต้นเขา” ผมพูดบอกติณณภพ ผมแก่กว่าติณเกือบปี และผมก็เกิดก่อนต้นแค่สองเดือน และพอผมพูดแบบนี้ แฟนของติณทำท่าจะเดินออกทันที แต่ติณเขาดึงแขนแฟนเขาไว้ ผมก็ต้องทำหน้างง ไม่เข้าใจ

      “พี่ขอร้องละ พี่รักต้น แต่เขา มีบางอย่างที่ไม่เข้าใจกัน พี่อยากจะไปหาเขา พี่รักเขามาก แต่น้องๆเขาไม่ยอมบอกว่าเขาอยู่ไหน แม้กระทั้งต้นเอง พี่ขอร้องเราสองคนน่ะ “ ผมพูด และมองหน้าทั้งคู่ แต่ดูท่าอีกคนไม่อยากจะบอกผมสักเท่าไหร่ 

      “พี่เสียเขาไปก่อนหน้านี้เพราะว่า เกศรินทร์ เขาใช้วิธีสกปรกทำให้ต้นต้องแต่งงานกับเขา และตอนนี้เขาเลิกกันแล้ว พี่อยากได้คนรักพี่คืน “ ผมพูด

      “ผมไม่รู้ว่ามันมีอะไรที่มากกว่านั้น พี่น่าจะรู้” น่านฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

      “พี่รู้ หมอดาวิกา แต่พี่เพิ่งจะไปคุยกับเขาและพ่อของเขาก็บอกว่าจะไม่ให้หมอดาวิกามายุ่งวุ่นวายกับพี่และต้นอีก”

      “หมอดาเขาเพิ่งจะบอกว่าเขากับพี่เป็นแฟนกัน วันที่น้องชายผมนอนโรงพยาบาล และถามผมว่าผมรู้จักปลัดที่ชื่อต้นตระการไหม ที่ประจำการที่นั้น นั้นแปลว่าเขารู้ ว่าต้นอยู่ไหน แล้วทำไมเขาไม่บอกพี่ละ “ น่านฟ้าพูด ผมก็ต้องอึ้งที่แฟนของติณณภพพูด

      “หมอดาวิการู้ว่าต้นอยู่ที่ไหนอย่างนั้นเหรอ”  ผมพูดเหมือนถามตัวเอง แล้วนี่ทำไมหมอดาวิกาไม่เคยบอกพี่ละ ทั้งที่เขาก็บอกว่าเขาเข้าใจเรื่องของผมกับต้นดี แต่นีเขาปิดผมทำไม

      “แต่ตอนนี้พี่กับหมอดา จบแล้วไม่เหลืออะไรแล้วแม้แต่ความเป็นเพื่อน พี่ขอร้อง “

      “คุณน่านฟ้า คุณเคยบอกผมว่าคุณเคยขอคุณปลัดเป็นแฟนไม่ใช่เหรอ” ติณณภพพูด ผมหันไปมองหน้าจริงๆดิ

      “ใช่ผมยอมรับ ผมแอบชอบต้นมาตั้งแต่ตอนที่เขายังอยู่กับแฟนเขาที่ชื่อเกศรินทร์ และพอเขาเลิกกันผมก็ขอเขาเป็นแฟน “

      “ผมก็ดูออกว่าต้นเขาเป็นเกย์ ผมเองก็เป็นแต่ผมไม่ได้บอกใครแม้กระทั้งทางบ้าน ผมเองก็เคยมีคนที่ทางบ้านให้คบหาดูใจก่อนที่ผมจะแต่งงานติณณภพแต่ว่ามายกเลิกงานแต่งซะก่อน “

      “แต่ว่าต้นเขาปฏิเสธผม เขาบอกว่าเขายักรักแฟนเขาอยู่ และเขาจะไม่มีใครนอกจากผู้ชายคนเดียวที่เขารัก ส่วนเกศรินทร์เขารับผิดชอบในฐานะที่เป็นแม่ของเอิร์ธ แต่ต้นเขาก็ทำหน้าที่พ่อของลูกได้ดี เท่าที่ผมเห็นนะ ดีทีเดียว“

      “ฟู่” ผมถึงกับพ่นลมหายใจออกมายาวๆ

      “เพราะอย่างนี้ไงผมถึงต้องการจะไปตามหาคนที่ผมรักคืน คุณน่าน ผมขอร้องละ ในฐานะลูกผู้ชายด้วยกัน” ผมหันไปขอร้องน่านฟ้า เขาก็ทำท่าจะลังเล และคนที่เดินเข้ามาในห้องที่ผมกำลังคุยกันอยู่ก็คือนครินทร์หลานผม

      “ผมก็พยายามโทรหาอา อาไปไหนมา” นครินทร์พูดต่อว่าผม  ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แบทหมดเกลี้ยงเลย 

      “อาไปคุยกับพ่อแม่หมอดาวิกามา เรื่องรูปถ่ายที่เขาจ้างคนตามติดพี่กับต้น แล้งนี่เรามีอะไรละรินทร์”ผมถามนครินทร์หลานชายของผม

      “นี่ไง ที่พี่อยากได้” นครินทร์หยิบกระดาษที่เชียนด้วยลายมือส่งมาให้ผมเป็นที่อยู่ที่ต้นตระการอยู่

      “แต่พี่จะไปอยู่ที่นั้นยังไงให้อยู่ใกล้ต้นที่สุด พี่กลัวเขาจะหนีหายจากพี่ไปอีก “ ผมพูดและมองหน้าทุกคน

      “คุณน่าน “ติณณภพหันไปเรียกน่านฟ้าที่ยืนกอดอกอยู่

      “ก็ได้ผมจะช่วย แต่คุณต้องสัญญาว่าจะดูแลคุณต้นและลูกชายเขาอย่างดี ผมพูดในฐานะเพื่อนคนหนึ่งของต้น ไม่ใช่คนที่เคยรัก  “ น่านฟ้าพูด ผมพยักหน้า

      “อย่าทำให้รินทร์เสียด้วยนะอา กว่าจะขอคุณก้องมาได้ ตอนแรกเขมก็ว่าจะให้เองแหละ แต่ก้องเขาก็ใจอ่อน แต่อาอย่าลืมก็แล้วกัน แหละผมก็หวังว่าหมอดาวิกานี้จะไม่ไปตามลาวีพี่ต้นเอานะ “ นครินทร์พูด ผมก็รับที่อยู่มาถือไว้ ผมต้องอมยิ้ม เพราะว่าพ่อผมมีโรงพยาบาบสาขาใหม่พ่อผมให้เพื่อนของพ่อที่เป็นหมอดูแลอยู่ ตอนนี้ผมคงขออาสาไปช่วยดูแล และผมก็ภาวนาว่าต้นอย่าเพิ่งหนีผมไปไหนนะรอผมก่อน หัวใจของผมและอีกคนรออาหมอก่อนนะเอิร์ธ

ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 169
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0


รักนี้เกิดขึ้นที่ในรั้วโรงเรียน( ครูเขม X คริส) พี่ก้องเป็นสื่อให้ได้คุยกัน

                Part’s ครูเขมชาติผมต้องหอบงานคะแนนเด็กนักเรียนมาทำด้วยและมาอยู่ป็นเพื่อนพี่ก้องที่โรงพยาบาล พี่ก้องผมถูกยิง พอผมรู้เรื่องก็รีบขับรถมาทันที ผมยอมรับว่าผมตกใจและร้องไห้ตลอดทางที่ขับรถมา ผมกลัวเสียพี่ก้องไปจริงๆ พอผมมาถึงก็เจอพี่ต้น พี่ต้นบินด่วนมาถึงเพราะว่าหัวหน้าพี่ก้องโทรบอกก่อนจะพาพี่ก้องย้ายมาโรงพยาบาลปู่ของพี่นครินทร์ แฟนพี่ก้อง และก็ทำให้พี่ต้นเจอกับพี่หมอภีมปภพอีกครั้งเพราะว่าพี่หมอภีมเป็นอาของพี่นครินทร์ พี่นครินทร์ยืนยันว่าไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนจริงๆ พวกผมก้ไม่โกรธพี่รินทร์เขาอยู่แล้ว

      และนี่จู่ๆ พี่ต้นก็ขอเอาเอิร์ธหลานผมกลับไปเชียงใหม่ ผมว่าน่าจะมีเรื่องแน่ๆ แต่พี่ต้นไม่ยอมบอกพวกผมตรงๆ พี่ก้องเดาว่าเป็นพี่หมอดาวิกา พี่ก้องเขาเลยยื่นคำขาดให้พี่หมอภีมไปจบเรื่องหมอดาวิกามาก่อน และสุดท้านพี่ก้องก็ใจอ่อนให้ที่อยู่พี่ต้นไป ส่วนหมอดาวิกา พี่หมอภีมบอกว่าเขาจะไม่มาขึ้นเวรเป็นหมอพาร์ทไทม์ที่โรงพยาบาลพี่หมอภีมอีก เขาจะเปิดคลินิกแล้ว

      
                ผมเหลือบไปมองพี่ก้องที่กำลังหลับอยู่ ผมเลยไม่อยากปลุก พี่ก้องก็ยังต้องได้ยาแก้ปวดอย่างแรงมันก็จะทำให้พี่ก้องหลับหลังจากนั้น ผมก็เปิดอิเมลของคริสโตเฟอร์

//พี่เขม ผมคิดถึงพี่เขม ผมคิดถึงพี่มาก ผมไม่รู้ว่าผมจะทนได้ไหมตั้งหกเดือน ตอนนี้ผมรู้สึกแย่กว่าตอนที่เราห่างกันห้าวันอีก ตอนนั้น ผมยังยืนมองหลังคาบ้านพักครูได้แต่ตอนนี้ผมมองไม่เห็นอะไรเลยอ่ะพี่เขม ผมท้ออ่ะพี่เขม///

//พี่เขม พี่ปิดเทอมหรือยัง ผมเพิ่งเริ่มไปเรียนภาษาที่TAFE มีเพื่อนใหม่บ้าง แต่ผมก็ยังคิดถึงพี่อยู่ดี พี่เขม พี่ละคิดถึงผมไหม I always miss you babe //

//พี่เขม วันนี้ผมไปยื่นใบสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยมาแล้วนะ ไปดูมหาลัยมาด้วย ปีแรกผมต้องเข้าไปอยู่หอกับเพื่อนก่อน พี่เขมผมอยากให้พี่มาเที่ยวแคนเบอร่ากับผมจัง I really miss you my darling//

// พี่เขม วันนี้ผมได้ลองขี่สกู้ตเตอร์สีส้ม ผมกำลังจะไปสอบตัวแอลก่อนพี่เขมเพื่อจะได้สอบขับรถ ถ้าพี่เขมมาผมจะได้ขับรถพาพี่เขมเที่ยว ผมอยากให้พี่อยู่กับผมทุกวันเหมือนคู่รักคนอื่นๆ จังอ่ะพี่เขม I need you stay with me my darling // ผมอ่านไปน้ำตาก็ซึมไปด้วย ผมคิดถึงเขาเหลือเกิน

      “เป็นอะไรล่ะเขม” เสียงที่ทำให้ผมต้องแอบปาดน้ำทิ้ง และหันไปมองพี่ก้องตื่นขึ้นมาพอดี พี่ก้องถามผม ผมก็ส่ายหน้าว่าไม่เป็นอะไร

      “ช่วงนี้ซึมๆ ไปนะ มีอะไรก็บอกพี่ได้นี่เขม” พี่ก้องถามผมและทำท่าจะลุกขึ้นนั่ง ผมก็ลุกไปช่วยพยุงพี่ก้อง แอบมองดื้ออย่างที่พี่นครินทร์บ่นกับแม่จริงๆ ด้วย

      “น้องคริสเราเป็นไงบ้างละ สบายดีไหม ไม่เห็นคุยโทรศัพท์กันเลย” พี่ก้องถามผม ผมก็เงยหน้ามองพี่ก้อง ผมไม่เคยบอกเรื่องที่พ่อเขายื่นข้อเสนอให้ผมกับพี่ก้องเลย

      “คือน้องสบายดีพี่ก้องและน้องเรียนปรับพื้นฐานด้วยเลยไม่อยากกวนนะพี่ก้อง” ผมพูดก่อนจะเดินกลับมานั่งลงทำงานต่อ ผมจะกล้าบอกพี่ก้องได้ยังไงว่าพ่อเขาห้ามผมคุยกับลูกชายเขาตั้งหกเดือนแบบนี้

      “เขม ไปหาพี่พยาบาลให้พี่หน่อยดิบอกว่าพี่ขอยาแก้ปวด” พี่ก้องบอกผม ผมก็พยักหน้าและลุกขึ้นไป ผมเดินไปที่ห้องเคาน์เตอร์พยาบาล

      “สวัสดีครับพี่ ผมขอยาแก้ปวดให้คนไข้ห้อง 4428 หน่อยครับ “ผมบอกพี่พยาบาล พี่เขาหันมาส่งยิ้มหวานให้ผม

      “ได้ค่ะ เดี๋ยวเอาไปให้ที่ห้องนะคะ”

      “ขอบคุณครับ” ผมพูดขอบคุณและหันหลังเดินออก

      “คนนี้ไงหล่อมากเลยอ่ะ คือแบบว่าหล่อน่ารักอ่ะ มีแฟนหรือยังก็ไม่รู้” เขาเรียกนินทาระยะเผาขนเลยครับแต่ผมก็หันไปส่งยิ้มให้ ก่อนจะเดินกลับมาที่ห้องคนไข้ของพี่ก้อง พอผมเปิดประตูเข้ามาก็ต้องตกใจพี่ก้องลงมานั่งเปิดโน๊ตบุ้คของผม

      “พี่ก้อง ลงมาจากเตียงคนไข้ทำไมนะ” ผมถามพี่ก้องด้วยน้ำเสียงที่ตกใจ พี่ก้องหันมามองหน้าผม ผมรีบเข้ามาหาพี่ก้องด้วยความเป็นห่วง

      “พี่ก้อง” ผมเรียกพี่ก้อง

      “เพราะเรื่องนี้ใช่ไหมว่ะ ที่ทำหน้าซึมนะเขม ทำไมล่ะเขม  พ่อเขาไม่ให้นายคุยกันเหรอ” พี่ก้องพูด ผมก็ต้องพยักหน้าตอบว่าใช่ พี่ก้องลุกขึ้น

      “ซี้ด!” พี่ก้องซี้ดปากคงเจ็บแผล ผมก็เข้าไปพยุง

      “พี่ไหวน่ะ “พี่ก้องบอกผมแต่ผมก็พยุงพี่ก้องไปจนถึงเตียงคนไข้

      “พี่ก้องนี้ดื้อเหมือนที่พี่รินทร์พูดไม่มีผิดเลยนะ”

      “พี่ลุกเดินได้แล้วนะ ใครจะนอนติดเตียงตลอดละ เขม แค่เนี๊ยะชิวๆ ว่ะ” พี่ก้องพูด

      “แล้วนี่ไม่ปวดแผลหรือไงเห็นให้เขมไปเอายาแก้ปวด” ผมถามพี่ก้อง

      “หลอกให้ไปจะได้ค้นความลับ “พี่ก้องพูดและประตูห้องพักก็ถูกเปิดเข้ามา พยาบาลที่ผมไปขอยาแก้ปวด เดินเอามาให้เองวันนี้

      “ยาแก้ปวดที่ขอไว้ค่ะ “พยาบาลบอกผมและมองมาที่ผมพร้อมกับส่งยิ้มหวานมาให้แต่ผมแปลกใจทำไมไม่ส่งให้พี่ก้องแทน ออกจะเท่

      “ขอบคุณนะครับคุณพยาบาลคนสวย ว่าแต่มองน้องชายผมแบบนี้ ไม่กลัวแฟนน้องเขาเหรอครับ” พี่ก้องพูดและถามคุณพยาบาลกลับ

      “มีแฟนแล้วเหรอคะ” คุณพยาบาลหันมาถามผม

      “มีแล้วครับ แฟนคุณครูเขาเป็นนักเรียนเกรียนซะด้วย “พี่ก้องพูดผมหันไปมองพี่ก้องนี่มันสกัดน้องชัดๆ

      “นักเรียนเกรียนเลยเหรอคะ เฮอๆ งั้นขอตัวก่อนนะคะ ต้องไปดูคนไข้ห้องอื่นก่อนนะคะ “คุณพยาบาลพูดก่อนจะเดินออกจากห้อง และผมก็ส่งยาแก้ปวดให้พี่ก้อง

      “เอาวางไว้ก่อน ยังไม่ปวดมากจนต้องกินยาหรอกเขม” พี่ก้องพูดผมหันไปทำแก้มป่องและเดินไปทำคะแนนต่อจะได้เสร็จ ผมไม่กล้าอ่านเมลที่คริสโตเฟอร์ส่งมาให้ผมต่อ ผมเองนี่แหละที่จะทนไม่ไหวคริส

      “ฮัลโล เออ เป็นไงบ้าง สบายดีไหม ทำอะไรอยู่ เหรอ เออ พี่ก็อยู่โรงพยาบาลไง” ผมหันไปมองพี่ก้องกำลังวิดีโอคอลคุยกับใครก็ไม่รู้ คงจะเป็นคนที่ทำงานที่ฐานที่พี่ก้องประจำการด้วยแน่ๆ เลย พี่ก้องยักคิ้วให้ผม

      “พี่อยากพักยาวน่ะก็เลยกระโดดรับกระสุนมาเจ็ดนัด ฮาๆ ชิวใช่ป่ะ “พี่ก้องพูดแต่พี่ก้องเขาเอาหูฟังใส่ไงผมเลยได้ยินแต่เสียงพี่ก้อง

      “เห็นคนหน้ามุ้ยป่ะว่ะ” พี่ก้องพูดผมเงยหน้าขึ้นมองพี่ก้อง พี่ก้องเขาจ่อมือถือขึ้นเล็งมาที่ผมแบบนี้แสดงว่าเขากำลังเปิดกล้องหลังเพื่อส่องผมแต่ว่าใครกันที่พี่ก้องคุยด้วยกันแน่

      “ใครบางคนเขาคิดถึงนะ “พี่ก้องพูดผมก็ต้องลุกพล้วดขึ้นมา พี่ก้องอย่าบอกนะว่าโทรหาคริสโตเฟอร์น่ะ ผมเดินมามองพี่ก้อง

      “เห็นแล้วพี่ก้อง หน้ามุ้ยจริงด้วย “เสียงที่ผมไม่ได้ยินมาเกือบเดือนผมยังจำได้ดี

      “อ่ะ คุยดิ” พี่ก้องส่งมาให้ผม

      “แต่”

      “พี่ชายโทรไม่ใช่เขมโทรไม่ผิดมั้ง”ก้องพูดบอกผม ผมก็รับมือถือมาและคนที่กำลังวิดีโอคอลคุยกับพี่ก้องก็มองผม แววตาของเขามันบ่งบอกว่าคิดถึงผมมากแค่ไหน ผมเองก็คิดถึงเขามากเช่นกัน ผมหยิบมือถือมาจากพี่ก้อง และเดินไปหามุมเพื่อนั่งลง ทำไมแค่เดือนเดียวเขาดูเปลี่ยนไป ดูเป็นผู้ใหญ่ไม่ใช่เด็กนักเรียนมัธยมของผมอีกอีกต่อไป ผมได้แต่มองใบหน้านั้น

      “พี่เขม “คริสโตฟอร์เรียกผม

      “ไง สบายดีไหมคริส” ผมถามคริสโตเฟอร์

      “พี่เขมดูผอมลงไปน่ะ” คริสโตเฟอร์ทักผม ผมก็ก้มลงมองตัวเองว่าผอมไปจริงๆ เหรอ

      “ดูผมนี้” คริสโตเฟอร์พูดก่อนจะลุกขึ้นยืน นี่เขาเริ่มมีกล้ามแล้วเหรอ “ไปทำอะไรมาคริส” ผมถามคริสโตเฟอร์

      “ตอนเช้าก็ออกไปวิ่ง พ่อผมไปวิ่งทุกวันพ่อเลยบอกให้ผมไปวิ่งบ้างอ่ะพี่เขม และพอตกเย็นก็เล่นเวท พ่อผมชวนนะพี่เขม อยากมีกล้ามจะได้เอาไหว้ปกป้องครูเขมได้ไง” คริสโตเฟอร์พูด ผมยอมรับว่าตอนนี้หุ่นเขาเริ่มบึกกว่าผมแล้ว

      “กำลังปั้นซิกแพก” คริสโตเฟอร์พูดบอกผม ผมพยักหน้า

      “พี่เขมผมคิดถึงพี่เขมอ่ะ บางทีผมไม่อยากทนแล้ว ผมอยากกลับไปเป็นเด็กนักเรียนกับพี่เหมือนเดิมอ่ะพี่เขมแต่ ผมก็กลับไปไม่ได้เพราะผมอยากดูแลพี่เขม ดังนั้นผมต้องอดทนอ่ะพี่เขม” คริสโตเฟอร์พูด

      “นี้แม่ก็โทรมาคุยกับคริสบ่อยกว่าตอนที่ไปเรียนที่โรงเรียนอีกน่ะพี่เขมและแม่ก็ถามผมว่าคุยกับพี่เขมไหม ผมอยากจะบอกแม่น่ะแต่ถ้าบอกแม่  แม่ก็คงโวยวายใส่พ่อแน่ๆ “คริสโตเฟอร์พูด

      “อย่าบอกแม่นะคริส ตอนนี้ก็ผ่านไปเดือนกว่าๆ แล้ว และนี้พี่ก็จะสอนพิเศษกับอาจารย์อรปรียาด้วยคงจะยุ่งอยู่นะ และพี่เชื่อว่าเวลาเดินเร็วคริส” ผมพูดกับบอกคริสโตเฟอร์

      “ผมรู้อ่ะพี่เขม” คริสโตเฟอร์พูด เขาเดินออกไปที่ตรงระเบียง ผมเดาว่าเขาน่าจะพักอยู่คอนโด เพราะว่าพ่อของเขาบอกว่ามีคอนโดที่แคนเบอร่าด้วย

      “พี่เขม ผมรู้สึกท้อนะ ก็ตอนที่ผมอยู่ที่ไทย อยู่ในรั้วโรงเรียนผมยังยืนมองเห็นพี่ได้จากหลังคาบ้านพักแต่นี้ผมยืนมองไปผมไม่เห็นอะไรพี่เขม “ผมได้ยินก็ต้องหันหน้าหนีกล้องมือถือ น้ำตาผมมันคลอๆที่ขอบตาแล้วไง

      “ผมอยากกอดพี่เขม มันทรมารที่สุดพี่รู้ไหม”

      “พี่ก็คิดถึงเรามากคริส อย่าอ่อนแอแบบนี้ซิพี่ก็จะอ่อนแอตามไปด้วยคริส” ผมพูด คริสโตเฟอร์มองผมผ่านกล้อง

      “พี่เขมผมกำลังจะไปทำงานที่ร้านพิซซ่าแล้วนะ ผมจะเก็บเงินอย่างที่ผมบอกพี่เขมผมจะซื้อแหวนที่มีค่ามีราคาให้พี่เขมเพื่อขอพี่เขมแต่งงาน” คริสโตเฟอร์พูด

      “พี่เขมผมต้องไปTAFEแล้วอ่ะพี่เขม ผมอยากคุยกับพี่เขมอีก

      “คริส เราควรทำตามกฎกติกานะ พี่อ่านอิเมลของเราทุกอิเมลเลยนะ พี่ยอมรับว่ามันทำให้พี่ยิ่งคิดถึงเรามากเหลือเกิน แต่พี่จะอดทนเพื่อ สิ่งที่มีค่าของเราสองคน คริสก็ต้องอดทนนะรู้ไหม “ผมพูดบอกคริสโตเฟอร์

      “ครับพี่เขม ผมจะอดทน ผมรักพี่เขม I love you to the moon and back” คริสโตเฟอร์บอกผม

      “I love you to the moon and back too” ผมตอบมันแปลกว่าผมรักเขามากแค่ไหน เหมือนที่เขาบอกกับผมเช่นกัน

      “bye my sweet heart “คริสโตเฟอร์พูดแต่เหมือนกับว่าเขาไม่อยากจะวางสายจากผมไปผมเองก็ไม่อยากวางแต่ก็ต้องกดวางสายเอง มันบีบหัวใจผมเหลือเกิน ผมหันมามองพี่ชายของผมที่นั่งดูทีวี ผมเดินไปส่งมือถือให้พี่ก้อง พี่ก้องมองหน้าผม ก่อนจะแตะแขนผมเบาๆ

      “ผมโอเคพี่ก้อง”

      “พี่ดีใจด้วยนะ ที่น้องชายพี่เจอคนที่รักนายจริงๆ เขม “พี่ก้องพูด ผมก็โผ่เข้าไปกอดพี่ชาย น้ำตาผมไหล พี่ก้องก็เอามือลูบหัวผมเบาๆ และผมก็เดินไปทำคะแนนสอบเด็กต่อจะได้เสร็จ



ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 169
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
พิเศษ(พี่ก้องXนครินทร์) เมียงอนครับผม

ก้องภพ Xนครินทร์ เมื่อโบว์ขอจะกลับมาหาผม

      ผมนอนดูทีวีอยู่บนเตียงคนไข้ แถมไม่มีอะไรให้ทำอีก ผมนี่เบื่อจนบอกไม่ถูก ก็ผมเป็นผู้กองบ้าระห่ำ แต่มาต้องมานั่งๆ นอนๆ อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมๆ ถึงแม้ว่าผมจะลุกเดินไปได้บ้างรอบห้องแต่ ใจอยากออกไปข้างนอกแต่ถูกสั่งห้ามว่าอย่าเพิ่งซ่าจะใครละ ก็เมียรักผมนี่ไง นครินทร์

      “คุณก้องทานส้มไหมครับ” ผมหันหน้ามามองนครินทร์ หรือผู้กองนครินทร์

      “แม่ซื้อมาให้คุณน่ะก้อง “นครินทร์บอกผม ผมพยักหน้าว่าทานครับ

      “คุณเลือกหรือว่าแม่ผมเลือกน่ะรินทร์” ผมถามนครินทร์

      “กลัวรินทร์จะเลือกส้มเปรี้ยวมาให้คุณละซิ” นครินทร์เอียงคอตอบผม “หึ? ” ผมเลิกคิ้วเป็นคำถาม

      “แม่เลือกครับก้อง รินทร์แค่ยืนดูว่าแม่เลือกยังไง” นครินทร์ตอบผม ทำให้ผมอดอมยิ้มไม่ได้ นั้นแปลว่าเขาพยายามมาดูแลผมอยู่เหมือนกันนะ

      “รินทร์คุณคุยกับพ่อคุณหรือยังครับ” ผมถามรินทร์ เขาก็นิ่งเงียบ ผู้กองนครินทร์บอกผมว่าวันก่อนแม่พูดนะเพื่อไม่ให้ผมรู้สึกผิดแต่จริงๆแล้วพ่อเขาตัดขาดจากเขาเลยก็ว่าได้

      “รินทร์” ผมเรียกชื่อเขาอีกครั้ง รินทร์หันมามองหน้าผม แววตาที่ดูเศร้าลงกะทันหัน

      “รินทร์ว่าพ่อคงตัดขาดจากรินทร์แล้วแหละก้อง “ผู้กองนครินทร์พูด ผมควักมือเรียกเขาให้เข้ามากใกล้ๆ ผม ผมค่อยยันตัวเองลุกขึ้นนั่งแต่รินทร์ก็พยายามจะช่วยผม ผมยกมือห้าม ผมว่าผมทำเองได้ และพอผมยันตัวเองให้นั่งได้ก็หันมาจับมือนครินทร์เอาไว้

      “อยู่กับผมเลยไหมรินทร์ ผมพร้อมจะดูแลคุณนะ” ผมบอกนครินทร์ เขาก็มองหน้าผมปาดน้ำตาที่มาปริ่มๆ อยู่ที่ดวงตาเรียวคู่นั้น ผมยอมรับว่านครินทร์เป็นตาสวยเรียวสวยเหมือนผู้หญิงแต่ดุดันยามโกรธหรือโมโห

      “คุณจะทานส้มใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นผมเอาส้มไปล้างให้คุณก่อนนะก้อง”

      “ล้างทำไมละคุณ”

      “ก็ส่วนใหญ่เขาจะฉีดยากันทั้งนั้นแหละ ล้างสักหน่อยก้อง เดี๋ยวผมมานะครับ” นครินทร์พูดก่อนจะนำส้มเข้าไปล้างให้ผม ผมก็นั่งรอ ผมหยิบมือถือขึ้นมาดู เสียดายเครื่องเก่า มันมีรูปผมกับนครินทร์เยอะแยะไปหมดยังไม่ทันได้โหลดเก็บเอาไว้เลย

      “ปึก” เสียงประตูถูกผลักให้เข้ามาอย่างเร็ว ผมเงยหน้าขึ้นมองคนที่มาเยี่ยมผม และผมก็ต้องผงะ เพราะว่าคนที่มายืนนั้นคือ โบว์ แฟนเก่าของผม คนที่จะแต่งงานกับผมแต่ว่าเธอดันไปมีอะไรกับเพื่อนร่วมงาน และมันไม่ใช่ครั้งแรก แต่ครั้งนั้นเธอเลือกคนใหม่ ผมก็เลยให้เธอไป แม้จะผ่านมาสามปีแล้วก็ตาม

      “โบว์” ผมเรียกเธอด้วยความประหลาดใจ ผมรู้ว่าเธอขอย้ายไปอยู่สาขาเดียวกับแฟนเธอที่ชลบุรี

      “พี่ก้อง!! ” โบว์อ่อนกว่าผมสองปี แก่กว่าเขมหนึ่งปี เป็นรุ่นพี่โรงเรียนเดียวกับเขมชาติด้วย

      “หมับ” ผมไม่ทันได้ตั้งตัว โบว์เข้ามากอดผมเอาไว้

      “แม่บอกว่าพี่โดนยิง พี่เจ็บมากไหมพี่ก้อง” ผมก็ก้มลงมอง

      “โดนยิงมันก็ต้องเจ็บนะโบว์ “ผมพูดและค่อยดันโบว์ออกด้วยความยากลำบากเพราะว่าผมยังเจ็บแผลอยู่

      “พี่ก้อง โบว์ขอโทษ โบว์ขอโทษที่ผ่านมาพี่ก้อง ฮือๆ “โบว์ร้องไห้ ผมรับรู้ได้ว่าเสื้อคนไข้ผมเปียกชื้นที่แผ่นอก ผมก็ต้องปล่อยให้เขากอดผมไปกอดซิน่ะ ถึงยังไงผมกับโบว์ก็คบกันมาหลายปี สีหรือห้าปีได้ตั้งแต่ผมกำลังจะสอบเข้าโรงเรียนนายร้อย ผมใช้ฝ่ามือลูบหัวโบว์เบาๆ

      “พี่ก้อง เสียใจในการตัดสินใจที่ผิดพล้าดของโบว์ ถ้าโบว์ไม่เลือกที่จะไป โบว์คงไม่ต้องเจออะไรแบบนี้ “โบว์พร่ำบอกผม

      “พี่ก้องรู้ไหมว่าโบว์เจออะไรบ้าง มันทำให้โบว์ ยิ่งกว่าที่โบว์ทำกับพี่ก้อง อีก ฮือๆ “โบว์ยังคงร้องไห้อยู่ที่อกของผม

      “มันเอาผู้หญิงมานอนในห้องที่มันกับโบว์อยู่อ่ะพี่ก้อง ฮือๆๆ และมันยังเอาบัตรเครดิตไปผ่อนของให้เขาอีก”

      “โบว์ พี่เข้าใจนะ แต่พี่ คงทำได้แค่ปลอบโบว์นะ” ผมบอกเธอ พอโบว์ได้ยินก็เงยหน้ามองผม ผมใช้นิ้วหัวแม่มือปาดน้ำตาที่แก้มนั้น

      “ให้โบว์กลับมาเป็นแฟนพี่เหมือนเดิมนะพี่ก้อง โบว์สัญญาว่าโบว์จะไม่ทำอีก “โบว์พูด ผมก็ก้มลงมองหน้าโบว์

      “คุณก้อง ส้มได้…” ผุ้กองนครินทร์เดินออกมาพร้อมกับส้มที่เขาเอาไปล้างน้ำ ผู้กองมองหน้าผมและคนที่กอดผมอยู่ แบบมีคำถามว่าใคร

      “โบว์นั้นผู้กองนครินทร์ “ผมบอกโบว์ โบว์หันไปมองพร้อมกับปาดน้ำตาที่แก้มจนเหือดหายและหันไปยิ้มให้ผู้กองนครินทร์ ผมเคยเล่าเรื่องโบว์ให้เขาฟัง ผู้กองนครินทร์พยักหน้าว่าเข้าใจ

      “เพื่อนพี่ก้องเหรอคะ? ”

      “โบว์นั้น”

      “ผมขอตัวไปเก็บอุปกรณ์ในอ่างก่อนนะครับเชิญคุยกันตามสบาย” ผู้กองนครินทร์หันหลังกลับเข้าไปทันที ผมก้มหน้าลงมองโบว์พร้อมกับพ่นลมหายใจ “ฟู่” ออกมายาวๆ งานเข้าเลยผม

      “โบว์ ปล่อยพี่ก่อนค่ะ “ผมพยายามแกะมือถืออีกครั้ง

      “ไม่ค่ะ โบว์จะกอดพี่ก้อง โบว์คิดถึงค่ะ ให้โบว์ดูแลพี่ก้องนะ” โบว์พูดพร้อมกับส่งยิ้มหวานๆ ให้ผม ถ้าเป็นเมื่อสองปีที่แล้วผมคงแกล้งเจ็บให้โบว์เอาใจแต่นี้

      “ปล่อยพี่ก่อนค่ะโบว์ พี่เจ็บแผล!! ” ผมจำต้องขึ้นเสียงดังใส่เธอ โบว์ถึงได้ปล่อยผม

      “ทำไมละคะ ทำไมพี่ไม่ให้โบว์กอดพี่ก้องละคะ หรือว่าพี่ก้องยังโกรธโบว์อยู่ค่ะ”

      “พี่ไม่ได้โกรธโบว์แล้วค่ะ เพราะว่ามันผ่านมาสามปีแล้วนะโบว์ “ผมพูด โบว์ยิ้มกว้างให้ผม

      “แต่ตอนนี้พี่มีแฟนแล้วค่ะ โบว์” ผมพูดเท่านั้นเธอก็หุบยิ้มทันที แต่เธอก็กวาดสายตาไปรอบๆ ห้อง

      “ถ้าพี่จะมีแฟนใหม่โบว์ไม่แปลกใจค่ะ แต่แฟนกันทำไมไม่มาดูแลพี่ละ แบบนี้ให้โบว์กลับมาเป็นแฟนพี่เธอนะ โบว์จะอยู่ดูแลพี่เอง”

      “แฟนพี่มาดูแลพี่ค่ะโบว์ แฟนพี่เขา…” ผมบอกโบว์และเบี่ยงสายตาไปทางห้องน้ำที่ผู้กองนครินทร์เดินเข้าไป

      “คุณรินทร์ ออกมาซิคุณ” ผมเรียกผู้กองนครินทร์

      “รินทร์ครับ ออกมาซิครับคุณรินทร์เราจะได้คุยกัน” ผมพูดโบว์ก็ยิ่งขมวดคิ้วมองผมแบบไม่เข้าใจ จนผู้กองครินทร์เดินออกมาและมายืนมองผมกับโบว์

      “โบว์ค่ะ ผู้กองนครินทร์ เขา”

      “เป็นเพื่อนพี่เหรอคะ” โบว์ชิ้งตอบ

      “ไม่ใช่ค่ะ คุณรินทร์เขาเป็นแฟนพี่ค่ะโบว์” ผมตอบโบว์ เธอหันขวับมามองหน้าผม และสะบัดหน้ากลับไปมองผู้กองนครินทร์อีกครั้งแบบไม่อยากจะเชื่อที่ผมพูด

      “พี่ล้อโบว์เล่นใช่ไหมคะ เพราะว่าพี่ยังโกรธโบว์อยู่” โบว์หันมาพูดกับผม

      “ผมเป็นแฟนคุณก้องครับ” นครินทร์เป็นคนพูดเองเลย ผมก็แกะมือโบว์ออกแต่โบว์ก็ไม่ยอม พยายาม จับแขนผมเอาไว้แน่น

      “พี่ก้อง พี่ไม่เคยชอบแบบนี้ไม่ใช่เหรอคะ”

      “คือโบว์ พี่เออ เอาตรงๆ นะ ก่อนพี่มีโบว์พี่ก็ได้ทั้งชายและหญิง  แต่ส่วนมากไปทางผู้หญิงพี่ยอมรับ และพอพี่มาเจอโบว์พี่ก็เลือกโบว์ แต่ตอนนี้พี่ ….” ผมพูดและมองหน้าโบว์

      “พี่รักเขา พี่รักคุณนครินทร์เขาโบว์ พี่รักเขามากขนาดที่ว่า พี่ยอมรับกระสุนแทนเขานะโบว์ “ผมพูดบอกกับโบว์ เธอหันไปมองนครินทร์ และหันกลับมามองผมอีกครั้ง

      “พี่คบกันตอนไหนคะ” โบว์ถามผมก่อนจะดึงมือเธอกลับไป

      “ตอนนี้ก็ราวๆ สี่เดือนน่ะโบว์” ผมตอบโบว์ โบว์หันไปมองนครินทร์และ

      “หมับ” เธอยังกลับมากอดผมอีก ผมเองก็ขยับไม่ได้มาก เพราะว่าอยู่บนเตียงคนไข้ ส่วนนครินทร์ก็เหล่ตามองมาที่ผม

      “โบว์ปล่อยพี่เถอะค่ะ เพราะว่าแฟนพี่ยืนมองอยู่” ผมพูดและพยายามดันเธอออกอีกครั้ง แต่โบว์ก็กอดผมแน่นมากขึ้น และเอาหน้าเธอแหนบกับอกของผม ผมก็ผายมือให้นครินทร์ช่วย เขาก็กอดอกหันไปมองทางอื่น นั้นก็งอนผมอีกคน

      “โบว์พี่ขอละ แฟนจะงอนพี่เอา” ผมพูด

      “ไม่จริงอ่ะ คบแค่สี่เดือน กับพี่คบกับโบว์มาตั้งสี่ปีกับยี่สิบสองวัน อันไหนจะมีค่ามากกว่ากัน โบว์เชื่อว่าพี่รักโบว์มากกว่า” โบว์พูด ผมก็ต้องเอามือกุมขมับ ส่วนนครินทร์ก็หันมามองหน้าผม

      “โบว์ ระยะเวลาไม่ได้พิสูจน์ว่าอันไหนคือรักที่มีค่ามากกว่ากัน หรือรักมากกว่ากันแต่ คนสุดท้ายนั้นต่างหาก คนที่พี่เลือก…” ผมพูดและมองนครินทร์

      “ผู้กองนครินทร์คือคนสุดท้ายของพี่โบว์” ผมพูด นครินทร์เขามองผมและคลี่ยิ้มออกมาก่อนจะ

      “แปะ” ผู้กองนครินทร์เดินมาสะกิดโบว์เบาๆ “รบกวนปล่อยแฟนผมด้วยครับคุณโบว์” นครินทร์พูดกับโบว์ และเขายังคงส่งรอยยิ้มมาให้ ผมก็ก้มลงมองโบว์ สายตาผมก็ขอร้องเขาเช่นกัน

      “ปล่อยแฟนผมเถอะครับคุณโบว์” นครินทร์พูดอีกครั้งและครั้งนี้มันได้ผล โบว์ปล่อยให้ผมเป็นอิสระ

      “โบว์ความรู้สึกที่ดีพี่ยังไม่ให้โบว์เสมอน่ะ ยกเว้นฐานะคนรักพี่ยกให้คุณรินทร์เข้าไปแล้ว” ผมพูด

      “และที่พี่จะให้โบว์ได้ตอนนี้คือพี่ชายและน้องสว” ผมพูด

      “แต่ถ้าโบว์คิดว่าโบว์ไม่พร้อมพี่ไม่ว่าอะไรนะ แต่ถ้าโบว์พร้อมก็กลับมาแต่คงไว้ซึ่งพี่ชายกับน้องสาวเหมือนเดิม พี่คนนี้พร้อมจะเป็นพี่ชายที่ดีให้โบว์ได้ครับโบว์” ผมพูดโบว์ยังคงนิ่งเงียบ

      “ถ้าไม่ใช่คนรักสถานะไหนโบว์ก็ไม่ต้องการค่ะพี่ก้อง ขอบคุณนะคะ ที่ผ่านมา โบว์เพิ่งจะรู้ว่าโบว์โง่มากที่ตัดสินใจในวันนั้น วันที่พี่ก้องยังยื่นโอกาสให้โบว์ แต่โบว์ไม่รับมัน เพราะว่าโบว์ยังคิดว่าจะกลับมาหาพี่ก้องได้เหมือนเดิม แต่ว่ามันไม่ใช่แล้ว “โบว์พูดพร้อมกับลุกขึ้นเขามองหน้าผมกับผู้กอง นครินทร์ ก่อนที่โบว์จะหันหลังเดินออกไป

      “โบว์ขอให้พี่ก้องกับเขารักกันนานๆ นะคะ แต่ถ้าพี่สองคนมีข่าวดีไม่ต้องบอกโบว์นะคะ โบว์คงทำใจไม่ได้หรอกค่ะ “โบว์พูดพร้อมกับรีบเดินออกไป และเสียงประตูก็ถูกปิดลง ผมหันมามองผู้กองนครินทร์ แอบทำหน้าเง้างอนผมอีก

      “คุณ ผมเกือบตายแล้วไหมล่ะ คุณนี่ก็งอนหายไปไหนก็ไม่รู้ “ผมพูดปนหัวเราะ

      “เป็นไงละ น่าจะให้ชะนีรัดให้ตายไปเลย กอดกันกลมดิ๊กเลยนะ” ผู้กองนครินทร์พูดและหันขวับมามองผม

      “ถ้าคุณดูดีดี ผมไม่ได้กอดเขากอดผมคุณ “ผมพูด

      “ไม่ต้องเลย แค่หันไปในห้องน้ำแป้ปเดียวเอง “ผู้กองนครินทร์หันมาจะตีผมอีกแต่ผมรีบยกแขนขึ้นกันไว้

      “รินทร์ ผมรอดตายจากคมกระสุนอย่าให้ต้องมาตายเพราะเมียรักหึงนะ มันเสียศักดิ์ศรี” ผมพูด

      “ยังมาคิดเรื่องศักดิ์ศรี มันน่าไหมล่ะ “ผู้กองนครินทร์พูด

      “จะว่าไป ผมก็สงสารเธอเหมือนกันนะ เลือกเส้นทางผิดแต่ว่าจะย้อนกลับมาก็ไม่ได้ “ผู้กองนครินทร์พูด

      “ให้ตามกลับมาไหมล่ะครับ” ผมแกล้งถามนครินทร์ เขาหันมาขวับมามองหน้าผม

      “โอ๊ย!!! ” เสียงผมร้องลั่นห้องไปหมดเพราะว่าโดยเมียหยิก

      “พอแล้ว คุณรินทร์ “ผมต้องร้องห้าม

      “ว่าแต่ส้มไปไหนแล้วละรินทร์” ผมถามผู้กองนครินทร์

      “อยู่ในถังขยะแล้ว” คนพูดทำหน้าหยู่

      “เห๊ย! เร็วไปไหมนั้นนะคุณ” ผมแอบแซว มีคนค้อนผมกลับดังขวับๆ เลยทีเดียว

      “ใครจะทนได้กอดกันขนาดนั้น”

      “ผมไม่ได้กอดโบว์เขา  เขากอดผม คุณนี้” ผมพูดและหันไปหันมาไม่มีอะไรให้กินเลยที่นี่ จังหวะที่ประตูเปิดเข้ามาพอดีเลย แม่ผมกับป้าวิไล

      “แม่ครับสวัสดีครับ ป้าวิไลสวัสดีครับ” ผมกับรินทร์ยกมือไหว้พร้อมกัน

      “ไง เป็นบ้างละเรา ป้าเพิ่งจะมาเยี่ยมเราได้ ไม่ค่อยสบายหลายวันเลย ก้อง “

      “ไม่เป็นไรหรอกครับป้า  และผมก็ดีขึ้นแล้วเมื่อเช้านะครับป้า แต่เมื่อสักพักนี้ผมเกือบจะแย่ครับ เกือบได้เข้าห้องผ่าตัดใหม่  “ผมพูดแม่รดาหันมามองผมกับนครินทร์

      “เป็นอะไรไปหรือก้อง” แม่ถามผม ผมหันไปมองผู้กองนครินทร์ เขาก็หันหน้าหนีอายผมทันที

      “เมียหึงผมนะแม่ เกือบฆ่าผมตายแล้วแม่” ผมพูดฟ้องแม่ผมทันที

      “หึๆ แล้วไปทำอีท่าไหนละ จีบพยาบาลหรือไงละ” ป้าวิไลพูดปนหัวเราะ

      “เปล่านะครับ พอดีโบว์เขามาเยี่ยมผมนะครับ ป้า” ผมพูด

      “เออ แม่ก็ลืมบอกไป โบว์เขานะไปที่บ้านมาและแม่ก็บอกว่าก้องโดนยิง นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลและพอเขาถามว่าโรงพยาบาลอะไร โบว์ก็วิ่งออกไปทันทีแม่เลยบอกเขาไม่ทันนะ ว่าเรามีแฟนใหม่ไปแล้ว “แม่รดาบอกผม

      “หึหึ อย่างนี้แหละความรักหนุ่มสาว “ป้าวิไลหัวเราะ

      “อ้าวก้อง” พี่ดาว ลูกพี่ลูกน้องของผมเดินเข้ามาพร้อมกับของเยี่ยม

      “พี่ลงไปหาของเยี่ยมมาให้นะ “พี่ดาวพูด แสดงว่าพี่ดาวขับรถมาส่งป้ากับแม่ผม

      “นี่นครินทร์พี่ดาว “ผมแนะนำ

      “เจอแล้ว ขับรถไปส่งน้ารดาที่บ้านช่วงที่เรานอนอยู่นี้นะ” ผมหันมามองนครินทร์ นี้เขาดูแลแม่ผมช่วงที่ผมเจ็บด้วยเหรอ

      “ดีขึ้นหรือยังละ ซ่าได้แล้วซิ” พี่ดาวเอ่ยปากแซวผม ผมกับป้าวิไล พี่ดาว ก็คุยกันได้สักพัก ป้าวิไลก็ขอตัวกลับก่อน ส่วนแม่ก็ลงไปหาซื้อส้มมาให้ผมใหม่กับผู้กองนครินทร์ และแม่ก็กลับไปพร้อมกับพี่ดาวเลย แม่คงอยากให้ผมกับรินทร์อยู่ด้วยกัน

      “อั้ม” ผมอ้าปากงับส้มที่นครินทร์ป้อนผม

      “ผมถามจริง คุณชอบผมตอนไหน “จู่ๆ ผมก็ถามผู้กองนครินทร์ขึ้น เขามองหน้าผมก่อนจะวางส้มลง

      “เอาจริงๆ นะ ผมก็ไม่คิดว่าผมจะได้มาเป็นแฟนคุณหรอกนะคุณผู้กองบ้าระห่ำ” ผู้กองนครินทร์พูด ผมเลิกคิ้วสูง จริงอ่ะ

      “ผมนะจำได้วันแรกที่ผมก้าวเท้าเข้าไปรายงานตัวในห้องผู้พัน โดยมีคุณยืนเอามือไขว้หลังอยู่ กับเพื่อนคุณนะ ผมนี่จำได้ดีเลยทีเดียว “ผู้กองนครินทร์หันมามองหน้าผม

      “ว่า? ” ผมถามผู้กองนครินทร์

      “คุณขี้เก๊กมาก”

      “นี่คุณแอบด่าผมในใจเหรอครับ ที่รัก”

      “ยิ่งตอนที่คุณหันมามองผมแว้ปหนึ่งด้วยห่างตา ผมนี่ยิ่งคิดในใจว่าสาธุ อย่าได้อยู่หน่วยเดียวกันเลย แต่”

      “คุณก็อยู่กับผมนี่ไง และตอนนี้นะภูมิใจเถอะมีผมเป็นสามี” ผมพูด

      “อืมม” ผมก็รีบจับมือนครินทร์ นี้กะจะให้ตายเลยใช่ไหมเนี๊ยะ ยัดส้มใส่ปากผมเกือบทั้งลูกเลย

      “เขาป้อนกันทีละกลีบนะคุณ ผมไม่ใช้ม้านะครับคุณรินทร์จะได้กินทั้งลูก”

      “แล้วคุณชอบผมตอนไหนละ” ผมถามผู้กองนครินทร์

      “ก็ตอนที่คุณ ปกป้องผม จนคุณทะเลาะกับเพื่อนซี้ของคุณนะ ผู้กองปรเมธนะ ผมรู้สึกผิดนะ แต่วันนั้นคุณโมโหเพื่อนคุณมาก ผมก็แอบกลัว แต่คุณทำเพราะว่าเขาไม่ยอมหยุดที่จะหาเรื่องผม ขอบคุณนะ” ผมหันมามองหน้าตาที่น่ารักของผู้กอง

      “และยังมีอีกนะ ตอนที่ผมบาดเจ็บที่ขาน่ะคุณเอาผมขี่หลังกลับ ผมไม่คิดว่าผู้ชายที่ดูนิ่งๆ อย่างคุณจะมีโมเม้นแบบนั้นด้วย “

      “ตอนนี้ไม่ให้ขี่แล้วนะ ตอนนี้จะเป็นอุ้มอย่างเดียวเลย เข้าห้องนอน” ผมพูด

      “คุณนี่ทะลึงตลอดเลยนะ ตอนนี้กลายเป็นผู้กองสายหื่นไปแล้ว “

      “แล้วคุณละ คุณชอบผมตอนไหน” ผู้กองนครินทร์ถามผมบ้าง ผมก็ทำท่าคิด

      “คุณจำตอนที่ผมนั่งร้องเพลงล้อมรอบกองไฟได้ไหม ผมร้องเพลงจีบคุณอยู่อ่ะ นั้นแปลว่าผมก็ชอบคุณตั้งแต่แรกเจอแล้วไง” ผมถามผู้กองนครินทร์ ใช่เขาน่าจะไม่รู้ตัว เขาหันมามองผมพร้อมแก้มที่แดงระเรื่อขึ้นมาทันที

      “อย่าพึ่งไปบอกรักใคร รอฉันได้หรือเปล่า วันที่ฉันจะดีพอ ขอให้รอกันหน่อย มันคงไม่นานเกินไป  “ผมร้องเพลงไปด้วย

      “พอแล้วเขิน” ผู้กองนครินทร์พูด

      “โอ๊ย!! จีบกันเกรงอกเกรงใจพยาบาลบ้างเถอะครับคุณครับ” ผมสองคนหันไปมองที่ตรงประตู ผมก็ต้องกอดอก คนที่เปิดประตูมาถึงก็แซวพวกผมเป็นเพื่อนผมเอง

      “จีบกันเกรงใจชะนีกันบ้างเถอะ! “แต่ละคนก็เข้ามาพร้อมของเยี่ยม

      “ไงครับคุณหัวหน้าหน่วย หายแล้วกลับไปหน่วยกันเลยไหมครับ มีแรงจีบกันขนาดนี้ “พวกมันพูดและส่งกระเช้าอันใหญ่มาให้ผู้กองนครินทร์

      “ผู้พันเขาฝากมา และบอกว่าคราวหน้าไม่ต้องทะลึ้งกระโดดรับแม่งอยู่คนเดียวตั้งเจ็ดนัดนะครับ แบ่งเพื่อนๆ บ้าง” ผู้กองปรเมธ คนนี้แหละที่ผมต่อยกันเพราะว่ามันโมโห ผู้กองนครินทร์จนเลือดขึ้นมาด่าซะผู้กองนครินทร์น้ำตาซึมเลยและนั้นผมก็คิดว่าเสียเพื่อนซี้อย่างมันไปซะแล้ว

      “นี่มากันทำไมว่ะ และนั้นถุงอะไรว่ะนั่นนะ” ผมถาม

      “เอารถมึงมาส่งครับ เพื่อจะได้ขับกลับไปฐานครับ และพวกผมก็รีบไปที่บ้านคุณมึงมาครับ เลยได้ขนมแม่มึงมาด้วย อันนี้แผนหลักที่ตั้งใจ” พวกมันพูดผมนี้อยากหาอะไรปาใส่พวกมันทันที แม่ผมท่ำขนมฝากผมไปให้พวกมันทานกันบ่อยไง

      “โรงพยาบาลนี้พยาบาลน่ารักว่ะ ขอเบอร์ให้ไว้ให้บางดิว่ะ “ผู้กองเอ็มมันมีเมียแล้ว เป็นครูด้วย
 
      “คุณเอ็มครับ ยังไม่เข็ดอีกเหรอครับ ที่โดนเข้าแสกหน้าไปคราวก่อนนะครับ จานนะครับไม่ใช้ชอล์กเขียนกระดาน “หมวดปรเมธหันไปถามเพื่อน

      “กลัวทำไม นักรบย่อมมีบาดแผล แต่จะให้ดี มีไกลๆ แบบนี้เมียจับไม่ได้ว่ะ ฮาๆ” ดูมันชั่วมากไหม นครินทร์หันมาเหล่มองผม

      “รีบหายนะมึง จะได้ไปเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้ไอ้เมธมัน “หมวดเคเพื่อนผมอีกคน ผมหันมามองไอ้เพื่อนซี้ของผม มันยักคิ้วนั้นแปลว่ามันขอครูแอนแต่งงานแล้ว ผมก็ยื่นกำปั้นไปมันก็เอากำปั้นชนกลับมา

      “ยินดีด้วยนะครับเมธ “ผู้กองนครินทร์หันไปบอกผู้กองปรเมธ

      “ต้องขอบใจผู้กองรินทร์ครับ” ผู้กองนครินทร์ถึงกับขมวดคิ้วมอง

      “ก็อันที่จริงไอ้นี่นะมันไปแจกขนมจีบครูแอนไว้นะครับ “ผู้กองนครินทร์หันขวับมามองผมทันที

      “ไอ้เมธ มึงให้กูจีบเขาให้มึงครับ ” ผมรีบค้านครับ

      “แต่ดันจีบซะจนเขาคิดว่ามึงเองนี่ครับ ดีนะที่เขาอกหักกูเลยได้เป็นรางวัลปลอบใจให้เขาแทน “ผู้กองปรเมธพูด

      “แต่งเมื่อไหร่เหรอครับ” ผู้กองนครินทร์ถาม

      “เดือนหน้าเลยครับ” ผมสะบัดหน้าไปมอง

      “รีบเหรอมึง”

      “สองเดือนแล้วไม่รีบพ่อตาจะยิงกูเอา ไม่ต้องรอให้ข้าศึกมาบุกกูจะโดนลูกซองพ่อตากูนี่แหละครับ” ผู้กองปรเมธพูด ผมทราบมาว่าพ่อของครูแอบเขาเป็นผู้บังคับการตำรวจอยู่

      “อะไรท้องเลยเหรอมึง” ผู้กองปรเมธทำนิ้วแร๊ปโย๊ะว่าใช่

      “ร้ายนะเนี๊ยะ” ผู้กองนครินทร์พูด

      “ก็ตอนแรกพ่อตาไม่ยอม พอลูกสาวท้องยอมเลยเห็นไหมละไอ้คุณก้องครับ เอาแบบมันดิว่ะ ไอ้ก้อง” ผู้กองเอ็มพูดผมหันไปเหล่ตามอง

      “กูทำแล้วแล้วแต่ไม่ยอมท้องซะที”

      “โอ๊ย!! “ผมโดนผู้กองนครินทร์ตีเข้าให้ ผมยอมรับเวลาอยู่กับเพื่อนก็จะทะลึ้งกันแบบนี้ พวกผมนั่งคุยกันไปหัวเราะกันไป คิดแล้วก็อยากจะออกจากโรงพยาบาลพรุ่งนี้มะรืนนี้ซะเลย อยากกลับไปเตะฟุตบอลกับเด็กๆ แย่แล้ว

      “งั้นพวกกูกลับเลยว่ะก้อง เออ พักผ่อนเถอะว่ะ” หมวดเคพูด ผมหันไปมองปรเมธ และยื่นมือไปขอของที่มันเอามาจากในรถให้ผม ผมนะส่งข้อความบอกไปแล้วถ้ามาหาให้เอามาให้ด้วย ผมก็แอบหยิบมาซ้อนเอาไว้ในหมอนคนไข้ ตอนที่นครินทร์กำลังหันไปร่ำลาเพื่อนๆ

      “รีบหายนะก้อง เด็กๆ คิดถึงมึงกันว่ะ “หมวดปรเมธบอกผม ผมพยักหน้าและพวกนั้นก็พากันเดินออกจากห้องคนไข้ไป

      “อยากกลับฐานแล้วซิคุณ” ผู้กองนครินทร์หันมาถามผม ก่อนจะหันไปจัดเอาของเยี่ยมวางไว้ให้เป็นระเบียบ

      “คุณรู้ไหมว่า ตอนที่ผมเห็นคุณเล่นกับพวกเด็กๆ คุณดูอบอุ่นมากเลยก้อง ผมแอบคิดนะว่าถ้าคุณมีลูกคุณคงจะรักลูกคุณมาก “ผู้กองนครินทร์พูด

      “ตอนผมเด็ก ๆ พ่อไม่เคยเล่นหยอกล้อกับผมแบบที่คุณเล่นกับเด็ก ๆ เลยนะ เพราะว่าพ่อผมคงกลัวเสียการปกครองมั้ง กอดก็แทบจะไม่มี” ผู้กองนครินทร์พูด พร้อมหลุบตาลง

      “เพราะเหตุนี้วันนั้นผมเลยดื้อ จะออกไปให้ได้ไปหาเด็ก ๆ ไปเห็นคุณเล่นกับเด็ก ๆ และเพราะผมคิดว่าผมคงไม่มีโอกาสได้มาเห็นภาพคุณกับพวกเขาแล้ว” ผมพยักหน้าผมรู้วันนั้นคือวันสุดท้ายที่เขาจะประจำการที่นั่น และกลับไปแต่งงาน

      “และคุณคงไม่ต้องมาบาดเจ็บเพราะผม “ผมบีบมือผู้กองนครินทร์เอาไว้

      “ผมทำเพราะว่า ผมรักคุณ ผมคิดว่ามันอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะปกป้องคุณ “ผมพูด

      “ขอบคุณที่ทำให้ผมที่ไม่เคยกล้าขัดคำสั่งพ่อตัวเอง  ลุกขึ้นมาต่อต้านเพื่อผมจะได้มีชีวิตของผมกับคนที่ผมรัก ขอบคุณนะก้อง แต่ต่อไป ผมคงไม่ได้เป็นลูกท่านนายพลแล้วคุณจะยังรักผมไหม “

      “รักซิ “ผมพูดและหันไปหยิบของที่ผู้กองปรเมธหยิบมาจากกล่องใส่ของในรถของผม ผมยอมรับว่าผมไม่ได้ทิ้งไหนเลยยังคงเก็บเอาไว้ เพื่อรอใครสักคนที่ผมจะสวมมันจริง ๆ

      “แต่งงานกับผมไหม คุณผู้กองยอดรักของผม” ผมถามผู้หมวดนครินทร์ ผู้กองมองหน้าผมและมองแหวนที่ผมเปิดออกมาจากกล่องนั้น ผมยอมรับว่าผมซื้อเอาไว้หมั้นโบว์แต่เขายังไม่ทันได้เห็นมันซะด้วยซ้ำ แต่วันนี้ผมเอามาหมั้นคนที่ผมคิดว่าเขาคือคนสุดท้าย

      “แต่งไหมครับ ถ้าไม่แต่งนี้ผมเก็บใส่กล่องแล้วนะคุณ” ผมเห็นทำท่าคิดนาน เลยแกล้งจะเก็บแหวนใส่คืนแต่คนที่ถูกแกล้งรีบดึงเอาไว้และยื่นนิ้วมาให้ผมสวมมันลงไป เป็นแหวนเพชรผมว่ามันเหมาะกับนิ้วอันเรียวสวยของนครินทร์ ที่สวยไม่แพ้สตรีเลย และใช้จริง ๆ ด้วย มันเข้ากันได้ดี นั้นแปลว่า

      “ผมคือคู่หมั้นคุณแล้วนะก้อง ห้ามเกเรกับใครที่ไหนแล้วนะ” ผู้กองนครินทร์พูดพร้อมกับชี้หน้าผม

      “ไม่มีใครแล้วครับ หัวใจก้องภพให้ผู้กองรินทร์คนเดียวแล้ว อืมม” ผมพูดและดึงนครินทร์มาจูบ
-------------------------------------------------------------------------------
จบบริบูรณ์คู่พี่ก้องกับพี่นครินทร์ (ปล.อยากได้ NC พี่ก้องกับนครินทร์กันไหมนะ ขอโหวตหน่อย!!!)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-11-2020 21:41:57 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1943
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1

ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 169
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
โอ๊ย หวานไม่ไหวล้าวววว  :o8:

เพิ่งกลับจากติวหนังสือให้น้อง บรรยากาศเด็กๆ วัยรุ่นในรั้วโรงเรียนนี่นึกถึงเรื่องนี้ช่วงคริสกับเขมเลย

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
พิเศษ(พี่หมอภีมXพี่ต้น) พี่หมอไปหาพี่ต้น

พี่ต้นตระการ
   เมื่อวานผมวีดิโอคอลคุยกับก้องภพ ผมดีใจที่น้องผมดีขึ้นแล้วแต่ยังต้องนอนโรงพยาบาลไปอีกสักสองอาทิตย์ ก้องเขาบอกว่าเขาอยากออกจากโรงพยาบาลแย่แล้ว เขาบอกว่าร่างกายเขาโอเคแล้ว และนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาถูกยิงแต่รอบนี้โดนไปหลายนัดหน่อย ทำให้ผมแอบบ่นน้องชายคนที่สองที่เรียกว่าบ้าระห่ำก็ว่าได้ ผมยังไม่รู้ว่าผมจะไปเยี่ยมได้เมื่อไหร่  ผมถามก้องว่าเจอหมอภีมไหม ก้องก็บอกผมว่าเจอแต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องของผม ผมก็ค่อยโล่งอกไปหน่อย

   “พ่อต้นน้องนีโอ เขาไปแล้วเหรอพ่อต้น” เอิร์ธถามผม ว่าน้องนีโอหายไปไหน เพื่อนบ้านของผมรู้จักตั้งแต่ย้ายมาอยู่ใหม่ เขาทำงานที่อำเภอเหมือนกันเขามาเช่าห้องข้างๆผมอยู่ นี้เพิ่งจะคลอดลูกชายได้สามเดือนพอดีเลย แต่ว่าตอนนี้เขาซื้อบ้านแล้วและเจ้าของห้องก็ได้ขายห้องนี้ต่อไปแล้วด้วย เขาก็เลยย้ายออกทันที

   “น้องนีโอเขาไปอยู่บ้านหลังใหญ่ๆแล้วครับ “ผมบอกลูกชายขณะที่กำลังไขกุญแจ ตอนนี้เป็นเวลาห้าโมงครึ้งๆแล้ว และนี้คงจะมีคนใหม่ย้ายเข้ามาอยู่เลยทันที ผมสังเกตเห็นว่าไฟในห้องถูกเปิด

   “น้องเอิร์ธเข้าห้องก่อนซะครับ และเอิร์ธนั่งระบายสีไปก่อนนะ วันนี้พ่อจะขอตรวจงานก่อน งานพ่อด่วนจริงๆครับ ได้ไหมครับ “ผมหันไปบอกน้องเอิร์ธ เขาก็พยักหน้าอย่างว่าง่าย ก็เอิร์ธอยู่อนุบาลหนึ่ง เพราะว่าเขาเข้าเนอเซอรี่มาตั้งแต่ออายุสองขวบ ผมพยายามไม่ให้เขาอยู่บ้านกับเกศรินทร์ จนตอนนี้เอิร์ธเขาเข้ากับสังคมของโรงเรียนได้แล้วครูเลยให้ไปเรียนอนุบาลหนึ่งได้ 

      ผมเดินไปหยิบผลไม้ที่ผมปลอกเอาไว้ ผมไม่ค่อยให้เอิร์ธทานขนมขบเขี้ยวมาก ส่วนใหญ่เน้นไปทางผลไม้ และหยิบสมุดระบายสีพร้อมกับกล้องสีที่อาก้องเขาซให้เป็นของขวัญวันเกิดปีที่แล้ว

      “พ่อนั่งทำงานก่อนนะครับเอิร์ธ และเดี๋ยวเราอาบน้ำแต่งตัวจะได้ออกไปทานอาหารกันกับอาน่านฟ้านะครับ  “ผมบอกลูกชายและรีบหยิบแฟ้มเอกสารเกี่ยวกับพวกงบประมาณเข้าไปในห้องเงียบ แต่ผมเปิดประตูเอาไว้ เพื่อคอยเช็กเอิร์ธตลอด ผมก็นั่งตรวจเช็กงานว่ามีงบประมาณเบิกจ่ายอันไหนไม่ตรงบ้างจะได้ทำการตรวจสอบซะก่อน

      “เอิร์ธ “

      “ครับ” ผมก็อมยิ้ม ผมบอกเอิร์ธว่าถ้าผมเรียกให้ขานรับด้วยนั้นคือแปลว่าเขายังนั่งอยู่ไม่หายไปไหน ผมก็ตรวจสอบงานต่อ จนกระทั้ง ผมได้ยินเสียงเอิร์ธคุยกับใครก็ไม่รู้

      “แล้วเอิร์ธทานได้หรือเปล่า”

      “ทานได้ซิครับ ก็อาหมอซื้อมาให้เอิร์ธ “นั้นถึงกับทำให้ผมต้องขมวดคิ้ว ผมวางมือในการตรวจเอกสารก่อน ผมลุกขึ้นก่อนจะเดินออกจากห้องนอนที่มีโต๊ะทำงานอยู่ในห้อง

      “เอิร์ธ ลูกคุยกับใครนะครับ” ผมถามเอิร์ธ ก่อนจะสาวเท้าเดินออกมาจากห้องนอน และมาหยุดที่ห้องนั่งเล่นสิ่งทีผมเห็นคือมีผู้ชายสวมเสื้อยืดโปโลนั่งหันหลังอยู่ เขากำลังนั่งคุยอยู่กับเอิร์ธ  และผมไม่ต้องรอให้เขาหันมาก็เดาได้ทันที ว่าใคร หมอภีมปภพ

      “ภีม” ผมเรียกชื่อเขา เขาหันมามองผมช้าๆ ส่วนเอิร์ธก็กำลังตื่นตากับขนมมาการองที่เขาซื้อมาล้อตาล้อใจลูกชายผม พร้อมกับของเล่นอีกหนึ่งชุดเป็นรถไฟรางโธมัธที่เขาชอบแต่ผมยังไม่มีเวลาไปซื้อให้เขาและผมตั้งใจว่ารอวันเกิดผมไม่อยากซื้อให้เขาพร้ำเพรื่อ แต่ดันมีคนมาซื้อตัดหน้าและยังจัดมาให้ชุดใหญ่อีกต่างหาก

      “คุณมาได้ยังไงภีม” ผมถามหมอภีม

      “คุณนี้ก็หนีผมยังกับนางเอกละครอีกแล้วและยังหอบลูกหนีด้วยต้น” หมอภีมปภพพูดก่อนจะหันมามองผม

      “คุณมาทำไม” ผมถามหมอภีม พร้อมกับยืนกอดอกมอง เอิร์ธที่กำลังจับขนมเข้าปากไปได้เสี้ยวหนึ่งก็ต้องวางลง

      “คุณทำให้ลูกตกใจนะต้น “ หมอภีมปภพบอกผมและชี้ไปทีเอิร์ธ

      “เอิร์ธ พ่อให้ทานผลไม้ไม่ใช่เหรอ” ผมถามเอิร์ธ

      “ อันนี้หมอบอกทานได้แต่ต้องแปรงฟันใช่ไหมครับ น้องเอิร์ธ” หมอภีมปภพพูด พูดเอิร์ธก็พยักหน้ายิ้มตาหยีเป็นคำตอบพร้อมกับหยิบขนมขึ้นมากัดไปอีกหน่อยแต่ประเด็นของผมมันอยู่ที่ว่า เขาเข้ามาในห้องผมได้ยังไง

      “คุณเข้ามาในห้องผมได้ยังไงภีม” ผมถามหมอภีมปภพ เขาก็หันไปมองน้องเอิร์ธและชี้นิ้วให้ที่เอิร์ธ

      “เอิร์ธ เปิดประตูให้คนแปลกหน้าเขามาเหรอ พ่อเคยบอกเอาไว้ว่ายังไง” ผมถามเอิร์ธ

      “ห้ามคนแปลกหน้าเข้ามาแต่ เอิร์ธเคยเห็นอาหมอแล้วน่ะพ่อต้น พ่อจำอาหมอได้อ่ะเปล่า” น้องเอิร์ธถามผมกลับ ทำไมผมจะจำเขาไม่ได้ ในเมื่อเขากับผมก็

      “แต่” ผมทำท่าจะค้าน

      “ผมมาเยี่ยมในฐานะเพื่อนบ้าน ห้องข้างเคียงและตอนนี้ผมเป็นเพื่อนกับเอิร์ธแล้วครับคุณต้น” หมอภีมปภพพูด ผมก็ต้องสะบัดหน้าไปมองเขา เพราะว่าเขาเพิ่งจะบอกว่าเพื่อนบ้านห้องข้างเคียง นี้อย่าบอกนะว่าเขาคือคนที่อยู่ข้างห้องผมที่เพิ่งย้ายออกไปนะ

      “นี้คุณอยู่ห้องข้างๆผมนี่เหรอภีม?” ผมถามเขา

      “ใช่ครับ ผมอยู่ข้างๆคุณนี้แหละ หรือว่าจะเชิญให้ผมมาอยู่ด้วยเลยก็ดีนะ มีตั้งสองห้องนอน “ หมอภีมปภพพูด ผมก็ยิ่งกอดอกแน่นเข้าไปใหญ่ นี้เขากำลังหาภัยมาให้ผมนะที่มาใกล้ผมกับลูกผมขนาดนี้

      “ใครเป็นคนบอกคุณว่าผมอยู่ทีนี้ ผมคิดว่าไม่น่าจะใช้น้องผมแน่ๆ “ ผมพูดกับไหมอภีมปภพ เขาก็ลุกขึ้นมองผม

      “ไม่ใช่น้องคุณหรอก แต่ผมมีคนที่เขาบอกผมได้ “หมอภีมปภพพูดก่อนจะเดินเข้ามาหาผม

      “ต้น ทำไมคุณต้องหนีหัวใจตัวเองด้วยละต้น “หมอภีมปภพเดินก้าวเท้าเข้ามาหาผม ผมก็เหลือบมองเอิร์ธที่มองผมและแอบปิดตาแต่ก็ยังมองผมลอดช่องนิ้วมือที่เขากางอยู่

      “ภีมคุณจะทำอะไรผมนะ “ผมถามหมอภีม และค่อยๆถอยหลังออก  ผมแอบกลืนน้ำลายลงคอไปด้วย ตาก็มองลูกไปด้วย นี้ไม่คิดจะเกรงใจลูกผมบ้างหรือไง

      “พ่อต้นเอิร์ธปวดฉี่เอิร์ธไปห้องน้ำก่อนนะ” เอิร์ธลุกขึ้นและวิ่งไปเข้าห้องน้ำทันที ผมกำลังชะเรียกแต่ว่าเอิร์ธวิ่งผ่านผมไปแล้ว ส่วนผมเองก็เดินถอยหลังหนีหมอภีมจนไปชนเข้ากับโต๊ะทานอาหาร และหมอภีมก็ใช้มือจับขอบโต๊ะ เขาล๊อกตัวผมเอาไว้

      “อย่านะภีม” ผมพูดร้องห้ามหมอภีมปภพ

      “เกิดอะไรขึ้นกับคุณ ทำไมคุณไม่บอกผมต้น “หมอภีมถามผม ผมหันไปมองหน้าหมอภีมพร้อมกับพ้นลมหายใจยาวๆ ออกมา และดันเขาออกไปจากตัวผม

      “ผมคุยกับหมอดาวิกาแล้ว ตอนนี้ครอบครัวของเธอได้สั่งห้ามหมอดาวิกาเข้ามายุ่งกับผมและคุณอีกต้น “หมอภีมปภพพูดผมหันไปมองหน้าเขา ว่าแน่ใจแล้วเหรอ

      “นี้คุณมาทำไม มาเที่ยวเหรอ” ผมถามหมอภีมปภพโดยไม่ได้หันไปมองหน้าเขา

      “มาอยู่ที่นี่เลย ผมมีโรงพบาบาลอีกสาขาที่นี่ “ผมสะบัดหน้าไปมองเขาอีกที

      “นี้ทำไมผมต้องมาอยู่ใกล้กับคุณทุกทีที่ผม” ผมถามเขาและมองหน้าเขา

      “นั้นซิ ผมเองก็แปลกใจนะต้น แต่ผมคิดอีกที่ น่าจะพรมลิขิตมากกว่า ขนาดบ้านคุณยังอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลพ่อผมเลย ที่เปิดใหม่ และนี้อีก โรงพยาบาลที่นี้เพื่อนพ่อผมเขาเป็นคนดูแลแต่พ่อผมคือหุ้นส่วนใหญ่ ดังนั้นผมก็เลยมาลงอยู่ที่นี้ได้” หมอภีมปภพพูด ผมหันไปเจอเอิร์ธที่ออกมายืนมองผมกับหมอภีมสลับกันไปมา

      “ถ้าอย่างนั้นคุณก็กลับห้องไปได้แล้วผมจะตรวจงาน ผมต้องการความสงบ” ผมพูดเหมือนการส่งแขกแต่หมอภีมเขาลุกขึ้นและหันมามองหน้าผม ก่อนจะฉีกยิ้มให้ผม

      “ผมอยู่ในฐานะเพื่อนของน้องเอิร์ธครับ “ ผมหันไปมองหน้าเขา

      “เอิร์ธ อาหมอเป็นแขกของเอิร์ธใช่ไหมครับ ดังนั้นเอิร์ธอยากให้อาหมออยู่ด้วยไหมครับ” หมอภีมปภพถามเอิร์ธ ผมก็มองเอิร์ธแอบส่ายหัวเล็กน้อย เอิร์ธมองหน้าผมพร้อมกับเอียงคอเล็กน้อย

      “พ่อเอิร์ธอยากมีเพื่อน ให้อาหมออยู่กับเอิร์ธนะครับ พ่อต้น” ผมก็ก้มลงมองเอิร์ธ

      “พ่อบอกพ่อจะทำงานเอิร์ธเหงา นะพ่อนะ” เอิร์ธพูดขอร้องผม ผมก็ต้องถอนหายใจ

      “แค่อยู่เป็นเพื่อนนะ แต่อาหารเย็นไม่ได้ เพราะว่าพ่อมีนัดจะออกไปทานกับเพื่อนพ่อวันนี้นะครับเอิร์ธ” ผมบอกเอิร์ธ และหันไปมองหมอภีมปภพ  หมอภีมก็ทำเป็นหูทวนลมอีก  ผมเลยเลือกที่จะเดินแทรกเข้าไปในห้องนอนและปล่อยให้เอิร์ธเล่นกับหมอภีมอยู่ด้านนอก ผมเองก็แอบกังวล เรื่องหมอดาวิกา ถ้าเขามาถูกแล้วหมอดาวิกาเขาจะไม่รู้เหรอว่าผมพักที่ไหนตอนนี้ แต่ว่าหมอภีมเพิ่งจะบอกผมว่าครอบครัวเธอสั่งห้ามให้มายุ่งกับเขาและผมแล้วนิ ไม่ได้ผมต้องใจแข็งจนกว่าจะแน่ใจว่าหมอดาวิกาไม่มายุ่งกับผมและลูกผมแล้วจริงๆ

      “ฮัลโหล พี่เพิ่งจะมาถึงครับ อ้อได้ครับ งั้นส่งโลเคชั่นมาให้พี่แล้วกันพี่จะออกไปครับ แม้จะเลี้ยงที่พี่มาเป็นหมอทีนี้เหรอครับ ได้ซิครับ งั้นเดี๋ยวเจอกัน” หมอภีมปภพบอกคนปลายสาย นี้มาถึงก็มีนัดเลยหรือไง ส่งสัยผมคงต้องเปลี่ยนแผนบินไปหาน้องชายผมสักสี่ห้าวันจะได้ไม่ต้องเจอหมอภีมปภพ แล้วนี้ผมจะหนีเขาทำไมนะต้นตระการ

      “อาหมอต่อรถไฟให้เอิร์ธได้หรือยังครับ” เอิร์ธถามหมอภีมปภพ

      “เอาไว้พรุ่งนี้ได้ไหมครับ พอดีอาหมอมีนัดนะครับ” หมอภีมปภพพูดพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมามองผม ผมก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

      “เอิร์ธครับ ไปอาบน้ำกับพ่อดีกว่า เราจะได้ออกไปทานอาหารเย็นกันครับ วันนี้พ่อจะพาไปร้านอาหารที่มีเครื่องเล่นไง”ผมโน้มตัวลงบอกกับเอิร์ธ เขาก็พยักหน้าอย่างว่าง่าย

      “เชิญคุณกลับห้องไปได้แล้วภีมผมจะได้เตรียมตัวออกไปทานอาหารกัน “ ผมบอกภีมและควักมือเรียกเอิร์ธเดินไปกับผมเพื่อเข้าห้องน้ำ อาบน้ำและแต่งตัว ผมสวมเสื้อโปโลคอตั้งกับกางเกงยีนพอดีตัวและเอิร์ธก็สวมเสื้อโปโลสีเดียวกันกับผมแต่กางเกงยีนขาสั้นเพราะว่าอากาศมันร้อนช่วงนี้

      //คุณต้น เจอกันที่ร้านเลยนะครับ // น่านฟ้าส่งข้อความมาบอกผม คนนี้แหละที่นัดผมทานข้าวแต่ไม่ได้มาแค่เขานะ แฟนเขาน้องชายเขาและแฟนน้องชายเขาด้วย

      “ไปกันหรือยังครับเอิร์ธ” ผมถามน้องเอิร์ธ เอิร์ธเขาก็พยักหน้าและสวมรองเท้าเอง เขาบอกว่าครูสอนให้เขาทำเองเพื่อจะได้ช่วยพ่อทำบ้าง ผมย่อตัวลงนั่งยองและมองดูลูกชายที่พยายามใส่รองเท้าเอง

      “ให้พ่อช่วยไหมเอิร์ธ “ผมก้มลงถามหนุ่มน้อยของผมมเขาก็ส่ายหน้าและพยายามใส่มันจนได้
      ผมสองคนเดินออกมาจากห้องพัก เพื่อตรงไปยังชั้นล้าง ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะหกโมงครึ้งแล้ว ห้องที่หมอภีมบอกว่าเขาพักอยู่ข้างๆผม ตอนนี้ปิดไฟมึดแล้ว เขาน่าจะออกไปแล้วก็เห็นว่ามีนัด นัดกับใครนะ ก็เพิ่งจะมาที่นี้แท้ๆ นี้ผมอยากรู้หรือว่าเป็นห่วงเขากันแน่

      “ไปไหนกันคะพ่อลูก แม้วันนี้หล่อจังค่ะ”  ครูแป้ง ที่คอยช่วยดูแลเอิร์ธหลังเลิกเรียนถ้าผมติดธุระต้องกลับบ้านเย็นหรือมืด ครูแป้งจะดูให้ ครูแป้งเองก็มีร้านอาหารที่เปิดใต้คอนโดเช่นกัน บางทีผมก็เกรงใจครูแป้งที่ต้องทำสองหน้าที่ดูแลลูกผมไปด้วย

      “พ่อต้นจะพาเอิร์ธไปเล่นเครื่องเล่นครับครูแป้ง”

      “จริงเหรอค่ะ เล่นให้สนุกนะคะ “

      “ต้นค่ะ ช่วงนี้ต้นงานเยอะนะคะ ให้แป้งรับส่งเอิร์ธแทนก็ได้นะคะต้น แป้งยินดีอยากช่วยค่ะ” ครูแป้งพูดผมพยักหน้าก่อนจะรีบพากันเดินออกไปเพราะว่าเดี๋ยวผมสองคนจะไปถึงสาย ผมรีบอุ้มเอิร์ธใส่ไว้ในรถตรงแถวกลาง เพราะว่าผมใส่คาร์ซีทเอาไว้ เขาควรจะใช้คาร์ซีทจนถึงอายุเจ็ดขวบ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 169
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
          พิเศษ(พี่หมอภีมXพี่ต้น) ขอโทษที่ผมต้องใจแข็ง   

           ต้นตระการ  ผมก็รีบขับรถพาเอิร์ธมายังร้านอาหารที่ผมเคยพาเขมและแฟนเขามาทานอาหารที่นี้ จะว่าไปก็คิดถึงน้องชายผมเหมือนกัน ตอนที่ผมไปดูก้องเห็นเขมน้องชายคนที่สุดท้องผม เขาดูเงียบๆไป เขาคงคิดถึงแฟนเด็กนักเรียนของเขา แต่ผมแปลกใจอยู่อย่างหนึ่ง คือเขมเขาสนับสนุนให้น้องไปเรียนเมืองนอกเองแต่ทำไมเขาถึงได้ซึมคิดถึงกันได้ขนาดนี้

      “เอิร์ธ ไปนั่งที่โต๊ะก่อนนะ ดูแล้วเด็กเยอะเลยวันนี้ เอิร์ธคงต้องรอให้น้อยลงหน่อยค่อยออกมาเล่นกัน” ผมพูดบอกเอิร์ธ วันนี้คนมาทานอาหารกันเยอะและมีแต่ครอบครัวที่มีเด็กมาด้วยทั้งนั้น กวาดสายตามองไปรอบๆ ผมก็สะดุดที่น่านฟ้าและติณณภพ ผมรีบจูงเอิร์ธเข้าไปในทันที

      “สวัสดีครับน่าน ติณ” ผมกล่าวทักทายและหันมามองซอมพอกับแฟนของเขาที่ณุก อันนี้ก็รุ่นเดียวกับผมเช่นกัน

      “สวัสดีครับต้น “ น่านฟ้าและติณทักทายผม

      “สวัสดีครับพี่ต้น สวัสดีครับ หนุ่มหล่อของอาซอมพอ” ซอมพอทักทายผม ผมหันไปยิ้มทักทายณุกแฟนของซอมพอ

      “สวัสดีครับ ณุก”

      “สวัสดีครับคุณต้น” 

      “เอิร์ธนั่งข้างพ่อแล้วกันนะ” ผมบอกเอิร์ธ  ผมเหลือบไปมองมีโต๊ะว่างอยู่หนึ่งที่ แต่ดูแล้วน่าจะมีคนนั่งอยู่  เพราะว่ามีโทรศัพท์ว่างคว้ำหน้าเอาไว้

      “เราสั่งอาหารทานกันเลยไหม “ น่านฟ้าพูดผมพยักหน้า

      “ต้น วันนี้ลูกพี่ลูกน้องติณณภพเขามาอยู่ที่นี้ ติณเลยชวนมาทานอาหารด้วย คุณต้นไม่ว่าอะไรใช่ไหมครับ” น่านฟ้าถามผม ส่ายหัวและหันมามองเอิร์ธ ตอนนี้พนักงานทางร้านเอาชุดระบายสีมาให้เอิร์ธเหมือนเช่นทุกครั้ง

      “ขอโทษทีนะ เข้าห้องน้ำนานไปหน่อยคนเยอะมากเลยนะร้านนี้” เสียงที่ทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง ผมก็ต้องตกใจอีกรอบ เพราะคนที่น่านฟ้าบอกว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องของติณณภพนะคนนั้นก็คือหมอภีมปภพ หมอภีมปภพมองหน้าผมเขาปั่นหน้าได้นิ่งมาก่อนจะนั่งลงข้างๆเอิร์ธ

      “เอิร์ธ” หมอภีมปภพเรียกชื่อเอิร์ธขณะที่เขากำลังก้มหน้าก้มตาระบายสีอยู่ พอเอิร์ธเงยหน้าขึ้นก็

      “อาหมอ!!” เสียงดังลั่นเลย

      “ดีใจขนาดนั้นเลยเหรอครับ” หมอภีมปภพถามเอิร์ธก่อนจะเงยหน้ามองผม

      “พี่หมอนี้คุณต้นตระการ เป็นปลัดอำเภออยู่ทีนี้ครับ  ต้นครับนี้พี่หมอภีมปภภพ เป็นลูกชายคุณป้าของผมครับ” คุณติณณภพพูดแนะนำหมอภีมปภพ

      “พี่รู้จักแล้วครับติณ รู้จักดีซะด้วยซิ”หมอภีมภพพูดก่อนจะก้มลงเอามือลูบหัวเอิร์ธเบาๆ

      “อาหมอเอิร์ธอยากไปเล่นเครื่องเล่นอะครับ” เอิร์ธเอ่ยปากถามหมอภีมผมก็กำลังจะหันมาบอกว่ายังไม่ให้ไป

      “ได้ครับ อาหมอพาไหมครับ” หมอภีมภพพูด

      “ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลยซิเพราะว่าดูแล้วอาหารคงอีกนานเลย ไปเล่นก่อนก็ได้นะเอิร์ธ” น่านฟ้าพูดผมก็ต้องพยักหน้าเบาๆให้เขาไปกันสองคน และผมก็หันมาคุยกันน่านฟ้า ติณณภพ
      หมอภีมภพ ผมบินตรงมาหาต้นตระการ และมาเป็นหมอที่นี่ ผมจะอยู่ที่นี้จนกว่าต้นจะไว้ใจผมให้ผมดูแลเขาและลูก  ผมต้องไปอ้อนวอนก้องกับเขมจนสุดท้ายก็ใจอ่อนและโชคดีที่ลูกพี่ลูกน้องผมเขามีแฟนอยู่ที่นี้อีก ติณณภพนั้นเอง ผมจำได้ว่าคนที่เขาเคยบอกว่าเป็นแฟนติณนะนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลของผมหนึ่งคืนกับหนึ่งวัน และพี่ชายของเขาก็รู้จักกับต้นอีกด้วย แถมเขายังเป็นเจ้าของคอนโดนห้องข้างๆที่ต้นอยู่แต่ว่ามีคนเช่าอยู่แล้ว ผมก็เลยขอซื้อต่อเขาซะเลย จะได้เข้ามาอยู่ใกล้ๆต้นเข้าไปเพื่อดูแลเขาไม่ว่าจะฐานะใดก็ตาม

      “อาหมอ น้องเอิร์ธอยากนั่งสไลเดอร์แต่เอิร์ธกลัว” น้องเอิร์ธบอกผม ผมก็ลุกขั้นและมองขึ้นไป มันสูงไปหน่อยนะ เด็กเล็กคงไม่กล้าให้เล่น แต่ผมมองสายตาเอิร์ธอยากจะเล่นแน่ๆเลย

      “ถ้าอย่างนั้นขึ้นไปกับอาหมอนะ “ ผมบอกเอิร์ธ และพากันไต่บันไดขึ้นไปจนถึงด้านบน ผมเห็นเอิร์ธมองลงมาแอบขาสั่นด้วย ผมก็นั่งลงก่อน และกางมือพยักหน้าให้เขามาหาผมจะได้สไลลงไปพร้อม ๆกัน เอิร์ธก็เดินมานั่งตักผม

      “พร้อมไหมครับ “ ผมถามเอิร์ธ เขาก็พยักหน้าเบาๆ และผมก็ตัวเองให้ไหลลงไป สไดเดอร์อันนี้เป็นท่อรูปเกลี้ยว น้องเอิร์ธร้องออกมาไม่ดังแต่ไม่ได้ร้องเพราะความกลัวแต่ร้องเพราะว่าเขาตื่นเต้นจนกระทั้งผมกับเอิร์ธลงมาถึงพื้นพร้อมกัน ก้นผมก็ลงไปก่อนเอิร์ธก็นั่งอยู่บนตักผม ดูเอิร์ธลุกขึ้นยิ้มมีความสุข
ผมก็มองดูเท้าคู่นั้น คนที่มายืนมองผมกับเอิร์ธ คนนั้นก็คือต้นตระการ

      “เอิร์ธไปทานข้าวได้แล้วครับ “ ต้นตระการบอกเอิร์ธ เอิร์ธเขาก็หันมามองหน้าผม ก่อนจะหันไปมองหน้าต้นพ่อของเขา

      “อาหมอด้วยอะเปล่าพ่อต้น”

      “ครับ” ต้นตอบแค่นั้นผมก็ลุกขั้นและเดินจูงมือเอิร์ธออกไป

      “หมับ” เอิร์ธเขาจับมือต้นตระการอีกมือ ตอนนี้ ผมและต้นจูงมือเอิร์ธเดินไปพร้อมๆกัน มันเป็นภาพครอบครัวที่ผมต้องการจะมีกับเขา แต่ดูสีหน้าของต้นกังวลยังไงก็ไม่รู้  ผมอยากรู้ว่าต้นมีอะไรที่ทำให้เขากลัวที่จะให้ผมอยู่ใกล้เขาขนาดนั้น ผมคงต้องหาวิธีที่จะได้คุยกับต้นตรงๆ

      “เชิญนั่งครับอาหารออกมาแล้วนะครับ วันนี้อาหารเหนือ” น่านฟ้าพูดผมพยักหน้า ผมนั่งลงข้างๆเอิร์ธและคอยตักอาหารให้เอิร์ธ ส่วนต้นก็คุยเรื่องทั่วไปกับน่านฟ้า ถ้าเขาไม่บอกผมซะก่อนนะว่าเขาก็เคยขอต้นเป็นแฟน แม้ว่าตอนนั้นจะยังคบเกศรินทร์อยู่ก็ตาม ดูต้นสนิทกับน่านฟ้าพอสมควร ติณก็หันมามองผม ขยิบตาให้ผม ผมก็โบ้ยปากไปที่น่านฟ้า

      “ทำไมอาหมอกับอาติณไม่พูดกันอ่ะครับ “ เล่นเอาทั้งโต๊ะ หันมามองผมกับติณกันหมด

      “เออ…”ติณณภพถึงกับถลึงตาใส่เอิร์ธ

      “เอิร์ธเห็นอาหมอกับอาติณ ทำตาขยิบๆ แบบนี้ใส่กันนะครับ” น้องเอิร์ธพูดและทำท่าเลียนแบบผมกับติณได้เหมือนวะไม่มี

      “มีอะไรเหรอติณ” น่านฟ้าถามติณณภพ ส่วนต้นนะเขาหันมามองเอิร์ธแทน

      //ช่วยพี่หน่อยซิ พี่อยากเปิดใจคุยกับต้นเขา ทำยังไงให้พี่ไปรถคันเดียวกับต้นได้ // ผมส่งข้อความไปที่เบอร์ติณณภพ ติณก็หันมามองหน้าผม ก่อนจะหันไปกระซิบกระซาบกับน่านฟ้า ดูน่านฟ้าเขาตกใจพอสมควร

      “เดี๋ยวผมมานะต้น ติณเขาลืมของไว้ในรถนะครับ ของเล่นน้องเอิร์ธนะครับ” น่านฟ้าพูด ก่อนจะลุกไป ผมก็ก้มหน้าก้มตา ช่วยเอิร์ธเขาระบายดี

      “หัวใจสีอะไรครับ”

      “สีชมพู”

      “แล้วหัวใจแปลว่าอะไรครับ”

      “แปลว่าเรารักกัน คิก คิก คิก” น้องเอิร์ธพูดผมเงยหน้ามองต้นตระการ

      “น้องเอิร์ธ มีอาหมอแล้วไม่มาเล่นกับอาซอมพอและอาณุกเลยนะ อาเหงาเลยอ่ะ” หนุ่มน้อยอีกคนที่ผมจำได้ตอนแรกติณณภพบอกว่าแฟนเขาเพราะน้องเขาเคยนอนโรงพยาบาลของพ่อผม  ส่วนอีกคนนะเคยเป็นคนที่จะแต่งงานกับน้องสาวติณณภพอีกที แต่ไงมาลงกับคนนี้ได้ ผมก็ไม่ทราบเหตุผลเหมือนกัน  และน้องสาวติณณภพก็ไปอยู่อังกฤษไม่กลับมาเลยเท่าที่ผมทราบในตอนนี้ แต่ผมก็ไม่ถามนะ ผมว่ามันเป็นเรื่องภายในครอบครัว

      “คุณต้น พรุ่งนี้มีประชุมเรื่องเขื่อนกั้นน้ำใช่ไหมครับ ผมว่าจะไปด้วยและนี่จะชวนติณไปอีกคนจะได้รู้ระบบงานของผมบ้าง เพราะว่าถ้าเขื่อนนี้มีปัญหาผมนี่ก็รับเต็มๆเหมือนกันครับไร่ชาของผม” น่านฟ้าเดินกลับมาพอดี เขาก็ชวนต้นคุยต่อ

      “พวกผมต้องกลับกันแล้ว เพราะว่าวันนี้พ่อแม่ของผม  เขาพาพ่อตาแม่ยายผมไปเที่ยวที่อำเภอเชียงแสน ไม่มีใครอยู่ดูแลที่รีสอร์ทนะครับ” น่านฟ้าพูดผมพยักหน้า

      “เอิร์ธไปครับกลับบ้าน และขอบคุณอาทุกคนด้วยนะเอิร์ธ” ต้นตระการพูด

      “นี่ครับเอิร์ธ เห็นอาน่านฟ้าบอกว่าเราชอบสะสมพวกโมเดล นี้เครื่องบินเลยนะ เพื่อว่าโตขึ้นจะเรียนเป็นวิศวะการบินเหมือนอาน่านฟ้า” ติณณภพพูดผมหันไปมองนายน่านฟ้านี่นะ เขาก็หันมายิ้มให้ผม  ผมลุกขึ้นผมว่าจะอุ้มเอิร์ธแต่ต้นเขากางแขนอุ้มเอิร์ธไปซะก่อน เอิร์ธน่าจะง่วงแล้ว

      “ปึก” ติณณภพ เดิมาชนไหล่ผมและยักคิ้วให้ผม

      “ต้นให้ผมอุ้มเอิร์ธให้ไหม”ผมถามต้นตระการ ต้นหันมามองหน้าผม
      
      “ไม่เป็นไรครับ ผมอุ้มได้ “ ต้นตระการตอบผมแค่นั้น

      “ถ้าอย่างนั้นผมแยกตรงนี้เลยนะครับ ขอบคุณนะครับทุกคน “ ผมได้แต่ยืนมองแหละหันมามองติณณภพ ไหนบอกจะช่วยไหง ติณก็ยักไหล่
   ต้นตะการ    หลังจากที่ทานอาหารเสร็จผมก็รีบพาเอิร์ธออกมาเพราะว่าเขาเริ่มจะง่วงนอนแล้ว ผมกลัวว่าเขาจะงองแงเอาซะก่อน และวันนี้เอิร์ธก็ไปโรงเรียนมา แน่นอนเขาจะง่วงเร็วกว่าปกติ แม้ว่าตอนนี้จะเพิ่งจะสามทุ่มก็ตาม แต่ทันทีที่ผมเดินมาถึงรถฟอร์จูนเนอร์ของผม สิ่งที่ผมเห็นก็คือยางรถผมมันแบนอีกแล้ว

      “คุณน่าน ยางรถแบนอีกแล้ว”ผมหันไปเรียกน่านฟ้า ผมเห็นว่าหมอภีมปภพกำลังคุยอะไรกับติณณภพอยู่ ผมก็ไม่ได้ถามเขาหรอกนะว่าเขาเอารถมาใหม่จะกลับยังไง

      “จริงด้วยคุณต้น ผมเองก็ไม่ได้เอายางอาไหล่มาเพราะว่าวันก่อนผมเปลี่ยนให้คุณไปแล้ว” น่านฟ้าพูด ผมก็ต้องกุมขมับ ยางอาไหล่ทีผมเอาไปปะยังไม่ได้ไปเอาเลย

      “รถะเป็นอะไรไปเหรอครับ” หมอภีมปภพเดินเข้ามาถาม

      “ยางแบนนะครับ และผมก็ไม่มียางอะไหล่ แต่ว่าแถวนี้มีช่างปะนะ ผมโทรให้ไหมต้น”น่านฟ้าพูด ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมา กดโทรให้แทน หมอภีมเขาหันมามองผมที่อุ้มน้องเอิร์ธอยู่เข้าก็แบมือมาขออุ้มตอนแรกผมก็จะไม่ให้อุ้มแต่เอิร์ธงัวเงียหันไปมองหมอภีม เหมือนจะไปหาเขาผมเลยต้องยอม ให้หมอภีมรับไปอุ้มไว้

      “เขากำลังจะมานะต้นแต่ผมกับติณต้องรีบไปนะครับ  คนงานโทรมาบอกว่าที่รีสอร์ทมีปัญหานิดหน่อยนะครับ” น่านฟ้าพูด

      “ผมอยู่กับคุณต้นได้ครับ ถึงยังไงคุณต้นก็คงไม่ปล่อยให้ผมเดินกลับหรอกครับใช่ไหมครับ “หมอภีมปภพพูด ผมก็แอบคิดน่ะว่าควรจะให้เดินกลับอยู่หรอก

      “ถ้าอย่างนั้น ผมกับติณไปก่อนนะครับต้น ผมขอโทษจริงๆ “น่านฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด ผมเองก็เข้าใจแต่มันก็ชักยังไงอยู่นะเหมือนกับว่านี้มันเป็นแผนหรือเปล่า ผมหันมามองหมอภีมที่อุ้มเอิร์ธผิงรถของผมอยู่ พอทุกคนไปกันหมดเขาก็มายืนพิงรถใกล้ๆกับผม และเริ่มเบียดผมนิดๆ

      “ต้น คุณโกรธอะไรผมหรือครับต้น “ หมอภีมปภพถามผม ผมยืนกอดอกอยู่

      “ผมไม่ได้โกรธคุณหรอกภีม ผมแค่ เออ “

      “คุณมีอะไรบอกผมซิ คุณมีปัญหาอะไรทำไมเราไม่หันหน้ามาคุยกันละต้น เรายังรักกันอยู่ไหม ต้น ถ้าคุณบอกว่าคุณหมดรักผมแล้วผมก็จะไม่ตอแยคุณอีกแต่ผมก็ยัง อยู่แบบนี้คนเดียวนะต้น” ผมก็ต้องหันหน้าหนีเขาไม่กล้าหันไปมองหน้าเขาตรงๆ

      “ต้น” หมอภีมกระซิบที่หูผมอีกครั้ง  ผมหันไปมองหน้าเขา ตอนนี้หมอภีมเบียดตัวเองเข้ามาหาผม ผมเองก็มองหน้าเขา แต่คำพูดของหมอดาวิกามันยังดังอยู่ในหูผมเลย

      “เรื่องหมอดาหรือเปล่าต้น ผมคุยกับพ่อแม่ของเธอแล้วนะ เขาบอกว่าจะไม่ให้ลูกสาวเขามายุ่งกับผมและคุณอีก ผมรู้เรื่องที่เขาจ้างคนตามติดเราแล้วด้วยนะต้น ผมคิดไม่ถึงเลยว่าหมอดาวิกาจะทำกับผมและคุณขนาดนี้ “ หมอภีมปภพพูด

      “และนี่ผมเลือกที่จะมาที่นี่เพื่อจะมาดูแลคุณและลูกนะต้น คุณต้องการใครสักคนที่จะช่วยคุณต้น ผมอยากให้คุณเชื่อใจผมนะครับต้น ว่าผมดูแลคุณและลูกได้” หมอภีมปภพพูด

      “ขอโทษนะครับ ผมมาเปลี่ยนยางรถตามที่คุณน่านฟ้าโทรบอกผมนะครับ” มีผู้ชายสวมเสื้อช๊อปเดินมาสองคนพร้อมกับยางอาไหล่ ผมก็พยักหน้าและชี้ไปอีกฝั่งหนึ่ง มันคือฝั่งของคนขับ พี่เขาก็รีบเดินไปทันที ผมหันมามองหมอภีม

      “ต้น ผมรักต้น และตอนนี้ผมก็รัก เด็กคนนี้ ต่อให้เขาจะเกิดจากผู้หญิงที่เคยแย้งคุณไปจากผมก็ตามแต่เขาก็เป็นเลือดเนื้อของคุณครึ้งหนึ่งต้นและ ผมก็พร้อมจะช่วยคุณเลี้ยงเขาต้น “หมอภีมปภพพูด

      “ คือ ภีม ผมกลัว กลัวว่า หมอดาเขาจะทำร้ายเอิร์ธ “ผมพูดออกมาเบาๆ

      “ผมรู้ว่าเธอคือผู้หญิงตัวเล็กแต่ผมกลัว ผมรักเขามาก เขาคือทุกอย่างของผมภีมคุณเข้าใจผมไหมภีม” ผมพูดออกมา

      “เข้าใจซิต้น ทำไมจะไม่เข้าใจ เพราะว่าคุณก็คือทุกอย่างของผม ผมถึงได้รอคุณจนถึงทุกวันนี้ไง ไม่มีคุณชีวิตผมก็เหมือนขาด บางสิ่งที่บอกไม่ได้แต่แค่รู้สึกว่ามันไม่สมบูรณ์อ่ะ ต้น  “

      “เรากลับมาเป็นคนรักกันเหมือนเดิมนะต้น อย่าหนีผมอีกได้ไหมต้น ผมอยากมีคุณอยู่ในบั้นปลายชีวิตของผม “ หมอภีมพูด

      “ผมว่าคุณรักเขามากพอที่จะปฏิเสธผมในวันนั้น “น่านฟ้าพูดให้ผมฟังใช่ ผมรักเขามากพอทีทำให้ผมยังอยู่คนเดียวและลูก ถึงแม้เด็กจะเป็นลุกผมคนเดียวก้ตาม

      “อืม” หมอภีมค่อยๆเลื่อนใบหน้ามาใกล้ผมและผมก็เหมือนคนต้องมนต์สะกด ผมก็เลื่อนใบหน้าเข้าหาหมอภีมและริมฝีปากของผมและเขาก็แตะกัน

      “สะ..สะ…สะ…เสร็จ แล้ว ครับ” คนที่มาเปลี่ยนยางรถยนต์ให้ผมก็ลุกขึ้นมาพอดีผมเลยต้องผละจากกันก่อน

      “เท่าไหร่ครับ” ผมหันไปถามเขา

      “ต้นให้ผมจ่าย “ หมอภีมปภพพูดบอกผม ผมส่ายหน้าว่าไม่เอาก็นี่มันรถของผม

      “ต้นให้ผมจ่ายครับ น้องครับ นี่ครับ” หมอภีมปภพรีบหยิบธนบัตรส่งไปไปให้ พร้อมกับตริบ ก่อนที่พวกเขาจะเดินออกไป

      “เรียกว่าบุญตาไหมวะ ไม่เคยเห็น ผู้ชายเขาจูบกัน” ผมได้ยินก็ทำให้ใบหน้าผมเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ผมเองก็รีบเปิดประตูให้หมอภีมนำเอิร์ธเข้าไปไว้ในรถก่อน

      “ผมขับนะต้น” หมอภีมบอกผม ผมพยักหน้าว่าได้ จะว่าไปผมก็เริ่มเพลียเหมือนกัน วันนี้ก็ออกไปลุยงานดูเขือนเพื่อตรวจสอบ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือหากเกิดพายุฤดูร้อนและจะได้แก้ไขได้ทันที ผมเข้าไปนั่งข้างๆหมอภีมปภพ หมอภีมเขาก็ปรับแอร์เพื่อไม่ให้เย็นเกินไปสำหรับเอิร์ธ หมอภีมหันมามองผมก่อนพร้อมรอยยิ้มอ่อนๆ

      “เขากุมมือไว้ พร้อมกับออกรถ หมอภีมหันมามองผมเป็นระยะๆ

      “ต้นผมเห็นรูปที่หมอดาวิกาให้แอบถ่ายเราแล้วนะ จะว่าไป มันก็น่ารักดีนะ ยิ่งตอนที่เราไปเที่ยวอิตาลี่ ผมมีความสุขที่สุด เอาไว้รอเอิร์ธโตพอจะนั่งเครื่องบินนานๆได้เราไปเที่ยวกันนะครับ “

      “เอิร์ธเขาอยากไปดิสนี่ย์แลนด์นะภีม” ผมหันไปบอกหมอภีม
      
      “เราไปกันนะต้นแถวโซนยุโรปเลยรอบนี้ ไปมิลาน ไปปารีสและแวะเที่ยวดิสนีย์แลนด์ และอิตาลี ไปสักสามอาทิตย์ดีไหมแต่คงรอให้เอิร์ธโตอีกสักปีสองปี “ หมอภีมพูด ก่อนจะหันมาคว้ามือผมไปกุมไว้

      “ขอแค่คุณอย่าหนีผมไปอีกนะ ต้น “คำพูดที่ทำให้ผมต้องพรูลมหายใจออกมายาวๆ
      
      “คุณทนเห็นลูกคุณเจ็บปวดได้เหรอต้น” แต่คำพูดของผู้หญิงคนนั้นมันทำให้ผมหวาดกลัว ก็เอิร์ธคือทุกอย่างของผม

      “คุณส่งผมแค่นี้แหละภีม ผมจะเข้านอนแล้ว ขอบคุณนะภีม“ ผมพูดก่อนจะขอรับเอิร์ธมาอุ้มแทน พร้อมกับเปิดประตูเข้าห้องผมไปทันที ผมรีบปิดประตูลง ผมได้แต่คิดทบทวน ผมยอมรับว่าผมอาจจะใจร้ายกับหมอภีมแต่คนที่ผมอุ้มอยู่นี้ก็สำคัญกับผมไม่แพ้กัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-11-2020 09:36:48 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 169
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
 :-[ดีกันแล้วสินะ หมดดราม่าชะนีแล้วป่าวนะ

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
โอ๊ย หวานไม่ไหวล้าวววว  :o8:

เพิ่งกลับจากติวหนังสือให้น้อง บรรยากาศเด็กๆ วัยรุ่นในรั้วโรงเรียนนี่นึกถึงเรื่องนี้ช่วงคริสกับเขมเลย
ลองแต่งแนวน่ารักแบบพี่กับน้องอะไรแบบนี้ดูมั้ย เราคิดว่าคุณLambosashaน่าจะบรรยายเห็นภาพความน่ารักมากกว่าเรา   :really2: :กอด1:

ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 169
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
โอ๊ย หวานไม่ไหวล้าวววว  :o8:

เพิ่งกลับจากติวหนังสือให้น้อง บรรยากาศเด็กๆ วัยรุ่นในรั้วโรงเรียนนี่นึกถึงเรื่องนี้ช่วงคริสกับเขมเลย
ลองแต่งแนวน่ารักแบบพี่กับน้องอะไรแบบนี้ดูมั้ย เราคิดว่าคุณLambosashaน่าจะบรรยายเห็นภาพความน่ารักมากกว่าเรา   :really2: :กอด1:

กำลังคิดๆ อยู่เลย ว่าจะแต่งแนวมัธยม คือเราพ้นวัยมานานมาก 555 เลยไม่ค่อยได้แต่งแนวนั้น เดี๋ยวลองคิดก่อนน้า
 :pig4:

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
   พิเศษ(พี่หมอภีมXพี่ต้น)ผมได้คำตอบแล้ว

         หมอภีมปภพ หลังจากวันที่ไปทานข้าวผมกับต้นก็แถบจะไม่ได้เจอกัน เหมือนต้นจะหลบหน้าผมยังไงก็ไม่รู้ ส่วนเอิร์ธผมก็เจอ มักจะอยู่กับผู้หญิงที่ตรงใต้ตึกเขาเปิดร้านร้านอาหาร ผมก็ไม่รู้ว่าเขาทั้งคู่มีความสัมพันธ์พิเศษกันไหม ถึงได้ดูแลเอิร์ธให้ต้นได้แบบนี้ ทำไมผมรู้สึกอิจฉาและหึงไปด้วยในตัว

         “อาหมอ” น้องเอิร์ธหันมาเรียกผม ขณะที่ผมกำลังเดินผ่าน ตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบหนึ่งทุ่มแล้วแต่ว่าทำไมต้นยังไม่กลับอีก ฝนก็ตกพร้ำมาตลอดทั้งวัน ผมนี้เป็นห่วงเขาขับรถเหลือเกิน เห็นเมื่อวานก็กลับมาเกือบสองทุ่ม ไม่รู้ว่างานเขาเยอะมากไปไหม

         “เอิร์ธ พ่อยังไม่กลับอีกเหรอครับ” ผมถามน้องเอิร์ธ

         “ยังเลยครับ อาหมอ “น้องเอิร์ธบอกผม

         “น้องเอิร์ธ ทานข้าวก่อนนะคะ เพราะว่าพ่อต้นโทรมาบอกครูแป้งแล้วว่ากำลังขับรถกลับมานะคะ” ผู้หญิงคนที่ผมเห็นดูแลเอิร์ธประจำเดินเข้ามาหาเอิร์ธ และเขาก็มองหน้าผมพร้อมกับรอยยิ้มหวานๆส่งมาให้ผม

         “สวัสดีคะ เออ รู้จักน้องเอิร์ธเหรอคะ” ผู้หญิงคนนั้นถามผม

         “ครูแป้ง นี้อาหมอ อาหมอเป็น…” น้องเอิร์ธกำลังจะพูด แต่จังหวะนั้นผมได้ยินเสียงคนเดินคุยโทรศัพท์เข้ามาพอดี ต้นนั้นเอง ต้นมองหน้าผมและมองเอิร์ธ

         “ถ้าอย่างนั้นอาหมอกลับขึ้นห้องพักก่อนนะครับ ถ้าว่างๆ มาเล่นห้องอาหมอบ้างนะ “ ผมพูดและหันไปมองต้น

         “ต้นค่ะ แป้งทำอาหารเอาไว้ให้แล้วนะคะ “

         “ขอบคุณครับครูแป้ง ถ้าอย่างนั้นผมทานที่นี้เลยแล้วกันนะครับ พร้อมเอิร์ธ “ ต้นตระการพูดและนั่งลง ขณะที่ผมกำลังเดินออก

         “ดูคุณเหนื่อยๆนะคะต้น วันนี้” ผมเหลียวหลังไปมองเห็นผู้หญิงคนนั้นเดินเอาอาหารมาเสริฟที่โต๊ะที่ต้นนั่งกับเอิร์ธดูสายตาที่ห่วงใยนั้นและยังช่วยต้นป้อนเอิร์ธอีก บางทีต้นอาจจะอยากให้เอิร์ธมีครอบครัวที่เป็นที่ยอมรับของคนในสังคมมากกว่า ผมจำใจเดินกลับขึ้นไปบนห้องพักของผม ตรงเข้าไปอาบน้ำ ผมนะทานอาหารที่ห้องอาหารโรงพยาบาลมาแล้ว
         
         หลังจากที่ผมอาบน้ำเสร็จ ผมก็ออกมานั่งเปิดดูขอ้มูลคนไข้ ประวัติการรักษาแต่ว่าสิ่งที่ผมเห็นมันไม่ใช่ตัวหนังสือมันเป็น ภาพที่ต้นตระการและผู้หญิงคนนั้น พร้อมกับเอิร์ธที่นั่งทานอาหารอยู่บนโต๊ะนั้นด้วยกัน จนผมรู้สึกว่าผมเองที่ไม่มีสมาธิ ผมเลยต้องหยุด

         “นี่กูมาทำอะไรที่นี่วะเนี้ยะ!” ผมถามตัวเอง ผมคิดว่าผมควรจะกลับไปทำหน้าที่หมอช่วยพ่อผมดูแลกิจการที่กรุงเทพเหมือนเดิมดีกว่าไหม และอยู่คนเดียวแบบไปตลอด ผมเหลือบมองเวลานี้ก็ประมาณ สามทุ่มแล้ว

                  ก๊อก ก๊อก ก๊อก  จู่ก็มีเสียงเคาะประตูห้องพักผม ผมก็แปลกใจนะ เพื่อนบ้านก็ยังไม่มีเลย ผมยังไม่รู้จักใครนอกจากต้นตระการและเอิร์ธ หรือว่าต้น ไม่น่าจะใช่แต่ก็เดินไปเปิดดูหน่อย แต่เปิดดูจากช่องเล็กๆ ก็ไม่เห็นมีใคร อาจจะไม่ใช่ห้องผมก็ได้ ผมเลยเดินกลับมา กะว่าจะหาอะไรอุ่นๆดื่สักหน่อย

                  ก๊อก ก๊อก ก๊อก  เสียงเคาะห้องผมอีกแล้ว ผมก็เดินไปและมองช่องเล็กๆก็ไม่เห็นอีกแล้ว

                  ก๊อกๆ เสียงเคาะดังมาอีกแล้วผมก็ตัดสินใจเปิดประตูทันทีและคนที่ผมเห็นว่ามาเคาะห้องผมก็คือ เอิร์ธ มิน่าจะผมถึงมองไม่เห็นเพราะว่าเขาตัวเล็กเกินไปนี่เอง

                  “เอิร์ธ มีอะไรลูกมาหาอาหมอ นี่มันดึกแล้วนะ ทำไมยังไม่นอนอีก” ผมถามเอิร์ธ

                  “เอิร์ธหิวนมอ่ะอาหมอ และเอิร์ธก็เรียกพ่อต้น พ่อต้นนอนหลับแต่พ่อไม่ตื่น” น้องเอิร์ธพูด ผมก็ขมวดคิ้วมอง ไม่น่าจะใช่นะ ผมเดินออกมาดู เอิร์ธเขาเอาเก้าอี้มันดันประตูเอาไว้ไม่ให้ปิด เพราะไม่อย่างนั้นเขาจะเปิดเข้าไปไม่ได้อีก ก็นับว่าเขาฉลาดมากนะ 

                  “ถ้าอย่างนั้นอาหมอไปทำนมให้นะครับ แล้วนี้พ่อต้นหลับอยู่ที่ในครับเอิร์ธ”

                  “พ่อนอนอยู่ตรงหน้าทีวี” เอิร์ธพูดบอกผมขณะทีผมเดินไปหยิบคีย์การ์ด และเดินมาที่ห้องของเขาและต้น ผมปิดประตูลงก่อน ผมเดินไปตามที่เอิร์ธบอกผม ผมก็เห็นต้นนอนอยู่ ดูท่าทางเหมือนเพลียมาก เขายังอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตที่ผมเห็นตอนที่เขาเพิ่งจะเดินเข้าในในคอนโด

                  “ต้น” ผมเรียกต้นแต่ต้นก็ยังหลับ ผมเหลือบไปเห็นเหมือนเป็นซองห่อยาที่ถูกแกะทานไปแล้ว ผมหยิบขึ้นมาดู มันเป็นยาแก้ปวดลดไข้ นี้เขาไม่สบายเหรอต้น ผมก็ค่อยใช้หลังมือแตะที่หน้าผาก ใช้ต้นตัวร้อนมาก

                  “ต้น! ต้น!” ผมก็รีบเข้าไปนั่งข้าง ๆ ต้นเขามีไข้ และพอมผมหันมาเจอเอิร์ธที่ยืนมองผม ดูท่าเอิร์ธจะหิวนมและง่วงนอนแล้วด้วย

                  “ถ้าอย่างนั้นอาหมอทำนมอุ่นให้นะครับ” ผมพุดและรีบจัดการอุ่นนมให้เอิร์ธ และให้เขานั่งดื่ม เอิร์ธไม่ใช่ขวดนมแล้ว ผมจำได้ ระหว่างนั้นผมก็หันมาดูต้นแต่ผมไม่อยากให้เอิร์ธตกใจกลัว ผมก็เลย ค่อยๆช้อนร่างต้น ที่หลับไม่ได้สติ ผมอุ้มเข้าเข้าไปในห้องนอนของต้นก่อน

                  “เอิร์ธ เดี๋ยวอาหมอมานะครับ” ผมรีบกลับไปที่ห้องและไปหยิบกระเป๋าแพทย์ที่ผมมีพวกอุปกรณ์ วัดไข้ฟังปอด ก่อนจะรีบตรงไปที่ห้องนอนต้นทันที

                  “เอิร์ธ พ่อต้นไม่ค่อยสบายนะครับ เอิร์ธเข้าห้องนอนก่อนได้ไหมครับ” ผมบอกเอิร์ธ เอิร์ธพยักหน้าหลังจากดื่มนมอุ่นแล้ว ผมก็รีบเดินกลับเข้าไปในห้องนอนต้น ผมเริมจากวัดไข้ก่อน และสิ่งที่ผมวัดได้ก็คือ ต้นมีไข้สูง 39 องศา ผมรีบถอดถุงเท้า และเริ่มปลดกระดุมเสื้อของต้นก่อน เพราะว่าถ้ายิ่งอบอุณหภูมิในร่างกายจะยิ่งเพิ่มขึ้น ระหว่างนั้นผมก็สำรวจดูด้วยว่าต้นอาจจะมีบาดแผลหรือเปล่า เพราะดูแล้วมันเหมือนอาการติดเชื้อและมีไข้แบบนี้ ระหว่างที่ผมถอดกางเกงต้น ผมรู้สึกว่าต้นขยับ เหมือนเขาจะเพล้อ

                  “สวัสดีครับ ผมหมอภีมปภพนะครับ ผมต้องการความช่วยเหลือครับ “ ผมโทรศัพท์เข้าไปในโรงพยาบาลที่พ่อผมมีเป็นหุ้นส่วนอยู่โดยโทรไปที่ห้องยา  เพื่อทำการขอเบิกยา ผมคิดว่าเขาต้องการยาฆ่าเชื้อด่วนและยาลดไข้ หลังจากวางสายก็ทำการเช็ดตัวให้ต้นก่อน เพื่อระบายความาร้อน
 
                  “ต้นคุณนี่ดื้อที่สุดรู้ไหมแต่ผมก็ยังรักคุณนะต้น” ผมพูดแค่ระหว่างนั้นผมเดินไปดูเอิร์ธก่อน ผมเห็นว่าเอิร์ธเขานอนหลับสนิท ผมก็แค่จัดท่านอนให้เขาเท่านั้น ผมใช้มือลูบหัวเอิร์ธเบาๆ ทำไมเขาถึงทำให้ผมรักมากพอพอกับต้นถึงเพียงนี้นะ ผมคิดว่าต้อนที่ต้นมีเขาต้นคงนึกถึงผมมันเลยเหมือนสายใยที่เชื่อมโยงกัน สายใยที่ไม่อาจจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าแต่สัมผัสได้ด้วยใจ

         ต้นตระการ ผมไม่รู้ว่าผมหลับไปตอนไหน ตอนที่ผมขับรถกลับ ผมเริ่มรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ เหมือนจะเป็นไข้ วันนี้ผมฝากเอิร์ธกับครูแป้ง ผมจำเป็นต้องไปดู หมู่บ้านที่อยู่ในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของผม ตอนนี้มีน้ำป่าไหล่หลากลงมา ไร่นาเสียหาย ผมเข้าไปช่วยเหลือตั้งแต่เมือวานแล้ว และวันนี้ฝนก็ตกลงมาทั้งวันไม่หนักแต่ต่อเนื่องตลอด
                 
          ผมนั่งทานอาหารเย็นกับเอิร์ธ วันนี้ผมฝากท้องกับร้านคุณแม่ของครูแป้งอีกเช่นเคย ผมเห็นหมอภีมเดินมาดูเอิร์ธและพอเขาหันมาเห็นผมที่เข้ามาคุยกับครูแป้งเขาก็เดินออกไป ผมยอมรับว่าผมหลบหน้าเขา ที่ผมหลบหน้าเขาเพราะผมจะใจอ่อนให้เขาอีกครั้ง  ผมอยากให้กลับไปเป็นหมอที่โรงพยาบาลของพ่อเขามากกว่า

         “อืมม” ผมค่อยลืมตาขึ้น แต่ว่าหนังตาของผมมันหนักมากจนลืมแทบจะลืมไม่ขึ้น แต่ผมก็ต้องฝืนเพราะว่าผมนึกถึงเอิร์ธ ผมรีบดีดตัวขึ้นนั่งแม้จะอยากลำบาก ตอนนี้ผมรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว และแขนผมก็มีบางสิ่งพันที่หลังมือ ผมก้มลงมองดีดี มันเหมือนสายน้ำเกลือ แต่ว่าผมอยู่ในห้องนอนตัวเอง ผมเห็นเสาที่เรียกว่าเสาห้อยน้ำเกลืออยู่ข้างๆผม

         “ เอิร์ธ “ผมเรียกชื่อเอิร์ธเบาๆ ตอนนี้ผมแทบจะไม่มีแรง แต่พอผมหันไปมองด้านข้างผม ก็ต้องตกใจ มีคนมากึ่งนั่งกึ่งนอน เขาหลับอยู่โดยมีร่างใครคนหนึ่งนอนอยู่บนตัวเขาอีกที ผมจำได้ดี ลูกชายผมเอง ที่นอนกอดเขาอยู่บนอกของเขา

                  “ภีม” ผมเรียกหมอภีม

                  “ต้น!” หมอภีมเขาตกใจไม่แพ้กัน ผมก็มองที่เอิร์ธ

                  “เขาร้องไห้นะ ผมเลยพาเขามานอนอยู่นี้ด้วย และผมก็เป็นห่วงคุณ คุณมีไข้สูงมากต้น” หมอภีมปภพพูด ผมพยักหน้าเบาๆ ผมคงไม่มีแรงพอจะดื้อกับเขาแล้วตอนนี้

                  “แล้วคุณเข้ามาได้ยังไงภีม” ผมถามหมอภีม ภีมเขาก็ วางเอิร์ธลงนอนข้างๆ ผม ก่อนจะเดินอ้อมมาหาผม เขาเปิดไฟเพื่อดูสิ่งที่ห้อยอยู่ด้านบนของเสาน้ำเกลือ

                  “เอิร์ธเขาไปเคาะประตูห้องเรียกผม เขาบอกว่าเขาเรียกคุณแล้วคุณไม่ตื่นต้น” หมอภีมปภพพูด ผมก็ต้องยกมือข้างที่ไม่มีสายน้ำเกลือเสยผมตัวเอง

                  “ผมว่าคุณติดเชื้อ จากแผลที่ตรงหน้าแข้งของคุณนะ แต่ผมฉีดให้ยาฆ่าเชื่อผ่านน้ำเกลือให้แล้วนะ และฉีดยาลดไข้ให้คุณก่อนต้น” หมอภีมปภพพูด ผมก็หมองหน้าเขา

                  “ต้น คุณต้องการใครสักคนช่วยคุณ ผมนี้ไงต้น ทำไมละต้น ผมไม่ดีพอขนาดนั้นเลยเหรอต้น” หมอภีมปภพนั่งอยู่ข้างๆผม ผมค่อยดันตัวเองขึ้นอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน หมอภีมก็หาหมอนมาดันหลังผมเอาไว้ เขานั่งลงเบียดกับผม  ผมหันไปมองเอิร์ธอีกที ใช่บางทีผมอาจจะต้องการใครสักคนช่วยผมจริงๆ ทั้งที่ผมเองก็พยายามจะทำให้ได้ทั้งสองหน้าที่ด้วยตัวผมเองแล้ว

                  “หมับ” ผมกลับเป็นฝ่ายกอดหมอภีม

                  “ผมรู้ว่าคุณอยากทำเองทั้งสองหน้าที่ แต่ถ้ามันหนักเกินไป ผมนี่ไงที่จะช่วยคุณแบ่งเบามันได้ต้น ผมมาทีนี้เพื่อนมาหาคุณ คนที่ผมรัก ให้ผมดูแลคุณกับลูกคุณนะต้น “ หมอภีมปภพพูด

                  “นะต้น “ เขายังพูดอยู่เหมือนเดิม

                  “ต้น..อยากดูแลคุณ..และลูกคุณ” หมอภีมพูด

                  “น่ะต้น” น้ำเสียงออดอ้อนนั้นทำให้ผม “พอแล้ว ยอมแล้ว” ผมพูดพด้วยน้ำเสียงที่แหบพร้า เพราะว่าผมไม่มีแรง

                  “ผมขอน้ำหน่อยซิภีม ผมคอแห้งไปหมดเลย “ ผมพูดบอกหมอภีมเขาก็ลุกออกไป และกลับมาพร้อมกลับแก้วน้ำ เขาส่งมาให้ผม และทำการวัดไข้ผมอีกครั้ง

                  “ไข้ลงแล้วครับ ที่รัก “ หมอภีมพูดเรียกผมที่รัก ผมก้มลงมองเสื้อผ้าผม และมองหน้าหมอภีมปภพ

                  “ผมเปลี่ยนให้ ทำไมละ ผมก็เห็นมาหมดแล้ว มุกซอกทุกมุมแล้ว “หมอภีมโน้มตัวลงมาหยิบแก้วน้ำจากมือผมไป วางไว้ที่โต๊ะข้างเตียงนอนผมก่อนที่เขาจะหันกลับมานั่งเบียดผม เขาหันหน้าเข้าหาผม สายตาที่มองผมมันทำให้ริมฝีปากผมขยับ และหมอภีมก็ประกบจูบผม ผมแค่ใช้ฝ่ามือผมแตะที่แผ่นอกนั้นโดยไม่ได้ออกแรงดันออก

                  “ภีม เดี๋ยวเอิร์ธตื่นมาเห็น” ผมพูดจังหวะที่หมอภีมถอนปากออก เขาก็หันไปมองเอิร์ธ ที่แม้จะหลับอยู่ก็ตาม หมอภีมพยักหน้าผมก็คว้าข้อมือเขาเอาไว้

                  “แต่ผมจะค่อยๆบอกเขานะภีม” ผมบอกหมอภีม หมอภีมก็ปรับให้ผมนอนราบลง ก่อนจะเดินอ้อมไป เขาดันเอิร์ธให้มานอนอยู่ตรงกลาง และหมอภีมก็นอนริมสุด เพราะว่ากลัวเอิร์ธจะดิ้นตรงเตียง
                 
         ผมไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหนอีกครั้ง ผมค่อยๆลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่าสายน้ำเกลือถูกถอดออกแล้ว ผมได้ยินเสียงคนคุยกันอยู่ด้านนอกห้อง ผมค่อยๆยันตัวเองเพื่อจะได้ลุกขึ้น ไม่รู้ว่าน้องเอิร์ธจะเตรียมตัวไปโรงเรียนหรือยัง ผมค่อยลุกขึ้นจากที่นอน เดินออกไปด้านนอก ผมเงี่ยหูฟังว่ามาจากที่ไหน ในครัว

                  “อร่อยไหมครับ ถ้าอร่อยอาหมอทำให้อีก “

                  “อาหมอจะไปส่งเอิร์ธอะเปล่า”

                  “ไปส่งซิครับ แต่อาหมอขอเดินไปดูพ่อต้นก่อนนะครับ “

                  “พ่อต้นไม่สบายใช่อ่ะเปล่า”

                  “ใช่ครับ แต่อาหมอรักษาแล้วครับ” หมอภีมพูด เขาก็เงยหน้าขึ้นมาก็เห็นว่าผมออกมายืนมองเขาอยู่ มันเป็นภาพที่น่ารักมาก

                  “ต้น คุณลุกมาทำไมละ “

                  “ผมว่าผมดีขึ้นแล้ว ว่าแต่นี้ คุณแต่งตัวให้เอิร์ธเหรอภีม” ผมถามหมอภีม ตอนนี้เอิร์ธสวมชุดนักเรียนอนุบาลเรียบร้อยแล้ว ผมก็โน้มตัวลงหอมที่หัวลูกชาย หมอภีมหวีผมให้ซะเรียบร้อยเชียว

                  “พ่อ พ่อไม่สบาย แต่อาหมอรักษาแล้ว” น้องเอิร์ธเงยหน้าขึ้นมามองผม แววตานั้นมันสื่อได้ว่าเขาเป็นห่วงผมเหลือเกิน

                  “เขาดูกังวลนะที่เห็นต้นไม่สบายนะ” หมอภีมพูด ผมก็เอามือลูบใบหน้านั้น

                  “พ่อขอโทษนะครับ”ผมพูดและกอดเด็กน้อยเอาไว้

                  “นี่คุณจะไปส่งเอิร์ธเองเหรอภีม” ผมถามหมอภีม เขาก็พยักหน้า

                  “คุณนอนพักนะต้นและห้ามไปทำงานวันนี้ อันนี้คำสั่งหมอ และพอผมส่งลูกเสร็จผมจะกลับมาดูคุณก่อน ถ้าไม่นั้นผมจะพาคุณไปที่โรงพยาบาลกับผมด้วย “ ผมก็ขมวดคิ้วเป็นผม จะพาไปทำไมกันละ

                  “ไปตรวจดูให้ละเอียด ผมเป็นห่วงคุณต้น “

                  “ทำไมละแฟนคุณเป็นหมอที่นั้น ตรวจดูและจะได้สั่งยาฆ่าเชื้อให้คุณด้วย และหลังจากนั้นก็ไปนั่งให้กำลังใจผมตรวจคนไข้ต่อก็แล้วกัน”หมอภีมพูด

                  “เอาละผมว่าพากันไปโรงเรียนได้แล้วมั้งครับคุณหมอกับคุณนักเรียนเดี๋ยวก็ได้พากันสาย” ผมพูดหมอภีม และเขาก็อุ้มเอิร์ธขึ้น เขาหันมามองผมที่กำลังจะเดินหันหลังออก เข้าห้องเพื่อจะได้เตรียมตัวและผมจะโทรไปเช็กงานที่โต๊ะก่อนว่ามีอะไรเร่งด่วนหรือไม่

                  “ฟ้อด!” หมอภีมแอบหอมแก้ผม ผมสะบัดหน้าไปมอง เหมือนกับว่าเขากับเอิร์ธนี้เตรี้ยมกันเอาไว้แล้วเอิร์ธเอามือปิดตาคือเด็กห้ามดูว่างั้น ผมหันมาเอามือลูบแก้วตัวเอง

                  “ผมมีข้าวต้มนะต้น ผมทำเอาไว้ให้ คุณทานก่อน”หมอภีมพูดผมพยักหน้าว่าได้

                  “ไปครับ วันนี้อาหมอไปส่งและอาหมอก็จะไปรับด้วยดีไหมครับ และกลับมาเราจะมาเล่นรถไฟกัน ใช่อาหมอก็จะอยู่เล่นเป็นเพื่อนครับผม” เขาสองคนเดินคุยกันออกไป ผมได้แต่ยืนมอง ผมเห็นรอยยิ้มของลูกแล้วก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้ ผมคงหนีเขาไม่ได้อีกแล้วแหละคุณหมอจอมตื้อ
                 
                  Part’s หมอภีทปภพ

                            ผมขับรถมาส่งน้องเอิร์ธที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ผมรู้จักเพราะว่าอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลของเพื่อนพ่อผมด้วย แถมคนไข้เด็กของผม ส่วนใหญ่เรียนโรงเรียนนี้กัน ผมพาเอิร์ธเดินไปเข้าห้องเรียน ผมเห็นครูแป้ง ผมทราบเพราะว่าเอิร์ธมักจะเรียกชื่ออยู่บ่อยๆ

                  “ครูแป้ง สวัสดีครับ” น้องเอิร์ธยกมือสวัสดี

                  “อ้าวน้องเอิร์ธ มายังไงค่ะ แล้วคุณพ่อต้นละคะ”ครูแป้งเอ่ยถามเอิร์ธก่อน ที่เขาจะเงยหน้าขึ้นมามองผม ที่จุงมือเอิร์ธอยู่

                  “เออ คุณ ที่พักอยู่ที่คอนโดนี่ค่ะ”

                  “อาหมอครับครูแป้ง” เอิร์ธบอกครุแป้ง เขาก็ชักสีหน้าแปลกใจ ว่าทำไมผมมากับเอิร์ธได้

                  “สวัสดีครับครูแป้ง ผมมาส่งเอิร์ธแทนต้นนะครับ เพราะว่าต้นเขา “

                  “พ่อไม่สบายครับครูแป้ง” พอเอิร์ธบอกเท่านั้น เธอก็มีสีหน้าตกใจ

                  “พ่อต้นเป็นยังไงบ้างเอิร์ธ “ เธอถามเอิร์ธทันที

                  “พ่อหายแล้ว เพราะว่าอาหมอรักษา อาหมออุ้มพ่อต้นด้วยนะ” อันนี้ทำให้ครูแป้งเงยหน้าขึ้นมามองผม ผมก็แอบเกาหัว เห็นด้วยเหรอ เธอยืนขึ้นมองผมอีกครั้ง

                  “คือ เออ  ผม เออ.. พอดีเอิร์ธเขาไปเรียกผมนะครับและผมเข้าไปต้นเขาก็มีไข้สูง “

                  “แต่ว่าตอนนี้ ไม่มีไข้แล้วครับ ผมว่า….”

                  “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ ถ้าอย่างนั้นเราเข้าห้องกันเลยไหมคะ เอิร์ธ วันนี้ครูแป้งมีนิทานใหม่หลายเล่มเลยนะคะ “ ครุแป้งพูดบอกเอิร์ธ ก่อนที่จะก้มลงกุมจัมมือเอิร์ธ

                  “ครูแป้งครับผม”

                  “ฉันเข้าใจค่ะว่า หัวใจเราบังคับกันไม่ได้ค่ะและแป้งก็คิดว่าคุณต้นเขาคงมีคนรักอยู่แล้ว แต่แป้งก็แอบตกใจนะคะ ที่เป็นคุณเอง ดูแลคนต้นดีดีนะคะ” คุณแป้งเธอก็จูงมือเอิร์ธไป ผมก็หันหลังเดินกลับ

                  //สวัสดีครับ ผมหมอภีมปภพ ผมจะเข้าไปสายหน่อยนะครับ เพราะว่าแฟนผมเขาไม่สบาย ใช้ครับ และรบกวนแจ้งห้องฉุกเฉินให้ผมทีนะครับ ว่าผมจะเข้าไปเคลียร์อุปกรณ์ทางการแพทย์ทีผมเบิกมาใช้กับแฟนผมเมื่อคืนด้วยครับ ครับขอบคุณครับ// ผมโทรไปหาพยาบาลที่ดูแลแผนกภูมิแพ้ของผม

                  “ต้น”ผมเดินกลับขึ้นมาที่คอนโด ผมตรงเข้าไปที่ในห้องพัก เห็นต้นแต่งตัวอยู่อย่าบอกนะว่าจะไปทำงานนะ
                 
                  “ต้นผมบอกคุณว่าไงครับ” ผมถามต้นพร้อมกับเข้าไปกอดเขาจากด้านหลัง

                  “ผมว่าจะเข้าไปเซนเอกสารสำคัญหน่อนนะภีม ผมคิดว่าผมไม่เป็นอะไรมาแล้ว” ต้นหันมามองหน้าผม

                  “รีบไหมครับ ไปโรงพยาบาลกับผมก่อน ผมอยากให้คุณไปตรวจและผมจะให้หมอเขาสั่งยาให้  คุณต้องทานยาฆ่าเชื้อต่อนะต้น” ผมพูดและหมุนตัวต้นตระการพลิกมาหาผม ผมโอบเอวนั้นเข้ามาหา

                  “นี่ภีมผมดีขึ้นแต่ยังไม่หายดีนะคุณ และผมกลัวว่าคุณจะติดหวัดจากผม”

                  “ไม่หรอกครับ “ผมพูดและช่วยต้นแต่งตัว

                  “แต่คิดอีกที นี่ถ้าผมป่วยก็ดีนะ ผมจะได้อ้อนให้คุณดูแลผมไง “

                  “แล้วตอนนี้ เขาไม่ได้เรียกว่าอ้อนผมเหรอภีม”ต้นพูด

                  “ถ้าอย่างนั้นเข้าไปที่โรงพยาบาลบาลก่อนนะต้น ผมอยากให้เขาตรวจเลือดคุณและจะให้หมอโรคทั่วไปดูอาการเบื้องต้นถ้าไม่มีอะไรผิดปกติจะได้ให้เขาสั่งยาอย่างเดียว

                  “จ๊วบ” ผมจุบปากก่อนะที่ผมกับต้นจะเดินลงมาขณะที่ผมกำลังจะเดินออกจากคอนโด

                  “คุณปลัด” ผมได้ยินเสียงใครสักคนเรียกต้นตระการ ผมหันไปมอง

                  “วันนี้เข้าทำงานสายนะคะ “ ผมหันไปมองผู้หญิงวัยกลางคนและหันมามองต้นตระการ

                  “เพราะดีว่าผมไม่ค่อยสบายนิดหน่อยนะครับ แต่นี้ผมหายแล้วครับ” ต้นพูด

                  “แม่ก็ได้ยินแป้งบอกอยู่ว่าคุณปลัดเหมือนจะไม่ค่อยสบาย ถ้าเป็นเยอะหรือว่ายังไงแม่ให้แป้งไปดูแลนะคะ แป้งมันอยากดูแลนะคะ” ผมหันมามองผม ต้นตระการหันมามองผมแว้ปหนี่ง

                  “ไม่เป็นไรครับ ผมเออ ผมหายแล้วครับ” ต้นตระการพูด ผู้หญิงคนนั้นพึ่งจะหันมาเห็นผมยืนอยู่

                  “คุณคนนี้”

                  “คุณหมอภีมปภพครับ”

                  “สวัสดีค่ะคุณหมอ”

                  “เขาดูแลผมเมื่อคืนครับ “ ต้นตระการพูด ผมหันไปมอง

                  “อ้อเหรอคะ ถ้าอย่างนั้น แม่เข้าไปเตรียมของจะได้เปิดครัวค่ะ “ ผู้หญิงคนนั้นรีบขอตัวไปทันทีผมหันมามองต้นตระการ

                  “ไปกันได้หรือยังละภีม และผมจะได้เข้าไปเซนเอกสารที่อำเภอ “ ต้นตระการหันมาถามผม ผมพยักหน้าว่าได้ซิ ผมเดินไปและยิ้มไปด้วย ผมคิดว่าเขาจะบอกว่าผมเป็นแค่เพื่อน ผมว่าการที่เขาบอกไปว่าผมดูแลเขาคำตอบนี้คงเพียงพอแล้ว่าผมกับต้นเราเป็นอะไรกัน
********

ตอนหน้าคริสจะมางอแงง้องแง้งกับครูเขม (จะงอแงยังไงน่ะ รอติดตามนะคะ) อย่าเพิ่งหนีคนแต่งไปนะคะ

ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 169
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
มาแล้ววววว มาปักรอคริสเขม ส่วนภีมต้นนี่แฮปปี้ขึ้นมาอีกนิดละ
 :กอด1:

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
                     เขมชาติหลังจากสอบปลายภาคเสร็จโรงเรียนปิดเทอมแล้วผมก็สรุปคะแนนส่งให้ผ่ายประมวลผลเพื่อนำข้อมุลไปลงเพื่อบันทึกไว้ในสมุดพกของนักเรียนในแต่ละเทอมและสำหรับคนที่กำลังจะจบมัธยมปีที่หกและปีที่สามเพื่อนำไปใช้สมัครเรียนต่อหรือนำไปยืนทำงาน และผมก็กลับมาอยู่กรุงเทพกับแม่ทันที เพื่อช่วยแม่ดูแลพี่ก้องที่ต้องพักรักษาตัวสักระยะตอนนี้ผมก็รับเป็นติวเตอร์ให้อาจารย์อรปรียาที่บ้านติวเตอร์ช่วงปิดเทอมทันทีตามที่อาจารย์เคยเอ่ยปากชวนผมเอาไว้


                   ขณะที่ผมกำลังนั่งดูรายเนื้อหาที่ต้องใช้สอนเด็กที่จะมาเรียนติวกับผม ผมเน้นเนื้อหาที่เกี่ยวกับข้อสอบ การอ่านข้อสอบ และการตัดชอยส์เพื่อจะได้ประหยัดเวลา จู่ๆ ผมก็ได้ยินเสียงข้อความเข้ามาในมือถือผม พอผมหยิบขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นข้อความจากเดนิสพ่อของคริสโตเฟอร์

Danis // สวัสดีครับเขม คุณยุ่งอยู่ไหม
                  Khen// สวัสดีครับเดนิส ไม่ยุ่งครับคุยได้ ว่าแค่คุณสบายดีไหมครับ
Danis/// ผมเหรอครับ ไม่ครับเขม ผมไม่กำลังแย่

                  Khem// คุณเป็นอะไรไปครับเดนิส

Danis// เขมครับ คริสโตเฟอร์ หายไปจากบ้านครับ ผมไปตามหา
เขาแล้ว ไปทุกที ไปถามเพื่อนๆ เขาที่เรียนที่TAFE พวกเขาก็บอก
กับผมว่าคริสไม่ได้มาเรียนหลายวันแล้วครับ
                  Khem// ใจเย็นนะครับเดนิส คุณทะเลาะอะไรกับคริสหรือเปล่าครับ

Danis// ไม่นะครับ แต่ผมรู้สึกว่าเขาพูดกับผมน้อยลง ตอนแรก
ผมก็คิดว่าเขาเหนื่อยหรือเปล่า ผมก็ไลเลยไม่ได้เซ้าซี้ถามเขานะครับเขม
                  Khem// ผมไม่มีเบอร์ติดต่อเขานะเดนิส

Danis// ผมจะให้คุณครับ ผมคิดว่าต้องเป็นเขมแล้วแหละครับ
ที่จะคุยกับเขาได้ ผมกับเขาคงห่างกันมากเกินไป และดูเหมือนเขา
เปิดใจกับคุณมากกว่าผม
                  Khem// ได้ครับเดนิส

Danis// ขอบคุณครับ เบอร์คริส 045645xxx

                  Khem// ทำใจให้สบายนะครับ เขาอาจจะแค่สับสน ผมจะลองโทรหาเขา                  ดูนะครับเดนิส บายครับ


      ทันทีที่ผมจบบทสนทนาทางข้อความกับเดนิส ผมก็รีบกดโทรออกตามเบอร์ที่เดนิสให้ผมมาทันที เพื่อพยายามติดต่อคริสโตเฟอร์ นายตัวดีทำไมทำกับพ่อแบบนี้น่ะ ผมแอบคิดในใจ และนี่เขามีปัญหาอะไรทำไมไม่หันหน้ามาคุยกับพ่อก่อน หรือว่าเป็นเรื่องคุณโรสขึ้นมาอีก

คริสโทรออก    ไม่รับสาย
คริสโทรออก    ไม่รับสาย
คริสโทรออก    ไม่รับสาย
   
                ผมกดโทรไปหลายสายแต่คริสก็ไม่ยอมกดรับสายผมเลย เหลือบมองเวลาผมต้องเข้าสอนติวเด็กนักเรียนของผมแล้วด้วย แต่ใจก็เป็นห่วงคริสผมเลยลองส่งข้อความหาคริสดูแล้วกัน

เขม// คริสเกิดอะไนขึ้น พ่อบอกนายออกจากบ้าน นายอยู่ที่ไหน ติดต่อหาพ่อนายด่วนนะพ่อเขาเป็นห่วงนายนะคริส

               ผมส่งข้อความหาคริสและเตรียมตัวเข้าห้องติวเพราะว่านักเรียนก็นั่งรอผมกันหมดแล้ว ใจผมเองก็เป็นกังวลแต่ผมต้องเข้าไปทำหน้าที่ครูสอนติวเตอร์ เพราะว่าตอนนี้นักเรียนก็นั่งรอผมอยู่ในห้องสอนเรียบร้อยแล้วด้วย

Danis// ครูเขมติดต่อคริสได้ไหมครับ

                     Khem// ยังเลยครับ เดนิส เขาไม่รับสายผมเลยนะครับ

   ผมส่งข้อความคุยกับพ่อของคริสเขาระหว่างที่ผมได้มอบหมายงานกำลังให้นักเรียนลองทำงานกลุ่มอยู่ ผมก็เดินเลี่ยงออกมาเพื่อหาที่กดโทรหาคริสอีกครั้ง

คริสโทรออก     ไม่รับสาย
คริสโทรออก      ไม่รับสาย
คริส โทรออก     ไม่รับสาย
           และนันก็ยิ่งที่เขาไม่ยอมไม่รับสายผมด้วยอีกคน นี้เขาโกรธอะไรผมด้วยหรือเปล่าน่ะนายคริส และยิ่งทำแบบนี้ผมก็ยิ่งร้อนใจ เป็นห่วงขึ้นมาอีกระดับ

เขม// คริสรับสายพี่ก่อนได้ไหม พี่มีเรื่องจะคุยกับเรา คริส พี่อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น นายอยู่ที่ไหน พี่เป็นห่วงคริส!!
เขม// คริสพี่อย่าทำแบบนี้ พ่อนายเขาเสียใจนะคริส และ
เขม// พี่ก็เสียใจนะคริส รับสายพี่หน่อย

               ผมส่งข้อความหาคริสและเฝ้ารอการตอบรับจากคริสด้วยใจที่กระวนกระวายจนการสอนติวของผมก็หมดชั่วโมงลงแต่ผมจะมีสอนต่ออีก ตอนนี้เป็นเวลาพักหนึ่งชั่วโมงของผมก่อน มือถือผมดังขึ้นมีสายเข้าจากคริส ผมรีบกดรับสายทันที

// พี่เขม// น้ำเสียงเขาบ่งบอกว่าเขากำลังมีเรื่องวุ่นวายในใจเขา
// คริสเกิดอะไรขึ้น ทำไมเราทำแบบนี้ และนี่เราอยู่ที่ไหน //ผมรีบถามคริสทันที
// พี่เขม ผมไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว ผมอยากกลับไปหาพี่เขม //
// คริส นี้ก็สองเดือนแล้วนะ อีกแค่สี่เดือนเอง//
// ก็ผมคิดถึงพี่นี่พี่เขม // “ฟู่!!” ผมแอบพ่นลมหายใจออกมายาวๆ หมอนี่กำลังทำให้ผมแย่ไปด้วย ผมเองก็คิดถึงเขามากเช่นกันแต่ผมก็ต้องอดทน
// พี่ก็คิดถึงเรามากนะคริส แต่พี่ไม่อยากให้เราทำแบบนี้และกับพ่อนายด้วย //
// เขาไม่เคยเข้าใจผมเลยพี่เขม // คริสพูด
// เกิดอะไรขึ้นทำไมเราออกจากบ้านไปละ คริส//
// ผมอ่อนแอมากเลยพี่เขม ผมเหมือนอยู่คนเดียวในห้องมืดๆ พี่เขมคือแสงสว่างของผม แต่พอไม่มีพี่ผมเหมือนคนกำลังหลงทางพี่เขม// ผมถึงกับต้องลุกขึ้นยืนเอามือเท้าเอว ถ้าอยู่ใกล้กันผมคงไปหาเขาแล้วแต่นี้มันไกลกันเกินไป เกือบคนละซีกโลกเลยก็ว่าได้
//พี่เขม// ฟู่!!! เสียงนายคริสพรั้งพรูลมหายออกมาเช่นกัน
// นายกำลังทำให้พี่ปวดใจคริส// ผมพูด
// ก็ผมคิดถึงพี่นี่ อย่างน้อยให้ผมได้คุยกับพี่บ้างก็ยังดี //
/ พี่ว่าเขาให้แล้วแหละเขาเป็นคนให้เบอร์ติดต่อนายกับพี่น่ะคริส//
// คริส กลับบ้าน มีอะไรก็หันมาคุยกับพ่อ อย่างน้อยเขาก็รักและเป็นห่วงนายมานะคริส // ผมบอกคริส ไม่ว่าเขาจะโกรธพ่อเขาเรื่องใดก็ตามผมอยากให้เขากลับไปหาพ่อของเขาก่อน ในตอนนี้
// และนี่นายอยู่ที่ไหนคริส//
// ผมอยู่ที่ตรงสถานีรถไฟพี่เขม ผมกำลังคิดว่าผมจะกลับไทยดีไหม แต่ว่าผมก็คิดถึงคำพูดของพ่ออ่ะพี่เขม ถ้าผมอยากดูแลพี่ ผมสับสน พี่เขม //
// ผมก็รู้ว่าผมควรจะทำอนาคตผมให้พร้อมที่จะดูแลใครสักคน และคนนั้นคือพี่เขม พี่เองนะมีแล้วแต่ผมยังเป็นเด็กอยู่เลย ผม เออ //
//พี่เชื่อว่าเราทำได้คริสดังนั้น พี่แนะนำให้เรา กลับบ้านซะ พ่อนายเป็นห่วงนายมากน่ะคริส กลับไปคุยกับพ่อซะก่อน//
// ปิดเทอมรอบหน้าพี่จะขอวีซ่าไปเที่ยวหานายแล้วน่ะคริส//
//จริงนะพี่เขม! พี่มาหาผมนะ ผมคิดถึงผมอยากกอดพี่ที่สุด//
// จริงซิ กลับไปหาพ่อนะ ไปขอโทษพ่อ//
// นะคริส พี่ขอละ กลับไปบ้านก่อน //
//ครับพี่เขม ผมจะนั่งรถกลับเดี๋ยวนี้ //
//โอเค พี่ใจหายหมดเลยนะคริส และอย่าทำแบบนี้อีกนะ พี่รักและเป็นห่วงนายมากนะคริส //
// ผมขอโทษครับพี่เขม//
// คริส พี่มีสอนติวต่อน่ะ พี่อยากจะเก็บเงินเพื่อจะได้ไปเที่ยวหานาย อย่าทำให้พี่หมดกำลังใจซะละ เพราะว่านายเกเร
//ครับพ่อเขม//
// บอกอย่าเรียกพ่อไง มันฟังดูรู้ว่าพี่แก่!! //
//พ่อทูนหัวไง//
// อ่ะยอม และเราก็กลับไปหาพ่อได้แล้ว //
//ขอบคุณนะครับที่รัก //
// ถึงแล้วส่งข้อความหาพี่นะ พี่จะได้หมดห่วง //
// แค่นี้ก่อนนะครับคริส พี่เข้าสอนแล้ว บายครับ //
//บายครับที่รัก คริสถึงบ้านแล้วโทรหาได้อีกเปล่าพี่เขม นะนะ อยากคุยอีก// น้ำเสียงที่ออดอ้อนผมกลับมาอีกครั้ง และมันก็ทำให้ผมอมยิ้มได้อีกครั้ง
//ได้ซิ พี่ก็คิดถึงอยากจะคุยกับเราเหมือนกันน่ะคริส //
//ผมถึงบ้านแล้วผมโทรหาพี่อีกทีน่ะครับพี่เขม ขอบคุณนะครับ ผมรักพี่เขมสุดหัวใจ // และนายคริสก็วางสายไป “พี่ก็รักนายสุดหัวใจของพี่เช่นกันคริส “ผมพูดก่อนจะหันไปเหลือบมองเวลา ตอนนี้ผมต้องเข้าสอนคิวอีกคาบสุดท้ายของวันนี้

         ผมค่อยโล่งอกไปหน่อยที่คริสโตเฟอร์ติดต่อมาหาผมและบอกว่าจะกลับบ้านไปหาพ่อของเขา ถ้าไม่อย่างนั้นผมคงสอนไม่รู้เรื่องแน่ๆ คริสนะคริสก็ไม่น่าทำแบบนี้เลยมีอะไรก็ควรจะคุยกับพ่อตรงๆ ผมก็เดินหลังเข้าห้องสอนพิเศษทันทีอีกแค่ชั่วโมงเดียวก็เสร็จแล้วผม ระหว่างที่ผมกำลังเดินเข้าไป

Danis// ขอบคุณนะครับ เขมที่ทำให้เขากลับมาหาผม
                  Khem// ไม่เป็นไรครับเดนิส

Danis// ผมคิดว่า เขาคงค้นพบตัวเองแล้ว คุณกับเขาจะคุยกันได้น่ะ ผมไม่ว่าไม่ห้ามแล้ว ผมยอมแล้ว ผมกลัวเสียเขาไปอีก
                  Khem// ขอบคุณนะครับเดนิส ที่ผมกับคริสได้คุยกัน

Danis// ผมยินดีครับ
   
      พ่อของคริสส่งข้อความมาคุยกับผม ว่าเขายอมให้ผมกับคริสโตเฟอร์คุยกันได้แล้ว ทั้งที่ควรจะรอให้ถึงหกเดือน ผมดีใจเพราะว่าผมเองก็คิดถึงเขามากเช่นกันและหลังจากผมสอนติวเด็กที่มาเรียนที่บ้านติวเตอร์เสร็จ ผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและเปิดเข้าไปที่แอปพลิเคชันสีเขียว ผมไม่ได้แตะมันมาเกือบสองเดือนหลังจากที่คริสไปออสเตรเลีย ผมกลัวใจผมจะทนไม่ไหวและส่งข้อความหาคริสแต่นี้ พ่อเขาอนุญาตแล้ว ผมจึงกดเปิดมันอีกครั้ง

ChrisrukKhem// ที่รักผมถึงบ้านแล้ว //
                     KhemrukChris //พี่เพิ่งจะเลิกสอนติวคริส //

ChristrukKhem// แผนผมเจ๋งป่ะ// (นั้นไงแผนเด็กโค่งนี้เอง ร้ายจริงๆ นายคริส)
                     KhemrukChris // แผนเด็กงอแงนะซิ //

ChristrukKhem //ก็ผมคิดถึงที่รักนี่ผมก็ต้องลงทุนหน่อย //
                     KhemrukChris // พรุ่งนี้ไปเรียนไหมคริส//

ChristtrukKhem //ไปครับ ผมใกล้จะจบครอสแล้วอ่ะพี่เขมและ
      ก็จะเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยอีก ผมรู้สึก//
      
                     KhemrukChris //??? //
ChrisrukKhem// feaking out! //

                     KhemrukChris // ทำไมละคริส นายนะเก่ง                        
                                                        ภาษาอังกฤษมากนะ ไม่น่าจะต้อง กังวลเลย //
      
ChrisrukKhem //ก็ตั้งแต่มาเรียนปรับพื้นฐาน ผมรู้สึกว่าผมห่างหาย
ไปนานตั้งแต่ผมกลับไปอยู่ไทย และเวลาพูดมันไม่เหมือนตอนเรียนภาษาอังกฤษ
ที่โรงเรียน คำสแลงก็เยอะ เหมือนผมต้องเริ่มใหม่จากศูนย์เลยอ่ะพี่เขม//

                     KhemrukChris //เอานะ พี่เชื่อว่านายทำได้ และทำได้ดี
                     KhemrukChris // พี่ต้องขับรถกลับบ้านแล้วนะ ถึงแล้ว                     
                                                        พี่จะโทรหานะ พี่เองก็ไม่ อยากนอนดึก เพราะว่าพรุ่งนี้พี่มีสอน                     
                                                         ติวหลายชั่วโมงเลย //

ChrisrukKhem //ที่รักทำไมรับสอนเยอะละ ผมเป็นห่วง //
                     KhemrukChris // อย่างที่พี่บอกไง พี่จะได้ไปหาเราที่                     
                                                        ออสเตรเลียได้//

ChrisrukKhem //พี่เขม ตอนนี้ผมเริ่มจากทำงานที่ร้านพิซซ่าก่อน
อาทิตย์ละสามวัน ผมจะเก็บเงินเอาไว้ขอพี่เขมแต่งงาน//

                     KhemrukChris //อย่าทำให้พี่รอเก้อละ //

ChrisrukKhem //นี้แหละคือเป้าหมายสูงสุดของผมเลยพี่เขม //

                     KhemrukChris // หึ? //

ChrisrukKhem //อยากได้ครูเป็นเมียผม แต่เสียดายเป็นแม่ของลูกไม่ได้//

                     KhemrukChris //แน่ละพี่ไม่มีมดลูก!!! //

ChrisrukKhem// ถึงยังไงก็อยากได้อยู่ดี //
                     KhemrukChris// แค่นี้ก่อนนะพี่จะขับรถแล้วคริส พี่ รักคริสนะครับ บายครับ                     
                                                       

      ผมก็ต้องออกจากกล่องข้อความของแอปพลิเคชั่นสีเขียวซะก่อน ไม่อย่างนั้นคงได้คุยกันยาวไม่ยอกมเลิก และผมก็คงถึงบ้านดึกแน่ๆ เส้นที่จะไปบ้านผมรถติดซะด้วยซิ ผมก็ต้องรีบออกรถและขับไปตามเส้นทางที่ผมใช้อยู่ มันทำให้ผมคิดว่าที่พ่อเขาพูด ถึงความสัมพันธ์ของเขาและคริส ที่ว่าเพราะว่าห่างกันไปนานเลยทำให้เขาสองคนพ่อลูกไม่ค่อยเข้าใจกันเท่าไหร่ และยิ่งนายคริสก็ค่อนข้างหัวดื้อซะด้วยแต่ว่าเขาดื้อแบบมีเหตุผลอย่างที่แม่ของเขาเคยบอกกับผมเอาไว้ ผมขับมาจนใกล้ถึงบ้าน

TBC....


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-12-2020 20:02:08 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 666
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-1

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
      ทันทีที่ผมขับรถกลับมาถึงบ้าน ผมก็สังเกตเห็นว่ามีรถจอดอยู่คันหนึ่ง และผมก็จำได้ดีว่านั้นคือรถของพี่ต้น พี่ต้นกลับมาบ้าน ผมตรงปรี่เข้าไปในบ้านของผมทันที ผมคิดถึงพี่ชายคนโตของผมเหลือเกินและหลานชายของผมด้วยอีกคน



“พี่ต้น” ผมเรียกพี่ต้นพี่ต้นหันมามองหน้าผมและผมก็โผ๋เข้าไปกอดพี่ต้น ผมเหลือบไปเห็นพี่หมอภีมปภพ เขามาด้วยกันเช่น ผมหน้าพี่ต้น พี่ต้นพยักหน้าเบาๆ ผมยกมือไหว้พี่หมอภีม



“สวัสดีครับเขม”



“อาเขมสวัสดีครับ” น้องเอิร์ธเดินมาหาผมพร้อมกับกอดผมทันที



“มากันตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ” ผมถามพี่ต้นกับพี่หมอภีม



“เพิ่งจะมาถึงนี่แหละ หมอภีมเขาเป็นคนขับรถมาให้พี่นะเขม” พี่ต้นพูด



“ก็แฟนกัน ผมก็ต้องรับหน้าที่เป็นคนขับให้อยู่แล้ว” พี่หมอภีมพูด



ผมเงยหน้าขึ้นไปมองแม่ระดา แม่รดาเดินลงมาพร้อมกับพี่ก้อง พี่ก้อง  แต่งตัวดูดีมากทีเดียว

"นี่พี่ก้องไปไหนครับ"ผมหันไปถามพี่ก้อง



“วันนี้พี่ก้องเขาจะไปหาพ่อตาเขา พ่อตาเขาเชิญไปทานข้าวที่บ้านนะเขม” แม่รดาหันมาบอกผม ผมก็ยิ้มให้พี่ก้อง พี่ก้องลงมายืน



“พี่ว่าโอเคแล้วน่ะก้อง” พี่ต้นพูด พี่ก้องสวมเสื้อเชิ้ตและกางเกงสแลค อันนี้ดูแปลกตาเพราะว่าพี่ชายคนนี้ชอบสวมกางเกงยีนเป็นหลัก



“ทำไมกลัวพี่เขยพี่ขนาดนั้นเลยหรือไง “พี่หมอภีมถามพี่ก้อง



“แม้พี่ภีม พ่อตาผมเป็นถึงท่านนายพล ผมอาจจะถูกขังลืมก็ได้นะพี่” พี่ก้องหันมาพูดกับพี่หมอภีม

“เอิร์ธ อาก้องหล่อที่สุด” เอิร์ธแหงนหน้าขึ้นมองพี่ก้อง และส่งยิ้มตาหยีให้



“ขอบคุณครับเอิร์ธ “พี่ก้องก้มลงเอามือลูปหัวเอิร์ธเบาๆ ผมก็ได้ยินเสียงรถยนต์เข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ผมคิดว่าพี่นครินทร์คงขับรถมารับพี่ก้องแน่ๆ



“รินทร์น่าจะมาถึงแล้วนะครับแม่ “พี่ก้องพูด และคนที่เดินเข้ามาก็คือพี่นครินทร์ พี่นครินทร์ยกมือไหว้พี่ต้นและพี่หมอภีม (เขาเป็นอาหลานกัน) และหันมายกมือไหว้แม่ผมพร้อมกับเข้าไปกอดแม่ผม ตั้งแต่พี่ก้องบาดเจ็บพี่นครินทร์ก็อยู่คอยขับรถรับส่งแม่ผม เพราะว่าเป็นช่วงที่ป้าวิไลผมป่วยด้วยเช่นกัน เลยทำให้แม่ผมรู้สึกเหมือนมีลูกชายเพิ่มมาอีกหนึ่งคน



“สวัสดีครับเขม เพิ่งกลับมาเหรอครับ” ผู้กองนครินทร์ทักทายผม ผมก็ยกมือไหว้และยิ้มตอบ



“สวัสดีครับสุดหล่อ” ผู้กองนครินทร์ก้มลงทักทายน้องเอิร์ธ



“สวัสดีครับอารินทร์ “เอิร์ธยกมือไหว้พี่นครินทร์ เพราะว่าเขาเห็นว่าผมยกมือไหว้ นั้นเอง



“@#$%^&” พี่ก้องโน้มตัวลงกระซิบกับเอิร์ธ



“อารินทร์ อาก้องให้เอิร์ธถามว่าอาก้องหล่อไหมครับ”



“อาก้องเหรอครับ อืมม อาว่าเอิร์ธหล่อกว่าครับ” พี่นครินทร์ตอบ



“งั้นผมไม่ไปแล้ว อยู่กินข้าวกับแม่ผมดีกว่า” พี่ก้องทำท่าจะงอนพี่นครินทร์



“คุณนิ หล่อครับคุณหัวหน้าหน่วย และอย่าช้านะ เดี๋ยวท่านนายพลเขาจะสั่งคุณทำโทษผมไม่ช่วยนะคุณ ถ้าคุณไปถึงสายนะ ท่านรอ “พี่นครินทร์พูด



“แม้เราสองคนนี้ ไปกันได้แล้ว ลูกก้องกับลูกรินทร์ ให้ผู้ใหญ่รอไม่ดีนะ” แม่ผมเอ็ดพี่ก้องพร้อมกับบอกให้พี่ก้องไปได้แล้วไม่อยากให้พ่อของพี่นครนิทร์รอนาน ผมหันมามองเอิร์ธที่เข้ากับหมอภีมได้ดีมากทีเดียว



“เขมถ้าอย่างนั้นไปอาบน้ำนะลูก จะได้ลงมาช่วยแม่จัดโต๊ะอาหาร “แม่รดาบอกผม ผมพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะรีบเดินขึ้นไปบนบ้าน ผมหยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดูที่หน้าจอ ข้อความจากแอปพลิเคชั่นสีเขียว



ChrisRukKhem // ที่รักถึงบ้านหรือยัง//

KhemRukChrist // ถึงแล้วครับที่รัก คริสละ//



ChrisrukKhemk // ผมอยู่ในห้องนอนผมแล้วครับ พ่อทำอาหารเย็นอยู่ //

KhemrukChris // ทำไมเราไม่ช่วยพ่อทำละคริส//



ChrisrukKhemk //ไม่อยากไปเป็น กขคง //

KhemrukChris //??? //



ChrisrukKhemk //ว่าที่แม่เลี้ยงผมเขาบินมาจากไทยเมื่อวานครับพี่เขม//

KhemrukChris //คริสพี่เคยบอกเราว่าไง //



ChrisrukKhem// ผมรู้ว่าเรื่องของแม่ผมกับพ่อมันจบไปแล้วและเขามีสิทธิ์จะเริ่มต้นใหม่กับใครสักคน แต่ว่าผม//

KhemrukChris //พี่รู้ว่ามันต้องใช้เวลาคริส //



ChrisrukKhem// ครับที่รัก //

ChrisrukKhem//แต่ถึงยังไงผมก็ต้องออกไปอยู่หอพักที่

มหาวิทยาลัยปีหนึ่งอยู่ดี และหลังจากนั้นผมว่าจะหาบ้านเช่า

หรือไม่ก็คอนโด เพราะว่าผมอาจจะหางานทำเพิ่ม ผมอยากไป

ทำงานที่บาร์ เหมือนลูกพี่ลูกน้องผมนะพี่เขม//



KhemrukChris //มันจะเหนื่อยมากไปหรือเปล่าคริส//

ChrisrukKhem //ผมอยากมีเงินเก็บ ผมอยากจะแต่งงานกับพี่

เขมหลังเรียนจบเลย //



ChristrukKhem// ผมคุยกับพ่อเรื่องนี้แล้วนะ พ่อเคยบอกว่า

ผมจะต้องแต่งงานภายใต้กฎหมาย LGBT //

KhemrukChris// พี่เคยได้ยินมาเหมือนกันนะคริส //



ChrisrukKhem// ตอนนี้พี่เขมทำอะไรอยู่//

KhemrukChris// กำลังจะอาบน้ำ และพี่จะลงไปทานอาหาร

กับพี่ต้น พี่ต้นเขามานะคริส และพี่หมอภีมก็มาด้วย //



ChrisrukKhem //เขามาหาพี่ต้นหรือพี่!! //

KhemrukChris// มากับพี่ต้น!! เขาจะมาหาพี่ทำไมละคริส!!



KhemrukKrist// พี่หมอภีมเขาหาพี่ต้นเจอแล้วและก็

กลับมารักกันแล้ว //



ChrisrukKhem// ค่อยยังชั่วหน่อย//

KhemrukChris// หึงเหรอ //

ChrisrukKhem//หึงมากกกกก //



KhemrukChris //ถ้าอย่างนั้นพี่อาบน้ำก่อนนะคริส//





ChristrukKhem // อยากดูพี่อาบน้ำอ่ะพี่เขม//

KhemrukChris //เห้ย! ไม่เอา//

ChrisrukKhemk// น่านะ ผมก็จะอาบน้ำเหมือนกัน

เราอาบพร้อมกัน//

ChrisrukKhemk //ผ่านวิดิโอคอลไง ฟินดี//



KhemrukChris //จะดีเหรอ//

ChrisrukKhemk// นะพี่เขม ผมแก้ผ้ารอแล้ว//

(ไม่รีบเลยนะหมอนี่)



                     ผมต้องนั่งคิด เกิดมาไม่เคยทำอะไรแบบนี้จริงๆ นายทำอะไรกับพี่นี่คริส!! ผมก็ต้องถอดเสื้อผ้าออก ผมน่าจะพอมีเวลาอยู่สักยี่สิบนาที เอาว่ะ     วิดีโอคอลจากคริสโตเฟอร์ ผมก็กดรับสาย สิ่งที่ผมเห็นคือคริสเขาแก้ผ้ารอแล้วด้วย นี้เขาไปทำอะไรมาถึงได้มีกล้ามท้องแน่นๆ แบบนั้น หุ่นเขาก็เข้าสู่วัยหนุ่มรุ่นวัวกระทิงแล้วก็ว่าได้



“ไปทำอะไรมาคริส” ผมถามคริสทันที



“ไปวิ่งมาทุกวันและเวทด้วย ทานโปรตีนเพิ่มกล้ามเนื้อ ผมว่าจะลงเล่นฟุตตี้ของมหาวิทยาลัย” คริสโตเฟอร์พูด แถมยังลดกล่องต่ำลงไปจนเห็นกล้ามเนื้อท้องแน่นๆ และเห็นขนอ่อนไรๆ ใจผมเองก็รุ่นอยากให้เห็นต่ำลงไปอีกแต่จู่ๆ พ่อคุณก็ดันปรับกล่องขึ้นมาส่องหน้าหล่อๆ เขาแทน ที่เปียกชุ้มไปด้วยน้ำ มันก็ยิ่งดูเซ็กจัด เอ๊ย! เซ็กซี่



“ผมยังไม่เห็นพี่เขมเลย “คริสทักท้วงผมอยากเห็นผมบ้าง



      คริสโตเฟอร์พูดผมก็ต้องปรับกล้องลง อายมากกว่าเปิดให้ดูต่อหน้าซะอีกผม ผมก็ต้องหลับตาปี๋ (ผมเอาซองใส่กันน้ำใส่โทรศัพท์ไว้) ผมห้อยเอาไว้ในห้องน้ำ และเริ่มเปิดน้ำ ชำระล้างกาย สายน้ำที่ราดรดตัวผม ผมหันไปมองคริสโตเฟอร์เช่นกัน มันแปลกดีแต่ก็ให้ความรู้สึกที่เหมือนกับว่าเราอาบน้ำด้วยกัน รูปร่างของคริสที่โตเต็มวัยมันทำให้ผมไม่อยากละสายตายิ่งตอนที่เขาถูสบู่ลงบนเรือนร่างนั้น ผมก็เห็นว่าเขามองผมไปด้วยและเหมือนกับว่าเขากำลังจะ



“พี่เขม ผมมีอารมณ์อ่ะ ผมทำในนี้น่ะ “คนปลายสายทำน้ำเสียงกระเซ่าใส่ผมว่ามีอารมณ์ (อันที่จริงนายก็มีตลอดแหละเด็กส่ายหื่น)



อะ อ้า พี่เขม อู้ย!! ถ้าเป็นมือพี่เขมก็ดีซิ อืมม



เสียงกระเซ้าเริ่มมาแสดงว่าคริสกำลังช่วยตัวเองในห้องน้ำ โดยใช้วิดีโอคอลขณะที่ผมกำลังอาบน้ำไปด้วย จะว่าไปมันก็ฟินดีเหมือนกัน



“พี่เขมซีดสสส “เสียงลากยาวของคนในสาย



“ปึก!!” และจู่เสียงประตูก็ถูกเปิดออก ที่ผมแค่คิดว่าจะทำเหมือนกันแต่ผมชะงักเอาไว้



“คริส!!” เสียงใครสักคนเรียกชื่อเพร้อมกับเปิดประตูเข้ามาเรียกคริสในห้องน้ำ ผมคิดว่าน่าจะเป็นพ่อเขานั่นแหละ   เดนิส



“เว้ย!!! Dad!!!” พ่อนายคริสนั้นเอง และคริสก็รีบพลิกหน้าจอหันไปทางอื่นแทนเพื่อไม่ให้เดนิสเขาเห็นว่าผมโป้อยู่ ผมก็ยืนอยู่ในตู้อาบน้ำบ้านผม



“เข้ามาทำอะไรนะแด้ด?นี่มันห้องน้ำและมันก็ส่วนตัวนะแด้ด! “เสียงคริสโตเฟอร์เขาสนทนากับพ่อของเขา



“ก็ไอได้ยินเสียงแปลกๆ เลยเปิดเข้ามาดู เพราะคิดว่าเราอาจจะต้องการความช่วยเหลือ” ผมก็แอบคิดในใจ ใช่แล้วเขากำลังต้องการความช่วยเหลือนะ แต่ทำไมผมต้องหน้าแดง



“ไม่เลยแด้ด ไม่ได้บอกเลยว่าต้องการ เออ .. .ให้แด้ดมาช่วย!”



“แน่นะ นายโอเคหรือเปล่า”



“ผมโอเคแด้ด ไม่ได้เป็นอะไรสบายดี”



“แล้วเราคุยกับใครอยู่พ่อได้ยิน”



“คุยกับ … เขมไง แด้ด”



“คุยยังไงอ่ะ ในห้องน้ำแบบนี้นี่น่ะ!!” ใช่มันคุยยังไงในห้องน้ำและนายก็แก้ผ้าอยู่ เสียไหมเนี๊ยะผมแอบคิดในใจ



“ก็วิดีโอคุยกันนะแด้ด”



“ห๊ะ! เราวิดีโอคุยกับเขมทั้งที่นายแก้ผ้านี่น่ะ “ผมต้องยืนเอามือปิดตาตัวเองไม่น่าหลวมตัวไปกับนายเลยคริส!!



“ปกติน่ะแด้ด แตอนเป็นแฟนกันก็คุยกันแบบนี้ เมื่อก่อนก็อาบน้ำด้วยกันบ่อยๆ” คริสโตเฟอร์บอกพ่อเขา ผมแอบหน้าแดงขึ้นมาอีกแล้ว



“อ้อเหรอ อืมม”



“แล้วแด้ดเข้ามาทำไมอ่ะ”



“ก็แค่จะมาบอกว่าพ่อจะไปซื้อของกับคุณโรสนะ มันขาดสองสามอย่าง พ่อจะไปซุบเปอร์มาเก็ตใกล้ๆ นี่แหละ



“อ้อ โอเค แด้ด”



“นายจะเอาอะไรไหม พ่อจะได้ซื้อมาให้”



“ไม่ดีกว่าแด้ด ขอบคุณนะ



“แน่ใจเหรอว่าไม่นะ”



“ไปเถอะแด้ด จะเข้าไปอาบน้ำแล้ว”



“แน่ใจแล้วเหรอ?”



“แด้ด!! ได้โปรดไปเถอะ แฟนพ่อรอ ผมก็จะอาบน้ำและคุยกับแฟนผมไปด้วย” ผมแอบอมยิ้ม



“ก็ได้ ไปก็ได้ เออ ถ้าเสร็จแล้วลงไปจัดโต๊ะอาหารรอด้วยก็ดีนะ หลังจากที่คุยกันเสร็จแล้ว พ่อไปนะไม่กวน”



“ไปเถอะแด้ด พลีสสสสส “ผมก็ต้องยืนเกาหัว ตอนแรกว่าจะทำด้วยตอนนี้ทำไม่ลงเลยครับผม



“แด้ด! คราวหน้าเคาะประตูด้วยนะแด้ด และจะให้ดี รอให้เสร็จก่อนค่อยเข้ามา ผมโตแล้วนะแด้ด ไม่ใช่เด็กๆ”



“เออ ลืมไปว่าโตเป็นหนุ่มแล้ว “พ่อของคริสโตเฟอร์



“คริส เป็นไง” ผมถามคริสทันที



“ไม่เลยพี่เขม จะเสร็จอยู่แล้วเชียว ดูซิ หดหมดเลยอ่ะ เรามาเริ่มต้นกันใหม่น่ะที่รัก เล้าโลมผมใหม่เลยพี่เขม คริสโตเฟอร์พูดและปรับกล้องลงทำให้ผมเห็นว่ามันไม่สู้แล้วไง



“เอาไว้คราวหน้าแล้วกันพี่ต้องรีบลงไปช่วยแม่จัดโต๊ะอาหารแล้วคริส “ดูคนที่ได้ยินทำท่าจะร้องไห้อีก

//หึ หึ //ผมต้องยืนหัวเราะเขาในลำคอ เห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้



“ไม่ตลกอ่ะครับพี่เขม”



“เอานะ คราวหน้า นะคริส”



“พี่เขมอ่ะ ลงไปช้าหน่อยไม่ได้เหรอ”



“อย่างอแง และไหนบอกหดหมดแล้วไง”



“You can turn me on Darling //



“ไม่ได้พี่ต้องไปแล้วจริงๆ คริส”



“โอเค คืนนี้ผมรอคุยกับพี่ก่อนนอนนะ”

“อย่าดึกมากนะ เพราะว่าเวลาที่ไทยกับออสเตรเลียมันต่างกันนะคริส ของพี่ช้ากว่านายตั้งสามชั่วโมง นายน่ะ จะนอนดึกเอา เรียนไม่รู้เรื่องเอาน่ะคริส”



“ครับพ่อเขม”



“คริสสสสส”



“พ่อทูนหัวของผม”



พอผมออกมาจากห้องน้ำได้ ผมก็รีบแต่งตัวทันทีและรีบลงมาช่วยแม่ผมจัดโต๊ะอาหาร พี่ต้นก็เข้ามาช่วยด้วย ส่วนเอิร์ธเขากำลังเล่นกับหมอภีมปภพ ดูเอิร์ธมีความสุขมากขึ้นกว่าตอนที่อยู่กับพี่เกศรินทร์ ผมเห็นพี่หมอภีมรักเอิร์ธเหมือนกับว่าเอิร์ธคือลูกของพี่เขาเองจริงๆ



“ภีมครับ พาเอิร์ธมาทานอาหารได้แล้วครับ คุณด้วยนะครับ” พี่ต้นเรียกอหมอภีม และทั้งคู่ก็มานั่งที่โต๊ะอาหาร เอิร์ธเห็นอาหารที่แม่ผมทำพิเศษให้ เขาก็ตาโตดีใจ และหมอภีมก็ยังดูแลเอิร์ธแทนพี่ต้นอีก



“พ่อภีม” ผมหันไปมองนี้เขาเรียกพี่ภีมว่าพ่อด้วยเหรอ ผมหันมามองพี่ต้น พี่ต้นยักไหล่ให้ผม ผมก็พยักหน้าเข้าใจและนั้นก็แสดงว่าเอิร์ธเขาเปิดใจให้โลกกว้างมากขึ้น ปกติเอิร์ธจะไม่เข้าหาคนแปลกหน้าเลย



“ครับเอิร์ธ” พี่หมอภีมปภพ ถามเอิร์ธ



“อาหมอไม่ตักให้พ่อต้นบ้างอะครับ” เอิร์ธถามพี่หมอภีมผมว่าพี่ภีมคงเกรงใจแม่ผมนะ



“ทำตัวตามสบายเถอะค่ะ แม่นะ เห็นลูกๆ มีความสุขก็ดีใจแล้วค่ะ” แม่ผมเปิดไฟเขียวให้แล้ว พี่หมอภีมก็ตักนั้นตักนี้ให้เอิร์ธบ้าง พี่ต้นบ้าง มันทำให้ผมคิดถึงคริสโตเฟอร์ และนี้ก็คือการดูแลเอาใจใส่กันของคนรักกัน ตอนแม่ผมพ่อผมก็ดูแลแม่ผมอย่างนี้ พ่อคอยตักของที่แม่ชอบใส่ในจานแม่ผมเสมอ แต่แม่น่ะกับเลือกตักของที่ลูกชอบใส่จานลูกๆ ตลอดเช่นตอนนี้



“ทานเยอะๆ เขมดูผอมไปเรานะ เดี๋ยวน้องกลับมาตัวโตแซงหน้าพอดี” แม่ผมพูดและแอบแซวผมด้วย แต่จริงๆ ตอนทีผมคุยกับเขา คริสตัวโตขึ้นเยอะแล้วด้วย แซงผมไปแล้วด้วยซิ



ตื้ด!!! เสียงเตือนว่ามีข้อความใหม่เข้าในกล่องข้อความของแอปพลิเคชันสีเขียว



Chrisrukkhem// พี่เขม นอนยัง//

KhemrukChris// กำลังจะขึ้นห้องนอน//



Chrisrukkhem //คิดถึงอ่ะ นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย //

KhemrukChris //สวดมนต์ซิ//

Chrisrukkhem //เอาไม่อยู่//

KhemrukChris //งั้นก็นั่งสมาธิ//

Chrisrukkhem //นั่งไม่ได้มันร้อน //

KhemrukChris// แล้วนายจะเอายังไง//

Chrisrukkhem// มาช่วยก่อน พ่อไม่อยู่ พอชวนแฟนออก

ไปดื่มที่บาร์กับเพื่อนพ่อ นะพี่เขม ผมว้อนพี่//

KhemrukChris// นายนี้น่ะ หื่นตลอด//

Chrisrukkhem// ผมสายหื่นจำไม่ได้เหรอ //

KhemrukChris //ใช่นายนะนักเรียนสายหื่นไม่สายศิลป์

Chrisrukkhem //please!!!!! //

KhemrukChris//งั้นรอก่อนพี่จะเข้าห้องแล้ว //

Chrisrukkhem//แก้ผ้ารอเลยนะ บนเตียง วิดีโอคอลด้วยนะ

เห็นหน้าพี่เขมแล้วมันฟิน//

KhemrukChris//พอแล้ว พี่เขิน //



ผมส่งข้อความหาคริส นี้เขายังอ้อนให้ผมทำแบบนั้นกับเขาอีก ในห้องน้ำว่าน่าอายแล้วนะ นี้จะให้ทำบนเตียงนอนอีก ผมเดินเข้าไปในห้องนอน ก่อนจะรีบเข้าไปทำกิจวัตรประจำวันก่อนนอนและตรงมาที่เตียงนอน ผมเปิดโน๊คบุ๊คผมแทน และคนที่อออนไลน์รอผมก็นอนอยู่บนเตียงเรียบร้อยแล้ว โดยมีผ้าห่มคลุมอยู่ครึ้งตัว ไม่ได้สวมเสื้อ กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ นั้น



“ถอดเสื้อซิครับพี่เขม “คริสโตเฟอร์บอกผม

และผมเองก็เหมือนเด็กน้อยเลยถอดออกอย่างว่าง่าย ผมถอดเสื้อออกจนเผยให้เห็นแผ่นอกแบนๆ ของผม ผมเห็นคริสเลียริมฝีปากก่อนที่เขาจะดึงผ้าคลุมออกมันเผยให้เห็นแท่งเอ็นนั้น อย่างชัดเจนมันโตขึ้นไปอีก



“เว้ย!! “ผมร้องเสียงหลงออกมาทันทีและหนีบขาตัวเองเข้ามากัน



“ร้องทำไมอ่ะพี่เขม” ยังมีหน้ามาถามผมอีกเหรอว่าร้องทำไม



“ทำไมมันโตเร็วขนาดนั้นอ่ะ”



“สงสัยผงโปรตีน” คริสโตเฟอร์ตอบผม



“พี่ว่าหยุดกินเถอะ เห็นแล้วเสียว”



“มีอารมณ์เหรอ”



“สยอง!!”



“อย่าตลกบริโภค มาเล่นเซ็กส์โชว์กันดีกว่า เร็วซิพี่เขม ผมว้อน”



ผมก็ต้องวางโน้ตบุ๊คในตำแหน่งที่พอเหมาะและนอน หันหน้าเข้าหากล้อง ผมล๊อกประตูเรียบร้อยแล้ว และนายคริสก็เริ่มปฏิบัติด้วยมือ ผมก็มองเขาทำและเริ่มทำตาม



“อืมมม ซี้ดสสสส” “เสียงครางของผมกับคริสดังไม่รู้ว่าทั่วห้องไหม ผมยอมรับว่าค้างอยู่ตั้งแต่ในห้องน้ำแล้ว



“พี่เขม ซี้ดสสสส ไม่ไหวแล้ว ออกแล้วนะ โอ้วววว อ้าห์!”



“อืมมม อ้าห์!!”



         ผมเองก็ตามคริสไปติดๆ เต็มมือเหมือนกัน จนผมต้องยกมืออีกข้างขอเวลาไปชำระล้างและจะออกมาคุยกับคริสโตเฟอร์ต่อ ผมก็เห็นว่าคริสเขานอนอยู่บนเตียง ผมเห็นห้องนอนของเขา ดูตกแต่งแบบห้องผู้ชายทั่วไปมีโปสเตอร์นักกีฬาบาสเกตบอลที่เขาชอบ



“ขอบคุณนะครับที่รัก”



“ครับที่รัก”



“ผมอยากให้พี่อยู่กับผมจังเลย อยากกอดอ่ะ คิดถึง”



“งอแง พี่ก็อยู่รอนายตรงนี้ไง รอวันที่นายจะกลับมากอดพี่ไง”



“พี่เขมดูผอมไปนะ ดูแลตัวเองด้วย ผมเป็นห่วง”



“พี่ยอมรับ พี่คิดถึงเรา เลยกินได้น้อยลง”



“แต่ผมชอบนะ รูปร่างพี่นะ ไม่อ้วนไม่ผอมจนเกินไป แต่ตอนนี้พี่ต้องกินเพิ่มอีกหน่อยนะ ผอมไปพี่เขม”



“พี่จะพยายามนะคริส”



“คริสนอนได้แล้วนะ ที่โน่นมันดึกแล้ว จะตีหนึ่งแล้วมั้งเนี๊ยะ!”



“ใช่ครับ อีกห้านาทีตีหนึ่ง”



“นอนหลับฝันดีนะครับ คุณครูของผม”



“นอนหลับฝันดีครับ นักเรียนที่รักของพี่ ไม่ซิ นายไม่ใช่นักเรียนแล้วนะ นายเป็นหนุ่มจะเข้ามหาวิทยาลัยแล้วคริส”



“อยากเป็นเด็กนักเรียนที่ยืนให้พี่เอามือลูบหัวผมเหมือนเดิม”



“เราหยุดเวลาไม่ได้แต่เราหยุดหัวใจเราไว้ด้วยกันได้ เพราะว่าความรักพี่กับนายไม่เคยเปลี่ยนไปคริส พี่สัญญา นอนได้แล้วครับ  เพราะว่าพี่ก็เริ่มง่วงแล้วนะครับ ที่รัก”



“Good night my sweetheart. I love you to the moon and back.”



“Good night my sweetheart. I always love you. Bye-bye .”

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
ก้องภพ
    วันนี้ผมทานข้าวกับพ่อตาเป็นวันแรกและก็จะกลับไปที่ฐานไปปฏิบัติหน้าที่ต่อแต่ช่วงนี้คงไม่ได้อกไปลาดตะเวน ผู้พันสั่งผมไว้ว่าห้ามไปซ่าส์ทีไหน ไม่อย่างนั้นจะส่งไปนั่งในสำนักงานใหญ่แทน ผมจะยอมเหรอครับที่จะนั่งในออฟฟิศ ผมก็เลยยอมตกลงแต่ไปอยู่ฐานกับนครินทร์
         
         “หล่อแล้วครับคุณก้อง” ผู้กองนครินทร์หันมาช่วยผมจัดแต่งเสื้อผ้า ก่อนจะเข้าไปพบพ่อตา ผมหันมามองตัวเองผ่านกระจกอีกครั้ง

         “ไม่รู้ว่าไม่มั่นใจหรือว่ากลัวพ่อตาสั่งขังลืมซะก็ไม่รู้นะคุณ” ผมหันไปพูด กับนครินทร์ เขาเองก็ช่วยจัดแต่งเสื้อผ้าให้ผม

         “แล้วคุณคิดว่าผมจะยอมเหรอครับ” นครินทร์ถามผม

         “ผมว่าไม่”

         “ทำไมล่ะ”

         “คุณ…อาจจะทนคิดถึงลีลารักผมไม่ไหว ผมเดาถูกใช่ไหมครับ” ผมพูดและใช้นิ้วไต่ๆไป

         “เพี๊ยะ!” “โอ๊ย!” ผมโดนตีก็ร้องไปตามระเบียบ ผมสองคนเดินเข้าไปในบ้านก็เจอผู้หญิงวัยกลางคนเดินออกมา และโผ่มากอดนครินทร์ ผมพอจะจำแม่ของนครินทร์ได้ดี แต่นี้ไม่น่าจะใช้

         “แม่นมผึ้ง นี้คุณก้องครับ แฟนของรินทร์” ผมก็ต้องพยักหน้าเบาๆ แม่นมนั้นเอง

         “สวัสดีครับ”

         “ไม่ต้องไหว้ก็ได้ค่ะ แค่ใช้คนใช้”

         “คนพิเศษ” นครินทร์พูด

         “คุณท่านนั่งรออยู่แล้วค่ะ เชิญด้านในกันเถอะค่ะ วันนี้นมผึ้งทำของโปรดคุณรินทร์เอาไว้ด้วยนะคะ หลายอย่างเลย” นครินทร์เดินเข้าบ้านไปพร้อมกับแม่นมและมีผมตามเข้าไปแบบแอบเสียวสันหลังว้าบ! นั่งรอเลยเหรอ วิ่งหันหลังกลับจะทันไหม เอาว่ะ ผู้กองก้องภพ แต่ถ้าให้ผมเลือกระหว่างหยิบปืนลุยกับผู้ร้าย ก้องผมขอเลือกอันนั้นจะดีกว่า

         “มากันแล้วค่ะคุณ” เสียงร้องทักทายดังออกมา ผมจำได้ดีแม่ของนครินทร์ เขาหันมาส่งยิ้มอ่อนๆให้ผม และผู้ชายที่ไม่ได้สวมเครื่องแบบ ผมเห็นท่านเวลาไปติดต่อราชการสองสามครั้ง

         “สวัสดีครับท่านนายพล สวัสดีครับคุณ..”

         “เรียกแม่เถอะค่ะ “

         “สวัสดีครับคุณแม่”

         “เจอกันสักทีนะ หายดีหรือยังละ” พ่อของนครินทร์เอ่ยถามผม ถึงอาการบาดเจ็บ

         “ดีขึ้นแล้วครับ ผมพร้อมจะกลับไปปฏิบัติหน้าที่ได้แล้วครับ”

         “จะกลับไปแล้วเหรอคะก้อง รออีกสักหน่อยดีกว่าไหม ไม่ใช่แผลเล็กๆนะ และที่สำคัญนะคือแผลภายใน” แม่ของนครินทร์ทำท่าจะขัดค้านผม

         “นั้นซิครับแม่ นี่ก้องไม่ยอมฟังรินทร์เลย “ เขารีบฟ้องแม่ของเขาทันที

         “เหมือนพ่อเรานั้นแหละ ตอนหนุ่มๆนะ” แม่ของนครินทร์พูด ท่านหันมามองหน้าผม

         “นั่งลงซิ” พ่อของนครินทร์ผายมือให้ผมสองคนนั่งลง

         “พ่อแม่เราเป็นใครนะ “ พ่อของนครินทร์ถามผม

         “พ่อผมเป็นอดีตนักการทูตครับ ส่วนแม่ของผมเคยเป็นครูสอนอยู่โรงเรียนมัธยมครับ “ ผมตอบ
         
         “รับราชการทั้งคู่”

         “ครับ”

         “พี่ชายเรานะ เป็นปลัดอำเภอรึ”

         “ครับพี่ชายผมเป็นปลัดอำเภอ “

         “คนที่เป็นแฟนไอ้หมอภีมนะเหรอ”

         “พ่อ เรื่องผมกับก้องไม่เกี่ยวกับอาภีมและพี่ต้นนะพ่อ ผมกับก้องคบกันโดยไม่รู้เรื่องอาหมอมาก่อนและเพิ่งจะมารู้วันที่ผมขอให้ส่งตัวก้องไปที่โรงพยาบาลปู่” นครินทร์พูด

         “อืมม “
         
         “พี่รินทร์” คนที่วิ่งลงมาจากบ้านชั้นที่สอง เป็นผู้ชายดูน่าจะยังอยู่ในวัยมัธยม และตรงมากอดนครินทร์ด้วยด้วยความคิดถึง

         “ริท นี้พี่ก้อง”

         “สวัสดีครับพี่ก้อง ตัวจริงหล่อกว่าในรูปอีกนะครับ”

         “อะแฮม” เสียงท่านนายพลกระแอม 
         “พี่รินทร์” เสียงหญิงสาววิ่งตามลงมา เธอดูสวยสมวัย หน้าตาสวยเหมือนแม่ของนครินทร์ไม่มีผิดเพี้ยนเลย

         “สวัสดีค่ะพี่ก้อง”น้องสาวของนครินทร์ยกมือไหว้ผม

         “คุณก้องนี้รุ้งครับ ตอนนี้เรียนแพทย์ทหารปีสองแล้วครับ” ผมพยักหน้า

         “และนั้นรุทครับก้อง กำลังจะจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ว่าที่ผู้หมวดครับ”

         “สวัสดีครับพี่ก้อง “ น้องชายอีกคนที่ของนครินทร์เดินมายกมือไหว้ผม

         “คุณท่านค่ะ ให้ตั้งโต๊ะอาหารเลยไหมคะ”

         “ตั้งเลยซิแม่ดาว “แม่ของนครินทร์หันไปบอกคนใช้

         “ไปค่ะลูกก้องไปทานอาหารกันดีกว่าและจะได้คุยกันถ้าไม่รีบกลับนะคะ” แม่ของนครินทร์หันมาบอกผม

         “อันที่จริงรินทร์น่าจะอยู่ค้างบ้านนะลูก ไม่มาค้างบ้านเกือบสองเดือนได้แล้วมั้ง” แม่ของนครินทร์พูด ผมหันมามอง สองเดือนนี้มันก่อนที่ผมถูกยิ่งด้วยใช่ไหม

         “รินไม่ได้กลับเข้าบ้านเลยตั้งแต่ก่อนก้องถูกยิงนะ เพราะว่าตอนนั้นผมเริ่มหลบหน้าพ่อแล้วไงคุณก้อง แต่แมไปค้างบ้านย่าแทน” นครินทร์กระซิบกับผม ผมพยักหน้า ก่อนจะนั่งลงแต่ทำไมผมถึงได้ต้องนั่งใกล้ชิดท่านพ่อตาขนาดนี้ และตรงข้ามคุณแม่ยายอีกด้วย

         “ทำตัวตามสบายเลยนะคะ ลูกก้อง”

         “ใช่ทำตัวตามสบาย ” อันนี้แหละที่จะทำให้ผมไม่ค่อยสบายครับท่าน ผมแอบคิดในใจ

         ระหว่างที่ผมกำลังทานอาหารก็มีคุยกันบ้าง ส่วนพ่อตาผมนิ่งสงบ สยบทุกอย่าง แต่แม่ของนครินทร์เขากันเองมาก

         “แม่ “ จู่ๆ นครินทร์ก็เรียกแม่ของเขาและชูมือข้างที่มีแหวนขึ้นมาให้ดู

         “จริงดิพี่รินทร์ พี่ก้องขอพี่รินทร์แต่งงานแล้วเหรอค”" น้องสาวของนครินทร์ถามขึ้น

         “จริงเหรอลูก “ แม่ของนครินทร์เช่นกัน แต่คุณว่าที่พ่อตาผมหันมามองรินทร์แต่มาชะงักที่ผม

         “นี้แน่ใจแล้วเหรอที่จะทำแบบนี้กัน ฉันกับแม่แกไม่อยากจะหน้าแตกรอบสองตั้งแต่ยกเลิกงานแต่งนั้นแล้วนะ รินทร์”

         “พ่อผมรักก้อง “

         “แล้วนี้รู้ไหมว่ามันจะมีปัญหาอะไรตามมาในอนาคต”

         “ผมไม่รู้แต่ผมเลือกแล้วพ่อ”

         ไม่รู้ไม่สนใจอย่างนั้นรึ “ พ่อของนครินทร์ถามผมสองคน

         “ผมไม่รู้ว่าความรักของผมสองคนจะเจออะไรอีก และปัญหามันจะเล็กหรือใหญ่กว่านี้แต่ตอนนี้ผมกับรินทร์เรารักกันครับท่าน และผมเองก็อายุเกือบจะสามสิบแล้ว ผมคิดว่าผมมีความคิดความอ่านมากพอจึงตัดสินใจขอนครินทร์เขาแต่งงานครับ” ผมหันไปตอบแทน ส่วนนครินทร์ก็จับมือผมเอาไว้แน่น

         “คุณ!”

         “เอาก็ได้ถ้าคิดว่าโตกันมากพอแล้วก็”

         “ให้ผู้ใหญ่เข้ามาพูดคุยก็แล้วกันว่าจะเอายังไง เรื่องงานแต่งนะ “ พ่อของนครินทร์พูดก่อนจะหันไปทานอาหารต่อ แม่ของนครินทร์ก็ยิ้มให้ผมกับรินทร์ และดูน้องๆจะดีใจกันยกใหญ่

         “ดีใจด้วยนะพี่รินทร์ “ริทน้องคนสุดท้องของนครินทร์

         “ผมจะให้แม่ผมกับพี่ชาย เพราะว่าผมนับถือพี่ชายเหมือนพ่อผมหลังจากที่พ่อผมเสียชีวิตไป เข้ามาคุยเรื่องสินสอดทองหมั้นนะครับ “

         “ได้ค่ะลูกก้อง เข้ามาเมื่อไหร่ก็บอกแม่กับพ่อแล้วกันนะ” แม่ของนครินทร์พูด ผมหันมามองรินทร์ และทานอาหารด้วยกัน จะว่าไปพ่อของนครินทร์ก็ไม่ได้ดุมาเหมือนกับที่รินทร์เขาพูดไว้เท่าไหร่แต่ท่านนิ่งและขรึมเท่านั้นเอง ระหว่างมืออาหารก็คุยกันต่างๆนานา น้องชายนครินทร์คนที่กำลังจะเรียนจบนายร้อยตำรวจเขาอยากไปฝึกและสอบเข้า หน่วยS.W.A.T  น้องสาวก็อยากจะไปเป็นหมอประจำการที่ขาดแคลนหมอก่อน มีแค่คนเล็กที่ซะที่แม่เขาอยากให้เรียนหมอบ้านและช่วยดูแลโรงพยาบาลที่พ่อของพี่หมอภีมมอบให้

                  “รินทร์ค้างที่บ้านไหมละวันนี้ “

                  “ คือว่ารินทรไม่อยากให้ก้องเขาขับรถกลับคนเดียวนะครับแม่”

                  “ถ้าอย่างนั้นก็ให้ก้องเขานอนค้างที่นี่เลยซิ แฟนกันแล้วนิ”

                  “แฟนกัน ยังไม่ได้แต่งกันซะหน่อยคุณ”

                  “ไม่เป็นไรดีกว่าครับ คุณแม่ คุณ ..พ่อ”

                  “ส่วนคุณรินทร์ค้างทีนี้ก็ได้ครับ แล้วพรุ่งนี้ผมมารับ” ผมหันไปบอกนครินทร์

                  “ไม่เอารินทร์…”ทำท่าจะค้าน

                  “เอา เอา ค้างมันทั้งคู่แหละ” พ่อของนครินทร์พูด แม่เขาก็พยักหน้าให้ผมตกลงค้างที่นี่ เช่นกัน ผมก็พยักหน้าตามนั้น ผมนั่งคุยกันคร้าวๆ ว่าควรจัดงานกันแบบไหน ผมเองคงต้องถามแม่ผมก่อนและเพื่อนๆผมอีก ผมนั่งคุยกันจนกระทั้งเริ่มจะดึงเลยแยกย้ายกันขึ้นห้องนอน และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้ขึ้นไปชมห้องนอนของนครินทร์เขา

                  ภายในห้องนอนตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีขาว ทันทีที่ประตูห้องปิดลง ผมก็หันมารวบเอวนครินทร์เข้ามาและบดขยี่ริวฝีปากอวบอิ่มนั้น นครนิทร์ก็ตอบรับผมโดยการสอดแทรกลิ้นเข้ามาผมก็สอดลิ้นสวนเข้าเช่นกัน
                 
                  “อืม” เสียงร้องครางทันที่ผมใช้สองมือดันสะโพกเพื่อยกตัวนครินทร์ขึ้นอยู่ในท่าอุ้มแตงปากที่ยังคงทำหน้าที่ไม่หลุดจากกัน สองแขนของนครินทร์โอบรอบคอผมไว้ จนกระทั้งมาถึงเตียง ผมจัดการวางนครินทร์ลลงและขึ้นไปคร่อมร่างนั้นไว้ พร้อมกับไซ้ลงที่ซอกคอ ผมไม่ได้เจอเขามาเกือบสองอาทิตย์หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาล

                  “อะ …อ้าห์ ….กะ…ก้อง…พะ… เดี๋ยวก่อน” นครินทร์ร้องห้ามปรามผม ผมก็หยุดมอง

                  “ผมว่าเราอาบน้ำก่อนดีกว่า”

                  “รินทร์ครับผมเพิ่งจะ…หมับ” ผมทำท่าจะพูดแต่นครินทร์รีบเอามืปิดปากผม พยักหน้า และนั้นก็ทำให้ผมเดาได้ทันที่ว่า เขามีอะไรที่สนุกรอผมอยู่ เพราว่านครินทร์ พยักพเยิดไปที่ห้องน้ำ ผมก็ถอยหลังออก

                  “รินทร์ไปเปิดน้ำรอนะครับ “

                  “งั้นผมแก้ผ้ารอนะครับ”

                  “หื่นอ่ะ … แต่ผมชอบ “

                  “และรีบตามเข้าไปนะครับ ความสนุกรอคุณอยู่” พูดมาแบบนี้ รีบเลยละครับก้องภพ รีบถอดออกทุกชั้นเลยอย่างรวดเร็ว ผมได้ยินเสียงน้ำที่ไหลออกมาจากก๊อกน้ำ ผมเดินโทงๆ เข้าไป ผมเห็นภายในห้องน้ำก็ตกแต่งด้วยโทนสีขาวสวยหรู และอ่างอาบน้ำทีเป็นแบบสปา นครินทร์ถอดเสื้อผ้ารอผมแล้ว เขาสวมแค่เสื้อคลุม ผมเดินเข้าไปหาใช้มือกระตุกโบว์ที่ผูกเอาไว้แบบลวกๆ ออกไป เสื้อคลุมก็ตกลงไปกองกับพื้น

                  “นึกถึงตอนที่เรามีอะไรกันที่ตรงน้ำตกจำได้ไหมครับ คุณผู้กอง “

                  “จำได้ซิครับ ทั้งเสียวและกลัวคนแอบมอง แต่ นาทีนั้นเอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม “

                  “ผมว่าคราวหน้าเราทำในนี่ดีกว่านะครับคุณก้อง อืมมม”

                  “อืมมม” ผมก็จูบตอบอย่างเร่าร้อน ผมสองคนค่อยก้าวเท้าลงไปในอ่าง น้ำที่อุ่นกำลังดี ผมทิ้งตัวลงนั่งเหยียดเท้าออกไป นครินทณ์เป็นฝ่ายนั่งคร่อมผมแทน นครินทร์เริ่มไซ้ลงที่ซอกคอผม มือผมก็ลูบไล้แผ่นหลังของคนที่ค่อมผมอยุ่ ไล้ลงมาจนถึงสะโพก ผมใช้มือบีบและคล้าย ส่วนนครินทร์โยกเบาๆ ใช้ลิ้นตวัดเลียสองจุดที่แข็งเป็นไต ผมก็ยิ่งแอ่นอกให้ คราวนี้เริ่มเปลี่ยนมาเป็นผมซุกใบหน้าลงที่ใต้ราวนมของนครินทร์และใช้ลิ้นเลียเร่าโรม ก่อนจะลากขึ้นมาตวัดฉกเล่นกับสองจุดบนอกของนครินทร์เช่นกัน ยิ่งหยอกเล่นมากแค่ไหน นครินทร์ก็ยิ่งแอ่นอกและโยกแรงขึ้นจนผมรู้สึกว่าเขาน่าจะพร้อมแล้ว ผมใช้ฝ่ามือตบที่สะโพก นครินทร์ลุกขึ้นยืนพร้อมกับหันไปหยิบเจลหล่อลื่น ชนิดกันน้ำมาทาที่ช่องทางรักของตัวเอง

                  “นี่เมียจะให้ผมลงเสาเข็มเลยเหรอครับ ไม่ต้องเบิก” ผมแซว คนที่หย่อนก้นลงเพื่อให้ตรงนั้นตรงกับแท่งร้อนของผม ผมก็ใช้ฝ่ามือจับเอวของนครินทร์เอาไว้

                  “อ้าห์ “นครินทร์เริ่มครางออกมาเบาๆขณะที่แทงร้อนของผมกำลังถูกครอบลงมาช้าๆ

                  “คุณก้อง เสาเข็มคุณไซ้ใหญ่ไปหน่อยนะครับ ผมรู้สึกคับแน่นมากเลย “

                  “ผมใช้ผิดขนาดไปเหรอครับที่รัก”

                  “มีไซ้อื่นไหมละครับผมจะได้ขอเปลี่ยน”

                  “มีขนาดเดียวนี่แหละครับเมียครับและขยมเบาๆหน่อยนะครับเมียครับ เพราะว่ามันมีอันเดียวไม่มีสำรองเหมือนกัน”

                  “โอ้ววว อืมมมม” เสียงครางดังออกมาผมเองก็แน่นพอกัน เพราะว่าเราเล่นทำกันในน้ำแบบนี้ ยิ่งคับแน่นกว่าปกติ ผมแบมือขอมือของนครินทร์ เขาก็กุมมือผมไว้ และค่อยๆดันจน

                  “ซี้ดสสสสส” เสียงลากยาวและหยุดนิ่ง นครินทร์ยกมือขอเวลา ว่าอย่าเพิ่งขยับ ปล่อยให้ช่องทางรักเริ่มคุ้นเคยซะก่อน ผมเองก็ใช้ลิ้นเลียสองจุดเล่นไปพลางๆ จนกระทั้งคนที่นั่งเริ่มโยก จากระดับเบาๆไปก่อน  นครินทร์ก้มลงมาจูบผม มือผมอีกข้างก็สาวแทงร้อนของนครินทร์ไปด้วย

                  “อ้าห์ ก้อง อย่าเร็วซิครับเดียวผมก็ไปก่อนคุณ”

                  “ทำไมครับละ หรือว่าวันนี้จะกะจะทำลายสถิติ อึดและนานเหรอครับที่รัก”

                  “ได้ไหมละ ผมไม่รีบวันนี้” คนที่ควบคุมเกมส์รักของผมทำสายตายั่วยวนผม

                  “ผมว่าเปลี่ยนจากเน้นยาวนาน แต่เปลี่ยนมาเป็น เน้นจำนวนรอบกันดีกว่า เมียอยากได้กี่ยกบอกมา สามีคนนี้จัดให้” ผมพูดและนครินทร์ก็ยิ่งควบแรงขึ้นและเร็วขึ้น ผมก็เด้งสวน ตอนนี้น้ำในอ่างน้ำวนก็กะเพื่อม ทั้งน้ำที่วนอยู่ในอ่าง เพิ่มความอบอุ่นของร่างกายไปด้วย นครินทร์เริ่มโยกเร็วขึ้น

                  “ปึก” ผมถอดแกนกายของผมออกและพลิกให้นครินทร์มาอยู่ในท่าคุกเขาจับขอบอ่างอาบน้ำให้โก้งก้นขึ้นเล็กน้อยผมก็เสียบแกนกายผมกลับเข้าไปอย่างรวดเร็ว


                  “อ้าห์ ก้องงงงงงง!”

                  “ครับ” ผมก้มลงขานรับและขบติงหูนครินทร์ไปด้วย

                  “พับ พับ พับ “ เสียงกระโพกผมเด้งสวน เนื้ออ่อนกระแทกกันอยู่ใต้น้ำวน

                  “อ้าห์ ก้องงง ผมไม่ไหวแล้ว ซี้ดส์”

                  “ปล่อยเลยซิครับเมีย ผมก็ไม่ไหวแล้วครับ คุณเมีย!”ผมพูดคนที่ผมกระแทกร่างกายก็เริ่มเกร็งกะตุ๊ก ส่วนผมเองก็เกร็งจนกระตุ๊กเช่นกัน ผมรับรู้ได้ว่าน้ำสีขาวอุ่นมันพุ่งออกมา วันนี้ไม่ได้สวมถุงเพราะว่าเล่นในน้ำแบบนี้ถูงสวมไม่ได้ เล่นกันแบบสดๆเลย

                  “ฟู่!!” คนที่ผมคร่อมอยู่ที่ตรงบั่นท้ายพ่นลมออกมายาวๆ ก่อนจะหันมาจูบผมตอบเป็นการขอบคุณ ผมก็จูบนครินทร์ตอบเช่นกัน จังหวะที่ผมถอนแกนกายออกแล้ว นครินทร์ค่อยๆ พลิกตัวเองกลับมาผมใช้แขนกั้นลำตัวเขาเอาไว้และจูบอย่างดูดดื่มอีกครั้ง  นครินทร์ กดเพื่อเปลี่ยนน้ำในอ่าง ผมสองคนก็ชำระล้างร่างกายกัน กะว่าจะพักสักแป๊ปแล้วค่อยต่อกันอีกที่เตียง บอกแล้วว่าวั้นนี้ก้องผมจะเน้นจำนวนรอบ สักกี่รอบดีน่ะ คืนนี้ กะว่าพ่อตาแม่ยายไม่ต้องหลับต้องนอนกันเลย


                  “ผมว่าปลูกบ้านเสร็จ สิ่งแรกที่เราควรจะซื้อเข้าบ้านคงต้องเป็นอ่างน้ำวน เตียงสปิงซ์ ส่วนครัวนี้คงเอาไว้ที่หลังสุดเถอะ” ผมพูดกระซิบ นครินทร์หันมามองหน้าผมยิ้มกริ่มแบบนี้ใช่เลย

                  ผมออกมานอนรอที่รักอยู่บนเตียงนอน นครินทร์เดินมานอนลงข้างๆผม ผมหยิบรูปที่เขาตั้งบนหัวเตียงมาดู หนึ่งในนั้นมีรูปตอนที่ถ่ายด้วยกันที่ฐานแต่ไม่ใช่แค่ผมกับเขามีเพื่อนๆในฐานด้วย

                  “อยากเอารูปคู่ขึ้นนะแต่ผมกลัวว่าพ่อจะรู้ตอนนั้นเลย แอบเอาไว้ “

                  “ตอนนี้ละ”

                  “ติดให้รอบห้องเลย” นครินทร์พูด ผมนอนคุยกันถึงเรื่องราวต่างๆ ทั้งของผมและของนครินทร์ตั้งแต่สมัยเด็กๆ แม้กระทั้งเรื่องความรัก และเรื่องเซ็กซ์ครั้งแรกของผม ส่วนนครินทร์เขาเคยมีแฟนแต่เขาไม่เคยมีอะไรกับแฟน ส่วนแฟนเขาก็เลือกที่จะไปแต่งงานกับผู้หญิงที่สวยและเก่ง เป็นคุณหมอและนั้นก็ทำให้นครินทร์ไม่ยอมเปิดใจให้ใครอีกเลย จนกระทั้งมาเจอผม มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นผู้ชายคนแรกของเขาและขอเป็นคนสุดท้ายของเขาเช่นกัน     
***********
ของพี่ก้องมาอีกตอนนะคะ ตอนหน้าขอเป็นของพี่ต้นกับพี่หมอภีมอักสักสามตอนเพราะว่าคริสอยากออกแสดงแย่แล้ว คริสโตเฟอร์คิดถึงคนอ่าน


ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
       ต้นตระการ หลังจากที่กลับมาจากกรุงเทพ ผมไปเยี่ยมน้องชายผมก้อง ตอนนี้เขากลับไปทำหน้าที่หัวหน้าหน่วยแต่ ยังลุยงานพวกลาดตระเวรตามที่เคยทำไม่ได้ และผมก็วางใจตรงที่นครินทร์เขาไปด้วย ตอนนี้ครอบครัวของนครินทร์เขายอมรับก้องภพน้องชายของผมแล้ว และก้องก็ขอนครินทร์แต่งงานแล้วด้วย เหลือแค่ไปคุยกันเรื่องงานแต่งว่าจะจัดกันแบบไหน ผมคงต้องทำหน้าที่แทนพ่อให้ก้องเขา

และตอนนี้หมอภีมก็ย้ายมาอยู่ห้องเดียวกับผมแล้ว แต่ก็อย่างที่เขาบอกผมนั่นแหละว่า ผมต้องการใครสักคนช่วยผมจริงๆ งานผมก็ยุ่ง มีปัญหาอะไรผมก็ต้องไปที่หน้างานทันที หมอภีมเขาทำงานตามเวลามีออนคอลบ้าง และที่สำคัญ ถ้าผมต้องไปแต่เช้าหมภีมจะอาสาพาเอิร์ธไปส่งและไปรับเอิร์ธมาอยู่ที่ห้องตรวงเขาด้วย ห้องตรวจของหมอภีมมีห้องพักสำหรับแพทย์ เอิร์ธก็จะนั่งที่นั่นมีพยาบาลดูแล

“ฮัลโหลภีม “

“ว่าไงครับที่รัก”

“คุณไปรับลูกหรือยังครับภีม” ภีมเขาเรียกเอิร์ธแทนว่าลูกกันและเอิร์ธก็ไม่ได้ว่าอะไรด้วย มันยิ่งทำให้ชีวิตของผมและภีมเริ่มสมบูรณ์แบบ และนี้คือความตั้งใจของผมกับภีมตัั้งแต่คบกันแล้วว่าอยากมีลูกด้วยกัน

“นี่ผมมารับลูกแล้วครับต้น และจะพาไปให้พยาบาลสาวๆ ดูแลต่อ “หมอภีมพูดผมก็ต้องเบ้ปาก เอาสาวๆ มาเอาใจลูกผมนี่น่ะ

“ต้นละ อยู่ไหน”

“ผมกำลังจะเข้าห้องประชุมที่ศาลากลางจังหวัดนะภีม”

“เลิกเร็วไหมครับวันนี้”

ผมว่าจะเลิกเร็วนะ มีอะไรหรือเปล่า”

“พาลุกไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะของคอนโดกันและวันนี้พาเอิร์ธิไปหาอะไรทานด้วย ฉลอง ครอบรอบหนึ่งเดือนของเราต้น” หมอภีมปภพพูด

“ได้ซิภีม “

“เจอกันนะครับที่รัก ต้น ผมรักคุณน่ะ”

“ผมก็รักคุณภีม ขับรถดีดีนะครับ บายครับ” ผมกดวางสายและเดินตรงเข้าไปประชุมทันที เพื่อร่วมประชุม เฝ้าระวังยุงลาย สถานศึกษาทุกแห่ง และบ้านเรือนที่มีเด็กและผู้สุงอายุ

“ต้น” เสียงที่ทำให้ผมต้องหันไปมอง ไม่ใช่อื่น เกศรินทร์นั้นเอง ผมทราบมาว่าพ่อของเขาโดนสั่งปิดโรงเลื่อยไม้เถือนไปแล้วและยังอยู่ในช่วงถูกดำเนินคดีอยู่ ผมก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวแล้ว เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของผมแล้ว

“เกศรินทร์” ผมทักทายก่อนจะหันไปมองคนที่มาด้วย เป็นหนุ่มนักการเมืองท้องถิ่น เขาก็พงกหัวทักทายผม

“ยังไม่ไปรับลูกอีกเหรอ “เกศรินทร์ถามผม

“มีคนรับแล้วแหละเกศ” ผมตอบเขา

“ใครละ แม่คุณคงไม่ขับรถไปรับเองหรอกมั้งต้น “

“หมอภีมปภพ” ผมตอบเกศรินทร์ไป เขาก็ยิ้มที่มุมปาก

“เก่งนะ มาหาจนเจอ ก็ขอให้รักกันนานๆ ละ และหลบๆ ยายหมอดาวิกาไว้ด้วยแล้วกัน” เกศรินทร์พูดก่อนจะเดินเลี่ยงผมออกไป

“ผมสองคนไม่ได้ทำอะไรผิดคงไม่ต้องหลบๆ ซ้อนๆ หรอกมั้งครับเกศ” ผมพูดเธอชะงักเท้าหยุดเดินก่อนจะหันมามองหน้าผม

“ต้น เกศลืมบอกไป ว่าเกศจะแต่งงานใหม่นะคะ “

“ผมยินดีด้วยเกศ” ผมรีบพูด

“ตอนนี้ฉันท้องได้สามเดือนแล้ว แต่ฉันก็รักเอิร์ธนะต้น แต่ว่าเขา”

“เอิร์ธเขาไม่ได้ไม่รักคุณนะเกศ แต่คุณ ทำให้เขา”

“กลัวฉัน”

“ถ้าคุณต้องการจะรับเขาไปดูแลบ้าง ผมก็ยินดีนะเกศ แต่แค่ไปเที่ยวบ้าง ผมไม่ว่าเลยนะเกศ และเพื่อว่ามันอาจจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาบ้าง “ผมพูด

“คุณไม่รู้หรอกว่าเอิร์ธเขากลัวที่จะเข้าใครผู้หญิงมากแค่ไหน “

“ช่างมันเถอะต้น ถึงยังไงคุณก็ดูแลเขาได้ดีกว่าฉัน และตอนนี้ฉันก็แพ้ท้องหนักมาก ฉันเอาเขาไปดูแลไม่ได้หรอกต้น “เกศรินทร์พูดก่อนจะเดินรีบเดินออกไปกับแฟนคนใหม่ทันที ผมก็เดินกลับไปเข้าห้องประชุม
------------------
    Part’ s หมอภีมปภพ ผมขับรถไปรับน้องเอิร์ธที่ศูนย์เด็กเล็กเหมือนเช่นทุกครั้ง ผมแอบไปซื้อจักรยานต์มาให้เอิร์ธด้วย ใจผมอยากจะซื้อบ้านแต่ต้นเขาบอกว่า เขาอยากจะย้ายไปอยู่ที่ใกล้แม่เขามากที่สุด ผมเหลือบมองเอิร์ธที่นั่งอยู่ที่คาร์ซีท ใจผมก็อยากให้เขาเรียกผมว่าพ่อนะ ผมอยากมีลูกโดยเฉพาะกับต้น แต่มันคงเป็นไปไม่ได้

“เอาละ ถึงแล้วครับ “ผมบอกเอิร์ธ และก่อนจะลงมาอุ้มหนุ่มหล่อของผมลงจากรถ

“มีอะไรครับเอิร์ธทำไมวันนี้มองหน้าอาหมอแบบนั้นละ” ผมถามเอิร์ธที่ยืนมองหน้าผมเหมือนกับว่าเขาอยากจะถามอะไรผมสักอย่าง

“เอิร์ธ” ผมย่อตัวลง ผมใช้ฝ่ามือแตะที่หัวเอิร์ธเบาๆ

“อาหมอกับพ่อ รักกันใช่อ่ะเปล่า”

“ใช่ครับ อาหมอรักพ่อต้น และอาหมอก็รักน้องเอิร์ธ อาหมอก็อยากได้เอิร์ธเป็นลูกของอาหมอนะ “ผมพูด เอิร์ธมองหน้าผมแม้ว่าสายตาคู่นั้นจะยังสงสัยและไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่ผมบอกเขาก็ตาม

“วันนี้เอิร์ธยังไม่เข้าใจ เอาไว้เมื่อเอิร์ธโตพอ เอิร์ธจะเข้าใจมันเอง ตอนนี้รู้แค่ว่า อาหมออยากดูแลพ่อต้นและเอิร์ธนะครับ “ผมพูดเอิร์ธพยักหน้าเบาๆ ผมพาเอิร์ธเดินเข้าไปด้านในโรงพยาบาล และให้เขาไปนั่งอยู่ในห้องเล็กด้านหลังห้องตรวจของผม จะมีพยาบาลเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนเขาเป็นระยะและผมเองก็เดินเข้าไปหาเขาบ้างเป็นระยะจนกระทั่งผมหมดเวลาลงตรวจ

“เอิร์ธครับ กลับบ้านกันดีกว่านะครับ “ผมเดินไปหาน้องเอิร์ธ เขาก็พยักหน้าและหันไปเก็บของเข้าทีอย่างเรียบร้อยผมยืนมองด้วยความภูมิใจ

“น้องน่ารักนะคะคุณหมอ เล่นอะไรนี้เวลาเลิกเก็บเข้าที่เรียบร้อยมากค่ะ”

“พ่อเขาเป็นคนระเบียบเรียบร้อยนะครับ “ผมพูดและหันไปยิ้มให้คุณพยาบาล

“จริงเหรอคะ คุณต้นนะเหรอคะ แม้หนิงเองยังไม่เรียบร้อยแบบน้องเอิร์ธเลยค่ะ คุณต้นนี้เก่งจริงๆ สอนน้องได้น่ารักมากค่ะ ”

“ขอบคุณพี่หนิงกับพี่แอมก่อนซิครับที่ดูแลเอิร์ธวันนี้” ผมบอกน้องเอิร์ธ

“ขอบคุณครับ พี่หนิงพี่แอม”

“ไม่เป็นไรค่ะ มาเล่นกับพี่อีกนะคะ หลงรักแล้วซิ” พยาบาลแอมพูด และผมก็จูงมือเอิร์ธไปที่ลานจอดรถเพื่อจะได้พาเอิร์ธกลับ

“น้องเอิร์ธอาหมอมีอะไรจะให้เอิร์ธดูแต่ตอนนี้เอิร์ธต้องยืนหันหลังก่อนนะ” ผมพาเอิร์ธมายืนตรงท้ายรถ ผมจับเอิร์ธหันหลัง

“อย่าเพิ่งหันมานะครับ” ผมพูดพร้อมกับกดเปิดประตูหลัง ก่อนจะเดินมาจับไหล่เอิร์ธให้เขาค่อยหันไปมอง


“จักรยานต์!!!” เอิร์ธเขาพูดออกมาเสียงดัง ใช่ครับผมซื้อจักรยานต์ให้เขา เพื่อว่าผมกับต้นจะพาเขาออกไปเดินปั่นจักรยานต์ที่สวนสาธารณะใกล้กับคอนโด

“แหละนี่หมวกกันน๊อก พร้อมกับสนับเข่าและข้อศอกสำหรับมือใหม่หัดขับ” ผมพูดบอกเอิร์ธ เอิร์ธยิ้มตาหยี

“เอาละ วันนี้เราลองขี่กันเลยนะเอิร์ธ “ผมพูดบอกเอิร์ธ และพาเขาขึ้นรถขับรถกลับคอนโดไปรอต้นตระการ ผมเหลือบมองเอร์ธเป็นระยะๆ

----------------------------------------------------------------------------------

Part’ s ต้นตระการ
ผมเลิกงานก็รีบขับรถกลับคอนโดทันที วันนี้หมอภีมจะชวนผมกับเอิร์ธไปหาอะไรทานกันและก่อนจะไปว่าจะพาเอิร์ธไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะก่อน เป็นสวนหย่อมของโครงการ ผมโทรบอกหมอภีมมาผมมาถึงแล้ว ส่วนหมอภีมบอกว่าเขากลับมาก่อนแล้ววันนี้เขาเลิกตรวจคนไข้เร็ว

“พ่อต้น” ผมเดินออกมาจากลานจอดรถ ผมเห็นหมอภีมและเอิร์ธ เอิร์ธเขาปั่นจักรยานที่มีล้อช่วยสองล้อหลัง ผมก็ต้องอมยิ้ม นี้หมอภีมซื้อให้ละซิ และเขายังซื้อหมวกกันน๊อกให้เอิร์ธสวมใส่ มีสนับเข่าและข้อศอกพร้อม

“พ่อต้น เอิร์ธมีจักรยานต์แล้วนะพ่อต้น “เอิร์ธพูดด้วยน้ำเสียงที่ดีใจใหญ่เลย

“นี่คุณไปซื้อมาให้เอิร์ธเหรอภีม” ผมถามหมอภีม เขาก็พยักหน้าพร้อมกับหันมายิ้มให้ผม

“ให้เขาได้ทำกิจกรรมกลางแจ้งบ้าง คุณรู้ไหมนี้แหละที่จะทำให้เขาหลับสบาย และกิจกรรมพวกนี้เบิร์นเอเนอจี้ดีทีเดียวและเราสองคนจะได้ทำกิจกรรมของเราบ้าง “หมอภีมพูด ผมหันมากอดอกมองแผนหมอหื่น

“อาหมอ “เอิร์ธเขาเรียกให้หมอภีมไปช่วยเข็น ผมก็ไม่รู้ว่าใครกันแน่จะหลับสนิท ผมว่าน่าจะเป็นหมอภีมมากกว่า ผมยืนมองเขาเล่นกันสนุกสนานจน


“คุณต้น” ผมสะดุ้ง มีคนมาเรียกผม ผมหันไปมองก็เป็น ครูแป้ง ครูของน้องเอิร์ธ ผมแทบจะไม่ค่อยได้เจอครูแป้งเลยพักนี้แหละช่วงนี้หมอภีมคอยไปรับไปส่งเอิร์ธแทนผมด้วย แถมยังดูแลเอิร์ธให้ผมอีกซึ่งปกติครูแป้งจะช่วยผมดูให้

“ไม่ค่อยได้เจอกันเลยนะคะต้น ทั้งที่อยู่ที่เดียวกันแท้ๆ” ครูแป้งพูด

“คือเออ ช่วงนี้ผมยุ่งนะครับ ครูแป้ง” ผมตอบ

“ดูเอิร์ธเขามีความสุขขึ้นนะคะ “จู่ๆครูแป้งก็พูดขึ้น ผมพยักหน้า

“คุณต้นก็เช่นกันนะคะ แป้งไม่ได้เห็นคุณต้นยิ้มมีความสุขแบบนี้เลยนะคะ “ครูแป้งพูด ผมหันไปมองผมรู้ว่าครูแป้งคิดยังไงกับผม

“ครูแป้งครับผม”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แป้งยอมรับนะคะว่าแป้งชอบคุณค่ะต้น และแป้งก็อยากจะเป็นคนดูแลเอิร์ธ อยากทำหน้าที่คุณแม่ เพราะนั้นก็จะทำให้คุณต้นรักแป้ง แต่แป้งรู้ว่าหัวใจไม่มีใครบังคับใครได้หรอกค่ะแป้งรู้ดี “

“และการที่จะได้รักใครสักคนไม่ใช่ว่าต้องได้มาครอบครองเสมอไป แค่เห็นคุณต้นมีความสุขก็เพียงพอแล้วค่ะ แป้งคิดแค่นั้น”

“ขอบคุณนะครับคุณแป้ง ขอบคุณทุกเรื่องที่คุณทำให้ผมสองคนพ่อลูก”

“ไม่เป็นไรค่ะ แต่ถึงยังไงแป้งก็ยินดีที่จะเป็นเพื่อนกับคุณสองคนนะคะ และถ้าคุณสองคนอยากจะออกไปสวีทกันบ้างตามประสาคนรัก แป้งยินดีจะดูแลเอิร์ธแทนให้นะคะ” ครูแป้งพูด ผมพยักหน้าขอบคุณ หมอภีมเดินแบกรถจักรยานต์เข้ามาพอดี

“สวัสดีครับครูแป้ง” หมอภีมทักทายครูแป้ง

“สวัสดีค่ะ คุณหมอ”

“แม้ดูท่าแล้ว คนที่เหนื่อยน่าจะเป็นอาหมอมากกว่าแล้วมั้งค่ะน้องเอิร์ธ “ครูแป้งแซวหมอภีม เขาก็มองผมดูท่าจะเหนื่อยจริงด้วย

“งั้นพอแค่นี้ก่อนนะเอิร์ธอาหมอเหนื่อยแล้วครับ อาหมอเขาทำงานมาทั้งวันแล้วด้วย นะครับ และเอาไว้วันหยุดเรามาขี่เล่นกันอีก ตอนนี้ไปอาบน้ำและจะได้ออกไปทานอาหารเย็นกันครับ” ผมก้มลงบอกเอิร์ธ

“ผมเห็นคุณคุยกับครูแป้ง” จู่ๆหมอภีมก็ถามผมขณะที่อยู่ในลิฟต์

“ก็คุยกันแบบเพื่อนไง” ผมหันไปบอกหมอภีม

“ผมรู้ว่าเธอคิดยังไงกับผมภีม ตอนนี้ผมมีคนที่ผมรักแล้ว คนนั้นคือคุณ ดังนั้นผมกับครูแป้งก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ไม่แค่ผมครูแป้งหมายถึงคุณด้วยนะภีม” ผมพูดบอกหมอภีม หมอภีมเอี่ยวตัวมาหาผมและทำท่าจะหอมแก้มผม ผมสองคนก้มลงมองหนุ่มน้อยที่ยืนอยู่ตรงกลาง เขารีบ เอามือปิดตาทันที แต่ก็แอบดูจากล่องระหว่างนิ้วแทน

“ฟ๊อด!” หมอภีมหอมแก้มผมเสียงดัง

     ถามว่าผมรู้สึกยังไงที่ผมมีหมอภีมมาเป็นแฟนต่อหน้าลูกผม ผมว่าเอิร์ธเขาก็ยังรู้สึกเหมือนเดิมเพราะว่าผมก็ยังคงทำหน้าที่เหมือนเช่นตอนที่เป็นคุณพ่อเลี้ยงเดียวแต่ตอนนี้เขาก็มีเพื่อนเพิ่มเข้ามานั้นคือหมอภีม ผมรู้ว่าภีมอยากให้เอิร์ธเรียกเขาว่าพ่อเหมือนผม และผมเองก็เชื่อว่าการที่เขาจะมีพ่อสองคนมันไม่ได้สร้างปัญหาให้เขา เพราะว่าผมเลี้ยงดูเขาไม่ได้โอ๋จนมากเกิน บางอย่างผมก็ให้เขาทำเอง และแก้ปัญหาเอง ดังนั้นผมเชื่อว่า ปัญหาในอนาคตจะแก้ปัญหามันได้เองเช่นกัน

ผมเดินเข้าไปก็จัดเตรียมเสื้อผ้าให้สองคนพ่อลูก หมอภีมกับเอิร์ธ เพราะว่าทั้งคู่เขาอาบน้ำด้วยกันทุกวันแต่ว่าตอนเย็นผมก็จะเข้าไปอาบกันสามคน เราสามคนช่วยกันอาบน้ำหนุ่มน้อยของผม แต่จริงๆ แล้วผมกับเอิร์ธอาบน้ำด้วยมาตลอด และผมก็สอนเขาไปในตัว ให้เขาก็จะสังเกตเอาว่าผมทำยังไงเขาก็จะทำอย่างที่ผมทำไม่ว่าจะอาบน้ำหรือถูสบู่เอง สระผมเอง แต่ผมจะเลือกยาสระผมที่ไม่แสบตาให้เขาใช้ แม้กระทั่งแต่งตัวเอง ผมแค่ออกมายืนแต่งตัวให้เขาดูเขาก็จะใช้การมองและทำตามผมทุกอย่าง อาจจะมีบ้างที่ผมต้องหันไปช่วยเขาจัดการแต่ว่าเขาก็ทำทุกอย่างได้ดี

“ออกไปแต่งตัวกับพ่อต้นก่อนนะครับ เพราะว่าอาหมอจะโกนหนวด” ผมบอกลูกชายผม เขาก็เงยหน้ามองหมอภีมยิ้มตาหยีให้

“อันนี้คือครีมสำหรับอาหมอใช้โกนหนวดครับ ตอนนี้น้องเอิร์ธยังไม่มีหนวดเหมือนอาหมอห้ามใช้นะครับ” หมอภีมพูด ผมและเอิร์ธพยักหน้า ก่อนจะออกมาแต่งตัวหล่อๆกับผม เพื่อรอหมอภีมด้านนอก วันนี้เราสวมเสื้อเซ็ตเดียวกัน เสื้อโบโลกางเกงขาสั้น ผมยืนสำรวจตัวเองหน้ากระจกโดยมีเอิร์ธที่ยืนกางผมสำรวจตัวเองเช่นกัน ผมหลุบตาลงมองเอิร์ธ เขาเงยหน้าขึ้นมองผม

“พ่อต้น กับอาหมอเป็นแฟนกันใช่หรือเปล่า” เอิร์ธเงยหน้าขึ้นถามผม ผมก็ต้องย่อตัวลงเอามือแตะที่ไหล่เอิร์ธเบาๆ

“พ่อยอมว่าใช่ครับ แต่พ่อก็ยังรักเอิร์ธเหมือนเดิมแต่ เพิ่มเติมคือเราจะมีกันสามคนไม่ใช่แค่สองคนแล้ว” ผมพูดและมองแววตาคู่นั้น

“แล้วเอิร์ธคิดว่าไงละครับถ้าเรามีจะมีกันสามคนแบบนี้ แต่เราอาจจะไม่เหมือนคนอื่น คือเขามีกัน พ่อแม่ลูกแต่ของเรามี พ่อต้น อาหมอและน้องเอิร์ธ” ผมถามน้องเอิร์ธ

“เอิร์ธรักอาหมอไหมครับ” ผมถามเอิร์ธ

“รักอาหมอ รักพ่อต้นด้วยครับ “

“อยากเรียกอาหมอว่าพ่ออีกคนไหมครับ และเราก็จะมีพ่อ พ่อ และเอิร์ธ “ผมถามเอิร์ธ ก็มองหน้าผมก่อนจะพยักหน้าเบาๆ ส่วนหมอภีมออกมาก็รีบแต่งตัวทันที ผมยอมรับว่าเอิร์ธค่อนข้างเป็นเด็กมีระเบียบทุกอย่างของเขาจะถูกเก็บเข้าที่เรียบร้อยเองไม่ต้องมานั่งบอก ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าที่เขาถอดเขาก็จะไปใส่ตะกร้าในห้องซักผ้า

“ไปกันได้หรือยังครับ “หมอภีมหันมาถามผมสองคนที่แต่งตัวหล่อยืนรออยู่แล้ว หมอภีมหันมายิ้มให้ผมสองคนและพากันเดินจูงมือออกจากห้องพัก ผมเหล่ตามองเอิร์ธก่อนจะส่งยิ้มให้ เอิร์ธ

“พ่อภีม เอิร์ธเล่นเครื่องเล่นได้หรือเปล่าครับ” น้องเอิร์ธถามหมอภีมขณะที่กำลังจะเดินไปที่รถ

“ได้ซิครับ แต่เอ๊ะ! เมื่อกี้น้องเอิร์ธเรียกอาหมอว่าอะไรนะครับ”

“พ่อภีมครับ พ่อต้นบอกว่าให้เอิร์ธเรียกพ่อได้” น้องเอิร์ธตอบหมอภีม เขาเงยหน้ามองผม และเขาก็กอดน้องเอิร์ธ

“ขอบคุณนะครับ เทวาตัวน้อยของพ่อภีม “หมอภีมปภพพูด ผมพยักหน้าให้หมอภีมปภพ เขาก็ลุกขึ้นมากอดผมเช่นกัน ผมว่าเขาดีใจจนต้องแอบปาดน้ำตา เขาอยากมีลูกผมรู้ดีและหมอภีมก็กอดเอิร์ธ

“ครอบครัวเราสมบูรณ์แล้วต้น ผมจะดูแลคุณและลูกจนกว่าผมจะหมดลมหายใจต้น”

“อย่าพูดแบบนี้ซิภีม เอาแค่ดูแลกันไปตลอดก็พอ ผมขอน่ะภีม” ผมพูดด้วยอาการตกใจ เอิร์ธก็กอดผมสองคนแม้จะกอดได้แค่เขาก็ตามและหมอภีมก็อุ้มเอิร์ธขึ้นมาเราสามคนกอดกัน
----------------------------------------------------------------------------------
Part หมอภีมปภพ ผมมีความสุขที่สุดเพราะว่าผมชีวิตผมสมบูรณ์แล้ว มีคนที่ผมรักจากผมอยากจะฝากผีฝากไข้ดูแลกันไปจนแก่เฒ่า แม้จะไม่เหมือนเช่นคู่สามีภรรยาทั่วไป ก็เพราะว่าคู่ชีวิตของผมนั้นเป็นผู้ชายและยังมีพยานรักหนึ่งคน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นลูกแท้ๆ ของผมแต่เขาเป็นเลือดเนื้อของคนที่ผมรัก ผมก็รักเขาเหมือนสายเลือดแท้ๆ ของผมเช่นกัน

“เอาละคนดี นอนหลับฝันดีนะครับ พรุ่งนี้ ถ้าอาหมอจะพาไปไหว้น้ำหลังเลิกเรียนนะครับ”

“พ่อภีม เอิร์ธอยากไปนั่งม้าหมุน”

“ที่ไหนอะครับ”

“แต่พ่อต้นบอกว่าเขาไม่เปิดแล้วอ่ะครับ”

“อ้าวเหรอ” ผมก็ขมวดคิ้ว “เอาอย่างนี้ไหมครับ เราไปกรุงเทพรอบหน้าพ่อภีมจะพาเราไปนั่งม้าหมุนที่ดรีมเวิร์ลดีไหมครับ มีเครื่องเล่นเยอะแยะเลย” ผมพูดบอกเอิร์ธ

“เอิร์ธอยากไปครับ พ่อภีม”

“นอนได้แล้วครับ ฟ๊อด พ่อภีมพ่อต้นรักเอิร์ธนะครับ” ผมพูดบอกน้องเอิร์ธ พร้อมกับห่มผ้าให้เขา ผมยอมรับว่าต้นสอนเอิร์ธดีมาก สอนให้เขาช่วยเหลือตัวเองได้หลายอย่าง ซึ่งแตกต่างจากพี่สาวผมที่มีคนทำให้ลูกๆ เขาหมด ผมหันมากดเปิดสวิตช์ไฟกลางคืน พอเปิดก็จะมีดาวเยอะแยะไปหมด เอิร์ธเขาชอบ ก่อนที่ผมจะเดินออกจากห้องนอนเอิร์ธ และปิดประตูลงเบาๆ ผมเดินกลับห้องนอนของผมกับต้น ผมไม่เห็นต้นในห้องนอน ผมคิดว่าเขาน่าจะแปรงฟันอยู่แน่ๆ ผมเดินเข้าไป ต้นก็ส่งแปรงสีฟันไฟฟ้ามาให้ผม เขาบีบยาสีฟันไว้ให้ผมแล้ว


“ลูกหลับแล้วเหรอครับภีม” ต้นหันมาถามผม ผมพยักหน้าว่าใช่ ผมรีบทำความสะอาดช่องปาก ก่อนจะหันไปมองต้นตระการ เขาสวมชุดนอนผ้าแพรบางๆ สวมผมนะกางเกงแพรและเสื้อยืดตัวบางๆ ผมเป็นคนขี้ร้อน เผลอก็ถอดเสื้อออก แต่ผมคิดว่าคืนนี้คงได้ถอดแน่ๆ หลายวันแล้วที่ไม่ได้ทำการบ้าน

“มีอะไรเหรอภีม” ต้นตระการหันมามองหน้าผม ผมกำลังเดินเข้าไปสองหน้าต้นใกล้ๆ พอจังหวะที่ต้นหันมาผมก็ใช้ฝ่ามือของผมประคองใบหน้าของต้น ริมฝีปากอวบอิ่มของผมก็ประกบจูบต้นตระการ ริมฝีปากบางและสวยได้รูป ผมค่อยๆ ไซ้ที่ซอกคอ ต้นก็แอ่นอกชายชาตรี ผมซุกไซ้ไปมา

“ภีมคุณแน่ใจแล้วเหรอครับว่าลูกหลับสนิทแล้วนะภีม อืมมม” ต้นตระการถามผมแต่ก็ยังแอบร้องครางเบาๆ ผมก็โอบกอดเอวต้นจนร่างกายผมสองคนกำลีกันไปมา

“ผมว่าคืนนี้เขาหลับสนิทยันเช้าเลยต้น เสียพลังงานขนาดนั้น “

“ผมทนไม่ไหวนะต้น คุณเล่นยั่วผมขนาดนี้ “ผมพูดและไซ้ไปตามแผงอกนั้น

“ผมไปยั่วคุณตอนไหน อืมมม หมอหื่น อืมม” ต้นตระการพูดและแอ่นหน้าท้องขึ้นขณะที่ผมย่อตัวลงและพรมจูบ ผมค่อยเลิกชายเสื้อขึ้นไปจนถึงแผ่นอก ผมแหนบใบหน้าของผมเข้ากับหน้าท้องของต้นตระการ

“อ้าห์ภีมม” ต้นครางลากเสียงยาว เมื่อผมพรมจูบลงมาที่ใต้สะดือ

“บนเตียงนะ” ผมเงยหน้าบอกต้นด้วยเสียงกระเซ้า เขาก็พยักหน้าและผมสองคนก็ขึ้นไปอยู่บนเตียงต้น ต้นนอนราบลงไปผมก็ค่อยขึ้นคร่อมร่างต้นตระการเอาไว้ พร้อมกับจูบอย่างดูดดื่ม ต้นก็โต้ตอบผมกลับอย่างเร่าร้อนไม่แพ้กัน ขาของผมสองคนก็เบียดเสียดสีกัน ผมหยุดชะงักและรีบปลดกระดุมเสื้อต้นตระการ ต้นเองก็ถลกเสื้อยืดผมและถอดมันออกไป ต้นรีบรุดกางเกงแพรขาสั้นของผมออกไป ผมก็ไม่รอช้า รูดกางเกงเข้าชุดกับเสื้อชุดนอนของต้นและเหวี่ยงออกไปเช่นกัน สองร่างที่ไม่มีสิ่งใดมาขวางกันโผ่เข้าหากันอีกครั้ง ผมยอมรับว่าเรื่องบนเตียงต้นเก่งมาก มันทำหมอภีมปภพยอมสยบแทบเท้า

“อ้าห์ ต้น โอ้วว” ต้นกำลังใช้ปากกับแท่งเอ็นของผม ผมเป็นคนผิวขาว ส่วนนั้นเลยออกชมพูดระเรื่อ ต้นดูเลียมันอย่างเมามันจนผมกลัวจะทนไม่ได้ไหวเลยดันต้นออก ต้นดันตัวเองขึ้น

“แสดงว่าคืนนี้จะคุมเกมเองใช่ไหมครับ ที่รัก” ผมถามต้น เขาก็พยักหน้าว่าใช่ ผมก็เริ่มจากปูทางก่อนโดยใช่นิ้ว

“อ้าห์ ภีม” แค่นิ้วเดียวต้นก็ครางเบาๆ และผมก็เริ่มเพิ่มจำนวนมากขึ้น จนรู้สึกว่าช่องทางรักของต้นคุ้นเคยดีแล้ว ผมก็พยักหน้าว่าให้ต้น เขาก็ขยับให้ตรงและกดมันลงช้าๆ อย่างต่อเนื่อง จน

“อืมม” ต้นครางออกมาและพักอยู่สักครู จนกระทั่งเริ่มคุ้นเคยดี ต้นก็เริ่มขยับขึ้นลง ผมเองก็เด้งสวนแต่ไม่แรงมากกลัวต้นเจ็บ แต่ต้นก็ใช้ฝ่ามือดันผมเอาไว้ สายตาที่หลุบลงมองผมนั้นคือห้ามผมอย่าเด้งสวนเข้านั้นเอง ผมค่อยๆ ยันตัวเองขึ้นกึ่งนั่งเพื่อจะกอดต้นเอาไว้ ผมจูบปากต้นตระการและต้นก็ยิ่งโยก มันยิ่งทำให้ผมเสียวซ่านไปทั้งตัว ผมต้องพรมจูบต้นที่แผ่นอกและหน้าท้อง ต้นแอ่นสู้ลิ้นผมพลิกต้นให้นอนลงและผมเข้าด้านหลังยกขาขึ้นมาหนึ่งข้าง ขยับสะโพ้กเด้งส่วนจน ผมรับรู้ได้ว่าเตียงนอนขยับแม้จะไม่มาก ไม่นานน้ำอุ่นจากกายผมก็พุ้งกระฉูดในร่างกายต้นตระการ ผมซบใบหน้าลงที่แผ่นหลังของต้น

“ภีมตาผมแล้วนะ” ต้นหันมามองหน้าผม ผมพยักหน้าว่าแน่นอน สิ่งสุดท้ายก่อนจะปิดเกมรัก ที่ผมต้องปรนนิบัติเมียรักของหมอภีม ผมพลิกตัวต้นให้มานอนราบและหมอภีมก็ถอยหลังลงไปยังปลายเท้าให้ใบหน้าอยู่ตรงแท่งเอ็นมาตรฐานชายไทย และครอบปากลงช้าๆ มันคงทำให้คนที่นอนเสียงไม่ใช่น้อย สังเกตจากการเกร็งส่วนนั้นจนเอ็นขึ้น ผมก็ริ่มใช้ลิ้นเลียโคนมาถึงปลาย สีออกแดงเรื่อนั้น ผมใช้ปากจัดการเหมือนนั่งทานไอศกรีมแท่งโปรดอย่างเมามัน ส่วนต้นก็เด้งขึ้นลงบ้าง เล็บที่จิกผ้าปูที่นอน ร่างกายก็เกร็งและส่ายไปมาบ้าง

“อ้าห์ อื้มมมมม ภีม ซี้ดดดด อืมมมมม” เสียงร้องครางออกมาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งร่างของต้นเกร็งและกระตุก น้ำรักสีขุนๆ ก็ทะลักเข้าปากผม ผมจัดการเลียจะหมดเกลี้ยง

“คิดว่ามันคือไอศกรีมนมสด” ผมพูดก่อนจะค่อยๆเลื่อนตัวเองขึ้นมานอนแผ่หลาอยู่ข้างๆ ต้นตระการ

“ไปเช็ดทำความสะอาดเถอะภีมและคุณจะได้เข้านอน เดี๋ยวได้พากันตื่นสายและไปส่งลูกสายอีกภีม” ต้นตระการบอกผม ผมสองคนก็รีบลุกไปจัดการตัวเองซะก่อน ต้นออกมาก่อนและคงตรงไปดูเอิร์ธที่ห้องนอนทันที ก่อนจะกลับมานอนลงข้างๆ ผม

“ต้น อันที่จริง ผมซื้อบ้านเอาไว้หลังหนึ่งนะ ผมซื้อเอาไว้ตั้งแต่ ตอนที่คุณเริ่มเรียนปริญญาโท และผมตั้งใจเอาไว้ว่าจะพาคุณไปดูวันที่คุณรับปริญญาโท” ผมบอกต้นตระการ แต่เอาเข้าจริงๆ วันที่ต้นเข้ารับใบปริญญาผมก็ไปแต่ผมทำได้แค่ยืนมองห่างๆ เพราะว่าเกศรินทร์ก็มายืนประกบสวมชุดคลุมท้องแบบนั้น แต่ผมก็ไม่ได้บอกต้นนะว่าผมไปมา

“ผมขอโทษนะภีม ผมขอโทษถ้าวันนั้นผมไม่ใจอ่อนและเห็นแก่ว่าผมกับเขาเคยคบกันมาก่อน ผมคงไม่”

“แต่คุณได้สิ่งที่ดีที่สุดมา นั้นคือเอิร์ธ เราจะดูแลเขารักเขา “

“แต่ว่าเราเป็นแบบนี้จะมีผลกระทบกับเขาไหมภีม”

“ภีมว่าไม่นะต้น เราจะดูแลเขาเลี้ยงดูเขาให้เขาเข้มแข็งและแกร่งพอจะเผชิญกับปัญหาภายหน้าต้น และภีมก็เห็นว่าที่ต้นทำอยู่มันใช่แล้ว แต่เขานะอ่อนนอกแต่ภายในใจเขาแกร่งเหมือนคุณ” ผมพูดและพรมจูบที่หน้าผากของต้น

“ผมรักคุณนะภีม คุณคือผู้ชายคนเดียวของผม”
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

็้Merry Christmas นะคะทุกคน  :L1: :pig4:

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 666
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-1

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
รักนี้เกิดขึ้นที่ในรั้วโรงเรียน(พี่ต้นXพี่หมอภีม)หมอดามาขอโทษ P1
     
      ต้นตระการ ช่วงนี้ชีวิตผมค่อนข้างจะลงตัว มีครอบครัวที่น่ารัก หน้าที่การงานบางครั้งก็เหนื่อยแต่ผมเลือกแล้วที่จะมายืนอยู่ ณ จุดนี้ เพื่อดูแลและให้การบริการประชากรด้วยความมุ่งมั้นและเต็มใจ ถึงแม้ว่า บางครั้งก็ต้องออกไปในยามที่ชาวบ้านเดือดร้อน ต้องการความช่วยเหลือ ทั้งในเวลางานและนอกเวลางาน

ดังนั้นการที่ผมมีหมอภีมปภพเข้ามาช่วยดูแลเอิร์ธ ทำให้ผมไม่ต้องมานั่งกังวล และดูช่วงนี้เอิร์ธเขามีความสุขขึ้น และยิ่งเขาเปิดใจให้หมอภีมโดยการเรียกหมอภีมว่าพ่อภีมและตอนนี้เอิร์ธคือลูกของเราสองคนอย่างที่เราตั้งใจกันไว้

“คุณต้นค่ะ ขอแฟ้มเสนอค่ะ “พี่จุ๋มเป็นเหมือนเลขาฯ ของผมอีกที ผมหันไปส่งแฟ้มเสนอ เล่มสีชมพูที่จะมีเอกสารที่ต้องการให้ผมเซนต์แนบมา ผมส่งคืนให้พี่จุ๋มไป

“ดูช่วงนี้คุณต้นหน้าตาแจ่มใสดีนะคะ มีความรักหรือเปล่าคะ”

“ผมเหรอครับ “ผมเงยหน้าขึ้นจากเอกสารวาระการประชุมจังหวัด

“มีความรักแน่ๆ เลยค่ะคุณต้น “ผมก็ส่งยิ้มคุณจุ๋ม

Rrrr เสียงมือถือผมดังขึ้น ผมก็หันไปกดรับสายคุณจุ๋มก็เดินออกไปทันที

“ว่าไงครับภีม “ผมกดรับสายหมอภีมปภพ

“ผมจะไปรับลูกแล้วครับต้น ผมบอกเอิร์ธว่าเราจะไปว่ายน้ำกันนะต้น” หมอภีมปภพพูด

“ได้ซิภีม วันนี้ผมไม่ยุ่งผมเลิกตามเวลาได้ครับ” ผมบอกหมอภีมปภพ

“ถ้าอย่างนั้นเจอกันที่คอนโดเลยนะครับต้น”

“ได้ครับภีม ขับรถดีดีนะครับ ผมเป็นห่วง”

“ครับคุณแม่ ผมจะขับรถอย่างระมัดระวัง”

“หมอภีม!!” และผมก็กดวางสาย พอดีว่าพี่จุ๋มเดินเข้ามาตอนไหนผมก็ไม่ทราบได้ แต่พี่จุ๋มคงได้ยินการสนทนาของผมกับหมอภีมบ้างแหละ

“ขอโทษนะคะคุณต้น พอดีว่าคุณต้นลืมเซนต์หรือเปล่าคะแผ่นนี้” คุณจุ่มเดินถือแฟ้มมาหาผม ผมก็หันไปมอง

“ผมไม่ได้ลืมครับแต่ผมคิดว่ามันน่าจะแก้ไขรายละเอียดด้านในให้ผมนิดนึงนะครับ” ผมบอกคุณจุ๋ม

“เอาไว้แก้ไขแล้วผมจะเซนต์ให้พรุ่งนี้นะครับ พอดีว่าผม”

“มีนัด พี่จุ๋มขอโทษทีนะคะที่แอบฟัง แม้คุณปลัดมีแฟนเป็นคุณหมอเลยเหรอคะ”

“คือผม”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ยุกนี้สมัยนี้แล้วค่ะคุณต้น  และมุมมองของพี่คือคุณปลัดนะ ตั้งใจทำงานดีขนาดนี้ ไม่ว่าคุณปลัดจะไปรักไปชอบผู้หญิงหรือผู้ชายมันก็ไม่ได้ทำให้คุณปลัดดูไม่ดีสักหน่อยนี่ค่ะ “พี่จุ๋มพูด

“ขอบคุณนะครับพี่จุ๋ม”

“ถ้าอย่างนั้น ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” ผมพูดและพี่จุ๋มก็เดินออกไป ผมหันไปปิดคอมพิวเตอร์เก็บทุกอย่างบนโต๊ะให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงาน ตอนนี้เจ้าหน้าที่ยังคงนั่งคุยกันอยู่ บางคนก็เตรียมตัวกลับกันแล้วและมีนักศึกษาฝึกงานสองสามคน ก็หันมายกมือไหว้ผม

“กลับแล้วเหรอคะคุณปลัด”

“กลับแล้วครับ เจอกันพรุ่งนี้น่ะครับ” ผมพูดก่อนจะเดินออก

“มาขอฝึกงานก็เพราะว่าอย่างนี้แหละ คุณปลัดหล่ออ่ะพี่อ้อม” จังหวะที่ผมกำลังเปิดประตุออกไปพอดี ผมเหลือบมองเวลา ภีมคงจะไปรับเอิร์ธแล้ว ผมก็ขับตรงไปหาที่คอนโดทันทีและก็จริงซะด้วย เพราะว่าผมขับตามหลังรถฟอร์จูนเนอร์ผมเอง หมอภีมใช้ขับไปรับเอิร์ธ ส่วนผมนะขับรถเก๋งคันหรูของหมอภีมเขา ผมขับตามเขามาติดๆ จนเข้าไปจอดที่ในที่สำหรับคนที่พักในคอนโด

“พ่อต้น” เอิร์ธเรียกผมทันทีที่ผมมาจอดด้านข้างๆ และหมอภีมก็กำลังพาลูกชายของผมลงมาจากรถ เขาตรงมากอดผม

“เหนื่อยไหมครับ” หมอภีมเดินมาถามผม

“ไม่ครับ ว่าแต่คุณหมอเถอะเหนื่อยหรือเปล่า “ผมถาม

“ถ้าคุณเหนื่อยไปวันอื่นก็ได้นะ” ผมบอกหมอภีมเรื่องที่จะพาเอิร์ธไปว่ายน้ำ

“ไม่ได้ครับต้น พ่อภีมบอกน้องเอิร์ธแล้วนิว่าเราจะไปว่ายน้ำกัน ก็ต้องไปซิครับ” หมอภีมปภพบอกผม ขณะที่ผมกำลังเดินเข้าไปในคอนโด ผมเห็น อธิคม เขาเป็นผู้ช่วยนายทะเบียนอำเภอ ขับรถมาจอดส่งใครสักคน และคนที่เดินลงมาจากรถก็คือครูแป้งนั้นเอง

“สวัสดีครับพี่ต้น”

“สวัสดีครับ คุณอธิคม”

“พอดีผมเห็นรถมอเตอร์ไซค์ครูแป้งจอดเสียอยู่ข้างทางนะครับผมเลยอาสาขับมาส่ง”

“ครับ “ผมพยักหน้ารับทราบครูแป้งหันมายิ้มให้ผมกับหมอภีม ผมดีใจนะ ถ้าครูแป้งจะเจอคนดีดีสักคนดูแล

“ถ้าอย่างนั้น คุณเข้าไปทานน้ำก่อนนะคะ” ครูแป้งเอ่ยปากชวนอธิคมให้เข้าไปดื่มน้ำ ผมเองก็เดินแยกขึ้นห้องก่อนจะได้เตรียมตัวไปว่ายน้ำกัน ผมเดินจูงมือเอิร์ธเข้ามาพร้อมกันมันเป็นภาพพ่อ พ่อ ลูกที่ดูอบอุ่นอย่างที่ผมกับหมอภีมตั้งใจจนกระทั่ง

“หมอดาวิกา” หมอภีมเป็นคนเห็นเธอก่อน เธอยืนอยู่ ผมก็ดึงเอิร์ธเข้ามมาหาผมทันที

“น้องดา มาทำอะไรที่นี่ครับ” หมอภีมปภพถามผู้หญิงที่ยืนกอดอกอยู่ เธอหันมามองผมและหมอภีมและเอิร์ธอีกคนแต่ผมกอดเอิร์ธเอาไว้

“น้องดาขอโทษนะคะ พี่ภีม ต้น” ผมกับหมอดานะรุ่นเดียวกัน ผมอ่อนเดือนกว่าหมอภีม

“คือดาแค่จะแวะมาเยี่ยมนะคะ พี่ภีม ต้นด้วย ดาขอโทษทุกสิ่งที่ดาทำ ดาเข้าใจแล้วว่าที่ดาทำนะมันไม่ถูกต้องนะคะ และที่ดามาวันนี้อยากจะมาเห็นว่าพี่หมอภีมกับต้นมีความสุขกันจริง ๆ นะคะ” หมอดาวิกาพูดผมหันมามองหมอภีม

“ดาคิดอย่างนั้นจริง ๆ นะครับ” ผมหมอภีมปภพถามหมอดาวิกา หมอดาวิกาก้มลงมองเอิร์ธ

“นี่ลูกของต้นจริง ๆ เหรอ เขาหล่อมากเลยนะ แต่ก็ยังมีเค้าแม่นิดหน่อยตอนแรกดาคิดว่าเหมือนต้นทุกอย่างเลย” หมอดาพูดเขาเอียงคอมองเอิร์ธที่ยืนแอบอยู่กับผม

“อ้าว ไหนหมอดาว่าเจอลูกของต้นแล้วไงคะ”

“ยังนี่ค่ะ”

“หมอดาเคยบอกว่าลูกต้นหน้าเหมือนต้นนี่ครับ”

“ดาก็เดาเอาค่ะ พ่อลูกต้องเหมือนกันอยู่แล้ว นี่ค่ะ” หมอดาพูดก่อนะหันมาส่งยิ้มหวานๆ ให้ผม ผมก็ขมวดคิ้ว ตกลงเธอไม่ใช่นางร้ายแล้วใช่ไหม

“ที่ดาแวะมานี้ดาว่าจะมาหาที่พักนะคะ น้องดาได้มาเป็นหมอแผนกสูตินารีทีนี้ ค่ะ แต่ว่าห้องพักแพทย์ มันไม่ส่วนตัวนะคะ ดาต้องการความสงบค่ะ ดาต้องเรียนปริญญาโทด้วยค่ะ “หมอดาวิกาพูด

“คือว่าพี่” หมอภีมปภพ ทำท่าจะพูดปฏิเสธ เขาหันมามองหน้าผม คงอยากให้ผมเป็นคนตัดสินใจเรื่องนี้

“ดาไม่ได้จะมารบกวนพี่หมอภีมกับต้นหรอกค่ะ เพราะว่าดาเข้าใจค่ะว่าสิ่งที่ดาทำน่ะ มันทำลายความเชื่อใจของพี่หมอภีมกับต้นไปแล้ว”

“แต่ที่ดามานี่ก็เพราะว่า ดาอยากจะมาเห็นว่าพี่หมอภีมกับต้นนะกลับมารักกันดีแล้ว แค่นี่แหละค่ะที่ดาตั้งใจเอาไว้ค่ะ” หมอดาวิกาพูด

“ดามาเพื่อต้องการเห็นว่าพี่หมอภีม อยู่กับคนที่หมอรัก แค่นี้ดาก็หมดห่วงแล้วค่ะ ดากลับก่อนนะคะ ดาว่าจะลองขับรถไปดูแถวโรงพยาบาลอีกทีนะคะ เพื่อว่า” หมอดาวิกาพูด ผมหันมามองหมอภีมที่ยืนนิ่งไม่พูดอะไร ส่วนเอิร์ธที่ยังไม่เข้าใจก็เงยหน้ามองผมกับหมอภีมสลับกันไปมา

“หมอดาครับ” ผมกลับเป็นฝ่ายเรียกหมอดาเอาไว้ซะเอง ทั้งที่หมอภีมก็พยายามส่ายหัวกับผมและเขาก็ดึงเอิร์ธไปกอด พอหมอดาหันมา แววตาคู่นั้นมันดูอ่อนลงแตกต่างจากที่เคยเห็นมา มันก็ทำให้ผมอดใจอ่อนให้เธอไม่ได้ หมอภีมยังคงสั่นศีรษะ แต่ผมกลับคิดอีกอย่างหนึ่ง

“หมอภีมเขามีห้องพักที่คอนโดนี้ ถ้าคุณหมอดาไม่รังเกียจพักที่นี่ก็ได้นะครับ” ผมเป็นฝ่ายถามหมอดา เธอหันมามองหมอภีมปภพ

“ห้องเดียวกับหมอภีมเลยเหรอคะ “หมอดาวิกาถามผม

“เปล่าหรอกครับ เพราะว่าหมอภีมปภพเขาย้ายไปอยู่ห้องเดียวกับผมและเอิร์ธแล้วนะครับ” ผมพูดบอกหมอดาวิกา ผมมองหน้าเขายิ้มๆ ผมแค่อยากจะลองดูอาการของเขาว่าเขาจะทำยังไงถ้าได้ยินเช่นนี้แล้ว

“ก็แฟนกันนี่ค่ะต้น อยู่ห้องเดียวกันก็ไม่เห็นแปลก แต่ว่าทำไมพี่หมอมีห้องพักต่างหากด้วยละคะ” หมอดาวิกาพูด ก่อนจะหันไปถามหมอภีมปภพ

“เพื่อว่าหมอภีมทำให้ผมงอนขึ้นมาเขาจะได้ไม่ต้องนอนนอกห้องไงครับ “ผมพูดพร้อมกับหันไปเหล่มองหมอภีมเป็นนัยๆ ว่าผมกำลังสื่ออะไรให้เขาคิดอยู่

“ผมคิดว่าคุณหมอดาจะอยู่ก็ได้นะครับ เพราะว่าห้องนี้ไม่มีใครอยู่แล้วตอนนี้ “ผมพูดหมอภีมก็พยักหน้าเบาๆ

“พี่หมอภีมอนุญาตให้ดาอยู่ได้แน่นะคะ”

“อยู่ใกล้ๆ กันเพื่อว่าพี่หมอภีมกับต้นอยากจะให้ดาช่วยเลี้ยงน้องเอิร์ธก็ได้นะคะ “หมอดาพูด

“คุณหมอดาทราบได้อย่างไรครับว่าลูกผมชื่อเอิร์ธ” ผมหันไปถามเธอ เธอมีสีหน้าตกใจเล็กน้อยก่อน ก่อนจะ

“ดาเห็นที่กระเป๋านะคะเขาเขียนชื่อเด็กไว้อยู่นะคะ “ผมเหลือบมองไปอืมแต่มันก็เล็กอยู่น่ะ แต่ผมก็ไม่ได้จะจับผิดอะไร

“ถ้าอย่างนั้นน้องดาอยู่ห้องพี่ได้เลยนะคะ พี่ขนของพี่ไปไว้ที่ห้องของต้นเขาหมดแล้วน่ะครับ “หมอภีมปภพพูด

“แต่ห้องพี่นะเฟอร์นิเจอร์ครบอยู่แล้วน้องดาแค่ขนกระเป๋าเขาไปอยู่ได้เลยครับ” หมอภีมพูดพร้อมกับส่งคีย์การ์ดห้องพักของเขาให้หมอดาวิกาไป และทำท่าจะหันหลังเดินออก

“ต้นไปเถอะครับ จะได้พาเอิร์ธไปว่ายน้ำกัน” หมอภีมปภพพูดโดยไม่ได้หันหลังมามอง

“ไปไหนกันเหรอคะ” หมอดาวิกาถามผม

“พอดีว่าผมจะพาเอิร์ธไปว่ายน้ำกันนะครับ” ผมหันมาบอกหมอดาวิกา

“ดีจังค่ะ พอดาเป็นหมอก็ไม่มีเวลาไปว่ายน้ำเลยค่ะ ไม่รู้ว่าจะว่ายเป็นอยู่หรือเปล่า” หมอดาพูดก่อนจะหันหลังเดินออก

“เที่ยวให้สนุกนะคะ” หมอดาพูดด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อย

“คุณดา ไปด้วยกันไหมครับ” ผมถามหมอดา หมอภีมปภพชะงักเท้าก่อนจะหันมามองผม

“ไปด้วยกันก็ได้นะครับ “ผมหันไปยิ้มให้

“จะดีเหรอคะ เพราะว่าหมอภีมเขาคงไม่อยากดาไปเป็นกขคหรอกมั้งค่ะ” หมอดาวิกาพูด เอิร์ธที่ดึงแขนหมอภีมปภพเอาไว้

“ถ้าดาว่างจะไปด้วยกันก็ได้นะครับ พี่กับต้นและเอิร์ธจะไปเตรียมตัว และห้องพักของพี่ก็อยู่ติดกับต้นเขาเลย เสร็จแล้วพี่กับต้นจะไปเคาะประตูเรียกครับ” หมอภีมปภพพูดและคราวนี้ออกเดินไปกับเอิร์ธจริง ผมหันมาพยักหน้า

“หมับ” หมอดาเข้ามาจับแขนผม

“ดาขอบคุณนะคะต้น ที่ให้โอกาสดาอีกครั้ง ดาขอโทษนะคะ ทุกสิ่งที่ดาทำกับต้นและครอบครัวต้น” หมอดาวิกาพูด ผมได้ก็เอื้อมมือไปแตะที่มือเธอเบาๆ ว่าผมพร้อมจะให้อภัย

“เราเป็นเพื่อนกันได้ใช่ไหมคะต้น” หมอดาพูด ผมพยักหน้าว่าได้

“เดี๋ยวเจอเรากันนะครับ “ผมพูดก่อนจะก้าวเท้าเดินตามหมอภีมปภพเข้าไป เขารีบเดินพอสมควร ผมก็รีบจั้มเท้าตามเช่นกันจนกระทั่ง

“หมอภีม” ผมเรียกชื่อเขาและจังหวะนั้นเราสามคนกำลังยืนรอลิฟต์ขึ้นไปพอดี

“มีอะไรหรือเปล่าภีม “ผมถามหมอภีมพร้อมขมวดคิ้วมองหน้าเขา สีหน้าที่ดูกังวล

“คุณยังโกรธหมอดาอีกหรือภีม” ผมถามหมอภีม

“ผมไม่ได้โกรธเขาแล้วนะต้น แต่ผมแค่กลัวเขา ผมมีความสุขมากอยู่แล้ว ผมไม่อยากเสียมันไปอีกนะต้น ผมก็เลย ไม่ค่อยไว้ใจเธอ” หมอภีมปภพพูด ผมพยักหน้า

“ให้อภัยอีกสักครั้ง แต่ถ้ารอบนี้เธอทำอีก ผมเองก็คงไม่มีวันให้อภัยเธอเช่นกัน “ผมบอกหมอภีม เขาหันมาเหล่สายตามองผมพร้อมกับคลี่ยิ้มบาง ๆ ผมก็เอามือแต่ที่หัวเอิร์ธเบาๆ

“คุณน้าคนนั้น เขาไม่ดีเหรอพ่อต้นพ่อภีม” น้องเอิร์ธที่เงียบอยู่ตั้งนานเอ่ยถามผมกับหมอภีม

“ไม่น่ะครับ ทำไมน้องเอิร์ธคิดแบบนั้นละครับ และมันก็ไม่น่ารักนะครับ ถ้าเรายังไม่รู้จักเขาดีพอ” ผมย่อตัวลงบอกเอิร์ธ

“ดังนั้นเราจึงไม่ควรตัดสินใจว่าเขาดีหรือไม่ดีก่อน รู้ไหมครับเอิร์ธ” ผมก้มลงบอกเอิร์ธ

“ลิฟต์มาแล้วครับ คุณแม่คุณลูก ถ้าไปเตรียมช้าคนเยอะไม่รู้ด้วยนะ “หมอภีมพูดแถมยังบอกว่าผมเป็นแม่อีกนะ ผมชี้หน้า ดีที่อยู่ต่อหน้าลูกน่ะไม่อยากนั้นโดนผมหยิกไปแล้ว ส่วนเอิร์ธก็หัวเราะผมสองคน

TBC.......

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
   รักนี้เกิดขึ้นที่ในรั้วโรงเรียน(พี่ต้นXพี่หมอภีม)หมอดาวิกามาขอโทษ P2

          ภีมปภพ ผมกับต้นขับรถพาเอิรธไปว่ายน้ำที่สระว่ายน้ำที่สโมสรกัน โดยมีหมอดาวิกาขอไปด้วย ผมเองก็ไม่ทราบมาก่อนว่าหมอดาวิกาจะมาเป็นหมอที่นี้ จนพ่อผมโทรมาบอกเธอต้องการประสบการณ์เพิ่มและโรงพยาบาลของพ่อผมที่กรุงเทพพ่อเธอก็ประกาศไม่ให้หมอดาวิกาขึ้นเวร พ่อเลยแนะนำให้มาที่นี้แทน โรงพยาบาลนี้ไม่ใช่ของพ่อผมทั้งหมดดังนั้นพ่อเธอก็จะไม่ทราบ และหมอดาวิกาเธอก็บอกกับพ่อผมแล้วว่าเธอตัดใจจากผมได้แล้ว

“ต้น พาเอิรฑไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ” ผมพูด

“พ่อภีมเอิร์ธเล่นตรงโน้นได้หรือเปล่าครับ” เอิร์ธถามผม ผมก็หันไปมองตามที่เอิร์ธชี้นิ้วไป สระน้ำสำหรับเด็กนั้นเองไม่ลึก เอิร์ธเดินได้แต่ต้องอยู่ในสายตาผู้ใหญ่

“ให้ อาหมอดาพาไปไหมคะ เพราะว่าพ่อต้นกับอาหมอภีม”

“พ่อภีมครับ พ่อต้นให้เอิร์ธเรียกพ่อภีมครับ”

“เออ “หมอดาวิกาเงยหน้าขึ้นมองผมและต้น


“โอเคค่ะ พ่อภีมเนอะ พ่อเขาจะได้สวีทกันนะครับอาหมอมาคนเดียวไม่มีคู่” หมอดาวิกาพูด ผมหันไปมองต้น


“ก็ดีนะต้น เราไปนั่งตรงสปานั้นด้วยกัน “ผมหันไปบอกต้น


“ไปเถอะค่ะต้น ดาดูน้องเอิร์ธให้ค่ะ “ผมอาดาพูดเธอ หมอดาเขาแวะเปลี่ยนชุดมาก่อนะแล้วแค่ถอดเสื้อคลุมออกแค่นั้น


“ครับคุณดา ผมฝากด้วยนะครับ”

“และเอิร์ธก็ต้องเชื่อฟังอาหมอดาน่ะครับ” ต้นก้มลงเอามือลูบหัวเอิร์ธ ก้อนที่ผมกันต้นจะเดินออกไปเปลี่ยนเป็นชุดว่ายน้ำกัน ในห้องน้ำชายใกล้ๆ

“ตกลงเธอ” ต้นหันมาถามผมขณะที่ผมกำลังเก็บทุกอย่างเข้าล๊อกเกอร์ของสระว่ายน้ำ และผมก็เข้าใจความหมายของมันดีที่ต้นถามผม

“ต้น ผมเชื่อว่าหมอดาวิกาเขาน่าจะยอมรับเรื่องเรา” ผมหันไปบอกต้น แอบมองต้นตระการที่สวมกางเกงว่ายน้ำแบบเต็มตัว ต้นกำลังถอดเสื้อยืดออก หุ่นต้นดีมากแม้จะไม่มีซิกแพคเหมือนผมก็ตาม


“มองอะไรผมขนาดนั้นหมอภีม” ต้นตระการถามผม


“ไมอยากไปนั่งในอ่างสปาแล้ว อยากไปซาวน์น่า แต่ขอส่วนตัวแบบแค่ผมกับคุณนะต้น” ผมพูด


“หมอหื่น” ต้นตะการโยนผ้าขนหนูปาใส่ผม


“แต่จะว่าไป ก็ดีน่ะถ้าหมอถาเขามาช่วยเราดูเอิร์ธ เราสองคนจะได้มีเวลาสวีทกันมากขึ้นหน่อย แต่ผมไม่ได้หมายความว่าตอนมีเอิร์ธผมไม่ได้สวัทกับคุณน่ะ” ผมบอกค้น แบะพากันเดินไปมี่สระน้ำวนสปา ผมเห็นเอิร์ธเล่นอยู่กับหมอดาวิกา สนุกสนาน

“แต่ผมก็อดแปลกใจอยู่อย่างหนึ่งนะภีม” ต้นเดินลงนั่งข้างๆ ผม ยกแขนขึ้นพาดที่ขอบสระ

“ทำไมเหรอครับต้น?”

“คือปกติ เอิร์ธไม่เข้าหาผู้หญิงแปลกหน้าเลยนะภีม ถ้าเขาไม่รู้จักมาก่อนเขาจะไม่กล้าเข้าใกล้เลย “ต้นตระการพูด ผมหันไปมองดูเอิร์ธเขาเข้ากับหมอดาวิกาได้ดีทีเดียว


“ต้น” ผมเรียกต้นตระการ


“ผมอยากมีลูกอีกคน คุณคิดว่ายังไง ถ้าคุณไม่เห็นด้วยผมก็จะไม่แต่ผมอยากให้เอิร์ธเขามีพี่น้อง ตั้งแต่ผมเห็นพี่น้องคุณรักกันมากแล้วผมเสียดายถ้าจะมีแค่เขาคนเดียว” ผมพูด ต้นหันมามองหน้าผมและหันไปมองหมอดาวิกา


“อย่าคิดแบบนั้น ผมจะติดต่อคนที่เขาบริจากไข่ และถ้าอยากให้เป็นลูกของคุณ จริงๆ นะ “ผมพูดกับต้น ต้นเขาก็ยิ้มให้ผม


“ตามใจคุณซิภีม” ต้นพูด


“อันที่จริงผมเองก็แอบคิดเหมือนคุณนะ แต่ผมคงทำกับเกศรินทร์ไม่ได้ ผมเลยเลิกล้มความคิดนั้นไป”


“ก็ทำกับผมได้นิ” ผมพูดแต่ไม่ดังแค่พอได้ยินกันสองคน


“ไปหาลูกเถอะ อยากว่ายน้ำเล่นกับลูกบ้าง” ต้นตระการพูดก่อนจะลุกขึ้น ผมก็ลุกตาม ผมเห็นหมอดาวิกากำลังยืนจูงมือต้องเอิร์ธอยู่


“เขาอยากลงไปว่ายในสระนี้บ้างนะคะ” หมอดาวิกาพูด


“ไปว่ายน้ำกับพ่อภีมก่อนนะเออิร์ธ “ต้นตระการพูด ผมหันไปมองว่ามีอะไรหรือเปล่า ต้นเขาก็ ชี้ให้ผมดูเขาว่าจะเอานาฬิกาข้อมือไปเก็บก่อน ผมพยักหน้าก่อนจะลงไปในสระว่ายย้ำ


“มาเร็วเอิร์ธพ่อรับ” ผมเรียกเอิร์ธให้กระโดดลงมาหาผม หมอดาวิกาเธอนั่งอยู่ริมขอบสระ หมอดาวิกาเธอสวมชุดว่ายน้ำที่ค่อนข้างโป้วันนี้ เป็นชุดว่ายน้ำวันพีชเว้าตรงเอว หมอดาวิกาเป็นคนตัวเล็กผิวขาวมาก หนุ่มๆ ที่มาว่ายน้ำหันมามองกัน


“โดดลงไปหาพ่อซิค่ะ” น้องหมอดาวิกาหันไปบอกเอิร์ธ


“มีสามีแล้วว่ะ” ผมได้ยินหนุ่มข้างๆ เขากระซิบกัน


“พ่อ!!” น้องเอิร์ธ กระโดดมาหาผม ผมก็กางแขนรับ พอผมรับตัวเอิร์ธได้เขาก็กอดคอผมแน่นเลย เอิร์ธยังไม่ค่อยมั่นใจตัวเองเท่าไหร่


“เราหัดลอยตัวกันต่อนะ วันก่อนเอิร์ธทำได้ดีแล้วนะครับ” ผมพูดบอกเอิร์ธ และหมอดาวิกาก็นั่งมองผมกับเอิร์ธ ผมหัดให้เขาลอยตัวและหัดให้เขาเริ่มดำน้ำแต่ผมยังอุ้มเขาไว้อยู่ ดำไม่นานแต่พลุบลงไปและรีบโผ่ขึ้นมา


“อุ๊ย” มีคนสาดน้ำใส่ผมสองคน คนนั้นคือหมอดาวิกา


“คิก คิก คิก” น้องเอิร์ธหัวเราะร่วน ก่อนจะหันไปสาดน้ำกลับไปหาหมอดาวิกา เขาสองคนสาดน้ำใส่กันสนุกสนาน


“พ่อภีมช่วยน้องเอิร์ธด้วยซิครับ” น้องเอิร์ธร้องขอความช่วยเหลือ


“น่ารักเนอะพ่อแม่คู่นี้ พ่อแม่น่าตาดีอ่ะ ลูกก็ยิ่งหน้าดีเข้าไปใหญ่ อิจฉาอ่ะ “มีผู้หญิงสองสามคนยืนนั่งดูพวกผมอยู่ หมอดาวิกาหันไปยิ้มให้


“ลูกชายเหรอคะ”


“ค่ะ ลูกค่ะ ลูกชายค่ะ” อันนี้ผมหันไปมองทำไมหมอดาถึงได้บอกเขาไปแบบนั้น


“พ่อก็หล่อ หุ่นดีด้วย ลูกก็หล่ออีก โชคดีจังเลย”


“เอิร์ธ เรียกพี่ต้นลงมาว่ายน้ำกันเร็ว พ่อภีมคิดถึง” ผมกระซิบกับน้องเอิร์ธ จังหวะนั้นต้นเดินมาพอดี


“พ่อต้น!! พ่อภีมบอกว่าลงมาว่ายน้ำ ได้แล้ว พ่อภีมคิดถึง” เสียงตระโกนของเด็กน้อยทำให้สามสาวที่นั่งคุยกับหมอดาหันไปมองต้นและหันมามองผมที่อุ้มน้องเอิร์ธ ต้นเดินมาก็ลงมาที่สระว่ายน้ำ ผมรู้ว่านี้มันคือการฉีกหน้าหมอดาแรงไปหมด แต่เธอควรจะขอความจริงว่าเอิร์ธไม่ใช่ลูกเธอ


“ไม่ใช่ผัวนางนี้หว่า” และสามสามที่นั่งอยู่ก็พากันลุกไปหมด เหลือไว้แค่หมอดาวิกา ต้นลงมาหาผม


“คุณ ให้ลูกตระโกนแบบนั้นได้ไง ผมอายเขา”


“ทำไมละ ก็ผมคิดถึงอ่ะ หายไปไหนนาน”


“พอดีมีข้อความเข้าในมือถือผมเกียวกับงานนะ พรุ่งนี้ผมต้องไปแต่เช้าเลย คุณไปส่งลูกนะภีม”


“ครับคุณแม่” ผมตอบ


“บอกว่าผมไม่ใช่คุณแม่”


“คุณกล้าสาดผมเหรอคุณผมเอาลูกบังนะต้น” ผมพูดและยกตัวเอิร์ธบังเพราะว่าต้นทำท่าจะสาดน้ำใส่ผม ผมเล่นน้ำกันได้สักพักก็คิดว่าจะขึ้นแต่ว่าผมไม่เห็นหมอดาวิกาแล้วไม่รู้ว่าเธอขึ้นไปตอนไหน


“ขึ้นกันเถอะหมอภีมเดี๋ยวเอิร์ธจะไม่สบายเอานะภีม” ต้นตระการบอกผม ผมพยักหน้า ผมหันไปเจอสามสาวเมื่อสักครูอีกแล้ว


“ฉันว่าอันนี้ดูแล้วใช่แหละ แต่ผู้หญิงคนนั้นนะไม่รู้อ่ะ นางคงมโนเองนะ” ผมได้ยิน ผมหันไปยิ้มตอบให้ เขาก็คงรู้ว่าผมได้ยิน


“ลูกชายน่ารักนะคะ พ่อก็หล่อทั้งคู่ “เขารีบเอ่ยปากชมผมสองคน


“นี่คุณปลัดนี่ ฉันจำได้อ่ะ ไม่น่ะ คุณปลัดที่ฉันแอบมอง” ผมหันไปมองต้น เรทติ้งคุณตกแล้วต้น เขาหันมายิ้มให้สามสาว ก่อนจะพากันขึ้นจากขอบสระไป


“เสียใจด้วยนะครับคุณปลัด ที่ผมทำให้สาวๆ แอบชอบคุณอกหักกันเป็นแถว” ผมกระซิบขณะทีอุ้มเอิร์ธเดินขึ้นไป จะไปห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย แต่ว่าผมก็หันไปมองหาหมอดาวิกาไม่เจอ ไม่รู้ว่าเขาอยู่ เดี๋ยวค่อยโทรหาจะดีกว่า จังหวะนั้นผมก็เปิดล๊อกเกอร์ดู เห็นมือถือผมมีข้อความเข้า


// พี่หมอภีมค่ะ ดาขอตัวกลับก่อนนะคะ พอดีดาปวดหัวนิดหน่อยนะคะ และที่ดาไม่ได้บอกเพราะว่าไม่อยากเข้าไปขัดขวางความสุขของพี่หมอกับต้นเขาและเอิร์ธ พรุ่งนี้ดามีขึ้นเวรตอนเช้านะคะ เจอกันที่โรงพยาบาลนะคะ พี่หมอ // หมอดาวิกาส่งข้อความหาผม ต้นหันมามองผม


“มีอะไรเหรอภีม”


“หมอดาเขากลับไปก่อนนะ เขาบอกว่ารู้สึกไม่ค่อยสบายนะต้น “ผมพูดและหันไปมองเอิร์ธ เขายืนรอผมอยู่แล้ว จะได้เข้าไปอาบน้ำลางตัวกันสองคนส่วนต้นนะเขาแยกกัน ไม่กล้าอาบพร้อมกันสามคน เกรงใจบรรดาหนุ่มที่มาใช้ห้องน้ำที่นี้


“วันนี้เราทานอะไรกันดีน่ะ”


“เย็นมากแล้วหาซื้ออะไรไปทานกันดีกว่านะภีม”


“ฮัลเช้ย!” เอิร์ธสงสัยเล่นน้ำนานไปหน่อย


“ถ้าอย่างนั้นผมโทรสั่งอาหารร้านครูแป้งดีกว่าครับ เรานั่งทานด้านล้างด้วยกันเลยดีไหมครับต้น” ผมหันไปถามต้น ต้นพยักหน้า ก่อนจะยกมือถือขึ้นมากดโทรสั่งอาหาร ผมหันมาอุ้มเอิร์ธขึ้นรถ ก่อนจะขึ้นไปทำหน้าที่คนขับรถ
“นี่ผมทำหน้าที่หลายอย่างเลยนะ เป็นคนขับรถ ไปเป็นหมอรักษาคนไข้ เป็นคุณพ่อเลี้ยงลูก และยังเป็นพ่อครัวหัวป่าแม้จะไม่ทุกวัน แถมตกใจยังทำนหน้าที่…..”


“สามี… .ให้คุณปลัดอีกต่างหาก”


“เบื่อหรือยังละครับคุณหมอสารพัดประโยชน์”


“ไม่มีแน่นอนที่จะเบื่อ ชีวิตผมสมบูรณ์แบบแล้วต้น” ผมพูดก่อนจะหันไปกุมมือต้นตระการและมองเอิร์ธที่นั่งดูการ์ตูนโปรดของขณะที่เราขับรถกลับ


“อ้อผมว่าผมเหลืออีกอย่างนะต้น”


“ที่จริงผมอยากจะขอคุณแต่งงาน”


“ถ้าเราไม่แต่งงานแต่เราอยู่กับแบบนี้ได้ไหมภีม ผมไม่รู้ว่าลูกจะเข้าใจไหมถ้าเราสองคนจะทำแบบนั้น” ต้นพูด


“ถ้าอย่างนั้นเราไปจดทะเบียนคู่ชีวิตกันไหม เพราะผมอยากให้คุณได้สิทธิต่างๆ “ผมพูดต้นหันมามองหน้าผมด้วยสีหน้ากังวล


“ทำไมละต้น” ผมถามต้นกลับ


“ผมบอกคุณแล้วไงหมอภีมอย่าพูดแบบนี้ผมใจ..ไม่ดี”


“ไม่เอาน่ะต้น ผมแค่อยากทำในสิ่งที่ถูกต้อง คุณก็คือคู่ชีวิตของผม สิทธิทุกอย่างคุณก็ควรจะได้ นะครับ “ผมพูด ต้นหันมามองหน้าผม พ่อนจะพยักหน้าเบาๆ


“ผมอุปการะเอิร์ธในฐานนะลูกของผมไม่ได้ แต่ผมยกทุกอย่างให้คุณได้ ต้น” ผมพูดเบาๆ และหันไปมองเอิร์ธ ผมรักเขาจริงๆ


*******
Part ต้นตระการ ผมกับหมอภีมขับรถมาถึงคอนโด ผมโทรสั่งอาหารที่ร้านของแม่ครูแป้งเอาไว้แล้ว ตอนนี้ก็เกือบจะหนึ่งทุ่มแล้วด้วย จะทำทานเองก็คงจะดึกเกินไป และดูท่าเอิร์ธจะล่วงนอนแล้วด้วย


“เอิร์ธครับ เราทานอาหารทีร้านครูแป้งก่อนนะครับ และเอิร์ธจะได้เตรียมตัวขึ้นนอน ดูท่าเราจะง่วงเร็วแน่ๆ วันนี้น่ะ” ผมพูดบอกเอิร์ธ




“พ่อต้น พ่อภีม นั้นอาหมอดา” น้องเอิร์ธชี้ไปที่ผู้หญิงที่ยืนกอดอกเหมือนมองหาใครสักคนอยู่ ดูเหมือนท่าจะจะออกไปข้างนอก

“หมอดาจะไปไหนเหรอครับ” ภีมเป็นคนเอ่นถาม


“ดาว่าจะไปหาอะไรทานนะคะ แต่รุู้สึกไม่ค่อยดีเลย ว่าจะกลับขึ้นห้องดีกว่า” หมอดาพูด

“ผมสังอาหารที่ห้องอาหารตรงนี้เอาไว้ ไปทานด้วยกันไหมครับหมอดา” ผมถามหมอดาวิกา เธอหันมามองผมและหมอภีมปภพ

“อาหมอดาไปทานด้วยกันนะครับ ครูแป้งทำอาหารอร่อยมากครับ” น้องเอิร์ธพูด

“น่ารักจังแล้วน้องเอิร์ธจะไม่ว่าอาหมอดานะครับถ้าอาหมอดาไปแย้ง...ของเอิร์ธทานนะคะ”

“ไม่ครับ พ่อต้นเคยบอกว่าเราต้องแบ่งปั่นให้คนอื่นบ้าง เราถึงจะเป็นคนดีครับ”

“น่ารักจังเลยค่ะ ที่จริงอาหมอก็เคยแบ่งน่ะ ถ้าอย่างนั้นอาหมอก็เป็นคนดีนะซิค่ะ”

“ใช่ครับอาหมอดา”

“พี่ว่าเข้าไปทานกันเถอะครับ เพราะว่าน้องเอิร์ธเขาง่วงแล้วนะครับ” หมอภีมปภพพูด ผมก็ยังคงขมวดคิ้วเป็นปม กับสิ่งที่หมอดาพยายามสื่ออยู่ หมอดามองหน้าผมแยะยิ้มส่งมาให้ เธอเดินไปจูงมือเอิร์ธอีกครั้งพร้อมกับหมอภีมปภพ ผมเองก็พยายามจะไม่คิดอะไร เพรราะยังไงเอิร์ธก็ลูกชายผมแท้ๆ

“คุณหมอภีม น้องเอิ์ธ แล้วไหนพ่อต้นละลูก” ครูแป้ง ผมเข้ามาพอดี ครูแป้งเงยหน้ามามองผมด้วยสายตาแปลกๆ คงเพราะว่าหมอดาเขาจูงเอิร์ธเหมือนกับว่าเขากับหมอภีมนะเป็นอะไรกันอยู่

“มีอะไรเหรอคะ” หมอดาวิกาหันไปถามครูแป้ง

“ไม่มีค่ะ คุณต้น แป้งจัดโต๊ะไว้รอแล้วนะคะ”

“ดูสนิทกันดีนะคะ แอบชอบคุณต้นหรือเปล่าคะ”

“คุณต้นเขามีแฟนแล้วนี้ค่ะ ใช่ไหมคะ คุณหมอภีม” ครูแป้งถาม

“ไม่ได้เลยครับคุณแป้งคนนี้แฟนผม ผมหวง” หมอภีมหันมาชี้ที่ผม

“ทราบค่ะว่าหวง หึๆ”

“ปึก” หมอดาวิกาปล่อยมือลูกผมทันทีเช่นกัน

“ถ้าอย่างนั้นเราไปหาที่นั่งกันดีกว่านะครับ น้องเอิร์ธ” หมอภีมปภพพูด ผมเดินแทรกหมอดาเข้าไปและไปจูงน้องเอิร์ธอีกมือหนึ่ง หมอภีมเขาเห็นว่าเป็นผมเข้ามาเขาเลยยกแขนเอิร์ธขึ้นและผมก็ยกเอิร์ธเขากระโดดตัวลอย

“คิก คิก คิก “เอิร์ธเขาหัวเราะชอบใจใหญ่เลย

“แม้อิจฉาค่ะพ่อลูกคู่นี้ เขาน่ารักกันตลอด ตอนแรกคนก็มองแปลกๆ แต่หลังๆ มีแต่คนบอกน่ารักค่ะ เขาพากันถามแป้งนะคะว่ามีแฟนเพจไหมอยากเข้าไปกดติดตามนะคะ” ครูแป้งพูดแต่เหมือนจะพูดกับหมอดาวิกา หมอดาวิกาเธอยืนมองผมกับหมอภีมนิ่งสักครู


“มีแบบนี้ด้วยเหรอค่ะ ที่อยากติดตามชีวิตคู่รักชายรักชายแบบนี้นะคะ คือดาไม่ค่อยได้เจอ”


“ก็มีซิค่ะ ยุคนี้สมัยนี้คนเข้าใจเยอะแยะไปค่ะ เหลือแต่พวกโลกแคบเท่านั้นแหละที่อาจจะ ยอมรับความสุขของเขาไม่ได้ หรืออิจฉาประมาณนี้นะคะ “ครูแป้งพูดก่อนจะเดินออกไปเธอหันมายิ้มให้ผม

“เชิญนั่งครับหมอดา” ผมพูด

“เออ ดาไม่นั่งทานด้วยดีกว่าค่ะ พอดีดาลืมไปว่าดามีคลาสเรียนออนไลน์ค่ะ ขอตัวนะคะ” หมอดาวิกาจู่ๆ เธอก็ขอตัวไม่ทานด้วยและเดินออกไปในทันที หมอภีมปภพก็แค่ยักไหล่และนั่งลง ตักนั้นตักนี้ให้เอิร์ธ ผมก็นั่งลงเช่นกัน ผมเห็นพ่อลูกเขาทานกันจนเสร็จผมก็ด้วยเช่นกัน

“ต้นผมพาเอิร์ธไปดูไอศรีมนะ”

“ภีมอย่าให้ทานเยอะซิ”

“เขาอยากทานเขาขอผมต้นและผมจะแย่งเขาทานเอง รับรองไม่ให้ทานเยอะแน่นอน” หมอภีมปภพพูด ก่อนจะเดินออกไป กับเอิร์ธไปที่ตู้ไอศครีม


“ต้นค่ะ ผุู้หญิงคนนั้นใครเหรอคะ” ครูแป้งเดินมาสะกิดถามผม

“เขาเป็นหมอและเป็น เออ”

“แฟนหมอภีมปภพมาก่อนหรือเปล่าคะ”

“ครับเคยเป็นคู่หมั้นแต่เขาถอนหมั้นกันแล้วครับ ตอนนี้คือเพื่อนกันครับ”

“นี้เขามาทำไมละคะ ดูสายตาเวลาเขามองต้นกับเอิร์ธแป้งแอบกล้วค่ะ อย่าไว้ใจเธอเป็นอันขาดนะคะ”

“คือเขามาขอโทษในสิ่งทีเคยทำกับผมและหมอภีมนะครับ ผมว่าเขาน่าจะยอมรับผมกับหมอภีมแล้วแต่เรื่องความรู้สึกอาจจะต้องใช้เวลานะครับแป้ง”

“ไม่จริงหรอกค่ะ แป้งเองยังยอมรับได้เสียใจไหมตอบว่าใช่แต่ แป้งก็ไม่มีสายตาที่น่ากลัวเหมือนเขาแอบคิดอะไรในใจตลอดเวลาแบบนี้นี่ค่ะต้น เชื่อแป้งนะ ระวังไว้ด้วยนะคะ” ครูแป้งพูด ผมก็ยิ้ม หมอภีมปภพเดินกลับมากับเอิร์ธพอดี พร้อมกับไอศรีมถ้วยเล็กที่แย่งกันทานมาด้วยกัน

“แป้งไปก่อนนะคะ มีอะไรให้แป้งช่วยบอกได้เลยนะคะต้น เราเพื่อนกัน”

“ขอบคุณครับแป้ง “ผมพูดแค่นั้นก่อนจะลุกขึ้นและพากันขึ้นห้องเอิร์ธจะได้แปรงฟันและเตรียมตัวเข้านอน ผมคิดไปตลอดเรื่องที่ครูแป้งพูด ผมคงต้องคอยระวังเอิร์ธให้มากขึ้นจริงๆ เหรอ ใจผมก็ไม่อยากคิดร้ายกับเธอแบบน้ั้นเลย เพราะถ้าไม่ใช่อย่างที่ครูแป้งว่าผมคงเสียใจ แต่ถ้าใช่ละคนที่เสียใจก็คือผมอีกเช่นกัน
******
Happy New Yearค่ะ ขออวยพรให้ทุกคนมีแต่ความสุข สมหวังในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ ..ทั้งบ้านที่อบอุ่น ครอบครัวที่น่ารัก และเพื่อนร่วมงานที่ดี สวัสดีปีใหม่ทุก ๆ ท่านค่ะ 


ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1943
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1

ออฟไลน์ thanza1970

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
           
(พี่ต้นXพี่หมอภีม)ความจริงจากเกศรินทร์

            Part's หมอภีมปภพ วันนี้เป็นวันที่คนไข้เด็กค่อนข้างเยอะ และวันนี้ก็มีกิจกรรมสำหรับเด็กๆ มีมุมนิทาน มีมุมของเล่นเด็ก มีบ้านบอลมาส่งด้วย และวันนี้เอิร์ธก็ไม่ได้ไปโรงเรียน ผมเลยพาเขามาอยู่กับผมทั้งวัน ส่วนต้นบอกว่ามีประชุมด่วน เรื่องรับมือพายุฝนที่จะเข้ามายังตอนเหนือซึ่งอาจจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ผมเองก็บอกเขาไม่ร้องเป็นห่วง ผมดูแลเอิร์ธได้

“น้องเอิร์ธ เป็นไงบ้างครับ วันนี้เพื่อนเยอะเลยนะเราน่ะ “เดินมาหาเอิร์ธ เขาหันมามองหน้าผมแววตานั้นดูมีความสุข

“ครับพ่อภีม พ่อภีมเสร็จหรือยังครับ”

“ทำไมละครับ “ผมถามน้องเอิร์ธ

“เอิร์ธอยากเล่นกับพ่อภีม”

“พ่อภีมใกล้จะลงเวรแล้วครับและเราก็จะไปรับพ่อต้นด้วยกันดีไหม จะได้ไปทานอาหารเย็นด้วยกัน “ผมบอกน้องเอิร์ธ เมื่อเช้าผมขับรถไปส่งต้นเอง ผมบอกว่าจะพาต้นไปทานอาหารร้านที่เอิร์ธเขาชอบไป เพราะว่ามีเครื่องเล่น และวันนี้ผมจะขอต้นแต่งงาน ไม่จัดงานก็ได้ขอให้ผมได้ขอเขาแต่งงานก็พอ อย่างที่ผมได้เคยตั้งใจไว้ก่อนที่ต้นจะไปแต่งงานกับเกศรินทร์

“พี่ภีมค่ะ” ผมหันไปมองหมอดาวิกา อันที่จริงผมกับหมอดาก็แทบจะไม่ได้เจอกันเพราะว่าเวลาไม่ตรงกัน คนไข้ของหมอดาวิกาค่อนข้างเยอะในช่วงเช้าและหมอเขาก็ต้องรีบกลับไปเรียนปริญญาโทตอนเย็นอีก แต่ว่าวันนี้เธอไม่ได้สวมเสื้อกาวน์

“ว่าไงคะน้องหมอดา “ ผมถามเธอ

“ดาจะมาบอกพี่ว่าดาจะกลับกรุงเทพแล้วนะคะ ดาจะไม่เป็นหมอที่นี่แล้วค่ะพี่หมอภีม”

“ดาคิดว่าถึงเวลาของดาแล้วค่ะพี่ภีม” ดาวิกาพูดผมก็พยักหน้าเข้าใจได้ทันที ผมยิ้มให้หมอดาวิกา

“อืม ถ้างั้นพี่ขอให้หมอดาโชคดีนะครับ และถ้าพี่กับต้นไปกรุงเทพเรามาทานอาหารกันได้นะครับ แบบเพื่อน” ผมบอกหมอดา

“อาหมอคนสวยมาเล่นกับน้องเอิร์ธใช่อะเปล่า” น้องเอิร์ธถามหมอดาวิกา หมอดาเขาก้มลงมองเอิร์ธ ด้วยรอยยิ้มที่อ่อนหวาน ผมชอบเห็นเขาเป็นแบบนี้และนี้อาจจะทำให้เขาพบรักใครสักคนที่ไม่ใช่ผม

“ปึก “เอิร์ธทำของเล่นตกลงพื้น ผมก็เลยก้มลงจะเก็บให้ และจังหวะที่ผมชักมือออกจากกระเป๋าเสื้อกาวน์ของผม กล่องแหวนที่ผมจะขอต้นแต่งงานก็กระเด็นออกมา

“หมับ” หมอดาวิกาเป็นคนหยิบส่งมาให้ผม

“แหวน พี่จะหมั้นใครเหรอคะ”

“พี่ว่าจะขอ ต้นแต่งงานวันนี้นะคะ เสียดายน้องดาไม่อยู่ จะได้เป็นพยานให้พี่กับต้นเขา” ผมบอกหมอดาวิกา เธอเงยนหน้ามองผมพร้อมรอยยิ้ม

“โค้ด ER “ผมต้องชะงักรอฟัง เพราะว่าวันนี้ผมออนคอลห้องฉุกเฉินด้วย

“คุณหมอภีมปภพค่ะ รบกวนที่แผนกฉุกเฉินด้วยค่ะ มีคนไข้ที่แพ้อาการค่อนข้างรุนแรงมากค่ะ รบกวนคุณหมอด่วนเลยค่ะ” ผมหยักหน้าและกวาดสายตามองหาอ้อม พยาบาลที่ดูแลน้องเอิร์ธให้ผมวันนี้

“มองหาใครเหรอคะพี่ภีม” หมอดาวิกาถามผมถามผม

“พี่มองหาคุณอ้อมนะครับเขาเป็นพยาบาลประจำห้องตรวจพี่และพี่ให้เขาดูเอิร์ธให้อยู่นะครับ” ผมบอกหมอดาวิกา

“ถ้าอย่างนั้นให้ดาดูให้ก่อนไหมคะ พี่ภีม” หมอดาบอกผมจะดูเอิร์ธให้ก่อน

“แล้วหมอดาไม่กลับเหรอคะ”

“ยังค่ะ เพราะว่าดาจองเที่ยวบินเอาไว้ตอนเย็นค่ะ หกโมงครึ่งค่ะ” หมอดาวิกาพูด ผมก็คงต้องฝากหมอดาวิกาดูเอิร์ธไปก่อน

“พี่ไปก่อนนะดา และพี่จะรีบกลับมา “ผมพูด เอิร์ธกำลังสนุกกับการเล่นต่อตัวต่อเลโก้อยู่ด้วย ผมเลยไม่อยากกวน ผมรีบเดินตรงไปเพื่อที่ห้องฉุกเฉินทันทีเพื่อไปดูคนไข้ ผมเข้าไปก็จัดการสวมถุงมือและเขาไปดูอาการคนไข้ ก็พบว่าเป็นเด็ก มีอาการแพ้ที่ค่อนข้างรุนแรง ตาบวมเกือบปิด มีการหายในหอบเหนื่อย ผมดูจากประวัติได้สัมผัสแมวเปอเซียก่อนจะมีอาการ ผมว่าน้องน่าจะแพ้แมวขั้นรุนแรง ก็เลยสั่งให้ฉีดยาแก้แพ้ก่อน และให้นอนดูอาการก่อนถ้าไม่ดีขึ้นจะได้ส่งไปแอดมิทคนไข้วอร์ดเด็ก ผมใช้เวลาอยู่กับคนไข้เกือบหนึ่งชั่วโมง

//ต้นคุณเลิกงานกี่โมงครับวันนี้ และอย่าลืมนะครับว่าวันนี้เรามีนัดกัน// ผมบอกต้น
// ผมมีประชุมด่วนแต่น่าจะเลิก ไม่เกินห้าโมงครับหมอภีม//
//ใกล้จะเลิกแล้วโทรบอกผมนะครับ ตอนนี้ลูกยังสนุกกับของเล่นอยู่เลย //
//ได้ครับหมอภีม แค่นี้ก่อนนะครับที่รัก ผมจะประชุมต่อ //
//ผมชอบให้คุณเรียกผมว่าที่รักจังต้น ผมรักคุณนะต้น // ผมพูดและกดวางสายทันที จังหวะนั้นผมก็หันมาเจอผู้หญิงคนหนึ่ง ถึงแม้ว่าเขาจะดูอวบขึ้น หน้าบวมขึ้นมาหน่อย แต่ไม่ได้ทำให้ผมจำเขาไม่ได้เลย เกศรินทร์ เธอเดินมาหยุดตรงหน้าผมแบบไม่ตั้งใจ

“คุณหมอภีม” เธอเรียกชื่อผมพร้อมกับอาการตกใจ

“สวัสดีครับคุณเกศ เจอกันสักทีน่ะคุณ” ผมพูดพร้อมกับเอามือล้วงกระเป๋าเสื้อกาวน์ เธอหันหน้าไปมองทางอื่น ก่อนจะพ่นลมแบบเสียมิได้ออกมา

“ทำยังกับว่าคุณหมออยากจะเจอฉันตายล่ะ” เกศรินทร์พูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

“จริงๆผมก็ไม่ได้อยากจะเจอหรอกนะครับคุณ แต่เจอก็ดีผมจะได้บอกคุณว่า ผมมาท้วงของผมคืนและผมก็ได้คืนแล้วด้วย” ผมบอกเกศรินทร์ ดูเธอไม่ได้โวยวายเหมือนเมื่อก่อน เธอนิ่งจนผมอดนึกสงสัยไม่ได้

“และคุณจะไม่มีวันพรากเขาไปจากผมอีก” ผมพูดกับเธอ

“ห๊ะ! จ้างให้ฉันก็ไม่กลับไปหรอก “เกศรินทร์พูด ผมพยักหน้าว่าดีแล้ว

“ต้นเขาบอกฉันแล้วล่ะค่ะว่าคุณสองคนกลับไปรักกัน หวานชื่นกันเหมือนเดิม แต่”

“คุณได้ถามหมอดาวิกาหรือยังว่าเขานะ เห็นด้วยกับความรักของคุณสองคนไหม” เกศรินทร์พูด พร้อมกับหันไปกอดอก

“หมอดาเขาอาจจะไม่เห็นด้วยในตอนแรกแต่ตอนนี้เธอยอมรับผมกับต้นแล้ว และหมอดาเธอไม่ใช้วิธีสกปรกเหมือนคุณ “ผมพูด พร้อมกับก้าวเท้าไปเผชิญหน้ากับเกศรินทร์

“นี่คุณคิดว่าฉันคืนคนวางแผนคนเดียวเหรอ แต่ว่ายายหมอใสซื่อนั้นกับได้เป็นแม่พระแทน ช่างน่าขำ นะคุณหมอภีมปภพ”

“คุณคงไม่รู้ซินะว่า คนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนะ หมอดาวิกาทั้งนั้นแหละ”

“นี่คุณ พูดจาอะไรนะให้เกียรติหมอดาวิกาหน่อยนะ เขาเป็นหมอ”

“แล้วไง เพราะนางดาวิกาไง ดึงฉันกลับมาหาต้นทั้งที่ฉันนะไปแล้ว แต่นางดาวิกามันยื่นข้อเสนอให้ฉัน มันบอกว่าฉันจะได้โชคสองต่อไง ได้ผัวหล่อ และจะได้คนหนุนหลังครอบครัวฉันเพราะว่าเขาสอบปลัดอำเภอติด”

“แต่สิ่งที่ฉันได้คือ ความซวยสองต่อ ผัวเป็นเกย์ เรื่องบนเตียงไม่ได้เรื่อง ถ้าไม่ได้ยานางหมอดาวิกาต้นมันก็ทำไม่เป็น”

“และอีกอย่างนะที่ซวยมาก คือได้คนที่เถรตรงจนกระทั่งทำให้ครอบครัวฉันเกือบจะล้มละลาย เพราะว่าเป็นผู้ผดุงความยุติธรรมให้คนอื่น “เกศรินทร์พูด

“หมอดาวิกานี่น่ะ เธอนะใส่ความหมอดาแล้วเกศรินทร์ เขาไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นได้แน่นอน  ผมเถียงเธอกลับทันที

“ไปถามนังหมอดาวิกาดูซิ และคนที่ฉีดยาให้ฉันไข่ตกก็หมอดาวิกา “

“เธอไม่ได้….”

“เธอโกหก เธอให้คนอื่นออกรับแต่เธอเป็นคนทำเอง และเป็นคนนัดต้นออกมาหาฉัน โดยใช้ชื่อฉันส่งข้อความหาต้น และนั้นฉันก็ได้ลูกมาให้สมใจ “

“นึกอยากขอบคุณฉันขึ้นมาละซิ อยากมีลูกกันไม่ใช่เหรอ “เกศรินทร์พูด

“ผมไม่เชื่อที่คุณพูดว่าหมอดาวิกาจะทำแบบนั้น หมอดาวิกามีจรรยายบรรณมากพอที่จะไม่ทำเรื่องแบบนั้น” ผมพูด

“เหรอคะ ฉันว่าทำมากกว่านั้นอีกแบบที่คุณเองก็คิดไม่ถึง “เกศรินทร์พูด

“ฉันจะบอกให้ ว่าหมอดาวิกากล้าทำขนาดที่ว่าส่งคนมาฆ่าต้น นางก็ทำมาแล้ว “ผมต้องตกใจพร้อมกับส่ายหัวไปมาว่าไม่น่าจะใช่ เป็นไปไม่ได้ หมอดาวิกานี่น่ะ ถึงกับจะฆ่าต้น

“จำได้ไหม วันที่คุณส่งข้อความหาต้นนะและฉันก็ออกไปหาคุณ หมอดาเขารู้และเขาก็โกรธมาก และหลังจากนั้น เขาก็ส่งมือปืนไป “ผมยืนนิ่งพูดอะไรไม่ออก

“แต่มือปืนมันเห็นว่าฉันท้องอยู่!! “

“มันเลยปล่อย”

“และในวันเดียวกัน ก็มีพวงหรีดส่งไปที่บ้านฉัน ระบุว่าให้ต้นตระการ “

“คุณอย่ามา…” ผมกำลังจะพูดแต่ว่าเกศรินทร์

“ต้นเขารู้ว่าใครทำแต่นี่เขาคงไม่ได้บอกคุณละซิ ว่าเป็นหมอดาวิกาก็เพราะว่ากระดาษที่ปิดมากับพวงหรีดนะมันติดสกอตช์เทปที่คนส่วนใหญ่ใช้กันในโรงพยาบาลเท่านั้น แถมด้วยข้อความส่งมาแสดงความเสียใจที่เบอร์มือถือฉันอีกมันเป็นเบอร์ของดาวิกา!”

“แต่ฉันบอกเขาไปว่าต้นยังไม่ตาย” ผมยืนนิ่งอึ้ง พูดอะไรไม่ออก มือผมกำหมัดแน่น

“และนั้นฉันถึงขอให้เขาย้าย!! จากเขาใหญ่ไปเชียงใหม่ ถึงยังไงอิทธิพลพ่อฉันก็น่าจะคุ้มกลาหัวเขาได้บ้าง “

“คราวนี้คุณยังคิดว่า ยายหมอดาวิกาคือแม่พระอีกไหมล่ะ คุณหมอภีมปภพ! ” เกศรินทร์ถามผม ผมคิดว่าผมควรจะคุยกับหมอดาวิกา

“แต่ช่างมันเถอะ ฉันหลุดออกมาแล้วและไม่คิดจะเข้ายุ่งเกี่ยวกับคุณสามคนอีก พอกันที!! “เกศรินทร์พูด

“แล้วนี่คุณมาโรงพยาบาลทำไมครับคุณเกศ” ผมถามเกศรินทร์

“ฉันมาฝากครรภ์ ฉันตั้งครรภ์ได้สามเดือน” ผมถึงกับขมวดคิ้ว

“กับสามีคนใหม่” เธอพูดผมพยักหน้า

“อ้อ ไหน ไหน ฉันก็มาแล้ว ต้นบอกว่าคุณดูแลลูกฉันไม่ใช่เหรอ ฉันขอไปเจอลูกหน่อย ฉันไม่ค่อยสะดวกไปที่โรงเรียนเขา” เกศรินทนร์บอกผม

“ได้ซิคุณ ตอนนี้เขาอยู่กับหมอดาวิกา ถ้าอย่างนั้นคุณไปอยู่กับเอิร์ธ ช่วงที่ผมจะคุยกับหมอดาวิกาก็ดีนะ “ผมพูด เกศรินทร์ชักสีหน้าตกใจ

“อะไรนะ นี้คุณจะบ้าเหรอ! ทำไมคุณปล่อยลูกฉันไปอยู่กับหมอโรคจิตนั้นได้ละ “เกศรินทร์โวยวายเสียงดังขึ้นมาทันที

“นี่คุณ ผมบอกแล้วไงว่าให้เกียรติหมอดาหน่อยเขาเป็นหมอ”

“พาฉันไปเดี๋ยวนี้ คุณไม่รู้หรอกว่ายายหมอดานี้แหละ ป่วยทางจิต”

“เร็วซิ เดี๋ยวมันทำอะไรลูกฉัน” เกศรินทร์เร่งผม ผมก็พาเดินไปยังมุมที่สำหรับเด็กๆ ที่เอิร์ธนั่งอยู่

“นี่ถ้าคุณไม่หยุดพูดว่าหมอดาเสียๆ หายๆ ผมจะให้หมอดาฟ้องหมิ่นประมาทนะคุณ” ผมพูดและยืนสอดสายตามองไปรอบๆ แต่ว่า ผมไม่เห็นหมอดาวิกากับเอิร์ธ

“ไหนละลูกฉันนะ” เกศรินทร์ถามผม ผมก็หันไปมองหา เพื่อว่าจะไปนั่งหลบที่มุมไหนสักแห่ง

“ขอโทษนะครับ เห็นหมอดาวิกากับลูกชายผมไหมครับ น้องเอิร์ธนะครับ” ผมถามพยาบาล

“อุ้ยตายแล้ว! เรียกแทนว่าลูกเลยเหรอคุณ” เกศรินทร์ ผมหันมามองหน้า พร้อมกับส่ายหัวอย่างเอื่อมระอา ส่วนนางก็เบ้ปากพร้อมกับกอดอก

“คุณหมอภีมค่ะ มีอะไรเหรอคะ”

“หมอดาวิกาเขานั่งเล่นกับลูกชายผมนะครับน้องเอิร์ธตอนผมเดินไปห้องฉุกเฉินนะครับ”

“อ้อ หมอดาบอกว่าน้องร้องหิวนะคะ เลยพาน้องไปหาอะไรทานค่ะ”

“จริงเหรอครับ แต่เอิร์ธเขาเพิ่งจะทานไปนะครับ ผมถึงได้ให้เขามานั่งเล่นที่ห้องนี้” ผมพูด

“ออกไปนานหรือยังครับ”

“ออกไปได้สักพักแล้วค่ะ น่าจะเกือบหนึ่งชั่วโมงได้แล้วค่ะ”

“รบกวนให้ใครไปตามที่ห้องอาหารให้ผมได้ไหมครับ ขอบคุณครับ” ผมพูดและหันมามองเกศรินทร์สีหน้าเธอกังวล

“ลูกฉันไปไหน!!!”

“หมอดาคงจะพาเอิร์ธไปซื้ออะไรทานนะเกศ และคุณนะควรจะสงบสติอารมณ์หน่อยได้ไหมคุณนี่มันโรงพยาบาลนะครับคุณ “

“ฉันไม่เชื่อ นางนั้นนะร้ายยิ่งกว่าอะไรดีซะอีก คอยดูนะ ถ้าลูกฉันกับต้นเป็นอะไรไป คุณนั่นแหละที่ต้นเขาจะไม่ให้อภัย!” เกศรินทร์พูด และพยาบาลก็วิ่งกลับมา

“คุณหมอภีมค่ะ ไม่เจอคุณหมอดาที่ห้องอาหารเลยค่ะ “คนที่เดินไปดูให้ผมที่ห้องอาหารกลับมาบอกว่าไม่เจออีก

“คณหมอภีมค่ะ ไปทางห้องน้ำใกล้ๆ ก็ไม่มีค่ะ” พยาบาลคนอื่นๆ

“ใช่น้องเอิร์ธหรือเปล่าคะที่ตามหาอยู่นะคะ” มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาถามผม ผมจำได้เขาเคยทักผมหลายครั้งแล้ว เขาบอกว่าลูกเขาเรียนที่เดียวกับเอิร์ธ

ใช่ครับ”

“เมื่อสักครู ดิฉันเดินส่วนกับผู้หญิงคนหนึ่งนะคะ ตรงประตูทางออก เอิร์ธเขาไปกับผู้หญิงคนนั้น ดิฉันถามเขาว่าจะพาเอิร์ธไปไหน เขาก็บอกดิฉันว่าว่าจะพาไปหาพ่อต้นเขา ฉันรู้สึกว่าเขาจะเดินออกไปข้างนอกแล้วนะคะ “

“อะไรนะ เขาบอกว่าจะพาไปหาต้นเหรอครับ” ผมถ้วนคำพูดของเขา

“เห็นไหม มันพาลูกฉันออกไปจนได้ คุณมัน แย่ที่สุด!!”

         ผมก็รีบกดสายหาหมอดาวิกาทันที “กรุณาฝากข้อความหลังได้ยินเสียงสัญญาณ” โทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้ ผมกดโทรแล้วโทรอีกก็ติดต่อไม่ได้ จนผมต้องฝากข้อความ // หมอดา

         //หมอดาพาเอิร์ธไปไหนครับ หมอดาอย่าเล่นแบบนี้นะครับ มีอะไรมาคุยกับพี่ พี่พร้อมรับฟังแต่อย่า ทำอะไรเอิร์ธ เขาไม่รู้เรื่องนะครับหมอดา กลับมาคุยกับพี่ พี่พร้อมจะรับฟังนะครับน้องดา// ผมพูดฝากข้อความ ผมต้องโทรหาต้น เพื่อว่าหมอดาจะพาไปหาต้นจริงๆ

“คุณหมอภีมค่ะ “ผมเงยหน้าขึ้นมอง พยาบาลที่พาผู้ช่วยพยาบาลมายืนตรงหน้าผม ผมก็มองที่ผู้หญิงคนนั้น เหมือนกับว่าเขามีบางสิ่งที่ต้องการจะบอกกับผม

“น้องคนนี้เขาเห็นปืนในกระเป๋าคุณหมอดาด้วยค่ะ” ผมแทบล้มทั้งยืน ไม่จริงนะหมอดาต้องไม่ทำอะไรแบบนั้น หมอดาจะเอาอาชีพหมอมาทิ้งแบบนี้ไม่ได้นะ หมอดา

TBC....

ต้องขอโทษทีน่ะที่หายไป เห็นในเงียบๆเลย ไม่ได้ลงต่อ ถ้ามีคนติดตามจะมาลงให้ต่อเลย  :mew1:

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1943
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1

ออฟไลน์ thanza1970

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
รออ่านต่ออยู่ครับ
กลัวใจจังเลย กลัวไม่ได้อ่านต่อ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด