รักนี้เกิดขึ้นที่ในรั้วโรงเรียนพิเศษ(พี่หมอภีมXพี่ต้น)ผมได้คำตอบแล้ว
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: รักนี้เกิดขึ้นที่ในรั้วโรงเรียนพิเศษ(พี่หมอภีมXพี่ต้น)ผมได้คำตอบแล้ว  (อ่าน 7635 ครั้ง)

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 277
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0

(หมอภีมXพี่ต้น)หวาดระแวง

      Part’s ต้นตระการ
                หลังจากที่ผมเฟสไทม์คุยกับก้อง ความกังวลใจของผมเรื่องก้องก็หายไปเปาะหนึ่ง  ผมว่าจะลงไปหาก้องกรุงเทพแต่ก็ไม่อยากเอาเอิร์ธไปด้วย และดูท่าเอิร์ธก็ไม่ยอมไปอยู่กับเกศรินทร์ ทั้งที่เกศรินทร์เป็นแม่แท้ๆของเขา ยิ่งเห็นสีหน้าและท่าทีที่เขาแสดงอาการ ว่าเขากลัวมากแค่ไหนที่รู้ว่าผมจะพาเขาไปอยู่กับเกศรินทร์ แม้จะแค่ไม่กี่วันก็ตาม พอผมเห็นแบบนี้ผมก็ทำใจไม่ได้ที่จะทิ้งเขาไว้ที่นี้

      วันนี้ผมมารับลูกก่อนเวลาและผมก็แจ้งกับครูแป้งเอาไว้แล้ว ว่าหลังจากที่ผมเลิกประชุมที่จังหวัด ผมจะแวะไปรับลูกชายทันทีก่อนจะกลับเข้าไปเซนต์เอกสารอีกนิดหน่อย

      “สวัสดีค่ะ คุณต้น” ครูพี่เลี้ยงที่ดูแลเด็กอนุบาลห้องของเอิร์ธ

      “สวัสดีครับครูแป้ง” ผมรู้จักเธอดี

      “น้องเอิร์ธครับคุณพ่อมารับแล้วค่ะ” ครูแป้งเรียกเอิร์ธให้ผม เพราะว่าเอิร์กำลังเล่นกับเพื่อนอยู่ เอิร์ธก็วิ่งไปหยิบกระเป๋าที่แขวนเอาไว้และมาหาผมในทันที

      “สวัสดีครับพ่อต้น” น้องเอิร์ธพูด

      “คุณต้นค่ะ น้องชายเป็นยังไงบ้างคะ” ครูแป้งถามผม

      “ตอนนี้ปลอดภัยแล้วครับ แต่ต้องนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลสักสองสามอาทิตย์นะครับ” ผมบอกครูแป้ง

      “ถ้าอย่างนั้น วันไหนที่ต้องการให้แป้งช่วย บอกนะคะ แป้งเต็มใจค่ะ น้องเอิร์ธเขาเป็นเด็กน่ารักอยู่แล้ว “ ครูแป้งพูดผมพยักหน้าเป็นการขอบคุณ ผมยิ้มให้ครูแป้ง เธอเต็มใจช่วยผมแต่ผมก็พอจะดูออกว่าเธอมีใจให้ผม ส่วนผมเองก็ไม่อยากให้เธอมาจมอยู่กับผมเหมือนเช่นเกศรินทร์ ผมเองไม่มีความสามารถพอที่จะเป็นสามีแห่งชาติให้ผู้หญิงจริงๆ แต่ความเป็นเพื่อนนะผมมีให้ได้เสมอ

      “พ่อต้นเอิร์ธอยากกินไอศรีมเหมือนที่อาติณให้เอิร์ธได้อ่ะเปล่า” น้องเอิร์ธถามผม ผมพยักหน้าว่าได้

      “สวัสดีครับครูแป้งก่อนครับเอิร์ธ เราจะได้ไปกัน” ผมบอกเอิร์ธ เขาก็ยกมือไหว้ครูแป้ง ก่อนจะที่ผมสองคนจะเดินมา ผมจูงมือเอิร์ธ เอิร์ธเงยหน้ามองหน้าผม

      “พ่อโทรบอกอาหมอหรือเปล่า ว่าเอิร์ธกลับมาแล้วอาหมออาจจะคิดถึง” น้องเอิร์ธพูดผมก็ก้มลงมอง ทำไมช่วงนี้ถามผมถึงหมอภีมบ่อยจังนะลูกชายคนนี้นิ ผมก็ต้องก้มลงมองพร้อมรอยยิ้ม

      “พ่อโทรบอกแล้วครับ อาหมอก็คิดถึงเอิร์ธนะครับ” ผมบอกเอิร์ธ รอยยิ้มมนั้นปรากฏขึ้นในทันที ผมต้องแอบเบือนหน้าหนีแทน เพราะว่าผมโกหกเขานั้นเอง

      “ขึ้นรถนะเอิร์ธ พ่อจะได้พาเราไปซื้อไอศกรีมก่อนและพ่อจะเข้าไปเอาแฟ้มงานมาตรวจที่บ้าน ช่วงนี้งานพ่อยุ่งนะครับ ส่วนอาหารเย็นคงต้องฝากท้องกับแม่ของครูแป้งอีกแล้วเอิร์ธ”ผมก้มลงบอกลูกชายก่อนจะอุ้มเขาไปใส่ในรถฟอร์จูนเนอร์สีขาวของผม ผมปิดประตูลงพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดยาวๆ   
      
      “เอิร์ธเอารสอะไรน่ะ “ผมพาเอิร์ธเข้ามาในร้านแมคโดนัล ปกติไม่ค่อยได้ซื้อให้เขาทานเท่าไหร่ จั้งฟูดส์แบบนี้ แต่นี้เขาร้องอยากทานไอศรีมผมก็ซื้อให้เขาทานนะ แต่พอเขาได้ลองแล้วก็แค่นั้น อะไรใหม่ๆก็ให้เขาได้ลอง ว่ามันเป็นยังไงถ้าไม่ดีผมก็จะอธิบายให้เขาฟังว่าทำไมถึงไม่อยากซื้อให้เขาทาน เขาก็เชื่อผมนะ และไม่ร้องทานอีก

      “พ่อเอาสตอเบอรี่” เอิร์ธบอกผม ผมก็เดินไปสั่งที่หน้าเคาเตอร์ ให้เขา จังหวะนั้นก็มีสายเขามาพอดี เบอร์จากที่ทำงานของผมเอง

      “สวัสดีค่ะ คุณปลัด จุ๋มได้นำเสนอหนังสืองบประมาณไว้นะคะ คุณปลัดเซนต์อนุมัติให้จุ๋มหรือยังคะ “

      “ผมยังไม่ได้เซนต์เลยครับ ผมจะเข้าไปเดี๋ยวนี้นะครับ รอผมสักสิบห้านาทีได้ไหมครับเพราะว่าผมก็เพิ่งออกจากห้องประชุมที่ศาลากลางจังหวัด ผมก็เลยขับรถมารับน้องเอิร์ธด้วยครับ” ผมพูดสายและผมก็เดินไปตามหมายเลขที่เขาเรียกคิว ก่อนจะคว้าไอศครีมสตอร์เบอรี่ซันเดย์มา แต่พอผมก้มลงมองหาเอิร์ธ อ้าวปกติเขาไม่เคยอยู่ห่างจากผมเลยนะและนี่เขาหายไปไหนและตอนไหนกัน แถมวันนี้ลูกค้าในร้านก็เยอะซะด้วย ช่วงหน้าร้อนแบบนี้ คนก็มาต่อแถวซื้อไอศรีมทานกัน     

      “คุณจุ๋มครับเดี๋ยวผมเข้าไปเลยนะครับ แค่นี้ก่อนนะครับ”ผมก็กดวางสายทันทีและชะเง้อมองหา ผมก็เห็นมีผู้หญิงกับผู้ชายคู่หนึ่ง ผมจำได้ดี ผู้ปกครองเด็กในห้องเดียวกันกับเอิร์ธ ผมเจอตอนที่ไปประชุมผู้ปกครอง ผมรีบเดินไปหาทันที

      “นี่ไงพ่อของน้องเขา ฉันจำได้คุณ” ผู้หญิงคนนั้นเรียกผม เอิร์ธหันมาเจอผมก็วิ่งมากอดขาผมเอาไว้ ผมก็เงยหน้ามองเขาทั้งคู่

      “ พอดีเราสองคนเห็นมีผู้หญิงคนหนึ่งเขาเดินมาและเหมือนพยายามจะชวนน้องออกไปนะคะ และฉันจำน้องคนนี้ได้เพราะน้องเขาเรียนห้องเดียวกับลูกสาวของเรานะคะ และน้องก็บอกว่ารอพ่อก่อน ดิฉันคิดว่าไม่น่าจะมาด้วยกันแน่ๆ ค่ะ “ ผมก็ในใจหายเลย ผมก้มลงมองเอิร์ธ

      “แฟนคุณหรือเปล่าคะ”

      “ผมมากับลูกชายแค่สองคนนะครับ “ผมตอบไป

      “เห็นไหมละคุณ ดีนะที่ไม่ปล่อยให้ออกไป “ ผู้หญิงคนนั้นหันไปพูดกับผู้ชายที่ยืนอยู่ด้วย

      “ระวังหน่อยนะคะ ช่วงนี้แก้งจับเด็กเริ่มมาอาละวาดอีก และน้องเอิร์ธก็หน้าตาดี ผิวพรรณก็ดี “

      “แม้จะบอกว่าหล่อเหมือนพ่อเขาก็บอกมาเถอะ” แฟนคนที่ช่วยลูกผมเอาไว้ ผมก็ยิ้มบางๆให้และก้มมองเด็กน้อยที่ยังไม่ค่อยเข้าใจ

      “รู้อีกผัวฉัน” ผมหญิงคนนั้นหันแอบพูดไม่ดังเพื่อเอ็ดสามีตัวเอง ผมก็ยิ้มเป็นการขอบคุณ แต่ผมก็แอบกลืนน้ำลาย ผู้หญิงคนไหน ผมจับมือเอิร์ธไว้แน่นมาก

      “ขอบคุณมากๆเลยนะครับ คราวหน้าผมจะไม่ให้เขาคลาดสายตาจากผมอีก “ผมพูดและพาเอิร์ธเดินออกมาจากที่ผมพาเขามาซื้อไอศกรีม  เอิร์ธก้มหน้าลงเพราะเขารู้ว่าเขาผิดแน่ๆ

      “เอิร์ธทำไมไม่อยู่ใกล้ๆกับพ่อละลูก”ผมก้มลงถามเอิร์ธด้วยน้ำเสียงที่ไม่เชิงว่าผมต่อว่าเขาแต่บ่งบอกว่าผมเป็นห่วงเขามากแค่ไหน

      “เอิร์ธ ขอโทษ เอิร์ธเห็นคนทำของเล่นตกและน้าคนนั้นก็มาถามเอิร์ธว่ามากับพ่อต้นหรือเปล่า” ผมถึงกับขมวดคิ้วเพราะการที่เข้ามาถามว่ามากับหรือเปล่านั้นแปลว่าเขาต้องรู้จักผมและเอิร์ธแต่ใครละถ้าหวังดีทำไมไม่รอผมอยู่ด้านใน

      “แล้วเอิร์ธก็บอกว่าใช่ และเขาก็บอกว่าไปรอด้านนอกไหมแต่เอิร์ธบอกไม่ไป เอิร์ธจะรอพ่อ” ผมก็ต้องนิ่งอึ่งไปหลายนาที ทำไมคนที่จะพาเอิร์ธออกไปเขารู้จักชื่อผมละ ใครกัน เกศรินทร์เหรอ ไม่ซิ ถ้าเขาต้องการลูกเขาก็แค่โทรหาผม ผมยืนมองซ้ายมองขวา แต่ก็ไม่มีใครที่น่าจะมีพิรุจ

      “กลับบ้านกันเถอะเอิร์ธ “ผมพูดแค่นั้นและอุ้มเอิร์ธใส่ไว้ในรถทันทีก่อนจะรีบก้าวขึ้นไปทำหน้าที่คนขับ ผมส่งถ้วยไอศกรีมให้เอิร์ธไปถือเอาไว้ก่อน

      “พ่อต้นโกรธเอิร์ธหรือเปล่า” เอิร์ธถามผม

      “ไม่ครับเอิร์ธแต่พ่อเป็นห่วงเอิร์ธมากกว่านะครับ  “ผมพูดแค่นั้นเบาๆก่อนจะรีบออกรถไปในทันที ผมขับรถไปในหัวผมก็วุ่นวาย ไม่น่ะ เขาคงไม่ลงทุนตามผมมาถึงที่นี้หรอกนะ ผมเหลือบมองน้องเอิร์ธที่ทานไอศรีมและดูการ์ตูนโปรดของเขาไปด้วยในรถ ทำไมตั้งแต่กลับมาจากกรุงเทพเขาถึงคอยถามผมว่าผมบอกหมอภีมหรือยัง นี้แค่คุยกันไม่นานเขากับติดหมอภีมมากกว่าน่านฟ้า ช่วงก่อนที่เขาจะแต่งงานเขาก็มาเทียวรับผมไปทานอาหาร น่านฟ้าดูเหมือนจะเข้ากับลูกผมได้ดีวะด้วยแต่ตอนนี้เขากับถามถคงหมอภีมมากกว่า ผมคิดอีกทีเขาอาจจะรู้ว่าน่านฟ้ามีแฟนแล้วหรือเปล่า

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2023
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-0

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 277
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0
      
พิเศษ(หมอภีมXพี่ต้น)รอก่อนนะครับหัวใจของผม

                   ผมนั่งอยู่ในห้องทำงานของผม ตอนนี้ยังไม่มีเครสคนไข้ ผมเลยหยิบซองสีน้ำตาลที่ก้องภพ น้องชายจองต้นตระการออกมาเปิดดู ผมก็ต้องตกใจ มันมีรูปถ่ายที่ถูกแอบถ่ายเอาไว้ ตั้งแต่ผมเพิ่งจะคบกับต้นจนกระทั้งช่วงที่ผมเริ่มถูกเพ้งเล็งจากพ่อของผม และผมกับต้นก็แอบพบกัน ส่วนใหญ่ยอมรับว่าไปโรงแรมกัน มีอะไรที่โรงแรม มันทำเหมือนผมนี่แอบไปมีบ้านเล็กบ้านน้อยยังไงก็ไม่รู้  ตอนแรกผมก็คิดว่ามันคงเก่าแล้ว แต่เปล่า มีรูปปัจจุบันด้วย รูปที่ผมนัดเขมชาติไปคุย

      “สวัสดีค่ะ แผนกสูตินารีเวชค่ะ กัญญารับสายค่ะ”

      “สวัสดีครับคุณกัญญา ผมหมอภีมนะครับ”

      “สวัสดีค่ะคุณหมอภีม จะคุยกับคุณหมอดาวิกาหรือเปล่าค่ะ คุณหมอไม่ได้ขึ้นเวรนะค่ะ คุณหมอแจ้งไม่รับเวรถึงอาทิตย์หน้าเลยค่ะ” ผมก็ต้องเลิกคิ้วสูง คุณหมอดาไม่รับขึ้นเวรถึงอาทิตย์หน้าเลยหรือ

      “ขอบคุณครับ” ผมกดวางสายทันที ถ้าอย่างนั้นก็ต้องไปที่บ้านแล้วแหละ ผมต้องไปเคลียร์ให้รู้เรื่อง ว่าทำไมหมอดาถึงได้ทำกับผมและต้นแบบนี้ และถ้าผมไม่เคลียร์เรื่องนี้ก้องภพไม่ยอมให้ผมพบกับพี่ชายเขาแน่ๆ   ผมเดินลงไปที่ห้องตรวจเพราะว่าผมมีตรวจคนไข้จนถึงหรึ่งทุ่มวันนี้และค่อยไปหาหมอดาที่บ้านจะดีกว่า

      หลังจากที่ผมตรวจคนไข้รายเครสสุดท้าย ผมเก็บเอาทุกอย่างใส่และหยิบซองจดหมายสีน้ำตาลพร้อมกับและเดินตรงไปยังรถคันหรูราคาแพง เป็นรถนำเข้าผมขับออกไปและไปยังบ้านของดาวิกา นานมากแล้วที่ผมไม่ได้ไปที่นั้นนานมากแล้ว ตั้งแต่ถอนหมั้นหมอดาวิกา ผมก็บินไปอังกฤษเลยทันที

      “สวัดดีค่ะ คุณหมอภีม” คนใช้ประจำที่บ้านหมอดาเธอรู้จักผมดี เธอเดินออกมาทักทายผมขระที่ผมนำรถคันหรูเข้ามาจอด  ผมลงจากรถมายืนอยู่ที่หน้าคฤหาสน์หรู

      “คุณดาวิกาอยู่ไหมครับ” ผมถามคนใช้

      “คุณดาวิกาไปเที่ยวกับเพื่อนที่เขาค้อค่ะแต่คุณท่านเพิ่งจะบอกว่ากำลังเดินทางกลับมาทานอาหารเย็นที่บ้านค่ะ ป้าคิดว่าน่าจะใกล้ถึงแล้วค่ะคุณหมอภีม “ป้าสมใจบอกผม ผมพยักหน้า

      “คุณท่านอยู่ในบ้านค่ะ ท่านเพิ่งจะเดินทางกลับมาค่ะ “ ผมพยักหน้าก่อนจะก้าวเท้าเดินตรงเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ ผมยอมรับว่าผมคุ้นเคยกับบ้านหลังนี้มาตั้งแต่เด็ก ก็เพราะว่าเมื่อก่อนพ่อผมกับพ่อของหมอดาต้องผลัดกันมาทานอาหารด้วยกันอาทิตย์ละครั้ง ไม่บ้านผมก็บ้านหมอดาวิกา ผมเดินตามหลังป้าสมใจเข้าไป ป้าสมใจเดินเข้าไปรายงานคุณลุงก่อน  ท่านหันมามองหน้าผมกันทั้งคู่ด้วยความแปลกใจ

      “สวัสดีครับคุณลุงคุณป้า” ผมยกมือไหว้ท่าน

      “อ้าวหมอภีม ไม่เจอกันนานเลย นั่งก่อนซิจ๊ะ” แม่ของหมอดาวิกา ผายมือให้ผมนั่งลงแต่พ่อของเธอแค่มองหน้าผมโดยไม่ได้พูดอะไร

      “ผมมาหาหมอดาวิกาครับ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

      “หมอดาใกล้จะมาถึงแล้วละภีม ว่าแต่เราเถอะเป็นไงมาไง แล้วนี้ มาทำงานเป็นหมอให้ที่โรงพยาบาลตัวเองแล้วใช่ไหม” แม่ของหมอดาวิกาสักถามผมด้วยรอยยิ้มแต่พ่อของเธอยังคงนั่งหน้าตาบึ่งตึง

      “มานี่มีธุรอะไรกับยายดารึ” พ่อของหมอดาคงหมดความอดทนที่จะนั่งนิ่งๆ ท่านเลยเอ่ยถามผม

      “ผมมีเรื่องจะมาคุยกับน้องหมอดาครับ” ผมพูด

      “ยังมีอะไรอีกรึ ก็ถอนหมั้นกันไปแล้วนิ จะมีอะไรอีกละ ในเมื่อพ่อเราก็บอกอยู่ทนโธ่ว่าเรานะ ไปรักไปชอบกับผู้ชาย เลยไม่อยากแต่งงานกับหมอดา” พ่อของหมอดาพูดผมเองก็ก้มหน้าลง แม่ของหมอดาแตะที่แขนของพ่อหมอดา ให้เย็นลง

      “ใช่ผมยอมรับว่านั้นคือเรื่องจริง และผมเองก็ไม่เคยมองหมอดาเป็นอื่นเช่นพี่น้อง พี่ชายน้องชาย ผมรักผู้ชายคนนั้น “ ผมพูด แม่ของหมอดายกมือขึ้นทาบอก

      “แล้วจะมาทำไมอีก ถ้ารักถ้าชอบกันหนักก็ไปแต่งกับมันนั้น ส่วนหมอดานะ ฉันจะเปิดคลีนิกให้ต่อไปก็ไม่ต้องไปขึ้นเวรโรงพยาบาลมึงอีก”พ่อของหมอดาวิกาพูด

      “คือผมเองก็ยังเป็นพี่ชายให้หมอดาได้นะครับแต่ผมคงเป็นมากกว่านั้นไม่ได้ “ผมพูด ท่านก็ลุกขึ้นและทำท่าจะไล่ผมออกจากบ้าน

      “แต่สิ่งที่หมอดาทำกับผมและคนที่ผมรัก มันเกิดไปครับ หมอดาไปตามถ่ายภาพผมกับแฟนผม ตั้งแต่ก่อนที่ผมกับหมดดาวิกาจะหมั้นจนกระทั้ง ผมเสียคนที่ผมรักไป แม้กระทั้งตอนนี้ก็ยังไปแอบตามถ่ายรูปผมแบบนี้ ท่านคิดว่า มันสมควรไหมครับ “ ผมพูดและส่งซองเอกสารให้พ่อของหมอดาวิกาหยิบไปเปิดดู ท่านก็เปิดและมองหน้าผม ก่อนจะหยิบรูปเหล่านั้นขึ้นมาดู แน่นอนคนที่ไม่ได้ชื้นชอบความรักประเภทนี้ยอมมองด้วยสายตาที่แตกต่างจากผม ผมยอมรับว่ามันไม่ได้ทำให้ผมโกรธที่เห็นรูปเหล่านี้ มันทำให้ผมยิ้มที่เห็นว่าผมกับต้นเรารักกันมากแค่ไหน แต่ที่ผมโกรธคือเธอล้วงละเมิดสิทธิส่วนตัวของผมกับต้น

      “รูปอับปรีย์พวกนี้ที่หลังไม่ต้องเอามาให้ดู….พรึบ” ท่านเปิดไม่กี่รูปก็ต้องโยนซองเอกสารส่งคืนมาให้ผม

      “ผมว่าน้องดาทำเกินไปครับ ผมกับต้นเรารักกันก่อนที่ผมจะหมั้นกับดาวิกา ผมยอมรับว่าผมทำไปเพราะว่าผม กลัวเสียคนที่ผมรักไป แต่…”

      “น้องดาต่างหากที่ทำให้ผมเสียคนที่ผมรักไป “ ผมลุกขึ้นยืนประชันหน้ากับพ่อของหมอดา แต่คุณแม่ของหมอดาดึงแขนพ่อของเธอเอาไว้ไม่ให้บรรดารโทสะใส่ผมมากไปกว่านี้

      “แล้วทำไมมึงไม่พูดตั้งแต่แรกว่ามึงเป็นตุ๊ด เป็นเกย์ห่าอะไรนี่ กูจะได้ไม่ต้องเสียเวลาให้พ่อมึงจัดหาฤกษ์ยามและลูกกูก็ต้องเสียเพราะว่าดันประกาศหมั้นกับมึงแล้ว แถมมึงยักฉีกหน้ากูให้พ่อกับแม่มึงมาถอนหมั้น เพราะว่าความรักเฮงซวยของมึงกับผู้ชายนั้น มึงออกไปเลยนะไอ้ภีมนะ มึงไม่ต้องมาเหยียบบ้านกูอีก!!”

      “ผมอยากให้หมอดา หยุด ที่จะทำลายความรักของผมสองคน “

      “กูหยุดลูกกูแน่ มึงไม่ต้องกลัว แต่มึงไปซะ และไม่ต้องกลับมาให้กูเห็นหน้า” พ่อของหมอดาพูดผมก็ต้องลุกขึ้น คนใช้ก็พากันมายืนมองเพราะว่าการสนทนาของผมกับพ่อหมอดาค่อนข้างเสียงดัง

      “งั้นผมลานะครับ “ ผมยกมือไหว้ก่อนจะเดินออกไป ผมหันมาเจอหมอดาวิกาเดินเข้ามา เธอมองหน้าผม ด้วยรอยยิ้มแต่ผมกลับไม่ยิ้มตอบเธอ

      “พี่ภีมมาหาดาเหรอคะ” หมอดาวิกาถามผม
   
      “ใช่ครับ แต่พี่ว่าพี่หมดธุรแล้ว พี่คิดว่าหมอดาควรจะคุยกับพ่อแม่หมอดานะครับ” ผมพูดก่อนจะเดินเลียงเธอออกแต่

      “หมอดา พี่เคยบอกว่าพี่จะเป็นพี่ชายที่ดีให้ดาได้นะแต่การที่ดาทำกับพี่และคนที่พี่รักมากแบบนี้ พี่ว่าเราคงไม่เหลือสถานะอะไรให้แกกันแล้วละดา ดาไม่ต้องไปขึ้นเวรโรงพยาบาพี่แล้วนะ พี่ขอบคุณที่ผ่านมา “ ผมพูดโดยไม่ได้หันมามองหน้าเธอเลยสักนิด ผมได้ยินแค่เสียงสะอื้นของเธอแค่นั้น ถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนทีผมยังเด็ก น้องดาผมจะคอยปลอบโยนเธอ แต่ทวาตอนนี้เธอไม่ใช่น้องหมอดาที่น่ารักของผมอีกแล้ว ผมเดินสับเท้าออกทันที

      “พี่หมอภีม ทำไมพี่ทำแบบนี้กับดาละคะ ไหนพี่เคยบอกว่าถ้าดาเรียนเก่งๆ ดาจะได้เป็นหมอ และหมอก็ต้องเป็นแฟนกับหมอไม่ใช่เหรอคะ และหมอคนนั้นที่ดาต้องการคือพี่ภีม” หมอดาวิ่งตามผมออกมาน้ำตาเธอรินไหลอาบสองแก้ม

      “ใช่พี่พูดว่าถ้าดาเรียนเก่งๆ ดาจะได้เป็นหมอแต่พี่ไม่ได้บอกนะดาว่าหมอคนนั้นที่จะเป็นแฟนดานะคือพี่ และยิ่งตอนนี้ ยิ่งไม่ใช่ดา เพราะพี่รักต้น ต้นตระการ คนเดียว “

      “แต่ดามาก่อนเขา”

      “ดาไม่ได้มาก่อนเขาในฐานะคนรัก ต้นคือคนรักที่มาก่อนดาและมีแค่ต้นคนเดียวที่พี่รัก “ ผมพูดก่อนจะพยายามเดินออกแต่เธอก็พยายามกอดเอวผมรั้งผม

      “ปล่อยพี่ครับหมอดา “ผมพูดและพยายามแกะมือเธอออก
   
      “ดาไม่ปล่อย ดาจะไม่ปล่อยพี่ไปหา เขา ดามาก่อนเขา ยังไงดาก็มาก่อนเขา”
   
      “พี่บอกให้ดาปล่อยพี่ไง “ผมพูดและพยายามออกแรงแกะมือเธอออก จนสำเร็จ

      “พี่หวังว่าดาจะทำแบบนี้กับพี่และต้นเป็นครั้งสุดท้าย ต่อไปพี่ก็ไม่ไว้ใจอะไรน้องดาอีก และพี่คนนี้จะปกป้องคนที่พี่รักเอง  “

      “ดาวิกา!!” พ่อของเธอตะโกนเรียกชื่อเธอ จนผมและเธอต้องหันไปมอง ท่านเดินออกมายังที่ผมกับหมอดายืนอยู

      “เข้าบ้านเดี๋ยวนี้ !! “

      “และเลิกไปตามไอ้ผู้ชายพันธุ์นี้ได้แล้ว มันเป็นตุ๊ด มันเป็นเกย์ ปล่อยมันไป ถ้าแฟนดีดีมันหายาก พ่อกับแม่นี้เลี้ยงแก ไม่แต่งก็ไม่ตาย” พ่อของหมอดาวิกาพูด และแม่ของเธอที่เขาพยายามดึงแขนหมอดาวิกา ผมหันไปยกมือไหว้อีกครั้ง ท่านก็หันหน้าหนีไม่รับไหว้ผม ผมเดินก้าวเท้าเข้าไปในรถ ผมกำพวกมาลัยแน่น ผมเหลือบไปเห็นกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ที่ตั้งอยู่ข้างรถของหมอดาวิกา มันมีสติกเกอร์ว่าเขาได้เดินทางด้วยสายการบินอะไรสักอย่าง แต่คนใช้บอกว่าเธอไปเที่ยวเขาค้อกับเพื่อนไม่น่าจะต้องขึ้นเครื่องบินไปหรอกมั้ง แต่มันจะสำคัญกับผมได้ยังไง ผมรีบออกรถทันที เพื่อกลับบ้าน ปัญหาของผมตอนนี้คอืผมจะรู้ได้ยังไงว่าต้นอยู่ไหน และเอิร์ธอีกคน ทำไมผมถึงได้คิดถึงเด็กคนนี้พอพอกับคิดถึงต้นเช่นกัน คิดถึงรอยยิ้มและความน่ารักของเขาเหลือเกิน

      ผมขับรถกลับมาถึงบ้านก็พบว่ามีรถเก๋งที่ไม่คุ้นจอดอยู่ ผมเดินเข้าไปในบ้านของผม ผมว่าพ่อผมกำลังมีแขกอยู่ผมจำได้ดี อาตรีนาฏ และอาตรัย มาหาเยี่ยมพ่อกับแม่ของผม ผมก็ยกมือไว้ ผมเห็นคนที่ผมคุ้นเคยดี ใช่ครอบครัวผมเป็นครอบครัวใหญ่ มีสังสรรค์กันอยู่เป็นประจำเมื่อก่อน เด็กๆก็สนิทสนมกันดี

      “ติณ “ ผมทักทายติณณภพ

      “สวัสดีครับพี่หมอ พี่หมอนี้น่านฟ้าแฟนผมครับพี่หมอภีม”

      “สวัสดีครับ ผมขอโทษจริงๆ ที่ไม่ได้ไปงาน น่าเสียดายมาก ผมอยากเห็นงานแต่งแบบล้านนา” ผมพูดก่อนจะนั่งลง

      “ภีม บอกให้หลานเรานะมานอนบ้านบ้างนะ คลุกอยู่แต่โรงพยาบาลกับแฟนจนลืมปู่ลืมย่าแล้ว” แม่ผมบ่นกับผมอีกแล้ว

      “พี่ภีม ผมก็เพิ่งไปเยี่ยมน้องชายเพื่อนของน่านฟ้าเขามา เขานอนที่โรงพยาบาลของพี่นะครับ “ ผมหันไปมองใครเหรอ

      “น้องชายคุณปลัดนะครับ  “ ผมสะบัดหน้าไปมองอีกรอบ

      “ชื่อต้นตระการ หรือเปล่าครับ” ผมถามทั้งคู่ เขาหันมามองหน้าผมด้วยสีหน้าที่ตกใจ

      “ใช่ครับ พี่หมอรู้ได้ยังไงครับ พี่หมอรู้จักเหรอครับ” ติณณภพถามผม ผมยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะ กระเทิบเข้าไป

      “พี่ขอคุยด้วยหน่อย ในห้องนั่งเล่นอีกห้องนะ” ผมพูดบอกทั้งคู่

      “พ่อครับ ผมขอตัวติณกับแฟนเขาไปหาที่นั่งคุยกันหน่อยได้ไหมครับ น้องมาเที่ยวทั้งที่ ให้คนแก่คุยกันไปก่อน”

      “นี่มาว่าแก่เดี๋ยวจะโดน” แม่ของติณณภพหันมาทำท่าจะตีแขนผม ผมก็พยักหน้าให้ทั้งคู่ตามผมเข้าไปอีกห้องหนึ่ง

      “มีอะไรเหรอครับพี่ภีม” ติณณภพถามผม ก่อนจะหันไปมองหน้าแฟนของเขา แฟนเขาก็มองหน้าผมและยังมองที่นิ้วนางข้างซ้ายของผม

      “พี่พูดตรงๆไม่อ้อมค้อมเลยนะ ว่า พี่เป็นแฟนต้นเขา” ผมพูดบอกติณณภพ ผมแก่กว่าติณเกือบปี และผมก็เกิดก่อนต้นแค่สองเดือน และพอผมพูดแบบนี้ แฟนของติณทำท่าจะเดินออกทันที แต่ติณเขาดึงแขนแฟนเขาไว้ ผมก็ต้องทำหน้างง ไม่เข้าใจ

      “พี่ขอร้องละ พี่รักต้น แต่เขา มีบางอย่างที่ไม่เข้าใจกัน พี่อยากจะไปหาเขา พี่รักเขามาก แต่น้องๆเขาไม่ยอมบอกว่าเขาอยู่ไหน แม้กระทั้งต้นเอง พี่ขอร้องเราสองคนน่ะ “ ผมพูด และมองหน้าทั้งคู่ แต่ดูท่าอีกคนไม่อยากจะบอกผมสักเท่าไหร่ 

      “พี่เสียเขาไปก่อนหน้านี้เพราะว่า เกศรินทร์ เขาใช้วิธีสกปรกทำให้ต้นต้องแต่งงานกับเขา และตอนนี้เขาเลิกกันแล้ว พี่อยากได้คนรักพี่คืน “ ผมพูด

      “ผมไม่รู้ว่ามันมีอะไรที่มากกว่านั้น พี่น่าจะรู้” น่านฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

      “พี่รู้ หมอดาวิกา แต่พี่เพิ่งจะไปคุยกับเขาและพ่อของเขาก็บอกว่าจะไม่ให้หมอดาวิกามายุ่งวุ่นวายกับพี่และต้นอีก”

      “หมอดาเขาเพิ่งจะบอกว่าเขากับพี่เป็นแฟนกัน วันที่น้องชายผมนอนโรงพยาบาล และถามผมว่าผมรู้จักปลัดที่ชื่อต้นตระการไหม ที่ประจำการที่นั้น นั้นแปลว่าเขารู้ ว่าต้นอยู่ไหน แล้วทำไมเขาไม่บอกพี่ละ “ น่านฟ้าพูด ผมก็ต้องอึ้งที่แฟนของติณณภพพูด

      “หมอดาวิการู้ว่าต้นอยู่ที่ไหนอย่างนั้นเหรอ”  ผมพูดเหมือนถามตัวเอง แล้วนี่ทำไมหมอดาวิกาไม่เคยบอกพี่ละ ทั้งที่เขาก็บอกว่าเขาเข้าใจเรื่องของผมกับต้นดี แต่นีเขาปิดผมทำไม

      “แต่ตอนนี้พี่กับหมอดา จบแล้วไม่เหลืออะไรแล้วแม้แต่ความเป็นเพื่อน พี่ขอร้อง “

      “คุณน่านฟ้า คุณเคยบอกผมว่าคุณเคยขอคุณปลัดเป็นแฟนไม่ใช่เหรอ” ติณณภพพูด ผมหันไปมองหน้าจริงๆดิ

      “ใช่ผมยอมรับ ผมแอบชอบต้นมาตั้งแต่ตอนที่เขายังอยู่กับแฟนเขาที่ชื่อเกศรินทร์ และพอเขาเลิกกันผมก็ขอเขาเป็นแฟน “

      “ผมก็ดูออกว่าต้นเขาเป็นเกย์ ผมเองก็เป็นแต่ผมไม่ได้บอกใครแม้กระทั้งทางบ้าน ผมเองก็เคยมีคนที่ทางบ้านให้คบหาดูใจก่อนที่ผมจะแต่งงานติณณภพแต่ว่ามายกเลิกงานแต่งซะก่อน “

      “แต่ว่าต้นเขาปฏิเสธผม เขาบอกว่าเขายักรักแฟนเขาอยู่ และเขาจะไม่มีใครนอกจากผู้ชายคนเดียวที่เขารัก ส่วนเกศรินทร์เขารับผิดชอบในฐานะที่เป็นแม่ของเอิร์ธ แต่ต้นเขาก็ทำหน้าที่พ่อของลูกได้ดี เท่าที่ผมเห็นนะ ดีทีเดียว“

      “ฟู่” ผมถึงกับพ่นลมหายใจออกมายาวๆ

      “เพราะอย่างนี้ไงผมถึงต้องการจะไปตามหาคนที่ผมรักคืน คุณน่าน ผมขอร้องละ ในฐานะลูกผู้ชายด้วยกัน” ผมหันไปขอร้องน่านฟ้า เขาก็ทำท่าจะลังเล และคนที่เดินเข้ามาในห้องที่ผมกำลังคุยกันอยู่ก็คือนครินทร์หลานผม

      “ผมก็พยายามโทรหาอา อาไปไหนมา” นครินทร์พูดต่อว่าผม  ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แบทหมดเกลี้ยงเลย 

      “อาไปคุยกับพ่อแม่หมอดาวิกามา เรื่องรูปถ่ายที่เขาจ้างคนตามติดพี่กับต้น แล้งนี่เรามีอะไรละรินทร์”ผมถามนครินทร์หลานชายของผม

      “นี่ไง ที่พี่อยากได้” นครินทร์หยิบกระดาษที่เชียนด้วยลายมือส่งมาให้ผมเป็นที่อยู่ที่ต้นตระการอยู่

      “แต่พี่จะไปอยู่ที่นั้นยังไงให้อยู่ใกล้ต้นที่สุด พี่กลัวเขาจะหนีหายจากพี่ไปอีก “ ผมพูดและมองหน้าทุกคน

      “คุณน่าน “ติณณภพหันไปเรียกน่านฟ้าที่ยืนกอดอกอยู่

      “ก็ได้ผมจะช่วย แต่คุณต้องสัญญาว่าจะดูแลคุณต้นและลูกชายเขาอย่างดี ผมพูดในฐานะเพื่อนคนหนึ่งของต้น ไม่ใช่คนที่เคยรัก  “ น่านฟ้าพูด ผมพยักหน้า

      “อย่าทำให้รินทร์เสียด้วยนะอา กว่าจะขอคุณก้องมาได้ ตอนแรกเขมก็ว่าจะให้เองแหละ แต่ก้องเขาก็ใจอ่อน แต่อาอย่าลืมก็แล้วกัน แหละผมก็หวังว่าหมอดาวิกานี้จะไม่ไปตามลาวีพี่ต้นเอานะ “ นครินทร์พูด ผมก็รับที่อยู่มาถือไว้ ผมต้องอมยิ้ม เพราะว่าพ่อผมมีโรงพยาบาบสาขาใหม่พ่อผมให้เพื่อนของพ่อที่เป็นหมอดูแลอยู่ ตอนนี้ผมคงขออาสาไปช่วยดูแล และผมก็ภาวนาว่าต้นอย่าเพิ่งหนีผมไปไหนนะรอผมก่อน หัวใจของผมและอีกคนรออาหมอก่อนนะเอิร์ธ

ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 167
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 277
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0


รักนี้เกิดขึ้นที่ในรั้วโรงเรียน( ครูเขม X คริส) พี่ก้องเป็นสื่อให้ได้คุยกัน

                Part’s ครูเขมชาติผมต้องหอบงานคะแนนเด็กนักเรียนมาทำด้วยและมาอยู่ป็นเพื่อนพี่ก้องที่โรงพยาบาล พี่ก้องผมถูกยิง พอผมรู้เรื่องก็รีบขับรถมาทันที ผมยอมรับว่าผมตกใจและร้องไห้ตลอดทางที่ขับรถมา ผมกลัวเสียพี่ก้องไปจริงๆ พอผมมาถึงก็เจอพี่ต้น พี่ต้นบินด่วนมาถึงเพราะว่าหัวหน้าพี่ก้องโทรบอกก่อนจะพาพี่ก้องย้ายมาโรงพยาบาลปู่ของพี่นครินทร์ แฟนพี่ก้อง และก็ทำให้พี่ต้นเจอกับพี่หมอภีมปภพอีกครั้งเพราะว่าพี่หมอภีมเป็นอาของพี่นครินทร์ พี่นครินทร์ยืนยันว่าไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนจริงๆ พวกผมก้ไม่โกรธพี่รินทร์เขาอยู่แล้ว

      และนี่จู่ๆ พี่ต้นก็ขอเอาเอิร์ธหลานผมกลับไปเชียงใหม่ ผมว่าน่าจะมีเรื่องแน่ๆ แต่พี่ต้นไม่ยอมบอกพวกผมตรงๆ พี่ก้องเดาว่าเป็นพี่หมอดาวิกา พี่ก้องเขาเลยยื่นคำขาดให้พี่หมอภีมไปจบเรื่องหมอดาวิกามาก่อน และสุดท้านพี่ก้องก็ใจอ่อนให้ที่อยู่พี่ต้นไป ส่วนหมอดาวิกา พี่หมอภีมบอกว่าเขาจะไม่มาขึ้นเวรเป็นหมอพาร์ทไทม์ที่โรงพยาบาลพี่หมอภีมอีก เขาจะเปิดคลินิกแล้ว

      
                ผมเหลือบไปมองพี่ก้องที่กำลังหลับอยู่ ผมเลยไม่อยากปลุก พี่ก้องก็ยังต้องได้ยาแก้ปวดอย่างแรงมันก็จะทำให้พี่ก้องหลับหลังจากนั้น ผมก็เปิดอิเมลของคริสโตเฟอร์

//พี่เขม ผมคิดถึงพี่เขม ผมคิดถึงพี่มาก ผมไม่รู้ว่าผมจะทนได้ไหมตั้งหกเดือน ตอนนี้ผมรู้สึกแย่กว่าตอนที่เราห่างกันห้าวันอีก ตอนนั้น ผมยังยืนมองหลังคาบ้านพักครูได้แต่ตอนนี้ผมมองไม่เห็นอะไรเลยอ่ะพี่เขม ผมท้ออ่ะพี่เขม///

//พี่เขม พี่ปิดเทอมหรือยัง ผมเพิ่งเริ่มไปเรียนภาษาที่TAFE มีเพื่อนใหม่บ้าง แต่ผมก็ยังคิดถึงพี่อยู่ดี พี่เขม พี่ละคิดถึงผมไหม I always miss you babe //

//พี่เขม วันนี้ผมไปยื่นใบสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยมาแล้วนะ ไปดูมหาลัยมาด้วย ปีแรกผมต้องเข้าไปอยู่หอกับเพื่อนก่อน พี่เขมผมอยากให้พี่มาเที่ยวแคนเบอร่ากับผมจัง I really miss you my darling//

// พี่เขม วันนี้ผมได้ลองขี่สกู้ตเตอร์สีส้ม ผมกำลังจะไปสอบตัวแอลก่อนพี่เขมเพื่อจะได้สอบขับรถ ถ้าพี่เขมมาผมจะได้ขับรถพาพี่เขมเที่ยว ผมอยากให้พี่อยู่กับผมทุกวันเหมือนคู่รักคนอื่นๆ จังอ่ะพี่เขม I need you stay with me my darling // ผมอ่านไปน้ำตาก็ซึมไปด้วย ผมคิดถึงเขาเหลือเกิน

      “เป็นอะไรล่ะเขม” เสียงที่ทำให้ผมต้องแอบปาดน้ำทิ้ง และหันไปมองพี่ก้องตื่นขึ้นมาพอดี พี่ก้องถามผม ผมก็ส่ายหน้าว่าไม่เป็นอะไร

      “ช่วงนี้ซึมๆ ไปนะ มีอะไรก็บอกพี่ได้นี่เขม” พี่ก้องถามผมและทำท่าจะลุกขึ้นนั่ง ผมก็ลุกไปช่วยพยุงพี่ก้อง แอบมองดื้ออย่างที่พี่นครินทร์บ่นกับแม่จริงๆ ด้วย

      “น้องคริสเราเป็นไงบ้างละ สบายดีไหม ไม่เห็นคุยโทรศัพท์กันเลย” พี่ก้องถามผม ผมก็เงยหน้ามองพี่ก้อง ผมไม่เคยบอกเรื่องที่พ่อเขายื่นข้อเสนอให้ผมกับพี่ก้องเลย

      “คือน้องสบายดีพี่ก้องและน้องเรียนปรับพื้นฐานด้วยเลยไม่อยากกวนนะพี่ก้อง” ผมพูดก่อนจะเดินกลับมานั่งลงทำงานต่อ ผมจะกล้าบอกพี่ก้องได้ยังไงว่าพ่อเขาห้ามผมคุยกับลูกชายเขาตั้งหกเดือนแบบนี้

      “เขม ไปหาพี่พยาบาลให้พี่หน่อยดิบอกว่าพี่ขอยาแก้ปวด” พี่ก้องบอกผม ผมก็พยักหน้าและลุกขึ้นไป ผมเดินไปที่ห้องเคาน์เตอร์พยาบาล

      “สวัสดีครับพี่ ผมขอยาแก้ปวดให้คนไข้ห้อง 4428 หน่อยครับ “ผมบอกพี่พยาบาล พี่เขาหันมาส่งยิ้มหวานให้ผม

      “ได้ค่ะ เดี๋ยวเอาไปให้ที่ห้องนะคะ”

      “ขอบคุณครับ” ผมพูดขอบคุณและหันหลังเดินออก

      “คนนี้ไงหล่อมากเลยอ่ะ คือแบบว่าหล่อน่ารักอ่ะ มีแฟนหรือยังก็ไม่รู้” เขาเรียกนินทาระยะเผาขนเลยครับแต่ผมก็หันไปส่งยิ้มให้ ก่อนจะเดินกลับมาที่ห้องคนไข้ของพี่ก้อง พอผมเปิดประตูเข้ามาก็ต้องตกใจพี่ก้องลงมานั่งเปิดโน๊ตบุ้คของผม

      “พี่ก้อง ลงมาจากเตียงคนไข้ทำไมนะ” ผมถามพี่ก้องด้วยน้ำเสียงที่ตกใจ พี่ก้องหันมามองหน้าผม ผมรีบเข้ามาหาพี่ก้องด้วยความเป็นห่วง

      “พี่ก้อง” ผมเรียกพี่ก้อง

      “เพราะเรื่องนี้ใช่ไหมว่ะ ที่ทำหน้าซึมนะเขม ทำไมล่ะเขม  พ่อเขาไม่ให้นายคุยกันเหรอ” พี่ก้องพูด ผมก็ต้องพยักหน้าตอบว่าใช่ พี่ก้องลุกขึ้น

      “ซี้ด!” พี่ก้องซี้ดปากคงเจ็บแผล ผมก็เข้าไปพยุง

      “พี่ไหวน่ะ “พี่ก้องบอกผมแต่ผมก็พยุงพี่ก้องไปจนถึงเตียงคนไข้

      “พี่ก้องนี้ดื้อเหมือนที่พี่รินทร์พูดไม่มีผิดเลยนะ”

      “พี่ลุกเดินได้แล้วนะ ใครจะนอนติดเตียงตลอดละ เขม แค่เนี๊ยะชิวๆ ว่ะ” พี่ก้องพูด

      “แล้วนี่ไม่ปวดแผลหรือไงเห็นให้เขมไปเอายาแก้ปวด” ผมถามพี่ก้อง

      “หลอกให้ไปจะได้ค้นความลับ “พี่ก้องพูดและประตูห้องพักก็ถูกเปิดเข้ามา พยาบาลที่ผมไปขอยาแก้ปวด เดินเอามาให้เองวันนี้

      “ยาแก้ปวดที่ขอไว้ค่ะ “พยาบาลบอกผมและมองมาที่ผมพร้อมกับส่งยิ้มหวานมาให้แต่ผมแปลกใจทำไมไม่ส่งให้พี่ก้องแทน ออกจะเท่

      “ขอบคุณนะครับคุณพยาบาลคนสวย ว่าแต่มองน้องชายผมแบบนี้ ไม่กลัวแฟนน้องเขาเหรอครับ” พี่ก้องพูดและถามคุณพยาบาลกลับ

      “มีแฟนแล้วเหรอคะ” คุณพยาบาลหันมาถามผม

      “มีแล้วครับ แฟนคุณครูเขาเป็นนักเรียนเกรียนซะด้วย “พี่ก้องพูดผมหันไปมองพี่ก้องนี่มันสกัดน้องชัดๆ

      “นักเรียนเกรียนเลยเหรอคะ เฮอๆ งั้นขอตัวก่อนนะคะ ต้องไปดูคนไข้ห้องอื่นก่อนนะคะ “คุณพยาบาลพูดก่อนจะเดินออกจากห้อง และผมก็ส่งยาแก้ปวดให้พี่ก้อง

      “เอาวางไว้ก่อน ยังไม่ปวดมากจนต้องกินยาหรอกเขม” พี่ก้องพูดผมหันไปทำแก้มป่องและเดินไปทำคะแนนต่อจะได้เสร็จ ผมไม่กล้าอ่านเมลที่คริสโตเฟอร์ส่งมาให้ผมต่อ ผมเองนี่แหละที่จะทนไม่ไหวคริส

      “ฮัลโล เออ เป็นไงบ้าง สบายดีไหม ทำอะไรอยู่ เหรอ เออ พี่ก็อยู่โรงพยาบาลไง” ผมหันไปมองพี่ก้องกำลังวิดีโอคอลคุยกับใครก็ไม่รู้ คงจะเป็นคนที่ทำงานที่ฐานที่พี่ก้องประจำการด้วยแน่ๆ เลย พี่ก้องยักคิ้วให้ผม

      “พี่อยากพักยาวน่ะก็เลยกระโดดรับกระสุนมาเจ็ดนัด ฮาๆ ชิวใช่ป่ะ “พี่ก้องพูดแต่พี่ก้องเขาเอาหูฟังใส่ไงผมเลยได้ยินแต่เสียงพี่ก้อง

      “เห็นคนหน้ามุ้ยป่ะว่ะ” พี่ก้องพูดผมเงยหน้าขึ้นมองพี่ก้อง พี่ก้องเขาจ่อมือถือขึ้นเล็งมาที่ผมแบบนี้แสดงว่าเขากำลังเปิดกล้องหลังเพื่อส่องผมแต่ว่าใครกันที่พี่ก้องคุยด้วยกันแน่

      “ใครบางคนเขาคิดถึงนะ “พี่ก้องพูดผมก็ต้องลุกพล้วดขึ้นมา พี่ก้องอย่าบอกนะว่าโทรหาคริสโตเฟอร์น่ะ ผมเดินมามองพี่ก้อง

      “เห็นแล้วพี่ก้อง หน้ามุ้ยจริงด้วย “เสียงที่ผมไม่ได้ยินมาเกือบเดือนผมยังจำได้ดี

      “อ่ะ คุยดิ” พี่ก้องส่งมาให้ผม

      “แต่”

      “พี่ชายโทรไม่ใช่เขมโทรไม่ผิดมั้ง”ก้องพูดบอกผม ผมก็รับมือถือมาและคนที่กำลังวิดีโอคอลคุยกับพี่ก้องก็มองผม แววตาของเขามันบ่งบอกว่าคิดถึงผมมากแค่ไหน ผมเองก็คิดถึงเขามากเช่นกัน ผมหยิบมือถือมาจากพี่ก้อง และเดินไปหามุมเพื่อนั่งลง ทำไมแค่เดือนเดียวเขาดูเปลี่ยนไป ดูเป็นผู้ใหญ่ไม่ใช่เด็กนักเรียนมัธยมของผมอีกอีกต่อไป ผมได้แต่มองใบหน้านั้น

      “พี่เขม “คริสโตฟอร์เรียกผม

      “ไง สบายดีไหมคริส” ผมถามคริสโตเฟอร์

      “พี่เขมดูผอมลงไปน่ะ” คริสโตเฟอร์ทักผม ผมก็ก้มลงมองตัวเองว่าผอมไปจริงๆ เหรอ

      “ดูผมนี้” คริสโตเฟอร์พูดก่อนจะลุกขึ้นยืน นี่เขาเริ่มมีกล้ามแล้วเหรอ “ไปทำอะไรมาคริส” ผมถามคริสโตเฟอร์

      “ตอนเช้าก็ออกไปวิ่ง พ่อผมไปวิ่งทุกวันพ่อเลยบอกให้ผมไปวิ่งบ้างอ่ะพี่เขม และพอตกเย็นก็เล่นเวท พ่อผมชวนนะพี่เขม อยากมีกล้ามจะได้เอาไหว้ปกป้องครูเขมได้ไง” คริสโตเฟอร์พูด ผมยอมรับว่าตอนนี้หุ่นเขาเริ่มบึกกว่าผมแล้ว

      “กำลังปั้นซิกแพก” คริสโตเฟอร์พูดบอกผม ผมพยักหน้า

      “พี่เขมผมคิดถึงพี่เขมอ่ะ บางทีผมไม่อยากทนแล้ว ผมอยากกลับไปเป็นเด็กนักเรียนกับพี่เหมือนเดิมอ่ะพี่เขมแต่ ผมก็กลับไปไม่ได้เพราะผมอยากดูแลพี่เขม ดังนั้นผมต้องอดทนอ่ะพี่เขม” คริสโตเฟอร์พูด

      “นี้แม่ก็โทรมาคุยกับคริสบ่อยกว่าตอนที่ไปเรียนที่โรงเรียนอีกน่ะพี่เขมและแม่ก็ถามผมว่าคุยกับพี่เขมไหม ผมอยากจะบอกแม่น่ะแต่ถ้าบอกแม่  แม่ก็คงโวยวายใส่พ่อแน่ๆ “คริสโตเฟอร์พูด

      “อย่าบอกแม่นะคริส ตอนนี้ก็ผ่านไปเดือนกว่าๆ แล้ว และนี้พี่ก็จะสอนพิเศษกับอาจารย์อรปรียาด้วยคงจะยุ่งอยู่นะ และพี่เชื่อว่าเวลาเดินเร็วคริส” ผมพูดกับบอกคริสโตเฟอร์

      “ผมรู้อ่ะพี่เขม” คริสโตเฟอร์พูด เขาเดินออกไปที่ตรงระเบียง ผมเดาว่าเขาน่าจะพักอยู่คอนโด เพราะว่าพ่อของเขาบอกว่ามีคอนโดที่แคนเบอร่าด้วย

      “พี่เขม ผมรู้สึกท้อนะ ก็ตอนที่ผมอยู่ที่ไทย อยู่ในรั้วโรงเรียนผมยังยืนมองเห็นพี่ได้จากหลังคาบ้านพักแต่นี้ผมยืนมองไปผมไม่เห็นอะไรพี่เขม “ผมได้ยินก็ต้องหันหน้าหนีกล้องมือถือ น้ำตาผมมันคลอๆที่ขอบตาแล้วไง

      “ผมอยากกอดพี่เขม มันทรมารที่สุดพี่รู้ไหม”

      “พี่ก็คิดถึงเรามากคริส อย่าอ่อนแอแบบนี้ซิพี่ก็จะอ่อนแอตามไปด้วยคริส” ผมพูด คริสโตเฟอร์มองผมผ่านกล้อง

      “พี่เขมผมกำลังจะไปทำงานที่ร้านพิซซ่าแล้วนะ ผมจะเก็บเงินอย่างที่ผมบอกพี่เขมผมจะซื้อแหวนที่มีค่ามีราคาให้พี่เขมเพื่อขอพี่เขมแต่งงาน” คริสโตเฟอร์พูด

      “พี่เขมผมต้องไปTAFEแล้วอ่ะพี่เขม ผมอยากคุยกับพี่เขมอีก

      “คริส เราควรทำตามกฎกติกานะ พี่อ่านอิเมลของเราทุกอิเมลเลยนะ พี่ยอมรับว่ามันทำให้พี่ยิ่งคิดถึงเรามากเหลือเกิน แต่พี่จะอดทนเพื่อ สิ่งที่มีค่าของเราสองคน คริสก็ต้องอดทนนะรู้ไหม “ผมพูดบอกคริสโตเฟอร์

      “ครับพี่เขม ผมจะอดทน ผมรักพี่เขม I love you to the moon and back” คริสโตเฟอร์บอกผม

      “I love you to the moon and back too” ผมตอบมันแปลกว่าผมรักเขามากแค่ไหน เหมือนที่เขาบอกกับผมเช่นกัน

      “bye my sweet heart “คริสโตเฟอร์พูดแต่เหมือนกับว่าเขาไม่อยากจะวางสายจากผมไปผมเองก็ไม่อยากวางแต่ก็ต้องกดวางสายเอง มันบีบหัวใจผมเหลือเกิน ผมหันมามองพี่ชายของผมที่นั่งดูทีวี ผมเดินไปส่งมือถือให้พี่ก้อง พี่ก้องมองหน้าผม ก่อนจะแตะแขนผมเบาๆ

      “ผมโอเคพี่ก้อง”

      “พี่ดีใจด้วยนะ ที่น้องชายพี่เจอคนที่รักนายจริงๆ เขม “พี่ก้องพูด ผมก็โผ่เข้าไปกอดพี่ชาย น้ำตาผมไหล พี่ก้องก็เอามือลูบหัวผมเบาๆ และผมก็เดินไปทำคะแนนสอบเด็กต่อจะได้เสร็จ



ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 167
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 277
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0
พิเศษ(พี่ก้องXนครินทร์) เมียงอนครับผม

ก้องภพ Xนครินทร์ เมื่อโบว์ขอจะกลับมาหาผม

      ผมนอนดูทีวีอยู่บนเตียงคนไข้ แถมไม่มีอะไรให้ทำอีก ผมนี่เบื่อจนบอกไม่ถูก ก็ผมเป็นผู้กองบ้าระห่ำ แต่มาต้องมานั่งๆ นอนๆ อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมๆ ถึงแม้ว่าผมจะลุกเดินไปได้บ้างรอบห้องแต่ ใจอยากออกไปข้างนอกแต่ถูกสั่งห้ามว่าอย่าเพิ่งซ่าจะใครละ ก็เมียรักผมนี่ไง นครินทร์

      “คุณก้องทานส้มไหมครับ” ผมหันหน้ามามองนครินทร์ หรือผู้กองนครินทร์

      “แม่ซื้อมาให้คุณน่ะก้อง “นครินทร์บอกผม ผมพยักหน้าว่าทานครับ

      “คุณเลือกหรือว่าแม่ผมเลือกน่ะรินทร์” ผมถามนครินทร์

      “กลัวรินทร์จะเลือกส้มเปรี้ยวมาให้คุณละซิ” นครินทร์เอียงคอตอบผม “หึ? ” ผมเลิกคิ้วเป็นคำถาม

      “แม่เลือกครับก้อง รินทร์แค่ยืนดูว่าแม่เลือกยังไง” นครินทร์ตอบผม ทำให้ผมอดอมยิ้มไม่ได้ นั้นแปลว่าเขาพยายามมาดูแลผมอยู่เหมือนกันนะ

      “รินทร์คุณคุยกับพ่อคุณหรือยังครับ” ผมถามรินทร์ เขาก็นิ่งเงียบ ผู้กองนครินทร์บอกผมว่าวันก่อนแม่พูดนะเพื่อไม่ให้ผมรู้สึกผิดแต่จริงๆแล้วพ่อเขาตัดขาดจากเขาเลยก็ว่าได้

      “รินทร์” ผมเรียกชื่อเขาอีกครั้ง รินทร์หันมามองหน้าผม แววตาที่ดูเศร้าลงกะทันหัน

      “รินทร์ว่าพ่อคงตัดขาดจากรินทร์แล้วแหละก้อง “ผู้กองนครินทร์พูด ผมควักมือเรียกเขาให้เข้ามากใกล้ๆ ผม ผมค่อยยันตัวเองลุกขึ้นนั่งแต่รินทร์ก็พยายามจะช่วยผม ผมยกมือห้าม ผมว่าผมทำเองได้ และพอผมยันตัวเองให้นั่งได้ก็หันมาจับมือนครินทร์เอาไว้

      “อยู่กับผมเลยไหมรินทร์ ผมพร้อมจะดูแลคุณนะ” ผมบอกนครินทร์ เขาก็มองหน้าผมปาดน้ำตาที่มาปริ่มๆ อยู่ที่ดวงตาเรียวคู่นั้น ผมยอมรับว่านครินทร์เป็นตาสวยเรียวสวยเหมือนผู้หญิงแต่ดุดันยามโกรธหรือโมโห

      “คุณจะทานส้มใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นผมเอาส้มไปล้างให้คุณก่อนนะก้อง”

      “ล้างทำไมละคุณ”

      “ก็ส่วนใหญ่เขาจะฉีดยากันทั้งนั้นแหละ ล้างสักหน่อยก้อง เดี๋ยวผมมานะครับ” นครินทร์พูดก่อนจะนำส้มเข้าไปล้างให้ผม ผมก็นั่งรอ ผมหยิบมือถือขึ้นมาดู เสียดายเครื่องเก่า มันมีรูปผมกับนครินทร์เยอะแยะไปหมดยังไม่ทันได้โหลดเก็บเอาไว้เลย

      “ปึก” เสียงประตูถูกผลักให้เข้ามาอย่างเร็ว ผมเงยหน้าขึ้นมองคนที่มาเยี่ยมผม และผมก็ต้องผงะ เพราะว่าคนที่มายืนนั้นคือ โบว์ แฟนเก่าของผม คนที่จะแต่งงานกับผมแต่ว่าเธอดันไปมีอะไรกับเพื่อนร่วมงาน และมันไม่ใช่ครั้งแรก แต่ครั้งนั้นเธอเลือกคนใหม่ ผมก็เลยให้เธอไป แม้จะผ่านมาสามปีแล้วก็ตาม

      “โบว์” ผมเรียกเธอด้วยความประหลาดใจ ผมรู้ว่าเธอขอย้ายไปอยู่สาขาเดียวกับแฟนเธอที่ชลบุรี

      “พี่ก้อง!! ” โบว์อ่อนกว่าผมสองปี แก่กว่าเขมหนึ่งปี เป็นรุ่นพี่โรงเรียนเดียวกับเขมชาติด้วย

      “หมับ” ผมไม่ทันได้ตั้งตัว โบว์เข้ามากอดผมเอาไว้

      “แม่บอกว่าพี่โดนยิง พี่เจ็บมากไหมพี่ก้อง” ผมก็ก้มลงมอง

      “โดนยิงมันก็ต้องเจ็บนะโบว์ “ผมพูดและค่อยดันโบว์ออกด้วยความยากลำบากเพราะว่าผมยังเจ็บแผลอยู่

      “พี่ก้อง โบว์ขอโทษ โบว์ขอโทษที่ผ่านมาพี่ก้อง ฮือๆ “โบว์ร้องไห้ ผมรับรู้ได้ว่าเสื้อคนไข้ผมเปียกชื้นที่แผ่นอก ผมก็ต้องปล่อยให้เขากอดผมไปกอดซิน่ะ ถึงยังไงผมกับโบว์ก็คบกันมาหลายปี สีหรือห้าปีได้ตั้งแต่ผมกำลังจะสอบเข้าโรงเรียนนายร้อย ผมใช้ฝ่ามือลูบหัวโบว์เบาๆ

      “พี่ก้อง เสียใจในการตัดสินใจที่ผิดพล้าดของโบว์ ถ้าโบว์ไม่เลือกที่จะไป โบว์คงไม่ต้องเจออะไรแบบนี้ “โบว์พร่ำบอกผม

      “พี่ก้องรู้ไหมว่าโบว์เจออะไรบ้าง มันทำให้โบว์ ยิ่งกว่าที่โบว์ทำกับพี่ก้อง อีก ฮือๆ “โบว์ยังคงร้องไห้อยู่ที่อกของผม

      “มันเอาผู้หญิงมานอนในห้องที่มันกับโบว์อยู่อ่ะพี่ก้อง ฮือๆๆ และมันยังเอาบัตรเครดิตไปผ่อนของให้เขาอีก”

      “โบว์ พี่เข้าใจนะ แต่พี่ คงทำได้แค่ปลอบโบว์นะ” ผมบอกเธอ พอโบว์ได้ยินก็เงยหน้ามองผม ผมใช้นิ้วหัวแม่มือปาดน้ำตาที่แก้มนั้น

      “ให้โบว์กลับมาเป็นแฟนพี่เหมือนเดิมนะพี่ก้อง โบว์สัญญาว่าโบว์จะไม่ทำอีก “โบว์พูด ผมก็ก้มลงมองหน้าโบว์

      “คุณก้อง ส้มได้…” ผุ้กองนครินทร์เดินออกมาพร้อมกับส้มที่เขาเอาไปล้างน้ำ ผู้กองมองหน้าผมและคนที่กอดผมอยู่ แบบมีคำถามว่าใคร

      “โบว์นั้นผู้กองนครินทร์ “ผมบอกโบว์ โบว์หันไปมองพร้อมกับปาดน้ำตาที่แก้มจนเหือดหายและหันไปยิ้มให้ผู้กองนครินทร์ ผมเคยเล่าเรื่องโบว์ให้เขาฟัง ผู้กองนครินทร์พยักหน้าว่าเข้าใจ

      “เพื่อนพี่ก้องเหรอคะ? ”

      “โบว์นั้น”

      “ผมขอตัวไปเก็บอุปกรณ์ในอ่างก่อนนะครับเชิญคุยกันตามสบาย” ผู้กองนครินทร์หันหลังกลับเข้าไปทันที ผมก้มหน้าลงมองโบว์พร้อมกับพ่นลมหายใจ “ฟู่” ออกมายาวๆ งานเข้าเลยผม

      “โบว์ ปล่อยพี่ก่อนค่ะ “ผมพยายามแกะมือถืออีกครั้ง

      “ไม่ค่ะ โบว์จะกอดพี่ก้อง โบว์คิดถึงค่ะ ให้โบว์ดูแลพี่ก้องนะ” โบว์พูดพร้อมกับส่งยิ้มหวานๆ ให้ผม ถ้าเป็นเมื่อสองปีที่แล้วผมคงแกล้งเจ็บให้โบว์เอาใจแต่นี้

      “ปล่อยพี่ก่อนค่ะโบว์ พี่เจ็บแผล!! ” ผมจำต้องขึ้นเสียงดังใส่เธอ โบว์ถึงได้ปล่อยผม

      “ทำไมละคะ ทำไมพี่ไม่ให้โบว์กอดพี่ก้องละคะ หรือว่าพี่ก้องยังโกรธโบว์อยู่ค่ะ”

      “พี่ไม่ได้โกรธโบว์แล้วค่ะ เพราะว่ามันผ่านมาสามปีแล้วนะโบว์ “ผมพูด โบว์ยิ้มกว้างให้ผม

      “แต่ตอนนี้พี่มีแฟนแล้วค่ะ โบว์” ผมพูดเท่านั้นเธอก็หุบยิ้มทันที แต่เธอก็กวาดสายตาไปรอบๆ ห้อง

      “ถ้าพี่จะมีแฟนใหม่โบว์ไม่แปลกใจค่ะ แต่แฟนกันทำไมไม่มาดูแลพี่ละ แบบนี้ให้โบว์กลับมาเป็นแฟนพี่เธอนะ โบว์จะอยู่ดูแลพี่เอง”

      “แฟนพี่มาดูแลพี่ค่ะโบว์ แฟนพี่เขา…” ผมบอกโบว์และเบี่ยงสายตาไปทางห้องน้ำที่ผู้กองนครินทร์เดินเข้าไป

      “คุณรินทร์ ออกมาซิคุณ” ผมเรียกผู้กองนครินทร์

      “รินทร์ครับ ออกมาซิครับคุณรินทร์เราจะได้คุยกัน” ผมพูดโบว์ก็ยิ่งขมวดคิ้วมองผมแบบไม่เข้าใจ จนผู้กองครินทร์เดินออกมาและมายืนมองผมกับโบว์

      “โบว์ค่ะ ผู้กองนครินทร์ เขา”

      “เป็นเพื่อนพี่เหรอคะ” โบว์ชิ้งตอบ

      “ไม่ใช่ค่ะ คุณรินทร์เขาเป็นแฟนพี่ค่ะโบว์” ผมตอบโบว์ เธอหันขวับมามองหน้าผม และสะบัดหน้ากลับไปมองผู้กองนครินทร์อีกครั้งแบบไม่อยากจะเชื่อที่ผมพูด

      “พี่ล้อโบว์เล่นใช่ไหมคะ เพราะว่าพี่ยังโกรธโบว์อยู่” โบว์หันมาพูดกับผม

      “ผมเป็นแฟนคุณก้องครับ” นครินทร์เป็นคนพูดเองเลย ผมก็แกะมือโบว์ออกแต่โบว์ก็ไม่ยอม พยายาม จับแขนผมเอาไว้แน่น

      “พี่ก้อง พี่ไม่เคยชอบแบบนี้ไม่ใช่เหรอคะ”

      “คือโบว์ พี่เออ เอาตรงๆ นะ ก่อนพี่มีโบว์พี่ก็ได้ทั้งชายและหญิง  แต่ส่วนมากไปทางผู้หญิงพี่ยอมรับ และพอพี่มาเจอโบว์พี่ก็เลือกโบว์ แต่ตอนนี้พี่ ….” ผมพูดและมองหน้าโบว์

      “พี่รักเขา พี่รักคุณนครินทร์เขาโบว์ พี่รักเขามากขนาดที่ว่า พี่ยอมรับกระสุนแทนเขานะโบว์ “ผมพูดบอกกับโบว์ เธอหันไปมองนครินทร์ และหันกลับมามองผมอีกครั้ง

      “พี่คบกันตอนไหนคะ” โบว์ถามผมก่อนจะดึงมือเธอกลับไป

      “ตอนนี้ก็ราวๆ สี่เดือนน่ะโบว์” ผมตอบโบว์ โบว์หันไปมองนครินทร์และ

      “หมับ” เธอยังกลับมากอดผมอีก ผมเองก็ขยับไม่ได้มาก เพราะว่าอยู่บนเตียงคนไข้ ส่วนนครินทร์ก็เหล่ตามองมาที่ผม

      “โบว์ปล่อยพี่เถอะค่ะ เพราะว่าแฟนพี่ยืนมองอยู่” ผมพูดและพยายามดันเธอออกอีกครั้ง แต่โบว์ก็กอดผมแน่นมากขึ้น และเอาหน้าเธอแหนบกับอกของผม ผมก็ผายมือให้นครินทร์ช่วย เขาก็กอดอกหันไปมองทางอื่น นั้นก็งอนผมอีกคน

      “โบว์พี่ขอละ แฟนจะงอนพี่เอา” ผมพูด

      “ไม่จริงอ่ะ คบแค่สี่เดือน กับพี่คบกับโบว์มาตั้งสี่ปีกับยี่สิบสองวัน อันไหนจะมีค่ามากกว่ากัน โบว์เชื่อว่าพี่รักโบว์มากกว่า” โบว์พูด ผมก็ต้องเอามือกุมขมับ ส่วนนครินทร์ก็หันมามองหน้าผม

      “โบว์ ระยะเวลาไม่ได้พิสูจน์ว่าอันไหนคือรักที่มีค่ามากกว่ากัน หรือรักมากกว่ากันแต่ คนสุดท้ายนั้นต่างหาก คนที่พี่เลือก…” ผมพูดและมองนครินทร์

      “ผู้กองนครินทร์คือคนสุดท้ายของพี่โบว์” ผมพูด นครินทร์เขามองผมและคลี่ยิ้มออกมาก่อนจะ

      “แปะ” ผู้กองนครินทร์เดินมาสะกิดโบว์เบาๆ “รบกวนปล่อยแฟนผมด้วยครับคุณโบว์” นครินทร์พูดกับโบว์ และเขายังคงส่งรอยยิ้มมาให้ ผมก็ก้มลงมองโบว์ สายตาผมก็ขอร้องเขาเช่นกัน

      “ปล่อยแฟนผมเถอะครับคุณโบว์” นครินทร์พูดอีกครั้งและครั้งนี้มันได้ผล โบว์ปล่อยให้ผมเป็นอิสระ

      “โบว์ความรู้สึกที่ดีพี่ยังไม่ให้โบว์เสมอน่ะ ยกเว้นฐานะคนรักพี่ยกให้คุณรินทร์เข้าไปแล้ว” ผมพูด

      “และที่พี่จะให้โบว์ได้ตอนนี้คือพี่ชายและน้องสว” ผมพูด

      “แต่ถ้าโบว์คิดว่าโบว์ไม่พร้อมพี่ไม่ว่าอะไรนะ แต่ถ้าโบว์พร้อมก็กลับมาแต่คงไว้ซึ่งพี่ชายกับน้องสาวเหมือนเดิม พี่คนนี้พร้อมจะเป็นพี่ชายที่ดีให้โบว์ได้ครับโบว์” ผมพูดโบว์ยังคงนิ่งเงียบ

      “ถ้าไม่ใช่คนรักสถานะไหนโบว์ก็ไม่ต้องการค่ะพี่ก้อง ขอบคุณนะคะ ที่ผ่านมา โบว์เพิ่งจะรู้ว่าโบว์โง่มากที่ตัดสินใจในวันนั้น วันที่พี่ก้องยังยื่นโอกาสให้โบว์ แต่โบว์ไม่รับมัน เพราะว่าโบว์ยังคิดว่าจะกลับมาหาพี่ก้องได้เหมือนเดิม แต่ว่ามันไม่ใช่แล้ว “โบว์พูดพร้อมกับลุกขึ้นเขามองหน้าผมกับผู้กอง นครินทร์ ก่อนที่โบว์จะหันหลังเดินออกไป

      “โบว์ขอให้พี่ก้องกับเขารักกันนานๆ นะคะ แต่ถ้าพี่สองคนมีข่าวดีไม่ต้องบอกโบว์นะคะ โบว์คงทำใจไม่ได้หรอกค่ะ “โบว์พูดพร้อมกับรีบเดินออกไป และเสียงประตูก็ถูกปิดลง ผมหันมามองผู้กองนครินทร์ แอบทำหน้าเง้างอนผมอีก

      “คุณ ผมเกือบตายแล้วไหมล่ะ คุณนี่ก็งอนหายไปไหนก็ไม่รู้ “ผมพูดปนหัวเราะ

      “เป็นไงละ น่าจะให้ชะนีรัดให้ตายไปเลย กอดกันกลมดิ๊กเลยนะ” ผู้กองนครินทร์พูดและหันขวับมามองผม

      “ถ้าคุณดูดีดี ผมไม่ได้กอดเขากอดผมคุณ “ผมพูด

      “ไม่ต้องเลย แค่หันไปในห้องน้ำแป้ปเดียวเอง “ผู้กองนครินทร์หันมาจะตีผมอีกแต่ผมรีบยกแขนขึ้นกันไว้

      “รินทร์ ผมรอดตายจากคมกระสุนอย่าให้ต้องมาตายเพราะเมียรักหึงนะ มันเสียศักดิ์ศรี” ผมพูด

      “ยังมาคิดเรื่องศักดิ์ศรี มันน่าไหมล่ะ “ผู้กองนครินทร์พูด

      “จะว่าไป ผมก็สงสารเธอเหมือนกันนะ เลือกเส้นทางผิดแต่ว่าจะย้อนกลับมาก็ไม่ได้ “ผู้กองนครินทร์พูด

      “ให้ตามกลับมาไหมล่ะครับ” ผมแกล้งถามนครินทร์ เขาหันมาขวับมามองหน้าผม

      “โอ๊ย!!! ” เสียงผมร้องลั่นห้องไปหมดเพราะว่าโดยเมียหยิก

      “พอแล้ว คุณรินทร์ “ผมต้องร้องห้าม

      “ว่าแต่ส้มไปไหนแล้วละรินทร์” ผมถามผู้กองนครินทร์

      “อยู่ในถังขยะแล้ว” คนพูดทำหน้าหยู่

      “เห๊ย! เร็วไปไหมนั้นนะคุณ” ผมแอบแซว มีคนค้อนผมกลับดังขวับๆ เลยทีเดียว

      “ใครจะทนได้กอดกันขนาดนั้น”

      “ผมไม่ได้กอดโบว์เขา  เขากอดผม คุณนี้” ผมพูดและหันไปหันมาไม่มีอะไรให้กินเลยที่นี่ จังหวะที่ประตูเปิดเข้ามาพอดีเลย แม่ผมกับป้าวิไล

      “แม่ครับสวัสดีครับ ป้าวิไลสวัสดีครับ” ผมกับรินทร์ยกมือไหว้พร้อมกัน

      “ไง เป็นบ้างละเรา ป้าเพิ่งจะมาเยี่ยมเราได้ ไม่ค่อยสบายหลายวันเลย ก้อง “

      “ไม่เป็นไรหรอกครับป้า  และผมก็ดีขึ้นแล้วเมื่อเช้านะครับป้า แต่เมื่อสักพักนี้ผมเกือบจะแย่ครับ เกือบได้เข้าห้องผ่าตัดใหม่  “ผมพูดแม่รดาหันมามองผมกับนครินทร์

      “เป็นอะไรไปหรือก้อง” แม่ถามผม ผมหันไปมองผู้กองนครินทร์ เขาก็หันหน้าหนีอายผมทันที

      “เมียหึงผมนะแม่ เกือบฆ่าผมตายแล้วแม่” ผมพูดฟ้องแม่ผมทันที

      “หึๆ แล้วไปทำอีท่าไหนละ จีบพยาบาลหรือไงละ” ป้าวิไลพูดปนหัวเราะ

      “เปล่านะครับ พอดีโบว์เขามาเยี่ยมผมนะครับ ป้า” ผมพูด

      “เออ แม่ก็ลืมบอกไป โบว์เขานะไปที่บ้านมาและแม่ก็บอกว่าก้องโดนยิง นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลและพอเขาถามว่าโรงพยาบาลอะไร โบว์ก็วิ่งออกไปทันทีแม่เลยบอกเขาไม่ทันนะ ว่าเรามีแฟนใหม่ไปแล้ว “แม่รดาบอกผม

      “หึหึ อย่างนี้แหละความรักหนุ่มสาว “ป้าวิไลหัวเราะ

      “อ้าวก้อง” พี่ดาว ลูกพี่ลูกน้องของผมเดินเข้ามาพร้อมกับของเยี่ยม

      “พี่ลงไปหาของเยี่ยมมาให้นะ “พี่ดาวพูด แสดงว่าพี่ดาวขับรถมาส่งป้ากับแม่ผม

      “นี่นครินทร์พี่ดาว “ผมแนะนำ

      “เจอแล้ว ขับรถไปส่งน้ารดาที่บ้านช่วงที่เรานอนอยู่นี้นะ” ผมหันมามองนครินทร์ นี้เขาดูแลแม่ผมช่วงที่ผมเจ็บด้วยเหรอ

      “ดีขึ้นหรือยังละ ซ่าได้แล้วซิ” พี่ดาวเอ่ยปากแซวผม ผมกับป้าวิไล พี่ดาว ก็คุยกันได้สักพัก ป้าวิไลก็ขอตัวกลับก่อน ส่วนแม่ก็ลงไปหาซื้อส้มมาให้ผมใหม่กับผู้กองนครินทร์ และแม่ก็กลับไปพร้อมกับพี่ดาวเลย แม่คงอยากให้ผมกับรินทร์อยู่ด้วยกัน

      “อั้ม” ผมอ้าปากงับส้มที่นครินทร์ป้อนผม

      “ผมถามจริง คุณชอบผมตอนไหน “จู่ๆ ผมก็ถามผู้กองนครินทร์ขึ้น เขามองหน้าผมก่อนจะวางส้มลง

      “เอาจริงๆ นะ ผมก็ไม่คิดว่าผมจะได้มาเป็นแฟนคุณหรอกนะคุณผู้กองบ้าระห่ำ” ผู้กองนครินทร์พูด ผมเลิกคิ้วสูง จริงอ่ะ

      “ผมนะจำได้วันแรกที่ผมก้าวเท้าเข้าไปรายงานตัวในห้องผู้พัน โดยมีคุณยืนเอามือไขว้หลังอยู่ กับเพื่อนคุณนะ ผมนี่จำได้ดีเลยทีเดียว “ผู้กองนครินทร์หันมามองหน้าผม

      “ว่า? ” ผมถามผู้กองนครินทร์

      “คุณขี้เก๊กมาก”

      “นี่คุณแอบด่าผมในใจเหรอครับ ที่รัก”

      “ยิ่งตอนที่คุณหันมามองผมแว้ปหนึ่งด้วยห่างตา ผมนี่ยิ่งคิดในใจว่าสาธุ อย่าได้อยู่หน่วยเดียวกันเลย แต่”

      “คุณก็อยู่กับผมนี่ไง และตอนนี้นะภูมิใจเถอะมีผมเป็นสามี” ผมพูด

      “อืมม” ผมก็รีบจับมือนครินทร์ นี้กะจะให้ตายเลยใช่ไหมเนี๊ยะ ยัดส้มใส่ปากผมเกือบทั้งลูกเลย

      “เขาป้อนกันทีละกลีบนะคุณ ผมไม่ใช้ม้านะครับคุณรินทร์จะได้กินทั้งลูก”

      “แล้วคุณชอบผมตอนไหนละ” ผมถามผู้กองนครินทร์

      “ก็ตอนที่คุณ ปกป้องผม จนคุณทะเลาะกับเพื่อนซี้ของคุณนะ ผู้กองปรเมธนะ ผมรู้สึกผิดนะ แต่วันนั้นคุณโมโหเพื่อนคุณมาก ผมก็แอบกลัว แต่คุณทำเพราะว่าเขาไม่ยอมหยุดที่จะหาเรื่องผม ขอบคุณนะ” ผมหันมามองหน้าตาที่น่ารักของผู้กอง

      “และยังมีอีกนะ ตอนที่ผมบาดเจ็บที่ขาน่ะคุณเอาผมขี่หลังกลับ ผมไม่คิดว่าผู้ชายที่ดูนิ่งๆ อย่างคุณจะมีโมเม้นแบบนั้นด้วย “

      “ตอนนี้ไม่ให้ขี่แล้วนะ ตอนนี้จะเป็นอุ้มอย่างเดียวเลย เข้าห้องนอน” ผมพูด

      “คุณนี่ทะลึงตลอดเลยนะ ตอนนี้กลายเป็นผู้กองสายหื่นไปแล้ว “

      “แล้วคุณละ คุณชอบผมตอนไหน” ผู้กองนครินทร์ถามผมบ้าง ผมก็ทำท่าคิด

      “คุณจำตอนที่ผมนั่งร้องเพลงล้อมรอบกองไฟได้ไหม ผมร้องเพลงจีบคุณอยู่อ่ะ นั้นแปลว่าผมก็ชอบคุณตั้งแต่แรกเจอแล้วไง” ผมถามผู้กองนครินทร์ ใช่เขาน่าจะไม่รู้ตัว เขาหันมามองผมพร้อมแก้มที่แดงระเรื่อขึ้นมาทันที

      “อย่าพึ่งไปบอกรักใคร รอฉันได้หรือเปล่า วันที่ฉันจะดีพอ ขอให้รอกันหน่อย มันคงไม่นานเกินไป  “ผมร้องเพลงไปด้วย

      “พอแล้วเขิน” ผู้กองนครินทร์พูด

      “โอ๊ย!! จีบกันเกรงอกเกรงใจพยาบาลบ้างเถอะครับคุณครับ” ผมสองคนหันไปมองที่ตรงประตู ผมก็ต้องกอดอก คนที่เปิดประตูมาถึงก็แซวพวกผมเป็นเพื่อนผมเอง

      “จีบกันเกรงใจชะนีกันบ้างเถอะ! “แต่ละคนก็เข้ามาพร้อมของเยี่ยม

      “ไงครับคุณหัวหน้าหน่วย หายแล้วกลับไปหน่วยกันเลยไหมครับ มีแรงจีบกันขนาดนี้ “พวกมันพูดและส่งกระเช้าอันใหญ่มาให้ผู้กองนครินทร์

      “ผู้พันเขาฝากมา และบอกว่าคราวหน้าไม่ต้องทะลึ้งกระโดดรับแม่งอยู่คนเดียวตั้งเจ็ดนัดนะครับ แบ่งเพื่อนๆ บ้าง” ผู้กองปรเมธ คนนี้แหละที่ผมต่อยกันเพราะว่ามันโมโห ผู้กองนครินทร์จนเลือดขึ้นมาด่าซะผู้กองนครินทร์น้ำตาซึมเลยและนั้นผมก็คิดว่าเสียเพื่อนซี้อย่างมันไปซะแล้ว

      “นี่มากันทำไมว่ะ และนั้นถุงอะไรว่ะนั่นนะ” ผมถาม

      “เอารถมึงมาส่งครับ เพื่อจะได้ขับกลับไปฐานครับ และพวกผมก็รีบไปที่บ้านคุณมึงมาครับ เลยได้ขนมแม่มึงมาด้วย อันนี้แผนหลักที่ตั้งใจ” พวกมันพูดผมนี้อยากหาอะไรปาใส่พวกมันทันที แม่ผมท่ำขนมฝากผมไปให้พวกมันทานกันบ่อยไง

      “โรงพยาบาลนี้พยาบาลน่ารักว่ะ ขอเบอร์ให้ไว้ให้บางดิว่ะ “ผู้กองเอ็มมันมีเมียแล้ว เป็นครูด้วย
 
      “คุณเอ็มครับ ยังไม่เข็ดอีกเหรอครับ ที่โดนเข้าแสกหน้าไปคราวก่อนนะครับ จานนะครับไม่ใช้ชอล์กเขียนกระดาน “หมวดปรเมธหันไปถามเพื่อน

      “กลัวทำไม นักรบย่อมมีบาดแผล แต่จะให้ดี มีไกลๆ แบบนี้เมียจับไม่ได้ว่ะ ฮาๆ” ดูมันชั่วมากไหม นครินทร์หันมาเหล่มองผม

      “รีบหายนะมึง จะได้ไปเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้ไอ้เมธมัน “หมวดเคเพื่อนผมอีกคน ผมหันมามองไอ้เพื่อนซี้ของผม มันยักคิ้วนั้นแปลว่ามันขอครูแอนแต่งงานแล้ว ผมก็ยื่นกำปั้นไปมันก็เอากำปั้นชนกลับมา

      “ยินดีด้วยนะครับเมธ “ผู้กองนครินทร์หันไปบอกผู้กองปรเมธ

      “ต้องขอบใจผู้กองรินทร์ครับ” ผู้กองนครินทร์ถึงกับขมวดคิ้วมอง

      “ก็อันที่จริงไอ้นี่นะมันไปแจกขนมจีบครูแอนไว้นะครับ “ผู้กองนครินทร์หันขวับมามองผมทันที

      “ไอ้เมธ มึงให้กูจีบเขาให้มึงครับ ” ผมรีบค้านครับ

      “แต่ดันจีบซะจนเขาคิดว่ามึงเองนี่ครับ ดีนะที่เขาอกหักกูเลยได้เป็นรางวัลปลอบใจให้เขาแทน “ผู้กองปรเมธพูด

      “แต่งเมื่อไหร่เหรอครับ” ผู้กองนครินทร์ถาม

      “เดือนหน้าเลยครับ” ผมสะบัดหน้าไปมอง

      “รีบเหรอมึง”

      “สองเดือนแล้วไม่รีบพ่อตาจะยิงกูเอา ไม่ต้องรอให้ข้าศึกมาบุกกูจะโดนลูกซองพ่อตากูนี่แหละครับ” ผู้กองปรเมธพูด ผมทราบมาว่าพ่อของครูแอบเขาเป็นผู้บังคับการตำรวจอยู่

      “อะไรท้องเลยเหรอมึง” ผู้กองปรเมธทำนิ้วแร๊ปโย๊ะว่าใช่

      “ร้ายนะเนี๊ยะ” ผู้กองนครินทร์พูด

      “ก็ตอนแรกพ่อตาไม่ยอม พอลูกสาวท้องยอมเลยเห็นไหมละไอ้คุณก้องครับ เอาแบบมันดิว่ะ ไอ้ก้อง” ผู้กองเอ็มพูดผมหันไปเหล่ตามอง

      “กูทำแล้วแล้วแต่ไม่ยอมท้องซะที”

      “โอ๊ย!! “ผมโดนผู้กองนครินทร์ตีเข้าให้ ผมยอมรับเวลาอยู่กับเพื่อนก็จะทะลึ้งกันแบบนี้ พวกผมนั่งคุยกันไปหัวเราะกันไป คิดแล้วก็อยากจะออกจากโรงพยาบาลพรุ่งนี้มะรืนนี้ซะเลย อยากกลับไปเตะฟุตบอลกับเด็กๆ แย่แล้ว

      “งั้นพวกกูกลับเลยว่ะก้อง เออ พักผ่อนเถอะว่ะ” หมวดเคพูด ผมหันไปมองปรเมธ และยื่นมือไปขอของที่มันเอามาจากในรถให้ผม ผมนะส่งข้อความบอกไปแล้วถ้ามาหาให้เอามาให้ด้วย ผมก็แอบหยิบมาซ้อนเอาไว้ในหมอนคนไข้ ตอนที่นครินทร์กำลังหันไปร่ำลาเพื่อนๆ

      “รีบหายนะก้อง เด็กๆ คิดถึงมึงกันว่ะ “หมวดปรเมธบอกผม ผมพยักหน้าและพวกนั้นก็พากันเดินออกจากห้องคนไข้ไป

      “อยากกลับฐานแล้วซิคุณ” ผู้กองนครินทร์หันมาถามผม ก่อนจะหันไปจัดเอาของเยี่ยมวางไว้ให้เป็นระเบียบ

      “คุณรู้ไหมว่า ตอนที่ผมเห็นคุณเล่นกับพวกเด็กๆ คุณดูอบอุ่นมากเลยก้อง ผมแอบคิดนะว่าถ้าคุณมีลูกคุณคงจะรักลูกคุณมาก “ผู้กองนครินทร์พูด

      “ตอนผมเด็ก ๆ พ่อไม่เคยเล่นหยอกล้อกับผมแบบที่คุณเล่นกับเด็ก ๆ เลยนะ เพราะว่าพ่อผมคงกลัวเสียการปกครองมั้ง กอดก็แทบจะไม่มี” ผู้กองนครินทร์พูด พร้อมหลุบตาลง

      “เพราะเหตุนี้วันนั้นผมเลยดื้อ จะออกไปให้ได้ไปหาเด็ก ๆ ไปเห็นคุณเล่นกับเด็ก ๆ และเพราะผมคิดว่าผมคงไม่มีโอกาสได้มาเห็นภาพคุณกับพวกเขาแล้ว” ผมพยักหน้าผมรู้วันนั้นคือวันสุดท้ายที่เขาจะประจำการที่นั่น และกลับไปแต่งงาน

      “และคุณคงไม่ต้องมาบาดเจ็บเพราะผม “ผมบีบมือผู้กองนครินทร์เอาไว้

      “ผมทำเพราะว่า ผมรักคุณ ผมคิดว่ามันอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะปกป้องคุณ “ผมพูด

      “ขอบคุณที่ทำให้ผมที่ไม่เคยกล้าขัดคำสั่งพ่อตัวเอง  ลุกขึ้นมาต่อต้านเพื่อผมจะได้มีชีวิตของผมกับคนที่ผมรัก ขอบคุณนะก้อง แต่ต่อไป ผมคงไม่ได้เป็นลูกท่านนายพลแล้วคุณจะยังรักผมไหม “

      “รักซิ “ผมพูดและหันไปหยิบของที่ผู้กองปรเมธหยิบมาจากกล่องใส่ของในรถของผม ผมยอมรับว่าผมไม่ได้ทิ้งไหนเลยยังคงเก็บเอาไว้ เพื่อรอใครสักคนที่ผมจะสวมมันจริง ๆ

      “แต่งงานกับผมไหม คุณผู้กองยอดรักของผม” ผมถามผู้หมวดนครินทร์ ผู้กองมองหน้าผมและมองแหวนที่ผมเปิดออกมาจากกล่องนั้น ผมยอมรับว่าผมซื้อเอาไว้หมั้นโบว์แต่เขายังไม่ทันได้เห็นมันซะด้วยซ้ำ แต่วันนี้ผมเอามาหมั้นคนที่ผมคิดว่าเขาคือคนสุดท้าย

      “แต่งไหมครับ ถ้าไม่แต่งนี้ผมเก็บใส่กล่องแล้วนะคุณ” ผมเห็นทำท่าคิดนาน เลยแกล้งจะเก็บแหวนใส่คืนแต่คนที่ถูกแกล้งรีบดึงเอาไว้และยื่นนิ้วมาให้ผมสวมมันลงไป เป็นแหวนเพชรผมว่ามันเหมาะกับนิ้วอันเรียวสวยของนครินทร์ ที่สวยไม่แพ้สตรีเลย และใช้จริง ๆ ด้วย มันเข้ากันได้ดี นั้นแปลว่า

      “ผมคือคู่หมั้นคุณแล้วนะก้อง ห้ามเกเรกับใครที่ไหนแล้วนะ” ผู้กองนครินทร์พูดพร้อมกับชี้หน้าผม

      “ไม่มีใครแล้วครับ หัวใจก้องภพให้ผู้กองรินทร์คนเดียวแล้ว อืมม” ผมพูดและดึงนครินทร์มาจูบ
-------------------------------------------------------------------------------
จบบริบูรณ์คู่พี่ก้องกับพี่นครินทร์ (ปล.อยากได้ NC พี่ก้องกับนครินทร์กันไหมนะ ขอโหวตหน่อย!!!)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-11-2020 21:41:57 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2023
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-0

ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 167
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
โอ๊ย หวานไม่ไหวล้าวววว  :o8:

เพิ่งกลับจากติวหนังสือให้น้อง บรรยากาศเด็กๆ วัยรุ่นในรั้วโรงเรียนนี่นึกถึงเรื่องนี้ช่วงคริสกับเขมเลย

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 277
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0
พิเศษ(พี่หมอภีมXพี่ต้น) พี่หมอไปหาพี่ต้น

พี่ต้นตระการ
   เมื่อวานผมวีดิโอคอลคุยกับก้องภพ ผมดีใจที่น้องผมดีขึ้นแล้วแต่ยังต้องนอนโรงพยาบาลไปอีกสักสองอาทิตย์ ก้องเขาบอกว่าเขาอยากออกจากโรงพยาบาลแย่แล้ว เขาบอกว่าร่างกายเขาโอเคแล้ว และนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาถูกยิงแต่รอบนี้โดนไปหลายนัดหน่อย ทำให้ผมแอบบ่นน้องชายคนที่สองที่เรียกว่าบ้าระห่ำก็ว่าได้ ผมยังไม่รู้ว่าผมจะไปเยี่ยมได้เมื่อไหร่  ผมถามก้องว่าเจอหมอภีมไหม ก้องก็บอกผมว่าเจอแต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องของผม ผมก็ค่อยโล่งอกไปหน่อย

   “พ่อต้นน้องนีโอ เขาไปแล้วเหรอพ่อต้น” เอิร์ธถามผม ว่าน้องนีโอหายไปไหน เพื่อนบ้านของผมรู้จักตั้งแต่ย้ายมาอยู่ใหม่ เขาทำงานที่อำเภอเหมือนกันเขามาเช่าห้องข้างๆผมอยู่ นี้เพิ่งจะคลอดลูกชายได้สามเดือนพอดีเลย แต่ว่าตอนนี้เขาซื้อบ้านแล้วและเจ้าของห้องก็ได้ขายห้องนี้ต่อไปแล้วด้วย เขาก็เลยย้ายออกทันที

   “น้องนีโอเขาไปอยู่บ้านหลังใหญ่ๆแล้วครับ “ผมบอกลูกชายขณะที่กำลังไขกุญแจ ตอนนี้เป็นเวลาห้าโมงครึ้งๆแล้ว และนี้คงจะมีคนใหม่ย้ายเข้ามาอยู่เลยทันที ผมสังเกตเห็นว่าไฟในห้องถูกเปิด

   “น้องเอิร์ธเข้าห้องก่อนซะครับ และเอิร์ธนั่งระบายสีไปก่อนนะ วันนี้พ่อจะขอตรวจงานก่อน งานพ่อด่วนจริงๆครับ ได้ไหมครับ “ผมหันไปบอกน้องเอิร์ธ เขาก็พยักหน้าอย่างว่าง่าย ก็เอิร์ธอยู่อนุบาลหนึ่ง เพราะว่าเขาเข้าเนอเซอรี่มาตั้งแต่ออายุสองขวบ ผมพยายามไม่ให้เขาอยู่บ้านกับเกศรินทร์ จนตอนนี้เอิร์ธเขาเข้ากับสังคมของโรงเรียนได้แล้วครูเลยให้ไปเรียนอนุบาลหนึ่งได้ 

      ผมเดินไปหยิบผลไม้ที่ผมปลอกเอาไว้ ผมไม่ค่อยให้เอิร์ธทานขนมขบเขี้ยวมาก ส่วนใหญ่เน้นไปทางผลไม้ และหยิบสมุดระบายสีพร้อมกับกล้องสีที่อาก้องเขาซให้เป็นของขวัญวันเกิดปีที่แล้ว

      “พ่อนั่งทำงานก่อนนะครับเอิร์ธ และเดี๋ยวเราอาบน้ำแต่งตัวจะได้ออกไปทานอาหารกันกับอาน่านฟ้านะครับ  “ผมบอกลูกชายและรีบหยิบแฟ้มเอกสารเกี่ยวกับพวกงบประมาณเข้าไปในห้องเงียบ แต่ผมเปิดประตูเอาไว้ เพื่อคอยเช็กเอิร์ธตลอด ผมก็นั่งตรวจเช็กงานว่ามีงบประมาณเบิกจ่ายอันไหนไม่ตรงบ้างจะได้ทำการตรวจสอบซะก่อน

      “เอิร์ธ “

      “ครับ” ผมก็อมยิ้ม ผมบอกเอิร์ธว่าถ้าผมเรียกให้ขานรับด้วยนั้นคือแปลว่าเขายังนั่งอยู่ไม่หายไปไหน ผมก็ตรวจสอบงานต่อ จนกระทั้ง ผมได้ยินเสียงเอิร์ธคุยกับใครก็ไม่รู้

      “แล้วเอิร์ธทานได้หรือเปล่า”

      “ทานได้ซิครับ ก็อาหมอซื้อมาให้เอิร์ธ “นั้นถึงกับทำให้ผมต้องขมวดคิ้ว ผมวางมือในการตรวจเอกสารก่อน ผมลุกขึ้นก่อนจะเดินออกจากห้องนอนที่มีโต๊ะทำงานอยู่ในห้อง

      “เอิร์ธ ลูกคุยกับใครนะครับ” ผมถามเอิร์ธ ก่อนจะสาวเท้าเดินออกมาจากห้องนอน และมาหยุดที่ห้องนั่งเล่นสิ่งทีผมเห็นคือมีผู้ชายสวมเสื้อยืดโปโลนั่งหันหลังอยู่ เขากำลังนั่งคุยอยู่กับเอิร์ธ  และผมไม่ต้องรอให้เขาหันมาก็เดาได้ทันที ว่าใคร หมอภีมปภพ

      “ภีม” ผมเรียกชื่อเขา เขาหันมามองผมช้าๆ ส่วนเอิร์ธก็กำลังตื่นตากับขนมมาการองที่เขาซื้อมาล้อตาล้อใจลูกชายผม พร้อมกับของเล่นอีกหนึ่งชุดเป็นรถไฟรางโธมัธที่เขาชอบแต่ผมยังไม่มีเวลาไปซื้อให้เขาและผมตั้งใจว่ารอวันเกิดผมไม่อยากซื้อให้เขาพร้ำเพรื่อ แต่ดันมีคนมาซื้อตัดหน้าและยังจัดมาให้ชุดใหญ่อีกต่างหาก

      “คุณมาได้ยังไงภีม” ผมถามหมอภีม

      “คุณนี้ก็หนีผมยังกับนางเอกละครอีกแล้วและยังหอบลูกหนีด้วยต้น” หมอภีมปภพพูดก่อนจะหันมามองผม

      “คุณมาทำไม” ผมถามหมอภีม พร้อมกับยืนกอดอกมอง เอิร์ธที่กำลังจับขนมเข้าปากไปได้เสี้ยวหนึ่งก็ต้องวางลง

      “คุณทำให้ลูกตกใจนะต้น “ หมอภีมปภพบอกผมและชี้ไปทีเอิร์ธ

      “เอิร์ธ พ่อให้ทานผลไม้ไม่ใช่เหรอ” ผมถามเอิร์ธ

      “ อันนี้หมอบอกทานได้แต่ต้องแปรงฟันใช่ไหมครับ น้องเอิร์ธ” หมอภีมปภพพูด พูดเอิร์ธก็พยักหน้ายิ้มตาหยีเป็นคำตอบพร้อมกับหยิบขนมขึ้นมากัดไปอีกหน่อยแต่ประเด็นของผมมันอยู่ที่ว่า เขาเข้ามาในห้องผมได้ยังไง

      “คุณเข้ามาในห้องผมได้ยังไงภีม” ผมถามหมอภีมปภพ เขาก็หันไปมองน้องเอิร์ธและชี้นิ้วให้ที่เอิร์ธ

      “เอิร์ธ เปิดประตูให้คนแปลกหน้าเขามาเหรอ พ่อเคยบอกเอาไว้ว่ายังไง” ผมถามเอิร์ธ

      “ห้ามคนแปลกหน้าเข้ามาแต่ เอิร์ธเคยเห็นอาหมอแล้วน่ะพ่อต้น พ่อจำอาหมอได้อ่ะเปล่า” น้องเอิร์ธถามผมกลับ ทำไมผมจะจำเขาไม่ได้ ในเมื่อเขากับผมก็

      “แต่” ผมทำท่าจะค้าน

      “ผมมาเยี่ยมในฐานะเพื่อนบ้าน ห้องข้างเคียงและตอนนี้ผมเป็นเพื่อนกับเอิร์ธแล้วครับคุณต้น” หมอภีมปภพพูด ผมก็ต้องสะบัดหน้าไปมองเขา เพราะว่าเขาเพิ่งจะบอกว่าเพื่อนบ้านห้องข้างเคียง นี้อย่าบอกนะว่าเขาคือคนที่อยู่ข้างห้องผมที่เพิ่งย้ายออกไปนะ

      “นี้คุณอยู่ห้องข้างๆผมนี่เหรอภีม?” ผมถามเขา

      “ใช่ครับ ผมอยู่ข้างๆคุณนี้แหละ หรือว่าจะเชิญให้ผมมาอยู่ด้วยเลยก็ดีนะ มีตั้งสองห้องนอน “ หมอภีมปภพพูด ผมก็ยิ่งกอดอกแน่นเข้าไปใหญ่ นี้เขากำลังหาภัยมาให้ผมนะที่มาใกล้ผมกับลูกผมขนาดนี้

      “ใครเป็นคนบอกคุณว่าผมอยู่ทีนี้ ผมคิดว่าไม่น่าจะใช้น้องผมแน่ๆ “ ผมพูดกับไหมอภีมปภพ เขาก็ลุกขึ้นมองผม

      “ไม่ใช่น้องคุณหรอก แต่ผมมีคนที่เขาบอกผมได้ “หมอภีมปภพพูดก่อนจะเดินเข้ามาหาผม

      “ต้น ทำไมคุณต้องหนีหัวใจตัวเองด้วยละต้น “หมอภีมปภพเดินก้าวเท้าเข้ามาหาผม ผมก็เหลือบมองเอิร์ธที่มองผมและแอบปิดตาแต่ก็ยังมองผมลอดช่องนิ้วมือที่เขากางอยู่

      “ภีมคุณจะทำอะไรผมนะ “ผมถามหมอภีม และค่อยๆถอยหลังออก  ผมแอบกลืนน้ำลายลงคอไปด้วย ตาก็มองลูกไปด้วย นี้ไม่คิดจะเกรงใจลูกผมบ้างหรือไง

      “พ่อต้นเอิร์ธปวดฉี่เอิร์ธไปห้องน้ำก่อนนะ” เอิร์ธลุกขึ้นและวิ่งไปเข้าห้องน้ำทันที ผมกำลังชะเรียกแต่ว่าเอิร์ธวิ่งผ่านผมไปแล้ว ส่วนผมเองก็เดินถอยหลังหนีหมอภีมจนไปชนเข้ากับโต๊ะทานอาหาร และหมอภีมก็ใช้มือจับขอบโต๊ะ เขาล๊อกตัวผมเอาไว้

      “อย่านะภีม” ผมพูดร้องห้ามหมอภีมปภพ

      “เกิดอะไรขึ้นกับคุณ ทำไมคุณไม่บอกผมต้น “หมอภีมถามผม ผมหันไปมองหน้าหมอภีมพร้อมกับพ้นลมหายใจยาวๆ ออกมา และดันเขาออกไปจากตัวผม

      “ผมคุยกับหมอดาวิกาแล้ว ตอนนี้ครอบครัวของเธอได้สั่งห้ามหมอดาวิกาเข้ามายุ่งกับผมและคุณอีกต้น “หมอภีมปภพพูดผมหันไปมองหน้าเขา ว่าแน่ใจแล้วเหรอ

      “นี้คุณมาทำไม มาเที่ยวเหรอ” ผมถามหมอภีมปภพโดยไม่ได้หันไปมองหน้าเขา

      “มาอยู่ที่นี่เลย ผมมีโรงพบาบาลอีกสาขาที่นี่ “ผมสะบัดหน้าไปมองเขาอีกที

      “นี้ทำไมผมต้องมาอยู่ใกล้กับคุณทุกทีที่ผม” ผมถามเขาและมองหน้าเขา

      “นั้นซิ ผมเองก็แปลกใจนะต้น แต่ผมคิดอีกที่ น่าจะพรมลิขิตมากกว่า ขนาดบ้านคุณยังอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลพ่อผมเลย ที่เปิดใหม่ และนี้อีก โรงพยาบาลที่นี้เพื่อนพ่อผมเขาเป็นคนดูแลแต่พ่อผมคือหุ้นส่วนใหญ่ ดังนั้นผมก็เลยมาลงอยู่ที่นี้ได้” หมอภีมปภพพูด ผมหันไปเจอเอิร์ธที่ออกมายืนมองผมกับหมอภีมสลับกันไปมา

      “ถ้าอย่างนั้นคุณก็กลับห้องไปได้แล้วผมจะตรวจงาน ผมต้องการความสงบ” ผมพูดเหมือนการส่งแขกแต่หมอภีมเขาลุกขึ้นและหันมามองหน้าผม ก่อนจะฉีกยิ้มให้ผม

      “ผมอยู่ในฐานะเพื่อนของน้องเอิร์ธครับ “ ผมหันไปมองหน้าเขา

      “เอิร์ธ อาหมอเป็นแขกของเอิร์ธใช่ไหมครับ ดังนั้นเอิร์ธอยากให้อาหมออยู่ด้วยไหมครับ” หมอภีมปภพถามเอิร์ธ ผมก็มองเอิร์ธแอบส่ายหัวเล็กน้อย เอิร์ธมองหน้าผมพร้อมกับเอียงคอเล็กน้อย

      “พ่อเอิร์ธอยากมีเพื่อน ให้อาหมออยู่กับเอิร์ธนะครับ พ่อต้น” ผมก็ก้มลงมองเอิร์ธ

      “พ่อบอกพ่อจะทำงานเอิร์ธเหงา นะพ่อนะ” เอิร์ธพูดขอร้องผม ผมก็ต้องถอนหายใจ

      “แค่อยู่เป็นเพื่อนนะ แต่อาหารเย็นไม่ได้ เพราะว่าพ่อมีนัดจะออกไปทานกับเพื่อนพ่อวันนี้นะครับเอิร์ธ” ผมบอกเอิร์ธ และหันไปมองหมอภีมปภพ  หมอภีมก็ทำเป็นหูทวนลมอีก  ผมเลยเลือกที่จะเดินแทรกเข้าไปในห้องนอนและปล่อยให้เอิร์ธเล่นกับหมอภีมอยู่ด้านนอก ผมเองก็แอบกังวล เรื่องหมอดาวิกา ถ้าเขามาถูกแล้วหมอดาวิกาเขาจะไม่รู้เหรอว่าผมพักที่ไหนตอนนี้ แต่ว่าหมอภีมเพิ่งจะบอกผมว่าครอบครัวเธอสั่งห้ามให้มายุ่งกับเขาและผมแล้วนิ ไม่ได้ผมต้องใจแข็งจนกว่าจะแน่ใจว่าหมอดาวิกาไม่มายุ่งกับผมและลูกผมแล้วจริงๆ

      “ฮัลโหล พี่เพิ่งจะมาถึงครับ อ้อได้ครับ งั้นส่งโลเคชั่นมาให้พี่แล้วกันพี่จะออกไปครับ แม้จะเลี้ยงที่พี่มาเป็นหมอทีนี้เหรอครับ ได้ซิครับ งั้นเดี๋ยวเจอกัน” หมอภีมปภพบอกคนปลายสาย นี้มาถึงก็มีนัดเลยหรือไง ส่งสัยผมคงต้องเปลี่ยนแผนบินไปหาน้องชายผมสักสี่ห้าวันจะได้ไม่ต้องเจอหมอภีมปภพ แล้วนี้ผมจะหนีเขาทำไมนะต้นตระการ

      “อาหมอต่อรถไฟให้เอิร์ธได้หรือยังครับ” เอิร์ธถามหมอภีมปภพ

      “เอาไว้พรุ่งนี้ได้ไหมครับ พอดีอาหมอมีนัดนะครับ” หมอภีมปภพพูดพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมามองผม ผมก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

      “เอิร์ธครับ ไปอาบน้ำกับพ่อดีกว่า เราจะได้ออกไปทานอาหารเย็นกันครับ วันนี้พ่อจะพาไปร้านอาหารที่มีเครื่องเล่นไง”ผมโน้มตัวลงบอกกับเอิร์ธ เขาก็พยักหน้าอย่างว่าง่าย

      “เชิญคุณกลับห้องไปได้แล้วภีมผมจะได้เตรียมตัวออกไปทานอาหารกัน “ ผมบอกภีมและควักมือเรียกเอิร์ธเดินไปกับผมเพื่อเข้าห้องน้ำ อาบน้ำและแต่งตัว ผมสวมเสื้อโปโลคอตั้งกับกางเกงยีนพอดีตัวและเอิร์ธก็สวมเสื้อโปโลสีเดียวกันกับผมแต่กางเกงยีนขาสั้นเพราะว่าอากาศมันร้อนช่วงนี้

      //คุณต้น เจอกันที่ร้านเลยนะครับ // น่านฟ้าส่งข้อความมาบอกผม คนนี้แหละที่นัดผมทานข้าวแต่ไม่ได้มาแค่เขานะ แฟนเขาน้องชายเขาและแฟนน้องชายเขาด้วย

      “ไปกันหรือยังครับเอิร์ธ” ผมถามน้องเอิร์ธ เอิร์ธเขาก็พยักหน้าและสวมรองเท้าเอง เขาบอกว่าครูสอนให้เขาทำเองเพื่อจะได้ช่วยพ่อทำบ้าง ผมย่อตัวลงนั่งยองและมองดูลูกชายที่พยายามใส่รองเท้าเอง

      “ให้พ่อช่วยไหมเอิร์ธ “ผมก้มลงถามหนุ่มน้อยของผมมเขาก็ส่ายหน้าและพยายามใส่มันจนได้
      ผมสองคนเดินออกมาจากห้องพัก เพื่อตรงไปยังชั้นล้าง ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะหกโมงครึ้งแล้ว ห้องที่หมอภีมบอกว่าเขาพักอยู่ข้างๆผม ตอนนี้ปิดไฟมึดแล้ว เขาน่าจะออกไปแล้วก็เห็นว่ามีนัด นัดกับใครนะ ก็เพิ่งจะมาที่นี้แท้ๆ นี้ผมอยากรู้หรือว่าเป็นห่วงเขากันแน่

      “ไปไหนกันคะพ่อลูก แม้วันนี้หล่อจังค่ะ”  ครูแป้ง ที่คอยช่วยดูแลเอิร์ธหลังเลิกเรียนถ้าผมติดธุระต้องกลับบ้านเย็นหรือมืด ครูแป้งจะดูให้ ครูแป้งเองก็มีร้านอาหารที่เปิดใต้คอนโดเช่นกัน บางทีผมก็เกรงใจครูแป้งที่ต้องทำสองหน้าที่ดูแลลูกผมไปด้วย

      “พ่อต้นจะพาเอิร์ธไปเล่นเครื่องเล่นครับครูแป้ง”

      “จริงเหรอค่ะ เล่นให้สนุกนะคะ “

      “ต้นค่ะ ช่วงนี้ต้นงานเยอะนะคะ ให้แป้งรับส่งเอิร์ธแทนก็ได้นะคะต้น แป้งยินดีอยากช่วยค่ะ” ครูแป้งพูดผมพยักหน้าก่อนจะรีบพากันเดินออกไปเพราะว่าเดี๋ยวผมสองคนจะไปถึงสาย ผมรีบอุ้มเอิร์ธใส่ไว้ในรถตรงแถวกลาง เพราะว่าผมใส่คาร์ซีทเอาไว้ เขาควรจะใช้คาร์ซีทจนถึงอายุเจ็ดขวบ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 167
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 277
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0
          พิเศษ(พี่หมอภีมXพี่ต้น) ขอโทษที่ผมต้องใจแข็ง   

           ต้นตระการ  ผมก็รีบขับรถพาเอิร์ธมายังร้านอาหารที่ผมเคยพาเขมและแฟนเขามาทานอาหารที่นี้ จะว่าไปก็คิดถึงน้องชายผมเหมือนกัน ตอนที่ผมไปดูก้องเห็นเขมน้องชายคนที่สุดท้องผม เขาดูเงียบๆไป เขาคงคิดถึงแฟนเด็กนักเรียนของเขา แต่ผมแปลกใจอยู่อย่างหนึ่ง คือเขมเขาสนับสนุนให้น้องไปเรียนเมืองนอกเองแต่ทำไมเขาถึงได้ซึมคิดถึงกันได้ขนาดนี้

      “เอิร์ธ ไปนั่งที่โต๊ะก่อนนะ ดูแล้วเด็กเยอะเลยวันนี้ เอิร์ธคงต้องรอให้น้อยลงหน่อยค่อยออกมาเล่นกัน” ผมพูดบอกเอิร์ธ วันนี้คนมาทานอาหารกันเยอะและมีแต่ครอบครัวที่มีเด็กมาด้วยทั้งนั้น กวาดสายตามองไปรอบๆ ผมก็สะดุดที่น่านฟ้าและติณณภพ ผมรีบจูงเอิร์ธเข้าไปในทันที

      “สวัสดีครับน่าน ติณ” ผมกล่าวทักทายและหันมามองซอมพอกับแฟนของเขาที่ณุก อันนี้ก็รุ่นเดียวกับผมเช่นกัน

      “สวัสดีครับต้น “ น่านฟ้าและติณทักทายผม

      “สวัสดีครับพี่ต้น สวัสดีครับ หนุ่มหล่อของอาซอมพอ” ซอมพอทักทายผม ผมหันไปยิ้มทักทายณุกแฟนของซอมพอ

      “สวัสดีครับ ณุก”

      “สวัสดีครับคุณต้น” 

      “เอิร์ธนั่งข้างพ่อแล้วกันนะ” ผมบอกเอิร์ธ  ผมเหลือบไปมองมีโต๊ะว่างอยู่หนึ่งที่ แต่ดูแล้วน่าจะมีคนนั่งอยู่  เพราะว่ามีโทรศัพท์ว่างคว้ำหน้าเอาไว้

      “เราสั่งอาหารทานกันเลยไหม “ น่านฟ้าพูดผมพยักหน้า

      “ต้น วันนี้ลูกพี่ลูกน้องติณณภพเขามาอยู่ที่นี้ ติณเลยชวนมาทานอาหารด้วย คุณต้นไม่ว่าอะไรใช่ไหมครับ” น่านฟ้าถามผม ส่ายหัวและหันมามองเอิร์ธ ตอนนี้พนักงานทางร้านเอาชุดระบายสีมาให้เอิร์ธเหมือนเช่นทุกครั้ง

      “ขอโทษทีนะ เข้าห้องน้ำนานไปหน่อยคนเยอะมากเลยนะร้านนี้” เสียงที่ทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง ผมก็ต้องตกใจอีกรอบ เพราะคนที่น่านฟ้าบอกว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องของติณณภพนะคนนั้นก็คือหมอภีมปภพ หมอภีมปภพมองหน้าผมเขาปั่นหน้าได้นิ่งมาก่อนจะนั่งลงข้างๆเอิร์ธ

      “เอิร์ธ” หมอภีมปภพเรียกชื่อเอิร์ธขณะที่เขากำลังก้มหน้าก้มตาระบายสีอยู่ พอเอิร์ธเงยหน้าขึ้นก็

      “อาหมอ!!” เสียงดังลั่นเลย

      “ดีใจขนาดนั้นเลยเหรอครับ” หมอภีมปภพถามเอิร์ธก่อนจะเงยหน้ามองผม

      “พี่หมอนี้คุณต้นตระการ เป็นปลัดอำเภออยู่ทีนี้ครับ  ต้นครับนี้พี่หมอภีมปภภพ เป็นลูกชายคุณป้าของผมครับ” คุณติณณภพพูดแนะนำหมอภีมปภพ

      “พี่รู้จักแล้วครับติณ รู้จักดีซะด้วยซิ”หมอภีมภพพูดก่อนจะก้มลงเอามือลูบหัวเอิร์ธเบาๆ

      “อาหมอเอิร์ธอยากไปเล่นเครื่องเล่นอะครับ” เอิร์ธเอ่ยปากถามหมอภีมผมก็กำลังจะหันมาบอกว่ายังไม่ให้ไป

      “ได้ครับ อาหมอพาไหมครับ” หมอภีมภพพูด

      “ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลยซิเพราะว่าดูแล้วอาหารคงอีกนานเลย ไปเล่นก่อนก็ได้นะเอิร์ธ” น่านฟ้าพูดผมก็ต้องพยักหน้าเบาๆให้เขาไปกันสองคน และผมก็หันมาคุยกันน่านฟ้า ติณณภพ
      หมอภีมภพ ผมบินตรงมาหาต้นตระการ และมาเป็นหมอที่นี่ ผมจะอยู่ที่นี้จนกว่าต้นจะไว้ใจผมให้ผมดูแลเขาและลูก  ผมต้องไปอ้อนวอนก้องกับเขมจนสุดท้ายก็ใจอ่อนและโชคดีที่ลูกพี่ลูกน้องผมเขามีแฟนอยู่ที่นี้อีก ติณณภพนั้นเอง ผมจำได้ว่าคนที่เขาเคยบอกว่าเป็นแฟนติณนะนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลของผมหนึ่งคืนกับหนึ่งวัน และพี่ชายของเขาก็รู้จักกับต้นอีกด้วย แถมเขายังเป็นเจ้าของคอนโดนห้องข้างๆที่ต้นอยู่แต่ว่ามีคนเช่าอยู่แล้ว ผมก็เลยขอซื้อต่อเขาซะเลย จะได้เข้ามาอยู่ใกล้ๆต้นเข้าไปเพื่อดูแลเขาไม่ว่าจะฐานะใดก็ตาม

      “อาหมอ น้องเอิร์ธอยากนั่งสไลเดอร์แต่เอิร์ธกลัว” น้องเอิร์ธบอกผม ผมก็ลุกขั้นและมองขึ้นไป มันสูงไปหน่อยนะ เด็กเล็กคงไม่กล้าให้เล่น แต่ผมมองสายตาเอิร์ธอยากจะเล่นแน่ๆเลย

      “ถ้าอย่างนั้นขึ้นไปกับอาหมอนะ “ ผมบอกเอิร์ธ และพากันไต่บันไดขึ้นไปจนถึงด้านบน ผมเห็นเอิร์ธมองลงมาแอบขาสั่นด้วย ผมก็นั่งลงก่อน และกางมือพยักหน้าให้เขามาหาผมจะได้สไลลงไปพร้อม ๆกัน เอิร์ธก็เดินมานั่งตักผม

      “พร้อมไหมครับ “ ผมถามเอิร์ธ เขาก็พยักหน้าเบาๆ และผมก็ตัวเองให้ไหลลงไป สไดเดอร์อันนี้เป็นท่อรูปเกลี้ยว น้องเอิร์ธร้องออกมาไม่ดังแต่ไม่ได้ร้องเพราะความกลัวแต่ร้องเพราะว่าเขาตื่นเต้นจนกระทั้งผมกับเอิร์ธลงมาถึงพื้นพร้อมกัน ก้นผมก็ลงไปก่อนเอิร์ธก็นั่งอยู่บนตักผม ดูเอิร์ธลุกขึ้นยิ้มมีความสุข
ผมก็มองดูเท้าคู่นั้น คนที่มายืนมองผมกับเอิร์ธ คนนั้นก็คือต้นตระการ

      “เอิร์ธไปทานข้าวได้แล้วครับ “ ต้นตระการบอกเอิร์ธ เอิร์ธเขาก็หันมามองหน้าผม ก่อนจะหันไปมองหน้าต้นพ่อของเขา

      “อาหมอด้วยอะเปล่าพ่อต้น”

      “ครับ” ต้นตอบแค่นั้นผมก็ลุกขั้นและเดินจูงมือเอิร์ธออกไป

      “หมับ” เอิร์ธเขาจับมือต้นตระการอีกมือ ตอนนี้ ผมและต้นจูงมือเอิร์ธเดินไปพร้อมๆกัน มันเป็นภาพครอบครัวที่ผมต้องการจะมีกับเขา แต่ดูสีหน้าของต้นกังวลยังไงก็ไม่รู้  ผมอยากรู้ว่าต้นมีอะไรที่ทำให้เขากลัวที่จะให้ผมอยู่ใกล้เขาขนาดนั้น ผมคงต้องหาวิธีที่จะได้คุยกับต้นตรงๆ

      “เชิญนั่งครับอาหารออกมาแล้วนะครับ วันนี้อาหารเหนือ” น่านฟ้าพูดผมพยักหน้า ผมนั่งลงข้างๆเอิร์ธและคอยตักอาหารให้เอิร์ธ ส่วนต้นก็คุยเรื่องทั่วไปกับน่านฟ้า ถ้าเขาไม่บอกผมซะก่อนนะว่าเขาก็เคยขอต้นเป็นแฟน แม้ว่าตอนนั้นจะยังคบเกศรินทร์อยู่ก็ตาม ดูต้นสนิทกับน่านฟ้าพอสมควร ติณก็หันมามองผม ขยิบตาให้ผม ผมก็โบ้ยปากไปที่น่านฟ้า

      “ทำไมอาหมอกับอาติณไม่พูดกันอ่ะครับ “ เล่นเอาทั้งโต๊ะ หันมามองผมกับติณกันหมด

      “เออ…”ติณณภพถึงกับถลึงตาใส่เอิร์ธ

      “เอิร์ธเห็นอาหมอกับอาติณ ทำตาขยิบๆ แบบนี้ใส่กันนะครับ” น้องเอิร์ธพูดและทำท่าเลียนแบบผมกับติณได้เหมือนวะไม่มี

      “มีอะไรเหรอติณ” น่านฟ้าถามติณณภพ ส่วนต้นนะเขาหันมามองเอิร์ธแทน

      //ช่วยพี่หน่อยซิ พี่อยากเปิดใจคุยกับต้นเขา ทำยังไงให้พี่ไปรถคันเดียวกับต้นได้ // ผมส่งข้อความไปที่เบอร์ติณณภพ ติณก็หันมามองหน้าผม ก่อนจะหันไปกระซิบกระซาบกับน่านฟ้า ดูน่านฟ้าเขาตกใจพอสมควร

      “เดี๋ยวผมมานะต้น ติณเขาลืมของไว้ในรถนะครับ ของเล่นน้องเอิร์ธนะครับ” น่านฟ้าพูด ก่อนจะลุกไป ผมก็ก้มหน้าก้มตา ช่วยเอิร์ธเขาระบายดี

      “หัวใจสีอะไรครับ”

      “สีชมพู”

      “แล้วหัวใจแปลว่าอะไรครับ”

      “แปลว่าเรารักกัน คิก คิก คิก” น้องเอิร์ธพูดผมเงยหน้ามองต้นตระการ

      “น้องเอิร์ธ มีอาหมอแล้วไม่มาเล่นกับอาซอมพอและอาณุกเลยนะ อาเหงาเลยอ่ะ” หนุ่มน้อยอีกคนที่ผมจำได้ตอนแรกติณณภพบอกว่าแฟนเขาเพราะน้องเขาเคยนอนโรงพยาบาลของพ่อผม  ส่วนอีกคนนะเคยเป็นคนที่จะแต่งงานกับน้องสาวติณณภพอีกที แต่ไงมาลงกับคนนี้ได้ ผมก็ไม่ทราบเหตุผลเหมือนกัน  และน้องสาวติณณภพก็ไปอยู่อังกฤษไม่กลับมาเลยเท่าที่ผมทราบในตอนนี้ แต่ผมก็ไม่ถามนะ ผมว่ามันเป็นเรื่องภายในครอบครัว

      “คุณต้น พรุ่งนี้มีประชุมเรื่องเขื่อนกั้นน้ำใช่ไหมครับ ผมว่าจะไปด้วยและนี่จะชวนติณไปอีกคนจะได้รู้ระบบงานของผมบ้าง เพราะว่าถ้าเขื่อนนี้มีปัญหาผมนี่ก็รับเต็มๆเหมือนกันครับไร่ชาของผม” น่านฟ้าเดินกลับมาพอดี เขาก็ชวนต้นคุยต่อ

      “พวกผมต้องกลับกันแล้ว เพราะว่าวันนี้พ่อแม่ของผม  เขาพาพ่อตาแม่ยายผมไปเที่ยวที่อำเภอเชียงแสน ไม่มีใครอยู่ดูแลที่รีสอร์ทนะครับ” น่านฟ้าพูดผมพยักหน้า

      “เอิร์ธไปครับกลับบ้าน และขอบคุณอาทุกคนด้วยนะเอิร์ธ” ต้นตระการพูด

      “นี่ครับเอิร์ธ เห็นอาน่านฟ้าบอกว่าเราชอบสะสมพวกโมเดล นี้เครื่องบินเลยนะ เพื่อว่าโตขึ้นจะเรียนเป็นวิศวะการบินเหมือนอาน่านฟ้า” ติณณภพพูดผมหันไปมองนายน่านฟ้านี่นะ เขาก็หันมายิ้มให้ผม  ผมลุกขึ้นผมว่าจะอุ้มเอิร์ธแต่ต้นเขากางแขนอุ้มเอิร์ธไปซะก่อน เอิร์ธน่าจะง่วงแล้ว

      “ปึก” ติณณภพ เดิมาชนไหล่ผมและยักคิ้วให้ผม

      “ต้นให้ผมอุ้มเอิร์ธให้ไหม”ผมถามต้นตระการ ต้นหันมามองหน้าผม
      
      “ไม่เป็นไรครับ ผมอุ้มได้ “ ต้นตระการตอบผมแค่นั้น

      “ถ้าอย่างนั้นผมแยกตรงนี้เลยนะครับ ขอบคุณนะครับทุกคน “ ผมได้แต่ยืนมองแหละหันมามองติณณภพ ไหนบอกจะช่วยไหง ติณก็ยักไหล่
   ต้นตะการ    หลังจากที่ทานอาหารเสร็จผมก็รีบพาเอิร์ธออกมาเพราะว่าเขาเริ่มจะง่วงนอนแล้ว ผมกลัวว่าเขาจะงองแงเอาซะก่อน และวันนี้เอิร์ธก็ไปโรงเรียนมา แน่นอนเขาจะง่วงเร็วกว่าปกติ แม้ว่าตอนนี้จะเพิ่งจะสามทุ่มก็ตาม แต่ทันทีที่ผมเดินมาถึงรถฟอร์จูนเนอร์ของผม สิ่งที่ผมเห็นก็คือยางรถผมมันแบนอีกแล้ว

      “คุณน่าน ยางรถแบนอีกแล้ว”ผมหันไปเรียกน่านฟ้า ผมเห็นว่าหมอภีมปภพกำลังคุยอะไรกับติณณภพอยู่ ผมก็ไม่ได้ถามเขาหรอกนะว่าเขาเอารถมาใหม่จะกลับยังไง

      “จริงด้วยคุณต้น ผมเองก็ไม่ได้เอายางอาไหล่มาเพราะว่าวันก่อนผมเปลี่ยนให้คุณไปแล้ว” น่านฟ้าพูด ผมก็ต้องกุมขมับ ยางอาไหล่ทีผมเอาไปปะยังไม่ได้ไปเอาเลย

      “รถะเป็นอะไรไปเหรอครับ” หมอภีมปภพเดินเข้ามาถาม

      “ยางแบนนะครับ และผมก็ไม่มียางอะไหล่ แต่ว่าแถวนี้มีช่างปะนะ ผมโทรให้ไหมต้น”น่านฟ้าพูด ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมา กดโทรให้แทน หมอภีมเขาหันมามองผมที่อุ้มน้องเอิร์ธอยู่เข้าก็แบมือมาขออุ้มตอนแรกผมก็จะไม่ให้อุ้มแต่เอิร์ธงัวเงียหันไปมองหมอภีม เหมือนจะไปหาเขาผมเลยต้องยอม ให้หมอภีมรับไปอุ้มไว้

      “เขากำลังจะมานะต้นแต่ผมกับติณต้องรีบไปนะครับ  คนงานโทรมาบอกว่าที่รีสอร์ทมีปัญหานิดหน่อยนะครับ” น่านฟ้าพูด

      “ผมอยู่กับคุณต้นได้ครับ ถึงยังไงคุณต้นก็คงไม่ปล่อยให้ผมเดินกลับหรอกครับใช่ไหมครับ “หมอภีมปภพพูด ผมก็แอบคิดน่ะว่าควรจะให้เดินกลับอยู่หรอก

      “ถ้าอย่างนั้น ผมกับติณไปก่อนนะครับต้น ผมขอโทษจริงๆ “น่านฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด ผมเองก็เข้าใจแต่มันก็ชักยังไงอยู่นะเหมือนกับว่านี้มันเป็นแผนหรือเปล่า ผมหันมามองหมอภีมที่อุ้มเอิร์ธผิงรถของผมอยู่ พอทุกคนไปกันหมดเขาก็มายืนพิงรถใกล้ๆกับผม และเริ่มเบียดผมนิดๆ

      “ต้น คุณโกรธอะไรผมหรือครับต้น “ หมอภีมปภพถามผม ผมยืนกอดอกอยู่

      “ผมไม่ได้โกรธคุณหรอกภีม ผมแค่ เออ “

      “คุณมีอะไรบอกผมซิ คุณมีปัญหาอะไรทำไมเราไม่หันหน้ามาคุยกันละต้น เรายังรักกันอยู่ไหม ต้น ถ้าคุณบอกว่าคุณหมดรักผมแล้วผมก็จะไม่ตอแยคุณอีกแต่ผมก็ยัง อยู่แบบนี้คนเดียวนะต้น” ผมก็ต้องหันหน้าหนีเขาไม่กล้าหันไปมองหน้าเขาตรงๆ

      “ต้น” หมอภีมกระซิบที่หูผมอีกครั้ง  ผมหันไปมองหน้าเขา ตอนนี้หมอภีมเบียดตัวเองเข้ามาหาผม ผมเองก็มองหน้าเขา แต่คำพูดของหมอดาวิกามันยังดังอยู่ในหูผมเลย

      “เรื่องหมอดาหรือเปล่าต้น ผมคุยกับพ่อแม่ของเธอแล้วนะ เขาบอกว่าจะไม่ให้ลูกสาวเขามายุ่งกับผมและคุณอีก ผมรู้เรื่องที่เขาจ้างคนตามติดเราแล้วด้วยนะต้น ผมคิดไม่ถึงเลยว่าหมอดาวิกาจะทำกับผมและคุณขนาดนี้ “ หมอภีมปภพพูด

      “และนี่ผมเลือกที่จะมาที่นี่เพื่อจะมาดูแลคุณและลูกนะต้น คุณต้องการใครสักคนที่จะช่วยคุณต้น ผมอยากให้คุณเชื่อใจผมนะครับต้น ว่าผมดูแลคุณและลูกได้” หมอภีมปภพพูด

      “ขอโทษนะครับ ผมมาเปลี่ยนยางรถตามที่คุณน่านฟ้าโทรบอกผมนะครับ” มีผู้ชายสวมเสื้อช๊อปเดินมาสองคนพร้อมกับยางอาไหล่ ผมก็พยักหน้าและชี้ไปอีกฝั่งหนึ่ง มันคือฝั่งของคนขับ พี่เขาก็รีบเดินไปทันที ผมหันมามองหมอภีม

      “ต้น ผมรักต้น และตอนนี้ผมก็รัก เด็กคนนี้ ต่อให้เขาจะเกิดจากผู้หญิงที่เคยแย้งคุณไปจากผมก็ตามแต่เขาก็เป็นเลือดเนื้อของคุณครึ้งหนึ่งต้นและ ผมก็พร้อมจะช่วยคุณเลี้ยงเขาต้น “หมอภีมปภพพูด

      “ คือ ภีม ผมกลัว กลัวว่า หมอดาเขาจะทำร้ายเอิร์ธ “ผมพูดออกมาเบาๆ

      “ผมรู้ว่าเธอคือผู้หญิงตัวเล็กแต่ผมกลัว ผมรักเขามาก เขาคือทุกอย่างของผมภีมคุณเข้าใจผมไหมภีม” ผมพูดออกมา

      “เข้าใจซิต้น ทำไมจะไม่เข้าใจ เพราะว่าคุณก็คือทุกอย่างของผม ผมถึงได้รอคุณจนถึงทุกวันนี้ไง ไม่มีคุณชีวิตผมก็เหมือนขาด บางสิ่งที่บอกไม่ได้แต่แค่รู้สึกว่ามันไม่สมบูรณ์อ่ะ ต้น  “

      “เรากลับมาเป็นคนรักกันเหมือนเดิมนะต้น อย่าหนีผมอีกได้ไหมต้น ผมอยากมีคุณอยู่ในบั้นปลายชีวิตของผม “ หมอภีมพูด

      “ผมว่าคุณรักเขามากพอที่จะปฏิเสธผมในวันนั้น “น่านฟ้าพูดให้ผมฟังใช่ ผมรักเขามากพอทีทำให้ผมยังอยู่คนเดียวและลูก ถึงแม้เด็กจะเป็นลุกผมคนเดียวก้ตาม

      “อืม” หมอภีมค่อยๆเลื่อนใบหน้ามาใกล้ผมและผมก็เหมือนคนต้องมนต์สะกด ผมก็เลื่อนใบหน้าเข้าหาหมอภีมและริมฝีปากของผมและเขาก็แตะกัน

      “สะ..สะ…สะ…เสร็จ แล้ว ครับ” คนที่มาเปลี่ยนยางรถยนต์ให้ผมก็ลุกขึ้นมาพอดีผมเลยต้องผละจากกันก่อน

      “เท่าไหร่ครับ” ผมหันไปถามเขา

      “ต้นให้ผมจ่าย “ หมอภีมปภพพูดบอกผม ผมส่ายหน้าว่าไม่เอาก็นี่มันรถของผม

      “ต้นให้ผมจ่ายครับ น้องครับ นี่ครับ” หมอภีมปภพรีบหยิบธนบัตรส่งไปไปให้ พร้อมกับตริบ ก่อนที่พวกเขาจะเดินออกไป

      “เรียกว่าบุญตาไหมวะ ไม่เคยเห็น ผู้ชายเขาจูบกัน” ผมได้ยินก็ทำให้ใบหน้าผมเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ผมเองก็รีบเปิดประตูให้หมอภีมนำเอิร์ธเข้าไปไว้ในรถก่อน

      “ผมขับนะต้น” หมอภีมบอกผม ผมพยักหน้าว่าได้ จะว่าไปผมก็เริ่มเพลียเหมือนกัน วันนี้ก็ออกไปลุยงานดูเขือนเพื่อตรวจสอบ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือหากเกิดพายุฤดูร้อนและจะได้แก้ไขได้ทันที ผมเข้าไปนั่งข้างๆหมอภีมปภพ หมอภีมเขาก็ปรับแอร์เพื่อไม่ให้เย็นเกินไปสำหรับเอิร์ธ หมอภีมหันมามองผมก่อนพร้อมรอยยิ้มอ่อนๆ

      “เขากุมมือไว้ พร้อมกับออกรถ หมอภีมหันมามองผมเป็นระยะๆ

      “ต้นผมเห็นรูปที่หมอดาวิกาให้แอบถ่ายเราแล้วนะ จะว่าไป มันก็น่ารักดีนะ ยิ่งตอนที่เราไปเที่ยวอิตาลี่ ผมมีความสุขที่สุด เอาไว้รอเอิร์ธโตพอจะนั่งเครื่องบินนานๆได้เราไปเที่ยวกันนะครับ “

      “เอิร์ธเขาอยากไปดิสนี่ย์แลนด์นะภีม” ผมหันไปบอกหมอภีม
      
      “เราไปกันนะต้นแถวโซนยุโรปเลยรอบนี้ ไปมิลาน ไปปารีสและแวะเที่ยวดิสนีย์แลนด์ และอิตาลี ไปสักสามอาทิตย์ดีไหมแต่คงรอให้เอิร์ธโตอีกสักปีสองปี “ หมอภีมพูด ก่อนจะหันมาคว้ามือผมไปกุมไว้

      “ขอแค่คุณอย่าหนีผมไปอีกนะ ต้น “คำพูดที่ทำให้ผมต้องพรูลมหายใจออกมายาวๆ
      
      “คุณทนเห็นลูกคุณเจ็บปวดได้เหรอต้น” แต่คำพูดของผู้หญิงคนนั้นมันทำให้ผมหวาดกลัว ก็เอิร์ธคือทุกอย่างของผม

      “คุณส่งผมแค่นี้แหละภีม ผมจะเข้านอนแล้ว ขอบคุณนะภีม“ ผมพูดก่อนจะขอรับเอิร์ธมาอุ้มแทน พร้อมกับเปิดประตูเข้าห้องผมไปทันที ผมรีบปิดประตูลง ผมได้แต่คิดทบทวน ผมยอมรับว่าผมอาจจะใจร้ายกับหมอภีมแต่คนที่ผมอุ้มอยู่นี้ก็สำคัญกับผมไม่แพ้กัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-11-2020 09:36:48 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 167
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
 :-[ดีกันแล้วสินะ หมดดราม่าชะนีแล้วป่าวนะ

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 277
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0
โอ๊ย หวานไม่ไหวล้าวววว  :o8:

เพิ่งกลับจากติวหนังสือให้น้อง บรรยากาศเด็กๆ วัยรุ่นในรั้วโรงเรียนนี่นึกถึงเรื่องนี้ช่วงคริสกับเขมเลย
ลองแต่งแนวน่ารักแบบพี่กับน้องอะไรแบบนี้ดูมั้ย เราคิดว่าคุณLambosashaน่าจะบรรยายเห็นภาพความน่ารักมากกว่าเรา   :really2: :กอด1:

ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 167
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
โอ๊ย หวานไม่ไหวล้าวววว  :o8:

เพิ่งกลับจากติวหนังสือให้น้อง บรรยากาศเด็กๆ วัยรุ่นในรั้วโรงเรียนนี่นึกถึงเรื่องนี้ช่วงคริสกับเขมเลย
ลองแต่งแนวน่ารักแบบพี่กับน้องอะไรแบบนี้ดูมั้ย เราคิดว่าคุณLambosashaน่าจะบรรยายเห็นภาพความน่ารักมากกว่าเรา   :really2: :กอด1:

กำลังคิดๆ อยู่เลย ว่าจะแต่งแนวมัธยม คือเราพ้นวัยมานานมาก 555 เลยไม่ค่อยได้แต่งแนวนั้น เดี๋ยวลองคิดก่อนน้า
 :pig4:

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 277
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0
   พิเศษ(พี่หมอภีมXพี่ต้น)ผมได้คำตอบแล้ว

         หมอภีมปภพ หลังจากวันที่ไปทานข้าวผมกับต้นก็แถบจะไม่ได้เจอกัน เหมือนต้นจะหลบหน้าผมยังไงก็ไม่รู้ ส่วนเอิร์ธผมก็เจอ มักจะอยู่กับผู้หญิงที่ตรงใต้ตึกเขาเปิดร้านร้านอาหาร ผมก็ไม่รู้ว่าเขาทั้งคู่มีความสัมพันธ์พิเศษกันไหม ถึงได้ดูแลเอิร์ธให้ต้นได้แบบนี้ ทำไมผมรู้สึกอิจฉาและหึงไปด้วยในตัว

         “อาหมอ” น้องเอิร์ธหันมาเรียกผม ขณะที่ผมกำลังเดินผ่าน ตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบหนึ่งทุ่มแล้วแต่ว่าทำไมต้นยังไม่กลับอีก ฝนก็ตกพร้ำมาตลอดทั้งวัน ผมนี้เป็นห่วงเขาขับรถเหลือเกิน เห็นเมื่อวานก็กลับมาเกือบสองทุ่ม ไม่รู้ว่างานเขาเยอะมากไปไหม

         “เอิร์ธ พ่อยังไม่กลับอีกเหรอครับ” ผมถามน้องเอิร์ธ

         “ยังเลยครับ อาหมอ “น้องเอิร์ธบอกผม

         “น้องเอิร์ธ ทานข้าวก่อนนะคะ เพราะว่าพ่อต้นโทรมาบอกครูแป้งแล้วว่ากำลังขับรถกลับมานะคะ” ผู้หญิงคนที่ผมเห็นดูแลเอิร์ธประจำเดินเข้ามาหาเอิร์ธ และเขาก็มองหน้าผมพร้อมกับรอยยิ้มหวานๆส่งมาให้ผม

         “สวัสดีคะ เออ รู้จักน้องเอิร์ธเหรอคะ” ผู้หญิงคนนั้นถามผม

         “ครูแป้ง นี้อาหมอ อาหมอเป็น…” น้องเอิร์ธกำลังจะพูด แต่จังหวะนั้นผมได้ยินเสียงคนเดินคุยโทรศัพท์เข้ามาพอดี ต้นนั้นเอง ต้นมองหน้าผมและมองเอิร์ธ

         “ถ้าอย่างนั้นอาหมอกลับขึ้นห้องพักก่อนนะครับ ถ้าว่างๆ มาเล่นห้องอาหมอบ้างนะ “ ผมพูดและหันไปมองต้น

         “ต้นค่ะ แป้งทำอาหารเอาไว้ให้แล้วนะคะ “

         “ขอบคุณครับครูแป้ง ถ้าอย่างนั้นผมทานที่นี้เลยแล้วกันนะครับ พร้อมเอิร์ธ “ ต้นตระการพูดและนั่งลง ขณะที่ผมกำลังเดินออก

         “ดูคุณเหนื่อยๆนะคะต้น วันนี้” ผมเหลียวหลังไปมองเห็นผู้หญิงคนนั้นเดินเอาอาหารมาเสริฟที่โต๊ะที่ต้นนั่งกับเอิร์ธดูสายตาที่ห่วงใยนั้นและยังช่วยต้นป้อนเอิร์ธอีก บางทีต้นอาจจะอยากให้เอิร์ธมีครอบครัวที่เป็นที่ยอมรับของคนในสังคมมากกว่า ผมจำใจเดินกลับขึ้นไปบนห้องพักของผม ตรงเข้าไปอาบน้ำ ผมนะทานอาหารที่ห้องอาหารโรงพยาบาลมาแล้ว
         
         หลังจากที่ผมอาบน้ำเสร็จ ผมก็ออกมานั่งเปิดดูขอ้มูลคนไข้ ประวัติการรักษาแต่ว่าสิ่งที่ผมเห็นมันไม่ใช่ตัวหนังสือมันเป็น ภาพที่ต้นตระการและผู้หญิงคนนั้น พร้อมกับเอิร์ธที่นั่งทานอาหารอยู่บนโต๊ะนั้นด้วยกัน จนผมรู้สึกว่าผมเองที่ไม่มีสมาธิ ผมเลยต้องหยุด

         “นี่กูมาทำอะไรที่นี่วะเนี้ยะ!” ผมถามตัวเอง ผมคิดว่าผมควรจะกลับไปทำหน้าที่หมอช่วยพ่อผมดูแลกิจการที่กรุงเทพเหมือนเดิมดีกว่าไหม และอยู่คนเดียวแบบไปตลอด ผมเหลือบมองเวลานี้ก็ประมาณ สามทุ่มแล้ว

                  ก๊อก ก๊อก ก๊อก  จู่ก็มีเสียงเคาะประตูห้องพักผม ผมก็แปลกใจนะ เพื่อนบ้านก็ยังไม่มีเลย ผมยังไม่รู้จักใครนอกจากต้นตระการและเอิร์ธ หรือว่าต้น ไม่น่าจะใช่แต่ก็เดินไปเปิดดูหน่อย แต่เปิดดูจากช่องเล็กๆ ก็ไม่เห็นมีใคร อาจจะไม่ใช่ห้องผมก็ได้ ผมเลยเดินกลับมา กะว่าจะหาอะไรอุ่นๆดื่สักหน่อย

                  ก๊อก ก๊อก ก๊อก  เสียงเคาะห้องผมอีกแล้ว ผมก็เดินไปและมองช่องเล็กๆก็ไม่เห็นอีกแล้ว

                  ก๊อกๆ เสียงเคาะดังมาอีกแล้วผมก็ตัดสินใจเปิดประตูทันทีและคนที่ผมเห็นว่ามาเคาะห้องผมก็คือ เอิร์ธ มิน่าจะผมถึงมองไม่เห็นเพราะว่าเขาตัวเล็กเกินไปนี่เอง

                  “เอิร์ธ มีอะไรลูกมาหาอาหมอ นี่มันดึกแล้วนะ ทำไมยังไม่นอนอีก” ผมถามเอิร์ธ

                  “เอิร์ธหิวนมอ่ะอาหมอ และเอิร์ธก็เรียกพ่อต้น พ่อต้นนอนหลับแต่พ่อไม่ตื่น” น้องเอิร์ธพูด ผมก็ขมวดคิ้วมอง ไม่น่าจะใช่นะ ผมเดินออกมาดู เอิร์ธเขาเอาเก้าอี้มันดันประตูเอาไว้ไม่ให้ปิด เพราะไม่อย่างนั้นเขาจะเปิดเข้าไปไม่ได้อีก ก็นับว่าเขาฉลาดมากนะ 

                  “ถ้าอย่างนั้นอาหมอไปทำนมให้นะครับ แล้วนี้พ่อต้นหลับอยู่ที่ในครับเอิร์ธ”

                  “พ่อนอนอยู่ตรงหน้าทีวี” เอิร์ธพูดบอกผมขณะทีผมเดินไปหยิบคีย์การ์ด และเดินมาที่ห้องของเขาและต้น ผมปิดประตูลงก่อน ผมเดินไปตามที่เอิร์ธบอกผม ผมก็เห็นต้นนอนอยู่ ดูท่าทางเหมือนเพลียมาก เขายังอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตที่ผมเห็นตอนที่เขาเพิ่งจะเดินเข้าในในคอนโด

                  “ต้น” ผมเรียกต้นแต่ต้นก็ยังหลับ ผมเหลือบไปเห็นเหมือนเป็นซองห่อยาที่ถูกแกะทานไปแล้ว ผมหยิบขึ้นมาดู มันเป็นยาแก้ปวดลดไข้ นี้เขาไม่สบายเหรอต้น ผมก็ค่อยใช้หลังมือแตะที่หน้าผาก ใช้ต้นตัวร้อนมาก

                  “ต้น! ต้น!” ผมก็รีบเข้าไปนั่งข้าง ๆ ต้นเขามีไข้ และพอมผมหันมาเจอเอิร์ธที่ยืนมองผม ดูท่าเอิร์ธจะหิวนมและง่วงนอนแล้วด้วย

                  “ถ้าอย่างนั้นอาหมอทำนมอุ่นให้นะครับ” ผมพุดและรีบจัดการอุ่นนมให้เอิร์ธ และให้เขานั่งดื่ม เอิร์ธไม่ใช่ขวดนมแล้ว ผมจำได้ ระหว่างนั้นผมก็หันมาดูต้นแต่ผมไม่อยากให้เอิร์ธตกใจกลัว ผมก็เลย ค่อยๆช้อนร่างต้น ที่หลับไม่ได้สติ ผมอุ้มเข้าเข้าไปในห้องนอนของต้นก่อน

                  “เอิร์ธ เดี๋ยวอาหมอมานะครับ” ผมรีบกลับไปที่ห้องและไปหยิบกระเป๋าแพทย์ที่ผมมีพวกอุปกรณ์ วัดไข้ฟังปอด ก่อนจะรีบตรงไปที่ห้องนอนต้นทันที

                  “เอิร์ธ พ่อต้นไม่ค่อยสบายนะครับ เอิร์ธเข้าห้องนอนก่อนได้ไหมครับ” ผมบอกเอิร์ธ เอิร์ธพยักหน้าหลังจากดื่มนมอุ่นแล้ว ผมก็รีบเดินกลับเข้าไปในห้องนอนต้น ผมเริมจากวัดไข้ก่อน และสิ่งที่ผมวัดได้ก็คือ ต้นมีไข้สูง 39 องศา ผมรีบถอดถุงเท้า และเริ่มปลดกระดุมเสื้อของต้นก่อน เพราะว่าถ้ายิ่งอบอุณหภูมิในร่างกายจะยิ่งเพิ่มขึ้น ระหว่างนั้นผมก็สำรวจดูด้วยว่าต้นอาจจะมีบาดแผลหรือเปล่า เพราะดูแล้วมันเหมือนอาการติดเชื้อและมีไข้แบบนี้ ระหว่างที่ผมถอดกางเกงต้น ผมรู้สึกว่าต้นขยับ เหมือนเขาจะเพล้อ

                  “สวัสดีครับ ผมหมอภีมปภพนะครับ ผมต้องการความช่วยเหลือครับ “ ผมโทรศัพท์เข้าไปในโรงพยาบาลที่พ่อผมมีเป็นหุ้นส่วนอยู่โดยโทรไปที่ห้องยา  เพื่อทำการขอเบิกยา ผมคิดว่าเขาต้องการยาฆ่าเชื้อด่วนและยาลดไข้ หลังจากวางสายก็ทำการเช็ดตัวให้ต้นก่อน เพื่อระบายความาร้อน
 
                  “ต้นคุณนี่ดื้อที่สุดรู้ไหมแต่ผมก็ยังรักคุณนะต้น” ผมพูดแค่ระหว่างนั้นผมเดินไปดูเอิร์ธก่อน ผมเห็นว่าเอิร์ธเขานอนหลับสนิท ผมก็แค่จัดท่านอนให้เขาเท่านั้น ผมใช้มือลูบหัวเอิร์ธเบาๆ ทำไมเขาถึงทำให้ผมรักมากพอพอกับต้นถึงเพียงนี้นะ ผมคิดว่าต้อนที่ต้นมีเขาต้นคงนึกถึงผมมันเลยเหมือนสายใยที่เชื่อมโยงกัน สายใยที่ไม่อาจจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าแต่สัมผัสได้ด้วยใจ

         ต้นตระการ ผมไม่รู้ว่าผมหลับไปตอนไหน ตอนที่ผมขับรถกลับ ผมเริ่มรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ เหมือนจะเป็นไข้ วันนี้ผมฝากเอิร์ธกับครูแป้ง ผมจำเป็นต้องไปดู หมู่บ้านที่อยู่ในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของผม ตอนนี้มีน้ำป่าไหล่หลากลงมา ไร่นาเสียหาย ผมเข้าไปช่วยเหลือตั้งแต่เมือวานแล้ว และวันนี้ฝนก็ตกลงมาทั้งวันไม่หนักแต่ต่อเนื่องตลอด
                 
          ผมนั่งทานอาหารเย็นกับเอิร์ธ วันนี้ผมฝากท้องกับร้านคุณแม่ของครูแป้งอีกเช่นเคย ผมเห็นหมอภีมเดินมาดูเอิร์ธและพอเขาหันมาเห็นผมที่เข้ามาคุยกับครูแป้งเขาก็เดินออกไป ผมยอมรับว่าผมหลบหน้าเขา ที่ผมหลบหน้าเขาเพราะผมจะใจอ่อนให้เขาอีกครั้ง  ผมอยากให้กลับไปเป็นหมอที่โรงพยาบาลของพ่อเขามากกว่า

         “อืมม” ผมค่อยลืมตาขึ้น แต่ว่าหนังตาของผมมันหนักมากจนลืมแทบจะลืมไม่ขึ้น แต่ผมก็ต้องฝืนเพราะว่าผมนึกถึงเอิร์ธ ผมรีบดีดตัวขึ้นนั่งแม้จะอยากลำบาก ตอนนี้ผมรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว และแขนผมก็มีบางสิ่งพันที่หลังมือ ผมก้มลงมองดีดี มันเหมือนสายน้ำเกลือ แต่ว่าผมอยู่ในห้องนอนตัวเอง ผมเห็นเสาที่เรียกว่าเสาห้อยน้ำเกลืออยู่ข้างๆผม

         “ เอิร์ธ “ผมเรียกชื่อเอิร์ธเบาๆ ตอนนี้ผมแทบจะไม่มีแรง แต่พอผมหันไปมองด้านข้างผม ก็ต้องตกใจ มีคนมากึ่งนั่งกึ่งนอน เขาหลับอยู่โดยมีร่างใครคนหนึ่งนอนอยู่บนตัวเขาอีกที ผมจำได้ดี ลูกชายผมเอง ที่นอนกอดเขาอยู่บนอกของเขา

                  “ภีม” ผมเรียกหมอภีม

                  “ต้น!” หมอภีมเขาตกใจไม่แพ้กัน ผมก็มองที่เอิร์ธ

                  “เขาร้องไห้นะ ผมเลยพาเขามานอนอยู่นี้ด้วย และผมก็เป็นห่วงคุณ คุณมีไข้สูงมากต้น” หมอภีมปภพพูด ผมพยักหน้าเบาๆ ผมคงไม่มีแรงพอจะดื้อกับเขาแล้วตอนนี้

                  “แล้วคุณเข้ามาได้ยังไงภีม” ผมถามหมอภีม ภีมเขาก็ วางเอิร์ธลงนอนข้างๆ ผม ก่อนจะเดินอ้อมมาหาผม เขาเปิดไฟเพื่อดูสิ่งที่ห้อยอยู่ด้านบนของเสาน้ำเกลือ

                  “เอิร์ธเขาไปเคาะประตูห้องเรียกผม เขาบอกว่าเขาเรียกคุณแล้วคุณไม่ตื่นต้น” หมอภีมปภพพูด ผมก็ต้องยกมือข้างที่ไม่มีสายน้ำเกลือเสยผมตัวเอง

                  “ผมว่าคุณติดเชื้อ จากแผลที่ตรงหน้าแข้งของคุณนะ แต่ผมฉีดให้ยาฆ่าเชื่อผ่านน้ำเกลือให้แล้วนะ และฉีดยาลดไข้ให้คุณก่อนต้น” หมอภีมปภพพูด ผมก็หมองหน้าเขา

                  “ต้น คุณต้องการใครสักคนช่วยคุณ ผมนี้ไงต้น ทำไมละต้น ผมไม่ดีพอขนาดนั้นเลยเหรอต้น” หมอภีมปภพนั่งอยู่ข้างๆผม ผมค่อยดันตัวเองขึ้นอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน หมอภีมก็หาหมอนมาดันหลังผมเอาไว้ เขานั่งลงเบียดกับผม  ผมหันไปมองเอิร์ธอีกที ใช่บางทีผมอาจจะต้องการใครสักคนช่วยผมจริงๆ ทั้งที่ผมเองก็พยายามจะทำให้ได้ทั้งสองหน้าที่ด้วยตัวผมเองแล้ว

                  “หมับ” ผมกลับเป็นฝ่ายกอดหมอภีม

                  “ผมรู้ว่าคุณอยากทำเองทั้งสองหน้าที่ แต่ถ้ามันหนักเกินไป ผมนี่ไงที่จะช่วยคุณแบ่งเบามันได้ต้น ผมมาทีนี้เพื่อนมาหาคุณ คนที่ผมรัก ให้ผมดูแลคุณกับลูกคุณนะต้น “ หมอภีมปภพพูด

                  “นะต้น “ เขายังพูดอยู่เหมือนเดิม

                  “ต้น..อยากดูแลคุณ..และลูกคุณ” หมอภีมพูด

                  “น่ะต้น” น้ำเสียงออดอ้อนนั้นทำให้ผม “พอแล้ว ยอมแล้ว” ผมพูดพด้วยน้ำเสียงที่แหบพร้า เพราะว่าผมไม่มีแรง

                  “ผมขอน้ำหน่อยซิภีม ผมคอแห้งไปหมดเลย “ ผมพูดบอกหมอภีมเขาก็ลุกออกไป และกลับมาพร้อมกลับแก้วน้ำ เขาส่งมาให้ผม และทำการวัดไข้ผมอีกครั้ง

                  “ไข้ลงแล้วครับ ที่รัก “ หมอภีมพูดเรียกผมที่รัก ผมก้มลงมองเสื้อผ้าผม และมองหน้าหมอภีมปภพ

                  “ผมเปลี่ยนให้ ทำไมละ ผมก็เห็นมาหมดแล้ว มุกซอกทุกมุมแล้ว “หมอภีมโน้มตัวลงมาหยิบแก้วน้ำจากมือผมไป วางไว้ที่โต๊ะข้างเตียงนอนผมก่อนที่เขาจะหันกลับมานั่งเบียดผม เขาหันหน้าเข้าหาผม สายตาที่มองผมมันทำให้ริมฝีปากผมขยับ และหมอภีมก็ประกบจูบผม ผมแค่ใช้ฝ่ามือผมแตะที่แผ่นอกนั้นโดยไม่ได้ออกแรงดันออก

                  “ภีม เดี๋ยวเอิร์ธตื่นมาเห็น” ผมพูดจังหวะที่หมอภีมถอนปากออก เขาก็หันไปมองเอิร์ธ ที่แม้จะหลับอยู่ก็ตาม หมอภีมพยักหน้าผมก็คว้าข้อมือเขาเอาไว้

                  “แต่ผมจะค่อยๆบอกเขานะภีม” ผมบอกหมอภีม หมอภีมก็ปรับให้ผมนอนราบลง ก่อนจะเดินอ้อมไป เขาดันเอิร์ธให้มานอนอยู่ตรงกลาง และหมอภีมก็นอนริมสุด เพราะว่ากลัวเอิร์ธจะดิ้นตรงเตียง
                 
         ผมไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหนอีกครั้ง ผมค่อยๆลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่าสายน้ำเกลือถูกถอดออกแล้ว ผมได้ยินเสียงคนคุยกันอยู่ด้านนอกห้อง ผมค่อยๆยันตัวเองเพื่อจะได้ลุกขึ้น ไม่รู้ว่าน้องเอิร์ธจะเตรียมตัวไปโรงเรียนหรือยัง ผมค่อยลุกขึ้นจากที่นอน เดินออกไปด้านนอก ผมเงี่ยหูฟังว่ามาจากที่ไหน ในครัว

                  “อร่อยไหมครับ ถ้าอร่อยอาหมอทำให้อีก “

                  “อาหมอจะไปส่งเอิร์ธอะเปล่า”

                  “ไปส่งซิครับ แต่อาหมอขอเดินไปดูพ่อต้นก่อนนะครับ “

                  “พ่อต้นไม่สบายใช่อ่ะเปล่า”

                  “ใช่ครับ แต่อาหมอรักษาแล้วครับ” หมอภีมพูด เขาก็เงยหน้าขึ้นมาก็เห็นว่าผมออกมายืนมองเขาอยู่ มันเป็นภาพที่น่ารักมาก

                  “ต้น คุณลุกมาทำไมละ “

                  “ผมว่าผมดีขึ้นแล้ว ว่าแต่นี้ คุณแต่งตัวให้เอิร์ธเหรอภีม” ผมถามหมอภีม ตอนนี้เอิร์ธสวมชุดนักเรียนอนุบาลเรียบร้อยแล้ว ผมก็โน้มตัวลงหอมที่หัวลูกชาย หมอภีมหวีผมให้ซะเรียบร้อยเชียว

                  “พ่อ พ่อไม่สบาย แต่อาหมอรักษาแล้ว” น้องเอิร์ธเงยหน้าขึ้นมามองผม แววตานั้นมันสื่อได้ว่าเขาเป็นห่วงผมเหลือเกิน

                  “เขาดูกังวลนะที่เห็นต้นไม่สบายนะ” หมอภีมพูด ผมก็เอามือลูบใบหน้านั้น

                  “พ่อขอโทษนะครับ”ผมพูดและกอดเด็กน้อยเอาไว้

                  “นี่คุณจะไปส่งเอิร์ธเองเหรอภีม” ผมถามหมอภีม เขาก็พยักหน้า

                  “คุณนอนพักนะต้นและห้ามไปทำงานวันนี้ อันนี้คำสั่งหมอ และพอผมส่งลูกเสร็จผมจะกลับมาดูคุณก่อน ถ้าไม่นั้นผมจะพาคุณไปที่โรงพยาบาลกับผมด้วย “ ผมก็ขมวดคิ้วเป็นผม จะพาไปทำไมกันละ

                  “ไปตรวจดูให้ละเอียด ผมเป็นห่วงคุณต้น “

                  “ทำไมละแฟนคุณเป็นหมอที่นั้น ตรวจดูและจะได้สั่งยาฆ่าเชื้อให้คุณด้วย และหลังจากนั้นก็ไปนั่งให้กำลังใจผมตรวจคนไข้ต่อก็แล้วกัน”หมอภีมพูด

                  “เอาละผมว่าพากันไปโรงเรียนได้แล้วมั้งครับคุณหมอกับคุณนักเรียนเดี๋ยวก็ได้พากันสาย” ผมพูดหมอภีม และเขาก็อุ้มเอิร์ธขึ้น เขาหันมามองผมที่กำลังจะเดินหันหลังออก เข้าห้องเพื่อจะได้เตรียมตัวและผมจะโทรไปเช็กงานที่โต๊ะก่อนว่ามีอะไรเร่งด่วนหรือไม่

                  “ฟ้อด!” หมอภีมแอบหอมแก้ผม ผมสะบัดหน้าไปมอง เหมือนกับว่าเขากับเอิร์ธนี้เตรี้ยมกันเอาไว้แล้วเอิร์ธเอามือปิดตาคือเด็กห้ามดูว่างั้น ผมหันมาเอามือลูบแก้วตัวเอง

                  “ผมมีข้าวต้มนะต้น ผมทำเอาไว้ให้ คุณทานก่อน”หมอภีมพูดผมพยักหน้าว่าได้

                  “ไปครับ วันนี้อาหมอไปส่งและอาหมอก็จะไปรับด้วยดีไหมครับ และกลับมาเราจะมาเล่นรถไฟกัน ใช่อาหมอก็จะอยู่เล่นเป็นเพื่อนครับผม” เขาสองคนเดินคุยกันออกไป ผมได้แต่ยืนมอง ผมเห็นรอยยิ้มของลูกแล้วก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้ ผมคงหนีเขาไม่ได้อีกแล้วแหละคุณหมอจอมตื้อ
                 
                  Part’s หมอภีทปภพ

                            ผมขับรถมาส่งน้องเอิร์ธที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ผมรู้จักเพราะว่าอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลของเพื่อนพ่อผมด้วย แถมคนไข้เด็กของผม ส่วนใหญ่เรียนโรงเรียนนี้กัน ผมพาเอิร์ธเดินไปเข้าห้องเรียน ผมเห็นครูแป้ง ผมทราบเพราะว่าเอิร์ธมักจะเรียกชื่ออยู่บ่อยๆ

                  “ครูแป้ง สวัสดีครับ” น้องเอิร์ธยกมือสวัสดี

                  “อ้าวน้องเอิร์ธ มายังไงค่ะ แล้วคุณพ่อต้นละคะ”ครูแป้งเอ่ยถามเอิร์ธก่อน ที่เขาจะเงยหน้าขึ้นมามองผม ที่จุงมือเอิร์ธอยู่

                  “เออ คุณ ที่พักอยู่ที่คอนโดนี่ค่ะ”

                  “อาหมอครับครูแป้ง” เอิร์ธบอกครุแป้ง เขาก็ชักสีหน้าแปลกใจ ว่าทำไมผมมากับเอิร์ธได้

                  “สวัสดีครับครูแป้ง ผมมาส่งเอิร์ธแทนต้นนะครับ เพราะว่าต้นเขา “

                  “พ่อไม่สบายครับครูแป้ง” พอเอิร์ธบอกเท่านั้น เธอก็มีสีหน้าตกใจ

                  “พ่อต้นเป็นยังไงบ้างเอิร์ธ “ เธอถามเอิร์ธทันที

                  “พ่อหายแล้ว เพราะว่าอาหมอรักษา อาหมออุ้มพ่อต้นด้วยนะ” อันนี้ทำให้ครูแป้งเงยหน้าขึ้นมามองผม ผมก็แอบเกาหัว เห็นด้วยเหรอ เธอยืนขึ้นมองผมอีกครั้ง

                  “คือ เออ  ผม เออ.. พอดีเอิร์ธเขาไปเรียกผมนะครับและผมเข้าไปต้นเขาก็มีไข้สูง “

                  “แต่ว่าตอนนี้ ไม่มีไข้แล้วครับ ผมว่า….”

                  “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ ถ้าอย่างนั้นเราเข้าห้องกันเลยไหมคะ เอิร์ธ วันนี้ครูแป้งมีนิทานใหม่หลายเล่มเลยนะคะ “ ครุแป้งพูดบอกเอิร์ธ ก่อนที่จะก้มลงกุมจัมมือเอิร์ธ

                  “ครูแป้งครับผม”

                  “ฉันเข้าใจค่ะว่า หัวใจเราบังคับกันไม่ได้ค่ะและแป้งก็คิดว่าคุณต้นเขาคงมีคนรักอยู่แล้ว แต่แป้งก็แอบตกใจนะคะ ที่เป็นคุณเอง ดูแลคนต้นดีดีนะคะ” คุณแป้งเธอก็จูงมือเอิร์ธไป ผมก็หันหลังเดินกลับ

                  //สวัสดีครับ ผมหมอภีมปภพ ผมจะเข้าไปสายหน่อยนะครับ เพราะว่าแฟนผมเขาไม่สบาย ใช้ครับ และรบกวนแจ้งห้องฉุกเฉินให้ผมทีนะครับ ว่าผมจะเข้าไปเคลียร์อุปกรณ์ทางการแพทย์ทีผมเบิกมาใช้กับแฟนผมเมื่อคืนด้วยครับ ครับขอบคุณครับ// ผมโทรไปหาพยาบาลที่ดูแลแผนกภูมิแพ้ของผม

                  “ต้น”ผมเดินกลับขึ้นมาที่คอนโด ผมตรงเข้าไปที่ในห้องพัก เห็นต้นแต่งตัวอยู่อย่าบอกนะว่าจะไปทำงานนะ
                 
                  “ต้นผมบอกคุณว่าไงครับ” ผมถามต้นพร้อมกับเข้าไปกอดเขาจากด้านหลัง

                  “ผมว่าจะเข้าไปเซนเอกสารสำคัญหน่อนนะภีม ผมคิดว่าผมไม่เป็นอะไรมาแล้ว” ต้นหันมามองหน้าผม

                  “รีบไหมครับ ไปโรงพยาบาลกับผมก่อน ผมอยากให้คุณไปตรวจและผมจะให้หมอเขาสั่งยาให้  คุณต้องทานยาฆ่าเชื้อต่อนะต้น” ผมพูดและหมุนตัวต้นตระการพลิกมาหาผม ผมโอบเอวนั้นเข้ามาหา

                  “นี่ภีมผมดีขึ้นแต่ยังไม่หายดีนะคุณ และผมกลัวว่าคุณจะติดหวัดจากผม”

                  “ไม่หรอกครับ “ผมพูดและช่วยต้นแต่งตัว

                  “แต่คิดอีกที นี่ถ้าผมป่วยก็ดีนะ ผมจะได้อ้อนให้คุณดูแลผมไง “

                  “แล้วตอนนี้ เขาไม่ได้เรียกว่าอ้อนผมเหรอภีม”ต้นพูด

                  “ถ้าอย่างนั้นเข้าไปที่โรงพยาบาลบาลก่อนนะต้น ผมอยากให้เขาตรวจเลือดคุณและจะให้หมอโรคทั่วไปดูอาการเบื้องต้นถ้าไม่มีอะไรผิดปกติจะได้ให้เขาสั่งยาอย่างเดียว

                  “จ๊วบ” ผมจุบปากก่อนะที่ผมกับต้นจะเดินลงมาขณะที่ผมกำลังจะเดินออกจากคอนโด

                  “คุณปลัด” ผมได้ยินเสียงใครสักคนเรียกต้นตระการ ผมหันไปมอง

                  “วันนี้เข้าทำงานสายนะคะ “ ผมหันไปมองผู้หญิงวัยกลางคนและหันมามองต้นตระการ

                  “เพราะดีว่าผมไม่ค่อยสบายนิดหน่อยนะครับ แต่นี้ผมหายแล้วครับ” ต้นพูด

                  “แม่ก็ได้ยินแป้งบอกอยู่ว่าคุณปลัดเหมือนจะไม่ค่อยสบาย ถ้าเป็นเยอะหรือว่ายังไงแม่ให้แป้งไปดูแลนะคะ แป้งมันอยากดูแลนะคะ” ผมหันมามองผม ต้นตระการหันมามองผมแว้ปหนี่ง

                  “ไม่เป็นไรครับ ผมเออ ผมหายแล้วครับ” ต้นตระการพูด ผู้หญิงคนนั้นพึ่งจะหันมาเห็นผมยืนอยู่

                  “คุณคนนี้”

                  “คุณหมอภีมปภพครับ”

                  “สวัสดีค่ะคุณหมอ”

                  “เขาดูแลผมเมื่อคืนครับ “ ต้นตระการพูด ผมหันไปมอง

                  “อ้อเหรอคะ ถ้าอย่างนั้น แม่เข้าไปเตรียมของจะได้เปิดครัวค่ะ “ ผู้หญิงคนนั้นรีบขอตัวไปทันทีผมหันมามองต้นตระการ

                  “ไปกันได้หรือยังละภีม และผมจะได้เข้าไปเซนเอกสารที่อำเภอ “ ต้นตระการหันมาถามผม ผมพยักหน้าว่าได้ซิ ผมเดินไปและยิ้มไปด้วย ผมคิดว่าเขาจะบอกว่าผมเป็นแค่เพื่อน ผมว่าการที่เขาบอกไปว่าผมดูแลเขาคำตอบนี้คงเพียงพอแล้ว่าผมกับต้นเราเป็นอะไรกัน
********

ตอนหน้าคริสจะมางอแงง้องแง้งกับครูเขม (จะงอแงยังไงน่ะ รอติดตามนะคะ) อย่าเพิ่งหนีคนแต่งไปนะคะ

ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 167
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
มาแล้ววววว มาปักรอคริสเขม ส่วนภีมต้นนี่แฮปปี้ขึ้นมาอีกนิดละ
 :กอด1:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด