รักนี้เกิดขึ้นที่ในรั้วโรงเรียนพิเศษ(หมอภีมXพี่ต้น)ผมต้องเลือกลูก
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: รักนี้เกิดขึ้นที่ในรั้วโรงเรียนพิเศษ(หมอภีมXพี่ต้น)ผมต้องเลือกลูก  (อ่าน 5779 ครั้ง)

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
พิเศษ อาร์ทVS โจ เซอไพรส์วันเกิดอาร์ท 2

   Part    JOJO ผมยืนมองเค้กที่ผมทำสำเร็จมันคุ้มค่ามากได้เค้กที่ทำเองกับมือตกแต่งเองด้วยแม้จะไม่ค่อยสวยเหมือนสั่งทำที่ร้านแต่รสชาติใช้ได้(แอบชิมมาแล้ว )  ผมก็ต้องรีบกลับบ้านแม่จะได้ทำอาหารของโปรดอาร์ท แม่บอกว่าคุยกับพ่ออิทและแม่ปิ่นแล้ว (พ่อแม่สามี อิอิ) ว่าจะเปิดโอกาสให้ผมสองคนสวีทกันในวันเกิดของอาร์ท เพราะว่าที่ผ่านมาก็ไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน ปีนี้ปีแรกของโจเลย ที่จะเอาตัวเองผูกโบว์ให้เป็นของขวัญวันเกิดอาร์ทมัน คิดแล้วตื่นเต้น
 
"ขอบใจนะกุ้ง"
 
"คราวหน้าทำเองได้แล้วละซิ ดูท่าจะรักแฟนมากตั้งใจทำมากแถมครั้งแรกออกมาได้ขนาดนี้ถือว่าเก่งแล้ว"
 
"กุ้งฉันขอเข้าห้องน้ำหน่อยซิ"
 
"ได้ซิฉันพาไป" แม่ผมเดินไปห้องน้ำผมก็นั่งมองกล่องเค้กไม่อยากคิดเลยว่าตอนอาร์ทเห็นเค้กจะว่ายังไง
 
"ตั้งใจทำให้เขาเหลือเกินนะ" น้องกี้เดินมาหาผม
 
"ก็ทำให้คนที่เรารัก" ผมพูดโดยไม่หันไปมองหน้าเธอสักนิดเพราะว่าผมไม่อยากเสียสมาธิ และถ้าตะบะผมแตกขึ้นมา ผมอาจจะหยิบเค้กตรงหน้าปาใส่หน้าชะนีคนนี้ซะก่อน ยังเสียดายอุตสาห์นั่งทำตั้งนาน
 
“น้องกี้ ครับไม่มีคนทำเค้กวันเกิดให้บ้างเหรอครับ “ ผมหันไปถาม ดูจากสีหน้าของเธอที่เปลี่ยนเป็นโหมดบึ้งตึงขึ้นมาทันที นั้นก็แปลว่า ผมถามได้ตรงเป้ามาก เพราะคงไม่มีแน่ๆ ผมก็ยังคงยิ้มให้น้องกี้
 
"พี่ไม่ต้องมายิ้มเยาะเย้ยหรอกคะพี่โจ ไม่แน่เค้กนี้พี่อาจจะไม่ได้ให้เขาหรอก..หึๆ"กี้พูดและหัวเราะก่อนจะเดินออกไป ผมไม่เข้าใจความหมาย แต่ช่างมันเถอะ
 
"กูไม่ชอบเห็นคู่รักคู่ไหนมีความสุข “  เสียงพูดดังแว้วมาแต่ผมไม่ได้สนใจ แม่จี้ดเดินออกมาพอดีผม
ก็เดินถือเค้กไปด้วยความระมัดระวังเรียกได้ว่าประคองเลยดีกว่าและแม่ก็เข้าไปนั่งในรถก่อนเพื่อถือประคองเค้กให้ผม ก่อนจะออกรถผมยกมือไหว้เพื่อนของแม่และรีบขับรถออกไปทันที
 
"แม่จะไปค้างที่บ้านพักในไร่องุ่นกับน้าปิ่นเลยเหรอครับ" ผมถามแม่จี้ด
 
"ใช่ซิ ..ลูกจะได้สวีทกันยังไงละ..นี้พ่อกับแม่และน้าปิ่นทำเพื่อลูกสองคนเลยนะ วันเกิดอาร์ททั้งที" แม่จี้ดพูดแบบนี้ลูกชายแม่เขินเลยนะ ที่แม่สนับสนุนให้ลูกได้เสียตัวในวันพิเศษของคนรักแบบนี้
 
"ว่าแต่หนูกี้อะไรนี้ดูแปลกๆนะ" แม่จี้ดพูด ผมขมวดคิ้วขึ้นมาทันทีนึกถึงคำพูดนาง
 
"ไม่รู้ซิครับแม่ผมไม่ค่อยสนิทกับน้องเขาหรอกน้องเขาอยู่โรงเรียนเขาแรงเขาชอบจีบผู้ชายมากกว่าให้ผู้ชายตามจีบเขา"
 
"ตายแล้วมีแบบนี้ด้วยเหรอ...มิหน้าละเพื่อนแม่ถึงได้บอกว่าลูกสาวแฟนเขานะ พอลับหลังพ่อเขานะร้ายมากตอนแรกแม่ก็เข้าใจว่าน่าจะปัญหาลูกเลี้ยงแม่เลี้ยงอะไรแบบนี้"
 
"ผมยังแปลกใจทำไมแม่กับลูกต่างกันราวกับฟ้ากับดิน อ้อนี้ลูกติดสามีเขาเหรอครับ"
 
"ใช่แล้วแหละ.และนี้ดีนะที่แม่เข้ามาทันไม่อย่างนั้นลูกแม่โดนงาบแน่ๆ"
 
"แม่อย่าแซวผมต่อหน้าอาร์ทนะ เมื่อเช้าก็ทำท่าเหมือนจะงอนอยู่"
 
"เอานะพออาร์ทเห็นเค้กที่เราตั้งใจทำแม่คิดว่าคงหายโกรธแล้ว "
 
"ตั้งใจทำให้แฟนขนาดนี้แม่แอบน้อยใจนะ"
 
"ไว้ทำให้แม่กับพ่อกินที่หลังนะ โจว่าโจทำเป็นแล้วแม่"ผมพูดจาอ้อดอ้อนแม่จี้ดสุดที่รัก
 
"นี้แม่จะรีบไปทำอาหารนะจะได้เอาไปทานกับอาร์ท….ฉลองวันเกิดพ่อลูกเขยแม่ทั้งที " แม่จี้ดพูดก่อนจะรีบเดินเข้าบ้านและผมก็รีบตามเข้าไปพร้อมกอดประคองเค้กที่ผมบรรจงฝีมือแต่งแต้มหน้าตาของมัน
 
Happy Birthday
JOJO Love ARTY
เนื่องจากว่าผมยังทำไม่เป็น เค้กก่อนแรก เลยทำรูปหัวใจไปก่อน ปีหน้าจะทำลายบาสเก็ตบอลให้แล้วกันนะอาร์ทนะ ผมแอบคิดในใจ
 ---------------------------------------------------------
        ARTY  ผมเป็นคนขับรถมาให้พ่อครึ้งทางแรกและพ่ออิทก็เปลี่ยนมาขับจนถึงไร่องุ่น แม่ปิ่นถามผมว่าผมบอกโจหรือยัง ผมบอกแม่ว่าผมบอกแล้วแต่จริงๆผมโกหก ผมไม่บอกหรอกปล่อยให้รอเก้อไปเลยไม่โทรหาด้วยผมปิดมือถือตั้งแต่ก่อนออกจากบ้านแล้ว ผมขับรถมเกือบหนึ่งชั่วโมง ก็ถึงบ้านไร่ของพ่อผม วันนี้วันอะไรผมก็ไม่รู้ แต่รู้ๆว่าเป็นวันที่ซวยที่สุดของอาร์ทเลย เจอเมียนอกใจไปมีชู้กับชะนีที่สวยแต่ไร้สมอง ทำไมไม่หาดีกว่านี้วะโจ!!!
 
                  ผมหยิบกระเป๋าและขึ้นห้องพักของผมทันที ผมเปิดทีวีและเล่นเกมส์ โดยไม่ได้ลงไปเดินเที่ยวที่ไร่ เปิดเกมส์เล่นนอนเล่นนั่งเล่น เกมส์ก็ยิ่งกันสนั่นไปหมดและผมก็ยิงรัวๆ ด้วยความโกรธ กดยิ่งจนจอยเกมส์แถบทะลุ 
 
"ก๊อกๆ" เสียงเคาะประตูห้องนอนผม ผมก็ลุกขึ้นมาเปิด ปรากฏว่าเป็นแม่จี้ดและแม่ปิ่น ผมก็ต้องตกใจ อย่าบอกนะว่าโจมาด้วยนะ
 
"อาร์ทไม่ได้อยู่บ้านเหรอลูก" แม่จี้ดถามผม
 
"เออ...ผม...เออ.." ผมก็อึกอัก แม่ปิ่นก็มองหน้าผม ก็ผมโกหกแม่ไปว่าผมบอกโจแล้ว ว่า
ผมจะมาที่บ้านไร่กับพ่อและแม่ด้วยแต่จริงๆผมไมได้บอกหรอก
 
     “นี้เราไมได้บอกโจเหรอว่าเราเปลี่ยนใจมากับแม่และพ่อนะ” แม่ปิ่นถามผม ผมได้แต่ส่ายหัว แม่ปิ่นหันไปมองแม่จี้ดอีกที

"อาร์ทโกรธโจเหรอลูกที่เมื่อเช้าเขาไปหาแม่นะ" แม่จี้ดถามผม และหันไปมองหน้าแม่ปิ่น
 
"ไม่เชิงหรอกครับน้าจี้ด" ผมตอบไม่เต็มเสียงดีหนัก
 
"เมื่อเช้าเขาไปทำเค้กไม่ใช่เหรอครับที่บ้าน..." ผมถามแม่จี้ดไป
 
"ใช่เมื่อเช้าโจไปทำเค้กที่บ้านเพื่อนของแม่ เขาเป็นครูสอนทำขนมเค้กนะ โจเขาทำให้เรานะยืนตั้งใจทำอยู่เป็นชั่วโมงเลยอาร์ท " ผมสะบัดหน้าไปมองแต่ น้องกี้บอกทำให้เขานิ
 
"แล้วอาร์ทรู้ได้ยังไงลูก" แม่จี้ดถามผม
 
"ผมเจอรุ่นน้อง และนั้นก็บ้านรุ่นน้องที่โรงเรียนผมครับ"
 
"หนูกี้เหรอลูก"
 
"ครับแม่"
 
"เขาบอกอาร์ทว่ายังไงลูก"
 
"เขาบอกว่าโจ้ไปทำเค้กให้เขาและจะฉลองวันเกิดด้วยกันด้วยครับแม่จี้ด"
 
"ตายแล้วเด็กคนนี้.ทำไมพูดจาแบบนี้นะ ไม่เป็นความจริงเลยลูก อาร์ท” แม่จี้ด
บอกผม
“เค้กที่โจทำให้นะ สำหรับวันเกิดเรานะอาร์ท “ แม่จี้ดพูด แม่จี้ดพูด ทำให้
ผมอึ้ง เออ วันเกิดผมเหรอ
“เดี๋ยวนะ วันนี้วันเกิดผมเหรอครับ!!!!” ผมถามแม่จี้ดกับแม่ปิ่น แม่ทั้งสองคนพยักหน้า ผม
ลืมไปเลยว่าวันนี้มันวันเกิดผม ใครละที่ทำตัวมีพิรุธจนผมลืมวันลืมคืนไปเลย และโจก็ดันไปเซอไพรส์ทำเค้กที่บ้านย้ายกี้ตัวแสบ
 
“ก็ใช่ไง วันเกิดเรานะและโจนะเขาอยากมีโมเม้นฉลองวันเกิดกับเราสองคน เพราะว่าที่ผ่านมา
เราก็ฉลองแบบครอบครัวมาตลอด แต่นี่โจเขาอยากทำเซอไพรส์เราบ้างนะ  “  แม่จี้ดพูด ผมก็มองหาซิครับ
 
                  “โจไม่ได้มาหรอกอาร์ท เพราะว่าโจตั้งใจจะขับรถเอาเค้กไปเซอไพรส์เรา“แม่จี้ดบอกผม
 
"และโจก็ไปก่อนที่พ่อกับแม่และจัสมินจะออกมานะอาร์ทไม่กี่นาทีไม่อย่างนั้นแม่คงพาโจมา
ด้วย จะได้มาฉลองกันที่นี้ "แม่จี้ดพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงโจ้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก
 
"ถ้าอย่างนั้นดูคลิปนี้นะลูกนะและหนูกี้อะไรนี้ก็โกหกลูก"
 
"อาร์ททำไมไม่เชื่อใจกันละลูก" แม่ปิ่นพูดผมรับมือถือจากแม่จี้ดมาดูเป็นคลิปที่โจกำลังตั้งใจ
ทำขนมเค้ก เขาตั้งใจมากหน้าตานี้เต็มไปด้วยแป้งเค้กผมดูจนจบผมก็เห็นหน้าเค้กเขียนด้วยความบรรจง
         Happy Birthday     
   JOJO Love ARTY
 มือถือแม่จี้ดแทบหล่นลงจากมือผมเลย ยายกี้ผมไม่รู้ว่าโกหกผมเพื่ออะไรมันน่าหนัก ยายชะนีวัยกระเตาะคอยดูนะ อาร์ทจะเอาคืนแน่ๆ  แต่ตอนนี้อาร์ทจะต้องไปง้อเมียก่อนเมียรักงอน
 
"แม่ผมต้องรีบไป" ผมบอกแม่จี้ดและแม่ปิ่น
 
"แต่ว่านี้เย็นมากแล้วนะ กว่าจะถึงจะมืเfอาวะก่อน ไปพรุ่งนี้ดีกว่าไหม”
 
“แม่โทรไปบอกโจแล้วแหละว่าเรามาด้วยโจเงียบไปเลยคงเสียใจ" แม่จี้ดบอกว่าโจน่าจะเสียใจ ผมก็เสียใจเช่นกัน วันเกิดตัวเองแฟนทำเค้กให้แต่ผมมันงี่เง่าไง
 
“แต่ไม่เป็นไร เราฉลองกันพรุ่งนี้อีกวันก็ได้มั้งอาร์ท “ แม่จี้ดพูดบอกผม
 
"ไม่ได้ครับแม่!  อาร์ทไปวันนี้ พรุ่งนี้อาร์ท ค่อยมาฉลองกับพ่อแม่นะครับ ผมขอวันนี้ไปหาเมียผมก่อน "ผมบอกแม่จี้ดกับแม่ปิ่น
 
"งั้นเอารถพ่อไปแล้วกันขับรถดีดีละอาร์ท" พ่อผมพูดผมรีบคว้ากุญแจและวิ่งลงไปเลยไม่เอาเกมส์กลับไปด้วยทั้งนั้น ยายกี้คอยดูนะวันจันทร์ก่อนจะทำให้ไม่กล้าโผ่หน้าไปโรงเรียนเลย ผมรีบขับรถออกจากไร่พ่อแม้จะเป็นเวลาโผ้เผ้แล้วก็ตาม
------------------------------------------------------------------------------------------------------
JOJO   ผมขับรถกลับมาบ้านตัวเองพร้อมน้ำตาหนองหน้า ร้องไห้มาตลอดทาง ตาก็หันมองเค้กที่อุตสาห์ทำให้เป็นเค้กวันเกิดก้อนแรก แต่คนที่จะให้ดันหนีไปบ้านไร่ของพ่อเขาซะนิแล้วนี้ ผมยืนทำเพื่ออะไรว่ะ มันน่าน้อยใจปะว่ะ  ฮือๆ แม่งเอ้ย อุตสาห์ไปหัดทำเค้กวันเกิดให้ เกิดมาไม่เคยคิดเลยว่าตัวกูนี่จะมีโมเม้นทำเค้กให้คนรักเองนะโว้ยเฮ้ย และนี้มันเซอไพรส์ด้วย มึงเข้าใจคำว่าเซอไพรส์ไหมไอ้อาร์ท_))))))))
 
"ไอ้อาร์ทไอ้โง่" ผมพูดไปร้องไห้ไปด้วย ขับรถเข้าที่จอดและเดินกลับเข้าไปในบ้าน มือก็ถือกล่องเค้กน้ำตาก็ไหลริน ผมวางกล่องเค้กลงบนโต๊ะ
 
                  และตอนที่รีบผมรีบออกไปหาอาร์ทมันมือถือแบทจะหมดพอดีเลยหลังจากที่คุยกับแม่ปิ่นสายสุดท้ายมือถือผมก็กลั้นใจตายตามเจ้าของเครื่องเช่นกัน หน้าจอมืดสนิทขนาดมือถือยังรับไม่ได้เลยนับประสาอะไรกับใจโจ สามีหนี!
 
                  ก็แม่ปิ่นโทรมาบอกว่าอาร์ไปบ้านไร่ด้วยและแม่ปิ่นก็ไม่รู้ อาร์ทมันบอกแม่ปิ่นว่าบอกผมแล้วแต่จริงๆมันไม่ได้บอกด้วยซ้ำ ถ้าบอกผม ผมก็คงตามพ่อแม่ไป
 
ผมตั้งใจเซอไพรส์วันเกิดมันด้วยและคิดว่าจะฉลองอีกวันกับครอบครัวแทน เพราะว่าผมไม่เคย
ได้มีโมเม้นแบบนี้ให้มันเลยไง เป็นไงละนี่ปีแรกที่จะได้ฉลองแบบแฟนก็แห้วรับประทานเลยไงไอ้โจ  ผมก็วางมือถือที่ตายสนิทไม่อยากชาร์จหรือทำอะไรกับมันทั้งนั้น...ผมได้มองมือถือคิดในใจเดี๋ยวกูตามไปขอเฮิร์ทแป๊ป!
 
"อาร์ท..ฮือๆ กูอุตสาห์ตั้งหน้าตั้งตาฟังเพื่อนแม่กูแค่ไหน เพราะกูอยากทำเค้กวันเกิดให้มึงอะ อาร์ท ฮึก ฮึกๆ “ ผมพูดไปก็ร้องไห้ไปด้วย
 
"ฮึก ฮึก ฮึก" ผมนั่งปาดน้ำพอเงยนห้าขึ้นมาก็เห็นเค้กที่ตัวเองตั้งใจทำเกิดอาการทนดูไม่ได้หยิบมันขึ้นมาและหย่อนลงถังขยะที่ว่างเปล่าและกลับมานั่งที่แต่ก็ยังคงเสียดายอยู่ดีอุตสาห์ทำเค้กเป็นทั้งที่ไม่เคยทำเอาวะก้มลงไปหยิบขึ้นมาใหม่อีกที
 
"ไอ้บ้าเอ้ย!!" ผมหยิบกล่องเค้กขึ้นมาอีกที
 
"กริ้ง !!" เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น ผมก็เดินไปกดรับเพื่อว่าจะเป็นแม่จี้ดโทรมาก่อนจะรับสายต้องพยายามทำน้ำเสียงให้เป็นปกติ
         
"ฮัลโลครับ"
 
"โจ...โจ" เสียงไอ้อาร์ท
 
"ไปไหนมึงก็ไปเลย ไม่ต้องโทรมา...เลิกกันไปเลย...กูซ้อนชู้ไว้เต็มบ้านเลยแม่ง..ฮึกๆ " ผมพูดไปร้องไห้เหมือนเด็กน้อยปาดน้ำตาไปด้วย และผมก็กดวางสายทันที
 
                  ผมนั้่งมองกล่องเค้กในถังขยะใจก็เสียดายกเลยเดินกลับไปหยิบมันขึ้นมาดีนะที่ทิ้งลงไปทั้งกล่องยังคงสภาพเดิมมีเละตรงขอบๆนิดหน่อย
 
                   ติ้งต่อง!!! เสียงกริ่งหน้าบ้านไม่เปิด ผมจะไม่ออกไปเปิด ผมเปิดกล่องเค้กออกมาดูกินเองก็ได้วะ แม่งจะกินให้หมดก้อนเลยคืนนี้ ผมใช้นิ้วปาดเค้กชิม ฝีมือใช้ได้นี้หว่า คืนนี้โจจะเมาเค้กให้ดู ฮึกๆกินให้เมาลุกไม่ขึ้นเลยพรุ่งนี้
 
"อะไรไหนบอกว่าทำให้เขาไง" เสียงดังมาจากทานด้านหลัง ผมไม่หันไปมองและรีบหันหลังกลับ น่าทีนี้ไม่สนใจเข้ามายังไงก็เรื่องของมัน
 
"โจ...อาร์ทขอโทษ"
 
"ไปให้พ้น..แค่กูจะทำเซอไพรส์ให้มึงนี้นะกูต้องบอกมึงก่อนเหรอและมันจะเรียกเซอไพรส์ได้ยังไงวะใช่ปะวะ" ผมพูดน้ำตาก็ยิ่งไหล่ ตอนนี้เหมือนเด็กน้อยเลยผม ปาดน้ำตาร้องไห้ แฟนแม่งไม่เข้าใจ
 
"หมับ..อาร์ทขอโทษ อาร์ทขอโทษแต่ที่อาร์ท...อาร์ทงอนไม่ใช่ที่โจ้ไม่ได้บอกอาร์ทนะ"
 
"............"
 
"ก็อาร์ทเจอน้องกี้ที่เคยเขียนจดหมายจีบโจ้อะเขาบอกอาร์ทว่าโจไปทำเค้กที่บ้านเขาทำให้เขาอะ อาร์ทหึงอะ"
 
"อะไรนะ" ผมหันหลังกลับมามองอาร์ท นางน้องกี้!!
 
“และนางยังบอกอาร์ทอีกว่า โจนะบอกว่ากี้เขาสวยและอยากได้มาเป็นแม่ของลูกด้วยอ่ะ เขาเสียใจอ่ะตัวเอง” ไอ้อาร์ท ผมอยากจะดึงขนจมูกมันให้ออกมาทั้งยวงจริงๆ มึงนี้มีหัวไปไว้กั้นหูจริงๆ
 
           “อาร์ท กูนี้ถวายตัวเป็นเมียมึงแล้วกูจะไปหาเมียที่ไหนอีกว่ะ ในเมื่ออุดมคติกูนี้ที่จะเป็นแม่ของลูกมืง!!!!” ผมพูดและมองหน้าอาร์ท มันทำหน้าตกใจ
 
                    "หมับ"อาร์ทกอดผมจากด้านหน้า
 
"อาร์ทขอโทษที่ไม่ถามคนของตัวเองก่อนว่าอะไรจริงไม่จริง อาร์ทขอโทษนะ" อาร์ทใช้มือช้อนหน้าผมให้เงยขึ้น
 
"อาร์ทเห็นคลิปที่แม่จี้ดถ่ายให้ดูแล้ว...ขอบคุณนะครับ..ก้อนนี้หรือเปล่าเออ..ทำไมขอบ ..ขอบเค้ก" ไอ้อาร์ทชี้ไปที่เค้กทีผมเพิ่งจะหยิบกลับขึ้นมาจากถังขยะ
 
"ก็โจโกรธอะ..โจเลย..หย่อนลงถังขยะแต่หย่อนไปทั้งกล่องนะ และเปลี่ยนใจเอากลับขึ้น แต่ดูแล้วก็น่าจะพอทานได้อยู่นะ " ผมพูดใจก็คิดโกรธนางน้องกี้วันจันทร์ได้เห็นดีกันแน่ๆ
 
"อาร์ท..โจไม่รู้ว่าเพื่อนของแม่ที่จะสอนโจนะเป็นแม่ของกี้เขา "ผมพูดบอกอาร์ท
 
“ไม่เป็นไร เรื่องมันผ่านไปแล้ว อย่าพูดถึงเลยนะครับคนดี” อาร์ทพูดและจับไหล่ผม เขามองหน้าผม และอาร์ทก็กอดผมอีกครั้ง
 
“แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะครับอาร์ท “ ผมพูดกระซิบบอกอาร์ท
 
“ขอบคุณนะครับ โจ “ อาร์ทดันผมไว้และอาร์ทก็ประกบริมฝีปากกับริมฝีปากของผมอย่าดูดดื่ม
 
"โอ้ย..ซี้ด" อาร์ทร้องว่าเจ็บทันทีที่ผมโอบกอดให้กระชับมากขึ้น
 
"อาร์ทเป็นอะไร" ผมถาม
 
"ตกต้นไม้ตอนปีนเข้ามาอะ" อาร์ทบอกผม ผมก็จับอาร์ทหันหลังและถลกชายเสื้อขึ้นผมก็เห็นเป็นรอยถลอกเลยยาวนิดหน่อย ฮึกๆ น้ำตาแตกอีกครั้งแล้วผม
 
"เจ็บนิดเดียวอย่าร้องนะคนดี...อาร์ทขอโทษ"
 
"เขาขอโทษที่ไม่ยอมออกไปเปิดประตูให้ ..ฮืกๆ"
 
"โอ๋ๆ ...แค่นี้เขาหายแล้ว" อาร์ทพูดตอนนี้เลยกลายเป็นอาร์ทปลอบผมแทน
 
"เลิกร้องไห้งอแงได้แล้วไม่มีจระเข้ปลอมซะหน่อย" ดูซิยังมีหน้ามาแซวผมอีกนะ ตอนเด็กๆผมกลัวที่สุดคือตุ๊กตาจระเข้ เห็นทีไรร้องไห้ตลอด  ผมแอบหยิกไอ้อาร์ท
 
                       “กูโตแล้วอาร์ท “ ผมพูดพร้อมกับปาดน้ำตา
 
"หลับตาก่อนซิ เขามีของมาง้อ ตอนแรกว่าจะให้วันเกิดเดือนหน้า แต่วันนี้เอามาง้อเมีย ทำให้เมียเสียใจ  " ผมอมยิ้มตื่นเต้นแต่ก็นั่งหลับตารอเสียงอาร์ท เดินออกไปจากห้อง
 
           “มาแล้ว นี้อาร์ทเดินจนเมื่อยขาเลยนะ กว่าจะหาตัวที่น่ารักเหมือนเมียได้” ไอ้อาร์ทมันสปอยด์ซะผมนี้ตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ น่ารักเหมือนเมียเลยเหรอ
 
"อาร์ทลืมตาได้ยังอะตื่นเต้นอะ ..ตื่นเต้นอะ ...อะไรน๊า!! อยากรู้.." ผมพูดไปด้วยขนลุกตื่นเต้นมาก
 
"เดี๋ยวซิ..มาแล้วที่รัก "
 
"เอาละค่อยๆลืมตาที่รัก" อาร์ทบอกผม ผมก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมาก็เจอดวงตาสีดำสนิทกลมโตมองผมปลายจมูกสีดำไม่ซิแทบจะทั้งหน้าเลยดีกว่าแถมยังทำหน้าย่นสงสัยว่าผมนี้คือใคร ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-09-2020 23:24:27 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
 พิเศษ อาร์ทVS โจเซอไพรส์วันเกิดอาร์ท - (เอาคืนกี้) NC เบาๆ

"ว๊าก!!" ร้องเสียงดังจนเจ้าน้องหมาดีดดิ้นลงจากมืออาร์ทไปทันทีและไปหาที่แอบผมเลย สุนัขพันธ์ปั๊ก!!
 
"นี้นะนี้มึงตะเวณหาเพื่อให้น่ารักสมกับหน้าตากูนะอาร์ท"
 
"ไม่ชอบเหรอพันธุ์ปั๊กเลยนะ"
 
"ให้ชื่อ เจอาร์ มันมาจากโจ้อาร์ท " อาร์ทพูดผมก็ค่อยลุกเดินไปหาน้องหมา พยายามเรียกแต่ก็ไม่ยอมกออกมาเลยต้องหาของกินมาล่อใจเลยออกมาได้ ผมก็อุ้มขึ้นมาปลอบขวัญทันที
 
"เจอาร์ "
 
"ขอบคุณนะ" ผมหันไปบอกอาร์ท เราสองคนจุ๊บลูกหมาน้อยพร้อมกัน ดูแล้วน้องหมาน่าจะสองเดือนได้แถมยังขี้อ้อนน่ารักดีผมเลยเริ่มจะหลงรักเจอาร์มากกว่าอาร์ทแล้วซิ
 
"อย่าจูบหมาเยอะดิ" อาร์ทดันหน้าผมไว้
 
"ทำไมอะมันน่ารัก"
 
"หึง...หมาก็หึงนะ.." ผมเงยหน้ามองอาการหนักนะมันนิ
 
"ถ่ายรูปนะ" อาร์ทบอกผม เขาถ่ายตอนที่ผมอุ้ม และทำท่าจะจุ๊บหมาด้วย
 
"ลูกของเราชื่อน้อง เจอาร์ " ไอ้อาร์ทพูดและมันก็ อย่าบอกนะว่ามันโพสเฟสบุ๊กนะ
 
"อาร์ทมึงจะบ้าเหรอเดี๋ยวใครก็เชื่อหรอก" ผมพูดขำขำ และมองน้องจีอาร์ นี้นั่งมองผมทำตากลมโต ผมดูจากปลอกคอสีดำมีตัวอักษร ตัวเจและเออาร์ ที่อาร์ทสั่งทำมาให้

ผมนั่งทานอาหารเย็นกันอย่างมีความสุข ส่วนเป่าเค้กตั้งใจจะไปเป่าพรุ่งนี้ที่บ้านไร่ด้วยกันกับครองครัว คิดแล้วก็น่าเจ็บใจผมกับอาร์ทเกือบไม่ได้ฉลองวันเกิดด้วยกันแล้ว ความรักเกือบร้าวฉานเพราะยายกี้ตัวแสบ ควันออกหูเลยผม มนุษย์เมีย!!
 
"อร่อยดีอะนี้ทำครั้งแรกจริงๆเหรอ" อาร์ทชิมเค้กที่ผมทำให้แม้ว่าหน้าตามันเละไปหมดจากการที่โยนลงไปทั้งกล่อง แต่ก็ถือว่าโชคดีไม่อย่างนั้นก็อดกิน ผมหยักคิ้วให้ ผมสองคนและน้องที่ผมอุ้มอยู่ผมก็ป้อนด้วยเค้กดูท่าจะชอบเลียมือผมใหญ่เลย
 
"ปันปันมาโพสตอบแซวเราอะที่รัก" อาร์ทหันมาบอกผม
 
"แซวว่าไง น้องหมาน่ารักเหรอ" ผมถามอาร์ทโดยที่ไมได้หันไปอ่านข้อความเพราะว่ามัวแต่สนใจน้องหมา
 
"มันบอกว่าลูกหน้าเหมือนแม่เลยวะ..ฮาๆ"
 
"มึงช่วยตอบกลับมันทีนะว่าแม่มันโคตรดุ..ระวังแม่มันกระโดดกัดหูเอา" ผมบอกอาร์ท ผมพูดและยังคงอุ้มเจอาร์ มันขี้อ้อนผมน่าดูและที่ไม่แพ้น้องหมาก็คุณแฟนผมนี้แหละพอเห็นป้อนน้องหมาก็กระเทิบมานั่งติดกับผม
 
"ป้อนเขามั้งดิเขามาก่อนหมานะเอาใจเขาดิ" ผมกับเจ้าเจอาร์หันไปมองหน้าคนข้างๆพร้อมกัน อาการหนักนะมันเนี๊ยะ
 
"หมามันตักเองไม่ได้แต่มึงอะมีมือตักเอา" ผมพูดบอกอาร์ท
 
"ง่ะ" ผมหันมาเหล่มอง งานเพิ่มเลยซิผมไหนจะน้องหมาไหนจะสุดที่รักอีกต้องตักป้อนทั้งคู่ จนกระทั้งย้ายไปนั้่งดูหนังผมก็เอาเจ้าเจอาร์ไปนั่งด้วยมันฉลาดมากนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างผมกับอาร์ท
 
"ตกลงนี้มันวันเกิดหมาหรือวันเกิดอาร์ทกันแน่ครับ ที่รัก” อาร์ทบอกผม ใช่ซิ หมาก็ต้องมีวันเกิด
 
                  “รู้ไหมว่ามันเกิดวันไหนอะไรอ่ะอาร์ท “ผมถามอาร์ท
 
                  “ไม่รู้ไม่ได้ถามเจ้าของ  ทำไมอะ”
 
                  “ถ้าอย่างนั้นปีหน้าจัดวันเดียวกับอาร์ทไปเลยนะ วันเกิดอาร์ทและวันเกิดเจอาร์ “ ผมพูดแต่ทำไมไอ้คนที่ฟังมันทำท่าจะร้องไห้หว่า
                 
                  “ทำไมอ่ะ ทำไมทำหน้าแบบนั้นละ”
 
                  “มันเป็นเกียรติไปไหมที่จะให้หมามันเกิดวันเดียวกันอาร์ทนะครับเมียครับ” อาร์ทพูดบอกผม ผมพยักหน้าว่าใช่
 
                  “จะได้จำง่ายๆไง วันเกิดอาร์ทและวันเกิดเจอาร์” ผมพูดและยกเจอาร์ขึ้นมาหอม
 
"อาร์ทก็ดูซิมันคงคิดถึงแม่มันแน่ๆเลย..ดูซิซบใหญ่เลยอะ ...โอ๋ๆ" ผมก็ยิ่งอุ้มมากอดมาโอ๋ใหญ่เจ้าเจอาร์มันก็หมุดหน้ากับพุงของผม
 
                  “โจโทรหาแม่กับพ่อก่อนดิ จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง” อาร์ทบอกผม ผมก็พยักหน้าและหยิบมือถือขึ้นมากดโทรหาแม่จี้ดทันที ผมเปิดลำโพงด้วย
 
                  “ฮัลโลแม่ “ผมเรียกแม่จี้ดของผม
 
                  “เป็นไงลูกชายฉัน แล้วนี้พ่อลูกเขยแม่ละ “ แม่จี้ดถามหาลูกเขยทันทีเลยนะ
 
                  “อยู่นี้ไงแม่ กำลังกินเค้กอยู่ “ผมบอกแม่จี้ด
 
                  “งอนกันน่ารักเชียวน่ะ งอนกันเป็นพระเอกนางเอกละครหลังข่าวไปได้ ลูกฉัน” แม่จี้ดแซวผม ทำเอาผมนี้เขินหนักมาก อาร์ทที่อุ้มเจอาร์อยู่ก็มองผม
 
                  “แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะอาร์ท มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรงนะลูกนะ” แม่ผมพูดอวยพรวันเกิดให้อาร์ท
 
                  “ขอบคุณครับแม่จี้ด “
 
                  “อย่าเล่นบทงอนกันบ่อยหนักนะ พ่อกับแม่ยังไม่งอนเหมือนเราสองคนเลยนะตอนจีบกันใหม่ๆนะ คิกๆ “ แม่จี้ดผมแอบแซว
 
                  “เอาละแม่ไม่กวนแล้วนะ พรุ่งนี้เข้ามาฉลองกันที่บ้านนี้นะ “
 
                  “ราตรีสวัสดิ์ครับแม่ ผมรักแม่ครับ” ผมพูดบอกแม่จี้ด และหันมามองอาร์ท ตอนนี้เจอาร์มันผล๋อยหลับไปซะเฉยๆอย่างนั้นแหละ
 
"มันง่วงแล้ว ดูซิคอผับหลับปุ๋ยไปเลย" ผมก็ขมวดคิ้วเพราะว่าเมื่อกี้ตายังโตอยู่เลยนะ
 
"เอาเจอาร์ไปนอนในบ้านหมาแล้วเราขึ้นไปฉลองวันเกิดกันนะ  รู้ไหมว่าเขาต้องใส่ชุดวันเกิดกันด้วยถึงจะเรียกว่าฉลองวันเกิดของแท้”  ไอ้หื่นเอ้ยแต่มันใช่ที่โจตั้งใจไว้อยู่หลายปีแล้ว ปีนี้ได้โอกาส โจจะปล่อยให้พลาดไปได้ยังไง
         
                  ผมนะอ่านหนังสือมาโดยละเอียดมาก ตั้งใจศึกษาหาความรู้มาก ไม่ใช่ตำราเรียนนะแต่เป็นสำหรับเกย์หัดใหม่ต้องทำยังไงกันบ้าง และผมก็ถึงได้รู้ว่าก่อนจะทำอะไรกันเราควรจะ ทำแท้งกันซะก่อนนั้นคือทำความสะอาดช่องทางของเราให้เรียบร้อยไม่ให้มีสิ่งใดมาขัดขวาง ลำบากเนอะเอาหญิงซะก็หมดเรื่องนะผมนะ ส่วนอาร์ทเองก็ขมักเขม้นมากอ่านตำราลีลารักอะไรของมันนี้แหละ
 
หลังจากที่ผมหายเข้าไปในห้องน้ำสักพัก ผมก็ออกมาและขึ้นไปบนเตียงนอนและทิ้งตัวลงข้างๆอาร์ทแบบกึ่งนั้งกึ่งนอน
 
"แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะครับที่รัก...ที่จริงโจก็บอกอาร์ททุกปีแต่ปีนี้มันพิเศษกว่าทุกปีนะ ตรงที่ว่าโจบอกในฐานะ คนรักของอาร์ท"
 
"ขอบคุณนะครับ อยู่บอกกับอาร์ทแบบนี้ไปทุกปีเลยนะครับ ที่รัก จ๊วบ!!!"และอาร์ทก็ใช้ฝ่ามือโอบใบหน้าของผมเข้าไปใกล้พร้อมกับประกบปากจูบอย่างดูดดื่มเราสองคนจูบกัน มือผมของผมก็ลูบไล้ไปตามลำตัวของอาร์ทและไล่ลงไปที่ขอบกางเกงบ๊อกเซอร์ ผมสอดมือไปในกางเกงนั้นสิ่งนั้นที่มือของผมได้สัมผัสมันกำลังพองโต
 
"อื้ม..."เสียงร้องครางอย่างพึงพอใจที่ผมกำลังบีบคลึ้งเล่นสิ่งนั้นเบาๆ
 
"ทำต่อซิเขาชอบ..." อาร์ทกระซิบไม่ให้ผมหยุดมือกับสิ่งนั้น ปากของผมสองคนก็ยังขบและเม้มริมฝีปากเล่นกันอย่างเมามัน อาร์ทค่อยๆดันล่างผมให้นอนราบลงอาร์ทขึ้นมาค่อมผมไว้ปากก็จูบและดูดไปตามลำคอไล่ลงไปที่แผ่นอก ผมไม่ได้สวมเสื้อคือแบบเตรียมพร้อมมากที่จะเป็นของขวัญวันเกิดปีนี้ให้อาร์ทมัน  โจพร้อมมากครับคุณหญิงแม่ทั้งสอง
 
"อ๊ะ..อ๊ะ..อ๊าห์..ที่รักเขาเสียวมาก"
 
"ดีครับเพราะอาร์ทตั้งใจมากที่จะทำให้ที่รักเสียว" ปากของอาร์ทไล่ลงไปที่ตรงท้องนอน ผมนี่แทบจะหยุดหายใจมันกระสันไปหมด ผมรู้สึกตัวเองกำลังถูกโยนให้ลอยขึ้นไปบนอากาศเมื่อปากของอาร์ทครอบสิ่งนั้นของผมไว้ดูแลมันด้วยลิ้น มันสุขทุกทีที่เขาทำให้ผม
 
"ที่รักครับ เล่นท่า 69 กันดีกว่า" อาร์ทบอกผม ผมพยักหน้าเราศึกษากันมาดีแล้วผมรู้ว่าท่า69คืออะไร เราจะได้พลัดกันไม่ใช่ฟินเวอร์อยู่แต่ฝ่ายเดียว ผมก็จัดการกลับหัวกลับหางและก้มหน้าลงที่ตรงนั้นของอาร์ท มันแข็งปังเลยนะแทบจะแตกเลยมั้งเนี๊ยะ
 
"ฮ๊ะ..อ๊าห์..ที่รัก..ซี้ดเสียวมาก"
 
"มะ..มะ..เหมือนกันที่รัก...อู้ยย" ผมร้องครางไม่ต่างกันผมช่วยกันใช้ปากปลุกอารมณ์กันจนได้ที่อาร์ทก็เปลี่ยนมาจับผมนอนตะแคงจะใช้ท่าเข้าข้างหลังอาร์ทเอื้อมไปหยิบถุงมาสวมและตามด้วยเจลอันนี้ไอ้คริสมันแนะนำมามันบอกจำเป็นอย่างยิ่งเลยต้องไปซื้อมาสองหลอดที่บ้านผมหลอดนึงที่บ้านอาร์ท หลอดหนึ่ง อีผัวเมียคู่นี้มันขยันเอา เจลหล่อลื่นคงได้ขายดีแน่ๆ เพราะที่แน่ๆ ไอ้โป้งแอบไปซื้อมาแล้วหนึ่งหลอด ฮาๆ ส่วนไอ้คริสไม่ต้องถามว่ามันซื้อไหมแต่ยี่ห้อนี้มันแนะนำมา
 
"อ๊าก!! ที่รัก..อู้ยยย" ผมร้องเพราะว่านิ้วสอดเข้าไปในช่องทางรักผมหนึ่งนิ้ว สองนิ้วและสามนิ้ว ตามลำดับ
 
"ที่รักอยากได้ของเขาเป็นของสมนาคุณวันเกิดหรือยังอะ..หึ ? "มันถามได้กระเส่าอารมณ์ผมมาก
   “อาร์ทครับ วันนี้วันเกิดมึงครับ ” ผมพูดบอกมัน วันเดียวกันแต่คนละเดือนไอ้บ้าแอบคิดในใจ
 
      “ล่วงหน้าและจะจัดให้อีกด้วยถือว่าเบิ้นในวันเกิดด้วย ใจดีไหม” ไอ้อาร์ทมันถามผม แต่โจชอบครับ ยิ้มตาหยี
“ตกลงอยากได้ไหมครับ” อาร์ทถามผมอีกที นึกในใจกูพร้อมขนาดนีั้มึงยังถามอีกเหรอว่ะ ไอ้คุณสามี
 
"อยากได้แล้วที่รักรีบหน่อยมันจะเที่ยงคืนแล้วครับ เดี๋ยวเลยวันเกิดมึงครับ "
 
"อ้าวจริงดิ..งั้นใส่เลย" ไอ้อาร์ทมันเหลือบไปมองนาฬิกาและมันก็อบกว่ามันใส่เลย โจก็ฟินรอซิครับ
 
"มันควรจะเป็นอย่างนั้นนะที่รัก...ที่รักจะรอหาพระแสงด้ามสั้นอะไรละครับ"
 
"ครับ...เมียเวลาเมียมีอารมณ์นี้ออกจะซาดิสนะ"
 
"อึบ.."
 
"อ๊าห์ที่รัก..ดันเข้ามาเลยเรื่อยๆ เพราะว่าเขาพร้อมมาก..อ๊าห์...นั้นแหละ..อ๊าห์...อู้ย"
 
"อ๊าห์ที่รักเขาเข้าไปหมดแล้วนะ..ต่อไปนี้เขาไม่ปราณีแล้วนะ...ปั๊กๆๆๆๆๆ" นั้นมันก็ไม่
ปราณีผมจริงๆด้วยและผมก็โต้ตอบโดยการขยับสะโพก ร่อนสะโพกไปด้วยความรู้สึกเสียวซ่าน ของขวัญวันเกิดที่เร้าใจที่สุดตั้งแต่เกิดมาเลยใช่ไหมอาร์ท
 
"ที่รักก้นที่รักเนียนมากเลย...ซี้ด...และมันตอบสนอมเขาดีมากเลยอะ..อ๊าห์ ..."
 
"อาร์ท..อ๊าห์..แรงหน่อยซิอาร์ท..ซี้ด"
 
"ได้ครับแต่เขาจะเสร็จแล้วนะ"
 
"งั้นเร่งเลยนะ..พลั่กๆๆๆๆๆๆ" เสียงรัวและเนื้ออ่อนกระทบกันดังลั่นสนั่นห้องไปหมดโชคดี
แล้วแหละที่พ่อกับแม่ไปสวีทกันในไร่องุ่นของพ่ออิทและจัสมินก็ไปด้วยไม่อย่างนั้นคงไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันทั้งคืน
--
-
-
       เช้าวันจันทร์ผมก็รีบไปโรงเรียนกันแต่เช้าเพื่อนจะได้นำสิ่งสมน้ำหน้าคุณไปให้น้องกี้ถึงลานเอนกประสงค์ทันที ผมมีของขวัญ เป็นสัตว์น่ารักน่าชังไว้ให้น้องกี้ ใส่กล่องผูกโบว์เอาไว้ กะว่าน้องเปิดมานี้กรี้ดลั่นลานเอนกประสงค์แน่ๆ
 
"นั้นไงยายกี้อะ" ปันปัน กระซิบบอกผม พวกผมมายืนรอนางกันได้สักพักหนึ่งแล้ว ซึ้งปกติ
จะนั้งกันจนสัญญาณเข้าแถวดังแต่วันนี้พิเศษ มารอเลยครับ
 
"จะทำแบบนี้จริงๆเหรอว่ะมีหวังน้องเขาได้ถอดกระโปรงมาคุ้มหัวหรอกมึง" ไอ้คริสโตเฟอร์หันมาถามผม
 
"ก็น้องมันทำกับกูสองคนก่อนนี่หว่า เล่นกับใครไม่เล่นมาเล่นกับโจ" ผมหันไปพูดพร้อมกับหันไปพยักหน้ากับอาร์ทใหัมันหยิบโทรโข้งขึ้นมา และตอนนี้นักเรียนก็ทยอยเดินเข้านั่งที่ตรงลานเอนกประสงค์เยอะแล้วและน้องกี้ก็นั่งทำหน้าสวยอวดหนุ่มๆ คอยชม้อยชายตามองแต่เฉพาะคนหน้าตาดีแต่ถ้าคนไหนขี้เหล่นะน้องจะเบ้ปากใส่ทันที
 
"สวัสดีครับน้องๆ "
 
"พี่อาร์ทมาอีกแล้ว"
 
"วันนี้เพื่อนพี่มีของขวัญจะมอบให้สาวสวย ประจำโรงเรียนดรัมเมเยอร์ไม้หนึ่ง " พออาร์ทพูดเท่านั้นทุกคนหันไปมองทางน้องกี้ เธอก็ลุกขึ้นยืนทันทีนางรู้ตัว
 
"พี่โจเขาไปหามาให้เองเลยนะครับ น้องน่ารัก เลี้ยงง่าย ว่ายน้ำเก่ง พาเดินเล่นได้นะครับน้องกี้ !!" ไอ้อาร์ทมันพูดและบรรยายของขวัญที่ผมเตรียมไว้ให้น้องกี้
 
"กรี้ด!!" ทุกคนส่งเสียงผมก็เดินออกมาจากที่แอบ ผมถือกล่องของขวัญและผูกโบว์สีดำ (คอนเซ็บ โบว์รักสีดำ)กล่องใหญ่พอสมควร   ผมเดินทำหน้าหล่อไปหาน้องกี้ เธอยืนเอียงอายผมและหันมาทำตาปริ้งๆ ผมก็ไปหยุดตรงหน้าเธอ
 
“ของกี้เหรอค่ะ อันที่จริงก็ยังไม่ถึงวันเกิดกี้สักหน่อยแต่ ไม่เป็นไรค่ะ พี่โจอยากให้กี้ก็ยินดีรับค่ะว่าแต่ ข้างในอะไรเหรอคะ เห็นพี่อาร์ทบอกว่าน้องน่ารัก เลี้ยงง่ายด้วย ดูแล้วน่าจะ ชิสุหรือชิวาวาแน่ๆเลยค่ะ กี้นะชอบกี้รักหมาค่ะ  “ น้องกี้พูดและถามผมถึงของในกล่องที่ผมเตรียมไว้ให้เธอ  ผมแอบคิดในใจ หน้าอย่างน้องนะสุนัขมันไม่เข้ากันค่ะ ผมแอบคิดในใจ
 
"พี่โจกี้ว่ายืนส่งให้กี้บนโต๊ะดีกว่าค่ะ เพื่อว่าเพื่อนๆจะได้ถ่ายรูปชัดชัดนะคะ เอาไปลง เว็ปโรงเรียน" กี้เธอบอกผม ผมก็พยักหน้า แต่อันที่จริงผมก็ไม่ได้จะแหกหน้าเธอบนโต๊ะแบบนี้หรอกนะ แต่เธอเลือกเองช่วยไม่ได้
 
"ได้ซิครับ..ดีเลย "ผมพูดน้องๆหลบให้ผมขึ้นไปยืนบนโต๊ะและน้องกี้ก็เหยียบเก้าอี้ขึ้นไปยืน
 
                  “โจ เปิดให้น้องเขาด้วยซิวะ” ไอ้ปันปันมันตะโกนมาบอกผม ผมก็หันมามองน้องกี้ และผมก็ค่อยแกะโบว์ออกก่อน น้องกี้ก็มองผม ทำตาหวานซึ้ง และผมก็ค่อยเปิดกล่องและสิ่งที่ไม่คาดคิดคือ อึงอ่างมันกระโดดออกมาจากกล่องไปอยู่ที่อุ้งมือของน้องกี้เพราะว่าเธอแบมือไว้รอของขวัญผมอยู่   กี้ถึงกับยืนอ้าปากค้างและมองหน้าผม กรี้ดไม่ออกละซิ เพราะว่ามันน่ารักมาก ก ไก่ล้านตัว
 
                  “พี่เดินหาทั้งตลาดนัดเพื่อน้องคนเดียวเลยครับ น้องกี้ชอบไหมครับ อึ่งอางนะครับ “ ผมถามน้องกี้ เธอมองหน้าผมและหันไปมองรอบ
 
                       “ฮาๆ โอ้ยย น้องกี้ ชอบเลี้ยงหรือชอบกินกันแน่ครับ” มีคนแซวเธอดังมาจากกลุ่มนักเรียนที่นั่งอยู่ ผมก็ยิ้มให้เธอพร้อมกับหยักคิ้วให้เธอด้วย และผมก็ย่างสามขุมเข้าหาเธอ กี้เธอโกรธผมมากจนมือไม้สั่นแต่เธอก็ถอยหลังหนีผมด้วย
 
                  “ถ้ามันดื้อไปหน่อย” ผมพูด
 
“ เลี้ยงไม่เชื่องเหมือนน้อง!!!”
 
“ จะเอาไปปิ่งย่างกินก็ตามอัธยาศัยได้นะคะน้องกี้”
 
“เพราะว่าพี่ยกให้น้องแล้ว และพี่คิดว่าหน้าตามันก็สวยใกล้เคียงกับน้องมากที่สุด “ ผมพูดกระแทกเสียงใส่เธอ ตอนนี้เธอยืนอยู่ที่ปลายสุดของโต๊ะและหลับตาปรี่ใส่ผม คงคิวด่าผมจะตบเธอละซิท่า ผมไม่ทำ ผมกระโดนลงจากโต๊ะและเดินออกทันที
 
                  “กรี้ดดดด” นางกรี้ดดังลั่นลานเอนกประสงค์และรีบโยนสัตว์เลี้ยงน่ารักที่ผมอุตสาห์หามาให้ทิ้งไป เธอมองผมด้วยสายตาที่โกรธผมมากแต่ผมก็หันกลับไปมองเธอเช่นกัน
 
                  “อ้ายยยยยยย..พี่โจ...กี้จะให้พ่อกี้ไปเอาเรื่องพ่อแม่พี่!! " เธอตะโกนสุดเสียงบอกผม
 
"เชิญเลยถ้าอยากจะประจานตัวเองให้พ่อเธอรู้นิสัยที่แท้จริงก็เอานะกี้ถ้าเธอกล้าแลกกับพี่..พี่ก็กล้าเพราะว่าพี่จะไม่ยอมให้ปากพล้อยๆของเธอมาทำให้ความรักของพี่ร้าวฉานและพี่เป็นคนเอาคืนหนัก ถ้าเธออยากลองของเชิญ! " ผมพูดโดยแค่เหลียวไปมองแค่นั้นและผมก็เลยผมเดินไปหาอาร์ททันทีและโอบเอวเดินออกไป

                  “ชื่อกี้มันเพราะเกินไป ต่อไปก็เรียกเธอว่าน้องอึ่งอ่างแล้วกันนะ มันเหมาะสมดี” ผมหันไปบอกกี้ที่ยืนอยู่บนโต๊ะใจกลางสายตานักเรียนในโรงเรียน
 
                  “กรี้ดดด” เสียงกรี้ดตามหลังผม อาร์ทที่ยืนอยู่บนโต๊ะห่างไปสักหน่อย ก็กระโดดลงมา และเดินมาหาผม ผมยักไหล่ นางทำตัวเองถ้าไม่มาหาเรื่องกับผมก่อนผมก็จะไม่ทำแบบนี้   ผมเดินตามพวกไอ้คริสโตเฟอร์ ไอ้โป้ง และไอ้ปันปัน ออกไปทันที ทิ้งไว้แค่เสียงหัวเราะขบขันพวกนักเรียนที่นั่งรอเข้าแถวกัน
 
"ที่รักเขาจะปกป้องไม่ให้ใครมาทำร้ายจิตใจที่รักนะ" ผมหันไปพูดกับอาร์ท อาร์ทมองผมด้วยแววหวานฉ่ำมากคือซึ้งและเข้ามาซบลงที่อกผม
 
"เออ..กูเคยเห็นแต่พระเอกปกป้องนางเอกวะ...แม่งของมึงนี้นางเอกปกป้องพระเอก..โธ่พ่อเซลามูน" ไอ้โป้ง มันหันพูดชมผมครับ
 
“คืออะไรอะโป้ง” ปันปันมันถามไอ้โป้ง
 
“ผดุงความรักและความยุติธรรมไง ไม่เคยดูหรือไง” ไอ้โป้งมันบอกไอ้ปันปัน มันคิดไม่ถึงละซิท่าว่าไอ้โป้งจะดูการ์ตูนแบบนี้ด้วย ฮาๆ อาร์ทหันมาซิบอกผมโชว์ไอ้ปันปัน เป็นไง อิจฉาละซิ
 
"กูไม่รู้ว่ากูควรจะกลัวอึ่งอ่างที่มึงเอามาให้น้องกี้ หรือกลัวมึงแทนดีวะ ไปเข้าแถวกันดีกว่าโป้งจัง"ไอ้ปันปันพูดและดึงแขนไอ้โป้งไปทันที
 
"กูไม่ขอพูดแล้วกันนะ...เอาที่มึงสองคนสบายใจ" ไอ้คริสโตเฟอร์หันมาพูดกับผมและมันก็แยกตัวไปเข้าแถวห้องมัน  ยุคนี้เราต้องดูแลกันและกันทำไมฟ่ะ ผมยังคงกอดปลอบที่รัก
 
“นี้จะยืนกอดกันอีกนานไหม เสาร์อาทิตย์ไม่พอหรือไง ไปเข้าแถวซิ “ครูอุไรวรรณ หรือว่าแม่วรรณของพวกผม อาจารย์แม่เลยก็ว่าได้ เพ่นซิครับรออะไร วิ่งไปต่อแถวแถบไม่ทัน ระหว่างที่เข้าแถวผมเหลือบไปมองกี้ เธอหันมามองผมมือก็กำหมัดแน่น ส่งสายตาประสาน อย่าให้เห็นมาว่ายุ่งกับผมและอาร์ทอีก โดนหนักกว่านี้แน่ เธอก็หันหน้าหนีผมทันที
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-09-2020 23:28:22 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
พิเศษของโป้งVSปันปัน ขอแค่โป้งจะไม่ปล่อยมือปันปัน

                      หลังจากจบการแข่งขับบาสเก็ตบอล พวกผมก็ได้ครองแชมป์เป็นสมัยที่สอง ได้รับเหรียญทองหน้าเสาธง แต่ถึงจะหมดฤดูการแข่งขันพวกผมก็ยังคงเล่นและซ้อมกันทุกวัน เพราะว่าการเล่นบาสมันเข้ามามีบทบาทจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของพวกผมกันไปซะแล้วและนี้คือจุดเริ่มต้นของมิตรภาพที่ดีของคำว่าเพื่อน มันทำให้ผมรู้ว่าเพื่อนตายมีจริง
 
                       หลังจากการแข่งขันจบลง ไอ้คริสโตเฟอร์ มันก็ได้รับบาดเจ็บและมันก็เลยถือโอกาสไปนอนให้ครูเขมดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำ นี่มันยังไม่ยอมกลับมานอนบ้านพักกับผมเลยผ่านไปหนึ่งอาทิตย์แล้วด้วยยังไม่หายพวกผมว่ามันอ้อนครูเขม แต่ว่าผมก็ไม่ได้ว่าอะไรมันหรอก ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าการมีคนรักแล้วอยากอยู่ด้วยกันมันเป็นยังไง อยากอยู่ด้วยกันตลอดไป และคนคนนั้นของผมก็คือปันปัน
 
          ขณะที่ผมกับปันปันกำลังเดินไปเข้าห้องน้ำก่อนจะเข้าแถว ผมแอบไปได้ยินเสียงคนคุยกันทางด้านท้ายตึกผมจำได้ดีว่าเป็นเสียงของไอ้กาย ผมหันมามองหน้าปันปัน ก่อนจะเปลี่ยนเส้นทางเดินไปแต่ปันปัน รีบดึงรั้งแขนผมเอาไว้ว่าไม่ให้ไป
 
                      “อย่าเลยโป้ง...ปันปัน กลัวมันจะทำอะไรโป้งนะ”
 
                      “มันไม่กล้าหรอกน่า...” ผมหันไปบอกคนข้าง (ยิ่งนับวันก็ยิ่งรักผมเพิ่งจะรู้ว่าเป็นคนที่ถูกรักนี้มันดีแบบนี้นี้เอง) ผมเดินออกไปยืนตรงมุมเสา ภาพที่ผมเห็นคือไอ้กายและเพื่อนมันอีกสองคน แต่ไม่มีไอ้พี่อั๋น และกี้สาวสวยดรัมเมเยอน์ไม้หนึ่งประจำโรงเรียน นางเพิ่งจะบอกว่าชอบปันปัน นางเป็นผู้หญิงแรง แต่นี้ดันมากลับไอ้กายอีก ผมเห็นสีหน้าการสนทนา ดูท่าจะไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ
 
                      “จะมาเอาอะไรกี้..งานก็ทำไม่สำเร็จกะอีแค่เอายาไปใส่ไว้ในกระเป๋าให้คริสมันแค่นี้เธอยังทำพล้าดเลย และดูซิ มันเลยได้ลงแข่งอีกด้วย เธอนี่มันไม่ได้เรื่อง แล้วอย่างนี้นะเหรอจะมาขึ้นแท่นเมียกู!” เสียงไอ้กายมันโวยวายใส่กี้ ฝีมือมันนี้เองไอ้กาย
 
                      “แต่กี้ทำได้แล้วนะ ส่วนที่ไม่สำเร็จ พี่ต้องไปโทษนางแก้มมันต่างหาก”กี่พูดบอกกาย ผมหันมามองหน้าปันปัน กี้มันเพิ่งบอกปันปันว่ามันแอบชอบปันปัน อย่างนันก็แสดงว่ามันเป็นนกต่อให้ไอ้กายด้วยนะซิ
 
                      “ไม่รู้ละวันนี้พี่ต้องพากี้ไปดูหนังนะเราเป็นแฟนกันนะ”
 
                      “แฟนบ้าอะไรใครบอกเธอ..อ้อเลิกไปโพนทะนาบอกใครต่อใครนะว่าเธอเป็นเมียพี่...เลิกทำซะก่อนที่พี่จะเปิดเผยให้ทุกคนรู้ว่าพี่ไม่ใช่ผัวคนเดียวของเธอกี้” ไอ้พี่กาย ผมยืนกอดอกแสยะยิ้มอย่างสมเพศคนสวยประจำโรงเรียน กี้เธอยืนหน้าซี้ดเผือดไปเลย
 
                      “ทำไมละ พี่เป็นผัวกี้นะ..และมันก็เป็นเรื่องจริง!”
 
                      “หึๆ”เสียงหัวเราะที่เยือกเย็นของพี่กาย ไอ้นี้นะเหรอเรื่องฟันผู้หญิงทิ้งจะขึ้นชื่อแล้วทำไมคนสวยๆอย่างกี้ยังไปหลงมันอีกว่ะ ผมละไม่เข้าใจเลย
 
                      “นี้ไอ้อั๋นมันก็ผัวเธอ..ไอ้เอกอีกละ...ห๊ะ!” ไม่น่าเชื่อเลยว่าดรีมเมเยอร์ไม้หนึ่งของโรงเรียนจะทำตัวแบบนี้ ผมหันมามองปันปันก็ยืนทำท่าขนรุกขนพอง ก็ตอนที่ผมให้น้องเขาช่วยหยิบแฟรซไดรฟ์จากกระเป๋าแก้ม เธอขอแลกกับการได้นั่งคุยกับปันปัน เธอบอกว่าเธอก็ชอบปันปัน
 
                      “คิดเหรอว่าพี่จะเอาคนมากผัวอย่างเธอมาเชิดหน้าชูตาว่าเป็นแฟน เมีย ...ไปไหนก็ไปเลยไปกี้อย่าให้กูหมดความอดทนนะ”
 
                      “ฉันจะไปหาพ่อแม่พี่”
 
                      “ก็ไปซิ ...ท่านนะเข้าใจว่าของเล่นก็คือของเล่นและ...ลองดูนะว่าคลิปที่โดนพวกไอ้อั๋นกับไอ้เอกนะมันจะไม่แพร่ออกไปทั้งโรงเรียน...ก็ลองดู”
 
                      “ไอ้พี่กาย..ไอ้พี่ชั่ว..ฮือๆ..พี่ทำแบบนี้ได้ยังไง..”
 
                      “หยุด!! ..อย่ามาทุบตีกูแบบนี้คราวหน้ามึงโดนแน่...กี้” ไอ้พี่กายมันง้างฝามือทำท่าจะตบกี้
 
                      “ดรัมเมเยอร์ไม้หนึ่ง...อยากรู้ว่าจะดังเท่ากับความสวยเธอมั้ย..ไอ้คลิปที่โดนรุมนั้นนะ.แถมมันดูก็รู้ว่าเธอสมยอม” ไอ้กายนี้มันเลวได้ดีจริงๆ และกี้ก็วิ่งร้องไห้ออกไปผ่านพวกผมสองคนออกไป กี้หันมามองผมกับปันปันแว๊ปหนึ่ง
 
                      “กูจะทำยังดีวะ ...ถ้าไม่มีนางแก้มเข้ามายุ่งวันนั้นไอ้คริสมันคงถูกไล่ออกไปแล้วและมันก็คงไม่ได้ลงแข่งบาส คิดแล้วเจ็บใจฉิบหายเลยวะ” ไอ้กายพูด ผมเดินออกมาจากที่หลบมุม แม้ว่าปันปันจะดึงแขนผมไว้ก็ตาม ไอ้พี่กายมันหันมามองผม มีเพื่อนมันอีกสองคนแต่ไอ้สองคนนี้มันไม่กล้ากับผมหรอก เพราะว่าไม่ใช่ไอ้อั๋นกับไอ้พี่เอก แต่พี่เอกก็ไม่ทำผม ผมนะมีบุญคุณกับพี่เขาอยู่ ดังนันก็จะมีแค่ไอ้กายกับพี่อั๋นดังนั้นผมจึงไม่ต้องกลัวอะไร
 
                      “ยืนแอบฟังคนอื่นไม่มีมารยาทปะว่ะ” ไอ้กายมันหันมาพูดกับผม
 
                         “มารยาทไว้ใช่กับคนที่สมควรวะ แต่คนอย่างมึงนะไม่สมควรได้รับหรอก  ไอ้กาย!”
 
                      “มึงจะทำอะไรกูไอ้โป้ง” ผมเดินย่างเข้าไปหามัน ตาก็จ้องหน้ามัน แต่ไอ้กายมันก้าวถอยหลังออก ที่อย่างนี้ไม่ปากดีวะ ผมคิดในใจ ผมยังคงจ้องมองหน้ามันและก้าวเท้าเข้าหามันเช่นกัน
 
                       “หมับ” ผมจับที่คอเสื้อมันทันที ไอ้กายมันหน้าซี้ดเป็นไก่ต้มทันที ผมดันมันอัดไว้กับกำแพงและหันไปชี้ไอ้สองตัวที่ยืนอยู่ว่าอย่าเข้ามาหาเรื่องเจ็บตัว มันก็ถอยหลังมันรู้จักผมดีว่าถ้าไม่หมอบผมก็ไม่หยุด
 
                      “เลิกยุ่งกับไอ้คริสซะ...ไม่อย่างนันมึงนะได้กลับไปนอนหยอดน้ำเกลืออีกรอบแน่...และกูนี้แหละที่จะต่อยมึงเอง..กูไม่แคร์หรอกถ้ากูถูกไล่ออกหรือพักการเรียนสาเหตุเพราะกูต่อยลูกตำรวจอาการสาหัส!” ผมพูด สีหน้าผมจริงจังแค่ไหน ดูหน้าไอ้กายก็รู้มันกำลังกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงในคอ
 
                      “ปึก” ร่างมันกระแทกกับกำแพง ไอ้กายมันไม่มีอะไรที่น่ากลัวหรอกสำหรับผม มันแค่มีสมุนและมีพ่อเป็นเกาะกำบังแค่นั้น
 
                      “พอเถอะโป้งอย่าไปกัดกับหมาบ้าอย่างมันเลยว่ะ” ปันปันเข้ามาดึงแขนผมไว้ ไอ้กายมันมองหน้าผม มือมันกำหมัดไว้แน่น
 
                      “โป้ง!” คริสโตเฟอร์ ไอ้อาร์ทและไอ้โจ้มันวิ่งมาทางท้ายตึกเช่นกัน
 
                      “ ไม่เอานะโป้ง ...” คริสโตเฟอร์มันดึงแขนผมไว้ พวกไอ้อาร์ทมันมองหน้าไอ้สมุนขี้ขลาดที่ยืนชิดติดกำแพงอยู่ จนกระทั้งไอ้อั๋นกับไอ้พี่เอกเดินเข้ามาพอดีมันคงปืนข้ามรั่วเข้ามา เพราะมันมาสายกัน และพอไอ้พี่อั๋นมันเห็นพวกผมเท่านั้นแหละกรูกันเข้ามาทันที ส่วนไอ้พี่เอกมันมองหน้าผม มันแอบส่ายหัวให้ผมหยุดไม่ให้ผมแลกกับพวกมัน
 
                      “พวกมึงมาซ่าอะไรกับเพื่อนกู” ไอ้พี่อั๋นมันยืนประชันหน้ากับผม ผมก็หันไปประชันหน้ากับมันแบบไม่กลัวเกรงอะไรทั้งนั้น ต่อให้มันเป็นหนักมวยก็เถอะ
 
                      “มึงช่วยห้ามความบ้าของเพื่อนมึงหน่อยนะไอ้อั๋น” ผมพูดกระแทกเสียงไม่ต้องตะโกนแต่มันก็มีพลังพอที่จะทำให้คนตรงหน้าผมกำมือแน่นด้วยความโกรธ
 
                      “อ๊อดเข้าแถวแล้ววะโป้งไปเถอะวะ” ไอ้อาร์ทบอกพวกผม ผมยักไหล่ไอ้พี่เอกไม่ได้พูดอะไรมันแค่ยืนมองพวกผม ไอ้พี่เอกนะผมเคยช่วยชีวิตมันไว้แต่มันก็เป็นเพื่อนไอ้กายผมรู้ มันก็คงกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นกัน ผมหันหลังออกเดินตามเพื่อนๆ
 
                      “มึงรู้ได้ไงว่ะ ว่าพวกกูอยู่ตรงท้ายตึกอะ” ปันปันถามไอ้สามคนที่วิ่งมาหาผม
 
                      “แก้มอะดิ มันบอกว่าเห็นมึงกับปันปันเดินหายไปทางท้ายตึกและแก้มมันก็เห็นกี้วิ่งออกมาจากที่นั้น มันเลยคิดว่าอาจจะมีเรื่องอะไร และพอกูได้ยินเช่นนั้น พวกกูก็เลยทิ้งอาหารเช้าวิ่งมาหามึงสองคนนี้แหละ “ ไอ้อาร์ทมันพูด ผมพยักหน้า ลงทุนไปไหมวะไอ้พวกนี้แต่ผมก็นึกขอบใจพวกมัน ที่มันเป็นห่วงผม
 
                      “มึงจะไปหาเรื่องมันทำไมวะโป้ง” ไอ้โจถามผม
 
                      “โป้งเข้าไปเตือนมันให้เลิกยุ่งกับคริสนะ” ปันปันพูดแทนผมนะเป็นคนปากหนักและไม่ชอบแสดงเพื่อเอาหน้า
 
                       “โป้ง..ถ้าเรื่องที่มันจะยัดยาให้กูนะ..ช่างมันเถอต่อไปกูจะระวังตัวมากกว่านี้และกูไม่อยากให้มึงไปยุ่งว่ะโป้ง..กูกลัวมันเล่นสกปรกกับมึงอีกคนแค่กูก็แย่พอแล้ว” คริสโตเฟอร์มันพูด ผมหันไปมองหน้าไอ้คริสมัน และถอดหายใจออกมายาวๆ จะว่าไปผมก็มีส่วนทำให้มันกับไอ้กายผิดใจกันเหมือนกัน
 
                       “ครูเขมฝากถามว่าพ่อมึงเป็นยังไงบ้าง..และได้รับการทำบายพาสหัวใจหรือยัง “ ไอ้คริสบอกว่าครูเขมถามเรื่องของพ่อผม
 
                       “ครูเขมเขาเต็มใจช่วยมึงนะโป้ง” คริสโตเฟอร์พูด
 
                       “ช่วยพ่อมึงก่อนโป้ง ...พ่อมึงสำคัญนะโป้ง”
 
                       “แต่ว่าเงินมันไม่ใช่น้อยๆเลยนะคริส” ผมพูดเพราะว่าหมอบอกว่าถ้าทำบอลลูลพ่อผมมีความเสี่ยงเยอะกว่าทำบายพาสและค่าใช่จ่ายก็เพิ่มขึ้นอีก
 
                       “ครูเขมเขาเต็มใจและมึงก็หามาคืนเขาที่หลังซิโป้ง” คริสโตเฟอร์พูดผมพยักหน้าเบาๆ
 
                       “ตอนเที่ยงนะไปกับกูที่ห้องสมุดวะโป้ง..ครูอยากจะคุยกับมึงเรื่องพ่อมึง..ครูขออยากช่วยและมึงจะได้เรียนให้จบ” คริสโตเฟอร์หันมาบอกผม ก่อนจะเดินแยกเพื่อไปเข้าแถว ผมหันมามองคนที่สวมมือเข้ามาจับมือผมบีบไว้ ถ้าไม่มีคนนี้ข้างๆผม ผมคงรู้เหมือนกำลังสู้อยู่คนเดียวเหมือนกัน
 
                       “ปันปันเห็นด้วยนะโป้ง..และปิดเทอมเราไปช่วยแม่โป้งทำเค้กจะได้มีรายได้เพิ่มดีไหม..เราชอบโดนัทที่แม่โป้งทำอะ ..เราไปขายตามตลอดนัดเปิดท้ายก็ได้ดีไหมโป้ง” ผมยิ้มออกมาทันที ทำไมผมคิดไม่ได้นะ
 
                      “เราช่วยกันนะ” ปันปันพูด
 
                      “อืมม...ขอบใจนะ..และอย่าทำหน้าตาแบบนี้ได้มั้ย” ผมหันไปมามองคนที่ยิ้มตาหยีให้ผม
 
                      “ทำไมอะ” = 0 = ทำแก้มป่องด้วย
 
                      “มันน่ารัก” พอผมชมเข้าหน่อยคนที่ถูกชมถึงกับยิ้มตาหยีทันที ผมพากันเดินไปเข้าแถวผมนะให้ปันปันยืนด้านหลังผมเพื่อออกตัวปกป้องคนรักผมเอง
 
                      “ขอบคุณนะ..โป้งจัง”
 
                      “บอกอย่าเรียกโป้งจังไงปันปัน!!!”
 
                      “ทำไมอะเขาชอบ”
 
                      “โป้งไม่ใช่ตัวการ์ตูนญี่ปุ่นซะหน่อยและมันฟังดูไม่โหด ..โป้งจัง~” ผมพูดชื่อตัวเองยังแอบขนลุกเลย ไอ้พี่กายมันหันมามองหน้าผม ผมก็ทำเป็นไม่สนใจ จนกระทั้งกิจกรรมหน้าเสาร์ธงเสร็จสิ้น
 
        ผมก็เดินไปขึ้นห้องเรียนตามปกติพยายามตั้งใจ ผมต้องเรียนให้จบ ม.6 ก่อนให้ได้และนั้นผมจะได้คิดหาช่องทางทำงานเพื่อช่วยเหลือครอบครัว เมื่อก่อนพ่อทำงานได้เยอะๆ ที่ละเป็นหมื่นแต่ตอนนี้หมดไปกับค่ารักษาก็เยอะอยู่เงินที่มีก็ร่อยหรอลงไปเรื่อยๆเช่นกัน
     
                           เมื่อก่อนไม่ซิไม่นานมานี้ผมยังเที่ยวสนุกกับแฟนผมที่เป็นนักเรียนพยาบาลเธอเรียนปีสองแล้วแต่ตอนนี้เราเลิกกันอย่างเป็นทางการเธอคงตัดสินใจบอกพ่อแม่เธอไปตามจริงๆนะว่าเธอเป็นสาวกเลสเบี้ยน ส่วนผมก็คงจะบอกแม่ผมเร็วๆนี้แหละว่าผมเป็นอะไร ที่จริงแม่ก็เริ่มสงสัยแล้วเรื่องผมกับปันปัน แม่ถามผมแต่ไม่ได้ถามเชิงว่าจะต่อต้านนะแต่ผมก็ยังแค่ยิ้มๆไม่ได้ตอบอะไร
 
                      “หมับ” ผมเอื้อมมือไปกุมมือคนที่นั่งข้างๆผม ระหว่างที่ครูให้จดบนกระดานไวท์บอร์ด ผมเหลือบมองคนที่ตั้งใจเรียน ปันปันเป็นคนที่เรียนเก่งเป็นลูกชายคนเดียวของบ้านเขามีพี่สาวถึงห้าคน ปันปันเป็นคนสุดท้อง ไม่แปลกใจหรอกที่เตี่ยปันปันจะพยายามให้ลูกกลับไปสู้โลกที่ปกติ เพราะคนจีนนะมักฝากความหวังไว้ที่ลูกชายมากกว่าลูกสาวและปันปันมันก็ดันมาเป็นลูกชายคนเดียวของบ้านอีก
 
                      “มีอะไรอะ” ผมสะดุ้งปันปันยื่นหน้าใกล้ๆผม ใกล้มาก
 
                      “ไม่มีอะไร!!” ผมตอบเสียงสูงไปหน่อย ฮาๆ
 
                      “เห็นจ้องตั้งนานแล้วนะ” ปันปันมันยังคงกดดันผม มันก็รู้ว่าผมจ้องมันทำไม และผมเองก็เป็นคนปากหนัก ปากกับใจไม่ค่อยตรงกันเท่าไหร่ ก็มันเขินด้วยแหละ หันหน้าหนีดีกว่า
 
“เปล่า!”
 
“เสียงสูงอะ” ยังอีก ยังพยายามตามตื้อเอาคำตอบอีก
 
“อย่าถามเยอะได้มั้ย” ผมพูดคนที่นั่งข้างทำปากยู่ใส่ผมทันที
 
“หงึกๆ”มีมือมาสะกิดข้างหลังผม ผมหันไปมองเป็นสองคนสาวที่นั่งข้างหลังผมนั้นเอง เป้ยกับมะนาวเป็นเพื่อนร่วมห้องเรียนของพวกผม
 
“ว่าไง” ผมหันไปถาม
 
“ถามหน่อยซิ ตกลงนายสองคนเป็นแฟนกันหรือเปล่า” มะนาวถามผมแววตาเป็นประกาย ส่วนคนข้างนี้เขินอายซะขนาดนี้ไม่ต้องตอบแล้วมั้ง
 
“ปันปันเขินใหญเลยอะ...ตกลงเป็นแฟนกันใช่ปะ”
 
“อืมม” ผมพยักหน้า
 
“เห็นไหมแกฉันบอกแล้วว่าท่าทางสองคนเขาแบบนี้เป็นกันชัว “
 
“พวกเราเป็นสาววายอะ..อยากรู้จังว่ารักกันได้ยังไงอะไรแบบนี้” ดูซิ พูดไปทำหน้าฟินไปด้วย
ผมกับปันปันหันมามองหน้ากัน และเกาหัวเขิน
 
“พวกเราอยากเขียนนิยายเรื่องความรักของผู้ชายกับผู้ชายอะ..” เป้ยพูดและมองหน้าผมสองคน
 
“ไม่รู้ซิว่าเกิดตอนไหน...คงระหว่างที่เราเป็นเพื่อนกันมั้ง..คือมันบอกไม่ถูกอะว่าไปรักกันตอนไหน..รู้ตัวอีกทีก็รักไปแล้วอะ” ผมพูด
 
“ฟินมากอะ...รักกันนานๆนะ” สองสาวที่นั่งโต๊ะข้างหลังผมสองคนพูดผมพยักหน้าขอบคุณ ครูสมชายเข้ามาสอนภาษาอังกฤษพอดีเลย ผมก็หันไปตั้งหน้าตั้งตาเรียนกันต่อ และช่วงนี้ที่คริสมโตเฟอร์มันเรียนพิเศษกับครูเขมมันก็ดึงพวกผมขึ้นไปนั่งเรียนด้วย มันก็ดีนะได้ความรู้เพิ่ม ไม่ใช่เรียนแค่ในตำรา
 
                      หลังจากเลิกคาบที่สี่ผมก็เดินลงจากตึกจะรีบไปหาอะไรทานไอ้คริสโตเฟอร์มันคงรอทานกับพวกผมอยู่ด้านล่างและมันบอกผมว่าครูเขมอยากจะคุยกับผมเรื่องพ่อ ผมเข้าใจแล้วแหละว่าทำไมคริสโตเฟอร์มันรัก    ครูเขม มากขนาดนี้ ระหว่างที่ผมกำลังจะเดินออกมาผมเจอพี่เอกยื่นอยู่เหมือนเขารอผมอยู่
 
“พี่เอกมีอะไรหรอ”ผมถามพี่เอก ปันปันมองหน้าผมกับพี่เอกสลับกันไปมา
 
“กูอยากให้มึงเลิกเข้าไปยุ่งกับไอ้กายวะก่อนที่มันจะมาเล่นมึงอีกคน” พี่เอกบอกผมน้ำเสียงที่บอกได้ว่าเป็นห่วงแต่ว่าไอ้คริสโตเฟอร์นะมันเป็นเพื่อนรักของผมนะซิ
 
“ผมไม่ยุ่งไม่ได้พี่เอก..พี่นะควรจะบอกเพื่อนพี่ให้เลิกยุ่งกับไอ้คริสมันและเรื่องที่มันท้าแข่งรถ
กับไอ้คริสคราวก่อนนะ ไอ้คริสมันไม่รู้เรื่องว่าพ่อมันจะเป็นคนไปจับคนที่แข่งรถในคืนนั้นและไม่มีใครรู้ทั้งนั้นว่าใครเป็นคนโทรแจ้ง” ผมพูดกับพี่เอก พี่เอกพยักหน้า ผมว่าพี่เอกรู้ว่าใครโทรแจ้ง
 
“เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้วด้วยพี่ควรจะบอกไอ้กายมันเลิกบ้าได้แล้ว”
 
“พี่บอกมันได้เหรอวะ” พี่เอกพูดพร้อมกับพ่นลมหายใจออกมา ก่อนจะหันมามองหน้า   ไอ้ปันปัน ที่ยืนทำหน้างง เหตุการณ์คืนนั้นผมจำได้ดีว่าเราไปท้าแข่งรถด้วยเงินเดิมพัน หนึ่งหมื่นบาทแต่คืนนั้นดันซวยพ่อพี่กายที่เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ เป็นคนไปดักจับพวกแข่งรถเองและจับลูกชายตัวเองซึ้งมันสร้างความอับอายให้เขาเป็นอย่างมากและไอ้พี่กายก็คิดว่าเป็นฝีมือไอ้คริสโทรไปแจ้ง
 
      พวกผมก็โดนและพ่อแม่ก็มาประกันตัวกันและหลังจากวันนั้นไอ้คริสโตเฟอร์ก็มีเรื่องต่อยกับไอ้พี่กายหนักที่สุดก็ไอ้พี่กายมันด่าถึงพ่อแม่นั้นแหละ ไอ้กายมันเลยโดนต่อยไปจนสลบคาที่และคริสโตเฟอร์ก็โดนพักการเรียนไป
 
“ไปกินข้าวกันเถอะว่ะ...ดูแลปันปันดีดีละ” พี่เอกพูดก่อนจะเดินแยกไปอีกทางเพื่อไม่ให้พี่กายเห็นว่าพี่เอกนะญาติดีกับพวกผม ผมเคยช่วยพี่เอกไว้ตอนนั้นเราไปเที่ยวกันพี่เอกกำลังถูกรุมกระทืบและมันก็ชักมีดขึ้นมาแต่พวกผมลงไปช่วยไว้ซะก่อนพี่เอกเลยรอด
 
“ทำไมไอ้พี่เอกมันดีกับโป้งจังเลยอะ”
 
“โป้งเคยช่วยพี่เอกไว้นะปันปัน..ตอนที่พี่กายโดนคู่อริไอ้กายมันไล่กระทืบเอา มันกะเล่นพี่เอกถึงตายเลย แต่โป้งผ่านไปพอดีก็เลยช่วยพี่เขาไว้ “ผมบอกปันปัน ปันปันก็พยักหน้า
 
“เออ..ต่อไปนี้ห้ามอยู่ห่างๆจากโป้งนะรู้ไหม”จากที่พี่เอกพูดผมเริ่มเป็นห่วงปันปันมากขึ้น ผมเดินลงไปที่โรงอาหารเหมือนเช่นปกติ ปันปันก็เดินไปหาซื้อของชอบของเขา ผมเห็นไอ้โจ้กับไอ้อาร์ทมันยืนใช้ความคิดเลือกว่าจะกินอะไรดี พ่อมันสองคนเป็นที่รู้จัก ไม่ค่ยอมีใครกล้ายุ่งกับไอ้อาร์ทและไอ้โจ้หรอกแต่มันสองคนดีที่ไม่เคยเอาพ่อมาเบ่งเหมือนไอ้กาย
 
“กินไรวะโป้ง” ผมสะดุ้งมือไอ้คริสโตเฟอร์มาแตะที่ไหล่ผม
 
“ทำไมวันนี้หน้ามึงบอกบุญไม่รับเลยว่ะ” ไอ้คริสโตเฟอร์ถามผม
 
“ไม่มีอะไรหรอกนะ” ผมหันไปพูดกับคริสโตเฟอร์
 
“โป้งข้าวผัดปูที่โป้งชอบอะ” ปันปันซื้อข้าวผัดปูมาให้ผมร้านป้าใจทำแน่ๆ ผมหันไปรับจานข้าวมาคนนี้เรียกได้ว่ารู้ใจผมมาก คริสโตเฟอร์แตะไหล่ผมเบาๆและเดินเลี่ยงออกไปหาครูเขมผมเดินไปที่นั่งทางด้านหลังกัน พอเดินถึงก็เห็นไอ้คู่รักจากเพื่อนสนิมกลายมาเป็นคู่รักหวานแหว๋ว โจ้กับอาร์ท
 
“นี้มึงสองคนยังรักกันอยู่ดีใช่ปะ” ผมสะบัดหน้ามามองปันปัน ถามอะไรนะ ไอ้อาร์ทก็สะบัดหน้ามามองปันปันอีกคน
 
“ปากมึงเหรอครับปันปันของพ่อ” ไอ้อาร์ทเงยหน้าขึ้นมาพูด
 
“ก็กูเห็นไอ้โจมันถ่ายรูปคู่กับหมาโพสลงอินทาแกรมตลอดนี้หว่า..ฮาๆ  ไม่เห็นมีมึงเลยอ่ะไอ้พ่ออาร์ท! ” ปันปันพูด ผมหันมาพยักหน้าจริงวะ
 
“เห็นไหม..ใครเขาก็เข้าใจผิดกันหมดงดอัพรูปกับเจอาร์เดี๋ยวนี้!...ไม่อย่างนั้นเขาจะเอาไปคืนร้านขายพันธุ์สุนัข” ไอ้อาร์ทมันสั่งห้ามโจ โจหันมาทำท่าจะโบกปันปัน
 
“โป้งเดี๋ยวเขาต้องไปเอาสบูที่ม๊าส่งมาให้ใหม่” ปันปันบอกผม
 
“ที่แม่มึงส่งมาให้ใช้หมดแล้วเหรอวะปันปัน ..มึงถูหรือมึงกินเข้าไปด้วยวะ” ไอ้อาร์ทมันถามไอ้ปันปัน ผมหันไปมองคริสโตเฟอร์เดินมาพร้อมกับครูเขมมานั่งทานกับพวกผมด้วย
 
“นั้นดิ” ไอ้โจ
 
“ก็มันเล่นถูนานขนาดนั้นกูนี้ตัวจะเปื่อยหมดแล้ว” ผมพูดและหันไปมองปันปัน แค่สิวไม่กี่เม็ดเองแถวตัวมันก็ขาวจั๋วมาก
 
“ปันปัน ไปหาหมอเถอะมึงก่อนที่ไอ้โป้งมันจะเปื่อยเพราะต้องเข้าไปถูหลังให้มึงน้าน..นาน ” ไอ้โจพูด คนที่ได้ยินทำปากมุบมิบทันที
 
“และเพื่อว่าหมอจะให้ยาแต่ไม่ใช่ยารักษาสิวนะยาลดอาการหื่นแทนว่ะ ” ไอ้อาร์ทพูด ผมยื่นมือไปแตะมือว่าจริงมาก
 
“แป๊ะ!”
 
“โป้งจัง” คนนี้ทำหน้า สงสัยต้องให้เลิกอ่านนิยายวายญีปุ่นชั่วคราว เพราะว่าหน้ามันเหมือนนายเอกในนั้นเข้าไปทุกวัน
 
“อีกแล้วบอกว่าอย่าเรียกโป้งจังไง” ผมหันมามองคนที่นั่งข้าง
 
“อายเขา!!” >////<
 
“ไอ้เชี้ยนี้มันอยากดูไอ้โป้งแก้ผ้าอะดิ..ดูหน้าก็รู้...บ่งบอกได้ว่าโรคจิตมาก..ฮาๆ “ ผมนั่งทานอาหารเที่ยงกันพร้อมกันเสียงหัวเราะ นี้คือความทรงจำของคำว่าเพื่อนแท้ ไม่จำเป็นต้องนานแค่ไหนแค่ความจริงใจแค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับผม
 
     หลังจากทานอาหารเที่ยงผมตามคริสโตเฟอร์ขึ้นไปห้องสมุด ผมนั่งรอครูเขมเขาเดินเข้ามาหาผมโดยปล่อยให้คริสโตเฟอร์อ่านหนังสือต่อ
 
“โป้งครูอยากช่วยเธอนะ..ครูไม่ได้อยากจะช่วยให้เธอยอมรับครูกับคริสโตเฟอร์แต่ครูยินดีจะช่วยเธอในฐานะครูและลูกศิษย์..เธอเป็นลูกศิษย์ของครูนะถึงแม้จะไม่ได้สอนก็ตาม “
 
“พ่อเธอต้องการมันนะโป้ง”ครูเขมกุมมือผมไว้
 
“ครูให้ยื่มก่อนเมื่อเธอสามารถคืนครูได้เธอค่อยคืนแต่เธอต้องเรียนให้จบก่อนนะโป้ง..สัญญากับครูว่าเธอจะตั้งใจเรียนให้จบ” ครูเขมพูดผมพยักหน้าผมจำต้องยอมรับความช่วยเหลือจากคนที่ผมเคยพูดไม่ดี ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้ ผมย่อตัวลงผมก้มลงกราบครูเขม
 
“อย่าทำแบบนี้ซิโป้ง” ครูเขมตกใจและรีบรับมือผมไว้ ผมรู้ว่าครูยังอายุไม่มากพอแต่ตอนนี้ผมเคารพครูเขมเหมือนเช่นครูคนอื่นๆ
 
“ผมขอโทษครับครูที่ผมเคยพูดไม่ดีกับครูผมขอโทษครับ..ผมรู้แล้วว่าทำไมคริสมันรักครู มันยอมทำทุกอย่างเพื่อครู เพราะครูดีแบบนี้นี่เองครับ..แม้กระทั้งผม “
 
“ครูเป็นครูโดยอาชีพครูต้องไม่เลือกปฏิบัติและครูยินดีที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยลูกศิษย์เมื่อลูศิษย์ต้องการ...ในขณะที่ครูยังมีแรงทำได้อยู่” ครูเขมพูดและมองหน้าผม ผมสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นของครูเขม ผมคิดว่าโรงเรียนนี้ต้องครูแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นยังไงผมก็ต้องช่วยคริสมันปกป้องครูหากใครคิดจะทำร้ายครูดีดีอย่างครูเขมแน่นอน
 
“พรุ่งนี้ครูจะโอนให้เอาไปเพื่อรักษาพ่อเธอและเธอก็ตั้งใจเรียนให้จบแค่นี้ที่ครูอยากได้”ครูเขมผมพูด มือนั้นลูบหัวผมเบาๆ ก่อนจะดันผมให้ลุกขึ้นและครูเขมก็เดินกลับไปหาคริสโตเฟอร์เพื่อทำการติวหนังสือให้คริสโตเฟอร์ต่อ ผมเดินออกไปหาปันปัน ผมหยิบมือถือขึ้นมาและกดโทรหาแม่
 
“แม่”
 
“ว่าไงโป้งลูก”
 
“ผมมีเงินให้พ่อทำบายพาสแล้วแม่”
 
“ไปเอามาจากไหนนะโป้ง”
 
“ครูเขมเขาให้ผมยื่มและผมจะพยายามหางานทำพิเศษผมจะค่อยใช้คืนครูเขมเขาแม่”
 
“ฮึกๆ ...”
 
“แม่บอกหมอได้เลยนะว่าพ่อพร้อมจะเข้ารับการทำบายพาสแล้วแม่..ต่อไปโป้งจะไม่เหลวไหลอีกแล้วแม่..โป้งรักแม่รักพ่อนะ..โป้งขอโทษที่ผ่านมาโป้งทำตัวไม่ดีเลยแม่” ผมพูดน้ำตาผมซึมแต่ผมพยายามกลั้นเพื่อไม่ให้ไหล
 
“โป้งดีสำหรับแม่อยู่แล้วลูก...ฝากขอบคุณครู..คนนั้นด้วยนะและถ้ามีโอกาสแม่จะไปขอบคุณเขาเองลูก” แม่ผมพูด
 
“ครับแม่...แม่ดูแลพ่อต่อเถอะครับ”ผมกดวางสาย ผมหันมามองปันปันกำลังใจที่อยู่ข้างๆผมอีกคน ปันปันกุมมือผมไว้ เหมือนกับว่าเขาหยัดบางสิ่งในมือผม ผมแบมือดู มันเป็นสร้อยทองหนักหนึ่งบาท
 
“เอาไปขายช่วยพ่อโป้งนะ..แม่ของโป้งนะดีกับปันปันมาก ปันปันช่วยโป้งได้ไม่มากแต่อยากช่วย”
 
“เราเป็นแฟนต้องช่วยแฟนซิ”
 
“แต่นี้ม๊าปันปันซื้อให้ไม่ใช่เหรอ”
 
“เอานะไว้เราเก็บเงินทำใหม่ก็ได้นิ..ม๊านะเป็นผู้หญิงที่เข้าใจปันปันมากที่สุดแม้ว่าพ่อจะไม่เคยเข้าใจแต่ม๊านะเข้าใจและรักปันปันเขาเชื่อว่าม๊าจะไม่ว่าอะไรปันปันหากจะใช้สิ่งนี้ช่วยคนที่ปันปันรัก ” ปันปันพูดพร้อมกับกอดผม ผมก็หันไปกอดปันปันตอบ
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-09-2020 23:32:13 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1976
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
พิเศษ โป้งVSปันปัน ขอแค่เราจะไม่ปล่อยมือกัน 2 NC 18+                      
                       ผมกลับมามีสมาธิในการเรียนมากขึ้นหลังจากเรื่องของพ่อผมมีทางออกที่ดีขึ้น และต่อไปผมจะตั้งใจเรียนผมคิดไว้ในใจตั้งแต่ตอนนี้โดยมีคนข้างๆผมที่คอยเป็นกำลังใจให้เขาไม่ได้เป็นกำลังใจ อย่างเดียวเท่านั้นเป็นทุกอย่างเป็นทั้งเพื่อนเป็นน้องชายเวลาง้องแง้งกับผมเป็นคนที่รักผมว่าจะการบ้านหรืองานกลุ่มปันปันทำให้ผมเกือบหมดแล้วอย่างนี้ผมจะไม่รักได้ยังไง
 
“วันนี้พี่อลันแกจะมาหรือเปล่าวะ”ผมเดินลงมาที่สนามผมเปลี่ยนชุดเตรียมซ้อมบาสเก็ตบอลกับพี่อลัน พี่แกเป็นครูสอนพละที่วิทยาลัยพละศึกษาแห่งหนึ่งในตัวเมืองและเป็นรุ่นพี่ของที่นี้ด้วยพี่แกสละเวลามาซ้อมให้พวกผม อาทิตย์ละครั้งพี่แกเป็นหลานผู้อำนวยการอีกด้วย
 
“นั้นไงมาแล้วนะ” ไอ้โจ้มันพูดพร้อมกับชี้นิ้วไป ผมหันไปเห็นพี่อลันแกเดินผิวปากเท่ๆมาแตไกล
 
“ไงครับน้องๆ วอร์มกันหรือยัง” พี่อลันมาถึงก็ถามเลย
 
“วอร์มจนอุ่น..และก็อุ่นจนร้อนแล้วนะพี่” ไอ้อาร์ท มันพูดกวน
 
“อาร์ทครับ..กวนตีนครับ” พี่อลันพูดผมพากันกลั้นหัวเราะไอ้อาร์ท
 
“ออกมาปั่นจิ้งหรีดเดี๋ยวนี้เลยครับอาร์ทครับ..คราวนี้ได้วอร์มจนเหงือแตกพลั่กแน่ๆ ” พี่อลันพูดและไอ้อาร์ทมันก็โดนปั่นจิ้งหรีดไปยี่สอบรอบ
 
                       พี่อลันก็จัดการวางแผนการเล่นให้พวกผมทันทีถึงแม้ว่าตอนนี้จะปิดฤดูการไปแล้วแต่พี่แกอยากให้พวกผมซ้อมเอาไว้เพื่อฤดูการหน้า และผมยังคงเป็นอยู่ในตำแหน่งเซนเตอร์ที่คอยคุมเกมส์ในสนามเหมือนเคย ตำแหน่งชู้ดยังคงเป็นของคริสโตเฟอร์และตำแหน่งพอยส์การ์ดเป็นของปันปันและไอ้โจ้กับอาร์ทอยู่ตำแหน่งแบคหลัง พอพี่อลันพูดจบก็ให้พวกผมลงสนามเลยแข่งกับทีมสำรองรุ่นน้องๆที่จะขึ้นแท่นแทนรุ่นพวกผมต่อไปหลังจากที่พวกผมจบแล้วดังนั้นปีหน้าผมต้องเทรนรุ่นน้องให้หนักขึ้นและพยายามให้รุ่นน้องลงสนามแข่งทุกรอบเพื่อว่าจะได้เรียนรู้จากพวกผมก่อนที่จะจบ ระหว่างที่พวกผมซ้อมผมเห็นพวกพี่กายมันมายืนกอดอกมองพวกผม สักพักมันก็พากันเดินออกไป
 
“เอาละแยกย้ายกันได้แล้ววันพฤหัสดีหน้าพี่มีทีมให้ลองฝีมือวะ พวกพี่เขาเป็นนักบาสที่มหาวิทยาลัยพละ” พี่อลันพูดบอกพวกผม ไอ้คริสมันก็รีบลุกขึ้น มันจะรีบไปอาบน้ำเพราะว่ามันมีนัดเรียนภาษาอังกฤษกับครูเขม พวกไอ้อาร์ทกับไอ้โจมันก็รีบกลับบ้าน ไอ้คู่นี้เลิกแล้วรีบกลับไม่เถลไถลนั่งแช่เหมือนเมื่อก่อน มันต้องแอบไปทำอะไรกันแน่ๆ
 
“โป้ง..” พี่อลันเรียกผม
 
“ได้ข่าวว่าพ่อไม่สบายเหรอวะ”
 
“ครับพี่อลัน”ผมตอบพี่อลัน พี่เขาพยายามชวนผมอยู่อยากให้ผมไปคัดตัวทีมชาติ
 
“ตอนแรกผมว่าจะหยุดเรียนเพราะว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาพ่อนะเยอะพี่อลัน”
 
“พี่เสียดายเราวะ..บอกตรงๆนะการเล่นเราดีวะ..อยากให้ไปเรียนวิทยาลัยพละหรือที่ไหนก็ได้แต่ไม่อยากให้เราทิ้งบาสยิ่งท่า แอร์วอล์คของเรานี้นะพี่โคตรชอบเลยวะ” พี่อลันพูด

                       “วันที่ชิงแชมป์พี่โคตรเสียดายเลยที่ไม่ได้มาดู มีแต่คนชมนายวะ โป้งวันนั้นนะ” พี่อลัลพูดและวันนั้นไอ้คริสก็ได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่ เพราะว่าไอ้รองแชมป์มันเล่นขี้โกง มันตั้งใจชนแบบให้คริสได้รับบาดเจ็บแต่โชคดีที่คริสมันแค่ไหล่ซ้นแค่นั้น
 
“แต่ผมคง..ไปไม่ได้ไกลขนาดนั้นหรอกพี่” ผมหันไปพูดกับพี่อลัน ถึงแม้ว่านั้นก็คือความฝันของผมด้วยเช่นกัน
 
“พี่เชื่อว่านายไปได้ดีในเส้นทางนี้ว่ะโป้ง เพล้อๆนานน่าจะไปได้ถึงขั้นนักกีฬาทีมชาติเลยว่ะ” พี่อลันพูดกับผมก่อนจะเดินออกไป ไอ้คริสโตเฟอร์มันก็เตรียมตัวไปอายน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าจะได้ไปเรียนติวกับครูเขม ผมเดินออกไปทางด้านหน้ากับพี่อลัน
 
“พี่อยากให้เราได้เรียนต่อและเอาดีทางด้านบาสเก็ตบอลหรือยึดเป็นอาชีพไปเลยจะดีมากพี่ว่านายทำได้โป้ง” พี่อลันพูด จังหวะที่ครูเขมเดินลงมาพอดีเลยตอนนี้ก็น่าจะหกโมงครึ้งได้แล้ว ครูเขมสอนติวภาษาอังกฤษเสร็จแล้ว
 
“ครูเขม...ไอ้คริสมันกลับไปอาบน้ำนะครับครู” ปันปัน หันไปบอกครูเขม ครูเขมพยักหน้าพี่อลันพอหันไปเจอก็หรี่ตามองครูเขม
 
“ใครวะ” พี่อลันถามผมกับไอ้ปันปัน
 
“ครูเขมครูสอนภาษาอังกฤษที่นี้นะพี่อลัน”
 
“ที่มาแทนครูมิ้งเหรอวะ”
 
“ใช่พี่”
 
“เฮ้ยเขาเป็นเกย์เปล่าวะ” พี่อลันกระซิบกับผม ผมถึงกับยกมือขึ้นมาเกาหัวทันที พี่แกตรงไป
ไหมวะพี่อลัน
 
“ทำไมอะพี่อลัน”
 
“กูจีบได้ไหมวะ”
 
“เฮ้ยพี่!..เป็นเกย์เหรอ”
 
“เออดิ”
 
“โว้ยย!!” พวกผมกับไอ้ปันปัน หันมามองหน้ากันแม้แต่โค้ชยังเป็นเลยอะ ดูแลกันมาตั้งสองปี นี่เพิ่งจะรู้วันนี้เอง ว่าพี่แกก็ไม่รอด
 
“พี่ไปแอบที่ไหนมาอะ” ไอ้ปันปัน รีบถามเขาเชียวนะ ผมหันไปเหล่มองเมีย บอกว่าให้เลิกแรด!!!!
 
“แล้วกูจะต้องแปะไว้ที่หน้าฝากหรอครับว่ากระผมเป็นเกย์นะครับ” พี่อลันหันหน้ามาบอกไอ้ป้นปัน
 
“ครูเขามีแฟนแล้วพี่..แฟนครูโคตรโหดสาดเลยอะ..หมามองครูมันเตะเลยนะ” ไอ้ปันปันมันพูดได้เวอร์มาก
 
“ขนาดหมามองมันยังเตะหมาเลยเหรอวะ” พี่อลันถามไอ้ปันปันมันพยักหน้าหงึกๆ ทันที (ตอแหลชัดชัด คนอย่างไอ้คริสโตเฟอร์มันเอาข้าวฟรีเลี้ยงหมาทุกวันมันนี้นะจะเตะหมา)
 
“จริง!!!” เสียงสูงจนต้องพากันยกนิ้วขึ้นมาอุดหู
 
“และแม่งยังกระทีบหมาซ้ำอีกอะโหดสาดอะ” ไอ้ปันปัน
 
“นี้มึงขู่กูปะเนี๊ยะ..เตะให้ร้องแต๋วแตกเลย” พี่อลันหันไปจะเตะไอ้ปันปัน
 
“เขามีแฟนแล้วพี่” ผมเลยพูดอีกคน
 
“อะไรวะอกหักตั้งแต่แรกเจอเลยเหรอวะเซ็งว่ะ” พี่อลันพูดก่อนจะเดินออกและยังหันไปส่งยิ้มพร้อมโบกไม้โบกมือให้ครูเขมอีก ครูเขมก็ยิ้มๆตอบ ผมหันมามองคนข้างๆ ช่วยไอ้คริสโตเฟอร์มากเลยนะ ปันปันหยักไหล่และเดินกลับเข้าบ้านพักระหว่างที่เดินกลับผมเห็นไอ้คริสโตเฟอร์มันเดินสวนออกมาเพื่อจะไปเรียนติวกับครูเขม
 
“โป้งไปเรียนปะ..กูจะไปกินข้าวกับพี่เขมก่อนวะ เจอกันที่บ้านพักครูนะ”
 
“เออก็ได้วะ” ผมพูดและรีบพากันเดินกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า อาบพร้อมกันไปเลยด้วยพอเสร็จแล้วก็ออกมาแต่งตัวปันปันหยิบผ้ามาเช็ดผมรองทรงข้างบนยาว แถมยังเอาไดมาเป่าผมให้ผมด้วย เรายืนอยู่หน้ากระจกด้วยกัน ปันปันมันเป่าทั้งของผมและของปันปันสลับกันไปมาจนผมแห้งทั้งคู่ ก็พากันแต่งตัวเพราะว่าเดี๋ยวครูเขมกับคริสโตเฟอร์จะรอ
 ผมสองคนพากันไปที่บ้านพักครูของครูเขมกัน ผมขับรถมอเตอร์ไซค์คันเล็กของผม คันนี้ผมได้มาเพราะว่าผมไปแข่งรถกันและก็ได้รถคันนี้มาเป็นรางวัลที่ผมชนะ

“ครูเขมครับ” ผมเดินเข้าไปในบ้านพักครูพอดีเลย ครูเขมหันมามองผม
 
“เข้ามาซิโป้ง ปันปัน มาทานข้าวเย็นกันก่อนมะ”
 
“ไม่เป็นไรครับ”
 
“มาเถอะครูสั่งมาตั้งหลายอย่างและนี้ก็ทำสตอผัดพริกเพิ่มอีกคริสโตเฟอร์เขาอยากกินนะ” ครูเขมพูดผมก็นั่งลงข้างๆกับปันปัน ส่วนคริสโตเฟอร์เดินไปนั่งข้างๆครูเขมแทน ผมได้แต่นั่งมองอาหารพวกนี้คริสมันชอบทั้งนันเลยนะ ครูเขมนี้เขาดีกับคริสโตเฟอร์มากถ้าผมเป็นมันผมก็รักครูเขม
 
                       หลังจากทานอาหารเสร็จผมก็นั่งฟังครูเขมติวภาษาอังกฤษให้วันนี้ครูเขมสอนเรื่องWritting ผมไม่ได้เรียนกับครูเขมหรอกแต่ดูจากการติวแล้วผมเคยไปติวภาษาอังกฤษกับครูติวเตอร์ราคาแพง แต่ผมขี้เกียจเกินไปเพราะผมมุ่งมั่นให้กับบาสเก็ตบอลซะมากกว่า จนพ่อไม่อยากส่งผมไปเรียนติวที่ไหนแล้ว ดังนั้นผมจึงรู้เลยว่าครูเขมสอนได้ดีเหมือนได้ไปเรียนติวเตอร์เลยจริงๆ
 
“เอาละพรุ่งนี้เธอสองคนกลับบ้านกันใช่ไหมโป้ง ปันปัน “ ครูเขมถามผม ผมพยักหน้าว่าใช่ ปันปันก็ไปกับผมด้วย
 
“วันจันทร์แล้วกันมาติวกันอีกนะ” ครูเขมพูดผมพยักหน้า
 
“โป้งครูโอนให้แล้วนะทางอินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้ง ไปเช็คดูนะและครูขอให้พ่อเธอหายป่วยไวไว” ครูเขมบอกผม ผมหันไปมองครูเขมและผมก็ยกมือไหว้ขอบคุณครูเขมอีกครั้งที่ช่วยเหลือผม
 
“เอานะครูพอมีครูก็ช่วยได้..ไปนอนพักผ่อนกันได้แล้ว”
 
“คริส” ครูเขมเรียกคริสโตเฟอร์ คงจะให้กลับบ้านพักพร้อมพวกผมเลยแน่ๆ แต่ผมดูจากสีหน้ามันแล้วมันกำลังงอแงกับครูเขมแน่ๆ
 
“วันนี้นอนกับพี่เขมอีกวันได้ไหมอะ” คริสโตเฟอร์มันทำน้ำเสียงอ้อนขอนอนกับครูเขม
 
“อะไรกัน”ครูเขมหันไปทำหน้าดุใส่ไอ้คริส มันหดทันที
 
“ให้มันนอนนี้ก็ได้ครับ พวกผมสองคนไม่ไปบอกใครหรอกครับ” ปันปันพูด ผมยกมือไหว้ลาครูเขมและพากันลงจากบ้านผมขับรถมอเตอร์ไซค์เบาะสั้นนั่งสองคนเบียดกันดี
 
“ครูเขมเขารักคริสโตเฟอร์มากเลยเนอะโป้ง” ปันปันพูดขึ้นขณะที่กอดเอวผม ผมนิ่งเงียบปันปันคงคิดว่าผมยังเสียใจเรื่องคริสโตเฟอร์อยู่ละซิถึงได้คลายมือออกจากการกอดเอวผม
 
“หมับ” ผมรีบจับมือเล็กๆนั้นไว้ไม่ให้ปลอยจากการกอดเอวของผม ผมไม่ได้พูดอะไรเพราะเป็นคนพูดน้อยต่อยหนัก ปันปันสวมกอดแน่นกว่าเดิมใบหน้าสซุกลงที่แผ่นหลังของผม
 
“อยากอยู่แบบนี้ตลอดไป” ปันปันพูดเบาๆ แต่ผมก็ได้ยินชัดเจนผมแค่เหลียวไปมองคนที่ซบแผ่นหลังผม ผมหันมามองถนนที่จะเข้าไปยังบ้านพักโซนของนักเรียนมุมปากกระตุ๊กขึ้นเป็นรอยยิ้ม
 
“ปันปัน” ผมเรียกปันปัน ที่ซบนี้หลับเหรอ พอเรียกถึงกับขยี่หูขยี่ตามองหน้าบ้านพักนักเรียน
 
                        หาว!!! ตามมาด้วยการบิดขี้เกียจและหาวอ้าปากซะกว้างเชียว
 
“ง่วงเหรอ” ผมเอี้ยวตัวไปถามปันปัน ที่ยืนขยี่หูขยี่ตาเป็นเด็ก
 
“นิดหน่อยนะ...หาว!”
 
“อุ๊บ!” ผมรวยเอวบางนั้นเข้ามาหาผมและประกบปากจูบอย่างรวดเร็วจนคนที่ยืนหาวตั้งตัวไม่ติดแต่สักพักก็เอาแขนขึ้นไปโอบรอบคอผม
 
“ปะ..โป้ง...จะ..เอาตรงนี้เหรอ..” ผมชะงักหยุดทันที
 
“ใครบอกละ..ไม่มีคนแต่ก็อายต้นไม้..ไปขึ้นบ้านพักได้แล้ว..หื่นนะเรานะ” คนที่จูบคงอายม้วนจนหน้าแดงเลยซะซิผมองเห็นไม่ชัดหรอกเพราะว่าไฟหน้าบ้านสว่างแค่พอมองเห็นทางเดินขึ้นเท่านั้นเองผมพากันเดินขึ้นบ้านพักและจัดการล้างหน้าล้างตาก่อนจะออกมานอนรอคนที่เข้าห้องน้ำต่อจากผม หายเข้าไปนานเลยเกือบ ครึ้งชั่วโมงได้ ผมแทบจะหลับรอเลย ไปทำอะไรของเขานานมาก
 
“โป้ง..รอนานปะ”
 
“นานมากไปทำอะไรในห้องน้ำนานโคตรเลยปันปัน” ผมถามก่อนจะหยิบมือถือวางลงผมกำลังโพสเพื่อต้องการขายรถบิกไบท์คู่ใจของผมเพื่อช่วยแม่ ตอนนี้แม่ไม่มีรายได้อะไรต้องดูแลพ่อที่โรงพยาบาล
 
“ก็ไปเข้าไปทำแท้งมาเลยนานไปหน่อย”
 
“ห๊!”
 
“ปันปันมึงตั้งท้องเหรอ!!” ผมดีดตัวขึ้นนั่งตกใจหน้าซี้ดเลยผม นี้ผมทำผู้ชายท้องเหรอว่ะ
 
“จะตกใจทำไม ทำแท้งมันแปลว่าทำความสะอาดตรงนั้นอะ..เวลาเรา..อึบๆกันจะได้ไม่มีอะไรมาทำลายความสุขของเราไงโป้ง” ผมก็มอง อ้อ! สวนล้างตรงนั้น
                     
                       ปันปันพูดจบก็ขึ้นมาบนเตียงนอนนั้น ค่อยๆคลีบคลานเข้ามาหาผมจากปลายเตียงเหมือนแมวยั่วสวาทเลยผมก็เปิดผ้าห่มที่คลุมตัวไว้คลึ้งนึงออก
 
“เว้ย!” ปันปันร้องตกใจเพราะว่าผมไม่ได้ใส่อะไรเลย
 
“รออยู่” ผมพูดและกัดปากให้ดูเซ็กซี่ สงสายตาเชื้อเชิญให้คนที่กำลังคลานเข้ามาหาผม จัดการมันอยู่ ปันปันเลียริมฝีปากบางๆชวนให้สยิวน่าดู ปันปันก็พรมจูบผมตั้งแต่โคนขาอ่อนขึ้นไปเรื่อง ผมถึงกับนอนมองเพดานหลับตาพริ้ม
 
“อ๊ะ..ปันปัน...ซี้ด” ผมรู้สยิวมากขึ้นเมื่อริมฝีปากบางๆนั้นแตะที่ตรงเนื้ออ่อนของผม เหนือสิ่งที่บอกความเป็นชายขึ้นมาหน่อยและขบกัดเบาๆ จนผมสะดุ้งมือก็กดหัวปันปันเอาไว้ ทั้งขบทั้งเม้มและดูดดุลด้วยปลายลิ้น จนผมสยิวมากร่ายกายผมแอ่นขึ้นเพื่อพยายามลดอาการเซียวซ่าน
 
“ปันปัน...ซี้ด..อย่าแกล้งโป้งซิ..อ๊าห์” ผมร้องครางออกมาเชิงห้ามปรามนิดหน่อยเสียงหัวเราะในลำคออย่างพอใจของปันปันและปลายลิ้นนุ่มๆนั้นก็ลากขึ้นมาเรื่อยตามซีคแพคของผมจนมาวนเล่นทีกล้ามเนื้ออก
 
“อื้ม...อ๊าห์” ผมร้องครางออกมาตลอดตาก็หลับพริ้มด้วยความสุข ผมกับปันปันไม่ได้ทำกันมาสองสามวันแล้วเพราะว่าผมเครียดเรื่องพ่อ วันนี้คงได้จัดกันหนักหน่อยแหละ
 
“อืมมม” ปันปันเลื่อนตัวขึ้นมาทาบทับผมพร้อมประกบปากลงที่ริมฝีปากหนาๆ นั้นของผมและผมเองก็ตอบสนองอย่างเร้าร้อน เราสองคนกอดกัดฟัดกันไปมาอยู่บนเตียงแคบๆ
 
“ที่รักขึ้นให้โป้งนะ” ผมพูดปันปันเลิกคิ้วมองผม ใช่ผมยังไม่เคยเรียกที่รักเลยสักครั้งเรียกแต่ชื่อและตอนนี้คงได้เวลาแล้วแหละ
 
“ยกให้เป็นสุดที่รักหรือว่าไม่ชอบ”
 
“ใครบอกชอบมากอยากเป็นที่รักของโป้ง”
 
“งั้นก็ดูแลมันให้ดีดีนะ..อันนี้นะ” ผมพูดและชี้กำลังตั้งเด่อยู่
 
“เพราะว่าใครๆก็อยากขย่มโดยเฉพาะสาวๆ ”
 
“ตอนนี้ไม่ให้ใครแล้วเพราะว่าคนนี้จะเก็บเอาไว้ขย่มเอง” ปันปันพูด ผมเอื้อมมือไปหยิบเจลหล่อลื่นมาทางลงที่ชี้โด่เด่อยู่ ตั้งแต่โป้งมีเมียเป็นตัวเป็นตนถุงยางกับเจลต้องคอยดูแลว่าจะหมดหรือเปล่า
 
                       พอผมทาเจลเสร็จเรียบร้อย ปันปันก็ค่อยย่อนลงนั้นลงมาช้าๆ สีหน้าเหยเกของปันปันบอกได้ว่าเจ็บเอาการอยู่ตัวปันปันมันเล็กกว่าผมบอบบางกว่าสูงน้อยกว่าผมเกือบสิบเซนติเมตร ผมเห็นอาการเจ็บของปันปันแล้วสงสารจับใจเลยใช้แขนดันตัวเองขั้นใช่มือช้อยประคองใบหน้าของปันปันเพื่อทำการจูบและสอดลิ้นเข้าไปหยอกเย้าเล่น จนปันปันรู้สึกดี รับรู้ได้จากการขยับลงมาเรื่อยๆแบบไม่มีหยุด
 
“อ๊าห์” ปันปัน อ้าปากครางออกมาทันทีที่ก้นของปันปันลงมาจนสุด
 
“ซี้ด” ผมก็ร้องซี้ดยาวเลยมันคับแน่นมากและปันปันก็สวมบทคาวบอยกับผมทันที
 
“ที่รัก..อ๊าห์...โอ้วว” ผมร้องครางแถวจะไม่เป็นภาษามนุษย์เลย ปันปันโยกเก่งมากสงสัยเพราะเปิดหนังให้ดูบ่อย
 
“เก่งมากที่รัก..ที่รักเก่งที่สุด..แบบนั้นแหละ...คาวบอยหวานใจโป้งต้องแบบนี้..อ๊าห์..เยี่ยม...อู้ยย” ผมเอ่ยปากชมปันปันตลอดเอวผมก็เด้งสวนกลับตลอดเช่นกัน
 
“อะโป้ง...ซี้ด...โป้ง..ยะ..อย่า..สวนขึ้นมาซิ..อ๊าห์” ปันปันร้องห้ามปรามผม ผมเผลอลืมตัวทุกทีผมทิ้งตัวลงนอนราบ พอผมเห็นว่าปันปันเริ่มเหรือจึงพลิกเปลี่ยนท่าให้ปันปันหันหลังให้และผมก็เข้าทางข้างหลัง
 
“อ๊าห์!! “ ปันปันร้องออกมาไม่ดังมากทันทีที่ผมสอดใส่มันกลับเข้าไป และเด้งโยกจนเตียงนี้ดังจากแรงเหวียงของผมสองคน
 
“โป้ง..โป้ง...โป้ง” ปันปันร้องเรียกชื่อผมตลอดผมก็ยิ่งเพิ่มแรงขึ้นเรื่อย ปากก็เม้มขบเล่นที่ติ่งหูปันปันและจูบปากปันปันด้วย
 
“ที่รักโป้ง ...ไม่ไหวแล้วจะออกแล้วนะ...”
 
“อืมม..ปันปันก็มะ..ไม่..ไหวแล้วอะโป้ง...อื้ม “ ปันปันพูดและพลิกตัวมาจูบผมตอบ มือที่ปฏิบัติให้ปันปันไปด้วยรู้สึกอุ่นๆ แสดงว่าน้ำรักของเราสองคนพุ้งกระจายออกมาพร้อมกัน ผมจูบปากปันปันต่อปล่อยให้ค้างอยู่ท่านี้สักพัก
 
“ขอบคุณนะครับที่รัก”
 
“ยัวเวลคัม” ปันปันพูดภาษาอังกฤษกับผม
 
“โป้งคิดเหมือนปันปันไหม..”
 
“คิดว่าอะไรละ” ผมใช้ข้อศอกตั้งฉากเอามือเท้าศรีษะไว้ เอียงคอถามปันปันที่นอนแผ่หลาข้างหน้าของผมร่างกายเต็มไปด้วยเหงือจากกิจกรรมเมื่อสักครู่
 
“เราจะคบกันไปนานะเลยนะ..เราจะรักกัน..เราจะอยู่ด้วยกัน .ปันปันอยากอยู่กับโป้งไปตลอดชีวิต”
 
“คิดแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” ผมถามปันปัน ใช้นิ้วเกลี่ยปลายผมที่ปรกหน้าผากออก
 
“คิดตั้งแต่ได้เป็นเพื่อนแล้ว...และก็ยังคิดอีกว่าถ้าวันหนึ่งเราต้องจากกันจะได้ด้วยเหตุผลอะไร โป้งอาจจะไปเรียนที่อื่นอะไรแบบนี้ปันปันเองยังคิดไม่ออกเลยว่าจะอยู่ยังไง” ปันปันพูด
 
“ถ้าคิดจะไปกับโป้งแต่หนหางมันไม่ราบเรียบนะปันปัน และอาจจะมีอุปสรรค์ มีความลำบากรออยู่ด้วยละ...โป้งไม่ใช่ผู้ชายที่ดีพร้อมคือแบบว่ามีพร้อมทุกอย่างอะไรแบบนั้นนะปันปัน” ผมพูด
 
“ปันปันไปได้ทุกทีขอแค่โป้งอย่าปล่อยมือปันปัน ..ต่อให้ลำบากแค่ไหนเราก็จะเดินไปด้วยกัน และปันปันก็ไม่กล้วเพราะว่าปันปันเชื่อว่าสักวันเราจะสุขด้วยกันและเรารักกันมากกว่าเดิมถ้าเราผ่านจุดที่ลำบากไปสู่จุดที่สบายที่สุดของเราสองคน ”
 
“จ๊วบ!!!” ผมจูบลงที่ริมฝีปากบางๆ นั้นทันทีเป็นคำตอบของผม
 
“ไปอาบน้ำกันดีกว่า ...ทำให้นอนดึกอีกแล้ว” ผมแกล้งบ่นคนที่ลุกขึ้นทำปากยู่ใส่ผม น่ารักจริงๆ ผมพากันอาบน้ำแต่วตัว ก่อนจะออกมาเปลี่ยนผ้าปูที่นอนอันใหม่ พรุ่งนี้ได้ส่งซักผ้าปูที่นอนก่อนเวลาปกติจะส่งซักอาทิตย์ละครั้ง และกลับมานอนกอดกันเหมือนอยู่บนเตียง
 
“โป้งรู้ไหมว่าความสุขของปันปันคือโป้ง”
 
“ทนมันมานานแค่ไหนแล้วอะปันปัน “ ผมถามปันปัน เขาเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผม
 
“ทนดูโป้งไปกับผู้หญิงคนนั้นคนนี้มานานแค่ไหนแล้ว..เจ็บปวดมากไหมปันปัน”
 
“ก็เจ็บพอดูแต่รักมากกว่าเจ็บนิ”
 
“โป้งสัญญานะว่าจะไม่ทำให้ปันปันเสียใจอีกแม้แต่ครั้งเดียว” ผมบอกปันปัน เขายิ้มและซุกหน้าลงที่แผ่นอกของผม ผมก็กอดร่างบางๆนั้นกระชับเข้ามาราวกับว่าไม่อยากปล่อยให้หลุดหายไปไหน

“ขอบคุณนะ..ที่อยู่เคียงข้างกัน..ไม่ว่าทุกข์หรือสุข...ขอบคุณที่รักและดูแลโป้งตลอดปีครึ้ง ต่อไปนี้โป้งจะเป็นที่รักปันปันเองนะสัญญาจะดูแลให้ดีที่สุด...ฟ้อด”ผมพูดและหอมแก้มคนที่ซุก หน้ากับอกของผม ผมก็กอดปันปันเอาไว้ ผมจะบอกแม่กับพ่อผมสักที่แต่คงต้องรอให้พ่อผ่าตัดบาสพาสวะก่อน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-09-2020 23:35:14 โดย Tanthai23 »

ออนไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
คู่พี่ต้นจะมาแล้วใช่ไหมคะ :hao6:

ออนไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
EP.27 ครูเขมXคริส ลูกศิษย์ผมยังไงก็ต้องช่วย 1
ครูเขมชาติ
                       วันหยุดที่ผ่านมาผมก็พาคริสกลับบ้าน แต่แม่ไม่อยู่บ้าน แม่ไปอยู่ช่วยพี่ต้นดูเอิร์ธอีก พี่ต้นงานยุ่งช่วงนี้  ส่วนคริสโตเฟอร์ผมก็พาไปเรียนติวกับไอ้เกรทและน้องแกรนด์น้องสาวของเกรท ผมคิดว่าอาทิตย์หน้าจะให้พักสักอาทิตย์แต่คริสบอกว่าเขาอยากจะเรียนเพิ่มอีกหน่อยเพราะว่าอยากจะไปสอบเร็วๆ ผมไม่รู้ว่าผมเองหรือเปล่าที่ยังไม่อยากให้คริสเขารีบไปสอบ ก็มันแอบใจหายยังไงก็ไม่รู้ ถ้าเขาไปแล้วผมก็คงไม่มีเด็กกวนอยู่ใกล้               

ตอนนี้ผมได้ทำหน้าที่ดูแลเรื่องการขอทุนให้กับอนุชิตตามที่ผมได้เข้าไปขอผู้อำนวยการ ท่านก็ยินดี ผมได้รวบรวมเอกสารและข้อมูลเบื้องต้นโดยการพูดคุยกับอนุชิต ทำให้ผมพอทราบคราวๆว่าพ่อของเขาโดนตำรวจจับข้อหารับซื้อของโจร พ่อของอนุชิตคือเสาหลักของบ้าน รับซ้อมรถมอเตอร์ไซด์ มีรายได้ค่อนข้างดี ส่วนแม่ของอนุชิตก็หายไปตั้งแต่อนุชิตเพิ่งจะเกิด และหลังจากที่พ่อเขาติดคุกก็มีแต่ย่าเท่านั้นที่ดูแลเขาและย่าอนุชิตก็อายุมากแล้วด้วยทำงานอะไรหนักๆไม่ไหว  ดังนั้นอนุชิตจึงต้องออกไปรับจ้างล้างชาม ร้านขายก๋วยเตี๋ยวทุกวันหลังเลิกเรียน บางวันก็ไม่มีเงินมาซื้อข้าวแต่เขาอยากเรียนและเขาก็ตั้งใจเรียนมาก และเป็นเด็กดี ผมรู้ว่ามันยากสำหรับอนุชิตตรงที่ว่าพ่อเขาติดคุกแต่ผมก็ยินดีจะเพื่อจะได้ปูทางให้เขาได้เรียนต่อไปได้อีกให้ได้ 

                       วันนี้ผมไม่มีคาบสอนที่สี่  ผมจึงตั้งใจจะไปพบย่าของอนุชิตเพื่อไปพูดคุยสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับอนุชิต ผมดีใจที่ได้เห็นเขาใส่ชุดนักเรียนใหม่ๆกับเขาบ้างเสื้อผ้าไม่มีส่วนไหนขาด กางเกงก็พอดีตัวไม่หลวมโคร่งจนเกินไป ร้องเท้าก็ใหม่ ทั้งหมดนี้ผมเต็มใจที่จะซื้อให้เขา

                      “นั้นครับครูบ้านของผม “ อนุชิตพูดผมก้าวเท้าลงจากรถ บ้านผมเห็นเป็นบ้านปูนชั้นเดียวไม่ได้ทาสีแต่อย่างใด เหมือนกับว่าเพิ่งจะปลูกได้ไม่นาน

                      “พ่อผมปลูกบ้านหลังนี้ก่อนที่พ่อจะโดนตำรวจจับนะครับ” ผมพยักหน้าและเดินตามเข้าเข้าไปด้านในบ้าน พื้นที่ถูกฉาบด้วยปูนซีเมนต์ ด้านบนไม่ได้ปุด้วยฝ้าแพดานทำให้เห็นโครงไม้ด้านในตัวหลังคาของบ้าน ผมมองไปก็มีห้องโล่งๆ ทีวีเก่าๆและมีผู้หญิงอายุ 60 กว่าๆ รูปร่างผอมกำลังนั่งตอกกิ๊บหนีบเสื้อผ้าอยู่หลายกระสอบ หันมามองผมด้วยอาการตกใจเล็กน้อย

                      “ย่าครับนี้ครูเขมครับ ครูที่ให้ชิตไปทำความสะอาดบ้านพักครูนะครับย่าและครูคนนี้แหละที่ให้กับข้าวเราเกือบทุกวันเลยย่า” อนุชิตบอกกับผู้หญิงที่อนุชิตเรียกว่าย่า ผมยกมือไหว้ผู้หญิงคนนั้น

                      “ไหว้พระเถอะค่ะครู...”

                      “อนุชิตนะมันพูดถึงครูบ่อยๆ หน้าตาใจบุญแบบนี้นี่เองค่ะครู”

                      “แล้วนี้ครูมาส่งอนุชิตมันเหรอคะ..เอ๊ะทำไมวันนี้เลิกเร็วละลูก”

                      “ครูเขาจะมาหาย่านะ ครูเขมจะมาคุยกับย่าด้วย”อนุชิตหันไปบอกกับย่าของเขาและผมก็นั่งลงกับพื้น

                      “เรื่องค่าเทอมหรือเปล่าคะครู” สีหน้าของคนที่ถามผมดูจะกังวล ผมเพิ่งจะได้ยินวันนี้เองว่าอนุชิตยังไมได้จ่ายค่าเทอมและอาจจะไม่มีสิทธิ์เข้าสอบด้วย ผมคิดว่าจะไปกดเงินเพื่อจะมาจ่ายค่าเทอมให้เขาไปก่อนเพราะทุนคงใช้เวลานานอยู่ในการทำเรื่องขอ

                      “คุณครูคะรออีกสักสองสามวันให้เงินค่าตอกกิ๊บนี้ออกก่อนเถอะคะ ...อิฉันจะรีบให้อนุชิตไปให้เลยค่ะ” คุณย่าของอนุชิตพูดพร้อมกับจับมือผมเหมือนเชิงอ้อนวอน

                      “ผมไม่ได้มาด้วยเรื่องนั้นครับ..ผมจะมาดูสภาพความเป็นอยู่ ผมกำลังจะขอทุนเรียนดีแต่ยากไร้ ให้กับอนุชิตนะครับ” ผมบอกคนผู้หญิงตรงหน้าเขามองผมด้วยสายตาแปลกใจ

                      “ใครจะให้มันละค่ะครู...อนุชิตนะมีพ่อติดคุกเขามองว่าไม่ดีกันหมดแหละค่ะครู”

                      “ผมจะพยายามครับผมเชื่อว่าจะมีคนที่คิดเหมือนผม พ่อก็ส่วนพ่อและลูกก็ส่วนลูกถูกต้องไหมครับและนายอนุชิตก็มีคุณสมบัติคู่ควรที่จะได้รับทุน เพราะว่าเขาเป็นเด็กขยัน เรียนหนังสือเก่งและเป็นเด็กที่มีน้ำใจไม่ว่ากับผมคุณครูท่านอืนๆหรือว่าเพื่อนๆ” ผมพูด

                      “ นี้คุณย่าตอกกิ๊บได้วันละกี่กระสอบครับ” ผมถามเพราะดูแล้วคงได้มากหนัก

                      “หูตาไม่ค่อยจะดีแล้วแหละค่ะครู ทำได้อย่างมากก็ไม่กี่กระสอบ วันหนึ่งได้สักร้อยสักชั่งได้”

                      “แค่นี้ก็ปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัวแล้วแหละค่ะ..แต่จะให้ทำยังไงได้เกิดมาไม่มีเหมือนเขา “คุณย่าของอนุชิตคงหมายถึงเกิดมาไม่สบายมีเงินมีทองเหมือนคนอื่นๆ

                      “แต่ถ้าช่วงหน้าฝนจะมีคนเอางานปลอกเปลือกไม้โสนที่เขาเอาไปทำดอกไม้อะไรพวกนี้นะคะ อันนั้นจะได้เงินดีหน่อย” ผมพยักหน้าผมมองไปเห็นมีมุมห้องครัวเล็ก มีเตาแก๊สกลางเก่ากางใหม่ มีตู้เย็นไม่เก่าไม่ใหม่พอใช้ได้ มีหม้อสองสามใบเพื่อปรุงอาหารได้

                      “อนุชิตช่วยทำงานบ้านบ้างหรือเปล่าครับ” ผมถามในมือผมถือที่อัดเสียงเอาไว้จะเอาไปเรียบเรียงและพิมพ์ข้อมูลส่ง

                      “ช่วยค่ะช่วยได้มากเลยค่ะ ไม่ว่าจะกวาดบ้านถูบ้าน ไปซื้อของและว่างๆยังเดินไปช่วยหลวงพี่ เขาเป็นพี่ชายอิฉันนะคะ ท่านบวชเป็นพระท่านจะแบ่งอาหารที่ญาติโยมนำมาถวายมาให้ดิฉันกับอนุชิตบ้างและอนุชิตไปช่วยท่านกวาดศาลาทำความสะอาดกุฏิที่ท่านจำวัดอยู่” ผมหันมามองอนุชิตว่าเขาเป็นคนที่สู้ชีวิตจริงๆ ผมเชื่อว่าอนาคตถ้าเขาได้มีโอกาสเรียนเขาจะไปได้ไกลทีเดียว
 
                      ผมลุกไปเดินดูห้องนอนที่มีเตียงและที่นอนเก่าๆ ส่วนของอนุชิตก็เป็นเหมือนที่นอนยางพาราเขานอนกับยายของเขา มีทีวีแต่ดูท่าจะใช้การไม่ได้แล้ว

                      “ทีวีเสียเหรออนุชิต” ผมถามอนุชิต เขาก็พยักหน้าเบาๆ

                      “ครับครู”

                      “แย่เลย..ไว้ครูเอาของครูมาให้นะ....ที่บ้านครูมีหลายเครื่องพี่ชายครูไม่ค่อยได้อยู่ห้องครูจะยกมาให้เธอ”

                      “ไม่เป็นอะไรครับครู ครูให้ผมมาเยอะแล้วนะครับ ผมเกรงใจครู”

                      “เอานะครูมีอยู่เก็บไว้ก็ไม่ได้ใช้และมันก็ไม่ได้ใหม่ซะทีเดียวพอดูได้นะ “

                      “เก็บไว้ทำไมเปล่าประโยชน์สู้เอามาให้เธอ เธอจะได้มีไว้ดูความรู้นะมันมีอยู่รอบๆตัวเรา ยุคนี้สมัยนี้ทีวีก็เป็นแหล่งสือความรู้อย่างหนึ่งนะถ้าใช้ให้เกิดประโยชน์” ผมพูดผมเห็นอนุชิตเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว

                      “ผมจะไปช่วยป้าเขาล้างชามที่ร้านบะหมี่นะครับครูป้าเขาจะให้หนึ่งร้อยห้าสิบบาทล้างชั่วโมงสองชั่วโมงก็เสร็จแล้วครับ”

                      “อย่ากลับดึกละอันตรายรู้ไหม”

                      “ครับครู..สองทุ่มกว่าๆผมก็กลับแล้วครับ”

                      “ดีมาก......ถ้าอย่างนั้นติดรถครูออกไปด้วยกันเลยซิ ครูก็จะกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าครูมีสอนติวนะ” ผมบอกอนุชิต ผมเดินออกมายกมือไหว้ลาคุณย่าของอนุชิตและขับรถพาอนุชิตออกมาด้วยผมส่งเขาที่ตรงร้านขายบะหมี่ ผมเห็นมีบะหมี่หมูแดงที่คริสโตเฟอร์เขาชอบ ผมก็เลยสั่งบะหมี่ไว้ทานด้วยกันเย็นนี้ โป้งและปันปันด้วย และผมก็สั่งเพื่อไว้อีกถุงเพื่อนายคริสจะหิวมากวันนี้ ถึงแม้ว่าตอนนี้มันแค่บ่ายสีโมงเองก็ตาม แยกน้ำก็คงจะไม่อืดนะเส้นนะ

                      ระหว่างที่ผมยืนรอบะหมี่อยู่และอนุชิตเขาก็กำลังช่วยเจ้าของร้านขายบะหมี่เป็นป้าวัยกลางคนตักพวกเครื่องปรุงบรรจุใส่ถุงเล็กสำหรับคนที่สั่งกลับบ้าน
           
                       ผมหันไปเจอเด็กผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตาเหมือนแก้มมาก  ไม่ซิ ใช่แก้มจริงๆด้วย และเหมือนกับกำลังจะถูกจับให้ขึ้นรถเก๋งไปกับใครก็ไม่รู้หน้าตาที่บอกได้ว่าไม่น่าไว้ใจได้เลยสักคน ผมเห็นทางทางพวกนั้นเหมือนจะไม่ใช่คนดีเอาซะด้วย

                      “อนุชิต...ครูฝากบะหมี่ก่อนนะครูจะไปดูแก้มไม่รู้ว่าขึ้นรถไปกับใครดูหน้าตาไม่น่าไว้ใจเลย” ผมบอกอนุชิตและทำท่าจะวิ่งออกไปดูแต่

“ครูนี้มันพวกเด็กสกอยด์พวกนี้มันชอบพาคนไปรุมข่มขืนที่ตรงตึกร้างนะครับครูและพวกมันก็
มีอาวุธนะครู” อนุชิตดึงแขนผมไว้และเขาก็บอกกับผมว่า พวกนั้นเป็นพวกเด็กสกอยด์ที่ชอบจับเด็กไปข่มขืนด้วย ผมได้ยินแบบนั้นไม่ได้หรอกนั้นลูกศิษย์ผม ผมก็รีบขึ้นรถไปทันทีและขับรถออกไปตามพวกมันไป ถึงยังไงแก้มก็เป็นลูกศิษย์ของผม ผมควรจะปกป้องลูกศิษย์ของผมด้วยซิ

                      ผมขับรถตามพวกรถเก๋งสีดำพวกนั้นขับรถตามเข้าไปในซอยเปลี่ยว ผมเห็นว่ามีรถมอเตอร์ไซค์ขับออกมารับและพากันเข้าไปด้านในซอย

                      Rrrrrr เสียงมือถือผมดังขั้น เบอร์ของคริสโตเฟอร์

                      “พี่เขม..พี่เขมอยู่ไหนอะ” คริสโตเฟอร์ถามผมเสียงมันอู้อี้เพราะว่าเสียงลมดังอื้อแทรกเข้ามาเหมือนกับว่าเขาขับรถมอเตอไซค์อยู่

                      “พี่มาดูแก้มนะคริส..พี่คิดว่ามีคนจะทำมิดีมิร้ายกับแก้ม” ผมพูดโดยใช้มือขึ้นมาป้องไว้

                      “ไอ้อนุชิตมันวิ่งมาบอกผมแล้วเนี๊ยะ...ว่าพี่จะไปช่วยแก้มพี่เขมพวกมันมีอาวุธไม่ใช่เหรอพี่เขม”คริสโตเฟอร์พูดถามผม

                      “ไม่รู้ซิคริสเพราะว่าพี่ยังขับตามพวกนั้นอยู่เลย” ผมบอกคริสและตาก็มองตามรถที่ผมขับตามอยู่ไม่อยากให้คลาดสายตา

                      “พี่อย่าเข้าไปนะรอผมก่อนผมกำลังขับรถไปหาพี่” คริสโตเฟอร์พูด ผมหันไปมองบ้านเหมือนจะเป็นโรงพยาบาลหรือคลีนิคร้างอะไรสักอย่างนี้แหละ

                      “ตรงปากซอยที่พี่จะเข้าไปมีคลีนิคร้างอยู่นะคริส” ผมบอกคริสโตเฟอร์

                      “ผมรู้แล้วแหละพี่เขมและนี่ผมก็กำลังขับไปหาพี่เขม...พี่รอผมก่อนนะพี่อย่าเพิ่งเข้าไปนะพี่เขม” คริสโตเฟอร์พูดด้วยน้ำเสียงร้อนรนแต่ทำยังไงละนั้นลูกศิษย์ผมทั้งคนนะ

                      “แค่นี้นะคริส” ผมพูดและดับเครื่องก่อนผมมองไปรอบๆมีรถเก๋งสีดำผมจำได้ว่าแก้มถูกดันให้ขึ้นรถมาและรถมอเตอร์ไซค์จอดอยู่ด้วยอีกสองสามคัน ที่ผมจอดรถอยู่นี้เป็นตึกร้างไร้ซึ้งผู้คนและซอยนี้คงไม่มีใครผ่านไปผ่านมาแน่นอนเพราะว่าด้านในก็มีแต่ป่ารกเต็มไปหมด ผมเดินย่องเข้าไปด้านในยังไม่ทันถึงดีผมก็ได้ยินเสียง

                      “อย่านะ...ฮือๆ..ปล่อยนะ..ฮือๆ..ช่วยด้วย” เสียงร้องขอความช่วยเหลือ ผมหันไปยิบไม้แถวๆนั้นขึ้นมาเพื่อเอาไว้ป้องกันตัวได้บ้าง ผมไม่ได้ยินเสียงร้องแล้วผมคิดว่าพวกมันคงทำร้ายร่างกายแก้มด้วยแน่ๆ ผมรีบเดินย่องเข้าไป

                      “นมเล็กฉิบหาย!” ผมได้ยินเสียงพวกมันกำลังจะกระทำระยำกับลูกศิษย์ของผมงั้นหรือ

                      “หยุดนะ!..นั้นพวกนายกำลังจะทำอะไรนะ”ผมเข้ามายืนพวกที่ยืนรุมล้อมแก้มอยู่ถึงกับตกใจที่มีคนมาพบเห็นและแก้มก็ดีดตัวถอยหนีเสื้อผ้าชุดนักเรียนที่ถูกดึงจนขาด น้ำตาไหลรินอาบสองแก้มของเด็กสาวเธอหวาดกลัวจนตัวสั่น

                      “ฉิบหาย!...แล้วใครให้ไอ้บ้านี้เข้ามาวะ” หนึ่งในห้าคนนั้นตะโกนถามเพื่อน

                      “แก้ม!....มาหาครู...” ผมเรียกแก้มแต่คนที่ยืนอยู่ควักมืดพกออกมาแก้มเลยไม่กล้าวิ่งมหาผม

                      “พวกนายยังเด็กอยู่เลยนะทำแบบนี้มันเสียอนาคต...และลูกผู้ชายต้องไม่รังแกผู้หญิง”

                      “แล้วมาเสือกอะไรด้วยวะ..ห๊ะ!..พระเอกเหรอ ?”

                      “เฮ้ย!.จัดการวะ “ พวกนี้ก็กรูกันเข้ามาผมก็มีไม้อันเดียวที่ใช้ป้องกันตัวและรับมือกับเด็กพวกนี้

                      “ครู...” แก้มร้องเรียกผม

                      “ไอ้นี้มันเป็นครูวะ อีแก้มมันเรียกครู” พวกนั้นตะโกนบอกพวกที่ยืนอยู่

                      “เป็นครูดีดีไม่ชอบอยากเจ็บตัวนักใช่ไหม..ได้จัดให้ครูแกหน่อยวะ”

                      “ผลัก” โดยหมัดผมเอง แม้ว่าไม้มวยไทยครูเขมไม่เคยไปฝึกแต่แม่ไม้มวยมั่วครูเขมมีนะครับ ผมก็จัดการแต่ก็พลาดท่าโดนต่อยหนึ่งในนั้นต่อยเข้าจนได้ ผมถึงกับลงไปคลุกฝุ่นตามมาด้วยเท้านับไม่ถ้วน ผมเห็นคนหนึ่งถือมีดจะเข้ามาแทงผม แต่ผมก็คว้าไม้กันไว้ได้

                      “โอ้ย...” แต่ก็โดนที่ต้นแขนเข้าหนึ่งที เสื้อแขนยาวขาดวิ้นทันทีพร้อมเลือดที่ไหลซึมตามออกมา

                      “ฮือๆ” เสียงแก้มร้องไห้เพราะความตกใจ ที่เห็นผมถูกทำร้าย ผมหันไปยกมือไม่ให้แก้มร้องเพราะว่ายิ่งร้องพวกนั้นจะหันไปทำร้ายเธอด้วย

                      “เอาอะไรอุดปากอีนี้ดิว่ะ” ไอ้คนที่ถือมีดอยู่มันกำลังจะเข้ามาแทงผม ตอนนี้ผมไม่มีอาวุธอะไรจะใช้ป้องกันตัวแล้ว

                      “กูจะจัดการไอ้ครูชอบแส่หาเรื่องนี้ซะหน่อยคราวนี้” ไอ้คนที่พูดมันกำลังถือมืดคัทเตอร์เดินตรงปรี่มาหาผม ผมเองก็พยายามถอยหนี มือก็คลำไปด้วยเพื่อจะเจออะไรมาเป็นอาวุธป้องกันตัวได้บ้าง

                           “โครม!” เสียงดังสนั่นร่างใครสักคนกระเด็นลอยไปชนฝาผนังห้อง ตามมาด้วยคนกลุ่มหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตู คนนั้นก็คือเพื่อนๆคริสโตเฟอร์ โป้ง ปันปัน อาร์ท กับโจ และมีเด็กคนอื่นๆอีกที่ตามมาช่วยด้วยน่าและคนที่เข้ามาเตะคนที่จะเข้ามาทำร้ายผมลอยไปนั้นก็คือคริสโตเฟอร์ เขาหันมามองหน้าผมแว๊ปหนึ่ง คงเห็นว่ผมได้รับบาดเจ็บ

                      “ผลัก!” ผมใช้จังหวะนี้ตอนที่คนที่กำลังถือมีดคัทเตอร์ค้างไว้อยู่และหันไปมองผู้มาเยือนใหม่ด้วยสีหน้าที่ตกใจ ผมก็รีบคว้าไม้ที่กระเด็นไปห่างจากผมฟาดเข้าที่ข้อมือจนมีดกระเด็นหลุดลอยไป พวกกลุ่มคนร้ายเห็นว่าคนน้อยกว่าทำท่าจะเผ่นหนี ผมรีบลุกขึ้นและตรงเข้าไปหาแก้มก่อนทันที เธอตกใจกลัวมาก

                      “แก้ม ..แก้ม” ผมเรียกแก้ม ผมพยายามเรียกให้เธอมีสติเพราะว่าตอนนี้เธอดูหวาดกลัวไปเสียทุกอย่าง

                      “ครู..ครู.ฮือๆ....มันจะข่มขืนแก้มค่ะครู ..ฮือๆ..ครู..มันจะข่มขืนหนูค่ะครู ..ฮือๆ ” เธอโผเข้ามากอดผมเนื้อตัวที่มอมแมมจากการต่อสู้ แต่สิ่งที่แย่คือเธอยังคงรู้สึกหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นวนวันนี้ไปอีกนานและมันอาจจะเป็นรอยแผลในใจเธอด้วยซิ ผมก็กอดเธอตอบเพื่อปลอบขวัญเธอ

                      “แก้มไม่เป็นไรแล้วนะครูอยู่นี้นะ...แก้มเธอปลอดภัยแล้ว”ผมพยายามปลอบโยนร่างที่สั่นระริกด้วยความกลัว ผมถอดเสื้อเชิ้ตของตัวเองและสวมทับให้แก้มทันที

                      ผมก็ได้ยินเสียงโหวเหวกอยู่ทางด้านหน้าของตึกร้าง คงมีตำรวจมาด้วยผมก็รีบอุ้มแก้มออกจากที่เกิดเหตุพอออกมาก็เห็นมีชาวบ้านเข้ามามุงดูและคนร้ายก็ถูกจับได้เกือบทั้งหมด

                      “อ้อนางแก้มนี้เองอะ...กูก็นึกว่าใคร..เป็นไงละมึง” เสียงชาวบ้านที่ตะโกนมาทันทีที่เห็นว่าผมอุ้มแก้มออกมาผมไม่อยากเชื่อเลยนี้คือประโยคแรกที่เขาจะพูดกับคนที่เสียขวัญแบบนี้หรือผมรู้ว่าเธอเป็นเด็กผู้หญิงค่อนข้างก้าวร้าวแต่ผมก็เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มันเปลี่ยนแปลงกันได้

                      “บอกแล้วอย่าไปไหนมาไหน ค่ำๆมืดๆ แบบนี้เป็นไงละชอบนัก”

                      “พอเถอะครับเด็กเสียขวัญแย่แล้วนะอย่าซ้ำเติมเด็กเลยนะครับผมขอ” ผมพูดขอร้องชาวบ้านที่เข้ามามุงดูเหตุการณ์และคงจะเข้ามาช่วยด้วย

                      “ผมคิดว่าครูควรจะพาเด็กไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลใกล้ๆแถวนี้ก่อนนะครับ” คุณตำรวจหันมาบอกผม ผมก็พยักหน้า ผมอุ้มแก้มไปที่รถและคริสโตเฟอร์ก็ขึ้นมาทำหน้าที่ขับรถ ผมนั่งที่เบาะหลังกับแก้มเพื่อคอยปลอบโยนเธอ โชคดีที่ผมมาช่วยไว้ทันไม่อย่างนั้นชีวิตแก้มจะเป็นยังไง

                       “พี่เขมแขนพี่เลือดไหล่อ่ะพี่ พี่เอาเสื้อผมนะพันแขนพี่ไว้ก่อนพี่เขม”คริสโตเฟอร์บอกผม ผมก็หันไปหยิบมาพันแขนให้แน่นหน่อยเพราะเลือดไหลเยอะเหมือนกัน น่าจะบาดเข้าไปลึกพอสมควร

                      “ฮือๆ ...ฮือๆ...ฮือๆ” เสียงสะอึกสะอื้นร้องไห้ของแก้ม ทำให้ผมหันมากอดเธอไว้เพื่อปลอบโยนและเรียกขวัญ เป็นใครก็คงจะขวัญหนีดีฝ่อและไอ้พวกนี้ไม่ว่าถ้ามันสนุกกันแล้วมันจะปล่อยให้แก้มมีลมหายใจกลับไปบ้านหรือไม่ ผมไม่อยากจะคิดถึงข้อนี้เลย และนี้ผมก็ทำในฐานะครูที่เป็นห่วงลูกศิษย์ ทำไมพวกนี้ถึงได้กล้ากระทำอนาจารแบบนี้กับเด็กที่สวมชุดเครื่องแบบนักเรียนแบบนี้ได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-09-2020 23:45:44 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
EP.27.1 ครูเขมชาติXคริสโตเฟอร์ ลูกศิษย์ผมยังไงก็ต้องช่วย 2
                     
                     ไม่นานรถก็แล่นมาถึงโรงพยาบาลประจำจังหวัดเป็นโรงพยาบาลตัวเมืองเขาใหญ่ ห่างจากโรงเรียนมาประมาณ30 นาทีขับรถโดยปกติ แต่วันนี้คริสขับรถมาด้วยความเร็วค่อนข้างเร็วมาก  รถของตำรวจมาถึงก่อนผมไม่กี่นาที ผมรีบอุ้มแก้มลงจากรถ และวางเธอลงที่รถเข็นของทางโรงพยาบาลที่เข้ามารอรับ เจ้าหน้าที่เข็นเธอเข้าไปในห้องฉุกเฉินทันทีเช่นกัน ตำรวจหนึ่งนายก็เข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่ต้องการให้ตรวจอะไรบ้าง

                      “พี่เขม เลือดพี่ไหลใหญ่เลยอ่ะพี่ ..นี้พวกมันทำพี่บาดเจ็บด้วยเหรอ” คริสโตเฟอร์ถามผมด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วงผมมาก

                      “พี่เข้าไปทำแผลก่อนเถอะ” คริสโตเฟอร์พูดบอกผม  ผมเห็นเสื้อผ้าแก้มขาดจากการถูกกระฉากของกลุ่มคนร้าย ผมก็เลยผมถอดเสื้อเชิ้ตตัวเองออกและส่งให้แก้มสวมใส่ไว้แทน ดีที่ผมสวมแค่เสื้อกร้ามสีขาวซับในไว้  แต่ตอนนี้เลือดไหล่เป็นทางและหยดลงที่พื้น

                      “นั้นซิครับครูเข้าไปทำแผลก่อนเถอะครับ” คุณตำรวจหันมาบอกผม ผมก็พยักหน้า ก่อนจะเดินตามเจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉินผมยกแขนที่ไม่เจ็บขึ้นแตะที่ไหล่คริสโตเฟอร์ว่าผมโอเคนะ

                      ผมเดินตามเจ้าหน้าห้องฉุกเฉินเข้าไปเพื่อจะได้ให้เขาทำแผลให้ผม แผลของผมต้องเย็บ คุณหมอเลยให้เย็บไปห้าเข็มได้ พอทำแผลเสร็จผมก็ออกมาจากห้องฉุกเฉิน คริสโตเฟอร์นั่งอยู่รีบลุกขึ้นมาหาผมเขาถอดเสื้อแจ็คเก็ตให้ผมสวมทับเอาไว้ เพราะตอนนี้ผมอยู่ในชุดเสื้อกล้าม บอกตรงๆ ว่าเขมไม่เคยใส่เสื้อกล้ามโชว์สัดส่วนที่ไหนมาก่อนเลยโดยเฉพาะในโรงพยาบาลแบบนี้ เล่นเอาผมอายคุณพยาบาลทั้งหลายที่พากันหันมามองผมและยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กัน

                      “ครูเขมเป็นยังไงบ้างคะ “ ครูลินดาและครูถาวร ครูนิด และครูท่านอื่นๆ ก็เดินตรงมาทางผม คงพากันมาดูแก้มและผมที่โรงพยาบาลกัน

                      “ท่านผู้อำนวยการทราบเรื่องแล้วกำลังเดินทางมาค่ะครู ...ครูนี้ใจกล้ามากเลยนะคะที่บุกเดี่ยวเข้าไปแบบนั้นนะคะ” ครูนิดหันมาพูดกับผม ผมก็ยิ้มๆให้ ทำยังไงได้ผมดันเป็นคนเห็นเหตุการณ์และจะให้ผมไม่เข้าไปช่วยผมคงทำไม่ได้จริงๆ

                      “ก็นั้นลูกศิษย์ของผมนะครับครูแต่ว่าถึงไม่ใช่ผมก็ต้องช่วยครับในฐานะผู้ชายหรือคนที่เห็นเหตการณ์”

                      “จะให้ผมนิ่งดูดายไม่ทำอะไรเลยผมคงทำไม่ได้ถ้าจะแค่กลัวว่าตัวเองจะมีบาดเจ็บไปด้วย”

                      “เพราะผลที่ตามมาผมคงทำใจไม่ได้เช่นกันหากผมปล่อยให้สิ่งเลวร้ายนั้นเกิดขึ้นโดยเฉพาะกับลูกศิษย์ตัวเอง” ผมหันไปพูดกับครูนิดเขาพยักหน้าและยิ้มให้ผม

                      “ขอโทษนะคะ คนไข้ชื่อคุณเขมชาติใช่ไหมคะ” คุณพยาบาลเข้ามาถามชื่อผม

                      “ใช่ครับ”ผมหันไปตอบพยาบาลที่ทำประวัติให้ผมก่อนจะเข้ารับการทำแผล

                      “รบกวนไปรอรับยาที่ห้องจ่ายยาได้เลยนะคะคุณหมอสั่งยาให้แล้วนะคะ ” เจ้าหน้าที่ส่งใบมาให้จะได้ไปยื่นและรอรับยา ณ ช่องจ่ายยาของโรงพยาบาลแต่ว่าคริสโตเฟอร์ยื่นมือมารับไปซะก่อน

                      “ครูผมไปรับให้ดีกว่าครูอยู่นี้แหละ” คริสโตเฟอร์บอกผมว่าเขาจะไปรับยาให้ผม ผมหันไปพยักหน้าเบาๆให้คริสโตเฟอร์และเขาก็เดินถือใบยาออกไป

                      “คริสโตเฟอร์เอาเงินครูไปด้วยซิ” ผมเรียกแต่เขาไม่ยอมหันกลับมา

                      “ของครูใช้สิทธิ์เบิกได้นะคะและครูแจ้งว่ามีประกันอุบัติเหตุอีกด้วยใช่ไหมคะ..ดังนั้นบางส่วนประกันจ่ายให้คะ” เจ้าหน้าที่พยาบาลแจ้งผมและเดินกลับเข้าห้องฉุกเฉินไป

                      “ครูเขมอยู่ไหนครับ...ครูเขมของโจ้...ครูเขมเป็นอะไรไหมครับ” ครูโจ้รีบวิ่งแหวกบรรดาครูเข้ามาหาผม ด้วยอาการตกใจและหมุนตัวผมสำรวจใหญ่เลย

                      “ครูเขมไม่เป็นอะไรเลยเหรอครับ...ครูห้อยพระรุ่นอะไรครับ..ปลุกเสกจากวัดไหนครับเนี๊ยะ..” ครูโจ้ถามผม ผมก็ทำท่าคิด

                      “ไม่มีหรอกครับครูโจ้เพราะไม่อย่างนั้น คนร้ายคงฟันผมไม่เข้าหรอกครับแต่นี้” ผมพูดกับครูโจ้และผมก็ขี้ที่ต้นแขนผมให้เขาดู ครูโจ้ถึงกับขมวดคิ้วมองผม

                      “ที่ต้นแขนขวานิดหน่อยนะครับ เย็บไปห้าเข็มเองครับครูโจ้” ผมพูดและโชว์ที่ต้นแขนข้างซ้ายของผมมีผ้าก๊อซพันไว้ ให้ครูโจ้ดู

                      “แต่ผมก็ยังเชื่อว่าครูมี่ของดีอยู่ดีนะแหละครับครูเขม” ครูโจ้พูด

                      “ผมว่าครูเขมนี้ต้องเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ปลอมตัวมาเป็นครูแน่ๆ เลยครับ” ครูโจ้

                      “พี่โจ้นี้ดูหนังมากไปหรือเปล่า” ครูลินดาพูดพร้อมกันปิดปากขำครูโจ้

                      “ดูซิ...ครูเขมนะเพิ่งจะมาได้เดือนเดี๋ยวเองนะครับ ...ครูทำผลงานแซงหน้าพวกผมไปซะแล้ว..รีบเหรอครับครู!” ครูโจ้พูด ผมก็ยกมือขึ้นเกาหัวนิดหน่อย

                      “คือถ้าเลือกได้ผมก็ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้หรอกครับครูโจ้ผลงานที่แลกมาด้วยการเจ็บตัวนี่นะครับ”

                      “และผมก็เชื่อว่าถ้าเป็นคนอื่นผ่านไปเห็นก็คงเข้าต้องไปช่วยเหมือนที่ผมทำแหละครับ” ผมพูด ผมเห็นผู้หญิงไม่ถึงวัยกลางคนดีเดินตรงเข้ามา สีหน้าและท่าทางตกใจมิใช่น้อย ผมจำได้ดีว่าเป็นแม่ของแก้ม

                      “ครูคะ..ลูกสาวดิฉันอยู่ไหนคะ....นางแก้มนะคะ...ใครทำอะไรมันคะครู” แม่ของแก้ถามด้วยน้ำเสียงลุกลี้ลุกลนเขาคงตกใจมากและรีบมาทันทีที่มีคนโทรไปบอกและดูจากชุดเหมือนเพิ่งจะเลิกงานมาหรือเพิ่งจะมาจากที่ทำงานแน่ๆ แม่เขาทำงานอยู่ที่แพปลาขายส่งแม่ของเขาหุ้นส่วนกับเพื่อนเปิดแพปลา เพื่อส่งไปขายอีกทียังตลาดที่ต่างๆ

                      “แก้มไม่เป็นอะไรแล้วค่ะคุณแม่..นี้ครูเขมเขาช่วยแก้มไว้ไม่อย่างนั้นก็คงไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขั้น..เรียกได้ว่าโชคดีครูเขมไปช่วยไว้ทันและนี้บรรดาหนุ่มๆรุ่นพี่ด้วยค่ะ”

                      “ คริสโตเฟอร์นี้เขาก็ตามไปช่วยด้วยนะคะ” ครูลินดาพูดกับแม่ของแก้ม เธอมองมาที่ผมผมและมองไปยังคนที่เดินถือถุงใส่ยาตรงมาหาผม

                      “ครูเหรอคะ....ที่ช่วยนางแก้มลูกสาวดิฉัน” แม่ของแก้มหันมาถาม

                      “ครับแต่ไม่ใช่ผมคนเดียวหรอก ...คริสโตเฟอร์และเพื่อนๆของเขาก็ตามไปช่วยด้วยเพราะว่าผมคนเดียวก็คงเอาพวกเด็กนั้นไม่อยู่เหมือนกัน” ผมบอกกับแม่ของแก้มและหันไปมองคริสโตเฟอร์ ผมแม่ของแก้มมองหน้าผมและคริสโตเฟอร์สลับกันไปมาสักครู่

                      “ขอบคุณนะคะครู ...ขอบคุณค่ะครู....ดิฉันมีลูกคนเดียว...ก็คือนางแก้ม..ถ้ามันเป็นอะไรไปดิฉันจะอยู่ยังไง ....ฮึกๆ” ทำท่าจะยกมือไหว้ผมดีนะที่ผมรีบเอามือของเขาเอาไว้ได้ทัน

                      “ไม่ต้องขอบคุณผมขนาดนั้นหรอกครับ ผมคิดว่าถ้าเป็นคนอื่นที่เห็นเหตุการณ์ก็ต้องเข้าช่วยนะครับ”ผมพูดกับแม่ของแก้ม  ตอนนี้เจ้าหน้าที่พาแก้มออกมาจากห้องตรวจเพื่อตรวจหาร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายและจะได้นำมาใช้ในสำนวนการให้การกับคนร้ายถึงการกระทำความผิด พอแก้มออกมาเจอแม่ของเธอก็วิ่งเข้ามาเข้ากอด แม่ของเธอก็เช่นกัน ภาพสองคนแม่ลูกกอดกันพากันร้องไห้

                      “แก้ม....แม่มีแกคนเดียวนะแก้มใครมันทำกับลูกของแม่.หึ! ..”

                      “ฮึกๆ ..แม่...แก้มกลัวจะไม่ได้เจอแม่อีก..ฮือๆ...” แก้มก็กอดแม่ของเขาร้องไห้

                      “ต่อไปแม่จะไปรับแกเอง แม่จะไม่มัวแต่ทำงานงกๆ หาแต่เงินจนแม่ไม่มีเวลาแม้จะไปรับลูกตัวเอง”

                      “แม่รู้แล้วว่าเงินกับลูกสาวของแม่อันไหนสำคัญกว่ากัน ฮือ..โธ่ลูกแม่” ผมยืนมองและอมยิ้มบางๆ ครูลินดาก็หันมาพยักหน้าให้ผม คุณตำรวจก็เดินมาทางพวกผมพร้อมกันท่านผู้อำนวยการ

                      “เราจับคนร้ายได้เกือบทั้งหมดและโชคดีที่ครูเข้าไปช่วยได้ทันถือว่าโชคดีมากมากเพราะเส้นทางนั้นเปลี่ยวและแทบจะไม่มีรถผ่านเข้าไปและที่ตรงนั้นมีคดีถูกขมขืนบ่อยมาก” คุณตำรวจพูด

                      “แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับทางเราจะดำเนินคดีกับเด็กพวกนี้เพื่อไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก” คุณตำรวจที่เข้าทำหน้าดูแลกล่าวกับพวกผม

                      “หนึ่งในนั้นกลุ่มของคนร้าย...มีหนึ่งคนที่คิ้วแตกไม่รู้ว่าโดนใครเขาฟันศอกเอา” คุณตำรวจพูดปนหัวเราะ ผมหันมามองคริสโตเฟอร์ โป้งและปันปัน แต่คงไม่ใช่ปันปันแน่ๆ เล่นซะคนร้ายคิ้วแตกเลย ไม่โป้งก็คริสนี้แหละครับ สองคนนั้นยกมือขึ้นเกาท้ายถอนกันทั้งคู่

                      “โชคดีมานะครับที่ครูเขมตามไปช่วย...น่าภูมิใจแทนท่านผู้อำนวยการนะครับที่มีครูที่ใจกล้าขนาดนี้เข้าไปปกป้องนักเรียนของตัวเองโดยไม่เกรงกลัวภัยอันตรายใดๆ “ คุณตำรวจกล่าวชมผมกับผู้อำนวยการ

                      “ครับท่านรองฯ ครูคนนี้เพิ่งมาได้ไม่นานผลงานเยอะ นักเรียนรักใคร่กันมากนะครับ” ผู้อำนวยการพูดและหันมายิ้มกับผมก่อนจะหันไปตอบบุคคลในเครื่องแบบ นี้เขาเป็นถึงท่านรองผู้กำกับเลยหรอดูยังไม่แก่เลยสักนิด ท่านหันมายิ้มให้ผมแบบกันเอง

                      “ผมชอบคนดีครับครู..มีอะไรก็โทรหาผมได้นะครับ ผมรองผู้บังคับการฯ ผมพันตำรวจโทอนุสรณ์” ท่านก็ให้นามบัตรผมไว้ด้วย ผมรับมาถือไว้

                      “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ คนร้ายทำแผลเสร็จพอดีจะได้พาไปหาข้าวฟรีกินในสถานพินิจ ข้าวบ้านคงไม่อร่อยอยากไปกินข้าวฟรีกันในนั้น ” ท่านรองฯพูด เด็กผู้ชายที่ถูกนายตำรวจสองนายพาตัวออกมาจากห้องฉุกเฉินหลังทำแผลเสร็จ ทันทีที่แม่ของแก้มหันไปเจอ

                      “มึงทำลูกกูเหรอไอ้โอ...พลักๆๆๆๆๆ” แม่ของแก้มถอดรองเท้าแตะตัวเองและตรงเข้าไปตีไม่ยั้งจนเจ้าหน้าที่ต้องรีบห้ามปรามพร้อมกับกันคนร้าย คนร้านก็พยายามที่จะยกมือที่มีกุญแจมือสวมอยู่ป้องกันตัวเองจากร้องเท้าแตะและดูท่าจะหนาเอาการเหมือนกันโดนไปคงเจ็บหน้าดู บรรดาครูก็เข้าไปช่วยกันดึงรั้งแม่ของแก้มกันไว้ไม่ให้ทำร้ายผู้ต้องหา

                      “หยุดเถอะครับ! ..อันนี้ปล่อยให้ทางกฏหมายจัดการดีกว่านะครับ” คุณตำรวจพยายามห้ามปรามแม่ของแก้ม

                      “แม่พอแล้วแม่” แก้มรีบเข้าไปดึงแม่ของเธอไว้ และตำรวจรีบคุ้มกันผู้ต้องออกไปก่อนที่พากลับเข้าไปทำแผลใหม่ที่เพิ่งจะได้ตอนอยู่หน้าห้องฉุกเฉินนี้แหละจากฝีมือแม่ขาโหดของแก้ม

                      “ครู ..ผมรู้แล้วแหละว่าแก้มมันได้ความร้ายกาจจากใครมา...ได้แม่มาเต็มๆเลยอะครู” คริสโตเฟอร์กระซิบกระซาบกับผม ผมจะยกแขนเพื่อหยิกนายคริสซะหน่อยก็ทำไม่ได้เพราะเริ่มจะปวดหนึบๆแล้วซิ ว่าจะบอกว่าอย่าไปว่าเขา นายนี้

                      “เอาละถ้าอย่างนั้นก็แยกย้ายกันกลับเลยแล้วกันนะครับ ครูเขมจะได้กลับไปพักดูนี้คงจะเพลียและจะอยากพักแย่แล้ว ” ผู้อำนวยการบอกทุกคน

                      “ครูเขมครับผมขอบคุณครูจริงๆนะครับ ...ครูกล้ามาก..ครูสามารถมาก..ที่บุกเดี่ยวเข้าไปแบบนั้นผมรู้ว่าครูนะหล่อเหมาะจะเป็นฮีโร่นะครับแต่ผมก็ยังอยากจะมีครูภาษาอังกฤษเก่งๆอย่างครูนะครับ ดูแลตัวเองนิดนึงนะ..ครูเก่งๆและตั้งใจสอนแบบนี้หาไมได้ง่ายๆอยู่” ผู้อำนวยการพูด ผมพยักหน้าเบาๆ

                      “นี้โดนเย็บไปห้าเข็มใช่ไหมครับ”

                      “ไม่เป็นไรครับผมทำเพื่อปกป้องนักเรียนและปกป้องเด็กผู้หญิงคนหนึ่งไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของความคึกคนองครับท่าน” ผมพูดท่านพยักหน้า
 
                      “แก้มก็อยู่บ้านละอย่าออกไปเที่ยวที่ไหนยิ่งมืดค่ำๆอย่าได้ออกไปเชียวนะ” ผู้อำนวยการหันไปตักเตือนแก้ม ที่ยืนก้มหน้าฟัง

                      “และนี้อย่าบอกครูนะว่าเราโดนเรียน..เราโดดเรียนใช่ไหมแก้ม” ผู้อำนวยการถามแก้มเธอพยักหน้าเบาๆ ว่าเธอโดดเรียนออกมา

                      “ที่ครูไม่อยากให้นักเรียนโดดเรียน หนึ่งเสียการเรียน สองเป็นช่องทางให้กับคนร้าย”

                      “ครูถึงได้อยากให้เธอเลิกเรียนเป็นเวลาและกลับพร้อมเพื่อนๆเขา และที่หลังอย่าทำนะแก้มคราวนี้ถือซะว่าเป็นบทเรียนและโชคดีแค่ไหนที่ครูเขมตามไปช่วยเธอไว้จนครูเขาเจ็บตัวไปด้วยนะแก้ม” ผู้อำนวยการพูด

                      “ครูเขมคะ” แก้มเรียกผมเธอเดินมาหาผม เธอก้มลงเธอกำลังจะกราบเท้าผม ผมรีบดึงเธอขึ้นทันทีด้วยความตกใจ เพราะว่าผมไม่คาดคิดว่าเธอจะทำแบบนี้

                      “ฮือๆ แก้มขอบคุณนะคะครู...แก้มขอโทษค่ะครู..แก้มขอโทษ...ที่แก้มทำไม่ดีกับครู...ฮือๆ ..”แก้มพูดน้ำตาเธอไหล ผมรับรู้ได้ว่าเธอสำนึกผิดในสิ่งที่เธอทำแค่นี้ผมก็ยินดีมากพอแล้ว

                      “ลุกขึ้นเถอะแก้ม...ครูไม่ถือโทษโกรธเธอหลอกนะแก้มเพราะว่าเธอยังเด็กนัก”

                      “ต่อไปจะทำอะไรก็คิดถึงแม่เธอให้มากมาก นะแม่เธอคนนี้ที่เขารักเธอและเป็นห่วงเธอมาก เธอก็ควรจะตั้งใจเรียน...แค่นี้ครูทุกคนก็จะดีใจถ้าลูกศิษย์ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนตามที่ครูทุกคนเขาตั้งใจสอนเธอเช่นกัน” ผมพูดพร้อมกันเอามือลูบหัวเบาๆ

                      “ครูคะ...อิฉันขอบคุณนะคะครู ขอบคุณค่ะ”

                      “คุณแม่ครับ..ดีนะครับที่เกิดเรื่องแบบนี้เกิดที่เมืองไทยเราจะช่วยเหลือกันได้ ..ถ้าเป็นเมืองนอกละครับ..ผมไม่ได้ว่าไม่ดีนะครับคุณแม่” ผมเลยถือโอกาสพูดเรื่องนี้ซะเลย

           “และถ้าคุณแม่อยากจะให้น้องไปคุณแม่ควรจะให้น้องได้เรียนให้เยอะกว่านี้ ความรู้นะสำคัญมากนะครับคุณแม่ เพราะการไปใช้ชีวิตในต่างแดนมันยากนะครับ ไม่ได้สวยหรูอย่างที่ใครต่อใครคิดหรอกนะครับ ดังนั้นผมยังยืนยันอยากให้น้องได้เรียนรู้ให้มากพอซะก่อน” ผมพูดกับแม่ของแก้มผมได้ยินจากวันนั้นแหละที่แม่ของแก้มจะไม่ให้แก้มเรียนต่อและจะให้ไปอยู่กับพี่สาวของเขาที่เมืองนอก แม่ของแก้มหันไปมองลูกสาวของตัวเองคงรู้ว่าเธอยังเด็กมากหนัก แม่ของเธอพยักหน้ากับผมเบาๆ ผมส่งยิ้มกลับให้แม่และแก้มเธอคงดีใจที่จะได้เรียนต่อหลังจากจบมัธยมต้น

                      “คริส” แม่ของแก้มเรียกคริสโตเฟอร์

                      “แม่ขอโทษนะ..แม่จะไม่เรียกลูกว่าฝรั่งขี้นกอีกแล้ว...แม่ขอบใจนะที่ไปช่วยแก้ม ” แม่ของแก้มพูดกับ คริสโตเฟอร์

                      “ผมก็ช่วยเพราะว่าแก้มเป็นรุ่นน้องของพวกผมและ ผมก็มองแก้มเหมือนกับน้องสาวของผมเช่นกันครับน้า” คริสโตเฟอร์พูด ผมหันเหล่มองปฏิกิริยาคนข้างๆนิดนึงทำท่าจะดีใจหรือเปล่าที่แม่ของแก้มเขาเปิดไฟเขียวให้แล้ว

                      “แม่คะหนูกับพี่คริสนะเป็นแค่รุ่นพี่รุ่นน้องกันจริงๆค่ะ “ แก้มหันมาบอกกับแม่ของเธอ เพราะว่าแม่ของเธอเริ่มจะทำหน้างงๆไม่เข้าใจสักเท่าไหร่

                      “ถ้าอย่างนั้นผมขอพาครูเขมกลับบ้านพักก่อนนะครับ..รู้สึกว่าครูเริ่มปวดแผลแล้วนะครับ” คริสโตเฟอร์พูดและหันมามองผม

                      “คืนนี้เราก็ไปอยู่ดูแลครูเขมเขาด้วยซิคริส..ครูฝากด้วยละ “ ผู้อำนวยการหันมาบอกคริสโตเฟอร์ แม่ของแก้มก็พาแก้มเดินออกไป และผมก็เดินแยกออกไปพร้อมกันครูท่านอื่นๆเพื่อแยกย้ายกันกลับที่พัก โป้งกับปันปันยังคงนั่งรอผมสองคนอยู่ด้านนอกของโรงพยาบาล

                      “เออคริส!..พี่สั่งบะหมี่หมูแดงเอาไว้นะ...ที่ร้าน” ผมเพิ่งจะนึกขึ้นได้ ผมหันมาบอกคริสโตเฟอร์

                      “ไอ้อนุชิตตอนมันวิ่งไปตามผมและมันก็วิ่งถือบะหมี่ไปด้วยครับครู” 0_0 ขนาดมีเรื่องคอขาดบาดตายนายอนุชิตยังวิ่งถือบะหมี่หมูแดงไปให้ผมด้วยเหรอและสงสัยจะเป็นเพราะว่าผมสั่งเขาไว้ “ครูฝากบะหมี่ด้วย” แน่ๆ เลย แต่ก็ดีไม่อย่างนั้นคงไม่มีอะไรกินกันละตอนนี้ห้องอาหารที่โรงเรียนก็ปิดไปเรียบร้อยแล้ว

                      “ผมก็รีบวิ่งไปใส่ไว้ในตู้เย็นนะ ไอ้สองตัวนี้มันรู้ว่าพี่สั่งเผื่อมันเลยไม่ยอมไปกินข้าวที่ห้องอาหารเลยอะ” คริสโตเฟอร์พูดผมพยักหน้า

                      “อ้าว! คริสครับ มึงบอกพวกกูว่าครูเขมมีเรื่องพวกกูก็เลือกที่ไปมีเรื่องก่อนค่อยกินนี่ครับ” ปันปันพูด ผมหันไปมองแล้วหายไปไหนสองคน

                      “ไอ้อาร์ทกับไอ้โจ้ กลับไปแล้วครับครู” โป้งหันมาบอกผม

                      “ครูเจ็บมากไหมครับ...ครูนี้สุดยอดเลยนะครับ ...แก้มนะมันร้ายกับครูนะ ขนาดว่าจะทำให้ครูพักการสอนเลยนะครู” ปันปันพูด ผมส่งยิ้มให้ปันปัน โป้งนะเดินไปขับรถของผมมาจอดผมเข้าไปนั่งเบาะหลังกับคริส

                      “ครูก็เหมือนเรือจ้างตั้งใจจะส่งลูกศิษย์ไปให้ถึงฝัง ต่อให้ลูกศิษย์จะโกรธจะเกลียดครูแค่ไหน ครูก็ยังอยากเห็นลูกศิษย์เดินไปถึงฝั่งอย่างที่ครูตั้งใจอยู่ดีแหละปันปัน” ผมบอกปันปัน

                      “พี่เขมแล้วพรุ่งนี้เราจะกลับกรุงเทพกันหรือเปล่า” คริสโตเฟอร์ถามผม และผมจะไม่ไปได้ยังไงต้องพาคริสโตเฟอร์ไปติวกับไอ้เกรทและน้องสาวไอ้เกรทอีกละ ผมไม่อยากให้ล่าช้าไปกว่านี้เผื่อว่าคริสสอบได้ก็ได้ทันใช้สอบเข้ามหาวิทยาลัยเลย

                      “จะไม่ไปก็ได้นะเพราะว่าพี่เขมแขนเจ็บแบบนี้ขับรถไม่ได้อยู่แล้ว”

                      “ไม่ไปได้ยังไงละคริสเราต้องเรียนติวกับเพื่อนพี่นะ” ผมหันไปพูดกับคริสโตเฟอร์

                      “ครูเขมครับผมขับไปได้นะครับผมเคยขับรถไปกับพ่อที่กรุงเทพและตอนนี้ผมมีใบขับขี่รถยนต์แล้วด้วยเพิ่งจะทำมาได้เดือนกว่าๆ “ โป้งบอกผม

                      “นั้นซิครับครูโป้งมันขับได้ครับ”ปันปันพูดอีกคน คริสโตเฟอร์ก็พยักหน้า

                      “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องรบกวนโป้งแล้วแหละและปันปันไปด้วยกันซิไปพักที่บ้านครู”

                      “จริงนะครูปันปันอยากไปกรุงเทพ” ปันปันพูดแววตาเป็นกระกาย แต่สองหนุ่มหันไปเหล่มองโดยเฉพาะโป้ง

                      “? ? ? “

                      “แค่อยากเห็นกรุงเทพ...” +_+

                      “ จริงอะ ? “

                      “อยากเห็นกรุงเทพหรืออยากเห็นหนุ่มกรุงเทพ..บอกให้เลิกแรดไง!” โป้งรีบแย้งปันปันทันทีอีกคนก็ทำปากยู่ใส่คนขับรถด้วยเหมือนกัน คริสโตเฟอร์พยักเพยิดให้ผมดูคู่ที่กำลังพ่อแง่แม่งอนกันอยู่แค่เพราะอยากไปกรุงเทพ ผมพยักหน้าว่าดูก็พอจะรู้ว่าสองคนนี้เขายังไงกัน ไม่นานรถก็แล่นมาจอดที่หน้าบ้านพักครู

                      “ครูถ้าอย่างนั้นผมสองคนกลับเลยนะครับ”โป้งบอกผมคงจะพากันเดินกลับแน่

                      “และพรุ่งนี้เช้าผมมาหาครูกี่โมงดีครับ” โป้งถามผม จังหวะที่ข้อความเข้ามือถือผมพอดีเลย

                      “ครูเขมคะพรุ่งนี้ถาวรอยู่เวรให้ได้นะคะครูจะได้พัก”ครูถาวรส่งข้อความหาผมพอดีเลยว่าจะอยู่เวรให้และอาทิตย์หน้าผมคงอยู่แทนเธอได้

                      “ถ้าอย่างนั้นมาแต่เช้าก็ได้นะพรุ่งนี้ครูจะพาไปดูหนังกันเป็นการตอบแทน” ผมบอกโป้งกับปันปัน

                      “เอาบะหมี่หมูแดงไปทานกันซิโป้ง ปันปันครูสั่งมาเผื่อนะ..และขับรถครูออกไปซิโป้ง” ผมบอกทั้งคู่

                      “ขอบคุณครับครู” ปันปันและโป้งกล่าวขอบคุณผม ผมพยักหน้าให้คริสโตเฟอร์ไปหยิบบะหมี่ให้ปันปันและโป้งส่วนผมก็เดินขึ้นบ้าน ตอนนี้เริ่มจะปวดมากขึ้นแล้วซิ เริ่มจะยกแขนไม่ขึ้นแล้วด้วย ดีนะที่ผมใช้สิทธิ์เบิกได้และมีประกันอุบัติเหตุ เลยได้ยาอย่างดีมาทาน

                      คริสโตเฟอร์เดินขึ้นกลับขึ้นมาพร้อมกับแกะถุงบะหมี่หมูแดงใส่ลงในภายนะมีฝาปิดและนำเข้าไมโครเวฟเพื่ออุ่นให้ผมทาน

                      “เจ็บมากไหมพี่เขม” คริสโตเฟอร์ถามผม ผมส่ายหัวเล็กน้อย

                      “ทำไมพี่ลงทุนได้ขนาดนี้ละทั้งที่แก้มมันเคยว่าพี่ไว้ตั้งเยอะ”

                      “คริสการจะทำความดีนะถ้ามัวแต่มาคิดว่าใครเคยทำอะไรไม่ดีไว้ และเราก็มานั่งผูกใจเจ็บแค้นเลยไม่คิดจะช่วยเขา ในยามที่เขาต้องการอย่างนั้นเหรอคริส...แล้วนั้นจะเรียกว่าทำความดีได้อย่างไร” ผมพูดและคริสโตเฟอร์ก็เข้ามาสวมกอดผม

                      “ผมกลัวพี่เขมเป็นอะไรไป พี่เขมอย่าทำแบบนี้อีกนะพี่...ผมขอร้อง”

                      “ทีเวลาที่พี่เขมขอเรื่องไม่ให้ผมไปขี่รถมอเตอร์ไซค์ผมยังเชื่อพี่เลยนะ” คริสโตเฟอร์พูด ผมยกแขนข้างที่ไม่เจ็บขึ้นแตะที่แขนของคริสโตเฟอร์ผมบีบแขนเขาเบาๆ พอเสียงเตือนไม่โคเวฟดังขึ้น คริสโตเฟอร์จึงปล่อยมือจากผมพร้อมกับเดินไปหยิบมาวางให้ผมและของเขาด้วยเช่นกัน ทันทีที่ผมกำลังจะพยายามคีบบะหมี่จากแขนข้างที่ไม่เจ็บ แต่คริสโตเฟอร์มองผมด้วยสายตาเชิงห้ามปราม

                       “ป้อนให้ “ผมก็มองคริสจะดีเหรอ

                       “ผมป้อนให้พี่เขม ตอนผมเจ็บแขนพี่ยังป้อนให้ผมเลย ตอนนี้เราก็ผลัดกันดูแลนะ และพอทานเสร็จ ผมจะจับพี่เขมไปกดในห้องน้ำ เอ๊ย!! พาไปอาบน้ำในห้องน้ำ “ คริสโตเฟอร์พูดทำเอาผมสะบัดหน้าไปมอง ผมว่าผู้อำนวยการส่งคนผิดมาดูแลผมแล้วแหละมั้งครับ เพราะตอนนายนี้แขนเจ็บผมยังไม่ถือโอกาสนั้นเลยนะ ดูท่านายนี้จะไม่ปล่อยให้พล้าดซะด้วย 

                      “ฮาๆ ล้อเล่นนะ “คริสโตเฟอร์พูดเพราะคงเดาความคิดจากสีหน้าของผมและเขาก็ป้อนบะหมี่ผมและทานไปด้วยพร้อมๆกัน 

          หลังจากทานเสร็จก็เตรียมตัวอาบน้ำคริสเป็นคนถอดเสื้อผ้าผมออกทั้งหมดและเข้าไปช่วยอาบน้ำให้ผม เพราะว่าผมคงอาบเองไม่ถนัดและแผลอาจจะโดนน้ำได้เสร็จแล้วคริสโตเฟอร์ก็เช็ดตัวให้ผมสวมกางเกงใส่นอนพร้อมกันเสื้อกร้ามเพราะว่าเสื้อมีแขนคงจะสวมลำบากหน่อย ก่อนจะล้มตัวลงนอนคริสโตเฟอร์ก็หยิบถุงยาแก้ปวดมาให้ผมทาน

                      “พี่เขมถ้าปวดแผลเรียกผมเลยนะหรือว่าพี่จะเข้าห้องน้ำก็ต้องเรียกผมนะ” คริสโตเฟอร์บอกผมก่อนจะปิดไฟในห้องและเปิดไฟหัวเตียงไว้แทนแสดงว่าเขาจะอ่านหนังสือต่อนั้นเอง

                      “อืมม” ผมพยักหน้าตอบเบาๆ หนังตาเริ่มหนักอึ้งอาจจะเป็นเพราะฤทธิ์ยาแก้ปวดที่ค่อนข้างแรงหน่อยจนทำให้ผมหลับลงไม่ไม่กี่นาที แต่ยังรับรู้ได้ว่ามีคนหอมแก้มผมพร้อมกับห่มผ้าห่มให้ผม ตลอดการนอนผมรับรู้ได้ว่าเขาคอยเอาหลังมือของเขามาอังกับหน้าผากและตามตัวผมเหมือนกลัวว่าผมจะมีไข้ ขอบคุณนะที่มีเขาคนนี้อยู่ดูแลผมตลอดทั้งคืน ผมคิดว่าไม่จำเป็นที่จะต้องรอในวันที่เขาจะดูและผมได้หรอก เพราะตอนนี้เขาก็ดูแลผมได้ดี

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-09-2020 23:48:30 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
EP.28 ครูเขมX คริส  เมื่อแก้มเปลี่ยนไปในทางที่ดี
   
  Part  ครูเขมชาติ                                                           
                  เมื่อวันหยุดที่ผ่านมาผมได้พาคริสโตเฟอร์ไปเรียนติววิชาSocial Studies กับเกรท เพราะว่าส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อหาของวิชาจะครอบคลุมประวัติศาสตร์อเมริกา ประวัติศาสตร์โลก การเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ และภูมิศาสตร์และแกรนด์น้องสาวของเกรทติวเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์แขนงต่างๆ ได้แก่ ฟิสิกซ์ เคมี และชีววิทยา และโชคดีที่ครูปริพนธิ์เขาก็ติวส่วนที่สำคัญๆให้คริสโตเฟอร์บ้าง

                     คริสโตเฟอร์บอกผมว่าเกรทติวดีมากและยังให้ตัวอย่างข้อสอบมาลองทำดู ส่วนปันปันกับโป้งทำหน้าที่ขับรถให้ผมแทนเพราะว่าแขนผมเจ็บจากการที่ผมเข้าไปช่วยแก้มเลยโดนมีดคัทเตอร์บาดเอา ผมก็เลยพากันไปเดินเที่ยวห้างดังใจกลางเมืองและพาไปดูหนังเข้าใหม่เพิ่งจะเข้าโรงด้วยเป็นหนังตลกขบขัน
         
         ระหว่างที่เดินห้างผมเห็นทั้งคู่เดินผ่านร้านขายพวกเครื่องประดับและทั้งคู่ก็พากันหายเข้าไปในร้าน พอออกมาก็โชว์ให้พวกผมสองคนดู เขาซื้อแหวนใส่กันคนละวง ส่วนของผมนะตั้งใจในวันที่เขาสอบ GED ผ่านก่อน ผมจะให้เป็นรางวัลสำหรับเขา

         “พี่เขม....” เสียงเรียกจากหนุ่มของผมเดินมารับผมที่บ้านพักอีกเช่นเคย ที่แรกก็ทำท่าจะงอแงไม่ยอมจะนอนกับผมให้ได้เลยเมื่อคืนแต่ผมก็เห็นว่าคริสโตเฟอร์นอนกับผมมาหลายคืนแล้ว  ตั้งแต่ช่วงที่ได้รับบาดเจ็บจากการแข่งขันบาสเก็ตบอลและมาต่อด้วยช่วงที่ผมโดนคนร้ายที่ทำร้ายแก้มใช้มีดคัทเตอร์กรีดต้นแขนผมจนได้แผลเย็บไปห้าเข็ม ดังนั้นผมก็ไม่อยากให้คนอื่นๆมองคริสโตเฟอร์ไม่ดีด้วยผมจำเป็นต้องใจแข็ง บอกให้เขาไปนอนบ้านพักบ้างแล้วตอนเช้าค่อยเดินมารับผมจะดีกว่า

           “เสร็จแล้วคริส”ผมพูดขณะที่เดินถือถุงผ้าที่ผมใส่สมุดการบ้านของเด็กนักเรียนไว้ผมเอามาตรวจที่บ้านพักด้วยเมื่อคืนและผมก็ตรวจไปและก็ชิทแชทคุยกับคริสโตเฟอร์ไปด้วย พอคริสโตเฟอร์เห็นที่ผมถืออยู่ก็รีบเข้ามาแย่งไปถือเองทันที

         “วันนี้ไปล้างแผลกี่โมงเหรอพี่เขม” คริสโตเฟอร์ถามผม ยังคงต้องไปล้างแผลต่อจนกว่าจะตัดไหม

         “ก็คงหลังจากเลิกสอนก่อนนะคริส” ผมบอกคริสโตเฟอร์ ผมออกมายืนรอเขาปิดประตูบ้านให้ผมและคล้องกุญแจให้เรียบร้อย

         “ถ้าอย่างนั้นวันนี้ผมขับรถพี่เขมออกไปนะตอนเลิกเรียนเราจะได้ออกไปพร้อมกันเลยและไปหาอะไรทานกันข้างนอกด้วยนะพี่เขมวันหนึ่งนะ”

         “พี่มีสอนห้องของผมตอนหนึ่งทุ่มมีเวลาเหลือตั้งเยอะและช่วงนี้ไม่ค่อยมีคนอยู่ซ้อมบาสกัน ผมคนเดียวเองอะพี่เขม และกว่าไอ้โป้งจะกลับมาไม่รู้ดึกหรือเปล่าพี่เขมไม่สงสารผมเหรอ ” คริสโตเฟอร์พูดผมเรียกได้ว่าดักผมไว้จนหมดหนทางปฏิเสธได้เลย คริสโตเฟอร์รีบเดินมาเปิดประตูรถให้ผมเข้าไปนั่งและคริสโตเฟอร์ก็ขับรถผมออกไป

         “พอผมอายุสิบแปดปีเมื่อไหร่ผมจะรีบไปทำใบขับขี่เลยนะพี่เขม” คริสโตเฟอร์หันมาบอกผม

         “เรามีใบขับขี่จักรยานต์ยนต์แล้วใช่ไหมคริส” ผมหันถามคริสโตเฟอร์

         “ใช่พี่เขมแต่จริงๆแล้วผมนะขับได้แค่ 110 ซีซีนะต้องรอให้สิบแปดก่อนถึงจะขับได้ไม่จำกัด “ คริสโตเฟอร์หันมาบอกผม

         “แต่บิ๊กไบค์มันไม่ใช่ 110 ซีซีนะคริส” ผมหันมาทักทวงทันที และนายคริสก็หันมายิ้มแหยๆให้ผม ถ้าผมรู้ก่อนนี้จะบอกว่าห้ามเอาออกไปขับเด็ดขาดจริงๆ

         “ก็ใช่แต่ใครจะมาพลิกดูใบขับขี้ด้านหลังละครับพี่เขมและผมก็ไม่เคยขับไปเฉียดให้ตำรวจซิวผมง่ายๆอยู่แล้ว..ผมนะเทพมาก” คริสโตเฟอร์พูดผมพยักหน้าคริสโตเฟอร์ขับรถมาจอดด้านหน้าของทางตึกสูงๆที่ตั้งตระหง่านอยู่ตึกเดียวเลย คริสโตเฟอร์นำรถเข้าไปจอดตรงที่ทางโรงเรียนจัดไว้ให้เป็นที่จอดรถสำหรับครูอาจารย์

         “ครูเขมคะ...สวัสดีค่ะ” เสียงแหล่มและเล็กดังมาแต่ไกล ผมหันไปมองแก้มนั้นเองที่เดินตรงมาหาผม ผมยืนมองแก้มคนใหม่ ซึ้งปกติเธอจะแต่งตัวผิดระเบียบกระโปรงสั่นเหนือเข่าทำสีผมทั้งที่ผิดระเบียบแต่วันนี้เธอมาถูกระเบียบเปะเลย

         “เมื่อวันศุกร์...หัวไอ้แก้มมันไปกระทบกระเทือนอะไรมาหรือเปล่าอะพี่เขมทำไมมันเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้อะ” คริสโตเฟอร์หันมากระซิบกับคงไม่อยากเชื่อสายตาเช่นกันผมหันไปเหล่มองมันก็ดีแล้วนิที่น้องเขาจะแต่งตัวถูกระเบียบบ้าง

         “สวัสค่ะครูเขม” แก้มยกมือไหว้ผมและหันไปยิ้มกับคริสโตเฟอร์

         “หนูช่วยถือมัยคะ” แก้มถามผมพร้อมเหล่มองไปถุงผ้าที่คริสโตเฟอร์ถืออยู่ ผมพยักหน้าพร้อมสงยิ้มให้แก้ม

         “คริสเดี๋ยวให้แถ้มถือไปส่งพี่ก็ได้เราจะได้ไปหาเพื่อน” ผมพูดคริสโตเฟอร์และเขาก็พยักหน้าให้ผม เขาส่งกระเป๋าผ้าที่ผมใส่สมุดการบ้านเด็กนักเรียนไว้สมุดเล่มเล็กไม่หนักมาก ผมคิดว่าแก้มพอจะถือไหวและแก้มก็ช่วยถือขึ้นไปบนห้องพักครู

         “เป็นไงบ้างเราดีขั้นหรือยัง..แก้ม” ผมถามแก้มถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผมเข้าใจเป็นใครก็คงขวัญหนีดีฝ่อ แต่ทว่าวันนี้สีหน้าของแก้มเขาดีขึ้นมากแล้ว
 
         “ดีขึ้นแล้วค่ะครูแต่ก็ยังหวาดๆ อยู่บ้าง...ต่อไปหนูจะไม่โดดเรียนแล้วค่ะครู”        แก้มบอกผม ผมพยักหน้าว่าดีแล้ว มันจริงอย่างที่ผู้อำนวยการพูดเพราะนี้คือช่องทางที่ทำให้เกิดเรื่องไม่ดีกับนักเรียนได้

         “ขอบคุณอีกครั้งนะคะครูถ้าแก้มไม่ได้ครู....แก้มคงแย่แน่ๆเลย” แก้มพูดผมเอื่อมมือไปแตะที่หัวของแก้มเบาๆอย่างเอ็นดู

         “แก้มไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมพี่คริสโตเฟอร์ถึงได้รักครูทำทุกอย่างเพื่อครู.... เพราะว่าครูดีแบบนี้นี่เองนะคะ”แก้มพูด

         “ครูเขมคะ..แม่ของแก้มบอกว่าจะให้แก้มเรียนต่อค่ะ..แม่บอกว่าไม่ให้แก้มไปอยู่กับป้าตอนนี้แต่ถ้าแก้มอยากไปก็รอให้แก้มเรียนจบก่อนนะคะครู” ผมพยักหน้าเห็นด้วย ผมเดินมาที่ห้องพักครู ผมยิ้มทักทานครูนิดที่มาแต่เช้าทุกวัน

         “และแก้มก็ไม่อยากมีผัวแล้วด้วยนะคะครู” ผมสะบัดหน้าไปมองแก้ม คือตรงไปไหมแก้ม

         “แก้ม...พูดจาอะไรอย่างนั้นนะ เป็นสาวเป็นนาง...น่าจริงๆเลย และนี่ครูเขมเขาเป็นครูผู้ชายอายบ้างซิเรานี่....เพี๊ยะ!” ครูนิดตีแขนแก้มดังเพลี๊ยะทันทีเพราะว่าเธอเข้ามาได้ยินพอดีเลย แก้มถึงกับทำหน้ายู่เพราะว่าหน้าเจ็บนิดหน่อยเธอยกมือขึ้นมาลูบต้นแขนเธอเบาๆ

         “หนูขอโทษค่ะ หนูลืมไปว่าครูเขมเป็นผู้ชายค่ะ” แก้มพูด ผมหัวเราะในลำคอแม้ลืมไปว่าผมเป็นผู้ชาย

         “ถ้าอย่างนั้นแก้มลงไปหาเพื่อนก่อนนะคะครู....แก้มเข้าเรียนพิเศษกับครูได้ทุกวันใช่ไหมคะ” แก้มถามผมเรื่องเรียนติววิชาภาษาอังกฤษ

         “ทำไมจะไม่ได้ละแก้มได้ซิ ...ครูจะยินดีมากถ้าเห็นเธอเข้าเรียนทุกชั่วโมงที่ครูเข้าสอน” ผมพูดเธอยิ้มให้ผมดีใจ

         “ครูนี้มีดีแน่ๆเลยคะ ดูซิ เด็กแก่นแก้วอย่างแก้มกลับมาเป็นเด็กเรียบร้อยราวกับผ้าผับไว้ “

         “เธอไปโกรกสีผมเป็นสีดำธรรมชาติแถมกระโปรงก็ไม่สั้นเต่อจนเกือบจะเลยขึ้นไปถึงขาอ่อน ตอนนี้เธอเปลี่ยนไปเป็นเด็กเรียบร้อยและน่ารักสมวัยของเด็กมัธยม “ ครูนิดกล่าวชมผม

         “เรื่องทุนนายอนุชิตเป็นไงบ้างคะครู” ครูนิดถามผม

         “ผมคงต้องไปคุยกับผู้ใหญ่บ้านด้วยนะครับให้เขาช่วยยืนยันว่านายอนุชิตมีพฤติกรรมดีและสมควรได้รับทุนการศึกษานะครับครูนิด” ผมพูดแต่ผมก็ยังแอบกังวลแทนนายอนุชิตเหมือนกันว่าเขาจะยอมรับรองให้ได้หรือไม่ และเงินทุนก็ไม่ได้มากสำหรับใครบางคนแต่สำหรับอนุชิตหนึ่งหมื่นบาทเขาสามารถเรียนไปได้จนจบมัธยมต้นแน่นอน

         “ครูนิดครับ” ผมเรียกครูนิด

         “คะครูเขม ? ” ครูนิดเงยหน้าจากการตรวจการบ้านเด็ก

         “ผมจะจ่ายค่าเทอมให้นายอนุชิตก่อนนะครับ” ผมพูดครูนิดวางปากกาลง สายตาจับจ้องมองมาที่ผม

         “ครู...จะจ่ายค่าเทอมให้นายอนุชิตก่อนเหรอคะ..” ครูนิดถามผมเหมือนกับจะคัดค้านเล็กน้อยผมรู้ว่ามันเป็นการเข้าช่วยจนเกินหน้าที่ครูไปแล้วแต่ผมไม่อยากให้เด็กดีอย่างนายอนุชิตไม่มีโอกาสได้เรียน

         “ครับผมยินดีและเต็มใจครับครูนิด” ผมพูดย้ำชัดอีกครั้ง

         “ต้องไปจ่ายกับครูสมพิศนะคะเพราะว่าครูสมพิศดูแลเรื่องการเงินของโรงเรียนอยู่นะคะครูเขม” ครูนิดบอกผม ผมพยักหน้า ผมลุกขั้นผมต้องเดินไปหาครูสมพิศซินะ ผมเหลือบมองนาฬิกาข้อมือยังมีเวลาเหลือพอก่อนจะลงไปดูแลเด็กนักเรียนเข้าแถวทำกิจกรรมหน้าเสาธง ระหว่างที่ผมกำลังเดินออกมาได้ยินเสียงคนคุยกันฟังดูแล้วน่าจะเป็นเสียงเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายเหมือนมีปากเสียงกันเสียด้วย ตรงใต้บันได

         “ไอ้พี่กาย ไอ้พี่เลว ฮือๆ มึงทำแบบนี้กับกูได้ไง ไอ้เหี้ย” ผมเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งทุบตีนายกาย ส่วนนายกายก็ยกแขนขึ้นป้องปัดจนกระทั้งเขาหมดความอดทนเขาสะบัดเด็กผู้หญิงคนนั้นกระเด็นลงไปนั่งกองอยู่กับพื้น ผมรีบเดินเข้าไปทันทีในฐานะครู

         “เธอทำอะไรรุ่นน้องนะกาย...” ผมเอ่ยถามคนที่ยืนหันหลังให้ผม เขารู้ว่าเป็นผมแน่ๆ เขาก็หันหลังกลับมามองหน้าผม มือยังคงล้วงเข้าในกระเป๋ากางเกงแบบไม่สนใจว่าผมนี้เป็นครูของที่นี่หรือไม่

          ผมมองหน้านายกายและเด็กผู้หญิงคนนั้นสลับกัน ส่วนนายกายหันมามองหน้าผมเช่นกันเขาไม่ได้พูดอะไรและหันกลับไปมองเด็กผู้หญิงคนนั้นด้วยสายตาอาฆาตแค้นก่อนที่นายกายจะเดินแทรกตัวลงไปชั้นล่าง

         “ครูอย่ายุ่งกับผมดีกว่า..เอาเวลาไปดูแลนักเรียนที่รักของครูเถอะก่อนจะไม่ได้อยู่ดูแลกัน” นายกายพูดระหว่างที่กำลังจะเดินผ่านผม ผมก็รีบเข้าไปพยุงเด็กผู้หญิงคนนั้นให้ลุกขึ้น ใบหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตาเขาหยิบผ้าเช็ดหน้าตัวเองขึ้นมาปาดเช็ดน้ำตาตัวเอง

         “เราเป็นอะไรหรือเปล่า ” ผมถามเด็กผู้หญิงที่ผมประคองเขาให้ลุกขึ้นมา

         “ฮึกๆ..เปล่าคะครู” เธอปฏิเสธว่าเธอไม่เป็นอะไร

         “นายนั้นทำร้ายเธอหรือเปล่าบอกครูได้นะ..วิกานดา” ผมอ่านจากชื่อที่ปักตรงด้านซ้ายของเสื้อนักเรียนเธอยังอยู่ม.ต้นอยู่เลย

         “เออ...คือ...” เธอมีท่าทีอึกอักที่จะตอบผม

         “ไปหาผู้อำนวยการกับครู” ผมพูดและทำท่าจะหันหลังเดินเพื่อเปลี่ยนเป็นไปหาผู้อำนวยการแทนก่อน ณ ตอนนี้

         “หมับ” มือเล็กๆคว้าเข้าที่ข้อมือของผมอย่างรวดเร็วเพื่อรั้งผมเอาไว้ ผมหันกลับมามองหน้าเธอ

         “ไม่ค่ะ...หนูไม่ได้เป็นอะไรคะ...หนูขอตัวค่ะครู..หนูไม่เป็นอะไรจริงๆค่ะครู ” เธอรีบปฏิเสธพร้อมกับคว้ากระเป๋านักเรียนเธอรีบแทรกหนีผมไปทันทีและวิ่งลงไปยังชั้นล่างก่อนที่ผมจะเอ่ยปากพูดอะไรผมคิดว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ

            แต่เด็กผู้หญิงคนนั้นไม่ยอมให้ผมพาไปหาผู้อำนวยการทั้งที่เธอถูกทำร้ายอย่างนั้น ผมไม่เข้าใจทำไมนายกายนี้ถึงได้เกเรมากขนาดนี้ ผมได้แต่ยืนขมวดคิ้วจนเป็นปมก่อนจะเดินหน้าต่อเพื่อเดินตรงไปยังห้องที่ครูสมพิศนั่งประจำการอยู่ ครูสมพิศกำลังนั่งอ่านอะไรสักอย่างอยู่ที่โต๊ะทำงานของเธอ

           “สวัสดีครับครูสมพิศ”

           “สวัสดีค่ะครูเขม..ว่ายังไงคะมาหาพี่แต่เช้า...เออ..ว่าแต่ครูเป็นยังไงบ้างได้ข่าวว่าไปช่วยเด็กนักเรียนกำลังจะโดนทำมิดีมิร้ายใช่ไหมคะ” ครูสมพิศถามผม ผมพยักหน้าเบาๆ

           “เด็กบางคนเตือนก็แล้ว พูดก็แล้วผลสุดท้ายเกิดเรื่องนะค่อยมาฟังกันดีนะคะที่ครูไปช่วยไว้ได้ทันเกือบจะสาย” ครูสมพิศบ่นให้ผมฟังอีกตามเคย

           “ครูสมพิศครับ ผมจะ..จ่ายค่าเทอมให้นายอนุชิตนะครับผมได้ยินมาว่าเขาค้างค่าเทอมอยู่” ผมพูดกับครูสมพิศ เธอมองหน้าผมอย่างแปลกใจ

           “ผมอาจจะช่วยได้ไม่บ่อยแต่ผมอยากช่วยครับ..ตอนนี้ผมกำลังทำเรื่องขอทุนการศึกษาให้นายอนุชิต..และผมคิดว่าอาจจะไม่ทันถ้าจะรอเงินตรงนั้นมาจ่ายค่าเทอมและผมจึงยินดีจะจ่ายให้เขาก่อน” ผมพูดกับครูสมพิศ เธอมองหน้าผมก่อนจะถอนหายใจออกมานิดนึง

           “ครูเขมคะ..ดิฉันถามหน่อยซิค่ะว่าทำไมครูดีเหลือเกินค่ะ..” ครูสมพิศถามผม แววตาที่ดูจริงจัง

           “อาจจะเป็นเพราะว่าพ่อผมนะท่านช่วยเหลือคนไว้เยอะและมันเป็นภาพที่ผมเห็นมาโดยตลอดคือเราช่วยได้ในยามที่เราทำได้นะครับ..มนุษย์ทุกคนเลือกเกิดไม่ได้แต่เขาควรจะได้รับโอกาสจากคนที่เลือกเกิดได้ถูกต้องไหมครับครู”ผมพูด ครูสมพิศพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มให้ผม

           “พ่อผมสอนพวกผมเสมอว่าหากเรามีแล้วเราควรแบ่งปันให้คนที่เขาไม่มีในขณะที่เรามีนะครับ”

           “และไม่ว่าเราจะมีมากมีน้อยแค่ไหนเราก็เอาไปไม่ได้ในวันที่เราหมดลมหายใจ” ผมพูด

           “ดิฉันเข้าใจแล้วค่ะ...ดีใจแทนเด็กๆที่นี้นะคะที่ได้ครูดีอย่างครูเขม..อยู่ด้วยกันนานๆนะคะครู” ครูสมพิศพูดก่อนจะหยิบสมุดขึ้นมาหนึ่งเล่ม

           “ครูจะจ่ายค่าเทอมให้เขาใช่ไหมค่ะ 2,190 บาทถ้วนค่ะครูเขม”

           “นี้ครับ” ผมยืนธนบัตรให้ครูสมพิศสีเทาและสีม่วง และครูสมพิศก็ออกใบเสร็จรับเงินมาให้ผม

           “ขอให้ครูจงเจริญนะคะยิ่งๆขึ้นไป มีแล้วก็มีอีก ดิฉันเองก็สงสารเขานะแต่ภาระหน้าที่ดิฉันก็มีเยอะพอตัวกันอยู่แล้ว “ ผมพยักหน้าด้วยความเข้าใจ

           “เป็นครูเงินเดือนน้อยนิด ค่าใช่จ่ายก็เยอะ ยืนสอนจนเมื่อยล้าเพื่อสอนเด็กวันละสี่ห้าชั่วโมง เหนื่อยไหมตอบได้ว่าเหนื่อยค่ะแต่ก็นี้แหละหน้าที่ครูที่เป็นเรือจ้างหน้าที่ที่ต้องเสียสละทั้งกายและใจจริงๆ ” ครูสมพิศพูดกับผมผม ผมพยักหน้าว่าจริงนะ  เป็นครูนี้ไม่ได้สบายไปกว่าอาชีพอื่นๆเลย

                  เสียงสัญญาณเข้าแถวดังขึ้นพอดีผมและครูสมพิศเดินลงไปพร้อมกันเพื่อนไปเพื่อไปทำหน้าที่ยืนคุมนักเรียนเข้าแถวเหมือนเช่นทุกวันวันนี้ท้องฟ้าอึมครึมสงสัยว่าช่วงบ่ายนี้ฝนคงจะตกแน่นอนเดาได้แบบไม่ต้องเปิดดูกรมอุตุนิยมวิทยา

“ครูเขมสวัสดีครับ เป็นยังไงบ้างครับครูแผลครูนะครับ..แม้ครูนี้ใจกล้าดีจังเลยนะครับ..ผมนี้นับถือเลย” ครูอครชัยหันมาเจอผมก็ทักผมทันที

“ผมไม่เป็นอะไรมากแล้วครับครูชัย” ผมหันไปตอบครูอครชัย ครูฝ่ายปกครอง

“เป็นครูก็แบบนี้แหละครับแบกรับปัญหาเยอะหน่อยไหนจะปัญหานักเรียนพติกรรมของนักเรียนและปัญหาผู้ปกครอง จิปาถะนะครับครูและครูยังมาเป็นผู้พิทักษ์สันติราชเพิ่มอีก..”

“แต่อย่างว่าแหละครูใหม่ไฟแรงส่วนผมนะไม่ไหวแล้วละครับเห็นทีจะต้องวางมือจากครูฝ่ายปกครองซะที”

“ครูยังดูแข็งแรงอยู่เลยครับครูชัย” ผมหันพูดกับครู

“บางที่มันก็เหนื่อยจากภายในนะครู ผมเคยคิดว่าจะเออรี่ก่อนวัยเกษียณซะด้วยซ้ำแต่ก็เสียดายออกไปก็ไม่ได้ทำอะไร” ครูชัยพูดผมรู้บางที่หน้าที่ครูที่ใครๆเห็นว่าสบายมันก็มีบางที่เหนื่อยหนักสาหัสเหมือนกัน

“ครับผมทราบดีครับว่าเป็นครูไม่ได้สบายแบบนั่งทำงานในออฟฟิตแต่ผมก็ยังคงภูมิใจในอาชีพครูอยู่นะครับแม้ว่าจะเจออะไรหนักหนาบ้างแต่มันก็ยังมีควาสุขเล็กซ้อนอยู่นะครับครูชัย..การได้เห็นเด็กนักเรียนที่ได้สั่งสอนไปถึงฝั่ง”

“ผมนี่ดีใจที่ได้ยินครูพูดแบบนี้นะครับและอย่าเพิ่งถอดใจหนีกันไปซะก่อนละครับ”

“ครับผม” หันไปตอบครูอครชัยที่เป็นครูฝ่ายปกครองที่นี้มานานก่อนท่านผู้อำนวยการจะย้ายมาซะอีกและอีกสี่หรือห้าปีนี้แหละแกจะเกษียญอายุราชการแล้วเห็นว่าภรรยาของอาจารย์ป่วยด้วยโรคมะเร็งเป็นครูเหมือนกันและเออรี่ไปเมื่อปีที่แล้วเพื่อรักษาตัว

                  ผมยืนคุมนักเรียนเข้าแถวทำกิจกรรม เดินดูตามแถวไปเรื่อยๆจดไปหยุดตรงแถวของคริสโตเฟอร์แบบไม่ได้ตั้งใจ เขากันมามองผมหยักคิ้วให้ผม ผมยังจำได้ดีวันแรกที่ผมยืนมองเขาเข้าแถวเขาก็ทำแบบนี้แหละ ผมชี้นิ้วทำหน้าดุว่าไม่ให้เขาเล่นขณะเข้าแถวทำกิจกรรมหน้าเสาธง

“ครูค่ะ....มีนักเรียนเป็นลมค่ะ!...ครูค่ะมีนักเรียนเป็นลมทางนี้ค่ะ!”เสียงตะโกนโหวกเหวกดังมาจากแถวของนักเรียนหญิงและบรรดาครูก็พากันวิ่งไปดู ผมก็เช่นกันผมเห็นเด็กผู้หญิงที่ผมเจอเขายืนมีปากเสียงอยู่กับนายกายเป็นลมหมดสติอยู่กับพื้นหญ้า

“เอานี้ พวกเธอก็อย่าเข้ามามุงกันซิค่ะ....นักเรียนเปิดทางหน่อยเดี๋ยวเพื่อนไม่มีอากาศหายใจกันพอดี” ครูสุรีวรรณ์บอกให้ทุกคนถอยออกไป ครูสุรีวรรณ์กำลังนั่งยองๆ ดูเด็กที่เป็นลมครูสุรีวรรณ์เธอก็กำลังท้องอยู่ด้วย ทำให้ลำบากเกินไป

                       “ครูครับ ให้ผมดูเด็กเถอะครับ เพราะว่าครูกำลังท้องอยู่นั่งลงแบบนี้คราอาจจะได้รับอันตรายได้นะครับ” ผมก้มลงบอกครูสุรีวรรณ์ ครูก็พยักหน้าและยันตัวเองลุกขึ้นและผมก็ลงไปนั่งย่องๆดูเด็กที่เป็นลม

                       “วิกานดา “ผมพยายามเรียกชื่อเธอแต่ไม่มีการตอบรับ นี้แปลกว่าเธอหมดสติไปแล้ว

“ครูครับผมว่าพาไปห้องพยาบาลก่อนดีกว่าไหมครับ” ผมบอกครูสุรีวรรณ์

“นั้นซิหมี พี่ว่าให้ใครอุ้มกี้ขึ้นไปห้องพยาบาลก่อนเถอะ.....ดูซิหน้าซี้ดเผือดขนาดนี้เลยนะ แดดก็ไม่มีเป็นลมแดดก็คงไม่ใช่ ” ครูสุมณฑาพูด ผมก็กำลังจะเข้าไปอุ้ม ในเวลาเข้าแถวจะมีแค่ผมกับครูอครชัยที่เป็นครูผู้ชายเท่านั้นที่ยืนคุมเด็กนักเรียน

“ครูครับผมอุ้มไปดีกว่า” ผมหันมาเจอเด็กนักเรียนชั้นม.6 เขาอาสาอุ้มเด็กนักเรียนหญิงคนนี้ขึ้นไป

“ดีเลยเอกรินทร์ อุ้มน้องไปให้ครูหน่อย “ ครูสุมณฑาพูดผมก็หลบให้เขาเป็นคนอุ้มเด็กผู้หญิงทีเป็นแทนผม ดูจากสีหน้าแล้วเขาดูจะเป็นห่วงเด็กผู้หญิงคนนี้มาก ผมได้แต่ยืนมองนักเรียนชายคนนั้นอุ้มนักเรียนหญิงรุ่นน้องไปสายตาที่บ่งบอกว่าเป็นห่วงมากแค่ไหน
         
                  ผมต้องดูแลนักเรียนเข้าแถวต่อ ผมยืนครุ่นคิดที่ผมได้ยินเด็กผู้หญิงคนนี้กับนายกายอยู่จากบทสนทนาทั้งคู่เหมือนผู้หญิงต้องการให้นายกายรับผิดชอบหรือทำอะไรสักอย่าง สักพักกิจกรรมหน้าเสาธงก็ผ่านไปได้ด้วยดี และนักเรียนก็ถยอยแยกย้ายขึ้นห้องเรียนกัน

KissKhem : พี่เขมยืนคิดอะไรอยู่หน้ามุ่ยเลยอะ
My Love  : ไม่มีอะไรหรอกคริส (ช่วงนี้หน้ามุ้ยก็ไม่ได้ นายนี่จะรีบส่งข้อความถามผมทันที)
KissKhem : ผมเป็นห่วงเพราะสีหน้าพี่เขมมันบ่งบอกว่าพี่กำลังคิดเรื่องอะไรอยู่แน่ๆ
My Love   : ไม่มีอะไรหรอกนะคริส..เตรียมขึ้นเรียนได้แล้วและห้ามใช้มือระหว่างเรียน
 KissKhem : ก็ได้...เจอกันตอนเที่ยงนะพี่เขม..คริสรักพี่เขมนะ
My Love   : เจอกันตอนเที่ยงคริส..พี่รักคริสนะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-10-2020 06:45:14 โดย Tanthai23 »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
EP.28.1 ครูเขมX คริส  เหตุผลอะไรที่นายกายต้องการให้คริสออกจากโรงเรียน

          Part ครูเขมชาติ
                  ระหว่างที่ผมคุยกับคริสโตเฟอร์ผ่านแอพพลิเคชั่นเสร็จผมก็รีบเดินขึ้นห้องพักครูเพื่อจะได้หยิบหนังสือขึ้นไปทำการเรียนการสอนคาบแรกของผมก็คือห้อง ม.4/2 ห้องนายคริสโตเฟอร์ วันนี้ผมก็ลองเอาข่าวสารบ้านเมืองที่เป็นภาษาอังกฤษจากหนังสือพิมพ์บางกอกโพส มาอ่านให้นักเรียนฟังและนำมาตั้งคำถามให้ตอบ นายคริสก็ตอบได้เกือบหมด มันทำให้ผมเชื่อว่าการตอบปัญหาภาษาอังกฤษเขาน่าจะทำได้เช่นกัน พอหมดคาบสอนผมก็รีบเดินออกเพื่อไปทำการสอนห้องอื่นต่อไป ผมแค่ยิ้มให้คริสโตเฟอร์ เขาก็ยิ้มตอบผมเพราะว่าเขาเข้าใจดีว่าเขาควรทำตัวอย่างไรในขณะที่เขายังอยู่ในชุดนักเรียนและผมซึ่งเป็นครูอาจารย์ของเขา

“ครูเขมค่ะ..วันนี้มีประชุมตอนสิบเอ็ดโมงนะคะ ประชุมเรื่องงานสัปดาห์ภาษาอังกฤษนะคะ” ครูลิมาเดินเข้ามาบอกผม ผมพยักหน้าว่าได้เพราะว่าผมีสอนคาบแรกและคาบที่สองแค่นั้น ผมเดินขึ้นห้องเรียนทันทีเพื่อทำการเรียนการสอนต่อไป ผมเห็นกลุ่มนายกายยืนสนทนากันอยู่ตรงมุมบันไดข้างห้องพยาบาล ซึ่งผมต้องเดินผ่านพอดี

“แม่งมีแต่เรื่องวะ..”

“แล้วที่นี้ใครเป็นคนรับผิดชอบวะ..กูนะคงไม่ได้หรอกพ่อกูเอากูตายแน่” นายอั๋นพูดแสดงว่าคงเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ

“ทำไมต้องรับผิดชอบด้วยว่ะก็แค่เด็กใจแตก....มีตั้งหลายคน มึงคนหนึ่งแหละไอ้อั่น” นายกายพูดแต่สิ่งที่พวกนั้นต้องพากันรับผิดชอบนะมันคืออะไรกันจะเป็นเรื่องที่เขามีปากเสียงกับเด็กผู้หญิงคนที่เป็นลมเมื่อเช้าหรือเปล่า
“อะไรว่ะไอ้กายโยนให้กูเลยนะ” นายอั๋นผมจำได้เขาเกือบจะต่อยผมแล้วเช่นกันวันนั้นที่มีเรื่องกับนายคริสโตเฟอร์ แต่จะว่าไปมันก็ไม่ใช่เรื่องอะไรของผม ผมเลือกที่จะเดินต่อไปเพื่อไปยังห้องเรียนที่ผมกำลังจะสอนต่อแต่ทว่า

“พอเถอะเลิกพูดเรื่องนี้เถอะวะ...ตอนนี้ที่กูคิดนะ กูจะทำยังไงที่จะเอาไอ้คริสออกจากโรงเรียนให้ได้” อันนี้แหละผมคิดว่า เรื่องของผมแล้ว ผมถึงกลับถอยหลังมาฟังใหม่ ผมอยากรู้เหตุผลว่าทำไมนายนี้ถึงอยากให้คริสโตเฟอร์ออกจากโรงเรียน

“เฮ้ยกูว่าพอเถอะวะไอ้กายและเรื่องมันก็ผ่านมานานแล้วนะโว้ยที่สำคัญกูจะจบม.6แล้วกูไม่อยากโดนพ่อด่าไปมากกว่านี้วะ” อีกคนพูด

“ทำไมว่ะมึงป๊อดเหรอว่ะ....ไอ้อั๋นกะอีแค่ไอ้เด็กลูกครึ้งที่พ่อก็ไม่มีแม่ก็เป็นผู้หญิงบาร์มึงจะกลัวมันทำไมวะพ่อมึงกับพ่อกูใหญ่ทั้งคู่” ผมได้ยินนี้แสนจะภูมิใจแทนพ่อเขาทั้งคู่จริงๆ

“แต่ว่ามันมีแบคเยอะว่ะ ..ไอ้โป้ง..ไอ้โจและไอ้อาร์ทแถมตอนนี้นางแก้มก็ไปอยู่ฝั่งนั้นแล้วและที่แน่...ครูเขมอีกละ” พอผมได้ยินว่าเขาบอกว่าผมเป็นคนหนุนหลัง
“เฮ้อ!!!”  ผมถึงกับถอนลมหายใจยาวๆออกมา  ผมเหลือบมองเวลาที่ข้อมือยังพอเหลือเวลาให้ผมได้สนทนาสักสี่ห้านาที

“ครูไม่ได้หนุนหลังใครทั้งนั้นแต่ครูเลือกที่จะเข้าข้างคนที่ทำถูกต้อง..กาย” เสียงของผมทำให้ทั้งกลุ่มหันหน้ามามองผมกันหมด ผมเดินลงมายืนมองหน้าทั้งคู่ นายกายพ่นลมหายใจออกมาแบบไม่พอใจที่ผมมายืนฟังการสนทนาของเขาทั้งคู่

“ผมไม่เชื่อหรอก...ครูจะไม่ลำเอียงให้ไอ้คริสมัน...และที่มันเรียนภาษาอังกฤษดีขึ้นคงบวกคะแนนพิศวาสไปให้ด้วย” เดินมายืนประชันหน้ากับผม

“ถ้านายไม่เชื่อก็ไปถามทุกคนในห้องดูนะว่าครูให้จริงหรือไม่จริง...กาย” ผมพูด

“และที่ครูไม่เข้าใจคือคริสโตเฟอร์ไปทำอะไรให้นายถึงได้อยากให้เขาออก...เธอมีเหตุผลที่ดีไหมละครูจะได้รับฟัง...ว่ามันสมควรหรือไม่สมควร” ผมถามกาย เขาหันมามองหน้าผมสายตาผมสองคนประสานกันจนในที่สุดนายกายเองที่เป็นคนเบี่ยงสายตาหนีผมและเดินแทรกตัวออกไประหว่างที่เขากำลังจะเดินผ่านผม

“ผมไม่จำเป็นต้องบอกครูหรอกครับ..ครูไม่ใช่คนที่สำคัญอะไรสำหรับผม...ก็แค่ครู...ที่เป็นเกย์...ไม่มีอะไรสำคัญ” ผมหันมามองนายอั๋นที่ยังยืนอยู่ เขาก็แค่มองผมและเดินตามนายกายออกไปเช่นกัน แต่ถึงยังไงผมก็ต้องรู้ให้ได้ว่าเหตุผลอะไรกันที่ทำให้เขาอยากให้คริสโตเฟอร์ออกจากโรงเรียนถ้าแค่เล่นบาสเกตบอลเก่งกว่าผมว่าไม่น่าจะใช้เหตุผลนี้นะ นายคริสไปทำอะไว้จนนายกายอาฆาตขนาดนี้กันแน่

                  หลังจากเข้าประชุมผมก็รีบลงมาทานอาหารเที่ยงจะได้รีบไปติวคริสโตเฟอต่อและพรุ่งนี้จะทำพิธีเปิดสัปดาห์ภาษาอังกฤษ มีแข่งขันตอบปัญหา เล่านิทาน และประกวดร้องเพลงในวันสุดท้ายก่อนปิดงาน มีกิจกรรมซุ้มทำอาหาร ฮอทดอก แซนวิส ฯลฯ จากนักเรียนที่เรียนทำอาหารกับครูรัชนีวรรณ์ และมีจะมีหนังภากษ์ภาษาอังกฤษมาเปิดให้ดูในชั่วโมงภาษาอังกฤษ วันที่สองจะมีการเล่านิทานพร้อมกับมีการแสดงนักเรียนแต่ละห้องเช่นกัน ประชุมเสร็จก็เกือบเที่ยงพอดี

Kisskhem :พี่เขมมากินข้าวกับผมหรือเปล่า นั่งคนเดียวเหงาอะ
My love    :เพื่อนไปไหนละ       
Kisskhem :โป้ง ไปดูพ่อผ่าตัดพรุ่งนี้ปันป้นก็ไปด้วย มันเพิ่งจะไปหลังจากที่นั่งกินอะไรที่ห้องอาหารเมื่อเช้าอ่ะพี่เขม  ส่วนไอ้โจกับไอ้อาร์ท มันไปฮันนิมูนกัน ผมเหงาอ่ะพี่เขม
         (ผมก็ต้องเกาหัว เด็กงอแงร้องหาผู้ปกครองอีกแล้ว)
My love    :อืมเดี๋ยวพี่ซื้อข้าวร้านครูโจ้ก่อนและพี่จะเดินไปหาเรา เลิกงอแงได้แล้ว
Kisskhem : ^__^

       มิน่าละเมื่อเช้าผมมไม่เห็นโป้ง ปันปัน โจและอาร์ทเลย ตอนที่เข้าแถวตอนแรกก็คิดว่าเข้าสายกันซะอีก ผมรีบเดินลงก่อนเวลาเที่ยงเพื่อจะได้เผื่อเวลาไปซื้อข้าวและรีบไปทานกับนายคริสโตเฟอร์และพากันไปติวหนังสืออีกเริ่มจะเหนื่อยแล้วซิผมและผมก็ต้องกลับมาเขียนเล่าเกี่ยวกับประวัติของอนุชิตเพื่อขอรับทุนอีก

                  “นั้นไงน้องเจี๊ยบพอพี่คิดถึงก็มาเลย…ครูเขมครับ” ผมเดินตรงมาที่ร้านขายอาหารแฟนของครูโจ้ ผมก็ต้องผมสะดุงทันทีที่ได้ยินครูโจ้บอกว่าคิดถึงผมนี้แหละ

                  “เป็นไงบ้างคะครูเขม พี่โจ้เล่าให้แป้งฟังค่ะว่าครูเขมสวมบทบู้สู้กับคนร้ายตั้งห้าคน”

                  “เวอร์ไปแล้วครูโจ้...ผมนะคนเดียวก็แย่แล้วที่เหลือนะนักเรียนที่ไปช่วยจัดการหมดครับ”ผมพูดตาก็มองว่าจะกินอะไรดี เห็นแล้วข้าวหมูแดงหมูกรอบดีกว่า

                  “อ้าว!.ถ้าอย่างนั้นครูก็ไม่ใช่พระเอกนะซิครับ....อย่างนี้เขาเรียกเป็นนางเอกแล้วมั้งคับ”ครูโจ้พูด ผมเงยหน้าขึ้นมามองครูโจ้ ตอนแรกคิดว่ากินข้าวหมูแดงไปกินบะหมี่ดีกว่าไหมหันหลังออกครับ ผมงอนมาหาว่าผมเป็นนางเอก

                  “เดี๋ยวซิครับครูเขม..แหมหัวของครูก็ไม่ล้านนะครับทำขี้น้อยใจไปได้ ”ครูโจ้รีบออกมาดึงแขนผมไว้


                  “ก็พี่โจ้นะดันไปแซวครูเขมเขาทำไมละ” แฟนครูโจ้เข้าข้างผม

                  “นี่เข้าข้างลูกค้าเหรอครับ...ที่ยืนนี้แฟนนะครับ”

                  “ลูกค้าคือพระเจ้าพี่โจ้..หลบไปค่ะ เจี๊ยบจะได้ดูแลลูกค้าคนสำคัญ!” แฟนของครูโจ้หันมาพูดเข้าข้างผม

                  “โอเคครับ...คุณลูกค้า...เชิญครับคุณลูกค้าชั้นดี ..ว่าแต่ครูจะทานอะไรดีครับครูเขม...วันนี้...” ครูโจ้พูดและดันผมกลับไปที่ร้านเขาเหมือนเดิม

                  “ฟรีเหรอครับ”ผมรีบถามครูโจ้

                  “คงจะไม่ได้หรอกครับครูเขมถ้าผมฟรีให้ครูเพราะว่าครูทำผลงานดีผมจะเจ้งแน่ๆ ก็เล่นทำผลงานติดกันเยอะขนาดนี้ถ้าปีละครั้งโจ้จะโอเคมาก..อันนี้เยอะไปนะครับ ”

                  “และอีกอย่างนะครับวันนี้เห็นทีจะฟรีไม่ได้จริงๆ เพราะว่า...เมียผมป่วยตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็นแล้วแหละครับครูเขม”ครูโจ้พูด

                  “เป็นอะไรหรือครับคุณเจี๊ยบไปหาหมอหรือยังครับ” ผมถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใยในฐานแม่ค้าที่ผมซื้ออาหารทานบ่อยๆ

                  “พี่โจ้อะเวอร์ไปแล้ว...ไม่เป็นอะไรมากหรอค่ะครู...ถ้าอย่างนั้นวันนี้เจี๊ยบเพิ่มหมู เพิ่มไข่ให้แล้วกันนะคะ ไม่คิดเพิ่มค่ะ” แฟนครูโจ้พูดและหันไปเหล่ครูโจ้แทนผม นั้นไงหลบทันที

                  “ไม่ต้องถึงมือหมอหรอกครับครูเขม ใช้เวลาพักฟื้นสักสิบกว่าวันเดี๋ยวก็หายครับ และนี่เป็นบ่อยครับไอ้โรคนี้นะครับ อาการจะกำเริบเดือนละสองครั้ง ระยะฝักตั่ว2-3 วันก่อนต้นเดือนและก่อนกลางเดือน “ ครูโจ้พูดผมก็ยิ่งทำท่าขมวดคิ้วเข้าไปใหญ่ นี้ยังไม่ต้องไปหาหมออีกเหรอ

                  “เป็นทุกเดือนเหรอครับ ถ้าอย่างนั้นผมแนะนำครูโจ้รีบพาไปหาหมอตรวจเถอะครับ...จะได้รู้ว่าเป็นโรคอะไรและรักษาได้ทัน”

                  “ไม่ต้องให้หมอวินิจฉันหรอกครับครูเขม เพราะว่าโจ้นี้วินิจฉัยให้ได้ครับ ....เมียผมเขาเป็นโรคอีบนล่างทำพิษครับ”

                  “ห๊ะ..อีโบล่าเลยเหรอครับ!” ผมร้องออกมาครูโจ้รีบเอามือปากผมอย่างเร็ว

                  “นี้ครูเขมอยากให้ผมรีบโสดขนาดนั้นเลยเหรอครับ “ มือที่ยังปิดปากผมอยู่ผมก็ส่ายหัวว่าไม่ใช่นะ

                  “ถึงได้แช่งเมียผมให้เป็นอีโบล่าเลยละครับ นี้ถ้าเมียได้ยิน มันจะได้กระโดดกัดหูผมเอา” ครูโจ้พูดหันไปเหล่แฟนตัวเอง จังหวะที่แฟนครูโจ้หันมาเห็นพอดี

                  “ที่รักจร๊าครูเขมเขาบอกให้เป็นอีโบล่าเถอะ พี่จะได้โสดภายใน72ชั่วโมง” ครูโจ้หันไปบอกแฟนเขาอีก และยังมาบอกผมบอกอีกนะ ผมกำลังจะแย่งว่าไม่ใช่

                  “ปึก!” เสียงมีดที่หันหมูแดงปักลงที่เคียงทันที ผมรีบแกะมือครูโจ้ออกก่อนทันที

                  “เฮ้ย!ครูโจ้ ผมไม่ได้พูดอย่างนั่นซะหน่อย”

                  “เจี๊ยบครับไม่ได้หมายความอย่างนั้นนะครับ” รีบแก้ตัวให้ตัวเลยครับ แอบคิดในใจผมนี้ผิดตั้งแต่เดินเข้ามากินร้านครูโจ้แล้วแหละครับ รู้อย่างนี้ไปกินร้านป้าใจซะดีกว่าไหม

                  “ก็พี่โจ้นั้นแหละพูดให้ครูเขมเข้าใจผิดและเจี๊ยบนะคิดว่าพี่โจ้นะคิดเองมากกว่า...”

                  “ถ้าอยากโสดบอกเจี๊ยบนะจะยอมให้พร้อมแถมใบมรณะบัตรของพี่ และถือติดมือไปด้วย!” เจี๊ยบเขายืนเอามือเท้าที่เอวและชี้หน้าครูโจ้ด้วยมีดทันที 

                  “โธ่ๆ เมียที่รักเขารักเมียยย....ทีหลังอย่าแช่งเมียผมอีกนะครับครูเขม....ผมรักเมียครับ....อยากให้เมียอยู่ด้วยนาน นาน ” ผมก็มองผมไม่ได้แช่งสักนิดเลย

                  “ครูโจ้ก็บอกครูเขมเขาไปตรงๆซิว่าเมียนะโดนหวยรับประทาน..อ้อมอยู่ได้ “แม่ค้าร้านข้างๆ ผมพยักหน้าเข้าใจทันทีเลย โรคอีกบนล่างนี้คือการเล่นหวยนั้นเอง ผมยืนเกาหัวตัวเองแกร๊กๆ

                  “อ้อ!....เมื่อวานวันที่16 ผมลืมครับไปวันสลากินแบ่งรัฐบาล “

                  “ใช่ครับ โดนกันถ้วนหน้าทุกร้านไป ทั้งบนทั้งล่างเลยครับครู ฮาๆ” ครูโจ้พูดและหัวเราะ แน่นอนทุกสายตาจากพ่อค้าแม่ค้าใกล้ๆหันมามองครูโจ้และผมกันหมด ผมนี้คิดผิดมากที่มากินร้านครูโจ้วันนี้

                  “ก็แน่ละซิจิ้งจกสองหางเป็นไงละ ตัวเลขที่ออก ..ไม่มีตัวไหนบอกว่ามาจากหางจิ้งจกสักตัว” แม้ค้าร้านข้างๆ หันมายืนเท้าซะเท้าผมก็ยิ้มๆ ผมหันมาเหล่ครูโจ้ 

                  “ไม่ต้องห่วงป้าตอนนี้ไม่มีทั้งหางและจิ้งจกแล้วเพราะเมื่อวานแมวบ้านข้างๆรั้วโรงเรียนจับไปกินเรียบร้อยแล้ว..สงสัยแมวจะโดนหวยกินเหมือนกันครับครู” ครูโจ้พูด

                  “เว้ย!”  ผมเองร้องทำท่าขนรุก ผมไม่ชอบจิ้งจกครับ ฮาๆ 

                  “ผมล้อเล่นนะครับ” ครูโจ้พูดและหัวเราะร่วน

                  “นี้ค่ะครูเขม...ที่สั่งไว้ค่ะ..เพิ่มหมูแดงและหมูกรอบให้นะคะแถมให้ไข่ให้ด้วยคะจัดเต็มสองฟองเลยค่ะ “

                  “ เออว่าแต่ครูจะมีเบิ้นไหมค่ะ”แฟนครูโจ้ถามผม

                  “ไม่ละครับจานเดียวก็อิ่มแย่แล้ว ถามทำไมเหรอครับ” ระหว่างที่ผมกำลังตักน้ำหมูแดงราดอยู่

                   “จะปิดร้านแล้วค่ะ...จะลากอีพี่โจ้ไป้ไปซ้อมซะหน่อย..ปากดีหนัก” พอผมได้ยินอย่างนั้นผมรีบหยิบจานข้าวเผ่นละครับครูโจ้ ผมรีบเดินออกไปหาคริสโตเฟอร์ทันที พอออกมาก็เห็นว่าเขาเขานั่งคนเดียวจริงๆด้วย ทันทีที่ผมนั่งลง

                  “ทำไมมาช้าจังอะพี่เขม” คริสโตเฟอร์เงยหน้าขึ้นมาถามผมทันทีก่อนจะแย่งตักไข่ยางมะตูมผมไปหนึ่งซีก

                  “ก็คุยกับครูโจ้นะซิ” ผมตอบ

                  “เป็นไงละเพื่อนไม่มาเหงาละซิ”ผมพูดแซวคนที่นั่งทานตรงหน้าผม

                  “ไม่อะ..ไม่เหงาเท่าไหร่ แต่...” คริสเตอเฟอร์ทำท่าจะพูดทะลึ้งแน่ผมรีบชี้นิ้วปรามไว้ก่อนเพราะว่าถ้าเกิดพูดออกมาและใครมาได้ยินมีหวังโดนแน่ๆ

                  “อย่าพูดทะลึ้งนะคริส”

                  “รู้ได้ไงอะว่าผมคิดแบบนั้น”

                  “หน้าตาเรานะบ่งบอกไง”ผมตอบปนหัวเราะเบาๆ คนนั่งตรงข้ามกับผม

                  “คิดถึงพี่เขมอะอยากไปนอนกับพี่เขม” คริสโตเฟอร์พูดออดอ่อนผมอีกแล้ว มีแฟนเด็กขี้อ่อนแบบนี้ผมจะใจแข็งได้ไหมละ แต่ก็ต้องใจแข็งไม่ยอม

                  “คริสพี่ก็คิดถึงเราหนักพอๆกัน...แต่พี่ไม่อยากให้คนอื่นมองเราไม่ดีนะอีกไม่กี่วันก็ศุกร์เสาร์แล้ว”ผมพูดบอกคริสโตเฟอร์

                  “พี่เขม คริสอยากรีบไปสอบไวไวจังอะพี่เขมคริสอยากเรียนจบเร็ว แต่ก็อดใจหายไม่ได้ถ้าจะไปก่อนพวกไอ้โป้งมัน” คริสโตเฟอร์พูด เขาดันขวดน้ำเปล่าที่ซื้อมาไว้ให้ผม

                  “เอาไว้รอให้ลงแข่งตอบปัญหาภาษาอังกฤษจบก่อนแล้วกันและพี่จะลงทะเบียนให้ทันทีและควรจะเป็นพี่ทำให้เพราะต้องใช้บัตรเครดิตในการจ่ายชำระเงิน”ผมพูด เหลือบตามองคนที่นั่งทำสีหน้ากังวล

                  “ช่วงนี้ก็อยู่กับเพื่อนให้มากที่สุดและใช่เวลากับสิ่งที่นายรัก เล่นบาสเก็ตบอลกับเพื่อนๆไง ” ผมบอกคริสโตเฟอร์เขาก็พยักหน้าเบาๆ

                  “ผมจะขายบิ๊กไบค์พี่เขม” คริสโตเฟอร์พูด ผมหยุดชะงักและวางช้อนลงทันที มองหน้าคริสโตเฟอร์

                  “ขายทำไมละคริส” ผมถามคนที่นั่งตรงข้าม

                  “เอาเงินมาช่วยพี่เขมบ้างไง” คริสโตเฟอร์พูด ผมวางช้อนลงก่อนจะยกมือขึ้นประสานกัน

                  “คริสพี่รู้ว่าเราอยากจะช่วยแต่ตอนนี้พี่ยังโอเคนะไว้รอให้พี่ไม่ไหวก่อนแล้วกัน” ผมพูดกับคนที่นั่งตรงข้ามกับผม แววตาเขายังดูกังวลอยู่ดี

                  “คริสไม่อยากขับรถบิ๊กไบค์แล้วอะ มันอันตรายพี่เขมก็ไม่ชอบไม่ใช่เหรอเก็บไว้ก็ไม่ได้ทำอะไรและนี้ไอ้โป้งมันก็ประกาศขายของมันแล้วด้วย” คริสโตเฟอร์พูด ถ้าเป็นแบบนั้นผมคงจะค้านไม่ได้

                  “เอาไว้พี่จะดูรถมอเตอร์ไซค์แบบโป้งไว้ใช้กันในนี้ดีไหมละ” ผมถามคริสโตเฟอร์ เขาก็พยักหน้าเบาๆ

                  “วันนี้โป้งกลับบ้านพักหรือเปล่า” ผมถามคริสโตเฟอร์

                  “มันบอกว่าจะกลับเย็นนี้นะพี่เขมเพราะว่าปันปันคงต้องกลับมาเรียนนะถ้ามันหายไปบ่อยๆเตี่ยมันคงลงมาเม้งมันแน่ๆ เตี่ยไอ้ปันปันโคตรดุเลยอะพี่เขม”

                  “และเตี่ยปันปันโคตรเกลียดตุ๊ดเกลียดเกย์เลยอะ..เพราะแบบนี้ไงเขาถึงส่งมันมาเรียนไกลจากบ้านมากคิดว่าปันปันทำให้ตะกูลเขาหม่นหมอง”

                  “พ่อแม่บางคนก็เหมือนไม่ยอมเข้าใจลูกเลยนะพี่เขมและนี้เขาเรียกว่าพ่อแม่รักจริงๆเหรอพี่เขม” คริสโตเฟอร์พูด

                  “พ่อแม่นะรักลูกอยู่แล้วแต่พ่อแม่แต่ละคนอาจจะรักไม่เหมือนกันและพี่เข้าใจเตี่ยปันปันนะเขาคงอยากให้ปันปันใจแข็งและเลิกพฤติกรรมพวกนี้ ซะเพราะว่าเขาคิดไปถึงอนาคตของปันปันไงคริส”

                  “เขามองเห็นถึงปัญหามากมากที่ปันปันต้องเจอเขาเป็นห่างการดำรงชีวิตของปันปันในภายภาคหน้าเช่นกันนะคริสและถ้าอยู่แบบนี้ปันปันมีคนที่เขารักขึ้นมาจริงๆ ” ผมพูดอธิบาย

                  “และว่าความรักแบบนี้มีไม่กี่คนหรอกนะคริสที่จะเข้าใจและยอมรับมันได้บางคนก็ต่อต้านจนถึงที่สุดก็มีและบางคนก็เห็นใจแต่ก็แค่เห็นใจจะให้เขาออกมาสนับสนุนมันก็คงจะมีไม่เยอะหรอก” ผมพูด คริสโตเฟอร์พยักหน้า

                  “ความรักแบบนี้นะอุปสรรค์มันเยอะพอดูเหมือนกันและพี่เคยบอกเราแล้วนิคริส” ผมพูดคริสโตเฟอร์พยักหน้า

                  “ดังนั้นจึงไม่แปลกหรอกคริสที่พ่อเขาจะพยายามให้ปันปัน เลิกและกลับมาใช้ชีวิตที่ปกติเหมือนเช่นคนอื่นๆเขา ที่สำคัญปันปันเป็นลูกชายคนเดียวไม่ใช่เหรอ เขาก็อยากให้ปันปันมีครอบครัวที่มีลูกหลานให้เขาได้” พอผมพูดจบคริสก็พยักหน้า ผมไม่รู้ว่าเขาจะเข้าใจมันได้มากน้อยแค่ไหน

                  “ใช่ ปันปันมันก็เคยบอกผมแบบนั้นนะพี่เขม “ คริสโตเฟอร์พูดด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ

                  “พ่อผมส่งอิเมลตอบกลับมาหาพี่เขมหรือเปล่า” คริสโตเฟอร์ถามผม

                  “ยังเลยอ่ะคริส ยังเงียบอยู่เลย พี่ก็รอเช็คอยู่นะ พี่กลัวเหมือนกันกลัวเขาจะยังไม่เห็นอีเมลของพี่ ถ้าอย่างนั้นพี่จะส่งใหม่อีกที เพราะว่าถ้าส่งรัวๆบ่อยๆ มันเหมือนกับว่าพี่คือแสกมเมอร์พี่เลยส่งแค่ครั้งเดียวและรอดูว่าเขาจะติดต่อมาใหม่ ถ้าไม่คงต้องหาวิธีอื่น” ผมพูดบอกคริสโตเฟอร์ ผมมองหน้าเขาว่าเขาแอบคิดอะไรอีกในใจ     

                  “ผมกลัวอะ..ผมกลัวว่าพ่อจะรับผมไม่ได้เหมือนกันนะพี่เขม ถ้าเขารู้ว่าผมกับพี่ ...เรารักกัน” คริสโตเฟอร์พูด

                  “คริสอย่ากลัวสิ่งที่ยังไม่เกิดซิ พี่เคยบอกเราแล้วไม่ใช่เหรอ”

                  “ก็สิ่งที่ผมกลัวจะเกิดขึ้นคือ..ผมไม่อยากเสียคนที่ผมรักไปนี้พี่เขม..ผมไม่เคยรักใครเท่าพี่มาก่อนเลย..ที่ผ่านมายอมรับว่าผมมีเรื่องผู้หญิงค่อนข้างเยอะ”

                  “ไม่เยอะธรรมดาพี่ได้ยินมาหนาหูมาก” ผมพูดป่นหัวเราะพร้อมกับแอบเหล่มองคนตรงข้าม

                  “โห่! …นี้ไปตามสืบมาเลยเหรอ..ฮาๆ ” ยังมีหน้ามาขำผมอีกนะ

                  “แต่เหมือนแค่บำบัดความเหงาและมีแฟนไว้เก๋ๆตามเขาและบางคนก็ได้มาเพราะว่าแข่งรถชนะก็มี” คริสโตเฟอร์พูด

                  “ไอ้โป้งเห็นแบบนั้นนะมันได้มาหนักต่อหนักเลยนะ..และตอนนี้มันเลิกแล้ว เหมือนผมไง ผมเลิกแล้ว ผมจะมีแค่คน..นี้คนเดียวเป็นผู้ชายคนแรกและคนสุดท้าย” คริสโตเฟอร์พูดเขาชี้มาที่อกของผมทางด้านซ้ายใบหน้าที่เลื่อนเข้ามาหาผม

                  “โป้ก!” ผมยกหนังสือขึ้นตีเบาๆทำให้คนที่ถูกตีถึงกับหน้ามุ่ยไปตามระเบียบพร้อมยกมือขึ้นมาคลำที่หน้าผากตัวเอง ที่ผมตีเพราะว่าคนตรงข้ามผมนี้กำลังใช้จังหวะที่ผมกำลังซึ้งอยู่นี้คนที่นั่งตรงข้ามผมก็ทำท่าจะหาเรื่องจูบผม ในเขตโรงเรียนห้ามจูบ 

                  “เด็กหื่นเอ้ย..บอกว่าอย่าทำในนี้ไง” ผมพูดยังมาทำเป็นหัวเราะ พอทานกันเสร็จเรียบร้อยผมก็เตรียมจะขึ้นไปติวคริสโตเฟอร์ต่อเลยระหว่างที่รอคริสโตเฟอร์เดินเอาภาชนะไปเก็บให้

                  “ครูเขมครับ!” อนุชิตเขาวิ่งหน้าตาตื่นมาหาผม

                  “เป็นอะไรอนุชิต” ผมถามด้วยอาการตกใจเหมื่อนกัน

                  “ครูจ่ายค่าเทอมให้ผมเหรอครับครู..ครูสมพิศเพิ่งจะบอกผมนะครับ” ผมก็นึกว่าเรื่องอะไร

                  “ใช่...ครูจ่ายให้และครูหวังจะให้เธอได้รับทุนด้วยครูจะทำให้ดีที่สุดอนุชิต” ผมพูด ผมก็เรียกได้ว่ามือใหม่ซะด้วยแต่ยังไงก็ต้องทำให้ได้

                  “หมับ” เขาเข้ามากอดผมทันที

                  “ทำไมครูดีกับผมจังเลยละครับครู..ฮือๆ” อนุชิตพูดไปร้องไห้ไป ผมก้มลงมองว่าลูกผู้ชายอย่าร้องไห้พร่ำเพรื้อ เขาก็เข้าใจรีบปาดน้ำตัวเองทันที

                  “เพราะว่าเธอเป็นคนดี..อนุชิต .....คนเราเลือกเกิดไม่ได้ก็จริงแต่เลือกที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้นได้...ขอแค่เธอตั้งมั่นและตั้งใจทำในสิ่งที่ถูกต้อง” ผมพูดก้มลงจับไหล่อนุชิต

                  “ถ้าอย่างนั้นผมจะไปทำความสะอาดครูไม่ต้องจ่ายผมนะครับ”

                  “ไม่ได้หรอกย่าของเธอต้องกินต้องใช้นะและเธอก็ทำความสะอาดเหนื่อยเหมือนกันนะส่วนค่าเทอมนี้ครูขอแลกกับเกรด 4 ภาษาอังกฤษ” ผมบอกอนุชิตเขาก็พยักหน้า

                  “ไปหาเพื่อนเถอะครูจะไปติวพี่คริสโตเฟอร์ต่อ.ออ..โทรทัศน์ดูได้แล้วใช่ไหม...อนุชิต” ผมพูด ก่อนที่เขาจะวิ่งหันหลังไปผมถามถึงทีวีที่ผมยกมาให้เขาไม่ได้ใหม่กิ๊กแต่ก็ไม่ได้เก่าจนดูไม่ได้ อนุชิตจะได้มีทีวีดูเหมือนคนอื่นๆเขา

                  “ย่าดีใจมากเลยครับครูย่าจะได้ดูทีวีไปด้วยตอกกิ๊บไปด้วยครับ...ย่าบอกว่าครูอยากทานอะไรบอกย่าได้ย่าจะทำให้ครับ”

                  “ฝากขอบใจคุณย่าเธอด้วยนะ” ผมพูดคริสโตเฟอร์เดินออกมาพอดีและผมสองคนก็เดินไปห้องสมุดเพื่อทำการติวภาษาอังกฤษกันต่อผมติวเกี่ยวกับการเขียนประโยคให้กับคริสโตเฟอร์ เรื่องการเขียนนะเขาก็พอได้อยู่แล้วแต่ยังมีบางจุดที่ต้องแก้ไข เขาบอกว่าพ่อเขาสอนภาษาอังกฤษให้ตอนที่เขายังเด็กอยู่ ผมจึงพอจะมีพื้นฐานอยู่บ้าง ผมนั่งมองเขาด้วยความภาคภูมิใจที่เห็นเขาตั้งใจที่อ่านหนังสือเตรียมความพร้อมเพื่อจะได้ไปสอบเทียบและที่เขาตั้งหน้าตั้งตาทำอยู่นี้ก็เพื่อจะได้คบกับผมแบบที่ไม่มีใครว่าอะไรเขาได้....นี้เขาลงทุนทำได้ขนาดนี้เลยเหรอ แล้วทำไมผมจะไม่รักเขาจนหมดทั้งใจของผมละ

                  “มองจ้องผมขนาดเลยเหรอที่รัก..ผมหล่อมากละซิ...หรือว่าคิดอะไรทะลึ้งกับผมอยู่ด้วย...นี้มันห้องสมุดนะ..ฮาๆ ” ผมสะดุ้งเพราะว่ามองนานไปหน่อยนายคริสโตเฟอร์ถึงได้ก้มหน้ามองผม เล่นเอาครูเขมเขินเลยทันทีหันหน้าหนีก่อน

                  “รีบทำแบบฝึกหัดเข้าซิจะได้เวลาเข้าแถวแล้วนะคริส” ผมทำทีเป็นเอ็ดเขากลบเกลือน คนที่โดนเอ็ดก็หาได้สำนึกไม่ยังมีหน้ามาหัวเราะผมอีกนะ
                  ผมเหลือบมองเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาที่ข้อมือ ตอนนี้ก็จวนจะได้เวลาเข้าห้องเรียนเพื่อเรียนคาบบ่ายแล้วผมจึงบอกให้คริสโตเฟอร์พอก่อนและไปเตรียมตัวเข้าแถวเพื่อจะได้ขึ้นเรียนวิชาเรียนคาบบ่าย ส่วนผมก็มีสอนบ่ายอีกสองคาบแค่นั้นและคุยงานสัปดาห์ห้องภาษาอังกฤษกับครูสอนภาษาอังกฤษ ครูลิมาและครูสมชาย ผมคิดว่าสามคนก็ยังน้อยไปนะ ถ้ามีครูมิ้งเพิ่มอีกคนแต่นี้ผมก็ยังไม่ได้รับข่าวความคืนหน้าจองครูมิ้งกับพี่ต้นเลย

                 ผมเพิ่งจะส่งรายละเอียดครูมิ้งไปให้พี่ต้นทางอิเมลและพี่ต้นก็ตอบกลับผมเมื่อวานว่าจะพยายามช่วยหาให้ ผมขอให้พี่ต้นหาเขาให้เจอทีเถอะ ไม่ใช่เพื่อผมและคริสแต่เพื่อครูและนักเรียนที่ไปกับครู ถ้าหนีแบบนี้ก็ต้องหนีไปตลอดนะซิ แต่จะว่าไปอาทิตย์นี้ผมไม่เห็นป้าของแชมป์มาตามข่าวหลานชายเขาเลย ไม่รู้ว่าเป็นยังไงบ้างเพราะผู้อำนวยการบอกผมว่าเขาป่วยเป็นมะเร็งแต่ระยะไหนท่านไม่ได้บอกผมซะด้วยซิ ผมเลยคิดว่านี้คืออีกเรื่องหนึ่งที่ผมต้องจัดการให้เร็วที่สุดเช่นกัน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-10-2020 06:53:00 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
EP.28.2 ครูเขมXคริส   เขาคือใครกัน คุณหมอภีมปภพ

       Part เขมชาติ
               ผมเดินลงจากห้องประชุมตอนนี้ฝนตกไปได้สักพัก คริสโตเฟอร์ก็ไม่ได้ซ้อมบาสเกตบอลแน่ๆ วันนี้นักเรียนขอผมไม่เรียนพิเศษหนึ่งวันขอไปจัดซุ้มทำอาหารขายงานวันสัปดาห์ภาษาอังกฤา ผมก็ยินดีเพราะนี้ก็กิจกรรมโรงเรียนและดูนักเรียนทุกคนตื่นเต้นกับกิจกรรมภาษาอังกฤษมิใช่น้อย ผมได้ยินมาว่าโรงเรียนนี้ไม่เชิงว่าเป็นโรงเรียนของทางรัฐบาลแต่คนที่ให้งบประมาณที่นี้เป็นชาวต่างชาติที่มีธุรกิจอยู่ต่างประเทศ

               ก๊อก!!! เสียงเคาะประตูบ้านพักนักเรียน คริสโตเฟอร์บอกผมว่าเลิกประชุมแล้วให้ไปเรียกเขาด้วยเขาอ่านหนังสือยู่ในห้องไม่รู้หนังสือเรียนหรือหนังสือโป้นะ ถ้าเป็นอันหลังจะจะทำโทษให้เข็ดเลย ผมยืนอยู่สักพัก คริสโตเฟอร์ก็ไม่ออกมาเปิดแต่พอผมหมุนลูกบิดไม่ได้ล๊อกนี้ ผมจึงเปิดประตูเข้าไปภาพที่ผมเห็นทำให้ผมอดอมยิ้มไม่ได้ ก็เพราะว่าเขานอนอยู่บนเตียงแถมมีหนังสือที่กางรอบตัวไปหมดแต่คนที่อ่านนะเผลอหลับไปซะแล้ว ผมเดินที่ข้างเตียงหยิบหนังสือที่ปิดหน้าเขาไว้อยู่

               “คริส” ผมโน้มตัวลงใช้ฝามือลูบใบหน้านั้นเบาพร้อมเรียกคนที่นอนหลับ เขาค่อยลืมตาขึ้นมองผม

               “พี่เขมมาแล้วเหรอ”

               “อ่านจนหลับเลยนะ”

               อืด!!!! เสียงบิดขึ้เกียจตามมาทันที คริสโตเฟอร์ยันตัวเองขึ้นนั่ง เขามองหน้าผม

               “วันนี้พี่เขมไม่มีสอนพิเศษไปติวที่บ้านพักพี่นะและไม่รู้ว่าฝนตลอดทั้งวันแบบนี้ไอ้โป้งจะขับรถกลับมาได้หรือเปล่าก็ไม่รู้อะพี่เขม” คริสโตเฟอร์พูดผมพยักหน้าและก็ช่วยหยิบหนังสือที่จะใช้ เราเดินลงจากบ้านไปด้วยกัน

                คริสโตเฟอร์ทำหน้าที่ขับรถให้ผมเพราะว่าผมต้องไปล้างแผลที่โรงพยาบาล และวันนี้ผมต้องไปให้คุณหมอตรวจแผล คือถ้ามันดีขึ้นแล้วนะพรุ่งนี้ก็อาจจะได้ล้างแผลเอง ใช้เวลาไม่นานก็ขับมาถึงโรงพยาบาล ผมเดินเข้าไปก่อนส่วนคริสโตเฟอร์ไปหาที่จอดรถก่อนและเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาผมเลยเดินเข้าไปด้านในเพื่อติดต่อลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่หน้าห้องฉุกเฉินได้เลย

               “สวัสดีค่ะ...วันนี้มาล้างแผลและให้คุณหมอดูแผลด้วยใช่ไหมคะ” เจ้าหน้าที่พยาบาลยิ้มหวานมาให้ผม

               “ครับผม” ผมตอบเธอก็ทำการคีย์ข้อมูลในระบบคอมพิเตอร์

               “ยาแก้ปวดกับแก้อักเสบคนไข้ยังมีอยู่ไหมคะ”

               “ยังมีอยู่ครับ”

               “จะได้แจ้งคุณหมอนะคะ...และคุณหมอจะได้ไม่ต้องสั่งเพิ่มให้ ...ยาแก้อักเสบทานติดต่อกันจนยาหมดนะคะ”

               “ครับ”

               “เชิญขึ้นนั่งบนเตียงคนไข้เลยค่ะ”พยาบาลหันมาบอกผมและผายมือไปทางเตียงคนไข้ที่ว่างอยู่ ผมเดินไปปืนขึ้นบันไดขึ้นไปนอนราบ วันนี้ผมสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นยาวพอจะปิดแผลที่โดนฟันวันก่อนได้ เจ้าหน้าที่พยาบาลและผู้ช่วยมาเปิดผ้าก๊อซนพันแผลไว้ผมออก

               “เป็นครูโรงเรียนไหนคะ...หล่อจัง...จะได้พาลูกชายย้ายไปเรียน” เจ้าหน้าที่ผู้ช่วยพยาบาลแซวผม

               “แม่อยากไปเรียนหรือว่าลูกอยากไปกันแน่”

               “แม่คะน้องกุ้ง แม่อยากไปค่ะ จะหาเรื่องรับไปส่งลูกชายทุกวันเลยค่ะ ครูหล่อแบบนี้ ”

               “อิอิ” พยาบาลคนสวยขำผู้ช่วยทำแผลให้ผม ผมก็แค่ยิ้มๆ ให้

               “พลึบ” เสียงผ้าม่านถูกเปิดออก โดยคริสโตเฟอร์และเขาก็เข้ามากอดอกโน้มตัวลงวางไว้ที่ขอบเตียงมองผม ผมหันไปมองคนหน้าหนุ่มเจ้าเลห์ของผม ว่ามีอะไร

               “ยังเจ็บอยู่หรือเปล่าครับที่รัก...” ยื่นหน้าเข้ามาหาผมแบบเกือบจะแนบชิดขนาดนี้

               “ = 0 = “ พยาบาลกับผู้ช่วย เงยหน้ามองผมและคริสโตเฟอร์สลับกันไปมา

               “ไม่เจ็บแล้วแหละ...เดี๋ยวพี่รอคุณหมอมาดูแผลก็เสร็จแล้ว” ผมพูดและหันไปยิ้มให้พยาบาลเธอก็ยิ้มแหยๆกับมาให้ผม

               “พี่ว่าพี่ให้ลูกเรียนโรงเรียนเดิมนะดีแล้ว...เพราะคนที่จะจีบครูอาจจะเป็นลูกชายของพี่นะคะไม่ใช่พี่เองหรอกค่ะ” ผู้ช่วยฯกระซิบกระซาบกับพยาบาลก่อนจะเข็นรถทำแผลออกไป

               “เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ..แผลแห้งดีแล้วถ้าคุณหมอไม่นัดมาทำแผลอีกคิดว่าคนไข้คงจะทำเองได้นะคะ... คุณหมอมาพอดีเลย “ พยาบาลพูดน้ำเสียงปกติไม่เสียงอ่อนเสียงหวานเหมือนเมื่อกี้แล้วซิ สงสัยจะเป็นเพราะคนที่เท้าคางอยู่ข้างๆผมนี้แหละ

               “สวัสดีครับคุณเขมชาติ” คุณหมอหนุ่มเดินเข้ามาหยุดตรงเตียงคนไข้ที่ผมนอนอยู่ ใบหน้าคมสัน จมูกที่โด่งรับกับคิ้วที่โค้งเข้ารูปนั้น ริมฝีปากรูปกระจับแล้วผมจะเพ็งมองเขาทำไม พอหันมาเห็นคนข้างๆที่ขมวดคิ้วมองผมยิ่งต้องทำเป็นไม่ได้ตั้งใจมองนะ ดูยังทำปากมุมมิบอีกนะ

               คุณหมอหนุ่มยืนเปิดแฟ้มประวัติของผมดูก่อนจะมองผมและทำท่าคิดก่อน แต่คนที่ยิ้มแฉ่งคือคริสโตเฟอร์ ผมเห็นคุณหมอทำท่าคิดและเหมือนกับว่าคุณหมอจะพูดอะไรกับผมแต่ก็นิ่งและเปลี่ยนเป็น ส่งร้อยยิ้มกลับมาให้ผมแทนซะงั้น ผมก็หันไปมองหรือว่าเพราะนายคริสโตเฟอร์อีก

               “ดูแผลดีขึ้นแล้วนะครับ...ปากแผลปิดสนิทดีเร็ว..สภาพแผลดูดีไม่มีการติดเชื้อ...แต่แนะนำให้คนไข้ทานยาแก้อักเสบต่อจนหมดนะครับ” คุณหมอหนุ่มเริ่มสนทนาถึงแผลของผม

               “ผมไม่ต้องมาล้างแผลที่โรงพยาบาลแล้วใช่ไหมครับ” ผมถามคุณหมอ

               “จะมาก็ได้นะครับถ้าคนไข้สะดวก หรือว่าอยากจะให้พยาบาลสาวสวยทำแผลให้ก็มาได้ครับ ” คุณหมอพูดและหันเหล่นายคริสโตเฟอร์ที่โน้มตัวเอามือเท้าค้างอยู่บนเตียงทำแผลคนไข้

               “อะแฮม!” คนข้างๆผมถึงกับกระแอมเสียงดัง ขี้หึงเหมือนกันนะเนี๊ยะ

               “เป็นครูเหรอครับ” คุณหมอถามผม

               “ครับผมเป็นครูครับ เพิ่งจะมาบรรจุได้เดือนกว่าๆเองครับ...ยังไม่ถึงปีได้แผลซะแล้ว” ผมพูดปนหัวเราะ และคุณหมอหนุ่มก็หัวเราะเช่นกัน

               “นามสุกลคุ้นๆนะครับ” คุณหมอเหลือบตาขึ้นจากชาร์สมองผม

               “หมอจีบคนไข้ผิดจรรยาบรรณหรือเปล่า” เสียงจากคนข้างๆ ทำให้หมอหนุ่มหันไปมองและยิ้มๆให้ผม ส่วนคนที่พูดยืนกอดอกทำเป็นมองนั้นมองนี้

               “คริส” ผมส่งเสียงเอ็ดเขาไม่ดังมากแค่พอให้เสียงรอดไรฟันออกไปได้

               “หมอมีเพื่อนที่....ใช้นามสกุลเดียวกันกับคนไข้และอาจจะเป็นญาติคุณครูนะครับ...หมอไม่ได้เจอเขานานมากแล้วตั้งแต่..”

               “เรียนจบและเขาก็แต่งงานแล้วด้วย......หมอทราบมาว่าเขาไปเป็นปลัดอำเภออยู่ที่นี้แต่ตอนนี้เขาย้ายไปซะแล้ว ” น้ำเสียงที่คุณหมอพูดมันฟังดูแล้วเหมือนเจ็บปวดยังไงก็ไม่รู้ หรือไม่ผมอาจจะคิดไปเอง ผมก็เลยแค่พยักหน้าแค่นั้น ส่วนนามสกุลของผมก็มีใช้กันหลายคนอยู่นะเพราะว่าพ่อผมมีพี่น้องหลายคนและส่วนใหญ่ก็จะอยู่แถวราชบุรีกันหมดแต่ว่าเป็นปลัดอำเภอนี้มีแค่พี่ต้นนะ ผมควรจะถามพี่ต้นก่อนจะดีกว่าผมเลยยังไม่พูดอะไรออกไปในตอนนี้

               “ถ้าอย่างนั้นผมไม่ออกใบนัดให้นะครับแต่ถ้าคนไข้อยากมาล้างแผลที่นี้ก็ได้นะครับ..ผมขึ้นเวรบ่ายดึกพรุ่งนี้นะครับและยาก็ทานยาชุดเดิมต่อนะครับ” คุณหมอพูดก่อนจะหันไปยิ้มให้หนุ่มข้างๆผม หน้าบึงแล้วซิ เขาไม่มองหน้าคุณหมอหนุ่มทำยืนเก็กเอามือเท้าซะเอว

               “หวงแฟนเหรอ...คุณหมอไม่แย่งจีบหรอกครับ...หมอมีคนที่หมอรักแล้วครับ” เพล้ง!! เลยเป็นไงละ ผมหันมาเหล่มองพ่อตัวดี หึงได้เรื่องไหมละ

               “หึงอะ” ยังมีหน้ามาพูดอีกนะ และพยาบาลกับผู้ช่วยก็เข้ามาทำแผลให้ผมต่อ โดนมีสายตาหนุ่มน้อยข้างๆผมคอยมองตลอด ทั้งพยาบาลและผู้ช่วยก็มองผมและคริสโตเฟอร์สลับกันไปมาแบบเกร็งๆ พอทำแผลเสร็จผมก็ออกจากห้องฉุกเฉินทันที

               “ไปหาอะไรทานกันดีกว่าพี่เขมอยากกินชาเขียวปั่นอะ ตรงร้านกาแฟสด” คริสโตเฟอร์ออดอ้อนผม ผมพยักหน้าว่าได้แต่ผมยังครุ่นคิดถึงคำพูดของคุณหมอเมื่อสักครู ผมเดินพาหนุ่มน้อยจอมขี้หึงของผมไปที่บรูธร้านกาแฟสดแฟรนด์ชายชื่อดัง

               “พี่เขมเอาชาเขียวนะ” คริสโตเฟอร์ถามผมพยักหน้าว่าได้

               “พี่ภีมค่ะ ทำไมพี่ถึงได้มาที่นี้ละ มาเป็นหมอที่นี้ทำไมละค่ะ ทั้งที่พ่อพี่ก็มีโรงพยาบาลที่กรุงเทพ พี่อย่าบอกดานะคะว่าพี่จะมาเพื่อหาเขา เขาแต่งงานไปแล้วนะพี่ภีม” ผมยืนอยู่โดยที่คุณหมอคนนั้นไม่ทันได้สังเกตุว่าผมยืนอยู่ด้านข้างๆเขาสองคน และผมก็ไม่ได้ตั้งใจฟังนะครับแค่บังเอิญได้ยิน

               “ดาวิกา...แล้วดาจะตามพี่มาทำไม ในเมื่อพี่กับดาเราไมได้เป็นอะไรกันแล้ว”

               “พี่เลือกที่จะถอนหมั้นดาเพราะ...เขาคนนั้นนะเหรอคะ ทั้งที่เขาแต่งงานไปแล้วนะคะพี่หมอ! และเขาก็มี  …….”

               “พี่เขมได้แล้วครับ” ผมสะดุ้งสุดตัวที่คริสโตเฟอร์เอาแก้มชาเขียวปั่นมาแนบแก้มผม

               “ไปกันเถอะพี่เขมเราไปหาอะไรกินกันก่อนะผมหิวมาก ก.ไก่ ล้านตัว”คริสโตเฟอร์บอกผมว่าเขาหิวมาก ผมก็พยักหน้า ก่อนจะเดินออก ผมเห็นคุณหมอภีมปภพ ที่ผมทราบชื่อเพราะว่าผมดูชื่อแพทย์จากใบสั่งยาตอนที่ผมจะไปยื่นเพื่อชำระเงิน ในนั้นระบุชื่อแพทย์ที่เข้ารับการรักษาผมด้วย ดูเขายืนหน้าตานิ่งมากดูเหมือนไม่ยินดียินร้ายกับอะไรทั้งนั้น ส่วนผู้หญิงข้างๆก็ดูหม่นหมองและเศร้า ดูท่าทางจะมีปัญหาหนักอกกันทั้งคู่

               “มีอะไรเหรอพี่เขม...ติดใจคุณหมอนั้นเหรอเขามีเมียแล้วนะ”

               “เมียดุด้วยเห็นไหม ต่อว่าคุณหมอฉอดๆหมอนั้นก็กลัวเมียดิ ฟังอย่างเดียวเลย พี่อย่าไปยุ่งนะ” คนข้างๆผม ผมหันมามองขอบใจนะ เห็นแบบนี้พี่เลือกครับผม และที่ผมได้ยินนะเขายังไม่ได้เป็นสามีภรรยากันซักหน่อย นายนี้คงได้ยินผิดไปหลายประโยคแน่ๆ นายคริสโตเฟอร์

               “เอ๊ะ! ..เรานิ..พี่ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นซะหน่อยแค่...”

               “แค่...อะไรอะ”

               “รู้สึกว่า.....เขาเหมือนยังรอใครสักคน ” ผมพูด คริสโตเฟอร์มองหน้าผม ผมหันไปยิ้มให้คริสโตเฟอร์ ผมจับมือเขาเดินเองวันนี้ คริสโตเฟอร์ทำหน้าแปลกใจแต่เขาก็กุมมือผมตอบ ผมและเขาเดินมาที่รถที่คริสโตเฟอร์จอดไว้และรีบขับออกเพื่อจะได้ไปหาอะไรทานกันก็คงเป็นร้านประจำที่เคยมานั่งด้วยกันบ่อยๆอาทิตย์แรกๆที่ผมเป็นครูที่นี้ พอทาน เสร็จแล้วก็กลับบ้านพักทันที แต่ว่าโป้งกับปันปัน ยังมาไม่ถึง  คริสโตเฟอร์จึงไปที่บ้านพักครูกับผมก่อน เขาบอกจะอาบน้ำที่บ้านพักผมด้วย ผมก็ตามใจ ผมรีบหยิบมือถือขึ้นมาทันทีโทรหาพี่ต้นพี่ชายคนโต

               “ว่าไงเขม..นี้พี่เพิ่งจะถึงห้อง” พี่ต้นพูดฟังจากน้ำเสียงเหนื่อยๆ น่าจะเป็นคอนโดที่แม่บอกผม

               “ฟังน้ำเสียงพี่เหนื่อยๆนะพี่ต้น” ผมถามพี่ต้น

               “ก็ตอนนี้ปัญหานายทุนจะเข้ามายึดที่ทำกินชาวบ้านพี่ต้องลงพื้นที่ทุกวันนะเขมและไหนจะต้องเตรียมตัวรับภาวะภัยแล้งอีกละ...”

               “พี่ยุ่งขนาดนี้ใครดูเอิร์ธละพี่ต้น”ผมถามพี่ต้น

               “โชคดีที่คอนโดที่พี่อยู่มีคนที่พี่เคยช่วยเขาไว้ตอนที่โดนนายทุกหลอกเอาและเขาก็อาสาดูแลเอิร์ธหลังเลิกเรียนให้พี่ นี้แม่ว่าจะบินมาหาพี่อีก พี่ก็เกรงใจแม่อยู่นะเขม “พี่ต้นพูดด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยจริงๆ ผมนี่สงสารพี่ต้นมาก นี้พี่เกศรินทร์เลยไม่เอาตาเอิร์ธไปเลี้ยงเลยเหรอเนี๊ยะ

               “แล้วนี้เราเป็นยังไงบ้าง” พี่ต้นถามผมทันที

               “สบายดีพี่..เออพี่ต้นผมไปโรงพยาบาลไปทำแผลมา” ผมพูดบอกพี่ต้น ผมว่าคงจะโดนพี่ต้นบ่นแน่ๆ

               “เราเป็นอะไรเขม!” เสียงที่ดุดันเหมือนน้ำเสียงของพ่อผมไม่มีผิดเลย แย่แล้วซิผมเพราะว่าผมเองก็ว่าจะไม่ได้บอกพี่ต้นเพราะว่าถ้าบอกพี่ต้นแม่ต้องรู้อีก และแม่ก็ต้องเป็นห่วงผมอีก แต่คงต้องบอกแล้วแหละถ้าไม่บอกแล้วผมจะพูดเรื่องคุณหมอภีมปภพได้อย่างไรละ

               “ผมไปช่วยนักเรียนนะพี่ต้นเขากำลังจะถูกล่อลวงไปทำมิดีมิร้ายและผมก็โดนมีดคัทเตอร์ปาดเอาที่ต้นแขนเล็กนิดเดียวพี่ต้น” ผมพูดเสียงอ่อยๆ เหมือนเด็กที่กำลังสารภาพผิดเลยนะผมตอนนี้

               “เขม!!..ทำไมนายทำแบบนั้นละนี้ถ้าแม่รู้เข้านะนายโดนกลับไปเป็นครูที่กรุงเทพแน่ๆ “ พี่ต้นพูดด้วยน้ำเสียงที่ดุผม ไม่อยากนึกถึงหน้าพี่ต้นเลยจริงๆ เห็นแบบนี้กลัวตอนพี่ต้นดุเหมือนตอนที่ผมกลัวพ่อเลยแหละ

               “ผมรู้พี่ต้นแต่ผมจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกพี่ต้น...พี่ต้นอย่าบอกแม่นะ” ผมพูดขอร้องพี่ต้น

               “เฮ้อ!!” เสียงถอนหายใจจากพี่ชายคนโต

               “แล้วแฟนเราละเป็นไงบ้าง” พี่ต้นถามถึงคริสโตเฟอร์

               “สบายดีพี่...และนี้แหละที่เข้าไปช่วยผม..ผมเลยได้มาแค่แผลเล็กๆ ”

               “เออ..... พี่ต้นผมเจอคุณหมอคนหนึ่งเขาบอกผมว่าเขาคุ้นๆกับนามสกุลของผม..เขาบอกว่าเขามีเพื่อนเรียนที่เดียวกันและไม่ได้เจอกันหลังจากเรียนจบ...เขาบอกว่าเพื่อนของเขาไปเป็นปลัดอำเภอ”

               “ใครนะ...ชื่ออะไร” พี่ต้นถามผมกลับด้วยน้ำเสียงที่บอกได้ว่าตกใจพอสมควร

               “ผมดูจากใบเสร็จนะพี่ต้นเขาชื่อนายแพทย์ภีมปภพ อครพลพันกร “ ผมว่านามสกุลนี้ถ้าท่างจะไม่ใช่คุณหมอธรรมดา

               “ฟู่!!” เสียงพ่นลมหายใจออกยาวๆ ของพี่ต้นแสดงว่าพี่ต้นรู้จัก

               “ถ้าเจอเขาอีกนะอย่าบอกเรื่องพี่เลิกกับเกศรินทร์นะเขม..อย่าให้เบอร์โทรพี่...และไม่ต้องบอกว่าพี่อยู่ที่ไหน” พี่ต้นรีบบอกผมทันที ผมก็แปลกใจแต่คำสั่งพี่ชายผม ผมก็ต้องตามนั้น

               “และนี้เขาไปเป็นหมอที่เขาใหญ่เหรอเขม” พี่ต้นกลับถามผมด้วยน้ำเสียงทีแปลกใจ

               “ใช่ครับ เพราะว่านี้อยู่ใกล้โรงพยาบาลที่ผมเป็นครูอยู่ที่สุดครับพี่ต้น พี่ต้นรู้จักเขาเหรอครับ” ผมถามพี่ต้น

               “แค่เคยรู้จัก...ทำตามที่พี่บอกนะเขม..เออ..เขมพี่ต้องชงนมให้ตาเอิร์ธแล้วหลานงอแงแล้ว...เขมดูแลตัวเองนะอย่าไปซ่าเหมือนไอ้พี่ก้องเราได้ไหมพี่ขอละ....พี่เป็นห่วงเขมนะ” พี่ต้นพูดขอร้องผม

               “ครับพี่ต้น...บายครับ”
พี่ต้นกดวางสายผม ผมคิดว่าไม่ใช่แค่เคยรู้จักหรอกแต่เหมือนมีอะไรมากกว่านั้นแถมเขายังรู้ว่าพี่ต้นแต่งงานและมีลูกแล้ว ทั้งที่ตอนที่พี่ต้นแต่งพี่ต้นไม่ได้บอกงานเพื่อนๆเลยสักคนมีแต่คนทางฝ่ายผู้หญิง ทางผมก็มีพวกผม ส่วนพ่อผมเพิ่งจะเสียไปไม่ถึงปี แม่กับบรรดาพี่สาวของแม่แค่นั้น

               ทันทีที่ผมวางมือถือลงและเดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำจะได้เข้าไปติวหนังสือให้คริสโตเฟอร์ หลังจากอาบน้ำเสร็จผมก็เดินเข้าห้องนอนสวมชุดกางเกงบ๊อกเซอร์และเสื้อกร้าม

               “โป้งบอกว่ามาถึงแล้วจะเข้ามารับครับพี่เขม” ผมพยักหน้า คริสนอนอ่านหนังสือรอผมห่มผ้าครึ้งท่อนอยู่บนเตียง

               “ไปนั่งที่โต๊ะซิพี่จะได้ติวให้และรีบไปนอน”

               “บนเตียงไม่ได้เหรอหนาวอะ”

               “หึ” ผมถึงกับขมวดคิ้วนี้มุขไหนเนี๊ยะ

               “นะ…….สอนบนเตียงนี้แหละพี่แค่อธิบายให้ผมฟังแค่นั้นเองผมก็จะได้นอนฟังพี่พูดไปด้วยนะพี่เขม” คริสโตเฟอร์พูด ผมก็เดินและขึ้นมานั่งบนเตียงผมหยิบหนังสือวันนี้ผมจะติวเกียวกับกานอ่านให้เขาฟัง ผมแนะนำให้เขาอ่านคำถามก่อนเป็นอันดับแรกพอเขาขึ้นมาอ่านเนื้อเรื่องเพื่อจะนำไปตอบคำถามจะทำให้เขาได้คำตอบที่เร็วขึ้น เรียกได้ว่าจับเฉพาะที่เป็นคำตอบอย่างเดียว และสอนให้เขาเข้าใจว่าอันไหนคือ Main Idea ผมอธิบายไปคนที่นอนตะแคงก็ตั้งใจฟังผมดีอยู่นะแต่แววตานะแฝงไว้ซึ้งความเจ้าเหล่ยังไงก็ไม่รู้ซิ

               “พอแค่นี้ก่อนนะคริสนี้เกือบจะสี่ทุ่มแล้วเพื่อนเรายังมาไม่ถึงอีกเหรอ” ผมถามคริสโตเฟอร์

               “เดี๋ยวมันก็โทรมาเองแหละพี่เขมอยากอยู่กับพี่เขมนานๆอะและยิ่งฝนตกแบบนี้ด้วยนะ” คริสโตเฟอร์พดูด สายตาที่มองผมแสดงออกได้ชัดเจนว่าหื่นมาก

               “คริส...อย่า...” ผมทำท่าจะห้ามแต่ก็ไม่ทันคริสโตเฟอร์ประกบปากจูบผมทันที ผมรู้สึกว่ามือของใครบางคนกำลังลุกล้ำเข้าในกางเกงบ๊อกเซอร์ของผม ปากก็ถูกประกบจูบไว้แบบนี้มือผมก็ถูกจับให้ไปกุมความเป็นชายของคนที่นอนตะแคงประกบผมอยู่มันแข็งพองจนเต็มมือผมแล้ว

               “อ๊าห์” ผมเผลอร้องคราวออกมาลิ้นก็สอดใส่เข้าไปในปากผม และมือของเขาก็ลูบไล้ไปในเสื้อกล้ามพร้อมกับบิดบี้สองจุดบนแผ่นอกแบนๆของผม เล่นเอาเขมถึงกับสยิว  คริสโตเฟอร์เปลี่ยนท่าเป็นดันให้ผมนอนราบลงไปกับที่นอนและเข้าก็ขึ้นมาค่อมตัวผมชายเสื้อถูกถลกขึ้นมาที่หน้าอกปากก็พรมจูบไปทั่วไล่ลงไปตั้งแต่แผ่นอกเรื่อยลงไปจนถึงหน้าท้อง เริ่มจะกลับมามีกล้ามเล็กน้อยจากการซิทอัพและกระโดนเชือกตอนเช้าๆของผม 

               “อ๊ะ..อ๊าห์..คริส..ซี้ดดดด” ผมนอนหลับตาพริ้มปล่อยให้คริสใช้ปากจัดการแกนกายของผม เขาจัดการหยอกเล่นกับมันสักพักจนได้ที่

               “พี่เขมผมขอนะ...วันนี้บรรยากาศมันเป็นใจ” คริสโตเฟอร์พูดผมกระดกศรีษะขึ้นไปมองจะไม่ยอมก็คงไม่ไหวแล้วแหละ ก็เล่นปลุกผมซะขนาดนี้แล้ว คริสโตเฟอร์ลุกขึ้นเขาถอดกางเกงบ๊อกเซอร์ที่เขาสวมอยู่และเสื้อกล้ามออกไป พร้อมกับเดินไปค้นลิ้นชักตรงหัวเตียงหยิบเอาถุงมาสวมและเจลหล่อลื่นทางลงที่ส่วนนั้นและนิ้ว
               
                ผมเองก็ถอดเสื้อกล้ามตัวเองและกางเกงบ๊อกเซอร์ออกไปเช่นกัน เขมไม่พร้อมเลยใช่ไหมครับ เขมพร้อมมาก ชายหนุ่มร่างกายเปลือยเปล่าเดินโทงๆ ขึ้นมาบนเตียงและก้มลงจูบปากผมพร้อมกับเลื่อนลงมาหยอกเล่นกับสองจุดที่หน้าอกผมเล่นสลับกันไปมาทั้งเม้มและขบเบาๆ เล่นเอาเขมสะท้านไปทั้งตัวและช่วงนี้ร่างกายคริสโตเฟอร์เริ่มเปลี่ยนแปลงอีกครั้งก้าวเข้าสู่รุ่นหนุ่มเต็มตัวผมรับรู้ได้จากกล้ามเนื้อตามส่วนต่างๆที่ผมสัมผัสได้ และอีกไม่นานเขาก็แซงหน้าผมเป็นแน่

               “โอ๊ะ ! ..” ผมร้องและเกร็งหน้าท้องทันทีที่นิ้วกำลังสอดเข้าไปในช่องทางรักของผม ใบหน้าของเขาก็ประกบลงที่ตรงท้องน้อยของผมปากที่เม้มขบกัดเนื้ออ่อนนั้นเบาๆ มันพาให้ผมรู้สึกกระสั่นไปหมด ตอนนี้นิ้วที่สอดใส่เข้าไปเพิ่มจำนวนขึ้น คริสโตเฟอร์หยิบมหมอนไปรองสะโพกผมไว้ พร้อมกับค่อยๆสอดแกนกายของเขาเข้าทางช่องทางแคบของผมช้าๆ แขนที่กระหนาบแนบข้างลำตัวผมไว้ ผมใช้แขนโอบรอบคอของเขาเพื่อรั้งตัวขึ้น ประกบจูบปากหนาๆแดงระเรื่อนั้นเพื่อเบี่ยงเบนความรู้สึกที่เจ็บปวดให้เปลี่ยนเป็นความรู้สึกทีดีแทน

               “พี่เขมหื่นขึ้นเยอะเลยนะรู้ตัวรู้เปล่า..อ๊าห์...แต่แบบนี้...ผมชอบ...แสดงมันออกมาเลยว่าพี่ต้องการผมจะได้รู้ว่าพี่ชอบแบบไหน..อื้ม..”

               “อ๊ะห์...อ๊ะห์...อ๊ะห์....” ผมร้องทุกจังหวะที่คริสกระแทกสิ่งนั้นเข้า มันเหมือนเขาถอดออกจนกเกือบสุดและกระแทกเข้ามาสุดสุด สุดจริงๆเพราะว่าตรงขาหนีบเขากระแทกกับเนื้ออ่อนของผม หน้าที่เหยเกของคริสโตเฟอร์ และคริสโตเฟอร์ก็ยกขาผมขึ้นพาดไว้ที่หัวไหล่ทั้งสองข้างของคริสและกระแทกส่วนนั้นเข้ามาอย่างต่อเนื่องและเร็วขึ้นเรียกได้ว่ารั่วเลยดีกว่า และผมสองคนก็ร้องครางออกมาแทบจะฟังไม่รู้เรื่อง จนทุกอย่างเข้าสู้ความเงียบและทันทีที่เขาถอดสิ่งนั้นออกก็ทาบทับลงมาโดนไม่ได้ทิ้งน้ำหนักลงไว้ที่ตัวผมเต็มๆ
               
               “ขอบคุณนะครับที่รัก” คริสโตเฟอร์บอกผม

               “โป้งจะมารับเราหรือยังละ” ผมถามคริสโตเฟอร์ เขาก็เอื้อมมือไปหยิบมือถือตัวเองมาดูผมกำลังจะลุกขึ้นเพื่อล้างตัวก่อนนอน

               “พี่เขมไอ้โป้งมันบอกว่ามาเรียกผมที่หน้าบ้านนานแล้วแต่ไม่มีเสียงตอบมีแต่เสียง ซี้ดอ๊าห์” ผมสะบัดหน้าไปมองจริงเหรอ

               “มันเลยกลับไปนอนที่บ้านพักแล้วและมันก็ไม่ว่างมารับแล้วด้วย..เพราะว่าเมียมันหื่นมันเลยต้องสนองเมียมันก่อน” ผมยืนเอามือขึ้นมาเท้าเอวตัวเองเป็นไงละ บอกว่าไม่ให้ทำไงวันนี้ ผมนี้ส่ายหัวทันที

               “ฮาๆ ...ผมล่อเล่นพี่เขม..โป้งมันไม่ได้เข้ามาหรอกแต่มันคิดว่าดึกขนาดนี้ผมคงหลับไปแล้ว....คืนนี้ผมนอนกับพี่เขมนะ” ผมคงจะต้องยอมให้เป็นแบบนั้นแหละผมพยักหน้าเบาๆเดินเขาห้องน้ำไปล้างเนื้อล้างตัว โดยมีคริสโตเฟอร์เดินตามหลังผมเข้าไปในห้องน้ำ (ไม่มีต่อแน่นอนเพราะว่าผมเริ่มง่วงแล้วแม้จะอยากกดคนนี้มากก็ตามแต่ไม่มีแรงแล้วจริงๆ ตาจะหลับ พอศรีษะถึงหมอนได้ผมก็หลับปุ๋ยเลยทันที) ผมรอวันศุกร์นะเขมจะจับกดสักสองรอบโทษฐานที่ขี้โกงไม่รอวันหยุดจัดซะวันนี้แล้ว

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-10-2020 06:59:10 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
EP.29 ครูเขมชาติX คริสโตเฟอร์  โป้งและปันปันถูกใส่ความ(ครึ้งแรก)
       
 พิเศษแก้ม
         ชีวิตเด็กผู้หญิงอย่างแก้มเปลี่ยนไปตั้งแต่วันที่ครูเขมไปช่วย แก้มยอมรับว่าแก้มอยากได้พี่คริสโตเฟอร์คืนมากจนกระทั้งกล้าที่จะทำบางสิ่งที่เลวร้าย พยามยามจะทำให้ครูเขมโดนพักการสอนให้ได้เพื่อให้เขาไปให้พ้นจากพี่คริสโตเฟอร์
         แก้มรักพี่คริสโตเฟอร์แอบชอบมาตั้งแต่เรียนม.1 แล้วและพยายามเข้าไปคลุกคลีและติดตามพี่เขาแก้มพยายามไปทุกทีที แต่ตอนนั้นพี่เขามีแฟนแล้วชื่อพี่เชอรี่ พี่เชอรี่เป็นผู้หญิงที่สวยและเป็นดรีมเมเยอร์ไม้ หนึ่งของโรงเรียนก่อนพี่กี้ แก้มรู้ว่าพี่กายก็ชอบพี่เชอรี่แต่พี่เชอรี่กับเลือกจะเป็นแฟนกับพี่คริสโตเฟอร์ แม้ว่าพี่กายจะพยายามจีบแค่ไหนก็ไม่สำเร็จ แต่สุดท้ายทางครอบครัวพี่เชอรี่ก็พาพี่เขาไปเรียนที่อื่นและเป็นเพราะเหตุใดไม่มีใครรู้ และที่แน่ๆเขาครอบครัวพี่เชอรี่เขาไม่ชอบให้พี่คริสโตเฟอร์ไปยุ่งกับลูกสาวเขาและแก้มรู้ว่าพี่คริสโตเฟอร์กับพี่เชอรีนะมีอะไรกันแล้ว แก้มเสียใจมากจนกระทั้งพี่เชอรี่ย้ายไป พี่คริสโตเฟอร์ก็ไม่จริงจังกับใคร แก้มคิดว่าแก้มพอจะมีหวังแต่ทุกอย่างมันก็พังทลายลงไปเมื่อครูเขมเข้ามาเป็นครูที่นี้
         แต่ตอนนี้แก้มเข้าใจแล้วว่าความรักนะไม่ได้มีไว้เฉพาะแค่ชายกับหญิงเท่านั้น เช่นหญิงกับหญิง อย่างเช่นครูถาวรกับครูลินดา แม้ว่าจะไมได้แสดงออกจนหวือหวาแบบหนุ่มสาวเขารักกันซึ้งมันออกแนวเพื่อนรักเพื่อนมากกว่าแต่มันกับดูมีความสุขมากกว่าความรักแบบนั้นเป็นไหนๆ ความรักแบบแก้มพยายามวิ่งตามจับแต่สิ่งที่ได้คือความว่างเปล่า..มันคือการตามจับคนที่เขาไม่รักเราไง

           “แก้ม” เพื่อนในกลุ่มที่ไม่ได้คุยกันมาเกือบสองอาทิตย์ ไม่ยอมพูดไม่ยอมคุยและพากันปลีกตัวออกจากแก้มเพราะที่แก้มทำกับครูเขมและพี่เคริสโตเฟอร์ แต่ว่าตอนนี้เรากลับมาเป็นเพื่อนกันแล้ว

           “แกฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะปวดฉี่วะ”

           “เออ...รีบไปรีบมานะมึง” เพื่อนสาวแต่มันเหมือนทอมบอยมากกว่า แก้มก็รีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำทันทีเพื่อจะได้ไปรอให้กำลังใจพี่คริสโตเฟอร์วันนี้พี่เขาลงแข่งขันตอบปัญหาภาษาอังกฤษด้วยกับนักเรียนชั้นม.ปลาย ทันทีที่เธอวิ่งไปในห้องน้ำ ตอนนี้กำลังโล้งไม่มีใครมาใช้ห้องน้ำพอดี แก้วก็วิ่งเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็วและปิดประตูลงอย่างรวดเร็ว

           “โอ๊ยย !” เสียงดังตามหลังเธอเข้ามาในห้องน้ำ แสดงว่าตอนนี้ไม่ได้มีแค่เธอเท่านั้นที่ใช้ห้องน้ำนี้อยู่ และเธอก็จำได้ดีว่าเป็นเสียงของกี้

           “พี่กายกี้เจ็บนะ” ไอ้พี่กายมันเข้ามาในห้องน้ำหญิงกับกี่ด้วยเหรอ

           “กูบอกมึงแล้วใช่ไหมอย่าไปเที่ยวโผยทะนาว่ากูเป็นผัวมึงนะกี้”

           “ไม่ใช่แค่ผัวนะแต่พี่นะเป็นพ่อของลูกด้วยในท้องกี้ด้วย”

           “แน่ใจเหรอห๊ะ!..วันนั้นมันไม่ได้มีแค่กูกับมึงซะหน่อยกี้...และกูไม่รับ” แก้มถึงกับขมิบฉี่ทันทีไม่กล้าส่งเสียงดังให้เร็ดรอดออกไปได้

           “ฮือๆ...แล้วพี่จะให้กี้ทำยังไง...กี้รักพี่กายนะ..และตอนนี้ประจำเดือนกี้ก็ไม่มาสองเดือนแล้วนะ”

           “เธอตรวจแล้วเหรอ”

           “ใช่กี้ตรวจแล้วเมื่อวันจันทร์มันขึ้นสองขีด” แก้มถึงกับยกมือปิดปากนี้ นี้กี้ท้องในโรงเรียนเหรอ

           “พี่ต้องรับผิดชอบกี้นะพี่กาย”

           “ฉันจะรับผิดชอบเธอได้ยังไงเธอก็รู้ว่าพี่มีแฟนแล้วและเราจะแต่งงานกันเพราะพ่อแม่พี่และน้องโบวี่เราคุยกันเรื่องนี้แล้วทันทีที่พี่ไปเรียนเมืองนอก..และเธอเป็นใครกี้ จะให้พี่มารับผิดชอบและวันนั้นเธอก็ให้พี่เองนะกี้”

           “พี่กายพี่พูดแบบนี้ไม่ได้นะ “

           “แล้วพี่จะให้กี้ทำยังไง..ถ้าพ่อกี้รู้เข้าเขาคงไปรักนังเมียน้อยมากกว่ากี้แน่ๆ พี่กายและพี่จะให้กี้ท้องไม่มีพ่อแบบนี้ไม่ได้นะ”

           “พี่บอกว่าวันนี้เขาจะมาตรวจปัสสาวะไม่ใช่เหรอ”

           “เอาอย่างนี้..พี่จะช่วยเธอปิดเรื่องนี้และพอวันหยุดพี่จะให้เงินเธอไปทำแท้งซะเพื่อนพี่มันพาไปแฟนมันไปทำมา...แต่เธอต้องช่วยพี่ก่อนนะกี้”

           “พี่จะให้กี้ช่วยอะไรพี่อีกละพี่กายคราวก่อนกี้ก็เกือบโดนดีนะที่นางแก้มมันไม่ไปบอกครูนะว่าคนที่เอายาใส่ไปในประเป๋าพี่คริสโตเฟอร์นะเป็นกี้ แค่นี้กี้ก็เสี่ยงมากพอแล้วนะ “

           “เอานะคราวนี้มันได้ออกจากโรงเรียนยกกลุ่มแน่ๆ ..เอาหูมา” แก้มก็พยายามเอาหูแนบแต่ก็ไมได้ยินเขาสองคนกระซิบกันมันเบามาก

           “โครม!” เสียงถังขยะในห้องน้ำล้มลง

           “ใครนะ” กี้ตะโกนถาม แก้มก็ไม่รู้จะทำยังไงพี่กายต้องรู้แน่ๆ ว่าแก้มแอบฟังอยู่ในห้องน้ำ เธอนึกขึ้นได้ว่าห้องน้ำห้องแรกมันเสียจึงถูกล๊อกประตูเอาไว้ เธอก็รีบหมุดเพื่อรอดห้องน้ำอีกห้องหนึ่งอย่างหวุดหวิด

           “ปึก” เสียงถีบประตูห้องน้ำที่เธอรอดมาได้

           “ไม่มีใครนิ...ก็แค่ถังขยะล้ม..พี่จะรีบไปแล้วนะอย่าลืมละ”แก้มได้ยินแค่นั้นและเสียงฝีเท้าดังออกไปจากห้องน้ำแล้ว แต่ปัญหาของเธอคือเธอจะหมุดกลับไปยังไงได้อีกเพราะว่าถังขยะถูกดันให้มาขวางทางซะแล้วซิ เธอจึงหยิบมือถือขึ้นมากดโทรแต่ทะว่าเพื่อนเธอไม่รับสายเลยสักคน และเธอก็ส่งข้อความหาเพื่อนด้วยอาการร้อนรน

---------------------------------------------------------------------------------------
Part คริสโตเฟอร์

                    วันนี้ผมได้รับเลือกให้เป็นตัวเองแทนของเข้าแข่งขันตอบปัญหาภาษาอังกฤษในงานกิจกรรมสัปดาห์ภาษาอังกฤษของโรงเรียนได้จัดขึ้นเป็นวันแรกดังนั้นวันนี้ผมแทบจะไม่ได้เจอครูเขมเลยครูเขายุ่งกับซุ้มต่างที่ และในวันนี้ไม่มีเรียนเลยตลอดทั้งวันเช่นกัน กิจกรรมก็จะมีการออกร้านทำขนมพวกมัฟฟิ้น ใส่กรอก ฮอทดอก แซนวิชอะไรพวกนี้และมีภาพยนต์ให้ดูเป็นรอบๆ จะเป็นหนังต่างประเทศเสียงภากษ์เป็นภาษาอังกฤษแต่มีซับไทยให้นักเรียนอ่านพวกผมจะชอบที่จะเข้าไปเพราะว่าไม่ต้องเข้าเรียนแต่ผมนะฟังออกเพราะผมเคยชิ้นกับภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เด็ก

                      “เอาละต่อไปนี้เป็นการแข่งขันตอบปัญหาภาษาอังกฤษ จะเป็นความรู้ทั่วๆไป ขอเชิญตัวแทนม.ปลายทุกชั้นเรียนนั่งประจำโต๊ะที่ทางครูจัดไว้ให้ นั่งตามป้ายห้องตัวเอง” ครูสมชายพูดออกไมล์เรียก ผมก็ลุกไปกับน้องที่เรียนในห้องเดียวกัน มีทั้งหมด20 คำถาม บนกระดานไวท์บอร์ด

                      “ครูจะทำการเปิดคำถามไปที่ละข้อและจะมีเวลาให้ห้านาที่ต่อหนึ่งคำถาม เมื่อทราบคำตอบแล้วเขียนลงบนกระดาษและพอครูกดกริ่งหมดเวลาทุกโต๊ะต้องวิ่งนำคำตอบมาให้กับครูเขมที่ยืนอยู่” ผมเงยหน้ามองครูเขม ครูเขมยิ้มให้ผม

                    และคำถามข้อแรกก็ปรากฏขึ้น แรกๆอาจจะง่ายๆหน่อย ถามว่าระบบประชาธิปไตยของไทยคือข้อไหนผมตอบได้อยู่แล้ว DEMOCRACY และข้ออื่นๆ จนกระทั้งถึงข้อสุดท้าย คะแนนผมเท่ากับนักเรียนชั้นม.6 พออาจารย์เปิดข้อสุดท้ายออกมาผมก็ต้องยิ้มเพราะว่าคำถามข้อนี้อยู่ในหนังสือที่ผมอ่านแต่คนอื่นๆจะรู้ไหมผมไม่ทราบ ผมก็กระซิบบอกให้คู่ผมเขียนคำตอบลงไปและไปส่งให้อาจารย์สมชาย

                      “คำถามข้อสุดท้ายข้อตัดสินเพราะตอนนี้ ม.6/1 กับม.4/1 มีคะแนนที่เท่ากัน” ครูสมชายพูดก่อนจะเปิดคำตอบให้ดูและผมก็ตอบถูกด้วย

                      “พี่รู้ได้ไง”

                      “เทพว่ะ” ผมพูด

                      “คะแนนออกมาเป็นเอกฉันฑ์แล้วนะตกลงว่า ม.4/1 ได้คะแนนสูงสุดจากทั้งหมด 20 คำถามตอบถูกไป17 ข้อและเป็นคะแนนที่สูงที่สุด “ ครูสมชายผมพูด ผมก็ลุกขึ้นเดินกลับไปเข้าแถว ครูอครชัยเดินมาที่ไมโครโฟน

                      “นักเรียนวันนี้ทางกองปราบปรามขอทำการตรวจปัสาวะเพื่อหายาเสพติด และเมื่อเช้าครูได้ให้หัวหน้าห้องเขียนรายชื่อนักเรียนที่มาเรียนทั้งหมดแล้วนะแต่ละคนไปเช็ครายชื่อที่โต๊ะเจ้าหน้าที่ได้เลย ตามลำดับชั้นเรียนและห้องเชิญครับ” ผมก็ลุกขึ้น อันที่จริงก็ตรวจบ่อยอยู่แล้วแหละผมเองก็มั่นใจเพราะว่าไม่เคยเสพยาเสพติด

                      “คริสเก่งว่ะมึง” ปันปันเดินมาตบไหล่ผมเบาๆ

                      “เออว่าแต่จะตรวจปัสสาวะก็ไม่บอกกูก่อนเลยวะกูเพิ่งไปฉี่มาด้วยทำไงดีวะ” ปันปันพูด

                      “พี่ปันปัน “ เสียงเล็กๆของกี้ เด็กผู้หญิงที่เคยแอบชอบปันปัน ดังขึ้นเธอเดินมาพร้อมกับขวดน้ำสองขวด

                      “เออ..กี้ซื้อน้ำมาให้เพื่อนนะแต่เพื่อนกี้....เขาไม่ดื่มแล้วนะกี้ให้พี่นะ” กี้ส่งขวดน้ำโพลาลิซมาให้ปันปัน ถือไว้แต่ดูก็เป็นขวดน้ำใหม่ ปันปันเลยรับมาเปิดและแบ่งกันดื่มกับโป้ง

                      “ขอบใจนะกี้” ปันปันหันไปบอกกี้เธอแค่ยิ้มแหยๆ ก่อนจะรีบเดินออกไป

                      “เฮ้อ! แก้มมันบอกให้ไปหามันที่ห้องน้ำวะ” ผมได้ยินเสียงเพื่อนๆแก้ม ครูควักมือเรียกพวกผมให้ไปลงชื่อและรับกระบอกเพื่อนำไปใส่ปัสสาวะ

                      “คริสน้ำไหมวะ” โป้งถามผม ผมส่ายหัวว่าไม่อะตอนที่นั่งแข่งขันก็ปวดฉี่อยู่แล้วเลยไม่จำเป็น

ผมแยกไปเข้าแถวตามห้องเรียนของผม ลงชื่อและรับกระปุ๊กและเดินแยกไปตามบุคคลในเครื่องแบบไปเขาแยกห้องน้ำที่ใช้ในการตรวจของผู้ชายและผู้หญิงไปคนละทิศกันเลย โป้งและปันปันเข้าไปก่อนผม หลังจากตรวจไม่นานผมก็เดินออกมาเข้าแถวประจำห้องเรียน ผมเห็นครูลินดากำลังดึงแขนแก้มให้ไปเข้ารอเข้าตรวจปัสสาวะ

                      “มึงดูหัวแก้มดิทำไมมันยุ่งเหยิงอย่างนั้นว่ะ .. “ ปันปันพูด ผมหยักไหล่ไม่รู้ซิ

                      “ครูค่ะ!...ครูค่ะ!....เชิญทางนี้หน่อยค่ะ...เด็กคนนี้พยายามจะทุจริตการตรวจปัสสาวะค่ะ”

                      “โดยการที่เธอพยายามจะใช้ปัสสาวะคนอื่นค่ะแทนของเธอนะคะ” พวกผมหันไปเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงเดินลากแขนกี้ออกมาเธอหน้าซี้ดเผือกมาก บรรดาครูวิ่งไปที่ตรงจุดนั้น ไปมุงถามเธอกันใหญ่และจู่ๆเธอก็ร้องไห้โห่ออกมาสร้างความตื่นตกใจของบรรดาครูและนักเรียนทุกคน และกี้ก็ถูกครูพาเธอขึ้นไปบนตึกทันที

                      “เฮ้ย! เขาบอกว่าตรวจเจอปัสสาวะเจอสีม่วงสองคนวะ” ผมได้ยินพวกเด็กม.ต้นมันคุยกันใครวะ ผมว่าไอ้กายแน่ๆแต่ก็ไม่น่าเป็นไปได้นะมันน่าจะต้องรู้ก่อนล้วงหน้าเพราะว่าพ่อมันเป็นผู้บังคับการสน.อยู่แล้วต้องรู้ซิว่าจะมีการเข้ามาตรวจหาสารเสพติดในโรงเรียนวันนี้

                      “นายปกรณ์ และนายณัฐวุติ ออกมาหาครูตอนนี้คนอื่นแยกย้ายเข้าห้องเรียน” ผมสะดุ้งเพราะว่าคนที่ครูอครชัยเรียกคือโป้งกับปันปัน

                      “อะไรวะ “ไอ้อาร์ทมันถามขึ้น ไอ้โป้งหน้าถอดสีแล้วมันคงตกใจไม่แพ้กัน มันต้องมีอะไรผิดพล้าดแน่ๆ โป้งพยักหน้ากับผมก่อนจะเดินตามอาจารย์ไปและปันปันด้วย ผมไอ้โจและอาร์ทไอ้แต่ยืนมอง

                      “กูได้ยินครูพูดกันว่า ตรวจเจอปัสสาวะสีม่วงนะเป็นพี่โป้งกับพี่ปันปันวะ” ผมลุกพล้วดเดินตรงไปที่อาจารย์อครชัยเรียกโป้งกับปันปันไป

                      “ครูผมสองคนไมได้เสพยานะครับครู” ไอ้โป้งพูดให้การปฏิเสธกับครูอครชัย

                      “เธอกินยาอะไนมาหรือเปล่ายาลดน้ำมูกอะไรพวกนี้นะ”

                      “ไม่นี้ครับ” ปันปันพูด

                      “แต่ผลตรวจมันออกมาเป็นสีม่วง ...ทั้งคู่”

                      “ครูครับ ผมยืนยันได้ว่าโป้งกับปันปันไม่เคยเสพยาเสพติด” ผมเข้าไปหาครูอครชัย แต่ครูเขามองหน้าผม และตำรวจเช่นกัน

                    “ไม่เกี่ยวกับเธอคริสโตเฟอร์ไปขึ้นห้องเรียนซะเดี๋ยวนี้!” ครูอครชัยพูด

                    “ไม่ครับครับ ผมไม่ขึ้น เพื่อนผมบริสุทธิ์อะครู  “

                       “โป้งกับปันปันมันสองคนเป็นเพื่อนผม ผมรู้ดีว่าเพื่อนผมไม่ทำอย่างนั้นแน่นอน ถึงพวกผมจะเกเรนะครูแต่เรื่องยาเสพติดพวกผมไม่ยุ่ง”

                    “ผมคิดว่าต้องมีอะไรที่ผิดพล้าด หรืออาจจะมีคนกลั่นแกล้ง” ผมพูดครูอครชัยหันมามองหน้าผมและคุณตำรวจในเครื่องแบบนี้ก็เช่นกันมองมาที่ผม

                      “ใครละ” ครูอครชัยพูด

                      “พี่กายห้องม.6 ..มันไม่ถูกกับพวกผมอยู่ครับครู“

                      “เธอมีหลักฐานไหมคริสโตเฟอร์”

                      “ผม...ผม...ไม่มีครับ..แต่...” ผมถึงกับจนมุมใช้ผมไม่มีหลักฐาน

                      “พอได้แล้วคริส!...อย่ากล่าวหาใครโดยไม่มีหลักฐานนะคริสโตเฟอร์...เธอไปได้แล้วไปขึ้นห้องเรียนตัวเองซะ!”ครูอครชัยชี้นิ้วสั่งผมออกไป ผมทำท่าจะไม่ยอมแต่ไอ้โป้งมันส่ายหัวให้ผมออกไปก่อน

                    “โป้งและเธอปันปัน ครูต้องเรียกผู้ปกครองเธอมาพบด่วน”

                      “คริสโตเฟอร์ครูบอกให้เธอไปได้แล้วไง” ครูอครชัยหันมาบอกผม เพราะว่าผมยังคงยืนอยู่ตรงนั้น

                      “คริส!” ครูเขมเดินเข้ามามาดึงแขนผม ดึงลากผมให้ออกไปจากตรงนั้นให้ได้ ผมได้แต่มองไอ้โป้งกับปันปัน  ผมเชื่อว่าต้องมีคนแกล้งมันแน่ๆ

                      “พี่เขม ไอ้โป้งไม่เคยเสพยานะ...ผมต้องไปช่วยมันนะพี่เขม..” ผมหันมาพูดกับพี่เขม ผมไม่ยอมผมจะเดินกลับแต่พี่เขมบีบต้นแขนผมไว้แรงมากจนผมรู้สึกเจ็บแต่ผมก็ยืนยันจะเดินกลับไป สายตาผมมองพี่เขมเชิงอ้อนวอนให้ผมไปช่วยเพื่อน

                      “คริส!!...” พี่เขมขึ้นเสียงใส่ผมดังขึ้นเพื่อให้ผมหยุด ผมก็ต้องต้องยอมหยุด ยืนนิ่งๆ

                      “ฟู่” เสียงลมถูกพ่นออกมาจากปากคนที่บีบต้นแขนผมไว้ ผมก็ต้องสูดลมหายใจเข้าปอดพยายามข่มตัวเองให้หยุดนิ่งเช่นกันเรายืนกันนิ่งๆโดนไม่ปริปากพูดอะไรอยู่หลายนาทีเหมือนกัน

                      “พี่รู้ว่าโป้งกับปันปันเป็นยังไงแม้ไม่ได้คลุกคลีเหมือนเราและพี่เชื่อว่าเขาไม่ทำแน่นอน...เขาคงไม่เจียดเงินจำนวนหนึ่งเพื่อสิ่งเหล่านี้ในขณะที่พ่อเขายังป่วย...คริส” ครูเขมพูด
         
                      “แต่เราไม่มีหลักฐานอะไร...ในตอนนี้..ถ้าอยากช่วยเราต้องหาหลักฐานก่อนคริส” ครูเขมบอก ผมก็จำใจต้องพยักหน้าเบาๆแต่ว่าหลักฐานพวกนั้นผมจะไปหามาจากที่ไหนละและเพราะอะไรทำไมโป้งกับปันปันถึงได้ตรวจเจอสีม่วงในปัสสาวะแบบนั้น

                      “ไอ้คริสแก้มมันหามึงอยู่มันมีเรื่องจะคุยว่ะ .” ไอ้อาร์ทพูดผมกับครูเขมหันไปมองแก้มที่รีบเดินตรงมาทางผม

                      “แก้มได้ยินไอ้พี่กายกับกี้คุยอะไรกันเหมือนพี่กายสั่งให้กี้ทำอะไรสักอย่างนะพี่คริส “แก้มบอกผม
                       “แก้มได้ยินเขาคุยกันในห้องน้ำจริงๆค่ะครู” แก้มหันมายืนยันกับพี่เขมอีกคน

                      “กี้เหรอ..กี้มันเอาขวดน้ำให้โป้งกับปันปัน นี้พี่เขม” ผมนึกขึ้นได้เพราะว่ามันยังชวนผมดื่มเลยแต่ผมนะปวดปัสสาวะอยู่แล้วเลยไม่ได้ดื่มไปด้วย

                      “ขวดไหนละ” พี่เขมถามผม

                      “ใช้มันกระซิบอะไรสักอย่างให้กี้ช่วยมันแต่แก้มฟังไม่ได้ยินอะ…ค่ะ” แก้มพูด ไอ้อาร์ทมันหยิบขวดที่วางอยู่ยังไม่ถูกนำไปทิ้งถือมาให้ครูเขมดูยังมีน้ำเหลืออยู่ก้นขวดไม่มาก ครูเขมพลิกดูและ

                      “แต่มันเป็นขวดน้ำใหม่เลยนะพี่เขมตอนที่กี้มันส่งมาให้ไม่อย่างไอ้โป้งและปันปันมันคงไม่กล้าดื่ม” ผมพูดแต่พี่เขมยังคงเพ็งพิจารณาขวดนั้น

                      “มีรอยเข็มอยู่ตรงนี้” ครูเขมพูดใช่มันเป็นรอยเล็กมากๆ

                      “พี่จัดการเอง….พากันขึ้นห้องเรียน..เดี๋ยวนี้! ทุกคน! “ครูเขมพูดและสั่งให้พวกผมขึ้นห้องเรียนทันที ไอ้โจกับไอ้อาร์ทมันดึงรั่งผมไว้ไม่ให้เข้าไปยุ่งให้ผมขึ้นห้องและแก้มก็เดินไปหาเพื่อนๆ ทำไมกี้ถึงได้ร่วมมือกับไอ้กาย ทำแบบนี้นะ ผมเชื่อว่าผลสุดท้ายคนที่ต้องรับมันก็จะเป็นกี้ เธอนี้ช่างโง่จริงๆ ผมคิดในใจ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-10-2020 07:04:01 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
EP.29.1ครูเขมX คริส หน้าที่ครูที่คอยปกป้องนักเรียนดีดีอีกแล้ว(ครึ้งแรก)

Part ครูเขมชาติ     

                 วันนี้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นอีกจนได้ แต่เป็นเรื่องของโป้งและปันปัน ก็วันนี้มีการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดในร่างกาย และโป้งกับปันปันก็ได้ผลตรวจออกมาเป็นสีม่วง แน่นอนนายคริสโตเฟอร์เห็นเพื่อนโดนแบบนี้เขาต้องไม่ยอมแน่ๆผมต้องเข้าไปลากคริสออกมาก่อนและแก้มก็วิ่งมาบอกว่าได้ยินเสียงนายกายกับเด็กผู้หญิงที่เคยมีปากเสียงกับนายกาย ชื่อว่ากี้ กระซิบกระซาบอะไรกันอีก และกี้ก็เป็นคนเอาขวดน้ำมาให้ปันปันและโป้งดื่มขวดน้ำนี้ต้องผสมอะไรลงไปแน่ๆ มันมีรอยเข็มทิ่มอยู่ที่ตรงขอขวดมันเล็กมากถ้าไม่สังเกตุดูดีดี

         “ครูอครชัยครับ” ผมเรียกครูฝ่ายปกครอง

         “ครับว่าไงครับครูเขม”

         “ผมไม่รู้นะว่าเป็นฝีมือใครแต่ขวดน้ำนี้กี้เอามาให้นายสองคนนี้ดื่มครับ”

         “กี้เอามาให้เราสองคนดื่มใช่ไหม โป้ง ..ปันปัน” ผมพูดและหันไปมองหน้าโป้งและปันปันเขาสองคนพยักหน้า

         “ขวดน้ำนี้มีสิ่งที่ผิดปกติตรงคอขวดมีรอยเข็มแท่งลงไปเหมือนกับว่าผสมอะไรบางอย่างในขวดนี้” ผมส่งให้ครูอครชัยดูและเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบก็รับไปพิจารณาดูเช่นกัน

         “ผมขอความเป็นธรรมในเด็กสองคนนี้ด้วยนะครับครู..ครูอย่าตัดสินเร็วไปจนเด็กดีดีต้องมาหมดอนาคตไปเพราะแค่ใครบางคนแต่ผมไม่ได้เจาะจงว่าใครนะครับ” ผมพูดครูอครชัยหยิบขวดน้ำจากมือผมไปดู

         “ผมกล้าที่จะยืนยันได้ว่าเด็กสองคนนี้ไม่เคยเสพยาและโดยเฉพาะโป้ง เข้าคงไม่เจียดเงินมาซื้อของพวกนี้ในขณะที่พ่อเขาป่วยหนักหรอกนะครับครู” ผมพูดและหันไปมองหน้าโป้งและปันปัน

         “จริงเหรอโป้งพ่อเธอป่วยเหรอ” ครูอครชัยหันไปถามโป้ง

         “จริงๆครับพ่อผมเพิ่งจะเข้ารักการทำบายพาทเมื่อวานครับพ่อผมเป็นโรคเส้นเลือกหัวใจตีบครับ” โป้งพูด

         “ถ้าอย่างนั้นผมจะส่งไปตรวจสอบก่อนแล้วกันนะครับครูว่าในน้ำนี้มีอะไร” คุณตำรวจพูด

         “ผมไม่เคยเสพยาจริงๆนะครับครูถึงผมจะเกเรเรื่องอื่นแต่เรื่องนี้ผมไม่เคย” โป้งพูดเสียงสั่นๆ เขาคงจะเสียใจ ปันปันยิ่งไม่ต้องพูดเลยยื่นน้ำตาซึม

         “ผมก็ไม่เคยครับครู..และถ้าเรื่องนี้รู้ถึงเตี่ยผม..ผมคงไม่ได้เรียนต่อทั้งที่ผมไม่ได้ทำอะไรเลยครู”ปันปันพูดและปาดน้ำตาไปด้วย ผมหันมาครูอครชัยเพื่อขอความเป็นธรรม

         “ถ้าอย่างนั้นผมขอจัดการเรื่องนี้กันเอง เพราะนี้คือปัญหาภายในนะครับคุณตำรวจ” ครูอครชัยหันไปบอกคุณตำรวจ

         “เอาละเธอสองคนกลับไปขึ้นห้องเรียนได้แล้ว” คุณตำรวจก็หยิบขวดน้ำขวดนั้นไป ผมหันมาพยักหน้าให้สองคนเดินไปห้องเรียนตัวเอง

         “ถ้าอย่างนั้นเราต้องไปสืบความเอากับกี้ คนที่เอาขวดน้ำมาให้นายโป้งและปันปันครับครู” ครูอครชัยพูดผมพยักหน้าเห็นด้วย ผมกับครูอครชัยเดินพร้อมกัน

         “ครูนิดครับเกิดเรื่องอะไรขึ้นครับ” ครูอครชัยถามครูนิด

         “เออ...คือ...เกิดเรื่องกับนักเรียนหญิงนะคะครูอครชัย..กี้นะคะ..เพิ่งจะจับตรวจปัสาวะใหม่...เธอตั้งครรภ์” ผมกับครูอครชัยตกใจ

         “จริงเหรอครับ” ครูอครชัยถามครูนิดอีกครั้ง

         “จริงค่ะครู” ครูนิดตอบด้วยสีหน้าจริงจัง

         “ตอนนี้เธออยู่ไหนครับ ผมมีเรื่องต้องถามเธอ..เธอเป็นคนเอาขวดน้ำที่น่าจะผสมบางสิ่งให้กับโป้งและปันปันดื่ม” ครูอครชัยพูด ครูนิดมองผมสองคนด้วยสีหน้าไม่ค่อยเข้าใจ

         “โป้งและปันปันตรวจเจอพบว่าปัสสาวะเป็นม่วงนะครับครูแต่ครูเขมบอกว่ากี้นำขวดน้ำมานายสองคนนั้นดื่มและขวดก็มีสิ่งที่ผิดปกติตอนนี้คุณตำรวจได้นำไปตรวจสอบอีกครั้งว่าน้ำในขวดนันมีสารอะไรอยู่” ครูอครชัยพูด ครูนิดถึงกับยกมือขึ้นทาบอก

         “นี้เธอก็พยายามใช้เงินซื้อปัสสาวะเพื่อนคนอื่นเพื่อจะได้มาใช้แทนปัสสาวะของเธอแต่โดนจับได้ซะก่อน...ทำไมกี้ถึงได้เป็นแบบนี้ก็ไม่รู้ค่ะ” ครูนิดพูด

         “เธออยู่ที่ไหนครับ” ผมถามครูนิด

         “อยู่บนห้องประชุมค่ะ ทางเราพยายามติดต่อให้พ่อเธอมาในวันนี้เพื่อจะได้คุยกันถึงทางแก้ปัญหาว่าจะให้เธอเรียนต่อหรือไม่” ครูนิดพูด

         “ขอตัวก่อนนะคะต้องไปรายงานท่านผู้อำนวยการก่อนค่ะ.. วันนี้วันเดียวมีหลายเรื่องเลยนะคะ ..นิดคงผมหงอกเร็วๆนี้แน่ค่ะ” ครูนิดพูดก่อนจะรีบเดินไปหาผู้อำนวยการ ผมกับครูอครชัยรีบเดินขึ้นไปห้องประชุม ทันทีที่ผมเปิดประตูเข้าไปเด็กผู้หญิงก้มหน้าก้มตาร้องไห้

         “ประจำเดือนเธอขาดเมื่อไหร่กี้ บอกครูซิ” ครูรัชนีวรรณกำลังคาดคั้นเอาคำตอบจากกี้

         “กี้ตอบครูซิ”

         “สองเดือนแล้วค่ะครู ..ฮือๆ” กี้ตอบไปร้องไห้ไปด้วย

         “กี้...เธอเอาขวดน้ำนี้ให้โป้งกับปันปันหรือเปล่า” กี้เงยหน้าขึ้นมามองผมกับครูอครชัยเธอหน้าตาซี้ดยิ่งกว่าเดิมตามมาด้วยอาการตกใจ

         “หนูไม่รู้เรื่องค่ะ..หนูไม่รู้อะไรอยู่ในขวดนั้น..หนูแค่ทำตามที่พี่กายบอก..ฮือๆ” กี้พูดออกมาทั้งน้ำตาหนองหน้า นี้เธอกลายเป็นเครื่องมือให้นายกายอย่างนั้นรึ ผมได้แต่ยืนส่ายหัว ไม่รู้จะหาคำไหนมาพูดดี

         “ตามนายกายมาพบผมด่วน” ครูอครชัยหันไปบอกครูท่านอื่นเพื่อจะได้ไปประกาศเรียกนายกายเข้ามาพบ

         “กี้ใครเป็นพ่อของลูกเธอ” ครูรัชนีวรรณถามกี้ มันฟังดูเป็นคำถามที่ค่อนข้างตรงทีเดียว

         “กี้บอกครูเถอะ” ครูลินดาเอามือแตะที่แขนกี้

         “พี่กายค่ะครู” กี้ตอบออกมา

         “ตายแล้วนายกายอีกแล้วเหรอ...ครูค่ะ..ไม่ไหวแล้วนะคะต่อให้พ่อเขาเป็นนายตำรวจก็เถอะทำแบบนี้ มันเกินไปแล้วนะคะและนายกายก็มีแต่เรื่องตลอดเลย” ครูรัชนีวรรณเอ่ยขึ้นผมหันมามองหน้าครูอครชัย ดูท่าทางครูแกจะหนักใจมากเหมือนกัน

         “พ่อนายกายเป็นเพื่อนผมนะครับครูเขม” ผมพยักหน้าเข้าใจทันที

         “เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไงครับครู ...” ผู้อำนวยการเดินเข้ามาในห้องพร้อมคำถามที่ไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้เลยจริงๆ

         “มีเรื่องอื่นด้วนนะครับท่าน ...นายกายพยายามทำให้นายโป้งและปันปันโดนข้อหาเสพยาเสพติดโดยการนำบางสิ่งใส่ในขวดน้ำและให้กี้ไปให้ปันปันกับโป้งดื่มและนายกายก็คือคนที่ทำให้กี้ท้องค่ะท่าน” ครูอครชัยพูด ผู้อำนวยการถึงกับชักสีหน้ากังวลใจเป็นอย่างมาก

         “คงต้องตัดสินตามที่เห็นต่อให้พ่อเขาขอร้องยังไงผมก็คงไม่ยอมแล้วแหละครู” ผู้อำนวยการพูดกับครูอครชัย

         “ติดต่อพ่อแม่เด็กหรือยังครับ” ผู้อำนวนการถาม

         “ติดต่อพ่อของกี้แล้วค่ะและเขากำลังจะเดินทางมาที่โรงเรียนค่ะ..ผอ.” ครูลินดาพูด และครูลินดาก็เป็นครูที่ปรึกษาของกี้ด้วย ระหว่างที่กำลังสนทนากันอยู่ นายกายก็ปรากฏตัวขึ้น เขาเดินเข้ามาในห้องประชุม ครูทุกคนหันไปมองนายกายเป็นตาเดียวกันหมด

         “ครูประกาศเรียกผมเหรอครับ” นายกายถามออกมาได้อย่างหน้าตาเฉยพร้อมกันก้มมองกี้แบบไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิดกับการที่กี้นั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ตรงนี้

         “นายกาย..กี้เขาสาระภาพออกมาหมดแล้วว่านายนะทำให้เขาท้องและนายยังว่าจ้างให้เด็กนักเรียนคนอื่นขายปัสสาวะให้กี้” ครูรัชนีวรรณพูด

         “กี้ทำไมโกหกแบบนี้ละค่ะ ...ทำไมไม่บอกความจริงไปละว่ากี้ท้องกับใคร “ นายกายพูด

         “กี้จะท้องกับใครก็ท้องกับพี่ซิ”

         “ห๊ะ!..กี้ไม่ได้มีอะไรกับพี่คนเดียวนะกี้มีอะไรกับใครตั้งหลายคน..ไม่ว่าไอ้พี่อั๋น พี่เอกหรือว่าคนอื่นๆอีกเธอนะ....ไปกับใครต่อใคร..”

         “ไม่แต่กี้ไม่เคยมีอะไรกับใครนอกจากพี่และ...เพื่อนๆพี่ก็วันนั้น...” กี้ทำท่าจะพูดแต่ก็เงียบไป

         “วันนั้นทำไมกี้” ครูรัชนีวรรณถามเธอ

         “ครูครับผมมีหลักฐานนะครับและผมก็พูดเลยว่าผมนะสวมถุงยางทุกครั้งแต่กี้ท้องกับใครผมไม่รู้นะ...และครูจะมาโยนให้ผมรับทั้งที่ผมไม่ใช่ไม่ได้นะครับ ผมไม่ยอมและพ่อผมคงไม่ยอมเช่นกัน “ นายกายพูดปฏิเสธเรียกได้ว่าปัดความรับผิดชอบจะดีกว่า

         “นายพูดแบบนี้มันเรียกปัดความรับผิดชอบนะกาย..” ผมพูดขึ้น กายหันมามองหน้าผมยกมุมปากขึ้นสูงเป็นการแสยะยิ้ม

         “ครูมีหลักฐานอะไรที่มาบอกว่าผมเป็นคนทำละครับ..ครูเขม..ผมว่ามันจะไม่เหมาะสมถ้าให้ครูเขมเป็นคนตัดสินผมเพราะว่าครูเขาเอาเรื่องส่วนตัวมารวมด้วยแบบนี้” นายกายพูดผมก็ต้องนิ่งเงียบผมไม่มีหลักฐานอะไรแต่ผมก็เชื่อว่าผู้หญิงนะรู้ว่าใครคือพอของเด็ก กี้นั้นแหละที่รู้ดีแต่แค่คนนี้ไม่ยอมรับ กี้ยืนน้ำตารินไหล่ ผมนี่สงสารเธอจริงๆ

         “ครูเขมครับ...อันนี้คงต้องปล่อยให้พวกผมจัดการเองดีกว่า” ครูอครชัยพูดผมเลยต้องก้าวถอยออกไป

         “กี้เธอพยายามจับผมนะครับและเธอก็ไปปรึกษาผมเรื่องการตรวจปัสสาวะวันนี้ผมก็แนะนำไปเพราะเห็นว่าเป็นรุ่นน้องผมไม่คิดว่าเธอจะเอาตรงนี้มา..เพื่อจะให้ผมรับผิดชอบเด็กในท้องของเธอ..ทั้งที่เด็กนั้นเป็นลูกของผมจริงหรือเปล่า..ก็ไม่รู้” นายกายพูดสายตาที่มองกี้อย่างสมเพศ

         “ไม่นายอั๋น ก็นายเอกหรือไม่ก็แฟนเก่าที่เพิ่งเลิกลากันไปไม่ถึงเดือนเลยนะอย่างนี้ครูจะมาตัดสินให้ผมเป็นคนรับผิดชอบผมว่าไม่ยุติธรรม” นายกายพูด ทุกคนเบนสายตามาองที่กี้คนเดียวเลย

         “พี่กายพูดแบบนี้ได้ยังไง..พี่ปัดความรับผิดชอลแบบบนี้ได้ยังไง..ฮือๆ” กี้ถึงกับบรรดาลโทสะลุกพล้วดจากเก้าอี้ตรงเข้าไปหานายกายแต่ครูลินดากับครูถาวรรีบตรงเข้าไปจับเธอไว้ก่อนด้วยความที่เป็นห่วงหากนายกายเกิดป้องกันตัวและกี้อาจจะได้รับบาดเจ็บทั้งที่เธอตั้งครรภ์อยู่

         “แต่กี้รู้ว่ากี้ท้องกับใคร..ฮือๆ..ครูค่ะกี้ยืนยันว่ากี้ท้องกับพี่กายคะ” กี้พูดยืนยันและผมเองก็เชื่อว่าเขารู้ดีว่าใครคือพ่อเด็กผู้หญิงนะรู้ตัวเองอยู่แล้ว

         “ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องให้ครูได้ดู..ที่จริงพี่ก็ไม่อยากประจานเธอหรอกนะกี้แต่เธอแต่พี่ทำเพื่อปกป้องสิทธิของพี่เอง”

         “นี้ครูดูในมือถือผมแล้วกันนะครับว่าอะไรเป็นอะไร กี้นะเขาจะให้ผมรับผิดชอบเพราะว่าบ้านผมมีฐานะ พ่อเป็นถึงนายตำรวจผมปฏิเสธเพราว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกผมเธอจึงโกรธ..และเธอก็โกรธที่ไม่มีใครรับเธอสักคนยอมรับ...เธอคงรับไม่ได้ที่ท้องไม่มีพ่อ!” นายกายพูดก่อนจะส่งมือที่มีคลิปวิดิโอให้บรรดาครูได้ดูและในคลิปนั้นก็มีหลายคนซะด้วยแถมดูกี้ไม่ได้โดนข่มขืนเลยเหมือน ผมเองยังทนดูไม่ได้เลยบรรดาครูก็ถึงกับหันหน้าหนีกันหมด

         “พอแล้วได้แล้วนายกาย...ถึงยังไงกี้ก็เป็นผู้หญิงนายไม่สมควรจะพูดจากแบบนั้น..เขาก็เป็นเพศเดียวกับแม่ของเธอนะกาย” ครูรัชนีวรรณถึงกับกดปิดเพราะรับไม่ได้ตรงนี้ทั้งคลิปวิดิโอและสิ่งที่นายกายพูดออกมา

         “แล้วเรื่องที่นายให้กี้เอาขวดน้ำที่ผสมอะไรก็ไม่รู้ไปให้โป้งและปันปันละ “ ครูอครชัยถามนายกาย

         “อีกแล้วเหรอกี้...โธ่เอ้ย..กี้เขาโกรธที่ปันปันนะปฏิเสธเขานะครับกี้เขาชอบปันปันแต่ปันปันดันไปรักกับโป้งกี้เลยโกรธ กี้เขามาปรึกษาเรื่องนี้หลายรอบแล้วแต่ผมก็บอกได้แค่ว่าผมช่วยไม่ได้” นายกายพูด

         “ไม่จริงอะพี่นั้นแหละที่ให้กี้เข้าไปตีสนิทกับพี่ปันปันต่างหาก” กี้ลุกขึ้นพูด

         “เธอเป็นคนนัดโป้งให้ออกมาเพื่อจะให้ติดต่อปันปันให้ไม่ใช่เหรอกี้...กี้ไม่เอานะ” นายกายปฏิเสธท่าเดียวเลย ส่วนกี้ก็ได้แต่ยืนหน้าซี้ด นายอั๋น และนายเอกก็ถูกเรียกมาด้วยเช่นกัน

         “กี้เธอมีอะไรจะพูดอีกไหม” ครูรัชนีวรรณถามกี้ เธอได้ยืนร้องไห้เสียใจ ผมเข้าใจเธอนะเธอคงเสียใจ เสียใจที่เธอทุมเทให้กับคนที่ไม่เคยเห็นค่าเธอเลยแม้แต่น้อย

         “ครูจะให้พ่อผมมาเรื่องไร้สาระของผู้หญิงที่พยายามเรียกร้องให้ใครต่อใครมารับผิดชอบอย่างนั้นเหรอครับ”

         “แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่มั่นใจเลยว่าใครคือพ่อของเด็กกันแน่ๆ” นายกายพูด กี้ถึงกับทรุดลงนั่งที่เก้าอี้ ทุกคนอึ่งไปหมดแม้กระทั้งผมเองก็เช่นกัน

         “เราไม่มีหลักฐานอะไรกี้คงต้องรับไปเต็มๆ ครับครูเขม” ครูอครชัยพูด ผมหันไปมองกี้และผมก็อดสงสารไม่ได้ เพราะว่าแค่เธอตั้งครรภ์ในโรงเรียนก็แย่แล้วนี้ต้องมาเป็นแพะรับแทนนายกายอีกเรื่องเอาอะไรก็ไม่รู้ใส่ไปในขวดน้ำให้ปันปันและโป้งดื่ม 

         “คงจะหมดข้อกังขาใดๆของผมแล้วใช่ไหมครับ..ว่าผมคงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทุกเรื่องแม้กระทั้งเรื่องกี้ และเรื่องโป้งกับปันปัน “นายกายพูดเขาเดินออกไปทันที

         “ครูคงไม่โทรให้พ่อผมมาเสียเที่ยวเล่นหรอกนะครับพ่อผมนะเป็นถึงผู้กำกับฯอย่างน้อยแกรงใจพ่อผมหน่อยก็ดีนะครับครู...” นายกายพูดพร้อมกับหันมาทางผม

         “ผมขอตัวนะครับ” นายอั๋นพูดพร้อมกับเดินออกเช่นกัน ผมได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาตลอด พ่อแม่ของกี้เดินทางมาถึงแล้วและตรงเข้ามายังห้องประชุมทันที ทันที่พ่อของกี้เข้ามาถึงเขาก็ตรงไปหาลูกสาว

         “ฉาด!” เสียงดังสนั่น ฝามือที่ปะทะกับแก้มเนียนๆอาบไปด้วยน้ำตา

         “ทำไมแกถึงได้ทำระยำแบบนี้กี้..ฉันให้แกมาเรียนนะกี้ ..ทำไมถึงไม่ตั้งใจเรียน..” พ่อของกี้พูด

         “คุณคะพอเถอะค่ะ” ผู้หญิงที่มาด้วยวิ่งเข้ามาโอบกอดกี้ ผมไม่แน่ใจว่าเป็นแม่หรือเปล่า กี้ได้แต่ร้องไห้เสียใจไม่พูดอะไร มีแค่ผู้หญิงคนนั้นที่โอบกอดปลอยโยน ผมรีบเดินออกจากห้อง ผมเห็นนายเอกยืนอยู่หน้าห้องยังไม่กลับไปเข้าห้องเรียนสีหน้าที่กังวล ผมรู้ว่าเขาคือหนึ่งในคลิป เขายกมือไหว้ผม ผมพยักหน้าให้เขาก่อนจะรีบสาวเท้ากึ่งวิ่งกึ่งเดินเพื่อไปให้ทันนายกาย

         “กายหยุดเดี๋ยวนี้..ครูบอกให้เธอหยุด!”

         “ครูบอกให้เธอหยุดไงนายกาย!!!”

         “นายกาย!” ผมตะคอกเสียงดัง

         “นายไม่มีความเป็นลูกผู้ชาย ...นายมันไม่น่าจะสวมกางเกงหรอกนะกาย” ผมพูดประโยคนี้นายกายถึงกับชะงักและหันมามองผมสายตาที่บอกได้ว่าเขาโกรธผมมาก

         “ครูไม่มีสิทธิ์มาปากดีว่าผม..” นานกายตะคอกเสียงดังใส่ผม ผมห่าได้แคร์ไม่ ผมยังยืนมองหน้าเขา

         “นายเป็นคนทำทุกอย่างแต่นายกับโยนให้ผู้หญิงตัวเล็กๆรับ นายคิดว่านี้คือสิ่งที่สุภาพบุรุษเขาทำกันหรือไง” ผมถามนายกาย

         “ครู..” นายกายตรงดิ่งมา

         “มึงอย่าคิดแม้แต่จะต่อยครูเขม...” โป้งคงยืนดูเหตุการณ์อยู่เพราะว่าชั้นที่ผมหยุดคุยกับนายกายนะมัน ป็นชั้นของนักเรียนชั้นม.5 และ ม.6 และไม่ใช่เฉพาะโป้ง ปันปัน อาร์ทและโจ้ และนักเรียนคนอื่นอีกนักเรียนเหล่านี้เป็นเพื่อนเล่นบาสเก็ตบอลของคริสโตเฟอร์ด้วย  และนี่ก็ทำให้นายกายต้องถอยหลังออกจากผม ส่วนนายโป้งก็ทำท่าจะเข้าไปใส่นายกายเช่นกันผมต้องรีบยกแขนขึ้นมากั้นนายโป้งไม่ให้ทำเรื่องเพิ่มอีกไม่อย่างนั้นวันนี้ยาวอีกแน่ๆ นายกายเองก็ยืนมองแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาวเลยเพราะเขารู้ว่าผมต้องห้ามนายโป้งไม่ให้ทำแบบนั้นแน่นอน

         “อย่ามายุ่งกับผมครู...ไปทำหน้าที่ของตัวเองดูแลผัวตัวเอง....และคอยระวังมันไว้ให้ดีก็แล้วกัน ...มันอาจจะไม่ได้จบอย่างที่ครูต้องการแน่ๆ “ นายกายพูดเชิงกระซิบกับผมก่อนจะเดินออกไปทันที ผมหันมาพยักหน้ากับโป้งว่าพอได้แล้วนายอั๋นก็เดินตามนายกายลงไปเช่นกัน

         “ครู...มีอะไรเรียกพวกผมได้เลยนะครับ” อาร์ทพูด ผมพยักหน้าก่อนจะรีบเดินกลับขึ้นไปฟังผลต่อว่ายังไง ผมเดินกลับเข้าไปในห้องประชุม เห็นผู้หญิงคนนั้นกอดกี้ไว้เพื่อปลอบโยน

         “พอเถอะคะคุณฉันรู้ว่ากี้คงไม่อยากให้มันเกิดขึ้นหรอก”

         “ผมขอรับผิดชอบกี้ครับ ผมขอรับผิดกี้ ..ผมเป็นพ่อเด็กเองครับ ...” นายเอกรินทร์ออกมารับผิดกี้

         “นายนี้นะพ่อของเด็กในท้องลูกสาวฉัน...ทำไมนายไม่คิดให้ดีก่อนจะรักจะชอบกันนะไม่มีใครห้ามแต่นี้มันสมควรไหม” พ่อของกี้เกือบจะบันดาลโทสะใส่นายเอกรินทร์เช่นกัน

         “ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องให้ออกจากโรงเรียนทั้งคู่” ครูอครชัยพูด

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-10-2020 07:10:30 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
 EP.29.2 ครูเขมX คริส หน้าที่ครูที่คอยปกป้องนักเรียนดีดีอีกแล้ว(ครึ้งหลัง)
   
         “เดี๋ยวนะครับครูอย่าเพิ่งซิครับ ..ผมรู้ว่ามันผิดมากที่เธอตั้งครรภ์แต่ยุคนี้แล้วไม่น่าจะใช้มาตราการให้เด็กลาออกเพราะตั้งครรภ์เลยนะครับและที่สำคัญทั้งคู่จะจบแล้วอีกแค่ไม่กี้เดือนเอง กี้นะจะจบม.3 ส่วนเอกก็กำลังจะจบม.6 “ ผมพูดแย้งขึ้นทันที

         “แล้วครูจะให้เด็กนั่งเรียนทั้งที่ท้องก็โตขึ้นทุกวันอย่างนั้นเหรอคะครูเขม” ครูรัชนีวรรณ พูดขึ้น

         “แล้วครูจะให้เด็กออกไปทำอะไรละครับ..ให้เขาได้เรียนต่ออีกสักหน่อยเถอนะครับครู..ผมก็ไม่ได้สนับสนุนให้เด็กตั้งครรภ์ในวัยเรียนกันแต่ผมสนับสนุนให้เด็กได้เรียนหนังสือครับ” ผมพูดและมองครูทุกคนที่อยู่ในห้องนี้

         “ส่วนเรื่องตั้งครรภ์ อันที่จริงมันก็เป็นเรื่องธรรมชาติ เราควรจะสอนให้เด็กได้รู้จักป้องกันอย่างถูกวิธีเพราะว่าเรื่องเหล่านี้มันใกล้ตัวพวกเขา และ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบในนี้ในวัยที่ไม่พร้อม..แบบนี้” ผมพูดกับบรรดาครูทุกคน

         “ในเมื่อเขาพล้าดมาแล้ว เราก็ควรจะหาวิธีให้เขา ช่วยเขา ได้เรียนจนจบ ไม่ใช่ปล่อยเขาไปเคว้งคว้างแบบนั้น “ ผมพูดและมองไปยังกี้และเอก ที่นั่งก้มหน้า

         “อย่างน้อยถ้าเขาสองคนเรียนต่ออีกสักหน่อยจน เขาก็จะได้หางานทำเลี้ยงดูลูกที่จะเกิดมาได้ นะครับครู" ผมพูดบรรดาครูหันไปมองหน้ากัน

          “แต่ถ้าครูไม่เห็นด้วยและยืนยันจะให้เด็กทั้งสองคนออก ผมถามหน่อยว่าเขาสองคน จะออกไปทำอะไรละครับอยู่บ้านเฉยๆ อย่างนั้นเหรอครับ ” ผมหันไปพูดกับผู้ปกครองของกี้

         “สู่ให้เขามานั่งเรียนให้จบไปและต่อไปเขาจะไปเรียนต่อหรือว่าจะหยุดแค่นี้ก็แล้วแต่เขาสองคน “ ผมพูดและมองอาจารย์ทุกคนเพื่อขอความเห็นใจให้เด็กสองคนนี้ ถึงผมจะไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวก็ตาม

         “ลินดาเห็นด้วยกับครูเขมนะคะ” ครูลินดายกมือขึ้นและลุกขึ้น

         “ถาวรก็เห็นด้วยคะยังไงก็แค่ไม่กี่เดือนกี้ก็จะจบแล้วนะคะส่วนนายเอกก็ใกล้จะจบม.6 แล้วทั้งคู่จะได้มีวุติเพื่อจะไปสมัครงานหรือทำอย่างอื่นได้ “ ครูถาวรพูด ครูคนอื่นก็พยักหน้าเห็นด้วยบางก็ยังไม่แน่ใจว่าควรจะเห็นด้วยดีไหม

         “ดิฉันเห็นด้วยคะ..ดิฉันเองก็เคยเป็นเหมือนกี้หมดอนาคตแค่เพราะว่าดิฉันตั้งครรภ์ในวัยเรียนแต่กว่าจะได้กลับไปเรียนก็ช้าเกิน..คุณคะให้กี้เรียนต่อเถอะนะคะ ดิฉันจะเป็นคนมารับมาส่งแกเอง” ผู้หญิงคนที่นั่งข้างๆเธอพูดและโอบกอดกี้ที่ร้องไห้เสียใจกับสิ่งที่เขาได้กระทำลงไปแต่มันคงย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีก

         “ว่าไงละกี้เธอจะเอายังไง” ครูรัชนีวรรณหันไปถามกี้

         “ฮือๆ...” กี้ได้แต่ร้องไห้พูดอะไรไม่ออก

         “ผมก็เห็นด้วยกับครูเขมนะครับ...ผมคิดว่าให้เด็กเรียนต่อจนจบ พอกี้จบก็จวนจะใกล้คลอดหลังจากนั้นก็แล้วแต่คุณพ่อคุณแม่แล้วกันส่วนนายเอกนี้ก็จะได้จบม.6 เช่นกัน อย่างน้อยถ้านายเอกจะทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวเขาก็ยังพอมีช่องทางในกาทำมาหากินได้ “

         “ส่วนเรื่องจะรับผิดชอบกันยังไงผมคิดว่านายเอกควรจะให้พ่อแม่ไปคุยกับทางคุณพ่อคุณแม่ของกี้นะครับ” ท่านผู้อำนวยการสนับสนุนอีกคน

         “ผมคิดว่ากี้คงไม่อยากให้ทุกอย่างออกมาเป็นแบบนี้หรอกนะครับคุณพ่อ...ผมรู้ว่าคุณพ่อเสียใจแต่...มันเกิดขึ้นแล้ว...ตอนนี้ควรจะดูแลกี้และเด็กในครรภ์ให้ปลอดภัยจะดีกว่าไหมครับ” ผมพูดขั้น พ่อของกี้ได้แต่ยืนเงียบเขาคงเสียใจมากไม่แพ้กัน พอผมพูดพ่อของกี้ก็หันไปมองกี้ที่เอาแต่นั่งร้องไห้

         “พ่อกี้ขอโทษ..กี้ขอโทษ..ที่กี้ทำเพราะว่าพ่อไม่สนใจกี้พอพ่อกลับมาก็สนใจแต่แม่ใหม่..กี้..กี้เลย ...ฮือ” กี้เธอร้องไห้พร้อมกับเปิดใจพูดสิ่งนี้ขึ้นมาผมถึงได้รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แม่ที่แท้จริงของเธอ

         “กี้...พ่อนะตั้งใจทำงานเก็บเงินให้ลูกพ่อ....เพื่อจะได้เรียนสูงๆ..และทำไมพ่อจะไม่รักกี้พ่อรักกี้ซิ พ่อเฝ้าถนอมเจ้าตั้งแต่เท้าเท่าฝาหอยนะกี้”

         “เอาละครับคุณพ่อ....เอาเป็นว่าผมจะให้กี้เรียนให้จบม.ต้นและนายเอกก็เรียนให้จบม.6 ส่วนพ่อแม่นายเอกก็ติดต่อให้เขามาคุยกับพ่อแม่ของกี้ซะ” ผู้อำนวยการเป็นตัดสินให้และทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย

         “พ่อแม่นายเอกเขาทำงานอยู่ต่างประเทศทั้งคู่นะครับ”ผู้อำนวยการพูด ผมพยักหน้ารับทราบ

         “ก็ได้ค่ะแต่อีกเรื่องหนึ่งที่คงจะต้องให้กี้ทำต่อไปไม่ได้” ครูนิดลุกขั้นพูด

         “ดรัมเมเยอร์ไม้หนึ่งคงต้องหาคนแทน..ในเมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแล้วคงจะให้กี้ทำหน้าที่ตรงนี้ไม่ได้จริงๆ กี้เธอคงเข้าใจใช่ไหมที่ครูพูดนะ” ครูนิดพูดบรรดาครูทุกคนพยักหน้าเห็นพองกัน ผมก็คงต้องยอมรับว่าเขาไม่ควรจะทำหน้าที่ตรงนี้ต่อไหนจะร่างกายที่ไม่เอื้อำนวยกอีกละ

         “ค่ะ...กี้ทราบค่ะ..ฮือๆ” กี้เธอพยักหน้ารับทราบ

         “ถ้าอย่างนั้นคุณพ่อพากี้กลับไปพักผ่อนก่อนแล้วกันนะคะ เออทางที่ดีพาเธอไปฝากครรภ์เลยก็ดีนะคะ เธอบอกว่าประจำเดือนขาดมาสองเดือนแล้ว” ครูลินดาพูด แม่ของเลี้ยงของกี้พยักหน้าและเธอก็พยุงกี้ลุกขึ้น พร้อมกับพากี้ที่ออกไปจากห้องประชุม ส่วนนายเอกก็พยายามเข้าช่วยพยุงกี้แต่พ่อของเขาก็หันมามองด้วยตาที่ไม่พอใจยิ่งหนัก

         “คุณ...ยังไงเขาก็เป็นพ่อของเด็ก ..มาซิมาพยุงกี้” แม่เลี้ยงของกี้พูดนั้นแหละพ่อของกี้ถึงได้หลบให้นายเอกเข้าไปดูแลกี้ได้

         “วันนี้วันเดียวมีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย ...นี้มันอะไรกัน..ผมคิดว่าเราควรจะปรับแผนการรับมือกันใหม่ดีไหมครับคุณครู” ผู้อำนวยการพูดขึ้น

         “ผมคิดว่าย้ายโรงเรียนหนีดีกว่าครับท่าน..เพราะว่าเด็กที่นี้เกรียนเหลือเกิน” ครูโจ้พูด

         “ถ้าพ้นชุดนายกายไปก็คงไม่มีเกรียนแล้วแหละมั้งครับ” ครูอครชัยพูดขึ้น

         “ใครบอกปีหน้าน้องชายนายกายก็จะเข้าเรียนที่นี้พ่อเขาโทรมาบอกจะฝากลูกชายคนเล็กเรียนที่นี้ด้วย” ผู้อำนวยการพูดนายกายนี้ยังมีน้องอีกเหรอ

         “เอานะพยายามให้นายกายเรียนให้จบไปก่อนเถอะค่ะ ไม่อย่างนั้นพ่อนายกายคงได้อาระวาดเพราะว่าอับอายลูกชายเรียนไม่จบนะคะท่านผอ.” ครูนิดพูด

         “ครูเขมครับ ผมจะจัดการเรื่องโป้งกับปันปันให้นะครับ ไม่ให้เด็กมีประวัติเสีย” ครูอครชัยพูด

         “ขอบคุณนะครับครูชัย ผมไม่อยากให้เด็กดีดีอย่างนายโป้งและปันปันต้องมาประวัติเสียนะครับ เพื่อว่าเด็กสองคนนี้อาจจะมีช่องทางที่ดีในอนาคต” ผมพูด ผมไปยืนดูนายโป้งเล่นบาสเก็ตบอลแล้วรู้สึกว่าเขามีพรสวรรด์นะควรจะไปได้สวยด้านนี้

         “ถ้าอย่างนั้นแยกย้ายไปดูนักเรียนกันเถอะครับป่านนี้คงเล่นกันสนุกสนามแล้วมั้งครับ แมวไม่อยู่หนูร่าเริงกันใหญ่แล้วครับ” ผู้อำนวยการพูด ครูทุกคนพากันลุกขึ้น

         “ครูเขมครับ” ผู้อำนวยการเรียกผมไว้

         “ครูคงต้องดูแลนายคริสมากหน่อยนะครับ..ดูท่านายกายนี้จะไม่ยอมปล่อยครูกับคริสโตเฟอร์แน่ๆ ผมไม่รู้เหตุผลหรอกนะว่าเพราะอะไร” ท่านผู้อำนวยการพูด ผมก็ส่ายหัวอีกคนไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร

         “อดทนหน่อยอีกแค่ไม่กี่เดือนนายกายก็จะจบแล้วให้เขาจบๆไป ผมไม่อยากมีปัญหากับพ่อเขาหนักหรอก...พ่อเขานะรักลูกแต่รักลูกในทางที่ผิด”

         “ถ้าอันไหนให้คริสโตเฟอร์เลี่ยงได้เลี่ยงซะนะครับครู “ ผู้อำนวยการพูดก่อนจะเดินออกไปผมก็เดินตามออกมา ระหว่างที่เดินออกมาผมคิดว่าผมจะรอเวลาไม่ได้แล้วแหละผมต้องจัดการสมัครสอบให้คริสโตเฟอร์เขาจะได้เข้ารับการ

         หลังจากที่แยกย้ายกันจากห้องประชุมผมเดินลงมาที่ห้องพักครูตอนนี้เป็นเวลาเลิกเรียนแล้วระหว่างทางที่เดินผมได้ยินเด็กๆพูดคุยกันถึงเรื่องกี้ตั้งครรภ์ในโรงเรียนเป็นที่โจทย์จันกันอีกคงต้องใช้เวลาหลายอาทิตย์เลย

         “พี่เขม” เสียงคริสโตเฟอร์

         “ครูเขม” ปันปันและโป้ง ต่างพากันวิ่งมาหาผม คงจะถามเรื่องที่เกิดขึ้น ผมหันไปมองทั้งสามคน

         “เรื่องโป้งกับปันปันโอเคแล้วนะที่หลังก็ระวังหน่อย”

         “ไอ้กายใช่ไหมครับพี่เขม..เออ..ครูเขม” คริสโตเฟอร์ถามผม

         “เราไม่มีหลักฐานเรื่องนายกายแต่คนที่ต้องรับคือกี้..และตอนนี้กี้ก็โดนเรื่องคะแนนความประพฤติและไหนเธอจะตั้งครรภ์อีก..ต่อไปพวกเธอก็ระวังกันหน่อยนะ”

         “ส่วนนายกายนี้ก็อดทนกันนิดหนึ่งไม่นานก็จะจบแล้ว” ผมพูดกับทั้งสามคน

         “เจ็บใจจริงๆเลยอะครู...มันทำผมสองคนขนาดนี้แต่มันยังไม่มีหน้ามาเดินลอยนวลได้อีก..ผมว่ารอให้กฏหมายคงไม่มีประโยชน์ใช่ไหมครู” โป้งพูด

         “โป้งคิดถึงพ่อและแม่เราไว้อย่าเอาอนาคตตัวเองไปเสี่ยงและครูคงผิดหวังถ้านายทำแบบนั้นทั้งนี้ครูการันตีนายสองคนนะ” ผมพูดทั้งคู่มองหน้าผมพร้อมกันพยักหน้า

         “วันนี้มีเรื่องมากมาย โป้งกับปันปันไม่ต้องเรียนพิเศษได้นะวันนี้” ผมบอกสองคนนั้นดูท่าอยากจะพักบ้างเพราะว่าโป้งก็วุ่นวายกับพ่อที่โรงพยาบาล

         “วันนี้เรียนพิเศษต่อนะและพี่จะติวเราเพิ่มพร้อมกับลงทะเบียนให้เราจะได้ไปสอบซะพี่ว่าเราพร้อมแล้วแหละ” ผมพูดคริสโตเฟอร์พยักหน้าให้ผมเขาเดินตามพวกโป้งและปันปันไป ผมได้แต่ยืนมองคริสโตเฟอร์ ผมคิดว่าผมต้องรีบแล้วเพราะว่าผมละกลัวเหลือเกินกลัวนายคริสและโป้งจะทำอะไรผลีผลามลงไป ขณะที่ผมกำลังเก็บหนังสือให้เรียบร้อยผมเหลือบตามองไปที่อิเมลที่ผมเปิดค้างไว้ที่หน้าจอ มีอีเมลส่งมาหาผม ผมรีบเปิดดู เป็นข้อความจาก Postmaster@outlook นั้นแปลว่า อิเมลไม่ได้ถูกส่งออกแสดงว่ามีบางสิ่งที่ผิดพลาด อาจจะเป็นที่อยู่อิเมลที่ไม่ตรง แล้วทีนี้ผมจะทำยังไงดีละ ผมจำได้แม่ของคริสโตเฟอร์เขียนที่อยู่ที่เพิร์ทให้ผมเพราะว่าแม่ใช้ที่อยู่นั้นตอนยื่นขอวีซ่า และผมได้นามบัตรพี่เก๋ พี่ที่ผมเจอที่วัดด้วยนิ เขาให้แม่ผมไว้ ผมรีบหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาและผมก็หยิบมันออกมา คงเป็นทางเดียวแล้วแหละ ผมตัดสินใจโทรหาพี่เก๋ทันที ตอนนี้เกือบจะ บ่าย 3 โมงครึ้งแล้ว ที่ออสเตรเลียก็น่าจะ เที่ยงพอดี เวลาที่ออสฯจะถอยหลังไป3ชั่วโมง

         “ฮัลโล” เสียงทักทายออกสำเนียงภาษาอังกฤษดังมาในมือถือผม
       
  “สวัสดีครับนี้เบอร์พี่เก๋ใช่ไหมครับ”
       
 “สวัสดีค่ะ คนไทยเหรอคะ เออ นั้นใครพูดกับพี่เก๋คะ”

         “ผมเขมชาติครับ ผมเป็นลูกชายคนเล็กของพ่อพิทักษ์ที่เคยเป็นนักการทูตที่ออสเตรเลียนะครับพี่เก๋ และผมก็เจอพี่ที่วัดตอนไปทำบุญนะครับ พี่จำผมได้ไหมครับ” ผมพูด

         “อ้อพี่จำน้องได้ค่ะ แต่ชื่อนะพี่เก๋ขอโทษจริงๆ พี่จำไม่ได้นะคะ”

         “ผมชื่อเขมครับพี่เก๋”

         “อ้อเขม ว่าไงคะ โทรหาพี่มีอะไรให้ช่วยเหรอคะ”
         
         “ก่อนอื่นต้องขอโทษพี่เก๋ผมไม่แน่ใจว่าจะรบกวนเวลาทานอาหารเที่ยงพี่หรือเปล่า ”

         “ไม่เป็นไรคะเขมพี่สะดวกคุยค่ะ  ว่าแต่น้องเขมมีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ”

         “ผมมีครับ ผมมีลูกศิษย์ที่เขาต้องการตามหาพ่อของเขานะครับพี่เก๋ พ่อของเขาเป็นคนออสเตรเลีย แต่ตอนนี้น้องอยู่ไทยครับ น้องจะ17ปีแล้วครับ น้องเคยอยู่ออสเตรเลียตอนอายุ2ขวบถึง9ขวบครับพี่เก๋ และพอน้องกลับมาไทยก็ไม่ได้ติดต่อพอของเขาเลยจนตอนนี้ครับ”

         “ตายตริง นานพอสมควรนะคะ พ่อนี้ก็ใจร้ายเหลือเกิน แล้วน้องอยู่กับใครคะตอนนี้”

         “น้องอยู่โรงเรียนประจำที่เขมสอนอยู่นะครับพี่เก๋ ส่วนแม่ของน้องเขาแต่งงานใหม่และไปอยู่ที่ภูเก็ตครับ “

         “มีที่อยู่ไหมคะเขม พี่ช่วยหาให้ได้ พี่นะเคยคนที่ต้องการตามหาคนไทยในออสเตรเลียนะ ขอที่อยู่ให้พี่แล้วกัน เพราะว่าเพื่อนพี่มีทุกรัฐเลย พี่ทำงานกับองค์กรที่ช่วยเหลือคนไทย พี่เลยต้องติดต่อคนเยอะคะเขม” พี่เก๋พูด คนฟังอย่างผมยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง

         “มีครับ เดี๋ยวนะครับพี่เก๋ แม่ของน้องบอกว่าเขาเคยอยู่ที่เพิร์ทนะครับพี่เก๋”

         “เขมพี่เพิ่งย้ายมาจากพิร์ทได้ 3ปีแล้วค่ะ แต่พี่มีเพื่อนอยู่ที่นั้นค่ะ” พี่เก๋พูด

         “48 XXXXX AVE เพิร์ท ครับพี่เก๋”

         “เขม! ล้อพี่เล่นหรือเปล่าค่ะ ที่อยู่นี้ มันเพื่อนบ้านพี่เลยนะคะ พี่นะเช่าบ้านเขาอยู่ค่ะตอนนั้น เพราะแฟนพี่ทำงานเกี่ยวกับทำถนนค่ะน้องเขม”

         “จริงเหอรครับพี่เก๋ “

         “เข้าน่าจะเป็นคนอิตาลี่นะคะ พี่จำนามสกุลเขาไม่ได้หรอกค่ะ แต่เจ้าของบ้านอายุเยอะแล้วค่ะ ตอนนั้นก็น่าจะ เกือบแปดสิบแล้วนะค่ะ เขามีลูกตอนอายุเยอะนะพี่คิดว่า “

         “พี่ไม่เคยเจอลูกชายเขานะเจอแต่ลูกสาว แต่นานๆมาที มาแค่ช่วงเทศการคริสมาสนะคะ แกขี้บ่น พี่อยู่บ้านติดกันยังโดนเลยค่ะ ที่หนักสุดนะ พี่โดนแจ้งตำรวจแกหาว่าพี่ซ้อนศพไว้ในบ้านค่ะ “

         “จริงเหรอพี่เก๋”

         “จริงค่ะ แต่พี่นะ ..พี่ต้มปลาร้าค่ะ คิกๆ” พี่เก๋พูดผมก็พยักหน้ามันคงกลิ่นแรงเหมือนมีศพนะพี่นะ

         “พี่ไม่เคยเห็นลูกชายเลยนะ จนกระทั้งพี่ก็ย้านบ้านค่ะ เพราะว่าพี่ไม่ค่อยชอบ เมืองที่พี่อยู่นะใกล้จากตัวเมืองเพิร์ทและมันก็หางานยากมากค่ะ และพี่สำคัญ Aboriginal People บางกลุ่ม บางคนบ้างที่วันๆเอาแต่ดื่มเหล้าไม่ทำงาน ชอบมาลักเล็กขโมยน้อยค่ะและแฟนพี่นะทำงานส่วนใหญ่กลางคืนค่ะ พี่อยู่บ้านกับลูก พี่กลัว และแฟนได้ขอนายไปอยู่ที่สบายหน่อย พี่ก็เลยรีบย้ายค่ะ แต่ไม่เป็นไรเขมพี่มีเพื่อนนะ พี่ไม่แน่ใจว่าเพื่อนพี่มันเช่าบ้านหลังไหนอยู่แต่น่าจะใกล้ๆ กับที่พี่อยู่ เพื่อนพี่เขาก็จะย้ายเร็วๆนี้ เขาซื้อบ้านอีกเมืองไว้ค่ะ “ พี่เก๋พูด

         “ถ้าอย่างนั้นผมรบกวนทีครับพี่เก๋ เพราะว่าผมส่งอิเมลที่ผมเจอในจดหมายที่เขาเขียนหาพ่อผมแล้วมันส่งไปไม่ได้นะครับ ผมรบกวนทีนะครับพี่เก๋ น้องจะได้เจอพ่อครับ”

         “ได้เลยพี่จะโทรบอกให้เพื่อนพี่ไปดูนะ บ้านเลขที่นั้นว่ายังมี่คนอยู่ไหม “

         “ถ้ายังไงพี่จะติดต่อกับเขมด่วนที่สุดนะ พี่อยากให้น้องได้เจอพ่อ” พี่เก๋พูด

         “ขอบคุณมากๆเลยครับพี่เก๋ “

         “ยินดีค่ะเขม เดี๋ยวแค่นี้ก่อนนะเขมพี่จะได้โทรหาเพื่อนพี่เลย “
         
         “ครับพี่ บายครับ” ผมพูดและผมก็กดว่างสาย

         ระหว่างที่ผมกำลังนั่งตรวจการบ้านอยู่นายคริสโตเฟอร์ก็เดินเข้ามาหาผม ผมว่าจะเดินไปบ้านพักด้วยกัน ผมต้องติวพิเศษให้คริสโตเฟอร์กันวันนี้

           “กลับหรือยังอะพี่เขม” คริสโตเฟอร์ถามผม ผมพยักหน้าและหยิบสมุดการบ้านใส่กระเป๋าผ้าเพื่อจะนำไปตรวจการบ้านเด็กที่บ้านพักครูสักหน่อย คริสโตเฟอร์ก็หยิบขึ้นมาถือให้ผม และผมสองคนก็เดินออกไปพร้อมๆกัน

                       “ขอบคุณนะครับพี่เขมที่ช่วยโป้งกับปันปันวันนี้” คริสโตเฟอร์พูด ผมก็ยิ้มให้ ถึงยังไงผมก็ต้องช่วยเพราะเชื่อว่าเขาสองคนเป็นคนดี ไม่น่าจะต้องมามีมลทินเพราะเรื่องแบบนี้ ทั้งที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลย

                       “ต่อไปนี้ทุกคนต้องระวังตัว โดยเฉพาะเรานะ “

                       “ไอ้โป้งมันบอกผมแล้วพี่เขมว่าไอ้กายมันพูดอะไรกับพี่เรื่องผม ผมไม่อยากทำให้พี่เขมเดือดร้อน” ผมพูด

                       “แล้วเราไปทำอะไรให้เขาละ เขาถึงได้โกรธมากขนาดนี้” ผมถามคริสโตเฟอร์ คริสมองหน้าผม

                       “คงเป็นเรื่องแข่งรถนะพี่เขม “ คริสโตเฟอร์พูด

                       “ก่อนที่ผมจะถูกพักการเรียน ผมไปรับคำท้าแข่งรถกับไอ้พี่กาย ไอ้พี่อั่น แต่ไอ้พี่เอกไม่ได้ไป ส่วนผมก็มีไอ้โป้งไปด้วย ด้วยเงินรางวัลหนึ่งหมื่นบาท” คริสโตเฟอร์พูด

                       “และดันซวย มีคนโทรแจ้งตำรวจ เป็นรุ่นพี่นี้แหละและคนที่ออกมาตามจับก็เป็นพ่อพี่กาย และนั้นมันก็ทำให้ไอ้พี่กายโดนพ่อมันด่าและพ่อพี่กายก็คงเสียหน้าที่ต้องประกันลูกตัวเองออกจากคุกข้อหาแข่งรถบนท้องถนน” คริสโตเฟอร์บอกผม

                       “ผมสองคนไม่รู้ว่าใครโทรแจ้ง เพราะว่าผมกับไอ้โป้งก็โดนจับไปด้วย แม่ผมลงมาประกันตัววันรุ่งขึ้นทันที” คริสโตเฟอร์พูด

                       “แต่เรื่องมันแย่ไปกว่านั้น ผมมีปากเสียงกับไอ้พี่กาย มันด่าผมถึงพ่อแม่ผมและผมก็บรรดารโทสะต่อยมันจน มันสลบอ่ะพี่เขม และนั้นผมก็โดนพักการเรียน”

                       “แต่ผมไม่แน่ใจว่า มันแคนผมเรื่องเชอรี่ด้วยไหม แฟนเก่าผมนะพี่เขม พี่กายมันจีบเชอรี่แต่เชอรี่เขาเลือกผมอ่ะตอนนั้น และน้องเขาก็สวย เป็นดรัมเมอเยอร์ ผมก็ชอบนะ “คริสโตเฟอร์พูดและหันมามองหน้าผม

                       “แต่ตอนนี้ ชอบคนหล่อมากกว่า” คริสโตเฟอร์หันมาบอกผม ผมพยักหน้า น่าจะใช้

                       “นายนี้มีเรื่องเยอะเหมือนกันนะกับนายกายนะ”

                       “พี่เขม มันวัยคะนอง แต่ถ้าย้อนเวลาไปได้ผมจะไม่ทำนะ ถ้าผมรู้ว่าอนาคตผมจะมาเจอกับพี่และพี่ก็จะได้ไม่ต้องมาเดือดร้อนไปกับผมด้วย แบบนี้” คริสโตเฟอร์พูดเขารู้สึกผิด

                       “วันนี้ออกไปซื้อะไรกินกันข้างนอกไหม พี่อาบน้ำก่อนและค่อยกลับมาติวกัน” ผมพูดบอกคริสโตเฟอร์ขณะที่ผมสองคนเดินจนใกล้จะถึงบ้านพักครู

“พี่ว่าจะบอกเราอยู่นะพี่ลืมนะคริส อิเมลที่พี่ส่งไปตอนแรกนะมันไม่ผ่าน แต่พี่ได้โทรหาผู้หญิงคนหนึ่ง พี่เจอเขาตอนไปทำบุญครบรอบวันเสียชีวิตให้พ่อพี่ และเขาเคยอยู่ที่เพิร์ทมาก่อน แต่ว่า เขาย้ายออกมาแล้ว” ผมพูด คริสโตเฟอร์ยิ้มให้ผมแต่หุบทันทีหลังจากที่ผมบอกเขาย้ายออกไปแล้ว

           “แต่ว่าเขายังมีเพื่อนอยู่ที่นั้น เขาจะไปดูให้ และเขาก็ยังเป็นเพื่อนบ้านกับ..นอนน่าใช่ไหม ภาษาอิตตาเลียนนะที่เขาเรียกย่าหรือยายนะ”

           “นอนน่า ครับพี่เขม “

           “เขาบอกกับพี่ว่า ย่าเรานะเคยแจ้งตำรวจจับเขาเพราะว่าเขาต้มปลาร้ากลิ่นแรงมาก”

           “แม่ผมก็ทำ พ่อนี้บ่นประจำผมได้ยิน อย่าว่าแต่พ่อเลย ผมยังเหม็นเลยพี่ แม่เลยต้องไปต้มนอกบ้านโน้น ฮา” นายคริสโตเฟอร์พูด และขำแม่ตัวเอง

           “พ่อนี่ฉีดสเปรย์รอบบ้านเลยและยังเอาผ้าม่านไปส่งซักด้วย เท่าที่ผมจำความได้นะพี่เขม” คริสโตเฟอร์พูด ผมไม่อยากคิดภาพเลย ต้มปลาร้าในบ้าน ถ้าเป็นคนที่คุ้นเคยเช่นคนภาคอีสานเขาก็คงชินแล้วแต่นี้ต่างชาติแน่นอน ไม่ขออธิบาย เพราะว่าผมก็ทานไม่เป็นครับ ฮาๆ

                       “แม่ชอบกินอ่ะ ผมจะบอกแม่ประจำเลยไปกินไกลๆเลยผมไม่ชอบ” คริสโตเฟอร์พูด ผมเองก็ทานไม่เป็นเหมือนกัน

                       “เขาบอกกับพี่ว่าเขาจะให้เพื่อนเขาไปดูที่บ้านที่ย่าเคยอยู่ ไม่รู้ว่าตอนนี้เขายังอยู่ไหม พี่ภาวนาขอให้เขาได้ข้อมูลอะไรมาบ้าง และนี้คือความหวังเดียวของเราคริส” ผมพูดบอกคริสโตเฟอร์ ผมสองคนเดินขึ้นไปบนบ้านพักแล้ว ผมก็วางทุกอย่างไว้บนโต๊ะ คริสโตเฟอร์เข้าสวมกอดผมจากด้านหลัง มือไม้ก็พยายามดึงชายเสื้อออกมานอกกางเกงแสลคของผม

                       “อาบน้ำด้วยกันนะพี่เขม ผมอยากถูหลังให้พี่เขมอ่ะ  “ คริสโตเฟอร์ ยืนเอาคาวเกยไว้ที่ไหล่ผม เขาสูงทันผมจนได้และกำลังจะเลยผมไปอีกด้วยมั้ง เพราะนายคริสอายุยังไม่สิบแปดปีเลย

                       ผมสองคนก็เข้าไปอาบน้ำด้วยกัน ไม่ต้องถามนะว่าผมจะรอดไหม ไม่รอด โดนเด็กมันกดอีกแล้วในห้องน้ำ ทำไมช่วงนี้หื่นเหลือเกินเด็กเกรียนของผม หรือจะเป็นเพราะว่าฮอร์โมนของคริสเริ่มเปลี่ยนซะก็ไม่รู้ ส่วนผมก็แทบจะไม่ค่อยได้กดนายคริสเท่าไหร่ มันเหมือนกับว่าผมเริ่มมีความสุขกับการปรนเปรอของหนุ่มคนนี้มากกว่า เอ๊ะ! หรือว่าเขมจะเปลี่ยนสายไปแล้ว จากรุกกลายเป็นรับถาวรกันแน่         

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-10-2020 07:15:49 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
EP.30 ครูเขมX คริส  หมอภีมนัดครูเขม
                       
                 
                     
                  Partครูเขมชาติ หลังจากเกิดเรื่องตรวจผลตรวจปัสาสาวะของโป้งกับปันปันเป็นสีม่วงวันก่อนและผมก็หาสาเหตุได้และโชคยังดีสารที่ผสมอยู่ในน้ำมันเจือจางมากแต่ก็ทำให้ปัสสาวะเป็นสีม่วงได้  แต่คนที่ทำจริงๆผมกับหาหลักฐานมาหมัดมือไม่ได้นั้นคือนายกาย  ส่วนคนที่รับก็ต้องเป็นกี้หรือวิกานดา  กี้โดนหนังสือตักเตือนและโดนหักคะแนนความประพฤติแถมเธอยังโดนเพื่อนๆในโรงเรียนมองว่าเธอเป็นเด็กไม่ดีเนื่องจากเธอตั้งครรภ์ในโรงเรียน ผมรู้ว่านี้คือเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ แต่มันเร็วเกินสำหรับวัยอย่างเธอ ที่ยังต้องสนุกสนามกับเพื่อนๆ

                       หลังจากเหตุการณ์นั้น ครูทุกท่านรวมทั้งผมก็ได้พูดคุยกันอีกครั้ง เราจะมีการติดตั้งตู้ถุงยางอนามัยในโรงเรียน เพราะว่าเรื่องแบบนั้เราห้ามกันไม่ได้แต่ให้ความรู้และการป้องกันกับเด็กได้ ครูที่สอนวิชาเพศศึกษาจะทำการสอนให้นักเรียนรู้จักใช้และป้องกันอย่างถูกวิธี

                       และผมเองก็ได้เตือนให้โป้งและปันปัน อาร์ทและโจดูแลตัวเองอย่าไว้ใจใครง่ายๆ ผมให้พวกเขาอดทนเพราะว่านายกายก็ใกล้จะจบแล้วโดยเฉพาะคริสโตเฟอร์นี้แหละยิ่งเคยมีคดีชกต่อยกันมาอยู่หลายครั้ง ส่วนผมเองก็เข้าไปสมัครสอบให้คริสโตเฟอร์แล้ว ผมคิดว่าต้นเดือนธันวาคมนี้จะพาคริสโตเฟอร์ไปถยอยสอบครั้งละวิชาก่อน ไม่อยากให้สอบรวดเดียว  และในวันนี้ตอนเช้าก็ไม่มีอะไรมาก เพาะว่าวันนี้ก็เป็นงานสัปดาห์ภาษาอังกฤษอีกวันและวันนี้เป็นวันสำคัญของนายคริสโตเฟอร์ นายคริสโตเฟอร์จะขึ้นประกวดร้องเพลงสากล เขาบอกว่าเขาแอบซุ่มฝึกมาแต่ไม่ยอมบอกผมว่าเขาเลือกร้องเพลงอะไร


                       “ก๊อกๆ” เสียงเคาะประตูห้องทำงานท่านผู้อำนวยการ ผมได้จัดทำเอกสารและรวบรวมกิจกรรมที่นายอนุชิตเข้าร่วมเพื่อจะนำเสนอชื่อของเขาเพื่อขอเข้ารับทุนการศึกษา ผมจะนำมาให้ท่ายผู้อำนวยการตรงจสอบซะก่อนที่ผมจะนำไปเสนอที่ศาลากลาง
 
                       “เชิญครับ”เสียงท่านผู้อำนวยการ ผมก็เปิดประตูเข้าไป ผมก็พบว่ามีบุคคลในเครื่องแบบติดยศระดับผู้บังคับการอยู่ในห้องทำงานท่านผู้อำนวยการ

                       “เออ ...เอาไว้ผมมาใหม่ดีกว่าครับ” ผมพูดทำท่าจะปิดประตูลง

                       “ไม่เป็นไรครับครูผมคุยธุระกันจบแล้ว” ผู้อำนวยการรีบบอกผม และคนที่สวมเครื่องแบบก็ลุกขึ้นเช่นกัน ผมจึงเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานท่านผู้อำนวยการ

                       “ผมรู้นะว่ากายมันเกเรแต่ผมขอให้กายเรียนให้จบเถอะนะครับ ถ้าผมย้ายไปก็เสียเวลาท่านคงเข้าใจนะครับ ..ผมลาละครับ ”คนนี้คือพ่อนายกายนั่นเอง เขามองหน้าผมแว๊ปหนึ่งก่อนจะเดินออกไป ผมก็นั่งตามที่ท่านผอ.ผายมือให้

                       “ครูทำเอกสารเสร็จเรียบร้อยแล้วเหรอครับ” ผู้อำนวยการถามผม ผมพยักหน้าและท่านก็เปิดซองเอกสารออกมาดู

                       “เอกสารครบถ้วนมาก ถ้าไม่ว่ากันผมจะยกหน้าที่ให้ครูเลยดีไหมครับ”

                       “เวลามีเรื่องเกี่ยวกับทุนการศึกษาสำหรับคนที่เรียนดีแต่ยังขาดทุนทรัพย์เข้ามาผมจะได้รีบตอบรับ...ผมเองก็อยากให้เด็กเรียนดีได้รับโอกาสทางการศึกษากันทุกคนนะครับครู “ ท่านผู้อำนวยการพูดพร้อมกับเปิดดูเอกสารและลงลายเซนต์ให้ผม และผมรับเอกสารนั้นกลับมาถือไว้

                       “ผมนี้ดีใจแทนเด็กๆที่นี้ที่ได้ครูดีดีเข้ามาเพิ่มอีกคน ครูบางครั้งก็ไม่ได้มีหน้าที่แค่สอนเท่านั่นแต่ครูยังมีหน้าที่ช่วยปูทางให้ไปถึงฝันอย่างที่เขาตั้งใจแต่จะมีสักกี่คนกันที่จะหันหลังกลับมามองครูผู้เสียสละในวันที่เขาไปถึงแล้ว” ท่านผู้อำนวยการพูด มันทำให้ผมคิดเหมือนกันว่า ผมก็คนหนึ้งที่ยังไม่มีโอกาสได้กลับไปหาครูที่ให้ความรู้เช่นกัน

                       “ผมเต็มใจที่จะทำครับท่านต่อให้ไม่มีใครเห็นสิ่งที่ผมตั้งใจผมก็ยังยินดีที่จะทำและผมเชื่อว่าสิ่งที่ผมทำวันนี้มันจะทำให้เรามีผู้ใหญ่ที่ดีในวันข้างหน้าครับ”ผมพูดผู้อำนวยการเงยหน้ามองผมพร้อมรอยยิ้ม

                       “ท่านครับผมขอตัวไปส่งเอกสารที่ศาลากลสงจังหวัดก่อนนะครับ” ผมกล่าวขอตัวทันเพราะว่าถ้าไปช้าเดี๋ยวจะติดเที่ยง

                       “เชิญครับครู” ผมอำนวยการบอก ผมก็ลุกจากเก้าอี้เดินออกเตรียมไปหยิบกุลแจรถเพื่อจะนำเอกสารทั้งหมดที่ผมจัดทำเพื่ออนุชิตจะได้รับทุนการศึกษาไปมอบให้คณะกรรมการพิจารณาเบื้องต้นและเขาจะเรียกไปสำภาษณ์อีกที ผมภาวนะขอให้เขาได้ทุนเพื่อเขาจะได้มีกำลังใจในการเรียนต่อไป
           
                      หลังจากที่ผมนำเอกสารการขอรับทุนของอนุชิตยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ ณ ที่ศาลากลางจังหวัดเพื่อทำการคัดเลือกเด็กที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจำนวนสิบคนผมหวังว่าอนุชิตจะเป็นหนึ่งในนั้นนะ ถ้าหากว่าเขาเปิดใจให้สาเหตุที่ผมกังวลก็เป็นเพราะว่าพ่อของเขาติดคุกข้อหารับซื้อของโจรโดยรู้เท่าไม่ถึงการ

                       Rrrrrrr มือถือของผมดังขึ้น ผมหยิบขึ้นมาดูเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย ผมคิดว่าอย่างคนที่มีหวังอาจจะเป็นเบอร์ของใครสักคนที่ผมรอให้เขาติดต่อมา นั้นคือครูมิ้ง ผมรีบกดรับสายทันที ผมได้บอกกับพี่ต้นว่าหากเจอเขา และเขายังไม่ไว้ใจจะคุยกับพี่ต้นให้เบอร์ผมไปเพื่อว่าเราจะคุยกันได้ในฐานะครูเหมือนกัน แต่ว่า

                       “สวัสดีครับ”

                       “สวัสดีครับคุณครูเขมชาติ” เสียงที่ผมได้ยินครั้งเดียวก็จำได้ดีคุณหมอหนุ่มที่ดูแผลให้ผมวันก่อนตอนไปล้างแผลที่โรงพยาบาล นั้นคือนพ.ภีมปภพ

                       “สวัสดีครับคุณหมอภีมปภพ”

                       “ครูเขมชาติ ทราบชื่อผมด้วยเหรอครับ และทำไมถึงได้รู้ว่าเป็นพี่” คุณหมอหนุ่มทักด้วยความประหลาดใจ

                       “ผมดูจากในใบสังยานะครับมันระบุชื่อแพทย์ที่ให้การตรวจรักษาคับ ...เออ..ว่าแต่คุณหมอโทรหาผมมีเรื่องเร็งด่วนอะไรหรือเปล่าครับ” ผมถามคุณปลายสายทันที

                       “แผลเป็นยังไงบ้างครับ” บริการดีนะเนี๊ยะโทรมาถามอาการคนไข้ แต่ยังโชคดีที่คุณหมอไม่ได้โทรมาตอนที่คนข้างๆที่ค้อนข้างขี้หึงของผมอยู่ด้วย ไม่งั้นคงได้โดนทำโทษ คริสงอลมันก็ทำโทษผมแถมบนเตียงด้วย ผมงอลคริสก็ง้อผมบนเตียงอีก สรุปคือเขมโดนทั้งขึ้นทั้งล่องว่าอย่างนั้น แอบคิดและก็ยิ้มกริ่มเบาๆ

                       “ไม่เป็นอะไรแล้วครับขอบคุณนะครับที่โทรมาสอบถามอาการแต่แปลกนะครับซึ้งปกติคุณหมอคงไม่โทรหาคนไข้เพื่อถามอาการอย่างเดียวมั้งครับคุณหมอ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่แปลกใจปนขำเล็กน้อยกลับมุขแป๊กๆของคุณหมอ

                       “ครับผมยอมรับว่าไม่ใช่แค่สอบถามอาการคนไข้แต่ผมเออ...พี่ซิ...น่าจะเป็นพี่แล้ว...อยากคุยกับครูเขมนะครับ”ผมนิ่งเงียบไปชั่วขณะ อย่าบอกนะว่าจะถามเรื่องพี่ต้นนะ พี่ต้นเพิ่งจะบอกผมเมื่อวานว่าห้ามบอกเกี่ยวกับพี่ต้นกับคุณหมอแล้วเขมชาติจะทำได้ไหมยิ่งโกหกไม่เก่งอยู่ด้วย

                       “นะครับครูเขมผมขอร้อง...ตอนนี้ครูเขมอยู่ที่โรงเรียนหรือเปล่าครับ..ออกมาพบพี่หน่อยได้ไหมครับ” น้ำเสียงอ้อนวอนผมขนาดนี้

                       “ผมไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนครับ ผมออกมาที่ศาลากลางจังหวัดนะครับพี่หมอ” ผมบอกไปตามความจริง

                       “เรียกพี่ภีมก็ได้ครับ พี่ชื่อหมอภีมครับและพี่อยากคุยเพราะว่าพี่...จำเป็นต้องกลับไปอยู่โรงพยาบาลที่กรุงเทพอาทิตย์หน้านี้แล้วครับ”พี่หมอภีมพูดด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าเขาไม่อยากกลับไป อย่าบอกว่าต้องกลับไปกับผู้หญิงคนนั้น ถ้าเป็นเช่นนั้น ผมว่าผมไม่ควรให้ข้อมูลพี่ต้นจะดีกว่าเพราะว่านั้นคือการที่เขาจะทำร้ายพี่ผม ผมไม่อยากให้พี่ผมต้องเสียใจ แต่ถ้าทั้งคู่แค่เพื่อนกันละเขมชาติ คิดหนักเลยผม

                       “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ไกลกันมากพี่ขอเจอที่ร้านอาหารข้างร้านกาแฟสดชุมพรได้ไหมครับ” พี่หมอภีมบอกผม ขณะผมขับรถมาที่ศาลากลางผมเห็นอยู่

                       “ได้ครับพี่หมอภีม”

                       “เดี๋ยวเจอกันในสิบห้านาทีครับ” พี่หมอภีมพูดพร้อมกันกดวางสายไปทันที ผมเองก็อยากรู้เหตุผลมากกว่านี้ อย่างที่ผมเคยพูดผมห่างจากพี่ต้นมากถึงหกปีดังนั้นด้วยวัยที่ห่างกันมากบางเรื่องก็ไม่กล้าถามพี่ต้นตรงๆ แต่ก่อนอื่นผมต้องโทรหาคริสโตเฟอร์ก่อน เดี๋ยวคุณนักเรียนที่รักจะงอนผมและอย่างที่บอกไม่กล้าให้น้องแกงอน หื่นครับ ผมกลัว ฮาๆ

                       “คริส”

                       “พี่เขมถึงไหนแล้วอะ..และจะกินอะไรไหมคริสจะได้..”

                       “คริสไม่ต้องซื้อให้พี่นะพี่ยังทำเรื่องอนุชิตไม่เสร็จเลยกว่าจะเสร็จก็คงเที่ยงครึ้งพี่จะหาอะไรแถวนี้ทานนะ” ผมบอกคริสโตเฟอร์และจำเป็นต้องโกหกเพราะว่าไม่อยากให้คริสต้องแสดงอาการหึงหรือบิดรถออกมาหาผมทันทีที่รู้ว่าใครกันที่นัดผม

                       “เหรอพี่เขม..ถ้าอย่างนันก็ได้แต่พี่เขมต้องหาอะไรทานด้วยนะ”

                       “รู้แล้วนะ”

                       “และอย่ามาช้านะผมแข่งขันร้องเพลงวันนี้นะพี่เขมคริสอยากให้พี่เขมมาฟัง” คริสโตเฟอร์บอกผม จริงด้วยซิถ้าอย่างนั้นต้องรีบคุยและรีบกลับเข้าไป เขาบอกว่าซุ้มซ้อมมาหลายวัน เพลงที่ใช้ในการแข่งขันเป็นเพลงสากลซะด้วย

                       “ได้ซิพี่จะรีบกลับนะ”

                       “ครับ..ว่าแต่พี่ไม่ได้นัดใครไว้แน่นะ” เซ้นดีจริงๆพ่อคุณ

                       “คริสโตเฟอร์!” ผมพูดเรียกชื่อเต็มๆ เลยคราวนี้

                       “ผมล้อเล่นนะ ...ถ้านัดใครไว้นะผมจะทำโทษนะพี่เขม” นั้นไง งอนมาเขมก็โดนทำโทษ แถมตอนง้อกับตอนโดนทำโทษมันก็ใช้วิธีเดียวกัน  ไม่แฟร์นะผมว่า ฮาๆ

                       “รู้นะ...แค่นี้ก่อนนะคริสและพี่จะรีบกลับนะ” ผมบอกคริสโตเฟอร์พร้อมกับกดวางสาย สายตาก็มองหาที่จอดรถถัดไปจากร้านกาแฟสดชุมพร ผมเดินลงจากรถและตรงเข้าไปที่ร้านอาหารด้านในติดแอร์ ผมฟาดสายตามองไปรอบก็สะดุดตากับผู้ชายที่นั่งอยู่ วันนี้เขาไม่ได้สวมเสื้อกาวน์มาแต่ผมก็จำเค้าได้ดี คุณหมอภีมปภพ วันนี้เขาสวมใส่เสื้อเชิ้ตสีอ่อนและมันเข้ารูปจนเห็นได้ว่าเขาเป็นคนที่ดูแลตัวเองดี น่าจะเข้าฟิตเนสบ่อยแน่ๆ และก็คงเล่นเวทด้วย แม้ว่าหุ่นจะไม่ใช่นักกล้ามแต่ก็เรียกว่าหุ่นดีจนใครหลายคนต้องหันเหลียวมอง เช่นตอนนี้มีสาวๆโต๊ะข้างๆพี่เขามองและกระซิบกันแบบยิ้ม

                       “อ้าวครูเขม...เชิญนั่งครับ” พี่หมอภีมหันมาเจอผมพอดี พี่หมอภีมทักผมและผายมือให้ผมนั่งลง และนั้นทำเอาสาวๆ มองผมและหมอภีมสลับกันก่อนจะก้มหน้าก้มตาทานกันจะดีกว่า (คงจะแอบเซ็ง ผมไม่ใช่แฟนเขาครับ แอบปฏิเสธในใจ)

                       “สวัสดีครับพี่หมอภีม” ผมยกมือไหว้ คือถ้ารุ่นพี่ต้นนี้แก่กว่าผมหลายปีแน่ๆ  แต่พี่หมอภีมดูหล่อเฟี้ยวแต่งตัวก็ทันสมัย หุ่นก็ดี เรียกได้ว่าหมอหล่อบอกต่อด้วยได้เลย

                       “สวัสดีครับ..พี่ขอโทษนะครับที่ต้องรบกวนเวลาของครูเขมออกมาพบพี่แบบนี้และนี้เออ..หนุ่มขี้หวงไม่มาด้วยเหรอครับ” พี่หมอภีมถามผม ก่อนจะส่งเมนูให้ผมดูว่าผมจะทานอะไรดี

                       “พอดีเขาติดเรียนนะครับพี่ภีม” ผมตอบและรับเมนูมาเปิดดู

                       “ยังเป็นเด็กนักเรียนหรอครับ ..แม้ร้ายเหมือนกันนะครับครูเขม” พี่หมอภีมแซวผม ผมก็ยิ้มๆให้ ผมแอบคิดนักเรียนซิร้ายกว่าผมเยอะ มันเล่นคุณครูต่างหาก ฮาๆ

                      “สั่งอาหารทานก่อนดีกว่าเพราะเดี๋ยวจะเกินเวลาพักครูเขม ..เออ ..พี่เรียกเขมเฉยๆได้ไหมครับ” พี่หมอภีมพูด ผมพยักหน้าว่าได้

                       “พร้อมสั่งอาหารหรือยังค่ะคุณหมอ” พนักงานเดินมาถามผมกับหมอภีม แต่สายตาจับจ้องมองพี่หมอด้าตาเป็นมันวาวก็แน่ละพี่หมอภีมเขาหุ่นดีขนาดนี้และจากที่เรียก น่าจะมาทานบ่อย แต่พอหันมาเจอผมนี้ก็ตกใจ เข้าไปอีก ผมก็ยิ้มให้

                       “อ้อ..ครับ..ของผมราดหน้าทะเลเส้นใหญ่ครับ และเขมละครับทานอะไรดีครับ” พี่หมอภีมถามผมและยื่นหน้ามาใกล้ๆผมแบบนี้ ทำเอาพนักงานนั้นตกใจถลึงตามองและหันไปมองทางอื่นทันที ส่วนผมก็ต้องถอยออกก่อนนะครับพี่หมอ ผมไม่ชอบเสื้อกาวน์ ผมชอบชุดนักเรียน แอบคิดในใจและยิ้มๆให้พี่หมอ พี่หมอก็มองผมและยิ้มเจ้าเหล่ไปไหม พนักงานถึงได้หันกลับมามองผมสองคนอีกทีและยิ้มอีกเช่นกัน ผมนี้อยากจะพ่นลมหายใจเพราะว่าไม่อยากงานเข้านะพี่หมอนะ 

                       “ของผมเป็นข้าวผัดปูนะครับ...” ผมรีบหันไปสั่งโดยไม่ได้ดูเมนูแต่คิดว่ามีนะ

                       “เครื่องดื่มละคะ”

                       “น้ำเปล่าครับ” อันนี้ผมกับพี่หมอสั่งออกมาพร้อมกันเลยและพนักงานก็เดินออกไปทันทีทันใดแบบไม่เหลียวหลังมามองอีกเลย พี่หมอภีมยิ้มๆให้ผมแสดงว่าเขารู้ว่าพนักงานสาวแอบชายตามองเขาอยู่

                       “พี่หมอภีม..” ผมกำลังจะอ้าปากถามเขาว่าตกลงเขาจะคุยกับผมด้วยเรื่องอะไรคือแบบว่าตื่นเต้นอยากรู้และผมก็ต้องทำเวลาเพื่อจะได้ไปดูคริสโตเฟอร์แข่งร้องเพลงอีก

                      “คนนี้เป็นพี่ชายเขมหรือเปล่าครับ” พี่หมอภีมส่งรูปถ่ายมาให้ผมดู ผมก็รับมาเพ็งพิจารณาทันที รูปนี้น่าจะถ่ายนานแล้วสมัยที่พี่ต้นยังเรียนมหาวิทยาลัยและหนุ่มข้างๆ ผมก็ดูออกว่าเป็นคุณหมอหนุ่มที่นั่งตรงข้ามกับผมแน่ๆ และด้วยท่าทางที่นั่งถ่ายรูปด้วยกันแขนข้างหนึ่งของพี่ต้นโอบเอวคนข้างๆแบบนั้น ผมว่าไม่ใช่แค่เพื่อนกันถ่ายรูปด้วยกันอย่างแน่นอน เพราะว่ามันดูแนบชิดจนเกินเพื่อน..มันออกแนวคนรัก ซึ้งผมไม่เคยรู้ว่าพี่ต้น...มีรสนิยมแบบนี้ด้วยตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย

                       “ใช่ครับพี่ชายผมเองครับ..ชื่อพี่ต้นครับ” ผมเงยหน้าขึ้นตอบ

                       “พี่จะบอกผมว่าพี่กับพี่ต้น...เออ...” ผมถามคุณหมอหนุ่มที่นั่งตรงข้ามเขายกแขนขึ้นมากอดอกแบะพยักหน้ากับผมว่าใช่

                       “นานหรือยังครับผมไม่เคยรู้ว่าพี่ต้นเป็น..”

                       “ต้นเขาไม่ได้เป็นเกย์หรอกพี่คิดว่านะ...เพราะว่าต้นก็มีแฟนเป็นผู้หญิงแต่พอต้นอยู่ปีสองพี่ก็ไม่เห็นแฟนของต้นอีก....ส่วนพี่เองก็มีผู้หญิงที่ทางบ้านพยายามให้เป็นคู่กันจนเราจะหมั้นกัน และนี้ก็เป็นความต้องการของทางบ้านพี่อีกเช่นกัน พี่เองก็ขัดไม่ได้ในตอนนั้น เพราะว่ามันจะทำให้พี่และต้นต้องจากกัน และพี่เองก็ต้องเก็บเรื่องพี่กับต้นไว้อย่างเงียบๆ พี่โคตรอึดอัดเลยเขมตอนนั้น ”

                       “แต่มันไม่เท่าต้นหรอกพี่รุ้ “ พี่หมอภีมพูด

                       “พี่รู้ตัวว่าพี่เป็นใช่ไหมครับ ”

                       “ใช่ครับพี่เป็น พี่รู้ตัวและดังนั้นทางบ้านพี่เขาจึงต้องการให้พี่แต่งงานกับ..หมอที่เป็นรุ่นน้องของพี่อีกทีและพ่อกับแม่พี่รู้จักครอบครัวเธอดี” พี่หมอภีมพูด ผมพยักหน้าเบาๆ

                       “พี่เจอต้นเขาตอนที่พี่เรียนอยู่ปี 2 นะครับ อันที่จริงพี่ก็เคยเจอเข้าบ้างในมหา’ลัย ต้นเขาเป็นเดือนมหา’ลัยแต่พี่ไม่เคยคุยกันกับเขาเลยนะ จนกระทั้งวันนั้น วันที่พี่ไปทำธุระฝนหนักพอดีและ พี่ก็ยืนรอรถแท๊กซี่ซึ้งมันใกล้กับหอพักของต้นเขา และพอต้นเขาเห็นพี่เปียกเหมือนลูกหมาก็เลยให้พี่ขึ้นไปห้องพักเขาก่อนคืนนั้นพี่ก็ไม่ได้กลับหอพักพี่..และคืนนั้น..พี่คงไม่ต้องเล่ามั้งครับว่าเกิดอะไรขึ้นขึ้นระหว่างพี่กับต้น..” ผมก็คิดว่าไม่ต้องเล่าก็ได้มั้งครับ เพราะว่าถ้าเล่ามามันจะยาวไปนะครับคุณหมอ ผมยิ้มๆให้

                       “ตอนแรกพี่คิดว่าแค่อารมณ์มันพาไปแต่พี่กับต้นก็รู้จักกันมากขึ้นพี่เลยตัดสินใจย้ายจากหอพักในวิทยาลัยออกมาอยู่กับต้น..จะเรียกว่าเราคบกันแล้วก็ได้นะเราคบกันจนต้นเรียนใกล้จะจบปริญญาโท และจู่ๆ ผู้หญิงคนที่เคยเป็นแฟนต้นก็กลับมา ” พี่หมอภีมพูด คงหมายถึงพีเกศรินทร์แน่ๆ 

                       “พี่เกศรินทร์หรือเปล่าครับ”

                       “ใช่ครับเกศรินทร์ เขากลับมาหาต้นอีกครั้ง พี่ก็ไม่รู้ว่าเขากลับมาหาต้นได้ยังไง ทั้งที่ ต้นบอกกับเกศรินทร์ว่าเขาไม่ได้รักเธอแล้วเขาหมดรักเธอตั้งแต่ที่เธอทิ้งเขาไปแล้ว  ” พี่หมอภีมเล่าให้ผมฟัง

“และเหตุการณ์ที่ทำให้พี่เสียต้นไป คืนนั้นพี่ไม่รู้ว่าต้นออกไปกับเกศรินทร์ได้ยังไง วันนั้นพี่กับต้นมีเรื่องเข้าใจผิดกันและต้นก็หายออกไป พี่ได้รับข้อความให้ไปหาต้นที่โรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง และพี่ก็เจอต้นที่นั้นกับเกศรินทร์ พี่เจ็บปวดที่สุด พี่คิดว่าต้นเขาคงกลับไปหาแฟนเขาถาวรแล้วถึงได้มีอะไรกับเขา “  เรื่องราวเหล่านี้พี่ต้นไม่เคยบอกพวกผมมาก่อนเลย ผมค่อนข้างตกใจ
                       “พี่ก็ตัดสินใจไปเรียนแพทย์สาขาต่อที่เมืองนอก ไปเรียนหลังจากนั้นสามเดือน พี่กลับมาเยี่ยมคุณแม่พี่ คุณแม่พี่ป่วยและนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล และพี่ก็เจอบางสิ่งที่ผิดปกติ มันคือชาร์จคนไข้ที่ชื่อเกศรินทร์ ในโรงพยาบาลของพ่อพี่” พี่หมอภีมปภพพูด

                       “เกศรินทร์ มาพบแพทย์เธอให้เหตุผลว่าเธอต้องการวางแผนมีบุตรหลังจากแต่งงานทันที เธอต้องการฉีดยาให้ไข่ตก เพื่อให้พร้อมที่จะตั้งครรภ์ได้ในทันทีที่เธอสามารถมีอะไรกับต้น และเธอก็ขอให้แพทย์สั่งยาที่ทำให้ต้นมีอารมณ์ทางแพทย์กับเธอ “ ผมตกใจที่สุด

                       “พี่มารู้มันก็สายเกินไปเขม และและมันก็หลังจากที่ต้นแต่งงานกับเกศรินทร์ไปแล้วด้วย พี่ทำอะไรไม่ได้ ” พี่หมอภีมพูด ผมส่ายหัวเบาๆ ทำไมพี่เกศรินทร์ถึงทำแบบนี้กับพี่ต้น

                       “พี่ไม่โกรธต้นนะ พี่รักต้นแต่พี่เสียใจที่พี่ดูแลของรักพี่ไม่ดีพอ” พี่หมอภีมพูด ผมก็มองปนความตกใจ ถ้าอย่างนั้นพี่เกศรินทร์ก็ได้กับพี่ต้นโดยที่พี่ต้นไม่เต็มใจอย่างนั้นเหรอ เขาทำไม จนกระทั้งพี่เกศรินทร์ท้องและเคยคิดไหมว่าคนที่รับกรรมคือตาเอิร์ธนะ ผมเสียใจที่สุดแทนพี่ต้น แต่เรื่องนี้ยังไงผมก็ต้องให้พี่ผมตัดสินใจผมเองคงตัดสินในให้พี่ต้นไม่ได้ คงได้แค่รับฟัง

                       “ผู้หญิงคนนั้นเขาแย่งต้นไปจากพี่” พี่หมอภีมปภพพูด สีหน้าเขาเจ็บปวด ผมเองก็คิดว่าพี่ต้นก็คงเจ็บพอๆกับเขา แต่พี่ต้นก็ยังไม่อยากให้ผมบอกข้อมูลของพี่ต้นอยู่ดี

                      “อาหารที่สั่งได้แล้วค่ะ “ ผมสองคนต้องหยุดการสนทนาเพราะว่าอาหารมาเสิรฟแล้วแต่คนเสิรฟไม่ใช่คนเดิมเขาก็มองผมทั้งยิ้มๆก่อนจะเดินออกไป

                       “ตอนนี้ต้นเขาสบายดีไหม...พี่ไม่เจอเขามาเกือบสี่ปีแล้ว...หลังจากที่เขาแต่งงาน..กับ..”

                       “พี่เกศรินทร์”

                       “ทานก่อนเถอะครับเขม” พี่หมอภีมบอกผม ผมพักการสนทนาเพื่อทานอาหารตรงหน้าก่อนจนเรียบร้อย ผมยกแก้วน้ำขึ้นดื่มพี่หมอภีมก็ทานเสร็จเรียบร้อยเช่นกัน

                       “พี่ภีมครับ ผมมีเวลาคุยกับพี่แค่ยี่สิบนาที วันนี้คริสโตเฟอร์เขาประกวดแข่งขับร้องเพลงสากลนะครับเขาอยากให้ผมไปดูไม่อย่างนั้นจะ..”

                       “งอน..ครูเขมเหรอครับ...หึหึ ” พี่หมอภัมเหลือบมองและหัวเราะในลำคอ

                       “ตอนนี้ต้นเขาเป็นยังไงบ้างครับ...ไปอยู่ที่ไหนครับ...” พี่หมอด้าถามผม แต่ผมก็บอกพี่หมอไม่ได้จริงๆพี่ต้นสั่งไว้ ผมคงทำสีหน้ากะอักกะอ่วนใจ พี่หมอคงดูผมออก

                       “พี่มาหาเขาที่นี้นะ หลังจากที่เขาแต่งงานไม่นาน พี่อยากเจอเขา แต่พี่มาเจอเกศรินทร์แทน เกศรินทร์เขากำลังตั้งครรภ์อยู่ และเขาก็คงไม่ได้บอกต้น ตอนนั้นพี่กำลังจะบินไปเรียนต่อเมืองนอก พี่แค่อยากพูดคุยกับเขาครั้งสุดท้าย “

                       “แล้วทำไมพี่กลับมาที่นี้อีกละครับ” ผมถามพี่หมอภีมปภพ

                       “พี่มาเป็นหมอเพราะว่าพี่อาจจะเจอเขาอีกครั้ง พี่ไม่คิดว่าเขาจะย้ายไปเร็วขนาดนี้ ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ให้ครบ สี่ปีค่อยย้าย “ พี่หมอภีมปกภพพูด

                       “พี่ต้นย้ายด่วนนะครับ ผมไม่รู้นะครับว่าทำไม “

                       “ไม่เป็นไรครับ” พี่หหมอภีมพูดและพยักหน้าให้ผมว่าเขาเข้าใจผม

                     “พี่ยังรักต้น และนี้คือเหตุผลพี่เลือกมาเป็นหมอที่นี้ ทั้งที่พ่อของพี่มีโรงพยาบาลของตัวเอง แต่พี่เลือกมาเป็นหมอในโรงพยาบาลของรัฐเพื่อพี่จะได้เจอต้นอีกครั้ง พี่ยังรอเขา ” พี่หมอภีมพูด ผมก็ทำได้แค่นิ่งเงียบทำอะไรไม่ได้เพราะว่าพี่ต้นกำชับผมมาว่าห้ามบอกเรื่องพี่ต้นกับเกศรินทร์เลิกกันแล้ว

                       “พี่หมอครับผมขอโทษจริงๆนะครับที่ผม..”

                       “ต้นเขารู้เรื่องที่เขมเจอพี่แล้วใช่ไหมครับ”

                       “ครับ”

                       “เขาคงบอกให้เขมปิดเรื่องของเขาใช่ไหมครับ”

                       “เออ...คือ...”  ผมก็ไม่รู้จะบอกพี่หมอยังไงดีละ ผมเองก็เห็นใจคุณหมอและเคารพการตัดสินใจของพี่ชายผมเองด้วยเช่นกัน

                       “จะว่าไปพี่ก็มีคู่หมั้นอยู่แล้ว และผมก็คิดว่านี้คือเหตุผลที่พี่ต้นพยายามออกไปจากชีวิตพี่หมอด้วยเช่นกัน...ความรักนะไม่ได้ลงเอ่ยที่ได้อยู่ด้วยกันเสมอไปหรอกครับแต่ผมเชื่อว่าพี่ต้นยังรู้สึกดีกับพี่อยู่นะครับ” ผมพูดบอกพี่หมอภีม

“ใช่พี่ยอมรับว่าพี่มีคู่หมั้นที่เป็นหมอรุ่นน้องชื่อหมอดาวิกา แต่ตอนนี้พี่ถอนหมั้นหมอดาวิกาไปแล้ว พี่ไม่ได้รักหมอดาวิกา และต่อให้พี่ไม่มีต้นพี่ก็รักหมอดาวิกาไมได้ และพี่ก็คิดว่าจะไม่กลับมาอยู่ไทย พี่ทำงานเป็นหมอที่อังกฤษปีกว่า จนพ่อแม่ของพี่เข้าไปคุยกับพ่อแม่ของหมอดาวิกาขอยกเลิกหมั้นและพี่ถึงได้กลับมาไทยนี่แหละครับ ” พี่หมอภีมพูด
           “และอีกเหตุผลหนึ่งพี่ไม่อาจจะรักดาวิกาได้คือ เขารู้เรื่องที่เกศรินทร์จะทำกับต้นแต่เขาไม่คิดจะห้ามเธอ พี่เสียใจมากและพี่เองก็ทราบที่หลังจากที่ต้นแต่งงานไปแล้วปีกว่า” พี่หมอภีมปภพพูด สีหน้าเขาบ่งบอกได้ว่าเขารู้สึกผิด
           “หมอดาวิกาเธอสารภาพกับพี่เอง เธอรู้สึกเสียใจถ้าเธอห้ามเกศรินทร์ในวันนั้น มันก็คงไม่เป็นอย่างนี้” พี่หมอภีมปภพพูด ผมพยักหน้า ใช่แต่พี่ต้นก็คงไม่มีเอิร์ธด้วย แต่พี่ต้นเขารักเอิร์ธมาก มากจนยอมพี่เกศรินทร์ตลอดจนกระทั้งวันนั้นที่พี่ต้นทะเลาะกับพี่เกศรินทร์จนกถึงขั้นขอหย่า

                               “ฝากรูปนี้คืนเขาทีนะครับ…….ใจพี่ก็อยากเก็บไว้ แต่ในเมื่อต้นเขามีครอบครัวแล้ว พี่ว่าเขาน่าจะรักลูกเขามาก ต้นเขาเป็นคนรักเด็ก พี่เคยคิดนะว่าพี่อยากจะมีลูกกับต้น โดยวิธีทางการแพทย์ แต่ตอนนี้ต้นเขาคงสมหวังแล้ว เหลือแต่พี่….พี่คิดว่าจะอยู่คนเดียวแบบนี้  ” พี่หมอภีมพูดแบบนี้ เล่นเอาผมไปไม่เป็นเลย รู้สึกหน่วงๆขึ้นมาทันที แต่ผมคงทำได้แค่รับฟังไว้และผมก็เก็บรูปที่พี่หมอฝากคืนพี่ต้นเอาไว้ ผมเหลือบไปมองเวลา แย่แล้วผมอาจจะไปไม่ทัน เพราะว่าผมเองก็ไม่รู้ว่าพ่อตัวดีของผมจะขึ้นร้องรอบไหน

           Rrrrrrr มือผมดังขึ้นผมเหลือบมองเบอร์คริสโตเฟอร์นี้ คงจวนจะได้เวลาแข่งขันแล้วด้วย

                       “แฟนโทรตามเหรอครับ”

                       “ครับพอดีว่าเขามีแข่งขันร้องเพลงและทำพิธีปิดสัปดาห์ภาษาอังกฤษวันนี้ผมต้องไปแล้วครับพี่หมอผมขอโทษจริงๆนะครับที่ผม....ช่วยพี่ไม่ได้ เพราะว่า..ผมตัดสินใจแทนพี่ต้นไม่ได้จริงๆ ผมหวังว่าพี่คงเข้าใจผมนะครับพี่หมอ” ผมหันไปพูดกับพี่หมอภีมปภพ เขาก็พยักหน้าให้ผมพร้อมรอยยิ้ม

                       “ผมไปก่อนนะครับพี่หมอ...เออ...มีอะไรก็โทรหาผมนะครับ...ผมยินดีในบางเรื่อง” ผมพูดลุกขึ้นทำท่าจะเดินออก

                       “แต่ผมเข้าไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวพี่ต้นไม่ได้จริงๆ  ผมขอโทษนะครับพี่หมอ” ผมพูดและทำท่าจะลุกขึ้นก่อนที่ไปไม่ทันเอา

                       “ตอนนี้พี่ต้องกลับไปเป็นหมอที่โรงพยาบาลพ่อของพี่ พี่หวังว่าจะได้มีโอกาสเจอเขมอีกครั้งนะพี่ไม่เคยเจอน้องชายของต้นแต่พี่เคยเห็นแต่ในรูปถ่ายที่เขาให้พี่ดูนะครับพี่ก็พอจะเดาโครงหน้าเขมได้ไม่ต่างจากตอนเด็กๆมากหนัก” พี่หมอด้าพูด ผมหันไปยิ้มให้พร้อมกับรีบเดินออกมาจากร้านอาหาร

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-10-2020 07:30:12 โดย Tanthai23 »

ออนไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0

EP.30.1 ครูเขมชาติ X คริสโตเฟอร์  เมื่อคริสทำให้ครูเขมหึง

KissKhem : พี่เขมอยู่ไหนอะ
My love : พี่กำลังบึ่งรถไปคริส พี่ขับรถอยู่นะเดี๋ยวค่อยคุยกันคริส
KissKhem : ผมจะขึ้นเวทีแล้วเนี๊ยะพี่เขม (หน้าบึ่งมาให้ทันที)
My love : พี่รีบอยู่แค่นี้นะ
                 

               ผมส่งข้อความสุดท้ายก็รีบวางมือถือลงและขับรถบึ่งตรงไปโรงเรียนทันทีเหลือบมองเวลาจะทันไหมเนี๊ยะ! ผมขับมาแบบเร็วพอสมควรแต่ก็เสี่ยงเหลือเกินที่ผมจะโดนใบสั่ง ระหว่างใบสั่งกับโดนพ่อตัวดีทำโทษผม ผมก็ขอเลือกโดนใบสั่งครับ ไม่กลัวเท่าไหร่เลยครับครูเขมชาติ พอมาถึงโรงเรียนผมก็รีบนำรถเข้าจอดและรีบตรงไปที่หอประชุมทันที ไม่มีนักเรียนอยู่บนชั้นเรียนแล้วคงเข้าไปที่หอประชุมกันหมดแล้ว

         “ครูเขม” ครูลินดาเรียกผมพร้อมหันมามองหน้าผม

         “คริสโตเฟอร์ขึ้นร้องเพลงหรือยังครับ” ผมถามครูลินดาปนด้วยอาการหอบเหนื่อยจากการวิ่งมาจากที่จอดรถ

         “ยังคะเขาขอเลื่อนออกไปก่อนคงรอครูนะคะ....หายไปไหนมาคะครูเขม” ครูลินดาหันมาถามผม

         “ผมเอาเอกสารเรื่องการขอทุนไปยื่นศาลากลางนะครับและ..แวะทานข้าวด้วยนะครับ” ผมตอบครูลินดาเธอก็พยักหน้าเบาๆ ผมเห็นคริสโตเฟอร์นั่งอยู่ ผมก็ยื่นโบกมือให้เขา คริสโตเฟอร์หันมามองผมทำท่าทีดีใจ

         “คราวนี้ถึงคิวเราแล้วคริสโตเฟอร์” พิธีกรบนเวทีเรียกนายคริสโตเฟอร์ เขาก็หยิบกีตาร์ขึ้นไปด้วย ผมไม่เห็นเขาเล่นนานแล้วนะกีตาร์นะ คริสโตเฟอร์ขึ้นไปนั่งที่เก้าอี้ ทุกคนก็เงียบกันหมด ผมเองก็ยืนลุ้นด้วยรอบนี้ผมไม่ได้เป็นกรรมการให้คะแนนมีครูและครูลิมา ครูสมชายและครูถาวร คริสโตเฟอร์กำลังแต่งสายกีตาร์

         “สวัสดีครับ ผมนายคริสโตเฟอร์ ริซโซ เป็นตัวแทนม.4/1 จะออกมาร้องเพลง โฟโต้กราฟ ของเอ็ด ซีแลน ”
       “เพลงนี้ผมไม่เคยร้องที่ไหนมาก่อน และไม่เคยคิดว่าจะได้ร้องเพลง เพราะว่าทุกความหมายของเพลงมันทำให้ผมคิดถึงใครคนหนึ่งที่ผมรอให้เขากลับมาหาผมทั้งที่ผมไม่เคยคิดที่จะรอเขาคนนั้น  จนกระทั้ง ผมได้เจอ ใครคนหนึ่ง คนคนนี้ได้เข้ามาเยียวยาและลบภาพอดีตที่เลวร้ายและทำให้ผมได้คิดใหม่ ว่าผมควรจะ  ” คริสโตเฟอร์พูดออกไมล์ ผมก็ยืนกอดอกอมยิ้มให้เขา คริสโตเฟอร์มองมาที่ผมและเขาก็ยกกีตาร์ขึ้นมา

                  “วี้ด..วิว!!!..” เพื่อนๆในกลุ่มเขาและทีมบาสเก็ตบอลพากันส่งเสียงเชียร์ ผมเห็นพวกนายกายที่ยืนกอดอกมอง

                   “วี้ดวิว!!!” แค่เสียงกีตาร์ก็มีคนโห่แล้วเพราะว่ามันเพราะมาก   
Loving can hurt, loving can hurt sometimes
But it’s the only thing that I know,,,,,,,,,,,,
                       และทันทีที่เขาขึ้นประโยคแรกทุกอย่างเงียบทันที ผมยืนกอดอกฟังเพลงที่เขาบอกว่าไม่เคยร้องมาก่อนมันฟังเหมือนเขาร้องมาหลายครั้งแล้วนะเพราะไม่ว่าจะสำเนียงคีย์แทบไม่มีผิดเพี้ยนเลยและแอ๊คเซนที่เป๊ะเวอร์ เนื้อหาของเพลงมันสื่อได้สองแง้ คือเขารักและคิดถึงพ่อของเขาผู้ที่เคยให้สัญญาว่าจะมาหาเขา และอีกแง่มุมเขาอาจะร้องให้ผม เพราะผมกำลังเข้าไปอยู่ในเมมโมรี่ของเขาแล้วเช่นกัน
Loving can heal, loving can mend your soul
And it’s the only thing that I know, know
I swear it will get easier,
Remember that with every piece of you
And it’s the only thing we take with us when we die
การรักใครซักคนจะเป็นการช่วยเหยียวยา ช่วยถนอมรักษาจิตวิญญาณของคุณ
และมันก็เป็นสิ่งเดียวที่ผมรู้
ผมให้สัญญาเลยว่ามันจะง่ายขึ้นเรื่อยๆ
จะจดจำทุกๆ สิ่งเอาไว้ทุกๆ อย่างที่เป็นคุณ
และมันก็เป็นสิ่งเดียวที่จะเราจะนำไปได้ในยามที่เราหมดลมหายใจ
-
-
-
When I’m away, I will remember how you kissed me
Under the lamppost back on Sixth street
Hearing you whisper through the phone,
“Wait for me to come home.”
แต่พอผมได้ฟังประโยคท่อนสุดท้าย ทำให้ผมแอบใจหายไม่ได้ เพราะว่าถ้าวันที่เราต้องอยู่ไกลกันละ ทำได้แค่โทรคุยกันและเฝ้ารอให้เขากลับมา ผมจะทำใจได้ไหม คิดแล้วน้ำตาซึมเหมือนกัน

                  “ครูเทรนดีนะคะ นี้ขนาดครั้งแรกของเขาที่ร้องเพลงสากลเขายังทำได้ขนาดนี้ ...พี่เชื่อแล้วคะว่าครูเก่งจริงๆ “ ครูสุมณฑาหันมาพูดชมผม ผมเองก็ภูมิใจในตัวเขามากจริงๆ นับตั้งแต่วันแรกที่ผมเจอเขา เขาบอกว่าเกลียดภาษาอังกฤษไม่อยากเรียนไม่อยากสนใจไม่อยากพูดไม่อยากฟังแต่วันนี้เขาก้าวกระโดดไปเร็วจริงๆ คริสโตเฟอร์ร้องจนจบเพลง เสียงตบมือดังสนั่นห้องประชุม ดังมากจริงๆ

                  “ขอบคุณครับสำหรับเสียงปรบมือให้ผม เพลงนี้ผมตั้งใจมากที่จะร้องให้...พ่อ..ทูนหัวของผม” นายคริสโตเฟอร์

                  “วี้ด..วิวววว” ดังมากกว่าเดิมอีก ผมนั้หันไปมองรอบๆเพราะว่าทุกสายตาหันมามองผมกันหมดเลยครับ (แอบคิดในใจ จะเรียกพ่อทูนหัวทำไมอายเขา)
                 
                  “นี้ครูเลื่อนตำแหน่งอีกแล้วเหรอครับครูเขม!!!” ครูโจ้ที่ยืนอยู่ด้านหลังผม ผมหันไปมอง ครูโจ้มาถูกจังหวะตลอด

                  “ผมยังเป็นครูตำแหน่งเดิมครับครูโจ้”ผมหันพูดแต่ครูโล้เหล่ตามองผม ครูลินดาและครูถาวรก็ขำผมอีก

                  “แล้วตำแหน่งพ่อทูนหัวละครับ”ครูโจ้ถามผม

                  “เออเป็นครูนี้อาชีพหลักครับผม แต่พ่อทูนหัวงานเสริมครับครูโจ้” ผมพูดแต่กระซิบกับครูโจ้นะ ครูโจ้นี้สะดุ้งขนรุกทันที

                  “อยากเป็นแม่ทูนหัวอะคะพี่คริสสสสสส” นักเรียนหญิงพากันตะโกน ผมหันไปมองมีแต่คนยกมือสาวๆ

                  “ครู...คู่แข่งเยอะนะครูนะ” ครูโจ้อีกแล้ว ผมชะเง้อมองพ่อตัวดี เดี๋ยวก่อนนะสงสัยคืนนี้ครูเขมต้องทำโทษในฐานะที่ทำให้ผมหึง!

                  “เอาละครูจะปล่อยให้ไปพักดื่มน้ำ ปัสสาวะกันได้”  ครูสมชายทำหน้าที่พิธีกรวันนี้ แกพูดรัวไปหน่อย

                  “ฮาๆ “ นักเรียนพากันหัวเราะตรงดื่มน้ำ ปัสสาวะนี้แหละ

                  “แม้..พวกเธอนี้ ...ใครอยากส่งใบสมัครไปยื่นหลังเวที ..เอาละ ตอนนี้ไปพักดื่มน้ำและ ไปเข้าห้องน้ำกันให้เรียบร้อยก่อนจะมาฟังคะแนนว่าห้องไหนได้รางวัลปีนี้และทำพิธีปิดสัปดาห์ภาษาอังกฤษ “ ครูสมชายพูดออกไมล์ ผมเห็นนายกายเดินออกไปพร้อมกับอั๋นแต่ไม่มีนายเอก ผมคิดว่าคงแตกหักเพราะนายเอกไปรับผิดชอบกี้แล้วแหละ ผมก็รีบหันหลังเดินตามออกไปทันที ผมออกมานอกหอประชุม

                  “กาย” ผมเรียกนายกาย เขาถอนหายใจก่อนจะหันมามองผมแบบไม่สบอารมณ์หนัก

                  “คราวนี้เธอรู้ใช่ไหมว่า ครูไม่ได้บวกคะแนนพิสวาสใดๆ เขาทำได้ด้วยตัวของเขาเอง...นายคริสโตเฟอร์นะ” ผมพูด นายกายก็รีบเดินออกทันที  เขาไม่ได้หันมาโต้ตอบผม

                  “ทำไมพี่มาช้าจังอะ” เสียงมาจากด้านหลังบ่งบอกได้ว่ากำลังงอน ผมหันมามองหน้า คริสโตเฟอร์

                  “พี่ขอโทษ...แต่..พี่ภูมิใจในตัวเรานะคริสทำได้ดีมากวันนี้...”

                  “รู้มั้ยว่าผมตั้งใจร้องเพลงนี้ให้พี่เขมนะ.และ..”

                  “ให้พ่อของเราด้วยใช่ไหม และนี่คือสัญญาณที่ดี นายเปิดใจแล้วคริส นายพร้อมแล้วที่จะเจอเขา “ ผมพูดและหันมามองหน้าคริสโตเฟอร์ที่ยืนตรงหน้าผม แม้เราจะต้องคงไว้ซึ้งครูกับนักเรียนในเขตโรงเรียนก็ตาม ผมก็อยากจะโผ่กอดเขาแน่นๆแต่ต้องเอาไว้หลังเลิกเรียน

         
                  “ผมได้ยินตอนที่ดีเจคลื้นวิทยุหนึ่งเปิดนะ...และความหมายมันก็ดีโดนใจอะ..” คริสโตเฟอร์พูด ผมมองคนตรงหน้าพยักหน้าเบาๆ

                  “ผมชอบท่อนที่บอกว่า ผมให้สัญญาเลยว่ามันจะง่ายขึ้นเรื่อยๆ จะจดจำทุกๆ สิ่งเอาไว้ทุกๆ อย่างที่เป็นคุณ และมันก็เป็นสิ่งเดียวที่จะเราจะนำไปได้ในยามที่เราหมดลมหายใจ และผมก็คิดแบบนั้นกับพี่จริงๆนะพี่เขม” คริสโตเฟอร์บอกผม มันซึ้งไหมแต่มันทำให้ผมอึ้งจนพูดไม่ออกมัน มันดีใจ

                  “คืนนี้ต้องให้รางวัลผมนะพี่เขม” คริสโตเฟอร์พูดผมก็ยืนอมยิ้ม แต่ผมทำท่าคิดก่อนนะ

                  “พี่ว่าเปลี่ยนจากรางวัลเป็น...ให้พี่ทำโทษจะดีกว่า” ผมก้มลงกระซิบทำเอาคนที่ผมกระซิบทำหน้าเหวอไปเลย

                  “ผมทำอะไรผิดอ่ะพี่เขม” นั้นยังมาถามอีก

                  “ดูซิ คนอยากสมัครเป็นแม่ทูนหัวนายเกือบครึ้งโรงเรียนเลย ดังนั้น นั้นแปลว่านายทำให้พี่หึง ทำโทษคืนนี้ “ ผมพูดและชี้หน้า คริสโตเฟอร์หันไปมองสาวๆที่ยิ้มน้อยยิ้มให้คริสโตเฟอร์ และเขาก็คงรู้ชะตา

                  “ทีพี่นายยังทำโทษ คราวนี้ตานายแล้วที่จะโดนพี่ทำโทษ “ ผมพูด คนที่ได้ยินถึงกับขมวดคิ้ว

                  “ไม่น่าพูดออกไมล์เลย “ คริสโตเฟอร์แอบหันหลังพูดเบาๆ ผมเลิกคิ้วมองว่าผมนะฟังอยู่นะ

                  “ไปหาเพื่อนได้แล้ว...และพรุ่งนี้ค่อยกลับบ้านกันนะพี่อยู่เวรโรงเรียนและวันอาทิตย์เราก็ไปเรียนพิเศษ” ผมบอกคริสโตเฟอร์

                  “เรากลับวันไหนอะพี่เขม”

                  “หึ ...คริส” ผมหันมาดุเพราะว่าเขาชอบเผลอเรียกผมว่าพี่

                  “เราจะกลับวันไหนเหรอครับ ครู” นั้นค่อยดีขึ้นมาหน่อย

                  “วันจันทร์หยุดนี้คริส ...” ผมก็พยักหน้าใช่ซิวันหยุดชดเชย ชวนไปไหนดีน่ะ ผมทำท่าคิด

                  “คืนวันอาทิตย์เราไปนอนแค้มป์กันนะพี่เขม พวกไอ้อาร์ทมันชวนนะ...บรรยากาศดี้ดี..น่า....” คริสโตเฟอร์พูด หยักคิ้วคิดทะลึ้งแน่ๆ เลยเอนตัวเข้ามาหาผมเหมือนจะกระซิบแต่

                  “โอ้ยยย” ร้องลั่นไปเลย ผมหยิกพุงเข้าไปหนึ่งทีและรีบเดินออก เด็กอะไรนะทะลึ้งตลอดเวลาแถมยังชวนให้ผมเป็นไปด้วยอีกนะ

                  “หยิกผมทำไมอะครู ครูห้ามทำร้ายลูกศิษย์ดิ ไม่น่ารักเลยนะ เจ็บด้วยเนี๊ยะ!” คริสโตเฟอร์พูดและเอามือลูบพุ่งที่โดนผมหยิก

                  “ก็นายทะลึ้ง...รักษาสภาพหน่อยเธอเป็นนักเรียน พี่เป็นครู” ผมหันมาพูดเชิงดุกับคนที่เดินตามผมต้อยๆ

                  “ผมทะลึ้งตรงไหน...บรรยากาศหน้านอนดูดาวเพราะตรงนี้เป็นทุ้งกว้างต่างหาก...ครูคิดเองหรือเปล่าที่ว่าทะลึ้งนะ” นายคริสโตเฟอร์พูด  ผมหันมามองจริงนะ ผมคิดเองแอบเกาหัว นี้ผมหื่นตามหมอนี่ไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

                  “นายนี่นะ...ไปหาเพื่อนได้แล้ว” ผมพูดยิ้มๆให้คริสโตเฟอร์

                  “ตกลงไปนะผมจะได้บอกไอ้อาร์ท ให้มันเตรียมถุง...” ผมสะบัดหน้าไปมองอีกแล้วเหรอ นายนี้ผมบอกให้สำรวมไง

                  “ถุงนอน เพราะว่ามันหนาวพี่เขม...ฮาๆ อันนี้ครูคิดอีกแล้วดูหน้ารู้เลย ฮาๆ”คริสโตเฟอร์ ทำเอาผมหมดคำพูดเลย แต่ก็อดขำตัวเองไมได้เลยจริงๆ

                  “เราไปกันนะครูเขม”

                  “อืม” ผมตอบคริสโตเฟอร์ ก่อนที่เขาจะวิ่งออกไปหาเพื่อนที่ยืนรออยู่ตรงร้านขายน้ำของโรงเรียน วิ่งไปเล่นกับเพื่อนๆ บางที่ก็ใจหายนะถ้าคริสโตเฟอร์ต้องไปเรียนที่อื่นก่อนเพื่อนและเพื่อนอย่างโป้ง ปันปัน อาร์ทและโจ เรียกได้ว่าเพื่อนตายเลยก็ว่าได้แม้ว่าจะอยู่คนละห้องก็ตาม แต่ด้วยความสามัคคีจากการที่พวกเขาคลุกคลีเล่นบาสเกตบอลมาด้วยกัน

                  ผลคะแนนการแข่งขันออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ม.4/1 ปีนี้ได้คะแนนไปหลายอย่าง แข่งขันตอบปัญหา แข่งขันร้องเพลงและแข่งขันเล่านิทานภาษาอังกฤษ ทุกคนดีใจกันใหญ่โดยเฉพาะคริสโตเฟอร์ ตั้งแต่เขาได้เข้าเรียนมาไม่เคยร่วมกิจกรรมวิชาการเลยมแต่เล่นบาสเกตบอลเท่านั้นเองนี้ผมก็เลยต้องพากันไปทานข้าวข้างนอก มีโป้งและปันปัน อาร์ทและโจและแก้มอีกคนผมเลี้ยงขอบใจที่ช่วยให้ผมหาเหตุผลปกป้องโป้งกับปันปันไว้ได้พอทานเสร็จก็แยกย้ายกันกลับบ้าน อาร์ทและโจ้อาสาไปส่งแก้มที่บ้านให้ ส่วนโป้งและปันปันก็กลับบ้านพักตัวเองพรุ่งนี้ทั้งคู่จะกลับบ้านกัน ที่จริงจะกลับกันคืนนี้แต่ผมไม่แนะนำเพราะว่ามันค้อนข้างมืดและอันตรายในการขับรถ

         “ครูเขมครับ” โป้งเรียกผมและส่งกล่องที่ผมสั่งไว้ใส่มือผมก็รีบเก็บใส่กระเป๋ากางเกงทันที

         “ขอให้สนุกนะครับครู....” โป้งตะโกนบอกผมและหันหลังเดินขึ้นบ้านพักกับปันปันไป ผมก็เข้ามานั่งในรถ คริสโตเฟอร์มองผม แต่ผมก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ จนรถเก๋งขับมาจอดที่บ้านพักต่างพากันเดินขึ้นบ้าน ผมแอบคิดในใจ คืนนี้มี่รางวัลพิเศษ ตั้งแต่แตกเนื้อหนุ่มมา นี้คือครั้งแรกที่เขมจะคิดทำแบบนี้

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-10-2020 07:36:38 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
     EP.30.2 ครูเขมชาติให้รางวัลและความจริงจากพี่ก้องเรื่องพี่ต้น NC18+


           “พี่เขมไหนรางวัลอะ” คริสโตเฟอร์ถามผมขณะที่ยืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า ผมเดินเข้าไปทางด้านหลังพร้อมกับสวมกอดเขาจากด้านหลัง ผมฝังจมูกลงที่ซอกคอ

         “เอาเลยเหรอ...”ผมถามปลายจมูกก็ซุกไซ้ไปทั่วจนคนตรงหน้าผมเริ่มเคลิ้ม มือผมก็เอื้อมไปดึงชายเสื้อในกางเกงนักเรียนออกมา คนที่ยืนอยู่เอียงใบหน้ามาหาผม ผมก็ประกบปากจูบทันที คริสโตเฟอร์หมุนตัวมาหาผม ช่วยปลดกระดุมเสื้อให้ผม
         
         ผมก็ปลดกระดุมเสื้อนักเรียนคนตรงหน้าเช่นกัน บทรักเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ กางเกงนักเรียนล่วงลงไปอยู่พื้น ผมรีบพลิกให้คริสโตเฟอร์ลงไปนอนที่เตียงเขาก็จัดการสะบัดกางเกงนักเรียนออกไปให้พ้นทาง ส่วนผมก็ถอดเสื้อเชิ้ตออกอย่างรวดเร็วและปลดเข็มขัดกางเกงสแล๊คตัวโปรดและถอดมันออกไปอย่างรวดเร็ว

         “หมับ” ผมรีบขึ้นไปค่อมร่างคริสโตเฟอร์เอาไว้ ประกบจูบริมฝีปากหนาอวบอิ่มนั้นทันที มือก็จับแขนคนที่นอนอยู่เบื้องล่างขึงไว้ ปากก็ไซ้ไปทุกซอกทุกมุมจนคนที่นอนถึงกับดิ้นส่ายไปมา

         “นี้คือรางวัลผมเหรอพี่เขม”คริสกระดกหัวขึ้นมาถามผม ขณะที่ผมกำลังไล่ไปจนถึงหน้าท้องของเขาผมก็ดึงกางเกงยืดปราการสุดท้ายออกไปเผยให้เห็นแกนกายที่แข็งรออยู่ภายในตั้งแต่ผมเริ่มเร้าโรมแล้วซินะ

         “ใช่...นี้แหละรางวัล...พี่จะจัดให้ถึงใจเลยและนี่ก็คือการทำโทษไปพร้อมๆกัน ด้วย ข้อหาที่ทำให้พี่หึง ” ผมพูดและดันคนที่นอนกระเทิบไปกลางเตียง ผมจัดการแกนกายที่แข็งชูชันรอรับริมฝีปากบางๆของผม ผมเหลือบตาขึ้นไปมองคริสโตเฟอร์กำลังหลับตาพริ้มอย่างมีความสุขกับรสลิ้นที่ผมปรนเปรอให้ ผมหยุดทำและผมก็แหวกขาของคริสโตเฟอร์ออก ไม่ได้ล้างให้นานแล้วซินะ ผมก็จัดการล้างตู้เย็น

           “อ๊ะ..พี่..เขม..อ๊าห์..” คริสโตเฟอร์สะดุ้งสุดตัวและทำท่าจะดันตัวออกแต่ผมยึดไว้และจัดการเกร็งลิ้นให้แข็งเพื่อทำการล้างตู้เย็นให้คนที่นอนเขาดิ้นส่ายไปมา

         “โอ้ว...ซี้ด...พี่เขม...เสียว...อื้มมมมม”

           “อย่าดิ้นซิที่รัก...อีกนิด..” ผมพูดและขำคนที่ดิ้นยันตัวจะหนีผมเพราะทนไม่ไหว ผมทำการล้างตู้เย็นอยู่พักหนึ่งถึงได้หยุด มองคนที่หน้าตาเหยเก พอผมหยุดเขาก็นอนแผ่หายใจหอบพร้อมกับกระดกหัวขึ้นมามองที่ผม

             “พี่ทรมารผมชัดชัดเลยอะ” คริสโตเฟอร์พูดปนหัวเราะ ผมเลื่อนตัวขึ้นไปหาเขาและจัดการลุกไปหยิบเจลหล่อลื้นกับถุงยางมาสวมใส่ ผมเดินกลับไปที่ตรงปลายเท้าของหนุ่มที่นอนรอผมอยู่ จัดการจับขาตั้งขึ้น และผมก็ใช้นิ้วสอดใส่เข้าไป

            “อู้ยยยย” เสียงครางออกมาทันทีที่นิ้งสำผัสด้านใน

             “อ๊ะๆ ..พี่เขม..” ผมเพิ่มเป็นสองนิ้วและสามนิ้ว ขยับเข้าออกจนเริ่มรู้สึกว่าเขาพร้อมแล้วที่รับของผม ที่พองโตแม้จะไม่ใหญ่มากก็ตามแต่ความยาวนะสู้ได้อยู่แล้ว ผมจัดการขึ้นไปนั่งยองๆ และสอดสิ่งนั้นเข้าไปทันที ช้าๆ เนิบๆ คนที่นอนอยู่ถึงกับจิกผ้าปูที่นอนและผมก็ดันพล้วดรวดเดียว

            “อ๊ะ...พี่เขม...ซี้ด...” เสียงครางเริ่มดัวขึ้นเรื่อยเมื่อผมเริ่มขยับตัวและเร่งสปิดเร็วขึ้น จนเริ่มเริ่มคุ้นเคยผมก็นำแกนกายของผมไปสอดใส่ค่อยๆดันเข้าไปที่ละน้อย คนที่นอนก็ทำหน้าตาเหยเกไป ไม่นานก็เข้าไปจนสุดผมก็จัดการจับขาให้มาที่ขอบเตียงและก็ซอยไม่ยั้งเลย

              “อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊ะ...พี่เขม...อู้ยย...” เสียงร้องครางไม่ขาดสายของคนที่นอนและผมก็พลิกร่างนั้นให้อยู่ในท่าโกงโค้งแบบท่าหมาและสอดใส่เข้าไปอย่างรวดเร็ว

               “ชอบไหมที่รักนี้พี่กำลังให้รางวัลอยู่นะ” ผมพูดไปซอยไปด้วย

              “ก็ชอบนะซี้ด..แต่ถ้าพี่ให้ผมกดนะ...ผมจะแฮปปี้กว่านี้...อ๊ะ...อ๊ะ...ซี้ด...โอ้ว..พี่เขม....จะไม่ไหวแล้วอะ”

                  “จริงเหรอ..ปล่อยเลย...พี่ยังอีกยาวไกล” ผมพูดคนที่นอนกระดกหัวขึ้นมามอง ผมหยักคิ้ว

                  “อย่าบอกนะว่าพี่เอาผมคืนวันนั้นนะ...พี่เขม!!” ที่นอนเบื่องล่างผมร้องถามผมเสียงหลงเลย

                  “อืมม...” ผมพยักหน้าก็อยากใช้ตัวช่วยนิ ต้องเจอเหมือนกันและไม่นานคนที่นอนก็พุ้งเต็มหน้าท้องตัวเองและของผมเช่นกัน ผมจัดการให้เขาได้พักแปบหนึ่งและก็ต่อเลยและสุดท้ายผมได้กดไปสามยก ตอนแรกนึกว่าจะแค่สองยกแต่นี้กดไปสามเลย ทำเอาคนที่โดนกดหลับปุ๋ยไปเลย ส่วนผมเองก็ยังนั่งเช็คอิเมลและเปิดหาดูแนวขอสอบ GED ให้คริสฝึกทำข้อสอบ ผมเหลือบมองเวลายังไม่หกโมงครึ้งเลยเดี๋ยวสักพักค่อยปลุกมาทานอาหารเย็นดีกว่า

                  Rrrrrr มือถือผมดังขึ้น ผมหยิบมาดูเป็นเบอร์ของพี่ก้อง ไม่ได้คุยกันนานเลย พี่ก้องบอกว่าไปแม่ทัพภาคไปประชุมประเทศเพื่อนบ้าน นี้คงเพิ่งจะกลับมา

         “สวัสดีครับพี่ก้อง” ผมกดรับสาย

         “เป็นไงบ้างเขม...ความรักหวานชื้นเลยอะดิไม่โทรมาปรึกษาพี่เลยนะ” พี่ก้องมาพอรับสายได้ก็แซวทันทีเลย

         “ก็เห็นพี่ก้องบอกว่าไปกับท่านแม่ทัพภาคผมเลยไม่อยากโทรไปกวนนี้ครับพี่ชาย...ว่าแต่พี่กลับมาแล้วเหรอ”

         “กลับมาได้สองวันแล้วยังยุ่งๆอยู่กำลังจะย้ายที่ตั้งฐานนะ....”

         “พี่นครินทร์เป็นยังไงบ้าง” ผมถามถึงพี่นครินทร์

         “สบายดีนี้รินทร์เพิ่งจะกลับบ้านเพราะว่าที่บ้านให้กลับไปเตรียมงานที่จริงที่บ้านให้เขาย้ายกลับตั้งแต่ต้นเดือนแล้วแหละแต่..”

         “พี่รินทร์ไม่อยากกลับบ้านเรียกได้ว่าไม่อยากไปเห็นงานแต่งตัวเอง”

         “อืม..เห็นแบบนี้ดื้อเงียบเหมือนกัน” พี่ก้องพูดป่นหัวเราะ

         “พี่ก้องเสียใจไหม...ผมถามตรงๆ”

         “เสียใจดิเจอคนที่ใช่แต่ดันเจอในเวลาที่ผิดทำไงได้ละวะเขม” พี่ก้องพูด ผมไม่อยากจะคิดเลยถ้าเป็นผมละจะเข้มแข็งได้เท่ากับพี่ก้องไหมคงทำไม่ได้แน่ๆ

         “พี่ก้อง..พี่ก้องรู้เรื่องพี่ต้นไหม...ตอนสมัยที่พี่ต้นเรียนมหาวิทยาลัยนะ” ผมถามพีก้อง พี่ก้องเงียบไปสักครู่

         “ถามทำไมละเขม” พี่ก้องถามผมกลับ

         “คือเออ..ผม...ไปซ่ากับกลุ่มเด็กแว้นที่จะทำมิดีมิร้ายนักเรียนของผมจนได้แผล”

         “อ้าวเฮ้ย!...เขาให้ไปเป็นครูนะไม่ได้ให้ไปเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฏ์ หาเรื่องชัดชัดเลยนะเรานะ” พี่ก้องพูดแต่น้ำเสียงบ่งบอกว่าหัวเราะผมซะมากกว่าไม่เหมือนพี่ต้น พี่ต้นนี้ออกแนวดุเลย และผมก็เป็นน้องคนเล็กที่โดนพี่บ่นจนเป็นเรื่องปกติไปซะแล้ว

         “พี่ก้องอะ..ผมก็ช่วยได้เล็กๆน้อยแต่พอดี..มีพระเอกขี่ม้าขาวไปช่วย..คริสโตเฟอร์นั้นแหละเลยได้มาแค่แผลมีดคัทเตอร์บาดและผมก็ไปทำแผลที่โรงพยาบาล เมื่อวันจันทร์นะพี่ก้องผมไปล้างแผลมาผมเจอคุณหมอภีมปภพ”

         “เขารู้จักกับพี่ต้นและวันนี้เขาก็นัดผมออกไปคุยนะพี่ก้อง” ผมพูดบอกพี่ก้อง

         “ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะพี่ก้องว่าพี่ต้นจะ”

         “พี่ไม่รู้หรอกนะว่าพี่ต้นเป็นไหม ..เพราว่าพี่ต้นก็มีแฟนเป็นผู้หญิงมาตลอดนายก็รู้นิ จนกระทั้งพี่ต้นเจอพี่เกศรินทร์ พี่รู้ว่าพี่ต้นกับพี่เกศรินทร์ก็คุยกันเหมือนจะคบกันนะ “พี่ก้องพูด ตอนนั้นผมเริ่มเทียวไปเทียวมากับประเทศออสเตรเลีย ผมไปเรียนระยะสั้นๆกับพ่อที่นัน ผมเลยไม่เคยรับรู้เรื่องนี้มาก่อน

                  “และจู่ๆ เกศรินทร์ก็หายไปจากพี่ต้น แต่พี่ว่าพี่ต้นอาจจะไม่ได้พี่รักเกศรินทร์หรอกมีแต่พี่เกศนั้นแหละที่คิดเองเออเอง และจู่เกศรินทร์ก็หายไปจากพี่ต้น และพี่ต้นก็เรียนหนักด้วย”พี่ก้องบอกผมใช่พี่ต้นเรียนรัฐศาสตร์นี้ต้องหนักในเรื่องการอ่านอยู่แล้ว

                  “พี่หมอภีมเขาบอกว่าเขาคบพี่ต้นตั้งแต่พี่ต้นเรียนอยู่ปีสองแล้วนะพี่ก้อง” ผมพูด

                  “ใช่พี่รู้ พี่เคยเจอพี่ก้องกับพี่หมอเขาไปดูหนังด้วยกัน ตอนนั้นพี่ไม่ได้บอกใครเพราะพี่คิดว่าพี่ต้นยังไม่พร้อม” พี่ก้องพูด

                  “พี่ต้นกับพี่หมอภีมนะเขาคบกันจนกระทั้งพี่ต้นใกล้จะจบปริญญาโทและพี่ต้นก็สอบปลัดอำเภอติดอีกด้วย” พี่ก้องพูด

                  “พอทางบ้านพี่หมอเขารู้เรื่องพี่ต้นกับพี่หมอภีม เขาก็เรียกพี่ต้นไปคุยนะ พ่อพี่หมอภีมนะ และทางบ้านพี่หมอภีมก็ประกาศหมั้นระหว่างหมอภีมกับว่าที่คุณหมอดาวิกาผ่านข่าวสังคมไฮโซทันที“ ผมก็ต้องอึ้ง ผมว่าพี่ต้นคงเสียใจน่าดู

         “และเกศรินทร์ก็กลับมาหาพี่ต้น พี่ไม่รู้ว่าทำไมทั้งที่พี่เกศเดินออกไปจากชีวิตพี่ต้นแล้วนะ แต่ว่าการกลับมารอบนี้ เขาทำให้พี่ต้นต้องแต่งงานกับเขา ด้วยวิธีที่สกปรก” พี่ก้องพูดทำให้ผมนึกถึงคำพูดที่พี่หมอภีมบอกผมว่าพี่เกศรินทร์จงใจให้ตัวเองตั้งครรภ์ให้ได้

         “เขาวางยาพี่ต้นเหรอพี่ก้อง”ผมถามพี่ก้องทันที

         “นายรู้ได้ยังไงเขม” พี่ก้องถามผมด้วยน้ำเสียงที่แปลกใจ

         “พี่หมอภีมเขาบอกผมนะพี่ก้อง” ผมพูด

         “คุณหมอเขารู้เรื่องนี้ด้วยเหรอเขม”พี่ก้องถามผมทันที

         “ใช่พี่ก้อง แต่เขารู้หลังจากที่พี่ต้นแต่งงานไปแล้ว” ผมบอกพี่ก้อง

         “พี่หมอภีมเขายังรักพี่ต้นอยู่อะพี่ก้อง แต่ผมก็ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรพี่ต้นนะพี่ก้อง ผมคิดว่ามันไม่สมควรถึงผมจะเป็นน้องก็เถอะ”

         “และผมก็ตกใจด้วยอ่ะพี่ก้องเพราะว่าผมไม่คิดว่าพี่ต้นจะเป็นแบบผม ผมไม่เคยรู้มาก่อนไงพี่ก้อง” ผมพูด

         “พี่รู้เรื่องพี่ต้นมาพักใหญ่แล้วแหละ และพี่ต้นเองก็ไม่ได้บอกพ่อเรื่องนี้ด้วย เพราะว่าตอนนั้นนายก็ออกตัวไปแล้วว่านายเป็นเกย์ และพี่ต้นจะกล้าบอกพ่อเหอว่ะเขม พี่ต้นกลัวพ่อเสียใจถ้าลูกชายสองคนไปเป็นเพศที่สามซะแล้ว”

         “แต่ตอนนี้ก็สามคนแล้วนะ “ ผมพูด

         “พี่พึ่งเป็นโว้ยย” พี่ก้องพูด

         “ผมรู้สึกผิดเลยอ่ะพี่ก้อง “ ผมพูด

         “เออพี่ขอโทษว่ะเขม  อันที่จริงไม่ใช่ความผิดของนายหรอกนะ พี่ต้นนะคือลูกคนโต ความหวังสูงสุดของพ่อแม่ด้วย เออ เขมพี่ไมได้หมายถึงว่านายและพี่ไม่ใช่ความหวังของพ่อแม่นะแต่นายน่าจะเข้าใจคำว่าลูกคนโตใช่ป่ะเขม”

           “ผมเข้าใจพี่ก้องและพี่ต้นนะเขาก็เรียนเก่งกว่าผมเยอะนะพี่ก้องแน่นอนพ่อก็ต้องหวังสูงเพราะพี่ก้องจะเป็นหน้าตาและเสาหลักของบ้าน” ผมพูด ผมไม่ได้น้อยใจพ่อเลยนะ เพราะว่าหลังจากที่พ่อเสียพี่ต้นคือเสาหลักจริงแต่ดันมามีเรื่องพี่เกศรินทร์ พี่ต้นก็ต้องแบกภาระไว้ถึงสองทาง

“ พี่ต้นก็ยิ่งไม่กล้าบอกพ่อและพี่ต้นเขาก็กำลังสอบปลัดอีก และไหนจะหมอภีมปภพที่มีหน้าตาทางสังคมอีกละ ตอนนั้นพ่อแม่หมอภีมเขารับไม่ได้ที่ลูกเขาจะเป็นแบบนี้ด้วยมั้ง ความรักของพี่ต้นกับหมอภีมก็เลยถูกปิดเงียบมาตลอดว่ะเขม  ”


“ และตอนนั้นพี่หมอนะมีคู่หมั้นที่ชื่อว่าที่ดาวิกา คุณหมอดาวิกานี้ก็รู้เรื่องพี่ต้นกับพี่หมอภีมก่อนที่เธอจะรับหมั้นหมอภีมซะอีกนะ “ ผมก็ต้องยกมือขึ้นแตะหน้าผาก ซ้ำซ้อนเข้าไปอีก
“หมอดาวิกาทำเหมือนกับว่าเขารับได้เรื่องหมอภีมกับพี่ต้นและขอให้พี่หมอภีมหมั้นกับนางตามที่ผู้ใหญ่ต้องการก่อนแต่ก็ไม่ทันได้หมั้น ล่มซะก่อน “
“ ส่วนพี่หมอภีมปภพพี่เคยเจอครั้งสองครั้งและครั้งล่าสุดก็วันงานแต่งพี่ต้นเขาก็ไปนะแต่เขาไม่ได้เข้าไปหาพี่ต้นตรงๆ พี่เห็นเขาแว็ปหนึ่งและก็ไม่เห็นอีกเลย จนงานจบ ” พอพี่ก้องเล่าให้ผมฟัง แต่หมอดาวิกา คงเป็นคนที่ยืนคุยกับพี่หมอภีมที่ร้านกาแฟนั้นแน่ๆ

“พี่คิดว่าหมอภีมไปหาพี่ต้นอีกครั้งนะ แต่ไม่เจอพี่ต้น ดันไปเจอเกศรินทร์แทน ”

“พี่เกศณินทร์โกรธพี่ต้นมาก เขาหาว่าพี่ต้นนัดหมอภีมไปหา และยื่นข้อเสนอให้เลิกติดต่อหมอภีม โดยการขู่จะเอาเอิร์ธออก แน่นอนพี่ต้นรักเอิร์ธมากแม้ว่าจะไม่ได้เกิดมาจากความรักก็ตาม พี่ต้นจึงยอมย้ายด่วนไปอยู่เชียงใหม่กับพี่เกศรินทร์ ”

“เพราะเหตุผลนี้ด้วยใช่ไหมพี่ก้องที่พี่เกศรินทร์เกลียดผมมาก”

“อืม..พี่คิดว่าพอพี่เกศรินทร์เห็นนายมันเหมือนไปสะกิดปมมากกว่าว่ะเขม...พี่เกศเขาหาเรื่องใส่ตัวเอง เพราะว่าพี่ต้นเขาก็บอกพี่เกศรินทร์แล้วว่าพี่ต้นกลับไปหาเกศรินทร์ไม่ได้แล้วทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้วพี่ต้นมีคนรักแล้ว แต่เกศรินทร์ไม่ยอมรับความจริงเองและนางก็วางยาพี่ต้น และพี่เกศก็ท้อง ครอบครัวเขาก็บังคับให้พี่ต้นแต่งงานทันที  ” พี่ก้องบอกผม
                    “วันที่พี่ต้นโดนเกศรินทร์วางยา พี่ต้นก็โทรหาพี่นะเขม แต่พี่ต้นบอกว่าเขารู้ตัวว่าเขาทำจริง แต่มันเกิดจากการที่พี่ต้นควบคุมตัวเองไม่ได้ แถมเกศรินทร์ก็บอกพี่ต้นว่าพี่ต้นกำลังจะมีลูกกับเขาอีกละ เฮ้อ!!!  “ พี่ก้องพูดและถอนหายใจออกมา ผมเองก็สงสารพี่ต้นเหมือนกัน นี้พี่ต้นต้องแบกมันมากี่ปี

                    “พี่ต้นเลยรับผิดชอบโดยการแต่งงานกับผู้หญิงที่พี่ต้นไม่ได้รักและทำหน้าที่พ่อให้ดีที่สุด “ พี่ก้องพูดผมก็ต้องใช่ฝ่ามือลูบใบหน้าผมเอง

“คราวนี้รู้แล้วซิว่าที่จริงๆ ไม่ใช่เพราะเขมหรอกที่ทำให้ครอบครัวพี่ต้นมีปัญหามันผิดตั้งแต่เกศรินทร์อยากได้พี่ต้นมากจนไม่มองหน้ามองหลัง และยังปล่อยให้ตัวเองตั้งครรภ์เพื่อจับคนคนหนึ่ง แต่สิ่งที่เธอได้คือความข่มขื่น และที่น่าสงสารที่สุดคือเอิร์ธต้องมารับกรรมเพราะว่าพี่เกศรินทร์โกรธพี่ต้นระแวงพี่ต้นจนลงกับเอิร์ธ นายไม่เห็นเหรอว่าเอิร์ธกลัวพี่เกศแค่ไหน  ” พี่ก้องพูด ใช่ผมสงสารหลานผมที่สุด 
         “แต่ผมสงสารพี่ต้นนะพี่ก้อง พี่ต้นก็คงเจ็บปวดพอพอกับหมอภีมที่ต้องแยกกับคนที่ตัวเองรักอีก “ผมพูดกับพี่ก้อง
“แต่พี่คิดไว้อีกอย่างนะเขม พี่ว่าหมอดาวิกาเธอคือคนที่อยู่เบื่องหลังทั้งหมด เกศรินทร์ไม่น่าจะวางแผนการทั้งหมดเองได้หรอกเขม”พี่ก้องพูด ทำให้ผมถึงกับขมวดคิ้ว ผมนึกถึงใบหน้าผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆหมอภีมวันนั้น เขาดูอ่อนหวาน น่ารักและสวย ผมยอมรับแต่ไม่น่าจะทำแบบนั้น แต่ถ้าภาพพี่เกศรินทร์นะผมพอจะนึกออกได้เลย พี่เกศรินทร์ดูเป็นคนแรงๆอยู่แล้ว

“แล้วนี้เราให้ข้อมูลพี่ต้นไปหรือเปล่าเขม”

“ไม่กล้าหรอกพี่ก้อง”

“ดีแล้วแหละเขม ถ้าพี่หมอกับพี่ต้นเขาเกิดมาคู่กันจริง สักกวันเขาก็น่ะหากันเจอ ตอนนี้นายก็ทำหน้าที่ครูและดูแลเด็กเกรียนนาย ได้ข่าวว่างานเข้าเยอะอยู่นะ ” พี่ก้องพูดผมพูด ผมคงไม่เข้าไปยุ่ง ดูแล้วปัญหาของพี่ต้นก็มีเยอะพออยู่แล้ว แถมพี่ก้องยังมาแซวคริสโตฟอร์ของผมอีก นี่แสดงว่าโทรหาแม่มาก่อนแน่ๆ เลย
                  “แต่คุณหมอเขาบอกกับผมว่าเขาจะกลับไปเป็นหมอที่โรงพยาบาลของพ่อเขาแล้วและคงไม่ได้มาอยู่ที่นี้อีก ผมเห็นผู้หญิงคนนั้นก็มาตามคุณหมอเขากลับนะพี่ก้อง” ผมพูดบอกพี่ก้อง

                  “อีกเรื่องนะ ถ้านายมีโอกาสได้เจอหมอดาวิกา อย่าให้ข้อมูลพี่ต้นเลยเด็ดขาด พี่ว่าหมอดาวิกา นี้น่ากลัวที่สุดวะ ทำตามที่พี่บอกนะ ถ้านายไม่อยากให้พี่ต้นเดือดร้อนเพราะหมอคนนี้” พี่ก้องพูดย้ำให้ผมระวังหมอดาวิกา แต่ผมว่าเชื่อพี่ก้องไว้ก็ดี พี่ก้องเป็นนักวิเคราะห์ที่แม่นยำตั้งแต่ณัฐกานต์แล้วแต่ผมคิดตามไม่ทันแค่นั้นเอง

                  “ครับพี่ก้อง แต่ผมว่าคงไม่ได้เจอทั้งคู่แล้วเหละ ผมไม่อยากให้พี่ต้นบ่นผมอีก จะดูแลตัวเอง” ผมพูดบอกพี่ก้อง

“เออ ….แล้วนี้แฟนเราไปไหนละ” พี่ก้องถามผม

“หลับนะพี่ก้อง”

“อ้าวเหรอทำไมนอนเร็วจัง”

“ก็เพลียอะนะ” ผมพูด คุยนิดนึงเพราะคนที่คอยแย้งหลับอยู่ ฮาๆ

“จริงดิ...แม้จะคุยว่ามีดีอะดิ...ครูเขม”

“ก็นิดนึงนะไม่อยากคุยมาก...ว่าแต่พี่ก้องเมื่อไหร่จะกลับอะ...คิดถึง”

“น้องชายพูดแบบนี้อยากกลับซะอาทิตย์หน้าเลยวะแต่ไม่ได้หรอกคงอีกสามสี่อาทิตย์นะเขมและแม่ก็คงไปช่วยพี่ต้นดูแลเจ้าเอิร์ธอีกรอให้พี่ต้นพาเอิร์ธไปเที่ยวกรุงเทพฯแล้วค่อยไปจะได้พร้อมหน้าพร้อมตากันว่ะเขม” พี่ก้องพูด ผมก็ว่าจริงๆ

“ก็ดีเหมือนกันนะ....พี่ก้องแค่นี้ก่อนนะ...ตัวดีตื่นนอนแล้ว...ผมคงจะทำอะไรให้กินก่อน...พี่ว่างแล้วโทรหาผมบ้างนะพี่ก้อง ....และอย่าลืมดูแลตัวเองนะ....ที่จริงๆอยากให้พี่ย้ายกลับมาอยู่ที่ที่ไม่ต้องเสี่ยงแบบนั้นเลยแต่พี่คงจะ”

“ไม่ละเขม...คนจะตายอยู่ที่ไหนก็ตาย สู้ตายแบบมีศักศรีดีกว่าไหม..ไหนไหนก็เลือดทหารแล้ว..”

“พี่ก้องห้ามพูดแบบนี้อีกนะ...ผมยังทำใจไม่ได้อยู่ดีไม่อยากได้โล่เกียรติยศ ไม่ได้อยากได้คำยกย่องสรรเสริญหากต้องแลกกับพี่ชายทั้งคน”

“เขม...พี่มีดีพอตัวนะไม่งั้นจะอยู่มาได้ตั้งสี่ห้าปีแบบนี้เหรอ....แค่นี้นะพี่ก็ต้องออกลาดตะเวรแล้วเหมือนกัน...ดูแลตัวเองด้วยละเขม...ไม่นานก็ได้เจอกันแล้ว...พี่เป็นห่วงเรานะ”

“ครับพี่ก้อง...บายครับ” ผมพูดและกดวางสายใจหายขึ้นมาซะเฉยๆอย่างนั้นนะ

“พี่เขมมีอะไรอะคุยโทรศัพท์แล้วทำสีหน้าแบบกังวลแบบนี้อะ...หาว!” คนที่ตื่นนอนหัวยุ่งเดินมากอดผมจากด้านหลังเอาคางเกยไหล่ผมไว้

“พี่คุยกับพี่ก้องนะ...พี่เป็นห่วงพี่ก้องยังไงก็ไม่รู้ซิคริส” ผมพูดกับคนที่ครึ้งหลับครึ้งตื่นเดินมาหาผม

“ว่าแต่เรานะหิวไหม...กินอะไรดีพี่ทำให้”

“สงสัยต้องไข่ลวกแล้วแหละ”

“อะไรกัน....นอนเฉยๆต้องกินไข่ลวกเลยเหรอ” ผมหันไปมองทำท่าจะหัวเราะคนที่กอดผมตายังปิดอยู่เลย

“พี่เขมไม่ต้องมาพูดเลยพี่เขมขี้โกงอะ....กดผมไปตั้งสามยก...ห้ามกินอีกนะ...ใครหามาให้นะจะเตะแม่งเลย” คริสโตเฟอร์พูด
         
“ไอ้โป้งใช่ไหมพี่เขม...เห็นนะมันมีลับลมคมในอะไรกับพี่นะ”

“หึๆ ...” ผมคำคนที่โดนผมเอาคืนหันเปิดตู้เย็นรินน้ำดื่มใส่แก้วมานั่งข้างๆ ผม

“ตกลงจะกินอะไรพี่จะได้ทำให้กิน...เออ..เอาง่ายๆนะ” ผมถามคริสโตเฟอร์

“เอามาม่าผัดขี้เมาดีกว่าอยากกินอะและพี่เขมกินอะไรยังอะ” คริสโตเฟอร์พูด

“ยังอะก็ก็เริ่มหิวนิดหน่อยแล้วละ”
                 
“ผัดมาชามเดียวกินด้วยกันนะ เพราะว่าผมหิวไม่มากหรอก” คริสโตเฟอร์บอกผม
         
“อืมก็ได้..” ผมพูดและจัดการลุกไปเตรียมหันผัก หันพวกหมึกกุ้งที่มีก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ค้างตู้เย็น วันนี้ผัดขี้เมาทะเลซะเลย โดยมีผู้ช่วยจอมจุ้นวุ่นวายข้างๆ ยังไม่ทันเสร็จก็พยายามจะตักชิมซะแล้ว

“เพี๊ยะ!” เสียงผมตีที่หลังมือหนุ่มน้อยจอมซนของผม

“อิ้ว!” เสียงร้องและสะบัดมือแต่ไม่เช็ดหรอกเดี๋ยวก็เอาอีก แต่มันก็ทำให้บนหน้าที่แฝงความกังวลเรื่องพี่ชายทั้งสองของผมมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมาได้ ชีวิตผมเหมือนได้กลับไปสู่รักแรกอีกครั้ง เราหยอกล้อเล่นกันเหมือนวัยแรกรุ่นสำหรับผมนะแต่คริสโตเฟอร์นะเขายังเป็นวัยรุ่นอยู่เลย

“คริส...ไม่คิดว่าพี่แก่ไปเหรอ...”จู่ๆผมก็ถามคริสขึ้นมา คริสโตเฟอร์เงยหน้าขึ้นมามองผมพร้อมเลิกคิ้วสูง

“ห่างกันกี่ปีเองอะ...ปีหน้าผมก็ 18 แล้วพี่เขมก็แค่ยี่สิบห้า เราห่างกันแค่แปดปีเอง” คริสโตเฟอร์พูดขณะที่กำลังใช้ซ้อมหมุนมาม่าผัดทานอยู่

“ตั้งแปดปีเลยนะ”

“ความรักไม่ขึ้นกับอายุ ความรักนะมันขึ้นอยู่กับหัวใจต่างหาก ถ้าพี่เลิกมองตัวเองทุกอย่างก็จะไม่มีผลกับเราถูกต้องมั้ยอะพี่เขม...และ...พี่คือคนทีคนที่ใช่สำหรับผมแต่ผมดันมาเกิดช้าไปเท่านั้นเอง” ผมพยักหน้าค่อยฟังแล้วดีขึ้นมาหน่อย

“รู้ไหมพี่เขมว่าตั้งแต่ผมได้เจอพี่...ผมได้เติมเต็มหลายสิ่งที่หายไป…ผมไม่มีพี่ชายน้องชายพี่ก็เป็นพี่ชายให้ผม ผมไม่มีพ่อพี่เขมก็เป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งที่ทำหน้าที่แทนพ่อผม คอยสอนผม พี่เขมเป็นครูผู้ให้ความรู้ผมช่วยให้ผมไม่หลงทางไปไกลกว่านี้และที่สำคัญ...”

“เป็นคนรักที่ดีที่สุดเท่าผมเคยมีมาเลย” ผมยิ้มตรงประโยคนี้แหละคริสโตเฟอร์ยื่นหน้าและใช้ริมฝีปากโลมเลียริมฝีปากบางๆของผมเล่น

“พี่เขมพ่อตอบอิเมลพี่เขมบ้างหรือเปล่า” จู่ๆ คริสโตเฟอร์ก็ถามผมเรื่องนี้

“พี่รอพี่เก๋เขาไปหาข้อมูลเพิ่มเติมนะคริส ” ผมพูดคริสโตเฟอร์พยักหน้าเบาๆ

“ขอบคุณนะครับพี่เขมทุกเรื่องที่พี่ทำให้ผมนะ....บางครั้งผมก็เฝ้าถามตัวเองนะว่านี้ผมฝันไปหรือเปล่าที่มีคนตั้งใจทำให้ผมได้ขนาดนี้”

“พี่เขมชอบผมตั้งแต่วันแรกที่พี่เจอผมแล้วใช่มั้ย” คริสโตเฟอร์ถามผม

“พล้วด!” น้ำที่ผมกำลังดื่มลงคงไปถึงกลับพุ้งออกมาทันที

“ผมรู้นะว่าพี่มองผมตอนพี่กำลังจะกลับเข้าบ้านพักไปนะแต่พี่กำลังคิดว่าว่าแก้มนะคือแฟนผมจริง” คริสโตเฟอร์พูดผมก็ต้องหันหน้าหนี ใช่ผมยืนมองเขาในห้องอาหารวันแรกไง และผมก็ได้เห็นว่าผู้หญิงตบกันแย่งกันน่าดูแต่ผมดันได้มาซะอย่างนั้น แอบภูมิใจนิดนึง
“แอบยิ้มแบบนี้ดีใจซะซิ แย่งผมจากชะนีมาได้” ผมก็ส่ายหัวไม่จริง!

“และลูกฟุตบอลนะผมตั้งใจเตะมาลงที่หน้าบ้านพี่แต่ผมไม่ได้ตั้งใจให้เกือบโดน..เขานะ..” คริสโตเฟอร์พูดผมก็ว่าแล้วมันค่อนข้างจะไกลกันขนาดนั้น

“ทำไมละ..” ผมถามคริสโตเฟอร์

“ไม่รู้ซิ...มันรู้สึกตั้งแต่ตอนที่ผมแกล้งชนพี่แล้วอะ..และผมเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าคนอย่าง...ณัฐกานต์จะเป็นแฟนพี่เลยอยากมาดูให้เห็นกับตาอีกครั้ง”

“และสิ่งที่ผมเสียใจมากวันนั้นผมผลักพี่เขม...ผมไม่ตั้งใจ....”

“เอานะมันผ่านมาแล้วคริส...พี่เชื่อว่าคริสไม่ได้ตั้งใจ..พี่เชื่อเพราะว่าสายตาที่รู้สึกผิดแบบนั้น” ผมพูดและใช้อุ้งมือประคองใบหน้านั้นอย่างถนอม

“ช่วยพี่เก็บล้างและจะได้นอนกันได้แล้วนี้เกือบจะสี่ทุ่มแล้วนะ..อย่านอนดึก”

“ปกติศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ นี้พวกผมนอนกันเกือบตีหนึ่งและยิ่งไปผับด้วยนะเกือบสว่างอะพี่เขม”

“ตอนนี้ไม่ได้แล้ว...ถ้าไม่นอนเดี๋ยวพี่กล่อมนะ...ยายังเหลืออีกหนึ่งเม็ดนะ ” ผมพูด คนที่จูบผมอยู่ถึงกับผะออกทันที

“พอแล้ว...เดี๋ยวระบบ”

“ฮาๆ ...ไปช่วยพี่ล้างเลย...” ผมก็ช่วยกันล้างทำความสะอาดและจัดการเข้าห้องนอนผมก็อ่านบทความให้คริสโตเฟอร์ เกี่ยวกับอเมริกาเพื่อจะใช้ในการสอบ อ่านไปอ่านมาหันมามองอีกทีพ่อตัวดีผมหลับปุ๋ยไปเรียบร้อยแล้วผมจึงหยุดอ่านและห่มผ้าให้

“ใช่พี่ยอมรับว่าพี่รู้สึกสะดุดเราตั้งแต่ที่เราแกล้งชนพี่แล้วแหละ...นั้นแปลว่าพี่นอกใจณัฐกานต์ก่อนเหมือนกันคริส” ผมพูดพร้อมกันก้มลงหอมแก้มและเอื้อมมือไปปิดไฟที่หัวเตียง หมดไปอีกวัน เดือนครึ้งแล้วซิ ที่ผมเป็นครูที่นี้เกิดเรื่องวุ่นวายมากมายแต่มันทำให้ผมและคริสโตเฟอร์แกร่งขึ้น เพราะนี้คือบททดสอบความรักระหว่างผมที่เป็นครูและคริสนักเรียนเกรียน(ของผม)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-10-2020 07:41:01 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
             EP.31 สวีทกันเบาๆสามคู่ชูชื่น 1
     
            Part ครูเขมชาติ เมื่อวานพาคริสโตเฟอร์ไปเรียนติวกับเกรทและแกรนด์ เกรทมันก็ลองให้คริสโตเฟอร์เฟอร์ทำข้อสอบดูผลปรากฏว่าผลคะแนนเป็นที่น่าพอใจแต่ผมอยากให้เขาฝึกฝนมากกว่านี้อีก อยากให้ได้คะแนนดีกว่านี้อีกหน่อยพอคริสโตเฟอร์เรียนพิเศษเสร็จผมกับคริสโตเฟอร์ก็เดินทางกลับโรงเรียนทันทีแต่ไม่ได้กลับไปที่บ้านพักครูกัน ผมและคริสโตเฟอร์มีแผนจะไปนอนตั้งแค้มป์กัน   ผมเองก็เลยต้องไปเอาเต็นท์ที่มีอยู่ไม่ได้ใช้งานนานแล้วตั้งแต่พ่อเสียไป คือเราจะมีแค้มป์ปิ้งกันบ่อยเหมือนกัน ทุกครั้งที่พ่อกลับมาบ้านที่ไทย บางที่ก็ไปกับเพื่อนๆของพ่อที่มาทำงานที่สถานทูตและพาครอบครัวไปด้วยกันมีทั้งคนไทยและต่างชาติ 

      “พี่เขมเราแวะซื้อพวกของกินกันก่อนไหม” คริสโตเฟอร์ถามผม ผมพยักหน้าว่าได้ซิ ผมเลยพากันเข้าไปเดินห้าง ห้างหนึ่งเพื่อลงไปแหล่งช๊อปปิ้งพวกอาหารและเครื่องดื่ม

      “ให้ดื่มได้แค่พวกสปายนะคริสไม่ให้ดื่มเหล้าเด็ดขาด” ผมบอกเขาก็พยักหน้าว่าได้

      “บาคาดี้ได้ไหมอะพี่เขมก็คล้ายๆกับสปายนั้นแหละ” คริสโตเฟอร์ถามผม ผมหยักไหล่ว่าได้ ระหว่างที่กำลังซื้อนั้นหยิบนี้ใส่รถเข็น ผมเหลือบสายตาไปเป็น อันโก๊ะ และป๊อปปี้ เพื่อนสนิทของณัฐกานต์เขายืนมองผมอยู่ มีท่าที่กล้าๆกลัวๆจะเข้ามาทักผม ผมก็ยิ้มทักทายก่อน เขาทั้งคู่ก็เดินตรงดิ่งมาหาผมทันที คริสโตเฟอร์หันมามองและหยักไหล่ถามผมว่าใคร

      “เพื่อนสนิทณัฐกานต์นะ” ผมกระซิบบอก

      “หวัดดีจ๊าเขม....เป็นไงบ้างไม่เจอกันนานเลยนะ....เปลี่ยนไปเยอะ...เลยอะ” อันโก๊ะถามผม ป๊อปปี้ก็ส่งสายตาปิ้งๆ ใส่ผมเป็นปกติ แต่พอทั้งคู่หันไปเจอคริสโตเฟอร์ที่ยืนกอดอกมอง ทั้งคู่อ้าปากค้าง

      “เพลี๊ยะ...นางปอป...เก็บอาการหน่อยเห็นไม่ได้เลยนะ...น้ำลายสอทันที” อันโก๊ะตีแขนป๊อปปี้   

      “แล้วหนุ่มคนนี้แฟนเหรอ...ที่...กานต์มันเหลาให้เราสองคนฟังนะ..” ป๊อปปี้ถามขึ้นตายังคงมองคริสโตเฟอร์เป็นมัน ผมหันมามองคนข้างๆ

      “ใช่แล้วแฟนเราเองว่าแต่เป็นยังไงกันบ้างสบายดีไหม” ผมถามกลับจะได้ไม่เสียมารยาท

      “แฟนหล่อน่ากินเนอะ...” อันโก๊ะพูดและส่งสายตาชะม้อยไปทางคริสโตเฟอร์

      “พวกเราก็สบายดี...เรื่อยๆ..แบบว่าแรดไปเรื่อยๆ ...อะ...ตามประสาโสด...กระปริบกระปรอย..” อันโก๊ะพูด

      “นี้ซื้อไปฉลองกันที่ไหนเหรอ” ป๊อปปี้ถามผม สายตามองไปที่ในรถเข็นพวกเครื่องดื่มขนมขบเคี้ยว

      “ก็แบบว่าเราพยายามทำทุกวันให้เป็นวันวาเลนไทน์นะครับเลยฉลองกันถี่หน่อยนะครับ วันวาเลนไทม์ของเรามี 365 วันต่อปีนะครับ” คริสโตเฟอร์พูดพร้อมกันโอบเอวผม

      “เริศค่ะ!..ของพี่มันไม่ได้มาทุกปีขนาดมีปีละครั้งนะ..เพราะวันวาเลนไทม์นี้เหมือนวันที่29 กุมภาพันธ์ ทุกสีปีมีครั้งค่ะ ...” อันโก๊ะพูด
      “อิจฉาเนอะแก” ป๊อปปี้พูด

      “เขามาฉลองกับพี่ทุกสี่ปีเลยเหรอครับ” คริสโตเฟอร์ถามกลับทันที

      “เปล่าค่ะ..อายุเนื้อคู่พี่พระเจ้าให้มาสั้นปีสองปีก็ตายจากหายหัวนะคะ.เพราะมันไม่ได้ทำให้ทุกวันเป็นวาเลนไทม์เหมือนน้องสุดหล่อนี้คะมันเล่นทำเหมือนวันเชงเม้งมากกว่าวันวาเลนไทน์ซะอีก” อันโก๊ะพูด พวกนี้ส่วนใหญ่ชอบผู้ชายปากหวานก้นเปรี้ยวพอเป็นก็หลอกเอาเงินมากกว่าแต่เขาสองคนไม่แค่หรอกเพราะว่าถ้าจะมีแฟนเขาจะตั้งงบไว้เลยว่าแฟนคนนี้ใช้งบเท่าไหร่ถ้าทำท่าจะเกินงบก็รีบจบสถานะนั้นจึงเป็นเหตุให้วันวาเลนไทม์บางปีเหมือนวันเชงเม้งนั้นเอง
      
      “แล้ว...กานต์เป็นยังไงบ้างละเขา...มีความสุขดีกับ..”

      “ไอ้แม๊คนะเหรอ...อยากให้เราเล่าหรือเปล่าละเขม...โคตรแย่เลยอะ” อันโก๊ะพูด ผมหันมาเหล่มองคริสโตเฟอร์ ถึงยังไงความรู้สึกที่ดีก็ยังคงเหลือต่อกันบ้าง

      “เกิดอะไรขึ้นเหรอ” ผมถาม สองคนนั้นหันไปมองหน้ากัน

      “กานต์มันไม่ได้ทำงานธนาคารแล้วนะ....ผู้จัดการเชิญมันออกไปแล้ว...” ผมก็เลิกคิ้วมองเพราะอะไรละ
   
      “หลายเรื่องเลย...หนึ่งนะมัน...จับได้ว่าไอ้แม๊คนะไปติดไฮโซเงินหนามันเลยทะเลาะกันรุ่นแรงและไอ้แม๊คก็ออกจากบ้านหายหัวไปหลายวัน เรื่องที่สองก็ตามมาก็ไฮโซที่ไอ้แม๊คไปติดดันมาเปิดบัญชีให้แม๊คสาขาที่กานต์มันทำงานกานต์มันเลยมีเรื่องกับเขาจนหัวหน้าเรียกไปตักเตือนมันก็มีเรื่องกับหัวหน้าคนนี้หลายครั้งแล้วเลยได้ฤกษ์ลาออกอันนี้คือเหตุการที่สาม” อันโก๊ะ เพื่อนของณัฐกานต์เล่าให้ผมฟัง ผมหันไปมองหนุ่มข้างๆ ผมก็จับมือเขาไว้ว่าผมไม่ได้จะถามเพราะว่าผมสงสารและกลับไปหาเขาแน่นอน

      “แถมไอ้แม๊คก็หาเหาใส่หัวไว้ให้เยอะเลยเป็นหนีบัตรเครดิตมากมายจนใช้ไม่หมดและเงินที่มันผ่อนบ้านอีแม๊คก็ชิ้งหายไปไม่ไปให้เขา  เงินดาวน์และผ่อนตั้งแต่อิแม๊คกลับมาเมืองไทยแล้วแหละ และตอนนี้ไม่มีแม้แต่ะเสาบ้าน....เพราะว่าเขายึดหมดทั้งเงินดงเงินดาวน์อันนี้นะเหตุการที่สี่” อันโก๊ะเล่าให้ผมฟังผมถึงกับชักสีหน้าเป็นกังวล ถึงยังไงสี่ปีมันก็มีสิ่งดีดีที่น่าจดจำร่วมกันและถึงจะเลิกกันไปแล้วความเป็นเพื่อนมันก็ยังคงอยู่

      “แล้วตอนนี้ณัฐกานต์เขา”

      “ไปอยู่กับพ่อแม่แล้วแหละตั้งแต่มีเรื่องคนที่ฝากงานให้ณัฐกานต์โทรไปบอกพ่อแม่มัน พ่อแม่กานต์เลยขึ้นมากรุงเทพ มาเคลียร์หนี้สินให้หมดและบังคับไปอยู่บ้าน” อันโก๊ะพูดผมพยักหน้าก็ดีนะ ไปอยู่บ้านต่างจังหวัดไปช่วยพ่อเขาทำฟาร์ม

      “อโหสิกรรมให้มันไปเถอะนะเขม..นี้พวกเราก็รอให้วันหยุดยาวๆจะลงไปเยี่ยมมันหน่อยไม่รู้ลงแดงไปหรือยัง...เขมก็รู้นินางกานต์นะติดผับจะตายไป ไปอยู่ที่นั้นมันคงได้กระดิกตัวออกมาหรอกและยิ่งมีเรื่องแบบนี้เสด็จพ่อมันคงล่ามโซ่ไว้กับบ้าน” อันโก๊ะพูด ผมยิ้มๆ ผมว่าดีนะเพื่อณัฐกานต์จะคิดได้ว่าชีวิตกับธรรมชาติมันดีแค่ไหน ผมอยากให้ณัฐกานต์เปลี่ยนตัวเองไม่ใช่เพื่อผมหรือเพื่อใครแต่มันเพื่อตัวของเขาเอง ณัฐกานต์ติดชีวิตหรูๆ ยึดติดกับหน้าตาสังคมต้องเป็นที่หนึ่งต้องได้มาซึ้งอันหนึ่งถึงกับยอมแลกแม้กระทั้งศักดิ์ศรีตัวเอง

      “เขมไม่โกรธณัฐกานต์แล้วแหละ”

      “มันก็บ่นอยู่นะว่ามันนะเสียใจมากที่มันเสียคนที่รักมันที่สุดไปและเขมนะก็คงแค่เสียคนที่ไม่รักไป”  อันโก๊ะ ผมหันมาคริสโตเฟอร์ที่ยืนกดมือถือเล่นทำเป็นไม่สนใจฟังอะไร

      “ยอมรับว่าใช่...และเขมได้คนที่รักเขมที่สุดมาแทน...เขมคงกลับไปหาณัฐกานต์ไม่ได้แล้วเพราะว่าเขมเพิ่งรู้ว่าที่ผ่านมันแค่อยากมีแฟนอยากมีใครสักคนและเราสองคนก็ต่างทำเพื่อตัวเองกันทั้งคู่”

      “เขมทำเพื่ออนาคตพยายามสร้างทุกอย่างบนรากฐานของความั่นคงแต่เขมก็ลืมนึกไปว่าความสุขก็จำเป็น   ส่วนณัฐกานต์ก็ทำเพื่อให้ได้สิ่งที่เขาคิดว่าดีที่สุดแต่มันได้มาแบบที่...เขมเองก็คงรับไม่ได้...แต่ความเป็นเพื่อนยังมีอยู่นะ”

      “ว่างๆ รอให้คนข้างๆนี้สอบ GED เสร็จก่อนเขมจะจัดทริปไปเที่ยวแถวบ้านกานต์นะ ฝากบอกเขาด้วย...ว่าเพื่อนคนนี้เป็นห่วง” ผมพูดและหันมามองคริสโตเฟอร์

      “จะพาแฟนไปเที่ยวหลังปิดเทอม”ผมพูดกับอันโก๊ะ และป๊อปปี้ สองคนก็ยิ้มเจื่อนๆมาให้ผมแทน

      “ถ้าอย่างนั้นเขมไปนะ” ผมหันไปบอกสองคนนั้นและหันมาพยักหน้ากับคริสโตเฟอร์

      “โชคดีนะเขม...โชคดีนะสุดหล่อ...น่ากินนะเรานะ..รู้อย่างนี้ไปเป็นคุณครูซะก็ดีจะได้เจอนักเรียนน่าสอนแบบนี้บ้าง!” อันโก๊ะพูดผมก็ดึงคนข้างเดินออกเขาหันมามองหน้าผมและกุมมือไว้เราเดินไปที่เคาเตอร์เพื่อชำระเงินด้วยกันและรีบนำของที่ซื้อไปใส่ไว้ที่รถและจะได้ออกเดินทาง

      ผมขับรถไปด้วยความเงียบแม้เสียงดนตรีในรถก็ไม่มี ส่วนคนข้างก็เอาแต่กดเล่นมือถือ ผมเองก็ได้แค่ครุ่นคิดเรื่องที่ผมได้ยินเกี่ยวกับณัฐกานต์ ผมไม่ได้คิดว่าจะหวนกลับไปหาแต่ยังไงสี่ปีมันก็มีสิ่งดีดีที่น่าจดจำอยู่และผมเองก็มีส่วนผิดที่ทำให้ณัฐกานต์ไปหาไอ้แม็คแบบเต็มตัวและทุ่มให้แม็คแบบเต็มที่โดนไม่กักไว้เพื่อตัวเองเรียกได้ถลำให้ไปจนเกือบหมด แต่ผมเองก็คงทำได้แค่เห็นใจคนเคยรักกันมาก่อน ผมคงไม่กลับไปหาแน่นอน หลายเหตุผลที่ผมทำใจรับไม่ได้แต่เหตุผลหลักที่สำคัญคือผมรักคนข้างๆจนหมดใจไปแล้วแต่จะว่าไป ตั้งแต่ออกรถมาคนข้างๆผมเอาแต่เงียบไม่พูดไม่จาเลย

      “คริสเป็นอะไรไปทำไมเงียบจัง...” ผมถามคริสโตเฟอร์

      “ไม่นิ...และที่ผมเงียบเพื่อว่าพี่กำลังตัดสินใจ” คริสโตเฟอร์พูด ผมหันมาเหล่มองคริสโตเฟอร์ ก่อนจะเปิดไฟขอทางเพื่อนำรถเข้าจอดที่ข้างทางซึ่งผมดูแล้วปลอดภัยพอที่จะจอดเพื่อคุยกัน  คริสโตเฟอร์หันมามองผมทันทีว่าผมนำรถเข้ามาจอดทำไม ผมปลอดเข็มขัดนิรภัยตัวเองออก ผมหันมามองคนข้างๆ เขาก็วางมือถือที่เล่นเกมส์อยู่ลง

      “คริส..ที่เงียบนี้เรื่องณัฐกานต์ใช่ไหม...และทำไมพี่ต้องการเวลาในการตัดสินใจด้วยละ” ผมถามคริสโตเฟอร์

      “ก็ผมเห็นสีหน้าพี่ดูเป็นห่วงเขามาก...และเขาก็...เคยเป็นคนที่พี่รัก” คริสโตเฟอร์พูดโดยไม่มองหน้าผมหันหน้าไปมองด้านนอกรถ

      “พี่ยอมรับว่าพี่เป็นห่วงในฐานะเพื่อนในฐานะคนเคยรักกันพี่ยอมรับแต่ มันแค่สถานะเคย....มันไม่กลับมาเป็นสถานะอื่นได้อีกแล้วเพราะอะไรเราไม่รู้เหรอคริส” ผมถามคริสโตเฟอร์ เขายังคงก้มหน้าลง

      “พี่มีคนที่พี่รักแล้วและพี่ไม่ใช่คนที่จิตใจโลเล รักๆเลิกๆ...คริสไม่เชื่อใจพี่เหรอหึ!” ผมถามคริสโตเฟอร์ เขาก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองผม เหมือนเด็กน้อยที่กำลังโดนดุ

      “ผมรู้ว่าผมควรจะเชื่อใจพี่เขมแต่ผมก็แอบกลัว...ไม่ซิผมกลัวมาก...ยิ่งเห็นพี่ยังมีท่าที่เป็นห่วงเขาอยู่ผมยิ่ง” คริสโตเฟอร์พูดโดยไม่มองหน้าผม

      “พี่กับณัฐกานต์จบแล้วก็คือจบและที่เป็นห่วงเพราะว่าตลอดสี่ปีนะยังมีอะไรดีดีเกิดขึ้นด้วยกันและความเป็นห่วงมันแค่สถานะเพื่อนแค่นั้นจริงๆ ...ไม่มีสถานะอื่นแล้ว...พี่มีแฟนแล้ว” ผมพูดคริสโตเฟอร์เงยหน้ามองผม

      “ผมขอโทษพี่เขม...ผมแค่กลัวว่าพี่จะใจอ่อน..ผมกลัวเพราะว่าผมอยู่กับพี่แค่ปีเดียวระยะเวลามันสั้นกว่าแต่ผมยอมรับผมผูกผันกับพี่มากจนผมกลัวไปทุกอย่าง...และยิ่งเขากำลังลำบากแบบนี้ด้วย..ผมกลัวพี่จะไปหาเขา..ผมรู้ว่าผมควรจะเชื่อใจไว้ใจแต่มันก็ยังทำให้ผม..อดกลัวไม่ได้ผมกลัวเสียคนที่ผมรักที่สุดไป”

      “หมับ...อุ๊บ” ผมนั่งฟังคนที่นั่งเงียบๆไม่พูดไม่จนนั่งเก็บอยู่ในใจมาตั้งนานตอนนี้พูดออกมาจนเกือบหมดแต่ผมเอี้ยวตัวไปและดึงคอเสื้อคนข้างเข้าหาผมและประกบปากจูบทำให้คนที่ถูกผมจูบเงียบไปได้หลายวินาทีจนผมถอนปากออกช้าๆ

      “คราวนี้เชื่อใจพี่หรือยัง” ผมถามคริสโตเฟอร์ เขาก็ยกมือขึ้นมาแตะปากตัวเองเบาๆ

      “ครับพี่เขม” คริสโตเฟอร์พยักหน้าตอบผมเบาๆ แอบยิ้มอีกนะ

      “พี่รักเรามากนะพี่มองไปถึงอนาคต ไม่อย่างนั้นพี่จะวางหมากให้เราได้ขนาดนี้เหรอคริส” ผมหันมามองหน้าคนข้างๆผม

      “รักและเชื่อใจคือสิ่งสำคัญนะรู้ไหม” ผมพูดคริสโตเฟอร์ยิ้มให้ผมพยักหน้าเบาๆ

      “หึๆ ...นั่งเงียบตั้งนานพอบทได้พูดนี้พูดซะเยอะเชียว” ผมหัวเราะคนข้างที่หยิบมือถือมาเล่นต่อ ผมก็ออกรถเพื่อจะได้รีบไปให้ถึงที่นัดหมายกันไว้ ที่ตะวันจะตกดินตอนนี้ก็เกือบจะสี่โมงกว่าแล้วด้วย ผมขับไปเรื่อยๆ เลี้ยวรถเข้าทางเขตอุทยานเรียบร้อยแล้วด้วย

      “พี่เขมผมขับให้ดีกว่า” คริสโตเฟอร์หันมาบอกผม ผมพยักหน้าก็ดีเหมือนกัน เริ่มเมื่อยแล้วด้วย ผมก็จอดรถและเปลี่ยนให้คริสโตเฟอร์ขับรถให้ผมนั่งแม้จะไม่ไกลก็ตามแต่ได้พักสายตาบ้างก็คงจะดี ผมเอาเบาะนอนลงมันล้าจนตาจะปิด ผมเผลอหลับไปได้สักพัก

      “พี่เขม” ผมค่อยๆลืมตา คริสโตเฟอร์แทรกตัวเข้ามาทางฝั่งที่ผมเอนเบาะนอนราบลง เอามือลูบไล้ใบหน้าของผมไปมาพอผมลืมตาขึ้นเขาก็ก้มลงจูบผมแบบหยอกเหย้าเล่นและเริ่มหนักหน่วงขึ้นมือลูบไล้ต้นแขนผมไปด้วย ผมก็กำลังสลึมสลือแต่ก็เคลิ้มตามไปด้วยมือผมก็ลูบไล้เอวของคริสโตเฟอร์

      “อะแฮม!!” เสียงกระแอมดังอยู่นอกรถ คริสโตเฟอร์ก็หยุดและผมเองก็ดันเขาให้ลุกขึ้นจากตัวผม สี่หนุ่มยืนกอดอกอยู่ข้างนอกรถ ผมก็ไม่รู้ว่ามาจอดตอนไหนด้วยซิ ผมรีบดันคริสโตเฟอร์ออก หมดกันครูเขมชาติ

      “ทำอะไรอะคริส” เสียงปันปันถามคริสโตเฟอร์

      “คริสมันคงซักผ้าอยู่มั้งครับลูกปันปันครับ” อาร์ท ผมเดาได้ว่าหนุ่มที่โดนแซวคงแก้มป่อง

      “ไอ้อาร์ท!!”

      “โป้งจัง.....ไอ้อาร์ทมันว่าเมียโป้งจังอะ”  ปันปัน หันมาทำตาปิ้งๆใส่โป้ง ความรักเด็กๆนี้เขาหยอกกันน่ารักดีนะ

      “กูจะเตะเมียกูนี้แหละ ..บอกอย่าเรียกโป้งจังไง...กูอายเขา!” โป้ง

      “กูแค่ปลุกพี่เขมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” คริสโตเฟอร์พูดและลุกจากตัวผมออกไปยืนนอกรถ มัน่าจริง ผมก็ต้องรีบปรับเบาะและลุกขึ้นนั่งทันที

      “เหรอ!!” เสียงนี้บอกได้ว่าไม่เชื่อแน่นอน ผมออกจากรถก็บิดขี้เกียจ และมองไปรอบๆอุทยาน บรรยากาศดีมากเลย มีบึงขนาดใหญ่ มีนักท่องเที่ยวมานอนเต็นท์หลานเต็นท์อยู่เหมือนกันแต่ไม่ได้อยู่ติดกันจนแออัด มีพื้นที่เป็นส่วนตัวให้ได้ทำกิจกรรมกันแบบไม่รบกวนคนอื่นๆเขา

      “นี่ครูจะมอมพวกผมด้วยสปายกันเหรอครับ ...แต่...ผมกินไม่เคยเหมาสักทีอะครู ” อาร์ทพูด พร้อมกับช่วยกันยกสปายออกจากท้ายรถของผม

      “ก็ดีแล้ว...มีครูที่ไหนอยากให้ลูกสิทธิ์เมาห๊ะ!” ผมพูด

      “วันนี้เลิกเป็นครูหนึ่งวันได้ไหมอะพี่...เป็นพี่ชายพวกผมหนึ่งวันนะ” คริสโตเฟอร์พูด ผมคิดว่าดีเหมือนกันถ้ามีคำว่าครูมันก็คงดูเกร็งๆกันและคงไม่สนุกมากเท่าไหร่

      “ก็ดีนะ...วันนี้ไม่ต้องเรียกครูเรียกพี่เขมแล้วกัน” ผมพูดทุกคนพยักหน้า

      “ครู...เอ้ย....พี่เขมผมกางเต็นท์ไว้ให้แล้วครับ ผมเอามาเผื่อจากที่บ้านนะครับ...ไม่ต้องเอาเต็นท์พี่เขมหรอกนะครับ” อาร์ทพูด ก็พยักหน้าตามนันก็ได้

      “เพราะว่า ผมจะได้แอบดูกันได้ ผมแอบเจาะรู้ไว้ตั้งแต่ที่บ้านแล้วครับพี่เขม ” แต่ไอ้ตรงแอบดูได้นี้แหละผมหันขวับไปมองทันที

      “เอาเต้นพี่ดีกว่ามั้ยอาร์ท ไม่มีแน่นอนให้พวกนายแอบดู”ผมหันไปบอกพ่อตัวดี นอกจากจะเกรียนทั้งแก้ง ยังหื่นมากทั้งแก้งอีก นี่ครูเขมหลวมตัวมาได้ยังไงเนี๊ยะ ฮาๆ กลับไม่ทันแล้วผมคิดว่า

      “ไอ้เชี้ย!!!!” คริสโตเฟอร์เลยไล่เตะอาร์ททันที  ผมก็ช่วยกันถือของไป เขาตั้งเตาเรียบร้อยแล้วมีพวกถังเย็นแชร์พวกหมู ไก่ และซีฟูดส์ที่จะทำบาร์บีคิวคืนนี้ เต็นท์ที่ถูกกางไว้เรียบร้อยแล้วทั้งสามเต็นผมเอาที่นอนปิ๊กนิคมากเอง คริสโตเฟอร์จัดการนำที่นอนผ้าห่มเข้าไปไว้ในเต็นท์

      “ผมมากันได้สักพักแล้วครับพี่เขมผมเลยตกปลาได้สองตัว..ปลาทับทิมนะครับ” โป้งพูดผมก้มลงไปดูตัวใหญ่ใช่เล่น

      “ดีเลยพี่ทำปลาเผากินกันนะคืนนี้” ผมพูด

      “ถ้าอย่างนั้นปันปันช่วยพี่เขมนะ”ปันปันบอกผม ผมก็พยักหน้าว่าได้

      “โจคร๊าบ ไปเรียนแม่บ้านแม่เรือนกับพี่เขมเลย เพราะโจก็จะได้ออกเรือนเร็วๆนี้ แม่จี้ดบอกมานะครับ เมียกูครับ” อาร์ทหันไปบอกโจที่ยืนเล่นมือถือยู่  ผมนี้ควรจะดีใจดีไหมให้มาเรียนเป็นแม่บ้านแม่เรือนกับผมนี้นะ

      “กูแม่บ้าน 2020 โว้ย ไม่ใช่แม่การะเกดย้อนยุกต์นี่ครับ ไอ้คุณอาร์ท ดังนั้น ยุคนี้สามีทำ แบร๋” นั้นไง โจหันไปแลปลิ้นให้อาร์ท
      
      “ดีเลยปันปัน ...ถ้าอย่างนั้นพวกผมไปหาไม้มาทำฟืนเพื่อก่อกองไฟดีกว่านะครับพี่เขม “ โป้งพูดผมก็พยักหน้าโป้งเข้าไปเรียกคริสโตเฟอร์ ผมก็จัดการเป็นพ่อครัว โดยมีปันปันเป็นลูกมือช่วยอีกคนดูท่าจะคล่องแคล้วหรือไม่ก็ชอบทำอาหาร และโจก็ช่วยและทำการถ่ายรูปไปด้วย แต่ถ่ายรูปซะมากกว่าช่วยนะผมว่า 

      “ม๊าผมทำอาหารเก่งนะครับพี่เขม.....ผมเองก็ชอบช่วยม๊าเพราะไม่อยากเห็นม๊าเหนื่อยอยู่คนเดียว พี่เขมคงรู้นะครับว่าครอบครัวคนจีนเป็นยังไงและยิ่งบรรดาเจ้ ลูกสาวพากันแต่งงานไปกันหมดแล้วด้วยม๊ายิ่งต้องทำเองทุกอย่างแต่เตี่ยมักจะไม่ชอบให้ผมทำเพราะเตี่ยกลัวผมตะเป็นตุ๊ด...เตี่ยไม่เข้าใจหรอกว่าเกย์คืออะไร..คิดอย่างเดียวแต่ว่าจะเป็นตุ๊ด” ปันปันพูด ผมหันมามองปันปัน สีหน้าเขาดูกังวลและเสียใจ

      “มันเป็นแค่ความที่กังวลใจของพ่อแม่เท่านั้นเองนะปันปัน แต่ถ้าปันปันทำให้เตี่ยปันปันเห็นว่าปันปัน ไม่ได้อ่อนแอ ปันปันอยู่ได้บนโลกใบนี้ได้และปันปันก็ประสบผลสำเร็จได้ นั้นแหละวันที่เตี่ยของปันปันจะยอมรับและเปลี่ยนความคิด  อดทนหน่อยตั้งใจเรียนไม่นานพ่อของปันปันก็จะยอมรับสิ่งที่ปันปันเป็นได้...ครูเชื่ออย่างนั้นนะ” ผมพูด ปันปันหันมามองหน้าผมรอยยิ้มส่งกลับมาให้ผม
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ตอนนี้เข้ามาอัพได้ทุกวันแหละวันละตอน เรื่องกำลังเข็มข้นขึ้นตัวร้ายกำลังจะกลับกลายมาเป็นคนดี เราไม่ชอบกำจัดแบบให้สิ้นซากเพราะไม่ใช่นิสัยครูเขมพูดเลย....

ตอนหน้าสวีทกันสามคู่ ไม่มี NC นะคะ (กลัวมีเยอะไปแล้วจะว่าคนแต่งสายหื่น..555จริงๆ มันใช่ ก๊ากๆ)
ขอบคุณทุกกำลังใจนะ  :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:  รักคนอ่านจัง  :กอด1:
[/quote]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-10-2020 07:49:13 โดย Tanthai23 »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
               EP.31.1 สวีทกันสามคู่ชูชื่น 2
             
                Part ครูเขมชาติ ระหว่างที่ผมกำลังเตรียมอาหาร ส่วนคริสโตเฟอร์ โป้งและอาร์ทก็ไปหาฟืนมาก่อกองไฟสำหรับคืนนี้ มีหลายกลุ่มที่มาพักนอนเต็นท์เหมือนกัน อยู่ข้างๆถัดจากพวกห่างออกไปนิดหน่อย สิบกว่าเต็นท์ได้ โจก็เดินเข้ามาเป็นลูกมือช่วยผมอีกคนแต่ดูโจจะเก้ๆกังๆ เพราะคงไม่ค่อยเข้าครัวสักเท่าไหร่

“พี่เขมทำอาหารเก่งจังอะครับ...ผมนะแม่คอยเคี่ยวเข็ญจนเรียกได้ว่าต้องบังคับจะดีกว่านะครับพี่เขม ...แต่ผมยังทำไม่ได้เลยอะ” โจพูดผมหันไปมองยิ้มๆให้

“ปันปันมึงรึบเรียนเลยนะกะเป็นแม่ศรีเรือนเลยซิท่า” โจหันไปแซวปันปัน

“เออ...กูตั้งใจตั้งแต่กูลืมตาดูโลกเลยครับไอ้โจ” ปันปันหันมาแหยกเขี้ยวใส่โจ้
“นี้แสดงว่ามึงลืมตาดูโลกมึงก็ตั้งใจเป็นแม่เลยอะดิ ปันปัน “ นั้นไงได้ผล ลูกมือของผมหันไปไล่เตะกันเองแล้ว ทำเอาพวกโป้งและอาร์ทถึงกับส่ายหัว

“พี่เขมครับผมเอาปลาไปเผาก่อนดีกว่า” โป้ง บอกผม ผมหันไปพยักหน้าตอบ

“ไปช่วยปะ” ปันปันถามโป้ง โป้งพยักไหล่และปันปันก็เดินตามโป้งไป

“พี่เขมงั้นผมกับไอ้อาร์ทเอาพวกหมึกกุ้งและบาบีคิวนี้ไปย่างเลยนะครับพี่เขม” อาร์ท เดินมาบอกผมพยักหน้าแน่นอนโจต้องเดินไปช่วย สองคู่เขาไปสวีทกันคนละมุมเลย ผมก็กำลังจะทำกุ้งแม่น้ำทอดราดซอสมะขาม แม่ผมทำให้พ่อผมทานบ่อยจนผมทำได้ ผมก็เป็นลูกชายคนเล็กชอบเข้าครัวช่วยแม่ เหมือนอย่างที่ปันปันพูด ไม่อยากเห็นแม่เหนื่อยยู่คนเดียวและแม่ผมยิ่งเป็นครูสอนวิชาคหกรรมด้วยผมยิ่งต้องทำให้ดูดีและน่าทาน

“หมับ” คริสโตเฟอร์เดินมากอดผม ผมก็สะดุ้งทำท่าจะจับมือออก

“พี่เขมวันนี้ไม่ได้เป็นครูนะ...เป็นคนรักต้องกอดได้ซิ” คริสโตเฟอร์พูดผมหันไปมองยิ่งทำสายตาอ้อนแบบนี้อีกใจอ่อนจนได้นะผมนะ เวลาผ่านไปไม่นานอาหารเสร็จเรียบร้อย

“กูกับพี่เขมไปอาบน้ำกันก่อนนะโว้ย..เดี๋ยวมาจัดสถานที่รอเลย” คริสโตเฟอร์

“ได้ทีแม่งสั่งเลยนะ ไอ้คุณคริสครับ” ไอ้อาร์ทหันมาพูด ผมหยิบผ้าเช็ดตัวคนละผื่นพวกโป้งนะมาถึงก็ลงเล่นน้ำกันเลย ก็เลยอาบน้ำกันเรียบร้อยแล้ว ที่นี้มีห้องน้ำสาธารณะไว้ให้ใช้ ผมพากันเดินไปที่ห้องน้ำสาธารณะ

“พี่เขมอาบห้องเดียวกันนะ ห้องอื่นคนอื่นได้ใช้ได้” คริสโตเฟอร์พูด

“จะดีเหรอ” ผมถามเพราะว่ากลัวเวลาอาบน้ำด้วยกันนี้แหละ กลัวคนที่อาบกับผมจะอดใจไม่อยู่ แถมตรงนี้มันห้องน้ำสาธารณะด้วยนะ

“นะ”

“อาบน้ำอย่างเดียวนะ” ผมพูดกันท่าไว้ก่อนคนนี้ยิ่งไวทุกอย่างและยิ่งห้องน้ำสาธารณะแบบนี้ด้วย มีหวังเขาคงได้สืบหาว่าใครแน่ๆ

“หึๆ...หรือว่าพี่เขมอยากได้มากกว่านั้นอะ” คริสโตเฟอร์พูด

“ไม่เอา...เร็วๆเขาคนอื่นจะได้มาใช้ห้องน้ำบ้าง” ผมดันคนที่ยืนอยู่เข้าไปในห้องน้ำ จัดการอาบน้ำกันสองคนในห้องน้ำเดียวกัน แต่ก็ไม่วายมือไม้นี้เป็นปลาหมึกอยู่ดี

“อิว!” ร้องดังลั่นเลย ผมรีบเอามืออุดปากคนที่ส่งเสียงร้องทันทีเช่นกัน

“ไหนบอกพี่ว่าอาบน้ำอย่างเดียวไงห้ามลวนลามพี่เดี๋ยวจะโดน” ผมทำน้ำเสียงดุใส่คนดื้อของผม ผมก็ต้องรีบอาบน้ำให้เสร็จเร็วๆพวกอาร์ทกับโจ้ ปันปันและโป้งคงรอนานแล้วมีหวังได้แซวอีกแน่ๆ หายไปนาน ผมเดินอกมาจากห้องน้ำก็มีสายตา สองคู่หันมามองเขารอใช้ห้องน้ำอยู่เหมือนกัน เขายิ้มให้ผมสองคน ดูก็รู้ว่าเป็นแฟนกันจับมือกันเดินเข้าห้องน้ำ

“เห็นไหมเขายังอาบด้วยกันเลย เขามาซิ” ผู้ชายเรียกแฟนตัวเองเข้าไปบ้าง ผมเดินมาที่ตรงที่พัก มีเก้าอี้พับได้กางไว้คนจะตัวและอาหารก็ถูกจัดวางไว้ เป็นมินิปาร์ตี้เล็กๆก็ว่าได้ มีกี่ตาร์โปร่งวางอยู่สองอัน ผมจำได้ว่าอีกอันนะของคริสโตเฟอร์ คริสเอาเสื้อผ้าเข้าไปเก็บให้ ผมนั่งรอเขาด้านนอกกับเพื่อนๆเขา

“คริสมันรักพี่เขมมากเลยนะครับ พวกผมไม่เคยเห็นมันทำแบบนี้ให้ใครเลยแม้กระทั้งแฟนเก่าที่มันเลิกลาไปนะครับ มันทำเหมือนรักเขามากแต่มันไม่เคยดูแลเขาได้ดีเท่าดูแลพี่เขมเลยนะครับ” โป้งพูดและคริสโตเฟอร์ก็เดินออกมาพร้อมกันเสื้อแจ็คเก็ต

“เผื่อว่าพี่เขมหนาว” คริสโตเฟอร์บอกผม และปาร์ตี้ก็เริ่มขึ้น โจ้เปิดขวดบาคาดี้แจกกันคนละขวด โป้งกับปันปันเขานั่งติดกัน ปันปันก็กดถ่ายรูป ถ่ายเซฟฟี่บ้างอะไรบ้าง ผมเห็นคนข้างๆเขาอยากจะถ่ายเซลฟี้คู่กับผมใจจะขาดแต่ทว่ามันไม่เหมาะสมถ้าจะเอาไปอัพลงเฟสบุ๊คเหมือนคู่รักคนอื่นๆเขาทำกัน

“ไอ้ปันปันรีบเหรอ...อัพสวีทกันทันทีเลยนะสาด ...รอกูอีกสองวิ ...ที่รักหันมา” โจพูดและเอามือดันศรีษะอาร์ทมาถ่ายรูปแบบไม่ให้รู้ตัวแถมด้วยหอมแก้มอีกต่างหาก

“พี่รู้ว่าเราอยากทำบ้างแต่พี่กลัวว่า”

“แค่ได้อยู่กับพี่ผมก็มีความสุขแล้วแต่ก็อยากจะมีโมเม้นนั้นบ้างเหมือนกัน อยากให้คนอื่นได้รู้ว่าเรารัก อยากให้คนอื่นรู้ว่าพี่เขมนะแฟนผม” คริสโตเฟอร์พูด ผมได้แต่มองแววตาคู่นั้น มองจนเพลินผมรู้สึกตัวอีกที ริมฝีปากนั้นก็เข้ามาแตะที่ริมฝีปากผม

“แชะ” เสียงแชะรูปถ่ายโดยปันปัน และผมก็ผละริมฝีปากออกจากกันทันที หันไปตักอาหารมานั่งทานกันสองคน โป้ง และอาร์ทก็เล่นกีตาร์ร้องเพลง สนุกสนานกันส่วนใหญ่จะเป็นเพลงดัดแปลงออกแนวทะลึ้งทั้งนั้น ส่วนคริสโตเฟอร์ก็นั่งข้างๆผมบีบมือผม

“ในบรรดาผู้หญิงที่เราคบนะคนไหนที่เราคิดว่าเรารักเขามากที่สุดและคิดว่าจะหยุดที่เขา” จู่ๆผมก็ถามเขาเรื่องนี้ขึ้นมา คริสโตเฟอร์มองหน้าผม

“พี่อยากรู้เหรอ”

“อืมม...” ผมพยักหน้าเบาๆ

“ผมตอบตามตรงนะ ...ผู้หญิงทีทำให้ผมดีขึ้นแต่แค่ปีเดียวเองที่ผมได้เป็นแฟนกันเป็นปีเดียวที่ผมยอมทำเพื่อให้ได้มาซึ้งหัวใจของเขาก่อนที่เขาจะไปเรียนต่อที่อื่น ...เชอรี่...เธอเป็นผู้หญิงที่สวยและสมบูรณ์แบบ เรียกได้ว่าเพอเฟค เธอไม่เคยมองผมเหมือนเช่นคนอื่นๆมอง ว่าผมเป็นฝรั่งไม่มีพ่อ แม่ทำงานบาร์มาก่อนอะไรพวกนี้ “ ผมก็พยักหน้าตาม

“และนี้ก็คือจุดที่ทำให้ผมกับพี่กายบาดหมางกันมีเรื่องกันมาตลอดทุกที ไม่ว่าในสนามหรือนอกสนาม เพราะว่าพี่กายเขาชอบเชอรี่และเขาก็คงคิดว่าตัวเขามีดีทุกอย่างแต่ทำไมเชอรี่มองข้ามเขามาหาผม..ผมเคยคิดถึงขั้นว่าจะคบคนนี้ไปนานๆและจะแต่งงานด้วยและผมก็จะทำให้เขาเห็นให้ได้ว่าผมดีพร้อมสำหรับเขา”

“จน....พ่อแม่เขารู้เรื่องของผมกับเชอรี่ พ่อแม่เขารับไม่ได้ตรงที่แม่ผมเคยเป็นผู้หญิงบาร์มาก่อนเขาจึงพาเชอรี่ไปเรียนต่อเมืองนอก ....และนั้นแหละชีวิตผมก็ดิ่งลงอีกครั้งพี่เขม” คริสโตเฟอร์พูด

“เขาว่าผมเป็นแค่ฝรั่งที่ไม่มีอะไรมาอาศัยเมืองไทยพ่อยังทิ้งไป จะไปทำอะไรได้เขาไม่เชื่อในตัวผมและผมกับพี่กายเรามีเรื่องกันบ่อยจนผมถูกตักเตือนไม่รู้กี่ครั้ง นั้นก็ยิ่งทำให้พ่อแม่เขาที่เป็นผู้มีชื่อเสียงไม่อยากให้ลูกสาวเขามาคบกับผมแต่ว่าเราก็แอบคบกันผมบอกตรงๆว่าผมกับเชอรี่เรามีอะไรกันแล้ว” คริสโตเฟอร์พูดผมพยักหน้ายอมรับเพราะนั้นคืออดีต

“และที่ผมรู้ก็คือพ่อของเชอรี่นะเขาเป็นเพื่อนพ่อของพี่กาย แน่นอนพี่กายก็ต้องคอยยุแต่สุดท้ายพ่อแม่เขาก็เลือกที่จะพาลูกสาวเขาหนีไปไกลจากผม “ คริสโตเฟอร์พูด ผมพยักหน้า คริสโตเฟอร์มองหน้าผมเขากุมมือผมไว้

“ถ้าวันที่เราพร้อมแล้วผู้หญิงคนนี้เขากลับมาหาเราละ” ผมถามคริสโตเฟอร์

“พี่เขมมันเปลี่ยนไปแล้วความรู้สึกผมนะตอนนี้ผมรู้แล้วว่า ผมรู้ว่าผมควรรักใคร รักคนที่ผมอยู่ด้วยแล้วผใมีความสุข ถามว่าอยู่กับเชอรี่มีความสุขไหมตอบได้ว่ามีแต่มันละสุขกัน พี่เขมเข้าใจใช่ป่ะ แต่เชอรี่ก็ดูแลดีนะ ดูแลผมตลอดทำให้ทุกอย่างแต่ผมแค่อยากได้เขามาเป็นแฟนเพราะว่าเขาสวยเขา...เป็นที่ต้องตาต้องใจใครก็อยากได้และ...ผมอยากเอาชนะไอ้พี่กายมัน..ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว...เราต้องอยากอยู่กับใครสักคนเพราะว่าเรารักเขาไม่ใช่อยากได้เขา”

“ที่ผ่านมาผมความรู้สึกผมกับเชอรี่มันต่างกันกับที่ผมรู้สึกกับพี่เขม...ผมอยู่กับพี่เขมเพราะว่าผมรักพี่นะผมมีความสุขมากกว่า ผมได้อะไรหลายๆอย่างมากกว่า โตขึ้น...รู้จักระงับอารมณ์ตัวเองมากขึ้น ” คริสโตเฟอร์พูด

“คราวนี้เข้าใจพี่แล้วใช่ไหมว่า เรื่องราวระหว่างพี่กับณัฐกานต์ก็จบลงแล้วเหมือนกัน...พี่อยากอยู่กับคนที่พี่อยู่ด้วยแล้วมีความสุขต่อให้พี่ต้องทำทุกอย่างเหนื่อกว่าแค่ไหนแต่ผลที่ได้รับมันสุขใจพี่เลือกที่จะอยู่ตรงนั้น” คริสโตเฟอร์ยิ้ม เขากำลังจะยื่นหน้ามาจูบผมแต่ผมว่าไม่ได้ยินเสียงเพลงแล้วนะ มันเงียบมากผมเลยหันไปมองสายตาสี่คู่มองผมสองคนเป็นตาเดียวกันเลย ผมรีบดันคริสโตเฟอร์ออก ถึงวันนี้ไม่เป็นครูแต่มันก็ยังเคาะๆเขินๆ อยู่ดี ผมเหลือบมองเวลานี้เกือบจะเที่ยงคืนแล้วเหรอเร็วมาก

“ดึกแล้วเขาเต็นท์นอนกันดีกว่าวะ “

“โป้ง...เราไป...เล่านิทานกัน”

“ห๊ะ!...โตป่านนี้ยังฟังนิทานก่อนนอนอีกเหรอวะปันปัน...เมียจ๊า...คู่นี้มันยังเล่านิทานก่อนนอนกันอยู่เลยอะ ...ฮาๆ ” อาร์ทรีบแซวทันที

“จริงๆดิ...ฮาๆ...มึงได้เมียเด็กน้อยเหรอวะโป้ง..ฮาๆ” โจอีกคน

“นิทานของกูไม่ใช่นิทานเด็กๆ เพราะว่านิทานที่เราสองคนจะเล่าให้ฟังกันเป็นนิทานเรทอาร์เว้ยเฮ้ย!”

“พลุ๊กๆๆ” แก้วน้ำพลาสติกและขวดน้ำ ถูกปาใส่คู่โป้งกับปันปัน ผมก็ลุกขึ้นพับเก้าอี้เก็บไว้ข้างจะได้พากันเข้าเต็นท์นอนกัน

            พรุ่งนี้ว่าจะไปเที่ยวที่ใกล้ๆกันก่อนแล้วค่อยพากันกลับบ้าน วันอังคารเปิดเรียนตามปกติ ผมหมุดเข้าไปจัดที่นอนก่อนและคริสโตเฟอร์ก็ตามผมเข้าไป ดวงไฟจากข้างนอกที่เปิดไว้ให้คนที่มานอนเต็นท์ มันก็ไม่ได้ถึงกับรบกวนสายตาจนนอนไม่หลับ บรรยากาศ ที่เงียบมีเพียงเสียงจิ้งหรีดร้องดูธรรมชาติมาก ผมนอนคุยกันเรื่องวัยเด็กของผมกับพี่ชายทั้งสองคนคุยกันสักพักจนผลอยหลับไปทั้งคู่

          ผมรู้สึกตัวอีกทีตอนเช้ามืดคนข้างๆไม่ได้นอนอยู่ข้างๆผมแล้ว ผมจึงเปิดเต็นท์ออกไปด้านนอก ผมกับเห็นคริสโตเฟอร์กับโป้งกำลังเปิดเต็นท์ของอาร์ทกับโจ้ และกำลังดึงลากอะไรสักอย่าง ส่วนปันปันก็ยืนปิดปากขำ ผมก็ยืนเอามือขึ้นมาเท้าซะเอวมอง จนทั้งคู่ลากที่นอนลมออกมาจากเต็นท์ หลับกอดกันกลมเลย คริสโตเฟอร์หันมา เอานิ้วชี้ทำท่าจุปากไม่ให้ผมส่งเสียง และทั้งคู่ก็ลากที่นอนที่มีคู่รักนอนกอดกันไปที่แม่น้ำและดันลงไปที่สระน้ำ

“ทำอะไรนะคริส” ผมถามคริสโตเฟอร์

“ชู!! ....เมื่อคืนไอ้คู่ผัวเมียนี้มันแอบส่องเต็นท์เราสองคนด้วยพี่เขม” คริสโตเฟอร์พูดนี้ส่ายหัวเลยเล่นอะไรกันเป็นเด็กๆ แต่ก็ยังอยู่ในวัยเด็กอยู่อะนะ

“หนึ่ง...สอง...สาม...” และคริสโตเฟอร์กับโป้งก็ช่วยกันดันจนที่นอนลอยลงไปในน้ำเรีบยร้อย คู่ที่นอนกอดกันก็หลับดีจริงๆไม่รู้สึกอะไรเลย

“ฮาๆ” พวกโป้งกับคริสโตเฟอร์และปันปันพากันหัวเราะเสียงดัง ผมเองก็ปิดปากขำ เสียงหัวเราะทำให้คู่นั้นเริ่มขยับตัวคนที่ขยับคนแรกคืออาร์ท ขยี่หูขยี่ตา คงแปลกใจทำไมเห็นท้องฟ้าชัดเจนแบบนี้

“เว้ยย!!” ร้องเสียงหลงทันทีที่เขาเห็นภาพได้ชัดเจนว่าท้องฟ้าจริงๆ และคนที่นอนอยู่บนตัวอาร์ท ก็คือโจงัวเงียขยี่หูขยี่ตาเช่นกัน

“ว๊าก!!” ตามมาด้วยเสียงร้องตกใจเพราะว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าคือน้ำ

“ฮาๆ” เสียงสามหนุ่มหัวเราะชอบใจกันใหญ่เลย

“อาร์ท....ทำไมเรามาอยู่ในน้ำว่ะ ...” โจตะโกนพร้อมหันรีหันขวางมอบไปรอบๆตัว

“เฮ้ย!! …อย่า...อย่าขยับโจเดี๋ยวได้ลงน้ำทั้งคู่!!!” อาร์ท

“ไอ้โป้ง ...ไอ้คริส...ไอ้ปันปัน...ไอ้เชี้ย.....มึงแกล้งกูสองคนทำไมว่ะสาด.....โว้ว...โว้ว...อย่าดิ้นซิเมียเดี๋ยวลงน้ำลง...ช่วยกันพายเข้าฝั่งนะบัดนาว!” อาร์ทโวกเวกโวยวายอยู่กลางสระน้ำ ทำให้คนมานอนเต็นท์พากันตื่นบางก็ยืนมองบ้างก็หัวเราะชอบใจ ผมเองคนหนึ่งที่พยายามไม่หัวเราะ

“นี่ครูก็แกล้งผมสองคนด้วยเหรอครู!!! “ ผมรีบโบกไม้โบกมือว่าไม่ใช่ผม ผมไม่รู้เรื่อง

“ให้กูขึ้นไปได้ก่อนนะมึง....กูจะ..กูจะ...ฟ้องแม่จี้ดกูแน่ๆ ....อาร์ท...พายเร็วๆเดี๋ยวกูกลัวน้ำ...น้ำยิ่งเย็นๆ อยู่”

“เมียก็อย่าขยับไปมาซิครับ...เดี๋ยวผัวก็ถีบเมียลงน้ำซะเลยนิ “ อาร์ทพูดและต่างช่วยกันเอามือวักน้ำให้ที่นอนพาเขาสองคนเข้าฝั่ง ผมเห็นแบบนี้ทำให้นึกถึงชีวิตสมัยเรียนมัธยม ตอนนั้นชีวิตผมยังมีความสุขแบบนี้อยู่ ได้อยู่กับเพื่อนๆ สนุกสนานกับเพื่อนคือตอนนั้นยังไม่ค่อยเห็นถึงความสำคัญของความรักเท่าไหร่แต่พอเข้ามหาวิทยาลับ พอได้รู้จักณัฐกานต์ความสุขเหล่านี้ก็ค่อยๆหายไป เรียกได้ว่าหยุดไม่ได้ต้องหางานพิเศษทำ

“ฮาๆ” ผมหันไปมองคนหัวเราะท้องแข็งอยู่บนพื้นหญ้าคริสโตเฟอร์ ผมหันไปจัดการดูซิว่าอะไรที่ผมจะพอมาทำอาหารเช้าทานกันได้ ส่วนอาร์ทกับโจก็พยายามประคองจนเข้ามาถึงฝั่งได้อย่างปลอดภัยคือไม่ตกน้ำแต่ทั้งคู่คงไม่กล้าหลับสนิทจนพวกนี้แกล้งได้อีกแน่ๆ พอทั้งคู่เข้ามาใกล้ฝั่งด้วยความที่โจรีบกระโดด

“โครม!!” เสียงโครม น้ำกระจายขึ้นมาชายฝั่ง เนื่องที่นอนมันพลิกก็ส่งผลให้ตัวอาร์ทพลิกลงไปในน้ำเช่นกัน แต่ทว่ามันตื้นไม่ลึกแค่หน้าแข่งได้

“อาร์ท!!” โจ ส่วนพวกที่นั่งขำก็ยิ่งขำหนักกว่าเดิม ผมนี้ส่ายหัวเลยเล่นกันได้เหมือนเด็กๆจริงๆ

“เขาเรียกว่าปลูกเรือนผิดหรือเปล่าวะเนี๊ยะ” อาร์ทลุกขึ้นมายืนเนื้อตัวเปียกหมด

“ขึ้นไม่ได้อะเมียช่วยดึงหน่อย”อาร์ทเรียกโจไปช่วยดึง โจก็ยื่นมือไปเพื่อให้อาร์ทจับและจะช่วยดึงขึ้นแต่

“กูช่วยมา” คริสโตเฟอร์เดินช่วยจับแขนโจอีกที ผมว่าน่าจะมีอะไรแอบแฝงนะคนทีไปขอช่วยเนี๊ยะ ผมก็หันไปหยิบพวกปูที่เหลือเมื่อคืนมาอุ่นจะได้ทำข้าวผัดปูทานกัน และผลก็เป็นอย่างที่ผมคิด คริสโตเฟอร์แกล้งปล่อยมือโจเลยลงไปในน้ำด้วยกันทั้งคู่เลย

“ฮาๆ”

"ไอ้คริส!!...กูจะ...ฟ้องแม่จี้ด…กูโดนรังแกอีกแล้ว” โจ แต่ผมว่าเขาไมได้โกรธกันจริงๆหรอกว่านี้คือความสุขของวัยพวกเขา อาร์ทกับโจพอขึ้นมาได้ก็ไล่เตะพวกคริสโตเฟอร์กับโป้ง ส่วนปันปันมาช่วยผมทำอาหารเช้า มาช่วยแกะเนื้อปู โจและอาร์ทกลับมาจากไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า โจก็เข้ามาช่วยผมอีกคนช่วยกันหันผักเครื่องเคียง หนุ่มๆที่เหลือก็ช่วยกันเก็บเต็นท์ ผมเองก็ยังแอบเสียดายแทนคริสโตเฟอร์ไม่ได้ว่าเขาจะรู้สึกยังไงถ้าเขาต้องจบไปก่อนเพื่อนๆ ความสุขตรงนี้ของเขามันจะหายไปหรือเปล่า นี้ผมคิดถูกหรือผิดกันแน่ที่เลือกให้เขาไปก่อน แต่ที่แน่ๆ ความสุขของผมละมันจะหายไปด้วยไหมแล้วผมจะทนอยู่ได้ไหมถ้าเขาไปอยู่ไกลๆจากผมแบบนั้น ผมคงไปกับเขาไมได้เพราะว่าผมรักและผูกผันโรงเรียนนี้ซะแล้ว

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-10-2020 07:57:54 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
EP.31.3 สวีทกันสามคู่ชูชื่น 3(ครูเขมหึงนะ)

       หลังจากที่เก็บทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก็ทานอาหารเช้าด้วยกัน ข้าวผัดปู ฝีมือผมแต่ละคนชมว่าอร่อยแม่ผมก็สอนมาอีกนั้นแหละ ยายผมเคยทำข้าวผัดปูขายเพื่อส่งแม่ผมเรียนและยายผมก็ทำอร่อยมากด้วยลูกค้าติดกันเยอะแต่พอแก่ตัวลงก็ทำไม่ค่อยไหว ยายผมเสียไปก่อนพ่อผมปีหนึ่งด้วยโรคชรา
 
“พี่เขมเราไปเที่ยวน้ำตกกันต่อนะและก็ไปเยี่ยมพ่อไอ้โป้งมันด้วย” คริสโตเฟอร์บอกผม ผมพยักหน้าว่าได้ซิ ไหนไหนก็วันหยุดแล้วซิ ก็เที่ยวให้คุ้มไปเลยแต่ละคนก็พากันขนของไปเก็บไว้ที่รถและขับตามๆกันไป เพื่อตรงไปที่น้ำตก ผมมาเที่ยวจังหวัดใกล้ๆเป็นบ้านเกิดโป้งเองก็เลยถือโอกาสไปเยี่ยมพ่อของโป้งที่เพิ่งจะออกจากโรงพยาบาลและพักฟื้นอยู่ที่บ้าน
 
“ถึงแล้วพี่เขม” ผมจอดรถเอาไว้ภายในอุทยานแห่งหนึ่ง ช่วงนี้เป็นวันหยุดชดเชยก็จะมีผู้คนมากมายเข้ามาพักผ่อนกัน  ผมลงจากรถมาบิดขี้เกียจ คริสโตเฟอร์เอาพวกน้ำดื่มและเสื้อผ้าขึ้นไปเปลี่ยนข้างบนสำหรับใส่ตอนเล่นน้ำ เขาใส่เอาไว้ในกระเป๋าเป้ของเขา แต่ละคนก็มีกันคนละใบเดินไปเป็นคู่ จะมีคู่โจ้กับอาร์ทที่ขยันถ่ายรูปคู่กัน เรียกได้ว่าเช็คอินกันทุกจุดก็ว่าได้  พอผมหันเห็นคนข้างๆแล้วก็อดใจหายไม่ได้
 
“อยากถ่ายรูปหรือเปล่าละ” ผมถามคริสโตเฟอร์ เขาหันมาพยักหน้า ผมหยักไหล่ว่าได้คริสโตเฟอร์หยิบมือถือขึ้นมากดถ่ายรูปคู่กับผมใบหน้าแนบชิดแก้มผม
 
“พี่เขมนั้นอะไรนะ” ผมก็หันไปมองตามมือที่ชี้ไปด้านข้างๆ
 
“ไหนอะคริสไม่เห็นจะมี...อุ๊บ” ผมหันไปมองแต่ก็ไม่มีอะไรสักหน่อยจึงหันกลับมาจะมองหน้ากล้องต่อแต่ก็ถูกขโมยหอมแก้มจากหนุ่มเจ้าเล่ห์ข้างๆผม  ผมไม่ได้ว่าอะไรเขาหรอกแค่หัวเราะเฉยๆ พวกผมเดินขึ้นไปตามทางลาดชัน เพื่อจะไปเล่นน้ำตกชั้นบนกัน น้ำตกที่นี้มีทั้งหมดห้าชั่นแต่ละชั้นถูกตกแต่งไว้ให้เป็นที่พักผ่อนของผู้มาเยือนบ้างก็เอาครกสากมาตำส้มตำทานกันเอง ผมเดินไปจนถึงชั้นที่สามไม่สูงมากหนักก็จัดการหาที่นั่งแต่ละคนก็เตรียมพร้อมลงน้ำกันแล้ว  ผมก็พร้อมแล้วแหละผมสวมกางเกงขาสั้นมาวันนี้ พวกโป้งและอาร์ทนะถอดเสื้อลงไปเล่นน้ำ ปันปันไม่ได้ถอดแต่สวมเสื้อกร้ามเอา โจก็สวมเสื้อยืดลงไปเล่นน้ำ คริสโตเฟอร์หันมามองผม ก่อนจะถอดเสื้อออกเช่นกัน ช่วงนี้เขาฝึกซ้อมบาสหนักพอๆกับอ่านหนังสือและคริสโตเฟอร์ก็กำลังเข้ารู้รุ่นหนุ่มทำให้กล้ามเนื้อท้องเริ่มเห็นชัดเจนมากขึ้น
 
“หุ่นดีวะแก...แถมหล่อด้วย...ไซ้ฝรั่งอีกต่างหาก...น่ากินอะ” ผมได้ยินเสียงสาวๆ นั่งอยู่มองมาทางคริสโตเฟอร์ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้คริสโตเฟอร์ ผมก็ทำท่าจะถอดตามแต่คนข้างๆรีบดึงชายเสื้อผมไว้ทันที
 
“ไม่ต้องถอดหรอกพี่เขม” คริสโตเฟอร์ห้ามปรามผม ผมขมวดคิ้วมอง
 
“ไม่อยากให้คนอื่นมองพี่เขมผมหวง”
 
“แล้วเราะละ” ผมถามกลับ “ คริสโตเฟอร์มองผม ก่อนจะหันไปมองสาวๆที่นั่งอยู่ต่างก็โบกมือให้คริสโตเฟอร์
 
“หึงผมเหรอ” ผมหันมามองยังมาถามอีก
 
“ผู้ใหญ่ก็มีความรู้สึกนะ” ผมพูดก่อนจะเดินแทรกตัวลงไปหาพวกโป้งและปันปัน อาร์ทและโจยังคงยืนถ่ายรูปเซลฟี่กันอยู่ หนุ่มไม่น้อยแล้วของผมก็เดินตามผมลงไปเล่นน้ำด้วยน้ำ น้ำเย็นดีมาก ผมเล่นกันสักพัก สาวๆที่นั่งอยู่ก็ลงมาเล่นน้ำกันบ้าง หนึ่งในนั้นมองคริสโตเฟอร์ตลอด หน้าตาน่ารักขาวสวยออกจะหมวยนิดๆ
 
“อุ้ย” คริสโตเฟอร์ส่งเสียงร้องตกใจเพราะนางเอาน้ำมาสาดคริสโตเฟอร์พร้อมกับปิดปากหัวเราะเบาๆ
 
“เธอชื่ออะไรอะ..เราชื่อแป้ง..อยากรู้จักอะ...จีบได้ปะ” น้องเขาถามคริสโตเฟอร์
 
“แรงได้!” ปันปันพูดแถมกรีดนิ้วเหมือนมากไปไหมปันปันผมหันไปมอง คริสโตเฟอร์หันมาเหล่ตามองผมอีกที
 
  “แป้งไหน..ไฟแรงเวอร์ !!!” อาร์ทรีบส่งเสียงแซวทันที 

“แป้งคอนแวนด์ค่ะ ยินดีที่รู้จักนะ ว่าแต่ชื่ออะไรอ่ะ แป้งอยากรู้” น้องคนสวยรีบตอบทันควันอย่างมั่นใจและออดอ้อนคริสโตเฟอร์ให้บอกชื่อ เขาก็หัตมามองหน้าผม ผมก็หันหน้าหนี
 
“เราชอบอะ...เราจีบนะ” น้องเขาก็เดินลุยน้ำมาหาคริสโตเฟอร์ เด็กผู้หญิงคนนั้นเกงขาสั่นเสื้อกล้ามที่แนบเนื้อโชว์เนินอกขาวนวล แบบไม่เกรงใจสายตาคนที่มาพักเล่นน้ำแถวนี้เลย และนี้มันที่สาธารณะ น้องเขาตรงมาหาคริสโตเฟอร์ทันที
“นี้เราหลุดมาลึกไปไหมอ่ะ ถึงได้เจอสัตว์สงวนพันหาไม่ยาก มาห้อยโหนร้องหา ผัวๆ” ปันปันแอบกระซิบกับพวกอาร์ทและโจแต่ผมดันได้ยินซะอีก ผมหันไปทำนิ้วอย่าไปว่าเขา
 
“หวัดดี” น้องเขาทักทายพวกผมแบบขอไปทีและหันหาคริสโตเฟอร์ทันที ยิ้มให้คริสพร้อมตาเป็นประกาย
 
“ขอสุดหล่อคนนี้ไปเล่นน้ำกับพวกเราได้ปะ” น้องเขาถามทุกคนแต่ละคนไม่ได้ตอบอะไรหันมามองผม ผมเองก็หันไปมองคริสโตเฟอร์ จะไปก็ได้นะ (ทำหน้านางเองแบบว่าจะไม่งอนนะถ้าจะไปนะ แต่คืนนี้มีอดแน่! ไปก็ได้นะ เอาไหมละ) ผมยืนเอามือไขว้หลังยิ้มให้คริสโตเฟอร์ เขามองผมและขมวดคิ้วเหมือนพยายามอ่านความคิดของผมและเหมือนกับว่าเราก็โต้ตอบกันไปมาด้วยสายตา เขาส่ายหัวว่าไม่ไป (ก็ปฏิเสธไปดิ ให้ลากดึงอยู่ได้)
 
“เออ...ไม่...เอาดีกว่าพี่เล่นกับเพื่อนดีกว่าน้องเล่นกับเพื่อนน้องเถอะ” คริสโตเฟอร์พูดและพยายามแกะมือที่ดึงรั่งแขนคริสโตเฟอร์ไว้
 
“งั้นพวกเรามาเล่นด้วยได้ไหม” น้องเขายื่นข้อเสนอเพิ่มมาอีก พวกอาร์ท โจและปันปัน ถึงกับทำหน้าตกใจ ส่วนโป้งนะยืนกอดอกทำหน้าเซ็งและส่ายหัวไปมา
 
“ไม่ดีมั้งครับน้องพวกพี่ผู้ชายทั้งนั้น” อาร์ทรีบพูดขึ้น
“พี่กลัวพวกหนูเสียหายเหรอคะ” น้องเขาถามกลับ
“พวกน้องนะพี่ไม่กลัวสึกหลอหรอกครับ พี่ว่ามีให้เหลือแล้วแหละครับ แต่พี่กลัวนะคือ พวกพี่ครับ ภาพลักษณ์พี่จะเสียหายเอา” อันนี้โจ ทำเอาเธอถึงกับยืนเอามือเท้าซะเอว และเพื่อนๆเธอที่อยู่ฝังตรงข้ามลุกขึ้นยืนทันที
“นี้พี่ว่าพวกหนูเหรอค่ะ ไม่แมนเลยอ่ะ เป็นเกย์กันเหรอ” น้องเขาถามกลับทันควันเลยทีเดียว
“จริงด้วย เป็นเกย์หรือไง “ พวกเพื่อนๆน้องเขาตะโกนมา ผมหันไปมองทุกคนและส่ายหัวว่าอย่าหาเรื่องเลยเสียเปรียบยังไงพวกเขาก็เป็นผู้หญิง
 
“พวกพี่จะเป็นหรือไม่เป็นก็ไม่เห็นเกี่ยวกับน้องนะ แต่ที่พวกพี่ปฏิเสธเพราะว่าพี่ไม่รู้จักพวกน้องและเราก็ไม่ได้สนิทกัน น้องเล่นกับพวกเพื่อนๆน้องเถอะนะ” โป้งเป็นคนตอบแทน
 
“งั้นพี่สุดหล่อไปเล่นด้วยกันนะไปนะ คนอื่นไม่ไปน้องไม่มายด์แต่อยากให้พี่ไป ” น้องเขาพยายามดึงรั่งแขนให้คริสโตเฟอร์ไปแต่คริสโตเฟอร์ขืนตัวไป เลยทำให้น้องเขาเสียหลักล้มลง
 
“โอ้ยย....เจ็บจังเลย” น้องเขาร้องพร้อมกับจับข้อเท้า เพื่อนๆก็พากันเดินมาดูผมก็เดินเข้าไปดูเช่นกัน
 
“เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ” ผมเข้าไปถามเธอเพราะคริสโตเฟอร์ได้แต่ยืนมองเธอที่นั่งอยู่ในน้ำไม่ลึกแค่น่องเท่านั้นเอง
 
“เจ็บข้อเท่านะคะ ...พี่อุ้มหน่อยซิ ...ลุกไม่ไหว” น้องเขาพูดและกางแขนให้คริสโตเฟอร์อุ้มขึ้น ผมหันไปมอง จะอุ้มไหมละ ถ้าอุ้มนะ คืนนี้อด (คริสโตเฟอร์มองผมและทำมือว่าเขาไม่ได้ผิดนะ) ผมส่ายหัวว่านายผิดที่เกิดมาเป็นสายฝอ (นายคริสโตเฟอร์ก็ส่ายหัวและมองน้องที่กางแขนจะให้เขาอุ้ม)
 
  “พี่อุ้มเพื่อนหนูหน่อยซิ...พี่ทำเพื่อนหนูล้มนะ” เพื่อนสาวก็พากันเชียร์ ผมพยักหน้าว่าให้คริสโตเฟอร์อุ้มเขาเป็นผู้หญิงและที่ล้มไปก็เพราะพ่อตัวดีด้วยเช่นกัน ผมหันมามองโป้ง ปันปัน อาร์ทและโจ แบบว่าไปหาที่เล่นน้ำตรงอื่นกันดีกว่า
“ถ้าน้องอยากอยู่ตรงนี้พวกพี่ไปเองครับพี่หน้าด้านไม่พอ” อันนี้โจพูดขึ้นทำเอาสะบัดมามองกันทั้งกลุ่ม ส่วนคริสโตเฟอร์ก็มองคนอื่นทำไมชิ้งทิ้งกัน
“เดี๋ยวนะ เฮ้ย! น้องครับ...งูอยู่ข้างหลังอะครับน้อง ! ” อาร์ทตะโกนพร้อมกับชักสีหน้าตกใจ น้องเขาก็ดีดตัวเองขึ้นทันที
  “อ้ายย....” พร้อมกับกระโดดกอดคริสโตเฟอร์แน่น คริสโตเฟอร์พยายามแกะมือออกแต่น้องเขาก็กอดรัดเหมือนเดิม
“โอ้ยนี้มึงส่งบทให้น้องเขาชัดชัด ไอ้อาร์ทไอ้โง่ โป๊ก!” อันนี้โจหันไปตบที่หัวอาร์ทไม่แรงมาก 
 
“กลัวงูค่ะ” น้องเขาพูดกับคริสโตเฟอร์และยิงกอดอย่างแนบชิดแต่คริสโตเฟอร์นะยกแขนขึ้นไม่ได้กอดน้องเขาตอบ ก็ยังดีผมแอบคิดในใจ 
“เหรอ!!! พี่ว่าอย่างน้องไม่น่าจะกลัวงูหรอกครับ พี่ว่าน้องน่าจะกลัวไม้ เพราะว่ามันตีงูตาย และอย่างน้องเนี๊ยะเมียงูชัดๆ”อาร์ทพูด น้องเขาสะบัดหน้ามามองแรงทันที  ส่วนผมมองคริสจะเอายังไง ถ้าจะดูแลเขาพวกผมจะได้ไปหาที่เล่นใหม่ ผมพยักเพยอว่าเอาไง
“ไหนน้องบอกว่าข้อเท้าเจ็บยังไงละครับกระโดดแบบนี้ข้อเท้าไม่เจ็บแล้วมั้งครับ” คริสโตเฟอร์ก้มลงพูดกับน้องเขา ก็น้องเขาเป็นสาวไซส์มินิ ตัวเล็ก
 
“แม้ก็อยากให้พี่อุ้มอะ” สาวน้อยเงยหน้ามองคริสโตเฟอร์
  “พี่อุ้มไม่ได้...ครับ” คริสโตเฟอร์ตอบและดันเธอออกอย่างไม่ใยดี เธอหันมามองคริสโตเฟอร์
 
“พี่มีแฟนแล้ว...แฟนพี่ก็ยืนอยู่นี้..น้องทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะครับ ” คริสโตเฟอร์พูดและชี้มาทางผม  ผมหันมามองจริงเหรอ
“เห็นไหมทำให้แฟนหึงพี่อีก แต่ขอบคุณเพราะว่าพี่ชอบง้อแฟน และง้อกันบนเตียงด้วยนะ ยิ่งงอนพี่นานแค่ไหนพี่ก็ง้อนานแค่นั้น ” คริสโตเฟอร์หันมามองผมหื่น ผมก็กอดอกหันไปมองทางอื่น แอบยิ้มถ้าอย่างนั้นงอนต่ออีกสักหน่อยดีกว่า จะได้ง้อนานๆ
“ถ้าไม่เคลียร์ก็นอนนอกห้อง” ผมพูดลอยๆ ไม่ได้เจาะจง แต่มีคนขอแทกแตะมือนั้นคือ พวกปันปันและโจ ทีมเดียวกัน
 
“พี่เป็น...เป็น..เกย์..เหรอ” น้องเขาทำหน้าตกใจก่อนจะหันมามองผมด้วยและหันกลับไปมองคริสโตเฟอร์ ส่วนเพื่อนๆเธอก็เริ่มถอยหลังกันคนละก้าว
"พ่ี่ไม่จำเป็นต้องบอกน้องหรอกนะครับว่าพี่เป็นหรือไม่เป็น แต่พี่นะมีแฟนแล้ว แฟนพี่ก็เป็นผู้ชาย หล่อมาก" คริสโตเฟอร์กอดอกตอบน้องเขาด้วยสีหน้าที่น่ิงมาก น้องแป้งหันไปมองหน้าเพื่อนเลิกลัก เพื่อนก็ค่อยพากันถอยหลังออก
“น้องจะจีบใครก็จีบได้ไม่มีใครเขาว่าสิทธิ์ของน้อง แต่....ช่วยถามนิดนึงนะว่าเขามีแฟนหรือยังไม่มีแฟน...อย่าคิดว่าตัวเองสวยแล้วเลือกได้ทุกคนนะครับ ...ผู้ชายดีดีที่มีใจเดียวนะยังมีเหลือยู่เช่นพี่ พี่รักแฟนครับผม “
“และต่อให้พี่ไม่มีแฟน พี่เองก็ไม่ชอบให้ผู้หญิงจีบพี่ก่อน...หน้าที่จีบนะของผู้ชายเขาทำกันนะครับ ดังนั้นน้องควรจะรักนวลสงวนตัวรอให้ผู้ชายเขาเข้าไปจีบ....จะดีกว่าไหมครับน้องคนสวย” คริสโตเฟอร์พูดทำให้คนที่ได้ฟังหน้าเปลี่ยนสีไปทันที เพื่อนๆสาวที่คอยเชียร์ถึงกับหันหลังเดินกลับขึ้นไปกันหมดรวมทั้งเธอด้วยที่รีบเดินจนลืมไปเลยว่าเจ็บเท้าอยู่ พอขึ้นฝั่งได้พากันวิ่งไปเก็บข้าวของ ผมหันไปมองและหันกลับมามองพ่อตัวดี ยืนนิ่งตั่งนานพูดทีนี้เขาแถบจะหาปี๊ปคุมหัวเดินเลยนะ ปากร้ายเหมือนกันนะนายนี่ คริสหันมายิ้มให้ผม
“วี้ดวิว เพื่อนพี่มันไม่ค่อยพูด มันด่ารัวๆ ”อาร์ทรีบจะโกนแซวตามหลัง

“ตาถั่วนะมึงนะดันไปจีบเก้งแถมแฟนก็ยืนอยู่ข้างๆ ซวยสองชั้นเลยมึง” เพื่อนที่เชียร์อยู่เมื่อกี้
 ผมหันมามองคริสโตเฟอร์ เขาเดินมาจับมือผม ดึงผมลงไปเล่นน้ำกันต่อ กลุ่มสาวๆนั้นรีบเก็บข้าวของออกไปเล่นที่อื่นกันอย่างรวดเร็ว
ผมและคริสโตเฟอร์ นั่งดูอาร์ทโจ ปันปันและโป้งที่ยังเล่นน้ำกันอยู่ในสระ ส่วนผมเหนื่อยแล้วเลยขอนั่งพักอยู่บนฝั้งตรงโขดหินกับคริสโตเฟอร์
“พี่เขมนี้หึงจนผมกลัวเลยอ่ะ หึงแบบเงียบๆอ่ะ “  ผมหันมามองเขาและยิ้มให้ อย่างผู้มีชัยชนะ
“นี้แหละผู้ใหญ่เขาหึงกัน” ผมพูดและลุกขึ้น คริสโตเฟอร์ก็มองผม ผมยื่นมือไปคริสโตเฟอร์ก็ยื่นมือให้ผมจับ ผมก็ดึงแต่ดึงและเหวียงลงไปในน้ำ ผมรู้ว่าตรงข้างหน้าไม่มีโขดหิน
“โคล้ม!!!” น้ำกระจายทันที และผมก็ค่อยลงไปในน้ำเช่นกัน ดูคนที่โผ่ขึ้นมาที่ผิวน้ำ แม้จะไม่ลึกมากแต่ก็เกือบยืนไม่ถึง เขาว่ายเข้ามาหาผม และโอบกอดผมไว้
“ยังไม่ได้สวีทกันเลยอ่ะ คู่อื่นเขาแซงกันไปหมดแล้ว “ คริสโตเฟอร์กระซิบบอกผม ผมก็เลิกคิ้วมองในที่สาธารณะแบบนี้นี้นะ กับผม คริสโตเฟอร์ยิ้มแบบว่าเขามีแผนการอะไรในหัวและดูท่าจะไม่ค่อยดีแต่ผมก็ช้าไป คริสโตเฟอร์ ดึงรั้งผมให้ดำลงไป พอผมลงไปใต้น้ำได้คริสโตเฟอร์ก็จูบผมทันที ประสบการจูบกับผู้ชายใต้น้ำของเขมชาติ ไม่รู้นานแค่ไหน ผมก็ทำนิ้วให้ขึ้นสู่ผิวน้ำก่อน และก่อนที่ผมจะจมน้ำตายและสาเหตุมันน่าอับอายมากเพราะลงไปจูบกันใต้น้ำ
“แฮก” เล่นเอาเขมและคนต้นคิดหายใจหอบทันทีที่โผ่ขึ้นมาสู่ผิวน้ำแต่ว่า รอบตัวผมสองคน มีพวกโป้ง ปันปัน อาร์ท และโจที่ขึ้นมานั่งอยู่บนฝั่ง ทั้งหมดมองผมสองคน แบบมีคำถามว่าทำอะไรกัน ผมก็เขินซิ รออะไร ส่วนนายคริสโตเฟอร์ไม่มีอาการเขินอะไรกับเขาเลย หยักคิ้วให้ด้วย
“ทำไม่ได้อะดิ!” คริสโตเฟอร์พูด
“เทพว่ะ!” นี้คือคำชม ของพวกเพื่อนๆเขา
 
      พวกผมเลิกเล่นน้ำก็ว่าจะไปหาอะไรทานกันก่อนและจะไปเยี่ยมพ่อของโป้งที่บ้านของโป้งด้วยกัน และพากันเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำสาธารณก็รีบออกมา พอขับออกมาได้หน่อยก็แวะทานอาหารเที่ยงกัน ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง โป้งเขาแนะนำร้านนี้บอกว่าอาหารอร่อย แต่ก็อร่อยจริงๆ พอทานอาหารกันเสร็จ
พวกผมก็ขับรถต่อไปยังบ้านของโป้ง บ้านของโป้งเป็นตึกสามชั้นครึ้ง มีป้ายรับทำเค้กและเบเกอรี่ แต่ช่วงนี้แม่ของโป้งคงไม่ได้รับทำขนมเพราะว่าต้องดูแลพ่อของโป้งที่นอนป่วยที่โรงพยาบาล ผมเดินเข้าไปก็เห็นเด็กผู้ชายกำลังนั่งเล่นอยู่ อายุประมาณ ห้าหรือหกขวบ
 

“พี่โป้ง” เด็กน้อยวิ่งมาหาโป้งและกอดขาราวกับว่าคิดถึงเหลือเกินผมก็มองน่าจะแก่กว่า
เอิร์ธไม่กี่ปีและผมก็เงยหน้ามองโป้งโป้งอายุจะสิบแปดแล้วนะ

                      “ลูกหลงของแม่ผมนะครับ ตอนแรกผมก็คิดว่าจะเป็นลูกคนเดียวซะแล้วครับพี่เขม แต่ผมดีใจนะที่มีน้อง ทั้งที่ผมอยากมีมานานแล้ว “ โป้งพูดและเอามือลูบหัวน้องชายที่ห่างกันมาอย่างเอ็นดู

         “เวลาไปไหนมาไหนใครก็คิดว่าลูกผมกันหมดแล้วอ่ะครู” โป้งพูดขำ ขำ
 
“ปาล์ม..สวัสดีครับหรือยัง” โป้งเรียกน้องชายของเขา ชื่อน่ารักเชียว ชื่อน้องปาล์ม
 
“สวัสดีครับ” เด็กน้อยเงยหน้ามองพวกผมและยิ้มตาหยี
 
“ปาล์ม ใครมาลูก” แม่ของโป้งตะโกนถามเด็กน้อยจากด้านในตัวบ้าน 
 
“พี่โป้ง..” เด็กน้อยตอบกลับไป สักพักผู้หญิงดูยังไม่ถึงวัยกลางคนเลยน่าจะสามสิบแปด สามสิบเก้าได้ เดินออกมา
 
“แม่” โป้งเข้าไปกอดแม่และปันปันอีกคน
 
“แม่ก็นึกว่ากลับไปโรงเรียนแล้วซะอีกและนี้พาใครมาด้วยละ” แม่ของโป้งถาม ผมยกมือไหว้ คริสโตเฟอร์ โจและอาร์ทก็เช่นกันพากันยกมือไหว้พวกนี้คงเคยมากันครั้งแต่แต่คริสโตเฟอร์คงหลายครั้งแล้ว
 
“นั้นคริสใช่ไหมลูกไม่ได้มานานเลยนะ” แม่ของโป้งทักขึ้น
 
“แม่นี้ครูเขมครับ”โป้งบอกแม่ของเขา แม่ของโป้งตกใจเล็กน้อย
 
“ครูเขมเหรอคะ...ตอนแรกคิดว่าน่าจะอายุเยอะแล้วนะคะ...ไม่คิดว่าจะยังหนุ่มหล่อขนาดนี้...ขอบคุณนะคะครู...ขอบคุณที่ช่วยพวกเรา...ขอบคุณที่ทำให้เราสามคนแม่ลูกไม่เสียเสาหลักของครอบครัวไป” แม่ของโป้งเดินมาจะยกมือไหว้ผม ผมรีบคว้ามือไว้ทันที
 
“อย่าไหว้ผมเลยนะครับคุณแม่ผมอายุน้อยกว่านะครับ”
 
“แล้ว” แม่ของโป้งหันไปทางโจกับอาร์ท
 
“นี้เพื่อนผมครับแม่...โจและอาร์ทครับที่เล่นบาสเกตบอลด้วยกันนะแม่” โป้งบอก
 
“อ้อ...เข้าบ้านกันคะ...ทานอะไรกันมาหรือยังคะ...”
 
“ทานกันมาแล้วครับแม่...” คริสโตเฟอร์พูด ผมดูแล้วปันปันสนิทกับแม่ของโป้งมาก เดินเคียงคู่กันราวกับว่าเป็นลูกอีกคนก็ว่าได้เขาคงเปิดเผยกับพ่อแม่เรียบร้อยแล้วเหลือแต่เตี่ยกับม๊าของปันปันนี้แหละ ผมเดินเข้าไปแม่ของโป้งก็เอาน้ำผลไม้และขนมคุกกี้มาต้อนรับ หนุ่มตัวน้อยก็ตามพี่ชายต้อยๆ เลยไม่ยอมห่าง
 
“ปาล์มอย่ามาเกาะขาพี่ดิว่ะ...เดี๋ยวเตะเลย” โป้งถึงกับต้องเอ็ดน้องชาย
 
“ปาล์มมานั่งกับพี่ปันปันมาเร็ว” ปันปันเรียก เด็กหนุ่มตัวน้อยวิ่งแจ้นมานั่งกับปันปันคงอยากรู้จักพวกผมแต่ว่าเขาเขินอายตามประสาเด็ก
 
“ครูเขมเข้าไปหาพ่อโป้งกันไหม” คริสโตเฟอร์กระซิบกับผม ผมก็พยักหน้าและเดินเข้าไปกับคริสโตเฟอร์ ผมเห็นผู้ชายวัยน่าจะสี่สิบต้นๆ ดูยังไม่แก่เลยแต่เป็นโรคหัวใจซะแล้ว ผมยกมือไหว้คนที่นอนเขาก็กระดกตัวรับไหว้ผม
 
“ครูเขมนะพ่อ...ครูของเจ้าโป้งมัน” แม่ของโป้งบอกคนที่นอนเขายิ้มให้ผมอย่างไมตรี
 
“พอดีผมมานอนแค้มป์ปิงกันที่โป้งแนะนำเลยถือโอกาศมาเยี่ยมคุณพ่อซะด้วยเลย...เป็นยังไงบ้างครับ” ผมพูด
 
“ขอบคุณนะครับครู...เพิ่งมาเป็นครูเหรอครับ”
 
“ครับผมเพิ่งจะมาบรรจุจะได้สองเดือนแล้วครับ” ผมตอบ
“คุณพ่อเป็นยังไงบ้าง “ ผมถามพ่อของโป้งถึงอาการ
 
“ก็ดีขึ้นนะครับครู แต่ก็อยากจะออกไปทำงานแล้วนะครับ ปกติไม่ได้มานอนอยู่แบบนี้หรอกครับ ” พ่อของโป้งพูด
 
“หมอสั่งให้พักสองเดือนขั้นไปนะคะครู” แม่ของโป้งบอก ผมหันไปมองหน้าโป้ง
 
“ครับผมว่าพักก่อนดีกว่านะครับ...ส่วนเรื่องโป้งอันไหนผมช่วยได้ผมยินดีแต่โป้งเขานะเป็นเด็กดี..และที่สำคัญเขาเก่งบาสเกตบอลมากผมว่าเขานะไปได้ดีด้านนี้” ผมพูด พ่อของโป้งพยักหน้าเบาๆ
 
“ผมขอบคุณครูมากนะครับ...ผมหายแล้วผมจะรีบทำงานเอาเงินไปคืนครู”
 
“เอาไว้ก่อนเถอะอย่างเพิ่งคิดถึงเรื่องนั้นเลย...ดูแลสุขภาพก่อนนะครับ” ผมพูด
 
“ไงคริสไม่ค่อยเห็นเรามาซ่ากับโป้งเลยนิหึ!”
 
“ผมกำลังเตรียมไปสอบเทียบนะครับพ่อ...”
 
“อืมม...ตั้งใจเรียนละ...จะได้จบทันโป้งเขา” พ่อของโป้งพูด ผมหันมาเหล่ตามองพ่อตัวดีข้างๆผม ผมนั่งคุยกับพ่อของโป้งสักพักก็ต้องขอตัวกลับเพราะจะต้องขับรถอีกเกือบชั่วโมง แม่ของโป้งให้ขนบมาไว้ทานที่โรงเรียนไว้ทานกับชากาแฟอะไรพวกนี้ ผมเห็นบ้านของโป้งแล้วก็หวนคิดถึงถ้าแม่เขาทำเบเกอรี่โป้งนะจะเปิดร้านกาแฟ
 
“มีอะไรเหรอครับพี่เขม”
 
“นายน่าจะเปิดร้านกาแฟสดนะและยิ่งแม่นายทำเบเกอรี่ได้ด้วยก็น่าจะไปด้วยกันได้ดี” ผมหันมาบอกโป้ง
 
“พวกเราคิดเรื่องนี้อยู่ครับพี่เขม ...ผมคุยกันว่าจะเอาโดนัทที่แม่ของโป้งทำไปขายตามตลาดนัดนะครับครู “ ปันปันพูดขึ้น ผมพยักหน้าดีเลยจะได้มีรายได้
 
“เราลองเอาไปขายที่ตลาดนัดเมื่อวันเสาร์ผลตอบรับดีมาก อาทิตย์หน้าเราจะไปขายกันอีกครับพี่เขม”
 
“อร่อยจริงๆด้วยว่ะ” อาร์ทกับโจกำลังชิมโดนัทสี่ต่างๆที่แม่ของโป้งให้มา
 
“เอาอย่างนี้ไหมละ...ปิดเทอมไปพักอยู่กับครู ครูจะพาไปเป็นพนักงานในร้านกาแฟ เขามีบาริสต้าคอยสอนให้เราและเราสองคนจะได้มาต่อยอดเปิดที่นี้” ผมยื่นขอ้เสนอให้
 
“ดีเลยโป้ง...ปันปันอยากมีร้านกาแฟเป็นของตัวเอง และปันปันอยากให้โป้งเป็นนักบาสเกตบอล ส่วนปันปันจะดูแลแม่กับพ่อโป้งเอง” ปันปันพูด โป้งหันไปมองปันปัน นี้แหละที่เขาเรียกว่าคู่แท้
 
“ก็ดีครับพี่เขม” โป้งบอกผม
 
“ถ้าอย่างนั้นพี่ว่า เราเดินทางกลับกันดีกว่าเดี๋ยวจะไปถึงเย็นซะก่อน” ผมพูดก็พากันแยกย้ายขึ้นรถขับออกจากบ้านของโป้ง คริสโตเฟอร์เป็นคนขับให้ผมครึ้งทางและผมก็ขับต่ออีกครึ้งทาง ไม่นานก็มาถึงบ้านของโจก่อน อาร์ทเขาบอกว่าจันทร์ถึงศุกร์นอนบ้านโจและเสาร์อาทิตย์นอนบ้านของอาร์ทแบ่งวันสำหรับครอบครัวแต่เรื่องวันบนเตียงจะแบ่งแบบผมไหมไม่รู้ ไม่กล้าถาม ฮาๆ และทันทีที่โจเปิดประตูรั้วบ้าน พวกผมตอดรถไว้ด้านหน้ากันและเดินเข้าไปแทน 
 
“เจอาร์ ....ลูกพ่อ” โจ้เรียกสุนัขหน้าย่นหน้าสีดำพันธุ์ปัก วิ่งซอยขาสั้นมาหาโจ และโจก็อุ้มขึ้นขึ้นมาหอมใหญ่เลย
 
“อาร์ท...โคโมโซมคู่ไหนของมึงว่ะ..ลูกออกมาหน้าเหมือนหมาเลยวะ” ปันปันพูด ผมหันไปกลั้นหัวเราะแทบไม่ทัน ส่วนพวกกำลังเสริม คริสโตเฟอร์ โป้งและปันปันหันมาแทกทีมกันแตะมือ
  “แหมลูกปันปันตาดีจังนะครับ...และนี้มันหมาครับไม่ใช่ลูกกูสองคนครับพูดแบบนี้เดี๋ยวเตะยอดหน้าแม่งเลย”อาร์ทพูด ผมเห็นผู้หญิงแต่งตัวดียังวัยรุ่นอยู่แม้อายยุอานามจะเกือบสี่สิบแล้วก็ตาม แต่ก็ยังสวยสะพรั้ง เดินตรงมาทางพวกผม
 
“สวัสดีจ๊ะลูกๆ เป็นไงไปเที่ยวกันสนุกไหม”
 
“แม่จี้ด...นี้ครูเขมครับ” โจแนะนำผมให้แม่ของเขารู้จัก ผมก็ยกมือไหว้
 
“ตายแล้ว..ดูเหมือนรุ่นเดียวกันไปเลยนะคะครู...โจนะเขาพูดเรื่องครูให้แม่ฟัง...ตัวจริงหล่อนะคะเนี๊ยะ” แม่ของโจ้ชมผม ผมยกมือไหว้แม่ของโจเขา
“แม่นี่เสียดาย ลูกชายคนโต เป็นฝั่ง มีสามีไปซะแล้ว “ แม่ของโจพูด และยิ้มให้ผม ผมนึกครอบครัวนี้เขาเข้าใจลูกดีจัง
“แต่ไม่เป็นไรนะคะครู ลูกชายคนเล็กจะเข้าม.1 ปีหน้า “ ผมพยักหน้าแต่ว่า เข้าปีหนึ่งเองเล็กไปสำหรับผมครับคุณแม่ อันนี้ผมคงได้นอนคุกไม่ใช่แค่ไอคุกคุกนะครับ
“แม่ครูเขามีแฟนแล้ว แฟนครูเขายืนกอดอกอยู่นี้ไงแม่” โจพูดและบุยปากมาที่คริสโตเฟอร์
“อุ้ย!  คิดซะว่าไม่ได้ยินแม่พูดนะครูนะ “ แม่ของโจรีบถอนคำพูด

           “ว่าแต่วันนี้เป็นไงบ้างค่ะ ...เหนื่อยไหมคะครูเหมือนจับปูใส่กระดง..หึๆ” แม่ของโจ้พูดพร้อมกับปิดปากหัวเราะ
 
“ไม่หรอกครับสนุกดีครับ..ผมไม่ได้มีความสุขแบบนี้นานแล้วยิ่งจบมาทำงานยิ่งไม่มีเลย...ต้องขอบใจพวกเด็กๆนะครับคุณแม่.” ผมพูด
 

“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนเลยนะครับต้องไปเตรียมตัวพรุ่งนี้เปิดเรียนแล้วนะครับ” ผมพูดขอตัวกับกลับ
 
“ครูคะรอเดี๋ยวค่ะ..พอดีพ่อของโจนะคะเขาได้กุ้งแม่น้ำมาจากเพื่อนเยอะแยะแบ่งไปคะไปทำอะไรทานกัน”แม่ของโจ้พูดผมทำท่าจะปฏิเสธ
 
“แบ่งไปเถอะค่ะครู...โจกับอาร์ทนะเขาบอกว่าครูสอนติวให้ด้วย..ถือว่าเป็นการตอบแทนน้ำใจเล็กๆน้อยๆค่ะ”แม่ของโจ้บอกผมก่อนจะเดินเข้าไปและกลับออกมาพร้อมกับกล่องแช่โฟมใส่พวกกุ้งสดไว้ในนั้น ผมคงได้กินกุ้งกันทั้งอาทิตย์แน่ๆ แต่ไม่เป็นไรผมจะแบ่งให้อนุชิตบ้างดีกว่ากินสองคนคงไม่หมด
 
“เกรงใจคุณแม่ให้เยอะไปหรือเปล่าครับ”
 
“ไม่เป็นไรคะครู ...เอาไปเถอะคะ...ทานไม่หมดแบ่งครูๆบ้างก็ได้นะคะ”
 
“ขอบคุณนะครับ” ผมพูดและคริสโตเฟอร์ก็รับกล่องไปไว้ที่ท้ายรถผมกับโป้ง ก็แยกย้านกันขึ้นรถขับกลับไปที่บ้านพักครู คริสโตเฟอร์ขอไปนอนบ้านพักกับผมคืนนี้ ผมก็คงต้องยอมตามนั้นแหละ คริสโตเฟอร์อาสาสักผ้าเองด้วยผมก็ทำอาหารเย็น เป็นต้มยำกุ้ง ผมให้โป้งและปันปันมาทานด้วยกัน สองคนนั้นพอขึ้นบ้านมา ผมก็บอกว่าคริสโตเฟอร์ซักผ้าอยู่พากันเข้าไปแซวคริสโตเฟอร์กันใหญ่ มือใหม่หัดซักผ้า พอทานอาหารเย็นกันเสร็จก็แยกย้ายกันไปพักเพราะว่าเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ผมกับคริสโตเฟอร์พอหัวถึงหมอนก็พากันหลับปุ๋ยไปตามๆกัน แต่ไม่ลืมกอดกันเหมือนเดิม   
 
     ตอนนี้ผมค้นพบแล้วว่าความสุขของผมคืออะไร ตลอดการไปพักแคมป์ ผมรู้สึกว่านี้คือตัวตนที่แท้จริงของผม มันทำให้ผมทิ้งทุกสิ่งที่อยู่ในหัวผมไปหมดสิ้น นั้นคือความคิดเดิมๆ ความคิดที่ว่าผมต้องทำงานเก็บเงินและมีหน้าที่การงานที่มั่นคง เพื่อสร้างรากฐานของความรัก แต่ที่ผ่านมาผมมองข้ามความสุขเล็กที่คือการออกไปตวามสุขนอกบ้าน การได้เที่ยวกับคนที่เรารัก ได้ใช้เวลาด้วยกัน ทำกิจกรรมด้วยกัน ตลอดทริปของผมก็มีความสุข มีแอบงอนกันหน่อยๆ และหึงกันนิดๆ เพื่อชีวิตมันมีรสชาติที่กลมกล่อมในตัวของมันเอง
 นี้แหละชีวิตรักที่ผมต้องการ ขอบคุณเด็กเกรียนของผมคนนี้ ขอบคุณที่ผมได้มาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่นี้ และได้เจอเขาคนนี้อีกครั้ง เพราะว่าผมเคยเจอเขามาก่อนแล้วแต่ยังเด็กเกินไป และนี้คือพรมลิขิต จากที่ไม่เชื่อ ผมก็ต้องเชื่อว่ามันมีอยู่จริง 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-10-2020 08:04:28 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
 
EP.32 ครูเขมชาติXคริสโตเฟอร์  เพื่อนผมโดนทำร้ายผมก็ต้องเอาคืน

   
                   
                 

             คริสโตเฟอร์    วันนี้ผมกลับไปเป็นนักเรียนอีกครั้งหลังจากที่พากันหนีไปสวีทกันมาสามคู่ มีคู่ผมกับพี่เขม อาร์ทโจและคู่ปันปันกับไอ้โป้ง มันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของผมกับพี่เขม แม้ระยะเวลาจะน้อยไปหน่อยแต่มันก็คุ้มค่าสำหรับผม มันทำให้ผมแอบคิดว่าถ้าถ้าผมต้องไปอยู่ไกลๆจากพี่เขมผมจะทำยังไง ยิ่งคิดก็ยิ่งกลัว
         
“พี่เขม” ผมเดินไปหาพี่เขมเหมือนเช่นทุกวัน วันนี้พี่เขมของผมก็แต่งตัวหล่อกว่าทุกวัน ผมยืนมองพี่เขมเดินลงมาจากบ้านพัก 

“พี่เขมอาทิตย์หน้าวันเกิดผมนะเราไปเที่ยวผับกันไหมพี่เขม พี่ปืนบอกจะเช็คให้ก่อนว่ามีตำรวจไหม” ผมถามพี่เขม พี่เขมมองหน้าผม 

“ทำไมวันเกิดต้องเมาไม่เห็นเข้าใจเลย เข้าวัดทำบุญซิถึงจะถูก” พี่เขมพูดกับผม

“ใส่บาตรอย่างเดียวได้ไหมไม่ต้องถึงกับเข้าไปถือศิลในวัด” ผมพูดกับพี่เขมแบบขำๆแต่พี่เขมกับปั่นหน้านิ่งมาก

“อืมม....”พี่เขมพูดแค่นั้นแต่ก็ไม่ได้มีท่าที่จะสนใจอะไรมาก วันเกิดผมแท้ๆนะ ผมยังจะน้อยใจนิดๆ แล้วซิ ผมเดินไปด้วยกัน ผมถือกระเป๋าถุงผ้าให้ครูเขมเหมือนเช่นทุกวัน แต่วันนี้ทำไมมันรู้สึกเหมือนผมเดินอยู่คนเดียวยังไงก็ไม่รู้

“แต่ว่าเรื่องไปเที่ยวผับนะพี่เขมไปนะผมอยากไปกับพี่ผมอยากควงพี่ไปแบบแฟน” ผมพูดพี่เขมมองหน้าผมยิ้มให้ผมแปลว่าไป

“วันนี้พี่อาจจะมาไม่ทันตอนเย็นค่อยติวกันนะคริส” พี่เขมบอกผม ผมขมวดคิ้ว เมื่อวานไปประชุมวันนี้ไปไหนอีกเนี๊ยะ

“พี่มีธุรพี่จะพาอนุชิตไปสำภาษณ์เรื่องรับทุนนะคริส” พี่เขมหันมาบอกผม ผมพยักหน้าเบาๆ

“หมูนี้เราไม่ได้ทานข้าวเที่ยงด้วยกันเลยอะพี่เขมงานเยอะไปหรือเปล่า” ผมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าผมเริ่มน้อยใจแล้วนะ

“ไม่เอาคริส...วันหยุดเราก็ได้อยู่ด้วยกันตลอดนะ” ครูเขมพูด ผมรู้แต่มันไม่พอสำหรับผมอยากอยู่กับพี่เขมมากกว่านี้ ผมสองคนเดินมาจนถึงด้านหลังห้องอาหาร ตรงที่ผมนั่งกันประจำ

“พี่ไม่ทานอาหารเช้าด้วยนะพี่รีบพาอนุชิตไปรอเข้าคิวสัมภาษณ์และคงจะหาอะไรทานที่ศาลากลางเลย” ครูเขมพูดผมพยักหน้าเบาพร้อมกับส่งกระเป๋าผ้าคืนให้พี่เขม พี่เขมรับไปถือก่อนจะยื่นมือมาแตะที่หัวผม มันก็ยังดีทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นแต่ก็ยังแอบน้อยใจอยู่ดี

“พรุ่งนี้พี่ว่างแล้วจะมาทานด้วย...พี่ไปนะ...อย่าไปซ่าที่ไหนละ” ครูเขมพูดและรีบเดินไป ผมก็เดินแยกมาหาพวกไอ้โจและอาร์ท มันนั่งทานอาหารเช้ากันอยู่ แต่ก่อนผมชอบเห็นมันนั่งก้มหน้าก้มตากับมือถือส่งข้อความหาแฟนแต่ตอนนี้มือถือคงเอาไว้โทรมากกกว่าแล้วจะมีแค่โจนี้แหละที่ชอบโพสรูปนั้นรูปนี้ โดยเฉพาะรูปหมา แต่ทว่าวันนี้มันนั่งเงียบนิ่ง

“ดีวะโจ..อาร์ท” ผมทักทั้งคู่ไอ้อาร์ทเงยหน้าขึ้นมมองผมพยักหน้าแต่โจ้มันยังก้มหน้าก้มตาเขี่ยอาหารในจาน

“เมียมึงเป็นอะไรว่ะ” ผมถามไอ้อาร์ท

“หมาเมียกูน้อยใจกระโดดให้รถชนตาย” ไอ้อาร์ทพูด

“ขวับ” เสียงหันไปมองไอ้อาร์ทดังขวับแต่ว่าผมนั่งถัดจากไอ้อาร์ทก็เลยเหมือนโดนหางเล่ไปด้วยยังไงก็ไม่รู้

“เว้ยย !!!” ไอ้อาร์ทและผมร้องออกมาพร้อมกัน

“หมาเมียกูประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์วะ..เสียชีวิตคาที..มึงว่างไหมไปงานศพหมาของเมียกูหน่อย” ไอ้อาร์ทมันรีบเปลี่ยนคำให้การทันทีเลยนะหลังจากที่มันเจอสายตาพิฆาตของโจเมียรักมันเข้าไป ผมก็เบ้ปาก อาการหนักนะผัวเมียคู่นี้

“กูเศร้านะพวกมึง” ไอ้โจพูด มองหน้าผมกับไอ้อาร์ท

“เมีย...ผัวรู้ว่าเศร้าแค่หมามันตายไปแล้วจะให้ผัวไปทำยังไงอะ...ผายปอดก็ไม่ขึ้น...ร้องหายยังกะผัวตายเองซะงั้นนะ” ไอ้อาร์ทมันพูด

“เออ ...งั้นกูไปหาอะไรทานก่อนนะ ..อาร์ท ...โจ” ผมพูดและลุกขึ้นดีกว่าเหมือนกับว่าผัวเมียนี้มันจะตีกัน กะอีแค่เรื่องหมาโดนรถชนตาย สงสัยตัวที่วิ่งมาหาไอ้โจวันนั้นแน่ๆเลย นี้หมาไม่อยากเป็นลูกสองผัวเมียนี้ถึงขนาดกลั้นใจกระโดนให้รถชนเลยเหรอ( ผมคิดเองในใจ) ผมเดินไปสั่งโจ๊ก

“พี่คริส...แก้มได้เป็นตัวแทนถือคฑาปีนี้ด้วยพี่คริส...เขาเรียกดรัมเมเยอร์อะ” แก้มวิ่งแจ่นมาบอกผมทันที ตอนนี้แก้มน่ารักขึ้นมากแต่ผมก็มองเธอแค่น้องสาวแค่นั้น และแก้มมันก็ดีกับครูเขมขึ้นด้วย 

“ดีใจด้วยนะว่าแต่ใครเลือกลิงอย่างแกไปถือว่ะแก้ม” ผมหันมาแสดงความดีใจแต่พอผมว่าเป็นลิงเท่านั้นแหละแก้มมันหน้างอทันทีทันใด อันที่จริงผมแกล้งว่าไปอย่างนั้นแหละ ความจริงแก้มมันน่ารักและยิ่งตอนนี้ยิ่งน่ารักมาก

“พี่ล้อเล่น...น้องแก้มพี่ออกจะสวยงามเรียบร้อย” ผมพูดบอกแก้ม

“เหมือนประชด” แก้มพูดทำท่างอนผม

“พี่พูดจริง น้องสาวพี่สวยและเหมาะสมกับตำแหน่งดรัมเมเยอร์ด้วย” ผมพูดกับแก้ม พร้อมกับยิ้มให้และเอามือลูบหัวเบาๆ

“ปันปัน....” ผมเห็นปันปันเดินเข้ามาก็เลยโบกมือเรียกให้มาหาผม ปันปันเดินตรงมาก็หยุดมองแก้ม

“พี่ปันปันแก้มได้เป็นดรัมเมเยอร์ปีนี้ด้วยแหละ” แก้มหันไปบอกปันปัน ผมยักไหล่ให้ปันปันมัน ไอ้ปันปันมันก็พยักหน้าตอบและ

“เหรอ....นี้เขาหลับตาเลือกแกมาหรือเปล่าแก้ม” ปันปันพูด ทำเอาคนที่ยืนยิ้มหน้าบึ่งทันที

“เบื่อ..ผู้ชายสองคนนี้อะ...ไม่คุยด้วยดีกว่า..พอเบี่ยงเพศไปชอบผู้ชายมองแก้มเป็นลิงเป็นข้างเลยนะ” แก้มยืนเอาแขนกอดอกทำท่าจะงอน

“แก้มพี่ล้อเล่น ...” ปันปันรีบแก้ตัว

“แก้มนะสวยเหมาะสมอยู่แล้วดีใจด้วยนะ” ปันปันพูด แก้มค่อยยิ้มได้หน่อยที่นี้

“แก้มไปหาเพื่อนนะเย็นนี้ซ้อมวันแรกไปดูหน่อยนะ” แก้มพูดและเดินออกไปหาเพื่อนๆ ของเธอ ผมเห็นสีหน้าปันปันมันไม่เหมือนทุกวันและวันนี้ทำไมมาคนเดียววะ

“โป้งอะ” ผมถามไอ้ปันปัน

“ไปหาพ่อนะ....พ่อเจ็บแผลหน้าอกเมื่อคืนแม่ของโป้งเลยโทรมาให้ไปขับรถให้หน่อย โป้งมันขึ้นไปลาครูแล้วก่อนจะขับรถออกไปเมื่อสักครู่นี้แหละ” ปันปันพูด

“นี้มึงงอนที่มันไม่ได้เอามึงไปเหรอว่ะ” ผมถามไอ้ปันปัน

“ก็นิดหน่อย...แต่กูเข้าใจมันไม่อยากให้กูขาดเรียนบ่อย” ปันปันพูด น้ำเสียงน้อยใจแน่ๆ

“เอานะเดี๋ยวมันก็กลับแล้ว....มึงอยู่ก็ดีนะจะได้รับงานไว้ให้มัน มันขาดหายคาบแล้วถ้าขาดทั้งคู่ก็ไม่มีใครรู้กันซิว่าต้องอะไรส่งครูบ้าง” ผมกอดไหล่ปันปันพูด มันก็พยักหน้าตามผม สักพักผมกับปันปันก็เดินออกไปนั่งกับพวกอาร์ทและโจ้ด้านนอกด้วยระหว่างที่ผมเดินผ่านประตู ผมเห็นพี่กาย ไอ้พี่อั๋นและพี่เอกยืนคุยกันดูสีหน้าพี่เอกไม่ค่อยดี ผมได้ยินไอ้โป้งมันพูดว่าพี่เอกแตกคอกับพี่กายแล้วหลายเรื่อง ทั้งเรื่องที่พี่เอกออกตัวรับผิดชอบกี้ ผมคิดว่าพี่กายนั้นแหละพ่อเด็กแต่ไม่ยอมารับ เขาเรียกหน้าตัวเมียซินะ

“กูไม่ทำแล้ว..พอทีเถอะกาย..ถ้ากูไม่ช่วยมึง...แล้วมึงจะตัดเพื่อนอย่างกูก็ได้นะ...” พี่เอกพูดออกมาแสดงว่ามันยังรู้ตักปฏิเสธที่จะทำอะไรชั่วๆกับไอ้กายเป็นแล้วซินะ 

“ไปเถอะว่ะคริสอย่าไปยุ่งกับแม่งเลย สมน้ำหน้าแล้วที่มันแตกหักกันเอง” ไอ้ปันปันพูด ผมก็เดินตามปันปันออกไป กลับไปนั่งทานอาหารเช้ากับพวกอาร์ทและโจ้

“วันเกิดปีนี้มีอะไรพิเศษไหมว่ะคริส..พี่ที่แล้วมึงเมารั่วมากว่ะ” ปันปันพูดใช่ทุกปีผมมีแต่พวกนี้แหละที่ฉลองวันเกิดและก็รั่วทุกปี ผมเดินมานั่งทานอาหารกัน ปันปันมันก็ส่งข้อความคุยแชทกับโป้งไปด้วย

KissKhem : พี่เขมถึงหรือยัง ...ทานอะไรหรือยัง
My Love   : พี่ถึงได้สักพักแล้วนี้กำลังจะพาอนุชิตไปหาอะไรทาน..เอาไว้คุยกันนะ..ตั้งใจเรียนละ
KissKhem  : ครับพี่เขม ผมรักพี่เขมนะ
My Love    : พี่รักเรานะคริส

“ไปเตรียมตัวเข้าแถวกันเถอะว่ะ” ไอ้อาร์ทพูดผมก็พยักหน้าผมทานเกือบจะหมดพอดีเลย ผมก็ถือชามเอาไปเก็บไว้ ผมไม่ลืมเอาเศษอาหารเทลงกระป๋องที่ผมทำไว้ ผมมักจะมาเอาไปเทเลี้ยงสุนัชจรจัดที่ไม่มีใครดูแลทั้งในโรงเรียนและด้านนอก

“พี่คริส” เสียงเล็กๆหวานหู ผมเคยได้ยินเมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้เสียงนี้กลับมาดังอีกครั้ง ผมหันไปมองต้นเสียงที่เรียกผม อาร์ทและโจ ปันปันก็หยุดมอง ผู้หญิงผมยาวแต่งตัวเปรี้ยวในชุดกระโปรงแซกสั้นร้องเท่าส้นสูงทาปากแดง เส้นผมเป็นลอน การแต่งหน้าที่จัดจ้านขึ้นมาหน่อยแต่ก็ยังคงไว้ซึ้งความหวานของ เชอรี่ เธอเดินตรงมาหาผม

“ใครวะโคตรสวยเลยวะ...แต่งตัวแรงได้” ปันปันกระซิบกระซาบถามผม

“พี่คริส...เชอรี่กลับมาแล้ว” เธอตรงเข้ามาจับมือผม กุมไว้ แววตาดีใจที่ได้เจอผมแต่ผมซิ มันกลับไม่เป็นเหมือนที่เธอจากไปแรกๆผมอยากให้เธอกลับมาแต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว

“เชอรี่กลับมาเที่ยวบ้านเหรอครับ”

“เปล่าค่ะ....เชอรี่กลับมาอยู่นี้ ...กลับมาหาพี่คริสไง...เชอรี่ยังรักพี่คริสอยู่นะและเชอรี่ก็กำลังจะหาที่เรียนที่นี้..เชอรี่อยากกลับมาเรียนที่นี้มาเรียนต่อม.สี่ที่นี้ เชอรี่เบื่อเมื่องนอก” เชอรี่พูดสายตามองผม เขาก็กอดผมแต่ผมรีบดันเชอรี่ออกทันที

“ทำไมละพี่คริสไม่คิดถึงเชอรี่เหรอคะ” เชอรี่ทำหน้าตา ตกใจที่ผมดันเธอออกไม่เหมือนเคยที่คงรีบโผ่กอดเธออย่างเร็ว

“คิดถึงคะแต่ไม่ได้คิดถึงแบบคนรัก”
                                                                                                                 
“อะไรกันไปแค่ปีเดียวเองและเชอรี่ก็พยายามต้อต้านคุณพ่อคุณแม่เพราว่าเชอรี่อยากกลับมาหาพี่คริสนะ..พี่มีคนอื่นเหรอ” เชอรี่ถามผม น้ำเสียงไม่พอใจ

“ใครกันนางแก้มหรือเปล่า..หนอยนางนี้ทำท่าจะงาบพี่คริสตอนนั้นพอเชอรี่ไปนี้มันมายุ่งกับพี่เลยเหรอ”

“ไม่ใช่เชอรี่ไม่เกี่ยวกับแก้ม .....แต่พี่ไม่ได้รักเชอรี่แล้วและเชอรี่กลับไปเรียนตามที่พ่อแม่ของเชอรี่ต้องการเถอะครับ ..เลิกยุ่งกับพี่...เพราะว่าพี่ไม่อยากมีปัญหากับพ่อแม่เชอรี่” ผมพูดพร้อมกับแกะมือเธอออก

“พี่ต้องไปเข้าแถวแล้วนะเชอรี่...พี่ขอโทษนะ” ผมพูด ผมหันไปจับต้นแขนปันปันและรีบเดินไปเข้าแถวทันที พวกอาร์ทและโจ ก็แค่ยิ้มๆให้เชอรี่ที่ยืนหน้าตาไม่พอใจ ที่ผมกลับเป็นฝ่ายปฏิเสธเขาในวันนี้ ผมยืนเข้าแถวเคารพธงชาติวันนี้มีชั่วโมงของภาษาอังกฤษตอนบ่าย พี่เขมคงกลับมาทันนะ

“ปันปัน...เจอกันตอนเที่ยงนะ” ผมบอกปันปัน มันก็โบกมือให้ผมว่าโอเค ผมเดินไปขึ้นห้องเรียนตามปกติ ผมเห็นเชอรี่มองผมและมองปันปัน สายแปลกๆ ผมแยกขึ้นห้องเรียน เรียนตามปกติ ทำไมเชอรี่ถึงได้กลับมาเพื่อจะมาเรียนที่นี้อีก พ่อแม่เธอยอมให้กลับมาได้ยังไง ตลอดช่วงเช้านี้ผมเรียนหนังสืออย่างตั้งใจ เพราะว่าผมกำลังจะไปสอบ GED อาทิตย์หน้าวิชาแรกคือวิชาคณิตศาสตร์และเย็นนี้ผมก็มีเรียนติวคณิตกับครูถาวร

                    หลังจากพักเที่ยงผมเดินลงมาซื้ออะไรทาน ผมไม่เจอปันปันในห้องอาหาร ส่งสัยมันจะไปโทรหาไอ้โป้งแน่ๆ ทำยังกับยาก่อนอาหาร ระหว่างที่กำลังเดินเข้าห้องอาหาร ผมเห็นพี่เอกกำลังดูแลกี้อยู่ ข่าวที่เธอตั้งครรภ์ในโรงเรียนและครูเขมก็เป็นคนยื่นข้อเสนอให้เธอเรียนทั้งที่เธอท้อง มันดังกระฉ่อนไปทั้งโรงเรียน แต่ก็ยังดีที่มีพี่เอกคอยดูแลใกล้ๆ พี่เอกก็เป็นผู้ชายหน้าตาดีแต่อาจจะไม่รวยเหมือนไอ้พี่กาย

“คริส” พี่เอกเดินมาหาผม

“วันนี้โป้งมาโรงเรียนหรือเปล่า” พี่เอกถามผม  ผมมองหน้าพี่เอก

“ไม่มามีอะไรเหรอ” ผมถามพี่เอกห้วนๆ  เพราะว่าผมก็ยังไม่ไว้ใจพี่เอกเท่าไหร่ เพื่อว่าไอ้พี่กายมันให้พี่เอกทำอะไรให้มันอีก ถึงยังไงก็เพื่อนกัน

“ปันปันละ” พี่เอกถามผมถึงปันปัน

“ก็คงไปโทรศัพท์หาไอ้โป้งทำไมอะ” ผมถามพี่เอก

“เห้ย...คริส...พี่ถามดูพี่ได้ยินพวกไอ้กายและอั๋นมันเรียกพวกมันไปทางห้องน้ำชายที่ไม่ได้ใช่แล้ว” พี่เอกพูด ผมก็หยักไหล่

“คงไปเสพยามั้ง...พี่อยากให้ผมแจ้งครูฝ่ายปกครองให้เหรอ...แตกคอกันแล้วนิ” ผมพูดจาประชดประชันพี่เอก

“พี่รู้ว่าพี่เคยพูดไม่ดีกับนายไว้และพี่ก็เคยเป็นเพื่อนกายเราเลยยังมองพี่ไม่ดีอยู่แต่...พี่เลิกแล้วว่ะ” พี่เอกพูด ผมเห็นพวกไอ้โจและอาร์ทเดินเข้ามา มันกดโทรศัพท์เข้ามาด้วย

“มีอะไรโจ” ผมหันไปถามหน้าที่ตาตื่นของไอ้โจ้

“ปันปันไปหนวะ ไอ้โป้งมันโทรเข้ามือถือกูว่าโทรหาแล้วมันก็ไม่รับสาย พอรับก็ไม่พูดได้ยินเสียงคนเยอะแยะไปหมด” ไอ้อาร์ทพูด ผมหันมามองหน้าพี่เอก ตอนนี้แหละที่ผมหน้าตาตื่น ผมก็วิ่งออกจากห้องอาหารทันที ไอ้โจและไอ้อาร์ทมันก็วิ่งตามผม

“คริส! ...มีอะไรวะ สัส..วิ่งไม่พูดไม่จากเลยไอ้เชี้ย” ไอ้อาร์ทมันวิ่งตามและด่าผมตามหลัง ผมก็ยังวิ่งอยู่ ไม่นะ ต้องไม่ใช่อย่างทีไอ้พี่เอกพูดซิ ถ้าไอ้ปันปันเป็นอะไรผมรู้สึกผิดมากเพราะว่าไอ้โป้งมันฝากปันปันกับผมและมันสองคนมีปัญหาก็เพราะว่าผมด้วยเช่นกันเขาเรียกว่าติดร่างแหไปด้วย ผมวิ่งมาจนถึงห้องน้ำที่รอปรับปรุงใหม่ ห้องน้ำนี้ถูกปิดตายมาหลายเดือนแล้ว ตั้งแต่ผู้อำนวยการสร้างห้องน้ำใหม่ให้ใช้ ประตูห้องน้ำถูกคล้องกุญแจไว้

“ปันปัน!!” ผมตะโกนเรียก

“แฮ้ก! ...มึงจะบอกว่าไอ้ปันปันมันอยู่” ไอ้โจ้ ผมก็มองหาอะไรที่จะทุบกุญแจที่คล้องเอาไว้ออก

“ปันปัน!...ปันปัน!” ไอ้อาร์ทมันพยายามตะโกน เรียกอยู่ด้านนอก ผมก็หยิบเอาเหมือนแท่งเหล็กมาทุบกุญแจที่คล้องไว้

“เสียงคนร้องไห้ว่ะ” ไอ้อาร์ท

“ปันปัน!..” มึงอยู่ในนั้นเหรอว่ะ..บอกกูดิว่ะ” ไอ้อาร์ทตะโกนแข่งกับเสียงของแข็งที่ผมใช่ทุบประตู จนกุญแจที่คล้องหลุดออก กว่าจะออกได้มือผมก็เจ็บไปหมด ผมรีบถีบประตู พอผมเข้าไปไอ้โจเข่าทรุดลงกับพื้นปันปันนอนกองอยู่กับพื้นสภาพบอกได้ว่ามันโดนอะไรมาบ้าง

“ปันปัน” ผมเข้าไปหามัน กางเกงที่หลุดไปจนจากตัวโคนขาก็มีเลือกไหล

“คริส...มันทำกูอะ...ฮือๆ” ปันปันพูดไปมันร้องไห้ ผมนั่งย่อตัวลง ผมดึงมันเข้ามากอดเนื้อตัวมันสั่นไปหมด

“ปันปัน กูขอโทษปันปัน.. ” ผมพูดไปก็ปลอยมันไปด้วย ไอ้โจมันก็เข้ามากอดอีกคน
 
“ฮือๆ..” ปันมันร้องไห้ใหญ่เลย

“ให้ปันปันมันใส่เสื้อผ้าก่อนเถอะว่ะ” ไอ้โจพูดเสียงมันสั่นๆ มันสงสารปันปัน อาร์ทและโจกับมันก็ช่วยแต่งตัวให้ปันปัน 

“ใครทำมึงปันปัน...บอกกู!!”  ผมถามปันปัน ผมมองหน้ามันน้ำตามันก็ไหล
 
“มึงให้กูโทรหาไอ้โป้งไหมวะปันปัน ...มันโทรหามึงมันเป็นห่วงมึงมากนะปันปัน “          ไอ้อาร์ทท พูดและมองปันปัน

“อย่านะอาร์ท...ไม่เอา...ไม่..” ปันปันส่ายหัวมันร้องไห้ ผมก็กอดมันไว้

“ใครทำมึงปันปัน” ผมถามปันปันอีกครั้ง

“กูไม่รู้อะ กูไม่รู้จักแต่มันทำตามคำสั่งมันเหมือนเป็นพวกข้างนอกอะ คริส “

“แล้วมึงมาตรงนี้ทำไมวะปันปัน”

“เออ..กูหลบมาจะโทรศัพท์หาไอ้โป้งอะ...มึงอย่าถามกูอีกเลยนะ..ฮือๆ..กูไม่อยากอยู่แล้วอะ..ฮือๆ” ไอ้ปันปันมันก็ยิ่งร้องไห้ ผมกำหมัดแน่น

“ไอ้กาย” ผมพูด

“มึงพาปันปันกลับบ้านพัก...”

“อย่าบอกเรื่องนี้กับโป้งนะคริสกูขอร้อง..กูรับไม่ได้...โป้งมันก็คงรับไม่ได้ฮือๆ” ปันปันมันร้องไห้เหมือนเด็กเลยผมก็เอามือลูบหัวมันกันทุกคน ทำไมไอ้พวกระยำมันต้องทำกันแบบนี้ด้วยวะ

“ปันปัน แต่..”ไอ้โจมันพูด มันมองหน้าพวกผมแบบนี้ผมจะกล้าบอกไหม

“มึงต้องบอกมันแต่มึงควรจะบอกเอง กูว่าโป้งมันรักมึงมาก กูไม่เคยเห็นมันรักใครเท่ามึงเลยนะปันปัน เชื่อกูดิ” ผมพูดบอกไอ้ปันปัน ผมรู้ว่ามันยาก เป็นใครโดนแบบนี้แล้วจะกล้าบอกคนที่ตัวเองรักเหรอว่ะ

“ตอนนี้กูไม่พร้อม” ไอ้ปันปันพูดทั้งน้ำตา

“ไอ้คริสมึงจะไปไหน” ไอ้อาร์ทมันถามผม

“กูจะไปจัดการมันเอง” ผมพูดโดนไม่หันหลังกลับไปมองพวกมัน

“ไอ้คริสแต่ว่า” ไอ้อาร์ทมันเรียกผม ผมไม่ฟังแล้วผมเดินออกจากห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ผมมองไปที่พื้นที่เปียก มีรอยรองเท้ามากมายคงหลายคนเลยซิท่า มันยิ่งทำให้ต่อมเดือดผมทำงานมากขึ้น ผมมั่นใจว่าเป็นพวกไอ้กายแน่ๆ และต่อให้ครั้งนี้ผมถึงกับต้องออกจากโรงเรียนผมก็ยอม เพราะว่าสิ่งที่มันทำกับเพื่อนของผมมันเกินไป เกินคำว่าคน และมันก็เกินกว่าที่ผมจะอดทนอยู่เฉยๆแบบนี้ได้ เป็นไงก็เป็นกัน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-10-2020 08:17:15 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
         
EP.32.1 ครูเขมชาติXคริสโตเฟอร์  การเข้าใจผิดของผมกับคริสครึ้งแรก 
                 
                 
                  ครูเขมชาติ   ผมนั่งรอให้อนุชิตเข้าไปรับการสอบสำภาษณ์ผมก็เทรนให้บ้างแล้วกับการตอบคำตอบอะไรพวกนี้ มีคนมากมายที่มารอเข้ารับการสำภาษณ์และบางคนฐานะดีกว่าอนุชิตเยอะเลยเขายังอยากได้ทุน ผมได้แต่หวังว่าอนุชิตจะไม่มีอุปสรรคเพราะว่าพ่อเขาติดคุกมาเป็นตัวตัดสินว่าเขาขาดคุณสมบัติหรอกนะ ถ้าเป็นแบบนั้นสังคมคงไม่ยุติธรรมมากพอสำหรับเขา

      “สวัสดีคะ...เป็นครูโรงเรียน XXX หรอคะ” ครูผู้หญิงที่นั่งถัดจากผมไปหันมาถามผม คงเป็นจะครูที่พานักเรียนมาสัมภาษณ์ด้วยเหมือนกันดูยังเด็กๆ เหมือนจะเพิ่งจบใหม่

      “ครับ...คุณ.? “

      “เป็นครูฝึกสอนนะคะ พาเด็กมาแทนครูประจำของเขานะวันนี้ครูคนนั้นเขาลาคลอดพอดี” เธอพูดกับผม ผมพยักหน้า

      “ชื่อแอมคะ...พี่ชื่ออะไรคะ”

      “ชื่อเขมครับ”

      “จบจากที่ไหนมาคะ”

      “ผมจบจากมหาวิทยาลัยXXX”

      “ที่เดียวกันเลยคะแต่แอมเพิ่งจะจบปีนี้คะมาเป็นครูฝึกสอนที่นี้ กำลังรอบสอบใบประกอบครูนะคะ” ผมพยักหน้า

      “พี่จบมาได้สองปีแล้วครับเพิ่งจะสอบใบประกอบผ่านได้ไม่กี่เดือนเอกปกติเป็นครูสอนอยู่ที่ติวเตอร์นะครับ” ผมบอกแอม

      “แอมจบเอกภาษาไทยมาคะ”

      “ครับ...” ผมพยักหน้า

      “ครูเขมครับ” อนุชิตออกมาจากห้องพอดีเลย

      “ผมขอตัวก่อนนะครับต้องรีบกลับมีสอนคาบบ่ายต่อนะครับ”

      “เสียดายจัง...แอมรู้จักผู้อำนวยการที่โรงเรียนนี้นะคะ แอมคิดว่าถ้าสอบใบประกอบเสร็จจะให้พ่อไปฝากให้นะคะท่านเป็นเพื่อนกันคะ” ผมพยักหน้าอีกแล้วเหรอเพื่อนท่านผู้อำนวยการ

      “ครับ...โชคดีกับการสอบใบประกอบนะครับ” ผมพูดก่อนจะรีบเดินออก ไป ผมดันอนุชิตให้รีบเดิน เขาก็มองผมยิ้มๆ

      “ครูหล่อขนาดนี้ผมไม่แปลกใจหรอกครับแต่ถ้าพี่คริสรู้คงจะหึงนะครับครู”

      “แก่แดดนะเราแต่ห้ามไปบอกพี่คริสเรานะ” ผมนายอนุชิต

      “แสดงว่าพี่คริสขี้หึงแน่ๆเลยครับครู”

      “ใช่...และตอนนี้เรายังเด็กยังไม่รู้เรื่องอะไรหรอกไปครูพาไปทานข้าว” ผมพูดและพากนุชิตไปขึ้นรถจะพาไปทานข้าวผัดปูตรงข้างร้านรถมอเตอร์ที่ผมแอบไปคุยและเจรจาจะซื้อไว้ให้คริสโตเฟอร์ใช้หนึ่งคันและผมก็ซื้อร้องเท้า ที่ใช้เล่นบาสเกตบอลให้ใหม่หนึ่งคู่ ยี่ห้อดีซะด้วยเขาคงถูกใจและนี้คงแอบงอนผมนิดหน่อยทีผมไม่พูดถึงวันเกิดเลยสักนิด ฮาๆ
         
                           หลังจากที่สั่งข้าวผัดปูมาทานกันคนละจานน้ำเก็กฮวยคนละแก้ว อนุชิตขอสั่งให้ย่าเขาหนึ่งห่อแม้ว่าเขาจะจ่ายเองแต่ผมก็ยินดีจะจ่ายให้อยู่ดีพอทานเสร็จก็เลยเดินไปที่ร้านขายรถมอเตอร์ไซค์ข้างๆทันที  ผมได้ทำการจองเอาไว้แล้วเมื่อวันก่อนที่ผมแอบออกมาตอนเที่ยงวันนั้แค่มาสอบถามกลัวไม่ทันวันเกิดพ่อตัวดี

      “สวัสดีค่ะคุณครู...มาดูรถเหรอคะ ตอนนี้ให้เด็กๆ เช็คให้หมดทุกอย่างได้ทันแน่นอนวันที่25 ใช่ไหมคะ”

      “ใช่ครับผมรบกวนด้วยนะครับ” ผมพูดเจ้าของร้านยิ้มให้ผมและอนุชิต

      “ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” ผมพูดและพาอนุชิตเดินออกมาจากร้านจะได้ไปแวะที่บ้านเขาก่อนเอาข้าวไปให้ย่าของเขาทาน

      “ครูจะซื้อรถให้พี่คริสเหรอครับ”

      “ใช่แต่ห้ามบอกเขาก่อนนะ....ครูจะเอาไว้เซอไพรส์วันเกิดเขานะ”

      “อ้อ..ไอ้ครับครูผมจะไม่บอกเด็ดขาด” อนุชิตพูดอผมพยักหน้าว่าดีมาก และผมก็ขับรถไปแวะที่หน้าบ้านอนุชิตแป๊ปหนึ่ง จอดส่งให้เขาวิ่งเอาข้าวผัดไปให้ย่าของเขาและเขาก็วิ่งออกมาพร้อมกับหอขนม

      “ย่าผมทำใส่ไส้วันนี้ครับครู ย่าฝากให้ครูครับ”

      “ขอบใจมากนะอนุชิต” ผมพูด

      “ย่าเธอทำขายด้วยหรือเปล่า”

      “ใช่ครับย่าทำขายหน้าบ้านมี บ้านในซอยนะครับจะออกมาซื้อ ย่าผมทำอร่อยครับ” อนุชิตพูด ผมพยักหน้าไปถึงต้องลองเลย ผมก็ชอบทานขนมไทยๆ แม่ผมทำให้ทานกันบ่อยแทบจะไม่ค่อยได้กินพวกขนมอบกรอบ เพราะว่ายายผมเป็นคนชอบทำขนมเหมือนกัน ยิ่งขนมต้มด้วยนะยิ่งชอบมากมันหาทานไม่ได้ง่ายๆแล้วซิ

                      ผมขับรถเข้ามาถึงในเขตโรงเรียนก็เกือนจะหมดเวลาพักแล้ว คงต้องรีบไปหาพ่อตัวดีก่อนเมื่อเช้าทำท่าจะงอน งอนตั้งแต่ตอนที่ผมไม่ทำเป็นไม่สนใจวันเกิดของเขาและคงงอนที่ผมไม่ได้อยู่ทานข้าวเที่ยงด้วยและติวให้อีกตอนเที่ยงแต่ผมเชื่อว่าเขาอ่านเองในขณะที่ผมไม่อยู่

      “ครูเขมคะ...พี่คริสโตเฟอร์นะคะไปต่อยพี่กายใหญ่เลยใครห้ามก็ไม่ฟังคะทางด้านโน้นค่ะ” แก้มวิ่งกระหืดกกระหอบมาหาผม อะไรกัน นี้ก็บอกอยู่ว่าอย่าไปซ่าที่ไหนไง ผมรีบวิ่งไปตามที่แก้มชี้มือ มีคนมุ่งครูอาจารย์ก็มุงแต่ก็ไม่มีใครกล้าเขาไปห้ามสักคน

      “ครูเขม!!!” ครูนิดหันมาเรียกผม

      “เกิดอะไรขึ้นครับครู”

      “นายคริสซิคะครูเขม ไม่รู้ไปโมโหอะไรนายกายหนักหนา ถึงขนาดเข้ามาถึงก็ต่อยนายกายไม่ยั้ง อันนี้เด็กๆที่นี้เขาบอกพี่ค่ะครูเขม” ครูนิดบอกผม ผมหันไปมองรอบ เขาก็พยักหน้าว่าใช่ นั้นก็แปลว่านายคริสเริ่มก่อน ผมก็มือกุมขมับทันที
      
      “และนายอั๋นก็เข้ามาช่วยเลยกลายเป็นนายคริสต่อยกับนายอั๋นอยู่ นี้ห้ามก็ไม่ฟัง ต้องครูแล้วแหละค่ะ” ครูนิดบอกผม ผมก็แหวกผู้คนเข้าไป คริสโตเฟอร์สภาพสะบักสะบอมแต่ว่ายังไม่ยอมลดละ

      “ผลัก..” นายอั๋นต่อยหน้าคริสโตเฟอร์จนคิวแตก

      “ผลัก...ผลัก” สองหมัดจากคริสโตเฟอร์ แต่นายกายนะนั่งปากแตกเลือดเต็มคอเสื้อไปหมด

      “หยุดเดี๋ยวนี้!!!” ผมตะโกนแต่ก็ไม่มีใครหยุด

      “ครูบอกให้พวกเธอหยุดไง!!!!” ผมตะคอกเสียงดังขึ้นแต่ไม่มีใครฟังผมสักคน จังหวะที่ต่างคนต่างโดนหมัดส่วนทำให้ทั้งคู่ผะออกจากกัน  ผมจึงเลือกเดินผ่าวงเข้าไปยืน ขวางตรงกลางระหว่างนายคริสโตเฟอร์และนายอั๋น พอคริสเห็นเป็นผมยืนขวางเขาก็หยุดแต่นายอั๋นไม่หยุดกำลังสวนหมัดมาเกือบจะถึงหน้าผมแล้ว ผมรู้ว่านายคริสต้องเข้ามาขวางแน่แต่ผมใช้ฝ่ามือดันอกเขาเอาไว้

      “อย่าต่อยครูนะไม่อย่างนั้นครูจะไล่เธอออกอั๋น” เสียงที่ทำให้หมัดนั้นชะงัก และนายอั๋นก็มองหน้าผม  ครูอครชัยเดินเข้ามาพอดี ส่งสัยว่าวันนี้ครูเขาลาครึ้งวันแน่ๆ ถึงได้พึ่งมาถึงเช่นกัน


       “นี้มันเกิดอะไรขึ้นกันครับ ครูเขม “ ครูอครชัยถามผม ผมเองก็พึ่งจะมาเช่นกัน

      “นี้มันเรื่องอะไรกันคริส” ผมหันมาถามคริสโตเฟอร์ สายตาบอกได้ว่าเขาเสียใจจริงๆ ที่เขาไม่ฟังผมเลย ผมบอกให้เขาอดทน แล้วนี้ทำไมถึงปล่อยให้เป็นไปได้ขนาดนี้

      “ครูเขมมาก็ดี ไอ้คริสมันมาต่อยผมส่วนนายอั๋นก็เข้ามาช่วยผม..ผมสองคนไม่ผิดนะครับครูเขม” นายกายลุกขึ้นมาประชันหน้ากับผม ผมหันไปมองหน้าคริสโตเฟอร์

      “มึงทำไอ้ปันปัน” คริสโตเฟอร์ชี้และจะออกไปหาเรื่องนายกายอีกผมก็ต้องดันนายคริสออก ดูแล้วคงไม่ใช่เรื่องเล็กๆแน่ ดูจากอาการของคริสเขาไม่เคยโกรธจัดขนาดนี้มาก่อนเลย ผมดันหน้าอกเขาไว้ให้เขาหยุดนายคริสใช้เวลาอยู่พักหนึ่งถึงได้ยกมือบอกผมว่าเขาโอเคแล้ว

      “กูไม่ได้ทำ!!!” นายกายตะคอกเสียงตอบ

      “แล้วไอ้ปันปันมึงเป็นอะไรละ” นายอั๋น ตะคอกเสียงถามคริสโตเฟอร์ ผมก็มองหน้าคริสโตเฟอร์ว่าปันปันเป็นอะไร

      “หยุดนายกายและอั๋น นี้ต่อหน้าครูนะ เห็นหัวครูที่ยืนอยู่ตรงนี้กันบ้าง พูดจากันให้มันดีดี ได้ไหม” ครูอครชัยต่อว่านายกายและนายอั๋น

      “ปันปัน...มัน ...ถูกหมาหมูทำร้ายครับ”คริสโตเฟอร์พูด ผมหันไปมองพวกนายกายที่ยืนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
             
      “มึงมีหลักฐานไหม” นายกายถามคริสโตเฟอร์
             
      “นายกาย!!!” ครูอครชัย เขาก็หันมาและยกมือไหว้ขอโทษครูอครชับแต่ไม่กับผม เขาทำเป็นเมยหน้าไปทางอื่น

      “พี่เอก” คริสโตเฟอร์พูด ทุกคนหันไปมองที่เอกรินทร์ที่ยืนอยู่กับกี้ แฟนสาวที่เขาประกาศรับผิดชอบว่าเป็นพ่อในท้องของเธอ กี้ก็ยืนกอดแขนเอกเหมือนกลัวนายกายเช่นกัน

      “ว่าไงนายเอกออกมาซิ” ครูอครชัยหันไปเรียกนายเอกออกมาพูด ผมหันไปมองหน้าเขาว่ายังไงเช่นกัน

      “ผมไม่ได้พูดอะไรครับครู” นายเอกรินทร์พูดว่าไม่ได้พูด พร้อมกันก้มหน้า

      “ก็พี่เป็นคนบอกผม” คริสโตเฟอร์พูดแชะชี้ไปที่นายเอก

      “พี่ไม่ได้บอกนายคงเข้าใจผิด” นายเอกรินทร์พูด

      “ครูคะกี้จะเป็นลมค่ะ “ เสียงเด็กผู้หญิงตะโกนออกมาทำให้ทุกคนหันไปมองที่กี้ที่ยืนหน้าซีดเผือด นายเอกรินทร์ก็วิ่งเข้าไปดูและพยุงกี้ออกไป ผมหันไปมองหน้าคริสงโตเฟอร์ ผมเสียใจจริงๆ ที่เขาไม่เคยฟังที่ผมพูดเลย ให้เขาใจเย็นกว่านี้ ผมเห็นครูนิดหันไปช่วยเอกพากี้ไปห้องพยาบาล

      “ถ้าอย่างนี้ครูคงรู้นะว่าคนของครูนะผิด...ครูเขมชาติ” นายกายพูดขึ้นเสียงใส่ผม ครูอครชัยหันมามองหน้าผมเช่นกัน

      “ครูว่ามันต้องมีที่มา..ผมขอพิสูจน์เรื่องนี้ก่อนได้ไหมครับครู” ผมหันไปคุยกับครูอครชัย

      “แต่นายนี้ต่อยผมนะครู ครูจะมาเข้าข้างในฐานะที่เขาเป็นแฟนครูไม่ได้นะครับ ผมไม่ยอม” นายกายพูด ผมหันไปมองหน้านายกาย

      “มึงจะเอาไง!!!” คริสโตเฟอร์ตะคอกเสียงถาม ผมหันมามองหน้าเขาว่าอย่าทำให้มันยิ่งแย่ไปกว่านี้ เพราะแค่นายต่อยเขาก่อนมันก็ผิดเต็มๆแล้ว คริสก็ต้องหยุดและถอยออกมายืนนิ่งๆ

      “ครูเขมต้องเป็นคนทำโทษไม่อย่างนั้นผมก็ไม่ยอม ผมจะเอาเรื่องนี้ไปร้องเรียนกับผู้อำนวยการ ว่าครูไม่ยุติธรรม” นายกายพูด ผมหันไปมองหน้าครูอครชัย ครูอครชัยพยักหน้าว่าผมคงต้องยอมแล้วละ เพราะว่าคนของผมผิดเต็มๆ ที่ต่อยเขาก่อน

      “ก็ได้..ครูจะทำโทษตอนเข้าแถว..เธอพอใจหรือยัง” ผมหันไปบอกนายกาย สายตาผมประสานกับสายตาที่ดุดันคู่นั้น เขายิ้มที่มุมปากก่อนจะเดินออกไป

      “ทุกคนไปเข้าแถวเพื่อเตรียมขึ้นเรียนได้แล้ว” ครูอครชัยบอกนักเรียนที่มุงดูอยู่ให้เดินไปเข้าแถว ผมหันมามองหน้าคริสโตเฟอร์ สีหน้าผมมันบ่งบอกว่าผมเสียใจที่เห็นเขาทำแบบนี้

      “ทำไมคริสไม่ฟังพี่เลย...”ผมพูดแค่นั้นก็หันหลังเดินออก เขาได้แต่ทำท่าจะเรียกผม ผมเสียใจจริงๆและผิดหวังมากด้วย ผมเดินกลับขึ้นไปบนห้องพัก วางขนมใส่ไส้ไว้บนโต๊ะ ผมว่าจะไปเรียกมานั่งทานขนมกันแต่ดันเกิดเรื่องแบบนี้ซะก่อนและนี้ผมก็ต้องทำโทษเขาอีกด้วย

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-10-2020 10:49:49 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2637
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
EP.32./ ครูเขมชาติXคริสโตเฟอร์  การเข้าใจผิดของผมกับคริส(ครึ้งหลัง)
 

            Part เขมชาติ  ผมนั่งทำใจอยู่พักหนึ่งก่อนจะเดินลงมาที่ใต้ตึกที่นักเรียนเข้าแถวตอนพักเที่ยง ผมถือไม้เรียวที่ไปเอามาจากห้องฝ่ายปกครอง เป็นไม้เรียวของครูอครชัย ผมไม่เคยตีใครมาก่อนเลยนี้คือคนแรก และเป็นคนแรกที่ผมไม่อยากตีเลย มันทำให้ผมคิดถึงคำพูดของแม่ผม แม่ไม่อยากให้ลูกเรียนโรงเรียนเดียวกันกับที่แม่เป็นครู เพราะว่าถ้าลูกทำผิดที่โรงเรียนแล้วแม่ต้องตีลูกตัวเอง มันเจ็บกว่าเป็นหลายเท่า ผมเข้าใจมันแล้ว ถึงแม้ว่าคริสจะไม่ใช่ลูกผมก็ตามแต่เขาก็เป็นคนที่ผมรัก

   “ครูเขม” ครูลินดาเดินมาหาผม ผมพยักหน้าว่าผมโอเค ผมเดินออกไปทางด้านหน้า ผมยืนเอามือไขว้หลังอยู่ ครูอครชัยมองผม ก่อนจะหยิบไมล์ขึ้น

   “ตอนเที่ยงเกิดเรื่องชกต่อยกันขึ้นและครูได้สอบถามแล้วผลปรากฏว่านายคริสโตเฟอร์เป็นคนผิด ดังนั้นนายคริสโตเฟอร์ต้องออกมาโดนทำโทษ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแกรุ่นอื่นๆ เราอยู่ด้วยกันโรงเรียนเดียวกันทำไมยังมีเรื่องชกต่อยกันอีก ออกมานายคริสโตเฟอร์” ครูอครชัยพูดพร้อมกับเรียกนายคริสโตเฟอร์ออกมาเขาก็ลุกขึ้นและเดินออกมามายืนตรงกลาง ผมก็ยืนมองเขา

   “ครูต้องตีนายคริสสิบที...เพราะมันต่อยผมก่อนและต่อยเพื่อนผมด้วย “ นายกายลุกขึ้นตะโกนออกมา ผมก็หันไปมองครูอครชัย ครูเขาแค่สบตาผม ผมต้องตีนายคริสโตเฟอร์สิบทีจริงๆเหรอ ผมเดินออกไปยืนมองคนที่ยืนกอดอกหันหลังให้ผม ผมก็เดินไปยืนด้านข้างของเขา มือก็จับไม้เรียวไว้แน่น ก่อนจะง้างมันขึ้นและ

   “ฟวั้บ!ๆๆๆๆ” เสียงดัง แค่ทีเดียวผมเองยังมือไม้สั่นได้ขนาดนี้ ผมกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอตัวเองและตามมาด้วยทีที่สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด แปด และ เก้า และ ทีสุดท้าย สิบ ไม้หักทันที สิบทีที่ผมฝาดไม้เรี้ยวลงที่ก้นนายคริสแม้จะผ่านกางเกงนักเรียนก็ตาม เวลามันช่างนานเหลือเกิน ผมรู้ว่าเขาเจ็บมากแต่คริสโตเฟอร์ไม่ส่งเสียงสักสักนิด

   “เอาละแยกย้ายกันขึ้นห้องเรียน “ ครูอครชัยพูด ผมเดินหันหลังออกทันที ผมไม่กล้าหันไปมองคริสโตเฟอร์  ผมสาวเท้าเดินออกไปให้เร็วที่สุดเพื่อกลับขึ้นไปที่ห้องพักครู และผมก็ตรงไปที่ห้องน้ำครูทันที ผมเข้าไปยืนที่ตรงอ่างล่างมือ มือผมจับขอบอ่างบีบมันไว้แบบนั้นอยู่หลายนาที ปากก็พ่นลมออกมาถี่จนผมเริ่มสงบนิ่งผมรู้ว่ามือผมสั่นแค่ไหนช่วงที่ผมฝาดไม้เรียวตีนายคริสโตเฟอร์  ผมค่อยๆแบมือตัวเองข้างที่ผมใช่กำไม้เรียวเพื่อตีคนที่ตัวเองรักเพราะว่าเขาเป็นนักเรียน  ผมเห็นฝ่ามือของผมมีรอยแดงเป็นจั้มๆ จากการที่ผมกำไม้เรียวเอาไว้จนแน่น เพราะแบบนี้ไงเขาถึงไม่ให้ครูรักกับนักเรียนด้วยเช่นกัน เพราะหากต้องทำโทษขึ้นมาทุกคนก็จะมองว่าอาจจะไม่ได้รับความยุติธรรม
   
   มือที่กำไม้เรียวนั้นไม่รู้สึกเจ็บเท่ากับเสียงไม้ที่กระทบก้นนั้น มันเจ็บยิ่งกว่าเป็นไหนๆ ผมล้างหน้าล้างตา ล้างมือที่แดงเป็นจั้มๆจนมันค่อยๆจางหายไปแต่เสียงไม้กระทบก้นนั้นยังดังก้องอยู่ในหัวผม และสีหน้าคนที่ถูกผมตี เขานิ่งมากจนผมเดาไม่ออกเลยว่าเขารู้สึกยังไง โกรธผมไหมหรือเสียใจ แต่ตอนนี้ผมเสียใจ ที่เขาไม่ควบคุมความโกรธตัวเองให้ได้ดีกว่านี้
 ผมเดินออกมาเข้าห้องพักครูก่อนจะหยิบหนังสือเพื่อขึ้นไปทำการเรียนการสอนห้องแรกคือห้อง ม.4/2 ผมเดินไปเงียบ นักเรียนยกมือไหว้ตามปกติ ผมเดินเข้าไปใน้ห้องเรียน ทุกคนที่พูดคุยกันก็หยุดการสนทนาและหันมามองผม ผมมองไปที่โต๊ะนักเรียนหนุ่มตาสีฟ้าที่นั่งรอเรียนอยู่เป็นประจำวันนี้ว่างเปล่า แน่ละเขาคงโกรธผมมาก จนไม่เข้าเรียนหรือเปล่า

   “Good afternoon “ ผมพูดทักทายนักเรีนยคนอื่นแปลว่าให้เตรียมตัวเรียนกันได้แล้ว หลังจากที่ทักทายเสร็จผมก็เริ่มสอน แต่ผมก็ยังคงหวังว่าเขาจะเดินกลับขึ้นมาเรียนแต่ก็ไม่มีวี่แววเลยจนหมดคาบเรียน โต๊ะนั้นก็ปราศจากคนนั่งตลอดชั่วโมงการสอนของผม ผมทำเครื่องหมายว่าเขาไม่มาในวันนี้ ทั้งที่ไม่มีชั่วไหนเลยที่เขาขาดไปมีแค่วันนั้นวันเดียววันแรกที่ผมเข้าสอน

   “พี่คริสไม่เข้าเรียนสงสัยโกรธครูเขมแน่ๆเลยแก” ผมได้ยินนักเรียนหญิงซิบซิบกัน ผมหยิบหนังสือและเดินออกเพื่อทำการเรียนการสอนห้องอื่นๆต่อทันที วันนี้เป็นวันที่ผมไม่ค่อยมีอารมณ์เล่นสนุกกับนักเรียนเท่าไหร่ และไม่มีใครเอ่ยถามอะไรผมเช่นกัน

   MyLove : คริสทำไมไม่เข้าเรียน อยู่ไหน วันนี้มีซ้อมบาสหรือเปล่า

                  ผมส่งข้อความหาคริสโตเฟอร์แต่ทว่ามันเงียบมากไม่มีการตอบรับกลับมาหาผมเลย ผมเดินเข้าห้องอื่นเพื่อทำการสอน ถ้าเขายังไม่ตอบกลับมาผมคงจะไปดูที่บ้านพักนักเรียนแทน ผมทำการสอนด้วยใจจิตใจว้าวุ่น

                  หลังจากสอนเสร็จผมก็ยังไม่ได้รับข้อความตอบรับจากคริสโตเฟอร์ เขาไปไหนของเขานะ ผมเดินลงจากห้องพักครูว่าจะเดินไปดูเขาสักหน่อยเป็นอะไรไปหรือเปล่า แต่ผมก็เจออาร์ทกับโจ เหมือนกับว่าวันนี้ไม่มีซ้อมบาสเกตบอล

   “โจ อาร์ท ไม่ซ้อมบาสกันเหรอ” ผมถามทั้งคู่

   “ไม่ได้ซ้อมครับครู ปันปันมัน...เออ..ไม่ค่อยสบายนะครับและไอ้คริสโตเฟอร์ก็ไม่อยู่มันขับรถบิ๊กไบท์มันออกไปไหนก็ไม่รู้ครับครู “ ผมก็นิ่งเงียบไปไหนของเขา ผมพยักหน้าถ้าอย่างนั้นก็คงไม่ต้องไปดู ผมตัดสินใจไปรอที่บ้านดีกว่าเพื่อว่าเขาเข้ามาจะเข้าไปหาผมที่บ้านพักแทน ผมทำอาหารเย็นวันนี้ผมทำไข่ลูกเขย ต้มข่าไก่วันก่อนทำให้เขาบอกว่าชอบกิน ผมก็เลยทำให้อีกผมนั่งรอจนเกือบทุ่มก็ไม่มีวี่แววว่าคริสโตเฟอร์จะกลับมา

   “ครูเขม” เสียงเรียกดังมาจากหน้าบ้านผมจำได้ดีว่าไม่ใช่คริสโตเฟอร์เพราะถ้ารายนั้นไม่มาเรียกหรอกขึ้นมาเลย ผมเดินไปที่หน้าบ้านอย่างรวดเร็ว

   “โจว่าไง” ผมถามโจ

   “ครู..ไอ้ปันปันมันกรีดข้อมือตัวเองนะครับครู” โจบอกผมน้ำเสียงร้อนรนผมเองก็ตกใจมากเช่นกัน

   “อะไรนะ...อยู่ไหนตอนนี้”

   “อยู่ในห้องพักนักเรียนครับครู...ทำไงดีอะครับเลือดออกใหญ่เลยและไอ้โป้งก็กำลังมาถึงแต่จะรอมันคงไม่ได้ครับครู”

   “พาส่งโรงพยาบาล ..เดี๋ยวรอครูแป๊ปหนึ่งนะ” ผมบอกโจ ผมก็รีบหยิบกระเป๋าสตางค์มือถือและกุลแจรถ ผมรีบขับตามโจออกไปโจขับรถมอเตอร์ไซค์มาหาผม ผมไปที่บ้านพักผมก็เห็นข้อมือปันปันเลือกออกใหญ่เลยไม่รู้ว่าโดนเส้นเลือดใหญ่ไหม หน้าปันปันก็ซีดมากเนื้อตัวเปียกไปหมด

   “ปันปันมึงทำแบบนี้ทำไมว่ะ ฮึก ฮึก” โจที่ถามปันปันด้วยน้ำเสียงที่เป็นหวงเพื่อนรักน้ำตาก็ไหล อาร์ทก็ยืนกุมขมับตกใจไม่แพ้กัน ดังนั้นตอนนี้ผมต้องตั้งสติตัวเอง

   “หาผ้ามาให้ครูขันชะเนาะห้ามเลือดก่อน เร็ว!” ผมบอกโจและอาร์ท เขาสองคนก็ช่วยกันค้นหาผ้าและเอามาให้ผม ผมก็ทำการขันชะเนาะห้ามเลือดตามที่เคยเรียนมา

   “ช่วยกันอุ้มปันปันไปที่รถครู” ผมพูดต่างก็พากันอุ้มปันปันอย่างทุลักทุเล เด็กๆคนอื่นที่พักหอข้างก็พาออกมายืนดู ด้วยอาการตกใจเช่นกัน

   “ใครเป็นอะไรอะ..พี่ปันปันนี้หว่าเลือดไหลใหญ่เลยวะ” เด็กๆพากันถามผมก็อุ้มปันปันเข้าไปในรถทันที

   “ครูดูแลปันปันแล้วกันนะครับผมไปขับรถให้” อาร์ทบอกผม ผมพยักหน้าและอาร์ทก็ออกตัวไปอย่างรวดเร็ว พอผ่านพ้นประตู โรงเรียน

   “นั้นรถไอ้โป้งนี้” โจตะโกนขึ้น พร้อมลดกระจกลง

   “โป้งไปโรงพยาบาลด่วน!” โจตะโกนและอาร์ทก็ออกตัวตามด้วยรถของโป้งที่กลับรถอย่างรวดเร็ว

   “ครูแล้วไอ้คริสละครู” โจถามผม

   “ไม่รู้เหมือนกันเขาไม่ได้กลับบ้านนะ” ผมพูดมือก็ยังจับผ้าห้ามเลือกให้ปันปัน

   “ทำไมถึงทำแบบนี้ละปันปันเกิดอะไรขึ้นมีปัญหาอะไรทำไมไม่บอกครูทำไมทำแบบนี้” ผมถามปันปัน ตอนนี้หน้าซี้ดมาก  เหมือนเขาจะพยายามพูดแต่ผมว่าเขาอ่อนเพลียมากเกินไป ผมได้แต่เอามือแตะที่หัวปันปันแทน

   “คริสเหรอปันปันมันกรี้ดข้อมือตัวเองกูกำลังขับรถครูเขมพาไปโรงพยาบาลเจอกันว่ะ ..มึงอยู่กับใครน้องเชอรี่เหรอเสียงน้องเขาอยู่ข้างๆมึงอะ...เออ..โรงพยาบาลจังหวัดวะแค่นี้” ผมชะงักไปนิดหนึ่งตรงที่ได้ยินว่าอยู่กับน้องเชอรี่ โจหันมามองหน้าผมแว๊ปหนึ่งเขาก็ไม่ได้พูดอะไร อย่าบอกนะว่าเชอรี่คนเดียวกันกับที่บอกว่าเป็นแฟนเก่า รถเลี้ยวเข้าไปจอดหน้าห้องฉุกเฉิน

   “พี่ครับเพื่อนผมมีดบาดข้อมือครับ”

   “ด่วนเลยพี่” เสียงโจลงไปแจ้งเจ้าหน้าที่ผมก็อุ้มปันปันออกมาจากรถและวางลงบนเตียง

   “เลือดไหลไหญ่เลยน้องตามหมอGP ลงมาด่วน!” เจ้าหน้าที่มารับคนไข้ โป้งวิ่งเข้ามาพอดี พอโป้งเห็นสภาพปันปันเท่านั้นแหละ

   “ปันปัน!...ใครทำอะไรปันปัน...ทำไมถึงเป็นแบบนี้!!!” โป้งตะโกนและเข้าไปกอดปันปัน แต่เจ้าหน้าที่พยายามดันออกเพราะต้องรีบให้การช่วยเหลือปันปันแล้วปันปันก็พยายามยื่นมือที่ไม่เจ็บมาจับมือโป้งแต่รถเข็นถูกนำเข้าไปแล้ว ผมพากันออกมาด้านนอกห้องฉุกเฉินไม่อยากเสียงดังในโรงพยายาล

   “เกิดเชี้ยอะไรขึ้น!!” โป้งหันไปถามโจ ด้วยความโกรธแต่ละคนเงียบ โป้งกระฉากคอเสื้ออาร์ทดันไว้กับกำแพง

   “กูถามว่าเกิดอะไรกับเมียกู!!!” โป้งตะคอกถามอาร์ทและโจอีกครั้ง

   “ปันปันมันกรีดข้อมือตัวเอง”

   “ทำไม..มันถึงได้กรีดข้อมือตัวเอง....บอกกูมา!!!” โป้งตะคอกเสียงถามทุกคน โป้งมองหน้าโจ และอาร์ท ผมเองก็ไม่รู้เรื่องอะไรมากมายหนักหรอก

   “บอกมันเถอะอาร์ท” โจหันมาบอกอาร์ท

   “บอกกูมาเดี๋ยวนี้ไอ้อาร์ท!!” โป้งถามอาร์ท

   “ปันปันมันโดนข่มขืนในห้องน้ำกูไม่รู้ว่าใครแต่คริสโตเฟอร์มันบอกว่าไอ้พี่เอกบอกว่าไอ้พี่กายอาจจะเป็นคนทำแต่เราไม่มีหลักฐาน” อาร์ทพูดผมถึงกับตกใจ

   “นี้มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไง” ผมถามทุกคนด้วยอาการตกใจเช่นกันนี้มันเกินไปแล้วนะที่ถึงขั้นเรียกว่าข่มขืนเลยนะ ถึงแม้ว่าปันปันจะเป็นเด็กผู้ชายก็ตาม

   “ทำไมไม่บอกครูตั้งแต่ตอนที่นายคริสมีเรื่องชกต่อยละ”

   “ตอนนั้นผมไปอยู่กับไอ้ปันปันที่บ้านพักครับครู และปันปันมันบอกไม่ให้บอกใครเพราะว่ามันไม่อยากให้โป้งรู้ มันกลัวโป้งรับมันไม่ได้”โจพูด โป้งทรุดลงนั่งคุกเข่า

   “ไอ้สัสกาย!!” โป้งสะบดคำและลุกพล้วดขึ้นและเดินออกผมคิดว่าเขาจะไปหานายกายแน่ๆ
         
   “โป้ง..หยุด...นายจะไปไหน” ผมกระฉากแขนโป้งไว้ผมรู้ว่าเขาจะไปไหน ไปก็หาเรื่องใส่ตัวเองคราวนี้คงไม่มีใครช่วยห้ามและเรื่องคงถึงขั้นเลือดตกยางออก

   “ครูมันทำแฟนผม…และดูที่มันทำซิครูผมคงรอให้กฏหมายทำกับมันไม่ได้..ครู” โป้งพยายามสะบัดแขนเขาให้ผมปล่อยแต่ผมไม่ยอมปล่อย ผมจะไม่ปล่อยให้โป้งไปเด็ดขาด

   “ครูรู้ พรุ่งนี้ครูจัดการเองเธอควรจะอยู่ดูแลปันปันตอนนี้ ...และถ้านายไปมีเรื่องอีกละ....ใครจะดูแลปันปัน ไหนจะพ่อนายอีกละแม่นายอีกละ..ห๊ะ!...ครูรู้ว่ากฏหมายมันช้าแต่ถ้าเรามีหลักฐานกฏหมายก็ทำได้ไม่ต้องรอชาติหน้าหรอกโป้งแต่เราควรจะมีสติ!”

   “คิดให้เยอะๆ โป้ง...สิ่งที่ที่นายกำลังจะไปทำมันไม่ได้ช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นมันจะทำให้ทุกอย่างแย่ลง!” ผมพูด ระหว่างนั้นเสียงรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์แล่นเข้ามาจอด ผู้ชายที่สวมหมวกกันน๊อคมีคนซ้อนท้ายหนึ่งคนรูปร่างเล็ก ๆ ก้าวขาลงมา พอถอดหมวกออกก็รู้ได้ทันทีที่ว่าเป็นผู้หญิง และคนที่เป็นคนขับผมก็จำได้ดี คริสโตเฟอร์

   “ปันปันมันเป็นอะไร..มึงสองคนดูแลมันยังไงว่ะ “ คริสโตเฟอร์เดินตรงไปหาอาร์ท และโจ

   “กูกลับไปเอาของและซื้อข้าวมาให้มันไงแต่พอกลับมามันก็นอนอยู่ในห้องน้ำเลือกไหลท้วมมือมันไปหมด”

   “พี่โป้ง สวัสดีค่ะ” น้องผู้หญิงทักทาย

   “เชอรี่นี้ครูเขม” คริสโตเฟอร์หันมาบอกผู้หญิงคนนั้นเพื่อแนนำผม

   “สวัสดีค่ะครูเขม” เชอรี่ หน้าตาสะสวย ผิวพรรณดูดี เขาส่งยิ้มให้ผม โจและอาร์ทมองหน้าผม ผมยกมือไหว้รับ ผมแค่หันมามองคริสโตเฟอร์ผมรู้สึกผิดที่ไม่ฟังเขาเลย รู้สึกผิดที่ทำโทษเขาไปวันนี้

   “พี่คริสค่ะ...เพื่อนคนไหนเหรอที่พี่ว่าเข้าโรงพยาบาลนะคะ”

   “แฟนโป้งมันนะเชอรี่” คริสโตเฟอร์พูดกับเด็กผู้หญิงเกาะแขนคริสโตเฟอร์ไม่ยอมปล่อย โป้งเดินไปคุยกับพยาบาล ผมคิดว่าคงต้องนอนโรงพยาบาลคืนนี้หนึ่งคืนเพราะปันปันเสียเลือดมาก และโป้งก็เดินกลับมา

   “คืนนี้ปันปันจะนอนโรงพยาบาลก่อนนะครับครู “ โป้งบอกผม

   “มีห้องพิเศษว่างหรือเปล่าละโป้ง”

   “เออ...คือ..”

   “ค่าใช้จ่ายครูจัดการเองไปบอกเขาใหม่ว่าขอห้องพิเศษเราจะได้อยู่ดูแลปันปันอย่างใกล้ชิดและพรุ่งนี้ครูจะมาเยี่ยมอีกทีนะส่วนเรื่อง....อื่นครูจัดการเอง” ผมพูดก่อนจะหันไปมองคนที่ยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่ เขาไม่กล้าแม้จะสบตาผมด้วยซ้ำและอาหารเย็นทีผมทำไว้คงไม่จำเป็นแล้วซินะ

   “ครูกลับก่อนนะพรุ่งนี้ครูมีเวรยืนหน้าประตู” ผมพูดแค่นั้น

   “ครูครับผมติดรถครูไปลงที่บ้านได้ไหมครับ” อาร์ทถามผม ผมพยักหน้าว่าได้ ผมเดินออกตกลงนี้เขากลับไปหาแฟนเก่าแล้วใช่ไหม แค่เพราะว่าเขาโกรธผมใช่ไหม

   “ทำไมไอ้คริสมันทำแบบนี้วะ” เสียงโจพูดกับอาร์ทผมเข้าใจความหมายดี เขาอาจจะเห็นแล้วด้วยว่าผมกับเขามันยากถ้าเขาเลือกจะกลับไปเขาคงไม่จำเป็นต้องไปสอบแล้วละมั้ง ผมเดินมาที่รถขับรถออกมาเพื่อจะไปส่งอาร์ทและโจก่อนและผมก็ขับรถกลับมาที่บ้านพักครู นั่งอยู่เงียบๆสักพักผมก็เก็บทุกอย่างลงถุงขยะทานไม่ลงเหมือนกัน อาการคนอกหักมันถามหา

   Rrrrrr เสียงโทรศัพท์ผมดังขึ้นเป็นเบอร์ไม่คุ้นเคยแต่มีหมายเลขนำหน้าว่าโทรมาจากออสเตรเลียผมรีบกดรับสายทันที ผมคิดว่าน่าจะเป็นพ่อของคริสโตเฟอร์

   “ฮัลโล” ผมตอบรับสายเรียกเข้า

   “สวัสดีค่ะน้องเขม จำพี่ได้ไหมคะ พี่เก๋ค่ะ “ พี่เก๋คนที่ผมฝากเรื่องให้ช่วยเรื่องตามหาพ่อของคริสนั้นเอง ถ้าเป็นช่วงเวลาปกติ นี้ผมคงตื่นเต้นน่าดูแต่เวลานี้ผมก็คงพยายามทำน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด
 
   “สวัสดีครับพี่เก๋ สบายดีไหมครับ”
   
   “สบายดีค่ะ แต่พี่ขอโทษทีนะ พี่ติดไปคุยเรื่องผู้หญิงโดนสามีทำร้ายที่ชั้นศาลนะคะ เพื่อช่วยให้น้องเขาได้วีซ่าพลเมืองของออสเตรเลียค่ะ พี่เลยไม่ได้โทรหาเขมเลย” พี่เก๋บอกผม

   “ไม่เป็นไรครับพี่เก๋” ผมพูด
   
   
   “พี่ได้เรื่องแล้วนะคะ น้องคนที่อยู่ที่เพิร์ธนะเขาบอกว่าบ้านหลังนี้ได้ประกาศขายกับเอเจ้น ที่เป็นบริษัทเกี่ยวกับฝากขายบ้านและที่ดินนะคะ และตอนนี้มีคนซื้อไปแล้ว แต่เพื่อนพี่เขาไปขอเบอร์ติดต่อนะแต่ไมได้ พี่ได้อิเมลมาค่ะ “ พี่เก๋บอกผม

   “แล้วเจ้าของบ้านละครับ”

   “น่าจะคุณย่าของน้องเขาเสียชีวิตไปได้สามปีแล้วค่ะ”
   
   “และบ้านหลังนี้ตกเป็นของลูกชายเขาค่ะ แต่เขาไม่กลับมาอยู่แล้วเลยประกาศขายค่ะ”
   
   “อิเมลนะคะ เดนิสคริสริซโซ25@XXXXXXX “ พี่เก๋บอกอิเมลของผม ผมก็ต้องถึงบางอ้อ เพราะว่าเลขตัวหน้าในจดหมายมันมองไม่เห็น
   
   “ขอบคุณมากนะครับพี่เก๋ ขอบคุณจริงๆครับ” ผมพูดขอบคุณพี่เก๋

   “ไม่เป็นไรค่ะเขม เราคนไทยเราช่วยกัน แต่ถ้าติดต่อไม่ได้อีก บอกพี่นะคะ พี่อยากช่วยให้น้องเจอพ่อให้ได้ค่ะ “พี่เก๋พูด ผมยิ้มแทนคริสโตเฟอร์ แม้จะไม่ใช่ยิ้มที่มีความสุขปกติ

   “เขมพี่ต้องไปรับลูกแล้วนะคะ ถ้ายังไง โทรหาพี่ได้ตลอดนะคะ พี่ขอให้เขมโชคดีค่ะ “

   “ขอบคุณครับพี่เก๋ สวัสดีครับ” ผมพูดและกดวางวสายไปทันที ผมทำการฟอร์เวิร์ดอีเมลที่ผมส่งไม่ผ่านและใส่ที่อยู่อิเมลอันใหม่ไปแทน ผมหวังว่าพ่อของคริสจะได้รับอิเมลของผม

         
   หลังจากที่ผมส่งอิเมลเรียบร้อยแล้ว ผมก็ต้องนั่งนิ่งๆบางทีผมก็คิดนะว่าผมจะทำเพื่ออะไรแต่ผมก็ยินดีจะทำอยู่ดีถึงตอนนี้คนนั้นจะเปลี่ยนไปแล้วก็ตาม ผมจัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสวมชุดนอนก่อนนอนสวดมนต์สักหน่อยเพื่อว่าสิ่งที่วุ่นวายในใจจะได้หมดไปบ้าง หลังจากสวดมนต์เสร็จผมก็เหลือบตามองไปที่นอนข้างๆผม ต่อไปนี้มันคงจะว่างไปตลอดก็ดีนะเขาควรได้มีชีวิตที่ปกติเหมือนคนอื่นๆเขา และมันก็อาจจะดีที่เรื่องวุ่นวายก็คงจบลงซะทีเช่นกัน ผมคิดว่าเรื่องทั้งหมดมันอาจจะเกิดมาจากผมและเขาก็ได้
------------------------------------------------------------------------------
ปล.อย่าพึ่งโกรธคนแต่งจนหนีไปกันหมดนะคะ คนแต่งสัญญาว่าจะจัดการนายกายให้นะคะ รักคนอ่านจุ๊บๆ คนแต่งก็หน่วงค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-10-2020 10:45:30 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
EP.33 ครูเขมชาติXคริสโตเฟอร์  ผมรู่วาพี่เขมต้องห้ามผมแน่ๆ   

                    คริสโตเฟอร์   ผมตัดสินใจโทรหาเชอรี่และขอโทษเธอที่ผมพูดแบบนั้นออกไปว่าผมมีแฟนแล้ว ผมก็พาเธอไปนั่งที่สวนสาธารณะเหมือนที่ผมกับเธอเคยทำกันแน่นอนเราก็ต้องมีกอดและจูบแต่เป็นรสจูบที่น่าขยะแขยงที่สุดแต่ผมก็ต้องทำ ผมต้องการให้เชอรี่ช่วยผมเรื่องไอ้กาย แต่ยังไม่ทันไร ไอ้โจมันโทรศัพท์มาหาผมบอกว่าไอ้ปันปันกรีดข้อมือตัวเอง ผมก็รีบขับรถกลับมาโรงพยาบาลแทบไม่ทันที แต่มันก็ดีเหมือนระฆังช่วยผมไว้ ไม่อย่างนั้นผมคงเกินเลยกับเชอรี่ไปแน่ๆ ผมเองก็เป็นผู้ชายเธอเล่นเล้าโรมผมซะขนาดนี้
             
      พอผมมาเห็นสภาพปันปัน ผมก็ยิ่งต้องหาทางจัดการไอ้กายให้เร็วที่สุด ผมสงสารมัน ทำไมมันต้องทำไอ้ปันปัน คนที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย ไม่ได้มีเรื่องบาดหมางกับมันเลยสักนิด มีแต่ผมกับไอ้โป้ง ไอ้พวกหน้าตัวเมียที่ทำกับคนอ่อนแอ คนไม่มีทางสู้อย่างไอ้ปันปัน

           ผมขับรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบท์มาส่งเชอรี่แฟนเก่า ผมจำใจต้องให้เธอกอดเอว ทั้งที่ผมอยากเอาไว้ให้พี่เขมกอดผมคนเดียว แต่ตอนนี้ผมต้องการให้เธอช่วยผม ผมยอมโ ดนด่าภายหลังหากเธอรู้ความจริงว่าผมแค่หลอกใช้เธอ เพราะว่าเชอรี่คือคนที่กายมันหลงรัก เชอรี่คนเดียวเท่านั้นที่จะสามารถเอาความลับจากไอ้พี่กายมาให้ผมได้
           
      “ทำไมมาส่งเชอรี่ที่บ้านละเราไม่ไป...เออ..ไป..”เชอรี่พูดทำหน้างอเมื่อก่อนนะใช้ผมกับเชอรี่เข้าโรงแรมด้วยกันบ่อยแต่ทว่าผมกับเธอเปลี่ยนไปแล้วเมื่อก่อนผมแค่อยากได้เพราะว่าเธอสวย
           
      “เอานะไว้ก่อนนะคะว่าแต่พรุ่งนี้ใช่ไหมค่ะที่”
           
      “พี่ต้องการอะไรคืนเหรอและมันสำคัญมากเหรอคะ”
           
      “สำคัญซิค่ะ...เพราะพี่อาจจะถูกไล่ออกเชอรี่ก็รู้นี้ว่าไอ้กายนะมันรักและหลงเชอรี่มากแค่ไหน...และมันก็กัดพี่ไม่ปล่อยเลยนะคะคนดี” ผมอ้อนเชอรี่ ผมใช้นิ้วไต่ไปตามแก้มเนียนใส่นั้นเบาๆ เธอยิ้ม
           
       “เสร็นเรื่องนี้แล้วพี่จะพาไปมีความสุขกัน”ผมพูดและเธอก็เอียงแก้มมาจะให้ผมหอม
           
      “หอมแก้มเชอรี่ซิคะ พี่คริส “ เชอรี่พูด ผมก็มองพร้อมกับกลืนน้ำลาย ผมขอโทษพี่เขมผมจำเป็นต้องทำ ทันใดนั้นผมก็เหลือบไปเห็นพ่อของเชอรี่ออกมายืนมองพอดี ผมเลยชะงักและเชอรี่ก็หันไปมองผู้เป็นพ่อของเธอ 
           
      “เข้าบ้านเถอะค่ะพ่อเชอรี่ยืนมองอยู่แล้วอย่าทำให้ท่านไม่เชื่อใจในตัวพี่อีกเชอรี่อาจจะไม่ได้เจอพี่นะคะ” ผมบอกเธอ(ใจก็แอบของคุณไม่อย่างนั้นต้องจำใจหอมแก้มเธอทั้งที่ไม่อยากหอมเลยจริง)
           
      “ ถ้าอย่างนั้น เชอรี่หอมเองก็ได้ค่ะ และเชอรี่จะอธิบายกับป๊าเองค่ะ “ เชอรี่พูดและเขย่งปลายเท้าเพื่อจะหอมแก้มของผมตอนแรกผมทำท่าจะขัดแต่ถ้าผมขัดเธอจะรู้ทันทีผมเลยต้องยอมให้เธอทำเธอหอมแก้มผมเสียงดัง พอเชอรี่ผ่านพ้นประตูเข้าบ้านไปผมก็ยกแขนเสื้อขึ้นมาปาดเช็ดที่แก้มของผม ก่อนจะรีบบิดรถออก ผมคงกลับไปนอนบ้านพักไม่ได้ ผมคงต้องไปนอนกับไอ้โป้งที่โรงพยาบาลไอ้กายมันต้องชดใช้ผมจะขึ้นไปหาหลักฐานทุกอย่างที่มันทำเอาไว้
           
      ผมขับรถมาถึงโรงพยาบาลและเดินขึ้นไปหาไอ้โป้งที่ห้องพักพิเศษ ผมเห็นโป้งนั่งหลับมือก็กุมมือปันปันไว้สายน้ำเกลือและถุงเลือดที่ห้อยอยู่ คนที่นอนก็ยังหลับไหลเพราะฤทธิ์ยา
           
      “อ้าวคริส” โป้งลืมตาขึ้นมองผม ผมพยักหน้าว่าผมเอง ผมทรุดตัวลงนั่งที่โซฟา
           
      “เชอรี่ละ” ไอ้โป้งมันถามผม สีหน้ามันดูกังวลเรื่องผมกับเชอรี่
           
      “ไปส่งบ้านแล้ว”ผมตอบไอ้โป้งไป
           
      “มึงกำลังทำอะไรอยู่วะมึงจะกลับไปหาเชอรี่อย่างนั้นเหรอว่ะ แล้วครูเขมละ มึงอุตสาห์ผ่านเรื่องบ้าๆมาแล้วมึงทำแบบนี้ทำไมว่ะ คริส ” โป้งถามลุกมาหาผม มานั่งข้างๆมันถามผม ผมรู้ว่าแววตามันผิดหวังมากที่เห็นผมทำแบบนี้
           
      “กูไม่ได้อยากกลับไปแต่กู...เชื่อว่าไอ้กายมันเป็นคนอยู่เบื่องหลังว่ะและมันต้องนัดไอ้พวกนี้มาอีกแน่ๆโป้ง กูถึงต้องให้เชอรี่ช่วย ไม่อย่างนั่นเราจะไม่มีหลักฐานเชี้ยอะไรเลยนะโป้ง ไอ้ปันปันมันเพื่อนรักกูเหมือนกัน  ” ผมพูดกับไอ้โป้ง ไอ้โป้งมันมองหน้าผม ผมรู้ว่ามันอยากจะแก้แค้นให้ปันปัน มันคงไม่รอให้กฏหมายแน่นอนเพราะมันไม่เชื่อว่ากฏหมายจะทำอะไรพวกมันได้ แต่มั้นจะหมออณาคต ผมไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้นด้วยเช่นกัน
           
      “กูช่วย” โป้งมันหันมาหาผม

      “อย่ามึงดูแลปันปันกูกลัวมันทำอีกมันต้องการมึงตอนนี้โป้ง” ผมพูด ผมมองหน้ามันและโอบไหล่มัน มันก็โอบไหล่ผม
           
      “และกูไม่สนใจอะไรแล้วมันทำกับเพื่อนๆกูมาเยอะแล้วและเรื่องพวกนี้มันก็มาจากกูดังนั้นกูควรจะจัดการเองวะโป้ง” ผมพูดกับไอ้โป้ง
           
      “มึงไม่บอกครูเขม”
      
      “พี่เขมห้ามกูแน่ๆ”
      
      “ก็เพราะว่าเขารักมึงเขาเป็นห่วงมึงและกูรู้ว่าวันนี้เขาทำโทษมึงเพราะครูเขมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับปันปัน ” ผมก้มหน้าลง ผมรู้ว่าพี่เขมเสียใจแค่ไหน ผมรู้ดีแววตาคู่นั้นที่มองผม ผมยกมือขึ้นมาปิดหน้าตัวเอง
      
      กูไม่อยากให้พี่เขมเดือดร้อนเพราะกูอีกกูเชื่อว่าพ่อมันเต้นแน่ถ้าลูกเขาโดนข้อหาหนัก” ผมพูดและมองหน้าไอ้โป้ง
      
      “อย่าบอกเรื่องนี้กับพี่เขม” ผมพูดกับไอ้โป้งมันก็มองหน้าผม พร้อมกับพ่นลมออกมาจากปาก
      “กูขอละโป้ง....กูยอมให้พี่เขมมองกูไม่ดี...แต่กูจะให้พี่เขมเดือดร้อนเพราะกูอีกไม่ได้...ทุกอย่างมันควรหยุดได้แล้ว” ผมพูดกับไอ้โป้ง
      
      “หมับ”โป้งกอดผม ผมก็แตะมันที่หลังเบาๆว่าผมโอเคว่ะ
      
      “รอให้ปันปันมันแข็งแรงก่อนได้ไหมวะ” โป้งถามผม
      
      “กูยิ่งลงมือเร็วทุกอย่างจะได้ยุติเร็วขึ้น คือเรียกว่ายิ่งเร็วยิ่งดีโป้งเพราะว่ามันควรจะได้รับบทเรียน” ผมพูดแค่นั้น
      
      “คืนนี้กูนอนด้วยวะกูไม่กล้ากลับไปหาพี่เขมวันนี้กูยังไม่กล้ามองหน้าเขาเลย” ผมบอกไอ้โป้ง
      
      “กูเห็นแล้วแหละ” ไอ้โป้งมันพูดและมันก็ส่งหมอนกับผ้าห่มมาให้ผม
      
      “มึงนอนบนโซฟาวะกูจะนอนข้างๆปันปัน...กูกลัวมันหายไป..กูใจหายที่เห็นสภาพปันปันแบบนี้ กูโคตรกลัวเลยวะกูกลัวเสียมันไปว่ะคริส..กูเพิ่งจะรู้ว่ากูรักมันมากวะ” โป้งพูดด้วยน้ำเสียงที่บอกได้ว่ามันเป็นห่วงใยปันปันมากแค่ไหน มันคงรู้แล้วซินะว่ามันควรรักใครในตอนนี้ ปันปันดูแลมันดีตั้งแต่เข้ามาเรียนภาพที่มันสนิทกับปันปันไหนก็ไปด้วยกัน ปันปันมันตามใจโป้งทุกอย่างไม่เคยขัดใจเลย
-----------------------------------------------------------------------------------------------
               ครูเขมชาติ   ผมตื่นมาแต่เช้าอาบน้ำแต่งตัวแอบเผลอมองที่นอนว่างๆ เขาไม่ได้กลับมานอนกับผมเหมือนที่ผ่านมา ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้วซินะ ผมรีบแต่งตัวเพื่อจะทำหน้าที่ยืนเวรหน้าประตูตอนเช้าวันนี้ ผมไม่ต้องทำอาหารเช้าหรอกมั้ง ผมขับรถอออกมาจอดไว้ที่ด้านหน้า ผมจะไปหาปันปันไปสอบถามเรื่องที่เกิดขั้นผมรู้ว่ามันหนักแต่ผมต้องถามเพื่อหาวิธีช่วยเหลือเขาและเรื่องนี้พ่อแม่ปันปันต้องรู้แน่ๆ
      
      “สวัสดีค่ะครู..ถาวรได้ยินเด็กๆคุยกันว่าเมื่อคืนครูพาปันปันไปโรงพยาบาล ..เด็กเป็นอะไรเหรอค่ะ”
      
      “เออ...คือ...มีดบาดนะครับมีดบาดที่ข้อมือหมอเย็บทำแผลเรียบร้อยแล้วครับ”
      
      “อ้าวเหรอ...”
      
      “นอนโรงพยาบาลเมื่อคืนวันนี้ผมจะไปดูเขาอยู่เหมือนกันหลังจากสอนคาบแรกเสร็จแล้วนะครับ”
      
      “ค่ะ...นึกว่าเป็นอะไรมากเห็นเด็กบอกว่าเลือดไหลเยอะเลย”
      
      “ไม่เป็นอะไรมากแล้วนะครับแต่ผมคงต้องโทรแจ้งพ่อแม่ของปันปันให้ทราบผมคงต้องไปขอเบอร์ติดต่อที่ฝ่ายกองทะเบียนใช่ไหมครับครูเก่ง”
      
      “ใช่ค่ะพี่นิดดูแลอยู่ขอพี่นิดได้เลยค่ะ” ครูถาวรบอกผม เขาก็พยักหน้าผมหันมาทำหน้าที่ยืนหน้าประตูแทนครูนิดวันนี้ ผมคงต้องรอครูนิดเข้ามาก่อน ระหว่างที่ผมกับครูถาวรกำลังยืนเพื่อตรวจดูเสื้อหน้าผมจองเด็กนักเรียน จังหวะนั้นก็เหลือบไปเห็นรถบิ๊กไบท์ขับผ่านเข้าไป นี้เขาเพิ่งจะกลับมาตอนเช้าอย่างนั้นเหรอคงไม่ต้องถามหรอกมั้งว่าเขาไปทำอะไรมาก เมื่อคืนหายไปด้วยกันแบบนั้น
      
      “ครูกับคริสมีปัญหากันหรือเปล่าคะเรื่องเมื่อวานที่ครูทำโทษเขา” จู่ครูถาวรก็ถามผมขึ้น คงเป็นเพราะว่านายคริสโตเฟอร์ขับผ่านผมไปโดยไม่หยุดทักทายผมนั้นเอง
      
      “เออ..” ผมเงียบพูดไม่ออกเหมือนกันมันเร็วมากความคิดของผม
      
      “เขาคงแค่เสียใจนะคะเด็กวัยรุ่นก็แบบนี้นะคะ” ครูถาวรพูด พอดีนายกายกับนายอั๋นเดินเข้ามาทางประตูพอดีเลย
      
      “นายกายชายเสื้อนะเอาเข้ากางเกงด้วยซิ” ครูถาวรเอ็ดนายกายเขากำลังคุยโทรศัพท์อยู่
      
      “แค่นี้ก่อนนะคะเชอรี่ได้ค่ะพี่จะโทรหาทันทีคิดถึงพี่ขนาดนั้นเลยเหรอคะได้ซิค่ะ” ผมหันไปมองทำไมชื่อเชอรี่เหมือนกันเลย และกนายกายก็เก็บมือถือพร้อมกับหยัดชายเสื้อเข้ากางเกงเขามองผมพร้อมแสยะยิ้มให้ผม
      
      “มันยังไม่สายนะกายถ้านายจะหยุดทำเรื่องไม่ดี” ผมพูดกับนายกายเขามองหน้าผมแบบไม่เกรงกลัวอะไร
      
      “ใครละจะหยุดผม...ครูเหรอ...เราต่างกันครู” นายกายพูดก่อนจะเดินออกไปแบบไม่สนใจครูถาวรมองหน้าผมและมองนายกายที่เดินผ่านผมไป
      
      “ครูเขมมีเรื่องอะไรอีกเหรอคะกับนายกายนะคะครู ” คราวนี้น้ำเสียงครูถาวรถามผมด้วยความเป็นห่วง
      
      “ผมยังหาหลักฐานไม่ได้ถ้าผมหาหลักฐานได้ทุกคนจะได้รู้ครับ” ผมพูดและหันกลับมาทำหน้าที่ครูยืนเวรตามปกติ ทำไมเรื่องวุ่นวายพวกมันถึงได้เกิดขึ้นหรือว่ามันผิดตั้งแต่ผมมาเป็นครูที่นี้ซะก็ไม่รู้
      
      “นายคริสจะไปสอบเมื่อไหร่คะวิชาแรกเห็นเขาบอกว่าคณิตนะคะครู” ครูถาวรหันมาถามผม
      
      “วันจันทร์หน้านี้นะครับ” ผมพูดแต่ผมเองยังไม่รู้เลยว่าเขาจะไปหรือเปล่า ผมยืนเวรหน้าประตูสักพักก็กลับขึ้นห้องพักครูผมก็เห็นถุงน้ำเต้าหู้วางอยู่บนโต๊ะ ผมหันไปมองรอบๆห้องเห็นพี่นิดนั่งอยู่แล้ว ครูนิดน่าจะเข้ามาตอนที่ผมไม่ทันสังเกตุ
      
      “พี่นิดครับใครซื้อน้ำเต้าหู้มาให้ผมเหรอครับ” ผมถามครุนิด
      
      “อนุชิตค่ะเชาเอามาวางไว้นะคะครูเขม”ครูนิดเงยหน้าจากพิมพ์ดีดตอบผม ผมพยักหน้า ผมก็เลยแกะทานซะเลยกำลังหิวอยู่เหมือนกัน ว่าแต่เขารู้ได้ยังไงว่าของผมไม่ใส่น้ำตาลทรายถึงใส่ก็ใส่น้อยเต็มทีและไม่ใส่เม็ดแมงลักผมไม่ชอบ ผมนั้งดื่มน้ำนมถั่วเหลืองที่ครูนิดบอกว่าอนุชิตเอามาให้จนหมดแก้ว

      “ครูนิดครับ ผมรบกวนขอเบอร์ติดต่อผู้ปกครองของปันปันได้ไหมครับ” ผมถามครูนิด ครูนิดหันมามองผม ผมว่าครูนิดน่าจะเดาได้ว่ามีเรื่อง

      “จริงใช่ไหมค่ะครู ที่นายคริสพูดว่าปันปันโดนทำร้ายนะครู” ครูนิดเดินมาหาผมทันที ผมพยักหน้า

      “ร้ายแรงเหรอค่ะครู ถึงกับต้องโทรหาผู้ปกครอง” ครูนิดถา