รักนี้เกิดขึ้นที่ในรั้วโรงเรียนพิเศษ(หมอภีมXพี่ต้น)ผมต้องเลือกลูก
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: รักนี้เกิดขึ้นที่ในรั้วโรงเรียนพิเศษ(หมอภีมXพี่ต้น)ผมต้องเลือกลูก  (อ่าน 5780 ครั้ง)

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
EP.6 (ครูเขมXคริสโตเฟอร์)ผู้หญิงที่พ่อผมเคยช่วยเหลือเพื่อนเขาไว้
                   

                   ตื้ด!!! เสียงข้อความผ่านแอฟพริเคชั่นดังขึ้นในเช้าตรู่ของวันเสาว์แบบนี้ และเมื่อคืนกว่าผมจะหลับตาลงได้ก็เกือบจะเที่ยงคืน ก็จะใครกันนะ นายคริสโตเฟอรฺ ที่คอยส่งข้อความมาหาผมมากวนผมแต่มันไม่ได้ทำให้ผมหงุดหงิดเลยสักนิด มีแต่แอบยิ้ม
 
                     ผมค่อยเลือนมือไปควานหาต้นเสียงก็พบว่ามือถือของผมเอง หยิบมันขึ้นมาเปิดฝาดูเพราะว่าเครสของผมเป็นแบบฝาพับเปิดข้าง คริสโตเฟอร์ ผมเปิดอ่านข้อความแรก
 
Christo: Good morning my sweetheart . Are you sleep well last night?
               I was dreaming of you.

          มาถึงก็หยอดแต่เช้าตรู่เลย ไม่ใช่ซิเรียกว่าแกล้งผมจะดีกว่า ทำมาเป็นบอกว่าฝันถึงผมแต่มันก็ทำให้ผมอมยิ้มเล็กๆก่อนจะคีย์ตอบกลับไปเช่นกันว่า

Khem: Good morning Christ . I had slept very well  last night but I didn't dreaming anything about you because I've so tired.
Christo: Oh! No!
Christo:   Can I call to you right now? 
 Christo : Please!! I need to talk to you.
 
Khem Ruk Karn   What for?
Christ-to   : Please!!!
Khem : Up to you!
          แอบคิดในใจที่อย่างนี้ทำมาเป็นพิมพ์ภาษาอังกฤษคุยกับผมนะ 
 
                  Rrrrrr เสียงมือถือของผมดังขึ้น เพราะว่ามีสายเข้า โดยนายคริสโตเฟอร์ ผมกดรับสายทั้งที่ผมตัวยังนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงขนาดคิงไซส์เตียงนอนและชุดนอนเข้าเซ็ตกัน พี่ต้นซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด 
 
                       “อรุณสวัสดิ์ครับครู"  เสียงกวนแต่มันก็ทำให้ผมรู้สึกดีมิใช่น้อย ก็เพราะว่าเมื่อวานผมรู้สึกแย่แย่มากที่ผมคือต้นเหตุที่ทำให้พี่ต้นกับพี่เกศรินทร์เขามีปัญหากัน ผมไม่เคยรู้สึกแย่เท่านี้เลยจริงๆ และคนที่ควรจะโทรมาหาผมก็ควรจะเป็นณัฐกานต์ที่เป็นแฟนของผมจริงๆ 
                       "อรุณสวัดดิ์คริส..ทำไมตื่นแต่เช้าละ"ผมถามคนปลายสายกลับไป
 
                       "แทบจะไม่ได้นอนจะเลยดีกว่า" คริสพูดบอกผมก็ใช้กำปั้นเท้าคางคิด ทำไมถึงไม่ได้นอนไปเที่ยวไหนหรือว่าไปขับรถเล่นที่ไหนทั้งคืนกันแน่ เด็กแว้นก็คงต้องมีสาวแว้นซ้อนท้ายซินะ ทำไมต้องรู้สึกแปลกๆเหมือนไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลย (เหมือนอาการคนหึงนะ) ( ไม่จริงนะจะไปหึงเขาทำไม) (หึงแน่ ๆ) เถียงกับตัวเองก็เป็นนะเรานะ 
 
                       "เธอจะบอกว่าคิดถึงพี่เหรอเว้อไปแล้วคริส พี่คิดว่าที่เธอไม่ได้นอนคงเป็นเพราะขับรถไปแว้นที่ไหนมากกว่าและคงจะมีสาวซ้อนท้ายด้วยละซิ" ผมเผอถามนายคริสไป ไวจริงๆเลยปากผม 
 
                       "พี่เขมผมไม่ได้เอารถมานะ...จะไปแว้นได้ยังไงละและตอนนี้ผมไม่อยากได้สาวซ้อนท้ายแล้วด้วยผมนะอยากได้..หนุ่มคนที่ซ้อนท้ายลูกรักของผมวันก่อนมาซ้อนท้ายผมอีกมากกว่า"คริสโตเฟอร์พูดผมก้มหน้าลงกับหมอนเขินครับ คนนั้นคือผมเอง
 
                       "แบบว่าติดใจอะ..คิดแล้วเสียว..ยิ่งตอนที่เขาเอามือลูกหน้าท้องผมนะ.."
 
                       "ไม่ได้ลูบเลยแค่กอดเฉยๆ และที่กอดก็เพราะนายขับเร็วต่างหากพี่กลัวตกต่างหาก" ผมเงยหน้าจากหมอน
 
                       "จริงอะ! พอผมลดความเร็วลงทำไมพี่ยังกอดผมอยู่อะ.แน่นกว่าเดิมด้วย..อย่าเถียงเลยนะยอมรับมาเถอะ" ผมก็จนมุมจนได้
 
                       "อืม!..ยอมรับก็ได้พอใจหรือยังละ..และนี่ยังไม่ได้บอกพี่เลยว่าเธอแถบจะไม่ได้นอนเพราะอะไร"ผมถามคริสโตเฟอร์
 
                       "ก็คิดถึงพี่เขมนั้นแหละ คิดถึงมาก ..ยิ่งดึกๆนี้โคตรคิดถึงเลยอะเพราะว่าไอ้โป้งมันพาแฟนมานอนที่บ้านมันอะ ถึงจะคนละห้องกับผมก็เถอะ" ผมก็เริ่มขมวดคิ้วตัวเองจนเป็นปม มันเกี่ยวกับบอกว่าคิดถึงผมตรงไหนวะ
 
                       "คืออะไร..พี่ไม่เข้าใจ"
 
                       "ก็ไอ้โป้งมันไปรับแฟนมาอยู่กับมันอะพี่เขม" 
 
                       "ทำไมละหึงโป้งหรือไง"
 
                       "ผมจะหึงมันทำไมอะพี่ ..ไม่มีส่วนไหนให้น่าหึงสักนิดแต่ถ้าเป็นพี่ซิน่า..หึงเพราะว่าพี่มีทุกส่วนให้ผมหึง" 
 
                       "คริส!! “ ผมออกเสียงเรียกชื่อนายคริสผ่านมือถือของผม นายนี้มันกวนผมได้โล่จริงๆ 
 
                       “นี่นายจะพูดอะไรของนายพี่ยังไม่เข้าใจอยู่ดี" ผมกลับมาสู่โหมดสนทนาปกติ
 
                       "โป้งมันจะทำอะไรกับแฟนละครับพี่เขม เสียงเตียงดัง..อึ้ดอ้าด..อี้ดอ้าด.สนั่นทั้งคืนผมฟังไปคิดถึงพี่ไปด้วยและแอบจิ้นเป็นพี่กับผม "
 
                       "คริสโตเฟอร์..นายเลิกแกล้งพี่จะได้ไหม...รู้อย่างนี้ไม่น่ากดรับสายเลยจริงๆ" 
 
                       "ฮาๆ " เสียงหัวเราะของคนปลายสายน่าจริงๆ เลย เด็กบ้าเอ้ยดันมาคิดถึงผมตอนที่ได้ยินเสียงซาวน์เรทอาร์นี้นะ
 
                       "พี่เขมแต่ผมคิดถึงพี่เขมจริงๆนะไม่รู้เหมือนว่าทำไม และยิ่งต่อไปนี้พี่เขมจะไม่ไปทานข้าวกับผมแล้วด้วยอ่ะ” นายคริสโตเฟอร์พูด มันก็ยิ้ทำให้ผมคิดว่า ผมผูกผันกับเขามากไปไหม ผมกลัวใจตัวเองเหลือเกิน เพาะรักแบบนี้มันผิด
 
                       "พี่เขมผมอยากจะขอโทษพี่ตั้งแต่เมื่อวันแล้วว เรื่องที่ผมจูบพี่เขมนะ ผมขอโทษ"
 
                       "แล้วเธอทำทำไมละคริส" 
 
                       "ผมไม่รู้..รู้แต่ว่ามัน..พี่เขม ผม เออ..พี่อย่าให้ผมอธิบายเลยนะพี่ผมอธิบายไม่ถูกอะ..รู้แต่ว่าผมรู้สึกดีมาก..จริงๆ แม้จะแค่เกือบจูบ! " คริสโตเฟอร์พูดผมก็ยอมรับว่ามันรู้สึกดีเหมือนกันแต่ว่าผมมีณัฐกานต์อยู่แล้วนะซิ นี้แหละที่รู้สึกแย่ไปพร้อมๆกันด้วย และที่แย่ไปกว่านั้นอีกก็คือเขาเป็นเด็กนักเรียนของผม นักเรียนที่จูบอาจารย์ความรู้สึกแย่เพิ่มเป็นสองเท่าตัว 
 
                  "ผมเคยได้ยินมานะถ้าอยากรู้ว่าคนคนนั้นใช่หรือเปล่าให้ลองจูบดูแล้วจะรู้ได้ว่าใช่คนที่เราตามหาหรือเปล่า" คริสโตเฟอร์พูด ผมเงียบไปหลายนาทีอยู่ 
 
                  "แต่ครูมีแฟนแล้วผมรู้" นายคริสโตเฟอร์พูด 
 
                  "ผมจะกลับไปโรงเรียนวันนี้เลยูพี่เขม ไปกับไอ้โป้งแต่ไอ้โป้งมันแค่ไปส่งผมนะ ส่วนมันจะไปเที่ยวกับแฟนและเพื่อนของแฟนมันอะพี่เขม" คริสโตเฟอร์พูด ผมรู้สึกแปลกที่ได้ยินน้ำเสียงแบบนี้ของคริสโตเฟอร์แต่ผมบอกกับณัฐกานต์เอาไว้ว่าจะไปหาหลังจากพาพวกผมแม่ไปทำบุญให้พ่อ
 
                       "ผมไม่อยากไป…" คริสโตเฟอร์พูดด้วยนำเสียงที่เบามาก
 
                       "พี่เขม.."น้ำเสียงที่เรียกชื่อผมนั้นเหมือนกับว่าเขากำลังอ้อนให้ผมไปหาเขา ผมเองก็พูดไม่ออกตอนนี้ ก็ผมรับ ปากกับณัฐกานต์จะไปหาหลังจากพาแม่ไปทำบุญที่วัดเสร็จ และตอนนี้ตัวเลือกของผมมันยากขึ้นมาซะอย่างนั้น ตัวเลือกที่จะกลับไปหาณัฐกานต์ที่ยังเป็นแฟนผม เพราะเรายังไม่ได้เลิกกันแต่แค่ความไว้ใจมันลดลง และอีกคนนักเรียนที่ผมรู้สึกดีและเขาก็เหมือนต้องการผม ...
                       “ฟู่” เสียงพ่นลมหายใจพร้อมกับมือประสานด้วยกัน ผมหนักใจขึ้นมาทันที
 
                       "ไม่เป็นไรหรอกครับพี่เขม พี่มีแฟนพี่ก็ต้องอยากอยู่กับแฟน ผมเข้าใจ ผมแค่คนไม่มีแฟน” นี้มันมามุขไหนอีกเนี๊ยะ รู้ไหมคนฟังหนักใจโว้ย!! แอบตะโกนในใจ 
 
                       "เหรอ.แต่ครูว่าเธอนะโสดกระปริบกระปรอยมากกว่ามั้ง"  ผมก็พูดไปแบบนั้นแหละ มันกลบเกลือนความรู้สึกตัวเอง
 
                       "พ่อเปิด..หาอาเข็ม!!"  เสียงหลานรักของผมและประตูถูกเปิดออกโดยพี่ชายคนโตพี่ต้นพี่้ต้นมองผมและชี้มาที่ตัวดีหลานชายของผม หลานชายตัวเล็กเดินลากตุ๊กตากระต่ายที่ผมซื้อให้ตอนแรกเกิดแต่พี่ต้นบอกให้เอาไว้ที่นี้เพราะว่าพี่เกศรินทร์เขาจะทิ้งถ้าเขาเห็น  ผมก็ไม่ว่าอะไรเอาไว้ให้หลานเล่นที่นี้ ดูท่าจะติดซะด้วย
 
                       "อาเข็ม!!" เอิร์ธเดินมาปืนขอบเตียงผม ผมก็ต้องลงไปอุ้มเอิร์ธขึ้นมานั่งบนเตียง 
 
                       "เสียงใครอะพี่เขม...พี่เขมมีลูกเหรอ..จริงดิ..."เสียงที่ดูตื่นเต้นของคนปล่ายสาย
 
                       "นี่เรามีลูกด้วยกันแล้วใช่ไหมพี่เขม..โอ้ว! เยส! " คริสโตเฟอร์และแสดงอาการดีใจผมนึกภาพออกเลยคงเป็นท่าเดียวกับที่เขาชู้ดลูกบาสลงห่วงไปนั้นแหละ
 
                       "จะบ้าเหรอคริส!! เด็กเขาเรียกอา นายก็ได้ยินอยู่ และพี่ไม่ใช่ปลากัดนะที่จะได้ท้องได้เพราะนั่งจ่องตานายนะ  " ผมพูดเสียงดังค้อนข้างดังทีเดียวผมลุกขึ้นยืนบนเตียงและเอิร์ธก็ลุกขึ้นเงยหน้ามองผมทำตาโต 
                       
                  "เออ....อาขอโทษนะครับเอิร์ธ" ผมรีบนั่ง]'ตรงหน้าหลานชาย  แบบว่าอาลืมตัวไป 

                  “นั้นไงยอมรับแล้วว่านั่งจ่องหน้าผม แอบคิดอะไรด้วยละซิ พี่เขม” นั้นไงหลุดเลยผม อายเข้าไปใหญ่และพอเงยหน้าขั้นมาหลานก็มองผมอีก -_?
 
                  “นี้ไม่ใช่ลูกพี่  เขาเป็นลูกของพี่ชายพี่เอง..ถ้าอย่างนั้นเอาไว้พี่โทรหาใหม่แล้วกันนะคริสเพราะว่าพี่ก็จะอาบน้ำแต่งตัวจะพาคุณแม่ไปทำบุญถวายอาหารพระที่วัดกัน"  ผมบอกคริสโตเฟอร์ 
 
                       "ครับได้ครับ .ผมส่งข้อความหานะอยากคุยกับพี่เขม""
 
                       "ได้ซิ" ผมตอบกลับไป
 
                       "บายครับ" และคริสโตเฟอร์ก็กดวางสายไป ทำไมผมใจหายที่ได้ยินว่าเขาจะกลับไปอยู่ที่โรงเรียนวันนี้ทั้งที่เพิ่งจะเป็นวันเสาร์เองนะ

                     ตื้ด!! มือถือผมสั่นทันที อย่าบอกนะว่าคริสโตเฟอร์นะ หรืออาจจะเป็นณัฐกานต์ก็ได้แต้โอกาศน้อยมากเพราะเช้ามากไปสำหรับหนุ่มทำงานออฟฟิตอย่างกานต์ ผมเปิดดู ปรากฏว่าเป็นคริสโตเฟอร์
 
Christo: ตกลงไม่ใช่ลูกผมกับครูแน่เหรอ? (เอ๊ะ! หมอนี่ยังมาถามผมอีก ผมหันไปมองเอิร์ธนั่งยิ้มตาหยีให้ผม )
  Khem:  ไม่ใช่!! และครูจะไปอาบน้ำแล้ว! ไม่คุยแล้ว ผมบอกคริสโตเฟอร์

 ทำไมครูที่เรียบร้อยอย่างผมทำไมถึงได้โคจรมาพบเด็กนักเรียนสุดเกรียนแบบนายได้นะ  นายคริสโตเฟอร์
 
 
           "ไงเอิร์ธมาหาอาแต่เช้าเลย...ชอบไหม..ชอบพี่กระต่ายหรือเปล่า" ผมล้มตัวลงนอนตะแคงข้างๆเอิร์ธ เขานอนกอดกระต่ายกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงของผม 
 
                       "เอิร์ธชอบ.แต่.แม่ไม่ชอบ.." เอิร์ธหันมาตอบผม พอได้ยินหลานรักบอกว่าชอบผมยิ้มดีใจแต่พอบอกว่าแม่ไม่ชอบนี้ผมก็ต้องหุบยิ้มทันที ผมเอามือลูบหัวเอิร์ทเบาๆ เด็กก็คือผ้าขาวบางถ้าแต่งเติมเสริมผิดๆมันก็จะมีแต่สิ่งผิดๆอยู่ในหัวเขาซินะ ผมจะไม่พูดสิ่งไม่ดีของแม่เขาเด็ดขาด
 
                       "ถ้าแม่ไม่ชอบก็เอาไว้เล่นที่นี้นะเอิร์ธอย่าเอาไปบ้านและนี้ขามันขาดแล้วอาจะซื้อตัวใหม่ให้ดีไหมครับ" ผมบอกหลานรักของผม 
 
                       "เอิร์ทลงไปหาย่ากับพ่อดีกว่าอาเขมจะได้แต่งตัว..พ่อบอกว่าวันนี้เราจะไปไหนกันครับ" พี่ต้นเรียกเอิร์ธ พี่ต้นแต่งตัวเรียบร้อยแล้วเช่นกัน
 
                       "บอกอาเขมซิ" พี่ต้นโน้มตัวลงลูบหัวเอิร์ธเบาๆ 
 
                       "ดูปลา..ปลาเยอะๆ"  เอิร์ธลุกขึ้นนั่งและกางแขนออกแปลว่าเยอะๆของเขานั้นแหละ
 
                       "ได้ครับ...ให้อาเขมอาบน้ำแต่งตัวก่อนนะและอาจะได้พาเราไปดูปลากัน ไปให้อาหารปลาด้วยดีไหม" บอกเอิร์ธดูซิพยักหน้าและยิ้มตาหยีให้ผม 
 
               พี่ต้นอุ้มเอิร์ธออกไป ยิ่งผมเห็นพี่ชายและหลานผมแบบนี้ผมก็ยิ่งรู้สึกผิดที่ผมเองก็มีส่วนทำให้ครอบครัวพี่ต้นเขามีปัญหากับพี่เกศรินทร์ แม้ว่าพี่ต้นจะบอกว่ามันมีปัญหาอื่นร่วมด้วยก็ตาม  แต่ปัญหาหลักๆมันก็มาจากผมนี้แหละ ยิ่งพี่ต้นรักผมมากเท่าไหร่ผมก็ยิ่งรู้สึกผิดมากเท่านั้นต่อให้ผมเป็นน้องชายแท้ๆของพี่ต้นแต่พอมีครอบครัวพี่ต้น ดังนั้นพี่ต้นก็ควรจะเลือกครอบครัวก่อนมันถึงจะถูก     
 
         "ตื้ด!! เสียงแจ้งเตือนมีข้อความเข้า ผมหยิบมือถือพลิกดูว่าใคร ณัฐกานต์
 
           "อย่าลืมมาหากานต์นะที่รัก..เมื่อวานกานต์เคลียร์กับแม๊คแล้วนะ เราจะไม่เจอกันอีก กานต์รักเขมมากนะ มาหากานต์นะเขม  กานต์ปวดหัวมากเลย อยากทานข้าวต้มฝีมือเขมนะ ...และ..คิดถึงอยาก...จุด ..จุด..นะที่รักเขาสวมกางเกงขาสั้นชุดนอนที่เราซื้อมาเป็คแพ๊คคู่จำได้ไหม..ใส่คนเดียวไม่เหมือนคู่รักเลยอะ..มาหากานต์นะ"
ผมอ่านข้อความแต่ก็ไม่ได้ตอบกลับทันทีแต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนนะใช่จะรีบตอบ เพราะว่าถ้าช้ากลัวเหวียงและวีน แต่ตอนนี้ผมกลับน่ิ่งและคิดทบทวนคำพูดพี่ก้องตลอด และความรู้สึกของผมที่มีต่อการมันไม่เหมือนเดิมแล้วหลังจากที่ผมจับได้ว่าณัฐกานต์เริ่มจะไม่ซื่อสัตย์ นั้นแหละถึงได้เริ่มหันมามองตัวเองผมให้เขาเยอะไปหรือเปล่าเกินตัวไปหรือเปล่า อย่างที่พี่ก้องพูดบอกกับผม
 
         (  "รักเขามากเหรอ..มากกว่าตัวเองไปหรือเปล่า ????????" ที่พี่ก้องพูดก็ถูกนะ)

                ผมเดินลงมาที่ชั้นล่างของตัวบ้าน ผมก็ได้ยินเสียงหัวเราะร่วนของพี่ก้องกับหลานเอิร์ธดังอยู่ตรงห้องรับแขก พี่ก้องหันมามองผมหยักคิ้วให้ผม  ลีลาการหยักคิ้วแบบนี้ทำให้ผมนึกถึงคริสโตเฟอร์ แล้วผมจะไปคิดถึงเขาทำไมบ่อยๆนะ   
         
           "ตื่นแล้วเหรอเขม..ฟ้อด!!! “แม่เดินมาหอมแก้มผมหนึ่งที
 
           "เอาละเราไปกันได้แล้วนะ ..น้องเอิร์ธไปลูกเราไปหาหลวงตากัน" แม่ผมเรียกเอิร์ธ พี่ก้องก็ปล่อยเอิร์ธลง และเอิร์ธก็รีบวิ่งมาหาแม่ผมทันที ผมเห็นรอยยิ้มของแม่ผมที่รักหลาน มันก็ทำให้ผมมีความสุข เพราะว่าผมคงไม่มีโอกาสหาผู้หญิงที่จะมามีหลานให้แม่ได้เหมือนพี่ต้นแน่ๆ 
 
           “ดูปลา..ย่าดูปลา” น้องเอิร์ธบอกแม่ผม เขาคงกลัวจะไม่ได้ไปดูละซิ 
 
       ผมช่วยพี่ๆถืออาหารออกไปใส่ไว้ในรถครอบครัวของของพี่ต้น พี่ต้นเป็นคนทำหน้าที่ขับรถ ผมก็ไปนั่งกับแม่ผม ผมเห็นแม่มีความสุขที่ลุูกๆอยู่กันพร้อมหน้าแบบนี้ก็ไม่อยากจะทิ้งแม่ไปเลยเหมือนกัน 
 
                วัดที่แม่และพวกผมกำลังจะนำอาหารไปถวายอยู่ไม่ไกลอยู่ในเขตปริมณฑลนี้เอง และเป็นวัดที่พ่อกับแม่มาเป็นประจำทุกครั้งที่พ่อผมกลับมาบ้านตอนนั้นพ่อผมยังมีชีวิตอยู่ เพราะว่าลุงที่เป็นพี่ชายของพ่อผมเขาบวชเรียนอยูที่นี้ จำพรรษาอยู่ที่วัดนี้นานมากจนท่านได้ตำแหน่งท่านเจ้าคณะตำบล
 
                  พี่ต้นขับมาเกือบหนึ่งชั่วโมงก็มาถึงที่  วัดที่ผมมานี้ค่อนข้างร่มรื่นมีต้นไม้เยอะมาก เงียบและสงบเหมาะแก่การมาถือศิลแม่ผมถ้าไม่ได้ไปไหนก็จะมาถือศิลกับป้าวิไลบ่อยๆ  บ้างทีก็มาบวชชีพราหมณ์กัน พวกผมก็ช่วยกันนำอาหารลงจากรถ และแม่ก็น่าจะบอกกับหลวงลุงไว้แล้วว่าจะพาพวกผมมาที่นี้ในวันนี้เพื่อนำอาหารมาถวายท่าน
 
                       "อาเข็ม..ดูปลา" เอิร์ธยกมือเล็กๆขึ้นมาสะกิดเรียกผมหงึกๆ   
 
                       “เรียกอาเขมซิ เรียกชื่ออาเพี้ยนอีกแล้วเรานะ” ผมก้มลงและใช้นิ้วยีจมูกหลานชายตัวน้อย 
 
                       “เปลี่ยนเป็นเข็มไปเลยซิวะ หลานจะได้ไม่ต้องเรียกผิดอีก..ฮาๆ” พี่ก้องผมหันพูด T_T เข็มนั้นชื่อผู้หญิงชัด ชัดเลย ผมหันไปไล่ทุบพี่ก้อง แม่ตั้งให้ว่าเขมก็ดีอยู่แล้วมาให้เปลี่ยนเป็นเข็มอีกน่าไหมละพี่ชายคนที่สองของผม
 
                       “ตาก้องนี้โตกันแล้วนะยังจะแกล้งน้องอีกเรานิ และเขมเราก็โตจนเป็นอาแล้วเหมือนกัน น่าจริงๆเลยสองอานี้ยังทำตัวเป็นเด็กๆอยู่ได้ อายหลานบ้างไหมเนี๊ยะ หึ! ”แม่ผมพูดและหัวเราะผมกับพี่ก้อง ผมโดนพี่ก้องแกล้งประจำ พี่ต้นไม่ค่อยแกล้งผมหรอกเพราะเราห่างกันมาก 
 
                       "ขึ้นไปหาหลวงตาก่อนนะลูกแล้วค่อยไปดูปลากับอาก้องและอาเขมนะลูก" แม่ผมก้มลงพูดกับเด็กน้อย ทำหน้าตามุ้ยตุ้ยทันที ผมก้มลงเอามือลูปหัว และพี่ต้นก็อุ้มลูกชายตัวเล็กขึ้นไปบนกุฏิ หลวงพ่อท่านนั่งรออยู่แล้วผมพากันคลานเข้าไปพร้อมกับนำอาหารไปวางไว้ตรงหน้าท่าน
 
                       "เจริญพรโยม เป็นไงบ้างละโยมรดา ดูหน้าตาผ่องใสขึ้นนะและนี้พาลูกชายกับหลานมาด้วยรึ ไม่ได้เจอกันนานเลยตั้งแต่โยมพิทักษ์เสียโตเป็นหนุ่มคงมีการมีงานทำกันแล้วละซิ" 
 
                       "ครับหลวงลุงพวกผมทำงานกันหมดแล้วครับ" พี่ต้นเป็นคนตอบ
 
                       "อืมถ้าโยมพิทักษ์ยังอยู่คงภูมิใจเราสามคนพี่น้องมากนะแต่ไม่เป็นไรต่อไปก็ดูแลแม่เราดีดีละ" 
 
                       "ครับหลวงลุง" 
 
                       "น้องเอิร์ธมาไหว้หลวงตาก่อนซิลูกดูซินั่งเบียดพ่อต้นใหญ่เลยมาหาย่ามาลูกมา" แม่ผมเรียกเอิร์ธแต่เอิร์ธไม่ยอมลงจากตักของพี่ต้นเพราะว่าเขาจะไม่ค่อยเข้าหาคนแปลกหน้า 
 
                       "นี้ก็โตเร็วเหมือนกันเจอกันเมือไม่นามานี้เอง ตอนที่โยมรดามาทำบุญครบครอบหนึ่งปีให้โยมพิทักษ์นะ  ตอนนั้นเพิ่งจะนั่งได้ ยังออกมาคลานเล่นยังมานั่งเล่นนอนเอกเขนกเล่นอยู่เลยนะ  หึๆ “ หลวงลุงแซวหลานชายผม 
 
                       "วันนี้ไม่เข้าหากันซะแล้ว เป็นไงกลัวหลวงตารึ " หลวงพ่อพูดขำๆ หลานชายผม วันนี้นั่งเบียดพี่ต้นกอดพี่ต้นแน่นไม่ยอมออกไปหาหลวงลุง เหมือนที่เคยมาครั้งแรกตอนนั้นเอิร์ธเพิ่งจะนั่งได้   
 
                    เอิร์ธหันมานั่งกับผมตอนที่พี่ต้นและพี่ก้องช่วยแม่รดายกอาหารประเคนให้หลวงลุงก่อนจะถอยกลับมานั่งเเพื่อรับศิลรับพรกัน ระหว่างนั้นผมก็หันไปเจออีกครอบครัวหนึ่งที่กำลังคลานเข่าเข้ามาเช่นกันผู้หญิงนะเป็นคนไทยและผู้ชายต่างชาติพร้อมกับเด็กอีกสองคนหญิงและชาย เขาส่งยิ้มให้ครอบครัวผมอย่างเป็นมิตร พร้อมกับนำอาหารมาวางไว้เช่นกัน   
 
                       "ท่านค่ะอิฉันจะขอทำบุญให้คุณพี่พิทักษ์หน่อยนะคะ และคราวก่อนดิฉันเห็นว่าพัดลมตั้งโต๊ะของท่านมันชำรุดนะเจ้าค่ะ เลยซื้อมาใหม่มาถวายอันนี้ลูกๆดิฉันตั้งใจจะอุทิศให้คุณพี่พิทักษ์ด้วยค่ะ" แม่รดาบอกหลวงลุง และพี่ก้องก็ยกกล่องพัดลมวางไว้ตรงหน้าหลวงลุง
 
                       "ขอโทษนะคะ ..คุณพิทักษ์ นี้เขาเป็นนักการฑูตใช่ไหมคะ" ผู้หญิงคนที่คุกเข่าคลานเข้ามาที่หลังเข้ามาถามแม่ผมว่าเขารู้จักพ่อผมด้วย
 
 
                       "ใช่ค่ะ เขาเป็นนักการฑูตค่ะ"คุณแม่หันไปตอบ 
 
                       "เขาเสียแล้วเหรอคะ" พี่ผู้หญิงคนไทยคนนั้นรีบถามแม่ผมทันที
 
                       "ใช่ค่ะเสียไปได้ห้าปีแล้วค่ะ และนี้ลูกๆ ของดิฉันกับคุณพิทักษ์ค่ะ"แม่รดาพูดพร้อมกับหันมาแนะนำผมทั้งสามคนว่าเป็นลูกของพ่อ 
 
                       “น่าเสียดายนะคะ ดิฉันรู้จักท่านค่ะ สมัยที่ท่านไปเป็นักการทูตที่ประเทศออสเตรเลียคะ ตอนนั้นดิฉันเพิ่งจะย้ายไปอยู่กับแฟนค่ะ รู้จักท่านตั้งแต่ยังไม่ได้มีน้องเลยคะ “ ผู้หญิงคนนั้นพูดและหันไปชี้เด็กๆที่อายุน่าจะสิบห้าขวบได้แล้ว 
 
                       “ดิฉันชื่อพี่เก๋ค่ะ “ พี่เขาแนะนำตัว
 
                       “พอดีว่าช่วงนั้นก็รอวีซ่าคู่สมรสและก็ยังไม่ได้ทำงาน เพราะว่าต้องเรียนเอาใบประกอบก่อนค่ะและก็ได้ช่วยงานพี่สาวที่เคารพ เขาได้จัดตั้งกลุ่มต่อต้านความรุนแรงสำหรับสาวไทนที่ถูกทำร้ายคะ และท่านก็จะมาพบปะพูดคุยกัน ท่านกันเองมากเลยนะคะ “
 
                       “นี้ลูกๆของท่านหน้าตาดีกันทั้งสามคนเลยนะคะ” ผมก็ยิ้มให้ทันที 
 
                       “ดิฉันทราบข่าวแค่ว่าท่านป่วยและขอย้ายกลับไทย โดยมีคนใหม่มาแทนค่ะ เลยไม่ทราบว่าท่านเสีย” 
 
                       “ท่านหัวใจเต้นผิดปกติก่อนละนอนโรงพยาบาล ไม่นานท่านก็เกิดหัวใจวายและเสียชีวิตลงค่ะ ลูกคนเล็กก็เพิ่งจะเข้ามหาวิทยาลัย” แม่ผมพูดและชี้มาที่ผม 
 
                       “ท่านมีบุญคุณกับผู้หญิงไทยหลายคนเลยนะคะ ประสบการณ์ตัวเองนะคะ มีเพื่อนที่ได้แฟนฝรั่งเหมือนกันค่ะ และเขาก็ทำวีซ่าท่องเที่ยวไปหา เพื่อนก็ดีใจรีบบินไป เพื่อนก็คงคิดว่าเจอคนที่รักจริงแล้ว แต่ไม่ใช่ค่ะ พอไปถึงมันก็ไม่ให้เงินใช้ พอเมาก็อาระวาด แต่เพื่อนก็ทน จนกระทั้ง เพื่อนบอกทนไม่ไหว ทะเลาะกันยกใหญ่และผู้ชายไล่ออกจากบ้านในตอนกลางดึกเลยค่ะ “ 
 
                       “เพื่อนไม่รู้ว่าจะไปยังไงที่ไหน เพราะว่าดึกมาก ไม่มีรถ ไม่เหมือนในกรุงเทพ เพื่อนไปอยู่นั้นคือเมืองที่ห่างไกลจากตัวเมือง เมืองที่ไม่มีโรงพยาบาล ไม่มีห้างสรรพสินค้า “
 
                       “เพื่อนโทรหาดิฉัน ดิฉันก็เพิ่งจะย้ายไปอยู่อีกเมืองพอดี ไม่รู้จะทำยังไงดี ดิฉันได้เบอร์โทรท่านก็เลยตัดสินใจโทร ท่านได้รับทราบเรื่องก็บอกว่าจะจัดการให้เลยขอสถานที่เพื่อนอยู่”
 
                       “ไม่นานเพื่อนก็โทรกลับมาบอกว่าท่านะจะให้คนขับรถมารับไปบ้านพักฉุกเฉินคะ ท่านก็ให้เงินเพื่อนติดตัวไปสองสามร้อยดอลล่าห์ ก่อนที่จะให้ตำรวจไปคุยกับแฟนเขาเพื่อขอพาสสปอร์ตคืนและเพื่อนก็ได้กลับไทยอย่างปลอดภัย” 
 
                       “ท่านดีมากๆ ทุกครั้งที่พบปะพูดคุยคนไทย ท่านมักจะสอนเสมอให้ศึกษากฏหมายและคนทีมีสิทธิ์เรียนภาษาฟรี ส่วนใหญ่ก็ถือวีซ่าย้ายถิ่นฐาน ให้ไปเรียน เพราะว่าจะได้มีความรู้ เกี่ยวกับประเทศนี้กัน “  พี่เก๋พูด 
 
                       “ น่าเสียดายคนดีดีอย่างท่านนะคะ ท่านได้ช่วยไว้หลายคนเลย มีคนที่ถูกทำร้ายสำหรับคนทีไปแต่งงานหรือไปอยู่กับแฟน และมีวีซ่าทำงานที่ถูกนายจ้างเอาเปรียบก็มี “ พี่เก๋พูดชมพ่อพวกผมยกใหญ่ นี้ทำเอาพวกผมยิ้มดีใจกันหมด
 
                       “ทุกวันนี้พวกพี่ก็ยังคงจัดตั้งกลุ่มที่เอาไว้ช่วยเหลือคนไทยด้วยกันนะคะ พวกพี่รักที่จะดำเนินตามท่านกันค่ะ” พี่เก๋พูด 
   
                       “พอดีวันนี้จะบินกลับเลยพาลูกๆและแฟนมาทำบุญก่อนบินกลับค่ะ”
 
                       “พี่อยู่ที่รัฐไหนครับที่ออสเตรเลีย” ผมถามพี่เก๋ 
 
                       “พี่อยู่บริสเบนค่ะ เพิ่งย้ายมากจาก เพิร์ทค่ะ ตอนนี้ทำงานที่ศูนย์เดย์แคร์ค่ะ ดูแลเด็กๆ “ พี่เก๋บอกผม ผมพยักหน้ากัน 
 
                       "ไปดูปลา" เด็กน้อยแก้มป่องทำท่าจะไม่ยอมอยู่นี้  ร้องแต่จะไปดูปลา ทำหน้ามุ้ยด้วยแก้มก็ป่องจนจะเป็นปลาปักเป้าอยู่แล้ว พี่ต้นเห็นว่าเอิร์ธเริ่มงอแงตามประสาเด็ก ก็เลยพยักหน้าว่าให้ผมพาลงไปก่อน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-09-2020 18:26:56 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
                 
EP.6.1 ผมควรจะเลือกทางไหนความรัก 4 ปี หรือว่าจะไปเริ่มต้นใหม่

               ผมจูงมือเอิร์ธลงไปที่ด้านหน้าของวัดพี่ก้องก็ลุกเดินตามผมออกไปด้วย ปล่อยให้แม่พี่ต้นคุยกับผู้หญิงนั้น  พ่อนะเล่าให้ฟังผมฟังอยู่บ่อยๆ ว่าทุกประเทศที่ไปต้องมีคนไทยที่ได้รับความเดือนและพ่อก็มักจะยื่นมือเข้าไปช่วยอยู่เสมอ 
 
                ผมกับพี่ก้องพาหลานตัวแสบไปดูปลาและให้อาหารปลาตามคำเรียกร้องของเอิร์ธเพราะถ้าอยู่นานๆหลานจะกลายเป็นปลาปักเป้าไปซะก่อนทำแก้มป่องซะหน้ากลมเชียว 
 
                ผมยืนมองเอิร์ธเหวี่ยงอาหารปลากับพี่ก้อง พี่ก้องนะเขารักเด็ก เวลาเขาไปประจำการที่ไหนเด็กติดตามเป็นขบวนชอบถ่ายรูปกับเด็กๆอัพรูปส่งมาให้ผมดูประจำ แม้กระทั้งตอนที่ไปเป็นกำลังหนุนในประเทศอัฟกานิสถานก็ยังมีรูปถ่ายกับกลุ่มเด็กๆที่นั้น ถ้ามีลูกพี่ก้องต้องรักลูกมากๆเช่นกัน 
 
                ตื้ด!! เสียงข้อความอีกแล้วผมก็หยิบขึ้นมาดู คริสโตเฟอร์ส่งรูปถ่ายเขามาให้ผมดู เขากำลังขับรถอยู่คงจะเป็นรถของโป้งมากกว่า
 
Christo = ผมกำลังจะกลับครับครู ครูทำอะไรอยู่?
Khem =   กำลังให้อาหารปลาอยู่ที่หน้าวัด
Christo=  โห่!! ใจบุญแบบนี้ขอมาเป็นพ่อพระในใจคริสสักคนได้ปะ และคริสจะทำบุญด้วย
                     ทุกวันเลยจะได้เกิดมาคู่กันทุกชาติไป"
Khem = นายนี้นะจะทำบุญ
Christo=ใช่คร๊าปเห็นหน้าตาผมแบบนี้ ใจผมหล่อนะครู น้องหมาที่โรงเรียนมีข้าวกินทุกวัน
                  (ผมนึกขึ้นได้กระป๋องที่วางอยู่อย่าบอกนะว่านายคริสโตเฟอร์เอง)
Christo=และถ้ายิ่งให้ทำกับครูนะ ผมขอทำบุญด้วยหัวใจผมเลยครับและแถมจูบให้ด้วยทุกวัน 
                        โปรโมชั่นนี้ไม่มีบ่อยนะครับครู (นี้ผมกำลังถูกเด็กจีบใช่ไหม)
Khem = ถ้าเป็นแบบนี้นายไม่ต้องทำหรอกครูไม่ได้อยากได้จูบจากนายสักกหน่อย 
                    นายนี้มันทะลึ่งกับครูตลอด...อันนี้บาป
Christo= แต่ผมรู้ว่าผมก็ทำให้ครูเขินทุกครั้งที่ผมส่งข้อความหานะ >///<  ทำให้ครู
                     ยิ้มอันนี้ไม่บาปหรอกมั้งครับ 

               ผมยืนยิ้มแก้มแทบปริอยู่คนเดียวก็ข้อความกวนๆไม่ได้กวนตรีนนะแต่มันกวนแบบชวนให้อมยิ้มมากกว่า นานแล้วนะที่ไม่ได้รับข้อความแบบนี้มันเคยเกิดขึ้นเมื่อสี่ปีก่อนตอนจีบณัฐกานต์ใหม่รักผมกับกานต์มันเก่าไปแล้วใช่มั้ย   
 
                       "อาเข็ม" ผมสะดุ้งลืมไปเลยว่าอยู่กับหลาน เอิร์ธแตะมือผมและเงยหน้าขึ้นมามองผมทำหน้างง ว่าผมทำไมผมถึงยืนยิ้มคนเดียวละซิ  กระพริบตาปริบๆ ผมต้องยกมือขึ้นมาเกาหัวแก้เขินเล็กน้อย อายหลานเหมือนกันนะ 


Khem = คริสแค่นี้ก่อนนะครูเลี้ยงหลานอยู่ด้วยและก็ให้อาหารปลาด้วย และเราก็ขับรถอยู่
                   ไว้ค่อยคุยกันนะถึงแล้วก็ได้โทรหาครูจะได้รู้ว่าเราถึงอย่างปลอดภัย
Christo=รับทราบคับครู ...ปล.อยากรู้ละซิว่าผมจะอยู่กับใคร? 
Khem = ไม่อยากรู้ว่าอยู่กับใครแค่...ถึงโรงเรียนปลอดภัยแค่นั้นแหละ
Christo= ครับผม... (ส่งรูปส่งจูบมาให้)
                              นักเรียนบ้านอะไรเขาส่งให้ครูแบบนี้วะเนี๊ยะผมแอบคิดในใจแต่มันก็ทำให้ผมยิ้มได้ อยากน้อยก็ยังมีเรื่องดีอยู่บ้างแหละนะเขม ผมเคยคิดแต่ว่าคบเด็กสร้างบ้านเลยไม่สนใจจะมีแฟนเด็กเห็นทีคงต้องคิดใหม่ 
 
                      "เป็นอะไรวะเขม...พี่ไม่ค่อยได้เห็นนายยิ้มแบบนี้นานแล้วนะ..มีกิ๊กเหรอ" พี่ก้องเข้ามากระซิบที่ข้างหูผม พ่อผมหันมามองพี่ก้องมายืนอยู่ทางด้านหลังผมและกำลังชะโงกหน้าอ่านข้อความที่คริสโตเฟอร์
 
                      "เห้ย! ..พี่ก้องห้ามแอบดู" ผมเบี่ยงมือถือหนีพี่ก้อง พี่ก้องก็แย้งยื้อจะดูของผมอีก
 
                      "อ่านหน่อยนะ..โอ้ย! มีส่ง..จูบให้ด้วย..ใครอะ" พี่ก้องถามผม ผมมองหน้าพี่ก้องเบื่อผู้กองที่เก่งคนนี้จริงๆเลย เก่งเรื่องสอดแนมสมกับที่เคยอยู่หน่วยสอดแนมของกองทัพบกมมาก่อน 
 
                      "ช่าย..อาเข็มยิ้มกับกระป๋องด้วยน่า ...ไม่เห็นจะมีอะไรเลย” เอิร์ธพูดก็ผมกำลังก้มหน้าก้มตาอ่านข้อความของคริสโตเฟอร์และกระป๋องมันก็อยู่ข้างใต้ผมพอดีแถมมันก็กระป๋องเปล่าๆซะด้วย หลานนี้ก็อีกคน ตาเอิร์ธ ที่กำลังเงยหน้ามองผมกระพริบตาปริปๆ
 
                      "นายจนมุมแล้วแหละเขม..สาระภาพมาซะดีดี และพี่เดาว่าไม่ใช่ณัฐกานต์แน่นอน อาการมันเหมือนคนมีรักใหม่ๆ " พี่ก้องพูด 
 
                      “รักใหม่ที่ไหน ยังไม่ใช่ซะหน่อยอย่ามาหาเรื่องน้องเลยนะ” ผมพูดเดินวนหนีพี่ก้อง พี่ก้องชี้โบ้ชี้เบ้ให้เอิร์ธช่วยจับผมแน่ๆ 
 
                      "แบบกำลังซู่ซ่าอะไรแบบนี้" พี่ก้องพูดหยักคิ้วสองทีติด ผมหันไปมองพี่ชายทำท่าจะหันหลังออก
 
                      “หมับ”  เอิร์ธกระโดดกอดขาผม ผมจะสะบัดหลานตัวเองได้ยังไงเล่าไอ้พี่ก้องนะไอ้พี่ก้อง 
 
                      "ได้นายไม่บอกพี่ดีดีใช่มั้ย..เขม"  พี่ก้องพูดถลกแขนเสื้อ อย่าบอกนะว่าจะคั้นความลับจากผมแบบตอนเด็กนะ แถมยังได้ผู้ช่วยเป็นหลานตัวแสบผมด้วยนะ กอดขาผมแบบนั่งทิ้งน้ำหนักทั้งตัวถ่วงผมไว้แบบนี้จะขยับไปไหนได้ละ 
 
                      "พี่ก้องอย่านะ..ฮาๆ...ไม่เอาพี่ก้อง..ฮาๆ "  พี่ก้องจี้เอวผม ผมเป็นคนบ้าจี้มาก จะวิ่งหนีก็ไม่ได้หลานกอดขาผมอยู่ เขาเรียกว่าโดนอากับหลานลุมใช่ไหมเนี๊ยะ   
 
                      "นายจะบอกพี่ได้หรือยัง...เขม" 
 
                      "คิก คิก คิก" หลานเอิร์ธของผม 
 
                      "พอแล้วพี่ก้องบอกแล้วหยุดก่อนดิ...พี่ก้อง ฮาๆ " 
 
                      "เร็วรีบบอกมาไม่งั้นพี่จะให้พี่ต้นคาดคั้นนายนะ" พี่ก้องเอาพี่ต้นมาขู่อีกแล้ว
 
                      “บอกแล้วจริงๆ ..หยุดจี้เอวมก่อนดิพี่ก้อง...” 
 
                      "เด็กนักเรียนที่เขมไปเป็นครูสอนนะ" ผมเลยต้องบอกจนได้ 
 
                      "เห้ย!! เด็กจีบเหรอ..แรงนะน้องพี่"
 
                      "เด็กเกรียนด้วย ผมเองก็ไม่แน่ใจบางทีเขาอาจจะแกล้งผมก็ได้มั้งพี่ก้อง" ผมพูด พี่ก้องเอามือเท้าซะเอวและทำท่าคิด คิด
 
                      "เพราะเขาบอกว่าเขาไม่ใช่เกย์นะพี่ก้อง" 
   
                      "พี่ก็ไม่ได้เป็นนิ" พี่ก้องพูด ผมหันไปเหล่นี้ยังไม่เป็นอีกเหรอเมื่อวานก็เห็นเต็มๆสองตาแล้วนะ 
 
                      "ยังไม่เป็นเต็มตัวแต่ก็เริ่มชอบผู้ชายแล้วละ..เอ๊ะหรือว่าเป็นวะ..แสดงว่าพี่ติดมาจากนายนั้นแหละเขม “ พี่ก้องพูด ผมหันไปมองพี่ก้องเกี่ยวอะไรกับผม
 
                      “ที่จริงชอบผู้ชายด้วยกันมันก็ดีไปอีกแบบน่ะเหมือนอยู่กับเพื่อนและแฟนในคนคนเดียวกัน มันเหมือนเจอคนที่มีเคมีตรงกัน มีงอนบ้างแต่ไม่เท่าผู้หญิงวะ" พี่ก้องพูด ผมหันไปเหล่ตามอง 
 
                      "อยู่ด้วยแล้วมีความสุขมันก็โอเคแล้วเผลอๆจะมีความสุขกว่าอยู่กับผู้หญิงอีก แต่ก็ไม่ได้ว่าผู้หญิงทุกคนอยู่ด้วยไม่มีความสุขนะแค่..บางคน" 
 
                       "คือแบบว่าคุยกันง่าย ไม่งอแง ไม่ต้องมาตามเอาใจยี่สิบสี่ชั่วโมงและอีกอย่างเพศเดียวกันด้วยมั้งมันเลยเข้าใจกันง่ายกว่าไม่ต้องมานั่งอธิบายอะไรมาก" พี่ก้องยืนเอามือล้วงกระเป๋า ผมพยักหน้าบางที่มันใช่นะ
 
                       "ลองเปิดใจดูก็ดีนะเขม...พี่ก็ไม่ได้สนับสนุนให้เราเป็นคนนอกใจนะ...แต่เพื่อบางทีนายอาจจะพบใครบางคนที่ทำให้นายพบความสุขที่แท้จริงๆก็ได้นะ เพราะทุกวันนี้ที่นายเป็นอยู่นะพี่ว่าไม่ใช่เลยเขม" พี่ก้องพูดสีหน้าซีเรียสพอสมควร 
 
                       "..แต่ว่า.."
 
                       "คบมานาน..เคยได้ยินไหมรักไม่ต้องการเวลานะเขม เวลาที่สะสมมาไมได้พิสูจน์นะว่านั้นคือรักแท้จริงๆ " พี่ก้องพูด 
 
                       "แต่เวลาก็สามารถที่จะพิสูจน์ได้แค่ว่าใครกันที่จะอยู่ข้างๆนายได้จริง สิ่งสำคัญของคนรักกันคือการไม่นอกใจหรือนอกกาย"พี่ก้องพูดผมเห็นพี่ก้องพูดแบบนี้กับผมบ่อยเหมือนกันผมเพิ่งจะเข้าใจว่ามันคืออดีตที่พี่ก้องต้องเจอมาพี่ก้องคงไม่อยากให้ผมเหมือนพี่และผมก็ยังไม่ได้เล่าให้พี่ก้องฟังด้วยเรื่องที่ณัฐกานต์เขานอกกายผมไปแล้ว ผมเงยหน้ามองพี่ก้อง ผมควรจะบอกเรื่องนั้นไหมไม่ดีกว่า
 
                       "ถามใจตัวเองซิว่าที่นายทำอยู่ตรงนี้นะเพื่ออะไร..มีความสุขแล้วจริงๆแน่เหรอ และที่ทำให้เขานะเขาคิดว่ามันมีค่าพอไหม สำหรับณัฐกานต์ ”ก้องถามผม

                       “ฟู่” ผมก็ต้องพ่นลมทางปาก 
 
                       "พี่รักน้องนะเพราะว่าพี่เจอมาแล้ว สี่ปีที่ทุ่มไป สุดท้ายเหลือแค่ความว่างเปล่า" พี่ก้องพูดผมก็ว่ามันก็ถูกณัฐกานต์ที่ผมรู้จักกับตอนนี้มันเหมือนไม่ใช่คนเดียวกันเลย เขาเปลี่ยนไปมาก
                  “ก้อง เขม พาหลานกลับบ้านกันเถอะลูก พี่ต้นเขาจะขับรถกลับวันนี้เลย” แม่เดินมาบอกผมสองคน ผมหันไปมองแม่และพาเอิร์ธเดินไปที่รถของพี่ต้นที่จอดอยู่ด้านหน้ากุฏิของหลวงลุง พี่ต้นถือโทรศัพท์อยู่ ทำท่าเหมือนกำลังพยายามโทรหาใครสักคน พี่ต้นกดแล้วกดอีกอยู่แบบนั้นอยู่หลายรอบ

                       "เป็นยังไง..ติดต่อหนูเกศได้ไหม..ทำเพื่อลูกนะต้น..ไหนๆเธอก็เป็นแม่ของตาเอิร์ธแล้วอยู่ด้วยกันมาขนาดนี้ อย่าให้มันมาพังลงเพราะแม่หรือน้องเลยนะต้น" แม่หันไปพูดกับพี่ต้น ผมก็พยักหน้าเห็นด้วยเพราะผมรู้ว่ายังไงตาเอิร์ธก็รักแม่ของเขาเหมือนกัน ถึงแม้จะแอบกลัวจนตัวสั่นบ้าง

                       “คิดถึงลูกพี่ก่อนนะพี่ต้น ผมขอนะ ” ผมพูดกับพี่ต้น พี่ต้นหันมามองผมด้วยสีหน้าที่หนักใจ

                       "พี่ต้นไปง้อพี่เกศเถอะนะพี่ พี่ควรเลือกเขาส่วนผมเป็นน้องพี่ยังไงก็ยังคงเป็นน้องพี่ไปตลอด ทำเพื่อเอิร์ธนะพี่ต้น" ผมพร้ำบอกพี่ต้นอีกครั้ง พี่ต้นยืนถอนหายใจก่อนจะหันมาพยักหน้าเบาๆ กับผม พี่ก้องที่ยืนข้างๆตบไหล่พี่ต้นเบาๆ
       
                    ผมเห็นเอิร์ธหันไปมองพ่อแม่ลูก ผู้หญิงที่บอกว่าเขารู้จักพ่อผมตั้งแต่ตอนที่พ่อผมไปเป็นนักการทูต พวกเขากำลังเดินลงมาพร้อมกัน มันดูช่างอบอุ่นในสายตาเอิร์ธแน่ๆ  ผมก็คงเดาได้ไม่ยากว่าเอิร์ธเองก็อยากได้แบบนั้น
       
        พี่ก้องเป็นคนขับรถกลับแทนพี่ต้น ผมนะไม่ชอบขับรถของพี่ต้น รถพี่ต้นมันใหญ่และใหม่ด้วย รถฟอร์จูนเนอร์ราคาแพง ผมขับไม่ถนัด แต่พี่ก้องก็ขับได้สบายอยู่แล้วขนาดฮัมรีพี่ก้องก็ขับมาแล้วนิจะกลัวอะไรละ เอิร์ธก็หลับปุ่ยอยู่กับอกพี่ต้น เห็นแล้วก็อดที่จะสงสารหลานไม่ได้ ถ้าไม่มีพี่เกศรินทร์ใครจะดูตาเอิร์ธละ พี่ต้นต้องทำงานทุกวัน

           "พี่ขอโทษนะเขม" พี่ต้นหันมาพูดกับผม

           "มันไม่ใช่ความผิดของพี่และสำหรับพี่ก็ยังเป็นพี่ชายที่เขมรักเสมอพี่ต้น" ผมหันไปบอกพี่ต้น และเข้าไปกอด พี่ต้นก็กอดผมตอบ

             พอกลับมาถึงบ้านพี่ต้นก็อุ้มตาเอิร์ธกลับไปนอนด้านใน พวกผมนั่งทานอาหารเที่ยงด้วยกันก่อนที่จะแยกย้ายกันไปพี่ก้องบอกว่าต้องกลับวันนี้พี่ก้องจะขับรถไปเองแต่จะไปกับพี่นครินทร์และแม่ก็คงเหงาอีกแล้ว

                ผมเหลือบมองโทรศํพท์นี้ณัฐกานต์ยังไม่คิดจะโทรหาผมเช่นกันผมก็ไม่โทรไปเหมือนเช่นทุกครั้ง หรือยังไม่ตื่นก็ไม่รู้เมื่อคืนคงเมากันหมดสภาพและเท่าที่ผมเดา ผมก็นั่งหมุนโทรศํพท์เล่นที่ผมหมุนไม่ได้กังวลเรื่องณัฐกานต์นะผมดันคิดถึง คริสโตเฟอร์ ทำไมผมคิดถึงเขานะ นายคริส

                       "สวัสดีครับแม่" พี่นครินทร์เดินเข้ามาในบ้าน พี่เขาแต่งเครื่องแบบทหารมาดูแตกต่างจากเมื่อวานมาก ที่พี่มาแบบชุดลำลองแต่พอแต่งเครื่องดูหล่อเท่สมาร์ทขึ้นมาทันทีพี่ก้องมีคู่แข่งแล้วแหละ พี่ก้องเดินลงมาจากชั้นบนพี่ก้องแต่งเครื่องแบบทหารเหมือนกันด้วย

                       "จะกลับกันเลยแล้วเหรอลูก ก้อง รินทร์..และขับกันไปเองด้วยใช่มั้ย" แม่ถามพี่ก้องและพี่นครินทร์

                       "ครับแม่แต่ไม่เป็นไรผมกับรินทร์นะผลัดกันขับได้ครับ....แม่ไม่ต้องเป็นหวง" พี่ก้องพูดและเดินเข้าไปสวมกอดแม่รดา

                       "ทานอะไรมาหรือยังครับคุณรินทร์"พี่ก้องถามพี่นครินทร์

                       "ทานแล้วครับคุณก้อง รินทร์ไปทานกับคุณพ่อคุณแม่ก่อนจะออกมารับคุณนะ" พี่นครินทร์หันมาตอบ พี่

                       "คุณก้อง"

                       "คุณติดกระดุมไขว้กันนะ ประจำเลยนะคุณนะ ผมต้องแก้ให้คุณแบบนี้บ่อยๆ คราวหน้าอย่าให้ผมต้องทำอีกนะครับ " พี่นครินทร์เรียกพี่ก้องไว้เพราะว่าเขาติดกระดุมไขว้กันจริงๆด้วย ภาพผู้ชายแก้กระดุมให้อีกคนมันน่ารักมากเลยนะและติดกลับให้ใหม่ ผมนั่งมอง

                       “เปรี๊ยะ!!!!” เสียงดีดนิ้วใส่หน้าผม ทำให้ผมต้องตื่นจากภวังค์ ผมกลับนึกถึงตอนที่ผมกำลังหาที่ติดล๊อกหมวกกันน๊อคและนายคริสโตเฟอร์เองก็เป็นคนติดให้ผม

                       "อิจฉาเหรอ" พี่ก้อง ผมพยักหน้า ยิ้มบางๆให้พี่ชาย

                       "เปล่าก็แค่..ไม่เคยเห็น..กับพี่นะ" ผมเอามือเท้าคางมองพี่ก้อง

                       "ก้องนี้นะแม่ทำไว้ให้เอาไปทานกันนะลูก" แม่ทำขนมเม็ดขนุนแม่รู้ว่าพี่ก้องชอบทาน

                       "แม่ทำเองเหรอครับน่าทานมากเลยครับ..ขนมเม็ดขนุนใช่ไหมครับแม่ " พี่นครินทร์เอ่ยปากชมแม่ผมทันทีแม่ผมส่งกล่องขนมนั้นให้ไป

                       "จร๊า..ขับรถกันดีดีนะลูก..อย่าขับเร็วละก้องแม่เป็นหวง.และมาทานข้าวกับแม่ด้วยละ ลูกรินทร์ แม่ขอโทษเรื่องเมื่อวานอย่าไปถือสาแม่เกศรินทร์เขาเลยนะ" แม่พูดแม่ขอโทษแทนพี่เกศ พี่นครินทร์พยักหน้าและเข้ามากอดแม่ผมเหมือนเป็นแม่ของพี่เขาเอง

                       “ครับคุณแม่ “ พี่นครินทร์ยกมือไหว้แม่ผม พี่เขาช่างมารยาทแตกต่างกับพี่เกศรินทร์ตอนนี้สิ้นเชิง

                       “พระคุ้มครองให้ปลอดภัยกันทั้งคู่นะลูกนะ” แม่ผมพูดพี่ก้องและพี่นครินทร์ก็พากันพนมมือรับพรจากแม่ของผมกัน 

                            แม่ผมนะเขาเป็นคนใจดีมีเมตตาไม่เคยคิดร้ายต่อใครเลย ลูกรักใครแม่ก็รักคนนั้นแม่เป็นแบบนี้มาต้ั้งนานแล้ว พี่ก้องกับพี่นครินทร์ยกมือไหว้ลาแม่ แม่ผมก็หอมที่หัวพี่ก้องเห็นแววตาแม่ยิ้มมีความสุขแต่ผมรู้ว่าปนไปด้วยความหวงใย ที่พี่ก้องไปนะอันตรายแค่ไหนแต่พี่ก้องเขาเลือกเดินที่จะเดินทางนี้

                       "พี่ต้น ..ก้องกลับแล้วนะพี่" พี่ต้นเดินออกมาจากห้องหยิบกระเป๋าเดินทางออกมาด้วย

                       "ก้อง...รักษาตัวด้วยนะ พี่เป็นห่วง..โทรหาพี่บ้างจะได้รู้ว่านายสบายดี"พี่ต้นเดินไปบอกพี่ก้องและสวมกอดเบาๆ

                       "ครับพี่..ผมโอเค" พี่ก้องพูดบอกพี่ต้น

                       "คุณรินทร์พี่ฝากน้องชายบ้าระห่ำพี่คนนี้นะ" พี่ต้นหันไปฝากพี่ก้องกับพี่นครินทร์

                       "ได้ครับ..แต่ผมไม่รู้ว่าจะหยุดความบ้ารำห่ำของเขาได้ไหมนะซิครับพี่ต้น..ทั้งหน่วยกลัวคนนี้คนเดียวเลยครับพี่ต้น ไม่ใช่แค่หัวหน้าธรรมดาแต่เป็นถึงหัวหน้าสายบ้าระหำเลยทีเดียวละครับ เพราะว่าพาลุยแหลกทุกงาน" พี่นครินทร์พูดและหันมาขำพี่ก้อง ผมกับพี่ต้นรู้ดีเลยว่าพี่ก้องผมนะผู้กองขาลุยขนาดไหน นี้แม่ผมขอไว้นะไม่งั้นหนักกว่านี้นะผมว่า

                      "เขมพี่ไปนะ..มีอะไรส่งข้อความหาพี่ละ" พี่ก้องหันมาบอกผมก่อนจะพากันเดินออกไป ผมหันหน้ามามองพี่ต้น พี่ต้นก็กำลังจะออกเดินทางเช่นกันตาเอิร์ธเดินออกมาและกอดตุ๊กตากระต่ายออกมาด้วย

                       "พี่กลับแล้วนะเขม..มีอะไรโทรหาพี่นะ..ดูแลตัวเอง..ดูเราผอมไปนะ..ถ้าลำบากให้พี่ช่วยหาโรงเรียนใกล้ๆให้ก็บอกนะ และเราจะได้กลับมาอยู่กับแม่" พี่ต้นหันบอกผม ผมพยักหน้าแค่นั้น แต่ผมก็ไม่รู้ว่าตอนนี้อยากย้ายมาหรือเปล่านะซิ เพราะผมไม่อยากรับรู้เรื่องราวต่างๆที่ณัฐกานต์ทำไว้แล้วซิผม และนี้อาจจะดีถ้าผมกับเขาอยู่ห่างๆกันบ้าง

                       "ไม่เป็นไรหรอกแม่อยู่ได้มีป้าวิลัยเป็นเพื่อนนี้ก็ว่าจะไปทอดกฐินสามัครคีกัน..แม่รู้ว่าลูกๆของแม่ต้องทำงานขอแค่กลับมาทานข้าวกับแม่บ้างก็พอแล้ว" แม่พูดและเข้ามากอดผมกับพี่ต้น

                       "น้องเอิร์ธ ..กลับไปถึงบ้านเข้าไปกอดคุณแม่เกศนะลูกนะ..ช่วยคุณพ่อเขาง้อคุณแม่หน่อย" แม่ย่อตัวลงเอามือลูปใบหน้าเอิร์ธที่เพิ่งจะตื่นนอนมายังงัวเงียอยู่เลย

                       "แล้วแม่เกศจะไม่ตีเอิร์ธอีกเหรอคุณย่า...เอิร์ธกลัว..เอิร์ธก็เจ็บ..แต่แม่ก็ยังตี" ผมไม่อยากจะได้ยินเลยว่าเขาทำร้ายลูกตัวเองเพราะว่าเขาเกลียดผมนี่นะ ผมไม่กล้าก้มลงมองหน้าหลานเลยจริงๆ แม่ผมรับตุ๊กตากระต่ายคืนจากเอิร์ธ 

                       "ไม่ตีหรอกลูก..แล้วที่แม่ตีหนูดื้อหรือเปล่าละเอิร์ธ" แม่ผมก้มลงถามเอิร์ธ ผมก็มองเขา แววตาใสซื่อคู่นั้น

                       "เอิร์ธแค่หิวนม...แต่พ่อไม่อยู่..แม่ก็ตี..พี่มะแตรก็ห้ามไม่ให้แม่ตี” เอิร์ธยืนกอดอกพูดและก้มหน้าเหมือนเขารู้สึกผิด

                       “พี่มะแตไม่อยู่แล้วนะคุณย่า "ผมได้ฟังแบบนี้แล้วก็ใจหาย พี่ต้นหันหลังให้เอิร์ธผมว่าพี่ต้นก็เครียดนะผมนี้เห็นใจเลยทั้งงานและครอบครัวอีก แม่ก็มองหน้าพี่ต้น มันทำอะไรมากไม่หรอกเพราะว่านั้นคือครอบครัวของเขา ต่อให้คนตรงหน้าและที่ยืนข้างๆผมเป็นหลานแท้ๆก็เถอะ ผมย่อตัวลงกอดตาเอิร์ธ

                       "อาขอโทษนะครับเอิร์ธ" ผมย่อตัวลงตับไหล่เอิร์ธ มองไปในแววตาใสซื่อคู่นั้น

                       "พ่อบอกว่าไม่ให้โกรธอาเข็มแต่เอิร์ธก็ยังไม่เข้าใจ...เอิร์ธรักขาเข็ม" เอิร์ธพูดผมดึงร่างเล็กๆเข้ามากอด

                       "เอาละไปกันได้แล้วลูกเดี๋ยวพ่อจะถึงบ้านมืด..แม่ครับต้นไปนะครับแม่..ถึงแล้วต้นจะโทรหานะครับ..ต้นรักแม่..ไม่นานต้นจะกลับมาอยู่กับแม่" พี่ต้นเข้าไปกอดแม่และหันมาแตะหัวผม

                     ผมอุ้มตาเอิร์ธออกไปส่งให้พี่ต้น พี่ต้นให้ตาเอิร์ธนั่งเบาะหลังจะมีเบาะสำหรับเด็กซึ่งมันปลอดภัยกว่าและมีเครื่องเล่นดีวีดีตาเอิร์ธนะเป็นเด็กฉลาดเขาเปิดเองได้เปลี่ยนแผ่นเองได้ ดูซิพอผมอุ้มเข้าไปนั่งก็จัดการเปิดกระเป๋าซีดีเลือกแผ่นการ์ตูนที่ชอบดูขวดนมและขวดน้ำใส่กระเป๋าวางพี่ต้นใส่กระเป๋าวางไว้ใกล้ด้วย เอิร์ธเป็นเด็กที่ไม่งอแงกับพี่ต้นเลยสักนิดเหมือนเขาจะรู้ดีว่าพ่อของเขาเจอเรื่องวุ่นวายภายในบ้านมาเยอะแล้วมันจึงไม่แปลกที่พี่ต้นไม่ค่อยห่างจากลูก พี่ต้นอยู่กลับลูกมากกว่าอยู่กับพี่เกศรินทร์ซะอีก

                       "เอาไว้ย่าจะไปหาเอิร์ธนะลูก" แม่ผมบอกเอิร์ธก่อนจะปิดประตูรถและพี่ต้นก็โบกมือให้ผมกับแม่ ผมยืนมองจนพี่ต้นขับรถออกไป

                       "แล้วเราละจะไปหากานต์เลยหรือเปล่าลูกแม่จะได้ตักแกงส้มใข่ชะอมไว้ให้" แม่ถามผมผมพยักหน้าเบาๆ ผมเดินกลับเข้าไปในบ้าน ผมทรุดตัวนั่งลงที่เก้าอี้ พี่ๆไปกันหมดแล้ว แม่ก็สาระวนในการอุ่นแกงส้มไข่ชะอมทอดที่จะให้ผมนำไปฝากณัฐกานต์

           ("ถามใจตัวเองซิว่าที่นายทำอยู่ตรงนี้นะเพื่ออะไร..มีความสุขแล้วจริงๆเหรอเขม" คำพูดของพี่ก้อง )

           ("แค่ครั้งเดียวก็กานต์เหงา..เขมไม่โทรหากานต์..กานต์เครียด..เขาแค่เพื่อนร่วมงาน..กานต์ยังรักเขมนะ" คำพูดของกานต์)

           ("ผมรู้สึกดีเวลาคุยกับครูเพราะว่าผมไว้ใจครู" คำพูดของคริสโตเฟอร์ ผมนั่งนิ่งอยู่แบบนั้นมือก็หมุนโทรศัพท์เล่นวนไปวนมาอยู่แบบนั้นจนกระทั้งมือผมพลาดไปแตะปุ่มฟังชั่นสีเขียวหน้าจอก็เด้งขึ้นมา เป็นการสนทนาของผมกับคริสโตเฟอร์ )

           "แม่ครับเขมจะกลับไปโรงเรียนนะครับแม่..เขมไม่ไปหากานต์..แม่ไม่ต้องตักแกงหรอกนะครับ..เอาเก็บไว้ให้ป้าวิลัยเขาดีกว่านะครับแม่" ผมพูดแม่หันมามองหน้าผม

           "มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่าลูกเขมทะเลาะอะไรกันอีก" แม่วางทัพพีลงและเดินมาหาผมแม่แตะไหล่ผมเบาๆ

           "เขมว่าจะบอกแม่หลายครั้งแล้วว่ากานต์เขาไม่กินไข่ชะอมทอดเอาไปเขาก็ทิ้งเปล่าๆ" ผมพูดแม่มองหน้าผมแม่คงเสียใจที่ได้ยินแบบนี้ ผมแตะมือแม่

           "อ้าวเหรอ..ก็เห็นตอนแรกเขาชอบแม่ก็คิดว่าเขายังชอบอยู่"

           "ใช่แม่เมื่อก่อนเขาเห็นผมชอบอะไรเขาก็ชอบตามแต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้วแม่"ผมพูด

           "อือ!! แม่เข้าใจลูก...เลือกทำสิ่งที่ลูกคิดว่าทำแล้วลูกแม่มีความสูขเพราะความสุขของลูกคือความสุขของแม่นะเขม"

           "ผมรักแม่ครับแต่ตอนนี้ผมยังไม่พร้อมจะพูดอะไรแต่ไม่นานครับแม่..ผมขึ้นไปเก็บของก่อนนะแม่"

           “ฟ้อด!!” ผมลุกขึ้นก่อนจะเดินออกหอมแก้มคุณแม่ผมทีหนึ่งก่อน ผู้หญิงคนนี้ที่เข้าใจและรักผมมากที่สุด

           "ถ้าอย่างนั้นแม่จะดูอะไรที่เขมจะเอาไปทานได้ก็แล้วกันนะลูกนะ" แม่หันมาบอกผม

           “เอาไปให้ป้าเขาทานดีกว่าครับ เพราะว่ากว่าเขมจะถึงมันจะเสียซะก่อนนะครับแม่” ผมพูดกับแม่รดา แม่ก็พยักหน้าให้ผม และผมก็รีบขึ้นไปบนบ้านเก็บพวกสมุดการบ้านเด็กและชีทที่ให้เด็กนักเรียนทำมาส่ง เอาไปตรวจที่โน้นด้วยเลยก็ดีเหมือนกัน ผมหันไปมองทีวีในห้องนอนผมมันก็ไม่ได้ใช้เอาไปด้วยก็ดีเพราะที่นั้นมันก็เก่าแล้วแต่ผมคงไม่ติดแอร์มันสิ้นเปลืองเปล่าๆ ผมขนทุกอย่างลงมาใส่ไว้ในรถเก๋งของผมคันนี้พี่ต้นยกให้ผมและไปซื้อฟอร์จูนเนอร์รถครอบครัวแทน พี่ต้นบอกไปไหนชอบพาตาเอิร์ทไปด้วยทุกที เพราะจะได้เห็นการทำงานของพี่ต้นด้วย

                       "เขมไปก่อนนะแม่..ต่อไปนี้เขมจะโทรหาแม่ให้บ่อยขึ้น..เขมรู้ว่าแม่เหงาแต่แม่แค่ไม่อยากทิ้งลูกๆเป็นห่วงและแม่ไม่อยากทิ้งบ้านที่พ่อรักไป ไม่นานเขมจะกลับมาอยู่ใกล้ๆแม่" ผมพูดผมเข้าไปหอมแก้มแม่รดาและรีบขับรถไปทันที

                      “  ตืด!!”  เสียงมือถือของผมสั้นผมก็หยิบขึ้นมาดู เป็นข้อความจากณัฐกานต์
           “ เขมจะเข้ามาหรือยังครับ เข้ามาแล้วแวะซื้อกาแฟที่ตรงทองหล่อร้านประจำมาให้ด้วยนะเขมและก็บลูเบอรี่ชิสเค้กด้วยนะมาเร็วๆนะคิดถึงอะ " ข้อความจากณัฐกานต์แต่ว่าผมไม่ได้ไปทางนั้นผมกำลังมุ่งหน้าออกจากกรุงเทพ

         ผมไม่ส่งข้อความตอบกลับไดๆในตอนนี้ เพราว่าผมกำลับใช่ความคิด ผมยังรักณัฐกานต์ไหม ตอบว่ายังรัก เพราะว่าสี่ปีมันย่อมที่จะผูกผันกันมาก แต่เวลามันไม่ได้ช่วยให้ความรักของเราดีขึ้นเลยอย่างที่พี่ก้องพูดมีแต่ทะเลาะกันมากขึ้น ที่สำคัญผมกับเขาเรายังก็ยังไม่เลิกกันและณัฐกานต์ก็บอกว่าเขาจะไม่ทำอีกผมควรจะเชื่อได้อีกไหมนี้ซิ 

ผมคิดไปต่างๆนานา จนมารู้ตัวอีกที คือผม ผมขับรถมาจอดติดไฟแดงเรียบร้อยแล้ว เพราะความเคยชินต้องกลับไปคอนโด ตอนนี้ผมกำลังลังเลใช่ไหม เพราะว่าถ้าผมขับตรงไป ผมก็จะข้ามไปขึ้นทางด่วนไปหาณัฐกานต์หรือผมจะวนรถกลับและขับออกต่างจังหวัด นั้นคือกลับโรงเรียนของผม และถ้าผมวนกลับไปและทิ้ง 4 ปีกับความรักของผม เพื่อไปหาความรักใหม่ที่ดูแล้วปัญหาจะตามมาเยอะมากมาย ไหนจะครูลูกศิษย์ที่ห้ามรักกัน และเขาก็ยังไม่ 18 ปีเลยด้วยซ้ำ
               “ฟู่” เสียงพ่นลมหายใจของผม และมือที่กำพวกมาลัยรถแน่น แบบว่าคิดหนักมากจริงๆ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-09-2020 18:38:56 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 197
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
= EP 7 ครูเขมชาติ X คริสโตเฟอร์   เมื่อคริสโตเฟอร์งานเข้า

         Part คริสโตเฟอร์ ผมเป็นพระเอกหรือนายเอกนะเอาเป็นว่าเก็บไว้ให้เดาก่อนก็แล้วกัน ยังไม่บอกตอนนี้ เพราะคริสโตเฟอร์เองก็ยังไม่ค่อยรู้ตัวสักเท่าไหร่ แต่ทำไมชอบไปหยอดครูเขมก็ไม่รู้ซิ ผมรู้สึกเหมือนรักแรกพบตั้งแต่วันแรกที่ผมเจอครูเขาที่ตรงบรรไดและผมก็เกือบทำให้เขาหงายหลัง ตอนนั้นผมคว้าข้อมือเขาเอาไว้ แต่นั้นแหละคือจุดเริ่มต้นของความรู้สึกที่มันสับสนในใจผม มันตีกันไปหมด ก็คริสโตเฟอร์ มีแต่แฟนที่เป็นผู้หญิงมาตลอด

      ผมขับรถมาให้ไอ้โป้งและแฟนมันก็นั่งข้างหลังกับเพื่อนๆสาว ผมรู้ว่ามีคนแอบชอบผมมองผมใหญ่เลยและหันไปซุบซิบกันเกี่ยวกับผมนี้แหละ แต่ตอนนี้ผมกลับไม่รู้สึกอยากจะชายตามอง ผมรู้สึกเหมือนกำลังสับสน ผมรู้สึกดีกับการมองพี่เขมที่เป็นผู้ชายมากกว่ามองผู้หญิงไปได้ยังไงก็ไม่รู้

          "ไอ้คริส..แป้งชอบมรึงวะ..ดูท่าจะฟีเวอร์ซะด้วย” ไอ้โป้งมันพูดกระซิบ ผมเหลือบมองผ่านกระจกมองหลัง เขาก็ยังคงมองผมและยิ้มให้ผม ผมหันมามองไอ้โป้ง

         "อืมม..มาเต็มขนาดนี้..ถ้ากรูไม่รู้ตัวนี้กลับไปเรียนอนุบาลดีกว่าไหมโป้ง" ผมหันไปบอกไอ้โป้ง

         "ไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอวะ" ไอ้โป้งมันถามผม

         "รู้" ผมตอบแต่ตายังคงจับจ้องอยู่ที่ถนนเบื้องหน้า

         "รู้ว่า?" ไอ้โป้งและผมเบียงสายตามามองแค่แว็ปเดียวและรีบหันกลับมาพร้อมกัน

         "กูไม่ได้ชอบเขา..กู...เออ" ผมพูดบอกไอ้โป้ง และดีที่เสียงเพลงค่อนข้างดังที่ด้านหลังอยู่ เขาเลยไม่ได้ยินที่ผมกับโป้งคุยกันจะว่าไปผมเองก็สับสนอยู่ไม่ใช่น้อย ว่าตอนนี้ผมกำลังจะเป็นเกย์หรือเปล่าและยิ่งได้สัมผัสริมฝีปากนั้น นั้นแค่แตะเองนะอารมณ์ยังพลุกพล่านไปถึงไหนต่อไหน ผมกำลังคิดถึงริมฝีปากของครูเขมชาติ

         "กู..เอาไว้กูค่อยอธิบายแล้วกันวะ ตอนนี้กูมีเรื่องเยอะแยะแล้ววะ กูเลยไม่มีอารมณ์จะหาใครมาวุ่นวายวะโป้ง "ผมพูดและหันไปมองที่ถนนต่อ

         ผมเหลือบตามองลงที่มือถือที่วางไว้ข้างๆตัวผม ผมนะรอข้อความจากครูเขมไม่ส่งมาหาสักที หรือว่าไปหาแฟนของครู ผมเห็นแฟนเขาแล้วก็ขัดใจมาก อยากกระโดดกัดหูมันจริงๆ เห็นท่าทีที่มองผมวันนั้นด้วยนะมองแบบเหยียด แม่งสูงมาจากไหนวะ ตอนนี้กรู 175 อีกไม่นานจะ 180 ให้ดู

         "นี้มึง..มีคนที่มึงชอบอยู่แล้วเหรอวะ" ไอ้โป้งมันกระซิบกระซาบกับผมทันที แววตามันบอกได้ว่าจงบอกกูมา

         "ครูคิดว่าใช่วะแต่กูยังไม่แน่ใจวะโป้ง" ผมหันไปบอกมัน คิ้วผมก็ขมวดกันจนจะเป็นโบว์อยู่แล้ว คิดมาทั้งคืนยังคิดไม่ตก ว่าตกลงผมคิดกับครูแบบชู้สาวจริงเหรอ ทำยังไงจะได้พิสูจน์อีกละ

         "ผู้หญิงหรือผู้ชายวะ" ผมหันไปเหล่มองมันและหันกลับมาสนใจการขับรถต่อ

         "เออๆ กลับมาค่อยเล่าแต่มึงสปอยด์กรูขนาดนี้กรูจะนอนหลับไหมคริส..กูคงท้องอืด" ไอ้โป้งมันพูด ทำท่าเบ้ปาก

         ผมเลี้ยวรถเข้าไปในโรงเรียนและจอดไว้ทางด้านหน้า ไอ้โป้งมันก็ออกจากรถมาเปลี่ยนไปขับแทน ผมเดินไปหยิบกระเป๋าตัวเองลงจากท้ายรถ

         "คริสไม่ไปกับพวกพี่จริงๆเหรอ อยู่ที่นี้เหงาจะตาย" พี่น้ำตาลแฟนไอ้โป้ง เป็นรุ่นพี่ที่นี้แหละพอจบไปก็ไปเรียนต่อพยาบาล พี่เขาเป็นแฟนกับไอ้โป้งตั้งแต่มันเข้าเรียนม.4แล้วแปลกนะเป็นแฟนกันยังไงนอนห้องเดียวกันแต่ไม่เคยได้ยินซี้ดอ๊าห์อะไรเลย และนั้นผมก็โกหกครูเขม แต่ผมก็ไม่เคยถามมันหรอกมันอาจจะให้เกีรยติผู้หญิงก็เป็นได้เลยรอวันแต่งงานจริงๆ ส่วนผมนี้ก็เคยมีอะไรกับผู้หญิงนะ เมื่อก่อนซ่ามาก เวลาไปเที่ยวผับก็ได้มาตลอดมีทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่แต่ไม่เกิน25ปีนะ และจะพากันไปเปิดห้องฟันกัน แต่หลังจากที่ผมได้เจอครูเขม ต่อมของผมก็เริ่มทำงานผิดปกติ ปฏิเสธหมด แม้กระทั้งพี่แป้งเพื่อนแฟนของไอ้โป้ง ผมยอมรับว่าพี่เขาสวยแต่ไม่สะดุดตาคริสแล้วอ่ะตอนนี้

         "นั้นซิ..น่าจะไปกับพี่แป้งนะ..พี่แป้งจะได้...." พี่แป้งพูดและหันไปเหล่เพื่อนสาว

         "จะได้อะไร” เสียงที่ทำให้การสนทนาหยุดลงและพากันไปมองต้นเสียง ที่ไม่ใช่ใครอื่นใด แก้ม!!

          “และพี่คริส...แก้มมารอพี่ตั้งแต่เช้าแล้วเนี๊ยะและชะนีหน้าปลวกนี้ใครอะ" แก้มเดินปรีมาเกาะแขนผมทันที แป้งยืนกอดอกมองแก้มตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าเลย สายตานี้ฟาดฟันกันมาก คือแบบว่าถามผมสักครับดีกว่าไหมครับ

           "เธอเป็นใคร" พี่แป้งถามแก้มแบบชัดถ้อยชัดคำมาก

           "เป็นแฟนพี่คริส!!!!!" แก้มตะคอกใส่หน้า

           "ตายแล้ว!..จบม.ต้นหรือยังนมเพิ่งจะตั้้งพานเองอะไปรอให้นมมันใหญ่กว่านี้ก่อนดีกว่าไหมน้อง" พี่แป้งยืนแสยะยิ้มให้แก้ม แถมด้วยเบ้ปากและมองบนใส่แก้มอีก

           "นมกรูเล็กแล้วจะทำไมอีปลวก" แก้มก็ไม่ยอมลดลาวาศอก โต้กลับทันที

           "เหรอ! ...ถ้าอย่างฉันหน้าปลวกเธอก็หมาแดกแฟ้ปแล้วละมั้ง" พี่น้ำตาล แฟนไอ้โป้งรีบออกตัวเพื่อช่วยเพื่อทันที ผมหันไปเหล่ตามองไอ้โป้ง  ไอ้โป้งมันก็แบมือว่าให้ทำไงละ ไอ้เวรเอ้ย! นั้นมันแฟนมึงแท้ๆ  ผมก็ยกมือขึ้นแตะที่หน้าผากและหันไปมองไอ้โป้งอีกทีว่ามันจะให้สาวๆพวกนี้ตบกันตรงนี้หรือไง  มันก็ยังทำมือเฉือดคอแปลว่ามันไม่สามารถ ให้พวกนี้จัดการกันเองตามสบาย

           "แก" แก้มง้างมือจะเข้าไปตบกับ "เข้ามาซิ" อีกคนก็ง้างมือรอรับเช่นกันเอาที่สบายใจกันเลยแล้วกันผมคิดนะ

         "พอครับพอ..หยุดครับ..ไม่มีใครเป็นแฟนผมทั้งนั้น..จบนะ..น่าเบื่อ..โป้งกรูเข้าบ้านพักก่อนวะโทรหากูด้วย" ผมพูดตัดบทและหันหลังเดินออกไปในทันที ผมก็ไม่หันกลับไปมองอีกด้วย เพราะว่าผมไม่ค่อยชอบให้มาตบตีกันมันไม่น่าดูสำหรับผมและคนอื่นๆ ผมไม่ได้อย่างเท่แบบนั้นที่มีคนมาตบตีกันเพื่อแย่งผมกัน

          ผมได้ยินเสียงไอ้โป้งมันเบิ้นรถแสดงว่าทุกคนกลับขึ้นรถไปหมดแล้วและขับออกไป ส่วนแก้มก็วิ่งตามผมมาติดๆ เพราะว่าผมได้ยินเสียงฝีเท้าของเธอดังไล่มาด้านหลังของผม

         "คริส!! เล่นสเก็ตบอร์ดกันไหมวะ" ไอ้ปันปัน ไอ้นี้มันไม่เคยกลับบ้านอีกแล้ว แต่ว่ารอบนี้มันกลับไม่ยอมไปกับไอ้โป้ง หรือมันเกรงใจที่แฟนโป้งมาก็ไม่รู้

         "ไม่วะ..ไม่มีอารมณ์" ผมตะโกนบอกเพื่อนผมไอ้ปันปัน มันรุ่นเดียวกับผมกับไอ้โป้งแต่ไอ้ปัน ปันมันย้ายมาที่หลังตอนที่ผมถูกพักการเรียน และมันได้อยู่ห้องเดียวกับไอ้โป้งด้วยเป็นเพื่อนสนิทไอ้โป้งไปโดยปริยาย

         "เชร็ดโด้! กรูชวนเล่นสเก็ตบอร์ดไม่ได้ชวนไปชักว่าวไม่ต้องรออารมณ์มั้งครับ!" ไอ้ปันปัน ผมหันไปส่งนิ้ว ฟักยู!!  และเดินผ่านไปอย่างไว

         "แซงค์!!!" ผมหันไปมองโรคจิตนะมันเนี๊๊ยะ ผมก็เดินจั้มอ้าวตรงเข้าไปที่บ้านพักของผม โดยมีฝีเท้าของแก้มยังคงวิ่งตามผมอยู่จนเกือบจะทัน

         "หมับ" ก้มโผ้เข้ามากอดผมจากด้านหลัง ผมหยุดนิ่ง

         "แก้มปล่อยพี่..เดี๋ยวแม่เธอก็มาด่าพี่..และที่สำคัญนะพี่ไม่ได้คิดอะไรกับแก้ม" ผมพูดให้เธอปล่อยแต่แก้มก็ไม่ยอม ผมก็ต้องแกะแขนที่กอดเอวผมเอาไว้ออกไปก่อนที่อาจารย์ที่เป็นเวรโรงเรียนจะมาเห็น

         "ไม่จริงอะ พี่ต้องคิดบ้างและแม่ก็ส่วนแม่ไม่เห็นจะแคร์เลย" แก้มพูดผมเอียงคอมองแก้มเอามือท้าวซะเอวมองเด็กหญิงตรงหน้า ลูกกตัญญูแห่งชาติดีเนอะแม่ก็ส่วนแม่ไม่เห็นจะแคร์

         "งั้นตามใจเธอนะถ้าแม่เธอมาด่าช่วยตอบคำถามแม่เธอให้มันถูกๆหน่อยว่าเธอมาเอง..พี่ไม่ได้..เชิญเธอมา" ผมหันไปพูดก่อนจะเดินสาวเท้าขึ้นไปบนบ้านพัก ห้องพักถูกจัดไว้อย่างเรียบร้อย มีแม่บ้านมาทำความสะอาดทุกอาทิตย์

         “และก็ตอบคำถามครูเวรด้วยถ้าเขาเห็นเข้า เธอนี้มันหาแต่เรื่องให้พี่ตลอด เธอรู้ตัวไหม..แก้ม” ผมหันมาต่อว่าแก้ม ที่ยืนมองผมก่อนจะหันซ้ายแลขวา

         "ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยแก้มอยากมา..อยากนั่งมองหน้าพี่คริสสุดหล่อของแก้ม" แก้มพูดผมส่ายหัวอย่างเอือมระอ้าก่อนจะเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบน้ำขึ้นกระดกดื่ม แก้มขึ้นนมาถึงก็เดินไปนอนลงที่บนที่นอนของผม เธอสวมกางเกงสั้นมาก เขาเรียกสั้นเสมอหูก็ได้มั้ง แต่หาได้ทำให้ผมสนใจไม่ ตอนนี้ผมสนแค่มือถือผมกับแอพพริเคชั่นสีเขียวที่ผมใช่คุยหยอกกับครูเขม ตอนนี้มันเงียบมากครูเขมไปไหนไม่โทรหาผม แม้แต่ข้อความก็ไม่มี นี้เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง จุดที่เงียบที่สุด!!!

         "แก้มพี่จะอาบน้ำนะและถ้ามีใครมาหาพี่เรียกพี่ด้วยนะ " ผมบอกแก้มคนที่นอนฟังเพลงในมือถือของตัวเองอยู่บนเตียงเล็กๆของผม


         "ค่ะพี่คริส" แก้มพูดผมหยิบเสื้อ้ผ้าเข้าไปเปลียนในห้องน้ำด้วยไม่กล้าออกมสวมข้างนอก แมมันนี้ก็ช่างไม่อายผมบ้างเลยผมเป็นผู้ชายนะ ผมเดินเข้าไปในห้องน้ำอากาศมันก็ร้อน ผมไม่ได้จะร้อนแค่กายนะใจผมก็ร้อน ทำไมผมคิดถึงเขาได้มากขนาดนี้

          นี้ผมรู้สึกอะไรกับครูเขมหรือเปล่านะ ทั้งที่ผมไม่เคยเป็นแบบนี้กับผู้ชายมาก่อน ขนาดไอ้โป้งที่ผมคบมันมาตั้งแต่เรียนม.ต้นจนเข้าม.ปลายขนาดว่าผมถูกพักการเรียนมันก็ยังไม่ทิ้งผมเลย ผมยังไม่รู้สึกอะไรพิเศษเท่ากับครูเขมที่ผมได้เจอวันแรกสายตาคู่นั้น สายตาที่บอกเขาไม่เคยหลอกผมว่าเขาห่วงใยและจริงใจกับผมมากแค่ไหน

         "ก๊อกๆๆ" เสียงเคาะประตู

          "แก้มไปเปิดประตูดิใครมา" ผมตะโกนออกมาจากห้องน้ำ ผมกำลังอาบน้ำชะระร่างกายอยู่และกำลังโป้ด้วย พออาบเสร็จก็รีบออกมาจากห้องน้ำแต่ยังคงเห็นแก้มนอนเล่นมือถืออยู่บนเตียงนอน เพราะว่าเขาเปิดมือถือผมไม่ได้หรอก ผมใส่รหัสล๊อกไว้

         "ใครมาแก้ม"   ผมถามแก้มที่เอาแต่กดมือถือตัวเอง

          "ไม่มีนิ" แก้มตอบโดยไม่เงยหน้ามองผม

         "แล้วใครมาเคาะประตูละแก้ม"

         "ไม่มีหรอกพี่คริส พี่นัดใครไว้หรือเปล่าละ"แก้มลุกขึ้นนั่งห้อยขาที่เตียงนอนผมหันหน้ามาทางผม

         "ไม่..ไม่ได้นัด" ผมพูดเบาๆ ผมเดินไปที่ตู้เย็นเปิดมาก็ไม่มีอะไรเลยมีแต่น้ำเปล่า แม่บ้านคงเอาของกินเล่นไปทิ้งหมดแล้วเริ่มจะหิวแล้วซิ

        "ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่าไม่มี..มีแค่แก้ม" แก้มยิ้มกรุ้มกริ่ม ผมแค่เหล่สายตาไปมองเธอแค่นั้น

        "แก้มเธอออกมาแบบนี้แม่ไม่ตามหาหรือไง ยิ่งมาอยู่ในห้องแบบนี้กับพี่มันน่าเกลียดเธอเป็นผู้หญิงนะและที่สำคัญเธอยังไม่สิบห้าเลย"ผมเดินมานั่งลงที่เก้าอี้

        "สิบสี่ย่างสิบห้าอีกแค่ไม่กี่เดือนก็จะทำบัตรประชาชนแล้ว..คราวนี้แก้มก็เป็นแฟนพี่ได้แล้วใช่มั้นละพี่คริส"

         "พี่ถามจริงๆเธอมาชอบอะไรพี่หนักหนาแม่เธอก็ม่ได้ปลื้มพี่"

       "แต่พี่หล่อแก้มรู้แค่นี้แหละ..ไม่เอาอะ..แก้มอยากเป็นแฟนพี่คริสนะ..ตั้งแต่อีพี่เชอรี่นั้นไปเรียนที่อื่นพี่ก็ไม่จีบใคร" เชอรี่คือแฟนคนที่ผมคิดจะจริงจังด้วย เชอรี่อายุน้อยกว่าผมสองปี ตอนนี้เธอถูกส่งไปเรียนเมืองนอกแทน เพราะว่าพ่อของเธอไม่ชอบให้ผมไปยุ่งกับลูกสาวเขาและเขอรี่คือจุดที่ทำให้ผมกับพี่กายมี่เรื่องบาดหมางกันเรื่อยมาจนตอนนี้

       "และแก้มนะดีใจแค่ไหนที่มันไปได้ซะที แก้มชอบพี่มาตั้งแต่เข้าเรียนม.1แหละแก้มมองอยู่นานแล้วแก้มอยากได้พี่เป็นแฟน"ตั้งแต่เข้าเรียน ม.1 ก็คิดหาแฟนเลยเหรอ

      "กลับได้แล้วมั้งแก้ม เดี๋ยวแม่เธอมาหรือใครมาเห็นมันน่าเกลียด"ผมพูดและจะออกไปหาอะไรกินด้วยแหละรู้สึกเริ่มหิวขึ้นมาแล้วซิคงต้องออกไปหาอะไรกินและพาน้องแก้มนี้ออกไปส่งก่อนที่แม่ของเธอจะมาตามและด่าผมเอาอีก ผมยิ่งความอดทนหน่อยอยู่ ผมนะไม่ได้ชอบนะให้ใครมาด่ามาว่าผมเป็นฝรั่งขี้นก คำนี้เจ็บที่สุดสำหรับผม

         "น่าเกลียดตรงไหนแฟนกัน"

          "แก้ม..พี่ก็บอกเธอแล้วไงว่าเราไม่ใช่แฟนกัน"

           "แก้มเป็นแฟนของพี่แล้ว" แก้มยังคงลอยหน้าลอยตาพูด ผมนั่งเอามือกุมขมับเครียดกับนางจริงๆ

         "ก๊อกๆ"เสียงเคาะประตูอีกแล้วผมเดินออกไปเปิดประตู ไอ้ปัน ปันนี้เอง

          "มีอะไรปันหน้า ตาตื่น" ผมถามไอ้ปัน

            "แก้มละว่า..แม่มันตามหามันวะ" ไอ้ปัน

             "เชร็ด!!" ผมสะบดออกมา

             "แก้ม..แม่น้องมาตามหานะ..น้องมาอยู่ที่นี้เดี๋ยวไอ้คริสมันก็โดนแม่น้องด่าอีกหรอก" ไอ้ปันปัน เดินเข้ามาพูดกับแก้ม พอแก้มได้ยินก็หันขวับมามองไอ้ปันปัน และกระฉากหูฟังออกจากหูอย่างไม่สบอารมณ์

             “และอีกอย่างน่ะ นี้มันบ้านพักที่ควรมีแต่ผู้ชาย แก้มทำอะไรคิดถึงความเดือดร้อนพวกพี่บ้างแก้ม” ไอ้ปันปันมันพูด ผมพยักหน้าว่าเห็นด้วยวะ

            "น่าเบื่อจริงๆ แม่นี้ก็น่าเบื่อมากจะตามทำไมก็ไม่รู้ ..อื้ย!!! "แก้มลุกขึ้นทำท่าสะบัดสะบิ้ง ผมหยักไหล่กับไอ้ปัน ปัน ว่าไม่รู้จะทำยังไงกับแก้มดี ไอ้ปัน ปันมันก็หยักไหล่ตอบกลับว่าจนปัญญาเช่นกัน

          "เออ...เมื่อกี้ครูเขมเข้ามาหามรึงไม่ใช่เหรอวะ กรูบอกว่ามรึงเดินเข้ามาที่บ้านพักวะ" ปันปันพูด ผมส่ายหัวว่าไม่นิ แต่คิดอีกทีมีคนมาเคาะประตูนะและผมก็บอกให้แก้มเปิดประตู

           "จริงดิวะ" ผมถามไอ้ปันกลับ ผมหันไปมองหน้าแก้ม

          "แก้มครูเขมมาใช่ไหม" ผมหันไปถามแก้มสีหน้าผมบอกได้เอาจริง เธอรีบก้มหน้าลงไม่กล้าสบตาผม

           "แก้ม!! พี่ถามครูเขมมาใช่ไหม"

            "แล้วทำไมเธอถึงไม่บอกพี่ละ และก็ไม่ยอมเรียกพี่หรือบอกให้ครูเขมรอพี่ก่อนก็ได้" ผมพูดเสียงดังใส่แก้ม

             "แก้ม...แก้ม.."ที่แบบนี้มาพูดตะกุกตะกักไม่ปากดีเหมือนเมื่อกี่เลย คงเพราะสีหน้าผมดูเอาจริงเอาจังมาก แก้มคงจะรู้ตัวดีว่าผมกำลังโกรธเขาอยู่

              "เธอบอกอะไรครูเขม" ผมเดินไปหยุดตรงหน้าเธอก้มลงมองหน้าเธอแบบคาดคั้นเอาความจริง ผมจ้องเธอแบบนี้เธอจะได้กล้าแถ

                "แก้มบอกว่าพี่อาบน้ำอยู่..เพราะว่าเราเพิ่งจะ..." ผมพยักหน้าเธอร้ายมากจริงๆแก้ม เธอพยายามกันทุกคนออกห่างจากผม

           "ออกไปเดี๋ยวนี้เลยแก้ม! และไม่ต้องมาหาพี่อีก...เจอกันก็ไม่ต้องเข้ามาทักพี่ไม่ต้องมาสุงสิงกับพี่อีกเธอนี้มันน่ารังเกียจ..มากแก้ม" ผมหันมาตะวาดเสียงดังไล่แก้มออกไปจากบ้านพักผม ไอ้ปัน ปัน มันก็พยักหน้าให้แก้มรีบออกไป ปัน ปัน มันรู้ว่าถ้าผมโกรธผมจะเป็นยังไง

           "และพี่จะพูดกับเธอครั้งนี้แค่ครั้งสุดท้าย....ว่าพี่ไม่ได้ชอบเธอเข้าใจไหม พี่เบื่อการกระทำแบบหมาหวงก้างของเธอมากเลยนะแก้ม "ผมหันมาพูดกับแก้มก่อนที่ผมจะรีบแทรกตัวลงจากบ้านผมต้องไปหาครูเขมไปอธิบาย เพราะว่าที่แก้มบอกว่าผมอาบน้ำอยู่และแก้มก็อยู่ในบ้านพักผมแบนี้เป็นใครก็คิด

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-09-2020 18:50:12 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 197
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

ออนไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 637
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
เชียร์พี่ก้อง ขอให้เขมเชื่อพี่ก้อง
 :katai5: ไปหาคริสสส

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
EP.7.1 ครููเขมงอนแล้วนะคริสตามง้อ ปล.18+   
     
           ผมขับรถมาถึงโรงเรียนนี้ปาเข้าไปเกือบสี่โมงกว่าๆพอรถเลี้ยวเข้ามาผมก็รีบเดินไปถาม กลุ่มเด็กที่เล่นสเก็ตบอร์ดอยู่ เข้าไปถามหาคริสโตเฟอร์ ผมจำได้ว่าเขาคือหนึ่งในกลุ่มเพื่อนๆของนายคริสโตเฟอร์ พอผมเดินไปถามและเขาก็บอกว่าคริสโตเฟอร์มาถึงแล้ว และเดินไปบ้านพักเมื่อสักครู่นี้เอง 

           ผมก็รีบตามเข้าไปถือห่อขนมเข้าไปด้วยกะว่าได้ชวนกินขนมหวานที่แม่ผมทำเอง พอไปถึงผมก็เคาะประตูและผมก็ต้องผงะตกใจมีเด็กผู้หญิงอยู่ในห้องกับคริส มองดูดีดีก็คือแก้ม เดินออกมาเปิดประตูด้วยสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงแบบนั้นเป็นใครก็คิดวะ พอผมถามหาคริสโตเฟอร์ เธอบอกว่าคริสโตเฟอร์อาบน้ำอยู่แบบว่าเพิ่งจะ...จุด.จุด..กัน แล้วผมจะยืนรออะไรละเพ่นกลับซิครับ เหมือนนางเองไปมั้ยวะเขม วิ่งทำไมเนี๊ยะ!!! วิ่งหนีมาทำไมเนี๊ยะ!!

                       "โว้ย!!!!" ผมสะบดออกมาพร้อมกับวางของที่ถือลงอย่างหงุดหงิด

                       "เป็นไงละเขมรีบมามากเป็นหวงเขามาก  กลัวเขาอยู่คนเดียวมาถึงแล้วเป็นไงเขาอยู่กับ ผู้หญิง" ผมพูดกับตัวอย่างหัวเสีย

                       "แล้วเราเป็นอะไรวะ ..หึงเหรอ..ไม่นะ หึงทำไมวะ ...เขม" ผมบ่นกับตัวเองเบาๆ


                       "รู้อย่างนี้อยู่บ้านตรวจการบ้านเด็กหาหนังใหม่ๆมานั่งดูคนเดียวซะก็ดี มาทำไมวะเรา" ผมพูดไปจัดของเข้าทีไปด้วยปึงปึงอยู่คนเดียวนี่แหละ

                       “ก็มาเพราะว่าไอ้หมอนั้นมันบอกเราว่าอยู่คนเดียวเหมือนพี่เบิร์ดไง” ผมยังคงบ่นอยู่คนเดียว

            เว้ยย!! ยิ่งคิดผมก็ยิ่งหงุดหงิดผมกำลังเก็บที่ผมแวะซื้อมาใส่ไว้ในตู้นี้ไปแวะซื้อพวกอาหารสดและของแห้งเข้ามาด้วยจะได้เอาไว้ทำอะไรทานกันใช่ผมคิดจะทำอาหารทานกับคริสโตเฟอร์นั้นแหละ เจอแบบนี้ไม่ต้องกินแล้ว ไปกินข้าวแกงนั้นแหละดี

              อากาศวันนี้ก็ไม่ได้ถึงกับร้อนมากหรอกนะแต่ผมนี้หงุดหงิดจัง มันเหมือนอะไรหว่า (เหมือนประจำเดือนจะมาเพื่อนๆชอบแซว) ผมเลยคิดว่าเดินเข้าไปล้างหน้าล้างตาซะหน่อยก่อนดีกว่าเพื่อจะดีขึ้น

                      ทันทีที่ผมก้าวขาเข้าห้องน้ำผมก็ต้องตกใจ น้ำนองเต็มไปหมด ไม่ใช่น้ำนองเต็มตลิ่งแต่นี้มันนองไปทั้วพื้นในห้องน้ำของบ้านพักครูที่ผมอยู่ และโชคดีที่ไม่ล้นขอบกั้นออกมาละ ไม่งั้นคงได้งานเข้าทั้งบ้านแน่ๆ  ผมก็เงยหน้าขึ้นไปมองฝักบัวมันหลุดไปทั้งหยวงเลย

                       เวรแล้วเขม!!!!แล้วผมจะซ่อมยังไงละทีนี้ผมรีบวิ่งไปรอบบ้านพักถึงมันจะหลังเล็กแต่ ผมก็วิ่งหานั้นหานี้ไม่ค่อยเจออยู่ดีเอาวะหยิบผ้าขนหนูเก่าๆเอาไปอุดไว้ก่อนแล้วผมค่อยออกไปเดินไปหาว่าใครจะซ่อมมันให้ได้บ้างนี้มันวันอะไรเนี๊ยะ ผมก็พยายามอุดมันไว้อยู่

                       "ครูเขม!!!" เสียงคริสโตเฟอร์ จะมาทำไมไม่อยากได้ยิน

                       "ครู!!!" ก็บอกไม่อยากได้ยินไม่ต้องมาเรียก

                       "ครู" ก็บอกไม่ต้องเรียกไง!! โว้ยย ..นี้ก็อุดไม่เข้าน้ำก็ไหลลงมาเปียกผมหมดไปทั้งตัว เปียกเหมือนลูกหมาเลย

                       "ครู!..ทำอะไรนะ!" เสียงคริสโตเฟอร์อยู่ด้านหลังผม พอผมเอี้ยวตัวหันไปชำเรืองมองผมคนที่เดินขึ้นมายืนพร้อมกับเลิกคิ้วสูงมองผมอยู่ด้านหลัง ก็เห็นอยู่แล้วว่ากำลังซ่อมอยู่จะมาถามทำไม ผมก็รีบหันหลังกลับไม่อยากสนใจคนกำลังโกรธ แต่ไม่ได้โกรธฝักบัวบนหัวผมนี้หรอกนะแต่ผมโกรธคนที่ยืนอยู่ข้างหลังผมต่างหาก

                       “เวลาครูงอนนี้เหมือนนางเอกมากเลยนะครู” นั้นไงว่าผมงอนเป็นนางเอก  ผมหันหลังกลับจะไปบอกว่าผมนี้นะไม่ได้งอนเหมือนนายเอกซะหน่อย แต่...

                       "ครูอย่าเหยียบ!" คนมันจะซวยช่วยไม่ได้เท้าผมดันเหยียกก้อนสบู่เข้าและมันก็ให้ผมเสียหลัก ด้วยความที่ตกใจมือไปจับที่ท่อแป๊ปไว้ได้ทน แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย หักลงมากับมือผมอีกที 

                       "เว้ยยยย" ผมร้องก็เสียงหลง

                       "หมับ! ..ปึก! "มีคนเข้ามารับผมคริสโตเฟอร์ คริสวิ่งเข้ามารับผมไว้ไม่ให้หลังของผมกระแทกกับพื้น ทั้งผมและเขาเปียกไปหมดทั้งตัว
                       คนที่เข้ามารับผมเปลี่ยนเป็นพลิกตัวขึ้นมาค่อมผมแทนแบบที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว คริสใช้แขนเพื่อยันรองรับน้ำหนักตัวเขาเอง และใช้แขนกันไว้ระหว่างช่วงลำตัวของผม สายตาของเขาไล่มองไปตามแผ่นอกของผม และไล่ลงไปเรื่อยๆจนถึงกางเกงขาไม่สั้นเหนือเข่านิดหน่อยตอนนี้มันเปียกฉ่ำไปหมด ผมก็ต้องรีบหนีบเข่าเข้ามาไว้ก่อน  ส่วนสายตาผมก็มองคนที่ค่อมผมไว้ไล่ลงไปเรื่อยๆเช่นกันจนหยุดที่หน้าท้องแน่นๆนั้น ตอนใส่ชุดนักเรียนมันต่างกันกับชุดอยู่บ้าน ชุดกางเกงกีฬาของอาดิแด้ส พอเปียกน้ำมันก็จะเข้ารูปได้ดี

                       "เอื้อก!!" ผมกลืนน้ำลงคอเสียงดัง เขาก็คงรับรู้ได้ว่าผมมองส่วนไหนของเขาบ้าง

                       "ครูเซ็กซี่ดีเนอะ..เวลาเปียกน้ำแบบนี้..โคโยตี้ล้างรถโชว์ยังไม่น่าดูเท่าครูเลยอะครับครู " รอยยิ้มที่เผยออกมาบนใบหน้าต้องคิดอะไรทะลึ่งกับผมอีกแน่ๆ เลยเนี๊ยะ ดูจากสายตาที่จับจ้องมองแบบไม่กระพริบแบบนี้แถมยังคีบคลานเข้ามาหาผม ผมก็พยายามถอยออกพร้อมกับ


                       "หึๆ" ส่ายหัวว่าไม่น่าจะใช่นะ ผมไม่ใช่โคโยตี้

                       “ครูคิดว่าเธอกลับไปดูโคโยตี้เถอะ!” ผมพูดและก้มลงมองเสื้อยืดสีขาวของผมเองด้วย แน่นอนพอโดนน้ำไปก็ไม่ต่างอะไรกับไม่ได้ใส่เพราะมันบางมาก และเงยหน้าขึ้นมอง แววตาเด็กคนนี้นี่มันนี้หื่นมากที่ได้เห็นเรือนร่างของผม

                       "ครูไปหาผมแล้วทำไมครูไม่เรียกผมละครับ" คริสโตเฟอร์ถามผม ผมรีบถอนหายใจออกมาทันทีทำท่าจะลุกแต่ก็ลุกไม่ได้ลำแขนขอคริสโตเฟอร์ที่กระหนาบข้างลำตัวผมอยู่มันขืนผมไว้ไม่ให้ผมลุกขึ้น แถมคริสโตเฟอร์ก็โน้มตัวลงมาใบหน้าเขาเกือบจะติดหน้าผม สายตาของเขาจับจ้องมองอยู่ที่ริมฝีปากชมพูอ่อนๆ (สีธรรมชาติจริงนะไม่ได้ทาลิป)

                       "ก็..เออ..ก็.แค่..ไม่อยากเข้าไปกวน" ผมตอบคริสและเอามือดันหน้าคริสโตเฟอร์ไว้ เพราะว่ามันพยายามเข้ามาใกล้ผมจนรู้สึกถึงลมหายใจร้อนผาวกระทบบนใบหน้า

                       "Q_Q" คริสโตเฟอร์

                       "ก็เห็นอยู่กับสาว..อาบน้ำเสร็จแล้วหรือไง " ผมถามคริสโตเฟอร์ออกไปด้วยน้ำเสียงที่ขุนเคืองกลับมาอีกครั้ง เป็นใครจะไม่เคือง ก็ผมนี่ดันเลือกขับรถมาหาเพราะจะมาอยู่เป็นเพื่อนแต่ดันมาเจอสาวอยู่เป็นเพื่อน ชิส์! และนายคริสโตเฟอร์ก็กลับยิ้มกริ่มส่งกลับมาให้ผมอีก นี่นายไม่รู้สึกนึกบ้างหรือไง(แอบคิดในใจ) 

                       "ครูหึงผมเหรอ" คริสโตเฟอร์ถามผม ปากเรียวๆสีแดงระเรื่อนั้นอยู่ตรงหน้าผมห่างจากปากผมแค่ไม่กี่เซน ผมถึงกับต้องเมมปากตัวเพื่อสะกดความรู้สึกกับสิ่งที่กำลังยั่วยุและปลุกเร้าอารมณ์ของผม สโลแกนแบบนี้ เขาเรียกเด็กมันยั่ว

                       "ไม่..ไม่ได้หึง..ไม่หึงเลย..จริงๆ" ผมพูดพยักหน้าแต่พอก้มลงมอง ผมก็ต้องกลืนน้ำลายเหนียวลงคอไปอีก คริสโตเฟอร์ก็ยิ่งคืบคลานขึ้นมาหาหาผมทุกที ทุกที จนขึ้นมาบนตัวผมเลยก็ว่าได้ ตอนนี้ผมก็เข้าไปอยู่ในมุมพอดิบพอดี  (จนมุมจนได้ผม)

                       "ครูมองหน้าผมซิครับ" คริสโตเฟอร์พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ผมก็ยิ่งไม่กล้ามอง คริสใช้มือช้อนหน้าผมให้หันไปเผชิญหน้ากับเขา

                       "อืมมม.."ริมฝีปากของคริสโตเฟอร์ประกบเข้ากับริมฝีปากได้รูปของผม ผมพยายามที่จะขัดขืนนะ เพราะในหัวผมมันสั่งแต่ใจมันไม่ทำตาม แม้กระร่างกายของผมมันก็ไม่ยอมรับฟังความคิดของผมเลยเช่นกัน รสจูบที่คริสมอบให้ผมด้วยความชำนาญและช่ำชองทั้งที่อายุยังไม่สิบแปดปีเลยด้วยซ้ำ แต่ที่แน่ๆมันไม่ใช่รสจูบของเด็กหัดใหม่เพราะว่ามันซาบซ่านจนยากที่บังคับปากตัวเองไม่ให้เผลอครางออกมาเบาๆ ลิ้นนุ่มๆนั้นก็รีบส่วนทางเข้าไปด้านทันที เพื่อเข้าไปเสาะหาความหวานในปากของผม ลิ้นผมก็ถูกส่งกลับไปในปากของคริสโดยอัติโนมัติเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเปรียบกัน คริสดูดดุลปลายลิ้นผมเล่นเบาๆ นิ้วมือคริสกำลังบี้ตุ่มแข็งๆสองจุดที่แปะไว้บนอกผมสลับกัน คริสขยับให้ผมนอนราบลงไปกับพื้นปากคริสก็ยังดำเนินอยู่ไม่ยอมหยุด ปากที่หนาๆทำหน้าที่บดและขยี่ริมฝีปากบางๆอย่างเร้าร้อน น่าแปลกที่สายน้ำที่ไหลลงมาราดรดร่างขอผมและคริส กลับไม่ได้ช่วยดับไฟตัณหามีให้ดับลงแต่จะยิ่งเพิ่มความร้อนแรงเหมือนเปลวเพลิงที่รุกโหมกระหนำเหมือนเอาน้ำมันราดลงบนกองไฟ ลิ้นนุ่มๆที่ลากขึ้นลากลงและเวียนวนไปทั่วทุกอณูของร่างกายมันเสียวซ่านมากจนต้องแอ่นร่างขึ้นรับกับการหยอกเย้าของคนเบื้องบน นิ้วมือที่กดจิกและกอดรัดสลับกันไปมาบนแผ่นหลังเพื่อพยายามลดลั่นอารมณ์ความต้องการ ผมพยายามขืนมันไว้

                       "คะ..คริส..อื้ม!...อ่าห์..." ผมพยามยามเรียกชื่อคริสแต่ก็อดไม่ได้ที่จะไม่ร้องครางตามออกมาด้วย

                       "ครับ...ว่าไง..ครับ..หึ!..บอกผมซิ...หึ!...ว่าครูไม่งอนผมแล้ว.." คริสโตเฟอร์พูดนี้เขาจะแกล้งผมให้ขาดใจตายใช่มั้ย

                       "อืมม" คริสโตเฟอร์ดูดลงที่ตรงท้องนอนผม

                       "ซี้ด!..โอ้วว " มันเสียวมากผมต้องแอ่นตรงส่วนนั้นขึ้นสู้กับปากคริส ผมพยายามกระดกหัวขึ้นมอง คริสโตเฟอร์เงยหน้าขึ้นมองผม

                       "ครูยังงอนผมอยู่ไหม..อืมม" คริสเลื่อนตัวขึ้นมาทาบทับที่ตรงหน้าอกผม ชายเสื้อที่ถูกถลกขึ้นมาด้วย คริสถามผมว่ายังงอนเขาอยู่ไหม พอผมยังไม่ตอบ คริสก็ก้มลง เขาใช้ลิ้นลงตรงกึ่งกลางของหน้าอกแบนและเลื่อนลงไปเรื่อยๆจนจะถึงขอบกางเกงแล้วผมต้องหายใจทางปากช่วย มือหนึ่งก็จับไหล่คริสไว้อยากจะดันออกแต่อีกมือก็กดหัวคริสโตเฟอร์ไว้ไม่อยากให้หยุด

                       "คริส..พะ..พอ..ก่อน..ครู..อื้ม!..อ่าห์."

                       "ครู..ผมว่า..ผม..." คริสโตเฟอร์เหมือนจะพูดอะไรสักอย่างซึ่งผมฟังไมได้ศัพท์แต่ในความคิดในหัวของผมแวปหนึ่ง เขาเป็นนักเรียน

                       "อืมม..ยะ..อย่า..คริส...นี้..ครูนะ..คริส..อืมมม..พอ..พอ..แล้ว..คริส.ซี้ดดดดดด อ่าห์ " ผมร้องห้ามปรามแต่ร่างกายผมมันก็ไม่หยุดตอบสนองซักที ถึงยังไงผมก็ต้องบอกให้มันหยุดให้ได้เพราะนี้มันผิดมาก ผมจะปล่อยให้เป็นแบบนั้นไม่ได้

                       "พอเถอะคริส....หยุดได้โปรด....อย่า...ครูทำไม่ได้...เราทำแบบนี้กันไม่ได้ เพราะ.." ผมดันคริสโตเฟอร์ไว้เพื่อให้เขาหยุดและคริสก็หยุดแค่ยั่งคงค่อมอยู่ด้านบนร่างของผม

                       “พี่ยังเป็นแฟนกับณัฐกานต์!” ผมพูดออกมาอย่างรวดเร็วแบบกลั้นใจและทุกอย่างก็หยุดนิ่ง เหมือนกดปุ่มสต๊อปค้างไว้

                       แฮ้ก!!!ๆๆๆๆๆ พร้อมเสียงหายใจหอบเหนื่อบของผมสองคน โดยเฉพาะผมเรียกได้ว่าต้องหายใจทางปากร่วมด้วย เขาเรียกว่าเจอวัวหนุ่มเขาไปนี้หอมเลยใช่ไหมเนี๊ยะ!! เปล่า! เขมชาติเกือบขาดอากาศหายใจตายครับ  ผมได้แต่มองคริส เด็กสมัยนี้ทำไมถึงได้ไวไฟกว่าผมอีก นี้ขนาดยังไม่ 18ปีเลยนะนายนี่ ยังมาทำหน้าเซ็กซี่ใส่ผมอีก

                       "แน่ใจเหรอว่าครูทำไม่ได้..ดูมือครูซิ"คริสโตเฟอร์พูด ผมก็ก้มลงมือผมกำและคลึ่งตรงนั้นอย่างเมามันมาก ส่วนสงวนของคริสโตเฟอร์

                       "เฮ้ย!!! ผมรีบชักมือกลับ มันพองโตและเต็มไม้เต็มมือ

                       "เคล้าและก็คลึงราวกับรู้งาน!!..แบบนี้ "คริสโตเฟอร์ยิ้มที่มุมปาก พอโดนแซวผมก็ทำท่าจะลุกหนีแต่ลุกไม่ได้คริสโตเฟอร์ดึงรั้งผมไว้ไม่ให้ลุกไปไหน ผมหันมามองหน้าเขาโดยไม่มีคำพูดใดออกมาจากปากผม

                       "ครูกลับมาเร็วครูมาหาผมเหรอครับ"คริสโตเฟอร์ถามผมถ้าบอกว่ามาหาก็เสียฟอร์มครูแย่เลย

                       "เปล่าแค่มาก่อน.ครู...เออ...ครูเป็นห่วงบ้านพักนี้ดูซิ ท่อน้ำแตกถ้าไม่มาวันนี้น้ำท้วมห้องแน่ๆเลย" ผมพูดแก้ตัวแต่คนตรงหน้านะไม่เชื่อผมหรอก

                       "มาหาผมก็พูดมาซิ...แถมครูยังมางอนผมเป็นสาวๆอีกนะ" คริสโตเฟอร์มองจ้องเข้ามาในแววตาของผม

                       "ครูนี้วิ่งหนีผมเหมือนในละครหรือเปล่า ..มุขที่ผู้กำกับเขาใช้กันบ่อยๆ เดินเข้าไปเจอผุู้หญิงและคิดเองเออเองว่าเขามีอะไรกัน...ใช่มั้ยละครับ" คริสโตเฟอร์พูด สายตาที่คาดคั้นผมอยู่ไม่ว่าจะพยายามหลบทางไหนสายตาคู่นั้นก็ตามผมไปจนผมจนมุม ต้องยอมจำนนเลยไม่หนีและหันหน้าไปเผชิญหน้าแทน ก็เล่นต้อนซะไปไหนไม่ถูกแบบนี้

                       "และครูก็เป็นนางเอกวิ่งออกไป"นายคริสพูดยังกับว่ามันยืนมองอยู่ตลอดอย่างนั้นแหละ  ก็ไม่ได้วิ่งแค่เดินอย่างเร็วเฉยๆ ผมคิดในใจ

                       "แต่คริสนะขยันง้อ..ว่าแต่ครูหายโกรธหรือยังอะ..ถ้ายังไม่หายจะได้ง้อต่ออีกรอบ.." คริสโตเฟอร์พูดและเลียริมฝีปากตัวเองพร้อมกับจะเข้าหาผมอีก 

                       "พอ..พอแล้ว!!..ครูไม่ได้โกรธแล้ว" ผมรีบร้องห้ามปรามดันตัวคริสไว้ ที่อย่างนี้ละขยันเชียวนะ

                       "ผมกับแก้มไม่ได้มีอะไรกันนะและผมก็เพิ่งกลับมาถึงก็เลยเข้าห้องน้ำอาบน้ำส่วนแก้มก็เดินตามผมเข้าไปในนั่งเองจะไล่ยังไงแก้มก็ไม่ยอมไป ครูเชื่อใจผมหรือเปล่าและแก้มเขาเคยช่วยผมไว้ตอนที่ผมเกือบโดนรุมทำร้ายผมเลยไม่ได้เด็ดขาดเรื่องแบบนี้แค่กลัวมันเสียใจ”

                       “แต่ผมกับแก้มไม่เคยมีอะไรกันเกินเลยไปกว่ารุ่นพี่รุ่นน้อง..จริงนะครู ผมสาบานได้" คริสโตเฟอร์พูด ผมเงยหน้ามองคนตรงหน้า

                       "ถ้าครูไม่ชอบผมจะไม่ยุ่งกับแก้มอีกก็ได้นะ...ด้วยเกียรติเคยเรียนลูกเสือมา" คริสโตเฟอร์พูดและทำนิ้วสามนิ้วแบบลูกเสือโชว์ผม

                       "ครูเชื่อผมซิ ..ผมยังเชื่อครูเลยนะเวลาครูบอกอะไรผมนะ แต่นี้พอผมพูดบ้างครูจะไม่เชื่อผมเหรอ" คริสโตเฟอร์พูดสายตาคู่นั้น มันสื่อความหมายให้ผมรู้ว่าเขาพูดจริง

                       "อืม" ผมพยักหน้าเบาๆ 

                       "ทำไมอือละ" ผมเงยหน้าขึ้นไปมองคริส! อือก็แปลว่าเชื่อไง ยังเลิกคิ้วสูงอีกสงสัยเป็นคำตอบที่ไม่พอใจ
 
                       "เชื่อใจ! พอใจหรือยังละและเป็นห่วงเพราะว่ามันไม่เหมาะสมนะถ้าครูใหญ่รู้เรื่องเขานายจะโดน"

                       "ผมรู้ผมก็บอกแก้มไปแล้วว่าอย่ามาหาอีก..สงสัยต้องหาแฟน..." คริสโตเฟอร์พูดก้มหน้ามาหาผมอีกแต่ผมก็ดันตัวเขาเอาไว้ก่อนที่เขาจะทำอะไรผมอีก

                       "คริสลุกขึ้นก่อนซิ น้ำนองเต็มไปหมดแล้วเนี๊ยะ!" ผมพูดบอกคริสโตเฟอร์ เขาก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับยื่นมือมาให้ผมจับเพื่อยันตัวเองลุกขึ้น คริสโตเฟอร์ถอดเสื้อยืดออกมาบิดน้ำทิ้งและสวมกลับเข้าไปไหม นึกในใจอย่าถอดตรงนี้ได้มั้ย

                       "ไม่เห็นจะต้องแอบมองเลย..ถ้าครูอยากมองผมนะยินดีให้ครูดูอยู่แล้ว" คริสโตเฟอร์พูดพร้อมส่งยิ้มให้ผม ผมคิดว่าช่างไม่อายกันบ้างเลยนายนิ แต่ส่วนใหญ่ฝรั่งไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายเขาไม่สนใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว 

                       "ครูอยู่บนบ้านนี้แหละ..ผมจะลงไปดูว่าประตูน้ำอยู่ตรงไหน "  คริสโตเฟอร์บอกผม ผมก็พยักหน้าเบาๆ

                       "น่าจะอยู่แถวๆนี้แหละคงเหมือนที่บ้านพักของผม...ผมจะได้หมุนปิดประตูน้ำให้เลย" คริสโตเฟอร์พูด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปเห็นผลงานของผมที่ไปหยิบเอาเศษผ้าอะไรก็ไม่รู้มาอุดไว้ก่อนจะก้มลงมามองหน้าผม ผมก็ยิ้ม มันรีบอะนะ
                       "ใครบอกครูเนี๊ยะ!  ว่าเอาผ้ามาอุดแล้วมันจะดีขึ้นนะครู..ฮาๆ " คริสโตเฟอร์หันมาแซวผม ผมก็ต้องสะบัดหน้าหนีอายลูกศิษย์ แอบนึกในใจทำไมเราคิดไม่ได้วะต้องไปปิดประตูน้ำและประตูน้ำอยู่ตรงไหนยังไม่รู้เลย และที่มันเป็นแบบนี้ก็เพราะมัวแต่โมโหนายคริสนี้แหละ (ปากผมมุบมิบๆบ่นเบาๆกับตัวเอง)
                       “ครูบ่นอะไรผมนะครับ” นั้นยังมีนหน้ายื่นหน้ามาใกล้กับผมอีกน่ะ
                       “ไม่ได้บ่น..อะไร ..นายหูฝาดไปหรือเปล่า” ผมพูดเชิงถามและดันหน้าคริสโตเฟอร์ออกอีกครั้ง

                       “ถ้าอย่างนั้นผมลงไปปิดประตูน้ำให้ก่อนนะครับครู ..หึหึ” นายคริสพูดและเดินหันหลังออกไป เหลือแค่ผม ทื่ยืนมองแป๊ปน้ำ ไม่นานน้ำก็หยุดไหล่

                         ผมยืนลำดับภาพเหตุการณ์เมื่อสักครูเรียกว่ารีเพลย์อีกทีก็ได้นะแบบว่ามันเร็วมาก เสื้อยืดและกางเกงพอมันเปียกน้ำมันก็แนบเนื้อจนเห็นได้ทุกสัดส่วน และยิ่งเมื่อกี่กำไปนี้เต็มมือมาก เชื่อแล้วที่เขาบอกว่าไซ้ฝรังกับคนไทยมันต่างกันเป็นแบบนี้นี่เอง และว่านายนี้มันยังไม่ 18 ปีเลย มันยังโตได้อีกว่างั้น ถึงตอนนั้นไม่อยากคิดนะ ขนรุกเลยครับผม ไม่ได้รุกสู้ด้วยน่ะแต่รุกแบบสยอง

                       "ครู!" คริสโตเฟอร์เรียกผม และมายืนจ้องหน้าผมตอนไหนก็ไม่รู้ 
 
                       "เฮ้ย!! " ผมก็ตกใจซิเพราะมัวแต่จินตนาการภาพเมื่อสักครู่ในห้องน้ำแบบว่ามันจบไปนานแล้วแต่ในหัวผมยังไม่จบ

                       "ทำไมมายื่นจ้องหน้าครูละ..ตกใจหมด"

                       "ผมก็ผมยืนเรียกครูอยู่พักหนึ่งได้แล้วนะครับ ..แล้วครูละคิดอะไรอยู่” นายคริสโตเฟอร์ถามผม

                       “ครูต้องคิดอะไรกับผมแน่ๆ หรือว่าเสียดายมันสั้นไปหน่อย ม้วนวิดิโอที่เราแสดงกันเมื่อสักครู่นี้อ่ะ " คริสโตเฟอร์บอกผมและยังบอกว่าตอนที่ผมกับเขาจูบกันมันสั้นไป ผมแอบคิดในใจ สั้นอะไร นานมากจนผมเกือบขาดอากาศหายใจตายต่างหาก

                       "เพี๊ยะ!!" เสียงฝามือตีลงที่ต้นแขน  "อิว!!" เสียงร้องว่าเจ็บ ก็จะไม่ให้ตีได้ยังไง เอานิ้วมาไต่ที่หน้าท้องของผมและทำท่าจะไต่ขึ้นมาที่แผ่นอกผมด้วย

                       "ผมคิดว่าครูโจ้ไม่อยู่บ้านแน่ๆครู เพราะว่าผมไม่เห็นรถเก๋งครูจอดอยู่มีแต่รถมอเตอร์ไซค์ทีเก่ามาก วิ่งได้ก็บุญหนักหนา " คริสโตเฟอร์บอกผม

                       "แล้วครูจะทำยังไงละ ห้องน้ำก็คงใช้ไม่ได้เพราะว่าไม่มีน้ำ...และต้องรอครูโจ้มาซ่อมพรุ่งนี้อีก " ผมพูด นี้น้ำก็อาบไม่ได้ ห้องน้ำก็เข้าไม่ได้แล้วจะให้ผมทำยังไงละทีนี้

                       "ไปนอนบ้านพักกับผมซิครู ไอ้โป้งไม่กลับคืนนี้นะครู" คริสโตเฟอร์ออกปากชวนผมไปนอนด้วย จะดีเหรอ ขนาดเมื่อกี้ในห้องน้ำยังเกือบเรียกสติกลับแทบไม่ทัน ยังมีหน้ามาชวนผมไปนอนที่บ้านพักด้วยอีก

                       "ไม่เป็นไรนะคริส ครูว่า..ครูอยู่ได้นะ..ไม่เป็นไร... "ผมรีบพูดปฏิเสธทันที

                       "ครู..ไม่มีน้ำใช้นะแล้วครูจะเข้าห้องน้ำยังไงละครับ " คริสโตเฟอร์พูดและเลิกคิ้วสูง มันทำให้ผมคิดก็จริงอะนะ ผมจะเข้าห้องน้ำยังไงละ

                       "ไปนอนบ้านพักกับผมก่อนนะครู..และนี้ครูก็รีบกลับมาเพราะว่าจะมาอยู่กับผมไม่ใช่เหรอ" คริสโตเฟอร์พูดและถามผมกลับพร้อมใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มด้วยความดีใจ

                       "นะ..นะ..ครู" คริสโตเฟอร์พูดเรียกว่าอ้อนจะดีกว่า อ้อนให้ผมไปนอนกับเขา อยากจะรู้อ้อนสาวแบบอ้อนผมไหมเนี๊ยะ เอ๊ะ! หรือว่านึ้อาการเริ่มจะหึง ฮาๆ 

                       "อืมม" ผมพยักหน้าว่าก็ได้ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าคนตรงหน้าทันที

                       "ถ้าอย่างนั้นเราเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนแล้วกัน เอาของครูใส่ไปก่อน"ผมบอกคริสโตเฟอร์ เขาก็พยักหน้า ผมเดินไปหาผ้าเช็ดตัวให้ รสจูบเมื่อกี้ทำให้ผมถึงกับเคลิบเคลิ้มจนลืมขัดขืนไปชั่วขณะ ช่างน่าอายจริงๆเขมเอ่ย!!

                ผมเดินกลับออกมาพร้อมกับผ้าเช็ดตัวส่งให้คริสโตเฟอร์เขาก็รับไปเช็ดตัวและเช็ดผมที่เปียก ผมก็รีบเดินกลับเขาไปในห้องนอนถอดเสื้อผ้าที่เปียกออกเช่นกัน นุ่งผ้าเช็ดตัวพันกายไว้เฉยๆ ตาก็มองหาเสื้อผ้าตัวไหนจะให้คริสโตเฟอร์ใส่ได้ คงต้องเป็นเสื้อยืด

                       "ครู….ผมครูเปียกอะครับ" เสียงคริสโตเฟอร์ดังอยู่ข้างๆผม เขาเดินเข้ามายืนประชิดตัวผม อย่าบอกนะว่าจะจูบผมอีกแล้ว หลับตาปี๋(รอจูบใช่ไหมเขม)

                       "ครูผมจะเช็ดผมให้ ไม่ได้จะจูบครูสักหน่อย..ครูนี้ก็หื่นใช่เล่นเหมือนกันนะ " ผมลืมตาโพลง มองคนที่เอาผ้าขนหนูผืนเล็กๆขึ้นมาซับเส้นผมบนหัวผมและขยี่มันเบาๆ ผมก้มลงมองหน้าท้องแบนๆของคริสโตเฟอร์ ถึงไม่มีซีกแพคชัดเจนแต่มันก็มีกล้ามท้องสวยๆ ก็คริสนะเป็นนักกีฬา และมันก็ทำให้คนตรงหน้าอย่างผมไม่อยากละสายตา และผ้าเช็ดตัวที่พันอยู่ต่ำกว่าสะดือของคริสโตเฟอร์ผมก้มมองอยู่พักหนึ่งรอให้คนที่กำลังซับน้ำออกจากผมรองทรงของผม ผมรู้สึกว่ามือที่จับชายผ้าไว้ทั้งสองข้างหยุดนิ่งผมเงยหน้าขึ้นมามองดูคริส สายตาคู่นี้มันทำให้ผมใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาเต้นอยู่ข้างนอกอกผมแทน

                       "อันนี้แหละจะจูบ" คริสโตเฟอร์บอกผมเขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ผม ใกล้มาก มากจน

                       "ครื้ด " เสียงท้องร้องดังมากของคนตรงหน้าผม คริสโตเฟอร์ก้มลงมองดูพุงตัวเองไม่หรอกแบนแบบนี้

                       "หึๆๆ" ผมปิดปากหัวเราะขำคนตรงหน้าผม ยืนเอนหลังผิงกับตู้เสื้อผ้า คริสโตเฟอร์หันมามองหน้าผม

                       "ฮาๆ "และผมหลุดขำออกมาเต็มที จากที่เมื่อสักครู่นี้ผมพยายามกลั้นแล้ว

                       "นี่นายหิวข้าวหรือไง" ผมถามคริสโตเฟอร์

                       "ร้องดังขนาดนี้ไม่หิวก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วครู" คริสโตเฟอร์พูด ผมเลิกคิ้วมองนี้บ่ายสี่กว่าๆ

                       "ใช่ผมยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เช้าก็ตอนนั้นมันไม่หิว แต่พอเจอหน้าครูหิวทันที" คริสโตเฟอร์พูด ผมมองหน้าหิวอะไรกันแน่

                      "หิวครู" คริสโตเฟอร์พูดให้ผมอ่านปาก ผมรีบหมุดเดินหนีออกไปดีกว่า เพราะว่าถ้าผมยังอยู่ตรงนี้นานและยิ่งเขาอยู่ในสภาพแบบผ้าเช็ดตัวพันกายแบบหมิ่นๆด้วย เดี๋ยวผมคงได้โดนเด็กกิน..ตับ..ตับ ...และนายนี่ก็บอกผมอยู่ว่า..หิวครู!

                       "ใส่เสื้อผ้าซะ ครูจะทำอะไรให้ทานแล้วกัน..มาม่าผัดนะ ..ได้มั้ยละคริส" ผมพูดและหันไปถามคริสโตเฟอร์รับเสื้อผ้าจากผมไปสวม ผมก็สวมเสื้อผ้าเช่นกัน และรีบเดินออกไปจัดการเตรียมหันผัก หันหมู ว่าจะทำมาม่าผัดขี้เมา ผมเหลือบตามองไปที่มือถือ

                       "โอ้วเชร็ด!! "ข้อความที่ต่อว่าผมจากณัฐกานต์และสายที่ไม่ได้รับ ผมปิดเสียงมันเอาไว้

                       "เขมเป็นบ้าอะไรถึงได้กลับไปโรงเรียนแล้วทั้งที่วันนี้มันวันเสาร์นะจะรักโรงเรียนอะไรขนาดนั้นเพราะว่าเขมเป็นแบบนี้ไง ถ้ากานต์มีคนอื่นก็ไม่ต้องมาถามหาเหตุผลหรอกนะว่าทำไปทำไม" ผมยืนอ่านแล้วก็รู้สึกผิดนี้ณัฐกานต์คงโทรไปหาแม่ผมและแม่ก็คงบอกว่าผมกลับมาที่โรงเรียนแล้ว

                       "แฟนส่งข้อความหาเหรอครับครู..เขาโกรธใช่มั้ย..ที่ครูเลือกมาหาผม" คริสโตเฟอร์ถามผม

                       "อืม...เขาโกรธแต่ครูเลือกมาแล้วนิ..ช่างมันเถอะเดี๋ยววันอาทิตย์ครูค่อยกลับไป..หาเขา..กลับไปคราวนี้คงต้องคุยกัน.แต่ตอนนี้ครูยังไม่พร้อมจะคุย " ผมพูดและหันกลับไปทำอะไรให้คริสโตเฟอร์ทาน คริสโตเฟอร์นั่งเอามือเท้าคางมองผมทำกับข้าว

                       "ครูทำกับข้าวเก่งเนอะทั้งที่เป็นผู้ชาย..หัดไว้ไปเป็นแม่บ้านให้ใครหรือเปล่า" คริสโตเฟอร์พูดแซวผม

                       “พ่อบ้าน ไม่ใช่แม่บ้าน นายนี้ไม่รู้จะเรียกว่าเข้าใจไม่ถูกต้องหรือใช้คำไทยไม่ถูกกันแน่ นายคริส!” ผมละสายตาไปเหล่มองนายคริสที่ยังคงเอามือเท้าคางมองผมที่หันผักเพื่อจะทำอาหารให้เขาทานไปก่อนและผมก็รีบเปิดแก็ส เพื่อทำการผัดทุกอย่าง นายคริสก็อ้าปากจะแซวผมอีก ผมก็เลยหันไปชี้ด้วยตะหลิว

                       “และอย่าแซวเดี๋ยวปล่อยให้ท้องร้องซะเลย" ผมก็หันไปมองหาจาน ผมเปิดดูในตู้ที่เอาไว้ใส่ภาชนะ ผมไม่เคยใช่จานชามที่นี้เลย พอเปิดออกมาเพิ่งจะรู้นะว่ามีจานอยู่ใบเดียวเอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-09-2020 19:38:30 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 197
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
       EP.7.2 ครููเขมงอนแล้วนะคริสตามง้อ ปล.18+ ครึ้งหลัง

                   เฮ้ย!! เรื่องจริงเหรอเนี๊๊ยะ เรื่องจริงยิ่งกว่านิยายแล้วคนเก่าเขาอยู่ยังไงผมเปิดดูอีกชั้นยังดีที่มีช้อนกับซ้อมสองคู่ ผมหันไปมองคริสโตเฟอร์ เสียสละให้กินไปก่อนแล้วกันเดี๋ยวผมค่อยกินทีหลังก็ได้ ผมตักใสจานใบเดียวนั้นแหละและไปวางตรงหน้าคริสโตเฟอร์ เขาหันมามองผม

                    "ครูไม่ทานเหรอครับ"

                      "ทานก่อนเลย" ผมพูดขณะที่กำลังปลดผ้ากันเปื้อนออก

                       "ครู.."

                       "มันมีจานใบเดียวเธอกินก่อนครูกินที่หลังเธอ"ผมหันไปบอกคริสโตเฟอร์กำลังจะเก็บล้างภาชนะระหว่างที่รอ

                       "ไม่เอากินด้วยกันจานเดียวกันนี่แหละ มาเลยมานั่ง" คริสโตเฟอร์เดินมาดึงแขนให้ไปนั่งข้างๆเขา ผมก็นั่งลงเขาก็ใช้ส้อมม้วนเส้นมาม่าเอาขึ้นมาเป่าก่อนที่จะส่งมา ทำท่าจะป้อนผม ผมส่ายหัวไม่ต้องป้อนผมจึงเอื่อมมือไปจะคว้าช้อนส้อมมาถือเองแต่คริสดึงกลับไม่ยอมให้ผม

                       "ป้อนให้..อ้าปากซิครู .." คริสโตเฟอร์บอกผม ผมก็ค่อยๆ อ้าปากมันเขินซิครับให้เด็กมาป้อนให้ถ้าเป็นเอิร์ธหลานผมจะรีบเลยแต่นี้มันนายคริสโตเฟอร์ และเขาก็ป้อนมาม่าผัดเข้าไปในปากผม

                       "อืมม." อร่อยดีเหมือนกันนะฝีมือเราเนี๊ยะ

                       "เป็นไงครู ..ผมเสียสละป้อนครูก่อนเพื่อว่าครูเป็นอะไรไปผมจะได้พาไปโรงพยาบาล อ้อก่อนผมจะพาไปจะผายปอดให้ก่อนด้วย..ปั้มหัวใจผมไม่ค่อยแม่นแต่ผายปอดนี้ผมชอบมาก เมาส์ทธเมาส์ ..อืมมม " นายคริสโตเฟอร์พูดและทำปากแบบท่าจูบ ผมแอบคิดในใจนั้นคือเมาส์ทูเมาส์ที่นายเรียนปฐมพยาบาลเบื้องต้นมาแน่เหรอ และนี่ก็ทำให้ผมมองค้อนด้วย นายนี้ไม่วายต้องหาเรื่องวุ่นวายกับปากผมอีก

                  ผมลุกขึ้นไปหยิบช้อนส้อมอีกคันมาตักมาม่าผัดในจานเดียวกันและนั่งทาน นายคริสโตเฟอร์ก็หยิบมือถือผมไปเปิดดูรูปถ่าย ส่วนผมก็นั่งทานไปด้วยมองหน้าคนข้างๆไปด้วย

                       “ในรูปเหมือนครูกับแฟนรักกันดีจังนะ” คริสโตเฟอร์พูดและหันมาเหล่มองผม รูปนี้มันน่าจะสองปีที่แล้วยังรักกันดี   

                       “แต่ในความเป็นจริงผมว่าครูไม่มีความสุขเลยจริงไหม” คริสโตเฟอร์เงยหน้าขึ้นมามองผมก่อนจะก้มหน้าลงไป

                       “ครูเคยได้ยินไหมร้องเท้าสวยแค่ไหนถ้าใส่แล้วมันกัดก็ต้องถอดมันออก คนรักก็เหมือนกันรักมาแค่ไหนถ้าไปไม่รอดก็ต้องเลิก” คริสโตเฟอร์พูด ผมหยุดนิ่งชั่วขณะก่อนจะหันไปมองคนข้างที่กดเลื่อนดูรูปในมือถือผมและทานไปด้วย

                       "นี้พี่ชายครูเหรอครับ ..พี่ชายครูเท่อะ ..เขาเป็นทหารเหรอ"

                       "ทำไมนายรู้ละ" เพราะว่าชุดที่ถ่ายรูปกับผมไม่ค่อยมีรูปที่ใส่เครื่องแบบเอาซะเลย และมันก็แค่เสื้อยืดที่รัดรูปกล้ามนี้เป็นหมัดๆมากกว่าผมซะอีก ก็ทหารหน่วยรบพิเศษ

                       "ดูแววตาที่ดุดันผมว่าเขาเหมาะที่จะเป็นสไนเปอร์มาก และจากความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อดูท่าทางจะฟิตมาอย่างดี ผมอยากได้แบบนี้ "คริสโตเฟอร์เขาหันมามองผมแวปหนึ่งยิ้มที่มุมปาก

                       "ครูชอบไหมคนมีกล้ามแขนใหญ่ๆแบบนี้" คริสหันมาถามผม

                       "เธอมาถามครูทำไมละ เอาไว้ถามแฟนเธอซิคริส" ผมพูด ก้มหน้าลงตักมาม่าผัดใส่ปากเก็บอาการเขิน

                       "ก็ถามอยู่นี้ไง ..ชอบไหมถ้าผมมีกล้ามแขนแบบพี่ชายครูอะ"

                       "ก็ชอบมั้ง.." ผมตอบเบาๆ

                       "เดี๋ยว..ใครแฟนเธอ!" ผมสะบัดนหน้าหันไปมองคริสโตเฟอร์

                       "หึๆๆ.." คริสหัวเราะผมในลำคอและหยักไหล่ให้ผมแค่นั้น
   
                 คริสโตเฟอร์ก้มหน้าก้มตาเล่นมือถือผมต่อไป ผมนั่งทานผัดขี้เมาฝีมือตัว ผมตักไปจนคำสุดท้าย แต่คำสุดท้ายนี้รู้สึกแปลกๆเส้นสุดท้ายนี้มันไม่ได้มาจากจานผมแต่ว่ามันเหมือนกำลังเชื่อมโยงมาจากคนข้างๆ

        ผมสองคนกำลังกินเส้นเดียวกันอยู่เหรอ เส้นยังคาอยู่ที่ปากของผมและอีกส่วนก็อยู่ปากของคริสโตเฟอร์ พอนายคริสหันมาเห็นก็รีบหมุนเก้าอี้หันมาเผชิญหน้ากับผมทันที ผมส่ายหน้าว่าไม่นะ แต่อีกคนพยักหน้าว่าเอา ยังมีควักมือให้ผมเข้าไปหาเขาใกล้ ผมส่ายหน้าว่าไม่เอาอะ จนอีกคนต้องเม้มปากดูดกลืนเส้นเพื่อจะได้สาวเข้ามาหาผมแทน และนั้นก็แปลว่าคริสมันกลายเป็นฝ่ายรุกเขามาผมและเส้นนั้นก็ล้นเข้ามาเรื่อยๆ จนปลายจมูดคริสโตตเฟอร์ชนเข้ากับปลายจมูกของผม มือของคริสโตเฟอร์ก็รั้งเอวผมไว้ไม่ให้ผมขยับหนี ตอนนี้ผมเลยต้องหลับตาปี๋ไม่กล้ามอง ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยคิดว่าจะทำแบบนี้กับใครเลยแต่ก็เคยเห็นแต่ในหนังสือการ์ตูนและจู่ๆก็มีผู้ชายมาทำแบบนั้นกับผมจะทนดูได้ยังไง รู้สึกได้ว่าริมฝีปากใครบางคนกำลังเลมอยู่ที่ริมฝีปากของผมอย่างเมามัน แขนผมถูกยกให้ไปคลองไว้แบบโอบรอบคอของคริสโตเฟอร์แทน ลิ้นนุ่มเริ่มชอนไชรุกร้ำเข้ามาในปากผม เพื่อลิ้มรสรสชาติมาม่าผัดในปากผม

"คริส!!" ผมทั้งคู่ต้องเบิกตาโพลงมีคนมาเรียกคริสโตเฟอร์
        เสียงเรียกดังอยู่ทีหน้าบ้านพักผม ผมรีบดันอีกคนออกไปจากตัวผมก่อนและคริสโตเฟอร์ก็ลุกขึ้นไปอย่างหัวเสียเพื่อออกไปดูว่าใครที่มาเรียกเขา ถ้าอย่างนั้นแสดงเขาต้องรู้ว่าคริสอยู่กับผมที่นี้ถึงได้มาถูก ส่วนผมเองก็นั่งเอานิ้วแตะที่ริมฝีปากตัวเอง วันนี้โดนไปกี่ทีแล้ววะเขม!! อยู่กับณัฐกานต์มายังไม่เคยโดนจูบมาราธอนขนาดนี้เลย! ผมเก็บจานที่ว่างเปล่าหันไปล้าง

              "อะไรของมึงวะ!" คริสโตเฟอร์ตะโกนถามผู้มาเยือน

              "คืนนี้พวกกูจะไปผับพี่ปืนกันวะ เขาบอกว่าคืนนี้ไปได้ ไม่มีตำรวจและคืนนี้ก็มีโคด้วย" ผมได้ยินการสนทนาของคนข้างล่าง คริสโตเฟอร์หันมามองผมมีโคด้วยโคโยตี้ซิท่า คริสหันมาเหล่มองผม

              "ไม่เอาวะ กูเหนื่อย" คริสโตเฟอร์ตะโกนตอบไป

              "ห๊ะ!! ทำอะไรเหนื่อยวะ" นั้นซิ ผมหันไปมองเหมือนกันว่าเหนื่อยได้ไง ยังไม่ได้ทำอะไรกันสักหน่อย คริสโตเฟอร์หันมายิ้มให้ผม ผมนี้หันไปชี้นิ้ว เดี๋ยวจะโดน

               "เออ..กูเหนื่อยแล้วกันไม่อยากไปและกูก็ไม่ชอบดูโค." ผมแอบยิ้มดีแล้วแหละที่ไม่ชอบไปดูโคโยตี้

                "เหรอ!! ถ้ามึงไม่ชอบไปดูโคแล้วมรึงชอบดูอะไรวะ โคออกจะน่ารัก โคโยตี้นะโว้ยเฮ้ย!! " ผมหันไปเหล่มองจะใจอ่อนไปกับเพื่อนไหมละ

                 ติ๊กต๊อกๆๆๆๆๆๆๆ โคโยตี้สาวๆสวยๆ หุ่นดีดี จะไปไหมละ ? ผมแอบคิดแทนในใจ ไม่กล้าเปิดก๊อกน้ำดังเดี๋ยวไม่ได้ยิน แม้จะไม่ได้ออกไปยืนฟังใกล้ก็ตามแต่ก็คะแคงหูรอฟังคำตอบนายคริสโตเฟอร์ว่า

                 "ไม่ไปวะ... กรูชอบดูครูมากกว่า. "  ผมได้ยิน กำหมัด เยส! แต่มันไปบอกเขาว่าชอบดูครูมากกว่า ผมสะบัดหน้าไปแต่ก็ไม่ทันแล้ว นายคริสนะนายคริสโตเฟอร์ นี้ขยันหางานให้ผมจริงๆ

                 "อ้อ..เออ..ดีวะ ชอบดูครู ......เว้ยย!!! "

                  “ไอ้คริสครับ ดูครูทุกวัน วันละ7 ชั่วโมง..มึงไม่เบื่อบ้างเหรอครับ ดูแต่ครู “ เพื่อคริสโตเฟอร์ตะโกนมา

                      "กูชอบอยู่ดูแลครูเขามากกว่าครูอยู่คนเดียวอันตราย" ผมคิดในใจจะอันตรายก็เพราะนายนี้แหละที่อยู่กับผม

                       "เออ...เหรอ...อันตรายตรงไหนวะ..ถ้าในนี้อันตรายก็ไม่มีไหนปลอดภัยแล้วมั้งนี้มันโรงเรียนนะเว้ยเฮ้ย."

                       "เออ..มึงไปกันเถอะจะไปปล่อยน้องนก น้องแมว น้องต่ายที่ไหนก็ไปเถอะกูไม่ไปวะ"

                       " เออ..ตามใจวะ อย่าโทรให้กูกลับมารับนะมึง..ฟักมึง!! " ผมส่ายหัวให้กับเด็กเกรียนๆแต่มันก็มีสีสันดีนะผมกำลังเก็บล้างภาชนะด้วยน้ำขวดที่มีอยู่ และที่แน่ๆ ผมกำลังยิ้มดีใจที่เขาไม่ทิ้งผมไป

                       "พอบอกไม่ไปนี้ยิ้มดีใจขนาดนี้เลยนะ" นี้ขนาดหันหลังให้นะ คริสโตเฟอร์ยังแอบมายืนข้างหลังผมและพยายามชะโงกหน้ามองผม ผมก็หันหนียังตามอีก ยังอีกจนจะหมุนรอบตัวแล้วเนี๊ยะ!!!
 
                       "พอแล้วคริส!!"  ผมหันมาห้ามเด็กเกรียน

                       "ผมชอบมองเวลาครูเขินอะ..ผู้หญิงนี้ชิดซ้ายไปเลยนะ ฮาๆ " นายคริสพูดแบบนี้ผมควรดีใจหรือไง

                       "หยุดแซวได้แล้ว...และนี้ครูว่าจะตรวจการบ้านซะหน่อยเมื่อวานกลับไปก็เหนื่อยเลยไม่ได้ตรวจ" ผมพูดและคริสโตเฟอร์ช่วยผมเอาผ้าแห้งมาเช็ดจานชามที่ผมล้างเสร็จแล้วเก็บเข้าตู้เก็บของ

                       "ดีเลยผมโหลดหนังใหม่มา Fast and furious ภาคล่าสุด ผมเอามาเปิดดูกับครูนะ" ผมซะบัดหน้าไปมองก็บอกอยู่ว่าจะตรวจการบ้าน

                       "ครูบอกว่าจะตรวจการบ้านไงคริส" ผมหันไปบอกนายคริสโตเฟอร์

                       "ก็ตรวจไปซิครับผมนั่งดูใกล้ๆไม่เห็นเป็นอะไรเลยไม่ได้รบกวนซะหน่อย..." ผมหันไปเหล่ ภาพเมื่อกี้ขนาดผมกับเขานั่งกินมาม่ายัง....อื้ยยยย!! ไม่อยากคิดและดูคนที่พูดว่าไม่รบกวนพูดไปนิ้วนี้ไต่ไปตามแขนผม มันน่าไว้ใจได้ไหมละ

                       "เพี๊ยะ!"

                       "อิววว!!!" ร้องซะเสียงหลงขนาดนี้ผมตีจริงๆเลยเจ็บไง

                       "ถ้าอย่างนั้น...ผมไปเอาฮาร์ดไดรฟ์ก่อนนะครูและจะออกไปซื้อขนมด้วย ครูเอาอะไรไหมครับ " คริสโตเฟอร์ถามผม

                       "น้ำแข็งมาสักหนึ่งถุงแล้วกันและเธอจะซื้อเครื่องดื่มมาด้วยก็ได้นะ..เอาตังครูไปคริส"

                       "โธ่ที่รัก! เรื่องเล็กน้อยนะเดี๋ยวเขาจัดให้" ผมสะบัดหน้ามามองคนที่เรียกผมว่าที่รัก คริสโตเฟอร์หายออกไป ผมก็ลงไปขนพวกสมุดการบ้านนักเรียน และผมก็ยกเอาทีวีหน้าจอ 32 นิ้ว ยกขึ้นมาวางไว้ เดี๋ยวคริสโตเฟอร์เขาจะมาดูหนังที่นี้

                       " กลับมาแล้วครับ" เสียงคริสโตเฟอร์เดินเข้ามาในบ้านพัก ผมหันไปมองในมือถือถุงขนมขบเคี้ยวมาเพียบเลยและพวกเครื่องดื่ม ผมมองว่าทำไมซื้อมาเยอะอย่างนี้นะ

           ผมนั่งบนโซฟา โซฟาที่นี้มีตัวเดียวและมันก็นั่งได้สองคน ผมก็เอาโต๊ะมาตั้งข้างๆเพื่อวางสมุด ส่วน คริสโตเฟอร์ก็สาละวนกับการต่อสายเชื่อมกับฮาร์ดไดรฟ์ของเขา เป็นเครื่องเล่นขนาดพกพา พอคริสเปิดดูผมก็อยากดูนะแต่การบ้านก็อยากตรวจ แล้วอย่างนี้จะมีสมาธิไหมละและไหนผมจะต้องระวังคนข้างๆผมนี้อีก ตั้งแต่ในห้องน้ำแล้ว แสดงว่าไม่ใช่เด็กเกรียนธรรมดา เพราะว่าน่าจะมาพร้อมสายหื่น

                       "น้ำครับ..ที่รัก" คริสโตเฟอร์ส่งกระป๋องเครื่องดื่มาให้ผมหนึ่งกระป๋อง ก่อนจะทรุดลงนั่งข้างๆผม นั่งแบบนั่งเบียดเลยดีกว่าผมก็ก้มหน้าลงเปิดสมุดเล่มแรกขึ้นมาตรวจการบ้านผมรู้สึกว่าไหล่หนักๆพอหันไปดู อ้อ! คริสโตเฟอร์เอาหัวเขามาพาดไว้บนไหล่ผม ตาก็จับจ้องอยู่ที่หน้าจอ ผมก็ปล่อยให้เขาพิงแบบนั้น แต่ก็หันมาเหล่มองเป็นระยะๆ

                       "อะ..อ้าปากซิพี่เขม..ผมป้อน" คริสโตเฟอร์เขาส่วขนมขบเคี้ยวมาจ่อไว้ที่ปากผม พยักหน้าว่าเขาจะป้อน ผมก็อ้าปากงับมันลงไปความรู้สึกรักแรกกลับมาอีกครั้ง

           ผมนั่งตรวจงานไปด้วยดูหนังไปด้วยและกินขนมกับคนข้างๆนี้ไปด้วย อันที่จริงเด็กก็ไม่ได้สร้างบ้านเสมอไปอย่างที่เขาว่าไว้ ผมหันไปหันมาและคนข้างๆผมก็เงียบไปแล้ว ผมก้มลงมองอีกทีคราวนี้หลับปุ๋ยผิงหัวไหล่ผมอยู่ ผมกลัวเขาจะหลับไม่สบายเลยขยับว่าจะลุกพอผมยกแขนถือหนังสือไว้คริสก็ไถลมากอดลำตัวผมแทน ผมก็คงต้องปล่อยให้เขานอนกอดผมไปแบบนี้ใช่ไหม มันคงต้องใช่แล้วแหละ เหมือนเด็กน้อยเลยนะเรานะ

                  "คริส!!" ผมเห็นว่าเขาหลับไปได้สักพักจึงปลุกเรียกให้เขาตื่น

                   "ครับ..."คริสตอบรับการเรียกขานจากผมแต่ตายังหลับอยู่เลย

                  "ตื่นได้แล้วนี้มันจะทุ่มหนึ่งแล้วนะนายหิวหรือเปล่า" ผมถามคริสโตเฟอร์

                  "จริงซิครู...ครูละหิวมั้ย ผมยังอิ่มมาม่าผัดฝีมือครูอยู่เลยอะ..เป็นมาม่าผัดที่อร่อยที่สุดในโลกก็ว่าได้ " คริสโตเฟอร์ค่อยปรือมองผมก่อนจะบิดขี้เกียจและถามผมกลับ

                  "หึๆๆ"

                 "ยังจะมาขำครูอีกนะตกลงอร่อยจริงปะเนี๊๊ยะ"

                 "อร่อยครับดูซิผมกินไปตั้งเยอะ กินเยอะกว่าครูอีกนะ" คริสโตเฟอร์พูด

                "ก็นายเล่นกินไปจนพุงกางขนาดนั้น ..เดี๋ยวครูกินมาม่าต้มก็ได้ครูไม่ค่อยหิวเท่าไหร่" ผมพูดและดันคนที่ผิงผมอยู่ให้ลุกได้แล้ว และผมเดินไปหยิบพวกของใช้ส่วนตัวและเสื้อผ้าหยัดใส่กระเป๋าเป้ ผมจะต้องไปนอนที่บ้านพักกับคริสโตเฟอร์ ในกระเป๋าเล็กๆของผมมันมีพวกเจลที่ผมเอามาเพื่อว่ามากับณัฐกานต์และผมก็ต้องใช้มัน

               "ไม่เอานะเขม คิดอะไรบ้าๆ " ผมสะลัดความคิดบ้าๆออกไปก่อนจะหยิบมันออกไปจากกระเป๋าใบเล็กและหยิบพวกยาสีฟันและแปรงสีฟัน ครีมล้างหน้า ครีมทาหน้าหยัดใส่ลงไปแทน

                "ครูขับรถไปจอดที่หน้าบ้านพักผมได้เลยนะ เพื่อว่าครูจะกังวลถ้าจะจอดตรงนี้" คริสโตเฟอร์พูดผมพยักหน้าก็จริงนะผมเป็นห่วงรถเหมือนกันและที่สำคัญรถคันนี้ผมรักมากพี่ต้นให้ผมมาและมันทำให้ผมไม่คิดอยากจะซื้อใหม่

                "ผมเอากระเป๋าผมใส่ไว้ในรถครูนะครับ..เจอกันที่บ้านนะครับ..ที่รัก"คริสโตเฟอร์พูดเขาเดินลงไปก่อนและขับรถมอเตอร์ไซค์ออกไปก่อน

           นี้ผมกำลังจะนอกใจจริงๆใช่มั้ย ผมหันมากดเปิดมือถืออีกครั้ง พอเครื่องเปิดปุ้มสิ่งที่ปราฏกบนมือถือคือ ข้อความต่อว่าผมต่างๆนานาจาก ณัฐกานต์ผมก็เลือกที่ปิดมันลงไปอีกครั้ง

           ผมเดินลงจากบันไดบ้านและขับรถออกไปที่บ้านพักของคริสโตเฟอร์จริงอย่างที่คริสพูดนะ
"รองเท้าต่อให้สวยและแพงมากแค่ไหนถ้าใส่แล้วเจ็บก็ต้องถอดออก ก็เหมือนกับคนรักต่อให้รักมากแค่ไหนถ้าไปกันไม่รอดก็ต้องเลิก"

                ผมเปิดประตูรถเข้าไปนั่ง ระหว่างที่ผมกุมพวกมาลัยผมเหลือบไปเห็นแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายผมถอดมันออกและโยนใส่ไปที่กล่องเก็บของในรถเก๋งผมทันที ไม่ใช่แหวนหมั้นแต่มันก็แสดงถึงว่าผมมีแฟนแล้ว ณัฐกานต์ซื้อให้ผมวันวาเลนไทม์เมื่อสามปีที่แล้วและผมก็ซื้อให้เขาเช่นกัน ผมก็เห็นเขาใส่บ้างไม่ใส่บ้าง เขาบอกว่า มันเป็นแหวนเกลี้ยงไม่สวย ผมก็ไม่ว่าอะไร แต่ตอนนี้ผมเลือกที่จะถอดมันออกไปก่อน

                "หรือว่าความรักของเรามันถึงทางตันซะแล้วละกานต์..ถึงยังไงเขมก็ขอบคุณนะที่..เราเคยรักกันมาก " ผมพูดเบาๆ ผมขับรถตรงไปที่บ้านพักของคริสโตเฟอร์ เห็นมีเพื่อนของคริสมายืนคุยด้วยสี่หน้าคน ผมนำรถเข้าไปจอดด้านข้างของบ้านพักคริสโตเฟอร์ คริสโตเฟอร์รีบเดินมาแย่งผมถือพวกกระเป๋าเสื้อผ้าผมและของคริสไปถือไปจากมือผม และพวกเพื่อนๆของคริสโตเฟอร์มองผมกันคริสโตเฟอร์สลับกันไปมาอยู่พักหนึ่ง

                 "สวัสดีครับครู..ไอ้คริสมันบอกพวกผมว่าครูน้ำแตกในห้องน้ำ " ผมสะบัดหน้าไปมองว่ายังไงนะและหันมามองพ่อตัวดี ผมเข้าใจความหมายนะ

                   "ไอ้เชี้ยปันกูบอกว่าแป๊ปน้ำในห้องน้ำครูแตก" คริสโตเฟอร์หันไปทำท่าโบกเพื่อนเขา

                  "ขอโทษครับครูผมคงได้ยินเพี้ยนไป แป๊ปน้ำในห้องน้ำครูแตกเหรอครับ" เพื่อนของคริสถามผม

                   "ใช่แล้ว..ครูเลยต้องมาค้างกับคริสนะ"ผมพูด

                    "Q_Q" ทุกสายตาเบี่ยงไปทางคริสโตเฟอร์

                    "แค่คืนเดียวนะ..พรุ่งนี้ครูโจ้คงจะมาแล้วครูรอจะให้ครูโจ้ซ่อมแป๊ปน้ำให้ก่อน" ผมรีบตอบแทนคริสโตเฟอร์ทันที ผมขยิบตาให้พ่อตัวดีช่วยกันบ้างซิ

                      "ก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยผู้ชายทั้งคู่ถ้าผู้ชายนอนด้วยกันไม่ได้แล้วมึงจะให้กูไปเอาหมาที่ไหนมานอนวะ" คริสโตเฟอร์ถามเพื่อน

                       "อืมม" พร้อมกันมาก แต่สายตาแต่ละคนนี้ ผมว่าไม่มีใครเชื่อยุคต์นี้สมัยนี้เพราะว่าแหล่งข่าวเยอะแยะไปทำไมเขาจะไม่รู้จัก

                      “แต่ครูไอ้คริสมัน...” เพื่อนนายคริสอีกคน

                      “หมับ..”นายคริสโตเฟอร์รีบเอามือไปปิดปากเพื่อน

                       “อาร์ทมึงรีบกลับไปอาบน้ำดีกว่าแล้วกลับมารับไอ้ปันปันไปปล่อยโค.”ตริสโตเฟอร์พูดผมก็มองมันต้องมีอะไรแน่ๆ เลย  ผมมองพ่อตัวดี ผมคิดถูกหรือคิดผิดนะที่มานอนด้วยเนี๊๊ยะ

                       "ถ้าอย่างนั้นพวกกูไปเตรียมตัวอาบน้ำแต่งตัวหล่อจะออกไปหา...บ้างอะไรบ้างนะคริส..เออ..พรุ่งนี้พวกกรูไม่ซ้อมบาสกันนะดูท่ามรึงจะ...เหนื่อยละงานนี้ ..ไปก่อนนะ ..ไปก่อนนะครับครู " พวกเพื่อนๆคริสโตเฟอร์พูดและพากันแยกย้ายไป ผมหันมามองหน้าคริสโตเฟอร์ ก็เพื่อนเล่นแซวแบบนี้

                       “พรุ่งนี้วันอาทิตย์ กูไม่ซ้อมอยู่แล้ว ไอ้เชี้ย!” คริสโตเฟอร์พูดตะโกนตามหลังเพื่อนจนเพื่อนเดินหายออกไปกันหมด เหลือแค่ผมกับพ่อตัวดี
                       
                       "เข้าบ้านเถอะครับครู" คริสโคเฟอร์บอกผม และผมก็เดินตามเขาขึ้นไปบนบ้านพัก ผมเหลือบมองไปรอบๆภายในบ้านพัก ตอนแรกที่ผมมาเคาะนะเสื้อผ้ากระจัดกระจายไปคนละทิศละทางแต่ตอนนี้ถูกเก็บอย่างเป็นระเบียบ

                       "แม่บ้านมาทำความสะอาดให้นะครับครู..เขาจะมาทำให้อาทิตย์ละครั้ง" คริสโตเฟอร์หันมาบอกผม

                       "อืมม...ที่จริงเธอหัดทำเองก็ได้นะและผู้ชายทำงานบ้านนะมีเยอะแยะไป" ผมบอกนายคริสโตเฟอร์

                       "เอาไว้รอเป็นพ่อบ้านให้ครูก่อนแล้วผมจะหัดทำนะครู" คริสโตเฟอร์หันมาพูดว่ารอเป็นพ่อบ้านให้ผมก่อน แอบชำเรืองตามอง คิดจะแย้งตำแหน่งพ่อบ้านจากผมงั้นหรอ!!

                       “ครูรับสมัครแต่แม่บ้าน จะเป็นไหม” ผมหันไปถามและยิ้มๆ มีทำท่าคิดและยิ้มอีกนะ  อันนี้น่ากลัวสำหรับผม

                       “ไม่ต้องคิดแล้วไม่เอา ทำเองดีกว่า” ผมพูดตัดบท และผมก็เอากระเป๋าไปหาที่วางเพราะว่าแค่ยังไม่ได้เป็นอะไรกันแบบจริงๆจังๆ ผมนี้ยังโดนจูบไปนับไม่ถ้วนถ้าเป็นขึ้นมานี้ ไม่อยากจะคิดเลยครับเขมชาติ!

                       “ทำไมอะพี่เขม...กลัวผมเหรอ”

                       “มาก!!” ผมพูดและ

                        "ครูหิวไหมผมต้มมาม่าให้ ผมต้มมาม่าอร่อยนะครู" ผมหันไปมองหน้าคนที่บอกว่าต้มมาม่าอร่อย ผมว่าเด็กเล็กก็ต้มอร่อยนะถ้าอย่างนั้นนะ คริสฉีกยิ้มให้ผมก่อนจะเดินไปกรอกน้ำรินใส่กาต้มน้ำไฟฟ้า ส่วนผมก็จัดการหยิบเสื้อ้ผ้าจากระเป๋าออกมาใส่ไม้แขวน ให้ดูเรียบร้อย

                       "ครูแขวนไว้ในตู้เสื้อผ้าผมก็ได้ครับ" คริสโตเฟอร์ละสายตาจากกาต้มน้ำร้อนหันมาบอกผม ผมพยักหน้า ผมเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าของคริสก็ตู้เสื้อผ้าผู้ชายนะ มันก็รกเป็นเรื่องปกติ ผมเห็นคริสโตเฟอร์สาละวนกับการต้มมาม่าให้ผมทาน คงจะอร่อยจริงอย่างที่เขาบอกแน่ๆ 

                  ผมจัดการเปิดตู้ค้างไว้และรื้อเอาเสื้อผ้าออกมาหมดเลย ผมเห็นว่าตูเสื้อผ้าของเขามีลิ้นชักเยอะอยู่ผมคิดว่าจะเอาพวกเสื้อยืดพับใส่ไว้จะดีกว่าและว่าจะพับเรียงเป็นสีให้ด้วยจะได้หยิบได้สะดวก

                   "ครูทำอะไรนะครับ" นายคริสโตเฟอร์หันมาถามผมด้วยน้ำเสียงที่ตกใจ
 
                   "ครูจัดตู้ให้เธอไง" คริสโตเฟอร์เดินมาหาผม ผมหันไปมองหน้าเขาว่าผมอยากทำให้ เห็นเขาแบบนี้แล้วผมรู้สึกว่าเขาคงไม่ค่อยมีใครทำให้เหมือนเช่นผมแม่ผมทำให้ผมตลอดและผมก็เรียนรู้จากแม่รดาของผมนี้แหละ ผมเลยทำเองจนแม่ไม่ต้องมาทำให้ผมแล้ว

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-09-2020 19:35:09 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 197
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
EP.9.3 (เขมชาติXคริสโตเฟอร์ )  เรื่องธรรมชาติเรามาช่วยกันครับครู NC 18+
               
              คริสโตเฟอร์ซิแม่เขาคงไม่มีเวลาที่ดูแลเขาเหมือนเช่นแม่ผม ต้องดูแลรีสอร์ทไหนจะลูกใหม่ทอีก ผมหันไปจัดการแยกเสื้อผ้าจะได้เป็นสัดเป็นส่วน เสื้อผ้าพวกนี้ของคริสโตเฟอร์ยี่ห้อดีดีทั้งนั้น จะว่าไปแม่เขานี้ก็ซื้อเสื้อผ้าให้คริสได้ทันสมัยดีเหมือนกัน เช่นพวก Shaps , Desel , Jaspal ผมเลือกแขวนเสื้้อผ้าใส่ไปเที่ยวไว้อีกด้านและชุดนักเรียนของคริสโตเฟอร์ ถุงเท้าก็ม้วนจับคุู่ให้เรียบร้อย กางเกงยืนส์ก็พับเก็บให้อย่างเรียบร้อยเช่นกัน แม้กระทั้งกางเกงชั้นในอีกด้วย (แอบคิดนี้ตกลงใครเป็นแม่บ้านผมหรือหมอนั้นถ้าได้มาเป็นแฟนกันจริงๆ ฮาๆ)

                       "ครูมาทานก่อนเถอะเดี๋ยวมาม่าอืด" คริสโตเฟอร์บอกผม ผมพยักหน้าเดี๋ยวค่อยมาจัดให้ต่อก็แล้วกัน ผมเดินมานั่งที่โต๊ะกลมเล็กๆ บ้านพักนักเรียนนี้ก็ดีเหมือนกันมันน่าอยู่กว่าหอพักหน่อยมีมุมเล็กๆไว้ทำอาหารง่ายที่ใช่ไมโครเวฟแต่ไม่มีเตาแก๊สแค่นั้น

                       "อร่อยแน่นะ" ผมถามคริสโตเฟอร์ เขาต้มมาม่าสองห่อเอาไว้

                       "ไหนเราบอกครูว่าไม่หิวไง"

                       "ไม่อยากให้ครูนั่งกินคนเดียวผมรู้ว่านั่งกินคนเดียวมันเหงา" คริสโตเฟอร์พูด

                       "ผมเลยต้องคอยออกไปกับเพื่อนตลอดไปอย่างนั้นแหละครู...ไปแค่ไม่ให้ตัวเองรู้สึกเหงาแต่จริงๆ " คริสโตเฟอร์พูด เขาก็ใช้ส้อมตักมาม่าทาน ผมก็นั่งทานไปด้วย

                       "แม่เธอไม่มาหาเธอบ้างเหรอคริส"

                       "แม่ผมนะแอบมาบ้าง...ผมเข้ากับพ่อเลี้ยงไม่ค่อยได้ครับครู..คงเพราะว่าผมไม่ชอบภาษาอังกฤษมั้งครับและผมก็มีปัญหากับทางโรงเรียนเรื่องนี้ประจำผมเกือบไม่จบม.ต้น จนแม่มาขอร้องให้ผมไปแก้ศูนย์ที่ติดอยุู่ตั้งแต่เทอมแรก..แม่นะรักผมมากแต่แม่ก็รักสามีใหม่ของแม่ด้วย ผมรู้ว่าแม่ลำบากใจนะครับครู"

                       "ดังนั้นเธอควรจะทำให้เธออยู่บนโลกนี้ได้ด้วยตัวของเธอเองคริส" ผมพูด ผมแตะที่หลังมือของคริสโตเฟอร์

                       "มีอะไรที่ครูช่วยได้ครูยินดีนะและเต็มใจด้วย" ผมพูดบอกนายคริสโตเฟอร์ เขาพยักหน้าเบาๆ ผมสองคนทานกันต่อและคริสโตเฟอร์ก็เป็นคนเก็บล้างเองผมกลับไปจัดตู้ให้คริสโตเฟอร์ต่อแยกว่าชั้นไหนใส่อะไร แยกเสื้อผ้าให้ดูเป็นสัดเป็นส่วน คริสโตเฟอร์เข้ามาช่วยผม พอทุกอย่างเข้าทีเข้าทาง ผมกับคริสโตเฟอร์ช่วยกันจัดจนเป็นระเบียบเรียบร้อยคราวนี้จะหยิบจับอะไรก็สะดวกแล้วซิ

                       "ครูครับขอบคุณนะครับ ไม่เคยมีใครมาทำให้ผมแบบนี้เลย" คริสโตเฟอร์พูด ผมหันไปมองทำท่าจะร้องไห้ ไม่อยากจะเชื่อนะว่าดูเขาเหมือนเป็นคนที่แข็งที่ภายนอกแต่ภายในก็มีมุมที่เรียกว่าอ่อน ผมตรงเข้าไปกอด

                       "ไม่เป็นไรอันไหนครูทำให้ได้ครูก็ทำให้นะ" ผมบอกคริส ผมเหลือบมองนาฬิกาข้อมือตัวเองมันเกือบจะห้าทุ่มแล้วนิ

                       "ครูอาบน้ำก่อนไหมครับเดี๋ยวผมอาบที่หลังครู" คริสโตเฟอร์ถามผม ผมพยักหน้าก็ดีนะ

                       "ก็ได้คริส" ผมตอบตกลงว่าผมอาบน้ำก่อนผมเดินไปในห้องน้ำก่อนเลย ผมเห็นคริสโตเฟอร์กำลังเล่นมือถือตัวเองอยู่ที่นอนรออาบน้ำหลังผม ผมก็ปิดประตูแต่ว่ามันล๊อกไม่ได้นี้

                       "คริสประตูห้องน้ำเธอมันล๊อกไม่ได้นิ" ผมเปิดประตูโผ่หน้ามาถามคริส

                       "ใช่ครับครูมันล๊อกไมได้ ทำไมเหรอครู" คริสโตเฟอร์ละสายตาจากมือถือขึ้นมาถาผม แล้วผมจะกล้าอาบเหรอครับ คนที่หันมามองผมทำหน้าได้เหมือนเป็นเรื่องที่ปกติของเขาแต่มันผิดปกติของผม

                       "เออ..คือ.." ผมจะพูดยังไงดีแบบนี้ผมจะกล้าอาบน้ำไหม

                       "ครูกลัวผมแอบดูเหรอครู ...ผมนะไม่ใช่พวกถ่ำมองนะ เพราะว่ามันมองเห็นไม่ชัด ผมชอบเปิดดูเลยครู....เห็นแบบจะจะมันได้อารมณ์กว่าเยอะ" คริสโตเฟอร์พูด นั้นแหละที่ผมกลัวว่านายนะจะเปิดเข้ามาดูผมนี่แหละ ขณะที่ผมกำลังโป้ (ผมคิดในใจว่ามันยังไม่ถึงเวลาให้ดู)

                       "ผมไม่เปิดเข้าไปหรอกครับครู..ผมรอให้ครูเปิดให้ผมดูดีกว่า..ตื่นเต้นกว่าเยอะ" ผมจะอมยิ้มดีใจทำไมและผมก็ปิดประตูห้องน้ำถอยหลังกลับเข้าไป ผมอาบนำเสร็จก็รีบแต่งตัวด้วยชุดนอนที่ผมสวมใส่ปกติ ชุดนอนกางเกงขายาว พอเสร็จเรียบร้อยก็รีบออกจากห้องน้ำคริสโตเฟอร์จะได้อาบน้ำต่อจากผม 
 

                       "เฮ้ย!" ผมร้องซะเสียงหลงถึงแม้จะมีผ้าเช็ดสวมพันกายไปครึ้งท่อน

                       "ครูตกใจทำไมละครับ" คริสโตเฟอร์ถามผม "หึๆ " แถมยังขำผมด้วยนะ

                       "ว่าแต่ครูเถอะ ใส่ซะมิดชิดขนาดนี้เลยเหรอครับเวลานอน" คริสโตเฟอร์ชี้ที่ชุดที่ผมสวมอยู่ ผมก้มลงมอง

                       "ก็ใช่นะซิ....ดังนั้นเธอไม่มีทางเห็นสัดสวนของครูแน่นอน" ผมพูด หยักคิ้วให้ด้วย ว่าแต่ผมจะนอนเตียงไหนละ

                       "ครูนอนเตียงไหนละคริส" ผมถามคริสโตเฟอร์เขาหันมามองหน้าผมและเบนสายตาไปที่เตียงนอนเขาไง

                       "นอนเตียงผมไง เตียวเดียวกันนี่แหละทำไมเหรอครู"

                       "เตียงเธอเล็กนิดเดียวนะ"

                       "ผมกลัวไอ้โป้งมันว่าเอานะครูมันหวงเตียงมันอ่ะครู แต่มันให้ไอ้ปันปันนอนได้คนเดียวแค่นั้น" คริสโตเฟอร์พูด ผมถึงกลับต้องกลืนน้ำลงคอเตียงนี้มันเตียงเดี่ยวนะถ้านอนสองคนผมว่าต้องก่ายกันนอนแล้วแหละมั้ง

                           “และถ้าครูนอนเตียงนั้น และเพื่อว่าไอ้ปันปันมันกลับมาละครู มันเมากลับมาเดี๋ยวมันปลั้มครูผมไม่รู้ด้วยนะ ” นายคริสพูดผมหันไปมองหน้า จริงวะ ผมก็พยักหน้า

                       "ครูว่ากลับไปนอนบ้านครูดีกว่าคริส..คือครูไม่อยากเบียดเธอนะ"

                       "ครู..จะทิ้งผมไว้คนเดียวจริงๆเหรอ นี่ผมไม่ไปกับเพื่อนเพราะอยากอยู่กับครูนะ" คริสโตเฟอร์พูดผมหันมามองคริสโตเฟอร์ ทำยังไงละ เมื่อตอนบ่ายก็ทำผมซะกระเจิงไปพักหนึ่งแต่ว่าเอาวะเขมต้องผ่านไปได้คืนเดียว

                       "โอเคครูนอนนี้ก็ได้...ก็แค่คืนเดียวเนอะ" ผมเห็นสีหน้าคริสโตเฟอร์ก็ไม่กล้าทิ้งเขาไป

                       "ไม่แน่พรุ่งนี้ครูอาจจะติดใจก็ได้นะใครจะไปรู้ ....ฮาๆ” คริสโตเฟอร์พูดพร้อมกับหัวเราะชอบใจ ผมรีบหันไปหาอะไรปาตามหลังไปทันที และคริสก็เดินผิวปากเข้าห้องน้ำไป  ทะลึ่งจริงๆ 



ผมล้มตัวลงนอนบนที่นอนของคริส ผมยังไม่ได้กดเปิดมือถือเลยและผมก็เลือกที่จะไม่เปิดมันอีกในตอนนี้ เหมือนกับผมอยู่ตรงนี้แล้วมีความสุขดีเลยไม่อยากจะเก็บเอาบางสิ่งที่มันจะทำให้ผมรู้สึกแย่เข้ามาก็แค่นั้น เพราะว่าผมยังไม่พร้อมที่จะเปิดอกคุยกับณัฐกานต์ 

           พรุ่งนี้้แล้วกันนะผมจะโทรไปหาเขาและนัดกันเพื่อนจะคุย ผมเหนื่อยแล้วไม่อยากเดินไปต่อแล้ว ตอนนี้มันกลับกลายเป็นว่าผมเองที่อยากขอยุติหรือเพราะว่าผมกำลังเจอคนที่ผมคิดว่าใช่มากกว่าณัฐกานต์และเขาคนนั้นจะเป็นนายคริสโตเฟอร์จริงๆเหรอ แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ผมว่าอุปสรรค์ความรักของผมคงเต็มไปด้วยขวากหนามแน่ๆ และเขาพร้อมจะก้าวเดินไปกับผมจริงๆหรือเปล่า ในหัวของผมตอนนี้ไม่มีเรื่องณัฐกานต์เลย มีแต่เรื่องของนายคริสทั้งนั้นในตอนนี้(ผมยังไม่รู้เลยว่านายนี้คิดยังไงอะไรกับผมกันแน่แต่เขมชาติคิดไปถึงอนาคตเรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่วาดฝันนะแต่มองไปเห็นแต่ปัญหาแล้วซิ แต่ผมเชื่อว่าปัญหาก็ต้องมีทางออกของมันด้วย )

         ผมพลิกตัวไปนอนตะแคงข้าง จะว่าไปเหตุการณ์เมื่อตอนบ่ายนี้ก็ผมให้ความรู้สึกผมมันค้าง เขาเรียกว่ามาทำให้ยากแล้วก็จากไปใช่ไหมนี่ ผมพยายามขมตาตัวเองให้หลับให้ได้ต้องไม่คิดอะไร ผมได้ยินเสียงประตูห้องน้ำเปิดออกมาผมก็ยังไม่กล้าลืมตาถึงแม้จะได้ยินเสียงดังจากนายคริสก็ตาม

         ก๊อกแกร๊ก!! เหมือนหยิบจับอะไรสักอย่าง

           แป๊ก! และตามมาด้วยกดปิดเสียงสวิตส์ไฟ หลังจากนั้นความมืดก็เข้ามาเยือนทันที ผมค่อยๆลืมตา ผมรู้สึกว่าที่นอนทางด้าผมหยุบตัวลงผมรีบหลับตาปี๋อีกครั้ง

                      "ผมคิดว่าผมกำลังตกหลุมรักครูนะครับ แต่ใจผมก็กลัวเพราะว่าคนที่ผมรักมากเขาเคยทิ้งผมไป ดังนั้นผมก็เลยกลัวครูทิ้งผมไปเหมือนเขา...ถึงตอนนั้นผมคงทนไม่ได้ อย่าทำให้ผมเสียใจแบบนั้นได้ไหมครับครู"เป็นเหมือนเสียงกระซิบเบาๆ ที่้ค้างหูผมและจมูกที่ซุกไซ้ที่ซอกคอผมเบาๆ เพื่อสูดกลิ่นกายของผมเล่นเอาผมนี่ขนรุกขึ้นมาทันทีแต่ผมแกล้งทำเป็นหลับจนกระทั้งผมรู้สึกว่าคนข้างๆผมเงียบไปแล้ว และนั้นผมถึงได้ค่อยๆลืมตาขึ้นในความมืด

               ผมค่อยๆกระดกศรีษะเพื่อหันไปมองคริส ที่ซบหน้าลงที่ด้านหลังของผมใจผมเต้นแรงมากและที่สำคัญผมกำลังมีอารมณ์อีกครั้ง

           ไม่ได้นะต้องนอนเขม!  ผมบอกกับตัวเองพยายามขมตาให้หลับลงแต่มันก็ยาก หรือว่าจะลุกไปคริสโตเฟอร์ก็จะรู้ว่าผม....อึ้ย!!!ไม่ได้ไม่ได้ ตอนนี้คนที่กอดผมไว้เขาเงียบไปแล้วหรือว่าจะหลับแล้วจริงๆนะ หลับง่ายดีจังแต่ผมก็ลุกไม่ได้อยู่ดีแขนคริสโตเฟอร์กอดผมไว้อยู่แบบนี้

                       "ฟู่" ผมเผลอพ่นลมออกมาทางปาก

                       "นอนไม่หลับเหรอครับพี่เขม" เสียงกระซิบถามที่ข้างหูผม ทำให้ผมต้องหยุดนิ่ง นี่ผมกำลังปลุกนายคริสใช่ไหม เพราะว่าน้ำเสียงของเขานั้นบ่งบอกว่า เขาพูดทั้งที่เขายังหลับตาอยู่

           และผมสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆที่รดต้นคอผมอยู่ ก็เมื่อสักครู ใบหน้าของเขายังอยู่ที่แผ่นหลังของผมอยู่เลย แต่ตอนนี่เขาเลื่อนมาอยู่ที่ซอกคอผมแล้วและแขนก็สอดเข้ามากอดผมไว้ดูเหมือนจะเลื่อนไปเลื่อนมาแถวๆ ท้องน้อยและค่อยเลื่อนต่ำลง ต่ำลง จนกระทั้งถึงตรงนั้น ...ของผม..นั้นมันของสงวนครูนะคริส!!!

                       "เพราะอันนี้หรือเปล่าอะครู" ผมทำตาโตเพราะว่านายคริสจับตรงแกนกายผมเข้าแบบเต็มกำมือ ผมหลับตาปี๋อายซิครับ คริสเลยรู้จนได้ว่าผมกำลังอยู่ในห่วงอารมณ์ไหน

                       "ผมก็เป็นอะครู ตั้งแต่ตอนบ่ายแล้ว เรามาทำด้วยกันนะ ถ้าไม่ทำนี้คงนอนไม่หลับแน่ๆ " คริสโตเฟอร์กระซิบข้างหูผมแต่มันดังก้องเหมือนตะโกนใส่ซะมากกว่า

                       " แต่ผมยังไม่เคยทำให้ผู้ชายด้วยกัน..เคยแต่ให้ผู้หญิงทำให้ " หูผึ่งมันจะดีหรอ?

                       "ครูหันมาซิครู...นะ..ผมว้อนอะ" น้ำเสียงของคริสโตเฟอร์ มันยั่วยวนผมมาก อย่ายั่วครูเดี๋ยวครูใจแตก!

                       "I need you help me, please!." ถึงจะเป็นคำขอที่สุภาพก็เถอะ คริสโตเฟอร์ดันผมให้พลิกไปหาเขา ผมก็ค่อยๆพลิกตัวเองเข้าหาคนที่นอนตะแคงรอผมอยู่ แล้วแถมยังอยู่ในท่าเท้าแขนมองผมด้วยสายตาที่เซ็กซี่ซะด้วย

                        ผมจ้องมองคนที่นอนข้างๆผม เขาไม่ได้สวมเสื้อนอนแต่กางเกงนี้ผมไม่รู้ว่าสวมไหมเพราะผ้าห่มมันคลุมอยู่ครึ้งท่อน คริสก็ดันผ้าห่มออก ผมก้มมองตรงนั้นของคริสมันแข็งและเรียกได้ว่าชี้หน้าผมอยู่ดีกว่า ยังดีที่คริสใส่กางเกงบอล แต่ว่าดูแล้วไมได้ใส่กางเกงยืดข้างในแน่ๆ

                       "นะครู ..ผมอยากให้ครูสอนผม" ผมก็มองหน้าจะดีเหรอ ผมไม่ใช่ครูที่ชำนาญการเรื่องเพศศึกษาแต่แค่มีประสพการณ์เฉยๆ

                       "แต่ว่า.." ผมทำท่าจะปฏิเสธ

                       "ครูมันเป็นเรืองธรรมชาติไม่ใช่เหรอครับ..นะครู..ของครูก็พร้อมแล้วอะ...นะเรามาทำด้วยกันนะครู...อืมม" คริสโตเฟอร์พูดออดอ้อนผมและเขาดึงผมเข้าไปแนบชิดแผ่นอกแน่นๆของคริส คริสโตเฟอร์ก้มลงจูบปากผมเบาๆและคลอเคลียไปตามแก้มไล่ลงมาที่ต้นคอ มือผมก็กุมส่วนนั้นของคริสไว้มันแข็งและเต็มมือมาก อายุแค่นี้ยังซูซีกับผมแล้วไปกินอะไรมาทำไมมันโตไวจังของผมนี้กว่ามันจะโตใช้เวลาตั้งนาน นี้อายุแค่17จะแซงหน้าผมอยู่แล้ว

                       "อืมม..คริส...ซี้ด" ผมซี้ดปากเพราะว่าคริสกำลังใช้มือปฏิบัติกับของผม ผมก็ใช้มือปฏิบัติให้คริสตอบเช่นกันแต่ของผมอาจจะรู้งานมากกว่าคริสโตเฟอร์ เพราะว่าเขายังดูขัดๆเขินๆแต่เขาก็พยายามทำให้เหมือนที่ผมทำให้เขานั้นแหละ ผมก็จูบคริสเราแลกลิ้นกันพัลวัลเลย ม้วนรัดกันอย่างไม่เกรงกลัวว่ามันจะพันกันจนเอาไม่ออก(แต่มันคงไม่ขนาดนั้นหรอกมั้งเนอะ) ขาก็กอดก่ายกันไปมา ตอนนี้ผมปลดปล่อยความรู้สึกของตัวเอง เรียกได้ว่าตอนนี้ผมเป็นตัวของตัวเองเต็มที่

                       ตอนนี้ความต้องการของหวงอารมณ์ไคร่มันก็กำลังครอบคลุมความถูกผิดไปหมด และคงห้ามได้ยากเพราะนี้ก็คือพื้นฐานของความต้องการของมนุษย์ที่ทุกคนต้องมี  และผมเองก็เป็นเช่นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ที่มีรัก โลภ โกรธ หลงและยังคงมีกิเลสตัญหา

                  ผมทั้งจูบทั้งไซ้ลงที่ซอกคอขาวๆนั้นของคริสโตเฟอร์ เมื่อตอนบ่ายมีแค่คริสที่รุกผมส่วนผมก็นอนดิ้นรองรับลิ้นนั้น  แต่ตอนนี้ผมรุกเองแบบผู้ใหญ่เขาทำกันด้วยประสบการณ์ที่เหนือกว่าด้วย

                       "ที่รัก..อืม..เก่งสุด..คริส..ชอบ..อ่าห์....ขอแรงนิดหนึ่งซิที่รัก"เสียงกระเซ้าบอกให้ผมเร่งระดับการปฏิบัติด้วยมือ ขอมาผมก็จัดให้

                       "อืมมม...อืมม..อ่าห์..โอ้วว..คริส..ซี้ด..โอ้วว" ผมร้องครางออกมาเช่นกัน นี้ขนาดบอกว่าไม่เคยทำให้ผู้ชายด้วยกันนะ

                       "อะ..อะ ..อ่าห์...คริสสสสสส...โอ้วว..อู้ " เสียงสุดท้ายผมก็เรียบร้อยไปแล้วและคริสก็เช่นกัน

                       "แฮ้กๆ" เสียงหอบของผมและคริส หลังจากที่เราทั้งคู่เสร็จสมอารมณ์หมายผมก้มมองมือที่กุมของรักของหวงคริสไว้ น้ำสีขาวขุ่นๆ เต็มมือผมไปหมดและที่มือคริสก็เช่นกัน

                        คริสโตเฟอร์มองหน้าผมและก้มลงมาบดขยี่เบาๆ ผมยังคงจ้องมองใบหน้าของคริสโตเฟอร์ นี้ถ้าบอกว่าอยู่มหาวิทยาลัยนะเชื่อสนิทเลยเด็กมัธยมอะไรถึงได้เชียวชาญเรื่องอย่างว่าแบบนี้

                       "คราวนี้นอนหลับสบายแหละ" คริสโตเฟอร์พูดปนยิ้มๆให้ผม แน่ละเรียบร้อยไปพร้อมกันขนาดนี้ไม่มีอะไรติดค้างแล้วนิแถมยังออกมาจนหมดแม๊กเลยก็ว่าได้

            เขาเอื้อมไปหยิบกล่องกระดาษทิชชูและส่งมาให้ผมสองสามแผ่นเพื่อเช็ดทำความสะอาดของตัวเอง

                       "ที่รักเปิดไฟตรงหัวเตียงให้หน่อยซิครับ" คริสโตเฟอร์บอกผมเขาเรียกผมว่าที่รักมันรู้สึกดีแปลกๆ คริสโตเฟอร์ลุกขึ้นจากเตียงเพื่อนำกระดาษทิชชู้ที่ใช้แล้วทั้งของผมและของเขา เขาหยิบของผมโดยไปทิ้งให้โดยไม่รังเกียจสักนิด

                   คริสโตเฟอร์เช็ดทำความสะอาดบนเตียงนอนจนเกือบหมดคาบแต่ก็ยังมีเลอะเทอะอยู่นิดหน่อย พรุ่งนี้ผมต้องเอาไปซักให้ซะหน่อย แค่คิดใบหน้าผมก็รู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาทันที มันเป็นเรื่องที่น่าอายจริงๆ

                       "คริส..ครูขอโทษนะ..ที่จริง" ผมพูดขอโทษคนที่นั่งลงบนเตียงข้างผมทิ้งตัวลงนอนลงและสวมกอดผมทันที

           "ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยครู..มันเป็นเรื่องธรรมชาติ..แต่มันสุดยอดมากเลยนะดีกว่าทำเองอีก..ครูว่าไหมและยิ่งทำให้กันแบบนี้ด้วย..ฟินกว่าดูหนังโป้และทำไปด้วยอีก" คริสโตเฟอร์พูด นี้พูดมาได้ไม่คิดจะอายกันบ้างสักนิดเลยหรือไง คริสกำลังใช้นิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากผมเบาๆ

                       "นี้แค่มือนะผมยังรู้สึกดีได้ขนานนี้ถ้ามากกว่านั้นละ" คริสโตเฟอร์พูดในตาเป็นประกายผมรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร ผมหันไปมองคริสแว๊ปหนึ่ง

                       "ครูยังไม่พร้อมในขั้นนั้นนะคริส" ผมออกปากปฏิเสธไว้ก่อนเลย

                       "ผมรอได้...ผมรักครูนะ..แต่ผมก็กลัว.."

                       "ผมกลัวถ้ารักแล้วครูทิ้งผมไปอีกคนผมจะทำยังไง..ครู"

                       "คนที่เธอบอกว่ารักเธอและเขาทิ้งเธอไปเธอหมายถึงพ่อเหรอ"

                       "อืม"

                       "ถ้าอย่างนั้นเธอต้องตามหาเขาซิจะได้รู้ความจริงๆ "ผมหันบอกคริสโตเฟอร์ ให้ออกตามหาพ่อเขา ผมไม่อยากให้เขาคิดเอาเองว่าพ่อไม่รักเขาทิ้งเขาไป ผมไม่อยากให้เขามีความรู้สึกที่ไม่ดีกับพ่อเขา ผมเชื่อว่าเขาอาจจะมีเหตุผลที่มากพอว่าทำไม

                       "ถ้าครูไม่มีแฟนก็คงจะดี..." คริสโตเฟอร์นอนพลิกตัวนอนตะแคงยกข้อศอกขึ้นตั้งฉากยันศรีษะของเขาไว้ สายตาเขามองผม สายตาคู่นี้ไม่ใช่สายตาเด็กนักเรียนทั่วไปที่ผมเคยเห็นแต่เขาก็ยังเป็นเด็กนักเรียนของผมอยู่ดี

                       "คริสครูกลัวว่านี้มันจะเป็นการทำร้ายเธอ"

                       "ความรักไม่เคยทำร้ายใครไม่ใช่เหรอครู และผมก็เชื่อว่าครูรักผม..ผมมองมันผ่านสายตาของครูได้ ผมรู้สึกแบบนั้น ว่าเราคิดตรงกัน" คริสโตเฟอร์พูด เขาใช้ฝามือประครองใบหน้าของผม

                       "ผมดูออกว่าครูคิดยังไงกับผม...และผมก็รู้ว่าตัวเองคิดยังไงกับครู..เหมือนเราได้เจอคนที่ใช่แต่ในเวลาที่ผิดใช่ไหมครู" พอผมได้ยินแบบนี้ทำไมผมรู้สึกมันเจ็บขึ้นมาที่อกข้างซ้ายของผมยังไงก็ไม่รู้ มันผิดที่ผมเป็นครูและเขาเป็นนักเรียนของผมนี้ซิ

                       "เพราะครูคิดว่าผมเป็กเด็กนักเรียนและเด็กกว่าครูอีกด้วยใช่ไหมครับ ..นี้มันเวทีรักนะครับครูไม่ใช่เวทีนักมวยจะได้ขึ้นชกข้ามรุ่นกันไม่ได้นะ" นายคริสโตเฟอร์พูดและยังมาขำผมอีก

                       "หึหึ" เสียงหัวเราะในลำคอของผมกับมุกที่คนอายุน้อยกว่าพยายามใช้อ้างอิงขอความรักคนอายุเยอะกว่าอย่างผมนะซิ และมันก็ได้ผล ผมเอื้อมมือไปแตะแก้มคริสโตเฟอร์คริสเขาใช้แก้มเขาหนีบมือผมไว้ มือเขาก็บีบมือผมเล่น บีบแล้วคลายบีบแล้วก็คลายอยู่แบบนั้น

                       "นอนได้แล้วคริส..ครูเริ่มง่วงแล้วแหละ..นอนหลับฝันดีนะครับ" ผมพูด คนที่นอนตะแคงก้มลงมาจุมพิศที่ริมฝีปากบางๆของผม

                       "นอนหลับฝันดีครับ..อยากเรียกที่รักไม่อยากเรียกครูแล้วอะ"

                       "นอนได้แล้ว..ได้คืบจะเอาศอกนะเรานะ " ผมพูด พอคริสโตเฟอร์ทิ้งพร้อมกับสอดแขนเข้ามากอดผมเหมือนเดิม กอดไว้แน่นเชียวเหมือนกลัวว่าผมจะหายไปซินะ ผมเอื้อมมือไปกดปิดสวิตซ์ไฟและความมืดก็เข้ามาอีกเยือนอีกครั้งแม้จะมีแสงไฟจากไฟภายนอกแต่ก็สว่างแค่นิดเดียว

                       "ครูรู้ไหมว่าผมกลัวความมืด ผมกลัวการอยู่คนเดียวแต่ผมก็กลัวการมีความรักผมไม่อยากรักใครที่ผมไม่รู้ว่าผมจะไว้ใจเขาได้หรือไม่ ผมกลัวการจากลา" เสียงของคนที่กอดผมอยู่เขาซบหน้าลงที่แผ่นหลังของผม

                       "พอผมได้กอดครูความกลัวเหล่านี้มันก็หายไป ครูอย่าทิ้งผมไปนะ ผมรักครู " เสียงที่พร่ำบอกผมว่าอย่าทิ้งเขาไปมันดังก้องอยู่ในหัวผมตลอดจน ผมเริ่มได้ยินเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของคริสเขาคงหลับไปแล้ว

                       พอผมได้ยินแบบนี้แล้วผมควรจะเลือกทางไหน และเขาก็พูดถูกซะด้วย ใช่ผมกำลังรักเขาและเหมือนจะรักเขามากกว่าณัฐกานต์ซะด้วย แต่ว่าผมกับณัฐกานต์ยังไมได้เลิกกันอย่างเป็นทางการ

                        เพราะว่ายังมีอะไรร่วมกันอีกหลายอย่าง สมุดบัญชีที่เปิดด้วยกันตั้งแต่ผมเข้าเรียนมหาวิทยาลัยผมรับสอนพิเศษให้เด็กเล็กและรับจ๊อบทำงานที่ร้านกาแฟสดของอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเขาเปิดคาเฟ่เล็กใกล้กับย่านที่พักของนักท่องเที่ยวเขาเห็นว่าผมเป็นคนเก่งภาษาอังกฤษผมพูดได้ดีเลยทีเดียว เขาจึงชวนผมไปทำ จนผมกับณัฐกานต์พอจะมีเงินเก็บหลักแสนและคอนโดที่ผมกับณัฐกานต์ช่วยกันจ่ายจนเป็นอิสระ  และมันก็สมบัติของผมและณัฐกานต์เป็นที่เรียบร้อยเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่าน ถูกโอนเป็นชื่อของผมสองคน
                                   ผมขอให้มันจบลงด้วยดีอย่างน้อยความเป็นเพื่อนก็ยังคงอยู่ สี่ปีมันก็ผูกผันมากพอสมควร ถามว่ารักไหมก็รักมากพอ แต่ถ้าเทียบกับความเหนื่อยล้าแล้วผมยอมรับว่าเหนื่อยมากเหมือนกันเพราะเส้นทางความรักของสองเรามันเหมือนเส้นทางที่ขนานกันสองเส้นที่ไปกันไม่ได้เลย เพราะเรามองต่างกันคิดก็ต่างกัน มองสิ่งเดียวกันแต่ให้ความหมายกันไปคนละอย่างดังนั้นเขมจะไม่รั้งณัฐกานต์ไว้ด้วยคำว่า "เรารักกันมานาน " เพราะบางที่รักเราอาจจะหมดไปตั้งนานแล้วก็ได้แต่ที่ทนอยู่ก็แค่ยื้อไว้เพื่อหวังว่ามันอาจจะดีขึ้นแต่จริงๆแล้วมันกลับยิ่งแย่ลงกว่าเดิม

                               "หมับ" ผมจับมือของคนที่กอดผมไว้มากุมไว้หลวม

                               "ครูจะไม่ทิ้งเธอ ครูสัญญา " คำพูดที่เบามากแต่ผมตัดสินใจแล้วว่าผมจะทำแบบนี้ และผมคงต้องยอมรับถึงสิ่งที่จะต้องตามมาและปัญหามากมายที่ผมและเขาจะต้องพบเจอ ซึ้งมันอาจจะรอผมสองคนอยู่เบื่องหน้าแต่ผมจะไม่ทิ้งเขาเด็ดขาด
 ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
           ขออภัยหากฉากนี้ คนแต่งก็ไม่เคยเขียน NC มาก่อนรู้สึกขัดๆ เขินๆ แต่มาให้จิ้นกันเบาๆ ขอบคุณคุณทุกกำลังใจค่ะ หวังว่านิยายเรื่องนี้จะเป็นถูกอกถูกใจกันบ้างนะ หากมีคำผิดต้องขออภัยด้วยคนแต่งก็พยายามอ่านและตรวจทานอยู่เลยเรื่อยๆแม้จะลงไปแล้วก็ตาม ถ้าเจอจะรีบแก้ให้ทันทีนะคะ
รักคนอ่านจัง .... :pig4: :กอด1: :กอด1:

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-09-2020 19:47:44 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 197
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

ออนไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 637
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0

(ครูเขม X คริส) EP.9 ความสุขเล็กๆของผมสองคน1

                Part คริสโตเฟอร์        เมื่อคืนผมกับรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก จะทำไมก็เพราะว่าพี่เขม หรือครูเขมชาติ คนที่ผมตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบ ตอนที่เขาจะตกบรรได ตอนนั้นผมคว้าแขนเขาเอาไว้และนั้นคือการสบตากันครั้งแรกก็ปิ้งเลย ทั้งที่ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครที่เป็นผู้ชายมาก่อน ตอนแรกก็คิดว่าผมคงซ้ำซนไป แต่เมื่อคืนนี้ไม่ซิเมื่อวานเรียกว่าทั้งวันเลยที่ผมได้สัมผัสริมฝีปากที่บางเรียวสวยคู่นั้น พี่เขมเป็นผู้ชายที่ริมฝีปากบางสวย ไม่หนาเหมือนผมมันช่างน่าดูดดื่มซะจริงๆ ว่าแล้ว

                       “อืมมม” ผมก็ค่อยๆ ขยับตัวเข้าไปและประกบริมฝีปากของพี่เขมที่นอนหลับ ขนาดหลับนะยังดูหล่อซะไม่มี และเมื่อริมฝีปากผมแตะที่ริมฝีปากนั้นและผมก็ค่อยจูบเบาๆ คนที่นอนก็ครางออกมาเบาๆ และเมื่อผมเริ่มมอบรสจูบที่หนักหน่วงขึ้นน พี่เขมก็ค่อยๆลืมตาขึ้นเช่นกัน

                       “คริส “ พี่เขมเรียกชื่อผมแต่ไม่ได้ผลักตัวผมออก

                       “เป็นการปลุกที่น่ารักที่สุดในโลกใช่ไหมครับ” ผมพลิกตัวนอนคว่ำมองหน้าพี่เขม พี่เขมก็หลับตาลงแต่ก็ยิ้มให้ผมอ่อนๆ

                       “กู้ดมอร์นิ่งครับพี่เขม”

                       “กู้ดมอร์นิ่งครับคริส”พี่เขมค่อยๆลืมตาขึ้นก่อนจะบอกทักทายผม ผมสองคนก็สบตากัน มันสื่อความหมายได้มากมายเหลือเกินและผมสองคนก็เริ่มขยับเข้าหากัน ริมฝีปากเราสองคนขยับพร้อมกันเหมือนจะต้องการริมรสความหวานของกันและกัน ..แต่

                       “อืมมมม...ปึก” เสียงที่ทำให้ผมสองคนต้องชะงักในท่าจะกำลังจะประครองใบหน้าของกันและกัน สายตาผมสองคนเหมือนมีคำถามว่า “เสียงใครวะ” ผมหันไปมอง มีซากศพ ที่นอนพาดเตียงอยู่ ในชุดที่บอกได้ว่ามันไปปาร์ตีมาแน่ๆ

                       “ไอ้ปันปัน!” ผมพูดและพี่เขมก็ดีดตัวลุกขึ้นและผมก็ลุกพล้วดเช่นกัน แบบว่ามันมาตอนไหน ทำไมผมไม่ได้ยินอะไรเลย และมันจะเห็นผมกับพี่เขมกอดกันไหมวะเนี๊ยะ

                       “ปัน” ผมเดินไปหยิบเอาไม้กวาดและเขียสภาพมันที่นอนพาดอยู่บนเตียงของไอ้โป้ง ไอ้ปันปันมันไม่ได้นอนบ้านพักของพวกผม มันนอนอีกหลังหนึ่งถัดไปสองหลังแต่ไม่รู้วันนี้ทำไมมันกลับมานอนที่นี้

                       “ไอ้ปัน ปัน” ผมเขี่ยและเรียกมันอีกครั้ง มันยังคงไม่กระดุกกระดิก

                       “ไอ้ปันปัน!!” ผมร้องเรียกชื่อมัน

                       “อะไรวะ ..” ไอ้ปันปันกระดกหัวขึ้นและหันมองหาผม

                       “ข้างหลังมึง” ผมบอกมันและมันก็พลิกตัวหันนอนหงายมองผม

                       “มึงมาตั้งแต่เมื่อไหร่” ผมถามไอ้ปันปัน

                       “เมื่อไหร่วะ ไม่รู้วะ” มันพูด แสดงว่ามันเมาหนักมาก กลิ่นเหล้าบุหรีจากเสื้อผ้าของมัน และไอ้ปันปันมันก็ลุกขึ้นนั่งและหันไมองรอบๆ และหันมามองหน้าผม

                       “กูมายังไงวะ” ไอ้นี่ถามผมแล้วผมจะไปถามใคร เพราะว่าตื่นมาก็เจอศพมันพาดอยู่เลยแบบนี้ มาตอนไหนผมยังไม่รู้เลย ผมได้แต่ส่ายหัวว่าไม่รู้เหมือนกัน และไอ้ปันปันมันก็กวาดสายตาไปรอบๆห้องและมันก็ไปหยุดที่พี่เขม

                       “มึงมาหากูทำไมวะคริสแต่เช้า” ไอ้ปันปันมันหลี่ตาขึ้นมาถามผม ผมก็ต้องเกาหัว เพราะว่าคนที่มานะมันไม่ใช่ผม

                       “มึงนั้นแหละครับที่มาหากู ที่บ้านพักของกู แต่ตอนไหนอย่าถามกูไม่รู้” ผมบอกไอ้ปันปัน ไอ้นี้มันอยู่ถัดไปสองหลังแต่บางทีถ้าผมมไม่อยู่มันก็จะมานอนกับไอ้โป้งบ้าง แต่ผมนะน้อยครั้งมากที่จะไม่อยู่ นอกจากจะไปกับไอ้โป้งมันเลย

                       “ใครวะ” มันชี้ไปที่ครูเขม ผมก็ผงะ มันก็เจอครูเขมก่อนจะออกไปนะ ไอ้นี้ความจำหายไปเลยหรือไง

                       “ก็ครูเขมไง ครูเขมเขามานอนกับกูอ่ะเมื่อคืน” ผมพูดบอกมัน สงสันไอ้นี้ต้องจูนผมเข้ไปจูนสัญญาณมันนิดหนึ่ง โดยการใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ นวดขมับมันหน่อย มันเป็นมุขจูนสัญญาณ นั้นจำได้ละซิ
                       
                       “อ้อ..ครูหวัดดีครับ “ ไอ้ปันปันหันไปยกมือไหว้พี่เขม พี่เขมก็ยกมือไหว้รับไหว้และขมวดคิ้ว

                       “สงสัยมันยังค้างนะพี่เขม มันเลยจำพี่ไม่ได้” ผมพูดให้พี่เขมอ่านปาก และพี่เขมเขาก็พยักหน้าและค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงนอนของผม

                       “เฮ้ยย!  ครูมานอนกับมึงเหรอวะ ทำอะไรกันเปล่า” ไอ้ปันปันมันลุกขึ้นและมันก็เสือกตื่นจากภวังค์ซะอย่างนั้น มันถามผมและหันไปมองครูเขมที่ลุกขึ้นทำท่าจะหยิบกระเป๋าเป้

                       “ไม่ได้ทำ มึงจะบ้าเหรอ” ผมรีบพูด

                       “เออๆ ว่าแต่ตกลงกูมาอยู่ห้องนี้ได้ยังไงวะ “ ไอ้ปันปันพูด ผมก็คิดว่ามันคงไมได้เห็นอะไรแน่ๆ ระหว่างผมกับครูเขม

                       “กูก็ไม่รู้วะ ..แต่ว่ามึงก็มาแล้ว ไปอาบน้ำไป เหม็นกลิ่นบุหรีและเหล้าชิบหายเลย ” ผมพูดบอกมันและผลักมันให้เข้าห้องน้ำด้วย มันชอบมาอาบน้ำที่นี้หลังซ้อมบาสเก็ตบอล มันเลยเอาเสื้อผ้ามาทิ้งไว้ที่นี้บ้าง

                       “พี่กลับบ้านพักนะคริส พี่ว่าพี่จะกลับไปอาบน้ำที่บ้านดีกว่าคริสและพี่ว่าจะออกไปหาซื้อของใช้สักหน่อย“ พี่เขมบอกผม พี่เขมก็เก็บทุกอย่างใส่กระเป๋าเป้

                       “พี่เขมที่บ้านพักพี่เขมไม่มีน้ำ พี่จำไม่ได้เหรอครับ ทำไมพี่ไม่อาบน้ำจากที่นี้ไปเลยละครับพี่เขม แล้วเราออกไปพร้อมกันเลย ผมจะไปกับพี่ด้วยวันนี้ผมว่าง ผมยกเลิกนัดสาวๆเพื่อพี่เลยนะ “ ผมบอกพี่เขม พี่เขมคงลืม เขาก็ยืนนึกและหันมามองผม

                       “พี่เกรงใจนะคริส” พี่เขมพูด

                       “เกรงใจทำไมละพี่เขม เราเป็นของกันและกันแล้ว”ผมพูดหยอกพี่เขม ผมชอบดูสีหน้าพี่เขมตอนถูกผมแกล้ง เขาหันมากอดอกมองผม
 
                       “ล้อเล่นนะพี่เขม อาบที่นี้แหละพี่ ผมจะได้พาไป...ทานอาหารเช้าแถวๆ โรงเรียนพี่เขม” ผมบอกพี่เขม เขาก็พยักหน้าตอบรับ

                       “ถ้าอย่างนั้นเราอาบพร้อมกันนะพี่เขม” ผมพูดบอกพี่เขม พี่เขมหันมามองหน้าผม

                       “ไม่เอา..ปัน ปันอยู่ และนี้ดีนะที่มาในสภาพที่เมาแบบจำว่าตัวเองมายังไงยังไม่ได้เลย ไม่อย่างนั้นนะคงเห็นนายกับพี่กอดกัน ” พี่เขมพูดเบาๆกับผม

                       “ผมเชื่อว่าปันปันมันไม่ใช่คนอย่างนั้นพี่ เมื่อวานมันก็เป็นคนบอกผมนะว่าพี่มาแต่ แก้มมันไม่ได้บอกผมเลยด้วยซ้ำ “ ผมบอกพี่เขมไป พี่เขมพยักหน้าและพอปันปันมันออกมาได้ ดูสภาพที่ดีขึ้นกว่าก่อนเข้าไป มันนุ่งผ้าขนหนูออกมาแต่มันก็ห่มมาด้วยผ้าขนหนูอีกผื่น ผมคิดในใจทำไมไม่กระโจมอกแบบสาวๆมาเลยละ

                       “เออ..แล้วครูนอนเตียงไหนอ่ะครับ” ไอ้ปันปันมันถามพี่เขม

                       “นอนเตียงคริส” “นอนเตียงกูไง” ผมกับพี่เขมตอบพร้อมกันแต่ไม่เหมือนกันทีเดียว ไอ้ปันปันมันหันมามองหน้าผม

                       “แล้วทำไมไม่ให้ครูนอนเตียงไอ้โป้งละไอ้คริส มันว่างอ่ะ”ไอ้ปันปัน ผมลืมเตี้ยมไว้ก่อน แต่ไม่ทันแล้วมั้งผม

                       “เออ ครู เกรงใจโป้งนะ คริสบอกว่าเขาหวงเตียง” พี่เขมพูดบอกไอ้ปันปัน

                       “ครู ถ้ามันหวงเตียงปานนี้มันกลับมานอนเตียงมันแล้วแหละครับ ไม่ท่อไปนอนโรงแรมหรอกครับครู” ไอ้ปันปัน ผมอยากจะบีบคอมันจริงๆ พี่เขมหันมามองผม เลิกคิ้วด้วยมีคำถามละซิ ผมก็หันไปยิ้มให้

                       “และเตียงนี้เตียงโรงเรียนครับครู ผมจะหวงกันทำไมอ่ะ พอจบไปคนอื่นก็มานอน เอากลับบ้านได้ที่ไหนละครับ” ไอ้ปันปัน ผมก็เดินไปและ

                       “พูดมากไปแล้วครับ ปันปัน” ผมก็กัดฟันบอกไอ้ปันปันและมองหน้ามัน มันก็มองหน้าผม สายตาประสานกัน แน่นอนเพื่อนกันมาหลายปีมันต้องเข้าใจทันที

                       “เหอะๆ เหรอ!  โทษทีนะ กูช้า” ไอ้ปันปันมันพูดและหันไปจัดการแต่งตัวทันที พี่เขมก็มองผมกอดอกและผมก็ต้องเอื้อมไปหยิบผ้าเช็ดตัวส่งให้พี่เขม

                       “อาบน้ำครับคุณครู” ผมบอก

                       “ได้..นายนี้นะ มันน่าหนักคริส! ” พี่เขมชี้หน้าผมและเดินเข้าห้องน้ำไป

                       “ไอ้เชี้ยปัน” ผมหันไปด่ามัน

                       “ฮาๆ สมน้ำหน้า แม้..”

                       “มึงเห็น”

                       “ถึงผมจะเมาแต่ผมก็เห็นได้ชัดเจนครับคุณคริส”

                       “แล้วมึง มายังไงวะ ”

                       “กูก็ไม่รู้ว่า ว่าไอ้อาร์ทมันพากูมาส่งหลังนี้ และพอกูขึ้นมาเห็นเตียงว่างๆเลยนอนเลย “ ไอ้ปันปันมันบอก แสดงว่าไอ้อาร์ทและไอ้โจ มันก็คงเมาเลยเอามันมาส่งผิดหลังด้วย ฮาๆ

                       “มึงจะบอกไอ้โป้งไหมวะ เรื่องกูกับครูอ่ะ” ผมถามไอ้ปันปัน

                       “กูไม่บอกโป้งมันหรอกไอ้คริส มึงรู้ดีว่าทำไม” ไอ้ปันปันมันพูด ผมพยักหน้าและไม่นานครูเขมก็ออกมาจากห้องน้ำ และสวมชุดลำลองกางเกงขาสั้นไม่สั้นมากคลุมเข่าหุ่นพี่เขมดูสูง ไม่ผอมไม่อ้วน เรียกได้ว่าหุ่นดีทีเดียว ผมหันเหล่ไอ้ปันปันมันแอบมองหุ่นพี่เขมผม ผมรีบทำนิ้วเฉือดคอ ห้ามมอง และมันก็ส่งนิ้วกลางให้ผมด้วย และผมก็รีบเข้าห้องน้ำอาบน้ำอย่างไวมาก ปล่อยให้พี่เขมยื่นแต่งหล่อไปก่อน
******************************************************************************************************************************
Part ครูเขมชาติ
           ผมออกมาจากห้องน้ำก่อนผมก็แต่งตัวเพื่อจะได้ออกไปหาอะไรทานกับคริสก่อนและจะเข้าไปดูครูโจ้ว่ามาหรือยังเพราะจะได้รบกวนครูเขาซ่อมแป๊ปน้ำให้ผม ผมจะได้นอนบ้านพักของผม จะให้ผมนอนกับคริสไม่ได้หรอกคืนนี้ ผมกลัวใจผมเองจะทำแบบนั้นอีก ผมหันมาก็เจอปันปันที่ยืนแต่งตัวเตรียมออกเหมือนกัน เขาก็ส่งยิ้มมาให้ผม ผมก็ส่งยิ้มกลับไป

           “ครูเขมครับ ผมฝากบอกไอ้คริสด้วยนะครับผมจะออกไปหาอะไรทานก่อน ผมนัดพวกไอ้อาร์ทและไอ้โจไว้ครับ และผมคิดว่ามันคงจะ..อยากไปกับครูมากกว่า” ปันปันหันมาบอกผม ผมพยักหน้าเบาๆ และหันกลับไปแต่งทรงผมรองทรงของผมและนายคริสก็ออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับผ้าพันกายแบบหมิ่นๆมาอีกแล้ว นายนี้ยั่วผมตลอด นายคริสสระผมเลยทำให้ผมเขาเปียก นายคริสไปยืนที่หน้ากระจก ทาครีมทาหน้าด้วยนะ มิหน่าละหน้าใสเชียว และผมก็เดินไปหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดที่หัวให้คริสโตเฟอร์ ก็เมื่อวานเขาเช็ดให้ผมแล้ว และนายคริสก็เอียงหัวมาให้ผมเช็ดให้เขาด้วยความเต็มใจ

           “ขอบคุณนะครับที่รัก” คริสโตเฟอร์เอียงคอมองผมและพูดขอบคุณผม ไม่นานก็เสร็จเรียบร้อย ผมเขาก็แห้งหน่อยๆ ผมหันไปเอาผ้าขนหนูพาดกับราวตากผ้าเล็กในห้องนั้น พอผมหันมาผมก็เห็นนายคริสกำลังสวมเสือคอโปโลและกางเกงขาสั้นแต่มันจะต่างจากผมหน่อยเพราะว่าของผมขามันจะแคบกว่าผมไม่ชอบใส่แบบใหญ๋ๆ ส่วนนายคริสก็จะประมาณนั้นและสวมถุงเท้าของอาดิแดส และผมก็มองไปที่ใบหน้าของเขา โครงหน้าของเขามันบ่งบอกว่าคนนี้ไม่ใช่คนไทยอย่างชัดเจน ผมมองเลือยไปจนหยุดที่นัยต์ตาคู่นั้น และมันก็ทำให้ผมคิด

                       “พี่เขม “ เสียงคริสโจเฟอร์เรียกผมจนผมสะดุ้งสุดตัวเพราะว่าผมมัวแต่คิดถึงสีตาของเขาในวันแรกที่ผมเห็นกับวันนี้มันต่างกัน

                       “มีอะไรคริส” ผมถามคริสกลับแบบแก้เขินที่ผมมัวแต่มองเขานานไปหน่อย

                       “ผมเห็นพี่ยืนนิ่งอยู่พักหนึ่งแล้วผมเลยเรียกอ่ะครับ” คริสโตเฟอร์พูดและหันมามองผม แบบใกล้ชิด ผมก็มองเขาแบบใกล้ชิด ผมเห็นบางสิ่งที่ผิดปกติไป สีตาของเขาวันนี้มันเป็นสีดำ แต่วันก่อนผมเห็นเป็นสีฟ้านะ ผมเหลือบไปเห็นกล่องคอนแทรคเลนส์วางอยู่ เหมือนกับว่าเขาใส่คอนแทรกเลนส์ด้วย

                       "เธอใส่คอนแทคเลนส์เหรอคริส ? " ผมถามคริสโตเฟอร์ เพราะว่าวันแรกผมนะเห็นตาเขาสีฟ้าและบางวันก็สีดำ
                       "ใช่..เพื่อปกปิดมัน...ผมอยากปิดบังมันไว้...ผมพยายามหลอกตัวเองว่าผมไม่มีส่วนไหนที่ได้มาจากพ่อของตัวเองแต่มันกลับไม่ใช่ผมได้เขามาเกือบทั้งหมด"คริสโตเฟอร์พูด  เขาหันมามองหน้าผม

                               “และวันแรกที่พี่เห็นนายละมันเป็นตาสีฟ้านะ วันนั้นนะ” ผมพูดถามนายคริส

                               “วันนั้นผมหากล่องคอนแทคเลนส์ไม่เจอนะพี่ ก็มีแค่วันนั้นแหละที่ผมไม่ได้ใส” คริสโตเฟอร์พูด บอกผม
                       "ผมไม่อยากเห็นสีตาตัวเองพี่เขม และนี้มันก็ทำให้ผมดูแตกต่างจากคนอื่นเข้าไปอีกอ่ะครู  “คริสโตเฟอร์พูดด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ และหันไปมองทางอื่น ผมเข้าใจความรู้สึกเขานะ
                       "ทำไมละ..สีฟ้าแบบนี้สวยดีออก..ครูชอบ..และนี้คือตัวต้นที่แท้จริงของเธอนะคริส" ผมพูดและผมก็พลิกร่างของนายคริสโตเฟอร์ให้หันมาหาผม ผมมองหน้าคริสโตเฟอร์
                               
                               “ถ้าเธอไม่ยอมรับตัวตนของเธอเองแล้วใครจะกล้ายอมรับมันละคริส “ ผมถามคริสโตเฟอร์ เขาก็เงยหน้ามองผม สายตาเขาเหมือนเด็กน้อย

                       "เมื่อคืนเป็นคืนแรกที่ผมนอนหลับสนิทโดยที่ไม่ฝันร้าย..ครูเชื่อไหมผมฝันร้ายทุกคืน..ฝันว่าโดนทิ้งให้อยู่ลำพัง..ฝันว่าคนที่ผมรักเขากำลังเดินหันหลังทิ้งผมไป คำพูดที่บอกว่าจะกลับแต่เขาไม่เคยกลับมาอีกเลย" คริสโตเฟอร์หันมาพูดกับผม สายตาของเขามันแผงไว้ซึ้งความเจ็บปวด มันสำคัญมากในวัยเด็กหากเขาเจออะไรที่สะเทือนใจมันก็จะฝังลึกไปจนโต ผมถึงไม่อยากให้พี่ต้นกับพี่เกศรินทร์เลิกกัน เพราะว่าตาเอิร์ธก็ต้องการทั้งพ่อและแม่

                       "แต่เมื่อคืนผมรู้สึกดีรู้สึกอบอุ่นรู้สึกว่าผมไม่ได้อยู่ตามลำพัง" คริสโตเฟอร์พูดเขาเงยหน้ามองผมสายตาเป็นประกายยิ่งมีแสงอ่อนตกกระทบลงที่ดวงตาสีฟ้าคู่นั้น

                       "ถ้าครูไม่มีแฟนก็คงจะดีซินะ..เราเจอกันช้าไปใช่ไหมครู"
                       "หึ?" ผมเลิกคิ้งสูง ผมมองคนที่ยืนตรงหน้าผม ความสูงเขาเทียบเท่ากับผมได้แล้วอีกแค่ไม่กี่เซนติเมตรและอาจจะเลยแซงหน้าผมเร็วนี้เพราะนายนี้ยังไม่ 18 ปีเลย

                       "ผมรักครู" คำนี้ทำเอาผม หยุดชะความคิดทุกอย่างไปชั่วขณะ เพราะว่าเขาบอกว่าเขารักผม
                       "คริส.... มันเร็วไปหรือเปล่า ...เธอแน่ใจแล้วเหรอว่าเธอเป็นแบบนี้จริงๆ" ผมถามนายคริสโตเฟอร์
                       "คือครูหมายถึง... ครูเองก็ยังเคยสับสน ครูยังต้องใช้เวลาหลายปีเหมือนกันนะกว่าจะค้นพบว่าครูชอบแบบไหนนะคริส" ผมพูดคริสโตเฟอร์หันหน้ามามองผมนิ่งๆ เหมือนเขากำลังใช้ความคิด ผมคิดว่าเขาแค่สับสน
                      "และนี้มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลยนะ...ครู..."
                       "อืมมม" เขาดึงผมเข้าไปจูบทันทีโดยที่ผมยังไม่ทันได้ตั้งตัว เราจูบกันอยู่พักหนึ่ง

                       "ผมเคยบอกครูแล้วว่าผมจะพิสูจน์ด้วยการจูบ ถ้าครูสงสัยผมบ่อยๆ ผมคงต้องจูบครูบ่อยๆเช่นกัน"
                        "ครูยังสงสัยอะไรผมอีกไหมครับ" คริสโตเฟอร์ถามผมแบบนี้
                       "หึ" ผมรีบส่ายหัวทันทีถ้าสงสัยก็โดนจูบอีกอะดิวะ คริสโตเฟอร์ยิ้มให้ผมก่อนจะหันไปแต่งตัวต่อและ เขาก็ปล่อยให้ผมยืนทำหน้างง ใช้นิ้วลูบที่ริมฝีปากตัวเองเบาๆ  ผมเหลือบไปมองกล่องคอนแทคเลนส์ เอาจริงๆ คอนแทคเลนส์ไม่ได้ปกปิดตัวตนที่แท้จริงของเขาไปได้ตลอดหรอกและผมก็ไม่อยากให้เขาใส่มัน แต่ของแบบนี้คงต้องค่อยๆบอกไป
                       "ทำไมยืนทำหน้าแบบนั้นละครู" คริสโตเฟอร์หันมาถามผม
                       "เออคริส...อย่าไปบอกใครนะเรื่องเมื่อคืนนะคริส" ผมพูดกับคริสโตเฟอร์ถึงเรื่องเมื่อคืนที่ผมกับเขาทำกันสองคน
                       "ไม่บอกแน่นอน เรารู้กันสองคนไม่กล้าบอกคนอื่นหรอก" คริสโตเฟอร์หันมาพูด ดีมากมันก็แบบนี้แหละนะใครจะกล้าไปบอกละว่าทำแบบนั้นกับผู้ชายด้วยกัน
                       "เดี๋ยวคนอื่นเลียนแบบ" Q_o “เห้ย! “ ผมร้องออกมาเบาๆ เขาหันมาหัวเราะผม
                       "ขอบคุณนะครับครูเมื่อคืนมีความสุขมากเลย "
                       "หรือว่าครูไม่มีความสุขแต่ผมเห็นหน้าครูเคลิ้มซะขนาดนั้นแถมยังร้องครางซะดังแบบนั้นอีก ถ้าบอกไม่มีความสุขอีกนะคราวนี้ผมคงต้องหาท่ายากมาเล่นกับครูแล้วแหละ " คริสโตเฟอร์หันหน้ามาพูด ผมควรจะดีใจรอใช่ไหมละ  T_T

                       “ไม่ต้องท่ายากหรอก เอาแค่พื้นฐานให้รอดก่อนเถอะ ปากดีจริงๆนายนิ” ผมพูดเพราะว่าเขาก็ยังดูขัดเขินอยู่นะ สำหรับผม แต่ผมบอกไปว่าเอาแค่ท่าพื้นฐาน นี่ผมคิดอะไรไปไกลขนาดนั้นกับนายคริสจริงๆเหรอเนี๊ยะ ไม่นะเขมไม่เอาต้องไม่คิดบอกตัวเอง
                       "และดีนะที่บ้านพักข้างๆไม่มีใครอยู่นะ.. ฮาๆ คราวนี้เขาคงรู้กันหมดโดยที่ผมไม่ต้องเอ่ยปากบอกเอง " ยังมีหน้ามาขำผมอีกนะ ผมก็ยิ่งอายเข้าไปใหญ่เลย
                       "ว่าแต่ทำไมนายรู้เรื่องพวกนี้ด้วยละ..นายยังเด็กอยู่นะคริส" คริสโตเฟอร์ชี้ไปที่กล่องพาสติกผมก็หยิบมาดูพอเปิดดูก็ต้องหันมามองหน้าเจ้าของเพราะว่านี้มัน หนังสือโป้ ซีดีโป้ ผมก็ต้องรีบปิดมันลง เขาห็นว่าผมเห็นอะไรในกล่องนั้นซิท่า เลยหันมาหัวเราะและหันไปแต่งทรงผมเขาต่อ
                       "ก็เด็กผู้ชายใครเขาก็มีกันครับ ว่าแต่ครูไม่มีเหรอครับ" คริสโตเฟอร์พูด ผมหยักไหล่ไม่มี แต่ก็มีดูบ้างดูจากในยูทูปนั้นคือตอนแรกที่ผมกำลังเริ่มคบณัฐกานต์ ต่อมาไม่ต้องดูแล้วปฏิบัติเลย ผมแอบคิดคนเดียวพูดไปเดี๋ยวเด็กมันรู้

                       "ผมโตเป็นหนุ่มแล้วนะมันก็ต้องมีบ้างครู...แต่..ยังไม่เคยกับผู้ชายนะ"
                       "อ้อเคยแล้วซิ ....กับครูคนแรก..ที่ผมทำให้เมื่อคืนอะ" คริสโตเฟอร์หันมากระซิบกับผม ผมควรจะยิ้มอย่างภูมิใจด้วยใช่มั้ย ผมหันหลังไปจัดการสวมนาฬิกาข้อมือและแหวนที่ผมถอดเอาไว้
                       "ครูเขมครับ" คริสโตเฟอร์ยืนอยู่ข้างๆผมเขาใช้มือดันเอวผมให้หันหน้าไปหาเขาขณะที่ผมกำลังจะก้มลงติดคลิปนาฬิกาข้อมือเขาก็คว้าข้อมือผมไปและบรรจงติดมันให้ผมแทน
                       "ครูเชื่อที่ผมพูดไหม..ว่าผมรักครู" คริสโตเฟอร์หมุดตัวผมให้หันมามองหน้าเขาแววที่ที่ดูจริงจัง
                       "พี่เชื่อ..เพราว่าความรักมันเกิดได้ทุกเพศทุกวัน ทุกช่วงเวลา..แต่พี่ยังไม่ได้เลิกกับณัฐกานต์เลย...พี่รู้สึกผิดนะคริส." ผมเงยหน้าขึ้นมาจากการสาระวนพับแขนเสื้อเชิ๊ตที่ผมสวมทับเสื้อยืดเข้ารูปของผม ผมหันบอกคริสโตเฟอร์  เขาก็ยิ้มให้ผมก่อนจะเดินเข้ามาสวมกอดผม ผมก็กอดเขาตอบมันเป็นกอดที่ทำให้ผมรู้สึกดีมากจริงๆอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนแต่ก็รู้สึกผิดไปพร้อมๆกัน ก็เพราะว่าสถานะของผมกับเขาในตอนนี้ไง ที่มันอยู่กึงกลางระหว่างผมและเขา เปรียบเหมือนกำแพงกั้นแม้ว่าจะบางมากก็ตาม คำว่าครูและนักเรียน

                       "ไปหาอะไรทานกันดีกว่าพี่เขม..ผมพาไปร้านกาแฟสดมีพวกขนมปังปิ้งอะไรพวกนี้ มีอย่างอื่นด้วยนะ " ผมพยักหน้าเบาๆตอบรับ ผมหันไปมองกรอบรูปที่ตั้งอยู่ที่มีแค่รูปเขาและแม่ของเขาแต่อีกส่วนหนึ่งกลับหายไปหายไปผมสังเกตุดูมันน่าจะถูกพับไปด้านหลัวหรือไม่ก็ถูกฉีกออก ผมหันไปมองคริสโตเฟอร์ เขารู้ว่าผมหมายถึงอะไร คนที่หายไปจากรูปนั้นน่าจะเป็นพ่อของเขาซินะ
 
               คริสโตเฟอร์หยิบหนังสือขึ้นมาหนึ่งเล่มมันเป็นหนังสือนิทานภาษาอังกฤษ คริสโตเฟอร์เปิดให้ผมดูมันรูปผู้ชายเหมือนนั่งย่องๆกำลังทำท่าจะหอมใครสักคนและส่วนที่ถูกฉีกออกไปถ้าเอามาแปะต่อจากภาพที่อยู่กรอบรูปมันเข้ากันได้พอดีเลย ภาพผู้ชายต่างชาติเขากำลังหอมคริสโตเฟอร์ตอนเด็กๆ รูปนี้มันเก่ามากแล้วและตอนนี้เขาก็คงเปลี่ยนแปลงไปแล้วตามกาลเวลา แต่จะว่าไปนายคริสนี้ได้พ่อมาเต็มๆเลยนะ ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอให้ยุ่งยากเพราะเขาเหมือนมากในตอนนี้ ที่เขาโตเป็นหนุ่ม ตอนนั้นพ่อเขาก็คงเพิ่งจะสามสิบกว่าได้ ผมเห็นสายตาที่เขามองผมมันเหมือนมีความสับสนอยู่ในใจ ว่าเขาควรจะตามหาเขาไหม
                       "มันอาจจะกลับมาไม่เหมือนเดิมเพราะแม่เธอก็แต่งงานใหม่ไปแล้วแต่ครูเชื่อว่าเขาจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ บางคนเลิกกันไปแล้วแต่หน้าที่พ่อแม่ยังคงต้องทำอยู่เหมือนเดิมก็เยอะไป..คริส" ผมบอกคริสและส่งรูปนั้นคืนให้เขาเก็บไว้ให้ดีดี
                       "แต่กระนั้นก็เถอะครูยังอยากจะให้เธอได้พบกับพ่อของเธอเพื่อเคลียร์บางสิ่งที่ค้างคาในใจ เพราะยังไงเขาก็เป็นคนให้ชีวิตเธอถ้าไม่มีเขาก็ไม่เธอในวันนี้นะคริส"
                       "ครูจะพยายามช่วยหาเขาให้ได้"
                       "ผมเชื่อว่าครูทำได้..เราไปหาอะไรกินกันดีกว่าผมหิวแล้ว ...หรือว่าครูจะให้ผมหากินในนี้ดีละ...อืมม"
                       "กินอะไรละในนี้" ผมถามคริสโตเฟอร์
                       "กินครู" คริสโตเฟอร์เดินมากระซิบที่หูผมมันดังเหมือนใครกรอกเสียงผ่านโทรโข่ง
                       "พอ..พอ..อันนี้เกินเด็กไปแล้ว..แก่แดดจริงๆเลย "ผมรีบหันหลังออกลงไปรอข้างล่างก่อนดีกว่าปกติเขมเป็นฝายรุกนะไม่ใช่โดนรุกแบบนี้ เขินจนทำตัวไม่ถูกเลยผม ผมสวมรองเท้าผ้าใบไนท์กี้ที่ผมซื้อเอง ไม่ใช่ณัฐกานต์ซื้อให้ เพราะว่าผมไม่ได้เอามาเลย
                            ตอนนี้เกือบแปดโมงครึ้งแล้วซิ ตื่นมาแต่เช้าอากาศดีดีแบบนี้ ผมไม่อยากทิ้งที่นี้ไปเลยจริงๆ ระหว่างที่ผมกำลังยืดเส้นยืดสายก็เห็น รปภ.ของโรงเรียนกำลังปั่นจักรยานกำลังผ่านหน้าผมคงตรวจดูบริเวณรอบๆโรงเรียนตอนเช้าเป็นเรื่องปกติ
                                   "อรุณสวัสดิ์ครับครูเขม" เขาก็ทักทายผม ผมก็หันไปทักทายเหมือนเช่นทุกเช้าที่ผมเจอเขา
                                   "อรุณสวัสดิ์ครับลุงแช้ม"
                                   "เอี้ยด!!" เสียงเบรครถดังจนแสบแก้วหู
                                   "ครูนอนที่นี้เหรอครับ...นอนผิดที่หรือเปล่าครับครู...ฝั่งนี้มันฝังนักเรียนนะครับครู"   ลุงรภป ถามผม ผมก็ร้อง
                                       “อู้ยย!! “ ผมก็ลืมตัวไปผมยืนอยู่หน้าบ้านพักนักเรียน
                                   "เออ...คือ..เมื่อวานห้องน้ำผมแป๊ปน้ำมันหักนะครับและครูโจ้ไม่อยู่ผมเลยต้องมาค้างกับคริสโตเฟอร์เขานะครับ เพราะว่าไม่มีน้ำใช้" ผมบอกอธิบายลุงแกไป
                                   "อ้อ!! เข้าใจแล้วครับ..ถ้าครูประพันธ์มาผมจะแจ้งครูประพันธ์ให้นะครับว่าไปดูห้องน้ำบ้านพักครูเขมให้หน่อย หลังที่เท่าไหร่นะครับ"
                                   "หลังที่ สามครับ"
                                   “อ้อหลังที่สาม..หลังนี้อาถรรพ์มากนะครู เพราะครูแต่ละคนที่ได้มาพักบ้านนี้ ไม่เคยอยู่นานสักคน ล่าสุดสามเดือนไปเลย ไปกับนักเรียนด้วย “ ลุงแช้มพูด ทำเอาผมยืนเหงือแตกเลยครับ เหมือนแช่งผมเลยนะครับลุง ว่าผมอาจจะอยู่ไม่นาน  ลุงแกหันมาเห็นก็ตกใจทันที

                                   "อู้ย! …. งั้นผมไปนะครู.... " (เออ! นักเรียนใจดีให้ครูมานอนด้วย ดี้ดีวะ) ผมก็เกือบไปแล้วรู้อย่างนี้ยืนอยู่บนบ้านก่อนก็ดีอะ ผมหันมามองนายคริสที่กำลังเดินลงมาพร้อมกับผิวปากมาด้วย
                                   "ผมจะเอามินิสตรีท ลูกรักของไอ้โป้งไปนะครูเบียดๆหน่อย..ผมรู้ครูชอบ" คริสโตเฟอร์เดินลงมาผมหันไปเหล่ตามองรู้ได้ยังไง ไม่เคยแสดงอาการอะไรเลยนะ ว่าผมชอบนะ 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-09-2020 19:59:46 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 197
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

ออฟไลน์ psychological

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 304
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-0

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
                     
EP.9.1 ความสุขเล็กๆของผมสองคน  2
                     หลังจากที่เราสองคนก็ออกไปหาอะไรทานเป็นร้านคาเฟ่เล็กๆ มีพวกขนมปังคุ้กกี้และยังมีไข่กะทะ ผมเลยสั่งไข่กะทะมาทานกันและ
                       เราคุยกันทุกเรื่องไม่ว่าเรื่องตอนผมเด็กๆ ชีวิตวัยเด็กของผมกับพี่ๆของผม เขาก็ฟังแต่เรื่องของผมแต่แปลกเขากลับไม่ค่อยมีเรื่องวัยเด็กให้น่าจดจำเขาเลยไม่ได้เล่าอะไรให้ผมฟังมากจนกระทั้งผมสองคนทานเสร็จ
                        "กลับเข้าโรงเรียนกันดีกว่าครูจะได้เดินไปดูว่าครูโจ้มาหรือยังจะได้ซ่อมห้องน้ำให้ครูก่อน" ผมบอกคริสโตเฟอร์เพราะว่าตอนนี้ก็เกือบจะสิบโมงเช้าแล้ว
                      "และหากต้องซื้ออะไรเพิ่มเติมจะได้ไปหาซื้อมาให้เพื่อว่าวันอาทิตย์ร้านค้าบางร้านจะที่ปิดเร็ว" ผมพูดคริสโตเฟอร์ลุกขึ้นผมดึงเสื้อเขาไว้ส่งธนบัตรให้
                       "ครูจ่ายเองคริส" ผมพูดทำน้ำเสียงดุ ผมเดินไปจ่ายชำระเงินคริสโตเฟอร์ก็เดินมายืนใกล้ๆกับผมแบบสนิมสนม คนที่กำลังทอนเงินให้ผมก็หันมามองผมกับคริสอยู่หลายรอบจนผมต้องเอาศอกกระทุ้งคริสโตเฟอร์แต่ผมก็เดินออกจากร้านด้วยกัน
       
    ในระหว่างที่ผมยืนรอคริสโตเฟอร์อยู่เพราะว่านายคริสโตเฟอร์เขาเดินเข้าไปเอารถที่จอดไว้ด้านข้างของของร้าน ผมก็หยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์โทรหาณัฐกานต์แต่ทะว่ามันกลับเข้าสู้ระบบฝากข้อความเสียง ผมเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นมีรถมอเตอร์ไซค์ สกูปปี้จอดมองผมอยู่ฝั่งตรงข้ามสายตาเขาแสนจะอาฆาตผมมากผมเพ้งมองดีดี นั้นมันเด็กผู้หญิงที่่ชื่อแก้มพอเขารู้ว่าผมเห็นว่าเขามองผมอยู่เขาก็ขับรถออกไปทันที

                       "ครูครับ" คริสโตเฟอร์เรียกผม ผมขึ้นไปนั่งค่อมรถมอเตอร์ไซด์ ผมชอบรถของโป้งนะแต่ว่าเบาะมันสั้นไปหน่อยเป็นรถมินิสตรีทไบค์รุ่นใหม่รูปทรงความทันสมัยและมันก็เข้ากับคนขับรถหน้าตาหล่อๆอย่างคริสโตเฟอร์สังเกตุได้จากตอนขับผ่านสาวๆ เขาหันมาเลี้ยวมองกันเป็นแถว คริสโตเฟอร์จับมือผมไปกอดเอวเข้าไปไว้ อันนี้แหละที่จะทำให้เรทติ้งนายตกคริสโตเฟอร์!
                       
                       ทันทีที่คริสเลี้ยวรถเข้ามาจอดด้านในโรงเรียน ผมก็หันไปเห็นครูลินดาเธอน่าจะมาอยู่เวรโรงเรียนวันนี้ พอดี ครูลินดาหันมาเห็นผมเข้า เธอก็ทำท่าจะรีบเดินไปขึ้นตึกแสดงว่าเธอคงโกรธผมแน่ๆ เรื่องณัฐกานต์ต่อว่าเธอเมื่อวันศุกร์

                       "คริสครูขอไปคุยกับครูลินดาก่อนนะ" ผมพูดคริสโตเฟอร์มองหน้าผมด้วยสีหน้ากังวล

                       "ครูแค่อยากขอโทษ..เมื่อวันศุกร์แฟนครูพูดไม่ดีกับเขา" คริสโตเฟอร์พยักหน้าที่อย่างนี้ละยิ้มออกเชียวนะ ผมรีบกึ่งเดินกิ่งวิ่งตามครูลินดา จังหวะที่ครูลินดาหยุดพูดคุยกับนักเรียนพอดีเลย ผมวิ่งไปหยุดครูลินดา เขาหันมองหน้าผมและเด็กนักเรียนหญิงสองคนนั้นก็มองหน้าผมสลับกับครูลินดา เขาสองคนก็หันมายิ้มให้กันเอง

                       "ครูค่ะ ..พวกเราออกไปซื้อพวกกระดาษสีเพิ่มก่อนนะคะครู เพราะที่มีมันไม่พอนะคะ "นักเรียนหญิงสองคนที่มาทำงานอะไรสักอย่างกับครูลินดา

                       "อืม..... ไปซิแล้วกลับมาทำให้เสร็จนะ" ครูลินดาบอกเด็กผู้หญิงสองคนเขาเดินส่วนผมออกไป ก่อนจะเดินไปหันมามองผมยิ้มๆ คงคิดว่าผมจีบครูลินดานะซิ ผมมาได้ไม่กี่วันและผมก็มักจะไปทานข้าวกับครูลินดาประจำในฐานะเพื่อนแต่ก็ไม่วายโดนเม้าส์ว่าผมกับครูลินดากำลังดูใจกันอยู่บ้าง

                       "ครูลินดาครับผม..จะมาขอโทษเรื่องวันศุกร์ที่กานต์" ผมพูดครูลินดาหันมามองหน้าผม

                       "แฟนคุณมาว่าลินดาพยายามจะเข้ามาเป็นมือที่สามนะเหรอคะ" ครูลินดาพูด ผมพยักหน้าแต่ผมไม่รู้หรอกว่าณัฐกานต์พูดอะไรไม่ดีกับครูลินดาบ้าง

                       "ช่างมันเถอะค่ะครูเขม..ลินดาไม่ถือโทษโกรธเธอแล้ว"

                       "แต่จะว่าไปครูเขมเป็นเกย์เหรอคะ" ครูลินดาถามผม ผมพยักหน้าเบาๆ

                       "ลินดาเองก็มีเพื่อนเป็นแบบครูหลายคนนะคะ...ลินดาไม่เคยนึกรังเกียจเลยนะคะครูเขม"

                       "ผมขอโทษที่ไม่ได้บอกครูลินดาตั้งแต่แรกว่าแฟนผมเป็นผู้ชาย"

                       "แล้วนี้มีปัญหากันหรือเปล่าคะ..ดูท่าทางแฟนครูจะหวงครูมากนะคะ"

                       "ครับค้อนข้างหวงและค้อนข้างจะมีปัญหากับคนรอบข้างผมอยู่บ่อยๆ " ผมพูดครูลินดาพยักหน้า ทำท่าจะเดินเข้าไปในห้องพักครู

                       "ไม่ว่าเพศไหน ทั้งผู้หญิงและผู้ชายแหละครับ" ผมพูด ครูลินดาปิดปากขำผม

                       "ครูลินดาครับ...ผมไม่รู้ว่าผมเข้าใจผิดไปเองไหมแต่ถ้าผมเข้าใจผิดผมขอโทษนะครับ..คือผมอยากจะบอกว่าผมอยากเป็นเพื่อนกับครูลินดานะครับ..เราเป็นเพื่อนกันได้ใช่ไหมครับ " ผมพูด ผมว่าเธอเข้าใจความหมายของผมดี จากการที่มีคนเอาเรื่องผมจีบเธอไปพูดกันกระฉ่อนทั้งโรงเรียน

                       "ได้ซิค่ะ..ลินดายินดีค่ะ ..ว่าแต่ทำไมครูมาเร็วจังละค่ะ..มาแต่เช้าตรู่เลย"

                       "คือส่วนใหญ่จะเดินทางกลับมากันตอนเย็นวันอาทิตย์กันทั้งนั้นแหละค่ะ" ครูลินดาพูดผมพยักหน้า ที่จริงผมก็ตั้งใจแบบนั้นแต่เพราะนายตัวดีของผมนี้แหละ ผมยิ้มๆให้ครูลินดา

                       "ผมมาตั้งแต่เมื่อวานนะครับ"

                       "อ้าวเหรอคะ...แล้วนี้ออกไปไหนมาคะ"

                       "ไปทานข้าวกับ...คริสโตเฟอร์นะครับ" ผมบอกครูลินดาว่าผมไปทานข้าวกับคริสตเฟอร์สีหน้าครูลินดาก็เปลี่ยนไปในทันที เธอดูกังวลใจ

                       "ครูเขมคะ...ครูคิดอะไรกับคริสโตเฟอร์หรือเปล่าคะ" ครูลินดาถามผมนำเสียงเธอกังวลใจอย่างมากเช่นกัน ผมก็มองหน้าเธอ

                       "ครูมีอะไรหรือเปล่าครับครูลินดา..ผมเห็นสีหน้าครูกังวลมาก" ผมถามครูลินดากลับทันที ครูลินดามีสีหน้าเหมือนอยากจะบอกผมแต่ก็เหมือนมันจะพูดยากยังไงก็ไม่รู้

                       "เราเข้าไปคุยกันในห้องดีกว่าไหมคะ...ครูเขม" ครูลินดาพูดพยักหน้าให้ผมเข้าไปในห้องพักครูก่อน

                       "ได้ครับ" ผมพูด ผมเดินเข้าไปในห้องพักครู ครูลินดาเปิดพัดลมเพดานก่อนจะลากเก้าอี้ครูท่านอื่นมานั่งลงตรงข้ามกับผม

                       "ครูเขมคะ...ครูใหญ่อาจจะไม่เห็นด้วยแน่ๆนะคะ ถ้าครูกับคริสโตเฟอร์คิดแบบนั้นกันจริง..ลินดารู้คะว่ามันห้ามยากความรักประเภทนี้แต่ที่นี้เพิ่งจะเกิดเรื่องไปก่อนที่ครูจะมา" ครูลินดาพูดว่าเพิ่งจะเกิดเรื่อง

                       "เกิดเรื่องอะไรครับ" ผมรีบถามกลับในทันที

                       "นักเรียนชายของเราหายไปหนึ่งคนและครูที่เพิ่งมาบรรจุก่อนหน้าครู..ก็หายไปด้วย เขาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษเหมือนกับครูเขมค่ะ"

                       "เขาชื่อครูมิ้งหรือเปล่าครับ" ผมถามกลับอย่างรวดเร็ว

                       "ครูรู้ได้ยังไงคะ..ลินดาคิดว่ายังไม่มีใครบอกครูเลยมั้งค่ะเรื่องนี้ " ครูลินดาถามผมด้วยนำเสียงประหลาดใจ

                       “ผมได้ยินนักเรียนพูดกับนะครับ โดยเฉพาะห้องม.3/1 ที่ผมไปสอนแทนครูลิมาเพราะว่าครูมิ้งเขาสอนเอาไว้” ผมพูดบอกครูลินดา

                       “เด็กที่หายไปอยู่ที่ห้องนั้นค่ะครู เขาชื่อแชมป์”

                       “ครับผมทราบตอนที่ผมเช็คชื่อและชื่อของเขาถูกขีดคาดยาว ผมก็ถามจากเพื่อนๆ เขาก็บอกว่าเขาหายไปกับครูมิ้ง”

                       “ดังนั้นครูก็ควรนะวังไว้หน่อยนะคะ ลินดาเป็นหวงเพราะว่าเรื่องนี้ค้อนข้างดัง ก็คุณป้าของแชมป์เขาเป็นดังของแถวนี้ เขารวยมีที่มีตึกเยอะค่ะ และพอหลานหายเขาก็พูดไปทั่วว่าเป็นความผิดของครูทุกคนค่ะ ใครๆก็เลยรู้กันไปทั่วค่ะครูเขม” ครูลินดาพูด ผมก็ยิ้มแหยๆ อะไรมันจะประจวบเหมาะแบบนี้วะเขมชาติ บ้านพักก็บ้านหลังเดียวกัน เป้นครุสอนภาษาอังกฤษเหมือนกัน และตอนนี้นายนั้นก็มาบอกว่าเขารู้สึกดีกับผมอีก

                       “ลินดาก็พอจะได้ยินเด็กๆเขาคุยกันอยู่นะคะเกี่ยวกับครูและที่เด็กๆพูดกันคงเพราะว่าครูมาสอนแทนแถม หน้าตาดีและแต่งตัวแนวเดียวกับครูมิ้งอีก..เด็กๆก็เลย ...”

                       “เข้าใจผมแบบนั้น “ ผมพูดเหมือนจะขำนะ แต่ไม่ขำเท่าไหร่

                       “นี้ครูอยู่เวรเหรอครับ” ผมถามครูลินดา

                       “ค่ะครู”

                       “ถ้าอย่างนั้นผมไปก่อนนะครับ เพราะว่าห้องน้ำผมแป๊ปน้ำมันแตกนะครับ ผมจะให้ครูโจ้ไปซ้อมให้ผมหน่อย”

                       “อ้อ... ลินดาเห็นครูโจ้เพิ่งจะเลี้ยวรถเช้ามาก่อนหน้าลินดาค่ะ ครูโจ้คงอยู่ที่บ้านพักนะคะ” ครูลินดาพูด ผมพยักหน้าและจะหันหลังเดินออก

                       “ครูเขมค่ะ ..”ครูลินดาเรียกผมไว้ เหมือนจะพูดอะไรกับผม

                       “เอาไว้คุยกันวันจันทร์ดีกว่าค่ะ ดูครูจะรีบ นายคริสก็รอครูอยู่ ลินดามีเรื่องจะคุยด้วยค่ะ ตอนบ่ายก็ได้ค่ะ เพราะว่าลินดาไม่อยู่ช่วงเช้าค่ะ “ ครูลินดาบอกผม ผมก็พยักหน้า และเดินลงมาจากตึก ผมเห็นนายคริสกำลังเล่นมือถืออยู่

                       “คริส ...ครูจะขับรถครูไปนะ และเราไปหาครูโจ้ให้ครูที เพราะว่าครูลินดาเขาบอกครูว่าครูโจ้มาแล้ว” ผมบอกนายคริส เขาก็พยักหน้าและขับรถมอเตอร์ไซด์ออกไป ผมก็เข้าไปในรถเก๋ง ผมสังเกตุเห้นครูลินดาที่ยืนมองผมและยิ้มให้ผมจากด้านบนตึก เหมือนเขามีอะไรอยากจะขอร้องผมยังไงก็ไม่รู้ และผมก็ถอยรถออกทันที
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-09-2020 20:07:00 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 197
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

ออนไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 637
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
      EP.9.3เขมชาติXคริสโตเฟอร์ เมื่อครูเขมจับได้ว่านายคริสหลอกครูอีกแล้ว

                      ผมขึ้นไปบนบ้านผมและเข้าไปดูในห้องน้ำ พื้นก็ยังคงเปียกอยู่และดูท่าคงต้องซ้อมเปลี่ยนพวกฝักบัวหมดแน่ๆเลย ตอนเย็นผมก็ต้องออกไปซื้อของพวกจานชามมาไว้ และพวกหม้อมาบ้างไม่เยอะ ผมว่าจะดูเตาอบแบบไมโครเวฟเตาอบมาไว้ใช้ เพื่อว่าผมจะทำอะไรไว้ทานกัน (กับนายคริส )แอบจิ้นอยู่คนเดียว

                      “อ้าวเหรอ หักมาหมดเลยเหรอ ถ้าอย่างนั้นก็เปลี่ยนไปเลย ดีนะที่มีของสำรองอยู่นะ “ ผมได้ยินเสียงครูโจ้เดินคุย อยู่ด้านนอก น่าจะมากับนายคริส ดูท่าจะสนิทกันน่าดูด สักพักทั้งคู่ก็เดินขึ้นมาบนบ้านพัก

                       “ครูเขม น้ำแตกเหรอครับ!” ผมถึงกับสะบัดหน้าไปมองครูโจ้และนายตัวดี แบบว่าเลิกบอกใครๆสักทีว่าผมน้ำแตกมันฟังแล้วกำกวม!

                       “โทษทีครับครู ไอ้นี้มันบอกผม เออ ห้องน้ำครูแป๊ปน้ำแตกเหรอครับ” ครูโจ้รีบขอโทษผมทันทีแต่หันไปหยักคิ้วกับนายคริส แสดงว่าครูโจ้กับนายคริสนี้น่าจะสนิทกันพอสมควร

                       “ใช่ครับครูโจ้ ผมคงต้องให้ครูซ่อมให้ผมหน่อย” ผมบอกครูโจ้ และครูโจ้ก็เดินเข้าไปในห้องน้ำ ผมหันมามองนายตัวดี ที่ถืออุปกรณ์มาพร้อม เขายิ้มและหยักคิ้วให้ผม ผมก็ยืนเอามือล้วงกระเป๋า

                       “ตอนเย็นไปซื้อของไหมพี่เขมและเราจะได้ซื้ออะไรมาทานด้วยกัน “ คริสโตเฟอร์ถามผม

                       “หึ” ผมเลิกคิ้วเป็นคำถาม

                       “ไอ้โป้งมันไม่กลับคืนนี้มันกะมาเช้าเลยครู เพราะว่ามันบอกว่าอยากอยู่กับแฟนต่ออ่ะครู ไอ้ปันปันก็คงไม่กลับถ้าไอ้โป้งไม่กลับ” คริสโตเฟอร์บอกผม ผมก็พยักหน้า

                       “แต่เธอนอนบ้านพักครูไม่ได้นะ “

                       “ผมรู้ครับ ผมแค่อยู่จนกว่า...”

                       “หึ?” อันนี้คือคำถามว่าจนกว่าอะไร

                       “ครูจะง่วง”

                       “ก็ได้” ผมพูดและครูประโจ้ก็เดินออกมา

                       “ไม่ได้เสียหายเยอะซักหน่อย ทำไมมึงไม่ซ่อมให้ครูเขาคริส มึงซ่อมได้” ครูโจ้พูด ผมหันไปมองนายตัวดี ที่ยืนเอามือเกาหัว เขาซ่อมได้ทำไมไม่ซ้อมให้ผมและให้ผมไปนอนบ้านพักนักเรียนทำไม

                       “เขาซ่อมได้เหรอครูโจ้”

                       “มันซ่อมเองบ่อยไปไอ้นี้ บ้านพักมันเองมันก็วิ่งมาเอาเครื่องมือไปซ่อมเอง เด็กๆในหอนะรู้กันดี เรียกมันไปซ่อมให้ตลอด และตอนนี้ผมยกให้เป็น มือขวาผมเลยครับครูเขม” ผมหันมาพยักหน้า มิน่าละเมื่อวานอาร์ทเหมือนจะบอกผมแล้วแหละว่านายนี้ก็ซ่อมได้!

                       “เหรอ! มือขวาแบบพี่หนุ่ยไมโครเลยไหมครับ! ” ผมถามครูโจ้กลับและหันไปเหล่มองพ่อตัวดีที่ยืนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

                       “แม้ครูนี้ออฟชั่นครบ หน้าตาดี และตลก เด็กรักตายเลยครับครู และโจ้ก็ชอบครับครู ฮาๆ “ครูโจ้พูดแต่ผมยังคงหันมาเหล่มองพ่อตัวดีข้างๆผม สองเรื่องแล้วนะที่นายนี่หลอกผม ตั้งแต่เตียงนอนโป้งแล้วนะ
 
                       “ครูโจ้ ครูลืมหยิบเทปพันเกียวมาอ่ะครับ” คริสโตเฟอร์หันไพูดกับครูโจ้ หลบสายตาผมละซิ นายนี่จริงๆเลย

                       “เออวะ เพิ่งซื้อมาอยู่หลังรถนะ ไปเอาดิ และบอกเมียสุดที่รักของครูด้วยว่าอีกสิบนาทีไป “ครูโจ้หันไปบอกคริสและนายนั้นก็เดินลงจากบ้านพักไป

                       “เมียผมนะ จะไปหาหมอ ช่วงนี้กิ๊กกับหมอหรือเปล่าก็ไม่รู้หมอนัดทุกอาทิตย์เลยครู ผมเลยต้องไปดู ถึงจะท้องโตผมก็หึงครับครู” ครูโจ้พูด ผมว่าปกตินะ ก็คนใกล้คลอด

                       “ว่าแต่ครูอยู่ได้ยังไงครับไม่มีน้ำ”ครูโจ้ถามผม

                       “ผมเหรอ ผมไปนอนบ้านพักกับนายคริสเมื่อคืนครับครูโจ้”ผมบอกครูโจ้

                       “อ้อ! ไปนอนบ้านพักนักเรียนเมื่อคืน...อะจ๊าก!” ครูโจ้พูดและเขาก็ร้องออกมาดังๆ ผมก็ตกใจซิครับ

                       “ครู ...ไปนอนบ้านพักนักเรียนมา ...ครูไปนอนไม่ได้นะครับครู! มันผิดกฏครับ!” นั้นผมก็ต้องตกใจที่สุดเพราะว่ากฏเป็นสิบๆหน้าผมยังอ่านไม่หมดเลย

                       “เออ คือผม...” ตกใจหน้าถอดสีเลยครับผม มันผิดกฏ! เมื่อเช้าลุงแช้มก็บอกว่าผมอาจจะอยู่ได้ไม่นานอยู่ด้วย เวรแล้วเขมชาติ!

                       “เอานะ น่าจะยกเว้นได้ เพราะว่ามันสุดวิสัยจริงๆ ว่าแต่ ครูได้ของดีมาไหมครับ” ครูโจ้พูดและหันมากระซิบถามผมถึงของดี ผมก็หันไปเหล่มองว่าของดีอะไรของครูโจ้

                       “หนังโป้ครับ มีภาคใหม่มาใหม่ครับ ผมนะแอบได้จากนักเรียนมันมาดูหลายเรื่องเลย มันดูแล้วก็เบื่อ ผมเลยขอมาดูต่อ ถือว่าพลัดกันชม “ ครูโจ้ถามผม ผมหันมามองหน้าครูโจ้ที่รอคำตอบจากผม

                       “ไม่ครับ เพราะว่าผมไม่ชอบดูแบบนั้นครับครู” ผมตอบครูโจ้ไป

                       “อ้าว! แล้วครูชอบแบบไหนละครับ”

                       “ผมเออ..ไม่ขอบแบบไหนเลย “

                       “ครูไม่มีความรู้สึกทางเพศเลยเหรอครับครู!”

                       “ครูโจ้ ผมก็รู้สึกแต่ผมไม่ต้องดูหรอกมั้งครับ” ผมบอกครูโจ้และนายคริสโตเฟอร์ก็เดินขึ้นมาพอดี ครูโจ้หันไปมองและ

                       “โอเค งั้นผมให้นายคริสซ่อมให้นะครูนะ ผมต้องรีบไป เพราะว่าเมียผมจะด่าเอา มันด่าเช้าด่าเย็นแต่ยกเว้นก่อนนอน ถึงได้ท้องป่องแบบนี้ไงครู ผมไปนะครับครู” ครูโจ้พูดผมก็พยักหน้าและหันมายืนมองนายคริส เขาเดินเข้าไปซ้อมเปลี่ยนให้ผมอย่างชำนาญการ ผมยืนกอดอกมองเขา

                       “ทำไมนายซ่อมได้ละคริส” ผมถามนายคริส

                       “ฟิลิปส์แฟนใหม่แม่เขาสอนผมและเขาก็เคยให้ผมติดตามเขาไปรับจ๊อปซ้อมประปาตามบ้านที่ภูเก็ตนะครับพี่เขม ตอนนั้นผมก็ถูกพักการเรียนและเขาก็ให้ค่าขนมผมบ้าง” คริสโตเฟอร์พูด จะว่าไปพ่อเลี้ยงนายคริสก็ดีนะ คือเขาสอนให้คริสรู้จักทำนันทำนี้ให้ได้ด้วยตัวเอง และไม่นานนายคริสโตเฟอร์ก็เปลี่ยนฝักบัวให้ผมใหม่เป็นที่เรียบร้อย
                       “แล้วทำไมนายไม่ซ่อมให้พี่ตั้งแต่เมื่อวาน”ผมถามนายคริส นายคริสค่อยๆหันมายิ้มให้ผม

                       “ก็..ผม..อยากให้..พี่..ไปนอนกับผม..ผมอยากรู้..อะไรบางอย่างกับตัวเอง ว่าผมแค่สับสนหรือว่าผม..” นายคริสพูด ผมก็ยืนมองเขา

                       “ผมค้นเจอแล้ว ว่า ผมรู้สึกแบบนั้นกับพี่เขมจริงๆ ผมรู้สึกดีที่สุดอย่างไม่เคยรู้สึกดีแบบนี้มาก่อน” ผมก็ยิ้มให้เขาอ่อน เหตุผลนี้ทำให้ผมโกรธเขาไม่ลงจริงๆ ที่หลอกให้ผมไปนอนค้างกับเขา ทั้งที่มันผิดกฏ

                       “เสร็จแล้วเราไปหาซื้อของใช้กันคริส” ผมเอ่ยปากชวนเขา

                       “ผมขับรถไอ้โป้งไปเก็บก่อนนะพี่เขม และพี่ไปรับผม แต่..ผมจะขับพาพี่ไปนะที่ตลาด” คริสโตเฟอร์บอกผม ผมก็ส่ายหัวว่าไม่ดีกว่าเขาไม่มีใบขับชี่

                       “ให้ผมขับดีกว่าผมขับในนี้บ่อยและพี่ก็ไม่ชำนาญเส้นทางเชื่อผม ผมขับได้” นายคริสพูดและเขาก็จัดการเก็บอุปกรณ์เพื่อเอาคืนให้กับครูโจ้

                       ผมเดินไปหยิบกระเป๋าสตางค์ ผมเปิดมันออกมา รูปคู่ของผมกับณัฐกานต์ตอนที่ผมรับปริญญาณัฐกานต์จบก่อนผมหนึ่งปี เพราะว่าเขาเป็นรุ่นพี่ผม  และณัฐกานต์ตอนจบก็ได้เกียรตินิยมอันดับสาม ผมเลือกที่จะหยิบมันออกและสอดเก็บไว้ในลิ้นชัก ตอนนี้กระเป๋าสตางค์ของผมมันว่างเปล่าไม่มีรูปคู่รักใดในนั้น

                                  ผมเดินลงจากบ้านพักเพื่อจะขับรถพาคริสไปซื้อของใช้เข้าบ้านและจะหยุดคิดถึงณัฐกานต์ได้แล้วนะต้อนนี้ จะว่าไปนายคริสก็ทำให้ผมรู้สึกเหมือน 14 อีกครั้ง แต่ทำไมผมถึงได้หวนคิดถึงคำพูดของครูลินดา เรื่องครูมิ้งและเด็กชายแชมป์ที่หายไปด้วยนะแถมบ้านที่ผมพักก็เป็นบ้านที่ครูเขามาพักก่อนหน้าผมอีกและหายไป มันจะประจวบเหมาะไปไหม ไม่น่ะ เขมนายคิดมาก ผมบอกกับตัวเอง

                       “พี่เขม หลังจากทานอะไรแล้วเราไปที่ส่วนสาธารณะกันนะ “ คริสโตเฟอร์ถามผม ผมก็หันไปมองหน้าว่าไปทำไม
                       “ผมอยากไปนั่งเล่นที่นั้นนะ ไปกันนะพี่เขม “คริสโตเฟอร์อ่อนผมอีกครั้ง ผมก็พยักหน้าว่าได้ซิ คริสโตเฟอร์ สตาร์ทรถมอเตอร์ไซด์คันเล็กของเขาและขับออกไป ผมก็ขับรถเก๋งผมตามออกไปติดๆ และจอดไว้ตรงทางเดินเข้าบ้านพักนักเรียน ผมเดินออกมาจากรถเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งเป็นคนนั่งแทนเพราะว่านายคริสโตเฟอร์จะอาสาขับให้ผมนั้ง  ระหว่างที่รอผมเหลือบมองมือถือผม

                       “นายอยู่กับใครแล้วมีความสุขมากกว่ากันละเขม” พี่ก้องถามผม ผมก็คิดในใจตอนนี้ ผมมีความสุขมากที่ได้อยู่กับ...

                       และผมก็เลยเลือกที่จะไม่โทรออกไปหาณัฐกานต์เพราะว่าตอนนี้ผมไม่อยากทำลายความสุขเล็กๆของผมด้วยการที่ต้องมาทะเลาะกับณัฐกานต์ ผมขอยื้อไว้อีกหน่อยแล้วกัน
                                   
                       “ครู” คริสโตเฟอร์ เดินเข้ามาเปิดประตูฝังตรงข้ามกับผมและเขาก็เข้ามานั่งทำหน้าที่คนขับรถและ เขาก็หันมามองหน้าผม ผมก็มองหน้าเขา ผมกลับยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

                       “พี่คิดอะไรกับผมเหรอยิ้มซะบ่งบอกได้ว่าพี่หื่นมาก” คริสโตเฟอร์พูด ทำให้ผมหุบยิ้มแทบจะไม่ทันที

                       “ล้อเล่นนะ” คริสโตเฟอร์พูดและหันไปคาดเข็มขัด และนายคริสก็ขับรถออก ที่แรกคือ ผมสองคนพากันออกไปหาซื้อของใช้พวกจานชามและช้อนมาไว้ที่บ้านพัก ซื้อหม้อหุงข้าวมาด้วยแต่ เขมจะมีเวลาไหมนี่ซิ ปกติแม่ทำไว้ให้ตลอด เพราะว่าผมทั้งเรียนและทำงานไปพร้อมๆกัน พอเป็นติวเตอร์ ก็รับชั่วโมงสอนเยอะ ยอมรับว่ารายได้ดีทีเดียว พอย้ายมาอยู่กับณัฐกานต์ไม่ต้องถามว่า ณัฐกานต์ทำกับข้าวไหม ตอบได้ว่าไม่เคย แต่เสาร์อาทิตย์ผมทำนะ ไม่บ่อยเพราะว่าผมพากันไปทานบ้านแม่ทุกอาทิตย์
ผมและนายคริสก็พากันไปหาของทานกันที่ตลาดและพากันขับรถที่ส่วนสาธารณะที่คริสโตเฟอร์ชวนผมไปนั่งเล่นที่สวนสาธารณะตามที่เขาบอกผม บรรยากาศดีทีเดียวนะผมว่า

               “นายมาที่นี้บ่อยเหรอคริส “ผมถามคริสโตเฟอร์ ที่นี้เป็นส่วนสาธารณ มีบึงน้ำอยู่ตรงกลาง ตอนนี้เป็นเวลาโพล้เพล้ คริสโตเฟอร์นั่งลงและตบลงที่พื้นหญ้าเบาๆให้ผมนั่งลงข้างๆเขา ผมก็นั่งลง

               “ ผมไม่เคยมานั่งที่นี้หรอกนะพี่เขม” คริสโตเฟอร์หันมาบอกผม ผมก็มองหน้าเขาแล้วขวนผมมาทำไมละถ้าไม่เคยมานั้นแปลว่าไมได้ชอบมา

               “แต่คู่รักนะเขาชอบมากันนะพี่เขมพี่รู้ปะ” นายคริสหันมามองผมและยื่นใบหน้ามาใกล้แต่ผมขยับออก มือคนที่นั่งนี้ก็ไวมากคว้าเอาผมไว้

               “ไม่เอาคริส “ผมปฏิเสธเพราะว่ายังไงก็สวนสาธารณะ

               “พี่เขม ที่นี้มีตำนานนะพี่”

               “ตำนานอะไร ...ไม่เอานะ ..อย่าพูดเรื่องแบบนั้นนะ พี่ไม่ชอบ และพี่ต้องนอนคนเดียวนะคริส!” ผมพูดเพราะว่าไม่อยากให้เล่าเรื่องจิตวิญญาณอะไรตอนนี้

               “ไม่ใช่แบบนั้น ที่สวนนี้นะ ตกเย็นเวลาประมาณนี้ มักนะมีคู่รัก เขามาพล้อดรักกันพี่ ที่นี้เลย” นายคริสพูดผมก็หันมามอง

               “เขาเป็นครูและลูกศิษย์กันพี่เขม มาพล้อดรักกันบ่อยมากจน บางคนมาแอบตั้งกล้องถ่ายเอาไปดูกันเลยนะพี่!”

               “แถมยังเป็นครูและเด็กนักเรียนที่โรงเรียนด้วยพี่” คริสโตเฟอร์บอกผม

               “นายอย่าบอกนะว่าครูมิ้งกับแขมป์นะ” ผมหันไปถาม

               “พี่รู้ได้ไงอ่ะยังไม่ได้บอกเลย” คริสโตเฟอร์พูด ทำให้ผมลุกพล้วด! ผมยิ่งโดนเพ้งเล็งอยู่ มาพูดแบบนี้เขมชาติจะนั่งอิงแอบอยู่ได้ยังไง ไปครับผมเดินจั้มอ้าวออกเลยทันที

               “พี่เขม!!!”  เรียกก็ไม่หัน ผมเดินไปจนถึงรถยนต์ที่จอดไว้ ไม่น่ามาเลยผม

               “พี่เขม..แฮ้กๆๆ” คนที่เรียกผมแล้วผมไม่หันก็วิ่งไล่ตามผมทันที

               “พี่เขม อะไรจะรีบขนาดนั้น” คริสโตเฟอร์ถามผม

               “ก็นายบอกว่า เขาแอบถ่ายคลิป ใครจะไปนั่งรอละ ไปกลับโรงเรียนเลย   เดี๋ยวนี้! “

               “ฮาๆ พี่เขมผมหลอกพี่!”นายคริสโตเฟอร์

               “ใครจะมาพล้อดรักในที่โล่งแจ้งแบบนี้ละพี่เขม ทั้งที่เขาโดนป้าของแชมป์ ห้ามขนาดนั้น “คริสโตเฟอร์พูด

               “ไม่เอาอะ คริสไปเถอะกลับโรงรียน มันจะมืดแล้วด้วย” ผมพูดและพยักไหล่ให้คริสโตเฟอร์เดินขึ้นไปนั้งบนรถและผมก็ทำหน้าที่คนขับเอง ผมขับรถกลับเข้าไปในโรงเรียน ผมหันมามองหน้าคริสโตเฟอร์ว่าจะเข้าไปนอนบ้านเลยไหมจะได้แวะให้เขาเดินกลับห่อเลย

                “คริส..กลับบ้านพักนักเรียนเลยไหม” ผมถามคริสโตเฟอร์ ทำไมน้ำเสียงผมเหมือนไม่อยากให้เขากลับเลยก็ไม่รู้

               “ผม.. “

               “กลับเถอะเพราะว่า พี่จะเข้านอนแล้ว พี่เหนื่อยจัดของทำโน้นทำนี่มาทั้งวันแล้ว เราด้วย และพรุ่งนี้มีมีสอนห้องเราด้วยนิ เราก็เจอกันแล้ว” ผมหันไปบอกคริสโตเฟอร์ เขาก็มองผม ก่อนจะพยักหน้า คริสโตเฟอร์ หันมามองผมและทำท่าจะจูบผม ผมเองก็มองเขา แปลกนะมันเหมือนมีมนต์สะกดผมไว้ ผมก็ทำท่าจะจูบเขาเหมือนกัน ปากผมก็ขยับพร้อมกับเลื่อนตัวเข้าไปหา

               Rrrrrr เสียงมือถือดังขึ้น มันทำให้ผมสองคนต้องชะงัก มือถือทั้งของผมและคริสโตเฟอร์ดัวขึ้น ผมเหลือบมองของผมก็ณัฐกานต์ ผมแค่หยิบขึ้นมาดู แต่ไมได้กดรับ ส่วนคริสนะกดรับสาย

               “ปันปัน มีไร ไอ้โป้งมันกลับมานอนห้องเลยเหรอวะ มึงละ โอเค เดี๋ยวกูเดินเข้าไปแล้วเนี๊ยะ บอกมันว่ากูกำลังกลับ บอกมันว่าวันนี้กูไปช่วยพี่เขมเขา เอ้ย ครูเขมเขา น้ำแตกในห้องน้ำ เออบอกมันแบบนี้แหละ” ผมสะบัดหน้าตรงน้ำแตกนี้แหละ

               “ท่อน้ำแตกพูดถูกๆ เดี๋ยวใครเข้าใจพี่ผิด...คริส!” ผมบ่นพ่อตัวดีข้างๆผม คริสเอามือป่องโทรศัพท์ตัวเอง

               “มันไม่เหมือนกันเหรอ...พี่เขม” ยังมีหน้ามาถามอีก

               “ไม่เหมือนกัน...คริส! และมันให้คนละความหมายเลย! นี่พี่ควรจะสอนภาษาไทยนายใหม่ด้วยใช่ไหมคริส” ผมพูดบอกนายตัวดีที่ทำหน้าทะเล้นใส่ผม

               “ดีเลยพี่เขม...งั้นเริ่มจาก สอนคำว่ารักให้ผมก่อนเลยได้ปะ” คริสโตเฟอร์พูดแบบนี้แล้วเขมชาติจะไปต่อยังไง

               “...................” สอนคำว่ารักก่อนเลยเหรอ

               “ไปนอนได้แล้วคริส กู้ดไนท์!  “ผมรีบพูดตัดบท ผมก็มองไปเห็นคนเดินออกมาคงเดินมารับนายคริสโตเฟอร์ และมองดีดีคนนั้นก็คือปันปัน 

               “ไปนะพี่เขม..ฝันดีนะครับ..ฝันถึงผมได้นะพี่ ..ผม..อาจจะ..”ผมก็มองว่ามันจะพูดอะไรอีก

               “อาจจะโป้นะคืนนี้ กะว่าจะไม่ใส่อะไรนอนเลยรอพี่ในผัน”

               “ไปนอน!!!” ผมพูดและเปิดประตูเองเลย เด็กหื่น นายคริสนี้นะแต่มันก็ทำให้ผมอบยิ้มไปตลอดจนถึงบ้าน และผมก็หยิบมือถือขึ้นมา เพราะว่าต่อจากนี้รอยยิ้มผมจะหายไปไหม ไม่รู้ว่าณัฐกานต์จะพูดอะไรต่อ ผมควรจะโทรกลับและคุยกันไปเลย หนีไปก็เท่านั้น เพราะยังไงผมกับเขาก็ต้องมีเรื่องต้องคุยกันหลายเรื่องอยู่แล้ว ผมเดินขึ้นไปบนบ้านพัก ปิดประตูลงกลอนให้เรียบร้อย ผมเดินไปในห้องนอน และกดสายหาณัฐกานต์ทันที

               “เขม..ทำไมไม่มาหากานต์ และนี้ก็ไม่โทรหากานต์เลย กานต์ทั้งโทรและส่งข้อความ ทำไมเขม อย่ามาพูดว่ากานต์นอกกายแค่ครั้งเดียวแล้วเขมอยากจะเลิกนะ” ณัฐกานต์ใส่ผมทันที

               “แล้วมันแค่ครั้งเดียวแน่หรือเปล่าละกานต์” ผมถามณัฐกานต์

               “เขม!!!!”

               “ นี้เขมไปหานางชะนีนั้นใช่ไหมเขม เขมนัดมันไหว้ใช่ไหมเขม ทำไมอยากจะกลับไปหาชะนีแล้วเหรอ ทำไมอะ โลเลนี่หว่าเขม” ณัฐกานต์พูด

               “เขมไมได้มาเพื่อ..”

               “อย่ามาโกหกเขม กานต์โทรเข้าเบอร์โรงเรียนแล้วนางชะนีนั้นมันรับสาย กานต์จำเสียงมันได้ดี “

               “กานต์มันไม่เกี่ยวกับครูลินดาเลยกานต์ เรื่องพวกนี้มันเกิดจาก เราทั้งคู่เองกานต์” ผมพูด ผมยืนอยู่ที่หน้าต่าง ผมมองไปยังบ้านพักหลังหนึ่งที่อยู่ไกลๆ คนละฝังกันกับบ้านพักครู นั้นคงเป็นบ้านพักนักเรียน

               “ถ้าอย่างนั้นเขมก็ควรจะรู้ใชไหมว่าเขมควรจะทำยังไง เขมควรจะย้ายกลับมา!” ผมได้แน่นิ่งอึ้ง ผมควรจะเลือกทิ้งคนที่เขาบอกว่าเขาไว้ใจผมเหรอ ตอนนี้ใบหน้าของคนที่ผมเห็นคือคริสโตเฟอร์ รอยยิ้มนั้น แววตาสีฟ้าคู่นั้น

               “เขมย้ายกลับไปไม่ได้กานต์”

               “แล้วเรื่องของเราจะเอายังไงเขม!”

               “ขอเวลาเขมคิดดูก่อนได้ไหม ตอนนี้เขมสับสนกานต์ “

               “ได้ กานต์จะให้เวลาเขม 3 วัน ถ้าเขมยังอยากให้เราเดินต่อไปด้วยกันก็ให้คำตอบกานต์ว่าเขมจะกลับมาไหม “ ณัฐกานต์พูดและกดวางสายไป ผมได้แต่ยืนมองออกไปที่หน้าต่างจากห้องนอนผม บ้านหลังนั้นยังเปิดไฟอยู่

               “ติ้ง” เสียงมือถือผมดังขึ้นมีข้อความเข้าในแอปพลิเคชั่นสีเขียวที่ผมใช่คุยกับคริสโตเฟอร์ ช่วงนี้เราคุยผ่านสิ่งนี่บ่อยมาก ผมไม่ได้ใช้มันมาพักใหญ่แล้ว ส่วนใหญ่ชอบโทรคุยกับณัฐกานต์มากกว่า แต่มันเหมือนผมกลับไปเป็นคนที่กำลังเร่ิ่มต้นมีความรักอีกครั้งใช่ไหม

               Christo = พี่เขมยังไม่นอนอีกเหรอ
               Khem = นอนแล้ว
ผมพูดโกหกไปเพราะว่าตอนนี้ผมสับสนและไม่รู้จะเอาอารมณ์ไหนไปคุยเล่นกับนายคริส

               Christo= พี่เขมโกหก พี่ยังเปิดไฟอยู่เลย

               Khem= นายรู้ได้ยังไง อย่าบอกนะว่านายมาบ้านพี่นะ

               Christo=บ้านพี่มันตรงกับบ้านพักของผมพี่เขม ผมยืนมองพี่อยู่อ่ะ แต่มันไกลไป ผมเห็นได้แค่หลังคาและไฟในบ้านมันสว่างอ่ะ
               Christo=ถ้าพี่ยืนมองจากหน้าต่างห้องนอนพี่ พี่จะเห็นบ้านพักนักเรียนที่ผมอยู่
               ผมถึงกับลุกขั้นจากที่ยืนเอาแขนเท้าขอบหน้าต่าง ใช่จริงๆด้วยหลังที่ผมมองอยู่เมื่อกี้ ผมก็ต้องอมยิ้ม

               Christo= นอนได้แล้วพี่เขม
               Khem= นายก็นอนได้แล้วคริส ดึกแล้ว พรุ่งนี้มีเรียนนะ ถ้านายเข้าห้องเรียนแล้วตอบคำถามพี่ไมได้นายโดนหักเยอะกว่าคนอื่นนะ
               Christo= อ้าว! ทำไมอะ
               Christo = อ้อ! เพราะว่าผมคือคนพิเศษของพี่ใช่ปะ ถ้าอย่างนั้นยอม

               Khem=นอนได้แล้วคริส นอนหลับฝันดีนะคริส
               Christo= นอนหลับฝันดีเช่นกันพี่เขม พรุ่งนี้ผมเดินไปรับพี่นะ ผมอยากคุยกับพี่ นะพี่เขม
               Khem= ได้ซิ พี่ก็อยากคุยกับเรา (เพราะว่าผมเองก็ไม่รู้ว่าถ้าผมเลือกคำตอบของณัฐกานต์ ผมได้จะได้คุยกับเขาอีกไหม )

               Khem = กู้ดไนท์ครับ คริส
Off line ผมบอกคริสและผมก็ออกไลน์ไปทันที ผมก็นั่งลงที่เตียงนอน ทำไมตอนนี้ผมถึงได้เจอเรื่องที่ผมต้องตัดสินใจและมันยากยิ่งกว่าช้อยส์ข้อสอบซะอีกเพราะว่ามันหาคำตอบที่ดีที่สุดไม่ได้เลย ณัฐกานต์คือรัก 4ปี ที่ผ่านทุกอย่างมาด้วยกัน ส่วนคริสโตเฟอร์คือรักที่เริ่มจากศูนย์แต่ว่ามันจะมีอุปสรรคมากมายรออยู่ เขาจะทนมันได้ไหมถ้าผมเลือกดึงเขาเข้ามาเดินร่วมด้วยในเส้นทางของผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-09-2020 20:20:03 โดย Tanthai23 »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 197
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
ชอบและติดตามอ่านอยู่เสมอครับ

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
(ครูเขมชาติXคริสโตเฟอร์) EP.10 ก้าวแรกของปัญหาเริ่มมา

Part คริสโตเฟอร์
                       ผมตื่นมาแต่เช้าตรู่ เรียกว่าเช้ากว่าทุกวันเลยจะดีกว่า เพราะปกติจะตื่นเกือบ เจ็ดโมงครึ้ง ผมรรีบอาบน้ำแต่ตัวตั้งแต่หกโมงเช้า แบบนี้เรียกว่าโคตรเช้าของไอ้โป้งและปันปันด้วย ส่วนผมนะกว่าจะอาบน้ำแต่งตัวก็ปาเข้าไปเกือบแปดโมง อาบน้ำเป็นคิวสุดท้ายตลอด และรีบไปหาอะไรทานแบบรีบๆ ก่อนเข้าแถวที่ 8.15น.

                        แต่ว่าวันนี้ไม่พราะว่าผมนัด กับใครสักคนที่ผมเริ่มคิดว่าเขาคือคนพิเศษของผม ผมแต่งตัวอย่างพิธีพิถัน เสื้อผ้าหน้าผมเป๊ะเว้อมากและก่อนที่ผมจะออก ผมก็มองกล่องคอนแทคเลนส์ ผมเลือกที่จะไม่หยิบมาใส่ วันนี้ทุกคนจะเห็นตาสีฟ้าของผมทั้งวัน ก็เขาคนนั้นบอกผมว่ามันสวยดีสำหรับเขา

                                ผมเหลือบมองเวลา นี้ก็6.45น.  ผมหันไปมองคนที่ค่อยๆลืมตาขึ้นมานั้นคือไอ้ปันปัน มันมานอนกับไอ้โป้งเมื่อคืน มันบอกว่าเพื่อนๆมันไม่กลับมาบ้านพักกัน และมันก็เลยไม่กล้าอยู่คนเดียวมันกลัวผี แต่ว่าตอนนี้ไอ้ปันปันมันค่อยๆลืมตามองผม ผมก็หันไปยิ้มให้มัน และมันก็เหมือนจะกลับไปนอนต่อแต่

                               “เชร็ดโด่!” มันอุทานซะดังเชียว ผมหันไปมองและทำนิ้ว จุปาก อย่าเสียงดัง เดี๋ยวไอ้โป้งมันตื่น ไอ้ปันปนมันก็ค่อยๆเขี่ยขาไอ้โป้งที่กายมันอยู่

                               “มึงไม่สบายปะเนี๊ยะ! ไอ้คริส มึงตื่นก่อนเจ็ดโมงครึ้ง มึงจะไปไหนของมึง” ไอ้ปันปันถามผม ผมก็ก้มสำรวจตัวเอง

                               “มึงเห็นกูใส่ชุดนักเรียนไหมครับ ไอ้ปันปันครับ กะผมก็ไปโรงเรียนซิครับ”

                               “กูว่ามึงต้องโดนใครทำของใส่แน่ๆ โรงเรียนบ้านป้ามึงเด้! เปิดตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมง ใครจะมาเร็วปานนั้น นอกจากภารโรงและครูเวร” ไอ้ปันปันพูด ก่อนมันจะหันหลังเดินออก

                               “เห้ย หรือว่ามึงแอบไปนัดคะ...ครู...” ผมสะดุ้งทันที และรีบเอามือปิดปากมัน มันก็ดิ้น

                               “อู อาย ไอ ไอ่ ออก” ไอ้ปันปันมันพูด ผมก็ลืมไปปิดแน่นไปหน่อย เพราะว่ากลัวโป้งมันตื่น

                               “ปิดขนาดนี้ ฆ่ากูเลยไหมครับ ไอ้คริสครับ ”ไอ้ปันปันพูด
               
                               “พี่ปันปันครับ อย่าเสียงดัง ผมแค่เออ อยากไปเดินสำรวจโรงเรียน และผม เออ ..ผม”

                               “พูดมา ถ้ามึงไม่พูด กูจะเรียกไอ้โป้งขึ้นมาถามมึง” นั้นไง หันหลังกลับจะไปเรียกไอ้โป้ง ผมก็รีบดึงมันไว้ ให้มันหลับนะดีแล้วไอ้นี้นิ
                               
                               “ชู!!!” ผมทำนิ้วอีก และเหลือบมองไอ้โป้ง แต่ดูแล้วจะไม่ทันเอา

                               “กูจะไป หาครูเขมเพราะว่ากูมีเรื่องจะคุยกับเขา อย่าบอกโป้งนะ แค่บอกมันว่ามึงไม่เห็นกูแค่นั้น เรื่องอื่นกูอธิบายเอง” ผมบอกไอ้ปันปัน และรีบหยิบกระเป๋าเป้คู่กายและเดินไปสวมรองเท้า ผมรีบเดินลงไปจากบ้านพักนักเรียน

                               ผมเดินไปทางลัดเพื่อไปที่บ้านครูเขม ผมเดินกึ่งวิ่งไปเพื่อจะได้ทันเวลา เจ็ดโมงเช้า ผมแอบสังเกตุมาว่าครูจะไปถึงโรงเรียนประมาณ เจ็ดโมงสิบนาที เมื่อผมมาถึงก็เห็นว่าประตูบ้านพักครูของครูเขมไม่ได้ครองไว้ด้วยกุลแจ ดังนั้นแสดงว่าครูเขมยังไม่ออกมา ผมยืนรออยู่สักพักไม่นานประตูบ้านพักครูก็ถูกเปิดออก ครูเขมชาติ สวมเสื้อเชิ้ตเข้ารูปมาอีกวันนี้เป็นสีเหลืองอ่อนกางเกงแสล็ครองเท้าหนังหัวตัด ผมยืนมองจนพี่เขมลงมายืนตรงหน้าผม

                               “มารอพี่นานแล้วเหรอ ทำไมไม่ขึ้นไปเรียกละ” พี่เขมถามผม ผมได้แต่ยิ้มให้

                               “แล้ว..นายบอกว่าจะมารับพี่...” พี่เขมมองไปรอบๆ คงเพราะว่าไม่เห็นรถของผม

                               “ท่านผอ. ไม่อนุญาติให้ผมเอารถมาขับในช่วงเวลาเรียนแต่หลังเลิกเรียนได้ครับพี่เขม” ผมบอกพี่เขม

                               “แล้ว” พี่เขมถามผม แต่เขาก็ยิ้มๆนะผมว่าเขารู้ว่า ผมและเขาจะไปโรงเรียนกันได้ยังไง

                               “เดิน..ไหมครับ ... เดินจีบกันไหมครับ” ผมถามพี่เขม แต่นั้นก็ทำเอาพี่เขมหุบยิ้มทันที

                               “นายนี้นะ เลิกทะลึงกับพี่ซักนาทีได้ไหม “ พี่เขมพูด

                               “ผมอยากเดินคุยกับพี่เขมอ่ะ เชิญครับ” ผมพูดและผายมือเพื่อจะได้เดินไปด้วยกัน

                               “นี้เป็นวันแรก วันที่ผมตื่นมาแต่เช้าเลยนะพี่เขม ปกติผมจะตื่นมาเกือบเจ็ดโมงครึ้ง วันนี้ ตื่นหกโมงเช้า เพื่อมาแต่งหล่อให้พี่เขมดูเลยนะ” ผมพูด พี่เขมหันมามองผม และพยักหน้า แบบไม่

                               “ไม่หล่อเหรอ” ผมถามแอบน้อยใจ

                               “หล่อ!” พี่เขมพูดยิ้มให้ผมแสดงว่าเมื่อกี้แกล้งผมนั้นเอง

                               “วันศุกร์นี้พี่เขมกลับบ้านหรือเปล่า” ผมถามพี่เขม

                               “พี่ต้องกลับคริส พี่มีเรื่องต้องไปเคลียร์ให้จบและพี่ก็คิดถึงแม่ แม่พี่อยู่คนเดียวคริส พี่ชายของพี่ไปทำงานไกลบ้าน คนโตก็อยู่เชียงใหม่ แต่ก่อนจะไปอยู่เชียงใหม่พี่เขาเป็นปลัดอำเภอที่นี้ด้วยนะคริส” พี่เขมบอกผม แต่พูดไปผมก็ไม่รู้หรอกปลัดไหน เพราะผมมาอยู่ที่นี้ไมได้ไปไหน รู้แต่ว่าจะไปแข่งรถที่ไหนที่ไม่มีตำรวจก็พอ

                       “แต่แฟนพี่ต้นเขาให้พี่ต้นย้ายด่วน ไปเชียงใหม่” พี่เขมพูดเหมือนเสียดาย

                               “พี่ก้องพี่ชายของพี่ก็อยู่ไกล นราธิวาสโน้นแนะ ดังนั้นพอวันหยุดพี่จะกลับบ้านนะคริส” พี่เขมบอกผม ทำไมใบหน้าผมเหมือนจะเศร้ายังไงก็ไม่รู้

                               “แล้วนายละคริส กลับไปบ้านหาแม่นายหรือเปล่า” พี่เขมถามผม

                               “ผมไม่เคยกลับบ้านช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์หรอกครับครู เพราะว่าภูเก็ตมันค้อนข้างไกล และผม เออ ..” ผมบอกพี่เขม พี่เขาหันมามองผมด้วยแววที่แปลกใจ อันที่จริงๆไม่อยากไปเห็นหลายสิ่งหลายอย่าง

                               “ทำไมละ คริส นายไม่คิดถึงแม่นายหรือไง”

                               “ผมคิดถึงแต่ผม..ไม่อยากไปเห็น ..ฟิลิปส์ ตอนเมาและชอบว่าแม่ผม แม้ว่าตอนสร่างเมาก็จะขอโทษขอโพยแม่ผมตลอดก็ตาม แต่ผมกลัวว่าผมจะทนไม่ได้ ผมคงได้ต่อยพ่อเลี้ยงผมบ้าง” ผมพูด พี่เขมพยักหน้าไปพร้อมกับถอนหายใจ

                               “ผมรู้ว่าการใช้กำลังไม่ใช่ทางแก้ปัญหา “ ผมพูดกับพี่เขม

                               “แล้วเราทำอะไรละในวันหยุด” พี่เขมถามผม

                               “ก็ไปกับพวกไอ้โป้งมันอะพี่เขม ไปเที่ยวบ้านมัน บางทีมันก็พาไปนอนเต้น ไม่ไกลจากบ้านไอ้โป้งมันนะพี่เขม เขาใหญ่-ปากช่องนะพี่เขม บรรยากาศดีมาเลยนะพี่เขม ผมอยากจะ... “ ผมบอกพี่เขม และมองหน้าพี่เขม ใช่ผมกับนึกขึ้นมาได้ ผมอยากพาพี่เขมไปด้วยแต่ แฟนไอ้โป้งมันต้องไปด้วยแน่ๆ ไม่ได้อีก คิดเองเออเองเลยผม

                               “พี่เคยไปไหม “ ผมถามพี่เขม พี่เขมส่ายหัวเบาๆ

                               “อาทิตย์ไหนพี่ไม่กลับบ้าน ไปเที่ยวกันไหมพี่เขม” ผมถามพี่เขม พี่เขาทำสีหน้ากังวล

                               “แฟนพี่อาจจะไม่ให้ไปอะดิ” ผมพูดขึ้นทันที และเอามือล่วงกระเป๋ากางเกงนักเรียน ทำไมผมรู้สึกน้อยใจยังไงก็รู้ แต่สายตาพี่เขมมันบ่งบอกว่าเขาก็แคร์ความรู้สึกผมนะ 

                               “เปล่า ..พี่เป็นห่วงแม่นะ เพราะว่าแม่พี่อยู่บ้านคนเดียวและพี่มาทำงานไกลขนาดนี้ กลัวท่านเหงานะ” พี่เขมบอกผม ผมรู้สึกว่าพี่เขมรักแม่ของเขามาก ผมก็รักแม่มากเลยไม่อยากไปทำให้แม่กับฟิลิปส์ทะเลาะกันเรื่องของผม
               
                               “ถ้าเราไม่รู้จะไปไหน เอาไว้ไปเที่ยวบ้านพี่ก็ได้นะ แม่พี่ใจดี” พี่เขมถามผม ผมก็เงยหน้ามองพี่เขม ยิ้มซิครับรออะไร
               
                               “ปี้นนนนน” เสียงแตรรถดังมาจากด้านหลังของผมสองคน ผมและพี่เขมหันไปมอง คนที่ขับมาก็คือครูโจ้นั้นเอง

                               “ครู ผมไปรับครูแต่ครูออกมาแล้ว ทำไมไม่รอโจ้ครับ จะได้ไม่ต้องเดินให้เมื่อย” ครูโจ้พูดพร้อมมองหน้าพี่เขม ก่อนจะหันมาเห็นว่าผมก็ยืนอยู่ด้วย

                               “เฮ้ยย..แล้ว เรามาทำอะไรนี้นะ คุณนักเรียน “ ครูโจ้ถามผม ผมหันไปมองพี่เขม

                               “เออ...เขาแค่ เดินเล่นนะครับ “ พี่เขมตอบแทนผม

                               “เดินเล่นเหรอ เดินเล่นซะไกลเชียวนะมึง “ ครูโจ้พูดแซวผม ครูโจ้กับผมค้อนข้างสนิทกัน ผมเรียนวิชาช่างอุตกับแกและเคยช่วยครูซ่อมโต๊ะเก้าอี้ของห้องเรียนด้วยและยังช่วยซ่อมน้ำประปาแต่ซ่อมได้เป็นบางอย่าง

                               “ว่าแต่ครูเขมจะขึ้นรถผมไปหรือจะเดินเล่นกับนายคริสนี้ละครับ” ครูโจ้ถามครูเขม ครูเขมมองหน้าผม

                               “ผมว่าเดินอีกหน่อยก็ถึงโรงเรียนแล้วครับ ครูโจ้ไปเถอะครับ “ พี่เขมตอบครูโจ้แต่ก็ทำให้ผมแอบดีใจ อยากจะเซย์เยสสสส

                               “ได้ครับ งั้นผมไปก่อนนะครับ” ครูโจ้ก็ออกรถไปได้หน่อยและก็หยุด ผมกับครูเขมก็มองว่าหยุดทำไม

                               “นี้เดินเล่นหรือเดินจีบกันครับเนี๊ยะ” ครูโจ้หันมาถามผมกับครูเขม

                               “ไม่ได้จีบกันครูโจ้..น้องเขาไม่ใช่สาวๆนี้ครับครูโจ้” พี่เขมพูด ผมก็รู้สึกแปล๊บๆ แอบน้อยใจใช่ไหม

                               “ถ้าอย่างนั้นก็แล้วไปครับครู เพราะว่าถ้าครูจีบคนอื่นผมจะฟ้องน้องลินดา แม้ได้ข่าวว่ากำลังฟอลอินเลิฟ กันอยู่ และวันนี้คงไม่ได้ซื้ออาหารเมียผมอีกแล้วซิท่า ..ชิส์งอน “ ครูโจ้พูดผมหันไปมองพี่เขม พี่เขมก็มองผมกลับ

                               “ถ้าอย่างนั้นผมไปก่อนนะครับ เชิญคุณครูกับนักเรียนเดินเล่นกันไปจนถึงโรงเรียนเลยครับผม” ครูโจ้บอกผมกับพี่เขม ผมหันมามองพี่เขมสายตาแบบอยากมีคำถามแต่ ...(เหมือนกับเพลงอยากรู้แต่ไม่อยากถาม..กลัวรับมันไม่ไหว)

                               “คริส!” พี่เขมคงรู้ว่าผมอยากถามอะไร ใช่อันนี้มาเต็มเลยผมหึงครับ ตั้งแต่วันอาทิตย์แล้วที่ครูวิ่งไปหาครูลินดา ผมก้มหน้าไม่กล้าสู้สายตาพี่เขม

                               “ไอ้คริสสสส” เพื่อนผมไอ้สองคนไอ้โจและไอ้อาร์ท มันขับรถเก๋งมาจอดไว้ที่โรงจอดรถที่ผู้อำนวยการทำให้นักเรียนเข้ามาจอด แต่ตอนนี้มันคือมารของผม

                       “เออ.....เพื่อนมาแล้ว พี่ไปก่อนนะ “ พี่เขมพูดแต่เหมือนเขาอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็เลือกที่จะไม่พูด ผมพยักหน้า และหันไปมองไอ้สองตัวนั้นดูเดินมาอย่างเท่เชียว

                               “ไปไหนมาวะ ทำไมมึงมากับครูอีกอ่ะ อย่าบอกนะว่าตามไปเรียนกันสองต่อสองที่บ้านพักครูนะสาด” ไอ้อาร์ท ผมหันไปยกนิ้วกลางให้มันสองคน นี้มันเช้าไปไหมและตอนนี้ผมก็กำลังนอยด์ ทำไมผมถึงได้รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที หรือว่านี้คืออาการหึงกันแน่นะ  ผมเดินแทรกมันสองคนเข้าไปเพื่อจะเดินไปหาที่นั่งประจำของพวกผมและผมก็ทิ้งให้มันสองคนยืนงงอยู่ในดงลาเวนเดอร์

                       -------------------------------------------------------------------
Part ครูเขมชาติ
                       ผมเดินมาถึงโรงเรียนแต่เช้าพร้อมนายคริสโตเฟอร์ ผมเดินคุยกันเรื่องวันหยุด ผมว่าจะกลับไปบ้านไปคุยกับณัฐกานต์ให้รู้เรื่อง แต่ผมเห็นแววตาเขาที่ถามว่าผมกลับบ้านเหรอวันหยุด เหมือนเขาไม่อยากให้ผมกลับ ผมควรจะทำยังดีละที่นี้ และยิ่งตอนนี้ที่โรงเรียนก็เอาเรื่องผมกับครูลินดาไปพูดกับว่าผมจีบครูลินดาอีก ผมดูสายตาเขาแล้วก็รับรู้ได้เลยว่าเขา กำลังรู้สึกบางอย่างที่เรียกว่าน้อยใจหรือไม่ก็หึงผมแน่ๆ นี้เขารู้สึกกับผมเกินกว่าครูนักเรียนไปแล้วใช่ไหม ผมนั่งเอามือประสานกันอยู่ที่โต๊ะทำงาน ตอนนี้เพิ่งจะเจ็ดโมงครึ้งเองจะว่าไปก็ไปหาอะไรทานก่อนดีกว่า
                       ผมเดินตรงไปที่ร้านแฟนของครูโจ้ แต่ว่าวันนี้มีผู้หญิงวัยกลางคนยืนขายโจ๊กอยู่แทน ร้านอื่นๆก็คนแน่นมาก ผมเดินตรงไปเข้าไป ก็มีเด็กนักเรียนหญิงยืนอยู่สองสามคน

                       “ครูเขมมาอะ สวัสดีค่ะครู “

                       “สวัสดีครับ ซื้อโจ๊กเหรอครับ”ผมทักทายรักเรียนแม้จะไม่ได้สอนก็ตาม
                       “ค่ะ ว่าแต่ครูมาคนเดียวเหรอคะ แล้วแฟนครูละคะ ครูลินดานะคะ” นักเรียนถามผมผ ผมก็ยืนเกาหัว

                       “อะนี้ได้แล้ว แม้ไปยุ่งอะไรกับครูเขา ไปตั้งใจเรียนโน้น เด็กพวกนี้” แม่ค้าที่ขายโจ๊กบอกพวกเด็กๆและหันมาส่งยิ้มให้ผม ผมก็กำลังจะ     

                       “พี่เขม “ มีคนเดินมาเรียกผม ผมก็หันไปมอง นายคริสโตเฟอร์นั้นเองแต่..

                       “คริส..อย่าเรียกพี่ ..เรียกครู “ผมหันไปกระซิบ เพราะว่าป้าคนขายโจ๊กเขามองผมกับคริสสลับกันไปมา

                       “ครูเขม..ครูทานอะไรครับ” คริสโตเฟอร์ถามผม
                       “กำลังสั่งโจ๊กนะ เราละกินไหม”ผมถามคริสโตเฟอร์ คริสมองป้าคนขายและยิ้มๆ
                       “วันนี้เราจะกินไหมเนี๊ยะ เห็นมายืนมองๆ ไม่สั่งซักที “ ป้าคนชายโจ๊กพูดขึ้น ผมก็มองมีอะไรเหรอ

                       “ครู..ผมสั่งไม่เป็นอะ แต่อยากกินนะ “ นายคริสโตเฟอร์กระซิบกับผม

                       “ทำไมละ ก็แค่สั่งโจ๊ก” ผมก็กระซิบถามกลับอยากหัวเราะแต่ก็เกรงใจป้าเขา

                       “แบบว่าผมไม่กิน..เออ..อันนั้นนะ” คริสโตเฟอร์พูดและชี้ไปที่ใส่ พวกเครื่องในอะไรพวกนี้ ผมก็ปิดปากขำและเดินไปใกล้ๆป้าเขา

                       “น้องเขาอยากสั่งแต่สั่งไม่ถูกครับเพราะว่าเขาไม่ทานทุกอย่างที่ใส่ไปนะครับคุณป้า” ผมพูดด้วยวาจาอ่อนนอม ป้าเขาทำท่าจะขำคริสโตเฟอร์

                       “มิน่าจะมายืนจดๆจ้องๆ ป้าก็ไม่รู้ว่ามันพูดไทยได้ไหม หน้าฝรั่งเชียว เอาว่าไม่กินอะไร จะได้ไม่ใส่ลงไป” ป้าเขาพูดปนขำนายคริส

                       “ผมไม่เอาไส้ ..ไม่เอาตับ..ไม่เอา..อะไรพี่เขม” นั้นไง ผมก็ชะเง้อมอง

                       “เขาไม่เอาขิงครับป้า”

                       “และนั้นด้วยอ่ะพี่เขม” ผมหันมามองแล้วนายจะกินอะไรละที่บอกมาก็แทบจะไม่เหลือะไรแล้ว

                       “เดี๋ยวนะคะครู ...”

                       “มึงให้กูใส่อะไรได้บ้างเนี๊ยะ ไม่เอาซะหมดทุกอย่างแล้วเนี๊ยะ” นั้นไงเขาถาม ผมเองก็คิดเหมือนป้านะ กินอะไรได้บ้างนายนิ

                       “เห็นไหมครู ป้าเขาจะกินหัวผมอ่ะ ใครจะกล้าสั่งอ่ะ” ผมก็หันมาเหล่มองมันก็น่าไหมละ

                       “ป้าครับผมว่าเอาโจ๊กกับหมูเด้งก็พอครับและก็ใส่น้ำซุบให้เขาหน่อย เพราะว่าส่วนใหญ่ฝรั่งเขาไม่ค่อยทานเครื่องในกัน”ผมพูดเพาะเพื่อนผมที่เป็นต่างชาติเขาก็ทำหน้างง ที่เห็นคนทานเครื่องใน ตอนที่พวกเขามาเที่ยวเมืองไทยกัน

                       “ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะครู แล้วของครูละคะ “

                       “ผมทานได้ทุกอย่างครับ “ ผมบอกป้าคนขาย

                       “ป้าๆ ผม..เอาหมดทุกอย่างแล้วกัน”  นายคริสโตเฟอร์เปลี่ยนใจบอกป้าคนขายโจ๊กใหม่ว่าเอาทุกอย่าง ผมหันมามองยังไงของนาย

                       “เอาไงนี่ “ ป้าหันมามองหน้าคริสโตเฟอร์

                       “เอาทุกอย่างแล้วกันนะป้า เหมือนครูนั้นแหละป้า” คริสโตเฟอร์บอกป้าและเขาก็พยักหน้า ผมหันมามองแอบยิ้มขำคนข้างๆ ไม่นานป้าก็ส่งชามโจ๊กมาให้ผมสองคน

                       “พี่เขมไปนั้งด้วยกันนะ พวกไอ้อาร์ทแลไอ้โจมันกินกันมาแล้ว มันเลยไปแอบส่องหญิงนะพี่เขม ส่วนไอ้โป้งและไอ้ปันปันมันยังไม่ออกมาเลยส่งสัยมันมาสายแน่ๆ “คริสโตเฟอร์พูด ผมก็พยักหน้าและเดินไปหาที่นั่ง คริสโตเฟอร์พาผมไปหาที่นั่งที่เขานั่งประจำ เป็นโต๊ะมาหินอ่อนด้านข้างโรงอาหาร เขาเลือกนั่งถัดจากผมไป  พอผมและเขานั่งลง ผมก็เหลือบมองเวลาใกล้จะเข้าแถวแล้วเหลืออีกเวลาทานอีกยี่สิบนาทีได้

           “รีบทานคริสจะเข้าแถวแล้ว” ผมบอกนายคริสโตเฟอร์ และผมก็ก้มหน้าก้มตาทานแต่ว่ามีคนตักพวกตับ และของที่เขาบอกว่าไม่ชอบมาให้ผม ยกเว้นพวกขิงและผักชี เขาตักทิ้งไปข้างๆ โต๊ะ นี้เขาสั่งให้ป้าใส่มาเพื่อมาให้ผมทานนี้นะ

           “คริส..ที่หลังไม่ทานก็บอกป้าไม่ต้องใส่มา”

           “ผมเห็นพี่ทานนิ “ คริสโตเฟอร์พูด ผมก็อดอมยิ้มไม่ได้ และก็รีบก้มหน้าก้มตาทานกันแถมยังมีหนุ่มน้อยมาแย้งผมกินหมูเด้ง ผมทำท่าจะไม่ไห้ยกชามหนีด้วย แต่ก็ให้และเพราะรู้ว่าเขาไม่ทานหลายอย่างเลยเดี๋ยวจะไม่อิ่ม

            ผมนั่งอยู่ด้วยกันคุยกันไปด้วยมันก็ทำให้ผมมีความสุขแปลกๆ   และไม่นานสัญญาณเข้าแถวก็ดังขึ้น ก็แยกกับคริสโตเฟอร์ก่อน ผมให้เขาเข้าไปก่อนและผมก็เข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำก่อนจะตามลงไปทำหน้าที่ครูยืนคุมแถวนักเรียน และรักษาไว้ซึ่งสถานะครูและนักเรียน คริสก็มีแอบแต่ไม่ได้น่าเกลียดอะไร แอบแซวผมเวลาผมเดินใกล้ๆ แต่ผมก็หันไปทำหน้าดุ เอ็ดเอาเหมือนกัน พอพิธีหน้าเสาธงเสร็จเรียบร้อยผมก็พากันเดินขึ้นห้องพักครูเพื่อเตรียมตัวเข้าสอนคาบแรก ขณะที่ผมกำลังเดินเข้าห้องพักครู ผมก็เห็นว่ามีผู้หญิงเลยวัยกลางคนเดินตรงมายังห้องพักครู 



                       “สวัสดีค่ะ ครู อิฉันมาหาท่านผู้อำนวยการนะคะครู” คุณป้าเขาก็ทักผมก่อนยกมือไหว้ผมด้วย ผมรีบจับมือคุณป้าเขาไว้ และผมเองที่เป็นฝ่ายไหว้อย่างนอบน้อมกลับ คุณป้าท่านดูผอมบางมาก แต่งตัวด้วยผ้าถุงเสื้อลูกไม้ แต่ผมก็อดแปลกใจไม่ได้เพราะว่ารุ่นนี้ไม่น่าจะเป็นพ่อแม่เด็ก หรือว่าหามาหลานที่โรงเรียนแต่ท่านถามถึงผู้อำนวนการ

                       “สวัสดีครับคุณป้า มาติดต่อเรื่องอะไรครับ” ผมรีบสอบถามกลับทันที

                       “ป้ามาหา ท่านผู้อำนวยการค่ะครู”  ผมก็กำลังจะขึ้นสอนแต่ก็คงต้องพาป้าเขาไปหาพี่สมพิศที่ทำหน้าที่เลขาดูแลผู้อำนวยการอยู่ ณ ตอนนี้

                       “อ้าว คุณป้า มาอีกแล้วค่ะ “ พอดีจังหวะที่ครูสมพิศขึ้นมาพอดีก็เข้ามาทักคุณป้าท่านนั้นทันที อย่างนั้นแสดงว่ารู้จักกันดี

                       “สวัสดีค่ะ ครู อิฉันมาหาท่านผู้อำนวยการค่ะ”

                       “ท่านไม่เข้านะวันนี้ค่ะป้า ท่านมีธุระด่วนค่ะ มาอีกทีจันทร์หน้านะคะ”

                       “อิฉันแค่จะมาถามว่าได้ข่าวหลานฉันบ้างไหมคะ”

                       “ทางเรายังไม่ได้รับข่าวอะไรเพิ่มเติมเลยค่ะ และทางครองครัวครูมิ้งเขาก็ไม่ได้รับการติดต่อใดๆจากครูมิ้งค่ะป้า แต่ถ้ามีข่าวอะไรคืบหน้า ดิฉันจะรีบติดต่อนะคะ “

                       “และอันที่จริงป้าไม่น้าต้องมาเองเลยค่ะ   “ ครูสมพิศพูดกับป้าเขา

                       “ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยววันจันทร์อิฉันมาใหม่นะคะครู สวัสดีค่ะ” และคุณป้าคนนั้นก็กล่าวคำลาพร้อมกับบอกว่าจะมาใหม่อีก ผมหันมามองพี่สมพิศ ไม่เชิงว่าอยากรู้

                       “น่าสงสารแกนะคะ คุณป้าคนนี้เป็นคุณป้าของเด็กที่หายไปกับครูมิ้งค่ะครู เด็กคนนั้นชื่อแชมป์ค่ะ แกคอยมาหาผู้อำนวยการบ่อยมากค่ะ  มาแถบจะทุกอาทิตย์เลยก็ว่าได้ค่ะ เพื่อสอบถามท่านว่าได้ข่าวหลานคนเดียวของแกไหม “ ผมพยักหน้าสีหน้าเศร้านั้นแล้วก็อดสงสารไม่ได้

                       “แล้วทางเราได้ติดต่อครอบครัวครูมิ้งไหมครับ เพื่อจะทราบว่าเขาไปอยู่ที่ไหน” ผมถามครูสมพิศ

                       “ติดต่อค่ะ แต่ทางบ้านครูมิ้งบอกว่าครูมิ้งไม่กลับบ้านเลยคะ คุณป้าแกก็แจ้งความไว้นะคะ เพราะว่าเด็กนะอายุยังไม่สิบห้าเลยค่ะ” ผมก็ต้องตกใจ ยังเด็กเอามากๆ

                       “นี้แกไม่ได้มาหลายอาทิตย์ เพราะว่าแกไม่สบายมาก ที่พี่รู้ก็เพราะว่าพี่นะไปซื้อบ้านอยู่ในหมู่บ้านและที่ดินโครงการที่พี่ซื้อนะคะ อยู่ข้างบ้านคุณป้าเขาค่ะ ป้าแกเป็นคนมีเงินนะคะครู ตึกแถวในตลาดของเขาคุณป้าเขา ป้าเขาเป็นสาวโสด แต่แชมป์นี้เป็นลูกของหลานรักเขาอีกที และพ่อกับแม่ของแชมป์เขามาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตค่ะ หลายปีแล้วค่ะ ป้าเขาก็เลยเลี้ยงหลานเขาที่ชื่อแชมป์มาจนโตนะคะ”

                       “ตอนแรกพี่ก็ไม่คิดว่าจะเขาจะไปกับครูมิ้งหรอกคะครูและนายแชมป์นี้ก็ดูไม่ออกเลยนะค่ะว่าจะเป็นด้วย เพราะว่าเล่นสนุกกับเด็กผู้ชายปกติ ไม่มีอาการอะไรเลยนะคะ จนกระทั้งครูมิ้งมา”

                       “ทางโรงเรียนรู้เรื่องนี้ก็เพราะว่าคุณป้าเขาจับได้ว่ามีทั้งคู่ความสัมพันธ์ที่เกินกว่าครูและนักเรียนหรือเรียกว่ามีอะไรกันแล้วนะค่ะครู” ครูสมพิศพูด

                       “ คุณป้าเขาก็เลยจะย้ายแชมป์ให้ไปเรียนที่อื่นและเพื่อนนายแชมป์ก็บอกว่าป้าเขานะขังนายแชมป์อยู่ในห้องไม่ให้ออกมาเจอครูมิ้งและไม่ให้มาโรงเรียนทั้งอาทิตย์เลยค่ะ”

                       “แต่จู่ๆนายแชมป์ก็ปืนหน้าต่างหนีออกมาได้ทั้งที่บ้านเขานะสองชั้นสูงอยู่นะคะ และคุณป้าก็มาเรียกผู้อำนวยการกลางดึกเลยค่ะ ว่าหลายชายเขาหายไป และผู้อำนวนการก็ไปเคาะประตูเรียกครูมิ้งค่ะ แต่ก็ไม่เปิด จนกระทั้งผู้อำนวนการให้ครูโจ้นะคะ งัดประตูเข้าไป”

                       “ก็พบว่า ครูมิ้งไม่อยู่ เสื้อผ้าก็หายไป เอกสารสำคัญประจำตัวก็น่าจะหายไปด้วย “ ครูสมพิศพูดพร้อมถอนหายใจออกมา

                       “อันที่จริงพี่น่าจะเอ๊ะใจตั้งแต่แรกแล้วละค่ะว่า ทำไม เด็กคนนี้ อยู่กับครูมิ้งหลังเลิกเรียนตลอดเลย ปากเขาก็บอกว่าน้องเขาอ่อนภาษาอังกฤษมาก เลยต้องติวเยอะหน่อย” ครูสมพิศพูด

                       “อันนี้อย่าไปบอกใครนะคะ ว่าพี่พูด มีเด็กนักเรียนที่กินนอนที่นี้ค่ะ เห็นว่าครูมิ้งกับนายแชมป์นะ กอดจูบกันค่ะ โอ้ยย พี่นี้ขนรุกเลย ผู้ชายทั้งคู่นะคะครู “ ครูสมพิศพูดและทำท่าขนรุก ผมก็ยิ้มๆ และเอามือเกาหัว คือผมก็จูบผู้ชาย

                       “แล้วครูมิ้งเขาพ้นสภาพการเป็นครูหรือยังครับครูสมพิศ” ผมถามครูสมพิศ

                       “ยังค่ะ ยังอยู่ในข้อพิพาทอยู่ค่ะ เพราะว่าทางเราไม่รู้ว่าเด็กยินยอมไปเองหรือถูกหลอกไปค่ะ”ครูสมพิศพูด

                       “แต่ก็ผิดอยู่ดีนะคะครู เพราะว่า ครูกับนักเรียน ไม่ว่าจะ ผู้หญิงหรือผู้ชายก็เถอะคะ มันผิดค่ะครู ไม่ควรทำ ครูไม่ควรรักลูกศิษย์แบบ ชู้สาวถูกต้องไหมคะ” ครูสมพิศพูด

                       “ผู้อำนวนการมาพอดีเลยค่ะ เดี๋ยวพี่ขอไปคุยกับท่านก่อนนะคะ”

                       “เออ แต่เมื่อกี่ครูบอกผู้อำนวยการไม่เข้านี่ครับ”ผมถามครูสมพิศ ครูเขาก็หันมายิ้มแหยๆให้ผม

                       “พี่โกหกค่ะ เพราะว่าท่านก็ไม่มีคำตอบให้คุณป้าแก ท่านเลยไม่ขอไม่พบจะดีกว่าค่ะ “ ครูสมพิศพูดก่อนจะรีบเดินเพื่อไปพบผู้อำนวยการ ผมก็ยืนคิด ผมเห็นสีหน้าคุณป้าคนนั้น ท่านคงรักหลานชายของท่านมากและผมเองก็ยังเชื่อว่าครูมิ้งไม่ใช่คนไม่ดี และเป็นคนที่มีความสามารถในการสอนได้ดี ผมดูจากหนังสือคู่มือการสอนของครูมิ้งที่ทิ้งไว้และผมก็เอามาใช้ทำการสอนแทน คือมันดีมากและช่วยผมได้เยอะเลย น่าเสียดายจริงๆทั้งครูและเด็กที่อายุยังน้อย

                     
                   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-09-2020 20:42:35 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 197
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
EP.10.1  (เขมXคริส) อยากแนะนำพี่ให้เพื่อนๆผมรู้จัก

Part ครูเขมชาติ
             ผมกำลังเดินขึ้นห้องเพื่อทำการสอน ผมเข้าไปในห้องก็ทำการเรียกชื่อนักเรียนแต่ละคนและพ่อตัวดีของผมนายคริสก็มาถึงที่หลัง เขาคงลงไปหาเพื่อนของเขานั้นแหละ ผมหันไปมองนายคริสโตเฟอร์ ที่เดินยิ้มกริ่มมายืนตรงข้ามกันกับผมที่หน้าห้องเรียน

           “May I come in please ?

           “Yes ,come in please “ ผมบอกเขาไป เขาก็เดินผ่านผมแต่ะขณะที่เขากำลังจะเดินผ่าน เขาหยัดกระดาษใส่ผมอย่างเร็ว ในขณะที่คนอื่นก้มหน้าเขียนหัวข้อที่ผมกำลังจะสอนวันนี้ ผมก็ต้องรีบหยัดใส่กระเป๋ากางเกงผมทันที ก่อนที่จะมีคนเห็น ผมหันไปสอนตามปกติ นายคริสก็ตั้งใจเรียน ผมก็ตั้งใจสอนไปจนหมดชั่วโมง แม้ว่าในหัวผมจะคิดไปมากมายเกี่ยวกับครูมิ้งและเรื่องของผมตีกันยุ่งเหยิงไปหมดก็ตามแต่หน้าที่ครูต้องมากก่อนเสมอ 

                       “เอาละ ทุกคน วันนี้ครูมีการบ้านนะ และอาทิตย์หน้าครูต้องการให้พวกเธอ ค้นหาคนที่มีความสามารถในการ ร้องเพลง ตอบปัญหาภาษาอังกฤษ เพื่อเป็นตัวแทนเข้าแข่งขัน งานสัปดาห์ ภาษาอังกฤษ ที่จะมีขึ้นเดือนหน้านี้“ผมบอกทุกคนและคนก็บอกทำความเคารพผม ผมหันไปมองนายคริสโตเฟอร์ก่อนจะก้าวเท้าออกจากห้องไปเขาก็มองผมแปลกๆ 

                               “พี่เขม ตอนเที่ยงทานข้าวกับผมนะ”

 คริสโตเฟอร์เขียนในกระดาษบอกผมนัดผมทานข้าวเที่ยงที่โรงเรียน ผมก็คิดหนักหน่อยๆนะ เพราะว่า เรื่องเมื่อเช้ามันทำให้ผมกลัวว่าผมจะทำร้ายเขานะซิ   ผมได้แต่ยืนคิด ขณะที่ผมผมกำลังจะเดินไปสอนห้องอื่นต่อ

                       “หมับ” มีคนมาจับแขนผมและลากผมเข้าไปในห้องน้ำครูผู้ชาย ผมก็ต้องตกใจ จนหันมาเจอก็เป็นนายคริสโตเฟอร์

                       “คริส! เล่นอะไรนะ อย่าทำแบบนี้กับพี่ในโรงเรียน”ผมหันมาต่อว่าคริสโตเฟอร์

                       “ผมเห็นพี่เขมสีหน้าไม่ค่อยดีเลยวันนี้อ่ะ พี่มีเรื่องอะไรหรือเปล่า”คริสโตเฟอร์ถามผมด้วยน้ำเสียงที่บอกได้ว่าเขาเป็นห่วงผมมาก 

                       “ไม่มีอะไรหรอกคริส” ผมพูดบอกนายคริสไป ผมไม่ได้บอกหรอกว่าผมเริ่มกังวลเรื่องของผมและเขาแล้วซิ แต่ผมก็ยังคงส่งยิ้มให้เหมือนเดิม ผมชะโงกหัวออกไปมองข้างนอกห้องน้ำ

                       “เราจะเข้ามาคุยกันแบบนี้ไม่ได้คริส มันจะดูไม่ดี” ผมบอกเขา

                       “สำหรับพี่เหรอ” นายคริสยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงและทำสีหน้าเสียใจ

                       “คริส! ไม่ใช่แค่พี่ เราด้วยนะ ทั้งพี่และนาย “ผมพูดบอกนายคริส
         
 “ตอนอยู่โรงเรียนพี่คือครู และนายคือนักเรียน แต่ถ้าอยู่บ้านพี่จะไม่ว่าเลย ..เด็กน้อยเอ่ย!”  ผมพูดไม่อยากให้เขาทำสีหน้าแบบนั้น เพราะว่ามันทำให้ผมใจอ่อนทุกที แต่พอผมบอกอยู่บ้านทำได้นี้ยิ้มทันทีเลยนะ ผมก็อดยิ้มให้เขาไม่ได้เหมือนกัน  และผมก็เดินออกมาก่อนและนายคริสก็ตามผมออกมาอีกทีและจัวหวะนั้นก็บังเอิญครูสมชายเดินลงมาจากบันไดอีกชั้นพอดี

                   “ครูเขม...และ..นั้นนายคริส ...ไปทำอะไรกันในห้องน้ำครับ” ผมก็สะดุ้งและหันไปมองนายคริส มันคือคราวซวยใช่ไหม

                   “อ้อ..ผมเข้าไปส่องกระจกเช็คความหล่อของผมนะครู” นายคริสพูด

                    “ในห้องน้ำครูนี่นะ!” ครูสมชายพูด นายคริสแอบดึงแขนเสื้อผม

                   “เออ ..ผมเลยเข้ามาต่อว่าเขานะครับ ว่าไม่ควรใช้ห้องน้ำครู” ผมบอกครูสมชาย

                   “ใช่ครับครู เห็นแบบนี้ เอ็ดได้เลยครับ และนายก็ห้ามมาใช้ห้องน้ำครูอีกนะ ไม่อย่างนั้นครูจะบอกครูที่ดูแลห้องเธอให้หักคะแนนความประพฤติ”ครูสมชายพูดและผมก็แอบโบกมือให้นายคริสไปซะก่อน  ผมก็ยิ้มให้ครูสมชาย

                   “ครูเขมครับ พอจะมีเวลาไหมครับ ผมว่าจะคุยกับครูหน่อยนะครับ”

                   “ได้ครับครู ” ผมบอกครูสมชาย ผมหันมานายคริสก็ไปแล้ว นายตัวดีเป็นไงเกือบได้เรื่องแล้วไหมละ

                   “ครูครับ คือว่าตอนนี้แม่ผมเขาป่วยเขาโรงพยาบาลนะครับ บ้านผมอยู่จังหวัดปทุมธานี ผมว่าจะกลับไปบ้านพักวันศุกร์ตอนเย็นแต่ผมมีเวรวันเสาร์ ผมรบกวนครูอยู่เวรแทนผมทีได้ไหมครับครู “ ครูสมชายบอกผม ผมก็
                   “ได้ซิครับครู เรื่องแบบบนี้ผมเต็มใจช่วยอยู่แล้ว ผมอยู่ให้ครับ”

                   “ขอบคุณนะครับครู”

                   “เออ..ครูครับ ระวังนายนี้ไว้หน่อยนะครับครู “ ครูสมชายหันมาบอกผม ผมก็ทำสีหน้างงซิครับระวังใคร

                   “นายคริสนะครับ นายนี่เกือบต่อยผมแล้วนะครู “ ผมเองก็ตกใจซิ นายนี้นะเหรอ

                   “ครับ ครูระวังด้วนนะครับ ผมเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไม ผู้อำนวยการยังเอาไว้อีก น่าจะให้แม่เขามาย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านที่ภูเก็ตจะดีกว่านะครับ “ ครูสมชายพูด ผมก็พยักหน้ารับ ผมว่ามันต้องมีที่มาที่ไปซิที่นายคริสจะต่อยครูสมชาย ผมไม่ได้เข้าข้างนายคริสเนืองจากผมรูสึกพิเศษกับเขา แต่ผมคิดว่านายคริสนี้เป็นคนที่ทำอะไรด้วยเหตุผลนะไม่ใช่คนใช้แต่อารมณ์เป็นที่ตั้ง และนั้นแปลว่าเขาต้องโมโหที่สุดถึงจะทำแบบนั้นได้ แต่ยังไงผมก็ต้องสอนเขาเรื่องนี้เหมือนกัน เรื่องการการควบคุมความโกรธ
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
นายคริสโตเฟอร์
    วันนี้ผมตั้งใจนัดครูเขมชาติมานั่งทานข้าวด้วยกันเพราะว่าผมอยากแนะนำครูเขมให้รู้จักบรรดาเพื่อนๆผมอย่างเป็นทางการ แต่ผมยังไม่กล้าบอกพวกมันเลยว่าผมตกหลุมรักครูเขมอยู่ โดยเฉพาะไอ้โป้ง  ผมลงมารอครูเขมก่อนเวลา และพวกผมมักจะนั่งด้างหลังกัน ซึ้งจะอยู่ด้านนอกของห้องอาหารและเป็นทางเดินไปห้องน้ำนักเรียนชายด้วย

   “ไอ้คริส ...มาถึงก่อนเวลาเลยนะมึง มารอสาวเหรอครับ”ไอ้อาร์ทมันแซวผมทันที

   “รอทำไมวะสาวๆ กูมารอหนุ่มต่างหาก” ผมพูดและชะเง้อมองแต่..ผมสะบัดหน้ามามองไอ้อาร์ทและไอ้โจ มันก็มองผมแบบเหมือนมีเครื่องหมายคำถามแปะอยู่ที่ใบหน้าของผมทั้งคู่

   “กู..ล้อเล่น” ผมพูด

   “โธ่! กูนึกว่ามึงเอาแล้วไอ้คริส! ชวงนี้ยิ่งแปลกๆ ลากไปเอาสาวเสือกไม่ไป กูสองคนก็นึกว่ามึง....” ไอ้อาร์ทกับไอ้โจหันมามองหน้ากัน

“เปลี้ยนไป้! แบบว่า ...อ้ายยยย สาวแตกอะไรอย่างนี้นะ”ไอ้โจ แต่ไอ้อาร์ทมันสะกิด

“มึงนั้นแหละ ทำซะเหมือนเชียว” ไอ้อาร์ทพูด
“ฟัคยู” ผมชูนิ้วกลางให้มันสองคนทันที และมันสองคนก็พร้อมใจกันส่งกลับมาให้ผมอีกด้วยนะ

“ไอ้ปันปันและไอ้โป้งละวะ ”  ผมถามไอ้อาร์ทและไอ้โจ เพราะว่ามันมากันแค่สองคนและอีกสองคนไปไหนทั้งที่เรียนห้องเดียวกัน
“มันขึ้นห้องพักกับไอ้โป้งนะ ไอ้ปันปันมันบอกว่าให้ไอ้โป้งไปทายาที่ก้นมันให้หน่อย”

“อืมม” ผมพยักหน้า แต่ว่ามันสองคนบอกว่าทายาที่ก้นเหรอ

“เห้ยย!” ไม่ใช่แค่ผม ทั้งสามคน ร้องออกมาพร้อมกับ

“มึงคิดอย่างที่พวกกูคิดไหมวะ” ไอ้อาร์ทถามผม  ใช่ผมก็พยักหน้า

“ไอ้ปันปันมันเป็นเกย์ไหมวะ กูเห็นมันติดไอ้โป้งมากเลยวะ เมื่อวานมันบอกจะนอนกับพวกกูแต่พอไอ้โป้งบอกว่าจะกลับบ้าน มันให้พวกกูมาส่งแทบไม่ทันเลยนะโว้ย” ไอ้โจหันมาพูดกับพวกผมเหมือนจะกระซิบนะแบบว่าระแวงว่าไอ้ปันปันกับไอ้โป้งมันจะเดินมาแล้วได้ยิน 

“ถ้าเป็นและไอ้โป้งมันรู้นะ มันโดนเตะออกจากกลุ่มแน่ๆ เพราะว่าไอ้โป้งมันเกลียดพวกนี้จะตายไป “ ไอ้อาร์ทพูด ผมก็นิ่งไปเลยซิครับ และถ้ามันรู้เรื่องผมกับครูเขมละ มันก็จะเลิกเป็นเพื่อนผมด้วยใช่ไหม เอาไงดี ผมคงปรึกษามันไมได้แน่ๆ ไอ้โป้ง และผมก็คงบอกมันไม่ได้เช่นกัน ผมกลัวเสียมันไป มันคือเพื่อนที่ผมรักมากที่สุดจริงๆ 
“เห้ย! กูไปหาอะไรกินก่อนนนะ จองโต๊ะนี้ไว้ด้วยวะ กูมีแขกมานั่งรวมกับพวกเรา”  ผมบอกพวกไอ้อาร์ทและไอ้โจ

“มึงได้เด็กใหม่มาเหรอวะ สวยไหมวะ ม.ไหนวะและ มอต้นหรือมอปลายวะ..ไอ้คริส” ไอ้สองคนนี้ดูมันทำหน้าตาหื่นขั้นมาทันทีเลย ผมพาเด็กมา เหมือนหาเหยื่อมาให้มันตลอด บางคนก็ไปต่อกับมันสองคนแต่บางคนก็ไม่เอา เพราะว่าผมนะไม่ชอบคบแบบผูกมัดเพราะว่าผมรู้ว่าพวกเขายังไม่ใช่ที่ผมต้องการ แต่ทะว่าตอนนี้ผมว่าผมกำลังโดนมัดไว้ทั้งหัวใจโดยครูเขมชาติ

“เดี๋ยวมึงเห็นก็จะร้อง..ว้าว!” ผมพูดและรีบเดินไปหาครูเขมชาติทันที ครูเดินไปที่ร้านขายข้าวแกงผมก็เดินแทรกนักเรียนไปหาและเข้าไปใกล้ๆ  ผมเห็นว่าครูเขมกำลังชะเง้อมองว่าจะทานอะไรดี

“พี่เขม...กินไรวันนี้” ผมเข้าไปได้ก็กระซิบถามพี่เขม

“ยังดูอยู่เลย เราละ” พี่เขมคงรู้ว่าเป็นผม เขาก็หันกลับมากระซิบกับผม

“ผมเหรออยากกิน..ครู และต้องเป็นครูเขมด้วยนะ”ผมกระซิบตอบกลับแบบชนิดใกล้ชิดพี่เขมจนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนที่พี่เขมฉีดมาแบบอ่อนๆ  พี่เขมหันขวับมาทันที ผมก็ยิ้มให้

“คริส! อย่าทะลึงกับพี่ในนี้” พี่เขมหันมาดุผมอีก

“ทายอะไรดีค่ะครูวันนี้ วันนี้ป้ามีไข่ลูกเขยอีกแล้วนะครู เห็นครูชอบ”

“ผมเอาไข่ลูกเขยกับคะน้าหมูกรอบครับ” พี่เขมสั่ง ผมก็เงยหน้ามองป้า

“เอาเหมือนกันครับป้า” ผมบอกป้าคนขายข้าว ระหว่างที่รอ ผมกระเทิบมาเบียดพี่เขม

“คริส”พี่เขมเรียกชื่อผมไม่ดังมาก เป็นเชิงห้ามปราม

“พี่เขมก็เขาเบียดมา”ผมพูดและมองพี่เขม เขาก็มองไปที่กลุ่มผู้หญิงที่เบียดเข้ามาสั่งอาหารเช่นกัน

“คริส” พี่เขมชี้ไปที่เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนมองอาหารและเดินออกไป ทำท่าเหมือนจะสั่งแต่มันก็ไม่สั่ง มันยืนกลืนน้ำลายเอื้อกๆเลย และผมก็รู้ว่าทำไม

“มันไม่มีตังค์กินข้าวมั้งครับ พี่เขม “ ผมบอกพี่เขม

“ผมรู้มาว่าเด็กคนนี้พ่อมันเปิดอู่และดันไปซื้อของโจรมาเลยต้องไปติดคุกครับพี่เขม “ผมบอกพี่เขม

“และที่ผมรู้ก็เพราะว่าผมเอารถบิ๊กไบท์ลูกรักไปปะยางบ่อยๆ แต่พอวันที่เขาถูกจับไป ร้านค้าข้างๆเขาก็บอกผมมาแบบนั้นนะครู “ผมบอกพี่เขม พี่เขมก็มองเด็กคนนั้น สายตาพี่เขมนี้มันบ่งบอกได้ว่าพี่เขมนึกสงสารเด็กคนนั้นแน่ๆ

“พี่สอนห้องเขานะ” พี่เขมหันมาบอกผม

“พี่สอนห้องไอ้แก้มเหรอพี่” ผมก็ตกใจเพราะว่าเด็กคนนี้ก็เรียนอยู่ห้องเดียวกับแก้ม

“อืมม ทำไมละ” พี่เขมถามผม ผมก็มสีหน้ากังวลทันที

“ระวังไอ้แก้มด้วยนะพี่ แก้มนี้มันแปลก ผมนี่ด่าว่ามันก็ไม่รู้สึกอะไรเลยนะพี่เขม มันจะหาเรื่องให้ผมโดนไล่ออกตลอด “ ผมบอกพี่เขม

“และผมก็กลัวมันจะหาเรื่องกับพี่ด้วย “ ผมบอกพี่เขม

“คริส เราไม่ควรไปด่าผูหญิง มันไม่ดีเลย รู้ไหมว่ามันจะทำให้นายดูเหมือนไม่ให้เกียรติผู้หญิงเขา “ พี่เขมบอกผม

“ก็มันชอบมายุ่งกับผมอ่ะ และนี้ผมคงต้องพูดกับมันตรงๆแรงๆ ไปเลย ใจจริงก็อยากจะบอกไปตรงๆเลยนะ ว่าผมกับพี่..”

“คริส!” พี่เขมทำนิ้วชี้ไม่ให้ผมพูด

“ได้แล้วค่ะ ข้าวราดไข่ลูกเขยกับผัดคะน้าหมูกรอบ”  ป้าคนที่ตักอาหารก็ส่งจานมาให้ผมก็มองนายคริสจะเอาไปก่อนก็ได้นะ

“ผมเหรอครับป้า หมับ”

“เพียะ” นั้นป้าตีมือนายคริส

“ครูก่อนซิเรา ครูเขายืนสอนเหนื่อย เรานะนั่งเรียนรอไปก่อน” นั้นผมก็รับจานข้าวมา นายคริสแอบค้อนผมทันที

“และนี้แก้งเราไปไหนละ” ป้าคนขายก็ถามผม ป้าคงหมายถึง ไอ้โป้ง ไอ้ปันปัน ไอ้อาร์ทและไอ้โจ เพื่อนรักของผมนั้นเอง ซึ้งปกติจะมากวนให้ป้าแกด่าเล่นเป็นประจำ แต่ว่าช่วงนี้คงหายๆไปหน่อยนะ เพราะว่าพี่ร้านขายก๋วยเตี๋ยวเขาเอาลูกสาวมาช่วยขายด้วย พวกมันก็เลย

“เพื่อนผมนะเหรอป้า ร้านโน้นเลยป้า ร้านที่มีลูกสาวสวยๆมาช่วยขายนะป้า”

“เหรอ ..แม้กูไม่มีลูกสาวละหายหัวไปกันหมด ดูนะครู เด็กมันแก่แดดจริงๆ  ยังไม่ทันไร มันจ่องจะหาเมียกันแล้วค่ะครู ” ป้าคนขายพูดและส่งจานอาหารมาให้ผม 

“ป้าครับผมขอเหมือนผมอีกจานได้ไหมครับ”ครูถามป้าคนขาย ป้าเขาก็พยักหน้าแต่ผมงงมาก พี่เขมจะหิวอะไรขนาดสั่งข้าวมาทานสองจานเลยเหรอ พี่เขมหันมามองผมและยิ้มให้ผม จังหวะนั้นผมหันไปเจอแก้มมันเดินลงมาเหมือนกับว่ามันจะเห็นผมด้วยซิ แต่คนเดินเข้าค้อนข้างเยอะมันเลยแทรกตัวเข้ามายาก

“ดูดิพี่เขม พูดถึงมันยังไม่ทันไรเลย มันเดินลงมานั้นแล้วอ่ะ ...แก้มนะ “ ผมชี้ให้พี่เขมดูและผมก็คิดว่าผมควรจะต้องรีบชิ้งดีกว่า แต่แปลกนะถ้าผมอยู่กับไอ้โป้งแก้มไม่กล้า ถ้าโป้งบอกอย่ามาทำให้พวกมันเดือดร้อนแก้มจะถอยทันที 

“ผมไปก่อนนะพี่ ไปนั่งโต๊ะด้านหลังเลยนะพี่เขม ผมอยากแนะนำพี่ให้เพื่อนๆผมรู้จัก” ผมรีบบอกครูเขมชาติ

“คริส..เอาจานข้าวของครูไปด้วยซิ” พี่เขมพูดบอกผมพร้อมกับส่งจานข้าวที่ป้าเขาตักส่งมาให้ก่อน ให้ผมรับไปถือไว้
“อ้อได้แต่พี่สั่งอีกจานทำไมอ่ะ” ผมถามพี่เขม  พี่เขาคงอยากให้ผมถือไปด้วย ผมคิดว่าแค่นี้ทำไมจะทำให้ที่รักไม่ได้ละ
“เอาจานนี้ไปให้น้องเขา บอกว่าพี่ซื้อให้เขา” พี่เขมบอกผม ผมก็เข้าใจทันที ว่าพี่เขมให้ไปให้เด็กคนนั้นที่ไม่มีตังค์ซื้อข้าวกินแน่  พี่เขมพยักหน้าอีกทีผมก็รีบเดินออกไป เพราะว่าผมเห็นมันหลังไวไวแต่พอผมหันมามอง แก้มมันก็เดินตรงปรี่มาหาพี่เขมผมทันที ไอ้ผมจะเดินกลับเข้าไป  แก้มมันจะขอไปนั่งกับพวกผม ผมรู้นิสัยแก้มดี มันไม่ยอมใคร   

“น้อง” ผมเรียกเด็กคนนั้น ที่ยืนอยู่ด้านนอก

“นี้ครูเขมเขาซื้อให้ไปทานซะ” ผมส่งจานข้าวให้เด็กคนนั้น น้องเขาก็มองหน้าผมแต่พอบอกครูเขมซื้อให้ เขาก็รับไป และเดินไปหาที่นั่งทานเลย ผมก็ยืนชะเง้อมองว่าพี่เขมเดินมาหรือยัง นั้นเดินมาแล้วพร้อมจานข้าวและขวดน้ำสองขวด  แอบยิ้มเลยซิผม

“อ้าว อยู่นี้เอง “พี่เขมพูดกับผม และส่งขวดน้ำมาให้ผมหนึ่งขวด
“พี่เขม พี่คุยอะไรกับแก้มมันอ่ะ”
“อ้อ...เขาแค่...ถามถึงคริสนะ ไม่มีอะไรมากหรอก” พี่เขมพูด ผมเริ่มตะหงิดยังไงก็ไม่รู้เหมือนแก้มมันจะพูดอะไรที่ไม่ดีกับพี่เขมยังไงก็ไม่รู้

“พี่เขม ถ้ามันพูดไม่ดีบอกผมนะ”

“ไม่มีหรอกนะคริส และเขาเป็นผู้หญิง อย่าไปด่าว่าเขามันดูไม่ดี พี่ขอนะ”ครูเขมบอกผม ผมก็เดินไปหาที่นั่งที่ให้พวกไอ้อาร์ทมันจองไว้ และพวกมันก็กำลังนั่งทานก๋วยเตี๋ยว วันนี้แม่ค้าเอาลูกสาวที่เรียนเทคนิคมาช่วย แม้แห่กันไปซื้อใหญ่เลยนะไอ้พวกนี้ ซื้อมากันคนละสองชามเลย 

“เห้ย! กูพาแขกคนพิเศษมานั่งด้วยวะ ไอ้อาร์ท ไอ้โจ” ผมบอกมันสองคน และพวกมันก็หึนมามอง

“พล้วด!” มันพ่นก๋วยเตี๋ยวทันที

“โธ่! กรูสองคนก็นึกว่าสาวสวย” ไอ้อาร์ทมันพูด ครูเขมหันมามองผม

“ไอ้หื่น นี่ครูนี่เด็ดกว่าสาวๆอีก” ผมพูด พี่เขมยืนมองผมและทำท่าจะหันหลังเดินกลับเข้าไปนั่งด้านใน ผมก็คว้าแขนพี่เขมเอาไว้

“ล้อเล่นนะครู ด้านในไม่มีที่นั่งแล้วตอนนี้ คนลงมาทานกันหมดแล้ว และถ้ายืนรอก็อีกนานเลย ส่วนใหญ่จะนั่งแช่กัน” ผมพูดและพยักหน้าให้นั่งลง พี่เขมนั่งลงได้

“สวัสดีครับครู”ไอ้อาร์ทและไอ้โจมันก็ยกมือไหว้พี่เขมกัน และไอ้โป้งกับไอ้ปันปันมันก็เดินมานั่ง ไอ้โป้งมันมองผมและครูเขม

“กูเรียกครูมานั่งด้วย ข้างในที่มันเต็ม” ผมบอกไอ้โป้ง

“สวัสดีครับครู” ไอ้โป้ง และไอ้ปันปันมันมองหน้าผม

“ไม่รู้ใครติดใจใครนะครู” ไอ้ปันปันมันพูด ผมก็ต้องเงยหน้ามอง อยากจะเอาส้อมทิ่มมันจริงๆ

“สวัสดีครับครู”ไอ้ปันปันทักทายพี่เขม  และก็พากันนั่งลง

“ครูเขม นี้ ไอ้โป้ง ครับ” ผมแนะนำไอ้โป้งให้ครูเขมรู้จัก ครูเขมก็พยักหน้า

“และนี้ไอ้ปันปัน ครูเจอมันแล้วนิ” ผมแนะนำไอ้ปันปัน

“ไอ้ปันปันมันบอกว่าครูไปนอนที่ห้อง เพราะว่า ..” ไอ้โป้งพูดครูเขมเงยหน้าขึ้นมา

“แป๊ปน้ำครูแตกไม่ใช่น้ำครูแตก” พี่เขมรีบพูดขึ้นและมองหน้าผมอีก

“ครูรู้ได้ยังไงอ่ะครับว่าผมจะพูดคำนั้น” ไอ้โป้งมันพูดขึ้นและมันก็ทำท่าจะหัวเราะ 

“ครูได้ยินมาหลายคนแล้วแหละโป้ง ก็เพื่อนตัวดีของเรานะเอาไปพูดให้ครูเสียหมดเลย ” พี่เขมพูดแหละหันมาเหล่มองผม

“ไอ้คริสอะดิมันบอกทุกคนว่าครูน้ำแตก ไอ้นี้มันทะลึงหรือว่ามันใช้คำไทยไม่ถูกกันแน่วะ” ไอ้ปันปันอีกคน

“ครูและนี้ ไอ้อาร์ทและไอ้โจ คู่นี้มันเกิดมาก็เป็นผัวเมียกันเลยครู” ผมพูด พี่เขมสะบัดหน้าไปมอง

“ใช่ครับ เกิดมาปุ๊ปพ่อแม่จับแต่งกันเลยครับ ตอนนี้รอไอ้นี้มันท้องลูกให้ผมอยู่ครับครู  “ ไอ้อาร์ทมันพูด และหันไปชี้ไอ้โจ และไอ้โจมันก็ยกเท้าจะถีบไอ้อาร์ททันที

“ครูอย่าไปเชื่อมัน พ่อผมกับพ่อมันเป็นเพื่อนรักกันครับและ แม่ผมกับแม่มันดันมาท้องไล่ๆกันครับ” ไอ้โจมันพูดอธิบาย

“ผมเลยซวยเกิดมาเจอมันทันที ครับครู” ไอ้โจมันก็ไม่ยอม

“และปากมึงนี้ก็โคตรสร้างสรรมากครับไอ้อาร์ทครับ เพียะ! “ไอ้โจหันไปพูดต่อว่าไอ้อาร์ทคู่นี้มันกัดกันประจำและไม่พูดเปล่าตบหัวไอ้อาร์ทด้วยครับ 

       ผมมองเพื่อนๆผมคุยกันสนุกสนานกับครูเขมแบบว่ากันเองดี จนผมนี้อยากจะเปิดไปเลยว่ากับครูเขมกำลังจะคบกันแต่คิดอีกทีไอ้โป้งมันอาจจะเปลี่ยนไป หรือไม่มันาอาจจะตัดผมออกจากกลุ่มแบบที่ไอ้อาร์ทมันพูดไว้ก็ได้

   “ครูขึ้นห้องพักครูก่อนนะ เพราะว่าครูมีสอนตอนบ่ายและเราอย่าลืมไปเรียนชดเชยกับครูนะคริส “ ครูเขมทานเสร็จก็ขอตัวขึ้นห้องพักก่อนทันที ผมก็พยักหน้าและครูเขมก็บอกผมอย่าลืมไปเรียน กับครูด้วย ผมต้องเรียนชดเชยกับครูเขมทุกวัน เพราะว่าเทอมที่แล้วผมขาดไปเลยไม่ได้เรียน

   “ กรูไปห้องน้ำก่อนวะ “ ผมพูดก่อนจะลุกขึ้นไปเพื่อไปเข้าห้องน้ำชาย ระหว่างทีผมกำลังเดินใกล้จะถึง จู่ๆก็มีคนกระโดดออกมาจากมุมตึก คนที่ทำแบบนั้นก็คือแก้ม ผมแอบคิดในใจแก้มนี้มันเป็นเจ้ากรรมนายเวรผมหรือไง

   “เล่นอะไรนะแก้ม” ผมถามแก้ม

   “พีคริสไปไหนกับครูเขมมาอีกแล้วค่ะ เมื่อวานนะคะ” แก้มถามผม ด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงอาการหึงผมกับครูเขมแต่ทะว่าผมกับแก้มไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อยมันจะหึงผมทำไม

   “ก็ไปทานข้าวกัน แล้วมันธุระอะไรของเธอละแก้ม” ผมถามแก้มกลับด้วย

   “ทำไมต้องไปกับครูบ่อยๆด้วยอ่ะ พี่ควรจะไปกับแก้มมากกว่าไปกับครู  เพราะว่า”

   “เพราะว่าอะไร..แก้ม” ผมถามแก้ม เธอก็มองหน้าผม

   “เพราะว่าครูเขาไม่ใช่ผู้ชายปกติ เขาเป็นตุ๊ดแน่นอน พี่คริสอย่าไปใกล้เขานะ พี่จะดูไม่ดีไปด้วย แก้มเป็นห่วง” แก้มพูดบอกผม ผมคิดว่าแก้มมันคงพูดไม่ดีกับพี่เขมแน่ๆ

   “ขอบใจนะแก้มแต่ พี่คิดเองได้ว่าครูเขมดีหรือไม่ดี ส่วนเธอนะ กลับไปทำตัวเองให้ดีซะก่อนดีกว่าไหมแก้ม และพี่เห็นนะว่าเธอว่าเธอเข้าไปหาครูเขม”ผมพูดและยืนเอามือล้วงกระเป๋ามองหน้าแก้ม แก้มหน้าซีด

   “เธอพูดอะไรกับครูเขม” ผมถามแก้ม
   “แก้ม ..แก้ม..ไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย แค่..”
   “แค่อะไร..อย่าคิดนะว่าที่เธอช่วยพี่ไว้และเธอจะมามีสิทธิ์ในตัวพี่ไปด้วย พี่ไม่ใช่แฟนเธอแก้ม อย่าทำให้พี่เหลืออดอีก และถ้าถึงตอนนั้น หน้าเธอพี่ก็จะไม่มอง “ผมพูดและทำท่าจะหันหลังออก

   “อย่ายุ่งกับครูเขม”ผมหันกลับมาบอกเธอก่อนจะเดินไป ผมรีบเดินเข้าห้องน้ำทันที  เพื่อทำธุระส่วนตัวก่อนจะไปเข้าเรียนวิชาต่อไป วันนี้ผมว่าจะชวนพี่เชมไปทานข้าวก่อนมาเรียนพิเศษอีกดีกว่า ระหว่างที่ผมกำลังจะเดินออก ผมก็ต้องเจอกับคู่อริ ผมหันมามองหน้ามัน

   ผมมีเรื่องกับมันก็เพราะว่า พี่เชอรี่สาวสวยระดับดาวของโรงเรียนมาชอบผม ผมก็ชอบพี่เชอรี่เหมือนกัน เราเหมือนใกล้จะคบกันเป็นแฟนแต่มีไอ้พี่กายนี้แหละที่มันแอบชอบพี่เชอรี่เช่นกัน แต่สุดท้ายพี่เชอรี่ก็ถูกส่งไปเรียนเมืองนอกแทนเพราะว่าพ่อของพี่เชอรี่เขาเป็นคนใหญ่คนโตเขาไม่ชอบผมเท่าไหร่
   “ปึก” มันเดินสวนผมและเอาไหล่มากระแทกไหล่ผม ผมก็ยืนนิ่งรอการขอโทษแต่มันไม่ขอโทษ มันแค่หันมามองหน้าผมและยิ้ม
   “มองหน้าเหรอคริส ทำไม มีปัญหาเหรอวะ” ผมหันมามองหน้ามันและไอ้พี่อั้น เพื่อนมันที่เป็นนักมวยสากลประจำโรงเรียน และไอ้พี่ภู เพื่อนของมันอีกคน

   “ไอ้..” ผมกำหมัดรอเลยถ้ามีคำว่าฝรั่งขี้นกออกมานี้ผมต่อยมันแน่ๆ

   “เห้ย! ครูเดินผ่านมา” พี่เอกรินทร์  คือคนที่เดินเข้ามาบอกพวกไอ้พี่กายและพวกมันก็เลยพากันเดินเข้าห้องน้ำไป ผมหันไปมอง พี่เอก พี่คนนี้เขาดีนะ คอยช่วยผมเท่าที่พี่เขาทำได้ คือไม่อยากให้ผมกับพี่กายต่อยกันแต่ผมก็เข้าใจว่าพี่เขาเป็นเพื่อนกัน

   “ขอบคุณครับพี่เอก” ผมขอบคุณพี่เอกเบาๆ

   “กูรู้ว่าถ้ามันรุมมึงก็เจ็บเปล่า..คริส” พี่เอกพูดและผมก็เดินออกมา ผมก็เจอพวกไอ้โป้ง ไอ้อาร์ท ไอ้โจและไอ้ปันปันที่วิ่งหน้าตาตื่นมา

   “แก้มมันบอกว่าพวกไอ้พี่กายมันมาเข้าห้องน้ำเดียวกับมึงอ่ะ กูก็เลยคิดว่าพวกมันจะทำอะไรมึง”ไอ้โป้งพูด ผมหันไปมองและหันกลับมา

   “ไปเถอะวะ พอดีพี่เอกโกหกว่าครูเดินผ่านมามันก็เลยไม่ได้ทำอะไรกู แต่กูนี่เกือบจะต่อยปากแม่งแล้วแหละ” ผมพูดและเดินแทรกพวกมันไปทันที จะว่าไป แก้มมันก็ช่วยผมหลายครั้งอยู่เหมือนกัน แต่ผมรักมันไม่ได้ ยิ่งตอนนี้ยิ่งไม่ได้ใหญ่เลย เพราะว่าผมรักครูเขมไปแล้ว
*************************************************************************************
ฝากไว้อีกตอนนะคะ เหมือนจะงานเข้าเรื่อยๆนะคู่นี้ ครูเขมxนายคริส
ตอนหน้าก็จะดราม่าเยอะหน่อยนะ ขอมาพรุ่งนี้เลยนะคะ  รักคนอ่าน  :กอด1: :กอด1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-09-2020 20:59:32 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 197
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
EP.10.2สุดท้ายความรักของผมก็จบแบบไม่สวย
           
    ผมกำลังเดินขึ้นห้องพักครู หลังจากที่ผมได้ไปนั่งทานอาหารกับคริสโตเฟอร์และทำความรู้จักกับเพื่อนๆของนายคริส จะว่าไปมันก็ทำให้ผมรู้สึกคิดถึงวัยมัธยม ที่มีแต่ความสนุกสนานกับเพื่อนๆ ก่อนที่ผมจะคบณัฐกานต์ ตอนเที่ยงก็คุยกัน แย่งกันกิน สนุกสนานเฮฮากัน และเพื่อนผมนะไม่มีใครักเกียจผมสักคนที่รู้ว่าผมเป็นแบบไหน แต่พอคบณัฐกานต์ เพื่อนๆก็เริ่มหาย ผมก็ไม่เข้าใจแต่เรียนจบ ผมโชคดีที่ได้ทำงานที่ติวเตอร์ เพื่อนๆผมเข้าไปทำกันเยอะ มีทั้งรุ่นพี่ด้วย ชีวิตการทำงานเลยค้อนข้างจะชิลๆ
                      ผมเลยเข้าใจที่คริสโตเฟอร์ไม่ได้บอกเพื่อนๆของเขาว่าเขากับผมกำลังคิดอะไรกันอยู่ และผมก็ไม่ได้เสียใจเพราะว่าผมค้อนข้างโตเป็นผู้ใหญ่พอที่จะแยกแยะเรื่องพวกนี้ได้ แต่วันที่เขาพร้อมเขาอาจจะบอกเอง และอีกเรื่องที่ผมไม่ได้บอกคริสโตเฟอร์คือ แก้มเข้าถามคริสกับผมเพราะเธอเห็นว่าคริสยืนอยู่ข้างๆผม แต่ประเด็นที่สำคัญคือเธอเข้ามาต่อว่าผมว่าผมจะทำให้เขาเป็นเหมือนแชมป์ที่หายไปกับครูมิ้งนี้ซิ ผมไม่อยากให้คริสไปต่อว่าเธอเพราะนั้นมันทำให้คริสดูไม่ดีด้วย ผมเลยเลือกที่จะบอกไม่มีอะไรจริงๆ

                      “ครูเขม” ผมได้ยินเสียงท่านผู้อำนวยการเรียกชื่อผม ผมก็หันมามอง มีครูลินดาเดินมาด้วยกัน

                      “สวัสดีครับท่านผู้อำนวยการ” ผมยกมือไหว้ท่านและยิ้มให้ครูลินดา

                      “ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้ครูเขมกับครูลินดาไปด้วยกันแล้วกันนะ “ ผู้อำนวยการพูด ผมก็หันไปมองครูลินดามีอะไรหรือเปล่า ผมจะต้องไปไหน

                      “ครูเขมกับครูลินดาจะได้เป็นตัวแทนครูของโรงเรียนถือพานพุ่มครับผมที่ศาลากลางจังหวัดพรุ่งนี้ ” ผู้อำนวยการพูด ผมก็หันไปมองครูลินดาที่ส่งยิ้มให้ผม แต่ผมไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน

                      “อ้ออีกอย่างนะครูเขม ผมลืมแนะนำ ครูลินดาเขาเป็นหลานสาวของผมนะครูพ่อครูลินดานะเป็นเพื่อนรักของผมเลยครับครู  แม้ครูนี้ร้ายใช่เล่นนะครับ “ ผู้อำนวยการพูดและผมก็มองหน้าครูลินดา ว่านี้มันเรื่องอะไรกัน และผู้อำนวยการก็หันมาแตะบ่าผมก่อนจะเดินออกไปทิ้งความมึนงงไว้ที่ผม และผมก็หันมามองหน้าครูลินดาที่ยืนยิ้มเจือนๆให้ผม

                      “ ครูเขมค่ะ คือว่าเมื่อเช้าครูเข้าห้องน้ำครูกับนายคริสใช่ไหมค่ะ” ครูลินดาถามผม ผมก็แปลกใจว่าทำไมครูลินดารู้เรื่องนี้

                      “พอดี ครูสมชายเขาบอกลุงของลินดานะคะ ว่าให้ระวังครูกับนักเรียนอาจจะซ้ำรอยได้ “ ผมยิ่งเลิกคิ้วเป็นคำถาม อันนี้หมายถึงซ้ำรอยครูมิ้งหรือเปล่า ทำไมใครๆก็ต้องคิดว่าผมจะทำแบบนั้นทุกคนน่ะ

                      “ แต่ลินดาบอกกับลุงของลินดาว่าครูกับดาคบกันอยู่ค่ะ ไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นแน่ๆ “ ครูลินดาพูด ผมก็ผงะเลยซิครับ ก็ผมเพิ่งจะบอกว่าผมเป็นเกย์ครูลินดาก็รู้ดีเพราะว่าเขาเจอณัฐกานต์แล้ว

                       และตอนนี้ในหัวผมก็ตีกันวุ่นไปหมด เรื่องณัฐกานต์ที่ว่าผมควรจะเอายังไงดี และมาเรื่องคริสนี้ตีกันมากหน่อยเพราะว่าผม ผมยอมรับว่าผมรู้สึกพิเศษกับเขาจริงๆแต่ปัญหาของผมกับเขาซิ  แต่นี้ดันมีเรื่องครูลินดาเข้ามาอีก ผมก็หันหลังออก เอามือเสยผมตัวเองทันที วันนี้วันอะไรผมโดนไปไม่รู้กี่เรื่องแล้วแต่ผมไม่ได้บอกนายคริสหรอกนะ เพราะไม่อยากให้เขาคิดมากเหมือนผมตอนนี้

                      “ลินดาทำเพื่อครูนะคะ” ครูลินดาพูด ผมหันมามอง

                      “ผมว่ามันจะแย่ลงครับ ผมไม่เคยอยากปิดเรื่องของผม ผมยอมรับเลยว่าผมเป็นเกย์ แต่จะให้ผมมาทำเป็นคบผู้หญิงบังหน้า ผมไม่ทำหรอกนะครับครู “ ผมพูดกับครูลินดา

                      “เพราะว่ามันก็จะทำให้คนที่ผมจะคบด้วยเขาจะไม่สามารถที่จะเชื่อใจไว้ใจตัวผมได้เลยครับครู” ผมพูด แต่พอดีจังหวะที่นักเรียนเริ่มเข้าห้องเรียนกันแล้วด้วย

                       “แต่ถ้ามันคือทางเดียวที่จะปกป้องคนที่เรารักละคะครู เพราะถ้าการเปิดเผยมันทำ..คนนั้นเดือดร้อน.”ครูลินดาพูดด้วยน้ำเสียงที่กังวลไม่แพ้กันกับผม

                       “ลินดาทำเพื่อปกป้องคนที่ลินดารักค่ะ ลินดาถึงได้...” ครูลินดาพูดและหันไปมองนักเรียนที่ทยอยเดินขั้นห้องเรียนกัน

                      “ตอนเย็นลินดาขอคุยด้วยได้ไหมค่ะครูเขม ที่ห้องพักนี้ นะคะ “ ครูลินดาบอกผม

                      “ก็ได้ครับครู “ ผมพูดและผมก็เดินเข้าไปหยิบหนังสือเพื่อขึ้นไปทำการสอนนักเรียนคาบบ่ายทันที ในหัวผมเริ่มตีกันไปหมด ทำไมปัญหาเริ่มเข้ามาเรื่อยๆ และถ้ามีเข้ามาตลอดแบบนี้ผมกับคริสจะเดินไปด้วยกันได้หรือไม่  จังหวะที่ผมกำลังจะเดินผ่านชั้นที่คริสเรียนอยู่ เขากำลังจะเดินเข้าห้องเรียนพอดีเลย และหันมาเจอกับผมเข้า เขาก็คงเห็นผมเดินหน้าไม่ยิ้มเลยทำนิ้วให้ผมฉีกยิ้มหน่อย ผมก็เลยส่งยิ้มไปให้แม้จะฝืนไปหน่อยก็ตาม เพื่อว่าเขาจะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลว่าผมจะมีปัญหาอะไรไหม

                      ผมเดินเข้าห้องสอนหนังสือตามปกติ แม้ว่าวันนี้จะรู้สึกได้ว่าผมสอนไม่ค่อยสนุกเหมือนทุกครั้งเท่าไหร่ก็ตาม ผมสอนไปจนหมดคาบ ผมก็เดินลงมาทีห้องพักทันทีเพราะว่าผมมีนัดคุยกับครูลินดา แต่จะคุยเรื่องอะไรนี้ซิ ผมยังไม่รู้แน่ชัดสักเท่าไหร่  ผมเลยใช่เวลาว่างนีตรวจการบ้านไปด้วย แต่หัวผมก็คิดถึงเรื่องนายคริส ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ผมกำลังโดนอยู่ตอนนี้ ทุกคนมองว่าผมอาจจะเหมือนครูมิ้ง และถ้าผมคบนายคริส นายคริสก็จะถูกมองว่าเหมือนแชมป์เข้าไปอีก ผมคิดมาถึงตอนนี้ผมก็ต้องยกมือขึ้นลูปใบหน้าตัวเอง

           “เฮ้อ!” ผมถอนหายใจไปไม่รู้กี่รอบ ผมหันไปหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดู เป็นวันแรกที่ผมเปิดมันขึ้นมา ผมก็ได้เห็นว่ามีข้อความและสายเรียกเข้า 400 สายจากณัฐกานต์ทั้งที่ผมก็บอกแล้วว่าขอเวลาคิดก่อน 3 วัน จากที่เราคุยกันเมือวาน  แต่ตอนนี้มีทั้งข้อความที่ต่อว่าและล่าสุดข้อความที่บ่งบอกว่าเขาเสียใจ ผมเองก็เสียใจ และจังหวะนี้มันทำให้ผมคิดว่า ผมควรจะลองคุยเพื่อปรับความเข้าใจกับณัฐกานต์ดีไหม ถึงยังไงผมกับเขาก็คบกันมาได้ 4 ปีแล้ว ส่วนคริส ผมก็จะดูแลเช่นพี่น้องเพื่อจะได้ไม่ทำให้เขาเกิดปัญหาตามมาเช่นตอนนี้ ทำไมผมถึงรู้สึกปวดใจลึกๆ และภาพใบหน้าของเขามันลอยมาตลอด

                       ผมคิดว่าวันนี่จะไม่ชวนคริสโตเฟอร์เรียนชดเชย แต่จะชวนเขาทานข้าวและค่อยคุยเรื่องนี้แล้วกัน ส่วนณัฐกานต์จะโทรไปคุยถ้าคุยกันได้ดีก็ละทำข้อตกลงเริ่มต้นความรักกันใหม่ ส่วนครูลินดาผมก็คงยืนยันคำเดิมว่าผมคบกับเขาไม่ได้จริงๆ แต่จะด้วยเหตุผลใดนั้นผมไม่รู้ แต่ผมก็รู้สึกแปลกกับสีหน้าและแววตาของครูลินดา เหมือนเขาต้องการสื่ออะไรอีกมากมายแต่เขาไม่สามารถบอกผมได้

                      “พี่เขม “ คริสโตเฟอร์วิ่งมาหาผม ขณะที่ผมกำลังเดินผ่านชั้นเรียนของเขา

                      “พี่เขม ผมไปซื้ออะไรมาไว้ทานก่อนดีไหมครับ เพราะว่าเราจะได้ทานกันเร็วก่อนที่จะขึ้นเรียนกับพี่” คริสโตเฟอร์วิ่งมาถามผม ผมก็พยักหน้าและส่งกุลแจรถให้เขา เขาจะได้ขับรถผมออกไป

                      “คริส...วันนี้คริสไม่ต้องเรียนพิเศษกับพี่นะ ..พี่ว่าจะชวนเราทานข้าวที่บ้านพักพี่นะ และนายไปซื้ออาหารที่นายชอบมานะ “ ผมบอกคริส คริสมองหน้าผมแปลก ผมเองก็พยายามปั้นหน้าให้ปกติที่สุด

                      “มีอะไรหรือเปล่าพี่เขม”

                      “ คริส..ไม่มีอะไร ..วันนี้ไปซื้อที่คริสชอบมา พี่อยากลองทานที่คริสชอบบ้างนะ นะ “ ผมพูดบอกคริสโตเฟอร์ยิ้ม เขาก็ทำหน้างงแต่ก็พยักหน้าเข้าใจ พอเขาเดินออกไป ผมนี้เอามือประสานกันทันที นี้ผมรู้สึกปวดใจมากใช่ไหม ทำไมมันปวดในหัวใจผมแบบนี้ นี้ผมรักนายคนนี้ไปแล้วจริงๆหรือ คริสโตเฟอร์

                      และผมก็หยิบมือถือมาพร้อมกับไล่เบอร์กดหาณัฐกานต์ทันที เพื่อโทรไปปรับความเข้าใจกับเขา อย่างน้อยอันนี้ก็จะทำให้ทุกคนเลิกมองผมกับคริสโตเฟอร์ แต่ทะว่าเบอร์โทรของณัฐกานต์เข้าสู่ระบบฝากข้อความแล้ว ณ ตอนนี้

                      “กานต์ เขมขอโทษนะครับที่เขมไม่ได้รับสายกานต์ เขมแค่ใช่เวลาในการคิดเรื่องของเรา เขมคิดว่าเราควรจะได้คุยกัน ถ้ายังไงตอนเย็นเขมโทรกลับหาเขมนะครับ “
ผมพูดฝากข้อความเสียงให้กับณัฐกานต์ ตอนนี้เป็นเวลา 4 โมงเย็นแล้ว ครูคงกลับกันหมดแล้ว ผมรู้สึกแปลกใจว่าทำไมวันนี้ครูกลับกันเร็วจัง

                      “ครูเขมค่ะ” ครูลินดาเดินเข้ามาหาผม ผมองไปรอบๆ เหมือนเป็นคำถามว่าผมกับเขาควรจะคุยกันในนี้ได้ใช่ไหม

                      “ได้ค่ะ เพราะว่าวันนี้ครูท่านอื่นเขาไปงานวันเกิดลูกสาวครูสมพิศกันหมดค่ะ” ครูลินดาพูด ผมก็พยักหน้าและผมก็เป็นฝ่ายลุกขึ้นไปนั่งที่โต๊ะด้านหน้า เพราะว่าโต๊ะทำงานของผมมันอยู่ด้านในเกินไป เหมือนกับเป็นมุมและมันดูจะไม่ดีถ้าผมกับครูลินดาจะนั่งกันสองคนในนั้น ผมนั่งลงตรงข้ามกับครูลินดา

                      “ครูเขมค่ะ ลินดาไมได้จะต้องการเข้ามาเพื่อเป็นส่วนเกินระหว่างครูกับนายคริสนะคะ “ ครูลินดาพูดกับผม

                      “ผมก็ยังไม่ได้อะไรกับนายคริสนะครับครูลินดา และผมเองก็ยังมี ณัฐกานต์เป็นแฟนผมอยู่ แต่ผมแค่..”

                      “จะเลิกกันเหรอคะ ลินดาดูออกค่ะ เพราะว่าการที่ครูมาก่อนตั้งแต่วันเสาร์นั้นแปลว่าครูเห็นอีกคนสำคัญกว่า” ครูลินดาพูดและมันก็ให้ผมถึงกับนิ่งเงียบ ไม่รู้ทำไมผมจังไม่ปฏิเสธครูลินดาไปเลยว่าไม่ได้เลิกกัน และเหมือนกับว่าผมก็กำลังจะง้อเขาอีกครั้ง หรือใจผมไม่อยากง้อแล้วกันแน่

                      “ลินดาไม่ได้อยากจะยุนะคะ ดูแล้วครูเขมกับแฟนครู ไม่น่าจะไปกันได้เลยนะคะ เหมือนคนละขั้วมาเจอกันยังไงก็ไม่รู้นะคะ” ครูลินดาพูด ผมก็พยักหน้าว่ามันก็จริง

                      “แต่ผมกับเขาก็คบกันมาตั้ง 4 ปี” ผมบอกกับครูลินดา

                      “มีเรื่องดีดีมากกว่าเรื่องไม่ดีไหมค่ะ” ครูลินดาถามผม ผมก็ยอมรับว่า ช่วงหลังมานี้หาเรื่องที่ประทับใจกันได้น้อยมากจริงๆ

                      “ลินดาคิดว่าครูน่าจะมีโอกาสเจอคนที่ดีกว่านะคะ “ ครูลินดาพูด

                      “แล้วคนใหมที่ว่านะใครเหรอ ?” เสียงที่ทำให้ผมกับครูลินดาต้องหันไปพร้อมๆกัน เสียงดังมากจากหน้าประตู

                      “ที่หล่อนคิดว่าดีกว่าฉันด้วยนะ” เสียงที่ทำให้การสนทนาของผมสองคนชะงัก ผมหันไปมอง คนที่มาเยือน ไม่ใช่ใครอื่น ณัฐกานต์ เขาเข้ามายืนและถอดแว่นตาเรแบนด์ออก พร้อมกับยืนกอดอกมองผมกับครูลินดาสลับกันไปมา และนี้คือเหตุผลที่ผมโทรหาเขาไม่ติด นั้นคือเขากำลังเดินทางมากหาผมที่นี้ และตอนนี้ ทั้งที่ผมบอกว่าขอเวลา 3 วันให้ผมได้คิดทบทวน ผมไม่คิดว่าเขาจะมาก่อนและในวันนี้

                       "กานต์! " ผมลุกพลวดขึ้นทันที ณัฐกานต์เดินตรงปรี่จะมาหาครูลินดาแต่ผมเข้าไปกันไว้ทัน และดันอกณัฐกานต์เอาไว้ ครูลินดาที่ก้าวถอยหลังออกไปหน่อย

                       "ที่เขมมาโรงเรียนเมื่อวันเสาร์ เพราะ..นางครูนี้ใช่ไหมเขม" ณัฐกานต์ถามผม ผมก็ดันณัฐกานต์เอาไว้ไม่ให้เข้าไปทำร้ายครูลินดา

                       “กานต์ เราไปคุยกันที่บ้านพักครูนะกานต์” ผมพูดบอกณัฐกานต์ เขาหันมามองหน้าผม 

                       "ทำงามหน้าดีนะในโรงเรียนแบบนี้ด้วย ...คงไม่ต้องถามหรอกนะว่าหน้าด้านแค่ไหน..แย้งแฟนก็หน้าด้านพออยู่แล้วและยังนัดแฟนคนอื่นมาพลอดรักกันในห้องพักครูอีก ร่านหนักหรือไง " ณัฐกานต์พูดเสียงดัง ครูลินดาถึงกับหน้าซีดเผือดไปทันที ผมเองก็หันไปมองครูลินดา และหันกลับมาหาณัฐกานต์ ผมโกรธเขามากเลยในตอนนี้ เพราะว่าจาที่เขาพูดมันฟังดูแย่ที่สุด

                       "กานต์หยุด!....หยุดพูดจาแบบนั้นกับครูลินดา" ผมหันไปห้ามปรามณัฐกานต์

                       “และเขมกับครูลินดาไม่ได้นัดมาพลอดรักกัน เราแค่มาคุยธุระกัน” ผมบอกณัฐกานต์

                       “ธุระอะไร ในเมื่อได้ยินอยู่เต็มสองรูหูเลยว่ามันยุให้เขมเลิกกับกานต์ เพราะความร่านมันไม่เข้าใครออกใครแบบนี้ไง เขม “ ณัฐกานต์พูดและหันขวับไปหาครูลินดา

                       “เขมบอกให้หยุดพูดจาแย่ๆแบบนี้กับครูลินดาไง กานต์!” ผมขึ้นเสียงใส่ณัฐกานต์อีกครั้ง

                       "ได้จะไม่พูดแต่จะตบแทน ..หน้าด้านหนักต้องเจอ..กู”  ณัฐกานต์ไม่พูดเปล่าพุ้งตัวจะเข้ามาตบครูลินดาผมก็ดึงรั้งเขาไว้แต่แรงณัฐกานต์ก็พอพอกับผม

                       "..ปล่อยนะ..ปล่อยกานต์นะจะขอตบนางหน้าด้านหน่อยเถอะ"


                       "หยุด..กานต์..เขมบอกให้หยุดไง!! " ผมดันณัฐกานต์ไว้เขาก็ไม่ยอมฟังผม จนผมต้องผลักเขากระเด็นแต่ไม่ถึงกับล้มลงไปแต่ก็เซ ณัฐกานต์มองหน้าผม

                       "ทำไมมันมีดีอะไร ..ไหนเขมอบกว่าไม่เอาชะนีไง ไม่เคยคิดจะเอาชะนีด้วยซ้ำแล้วนี้มันอะไร...ปิดมือถือ ไม่โทรหากานต์ ...ไม่ไปหากานต์ ไหนบอกว่าพาแม่ไปทำบุญแล้วจะเข้าไปหากานต์ไงเขม" ณัฐกานต์ส่งเสียงดังในห้องพักครู ครูลินดาเธอยืนมองผมกับณัฐกานต์ พูดอะไรไม่ออกเช่นกัน

                       "นี้มันคืออะไร!!"

                       "กานต์..ที่เขมไม่ไปหากานต์น่าจะรู้ตัวเองนะว่าเพราะอะไร และมันไมได้เกี่ยวกับใครทั้งนั้นเลย มันเกิดจากเราเองทั้งคู่" ผมหันไปขึ้นเสียงใส่ณัฐกานต์
                       “และตัวกานต์เอง อย่าให้เขมพูดออกมาเลยนะกานต์ เพราะว่าทุกเรื่องที่ผ่านมา เขมก็ทนที่สุดแล้วแต่เรื่อง...” ผมพูดและมองหน้าณัฐกานต์ ผมว่าเขาเข้าใจดีว่าผมหมายถึงอะไร

                       "ถ้าอย่างนั้นลินดาลงไปข้างล่างดีกว่านะคะ..ครูเขมกับแฟนจะได้ตกลงกันให้เรียบร้อย" ครูลินดาเดินอ้อมจะออกไปจากห้อง

                       "ที่เขมจะพูดเขมกำลังจะบอกเลิกกานต์ใช่ไหม!! และเขมจะไปคบกับมันใช่มั้ย!! " ณัฐกานต์ตะคอกเสียงดังใส่ผม เสียงเขาสั่นผมเองก็ได้แต่ยืนมองนัยน์ตาคู่นันกำลังจะมีน้ำซึมออกมา ผมเองก็เสียใจ

                       "กานต์ไม่ให้ใครหน้าไหนมาแย่งเขมไปได้หรอก..." ณัฐกานต์พูดจังหวะที่ครูลินดากำลังเดินผ่าน  ณัฐกานต์เขารีบเข้าไปกระฉากตัวครูลินดา และมันก็เร็วเกินไปที่ผมจะดึงรั้งณัฐกานต์ได้ทัน ทำให้ครูลินดาเสียหลักเซไปและ
                       "โป้ก" เสียงศรีษะกระแทกกับของโต๊ะและจะลงมาที่พื้นคอนกรีต ผมก็รีบกระโดดเข้าไปรับร่างครูลินดาก่อนจะถึงพื้น

                       “หมับ” ผมรับเข้าไปไว้ได้พอดี ท่ามกลางสายตาของณัฐกานต์ที่ยืนอ้าปากตกใจในสิ่งที่ผมทำ   ครูลินดาก็ยกมือขึ้นแตะที่ตรงหน้าผากมีเลือกสีแดงสดไหลลงมา   และผมกับณัฐกานต์ก็ต้องตกตลึงเพราะว่า เลือดที่ไหลเป็นทางนั้น

                       "ณัฐกานต์นี้ทำบ้าอะไรนะ นี้กานต์ทำอะไรลงไป!" ผมหันมาตะคอกเสียงดังใส่ณัฐกานต์ และรีบจับดูที่หน้าผากครูลินดา ผมรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าของผมขึ้นมาซับเลือดทีไหลออกมานั้น

                       "ครูลินดาผมพาไปโรงพยาบาลนะครับครู ครูเลือดไหล "ผมพูดและอุ้มร่างเล็กๆนั้นลอยขึ้น สายตาผมหันมามองคนที่ยืนมือไม้สั่น เขาก็คงตกใจไม่แพ้กัน

                       "ตกลงนี้เขมเลือกนางชะนีนี้ใช่มั้ย" ณัฐกานต์ถามเสียงสั่นเครือ

                       "เราเลิกกันเถอะกานต์ เพราะกานต์เป็นแบบนี้ไง!!!" ผมพูดตะคอกใส่ณัฐกานต์

                       “ตอนแรกเขมว่าจะโทรคุยกับกานต์ เขมคิดว่าเราควรจะได้ลองกันกลับมาคุยกันใหม่ เริ่มต้นกันใหม่ แต่..” ผมหันไปพูดกับณัฐกานต์ ผมค่อยประครองครูลินดาให้ลุกขึ้นเช่นกัน

                       “แต่เขมคิดว่าเราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก! “ผมพูดแม้มันจะปวดใจพอกัน สี่ปีที่ผ่านมามันก็มีทั้งสุขและทุกข์ และคำพูดของแม่ที่เคยบอกผมว่า ยอมได้ก็ยอมเพื่อคนที่ลูกรัก ตอนนี้ผมคิดว่าผมไปต่อไม่ไหวแล้ว ผมนึกขอโทษแม่รดาในใจ

                       "เพราะว่าเราคงไปกันไม่ได้จริงๆ ณัฐกานต์ และไม่ต้องโทษใคร โทษที่เราทั้งคู่โทษที่เราไม่เคยปรับหรือจูนเข้าหากันเรามีแต่จะสวนทางกันทุกอย่าง!”

                       “ เขมรักกานต์มากนะแต่เขมก็ต้องเลือกที่ปล่อยมือ...เขมอาจจะไม่ใช่คนที่กานต์ต้องการเพราะเราไม่มีอะไรที่เขากันได้เลย เวลาสี่ปีก็ไม่ได้ช่วยให้เส้นทางของเรามาบรรจบกันกันได้เลยเหมือนกัน มันมีแต่จะยิ่งห่างกันออกไป... เราเหมือนคนละขั้วกันมากกว่าจะเป็นคู่กันซะอีกกานต์” ผมพูดสายตาของผมกับณัฐกานต์ประสานกัน เจ็บปวดไหม ตอบได้ว่าเจ็บที่ต้องพูดออกไปแบบนั้น

                       “และสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือกานต์ทำร้ายคนอื่นๆที่อยู่ใกล้ชิดกับเขมแบบนี้ มันยิ่งทำให้เขมดูแย่!”

                       “เขมไม่ได้ภูมิใจเลยนะกานต์ มันแย่จริงๆ เขมว่าเขมพอแล้ว เราพอกันแค่นี้แหละกานต์” ผมพูดด้วยถ้อยคำที่เหมือนโดนมีดกรีด เพราะว่ามันเป็นการจบความรักสี่ปีที่ไม่สวยงามเอาซะเลย

                       “สุดท้ายเราก็เลิกกันใช่ไหมเขม!!!... ไหนบอกว่าเราจะมีอนาคตด้วยกันไง แต่แค่เขมมาเจอนางชะนีบ้านี้ แค่นี้นะเหรอ ...ถ้าจิตใจเขมไม่ได้เข้มแข็งตั้งแต่แรก มาเป็นเกย์ทำไม ..มาหลอกให้กานต์รักทำไม ..ฮือๆ” ณัฐกานต์พูดไปร้องไห้ไปด้วย ครูลินดาก็บีบมือผมไว้ เขาคงเข้าใจความรู้สึกผมตอนนี้ดี

                       “เขมจะเข้าไปคุยเรื่องทุกอย่างของเราในวันหยุดเรื่องที่เราทำร่วมกันไว้ก็แบ่งไปตามส่วน คอนโดเขมไม่เอา! “

                       “เขมยกให้”

                       “แต่เงินในบัญชีนั้นมันมาจากน้ำพักน้ำแรงของเขม ที่เขมเคยคิดจะสะสมไว้ปลูกบ้านและอยู่ด้วยกันตอนนี้มันไม่จำเป็นแล้วเพราะว่า...มันจบแล้ว!!"  ผมพูดแค่นั้นน้ำตาณัฐกานต์ก็ไหล ผมเองก็น้ำตาไหลเสียใจแต่ผมต้องเลือก ผมอุ้มครูลินดาออกไป มีนักเรียนหญิงสองคนเดินมาคงจะมาหาครูลินดา เขาก็ต้องทำสีหน้าตกใจ
   "ครูลินดา..เลือดไหลด้วยค่ะครูเขม.."  ผมพยักหน้าและผมก็ต้องรีบเดินแทรกเพื่อจะได้พาครูลินดาไปโรงพยาบาลก่อน ดีที่ตอนนี้แถบจะไม่มีนักเรียนอยู่แต่ครูคงไปงานวันเกิดกันเกือบหมดและบางคนคงไปพักที่บ้านพักกัน แต่ผมก็ต้องหันมาเจอนายคริสที่วิ่งส่วนขึ้นบรรไดมา

                       "เกิดอะไรขึ้นครับครู ผมได้ยินเสียงดังและพวกเด็กรุ่นน้องผมเขาบอกว่ามีคนมาถามหาครูสีหน้าเหมือนจะมาฆ่าใครเลย"คริสโตเฟอร์วิ่งขึ้นมาพอดีเลยเขาเห็นผมอุ้มครูลินดาไว้ ครูลินดามองหน้าผม ผมรู้ว่าเธอเห็นใจผมเหมือนกัน และคริสโตเฟอร์ก็ต้องตกตลึงที่เห็นณัฐกานต์ออกมายืนมองผมอุ้มครูลินดา  ณัฐกานต์ยืนมองผมน้ำตาเขาก็ไหลรินลงมาอาบสองแก้ม ผมหันหน้าหนีไม่กล้าที่จะหันกลับไปมอง คริสโตเฟอร์แตะที่แขนผมสายตาเขาเป็นหวงผมแค่ไหนผมรู้ดีและมือของเขานี่แหละที่ทำให้ผมกลับรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก และ ผมก็พยักหน้าว่าผมโอเค

                      "คริสไปเอารถครูมา...ครูจะพาครูลินดาไปโรงพยาบาลครูลินดาหัวแตกนะ" ผมบอกคริสโตเฟอร์ คริสโตเฟอร์พยักหน้าและรีบวิ่งลงไป ผมก็อุ้มครูลินดาลงไปชั้นล่างโดยไม่หันหลังกลับไปมองณัฐกานต์อีกเลย เขาคงรู้ตัวว่าเขาควรจะกลับกรุงเทพเลย

           คริสที่วิ่งนำผมลงไปก่อนเพื่อไปขับรถของผมมา และผมก็ตามมาติดๆเช่นกัน ไม่นานรถเก๋งของผมก็มาจอดตรงหน้าผมและคริสก็ลงมาเปิดประตูให้ผม ผมก็วางครูลินดาไว้ที่เบาะหลังของรถ ผมรีบวิ่งไปฝั่งคนขับผมเพิ่งจะรู้ว่ามือไม้ผมก็สั่นไม่แพ้ณัฐกานต์เหมือนกัน คริสแตะหลังมือผมเบาๆ

           “พี่เขมให้ผมขับเถอะพี่ พี่ขับไม่ได้หรอก พี่เชื่อใจผมนะ “คริสโตเฟอร์บอกผม ผมก็เงยหน้ามองเขา จริงๆอย่างที่นายคริสว่า ผมอาจจะพากันไปเกิดอุบัติเหตุได้ ผมพยักหน้าตอบเขาและเดินอ้อมไปนั่งที่นั่งคนนั้งข้างคนขับแทน  ยกมือขึ้นมากุมใบหน้าตัวเองไว้ สี่ปีที่ผ่านมามันก็มีอะไรทีผูกผัน มีสิ่งดีดีที่มีด้วยกันไม่ใช่ว่าจะมีแต่ด้านลบเสมอไป นายคริสโตเฟอร์รีบออกรถทันทีเช่นกัน ผมได้แต่เหลือบมองณัฐกานต์ผ่านกระจกมองหลัง เขาเดินลงมาจากตึกแล้ว เขาได้แต่ยืนมองผม ผมเดาไม่ได้เลยว่าเขาเสียใจหรือเขาโกรธกันแน่ แต่ผมก็ต้องหันหน้าไปทางอื่น และมีมือใครบางคนมาแตะที่แขนผมเบาๆ


   "ครู..ครูโอเคไหม" คริสโตเฟอร์ถามผม ผมส่ายหัวว่าไม่ ผมไม่โอเค เพิ่งบอกเลิกแฟนไปจะโอเคได้ยังไง เพราะผมคิดว่าความผิดครั้งเดียวมันก็น่าจะให้อภัยได้แต่ทะว่าเหตุการณ์วันนี้มันทำให้ผมฟิวขาดบอกเลิกไปแบบสายฟ้าแล๊ป ทั้งที่ปกติผมเป็นคนที่ต้องคิดทบทวนให้ดีก่อนเสนอ

                     

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-09-2020 21:05:34 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 197
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
     
EP.11 ครูเขมชาติXคริสโตเฟอร์ ทำไมพี่ไม่ฟังหัวใจตัวเองก่อน 1
                        ครูลินดาที่นั่งอยู่เบาะหลังโดยไม่ได้พูดอะไร นั่วเงียบไปตลอดจนรถมาจอดที่ด้านหน้าทางเข้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ผมเองก็ไม่รู้ว่ามายังไง ตาผมมองถนนแต่ใจผมวุ่นวายสับสนไปหมด ผมมารู้อีกทีก็มีเจ้าหน้าที่เดินมาที่รถและนายคริสโตเฟอร์ก็เดินลงไปให้รายละเอียด เจ้าหน้าที่ออกมารับด้วยรถเข็นนั่ง ผมเองก็ลงไปช่วยพยุงครูลินดาลงจากรถและไปนั่งรถเข็น

           "ครู..ผมจะเอารถไปจอดที่ลานจอดรถ ครูไปกับผมหน่อยซิครู" คริสโตเฟอร์บอกผม ครูลินดาก็พยักหน้าให้ผมไปกับคริส และเธอไปกับเจ้าหน้าที่ได้

                       ผมกับนายคริสเดินกลับเข้าไปในรถเก๋ง ผมนั่งโดยมีนายคริสโตเฟอร์ที่กุมมือผมเอาไว้ เขานำรถเข้าไปจอดด้านหลังสุดและไม่ค่อยมีรถมาจอดสักเท่าไหร่ มือคริสโตเฟอร์ยังคงบีบมือผมไว้แบบนั้น สายตาเขาที่มองมาที่ผมเป็นระยะระยะโดยที่ไม่พูดอะไรสักคำจนกระทั้งรถจอดสนิทเครื่องยนต์ดับลง

                       “พี่เขม..” คริสโตเฟอร์เรียกผม ผมหันไปมองหน้านายคริส สีหน้าเขาก็เหมือนจะมีคำถามกับผม

                       “พี่ยังรักแฟนพี่อยู่หรือเปล่า ....” คริสโตเฟอร์ถามผม สีหน้าเขาบ่งบอกว่าเขารู้สึกเจ็บที่ถามผมแบบนั้น ผมเองก็รู้สึกเจ็บที่ได้เห็นสีหน้าของเขาแบบนั้นเช่นกัน แต่ว่า...

                       “คือพี่..ก็..พี่ไม่รู้..อ่ะ คิดว่าพี่..ยังรักเขาไหม ..แต่.” ผมเริ่มสับสน ระหว่างรักสี่ปีกับรักทีกำลังจะเริ่มต้น สี่ปีมันผ่านอุปสรรคมาเยอะแต่รักที่เริ่มต้นนี้อุปสรรคกำลังรออยู่มากมายกว่าด้วยซ้ำ

                       “พี่ไมได้รักเขาแล้วผมรู้..” นายคริสโตเฟอร์พูด ผมหันไปมองว่าหมายความว่ายังไง

                       “ถ้าพี่ยังรักเขา พี่คงพยายามโทรหาเขาตั้งแต่วันเสาร์แล้ว แต่พี่ไมได้โทรหาเขา..เพราะว่า..พี่อยู่กับผมแล้วพี่รู้สึกมีความสุขมากกว่าเขา ผมรับรู้ได้ เพราะว่าผมเองก็มีความสุขมากที่ได้อยู่กับพี่นะพี่เขม” คริสโตเฟอร์พูด ผมหันไปมองหน้าเขา แว๊ปหนึ่งกับคำพูดครูสมพิศมันกลับเข้ามาในหัวผม “มันผิดค่ะครู”

                       “คริสพี่ว่า”

                       “พี่มีอะไรบอกกับผมตรงๆดิ ผมรู้สึกตั้งแต่ที่พี่ให้ผมซื้อของที่ผมชอบ มันเหมือนกับว่าพี่จะ..ทิ้งผม ทำไมอ่ะพี่เขม” คริสโตเฟอร์ถามผม

                       “ผมรู้ว่าในหัวพี่มีแต่เรื่องผมตลอด เพราะว่าความรักของผมมันมีแต่อุปสรรคใช่ไหมครับพี่เขม พี่ถึงจะเลือกทิ้งผม ทำไมพี่ไม่ฟังหัวใจตัวเองเหมือนที่ผมทำละพี่” คริสโตเฟอร์พูด

                       “ผมรู้ว่าพี่นะ จะกลับไปหาเขาแค่เพราะว่าพี่อยากจะหยุดผมไว้แค่นี้ ทั้งที่พี่ไมได้รักเขาแล้ว พี่รักผม ผมรู้ดี” คริสโตเฟอร์พูดเขามองหน้าผม

                       “พี่รู้ไหมว่าไอ้โป้งมันเกลียดเกย์มาก แต่ผมเลือกที่ฟังหัวใจของผม มากกว่าคนอื่น” คริสโตเฟอร์พูด ผมถึงกับอึ้ง

                       “เพราะว่าผมรักครู..เขมชาติ ...คนเดียว” คริสโตเฟอร์พูด เขาจ้องมองใบหน้าผม มือเขาแตะที่หน้าผมไว้ให้มองจ้องเขา มันทำให้ผมคิด ทำไมผมต้องฟังคนอื่น ทำไมผมไม่ฟังหัวใจตัวผมเอง ที่ผมฟุ้งซ้านมาทั้งวันก็นายนี้ล้วนๆไม่มีณัฐกานต์เลย นั้นมันก็แปลว่าผมรักเขา

                       “หมับ..อืมม” ผมจับใบหน้าเขาและผมก็จูบเขา เราจูบกันในรถ มุมที่มืด แม้จะมีแสงไฟสลัวๆ รอดเข้ามาแต่ก็น้อยมากๆ และนายคริสก็เลื่อนตัวจากที่นั่งคนขับและผมเองก็เหมือนจะรู้ ผมก็กดปรับที่นั่งให้เลื่อนถอยหลังออกไปและดันให้เบาะเอนนอนราบลง และนายคริสก็เลื่อนมาค่อมผมไว้

                       “พี่บอกผมซิ ว่าทำไมพี่ถึงจะถอดใจจากผม “ นายคริสถามผม

                       “คือว่า ..วันนี้พี่โดนไปหลายเรื่องเลยคริส เรื่องแรกที่ทำให้พี่..” ผมพูดและหันไปมองหน้าคริสโตเฟอร์

                       “ เรื่องครูมิ้งกับนายแชมป์ อันนี้มันทำให้พี่คิดเยอะมาก พี่ไม่อยากทำร้ายเรา พี่ไม่อยากให้ใครต่อใครมาพูดว่าเราสองคนจะเป็นแบบนั้น”

                       “แล้วเราจะเป็นแบบนั้นเหรอพี่เขม ผมว่าเราไม่เป็นแบบนันหรอก “ คริสโตเฟอร์พูด เขามองหน้าผมสายตาเขานิ่งมาก

                       “และพี่เห็นว่าอุปสรรค์มันเยอะมากนะ เราจะเดินไปพร้อมกับพี่ไหวเหรอ เพราะว่าพี่ก็ผ่านมาเยอะเหมือนกันพี่รู้ว่ามันบางครั้งมันเจ็บปวดจนร้องไห้เลยก็มี “ ผมบอกนายคริสโตเฟอร์

                       “แล้วไหนจะเพื่อนเราอีกที่บอกว่าโป้งไม่ชอบเกย์ ถ้าวันที่เราคบกันแล้ว..” ผมหันไปพูดและมองหน้าคริส ผมรู้ว่าวัยนี้ค่อนข้างติดเพื่อน ผมก็เป็นมาก่อน

                       “แล้วเราได้ลองหรือยังละพี่เขม เราต้องลองก่อน และที่พี่บอกว่าอุปสรรคนะ ยังไงวันหนึ่งผมก็ต้องเจอ ชีวิตคนเราไมได้ราบเรียบเสมอไปไม่ใช่เหรอพี่เขา”คริสโตเฟอร์พูดมันทำให้ผมคิด ความคิดของเขามันไม่ใช่เด็กตามอายุเลยสักนิด

                       “ แต่อุปสรรคนี้ผมจะผ่านไปได้แน่ๆถ้ามีพี่ ที่จะเดินไปกับผม” คริสโตเฟอร์พูด เขาจ้องมองผม ที่นอนราบมองเขาเช่นกัน

                       “ดูผมซิ ผมยอมรับความเป็นตัวเองแล้ว ตามที่พี่บอก ผมไม่ใส่คอนแทคเลนส์แล้วนะพี่เขม ผมโยนมันทิ้งไปหมดแล้ว ผมจะไม่ปกปิดมัน และนี่พี่เป็นคนบอกผมเองนะพี่เขม “ นายคริสพูดบอกผม นิ้วเขาก็เกลี่ยที่ริมฝีปากผมไปมา

                       “พี่เขมพี่จะถอดใจทิ้งผม คนที่รักพี่จริงๆเหรอ” คริสโตเฟอร์ถามผม ผมก็ยังเงียบนิ่ง
                       “..............................”
                       “บอกผมซิครับ ครูเขมชาติ” ไม่ว่าผมจะพยายามหันหน้าหนีไปทางไหน ใบหน้านายคริสก็ตามไป จนผม
                       “.................................”

                       “พอแล้วนายคริส ..นายต้อนพี่จนมุมแล้ว “ ผมหันมาพูดกับนายคริส ใช่ผมคงต้องการเผชิญกับมันไม่ใช่หนีมัน

                       “พี่เป็นแฟนกับผมนะ พี่เขม และผมรู้ว่ามันเร็วไป แต่ผมว่ามันดีกับผมตอนนี้ ..นะครับ .” นี่ผมกำลังโดนขอความรัก มันเหมือนกับตอนที่ผมขอความรักจากณัฐกานต์เหมือนกันใช่ไหม แต่ผมกับรู้สึกดีกับอันนี้มากกว่านะ

                       "แต่พี่ต้องตามหาครูมิ้งกับแชมป์ก่อน..คริส " ผมพูด คริสโตเฟอร์หยุดและก้มมองผม

                       "ทำไมเหรอพี่เขม"คริสโตเฟอร์ถามผม
                       "ก็ผู้อำนวยเขาคงจะไม่เห็นด้วยแน่ และยิ่งเพิ่งจะเกิดเรื่องครูมิ้งไปไม่นาน ดังนั้นพี่คิดว่าพี่จะช่วยตามหาครูและนักเรียนที่หายไปก่อน ให้เขาทั้งคู่กลับมาก่อน”ผมพูดบอกนายคริสโตเฟอร์ 

                       "ครูว่าตอนนี้เราเข้าไปหาครูลินดาก่อนจะดีกว่าเธอคงทำแผลเสร็จแล้ว" ผมดันคริสโตเฟอร์ให้เขาลุกไปและผมก็แต่งตัวให้เรียบร้อย นายนี้ก็ไว้จริงๆเลย กระดุมเสื้อผมหลุดไปเกือบหมดผมหันไปเหล่มองคนข้างๆ ยิ้งมีหน้ามายิ้มกรุ่มกรุิ่มกับผมอีกนะ คริสโตเฟอร์ขับรถออกจากที่จอดผมเห็นเขาปรับกระจกมองหลังเหมือนมองอะไรสักอย่าง

                       "มีอะไรเหรอคริส" ผมถามคริสโตเฟอร์ สีหน้าเขาดูกังวลเหมือนมีอะไรบางอย่าง

                       "คริสเห็นใครแอบอยู่เหมือนเขาตามเรามายังไงก็ไม่รู้ครู" คริสโตเฟอร์ตอบผม ผมก็เหลียวหลังกลับไปมองทันทีแต่ก็ไม่เห็นมีอะไรมีแค่รถกลางเก่ากลางใหม่ที่จอดอยู่คันเดียว

                       "คงไม่มีอะไรหรอกที่รัก...คริสคงจะคิดมากไปเอง " คริสโตเฟอร์หันมาพูดกับผม ผมพยักหน้า

                       "ผมกลัวว่าจะทำให้ครูมีปัญหาเหมือนที่ครูมิ้งเจอ" คริสโตเฟอร์พูด ผมหันมามองคริสโตเฟอร์ ผมกลับเป็นคนที่จับมือคริสโตเฟอร์ข้างที่เขากลุ่มเกียร์ออโต้ไว้ผมบีบมันให้เขารูว่าผมเองก็พร้อมจะเผชิญกับมัน

                       "แล้วเราจะไปหาเขาสองคนที่ไหนละครู ...ผมนะเคยได้คุยกับแชมป์แค่ครั้งสองครั้ง" ผมชำเรืองตาหันไปมองคริสโเตเฟอร์

                       "ก็ไอ้เชี้ยโป้งอะดิครูมันดันแกล้งส่งจดหมายหาน้องแชมป์ว่าผมนะแอบชอบน้องเขาผมไม่ได้อะไรชอบพวกนี้" ผมหันไปเหล่มองจริงหรอ ?

                       "ตอนนั้นไม่แต่ตอนนี้..หลงเลยดีกว่า" คริสโตเฟอร์หันมาหยักคิ้วให้ผม ผมพยักหน้าพยายามเชื่อนะ

                       "โธ่! ครูไม่เชื่อผมอีกเหรอ ลืมแล้วเหรอถ้าสงสัยในตัวผมจะ..."

                       "นี้นายขับรถอยู่นะคริสและเดี๋ยวเกิดไปชนใครเขาเข้า ครูไม่อยากกลับจากโรงพยาบาลไปต่อกันที่โรงพัก"ผมหันไปชี้หน้านายจอมหื่น

                       "คิดแล้วก็สงสารน้องเขาเหมือนกันพอรู้ว่าโดนแกล้งน้องเขาก็เสียใจตอนนั้นน้องเขายังเรียนอยู่แค่ม.2 เองและแก้มนี้ก็ไปอาระวาดน้องแชมป์" ผมหันมามองก็อยากเกิดมาหล่อทำไมละ สมน้ำหน้า

                       "นี้ครูสมน้ำหน้าผมเหรอ สีหน้าครูมันบอกอะ"

                       "ตรงไหน" ผมถามนายคริสแต่ผมรู้ว่าผมคิดแบบนั้นจริงๆ อยากเกิดมาหล่อนิ

                       "ดูดิ" คริสโตเฟอร์ดึงที่บังแดดมันมีกระจกและเปิดฝาให้ผมดู "อู้ยย" ผมร้องออกมาทันที

                       "เออครูพอพูดถึงแก้มคนที่ผมเห็นเหมือนแก้มเลยนะครู"คริสโตเฟอร์พูด ผมสะบัดหน้าไปมองเมื่อเช้าผมก็เจอแต่ผมไม่ได้บอกคริสโตเฟอร์ หรือว่าแก้มกำลังตามติดผมกับคริสโตเฟอร์ ไม่นะเขาจะตามทำไมซึ่งปกติผมกับคริสโตเฟอร์ก็ไปไหนมาไหนกันด้วยอยู่แล้ว

                       "แชมป์นะเขาเป็นคนเงียบๆ เรียบร้อยนะครู เห็นคนอื่นๆเขาพูดกันนะว่าป้าโคตรดุเจ้าระเบียบ ห้ามไปไหน ห้ามสุงสิงกับใคร ห้ามไปเที่ยวกับเพื่อนหลังเลิกเรียนห้ามเพื่อนมาบ้าน ห้ามใช้โทรศัพท์แต่น้องเขาก็แอบไปซื้อโทรศัพท์นะเพราะว่าเขามีเบอร์ที่โทรหาผมแต่คงต้องไปค้นจากเครื่องเก่าของผมอีกที" คริสโตเฟอร์บอกผม ผมพยักหน้าก็คงพอจะช่วยได้ถ้าซิมนั้นน้องเขายังใช้การได้อยู่ 

                       "ครูลงไปดูครูลินดาก่อนนะนายไปหาที่จอดรถใกล้ๆนี่แหละคริส" ผมบอกคริสโตเฟอร์ขณะที่ผมกำลังจะก้าวขาลงจากรถ

                       "หมับ"ข้อมือของผมถูกจับไว้โดยคริสโตเฟอร์

                       "ครู..คืนนี้ผมไปนอนห้องครูนะ" คริสโตเฟอร์ดึงมือผมไว้ สายตาอ้อนวอน ผมพยักหน้าเบาๆ คนนี้ยิ้มดีใจเหมือนเด็กได้ของเล่นเลยนะ

           ผมเดินตรงเข้าไปด้านในโรงพยาบาลตรงประตูทางเข้าที่ผมส่งครูลินดาเข้าไปทำแผล สายตาผมเหลือบมองไปเห็นครูลินดากำลังนั่งเซนต์เอกสารที่โต๊ะตรวจซักประวัติพอดีเลยแต่ดูแล้วครูลินดาทำแผลเรียบร้อยแล้ว

                       "ครูเขมค่ะ" ครูลินดาเงยหน้าขึ้นมาเจอผมเข้าพอดี

                       "สะดวกมาล้างแผลทุกวันไหมคะ จะได้ลงวันนัดให้เลยค่ะ " จังหวะเจ้าหน้าที่พยาบาลหันมาถามครูลินดาเพื่อทำการออกใบนัดให้ ครูลินดาทำท่าคิด

                       "ครับสะดวกครับมาล้างแผลกี่โมงครับ" ผมถามพยาบาลเองยังไงผมต้องเป็นคนพาเธอมาก็สาเหตุมันก็มาจากผมด้วยเช่นกัน

                       "แฟนน่ารักนะคะ คุณพาแฟนมาล้างแผลช่วงเย็นๆหลังเลิกงานก็ได้ค่ะ ช่วงนั้นคนไข้ไม่ค่อยเยอะจะได้ไม่ต้องรอนานค่ะ" พยาบาลเขาเลยมองว่าผมเป็นแฟนครูลินดาไปซะเลย ครูลินดาปิดปากขำพยาบาลพอเรียบร้อยผมก็พากันเดินออกไปที่รถที่ผมให้คริสโตเฟอร์จอดรอผมไว้

                                   "ผมไปส่งที่บ้านนะครับครู..เมื่อเช้าครูมายังไงครับ" ผมหันมาถามครูลินดาพร้อมกับเปิดประตูรถให้ด้วย

                                   "นั่งมอเตอร์ไซค์วินมานะคะครูเขมเพราะว่าลินดาไปประชุมกับลุงที่อำเภอด้วยค่ะเลยไม่ได้เอารถมอเตอร์ไซด์มาเอง กะว่าจะให้ลุงไปส่งให้ด้วยนะคะ "

                                   "พรุ่งนี้ผมจะเข้าไปรับแล้วกันนะครับ"ผมตอบครูลินดายิ้มให้ผมก่อนจะเข้าไปในนั่งด้านหลัง

                                   "ผมรู้สึกผิดที่ณัฐกานต์เขาทำกับครูลินดาหนักแบบนี้ " ผมก้มลงพูดกับครูลินดาสายตาผมบ่งบอกได้ว่าผมรู้สึกเสียใจกับสิ่งทีเกิดขึ้น ผมไม่คิดว่าณัฐกานต์จะมาที่นี้ในวันนี้ด้วยซ้ำ

                                   "ไม่ต้องรู้สึกผิดขนาดนั้นหรอกค่ะครูเขม นี่ถ้าครูเขมไม่เข้ามารับลินดาไว้ลินดาคงเป็นหนักกว่านี้แล้วแหละค่ะ" ครูลินดาพููด ผมเปิดประตูให้ครูลินดานั่งด้านหลังและผมก็เข้าไปนั่งด้านหน้า

                                   "คริสไปส่งครูลินดาที่บ้านนะ เธอไปถูกใช่มั้ย" ผมหันไปบอกคริสโตเฟอร์ คริสโตเฟอร์พยักหน้าเบาๆ ว่าไปถูก จู่ๆ โทรศัพท์ผมก็ดังขึ้น แม่รดาโทรหาผมผมรีบกดรับสายทันที

                       "เขมเกิดอะไรขึ้นนะลูก...นี่กานต์เขาโทรมาหาแม่ร้องห่มร้องไห้เขาบอกว่าเขมมีคนอื่นเขมนอกใจเขาแถมเขาบอกว่าเขมไปรักไปชอบกับผู้หญิงที่เป็นครูจริงเหรอลูก" ณัฐกานต์โทรไปฟ้องแม่ผมทำไมนะ ผมไม่อยากให้แม่เครียดและเขาก็บอกแม่ผมว่าผมนอกใจเขาอีกทั้งที่ความจริงเขานั้นแหละนอกใจผมก่อน

                       "แม่..มันมีหลายเรื่องเลยที่ผมไม่เคยได้บอกแม่เอาไว้ผมกลับไปบ้านวันหยุดแล้วกันนะครับผมจะได้มีเวลาคุยเรื่องมันยาวด้วยนะครับแม่ "

                       "เฮ้อ!! แม่ก็ไม่รู้จะพูดยังไงนะแม่ก็แค่รับฟังกานต์เขาไป"

                       "แต่เขมคงจะกลับวันอาทิตย์นะแม่ เพราะว่าวันเสาร์ผมมีขึ้นเวรที่โรงเรียนก่อนถ้ากลับทันเขมก็จะกลับตอนบ่ายวันเสาร์เลย เขมอยากจบทุกอย่าง"

                       "ไม่ใช่ว่าเขมไม่รักกานต์นะแม่ เขมรักมากแต่เรามีหลายอย่างที่ยิ่งนับวันก็ยิ่งต่างกัน"

                       "เอาเป็นว่าแม่อย่าเครียดกับเรื่องเขมเลยนะแม่" ผมพูด คริสโตเฟอร์หันมามองหน้าผมเป็นระยะและผมก็เห็นว่ามันก็อยู่ในสายตาครุลินดาตลอดเช่นกัน

                       "แม่อยู่บ้านใช่ไหมครับ"

                       "แม่กำลังเดินทางไปหาพี่ต้นเขาลูก"

                       "พี่ต้นเป็นอะไรไปครับแม่" ผมถามด้วยอาการร้อนรน ต้องมีเรื่องแน่ๆ แม่ถึงต้องไปหาทั้งที่พี่ต้นเพิ่งจะกลับไป

                       "แม่ก็ยังไม่รู้อะไรมากนะเขมรู้แค่ว่าเกศนะเขาโยนเสื้อผ้าพี่ต้นเราออกมาจากบ้านหมดเลย" ผมได้ฟังก็ยกมือขึ้นมากุมศรีษะ ปัญหามาจากผมอีกเช่นกัน

                       “แต่พี่ต้นเขาบอกว่าเขาได้แอบไปซื้อคอนโดเอาไว้ เพราะเขาคิดว่าคงมีสักวันที่เกศจะทำกับเขาแบบนี้ “ แม่บอกผม ผมก็พยักหน้า

                       "เอิร์ธละแม่.." ผมถามหาหลานชายด้วยเช่นกัน ผมภาวนาว่าอย่าให้พี่ต้นทิ้งตาเอิร์ธไว้กับพี่เกศเลยนะ

                       "เอิร์ธอยู่กับพี่ต้นลูก เอิร์ธเขาไม่ยอมเอากับใครทั้งนั้นและไม่มีใครเอาเอิร์ธได้ เขมก็รู้เอิร์ธนะติดพ่อเขาและทางตากับยายเขาก็แทบจะไม่ค่อยได้เลี้ยงตาเอิร์ธด้วย พี่ต้นเราก็ต้องกระเตงเอิร์ธไปด้วยเมื่อเช้าก็เอาไปเลี้ยงในออกฟิตที่ทำงานแม่ต้องไปช่วยดูก่อนนะเขม"

                       "บ้านเรานี่มีแต่เรื่องนะช่วงนี้เขม" แม่เอ่ยปากพูดขึ้นมา

                       "โอเคครับแม่ แม่เดินทางปลอดภัยนะแม่ถึงแล้วแม่โทรหาเขมนะเขมเป็นหวง ..เขมรักแม่นะครับ"

                       "จ้าแม่รักลูกนะ ...แค่นี้ก่อนนะลูกนะ ดูแลตัวเองด้วย ทำอะไรมีสตินะเขมนะ" แม่พูดก่อนจะวางสายไป ช่วงนี้มีแต่เรื่องอย่างที่แม่ว่าจริงๆ พอผมกดวางสายรถก็จอดอยู่หน้าตึกแถวสามชั้นครึ้งพอดี ด้านในเป็นร้านอาหาร ป้ายบอกว่าชื่อร้านครัวใต้ ครูลินดาเดินลงจากรถไปผมก็รีบเปิดประตูออกมาทันที ช่วยถือของให้และพาครูลินดาเข้าไปด้านในร้าน ผมเห็นผู้หญิงไม่อ้วนไม่ผอมจนเกินไปผิวคล้ำกว่าครูลินดาหน้าตาคมดูก็ทราบได้ทันว่าเป็นคนภาคใต้แน่         

                       "ลินดาไปโดยอะไรมานะลูก" เขาคงจะเป็นแม่ของครูลินดาแน่ๆ ผมยกมือไหว้ท่าน

                       "ลินดาล้มหัวไปกระแทกขอบโต๊ะนะแม่..และลินก็ไม่เป็นอะไรมาก..ครูเขมเขาพาไปทำแผลที่โรงพยาบาลมาแล้วด้วย"

                       "แม่นี้ครูเขมครูที่มาใหม่" ลินดาแนะนำผมให้ผู้หญิงตรงหน้าได้รู้จัก

                       "ขอบคุณนะคะครู "

                       "ไม่เป็นไรเพื่อนครูด้วยกันครับ”

                       “ถ้าพรุ่งนี้ครูลินดาจะให้ผมมารับก็โทรบอกผมนะครับ เออ..ผมขอเบอร์ครูลินดาด้วยดีกว่า" ผมพูด ผมหยิบมือถือมารอบันทึกเบอร์ครลินดาเอาไว้ ยังไงผมก็ต้องดูแลเขาเพราะคนที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้คือ ณัฐกานต์ และ  ครูลินดาก็กดบันทึกเบอร์ให้ผมเรียบร้อยภายใต้สายตาของคุณแม่ครูลินดาเขายิ้มให้ผมแบบมีไมตรี

                       "ถ้าอย่างนั้นครูลินดาพักผ่อนเถอะนะครับ ...ผมขอตัวกลับก่อนด้วยนะครับแม่ "

                       "ครู..เอาอะไรไปทานสักหน่อยซิ มาแม่ตักให้" แม่ของครูลินดาบอกผมแต่ผมก็เกรงใจท่านอยู่ดี แม่ของครูลินดารีบเดินไปตักให้ผมสองสามอย่าง และส่งมาให้ผม ผมก็รับมาก่อนจะยกมือไหว้ลา
   
                     ผมรีบออกมาจากร้านก็คริสโตเฟอร์รอผมนานแล้ว ตอนนี้ก็เกือบจะหกโมงครึ้งแล้วด้วย ผมเดินมาที่รถยนต์และเข้าไปนั่งข้างคนขับ นายคริสหันมามองผมและของที่ผมถือมา

                      "เป็นอะไรไปละคริสออกรถซิ" อ้าวนั้นหันค้อนด้วยและออกรถทันที ไม่ยอมพูดยอมจา

                      "คริสเป็นอะไรไป" ผมถามอีกครั้ง

                      "แม่ครูลินดาเขามองครูเหมือนชอบใจครูเลยอะ" นายคริสหันมามองผมแว็ปหนึ่งและหันไปจ้องมองถนนต่อ

                                  "นี้อย่าบอกนะว่าเธอคิดว่าแม่ครูลินดาชอบครูจะบ้าเหรอ...นั้นรุ่นเดียวกับแม่ครูแล้วนะ"

                                  "ผมไม่ได้คิดว่าเขาชอบครูแบบจะเอาไปทำกิ๊กหรืออะไรอย่างนันหรอกครู"

                                  "แต่ผมคิดว่าเขาต้องมองว่าครูเป็นแฟนกับครูลินดาเหมือนที่ใครต่อใครเขาพูดกันทั้งโรงเรียนว่าครูกับครูลินดานะเหมาะสมกันดี" คริสโตเฟอร์พูด ผมหันไปมองควรจะยิ้มดีไหมนะ

                                  "หึงเหรอ" ผมถามนายคริสแอบยิ้มเพราะว่าอาการหึงของเขามันต่างจากณัฐกานต์และมันให้ความรู้สึกดีมิใช่น้อย

                                  "อืม" คนข้างๆผมพยักหน้าเบาๆ ว่าหึง

                                  "นี้แม่ครูลินดาให้กลับข้าวมาเราไปทานกันนะ" ผมพูด คริสโตเฟอร์พยักหน้าแค่นั้นเบาๆ ไม่มีหยอกเล่นเหมือนเดิมสงสัยจะงอนจริงๆด้วย อะไรกันพอจะให้บทแฟนก็มางอนกันซะแล้ว ผมก็เลยไม่พูดอะไรต่อเราสองคนนั่งไปเงียบๆจนถึงบ้านพักครูคริสถือพวกถุงข้าวและแกงที่แม่ของครูลินดาให้ผมมาไป เดินขึ้นไปก่อนเลย นี้งอนจริงๆเหรอเนี๊๊ยะ พอเข้ามาในบ้านผมเห็นถุงแกงวางอยู่บนโต๊ะเจ้าตัวหายไปไหนก็ไม่รู้หรือว่าเดินไปดูห้องน้ำ ผมเดินตามไปหาที่ห้องน้ำก็ไม่มี
-----------------------------------------------------------------------------------------
พอเร่ิมเป็นแฟนก็งอนกันซะแล้ว 555 ฝากไว้ด้วยนะคะ ขอกำลังใจคนแต่งด้วยนะคะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-09-2020 21:17:34 โดย Tanthai23 »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 197
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
               
EP.11.1 ครูเขมชาติXคริสโตเฟอร์ ทำไมพี่ไม่ฟังหัวใจตัวเองก่อน2

                 
   "คริส" ผมเรียกชื่อคริสโตเฟอร์ว่าหายไปไหน ห้องนอนแน่ๆ ไปทำอะไรในห้องนอนผมละ พอผมเดินเข้ามาเห็นคริสโตเฟอร์ยืนอยู่ เขาหันมามองผมและ
                       "หมับ..ตุ๊บ" ดันร่างผมลงไปบนเตียงโดยที่ผมไม่ทันตั้งตัวและคริสโตเฟอร์ก็ขึ้นมาค่อมผมทันทีเช่นกัน เห็นแบบนี้คริสโตเฟอร์แรงเยอะเอาการเหมือนกัน

                      "คริสนายจะทำอะไรนะ" ผมถามคนที่ค่อมตัวผมอยู่ แรงเยอะใช่เล่นเพราะว่าเขาล๊อกผมจนดิ้นไปไหนไม่ได้

                       "ตอนผมทำผิดครูยังลงโทษผมเลยนะนี้ก็เหมือนกัน ครูทำให้นักเรียนหึง ครูก็ต้องโดนทำโทษ" คริสโตเฟอร์พูดผมตาโตและไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไรทั้งนั้น คริสก้มลงบดขยี่ริมฝีปากผมอย่างหนักหน่วง มือของคริสก็บีบส่วนสงวนที่อยู่ในกางเกงแสลก คริสโตเฟอร์ถลกชายเสื้อเชิ้ตของผมขึ้นและก้มลงดูดดุลสองจุดที่แปะอยู่ที่หน้าอกผมทั้งดูดทั้งขบเล่นมันสร้างความเสียวซ่านให้กับผมอยู่มิใช่น้อย

                       "อย่าทำโทษครูแบบนี้ซิคริส..อ่าห์..พอ..พอ..แล้ว" ผมทั้งร้องทั้งครางสลับกันไปมา

                       "พอก็ได้..ดีนะที่หิวข้าวแล้วนะ" บทจะหยุดก็หยุดซะดื้อเลย ผมกระดกหัวมองดูยิ้มเข้าซิแกล้งกันชัด ชัด

                      "แกล้งให้ยากแล้วตีจาก..ถ้ายังไม่ลงหลังกินข้าวเดี๋ยวคริสจัดให้"คริสโตเฟอร์พูดเขามองตรงจุดนั้นของผมแข็งปังขึ้นมาทันทีเลย

           "เรื่องอะไรนายมาทำโทษครูเนี๊ยะ! " ผมถามด้วยน้ำเสียงแอบโกรธนิดๆ

           "ครูนี้ไม่รู้จริงๆเหรอว่าครูลินดานะชอบครู "

           "ครูบอกว่าไม่ได้คิดอะไรกับครูลินดาและครูก็เป็น"

           "เกย์ผมรู้..แต่มันหึงอะ..หึงแล้วทำอะไรไม่ได้อะ..อึดอัดนะ"คริสโตเฟอร์พูด ดูเขาทำหน้าเขาซิ ผมก็อดยิ้มให้ไม่ได้

                       "จะระวังตัวก็แล้วกัน ที่ตัวเองละไปอยู่กับน้องแก้มครูยังไม่หึงจนต้องทำโทษเราเลยนะ"

                       "อยากทำปะละยอมให้ทำ...แต่ใช้ปากนะกับน้องชายสุดที่รักผมนะ" คริสโตเฟอร์พูดผมเบ้ปากให้ลุกเดินหนีออกมาเพราะว่าตอนที่ทำเมื่อคืนนะผมแอบจินตนาการว่าผมกำลังใช้ปากกับตรงนั้นของคริสโตเฟอร์ ผมออกมาแกะอาหารใส่จานและชาม คริสโตเฟอร์ออกมากอดผมจากด้านหลัง ผมหันไปมองเขาแวปหนึ่ง

                       "ครูตกลงเราเป็นแฟนกันได้ใช่ไหมครูโสดแล้วนิ" คริสโตเฟอร์ถามผม

                       "ครูยังไม่ได้ไปคุยกันอย่างเป็นทางการเลยคริสวันนี้ก็รีบพาครูลินดาไปโรงพยาบาล "

                       "ผมเห็นเขาเสียใจก็อดสงสารเขาไม่ได้เขาก็คงรักครูมากเหมือนกันนะ"

                       "ก็คบกันมาสี่ปีนะคริส"

                       "ทำไมครูตัดสินใจเลิกกับเขามีเหตุผลอื่นอีกไหมครูบอกผมได้ไหม..ผมอยากรู้...ผมจะได้ไม่ทำให้ครูเสียใจเหมือนที่เขาทำ" คริสโตเฟอร์พูดโดยที่ยังเอาคางเกยไว้ที่ไหล่ผม ผมก็ตัดปากถุงแกงเทใส่ชาม

                 "เขา…เออ..เขา....มีคนอื่น..เขาไปมีอะไรกับคนอื่นครูจับได้..ตอนที่กลับไปบ้านครั้งนี้แหละ..เขาก็สารภาพว่าเขาทำจริงแต่เขาบอกว่าแค่ครั้งเดียว" ผมพูดเสียงเบาๆ

                       "ครูเองก็ผิดที่ตอนนั้นครูเริ่มสับสนเองและครูก็มัวแต่เอาเวลาดูเรานั้นแหละเขาเลยเสียใจและมันก็พลาดไป " ผมพูดบอกนายคริส

                       "ครูใจร้ายไปไหมคริสแค่ครั้งเดียวครูกับเขาต้องเลิกกันเลย" ผมถามคริสโตเฟอร์ เขาไม่ได้ตอบอะไรผมยังคงเกยคางไว้บนบ่าผมแบบนั้น เขาก็คงไม่อยากให้ผมกลับไปหาณัฐกานต์เช่นกัน

                       "เอาจริงๆนะผมไม่อยากให้ครูกลับไปคืนดีกับเขาแล้วอะครู..ผมก็รักครูนะ"

                       "ติดใจด้วย" คริสโตเฟอร์พูด สะบัดหน้าไปมองเด็กหื่นเอ่ย

                       "จริงๆนะผมไม่อยากให้ครูกลับไปหาเขา ผมรักครู" คริสโตเฟอร์พูด ผมหมุนตัวกลับมาส่งชามที่ผมแกะถุงแกงใส่ไว้ส่งให้คริสเขาถือเดินกลับไปนั่งรอผมที่โต๊ะ ผมเดินกลับไปที่โต๊ะ และ คริสโตเฟอร์เขาก็ตักอันนั้นอันนี้ให้ผมเหมือนเอาใจและก็ขี้อ้อนไปด้วยในตัวให้ผมตักนั้นตักนี้ให้บ้าง มันก็ทำให้ชีวิตที่ดูเรียบงายของผมมีความน่ารักเข้ามาทีละนิด และเมื่อเราสองคนทานแสร็จ

                       “คริส พี่ล้างเองเราไปนั่งดูทีวีเถอะ” ผมบอกเขาและนายคริสก็พยักหน้า

                       “ผมลงไปเอาของก่อนนะพี่เขม ผมใส่ไว้ในรถยนต์พี่เขมอ่ะ “ นายคริสพูด ผมคิดว่าน่าจะเป็นซีดีหนังอะไรพวกนี้แต่ขออย่าเป็นหนังโป้นะ ไม่อย่างนั้น ผมจะไล่ให้กลับไปนอนบ้านพักตัวเองเลยจริงๆ ผมก็ล้างภาชนะและแยกขยะจะเอาไปทิ้งพรุ่งนี้เช้า

                       “ให้ฉันดูแลเธอรักเธอได้มั้ย ให้ฉันเป็นเพื่อนเธอ เมื่อเธอเหงาใจ ...” ผมได้ยินเสียงคนดีดกีตาร์เดินเข้ามา และพอผมหันไปมองคนนั้นคือนายคริสโตเฟอร์ มามุกจีบด้วยกีตาร์ เอ๊ะ นี้เขาเล่นเพลงจีบผมอย่างนั้นหรือ และนายคริสก็นั่งลงเล่นเพลงให้ผมฟัง ผมล้างไปด้วยก็ยิ้มไปด้วย อย่างน้อยนี้ก็ทำให้ผมยิ้มมีความสุขขึ้นมาได้

                       “นายนี้เล่นกีตาร์เก่งนะคริส ใครสอนเหรอ” ผมเดินมานั่งข้างๆเขา

                       “ พ่อผมส่งผมไปเรียนกีตาร์ตอนอายุ 7 ขวบนะครับพี่เขม” นายคริสพูด ผมพยักหน้า ตอนที่ผมไปอยู่ออสเตรเลีย จะเห็นพ่อแม่พาลูกๆทำกิจกรรมกัน ในวันหยุดและช่วงปิดเทอมกัน จะมีพวกกีฬาและเต้น

                       “ที่จริงพ่อผมส่งผมไปเข้าชมรมเตะฟุตบอลตอนอายุ 7 ขวบครับพี่เขมแต่ผมไม่ได้ไปเตะลูกฟุตบอล” นายคริสพูด ผมก็เลิกคิ้วมองแล้วไปเตะอะไรละ

                       “ผมไปเตะ นักเตะแทนครับ”ผมก็มองนายคริส นายนี่หัวร้อนแต่น้อยเลยนะ

                      “ก็พวกนั้นมันล้อผมอ่ะครับ ว่าผมเพราะว่าตอนนั้นผมเหมือนคนพูดสองภาษา ภาษาไทยกับแม่และภาษาอังกฤษกับพ่อ แอคเซนต์ผมเลยจะแปลกๆ แต่ที่ทำให้ผมต่อยก็เป็นเรื่อง มันด่าว่าแม่ผมเป็นคนเอเชีย หาว่าแม่ผมจากบาร์ถึงได้เจอพ่อ  ผมก็เลยต่อยไปซะปากแตกเลย ฟันหน้าหักไปสามซี่ และพ่อผมก็เลยเอาผมไปเรียนกีตาร์แทน” นายคริสโตเฟอร์พูด ผมพยักหน้า
 
                                  “นายเล่นเก่งมากนะครูฟังยังเพลินเลย” ผมพูดกับนายคริสโตเฟอร์

                                  “ผมเคยไปเล่นแบบเปิดหมวกตอนปิดเทอมเลยนะครู  street walking ผมได้คืนหนึ่งก็เกือบพันบาทเลยนะครู “ คริสโตเฟอร์พูด

                                  “แต่แม่ให้ผมเลิกเพราะว่าผมเริ่มมีคนทาบทามให้ไปเล่นที่ร้านตอนกลางคืน ผมบอกเขาว่าผมอายุยังไม่ถึง 18 ปีเขาก็บอกได้ไม่เป็นไร เขาเส้นใหญ่ที่นั้น แต่แม่ผมไม่เห็นด้วย เขากลัวผมจะไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดนะพี่เขม” นายคริสพูดผมพยักหน้าว่าเห็นด้วย

                                  “ตืดด” เสียงมือถือผมสั่น ผมเหลือบมองก็เป็นข้อความยาวเหยียดจากณัฐกานต์ที่เขาต่อว่าผมต่างๆนาๆ ผมก็เปิดอ่านดู
                                  “เขม...ทำไมเขมไม่ถึงตอนที่เขมขอกานต์เป็นแฟนละเขม ตอนนั้นเขมจับมือกานต์ขอดูแลกานต์แล้วทำไมตอนนี้มาทิ้งกานต์ละ กานต์อุตสาห์บอกว่ากานต์กลัวเพราะมันไม่ค่อยมั่นคงรักแบบนี้ เขมยังบอกเลยว่าเราจะทำให้ทุกคนเห็นไงเขม...บร้าๆๆๆ” 

         ผมวางมือถือลง มือผมสั่น ผมใจร้ายไปหรือเปล่า? กับคนรักที่คบกันมานานถึง สี่ปีแต่แค่เขาพลาดครั้งเดียวผมถึงกับเลิกกับเขาเลยใช่ไหม แต่อีกห่วงของความคิดหนึ่งของผม ผมก็ทิ้งคริสโตเฟอร์ไม่ได้เขาไว้ใจผมและเขาก็รักผมแล้วด้วยแต่มันแค่ไม่กี่วัน นายคริสเห็นอาการผมหลังจากอ่านข้อความในมือถือ เขาก็หยุดเล่นเพลงทันที

                       "พี่เขมเป็นอะไรไปอะครับ"

                       "พี่แค่รู้สึกแย่...พี่ทำร้ายคนที่คบกันมาตั้งสี่ปี..คริส..พี่...เหมือนเป็นคนผิดเลยนะตอนนี้คริส" ผมพูดเบาๆ คริสโตเฟอร์กุมมือผมไว้ มือถือผมก็สั่นอยู่ตลอดเวลาจนแบทเตอรี่ใกล้จะหมด ณัฐกานต์ก็คอยส่งข้อความหาผม ด้วยถ้อยคำต่างๆนานา คริสโตเฟอร์หยิบขึ้นไปอ่าน
           
                                “เพราะว่าพี่คือคนที่เข้าไปขอณัฐกานต์เป็นแฟน ทั้งที่ตอนแรกเขาปฏิเสธพี่นะแต่พี่ก็ตามจีบเขา จนเราเริ่มปลูกต้นรักที่แท้จริง แต่ตอนนี้พี่...” ผมพูดและผมก็เอาศอกตั้งฉาก มือประสานกันปิดปากเพื่อคิดทบทวนที่ผ่านมา

                                "ครูผมว่าเขาแค่ปันหัวครูเท่านั้นแหละ ตอนผมโดนแฟนทิ้งใหม่ๆ ผมยังไม่เวินเวอร์แบบเขาเลยนะครูผมว่าอันนี้เยอะไปแล้วครูและผมเดาได้เลยครูกลับไปหาเขานะเขาก็ทำแบบเดิมคนแบบนี้ไม่มีวันเปลี่ยนตัวเองได้ผมไม่ได้ว่าผมดีกว่าเขาหรอกนะครู" คริสโตเฟอร์พูด ผมกับคริสโตเฟอร์นั่งอยู่เงียบๆ

                                “ตอนที่แฟนผมเขาจะทิ้งผมไปนะ เขามีเหตุผลและผมก็ควรเคารพการตัดสินใจของเขา ตอนนั้นผมไม่ดีเอาแต่เที่ยว ติดเพื่อน ถ้าตัวผมเองไม่ดีและแฟนขอเลิก นั้นคือผมไม่ควรจะมาสร้างเงือนไขอะไรเพิ่มแล้ว ก็แค่ยอมรับ”คริสโตเฟอร์พูด ผมหันมามองหน้าเขา

                      “แต่ณัฐกานต์ไม่ ทั้งที่เขาผิดเขาแค่ทำไมเหมือนเขาไม่ผิดเลยพี่เขมผิดคนเดียว “ คริสโตเฟอร์พูด
                       Rrrrrr เสียงมือถือผมดังขึ้นแต่แบทกำลังจะหมด เบอร์พี่ก้อง ผมกำลังคิดถึงพี่ชายคนนี้ที่สุดเพราะว่าพี่ก้องเป็นคนที่เข้าใจผมแทบจะทุกอย่างแต่ว่าถ้าผมรับก็ไม่ได้คุย

                       ติด!!! เสียงเตือนแบทใกล้จะหมด

                       "แบทมือถือครูจะหมดคริส พี่ชายครูโทรมานะคริสและที่ชาร์ตแบทก็อยู่ห้องคริสด้วยพี่ลืมไว้วันที่ไปนอนกับเรานะ" ผมบอกนายคริส ก็ตอนไปนอนห้องนายคริสผมลืมเอาและผมก็ปิดมือถือมาตลอดเลยไม่ได้เอ๊ะใจที่จะชาติและพอมาเปิดอีกทีก็เห็นเป็นร้อยสายตาณัฐกานต์อีก คริสโตเฟอร์ยืนมือถือของเขาให้ผม

                       "โทรหาพี่ชายครูซิพี่ใช้มือถือผมก็ได้" คริสโตเฟอร์พูดผมก็รับมากดเบอร์มือถือพี่ก้อง ผมรอสายสักพัก

                       "พี่ก้อง เขมนะ เขมเอาโทรศัพท์ของคริสโทรหาพี่นะ เด็กนักเรียนของผมนะพี่ก้อง โทรศัพท์เขมแบทจะหมด" ผมพูดเบาๆ

                       "ว่าแล้วเชียวกานต์คงกระหนำโทรหาเราเพื่อจะกดดันเราซิท่า" พี่ก้องพูดเหมือนตาเห็นเลย

                       "เขมละเป็นไงบ้างพี่โทรหาแม่ แม่บอกพี่ว่าเราเลิกกับกานต์ มันเกิดอะไรขึ้นบอกพี่ได้ไหมเขม" พี่ก้องถามผม ผมหันไปมองคริสโตเฟอร์ ผมชี้ไปในห้องนอนว่าผมขอเข้าไปคุยแบบส่วนตัวในห้องเขาก็พยักหน้าผมเดินเข้าห้องและปิดประตูมันลงน้ำตาใสๆไหลซึมออกมา ผมทรุดตัวลงนั่งบนเตียง

                  "พี่ก้อง ผมสับสนพี่ก้อง ผมไม่รู้ แต่วันนี้ตอนที่ผมพูดไปผมโกรธเขาที่เขาทำร้ายเพื่อนครูที่ผมสอนที่นี้บาดเจ็บเพราะเขาคิดว่าเธอคือต้นเหตุทั้งที่จริงๆแล้วเรื่องทุกอย่างมันเกิดจากผมกับเขาทั้งนั้นแหละ ปัญหาทั้งหมดนะที่มันสะสมมานานด้วย " ผมพูดกับพี่ก้อง

                       "ฟู่" ผมพูดพร้อมกับพ่นลมออกมาจากปากเพื่อระบายความตึงเครียด
 
                       "พี่พูดตรงๆนะนายมีคนอื่นตอนนี้และนายก็กำลังสับสนระหว่างรักที่สะสมมานานกับรักที่เพิ่งเจอ ถูกต้องไหม "  พี่ก้องพูด ผมคิดว่าอันนี้ก็ด้วยเช่นกัน

                       "มันก็ใช่ด้วยพี่ก้องแต่ผมกับกานต์ก็คบกันมาสี่ปีนะพี่ก้อง เราผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะแต่..ผมกับ..คริส..เรายังแค่จะเริ่มต้น..ปัญหาก็มาแล้วอ่ะพี่" ผมพูดกับพี่ก้อง

                       “ใครที่เขมอยู่ด้วยแล้วมีความสุขมากกว่ากัน” ผมเงียบ ผมยอมรับว่าผมมีความสุขและเป็นตัวของตัวเองที่สุดก็คือตอนที่ผมอยู่กับคริสโตเฟอร์ มันเป็นธรรมชาติแต่กับณัฐกานต์มันบอกไม่ถูกบางทีก็อึดอัดและบางที่ผมก็อยู่ด้วยความวาดระแวงว่าเราจะทะเลาะอะไรกันอีก

                  "พี่ก้องจำได้ไหมที่ผมถามพี่นะว่าทำไมพี่เลิกกับพี่โบว์แลพี่ก็บอกเหตุผลของผม มันแค่ครั้งเดียวใช่ไหม ที่ทำให้พี่เลิกกับพี่โบว์ได้ เพราะเหตุผลนั้นนะพี่ก้อง"ผมถามพี่ชายคนที่สอง

                       "ถ้าพี่บอกว่าหลายครั้งแล้วละและครั้งล่าสุดโบว์เองที่เลือกที่จะจบมันเองด้วย ว่าเขาไม่อยากทนอยู่กับพี่แล้ว " พี่ก้องพูด ผมเองก็ไม่ได้อยากตอกย้ำความทรงจำที่เลวร้ายของพี่ชายหรอกนะ

                       "ทุกครั้งพี่ก็ให้อภัยนะเพราะว่าพี่รักเขา ครั้งล่าสุดพี่ก็ยังจะให้อภัยถ้าเขาร้องขอแต่ครั้งนี้เขาไม่...เขาขอที่จะไปกับคนใหม่" พี่ก้องพูด

                       "พี่ยินดีให้เขาไปเขม"พี่ก้องพูดบอกผม ผมก็เงียบ

                       "ณัฐกานต์เขามีคนอื่น..นายรู้แล้วใช่ไหม" พี่ก้องถามผมทำไมพี่ก้องรู้ละผมยังไม่เคยคุยกับใครเรื่องนี้แม้แต่แม่รดา

                       "หมายความว่ายังไงพี่ก้อง" ผมถามพี่ก้อง

                       "ฟู่" เสียงพ่นลมออกมาทางปากของพี่ก้อง เหมือนกำลังหนักใจกับสิ่งที่พี่ก้องจะพูด

                       "เขมฟังพี่นะ ...พี่เห็นกานต์ควงคนอื่นหลายครั้งแล้วแต่พี่เองก็เห็นเรารักกานต์มากพี่ไม่อยากทำตัวเหมือนคนช่างยุ พี่เลยไม่ได้บอกเรา" พี่ก้องพูดว่าเห็นณัฐกานต์ไปกับคนอื่นหลายครั้งแล้วเหรอ

                       "พี่สังเกตุพฤติกรรมเขามาหลายครั้งแล้วเขม"

                       "แล้วแต่เขมจะตัดสินใจนะว่าจะกลับไปหาเขามั้ย แต่พี่เชื่อได้ว่าเขาไม่เลิกหรอกเขมและที่เขาพยายามจะไม่เลิกกับเราเพราะคนที่เขาคบนะก็ไมได้จริงจังอะไรกับเขาสักคน"
           
                       "และคนอย่างณัฐกานต์ไม่ได้มีแค่เขมคนเดียว เขาไม่เคยซื่อสัตย์ในยามที่เขมหันหลังให้เขา" พี่ก้องพูด ผมหันไปมองที่หน้าต่างที่เปิดไว้ แต่ภาพที่ผมเห็นมันเหมือนการฉายหนัง ถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของณัฐกานต์


                       "เขานอกใจเขมได้ตลอดเวลาแม้กระทั้ง พี่ชายที่เป็นพี่น้องแท้ๆของเขมเขายังไม่มีความระอายใจเลยนะ" พี่ก้องพูด ผมยิ่งตกใจ อย่าบอกน่ะว่าพี่ก้องกับณัฐกานต์

                       "ณัฐกานต์เขาไปหาพี่ที่ฐานเขาบอกว่าเขากลับบ้านและเขาก็ไปเยี่ยมหาพี่ด้วยเลยพี่ก็แปลกใจนะว่าทำไมและเขาชวนพี่ออกไปข้างนอก"

                       "เขาขอมีอะไรกับพี่" ผมเหมือนฟ้าผ่า พี่ก้องเป็นพี่ชายของผมนะ

                       "เขาบอกว่าเขาชอบพี่ แต่พี่รู้ว่าไม่ได้ชอบพี่หรอก เขาแค่ไม่รู้จักพอในสิ่งที่ตัวเองมี" ตอนนี้เหมือนมีอะไรจุกที่อกผม

                       "พี่ปฏิเสธเขาไปเพราะว่า พี่เลือกที่จะไม่ทำเลวลับหลังน้องชายของพี่ พี่บอกว่าพี่ทำไม่ได้ " พี่ก้องพูดผมนี้หน้าชาไปเลยทันที่

                       "เขาก็บอกพี่ว่าพี่นะไม่กล้าบอกเขมหรอกที่เขามาหาพี่ เพราะว่าเขมอาจจะเสียใจมากและพี่จะกล้าทำเหรอวะเขม"

                       "พี่ก็เลยไม่บอกเราตรงๆแค่พูดให้นายคิด "

                       "แต่ผมก็โง่คิดไม่ได้ใช่ไหมพี่ก้อง"

                       "น้องพี่ไม่โง่หรอกแต่น้องพี่นะดีเกินไปสำหรับณัฐกานต์"

                       "พี่ส่งบางอย่างให้ดูทางอิเมลนะ ดูแล้วก็ลบทิ้งซะและตัดสินใจเอาว่าจะเลือกแบบไหน "

                       "ณัฐกานต์คงจะลืมไปว่าเขมมีพี่ชายเคยอยู่หน่วยสอดแนมมาก่อน" พี่ก้องพูด

                       "เขมพี่จะออกไปลาดตะเวนกันต่อ...ถ้าอยากให้พี่โทรหาก็ส่งข้อความมานะเขมพี่รักน้องชายพี่นะพีไม่อยากให้ใครทำให้น้องชายพี่เสียใจเหมือนกัน" พี่ก้องพูด และคิดว่าในความโชคร้ายของผมก็ยังมีความโชคดี ที่มีพี่ที่รักและไม่เคยทำร้ายผม

                                  ผมหันไปหยิบกระเป๋าโน๊ตบุ๊คมือไม้สั่นไปหมดและผมหยิบเอาแอปเปิ้ลสีขาวเครื่องใหม่ล่าสุดมาเปิด ผมใช้ตัวปล่อยสัญญาณไวไฟเพราะว่ายังไม่ได้ติดตั้งอินเตอร์เน็ตที่นี้ ผมรีบเปิดอิเมลของผมทันที ไปดูที่อิเมลเข้าล่าสุด พี่ก้องส่งไฟว์รูปแนบมาให้ผม ผมรีบกดเปิดดูแต่ว่ามันค้อนข้างช้าไม่เหมือนอินเตอร์เน็จจากราวเตอร์

                                   ผมนั่งรอใจผมก็ร้อนรนอยากเห็นที่พี่ก้องส่งให้ผมเร็วๆ แต่มันก็ยังคงดาวน์โหลด หรือว่าในใจผมนั้นร้อนรนเกินไปและถ้าที่พี่ก้องพูดเป็นความจริงเขามีคนอื่นอีกที่ผมไม่เคยไม่รู้ ผมก็คงเหมือนควาย ไม่ต่างอะไรกับควายที่โดนณัฐกานต์หลอก ผมคิดว่าครั้งเดียวก็เลวร้ายมากพอแต่ถ้ามันหลายครั้งละอย่างที่พี่โบว์ทำกับพี่ก้องผม คงรับไมได้ ไม่ว่าจะรักมากแค่ไหนก็ทำใจให้กลับไปไม่ได้แน่ๆ  ผมนั้งมองหน้าจอมือก็ประสานกันไว้ใจก็ภาวนาไม่อยากให้เป็นแบบนี้พี่ก้องพูดเลยจริงๆ

                       ผมรออยู่เกือบสิบกว่านาทีได้ถึงจะมีไฟว์ภาพปรากฏขึ้น ผมคลิกเข้าไปดูให้มันขยายใหญ่ขึ้น เป็นภาพณัฐกานต์ควงกับผู้ชายผมรู้ได้ทันทีว่าใครเขาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเดินโอบเอวกันแบบนี้และณัฐกานต์ก็ซบอกเขาด้วยน่าจะเป็นตอนที่ผมเรายังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่เลยผมดูวันที่ตรงข้างใต้ภาพนั้นเราก็คบกันไปได้สามปีแล้ว ผมเลื่อนมาดูภาพต่อมาเป็นภาพที่ณัฐกานต์นั่งคุยกับใครสักคนผมเลื่อนเมาส์เพื่อขยายดูภาพว่าผู้ชายอีกคนคือใคร ผมก็ต้องตกใจอีกครั้งเขาคือลูกค้าประจำที่ชอบมานั่งทานกาแฟที่ร้านอาจารย์ที่ผมไปทำงานพาร์ทไทม์เขามาดื่มกาแฟที่ร้านที่ผมทำและเราได้คุยกันนิดหน่อยพี่เขาเป็นผู้จัดการออฟฟิตใกล้ๆและณัฐกานต์มักจะไปนั่งรอรับผมกลับ ในรูปเขากำลังนั่งอิงแอบแนบชิดกันอยู่ในมุมหนึ่ง..ดูแล้ว ถ้าผมเดาไม่ผิดนี้มันในโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท

                       "ฟู่" ผมต้องพ่นลมออกมาเพื่อผ่อนคลาย ผมควรจะดูต่อไปอีกไหมแต่ผมก็ต้องทำ มีหลายรูปเลยและผู้ชายแต่ละคนแทบจะไม่ซ้ำหน้ากันเลย ผมคลิกดู จากที่เมื่อสักครู่ผมรู้สึกเสียใจรู้สึกผิดมันหายไปหมดสิ้นน้ำตาที่ผมมีมันก็เหือดหายไปโดยปริยายมีแต่ความรู้สึกช๊อคเข้ามาแทน ทุกคนที่ณัฐกานต์ควงดูจะมีผลประโยชน์ด้วยทั้งนั้นเขาไปด้วยแม้กระทั้งผู้จัดการสาขาที่เขาไปทำงานด้วยแต่จู่ๆเขาได้ย้ายไปลงสาขาอื่นที่สะบายกว่าสาขาแรก ผมดูไปจนถึงภาพสุดท้ายคนสุดท้ายนี้ผมเคยห็นหน้า ผมเคยเจอเขาตอนไปกินเลี้ยงต้อนรับพนักงานใหม่ไปในฐานะแฟนของณัฐกานต์ด้วยซ้ำเขาก็รู้ว่าผมกับณัฐกานต์เป็นแฟนกัน ผมขยายดูรูปนาฬิกาข้อมือมันอันเดียวกับที่ผมเจอในห้องน้ำเลยผมเลื่อนดูรูปนี้เป็นรูปถ่ายเมื่อสองเดือนที่แล้วมหาวิทยาลัยที่ผมจบมาเขาเปิดสอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กๆอาจารย์ที่สนิทกับผมเขาเอ่ยปากชวนผมไปทำงานงานระว่างรอเรียกตัวผมสอนทุกวันเลยกว่าจะเลิกก็เกือบทุ่มแถมณัฐกานต์ยังมารับผมกลับทุกวันผมไม่เอ๊ะใจเลยว่าเขายังมีเวลาไปหาแม๊คไปเดินอิงแอบแนบชิดกันขนาดนี้

                                   "ถ้าดูจบแล้วลบทิ้งซะ..พี่คิดอยูู่นานแล้วว่าพี่ควรจะส่งให้น้องพี่ดูไหม พี่รู้ว่าสี่ปีมีค่าแต่ณัฐกานต์เขาไม่เห็นค่าน้องพี่เลยสักนิด อย่าถามว่าทำไมไม่ส่งให้เร็วกว่านี้ พี่รอวันที่นายเข็มแข็งพอเขม ถ้านายบอกเลิกณัฐกานต์ได้นั้นแปลว่านายพร้อมที่จะรับรู้เรื่องพวกนี้ได้แล้วเช่นกัน..เขมแค่เสียคนที่ไม่รักไปเท่านั้น อย่าไปเสียใจกับมัน..เริ่มต้นใหม่เชื่อพี่ ปล.ฝีมือถ่ายภาพขั้นเทพไม่ต้องชมรู้ตัว ...จากพี่ก้องที่รักและไม่เคยทำร้ายน้อง"

                       "ปึก" ผมสะดุ้งมีมือมากดปิดหน้าจอโน๊ตบุ๊คผม ผมเงยหน้ามองคนที่ปิดมันลงคือคริสโตเฟอร์

                       "ได้คำตอบแล้วใช่ไหมครับ" คริสโตเฟอร์ก้มลงกระซิบข้างหูผมและหอมแก้มผมแต่ผมไม่มีความรู้สึกอะไรแล้วมันชาไปหมดกับสิ่งที่ผมเห็น ผมโง่ทนอยู่กับสิ่งพวกนี้มาได้ยังไงตั้งสี่ปี

                       "พี่เพิ่งจะรู้ตัวนะว่าพี่นี่โง่..และโง่มานานแล้วด้วย ป่านนี้เขาคงหัวเราะพี่แย่แล้วแหละคริส "

                       "ครูไม่โง่หรอกแค่..โดยคนที่โง่กว่าหลอกเอาแค่นั้น..วันหนึ่งที่เขาคิดได้ว่าเขาได้เสียคนที่ดีที่สุดไปและเขานั้นแหละเขาจะรู้ตัวทันทีว่าเขาเป็นคนที่โง่ที่สุด" ผมเงยหน้ามองคนที่ปลอบผม

                       "เขาไม่รักครูหรอกเขาแค่ไม่อยากเสียครูไปเพราะเขากลัวไม่เหลือใครแต่เขาก็หยุดที่ครูคนเดียไม่ได้เช่นกัน..ถูกต้องมั้ยครับครู"

                       "ถ้าครูอยากร้องก็ร้องได้เลยนะผู้ชายร้องไห้ได้เสียน้ำตาเป็น...ผมก็เคยเวลาที่ผมเหนื่อยผมท้อไม่มีปลอบใจผมแต่ผมยังมีน้ำตาไว้เป็นเพื่อนคอยปลอบใจตัวเองผมแค่เลือกที่จะไม่ร้องให้ใครเห็นเพราะว่าเขามีแต่จะสมน้ำหน้าเอาเท่านั้น"

                       "ถ้าครูร้องตอนนี้เธอจะสมน้ำหน้าครูไหม"

                       "ไม่...เพราะผมเป็นคนที่รักครูถ้าครูร้องไห้ผมก็จะปลอบไง" คริสโตเฟอร์พูดแค่นั้นผมก็โผ่เข้าไปกอด ผมกอดเด็กนักเรียนให้เด็กนักเรียนปลอบผมมันคงน่าสมเพศที่สุด

                       "เขาไม่ยอมเลิกกับครู ครูก็ปริ้นซ์รูปพวกนี้ไปให้เขาดู ว่าครูเลิกโง่แล้ว ถ้าเป็นผมนะเอาไปปล่อยที่ทำงานเลย"

                       "ครูทำไมได้หรอก เพราะถ้าทำแบบนั้นก็เท่ากับว่าเราทำร้ายเขาจนหมดสิ้น ถึงยังไงสี่ปีมันก็มีสิ่งดีดีเกิดขึ้นระหว่างครูกับเขาบ้างแหละคริส" ผมพูดเบาๆ มือของคริสลูบหัวผมเบาๆ

                       "อาบน้ำกันไหม...เพื่อจะดีขึ้น...เดี๋ยวเขาถูหลังให้นะที่รัก" ผมสะบัดหน้าไปมองลืมความโศกไปชั่วขณะ

                       "อาบน้ำกัน...เริ่มทำหน้าที่คนรักตั้งแต่ ณะ บัดนี้ มาซิอาบน้ำกันฉลองฝักบัวอันใหม่ ครูโจ้บอกว่าอันนี้ไฉไลกว่าเดิม"

                       "ไม่ ...ไม่..เอาอะ" ผมรีบปฏิเสธ

                       "นะครูอาบน้ำกัน...มาซิครูจะได้รู้สึกดีขึ้น"

                       "อาบคนเดียวดีกว่าไหม" ผมพูด คริสโตเฟอร์ลุกขึ้นยืนและถอดเสื้อยืดตัวเองออก เขาเดินมาหาผมโน้มตัวลงเอามือจับชายเสื้อยือพอดีตัวผมและถลกขึ้นเพื่อจะถอดมันออกไปทางศรีษะ แต่ทำไมผมยอมเขาง่ายจังยอมให้ถอดแต่โดยดี คริสโตเฟอร์ย่อตัวลงมาปลดนาฬิกาข้อมือออกให้ผม

                       "ไปครับอาบน้ำกัน" คริสโตเฟอร์ดึงมือผมให้ลุกขึ้น ผมก็ลุกตามนะ เดินตามอย่างว่าง่ายเข้าไปในห้องน้ำประตูห้องน้ำถูกปิดลง กางเกงที่ถูกถอดออกเหลือแค่ตัวเปล่าไร้ซึ้งอาภรณ์ มันรู้สึกเขินยังไงก็ไม่รู้ ผมพยายามเอามือปิดส่วนสงวนไว้อยู่ คริสหมุดเปิดให้สายน้ำรินไหลลงมากระทบตัวผมทั้งคู่ คริสโตเฟอร์ถึงมือผมออกจากตรงนั้น เขาหยิบสบู่ขึ้นมถูกไปตามลำตัวของผม ผมได้แต่ยืนมองเขาบรรจงทำให้ผมและก็ส่งมาให้ผมทำให้บ้าง ผมก็รับมาและทำให้อย่างที่เขาทำกับผม พอเริ่มจะคุ้นเคยก็เริ่มจะไม่เขินอายเราช่วยกันอาบน้ำแปลกดีเนอะครูกับนักเรียน ผมยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย

                       "ครู....ผมรักครู...ครูจะรักผมได้มั้ย" คริสโตเฟอร์ถามผม ขณะที่เรายังอยู่ในห้องน้ำด้วยคริสโตเฟอร์ตั้งแขนขึ้นมากั้นระหว่างลำตัวผมไว้และก้มลงจูบปากผม ผมก็จูบตอบ

                       "ครูพร้อมจะให้ผมดูแลมันได้หรือยัง"

                       "ผมอยากได้สิ่งนั้นมาดูแลเองและจะไม่ทำให้ครูเสียใจ ผมสัญญา"

                       " แม้วันนี้มันจะเป็นคำสัญญาจากเด็กผู้ชายแต่ผมจะรักษามันไว้เหมือนที่ผู้ใหญ่เขาทำกันจะดูแลมันจะไม่ทำให้สิ่งที่ครูมอบให้ผมมาบอบช้ำครูไว้ใจผมได้มั้ย" ผมได้แต่มองใบหน้าของคริสโจเฟอร์ เข้าเดินเข้าหาผมจนและดันผมไว้ให้ติดกับกำแพงยกแขนขึ้นมาตั้งฉากกันผมไว้ สายตาที่บอกได้ว่าจริงจังมากแค่ไหน มันเป็นสายตาที่มุ้งมั่นเพื่อรอคำตอบจากปากผมว่าผม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-09-2020 21:28:31 โดย Tanthai23 »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด