แค้นรัก...สลับภพ ภาค เมิ่งอวิ๋น (จีนโบราณ) เมิ่งอวิ๋น (9)100% (Up.17/09/63)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: แค้นรัก...สลับภพ ภาค เมิ่งอวิ๋น (จีนโบราณ) เมิ่งอวิ๋น (9)100% (Up.17/09/63)  (อ่าน 2075 ครั้ง)

ออนไลน์ Jibbubu

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3503
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
 ขอกด 2 ค่ะ อยู่ในที่อโคจรแบบนั้นถ้าใสซื่อจริงคงเอาตัวเองไม่รอดหรอกค่ะ เพราะงั้นนางเป็นคนเลวค่ะ

ออฟไลน์ llมว_น้oe

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 178
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-4
[9] 100%


เมิ่งอวิ๋นและติงหยุนมู่เดินออกมาจากหอฮุ่ยเหรินด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข หากแต่มีเพียงติงหยุนมู่ผู้เดียวเท่านั้นที่มีสีหน้าเช่นที่กล่าว ส่วนเมิ่งอวิ๋นนั้นมีเพียงแค่ใบหน้าเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ

แม้ว่าตอนนี้ทั้งสองจะเดินออกมาจากหอฮุ่ยเหรินแล้ว แต่เมิ่งอวิ๋นยังไม่อาจหยุดความคิดของตัวเองได้ ยิ่งได้ใกล้ชิดนางผู้นั้น ยิ่งได้ยินเสียง ได้ฟังนางหัวเราะ ในใจก็ยิ่งเจ็บแค้น แต่เขารู้ดีว่านี่คงเป็นความรู้สึกตกค้างของเมิ่งอวิ๋นเองเสียมากกว่า แต่ถึงจะเป็นการตกค้างของเมิ่งอวิ๋น เขาก็เข้าใจดีว่ามันเจ็บปวดแค่ไหนที่ต้องอยู่ใกล้กับศัตรูหัวใจแบบนี้

แม้ว่าในเรื่องราวของเขาจะไม่อาจโกรธแค้นน้องชายที่เขาเฝ้าดูแลมาตั้งแต่ยังเล็กได้ แต่เสี้ยวเล็กๆ ในใจก็มีความไม่เข้าใจและไม่ยินยอมอยู่ในนั้น

อยากเห็นแก่ตัวแล้วกล่าวโทษต่อเธอที่เป็นคนรักและน้องชายที่รักของเขา

อยากจะโยนความรักและหวังดีออกไปจากหัวใจ สาปแช่งด่าทอต่อน้องชายและเธอคนนั้นให้สาแก่ใจ

แต่เขาก็ไม่สามารถทำมันได้

ใครใช้ให้เขาโตมาด้วยกัน ปกป้องน้องชายมาตลอด ทำทุกอย่างเพียงเพื่อน้องชายกันล่ะ ในเมื่อสามารถสละทุกสิ่งทุกอย่างให้น้องชายได้

แค่ชีวิตตัวเองแค่นี้ทำไมจะทิ้งมันเพื่อเสี่ยวเฟิงไม่ได้

“เสี่ยวเฟิง...”

“เจินเกอ เจินเกอ ผมหิวแล้วล่ะ” รอยยิ้มของเด็กชายที่กอดตุ๊กตาตัวใหญ่เอาไว้ในอ้อมแขนมันน่าเอ็นดูเสียจนผู้เป็นพี่ชายยังอดใจอ่อนไม่ได้ เขาย่อตัวลงไปตรงหน้าเด็กน้อย

“ไม่ใช่ว่ากินขนมปังกับนมไปแล้วเหรอ หืม์?” คนถูกถามยกตุ๊กตาขึ้นมากอดเอาไว้ บดบังริมฝีปากที่ขบเม้มแน่น ใช้สายตาออดอ้อนสงไปยังผู้เป็นพี่ชายพร้อมกับน้ำเสียงที่แผ่วเบา

“เจินเกอ...ผมไม่ได้กินเลยนะ อาเจาต่างหากที่กินไปจนหมด” อาเจาคือตุ๊กตาตัวใหญ่ในอ้อมกอดเด็กน้อย คนเป็นพี่อย่างเซี่ยอี้เจินได้ยินเช่นนั้นก็เพียงแค่หัวเราะออกมาเบาๆ ยกมือขึ้นลูบศีรษะของน้องชายด้วยความรักใคร่เอ็นดู

“อาเจากินเข้าไปหมดทั้งสองก้อนเลยเหรอ?”

“อื้อ อาเจากินไปหมดเลย ผมไม่ได้กินเลยจริง ๆ นะ” เด็กน้อยพยักหน้า แววตากระจ่างใสราวกับไม่ได้พูดปดแม้แต่คำเดียว

“ก็ได้ ๆ ในเมื่อเสี่ยวเฟิงของพี่ไม่ได้กินขนมปังชิ้นนั้น ถ้างั้นก็เอาของพี่ไปกินเถอะ แต่ห้ามบอกคุณปู่ล่ะ เป็นความลับของเรานะ” เด็กชายตาวาวเป็นประกาย มองพี่ชายเบื้องหน้าตนด้วยความดีใจด้วยรอยยิ้มสว่างไสว

“อื้อ ผมรักเจินเกอที่สุดเลย!” ร่างของเด็กชายก็โถมเข้ามากอดผู้เป็นพี่เอาไว้เต็มรัก จนเซี่ยอี้เจินได้แต่หัวเราะชอบใจแล้วสละขนมปังก้อนนั้นที่เป็นมื้อเช้าให้แก่น้องชายของตนเองไป


เมิ่งอวิ๋นหลับตาแน่น ข่มความรวดร้าวกับน้ำตาที่พร้อมจะไหลออกมาอย่างสุดกำลัง

เสี่ยวเฟิง...ไม่ว่าจะเมื่อไร พี่ก็ให้นายได้เสมอจริง ๆ

“เจ้าเป็นอะไรหรือ?” เสียงของติงหยุนมู่ปลุกเมิ่งอวิ๋นขึ้นมาจากความฝันครั้งเก่า ติงหยุนมู่กังวลว่าเมิ่งอวิ๋นอาจจะรู้สึกแย่ขึ้นมาจากการบาดเจ็บครั้งก่อน น้ำเสียงที่เอ่ยถามจึงดูร้อนรนมากขึ้น

“เจ้ารู้สึกไม่ดีหรือ ให้ข้าตามหมอดีหรือไม่” เมิ่งอวิ๋นเพียงส่ายหน้า บอกกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉยชาเท่านั้น

“ไม่มีอะไร เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าหายดีแล้ว เพียงแค่รู้สึกคล้ายจะนึกเรื่องในอดีตได้ก็เท่านั้น” ติงหยุนมู่ที่ได้ฟังก็ตัวแข็งทื่อ ใบหน้าซีดเผือด ตอนไปขออนุญาตพาเมิ่งอวิ๋นออกมาจากจวนนั้น ท่านอาและท่านน้าต่างกังวลว่าเมิ่งอวิ๋นจะฟื้นความทรงจำได้ ซึ่งเขารับปากว่าจะไม่ทำให้อะไรกระทบจิตใจจนเมิ่งอวิ๋นต้องหวนคิดถึงเรื่องที่ลืมเลือนไป

แต่แล้วดูสิว่าเป็นเช่นไร เมิ่งอวิ๋นกลับบอกว่ารู้สึกคล้ายจะคิดเรื่องที่ลืมเลือนไปได้

นั่นไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยสักนิด!

หาดเป็นเช่นนี้ต่อไป เมิ่งอวิ๋นคงจะต้องนึกบางสิ่งออกเป็นแน่

ไม่ได้...จะยอมให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้

“เอ่อ อวิ๋นอวิ๋น จะว่าไปแล้วแม่นางไป๋บรรเลงพิณได้ยอดเลยนะ เจ้าว่าไหม” เมิ่งอวิ๋นคิ้วกระตุก เจ้าติงหยุนมู่ จะเปลี่ยนเรื่องก็ช่างเลือกเรื่องที่เปลี่ยนได้ดีนักนะ แม่นางไป๋หรือ ไป๋จู ไข่มุกขาวแห่งหอฮุ่ยเหริน ก็เหมาะกับนางนัก

เหมาะเสียจนน่าจะจมหายลงไปในทะเลเสียจริง!

คิดเช่นนั้นแล้วมุมปากของเมิ่งอวิ๋นก็เกิดกระตุกขึ้นมาเป็นรอยยิ้มจางๆ จนติงหยุนมู่เข้าใจผิดว่าเมิ่งอวิ๋นเห็นด้วยกับสิ่งที่ตนพูด และพึงพอใจในตัวแม่นางไป๋จูไม่น้อย สีหน้าของติงหยุนมู่ก็พลันเบิกบานขึ้นมาหลายเท่า

“แม่นางไป๋งดงามเพียบพร้อมทั้งรูปโฉมและคุณสมบัติ”

“...” เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดติงหยุนมู่จึงได้กล่าวเรื่องนี้ขึ้นมา แต่สีหน้าเบิกบานก็ทำให้เมิ่งอวิ๋นเข้าใจว่า ติงหยุนมู่หวังพานางเข้าประตูหลังจวน

“ท่าทางงดงามอ่อนช้อย อีกทั้งยังบรรเลงพิณได้ในระดับยอดเยี่ยม”

แม้จะกล่าวไปมากมายเมิ่งอวิ๋นก็ยังคงนิ่งเงียบไม่ได้มีความสุขตามติงหยุนมู่แม้แต่น้อย แต่นั่นมาได้ทำให้ท่าทางที่มีความสุขของติงหยุนมู่ลดลงไปเลย สุดท้ายเมิ่งอวิ๋นก็ทนต่อไปไม่ไหว ต้องถอนหายใจออกมา

“หยุนมู่ เจ้าคิดจะรับนางเข้าหลังจวนหรือ? ข้าว่าเจ้าเลิกคิดเสียเถอะ”

“...” ครั้งเห็นติงหยุนมู่ไม่ตอบกลับ หยุดชะงักไปก็นึกว่าอีกฝ่ายเศร้าเสียใจ หวังปลอบให้ติงหยุนมู่ได้ตัดใจจากนางผู้นั้นเสีย

“นางไม่ใช่คนที่เจ้าจะสามารถรับไปเป็นอนุได้หรอก อีกอย่าง...นางมีผู้ที่ครอบครองหัวใจอยู่แล้ว อย่าหาเรื่องใส่ตัวเลย”

หากจะสู้กับหลี่เจี้ยนเฉิงคงเป็นการเอาชีวิตไปทิ้งเสียเปล่า ๆ

แต่ติงหยุนมู่ไม่ได้เข้าใจเจตนาของอีกฝ่ายเลยสักนิด เขาขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจก่อนจะเอ่ยถามในสิ่งที่ต้องการจะรู้

“ไหนเจ้าบอกว่าไม่เคยรู้จักนางมาก่อน? แล้วเหตุใดจึงรู้ได้เล่าว่านางมีผู้ที่ครองหัวใจของนางอยู่แล้ว” เมิ่งอวิ๋นที่ลืมตัวชะงักไปกับคำถามนั้น ก่อนจะรีบปรับเปลี่ยนสีหน้า

“ข้าไม่ได้รู้จักนาง แต่ดูจากที่นางวางตัวห่างเหิน ข้าก็เดาได้ว่านางจะต้องมีผู้ที่ครองใจของนางอยู่แล้ว” แม้จะเป็นการตอบที่ดูไม่น่าเชื่อถือ แต่ติงหยุนมู่ก็พร้อมจะเชื่อในคำพูดของเมิ่งอวิ๋นอย่างไม่สงสัย

“จริงของเจ้า นางงดงามเช่นนั้นคงมีคนที่นางชอบพออยู่แล้วเป็นแน่”

“เช่นนั้นเจ้าก็เลิกคิดเสียเถอะ เจ้ารับนางเป็นอนุมิได้หรอก”

“เฮ้! ใครบอกเจ้ากันว่าข้าจะรับนางมาเป็นอนุของข้า?” ได้ยินเช่นนั้นเมิ่งอวิ๋นก็ได้แต่เลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย

“มิใช่หรอกหรือ?”

“จะไปใช่ได้อย่างไรกัน! ข้ากำลังจะแต่งงาน เจ้าจะให้ข้าหาเรื่องตายตั้งแต่ก่อนแต่งเลยหรืออย่างไร?”

เมื่อถูกติงหยุนมู่ถลึงตาใส่ เมิ่งอวิ๋นก็หัวเราะออกมาอย่างขบขัน ใบหน้าหล่อเหลาที่เอาไว้หลอกล่อเหล่าหญิงสาว ยามนี้เมื่อกล่าวถึงการนอกใจว่าที่ภรรยาของตน กลับมีความหวาดกลัวและความเกรงใจอยู่หลายส่วน ใครจะไปคิดกันว่าสหายของเมิ่งอวิ๋นผู้นี้จะเป็นคนกลัวเมียเสียได้

ผิดคาดไปจริง ๆ

ติงหยุนมู่ได้แต่ยืนบื้อใบ้มองสหายของตนกุมท้องตนเองในขณะที่กำลังหัวเราะขบขัน ก็อดไม่ได้ที่อยากจะดึงดาบของใครสักคนมาแทงเมิ่งอวิ๋นให้ตายไปเสีย มีสหายดี ๆ ที่ใดกันที่มาหัวเราะไม่เกรงใจเช่นนี้

“ฮ่า ๆ ขอโทษ ๆ ข้าผิดเอง ฮ่า ๆ”

“หยุดหัวเราะเสียที เจ้านี่อย่างไรกัน ไม่รู้จักอับอายเสียบ้าง!” ถึงแม้จะตีหน้าดุใส่ มองด้วยแววตาคล้ายไม่พอใจ แต่ติงหยุนมู่นั้นเพียงแค่ปกปิดความรู้สึกปลาบปลื้มดีใจกับเสียงหัวเราะของสหายตนเองไม่ได้

“ได้ ๆ เช่นนั้น...หากไม่ใช่ว่าเจ้าหมายจะพานางไปเป็นอนุ แล้วเจ้ากล่าวชื่นชมนางเสียมากมายเพื่ออะไรกัน?” ติงหยุนมู่ถอนหายใจกับความโง่เขลาของเมิ่งอวิ๋น มาถึงขนาดนี้แล้วยังไม่เข้าใจอีกหรือ

“ข้าก็หวังให้เจ้าซื้อตัวนางเข้าจวนอย่างไรเล่า”

“ข้า?” นิ้วเรียวชี้เข้าหาตนเองพร้อมกับถามเพื่อความแน่ใจว่าตนไม่ได้หูฝาด

“ก็เจ้านะสิ จะเป็นผู้ใดอีก”

ดูเหมือนจะไม่ได้หูฝาดจริง ๆ

“พี่รอง...ท่านล้อข้าเล่นแล้ว” อย่างเขาหรือจะรับนางเข้ามาในจวน

รอให้ตายอีกสักรอบเขาก็ไม่มีวันเอางูพิษเข้ามาในจวนหรอก หากเขาพานางเข้ามาคงไม่พ้นถูกหลี่เจี้ยนเฉิงสังหารตายอีกรอบเป็นแน่

สหายผู้นี้ก็ช่างกระไร หาเรื่องตายมาให้เขาเก่งเสียจริง!

“ข้าล้อเล่นที่ไหนกัน”

ล้อเล่นเถอะ เขาหวังให้มันเป็นการล้อเล่นเสียมากกว่า

“น้องชาย...เจ้าฟังข้าให้ดี”

“ต้องฟังด้วยหรือ?” เขาไม่อยากฟังสักนิด หากถ้อยคำเหล่านั้นมีเอาไว้เพื่อกล่อมให้เขารับนางเข้ามาเป็นอนุ

“ต้องฟังสิ ข้าจะบอกให้ หญิงงามอาจมีมากมาย แต่หญิงที่เพียบพร้อมนั้นหาได้ยากยิ่ง”

เมิ่งอวิ๋นถูกติงหยุนมู่คล้องคอเอาไว้ก็ได้แต่ทำหน้าปูเลี่ยน ๆ ออกมา เขาไม่เต็มใจฟังสักนิด แม้จะเห็นด้วยที่ว่าหญิงงามมีมากแต่ความเพียบพร้อมนั้นหายากยิ่ง

ทว่า...ความเพียบพร้อมที่ว่ามานั้น ต้องไม่ใช่นางผู้นี้!

“พี่รองข้าเข้าใจความหวังดีของท่าน แต่ข้าไม่อาจรับนางเข้ามาในจวนได้”

“เพราะเหตุใดเล่า? มิใช่เจ้าชอบนางมากหรอกหรือ”

เขานี่นะชอบนาง? นี่เจ้าใช้ตาข้างใดมอง ข้าจะได้ควักมันออกมาเหยียบทิ้งเสีย!

“อย่าพูดเรื่องนี้อีกเลย รีบกลับเถิด ท่านพ่อท่านแม่คงห่วงข้าแย่แล้ว” ไม่อยากอยู่ต่อแม้แต่น่อย หากอยู่ต่อคงไม่พ้นถูกอีกฝ่ายพูดกล่องให้รับนางเข้ามาในจวนอีกแน่ ปลายกระบี่คมดาบทั้งนั้น รอบตัวนางผู้นั้นอันตรายขนาดนี้ เขาคนนี้หรือจะอาจหาญเข้าไปแตะต้องนางได้

รับปากเมิ่งอวิ๋นเอาไว้เพียงดูแลบิดามารดาและพี่ชาย นั่นหมายความว่าไม่ควรหาเรื่องตายโดยไม่จำเป็น

เพราะฉะนั้น...

ถังเป้ยอี้...ก็เก็บเอาไว้ให้หลี่เจี้ยนเฉิงไปเถอะ!

เขาไม่เอาด้วยหรอก!





TBC



พี่รองไม่เข้าใจ รับมาน้องอาจตายได้นะพี่ อย่าโยนระเบิดให้น้องถือ สงสารพี่รองค่ะ อยากให้น้องมีเมียแต่ดันหาเมียดีๆให้ไม่ได้ พี่รองก็ดี พี่ใหญ่ก็ใช่ เลือกใครดีน้าาา

เมิ่งอวิ๋น

ออนไลน์ Jibbubu

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3503
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
ไม่รู้ว่าถ้ารับเข้ามาจริง ๆ จะเกิดอะไรขึ้นนะเนี่ย ระหว่างไม่น้องก็นางตาย แต่เราว่าอาจเป็นอย่างหลัง เพราะตอนนี้ท่านแม่ทัพกำลังหลงน้องอยู่นะ 55555 :laugh:

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7679
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-8

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5199
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด