แค้นรัก...สลับภพ ภาค เมิ่งอวิ๋น (จีนโบราณ) เมิ่งอวิ๋น (12) 100% (Up.20/10/63)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: แค้นรัก...สลับภพ ภาค เมิ่งอวิ๋น (จีนโบราณ) เมิ่งอวิ๋น (12) 100% (Up.20/10/63)  (อ่าน 3168 ครั้ง)

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3509
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6

ออฟไลน์ llมว_น้oe

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 184
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +48/-4
[12] 100%


เมิ่งอวิ๋นเดินมาตามเส้นทางที่คุ้นเคย ไม่นานนักก็พบกับห้องของเมิ่งลู่เหยา เขายืนมองประตูที่ปิดสนิทอยู่ครู่หนึ่ง ลังเลใจว่าจะเคาะดีหรือไม่ ด้วยกลัวว่าจะรบกวนการพักผ่อนของเมิ่งลู่เหยาเข้า แต่ไม่นานเมิ่งอวิ๋นก็ตัดสินใจเคาะประตูทันที

“พี่ใหญ่ ข้าเข้าไปได้หรือไม่?” เมิ่งลู่เหยาที่อยู่ภายในห้องเลิกคิ้วขึ้นมาอย่างแปลกใจ แต่ทว่าก็ตอบน้องชายออกไปอยู่ดี

“เข้ามาสิ”

เมิ่งอวิ๋นได้ยินคำอนุญาตก็ใจชื้นขึ้น ลอบเป่าปากก่อนจะผลักประตูไม้เข้าไปด้านใน เขามองพี่ชายที่เปิดตำราค้างเอาไว้ แต่ดวงตากลับมามองมาที่เขาด้วยความรู้สึกเกรงใจไม่น้อย เมิ่งลู่เหยาพอจะคาดความคิดของเมิ่งอวิ๋นได้จึงชิงปิดตำราแล้วเอาไปวางไว้ ก่อนจะเดินเข้ามาหาน้องชายคนเดียวของเขาแทน

“เจ้ามีอะไรกับพี่หรือเสี่ยวอวิ๋น?” เมิ่งอวิ๋นถูกฝ่ามือใหญ่ที่แสนอบอุ่นของเมิ่งลู่เหยาทำให้ใจไขว้เขว จนต้องกัดริมฝีปากของตนเองเอาไว้

“พี่ใหญ่ ข้ามีเรื่องอยากรบกวนพี่ใหญ่”

“รบกวนอะไรกัน มีอะไรให้พี่ช่วยเจ้าก็บอกมาเถอะ ไม่ได้รบกวนอะไรพี่หรอก” เมิ่งอวิ๋นได้แต่กำมือแน่น ยิ่งได้เห็นว่าเมิ่งลู่เหยามีความรักให้เขาเท่าไร หัวใจก็ยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น เพราะสิ่งที่เขามองเห็นตรงหน้า คือภาพของตัวเขาเองในอดีตที่รักเซี่ยเฟิงเช่นเดียวกัน

“อีกไม่กี่วันก็จะเป็นงานมงคลของอามู่แล้ว...”

“แล้วอย่างไรหรือ?” เมิ่งอวิ๋นอึกอักเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบมองใบหน้าของเมิ่งลู่เหยาแล้วพูดขึ้น

“คือข้ายังไม่รู้ว่าจะหาสิ่งใดไปเป็นของขวัญ ไม่ทราบพี่ใหญ่พอจะรู้จักร้านใดในเมืองหลวงที่ข้าพอจะหาผ้าเนื้อดี หรือของติดกายให้อามู่ได้บ้างหรือไม่” เมิ่งลู่เหยาลอบถอนหายใจในใจตนเองเงียบๆ เดิมเขาคิดว่าจะเป็นเรื่องของหลี่เจี้ยนเฉิงเสียอีก เมื่อเป็นเรื่องนี้เขาย่อมยินดียิ่ง และอดรู้สึกดีใจไม่ได้ที่น้องชายเลือกจะมาปรึกษาเขา

นั่นย่อมหมายความว่าเสี่ยวอวิ๋นของเขาคิดจะพึ่งพาเขาบ้างแล้ว

เมิ่งลู่เหยายืดกายขึ้น ใบหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดีจนลิ้นปรี่

“เรื่องผ้าเนื้อดีเจ้าคงจะลืมไปแล้วไม่แปลกอะไรนัก แต่สกุลเมิ่งของเรา หาได้มีเพียงเหลาอาหารจื่อเค่อเท่านั้นหรอกนะที่เลื่องชื่อ” เมิ่งอวิ๋นเลิกคิ้วขึ้นราวกับจะถามว่า ยังมีอย่างอื่นอีกหรือก็ไม่ปาน

ส่วนเมิ่งลู่เหยาที่มองเห็นท่าทางและสีหน้าเช่นนั้นก็พลอยหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ใครว่าน้องชายของเขาไม่น่ารักกัน ดูใบหน้างดงามในยามนี้ที่ไม่ปกปิดความแปลกใจสิ มันทั้งน่ารักและน่าเอ็นดูยิ่งกว่าสิ่งใดเสียอีก

“สกุลเมิ่งเปิดร้านมากมาย ทว่ามีเพียงเหลาจื่อเค่อเท่านั้นที่เปิดอยู่ในเมืองหลวง”

หมายความว่ายังไงกัน?

“สกุลเมิ่งยังมีการค้าอย่างอื่นอีกหลาก เช่นการค้าผ้า ไข่มุก อัญมณีและอีกมากมายหลายอย่างนัก”

“ร้านพวกนั้นอยู่ที่ใดหรือพี่ใหญ่”

“ถูกกระจายไปเปิดตามเมืองอื่น ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกจับตามองมากเกินไป” เมิ่งอวิ๋นได้รับรู้ถึงความร่ำรวยไม่มีที่สิ้นสุดของสกุลเมิ่งก็เกิดความสงสัย

“เช่นนั้นผู้ใดดูแลเล่า ในเมื่อท่านพ่อท่านแม่ พี่ใหญ่และข้าล้วนแต่อยู่ที่เมืองหลวง” เมิ่งลู่เหยาลูบศีรษะของเมิ่งอวิ๋นด้วยความเอ็นดู พร้อมกับแถลงไขข้อสงสัยของน้องชาย

“ย่อมเป็นสกุลเมิ่งคนอื่นในสายรองอย่างไรเล่า เหลาอาหารจื่อเค่อคือสิ่งที่ท่านปู่มอบให้ท่านพ่อ ส่วนกิจการอื่นๆ นั้นก็ล้วนแต่เป็นของท่านพ่อเช่นกัน”

“...”

“แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ใช่ว่าท่านพ่อจะใจร้ายใจดำ ไม่มอบสิ่งใดให้ท่านอาทั้งหลายเลย จึงได้ให้พวกเขาควบคุมดูแลโดยที่จะต้องขึ้นตรงต่อท่านพ่อ”

“เช่นนั้น...จะไม่มีการคดโกงหรือพี่ใหญ่” เมิ่งลู่เหยาที่ได้ยินคำถามก็ได้แต่หัวเราะออกมาเสียงดัง

“ย่อมมี แต่ท่านพ่อมิใช่คนโง่ เจ้าคิดว่าจะไม่มีผู้ใดเป็นมือเป็นเท้าให้ท่านพ่อเชียวหรือ?”

เมิ่งอวิ๋นเบิกตากว้าง เล่ห์เหลี่ยมพวกนี้ในวงธุรกิจของเขานั้น เขาได้พบเจอมามาก สิ่งที่เรียกว่าไส้ศึกหรือหนอนบ่อนไส้ที่คอยสอดส่องและนำความลับมาบอก เขาย่อมต้องเคยพบเจอ

เพียงแต่เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่า...บิดาของเมิ่งอวิ๋นจะใช้วิธีนี้เช่นกัน

เก่งกาจเกินไปแล้ว!

เห็นเมิ่งอวิ๋นอ้าปากค้างตกตะลึงในสิ่งที่ได้ยินเมิ่งลู่เหยาก็ยิ่งเพิ่มความเอ็นดู มาลองคิดดูแล้วเพราะท่านพ่อของเขาและเมิ่งอวิ๋นร้ายกาจมิใช่หรือ เมิ่งอวิ๋นจึงได้มีนิสัยไม่ต่างจากบิดานัก แต่สิ่งที่แตกต่างกันคงจะเป็นประสบการณ์เสียมากกว่า เพราะเมิ่งหยวนนั้นผ่านร้อนหนาวมามาก แต่เมิ่งอวิ๋นอายุเพียงแค่สิบกว่าหนาว จะมีเล่ห์เหลี่ยมเช่นบิดาได้อย่างไร

เมิ่งอวิ๋นคิดถึงจุดนี้แล้วก็ตกใจยิ่งนัก

“อย่าห่วงเลย เรื่องนี้พี่จะไปบอกกล่าวแก่ท่านแม่เอง รับรองว่าของขวัญที่เจ้าจะให้ติงหยุนมู่ไม่น้อยหน้าผู้ใดอย่างแน่นอน”

เมิ่งอวิ๋นมองพี่ชายด้วยใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้งใจ ความเอาใจใส่และรักใคร่น้องชายของเมิ่งลู่เหยามันช่างชวนให้อิ่มเอมใจเหลือเกิน เป็นเช่นนี้แล้วเมิ่งอวิ๋นช่างโชคดีนัก เพราะแม้แต่ตัวเขา...ยังไม่อาจได้รับสิ่งนี้จากใครนอกจากป้าหวง คิดเช่นนั้นแล้วเขาก็ได้แต่กลืนความเจ็บช้ำลงไปในลำคอ

“ขอบคุณพี่ใหญ่ ข้า...”

แม้อยากจะพูดอะไรที่มากไปกว่านี้ หรือบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาไม่ใช่เมิ่งอวิ๋นน้องชายแท้ๆ ของอีกฝ่าย แต่เขาก็ทำใจพูดมันออกไปไม่ได้ สีหน้าและแววตาจึงเต็มไปด้วยความขัดแย้งและคิดไม่ตก ส่วนเมิ่งลู่เหยานั้นไม่ได้รู้เลยถึงความคิดของเมิ่งอวิ๋น เพียงแค่เห็นว่าน้องชายนิ่งเงียบไปจึงอดห่วงไม่ได้จนต้องใช้หลังมือแตะที่หน้าผากเล็ก เพื่อตรวจดูว่าร่างกายของน้องชายไม่ได้ร้อนด้วยพิษไข้

“เจ้าป่วยหรือ? ไม่สบายที่ใด เหตุใดจึงได้ทำสีหน้าเช่นนี้” เมิ่งอวิ๋นจับมือที่แสนอบอุ่นเอาไว้พร้อมกับส่ายหน้า

“ข้าสบายดี เพียงอดรู้สึกตื้นตันไม่ได้ที่พี่ใหญ่ รักและดีต่อข้ามาเสมอ”

แม้ว่าเมิ่งอวิ๋นจะทำตัวร้ายกาจเพียงใด พี่ชายคนนี้ก็ไม่เคยต่อว่า ยังปกป้องด้วยทุกอย่างที่มี

คนดีเช่นนี้...เขาจะไม่ดูแลได้อย่างไร

“เด็กโง่...เจ้าเป็นน้องชายของพี่ หากไม่ดีต่อเจ้า พี่จะไปดีต่อใครได้อีกเล่า จริงหรือไม่?” เมิ่งลู่เหยาระบายยิ้มออกมา โยกศีรษะของน้องชายด้วยความเอ็นดู

เมิ่งอวิ๋นยิ้ม พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดนั้น ทั้งที่ในอกมันทั้งหวานล้ำและขมขื่นไปพร้อมกัน ความอิจฉาที่ไม่อาจเป็นครอบครัวของเมิ่งลู่เหยาได้มันตีตื้นขึ้นมา อิจฉาเมิ่งอวิ๋นที่มีครอบครัวที่รักใคร่ ในขณะที่เขา...ไม่มีใครสักคน ไม่ว่าจะเป็นคุณปู่หรือแม้แต่น้อยชายตัวเอง ขนาดคนที่รักยังลงมือฆ่าเขาให้ตายได้อย่างเลือดเย็น

หรือชีวิตของเขา...ไม่ควรได้พบกับความสุข

ไม่ควรได้รับความรักกัน

“เอาล่ะ เจ้ากลับไปที่ห้องเถิด พี่จะไปคุยกับท่านแม่ให้”

“ข้าฝากพี่ใหญ่ด้วยนะขอรับ”

เมื่อมั่นใจแล้วว่าจะมีของติดมือไปฝากสหายอย่างติงหยุนมู่แน่นอน เมิ่งอวิ๋นก็เดินออกมาจากห้องของเมิ่งลู่เหยา ในตอนนี้เขายังไม่สามารถทำสิ่งใดตอบแทนเมิ่งลู่เหยาได้

ร่างบางเดินตรงกลับไปที่ห้องของตนด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยการครุ่นคิด ขนาดเดินก้าวเข้ามาถึงภายในห้องยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

ในขณะที่เมิ่งอวิ๋นกำลังจะหย่อนตัวลงนั่งบนตั่งของตนเอง เสี่ยวหลงก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องด้วยท่าทางรีบร้อน เนื้อตัวเปียกปอนจนหนาวสั่น แต่ก็ไม่อาจทำให้เสี่ยวหลงหยุดความตื่นรตระหนกกับสิ่งที่ได้รับรู้มาลงไปได้

“นายน้อยขอรับ นายน้อย!” เมิ่งอวิ๋นเด้งตัวขึ้นจากตั่งทันที สีหน้ามีความร้อนใจอยู่ในเห็นเมื่อได้เห็นเสี่ยวหลงเป็นเช่นนี้

“มีสิ่งใด เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”

“เมื่อครู่บ่าวไปตลาดมา ได้ยินข่าวเกี่ยวกับแม่นางในหอฮุ่ยเหรินและ เอ่อ” เมิ่งอวิ๋นขมวดคิ้ว มองเห็นความลังเลในสีหน้าและแววตาของเสี่ยวหลง

“เจ้าพูดมาเถิด”

“กับท่านแม่ทัพหลี่ขอรับ”

หัวใจดวงน้อยของเมิ่งอวิ๋นหล่นลงสู่พื้น ทั้งที่รู้ดีว่านี่คืออาการตกค้างของความรู้สึกที่เมิ่งอวิ๋นทิ้งเอาไว้ แต่เขาก็ยังไม่อาจหยุดความรู้สึกที่มีนี้ได้ เมิ่งอวิ๋นเพียงแค่นยิ้มออกมา เอ่ยถามต่อด้วยน้ำเสียงที่ไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย

“ได้ยินมาว่าอย่างไร” เสี่ยวหลงก้มใบหน้าลงต่ำ เพราะมันไม่กล้ามองแววตาที่ฉายความเจ็บปวด และสีหน้าอันทุกข์ทรมานของผู้เป็นนายได้ แม้ตนจะเป็นผู้นำข่าวในครั้งนี้มาบอกกล่าวเอง แต่ก็เพียงเพราะ...ปรารถนาให้นายน้อยของมันได้ตัดเยื่อใยต่อแม่ทัพหลี่ผู้นั้นเสียที

“บ่าวได้ยินมาว่าท่านแม่ทัพพาแม่นางผู้หนึ่งจากหอฮุ่ยเหรินไปที่จวนขอรับ”

“...” งั้นหรือ...คงจะลงเอยกันดังที่ควรเป็นแล้วสินะ

สิ่งที่ได้ยินมาไม่ได้ทำให้เมิ่งอวิ๋นแปลกใจแม้แต่น้อย เดิมทีทั้งสองก็รักกันมาเหลือเกินอยู่แล้ว แต่เพราะมีเมิ่งอวิ๋นเป็นตัวขัดขวางความรัก ทุกอย่างจึงได้หยุดชะงักลงไป เมื่อเมิ่งอวิ๋นทำร้ายดวงใจของหลี่เจี้ยนเฉิง อีกฝ่ายก็ไม่คิดปรานีใดๆ ต่อเมิ่งอวิ๋นอีก

โทษทัณฑ์ของเมิ่งอวิ๋นจึงเป็นการอยู่ไม่สู้ตาย

“นายน้อย...”

สีหน้าของท่าน...มันแสดงออกว่าเจ็บปวดอยู่นะขอรับ

ทั้งที่ปรารถนาเพียงให้นายน้อยของตนตัดใจเสีย แต่ตัวของเสี่ยวหลงเองก็ลืมคิดไปว่าสิ่งที่จะมาก่อนการตัดใจ คือความเจ็บปวดที่ไม่อาจได้รับหัวใจจากคนที่รักได้

“ข้าไม่เป็นไร เจ้าอย่าห่วงเลย”

ต่อให้หัวใจบีบรัดจนรวดร้าวก็ตามที

“บอกข้าหน่อย นางผู้นั้นมีนามว่าอะไร” เสี่ยวหลงเริ่มไม่อยากจะบอกสิ่งใดต่อนายน้อยของตนอีกแล้ว แต่เมื่อถูกถามมาเช่นนี้ ก็ไม่มีทางเลือกใดนอกจากตอบออกไปตามความจริง

“บ่าว บ่าวได้ยินว่านางคือไป๋จูจากหอฮุ่ยเหรินขอรับ”

เป็นนางจริงๆ

เมิ่งอวิ๋นได้แต่หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ทั้ง ๆ ที่เขาเพียงอยากจะหัวเราะให้กับชะตาและความรักของชายหญิงคู่นั้น แต่เสียงที่เปล่งออกมามันกลับเต็มไปด้วยความเศร้า ความเสียใจ และความปวดร้าวจนใครที่ได้ฟังล้วนแต่ต้องปวดใจตาม

“เจ้า อึก เจ้าออกไปก่อน”

“แต่นายน้อย...”

“ข้า อยากอยู่ลำพัง”

ในตอนนี้ร่างกายและความรู้สึกของเมิ่งอวิ๋นนั้น นับว่าใกล้จะถึงขีดสุดเต็มที น้ำตากำลังเอ่อล้นขึ้นมาจนแทบจะไหลริน หัวใจก็เจ็บปวดราวกับว่ามันได้แตกสลายลงไปเสียแล้ว เสี่ยวหลงมองใบหน้าของผู้เป็นนายอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับปิดประตูลงเพื่อไม่ให้ผู้ใดเห็นสภาพของนายน้อยในตอนนี้

เสี่ยวหลงดวงตาแดงก่ำ ใช้หลังมือเช็ดหยดน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้มด้วยความปวดใจและคับแค้นใจ ท่านแม่ทัพช่างใจร้ายยิ่งนัก ทั้งที่นายน้อยของมันรักและเทิดทูนบูชาขนาดนี้ กลับไม่ยอมชายตาแลแม้แต่ความรักสักเศษเสี้ยวหนึ่ง นายน้อยก็เช่นกัน ทั้งที่ไร้ความทรงจำแต่หัวใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึก เป็นเช่นนี้แล้ว...จะสามารถลืมเขาได้จริง ๆ หรือ

ส่วนเมิ่งอวิ๋นเมื่อเห็นว่าประตูปิดลงไปแล้วก็ปลดปล่อยให้หัวใจของเมิ่งอวิ๋น ได้หลั่งน้ำตาและความเสียใจออกมาให้เต็มที่ มือบางกดลงที่ตำแหน่งของอกข้างซ้าย พยายามควบคุมการบีบรัดตัวของมันทั้งที่เขาเองก็รู้ดีว่าทำไปก็เปล่าประโยชน์

ตอนนี้เมิ่งอวิ๋นกำลังเจ็บปวดเพราะเขาคนนั้น กำลังร่ำร้องตะโกนออกมาอย่างน่าสงสาร

เขาที่เป็นเจ้าของร่างคนใหม่ ก็ทำได้เพียงแค่ปล่อยให้ความรู้สึกของเจ้าของเดิมได้ปล่อยออกมาพร้อมกับปลอบใจ

“เมิ่งอวิ๋น ผมรู้ ว่าคุณเสียใจ”

“ผม ฮึก เข้าใจความรู้สึกของคุณนะครับ ผมเข้าใจทุกอย่าง ถึงได้อยากให้คุณตัดใจจากเขา”

ทั้งที่รู้ว่าเมิ่งอวิ๋นไม่มีวันได้ยินเสียงของเขา แต่เขาก็ยังคงพูดมันออกมา อย่างน้อย...หัวใจที่กำลังทำงานหนักและแหลกสลายอยู่ในตอนนี้ ก็ได้ยินเสียงของเขาชัดเจน

“คุณต้องเจ็บอีกแค่ไหน ต้องทรมานเพราะเขาอีกเท่าไรหรือครับ...”

เขา ทิ้งตัวทรุดกายลงกับพื้นทั้งที่มือข้างหนึ่งยังไม่อาจละออกไปจากอกข้างซ้ายของตัวเองได้

“คุณถึงจะหยุดรักเขา แล้วรักตัวเองเสียที”

“เมิ่งอวิ๋น...หยุดรักเขาเถอะนะ ผมขอร้อง”

บางที...เหตุการณ์ครั้งนี้ อาจจะทำให้หัวใจที่มั่นคงในรักดวงนี้ ได้ตัดใจจากผู้ชายคนนั้นจริง ๆ เสียที





TBC





ความจริงจากเหตุการณ์น่าเป็นห่วงของประชาชนในตอนนี้แมวเองคิดว่าจะแจ้งหยุดอัพนิยายด้วยซ้ำ เพื่อที่จะได้หลีกทางให้ทุกคนได้เรียกร้องประชาธิปไตยไปก่อน แต่เนื่องจากมันค้างอยู่ที่50% แมวเลยคิดว่า เอาวะ! ลงให้มันจบตอนก่อน แต่อีกใจแมวก็คิดว่าถ้าทุกคนเครียดแล้วจะหาความบันเทิงจากที่ไหน พอคิดแบบนี้ก็อยากลงนิยาย 55555 ลำบากใจเลย

ปล. เรื่องนี้มันมีเหตุและผลแต่พวกคุณต้องอดทนรอนะคะ อย่าเพิ่งเทเรา อย่าเพิ่งทิ้งแมวและน้องเมิ่งนะ อย่าเพิ่งงงงง 
 

เมิ่งอวิ๋น


ออฟไลน์ kokoro

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1152
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +138/-2
ปวดใจไปด้วยเลย สงสารน้องงงง
ยังไงก็ยังเจ็บปวดอยู่ดีซินะ
ท่านแม่ทัพถ้าไม่รีบสร้างผลงาน แม่ยกจะไม่เชียร์แล้วเน้อ

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7692
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-8
จะมารอต่อไปเรื่อยๆน้า อย่าลืมมาลงให้กันก้อพออ

สู้ไปด้วยกัน

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5247
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด