Boss's Secret #ความลับของบอส ตอนที่ 6 11 ก.ย 63 p.2
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: Boss's Secret #ความลับของบอส ตอนที่ 6 11 ก.ย 63 p.2  (อ่าน 1643 ครั้ง)

ออฟไลน์ Ginny Jinny

  • ความเป็นจริงมันวุ่นวาย ก็ขอให้ใจมันสบายๆในความฝัน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2340
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-4

ออฟไลน์ Austin

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 13
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
เรื่องราวน่าติดตาม จะรอนะ

ออฟไลน์ Foggy Time

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 907
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +224/-1
ตอนที่ 6

   
“..บอสครับ ถึงแล้วนะครับ”
   
ผมพูดกับบอสที่หลับอยู่เบาะหลังด้วยความเกรงใจ เพราะหลังจากที่บอสไปหาพ่อแล้วกลับมาคือเหมือนถูกกระชากวิญญาณออกไป ถึงแม้ท่าทางของบอสจะดูปกติแต่ผมก็ที่เป็นหมาที่ดีของบอสย่อมรู้อยู่แล้วว่าอารมณ์บอสไม่เหมือนเดิม!
   
บอสน่ะ ถึงจะดูเย็นชาไปบ้างแต่ก็ไม่ได้ดูไร้อารมณ์ขนาดนี้หรอกนะ
   
ผมมองบอสที่ยังคงหลับอยู่ด้วยความหม่นหมอง
   
ผมไม่รู้ว่าบอสรู้ตัวไหม แต่ตอนบอสกลับมานั่งบนรถ แววตาของบอสแทบไม่เหลือประกายด้วยซ้ำ ราวกับว่าอารมณ์ความรู้สึกของบอสได้ถูกพ่อบอสบดขยี้จนมันสูญสลายไปหมดภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง
   
ผมที่เห็นบอสเป็นแบบนั้นเลยตัดสินใจอาสาขับกลับให้ทันทีซึ่งบอสก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร ยอมให้ผมขับอย่างว่าง่ายและนอนเอาผ้าห่มคลุมตัวอยู่เบาะหลังราวกับพยายามจะหนีจากทุกปัญหาที่กำลังไล่ล่าตัวเองอยู่
   
“บอสครับ”
   
ผมเอื้อมมือไปแตะตัวมือบอสที่โผล่ออกมาจากผ้าห่มเบาๆ
   
มือของบอสเล็กมากเลย..
   
ผมหลุบตามองมือตัวเองที่เหมือนมือยักษ์เมื่อเทียบกับมือของบอส
   
“บอส”
   
ผมเรียกเสียงกระซิบ ความรู้สึกผิดมหันต์ก่อตัวขึ้นมาอีกครั้งเพราะบอสตอนที่หลับนั้นดูสูงส่งมาก และผมก็ยังไม่ลืมด้วยว่าบอสเป็นคนที่หลับลึกมาก
   
หงิง
   
อีกแล้วสินะ เจ้าหมาอย่างผมต้องตัดสินใจในเรื่องที่ยิ่งใหญ่อีกแล้วเหรอ
   
ผมมองบอสพร้อมกับชั่งใจไปด้วยว่าจะเอายังไงดี ชั่วพริบตานั้นเหมือนในหัวผมก็มีหมาป่าสีขาวกับสีดำยืนประจันหน้ากันและถกเถียงกันเพื่อหาข้อสรุปให้กับคราม
   
‘ปลุกไปเลย ยังไงบอสก็ไม่ว่าหรอก!’
   
เจ้าโบ้สีขาวพูดด้วยท่าทีน่าเชื่อถือ
   
‘จะปลุกเลยเนี่ยนะ ไม่เห็นรึไงว่าบอสต้องการพักผ่อน!’
   
โบ้สีดำเถียงเสียงดังพร้อมกับทำเสียงขู่ไปด้วย
   
‘..แต่’
   
เจ้าโบ้สีขาวเริ่มคล้อยตามเพราะเถียงไม่ออก สภาพของบอสตอนนี้ดูไม่จืดจริงๆ
   
‘ไม่มีแต่ บอสของเราต้องได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ เชื่อฉันสิ ถ้าบอสได้นอนเยอะๆ แล้วตื่นเอง บอสต้องอารมณ์ดีขึ้นแน่!’
   
โบ้สีดำพูดไปกระดิกหางไปพร้อมกับทำหน้าดีอกดีใจไปด้วย
   
‘โอเค รอบนี้แกชนะ! ตามนั้นแหละ คราม!’
   
“ขออนุญาตนะครับ บอส”
   
หลังจากที่ตัดสินใจได้ผมก็ลงจากรถและเปิดประตูด้านหลังเพื่อหาทางพาบอสไปนอนที่เตียงให้ได้ ผมหยิบผ้าห่มที่ห่มตัวบอสอยู่มาพับลวกๆ มาพาดไว้บนไหล่เพื่อที่จะเอาไปซักให้บอส
   
“...บอส”
   
ผมทำหน้าไม่ถูกตอนที่บอสคว้าผ้าห่มของตัวเองเอาไว้ สีหน้าที่ดูเศร้าอยู่ตอนนี้ยิ่งดูเศร้ากว่าเดิมตอนที่ต้องสูญเสียผ้าห่มไป ซึ่งสีหน้าบอสก็น่าสงสารมากจนผมทนแทบไม่ไหวแต่ถ้าผมคืนผ้าห่มให้บอส ผมก็อุ้มบอสยากอ่ะ ไหนจะต้องไขกุญแจเข้าบ้านอีก กว่าจะถึงตอนนั้นผมว่าผมคงทำบอสหลุดมือแน่ๆ
   
“ขอโทษนะครับ”
   
ขอโทษนะครับ บอส  ผมขอโทษจริงๆ
   
;w;
   
สุดท้ายผมก็ต้องมานั่งแกะมือบอสออกจากผ้าห่มอย่างเบามือและต้องประหลาดใจอีกรอบตอนที่มือเย็นเฉียบของบอสจับมือผมแทน
   
“...”
   
ผมมองเสี้ยวหน้าของบอสด้วยความรู้สึกเจ็บปวดนิดๆ
   
ภายใต้ความสุขุมละเยือกเย็นของบอสซ่อนความรู้สึกหรือความลับอะไรไว้บ้างนะ แล้วความลับพวกนั้นบอสบอกกับผมได้รึเปล่า ถ้าบอกได้ผมก็อยากจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยแบ่งเบาความรู้สึกหนักหนาจากความลับพวกนั้นเหมือนกัน
   
ผมแกะมือบอสออกรอบที่สองแล้วค่อยๆ ช้อนตัวบอสขึ้นอุ้ม ซึ่งการอุ้มครั้งนี้ก็ทำให้ผมได้รู้ความจริงว่าบอสตัวเบากว่าที่ผมคิดมาก (หรือผมแรงเยอะเกินไปเพราะเป็นอัลฟ่าโบราณ?)
   
ผมจัดท่าทางบอสให้แขนบอสโอบคอผมแล้วแน่ใจแน่ๆ ว่าบอสจะไม่หล่นระหว่างทาง ผมถึงพาบอสเข้าบ้านไปถึงห้องนอนได้ไม่ยากเย็นนัก
   
ผมวางบอสบนเตียงอย่างเบามือโดยไม่ลืมที่จะถอดรองเท้ากับเก็บแว่นให้บอสด้วย
   
“มีอะไรเรียกผมได้เลยนะครับ”
   
ผมบอกทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าบอสได้ยินไหม แต่ผมก็อยากพูดอะไรสักอย่างหลังจากห่มผ้าห่มให้บอสเสร็จอ่ะ ผมนิ่วหน้าตอนที่แอร์เย็นเฉียบเป่าใส่หลังแล้วออกจากห้องไปจัดของที่บอสซื้อให้ผม
   
แน่นอนว่าตอนซื้อก็ว่าเยอะแล้วพอมานั่งจัดก็เยอะกว่าที่ผมคิดอีก
   
ผมจัดการเอาพวกเสื้อผ้าทั้งหมดไปซักแล้วถึงค่อยออกมานั่งในห้องนั่งเล่นกับถุงจากร้านสำหรับสัตว์เลี้ยง ผมร้องหงิงๆ พราะอยากเล่นพวกลูกบอลที่บอสซื้อมาให้จะแย่แล้ว แต่เจ้าโบ้สองตัวในหัวผมก็สั่งให้ผมกลับไปเฝ้าบอสตามหน้าที่หมาที่ดีเดี๋ยวนี้!
   
แง่งง
   
ผมที่เศร้าจนเผลอทำหูโผล่แล้วลู่ลงหงอยๆ
   
อยากเล่นอ่ะ บอลเชียวนะ! บอลของผมเองเกือบสิบลูกแน่ะ!!! เยอะกว่าที่ไอ้พะโล้ในซอยมีอีก! ถ้ามันรู้ว่าผมมีเป็นของตัวเองแล้วเยอะกว่ามันด้วย มันต้องอิจฉาผมมากแน่ๆ!!!
   
‘เออ รู้แล้วว่าอยากเล่น จะเล่นก็ไปเล่นตรงข้างเตียงบอสนู่น!’
   
เจ้าโบ้ดำบ่นแต่มันก็ตัวสั่นริกๆ อยากเล่นลูกบอลเหมือนกัน
   
‘ใช่ เจ้านายไม่มีความสุข เราจะกล้ามีความสุขได้ไง!’
   
โห มาขนาดนี้ผมหงอยลงกว่าเดิมอีก
   
ผมมองเจ้าลูกบอลในถุงด้วยสายอาลัยอาวรณ์แล้วตัดสินใจหยิบติดมาลูกนึง ถึงค่อยกลับเข้าไปหาบอสในห้องเพื่อรอบอสตื่น ถึงผมจะไม่รู้ก็เถอะว่าผมจะช่วยอะไรบอสได้ไหม แต่ถ้าบอสตื่นมาเจอใครสักคนก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีนั่นแหละ
   
พอเข้ามาในห้องได้ผมก็ถอดชุดออกเพื่อคืนร่างเป็นหมาป่าเพราะแอร์ในห้องหนาวมาก ผมเหลือบมองบอสเป็นพักๆ กลัวว่าบอสจะตื่นมาเห็นตอนที่ผมถอดชุดพอดี
   
ถึงบอสจะเคยเห็นตอนผมเปลือยแล้วก็เถอะ แต่ผมก็ยังอายอยู่ดีนี่นา
   
“..ฮึก”
   
ตัวผมชาวาบตอนที่ได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆ ของบอส
   
“..บอส”
   
ผมพึมพำหงอยๆ แล้วรีบคืนร่างเป็นเจ้าหมาป่าขนฟูไปให้กำลังใจบอสอีกรอบ ผมทิ้งลูกบอลแล้วไปเกาะขอบเตียงเพื่อเอาหัวมุดไปอยู่ใต้มือของบอส พยายามไถหัวกับมือบอสให้มือเล็กๆ นั่นอุ่นขึ้นสักนิดนึงก็ยังดี
   
ผมกระดิกหางตอนที่บอสขยับตัวมากอดหัวผมจนหน้าผมจมไปกับอกของบอส
   
“...”
   
เมื่อยอ่ะ
   
ผมอยากจะร้องหงิงออกมาก็กลัวจะรบกวนบอส แต่ผมก็ไม่กล้าพอที่จะขึ้นไปนอนบนเตียงกับบอสอ่ะ ผมยังรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอที่จะนอนร่วมเตียงกับบอสแต่กล้ามเนื้อร่างกายผมก็เริ่มประท้วงแล้ว
   
‘ขึ้นไปเลย บอสไม่โกรธหรอกน่า’
   
เจ้าโบ้ดำแนะนำผม
   
‘แต่บอสอาจจะถือก็ได้นะ ใครจะไปรู้ บอสอาจจะไม่ชอบให้หมานอนบนเตียงด้วยก็ได้’
   
โบ้ขาวมองผมด้วยความสงสารเพราะมันก็เข้าใจดีว่าผมกังวลอะไร
   
‘แต่ครึ่งล่างนายจะไม่ไหวแล้วนะ คราม นายจะตายท่านี้ไม่ได้ มันไม่สมศักดิ์ศรีชาวอัลฟ่าโบราณอย่างเรา!’
   
‘ไม่มีใครตายเพราะเมื่อยหรอก!! ดำอย่าไร้สาระดิ้!’
   
‘พูดงี้ก็สวยเด้! มาสิ มา!!’
   
ผมสลัดหัวไล่โบ้สองตัวที่เริ่มกัดกันเองออกจากหัวเพราะเริ่มไร้สาระแล้ว ให้ตายเถอะ พอต้องตัดสินใจเองแบบนี้ผมก็กลัวอ่ะ ถึงบอสจะใจดีมากๆ แต่ผมก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองมีอภิสิทธิ์มากพอที่จะทำตามใจตัวเองได้ทุกอย่างหรอกนะ
   
หมาที่ถูกเก็บมาเลี้ยงอย่างผมน่ะ ต้องรู้สถานะของตัวเองให้มากๆ
   
ผมก็รู้แหละว่าตัวเองไม่เหมือนคนทั่วไป แล้วเจ้าสัญชาตญาณในตัวผมมันก็ไม่ค่อยคงที่ด้วย บางทีถ้าผมใกล้ชิดบอสมากไปแล้วเกิดคุมสติตัวเองไม่ได้ขึ้นมามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ผมไม่มีทางรู้เลยจริงๆ
   
ที่พวกรัฐบาลพยายามจับพวกผมไปก็อาจจะมีเหตุผลก็ได้ แต่มันก็ฟังไม่ขึ้นอยู่ดีที่คนที่โดนจับไปไม่เคยมีใครได้กลับมาเลย แบบนั้นก็เหมือนตายไปแล้วอ่ะ
   
ผมก็ไม่รู้หรอกว่าแม่ผมยังมีชีวิตอยู่ไหม ผมไม่กล้าแม้แต่จะเผื่อใจด้วยซ้ำ การยอมรับว่าท่านตายไปแล้วน่าจะเป็นอะไรที่ทำใจได้ง่ายกว่าเพราะผมคงทนใจสลายหลายๆ รอบไม่ได้
   
หงิง
   
สุดท้ายผมก็ร้องออกมาเพราะผมเมื่อยมาก

ผมแทบไม่รู้สึกถึงขาผมแล้วอ่ะ

“..ขึ้นมาสิ”

“!”

ผมสะดุ้งตอนที่อยู่ๆ ได้ยินเสียงกระซิบข้างหูผม

“เมื่อยไม่ใช่เหรอ”

แน่นอนว่าผมตะกายขึ้นทันทีแบบไม่รออะไรอีก

เจ้านายอนุญาตแล้ว!

ผมขยับตัวไปให้บอสซุกตัวได้ง่ายกว่าเดิม

ผมน่ะ ภูมิใจในขนตัวเองมากเลยนะเพราะมันนุ่มมากแถมตัวผมใหญ่มาก บอสกอดผมทั้งตัวได้สบายๆ เลย ซึ่งผมก็เผลอหูลู่ลงนิดๆ เพราะพอผมขึ้นมาเตียงก็ยวบเลยแถมเตียงก็ดูเล็กลงมากด้วย

“..ขอผมนอนต่ออีกหน่อยนะ”

บอสพึมพำเสียงเบาแล้วซุกบนตัวผม

“...”

ห้ามกระดิกหางเด็ดขาด! คราม! ห้ามกระดิกหางเด็ดขาด!!!

ผมรู้สึกใจฟูมากที่บอสยอมกอดผม คือบางทีผมก็กลัวว่าบอสกลัวร่างหมาป่าผมไง ถึงผมจะทำตัวเหมือนลูกหมาแค่ไหนก็เถอะแต่ขนาดตัวผมก็หมาป่าโตเต็มวัยดีๆ นี่เอง แค่แยกเขี้ยวพวกหมาแถวบ้านก็วิ่งหนีแล้ว
กลิ่นบอสหอมจัง

ผมเอาหน้าซุกข้างหัวบอสแล้วรู้สึกมีความสุขมากๆ เพราะมันเป็นกลิ่นฟีโรโมนของบอสที่ทำให้รู้สึกสงบและปลอดภัย แถมตอนนี้ก็ยังมีกลิ่นที่ชวนให้ประหม่าแปลกๆ ด้วย!

ผมหลับตาพริ้มแล้วหลับบ้าง

ถ้าเพื่อบอสไลม์แล้วจะให้ผมนอนอีกกี่ชั่วโมงผมก็ยอมอยู่แล้ว



“คราม”

ฮื่ออ

ผมขู่ในลำคอตอนที่ถูกเขย่าตัวเบาๆ

“ตื่นได้แล้ว”

กรรซ!

ชั่วพริบตาก่อนที่ผมจะคิดอะไรออก ร่างกายของผมก็ตะครุบ ‘อะไรสักอย่าง’ ที่มารบกวนเวลานอน ผมกางกรงเล็บตะปบบนไหล่ทั้งสองของมันบนพื้นและส่งเสียงขู่ออกมาดังกว่าเดิม

“คราม”

กรรซ

สัญชาตญาณในสายเลือดผมร้อนฉ่า ความหวาดระแวงที่ซุกซ่อนอยู่ใต้จิตสำนึกกระตุ้นให้ผมออกแรงกดมากกว่าเดิมและพร้อมจะ ‘ฆ่า’ สิ่งที่อาจจะทำร้ายผม

“...”

ผมหอบหายใจเสียงดังก้มมองศัตรูที่อยู่ใต้อุ้งเท้าของผมพร้อมกับปล่อยฟีโรโมนอัลฟ่าโบราณออกมา

กลิ่นอันทรงพลังที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตหน้าไหนสามารถต่อกรได้ทั้งนั้น และทำได้เพียงหมอบราบด้วยความหวาดกลัวเพื่ออ้อนวอนขอชีวิตกับพวกเรา

“..โบ้”

ผมหรี่ตามองมันและอดแปลกใจไม่ได้ที่มันไม่ได้กลัวผมอย่างที่ผมต้องการ หนำซ้ำนัยน์ตาสีฟ้าหลังแว่นตานั่นยังดูว่างเปล่าระคนยินดีที่อาจจะถูกผมฆ่าได้ทุกเมื่อ

โบ้?

ผมกระดิกหูงุนงง รู้สึกคุ้นเคยกับชื่อนี้อย่างน่าประหลาด แต่ก็ไม่กล้าไว้วางใจมันและกดเล็บกับไหล่มันจนเลือดซึมออกมาเชิงข่มขู่

กรรซ

ผมคำรามในลำคอ

ที่นี่ที่ไหน ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

ผมต้องฆ่ามันไหม?

“...เด็กดี”

ทำไมมันถึงยังพยายามคุยกับผมล่ะ

ผมก้มลงและแยกเขี้ยวใส่มันเพราะมันพยายามปล่อยกลิ่นอัลฟ่าออกมาเหมือนกัน แต่กลิ่นอัลฟ่าของมันกลับไม่ได้ต่อต้านผมสักนิดหนำซ้ำกลิ่นนั้นมันยังทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นด้วย

“จำผมไม่ได้เหรอ”

“...”

จำ?

ผมเลียเขี้ยวด้วยความงุ่นง่านใจเพราะเหมือนผมจะรู้จักกับมันแต่ผมกลับจำอะไรไม่ได้สักนิด
   
“โบ้”
   
อีกแล้ว ชื่อนี้อีกแล้ว ทำไมชื่อนี้ถึงทำให้ผมรู้สึกดีนะ
   
ผมมองมันด้วยสายตาไม่เป็นมิตรแต่มันก็ยังคงแสดงท่าทีจำยอมต่อผมจนผมเผลอผ่อนแรงกดมันโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่มันจะพยายามยกมือขึ้นมาลูบหัวผม
   
กรรซ
   
ผมขู่มือเล็กๆ นั่นที่พยายามจะแตะตัวผม
   
ทำไมมันถึงไม่กลัวผมเหมือนคนอื่นๆ ล่ะ
   
“...”
   
ผมนิ่งค้างตอนที่ปลายนิ้วเย็นเฉียบแตะแก้มผม
   
มันไม่กลัวผมเลยสักนิด?
   
ผมหรี่ตามองมันและพยายามคิดทบทวนในหัวว่าตัวเองรู้จักมันไหม แต่ถ้าถามว่าคุ้นไหมก็รู้สึกคุ้นๆ กลิ่นบ้างแถมร่างกายผมก็เหมือนจะชินกับสัมผัสของมันด้วย
   
“..ใคร”
   
ผมถามมันเสียงพร่า
   
แน่นอนว่ามันฟังยากเพราะผมยังอยู่ในร่างหมาป่า แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาของผม ถ้าเกิดมันไม่สามารถทำให้ผมจำได้หรือไว้ใจได้ ผมก็อาจจะต้องฆ่ามันเพื่อความปลอดภัยของตัวผมเอง
   
เพราะพวกอัลฟ่าโบราณอย่างพวกเราไม่ถูกนับว่าเป็นมนุษย์
   
เป็นเพียงเดรัจฉานสมควรตาย
   
และพี่น้องของเราก็ถูกพวกมันฆ่ามามากเกินพอแล้ว
   
“ไลม์”
   
มันยิ้มละมุนให้ผม
   
“เจ้านายของคุณ”
   
“…”
   
นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่มีมนุษย์ทั่วไปยิ้มให้กับผม
   
เป็นไปได้จริงๆ เหรอที่จะมีมนุษย์ที่ไม่กลัวพวกเรา ไม่อยากฆ่า ไม่อยากทำร้ายพวกเรา
   
มันเป็นไปได้จริงๆ เหรอ
   
ผมสบตากับนัยน์ตาสีฟ้าอ่อนนั้นอีกครั้ง
   
นัยน์ตาที่สวยจนราวกับว่าช่วงชิงสีของท้องฟ้าในช่วงเวลาที่สวยที่สุดมาเป็นของตัวเอง
   
“..ไลม์”
   
ผมพึมพำชื่อของเขาเสียงแผ่ว
   
เจ้านายของผมงั้นเหรอ
   
“หิวรึยัง”
   
มือเล็กๆ นั่นลูบแก้มผมอย่างไม่นึกหวาดกลัว
   
“…”
   
ผมพ่นลมหายใจหนักๆ พยายามเค้นสมองอย่างหนักว่าตัวเองเป็นใครกันแน่
   
“คราม”
   
“..คราม”
   
ผมพึมพำตามอยู่สักพักก่อนจะสะดุ้งสุดตัวจนเกือบจะร้องเอ๋งออกมา
   
“ขอโทษครับ บอส ขอโทษ หงิงงง ขอโทษครับ ขอโทษจริงๆ”
   
ผมรีบกระโดดจากตัวบอสแล้ววิ่งไปซุกมุมห้องด้วยความรู้สึกผิด
   
ผมเกือบจะกัดบอสแล้ว!!!
   
;w;
   
มีหมาที่ไหนที่เขากัดเจ้าของกัน!!
   
ยิ่งคิดผมก็ยิ่งรู้สึกผิด ผมเอาหน้าซุกเท้าแล้วร้องหงิงๆๆ ออกมาไม่หยุดเพราะไม่รู้จะเอาหน้าที่ไหนไปสู้หน้าบอส ให้ตายเหอะ ผมรู้แล้วว่าทำไมแม่ถึงได้กำชับผมนักหนาว่าก่อนนอนให้ล็อคห้องด้วยกุญแจหลายๆ ชั้น
   
เพราะผมควบคุมเจ้าสัญชาตญาณในตัวได้ไม่ดีพอไง!
   
แล้วผมก็เพิ่งรู้ตัวเป็นครั้งแรกด้วยว่าเจ้าสัญชาตญาณในตัวผมมันดุร้ายขนาดนี้ นี่อาจจะเป็นเหตุผลด้วยมั้งที่ทำให้อยู่รอดมาได้นานขนาดนี้ด้วยตัวคนเดียวอ่ะ
   
แถมผมยังทำบอสเลือดออกอีก
   
“ขอโทษจริงๆ ครับ ขอโทษจริงๆ”
   
ผมพึมพำขอโทษไม่หยุดเพราะรู้สึกว่าขอโทษยังไงมันก็ไม่พอสักที
   
“เพิ่งรู้ว่าพูดในร่างนี้ได้ด้วย”
   
เจ้านายที่แสนดีของผมก็ไม่โกรธผมเลยสักนิดตามมาลูบหัวปลอบผมที่รู้สึกผิดจะแย่อยู่แล้ว
   
“..พูดได้ครับ แต่มันฟังยาก ผมเลยไม่ค่อยอยากพูดเท่าไหร่”
   
และผมก็ทำให้มันฟังยากกว่าเดิมด้วยการมุดหน้าเข้ากับอุ้งเท้ามากกว่าเดิม
   
“คุณจะรู้สึกผิดทำไม ผมไม่ได้โกรธซะหน่อย”
   
หงิง
   
ผมหู่ลู่ลงหงอยๆ หมดมาดหมาป่าดุร้ายเมื่อกี้โดยสิ้นเชิง
   
“..แต่ผมทำบอสเจ็บ”
   
เสื้อสีขาวของบอสยังมีเลือดซึมอยู่เลย
   
“แผลแค่นี้เอง”
   
“..แต่มันก็เป็นแผลนะครับ”
   
สุดท้ายบอสก็เหมือนจะทนฟังผมร้องหงิงๆ ต่อไปไม่ไหว ก็ดึงหน้าผมที่ซุกอยู่ให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับบอส ผมหูลู่ลงและสั่นไปด้วยตอนที่เห็นสีหน้าจริงจังของบอส
   
“งั้นคุณรับผิดชอบแผลของคุณสิ”
   
“?”
   
ผมทำหน้างงใส่บอสและตกใจจนหางฟูกับประโยคต่อไป
   
“ปกติหมาอย่างคุณก็เลียแผลกันไม่ใช่เหรอ”
   
---------------   

 :z13:   


ออฟไลน์ wan_sugi

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 604
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +108/-2
บอสสสสสส ทำไมรักษาแบบนี้ อู้ววว

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7715
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
รอๆ

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2276
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +181/-6
โอ้...บอสคะ มันจะดีนะ  :pigha2:

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 463
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0

ออฟไลน์ Ginny Jinny

  • ความเป็นจริงมันวุ่นวาย ก็ขอให้ใจมันสบายๆในความฝัน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2340
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-4
รอตอนต่อไป

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด