( รีไรท์)รักวุ่นวายก็แค่ผู้ชายเขารักกันตอนที2นักเรียนจำเป็นและหากำลังเสริม
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ( รีไรท์)รักวุ่นวายก็แค่ผู้ชายเขารักกันตอนที2นักเรียนจำเป็นและหากำลังเสริม  (อ่าน 294 ครั้ง)

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 517
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
***************************************************************************************
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น อาจมีเนื้อหาของความรุนแรง เนื้อเรื่องและสถานที่ไม่มีอยู่จริงเป็นการสมมุติขึ้น
*****
ขอฝากเรื่องนี้ไว้ด้วยค่ะ ผู้แต่งอาจจะมาลงไม่ทุกวัน แต่จะพยายามมาลงจนจบค่ะ เรื่องนี้เป็นการเขียนใหม่อีกครั้ง หากมีคำติชม คำแนะนำยินดีอย่างยิ่งค่ะ
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-05-2020 20:43:54 โดย PFlove »

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 517
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น โปรดใช้วิจารณาญาณในการรับชม สภาณที่ต่างๆและเนื้อเรื่องเป็นเพียงการสมมุติขึ้น มิได้เกิดขึ้นจริงแต่ประการใด นิยายเรื่องนี้เป็นแนวชายรักชาย เนื้อหาถูกแต่งให้นอกเนื้อธรรมชาติเป็นแนวผู้ชายท้องได้ หากท่านใดไม่ชอบสามารถเลื่อนผ่านได้เลยค่ะ ยินดีรับคำแนะนำ เพื่อนำไปแก้ไขปรับปรุงค่ะ  ขอบคุณค่ะ
 
แจ็ค เด็กหนุ่มหัวร้อนที่สุดแต่เขามีความเป็นอัลฟ่ามากที่สุด หน้าตาที่หล่อเหลา  ไปทางไทยปนแขกขาว จมูกที่โด่งเป็นสันเรียวแหลมรับกับใบหน้าเรียวยาวได้รูป สมกับเจ้าชายแห่งแดนทะเลทราย น้องคนสุดท้องของบ้านตะกูล จ.จาน บ้านนักธุรกิจมีเงินหมุนเวียนเป็นหมื่นๆล้านดอลล่าร์ 
 
บอย หนุ่มหน้าหวานที่มีนัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้นและรอยยิิ้มที่อ่อนละมุนดูอบอุ่น มีเมตตา เขาเป็นเด็กหนุ่มที่มีความพิเศษแต่ในความพิเศษนั้นมันกลับทำร้ายเขา หากเขาเลือกได้เขาก็ไม่อยากได้สิทธิพิเศษอะไรแบบนี้แน่นอน  แต่ที่เขาได้มาก็เพราะว่าเขาคือคนที่ถูกเลือก ให้เป็นอัลฟ่าขององค์กร เลือกให้เป็นคนสำคัญอย่างเลี่ยงไม่ได้ 
 
ดิว หนุ่มที่มีความหล่อเข้ม หุ่นที่ล่ำเพราะเป็นคนชอบเล่นกีฬาโดยเฉพาะฟุตบอล เป็นกีฬาที่เขาเรียกว่ามีพรสวรรค์ และเขาคืออนาคตหมอทหารตนต่อไป  เพราะว่าบ้าน ดอเด็กนั้นเป็นหมอทั้งบ้านแน่นอนดิวก็ไม่ทิ้งที่จะเป็นหมอตามพี่ๆ และพ่อของเขา 
 
แอ้ ชื่อน่ารักดูบอบบาง แต่ดีกรีไม่ธรรมดาเขาเป็นหนุ่มน้อยร่างบางสูงโปร่ง เห็นร่างบางๆแบบนี้ เขาได้ฟาดฟันมาจนได้คาราเต้สายดำและเขายังเป็นครูสอนคาราเต้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึงสิบห้า เขาเป็นหนุ่มน้อยจากบ้าน อ อ่าง บ้านนี้เครื่องแบบทหารทั้งบ้าน และเป็นบ้านที่มีสมาชิกมากที่สุดก็ว่าได้ บ้าน อ อ่างขึ้นชื่อเรื่องพ่อปลาไหล่ที่สุด เจ้าชู้ไก่แจ้จนสื่อในสังคมไฮโซต้องขึ้นชื่อไว้ 
 
ติ๊ก สมาชิกคนเล็กของบ้าน ต เต่า เป็นบ้านโปรไฟล์ไฮโซ พ่อเป็นเจ้าของโรงแรมหรูและมีชื่อเสียงมากและยังเปิดโรงเรียนมัธยมมากมายหลายสาขา ติ๊กยังเป็นซุปเปอร์สตาร์ มีผลงานมากหมายทั้งในและต่างประเทศแต่มันก็พ่วงมากับที่ว่าเขาเป็นดาราขาหวีน เรื่องมาก จนทำให้เขาต้องตกเป็นข่าวไม่เว้นแต่ละวัน ในเรื่องการวีนใส่นักข่าว ช่างทำผมแต่งหน้า หลายคนที่ทำงานร่วมกับเขา
 
พาย หนุ่มตัวเล็กอ่อนแอน บอบบางน่าถนอมของบ้านพอพาน ด้วยความที่พายค่อนข้างแสดงออกเต็มที่ว่าเขาคือคนข้ามเพศ แสดงเห็นชัดเจนจากการที่เขานั้นชอบสีมพู ไม่ชอบความโลดโพน ชอบชีวิตที่สะดวกและสบาย ไม่ชอบอากาศร้อน พายเป็นคู่ขาและคู่กัดของติ๊ก ด้วยฝีปากที่จิกกัดกั้นจนทำให้เพื่อนๆถึงกับสายหัว 
 
พวกเขาทั้งหมดเกิดมาด้วยความตั้งใจแต่ไม่ได้เกิดมาแบบธรรมชาติของคู่รักชายหญิงทั่วไป พวกเขาถูกสร้างขึ้นมาจากหลอดแก้วและมีผู้อุ้มบุญให้และจบหน้าที่ ณ วันที่พวกเขาลืมตาดูโลก เพราะส่วนใหญ่จ้างมาทั้งนั้น   
 
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะโตมามีแค่พ่อเท่านั้นและคนที่ทำหน้าที่ดูแลเป็นแม่นมในช่วงแรกเกิด  ไม่ใช่แค่พวกเขาพี่ๆเขาก็เช่นกัน   แน่นอนเขาต้องผ่านสายตาที่มองว่าเขาเป็นครอบครัวผิดเพศเพราะพ่อของเขาเป็นกลุ่มชายรักชายแม้จะไม่ได้เปิดเผยสู่สาธารณชนอย่างโจ่งแจ้ง และการที่มีบุตรโดยไม่ได้แต่งงานมันก็มีตวามแปลกอยู่แล้ว    แต่พวกเขาก็ไม่สนใจ เพราะเขามีสิ่งที่ทำให้หลายๆคนมองข้ามตรงจุดนั้น  ความไฮโซ โก้หรู มีฐาน เพราะพ่อรวย  จนบางครั้งทำให้ไปเตะตาใครต่อใคร จนเกิดความหมั่นไส้และเกิดเรื่องขึ้นทุกวัน  และเด็กๆชุดนี้ค่อนข้างหัวแข็งมีความคิดเป็นของตัวเอง มีความต้องการอิสระทางความคิดและทางความประพฤติ มันจึงเหมือนพวกเขากำลังต่อต้าน คนที่อยู่เบื้องหลังครอบครัวเขาทั้งหมด เป็นคนที่มีอิทธิพลต่อครอบครัวของเขามาตั้งแต่รุ่นพ่อของพวกเขา   ซึ่งพวกเขาเรียกว่าผู้เผด็จการ นั้นคือลุงหนึ่ง ผู้มียศเป็นผู้บัญชาการหน่วยทหาร จนทำให้ลุงหนึ่งนั้นต้องการให้บรรดาพ่อๆของพวกเขาปรับเปลี่ยนนิสัยพวกเขาซะก่อนที่จะส่งให้ไปเรียนตามสายอาชีพที่เขาได้วางแปลน ไว้ให้ตั้งแต่พวกเขาเกิด เมื่อคำสั่งออกมาพ่อๆของพวกเขาไม่สามารถที่จะคัดค้านได้และด้วยความที่อยากเปลี่ยนพฤติกรรมบรรดาลูกหัวโจ้ด้วย เลยตกลงที่จะส่งเขากลับไปเรียนมัธยมใหม่ทั้งที่่พวกเขาเพิ่งจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 มาหมาดๆ  โดยให้ระยะเวลา 1 ปี ในการทำประโยชน์ให้แก่โรงเรียน ที่เป็นหนึ่งในโรงเรียนของพ่อของติ๊ก  และเป็นโรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าเด็กเกเรมากที่สุด มีตีกัน จนเกือบถูกสั่งปิด คุณครูที่ย้ายมาก็อยู่ไม่นานขอย้ายด่วน ลาออกบ้างและก็บางคนหายไปซะเฉยๆเลยไม่กล้ามาสอนต่อ เรามาดูกันซิว่าพวกเขาจะทำภารกิจนี้ได้มั้ย 
****** มีคำไหนทีใช้ไม่ถูกต้องแจ้งได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ *********
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-04-2020 20:23:22 โดย PFlove »

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 517
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้น
 
 
     ดิวหันไปมอง  คนขับรถหนุ่มรูปหล่อคุณหมอทหารของบ้านดอเด็ก พี่ดิม ที่ผู้ทำหน้าที่ขับรถพาน้องชายมาส่ง ดิวคือน้องคนรองสุดท้องยังมีเล็กกว่าอีกคน ห่างจากเขาหลายปีอยู่ บ้านดอเด็กมีใครค่อยมาแนะนำที่หลังนะครับ 
    รถเบนซ์คันหรูได้ขับมาจอดตรงหน้ารั่วบ้านหลังหนึ่ง ประตูยังคงปิดอยู่นี้แสดงว่ายังไม่มีใครมาถึง พวกเขาเป็นกลุ่มแรกรึที่มาถึง ระยะทางการขับรถออกมาจากบ้านที่ค่ายฯ ทหารก็ประมาณเกือบ 3 ชั่วโมงได้แต่ถ้าจากกรุงเทพฯเกือบเจ็ดชั่วโมง ก่อนเข้ามาก็จะผ่านโรงเรียนที่ผมต้องไปเรียนเป็นโรงเรียนมัธยมเอกชนของอาภาษณ์ พ่อของบ้าน ต.เต่า บ้านหลังนี้อยู่ห่างไกลจากโรงเรียนเกือบตั้งเกือบห้าสิบกิโลได้  หากจะต้องไปโรงเรียนต้องตื่นมาตั้งแต่ไก่โห่เลยมั้งครับ   
     ทันทีที่ประตูอัลลอยด์เลื่อนเปิดออก รถเบนซ์ค่อยขับเข้าไปจอดด้านในบ้าน ทำให้ดิวได้เห็นตัวบ้านสไตล์โมเดิน หลังใหญ่พอสมควร แต่ถ้าเทียบกับบ้านเขา หลังใหญ่กว่าเยอะ เพราะมีสมาชิกเยอะบ้านก็ใหญ่ตามแต่นี้ เขาต้องมาอยู่กัน 5 คนก็เหลือเฝือ 
ดิวออกมายืนยืดเส้นยืดสาย สายตาเหลือบมองไปรอบๆ บรรยากาศร่มรื่น มีไม้ดอกไม้ประดับมากมายแสดงว่ามีคนมาดูแลตลอด แต่เป็นบ้านของใครผมก็ไม่ทราบ  ตามออกมาด้วยพี่ชายชองเขาและพ่อบังเกิดเกล้า   
 
“ไงดิว พอได้มั้ย”พ่อภาณุเดข ผู้อำนวยการ พลเอก ดร.ภานุเดช  ผู้ดูแลโรงพยาบาลและค่ายทหารแห่งหนึ่ง   
 
“ดีนะพ่อสำหรับผม พื้นที่กว้างมาก ส่วนบ้านผมว่าโอเค  ผมไม่รู้สึกแตกต่างเพราะเราใช้ชีวิตแบบบ้านๆในค่ายฯจนชินซะแล้วครับพ่อ”ดิวตอบผู้เป็นพ่อ พร้อมหยักคิ้วให้พี่ชาย แต่สำหรับคนอื่นๆ ยกเว้นแอ้ที่เหมือนกับผมแทบจะทุกอย่างเว้นแค่บ้างเรื่องเท่านั้น คนอื่นที่ว่า ก็คือ แจ็ค ติ๊ก และพาย พวกนี้มันติดหรูอยู่สบายจนชิน ส่วนบอยผมว่าเขาก็ชิวๆ เหมือนกัน 
 
“ได้อิวมรึงจะบอกว่าค่ายทหารพ่อกรูกันดารเหรอวะ” พี่ดิมพูด ดิวสะบัดหน้าไปพร้อมๆกับพ่อ   
 
“พี่ดิมพูดเองต่างหาก พี่นะอยากให้พ่อเอาผับมาลงใช่มั้ยละ”   
 
“ฟันไปเถอะที่มรึงจะเห็นโคโยตี้   ดูฟาร์มโคนมในถุงหญ้าไป   ไม่มีผับมีแต่ไร่นาสวนผสม “พ่อผมพูด พี่ดิมหยักไหล่ 
 
        ทันใดนั้นก็มีรถเลี้ยวเข้ามาอย่างรวดเร็ว รู้ได้เลยใครขับ พี่อ้นแน่ๆ และนั้นทำให้ผมหันไปจดจ้องมองคนที่จะก้าวเท้าลงมา เขาคือคนที่ทำให้ผมรู้สึกใจเต้นตลอดเวลา หนุ่มน้อยหน้าหวาน ริมฝีปากบางเฉีบบ เสียอย่างเดียวทำหน้านิ่งตลอดเวลาน่าจะยิ้มแฉ่งแบบผมจะได้ยิ่งน่ารัก แต่เอ๊ะ ไม่เอาอ่ะ ไม่อยากให้ยิ้มมากเดี๋ยวคนอื่นใจละลาย   
   
“โป๊ก” วัตถุบางอย่างมันมากระทบหัวผมเข้า โดยพี่ชายผมที่เขารู้อยู่แล้วว่าทำจดจ้องอะไรและผมคิดอะไรอยู่
 
“ทำเป็นเล็ง เป็นพวกชอบฝันกลาววัน” พี่ดิมพูดยิ้มเยอะ ผมไม่สนใจยังคงจับจ้องมองคนที่จะก้าวเท้าลงมา และประตูก็ถูกเปิด คนนั้นคือ  ...... อาภีมปภพ น้องชายพ่อผม น้องไม่แท้เท่าที่ทราบ โตมาด้วยกันกับพ่อผมและตอนนี้คิดว่าน่าจะเลื่อนเป็นพี่น้องท้องติดกันด้วย ผมน่ะรู้ว่าพ่อกับอาภีมกำลังคบหาดูใจกันอยู่ แม้ไม่ได้เปิดเผยสู่สาธารณชนมาก สำหรับพวกผมไฟเขียวอยู่แล้ว 
 
“สวัดดีครับ อาถีม” พี่ดิมยกมือไหว้อาภีม ส่วนผมได้แต่ชะเง้ออีกฝั่ง ไหนละหนุ่มน้อยของผม   
 
“อืม..... ดิม ดิว“ อาภีมปภพ หนุ่มในดวงใจของพ่อผมตั้งแต่ผมจำความได้ นั้นไงพ่อผมเดินปรี่ไปเลย ผมได้แต่ชะเง้อทำไมไม่ลงมาซักที นะ   
 
“ใจเย็นไอ้น้อง นี้จะชะเง้อให้คอยาวเลื่อย มองข้ามไปอีกฝั่งของรถเลยไหมละ“พี่ดิมยังคงแซวผม และคนที่ผมรอก็ลงมาอีกฝั่ง พร้อมกับพี่ชายคนโต พี่อ้น หนุ่มโหดสายฮา เรียกว่าคู่หูคู่ฮากับพี่ดิม แต่สำหรับผม ผมง้อครับ นั้นไงหนุ่มน้อยผมเดินหน้างอมากับพี่ชาย   
 
“ไงวะ ...รถใหม่แรงไปนะมรึง” พี่ดิมแซวพี่อ้น พี่อ้นก็หยักคิ้วตอบ ผมมองรถนำเข้ายี่ห้อ Holden   
 
“แรงม้ามันน้อยกว่ากรูเยอะไอ้ดิม “ 
 
“จริงมั้ยวะไอ้เแอ้ “พี่อ้นถามแอ้ แต่สิ่งที่ได้คือ........ความเงียบ   
 
“แอ้! นี้มรึงตื่นหรือยัง “ พี่อ้นก้มลงถามคนที่สภาพครึ้งหลับครึ้งตื่น และหันไปโบกหัวแอ้เบาๆ   
 
“ตื่นแล้วพี่อ้น อย่าตบหัวแบบนี้ดิ”  แอ้รีบยกมือขึ้นปกป้องทรงผมยุ่งๆของมัน 
 
“ทำไม!” พี่อ้นถามเสียงสูง   
 
“ผมยุ่ง” แอ้พูดพร้อมกับจัดส่งให้ฟุ้งๆเหมือนเดิม 
 
“นี้มรึงแน่ใจนะว่ามรึงเซทผมมรึงแล้วนะแอ้  กรุว่ารังนกดูดีกว่าหัวมรึงอีก“ พี่อ้น 
 
“มันติ่งเกาหลีพี่ “ผมตอบแทน แต่ทำให้หนุ่มน้อยของผมค้อนกลับทันที พี่อ้นพี่ดิมก็ทักทายกันด้วยกำปั้นชนกันเบาๆตามประสาเด็กแร๊พโย๊ะ ส่วนผมก็กำลังจะเข้าสวมกอด อยากกอดใจจะขาดแล้วแต่แอ้เอาฝามือดันหน้าผมไว้ 
 
 
“จะดันทำไมพี่เขากอดกันอยู่ไม่เห็นหรอกน่ะ “ ผมกัดฟัดพูดแต่คนฟังทะลึงตาใส่ผมซะนิ 
 
 
“อย่า! มรึงจะทำกรูซวย” แอ้พูด 
 
 
“อะไรกัน มรึงสองคนนินทากรูระยะเผาขนเลยรึ” พี่อ้นหันมาถามผม ผมก็ต้องแอ้เกล้อด้วยกันเสยผมตัวเอง 
 
 
“เปล่าครับพี่อ้น ผมไม่กล้าครับ” ผมพูด
 
 
“ดีแล้วที่มรึงไม่กล้า เพราะว่าพี่นี้...”
 
 
“ใหญ่เหรอ ตรงไหนวะ กรูเห็นเล็กไปหมด ฮาๆ” พี่ดิม แน่นอนคู่กันปากตอบย่อมสูสีกันเป็นธรรมดา 
 
ผมหันไปมองหาพ่อ เห็นพาอาภีมเดินไปด้างข้างตัวบ้าน ผมรู้สึกแปลกใจ บ้านหลังนี้ มาตั้งอยู่ห่างไกลจากในเมืองแต่สภาพบ้านดูใหม่ ไม่ทรุดโทรมเลย ถ้าจะบอกบ้านพักตากอากาศของพ่อหรือของลุงกับอา ไม่น่าจะใช้เพราะเขาคงไม่พักที่ห่างไกลแบบนี้หรอก 
 
 
“ยังไม่มีใครมาอีกเหรอวะดิว”แอ้ถามผม ผมพยักหน้ากำลังเช็คมือถือ เห็นไอ้ติ๊กมันโพสเฟสบุ๊ค เหมือนกับว่าชีวิตนี้มันกำลังจะหลุดจากโลกไปสู่นอกโลกยังไงยังงั้น
 
 
“เดี๋ยวติ๊กคงจะถึง”ผมพูดยิ้มๆ 
 
 
     ยังไม่ทันขาดคำนั้นไง เมอร์เซเดส- เบนซ์ รุ่นใหม่ล่าสุดก็เลี้ยวเข้ามาไม่ต้องบอกว่าใครขับมา เห็นชัดมาแต่ไกลพี่ตุ๊นั้นเอง  ผมหันไปเหล่มองพี่อ้นกับพี่ดิมที่ยืนเก็กท่ากอดอกมองกระซิบกระซาบนินทากันสองคน  ผมไม่ทราบโดยตรงว่าพี่เขามีปัญหาอะไรกันแต่ก่อนตอนพวกผมยังเด็กพี่ๆจะพาพวกผมไปเที่ยวโดยมีพี่ใหญ่ พี่ดิม พี่อ้น พี่ตุ๊ คอยดูแล พวกผมพี่ๆด้วย เรียกว่าพี่เขาสนิทกันมาก มีพี่โจพี่ไอ้แจ็คไอ้พระเอกของเราอีกคนด้วย แต่พอพวกผมมีกิจกรรมจากโรงเรียนมากขึ้น  เรียนพิเศษ เรียนกรวดวิชา เพื่อเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย และพี่ๆก็เรียนกันหนักขึ้นด้วยเช่นกัน  แต่ผมคิดว่านั้นไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้พี่ตุ๊ พี่ดิมพี่อ้นไม่สังสรรกันอีกเลย เหมือนจะเข้าหน้ากันไม่ค่อยติดด้วยซ้ำ 
 
 
“พี่ตุ๊ หวัดดีครับ” ผมยกมือไว้พี่ตุ๊กัน พี่ตุ๊พยักหน้าและลุงภาษญ์ พ่อของไอ้ติ๊กก็ก้าวเท้าลงมาจากรถ ลุงภาษญ์เป็นน้องพ่อผมแต่เป็นพี่ของพ่อภีมปภพของแอ้ 
 
 
“สวัดดีครับอาภาษญ์”ผมกับพี่ดิม
 
 
“สวัสดีครับลุงภาษญ์” แอ้กับพี่อ้น 
 
 
“สวัสดี แล้วนี้พ่อๆพวกเราไปไหนกันละ  “ อาภาษญ์ถาม ท่านคงหมายถึงพ่อภาณุเดชของผมกับอาภีมปภพ 
 
 
“พ่อผมกับลุง ไปดูใบครับ” พี่อ้นตอบ ทำเอาพวกผมสะบัดหน้าไปมองหน้าพี่อ้น แน่นอนทำเอาอาภาษญ์ถึงกับงงและหันไปมองพี่ตุ๊ที่ยืนหยักไหล่ 
 
 
“ไปดูใบ! ไปตอนไหนวะ ไปทำไม  ไม่เห็นบอกกันเลย ล่าสุดที่เจอกันก็ไม่เห็นจะบอกว่าจะไปต่างประเทศ “ และปกติไม่ค่อยบินไปไหนไกลๆนิหว่า” อาภาษญ์พูดยาวเลย 
 
 
“ไม่ได้ไปนอกประเทศหรอกครับลุง แต่พากันไปยืนดูใบไม้ตรงมุมบ้านโน้นนะครับ” พี่อ้นพูด  ทำเอาอาภาษญ์หันไปพยักหน้ากับพี่ตุ๊ 
 
“จัดเลยไหมพ่อ?  แบบนี้ที่บ้านเราเรียกกวนตีน!” พี่ตุ๊
 
 
“อู้ย! แรงนะ” พี่อ้นพูด
 
 
“สมน้ำหน้ามรึง เล่นไม่ดูหน้าคนเลย” พี่ดิมก็ขาซ้ำซิครับรออะไร 
 
 
“งั้นกรูขอไปดูใบด้วยแล้ว พวกมรึงลากไอ้ตัวดีออกจากรถด้วย “ อาภาษญ์พูดและเดินไปทางที่พ่อผมกับอาภีมไปทันที และไอ้ที่ที่ต้องลากนั้นคือไอ้ติ๊กเหรอครับ 
 
 
“ลงมาได้แล้วติ๊ก “ พี่ตุ๊ เปิดประรอแต่ไม่มีใครก้าวเท้าลงมาเลย แอ้พยักหน้าผมและเดินตรงไปที่รถ ไอ้ติ๊กมันกอดเบาะคนเขับแน่นเลยไม่ยอมลง ดูสภาพมันซิ 
 
 
“ติ๊ก ทำไมมรึงไม่ลงละ “แอ้ถาม
 
 
“กรูไม่อยากอยู่ที่นี้ จะกลับบ้านนนนน” ติ๊กพูดและไม่ยอมลง
 
 
“น้องมรึงนี้รักบ้านมากน่าดูวะ” พี่อ้นพูดพี่ตุ๊หันไปมอง ถึงกับต้องรีบหลบทั้งพี่ดิมาทันที
 
 
“อู้ย! งั้นพวกกรูไปรอข้างในนะ มรึงสองคนก็ลากเพื่อนมรึงออกมาแล้วกันวะ” พี่อ้นพี่ดิมรีบชิ้งเลยนะ 
 
 
“ติ๊ก พี่บอกให้ลง” พี่ตุ๊เริ่มขึ้นเสียง 
 
 
“ไม่ลง” ติ๊ก ผมหันไปมองแอ้ได้แต่ส่ายหัว นี้มันกี่ขวบแล้วสิบหกจะสิบเจ็ดแล้วนะ 
 
 
“แอ้ไปเถอะ”ผมพูดเบาๆ 
 
 
“ไปได้ไงติ๊กยังไม่ลงเลยดิว” 
 
 
“แอ้ไปเถอะ ปล่อยมัน อายุขนาดนี้แล้ว ยังทำตัวยังกับเด็ก ไม่ไหววะ” ผมพูด
 
“เด็กโข่ง!” 
 
 
“อะไรนะนี้มรึงว่ากรูเหรอ” นั้นไง มันรีบออกมาจากรถยืนเอามือเท้าสะเอว มองหน้าผม และนั้นคือแผนของผม สำหรับดาราหัวร้อน  และประตูรถก็ถูกปิด พร้อมกดล๊อกทันที จากพี่ตุ๊ 
 
“แป๊ะ”ผมกับพี่แตะมือกัน ทำเอาคนที่หลงกลถึงกับทะลึงขึ้น 
 
 
“ไอ้ดิววววว มรึงเชี้ยมากกกกก” ไอ้ติ๊ก ผมได้แต่หยักไหล่และเดินเข้าบ้านไป แอ้หันไปเดินกับติ๊ก ประคับประคองกัน ผมไม่ชอบเลยที่แอ้ต้องยอมติ๊กตลอด แต่นี้ผมไม่ชอบหรือผมหึงกันแน่ แอ้มันก็เดินคู่มากับติ๊ก ผมเดินเข้ามาในตัวบ้าน ดูบ้านสะอาดสะอ้านมาก บ้านสองชั้นหลังใหญ่มากทีเดียว พื้นที่ใช่ส่อยเยอะมาก มีทุกอย่างโฮมเทียเตอร์ มีห้องนั่งเล่นกว้างมาก แต่ดูแล้วมีแต่ทีวีเท่านั้น 
 
“แอ้ไปห้องน้ำกับกรูหน่อยดิ กรูไม่กล้าเข้าไปคนเดียว กรูกลัว” ติ๊กพูดพร้อมกับลากแขนแอ้ให้ลุกขึ้น ผมก็เงยหน้ามองมัน 
 
“มีอะไรที่น่ากลัวไปกว่าน้องอีกเหรอครับ” พี่อ้น ยิงคำถามไปซะก่อน ใจตรงกันเลยคำถามที่ผมคิดไว้ 
 
“พี่อ้นอ่ะ ........พี่ตุ๊!” ติ๊กมันเรียกพี่มันช่วยทันที
 
“แค่นี้ฟ้องพี่” พี่อ้นพูด
 
“ไม่ได้ฟ้องแค่เรียกเฉยๆ” ติ๊ก พูดและพากันลากแขนแอ้ไป แอ้หันมามองหน้าผม ใช่ครับผมแอบงอน เวลามีติ๊กมาอยู่ด้วยนี้ผมกับแอ้แถบจะไม่ได้ใกล้กันเลย ผมได้แต่มองทำอะไรไม่ได้มาก แสดงออกก็ไม่ได้ เหมือนรักต้องห้ามยังไงก็ไม่รู้   
 
******** ฝากด้วยค่ะ แต่งยังคงมือใหม่เสมอเช่นเคย ติชมได้เลยค่ะ พร้อมจะนำไปปรับปรุงค่ะ *************
 
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-04-2020 20:25:10 โดย PFlove »

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 517
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
ต่อ 

         ผมเห็นพี่ตุ๊ กางโน๊ตบุคเครื่องบางเฉียบออกมานั่งทำงาน พี่ตุ๊นะเรียนจบปริญญามาหลายใบเท่าที่ผมทราบ พี่ตุ๊เรียนจบจากอังกฤษและลงเรียนที่สองใบปริญญาแถมยังไปเรียนมัธยมก่อนพี่ๆผมอีก   

“คนหน้าตาดีเขาไม่ต้องทำงานหรอกวะ...ว่าไหมวะ ให้คนขี่เหล่ทำงานไปวะ” พี่อ้นกระซิบกับพี่ดิม และกอดอกหัวเราะอีกด้วย พี่ตุ๊หันมาเหล่พี่อ้นทั้งคู่ทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้   

“ไอ้โจมันทำไมไม่มาอีกวะ “พี่อ้นพูดกับพี่ดิม ผมก็ชะเงอมองไปทำไมสองคนนั้นเข้าห้องน้ำนานกันหนักวะ ผมเริ่มเบื่อเลยลุกขึ้น คิดว่าจะเดินไปแอบดูดีไหมนะแต่ก็ แอ้บอกว่าไม่อยากให้แสดงอาการอะไรมากเพราะไม่อยากให้ติ๊กมันจับได้ เอาวะรอข้างนอกนี้ก็ได้วะ   

              ผมเดินสำรวจไปรอบๆแทน  ผมเดินไปจนถึงที่หน้าต่าง ผมก็มองออกไปเห็นทางเดิน ผมเห็นพ่อผม อาภีมและอาภาษญ์กำลังเดินเข้ามาคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และมักจะเป็นทุกครั้งที่เขารวมตัวกัน ผมเห็นประจำแต่ไม่เคยถามพ่อ   

 

“มีอะไรดิว”พี่ดิมกระซิบถามผมจากด้านหลัง   

 

“พ่อมีเรื่องอะไรหรือเปล่าพี่”ผมหันมาถามพี่ดิม 

 

“ทำไมละ “ พี่ดิมถามผมด้วยน้ำเสียงขริม   

 

“คือ...ผมเห็นพ่อต้องทำสีหน้าเหมือนมีปัญหาอะไรสักอย่างทุกครั้งที่พ่อๆเขาคุยกัน” ผมพูดขึ้น 

 

“ทุกคนแหละก็ต้องมีปัญหา แต่พี่เชื่อว่ามันมีทางออก เพราะปัญหามันมีทางเข้าได้มันก็ต้องมีทางออก” พี่ดิมพูดเหมือนจะง่าย ขนาดปัญหาของผมกับแอ้ผมยังไม่มีทางออกเลย   

 

“น้องอยากช่วยพ่อ” พี่ดิมเลิกคิ้วขึ้นสูงถามผม ผมพยักหน้าตอบเบาๆ   

 

“งั้นก็จบภารกิจนี้ซะ นี้คือการพิสูจน์ว่าน้องๆ มีสักยภาพพอจะดูแลงานชิ้นใหญ่ในอนาคต แค่นี้พอ ช่วยพ่อได้แล้ว เรื่องอื่นๆ พี่ๆ กับพ่อจัดการเอง” พี่ดิมพูดพร้อมตบบ่าผมเบาๆ และพ่อเดินเข้ามาพอดี พ่อปรับสีหน้าสู่โหมดปกติมาก เหมือนเขาแค่คุยเรื่องจิปาถะ แต่ผมเดาว่ามันมีอะไรที่พ่อไม่บอกพวกผมแน่ๆ   

 

“พายกำลังมา พอดีพีชมันเลี้ยวผิดไฟแดงไปสี่ห้าไฟแดงได้” พ่อผมพูดแบบขำ ๆ   

 

“โธ่ เอ๋ย น้องแพทไม่มาเหรอเนี๊ยะ” ผมได้ยินเสียงนอยด์ๆจากพี่ดิมทันที   

 

“ทำไม มรึงรอเจอน้องเขาเหรอ” พี่อ้นยื่นหน้าเข้ามาถามพี่ดิม 

 

“ใช่อะดิ  ตั้งแต่เจอกันวันก่อน มันตราตรึง ฝั่งอยู่ในใจเลย” พี่ดิม ผมนี้ทำท่าจะคะย้อนออกมาเลย เลี่ยนได้อีกพี่ผม   

 

“มรึงได้คุยกับน้องเขาอีกไหม ได้สอบถามความจริงจากน้องเขาไหม”พี่อ้น 

 

“ไม่ได้อะดิ น้องไม่ยอมให้เบอร์” พี่ดิมพูด 

 

“เขาอาจจะสยดสยองขนลุกขนพอง นอนไม่หลับกระซับกระซาย จดต้องไปพบหมอจิตแพทย์ หลังจากเจอและสัมผัสกับมรึงอ่ะ “ พี่อ้นพูด 

 

“อู้ย” มุขข่วนหน้าได้เสมอจากพี่ดิม 

 

“บอกอย่าทำร้ายใบหน้ากรูไง ครับคุณดิม” พี่อ้น   

 

“โอ้ย พี่พิช ที่หลังนะ เช็ครถก่อนนะ ร้อนมาก ทำไมต้องเอาไอ้วินเทจอะไรนี้ของพี่ขับมาด้วย “ เสียงแหล่มแสบแก้วหูนี้มีคนเดียวพาย เดินพ่นพี่พีชเข้ามาจนถึงข้างในบ้านและ ทันทีที่พายเจอพวกผมก็วิ่งปรี่มาเลย   

 

“หยุด!” ผมรีบเบรคไว้ก่อน คือทำท่าจะเข้ามากอดหรือจะเข้ามาฟัด   

 

“แม้ กอดนิดกอดหน่อยก็ไม่ได้ ห่วงเหรอ” มีหน้ามาถามอีก 

 

“เออ ห่วงมาก ห่วงตัวกรูเองนี้แหละ “ผมพูด อย่าว่าแต่ผมเลยพี่ๆยังลุกหนีเลยพายเอ้ย   

 

“แล้วพวกอีติ๊กและแอ้ละดิว” พายถามผม หันไปยิ้มตาหยีให้พี่ดิมกับพี่อ้น พี่ๆเขาก็ยิ้มกลับแต่ไม่กล้าเข้าใกล้ 

 

“พี่ดิม พี่อ้น ครับ พายไม่ใช่ขี้ค่ะ ไม่ต้องกลัวขนาดนั้น” 

 

“พี่ไม่ได้กลัว” พี่อ้นพูดขึ้นเสียงสูงมาก 

 

“พี่โกหก เสียงพี่สูง” 

 

“สูงเหรอ” นั้นยังสูงได้อีก 

 

“มากครับ” พายพูดทำหน้า   

 

“พี่ดิม พี่อ้น พี่ตุ๊ สวัสดีครับ” พี่พีช พวกผมก็ยกมือไหว้กัน มันเป็นทำเนียบปฏิบัติทีต้องทำทุกครั้งที่เจอกัน ไม่ว่าจะเจอกันที่ไทยหรือต่างประเทศ 

 

“พี่ดิมทำไมทำหน้าเหมือนพีผิดหวัง” พี่พีชพูดขำ ๆ 

 

“มาก” 

 

“อ้าว” พีพพีชำหน้างงหนักเข้าไปอีก 

 

“มันหวังมากไปเลยเป็นแบบนี้วะ ไอ้พีช มรึงสบายดีไหม ......” ผมก็หันมานั่งข้างพายๆ ปล่อยให้พวกพี่ๆเขาคุยกัน พายก็คงมองหา ติ๊ก แอ้ และแจ็คแน่ๆ 

 

“แอ้กับติ๊กไปเข้าห้องน้ำนะ แต่นานมาก”ผมพูด

 

“ส่วนไอ้แจ็คยังไม่เห็นหัวมันเลย “ผมหันมาบอกกับพาย

 

“นอยด์เหรอ” พายพูดและยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผมมาก ทำเอาผมแถบหงายหลัง ปกติยอมแค่แอ้คนเดียว แต่ผมรู้ว่าพายแกล้งผม 

 

“แม้ทำเป็นเล่นตัว”พายพูด 

 

“ส่วนไอ้แจ็คน่ะ เมื่อคืนหนัก” พายพูด ผมหันมามองหน้าพาย 

 

“ไม่รู้มันจะกลับมาเฮิร์ทอะไรอีกทั้งที่มันจะได้เจอบอยอีกครั้ง ” พายพูด

 

“งั้นก็แสดงว่าพายมาพักที่กรุงเทพฯก่อนแล้วใช่มั้ย” ผมถามพาย ถ้าพากันไปเที่ยวนี้แสดงว่ากันล่วงหน้าแล้วแน่ๆ 

 

“ใช่ พอดีพ่อมาพร้อมกับลุงสี่น่ะ และไอ้แจ็คมันมาพร้อมกับพี่โจก่อน ติ๊กมันก็เลยชวนไปแรดนะ” พายพูด ผมพยักหน้าเบาๆ 

 

“แอ้ไปปะ” ผมถามเพราะแอ้ไม่ได้บอกเรื่องนี้ และแอ้มันก็มาจากกรุงเทพฯด้วยเช่นกัน

 

“อ้าว ไม่คุยกันเหรอ แอ้มัน ปวดท้อง มันเลยไม่ไป น่าเสียดาย” พายพูด ผมยิ้มออกเลยทันที นึกว่าแอ้ไปด้วยแต่แอ้ไม่เห็นบอกผมเรื่องนี้ ผมแค่ได้ยินว่าแอ้ไม่ไปก็พอแล้ว 

 

“ยิ้มๆ มีไร” พายพูด

 

“เปล่า” ผมพูด

 

“เสียงสูง” พายเหล่ตามองผมจนผมต้องหันหน้าหนีแอบยิ้มอีก ทำไมรู้เห็วตัวเองผ่านกระจด ฮาๆ ก็มันดีใจ 

 

“จริง” ผมพูดย้ำ   สองคนนั้นก็เดินออกมาจากห้องน้ำ ผมหันไปเห็นติ๊กเอามือลูบปัดผมแอ้เพื่อจัดทรงให้ ปกติผมเป็นคนชอบทำให้ เห็นคนอื่นทำให้แล้วมันนอยด์ขึ้นมานิดๆ   

 

“พอแล้วติ๊ก ผมกรุมันเหยิ้มไปหมดแล้ว” แอ้ปัดมือติีกออก

 

“อ้าว นางพาย มาถึงแล้วเหรอ กรูเห็นขับตามอยู่ คาดสายตาแป็ปเดี่ยวหาไม่เจอเลย” ติ๊กพูด

 

“ก็อีพี่พีชนะซิ มัวดูอะไรก็ไม่รู้ ไม่ยอมเลี้ยวตรงไฟแดง และเลยเลยมาหลายไฟแดงเลย แถมรถก็ร้อนโคตรๆเลย” พายบ่นพี่พีช ที่นั่งคุยกับพี่ๆผมอยู่ 

 

“แจ็คละวะ มรึงโทรหาไอ้แจ็คมันหรือยังวะดิว” ติ๊กถามผม ผมส่ายหัว แอ้เดินมาจะนั่งข้างผม ผมก็รีบถึงเก้าอี้ให้เข้ามาใกล้ๆ

 

“แอ้ นั่งข้างหลังกูดิ จะได้เกาหลังให้ด้วย คันหลังวะ เหงื่อออก” นั้นไง แอ้ก็เดินถอยออกให้ติ๊กนั่งก่อน ผมเงยหน้ามองแอ้แอบส่ายหัวเบาๆ ก็ส่ายหน้าให้ผมหยุด 

 

“พายมรึงโทรหาแจ็คดิ” ติ๊กหันไปสั่งพาย พายมันก็พยักหน้าและกดมือถือขึ้นมาเพื่อโทรหา ผมพยายามจะหันไปดึงเก้าอี้ให้ขยับเข้ามาทางผม มากกว่าติ๊ก แต่แอ้ขืนไว้ 

 

“เฮ้ยมันบอกว่าถึงแล้วอยู่ข้างนอกว่ะ “ พายวางสายและหันมาบอกพวกผม  นี่ไม่ได้ยินเสียงรถเลยแสดงว่าเครื่องเงียบมาก 

*****มาแก้ไขนิดหน่อยค่ะ *****
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-05-2020 12:23:49 โดย PFlove »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 517
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
ตอนที่สอง แจ็ค 

 

ผมเดินทางมากจากอีกซีกโลกเพื่อกลับมาเป็นเด็กนักเรียนมัธยมอีกครั้ง นี้ลุงเขาใช้ตรรกะอะไรของเขาคิดกันแน่นะ ปากบอกว่าพวกผมยังไม่มีสักยภาพพอแล้วจะมอบหน้าที่ที่พวกผมไม่ได้อยากเลือกมาทำไม ผมไม่เข้าใจ แน่นอนผมเป็นคนหัวแข็งแต่เฉพาะกับลุงหนึ่ง เพราะหลายๆแนวคิดที่ผมไม่เห็นด้วยและผมอยากจะล้างมันซะด้วยซ้ำ และนี้แหละคือเหตุผลที่ลุงหนึ่งไม่ชอบหน้าผมเท่าไหร่ คอยกีดขวางผมไปหมด แม้กระทั้งเรื่องหัวใจของผม 

 

ย้อนไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว 

 

“แจ๊ค นี่บอย ดูแลเขาดีดีด้วยนะ บอยเป็นลูกของลุงณะ” พ่อผมพูด ผมได้แต่จดจ้องมองใบหน้าเรียว สวยหวานราวกับตัวการ์ตูนมาจากหนังสือ แววตาใสๆ ผมเห็นตาเขาเป็นสีฟ้าครามสวยงามท่ี่สุด รอยยิ้มหวานๆ หญิงสาวคนไหนก็ยิ้มไม่ได้เท่ากับเขาคนนี้ แต่เขาเป็นเด็กผู้ชายนิ 

 

“หวัดดี เราชื่อบอย” ชื่อก็บอกชัดเจนอีก แต่ทำไมหน้าหวานจังหวะ ผมคิดในใจ และนั้นคือจุดเริ่มต้นของความรักทีผมได้มอบให้เขาหมดหัวใจ ผมดูแลเขาอย่างใกล้ชิด ใกล้ชิดกันมากจริงๆ ตัวติดกันตลอดและหึงตลอดที่มีคนพยายามมาทำเป็นคนคอยปกป้องเขา ผมต้องการเป็นคนทำหน้าที่นั้นเองแต่ผู้เดียว ผมรู้ว่าเขาอ่อนแอ่นจนใครๆก็อยากดูแล ก็คนมันหน้ารักหน้าหวานป่านกับตุ๊กตาเลยก็ว่าได้  และไอ้... ไอ้สัตรูตัวร้ายในใจผม มันก็ทำให้ผมกลัวตรงที่ว่า  ผมได้ยินมาว่า มันคือคนที่ลุงหนึ่งเลือกให้คู่กับบอย  จะเหตุผลอะไรผมไม่ไปสนใจหรอกถ้ามันออกมาจากปากลุงหนึ่ง ผมอคติและพยายามต่อต้าน ผมนี้อยากแสดงให้ลุงหนึ่งรู้ไปเลยว่าผมกับบอยรับคบกันแล้วในตอนนั้น แต่ผมห้ามไว้ พ่อบอกยังไม่ใช่เวลาของผม จนสุดท้าย เขาก็ไปจากผม เขาก็มาหายไปจากผม เพราะวันนั้นที่เขาป่วยมาก ลุงณะดูโกรธพ่อผมมากที่ดูแลบอยไม่ดีพอ ผมยังไม่ทราบด้วยซ้ำว่าบ่อยป่วยเป็นอะไรแค่ไหน ผมเห็นแค่ว่าบอยเป็นลมบ่อย ผอืดผอมทุกครั้งที่ทานอาหารทำให้บอยกินอะไรไม่ค่อยได้ ผมนี้สงสารเขาจับใจ  พอลุงภาณุเดชพ่อของดิวทราบ เขามาตรวจอาการบอยที่บ้านและสั่งให้พาบอยไปโรงพยายาบด่วนเพื่อตรวจเลือดตรวจทุกอย่าง ดูสีหน้าลุงภาเป็นกังวล จนผมพยายามจะหยุดเรียนวันนั้น  แต่พ่อบอกผมหยุดไม่ได้เพราะว่าี่ผมต้องไปสอบมันสำคัญ ถ้าผมเลือกที่จะหยุดผมคงรู้เหตุผลว่าทำไมบอยถึงต้องไปจากผม และพอผมกลับมาบ้านผมถึงได้รู้ว่าบอยบินกลับไปกับลุงกฤษณะ เขาก็ไม่กลับมาอีกเลย 

 

        ผมได้แต่เฝ้ารอการติดต่อจากเขาและลุงกฤษณะแต่ก็ไม่มีวี่แววใดๆ ผมก็ไม่เห็นลุงณะติดต่อหาพ่อผมอีกเลยเช่นกัน  ทั้งที่ทั้งคู่มักจะไปเรื่องงานด้วยกันอยู่เสมอ ผมเองก็ไม่กล้าถามเรื่องนี้ เพราะว่าสถาณะของพ่อกับลุงกฤษณะ ดูยังคลุมเคลือจนพวกผมไม่กล้าฟันธงว่าทั้งคู่เป็นอะไรกัน   

       ผมรู่ว่าเขาจะมาเรียนกับพวกผมด้วย ผมไม่รู้ว่าทำไมเพราะอันทีจริงเขาไม่ต้องมาก็ได้ เขาไม่ได้ทำให้ลุงหนึ่งโกรธซักหน่อย มีแต่พวกผม พวกผมมันขาโจ๋ไงเลยมีคู่อริเยอะ เอาจริงๆน่ะ ผมเองยังไม่รู้ว่าทำไมพวกผมถึงมีแต่คนอยากมีเรื่องด้วย หน้าตากวนตีนไหม บอกไม่ได้ รู้แต่ว่าหน้าตาดี  ฮาๆ ไม่หลงตัวเองเท่าไหร่   

 

    วันนี้ผมออกเดินทางมาจากกรุงเทพฯ ด้วยเครื่องบินส่วนตัวมาลงที่สนามบินใกล้เคียงจึงประหยัดเวลาในการขับรถไปเหลือแค่ หนึ่งชั่วโมงแต่ก็นานอยู่ดีสำหรับผม 

 

 

อันที่จริง ผมเดินทางมากับพี่โจก่อนและพ่อผมตามมาที่หลังและมาปลุกผม ผมยังหลับไม่ตื่น พอผมมาถึงกรุงเทพ ติ๊กมันก็จัดเลยพาไปเข้าผับเลย อายุยังไม่ถึง เขาจะจัดให้นั่งในห้องพิเศษที่จะมีแค่พวกผม และผมก็เมาปลิ้นครับ ตื่นเอาเที่ยงพ่อมาถึงรีบให้พี่โจลากผมไปอาบน้ำแต่งตัว ทำให้สภาพผมครึ้งหลับครึ้งตื่นไม่ต่างกับซอมบี้

https://www.youtube.com/watch?v=WNy0Vi-hyvc

 

`” I think I'm losing my mind
Trying to stay inside the lines
It's like I'm running in place
How you keep staying the same?
Baby, I, I guess I'm something different
And I'm okay with that
I can't fake no more smiles
That shit gon' drive me mad
I'm focused on the future
Don't care 'bout nothin' else........

 

“ Do you like this song?” พี่ชายผมพี่โจ้ หันมาถามผม 

 

“I think so” ผมตอบพี่โจเบาๆ พี่โจเข้าใจผมดีทุกอย่างทั้งที่ผมไม่ได้พูดหรือบอกความจริงในใจผมทุกอย่าง และพี่โจ และพี่ๆ พ่อผมด้วยที่เห็นว่าผมหนักแค่ไหนตอนที่บอยไปจากผม เขาช่วยฟื้นฟูผมจนผมเริ่มกลับมาสู่โหดมปกติแต่นี้ผมกำลังจะเขวอีกแล้ว

 

“ Me too” พี่โจตอบผมและยิ้มๆ ผมหันไปมองด้วยความแปลกใจ พี่มีความรู้สึกแบบนี้ด้วยเหรอ ผมไม่อยากจะเชื่อเลย

 

“What to do when your mild is mess up?” ผมถามถามพี่ชายของผม 

 

“Stop taking so much notice of how you feel and relax. That’s it.”

 

“It gonna be ok  my bro. พี่โจหันมาพูดกับผม ผมหันไปใปมองหาพ่อผม ผมเห็นใบหน้าที่ค่อนข้างขรึมของพ่อ แต่เฉพาะในเวลางานเท่านั้น พ่อก้มหน้าก้มตาอยู่กับไอแพตเครื่องจิ่วแต่แจ๋ว มันทำอะไรได้สารพัด ราคาแสนแพงกว่าไอแพตเครื่องโตๆซะอีก พ่องานยุ่งตลอดเลย 

 

คุณโจครับผมว่าน่าจะมีคนมาถึงก่อนหน้าเราแล้ว ผมเห็นรถจอดอยู่ สี่คันครับ” พี่คนขับรถประจำบ้านของผมหันบอกพี่โจ คงเป็นดิว แอ้ ติ๊ก อีกคันผมไม่แน่ใจจะใช่เขาไหมนะ มันบีบหัวใจผมเหลือเกิน 

 

“ยังไม่มาหรอก พี่จำได้รถคันแรกนะรถลุงภา คนที่สองนะรถไอ้อ้นลูกชายคนโตอาภีม และคันที่สาม รถของอาเปรม “ พี่โจบอกผม ทำเอาผมถอนใจหายโลงอกยังไงบอกไม่ถูก ผมอยากให้เขามาไหม อยากครับแต่มัน บอกไม่ถูกเหมือนมีอะไรบินวนไปมามวนอยู่ในท้องผม 

 

“ไปครับลงจากรถกัน “ พี่โจเปิดประตูก้าวขาออกและพ่อผมก็วางไอแพตลง

 

“ไปเถอะลูก นี้คือสิ่งที่จะพิสูจน์ตัวลูกว่าลูกพร้อม “ พ่อบอกผม ผมก็พยักหน้าเบาๆ พ่อก้าวลงจากรถ ก่อนจะหันไปสั่งอะไรพี่โจสักอย่างและผมก็ลงตามพี่โจออกมา 

 

“ไปครับเข้าบ้านกัน” พี่โจพูด ผมสองคนก็เดินตามหลังพ่อผม ใจผมก็กลัวว่าเขาจะมาซะอีก แต่ใจก็กลัวหากเจอหน้ากันจะทำอย่างไร 

 

“สวัสดีครับ อาภูมิ “  “สวัสดีครับลุงภูมิ “ มีคนกล่าวทักพ่อผม และยกมือไว้ ผมหันไปเกือบยื่นมือไปเช็คแฮนด์ซะแล้วตามความเคยชิน ผมก็ยกมือไว้ลุงๆและอาๆ และลูกพี่ลูกน้องของผม ผมก็รีบแยกตัวออกมาหาพวกตัวแสบที่นั่งคุยกัน ส่วนพี่โจยังคุยกับลุงและอาอยู่ 

 

“ดีวะแจ็ค” ไอ้ดิว ไอ้แอ้แค่พยักหน้า 

 

“คิดถึงมรึงวะ “ ไอัติ๊กมันทำท่าจะเข้ามากอดผมแต่ผมเอาฝามือดันหน้ามันไว้ก่อน

 

“อะไร กรูพึ่งห่างจากมรึงไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงเลย สาด!” ผมหันบอกติ๊ก ก่อนจะนั่งลงแบบเหนื่อยเต็มทีกับการเดินทาง

 

“แม้ดีนะที่จำได้  เพราะดูสภาพที่เมายิ่งกว่าหมาคืนก่อน “ ปากดีต้องยกให้น้องพาย 

 

“นั้นไงมันมาแล้ว มรึงถามมันเองดิ” พี่ดิมเดินออกมาจากห้องอีกห้องกับพี่อ้น พี่เขาสองคนยืนจดจ้องมองพี่ชายผม ผมรู้สึกตะหงิดกับสายตาพี่อ้นยังไงก็ไม่รู้ที่มองพี่โจ แต่พี่โจก็บอกเเพื่อนกัน ผมหวังเช่นนั้น ผมอยากให้บ้านจ จานเป็นฟันครับไม่ใช่สายถูกฟัน 555

 

“กรูอยากรู้จริงๆ นี้มันได้ค่าตัวจาก หลุยส์ ติ๋งต๋องเท่าไหร่วะ” พี่อ้นพูด ผมหันไปมอง พี่ผมสวมใส่ยี่ห้อหลุยส์ทั้งตัวแบบนั้นข

 

“มันได้ด้วยเหรอวะ” พี่ดิม

 

“ดูดิมันใส่มาแบบ ฟูลออฟชั่นขนาดนี้ ป้ายโฆษณาเคลื่อนที่ชัดๆ “พี่อ้นพูด 

 

“สาดพูดไป “ พี่ดิม

 

“เจอกันกี่ครั้งก็ใส่อยู่ยี่ห้อเดียว ทั้งตัวด้วย แม้กระทั้งกางเกงในนะมรึง” ผมและทุกคนสะบัดหน้ามามองพี่อ้น ทำไมรู่วะ 

 

“มรึงรู้ได้ไง” พี่ดิม

 

“เออ” พี่อ้นพูดและเงียบไป ผมก็มองพี่อ้นรู้ได้ไง

 

“ก็เคยเห็นมันตาก” พี่อ้น

 

“ตอแหลแล้วมรึง ระดับมันไม่ต้องซักตากเองหรอก “ พี่ดิมพูด

 

“ก็เห็นแล้วกัน” พี่อ้นพูดและทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ 

 

“ทำไมมรึงพึ่งมาวะ” ไอ้ดิวมันถามผม 

 

“พึ่งจะลุกขึ้นมาได้ เมื่อคืนหนัก” ผมพูดและหันไปหยิบแก้วน้ำกระดกลงคอไป 

 

“บ้านไม่โอเคเลยวะ” ติ๊กพูด มันทำให้ผมหันไปมองรอบๆ จริงวะ ไม่มีออะไรเลย 

 

“ก็โอเคนะ แค่ไม่มี” พายพูดเบาๆ 

 

“ไม่มีเกมส์ ยังดีมีอินเตอร์เน็ต ของใช้ก็บ้านๆ ไม่ไฮเทคเท่าที่เราเป็นอยู่ แบบนี้โอได้ไง “ ติ๊กพูด ดิวกับแอ้มันสายหัว 

 

“นั้นดิ”ผมพูดขึ้นและหันมามองหน้าพวกมัน บ้านผมนะสมาร์ทโฮมแล้วครับแทบจะไม่ต้องขยับมากแค่เดินไปมา ใช้แค่นิ้วกดผ่านมือถือไอแพต และไหนจะมีคนใช้อีก ไม่ต้องตะโกนเรียกสั่งผ่านมือถือได้เลย แล้วนี้ดูแล้วไม่มีอะไรเลยจริงๆ คนใช้ก็คงไม่มีเหมือนกัน

 

“ทำไมวะ เราต้องทำตามตรรกะบ้าๆของลุงหนึ่ง เขาไม่ใช่เจ้าชีวิตเรา” ผมหันมาพูดกับทุกคน 

 

“เขาไม่ใช่แต่ เขาจะทำให้พ่อพวกเราเดือดร้อน แค่นี้พวกมรึงทำให้พ่อไม่ได้กันเหระวะ” ไอ้ดิวพูด หันมามองหน้าพวกผม พูดแบบนี้ไงผมถึงต้องยอมมา เพราะว่าพ่อออกหน้ารับให้ผมมาเยอะแล้วไงแต่ผมก็ยังค้านหัวชนฝาว่าผมไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ลุงหนึ่งต้องอยู่ดี 

 

“อีกนานแค่ไหนอ่ะ มาเรียนมัธยมที่ไทย เครื่องแบบก็ต้องใส ผมก็ต้อง...โอ้ย จะบ้า” พายพูดและทำหน้าเสียอารมย์

 

“บอยยังไม่มาเหรอวะดิว” ผมถามไอ้ดิว เพราะผมคิดว่ามันน่าจะรู้เรื่องบอย มากกว่าผมตอนนี้ ผมได้ยินว่ามัน บินไปหาบอยมาสองสามครั้ง ใช่ซิ มันคือคนที่ถูกเลือก ไม่ใช่ผม คิดแล้วเริ่มนอยด์   

 

“กรูไม่รู้วะ”ไอ้ดิวมันมองหน้าผม ผมหันไปยิ้มทางอื่น คิดในใจ ตอแหลแล้วมรึง

 

“กรูไม่รุ้จริงๆ อย่าทำหน้าแบบนั้นดิไอ้แจ็ค ”ไอ้ดิว

 

“ก็มรึงรู้”

 

“ก็รู้แค่บางเรื่องและกูก็บอกมรึงหมดแล้ว โอเคนะ  “ดิวมันพูดก่อนที่มันลุกไป 

 

“มรึงจะไปนอยด์ดิวทำไมวะ มันก็อยู่กะพวกกรูตลอด มันก็รู้แค่พวกกรูกับมรึงรู้” ไอ้ติ๊กพูด 

 

“เออ มันก็เอาแต่ซ้อมฟุตบอลและอ่านหนังสือจะสอบ “แอ้พูดขึ้นมันละสายตาจากหนังสือการ์ตูนของมันได้ 

 

“กูลืมไปเลยว่ามรึงนั่งอยู่นี้วะแอ้” พายพูดแซว ห้องน้ำอยู่ไหนวะ “ ผมถามพวกมัน 

 

“เดินตรงไปด้านหลังวะ “ ไอ้ติ๊กบอกผม ผมลุกขึ้นไป ผมเห็นไอ้ดิวมันกำลังกดโทรศัพท์เหมือนแอบคุยกับใคร นั้นไงจะไม่ให้กรูคิดได้ไง ผมเดินไปที่ห้องน้ำ รู้สึกยังไม่ซาง ขอน้ำล้างหน้าหน่อย ระหว่างที่ผมจะเปิดประตูเข้าไป 

 

“อะไรของมรึงอ้น” เสียงพี่โจ แต่เรียกชื่อพี่อ้นในห้องน้ำนี่นะ

 

“ก็ไปคืนนี้” 

 

“ไปทำไม กรูมีงานพรุ่งนี้”

 

“งานกี่โมง งานกาลาดินเนอร์เขาเริ่มเย็นเลยและเครื่องบินส่วนตัวมรึงบินแป็ปเดียวถึง” พี่อ้น 

 

“กูขอพ่อก่อน” แปลกใจปกติพี่โจไม่ต้องขอพ่อนิ 

 

“โจ “

 

“อะไร” 

 

“ถ้ามรึงไมไปคืนนี้กับพวกกรู กรูจะ”

 

“สาด ขู่อยู่ได้ “

 

“ไปไหม”

 

“เออ” นั้นไงทำให้ผมคิดพี่อ้นขู่อะไรพี่โจวะ 

 

“มรึงเคยเป็นหมาหรือไงวะขู่อยู่ได้” 

 

ปึก!เสียงประตูถูกดึงเข้าเพื่อคนด้านในจะได้ออกมา ผมก็ไม่ทันตั้งตัวยืนแบบเหมือนจะพยายามยามฟัง พอเงยหน้าขึ้นมาก็ 

 

“เฮ้ย” พี่โจ พี่อ้นและ  ผมก็ตกใจซิครับรออะไร

 

“พี่อ้น พี่โจ เข้าไปทำอะไรด้วยกัน ”ผมรีบยิงถามทันทีเพื่อกลบเกลือนว่าผมแอบฟัง มันเป็นการเสียมารยาทที่สุดและเป็นกฏที่บ้านผมลงมติกันว่าห้ามทำ ผมมองหน้าพี่สองคนสลับไปมา

 

“เข้ามาล้าง......” พี่โจตอบ  “เข้ามาล้าง....อุ๊บ!” พี่อ้นก็ เหมือนจะพร้อมกันแต่พี่อ้นจะมีต่อว่าล้างอะไร ยังไม่ทันเอ่ยพี่โจเอามือปิดปากซะก่อน เลยอดรู้รู้เลยผม 

“ล้างมือ”พี่โจ้พร้อมหันไปมองพี่อ้น

 

“ล้างมือ ด้วยกันสองคนนี้นะ” ผมก็ยังคิดว่าไม่น่าจะใช้อยู่ดี

 

“ก็แค่ล้างมือแจ็ค  “พี่โจพูด

 

“ประหยัดน้ำครับ  ลดโลกร้อน ไม่เคยเรียนละซิ “ พี่อ้นพูด  พ่ี่โจหันไปเหล่พี่อ้นเลยเอามือปิดปาก 

 

“แค่ล้างมือ และคุยกันนิดหน่อย เราละ” พี่โจถามผม

 

“ผมจะล้างหน้าครับ “ ผมพูดเบาๆ 

 

“ดี จะได้ตื่นๆ หนักนะมรึงอ่ะเมื่อคืนนะ รีบเข้าไปเลยดูสภาพเหมือนซอมบี้มาก  ” พี่โจพูดและลากพี่อ้นออกไปทันที  ผมก็เข้าไปล้างหน้าล้างตา มองที่กระจก หน้าตาอย่างผม หล่อเหลาขนาดนี้ มีเงิน มีทองมากองแต่ผมกับนั่งจมทุกข์ เพราะเขาคนเดียวเลย 

 

“บอย ดูดีขึ้นนะ ไม่เจอกันแค่ 3  ปีเองทำไมดูมีน้ำมีนวลขึ้น จะว่าอ้วนขึ้นไม่เลย แต่ผิวนี้ดีขึ้นมาก” ผมกำลังเดินออกมาแต่ดันได้ยินชื่นี้ นี้เขามาถึงแล้วเหรอ ผมได้ยินเสียงเล็กๆแบบนี้พายแน่นอนชมว่าเขาผิวสวยขึ้น แต่เดิมผิวสวยอยู่แล้วน่ะ ผมรีบจ้ำเท้าออกมาอย่างไว 

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 517
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
 
 
ต่อ ภาคแจ็ค (แจ็ค x บอย) 
 
“แจ็ค มาดิบอยพึ่งจะมาถึง” ติ๊กมันเรียกผม และคนที่ยืนหันหลังอยู่ ผมจำเขาได้จากด้านหลังแม้จะสูงขึ้นจนผิดตาแต่ก็ยังเตี้ยกว่าผมอยู่ดี เขาคนนั้นค่อยๆหันหน้ามา ทำไมหัวใจผมมันเต้นแรงจนจะออกมาอยู่นอกหน้าอก มันรู้สึกบีบหัวใจผมมาก ภาพที่เขาหันมา มันเป็นภาพสโลโมชั่นมากสำหรับผม ผมมารู้สึกตัวอีกทีก็เห็นใบหน้าเขาแบบจังๆ เขายิ้มให้ผมเหมือนเช่นเคย นี้เขาไม่รู้สึกผิดอะไรเลยหรือยังไง   
 
“แล้วไง....ใครแคร์” พูดและเดินผ่านไปเลย ปล่อยให้คนที่ยิ้มให้ผม ยิ้มเก้อไป  อีกใจก็เจ็บปวดนะ แต่ดูแล้วเขาไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลยด้วยซ้ำไอ้แจ็ค มรึงมันบ้าไปคนเดียว  เดินผ่านไปหาที่นั่งที่ไกลออกไป...หน่อยเดียว ฮาๆ 
 
“ทำเป็นเก็กท่า  อย่าไปสนใจมันเลยบอย เด็กมีปัญหาก็อย่างนี่แหละ....เรามาคุยกันต่อ ถึงไหนนะ บอยไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ แล้ว บร้าๆ ” เสียงรอดมาก็ไม่พ้นไอ้ติ๊กปากหมาของผม ผมก็หันไปโชว์นิ้วกลาวให้มัน ผมไม่ได้อยากฟังนะ แต่อะไรนะบอยเข้าเรียนมหาวิยาลัยแล้วเหรอ งั้นก็มีหนุ่มๆเพียบนะซิ 
 
“มีคนแอบฟัง”เสียงพาย ผมก็สะดุ้ง ใช่ครับผมแอบฟัง ผมเลยแก้เก้อด้วยการหาอะไรมาอุดหูเหมือนฟังเพลงแทนแต่ไม่ได้เปิดเพลง 
 
 
      ผมหันไปเห็นพี่โจ พี่ดิมและพี่อ้น คงพยายามแจกขนมจีบให้พี่บีมอยู่ เจ้าชายน้ำแข็ง พี่บีมก็ไม่ชอบขี้หน้าผมเช่นกัน พี่นะพี่ลืมน้องเลยจะหาคนช่วยคุยแก้เก้อซะหน่อย  ผมหันมาอีกทางเห็นพี่ตุ๊ นั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ตลอดที่มา และพี่พีชที่นั่งนอนดูซีรีย์อะไรสักอย่าง
 
   โอ้ย.... ผมเหลือบมอง เวลาผ่านพึ่งจะผ่านไปแค่ 10 นาที ทำไมนานเหมือนหนึ่งชั่วโมง ทำไมรู้สึกอึดอัดอะไรขนาดนี้นะ และนี้ต้องอยู่อย่างน้อย 1ปี ผมจะรอดไหม  ผมก็ได้แต่มองกลุ่มนั้นคุยกัน ดูหัวเราะหัวใคร่กันใหญ่ โดยเฉพาะกับไอ้ดิว ยิ่งเห็นยิ่งหึง   
 
“อ้าวเด็กๆ  พ่อกับพวกพี่จะกลับแล้ววะ” พี่ดิมพูดพร้อมเรียกมพวกผมว่าเด็กๆ   
 
“เด็กที่ไหน “ ผมหันไปถามพี่ดิมกลับ มันนอยด์อยู่ก็ยิ้งนอยด์เข้าไปอีก 
 
“เด็กมัธยมก็ยังคงเป็นเด็ก  ฮาๆ” พี่อ้นอีกคน   ผมเห็นพวกนั้นเดินไปหาพ่อของตัวเอง ไอ้ติ๊กมันลูกแง้ กอดพ่อมันใหญ่ เหมือนอยากกลับไปด้วย พายอีกคน 
 
“พี่หวังว่าน้องพายจะเลิกง่องแง่งซะทีนะครับ” พี่พีชพูด ผมรู้ว่าพายกับพี่พีชนะไม้เบื่อไม้เมากันตลอดไม่เหมือนพี่แพทที่คอยเอาใจพายตลอด 
 
“แจ็ค พี่กลับแล้วนะ ดูแลตัวเองและดูแลบอยด้วยละ เราเคยทำอยู่แล้ว” พี่โจเดินมาหาผม ตบบ่าผมเบาๆ และพูดกับผม   
 
“ผมคงไม่ต้องแล้วมั้งครับ เพราะว่าดูซิ เขามีคนอยากดูแลและเทคแคร์มากกว่าผมอีก”ผมพูดกับพี่โจ ตอนนี้โคตรอยากกลับบ้าน อยากบอกลุงหนึ่งผมไม่เอาด้วยกับภารกิจนี้   พี่โจหันไปมองไอ้ดิวที่ยืนคุยกับลุงณะและบอย ดูท่าลุงณะ จะฝากบอยกับมันแน่ๆ ชิ รู้สึกตาร้อนๆ 
 
“โหมดหึ่งเรานี้โคตรงี่เง่าเลยวะ” พี่โจพูดผมซะขึ้นมองพี่โจ ไม่เข้าข้างยังว่าอีก
 
“พอๆ เลิกทำหน้าแบบนี้ได้แล้ว” พี่โจพูด
 
“พี่โจก็...” ผมพูด
 
“ หึงเหรอฟ่ะ” พี่โจพูด ผมเหลือกตามองอีก  รู้อีก   
 
“หึงทำไม ผมนะหล่อเลือกได้”  ผมพูดและทำเป็นไม่สน ว่าไอ้ดิวมันเป็นคนโปรดหรือไม่ เรื่องของมัน 
 
“งั้นก็ทำให้เขาเห็นซิวะ ว่ามรึงหล่อเลือกได้ มีดีให้เขาเลือก “ พี่โจพูด   
 
“ผมนะไม่ใช่คนที่ถูกเลือกแบบไอ้ดิวนิ” 
 
“ใครบอกมรึง “ พี่ถามผมกลับ 
 
“ผมรู้ ผมได้ยินพ่อกับลุงคุยกัน และผมได้ยินชื่อมันเต็มๆ สองรู้หูผมเลย”  พี่โจเหล่ตามองผม ใช่ผมผิดที่แอบฟัง มันเป็นกฏที่ทุกคนควรเคารพสิทธิ์ตรงนี้
 
“ผมขอโทษพี่โจแต่ ผมแค่อยากรู้ความจริง”
 
 
“ความจริงก็คือ ไม่มีใครถูกเลือก เราเลือกเองได้ เชื่อพี่  “ พี่โจพูด ผมก็ยังนอยด์อยู่ดี มันเลิกยากแล้วตอนนี้ 
 
“เอานะพี่กับพ่อจะกลับไป กทม ก่อนเพราะว่าพี่” พี่โจคงขี้เกียจอธิบายให้คนหัวแข็งอย่างอ่อนลง เลยตัดบท
 
“จะไปปาร์ตี้กันกับพี่อ้น” ผมพูดแทรกขึ้นมา 
 
“อืม.... แต่ก็รีบกลับตอนเช้า และพ่อเขาจะไปปรับความเข้าใจกับลุงณะอยู่แล้ว” พี่โจพูด ทำเป็นยกประเด็นนี้ขึ้นมา 
 
“โอเค วันหยุดมารับด้วยนะอยากกลับบ้าน”  ผมเปลี่ยนโหมด อ้อนพี่ชายทันที แต่สีหน้าพี่โจทำแบบฉงนงง ซะอย่างนั้น 
 
“อะไรวะ พ่อบอกโน้นเลย หนึ่งเดือนไปแล้วค่อยกลับ”   พี่โจพูด 
 
“ฮะ ไม่จริงอ่ะ “ ผมรีบเสียงสูงใส อะไรหนึ่งเดือนตายแน่ๆ ผม   
 
“อะไรกัน แจ็ค โจ” พ่อผมได้ยินเลยถามผม 
 
“พ่อ ผมจะกลับบ้านวันหยุดนี้” ผมหันไปอ้อนพ่อผม พ่อเดินเข้ามาหาผม 
 
“ไม่ได้ กฎ คือ กฎ หนึ่งเดือนค่อยกลับบ้านกันอยู่ที่นี้ไปก่อน “ พ่อพูดเสียงแข็ง   
 
“โห หนึ่งเดือนเลยเหรอครับ พวกผมก็อยากกลับ” ไอ้ติ๊กตามมาเลย 
 
“ได้ผมจะหาวิธีได้กลับก่อนหนึ่งเดือนแน่ๆ พ่อ” ผมพูด   
 
“ลองดู มรึงเทพ”พ่อพูดก่อนจะเดินหันหลังออก ผมได้แต่ยืนมองพี่และบรรดาลุงกับอาล่ำลาทุกคนก่อนจะเดินออกไปจากบ้าน ผมหันมาเจอบอย ผมก็ไมได้พูดอะไรแค่เดินเลี่ยงหลบไปเพื่อขึ้นไปชั้นสองจัดการเสื้อผ้าตัวเอง หาอะไรทำ แค่นี้ก็เริ่มเบื่อแล้วซิ ผมเดินขึ้นไปบนตัวบ้านชั้นสอง ข้าวของเครื่องใช้พวกผมถูกส่งมาก่อนหน้าแล้ว แบบว่ามัดมือชกยังไงก็ต้องมา เห็นพ่อบอกว่าห้องหนึ่งนอนได้สองคน ผมเปิดประตูเช้าไป ก็เห็นมีสองเตียง สภาพห้องของเครื่องใช้เหมือนเด็กห่อมาก แม้จะไม่เคยอยู่แต่ก็รู้ว่าเป็นยังไง ผมเห็นโต๊ะที่มีรูปผมตั้งอยู่พวกหนังสือเกี่ยวกับกีฬาว่ายน้ำ แน่นอนของผมแน่ๆ ผมเป็นตัวเต็งในการแข็งว่ายน้ำด้วย ผมว่ายน้ำได้เร็วและทำลายสถิติมาหลายเวทีแล้ว แต่ผมถูกตัดสิทธิ์ไปต่อในการแข็งขันระดับซีเกมส์เพราะว่าความในร้อนของผม ผมดันไปต่อยหน้าคนที่มาเก็บตัวเพื่อแข็งขันคัดตัว มันเรียกผมไอ้แขกขาว ผมหน้าไปทางนั้นมาก็จริงแต่ผมไม่ชอบให้ใครเรียกมผมแบบนั้นมันขึ้น   
 
“ขอเข้าไปได้มั้ยครับ” เสียงนุ่มนวลเยือกเย็นแต่ฟังแล้วสุขใจ แม้จะ 3ปีที่ไม่ได้ยินแต่ผมก็จำได้แม่นยำ ผมหันไปมองเขาแบบพยายามไม่แยแส   
 
“เชิญ” ผมพูดและรีบคว้าผ้าเช็ดตัวเพื่อลงไปด้านล่าง ผมเห็นสระว่ายน้ำจากด้านบน มันอยู่ด้านหลังตัวบ้านพอดี ดูร่มรื่นมาก นี้คือสิ่งเดียวที่จะดับไฟในตัวผมลงไปได้ ไฟความคิดที่กำลังเผาหัวใจผมให้ละลายอ่อนไปกับเขาอีกครั้ง ผมเดินลงมาก็ไม่เห็นใครนั่งอยู่ด้านล่างแล้ว ทุกคนคงขึ้นไปจัดข้าวของตัวเอง ห้องหนึ่งนอนสองคน มีสองห้องที่ว่าง แต่ถูกล๊อกไว้ นี้พวกพ่อๆเขาคิดอะไรนะถึงให้ผมกับบอยมาอยู่ห้องเดียวกันอีก   
ผมไม่พูดมากถอดทุกอย่างออก เพราะว่าผมใส่กางเกงว่ายน้ำไว้แล้วก็ โยนทุกอย่างไว้ที่เก้าอี้ชายหาดที่ทอดยาวอยู่ขอบสระว่ายน้ำ ผมก็โดดลงไปเลย ในน้ำที่ค่อนข้างลึกและลงไปนั่งยังก้นสระ ผมถูกฝึกมาอย่างดีกับครูนักว่ายน้ำดีกรีเหรียญทองโอลิมปิกหลายสมัย เขาเป็นโค้ชชาวต่างชาติ ผมกำลังนั่งสงบสติ พยายามปัดมันออกไปแต่ทำไม ภาพมันกับวนกลับมาซ้ำๆ   
 
“บอย..” 
 
“ว่าไงแจ็ค”   
 
“เราเป็นแฟนกันนะ” 
 
“แจ็ค อย่าพูดดังไปซิ เพื่อใครได้ยินไปบอกว่า”   
 
“ทำไมละ” 
 
“บอย...ไม่ใช่เด็กผู้หญิงนิ “ 
 
“เราไม่แคร์ว่าบอยเป็นใคร เรารู้แต่ว่าบอยคือคนที่กุมหัวใจเราตั้งแต่นาทีแรกที่เราเห็น..บอย” คำพูดเลี่ยนๆแบบนั้นผมพูดไปได้ยังไงวะ 
 
“พอแล้วเราจะขึ้นไปอาบน้ำ” 
 
  “นายเอาหมาตัวนี้ไปเช็ดขนให้แห้งนะ “ และนั้นแหละคือการที่ผมกับเขาได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพราะว่าผมเอาหมาไปไว้ในห้องนอนพี่ชายผมและผมก็ขึ้นตามบอยไปยังห้องนอนและผมก็ตามไปที่ห้องอาบน้ำ บอยลืมล๊อกประตู ผมก็ .... 
 
    ผมเงยหน้าขึ้นเห็นเงาอยู่ตรงขอบสระว่ายน้ำ ผมก็เลยหยุดและดีดตัวขึ้นมาสู่ผิวน้ำ ผมแตะขอบสระผมก็เกือบจะสัมผัสกับใบหน้าใครบางคนที่นอนคว้ำเอามือยันพื้นไว้ใบหน้าเขาก้มต่ำลงมาจนเกือบแตะพื้นผิวน้ำและผมก็โผ้ขึ้นมาตรงนั้นพอดี ใบหน้าเราห่างกันชนิดที่หายใจรดกันเลยทีเดียว ทำตลึงไปหลายวินาทีระหว่างนั้นเหมือนริมฝีปากมันจะเผยอตาม แต่ผมก็ถอนมันออกเพราะว่าผมได้สติพอดี ผมเลยว่ายน้ำถอยออกไปและไปขึ้นตรงบรรไดของสระว่ายน้ำ  ผมขึ้นจากสระได้ก็เดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวมาพันรอบเอวเอาไว้  ผ้าอีกผืนก็เช็ดไล่ความเปียกบนลำตัว ไหล่ที่กว้างตามสไตล์นักกีฬาว่ายน้ำ แม้จะไม่มีกล้ามแต่หุ่นผมสะดุดตาชุดว่ายน้ำหลายยี่ห้อมาแล้ว ผมสูงมาก 180 เซนติเมตรได้
 
“มีอะไรเหรอ”ผมถามเขาอย่างเย็นชา 
 
“ก็แค่ลงมาดูมานายยังคงดำน้ำลงไปหาที่สงบอยู่มั้ย” บอยถามผม 
 
“ก็แค่ฝึกควบคุมมัน ใครจะไปเย็นชาเหมือนนาย” ผมพูด 
 
“เวลานายโกรธนี้ดู” 
 
“ดูเหมือนอะไรเหรอ” 
 
“ไม่พูดดีกว่า บอยแค่จะลงมาถามว่าแจ็คจะนอนฝั่งไหน”บอยเอียงตัวหันมาถามผม   
 
“ฝั่งไหนก็ได้ แต่ถ้าเลือกได้มากกว่านี้” ผมหันไปประจันหน้ากับเขา 
 
“คือ” 
 
“ขอนอนคนเดียว” ผมพูดและคว้าเอาเสื้อผ้าติดมือจะเดินขึ้นไป ผมรู้ว่าเขาเสียใจแน่นอน แต่ผมเสียใจมามากกว่าเขาอีก ผมเหลือบมองเขาจากกระจกประตู เห็นสีหน้าที่ดูรู้ว่าเสียใจมาก และเขากำลังจะหันหลังกลับแต่จุดที่เขายืนนะมันริมสระน้ำแล้วนะ   
 
“บอย! อย่าหัน!” ผมจะหันไปเตือนเขาแต่ว่ามาแต่ช้าไป  ร่างนั้นค่อยล่วงลงไปอย่างช้าในสายตาผม แต่ว่ามันเร็วกว่าที่ผมจะเข้าไปคว้าร่างนั้นไว้ได้ทัน   
 
“โคล้ม” เสียงน้ำกระจ่าย   
ผมรู้ว่าเขาว่ายน้ำไม่เป็น ผมก็รีบโยนทุกอย่างลงพื้นและกระโดดตามลงไปเพื่อพาร่างเขาขึ้นมา ถึงบอยจะตัวเล็กแต่มันก็ยากลำบากสำหรับผมอยู่เหมือนกัน ผมพยายามดันเขาขึ้น จู่ๆก็มีคนมาดึงเขาขึ้นไป ผมปืนกลับขึ้นมาได้ก็เห็นว่าคนนั้นคือดิว   
 
“บอย!” เสียงดิวที่เรียกบอยที่หมดสติ คงตกใจเพราะว่าผมกระโดดลงไปคว้าร่างเขาเร็ว ไม่น่าจะสำลักน้ำจนหมดสติ   
 
“แอ้ ขอผ้าเช็ดตัวหน่อย” ดิวหันไปบอกแอ่้ มีแค่แอ้ที่เป็นผู้ช่วยดิว เพราะทุกคนยืนอึ้งกันไปหมด 
 
“จะยืนอึ้งกันทำวะ ช่วยกันดิ ถ้าบอยไม่ฟื้นจะได้โทรตามรถโรงพยายาบ เฮ้ย” ดิวมันพูดและขึ้นเสียงใสสองร่างบางๆ ติ๊กกับพายที่ยืนตกใจทำอะไรไม่ถูก 
 
“ตายแน่เลยอ่ะพวกเรา  บอยพึ่งจะมาถึงไม่....” 
 
“เป็นไงบ้างวะ”ผมถามดิว ดิวมีพื้นฐานปฐมพยาบาลพี้นฐานมา   
 
“ดูการหายใจปกติ น่าจะตกใจมากกว่า แล้ว บอยตกไปได้ไง “ ดิวพูดและเงยหน้าขึ้นถามผมสีหน้าจริงจังมาก 
 
“ดิว ผ้าขนหนูวะ” แอ้วิ่งเอาผ้าขนหนูมาสองสามผืน 
 
“นั้นดิ มรึงทำไรเขา” ไอ้ติ๊กหันมาถามผม 
 
“กรูจะทำอะไร กรูแค่เดินหันหลังและเขาก็ “ 
 
“ก็อะไร เดินหันไปและโดดลงไปเหรอ มรึงตอแหล” พายเสริมอีกคน 
 
“เห็นด้วย กะอีพาย มรึงทำอะไรบอยบอกความจริงมา “ ไอ้ติ๊ก  ผมเห็นไอ้ดิวมันเอาผ้าขนหนูห่อตัวบอย เหมือนทำท่าจะอุ้ม   
 
“กูว่าคงต้องโทรไปโรงพยาบาลและต้องบอกลุงณะว่า” ดิวพูด 
 
“ดิว” เสียงเรียกอันแผ่วเบา บอยได้สติแล้ว   
 
“บอย”ทุกคนเรียกบอยเป็นเสียงเดียวกัน และกู่กันเข้าไป หาบอย ผมคงไม่จำเป็นที่จะเข้าไปอยู่ข้างๆเขา มีไอ้ดิวซะขนาดนั้น ผมนี้กำหมัดแน่น   
 
“แจ็คไม่ได้ทำอะไรบอยหรอก คือบอยหันไม่ดูเอง และบอยคิดว่าบอยไม่เป็นไร อย่าโทรหาพ่อบอยเลยนะ “ ผมหยุดฟัง แต่ผมไม่ชอบอธิบายเพราะผมไม่แคร์ ผมเดินออกจากตรงนั้นทันทีไม่สนใจ ผมกลับขึ้นไปบนห้อง อายน้ำชำระร่างกายและเปลี่ยนชุด นี้มันเย็นแล้วอาหารคงมาส่งไม่นาน ผมจะทนนั่งกินข้าวและมองหน้าเขาได้เหรอ ไหนไอ้ดิวอีก นีมันงคงนั่งเอาอกเอาใจ เป็นฮีโรอยู่ข้างๆ  ผมควรยอมแพ้   
 
“ริงๆๆๆ” เสียงมือถือไอโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด ผมดังขึ้น ไม่ใข่ใครอื่นพี่โจ พี่ชายของผม ผมรีบกดรับสายทันที 
 
“ Hollo my bro”
 
“What’s up?” 
 
“What’s wrong  my bro?” พี่โจรีบถามผมกลับทันที เพราะน้ำเสียงของผมมันแสดงออกได้ชัดเจนมากว่าผมกำลังนอยด์อยู่   
 
“เล่ามาเดี๋ยวนี้เลย” พี่โจ ภาษาไทยมาเลย ปกติพวกผมจะพูดกันภาษาอังกฤษเวลาอยู่บ้านที่ต่างประเทศ พอจะบอกเสมอว่าให้พูดไทยกันเวลาอยู่ประเทศไทย 
 
“ผมไม่อยากอยู่ที่นี้แล้วอ่ะพี่โจ มันยิ่งทำให้ผมอ่อนแอ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่บอกได้ว่าผมไม่อยากไปต่อแล้ว   
 
“แจ็ค.....เฮ้อ!”พีโจเรียกชื่อผมพร้อมกับภอนหายใจยาวๆ   
 
“ผมขอโทษครับพีโจ ผมไม่ไหวจริง “ 
 
“พี่จะคุยกับพ่อให้นะ นายแน่ใจแล้วเหรอว่าจะถอย ถ้าคราวนี้นายถอยคือนายจะไม่มีโอกาสอีกนะ นายแน่ใจแล้วเหรอว่าจะปล่อยหัวใจนายไป”   
 
“ผมแน่ใจพี่โจ ผมจะปล่อย”ผมพูดได้แค่นั้นจริง   
  **************************************************************************
 
บอย   
 
   ผมได้แต่นั่งมองดิวที่อยู่ในห้องนั่งเล่น ผมตกลงไปในน้ำและด้วยความที่ผมว่ายน้ำไม่เป็นและเขาคนนั้นคนที่ผมเฝ้ารอก็ลงไปช่วยผมมันเหมือนในหนังเลยใช่ไหมที่พระเอกจะกระโดดลงไปช่วยนางเอง แต่ตอนท้ายกลับไม่เป็นเช่นนั้นพอผมขึ้นมาได้เขาก็ไม่เข้ามาแยแสผมเลย เขาได้แต่ยืนห่างๆ ปล่อยให้ดิว แอ้ ติ๊กและพายดูแลผม นี้เขาโกรธผมมากขนาดนี้เลยหรือ เขาไม่รู้หรอกว่าตลอดสามปี ผมนั้นเป็นยังไง เขาคิดแค่ว่าผมทิ้งเขาไปและไม่ติดต่อเขา ผมพยายามส่งจดหมายแต่มันไม่ได้มาถึงเขาเลย ผมมาทราบก่อนที่ผมจะต้องมาอยู่กับเพื่อนๆ จดหมายทั้งหมดถูกกักไว้ไม่ให้ส่งไปหาแจ็ค ผมถูกกั้นทุกช่องทางที่จะติดต่อเขา และนี้ผมคิดว่าจะเป็นเหตุผลให้ผมได้เจอเขาและปรับความเข้าใจกับเขา   ผมจึงบอกกับพ่อว่าผมขอมา เพื่อให้แจ็คได้พิสูจน์ว่าเขาพร้อมที่จะดูแลผมและอีกคนที่เขาไม่เคยรู้ ผมอยากให้เขารู้ใจจะขาดแต่ถูกพ่อขอไว้ พ่ออยากให้เขาพิสูจน์ให้พ่อและทุกคนเห็นก่อนว่าเขาจะทำหน้าทีสำคัญนั้นได้   
 
“บอย” ดื่มอะไรอุ่นๆหน่อยไหม “ ดิวถามผม   
 
“ไม่ละดิว บอยว่าจะขึ้นไปเปลี่ยนชุดดีกว่า”ผมหันไปบอกดิว หนุ่มหล่อเข้ม เขาคือคนที่ลุงหนึ่งต้องการจะให้คู่กับผมเพราะลุงหนึ่งต้องการให้เขาคือผู้สืบทุกอย่างและช่วยผมดูแลองค์กร แต่ผมไม่เคยคิดอะไรเกินไปกว่าเพื่อน พวกผมโตมาพร้อมๆกันเพราะอายุที่เท่ากัน เราเกิดวันเดียวกันหมดทุกคน แต่ผมเป็นคนเดียวที่มีสิ่งพิเศษในตัวผม สิ่งที่ผมไม่ได้ต้องการถ้าเลือกได้ มันทำให้ผมรู้สึกผิดปกติไปกว่าคนอื่นเขา และมันทำให้ผมรู้สึกว่าผมอ่อนแอกว่าคนอื่นเช่นกัน จนทุกคนต้องคอยดูแลประคบประหงมผมกัน   
 
“ก็ดีนะ บอย “ ติ๊กพูด 
 
“ให้พวกเราขึ้นไปด้วยมั้ย....เพื่อว่า” พายถามผม   
 
 
“ไม่ต้องหรอก หึๆ” ผมพูดปฏิเสษและแอบขำ เขาคงกลัวว่าแจ็คจะทำอะไรผมละซิ ผมเชื่อว่าเขาไม่แน่นอน ผมยังเชื่อว่าเขาคือสุภาพบุรุษร้อยเปอร์เซน

“ค่อยๆลุกบอย” ดิวประครองผมลุกขึ้น สิ่งนี้มันทำให้ผมแปลกใจอยู่มาก เขาดูอบอุ่น ดูยังไงก็รู้ว่าปกป้องผมได้และเขาคือคนที่ลุงหนึ่งเลือกไว้เรียกว่าตั้งแต่แรกเกิดให้คู่กับผม มันมีบางอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกว่าเขามีใครในใจแล้วสักคนหนึ่ง แต่คนนั้นคือใครกันผมไม่รู้ ผมคิดว่าไม่แอ้ก็ติ๊กแหละ เพราะเขาสามคนตัวติดกันตลอดขนาดนี้

“บอย...เป็นอะไรเหรอ” ดิวถามผมขำ ๆ

“เออ...ไม่นิ” ผมบอกปฏิเสธเก็บอาการเขิน

“ก็ดิวเห็นบอยนะมองหน้าดิวอยู่พักหนึ่ง”


“ก็แค่แอบคิดว่า คนที่ดูอบอุ่นอย่างดิว มีคนอยู่ในใจหรือยัง เขาจะเป็นคนที่โชคดีมากๆเลยนะ”ผมพูดแต่นั้นกลับทำให้ดิวกลั้นหัวเราะและก็

“ฮาๆ “ทุกคนยกเว้นแอ้ แค่ยิ้มๆ

“แสดงว่าโบราณมาใช่ไหมอ่ะ” ผมถามแบบเขินหนักกว่าเดิม

“งั้นบอยไปเปลี่ยนชุดดีกว่า แม้ไม่อยู่ด้วยกันนาน บอยดูเป็นคนโบราณไปเลยอ่ะ “ ผมพูดและเดินเพื่อขึ้นไปชั้นสอง ก่อนที่ผมจะก้าวขาขึ้นบรรได ผมมีความรู้สึกว่าจังหวะการเต้นหัวใจที่ไม่เป็นจังหวะ ทำไมมันรู้สึกประหลาดแบบนี้นะ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผมไม่เป็น   
 
 
“ก๊อกๆ “ ผมเคาะประตูเบาๆ ผมได้ยินเสียงเขาคุยโทรศัพท์อยู่ ผมเลยหยุดเคาะและรอสักพัก่อน   
 
“ผมไม่อยากอยู่แล้วพี่โจ “ ประโยคที่ผมได้ยินโดยบังเอิญ เสียงรอดออกมาจากในห้อง ทำเอาผมใจเต้นแรงและไม่เป็นจัวหวะ ที่เขาไม่อยากอยู่ทีนี้เพราะผมหรือ ผมไม่น่าตัดสินใจที่จะมาเลยจริงๆ เพราะมันกลับทำให้ทุกอย่างแย่ลง   
 
แอ๊ด เสียงประตูเปิดออก ผมเงยหน้ามองคนที่ยืนตรงหน้า   
 
“คือ ...บอยจะเข้าไปเปลี่ยนชุด ...ได้ไหม” ผมถามเขาแบบกล้าๆ กลัวๆ ทั้งที่เมื่อก่อนผมเคยรู้สึกแบบนี้เลยจริงๆ   
 
“เชิญ...ก็ห้องนาย”   
 
“ไม่ใช่ห้องของเราเหรอ” ผมถามเขากลับอย่างไว   
 
 
“ต่อไปจะเป็นแค่ห้องนาย” แจ็คเขาพูดและเดินเหลี่ยงออกไป เหลือแค่ผมที่เขาไปอยู่ในห้อง ผมมองไปรอบๆ เขาไม่ได้จัดอะไรออกมาว่าเลย ผมหมายถึงของใช้สวนตัว นี้เขาเตรียมพร้อมที่จะกลับเหรอ เขาจะทิ้งภาระกิจนี้เหลือแค่เพื่อนของเขา เพราะผมหรือ ผมได้แต่เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าและหยิลชุดออกมาเปลี่ยน ผมเข้าไปอาบน้ำชำระร่างกาย ผมอยู่ในห้องน้ำเกือบชั่วโมงเพื่อคิดทบทวนที่ผ่านมา   
 
“บอย แจ็ครักบอยนะ โตขึ้นเราแต่งงานกันนะ “   
 
 
“บ้านะ จะแต่งได้ไง เราผู้ชาย” 
 
 
“อ้าว ก็ ไปแปลงเพศเป็นผู้หญิงเพื่อเขาดิ”   
 
“บ้านะ ไม่เอา” 
 
 
“เขาพูดเล่น เขารักบอยนะ ยังไงก็ต้องแต่งกับบอย”   
 
 
“นะ นะ “  ภาพหนุ่มขี้อ่อน ชอบนอนหนุนตักผมตลอด ชอบนอนกอดผม เวลาเราดูหนังด้วยกันแต่พอพี่ๆเข้าไปในห้องต้องพากันกระโดดห่างกัน มันก็สนุกดีนะ เพราะอะไรเพราะว่าตอนนั้นเรายังไม่พร้อมจะบอกใคร
 
 
“ก๊อก” เสียงเคาะประตูห้องน้ำทำเอาผมตื่นทันที ผมอยู่ในความฝัน ภาพวันวานที่ผมกับเขาได้สวีทหวานกัน มันหายไปตั้งแต่วันนั้น วันที่ต้องไปจากเขาโดยไม่ได้ล่ำลา ทั้งแจ็คและทุกคน และวันนั้นความลับของผมและเขาก็ถูกเปิดเผย เพราะว่าผม   ตั้งท้อง ผมถึงได้รู้ว่าผมมีสิ่งพิเศษนี้อยู่กับผมตั้งแต่แรกเกิด มันไม่ได้พิเศษจนน่าภูมิใจ เพราะว่าผมจะเป็นหญิงก็ไม่ใช่เป็นชายก็ไม่ร้อยเปอร์เซน  จะบอกใครได้ว่าผมคือใคร พ่อหรือแม่   
 
 
“บอย อยู่ในนั้นใช่มั้ย”
 






















« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-05-2020 22:29:38 โดย PFlove »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 517
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
ต่อ ภาค บอยxแจ็ค การพบกันอีกครั้งที่ไม่หวานเหมือนครั้งแรก

“ก๊อก” เสียงเคาะประตูทำเอาผมตื่นทันที ผมอยู่ในความฝัน ภาพวันวานที่ผมกับเขาได้สวีทหวานกัน โดยที่พ่อผมและพ่อของแจ็คไม่ทราบตรงนี้ ว่าผมกับเขาเราแอบรักกันและแอบได้เสียกัน จนความมาแตกเพราะว่า   
ตั้งท้อง   
 
“บอย อยู่ในนั้นใช่มั้ย” เสียงแอ้ ผมจำได้ดี น้ำเสียงของเขานุ่มละมุลสมกับชื่อ
 
 
“ใช่ครับแอ้”    ผมทำการหมุนปิดน้ำก่อนจะตอบแอ้ไป
 
 
“ได้เวลาทานอาหารเย็นแล้วครับ”   แอ้บอกผม
 
 
 
“บอยจะออกไปเดี๋ยวนี้ครับแอ้” ผมตอบแอ้ ผมออกมาก็จัดการสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ผมเปิดประตูออกมาก็เห็นแอ้ กับติ๊ก นั่งรอผมอยู่   
 
 
“เดี๋ยวมานะ กรูลืมโทรศัพท์ไว้ที่ห้องวะแอ้” ติ๊กพูดก่อนจะรีบเดินออกไป   
 
 
“อาหารเย็นมาส่งแล้ว ลงไปหาอะไรทานก่อนบอย” แอ้พูด 
 
 
“ชอบใจนะ” ผมพูดและหันไปหยิบนาฬิกาบนโต๊ะมาสวมใจ   
 
“แก๊ก” เสียงของหล่นจากโต๊ะ มันเป็นแผงยาที่ผมต้องทานประจำ เป็นยาฮอร์โมนพิเศษ ผมเอื่อมมือจะหยิบแต่มือแอ้ก็หยิบสิ่งนั้นเช่นกัน และส่งมาให้ผม 
 
 
“บอย...ทาน...ยาด้วยเหรอ” แอ้ถามผมด้วยสีหน้าสงสัย ผมหวังว่าเขาจะไม่รู้นะว่ามันคือยาอะไร ผมยังไม่เคยบอกทุกคนเลยว่าผมเป็นอะไรยังไง ผมไม่กล้า ถึงผมจะรู้มาว่าผมคือคนที่ถูกเลือกก็ตาม   
 
“มันแค่ยา...ยาแก้ปวดนะ  บอยปวดหัวบ่อยนะ” ผมบอกแอ้ก่อนจะหยิบหอยานั้นเก็บเข้าลิ้นชักเอาไว้   
 
 
 
“อืม”  แอ้พยักหน้าเบาๆ   
 
 
 
“ไปทานข้าวกัน ” ติ๊กเข้ามาเปิดประตู ผมก็ลุกขึ้นและเดินออกไปพร้อมๆกับแอ้และติ๊กที่อยู่หน้าห้อง   

 
“แอ้กับติ๊กนี้ยังตัวติดกันเหมือนเดิมเลยนะและดิวด้วยเนอะ” ผมพูดขึ้น ผมเห็นเขาสามคนตัวติดกันตลอด ไปไหนก็ไปกันสามคน   
 
 
“ติดยิ่งกว่าเห็บหมาซะอีก” แอ้พูดปนหัวเราะ 
 
 
“แม้ไอ้แอ้มรึงว่ากรูนี้เป็นเห็บเหรอวะ” ติ๊กพูด ผมเดินตามแอ้และติ๊กลงไปถึงห้องอาหาร ทุกคนนั่งอยู่บนโต๊ะ ผมเห็นแจ็คนั่งติดกับพายดูพูดหยอกล้อกันน่ารักเชียว แต่ผมกับรู้สึกแปลกๆเพราะปกติเขาจะมีแค่ผมนั่งใกล้ผม หยอกล้อแค่ผม   
 
“แม้อิพาย “ ติ๊กเรียกพาย พายกันมามอง ผมและติ๊ก ดูเหมือนทั้งคู่จะส่งซิกอะไรกันสักอย่าง พายก็รีบลุกขึ้นทันที   
 
 
“นั่งซิบอย” พายบอกผม  ผมเห็นสีหน้าแจ็คดูจะผิดหวังมากถ้าผมนั่งข้างเขา   
 
“ไหนบอกจะนั่งข้างแจ็คไงจ๊ะพาย” แจ็คพูดพร้อมกับเหล่ตามมองพาย 
 
 
 
“อิพายมานิ” ติ๊กก็เรียกพายให้รีบออกมา 
 
 
 
“ไม่เอาอ่ะ ไม่ชอบของร้อน” พายพูดและรีบเดินออกไป 
 
 
“ไม่อยากให้เรานั่ง เราก็จะ”  ผมพูดเบาๆ โดยที่เขาไม่เงยหน้ามองผมเลยด้วยซ้ำ
 
“อยากนั่งก็นั่ง” แจ็คพูดและหันไปนั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับ   
 
 
“บอยลงมาแล้วเหรอ “ ดิวเดินเข้ามานั่งตรงข้ามกับผม   
 
“เรานั่งข้างบอยนะ” แอ้หันไปบอกดิว ดิวเงยหน้ามองแอ้ เหมือนจะมีคำถามแต่ดิวก็ไม่ถามได้แต่พยักหน้าเบาๆแบบจำใจยังไงก็ไม่รู้ และมันทำให้ผมคิดแล้วใครจะนั่งฝังนั้นเพราะเหมือนติ๊กก็จะนั่งฝั่งนี้กับแอ้เหมือนกัน เล่นเอาผมทำตัวไม่ถูกเลยจริงๆ
 
 
 
“แอ้ไปนั่งข้างดิวก็ได้นะ “ ผมหันไปบอกแอ้ อยากบอกว่าบรรยากาศตอนนี้ตึงมาเลย   
 
 
“ ดิว....ให้บอยไปนั่งข้างมรึงแล้วกัน” แอ้พูดกับดิว ดิวหันไปมองแจ็คที่นั่งทำไม่รู้ไม่ชี้ใส่ผม ดิวก็พยักหน้าให้ผมไปนั่งกับเขา   
 
   
 
“โอ้ยจะนั่งตรงไหนก็นั่ง.... คนรอกิน...หิวจะตาย จะอะไรกันหนักหน้าแค่ที่นั่ง ” แจ็คขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ ผมเลยต้องลุกไปนั่งข้างดิวจะได้ไม่ทำให้เขายิ่งโมโหมากไปกว่านี้ และคนที่มานั่งแทนผมกับเป็นติ๊ก ดูแจ็ค ติ๊กและพายและแอ้จะคุยกันสนุกน่าดู   
 
 
“เป็นไงบ้างบอย “ ดิวภามผม ผมก็หันไปมองตาผมมัวแต่มองแจ็ค 
 
“เออ” ผมยังงอยู่ในโหมดงง   
 
 
“มีอาการอื่นไหม เวียนหัว คลื้นไส้อยากอาเจียนอะไรแบบนี้ “ ดิวถามผม   
 
 
 
“ไม่อ่ะดิว” ผมหันไปตอบดิว   
 
 
 
 
“บอยคงตกใจมากกว่า “ ดิวพูดและตัดอาหารให้ผม เขาตักที่เป็นผักให้ผม เขารู้ว่าผมไม่ทานเนื้อสัตว์ ผมเป็นมังสวิรัส แต่รู้ได้อย่างไร เพราะว่าผมเริ่มไม่ทานเนื้อสัตว์ตั้งแต่ผมมีปัญหา เขาไม่เคยรู้หรอกว่าผมต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างและมันกระทบกับผมแค่ไหน   
 
 
“อาหารเลี่ยนว่ะ สั่งจากไหนมาวะ”เสียงแจ็คพูดขึ้นคอนข้างเสียงดัง ผมก็รู้ว่าเขาพูดประชดกับดิว   
 
 
“อาหารบางจานแม่งเผ็ดมาก.... กินดีดีนะมรึงมันจะกระแทกจนปากเจ็บ” ดิวพูดขึ้นบ้าง   
 
“แกร้ง! “ เสียงช้อนและซ้อม ถูกวางง  ผมเงยหน้ามองแจ็คที่ลุงขึ้นยืน สายตาเขามองมาที่ดิว  และทุกคนก็หยุดทานพร้อมกับเงยหน้ามองแจ็คและดิวสลับกันไปมา ผมนี้นั่งตัวลีบ ผมไม่อยากเห็นเขาต่อยกันเลย 
 
“มีปัญหาอะไรแจ็ค”  ดิวถามแจ็คแบบนิ่มๆ 
 
 
“เมื่อกี่มรึงพูด หมายถึงกรูใช่ไหมวะ”แจ็คถามดิว   สีหน้าเขาจริงจังมากจนผมกลัวเลย
 
 
“ใช่ “ ดิวพูดทำท่าจะลุกแต่ผมจับแขนเขาไว้  ขยิบตาไม่อยากให้เขาทะเลาะกันเพราะผมเลย และถ้าแจ็คจะต่อยกับดิว แพ้อยู่ดีนะผมว่า
 
 
“อย่าเลยดิว ถ้าอย่างนั้น บอยขึ้นห้องดีกว่า เพราะว่าบอยไม่ค่อยหิว “

 
“ไม่ต้องบอย....นั่งทานเถอะ ถึงไม่ค่อยหิว ก็ทานหน่อยดีกว่า ” ดิวพูดพร้อมกับลุกขึ้นประชันหน้ากับแจ็ค 

 
“ได้ ถ้ามรึงอยากจะไขว้กับกรู” แจ็คพูด
 
 
“หยุดๆ  พวกมรึงอะไรกัน “ ติ๊กเป็นฝ่ายลุกขึ้นและพยายามดึงแจ็คให้นั่งลง

 
“มรึงว่าประชดที่กรูตักอาหารให้บอย ทำไมวะ อิจฉาเหรอ” ดิวพูดขึ้น 
 
“คลืด” เสีวงเสียงเก้าอี้ถูกดันออก 
 
 
“แจ็ค ๆ เย็นลูก.... เย็นลูก... “ติ๊กที่พยายามห้ามแจ็ค
 
“ไอ้ดิว มรึงอย่าไปทำให้มันขึ้นดิวะ “ ติ๊กพูดกับดิว
 
“มันขึ้นมันเอง ความบ้ามันอะ”
 
 
“แจ็ค นั่งลงกินข้าว อาหารดีดีทั้งนั้นกินเถอะวะ เดื่ยวกรูมีของดีปลอบมรึง” ติ๊กพูด
 
 
“กรูไม่กินแล้ว กินไม่ลง “ แจ็คพูดและเดินออกไปทันที  ผมได้แต่กลืนน้ำลายลงคอ ติ๊กก็หันมามองหน้าผมและยิ้มเหยๆให้ผม 
 
“อย่าไปสนใจมันเลยบอย  ปญอ” ดิวหันมาบอกมผม ผมได้แต่มองตามคนที่เดินออกไป เขายังไม่ได้ทานอะไรมากเลย ผมนี้รู้สึกผิด  ผมได้แต่มอง  ผมก็ทานไปโดยไม่รับรู้รสอาหารเลยจนกระทั้งทุกคนทานกันอิ่ม แต่ก็ไม่เห็นมีใครตักอะไรใส่จานไว้ให้แจ็คเลย ผมรู้ว่าเขาชอบอะไรไม่ชอบอะไร  ผมค่อยแบ่งใส่จานเอาไว้
 
 
“เฮ้ย...กรูต้องรีบไปโทรหาพ่อกรูก่อนว่ะ “ ติ๊กพูดก่อนจะวิ่งออกไปจากห้องอาหาร 
 
“ยังไม่อิ่มเหรอบอย” แอ้ถามผม 
 
“นั้นดิ ตักไว้ด้วย กินเก่งเนอะ” พายอีกคน   
 
“บอยกลัวว่าแจ็คจะหิว บอยเลย “ ผมพูด
 
“ไว้ให้มันเหรอ” ดิวถามผม ผมพยักหน้าเบาๆ 
 
“พาย บอกว่าตักไว้ให้มันแล้วกัน ถ้าบอกว่าบอย... มันไม่ยอมแดกแน่ๆ ” ดิวพูดขึ้น

“ปั๊ก”เสียงมีของมากระทบที่หัวดิว นั้นคือแตงกวาทั้งลูกเลย
 
“โอ้ย” เสียงร้อง ไม่รู้เจ็บจริงหรือแกล้งเจ็บ
 
“ปากหมา” แอ้พูดไม่ดังแต่ผมรับรู้ได้ 
 
“มาๆ เดี๋ยวพายจัดการเองบอย ไอ้นี้มันต้องคบด้วยความเข้าใจอย่างเดียวเลย ตั้งแต่บอยอ่ะทิ้งมันไป” พายพูด ผมนี้กลืนน้ำลายลงคอเลย 

“เฮ้ย!” เสียงร้องออกมาพร้อมกัน แอ้และดิวทั้งคู่หันไปมองพายที่ทำหน้าเจื่อนๆ คงลืมไป
 
“บอย..... พายขอโทษ  “ พายพูดขอโทษผม ผมได้แต่ยิ้มๆ เพราะมันเรื่องจริง นี้คือผลจากที่ผมหายไป 13 เดือนมันนานมากและเหมือนผมไม่พยายามติดต่อเขาทั้งที่ผมพยายามแต่ไม่มีจดหมายฉบับใดเล็ดลอดออกมาได้เลยโดยสะกัดไว้หมด
 
“ไม่เป็นไรพาย มันคือเรื่องจริง บอยทิ้งเขาไป และเขาก็เข้าใจแบบนั้นตลอด” ผมพูด
 
 
“บอยขอตัวนะ บอยต้องโทรหาพ่อด้วยเหมือนกัน “ ผมพูดและลุกขึ้น ผมเดินกลับขึ้นไปที่ห้องนอน ไม่รู้จะเจอแจ็คไหมนะ พอผมเปิดประตูเข้าไปห้องไม่ได้ล๊อก เขาไม่อยู่หรือเขาไม่อยากล๊อกประตู 
 
   ภายในห้องไม่มีแสงไฟ แสดงว่าเขาไม่อยู่ ผมเปิดไฟขึ้นก็ไม่เห็นวี่แววของเขา เขาไม่ได้ขึ้นมาบนห้อง แล้วเขาไปไหน ผมหันไปเห็นแลปท๊อปของผมวางอยู่  ผมหยิบขึ้นมาเปิดดู เห็นกล่องข้อความ พี่บลู๊คโทรหาผม พี่ชายคนโตของผม พี่บลู๊คแก่ว่าพี่ทุกคนสองสามปีได้  ผมรีบกดวิดิโอคอลกลับไปทันที ต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ  ผมเป็นห่วงแค่ เขาคนเดียว 
 
 
“บอย” พี่บรู๊คทักทายผมทันที
 
“พี่บรู๊คมีอะไรหรือเปล่าครับ ผมเห็นว่าพี่โทรหาผม”
 
“มีซิครับ “ พี่บรู๊คพูดและหันกล้องไปหาใครคนหนึ่งที่นั่งหน้ามุ้ย ผมยิ้มออกมาทันทีที่เห็นหน้าเขา
 
“บอย” เขาไม่เคยเรียกผมว่าพ่อเลย เรียกแต่ชื่อผมมาตลอด หนุ่มน้อยของผม ดวงตาเรียวยาว จมูกเป็นสันแหลม ริมฝีปากบางเฉียบ อันนี้ได้ผมไป ส่วนอื่นๆ ไม่ต้องบอกว่าได้จากใครกัน 
 
“แบงค์  “ ผมเรียกชื่อเขาและเอามือลูบที่หน้าจอใบหน้าหวานๆปนความหล่อคมคายที่เขาได้ปนๆกันมาของพ่อและ(แม่มั้ง) แต่ดูแล้วไปทางพ่อมากกว่าเยอะ จมูกที่เรียวแหลมขนาดนั้น น้องแบงค์กำลังหัดพูดเพราะได้หนึ่งขวบพอดีก่อนผมจะมาได้ฉลองวันเกิดให้เขาเรียบร้อยแล้ว แบงค์เกิดวันที่ 14 เมษายน

 
“มาๆ” เขาเรียกให้ผมไปหาเขา น้องแบงค์


“บอยอยากไปนะแต่บอยมาทำงาน” ผมบอกกับแบงค์ เขาทำหน้าจะเบ้ปากร้องอีกแล้ว โธ่!ใจพอจะขาด  เขาคือลูกทีเกิดกับผมและเขาคนนั้น 

 
“โน่!”  แบงค์พูดว่าไม่ คำนี้เป็นคำที่ฮิทติดปากมาก ณะ ตอนนี้ ผมก็ยิ้มน้ำตาซึมเพราะคิดถึงสุดๆ อยากกอดอยากหอม อยากคุยด้วย เพราะกำลังช่างคุยแม้จะได้แค่คำสองคำ
 
“ก็บอยไปทำงานไงครับ ตอนนี้น้องแบงค์ต้องทานอาหารเช้าก่อน “ พี่บรู๊คหันไปบอกน้องแบงค์ เวลามันต่างกันหลายชั่วโมงมาก ที่นี้กลางคืนแต่ที่นั้นเช้า ดูชุดก็รู้ว่าเพิ่งตื่นนอนมาและทำไมยังไม่ยอมเปลี่ยนนะ  ปกติผมจะเปลี่ยนตั้งแต่ในห้องนอนเลย นี้แสดงว่าแผลงฤทธิ์น่าดูละซิท่าจนไม่มีใครกล้าเปลี่ยนให้
 
“ไม่ยอมทานอาหารเช้าครับน้องพี่  นี่ตื่นมาก็ร้องงอแงหาแต่บอย “ พี่บรู๊คพูด ทำเอาผมใจจะขาดอีกแล้ว
 
“ไม่กี่วันบอยจะกลับแล้วครับ...หยุดร้องก่อนนะครับแบงค์ ”  ผมบอกกับแบงค์  ถ้าผมทำให้เขาอึดอัดผมก็ไม่ควรจะอยู่เช่นกัน 
 
“บอย ไหนบอกว่าจะ” พี่บรู๊ครีบถามผม เพราะว่า พ่อบอกว่าอยากให้อยู่ในกฏเหมือนคนอื่นคือ1 เดือนค่อยกลับ แต่นี้ห่างมาแค่ไม่กี่วันก็จะแย่แล้วผม
 
“เออ เอาไว้ผมอธิบายให้พี่บรู๊คฟังอีกทีนะครับ และบอยคิดถึงลูก” ผมพูดกับพี่บรู๊ค น้ำตาผมจะไหล ทั้งที่ผมพยายามจะมาช่วยให้เขาผ่านจุดนี้ไปได้ เพื่อเขาจะได้แสดงให้พ่อผมเห็นว่าเขาพร้อมแล้ว  แต่ดูท่าทางแล้วเขาไม่อยากมีผมอยู่ในชีวิตเขาแล้วมั้ง และผมก็คงต้องเก็บความลับนี้ต่อไป 
 
“บอยเกิดอะไรขึ้น ไอ้แจ็คมันทำอะไรน้องพี่อีก” พี่บรู๊คหันกล้องกลับมาพร้อมหน้าตาที่ขรึงขรัง 
 
“เปล่าครับพี่บรู๊ค ผมคิดว่าผมคงทนอย่าห่างจากแบงค์ไม่ได้” 
 
“ผมคิดถึงเขามาก “
 
“ผมอยากกลับแล้ว” ผมพูด
 
“พี่ไปรับเลยไหมครับ” 
 
 
“รอให้ผมคุยกับพ่อก่อนดีกว่าพี่บรู๊ค” ผมพูด 
 
“แกร็ก”เสียงลูกบิด 
 
“พี่บรู๊ก ผมต้องขอตัวก่อนนะครับ “
 
“ได้ครับ บอยมีอะไรโทรหาพี่ทันทีนะครับ” 
 
 
“ครับพี่บรู๊ค  พี่ด้วยโทรหาผมทันทีนะครับถ้าแบงค์ร้องไห้มาก และผมขอโทษนะครับพี่บรู๊ค งานหนักเลย” ผมพูดเบาๆ ผมนี้ไม่เคยห่างจากแบงค์เลยสักนาที 
 
“เอานะ น้องยังเล็ก และปกติไม่ห่างกันก็งอแง แต่เดียวก็ดีขึ้นเชื่อพี่” พี่บรู๊คพูด ผมก็ยิ้มทั้งน้ำตาปริ่ม 
 
“แบงค์ ทานอาหารเช้านะครับ แบงค์อยากเป็นซุปเปอร์ฮีโร ต้องทานอาหารเช้า บอยจะโทรหาอีกทีนะครับ บอยต้องไปแล้ว บอยรักแบงค์มากนะครับ รักมาจริงๆ “ ผมพูดและตัดใจกดวางพร้อมกับปาดน้ำตาให้หมดไป ผมหันไปมองลูกบิดที่ขยับช้าๆก่อนจะถูกเปิดออกเบาๆ  คนที่เปิดคือแจ็ค ผมไม่รู้ว่าเขาไปไหนมา ดูสภาพเหงือที่ท่วมตัวเขา 
 
“แค่มาเอาเสื้อผ้าจะไปนอนอีกห้อง “ แจ็คพูด ผมก็ได้แต่นั่งอ้าปากหวอ 
 
“จะได้มีเวลาจ๊ะจ้า กับ...”  แจ็คพูด
 
 
“กับใคร” ผมถามเขากลับ แสดงว่าเขาได้ยินแต่คงไม่ทั้งหมดแน่ๆ ผมภาวนาแบบนั้น
 
“ก็”  แจ็คพูดและทำท่าคิด

“ไม่รู้ซิ บังเอิญได้ยิน ไม่ได้แอบฟังนะ แค่ได้ยิน”

“ จ๊ะจ๋ากันน่าดู “ แจ็คพูดโดยไม่ได้หันมามองผมสักนิด
 
“บอยคุยกับพี่บรู๊ค “ ผมพูดพร้อมกับลุกขึ้น ผมมองแจ็คที่หยิบเสื้อผ้าและกระเป๋าของใช้ส่วนตัวเขากำลังจะก้าวเท้าออกจากห้อง 
 
“แจ็คนี้นายรังเกียจเรามากขนาดนั้นเลยเหรอ” ผมถามแจ็คด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ” 
 
“........” เขาได้แต่เงียบนิ่งไม่ตอบผม 
 
“ถ้าการมาของบอยทำให้แจ็คลำบากใจ บอยจะกลับ” ผมพูด
 
“ก็อยากกลับไม่ใช่เหรอ ไปซิ! “

“ ไปหาไอ้...อะไรที่คุยว่าคิดถึงหนักหนา  “ แจ็คหันมาพูด
 
“และไม่ต้องห่วงไอ้ภาระกิจบ้าๆนี้หรอก ไปนั่งให้สบาย บอยไม่ต้องมาทำอะไรพวกนี้หรอก พวกแจ็คทำกันได้” แจ็คพูด
 
“บอยไม่ได้มาเพื่อภาระกิจอะไรพวกนี้ แต่บอยมา” ผมพูดและมองหน้าเขาสายตาเราประสานกันแต่เหมือนผมจะสัมผัสได้ว่าเขาไม่ได้รับรู้ความรู้สึกอะไรจากผมเลยผ่านดวงตาคู่สีฟ้าของผม ที่เขาชอบชมหนักชมหนา
 
“มาเพื่อะไร!” แจ็คถามผม   
 
“เพื่อหาคนที่เคยอยู่ข้างเรา” 
 
“แล้วก่อนหน้านี้ละ นายอยู่ข้างเราไหม!”  แจ็คถามผมเสียงดังขึ้น มันทำให้ผมจุกในอก จนถึงคอหอย จะกลืนน้ำลายยังกลืนได้ไม่ลงเลย
 
“ก็”  ผมได้พูดเสียงอ่อยๆ ไม่มีคำตอบใดที่ผมจะให้เขาได้เพราะว่าผมสัญญากับพ่อผมไว้แล้วว่าจะไม่พูดเรื่องนั้นจนกว่าจะถึงเวลาที่ควรบอก แต่จะเมื่อไหร่มันบอกไม่ได้เลย
 
“ก็อะไรละบอย..... บอยหายไป..... ไม่มีการติดต่อ.... ไม่บอกเหตุผล” ผมถึงกับต้องเป็นคนถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว

“  แจ็ครู้แค่ว่าบอยป่วยแต่ มันไม่น่าจะใช้เหตุผลที่บอยจะหายไปเลย เหมือนกับว่าแจ็คนี้ทำผิด” แจ็คพูดกับผม 
 
“บอย..” ผมได้แต่อึ่งพูดอะไรไม่ออก


“ว่าไง...บอกไม่ได้ “

“13 เดือนที่หายไป แจ็คเป็นไง บอยเคยรู้ไหม “ แจ็คพูดสายตาเขาบอกได้ว่าเขาเสียใจกับมันมากแต่ผมนี้เจ็บมากกว่าเขาหลายเท่าเขาจะรู้ไหม
 
“วันนี้เราบอกเหตุผลนั้นกับแจ็คไม่ได้ แต่สักวันเราจะบอก “ ผมพูดขณะที่แจ็คกำลังหันหลังเดินออกจากห้องนอนไป และเขาก็หยุด
 
“งั้นก็เก็บเหตุผลนั้นไว้เถอะ แจ็คไม่อยากรู้แล้ว” แจ็คพูดและเดินออกไปพร้อมกับปิดประตูลง ผมได้แต่นั่งลง น้ำตาไหลเลยมันกั้นไม่อยู่จริงๆ  ผมเสียเขาไปแล้วจริงๆหรือ  ผมได้แต่นั่งน้ำตาไหล ผมเริ่มอ่อนแอจริงๆ ผมรู้ว่าผมจะต้องยอมรับสิ่งที่ผมจะได้เจอ ใช่ว่าผมไม่รู้เรื่องเขาเลย ตลอดเวลา 13 เดือนที่ผาน ผมรู้ว่าเขาหนักพอสมควร และนี้คือผลที่ผมได้ทำไว้ใช่มั้ย

************************* 
 ความรู้สึกของ แจ็ค
 
ผมเดินออกมาจากห้องอาหารเพราะว่าผมเริ่มKคุมความรู้สึกตัวเองไม่ได้  ผมไม่อยากเป็นแบบนี้เลย ที่กลายเป็นคนหัวเสียง่ายๆ  ผมเกือบจะต่อยกับไอ้ดิว ทั้งที่พวกผมไม่เคยเป็นแบบนี้ แต่ถ้าเกิดต่อยขึ้นมาจริงๆ ผมแพ้มันอยู่ดี ผมเดินมาหยุดที่หน้าห้องหนึ่ง ผมเปิดประตูเข้าไป เป็นห้องยิม มีอุปกรณ์ออกกำลังกายทุกอย่าง แต่ดูแล้ว มันคงสำหรับไอ้ดิวแน่ๆ  ใช่ว่าผมไม่เข้ายิมนะ ผมต้องเข้าอยู่แล้วแต่ไม่ออกหนักเหมือนไอ้ดิวแน่นอน ดูกล้ามมันซิ ซิกแพ๊คมันอีก มันเป็นคนมีซิกแพ็ค หุ้นมันไม่ได้ดูหน้าจนถึก เรียกได้ว่า มาตราฐานชายไทยทีเดียว

“ทำไมต้องมาเจอสถารการณ์อะไรแบบนี้วะกรู” ผมนั่งลงบนแทนที่ใช่นอนยกดรัมเบล

“เอาวะ เพื่อว่าเหงือออกแล้วมันจะดีขึ้น “ ผมพูดกับตัวเองพร้อมกับเอนตัวนอนลงและยกเวทขึ้นลงแต่มันกลับไม่ได้ช่วยอะไรมาก เพราะว่าภาพที่ผมกับเขาเรารักกันมันวนไปมาซ้ำๆ





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-05-2020 20:44:20 โดย PFlove »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 517
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
ภาค ดิว x  แอ้ x ติ๊ก  ความลับที่ไม่อาจเปิดเผยได้
ผมนั่งคุยกับพายและแอ้ เพื่อรอให้อาหารย่อย ผมเห็นบอยกับแจ็คไม่กลับมาเป็นคู่รักแห่งปีเหมือนเคย มันทำให้ผมนี้ไม่สบายใจเอาซะเลย และผมยังตกเป็นจำเลยทั้งที่ผมไม่ใช่อีกด้วย ไอ้แจ็คมันเลบเขม่งผมตลอดเวลา 

    เพราะว่าผมดันไปเป็นที่ต้องตาของลุงหนึ่ง ทั้งที่ผมก็ต่อต้านเขาบางเรื่องเหมือนแจ็ค หัวดื้อกว่าไอ้แจ็คอีกด้วย  ดูจากที่เขาพยายามให้ผมกับบอยไปเจอกัน เหมือนอยากให้ไปออกงานและผมก็ชิ้งตลอดๆ ทุกครั้งเลยก็ว่าได้ เพราะอะไร เพราะหัวใจผมมีคนจองแล้ว แต่ก็ดันมีอุปสรรคที่ใหญ่มาก และอาจจะมากกว่าด้วย พอผมเคยบอกผมไว้ ผมได้ทำบางสิ่งที่ที่พ่อคิดว่ามันคือความผิดพลาด แต่เปล่าผมตั้งใจ เพราะผมแอบรู้มาว่าแอ้มีลูกมด(หรือมดลูก) เจ้าตัวยังไม่เคยรู้ด้วยซ้ำ แต่มารู้ตอนที่เกิดเรื่องแล้ว
 
“สงสารบอยวะ แม่งไอ้แจ็ค มันจะบ้าอะไรขนาดนี้วะ “ พายพูด แอ้ก็พยักหน้าเห็นด้วย 
 
“ดูหนังมากไปไอ้นี้ ดูแล้วไม่จบ” ผมพูด
 
“ดูเรื่องไรวะถึงได้บ้าได้ขนาดนี้” พายหันมาถามผม 
 
“สงสัยจำเลยรัก” ผมพูดขึ้นเล่นๆ 
 
“ฮ่าๆ”ทั้งสองหนุ่มของผมหลุดขำออกมาทันที 
 
“เออว่ะ....นึกถึงหน้าพระเอกดิ “พายพูด
 
“หัวเราะอะไรกันวะ “ ตัวดี เรียกได้ว่ากางขวางคอตัวพ่อผมเลย ติ๊ก มันลงมาพอดี มันคงโทรหาพ่อมันเสร็จแล้ว และมานั่งแทรกตรงกลางระหว่างผมกับแอ้อีกด้วย พายก็เหล่มอง 
 
“มารยาทนิดนึง!” พายพูดลากยาวเน้นคำหลังและเหล่ตามองไอ้ติ๊กที่เดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างผมกับแอ้ ใช่ครับแอ้ต้องเขยิบออก ผมอยากจะดึงตัวแอ้ไว้แต่แอ้ขยิบตาไม่ให้ผมทำแบบนั้น
 
“มารยาทอะไรของมรึง..พาย” ติ๊กพูดและหย่อนก้นนั่งลง
 
“มีใครเขามาถึง....ก็นั่งแทรกกลางแบบนี้วะ ติ๊ก” พายพูดแอ้ก็พยักเพย้อให้พาย 
 
“อ้าว...ที่ประจำของกรู กรูคือคนกลางตลอด....ที่หล่อมาก” ติ๊กพูดและทำเครื่องหมายถูกยืนยันที่ใบหน้าที่หล่อของมันจริงๆ 
 
“ว่าแต่พวกมรึงคุยอะไรกัน หัวเราะสนุกสนานเลยแอ้” ติ๊กถามแอ้
 
“เปล่าก็แค่คุยเรื่องแจ็คกับบอยนะ และดิวมันบอกว่าแจ็คมันคงดูหนังแล้วไม่จบ พวกกรูเลยถามดูเรื่องอะไร ดิวมันบอกจำเลยรัก” แอ้พูด 
 
“อ้อเหรอ” ติ๊กพูดลากเสียงแบบไม่เชื่อเต็มที
 
“งั้นกรูขอตัวไปยิมก่อนนะ อยากขอเหงือสักหน่อยก่อนอาบน้ำ แอ้ละจะขึ้นไปอาบน้ำเลยไหม” ผมลุกขึ้นและถามแอ้ 
 
“เออ ..”
 
“แอ้ อาบน้ำกับกรูนะ จะให้แต้มสิวที่หลังให้ เมื่อวันก่อนไปถ่ายในสระว่ายน้ำโรงแรมอะไรก็ไม่รู้ คันหลังมากสงสัยน้ำไม่สะอาด” ติ๊กพูดขึ้นผมนี้หันหน้าไปทางอื่นแอ้คง
 
“ก็ได้ ติ๊ก ..ดิวมรึงก็ขึ้นไปอาบน้ำด้วยละ “ แอ้พูด ผมอยากให้แอ้ขัดใจมันบางจัง ไม่ใช่เออออห่อหมกไปหมดแบบนี้ ติ๊กมันหันมาหยักคิ้วให้ผม ผมก็เดินออกเพื่อตรงไปห้องยิม ผมยังไม่ได้ไปใช่แต่ขอเข้าไปดูว่ามีอุปกรณ์อะไรบ้างที่น่าใช้ เพราะผมต้องฟิตร่างกายเพื่อความพร้อมที่ทดสอบการเป็นแพทย์ทหารด้วยเช่นกัน พอผมเปิดเข้ามาก็ต้องเจอไอ้ตัวดี ไอ้แจ็คมันนอนยกเวทขึ้นลง ข้าวไม่กินมา มาปั่นกล้ามอกนี้เอง 
 
“ไงวะ” ผมเดินเข้าไปนั่งมานั่งข้างๆ  ม้านั่งที่ใช้เล่นกับดรัมเบล แจ็ควางเวทลงและหันมามองหน้าผม  อย่าบอกนะว่ามันไม่จบมันจะต่อ และถ้าได้ต่อยกันใครจะห้ามวะเนี๊ยะ 
 
“แจ็ค มรึงเป็นบ้าอะไรของมรึง” ผมถามมันกลับ
 
“กรูไม่ใช่คนที่เขาเลือก” ไอ้แจ็คมันพูด มันหมายถึงผม ที่มันเข้าใจว่าผมคือคนที่ถูกเลือกให้คู่กับบอย ทั้งที่อยากจะบอกดังๆว่าผมมีคนที่ผมเลือกแล้ว มันอยู่ข้างๆผมนี้ ผมได้แค่ตะโกนในใจ
 
“แล้วมรึงถามกรูยังมากูอยากให้เขาเลือกกรูไหม” ผมถามมันกลับแจ็คมันเงียบไม่มีคำพูดใด แจ็คลุกขึ้นนั่ง 
 
“กรู มรึง ทุกคนโตมาด้วยกัน เกิดก็วันเดียวกัน กินนอนด้วยกัน จนโตหมาเลียตูดไม่ถึงแล้ว มรึงยังไม่รู้จักกรูดีพออีกเหรอวะ” ผมถามแจ็ค 
 
“ก็..กรู”
 
“มรึงหึงไม่ดูห่าอะไรแบบนี้ไม่ได้นะโว้ย” ผมถามไอ้แจ็ค 
 
“กรูควรทำยังไงวะ มันกดดันกรูหลายอย่าง “ แจ็คพูด
 
“มรึงรอเขา ตอนนี้เขาก็มาแล้ว มรึงจะรออะไรอีก” ผมถามมันด้วยน้ำเสียงที่ซอร์ฟลง 
 
“กรูกลัววะ กลัววะจะเป็นเหมือนเดิม “ แจ็คพูด
 
“มรึงได้ลองหรือยัง “ ผมถามไอ้แจ็ค มันก็สายหัวเบาๆ 
 
“มรึงลองก่อนและถ้ามันยังเหมือนเดิม มรึงถึงจะเริ่มกลัวได้แล้ว แต่ตอนนี้ลองก่อน” ผมพูดแจ็คเงยหน้ามองผม
 
“และ...เลิกมองว่ากรูคือสัตรูหัวใจของมรึง ที่กรูดูแลบอยเพราะบอยคือคนสำคัญของเรา เราต้องดูแลเขา” ผมพูด มันหันมาเหล่มองผม แบบไม่เชื่อร้อยเปอร์เซนต์
 
“เลิกหึงกรู เพราะกรูไม่ได้คิดอะไรกับบอย” ผมพูด ไอ้แจ็คยังมองหน้าผมอีกมันยังมีคำถามที่ค้างคา ผมรู้ว่ามันโกรธทุกครั้งที่ลุงณะพยายามให้ผมออกงานคู่กับบอยแต่ส่วนใหญ่พ่อและพี่ชายผมไปแทน โดยเฉพะพี่ดิ๊บ
 
“ใช่ เขาพยายามจับคู่กรูกับบอยแต่ทุกครั้งที่เขานัดกรูและบอย กรูไม่เคยไปเลยสักครั้ง จนลุงหนึ่งด่ากรูมากับพ่อหลายครั้งแล้วแต่กรูไม่พูดเอง” ผมหันไปบอกมัน หน้าตาผมจริงจังมาก 
 
“ทำไมวะ” แจ็คมันถามผมกลับ
 
“อะไรนะ” ผมถามมันกลับเช่นกัน ผมอธิบายขนาดนี้มันยังถามผมต่ออีก และแทนทีมันจะดีใจที่ได้ยินที่ผมบอกแต่ดันถามผมว่าทำไม
 
“ถ้ามรึงได้บอย มรึงจะเป็นอัลฟ่าขององค์กร ทำไม มรึงไม่รับข้อเสนอนี้วะ ดิว “ แจ็คมันมองหน้าผมและถามคำถามนี้กับผม 
 
“กรูบอกมรึงไม่ได้วะ ....แต่กรูไม่ได้อยากได้ตำแหน่งบ้าบออะไรนั้น “ผมพูดแบบหัวเสียกับข้อเสนอนี้ที่พ่อเคยบอกผม ผมรู้ว่าพ่อลองใจผมเพราะพ่อผมรู้ดีว่าผมต้องการอะไรในชีวิตผม 
 
“และกรูมีคนที่กรูอยากดูแลอยู่แล้วและเขาก็สำคัญกับกรูมาก เขามีค่ากับกรูมากจริงๆ “ ผมพูดก่อนจลุกขึ้น
 
“บางเรื่องมันไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลก็ได้เปล่าวะ แค่เข้าใจกันก็พอ” ผมหันไปทิ้งท้ายให้มันคิด เพราะผมรู้ว่ามันยังเฝ้าหาเหตุผลที่ทำไมบอยหายไปตอนนั้น (ถามว่าผมรู้ไหม รู้แต่ทุกคนต้องไม่พูด พ่อบอกผมว่ามีหลายคนรู้เรื่องนี้ยกเว้นพ่อไอ้แจ็คและครอบครัวของแจ็ค )
 
“และเวลามันจะพาคำตอบมาให้มรึงเองแจ็ค” ผมพูดและททำท่าจะลุกขึ้น 
 
“ไปไหนวะ” แจ็คมันถามผม ขณะที่ผมกำลังหันหลังเดินออก มันคงแปลกใจผมไม่ได้เข้ามาออกกำลังกาย
 
“ไปอาบน้ำดิ เพื่อพ่อกรูโทรมาจะได้คุยกับพ่อกรูด้วย มรึงก็ไปนอนได้แล้วมั้ง พรุ่งนี้ต้องไปเรียนแต่เช้า อย่าลืมว่าที่นี้เข้าเรียน 7.45 นะโว้ย ไม่ได้เข้า 9 โมงเช้า” ผมหันไปบอกมัน มันก็โบกมือให้ผมไป
 
 
 ผมเดินออกมาจากห้องยิมเดินผ่านห้องนั่งเล่น ก็ไม่เห็นแอ้ ติ๊กและพายแล้ว ทั้งหมดคงขึ้นๆข้างบนกันหมดแล้วและคืนนี้ผมคงนอนคนเดียวแน่ๆ 
 
“แกร๊ก” เสียงสวิตไฟที่ถูกกดเปิด ผมมองไปรอบๆ ไม่เห็นแอ้ ลองไปเปิดห้องอาบน้ำก็ไม่เห็น ผมหยิบเอาแล็ปท๊อปมาเปิดดูก่อนเพื่อว่าแอ้จะกลับมาทันอาบน้ำพร้อมกัน จะว่าไปว่างก็โทรหาพี่ชายผมดีกว่าพี่ดรีมพี่คนที่สองของบ้านดอเด็ก เพิ่งได้เป็นหมอเด็กแบบเต็มขั้น พี่ดรีมเป็นหมอเด็กที่เก่ง คนไข้ติดตั้งแต่เป็นหมอเอ็กเทิร์นแล้ว จนตอนนี้คุณหมอเต็มตัวเรียบร้อยแล้ว 
 
“ว่าไงดิว” พี่ดรีมกดรับสายผมพร้อมกับกระเตงเด็กน้อยร้องงอแงไว้ด้วย น้องมิ้นครับ เพิ่งจะ หกเดือนเอง (มิ้นคือลูกชายผมครับ ไม่ใช่ลูกคนแรกมีดีกว่านั้นอีกผมนะ อิอิ)
 
 
“อ้าวพี่ดรีม มิ้นร้องไห้ทำไมละ”
 
“สงสัยฟันอยากออกมาดูโลก” พี่ดรีมพูด เป็นหมอตลกพี่ชายผม
 
“นมก็ไม่ยอมกิน เอาแต่ร้อง ร้องแม่งอยู่เพลงเดียวด้วย แหง๋ๆ “ พี่ดรีมพูด มิ้นเงยหน้าคงเข้าใจว่าพี่ดรีมว่าเขาแน่ๆ 
 
“พ่อยังไม่ถึงบ้านเลยเนี๊ยะ ไอ้ด้าก็มีงานพี่ไม้อยากกวน” พี่ดรีมพูด
 
“แล้วแฝดผมไปไหนละพี่” ผมถามนี้ละตัวชูโรงของผม 
 
“อาบน้ำอยู่กับได้เดียร์” พี่ดรีมพูด ไอ้เดียร์คือน้องชายผมลูกคนสุดท้องของบ้านดอเด็ก เดียร์มันห่างจากผม 3 ปีได้ 
 
“แล้วมีนละครับ “ น้องมีนลูกผมอีกคน อายุหนึ่งขวบพอดีเลย 
 
“รายนั้นไปเข้าเฝ้าพระอินทร์เรียบร้อยแล้วเจอกันอีกที 7โมงเช้าโน้น “ พี่ดรีมบอกผม น้องมีนเลี้ยงง่ายมากๆ 
 
“พ่อแอ้” มิ้นหันมาน้ำตาไหลเหยิ้มเรียกหาแอ้ 
 
“พ่อแอ้...เออ..เข้าห้องน้ำครับมิ้น” ผมพูดแก้ต่างไป แอ้เป็นพ่อ(จริงๆแล้วเป็นแม่ของลูกๆผม เหตุผลนั้นคืออะไรยังไงจะมาในตอนพิเศษ) ผมอยากจะวิ่งไปเรียกแอ้ แต่ก็กลัวว่าพวกติ๊กกับพายจะวิ่งมาด้วย ความลับจะแตกเอา และทุกคนคงรู้ และเรื่องนี้มันจะทำให้พ่อผมถูกตรวจสอบ เพราะเขาให้ยกเลิกการทำให้ผู้ชายตั้งครรภ์ได้นานมากแล้ว แต่สำหรับแอ้เขามีเหตุผลที่ผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจ 
 
“ยุง...พ่อมายัง” เสียงเล็กๆ ดังแทรกเข้ามา แฝดสามของผมนั้นเอง ไอ,ไอซ์และโอ้  พี่ดรีมปรับกล่องไปที่สามแฝดลูกผม
 
“เฮ้ย!” ถึงกับร้องตกใจเลยผม ลูกผมตัวขาวโผนเหลือแต่ลูกกะตา 
 
“นี้ไอ้เดียร์มันจะชุปแป้งลูกมรึงและลงทอดใช่ไหมเนี๊ยะ” พี่ดรีมพูด 
 
“ดีนะที่มีลูกกะตาโต้..โต ไม่งั้นเห็นแบบนี้ นี้มันจูออนชัดๆ” พี่ดรีมพูด ยังมาว่าลูกชายผมเป็นจูออนอีกนะ 
 
“แฮๆ” ลูกๆผมยิ้มแหยๆกันทั้งหมด
 
“ไอ้เดียร์ ....บอกมันผมกลับไปจะเตะมัน นี้มันแกล้งลูกผมชัดๆระพี่ดิม”ผมพูด และส่ายหัว
 
“พ่อดิวววว คิดถึง “ ลูกชายผมมาริโอ้ หรือน้องโอ้ 
 
“พ่อเพิ่งจะไปเมือเช้าเองนะ ยังไม่นานเลย” ไอพูดขึ้นผมก็อดยิ้มไม่ได้ สาบานได้ว่านี้เด็กสามขวบ ทำไมลูกผมพูดเก่ง เพราะว่าลูกผมเข้าศูนย์รับเลี้ยงตั้งแต่เล็กไปแบบเช้าเย็นกลับ มีพี่เลี้ยงคอยดูแลประคบประหงม ศูนย์นี้พ่อผมตั้งเพื่อช่วยเหลือครอบครัวที่ไม่มีใครดูแลลูกยามที่พ่อแม่ต้องทำงานในค่ายทหารของพ่อผมและโรงพยาบาลในค่ายทหารของพ่อผมเช่นกัน เลยทำให้น้องเก่งขึ้น
 
“พ่อดิว..พ่อแอ้ละ” น้องไอซ์ที่ติดแอ้มาก ถามหาแอ้อีกคนแล้ว 
 
“พ่อแอ้...ทำงานอยู่” ผมบอกไอซ์แต่มิ้นสะบัดหน้ามามองผม และหันไปมองไอซ์
 
“ขรี้” น้องมิ้นหันไปบอกพี่ๆ ชัดมาครับลูกคำนี้  และผมก็ดันไปบอกลูกชายคนเล็กผมว่าแอ้เข้าห้องน้ำ น้องก็มักจะเข้าใจว่าไปขรี้ตลอด ฮาๆ
 
“พ่อแอ้เข้าห้องน้ำอยู่” ผมพูดอีกครั้ง
 
“ตรงลงพ่อแอ้ไปทำงานในห้องน้ำเหรอและขรี้ด้วย ” นั้นมาริโอ้ ผมเลยเกาหัวเลยหนักกว่าเดิมอีกครับ 
 
“พ่อแอ้...ติดธุระแล้วกันนะ ไว้พ่อแอ้ออกมาแล้วค่อยคุยกัน” ผมพูดปลอบใจลูกยิ่งต่อไปจะยิ่งยาว 
 
“คงรอไม่ได้นะเพราะว่าต้องพากันไปเข้าห้องนอนแล้ววะดิว “ พี่ดรีมพูด ผมรู้ว่าพี่ดรีมต้องทำงานเอกสารต่อด้วย นี่แค่ให้ดูลูกให้ผม ผมก็เกรงใจพี่ดรีมมากแล้ว 
 
“โอเคพี่ งั้นแค่นี้นะ วันนี้แอ้คง”
 
“ทำไมละ แอ้ไปไหนละ ไม่ได้นอนห้องเดียวกันเหรอ หรือว่างอนกันละ” พี่ดรีมพูดยิ้มๆ 
 
“ไม่ได้งอนกัน แต่มีกางชิ้นใหญ่มาก” ผมพูดด้วยน้ำเสียงประชด 
 
“กางอะไรของมรึงวะ” พี่ดรีมหันกล้องมาเพื่อคุยกับผม
 
“ก้างชิ้นเดิม”ผมพูด พี่ดรีมนะน่าจะรู้ดี
 
“เจริญ...เอาทำเมียอีกคนไปเลยดิว” พี่ดรีมพูดขำๆ แต่ผมไม่ขำด้วยนะ 
 
“พี่ดรีม ผมรักเมียที่เป็นแม่ของลูกผมคนเดียว”
 
“ เนี๊ยะ ดิวเบื่อมากที่ต้องปกปิดความจริง “ผมพูด พี่ดรีมก็ปรับสีหน้ามาเป็นตรึงเครียดทันทีเหมือนกัน
 
“ดิว ...คนที่จะเดือดร้อนคือพ่อเราวะ มันสำคัญแค่ไหน พ่อยังไม่เคยบอกอาภีมเลยนะมรึง” พี่ดรีมพูดผมก็ยกมือขึ้นเลยหัวตัวเอง 
 
“แต่...” ผมทำท่าอึดอัด พอดีผมได้ยินเสียงประตูก็ถูกเปิดออก แอ้นั้นเอง แอ้มองผม ผมพยักหน้าว่าผมคุยกับลูกอยู่ 
 
 
“พึ่ดรีมแป๊ปหนึ่งแอ้เข้ามาพอดี” ผมพูดและหันไปมองให้แน่ใจว่าแอ้มาคนเดียว 
 
“แป๊ป” แอ้พูดให้ผมอ่านปาก
 
“ติ๊ก กรูปวดขรี้วะ กรูเข้าห้องน้ำนะ” นั้นไงตะโกนไปนะเกรงใจหน่อยได้ไหมมันเข้ามาในไมร์โคโฟน และแอ้ก็ปิดประตูลงกลอนเรียบร้อย และรีบกระโดนขึ้นมาที่เตียง 
 
“พ่อแอ้ๆ” ผมก็ต้องเอานิ้วอุดหู่ประสานพร้อมกันทำไมเนี๊ยะ 
 
“มาแว้ว มาแว้ว “ อันนี้น้องมาริโอ้  มุขมาแว้วตลอด 
 
“กรูว่าลูกมรึงควรเลื่อนขั้นจากสถานอนุบาลไปอยู่ ตลกอเคเดมี่แทนวะ” พี่ดรีมพูดและหัวเราะมาริโอ้ ที่ทำท่าเขินๆ ส่วนพี่ชายคนโตนี้เบ้ปากใส่ น้องแย้งซีนไปชัดๆ 
 
“ไง..เด็กๆ ดื้อกันหรือเปล่า” แอ้ถามพร้อมกับรอยยิ้มที่บอกได้ว่ามีความสุขที่สุด นี้แหละคือรอยยิ้มที่ผมเห็นว่าเขายิ้มออกมาจากข้างในจริงๆ   
 
“ไม่” ทุกคนตอบพร้อมกันแต่ 
 
“ดื้อ” มาริโอ้พูด สองพี่ชายหันไปมองน้องชาย
 
“นายนะดื้อ  ดื้อกับครูนุ่น ครูนุ่นบอกว่าไม่ให้นายออกไปเล่นน้ำฝนนายก็ดื้อ” พี่ชายหันไปดุน้องชายแฝดตคนเล็ก ผมกับแอ้หันมายิ้มให้กัน นี้แหละที่ผมสอนให้พี่ดูแลน้อง ไอทำได้ดี 
 
“เขาขอโทษ นะนะ พี่ไออย่าว่ามาริโอ้นะ” มาริโอ้ 
 
“เอาละ น้องยังเล็กไอ และมาริโอ้ ต้องฟังครูนุุ่นนะครับรู้ไหม” แอ้พูดและยิ้มมีความสุขให้เด็กๆ รัศมีความเป็นแม่มาตลอดที่ได้คุยกับลูกๆ 
 
“พ่อแอ้ไปขรี้มาเหรอ พ่อดิวบอก” มาริโอ้ถามแอ้ แอ้หันมามองหน้าผม คงอยากเอาเท้ามาประทับหน้าผมแน่ๆ แอ้ไม่อยากให้ลูกพูดไม่สุภาพ 
 
“พ่อไปห้องน้ำครับ นัมเบอร์ทูครับ” แอ้พูดกับมาริโอ้ 
 
“พี่ดรีม น้องมิ้นเป็นอะไรอ่ะครับ” 
 
“ร้องเพลงเดิมครับแอ้ ฟันจะขึ้น เอายาทาให้แล้ว เดี๋ยงคงสงบ” พี่ดรีมพูด
 
“พี่ดรีม ลองโยเกิร์ตผลไม้ที่ที่แอ้ทำไว้ แอ้แช่ช่องฟิตเอาไว้นะครับให้เขาลองทานดู มันเย็นๆครับ ผมเห็นเขาชอบ”แอ้พูด ผมหันมามอง ทำไมละผมจะไม่รักแม่ของลูกผมคนนี้ 
 
“เอาเหรอ พี่ไม่รู้ ว่าแอ้ทำไว้ให้  เพราะพี่เพิ่งกลับมา พอมาถึงไอ้เดียร์มันก็ถีบมาไว้กับพี่เลย” พี่ดรีมพูด 
 
“ติมๆ” มิ้นพูด เพราะคงได้ยินที่แอ้คุยกับพี่ดรีม
 
“งั้นเดี๋ยวลุงพาไปหาของเย็นกระแทรกฟันเล่นแล้วกัน จะได้สงบขึ้น” พี่ดรีมพูด
 
“แอ้ ดิว พ่อมาแล้ววะ พี่ได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาแล้ว “ พี่ดรีมพูด
 
“งั้นก็แค่นี้แล้วกันพี่ “ ผมพูด ผมเอาแขนไปโอบเอวแอ้ให้เข้ามาชิดจนติดหน้าอกผม 
 
“เอาละเด็กๆ บายพ่อแม่ซะจะได้ไปเข้านอน ลุงขอร้อง พรุ่งนี้ลุงขึ้นเวรเช้าครับผม” พี่ดรีมหันไปบอกลูกๆผม ทุกคนทำหน้าหงอยกันหมดเลย 
 
“ไปที่ทำงานก็เจอแต่เด็ก กลับมาบ้านพี่ก็เจอเด็ก ในฝันยังเจอเด็กเลยครับ” พี่ดรีมพูด ผมสองคนนี้กลั้นหัวเราะทั้งคู่ 
 
“ก็พี่เป็นหมอเด็กนี่ครับ และพี่ดรีม ผมไม่ใช่แม่นะ “แอ้พูดขำๆ กับพี่ดรีม
 
“อยากคุยต่อ” เด็กๆพากันงอแงไม่อยากว่างสายเลย ผมสองคนก็เช่นกัน ถ้าเป็นที่บ้านนี้เล่นกันบนเตียงสนุกสนาม แอ้ก็เล่านิทานให้ลูกฟัง นี้แหละที่ทำให้ผมไม่อยากอยู่จนถึงปีเลย 
 
“เอานะ วันนี้ดึกแล้วลูก ไปนอนกัน พ่อแอ้กับพ่อดิวจะทำน้องเพิ่ม” ผมพูดแอ้หันแอบหยิกผม
 
“ช่างกล้าพูด ...ที่อุ้มอยู่นี้ ยังหาคนเลี้ยงยากเลย ตอนนี้คนทำงานในสถานรับเลี้ยงไม่พอนะมรึง” พี่ดรีมพูด   
“ไม่เอาแล้วอ่ะ โอ้ไม่อยากได้แบบไอ้มิ้นอ่ะ “ โอ้พูด คงเพราะมิ้นกำลังหมันเคี้ยว ฟันที่เพิ่งขึ้นมาได้สี่ซี่และกำลังตามมาอีกติดๆ แต่ก็กัดได้เจ็บเหมือนกัน 
 
“เข้านอนกันได้แล้วนะเด็กๆ อย่าอยู่ดึกนะ ลุงต้องไปทำงานพรุ่งนี้”
 
“และเราสามคน พรุ่งนี้ตื่นมากินข้าวต้มที่พ่อแอ้ทำไว้ให้ด้วยนะและไปโรงเรียน ไปเล่นกับเพื่อนๆ “ แอ้ตัดบทบอกให้ลูกๆไปเข้านอน และผมไม่แปลกใจที่ลูกๆจะเชื่อแอ้มากกว่าผมซะอีก   
 
“คร๊าบพ่อแอ้” ทุกคนพูดพร้อมกัน
 
“มาส่งจูปคนละทีและส่งไปราตรีสวัสดิ์คุณปู่”พีดรีมบอกลูกๆผม แต่ละคนก็ขึ้นมานั่งตักพี่ดรีมที่ละคนและจูบที่หน้าจอคนละที ผมเห็นแววตาแอ้ มันฉ่ำๆแสดงว่ากลั้นไว้ แอ้จะร้องไห้ ผมบีบแขนแอ้เบาๆ 
 
“แค่นี้นะ อ้อ...พักอู่ไว้ก่อนนะ อย่าเพิ่งปั่ม ปั้ม ทำลูกตอนนี้ รอให้ได้โดม กับ ไอ้เดฟมันกลับมาจากฝึกภาคสนามก่อน ค่อยทำกัน” พี่ดรีมยังมีทิ้งท้ายไว้อีก
 
“พี่ดรีม...อย่าไปเชื่อไอ้ดิวมัน “ แอ้พูดและคงอายด้วยแหละ 
 
“พี่มันกั้นไม่ได้อะดิ “
 
“ยางรัดไว้ไอ้น้อง ฮาๆ “ พี่ดรีมพูด
 
“นี้คือวิธีคุมกำเนิดที่พี่แนะนำคนไข้เหรอ ฮาๆ “ 
 
“มรึงนี่แหละคนแรกที่กรูแนะนำ แค่นี้นะ พ่อมาแล้ว จะเอาลงไปป่วนพ่อกรูบ้าง บาย...ตรูดๆๆ” พี่ดรีมพูดและกดวางสายไปทันที ผมยังคงรอดร่างบางๆนั้นไว้ให้ชิดกับอกผม แอ้หันมามองหน้าผม คือว่าตั้งแต่มาถึงยังไม่ได้นั่งติดกันเลย 
 
“อาบน้ำกัน” ผมกระซิบเบาๆ 
 
“เออ...”
 
“นะ..ตั้งแต่มาถึงยังไม่ได้..” ผมพูดยังไม่ขาดคำ 
 
“ปังๆ แอ้! มรึงไปขี้ถึงบางกอกหรือไงสาด นานชิป” ผมก็ต้องพ่นลมหายใจ มารของผม 
 
“ดิว..”
 
“ดิวไม่รู้จะอดทนได้แค่ไหนนะแอ้ ทำไมอะ มันต้อง”
 
“สักวันมรึงจะรู้ว่าทำไมแอ้ถึงต้องทำแบบนี้” แอ้พูดและลุกขึ้น
 
“หรือว่าดิวควรจะบอกมันไปตรงๆเลยว่าเรา”
 
“คุ้มแล้วเหรอที่จะทำดิว คิดให้ดี “ แอ้พูดก่อนจะเดินไปเปิดประตูและไอ้ติ๊กที่ยืนจังก้า หน้ามันก็คุมไว้ด้วยมาร์คหน้าเด้ง ของมัน เดินมายืนท้าวซะเอว 
 
“ก็กรูท้องไม่ดี เมื่อกลางวันแวะกินอาหารร้านแกงใต้กับพี่อ้น มันคงเผ็ดไป”
 
“มรึงอาบน้ำยัง”
 
“ยัง”แอ้ตอบ
 
“ไอ้ดิวอะ”ไอ้ติ๊กถามผม พร้อมกับแทรกตัวเข้ามามองผม
 
“ยัง ทำไมจะเรียกกรูไปอาบด้วยหรือไง” ผมถามแบบประชด
 
“ไม่ละ ห้องน้ำเต็ม เพราะกรู อิพายและแอ้ ก็เต็มแล้ว”
 
“ตรงลงจะอาบน้ำพร้อมกันสามคน จะบ้าเปล่า ห้องน้ำมีตั้งหลายห้อง “ ผมพูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจ แอ้หันมขยิบตาใส่ผม 
 
“ทำไม เขาไม่ได้ติดป้ายเอาไว้ว่าห้ามอาบน้ำหลายคน “ ไอ้ติ๊กพูด 
 
“เออ ...เรื่องของมรึง กรูอาบน้ำแล้ว” ผมพูดและลุกจากเตียง ดึงผ้าเช็ดตัวขึ้นพาดไหล่และเดินเข้าห้องน้ำก่อนจะปิดประตูลง
 
“แอ้ ไอ้คนที่นั่งกินเหล้าโต๊ะข้างๆ พวกเราอาทิตย์ก่อนอ่ะ แม่งมันอยู่ในไลน์กลุ่มดาราพวกกรูวะ แม่งไฮโซแน่ๆ และมันถามหามรึงวะ “ ผมนี้จี้ดขึ้นมาเลย ไม่ต้องเชื่อใจ ต้องเชื่อใจจจจจจจ อยากตะโกนดังๆ ผมอยากบอกให้ติ๊กมันเลิกชวนแอ้ไปเที่ยวผับซะที ผมไปด้วยไม่ได้เพราะว่าต้องเอาเวลาไปอานหนังสื่อช่วงนี้ไง แต่ก่อนผมนะไป ใครก็ไม่กล้ามาวอแวกับแอ้ เพราะผมปล่อยมัดจนหน้าหง่ายมาหลายคน และตอนนี้พ่อผมเลยสั่งห้ามผมเข้าผับเป็นอันขาด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-05-2020 22:09:51 โดย PFlove »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 517
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
แจ็ค x บอย
 ผมเล่นเครื่องเล่นในห้องออกกำลังกายสักพักให้พอได้เหงือ ปกติผมจะออกแบบมีเทรนเนอร์ เพราะผมต้องให้เขาแนะนำการออกกำลังกายที่ถูกต้องและไม่บาดเจ็บในช่วงที่ผมเก็บตัวเพื่อแข่งขัน 

   หลังจากที่ผมได้คุยกับไอ้ดิวบวกกับใจผมเริ่มนิ่งขึ้น และไอ้ดิวมันก็ยืนยันว่ามันไม่ได้หาบอย และอีกอย่างผมกำลังคิดว่าผมเปิดศึกผิดคนไหม เพราะผมได้ยิน ไอ้แบงค์นะมันใครกัน และไหนพี่โจจะคอยส่งข้อความเชียร์ให้ผมพยายาลองไม่ให้ผมหนีอีก ผมก็เหมือนจะได้ข้อสรุปว่าผมควรจะลองอีกสักตั้งแต่คงไม่ใช่วันนี้เพราะผม ดันเล่นตัวไว้ซะเยอะเลย

“แจ็ค” ผมสะดุ้งเพราะมีคนเรียกผมอยู่ในเงามืดๆ ผมนี้ยืนกุมหัวใจผมเลย เกือบหัวใจวายตายแล้วผม

“โธ่!  พาย เล่นอะไรของพายเนี๊ยะ ” ผมต่อว่าพายนิดหน่อย คนยิ่งขี้กลัวเรื่องพวกนี้อยู่ด้วย

“แฮๆ ตกใจอะดิ” พายถามผม ก็ดันเรียกซะเสียงนี้เหยือกเย็นมาก

“มีอะไรครับ” ผมถามพาย

“อ่ะ เราตักไว้ให้ “ ผมก็มองจานอาหาร และเหล่มองว่าแน่เหรอ แต่ที่ตักนี้ของชอบผมทั้งนั้นเลยนะ ไม่มีของที่ผมไม่ชอบเลย ผมว่าน่าจะบอยมากกว่า

“เล็งอะไรละไม่หิวหรือไง” พายถามผม ผมก็มองแต่จะว่าไปท้องก็ร้องอยู่นะ

“ไม่..ดี ของดีดีพวกนี้จะได้ลงไปอยู่ในถังขยะ” พายพูดและดึงจานกลับแต่ผมรีบยึดไว้อย่างเร็ว

“กินซิครับพาย “ ผมรีบอ้อนพายและดึงจานกลับมาอย่างไว

“ไปหาที่นั่งทานเลย เดี๋ยวดูน้ำให้” พายพูดและเดินไปกลับเข้าไปในห้องอาหาร

“อืม..ขอบใจ” ผมรับจานมาจากพายและเดินเข้าไปในห้องอาหาร เพื่อหาที่นั่งทานอาหาร พายเดินตามมาและก็รินน้ำใส่แก้วมาให้ผม

“ขอบใจนะพาย แล้วนี้ติ๊ก มันทำอะไรอยู่”

“ก็นั่งตัวติดไอ้แอ้ไง “ พายพูดยิ้มๆ

“อืมม แต่มันก็ติดอยู่แล้วนิ แล้วไอ้ดิวละ” ผมพูด เพราะว่าผมก็เห็อเป็นเรื่องปกติ

“ดิวมันก็อาบน้ำอยู่ในห้องมันแหละ” พายพูด

“แล้ว...” ผมกำลังจะอ้าปากถามถึงอีกคน แต่ผมก็เงียบไป

“จะถามถึงบอยก็ถามดิ “พายพูดกับผม

“บอยก็อยู่แต่ในห้องไม่ได้ออกมา พายคิดว่าบอยคงเหนื่อยเดินทางนะเลยไม่ได้เคาะประตูถาม “ พายพูด ผมพยักหน้า พร้อมกับวางจานอาหารที่ว่างเปล่า

“กินหมดเลยเนอะหิวละซิ” พายถามผม ผมก็ยิ้มๆ

“เอาจริงๆนะ  พายไม่ได้ตักไว้ให้หรอก บอยเขาตักไว้ให้” พายพูด ผมพยักหน้าพร้อมกระดกน้ำลงคอผมไป

“รู้แล้วละ” ผมตอบพาย คนตรงหน้าผมทำหน้าปากตัวโอ ตามสไตล์เขาละ ติ้งเกาหลี

“ทำไมรู้ละ” พายถามผมกลับ

“พายรู้เหรอว่าแจ็คชอบอะไรไมชอบอะไร” ผมถามพายกลับ พายก็ส่ายหัว

“รู้อย่างเดียว...ชอบเหล้า ฮาๆ “ พายพูดและหัวเราะ ผมละส่ายหัว ในความน่ารักใสๆของพาย 

“เอาละ ถ้าอย่างนั้นพายขึ้นห้องดีกว่าจะได้อาบน้ำนอน ง่วงแล้วเหมือนกัน พรุ่งนี้ต้องแหกขี้ตาไปแต่เช้าอีก” พายพูด ผมพยักหน้า  ว่าแต่ผมควรจะไปนอนที่ห้องเหรอ แต่ผมบอกเขาว่าจะไปนอนห้องอื่นนิ

“เออแจ็ค” พายเรียกชื่อผม ผมก็หันไปมองพาย

“ พายเห็นแจ็คออกมาจากห้องข้างๆอ่ะ จะไปนอนห้องนั้นเหรอ” พายถามผม

“อืม..อยากนอน..คนเดียวนะ”ผมบอกกับพาย พายก็พยักหน้า พายเปิดประตูมาเจอผมตั้งแต่ก่อนที่จะลงไปทานข้าวแล้วและผมก็เดินลงมาที่โต๊ะอาหารพร้อมกับพายนั้นแหละ 

“แจ็ค” พายชื่อผมอีก ผมเงยหน้ามองว่ามีอะไรอีก ดูสีหน้าพายซีเรียมขึ้นมากระทันหัน 

“เมื่อสักครึ้งชั่วโมงที่ผ่านมา แจ็คกลับเข้ามาในห้องข้างๆ ห้องติ๊กกับพายป่ะ” พายถามผม ผมก็ทำท่าแปลกใจว่าพายถามผมทำไม

“ทำไมอ่ะ”

“พายได้ยินเสียงกุ๊กๆกักๆอ่ะ มาจากห้องนั้นอ่ะ ติ๊กและแอ้ก็ได้ยินนะแต่พายบอกพวกมันไปว่าแจ็คจะไปนอนห้องนั้นนะ ดูพวกนั้นตกใจใหญ่เลย แต่ก็ไม่ได้บอกอะไรพาย..” พายพูด

“เฮ้ย..แจ็คก็ยังอยู่ในห้องออกกำลังกายเพิ่งเลิกเนี๊ยะ ดูนาฬิกาดิ ออกไปได้ หนึ่งชั่วโมงพอดี “ ผมพูดและมองหน้าพายและโชว์ นาฬิกาดิจิตอลรุ่นใหม่ของไอโฟน

“จริงดิ...แล้วถ้าไม่ใช่แจ็ค จะใครละ เพราะว่าไอ้ดิวมันอาบน้ำอยู่นะแอ้บอก”

“พายว่าไม่น่าจะใช่บอยหรอก เพราะเราก็ไม่ได้ยินเสียงบอยเปิดประตูออกมาเลย” พายพูด ผมนี้ขนลุกเลย ผมเพิ่งขนเสื้อผ้าไปไว้ในห้องนอนนั้นด้วย เวรเลย

“พายอย่าพูดเล่นแบบนี้ดิ มันน่ากลัววะ” ผมพูดและหันมองหน้ากันเลิกลั่ก หันซ้ายหันขวา บรรยากาศวังเวงขึ้นมาทันทีเลย

“พายว่า...เราไปขึ้นห้องดีกว่าไหมอ่ะ “พายค่อยๆลุกขึ้น ผมก็ลุกเช่นกัน รออะไรละครับ

“จะรออะไรวะพาย วิ่งดิ” ผมพูดและพากันวิ่งขึ้นไปชั้นสอง เสียงฝีเท้าพวกผมทำเอาทุกคนเปิดประตูออกมาดูว่ามีอะไรกันแม้กระทั้งบอย ที่สวมชุดนอนเรียบร้อยแล้ว ไอ้ดิวก็ออกมาด้วยผ้าชนหนูคาดเอวแบบหมินเหม่ ไอ้ดิวและแอ้ออกมาได้วยชุดนอนและเหมือนแอ้กำลังเช็ดผมให้ติ๊กด้วย

“มรึงสองคนเล่นอะไรกันวะ ดึกดื่นขนาดนี้ เล่นไล่จับเหรอ” ไอ้ติ๊กถามผม ไอ้ดิวก็กอดอกมองผม

“หรือเล่นหนังอินเดียวกันครับคุณมรึงสองคน” ไอ้ติ๊กพูด ผมยกนิ้วกลางให้มันทันที มันก็ตอบกลับซิครับรออะไร

“ก็ ...ไอ้พายมันบอกว่ามันได้ยินเสียงจากห้อง...นั้นอ่ะ”ผมพูดและชี้ไปที่ห้องนอนข้างห้องไอ้ติ๊กและพาย แต่เหมือนว่าแอ้คงต้องนอนห้องนี้ด้วย

“เหรอวะ” ติ๊กพูด

“พายได้ยิน ติ๊กก็ได้ยินนะ เสียงแบบมีคนอยู่ในห้องอ่ะ แต่แจ็คบอกว่าเขาอยู่ห้องออกกำลังกายตลอดเลย” พายพูดแต่อันหลังเสียงสูง ผมหันไปมองหน้าพาย ล้อเล่นหรือเปล่า

“เออ..เออ ..จริง เสียงมรึงป่ะละ” ไอ้ติ๊ก มันดูมีพิรุธนะผมว่า

“แอ้มรึงได้ยินไหมวะ”

“เออ..ได้ยินวะ”แอ้ก็พูด

“คือมรึงจะนอนห้องนั้นเหรอ... เหมือนบ้านนี้จะมีประวัติวะ ห้องนอนสุดทางด้านซ้ายอ่ะ พ่อกรูเคยบอกไว้ เขาเลยไม่จัดให้ใครนอนวะ”ไอ้ดิวอีกคน ชิบหายแล้วผม ขนลุกขึ้นมาทันที เรื่องแบบนี้แจ็ค ทนไม่ได้ครับ 

“จะนอนใช่มั้ยละ ฝันดี “ ไอ้ดิว มันทำท่าจะปิดประตู

“ห้องกรูของยังเต็มวะ ไม่รับแขก” ไอ้ดิวมันพูดตัดบทและรีบปิดประตูทันที ผมหันมามองไอ้สามตัวที่กำลังจะเข้าห้องนอน

“ไม่ต้องบอกว่าห้องกรูมีที่ไหม ดูเอา 3 คนเข้าไปแล้ว โชคดีนะมรึง”ไอ้ติ๊ก ผมจะอ้าปากด่า

“ มีคู่นอนดีดีเสลอไปนอนคนเดียว” ไอ้ติ๊ก ไอ้สาดเอ๋ย  ผมมองคนที่ยืนอยู่ที่ประตู

“บอยควรจะบอกราตรีสวัสดิ์ใช่ไหม”บอยถามผม ผมก็สะบัดไปหน้าไปมอง ต่อให้ผมโกรธแค่ไหนแต่ถ้าห้องนั้นมีสิ่งลี้ลับจริงผมก็

“หมับ” ผมจับประตูเอาไว้

“พ่อบอกให้นอนห้องนี้ก็จะนอนห้องนี้ “ ผมพูดกับบอยแต่ในใจโคตรเสียหน้าเลย ไอ้แจ็คเอ๋ย อุตสาห์เดินออกจากห้องอย่างแมนๆ ว่าจะไปนอนห้องอื่น

“ก็แจ็คบอกบอยเองว่าจะ”

“พูดไปงั้น นี้กลับมานอนเพราะว่าไม่อยากให้พ่อเสียใจ” ผมพูดและแทรกตัวเข้าห้องทันที ไม่พูดไม่จากรับคว้าผ้าเช็ดตัวและตรงเข้าห้องน้ำทันที อาบน้ำ เพราะไม่กล้าสู้หน้าบอย

    ผมรีบอาบน้ำแต่ดันได้ยินเสียงหมาหอนครับ เฮ้ย มาจากไหนวะ มองซ้ายมองคว้า ไม่ต้องถูมาละสบู่ รีบเปิดน้ำชำระล้างตัวและรีบออกมาสวมชุดนอนออกจากห้องน้ำทันที  ผมออกมาก็เห็นบอยหลับไปแล้วพร้อมมือถือและมีหูฟังเสียบหูไว้อยู่

“หลับแบบนี้มันดีที่ไหนนะ “ ผมพูดเบาๆ ผมค่อยดึงหูฟังเขาออกเบาๆ เพราะกลัวคนหลับจะตื่นและเขาก็จะรู้ว่าผมนะ อ่อนให้เขาตั้งแต่เห็นหน้าเขาแล้ว ระหว่างที่ผมดึงหูฟังเขาออก ผมก็ได้ยินเสียงเพลงเบาๆ มาจากหูฟังคู่นั้น เลยลองเอามาใส่หูผมดู ผมก็ต้องยิ้มตามชื่อเพลง เพลงอมยิ้ม นี้เป็นเพลงที่ผมชอบร้องให้เขาฟังเพราะตั้งแต่นาทีแรกที่ผมเห็นหน้าเขาก็นึกถึงเพลงนี้ทันทีเลย

“บอย นายกลับมาหาเราจริงๆ เหรอ “ผมถามคนที่หลับสนิท

“นายจะไม่ทิ้งเราไปอีกเหรอ “ ผมพูดเบาๆ ผมก้มลงมองใบหน้าที่เรียวได้รูป ใบหน้าของบอยสวยหวาน เรียกได้ว่าสาวๆเห็นยังอิจฉาเลย ริมฝีปากที่เรียวบางโค้งสวย มันทำให้ผมอดใจไม่ได้ที่ก้มลง ใจก็บอกตัวเองให้หยุด หยุดแจ็ค หยุดแต่

“หมับ” ผมประทับริมฝีปากที่ไม่บางไม่หน้าจนเกินงามประกบริมฝีปากบางๆ คู่นั้นซะแล้ว ดูเหมือนว่าริมฝีปากคู่นั้นก็เผยอรับริมฝีปากผมเช่นกัน

“ปึก” เสียงมือถือหลุดจากมือผมลงสู้พื้น ผมไม่สนใจอะไรแล้วเพราะว่า จิตผมได้หลุดลอยไปกับความหวานที่ผมกำลังดูดดื่มจากริมฝีปากคู่นั้น

    ผมรู้สึกว่ามีมือแตะที่แผ่นหลังส่วนล่างของผม และค่อยๆไต่ขึ้นมาจนถึงแผ่นหลังสวนบน นั้นก็แสดงว่าคนเบื้องล่างที่ผมค่อมอยู่คงตื่นแล้ว ใช่ ผมลืมตามองคนที่ผมกำลังจูบอยู่เขามองผมแบบงง นิดหน่อย มือที่เรียวสวยผู้หญิงบางคนก็สู่ไม่ได้ แตะที่แผ่นอกของผมเบาๆ

“เออ” ผมถอนริมฝีปากผมออกและเอามือเกาหัวแก้เกล้อ

“เห็นนอนหลับแล้วมีหูฟังอยู่เลย...ดึงออก” ผมพูดเบาๆ ก่อนจะค่อยลุกเพื่อจะกลับไปยังเตียงนอนตรงข้าม

“แจ็ค”   “บอย” ผมสองคนกับเรียกชื่อพร้อมกัน ผมหันกลับมามองเขา

“บอยกลับมาเพื่อหัวใจตัวเองจริงๆ นะแจ็ค” บอยพูด มันทำให้ผมนึกถึงคำพูดไอ้ดิวที่มันพูดกับผม มันบอกว่าผมรอคอยบอยแล้วทำไมตอนนี้ผมถึงจะวิ่งหนีมันละ บางครั้งความรักก็ไม่ต้องการเหตุผลอะไรมากมายไปกว่าหัวใจตัวเองใช่ไหม ผมนะคิดถึงเขามาก มากจริง

“หมับ” ผมหันกลับมาและโผ่เข้ากอดเขา บอยกอดผมกลับแบบแนบแน่น ผมก็กอดเขากลับเช่นกันเหมือนกลัวว่าเขาจะหายไปอีก

“บอยคิดถึงแจ็คนะ คิดถึงมากด้วย” บอยพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ

“แจ็คคิดถึงบอยมากเช่นกัน มากจนไม่รู้จะพูดยังไง มันมากเหลือเกิน แจ็คขอโทษที่แจ็คงี่เง่า แต่เพราะว่าแจ๊ค” ผมพูด บอยดันผมออก

“บอยจะไม่ทิ้งแจ็คไปไหน “ บอยพูด ผมพ่นลมหายใจออกมา

“แจ็คจะยังไม่เชื่อบอยตอนนี้ก็ไม่ว่านะ”บอยพูด

“เชื่อแล้ว...อย่าไปไหนอีกนะ ...”ผมพูดและเอามือลูบหน้าบอยเบาๆ

“ครับ “บอยตอบผม

“ราตรีสวัสดิ์ นอนได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้านะ “ บอยบอกผมและมองไปยังเตียงนอนของผม

“ไม่อยากนอนเตียงนั้นแล้วอ่ะ อยากนอนเตียงนี้นะ “ ผมพูด บอยเบ้ปากหนีผม

“ไหนบอกถ้าเลือกได้”

“ตอนนี้เลือกได้แล้วไง เลือกที่จะไม่วิ่งหนีอีก แต่จะวิ่งเข้าใส่” ผมพูดและ

“แจ็ค” บอยทำท่าจะดันผมออก แต่ผมรู้ว่าเขาไม่ดันผมออกจริงๆหรอก

“นะนะ นอนกอดก็ยังดี” ผมพูดเบาๆ

“แค่กอดนะ “

“ก็ใช่ไง จะให้ทำมากกว่ากอดเหรอ” ผมถามบอย

“ไม่ ไม่...ไม่เอาอ่ะ เพราะว่า” บอยพูดผมก็เลิกคิ้วว่าบอยจะพูดว่าอะไรต่อแต่บอยก็ไม่พูดต่อ

“เพราะว่าอะไรละ “

“คือ” บอย

“ครั้งนั้น มัน...”

“แจ็ครู้ แจ็คไม่เคยลืมครั้งแรกของเราสองคนนะ มันเป็นครั้งแรกจริงๆ แต่เป็นครั้งแรกที่สวยงามแต่บอยก็ร้องเสียงหลงเลยนะ แจ็คนี้ตรงใจ เป็นห่วงด้วย” ผมพูด

“พอแล้ว” บอยพูดห้ามผม

“ทำไมละ”

“อาย” บอยพูดกับผมเบาๆ ก้มหน้าหนีด้วยแสดงว่าอายจริงๆ  และบอยก็ขยับเพื่อให้ผมได้มีที่นอน ผมเอนตัวลงนอนและกอดเอวบางๆนั้นอย่างเบามือ ผมทำแบบนี้บ่อย แต่เฉพาะที่บ้านผมนะ ถ้าพี่ชายของเขามาก็จะไม่กล้าเข้าใกล้มาก ตอนนั้นผมยังกลัวว่าถ้าทุกคนรู้ความจริงเขาจะแยกเราออกจากกันหรือเปล่า จนกระทั้งบอยหายไป ผมเสียใจอย่างหนัก ทำให้พ่อถามผม เพราะนี้คงไม่ใช่อาการของคนที่คิดกันแค่เพื่อนแน่ๆ ใช่ผมบอกพ่อตรงๆว่าผมรักบอย และบอยก็รักผม เราสองคนรักกัน

“แจ็ครักบอยนะ แต่แจ็คกลัวเพราะเขาไม่เลือกแจ็ค” ผมพูดกับบอย

“แต่บอยเลือกแจ็คนิ บอยถึงเลือกที่จะกลับมา “บอยหันมามองผม

“บอยอยากให้แจ็คทำให้ทุกคนรู้ว่าเราจะผ่านทุกอย่างไปด้วยกัน “ บอยพูดกับผม

“แจ็คจะทำให้ลุงหนึ่งเห็นว่าแจ็คคู่ควรกับบอยมากกว่าไอ้ดิว” ผมพูดบอยเอาแขนเท้ายกลำตัวให้สูงขึ้นและหันมองหน้าผม ว่าทำไมผมถึงพูดแบบนั้น

“ก็แจ็คได้ยินลุงๆคุยกันกับพ่อของแจ็คอ่ะ แลช่วงที่บอยหายไปนะ เหมือนเขาจะให้บอยกับดิวออกงานหรือออกเดทกันด้วยอ่ะ “ ผมพูด

“ใช่...” บอยพูดผมนี้กำลังจะขึ้น แต่

“แต่ดิวไม่เคยไปเลย และบอยก็ไม่ได้อะไรนะ เพราะว่า บอยไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นกับดิวต่อให้เขาเลือกดิวให้กับบอยก็ตาม”

“แจ็คไม่เข้าใจ ทำไมเขาใช่เหตุผลอะไรมาตัดสินว่าดิวต้องคู่กับบอย ทั้งที่พวกเราก็เติบโตมาด้วยกัน ทั้งหมด บอยรู้ไหมอ่ะ ว่าเพราะอะไร” ผมถามบอย ดูบอยจะตกใจเล็กน้อย

“เออ..บอย ไม่รู้อ่ะแจ็ค” บอยพูด

“อืม..ช่างมันเถอะ ต่อไปนี้คนที่จะดูแลบอยคือแจ็คนะ เข้าใจไหมครับ”

“น้ำเสียงแบบนี้ ..นี้คือข้อห้ามเข้าใกล้ดิวใช่ไหมครับ” บอยรู้ทันผมอีกแล้ว เกาหัวแก้เขิน

“ทุกคนเลย แจ็คหึง” ผมพูดทำให้คนที่ผมกอดเขาไว้จากด้านหลังหันหน้าหนีเพราะเขินอายละซิ  ผมก็ซบจมูกเรียวแหลมลงที่ตรงซอกคอขาวนวลของบอย ผิวที่หอมมากโดยไม่ต้องใส่น้ำหอม ผิวพรรณที่นุ่มราวกับผิวเด็กแรกเกิด แต่รอบนี้รู้สึกมีน้ำมีนวลขึ้นจนผิดหูผิดตา หรือว่าไปกินพวกไวตามินมาก็ไม่รู้ 



ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 517
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
แอ้ x ดิว (NC) 
 
ผมชื่อแอ้ เป็นสามชิกบ้านอ.อ่าง แต่ผมไม่ได้เหมือนพี่ผมเลย หน้าตาก็ไม่กวน มีแต่ความหวานและผมก็เลยต้องแมนกลบเกลื่อนไว้เพื่อไม่ให้ดิวมันมองว่ามันต้องปกป้องผมตลอด เพราะอะไรเพราะผมมีความลับบางอย่างของอีกคน ที่เขาไม่ต้องการให้ผมบอก และผมสองคนก็มีความลับที่บอกเขาไม่ได้เช่นกัน ผมเลยกลายเป็นคนกลางที่ต้องรับศึกหนักอยู่คนเดียว 
 
“แอ้” ผมนอนพลิกไปพลิกมาอย่างไม่ค่อยสบายหนักจนมีคนเรียกชื่อผม คนนั้นคือพาย และอีกคนที่หลับปุ๋ยไปแล้ว ติ๊ก คนที่ไม่ยอมให้ผมไปนอนกับดิว 
 
“แอ้ มรึงนอนไม่สบาย กลับไปนอนห้องมรึงเถอะวะ “ พายบอกผม ผมหันไปมองติ๊ก
 
“ไปเถอะ ไอ้นี้หลับแล้วหลับเลย ถ้าตื่นมางี่เง่ากรูจัดการเอง” พายพูด ผมพยักหน้าและค่อยๆลุกขึ้นเพราะกลัวมันตื่น ผมหันมายิ้มให้พาย และเดินออกมาช้าๆ พร้อมกับปิดประตูลงอย่างเบาๆที่สุด 
 
ผมกลับเข้ามาในห้องนอนที่ผมควรจะนอนกับดิวแม้เตียงจะแยกกันไปคนจะฝั่งก็ตาม ผมเดินไปมองคนที่หลับคาหนังสือ ที่เขาต้องอ่านเพื่อเตรียมตัวสอบแพทย์ ดิวคือความหวังแพทย์ แต่ผมไม่รู้ว่าดิวจะเลือกแพทย์บ้านหรือแพทย์ทหารกันแน่ ถ้าให้ผมเดาดิวต้องการเป็นแพทย์ทหารเหมือนพี่ดิม แม้จะฝึกหนักแต่ดิวก็ชอบแบบนั้น 
 
“หมับ” มือดิวคว้ามมือผมไว้ ผมคิดว่าเขาหลับซะอีก ผมกำลังจะดึงหนังสืออกและจัดท่านอนให้มันใหม่เชียว 
 
“ตุบ “ ร่างผมถูกดึงให้ลงไปนอนกับเขาซะด้วย 
 
“ดิว กรูนึกว่ามรึงหลับ” 
 
“หลับได้ไงอ่ะ รออยู่ รู้ว่าต้องกลับมานอน เพราะ” ดิวพูดและยิ้มเจ้าเหล่
 
“เพราะอะไร” ผมถามกลับ
 
“คิดถึง”
 
“เหรอ” ผมทำท่าจะลุกขึ้นแต่เขาขืนกอดผมไว้แน่น
 
“ไม่ปล่อยให้ไปแล้ว นอนนี้เลย” ดิวพูด
 
“ก็จะนอนไงแต่จะ”
 
“ไม่ให้ไป เห็นไหมมีกระเป๋าวางอยู่ “ ดิวพูด และผมก็มองอีกเตียง จริงด้วย มันจะวางไว้ทำไม
 
“เจ้าเหล่วะ” 
 
“มีหัวคิด  นอนนี้เลย อยากกอด “
 
“เมื่อคืนมรึงก็กอดดูทั้งคืนแล้ว” 
 
“จะกี่คืนก็อยากกอด “ ดิวพูด 
 
“ยอมไหม” ดิวถามผม
 
“ยอม” ผมพูดและก็เอนร่างผมลงนอน ดิวกอดผมจากด้านหลังและซุกจมูกลงที่ศอกคอผม มันทำให้ขนผมลุกซู่ขึ้นมาทันที ทำไมเรื่องแบบนี้ผมไว้จังก็ไม่รู้ ติ๊กทำผมยังไม่รู้สึกอะไรเลยแปลกมาก แต่กับดิวไม่ได้เลย มันไวไปทุกส่วนแม้กระทั้ง ตรงนั้น 
 
“อุ้ย! สู้ด้วย”ใช่ไอ้ดิวมันคลำของสงวนของผม  จับมือมันออกทันที
 
“ไอ้ดิว มรึงจะนอนไหม”
 
“คิดว่าจะนอนไหมละ ถ้าไม่ทำให้สงบเพราะอ้นนี้ก็สู้” ดิวกระซิบกับหูผมเบาๆ จริงครับ มันดันหลังผมอยู่ 
 
“ไอ้หื่น “ ผมหันไปต่อว่ามัน ยังมาทำหน้าตาเซ็กซี่ใส่ผมอีกนะ คิดในใจคงไม่รอดอ่ะผม และดิวก็ดันร่างผมให้นอนลงโดยที่ดิวจะเปลี่ยนมาค่อมผมแทน
 
“เดี๋ยว!...ดิวพ่อบอกไว้ว่าไง” ผมถามดิว
 
“มีถุง “ดิวพูดและเอื่อมไปหยิบมันซ้อนไว้ในหนังสือที่มันอ่าน ออกมาแกะและดิวมันก็จัดการดึงกางเกงชุดนอนมันลงไปถึงหัวเข่า ผมเห็นเต็มๆสองตาเลยว่ามันพร้อมมากที่จะรบกับผมแล้ว 
 
“ไม่ต้องกลัว เห็นแบบนี้น้องสุภาพนะ” ดิวพูดผมก็หยิกไปที่ไหล่ดิว ดิวสวมเกาะปล่องกันเรียบร้อยก็จัดการของผมบ้าง 
 
“ให้เล้าโลมก่อนไหมหรือขึ้นฉกเลย” ดิวถามผม
 
“ถ้าเปลี่ยนมาเป็นกรู เสียบมรึงเลยมรึงเอาไหม” ผมถามมัน 
 
“แค่อยากได้ผลโหวต “ดิวพูดและค่อยไล่ลิ้นที่ซอกคอผมก่อน  มันทำให้ผมนี้อ่อนหยวบเลย

“นี้ขนาดทำท่าจะไม่ยอม ดูซิ แอ่นสู้ศึกขนาดนี้ ..อืมม...”ดิวพูด ก็มันลงลิ้นไปตามแผ่นอกแบนราบของผมและเลี่ยยอดประทุมถันของผมซะขนาดนั้นใครจะไปนอนแข็งทื่ออยู่ได้

“โอ้ววว” ผมร้องเพราะว่าดิวเริ่มไล่จูบลงไปจนต่ำกว่าท้องนอนผมแล้วและทุกอย่างก็ดำเนินการไปตามที่ควรจะเป็น มันไม่ใช่ครั้งแรกของผมและดิว แต่ผมไม่เคยลืมครั้งแรกที่เราสองคนได้เสียและครั้งนั้นทำให้ความลับในตัวของผมเผยออกมาด้วย 
 
ย้อนไปเมื่อ สีปี่ก่อนหน้านี้ 
ผมเพิ่งจะย่าง 13 ปี หมาดๆพร้อมกับดิว ตอนนั้นติ๊กจะห่างๆพวกผมหน่อยเพราะว่า ติ๊กเริ่มเข้าวงการบรรเทิง เริ่มเล่นหนัง เล่นละครและถ่ายแบบ แต่ก่อนหน้านี้ผมสามคนตัวติดกันมาก ผมนะพยายามจะไม่ให้ติ๊กรู้ว่าผมกับดิว เราสองคนมีความรู้สึกอะไรพิเศษต่อกัน เพราะผมก็รู้สึกว่าติ๊กมันก็มีแต่ดิวนะเขาแสดงกับผมย่างชัดเจน จนผมนี้ต้องคอยปรามไว้เสนอม 
 
“ดิวแอ้ เดี๋ยวพ่อพี่ดิมมานะ อยู่บ้านกันดีดีนะ และดิว อย่าเล่นเกมส์มากนะ เราควรจะอ่านหนังสือบ้างใกล้สอบแล้ว” พ่อภาณุเดชบอกผมสองคน วันนั้น ผมไปอยู่บ้านลุงภา แต่ก็เหมือนเช่นทุกครั้งที่พ่อผมไปราชการและได้ฝากผมไว้กับลุงภาในค่ายทหารแห่งหนึ่ง ลุงภาดูแลค่ายและโรงพยาบาลที่นัั้น ตอนนั้นพี่ดิมกำลังเป็นหมอเอ็กเทิร์นปีแรก ก็จะติดตามพ่อบ่อยเพราะพี่ดิมนะเป็นทั้งหมดและทหารเช่นกัน 
 
“ครับพ่อ “ ดิวหันไปตอบพ่อ และหันมาหยักคิ้วกับผมอย่างมีเลศนัยอะไรบางอย่าง ผมยังคงอิโนเซ้นท์ที่จะเข้าใจอะไรง่ายๆ  หลังจากที่พ่อออกไปผมก็ลุกไปหยิบพวกน้ำอัดลม ขนมมานั่งดูไอ้ดิวเล่นเกมส์และกะว่าจะอ่านกาตูนแสลมดั้งที่ผมชอบ ผมชอบตัวเองมันเหมือนดิวแต่ต่างกันที่ดิวนะมันเก่งฟุตบอลไม่ใช่บาสเกตบอลแต่ก็ลูกบอลเหมือนกัน 
 
“โอ๊ะ โอ๊ะ...โอ้ว “เสียงที่ดูแล้วทำให้ผมขนลุกดังมาจากในห้องที่ผมนั่งดูดิวเล่นเกมส์ เสียงเกมส์อะไรของมันนะ ผมคิดในใจ พอผมเดินเขาไปก็ต้องยืนตลึง เป็นวิดิโอโป้ที่คนกำลังมีเซ็กส์กันบนจอทีวีจอใหญ่ มันเห็นชัดมาก ไอ้ดิวที่นั่งดูก็หันมามองผม
 
“แอ้มาดิ “  ดิวมันหันมาเรียกผม ที่ยืนอึ้ง
 
“ไอ้ดิวมรึงบ้าเปล่า นี้มรึงยังไม่ควรดูหนังแบบนี้นะ” ผมต่อว่ามัน

“แต่ถ้ามรึงจะดูกรูไปละ” ผมพูดและทำท่าจะหันหลังหนีแต่ มีคนวิ่งมาคว้าตัวผมไว้ซะก่อน 
 
“รีบไปไหน ทำไมอะ ทนดูไม่ได้เหรอ “ ดิวถามผม 
 
“มรึงคิดว่าเราควรแบบนี้เหรอวะ กรูไม่น่ามาอยู่กับมรึงเลย” ผมพูด ไอ้ดิวมันกลับยิ้มกริ่มชอบใจยังไงชอบกล 
 
“ก็แค่อยากรู้ว่าถ้าดูจะมีความรู้สึกยังไงตามคลิปไหม “ ดิวถามผม
 
“ก็เห็นบอกว่าไม่ได้ชอบ กรูเพราะกรูเป็นผู้ชาย งั้นลองนั่งดูด้วยกัน ถ้าไม่ได้ชอบจริงๆ  มันก็จะเฉยๆไม่รู้สึกอะไร “ ดิวพูด ผมหันไปมองหน้ามัน ยังไง 
 
“ถ้าไม่อยู่ดูแสดงว่ารู้สึกตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาแล้วเลย”ไอ้ดิวมันดูถูกผมนิ
 
“เออ ดูก็ก้ได้” ผมพูดและเดินไปนั่งข้างๆมัน ใจก็กลัวๆกล้าๆ ไม่ใช่เพราะวิดิโอแต่เป็นเพราะมันนี้แหละที่ผมคิดมาตลอด แต่ผมก็มีเหตุผลที่ผมปฎิเสธมันตลอด เอาวะทำใจดีสู้เสือเข้าไว้ 
  ผมนั่งดูหนังโป้ที่ไอ้ดิวมันเปิดไปได้สักสิบนาที ผมเริ่มรู้สึกว่าเริ่มมีมือไต่มาที่ต้นขาผม มันค่อยเลื่อยขึ้นมา ขึ้นมาจนเกือบจะถึงเป้าผม ผมรีบคว้ามือมันไว้ ผมก็สวมกางเกงกีฬาซะด้วยขามันก็บานๆ ผมไม่ได้ชอบบาสเก็ตบอลแต่ผมชอบพระเอกไงเลยใส่ ผมหันควับมาที่ไอ้ดิว

“ดิว มรึงจะทำอะไร”

“ก็รู้อยู่ “ดิวพูดสายตามันเหยิ้มมากเลย

“ไม่เอา กรูไม่ดูแล้ว” ผมพูดแต่ช้าไปที่ผมจะลุกขึ้นดิวมันดันผมลงไปนอนและมันก็รวบแขนผมไว้เหนือหัวทั้งสองข้าง และมันก็ขึ้นค่อมผมไว้พร้อมกับไซ้ผมที่ศอกคออย่างหืนกระหาย

“อย่านะไอ้ดิว “ ผมร้องห้ามมันแต่ไม่เป็นผล มันก็ยิ่งกระทำ

“แอ้ กรูรักมรึง กรุรักมรึงมาก “

“รักห่าอะไรเขาทำแบบนี้ กรูยังไม่พร้อม”

“กรูอยากให้มรึงเป็นของกรู คนเดียว พร้อมหรือไม่ค่อยว่ากัน “ ดิวพูด ผมผงกหัวมองมัน นี้มันคิดบ้าอะไรเนียะ ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่ามีคนมาจีบผม เขาเป็นรุ่นพี่ในโรงเรียนผม แต่ผมไม่ได้ชอบเขา เขาเฝ้าตามจีบผมและติ๊กก็เหมือนจะสนับสนุนเขา

“อุ๊บ “ ปากผมถูกปิดด้วยริมฝีปากที่หนานุ่ม ที่กดลงที่ริมฝีปากบางๆอ่อนนุ่มของผม อย่างหนักหน่วงแต่มันกลับทำให้ผมนี้เคลิ้มจนลืมต่อต้านมือที่ดันอกก็กลับไปกุมมืออีกคนอย่างแน่น เราสองคนกอดรัดฟัดกันอยู่พักหนึ่ง ดิวหยุดนิ่งและร่างผมที่นอนหายใจหอบกับการดูดดื่มที่ยาวนาน ครั้งแรกของผมทุกอย่าง สายตาดิวที่มองผม มันไม่ใช่สายตาหื่นกามแบบในหนัง และดิวก็ถอดเสื้อกีฬาตัวเก่งมันออก เผยให้เห็นแผ่นอกที่แน่นไปด้วยมวลของมัดกล้ามแบบนักกีฬา นี้มันอายุแค่สิบสามปีเองนะ ถ้ามันเล่นกีฬาแบบนี้ไปจนโตเป็นผู้ใหญ่ หุ่นมันจะแซ่บขนาดไหน มัวแต่คิดเรื่องหุ่นดิว ผมมารู้สึกอีกทีชายเสื้อผมกำลังถูกเลิกขึ้น ผมกำลังจะขืนไว้

“ดิว”

“ทำตามความรู้สึกตัวเอง รักดิวไหม” ดิวถามผม

“ดิว..”

“ดิวรู้ว่าแอ้คิดยังไงกับดิว ดิวขอนะ “ ดิวพูดกล่อมผมแล้วผมจะปฏิเสธเหรอ ผมก็ยอมให้เสื้อกีฬาตัวนั้นถูกเลิกขึ้นและถอดออกไปจากเรือนร่างของผม และดิวก็ก้มลงพรมจูบไปทั่วเรื่อนร่างที่ปราศจากเสื้อมาปกปิด นี้คงเรียกว่าสัญชาติญาณซินะ ทั้งที่ไม่เคยให้ใครทำแบบนี้มาก่อน หนังโป้ หนังเอ็กซ์อะไรก็ไม่เคยดู แต่ภาพคนแสดงในทีวีที่ถูกกระทำเหมือนผมหรือผมถูกกระทำเหมือนในทีวีก็ไม่รู้มันเหมือนกันแถบทุกกิริยาบท มันเร้าร้อน มันรู้สึกโหยหา ร่างกายผมไม่ต่อต้านการกระทำของดิวอีกต่อไป มันสมยอมไปกับการเล้าโล้มนั้น จนกระทั้งผมรู้สึกเย็นวาบที่ช่วงล่าง ดิวดึงกางเกงผมหลุดไปพร้อมกันทั้งชั้นในชั้นนอก และของดิวก็ไม่อะไรปกปิดเช่นกัน นี้แหละที่พีคมาก มันทำให้ผมตาโตเมื่อเห็นเจ้าโลกอันมหึมา ใหญ่เกินตัวไปไหม ไอ้ดิว ผมถึงกลับกลืนน้ำลายลงคอ ดิวก็ทำการจับขาผมตั้งและแยกออก ผมมัวแต่ตกใจขนาดแต่ก็ยังพอมีสติ

“ดิว ..แอ้กลัว” ผมพูดขึ้น

“กลัวเจ็บเหรอ” ดิวผม

“เออ” ผมพูด

“นี้มีตัวช่วย แอบเอามาจากห้องพี่ดิม “ ไอ้ดิวพูดและมันก็หยิบ เควายเจลขึ้นมาและบีบใส่มือ มันก็ป้ายที่ก้นผม เย็นวาปเลยและมันก็ทางที่น้องมันแบบชะโลมเลยก็ว่าได้

“มาถึงขั้นนี้แล้วอย่าห้ามเลยนะ เพราะดิวหยุดไม่ได้แล้ว “ ดิวพูดและผมก็คงต้องปล่อยให้ไปตามเกมส์ของมันเหมือนกันเพราะผมก็หยุดไม่ได้ด้วยเหมือนกัน  ผมรีบรู้การสัมผัสช่องทางแคบผมของสิ่งนั้นที่เรียกว่าเจ้าโลก 

“อึบ” ผมเองที่ร้องและหลับตา

“นิดเดียวแอ้ “ ดิวพูดและมันก็ออกแรงดันเข้าไปอีก

“โอ้ย..ดิว...เจ็บ” ผมร้องเพิ่มระดับความดังขึ้น

“อีกนิดเดียวแอ้  ตอนนี้ดิวเสียวมาก” ดิวพูดและดันเข้าไปอย่างต่อเนื่อง ผมนี้กัดปากตัวเองแน่น เพราะรู้ว่าห้ามไปตอนนี้มันก็ไม่หยุดต้องอดทนให้มีนไหลลื่นเข้าไป แต่มันเหมือนนานเหลือเกิน

“โอ้ย “พร้อมร้องออกมาสุดเสียงที่มี ดิวก้มลงกอดผมไว้และมันก็ยังคงดันต่อเนื่องจนเรียกได้ว่าสุดและมันก็หยุด ผมรู้สึกได้ว่าน้ำตาผมไหลเลยมันเจ็บมากจริงๆ ดิวแช่ไว้แบบนั้น จนสักพักมันรู้สึกความเจ็บค่อยๆเบาลงและดิวก็ค่อยขยับช้าและเร็วขึ้น ดิวดันลำตัวขึ้นและมองหน้าผม ผมหลับตาพริ้ม มันเคลิ้มไปกับจังหวะที่ดิวมอบให้ เคลิ้มจน ถึงจุดพีค คือดิวเริ่มเร็วขึ้น เร็วขึ้นจนผมสองหายใจแถบไม่ทันและ
 
“อ้า” เสียงร้องของดิวเหมือนได้ปลดปล่อยและดิวมันก็หยุดนิ่ง ดิวมันเกร็งส่วนที่ผ่านเข้าไปในร่างกายผม ผมรู้สึกได้ถึงความอุ่นที่ฉีดพ่นเข้าไปในร่างกายผม และดิวก็หมอบลงทับร่างผมแบบไมได้ทิ้งทำหนักทั้งตัว เนื้อตัวของดิวเปียกโชกไปด้วยเหงือ ดูเหมือนกับไปวิ่งรอบสนามมาซักสองสามรอบได้ ผมสองคนยังไม่ได้พูดอะไรกัน เพราะความเหนื่อยและมันสุขแบบแปลกๆ

“ดิว” คำแรกที่ออกจากปากผม

“ครับที่รัก” ดิวเรียกผมว่าที่รัก ดิวกำลังจะก้มลงจูบผม

“แอ๊ด “เสียงประตูถูกเปิด และคนที่เข้ามายืนก็อึ้งไปกับสิ่งที่พวกเขา คนที่เขามานั้นก็คือ พี่ดิมและพ่อ ต่างพากันอ้าปากค้างไปพร้อมกัน

“พ่อ” ดิวเรียกลุงภาเสียงหลง

“ดิว นั้นทำอะไรนะ” พ่อทำดิว ด้วยน้ำเสียงที่ตกใจมาก

“คือดิว” ไอ้ดิวมันถอนส่วนนั้นของมันออก ผมก็ตกในรับหันไปคว้าสิ่งที่อยู่ใกล้มือมาปกปิดส่วนสงวนไว้ก่อน ผมได้แต่ก้มหน้าด้วยความอาย

“พ่อ ดิว ขอโทษ” ดิวพูดขอโทษก่อนที่จะดึงสิ่งนันออกจากร่างผมไป  ผมรีบหันไปดึงสิ่งที่พอหาได้มาปกปิดร่างกายตัวเอง เพราะความอาย ปกติผมไม่เคยเปิดเผยส่วนสงวนให้ใครได้เห็น นี้พี่ดิมด้วยแถมเป็นเพื่อนพี่อ้นอีกต่างหาก

“ดิว..นี้” พ่อถามดิวและเดินตรงเข้ามาหาผมสองคน พ่อมองหน้าผมสองคนสลับไปมา

“ใช่ครับพ่อ ผมมีอะไรกับแอ้” ดิวตอบลุงภา

“แต่ดิวรักแอ้พ่อ ดิวรักแอ้และดิวเชื่อว่าแอ้รักดิว เราสองคน”

“รักกันแต่ดิวไม่ควรทำแบบนี้เพราะว่า “พ่อพูดขึ้นเสียงกับดิว ผมก็เลยคิดว่าคงเพราะว่าเราเปรียบเสมือนญาติพี่น้องกันแน่ๆ

“และถ้าลุงภีมรู้เข้า เขาจะว่ายังไง และเราก็เด็กกันทั้งคู่ ทำแบบนี้จะรู้ไหมว่าผลที่ตามมาจะเป็นยังไงดิว” พ่อภาถามดิว เท่านั้นแหละน้ำตาผมไหลพรูออกมาเลย

“แอ้ พ่อ ไม่ได้ว่าเรานะแอ้” 

“พ่ออย่าว่าแอ้เลย ผมเองที่ขอเขา เพราะผม ...ผม...”

“ผมอะไรดิว” พ่อถามไอ้ดิว

“ผมหึง..ที่มีคนมาจีบแอ้ ผมอยากได้แอ้เป็นของผ ผมรับรองว่าผมจะดูแลแอ้และรักเขาแค่คนเดียว” ดิวพูด

“มันไม่ใช่แค่นั้นดิว แอ้มีสิ่งที่มากกว่านั้น ดิวอาจจะต้องดูแลสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา” พ่อพูดผมก็เงยหน้ามองพ่อ ว่ามันคืออะไรผมไม่เข้าใจ

“เอาละ ...ใส่เสื้อผ้าซะ แอ้ไปชำระร่างหายก่อนแล้วทั้งคู่ออกไปหาพ่อข้างนอกนะ “ พ่อพูดพร้อมกับหันไปทางพี่ดิมให้ออกไปจากห้องนี้ก่อน

“พ่อแล้ว”

“ยังไม่รู้ตอนนี้ดิม ต้องรอดูว่าจะเกิดขึ้นไหม พ่อผิดเองที่ไม่บอกดิว” ผมได้ยินพ่อคุยกับพี่ดิม ผมไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่พ่อกลัวว่าจะเกิดขึ้นกับผมกันแน่ แต่ตอนนี้ผมเริ่มเจ็บระบบที่ก้นผมมาก ดิวสวมเสื้อผ้าให้ตัวเองและเข้ามาช่วยผมแต่งตัว และพาผมเข้าห้องน้ำเราสองคนชำระร่างกาย สวมเสื้อผ้าและรีบแต่งตัวออกไป พ่อนั่งอยู่ที่โซฟา ผมและดิวเข้าไปนั่ง พ่อหันมามองหน้าผม และดิวสลับกันไปมา

“ดิม พ่อขอคุยกับน้องเราก่อนนะ” พ่อพูดกับพี่ดิม พี่ดิมที่กำลังทำเอกสารให้พ่อ พี่ดิมก็พยักหน้าพร้อมหอบเอกสารพ่อออกไปด้วย ผมได้แต่นั่งก้มหน้า ผมรู้สึกผิดที่ไม่ห้ามไอ้ดิว

“พ่อเสียใจสิ่งทีเกิดขึ้นวันนี้นะดิว “ พ่อพูด ทำเอาผมน้ำตาไหลอีกครั้ง ผมทำให้พ่อภา ซึ้งผมเคารพรักเหมือนพ่อผมอีกคนผิดหวัง

“พ่อแต่ผมรักแอ้ ผมก็เคยบอกพ่อไปแล้ว”

“พ่อไม่ได้ห้ามไม่ให้รักกันแต่ ผิดหวังที่เราสองคนมีอะไรกันเร็วเกินไป” พ่อพูด

“ได้ป้องกันไหม” พ่อถามผมสองคน  ผมสองคนได้แต่ส่ายหัว เพราะยังไม่รู้จักวิธีป้องกันเลยด้วยซ้ำ

“เห็นไหม เราสองคนยังไม่รู้เลยอะไรคือเซ็กส์ และมันมีความเสียงอะไรบ้าง ป้องกันยังไงบ้าง “ พ่อพูดขึ้น เรื่องจริงมาก ผมสองคนหันมามองหน้ากัน

“ฟู้!” พ่อพ่นลมหายใจออกมา

“ถ้าภีมรู้เรื่องนี้” พ่อภาพูดผมเงยหน้ามองพ่อภา ผมไม่อยากให้พ่อภีมผิดหวังในตัวผม

“พ่อภา อย่าบอกพ่อภีมเลยนะ แอ้ขอร้อง แอ้สัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก แต่ลุงภาอย่าบอกพ่อเลยนะแอ้ขอร้อง” ผมขอร้องลุงภา  พ่อภาทำสีหน้าหนักใจ

“พ่อดิวขอรับผิดชอบแอ้ ดิวรู้ว่ามันเร็วไปและผมอายุยังน้อย ผมขอรับผิดชอบทุกอย่าง จะให้ผมไปขอกับอาภีมด้วยตัวผมเองผมก็ยอมพ่อ เพราะว่าผมรักแอ้ ผมรักเขามาก”ดิวพูด

“สิ่งที่พ่อกลัวและกังวลมาก ไม่รู้มันจะเกิดขึ้นไหม “ พ่อพูด ผมสองคนก็ยังไม่ค่อยเข้าใจพ่อภาหมายถึงอะไร

“ดิว แอ้นะไม่ใช่แค่เด็กผู้ชายทั่วไป”

“เออ ..พ่อหมายถึงอะไรอ่ะ ดิวไม่เข้าใจ”

“แอ้นะ มีส่วนที่เป็นของผู้หญิงอยู่ในร่างกาย เขาเรียกว่ามดลูก” พ่อพูด ผมสองคนยิ่งงงกันไปใหญ่

“แอ้มีโอกาสท้องได้เหมือนผู้หญิงทั่วไป “ เท่านั้นแหละผมตกใจ อึ้งไปพักใหญ่ ผมนี้นะ ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย

“พ่อพูดจริงๆเหรอ “ ดิวถามพ่อภา

“ใช่แต่ยังไม่แน่ใจว่ามันจะ พร้อมทำหน้าที่นั้นไหม คงต้องรอลุ้น ถ้าไม่ก็โชคดีไป แต่ถ้ามาละ เราสองคนจะทำยังไง ยังเรียนกันอยู่เลย “ พ่อภาพูด ผมหันมมองหน้าดิว อันนี้ผมตันไปหมดคิดอะไรไม่ออกเลย

“ผมพร้อมจะเลี้ยงถ้าแอ้จะตั้งครรภ์และมีลูก ผมพร้อมจะเป็นพ่อ “ ดิวพูดแต่ผมซิ พร้อมไหม และจะเป็นอะไร

“เอาละ ไปพักเถอะ ส่วนแอ้ เดี๋ยวให้พี่ดิมดูยาให้ทานนะ คงระบบและอาจจะอักเสบได้ทานยาแก้ปวด ลดอาการอักเสบกันไว้ก่อนนะ ลุงจะบอกพ่อเรานะให้เราอยู่ที่นี้สักพักไม่ต้องกลับกรุงเทพ พรุ่งนี้ เพราะตอนนี้ภีมก็ยังคงอยู่กับลุงหนึ่ง มีงานด่วนที่ต้องทำให้เสร็จ” พ่อภาพูดและเดินออกไป พ่อภาหยิบมือถืออกไปด้วยคงออกไปโทรหาพ่อภีมปภพตามที่ลุงบอก

“แอ้..ดิวขอโทษนะที่ทำให้แอ้เจ็บ “ ดิวพูด ผมหันมามองหน้ามันอยากหาอะไรปาใส่หน้ามันมากแต่ก็ไม่มีอะไรเลยที่อยู่ใกล้มือ

“แล้วกรูจะบอกเพื่อนว่ายังไง “

“ก็บอกไปซิว่าเราสองคนคบกันรักกัน “

“ติ๊กมันจะเสียใจไหม เพราะเราสามคน”

“แอ้ดิวไม่ได้รักติ๊ก และไม่ได้คิดอะไรกับมันนะ ว่าแต่แอ้เถอะ แอ้คิดอะไรกับติ๊กหรือเปล่าถึงได้กลังติ๊ก” ดิวพูดและมาพร้อมโหมดหึง

“แอ้..ไม่ได้” ผมรีบพูดเร็วไปกว่าความคิด

“ดีแล้ว ...”

“แต่เราสองคนจะบอกเรื่องนี้กับติ๊กไม่ได้ แอ้ขอ ขอให้พร้อมก่อนได้ไหม “

“ทำไมอะ”ดิวมันเริ่มทำหน้างอนผมอีกแล้ว

“กรูขอละ นะดิว” ผมพูดออดอ้อนมันและมันก็ได้ผล มันก็พยักหน้ามาพร้อมกับสีหน้าที่ไม่เต็มใจหนักแต่ก็ยอมให้ผม  และวันนั้นดิวก็คอยดูแลผมอย่างดี จนกระทั้งเวลาผ่านไป สิบวัน  ผมเริ่มรู้สึกผอืดผอม ปันปวนในท้อง อยากกินก็กินเข้าไปได้นิดหน่อย เริ่มอาเจียน เวียนหัวตอนเช้า มันทรมารมาก และผมก็ถูกลุงภาพาไปตรวจเลือด และสิ่งที่ผมได้รับคำตอบหลังผลตรวจเลือดออก คือ ผมตั้งครรภ์ ไม่ใช่การตั้งครรภ์ธรรมดา ผมตั้งครรภ์แฝด 3 คนเลย ผมแทบจะเป็นลมทั้งยืน
“พ่อภา ผมท้องไม่ได้นะพ่อ ผมท้องไม่ได้ ไหนจะพ่อภีมและพี่ผมละ “ผมปล่อยโห่ ทันที

“พ่อ ตรวจดีแล้วเหรอ “

“ดิวพ่อเคยบอกแล้วไงว่าแอ้นะเขามีสิ่งที่จะทำให้เขาตั้งครรถ์ได้” พ่อภาพูด

“แอ้ นั้นลูกเรานะแอ้ “

“ใช่แล้วกรูละ กรูควรจะอุ้มท้องในร่างผู้ชายเหรอดิว” ผมหันไปตะคอกใส่ดิว 

“แอ้ นั้นลูกเรา ลูกของเรา เขาไม่รู้เรื่อง” ดิวพูด ผมหันไปมองหน้าพ่อภา ผมบอกอะไรไม่ได้ตอนนี้ เพราะในหัวผมมันตันไปหมดทุกทาง

“เอาอย่างนี้ โชคดีที่อายุครรภ์ยังน้อย พ่อจะหาคนอุ้มท้องให้ เอาเด็กไว้ แต่พ่อต้องถามเราสองคนก่อนว่าพร้อมที่จะเป็นพ่อของเขาไหม” พ่อภาพูด ผมยังงงๆ แต่ดิวมันพยักหน้ารับ

“ผมจะเป็นพ่อของเขาให้ดีเท่ากับพ่อเลยครับ”ดิวตอบพ่อ

“แอ้ละ”

“ผม..เออ..”ผมยังคงงงกับสิ่งที่เกิดกับผมอยู่

“แต่พ่อจะบอกก่อนนะว่า แอ้นะเป็นผู้ชายที่สามารถตั้งครรภ์ได้และพอมีลูกขึ้นมา พ่อไม่อาจจะการันตีได้ว่าถ้าลูกที่เกิดมาเขารู้เรื่องนี้และจะรับมันได้เหมือนเป็นเรื่องปกติไหม “ พ่อพูดและมองหน้าผมสองคนแบบจริงจัง

“ถ้าดูแล้วเขาไม่อาจจะรับตรงนี้คงต้องมีใครสักคนที่ต้องถอยและสถานะจะไม่ใช่พ่อหรือแม่เขา”พ่อพูด ดิวหันมามองหน้าผม

“ผมเชื่อว่าตั้งใจมาเกิดกับผมสองคนและดังนั้นเขาก็จะรักผมสองคนเหมือนที่ผมสองคนจะรักเขาเช่นกันพ่อ” ดิวพูด และกุมมือผมไว้

“ได้..พรุ่งนี้พ่อจะทำการดูดตัวอ่อนออกมาและพักไว้ พ่อหาคนที่จะอุ้มท้องให้เราได้แล้วนะ เขาจะเข้ามาตอนเย็นเพื่อทำการตรวจร่างกายโดยละเอียดอีกครั้ง “

“พ่อจะต้องเปิดห้องทดทองที่เคยถูกสั่งปิด เพราะห้องนั้นมีเครื่องมือในการทำเกี่ยวกับสิ่งนี้ “พ่อภาพูดและมองผมสองคน

“อันนี้จะต้องเป็นความลับ”

“พ่อภา ผมขอร้องอะไรอย่างได้ไหมครับ” ผมพูดขอร้องพ่อภา พ่อพยักหน้าให้ผม ดิวก็มองหน้าผมแบบกังวลว่าผมจะขออะไร

“ว่ามาซิแอ้” พ่อภา

“ผมยังไม่พร้อมจะบอกพ่อภีม ผมขอเก็บไว้ก่อนได้ไหมครับ” ผมพูด เพราะผมไม่อยากทำให้พ่อผมเสียใจอยู่ดี ที่ผมใจแตกตั้งแต่ยังเรียนไม่จบแบบนี้

“อืมม พ่อก็ว่ายังไม่ควรบอก เพราะภีมหวังไว้มากกับเราแอ้” พ่อภาพูดและเอามือลูบหัวผมเบาๆ

“พ่อจะดูแลเราเหมือนลูกพ่อคนหนึ่ง “พ่อภาพูด

“พ่อนะดูแลผมดีเหมือนลูกพ่ออยู่แล้ว ผมขอโทษนะครับพ่อภาที่ผมทำให้พ่อเดือดร้อน” ผมพูดน้ำตารินไหล

“พ่อดิวก็ขอโทษครับที่ดิวทำไปไม่ทันคิด”

“เอานะ พ่อก็เคยเป็น “ พ่อภาพูด ผมสองคนค่อยคลานเข่าเข้าไปกราบขอโทษพ่อภาพร้อมกัน พ่อเอามือลูปหัวผมสองคนและพี่ดิม กับพี่ดรีมก็เปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของพ่อที่ในโรงพยาบาล

“พ่อจะให้แอ้แอ็ดมิทคืนนี้เลยใช่ไหมครับพ่อ” พี่ดิมถามพ่อ ผมหันไปมองหน้าพ่อ

“ใช่ เราต้องตรวจทุกอย่างของแอ้ก่อนและอัลตราซาวล์ดูขนาดของตัวอ่อน “พ่อภาพูด ผมก็ยังไม่ค่อยเข้าใจมากหนัก

“ได้ครับพ่อ ผมจะได้ไปจัดห้องพักให้” พี่ดิมพูด

“พ่อผมของอยูกับแอ้นะครับพ่อ ถ้าให้ผมกลับผมอกแตกตายแน่ๆ”ดิวพูดขึ้นพ่อหันมามองไอ้ดิว

“แน่ใจนะว่าแค่อกแตกตายอย่างเดียว อยู่ได้แต่ห้ามซ่าในโรงพยาบาลนะ”

“ช่าย เขาห้ามปั้มปั้มกันในโรงพยาบาล” พี่ดรีมพูด ไอ้ดิวมันสะบัดหน้าไปมองพี่ดรีม

“มรึงนี้นะ ตรงไปไหม” พี่ดิมเอ็ดพี่ดรีม 

หลังจากที่ผมถูกพามาพักที่ห้องพัก ก็เปลี่ยนชุดเป็นชุดคนไข้และดิวก็อยู่ในห้องกับผมตลอด ผมถูกสวนสายน้ำเกลือเอาไว้ อยากบอกว่าอึดอัดยังไงก็ไม่รู้  ลุกนั่งก็ไม่สะดวกเลยแต่ดีที่มีคนดูแลตลอด พอลุกทีมันก็ดีดตัวมาหาผม  ผมนั่งนอนกินข้าวตามเวลาที่เขาเอามาให้และไม่นานผมก็เผลอหลับไป จนกระทั้งมีคนสะกิดไหล่ผมเบาๆ

“พร้อมหรือยังแอ้ “ พี่ดิมมาสะกิดผม

“เออ พี่ดิม”

“พ่อจะมาพาเราไปทำการนำตัวอ่อนออกและจะนำใส่ให้คนที่รับอุ้มบุญให้” พี่ดิมพูด ผมหันไปมองไอ้ดิวที่หลับอยู่

“ยังไงดิวก็เข้าไปกับเราไม่ได้และแอ้ต้องถูกวางยาก่อนด้วยเพราะมันจะเจ็บมากแม้จะไม่ได้ผ่าตัดก็เถอะ”พี่ดิมพูด ผมนะไม่เข้าใจหรอกครับว่าเขาจะทำอะไรกับผม ผมแค่รู้ว่าผมจะให้ตัวเองท้องป่องไม่ได้ ร่างผมถูกเข็นออกจากห้องและตรงไปยังห้องไหนก็ไม่รู้เพราะผมเห็นแค่หลอดไฟตลอดการเข็นไปและพอเข้าไปก็มีคนมามุงทำนั้นทำนี้ และมีคนเอาท่ออะไรสักอย่างมาครอบผมไว้

“ไม่ต้องกลัวนะค่ะ นึกถึงสิ่งที่ทำให้มีความสุขเข้าไว้ ทุกอย่างจะดีเองค่ะ” เป็นผู้หญิงที่สวมผ้าปิดจมูกและหมวกสีเขียวเขาบอกกับผมไม่นานผมก็หลับไป ใช่สิ่งที่ผมเห็นคือผู้ชายร่างสูงใหญ่ ในชุดเครื่องแบบทหาร แต่รูปร่างแบบนี้มันไม่ใช่พ่อภีมปภพพ่อของผมเลย  เขาคุกเข่าและกางแขนผมเองที่ตัวกะเปียดเล็กมากเหมือนเพิ่งหัดเดิน ยังเดินเป๋ๆอยู่เลย

“ปะป๊า” เสียงที่เรียกชื่อนั้น

“แอ้...มาหาพ่อซิ”  ในภาพผมรีบก้าวเท้าเพื่อไปหาแต่ทว่าผู้ชายคนนั้นกับห่างออกไปเรื่อยๆ ผมก็รีบสาวเท้าให้เร็วขึ้น แต่มันก็ยังช้าจนกระทั้งภาพนั้นหายไป ผมก็ล้มลงทำได้แค่ร้องไห้ พยายามกางแขนให้เขากลับมา

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 517
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
ต่อ

“แอ้ แอ้ แอ้” เสียงที่ทำให้ผมตื่น ผมหายใจเฮือกใหญ่

“แอ้ เรียกหาอาภีมเหรอ” ดิวนั้นเองที่ประครองผม

“พ่อภีม พ่อมาเหรอ” ผมถามดิว

“ไม่มา ดูซิเหงือออกเต็มไปหมดเลย” ดิวพูดและผมก็มองไปรอบๆ นี้ผมกลับมาห้องพักแล้วเหรอ และผมก็รู้สึกหน่วงๆที่ท้องน้อยยังไงก็ไม่รู้

“พ่อบอกว่าสำเร็จ ลูกๆตัวอ่อนของเรากลับเข้าสู้คนที่รับอุ้มบุญให้เราแล้วแอ้ เราจะเป็น่พ่อคนแล้วนะ ดิวดีใจที่สุดเลย” ดิวพูดผมได้แค่มองดิว แต่ทำไมน้ำตาผลไหล

“ดิว กรู ไม่พร้อมวะ”

“แอ้นั้นลูกเรานะ “

“แต่กรู ... ไม่รู้วะ กรู ..ไม่พร้อม”

“แอ้ไม่เอานะ อย่าพูดแบบนี้ดิ” ดิวเริ่มตะคอกใส่ผม

“ก็กรูบอกว่า..โอ้ยย” ผมขืนตัวขึ้นนั่ง นี้แหละที่ให้ผมรู้สึกเจ็บมาก จนตัวงอเลย ดิวเห็นเข้าก็ตกใจมันวิ่งไปที่หัวเตียงคนไข้และกดรีโมททันที

“แอ้ เจ็บมากไหม”

“เจ็บซิไอ้สัส”ผมปวดมากเลยเผลอด่าไอ้ดิวมันไป ไม่นานก็มีคนวิ่งมา เขาเป็นพยาบาลหวอดนั้นเอง

“มีอะไรค่ะคุณดิว”

“พี่ครับเรียกพ่อผมให้หน่อยครับ แอ้ปวดแผลนะครับ” ดิวพูด ผมก็กุมท้องน้อยน้ำตาก็ไหล

“ได้ค่ะ “พยาบาลพูดและวิ่งไป  ผมค่อยๆเอนกายลงนอนช้าๆ ดิวที่ค่อยประครองผม ผมนอนรอพ่อเกือบสิบนาที พ่อภาก็มาถึงพร้อมพี่ดรีม พี่ดรีมดึงตัวดิวออกไปและพ่อภาก็ให้พยาบาลปิดผ้าม่าน

“พ่อจะขอดูแผลนะ ทำไมเจ็บมากเลยเหรอแอ้”พ่อภาถามผม

“คือ แอ้...ลุกเร็วไปมั้งครับพ่อ “ผมพูด พ่อก็ยิ้มๆ

“แต่ตอนที่ผมเอนตัวนอนรอพ่อมันก็ค่อยๆดีขึ้น แต่ก็ยังเจ็บอยู่” ผมพูดเบาๆ

“เอาละ ช่วงนี้ต้องค่อยๆขยับหน่อยนะ อย่าเพิ่งเด้งตัวเหมือนเมื่อก่อน ค่อยๆลุก ไม่นานก็หายดี” พ่อพูดและให้พยาบาลปิดผ้าพันแผลกลับไป ผมไม่กล้าดูว่ามันเล็กใหญ่แค่ไหน 

ผมนอนโรงพยาบาลแค่วันกับคืนแค่นั้นก็กลับบ้าน พอมาถึงก็พักฟื้นที่บ้านพ่อภาไม่นานพ่อภีมก็มาและมารับผมกลับกรุงเทพ ผมก็ยังคงแค่เสียวๆ ที่แผล แต่แผลไม่ใหญ่เลย เล็กมาก ผมเลยทำชีวิตผมเหมือนปกติ ส่วนดิวก็ต้องไปเข้าค่ายชมรมฟุตบอลและผมก็ต้องไปฝึกคาราเต้เพราะผมกำลังจะเข้าแข็งขันชิงสาย แม้บางท่าจะทำให้ผมเจ็บมากแต่ผมก็ต้องอดกลั้นมันไว้ จนกระทั้งเวลาผ่านไปเกือบสิบเดือน พ่อภีมต้องไปงานอีกแล้ว พ่อภาก็อาสาดูแลผมและพาผมกับดิวไปที่ค่ายทหาร

“เอาละ พ่อจะบอกว่า ลูกๆเราคลอดได้อาทิตย์หนึ่งแล้วนะ ตอนนี้พยายาลเขาดูแลอยู่” พ่อพูด ผมนี้ขนลุกขึ้นมาซะอย่างนั้นแต่ไอ้ดิวซิมันดีใจจนบอกไม่ถูก

“พ่อจะให้พยาบาลเขาดูไปก่อน เราก็คอยหมั่นไปดูลูกในช่วงกลางวันนะ ไปทำหน้าที่ป้อนน้ำป้อนนม” พ่อภาพูด ผมเงยหน้ามองพ่อ จะทำได้ไงอ่ะ

“แอ้ พยาบาลจะสอนให้” พ่อพูด ผมหันมามองหน้าดิว มันพยักหน้ากับผม และผมสองคนก็เดินตามพ่อขึ้นไปชั้น เนสเซอรี่เด็กแรกเกิด ผมเดินผ่านห้องกระจกที่มีเด็กแรกเกิดนอนเรียงราย ถึงเป็นลูกพยาบาลในค่ายทหารแต่ก็มีประชาชนมาใช้บริการเยอะมาก โรงพยาบาลกึ่งเอกชน และมีคนที่ดูแลและสนับพร้อมให้งบประมาณก็จะเป็นใครไหไม่ได้ บรรดาลุงๆและพี่กับน้องของพ่อและองค์กรที่พ่อเป็นส่วนหนึ่ง

“แอ้” ดิวเรียกชื่อผม เพราะผมหยุดและมองเด็กที่นอนในตู้กระจก เป็นที่นอนเด็กแรกเกิด ผมยืนอึ้งมองอยู่แบบนั้น ทำไมผมรู้สึกตัวเบาๆ ยังไงก็ไม่รู้บอกไม่ถูก และไม่นานผมก็ไม่รู้อีกเลย เหมือนมีคนมาปิดไฟใส่ผม โลกมันมืดไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั้ง

“แอ้” ผมรู้สึกว่ามีมือมาบีบมือผมตลอด ผมลืมตาในห้องพักอีกแล้ว ห้องพักคนไข้แบบวีไอพี ผมก็ดีดตัวขึ้น นี้ผมเป็นลมหรือ

“แอ้ เป็นไงบ้าง “ ดิวถามผม ผมก็มองหน้าดิว

“อุแหวๆ ๆ”เสียงแหลมเล็กของเด็กอ่อนร้องข้างๆ ผมหันไปก็เจอ เตียงหลอดแก้วมีเด็กหน้าตาเหมือนกันหมดเลยนอนเรียงกัน มีเตียงที่ 3 ที่ร้องไห้โยเย ผมได้แต่กลืนน้ำลายลงคอ

“ลูกเราแอ้ “ ดิวพูด ผมก็ชี้ไปทั้งสาม

“ใช่ลูก เราทั้งสามคนเลย “ ดิวพูดและลงไปดันให้เข้ามาใกล้กับผม ผมก้มมองแต่ละคน ใจคอมันสั่นไปหมด

“นมมาแล้วครับ ใครนะร้องดังยังกลับจะไปเป็นนักร้องเลย” พี่ดรีมครับที่หอบเอาขวดนมมาทั้งหมดสามขวด 

“ได้เวลาทานนมแล้วครับ ใครจะป้อนเอ้ย” พี่ดรีมถามผมหันไปมองหน้าดิวและรีบส่ายหัวทันทีผมไม่เคย

“แอ้ลองซิ ดิวนะป้อนไปแล้ว “ ดิวพูด ผมก็ยังส่ายหัวและหดขาหนี

“แอ้ลองนะ ลองแล้วแอ้จะรักเขามาก” ดิวพูดกับผม พีดรีมก็พยักหน้าและส่งขวดนมให้ผม พี่ดรีมเดินไปประครองอุ้มเด็กน้อยที่ร้องไห้ขึ้นมาก่อน อย่างเบามือและตรงมาจะส่งให้ผม ผมนี้ทำท่าจะหายใจไม่ทั่วท้องอีกแล้ว

“แอ้นั่งเอาหมอนหนุนหลังหนึ่งใบและเอาหมอนที่เหมือนตัวซีนี้วางไว้ที่ตรงท้องนะพี่จะได้เอาน้องวางลง” พี่ดรีมพูด ผมนะไม่ได้ทำอะไรซักอย่างมีแต่ไอ้ดิวที่จัดการให้ผมหมดและพี่ดรีมก็วางเด็กคนหนึ่งลง ปากก็ร้องตาก็หลับแถมยังอ้าปากหาอีกด้วย

“แอ้ประครองน้องโดยให้หัวร้องอยู่ที่ตรงข้อพับและเอาแขนโอบตัวน้องไว้นะครับ อุ้มอย่าให้ราบจนเกินไปน้องอาจจะสำลัก อุ้มให้ยกหัวหน้องขึ้นหน่อย” พี่ดรีมพูดและจัดท่าให้ผมหมด ผมเองยังคงอึ้งแต่ก็มองเด็กน้อยที่ดูดนิ้วตัวเองแทนแล้วแต่ก็ยังคงร้องไห้อยู่ดี

“แอ้ น้องหิวแล้วป้อนนมน้องนะครับ” พี่ดรีมบอกผม ผมเงยหน้ามองพี่ดรีมและดิว เขาก็พยักหน้าให้ผมอีกคน ผมก็ค่อยลดขวดลงและบรรจงให้จุกนมนั้นจ่อไปที่ปากเล็กนั้น ทันทีที่ขวดนมสัมผัสริมฝีปากเล็กน่ารัก เขาก็หงับแบบหิวจัดมาและดูดอย่างเร็วและแรง มันเป็นสิ่งทีมหัศจรรย์มากคือผมรู้สึกตื้นตันจนน้ำตาผมไหลออกมาแบบไม่รู้ตัว ความกลัวที่ผมมีตลอดเวลาเกือบสิบเดือนมันหายไปหมด เหลือไหว้แค่ความรักและเอ็นดู ผมหันไปมองอีกสองคน อ้าวทำไมเขานอนหันไปทางเดียวกันนะ

“แปลกใจใช่ไหม เขาหันเข้าหากันตลอดเลย ไม่รู้ว่าเขาผูกผันกันตั้งแต่ก่อนเกิดหรือเปล่า “ดิวพูด ผมก็ยิ้มๆ และก้มมองคนที่ผมอุ้มอยุ่

“คนนี้ชื่อมาริโอ้  ไม่รู้ซิ ดิวนึกชื่อนี้ออกสำหรับคนนี้เลย ร้องเก่งมาก กินก็เก่งมาก” แอ้พูด

“แล้ว” ผมถามถึงอีกสองคน

“ไอ และ ไอซ์ “ ดิวพูด ผมก็มองว่าทำไมละ

“พอดิวเห็นไอ แล้วมันนึกถึงคำว่าไอเลิฟยู และพอดิวไอ้อุ้มไอซ์ ดิวรู้สึกถึงความเย็นที่ตอนเวลาที่ดิวโมโหใครสักคนจนอยากตะบันหน้ามันให้เละและแอ้เท่านั้นที่แตะแขนดิวและทำให้ดิวเย็นลง “ ดิวพูด

“ทั้งสามชื่อนี้ดิวนึกถึงแอ้ทั้งหมด” ดิวพูด ผมเงยหน้ามองดิว น้ำตาไหลอีกแล้ว ดิวกอดผมไว้แน่น

“เราจะเป็นพ่อที่สมบูรณ์แบบในแบบที่เราเป็น ต่อให้ต้องเป็นพ่อสองคน เราก็จะเป็น เพราะดิวเชื่อว่าลูกจะรักเราสองคนไม่แพ้พ่อแม่คนอื่นๆ  ดิวเลือกแล้วเพราะดิวเชื่ออีกว่ามันจะทำให้แอ้อยู่กับดิว” ดิวพูด ผมนี้อึ้งจนพูดอะไรไม่ถูก

“แอ้..ดิว..รักแอ้ “ คำนี้ที่ผมได้ยินมาตลอด จนทุกวันนี้ เขาก็พร้ำบอกผมตลอด

**********************************************************************************************************************************

ปังๆๆๆ เสียงเคาะประตูที่ดังสนั่นปานว่าจะเคาะให้มันพังไปเลย ผมก็สะดุ้งตื่น ผมนอนเอาหัวหนุ่นไหล่ดิวไว้ ผมเหลือบมองเวลาตีห้า ก็แค่ตีห้าแต่ ผมทบทวนว่าผมอยู่ทีไหนตอนนี้ บ้านพักที่ผมต้องมาเป็นนักเรียนและ

“ไอ้แอ้ ไอ้ดิว” เสียงนั้นไอ้ติ๊ก ตายละซิถ้ามันเห็นผมตอนกับไอ้ดิว นี้ผมตายแน่ๆ 

“ดิว ดิว ลุก “ ผมเรียกได้ดิว

“ลุกทำไมยังไม่สว่างเลยนะแอ้ ถ้าจะชวนไปวิ่งไม่ไหวละแอ้ ดิววิ่งไปหลายรอบก่อนนอนแล้ว “ไอ้ดิวมันหลับหูหลับตาตอบผม

“ดิวตื่นเดี่ยวนี้ “ผมดึงแขนมันจน

“ตุ๊บ”มันตกจากเตียงนอนเลย

“ไอ้ดิว....ไอ้ติ๊กมันเคาะประตูจนประตูจะพังแล้ว และถ้ามันเห็นว่ากรูกับมรึงนอนเตียงเดียวกันนี้กรูตาย” ผมพูดกับไอ้ดิว

“ก็”

“มรึงพูดง่าย มรึงไม่ใช่กรู” ผมพูด

“ก็ได้...แอ้ก็ไปนอนเตียงนั้นและดิวจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ว่าแอ้มานอนตอนไหนแล้วกัน”ดิวพูดและหันไปช่วยผมเอากระเป๋าของใช้ พวกหนังสือกีฬาต่างของมันนั้นแหละลงและผมก็กระโดดขึ้นไปนอน เอาผ้าคลุมหัวคลุมโปง ผมหวังว่าไอ้ดิวมันจะแก้สถานการณ์ให้ดีขึ้นนะไม่ใช่แย่ลง

“ไอ้ดิวววว ไอ้แอ้)))))))” ไอ้ดิวคงเปิดประตูแล้วผมยังคงคลุมโปงอยู่

“เป็นบ้าอะไรเนี๊ยะฮะ “ ไอ้ดิวตะคอกใส่ไอ้ติ๊ก

“ก็กรูเคาะประตูจนมือกรูนี้จะแหลกหมดแล้ว พวกมรึงสองคนทำอะไรกันละ” ไอ้ติ๊ก

“ทำบ้าอะไร ก็แอ้มันนอนกับมรึงไม่ใช่เหรอ” ไอ้ดิวถามติ๊ก

“มันกลับมาแล้ว..ตอนไหนก็ไม่รู้ มรึงอย่าบอกนะว่ามรึงไม่รู้เห็น มรึงไปเรียกมันกลับมาใช่ไหม” ไอ้ติ๊ก

“กรูไม่ได้ไป กรูหลับ “

“ให้กรูเข้าไปเดี๋ยวนี้เลย “ ผมได้ยิน แต่เสียงและ

“นี้ไงมันนอนคุม..โปงอยู่”

“อ้าว เห็นไหมมันกลับมาเมื่อไหร่กรูยังไม่รู้ กรูไปเรียกมันกลับเหรอ มรึงนี้มันบ้า” ไอ้ดิวพูดและผ้าก็ถูกถลกจากใครคนหนึ้ง ผมก็แกล้งทำเป็นสลึมสลือ มองและขยี่ตา ผมก็เห็นไอ้ติ๊ก และไอ้ดิวที่มันยืนอยู่พร้อมผ้าขนหนูพันกายแบบหมินเหม่

“อ้าว ติ๊ก ตื่นแล้วเหรอ”ผมถามติ๊ก

“มรึงกลับมายังไง” ติ๊กถามผม

“ก็เดินมาดิ จะให้กรูนอนเบียดมรึงทำไมอ่ะ เตียงมันเล็กนิดเดียว” ผมพูดและมองไอ้ดิว ผมจำได้ว่ามันยังมีชุดนอนอยู่แล้วนี้มันทำไมเหลือแค่ผ้าเช็ดตัวเหมือนกับว่ามันแก้ผ้านอน

“แล้วทำไมมรึงไม่ใส่เสื้อผ้าวะดิว”ไอ้ติ๊กหันไปถามไอ้ดิว ผมหันอยากจะโบกกระบาลมันจริงๆ

“นึกว่านอนคนเดียวเลยแก้ผ้านอน สบายดี” ไอ้ดิวพูด

“คนบ้าอะไรแก้ผ้านอน ดีนะแอ้ที่มรึงไม่แก้ผ้าไปด้วย ไม่งั้นนะ”

“ไม่งั้นอะไร” ไอ้ดิวมันถามไอ้ติ๊กด้วยเสียงแข็ง

“ใครจะกล้าแก้ กรูไม่เคยทำซะหน่อย “ ผมพูดและลุกขึ้นนั่ง

“ไปอาบน้ำแต่งตัวห้องกรูนะ” ติ๊กพูด

“กรูด้วยไหม พร้อมมาก “ ไอ้ดิวถามไอ้ติ๊ก

“มรึงอาบน้ำนี้แหละ “ไอ้ติ๊กพูดและเดินออกไป ไอ้ดิวเดินไปปิดประตู

“ตุ๊บ “ผมปาหมอนใส่ไอ้ดิว

“ปาทำไมเนี๊ยะ” ดิวมันถามผม ยังมีหน้ามาถามกรูอีก

“มรึงแก้ผ้าไปรับมันแบบนี้นะ กรูนี้คิดผิดมากที่จะให้มรึงทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้น” ผมพูดพร้อมกับลุกขึ้นและรีบคว้าผ้าเช็ดตัวก่อนจะไปเปิดตู้เสื้อผ้าหาชุดนักเรียนที่เขามาแขวนเตรียมไหว้ให้ทุกคนในตู้

“นี้ยังดีที่เอาผ้าขนหนูพันไว้ อยากออกไปให้เห็นเลยว่า เพิ่งทำอะไรกันมา ดิวเบื่อมากเลยนะ มันจะมาเป็นผู้กำกับชีวิตคนอื่นอะไรหนักหนาและอีกอย่าง มันควรจะรู้จักขอบเขตบ้าง”ดิวพูด ผมกำลังเดินออก

“แล้วที่ผ่านมาก่อนที่กรูกับมรึงจะค่อยหายไปจากมันละ เราทำอะไรกัน เราอยู่ด้วยกันกินนอนด้วยกัน มาตอนนี้มรึงจะเขี่ยมันออกเหรอ มรึงทำได้ไง ดิว” ผมหันไปถามไอ้ดิว

“แต่เราจะมีกันสามคนไปตลอดชีวิตไมได้แอ้”

“ถ้ามันจำเป็นต้องทำหรือไม่ก็ต้องเลือก...กรูเลือกที่จะไม่ทิ้งมันแน่นอน ” ผมหันมาพูดและเดินกลับเข้าห้องติ๊กไป ผมเดินเข้าไปก็เห็นมันนั่งบนเตียงหน้าบอกบุญไม่รับเลย และพายก็คงเข้าไปอาบน้ำแล้วเช่นกัน

“มรึงไปทำอะไรกันใช่ไหมแอ้” ติ๊กมันลุกขึ้นมาได้ก็บีบต้นแขนผมจนผมรู้สึกเจ็บเพราะเล็บมันจิกเข้าที่เนื้อ

“ติ๊ก กรู  ไม่ได้ทำอะไรกัน” ผมพูด

“มรึงหนีกลับไปนอนกับมันใช่ไหมแอ้”

“กรูบอกแล้วว่าทีนอนมันแคบกรูเลยไม่อยากให้มรึงนอนไม่สบาย” ผมพูด และพยายามแกะมือติ๊กออก

“กรูไม่เชื่อ “

“กรูบอกให้มันกลับไปนอนห้องมันเอง” เสียงพายพูดขณะที่พายเปิดประตูห้องน้ำออกมา พายเดินมามองหน้าติ๊ก และมองที่มือที่มันบีบต้นแขนผมไว้ว่าให้ปล่อย

“ถ้ามรึงยังทำร้ายแอ้กรูจะเรียกดิวเดี๋ยวนี่ กรูนะจะไม่เข้าข้างมรึงอีกเพราะมรึงงี่เง่า” พายพูด ติ๊กก็ปล่อยแขนผม

“ที่จริงแอ้มันสู้มรึงได้สบายนะแต่มันไม่ทำ ทำไมมรึงถึงทำมันวะ”พายพูด

“ มรึงเคยคิดป่ะ ว่าแอ้มันคือเพื่อนมรึง ..มรึงเคยเข้าใจคำนี้มั้ย” พายพูด

“ก็”ติ๊กที่เถียงไม่ออก

“นี่อะไร...มันมีห้องนอนของมันและเขาจัดให้แล้วว่าควรนอนหรืออยู่ที่ไหน ก็ควรยอมรับตามที่เขาจัดให้  “พายพูดสีหน้าจริงจัง ทำเอาติ๊กไม่กล้าเถียงกลับเลย

“ที่มรึงทำแบบนี้นะ มรึงแค่รักตัวเองส่วนที่แอ้มันทำ มันยอมเพราะว่ามันรักมรึงและแคร์มรึง “ พายพูด

“ให้มันกลับไปอาบน้ำแต่งตัวที่ห้องมัน “พายพูดและ ติ๊กก็หันมามองหน้าผม ติ๊กไม่ตอบอะไรคว้าผ้าเช็ดตัวและชุดนักเรียนตรงเข้าห้องน้ำไป  จริงๆที่ติ๊กบอกดิวนะว่าผมกับเขาอาบน้ำด้วยกันน่ะมันไม่จริงเลย

“แอ้ กลับไปห้องเถอะ ปล่อยมันไปบ้าง มรึงควรแค่อีกคนมากกว่ามันวะ “ พายพูด ผมได้แต่มองคนที่เข้าไปในห้องน้ำ

“กรูดูออกนะว่าอะไรเป็นอะไร “ พายพูด ผมก็หยิบผ้าเช็ดตัวและเดินกลับห้องตัวเอง ผมได้ยินเสียงน้ำในห้องน้ำ ดิวคงกำลังอาบน้ำอยู่  ผมถลกแขนเสื้อขึ้นดู ปรากฏว่ามันเป็นรอยแดงจั้มตามจำนวนนิ้วของติ๊กที่กดจิกผม ดังนั้นผมจะเข้าไปอาบน้ำกับดิวทั้งแบบนี้ไม่ได้ มันจะต้องรู้และเห็นไอ้ดิวแบบนี้มันหัวร้อนมากเช่นกัน


“อ้าวแอ้ “ ดิวออกมาจากห้องน้ำ ยังคงอยู่ในสภาพผ้าขนหนูพันเอวแบบหมินๆ ทำไมมันไม่แต่งตัวในห้องน้ำนะ

“เสร็จแล้วเหรอ กรูได้อาบน้ำบ้าง” ผมพูด

“ก็ไหนบอกจะไปอาบกับติ๊กไง”ดิวมันถามผม

“ก็..เออ..”ผมควรจะบอกมันว่าไงดีวะ

“ทำไมติ๊กมันงอลเหรอ เลยไล่แอ้กลับมา”ดิวถามผมกลับ  ผมก็ลุกขั้นหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำรีบอาบน้ำดีกว่าไม่อยากตอบคำถามเยอะ มันจะทำให้ดิวมันจำพิรุธของผมสองคนได้

“ก๊อกๆเสียงเคาะประตู ผมสองคนหันไปมองว่าใคร อย่าบอกนะว่าไอ้ติ๊กมันมาเรียกผมไปห้องมันอีก

“ไอ้ตัวดีอีกมั้ยละ” ดิวพูดและเดินไปเปิดประตู มันก็ยังคงอยู่ในสภาพผ้าขนหนูพันเอว

“อะไรวะ มรึงนี้ไม่รู้จักใส่เสื้อผ้าหรือไงวะดิว” ติ๊ก มันบ่นไอ้ดิว

“กรูว่าจะแก้ผ้าอยู่นะ” ไอ้ดิวพูดและทำท่าจะดึงผ้าลง

“ไม่อยากดูของมรึง “ ไอ้ติ๊กพูด

“แล้วนี้มาเพื่อ” ดิวถาม

“แอ้อาบน้ำแต่งตัวเร็วๆ นะ ลงไปกรูจะชงโปรตีนให้มรึงกิน” ติ๊กพูด ผมก็พยักหน้ายิ้มๆ

“มรึงก็ควรจะสวมเสื้อผ้าได้แล้วดิว อุบาศ” ติ๊กพูดและเดินออกไป ผมก็รีบเลี่ยงเข้าห้องน้ำทันที  รีบอาบน้ำแบบเร็ว ที่แขนก็ยังเจ็บ ผมควรทำยังไงดีไม่ให้มันเห็น ผมไปมองประตูตู้กระจกอาบน้ำ อันนี้แหละวะ ผมก็ทำเหมือนให้มันหนีบผม  ไม่ใช่แค่เหมือนให้หนีบจริงๆ

“โอ้ยย” ผมร้องออกมาเสียงหลงและดันเผลอดังไปหน่อย

“แอ้ ..เป็นไรนะ แอ้เปิดประตู “ไอ้ดิวผมก็เดินไปเปิด

“แอ้เป็นอะไร” ดิวถามผมด้วยอาการตกใจ

“คือ เออ กรูรีบปิดประตูตู้อาบน้ำนะมันเลยหนีบแขนกรูนะ” ผมค่อยเปิดมือให้มันดู มันได้ผล รอยประตูหนีบมันทับรอยนิ้วแทนแต่เจ็บมากกว่าหลายเท่าเลยผมทีนี้

“โธ่แอ้ จะรีบทำไม “ดิวทำสีหน้ากังวล ผมคิดในใจ กรูขอโทษวะดิว กรูไม่อยากให้มรึงทำให้ติ๊กมันรู้สึกว่ามรึงปกป้องกรูเกินไป ถ้ามรึงรู้ว่าความจริง

“อาบน้ำยัง”ดิวถามผม

“ยังอ่ะ จะเข้าไปอาบแล้ว” ผมพูด

“ให้อาบด้วยไหม” ดิวถามผมปนขำ

“ไม่ต้อง มรึงสวมชุดแล้ว”

“สวมได้ก็ถอดได้ “ ดิวพูด

“ไม่เอากรูรีบดิว” ผมพูดและหันกลับเข้าไป หันมามองไอ้ดิวให้ออกไปผมจะอาบน้ำ

“อย่าเพิ่งสวมเสื้อผ้านะจะเอายาทาให้”ดิวพูดผมพยักหน้า ผมรีบเข้าไปอาบน้ำอย่างเร็วก่อนที่ไอ้ดิวจะกลับเข้ามา พอผมอาบเสร็จไอ้ดิวก็เปิดเข้ามาพอดีและเอาหลอดยา มาทาให้ผม

“ทำไมลอยมันแปลกๆวะ บางลอยเหมือนโดนกด เหมือนนิ้วมือเลยเนียะแอ้ “ดิวพูด มันจะเป็นโคนันอะไรตอนนี้วะผมคิดในใจ

“ แน่ใจนะว่านี้คือรอยประตูหนีบนะแอ้” ดิวเริ่มทำเสียงดุใส่ผม ผมก็มองหน้ามันต้องไม่หลุดแอ้ บอกกับตัวเอง

“แอ้” ดิวขึ้นเสียงถามผม

“ประตูหนีบ ก็เห็นอยู่ดิว มากรูทาเอง” ผมทำเป็นหงุดหงิดใส่เพื่อกลบเกลื่อนและดึงหลอดยามาจะทาเองแต่ดิวดึงหลอดยากลับไปทาให้ผมแทน

“พอแล้ว ขอบใจนะดิว” ผมพูดและหันไปหยิบเสื้อผ้ามาสวมอย่างไว ดิวก็พยักหน้าและเดินออกไป ผมก็แต่งกายให้เรียบร้อยและเดินออกมา แต่ไม่เห็นไอ้ดิวแล้ว มันลงไปแล้วมั้ง จะว่าไปยังเหลือเวลาอยู่เลย ผมรีบคว้าทุกอย่างใส่กระเป๋าเป้และลงไปข้างล่างระหว่างที่ผมกำลังเดินลงบรรไดไป เห็นดิวมันคุยกับติ๊ก ผมรีบหลบมุม

“มรึงทำอะไรแอ้” ดิวลงมาก่อนก็เพื่อมาถามไอ้ติ๊ก

“มรึงพูดเรื่องอะไรของมรึง ดิว” ติ๊กทำหน้างงและมันก็ขึ้นเสียงกลับดิ

“กรูถามว่ามรึงทำอะไรแอ้ มรึงโมโหที่มันกลับมานอนห้อง มรึง”

“กรูไม่ได้ทำอะไร” ติ๊กพูด ผมก็เลยต้องรีบออกมาจากที่ผมแอบ

“ดิว อะไรอีก กรูบอกว่าประตูตู้ที่อาบน้ำมันหนีบแขนกรู มรึงไม่เชื่อก็เรื่องของมรึง” ผมพูด และมองหน้าไอ้ดิวและหันมามองหน้าติ๊ก ติ๊กมันก็มองหน้าผม

“อ้าวแล้วมรึงไปทำท่าไหนวะมันหนีบเอา ไหนดูดิว ทายายัง” ติ๊กขอดูแขนผมและถามผมเรื่องทายา

“กรูทาให้แล้ว” ดิวพูด ติ๊กหันไปมอง

“เออ ก็ดีแล้ว มากินผงโปตีน ที่กรูชงให้กันก่อน หวังว่าไอ้แจ็คมันคงจะตื่นเร็วๆนี้น่ะ “ ติ๊กพูด ผมหันไปมองหน้าดิว ผมรู้ว่ามันเชื่อคำพูดเพราะผมนะคอยปกปิดไม่อยากให้ดิวมันพูดจาอะไรรุ่นแรงกับติ๊ก และผมนี้ก็คือคนกลางทีหนักใจที่สุด ถ้าเลือกได้ผมคงจะย้อนกลับไปไม่หลวมตัวและใจให้มัน เพราะผมจะทำร้ายอีกคนก็ไม่ได้  ดิวมันยังทำไหน้านิ่ง

“ดิว..ถ้ามรึงไม่เชื่อกรู ต่อไป” ผมหันไปกระซิบที่ข้างหนูมัน

“เชื่อก็ได้แต่ดิวแค่ไม่ไว้ใจไอ้ติ๊ก “ดิวหันมากระซิบผมกลับ

    ติ๊กมันก็เอาแก้วที่ชงพวกเครื่องดื่มโปรตีนมาให้คนละแก้ว ผมก็รับไปดื่มเช่นกันพายลงมาพอดี พวกผมก็ทำทุกอย่างให้เหมือนปกติไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่บอกตรงๆผมนี้โคตรอึดอัดเลย

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 517
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
วันแรกของการกลับไปเป็นเด็กนักเรียนจำเป็น 
 
    ผมตื่นมาด้วยความสดใสอย่างไม่น่าเชื่อ และปกติผมจะต้องออกำลังกาย บอดี้เวทเบาๆ  แต่ว่าวันนี้ไม่อยากลุกเลยอยากกอดเขาแบบนี้นานๆ เพราะผมมไม่รู้จะมีอะไรมาพลากเขาไปจากผมอีกไหม 
 
“แจ็ค ตื่นได้แล้วเราต้องเครียมตัวไปแล้วนะครับ” คนที่ผมกอดเขาไว้จากด้านหลัง ผมไม่อยากปล่อยเขาไปเลย
 
“แจ็ค” บอยขึ้นเสียงกับผมนิดหน่อย แต่เสียงก็ยังหวานน่าฟังอยู่ดี
 
“ก็บอยอยากกอดไว้แบบนี้นานๆนี่ครับ” ผมพูดและ หรี่ตามองบอย ดูซิ คนอะไร เพื่งตื่นนอนยังดูดีขนาดนี้ถ้าอาบน้ำแต่งตัวแล้วจะดูดีขึ้นขนาดไหน 
 
“ตื่นได้แล้ว” บอยพูดและลุกขึ้น พร้อมกับคว้าเช็ดตัวเพื่อเข้าห้องน้ำ ผมก็จะรออะไรครับ รีบคว้าตามเข้าไปทันที
 
“แจ็ค!  เข้ามาทำไม แจ็คควรจะรอ”
 
“ไม่รอละไปต่อกันเลย “ 
 
“ปััง” เสียงประตูห้องน้ำปิดลง ไม่ต้องบอกว่าทำอะไรกันในห้องน้ำ เช้าไปรู้แต่ไม่แคร์ ฮาๆ  เสียงสายน้ำจากฝักบัวและคนสองคนที่อาบน้ำด้วยกัน ร่างกายที่เปลือยเปล่า ผมไม่ได้ทำอะไรกันหรอกครับ แค่กอดกันอยู่ใต้ฝักบัว นานแค่ไหนแล้วที่ผมไม่ได้ทำแบบนี้ ได้สัมผัสกับผิวสวยของบอย 
 
 
“เสร็จยังครับแจ็ค ไปแต่งตัวเถอะ เพื่อนๆ จะรอ” บอยบอกผม ผมก็พยักหน้า ผมและบอยออกมาจากห้องน้ำเพื่อแต่งตัว ผมเปิดตู้เสื้อผ้าก็พบ ชุดนักเรียนมัธยมปลาย ผมไม่ได้สวมใสมานานแล้วตั้งแต่ยายไปเรียนที่อเมริกา มันก็จะรู้สึกแปลก แต่สักพักคงจะชิน ผมหยิบออกมาและหันไปเจอบอยที่สวมชุดเรียบร้อยแล้ว ถึงกับตลึงเลยผม และที่สำคัญ น้องลุกด้วย เพราะว่าดูน่ารักมากกว่าคลิปยาโยอิ ใส่ชุดนักเรียนซะอีก 
 
“ปึก”หมอนครับ ที่ลอยมาปะทะใบหน้าผม ก็บอยนั้นแหละจะใคร
 
“รู้นะว่าคิดอะไรอยู่” บอยพูด
 
“รู้ได้ไงอะ” ผมถามบอยกลับและเอาหมอนไปวางไว้บนที่นอนเหมือนเดิม
 
“ก็ดูที่เป้าดิ ตุงเชียว” บอยพูดผมก็ก้มมองจริงด้วย 
 
“ก็นะ เห็นใส่ชุดนักเรียนแบบนี้เซ็กซี่กว่าใส่ชุดชั้นในอีก”  ผมพูด
 
“บ้า! “บอยหันมาค้อนใส่ผม ผมก็สวมกางเกงนักเรียนและเสื้อนักเรียน ติดกระดุม 
 
“แจ็ค” บอยเรียกชื่อผม ผมหันไปก็ปะทะกับบอยที่ยืนอยู่ด้านหลังของผม เขาเข้ามาจัดคอเสื้อผมและชายเสื้อให้ผม ดูเรียบร้อยขึ้นเยอะเลยผม 
 
“หล่อแล้วครับ”บอยพูด ผมก็มองเขา 
 
“คนนี้ก็น่ารักที่สุดในโลกแล้วครับ”
 
“งั้นเราลงไปข้างล่างเลยนะ แจ็ค” บอยพูดและทำท่าจะหันหลังออก แต่ผมคว้าข้อมือไว้ได้
 
“ห้ามยิ้มให้หนุ่มไหนเด็ดขาดวันนี้ ถ้าเห็นนะ คืนนี้โดน ทำโทษ” ผมพูด 
 
“ถ้าอยากโดนทำโทษละ” 
 
“ว้าว! ไปหัดที่ไหนมา”
 
“หึๆ” บอยหัวเราะผม ผมสองคนเดินลงมาด้างล่าง ผมไม่ได้ยินเสียงจากในห้องพวกนั้นแล้วแสดงว่าลงไปข้างล่างกันหมดแล้ว ตอนนี้  6.45 รถคงมาจอดรอแล้วมั้ง บอกตรงๆนะไม่เคยตื่นเช้าขนาดนี้เลยจริงๆ ปกติโน้นเกือบเที่ยง 
 
 
“มรึงเห็นสีหน้าไอ้แจ็คป่ะ ตอนที่บอกมันว่าห้องที่มันจะไปนอนอ่ะ มีเสียงใครก็ไม่รู้” เสียงพาย 
 
“ไอ้เนี๊ยะมันป๊อดไง “
 
“ป่านนี้มันคงนอนคุดอยู่กับบอยแหละว่าป่ะวะ” 
 
“จะเหลือเหรอ”ไอ้ดิว 
 
“ทำไมอะ”
 
“มันก็แกล้งเล่นตัวไปอย่างนั้นแหละไอ้นี้นะ “ไอ้ดิว 
 
“นี้พวกมรึงแกลงกรูกันเหรอวะ เรื่องเมื่อคืนห้องนั้นนะ “ ผมลงมาได้ใส่พวกมันเลย มันหาได้สำนึกอะไรไม่ แค่หันมาหยักไหล่ให้ผม
 
“เมื่อคืนมันนอนที่ไหนอะบอย” ติ๊กหันมาถามบอย บอยก็ยิ้มและหันมามองหน้าผม ผมนี้แทบจะเอาหน้าซุกพรมหนี 
 
“ถุย! ไอ้ปากดี จะนอนห้องนั้นคนเดียว” พายอีกคน 
 
“ไปกันยังรถรอแล้ว” ดิวพูด ทุกคนก็ลุกขึ้น บอยก็เดินออกไปพร้อมกับดิวแอ้และพาย เหมือนกับสาวๆเขาคุยกันยังไงก็ไม่รู้ 
 
“เป็นไง มรึง”ดิวถามผม ผมหันไปมองหน้ามัน
 
“เออ..กรูจะลองสักตั้งหนึ่ง “ ผมพูดกับดิว 
 
“รักษาให้ดีนะมรึง มีได้แค่รักษานะไม่ง่ายวะ “ ไอ้ดิวพูด  พวกผมเดินออกมาที่หน้าบ้าน มีรถมาจอด  เป็นรถเก็งสามคัน นั่งคันละสองคน คนขับรถก็หล่อเข็มมาก สวมแว่นตาและสูตรสีดำ มีหูฟังสวมสมกับการ์ด
 
“เชิญครับคุณหนู “พี่เขาเปิดประตูรถให้พวกผม ทุกคนกำลังจะเดินไปขึ้นรถ ไอ้ติ๊กรีบดึงแขนแอ้ไว้จะให้นั่งกับมัน และพายก็คงนั่งกับไอ้ดิว ผมเห็นสีหน้าที่บอกว่ามันค่อนข้างผิดหวัง 
 
“เออ เดี๋ยวนะ แล้วพวกมรึงรู้ยังวะ งานชิ้นแรก ทำอะไร” ผมเบรคพวกมันไว้ ทุกคนหันมามองหน้าผม 
 
“ก็ไปโรงเรียนไง “ ไอ้ติีกพูด
 
“ง่ายไปมั้งที่ลุงหนึ่งจะให้ไปนั่งๆนอนๆ ที่โรงเรียนนะ “ 
 
“มรึงคิดว่าลุงหนึ่งจะให้พวกเราไปถางหญ้า ในโรงเรียนหรือไงละ” ไอ้พาย
 
“เออวะ แต่เอาเถอะ ไปถึงก็รู้เอง” ไอ้ดิว พูด ผมหันมามองหน้าบอย บอยพยักหน้าว่าให้ผมเข้าไปในรถได้แล้ว ผมก็พยักหน้าตามนั้นก็ได้วะ  ผมเข้าไปนั่งกัน ในรถคันหรูดูดีมีทีวี ไวไฟให้ใช้

   ระหว่างที่รถกำลังแล่น ผมก็กุมมือบอยไว้ตลอด จะดึงขึ้นมาหอมแต่บอยขืนไว้ไม่ยอม ขยิบตาให้ผม บอกว่าอายคนขับรถ  ผมพูดให้บอยอ่านปากว่าเขาไม่เห็นหรอก บอยก็ไม่เชื่อ 
 
“คุณหนูครับ มีประชุมสายครับ “ พี่คนขับพูดและหน้าจอข้างหน้าผมก็เปลี่ยนเป็นวีดิโอคอลขึ้นมาทันที  พ่อผมกับลุงกฤษณะ ใช่บอยรีบสะบัดมือผมออกอย่างไว 
 
“ไงแจ็ค บอย เป็นไงบ้าง หลับสบายดีไหม” พ่อมผถามผม ลุงกฤษณะ อยู่กับพ่อผมได้ไง เป็นคำถามแต่ไม่กล้าถาม 
 
“สวัสดีครับลุงณะ” ผมยกมือไว้ว่าที่พ่อตาของผม 
 
“หวัดดีแจ็ค “ ลุงกฤษณะรับไหว้ผม 
 
“เตรียมพร้อมหรือยังเราสองคน” พ่อถามผม
 
“พร้อมเนอะบอย” ผมหันมาถามบอย 
 
“ครับพ่อ ครับอา” บอยตอบ
 
“ดีแล้ว จำไว้นะ นี้คือสิ่งที่จะพิสูจน์ว่าพวเรามีประสิทธิภาพพอที่จะปกครองคนอีกมากในอนาคต องค์กรของเราเป็นองค์กรที่ค้อนข้างใหญ่ ระดับโลก “ พ่อผมพูด
 
“ตกลงผมไปเป็นนักเรียนหรือไปเป็น ผอ โรงเรียนกันแน่อะครับ” ผมถามผม 
 
“แป๊ะ “บอยตีแขนผม
 
“ลูกเรานี้มันกวนเหมือนกัน ภูมิ” ลุงณะหันไปต่อว่าผม  พ่อผมหันมาขยิบตาใส่ผมทันที
 
“เอาละ พ่อแค่จะเช็คว่าเราสองคนเป็นไงบ้าง แต่ดูแล้วก็สบายดี อ้อ อีกอย่างนะ พ่อๆ คุยกันว่าถ้าอาทิตย์นี้ทำผลงานดีจะได้กลับบ้านนะแจ็ค” พ่อพูดผมหันมายิ้มเลยจะพาบอย
 
“แต่บอยต้องกลับบ้านอาทิตย์หน้าที่จะถึงนี้นะ เรามีเรื่องสำคัญ” ลุงกฤษณะพูด
 
“ผมไปด้วย”
 
 
“ไม่ได้แจ็ค อันนี้สำหรับครอบครัวลุงเท่านั้น เข้าใจตรงกันนะ” ลุงกฤษณะพูด ผมไม่เข้าใจเลยทำไม บอยแตะมือผม
 
“ครับ” ผมตอบลุงกฤษณะไปแบบเบาๆ แต่มันยังคาใจอยู่เลย 
 
“เอาละ ตั้งใจเรียนและทำหน้าที่ไปด้วยในตัวนะ ถือซะว่าได้ลิ้มรสการเป็นนักเรียนอีกครั้ง อยู่ในกฏทุกอย่างนะ เพราะว่าถ้าพวกนายแหกกฏ ทุกคนก็จะทำ โดนเฉพาะพวกนายเป็นลูกหลานเจ้าของโรงเรียน มันจะทำให้เสียไปถึงอาภาษญ์เขานะ “ พ่อผมพูด
 
“ครับ” ผมสองคนรับคำแต่ผมนะไม่ค่อยเต็มคำเท่าไหร่  พอกดวางสายจากพ่อ ไม่นานก็มาถึงโรงเรียนที่ผมต้องมาเรียนกัน อยู่ในตัวเมืองแต่ทำไมพวกผมต้องออกไปอยู่นอกตัวเมืองด้วยก็ไม่รู้

“ถึงแล้วครับคุณหนู” พี่คนขับรถจอดรถเพื่อให้ผมลง

“คุณหนูครับ คุณหนูต้องเดินเข้าไปนะครับ ผมเข้าไปส่งด้านในไม่ได้ครับเพราะว่านี้คือกฏของโรงเรียนครับ เขาให้รับส่งตามจุดครับและแค่หน้าประตูเท่านั้น” พี่คนขับรถพูดผมก็พยักหน้า ก็ไม่ไกลมากนะ ผมกับบอยก็ก้าวเท้าลงจากรถ ผมเห็นรถคันอื่นๆ มาจอดแล้วเช่นกัน ผมเห็นดิวกับพายลงมาจากรถ ไอ้ติ๊กมันก็ลงมากับแอ้

“ พร้อมยังวะ ที่จะเดินเข้าไปเป็นนักเรียนอีกครั้ง” ผมถามทุกคน บางคนก็หยักไหล่ ระหว่างที่ผมกำลังจะเดินผ่านประตู ซึ่งมีครูผู้หญิงยื่นอยู่

“เขามายืนหน้าประตูทำไรอ่ะ” พายหันมาถาม พายมันเรียนโรงเรียนพิเศษที่อังกฤษเลยไม่เคยเจอแบบนี้

“เขาเป็นครูที่นี้นะพายและจะมายืนตรวจความเรียบร้อยก่อนที่นักเรียนจะเข้าไปในโรงเรียนนะ “ แอ้พูด พายก็พยักหน้า ระหว่างที่ผมกำลังเดินเข้า ครูผู้หยิงก็หันมามองพวกผม

“ขอโทษค่ะ นี้ใช่นักเรียนที่จะมาเรียนใหม่ที่นี้ไหมคะ” คุณครุถามพวกผม พวกผมก็พยักหน้าพร้อมกัน

“ที่ว่าเป็นหลานๆ ของท่านผู้อำนวยการโรงเรียนใช่ไหมค่ะ”คุณครูถามพวกผม

“ใช่ครับ” ไอ้ติ๊กตอบเสียงดังมาก ทำให้คนในระแวกนั้นหันมามองกันหมด แถมมาด้วยสายที่แปลกขึ้นมาทันทีทันใด

“งั้นเชิญเลยค่ะ เข้าไปด้านในจะมีบอร์ดแผนผังของโรงเรียนค่ะ  “ คุณครูบอกผมให้เข้าไปโดยที่ไม่ตรวจพวกผมเลยสักนิดเหมือนคนอื่น เลยยิ่งทำให้มีสายตามองพวกผมแปลกๆมากขึ้น

“ทำไมเขามองพวกเราเหมือนกิ้งกือไส้เดือนยังไงก็ไม่รู้อ่ะ .....ตั้งคุณครูนั้นพูดแจงสถานะว่าพวกเราเป็นใครมาจากไหน “ พายหันมากระซิบกระซาบกับพวกผม

“เอาละก่อนอื่น  ต้องไปหาของกินก่อนวะ หิววะ “ไอ้ดิวพูดหันมาดึงแขนแอ้ให้ไปเดินใกล้ๆมัน

“อ้ายยย” ทันใดนั้นก็มีเสียงกรีดดังขึ้นมา

“เฮ้ย” พวกผมร้องกันเสียงหลงเหมือนกันตกใจครับ

“หล่อมากเลยค่ะ “กระเทยไทยใจกล้านั้นเอง ใสพร้อมกับเด็กผมสั้นไว้ใสๆ คงมัธยมต้นๆนี้เอง

“โธ่ เล่นซะกรูตกใจหมด กรี้ดทำไมละ” ผมเองครับ เพราะอยู่ใกล้สุด

“นี้ที่รักจะกรี้ดกันมันต้องแบบนี้ “ ติ๊ก พูดและก้าวขาออกไป

“อะ..อ้ายย ...อ้ายยย!” เป็นจังหวะและเต้นเวฟก้นให้ดูด้วย พวกนั้นถึงกับอึ้งและก้าวขาถอยไปข้างหลังทั้งกลุ่ม


“ไปเถอะว่ะ กรุว่าไม่น่ารอด..สงสัยเก้ง กว้าง ทั้งหมดแหละ ยี้” อ้าวสาวน้อยหันหลังกันไปหมด

“จ๊ะแม่ชะนีวัยกระเตาะ” ติ๊ก

“ติ๊ก..มรึงนี้ เราเพิ่งมา” แอ้ห้ามปามติ๊กให้หยุด

“นี้เพิ่งจะคอสองรีบสิบเอ็ดรอดอไปไหน” ไอ้ติ๊กมันยังหันไปต่อปากต่อคำกับเขาอีกน่ะ ผมส่ายหัวในความปากไวของมัน


“นี้ห้องอาหาร เดินตรงไปเลี้ยวขวาและเดินตรงไปเลี้ยวซ้าย และเดินตรงไปอีก “ ไอ้ดิวพูด

“ทำไมห้องอาหารมันอยู่ลึกจังหวะ”ไอ้ติ๊กพูด

“ไปเถอะวะ” ผมบอกทุกคนก่อนจะดันบอยให้เดินไปกับผมแบบใกล้ๆ  พวกผมเดินผ่านสายที่ไม่ค่อยจะเป็นมิตรไมตรีกับพวกผมมากมาย บางคนก็ยิ้มๆให้แบบไมตรีก็มี


“มันทำให้รู้ว่า เป็นลูกท่านหลานเธอนี้ไม่ได้ช่วยให้ใครต่อใครรักมากขึ้นเลยวะ ว่าแต่พวกเราไปทำอะไรให้วะ” พายพูดขึ้นผมก็พากันส่ายหัว

“ตุ๊ดมาแล้วเหรอ” มีคนตะโกนไล่หลังพวกด้วย ผมหันไปเจอมีพวกนั่งกันเป็นแก้งเลย แต่งตัวไม่ได้ถูกระเบียบสักนิดว่าแต่รอดมาได้ไงก็ไม่รู้

“ติ๊ก” ไอ้ดิวมันเอามือปิดปากติ๊กไว้ได้ทัน ไอ้ติ๊กมันกำลังจะหันไปต่อปากต่อคำแน่ๆ

“อะไรวะดิว ดูมันว่าพวกเรา มรึงกลัวเหรอ” ไอ้ติ๊กหันมาต่อว่าไอ้ดิว

“กลัว” ไอ้ดิวพูด ผมไม่เชื่อหรอกว่ามันกลัว มันน่าคนจริงแต่ที่มันห้ามติ๊กเพราะว่าถ้ามีเรื่องขึ้นมาคนที่จะจัดพวกมันหมอบก็คือไอ้ดิว เรื่องล่าสุด ไอ้คนที่มันด่าพ่อพวกผมกันตอนแรกไอ้ดิวจะไม่แต่สุดท้ายไอ้ดิวสัดพวกมันหมอบไปหมดเลยและหมัดมันนี้น๊อกเอาท์คู่กรณีหมอบไปหลายคนเลย

“เพราะ...มันมีหลายตีนสาด และกรูไม่อยากเอาใบหน้ากรูไปให้มันวางเท้า มรึงเข้าใจไหม “ดิวพูดและหันไปดึงแอ้ให้ออกเดินไป

“แปลกเหมือนกันเนอะแจ็ค แต่ละคนที่มองพวกเราอ่ะ”บอยกระซิบข้างหูผม ผมก็พยักหน้า

“เย็นไว้มรึง เพราะมรึงนี้แหละจะพาพวกกรูไม่ได้อยู่รอดจนถึง หนึ่งปี” ผมได้ยินพายมันพูดกับติ๊ก

    พวกผมเดินมาหยุดที่ตรงบรรไดตึกที่พวกผมเห็นตามแผนผังคือห้องธุรการ ผมคิดว่าพวกผมควรจะต้องขึ้นไปสอบถามเจ้าหน้าที่หรือครูที่ดูแลก่อนว่าพวกผมจะได้เรียนที่ห้องไหนกัน 
 
“ขึ้นไปถามเขาก่อนที่จะไปทานข้าวดีกว่าวะ จะได้รู้ว่าเรียนห้องไหน” ไอ้ดิวพูดพวกผมพยักหน้า และผมก็พากัเนดินเข้าไป มาหยุดที่หน้าห้อง เขามีช่องให้ติดต่อ
 
“มรึงสองคนไปถามแล้วกันพวกกรูยืนตรงนี้ ช่องนิดเดียวแออัดวะ”ติ๊กพูด ผมกับดิวก็เข้าไปติดต่อ 
 
“ขอโทษนะครับผมมาติดต่อเรื่องห้องเรียนครับ” ผมเห็นมีครูผู้หญิงนั่งอยู่ เขาก็เดินเข้ามาหาผม 
 
 
“ติดต่อเรื่องอะไรคะ”
 
“ผมเพิ่งจะย้ายมาใหม่ครับ “ผมพูด
 
“ย้ายมาใหม่เหรอคะ เอ๊ะ  ขอบัตรนักเรียนด้วยค่ะ  มีไหมคะ” คุณครูมารศรี ผมดูจากป้ายชื่อ
 
“พวกผมเป็นหลานของ คุณภาษญ์ ครับที่เป็น ผู้อำนวยการโรงเรียนนี้ครับ” ผมพูด
 
“อ้อ....ขอโทษทีค่ะ รอสักครู่ค่ะ  จะดูให้ค่ะ”  ครูมารศรีพูดและพวกผมก็ยืนรอ ไม่นานครูมารศรีก็เดินกลับมาที่หน้าเคาเตอร์
 
“ในเอกสาร แจ้งว่าเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ค่ะ เรียนห้อง 5 /11 “ พวกผมก็พยักหน้า 
 
“ครูคิดว่าหนังสือและตารางเรียนทุกคนน่าจะได้รับกันหมดแล้ว” ครูมารศรีพูด
 
“ใช่ครับ “ ผมตอบแทนทุกคน 
 
“เวลายังเหลือเยอะเลยค่ะ ไปหาอะไรทานก่อนแล้วกันนะ ไปห้องอาหารถูกไหมคะ” 
 
“ครับ พอดีผมแวะดูแผนผังมา” 
 
“ดีค่ะ ลูกหลานเจ้าของโรงเรียนนี้เก่งและหน้าตาดี” ครูมารศรีพูด ผมก็ยิ้มๆ  นึกในใจถ้าไม่ใช่ลูกหลานอาภาษญ์เขาจะบริการแบบนี้ไหมนะ 
 
“ไปวะ พวกเราเรียน มัธยมปีที่ 5 ห้องที่ 11 “ผมบอกทุกคน 
 
“ไปหาอะไรทานเถอะวะ หิวมาก” ติ๊กพูดทุกคนพยักหน้า 
 
“จะว่าไป โรงเรียนพ่อแกก็ใหญ่ดีนะ โรงเรียนนี้นะ แต่นักเรียนกับโรงเรียนไม่ค่อยสมดุลกันเลยว่ะ “ ผมพูด และหันไปมองนักเรียนที่เดินผ่านไปมา 
 
“เออวะ กรูก็คิดแบบนั้นวะ ดูน่าจะมีนักเรียนมากกว่านี้ แต่ช่างเถอะ เราแค่มาเรียนๆ และก็กลับ” ไอ้ติ๊กพูด พวกผมเดินไปเรื่อยเพื่อหาป้ายว่าทางไปห้องอาหาร 
 
“ถึงซะทีโคตรหิวเลย” ไอ้ดิว มันหิวเก่งไอ้นี้

“ใช่ หิวไส้จะขาดแล้วเนี๊ยะ”พายอีกคน พอพวกผมเดินเข้าไปในห้องอาหารมีทุกสายตามองมาที่พวกผมกันหมด

“มาแล้ววะ ไอ้พวกลูกคุณหนู ” ผมได้ยินโต๊ะข้างซุบซิบกันใหญ่เลย

“ใช่..มาแล้ว...แล้วจะทำไม ” ติ๊กพูดและเดินเชิ้ดหน้าเข้าไปแบบไม่สนใจทุกสายตาที่เหลียวมองพวกผม มันเริ่มหนักมากขึ้น คือทำไมเขามองพวกผมเป็นตัวประหลาดกันหมด

“พวกมรึงจะไขว้กับเพื่อนกรูใช่ไหม ...ไอ้นี้อ่ะ “ไอ้ติ๊กหันไปพูดและมันถามว่าพวกนั้นจะไขว้กับไอ้ดิวใช่ไหม เพราะมันเจาะจงชี้มาที่ไอ้ดิว แน่นอนไอ้ดิวสะบัดหน้าไปมองไอ้ติ๊ก พร้อมนิ้มกลาง

“ไอ้นี้ในต่อยคนสลบมาเยอะแล้ว อยากลองไหมละ”ยังอีก

“พอไอ้ติ๊ก”ไอ้ดิว

“ไอ้ติ๊กมรึงหยุดโฆษณาชวนเชื่อให้กรูได้แล้ว กรูไม่รับงานอะไรทั้งช่วงนี้ พ่อกรูเพ็งเล็งกรูอยู่ สาด!”ไอ้ดิวพูดและพายก็ลากติ๊กให้เดินออก

“หาที่นั่งก่อนวะ” ผมบอกทุกคนเพราะว่าคงต้องปรึกษากันก่อนจะเริ่มต้นจากอะไรดี แต่ที่แน่ๆ พวกผมเริ่มกลัวสายตาที่มองมาที่พวกผมแล้วเนี๊ยะ

“สวัสดีครับ” พวกผมก็ต้องสะดุ้ง มีเด็กหนุ่มผมเกลียนมายืนทักทายพวกผม

“น้องทักพวกพี่เหรอครับ” ไอ้ดิวมันถามกลับ

“ใช่ครับ” คนพูดยิ้มตาหยีมาให้พวกผม

“เออ...พวกพี่ใช่  .. คุณ แจ็ค คุณบอย คุณดิว คุณแอ้ คุณติ๊กและคุณพายไหมครับ” แสดงว่ารู้จัก

“ใช่ครับน้อง “

“แล้วนายเป็นใครอ่ะ”พายถามกลับทันที

“ผมเป็น” พวกผมก็ตั้งใจฟัง

“ลูกแม่แป้ดครับ” งง ซิครับใครวะหันมามองหน้ากันเลิกลัก

“แล้วใครครับแม่แป้ด” ไอ้ดิวถามกลับอีก

“แม่แป้ดก็คือ...” นั้นจ้องมองรอลุ้นครับ

“แม่ครัวครับ” แล้ววันนี้พวกผมจะได้รู้ไหมครับ เพราะแม่ครัวนะใครกันวะ

“เอางี่..มรึงกวนตรีน” ไอ้ติ๊กพูด

“พวกกรูจะรู้ไหมครับว่าแม่แป้ด ที่เป็นแม่ครัวและเป็นแม่ของมรึงนะคือใคร” ไอ้ติ๊กพูด พวกผมกอดอกมองหน้ามัน และกระดิกเท้าด้วย  ตั้งแต่หน้าประตูมาเจอมาเยอะจะมาลงก็ไอ้นี้แหละพวกผม

“ลืมไปครับปกติทุกคนจะรู้จักแม่ผมหมด” ไอ้คนตรงหน้าผมพูดและเกาหัวแก้เกล้อ

“แต่ยกเว้นพวกกรูวะ ตงลงยังไง “ไอ้ดิว

“ท่านผู้อำนวนการนะครับ เขาให้แม่ผมเป็นคนดูแลจัดการเรื่องอาหารให้คุณๆครับ” ทำเอาพวกผมถึงบ้างอ้อเลย

“ที่หลังมรึงพูดแบบนี้ตั้งแต่แรกวะ ไอ้..ชื่อไรนะ” ผมพูดขึ้นและลืมชื่อมันเลย

“ป๊อดครับ”

“ไอ้ป๊อด..พวกกรูนั่งโต๊ะไหนวะ “

“พี่ต้องไปนั่งในห้องพิเศษครับ ตรงนี้ผมว่าพี่คง ไม่กล้านั่ง” ไอ้ป๊อดพูด

“เฮ้ย ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกมั้งป๊อด พวกกรูนะ ไม่ใช่เทวดา นั่งได้เหมือนคนอื่น” ดิวพูด

“ผมไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นนะครับ” ไอ้ป๊อดพูดแต่เสียงมันเบาลง

“อ้าวแล้วมรึงหมายความว่าไงละ ไอ้นี้” พายอีกคน

“คือ พี่ไม่เห็นสายตาที่พวกเขามองพวกพี่เหรอครับ พี่จะกินลงเหรอครับ” ไอ้ป๊อดพูดช่างมีเหตุผล พวกผมหันหลังกลับไป

“อู้ยย...นี้เขายังไม่เลิกมองกันอีกเหรอวะ “ พายพูด

“เออวะ ..เอา ๆไอ้ป๊อดพาไปดิ พวกกรูนี้หิวมาก” ผมพูดและเดินตามไอ้ป๊อด มันพาพวกผมเข้าไปในห้องอาหารห้องหนึ่ง ผมเดินเข้าไปก็มีมุมจัดอาหารไว้เหมือนในโรงแรมเลย

“เชิญเลยครับ อาหารพร้อมแล้ว แม่ผมทำสุดฝีเท้าเลยนะครับ” ไอ้ป๊อดพูดผมสะบัดหน้าไปมองมันพูดผิดไหม

“อะไรป๊อดสุดฝีเท้า ......สุดฝี่มือหรือเปล่า”

“สุดฝีเท้าคือแม่ผมรีบชนิดไฟลนก้นเลยครับ” ไอ้ป๊อดพูด ผมนี้ส่ายหัว

“อายุเท่าไหร่ป๊อด” ผมถามไอ้ป๊อด

“อายุ 13 ปีครับ ผมเพิ่งเข้าม.1 ผมพยักหน้าเบาๆ

“อย่าตากแดดมากนะ” ไอ้ดิวมันพูด

“เป็นห่วงกลัวว่าผมจะดำเหรอครับ ป๊อด..”

“มรึงแก่แดดไปแล้ววะ “ผมพูด

“เออ...เฮอะๆ “มันทำท่าหัวเราะกลบเกลือน

“งั้นผมขอตัวไปช่วยแม่ผมก่อนนะครับ ช่วงนี้นักเรียนเริ่มเข้ามาทานอาหารเช้ากันครับค่อนข้างจะยุ่ง” ไอ้ป๊อดพูดและทำท่าจะเดินออก

“ขาดเหลืออะไรเรียกป๊อดได้ครับ”

“อืม” ผมพยักหน้า

“เรียกแล้วจะมาในทันทีเหรอ” พายถาม

“ไม่ครับ เรียกได้ครับให้เรียกเฉยๆ แต่ป๊อดจะมาได้ไหมไม่รู้ครับ” ไอ้ป๊อดพูด

“แล้วมรึงจะบอกพวกกรูหาพระแสงอะไรฮ่ะ ว่าขาดเหลืออะไรเรียกป๊อด” ไอ้ติ๊กพูด

“เอาไปเถอะ ไปช่วยแม่มรึงเถอะ”

“ขอบคุณครับ” ไอ้ป๊อดพูด

“เพราะถ้าขืนยังยืนอยู่นาน มรึงอาจจะไม่ได้ไป .....มรึงอาจจะหมอบอยู่ตรงนี้เพราว่าโดนตรีนพวกกรูซะก่อน” ผมหันไปพูด

“อู้ย  แรง” ไอ้ป๊อดพูด ผมก็พากันเดินไปตักอาหารที่ตัวเองทาน มีอาหารมากมายให้เลือกแต่ก็เป็นอาหารธรรมดาแบบที่โรงแรมทั่วไปมี มีข้าวต้ม มีขนมปัง มีผักสลัด พวกผมก็นั่งทานกันไปอย่างเพลิน จู่ๆก็มีนักเรียนชายสองคนเดินมายืนที่ตรงกระจก ยิ้มๆให้พวกผมและมันก็แปะกระดาษที่เป็นรูปวาดแบบดูไม่ค่อยเหมือนรูปวาดเท่าไหร่แต่ดูรู้ว่าเป็นรูปคนที่กำลังมีเพศสัมพันธุทางประตูหลัง  ผมเห็นบอยหน้าเสียไปนิดหนึ่งเพราะมันแปะที่ตรงบอยพอดีและพวกมันก็หันมาหัวเราะกันและเดินจากไป ผมนี้ขึ้น ผมลุกขึ้นจะออกไปต่อยปากมันแต่

“หมับ”บอยดึงแขนผมไว้  ไอ้ดิวก็ทำท่าจะลุกเช่นกัน

“อะไรของมันวะ “ พายพูดทุกคนมองหน้ากัน

“เชี้ยเฮ้ย” ผมเองที่สะบดออกมา

“นี้มันอะไรกันวะ โรงเรียนนี้ พวกเราจะอยู่รอดถึงหนึ่งอาทิตย์ไหมวะ “ ติ๊กพูด พวกผมนี้คิดหนักเลย ตอนแรกคิดว่าหมูๆ แค่มาเรียนก็จบนะ สบายๆ  พวกผมยังนั่งขำกันเลยตอนแรกทีได้ยินบทลงโทษแบบนี้ แต่นี้ขำไม่ออกแล้วครับ 

“รีบกินกันเถอะ จะได้เวลาเข้าแถวแล้ววะ” แอ้พูดขึ้น ผมเดินกลับมานั่งทาน โดยมีบอยบีบแขนผมไว้  ผมนั่งทานกันไปด้วยความวาดระแวงว่าจะมีอะไรมาอีกไหมนะจนพวกผมทานกันเสร็จก็รีบลุก

“อ้าวจะไปแล้วเหรอครับพี่ๆ “ ไอ้ป๊อดมันเดินเข้ามา

“จะไปแล้วป๊อด “

“ยังไม่ได้เวลาเข้าแถวเลยครับ อีกตั้ง 15 นาที” ไอ้ป๊อดพูด

“ว่าจะไปเข้าห้องน้ำกันก่อนวะ ว่าแต่ห้องน้ำไปทางไหนวะป๊อด” ไอ้ดิวถามป๊อด

“นี้ครับเดินอ้อมไปทางด้านหลังนี้ครับ”ไอ้ป๊อดพูด

“พวกพี่ระวังหน่อยนะ ห้องน้ำนี้แก้งพวกพี่แฮกเขาอยู่อ่ะ” ไอ้ป๊อดพูด

“แล้วไงวะ พวกกรูไม่รู้จักพวกมันซะหน่อย” ผมหันไปพูดกับป๊อด แก้งไหนก็ไม่รู้ไม่เคยได้ยินชื่อด้วยซ้ำไป

“พวกเขาไม่ขอบหน้าพวกพี่” พวกผมก็ต้องชักเท้ากลับ หันมองหน้าไอ้ป๊อด

“แค่บอกให้ระวังนะครับพี่” ไอ้ป๊อดพูด

“แล้วทำไม มรึงไม่แนะนำห้องน้ำอื่นวะ” ไอ้ดิวถามกลับ

“เออ” พวกผมพูดพร้อมกัน

“จะมีอีกก็ต้องเดินย้อนไปถึงใกล้หน้าประตูอ่ะ แล้วพวกพี่จะวิ่งมาเข้าแถวกันทันไหมอ่ะครับ” ไอ้ป๊อดพูด

“ใจวะป๊อด ” ผมพูด

“พี่ครับ ตอนเที่ยงมานั่งที่เดิมนะครับ” ไอ้ป๊อดบอกพวกผม

“อืมม ก็คงอย่างนั้นวะ ว่าแต่ห้องนั้นเฉพาะพวกพี่หรือมีคนอื่นมานั่งด้วยวะ” ผมหันไปถามอไอ้ป๊อด

“เพิ่งทำไว้ให้พวกพี่เลยครับ กั้นแบบลวกๆ ไปหน่อย เพราะว่า “ไอ้ป๊อด พวกผมหันมาหามันอีกแล้วมีอะไรที่ให้พวกผมลุ้นได้ตลอด

“อย่าให้พวกกรู้ลุ้นมากป๊อด บอกมา” ไอ้ดิว มันเริ่มนอยด์ ฮาๆ

“ได้ยินว่าแก้งในโรงเรียนนี้จะซิวพวกพี่กันนะครับ แต่เหตุผลผมไม่รู้นะครับพี่ และแม่พี่คิดว่าให้พวกพี่นั่งโซนนี้จะปลอดภัย ขึ้นมาหน่อย” ไอ้ป๊อดพูด  พวกผมก็พยักหน้า ก็ยังดี 

“งั้นพวกพี่ไปแล้ววะ ขอบจะป๊อด” ผมบอกป๊อด

      พวกผมเดินไปตามที่ป๊อดแนะนำ พอพวกผมเดินไปจนใกล้ถึงก็เจอเลยแก้งหนึ่งนั่งอยู่ บางคนก็สูบบุหรี ทุกคนหันมามองทางพวกผม

“กรูว่ากรูอั้นฉี่ดีกว่าไหมที่จะเดินผ่านพวกมันไปเข้าห้องน้ำนะ” ไอ้ติ๊กพูด

“เออวะ ฉี่ไม่ออกเลยดูหน้าพวกมันดิ นี้นักเรียนหรือนักเลงวะ” ไอ้พายพูด ผมหันมามองหน้าไอ้ดิว เอาไงดี มือผมก็กุมมือบอยไว้

“เอาน่ะ เราแค่มาเข้าห้องน้ำ” ดิวพูด พวกผมก็พยักหน้าและทำใจดีสู้เสือเดินให้ผ่านพวกมันไป ผมไม่แน่ใจว่าผมจะอายุเท่าพวกนั้นไหมแต่พวกผมจบมัธยมปลายกันเร็วกว่าคนอื่น

“ดูพวกลูกคุณหนูซิ นี้มันเดินหนีบกลัวตูดเหรือวะ ฮาๆ “ ผมไม่ได้มองหน้ามันนะว่าใคร เพราะตอนนี้ได้แต่นับ 1 ถึง 100 เพื่อให้ใจเย็นที่จะไม่หันไปมีเรื่องกับพวกมัน

“เย็นไว้วะแจ็ค อย่าให้มีเรื่องเลยวะ “ดิวบอกผม

“เขาบอกว่าชายได้ชายแม่งเหนือชาย อยากลองวะ “

“คนที่ไอ้หน้าแขกมันจูงนะ น่า..” ผมได้ยินแบบนั้น ไม่ต้องรออะไรครับ

“ผลั๊ก” ผมหันไปปล่อยหมัดที่ใบหน้ามันแบบเต็มๆ

“แจ็ค อย่า” บอยรีบถึงแขนห้ามผมทันที ไอ้คนที่ถูกผมต่อยกระเด็นไป

“ปากดีนะมรึงอ่ะ ชายกระทีบชายแม่งก็เหนือชายเหมือนกันวะ อยากลองอีกไหมวะ” ผมพูด ไอ้ดิวมันมายืนข้างผม

“ไอ้สัส” มันลุกขึ้นมาจะเข้ามาใส่ผม ผมก็ยืนรอซิ ไม่กลัวหรอกครับ แต่ที่พยายามเลี่ยงมาตั้งแต่หน้าประตูเพราะไม่อยากให้พวกผมดูเป็นนักเลงและที่ผมถูกส่งมาที่นี้ก็มาทำโทษไม่อยากได้โทษเพิ่ง แต่นี้มันเหลืออดจริงๆ ถลกแขนเสื้อรอเลยผม และไอ้ดิวผมว่ามันพร้อมช่วยผมอยู่แล้ว
************************มีต่อค่ะ *********

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 517
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
“กริ้งๆ”ที่ดังสนั่นหวันไหว

“เสียงไรวะดิว” ผมถามไอ้ดิว

“เสียงอ๊อดให้เข้าแถววะ” ไอ้ดิวมันกระซิบบอกผม

“นี้พวกนายทำอะไรกัน ไปเข้าแถวกันได้แล้ว” มีครูคนหนึ่งตะโกนมา

“โชคดีนะมรึง ถ้ากรูเจออีก มรึงอย่าหวังว่าจะยืนหน้าหล่อแบบนี้น่ะ หมอบที่ตรีนกรูนี่” ไอ้คนที่ผมสัดหน้ามันไป หันมาชี้หน้าผม และเดินออกไป ผมหันมามองทุกคนที่ทำท่าตกใจ และบอยก็เข้ามาดึงแขนผมไว้ 

“ไปเข้าห้องน้ำก่อนเถอะวะ ใช่เวลานานในการเข้าแถว กว่าจะเสร็จ ฉี่จะแตกพอดี” ไอ้ดิวพูด และพวกผมก็เดินเข้าไปในห้องน้ำ ทำภาระกิจส่วยตัว

“ห้องน้ำไม่สะอาดเลยวะ “ ไอ้ติ๊กทำท่าขนรุกขยะแขยง

“กรูฉี่ไม่ลงวะ” ติ๊กพูด

“มรึงจะอั้นก็ตามใจนะ” ไอ้ดิวพูด

“เออ ติ๊กฉี่ไปเถอะมันก็ไม่ถึงกับสกปรกมากนะกรูว่า ติ๊ก” แอ้หันไปบอกติ๊ก

“ บอยละเข้าได้ไหม” ผมถามบอย

“พอได้” บอยพูด พวกผมออกมายืนที่ตรงอ่างล้างมือ ความรู้สึกไม่อยากออกไปเลย

“นี้เรื่องบ้าอะไรกันวะ ทำไมเราต้องมา “ ผมพูดขึ้นเอามือเสยผม

“ริงๆๆ” ไอ้ติ๊กมันกำลังกดมือถือโทรหาใครสักคน

“ติ๊ก มรึงโทรหาใครวะ”  ผมหันไปถามมัน

“หาพ่อกรูดิ” ติ๊กพูด ผมพยักหน้า ไอ้ติ๊กมันกดแล้วกดอีก และมันก็เปิดสปีคเกอร์ด้วย พวกผมก็เฝ้ารอ จนกระทั้ง

“สวัสดีค่ะบ้านคุณภาษญ์ค่ะ”  ไอ้ติ๊กมันโทรเข้าเบอร์บ้าน

“ป้าประนอม ผมขอสายพ่อหน่อยครับ นี้ผมติ๊กนะป้า”

“คุณท่านเหรอค่ะ แล้วทำไมคุณติ๊กไม่โทรเข้าเบอร์มือถือท่านละค่ะ”

“พ่อไม่รับอ่ะ พ่อทำอะไรอยู่ครับป้า”

“ท่านนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ค่ะและคุยกับคุณตุ๊ด้วยค่ะ” คนใช้บ้านของติ๊กพูด

“อะไรกัน ผมกดจนมือหงิกพ่อไม่รับสายเลยและพี่ตุ๊ด้วย ป้าส่งโทรศัพท์ให้พ่อผมหน่อยได้ไหมครับ ผมมีเรื่องด่วนครับ”

“ได้ค่ะคุณติ๊ก “ คนใช้ที่บ้านติ๊กพูด และเสียงเดิน

“คุณท่านค่ะ คุณติ๊กโทรมาค่ะ เห็นบอกว่าพยายามโทรเข้ามือถือแล้วคุณท่านไม่รับสายค่ะ”

“บอกมันว่า ฉันไม่รับสาย นี้ควรจะไปเข้าแถวได้แล้วไม่ใช่รึ” พ่อของติ๊กบอกป้าประนอม

“ค่ะ”

คุณติ๊กค่ะ คุณพ่อ...ตรูดๆๆ” นั้นติ๊กมันก็กดวางสายเลย

“ พ่อน่ะพ่อ” ติ๊ก  ผมก็หยิบมือถือมากดโทรหาพ่อผมบาง

“ตรุดๆๆๆ” สายไม่ว่างเหมือนกัน แสดงว่าบรรดาพ่อๆคงไม่ยอมรับสายใครทั้งนั้นให้แก้ปัญหาเอาเองใช่ไหมเนี๊ยะ

“ตายๆ  วันนี้จะรอดกลับบ้านไหมวะ “พายพูด

“เฮ้ยไปเถอะวะ เข้าแถว “ ไอ้ดิวพูดบอยก็พยักหน้าให้ผมออกไปได้แล้ว

“เอาวะ “ ผมพูดและพากันเดินออกมา มองไปรอบๆ ก่อนและรีบเดินจั้มออกไป ผมเห็นเป็นล่านตั้งแต่ตอนเดินไปห้องอาหารแล้ว ผมคิดว่านั้นคงเป็นที่เข้าแถวหน้าเสาธงแน่ๆ  และใช่จริงๆด้วยมีนักเรียนเข้าแถวกันแล้ว และกำลังจะร้องเพลงชาติ

“อ้าว! พวกเธอไปไหนกันมา รีบไปเข้าแถวนะ “ คุณครูที่ยืนหน้าเสาธงรีบบอกพวกผมและชี้ไปว่าแถวไหน ผมรีบวิ่งไป แต่แถวที่ครูบอก มีไอ้แว่นหน้ายืนอยู่คนเดียว

“ทั้งห้องมีไอ้แว่นนี้คนเดียวเหรอวะ” ไอ้ดิวมันหันมาถามผม เพราะตอนนี้พวกหนุ่มๆเหลือน้อยยืนข้างหน้าพวกผม ผมไอ้แต่มองไปรอบๆ ทุกห้องแถวยาว น่าจะราวๆ เกือบสามคนแต่ละห้องแต่ทำไมห้องที่ผมมาเข้าแถวมันมี่คนเดียว...แปลกมาก

ผมยืนจนกระทั้งเสร็จพิธี ก็มีครูน่าจะครูใหญ่ขึ้นไปพูดบนเวลาที กล่าวว่าจะมีกิจกรรมนั้นนี้ แต่หาได้มีคนสนใจฟังไม่ ครูก็คุยนักเรียนก็คุย เอาเข้าไป  พวกผมไอ้แต่มองจนกระทั้งครูใหญ่บอกให้พากันขึ้นห้องเรียนได้

“ตุ๊ด” มีเสียงดังเล็ดลอดออกมาแต่ไม่รู้มาจากไหน

“พวกกรูไม่ใช่ตุ๊ด พวกกรูเป็นเกย์และเต๊ะปากได้แม่นด้วย” ติ๊กพูดขึ้นไม่ดังมากแต่ก็ดังพอสมควร ทำให้การแย้งพูดกับคุณครูที่พูดอยู่บนเวลาทีเงียบลง

“หวัดดี พวกนายเป็นนักเรียนใหม่กันเหรอ” ไอ้แว่นมันทักทายพวกผม

“ใช่วะ เออว่าแต่ห้องนี้มันห้อง” ไอ้ดิวถามไอ้แว่นื

“5/11” ไอ้แว่นหนาตอบ

“แล้วทำไม มีนายคนเดียวห้องนี้ “ พายรีบถามไอ้แว่นหนา

“มีอีก แต่พวกนั้นนะไม่เคยเข้าแถวหรอก” ไอ้แว่นหนาพูด

“มีอย่างนี้ด้วยเหรอวะ” ไอ้ติ๊กพูด

“มีอีกเยอะ ห้องนี้นะ”ไอ้แว่นพูดและหยักคิ้ว พอดีถึงคิวที่แถวพวกผมต้องเดิน ผมก็เดินตามๆพวกนั้นไป

“ห้องเรียนอยู่ไหนวะ “ ไอ้ดิวพูดขึ้น

“ขึ้นไปตึกหน้านี้เลยนะ และไปชั้นที่3 อยู่ห้อง 311  ถัดจากห้องที่ติดบรรไดไปอ่ะ” ไอ้แว่นมันอธิบาย

“เฮ้ยแล้วนายไปไหนอะ” ผมหันไปถามเพราะเห็นว่ามันไม่ขึ้นห้องไปกับพวกผม ตรงลงมันเรียนห้องเดียวกับพวกผมหรือเปล่า

“เราจะไปเอาสมุดการบ้านก่อนนะ พวกนายขึ้นไปก่อนได้เลย เห็นว่าวันนี้ครูประจำชั้นขึ้นห้อง” ไอ้แว่นหนาพูดและมันก็เดินไป พวกผมหันมามองหน้ากันและพากันเดินขึ้นไปชั้นที่ไอ้แว่นหนาบอก

“ ปวดฉี่วะ ขอเข้าห้องน้ำครูนี้แหละวะ” ไอ้ติ๊กพูด และรีบวิ่งเข้าไปเลย ผมเห็นแต่ละห้องชะเง้อมองพวกผมกัน

“เราเดินขึ้นไปก่อนไหมวะ” ผมบอกไอ้ดิว

“ไปก่อนก็ได้แอ้รอไอ้ติ๊กเอง” แอ้พูด พวกผมพยักหน้า ไอ้ดิวก็เดินไปพร้อมๆพวกผมและพายก็เดินตามเช่นกัน แต่นางเอาแต่ถ่ายเซลฟี่


“เห้ย เจอแล้วห้อง311 “ ไอ้ดิวพูด ระหว่างที่พวกผมยืนที่หน้าห้องก็มีนักเรียนห้องอื่นออมายืนมองพวกผมก็มี เล่นเอาขนนี้ลุกหมดเลย จู่   ๆ พายก็หยิบมือถือขึ้นและ พายก็กดถ่ายเหมือนจะเป็นวิดิโอ

“ไฮ ตอนที่อัดคลิปนี้ก็นี้จะ 9 โมงเช้าแล้ว ถ่ายหน้าห้องเรียนเลยเธอ.... เห็นเสาธงป่ะ  “ อีพายมันเล่นถ่ายคลิปไปลงtiktok แน่ ผมยืนเกาหัวเลย แต่ถึงยังไงพวกผมก็ต้องรอไอ้ติ๊กและไอ้แอ้ และพวกผมสังเกตุว่าทุกห้องออกมายืนมองพวกผมกันใหญ่เลย และมองพายที่ยืนถ่ายวิดิโอ

“ไฮ ..ดูยูวอนทูคัมทูเอ็นจอยด์มายวิดิโอ....คลิป!” ยังหันไปถามพวกที่ออกมายืนมองอีกนะ
 
 “เซย์ฮัลโลเพื่อนข้างห้องนะ...ถามว่าไม่อายเหรอ .....หึ...ไม่อายหรอก” พายพูด ใช่พายไม่แต่พวกผมนะอาย

“อีพาย มรึงทำอะไรนะ คนยืนมองมรึงกันหมดแล้ว อีบ้า” ติ๊กเดินขึ้นถึงก็ถามพาย พายก็ลดมือถือลง

“มองกันเยอะขนาดนี้เก็บค่าดูเลยดีไหม” พายพูดแต่ละคนก็ส่งนิ้วกลางมาให้

“เข้าห้องเถอะวะ ยืนนานเดียวโดนตรีน” ไอ้ดิวพูด

“ยูดอนไลฟ์มี ...หึ..ไอดอนแคร์” พายหันไปพูด

“ไป อีพาย ยังหันไปปากดีกับเขาอีก เอาเข้าจริงๆ มรึงก็หัวหด เหลือแต่พวกกรู” ติ๊กพูดผมก็สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด บอยมองหน้าผม และก็เป็นผมที่เดินเข้าไปคนแรก  ผมเห็นที่นั่งแล้วและกะจะเดินตรงไป

“มีที่นั่งว่างตรงมุมนั้น ติดหน้าต่างเลย ดีนะบอยไปนั่งกัน” ผมหันไปบอกบอยและก้าวขาเดินตรงไปเลยแต่

“ปึก” มีคนดึงเสื้อผมไว้ ผมก็ชะงัก และคนที่ดึงก็คือไอ้ดิวครับ

“ดึงทำไม” ผมหันมาถาม ไอ้ดิวไม่พูดส่งซิกให้ผมหันไปมอง

“อะไรวะ” ผมพูดและพอหันไป ก็ต้องสตันไปเลย คือมีคนนั่ง ไม่นั่งธรรมดา มันนั่งกระดิกเท้ากัน หน้าตาแต่ละคนบอกได้ว่า ไม่ได้ยินดีกับการมาของพวกผมเลยสักนิด

“ปึก” เสียงมีคนเดินชนไอ้ดิว

“โอ้ย หยุดทำไมละไม่เดินไปที่นั่งละ” ไอ้ติ๊กพูด ไอ้ดิวพยักหน้าให้ไอ้ติ๊กหันไปมองเหมือนผม และมันก็

“อู้ยย ...มีคนอยู่เหรอวะ” ไอ้ติ๊กพูด

“ใช่..พวกกรูอยู่และรอต้อนรับพวกมรึงไง” นั้นไงพูดมาขนาดนี้ก็แปลกว่าไม่ยินดีชัดๆ

“อู้ยย   เพื่อนใหม่” พายพูด พวกผมหันไปขยิบตา อย่าไปเล่นกับพวกมัน

“กรูยังไม่อยากได้เพื่อนใหม่วะ อยากมีแค่พวกกรูที่เป็นเพื่อนเก่าเท่านั้น” คนที่นั่งด้านหลังมันพูด และทำหน้าตาไม่ต่างกับหมาบ้าที่รอขยับพวกผม

“แจ็ค...ผู้จัดการส่วนตัวกรูนะ เคยบอกกรูว่า ถ้าเข้าไปห้องพักห้องไหนแล้วรู้สึกเย็นๆ อึดอัด ให้รีบออกวะ “ ไอ้ติ๊กพูด

“แล้วมันเกี่ยวเหี้ยอะไรตอนนี้วะ ติ๊ก” ผมหันไปถามมัน

“ก็ตอนนี้กรูรู้สึกว่าห้องนี้ใช่วะ พวกเราถอยออกไปเถอะวะ เจ้าที่แรง” ไอ้ติ๊กพูด ผมพยักหน้าเบาๆ ใช่เลย

“ถอยเถอะวะ กรูว่าผิดห้องวะ” ผมหันไปบอกพวกมันและพวกผมก็พากันออกมาที่หน้าห้อง พร้อมได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมาอย่างซะใจที่สุด

“ห้องก็ถูกนะแจ็ค”บอยพูด ผมรู้ว่าห้องนะถูก 5/11 แต่ผมคิดว่าคุณครูคงลงชื่อพวกผมผิดห้อง “

“ไปหาเจ้าหน้าที่ห้องธุรการก่อนวะ ให้เขาหาห้องเด็กเนิ้ดให้พวกเราดีกว่าวะ “ ไอ้ติ๊กพูด ผมรีบพากันเดินหันหลังแต่

“อ้าวอยู่นี้เอง จะไปไหนกัน” เสียงนี้พวกผมจำได้ดี ถึงจะไม่ได้ยินบ่อย ก็จำได้ดี พี่พัฒน์ ที่อยู่บ้านไอ้ติ๊ก เป็นลูกบุญธรรมพ่อของติ๊กและผมคิดว่าน่าจะหวานใจพี่ตุ๊ด้วยแหละ

“พี่พัฒน์ สวัสดีครับ” พวกผมทักทายพี่พัฒน์

“ต้องเรียกครูพัฒน์ดิ” ไอ้ติ๊กพูด

“พ่อกรูสั่งไว้” ติ๊กพูดอีก เออจริง

“ครูพัฒน์ “

“จะไปไหนกัน ไม่เข้าห้องเรียนกันละ” ครูพัฒน์ถามพวกผม

“พวกผมจะลงไปหาเจ้าหน้าที่ที่ห้องธุรการนะครับ ผมคิดว่าเขาให้ผมเข้าผิดห้องครับ” ผมหันไปบอกพี่พัฒน์ พี่พัฒน์ก็ทำหน้างง

“ ไม่ผิดหรอกถูกแล้วนะ นี้ดูรายชื่อพวกเราซิ “ พี่พัฒน์พูดและโชว์กระดาษให้ผมดู มีรายชื่อพวกผมจริงๆ ด้วย หันมามองหน้ากัน


“เข้าห้องเรียนกัน ..ป่ะ” ครูพัฒน์พูดแต่พวกผมยังไม่อยากเข้าเลยเมื่อกี่ก็รู้สึกเสียวสันหลังยังไงก็ไม่รู้


“อ้าว..ยืนกันทำไมละ เข้าห้องซิครับ” ครูพัฒน์พูด

“พี่พัฒน์ พวกนั้นมันดูแล้วไม่เป็นมิตรเลย “ไอ้ติ๊กพูด

“เอาน่ะ รู้ไหมว่าทำไมได้ห้องนี้” พี่พัฒน์ถามพวกผม แน่นอพวกผมส่ายหน้ากันหมด

“เพราะนี้แหละคือภารกิจแรก “ครูพัฒน์พูด

“อะไรนะครับครูพัฒน์ ..ให้พวกผมไปทนเรียนกับ ...อันธพาลพวกนี้เหรอครับ พี่ เอ้ย...ครูพัฒน์  แถมนี้ยังเป็นภารกิจของพวกผมเหรอครับ” ผมถามครูพัฒน์กลับ

“ใช่...ภารกิจนี้คือ ทำยังไงให้พวกเขากลับมาตั้งใจเรียน “

“shit! งานนี้ควรเป็นผู้ปกครองพวกมันจะดีกว่าไหมครับ พี่พัฒน์ “ ไอ้ติ๊กพูด

“ลองมาหลายวิธีแล้วไม่สำเร็จ และไม่รู้จะให้ไปเรียนทีไหนก็ไม่รับ เอานะ โรงเรียนนี้มีปัญหาเยอะแต่ถ้าแก้จากจุดนี้ทุกอย่างก็จะง่ายที่จะแก้ กลับเข้าห้องกันเถอะ” ครูพัฒน์พูด

“นี้พี่ก็เพิ่งจะมาเป็นครูที่ปรึกษา” ครูพัฒน์พูด


“ยังไงอ่ะพี่พัฒน์”ติ๊กถามพี่พัฒน์กลับ

“ก็คือมีครูที่ปรึกษาอยู่แล้วแต่ครูเขา...เออ...ซึมเซ้า เครียด เลยไม่สามารถจะมาสอนได้ และเป็นครูที่ปรึกษาคนที่ 50แล้วที่เราเปลี่ยนมา “  ครูพัฒน์พูด

“Holy shit!!!!! “ ไอ้แจ็คมันสะบดออกมา

“เอานะไปเข้าห้องกัน บางทีวัยใกล้กันอาจจะคุยกันเข้าใจ” พี่พัฒน์พูด และพวกผมก็ต้องหันหลังกลับเข้าห้องไปอีกครั้ง

“อ้าว เฮ้ย กลับมาทำไมอ่ะ”

“เขาไม่ให้ไป เขาให้กลับมีปัญหาป่ะ “ ไอ้ติ๊กพูด

“ถ้ามีแล้วไง” มันยังถามกลับมาอีก

“มีก็ไปถามกับพ่อแม่มรึงโน้น” ไอ้ติ๊กพูด

“ติ๊ก” แอ้ที่ห้ามปรามติ๊ก

“กวนตีนวะ “

“พวกกรูไม่รู้จักกวนตีน รู้จักแต่มะมวงกวนวะ แต่เอ๊ะ กวนตีนนี้ของว่างพวกมรึงเหรอ” ไอ้พายอีกคน

“ปากน่าวางเท้าวะ “


“รองเท้าเบอร์ไรอะ” พาย

“อยากลอง”นั้นไงมันลุกแล้ว

“หยุด” ผมเอง

“พวกกรูแค่เข้ามาเรียน โอเคนะ แค่นั้น พวกมรึงไม่ชอบหน้าพวกกรู กรูก็ไม่ขอให้พวกมรึงเปลี่ยนมาชอบพวกกรูหรอก เพราะพวกกรูไม่รู้ว่าไปทำห่าอะไรให้ แค่นั่งเรียน ต่างคนต่างเรียน” ผมพูด พวกมันมองหน้ากัน

“ติ๊กพาย ไปหาที่นั่ง “ผมหันมาเอ็ดไอ้ติ๊กและพายด้วย

“ครูอยู่หน้าห้อง หัดให้เกรียติคนอื่นหน่อยวะ” ผมพูดและพยักหน้าให้พากันเข้าห้อง ที่นั่งที่ได้จัดไว้คนละฝังกับพวกนั้น

“สวัสดีครับนักเรียน” ครูพัฒน์เข้ามาก็ทักทาย

เขาจัดโต๊ะไว้สองตัวติดกัน นั้นแปลว่าให้นั่งสองคน ผมก็นั่งกับบอย ไอ้ดิวมันดันแอ้เข้าไปนั่งก่อนที่ไอ้ติ๊กจะเรียกและพายก็นั่งกับติ๊กทันที เหมือนไอ้ดิวกันพายมันเตรี้ยมกันมายังไงยังงั้น แต่ช่างเถอะ ผมไม่เห็นความแตกต่าง

“ห้องนี้มีหัวหน้ากันแล้วใช่ไหม ...นายภาคิน”  ครูพัฒน์ถามคนที่นั่งอยู่โต๊ะติดประตู มันนั่งกับอีกคน ดูน่ารักหน้าหวานแต่ยังไงก็น้อยกว่าแฟนผม  ไอ้นั้นมันพยักหน้า ไอ้คนนี้ดีหน่อยดูจะให้เกียรติพี่พัฒน์มากกว่าคนอื่น

“ใครวะหัวหน้าห้อง “ ไอ้ติ๊กมันกระซิบขึ้น

“กรูว่าไอ้ที่นั่งทำหน้าขรึมนะ ที่ครูพัฒน์เรียกว่าไอ้ภาคิน ” ไอ้ดิวหันมากระซิบ

“กรูว่าไอ้ที่นั่งหลังไอ้ภาคินวะ เพราะว่าดูท่าจะทนมือทนตีนดี พวกนี้มักจะเลือกคนประเภทนี้เป็นหัวหน้าแก้งด้วย กรูว่ามันอาจจะควบสองตำแหน่งวะ” ผมหันไปมองพายมันใช้หลักการอะไรคิดวะ

“เท่าที่ดูก็น่าจะมีแค่สองคนนี้วะ คนอื่นก็ไม่น่าจะเป็นได้วะ “ ไอ้แอ้อีกคน

“ใจแอ้ ที่มีส่วนร่วมปกติมรึงจะเงียบตลอด” ผมพูดแซวมัน พวกผมรอดูว่าใครคือหัวหน้าห้อง ระหว่างที่ครูพัฒน์กำลังหยิบเอกสารขึ้นมา

“ขออนุญาติครับ” เสียงนี้พวกผมจำได้แว่นนั้นเอง

“ส่วนไอ้แว่นนี้กรูว่าเบ้ๆชัด นี้พวกมันคงใช้หน้าดู ดูซิลงไปแบกหนังสือมาด้วย” ไอ้ติ๊กพูด

“เข้ามาได้” ครูพัฒน์อนุญาติ ไอ้แว่นมันเอาสมุดการบ้านที่มันบอก ไปวางไว้บนโต๊ะ และเดินมานั่งแถวกลาง แถวหน้าสุดด้วยอย่างไม่เกรงใจไอ้ที่นั่งหน้าเข้ม

“หัวหน้าห้องเชิญ” พี่พัฒน์พูด

“นักเรียนกทำความเคารพ” ไอ้แว่นพูด

“พรี้ด” ทุกคนเลยครับ ไอ้แว่นนี้นะเหรอหัวหน้าห้อง

“Oh my goodness! ไอ้แว่นเป็นหัวหน้า” ผมพูดเองหันมามองบอยที่ยิ้มๆให้ผม

“สวัสดีครับคุณครู “ มีแต่เสียงไอ้แว่นคนเดียวเลย พวกนั้นมันก็แค่ยืน ส่วนพวกผมยังอึ้งไม่หายครับ

“คุณครุตุ๊ด” มีคนตะโกนมาจากพวกของไอ้หน้าโหดทั้งหลาย  ดิวทำท่าจะลุกแต่ครูพัฒน์หันมาทำนิ้วจุปากว่าอย่า  ผมละเชื่อเลยว่าทำไมพี่พัฒน์ทนได้นะ

“ครูจะขานชื่อนะ “ ครูพัฒน์พูด

“แป๊ป หนึ่งนะครับพอดีครูจะลงไปห้องธุรการด้านล่าง เห็นว่ามีนักเรียนย้านมาเพิ่มอีกสองคน” ครูพัฒน์พูด พวกผมพยักหน้าแต่ไอ้พวกนั้นมันห่าได้สนใจอะไรไม่   พอครูพัฒน์เดินออกไป
*******มีต่อค่ะ*********************

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 517
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
“ไอ้แว่น” ผมเรียกไอ้แว่น ผมว่ามันเจ๋งอ่ะที่เป็นหัวหน้าห้องได้

“นายรู้จักชื่อเราได้ไงอ่ะ” ไอ้แว่นหนา

“คุณมรึงใส่แว่นชัดเจนขนาดนี้ครับ “ ไอ้ดิวพูด

“แฮๆ” มันหัวเราะและเกาหัว  ผมก็ค่อยขยับเก้าอี้ไปใกล้ๆมัน พวกด้านหลังผมก็เอียงหูฟัง

“มรึงเจ๋งวะ พวกมันเลือกมรึงเป็นหัวหน้าห้องเลยเหรอวะ” ผมถามไอ้แว่น มันก็หันมามองหน้าผม และมองไปทางพวกนั้น

“อย่ามองมันดิวะ เดี๋ยวมันรู้พวกกรุกำลังเอ่ยถึงพวกมันไอ้แว่น” ผมหันหัวมันกลับ

“เอาจริงๆนะ “

“พวกเขาไม่ได้เลือกผมหรอกครับ” ไอ้แว่นพูด พวกผมก็ทำหน้างงกันใหญ่

“แล้วมรึงเป็นได้ไงมีของดี” ไอ้ติ๊กถาม

“คือวันที่เปิดเรียนวันแรกนะครับ ไม่มีใครมามีแค่ผม และอาจารย์บอกว่าต้องมีหัวหน้าห้อง เพราะอาจารย์จะให้ติดต่อเรื่องงานอะไรพวกนี้นะครับ และผมก็รอแล้วก็ยังไม่มี่ใครมา ผมเลยบอกขอเป็นเองครับ” ผมได้ฟังก็ถึงบ้างอ้อทันที มันยังยิ้มแท่ๆให้พวกผมอีกนะ  ทุกคนกลับไปนั่งที่เดิมทันทีรวมถึงผมด้วย

“อ้าว “ ไอ้แว่น

“มรึงแต่งตั้งตัวเอง ถุ้ย! กรูนึกว่ามรึงแน่ ไว้แว่นไอ้เนิ้ดเอ้ย” ไอ้ติ๊กพูด ผมนี่ส่ายหัวเลย

“เฮ้ย...ไอ้ต้นข้าวมาวะ มันมาเรียนที่นี้จริงๆด้วย” ผมไอ้ยินหนึ่งในพวกของพวกนั้นไม่เชิงตะโกนบอกพวกมันหลังจากที่มันชะโงกหน้าออกไปนอกห้อง ทำให้พวกผมสนใจอย่างมากคือสีหน้าพวกมันดูตกใจมาก

“มันตกใจอะไรกันวะ” พวกผมหันมากระซิบกัน จนกระทั้งครูพัฒน์มาถึงและเข้ามายืนที่หน้าห้อง

“ครูมีเพื่อนมาใหม่อีกสองคนนะ ชื่อนายวัลลพ และนายปกรณ์” ครูพัฒน์พูดพร้อมกับควักมือเรียก พวกผมก็จ้องมองว่ามันคือใครหน้ามันคงต้องโหดมาก แต่มันสองคนเข้ามา หุ่นมันบอบบางร่างน้อย ดูธรรมดาไม่ได้โหดอะไรเลย
“แน่ใจนะวะว่ามันทำหน้าตกใจเพราะไอ้สองคนนี้ “ไอ้ติ๊กพูด

“เออ..วะ กรูว่าไม่เห็นมีสวนไหนที่แสดงให้เห็นว่ามันน่ากลัวเลยวะ” ไอ้พายพูด

“เอาละ ฝากเพื่อนใหม่เพิ่มด้วยนะ เราสองคนไปหาที่นั่งเลย” ครูพัฒน์พูด

“เอานะ เอาไว้ก่อนเพื่อมันมีดีแอบ” ผมพูดและรีบยกมือขึ้น ครูพัฒน์ก็พยักหน้าผม

“ขอให้เพื่อนใหม่นั่งใกล้ๆพวกผมนะครับ “ ผมรีบพูด ครูพัฒน์มองผมและเพื่อนใหม่ที่มันทำหน้างงๆ

“ไปแถวข้างที่นายแจ็คบอกก็ได้นะ “ ครูพัฒน์พูด ไอ้สองคนนั้นก็เดินมาแบบยังงง จนมาถึงแถวที่ไอ้แว่นนั่ง

“นั่งด้านหลังไอ้แว่นเลยนาย ...ไอ้แว่นมีผ้าไหม” ผมถามไอ้แว่น

“เอาไปทำไมอ่ะ”

“เช็ดโต๊ะ” ผมพูด และไอ้แว่นมันทำหน้างง แต่มันก็หยิบเอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดโต๊ะให้

“นั่งเลยนาย” ไอ้ติ๊กพูด พวกผมก็หันไปยิ้มให้อย่างไมตรี ไอ้คนที่มาด้วย ยิ้มตาหยีกลับมาทันที

“แจ็ค..มรึงแน่ใจแล้วเหรอวะ ว่าไอ้สองคนนี้ถูกแล้วที่เราจะเอามาเป็นกำลังเสริม หรือมาเป็นภาระวะ” ไอ้ติ๊กพูด ผมหันไปดันหน้ามันออก

“หวัดดี” ผมคนแรก ไอ้คนที่ทำหน้านิ่งมากหันมามองพวกผม

“พวกนายเป็นใครอะ เรียกกรูสองคนมานั่งนี้ทำไมวะ”

“อ้าว ไม่รู้จักกันมาก่อนเหรอ “ไอ้แว่นหันมาถามพวกผม

“ไม่อ่ะ” ไอ้คนที่ตอบแบบขวานผ่าซาก ทำเอาพวกผมยิ้มหน้าเจื่อนกันเป็นผมแถว

“ต้นข้าวอ่ะ เขาอุตเฟรนด์ลี่ด้วย เราควรจะเฟรนด์ลี่กลับซิ” อีกคนผมยกมือให้
“แม้ไอ้บลู มรึงนี้นะ”อีกคนก็ชื่อไอ้บลูซิท่า ผมพยักหน้าให้มันสองคนหันไปมองครูพัฒน์กำลังจะกล่าวบางสิ่ง


“เอาละ ครูจะมาเป็นที่ปรึกษาพวกเธอ จนกว่า ที่ปรึกษาตัวจริงจะมา” ครูพัฒน์พูด

“แล้วครูหนุ่ยไปไหน” มีคนถามครูพัฒน์แต่มันหาได้ถามอย่างสุภาพไม่ 

“ที่บ้านไม่มีใครสอนเหรอว่าให้มีสัมมาคาราวะ ผู้หลักผู้ใหญ่ ครูบาอาจารย์” ไอ้ดิวมันถามขึ้น

“อะไรวะ ทำไมครูตุ๊ดนี้มาเป็นที่ปรึกษาเราวะ เดี๋ยวจับทำเมียเลย” ผมได้ยินก็อันนี้ขึ้นครับ แต่ไม่ทันเพราะดิวไวกว่า  มันตรงไปกระฉากคอเสื้อไอ้คนนั้นทำท่าจะตะบันหน้ามันแต่

“หยุดนะดิว อย่านะ “ พี่พัฒน์ขึ้นเสียงห้ามไอ้ดิว ใช้มันก็ยกหมัดค้างไว้ ไอ้ที่จะโดนต่อยมันหาได้กลัวไม่

“มรึงถอนคำพูดเดียวนี้” ไอ้ดิวตะคอกใส่

“ดิว ...หยุด กลับไปนั่งที่ซะ “ครูพัฒน์บอกไอ้ดิว ไอ้ดิวมันจำใจต้องปล่อย พวกผมได้แต่มองลุ้นน่าจะโดนสักหมัดแล้วมันจะรู้ว่ารสหมัดไอ้ดิวเป็นไง ใครโดนไปนี้ไม่กล้ากลับมาขอโดนใหม่แน่นอน น่าเสียดาย ไอ้ดิวจำใจเดินกลับมานั่ง

“ และนายโซ่ นั่งลงเดี๋ยวนี้ และถ้านายยังลามปรามครู ครูคงต้องเรียกผู้ปกครองเธอนะ เธอคงลืมไปนะว่า เธอทำผิดได้อีกแค่ครั้งเดียว เธอจะถูกพักการเรียน” ครูพัฒน์พูด และตรงเข้ามาห้าม


“ผมขอโทษครับครูพัฒน์ ผมแค่ไม่อยากให้มันปากเปาะกับคนที่มาทำหน้าที่ครูให้พวกมัน” ดิวพูด

“ช่างเถอะดิว ” ครูพัฒน์พูด   พวกผมกลับมานั่งที่

“ครูหนุ่ย เขาขอพักการสอน ครูหนุ่ยมีปัญหาสุขภาพนะ” ครูพัฒน์พูด

“เอาละ ครูพยายามเข้ามาพบทุกเช้านะ และครูขอความร่วมมือ เข้าแถวหน้าเสาธงหน่อย เพราะว่าผู้ใหญ่เขาติงมา ห้องนี้ไม่เคยเข้าแถวเลย ครูขอนะ หัวหน้าห้อง” ครูพัฒน์พูดและหันมายิ้มให้พวกผม เหมือนบอกเป็นนัยๆว่าจะคุยกับพวกผมทีหลัง

“นักเรียนทำความเคารพ “

“สวัสดีครับคุณครู”  แค่พวกผมและไอ้เด็กใหม่สองคนแค่นั้นที่พูด ทันทีที่ครูพัฒน์เดินออกไป

“คลืด” เสียงเกาอี้และมีคนกำลังจะพุ้งมาหาไอ้ดิว ไอ้คนเดิมที่ไอ้ดิวมันด่าไปครับ

“ไอ้โซ่ กรูบอกให้หยุด “ ไอ้ภาคินมันขึ้นเสียง ส่วนไอ้ดิวมันนั่งนิ่งไม่สะทกสะท้านอะไรเลย ไม่กลัวเลยว่างั้นแต่ ไอ้เด็กใหม่สองคนมันหันมากอดกันกลมตกใจ

“ฝากไว้ก่อนนะมรึง ดีนะ ตอนนี้พวกกรูรีบ” นั้นไงมุขเดิมๆ และพวกมันก็พากันออกไป ไปไหน ไม่มีใครทราบได้  แต่พวกผมมองไอ้สองคนที่กอดกันตั้งแต่ไอ้ดิวลุกไปต่อยไอ้ที่โซ่แล้ว

“กรูว่ามรึงชวนคนเข้าแก้งผิดแล้วห่า ดูไม่น่าจะมีอะไรอ่ะไอ้สองคนนี้” ไอ้ติ๊กพูด ผมพยักหน้าว่าเอานะ เอาปริมาณก่อนแล้วกันตอนนี้

“นี้นายชื่อไร” ผมถามชื่อมันสองคน

“เราเหรอ” มีชี้ตัวเองอีกด้วย

“ใช่ครับ มรึงสองคนแหละคราบ ชื่อไร” ไอ้ติ๊ก

“ขึ้นมรึงแบบนี้ไม่ต้องครับก็ได้มั้งวะ ”  ไอ้คนที่เพื่อนมันเรียกว่าต้นข้าว มันทำท่าจะไขว้กับไอ้ติ๊กอีก ไอ้นี้ก็ตั้งท่าเหมือนกันไอ้แอ้มันรีบดึงไว้

“ไอ้ต้นข้าวอย่าซ่า เดี๋ยวหมอบ”

“ใครวะที่หมอบ” พายถาม

“ไอ้นี้แหละ โดนตีนคนอื่นหมอบตลอดยังไม่เข็ด” ไอ้คนชื่อบลูพูดและอีกคนรีบหันไปตลหัวไอ้คนที่ชื่อบลูเบาๆ

“กรูแจ็ค และนี้บอย “ ผมเลยแนะนำตัวเองก่อน

“กรูดิววะ และนี้แอ้” ไอ้ดิวมันแนะนำตัวมันและแอ้ที่หันไปยิ้มให้


“กรูชื่อติ๊ก “

“หน้าเหมือนดาราเลยอ่ะ แต่คงไม่ใช่” ไอ้บลูพูด ติ๊กถึงกับ

“ติ๊ก ๆ เย็นมรึง” ไอ้แอ้รีบห้าม

“เฮ้ยย” ไอ้บลูมันทำท่าจะกระโดดหนี

“กรูนี้แหละ ดารา ทำไมหน้ากรูไม่ตรงปกหรือไง”ไอ้ติ๊ก

“ตรงแต่ไม่คิดว่าจะมา”

“เรียนที่นี้ กรูก็ไม่อยากมาวะ แต่พ่อบังคับพวกกรูมา “ ไอ้ติ๊กพูด

“แล้ว” ไอ้ต้นข้าวหันไปทางดิวและแอ้

“กรูชื่อดิว และนี้แอ้” ไอ้ต้นข้าวพยักหน้าให้แอ้และดิว

“แล้วคนนั้นละ น่ารักโน๊ะ” บลูถามอีกคนคือพาย

“เราชื่อพาย”

“ไม้พายเหรอ” บลูพูด

“เคยกินพวก เออ แอปเปิ้ลพาย อะไรพวกนี้ไหม แม้หน้าเอาเท้าไปวางที่หน้านะมรึงนะ” พวกผมกลั้นหัวเราะ

“เขาขอโทษ” บลูพูด

“ตกลงมรึงสองคนชื่ออะไรกันครับ “ ผมถามมัน

“กรูชื่อต้นข้าวและไอ้นี้ชื่อบลู”ไอ้คนที่ทำหน้านิ่งตลอดมันแนะนำ

“ยินดีที่ได้รวมแก้งเดียวกัน” ผมหันไปยื่นมือเพื่อจะทำการดีลกันเลย มันสองคนมองผมแบบงงมากขึ้น ผมก็พยักเพยอให้จับมือดิวะ มันก็ยืนมือมาจับมือ

“อะไรวะ มาถึงได้เข้าแก้งเลยกรู”  ไอ้คนที่ชื่อต้นข้าวหันไปพูดกับไอ้บลู

“พวกกรูนี้รับคนเข้าแก้งยากมากนะมรึง” ไอ้ดิวพูดและหันเหล่มองผม คือมันประชด

“แล้วผมละครับ” ไอ้แว่นหันมาถามพวกผม

“ไม่ละตอนนี้เต็ม” ผมหันไปบอก

“อะไรอ่ะ “ไอ้แว่นพูด

“มรึงนั่งเป็นหัวหน้าห้องนี้แหละดีแล้ว อย่าเอาหน้าหล่อๆของมรึงเสียงตรีนกับพวกกรูเลยวะ ไอ้แว่น”ไอ้ดิวพูด

“เออ ไอ้แว่นแล้วใครจะมาสอนชั่วโมงนี้วะ “ ผมถาม

“ปกติเป็นวิชาสังคมศึกษา แต่ตอนนี้คงต้องใช่ โซเชียลศึกษาไปก่อน” ไอ้แว่นพูด

“ไอ้แว่นเอาดีดี ตรีนพวกกรูไม่หวานเหมือนหน้าวะ “ ไอ้ดิวพูดและขยับโชว์

“ที่บอกว่าโซเชียวคือ เล่นมือถือเพราะครูคงไม่มา เห็นบอกว่าเมื่อวาน คู่อริพวกนี้มันไล่ยิ่งกันขณะที่ครูเขาขับผ่านเฉียดแขนเสื้อครูไปนิดเดียวไม่งั้น โดนจัง ครูแกเลยยังตกใจไม่หาย” พวกผมพยักหน้า

“เป็นกรูก็ไม่อยู่แล้วสาด” ไอ้ติ๊กพูด ผมพยักหน้าเบาก็คงทำอะไรไม่ได้ ได้แต่นั่ง แต่ดีที่ผมหันไปเอนหลังผิงสุดที่รักของผม บอย ผมเห็นไอ้ต้นข้าวไอ้บลูติ๊กพาย ดิวและแอ้ดูท่าจะคุยกันถูกคอ จนพวกผมถึงได้ทราบว่าที่มันกลับมาเรียนที่นี้เพื่อหาความจริง พี่ชายมันชื่อข้าวปั้น เคยเรียนที่นี้ แต่ตอนนี้พี่เขาพักไปห้องกง คือไปอยู่คุกเยาวชน เห็นมันบอกว่าแก้งที่พี่มันเป็นหัวหน้าคือแก้งไอ้ภาคินที่อยู่ในห้องนี้ มันทำให้พวกผมเหมือนมาถูกทางแล้ว และมันก็เชื่อว่าพี่มันโดนใส่ร้ายมันจะมาแก้แค้นด้วยประมาณนั้น

   พวกผมนั่งๆนอนๆ และลงไปหาน้ำผลไม้ปั่นกินบ้าง หาขนมจุกจิกกินบ้านจนเบื่อเลย ไม่มีอะไรทำจนกระทั้งเที่ยง

“ไปหาอะไรกินกันดีกว่า” พายพูดและพวกผมก็ลุกขึ้น พวกผมกำลังจะเดินออกจากห้องก็ต้องตกครับ เจอเลยมารอที่หน้าประตู มันมองหน้าผมและทุกคน

“ต้นข้าว พี่ขอคุยด้วยหน่อยซิ” มันมาหาต้นข้าวนี้เอง ผมไม่รู้ว่าว่ามันชื่ออะไรแต่เหมือนอยู่ในแก้งที่หน้าห้องน้ำเมื่อเช้า ไอ้ต้นข้าวพยักหน้า และหลบไปหาที่คุยกัน พวกผมก็ชะเง้อ

“อยากรู้ละซิเขาคุยอะไรกัน” มีคนที่หน้าตาค้อนข้างเอาเรื่องพูดขึ้นและมองพวกผม

“ใคร ไม่มี” ไอ้ติ๊กพูด

“มรึงยืนเอียงไปขนาดนี้ “ไอ้พคนที่ว่าผมพูดผมก็มองตัวเองจริงๆ และทุกคนเลย

“ก็แค่เป็นห่วงเพื่อน “ผมพูดเบาๆ พวกผมยืนมองจนต้นข้าวคุยเสร็จและเดินกลับมาหาพวกผม ไอ้คนที่คุยมันก็พยักหน้าเรียกพวกมันและไปลงอีกทางของตึก  ไอ้ต้นข้าวก็เดินมามันทำสีหน้าไม่ค่อยดีเลย พวกผมถึงจะเพิ่งรู้จักก็เริ่มเป็นห่วง

“มีอะไรวะต้นข้าว” ไอ้ดิวมันถามต้นข้าว ต้นข้าวมันมองไอ้บลู พวกผมก็มองมันสองคน

“ถึงพวกกรูจะพึ่งรู้จักมรึงสองคน แต่ตอนนี้มรึงสองคนคือเพื่อนพวกกรูแล้ววะ เพื่อว่าพวกกรูช่วยได้” ไอ้ดิวพูดและดูเหมือนแอ้และดิวมันสนิทกับต้นข้าวและบลูเร็วนะ

“บอกไปเถอะต้นข้าว เพราะมรึงก็บอกใครไม่ได้อยู่แล้วแม้กระทั้งพ่อแม่มรึงเอง” ไอ้บลูพูด

“ที่กรูย้ายมาเรียนที่นี้เพราะพี่ชายกรูวะ พี่กรูชื่อข้าวปั้น พี่กรูถ้าไม่โดนไล่ออกก็จะอยู่มัธยมปีที่หก ปีเดียวกับคนที่มาคุยกับพวกกรูอ่ะ “ไอ้ต้นข้าวพูด

“แล้วตอนนี้พี่มรึงไปไหนอ่ะ”ผมถามต้นข้าว

“พี่กรูอยู่สถานเยวชนวะ ข้อหามีอาวธปืนในครองครองและมียาเสพติดหลายเม็ดเลย “ ไอ้ต้นข้าวพูด พวกผมก็พยักหน้า 

“พี่กรูนะเป็นหัวหน้าแก้งพวกนี้แหละไอ้ที่อยู่ในห้องด้วยก็ลูกน้องพวกพี่กรูทั้งหมด” ไอ้ต้นข้าวพูด พวกผมก็พยักหน้าแต่

“เฮ้ย” ร้องออกมาเกือบที้งหมด

“ชิบหายแล้ว กรูว่าแล้วมรึงดึงมาผิดคน” ไอ้ติ๊กพูด

“นี้มรึงชักศึกเข้าบ้านแท้ๆ”ไ อ้ติ๊กพูด

“เฮ้ยเดี๋ยวดิ ฟังให้จบก่อนพวกมรึงจะกลัวกรูทำไมวะ” ไอ้ต้นข้าวพูด

“ก็มรึงพึ่งบอกกรูอยู่ว่าพี่มรึงนะเป็นหัวหน้าพวกที่มันจะเล่นพวกกรูอยู่ “ ผมพูด บอยก็แตะแขนผมให้สงบลงหน่อย

“พี่กรูนะถูกพวกมันนี้แหละหักหลังแต่กรูไม่รู้ว่าใคร กรูเลยขอพ่อแม่กรูมาเรียนและไอ้พี่ที่มาขอคุยน่ะ เขาเข้ามาขอโทษเรื่องพี่กรูและขอให้กรูกลับไปเรียนที่เดิม พร้อมกับให้พวกกรูอย่าคบพวกมรึงจะ” ไอ้ต้นข้าวพูด พวกผมก็มองหน้ากัน

“พี่กรูนะไม่ใช่พวกโหดสาดแบบในหนังนะ เช่นพวกยากูซ่าอะไรพวกนี้”ไอ้ต้นข้าวพูด

“พ่อแม่และกรูยังไม่เคยรู้เลยว่าพี่กรูเป็นหัวหน้าแก้ง เป็นมาหลายปีแล้วด้วยแต่มารู้ตอนที่พี่กรูถูกตำรวจจับนั้นแหละ กรูนี้เจ็บใจเลยมาหาคำตอบ พวกมรึงช่วยกรูได้ไหมวะ” ไอ้ต้นข้าวพูด พวกผมก็เกาหัวทันที

“ต้นข้าว พวกกกรูก็มึดแปดด้านเลยวะ “ ไอ้ดิวพูด

“เอาวะ ไหนไหนก็ลงเรือรำเดียวกันแล้ว พวกกรูจะช่วยวะ “ผมบอกไอ้ต้นข้าว พอมันได้ยินก็ยิ้มหลังจากที่ทำหน้าเศร้า

“พี่ พี่ ครูพัฒน์บอกว่าตอนเที่ยงให้ไปหาที่ห้องครับ” มีเด็กตัวเล็ก กว่าพวกผมเยอะเลยวิ่งมาทำตาหยี ผมหันไปมองน่าจะม.1 เอง

“เออ ใจว่ะ แต่ห้องครูพัฒน์อยู่ไหนเรา” ไอ้ดิวหันไปถาม

“อยู่ชั้นนี้แหละครับ เดินลงไปชั้นล่างครับ จะมีป้ายบอกว่าห้องพักครูครับ” ไอ้เด็กคนนันพูด ผมพยักหน้าและเด็กคนนั้นก็วิ่งไป

“เอาวะข้าว ไหนไหนก็ตกที่นั่งเดียวกัน พวกกรูจะช่วยมรึงวะ” ผมพูดกับไอ้ต้นข้าวและมองพวกผมก็พยักหน้า

“ไปหาครูพัฒน์ก่อนดีกว่าวะ” ผมหันไปบอกทุกคน ระหว่างที่ผมเดินก็มีคนที่เดินส่วนไปมา แน่นอนต้องไม่ลืมที่นินทาพวกผมระหว่างเดินสวนกัน ผมคงต้องเริ่มทำใจได้แล้วใช่ไหมครับ ผมเดินมาถึงห้องพักครูก็เดินตรงเข้าไปด้านใน พวกผมเห็นครูพัฒน์นั่งอยู่มีสมุดหลายกองเลยที่วางไว้รอบโต๊ะของครูพัฒน์ ดูท่าพี่พัฒน์จะยุ่งมากเลย

*********************ถ้ามาลงยาวไป ขออภัยด้วยนะค่ะ

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1674
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด