(รีไรท์)(MPreg)รักที่วุ่นYก็แค่ผู้ชายเขารักกัน(บอยVSแจ็ค)แจ็คกายเป็นคนผิด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: (รีไรท์)(MPreg)รักที่วุ่นYก็แค่ผู้ชายเขารักกัน(บอยVSแจ็ค)แจ็คกายเป็นคนผิด  (อ่าน 1813 ครั้ง)

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
       หลุยส์กำลังถูกลักพาตัว

                หลุยส์   เมื่อคืนผมแอบย่องลงไปผมก็เห็นบอยกับแจ็คเขานั่งคุยกัน ไอ้แจ็ค หรือไอ้หน้าแขกมันกอดบอยอย่างแนบชิด นี้บอยกับไอ้นี้มีอะไรที่ลึกซึ้งกันด้วยเหรอ ผมไม่เคยรู้ว่าก่อนเลยว่าบอยจะมีคนที่รู้ใจ ถึงผมจะรู้สึกแบบนั้นตั้งแต่ที่ผมพยายามจีบแล้วก็ตาม แต่มันดูเหมือนทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกันมาก่อนหน้าที่จะมาเจอกันที่นี้แล้ว นี้ผมอกหักอีกครั้งแล้วเหรอ ครั้งก็ผู้หญิง เธอน่ารักมากและสวยมาก ใครก็อิจฉาผมที่ได้เธอมาเป็นแฟน เราคบกันเกือบห้าปี คบตั้งแต่ยังไม่จบชั้นประถมด้วยซ้ำแต่ผู้หญิงก็มาตีจากผมตั้งแต่พ่อแม่ผมโดนสังหาร และชีวิตผมก็ดับวูปไปหมด ผมไม่ออกไปไหนจนกระทั้งคนที่ดูแลผมแทนพ่อแม่ส่งผมไปเรียนพิเศษและนั้นคือการตกหลุมรักครั้งแรกของผมเมื่อเจอบอย ผมกับบอยสนิทกันจนผมแอบคิดไปเองว่าเราเป็นแฟนกันแต่มันก็เหมือมีช่องว่างระหว่างผมกับเขาอยู่ตลอด
              ผมรู้สึกเศร้าผมควรอยู่ตรงนี้ต่อไหม และสิ่งที่ทำให้ผมคิดว่าผมควรจะออกไปก็เมื่อผมไปแอบได้ยินบอยกับแจ็คคุยกัน บอยเขาแค่ดูแลผมตามที่พ่อของเขาสั่งเหรอ นั้นยิ่งทำให้ผมเสียใจ แต่บอยก็วิ่งมาตามผม ขณะที่ผมกำลังจะเดินไปที่หน้าประตูเพื่อจะเรียกคนขับรถมารับผมและผมคงจะหายไปเลยไม่กลับมา

      “หลุยส์” เสียงบอย

      “ว่าไงบอย”

      “หลุยส์จะไปไหน” บอยถามผม ผมยืนเอามือล่วงกระเป๋า

      “หลุยส์ขอโทษนะที่มาทำให้บอยลำบาก” ผมพูดกับบอย

      “หลุยส์ทำไมพูดแบบนี้ละ นี่จะไปไหน” บอยถามผม

      “จะให้หลุยส์อยู่ทำไมอ่ะบอย หลุยส์จะมาทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ทำไม ถ้าไม่ใช่ เพราะบอย...บอยรู้ดีว่าทำไม” ผมพูด สายตาผมมองบอยที่มองผม

      “แต่หลุยส์ซิกับไม่รู้ว่าที่บอยทำให้หลุยส์คิดนะมันแค่เพราะว่ามีคนบอกให้ดูแลเทคแคร์หลุยส์เพื่อผลประโยชน์แค่นั้น” ผมพูด

      “หลุยส์ มันไม่ใช่แบบนั้นเลยนะ”บอยพูด

      “ช่างมันเถอะ หลุยส์ว่าหลุยส์กลับไปดีกว่า หลุยส์มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำมันอาจจะดีซะกว่า” ผมพูดและกำลังจะเดินหันหลังออก

      “ถ้าหลุยส์ไม่อยู่พวกเขาก็จะเดือดร้อน หลุยส์ควรจะอยู่ที่นี้ หลุยส์ พวกเขาจะเป็นเพื่อนที่ดีของหลุยส์นะ ทำไมหลุยส์ไม่ลองเปิดใจดูละ “ บอยพูด ผมหันมายิ้ม

      “ไม่ละ ปกติหลุยส์ไม่เคยมีเพื่อนนะ เพราะหลุยส์ไม่เชื่อคำว่าเพื่อนแท้ แต่หลุยส์เจอบอย หลุยส์กับเชื่อคำว่ารักแท้แต่มันไม่มีจริง “ผมพูด บอยก็เงียบไปทันที

      “บอยอยากให้หลุยส์อยู่ก่อนได้ไหม ขอร้อง “ บอยพูดกับผม

      “เพื่ออะไรอะไรบอย ให้หลุยส์ทนดูบอยกับเขาคนนั้นเหรอ หลุยส์ทนไม่ได้” ผมพูด

      “ทำไมบอยไม่บอกหลุยส์ซะก่อนละว่าบอยมีแฟนแล้ว พ่อบอยก็ไม่รู้เรื่องนี้ใช่มั้ยครับ” ผมพูดทำเอาคนที่ยืนตรงหน้าผมสีหน้าเปลี่ยนไป

      “ใช่พ่อไม่รุ้เรื่องบอยกับแจ็คว่าเราเออ เราเป็นแฟนกัน พ่อรู้แค่ว่าเราคือเพื่อนกัน เพราะว่าพวกเราถูกเลือกให้เกิดมาพร้อมกันวันเดียวกัน “ผมพูด หลุยส์มองหน้าผม

      “ แจ็คเขาดีนะแค่ยังไม่ดีพอในสายตาผู้ใหญ่นะ แต่บอยเชื่อว่าเขาจะทำได้หลุยส์ และไม่แน่แจ็คอาจจะเป็นเพื่อนที่ดีของหลุยส์ก็ได้นะ”

      “มันไม่มีวันที่จะทำได้หรอก.....เชื่อหลุยส์ ไอ้นี้แค่เป็นลูกคนเล็กและมันก็ไม่ต่างจากลูกแหง๋ ทำอะไรไม่ได้หรอก บอยนะต่อไปจะต้องเป็นคนนำองค์กร หลุยส์ไม่ได้ดูถูกนะ เขาไม่เหมาะสมกับบอยเลยสักนิด” ผมพูดแต่สีหน้าบอยที่มองผมด้วยสายตาที่ผิดหวัง

      “นั้นเพราะว่าหลุยส์ยังไม่รู้จักแจ็คดีต่างหาก” บอยพูด

      “บอย...หลุยส์ขอโทษนะเรื่องพ่อของบอยนะ หลุยส์ไม่รู้จริงๆว่าบอยไม่เคยบอกเรื่องนี้กับท่านแค่พ่อของบอยถาม หลุยส์ก็แค่บอกไปตามจริง “ ผมพูดกับบอย ผมรู้สึกได้เลยว่าพ่อของบอยก็ยังไม่ปลื้มไอ้แจ็คเอาซะเลยด้วยซ้ำ

      “บอยอยากให้หลุยส์อยู่ต่อก่อนได้ไหม”

      “บอยอยากให้หลุยส์เห็นก่อนว่าพวกเขาดีหรือไม่ดีค่อยตัดสินพวกเขาได้ไหม”

      “หลุยส์อยู่ไม่ได้เพราะหลุยส์ทนไม่ได้ที่เห็น บอยกับ..แฟน” ผมพูด

      “ก็ได้...บอยจะห่างๆกับแจ็ค แต่หลุยส์ต้องอยู่ “ บอยพูดผมเห็นสายตาเขานี้เขาอยากให้ผมอยู่ต่อมากเลยเหรอถึงกับยื่นข้อเสนอแบบนี้ให้ผม ผมเดินกลับมาหาบอย

      “หลุยส์รู้ไหมว่า ลุงหนึ่งส่งหลุยส์มาที่นี้เพราะที่นี้จะปลอดภัยที่สุดสำหรับหลุยส์ในตอนนี้” ผมหันมามองบอย นี้คงเป็นแผนลุงหนึ่งซินะที่ดึงผมมาอยู่ตรงบนี้เพื่อหนี แต่ผมเองเป็นคนไม่ชอบวิ่งหนีซะด้วย ผมมองส่ายตาของบอยแล้วผมก็อดใจอ่อนไม่ได้

      “ก็ได้” ผมพูดยิ้มๆ

      “กลับไปเข้าแถวนะ หลุยส์คงไม่รู้ว่าที่นี้เขาต้องเข้าแถวหน้าเสาธงมันเป็นกิจวัตรประจำวันของนักเรียนที่นี้” บอยพูด ผมก็พยักหน้า

      “บอยคิดดีแล้วเหรอที่จะทำแบบที่บอยพูดนะ “ผมถามบอยอีกครั้ง

      “ได้ เพื่อให้หลุยส์อยู่ ถ้าหลุยส์ไม่อยู่ที่นี้พวกเขาก็จะต้องยืดเวลาการทำโทษออกไป” บอยพูด ผมพยักหน้า

      “อีกเหตุผลหนึ่ง หลุยส์อาจจะต้องการพวกเขาในอนาคต บอยอยากให้หลุยส์เปิดใจก่อน” บอยพูดกับผม ผมก็พยักหน้าไปแบบนั้นแหละ

      “หมับ” ผมจับแขนบอยไว้

      “อย่าลืมที่พูดนะครับ “ ผมพูดกับบอย บอยพยักหน้ากับผม ผมยิ้มกริ่มและเดินเข้าไปกับบอย บอกแล้วว่าผมนะมีดีไม่ได้ด้วยเหล่ก็ต้องได้ด้วยกล ไม่ต้องพึ่งมนต์คาถา เพราะผมรู้ว่าพ่อๆพวกมันไม่อยากให้ผมกลับอยากให้ผมอยู่ที่นี้ จนกว่าทุกอย่างจะปลอดภัยสำหรับผมเช่นกัน

      “บอย เดินด้วยกันให้เหมือนเราเป็นแฟนกันหน่อยซิ ทำแบบนี้มันถึงจะเนียน” ผมกระซิบกับบอย บอยหันมามองหน้าผมและผมก็ยื่นมือของผมเพื่อจะจูงมือบอยแต่บอยมองผม ผมก็สอดมือผมเข้าไปและจับมือบอย ผมจูงมือเดินผ่านทุกสายที่นักเรียนที่เข้าแถวต่างก็พากันมองมาที่ผมสองคนจนถึงแถว ไอ้ดิว ไอ้ติ๊ก แอ้และพายก็มองมาที่ผมกับบอยกัน และบอยก็ค่อยๆดึงมือเขาออก น่าเสียดายที่ไอ้แจ็คมันหันมาช้าไปเลยไม่ได้เห็นภาพเด็ดๆ แต่ก็ทำให้มันหัวร้อนขึ้นได้ ผมก็หยักคิ้วให้ว่าผมกำลังจะมีชัย
          ผมยืนจนเหงือแตกเลยกว่าการทำกิจวัตรประจำวันที่เขาบอกว่าต้องทำทุกวันเสร็จ ผมไม่เคยเรียนที่ไทยและหลังจากพ่อแม่ผมเสียไปผมก็ไม่เคยไปโรงเรียนเรียนที่บ้านตลอดและมีไปเรียนที่ติวเตอร์แค่นั้น

      “หมับ “ไอ้หน้าแขกมันเดินมาดึงแขนบอย ผมรีบหันไปปัดมือมันออกทันทีและไอ้แจ็คมันทำท่าจะเข้ามาต่อยผมแต่มันก็สะดุดที่สายตาบอยที่มองมัน แต่ทำไมสายตามันแตกต่างกับที่มองผมหนัก สายตาของบอยไม่ได้มองเพื่อให้ไอ้หน้าแขกมันแค่หยุดแต่มันสื่อได้มากมายกว่านั้น มีทั้งความหวงใย

      “เอามือมึงออกไป” ผมพูดแค่นั้น และดึงแขนบอยเดินออก ไอ้แจ็คมันแค่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น

      “ไปไหนกันต่อดีครับที่รัก” ผมกระซิบถามบอย แต่บอยกับเดินเหมือนเหมอลอย

      “บอย “ผมใช้มือป้องเรียกชื่อบอยจน บอยคงได้ยินชัดเจนเลยสะดุ้งและหันมามองผมด้วยอาการตกใจ

      “ว่าไงนะหลุยส์” บอยหันมาถามผม

      “คือหลุยส์ถามว่าเราจะไปที่ไหนกันต่อครับ หลุยส์เพิ่งมาวันนี้วันแรก” ผมพูด

      “คือ...ไป..เออ เราเดินเลยมาชั้นหนึ่งแล้วอ่ะหลุยส์” บอยพูดบอกผม ผมก็เงยหน้าขึ้นมองนี้มันชั้นที่ 4 แล้วนิและบอยก็พาผมเดินกลับลงมาอีกชั้นผมก็เดินตามบอยไปเงียบๆโดยไม่ได้พูดอะไรเช่นกันจนกระทั้งมาหยุดที่หน้าห้องๆหนึ่ง ที่เขาเรียกว่าห้องเรียนซินะ ผมเดินตามบอยเข้าไปก็เห็นโต๊ะมากมาย นักเรียนที่นี้กี่คนกันเนี๊ยะ! แต่ว่าไม่มีคนนั่งมีแต่โต๊ะ ผมมองไปจนหยุดที่พวกนั้น ไปนั่งกระจุกตรงมุมเดียวกันเลย แล้วที่ว่างๆนี้ละ มันเก็บไว้ทำไมของมัน 

      “หลุยส์จะนั่งตรงไหนดีละ “ บอยถามผม

      “แล้วปกติบอยนั่งตรงไหนครับ” ผมถามบอยและบอยก็หันมามองหน้าผม

      “นั่งกับแจ็คนะ” บอยตอบผมเสียงอ่อยๆ ผมก็พยักหน้าเพราะว่าผมดูแล้วเขาจัดให้นั่งสองคนติดกัน

      “แล้ววันนี้ละครับ บอย”ผมถามบอยและยิ้มให้

      “ก็ได้บอยไม่นั่งกับแจ็คนั่งกับหลุยส์” บอยพูดผมก็ยิ้มหวานและผายมือให้บอยเดินนำไป โต๊ะที่อยู่ท้ายสุดได้ จังหวะนั้นพวกไอ้ดิว ไอ้แอ้ ติ๊กและพาย และตามมาด้วยไอ้หน้าแขกเดินเข้ามาพร้อมกับสองหนุ่มหน้าตามุ้งมิ้ง นี้คือคือคนที่อยู่ในแก้งของมันและจะทำให้พวกมันทำภาระกิจนี้สำเร็จ ถ้าเป็นผมนะผมจะเลือกคนที่ต้องโชว์ความสามารถให้ผมดูก่อน แค่การเลือกคนก็ไม่ผ่านแล้วโธ่เอ่ย ผมแอบคิดในใจ

      “บอย “ไอ้แจ็คมันเรียกบอย ผมหันไปมองบอยยิ้มๆ “

      “บอยจะนั่งกับหลุยส์นะแจ็ค” บอยพูดบอกไอ้หน้าแขกและหันมองหน้าผม ผมพยักหน้าและเงยหน้ามองไอ้หน้าแขกผู้ที่กำลังพายแพ้ให้ผม มันไม่รู้จักไอ้หลุยส์ซะแล้ว

      “บอย เราต้องนั่งเรียนแบบนี้วันละกี่ชั่วโมงครับ และทำไมเข้าคลาสกันเช้าจัง” ผมถามบอย

      “ช่วงเช้าก็สี่คาบ ไปจนถึงเที่ยงและบ่ายต่ออีกสามคาบไปจนถึงบ่ายสามโมงครึ้ง” บอยพูดทำเอาผมตาโต

             “ที่ออสเตรเลีย เช้า 9 โมงเลิกบ่าย3 ก็ว่านานแล้วนะบอย” ผมพูดก่อนพ่อแม่ผมจะเสียผมถูกส่งให้ไปเรียนที่ออสเตรเลียและอยู่กับคนดูแลเพราะว่าพ่อแม่ผมเดินทางตลอดแต่ก็จะแวะมาหาผมทุกเดือน เดือนละหนึ่งอาทิตย์ที่อยู่ด้วยกัน
                ผมนั่งเรียนไปรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง เพราะใจผมกับสายตามันอยู่ที่บอยและบอยก็ต้องหันมาคอยอธิบายให้ผมฟังอีกเพราะผมแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจที่ครูบอกตลอด ทั้งที่ผมนะรู้เรื่องวิชาที่เขาสอนน่ะผมเรียนมาหมดแล้ว และตลอดชั่วโมงเรียนผมเห็นสายตาไอ้แจ็คแล้วมันซะใจชะมัดจนกระทั้งหมดคาบ

                    “หลุยส์ ก่อนลงไปทานอาหารกลางวันกัน  บอยขอไปโทรหาพ่อก่อนได้ไหม” บอยหันมาบอก ผมพยักหน้า

                    “ได้ซิ ..เดี๋ยวหลุยส์..” ผมกำลังจะบอกว่าจะไปเป็นเพื่อน

                    “ขอบอยคุยธุรส่วนตัวนะหลุยส์ บอยขอโทษจริงๆ” บอยบอกผม ผมก็ลืมไป

                    “ครับ บอย หลุยส์ต่างหากที่ต้องขอโทษ” ผมพูดกับบอย ผมเห็นไอ้แจ็คมันมันมามองบอยผมก็คว้ามือบอยมากุมไว้ มันสะบัดหน้าและเดินออกไปก่อนทันที พวกไอ้ดิวมันก็แค่หันมามองและเดินตามไอ้หน้าแขกออกไป บอยลุกขึ้นผมก็เดินตาม ผมเห็นบอยเดินแบบรีบร้อนเพื่อไปหาที่คุยโทรศัพท์ทันทีที่เดินลงมาถึงชั้นล่าง ผมได้แต่ยืนเก้ๆกังๆ ไม่กล้าเข้าไปได้แต่ชะเง้อมอง

                     “มึงเล่นอะไรของมึงว่ะ “ ไอ้ดิวมันเดินมายืนอยู่ข้างหลังผมตอนไหนก็ไม่รู้

                      “เล่น...เล่นอะไร “ ผมทำเป็นไม่เข้าใจที่มันถาม

                     “มึงคิดว่ามึงชนะไอ้แจ็คเหรอวะ ด้วยการทำให้คนที่มึงรักไม่สบายใจแบบนี้นะ”

                     “ นี้มึงทำร้ายจิตใจคนที่มึงบอกว่ารักเขาได้ยังไงวะ เป็นกู กูไม่ทำวะ” ไอ้ดิวมันพูดและมันก็เดินออกไป ผมเห็นพวกไอ้แอ้ ติ๊กและพายเดินออกไปมาน่าจะเข้าห้องน้ำกันแต่ผมไม่เห็นไอ้หน้าแขก มันเข้าไป     
                   
       กล่อมบอยแน่ๆ และใช่จริงๆด้วย ผมเห็นบอยกับไอ้หน้าแขกกำลังยืนคุยกันด้วยสีหน้าซีเรียสมาก ผมเลยไม่กล้าเข้าไปเพราะอยากจะฟังก่อนว่าเขาคุยอะไรกัน จึงแอบฟังอยู่ที่มุมเสา

                    “แจ็คไม่สนหรอกว่ามันเป็นใครสำคัญแค่ไหน แจ็คไม่สนว่ามันจะอยู่หรือจะไป ทำไมอะบอย “

                    “บอยก็บอกแจ็คไปหมดแล้วนะ เราต้องให้เขาอยู่กับเรา เพราะนี้คือที่ปลอดภัยที่สุดของหลุยส์และ”

                      “และอะไรอะบอย หรือว่าแจ็คคนเดียวไม่พอ”

                      “แจ็ค...” ผมรับรู้ได้ว่าเสียงบอยเริ่มสั่นเครือ

                    “แจ็ค พยายามแล้วนะบอย หรือว่าอุปสรรคเราเยอะเกินไป หรือแจ็คควรจะหลีกให้...มัน บอยจะได้ไม่ต้องมาเอื้อมระอากับแจ็คอีก แจ็คพอแค่นี้ “ มันพูดจบมันก็เดินสวนบอยออกทันที ผมก็ว่าจะเข้าไปตะบันหน้ามันแต่ บอยหันหลังกลับและกอดไอ้นั้นจากด้านหลัง

                     “แจ็ค บอยรักแจ็คนะ”

                      “แต่แจ็คเหนื่อยอ่ะ” ไอ้แจ็คมันพูด นี้ผมทำให้คนที่ผมบอกว่าผมรักเขาเสียใจขนาดนี้เลยเหรอ แต่ไม่ได้เสียเพราะผมแต่เขาเสียใจเพราะว่าเขารักคนอื่นที่ไม่ใช่ผม

                         “แต่บอยยังคงยืนยันคำเดิม ยังไงเราก็ต้องให้หลุยส์อยู่กับเราเพื่อองค์กรของเรานะแจ็ค”

                          “กว่าบอยจะขอพ่อให้มาที่นี้ได้มันยากนะ บอยตั้งใจมาเพื่อแจ็ค “ อันนี้ที่ทำให้หัวใจผมนี้สลายทันทีนี้คือคำตอบเจ็บที่สุดบอยเขามาเพื่อไอ้หน้าแขกนี้แล้วผมจะยื้อทำไม ผมเดินหันหลังออกทันที มันตั้งตัวไม่ถูก ผมเดินออกมาเหมือนคนไร้จุดหมาย

                         “หลุยส์ ไปทานข้าวยังอ่ะ “ ไอ้สองหนุ่มที่เป็นเพื่อนใหม่พวกนั้น เดินเข้ามามันคงเพิ่งลงมาจากตึก

                           “ไม่ละ “ ผมตอบไปโดยไม่ได้มองหน้าสองคนนั้น

                        “อะไรวะ “ อีกคนพูดขึ้น

                       “เออ นายสองคนรู้ไหมว่าห้องสมุดอยู่ไหน” ผมถามกลับ

                      “ทำไมอะ ไม่กินข้าวเหรอ”

                      “ไม่อ่ะ มีธุระ “ ผมพูดและมองเพื่อรอคำตอบ

                           “ตรงไปอ่ะ และจะมีตึกที่มียิมอยู่ด้านบนนะ ชั้นล้างจะเป็นห้องสมุด “ผมไม่รู้ว่าใครแต่ผมก็พยักหัวรับและเดินไปตามที่สองคนนั้นบอกผม ผมเดินเหมือนคนไร้วิญญาณ ผมเดินคิดทบทวน ผมมาทำห่าอะไรที่นี้วะ กลับไปอยู่ในโลกของผมดีกว่าไหม ไปนั่งเฉยๆ มีคนรับใช้ นั่งเรียนออนไลน์และมีครูพิเศษมาสอนเหมือนที่ผ่านมาดีกว่าไหม

                           “เฮ้ย! ไอ้คนนี้มั้ยวะ ที่พี่นัฐเขาอยากได้ตัวมันอ่ะ เห็นบอกว่าไอ้นี้มีเงินเยอะ “

                         “เอาไปทำไมวะ”

                       “พี่ณัฐว่าจะให้มันติดยาและมันจะได้เป็นทุนให้พี่ณัฐคราวนี้ธุรกิจใหญ่โตเลยมรึง”

         “ธุรกิจยานรกเหรอว่ะ...เชี้ย น่าสน โทรบอกเลยวะ” ผมได้ยินแต่ไม่รู้ว่ามันหมายถึงใคร

         “ตุบ” ผมเดินชนใครสักคน ผมรู้สึกว่ามีหนังสือหล่นเกลื่อนพื้นไปหมดผมก็ก้มลงเก็บและส่งให้โดยไม่ได้มองหน้า

         “ขอบคุณครับ น้องใช่นักเรียนใหม่ที่มาเรียนห้อง311 ไหมครับ” คนที่ผมชนเขาจับไหล่ผมไว้ ผมก็มองหน้าเพราะไม่รู้จัก

         “คุณเป็นใคร” ผมถามกลับ

         “พี่ชื่อภาณุ น้องรู้จักคนที่ชื่อแอ้ไหม “ ตอนนี้สมองไม่ทำงาน

         “ไม่รู้” ผมตอบไปและเดินผ่านไปเลย

         “ไอ้นี้แปลกคนวะ ไปถามคนอื่นก็ได้วะ “ พี่เขาพูดแค่นั้น ผมก็ไม่สนใจ ไอดอนทแคร์ตอนนี้ ผมเดินไปเรื่อยๆ จนมาถึงหน้าห้องสมุดแบบไม่รู้ว่ามาได้ไง ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงครึ้งแล้ว ห้องสมุดไม่ค่อยมีก็คงไปทานอาหารกันหมด ผมเดินผ่านครูที่ดูแลเข้าไป

         “เธอทานข้าวแล้วเหรอ” ผมได้ยินคำถามแต่ผมไม่ได้หันไปตอบ ผมเดินตรงไปด้านในหาที่นั่งและหยิบมือถือรุ่นใหม่ล่าสุดขึ้นสไลด์หน้าจอ

         “พี่ไมเคิลครับ ผมอยากกลับ พี่ช่วยเอาเครื่องบินส่วนตัวมารับผมได้ไหมครับ” ผมส่งข้อความหาพี่ไมเคิล พี่เขาเป็นการ์ดและคนที่ผมไว้ใจ

         “คุณหลุยส์เป็นอะไรหรือเปล่า”

         “ไม่ครับ ผมแค่คิดว่าผม ...ที่นี้ไม่ใช่ที่ของผมครับ” ผมส่งข้อความไป

         “คุณหลุยส์ครับ ให้พี่คุยกับคุณหนึ่งก่อนนะครับ เพราะว่าคุณหนึ่งอยากให้คุณหลุยส์อยู่ที่นั้น”พี่ไมเคิลส่งข้อความตอบกลับมาหาผม ผมพ้นลมหายใจออกมายาวๆ

         “ผมไม่สนใจว่าเขาต้องการให้ผมอยู่เพื่ออะไรแต่ตอนนี้ผมอยากกลับ” ผมพูดแค่นั้น

         “ได้ครับถ้าอย่างนั้นรบกวนคุณหลุยส์รอสักครูขอผมคุยกับคุณหนึ่งก่อนนะครับ” และผมก็นั่งเปิดดูนั้นดูนี้ ผมว่าผมกลับไปนั่งเป็นเด็กไซเบอร์เหมือนเดิมดีกว่า ท่องอินเตอร์ อยู่ในห้องที่มีความไฮเทคสูงนั้นแหละโลกของผม นี้ผมกลับมาเป็นเหมือนตอนที่ผมสูญเสียพ่อแม่ผมไปอีกแล้วใช่มั้ย

         “Rrrrrr “เบอร์บอยโทรหาผม แต่ผมกดตัดสาย

         “ตื้ด!!!” ข้อความส่งมาหาผม

         “หลุยส์อยู่ไหนครับ ทำไมไม่มาทานข้าวครับ”บอย

         “บอย หลุยส์ขออยู่คนเดียวสักพัก และไม่ต้องห่วงนะครับ หลุยส์จะไม่ทำให้ใครเดือดร้อนหลุยส์จะคุยกับคุณหนึ่งเอง จะไม่มีใครเดือดร้อนแน่นอน” ผมส่งข้อความไปหาบอย และเปลี่ยนเป็นโหมดไม่มีใครโทรติดต่อผมได้ตอนนี้ ผมอยากใช้เวลาคิดสักพัก

                    ผมนั่งคิดอะไรเพลินและประกอบกับเมื่อคืนไม่ค่อยได้นอนด้วย ดิ้นแย้งเตียงกับไอ้แจ็คก็เกือบเที่ยงคืนกว่าและมาลงไปเจอบอยกับแจ็คอีกเลยพาให้นอนไม่หลับและผมก็หมอบหลับคาโต๊ะในห้องสมุดไปตอนไหนไม่รู้

      “พี่.. พี่...” มีคนสะกิดเรียกผม ผมเงยหน้าขึ้นมองแบบสลืมสลือ คนที่มาเรียกผมหน้าตาดูเรียบร้อยมาก ผมเลยเลิกคิ้วมองว่ามีอะไร

      “พี่ครับมีคนมาหาพี่ครับที่ด้านหน้าห้องสมุดนะครับ” น้องเขาพูด ผมก็พยักหน้า ผมคิดว่าคงเป็นบอย ตอนนี้ผมเริ่มจะใจเย็นนิดหน่อย ถ้าได้คุยกับบอยก็คงจะดีขึ้น ผมลุกขึ้นและเดินออกไปด้านหน้า ผมเห็นมีคนยื่นสี่คนซึ่งผมไม่รู้จัก ผมคิดว่าคงไม่ใช่แต่ผมไม่เห็นบอยเลยอ่ะ

      “มึงใช่คนที่ชื่อหลุยส์หรือเปล่าวะ”มีคนยืนแต่งตัวไม่เหมือนนักเรียนที่นี้เลย ไม่มีสวนไหนบอกว่านี้มาเพื่อมาเรียนเลยแต่เหมือนมาเพื่อมาหาเรื่องมากกว่า

      “ใช่ทำไมอะ” ผมถามมันกลับ”

      “ไปกับพวกกูลูกพี่กูอยากเจอมึง” ไอ้คนที่ยืนอีกคนมันบอกผม

      “ลูกพี่มึงมันเป็นพ่อกูเหรอ กูถึงต้องไปเจอ” ผมถามแต่มันดึงผมไว้ ไม่ซิกระฉากผมไว้ ส่วนน้องคนที่ตามผมก็รับเงินจากพวกมันและไปเลย นี้มันจ้างเด็กไปเรียกผม

      “ไปซะดีดีถ้าไม่อยากไส้แตก” ผมกำลังจะขัดขืนแต่มันมีมีปลายเล็มทิ่มพุงผมอยู่

      “นี้มีอะไรกันนะ” ครูที่ห้องสมุดเดินออกมาดู

      “อ้อ! คือว่าพวกผมเป็นญาติของน้องเขานะครับ พ่อเขาป่วยมากจะตายแล้ว..เอ้ย จะเสียเขาเลยให้ผมมาตามนะครับไปดูใจ” มันพูด ผมเงยหน้ามองพวกมัน

      “พ่อแม่กรูเสียไปนานแล้ว” ผมกัดฟันพูดกับมัน

      “ทำตามที่กรูบอก” ไอ้พวกนี้มันพูดมีดก็ดันพุงผมอยู่

      “เออ..ใช่ครับครู”ผมหันไปบอก

      “มิหน้าละเราดูเศร้ามาก งั้นครูเสียใจด้วยนะคะ” คุณครูผู้น่ารักพูด และพวกมันก็ดันผมเดิน นี้ผมจะมาจบเพราะไอ้พวกนี้หรือไง ผมทำท่าจะกดมือถือหาพี่ไมเคิลแต่มีคนดึงมือถือผมไป

      “มึงจะโทรหาใครช่วย ฝันเถอะ มึงได้เป็นไอ้ขี้ยากับพวกกูแน่ๆ” พวกนั้นมันพูดพร้อมรอยยิ้มสยองมาให้ผม แล้วใครจะมาช่วยผมละเพื่อนก็ไม่มี มีแต่บอย บอยก็ไม่รู้ว่าว่าตอนนี้ผมกำลังตกอยู่ในอันตรายแล้วแบบนี้ผมจะรอดไหมจายแน่เลยวันนี้ จะโทรหาพี่ไมเคิลพวกมันก็ยึดมือถือผมไว้แล้ว ผมคิดในใจไม่น่ามาเลยผม หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ


ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1

หลุยส์ยังไงมึงก็เพื่อนพวกกู

แจ็ค
         ผมเดินไปและคิดไปด้วย ว่าทำไมผมต้องมนั่งยื้อแย้งด้วยทั้งที่ผมนะพร้อมเลือกได้ตลอด ไอ้หน้าตี๋นั้นมันสำคัญแค่ไหนสำหรับองค์กร แต่ผมไม่สนใจ ผมเดินออกมาทิ้งให้บอยอยู่ตรงนั้น เดี๋ยวเขาก็กลับไปหาไอ้หลุยส์ไปนั่งตะมุตะมิกันอีก วันนีช่วงเช้าก็นั่งจีบกันและยังมีหน้ามาบอกว่าเขารักผม มาที่นี้เพื่อผม

      “ก็คงต้องสิ่งนี้แหละที่จะทำให้เราสงบได้ “ ผมเดินมาที่สระว่ายน้ำของโรงเรียนแต่จะอยู่คนส่วนกับโรงเรียนเพราะว่าสระว่ายน้ำนี้ เขาเปิดให้คนภายนอกเข้ามาใช้ด้วย มีคนดูแลและเก็บเงิน มีเหมือนคาเฟ่เล็กๆและ มีของขายพวกชุดว่ายน้ำด้วย แต่เขาเปิดให้คนภายนอกเข้ามาใช้ได้หลังเลิกเรียนเท่านั้น ผมก็เดินตรงเข้าไป

      “สวัสดีค่ะ รับอะไรดีค่ะ”

      “ชุดว่ายน้ำครับ ของอดิด๊าส” ผมพูดและพนักงานก็หยิบส่งมาให้ผม”

      “ชำระเป็นเงินสดหรือบัตรคะ”

      “บัตรครับ” ผมพูดและหยิบมือถือขึ้นมาและเปิดเพื่อสแกนบัตรที่เครื่องแสกน

      “ขอบัตรนักเรียนด้วยคะ”

      “นี้ครับ” ผมพูดและส่งบัตรให้ ผมก็หยิบทุกอย่างและเดินตรงเข้าไป ด้านในเงียบมากคงยังเร็วไปมั้งที่จะมีนักเรียนมาเรียน สระว่ายน้ำดูสะอาดเพราะมีคนดูแลตลอด มีไลฟ์การ์ดดูแลด้วย แปลกใจว่าโรงเรียนอาภาษญ์ที่มีทุกอย่างครบแต่กับมีปัญหานักเรียนย้ายออกกันเยอะ ผมเดินตรงไปที่ห้องเปลี่ยนชุดเป็นชุดว่ายน้ำ ผมเดินออกมาก็เจอพี่คนที่อยู่หน้าเคาเตอร์

      “อุ้ยย เออ น้องลืมบัตรนักเรียนนะคะ พี่เลยเอามาให้พี่เขาพูดและยิ้มๆ ยิ้มแปลก ๆ ผมก็ก้มมองอ้อผมสวมแค่กางเกงว่ายน้ำ มันเซ็กซี่นี้เอง ผมเลยเอาผ้าขนหนูที่ถือมาปิดซะหน่อย

      “ขอบคุณครับ” ผมรับจากมือพี่เขามาและรีบกล่าวขอบคุณ แต่พี่เขายังมองอยู่

      “ขอบคุณครับ” ผมพูดอีกครั้ง

      “อู้ยย! มองเพลินไปหน่อย หุ่นดีเนอะ “ พี่เขาพูดยิ้มหายๆและเดินออกไปยังมีเหลียวมองกลับมาอีก ผมส่ายหัวและเดินไปยังสระว่ายน้ำ ผมจัดการวอร์มร่างกายก่อนจะลงไปว่ายน้ำ

      “ติดๆ “ มีข้อความเข้าที่ apple watch series รุ่นใหม่ล่าสุดยังไม่มีวางขายเท่าไหร่ แต่ผมได้มาก่อนและเป็นของฝันวันเกิดผมที่ผ่านมาด้วย

      “ไอ้แจ็ค อยู่ไหนวะ” ไอ้ติ๊กมันส่งข้อความหาผม

      “กรูว่ายน้ำ” ผมส่งข้อความเสียงไป

      “มึงนี้ถ้าจะหนัก เวลานี้กินข้าว มึงหรือเปล่า” มันชมผมด้วยข้อความเสียงมาทันที

      “กูไม่กิน กินไปเลยและไม่ต้องกวนกูจะว่ายน้ำ” ผมพูดแค่นั้นพร้อมกับตั้งโหมดห้ามรบกวน ผมก็จัดการสวมแว่นตาว่ายน้ำที่เพิ่งถอยมาใหม่ มาใหม่หมดทั้งตัวและขึ้นไปยืนตำแหน่งที่เตรียมพร้อมกระโดดลงสระว่ายน้ำ
      ผมควรจะทำไงดี ดูวันนี้ซิบอยไม่คุยกับผมเลยเอาใจแต่ไอ้หลุยส์แค่เพราะว่ามันเสียใจที่ได้ยินนะเหรอ ผมทำการวอร์มร่างกายซะก่อน ยืดเส้ยืดสายและ

      “โคล้ม!” เสียงน้ำกระจายจากร่างที่ดิ่งลงไปพร้อมกับตีกรรเชียงไปให้ถึงขอบสระว่ายน้ำตรงข้ามและตีกรรเชียงกลับมา และก็ตามด้วยท่าผีเสื้อท่าถนัดของผมไปกลับ ผมว่ายสลับไปจนครบสี่ท่า ผมก็กลับมาที่จุดเริ่มต้นผมลอยตัวเอาแขนพาดกับเชือกที่กั้นช่องว่ายน้ำไว้แต่ละช่อง

      “แปะๆ” เสียงตรบมือของใครสักคนทำให้ผมเงยหน้ามอง ผมไม่คุ้นเคยมาก่อนเลย รูปร่างสูงโปรงหุ่นนี้บอกได้เลยว่านักว่ายน้ำเหมือนกัน

      “นายทำเวลาได้ดีมาก “ พี่เขาพูด

      “พี่เป็นใคร” ผมถามเขากลับ

      “พี่ชื่อภาณุ เป็นนักกีฬาว่ายน้ำประจำโรงเรียนนี้ “ พี่เขาพูด ผมก็พยักหน้า

      “น่าเสียดายที่ปีนี้เขายกเลิกการแข็งขันวายน้ำทุกอย่าง” พี่เขาพูด ผมก็ทำหน้าแปลกใจ

      “ทำไมอ่ะพี่ เขาไม่นิยมว่ายน้ำกันเหรอที่นี่” ผมถามพี่เขากลับ

      “นักกีฬาว่ายน้ำถูกดึงตัวไปอยู่โรงเรียนอื่นหมด ตอนนี้มีพี่และเพื่อนพี่อีกคนที่ขื่อต่อ ไอ้นี้ก็สุดยอดมันเก่งกรรเชียง “ พี่ภาณุพูด

      “แล้วพี่อ่ะ” ผมถามกลับ

      “แชมป์ท่ากบ” พี่เขาตอบอย่างภาคภูมิใจ

      “พี่ว่านายน่าจะ ท่าผีเสื้อ เพราะพี่ยืนดูนายท่านี้นายทำเวลาได้ดีมาก ไม่มีใครทำเวลาดีเท่านี้มาก่อน” พี่เขาพูด ผมก็หยักคิ้วให้

      “ถ้ากีฬาวายน้ำของโรงเรียนกับมาเด่นอีกครั้งและมีนายร่วมทีมด้วย เราจะไปกันได้สวยทีเดียว” พี่ภาณุพูด ผมก็พยักหน้า ก็ดีหาอะไรที่ผมชอบทำเพื่อว่าจะทำให้ผมไม่คิดฟุ้งซ้าน 

      “ก็ดีนะพี่ ผมสนใจอยู่นะ “ ผมหันไปบอกพี่คนข้างๆที่ชื่อพี่ภาณุ

      “เก่งๆอย่างนายทำไมไม่ไปเป็นนักกีฬาระดับซีเกมส์หรือเอเชี่ยนเกมส์ “ พี่ภาณุถามผม ผมยิ้มๆ

      “ผมมีเรื่องชกต่อยกับนักกีฬาว่ายน้ำด้วยกันนะพี่ มันทำท่ารังเกียจผม พูดจาแขวะผมเพราะว่าครอบครัวผมแปลก และผมก็เป็นคนหัวร้อนซะด้วยก็เลยใส่ไม่ยั้งผมก็ถูกตัดสิทธิ์แต่ไอ้คนนั้นน่ะ รักษาตัวที่โรงพยาบาลก็เลยไม่ได้ไปทั้งผมและมัน ”ผมพูดแค่นั้นพี่เขาก็ยิ้มปนหัวเราะ

      “ว่าแต่น้องไม่มีเรียนตอนบ่ายเหรอครับ” พี่เขาถามผม

      “เบื่อๆนะพี่เลยมาหาที่ว่ายน้ำ “ผมตอบไป พี่เขาก็พยักหน้าเบาๆ

      “เหนี่อยยัง ลองสักตั้งไหม ...ผสมท่า “ พี่เขาถามผม เรียกว่าท้าประลองก็ว่าได้

      “สบายมาก”ผมบอกพี่เขาไป ผมก็ปืนกลับขึ้นมาพี่เขาก็เตรียมวอร์มร่างกาย พี่เขาท้าผมมาก็รับซิครับ ผมก็ขึ้นไปยืนบนแทนและพี่เขาก็ตามมาและผมสองคนก็กระโดดลงไปในสระว่ายน้ำ ผมก็ว่ายน้ำแต่ทำไมทุกครั้งที่หน้าผมลงในน้ำผมจะเห็นใบหน้าจของบอยตลอด ผมก็ว่ายไปจนครบสี่ท่า ผมเพิ่งจะรู้ว่าผมเข้าท่าพร้อมพี่เข้าเลย

      “สงสัยจะเหนื่อยเพราะว่า ตอนแรกนายทำเวลาดีมากแต่นี้ตกมาหน่อยแต่ยังถือว่าดีอยู่นะ” พี่เขาพูด อันที่จริงไม่ใช่ว่าเหนื่อยแต่ผมชะงักเพราะผมเห็นแต่ใบหน้าของคนที่กำลังงอนอยู่ต่างหาก ผมปืนขึ้นมานั่งที่ขอบสระพร้อมกับพี่เขา
      
      “พี่ชอบว่ายน้ำมากและพี่ก็เป็นตัวแทนโรงเรียนตั้งแต่ม.1 และพี่ก็อยากจะลงแข่งอีกสักปีก่อนเข้ามหาวิทยาลัย พีไม่รู้ว่าพี่จะมีโอกาสได้ทำสิ่งที่ตัวเองรักอีกไหม “ พี่เขาหันมาพูดกับผม

      “พี่จะไปต่อที่ไหนครับ” ผมถามพี่เขา

      “พี่จะไปสอบ จปร “ พี่เขาพูด ผมก็พยักหน้าไม่ใช่เล่นๆ นะเนี๊ยะ

      “น้องๆนะมาเรียนที่นี้กันทำไมเหรอครับ ทั้งที่”

      “ทั้งที่พวกผมเป็นลูกหลานเจ้าของโรงเรียน “ ผมพูดและก็ ถอนหายใจยาวๆ

      “พวกผมโดนคนที่ใหญ่ที่สุด ทำโทษเอาส่งผมมาที่นี้ ผมก็ยังไม่รู้ว่าส่งผมมาทำไม” ผมหันไปบอกพี่ภาณุ พี่เขาเหมือนจะขำผมนะ

      “ แต่นอนนี้ผมอยากรู้ว่าโรงเรียนนี้มีปัญหาอะไร ทำไมดูเหมือนจะกลายเป็นโรงเรียนล้าง”ผมพูดกับพี่ภาณุ

      “มันมีพวกอิทธิพลมืดนะ “

      “อย่าถามพี่เลยว่าใครพี่ไม่รู้หรอก “พี่เขาพูดและทำท่าจะลุกขึ้น

      “พี่ไม่มีเรียนแล้วแค่มาว่ายน้ำแก้เซ็งนะ “ พี่เขาพูด ผมก็พยักหน้าเบาๆ

      “เออ ...พี่ถามหน่อย พี่เห็นคนหนึ่งนะ เหมือนกับว่าเขาเข้าแถวห้องน้องอ่ะ มีแต่คนพูดว่าแย้งแฟนน้อง” ผมเงยหน้ามองพี่เขา ตรงไปไหม ตนยิ่งเฮิร์ทอยู่

      “โทษทีวะน้อง” พี่เขาขำผมด้วย

      “โอเคพี่” ผมก้มหน้าลง

      “แล้วทำไมอ่ะพี่” ผมถามแบบแอบเซ้งๆ

      “พี่เห็นเขาเดินเหมือนคนอกหัก น่าจะตรงไปห้องสมุด พี่ถามหาน้องคนหนึ่งเขาเป็นน้องชายของเพื่อนพี่ พี่แอบชอบอยู่นะ” พี่เขาพูดผมสะบัดหน้าไปมองใครวะ

      “แต่เพื่อนน้องมันบอกมันไม่รู้จัก เรารู้จักไหม เขาชื่อแอ้ เป็นน้องของแอร์นะ แอร์ฝากให้ดูให้หน่อย” พี่ภาณุพูดผม

      “แต่...พีได้ยินเด็กกลุ่มหนึ่งมันโทรศัพท์หาใครสักคน มันบอกว่ามันเจอเพื่อนเราในโรงเรียนและให้ใครสักคนส่งคนมาจับตัวอะไรแบบนี้แหละ หรือมันอาจจะแกล้งอำก็ไม่รู้นะ ระวังตัวหน่อยบอกเพื่อนเราด้วย”

      “ไอ้นี้มันมีดีมันคงไม่เป็นหรอกพี่ และผมคิดว่าเด็กๆมันคงอำกันนะพี่ อยู่ดีดีใครจะมาลักพาตัวกันซุ่มซี่ซุ่มห้า ” ผมพูดและก็แอบขำเล็กน้อย ผมลุกขึ้น ผมก็จะว่าจะไปห้องสมุดอยูไปหาหนังสือเกี่ยวกับกับกีฬาว่ายน้ำอ่านดีกว่า

      “เออ ...ยินดีที่ได้รู้จักนะ เราชื่อ”

      “แจ็คพี่”

      “ยินดีที่ได้รู้จักครับพี่ภาณุ” ผมพูดและพี่เขาก็โบกมือให้ผม เหมือนจะออกไปซื้อของ แต่ผมจะเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้ว ดีขึ้นไหม ไม่รู้แต่แอบคิดเรื่องไอ้หลุยส์ พี่เขาพูดจริงหรืออำผมกันแน่นะ ผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็หยิบมือถือมาและกดโทรหาไอ้ดิว

      “ดิว”

      “แจ็คอยู่ไหนวะ ตอนนี้พวกกรูกำลังไปห้องโสตทัศนศึกษาวะ” ไอ้ดิวพูด ผมเหลือบมองนาฬิกา นี้ผมว่ายน้ำและคุยกับพี่เขาจนเกือบชั่วโมงครึ้งเลยเหรอ

      “ไปเลยกูไม่ไปวะ ว่าจะไปหาที่สงบคงห้องสมุดวะ”

      “เออ ไปแล้วถ้าเจอไอ้หลุยส์อย่าไปตีมันละกัน ห้องสมุดเขางดใช่เสียง หัดมีมารยาทด้วย” ไอ้ดิวพูด สังสอนกูอีก

      “มันไม่ได้อยู่กับบอยเหรอวะ”

      “มันเหมือนมึงอ่ะ อยู่ๆก็ไม่มากินข้าว หายไปเลย บอยโทรหามันบอกขออยู่คนเดียว อะไรของมันก็ไม่รู้ มรึงอีกคน  “ ไอ้ดิวพูด

      “มันงอนอะไรบอยเหรอวะ”

      “ก็คงงอนแต่เรื่องอะไรกูไม่รู้วะ ไปถามมันเอา แค่นี้นะกูจะเข้าห้องเรียนแล้ว”

      “เออ แค่นี้ “ ผมกดวางสาย แล้วไอ้นั้นเป็นอะไรของมันอีก ผมเดินไปตรามป้ายบอกทางจนถึงห้องสมุด

      “พี่แจ็ค” มีคนเรียกผม ไอ้ป๊อดนั้นเอง

      “ผมพยายามตามหาพวกพี่อยู่” ไอ้ป๊อด มันวิ่งมาหาผม

      “จะมาถามว่าจะกินอะไรหรือไง” ผมถามป๊อดกลับ

      “ใช่แล้วครับพี่ ...เฮ้ย ไม่ใช่ครับพี่ “

      “แล้ว”  ผมถามมันกลับ ยิ่งกำลังนอยด์อยู่จะมาขวางผมทำไม

      “พี่ผมเห็นเพื่อนพี่อ่ะ ที่ตีกับพี่ในห้องอาหารเมื่อวานอ่ะ” ไอ้ป๊อดมันพูด มันช่างความจำดีแต่มันจำแต่เรื่องแย่ๆ นะไอ้นี้ ผมหันมายืนมองหน้ามัน ผมหันเตรียมเดินออก เสียเวลาผม

      “พี่แจ็คอย่าพึ่งซิพี่ เรื่องนี้สำคัญมากนะพี่ถ้าพี่ไม่ฟังผม มันอาจจะสายไปและพี่อาจจะเสียใจไปตลอดเลยนะพี่นะ” ไอ้ป๊อดมันดึงแขนผมไว้ ผมก็หันมามองหน้ามัน คิดในใจถ้าไม่สำคัญจริงนี้ผมแตะมันระบายแทนเลยนะ

      “เอ้าว่ามา กูนอยด์คนอยู่ไอ้ป๊อด” ผมบอกมัน

      “ คือว่า....มีคนมาพาตัวพี่เขาออกไปครับพี่แจ็ค ผมว่าพี่เขาจะไม่ปลอดภัยนะพี่ เพราะคนที่พาตัวพี่เขาไปนะ เป็นพวกค้ายาเลยนะพี่ “ไอ้ป๊อดพูด ผมก็เลิกคิ้วมอง

      “ผมไม่ได้โกหกนะพี่และผมเห็นว่าเขาอยู่บ้านเดียวกับพี่เขาก็น่าจะสำคัญกับพวกพี่เช่นกัน “ไอ้ป๊อดพูด ผมก็พ่นลมหายใจออกมา ถึงมันจะกวนตรีนแต่นี้ก็น่ะผมควรแยกแยะ
      
      “แล้วมันไปทางไหนวะ” ผมถามไอ้ป๊อด แต่จะว่าไปมันก็เหมือนจะตรงกับที่พี่ภาณุบอกผมอยู่น่ะ นี้คงไม่ใช่มุขเล่นตลกแน่ๆ

      “ไปทางหน้าประตูอ่ะพี่ พี่รีบไปนะ เพราะว่าถ้าเขาเอาตัวพี่เขาไปได้นะ พี่จะหาเขาไม่เจอนะทีนี้”  ผมหยิบมือถือขึ้นมา อ้าว แบดหมดซะงั้น เปิดเพลงทิ้งไว้ แบทเลยหมด ทำไงดีละ

      “เออ ขอบใจวะ ไอ้ป๊อด  แต่มึงช่วยวิ่งไปบอกไอ้ดิวนะ มันอยู่ห้องโสติให้มันตามพี่มาด่วน  “ ผมคงต้องวิ่งไปก่อนถ้ามัวแต่ตามหาไอ้ดิวไอ้หน้าตี๋คงโดนซิวและหายไปเลยอย่างที่ไอ้ป๊อดมันว่า

      “โสด..สนิทไหมพี่”  ไอ้ป๊อดมันยังมีหน้ากวนผมอีกนะ หน้าซิวหน้าขวานขนาดนี้

      “เท้ากูนี้แหละที่แนบหน้ามึงสนิทเลย... รีบไป” เมื่อไอ้ป๊อดได้ยินเช่นนั้นมันออกวิ่งเพื่อไปหาไอ้ดิว และผมก็รีบวิ่งไปด้านหน้าโรงเรียนเลย ต่อให้มันเป็นศัตรูหัวใจผมแค่ไหนแต่ผมจะเห็นมันถูกทำร้ายไม่ได้หรอก ไอ้ตี๋เอ๋ย มรึงนิหาเรื่องชัดๆ แทนที่มรึงจะอยู่ติดกับพวกไอ้ดิวไว้ ไอ้หน้าตี๋ ไอ้ตาชั้นเดียว ผมด่ามันไปด้วยวิ่งไปด้วย

      “น้องๆ เห็น เออ เห็น” ผมกลุ่มเด็กกลุ่มหนึ่งไว้ดูน่าจะนั่งแถวนี้นานแล้ว น้องเขาเหมือนกำลังคุยอะไรกันอยู่

      “เห็นเพื่อนพี่ไหม “

      “หน้าตาอาตี๋ๆ ตาชั้นเดียว” ผมอธิบาย

      “โห้ยพี่ ตาชั้นเดียวโรงเรียนนี้มีตั้งหลายคน” เออจริงด้วยแต่ผมไม่รูว่าจุดเด่นมันคืออะไรเครื่องแบบก็เหมือนๆกันไปหมด และที่สำคัญผมไม่ได้สังเกตุอะไรมันเลยเพราะว่าผมทำเป็นไม่อยากสนใจมัน 

      “นี้พี่เป็นนักเรียนใหม่ใช่ไหมคะ” มีน้องนักเรียนหญิงคนหนึ่งทักผมขึ้น

      “ใช่ครับ เห็นเพื่อนพี่ไหมครับ มีคนบอกว่ามีคนนอกมาพาเพื่อนพี่ออกไป” ผมพูดดูน้องๆทำหน้าคิดกัน

      “ใช่กลุ่มที่เพิ่งจะเดินผ่านไปหรือเปล่าวะ มีพี่คนทีเดินตรงกลางอ่ะ ที่แกบอกหล่อโคตร ทำไมมาเดินกะไอ้พวกที่หน้าเหมือนโจรอ่ะ” น้องเขาหันไปคุยกันแต่ผมรีบแอบฟัง

      “อุ้ย! คือพี่รีบนะครับน้องรบกวนบอกพี่เร็วๆหน่อยครับ” ผมเห็นน้องๆหันมามองผมแบบว่าผมอาจจะเสียมารยาทไป

      “แต่งตัวดีดีน่ะพี่ หล่อๆ ตัวขาวๆ มีนาฬิกาของแอปเปิ้ล รุ่นเดียวกับพี่เลยแต่สีดำของพี่มันสีขาว” น้องเขาพูด ใช่ผมเห็นอยู่แต่ด้วยความหมั้นไส้มันผมเลยไม่ได้ทักมัน

      “ใช่เลยน้อง มันไปทางไหน” ผมคิดว่าไอ้หลุยส์แน่ๆ

      “ไปทางโน้นค่ะ” “ไปทางโน้นครับ”

      “ขอบใจมาก” ผมออกวิ่งทันทีอย่างไม่รอช้า ผมหวังว่าไอ้ดิวจะตามผมมาเร็วๆนี้ เพราะผมคนเดียวจะเอาอยู่ได้ไง ผมวิ่งมาจนถึงประตู

      “เดี๋ยวจะไปไหนครับคุณ” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ยืนที่หน้าประตูเรียกผมไว้ ผมหยุดด้วยอาการหอบวิ่งมายาวมาก

      “เห็น ... เห็น...เห็น” ผมพูดแต่มั   นเหนื่อยอยู่

      “เห็นคุณนี่แหละจะวิ่งไปไหนครับโรงเรียนยังไม่เลิกเลย” รปภ.ถามผม

      “ลุงเห็นเพื่อน...” ผมพูดแต่ผมเหลือบไปเห็น มีกลุ่มหนึ่งเหมือนมันกำลังจะดันใครสักคนให้เข้าไปในรถ ไอ้หลุยส์แน่ๆ ผมก็วิ่งออกไปทันทีผ่านประตู

      “เฮ้ยหยุด!” ผมตะโกน พวกมันหันมามองผม ผมไอ้หน้าตี๋ รปภ วิ่งมาดึงแขนผมไว้

      “บอกว่าห้ามออกจากโรงเรียนไง เดี๋ยวเรียกครูฝ่ายปกครองเลย”

      “เรียกเลย และลุงดูนั้น เพื่อนผมกำลังถูกลักพาตัว ลุงนะเดี๋ยวก็ได้หางานใหม่หรอก” ผมหันไปตะโกนบอกลุงเขา

      “นั้นเขารับไปเยี่ยมพ่อป่วยหนัก”

      “โอ๊ย! นั้นมันเพื่อนผม และพ่อมันไม่ได้ป่วย หรือจะให้ลูกเจ้าของโรงเรียนโทรบอกพ่อมันลุง ปล่อยแขนผม ผมจะไปช่วยเพื่อน” ผมพูดและสะบัดแขน

      “ถ้าจะให้ดีโทรแจ้งตำรวจ” ผมบอกลุงเขาและสะบัดมือให้หลุดและวิ่งตามไปทันที

      “กูบอกให้หยุด มึงพาเพื่อนกูไปไหน” ผมพูดมองคนที่จับแขนไอ้หลุยส์มันก็มองผมแบบไม่อยากเชื่อสายตา ผมเห็นว่ามีมีดจ่อไอ้หลุยส์อยู่นะ

      “มึงเป็นใคร มึงมาเสือกอะไรด้วย” ไอ้คนที่ยืนอยู่มันกอดอกมองผม และแขวางมีดไปด้วย ผมก็กลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอ

      “มึงไม่มีสิทธิ์จะมาพาเพื่อนกูไป ปล่อยเพี่อนกูคืนมา” ผมพูด

      “ถ้าอย่างนั้น พวกกูคงต้องกระทีบมึงก่อนใช่ไหมวะถึงจะได้ไป” ไอ้คนที่พูดมันก็ค่อยๆเดินเข้ามาหาผม ผมก็ตั้งท่า เอาวะสู้ผมคิดในใจ

      “โอ๊ย...เชี้ยะเอ๊ย มันสาดดินใส่หน้ากู” ผมได้ยิน ไอ้คนที่ยืนเอามีดจ่อบังคับไอ้หลุยส์มันร้องเพราะว่าไอ้หลุยส์มันสาดขี้ดินใส่หน้าไอ้คนที่ล๊อกแขนมันไว้และมันก็วิ่งถอยออกไป ผมก็พอจะเป็นวิชาป้องกันตัวมาบ้างก็เต๊ะ ไอ้คนที่ย่างเท้าเข้ามาหาผม ผมเลือกเต๊ะให้มีดมันกระเด็นไปก่อน  ไอ้หลุยส์มันเดินปรี่เข้ามาหาผมสีหน้ามันตกใจและแปลกใจ

      “มึงรู้ได้ไงว่ากู....”ไอ้หลุยส์มันกระซิบถามผม ผมสองคนมองสี่คนที่กำลังจะเข้ามาล้อมผมสองคน

      “เรื่องยาววะ แต่กูรู้แล้วกัน” ผมหันไปบอกมัน

      “เอาไงดีวะ “ ไอ้หลุยส์มันกระซิบถามผม

      “ป้องกันตัวไว้ก่อนแล้วกัน กูบอกรปภ.ว่าให้โทรเรียกตำรวจ และไอ้ดิวคงลงมาเร็วๆนี้” ผมกระซอบบอกไอ้หลุยส์

      “เอาแม่งไปทั้งสองคนเลยแล้วกันดูท่าไอ้นี้ก็มีตังวะ”ผมได้ยิน เพราะว่ามันมองโทรศัพท์มือถือรุ่นไหมที่ยังไม่ลงวางตลอดมากหนัก

      “ผลัก “ มันตรงเข้ามาผมก็ปล่อยหมัดตะบันหน้ามันไป

      “ผลัวะ”ไอ้หลุยส์ก็แจกตีนถีบอีกคนออกไป แต่จัวหวะนั้นอีกคนก็ต่อยเข้าที่ใบหน้าไอ้หลุยส์ ผมก็วิ่งไปดูมัน

      “เฮ๊ย!” ผมเรียกไอ้หลุยส์ และอีกสองคนกำลังเข้าใส่ ผมก็ลุกขึ้นและต่อยมันไปแต่ก็โดนต่อยกลับมาลงไปกองเหมือนกัน

      “ซ่าหนัก งั้นกูจัดให้ เกิดมาดีดีไม่ชอบชอบผิดเพศไปเกิดใหม่” ไอ้คนที่ผมเตะมันจนมีดกระเด็นไปมันก็ลุกไปคว้ามีดมาใหม่ และมันก็ทำท่าวิ่งตรงเข้ามาแท่งผมแต่

      “ผลัก” เสียงบางสิ่งกระทบร่างไอ้คนนั้น และร่างนั้นก็ลอยกระเด็นลอยไปเหมือนในหนังไม่มีผิดเพี้ยน

      “ผลัก ผลัวะๆ “ เสียงหมัดกระทบใครสักคนแบบรัวๆ “เฮ๊ยย!” ผมสองคนที่กอดกันกลมหลับตาปรี่อยู่ คิดว่าได้ไปเกิดใหม่แล้วจริงๆ  พอสิ้นเสียงผมกับไอ้หลุยส์ที่กอดกันอยู่ก็ค่อยๆลืมตาขึ้นและมองไปรอบๆ ไอ้พระเอกประจำกองของผมไอ้ดิวครับ มันกระโดดถีบอีกคนกระเด็นไปเลยและอีกคนที่มันต่อยถึงกับหมอบลุกไม่ขึ้นเลย อีกสองคนที่ยืนมองเพื่อนหมอบไปหนึ่ง คืบคลานอีกคนด้วยท่าทีที่ตกใจไม่เคยเห็นละซิ 

      “หมับ “ ไอ้ดิวมันยืนมือมาดึงผมสองคนให้ลุกขึ้นคราวนี้มี4คนแล้ว พวกมันเหลือสามคนเพราะอีกคนสลบค่าที่

      “เป็นอะไรกันไหมว่ะ”ไอ้ดิวมันถามผม ผมส่ายหัวมีแค่โดนกำปันไปคนละมันไม่เท่าไหร่ ส่วนพวกมันหันมองหน้ากันเหมือนจะเอายังไง ไอ้ดิวก็เตรียมพร้อมลุยบีบหมัดดังกร๊อปแกร็ป  นั้นก็แปลว่าดิวมันพร้อมรบ ไอ้คนที่ยืนคู่กันมันหันไปมองหน้ากัน ตกลงกันไม่ได้ว่าใครจะเข้ามาก่อนดี

      “เข้ามาทั้งคู่และกูพร้อม!!”ไอ้ดิวมันเรียกแต่มันก็ยังคงมองหน้ากันและทำท่าจะถอยดีไหม

      “ผลัวะ ...ฟิ้ว...ตุ๊บ!”

      “เฮ๊ยย!” เล่นเอาผมไอ้หลุยส์และไอ้ดิวร้องเสียงหลงเพราะว่าไอ้คนที่สลบด้วยหมัดไอ้ดิวนะ มันดันฟื้นและหยิบมีดปรีจะเข้ามาแท่งไอ้ดิวแต่มันไม่ผ่านเท้าไอ้แอ้ มันเลยกระเด็นไปและสลบอีกรอบครับ รอบหนี้คงยาว ไอ้แอ้เตะหลังสไตล์คาราเต้

      “ชิบหายแล้ว!”ไอ้ดิวมันร้องเสียงหลง และมันก็มองหน้าแอ้ที่ยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่ก่อนจะเดินไปหยุดร่างที่นอนสลบเหมือดและมันก็ทำนิ้วเช็คชีพจน

      “ดูท่ายืนดิเท่ขนาดนี่มันไปอยู่สายโอเมก้าได้ไงว่ะ” ไอ้หลุยส์มันกระซิบกับผมมันหมายถึงไอ้แอ้

      “แค่สลบว่ะ” ไอ้ดิวมันเงยหน้าบอกพวกผม และหันไปมองที่ยืนกอดกันกลมว่าเอายังไง ขาสั่นด้วย

      “หยุดนะ คุณตำรวจทางนี้เลยครับ” ผมได้ยินเสียงครูพัฒน์นั้นเอง

      “เพ่นดิวะ ฝากไว้ก่อนนะมึง!”

      “มึงยังจะกลับมาให้พวกกูกระทืบมึงเหรอ ไอ้เชี้ย!!” ไอ้ดิวมีนด่าตามหลังพวกนั้นมันก็รีบวิ่งขึ้นรถและไม่ลืมที่จะลากเพื่อนมันไปด้วย ครูพัฒน์ก็วิ่งตรงเข้ามาหาพวกผม แต่พวกผมยังไม่เห็นมีตำรวจสักนายนะตอนนี้

      “พวกเธอเป็นอะไรกันหรือเปล่า “ ครูพัฒน์ถามพวกผม

      “ไม่ครับ” ผมพูด

      “พวกนี้เข้ามาได้ยังไง สงสัยพี่ต้องแจ้งให้ประชุมครูกัน เรื่องแบบนี้จะได้ไม่เกิดขึ้นอีกและไงหลุยส์พวกนั้นเข้าไปหาเราได้ยังไง” ครูพัฒน์ถามผมหันไปมองหน้ามัน

      “ผมนั่งอยู่ในห้องสมุดนะครับ ก็มีเด็กนักเรียนรุ่นน้องเข้าไปเรียกผม บอกว่ามีเพื่อนมาหา ตอนแรกผมคิดว่าบอย ผมเลยเดินออกมาและไอ้พวกนี้มันก็ประกบผมและเอามีดจี๋ผมออกมาครับ “ ไอ้หลุยส์พูด

      “เอาละไปกลับไปขึ้นห้องเรียน อ้อดูท่าเราจะเจ็บนะหลุยส์และแจ็คด้วย ไปทำแผลกันก่อนที่ห้องพยาบาลนะ” ครูพัฒน์พูดและเดินกลับไปที่ลุงรปภ.คงไปต่อว่าอะไรลุงแก

      “ไปว่ะ ทุกคนเป็นห่วง” ไอ้ดิวพูด ผมก็เดินกลับเข้าโรงเรียน

      “หมับ” มีคนจับแขนผมไว้ ไอ้หลุยส์นั้นเอง

      “ขอบใจวะ “

      “เออ..ไม่เป็นไร ...ยังไงมึงก็...มาอยู่บ้านกู มึงก็น่าจะเป็นคนสำคัญและก็เป็นเพื่อนพวกกูเหมือนกัน “ ผมพูด

      “ถึงมึงจะกวนตีนกูเอาไว้เยอะก็เถอะแต่กูก็ทนให้ใครมาทำร้ายมึงไม่ได้วะ” ผมบอกมัน ดูมันทำหน้าตาเหมือนจะร้องไห้

      “เฮ๊ยย นี้มึงดีใจหรือมึงเสียใจเนี๊ยะ” ผมถามไอ้หน้าตี๋

      “กูเป็นเพื่อนพวกมึงแล้วเหรอวะ” ไอ้หลุยส์

      “เออมั้ง” ผมพูดและพยักหน้า และผมกำลังจะเดินหันหลัง มันก็ยังจับแขนผมไว้ ผมหันมามองไอ้นีจะทำให้ผมขนลุกก็ตอนนี้แหละ

      “บอยเขารักมึงมากวะ แต่ที่เขาพยายามไม่คุยกับมึงเพราะเขาอยากให้กูอยู่” ไอ้หลุยส์มันพูด ผมก็มองหน้ามัน

      “คือกูยื่นข้อเสนอว่าถ้าอยากให้กูอยู่เขาต้องอยู่ห่างมึงอ่ะ เพราะกูบอกที่กูจะไม่อยู่เพราะกูทนเห็น”

      “มึงกับเขารักกันไม่ได้วะ” ไอ้หลุยส์มันพูด

      “และที่บอยทำก็เพื่อพวกมึงวะ ถ้ากูไม่อยู่พวกมึงจะเดือดร้อนและบอยคงห่วงมึงที่สุดวะ”ไอ้หลุยส์พูด ผมอึ้งเลยดีน่ะที่ไม่ได้หลุดปากขอเลิกไปซะก่อนเพราะว่าที่ผมเป็นคนที่อดทนไม่พอ

      “มึงอย่าไปโกรธบอยเลยวะ กูเอง” ไอ้หลุยส์มันพูด ผมหันมาและตบบ่ามัน

      “ใจวะ...ฟ๊อด!” ผมพูดและหอมที่หน้าผากมันอย่างแรงเสียงดัง

      “หยี้”มันดันผมออกและเอามือปาดหน้าผากมันไปมา ไม่ใช่แค่ไอ้หลุยส์นะไอ้ดิวยังทำท่าขนลุกอีก

      “What the f**k are you doing? It’s disgusting! ” ไอ้หลุยส์มันสะบดออกมาดังๆ

      “ให้รางวัลไงและกูต้องไปหาเมียกูก่อนวะ”ผมพูดและผมก็ไม่รอช้า ผมต้องไปขอโทษเขา ขอโทษที่ผมพูดกับเขาตอนเที่ยง ขอโทษที่แจ็คไม่รู้จักอดทนให้มากพอ
           
      “แจ็ค หลุยส์ “ บอยวิ่งลงมา ผมก็ยืนมองบอย

      “แจ็ค” ....  “บอย” ผมเรียกชื่อพร้อมกัน ผมวิ่งเข้าไปหาบอยก่อนเลยและผมก็กอดเขาไว้

      “แจ็คขอโทษบอย แจ็คขอโทษที่แจ็คพูดกับบอยไม่ดี..เมื่อตอนบ่าย” ผมพล้ำแต่บอกขอโทษ

      “เป็นอะไรไหม บอยได้ยินว่าพวกมันมีมีด”  บอยดันผมออกและมองหน้ราผม

      “ไม่เป็นไรครับ” ผมบอกบอย
 
      “แล้ว” บอยถามหลุยส์ ที่เดินเข้ามาพร้อมไอ้ดิว

      “ไม่เป็นครับ ไอ้ไอ้แจ็คมันช่วยไว้ ดีทีมันมาทันไม่งั้น..ก็ไม่รู้อาจจะไม่ได้เจอบอยอีก” หลุยส์พูด

      “จริงอะ” บอยทำเสียงไม่เชื่อผมอีก ผมก็หันไปเหล่มองหลุยส์

      “ทำไมชอบทำเสียงแปลกใจอยู่เรื่อยเลย ...จริงครับ “ ผมพูดแต่มันทำให้คนตรงหน้าผมยิ้มปริ่ม

      “พากันไปทำแผลและกลับขึ้นห้องเลยนะ อย่าพยายามออกไปไหนกันนะ เดี๋ยวครูจะเรียกประชุมครูและรปภ.เพื่อนหาทางป้องกัน” ครูพัฒน์บอกพวกผม พวกผมก็พยักหน้าและพากันไปห้องพยาบาล

      “แจ็คเป็นไงมั้งวะ “ ไอ้ติ๊กมันเดินลงมากับพาย

      “ไม่เป็นไรแล้ว”

      “แล้วไอ้หลุยส์ละ โธ่ พ่อขมองอิ่ม นี้ถ้ามึงเป็นอะไรไปกูนี้คงต้องตั้งหลักปักฐานแม่งที่นี้แน่”ไอ้ติ๊กมันพูด ไอ้หลุยส์หันมาเหล่ผม

      “เออกูไม่เป็นไร” ไอ้หลุยส์มันตอบไอ้ติ๊ก

      ผมพากันไปทำแผลที่ห้องพยาบาลทำแผล จะว่าไปเจ็บตัวนิดหน่อยแต่เหมือนจะได้เพื่อนเพิ่มมาก็ถือว่าคุ้มนะสำหรับผม ผมกลับไปเข้าห้องเรียน บอยก็กลับมานั่งกับผม ดูเหมือนว่าพวกไอ้ดิว ไอ้แอ้ ไอ้ติ๊กและพายและต้นข้าวกับบลูจะคุยกับไอ้หลุยส์ได้มากขึ้น เพราะว่ามันไม่นั่งเก็กตลอดเวลาแล้วนิ จนถึงเวลากลับบ้านพวกผมก็รีบเดินลงเพื่อไปนั่งรถกลับบ้าน ถามว่าเหตุการณ์เมื่อบ่ายก็ทำให้พวกผมเริ่มกลัวๆมากขึ้น เหมือนเป็นบ้านป่าเมืองเถือนเลยจริงๆ

      “นี้ไงพี่คนนั้นนะ ต่อยจนสลบเลยอ่ะแก เท่อ่ะ”
      
      “แต่พวกเขาเป็นเกย์นะ”

      “เป็นหรือไม่เป็นไม่รู้ ใครสน” ผมได้ยินสาวเอ่ยชมไอ้ดิวกันใหญ่เลย ไม่ใช่แค่สาวๆนะ พวกผู้ชายก็มองไอ้ดิวแบบคงกลัวหมัดมันแน่ๆ ผมออกขึ้นรถกันที่ด้านหน้า ครูพัฒน์คงแจ้งพี่คนขับให้ขับเข้ามารับผมได้ด้านใน

      “หลุยส์ ขึ้นรถคันเดียวกันดิวะ”ผมหันไปเรียกไอ้หลุยส์ มันก็พยักหน้า คันที่ผมนั่งก็จะมีผม บอยและไอ้หลุยส์ อีกคันก็จะมีดิว แอ้และพาย ไอ้ต้นข้าวและบลูมันแยกกันก่อนเพราะมันคงไปทางลับและออกไปหาไอศครีมทานกันก่อน ผมนั่งคุยกับบอยก็วันนี้ไม่ได้คุยกันเลยทั้งวัน ส่วนไอ้หลุยส์มันยุ่งกับมือถือของมันจนกระทั้งถึงบ้าน




ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1

ต่อจากหลุยส์มึงเพื่อนพวกกูแล้วและบอยVSแจ็คNC18+กันเบาๆ

 

“หลุยส์ ขึ้นรถคันเดียวกันดิวะ”

แจ็คผมหันไปเรียกไอ้หลุยส์ มันก็พยักหน้า คันที่ผมนั่งก็จะมีผม บอยและไอ้หลุยส์ อีกคันก็จะมีดิว แอ้และพาย ไอ้ต้นข้าวและบลูมันแยกกันก่อนเพราะมันคงไปทางลับและออกไปหาไอศครีมทานกันก่อน ผมนั่งคุยกับบอยก็วันนี้ไม่ได้คุยกันเลยทั้งวัน ส่วนไอ้หลุยส์มันยุ่งกับมือถือของมันจนกระทั้งถึงบ้าน

 

 

“บอยขอไปโทรหาพ่อก่อนนะ เข้าไปแจ็คกับหลุยส์คุยกันก่อน” บอยบอกผมกับหลุยส์ ผมพยักหน้า ผมเดินเข้ามาแต่ไม่เห็นพวกไอ้ดิว

 

 

“ส่งสัยไอ้ดิวเข้าไปยิมนะ ไอ้นี้มันบ้าพลัง” ผมพูดขำๆ

 

 

“เบียร์สักขวดไหมวะ” ผมถามไอ้หลุยส์ มันหยักไหล่ ผมเดินเข้าไปในครัวก็หยิบขวดเบียร์ที่แช่อยู่เปิดและเดินออกมา ผมนั่งลงที่โซฟาข้างๆ ไอ้หลุยส์พร้อมกับส่งขวดเบียร์ให้

 

 

“ใจวะ” ไอ้หลุยส์พูด

 

 

“กูเคยเจอมึงมาก่อนไหมวะหลุยส์” ผมถามไอ้หลุยส์

 

 

“เคยดิ แต่กูยังไม่เจอบอย เจอแต่พวกมรึงวะตอนนั้น กูไปธุรกับพ่อและพ่อก็พากูกับแม่ไปพักร้อนกันด้วย “ไอ้หลุยส์พูด ผมพยักหน้า

 

 

“ตอนนั้นกูมีแฟนแล้ว เป็นผู้หญิง เธอสวยมาก ในตาสีฟ้า เธอเป็นคนสวยที่สุดและกำลังจะเป็นดาราเด็ก” ไอ้หลุยส์พูดก่อนจะกระดกเบียร์เย็นลงคอไป

 

 

“บอยบอกกูว่ามึงเจอเรื่องสะเทือนใจมาวะ “ผมถามไอ้หลุยส์ ไอ้หลุยส์มันมองหน้าผมก่อนจะวางขวดเบียร์ลง

 

 

“ใช่เหตุมันเกิดหลังจากที่พ่อแม่และกูกลับไป เหตุการณ์วันนั้นกูจำได้ไม่มีวันลืม” ไอ้หลุยส์พูดด้วยน้ำเสียงที่ผมรู้สึกได้ว่ามันคงฝังลึกและนี้คงสะเทือนใจมันมากๆ

 

 

“มีคนบุกมาที่บ้าน มันกราดยิ่งทุกคนคนใช้ ในบ้านทุกคนทั้งหมดห้าสิบชีวิตต้องมาตายและในตอนนั้น พ่อเอากูเข้าไปแอบในห้องหนึ่งและท่านก็วิ่งออก และไม่กลับมา กูอยู่ในห้องนั้นด้วยความหวาดกลัว จนกระทั้งที่คนเข้ามาเปิด กูคิดว่าพวกที่มาและกรูคงตายแต่ไม่ใช่ เขาเป็นคนที่สวมเครื่องแบบทหารและเขาคือคนที่พากรูออกไปอยู่ที่ปลอดภัย งานศพพ่อแม่กรูยังไปไม่ได้เลย” ไอ้หลุยส์พูดผมนี้วางขวดลงทันที

 

 

“กูเสียใจด้วยจริงๆ วะ”

 

 

“พ่อกูจากไปแต่ทิ้งไว้ซึ้งมรดกและความรู้ต่างๆ มากมาย” ไอ้หลุยส์พูด

 

 

“พ่อกูคือคนที่คิดค้นผลิตขีปณาวุธต่างๆ และกรูก็จะดำเนินการต่อเหมือนพ่อกูว่ะ “ไอ้หลุยส์มันพูด ผมถึงบ้างอ้อเลยว่าทำไมมันคือคนสำคัญเช่นกัน

 

 

“พวกมึงละทำไมมาอยู่ที่นี้ว่ะ นี้กูเรียนมหาวิทยาลัยแบบออนไลน์ไปแล้วแต่กรูรู้ว่าบอยจะมากรูเลยตาม” ไอ้หลุยส์พูด ผมก็หันไปมองหน้ามัน

 

 

“พวกกูนะซ่ากันมากไง ส่วนกูน่ะหนักหน่อยตั้งแต่บอยหายไปกูเกเร กูรู้ตัว”

 

 

“3 ปีนี้กูเกเรมากจริงๆ” ผมบอกไอ้หลุยส์

 

 

“และพวกกูก็ถูกส่งมที่โรงเรียนนี้ เพื่อแกไข กูยังไม่รู้เลยว่าต้องทำยังไง ที่จะทำให้โรงเรียนนี้กลับมามีนักเรียนเยอะขึ้นและพวกกูไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น จับต้นชนปลายไม่ถูกวะ” ผมหันมาพูดกับไอ้หลุยส์ มันก็พยักหน้า

 

 

“ยิ่งในห้องเรียนนะ มึงไม่เจอแม่งไม่มีมิตรภาพเลยด้วยซ้ำ แต่วันนี้พวกมันไม่มาไปไหนกันก็ไม่รู้วะ”

 

 

“แต่กูก็คิดว่ากุญแจที่จะช่วยไข คือพวกมันว่ะ “ผมพูดกับไอ้หลุยส์มันก็มองหน้าผม

 

 

“แต่พวกมันไม่เอาพวกกูเลยวะ ชื่อพวกกูยังไม่รู้จักแม่งเลย” ผมบอกไอ้หลุยส์

 

 

“เอานะ...กู ..จะช่วยพวกมึงเองว่ะ” ไอ้หลุยส์มันหันมาบอกผม

 

 

“อ้าวมึงไม่กลับแล้วเหรอว่ะ “ผมพูดไอ้หลุยส์มันมองหน้าผม

 

 

“เฮ้ย! กูไม่ได้ไล่ กูคิดว่ามึงอยากกลับไปใช่ชีวิตที่ดีกว่านี้วะ เพราะดูดิ แค่มึงมาวันแรกมึงก็เสี่ยงแล้วไอ้หลุยส์” ผมบอกมัน

 

 

“กูตัดสินใจมาแล้ววะแจ็ค กูเอาด้วยว่ะ เพราะกูคิดวากูอาจจะได้อะไรดีดีกลับไปวะ แต่ที่แน่ๆ กูได้มรึงเป็นเพื่อกูแล้วว่ะ” ไอ้หลุยส์มันหันมาบอกผม ผมก็ยิ้มเท่ๆ ให้มันและมันก็หยิบขวดเบียร์ขึ้นมาและผมก็ชนกัน

 

 

“แด่มิตรภาพวะ   มึงและกู” ไอ้หลุยส์

 

 

“หลุยส์ แจ็ค “บอยเดินเข้ามาพอดีเลย

 

 

“โทษทีนะ นานไปหน่อย พอพ่อวางสายเพื่อนบอยก็โทรมาพอดีเลย” บอยพูด ผมสะบัดหน้าไปมองมีเพื่อนอีกเหรอ

 

 

“ใครอ่ะบอย “ผมถามบอยอย่างไว

 

 

“เพื่อนนะ “บอยบอกผม ไอ้หลุยส์มันหันมาเหล่ผม

 

 

“ถ้าอย่างนั้นกูขอขึ้นไปอาบน้ำก่อนวะ” ผมหันไปบอกไอ้หลุยส์ ผมเห็นมันกางโน๊ตบุคเครื่องบางของมันแสดงว่ามามันอาจจะต้องการเวลาที่เป็นส่วนตัว

 

 

“บอยจะนอนห้องเดียวกับไอ้แจ็คมันก็ได้นะ หลุยส์นอนอีกห้องเองและหลุยส์จะไม่บอกอาณะ “หลุยส์มันบอกผมกับบอย

 

 

“เออ “บอยทำท่าคิดและหันมามองหน้าผมก่อน

 

 

“ขอบใจนะหลุยส์” บอยพูดและผมก็ยื่นมือไปแทคทีมแตะมือกับมันเป็นการขอบใจแทน

 

 

“กูขอดูหุ้นกูก่อนวะ เดี๋ยวขึ้นห้องว่ะ “ไอ้หลุยส์มันพูด ผมหันมามองบอย ผมพยักหน้าและผมก็ดึงแขนบอยว่าให้ขึ้นห้องกัน ผมกับบอยเดินไปที่ห้องนอน พอเข้ามาในห้องผมก็มองบอย

 

 

“เพื่อนคนไหนอ่ะบอย จะมาแบบไอ้หลุยส์อีกมันอ่ะ” ผมถามบอย

 

 

“แจ็ค นี้แจ็คไม่เชื่อใจบอยเลยหรือไง คนนี้นะเพื่อนสนิทบอย ที่จริงก็เจอกันบ่อยตอนเด็กๆ พ่อของเขาเป็นนักธุรกิจอันดับต้นๆ เหมือนกับพ่อของบอยและพ่อแจ็คนันแหละ

 

 

“แจ็ค” บอยเรียกผม

 

 

“เขาคือใครอ่ะ” ผมถามบอย

 

 

“เขาจะมาเรียนกับบอยเช่นกัน”

 

 

“ฮะ! จะมา'แบบไอ้หลุยส์อีกไหมอะบอย”

 

 

“ไม่ใช่แน่นอน ..แจ็คนี่” บอยพูดและส่งรูปในมือถือให้ผมดู ผมก็ดู น่ารักโคตรๆ เลย

 

 

“มีแฟนยัง” ผมถามบอยทันที

 

 

“ทำไมละจะจีบเหรอ” บอยถามผมยิ้มๆ

 

 

“ไม่...มีคนเดียวและเป็นคนเดียวตลอดไป แต่จะให้ไอ้หลุยส์มันเพื่อว่ามันจะดีขึ้น” ผมพูด บอยมองหน้าผมแบบมีเลศนัย

 

 

“แจ็คพูดจริง ไม่ได้หมายความว่าจะเขี่ยมันออกไปแต่เพื่อว่าคนนี้จะช่วยลบบาดแผลในใจมันได้ไงครับ” ผมบอกบอย บอยก็พยักหน้า

 

 

“ตอนนี้มันก็คือเพื่อนแจ็คคนหนึ่งแล้วบอย และแจ็คก็ทำตามที่บอยบอกนะว่าให้ลองเปิดใจให้มันไง และถ้ามันมีรักอีกครั้งชีวิตมันจะมีสีสันขึ้นนะ แจ็คว่า” ผมบอกบอย บอยพยักหน้าและกำลังจะหันหลังเดินออกแต่ผมรวบเอวบางๆ นั้นไว้

 

 

“วันนี้แจ็คทำดีอ่ะบอย...ขอรางวัลได้ไหมครับ” ผมถามบอย บอยหันมามองผมทำหน้าตกใจ

 

 

“นะครับ แจ็คขอรางวัล “ผมบอกบอย บอยคงรู้ว่าผมหมายถึงอะไร มันน่าจะมากกว่าการกอดและจูบแน่ๆ ผมมองบอยและเมมริมฝีปากตัวเอง สายตาผมยังจับจ้องที่บอย บอยก็พยักหน้าให้ผมเบาๆ

 

 

“แต่บอยกลัว”

 

 

“ไม่ต้องกลัวครับ แจ็คจะไม่ทำอะไรรุ่นแรง ครั้งแรกมันก็จะผิดพลาดหน่อยๆ แต่ครั้งนี้แจ็คพอ

จะมีประสบการณ์มาบ้าง ไปเรียนมาเพื่อมาใช่กับคนนี้เลยนะ” ผมพูดและผมก็ค่อยๆ ดันบอยเข้าไปอาบน้ำด้วยก่อน อาบน้ำอย่างเดียวอย่างอื่นมารอทำบนเตียง

 

 

“หมับ” ผมกอดบอยที่เหมือนจะเขินอายผม สามปีที่เราห่างกันไป รูปร่างที่เปลี่ยนไปของบอย ผมเดินมาหาคนที่นั่งมองผมอยู่ที่เตียงนอนเขาคงรู้สึกประหมามิใช่น้อย ผมก็จัดการเดินไปหยิบอุปกรณ์ที่ต้องใช่พวกเจล แต่ว่าถุงนะควรไหม ผมหันไปมองบอย บอยก็มองผม

 

 

“ใส่ถุงด้วยนะแจ็ค” บอยบอกผม ผมก็ขมวดคิ้วมองบอย

 

 

“ทำไมอ่ะไม่ไว้แจ็คเหรอ” ผมถามบอย หรือบอยคิดว่าผมไปมีอะไรกับใครหลายคนจน

 

 

“บอยไม่ได้คิดแบบนั้น ใส่ด้วยนะ มันดีกับเราทั้งคู่” บอยพูดผมพยักหน้าว่าก็ได้แม้จะแอบน้อยใจอยู่บ้าง แต่ก็ทำตามที่บอยบอก ผมเดินมาถึงก็ดันร่างบอยลงไปที่เตียง

 

 

“แจ็คจะสั่งเตียงนอนแบบคิงไซด์มาดีกว่า เราจะได้นอนกอดกันไม่ใช่สองเตียงแยกกันแบบนี้” ผมพูดบอกบอย บอยก็พยักหน้าเบาๆ ผมค่อยๆ คลานขึ้นมาค่อมร่างบอยเอาไว้ บอยสวมเสื้อคุมผมก็ใช้นิ้วมือรูดสายขาดเอวออกและเผยให้เห็นผิวที่ขาวและสวย ผมว่าสวยกว่าผู้หญิงหลายๆ คนซะอีก

 

 

“ขอแจ็คนะครับ “ผมพูดก่อนจะก้มลงพรมจูบไปทั่วแผ่นอกแบนๆ นั้น ร่างบอยก็ตอบสนองต่อลิ้นที่ผมใช้ละเลง แม้จะเคาะเขินอยู่มาก็ตาม มันยิ่งทำให้ผมกระหยิมยิ้มย่องเพราะนั้นแปลว่าบอยไม่เคยทำแบบนี้กับใครแน่นอน

 

 

“อืมม” ผมเลื่อนตัวขึ้นจูบบอยสองร่างที่กอดรัดกันบนเตียง บอยเริ่มเรียนรู้และตอบสนองผมกลับอย่างที่ผมทำให้ ผมค่อยๆ เลื่อนลงมาที่หน้าท้องเลื่อนลงมาเรื่อยๆ จน ผมก็เจอบางสิ่ง

 

 

“บอยมีรอยสักด้วยเหรอ” ผมถามบอย เพราะว่ามันอยู่ตรงท้องน้อยพอดีเลย และดูเหมือนมีรอยแผลเป็นด้วย

 

 

“บอย เออ “บอยกระดกหัวขึ้นมองผม

 

 

“นี้บอยไปโดนอะไรมา มันเหมือนแผลผ่าตัดเลยอะบอย” ผมถามบอยทันที ผมตกใจมากเช่นกัน

 

 

“อุบัติเหตุนิดหน่อยนะแจ็ค” บอยพูดและก้มหน้าม ผมก็ใช่มือลูบตรงแผลเป็นนั้นแม้ว่าจะมีรอยสักปกปิด แผลเป็นไม่ใหญ่มากแล้ว แต่ดูท่าจะผ่าตัดยาวอยู่นะ ดูจากล่องรอยที่หลงเหลืออยู่

 

 

“ไม่ทำแล้วเหรอ” บอยถามผม ผมเงยหน้าขึ้นมอง

 

 

“ทำซิ นี้เร่งเหรอ เดี๋ยวจัดให้ครางไม่หยุดเชียว” ผมพูดและก้มหน้ามลงจัดการขบกัดเบาๆ ที่ตรงเนื้ออ่อน มือบอยก็กดหัวผมเอาไว้ และบอยก็เอนลงนอนราบอีกครั้ง ผมยิ่งขบและเม้มมากแค่ไหนบอยก็เด้งขึ้นลงถีแค่นั้น

 

 

“อืมม แจ็ค บอย อืมมม” บอยก็กดหัวผมให้ผมทำต่อไปจนผมรู้สึกว่าบอยน่าจะพร้อมแล้ว ผมหยุดและเลื่อนตัวเองขึ้นมาจูบบอยอย่างเร้าร้อนบอยก็จูบผมกลับ

 

 

“พร้อมยังครับ ไม่เจอกันนานมันอาจจะโตไปหน่อยนะ เมื่อสามปีทีแล้วมันเพิ่งเข้าประถมแต่ตอนนี้ไซด์เด็กมหา’ ลัย” ผมพูดและปลดผ้าคาดเอวออก เผยให้เห็นแกนกายผม บอยก็กระดกหัวมองและหนีบขาเข้าหากันทันที มันพองเต็มทีและยาวซะด้วย

 

 

“บ้านนี้คุณสมบัติเน้นยาวๆ “ผมพูดและค่อยแยกขาบอยออก

 

 

“แต่แจ็คจะทำอย่างเบาที่สุด เพราะแจ็คจะไม่ทำให้คนที่แจ็ครักมากที่สุดเจ็บครับ” ผมพูดและผมก็จูบบอยอีกครั้งอย่างดูดดื่ม ผมรับรู้ได้ว่าบอยแยกขาออกเองเพื่อรอรับสิ่งนั้นอยู่ ผมก็ค่อยๆ สอดมันเข้าไป

 

 

“โอ้ย! แจ็ค” บอยร้องออกมาทันที่ปลายกำลังแทรกเข้าไป

 

 

“โอ้ยย แจ็ค” บอยร้องออกมาดังขึ้น และใช้นิ้วจิกที่เอวของผมผมก็ค่อยๆ ดันเข้าไปอีกเรื่อยๆ ช้าๆ ไม่เร่งรีบ

 

 

“โอ้ยย! แจ็ค บอยเจ็บ”

 

 

“ไม่นานครับคนดี” ผมพูดและก้มลงหยอกเล่นกับสองจุดบนหน้าอกแบบนั้นเล่นเอาคนที่ผมหยอกเย้าเล่นแอ่นอกขึ้นลงและส่ายไปมาด้วย

 

 

“พล้วด!” ผมดันเข้ารวดเดียวเลย

 

“โอ้ยยย เจ็บบ” บอยร้องและเอาใบหน้าแหนบกับแผ่นอกของผม ผมชะลอไว้ก่อนบอยคงรู้สึกจุกอยู่ และบอยก็ใช้มือลูบเอวผมเบาๆ นั้นแปลว่าเขาพร้อมแล้วผมก็ค่อยๆ โยกขึ้นลง และมองคนที่นอนมองผม ใบหน้าเขาบ่งบอกได้ว่ากำลังเคลิ้ม ผมเองก็เคลิ้มไปด้วย สองร่างที่โยกไปมากับแยงขับเคลื่อนของผม อยู่บนเตียงที่คับแคบ

 

 

“อ้าห์ อืมมม ซี้ด บอย แจ็ค อืมม จะมาแล้ว โอ้ววว” ผมพูดและไม่นานน้ำรักของผมก็กระฉูดในถุงยางที่สวมเอาไว้ บอยก็คงถึงเช่นกัน ผมก้มลงจูบบอย

 

 

“ขอบคุณครับบอย “ผมพูดบอกคนที่อยู่เบื่องล่าง เขาก็มองผมและใช่ฝ่ามือลูบไล้ใบหน้าของผมไปด้วย ผมค่อยถอนแกนกายตัวเองออกและล้มตัวลงนอนข้างๆ บอย บอยคงรู้ว่าเตียงค่อนข้างแคบเขาก็พลิกมาหนุนอกผมแทนเป็นการประหยัดพื้นที่

 

 

“แจ็ค สัญญากับบอยได้ไหมว่าแจ็คจะทำให้ลุงหนึ่ง และพ่อของบอย เห็นว่าแจ็คพร้อมจะแลบอยได้” บอยพูดขอคำสัญญาจากผม ผมกระดกหัวขึ้นมองบอยก่อนลงราบกับที่นอนเหมือนเดิน

 

 

“ครับ แจ็คสัญญาบอย แจ็คจะทำให้เขาสองคนเห็นว่าแจ็ตพร้อมกว่าไอ้ดิวให้ได้” ผมพูด

 

 

“ดิวเขาไม่รู้เรื่องนี้นะแจ็ค เลิกงอนดิวได้แล้ว บอยกับดิวเราไม่ได้มีความรู้สึกที่เกินไปกว่าเพื่อนเลยนะ แจ็ค” บอยพูดกับผม

 

 

“แจ็ครู้ แต่มันก็อดน้อยใจไม่ได้ที่เห็นลุงๆ สนับสนุนดิวมากกว่าแจ็ค”

 

 

“แจ็ค ถ้าวันหนึ่งแจ็ครู้ว่าบอยมีบางสิ่งที่มันไม่ใช่สิ่งที่ธรรมชาติให้มาละ แจ็คจะยังรักบอยไหม” บอยถามผม ผมก็ดันตัวเองขึ้น บอยก็เช่นกัน ผมขมวดคิ้วมองบอย

 

 

“อะไรเหรอบอย” ผมถามบอย

 

 

“คือ เออ ถ้าเราคือคนที่เขาเลือกให้ตั้งครรภ์ได้ละ” ผมมองบอยอย่างตกใจ จริงเหรอ ผู้ชายนี้นะ

 

 

“จริงอะ” ผมถามพล้วดขึ้นทันที 

 

 

“บอยล้อเล่นนะ ไม่จริง” บอยหันมาบอกผม

 

 

“ล้อเล่นแบบนี้ตกใจนะแต่ แจ็คไม่อยากนึกภาพบอยมีลูกอ่ะ แจ็คว่าไม่น่าจะเป็นไปได้มั้ง” ผมพูดและทำท่าคิด บอยก็มองหน้าผม

 

 

“ไปล้างตัวกันเถอะและจะได้มานอน วันหยุดนี้่เราจะไปไหนกันนะ” บอยเปลี่ยนเรื่องทันทีและลุกขึ้น ผมก็ลุกขึ้นเช่นกัน

 

 

“พวกเราว่าจะไปเที่ยวเดินห้างกันดีกว่า พ่อยังไม่ให้กลับบ้าน “ผมพูดและเดินไปจับมือบอยให้ลุกขึ้น บอยสวมเสื้อคุมกลับเข้าไป และเดินนำผมเข้าห้องน้ำไป แต่ผมยังแอบคิด ว่าที่บอยพูดนะผมควรจะให้พี่โจ ตามหาข้อมูลตรงนี้ให้ผมซะแล้ว ว่าบอยประสบอุบัติเหตุอะไร ผมว่าคนสำคัญอย่างบอยต้องมีคนรู้เรื่องนี้ ที่ผมต้องการรู้เพราะว่าผมเป็นห่วงบอย ผมจะได้ดูแลเขาได้

 

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
   
แจ็คXหลุยส์  พวกผมสนใจอยากได้พวกไอ้ภาคินมาเป็นกำลังเสริม
         
           Part แจ็ค             ต้องขอบคุณเหตุการณ์เมื่อวานนะที่ทำให้ผมได้เพื่อนซี่ เพิ่มมาหนึ่งคน ทำไมเรียกเพื่อนซี่ได้เลยเพราะว่าพอได้เปิดใจคุยกัน ผมกับไอ้หลุยส์นี้เคมีตรงกันหลายอย่างและผมคิดว่าผมจะทำอะไรสักอย่างกับไอ้หลุยส์และมันอาจจะทำให้ใครหลายคนรวมทั้งลุงหนึ่งยอมรับในตัวผมได้ และผมก็จะแสดงให้ลุงกฤษณะ พ่อของบอยเห็นว่าผมดูแลลูกชายเขาได้

 

    ผมมาถึงโรงเรียน เป็นวันที่สามแล้วซิที่พวกผมมาเรียนกัน เวลาผ่านไปช้าแต่ก็ได้อะไรดีดีเยอะ ผมได้เรียนรู้สิ่งใหม่ผมรู้ว่าไม่ค่อยมีคนมองพวกผมแบบสายตาแปลกๆมากหนักแต่ก็ยังมีแหละพวกต่อต้านสังคมแบบที่พวกผมเป็น แต่มันก็ไม่ได้กระทบชีวิตของพวกผม หาได้แคร์ไม่ ผมก็สวมแว่นตาเรแบนด์เดินเข้าโรงเรียน(แต่ผมหยิบมาสวมหลังจากเดินผ่านครูที่ยืนประจำหน้าประตูก่อนนะครับ ฮาๆ)   

 

   “วันนี้โรงเรียนเราเงียบๆวะ หวังว่าจะไม่มีอะไรนะมึง กรูขี้เกียจวิ่งวะ” ไอ้ติ๊กพูด

 

   “ทำไมไม่เห็นไอ้ต้นข้าวเลยวะวันนี้และไอ้บลูด้วยวะ” ไอ้แอ้มันพูดขึ้น จริงด้วย เพราะว่าทุกทีพวกผมต้องเจอพวกมันตอนที่เดินผ่านประตูโรงเรียนมาแล้วนิ  มันจะยืนรอพวกผมอยู่

 

   “มันจะเข้าไปก่อนแล้วหรือเปล่า” พายพูด

 

   “ไม่แน่วันนี้มันอาจจะเข้าไปรอเราข้างในก่อนวะ” ไอ้ดิวพูด

 

   “งันเราตรงไปทานอาหารก่อนเลยวะ “ ผมบอกทุกคน ผมพากันเดินตรงไปห้องอาหารกันทันที

 

   “ตงลงนี้มึงดีกันแล้วใช่ป่ะวะ แม่งดีกันเร็วเว้อวะ”ไอ้ติ๊กมันแซวผมกับไอ้หลุยส์

 

   “แอ้” ผมสะดุดกันหมดเพราะว่ามีคนเรียกไอ้แอ้ พวกผมหันไปพร้อมกันหมดเลยว่าใครวะ ผมก็เจอหน้าพี่คนที่เรียกชื่อไอ้แอ้ ผมก็นึกมันคุ้นๆนะ

 

   “แอ้ใครว่ะ”ไอ้ติ๊กถามไอ้แอ้ ส่วนไอ้ดิวแต่มันยืนมองทำหน้าขมึงมาก มันน่าจะรู้จักพี่เขามาก่อน

 

   “ไงแจ็ค เออ ...นี้เพื่อนนายนิ ที่เมื่อวาน” พี่ภาณุถามและชี้ไปที่ไอ้หลุยส์ ไอ้หลุยส์มันก็ชี้ไปที่ตัวมันเอง

 

   “ใช่ครับพี่เกือบโดนสอย”ผมพูด ไอ้หลุยส์มันก็ทำหน้างงว่าคนนี้คือใคร

 

   “โชคดีนะที่ไม่โดนอะไร” พี่เขาพูดแต่ไม่ได้มองไอ้หลุยส์เพื่อนผมเลย ไอ้หลุยส์มันเอาไหล่มาสะกิดผม เพราะว่าพี่ภาณุเอาแต่มองแอ้

 

   “พี่เขาชื่อพีภาณุ พี่เขาเป็นคนบอกกรูว่าว่าได้ยินเด็กคนหนึ่งมันโทรบอกพวกนั้นว่ามึงอยู่ที่โรงเรียนนี้” ผมบอกกับไอ้หลุยส์มันก็ร้องอ้อและยืนมือไปขอเช็คแฮนด์ พี่ภาณุก็เช็คแฮนด์มันกลับ

 

   “ขอบคุณพี่” ไอ้หลุยส์

 

   “ไม่เป็นไรวะ” พี่ภาณุพูดแต่ตายังมองไอ้แอ้

 

   “แอ้... พี่ดีใจที่ได้เจอเรานะ แอร์นะฝากพี่ดูแล” พี่ภาณุพูด ผมก็เข้าใจมากขึ้นทันที พี่ภาณุเป็นเพื่อนกับพี่แอร์ พี่ชายไอ้แอ้มันที่หน้าตาเหมือนกันมันยังกีบแฝดแต่ว่าพี่เขาดูนิ่งเยือกเย็นยิ่งกว่าพี่บีมซะอีก

 

   “ไม่จริงมั้ง! เพราะว่าพี่แอร์ไม่เคยบอกนี้ว่าจะให้ใครดูแลแอ้มัน แต่คิดว่าพวกผมดูแลกันเองได้ ไม่ต้องลำบากพี่” ไอ้ดิว ทำให้พวกผมหันไปมองมันกันหมด

 

   “ก็...พวกเราดูแลกันและกันได้ไง” ไอ้ดิวมันแถ พวกผมก็พยักหน้าตามนั้นแล้วกัน

 

   “กูว่าไอ้ดิวนี้มันหึงไอ้แอ้วะ”ไอ้หลุยส์มันกระซิบกับผม

 

   “ใช่วะ กรูอยากรู้ว่ามันสองคนมีอะไรกันยังไง”ผมกระซิบกลับ

 

   “อ้าว!มึงไม่รู้เหรอวะว่ามันสองคนยังไง “ ไอ้หลุยส์มันกระซิบถามผม ผมหันไปส่ายหัว

 

   “กูกับมันเริ่มห่างกันมาพักหนึ่งวะ ก็เพิ่งจะกลับมาเจอกันปีนี้แหละ “ผมหันไปคุยกับไอ้หลุยส์ มันทำหน้างงอีก

 

   “ ก็ไอ้ดิวมันย้ายตามลุงภาไปที่ค่ายฯทหารและไอ้แอ้มันก็ตามไอ้ดิวไปด้วยตลอดเพราะว่าพ่อไอ้แอ้เขาเป็นแฟนลุงภาเลยฝากลุงภาดูแลแอ้ช่วงนี้อาภีมไปอยู่ช่วยงานที่หน่วยอื่นวะ” ผมกระซิบกับไอ้หลุยส์ ผมสองคนมองไอ้ดิวที่ดูท่าหึงแรงซะด้วย

 

   “ถ้าอย่างนั้นพี่ไปก่อนนะแอ้ มีอะไรถามพี่ได้นะหรือถ้าจะให้พี่ติวให้พี่ยินดีนะครับ ยังไงเราก็จะสอบเข้าจปร

เหมือนกัน” พี่ภาณุพูดผมเห็นแอ้มันยิ้ม

   “คงไม่ต้องหรอกมั้งพี่ขอบคุณ ผมว่าแอ้กับผมอ่านหนังสือเองได้ครับพี่ภาณุ” ผมก็ต้องอ้าปากค้างเพราะว่าทุกทีทีพี่ภาณุถามไอ้ดิวมันสอบแทนให้หมดเลยครับ

 

   “ดูท่าจะเป็นมากกว่าแฟนแล้วมึง” ไอ้หลุยส์มันพูด

 

   “ผัวเมียเหรอวะ”ผมกระซิบกับไอ้หลุยส์ ดูหน้าพี่ถาณุที่มองแอ้กับดิวสลับไปมา

 

   “พี่ภาณุ ผมว่าจะตั้งชมรมว่ายน้ำขึ้นนะพี่ยังไงรบกวนพี่หาคนได้ไหมครับ “ผมเลยเปลี่ยนเรื่องดีกว่าพี่ภาณุหันมามองหน้าผมและพยักหน้า

 

   “ถ้าอยางนั้นพวกผมไปทานอาหารก่อนนะพี่พวกผมโคตรหิวแล้ว ไว้คุยกันพี่”ผมบอกพี่ภาณุ และพากันเดินไปห้องอาหารก่อนที่ไอ้ดิวมันจะของขึ้นมากไปกว่านี้ ไอ้ติ๊กที่ยืนนิ่งอึ้งไม่พูดจาอะไร มันแค่เดินมาแล้วจูงมือไอ้แอ้ไปจากไอ้ดิวอีก ผมว่ารักนี้วุ่นวายน่าดูนะไอ้ดิวนะ

 

   “กูรู้สึกว่าเริ่มคุสาดมากวะ “ ไอ้หลุยส์มันกระซิบกับผม เพราะว่าไอ้ดิว ไอ้แอ้ และไอ้ติ๊กดูมันสามคนมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน บอยก็เอาแต่พิมพ์มือถือไม่พูดไม่จากและก็ยิ้ม

 

   “บอย..คุยกับใครนะ” ผมกระซิบถามบอย

 

   “คุยกับเพื่อนไง เขาจะขึ้นไปห้องธุรการก่อนไปกรอกเอกสารเพราะว่าเพิ่งทำเรื่องย้านมาเมื่อวานเลย แต่จริงๆแล้ว ธรรณ์ก็จบพร้อมบอยแหละแต่อยากมาเจอ..” บอยพูดผมก็เลิกคิ้วมอง อยากเจอมันหมายถึงอะไร เริ่มมีเลศนัย

 

   “แจ็คไม่เอานะอย่าทำหน้าแบบนั้นได้ไหม”

 

   “ก็บอยอ่ะไม่บอกแจ็คให้เคลียร์นิ”

 

   “เดี๋ยวก็รู้ไม่นานหรอกนะ “ บอยพูด ผมก็พยักหน้า ผมเดินมาถึงห้องอาหารกัน ผมเห็นไอ้หลุยส์มันมองอะไรสักอย่าง ผมเดินไปสะกิดมันเพื่อให้เข้าไปตักอาหารกัน

 

   “มีอะไรวะหลุยส์” ผมถามไอ้หลุยส์

 

   “กูเห็นไอ้เด็กที่กูเจอก่อนที่กูจะเดินผ่านไปห้องสมุดก่อนวันก่อนวะ” ไอ้หลุยส์มันบอกผม

 

   “น่าจะเป็นคนเดียวกันกับไอ้เด็กที่พี่ภาณุบอกมรึงว่ามันโทรบอกไอ้พวกนั้นอ่ะ ให้มาจับตัวกู” ไอ้หลุยส์มันพูด ผมพยักหน้า ไอ้หลุยส์มันมองหน้าผมเหมือนว่าจะแอบเข้าไปดู ผมคิดว่ามันคงไปทางห้องน้ำด้านหลังนั้นแน่ๆ ผมไม่รู้ว่าทำไมไอ้นี้มองหน้าผมถึงได้เดาความต้องการมันได้โดยอัติโนมัติ

 

      ผมเห็นว่าบอยกำลังคุยกับแอ้และติ๊กและก็พาย ผมสองคนก็เดินไปห้องน้ำกันไม่ได้เข้าแต่ตามคนที่ไอ้หลุยส์มันเห็น ผมเห็นว่าพวกมันหยุดที่หน้าห้องน้ำ คนที่ยืนหันหลังคุยอยู่ มันดูสูงใหญ่ที่สุด ผมว่ามันคุ้นๆ

 

   “นี้มันไอ้คนที่ชื่อภาคินวะ” ผมบอกไอ้หลุยส์ ผมสองคนแอบที่หัวมุมตึก

 

   “พวกมึงใช่ไหมที่บอกพวกไอ้นัฐนะให้มันส่งคนมาหิ้วปีกไอ้เด็กใหม่ในกลุ่มพวกนั้น” ไอ้ภาคินมันถาม ผมมองแล้วน่าจะน้องชายมันที่ชื่อภาคิไนย์ ไอ้ป๊อดมันเคยบอกผมไว้

 

   “ก็พวกนี้มันแบล๊คอัพดีทำไมพี่ไม่คบไว้อ่ะ เพื่อว่าพี่จะได้เป็นหัวหน้าแก้งและตำแหน่งนี้เหมาะสมกับมรึงที่สุดนะ” น้องไอ้ภาคินพูด

 

   “มึงก็รู้ว่าพวกนั้นมันเป็นทาสแก้งค้ายาและมันจะพาทุกคนซวยกันไปหมด แม้กระทั้งมึงเอง “

 

   “อย่าให้กูรู้ว่ามรึงทำอะไรเชี้ยะๆแบบนี้อีกนะ ไม่ง้นพวกกูจะไล่พวกมึงทั้งสามคนออกจากแก้งกูและมึงไอ้นัยกูจะบอกให้พ่อย้ายมึงไปอยู่กับปู่ย่าแทน” พูดและชี้หน้าน้องชายมัน

 

   “แม่งอะไรก็”

 

   “เข้าใจที่กูพูดไหม!”

 

   “เออ” น้องชายมันพูดและไอ้ภาคินมันก็เดินไปอีกทาง ผมคิดว่ามันคงมีทางลัดไปไหนแน่ๆ แต่ว่าผมสองคนมองหน้ากัน

 

   “ไอ้ภาคินน่าสนใจวะ กูว่าเราควรจะซื้อใจมันให้เร็วที่สุดวะ และส่วนไอ้น้องชายมันนี้ น่าจะได้รับบทเรียนซะบ้างวะ”ไอ้หลุยส์มันพูด ผมก็เห็นว่ามันทั้งสามคนกำลังจะเดินออกมา

 

   “เป็นไงวะมึง เกือบโดนไล่ออกจากแก้งแล้วสัส!  และยาก็ไม่ได้ แถบพวกนั้นมันบอกถ้าเจอพวกเราอีกจะกระทืบอีกสาด ซวยฉิบหาย “ พวกมันพูดกัน ก่อนที่พวกมันจะเดินผ่านพวกผมสองคน ผมก็หยิบแว่นตาเรย์แบนที่แขวนไว้ที่กระเป๋านักเรียนบนเสื้อนักเรียนออกมาและสวมใส่ ผมยืนกอดอกรอกัน 

 

   “เว้ย!!” มันร้องด้วยความตกใจ มันคงรู้ว่าผมสองคนรอมันอยู่

 

   “นี้พี่คนเมื่อวานนี้หว่าเขาจะรู้ไหมวะ” เด็กน้อยหันไปกระซิบกับเพื่อนมันแต่กระซิบดังแบบนี้พูดธรรมดาเถอะครับ

 

   “มึงคิดว่าพวกกูรู้ไหมละ มารอขนาดนี้” ไอ้หลุยส์มันพูดและหันไปมองมันสามคน

 

   “พี่..คือ..”

 

   “พวกมึงใช่ไหมที่หางานให้พวกกูเมื่อวาน “ ผมถามมันสองคน ผมหยิบแว่นตาออกแบบเท่ และมันสามคนที่ค่อยถอยหลัง

 

   “กูถามว่าใช่มั้ย!” ผมขึ้นเสียง

 

   “ใช่พี่..” มันพูด ผมใช้นิ้วยิบแว่นตาลงและลอดสายตามอง กรูรุ่นพี่มรึงนะ

 

   “ใช่ครับพี่....แต่พวกผมขอโทษผมทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการ” คนที่ยืนริมสุดรีบพูด อีกสองคนหันขวับไปมองแบบว่ามรึงทิ้งเพื่อน

 

   “คราวนี้กูจะให้อภัยมึงแต่ถ้ามึงทำอีก ครั้งหน้า อย่าหากว่าพวกกรูรังแกพวกมึงนะ แต่กูไม่รังแกธรรมดา กูเอามึงให้ปางตายเลย “ ไอ้หลุยส์มันพูดและเอียงคอมองพวกมัน

 

   “มึงรู้ไหมว่า มีคนทำร้ายกูแบบนี้บ่อย พวกนั้นมันก็นอนโรงพยาบาล รายล่าสุดก็นอนอยู่ไอซียูวะ  แต่ครั้งนี้พวกมรึงโชคดีมากวะกูจะไม่เอาเรื่องพวกมึง “ไอ้หลุยส์มันพูดและหันมาหยักคิ้วให้ผม

 

   “ถ้าอยากโตอย่าซ่ากับพี่...ดูท่าพวกมึงยังแค่ม.ต้นใช่ไหมวะ” ผมถาม

 

   “คะ...คราบพี่ พวกผม ม.2 “ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ

 

   “ม.2 งั้นช่วยกลับไปกินนมแม่ให้โตแล้วค่อยมางัดกับพวกกูว่ะ “ ไอ้หลุยส์มันพูดและหันพยักหน้าว่าพอแค่นี้ ผมสองคนหันหลังพร้อมกันและจับแว่นตาเรย์แบนให้เข้าที่ก่อนที่จะเดินแบบเท่ๆออกมา และแอบแปะมือกันด้วย เรื่องข่มขู่เด็กขอให้บอก ฮาๆ

 

   “อ้าวนี้ไงพวกมันมาแล้วบอย” ไอ้ดิวมันหันมาเจอผมสองคนเดินกลับมาที่โต๊ะ

 

   “ยิ้มกันมาขนาดนี้กรูว่า ไปขู่เด็กมอต้นมาแน่ๆ เพราะว่า มันเก่งกับหมาซ่ากับเด็กเตะผู้หญิงขอให้บอกมัน” ไอ้ติ๊กพูด ผมหยิบกล่องขนมที่พายกินไว้ปาใส่มันทันที แม้พูดซะเหมือนแอบตามไปดู ผมสองคนก็นั่งลงข้างๆบอย

 

   “ไปไหนกันมาอ่ะ เดี๋ยวก็ทานไม่ทันเข้าแถวซะก่อน “บอยบ่นผมสองคนและส่งจานอาหารให้ บอยตักไว้ให้ ผมหันไปยิ้มให้หลุยส์



 “ขอบคุณคร๊าบ” ผมสองคนพุดพร้อมกันและรับจานไปนั่งทาน

 

   “พวกกูไปเจอคนที่มันโทรบอกให้ไอ้พวกน้นมันจับตัวไอ้หลุยส์วะ มันคือน้องไอ้ภาคินวะ” ผมพูดไอ้ดิวมันหันมามองผมสองคน

 

   “กูเห็นไอ้ภาคินมันด่าน้องมันเรื่องนี้ด้วยวะ” ผมบอกไอ้ดิว

 

   “แม่งทำยังไงจะได้พวกมันวะ เพราะถ้าได้พวกมันน่าจะดีวะ และกูคิดว่าพวกมันได้เป็นคนไม่ดีหรอกวะ ดูท่าจะรักพวกมากด้วยวะ “ ผมพูด ไอ้หลุยส์มันพยักหน้า ไอ้ดิวมันก็พยักหน้าอีกคน

 

   “ไอ้ป๊อดมานี้หน่อยดิ” ผมเรียกไอ้ป๊อด

 

   “ครับพี่มีอะไรครับผม”ไอ้ป๊อดมันวิ่งออกมา

 

   “กูอยากไอ้คนที่สามารถสืบประวัติพวกไอ้ภาคินให้กูหน่อย หรือว่ามึงจะรับทำก็ได้นะ” ผมบอกไอ้ป๊อด ไอ้ป๊อดมันทำท่าคิดแต่มันตกใจตรงที่ผมบอกให้มันรับงานนี้ไป

 

   “กูมีค่าตอบแทน” ไอ้หลุยส์บอก

 

   “ผมจะหาคนให้นะพี่แต่ผมทำไม่ได้พี่เพราะว่าผมไม่อยากทำให้ร้านแม่ผมเดือดร้อนนะพี่นะ”ไอ้ป๊อดมันพูดผมก็พยักหน้าเข้าใจ

 

   “ผมขอไปถามพี่เขาก่อน มีพี่คนหนึ่งเขารับงานสาะพัดอย่างพราะว่าพี่เขาร้อนเงิน” ไอ้ป๊อดพูดผมก็พยักหน้าและจังหวะนั้นอ๊อดเข้าแถวพอดีเลย ผมหันไปมองหน้ากันเพื่อเตรียมเข้าแถวกัน 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-10-2020 18:25:21 โดย PFlove »

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1

      โปรดส่งใครมารักหลุยส์ที

      [หลุยส์]
 
                      วันนี้ผมรู้สึกดีขึ้นมาก ผมมีเพื่อนและดูเหมือนว่าผมกับมันจะเคมีตรงกันหลายอย่าง     ขาลุยแต่ก็รักษาไว้ซึ้งความเรียบหรูดูแพง ผมนะชอบคนจริง วันนี้ก็เป็นวันที่สองของผม ที่ได้กลับมาเป็นนักเรียนอีกครั้งไม่ซิผมไม่เคยไปเรียนในสถาบันเลย ผมใช้ระบบ Home school มาตลอดแต่คนที่สอนจะเป็นครูรับสอนพิเศษและติวเตอร์บ้างที่มาสอนที่บ้าน แน่นอนกิจกรรมอื่นผมไม่เคยเลย แต่นี้ทำให้ผมรู้ว่า มีการเข้าแถวหน้าเสาธงและสวดมนต์ ผมน่ะไม่รู้เรื่องหรอกเพราะว่าผมนั้นได้เข้าสาบานตนเป็นศาสนาคริสคาโธริกตั้งแต่อายุ 3 เดือนแล้วแต่จริงๆ ผมเป็นประเภทไม่เชื่อในพระเจ้าแต่ก็ไม่หลบหลู่
 
      “หลุยส์จะเอาโต๊ะมานั่งด้วยกันไหม” บอยถามผม ขณะที่กำลังเดินขึ้นห้องเรียน
 
      “ไม่ดีกว่าหลุยส์นั่งได้ บอยไปนั่งกับไอ้แจ็คเถอะ”ผมพูด
 
      “เดี๋ยวมันร้องหาแม่” ผมแซวมัน มันนี้ควักนิ้วกลางให้ผมทันที ผมสามคนเดินไปจนเข้าห้อง ผมเห็นว่าวันนี้มีนักเรียนมานั่งเพิ่งเต็มไปหมด สีหน้าแต่ละคนไม่ได้ตอนรับการเดินเข้าห้องของพวกผมเลย
 
      “ใครวะ เมื่อวานทำไม” ผมหันไปถามไอ้แจ็ค
 
      “เมื่อวานมันไม่มาวะ แต่วันนี้จัดเต็มว่ะ “ไอ้แจ็คมันกระซิบบอกผมและพยักหน้าให้ผมเดินต่อ
 
      “มันมีเด็กมาใหม่ว่ะ “ มีคนแซวผมมันกระซิบบอกพวกมันแต่ละคนก็ยิ้มๆ
 
      “ไอ้นี้ชื่อไอ้โซ่ว “ไอ้แจ็คกระซิบบอกพวกผม
 
      “มันยังไม่รู้จักกรูดีพอซิท่า” ผมหันไปกระซิบกับไอ้แจ็ค และผมก็เดินเข้าไปนั่งท้ายสุดแต่ไม่ไกลจากพวกมัน  พวกผมนั่งลงและหันไปเจอสายตาพวกนั้นที่มองมาที่ผมโดยเฉพาะ
 
      “ได้ข่าวว่าเกือบโดนฉุดไปทำเมียเหรอวะเมื่อวาน...ฮาๆ” ผมหันไปมองคนที่แซวผม มันนั่งสองขาพาดไว้ที่โต๊ะหนังสือและคาบดินหรือปากกาผมก็ไม่รู้
 
      “ก็น่ะ ใครๆเห็นก็อยากเอาไปทำแม่ของลูกว่ะ” พวกมัน ไอ้แจ็คมันกำลังจะขึ้นไปต่อยกับพวกมันเพื่อผมแน่ แต่บอยดึงแขนไว้และไอ้ดิวด้วยที่ส่งสายตาห้ามมัน ผมก็ส่ายหัวบอกมันว่าไม่ต้อง ผมหันไปมองไอ้คนที่หัวเราะเยาะผม ผมลุกขึ้นไปและเดินตรงไปหามัน ผมก็คว้าคอมันกระฉากขึ้น มันก็มองผม ผมก็ยิ้มๆ มันเหล่มองเพราะว่าผมเอาดิ้นส่อปลายแหลม แหลมมากจ่อที่พุงมัน
 
      “อันที่จริงไม่ต้องถึงมือกูหรอก ถ้ามึงยังไม่รู้จักกูดี อย่าปากดีกับกู...ปึก! “ผมพูดและปักปลายแหลมของดินสอลงที่โต๊ะตอ่หน้ามัน ใช่แค่ดินสอแต่มันทำให้โต๊ะมีลอยและถ้ามันแท่งเขาพุงมันก็ทะลุได้เหมือนกัน พวกเพื่อนมันตกใจ ผมหันไนไปมองอีกคนที่ชือภาคิน มันมองหน้าผม
 
      “อย่าไอ้โซ่ว! และพวกมึงทั้งหลายก็อย่าหาเรื่องเชี้ยะอะไรตอนนี้...นั่งลง”ไอ้ภาคินมันบอกเพื่อนๆของมันที่จะลุกมาใส่ผม พวกมันนั่งลงแต่ยังคงมองมาที่ผม
         ผมก็ปล่อยไอ้คนที่มันแซวผมลงและมันคงเสียวพุงไปพักหนึ่ง ผมหันไปหยักคิ้วให้ไอ้แจ็ค ผมเดินกลับมานั่งที่จนกระทั้งมีหนุ่มหล่อในเครื่องแบบคุณครูแน่ๆ เดินเข้ามาในห้องและยืนที่หน้าห้อง
 
      “สวัสดีครับนักเรียนทุกคน ครูมาเพื่อที่จะพาเพื่อนใหม่มาเพิ่มอีกหนึ่งคนครับ”
 
      “ใครว่ะ”ผมถามไอ้ติ๊กมันนั่งใกล้ผมที่สุด
 
      “พี่พัฒน์พี่ชายกรูเองวะ” ไอ้ติ๊กมันพูดผมก็พยักหน้า
 
      “เชิญครับธรรณ์” ครูเขาเรียกใครสักคนให้เดินเข้ามาในห้องเรียน ผมหันไปมอง ก็ต้องตะลึง ตะลึ้ง น่ารักมากว่าแต่ทำไมเลือกมาลงเรียนที่นี้
 
      “นี้คือธรรณ์ น่ะ เขาจะมาเรียนที่นี้ ไหนเราบอกว่ามากับเพื่อนที่ชื่อบอยใช่ไหมครับ” ครูพัฒน์ถาม เป็นเพื่อนบอยด้วย ผมสะบัดหน้าไปมอง ดูบอยโบกมือให้หนุ่มคนนั้น
 
      “ถ้าอย่างนั้นไปนั่งกับพวกเพื่อนเธอนะ” ครูพัฒน์พูด หนุ่มคนนั้นก็เดินมาและส่งยิ้มให้บอยแต่มองหาที่นั่งด้วย ผมก็มองข้างๆผมเหรอ ไม่น่ะ ไม่...คือเขาน่ารักอ่ะ
 
      “นั่งกับไอ้หลุยส์เลยนาย”ไอ้แจ็ค ผมก็ชะเง้อมองหน้าไอ้แจ็คว่าไม่นะอย่าส่งมา แต่คนนั้นกำลังเดินเข้ามาหาที่นั่งแถวเดียวกับผม ผมก็นั่งไม่กล้ามองหน้าเขา
 
      “เอาละดูแลเพื่อนใหม่กันด้วยนะครับ ครูมาแค่นี้ “
 
      “นายภาคิน เดี๋ยวเชิญที่ห้องฝ่ายปกครองด้วยนะ ตอนนี้เลยครับ “ ครูพัฒน์พูด
 
      “มีเรื่องเหรอว่ะ” ไอ้ติ๊กมันกระซิบกับพวกนั้น ผมก็มองคนที่มานั่งข้างผม นั่งอย่างนุ่มนวล ดูก็รู้ว่าถูกฝึกมาดีเรื่องการออกงานและมารยาท เรียกได้ว่าผู้ดีเก่าเลยแหละ เขาหันมายิ้มให้ผมแต่ผมนะเขิน
 
      “ครื้นนนน” ผมเลื่อนเก้าอีกให้ออกหากไปจนชนพนังห้องเลยทีเดียว หนุ่มหน้าหวานมองผมแบบสงสัยจนครูพัฒน์เดินออกไปจากห้องเรียน
 
      “เฮ้ย!..... ทำไมไอ้ต้นข้าวกับไอ้บลูไม่มาวะวันนี้”พายพูดขึ้น ผมพอจะจำได้ไอ้หน้าหวานสองคนตัวเล็กๆ ผมว่าเด็กกว่าพวกผมปีหรือสองปีแน่ๆ แม้ว่าเมื่อวานผมจะเก็กท่า ไม่ได้คุยกับพวกมันเลยก็เถอะ
 
      “ไอ้ต้นข้าวและเพื่อนมันจะไม่มาเรียนที่นี้แล้ว “มีตะโกนบอกขึ้นมาลอยไม่ได้เจาะจงว่าบอกใคร
 
      “ทำไมวะ” ไอ้แจ็คมันหันไปถาม
 
      “ก็..คิดก่อนนะ...พวกมึงไง..พ่อแม่เขากลัวลูกเขาจะเดือดร้อนและซวยไปกับพวกมึงไง..ไอ้ตุ๊ด” ไอ้แจ็คลุกทันทีและพวกมันก็ลุกทำท่าจะเข้ามาใส่ ผมก็มองเฮ้ยเอาไงและอีกคนที่นั่งลงก็ดูตกใจไม่เคยเจอแบบนี้ซิท่า
 
      “ลองมาโดนเท้าพวกกรูเดี๋ยวมึงก็รู้ว่าตุ๊ดหรือไม่ตุ๊ด ” ไอ้ติ๊กมันลุกขึ้นชี้ไปทางพวกมัน ผมเห็นมีคนวิ่งมาที่หน้าห้อง ไม่รู้ว่าใครมันมาส่งข่าวแน่ๆ

        “ไอ้แชมป์บอกว่าครูฝ่ายปกครองจะไล่ไอ้ภาคินออกวะ” พวกมันกระซิบกัน ผมก็มองไอ้แจ็คทันที ผมส่งสายตาให้มันมาหาผมหน่อย
 
                “อะไรวะ นี้มันไม่เกี่ยวกับไอ้ภาคินเลยนะโว้ย ทำไมไม่ไปไล่น้องมันออกละวะ” พวกมันเริ่มจะโวยวายกันแต่ก็หันมามองพวกผมแบบบเหมือนจะโยนความผิดว่าเป็นพวกผมอีกซิท่า
 
                 “เธอ..ไปนั่งกับ บอยได้ป่ะ เราจะคุยกับเพื่อนเราไอ้แจ็คอ่ะ” ผมบอกคนที่นั่งข้างๆผม
 
                 “ไม่อยากนั่งด้วยก็บอกตรงๆ “ นั้นว่าผมอีกและลุกไป เขาลุกไปและกระซิบกระซาบกับบอย บอกก็สะกิดไอ้แจ็คให้มันลุกมาหาผม ด้วยอาการงงๆ พอมันเดินมาได้
 
                  “เป็นอะไรของมึง คนน่ารักนั่งด้วยไม่เอา” ไอ้แจ็คมันบ่นผม
 
                  “กูมีแผนวะ เมื่อกี้มึงได้ยินไหมวะว่าเขาจะให้ไอ้ภาคินออกนะ” ผมถามไอ้แจ็ค มันก็พยักหน้าว่าได้ยิน
 
                  “ให้ไอ้ติ๊กโทรบอกพ่อมันดิว่าให้เก็บไอ้ภาคินไว้ก่อน ไอ้นี้แหละที่จะช่วยเรา บอกพ่อไอ้ติ๊กว่าไอ้ภาคินด่าน้องมันเรื่องที่น้องมันให้คนมาจับกูนะ “ ผมบอกไอ้แจ็ค ดูมันทำหน้าคิด
 
                   “เชื่อกู เอามันไว้แล้วเราจะรุ่ง”
 
                   “รุ่งริ้งหรือเปล่าวะสาด ไอ้นี้มันเป็นตัวพ่อเลยนะ” ไอ้แจ็คพูด ผมพยักหน้า มันก็พยักหน้าตามผม และมันก็สะกิดไอ้ติ๊กและกระซิบกระซาบกัน ไอ้ติ๊กทำท่าจะไม่เห็นด้วยแต่ไอ้แจ็คมันคงพูดจาโน้มนาวจนไอ้ติ๊กมันยอมและมันก็เดินออกไปมันลากไอ้พายไปด้วยแต่มันดันไม่ลากไอ้แอ้ไปเหมือนเคยวันนี้
 
                    “เมียน้อยงอนก็เงี๊ยะ”ไอ้แจ็คมันพูด
 
                    “ปึก” ไอ้แอ้มันปามาด้วยกระดาษ
 
                    “เสน่ห์แรงไงมึงอ่ะแอ้ แม้ไอ้พี่ภาณุมันไปหลอกถามหามึงกับกูเมื่อวานตอนกูว่ายน้ำ”ไอ้แจ็คมันพูด ผมก็พยักหน้า
 
                    “มันถามมึงด้วยนิ แต่มึงคงกำลังมึนอยู่เลยบอกพี่เขาไปว่ามึงไม่รู้จักไอ้แอ้” ผมก็ตกใจ เออจริงตอนนั้นผมไม่มีสติจะคิดอะไรเลย และไอ้ติ๊กมันก็เดินเข้ามา
 
                    “พ่อกูโทรหาครูฝ่ายปกครองให้แล้ววะ แต่แปลกนะพ่อไม่ถามกูต่อเลยว่าแค่บอกว่าไอ้หลุยส์มันขอแค่นั้น พ่อกูโอเลยวะ ไวกว่า4จีอีกสาดและง่ายกว่าตอนที่กูขอพ่อกูซะอีกนี้กูลูกแท้ๆนะครับมึง!! ” ไอ้ติ๊กมันพูด ผมพยักหน้า
 
                   “นี้มึงลูกหลงพ่อกูป่ะเนี๊ยะไอ้หลุยส์”ไอ้ติ๊กมันพูด ผมพยักหน้ายิ้มๆ หยักคิ้วด้วยแบบว่าคนมันมีดี
 
                    “ขอบใจวะ ติ๊ก”ผมพูด
 
                    “จิ๊บๆ “ไอ้ติ๊กมันพูด ผมก็นั่งมองไอ้พวกนั้นมันดูทำหน้าเครียดมากที่ได้ยินว่าเพื่อนมันกำลังถูกไล่ออก
 
                     “เฮ้ย! ไอ้แชมป์มันวิ่งมาอีกแล้ววะ”พวกมันพากันลุก
                       
                       “พี่ มีข่าวใหม่พี่ภาคินไม่ถูกไล่ออกแล้วแต่ต้องรายงานตัวทุกเช้าว่าเข้าเรียนวะ  “ ไอ้คนที่คาบข่าวมาบอกกพวกมันดูพวกมันค่อยดีขึ้นมาหน่อย ผมหันไปยิ้มกับไอ้ติ๊ก
 
                       “ใครช่วยมันไว้วะ มรึงรู้ไหม”ผมได้ยินพวกมันถามไอ้แชมป์
 
                      “มีคนบอกว่าคนมีอำนาจโทรไปขอเจ้าของโรงเรียนให้พี่ภาคินอยู่ต่อ” พวกนั้นได้ยินมันหันมาทางพวกผม ผมก็นั่งและยกเท้าขึ้นมาพากบนโต๊ะในฐานะผู้มีชัย และพวกไอ้แจ็คมันก็ยืดเลยครับ แต่ว่ามีครูเดินเข้ามาสอนพอดีพวกมันเลยเดินมานั่งและสักพักนายภาคินก็เดินกลับมาม มันหันมามองพวกผมก่อนเลย แสดงว่ามันรู้ ผมหันไปหยักคิ้วให้มัน
 
                       “แผนนี้ถ้าจะรุ่งวะ” ไอ้แจ็คมันพูดเพราะว่าพวกมันนั่งเรียนกันเงียบไปเลยไม่แซวอะไรพวกผมอีกเลย จนกระทั้งหมดคาบนั้นก็คือเวลาพักเที่ยงพอดีเลย
 
                      “ไอ้หลุยส์กูอยากนั่งกับหวานใจกูอ่ะ ให้น้องน่ารักมานั่งกับมรึงได้ไหมวะ” ไอ้แจ้คมันหันมาถามผม ผมก็มองมันว่าไม่ได้ไหมวะ
 
                     “เฮ้ยนั่งกับกูก่อนดิวะ กู ยังไม่กล้าวะ” ผมพูดกับไอ้แจ็ค มันเหล่ตามองผม
 
                     “”ไม่กล้าอะไรวะ “
 
                    “คือ เอานะ ดูหน้าตาเขาดิ เหมือนคนสเปนเลยวะ “
 
                     “ใช่บอยบอกกรูว่าเขาลูกครึ้งสเปนแต่ชื่อไทยเพราะแม่เขาเป็นคนไทย” นั้นไง มันเหล่ตามองผมก็ยังมีสเปนอยู่
 
                    “งั้น ไม่เอามานั่งกับกูได้ไหมวะ”
 
                 “ทำไม...บอกมา” ไอ้แจ็คมันหันหาผม
 
                “คือว่า...” ผมก็กะอักกะอ้วนใจที่จะบอกแต่ก็
 
                 “แฟนเก่ากูนะเป็นสาวสเปนวะ กูยังเข็ดไม่หาย” “ ผมพูดกับไอ้แจ็คมันก็พยักหน้าและหันไปโบกมือให้บอยและธรรณ์ที่ไม่หันมามองผมแม้แต่หางตา
 
                    “เห็นไหมน้องงอนเลยสาด” ไอ้แจ็คพูด
 
                    “ไปทานอาหารกันเถอะวะ” ไอ้ดิวมันพูดและมันก็ลุกขึ้น แต่แอ้กับไอ้ติ๊กยังไม่ลุกขึ้น ไอ้ดิวมันมองทั้งคู่ ดูท่าจะคนที่งอนจะไม่ใช่ไอ้ดิวมั้งงานนี้
 
                    “ตกลงจะไม่ไปกินข้าวกันใช่ไหม “ ไอ้ดิวมันถามขั้นและมองแอ้กับติ๊กสลับกันไปมา
 
                    “เออ นั้นดิ ติ๊กไปกินข้าว  แอ้ไปกินข้าวกูหิวมาก”ไอ้พายมันทำการบ้านเสร็จแล้วก็ลุกขึ้น
 
                    “ถ้าไม่ไปกูไปกับดิวเอง ดิวยื่มควงหน่อย” ไอ้พาย และแอ้กับติ๊กมันก็ลุก แต่ไอ้ติ๊กนะมันลากแขนแอ้ออกไปก่อนเลย ผมก็หยักไหล่อะไรกันวะ พวกมันก็ส่ายหัวกันหมด  บอยและน้องน่ารักนั้นก็เดินออกไปด้วยกันผมก้เดินไปพร้อมกับไอ้ดิวและไอ้แจ็คเหมือนเดิม ส่วนพายนะวิ่งแจ้นตามไอ้ติ๊กไปนานแล้ว
 
                     “มึงแน่ใจแล้วเหรอวะว่าทำดีกับพวกมันแล้วมันจะเห็นค่าอะ “ ไอ้แจ็คมันถามผม
 
                     “กูเชือว่ะว่าการให้โอกาสคนมันจะสร้างมิตรภาพได้วะ” ผมพูดกับไอ้แจ็คและ
 
                   “เฮ้ยย” ไอ้ดิวมันร้องตกใจเพราะว่ามีคนยืนอยู่ ไอ้ภาคิน มันรอพวกผมอยู่มั้ง มันหันมาและเดินมาทางพวกผม
 
                    “นายขอเจ้าของโรงเรียนให้เราใช่ไหมวะ” ไอ้ภาคินมันถามแต่สายตานะมันมองที่ผมโดยตรง ไอ้แจ็คและไอ้ดิวมันก็มองมาที่ผมเช่นกัน
 
                    “เออ...ใช่..”ผมตอบมัน
 
                   “ทำไมวะ” มันถามผม
 
                  “พวกกูแค่อยากเป็นเพื่อนกับพวกมึงว่ะ  “ ไอ้แจ็คมันพูด ไอ้ภาคินมันมองผมและทำท่าคิด
 
                “ทั้งที่พวกกูดูไม่ได้ชอบขี้หน้าพวกมึงเลยนะ” ไอ้ภาคินมันถาม
 
                 “นั้นก็เป็นอีกเหตุผลว่า พวกกูอยากลบคำสบประมาทที่พวกมึงมองว่าพวกกูเป็นแค่ลูกคุณหนูด้วย” ไอ้แจ็คอธิบาย
 
                  “มันคงจะง่ายไปหน่อยพวกนี้มันเป็นพวกชอบเจอคนจริงวะ แต่กูก็เชื่อว่าพวกมึงคงซื้อใจมันได้ไม่ยาก” ไอ้ภาคินพูด
 
                    “แต่ขอบใจวะ หลุยส์” ไอ้ภาคินมันพูดและมันก็พยักหน้าให้ไอ้แจ็คและไอ้ดิว
 
                  “เดี๋ยวไอ้ภาคิน “ไอ้แจ็คเรียกมันไว้มันหันมามองผม
 
                  “กูขอแลกเปลี่ยนอะไรอย่างวะ เพื่อนมึงบอกว่าไอ้ต้นข้าวและไอ้บลูจะไม่มาเพราะว่ามีคนไปบอกพ่อแม่มันว่าพวกกูจะทำให้พวกมันเดือดร้อน แต่นี้พวกมันตั้งใจย้ายมาเรียนที่นี้และตอนนี้เป็นเพื่อนพวกกูไปแล้ว กูขอวะ ขอให้พวกมึงไปแก้ให้พวกกูด้วย เพื่อนกูจะได้กลับมาเรียนวะ” ไอ้แจ็คมันพูด ไอ้ภาคินมันยืนหันหลังอยู่
 
                 “ได้กูจัดให้” ไอ้ภาคินพูดและมันก็เดินออกไป เพื่อนๆมันรออยู่กันหมดแต่แอบอยู่ที่หัวมุม
 
                “เออ...เดี๋ยวนะ...”
 
                 “มึงได้ยินไหมวะ ว่ามันขอบใจไอ้หลุยส์” ผมหันมาถามไอ้หลุยส์กับไอ้ดิว มันสองคนก็พยักหน้าและมองหน้าผมว่าทำไมละ
 
                “พวกมันพึ่งจะมาวันนี้และไม่ได้คุยหาอะไรกับมรึงเลยไอ้หลุยส์ ทำไมมันรู้จักชื่อมึงวะ”ไอ้แจ็คพูด ผมก็
 
               “สาด! จริงด้วยวะ”ผมนี้ไม่ทันคิดเลยแสดงว่ามันต้องรู้จักผมมาก่อนแน่ๆหรือรู้จักคนที่รู้จักผมเช่นอีกทีหนึ่ง
 
               “ กูว่ามันมีของดีวะ” ไอ้แจ็คผมหันไปเหล่มองมัน
 
                “ทำไมมันมีร่างทรงหรือกุมารเหรอ ....เลอะเทอะ ไปกินข้าวเถอะวะ” ไอ้ดิวพูด ผมเดินลงมาแต่ตามสาวๆ จนทันทเรียกสาวๆดีกว่า ฮาๆ
               “น้องสาว รอพี่ด้วย”ไอ้แจ็ค มันบอกพวกบอย น้องน่ารักธัญ ติ๊ก แอ้และพาย ทุกคนหันมามองผมสามคนและ
 
                “ฮุ้ย!! แม้พอมีคนละแท่งละแจกกันใหญ่เลยนะ” ไอ้ดิว มันแซวเพราะว่าทุกคนให้นิ้วกลางพวกผมกันหมด
[ แจ็ค]
   หลังจากทานข้าว ผมเห็นบอยทำหน้าไม่สบายใจอีกแล้ว ธรรณ์ที่ดูร่าเริ่งกับพวกไอ้ดิว ไอ้แอ้ ไอ้ติ๊กและพายและบอย แต่มันไม่คุยกับหลุยส์ ส่วนไอ้หลุยส์ผมดูแล้วมันก็มีใจน่ะ รักแรกผมเหมือนผมกับบอยครั้งแรกแต่มันไม่กล้า ทำไมตอนนี้มาป๊อดวะ ผมก็คิดว่าควรจะหาแผนการที่จะทำให้มันแสดงตัวว่าเป็นพระเอก
 
      “บอยเดี๋ยวแจ็คมานะ จะหาวิธีช่วยไอ้หลุยส์” ผมกระซิบบอกบอย
 
      “เออ จะดีเหรอ บอยว่า”
 
      “บอยไม่เชื่อใจแจ็คเหรอครับ” ผมหันมากระซิบอีก
 
      “เชื่อแต่แอบกลัวอ่ะ”
 
      “เอานะ เชื่อหน่อย” ผมพูดและเดินออกไป ผมส่งซิกว่าไปห้องน้ำ แต่ไอ้หลุยส์มันไม่ยอมมองผมเอาแต่ก้มหน้ากับมือถือ ผมเดินเข้าไปหาไอ้ป๊อด
 
      “ป๊อด” ผมเรียกไอ้ป๊อด
 
      “ว่าไงพี่” มันหันหน้ามาถามผม
 
      “พี่อยากให้เราช่วยอ่ะ “ ผมพูดและมองหน้ามันยิ้ม แต่มันซิมองผมและทำหน้าเหมือนตกใจ จะตกใจทำไมของมันวะ มันหันมามองผมตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า
 
      “พี่จะให้ผมช่วย..เออ..ช่วย” ผมก็มองอะไรของมัน
 
      “อะไร” ผมถามกลับ
 
      “คือพี่จะให้ผมช่วยเรื่องนั้นนะเหรอพี่” มันพูดและมองส่วนสงวนผมพร้อมกลืนน้ำลายดังเอือกใหญ่
 
      “โป๊ก” ผมก็หันไปหยิบแก้วน้ำพาสติกใกล้มือโขกกะบาลมันไปหนึ่งที่
 
      “ไม่เอา จ้างกูก็ไม่เอา เมียกูน่ารักกว่าเยอะ” ผมพูด มันก็เอามือลูปหัวตัวเองเบาๆ
 
      “แล้วพี่จะให้ป๊อด ช่วยอะไรครับ” ไอ้ป๊อดมันถามผม
 
      “เอาหูมา “ ไอ้ป๊อดมันก็เอียงมาสุดๆ
 
      “ยืนดีดีดิวะ กูไม่ตุ๋ยตรูดมึงหรอก กูเลือกสาด” ผมด่ามันและมันก็ยืนดีดี ผมก็กระซิบแผนการทันที นี้เคยดูละครมามันน่าจะได้ผล
 
      “เอาแบบนี้เลยเหรอพี่ “ ไอ้ป๊อด ผมพยักหน้าและควักเงินสดออกมาห้าพันบาท มันจิบๆ และส่งให้ไอ้ป๊อด
 
      “ไม่ต้องแสดงเยอะแต่ขอให้สมจริงๆ” ผมอบกมัน
 
      “ได้พี่ผมมีครับนักแสดงรับจ้างในครัวผมน่ะ หน้าโหดแต่แอบคิกขุ” ไอ้ป๊อดพูดผมพยักหน้าว่าได้ตามนั้น แต่ผมต้องหาทางให้ธัญเดินไปด้านหน้าให้ได้และไอ้หลุยส์ตามไปและมันก็จะ
 
      “ไอ้ป๊อด อย่าต่อยจริงนะโว้ย เห็นแบบนี้พวกกรูหวงหน้าตามาก”ผมบอกไอ้ป๊อด
 
      “ไม่ครับ ไม่ต่อยจริงแต่เอาแบบเกือบๆนะพี่”
 
      “ดี” ผมยกนิ้วมือให้มัน ฮาๆ แค่คิดนะก็มันแล้พะยะค่ะ ผมคิดในใจผมเดินกลับไปนั่งที่เดิมและบอยก็มองผมแบบหวาดระแวง
 
      “ทำไมมองเขาแบบนั้นละที่รัก” ผมถามบอย”
 
      “ก็มันแปลกอ่ะ และดูซินี้ก็เอาแต่เล่นมือถือไม่มองใครเลย “ บอยกระซิบบอก
 
      “เดี๋ยวมันหายแน่นอน ถ้าเจอแผนแจ็คเขาไป แจ๊คดูออกว่ามันก็ชอบธัญแต่มันป๊อด” ผมบอกบอย และย้ายก้นไปนั่งใกล้ๆกับไอ้หลุยส์
 
      “ไอ้หลุยส์ มึงชอบน้องธรรณ์ก็บอกมาอย่ามาเก็ก”ผมกระซิบ มันเงยหน้ามองผม
 
      “กู...”
 
      “อย่าสตอ” ผมยังคงดักมันอีก
 
      “กูไม่ได้บลูชิท” มันพูด ผมก็แย้งมือถือมันมาและมันก็ทำท่าจะแย้งแต่ผมชี้ว่าถ้ามันกระโตกกะตากทุกคนจะรู้หมดและผมก็เข้าไปที่แฟ้มรูปภาพของมัน นี้ไง มีแต่รูปธัญทั้งนั้นเลยมันแอบถ่ายไว้
 
      “ไอ้แจ็ค”มันกัดฟันเรียกผม
 
      “มึงชอบเขาก็บอกมาดิวะ “ ผมพูดเบาๆ บอยก็มองผม ผมก็ยิ้มให้โบกไม้โบกมือไม่มีอะไร
 
      “กู ...กลัวแต่กูก็...” ไอ้หลุยส์
 
      “ลองก่อนดิวะ แต่กูเชื่อว่าเขามาเพื่อมึงวะ” ผมพูด
 
      “แต่ดูดิ เขาไม่อยากจะคุยอะไรกับกูเลยสักนิด “
 
      “เอาอย่างนี้กูมีแผน ทำให้มึงเป็นพระเอก”ผมพูดและไอ้หลุยส์มันเลิกคิ้วสูง
 
      “เชื่อใจกู “ ผมบอกมัน พอดีทุกคนมองนาฬิกาว่าควรจะเตรียมตึวเข้าเรียนได้แล้ว ระหว่างที่กำลังเดินไปเข้าแถว ผมเห็นพี่ภาณุเดินมาหาพวกผมอีกแล้ว แต่ผมคิดว่ามาคุยเรื่องชมรมว่ายน้ำกับผมแน่ๆแต่เปล่า
 
      “แอ้” พี่ภาณุเดินตรงมาหาแอ้เลย มาจับแขนแอ้ ไอ้ดิวที่มองและทำท่าจะผลักออกแต่แอ้มันหันมาห้ามไว้ ด้วยสายตา
 
      “พี่ภาณุมีอะไรไหมครับพวกผมจะขึ้นเรียนแล้วนะครับ” แอ้บอกพี่ภาณุ
 
      “คือพี่ว่าจะชวนแอ้ไปทานข้าววันหยุดนี้นะครับ  “ พี่ภาณุพูด ผมหันมามองหน้ากันมามุกไหนอีก
      
      “คือว่า...แอ้” แอ้หันมามองพวกผม ผมก็ปิ้งไอเดียร์ขึ้นมา
 
      “พี่พวกผมมีแพลนแล้วอ่ะว่าจะไปเลี้ยงวันเกิดไอ้หลุยส์มันวันหยุดนี้” ผมพูดและกอดคอไอ้หลุยส์ มันก็สะบัดหน้ามามองผม
 
      “มึงรู้เหรอกรูเกิดวันไหน”ไอ้หลุยส์มันกระซิบถามผม
 
      “ไม่รู้”ผมกระซิบ
 
      “สาด”ไอ้หลุยส์มันดาผมกลับ ผมก็มองพี่ภาณุ
 
      “เหรองั้นเอาไว้อาทิตย์หน้าก็ได้นะครับ พอดีพี่มีเรื่องจะคุยด้วย”
 
      “อาทิตย์หน้าก็ไม่ว่างครับ พวกผมต้องไปทำธุระกันที่ค่ายทหาร” ไอ้ดิวมันพูด
 
      “งั้นก็”
 
      “ไม่มีอาทิตย์ไหนว่างเลยตารางเต็มใช่ไหมแอ้” ไอ้ดิว พวกผมได้แต่มองมันอ้าปากค้าง เออ นี้มันหึงชัดๆ ไอ้แอ้ยังหันมามองไอ้ดิวเหมือนจะบอกให้มัหยุดด้วยสายตา และอีกคนที่มองก็คือติ๊ก
 
      “งั้นพี่คงไปคุยกับแอร์ใหม่นะ แอร์บอกให้พี่ชวนแอ้ไปเที่ยวบ้างนะครับแต่ถ้าแอ้ไม่ว่างเยอะขนาดไม่เป็นไรแต่ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ ..เออ พี่ไปก่อนนะครับ เพื่อนพี่เรียกแล้ว แอ้ ...”พี่ภาณุพูดและพี่เขาก็หันมาโบกมือให้พวกผมก่อนจะรีบเดินออกไปเพราะว่าหน้าไอ้ดิวมันคุสาดมาก เป็นใครก็เพ่นนะผมว่า ผมหันมามองไอ้ดิวกันทุกคน
      
      “กูจะไปห้องน้ำก่อนนะ”ไอ้แอ้มันพูดและเดินแยกออกไปแน่นอนไอ้ดิวก็ตามทันที ผมได้แต่มองตามและไอ้ติ๊กทีเดินขึ้นไปอีกทางเช่นกันไปขึ้นห้องเรียน ส่วนพายที่งง ไม่ต่างจากผมได้แต่ยักไหล่และตามไอ้ติ๊กไป
 
      “ตกลงใครผัวใครเมีย ใครเมียหลวงใครเมียน้อยวะ” ไอ้หลุยส์หันมาถามผมสองคนผมจะรู้ไหมละว่าใครตำแหน่งไหน  บอยหันไปตีแขนไอ้หลุยส์ ส่วนธรรณ์ก็เดินขึ้นตามพายไปเช่นกัน บอยที่ทำท่าจะตามผมก็รีบคว้าข้อมือบอยไว้ก่อน
 
      “บอย เดี๋ยวหาเรื่องให้ธรรณ์เดินไปกับไอ้หลุยส์ก่อนนะ ที่หน้าประตูนะ “ ผมบอกบอย บอยก็มองหน้าผม
 
      “น่ะบอย “ ผมพูดกระซิบข้างหูบอย
 
      “ก็ได้นะ แต่ห้ามมีใครเจ็บตัวโชว์อะไรทั้งนั้นนะแจ็ค” บอยหันมาบอกผม ผมก็กลืนน้ำลายนี้ขนาดไม่ได้บอกแผนนะทำไมเดาออกง่ะแต่ ผมจ้างไปแล้วนิ
 
      “ไม่มี” ผมพูด
 
      “เหมือนโกหก แต่บอยเชื่อแจ็ค” บอยพูด ผมก็แยกย้ายกันไปนั่ง ผมไปนั่งกับไอ้หลุยส์มัน ครูพัฒน์ก็ตามเข้มาสอน ไอ้หัวหน้าก็กล่าวทำความเคารพปกติ วันนี้เป็นวันแรกที่พวกไอ้ภาคินมันตั้งใจเรียนนะผมว่า ผมก็นั่งฟังวิชาภาษาไทยไปอย่างง่วง จนผมหันไปเจอไอ้หลุยส์ที่มันแอบมองธัญ และจังหวะที่ครูพัฒน์หันไปเขียนกระดานดำ ผมก็เขียนใส่กระดาษ
 
      “คนน่ารักจีบได้ป่ะ จาก หลุยส์” ผมขย้ำและปาข้ามทุกคนไปโดนธรรณ์ ธรรณ์หยิบมาและก็เปิดอ่านผมนี้ลุ้นมาก ไอ้หลุยส์มันมองผม ผมก็หยักคิ้วให้มัน
 
      “ปึก” มีกระดาษลอยมาที่ไอ้หลยุส์ตรงๆ ผมนี้หยักคิ้วให้มันรีบเปิดอ่าน มันก็รับมาแบบงงๆ
 
      “Are you out of  your mild? You just mad on me the morning. Stop to play silly with me!”
 
      “F**k” ผมสะบดออกมา ผมทำให้มันแย่ลงหรือไงวะ ไอ้หลุยส์มันหน้าถอดสีเลย
 
      “เขาด่ากรูทำไมวะ” ไอ้หลุยส์ ผมก็เกาหัว
 
      “กรูเขียนกระดาษชมว่าเขาน่ารักและกรูลงชื่อมรึงวะ” ผมสารภาพบาปกับมัน
 
      “ไอ้....แขก..”มันตะคอกใส่ผม
 
      “อะไรกันแจ็ค และหลุยส์ “ พี่พัฒน์หันมาถามผมสองคน ทุกคนมองมาที่ผมกันหมด
 
      “นายไม่ตั้งใจเรียนเลยหรือไง ออกไปยืนหน้าห้องและถือไม้บรรทัดไปคนละอัน “ พี่พัฒน์พูด ผมก็มองว่าเอาไปทำไมอ่ะ ผมเดินไปยืนที่หน้าห้องกับไอ้หลุยส์
 
      “ยืนกระต่ายขาเดียวและคาบไม้บรรทัดด้วย จนกว่าครูจะสั่งให้พอ” พี่พัฒน์พูด ผมก็มองเอาจริงๆเหรอ ไอ้หลุยส์มันก็ทำหน้าจะแดกหัวผมอีกด้วย เพราะว่ามันซวยโดนร่างแหไปกับผมด้วยไง ผมก็จัดการยืนกระต่ายขาเดียวและคาบไม้บรรทัดพร้อมกับไอ้หลุยส์ มันก็หันมาแยกเขี้ยวใส่ผมตลอดเวลาเพราะว่ามันคงอายนักเรียนที่เดินผ่านไปมา ที่ต่างก็พากันหันมาหัวเราะผมสอง


ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1976
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
            
พระเอกจำเป็นและธรรณ์เขาก็มาเพื่อหลุยส์อยู่แล้ว
               
               ต่อPart แจ็ค  ผมยืนกันจดหมดคาบและนี้ก็เป็นคาบสุดท้ายด้วยเพราะว่าเป็นวันศุกร์จะเลิกเร็ว เห็นไอ้หัวหน้าแว่นมันบอกว่าปกติจะเป็นกิจกรรมชมรมแต่ไม่มีใครอยากเข้าชมรมอยากพากันรีบกลับเพราะกลัวมียกพวกมาตีกัน
 
      “เอาละเข้าห้องได้แล้วและอย่าทำอีกนะ เธอต้องเคารพเพื่อนและครูในห้องเรียน ห้ามเสียงดังในขณะที่ครูสอนเข้าใจไหม แจ็ค และหลุยส์” “ครูพัฒน์พูดผมพยักหน้า ครูพัฒน์ให้พวกผมกลับเข้าห้องได้และหัวหน้าแว่นก็บอกทำความเคารพครูพัฒน์ พวกไอ้ภาคินมันดินออกจากห้องไปกันไวมากหมดเลย
 
      “ไปก่อนนะ เจอกันพรุ่งนี้”ไอ้แว่นหัวหน้าห้อง
 
      “ถ้ายังมีชีวิตอยู่”ไอ้แว่นพูดและพวกผมก็พากันหันไปหาว่ามีอะไรก็ หยิบมาปาไล่ตามหลังมันทันที ไอ้นี้ให้พรพวกผม(ทุกวันครับ)
 
 
      “ไอ้ป๊อดพร้อมยังนักแสดง”ผมส่งข้อความไปหาไอ้ป๊อด
 
      “พร้อมพี่”
 
      “ดีมากเจอกันที่หน้าโรงเรียน” ผมส่งข้อความกลับไป และหันมามองไอ้หลุยส์ มันงอลผม
 
      “หลุยส์จะงอนกรูทำไม อย่างอนเดี๋ยวคืนนี้ผัวสนองให้” ผมพูดมันปัดมือผมออก ผมก็ชะเง้อมองบอย
 
      “ใกล้แล้วบอยให้ธรรณ์ไปด้านหน้าเลยนะ “ ผมพูดให้อ่านปาก
 
      “กูจะเข้าห้องน้ำก่อนนะ “ ไอ้แอ้มัพูดขึ้น
 
      “กูไปด้วย”ไอ้ดิว ผมสองคนหันไปมองช่วงนี้แอ้ไปไหนต้องมีดิวตามติดยิ่งกว่าปิงซะอีกและอีกคนก็
 
      “กูด้วย”ไอ้ติ๊ก
 
      “ทำยังกะใช้ท่อเดียวกัน”ไอ้พายพูดขึ้น
 
      “ไปไหมละมึงอ่ะ” ไอ้ติ๊กมันก็หันมารถามพาย
 
      “ไปดิ” และพวกมันก็จะไปเข้าห้องน้ำกันก่อน ได้การเลย เข้าแผ่นมาก เพราะถ้าไอ้ดิวอยู่นี้มันจะแย้งซีนกระเอกผมและผมอาจจะต้องจ่ายค่าห้องพยาบาลพวกที่ผมจ้างมาอีก
 
      “ไปครับพ่อพระเอกของแจ็ค ไปด้านหน้าโรงเรียนกัน” ผมพูด มันก็หันมาค้อนผม ธรรณ์ก็เดินตามบอยออกมา
 
      “ธรรณ์พักที่ไหนเหรอ” ผมถามธรรณ์ เขาก็หันมามองหน้าผมแต่ไม่มองหน้าหลุยส์ 
 
      “พักที่โรงแรมนะ โรงแรมอาของบอยเขานะแจ็ค”ธรรณ์หันมาบอกผม
 
      “ทำไม่มาอยู่ที่ห้องที่บ้านพวกเราละ “ ผมถามธรรณ์
 
      “ไม่จะดีกว่าอาจจะทำให้ใครบางคนอึดอัด” ธรรณ์พูดก่อนจะหันไปเหล่ตามองไอ้พ่อพระเอกของผม  นั้นก็คือไอ้หลุยส์
 
      “เอ๊ะ...คนนั้นนะไอ้หลุยส์หรือเปล่านะ” ผมถามลอยๆและเหล่มองไอ้หลุยส์มันแยกเขี้ยวใส่ผม แต่บอยแอบขำ ทั้งบอยและธัญเดินลงไปพร้อมๆกัน
 
      “ไอ้หลุยส์ กูหาวิธีให้มึงเป็นพระเอกได้ กูให้ไอ้ป๊อดจ้างคนล้างจานมาแซวธรรณ์และมึงเข้าช่วยนะ” ผมกระซิบมันก็สะบัดหน้ามองผม
 
      “ไม่มีต่อยเพราะกูจ่ายไปแล้วห้าพัน” ผมพูดกับไอ้หลุยส์ มันก็มองผมจริงเหรอ
 
      “จริงๆ เอานะ พระเอก “ผมพูดและ
 
      “บอย..บอยลืมของไม่ใช่เหรอที่ห้องสมุดนะ “ผมเรียกบอย บอยก็หันมามองผมและส่ายหัวว่าไม่
 
      “ลืม...บอยลืม...” ผมพูดและชี้ตัวเอง ผมรีบขยิบตา
 
      “ไม่นะ บอยยัง....”บอยก็ทำท่าจะปฏิเสธ ผมรีบเข้าไปจับมือบอยและดึงออกมาจากธรรณ์ก่อน
 
      “ที่ตกลงกันไง จะให้หลุยส์อยู่กับธรรณ์สองต่อสองนะ เขาจะได้ปรับความเข้าใจกัน” ผมพูดกับบอยและหันมามองธรรณ์ที่ยืนกอดอกมองผมกับบอย
 
      “แจ็คเล่นอะไรเนี๊ยะ” บอยถามผม
 
      “เอานะ เดี๋ยวรอดูแฮปปี้เอ็นดิ้ง” ผมพูดและยิ้มให้ธัญที่ยืนกอดอกมองผม
 
      “เดี๋ยวมานะ บอยลืมของสำคัญอ่ะธรรณ์ เออ หลุยส์ยืนเป็นเพื่อนธรรณ์ไปก่อนนะ “ บอยหันไปบอกธรรณ์และผมก็ดึงแขนบอยไปเลย แต่ไปหาที่แอบ
 
      “แจ็ค ตกลงทำอะไรบอกบอยมาเดี๋ยวนี้นะ”
 
      “ชู!!!” รอดูก่อน ผมเห็นไอ้หลุยส์มันยืนรักษาระยะห่างจากธรรณ์อยู่นะ มันจะกลัวอะไร 
 
      //แจ็ค – หลุยส์เข้าไปชวนธรรณ์คุยก่อนที่นักแสดงจะมา//
 
      //หลุยส์-คุยอะไรดูหน้าเขาดิ อยากคุยกับกุไหมละสาด // ผมเงยหน้ามอง จริงด้วยไม่อยากจะคุยสงสัยแค้นฝังหุ้น
 
      “ทำไมเขาโกรธไอ้หลุยส์นานหนักละบอย” ผมหันมาถามบอยทันที
 
      “ก็ที่จริงธรรณ์ตั้งใจมาเพื่อหลุยส์แต่ดูหลุยส์ทำซิ นี้เขาบอกจะกลับเลยนะ” บอยพูด ผมก็มองทำไมนักแสดงยังไม่มา ผมเห็นแล้วมีเดินมา ในเครื่องแบบเทคนิกครับ แต่คนล้างจานมันแต่งเครื่องแบบเทคนิคมาทำงานเหรอว่ะ หรือว่ากลัวไม่สมจริงๆ ฉลาดนะไอ้ป๊อดนี้ เสร็จงานมีเพิ่มแน่ๆ
 
      “มาแล้วนักแสดงกิติมาศักดิ์ “ผมบอกบอย บอยก็มองและหันมามองหน้าผม
 
      “ไปหามาจากไหนอ่ะ ดูโหดมากนะ “
 
      “มันต้องสมจริง” ผมพูดและนั่งมองเหตุการณ์ มันมากันสามคนและเดินตรงมาหาธรรณ์ทันที อย่างรู้งาน และมันก็จับแขนธรรณ์ และธรรณ์ก็สะบัด อย่างกับในหนังเลย และไอ้หลุยส์ก็เข้าไปผลักอกมัน กระเด็นไปและโอบเอวธรร์ให้เข้ามาเพื่อจะปกป้อง และไอ้คนที่ล้มลงไปก็ลุกขึ้นมา
 
      “และมันก็จะบอกว่า //มึงฝากไว้ก่อนนะแค่นั้น// เห็นไหมบอยว่ามันง่ายมากแผนแจ็ค” ผมหันไปบอกบอย
 
      “ผลั๊ก ผลั๊วะ ตุ๊บ” เสียงมันบอกได้ว่าโดนเต็มๆ ผมหันไปมองไอ้หลุยส์ครับ มันกระเด็นไปกองกับพื้นแทน

      “เว๊ย!!” ผมร้องเสียงหลงทันที 
 
      “นี้เหรอแจ็คที่บอกว่าง่ายมาก” บอยพูดและรีบเดินออกไปทันที ผมนี้รีบปรีเข้าไปคว้าบอยไว้ก่อน จะไปสู้อะไรเขาได้แต่ว่าไหนผมตกลงกันไว้ไงว่าไม่ให้ต่อย ผมรีบเดินเข้าไปประครองหลุยส์ ก่อน ส่วนที่มาด้วยอีกคนเข้าไปดึงลากธรรณ์ไปอีก

      “ปล่อยนะ ไอ้บ้า กูไม่ไป” ธรรณ์ก็พยายามสะบัดมือแต่ไม่หยุดเพราะดูท่าพวกนี้จะทึกเอาการ
 
      “ไอ้แจ็คนักแสดงมึงแสดงดีไปไหมวะ ...มันต่อยกูสาด” ไอ้หลุยส์พูดและเอามือกุมที่มุมปากมัน มีเลือดซิบด้วย
 
      “ไปเลย มีคนบอกว่าผู้ชายโรงเรียนนี้น่าเอากว่าผู้หญิงพี่อยากลอง” ไอ้คนที่พยายามดึงลากธรรณ์พูดขึ้น
 
      “เฮ้ย! ปล่อยเพื่อนกูนะโว้ย!” ผมชี้หน้ามองมัน
 
      “มึงเสือกอะไรด้วย! “ ไอ้คนนั้นมันหันมาชี้หน้าด่าผมกลับ ผมก็ส่งข้อความหาไอ้ป๊อด
 
      “ไอ้ป๊อด! นักแสดงมึงแสดงเกินค่าตัว” ผมส่งข้อความไป
 
      “พี่เจอพวกพี่เขาแล้วเหรอ พี่เขารออยู่ประตูหนึ่งอ่ะครับ” ไอ้ป๊อดส่งข้อความมาหาผม มันบอกประตูหนึ่ง (ปกติมันมีกี่ประตูวะ เนี๊ยะ ผมก็ยืนคิด พร้อมกับมองไปรอบๆ  ผมก็คิดว่ากดดโทรหาจะดีกว่ามันช้า ไอ้ป๊อดมันรับสายผม
 
      “เออ....แล้วนี้กรูอยู่ประตูไหนวะ “ ผมพูดกับตัวเอง ประตูนี้นี้มันประตูสอง ผมเห็นป้ายเขียนไว้
 
      “กูอยู่ประตูสองว่ะป๊อด”
 
      “อ้าว! เวรแล้วครับพี่แจ็ค.. เดี๋ยวผมโทรบอกให้ใหม่นะพี่นะ” ไอ้ป๊อด
 
      “ไอ้ป๊อด ถ้ากรูรอดไปได้มึงเจ็บหนัก!!!” ผมตะคอกใส่มือถือ
 
      “ไอ้หลุยส์กูมีข่าวดีวะ”
 
      “อะไร” มันถามผม
 
      “นี้ไม่ใช่นักแสดงแต่มันคือตัวโกงแบบตัวเป็นๆเลยสาด “ ผมพูด ไอ้หลุยส์หันมามองหน้าผมและ
 
      “เพี๊ยะ!”มันโบกผม ไอ้หลุยส์ก็วิ่งเข้าไปใส่มันเลยครับ ผมก็จะรออะไร แต่หันไปมองเมื่อไหร่ไอ้ดิวจะมา มันไปขรี้กันที่ไหนวะ ผมก็เข้าไปช่วยก่อนเลย ไอ้หลุยส์เขาไปยื้อหยุดฉุดกระฉากจนธรรณ์ หลุดออกมาผมก็เข้าไปต่อยไอ้ที่เหลือแต่ทะว่าหมัดผมมันธรรมดาไปหน้ามันอย่างหนา เจ็บมือตัวเองครับ ผมยืนสะบัดมือไปมา ส่วนไอ้หลุยส์มันไปยืนกอดธรรณ์ ผมแอบคิดในใจทำไมไม่โยนธรรณ์ไปอยู่กับบอยแล้วมาช่วยผมก่อน
 
      “มึงอยากลองไม้ทีกูไหม กูจัดให้” จังหวะที่ผมล้มมันก็ง้างไม้ทีขึ้นและ
 
      “ผลั๊ก ....ตุ๊บ” ผมยกมือขึ้นบังหน้าผมบังไว้ก่อนแขนขาช่างมันแต่ผมไม่เป็นอะไร
 
      “เฮๆๆๆ”เสียงปรบมือจากบนอาคาร ผมก็มองคนที่ยืนค้างไว้ซึ่งท่าตีเขาลอยมาแต่ไกล ไอ้ดิวครับ ไอ้พ่อพระเอกของผมตัวจริงๆ
 
      “เชี้ยะอะไรของมึงอีกเนี๊ยะ! ไอ้แจ็ค!”ไอ้ดิวมันหันมาเม้งผม
 
      “กู...ไม่รู้ว่า มันแค่ผิดคิว” ผมพูด ไอ้ดิวมันหันไปมองอีกสองคนที่ยกไม้ทีจะเข้ามา
               
      “กูว่ามีดดีกว่าวะไอ้นี้นะ” คนที่จะเข้ามาเล่นไอ้ดิว มันทิ้งไม้ทีและควักเอามีดพกออกมา
 
      “เฮ้ยยย! มีดด้วยวะ “มีเสียงเชียอยู่บนตึก ผมก็ตกใจแทนไอ้ดิวซิครับ ผมทำท่าจะลุกขึ้นช่วยไอ้ดิว แต่มันยกมือห้ามผม ไอ้ดิวมันหาได้กลัวอะไรไม่ มันก็มองไอ้สองคนนั้น ไอ้คนที่ถือมีดพกมันสวกเข้ามาแต่ไอ้ดิวมันไวหลบและจับข้อมือบิดและตีเข่าทันทีอย่างชำนาญ
 
      “โอ้วว โอ้วว อู้ยย” พวกกองเชียร์ดังลั่น เหมือนเสียงพากตอนคู่มวยกำลังต่อยกันเลย
 
      “พี่ดิว พี่ดิว พี่ดิว” เสียงดังจากอาคารดังมาก
 
      “นี้ตรงไหน อะไรนะ หยุดนะ ตำรวจกำลังจะมา” ครูพัฒน์วิ่งลงมาพร้อมกับ รปภ ไอ้คนที่สู้กับไอ้ดิวมันพยักเพยอให้พวกเพื่อนมันถอยออกและมันก็พยุงคนที่ดิวตีเข่าลอยลุกขึ้นและลากอกไป มันารีบไปขึ้นรถมอเตอรไซด์ขับออกไปทันที ผมได้แต่ยืนมอง ผมเห็นไอ้หลุยส์มันกำลังอ้อนธรรณ์
 
      “นี้มึงเล่นอะไรของมึงว่ะแจ็ค” ไอ้ดิวมันเอ็ดผม ผมก็ค่อยๆลุกเพราะโดนไปหลายหมัดเหมือนกัน บอยเดินมากอดอกมองผม ผมรู้ว่าบอยโกรธผมแน่ๆ
 
      “ทำไมทำแบบนี้ละแจ็ค ไม่คุ้มกันเลย “บอยรีบต่อว่าผมอีกคน
 
      “บอย..อู้ยย!” ผมเรียกบอยและลองออกมาโดนไปที่พุงผมหลายหมัดอยู่ บอยก็ใจอ่อนเดินมาช่วยดิวพยุงผมออกไป
 
      “นี้พวกนี้เขามาทำร้ายใครเนี๊ยะ”ครูพัฒน์เดินตรงเข้ามาถามพวกผมทันที
 
      “ผมครับครูพัฒน์” ธรรณ์เอ่ยขึ้น พร้อมกับยกมือแสดงตน
 
      “ดูซิแต่ละคนที่พวกมันเลือกเข้ามาหน้าตาหวานๆทั้งนั้นเลยนะครูพัฒน์ ตั้งแต่มลเป็นครูมา มีนักเรียนมากมายแต่ไม่เคยเจอแบบนี้เลยนะครูพัฒน์” ครูผู้หญิงที่วิ่งมากับครูพัฒน์พูดขึ้น
 
      “พัฒน์ว่ามันชักจะเยอะขึ้นไปแล้วนะเนี๊ยะ เราต้องมีมาตราการที่เด็ดขาดแล้วค่ะครูมล”
 
      “ก็เราดันมีนักเรียนชายที่น่ารักแบบนี้นี้ค่ะ คงต้องช่วยๆกันดูแล” ครูมลพูด
 
      “นั้นรถมาแล้วขึ้นรถไปเลยกลับบ้านเดี๋ยวนี้และนี้ธรรณ์เราพักที่ไหน” ครูพัฒน์เห็นรถที่มารับส่งพวกผมเข้ามาจอดแล้วเลยบอกให้พวกผมไปขึ้นรถกัน ไอ้ติ๊กและไอ้แอ้และพายที่ยืนอยู่มันคงรู้ว่าไอ้ดิวนะ เอาอยู่เลยดูอยู่ห่างๆ ก็ผมพากันเดินไปขึ้นรถ
 
      “ธรรณ์ ไปกับพวกเราเถอะ เพราะดูแล้วพวกนี้มันอาจจะไม่เลิกนะ” หลุยส์มันเอ่ยบอกธรรณ์ ธรรณ์มองหน้าหลุยส์ที่เข้าไปช่วยลากให้หลุยมาจากพวกนั้น
 
      “ครับ” ธรรณ์ตอบหลุยส์และพยุงไอ้หลุยส์ขึ้น  ผมนี้ทำท่าเยส แต่ก็ต้องเจ็บอ้อนเมียไว้ด้วย มันโดนไปแค่สามหมัดผมนี้มาเป็นชุดเลย แต่อ่อนมาไม่ได้เพราะว่าเมียกำลังโกรธอยู่หน่อยๆ
 
      “ดี รีบขึ้นรถเลย” ครูพัฒน์พูด พอพวกผมกำลังจะขึ้นรถ
 
      “เสียงปรบมือดังมาซะอย่างนั้น พวกผมก็ยกมือให้ว่าพวกผมโอเค และพากันขึ้นรถไป ดีนะที่รถมากันสี่คันเลยแบ่งๆกันไป ผมก็ได้ไอ้ดิวช่วยบอยพยุงผมไปในรถลีมูซีมคันหรู
 
      “ไอ้ตัววางแผน มึงนี้น่ะหางานตลอด “ ไอ้ดิวมันยังไม่จบด่าผมอีกนะ ผมก็ยกนิ้วให้มันแต่นิ้วกลางนะ และบอยก็เข้ามานั่ง แม้บอยจะโกรธแต่ก็เป็นห่วงผม
 
      “อีกแล้วเหรอครับคุณหนู ฮาๆ” พี่คนขับรถแซวผม
 
“ชีวิตวัยรุ่น แต่พอคุณหนูโตขึ้นและมองย้อนหลังมาจะรู้สึกว่าว่ามันมีอะไรให้จดจำเยอะดีนะครับ” พี่คนขับรถพูด
 
      “แต่ผมไม่อยากนั่งจำว่าผมโดนไปกี่เท้านี้ครับพี่” ผมพูด
 
      “ฮาๆ เอานะครับ ผมว่าพวกคุณหนูนะ สู้ได้สบายอยู่แล้วครับ” พี่เขาพูด ผมหันมามองบอย บอยหยิบเอาผ้าเช็ดหน้ามาซับเลือดข้างมุมปากผมอย่างเบามือ
 
      “ขอบคุณนะแจ็คที่ช่วยหลุยส์ปกป้องเพื่อนบอย นี้บอยรู้สึกผิดมากเลยที่ดึงมาเสี่ยงแบบนี้”
 
      “ตอนนี้เขามีคนปกป้องแล้ว เชื่อแจ็คซิ” ผมพูดและยิ้มให้บอย
 
      “คงอย่างนั้น” บอยพูดและยิ้มให้ผมเช่นกัน
 
“โอ้ยย” ผมร้องเพราะว่าโดยแผลที่มุมปาก บอยก็ปิดปากขำผมใหญ่เลย
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
[หลุยส์]
      ผมนั่งมากับธรรณ์ในรถสองคนไอ้แจ็คมันไปกับบอย อีกสองคันผมไม่ได้มอง ผมได้แน่นั่งเงียบๆ และอีกคนก็นั่งเงียบๆข้างๆผม ผมไม่รู้ว่าทำไม ผมรู้สึกใจเต้นแรงเหมือนครั้งแรกที่ผมเจอบอยเลย
 
      “เออ..”ผมก็กำลังจะเปิดบทสนทนาเพื่อทำลายความเงียบแต่ธรรณ์ก็ใจตรงกันใจกันเช่นกัน
 
      “หลุยส์ก่อน” “ธรรณ์ก่อนครับ” ตรงกันอีก
 
      “คิกๆ” ธรรณ์หัวเราะผม ผมผ่ายมือให้เขาพูดก่อนดีกว่า
 
      “ขอบคุณนะหลุยส์” ธรรณ์พูดขอบคุณผมที่ช่วยเขาไว้ ผมก็ยกมือขึ้นลูปท้ายทอยตัวเอง ก่อนจะพยักหน้าว่าไม่เป็นไร
 
      “เจ็บเลยดูซิ” ธรรณ์เอานิ้วเรียวๆขึ้นมาแตะที่มุมปากผมอย่างเบามือแตก็รู้สึกเจ็บอยู่ดี
 
      “ไม่เป็นไรครับ จิ๊บๆ “ ผมพูดแต่แอบ เซย์เยสนึกขอบคุณแผ่นชั่วๆของไอ้แจ็คมัน
 
      “เจ็บมากไหมอ่ะหลุยส์” ธรรณ์ถามผม ผมก็ยิ้มๆ สายตาผมมองใบหน้าที่เรียวสวยนั้น ดวงตาที่เรียวรับกับใบหน้าจมูกที่โด่งถ้าเขาเป็นผู้หญิงจะเป็นผู้หญิงที่สวยมากเหมือนกับเขาคนนั้นเลยไหม ไม่ซิสวยกว่าด้วยน้องผู้หญิงที่ผมคบด้วย อันที่จริงพ่อแม่เขาพยายามหยัดเยียดมาให้คบกับผมเพราะว่าครอบครัวผมมีเงินไง
 
      “จำเราไม่ได้เหรอหลุยส์”
 
      “ฮ่ะ!” ผมส่งเสียงแปลกใจที่เขาถามผม
 
      “ถามว่าจำเราไม่ได้เหรอ เราเคยเจอกันครั้งหนึ่งแต่นายนะ เอาแต่มองบอย ” ธรรณ์พูด ผมก็ทำท่านึก นึกยังไงก็นึกไม่ออกแต่เขาก็บอกอยู่นะว่าผมเอาแต่มองบอย
 
      “หลุยส์นึกไม่ออกว่าที่ไหนตอนไหน แต่หลุยส์ก็รู้สึกเหมือนเคยเจอธรรณ์มาก่อนนะ” ผมพูด ธรรณ์ก็ยิ้มให้ผมและพยักหน้า
 
      “วันนั้นบอยออกไปและไปทานอาหารกับหลุยส์และบังเอิญเจอกับเราที่นั้น เราเคยเป็นเพื่อนเล่นกับบอยตอนเด็กๆ บอยต้องไปอยู่กับอาของเขาทำให้เราห่างกันไปพักหนึ่งแต่แปลกนะไม่นานบอยก็กลับมา  “ธรรณ์พูด ผมพยักหน้าตาม
 
      “เมื่อก่อนมันคงมีอะไรบังตาบังใจเราไว้” ผมพูดแต่คนฟังเบ้ปากใส่ผมซะงั้น
 
      “เขาเรียกอะไรนะ น้ำเน่า หึๆ” ธรรณ์พูดและหันหน้าหนีผม ไม่น่านรถก็แล่นมาถึงที่บ้านพักผม ผมเห็นว่าพวกนั้นเข้าไปในบ้านกันหมดแล้วแน่นอน คู่ผมเป็นคู่สุดท้าย
 
      “เข้าบ้านกันเถอะครับ” ผมบอกธรรณ์
 
      “หมับ” ธรรณ์จับมือผมไว้ก่อนที่ผมจะก้าวเท้าเข้าบ้าน ผมหันมามองว่ามีอะไร หรือว่ากลัว
 
      “ทำไมละครับ”
 
      “คือธรรณ์มีเรื่องอยากจะสารภาพนะ” ธรรณ์พูดและมีท่าที่เขินอายผม ผมก็หันมามองว่ามีอะไร
 
      “คือว่า...เออ...ธรรณ์นะแอบชอบหลุยส์ตั้งแต่วันนั้นแล้วอ่ะ แต่เหมือนหลุยส์ไม่พยายามเปิดใจเราเลย เออ ไม่กล้าตอแย เราเป็นคนส่งการ์ดให้หลุยส์ทุกเทศกาลเลย หลุยส์ได้รับบ้างไหมครับ” ธรรณ์พูด มันทำให้ผมคิด ผมคิดว่าบอยส่งให้ผมซะอีก
 
      “หลุยส์ได้นะแต่มันไม่เคยลงชื่อคนส่งให้เลยอ่ะ”
 
      “ใครจะกล้าลงละ กลัวว่าหลุยส์จะ”
 
      “หลุยส์เลยเข้าใจมาตลอดว่าเป็นบอยและนั้นก็คือสาเหตุที่หลุยส์ตามบอยมาเพราะหลุยส์คิดว่าบอยก็มีใจให้เหมือนกัน” ผมพูดกับธรรณ์
 
      “นายจะโกรธเราก็ได้นะ หรือจะ..”ธรรณ์พูด
 
      “ไม่ทันแหละโกรธไม่ทันแล้ว เข้าบ้านเถอะครับ “
 
      “อ้าว ทำไมอีกละครับ”
 
      “ไม่โกรธเหรอ”
 
      “ไม่โกรธอ่ะ เพราะว่าของพวกนั้นมันทำหลุยส์เหมือนเจอรักแรกพบและของพวกนั้นมันก็ทำให้หลุยส์มีแรงที่จะลุกขึ้นมาจากมุมมืด”
 
      “เข้าบ้านกันครับ ถ้ารอบนี้ยังไม่เข้าจะอุ้มเข้าไปเลยนะ” ผมพูดและทำท่าจะอุ้ม แต่ธรรณ์กระโดดหนีผม
 
      “เข้าแล้ว เดินเองจะบ้าเหรอ เพิ่งมาให้จะกล้าให้ทำแบบนั้นละ ” ธรรณ์พูด ผมสองคนเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นก็เห็นอุปกรณ์ทำแผลว่างไว้ ผมนั่งลงธรรณ์ก็ทำการช่วยทำแผลให้ผมใช่สำลีแตะยาและมากดที่ตรงที่ผมโดนต่อย
 
      “โอ้ยย” ผมร้อง
 
      “แม้อ้อน...” ไอ้แจ็คมันแซวผม
 
      “ที่ตอนต่อยกับแจ็คทำไมไม่อ้อนพายแบบนี้น่ะหลุยส์” พายแซวมันทันที
 
      “ไม่กล้าจร๊า ” ผมตอบพาย ผมรู้ว่าเขาแค่แกล้งผมเล่น
 
      “ทำไมอะ”
 
      “กลัว” ผมพูด ทำเอาพายแอบค้อนผมใหญ่เลย ธรรณ์แอบขำผม
 
      “ธรรณ์ เราโทรเช็คที่โรงแรมให้แล้วนะ เขาจะเอากระเป๋าของนายมาส่งให้พรุ่งนี้ทีบ้านนี้ “ติ๊กบอกพวกผม ก่อนจะหันหลังเดินขึ้นบ้านไปทันที พวกผมหันไปมองพายกันหมด แสดงว่างานเข้าแน่ๆ
 
      “ก็ดีวะ เออ ไอ้ดิวไปไหนวะ” ไอ้แจ็คถามพายทันที 
 
      “ไปยิม”พายตอบ
 
      “แอ้ละ”

      “ไม่รู้ว่ะ ไอ้ติ๊กมันเข้ามาพร้อมกันกับพวกมันยังไม่รู้เลย” พายพูด
 
 
      “ตกลงมันยังไงวะพาย กูงงกับมันสามคนวะ” ไอ้แจ็คมันหันไปถามพาย ผมก็พยักหน้าและนั่งเอนไปข้างหลัง ผมเอาแขนพาดโอบเอวธรรณ์ไว้ ธรรณ์ก็มองหน้าผมยิ้มๆ
 
      “ก็งานเข้าตอนไปห้องน้ำ ไอ้พี่ภาณุเห็บหมานะ เดินมาเจอแอ้อีกและเข้ามาคุยจับไม้จับมือแน่นอนไอ้ดิวมันก็หึงและอีกคนกูไม่รู้หึงใครวะ” ไอ้พายพูด ผมพากันพยักหน้า สนุกเลยงานนี้
 
      “พอดีเลยมึงคือระฆังไอ้ดิวมันเลยไปลงที่ไอ้คนที่มาทำร้ายมึงนั้นแหละ ไอ้พวกนั้นซวยไปเลยโดนซะแทบคลานกลับเลย” พายพูด ผมก็ถึงบางอ้อ ตอนแรกก็นึกว่าโกรธที่พวกผมถูกทำร้าย โธ่! ไอ้นี้มันค้างมาจากไอ้พี่ภาณุ ดี้ดีครับ
 
      “พายก็ไม่รู้ว่าติ๊กมันคิดอะไรอยู่กันแน่ และแอ้ก็ไม่รู้ทำไมจะต้องเกรงใจติ๊กมันมากไปกว่าหัวใจตัวเองก็ไม่รู้” พายพูด
 
      “เออ..แปลกดี ...พวกเราขึ้นไปอาบน้ำกันดีกว่าวะจะได้ลงมาทานข้าว” แจ็คพูดและลุกขึ้น แจ็คยืนมือไปจับมือบอยเพื่อพากันขึ้นบ้าน
 
      “เออ..ธรรณ์ต้องนอนห้องพักเดียวกับหลุยส์นะ เพราะว่าอีกห้องมันไม่มีเฟอร์นิเจอร์เลย
      “ไอ้แจ็คมันพูด ผมนี้กังวลกลัวธรรณ์จะไม่สบายใจ ผมขยิบตากับไอ้แจ็ค ผมอาจจะไปนอนกับแจ็คก่อนและให้บอยมานอนกับธรรณ์ แบบว่ารอให้เขาพร้อมกันก่อนอะแบบนี้
 
      “ก็ไม่เป็นไรนิ “ ธรรณ์พูด ผมนี้ลื้นปรืดเลยครับ
 
      “เรานอนห้องเดียวกันได้เนอะหลุยส์” ธรรณ์พูด ผมนี้เกาหัวแกรกๆ แรงกว่าผมอีกนะ ฮาๆ พอทุกคนแยกย้ายกันขึ้นห้องผมก็พาธรรณ์ขึ้นไปบนห้องนอนของผมไม่ซิของผมและเขาแล้วครับ ผมหันมายิ้มให้ธรรณ์ ธรรณ์หยุดที่หน้าห้อง ผมก็หันไปมองว่าทำไมไม่เข้าห้องละ ธรรณ์มองผม ผมก็ยื่นมือไปขอมือธรรณ์ ธรรณ์จับมือผมและก้าวผ่านเข้ามาในห้องนอน
 
      “หลุยส์ ธรรณ์รู้ว่าหลุยส์ผ่านเรื่องแย่ๆ มาต่อไปธรรณ์จะอยู่เคียงค้างหลุยส์นะ จะไม่ปล่ออยให้หลุยส์สู้มันแต่ลำพัง”ธรรณ์พูด ผมก็มองหนุ่มน้อยที่ยืนอยู่ ผมว่าผมพร้อมที่จะเปิดใจแล้ว ผมเดินมายืนตรงหน้าธรรณ์ ผมจับใบหน้านั้นอย่างทุนุทะนอม และผมก็ประกบปากจูบริมฝีปากเรียวสวยนั้น ธรรณ์โอบรอบคอผมทันที และผมก็ยกตัวธรรณ์ขึ้นและเราสองคนก็พากันเข้าไปในห้องน้ำด้วยกัน
 
      “ครั้งแรกอย่ารุ่นแรงนะ ธรรณ์กลัว” ธรรณ์พูด ผมก็ยิ้ม
 
      “เราเป็นคนแรกของธรรณ์ใช่ป่ะ”
 
      “ใช่” ธรรณ์ตอบพร้อมกับใบหน้าที่แดงด้วยความเขินอาย ผมก็ยิ้มให้ธรรณ์
 
      “หลุยส์จะเป็นแรกและคนสุดท้ายของธรรณ์นะครับ” ผมบอกธรรณ์ก่อนจะพากันเข้าไปในตู้กระจกอาบน้ำ ร่างสองร่างที่กอดรัดฟัดกันภายใต้ฝักบัว สายน้ำที่ไหลผ่านไม่ได้ทำให้ไฟรักเย็นลงได้เลยมีแต่ร้อนขึ้น ร้อนขึ้นจนทั้งผมและเขาก็บรรลุความไคร่ไปอย่างชำราญการ
 
      “นี้ครั้งแรกแน่เหรอ ประสบการณ์ไม่ใช่ชั้นประถมเลยนะ มัธยมก็เรียกพี่” ผมแซวคนที่ยืนแต่งตัวอยู่หน้ากระจกหลังจากที่ออกมาจากห้องน้ำ แม้ยิ้มเอียงอายน่ารักเชียว
 
      “ริงๆ” มีสายเข้ามือถือผม ผมก็รีบรับเพราะว่าชื่อขึ้นมาว่าลุงหนึ่ง
 
      “สวัสดีครับป๊า” ผมเรียกลุงหนึ่งว่าป๊า เพราะว่าเขาดูผมเหมือนผมเป็นลูกเขาแต่ผมไม่ได้คล้อยตามทุกอย่างที่เขาป้อนเลย
 
      “ลุงได้ยินมาว่าเราจะไม่อยู่ที่นั้นรึ จะกลับก็”
 
      “อยู่ครับ ..ผมจะอยู่กับพวกนี้ครับลุง”
 
      “แน่ใจนะว่าจะอยู่นะ”
 
      “ครับลุง”
 
      “อืมม..ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจนะ “
 
      “ครับ สวัสดีครับ” ผมพูดและกดวางสาย ธรรณ์มองหน้าผม ผมหันไปกอดธรรณ์
 
      “ไม่ไปไหน หัวใจที่หายไปอยู่ที่นี้แล้ว “ ผมพูดกับธรรณ์
 
      “ก๊อกๆ” มีคนมาเคาะประตูห้องนอนผม ผมก็เดินไปเปิด เห็นว่าเป็นแจ็คกับบอย
 
      “ไปทานข้าวกันยังวะ “แจ็คถามผม ผมกับธรรณ์พยักหน้าพร้อมกัน
 
      “แล้ว” ผมพยักเพย้อไปที่ห้องพวกนั้น
 
      “กูเห็นพาย เดินลงไปก่อนพายบอกว่าไอ้ติ๊กมันอยู่ในห้องนั้นวะ” ไอ้แจ็คพูด ผมก็ทำท่าตกใจ
 
      “หรือว่ามันสามคน”
 
      “พอกันเลยนะทั้งคู่คิดอะไรเนี๊ยะ บอยว่าไม่หรอก” บอยพูดและหันมาต่อว่าผมสองคนด้วยสายตา
 
      “งั้นไปเรียกมันสามคนกันวะ” ผมบอกไอ้แจ็ค ไอ้แจ็คมันก็พากันเดินไปและเคาะประตูห้องนอนไอ้ดิว และรอสักพักก็มีคนเดินมาเปิด นั้นคือไอ้ดิว ที่เพิ่งอาบน้ำแต่ยังไม่ได้แต่งตัว ผมก็มองพวกมันคกลงไอ้ดิวมันรวบทำเมียทั้งสามคนเลยใช่ไหมว่ะ


ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 128
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
เราไม่ถนัดแนว Mpreg แต่ชอบดิวอ่ะ ไม่รู้สิ อาจจะด้วยชื่อ 555
ยังอ่านไม่จบนะ ตอนนี้ชอบดิวแอ้
 :pig4:

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
เราไม่ถนัดแนว Mpreg แต่ชอบดิวอ่ะ ไม่รู้สิ อาจจะด้วยชื่อ 555
ยังอ่านไม่จบนะ ตอนนี้ชอบดิวแอ้
 :pig4:
:pig4: :pig4:

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
(รีไรท์)(MPreg)( ดิวXแอ้ ) ดิวหึงแอ้
«ตอบ #39 เมื่อ14-10-2020 07:16:00 »


ดิวหึงแอ้               

          ดิว     ผมกลับมาถึงก็ตรงเข้าไปในห้องออกกำลังกายทันที ไม่พูดไม่จาไปลงกับไอ้เครื่องออกกำลังกายแทน ผมหึ๋งแอ้มากวันนี้ ก็ดันเจอไอ้พี่ภาณุ ผมไม่รู้มาก่อนว่าพี่เขาอยู่ที่นี้ด้วย ผมเคยเจอนะพี่เขาเป็นเพื่อนสนิทกับพี่แอร์และมันก็แสดงอาการจีบแอ้อย่างชัดเจน   และที่สำคัญพี่แอร์ก็ดันไม่ชอบหน้าผมอีกด้วย นี้ขนาดอยู่คนละทียังอุตสาให้ไอ้นี้มาตามจีบแอ้อีก ผมโหนบาร์ขึ้นลงอย่างหัวเสีย

   “ดิว” แอ้เดินเข้ามาในห้อง ผมก็หยุดค้าง ผมหันไปมองแอ้ก่อนจะดันตัวให้ลงมายืนที่พื้น ผมหันไปคว้าผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อของผมก่อนจะหันไปมองแอ้แบบเต็มๆ

   “มึงอย่าทำแบบนี้ได้ไหมว่ะ “ แอ้ยืนเอามือเท้าซะเอวมองหน้าผม แอ้พูดบอกไม่ให้ผมหึงนี่นะ พร้อมกับพ่นลมหายใจออกมายาวๆ 

   “ดิวไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะแอ้ ไอ้พี่ภาณุมันจะมาจีบแอ้อีกแล้วอ่ะ และนี้ก็แผนพี่แอร์ “ ผมพูด ผมยืนมองแอ้

   “พี่แอร์เขาไมได้ทำอะไรซักหน่อยนะดิว” แอ้หันมาพูดและมองหน้าผม

   “พี่แอร์นะหาเรื่องให้แอ้และดิว แอ้ก็เห็น แต่เหตุผลอะไรดิวไม่รู้ รู้แค่ว่าพี่แอร์นะมารของดิว” ผมพูด แอ้ถึงกับต้องส่ายหัวให้ผมเพราะผมกำลังงี่เง่าอยู่ไง

   “ไอ้ดิวนั้นมันพี่กูนะ” แอ้พูด

   “จะว่าพี่หวงน้องก็ไม่น่าใช่อ่ะ มันต่างกับที่พี่อ้นทำนะแอ้ ” ผมหันไปพูดกับแอ้ ผมรู้ว่าแอ้ไม่เชื่อที่ผมพยายามบอกว่าพี่แอ้ไม่เหมือนรักแอ้จริงๆ หรอก

   “มึงนี่งี่เง่าว่ะ “ แอ้ทำท่าจะหันหลังออก ผมก็ดึงแอ้ให้หันหลังกลับมาหาผมอย่างเร็วแอ้เลยไม่ทันตั้งตัวที่จะต่อต้านผม ผมดันแอ้ไว้ติดฝาพนัง แอ้มองหน้าผม ผมรวบข้อมือของแอ้ขึงไว้และใช้ลำตัวดันร่างแอ้ไว้ชิดติดกำแพง แอ้พยายามดันผมออกแต่ก็ไม่เป็นผล แอ้นะเก่งด้านกลยุทธิ์แต่ดิ้วเน้นใช้กำลัง

   “ไอ้ดิว อย่า  เดี๋ยวไอ้ติ๊ก...มัน...”แอ้จะร้องห้ามและจะบอกว่าไอ้ตัวดีจะโผ่เข้ามาในห้องนะเหรอผมแค่ยิ้มที่มุมปาก

   “อืมม”ผมประกบปากแอ้ เพราะความหึงล้วนๆของผม ผมรวบแขนแอ้ไว้เหนือหัวด้วยมือข้างเดียว ส่วนอีกมือก็ลุบไล้ไปตามลำตัวแอ้ไปจนถึงยอดประถุมถัน แอ้ทั้งต้อต้านและแอ่นสู้มือผมไปพร้อมกันๆ
   
   “อ๊ะ…อย่า… อ๊ะ…อ้าห์ …ดิว “ แอ้ร้องเรียกชื่อผม แม้จะพยายามห้ามแต่ก็แอบครางไปด้วย ผมก็ยิ่งรุกหนักขึ้น

   “อย่า...ดิว...ไม่...เอา..ดิวหยุด...กูบอกให้หยุด...”แอ้มันพูดติดๆขัดๆเพราะว่าผมประกบปากจูบแอ้ แอ้ยิ่งห้ามผมผมก็ยิ่งรุก ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน จนผมสองคนเหนื่อยหอบไปด้วยกัน

   “ฟู่” ผมพ่นลมออกจากปากเมื่อรู้ว่าผมเริ่มสงบ ผมเห็นสายตาแอ้ที่มองผม ผมรู้ว่าแอ้ไม่ชอบให้ผมทำแบบนี้ คือถ้าแอ้บอกให้ผมหยุด ผมควรจะหยุดแต่นี้ผมไม่ยอมหยุด เพราะอารมณ์ที่ครุกรุ่นตั้งแต่เห็นคนอื่นพยายามจีบแอ้ที่เป็นแม่ของลูกผมแบบนี้  ผมมองแอ้ แอ้ก็มองผมกลับ ผมยังคงใช้แขนดันกำแพงไว้ระหว่างลำตัวของแอ้

   “ดิวขอโทษ...ดิว...แค่..หึงอ่ะ” ผมพูดบอกแอ้เมื่อผมรู้สึว่าตัวผมเย็นลงแล้ว

   “มึงไม่ควรหึงกรู แบบนี้นะดิว “ แอ้พูดและดันตัวผมออก แอ้ทำท่าจะเดินออกไปแต่ผมคว้าแขนแอ้ไว้

   “ทำไมอะแอ้...”ผมถามแอ้ แอ้ได้แต่ยืนนิ่ง

   “กู..เออ...” แอ้หันมาทำท่าจะตอบผมแต่ก็เงียบ

   “ไม่ใช่แฟน แอ้จะบอกว่าเราไม่ใช่แฟนกัน แล้วเราเป็นอะไรกันแอ้...? ” ผมถามแอ้กลับ ผมมองหน้าแอ้ สายตาผมชอนไชเพื่อหาคำตอบจากปากแอ้ แอ้ยืนนิ่งเงียบ 

   “แต่มันก็จริงนะเราไม่ใช่แค่แฟนแล้วนะแอ้ เราเป็นมากกว่านั้นไปแล้ว มันก้าวผ่านคำนั้นไปนานแล้วแอ้..” ผมพูด แอ้ได้แต่ก้มหน้า แอ้ไม่พูดอะไรเลย

   “แอ้คือทุกอย่างของดิวและ...ลูก”ผมพูดบอกแอ้ ผมกลัวเหลือเกินกลัวว่าเขาจะไม่อยากไปต่อกับผมเพราะแอ้คิดมากตลอดเรื่องในอนาคต กลัวอะไรต่างๆนานา ทั้งทีมันยังมาไม่ถึงซะหน่อย
           
   “กูจะขึ้นไปอาบน้ำแล้วดิว “ แอ้ดันผมออกและเดินเลี่ยงผมขึ้นไป ผมไม่รู้ว่าทำไมแอ้ถึงไม่ยอมรับใจตัวเองซะที ถ้าแอ้ไม่รักผมก็คงไม่ยอมผม เพาะว่าแอ้ก็ขืนผมได้  ก็แอ้มันนะนะคาราเต้สายดำเลยนะ แต่ผมคนรักการต่อยมวยเท่านั้น ดังนั้นแอ้มันก็สู้ผมได้สบายแต่แอ้มันก็ยอมให้ผมกระทำใสตลอดได้ นั้นแปลกว่าแอ้ก็ต้องมีใจแต่แอ้จะฝืนใจตัวเองไปเพื่ออะไร ผมไม่เข้าใจจริงๆ และะยิ่งผมกับแอ้มีพยานรักกันขนาดนี้แล้วด้วย แต่มันเสียแค่ ผมเปิดเรื่องแอ้ไม่ได้ แม้กระทั้งจะบอกพวกเพื่อนๆผมว่าเราคบกันยังทำไม่ได้เลย ก็ไอ้ตำแหน่งบ้าบอที่คำคอผมอยู่ด้วยอีก   ผมนั่งลงใช่ฝามือประกบใบหน้าของผม
-------------------------------------------------------------------
แอ้
   ผมเดินออกมาจากห้องที่ไอ้ดิวมันออกกำลังกาย ปากเจ่อออกมาหน่อยๆเพราะว่าวันนี้ไอ้ดิวมันบดขยี้ปากผมแบบรุ่นแรงและนี้ก็เป็นครั้งแรกที่มันเล่นบทรักได้ฮาร์ด ซึ่งปกติจะนุ่มนวล หรือถ้าเกิดผมบอกว่า”ไม่ “   มันก็จะหยุดมันที แต่นี้ผมบอก”ไม่” มันก็ยังไม่หยุด และมันก็มาจากอาการหึงของมันล้วนๆ  ก็ผมดันไปเจอพี่ภาณุที่โรงรียน เขาเรียนอยู่ที่นี้โดยที่ผมไม่รู้มาก่อนและพี่แอร์ก็ไม่เคยบอกผมเช่นกัน

   “แอ้” ผมสะดุ้งเพราะว่าไอ้ติ๊กมันแอบอยู่ที่มุมเสา

   “ว่าไงติ๊ก กูตกใจหมด” ผมพูด แต่ที่ผมตกใจคือว่ามันคงไม่ไปแอบฟังผมกับดิวคุยกันหรอกนะ

   “มึงไปไหนมา” ไอ้ติ๊กมันถามผม

   “ก็...เออ..กู ..ไป..วิ่งมา” ผมบอกไอ้ติ๊ก จะบอกว่าไปห้องยิมก็ไม่ได้เพราะว่าในห้องนั้นมีไอ้ดิว นี้ผมจะต้องปวดหัวพร้อมกันสองเรื่องเลยใช่ไหม เรื่องติ๊กและมาเรื่องพี่ภาณุอีก

   “จริงเหรอ...”ไอ้ติ๊กมันเดินเข้ามาหาผมและมันก็เอานิ้วมันแตะตามเสื้อผม

   “ดูเปียกๆ กูเชื่อมึง”ไอ้ติ๊กมันพูด จริงๆแล้วผมไม่ได้วิ่งและที่เสื้อเปียกนี้ก็เพราะว่าฟัดมากับไอ้ดิวล้วนๆเลย

   “งั้นกูขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะ กูอาบน้ำห้องกู ก่อนที่ไอ้ดิวมันจะขึ้นไปอาบ” ผมบอกไอ้ติ๊กทันที ผมขี้เกียจไปนั่งรออาบน้ำทีหลังมันอีกจะได้มีเวลาพักบ้าง ช่วงนี้รู้สึกเพลียๆยังไงก็ไม่รู้

   “ก็ได้แอ้” ติ๊กมันพูด ผมก็ทำท่าจะเดินขึ้นแต่

   “หมับ” ติ๊กมันจับแขนผมและกระชากผมกลับ

   “เฮ้ย!” ผมตกใจซิครับ ผมหันมาเอ็ดมันว่ามันทำอะไร มันเล่นอะไรของมัน ทำให้ผมเกือบจะหงายหลังแล้วไหมละ

   “ฟื้ด!!” ติ๊กมันดึงตัวผมเข้าไปสูดดมเสื้อนักเรียนของผม และก็มองหน้าผมเหมือนกับว่าเขากำลังใจความคิด

   “แอ้...นี้มันกลิ่นน้ำหอมใครวะ ไม่ใช่กลิ่นประจำมึงนิ”ติ๊กถามผมด้วยน้ำเสียงที่บอกว่ากำลังจะเข้าสู่โหมดเข้าดราม่าอีกแล้ว

   “อ้อ พี่กูซื้อให้ใหม่นะ ทำไมอ่ะ ไม่หอมเหรอ” ผมถามไอ้ติ๊กด้วยน้ำเสียงที่กลบเกลือนไว้เพราะว่าน้ำหอมนี้มันกลิ่นที่ไอ้ดิวใช้

   “หอมวะ แต่มันเข้มไปสำหรับมรึงวะแอ้ ไม่เหมาะกับมึงหรอก” ไอ้ติ๊กพูดด้วยน้ำเสียงที่ซอร์ฟลง  ผมก็ยิ้มๆ ผมแอบด่าไอ้ดิวในใจนี้มึงหาเรื่องให้กูชัดๆเลย ผมก็เดินกลับขึ้นไปชั้นสองของบ้านทันที ผมเห็นพายกำลังจะเปิดประตูเข้าห้องพอดีเลยและติ๊กมันก็ตามผมขึ้นไปเช่นกัน

   “ถ้าอย่างนั้นกูอาบน้ำห้องกูเลยนะติ๊ก” ผมบอกไอ้ติ๊ก พายมันก็มองไอ้ติ๊กเช่นกัน

   “มึงให้แอ้มันอยู่ติดห้องมันบ้างเหอะไอ้ติ๊ก”พายพูดขึ้นทันที

   “เออ...มึงอาบห้องมึงและเดี๋ยวกูจะเอาการบ้านไปทำที่ห้องมึงว่ะแอ้” ติ๊กพูดและเดินแทรกพายเข้าห้องไป ผมก็ยิ้มให้พายนึกขอบใจเช่นกัน พายพยักหน้าให้ผม ผมรีบเข้าไปอาบน้ำทันที ผมดมเสื้อนักเรียนกลิ่นน้ำหอมทีดิวมันใช่ คือกลิ่นนี้ผมซื้อให้มันใช้และมันขอบมาก ผมเคยไปดมดูที่บรูธตอนที่เขาเอามาโปรโมทช่วงที่ออกใหม่ ผมยอมรับว่าผมดูแลมันทุกเรื่องไม่เว้นแม้แต่กางเกงในยังต้องซื้อให้มันเลย ถ้าติ๊กมันรู้ผมคง…ไม่อยากจะคิด

   “ดิวกูอยากรักมึงแต่กูกลัวถ้าหากเป็นจริงอย่างที่พ่อพูดว่าถ้าลูกๆรับไม่ได้ที่จะมีพ่อสองคน มีครอบครัวที่ไม่เหมือนธรรมชาติอย่างคนอื่นเขา กูกลัววะดิว “

   “และถ้าเกิดต้องมีหนึ่งคนที่เสียสละ และคนนั้นก็ควรจะเป็นกูเองเพราะลูกๆต้องการมึงดิว” ผมพูดกับตัวเองที่หน้ากระจกในห้องน้ำ ก่อนที่ผมจะเข้าห้องน้ำเปิดน้ำชำระร่างกาย ผมใช้เวลาไม่นานเพราะถ้าไอ้ดิวขึ้นมามันก็จะไม่ยอมให้ผมอาบน้ำอย่างเดียวแน่ๆ นี้ขนาดพ่อบอกว่าให้ถนอมผมหน่อยนะ มันยังแอบอึบๆผมซะเลย

   “อ้าวติ๊กมานานหรือยังวะ”ผมออกมาจากห้องน้ำ ผมเห็นไอ้ติ๊กมันเปิดหนังสือรอทำการบ้าน พอผมออกมาไอ้ดิวก็เปิดประตูเข้ามาเช่นกัน ไอ้ดิวเห็นผมกับไอ้ติ๊กก็ตกใจ

   “เออ...วันนี้เปลี่ยนที่สวีทกันหรือไง”ไอ้ดิวมันถามผมกับติ๊ก ผมรู้ว่ามันแซวมผมกับไอ้ติ๊ก ผมนะแปลกใจที่ว่ามันไม่ได้รู้สึกหึงผมกับติ๊กเหมือนที่มันหึงผมกับพี่ภาณุเลย

   “ก็อยากอยู่ห้องนี้บ้างทำไมอ่ะ อยู่ไมได้เหรอ” ติ๊กมันถามดิว

   “ ได้งั้นแอ้ไปวะ”ติ๊กมันพูดและทำท่าจะลุกแต่

   “ก็ไม่ได้ว่าอะไรนิ “ ดิวมันพูดและฮำเพลงของมันไป

   “งั้นอาบน้ำนะ จะแอบดูด็ได้นะ ไม่เคยล๊อกประตู” ไอ้ดิวมันพูด ผมหันไปมองไอ้ดิว ไอ้ติ๊กมันก็ปาหมอนตามหลังมั้นเข้าห้องน้ำไป ผมก็เช็ดผมตัวเองให้แห้งและนั่งลง เริ่มทำการบ้านกันบนเตียงนอนของผม วิชาที่ผมถนัดก็คือคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ และการบ้านพวกนี้พวกผมก็ผ่านกันมาหมดแล้ว ต้องมาทำซ้ำอีก

   “จะได้เวลาทานอาหารเย็นแล้ววะติ๊ก “ ผมเหลือบมองเวลาและหันไปบอกกับติ๊กมัน ติ๊กมันพยักหน้า

   “เดี๋ยวขึ้นมาทำต่อแล้วกันวะติ๊ก”ผมบอกมันมันก็ยพยักหน้า ไอ้ดิวมันกลับเข้าไปแต่งตัวในห้องน้ำและมันก็เดินออกมา ระหว่างนั้นไอ้ดิวก็อาบน้ำเสร็จพอดี ไอ้ดิวมันเดินออกมาพร้อมผ้าเช็ดตัวพันกายแบบหมิ่นๆ เผยให้เห็นแผ่นอก ผมเหลือบมองแต่ก็ต้องหันหนีเพราะว่าไอ้ติ๊กมันแอบมองผมอยู่ ผมก็เลยเปลี่ยนเป็นเก็บของแทนแล้วกัน (ถึงเห็นดิวบ่อยแค่ไหนมันก็ทำให้ผมหวันไหวทุกที)

   “แอ้...สั่งน้ำหอมให้ใหม่ดิ อันนี้มันจะหมดแล้ว”ผมกำลังเก็บของอยู่ไม่ได้หันไปมองไอ้ดิวแต่ด้วยความเคยชินเลยบอกมันไปว่า
                       
   “ก็มีอีกขวดไงดิว ที่เคยสั่งมาแต่ดิวบอกไม่ค่อยชอบอ่ะ ใช้ไปก่อนดิดิว “ ผมพูดแต่ดันลืมไอ้ติ๊กมันอยู่นี้ในห้องนี้กับพวกผม ไอ้ติ๊กมันมองหน้าผม

   “มึงสั่งน้ำหอมให้ไอ้ดิวด้วยเหรอว่ะ “ ติ๊กมันถามผม และหันไปมองไอ้ดิว

   “เออ....คือ....”ผมนี้ไปไม่ถูกเลยครับจะแก้ตัวยังไงละทีนี้

   “ก็ไม่เห็นแปลกนิ แอ้มันสั่งให้ประจำ โดยเฉพาะกลิ่นนี้โคตรหอมเลย แต่จะหมดแล้ว” ไอ้ดิวมันพูดและโชว์ขวดน้ำหอมที่มันใช่ประจำ Christain Dior Sauvage EDT   ติ๊กหันไปมองและลุกไปหาดิว เพื่อหยิบจากมือไอ้ดิวมาและดม ดมอยู่หลายทีก่อนจะหันมามองผม ผมว่ามันคงเดาอะไรบางอย่างได้ผมไม่น่าเลย กลิ่นน้ำหอมที่ได้ดิวใช่ กลิ่นมันจะแรง

   “หอมดีวะ หอมมากด้วย กูว่ากูได้กลิ่นมากจากที่ไหนสักทีวะ” ไอ้ติ๊กมันพูด ผมหันหน้าไม่อยากสบตามันเลย ผมรู้ว่ามันหมายถึงผม กลิ่นที่ติดเสื้อผมอยู่ไง

   “ที่ไหนอ่ะ เคยมีเหรอ”ดิวมันถามไอ้ติ๊ก ไอ้ติ๊กส่งน้ำหอมขวดนั้นคืนให้ดิวและหันมามองผม

   “ไม่อ่ะ กูไม่ชอบเพราะว่าไอ้คนที่เป็นพรีเซนเตอร์น้ำหอมยี่ห้อนี้และกลิ่นนี้” ติ๊กมันพูด

   “มันทะเลาะกับกูตอนที่ไปออกงานและมันทำให้กูฟาดมันไปด้วยรองเท้าหนังหัวตัด” ไอ้ติ๊กมันพูด ผมก็รู้เรื่องนี้และใครก็รู้เพราะว่าเป็นข่าวครึกโครมกันเลยทีเดียว พร้อมกับสงครามน้ำลายสาดกันไปมาระหว่างดาราคนนั้นกับติ๊กและผู้จัดการของติ๊ก

   “ทำไมมึงสั่งอันนี้วะแอ้” ติ๊กมันหันมาถามผม

   “คือว่าเออ..กูไม่รู้เรื่องน้ำหอมอ่ะ กูเลยสั่งมั่ว” ผมแก้ตัวไป ดิวก็มองผมและติ๊กสลับกันไปมา

   “ก็แค่น้ำหอมติ๊กมึงจะอะไร ไอ้นั้นมันก็ส่วนไอ้นั้นดิวะ “ไอ้ดิวมันก็เอาขวดน้ำหอมกลับไปและมันก็มองผมอีก ตอนนี้โคตรอึดอัดเลยผมนะ

   “อืมม..ก็แค่น้ำหอม..จริงของมึงวะ งั้นกูลงไปทานข้าวเลยแล้วกัน “ติ๊กมันพูดและเก็บสมุดการบ้าน ผมก็มองว่าใครบอกว่าจะมาทำการบ้านที่นี้ไง ผมเองก็อยากให้ทำที่นี้เพราะว่าผมทิ้งไอ้ดิวมันอยู่คนเดียวมาจะสามวันแล้ว

   “กูจะทำที่ห้องกู มึงก็ตามใจแล้วกันแอ้ …. กูเบื่อที่จะ” ติ๊กมันพูดและก้มลงเก็บของทุกอย่าง
           
   “เออ..กูไปทำ...ที่ห้องมึงก็ได้วะ” ผมพูดและรีบเก็บสมุดทั้งหมดจะได้ตามไอ้ติ๊กไป แต่ว่าดิวมองหน้าผม ว่าทำไมผมยอมไอ้ติ๊กอีกแล้วถ้ามันรู้เหตุผลมันจะเข้าใจ ผมรู้สึกตลอดเวลาและรู้สึกอึดอัดที่ผมกับเป็นคนกลางระหว่างมันสองคน

   “และจะให้แอ้มันนอนห้องมึงอีกไหมวะ ติ๊ก”ดิวถามติ๊ก ติ๊กหันมามองหน้าดิวและมองหน้าผม

   “กูว่า กูเริ่มจะหมดความอดทนว่ะติ๊ก มึงงี่เงาวะ นี้ห้องนอนกูกับแอ้ มึงให้มันไปนอนเบียดมึงทำไมวะ “ ดิวพูดผมหันกลับไปมองไอ้ดิว ผมแอบส่ายหัวว่าอย่าทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่

   “ทำไมวะติ๊ก มึงเป็นอะไร! “ดิวมันถามติ๊ก ดิวมันยืนเอามือเท้าซะเอวมองผมกับติ๊ก

   “กูซิต้องถามมึงสองคนมีอะไรปิดกู” ติ๊กมันหันมามองหน้าผมกับไอ้ดิวสลับกันไปมา ดิวมันเดินเข้ามาผมก็มองไอ้ดิว ผมส่ายหัวเพราะดูแล้วไอ้ดิวมันกำลังจะ

   “มึงปิดบังอะไรกูละ ช่วงสามปีมานี้นะ “ติ๊กหันพูดและมองหน้าผมสองคน

   “กูก็ไม่อยากปิดแต่เพราะมึงแม่งโคตรงี่เง่าไง และกูกับแอ้ก็คิดว่ามึงคงจะไม่ฟังใครแบบนี้ด้วยไง”

   “แต่กูว่ากูก็ควรจะบอกมึงว่า ….” ดิวมันทำท่าจะพุดแต่ผมส่ายหัวว่าอย่านะดิว

   “กูกับแอ้ “ไอ้ดิวมันย่างเท้าเข้ามาอยู่ตรงหน้าติ๊กและผม ตอนนี้เราสามคน ไอ้ติ๊กมันก็รอฟัง

   “กูกับแอ้”

   “มีลูกด้วยกัน” ไอ้ดิว ติ๊กมันถึงกับอึ้ง ผมสะบัดหน้าไปมองไอ้ดิวทำไมมันเลือกที่จะบอกตอนนี้

   “ลูกหมานะติ๊ก กูชอบหมาไง พอดีมีคนให้มันมาและกูก็อยากได้เฉยๆแต่พ่อกูไม่ให้กูก็เลยให้เป็นหมาของไอ้ดิวมัน.... “ ผมหันไปมองไอ้ดิวและแอบส่งส่ายตาว่าอย่านะ อย่าพูดเรื่องนี้ ดิวมันก็ส่ายหัวนั้นคือมันไม่อยากเก็บไว้อีก

   “ไอ้ดิวมึงจะพูดจาสองแง่สองงามกันทำไมวะ” ผมถามไอ้ดิว

   “ก๊อกๆ” เสียงเคาะประตูเข้ามาขัดจังหวะพอดี

   “เข้ามาได้เลยไม่ได้ล๊อก”ไอ้ดิวมันตะโกนออกไปว่าไม่ได้ล๊อก และคนที่เปิดประตูเข้ามาก็คือไอ้แจ็ค มันตกใจที่เห็นพวกผมอยู่กันสามคนอีก

“เฮ้ยย จะ...ไป..ทานข้าวกันได้ยังวะ” ไอ้แจ็คมันเปิดประตูเข้ามาตามพวกผม มีไอ้หลุยส์ ธรรณ์และบอยด้วย

   “ดูหน้าตาแต่ละคนคุสาดมาก มีอะไรกันวะ “ ไอ้แจ็คมันถามผม ไอ้ดิวมันหันหลังพ่นลมหายใจออกมา ผมหันมามองหน้าไอ้ติ๊ก ผมไม่รู้ว่ามันเชื่อที่ดิวพูดหรือผมพูดกันแน่ ไอ้แจ็คมันเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับบอยและไอ้หลุยส์และธรรณ์และก็ตามมาด้วยพายอีกคน แต่ละคนมองหน้าพวกผม

   “มีอะไรกันวะ” ไอ้หลุยส์มันถามขึ้น

   “ผัวเมียตีกันอีกแล้วหรือไงวะ” ไอ้แจ็คมันพูด ผมหันไปคว้าหมอนจะปาใส่มัน มันรีบหลบหลังไอ้หลุยส์ทันที

   “ไอ้ดิว...มึงบอกให้กูฟังใหม่ดิว่าตกลงมึงสองคนมีลูก หรือลูกหมากันแน่” ไอ้ติ๊กมันถาม ผมก็กำลังจะอ้าปากแต่ไอ้ติ๊กมันยกมือห้ามผม

   “ลูกอะไรวะ ใครมีลูก” ไอ้แจ็คมันถามขึ้นและมองหน้าผมกับไอ้ดิว

   “ลูกห้อยลูกโหนหรือเปล่าในกางเกงในพวกมึงนะ...ฮาๆ...ฮา...งื้ด!”ไอ้หลุยส์พูดแต่ไม่มีใครขำสักคนนอกจากไอ้แจ็คมันหันไปแตะมือกับหลุยส์แต่สายตาบอยบอกว่าไม่ขำและธรรณ์ก็หันไปเอ็ดไอ้หลุยส์อีกคนทั้งคู่มันเลยหยุดแซวผม มีแค่บอยที่มองผมด้วยสายที่เป็นห่วงผม

   “แจ็ค” บอยหันบอกให้ไอ้หลุยส์กับไอ้แจ็คหยุดเฮฮากันเพราะพวกผมยังคงดราม่ากันอยู่

   “ว่าไงไอ้ดิว!” ไอ้ติ๊กมันขึ้นเสียง

   “ลูกหมา กูมีลูกหมากัน เพราะแอ้มัน...รักหมามาก แต่หมาบางตัวนะ มันเลี้ยงไม่เชื่องหรอกวะ แต่แอ้มันก็ยังอยากจะเลี้ยง และรักมัน ตามใจมัน แต่หมาแม่งก็ไม่รักดีกัดแม่งจนเจ็บมันก็ยังรักหมาตัวนั้น “ไอ้ดิวมันพูดและมันหันมามองหน้าผม ผมรู้ว่ามันถึงผมนะที่ให้ท้ายให้ติ๊กตลอด

   “ คล้ายๆกับชาวนากับงูเหา เพราะว่า มันก็อาจจะย้อนมากัดมึงเจ็บถึงตายได้เลย ” ไอ้ดิวก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อแต่งตัว

   “เออ...กูงงชิบหายเลยวะ ตกลงลูกอะไรวะ”

   “แล้วชาวนากับงูเห่ามาเกี่ยวอะไรกับลูกหมาอีกวะพวกมึงเล่นมุขเชี้ยอะไรกันเนี๊ยะ “ ไอ้แจ็ค
           
   “ตกลงลูกอะไรกันแน่วะ “ ไอ้หลุยส์มันพูด

   “ลูกหมา”ผมพูดแค่นั้น ติ๊กมันหันมามองหน้าผม สายตามันบอกได้ว่ามันเสียใจ ผมก็เสียใจเหมือนกันที่ต้องปิดมัน ไม่ซิปิดพวกมันทุกคน บอยมองผมเหมือนกับว่าเขาจะเข้าใจผมยังไงก็ไม่รู้

   “งั้นก็ลงไปกินข้าวกันเถอะว่ะ หิววะ “ ไอ้หลุยส์มันพูดและลูบท้องมันไปด้วย และทุกคนก็แยกย้ายกันลงไปรอทานข้าว พายมองผมกับติ๊ก

   “แอ้ไปกินข้าวกันเถอะว่ะ ติ๊กด้วย” พายบอกผมสองคน ติ๊กมันเดินชนผมและออกไปทันที ผมนี้เซ่แทบจะล้มเลย

   “ไอ้เชี้ยนี้มึงนี้บ้าไม่ต่างกับหมาเหมือนกัน กูว่าที่ไอ้ดิวว่ามันคงเป็นมึงว่ะ” พายพูดขึ้นและเดิมาจับแขนผม ผมพยักหน้าว่าผมโอเค  ผมเดินตามพายออกมา ลงมาถึงชั้นล่าง ผมไม่เห็นไอ้ติ๊กแล้วมันเดินเข้าไปห้องทานอาหารหรือยังก็ไม่รู้

   “มึงโอเคไหมวะแอ้ กูว่ามึงดูไม่โอเคเลยวะ “ พายถามผม พอดีว่าบอยเดินออกมาพอดีเลย

   “บอยจะไปไหนอ่ะ ไม่..” พายถามบอย บอยก็มองมาที่ผม

   “บอยมีเรื่องจะคุยกับแอ้นะ พาย ..ขอเวลาแป๊ปหนึ่งนะ “บอยบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับผม พายก็พยักหน้า

   “จะคุยเรื่องลูกหมานะ บอยก็ชอบนะ”บอยบอกพาย พายก็ยิ้มๆ และเดินเข้าไปก่อน บอยเดินมาจับมือผมไว้

   “ไปคุยตรงโน้นดีกว่าแอ้” บอยบอกผม ผมเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นอีกห้อง  บอยหันไปมองว่ามีใครตามผมสองคนมากันไม่แต่คงไม่มี

   “แอ้....บอยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นนะแต่บอยรู้สึกว่าแอ้แบกมันเยอะมากนะ “ บอยพูดผมหันไปมองหน้าบอย

   “และบอยคิดว่าเราคงตกในสถานการณ์เดียวกันด้วยมั้ง” บอยพูด ผมเงยหน้ามองบอย ผมเองยังไม่ค่อยเข้าใจที่บอยพูดเท่าไหร่

   “คือ..เรื่องลูกนะ...แอ้มีลูกได้จริงๆเหรอ” บอยถามผม ผมก็ตกใจในคำถามของบอย

   “มีได้ไง..เราไม่ใช่ผู้หญิงนะบอย...และ..เราจะไปมีกับใครละเราไม่..”

   “ดิว”บอยพูด ผมก็มองหน้าบอย เหงือกเริ่มไหล่

   “และบอยก็เชื่อว่าที่ดิวปฏิเสธที่จะไม่ทำตามที่เขาเลือกให้ดิวต้องทำเพราะเหตุผลนี้เช่นกัน “บอยพูดผมหันมามองหน้าบอย ผมพูดไม่ได้เช่นกัน

   “บอยขอโทษนะ ถ้าแอ้ยังไม่พร้อมจะคุยกับบอยก็ไม่เป็นไร วันหนึ่งเราคงพร้อมจะเปิดใจคุยด้วยกัน ...งั้นไปทานอาหารเย็นกันเถอะ เพื่อนๆรออยู่ “ บอยพูดผมก็พยักหน้าและเดินออกมาผมก็เจอติ๊ก กำลังเดินออกมาพายคงบอกว่าบอยขอคุยกับผมแน่นอน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-10-2020 10:01:16 โดย PFlove »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

(รีไรท์)(MPreg)( ดิวXแอ้ ) ดิวหึงแอ้
« ตอบ #39 เมื่อ: 14-10-2020 07:16:00 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1976
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0
Re: (รีไรท์)(MPreg)( ดิวXแอ้ ) ดิวหึงแอ้
«ตอบ #40 เมื่อ14-10-2020 09:39:22 »

 :pig4:
 :3123:

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
      
             
ภาค ดิวXแอ้ X ติ๊ก  ความลับที่มีแต่เจ็บ

                Part แอ้ ผมก็ไม่คิดว่าบอยจะถามผมเรื่องนี้ แสดงว่าบอยรู้เรื่องผู้ชายตั้งครรภ์ได้แน่ๆ แต่ผมยังไม่ได้บอกอะไรกับบอยผมว่าผมควรจะคุยกับดิวก่อนจะดีกว่า ผมสองคนเดินออกมาพร้อมกัน ผมก็เจอติ๊ก กำลังเดินจากห้องอาหารเช่นกัน พายคงบอกว่าบอยขอคุยกับผม

      “กำลังจะมาตามไปทานข้าวนะเดี๋ยวอาหารจะเย็นซะก่อนนะบอย” ติ๊กพูดขึ้น บอยหันมามองหน้าผมยิ้มๆ และเดินเลี่ยงเข้าไปก่อน ผมก็จะเดินตามแต่ติ๊กมันดึงแขนผมไว้

      “ติ๊ก เป็นอะไร” ผมถามติ๊กเพราะว่ามันบีบแขนผมจนรู้สึกเจ็บ

      “แค่นี้ไม่เจ็บหรอกแอ้ กูเจ็บกว่ามึงอีก “ติ๊กพูดและมองหน้าผม

      “ฟัดกันนัวเลยดิจนน้ำหอมติดเสื้อขนาดนี้” ไอ้ติ๊กมันพูดเชิงกระซิบกับผมสองคน จังหวะนั้นไอ้ดิวมันเดินลงมาพอดี ติ๊กมันเลยรีบปล่อยแขนผมซะก่อนที่ไอ้ดิวมันจะเห็น ไอ้ดิวหยุดมองหน้าผมและติ๊กสลับกันไปมา ผมเองที่หลบสายตามัน และติ๊กก็เป็นฝ่ายเดินเข้าไปในห้องอาหารก่อน

      “มันทำอะไรอีก” ดิวถามผม

      “ไม่มีอะไรหรอก “ ผมตอบแค่นั้นสั้นๆและทำท่าจะเดินเข้าไปในห้องอาหาร

      “หมับ!” ดิวจับแขนผม ข้างเดียวกับที่ติ๊กมันบีบแต่ผมกัดฟันเพื่อไม่ให้ดิวมันรู้และมันจะถามผมจนเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ ผมหันมามองหน้ามัน

      “แอ้!” ดิวมันเรียกผม นั้นแปลว่ามันกำลังจะคาดคั้นเอาความจริงจากผม

      “ก็บอกไม่มีไงดิว”ผมพูดพร้อมกับหันไปสอบตาดิว ผมยอมรับว่าสายตาผมแข็งกร้าว ดิวและดิวมักจะยอม ดิวก็พยักหน้าและผมกับดิวก็เดินเข้ามาด้านในพร้อมกันโดยไม่พูดอะไรอีก  ผมมองที่เก้าอี้ที่ว่างอยู่สองตัวติดกัน ไอ้ติ๊กมันไปนั่งติดกับพายและธรรณ์และก็บอย

      “นั่งซิแอ้ ทานข้าวกัน” บอยบอกผม ผมก็พยักหน้าไอ้ดิวมันก็เลื่อนเก้าอี้ให้ผมก่อนและมันก็ไปนั่งตัวถัดไป ผมหันไปมองมันไอ้นี้มันทิ้งระเบิดให้ผมอีกแล้ว

      “มึงจะเลื่อนเก้าอี้ให้กูทำไม” ผมกระซิบกับมันแบบว่าไม่ให้ใครสังเกตุได้ไอ้ดิวมันก็ตักอาหารทานทำเหมือนกับว่ามันไม่ได้ยินที่ผมพูดกับมันแต่มันก็ยิ้มที่มุมปากกลับมาให้ผม

      “อ่ะ ทานปลาเยอะๆ” ไอ้ดิวมันตักปลาให้ผมและมันยังบอกผมอีกนะว่าให้ผมกินปลาเยอะ เหมือบกับที่ผมชอบบอกลูกๆหรือเปล่วว่ากินปลาเยอะๆจะได้ฉลาดๆ นี้มันว่าผมนิ ผมสะบัดหน้าไปมองไอ้ดิว มันแอบยิ้มโดยที่ไม่หันมาหน้ามามองผม และมันก็คอยตักแต่ปลามาเติมให้ผมตลอดจนทุกสายตามองมาที่จานของผม

      “นี้มึงไม่คิดจะให้แอ้มันกินหมูเห็ดเป็ดไก่กะเขาบ้างเหรอวะ ดิว”ไอ้แจ็คพูด บอยนี้แอบขำแต่มีคนที่หน้าบึ้งก็เป็นติ๊ก

      “กินปลาเยอะๆจะได้ฉลาดๆ”  ผมสะบัดหน้าไปมองหน้ามัน นี้มันว่าผมเหรอ ยังมายิ้ม

      “และนี้ ผักบุ้ง กินผักบุ้งเยอะๆ”

      “จะได้เป็นเต่าเหรอ” พายพูด ทำเอาทุกคนหันไปมองพายกันหมด

      “ฮาๆ “ ทุกคนหลุดขำหมดแต่ไม่ใช่สำหรับผมสามคน ดิว ติ๊กและผม ทำเอาทุกคนหยุดหัวเราะและหันมามองหน้าผมสามคนสลับกันไปมา มันแปลกมากกว่าทุกครั้งไง ผมเองก็อึดอัดที่สุด

      “ผักบุ้ง บำรุงสายตา กินเยอะๆ จะได้เห็นอะไรที่ชัดเจนมากขึ้น” ไอ้ดิวมันพูดอันนี้เน้นเสียงแบบชัดถ้อยชัดคำมาก ไอ้ติ๊กมันหันมาเหล่มองดิว

      “ครื้น” เสียงลากเก้าอี้ ติ๊กลุกพล้วดขึ้นทันที ติ๊กมองหน้าผมก่อนจะเดินออกไปจากห้องอาหารทันที ผมหันมาดิว ทำแบบนี้ทำไมว่ะ

      “มันอิ่มแล้วเหรอวะ” ไอ้หลุยส์ถามทุกคน แจ็คมันยักไหล่มันไม่รู้เหมือนเช่นทุกคนบนโต๊ะอาหาร

      “โอ๊ย!! ลุกไปขนาดนี้มันคงจะยังไม่อิ้มมั้งหลุยส์” พายพูดและพายก็ลุกขึ้นเช่นกัน

      “แล้ว” หลุยส์มันก็ทำท่าว่าจะถามพายแต่คงนึกขึ้นได้ว่าไม่น่าจะถามมั้ง

      “อิ่มแล้วและพอดีว่าพายนัดพ่อเปรมดิ์ไว้จะโทรหานะ ไปก่อนนะทุกคน “ พายพูดและเดินออกไปทันที ผมหันไปมองไอ้ตัวดีที่นั่งทานอาหารเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

      “แกร็ก” ช้อนทุกคันวางบนจานอาหารกันหมด ผมเดาได้ว่าทุกคนกำลังมองผมกับไอ้ดิวกันหมด

      “กูถามจริงๆเหอะวะ มึงสองคนคบกันป่ะ มีเชี้ยอะไรก็พูดมาดิว่ะ! ” ไอ้แจ็คยิงคำถามมาที่ผมสองคนทันที

      “กูก็เพื่อนกันมาตลอดพวกมึงก็เห็น” ผมเลยต้องเป็นคนตอบคำถามนี้แทน

      “บางครั้งมันไม่ใช่วะ และไอ้ติ๊กนี้เมื่อก่อนมันเป็นแบบนี้ ไม่ซิ มึงสามคนนะ ไม่เป็นแบบนี้วะ กูไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนกับพวกมามึงบ่อยเหมือนเมื่อก่อนมีแค่ไอ้ติ๊ก กูเข้าใจว่ามึงและไอ้ดิวตามอาภาไปพักที่ค่ายบ่อย “ ไอ้แจ็คมันพูดขึ้น

      “และกูรู้สึกได้ว่าติ๊กมันเสียใจว่ะ ที่มึสองคนเหมือน...มีอะไรที่ปิดบังมันและพวกกูด้วย เรายังเป็นเพื่อนกันไหมว่ะ เพื่อนที่เขาบอกว่าเกิดแม่งก็วันเดียวกันอ่ะ ” ไอ้แจ็คมันพูดแม้บอยจะแตะแขนแจ็คก็ตาม

      “ก็แค่บอกมาว่ะ แค่นั้น ตอนนี้มีแค่เรา มีแค่พวกเรา ถ้ามานั่งแตกคอกันแบบนี้ แม่งงานจะสำเร็จไหมวะ ดิว! ” ไอ้แจ็คมันพูดและหันมามองหน้าไอ้ดิวแทน

      “แจ็ค” บอยเรียกแจ็ค บอยสายหน้าว่าให้แจ็คมันพอ

      “ครืด!” เสียงเก้าอี้ถูกเลื่อนออก โดยไอ้ดิว ดิวมันลุกพล้วดขึ้นทันที

      “แอ้ขึ้นห้องเถอะ” ไอ้ดิวมันบอกผมและมันก็ดึงแขนผมให้ลุกขึ้น พร้อมกันทุกสายตาของบอย แจ็คและหลุยส์ที่มองผมสองคน ดิวมันลากแขนผมขึ้นไปบนห้องพักทันที โดยไม่ได้หันไป             พูดอะไรต่อ ทิ้งไว้ซึ้งสายตาของทุกคู่ที่มองผมสองคนแบบไม่เข้าใจ ผมเองก็ไม่เข้าในเช่นกัน ทันทีที่มันลากผมขึ้นเข้ามาในห้องได้ไอ้ดิวมันก็ปิดประตูลง

      “ดิว..คือ..” ผมทำท่าจะอธิบายแต่ดิวยกมือห้ามผม ผมรู้ว่ามันเสียใจแต่ถามว่าผมเสียใจไหมผมเสียใจมาก และดิวก็กำลังจะเดินผ่านผมไป

      “หมับ” ไม่บ่อยหนักที่ผมจะทำแบบนี้ผมกอดดิวไว้จากด้านหลัง น้ำตาผมไหล เพราะใจผมก็กลัวเสียมันไปเหมือนกันถ้าดิวมันท้อและเลือกเดินจากผมไป

      “ฟู่”ดิวพ่นลมหายใจออกมายาวๆ และดิวก็หันกลับพร้อมกับพลิกตัวผมเข้าไปกอด

      “ดิวขอโทษ ดิวแค่ ..อยากบอกให้มันจบๆไป “

      “แต่มันจะมีปัญหาอื่นตามมาดิว มึงเข้าใจกูไหม...ฮึกๆ”

      “ไหนจะพ่อกูอีกละดิว พี่ๆกูด้วย และถ้าทุกคนรู้ว่ากู..ไม่เหมือนคนอื่นละ กูจะเป็นยังไงดิว...แต่ที่กูไม่อยากให้มึงพูดเรื่องนี้เพราะว่า คนที่เดือดร้อนที่สุดคือพ่อภา มึงรู้ไหมดิว” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

      “และอีกเรื่องที่ไม่ควรพูดเรื่องนี้เพราะว่า ดิว มึงคือคนที่เขาเลือกถ้าลุงหนึ่งรู้เรื่องที่กูกับมึงมีอะไรกันจน มีลูกละ กูไม่อยากจะคิดว่าอะไรมันจะเกิดขึ้นดิว กูไม่ใช่คนที่เขาเลือกแต่แค่ซวย มึงเข้าใจไหมดิว ” ผมพูดมองหน้าได้ดิว สายตาผมกับดิวประสานกัน

      “ดิวไม่ได้อยากถูกเลือกแอ้ และดิวก็คิดไว้ว่า เราออกไปอยู่แบบคนธรรมดาเขาอยู่กันไหม ดิวไม่สนใจองค์กรบ้าบออะไรนี้หรอก ดิวไม่อยากได้ ถึงเขาไม่มีเราสองคนมักก็อยู่ได้ เพราะมีคนมากมายอยากได้มันแอ้” ดิวบอกผม ผมถึงกับยืนอึ้ง นี้มันจะทิ้งพ่อภาและพี่มันไปเหรอ

      “นะแอ้ เราไปอยู่แบบธรรมดาติดดินไม่ต้องมีอะไร มีแค่เราและลูก”
      
      “ดิวมึงคิดว่ากูจะอยู่แบบคนธรรมดาได้เหรอดิว ทั้งที่กูไม่ปกติแบบนี้ นี้ขนาดกูอยู่สภาพแบบนี้มันยังยากสำหรับกูเลยดิว และถ้าไปอยู่แบบนั้นใครจะมองว่ากูปกติวะดิว “ ผมพูด น้ำตาผมไหล ดิวมันหันมามองผม ดิวมันเข้ามากอดผม กอดผมแน่นมากกว่าทุกครั้ง

      “คิดดิวะดิว “ ผมพูดเบาๆ ผมก็ซบหน้าลงที่แผ่นอกของดิว

      “ดิวขอโทษแอ้ ดิวขอโทษ ในความงี่เง่าของดิว” ดิวมันพูดผมไม่รู้ว่าเราสองคนกอดกันนานแค่ไหน

      “โอเคแอ้ ดิวจะพยายามทนที่สุด และดิวรู้ว่าแอ้ก็ อึดอัดไม่แพ้กัน...”ดิวพูด ดิวยกนิ้วขึ้นปาดน้ำตาผม

      “ดิว... ติ๊กมันเสียใจอย่างที่ไอ้แจ็คบอกว่าช่วง3ปีที่ผ่านมาตั้งแต่แฝดเกิดนะเราห่างเหินมันไปนะดิว “ ผมพูดกับดิว ดิวพยักหน้า

      “ดิวก็อาจจะผิดที่มัวแต่คิดถึงลูกมากกว่า” ดิวพูดกับผม

      “ดิวจะไปพูดกับมันเองนะแอ้” ดิวบอกผม ผมยิ้มออกเพราะว่ามันอาจจะทำให้ติ๊กหายโกรธผมขึ้นมาหน่อย

      “งั้นกูไปล้างหน้านะและจะเข้านอนกูง่วงนอนมากเลยดิว” ผมพูดและผมก็เดินเลี่ยงออกไป ไม่รู้ว่าทำไมช่วงนี้ง่วงนอนบ่อยก็ไม่รู้

      “แอ้..เดี๋ยว” ดิวมันดึงแขนผมไว้และมันก็มองพุงผม

      “มองอะไร” ผมถามดิว

      “ทำไมมันป่องๆ อ่ะ กินยาที่พ่อให้มาหรือเปล่าแอ้ แอ้ลืมหรือเปล่า” ผมก็สะดุ้งและก้มมองพุงน้อยๆของผม ใช่ผมลืมทานมา3 วันแล้ว

      “เออ...แอ้ไม่ได้ทานมา3วันแล้วอ่ะ” ดิวมองหน้าผม ทำหน้าดุใส่ผมด้วยนะ ผมก็รู้ว่ามันสำคัญแต่ผมไม่กล้าจะแกะเม็ดยาก็ไอ้ติ๊กมันติดผมตลอดและถ้ามันเห็นก็จะถามเอาและพี่มันก็เรียนเภสัชกรพี่เต้นะมันคงได้โทรถามแน่ๆ
      
      “ดิวจะโทรหาพ่อนะไม่แน่แอ้ต้องไปให้พ่อทำให้นะไม่งั้นแอ้จะมีไข้อีกนะ จำได้ไหม” ดิวถามผม ผมพยักหน้าเบาๆ  และจะเดินไปเข้าห้องน้ำ

      “แอ้”ดิวมันยังเรียกผมไว้ ผมหันมาทำท่าจะโมโห ก็กรูบอกง่วงจะไปแปรงฟันจะได้เข้านอนไอ้นี้นิ ผมด่าในใจ

      “แอ้...นอนกอดได้ไหมอ่ะคืนนี้”

      “แค่กอดอย่างเดียวนะ กูง่วงมาก จริงๆดิว ” ผมพูด ไม่รู้เป็นอะไร ผมรู้สึกเพลียตลอดเวลาช่วงนี้ และดิวก็พยักหน้าและยิ้มให้ผม ผมก็เข้าไปทำการแปรงฟันและแอบมองท้องน้อยผม เออ มันดูป่องๆจริงด้วย จะว่าไปผมก็รู้สึกเหมือนมีของเหลวน่วงๆอยู่ด้วยนะ ผมออกจากห้องน้ำไอ้ดิวมันนอนรอผมบนเตียงนอนผม

      “มามะมาให้ป๊ากอดซะดีดี”ไอ้ดิวมันพูด ผมยิ้มให้มัน ไม่อยากจะด่ามันแล้วผมแบทเตอรี่หมดแล้วตอนนี้ เพราะอะไรก็เพราะว่าผมนอนไม่หลับตอนไปนอนในห้องกับไอ้ติ๊ก ไอ้ติ๊กนะมันหลับสบายเลย ผมก็ทิ้งตัวลงนอน ดิวยกหัวผมไปพาดไว้ที่หัวไหล่มัน และจับแขนผมไปพาดตัวมันอีก ผมก็มองประตู

      “ล๊อกแล้ว “ดิวพูด

      “ดิว...ตกลงดิวจะไปเป็นหมอบ้านหรือหมอทหาร”ผมถามดิว ผมเงยหน้าทำตาแป้วมองดิว ดิวก็ก้มลงมองผม

      “ไปเป็นหมอทหาร เพราะว่าดิวจะเป็นให้เหมือนพ่อ พ่อตามดูแลอาภีม ดังนั้นดิวจะตามดูแลแอ้” ดิวมันพูด ผมก็มองหน้า แอบคิดว่ามันจะง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ

      “ทุกทีที่แอ้ไป” ดิวพูดกับผมน้ำเสียงจริงจังมาก

      “ดิวไม่อยากให้แอ้กลัวในสิ่งที่ยังมาไม่ถึงได้ไหม เราทำทุกวันของเราให้ดีที่สุด ดิวรู้ว่าแอ้กลัวลูกๆ กลัวอาภีมกลัวอีกหลายอย่างที่ยังมาไม่ถึง “ดิวบอกผม

      “เชื่อใจดิวไหม เชื่อว่าดิวจะทำให้แอ้และลูกให้อยู่ด้วยกันให้ได้และตลอดไป “ ดิวบอกผม ผมพยักหน้าว่าผมเชื่อเขา

      “นอนเถอะวันนี้ไม่ทำหน้าที่สามีนะ ดิวก็ง่วง” ดิวบอกผม ผมสะบัดหน้าไปมองดิว

      “โอ้ยย!” ดิวร้องเสียงหลงเพราะว่าผมหยิกเข้าที่พุง ที่จริงๆไม่มีหรอกมีแต่ซิกแพ็ค นี้ขนาดยังไม่ไปฝึกเลยนะ เพราะถ้าไปฝึกเขาจะฝึกหนักและเน้นเรื่องการออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ พี่ๆผมนะหุ่นนี้ดีกันทุกคนแต่พี่ๆผมไม่ใช่มีกล้ามใหญ่แบบพวกนักกล้ามเลยนะ ผมยังแอบกลืนน้ำลายเลยเวลาเห็นพี่ๆสวมแค่ผ้าขนหนูเดินผ่าน และกับดิวนะไม่เหลือหุ่นมันดีพอๆกับพวกพี่ๆผม

      “กอดอย่างเดียวได้ไหมแอ้...อย่าลูบมากเดี๋ยวน้องสู้” ไอ้ดิวมันพูดทั้งที่ตามันหลับไอ้นี้ แต่ก็จริงผมลูกไล้หน้าท้องมันเพลินเลย ดิวเหล่ตามองผม ผมก็แกล้งทำเป็นหลับสนิทจะดีกว่า เห็นแบบนี้ก็เขินนะ
------------------------------------------------------------
      Part ติ๊ก ผมเหมือนตัวร้ายในละครไหม แต่ไม่ใช่บนหน้าจอที่ผมได้บทนักแสดงพระเอกตลอดการ เพราะหน้าตาและบารมีพ่อผมด้วย แต่ความจริงผมกับถูกมองว่าผมร้าย ไม่ใช่แค่ที่นี้ หลังกองถ่ายผมก็โดน เพราว่าผมค่อนข้างเอาแต่ใจ และทุกอย่างต้องเป๊ะเว้อ และในชีวิตจริงผมก็กำลังกายเป็นตัวร้ายในสายตาคนที่ผมแอบรักแต่ผมรักมันไม่ได้
      ตอนเด็กๆ ผมแอ้ ดิว เราสามคนสนิทกันมาก นอนห้องเดียวกัน เล่นด้วยกัน มาจนกระทั้งเริ่มโตเป็นหนุ่ม นั้นแหละโมเม้นนั้นก็หายไป ลุงภาณุเดชได้รับตำแหน่งยศทางการทหารที่ต้องไปดูแลค่ายทหารแห่งหนึ่งและนั้นดิวกับแอ้ก็เริ่มหายไปจากชีวิตของผม และมาจังหวะที่ไอ้แจ็คมีนเฮิร์ทเรื่องบอยอีก ผมก็ทิ้งมันไม่ได้ พายอีกคน แต่มันก็ทำให้ผมเริ่มเห็นไอ้แอ้กับไอ้ดิว มันเปลี่ยนไป แต่แอ้มันก็ปากแข่งกับผม ผมถามว่ามันคบกันไหม มันก็ปฏิเสธ แอ้มันรู้ว่าผมคิดยังไงกับไอ้ดิวมัน ตอนแรกผมก็คิดว่าการที่ผมก้าวข้ามผ่านคำว่าเพื่อยสนิทไม่ได้คงเป็นเพราะว่าดิวมันคือคนที่ถูกเลือกไว้ให้บอย แต่ตอนนี้ผมมว่าไม่ใช่แล้ว มันมีคนที่มันเลือกไว้เองแล้ว เจ็บไหมเจ็บมากที่ต้องเห็นแบบนี้ทุกวัน
      “เจ็บมากไหม “ ผมสะดุ้งสุดตัวเพราะว่าคนที่เดินเข้ามาในห้องน้ำคือพาย พายมันปากร้ายแต่ทุกคำพูดมันเตือนผมให้คิด แต่จะให้ผมยอมตัดใจเหรอมันยาก ผมหันมามองหน้าพายที่ยืนกอดอกอยู่ที่ตรงประตูห้องน้ำ ผมชะเง้อมองว่าแอ้ตามมันมาไหม ผมไม่อยากให้มันเห็นว่าผมอ่อนแอเช่นกัน ผมต้องแข็งกว่ามัน

      “แอ้ไม่ได้ตามกูมาหรอก “พายพูดและเข้ามายืนในห้องน้ำพร้อมกับปิดประตูลง

      “ทำไมมึงไม่ปล่อยมันสองคนไปซะทีว่ะ ติ๊ก”

      “เป็นมึงมึงทำได้ไหมละ” ผมหันไปถามพายมัน

      “ทำไม่ได้ก็ต้องทำให้ได้ ความจริงก็ต้องรับมันให้ได้ มันไปกันถึงไหนแล้วมึงรู้ดี “ พายพูดกับผม ผมก้มหน้าลงมองอ่างล้างหน้า

      “พอเถอะติ๊ก และคนที่มึงทำร้ายมันก็เพื่อนกันไหมวะ เกิดมาก็เจอกันมีกันแค่นี้ และดันซวยเกิดมาเลือกอะไรเองไม่ได้ก็แย่แล้ว อย่าให้ความเห็นแก่ตัวมันทำร้ายกันเองไปมากกกว่านี้เลยวะติ๊ก “ พายพูดและหันหลังเดินออก

      “ติ๊ก โทรศัพท์มึงดังวะ พี่เอ๋โทรมามีงานแน่เลยมึง” พายมันพูด และผมก็ต้องหันไปเช็ดมือให้แห้งก่อนจะเดินออกไปดู พี่เอ๋คือผู้จัดการส่วนตัวของผม ที่พ่อหามาให้ พี่เอ๋เป็นคนปั่นดารา มากมาย ผมหยิบมือถือขึ้นมาดูและกดรับสายทันที

      “ว่าไงพี่เอ๋”  พี่เขาคือผู้จัดการส่วนตัว เป็นสาวร่างผู้ชาย เป็นแมวมองหาดารา ตอนแรกพี่เขาไม่รู้จักผมหรอกว่าผมลูกใคร และตอนนั้นผมก็อยากลองเลยเข้าไปอยู่ในสังกัดโดยไม่ใช่ชื่อนามสกุลจริง แต่พอพี่เขารู้ พ่อผมรู้ก็เกือบโดนไม่ให้ทำงานแบบนี้อีก แต่ติ๊กคือตัวพ่อผมดื้อจนพ่อยอม

      “น้องติ๊กค่ะ พี่พยายามติดต่อน้องติ๊กมาสองวันแล้วนะคะ “

      “ก็บอกว่ามาเรียนหนังสือ พี่ไม่เข้าใจเหรอ “ ผมพูดแบบหัวเสีย ผมอยากจะมาเรียนแย่เลย

      “เข้าใจค่ะ แต่นี้งานของคุณพ่อน้องติ๊กนะคะ และท่านก็ให้พี่ดีลกับน้องติ๊กเองอีกต่างหาก พี่เลยต้องพยายามโทรหาไงค่ะ” พี่เอ๋พูด

      “อย่าน้ำเยอะได้ไหมพี่ งานอะไรอีกเนี๊ยะ”

      “งานเดินแบบเสื้อสูทค่ะ เขาจะมาลงที่โรงแรมของคุณภาษญ์นะคะ แบรนด์ดังด้วยนะคะ และเขาเลือกคุณติ๊กที่เป็นลูกชายคุณภาษญ์ค่ะ เขาต้องการอีกคนพี่กำลังจะหาแต่ก็คิวเต็มไปหมด พี่ได้….”พี่เอ๋พูดเสียงอ่อยอันท้าย

      “อย่าบอกนะว่าไอ้นีโอ ที่ผมฟาดปากมันไปด้วยร้องเท้าหัวตัดนะพี่” ผมพูดตะคอกเสียงดังใส่พี่เอ๋ทันที

      “พี่ไม่มีตัวเลือกค่ะน้องติ๊ก แต่พี่จะกำชับว่าอย่าทำให้ คุณน้องคิ๊กพี่หัวเสีย และนีโอหลังจากมีเรื่องกับน้องติ๊ก งานมันก็นน้อยลง มันก็เลยมาขอและสัญญาว่าจะเป็นเด็กดีค่ะ” พี่เอ๋พูด

      “ผมไม่เอามัน ถ้าพี่หาไม่ได้ ผมหาให้ ผมมี “

      “ใครเหรอคะน้องติ๊ก”

      “แอ้ ลูกชายอาของผม พันเอกภีมปภพ ได้ไหมครับ ผมว่าแอ้หล่อกว่าไอ้นีโออีก ดูดีดูแพงกว่าไอ้นั้นอีก “ ผมบอกพี่เอ๋ ผมยืนคิด ดีเลย มันจะได้ไม่ต้องหาเรื่องไปกับไอ้ดิวที่ค่ายทหาร

      “จะดีเหรอคะ เพราะว่าปกติคุณภีมสั่งห้ามเขาไม่อยากให้ทายาทของเขาขึ้นเวทีเดินแบบนี้คะน้องติ๊ก พี่จะซวยเอา แค่ตอนน้องติ๊กพีไม่โดนคุณภาษญ์สั่งเก็บก็บุญแล้วค่ะ “ พี่เอ๋พูด

      “ผมจะให้พ่อผมคุยกับอาภีมเอง พี่เอ๋ให้เหตุผลว่า นายแบบคนอื่นงานเต็มแค่นั้น อย่างอื่นผมจัดการเอง” ผมพูด พายมันยืนกอดอก มองผม

      “จะเอาอีกคนไหม พายก็ได้นะ” ผมพูดและมองพาย

      “เชี้ยไม่เอาเดี๋ยวพ่อกูด่าเอา” พายมันรีบแย้งผมทันที

      “ดีเลยค่ะ คิดว่าน่าจะมีเซ็ทแบบ ทริปเปิล สามหนุ่มสามมุม อันนี้พี่จะขอคุยกับห้องเสื้อก่อนนะคะน้องติ๊ก พามาทั้งสองคนเลยนะคะ พี่เอ๋ปลื้มค่ะ “ พี่เอ๋พูด

      “ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมวางนะ ผมอยากพัก ผมเหนื่อย” ผมพูดและ

      “ได้ค่ะ ค่ะน้องติ๊ก ขอบคุณนะคะที่สละเวลาคุยกับพี่เอ๋ ค่อยยังชั่วหน่อยพี่นี้อกจะแตก นอนหลับฝันดีนะคะ พรุ่งนี้พี่คอมเฟิร์มงานอีกทีค่ะ บ่าย บาย” พี่เอ๋ก็วางสายไป

      “ไปด้วยมึง “ ผมหันไปบอกพาย ผมรู้ว่ามันชอบงานแบบนี้

      “เชี้ยะ พ่อกู ไม่ซิ ไม่เท่าไหร่แต่ลุงหนี่งอ่ะ เขาไม่อยากให้กูขึ้นเวลาที เพราะว่า”

      “เขากลัวมึงเปลี่ยนใจไม่ไปเรียนหมอ แต่ความจริงที่มึงจะเปลี่ยนใจเพราะว่าไอ้ดิวมากกว่าพาย “ ผมพูดและหันไปยิบผ้าเช็ดตัว ผมมองพาย พายมั้นก็มองผม

      “กูก็ไม่อยากพูดให้มึงเจ็บหรอกนะ ดังนั้นมึงควรจะเข้าใจกูว่ะ พาย” ผมพูดประโยคสุดท้ายก่อนจะหายเข้าห้องน้ำไป ผมเปิดน้ำในอ่างแช่น้ำกุลชี่ ทีพ่อผมสั่งมาลงให้ตามคำขอของผม เพราะว่าผมต้องดูแลผิวตัวเองให้ดูดี อาบน้ำแร่แช่น้ำนม ผลิตภัณฑ์แบรนด์ดังที่คอยส่งมาให้ผมได้ลองใช้ และให้ผมเป็นพรีเซนเตอร์ ผมก้าวยเท้าลงไปและนอนแช่ออยู่แบบนั้น
   
      ภาพวันวันก่อนที่ผม แอ้และดิวก่อนจะไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยกัน มันมีความสุขสนุกตามประสาวัยเด็กๆ แต่มันมีภาพถ่ายภาพหนึ่งที่นั้นทำให้ผมเริ่มเห็นว่าดิวมันคิดอะไรกับแอ้ ภาพนี้พี่ชายผมแอบถ่ายมาให้ผม แต่พี่เขาไม่ได้คิดอะไรเหมือนผมหรอก ภาพนั้นคือผมนั่งอยู่บนโต๊ะม้าหินและกำลังดูหน้าจอโทรศัพท์ไอโฟนรุ่นลาสุดในตอนนั้น ไอ้ดิวมันเล่นเกมส์ฟุตบอลในโทรศัพท์เป็นปกติ ส่วนแอ้มันก็ดูแสลมดั้งที่มันชอบดูผ่านยูธูป แต่สิ่งที่ทำให้ผมเห็นแล้วผมเจ็บที่สุด แขนไอ้ดิวมันโอบเอวแอ้ไว้ ทั้งที่ผมสามคนนั่งอยู่บนนั้นด้วยกัน ทำไมผมไม่ใช่คนที่มันมีใจด้วยทั้งที่เราอยู่กันสามคนมานานแต่มันเลือกแอ้ว่ะ


ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1

 (ดิวXแอ้Xติ๊ก) เราจะมีกันสามคนแบบนี้ไปตลอดไม่ได้
    ดิว X แอ้
         วันนี้เป็นวันหยุดของพวกผมแต่ถูกสั่งห้าม ยังไม่อนุญาติให้พวกผมกลับบ้านกันในอาทิตย์นี้  พวกผมเลยว่าจะไปเที่ยวห้างกันและไปทานพิซซ่าที่ร้านกันด้วย ผมก็ลงมาชั้นล่าง ผมแต่งชุดสบายๆ สไตล์ของผม กางเกงยีนส์ขาสั้นพับปลายให้คุมเข่าและเสื้อยืดตัวสีขาวพอดีตัวสวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนๆ ผมเดินลงมาชั้นล่างก็เห็นพวกไอ้แจ็ค บอย ธรรณ์และหลุยส์นั่งรออยู่แล้ว

“แอ้ ติ๊กและพายละวะ” ผมถาม

“ยังไม่เห็นเลยวะ”ไอ้แจ็คมันตอบ ผมพยักหน้าหงึก สักพักก็ได้ยินเสียงฝีเท้าและคุยกันดังมาจากชั้นสองลงมาทางบรรได คงเดินลงมาพร้อมกันแล้ว คนแรกก็คือแอ้ ผมหันไปมองก็อดอมยิ้มไม่ได้ แอ้สวมกางเกงขาสั้นเผยให้เห็นเรียวขาสวยๆ คู่นั้น วันนี้ติ๊กมันคงจับแอ้แต่งแบบนี้ซินะ ปกติไม่ค่อยชอบใส่ขาสั้นสวมเสื้อยืดด้านในและเสื้อเชิ้ตทับคล้ายๆกับผม ติ๊กมันก็เป็นสไตลิสอยู่แล้ว มันก็แต่งคล้ายๆกับแอ้

“พายละวะ” แจ็คถามและทุกคนก็ลุกขึ้น เพื่อจะได้ออกเดินทาง และคนสุดท้ายก็เดินลงมา

“พล้วด” ไอ้หลุยส์มันกระดกแก้วน้ำดื่มอยู่ถึงกับพ่นออกมาทันที

“พาย มึงจะไปงานแต่งเหรอวะ สีชมพูมาเชียว” ไอ้แจ็คถามทันที บอยถึงกับหันมาตีไหล่แจ็ค ผมก็หันไปมองแอบเกาหัวเล็กน้อย

“ทำไมอ่ะ สีประจำ ก็ใส่ประจำนิ” พายพูด ผมหันไปหยิบมือถือมาและกดถ่ายรูป และรีบอัพลงกลุ่มพี่ๆทันที

“ตึง” เสียงมือถือพายดังขึ้น มีข้อความเข้า

“อะไรวะ ใครลงรูปกลุ่มพี่กูว่ะ!!!!” พายมันโวยวายและหันมามองพวกผม

“ไอ้ดิว มึงเร็วววะ กูว่าจะอัพแต่มึงแม่งแซงกู “ ไอ้แจ็คครับ

“พี่กูบอกให้ไปเปลี่ยนเลยสาด” พายพูดและเดินสะบัดก้นขึ้นไปทันที

“ฮาๆ “ พวกผมขำกันใหญ่

“ไปแกล้งพายทำไมอะดิว ดูหน้าพายดิ” บอยพูด และสักพักพายก็ลงมาพร้อมกับเสื้อเชิ้ตสีฟ้าแอบมีลายสีชมพูดแบบน้อยๆ

“ใครแกล้งกูอีกโดยแน่” พายพูด และพวกผมก็พากันเดินออกจากบ้าน มีรถจอดอยู่บ้านแล้ว ติ๊กมันได้พูดอะไรเลยหรือว่ามันยังโกรธเรื่องเมื่อวานกันแน่ ผมหันมามองแอ้ที่นั่งนิ่งมาก และพอหันมาทางไอ้แจ็ค มันก็แบมือถามผมว่าอะไรยังไง ผมก็เลยทำนิ้วเฉือดคอให้มันดู สงสัยจะยาว

“แอ้” ผมเรียกแอ้ แอ้หันมามองหน้าผม ทุกเลยก็ว่าได้ที่หันมามองผมกันหมด

“แอ้ไปนั่งกับพาย “ ผมบอก ไอ้แจ็คมันสะบัดหน้ามามองผม ผมหันไปหยักคิ้วให้มัน กูกำลังจะแก้ปัญหา

“อะไรวะ พวกกูแม่งตามไม่ทัน ยังไงวะ”ไอ้หลุยส์พูดขึ้นทันที

“ติ๊ก มากับกู “ผมพูดและเข้าไปดึงแขนไอ้ติ๊กทันที พายก็ขึ้นไปนั่งกับแอ้ พายคงบอกให้คนขับรถล๊อกประตูทันที่  พายคงรู้ว่าผมต้องการจะทำอะไร สิ่งหนึ่งที่พวกผมติดตัวมาพร้อมกันตั้งแต่เกิดคือ มองตากันก็รู้เข้าใจความคิดกัน แต่บางครั้งมันแค่ไม่ยอมรับกความจริงก็แค่นั้น

“อะไรวะ กูจะนั่งกับไอ้แอ้” ติ๊กพูด ผมก็ดึงแขนมัน

“ไปนั่งกับกู ทำไมนั่งกับกูไม่ได้ มีอะไร” ผมถามติ๊ก มันมองหน้าผม และหันไปมองหน้าไอ้แจ็ค ไอ้หลุยส์

“เฮ้ยย ไม่เกี่ยวกับกู “ไอ้แจ็คมันรีบปฏิเสธและลากแขนบอยขึ้นรถทันที ไอ้หลุยส์ก็หยักไหลและลากแขนแฟนมันธรรณ์ขึ้นรถไป เหลือผมกับติ๊ก

“ไปซิ คนอื่นเขาขึ้นรถหมดแล้วจะยื่นรออะไร” ผมถามติ๊กและลากแขนมันขึ้นรถไปทันที ผมนั่งข้างติ๊กมันและพี่คนขับรถก็ออกรถทันทีที่ผมขึ้นรถกันเรียบร้อยแล้ว ผมหันมามองหน้าติ๊ก ติ๊กมันไม่มองหน้าผม

“ทำไมวะติ๊ก มึงเป็นอะไร บอกกูดิ” ผมถามติ๊ก ติ๊กมันหันมามองหน้าผม

“ก็”มันทำท่าจะพูดแต่มันก็เงียบ

“มึงโกรธกูเรื่องที่กูกับแอ้มีเวลาให้มึงน้อยลงเหรอว่ะ “ ผมถามติ๊ก

“ก็..เมื่อก่อนมึงสองคนไม่เคยห่าง...กู” ติ๊กพูด

“ติ๊ก ทุกคนต้องมีช่องว่างระหว่างกันและกันและกูกับแอ้นะ “

“มึงสองคนคบกันใช่ไหมละ” ติ๊กหันมาถามผม

“เออ..”


“แต่แอ้มันบอกไม่ได้คบ เอาไงแน่ “ ติ๊กมันถามผม

“กูก็ไม่รู้นะ ว่าสถานะมันคืออะไรแต่กู แอ้และมึงยังเหมือนเดิม ทุกคนด้วย  “ ผมพูด ติ๊กมันหันมามองผม

“ช่วงที่กูกับแอ้ห่างมึงไป ก็เพราะว่าอาภีมเขาไปช่วยลุงหนึ่งและอาภีมฝากพ่อกูดูแลแอ้ และกูก็ต้องติดตามพ่อกู เพราะกูก็อยากเรียนรู้หลายๆอย่างจากพ่อกู มึงเข้าใจพวกกูไหมวะ”ผมพูดและถามติ๊กมัน มันหันหน้าหนีผมซะงั้น แปลว่ามันไม่เข้าใจ
         
         “ส่วนมึงเองก็มีงานแสดงที่มึงรัก มึงก็รู้ว่าถ้ามึงเข้าเรียนมหา’ลัยแล้วจบมางานพวกนี้มึงไมได้ทำแน่นอน ทำไมมึงไม่ทำสิ่งที่มึงรักก่อนวะ และพวกกูก็ไม่ได้หายไปไหนจากชีวิตมึงเลยนะติ๊ก” ผมพูด มันก็หันไปมองทางอื่น

    “ก็เมื่อก่อนกูมีมึงสองคนอยู่ในชีวิตกูตลอดนี้หว่า มันดีกว่าช่วงนี้ดิว” ติ๊กมันพูด ผมก็ต้องเอามือแตะหน้าผากตัวเอง
   
   “กูขอโทษ ที่กูสองคนไม่ได้นึกถึงความรู้สึกมึงวะ ติ๊ก แต่… “ ผมพูด ผมมองหน้าติ๊ก ติ๊กมันก็มองหน้าผม

   “มึงสองคนคบกันจริงๆไหมว่ะ บอกกูดิวะดิว แต่กูว่ามึงมีมากกว่านั้นอีกว่ะ  “ ติ๊กถามผม สายตามันบอกได้หลากหลายอารมณ์มาก คือจะดีใจก็ไม่เชิง หรือจะเสียใจก็ใช่ ผมก็เลยนิ่งอึ้งไปเหมือนกัน ที่ผมคิดไว้ในใจว่าจะบอกมันอยู่นะว่าผมกับแอ้คบกันและเราเป็นอไรกันแต่พอผมเห็นสีหน้ามันตอนนี้ผมพูดไม่ออกเหมือนกัน

   “ก็เพื่อนกันเหมือนเดิม “ ผมพูด

“อืมม “ ติ๊กมันกับยิ้มออกมาซะงั้น

“ต่อไป พวกมึงไปไหนกูไปด้วยเหมือนเดิมนะ”ติ๊กมันพูด ผมก็พยักหน้าไป ผมก็หันมามองหน้ามันอีกนะ ประมาณว่าไม่เข้าใจแต่ผมก็ไม่กล้าถามออกไป เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ผมไม่อยากทำร้ายมันเลย ผมน่ารักแอ้และไม่อาจจะเปลี่ยนใจได้ยิ่งตอนนี้ผมมีพยานรักด้วยกันแล้ว ผมนั่งคุยกันเรื่องเก่าๆ ว่าเราสามคนไปไหนทำอะไรกันบ้างจนรถมาถึงที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ไม่เล็กไม่ใหญ่เหมือนในห้างในกรุงเทพ
“ตึง” ข้อความจากแอ้ ผมก็แอบตะแคงมือถืออ่าน

“ดิว อย่าลืมดูขวัญวันเกิดน้องมีนนะอาทิตย์หน้านะ ” แอ้ส่งข้อความบอกผม

“ถึงแล้วครับ พวกผมจะจอดรอกันที่ชั้นจอดรถนะครับคุณหนู เที่ยวให้สนุกนะครับ” พี่คนขับรถบอกผมกับติ๊ก ผมพยักหน้ารับทราบ ติ๊กลงมาก่อน และเดินตรงไปหาแอ้ทันที ผมก็เดินลงมาเห็นไอ้แจ็คมันหันมามองผม

“มึงเล่นอะไรกันวะ “ไอ้แจ็คมันเดินมาหาผม ผมส่ายหัว

“อะไรของมึงว่ะดิว” แจ็คมันดึงแขนผมขณะที่ผมกำลังจะเดินผ่านมัน ผมเดินเอามือล้วงกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต

“ไม่มีอะไรกูแค่คุยกับมัน ขอโทษมันเรื่องที่กูกับแอ้ ละทิ้งมันไป แต่ตอนนี้ก็คงกลับมาเป็นเหมือนเดิม “ ผมพูด นั้นไม่ได้หมายถึงว่าผมมีความสุขนะ เพราะการกลับมาเหมือนเดิมนั้นคือสามคน แต่ผมอยากมีช่องว่างระหว่างเอาไว้ให้ผมกับแอ้บ้าง

“เดี๋ยว” ไอ้แจ็คมันดึงแขนผมไว้

“น้ำเสียงมึงบอกได้ว่ามึงไม่แฮปปี้วะ”ไอ้แจ็คมันพูด

“มึงเข้าใจไหมวะ ว่าคนเราต้องมีช่องว่างระหว่างกันบ้าง” ผมพูดและสะบัดให้มันปล่อยแขนผมก็เดินไปดูนั้นดูนี้ พร้อมกับพวกมัน ติ๊กกับแอ้ก็เดินติดกันเหมือนเดิม

“ดิว เป็นอะไรหรือเปล่าวะ”พายถามผม

“ไม่นิ แล้วพายละ ไม่ซื้ออะไรเหรอ”

“ไม่รู้อะ จะซื้ออะไรดี และซื้อให้ใครอ่ะ ไม่มีเหตุผลจะซื้อเลยแค่เดินดูดีกว่า” พายพูด ผมนึกขึ้นมาได้ พายนี้แหละที่จะเลือกของขวัญให้ผมได้ เพราะแอ้คงไม่กล้าเลือกเดี๋ยวติ๊กมันจะถามมากแน่ๆ

“พาย คือ ดิวจะซื้อของให้เด็กนะ”

“ดิวมีเด็กเหรอ” พายพูดทำเอาทุกคนหันมามองผมกันหมดเลย ผมก็รับเอามือปิดปากพาย

“เด็กในค่าย คือแบบว่าที่ค่ายพ่อดิวนะ มีศูนย์ไว้รับเลี้ยงเด็กที่พ่อแม่ต้องทำงานทั้งคู่ และมีเด็กคนหนึ่งน่ารัก แบบว่าเราตามพ่อไปตอนพ่อเราไปตรวจสุขภาพเด็กนะและเรารู้สึกถูกชะตา”

“เด็กกี่ขวบอะ”

“หนึ่งขวบพอดีเลย วันเกิดเขานะพาย” ผมหันไปบอกพาย

“เด็กไปไหมวะดิว” พายเลิกคิ้วมองผม

“เฮ้ย! ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้น แค่เอ็นดู นะ เลือกของขวัญให้หน่อย จะวันเกิดน้องแล้ว “ ผมพูด พายก็ทำท่าคิด

“เป็นเด็กนิสัยยังไงอ่ะ” พายถามผม ผมก็ทำท่าคิด ภาพน้องมีน

“เป็นเด็กน่ารัก พูดจาไพเราะ ค้อนข้างอ่อนไหวง่าย เป็นเด็กเรียบร้อย น้องมีนชอบวาดภาพระบายสี ชอบอ่านนิทานดูแล้วน่าจะชอบดนตรีด้วยน่ะ ใจก็อยากจะซื้อกีตาร์ให้แต่น่าจะเร็วไป “ ผมพูดไปยิ้มไปด้วย

“นิถ้าบอกว่าเป็นลูกดิวนี้เชื่อสนิทเลยนะ เพราะว่าบรรยายแบบว่าใกล้ชิดมาตั้งแต่เกิดเลยมั้ง” พายพูด ผมก็หุบยิ้ม

“แค่เอ็นดูนะ นะช่วยดิวเลือกหน่อย” ผมพูด พายหันไปมองแอ้กับติ๊กที่กำลังเลือกเสื้อผ้าอยู่ แอ้หันมามองผม ผมขยิบตาให้แอ้ก็เข้าใจทันที ผมกับแอ้แทบไม่ต้องพูดอะไรกันมาก มันเข้าใจตรงกันไปหมด ผมว่าแอ้เข้าใจที่บอกคือว่าผมจะให้พายช่วยเลือกของขวัญให้

“เดี๋ยวมานะ ดิวจะให้พายไปช่วยเลือกของขวัญนะ ดิวมีเด็ก คิกๆ “พายพูดทำเอาผมสะบัดหน้าไปมองพาย

“เด็กอีกและ ไปติดเด็กที่ไหนอีกวะดิว” ไอ้แจ็คมันถามผม

“มึงมีเด็กด้วยเหรอวะ ไม่หยักกะรู้ว่ะ”ติ๊กพูดและหันไปมองหน้าแอ้

“เด็กที่ศูนย์ทีพ่อกูเปิดให้ สำหรับดูแลเด็กเล็กและส่วนใหญ่ก็จะเป็นลูกๆของเจ้าหน้าที่ที่ต้องทำงานนะ” ผมพูดและมองหน้าแอ้ แอ้มันยิ้มให้ผม

“ดีจัง เด็กๆน่ารักทั้งนั้นเลยดิ” ธรรณ์พูดทำตาโตด้วย ดูท่าธรรณ์ก็คงจะรักเด็กเหมือนกัน แต่ไอ้หลุยส์มันกับทำท่าขนลุกขนพองสยองเด็กยังไงก็ไม่รู้เหมือนไอ้แจ็คเลย

“ทำไมอะ อย่าบอกนะว่าอยากมีมั้งอะ” ไอ้หลุยส์พูด

“ก็อยากมีนะ น่ารักดีออก “ ธรรณ์พูด

“จะมีได้ไงละ ไม่มีลูกมดซะหน่อย “ ไอ้หลุยส์มันพูด ผมหันไปมองแอ้ที่ดูสีหน้าจะกังวลขึ้นมาทันทีที่ได้ยินแบบนี้

“เออถ้าอย่างนั้นกูไปก่อนวะ พวกนายซื้อของอะไรกันตามสบายเลยนะ พายไปครับ ช่วยดิวเลือกหน่อย” ผมพูดและดึงแขนพายไปทันที
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
[แอ้]  ผมได้แต่ยืนมองดิว ผมไม่กล้าไปเลือกของขวัญเอง ถ้าเป็นดิวมันจะง่ายกว่าผม ดิวเดินไปกับพายเพื่อยังร้านที่ขายของเด็กๆ ถ้าเป็นผม ผมจะซื้อหนังสือพวกนิทานที่เป็นป๊อปอัพ น้องมีนเขาชอบมากแต่ว่า มิ้นขยันฉีกของมีนจริงๆ

“ตกลงมึงกับดิวไม่ได้คบกันจริง” ติ๊กกระซิบถามผม ผมหันไปมองหน้าติ๊ก

“ก็ไอ้ดิวมันบอกกูแบบนั้น กูก็สบายใจได้นะ”ติ๊กพูด ผมก็รู้สึกอึ้งไปนิดนึง

“ทำไมเหรอ หรือว่าดิวมันพูดไม่ถูก” ติ๊กมันถามผม ติ๊กมันยืนประกบผมและมองหน้าผม

“ก็ถ้าดิวมันบอกกับมึงอย่างนั้น และมันก็อย่างเดียวกับที่กูบอกมึง มันก็ถูกอยู่แล้วไงติ๊ก” ผมพูด และมองหน้าติ๊ก

“กูหวังดีนะ เพราะถึงยังไงดิวมันก็คือคนที่เขาเลือกให้คู่บอย อาทิตย์หน้านี้ดิวมันต้องไปงานที่บ้านลุงกฤษณะ กูได้ยินว่าเขาจะคุยกันเรื่องดิวกับบอย เขาอาจจะให้หมั้นกันไว้ก่อนมั้งและพอดิวเรียนจบก็แต่งเลย “ติ๊กกระซิบบอกผม ผมไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้เลยนะ ดิวไม่เคยบอกผมเลยด้วยซ้ำ

         ผมแอบเห็นทอยสตอรี่ผมก็นึกขึ้นได้ว่าน้องมีนชอบดูผมเลยว่าจะซื้อซีดีให้เลยดีกว่า ตอนนี้มี4ภาคเลยและยังได้ตุ๊กตาวูดดี้อีกด้วย

“แอ้มึงจะซื้อไปดูเหรอวะ “ ติ๊กมันถามผม

“เออ พอดีกูอยากได้ตุ๊กตานะ วู้ดดี้ “

“ไปให้ใคร”ติ๊กมันถามผมทันที ผมก็ยืนมองหน้ามันจะไปให้ใครดี นั้นซิ จะบอกว่าให้ไอ้อิงค์มันก็โตเกินไป ไอ้แอมมันก็ไม่เชื่อแน่นอน

“แอ้ “ ดิวมันเดินออกมาแล้วและมองผมที่ถือซีดีการ์ตูนวู้ดดี้อยู่

“ดีเลยแอ้ พอดีเลยพ่อบอกว่าน่าจะซื้อพวกการ์ตูนไปไว้ให้เด็กๆ เรื่องนี้น่าสนุกนะ “ ดิวมันก็หยิบการ์ตูนจากมือผมไป ติ๊กมันมองผมสองคนสลับไปมา

“อ้าวจะซื้อการ์ตูนด้วยเหรอดิว ดูท่าดิวจะรักเด็กนี้มากเลยนะ”

“อันนี้ซื้อไปไว้ให้ครูที่ศูนย์นะ เห็นพ่อบอกว่าเด็กๆชอบดูการ์ตูน ส่วนอันนี้ เอาไว้ให้น้องเขาอ่านที่บ้าน” ดิวโชว์หนังสือนิทานเล็มหนึ่งเป็นนิทานและเพลง I going on the bear hunt

“พายเลือกให้นะ ลุงๆจะได้อ่านให้ฟัง” ดิวพูด

“แต่มันเป็นภาษาอังกฤษอ่ะ ลุงๆของเด็กนี้เขาเก่งภาษาอังกฤษเหรอวะ” ติ๊กมันถามผม เออ ลุงๆนะมันหมายถึงพี่ๆผมไง ภาษาอังกฤษแบบนี้จิ๊บๆสำหรับพี่ผมแต่ถ้าลุงๆบ้านอื่นๆผมไม่รู้นะซิ เหมือนงานจะเข้า

“เออ..กูว่าก็ต้องได้บ้างแหละ หรือไม่ครูที่ศูนย์เขาก็อ่านให้ฟังได้” ดิวมันพูด ผมนี้ส่ายหัวให้มันเลย

“เออ จริงด้วยพายไปเลือกเล็มใหม่ดีกว่าไหมดิว พายลืมคิดไปอ่ะ “ พายพูด

“ไม่เป็นไรหรอก เพราะว่าเห็นพ่อว่าจะให้พี่ๆของดิว พากันไปช่วยครูที่ศูนย์ อาจจะอ่านนิทานให้ฟัง งั้นดิวให้เล็มนี้พี่ไปแล้วกันและไปดูอย่างอื่นวันหลัง” ดิวพูดและเดินถือซีดีไปที่โต๊ะเพื่อจ่ายเงิน ผมก็เดินออก ติ๊กและพายเดินตามผมออกมา

“อ้าว ได้อะไรกันไหมวะ ดูแล้วไม่มีอะไรเลยวะ “พวกไอ้แจ็คเดินมาเจอพวกผม

“ถ้าอย่างนั้นเราไปหาอะไรทานกันดีกว่าวะ หิวแล้วด้วยและจะได้กลับไปนอนพักดีกว่าพรุ่งนี้ก็ต้องไปโรงเรียนอีก” ไอ้หลุยส์ พูดและดิวก็ออกมาพร้อมกับของที่มันซื้อ

“ดิวซื้ออะไรนะ “ บอยถามดิว

“เออ ของขวัญวันเกินเด็กที่ศูนย์นะ และดิวก็เลยซื้อซีดีการ์ตูนไปให้เด็กๆไว้ดู” ดิวบอกบอย

“อุ้ย ทอยสตอรี ชอบเหมือนกับ...” บอยพูด แจ็คสะบัดหน้าไปมอง

“เหมือนเด็กในบ้านบอยเลย เขาชอบเหมือนกัน” บอยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อยลง

“อ้อ นึกว่าไปแอบมีลูกเล็กที่ไหน” แจ็คมันพูดแบบขำ ขำ แต่บอยกับทำสีหน้าไม่ขำด้วย จนไอ้หลุยส์มันสะกิด แจ็คถึงได้หยุดขำ

“บอยเป็นอะไรไป”

“ไม่มีอะไรหรอก “

“แจ็คล้อเล่นนะ แจ็ครู้ว่าบอยไม่ทำหรอกแบบนั้นนะ” แจ็คพูด

“ถ้าอย่างนั้นเราไปหาอะไรทานกันดีกว่าวะหิวแล้วและถ้าไปช้าคนเยอะวะช่วงนี้” ดิวพูด พวกผมพากันเข้าไปในร้านพิซซ่าชื่อดัง เพราะว่าที่นี้ก็มีแค่ร้านนี้ร้านเดียวแน่ๆ

“สวัสดีค่ะ กี่ท่านคะ”พนักงานต้อนรับส่งยิ้มหวานมาให้พวกผม

“8 ครับ” ดิวตอบไป

“เชิญด้านในได้เลยค่ะ “ พนักงานผายมือไปให้พวกผมเดินเข้าไปด้านในผมก็เดินไปนั่งเป็นโต๊ะเก้าอี้พนักผิงแบบนั่งได้หกคน

“เราแยกกันสองโต๊ะวะ นั่งสีคนแล้วกันจะได้ไม่เบียด” แจ็คพูด ผมก็หันไปหาที่นั่ง มีคนดันผมเข้าไปก่อนไอ้ติ๊กนะ และดิวก็น่งตรงข้ามกับผมและพายทันที ติ๊กนั่งริมนอก

“สวัสดีค่ะ วันนี้รับพิซซ่าหน้าอะไรดีค่ะ เออ ตอนนี้มีโปรโมชั่นค่ะ สั่งถาดใหญ่สองถาดขึ้นไป ฟรีเครื่องดื่มคะ”พนักงานมาแนะนำเมนูพิเศษ พวกผมก็เปิดอ่านและมองหน้าคนที่ยืนสลับไปมา

“เอาอะไรดีวะ”

“เอาอันนี้แล้วกัน มิกซ์ดิลักซ์ “ ดิวบอกพนักงานเขาก็จด

“งั้นพวกกูอยากกินแบบแซบๆว่ะ ขอเป็นซีฟูดส์เอ็กสตรีมก็แล้วกันวะ” ติ๊กบอกพนักงานที่มารับออเดอร์

“แอ้มันไม่กินกุ้ง งั้นเอาพาสต้าเพิ่มไหมแอ้” ดิวถามผม ติ๊กหันมามองหน้าผม

“มึงไม่กินกุ้งเหรอวะ ทำไมวะ กูไม่เห็นรู้เลย”ติ๊กมันถามผม

“เออ กู ทานแล้วท้องไม่ค่อยดีวะ “ ผมตอบไป พวกกุ้งปลาหมึกนี้ยิ่งแย่สำหรับผม และไอซ์ก็ได้มันมาเต็มๆ ไอซ์ทานปลาหมึกไมได้ เหมือนกับอาการแพ้แต่ไม่ได้แพ้จนแย่แค่ปวดท้องมวนท้องเหมือนผม

“งั้นผมเอาสปาเก็ตตี้คาโบนาร่าเพิ่มทีหนึ่งครับ” ดิวมันสั่งให้ผมทันที ทั้งที่ผมขยิบตาแล้วนะว่าไม่เอามันก็สั่ง โต๊ะแจ็คคงสั่งกันหมดแล้ว  พวกผมก็นั่งรอ ผมเห็นพายกำลังเปิดอะไรสักอย่างดูกับดิว และหัวเราะกันใหญ่เลยดูน่ารักดี ผมก็มองถ้าเป็นพายก็คงจะไม่ลำบากเหมือนกูใช่มั้ยดิว

“ดูไปพายกับดิวมันก็เหมาะสมกันดีนะ เพราะว่าสายแพทย์เหมือนกัน ยังไงพายมันก็ต้องเรียนหมออยู่แล้ว “ ติ๊กพูดขึ้น ผมหันไปมองติ๊ก ผมก็พยักหน้าเบาๆ

“ แต่มันถูกเลือกแล้วว่าต้องคู่ใคร ยังไงก็ต้องคู่บอยอยู่ดี มันขัดคำสั่งลุงหนึ่งไม่ได้หรอก” ติ๊กพูดกระซิบก่อนจะลุกขึ้นไปยังโต๊ะข้างๆ คือแจ็ค บอย ธรรณ์และหลุยส์ ดิวเงยหน้าขึ้นมองผม

“กึก” ดิวมันสะกิดผมด้วยเท้าและพยักหน้าเป็นเชิงถามผมว่าเป็นอะไร ผมส่ายหัวไปมาว่าไม่เป็นอะไร

“มันสั่งเหมือนกันเลยวะ ลอกการบ้านหรือเปล่าวะ”ติ๊กมันเดินกลับมาและก็บอกว่าโต๊ะนั้นสั่งอาหารเหมือนกับที่พวกผมสั่ง

“ปึก” ผมได้ยินเหมือนมีใครปาอะไรมาและมันก็มาลงที่ติ๊ก ติ๊กก็คีบหยิบขึ้นมา

“อะไรวะติ๊ก” พายถามขึ้น

“เหมือนซากไก่วะ ใครวะ” ติ๊กมันพูดและสะบัดทิ้งทำท่ารังเกียจ

“ปึก” มันมาอีกอันแล้ว ทำเอาพวกผมหันไปมองที่มาของชิ้นไก่ที่ลอยมา ผมก็เห็นว่าเป็นเด็กน้อยวัยสองที่ยิ้มมาให้พวกผม ปาก็เต็มไปด้วยไก่ ที่เคี่ยวตุ้ยๆอยู่

“เด็กเวร” ติ๊กมันสะบดออกมาทันที

“ติ๊ก “ ผมห้ามปรามมัน ดิวนะส่ายหัวเลย ผมสองคนต่อให้เจอเด็กดื้นหรือซนแค่ไหนก็ไม่เคยสะบดคำนี้ออกมา เพราะว่าผมเข้าใจคำว่าเด็ก ก็คือเด็ก

“ปึก” เด็กน้อยปามาอีก และที่ปาก็มาจากการคี้ยวไม่หมดตกลงที่ตามที่นั่ง

“นี้หยุดปาเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นจะตี” ติ๊กบ่น เด็กน้อยก็ไม่สนใจและเริ่มจะปาไปทั่ว

“อะไรวะเนี๊ยะ “ชิ้นส่วนกระเด็นไปที่โต๊ะของแจ็ค

“ก็ไอ้เด็กบ้านี้ซิ พ่อแม่มันไปไหนวะ “  ติ๊กพูด ผมก็มองไปรอบๆ เห็นแม่กำลังอุ้มเด็กน้อยที่ร้องไห้โยเยอยู่ เหมือนเขากำลังมองหาใครสักคนและกำลังเดินกลับมาที่โต๊ะ

“น้องเดเนียล นั่งดีดีซิลูก เดี๋ยวพ่อก็มาแล้ว” เขากำลังรอแฟนเขาอยู่ และเสียงมือถือเขาก็ดังขึ้นผู้หญิงคนนั้นก็รีบกดรับและวิ่งออกไป เด็กน้อยหันมาปาไก่ใส่ติ๊กอีก

“ยังอีก เดี๋ยวตีเลยนะ” ติ๊กมันทำท่าตีเงื้องมือขึ้นตีแต่ผมห้ามไปว้

“เปลี่ยนโต๊ะนั่งไหมวะ “ ไอ้แจ็คมันลุกขึ้นและถามพวกผม

“ก็แค่เด็กเองมึง” ดิวมันพูด

“แต่ดูดิ มันปาไปทั่วเลยนะโว้ย” ติ๊กพูด

“ลองปาอีกนะ จะจับไก่พวกนี้หยัดปากคืนไปเลย” ติ๊กทำหน้าดุแต่เด็กน้อยกับรู้สึกตลกและหัวเราะ

“อึก อึก อึก “ เด็กน้อยนั้นลำลักอาหาร

“เฮ้ยย” พวกผมก็ตกใจซิครับ แม่เด็กก็ออกไปไหนก็ไม่รู้

“อึก อึก อึก “หน้าเด็กน้อยเริ่มแดงแสดงว่าอาหารนั้นไปอุดตันทางเดินหายใจแน่ๆเลย ทันใดนั้นไอ้ดิวกระโดดข้ามไปและจับตัวเองอุ้มขึ้นพาดกับหน้าแข็งและตบเข้าไปที่หลังเด็ก ตบขึ้นโดยสันมือเข้าที่กึ่งกลางระหว่างสะบัก

“ปึก ปึก ปึก” แต่เด็กก็ยังหน้าแดงร้องไม่ออก มีแต่คนยืนมองด้วยอาการตกใจ

“ดิววว” พายร้องเสียงหลง

“ปึก ปึก ปึก” ดิวยังคงทำต่อจนกระทั้ง

“ฮือๆๆ “เด็กน้อยร้องออกมาได้ ผมก็รีบก้มลงและค่อยๆใช้นิ้วเล็กๆของผมเขี่ยเศษไก่ออกมา ดิวก็อุ้มเด็กน้อย ขึ้นและปลอบโยน ทุกคนในร้านมองมาที่พวกผมกันหมด

“ตายแล้ว นี้พวกคุณทำอะไรลูกฉัน” แม่ของเด็กวิ่งเข้ามาพร้อมกับลูกคนเล็กและพ่อเด็กก็วิ่งเข้ามาเช่นกัน พ่อเด็กเป็นชาวต่างชาติ

“นี่พวกคุณทำบ้าอะไรกับลูกชายผมเนี๊ยะ?” พ่อของเด็กถามและรีบคว้าเอาลูกชายของเขาคืนไปแบบไม่พอใจ

“นี้ ลูกคุณนะ พ่นไก่ไปทั่ว มาที่โต๊ะพวกเรา พวกเราก็เอ็ด น้องก็หัวเราะระหว่างที่คุณนะวิ่งออกไป และน้องก็สำลักไก่ พวกเราช่วยไว้นะ “ ติ๊กพูดขึ้น แม่เด็กมองหน้าพวกผมแบบไม่เชื่อ

“ใช่ค่ะ หนูเห็นพี่เขานะช่วยน้อง เพราะว่าน้องนะพ่นไก่ใส่พวกพี่เขาและสำลักไก่เองค่ะ “ มีน้องเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งลุกขึ้นพูด

“คุณ นี่เขาพูดว่าไงนะ ”ฝรังคนนั้นหันไปถามผู้หญิงไทย
“My friend safes your son’s life because you son been naughty and he splited his food everywhere to us. Unfortunetly he got choking by himseft . My friend jumb and pat his back until a part of chicken came out . แจ็คลุกขึ้นพูดกับฝรั่งคนนั้น ฝรั่งนั้นมองหน้าลูกชายของเขาก่อนจะ

“Thank you so much for safe my son and I really sorry with everything he done” ฝรั่งนั้นหันมาขอโทษพวกผมและขอบคุณพวกผมเป็นการใหญ่ และพวกผมก็หันมานั่งทานอาหารกันเพราะว่าทางร้านได้นำอาหารที่พวกผมสั่งมาเสริฟแล้ว

   “ดิวเก่งวะ ทำเหมือนกับว่าทำบ่อย”
      
   “ก็มีบ้างแหละเพราะว่าแสบที่บ้านนะบางที่ก็เป็นแบบนี้นะ”ไอ้ดิวพูด ผมก็เตะที่ขาไอ้ดิวทันที

   “แสบที่บ้านมึงหมายถึงเด็กเหรอวะ” ไอ้ติ๊ก

   “เออ ..อ้อ เด็กข้างบ้านนะ พ่อกูรักเด็กก็เลยบางทีก็ให้เข้ามากินขนมอะไรพวกนี้และมันซนเหมือนเด็กนี้แหละก็สำลักอาหารบ่อย” ดิวพูด ผมนี้พ่นลมหายใจออกมาเลย ผมนั่งทานอาหารกัน ดิวก็คุยกับพายกระหนุงกระหนิงกันดีจนกระทั้งเสร็จก็พากันออกจากร้าน

   “กลับบ้านเลยไหมวะ เบื่อวะ ไม่มีอะไรเลยห้างนี้” แจ็คมันพูด

   “ก็ดีวะ จะได้พักผ่อนหรือไม่ก็ไปว่ายน้ำเล่นดีกว่าร้อนมากวันนี้” ไอ้หลุยส์พูด พวกผมก็เดินลงมายังลานจอดรถที่พวกพี่เขาส่งพวกผม ไอ้ติ๊กมันโทรหาพี่เขาให้มารับพวกผมแล้ว  ผมหันไปมองดิว ผมยิ้มให้เขา ผมรู้สึกภูมิใจในตัวดิว ดิวนะมีความเป็นหมอตั้งแต่เริ่มเลี้ยงลูกแล้ว

   “คิดถึงลูกใช่ไหมแอ้” ดิวกระซิบถามผมขณะที่ติ๊กหลบไปโทรศัพท์ ส่วนคนอื่นก็ก้มหน้าอยู่กับหน้าจอมือถือของตัวเอง ผมพยักหน้าเบาๆ ถ้าเหตุการณ์แบบนี้เกิดกับลูกๆผมละ แต่พวกเขาโชคดีที่มีปู ลุงๆที่เป็นหมอคอยช่วยเหลือมันโชคดีมากแค่ไหน 


ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
       
(แอ้Xดิว) เพราะว่าผมไม่ใช่คนที่เขาเลือกมันจึงผิด
     
       [ ดิว]  ผมเห็นเหตุการณ์เด็กที่หัวเราะและมีอาหารในปาก และเกิดการสำลักผมก็ไม่รอช้าเข้าไปช่วยทันทีและผมก็ได้ช่วยเขาได้ทันเวลา ดีทีน้องไม่เป็นอะไรมาก ผมเห็นการแสดงสีหน้าท่าทางที่บอกว่าไม่รักเด็กเอาซะเลยของติ๊กแล้วผมก็คิดว่าเขานะก็คงไม่รักลูกๆผมเช่นกัน ต่อให้มันจะชอบผมแค่ไหนลูกผมคือสิ่งสำคัญที่สุด ถึงผมจะเป็นพ่อที่อายุน้อยก็ตาม

“ดิว ดิวเก่งนะ ดิวเหมาะที่จะเป็นหมอที่สุด”พายบอกผม ตอนกลับผมกับพายนั่งมาด้วยกัน เพราะว่าติ๊กมันผลักใสพายมานั่งกลับผม ปากก็แซวผมกับพาลตลอด ผมได้แต่ยิ้มที่พายพูด จนรถมาจอดที่หน้าบ้าน ผมเห็นว่ามีรถจอดอยู่หนึ่งคัน และนั้นมันรถพ่อผมเอง พ่อมาหาผม

“ดิว นั้นรถพ่อมรึงเปล่าวะ” ไอ้แจ็คมันจถามผม ผมพยักหน้า และรีบเดินเข้าไปด้านในกันทันที

“สวัสดีครับลุงภา “ไอ้แจ็ค

“สวัสดีครับลุง”ติ๊กและพาย

“สวัสดีครับอาภา” บอย

“สวัสดีครับพ่อ” ผมกับแอ้ แต่อันนี้ทุกคนหันมามองผมและแอ้กันหมดแต่ไม่มีใครพูดอะไร

“สวัสดี เป็นไงเรา พากันไปเที่ยวมารึ” พ่อผมถามและผมก็เห็นหนุ่มหล่อหน้าใส เดินออกมาน่าจะจากห้องน้ำ นั้นก็คือพี่ดรีมชองผม

“พี่ดรีมสวัสดีครับ” ทุกคนยกมือไหว้พี่ดรีมกันหมด

“สวัสดีครับน้องๆ ทุกคน เป็นยังไงสบายดีกันไหม back to school”พี่ดรีมแซวพวกผม

“เป็นยังไงกันบ้างสบายดีกันไหม แล้วเป็นไงสนุกไหมละโรงเรียนลุงกับอาของพวกเรา” พ่อผมแซว พวกผมมองหน้ากัน บ้างก็เกาหัว

“เอานะเดี๋ยวทุกอย่างมันก็ดีขึ้น” พ่อผมพูด

“เอาละ พ่อมาจะตรวจสุขภาพแอ้นะเพราะว่าแอ้จะต้องเตรียมตัวไปสมัครสอบเข้าทหารเร็วๆ นี้เลยต้องตรวจสุขภาพก่อน “ พ่อผมพูด ผมก็หันไปมองแอ้

“ไปตรวจบนห้องนะ พ่อต้องเจาะเลือดเราไปตรวจด้วย” พ่อผมพูด และผมก็ลุกขึ้นทันที แอ้ก็ลุกขึ้นเช่นกัน

“เออ...ดิว ให้พ่อกับพี่ดรีมขึ้นไปแล้วกัน “พ่อผมบอกผม ผมก็ทำท่าจะค้านแต่ว่าพี่ดรีมส่งสายตาให้มองไปที่ด้านหลัง ใช่ครับทุกสายตามองผมกันหมด

“คือว่าจะได้ช่วยพ่อตรวจไง”

“มึงรอข้างล่างนี้แหละครับดิว มึงยังไม่ใช่หมอ พ่อกับกูนี่หมอครับน้องดิว ” พี่ดรีมพูดและผมก็ต้องถอยหลังออกมาพ่อผมพี่ดรีมและแอ้เดินขึ้นไปบนชั้นสองคงไปที่ห้องนอน ผมก็หันมามองพวกมัน พวกมันก็หันไปมองทางอื่นกันหมด ผมนั่งรอด้วยใจจดจ่อ

“แอ้มีอะไรหรือเปล่าวะดิว ลุงภาถึงมาถึงที่นี้ “ ไอ้แจ็คมันถามผม

“ก็อย่างที่พ่อกูบอกอ่ะว่า แอ้เขาจะเตรียมตัวไปเข้าสอบก็เลยขอตรวจสุขภาพก่อน”ปากผมพูดแต่ผมก็ชะเง้อมองด้วยความเป็นห่วง ปกติผมจะอยู่กับพ่อดูทุกอย่างที่พ่อทำกับแอ้ตลอด แต่นี้

“ดูมึงดิวะดิว ทำยังกะว่ามึงเป็นพ่อที่รอเมียอยู่หน้าห้องคลอด” พายพูด ผมสะดุ้งและหันมามองทุกคน ทุกสายตามองผมอีกแล้ว และผมก็เปลี่ยนจากนั่งมาเป็นลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว

“หึๆ” คนที่หัวเราะผมก็คือบอยและธรรณ์ ผมก็นั่งลงแบบเขินๆ จนกระทั้งเวลาผ่านไปเกือบ30นาที พ่อและพี่ดรีมก็ลงมา

“เสร็จแล้วเหรอพ่อ “ ผมถามพ่อทันที

“เสร็จแล้วดิว เออ พ่อให้แอ้นอนพักสักแป๊ปนะ เพราะว่าพ่อเอาเลือดแอ้ไปตรวจหลายหลอดเลย ถ้าให้ลุกพล้วดพลาดลงมาแอ้จะหน้ามืดเอา” พ่อผมพูด

“แอ้เขามีภาวะธาตุเหล็กต่ำนะ พ่อต้องตรวจให้แน่ใจว่า ไม่ต่ำลงมาอีก “ พ่อผมอธิบายให้ทุกคนฟัง ทุกคนก็พยักหน้า

“ไงติ๊ก ตั้งแต่ลุงย้ายไปที่ค่ายก็เลยไม่ค่อยเจอเราเลยนะ “ พ่อผมถามติ๊ก ติ๊กหันมามองหน้าผม

“คือผมก็ยุ่งๆนะครับลุง มีทั้งงานภาพยนต์และไหนจะไปเป็นพรีเซนเตอร์โรงแรมให้พ่อผมอีกนะครับ” ติ๊กบอกพ่อผม

“อย่าว่าแต่เราเลย พ่อเราลุงเป็นพี่ยังเจอมันนับครั้งได้เลย ลุงว่าจะสนับสนุนชาวบ้านจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไม่ไกลจากค่ายและโฮมสเตย์ ว่าจะช่วนพ่อเรามาพักบ้าง “ พ่อผมบอกติ๊ก

“แล้วแอ้เป็นไงบ้างอ่ะครับ” พายถามพ่อผม

“ไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่เราพร้อมหรือยังที่จะสอบหมอนะ ลุงเจอพ่อเราเห็นเขาบอกว่าเราเก่งมากพาย ดูแล้วท่าจะได้หมอโรคหัวใจแน่ๆ “ พ่อผมพูด พายก็ยิ้มๆ

“บอย ไหนๆ อาก็มาแล้ว เข้าไปให้อาตรวจสุขภาพเราหน่อยนะ “ พ่อผมบอกบอย บอยก็พยักหน้า แจ็คก็มองตาม

“เอานะแค่ตรวจแจ็ค” พ่อคงรู้เลยบอกแจ็ค บอยก็เดินตามพ่อผมเข้าไปอีกห้อง พ่อผมหันไปพยักหน้ากับพี่ดรีม พี่ดรีมก็หยิบกระเป๋าเปประจำของพ่อผมและหิวไปให้พ่อผมด้วย พี่ดรีมก็เดินออกมา ผมเดินขึ้นไปบนบ้านเพื่อไปดูแอ้ ผมเคาะประตูก่อนและค่อยๆเปิดประตูเข้าไป เห็นแอ้นอนอยู่บนเตียง

“แอ้ เป็นไงบ้าง เจ็บไหม” ผมถามด้วยความเป็นห่วง

“ที่จริงก็ไม่นะ เพราะว่าพ่อบอกว่ามันไม่เยอะนะ พ่อใช้เข็มเล็กมากดูดออกมา พ่อบอกมันจะประสานกันภายใน 48 ชั่วโมงเอง แต่แอ้อาจจะเจ็บหน่วงไปไปเกือบอาทิตย์” แอ้บอกผม

“วันนี้นอนนี้นะ ไม่ต้องลงไปทานอาหารข้างล่าง ดิวเอาขึ้นมาให้นะครับ” ผมบอกแอ้

“อืมม” แอ้พยักหน้า

“แสดงว่าเจ็บ ทำไม “

“หมับ” แอ้จับแขนผม เพราะเขารู้ว่าผมจะไปตามพ่อแน่ๆ

“พ่อก็บอกแล้วจะเจ็บหน่วงๆสักพัก และพ่อก็ให้ยาแก้ปวดไว้ทานด้วย แอ้ทานไปแล้ว “แอ้บอกผม

“นอนพักนะ รู้ไหม” ผมบอกแอ้ แอ้พยักหน้าคงง่วงจากฤทธิ์ยาจริงๆ และผมก็ลุกขึ้น ผมจัดท่านอนให้แอ้ พร้อมกับดึงผ้าห่มมาหมให้แอ้ ผมนี้สงสารแอ้จริงๆเลย ตอนแรกก็คิดว่าดีนะที่แอ้มีลูกมดแต่บางทีก็คิดว่าแอ้ต้องมาเจ็บตัวบ่อยๆแบบนี้ก็ไม่ไหวนะ ผมเดินออกจากห้องและค่อยปิดประตูลงช้าๆ

“แอ้เป็นไง มัน” ไอ้ติ๊กมันเดินขึ้นมา

“แอ้มันง่วงนะและเพลียด้วย ก็โดนดูดเลือดไปหลายหลอด และมันก็ปวดแขนที่พ่อกูเจาะเลือดด้วยเลยขอนอนพัก” ผมบอกไอ้ติ๊ก ติ๊กมันมองหน้าผม ติ๊กพยักหน้าก่อนจะเดินลงไปข้างล่างทันที ผมก็เดินตามลงไป เพื่อจะล่ำลาพ่อก่อน ผมเดินลงมาก็เห็นพ่อกับพี่ดรีมกำลังนั่งคุยกับพวกหลานๆของพ่อกัน

“เอาละพ่อกลับก่อนนะดิว และอย่าลืมอ่านหนังสือละ ไอ้ดิมพี่ชายเราเขาจะติวให้ “พ่อหันมาบอกผม ผมพยักหน้า พ่อผมเดินออกไปพร้อมกับพี่ดรีม ทุกคนยกมือไหว้พ่อผมกับพี่ดรีมกัน

"ดิว อาทิตย์ หน้าไปงานกับพ่อนะ อันนี้คำสั่ง เบี้ยวไม่ได้เลยนะ” พ่อหันมามอบอกผม

“พ่ออาทิตย์หน้าวันเกิดลูกผมนะพ่อ” ผมพูดขึ้น

“ดิว ไปก่อน เพราะว่างานนี้ก็สำคัญแค่ไปนั่งพอ อย่างอื่นพ่อจัดการเอง และงานวันเกิดอาจจะมาทัน หรือไม่ทันก็เลื่อนไปจัดอีกอาทิตย์ถัดไปก็ได้นี่ดิว “ ผมทำหน้าเซ็งเลย

“ส่วนแอ้นี้ถ้าปวดนะ เอายาพาราให้ทานก็พอและอย่าซ่าให้มากถนอมแม่ของลูกมึงหน่อยนะ พ่อไม่อยากทำแบบนั้นกับแอ้บ่อยมันไม่ค่อยดีกับแอ้ “ พ่อบอกกับผม

"อะไรที่ไม่ได้มาแบบธรรมชาติมันมักจะมีโทษ เข้าใจไหมดิว" พ่อบอกผม ผมก็พยักหน้า

“ที่แอ้เป็นแบบนี้ มันคงไม่กล้าทานยาเพราะว่ามันอยู่ติดกับติ๊กตลอดนะพ่อ ผมว่าแอ้มันกลัวติ๊กจะถามเรื่องยานะพ่อ” ผมพูด

“เอานะ ไม่นานก็จะได้ไปเรียนมหาวิทยาลัยกันแล้ว “ พ่อผมพูดและเดินเข้าไปนั่งในรถ

“พี่ไปนะ อย่าอิบๆกันมากละ” พี่ดรีมชะโงกหัวพูดกับผม

“ของแบบนี้มันห้ามกันได้เหรอ “ผมถามพี่ดรีม

“ก่อนจะอิบๆนะ มึงเช็คถุงก่อนนะ คุณภาพผ่านISOไหม จะได้ไม่ถุงแตก” พี่ดรีมพูดแต่ไมได้ส่งเสียงดัง ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปนนั่งทำหน้าที่คนขับรถ

“พี่มึงนี้มันก็กวนตีนไม่ใช่น้อยนะไอ้ดิว แนะนำน้องมึงดีจริงๆ ขึ้นรถกูรีบครับไอ้หมอดรีม “ พ่อผมได้ยินแน่เพราะว่าพ่อผมปิดประตูยังไม่สนิทดีและพ่อก็เลยเปิดออกมาบ่นพี่ดรีมซะเลย

ผมก็ยืนมองจนรถพ่อผมแล่นออกไป ผมหันหลังเดินจะเข้าบ้าน ผมเห็นไอ้แจ็คมันมายืนมองผม มันขมวดคิ้วมองผมแต่ผมไม่รู้ว่ามายืนนานหรือยังนี่ซิ

“มีอะไรวะแจ็ค”

“แอ้เป็นอะไรวะ “ไอ้แจ็คมันถามผม 

“ไม่นิก็แค่ อย่างที่พ่อกูบอกนั้นแหละ” ผมพูดและทำท่าจะเดินเลี่ยงมันเพื่อเข้าบ้านแต่ว่าไอ้แจ็คมันจับต้นแขนผมเอาไว้มันมองหน้าผม

“อย่าบอกกูนะว่าแอ้คือคนที่เขาเลือกให้ เป็นคนที่ตั้งครรภ์ได้นะไอ้ดิว บอกกูดิวะ “ ไอ้แจ็คมันมองหน้าผม ผมก็มองหน้ามันกลับ และผมก็คิดในใจว่า “มึงนี้ควรไปกินหญ้าแทนข้าวจริงๆ “

“ไม่ใช่วะ แอ้ไม่ใช่คนที่เขาเลือก ไม่นานมึงก็จะรู้เองว่าใครที่เขาเลือกวะ กูไปดูแอ้ก่อนนะ เพื่อว่ามันปวด เออ แขนที่พ่อกูเจาะเลือดไป เพื่อตรงสุขภาพก่อนที่จะยื่นใบสมัครเข้าเรียนจปร “ ผมบอกมันและมันก็ปล่อยแขนผมแค่นั้น ผมเดินขึ้นไปบนบ้านทันที ผมเปิดประตูเข้าไป ก็เห็นว่าแอ้ยังนอนหลับอยู่ แต่ว่าแอ้ นะนอนอยู่ที่เตียงตัวเอง ผมก็ไม่อยากปลุกแอ้ผมอยากให้แอ้นอนเตียงเดียวกับผมมากกว่า ผมก็เลยค่อยๆช้อนร่างแอ้ และอุ้มไปนอนเตียงผมอย่างเบามือที่สุด

“ดิวจะทำทุกวีถีทางให้เราได้อยู่ด้วยกันแอ้ ต่อให้มันจะหนักกว่าหรือเหนื่อยกว่าดิวก็จะทำ” ผมพูดกระซิบข้างหูแอ้เบาๆ แต่ว่าตอนนี้พวกผมต้องจบภารกิจโรงเรียนอาภาษญ์ไปให้ได้ซะก่อน ถ้าคิดอีกทีมันก็ช่วยยื้อเวลาของผมกับแอ้ให้อยู่ด้วยกันให้นานขึ้นด้วยหรือเปล่า ผมเหลือบไปมองแอ้ที่นอนไปดิ้นจนติดขอบเตียงอีกด้านหนึ่งซึ้งเว้นที่ไว้ให้ผมพอสมควร ผมขึ้นไปนั่งและเปิดหนังสือเตรียมสอบแพทย์ขึ้นมาอ่านระหว่าวที่รออาหารเย็น

-------------------------------------------------------------------------------------------------
แอ้ ผมไม่รู้ว่าผมหลับไปนานแค่ไหน แต่ก็รู้สึกว่ามีมือมาคอยสัมผัสกายผมตลอด เพื่อเช็คว่าผมไข้หรือเปล่า แน่นอนคนนั้นก็ต้องเป็นดิว มันยิ่งทำแบบนี้มันยิ่งทำให้ผมลำบากใจ เพราะว่าผมเองก็ไม่รู้ว่าผมกับมันจะได้อยู่ด้วยกันหรือแยกกันไป ใจของผมไม่อยากห่างจากมันเลยผมก็เลยต้องเก็บความลับของผมกับดิวเอาไว้แต่ไอ้คนข้างๆผมนี่ซิ มันไม่ค่อยเข้าใจผมเอาซะเลย

“ตื่นแล้วเหรอแอ้” ดิว หนังอ่านหนังสือที่จะเข้าสอบแพทย์ทหาร ดิวหันมามองผมด้วยแววตาที่เป็นห่วงเหมือนเคย

“ อืมม ลงไปทานอาหารหรือกันหรือยัง” ผมถามดิว ผมค่อยๆดันตัวเองให้ลุกขั้นนั่ง แต่ก็ยังเจ็บอยู่แป๊ปๆไม่มาก และผมก็ต้องฝืนว่าไม่เจ็บ เพื่อไอ้ดิวจะได้ไม่ต้องแสดงอาการเป็นหวงผมจนเกินไปและนี้แหละที่จะทำให้อีกคนมาลงที่ผมเอา

“เจ็บเหรอแอ้” ดิวมองผม ผมส่ายหัวไปมาว่าไม่เจ็บ (แต่จริงๆโคตรเจ็บเลย)

“ดิวลงไปตักเอาไว้ให้แล้ว เอาขึ้นมาทานข้างบนนะ “ ดิวบอกผม

“ลงไปทานข้างล่างดีกว่าดิว” ผมบอกดิว

“ไม่เอาเดินชึ้นเดินลงไม่ดี ดิวไปเอามาให้ ดิวบอกพวกนั้นแล้วว่าแอ้เพลียมากและพ่อสั่งให้นอนพักเยอะๆ พวกมันก็น่าจะเข้าใจ” ดิวพูด ผมพยักหน้าตามนั้น และดิวก็เดินออกจากห้องนอนไป ผมเอื่อมมือไปหยิบหนังสือที่ดิวอ่านมาดู

“ฟุ๊บ” มีบางสิ่งที่หล่นลงมาจากหนังสือ เป็นรูปถ่ายผมหยิบขึ้นมาดูเป็นรูปตอนยังเด็ก ผมนั่งอ่านหนังสือแสลมดั้งและผิงแผ่นหลังของดิว วันนั้นดิวไปคัดตัวเป็นนักกีฬาชมรมฟุตบอล แต่รูปนี้ใครถ่ายให้ก็ไม่รู้ คงจะเป็นพี่ๆ ของดิวแน่ๆ ผมอดอมยิ้มไม่ได้

“ก๊อกๆ” เสียงเตาะประตุห้อง ผมรีบเก็บรูปถ่ายเข้าในหนังสือของดิว

“ห้องไม่ได้ล๊อกครับ” ผมตอบไป และคนที่เปิดเข้ามาก็คือบอย บอยมองผมและยิ้ม ก่อนจะเดินมาหาผม

“เป็นไงบ้างแอ้ “ บอยถามผม ผมส่ายหัวว่าไม่เป็นอะไร

      “ แอ้ “บอยเรียกชื่อผมเหมือนจะถามผม ผมาบอยคงจะถามเรื่องวันนั้นอีกแน่ๆเลย ผมเดาจากสายตาของบอยได้ บอยมองผมและยิ้มให้ผม

 “อีดอัดไหมอ่ะ แอ้” บอยถามผม บอยขึ้นมานั่งข้างๆผมและหันมาเหล่มองผมก่อนจะหันกลับไปมองตรงหน้า ผมยอมรับว่าอึดอัดที่สุด

  “ ดิวคงอยากจะบอกใครๆแย่แล้วใช่ป่ะ เพราะว่าดิวอยากจะรับผิดชอบแอ้อย่างเต็มตัว “ บอยพูดขึ้น ผมหันไปมองบอย

 “เหมือนกับแจ็คนะแต่ต่างกันตรงที่ว่าแจ็คเขาไม่รู้และบอยก็ยังไม่รู้เลยว่าเขาจะรับได้เหมือนดิวรับแอ้ได้ไหม “บอยพูด ผมหันไปแตะที่แขนบอยเบาๆ

  “น่าจะเอามดลูกไปใส่ไว้ที่มันสองคนดูนะจะได้รู้ว่าเราสองคนต้องแบกอะไรไว้บ้าง ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะที่ดันมาอยู่ในร่างผู้ชายแบบนี้” บอยพูด ผมพยักหน้าว่าจริงทีเดียว บอยหันมายิ้มให้ผม

    “แต่บอยก็ยังดีกว่าแอ้นะ ตรงที่ว่าบอยคือคนที่เขาเลือก มันมีเหตุผลมากพอ แต่แอ้ไม่ใช่ คนที่เขาเลือก และคนที่จะเดือดร้อนเพราะเรื่องนี้มีอยู่หลายคนเลย คนแรกคือพ่อภา พ่อของดิวมันเองนะเขาทำเพื่อช่วยชีวิตแอ้ คนที่สองคือพ่อภีมแต่พ่อคงเสียใจถ้ารู้ว่าแอ้ทำในสิ่งที่ไม่ควรไปแล้ว และคนสุดท้ายคือดิว มันไม่ควรจะทำแบบนั้นกับแอ้เลยเพราะว่า.....”

    “เขาคือคนที่ถูกเลือกเหรอ แอ้ ทำไมไม่เชื่อหัวใจของแอ้กับดิวละ “  บอยหันมาถามผม

    “แล้วมันจะมีประโยขน์อะไรละบอยถ้าเขาไม่ได้เลือกให้คู่กัน”

     “บอยเชื่อดิวนะ บอยเชื่อว่าดิวเขารู้ว่าจะทำยังไง บอยแค่คิดว่าแอ้กับดิวทำทุกวันให้มีความสุขก่อนจะดีกว่า “ บอยพูดและมองหน้าผม

     “แล้วน้องสบายดีไหมบอย” ผมถามบอย บอนหันมามองหน้าผม บอยยิ้มให้ผม ผมแอบได้ยิน เขาคุยโทรศัพท์ ผมก็พอจะเดาได้ว่าบอยมีน้องแล้วและไอ้แจ็คก็คงยังไม่รู้

    “ ขวบหนึ่งแล้ว บอยเพิ่งจะจัดวันเกิดให้ก่อนจะมานะ”

    “เท่ากับน้องมีนเลย จะขวบหนึ่งแล้วเหมือนกันอาทิตย์หน้านี้นะครับ “ ผมบอกบอย บอยหันมายิ้ม

     “ถ้ามีโอกาสน่าจะให้รู้จักกันไว้นะ จะได้เป็นเพื่อนกันเหมือนรุ่นเราไง” บอยพูดผมพยักหน้า ดิวเปิดประตูเข้ามาพอดีพร้อมถาดอาหาร ดิวมันเอาอาหารขึ้นมาให้ผมทาน ดิวก็มองบอยและยิ้มให้

     “ถ้าอย่างนั้นทานอาหารเถอะนะ “บอยพูดก่อนจะลุกขึ้นไป ดิวหันมามองผมโดยที่ไม่ได้ถามอะไร ดิวมันเดินไปหยิบโต๊ะตั้งได้มาวางไว้บนที่นอน นี้มันจะให้ผมกินบนนี้เลยหรือไง ผมหันไปมองไอ้ดิว

    “ทานบนนี้แหละ พ่อเคยบอกไว้ว่า ขยับให้น้อยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้จะดีมาก แผลจะได้ประสานกันเร็วขึ้น” ดิวบอกผมและดิวมันก็มานั่ง ผมหันไปมองอย่าบอกนะว่าจะป้อนผมด้วยนะ

    “ป้อนให้”

    “ไม่เอา “

    “มันไม่เข้ามาหรอกนะ ถ้ามันจะเข้ามาคงเข้ามาตั้งแต่แอ้นอนหลับแล้ว ดิวไม่ได้ล๊อกประตูห้องเลย “ ดิวพูด ผมหันไปมองหน้ามันแต่ดิวก็ตักอาหารขึ้นมารอจ่อที่ปากผมแล้ว ผมก็ต้องอ้าปากงับอาหารในช้อนนั้นไป

    “อาทิตย์หน้าดิวไม่ได้ไปฉลองวันเกิดมีนอะ พ่อบอกให้ไปทำธุระ แอ้ไปนะ ไปฉลองกับลูกนะ อย่างน้อยมีหนึ่งคนอยู่กับลูกก็ยังดี” ดิวพูดกับผม

    “ดิว ติ๊กให้อาภาษญ์โทรหาพ่อภีมอ่ะ มันจะให้แอ้ไปเดินแบบเสื้อสูทอ่ะ แอ้ก็ไม่ได้กลับไม่รู้ว่าจะขอกลับไปก่อนได้ไหมเหมือนกัน” ผมบอกดิว ดิวหันมามองหน้าผม ดิวหันหน้าหนีอีกแล้ว

    “อย่าทำหน้าแบบนั้นได้ไหมดิว “

    “แอ้ลูกต้องการแอ้นะ ยิ่งมีนด้วย คนที่เขาอยากให้นั่งเป่าเค้กใกล้ๆ และนี้มันวันเกิดขวบปีแรกด้วยนะ ส่วนดิวนะ อยากจะหาเรื่องชิ้งแต่ก็คงไม่ได้แล้วรอบนี้ พ่อจะซวยเอา” ดิวพูด ผมพยักหน้าว่ารู้ ผมรู้ว่ามันขัดคำสั่งลุงหนี่งมาหลายครั้งแล้ว

    “ก็ไปก่อนดิว และแอ้รอ ให้ดิวกลับมก่อนเพื่อว่าเราจะได้กลับไปพร้อมกัน หรือไม่ก็ฉลองกันย้อนหลังสักอาทิตย์คงได้อยู่นะ” ผมพูดบอกกับดิว

           “อ่ะ ทานก่อนเดี๋ยวอาหารเย็นหมด” ดิวบอกผมให้ทานก่อน ดิวก็ป้อนอาหารให้ผม

           “ดิว …ลืม….”พายเปิดประตูเข้ามาพอดีเลย พายก็ยืนมองผมกับดิว ดิวมันกำลังป้อนอาหารให้ผมอยู่ ผมก็รีบคว้าช้อนมาจากดิวทันที พายก็แค่มองและยิ้มๆให้ผม

           “ดิวลืมซีดีการ์ตูนไว้ที่พายนะ พายเอามาให้ ถ้าอย่างนั้นไม่กวนนะ “พายรีบพูดและวางซีดีเอาไว้ก่อนจะรีบถอยหลังออกไป ผมหันมามองไอ้ดิว

           “เออ จะให้ล๊อกประตูให้ไหม จะได้ป้อนกันได้สะดวด” พายกลับเข้ามาถามผมกับดิวอีก ดิวมันยกริ้วโป้งให้เลยและประตูก็ถูกปิดลงพร้อมเสียงกดล๊อกให้เรียบร้อย ผมหันมามองดิว

           “ท้อไหมดิว ถามจริงๆ”ผมถามดิว ผมรู้ว่าดิวเข้าใจคำถามของผมดี

           “ไม่อะ ไม่ท้อ แต่น้อยใจนะมีอยู่ แต่ให้ท้อใจไม่มีอ่ะ “ดิวบอกผม

           “ถ้าถึงตอนนั้น เราต้องแยกกันละดิว”

           “ดิวก็จะหาแอ้และดึงแอ้กลับมาอยู่กับดิวให้ได้ ดิวจะทำทุกอย่างเหมือนที่พ่อภาทำและยิ่งดิวมีลูกกับแอ้ ดิวจะพยายามและต่อให้มันจะยากกว่าหลายเท่าดิวก็จะทำ เพื่อลูกและแอ้ “ ดิวบอกผม ผมก็ได้แต่มองดิว ผมดีใจที่ลูกๆของผมมีพ่อที่ใจคอห้าวหาญแบบดิวแต่ผมก็เสียใจไปพร้อมๆกัน เพราะว่าดิวมันอาจจะไปได้ไกลกว่าถ้ามันเลือกบอย ไม่ใช่ผม 


ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1976
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
Part แจ็ค
           
      เวลาผ่านไปอีกหนึ่งอาทิตย์ของการกลับมาเป็นนักเรียน อาทิตย์นี้ไม่มีอะไรมาก พวกผมเริ่มได้ข้อมูลพวกไอ้ภาคินกันบ้างแล้วเกียวพวกมันทุกคนแม้กระทั้งพี่แฮ๊ก แต่ผมยังไม่เจอตัวคนหาข้อมูลเลยว่าเขาคือใคร และ ในวันหยุดอาทิตย์นี้ของพวกผม พ่อๆของพวกผมสั่งห้ามออกไปไหนไกลก็เลยพากันไปเดินห้างสรรพสินค้าที่มีแค่สองชั้น แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย

      และอาทิตย์นี้ไอ้ติ๊กก็บอกว่ามันมีงานด่วนเดินแบบเสื้อสูทแบรนด์ดังที่โรงแรมระดับเจ็ดดาวของอาภาษญ์ มันบอกจะเอาแอ้ไปเดินด้วยและพายอีกคน ส่วนผมก็ว่าจะชวนบอยไปเที่ยวกับไอ้หลุยส์สักหน่อย แน่นอนไอ้หลุยส์มันมีหวานใจแล้วนิ  ไอ้หลุยส์มันก็บอกกับผมว่าจะไปปารีส แต่ผมว่าจะชวนบอย ที่ไหนสักแห่ง ไอ้ดิวมันบอกว่ามันมีธุรด่วนที่กรุงเทพกับพ่อมันอีก ทำไมทุกคนมีธุรด่วนกันหมดยกเว้นผม

           “ฮัลโล ว่าไงน้องชายพี่” พี่โจกดรับสายผม

           “พี่โจ อาทิตย์นี้ผมกลับบ้านได้ใช่ไหมพี่” ผมถามพี่โจ

           “อาทิตย์นี้เหรอ พ่อบอกว่าออกจากที่พักได้แต่ห้ามกลับมาบ้านให้ ไปหาที่เที่ยวกับเพื่อนก่อนดิแจ็ค ในกรุงเทพก็ได้ “ พี่โจพูด

           “มีอะไรหรือเปล่าพี่โจ”

           “ไม่มี!” เสียงสูงแบบนื้ มีแน่ๆ

           “พี่โจ! มีอะไรบอกมาเลยตรงๆ “ ผมถามพี่โจอีกที

           “ไม่มีแจ็ค ทำตามที่พ่อบอก อาทิตย์หน้าค่อยกลับมานะบ้านนะและจะได้ฉลองวันเกิดพี่สาวเรา “ พี่โจพูด

           (พี่โจ เจได้ยินนะ เจนะพี่ชายต่างหาก ) ผมพยักหน้าวันเกิดพี่เจนั้นเอง

           “ลืมไปเลยพี่โจ ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นผมชวนบอยไปเที่ยวดีกว่า” ผมพูดขึ้น

           “แจ็ค “ พี่โจเหมือนจะพูดอะไรบ้างอย่างแต่ก็เงียบไป

           “มีอะไรหรือเปล่าพี่โจ” ผมถามพี่โจอีกครั้ง

           “เออ ไม่มีแต่ เราจะพาบอยไปเที่ยวเหรอ พี่ว่า เออ บอยเขา ไปไม่ได้นะ “ พี่โจพูด

           “ไปไม่ได้ ทำไมอะพี่โจ “

           “แจ็ค นายจะทำให้พี่โดนพ่อดุ อย่าถามพี่ได้ไหม” พี่โจพูด

           “ถ้าพี่ไม่บอกก็ไม่เป็นไร ผมไม่อยากรู้เรื่องภายในองค์กรสักเท่าไหร่ แต่ผมจะชวนแฟนไปสวีทแค่นี้พี่โจ แจ็ครักคุณพ่อโจนะครับ”

           “แจ็คพี่โว้ย ไม่ใช่พ่อ หน้าไม่แก่ เท่าพ่อ ไอ้น้องกวนตีน” พี่โจเม้งผมใส่มือถือมาทันทีแต่ผมกดวางสายซะก่อน และเดินออกมา

           “เห็นบอยไหมวะติ๊ก” ผมเดินไปโทรหาพี่โจ พี่โจบอกว่าพ่อไม่ให้ผมกลับบ้านนะ จะไปเที่ยวที่ไหนก็ได้แต่ห้ามกลับบ้านผมเลยว่าจะไปถามบอยว่าไปไหนกันดี

           “บอยยืนคุยโทรศัพท์อยู่นะมึงตรงโน้นแนะ” ไอ้ติ๊กมันพูดและมันก็เดินกลับเข้าไปหา ไอ้ดิวและแอ้ วันนี้ไม่มีอะไรมากมีวิชาพละและชั่วโมงกิจกรรมแต่ว่าไม่มีกิจกรรมให้ทำ แปลกดีเหมือนกันแต่พวกผมไม่มายด์  และวันนี้พวกผมไม่เห็นพวกไอ้ภาคินมันเข้าเรียนอีกแล้ว จะว่าไปพวกผมก็เริ่มชินกับการที่มาแล้วเจอพวกมันบ้างไม่เจอบ้าง ไม่เจอจะดีกว่าเพราะว่าพวกเพื่อนมันปากหมากันทุกคน ดังนั้นผมเดินไปหาบอยจะดีกว่าง

           “ร้องงอแงใหญ่เลยอ่ะพี่บรู๊คส์ เอาไงดี บอยบินกลับเลยดีกว่า ไอ้ครับ บอยไปสนามบินเลย ไม่ดีกว่าเพราะว่าแบงค์สำคัญกับบอยที่สุด “ ผมเดินเข้ามาพอดี ผมก็ต้องชะงักถามหยุด

           “ครับพี่บรูคส์ได้ครับ ให้พี่เขามารับบอยเลยก็ได้ครับ ไปสนามบินเลยครับพี่บรู๊คส์ “

           “แบงค์ บอยกำลังไป ไม่เอานะ อย่าทำแบบนี้ซิ ทานยาและบอยจะไปเดี๋ยวนี้ บอยรักแบงค์คนเดียวนะ รักมาที่สุดเลย เจอกันนะครับ บายครับ”

           “แจ็ค” บอยหันหลับมาเห็นผมยืนอยู่ เขาก็ทำสีหน้าตกใจที่สุด ผมเองก็ยืนกอดอกมองบอย ผมรู้ว่าเขารู้ว่ามีคำถาม

           “บอย ใครอะ แบงค์” ผมถามบอย

           “เออ คือ “ บอยทำท่าอึกอักที่จะตอบผม

           “แล้วบอยจะไปไหน”ผมถามบอยต่อเพราะจากการสนทนาที่ผมได้ยินคือบอยจะไปที่สนามบินเลย

           “บอยจะกลับบ้าน บอยมีธุระด่วนแจ็ค “

           “ธุระด่วนอะไรละบอย บอกแจ็คได้ปะละ เพราะว่าเราแฟนกัน คงบอกได้มั้ง”ผมถามบอย

           “เออ…. บอย …. ขอโทษนะแจ็ค บอยต้องรีบไป แจ็คก็ไปเที่ยวกับเพื่อนแล้วกันนะ”บอยพูดและทท่าจะเดินออกแต่ผม

           “หมับ” ผมคว้าข้อมือบอยเอาไว้ซะก่อน

           “บอกมาตรงดิบอยว่าจะไปหาไอ้แบงค์ แจ็คได้ยินนะบอย มันเป็นใครอ่ะ เพื่อนเหมือนธรรณ์เหรอ แจ็คว่าไม่ใช่ แจ็คได้ยินชื่อนี้มาหลายครั้งแล้วนะ ตกลงบอยมีกี่คนกันแน่ แฟนนะ” ผมถามบอย บอยหันมามองหน้าผม และบอยก็สะบัดมือผมออก

           “ไอ้ดิวก็อีกคนดิ ใช่ไหม บอย” ผมถามบอย

           “บอยไม่รู้ว่าบอยจะพูดหรืออธิบายยังไงกับแจ็ค แจ็คก็ยังมองว่าบอยเป็นแบบที่แจ็คคิดตลอด”

“ ใช่ บอยถูกโยนให้ไปคู่คนนั้นนี้มากมาย จนแจ็คมองว่าบอยไม่มีหัวใจที่จะรักใครสักคนเลยใช่ไหม แจ็ค”

           “ดังนั้นครั้งนี้บอยก็จะไม่อธิบายอะไรอีก “

           “แต่บอยก็ไม่เคยอธิบายในสิ่งที่แจ็คต้องการจะรู้ ไม่เคยเลย บอยทำให้แจ็คเห็นว่าบอยมีอะไรปิดแจ็คอยู่ “ ผมพูด

           “บอย “ ธรรณ์เดินตรงเข้ามาพอดี ธรรณ์มองหน้าบอยและผมสลับกันไปมา

           “บอยให้รถมารับใช่ไหมครับ” ธรรณ์ถามบอย บอยพยักหน้รา

           “บอย ตกลงจะไปใช่ไหม บอยเลือกมันใช่ไหม ไอ้แบงค์นะ”ผมถามบอยขณะที่บอยกำลังหันหลังออก บอยหันมามองผมแว๊ปหนึ่งและเดินต่อ

           “แจ็คว่าจะชวนบอยไปเที่ยว”

           “บอยไปไม่ได้อยู่ดีแจ็ค บอยมีธุระเหมือนกัน “ บอยหยุดพูดก่อนรีบเดินต่อ ธรรณ์หันมามองผมแว๊ปหนึ่งและเดินตามบอยไปธรรณ์ที ผมได้แต่ยืนกำหมัดแน่น ถ้าครั้งนี้รักของผมกับบอยมีปัญหาอีก ผมก็คงจะพอเหมือนกัน ผมเหนื่อย ผมยืนหันหลังอยู่

           “หมับ” มีมือมาแตะทีไหลผม ผมหันไปมอง ไอ้หลุยส์

           “ธรรณ์บอกว่ามึงทะเลาะกับบอย มีอะไรว่ะ” หลุยส์มันถามผม

           “กูกำลังจะชวนเขาไปเที่ยวแต่นี้มีคนนัดตัดหน้าเขา ไอ้แบงค์อ่ะ มึงรู้ไหมว่ะ มันเป็นใคร” ผมถามไอ้หลุยส์ ไอ้หลุยส์มันทำหน้างง และส่ายหน้า

           “เขาปิดมึงด้วยเหรอวะ” ผมถามไอ้หลุยส์

           “กูจะลองถามธรรณ์ดู เพราะว่ากูก็เจอแต่กับบอยแค่ ที่เรียนพิเศษและเวลาออกงาน ธรรณ์น่าจะรู้มากกว่ากูว่ะ” ไอ้หลุยส์พูด

           “เชี้ยเอ๊ย!” ผมสะบดออกมา ผมอยากจะรู้ว่ามันคือใครและอยากจะขอตะบันหน้ามันสักหน่อยเถอะ ไอ้คนที่ชื่อแบงค์อะไรนี้ แล้วค่อยถามว่าบอยจะเลือกใคร ถ้าเลือกมันผมจะได้ถอยและพอแค่นี้ ผมคงขอพ่อกลับไปเรียนมหาวิทยาลัยเลยและถ้าเขาจะตัดผมจากองค์กรบ้าบออะไรนี้ก็เชิญเลยผมไม่แค่ ผมเชื่อว่าผมมีดีกว่านั้นอีก

           “เอานะ ไปเที่ยวกับกูก็ได้วะ กูมีอะไรดีดี” ไอ้หลุยส์มันพูดบอกผม

           “พ่อกูก็สั่งไม่ให้กูกลับบ้านวะ “ ผมพูด ขณะที่เดินออกมา ผมเห็นพวกไอ้ดิว แอ้และติ๊ก แต่ไม่เห็นพาย

           “พายมันไปซื้อขนมกับไอ้ต้นข้าวและปันปัน พวกกูจะกลับเข้ากรุงเทพกันเลยวะ มึงละแจ็ค” ติ๊กมันถามผม

           “พวกมึงมีงานนี้หว่า “ผมพูดและหันไปมองไอ้ดิว

           “มึงละดิว “ ผมถามไอ้ดิว

           “พ่อกูเรียกเข้ากรุงเทพด่วนว่ะ “ ไอ้ดิวพูดผมหันมามองหน้าไอ้หลุยส์ ทุกคนมีเรื่องด่วนกันหมดแต่ยกเว้นผม และไอ้ดิวก็ถูกเรียกตัวด่วนอีก ผมว่าลุงหนึ่งกำลังทำอะไรแน่ๆเลย ธรรณ์เดินกลับเข้ามาแล้วเช่นกัน

           “หลุยส์มึงรีบปะวะ “ ผมกระซิบกับไอ้หลุยส์

           “ทำไมวะ”

           “กูว่ามีอะไรแน่ๆว่ะ ไอ้ดิวมันบอกพ่อให้มันเข้ากรุงเทพด่วน ส่วนบอยก็กลับด่วนอีก”ผมถามไอ้หลุยส์

           “เออ ตอนแรกกูว่าจะไปหาลุงหนึ่งนะ แต่กูได้ยินมาว่าลุงหนึ่งไม่ว่างมีงานกูเลยจะขอพาธรรณ์ไปเที่ยวแทน” ไอ้หลุยส์มันพูดผมสะบัดหน้ามามอง

           “กูอยากรู้ลุงหนึ่งมีงานที่ไหนวะ ช่วยกูหน่อยดิวะ “ ผมถามไอ้หลุยส์

           “ได้วะ สักครู” ไอ้หลุยส์มันพูดและหันไปยิ้มให้ธรรณ์ ผมก็ยิ้มให้ธรรณ์

           “พายมาแล้ววะ ไอ้แจ็ค พวกกูไปเลยนะ รถมารอแล้วและมึงละ ไม่ไปไหนเหรอว่ะ” ไอ้ติ๊กมันหันมาถามผม

           “ไปกับพวกกูไหมละ พวกกูสามคนเดินแบบกันแค่ไม่กี่ชั่วโมง กูจะพาแอ้ไปแรด “ ไอ้ติ๊กมันพูด

           “กูบอกพ่อว่ากูแค่อยู่เดินแบบ ติ๊ก อย่าหางานให้กูเพิ่มได้ป่ะว่ะ” ไอ้แอ้มันหันไปพุด

           “ติ๊ก แอ้มันจะยื่นใบสมัครสอบ จปรแล้ว มึงอย่าทำให้มันโดนอาภีมด่าดิวะ”ไอ้ดิว มันบ่นไอ้ติ๊ก

           “แค่นี้ทำเป็นบ่น เออ ๆ” ไอ้ติ๊กพูดและหันมาดึงแขนไอ้แอ้ให้ไปกับมัน
           
           “พวกกูไปก่อนวะ มึงจะเอายังไงก็โทรมาแล้วกัน พาย เราไปส่งไอ้ต้นข้าวกับบลูก่อนใช่ไหมวะ” ดิวมันถามและก็เดินออกไป

           “ดิว มึงไปไหนว่ะ พรุ่งนี้” ผมถามไอ้ดิว

           “กู ไปกับพ่อกูวะ” ดิวมันพูด

           “ไปไหนวะ” ผมถามมัน ไอ้ดิวมันนิ่งไปพักหนึ่ง

           “ไปงานกับพ่อกูวะ แต่อย่าถามว่าที่ไหน กูไม่รู้แค่นี้และกูรีบว่ะ ” ไอ้ดิวมันพูดว่ามันไม่รู้ ผมว่ามันรู้แต่มันไม่บอกผม ผมหันมามองธรรณ์

           “บอยไปแล้วเหรอธรรณ์”ผมถามธรรณ์ ธรรณ์พยักหน้าตอบผม

           “แจ็ค อย่าไปงอนบอยเลยนะ บอยเขามีเรื่องด่วนนะ “ ธรรณ์พูด และไอ้หลุยส์มันก็เดินออกมาและมันก็มองผมยิ้มๆ แต่ธรรณ์นี้ขมวดคิ้วมองหน้าไอ้หลุยส์

           “มีงานบ้านลุงณะว่ะ “ ไอ้หลุยส์พูด ผมพยักหน้า นี้ไง พ่อถึงได้สั่งว่าไม่ให้ผมไป และไอ้ดิวมันก็คงไปด้วย

           “ลุงหนึ่งไปด้วยวะ” ไอ้หลุยส์พูด ผมพยักหน้า ทำไมบอยไม่บอกผมตรงๆเลยละ ตรงลงไอ้แบงค์หรือไอ้ดิว คือตัวหลอกกันแน่

           “มึงจะเอายังไงวะแจ็ค “ ไอ้หลุยส์ถามผม

           “กูจะแกล้งไปกับมึงวะ “

           “ไปเครื่องส่วนตัวกูดิว่ะ กูไปส่ง” ไอ้หลุยส์มันพูด ผมพยักหน้าว่าตามนั้น

           “นี้คุณสองคนนี้ จะทำไรกันนึกถึงคนกลางอย่างบอยหน่อยได้ไหม “ ธรรณ์ถามผมสองคน

           “ธรรณ์แล้วแจ็คละ บอยไม่ยอมบอกแจ็คตรงๆเลยอ่ะ ว่าอะไรเป็นอะไร มีอะไรก็น่าจะบอกตรงๆ คนรักกันเขาไม่ทำแบบนี้ ธรรณ์” ผมพูดและเดินไปหยิบพวกกระเป๋าเป้

           “เอานะ ไปหาอะไรสนุกทำก่อนดีกว่า กูจะไปพักที่โรงแรมอาภาษญ์วะ ไปตีสควอทกันดีกว่า” ไอ้หลุยส์พูด ผมก็คงต้องตามนั้นแหละเพราะเล่นออกกันไปหมดแล้วนิ 

           
           Jackie” “พี่โจผมจะไปกับไอ้หลุยส์นะ ไปเที่ยวกับมันอ่ะ “

P’Jo “ได้แจ็ค แต่อย่าไปซ่าจนมีเรื่องนะ พวกพี่มีงานกันวันพรุ่งนี้และยุ่งมาก
Jackie” พี่ต้องไปงานบ้านลุงณะเหรอ
P’Jo “ แจ็ครู้ได้ยังไง
Jackie “ รู้แล้วกันพี่โจ และนี้คือเหตุผลที่ผมไปบ้านไม่ได้ใช่ไหมครับพี่โจ นี้เขาเรียกบอยกับดิวเข้าไปด้วยใช่ไหมครับพี่โจ
P’Jo “ แจ็ค พ่อจะเข้าไปพรุ่งนี้ พวกพี่ด้วย ที่พ่อไม่ให้เราไปเพราะว่า
Jackie” กลัวแจ็คเข้าไปล่มงานเขางั้นเหรอ
P’Jo” อันที่จริงก็แค่งานทำบุญครบรอบองค์กรและทำบุญให้คนที่เสียชีวิตเพื่อองค์กรของเรา ก็แค่นั้น บอยคือคนสำคัญขององค์กร เขาก็ต้องให้บอยอยู่ในพิธีกับ
           Jackie”ไอ้คนที่เขาเลือก หรือที่เรียกว่าคนที่ถูกเลือก
           P’Jo “ งี่เง่าตัวพ่อกูมาอีกแล้ว
           Jackie” …………………
         P’Jo “แจ็คที่พ่อไปพ่อก็จะคุยเรื่องแจ็คให้นะ แต่ถ้านายไปพ่ออาจจไม่ได้คุยแลนายก็จะไม่มีโอกาสนั้นแน่นอน คราวนี้เสียบอยไปแน่ๆ พ่อว่าจะเข้าไปขอโอกาสให้นาย นายก็ควรจะเข้าใจพ่อบ้าง พี่ขอละ เอาเวลาไปเที่ยวซะ”

           P’Jo” พอนายมาเรียนมหาลัย นายไม่ได้แค่เรียนอย่างเดียวแบบนี้นะ นายต้องช่วยพวกพี่ออกงานกันด้วยนะ คราวนี้เวลาเที่ยวของนายแทบจะไม่มี ตอนนี้ไปเทียวซะ และแค่นี้นะ พี่มีประชุม พอประชุมเสร็จแล้วพี่จะโทรเช็คนายนะแจ็ค ตรูดๆ” พี่โจ ผมหันมามองไอ้หลุยส์ที่ยืนรอผมอยู่ผมอยู่ มันหยักไหล่ให้ไปขึ้นรถลีมุซีน พอผมเข้าไปในนั่งในรถ ก็เห็นหลุยส์มันเกิดไอแพต

           “กูได้ยินพวกไอ้ภาคินมันคุยกันเมื่อวานว่า ครอบครัวไอ้โซ่ มันมีปัญหาว่า กูเข้าไปดูแล้วกูจะซื้อหุ่นมันวะ” ไอ้หลุยส์มันพูด และหันมามองหน้าผม ผมก็ขมวดคิ้วเป็นปมรอเลยจะซื้อทำไม ไอ้นี้มันว่ามึงอยู่

           “เริ่มจากไอ้นี้ก่อนเลย คอยดูดิวันจันทร์มึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลง” ไอ้หลุยส์มันบอกผม ผมยักไหล่คงจะเห็นอยู่หลอกนะ เพราะว่าวันก่อนก็ช่วยไอ้ภาคินแล้วไง ไม่เห็นมีอะไรเลย ผมนั่งกดโทรศัพท์ผมเพื่อไล่ดูรูปต่างๆ ที่มีผมกับบอยถ่ายด้วยกัน และตอนนี้มันก็ทำให้ผมสับสนในความสัมพันธ์ของผมและบอย ตกลงเราเป็นอะไรกัน


ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1976
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
   
          ภาค(บอยXแจ็ค)ความลับของบอยว่าใครคือน้องแบงค์

           บอย  ทันทีที่ผมได้รับสายจากพี่บรู๊คส์ว่าแบงค์ไม่สบาย ตาเจ็บร้องไห้งอแงไม่ยอมทานยาด้วย ไม่ยอมให้หมอคนไหนตรวจเลย ตอนแรกผมก็ว่าจะบินกลับพรุ่งนี้กะว่าจะไปค้างกรุงเทพกับแจ็คสักคืน เพราะว่ามะรืนนี้มีงานที่บ้านพ่อผม ผมจำเป็นต้องอยู่ที่นั้นเพราะว่าผมกำลังจะขึ้บรับตำแหน่งคนที่ดูแลองค์กรเร็วๆนี้ทั้งที่ผมไม่อยากแต่ทำยังไงได้เขาเลือกผม เขาเลือกไว้ตั้งแต่ก่อนจะให้พวกผมเกิดซะอีก

   “คุณบอยครับ” ผมค่อยๆลืมตาขึ้นเนื่องจากมีคนมาสะกิดให้ผมตื่น ผมหลับไปทั้งน้ำตาบนเครื่องบินส่วนตัวที่บินตรงจากกรุงเทพไปบ้านผมที่ลอนดอน พ่อผมย้ายไปอยู่ลอนดอนนานมากแล้วพวกผมก็เกิดกันที่นั้น

   “ถึงแล้วครับคุณบอย”การ์ดที่ดูแลผมเดินมาสะกิดผมเบาๆ

   “ขอบคุณครับ “ผมพูดและค่อยๆดันตัวเองให้ลุกขึ้น ผมเดินไปเข้าห้องแต่งตัว เพื่อจะได้เดินทางกลับไปหาคนที่ผมรัก แม้จะไม่ได้รักมากที่สุดแต่ผมก็รักเขาหมดหัวใจ เทวดาตัวน้อยของผมแบงค์

   “ บอย” พี่บีมารับผมกลับบ้านนั้นเอง

   “พี่บีสวัสดีครับ พี่บีมาแล้วใครดูแบงค์ละครับ”ผมถามพี่บี

   “พี่บรู๊คส์นะ พี่บีมก็อยู่บ้านนะ และพี่เห็นว่าแบงค์เขางอแงมากพี่เลยให้พี่บรู๊คส์ดูให้จะดีกว่านะครับบอย” พี่บีบอกผม ผมเดินเข้าไปนั่งในรถลีมูซีนคันหรู

   “พ่อโทรไปรบกวนให้หมอเจนมาดูอาการแบงค์ให้นะ คงใกล้จะถึงแล้วแหละ” พี่บีพูด ผมสะบัดหน้าไปมองวว่าทำไมให้พี่เจนมาดูอาการแบงค์ละ เพราะว่าพี่เจนก็คือพี่ชายของแจ็คที่เป็นแฟนพี่โจ้อีกที

   “พี่ก็ไม่รู้ว่าทำไมแต่พ่อบอกว่าเป็นเด็กในบ้านนะ หรือพ่ออยากจะพิสูจน์อะไรบ้างอย่างหรือเปล่า กี่ก็ไม่แน่ใจนะบอย “ พี่บีพูดผมก็พยักหน้า ไม่นานรถก็แล่นเข้ามาจอดด้านในคฤหาสน์หรู ผมรีบเดินลงจากรถและตรงเข้าไปในบ้านทันที

   “ฮือๆ ฮือๆ” เสียงร้องที่ทำให้ผมนี้แทบจะวิ่งเข้าไปในห้องนั้งเล่นที่ทำเอาไว้ให้แบงค์โดยเฉพาะ มีทั้งของเล่นที่เขาโปรดปรานและสื่อการเรียนรู้ต่างๆ  ผมเห็นพี่บรู๊คส์กำลังอุ้มแบงค์ที่ร้องไห้งอแง จนไม่น่าจะเอาอยู่

   “พี่บรู๊คส์”ผมเรียกพี่บรู๊คส์ พี่บรู๊คส์หันมามองผม ผมก็โผเข้าไปกางแขนมองคนที่น้ำมูกน้ำตาไหลเลอะเทอะไปหมด พี่บรู๊คส์รีบใช้ผ้าที่พาดหัวไหล่เอาไว้เช็ด ทำความสะอาดก่อนจะส่งมาให้ผมอุ้ม แบงค์มองหน้าผมก่อนะจะโผ่กอดผมแน่น

   “บอย ฮือๆ”ผมก็กอดเข้าเอาไว้แน่นเช่นกันเหมือนกับว่ากลัวใครสักคนจะหายไป

   “แบงค์ ไม่ร้องนะครับบอยอยู่นี้แล้ว บอยขอโทษ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ พี่บรู๊คส์มองผมสองคน ก่อนจะหันไปบอกให้คนใช้ในบ้าน ออกไปเหลือไว้แค่ผมกับแบงค์สองคน พี่บรู๊คส์ก็เดินออกไปเช่นกัน  ผมนั่งลงและมองหนุ่มน้อยของผม

   “แบงค์ต้องทานอะไรก่อนนะ รู้ไหม ดูซิ ขยี่จนตาเจ็บไปหมดเลย “ผมพุดและมองหน้าแบงค์ ทุกครั้งที่ผมมองใบหน้าของเขา ผมจะเห็นใบหน้าคนนั้นซ้อนขึ้นมาตลอด นั้นคือแจ็ค ก็เขาพ่อลูกกันและถอดกันมาขนาดนี้

   “บอยป้อนให้นะครับ” ผมพูดและตักโจ๊กที่แม่บ้านทำมาให้ป้อนเขา และต้องคอยเช็ดน้ำตาให้ด้วยดูท่าจะตาเจ็บมากซะด้วย น่าจะเฮย์ฟีเวอร์อีกแล้ว ลูกชายของผม

   “ก๊อกๆ” เสียงเคาะประตู

   “เชิญครับ” ผมพูดบอกคนด้านนอก และคนที่เปิดประตูเข้ามาก็คือพี่บีม

   “ไงครับ ไม่ร้องบ้านแตกแล้วเหรอครับ” พี่บีมแซวหลายตัวน้อย และเดินเข้ามาพร้อมกับแก้วนมของน้องแบงค์ 

      “วันนี้พี่บีมไม่ได้ไปไหนเหรอครับ” ผมถามพี่บีม

      “อันที่จริงก็มีออกงานนะแต่พี่บรู๊คเขาจะไปกับวรินทร์นะ” พี่บีมพูดผมพยักหน้า ผมอยากจะถามแต่คิดว่าไม่ควรจะถามจะดีกว่า ผมไม่เห็นพี่บรู๊คกับพี่บีมออกงานคู่กันมาสักพักแล้วนะ เหมือนพี่บรู๊คกับพี่บีมมีอะไรผิดใจกันหรือเปล่า แต่ก็คงพี่งอนน้องมากกว่า ไม่น่าจะเป็นพี่บีมงอนพี่บรู๊หรอก 
      
      “นี้แค่มางานหรือว่ากลับมาเลยละบอย” พี่บีมถามผม

      “ผมยังกลับมาไม่ได้หรอกพี่บีม ผม”

      “ทำไมละ บอยคิดว่าเขาจะดีขึ้นเหรอ”พี่บีมพูดผมก็เงยหน้าขึ้นไปมอง ผมรู้ว่าพี่บีมหมายถึงแจ็ค

      “บอย บอย” ผมก็ลืมป้อนข้าวลูกเลย

      “ป้อนข้าวน้องเถอะ เห็นพ่อบอกว่าเจนจะมานะ มาดูอาการของแบงค์ พี่เองก็ไม่เข้าใจนะว่าพ่อให้บ้านนั้นมาทำไม ทั้งที่เราไม่คิดจะบอกเขาอยู่แล้ว” พี่บีมพูดก่อนจะเดินออกไป ผมก็หันไปมองหนุ่มน้อยของผม จริงเหรอที่เขาจะไม่สมควรได้รู้ว่าเขาคือลูกของใคร

      “ทานนมก่อนนะครับ “ ผมเห็นว่าแบงค์เริ่มไม่ทานอาหารแล้วเลยส่วแก้วนมให้เขา ยกขึ้นมาดื่ม ผมเหลือบมองโทรศัพท์ ไม่มีแม้แต่ข้อความส่งมาง้อเลยจากแจ็ค หรือว่าผมควรจะเป็นฝ่ายง้อเขาเองนะ

      “คุณบอยค่ะ คุณเจนกับคุณโจ้มาแล้วค่ะ รออยู่ที่ห้องรับแขกค่ะ” แม่บ้านเดินมาบอกผม ผมพยักหน้าและส่งแบงค์คืนให้พี่เลี้ยงอีกคน ให้พาแบงค์ไปทำความสะอาดซะก่อนจะได้ลงไปด้วยกัน

       “เปลี่ยนเสื่อผ้าซะก่อนนะครับแบงค์ แล้วเราลงไปหาลุงโจ้กับป้าเจนด้วยกัน” ผมพูดและยิ้มให้แบงค์ ทำไมเรียกลุงโจ้และป้าเจนก็เขาสองคนเป็นแฟนกัน แม้ว่าจะเป็นพี่น้องแต่ก็ไม่ใช่พี่น้องคลานตามกันมา พี่เจนนะอาภูมิเอามาเลี้ยงตั้งแต่ยังเล็กและผมก็ไม่รู้อะไรทำให้พี่โจ้รักพี่เจนเกินน้องชายก็ไม่รู้

      ผมเดินลงก็เห็นว่าพี่โจ้และพี่เจนกำลังนั่งคุยกับพี่บรู๊คส์ อยู่ที่ห้องรับแขก พอผมเดินลงไปพี่เจนก็ส่งยิ้มมาให้ผม พี่เจนนะดูแลผมกับแจ็คดี ทุกครั้งที่ผมไปค้างที่บ้านอาภูมิ ตอนที่ยังไม่เกิดเรื่อง

      “สวัสดีครับพี่โจ้ พี่เจน” ผมยกมือไหว้พี่ทั้งสอง

      “สวัสดีครับบอย ไม่เจอกันนานเลย น่ารักเหมือนเดิม” พี่เจนพูด

      “สวัสดีครับบอย เป็นไงบ้างครับ กลับไปอยู่โน้น ลูกแจ็คยังงี้เง้าอยู่ไหมครับ” พี่โจ้ถามผมทันที ผมหันมามองยิ้มๆ พี่โจ้น่าจะรู้คำตอบ

      “แสดงว่าใช่”พี่โจ้พูดและหัวเราะเบาๆ พี่เจนตีแขนพี่โจ้เบอๆเช่นกัน

      “แล้วน้องแบงค์ละบอย ไปไหนละ” พี่บรู๊คถามผม

      “ผมให้แม่บ้านพาน้องไปล้างเนื้อล้างตัวซะก่อน เลอะเทอะตอนที่บอยป้อนข้าวลูกนะครับพี่บรู๊ค” ผมพูดแต่มันทำให้พี่โจ้และพี่เจนสะบัดหน้ามามองผม ผมลืมตัว
   
      “ลูกแม่บ้านนะ บอยเขาชอบเด็ก ดูแลเด็ก จนติดมาก” พี่บรู๊คพูด

      “อ้อ ครับ ถึงว่าเห็นลุงณะ รบกวนเจนมาดูให้หน่อย แต่ผมสองคนก็เต็มใจนะพี่บรู๊ค ที่จะมาดู…เด็กให้นะครับ เฮอๆๆ”พี่โจ้พูดแต่พี่บรู๊คเหล่ตามองขนาดนั้นพี่โจ้ก็เกร็งไปหมดนะซิ พี่บรู๊คนี้

      “นั้นไงมาแล้วพี่โจ้ น่ารักจัง” พี่เจนชี้ขึ้นไป ผมหันไปมองแม่บ้านอ้มน้องแบงค์ตอนนี้เปลี่ยนเสื้อผ้ามาแล้ว อุ้มลงมาถึงก็

      “บอย บอย บอย” เรียกชื่อผมกางแขนและถีบพี่ผึ้งที่เป็นพี่เลี้ยงเด็กมาแต่ไกลเลยมันน่าไหมเนี๊ยะแบงค์  จนแม่บ้านต้องรีบส่งมาให้ผม  และนี้ก็ทำให้พี่โจ้และพี่เจนมองผมอีกครั้ง

      “ลูกของพี่เขาหรือเปล่าครับ”พี่โจ้ชี้ไปที่พี่เลี้ยงที่อุ้มแบงค์มา

      “ไม่ใช่ พี่เลี้ยงเด็กนะโจ้” พี่บรู๊คพูดแต่ผมซิสะบัดหน้าไปมองพี่บรู๊ค ผมส่ายหัวแต่ไม่ทันแล้ว พี่โจ้ก็มองผมกับพี่บรู๊คสลับกันไปมา

      “แม่บ้านจ้างพี่เลี้ยงเพื่อเลี้ยงลูกเขาด้วยเหรอครับพี่บรู๊ค” ผมหันไปมองพี่บรู๊ค

      “ไม่ได้จ้างค่ะ ช่วยเลี้ยงให้ค่ะ พอดีพี่เขายุ่งค่ะ “ ดีนะที่พี่ผึ้งนะเขามีไหวพริบช่วยผมสองคนไว้ได้ทัน ส่วนแบงค์ก็กอดผมแน่นมาก แถบยังแอบสายตาพี่เจนอีก

      “น่ารักมากเลยอ่ะ แต่ทำไมเจน ว่าหน้าคุ้นๆ ยังไงก็ไม่รู้นะพี่โจ้” พี่เจนพูดและมองแบงค์

      “พี่ก็ว่าคุ้นครับ “ พี่โจ้อีกคน ผมหันไปมองพี่บรู๊คเอาไงดี ยิ่งถ้ามาวางเทียบกันนี้ก็ดูออกว่าพ่อลูกกัน พ่อถึงไม่ให้แจ็คมาบ้านนี้เลยตั้งแต่แบงค์เกิด

      “พี่คุ้นๆว่าหน้าเขาเหมือน  เด็กนะครับเจน  เด็กก็หน้าบล็อกแบบนี้แหละเจน “ พี่โจ้พูดผมนี้โล้งอกไปที

      “พี่ก็ว่าอย่างนั้นแหละนะ”พี่บรู๊คอีกคน   
   
      “เออ ตรวจอาการกันเลยไหม เจน เพราะว่าพี่มีงานและบอยเขาจะได้พักผ่อนนะ บอยเพิ่งจะเดินทางมาถึง เดินทางไกลและเหนื่อยพอแล้วและนั่นน้องก็ร้องงอแงอีก “ พี่บรู๊คพูดและพี่เจนก็หันไปมองพี่โจ้ ผมอุ้มแบงค์ขึ้น พี่บรู๊คเดินมาจะอุ้มแบงค์ไปแทน

      “โน่ๆ แด้ด แด้ด แด้ด” แบงค์เขาพูดว่าไม่เอาลุงบรู๊คแต่จะให้ผมแทนและดันเรียกแด้ดอีกด้วย พี่โจ้หันมามองผมอีกครั้ง

      “โน่ๆ โกๆ “ แบงค์บอกพี่บรู๊คอีกและไล่ตีมือพี่บรู๊คไม่ให้เอาเขาไปจากผม ผมพยักหน้ากับพี่บรู๊คว่าผมอีกว่าตอนนี้ น้องยิ่งร้อง ตาก็ยิ่งเจ็บ ผมก็อุ้มขึ้น จะพาไปห้องเด็กพี่เจนจะได้ตรวจได้สะดวก พี่โจ้ก็ถือกระเป๋าตามผมเข้าไปด้วยพี่บรู๊คเลยนั่งรอที่ด้านนอกแทน

      “ น้องบอยครับ  แม้ดูท่าน้องคนนี้จะติดบอยงอมแงมเลยนะครับ และนี่ถ้าไอ้แจ็คมันมาเห็นแบบนี้ มันคงงี้เง้าหนักมาก มันไม่ยอมโดนแย่งคนรัก โดยเฉพาะบอยนะ บอยน่าจะรู้ดี” พี่โจ้พูด ผมหันมามองแค่ก่อนมาก็งอนผมแล้วเนี๊ยะผมคิดในใจ
      
      “แล้วนี้เขากลับมาบ้านหรือเปล่าครับ” ผมถามพี่โจ้

      “อ้าวแจ็คมันไม่ได้บอกบอยเหรอครับ ว่าพ่อพี่สั่งห้ามมา เพราะว่าจะมีงานที่บ้านน้องบอยนี่นะครับ พ่อกลัวมันทำงานพังนะครับ มันก็งอนพ่อพี่ไปตามระเบียบ เพราะว่าถ้าห้ามปุ๊ป แจ็คมันจะคิดว่าต้องมีอะไรแน่ๆตลอดเลย เซ้นดีเกิ้นนะครับน้องบอยพี่ว่านะ” พี่โจ้บอกผม ผมก็ลืมไป ใช่ซิเขาชวนผมอยู่ว่าจะพาไปเที่ยวกันกับหลุยส์ และธรรณ์ นี่ผมก็ยังไม่ได้คุยกับธรรณ์เลย เดี๋ยวต้องไปโทรหาซะหน่อย ถึงจะงอนกันก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี

      ผมวางน้องแบงค์ลงที่เตียงเด็ก รูปรถwiggle อันนี้เด็กๆชอบมากเพราะเป็นรายการทีวีโชว์ ร้องเพลงเด็กๆ และรถคันนี้พี่บรู๊คเขาซื้อให้ตอนวันเกิดที่ผ่านมา

      “แด้ดๆ “แบงค์กางมือเรียกผมให้เข้าไปหาเขา

      “ไม่เป็นไรลูก บอยอยู่นี้ไง” ผมพูด พี่เจนมองผมยิ้มๆ

      “พี่เจนไม่ดุครับ นะขอพี่เจนดูตาน้อง …. แบงค์”

“ ชื่อแบงค์เหรอครับ บอย ชื่อมัน เออ  เหมือนแต่พี่ว่าไม่น่าจะใช่ พี่คงคิดมากไปเอง” พี่เจนพูดและพี่โจ้ก็มองพี่เจนพร้อมกับขมวดคิ้ว

      “ชื่อน่ารักเนอะ” พี่โจ้พูดและเอานิ้วไปจับค้างแต่

      “เพี๊ยะ!” ดังมากเลย แบงค์ตีมือพี่โจ้ เล่นเอาพี่โจ้ชักมือกลับและลูบหลังมือตัวเอง

      “แบงค์ ไม่น่ารักเลยนะ ขอโทษลุงโจ้เดี๋ยวนี้เลย” ผมหันไปทำหน้าดุ เวลาผมดุก็ดุจริงๆ แบงค์เบ้ปากทำท่าจะร้องไห้ แต่ก็แค่กระซิก กระซิก

      “แบงค์ พ่อบอกว่าไง” ผมถามแบงค์

      “ไม่เป็นไรครับบอยน้องคงหวงเนื้อหวงตัวนะครับ ไม่เป็นไร ลุงไม่จับ ให้ป้าเจนคนเดียวเนอะ” พี่โจ้หันมาบอกผม พี่เจนหันไปขำพี่โจ้ และหันมาตรวจดูแบงค์ ตามแบบที่พี่เจนเรียนมา

      “ไม่น่าจะใช่ตาอักเสบนะบอย แต่น่าจะเป็นเหมือนภูมิแพ้มากกว่า พี่จะให้ยาทานนะครับและยาหยอดตาสำหรับลดอาการแพ้ ส่วนยาทานก็เป็น ลอร่าตาดีนสำหรับเด็กเล็กนะครับ แต่ถ้าไม่ดีขึ้นไปหาพี่ที่ศูนย์เกี่ยวกับหมอตาโดยเฉพาะนะครับ พี่จะให้อาจารย์หมอดูให้นะครับบอย” พี่เจนบอกผมและส่งยิ้มให้แบงค์

      “น้องไม่ค่อยชอบทานยาอ่ะพี่เจน ลุงๆก็ป้อนไม่ได้ ไม่ยอมเอาซะเลยต้องบอยตลอด” ผมพูดและพี่เจนก็หันมามองผม

      “คือว่าพี่ๆ ผมก็รักเด็กคนนี้เหมือนหลาน นะครับพี่เจน”

      “ก็คงต้องพยายามป้อนหน่อยนะครับและคงต้องระวังสิ่งที่เป็นตัวกระตุ้น น้องอาจจะแพ้เกสรอกไม้ ช่วงนี้เป็นฤดูสปริงด้วยครับ อาจจะกำเริบหน่อย  ถ้าน้องออกไปวิ่งข้างนอกก็ระวังหน่อยนะครับ”พี่เจนพูด ผมก็เดินไปอุ้มแบงค์ขึ้น พอหันขวับไปเจอพี่โจ้กางมือขึ้นทันที

      “ยืนใกล้ก็ไม่ได้เนอะ นิสัยแบบนี้มันเหมือนใครนะ เหมือนไอ้แจ็คเลย ตอนเด็กๆนี้ ไม่ชอบใครนี้มันตียันเลย ห้ามมาไกล้ คนเลี้ยงก็เปลี่ยนบ่อยไม่ได้ อยู่กับใครก็ต้องคนนั้น พอเปลี่ยนมือมานี้ มันไม่ยอมท่าเดียว พี่จำได้แล้ว” พี่โจ้พูด พี่เจนหันไปมอง ผมก็แอบขำ

      “ทำไมไม่ชอบพี่ละครับ พี่ออกจะหล่อ พี่เจนยังชอบพี่เลย” พี่โจ้หันมาพูดกับแบงค์แต่แบงค์ทำท่าจะตีอีก ผมก็จับมือและส่ายหัว ว่าไม่น่ารัก ไม่เอา

      “ว่าแต่พ่อแม่น้องเขาไปไหนเหรอครับน้องบอย” พี่โจ้ถามผม

      “พ่อแม่น้องเขา เออ…..  “ ผมคงจะพูดตอนนี้ไหม เพราะว่าถ้าพูดไปแล้วแบงค์เขาจำคำพูดพวกนี้ผมไปละ เขาก็จะคิดตามที่ผมพูดออกไปไหม แต่พ่อผมก็ได้บอกทุกคนที่มาเจอแบงค์ว่าพ่อแม่เขาเสียชีวิตไปนานแล้ว  ทั้งที่มันไม่ใช่ความจริง แต่ผมกลับเลี่ยงที่จะไม่ตอบอะไรเลยจะดีกว่า

      “ตรวจเสร็จหรือยังละ โจ้ เจนอยู่ทานอาหารเที่ยงกันก่อนไหม” พี่บรู๊คเข้ามาช่วยผมไว้พอดีเลย
      “ไม่ดีกว่าครับพี่บรู๊ค ผมว่าจะพาเจนไปทานร้านอาหารแถวๆนี้ เจนเขาอยากเช๊คอินไปอวดพยาบาลนะครับ “ พี่โจ้พูด ผมหันมามอง ผมพยักหน้าว่าเข้าใจ

      “ลุง ลุง” แบงค์กางแขนไปหาพี่บรู๊คผม

      “ที่อย่างนี่ละหาลุงทันทีทีนะ เมื่อกี้ทำลุงงอนน่ะรู้ไหม ฟ๊อด” พี่บรู๊คพูดพร้อมกับอุ้มแบงค์ไปหอมแก้มหนึ่งที่

      “ถ้าอย่างนั้นผมไปกันก่อนนะครับ” พี่เจนพูดและสะกิดพี่โจ้ ที่เอาแต่มองพี่บรู๊คกับน้องแบงค์

      “น้องบอยอันนี้ยาทานของเด็กนะครับ พอดีพี่ฟังอาการคราวๆทางโทรศัพท์นะครับพี่เลยจัดยามาเลย แต่ถ้าน้องอาการไม่ดีขึ้น พาไปหาพี่ที่ศูนย์แพทย์เกี่ยวกับตานะครับ พี่จะได้ตรวจให้ละเอียดมากขึ้น”พี่เจนพูด

      “เจน ยังไงวันอาทิตย์เราก็มา มาดูน้องอีกทีได้นิ” พี่โจ้บอกพี่เจน

      “ไม่เป็นไรพี่พาไปดีกว่าเพราะว่าวันอาทิตย์ยุ่งและคนเยอะ พี่ไม่อยากพาหลานออกมา เขาคงอยู่แต่ในบ้านนะโจ้” พี่บรู๊คพูด แต่พี่บรู๊คระบุว่าหลานเต็มๆเลยนะ

      “ครับพี่ หลานพี่ “

      “อย่างที่ผมเคยบอกว่า เรารักเด็กกันนะครับ “ ผมพูดหันมาขยิบตาให้พี่บรู๊ค

      “ถ้าอย่างนั้น พี่ขอตัวและหัวไปก่อนครับ ไปครับเจน ไปหาที่เช๊คอินกัน ก่อนที่พี่โจจะโทรมาตาม พี่โจห่วงน้องเจนนะครับ”พี่โจ้พูดและหันไปมองหน้าพี่เจน และผมก็ยกมือไหว้ พี่เจนและพี่โจ้ก็หันมายกมือไหว้พี่บรู๊คกันก่อนจะเดินออกไป ผมเดินตามไปส่งส่วนพี่บรู๊คอยู่กับแบงค์แทน

      “บอย แจ็คงอนอะไรบอยใช่ไหมเนี๊ยะ” จู่ๆพี่เจนก็หันมาถามผม ผมพยักหน้าเบาๆ

      “บอกแล้วว่าไอ้นี้นะงี้เง้าตัวพ่อ น้องชายเรานะเจน” พี่โจ้พูด

      “เอานะ แต่แจ็คนะเขารักบอยมากนะ งอนมากก็รักมากหน่อย แต่พี่เชื่อว่าแจ็คจะโตพอที่จะดูแลบอยได้ “ พี่เจนพูดบอกผม และแตะที่ไหล่ผมเบาๆ

      “ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมกลับไปผมคงไปง้อเขาเหมือนเดิม” ผมพูด

      “ง้อมันหน่อยนะบอย  มันค่อนข้างเอาแต่ใจไม่ใช่กับแค่บอยนะ กับพวกพี่และพ่อด้วย พ่อภูมินี้ปวดหัวกับแจ็คมันมากที่สุด ในบรรดาลูกทั้งหมดนะบอย” พี่โจ้พูด ผมพยักหน้าว่าเข้าใจและพ่อตัวดีของผมก็ได้มาเต็มๆเลยแหละ ก็พ่อลูกกันก๊อปกันมาเกือบหมด  ผมยืนส่งพี่โจ้และพี่เจนก่อนจะรีบกลับขึ้นบ้านไปดูแบงค์ พอเดินมาก็พบกว่าแบงค์หลับคาอกพี่บรู๊คไปแล้วและกำลังจะวางลงในเตียงนอนของน้องแบงค์

      “บอย พ่อบอกว่าจะกลับมาเย็นนี้นะ และพี่ๆคนอื่นๆด้วย วันนี้เราจะได้ทานอาหารพร้อมกันพี่น้อง” พี่บรู๊คพูดจังหวะนั้นพี่บีมลงมาพอดีเลย

      “พี่ไปเคลียร์งานก่อนนะบอย” พี่บรู๊คพูดและเดินเลี่ยงออกไปทันที ทำไมพี่บรู๊คต้องเดินหนีออกไปทุกครั้งที่พี่บีมเดินเข้ามาด้วยนะ ผมว่าผมคงต้องถามพี่บรู๊คตรงๆ ผมไม่อยากเห็นพี่ๆ งอนกันแบบนี้

      “พี่บีมมีอะไรผิดใจกันกับพี่บรูคหรือเปล่าครับ” ผมถามพี่บีม พี่บีมก็ยิ้มให้ผมและส่ายหัวว่าไม่มีอะไร

      “บอยไปพักผ่อนก่อนดีกว่าไหมครับ จะได้ลงมาทานอาหารกลางวันพร้อมกัน “ พี่บีมบอกผม ผมพยักหน้า แต่ผมคิดว่าจะโทรคุยกับธรรณ์ก่อนจะดีกว่า เมื่อคืนไปไหนกันมาหรือเปล่าก็ไม่รู้

      BoyJack: ธรรณ์ตื่นหรือยัง เป็นไงบ้าง
      ธรรร์หลุยส์ : ตื่นนานแล้วนี้ลงมาหาอะไรทานกัน และวันนี้มีงานที่โรงแรมนะ ติ๊ก แอ้และพายเขาได้ขึ้นไปเดินแบบเสื้อสูทด้วยนะ

      BoyJack: แล้วพ่อตัวดีของบอยละ
      ธรรณ์หลุยส์ : เมาเละมากเมื่อคืน มีเรื่องต่อยกันด้วย กับใครก็ไม่รู้
      BoyJack: ทำไมทำแบบนั้นนะแจ็ค
      ธรรร์หลุยส์ :นี้ก็ถามธรรณ์ถึงแบงค์ใหญ่เลยบอย บอยจะปิดเขาไปได้นานแค่ไหนละ และนี้บอกว่าถ้าเจอแบงค์นะจะเตะด้วย ดูซิ จะเตะก้นลูกตัวเอง ธรรณ์ได้ยินนี้ก็แอบขำเหมือนกันนะบอย
       (ผมได้ยินเองก็ขำเองเหมือนกันแหละ จะเตะลูกตัวเองนี่นะ)
      BoyJack:ก็เห็นไหมละธรรณ์ดูซิ และนี่มีเรื่องอีก ถ้าพ่อของบอยรู้เรื่องเขาจะทำยังไงและลุงหนึ่งอีกละธรรณ์

      ธรรร์หลุยส์ :เอานะ ธรรณ์กับหลุยส์จะดูให้ จะพยายามห้ามให้นะ นี้เห็นว่าจะไปเที่ยวไหนก็ไม่รู้ สองคนนี้พอเข้าขากันได้นี้นะ น่ากลัวเหมือนกันบอย

      BoyJack:บอยก็ว่างั้นแหละธรรณ์ แต่ยังไงหลุยส์ฟังธรรณ์อยู่นะ แม้เอาอยู่เลยนะตอนนี้นะ

      ธรรณ์หลุยส์ : ก็นิดนึง เออ บอยแค่นี้ก่อนนะ พ่อตัวดีสองคนมาแล้วเดี๋ยวจะถามธรรณ์จนธรรณ์นี้แหละที่จะทำความลับบอยแตก

      BoyJack : ได้ครับธรรณ์ บอยขอบคุณนะ

      ธรรร์หลุยส์ :ยินดี เพราะว่าเราเพื่อนกัน บอยครับ ฝากหอมแก้มเทวดาตัวน้อยของบอยด้วยนะ
      BoyJack:บายครับ

   และผมก็กดวางสายจากธรรณ์ไป นี่ไปมีเรื่องกับใครอีกแจ็คนะแจ็ค ผมนั่งลงเปิดอิเมล จดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง ที่ผมต้องเตรียมตัวเข้าเรียนแล้วโดยเริ่มจากเรียนออนไลน์ก่อน ผมต้องเตรียมความพร้อม ผมต้องเรียนหนักกว่าคนอื่น ๆ และผมต้องคอยออกงานบ้างแล้ว ถามว่าผมอึดอัดไหมที่เป็นอยู่ตอนนี้ อึดอัดมาก จะไปไหนก็ต้องมีคนดูแลใกล้ชิดตลอด เพราะว่าจุดที่ผมถูกให้ยืนอยู่นี้มันสำคัญมาก มีหลายคนที่อยากได้มันแต่ถ้าเขาต้องการมันจริงๆ นั้นคือผมต้องไม่มีลมหายใจอยู่ตรงนี้แล้วนั้นเอง ดังนั้นการ์ดของผมจึงเป็นอดีตนายทหารที่มีฝีมือทั้งหมด
   
       มีครั้งหนึ่งที่ผมไปกับพ่อและมีคนรอบสังหารจนมีคนที่เป็นการ์ดเสียชีวิต และนั้นเขาก็ทิ้งเด็กผู้ชายคนหนึ่งเอาไว้ ผมเลยรับมาดูแล ตอนนั้นเขาอายุแค่ 5 ขวบเอง และตอนนี้เขาก็อายุ 10 ขวบได้แล้ว ผมเลี้ยงดูเขาเหมือนน้องคนเล็กของผมจริงๆ ไม่ใช่แค่ส่งเงินไปให้เขา ผมก็ไปหาเขา พาไปทานข้าวบ้าง พาไปเที่ยวบ้างในวันสำคัญๆของเขาเช่นกันวันเกิด ตอนนี้ผมส่งเขาไปเรียนอยู่โรงเรียนประจำแห่งหนึ่ง แต่จะว่าไปผมก็ไม่เจอเขามาหลายเดือนแล้ว ผมเลยจะให้คนไปรับเขามาทานอาหารเย็นที่บ้านดีกว่า

   “ฮัลโล ราเชล”

   “พี่บอย สวัสดีครับ” น้ำเสียงที่บ่งบอกว่าเขาดีใจแค่ไหนที่ได้ยินเสียงของผม

   “ยุ่งไหมวันนี้ มีเรียนพิเศษหรือเปล่า”

   “ไม่มีครับ”

   “พี่จะให้คนไปรับนะ มารับประทานอาหารเย็นที่บ้านพี่ เพราะว่าพี่กลับมาดูน้องแบงค์ที่บ้านนะวันนี้” ผมบอกราเชล

   “จริงเหรอครับพี่บอย” เขาคงคิดถึงผมเช่นกัน

   “จริงซิ เตรียมตัวนะครับ เจอกันนะ ราเชล” ผมพูดและกดวางสายผมเดินไปที่ด้านนอกจะได้บอกให้คนจัดรถไปรับราเชลจากโรงเรียนประจำ และโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนกินนอนที่มีชื่อเสียง ราเชลเป็นคนเรียนเก่งมาก ผมคิวว่าเขาจะช่วยผมได้มากในอนาคต


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-10-2020 18:19:13 โดย PFlove »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1

(ดิวVSบอย) ดิวอยากได้แม่ของลูกมากกว่าตอนนี้

Part  ดิว
                  ผมจำใจต้องทำตามที่พ่อบอกผม พ่อบอกให้ผมไปกับพ่อด้วยไปบ้านลุงกฤษณะ เพราะว่าเขามีงานกันทีนั้น แต่อันที่จริงผมไม่ต้องไปก็ได้มั้ง ผมอยากจะกลับบ้านไปหาลูกๆผมแย่แล้ว ส่วนแอ้ก็เข้ากรุงเทพและมันก็เข้าทางไอ้ติ๊กมันด้วย มันชวนแอ้ไปเที่ยวกองถ่ายกับมันด้วย ตอนแรกผมว่าจะชวนแอ้มาด้วยแต่พ่อบอกว่าให้แอ้อยู่กับติ๊กจะดีกว่า แต่คำว่าจะดีกว่าผมเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไม และงานนี้ผมคงต้องอธิบายกับไอ้แจ็คที่หลังอีก ไอ้แจ็คมันไม่ได้รับเชิญให้ไปมีแต่ผมและบอย บอยก็ดันมีเรื่องผิดใจกับไอ้แจ็คอีก ผมคงได้ถูกมองว่าผมจะตีท้ายครัวมันอีกแล้วซิท่า

         “ดิว แต่ตัวและเตรียมไปบ้านลุงณะได้แล้ว “พ่อผมเดินมาเปิดประตูห้องพักผม ผมพักกันที่โรงแรมหรูไม่ไกลจากคฤหาสน์ของลุงกฤษณะมากหนัก

         “พ่อ ไม่ไปไม่ได้เหรอพ่อ พ่อก็รู้ว่าผมไม่ชอบงานแบบนี้ “ ผมหันไปบอกพ่อผม เห็นอายุขนาดนี้งอแงแข่งกับลูกได้นะ ฮาๆ

         “ไม่ได้ ต้องไปและดันเสือกเกิดมาหล่อทำไมละ ไปก่อน “

         “พ่อมีอะไรกันแน่บอกดิวมาตรงๆดิพ่อ”

         “ลุงหนึ่งเขาจะพูดเรื่องเรากับบอยวันนี้” พ่อบอกผม

         “พ่อผม ผมไม่ได้อยากคู่กับบอย ทำไมลุงไม่เลือกที่เขารักบอยละ ไอ้แจ็คนะพ่อและแจ็คมันก็”

         “อย่าพูดไปนะดิว เพื่อว่าห้องนี้มีเครื่องดักฟัง “ พ่อผมบอกผม ผมหันไปมองรอบๆ โรงแรมหรูแบบนี้นี้นะพ่อ

         “เอาเป็นว่าไปก่อน อย่างอื่นพ่อจัดการเอง แค่มึงเอาตัวและหน้าตาหล่อๆมึงไปให้ลุงหนึ่งเขาดู แค่นี้” พ่อผมบอกผม

         “เพราะว่าที่ผ่านมามึงก็ชิ้งหนีเขาตลอด “ พ่อผมบอกผม
         
         “ก๊อกๆ” เสียงเคาะประตูห้องพักของผม พ่อภาเปิดให้คนที่เดินมาเคาะเข้ามาในห้อง คนนั้นก็คืออาภีมปภพ

         “อ้าวยังไม่เสร็จอีกเหรอดิว” อาภีมถามผม

         “ไอ้พ่อพระเอกมันงอแงนะภีม”

         “อะไรกัน “

         “ก็ผมไม่อยากไปอ่ะอา” ผมพูดบอกอาภีม

         “เร็วๆเลยและรีบลงไปชั้นล่าง พ่อกับอาภีมรออยู่ มึงอย่าทำให้พ่อมึงเสียหมาเพราะว่ามึงเบี้ยวเขาอีกนะดิว กูขอละ เห็นแก่หัวกูบ้างดิว” พ่อผมพูดและเดินออกไปพร้อมกับอาภีม ผมก็เดินไปเข้าห้องน้ำจัดการเตรียมตัว ผมเข้าไปดูในไลน์กลุ่ม ตอนนี้เป็นเวลา ประมาณ สิบโมงเช้าและเวลาต่างจากประเทศไทย หลายชั่วโมงมาก ตอนนี้น่าจะเกือบเที่ยงคืนที่ไทยแล้ว

         “ แอ้ ดิวคิดถึงแอ้” ผมส่งข้อความหาแอ้

         “เป็นอะไรดิว “ แอ้ส่งขอ้ความกลับหาผมทันที

         “ดิวแค่อยากบอกว่าดิวคิดถึงแอ้ คิดถึงลูกๆด้วยแอ้ อยากกอดแม่ของลูกอ่ะ วันหยุดทั้งที” ผมส่งข้อความหาแอ้

         “พรุ่งนี้เสร็จงานก็กลับเลยไม่ใช่เหรอ แล้วนี้เราจะไปงานวันเกิดมีนทันไหม “

         “ดิวจะหาทางกลับก่อนให้ได้ ดิวไม่อยากจะไป “

         “คุยกับลุงหนึ่งเหรอ “

         “แอ้รู้ได้ไง”
         
         “เออ…..แอ้…..ได้ยินพ่อคุยกันนะ “ แอ้พูด

         “แอ้ เชื่อใจดิวนะ ดิวไม่เคยอยากได้แบบนี้แอ้ ดิวไม่อยากเป็นอย่างที่เขาต้องการ ดิวแค่อยากครอบครัวที่ธรรมดา และครอบครัวของดิวก็คือแอ้กับลูกๆ “

         “กลับมาค่อยคุยกันเถอะดิว แอ้ง่วงนอน แค่นี้นะดิว”

         “ดิวรักแอ้นะ “ ผมส่งข้อความหาแอ้และแอ้ก็เงียบไปเลย ผมก็รีบแต่งตัวและลงไปหาพ่อกับอาภีมที่ชั้นล่างทันที ผมรู้สึกเหมือนว่าลุงหนึ่งก็มาพักที่นี้เพราะว่ามีการ์ดเต็มไปหมด ผมลงมาถึงพ่อกับอาภีมก็เดินมาหาผมพร้อมกับการ์ดที่ทำหน้าที่ดูแลพ่อผมกับอาภีม
         --------------------------------------------------------------------------------------------------------------
   Part บอย วันนี้ที่บ้านผมมีงานแต่มันแค่งานบังหน้า เพราะว่าสาระสัมคัญอยู่ที่ลุงหนึ่งต้องการคุยเรื่องของผมกับดิว ผมได้ยินว่าลุงหนึ่งกำชับว่าห้ามให้แจ็คมาที่นี้ด้วย ผมรู้ว่าทำไมก็เพราะว่าแจ็คอาจจะทำให้ทุกอย่างในวันนี้ล่มลงไปได้ ก็คนหัวร้อน และที่แย่ไปกว่านั้นคือ ผมกับแจ็คเราทะเลาะกันเมื่อวาน เขาบอกว่าผมมีคนอื่นที่ชื่อแบงค์ เขาแอบได้ยินตอนที่ผมคุยโทรศัพท์กับพี่บรูคส์ ว่าแบงค์ไม่สบายงอแง ผมเลยต้องนั่งเครื่องบินส่วนตัวบินด่วนมาหาทันที

                  “บอย” ผมหันมามองหนุ่มนอนที่นอนอยู่ข้างๆผมทั้งคืน และพี่เจนมาดูให้แล้ว พี่เจนเป็นหมอตา แต่พี่บรูคส์บอกแค่ว่าเป็นลูกของคนใช้ในบ้านและบ้านผมก็รักเด็กแต่ว่าผมกับพี่บรู๊คส์ก็หยุดไปหลายตอนเหมือนกันทำให้พี่โจ้กับพี่เจนสงสัยแน่ๆ  ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะปิดไปแบบนี้ได้นานแค่ไหน มีทางเดียวคือทำให้พ่อยอมรับแจ็คให้เร็วที่สุด แต่นี้ดันมาทะเลาะกันอีก

         “แบงค์ ไปล้างหน้าล้างตากันนะ และเราจะได้ทานอาหารเช้า”ผมบอกเด็กน้อยที่เพิ่งฉลองหนึ่งขวบไปได้สองเดือน หนุ่มน้อยของผมยิ้มให้ผม พร้อมกับยันตัวขึ้นนั่ง เอาฝ่ามือมาแตะที่แก้มของผม มันทำให้ผมได้เห็นอะไรที่ชัดเจนจนผมเห็นเป็นใบหน้าของแจ็คที่ซ้อนเข้ามา แบงค์ได้ทุกอย่างของแจ็คแต่ทว่าใบหน้าเขาหวานกว่าเหมือนผมพี่ๆบอกผมอย่างนั้นแต่ที่เด่นชัดน่าจะเป็นจมูก ผมมองแบงค์ ผมอดที่จะอมยิ้มไม่ได้

         “เขาจะรู้ไหมว่า ว่ามีอีกคนที่สำคัญกับเขามากเช่นกันอยู่ตรงนี้ “ ผมพูดกับแบงค์ ตอนนี้เขายังเด็กมาก จึงยังไม่เข้าใจสิ่งที่ผมพยายามสื่อไป

         “ก๊อก” เสียงเคาะประตูห้องนอนของผม

         “เชิญครับ “ ผมพูดบอกคนที่มาเยือน

         “คุณบอยค่ะ คุณบอยจะเตรียมตัวเลยไหมค่ะ พี่จะได้เอาคุณแบงค์ไปเปลี่ยนชุดและจะได้ป้อนอาหารเช้าคุณแบงค์เลยนะคะ” คนใช้ในบ้านขึ้นมาถามผม

         “ได้ครับพี่ “ ผมตอบกลับและหันมามองหนุ่มที่นั่งอยู่บนเตียงกับผม เขาก็มองหน้าผม ทำตากระปริบกระปริบ และพอพี่ดาวเดินเข้ามา

         “โกๆ “ รีบไล่พี่ดาวคนใช้ในบ้านผมทันที ดูซิร้ายไหม

         “แบงค์ ไม่น่ารักเลย อย่าไล่พี่ผึ้ง และพี่ผึ้งจะพาแบงค์ไปเปลี่ยนชุดและจะได้ทานอาหารเช้ากันนะครับ” ผมหันมาต่อว่าลูกชาย
         
         “อยู่ บอย” แบงค์บอกว่าจะอยู่กับผม

         “ไปเปลี่ยนชุดก่อนแล้วบอยจะลงไปป้อนนะครับ” ผมพูด แบงค์มองหน้าผม ทำท่าว่าจะร้องไห้

         “พี่ผึ้งเอาน้องลงไปเปลี่ยนชุดเลยนะคะ แล้วคุณบอยจะทานอาหารเช้ากับน้องเลยไหมคะ” พี่ผึ้งถามผม ผมพยักหน้าได้ เพราะยังมีเวลาเหลือ เขาจัดพิธีกันได้หน้า คฤหาสน์ของผม ผมเหลือบไปมองมือถือ ที่เงียบมาก แจ็คไม่ส่งข้อความหาผมสักนิดเลย นี้เขาโกรธผมจริงๆ เหรอ ผมจัดการเข้าห้องน้ำอาบน้ำแต่งตัว วันนี้มีงานทำบุญที่คฤหาสน์โดยมีการเชิญพระสงฆ์มาทำพิธี ที่นี้มีวัดไทย ผมก็ไม่เข้าใจทำไมต้องมาทำตอนนี้ แต่เป็นคำสั่งลุงหนึ่งพ่อผมก็ต้องทำตาม ยิ่งผมนี้ขัดไม่ได้เลยสักนิด บางทีชีวิตผมมันก็จืดชืดมาก เพราะว่าผมต้องออกงานและเรื่องที่ต้องวางตัวจนผมอึดอัด อยากมีเวลาไปสนุกสนานกับเพื่อนๆบ้างก็ไม่ได้ เพราะว่าผมกำลังจะขึ้นตำแหน่งผู้นำองค์กร ผมสวมชุดสูท

         “ก๊อกๆ” เสียงเคาะประตูห้องผมอีกครั้ง

         “คุณบอยค่ะ คุณท่านให้เชิญคุณบอยที่ห้องโถงใหญ่ได้แล้วค่ะ “

         “ขอเวลาผม ห้านาที ผมจะลงไปเดี๋ยวนี้ครับ “ ผมหันไปบอกคนใช้ ผมยืนสูดอากาศหายใจเข้าปอดไปและหันหลังเดินออกจากห้องนอน คฤหาสน์ที่ใหญ่โต มีคนใช้เกือบห้าสิบคนก็ยังทำความสะอาดไม่ทั่วถึง ผมเดินลงมายังชั้นล่าง ได้ยินเสียงกรี้ดร้องของแบงค์ คงจะงอแงกับพี่เลี้ยงอีกแล้ว แต่ว่าผมไม่มีเวลามากพอจะป้อนข้าวลูก ผมต้องเดินเข้าไปด้านหน้าของคฤหาสน์ วันนี้พ่อผมได้สั่งคนใช้ในบ้านทุกคนห้ามพาแบงค์ออกไปด้านหน้าตึก เพราว่าลุงหนึ่งจะมาด้วย พ่อไม่อยากให้ลุงหนี่งรู้ว่าผมมีลูกแล้ว และเด็กคนนี้เป็นลูกของแจ็ค คนที่ลุงหนึ่งไม่ได้เลือกอีกต่างหาก ถ้ารู้ขึ้นมาผมคิดว่าเรื่องใหญ่แน่ๆ

         ตืด!!! เสียงมือถือผมสั่น เนื่องจากมีคนส่งข้อความหาผม ผมรีบหยิบขึ้นมาอ่าน ผมหวังว่าจะเป็นข้อความจากแจ็ค แต่ไม่ใช่เลย ธรรณ์นั้นเอง เขาบอกว่าหลุยส์ชวนไปเที่ยวปารีสและเจ็คด้วยนิ ทำไมรูปที่เขาส่งมามีแต่หลุยส์และธรรณ์ที่สวีทกันสองคน

         “น้องบอยครับ” ผมสะดุ้ง เมื่อมีคนมาเรียกชื่อผม พี่วรินทร์ ที่เคยเป็นเลขาฯของพี่บรู๊คส์เดินมาหาผม คงเห็นผมยืนอยู่ด้านหน้าห้องอยู่แต่ไม่เข้าไปสักที

         “มีอะไรหรือเปล่าครับพี่ไม่เห็นน้องบอยเดินเข้าไปด้านในสักทีนะครับ” พี่วรินทร์ถามผม ผมก็ส่งยิ้มให้ ตอนแรกผมว่าถามถึงแจ็ค แต่ผมก็คงไม่มีเวลาจะพิมพ์ขอความผมจึงเก็บมือลงในกระเป๋าสูทของผมไปและเดินเข้าไปด้านใน ผมเห็นบรรดาลุงๆและอา นั่งอยู่กันที่เก้าอี้ที่เขาจัดไว้ให้ ผมเหลือบไปเห็นดิว ดิวมาด้วยเหรอ ผมเองก็ไม่ทราบตรงนี้มาก่อน ดิวหันมามองผม ดูจากสีหน้าคงโดนบังคับมาแน่ๆ

         “บอย” พี่บรุ๊คเดินมาหาผมและแตะแขนผมเบาๆ

         “น้องแบงค์งอแงมาเลยพี่บรู๊คส์” ผมกระซิบบอกพี่บรู๊คส์

         “เดี๋ยวพี่ให้เบียร์ไปดูเองนะ ไม่ต้องเป็นห่วง เออ บอยต้องไปนั่งข้างดิวนะ “ พี่บรู๊คส์บอกผม ผมพยักหน้าและเดินแทรกเข้าไป ผมยกมือไหว้ลุงหนึ่ง และนั่งลงข้างๆดิว

         “ โดนบังคับมาเหรอดิว” ผมหันไปถามดิวปนหัวเราะ

         “ใช่ดิ หาเหตุผลชิ้งไม่ได้เลยไง” ดิวพูดและหันมามองผม ดิวสวมสูทสีดำหล่อเหลาน่าดู ปกติดิวจะใส่ชุดสบายๆ ผมแทบจะไม่เคยเห็นเขาใส่สูทเลย

         “หล่อนะวันนี้ “ ผมหันไปชมดิว

         “อึดอัดโคตรเลย เน้คไท้อีก “ ดิวพูดผมก็พยักหน้าเพราะดูจากสีหน้าและท่านั่ง

         “โป้ก!” มีคนปาะอะไรโดนดิว “โอ๊ย”” ดิวร้องออกมาเบาๆ และหันไปมอง คนที่ปานั้นคือลุงภานั้นเอง ผมยกมือไหว้ลุงภา

         “ดิว นั้งดีดี”ลุงภาบอกให้ดิวนั่งให้สุภาพนั้นเอง ก็เล่นนั่งแบบหมดอาลัยตายอยากขนาดนี้ และดิวก็ดีดตัวขึ้นนั่งหลังตรง

         “เดี๋ยวคุณบอยกับคุณดิว เข้าไปจุดธูปเทียนนะครับ” เจ้าหน้าที่ที่ดูแลงานนี้เข้ามากระซิบบอกผมสองคน ผมพยักหน้าและดิวก็พยักหน้าเช่นกัน ผมเห็นในห้องนี้มีแต่บรรดาลุง เช่นลุงหนึ่ง ลุงสอง ลุงสามและลุงสี่  มีพ่อผม อาภูมิ ผมสะบัดหน้าไปมองอาภูมิ ถ้าอาภูมิมาแล้วแจ็คละ เขาไม่เอ๊ะใจที่จะมาหรือไง อาภูมิ นั่งอยู่ข้างพ่อผมเหมือนเช่นทุกครั้ง ผมรู้ว่าทำไม ผมรู้ว่าอาภูมิกับพ่อผมเป็นแฟนกัน และนั้นก็ยิ่งทำให้พ่อผมลำบากใจมากที่จะต้องปกปิดเรื่องของแบงค์ เหมือนกับที่ผมทำกับแจ็ค

         “บอย” ดิวสะกิดบอกผม ให้ลุกไปยังแทนทำพิธี วันนี้เราทำบุญให้องค์กร ให้คนที่ช่วยรักษาองค์กรของเราเอาไว้ กว่าจะมาเป็นองค์กร ที่ใหญ่มั่นคงแบบนี้ได้ เราศูนย์เสียไปไม่รู้เท่าไหร่ แต่แปลกนะที่หลุยส์ไม่มา เขาคงทำใจไม่ได้ เพราะเขาคือคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ห้าสิบชีวิตที่ถูกสังหาร และเหตการณ์นั้นมันคงติดตาเขาไปอีกนานเพราะมันรวมไปถึงพ่อแม่ของเขาด้วยที่ถูกสังหารในวันนัั้นด้วย 


ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1


      (แจ็คXบอย) แจ็คกับแบงค์เจอกันแล้วแต่ยังไม่รุ้ว่าใครคือใคร

      Part แจ็ค          ผมได้ยินมาว่าวันนี้ที่บ้านลุงกฤษณะ มีทำบุญให้กับองค์กร และผมยังรู้อีกว่า ลุงณะ ไม่ให้ผมมาที่นี้ จะว่าไปผมก็ไม่ได้มาที่นี้นานแล้วตั้งแต่บอยหายกลับมาที่นี้ และวันนี้ผมก็มาโดยการฝืนคำสั่ง ผมบอกพ่อและพี่ชายของผมว่าผมอยู่สนามบินกับไอ้หลุยส์ แต่จริงๆแล้ว ผมเดินทางมาถึงที่นี้นานแล้วและกำลังให้คนขับรถของพ่อมารับ พี่ปีเตอร์ การ์ดของพี่โจ



         “คุณแจ็คครับจะดีเหรอครับพี่ว่าเรากลับบ้านกันเถอะครับ คุณท่านและคุณโจสั่งว่าคุณแจ็คไม่ควรจะไปที่นั้น” พี่ปีเตอร์บอกผม ผมก็นั่งไขว้ห้างคุยไลน์กับไอ้หลุยส์มันอยู่



         หลุยส์ = มึงแม่งกล้ามากเลยวะ   (มันคงหมายถึงผมกล้าที่ขัดคำสั่งของลุงหนึ่ง)

         แจ็ค = กูอยากรู้ว่าทำไมเขาห้ามกูและไอ้ดิวมันกลับได้ไปวันนี้

         หลุยส์ = ขอให้มึงขัดขวางสำเร็จวะ

         แจ็ค  “ Thanks 



         ผมปิดการสนทนาระหว่างไอ้หลุยส์ตอนนี้พี่ปีเตอร์กำลังนำรถเข้าไปจอดตามที่ผมบอก ผมก็ก้าวเท้าลงจากรถ มีรถมาจอดมากมาย วันนี้เป็นงานใหญ่แต่ไม่มีใครถูกเชิญมานอกจากบอยและดิว แสดงว่าลุงหนึ่งต้องการจะทำอะไรสักอย่างแล้วผมจะอยู่เฉยๆได้ยังไง



         “สวัสดีครับคุณแจ็ค”



         “สวัสดีครับพี่ ผมจะเข้าไปหาพ่อผม พ่อภูมิที่เป็นแฟนของเจ้าของบ้าน” ผมพูดพร้อมกับเอามือล้วงเข้าในกระเป๋ากางเกง เสื้อสูทแบบไม่เป็นทางการ ผมไม่ได้สวมเน็กไท ใส่แต่สูททับเสื้อยืดเข้ารูป กับกางเกงยีสส์



         “แต่ว่า”



         “หรือจะให้ผมโทรหาพ่อผมละ พี่อาจจะได้หางานใหม่ได้นะครับ “



         “แต่”ยังทำท่าคิดอีก



         “อย่าให้ผมรอนานผมไม่ชอบ” ผมพูดและพี่เขาก็เปิดทางให้ผมเดินเข้าไปในทันที ผมก็หยิบมือถือขึ้นกดโทรหาพี่โจ พี่ชายผม



         “แจ็ค อยู่ไหน”



         “อยู่สนามบินไง”ผมพูด และอดอมยิ้มไม่ได้พี่โจคงได้เห็นความสามารถของผมเร็วๆนี้ที่กล้าขัดคำสั่ง ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุผมให้ผมต้องทำ ผมเดินไปเรื่อยๆ แม้จะไม่ได้มานานหลายปีแต่ผมก็ยังจำทางเดินตรงไปยังโซนที่ใช้สำหรับประกอบพิธีได้ดี ระหว่างที่ผมกำลังเดินอยู่นั้น



         “ปึก” ผมชนเข้ากับบางสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่เล็กมาก เพราะว่าผมต้องก้มลงมอง โชคดีที่ชนไม่แรงมากแต่ก็เล่นเอาคนที่ชนผมถอยหลังและล้มลงไปก้นจั้มเบ้ากับพื้นหญ้า ผมเอียงคอมอง นี้มันไม่ใช่แค่สิ่งมีชีีวิตธรรมดา นี้มันเด็ก และยังเป็นเด็กน้อยซะด้วย และเด็กนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองผมเอียงคอตามผมเช่นกัน ผมก็เลยสงเคราะห์โดยการใช้นิ้วคีบคอเสื้อให้เด็กน้อยลุกขึ้น ถ้ามีอย่างอื่นผมก็จะรีบหยิบมาใช้แทนเพราะว่าผมเป็นโรคไม่ชอบเด็กเอาซะเลย ที่บ้านผมเลยไม่มีเด็กให้ขวางหูขวางตา  และผมก็ถอยหลังออกมาเอามือล้วงกระเป๋ามองหน้า ทำไมหน้ามันคุ้นเหลือเกิน ไอ้หมอนี่ พอหมอนั้นลุกขึ้นมาได้มันก็ยืนโอนเอนไปมา รากฐานไม่ค่อยจะมั่นคงเท่าไหร่นะเนี๊ยะ แถมยังมองผมและยืนเอามือล้วงกระเป๋า มันก๊อปปี้ผมครับ





         “Who?” เด็กน้อยถามผมเป็นภาษาอังกฤษ และชี้มาที่ผม มันถามว่าผมคือใคร



         “Who are you ? ผมก็ถามกลับและชี้ไปที่หมอนั้น แบบเอานิ้วจิ้มที่หน้าผาก สองสามทีแถมด้วยหยักคิ้วให้อย่างเท่ เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองหน้าผมและไม่ทันที่ผมจะชักนิ้วกลับ เด็กมันคงหิวคิดว่าไส้กรอก มันเลยงับนิ้วผมไปซะงั้น



         “อิ้ววว!,,,,,เฮ๊ย!!!! ” ผมร้องดังลั่นและและพยายามดึงนิ้วออกแต่ เด็กนี้ไม่ยอมปล่อย ผมก็เลยรับบีบจมูกเท่านั้นแหละปล่อยทันที



         “โอ๊ยย!!!!” ผมร้องและสะบัดนิ้วตัวเองและหันมามองหน้าเด็กน้อยที่กล้ามาก รู้ไหมว่าแจ็คคนนี้เก่งกับหมาซ่ากับเด็กแตะผู้หญิงบางคนที่ทำให้ผมโกรธ ตอนนี้ผมก็กำลังโกรธ….เด็กและเล็กมาซะด้วย



         “นายถือดียังไงมากัดฉันฮะ!!!! “ ผมชี้หน้าเด็กน้อยและพูดเสียงดังใส่  เด็กน้อยมองหน้าผม และ



         “ฮือๆ “ ร้องออกมาซะอย่างนั้น แต่ถ้าเด็กนี้ร้อง คนในบ้านบอยก็จะรู้ว่าผมแอบเข้ามาและอาจจะโดนสะกัดก่อนจะไปถึงด้านหน้าแน่ๆ ผมก็เลย ใช้มือผมปิดปากเด็กน้อย



         “อืม” ดิ้นอีกฤทธิ์เยอะอีกด้วย



         “หยุดร้อง!!!” ผมตะคอกแต่ไม่ดังมากเสียงแบบลอดไร่ฟัน เด็กนี้ก็หาได้ฟังผมไม่



         “แหง๊ๆๆๆๆ” นั้นร้องดังเข้าไปอีก 



         “ฉันบอกให้หยุดร้องไง !!!!” ผมบอกเด็กน้อยดิ้นอยู่ได้ผมเลยอุ้มตัวลอยขึ้นมาจ้องหน้าและชี้นิ้ว เดี๋ยวโดนกินตับ



         “ปู้ด” นั้นไงสิ่งที่เด็กคนนี้ทำกับผมคือเป่าพ่นใส่หน้าผมและน้ำลายคงเต็มใบหน้าผมไปหมด



         “ฉันบอกให้หยุด!!!! “ คราวนี้ดังของจริง ได้ผลหยุดชะงักแต่ว่า



         “โอ๊ย!!! “ผมต้องร้องเสียงหลงเพราะว่าเล่นหยิกเข้าที่จมูกผมอย่างจัง เจ็บซิ รออะไร



         “ไหนละผึ้ง คุณหนูนะ คุณหนูค่ะ “ เสียงแม่บ้านวิ่งมาหาเด็กน้อยนี้ แต่ถ้าแม่บ้านมาเห็นผมกำลังตีกับเด็กนี้ผมคงโดนอีกหลายข้อหาแน่ๆ ผมเลยต้องจับเด็กบ้านี้ลงก่อน ยังหันมามองหน้าผมอีกนะ จะเข้ามาหาเรื่องผมอีก โอ้ยย นี้มันวันอะไรของแจ็ควะ ผมรีบดันหัวเอาไว้ เข้ามาใกล้ไม่ได้ก็ยังจะมีพยายามแต่ผมก็ดันเอาไว้ด้วยฝามือข้างเดียว



         “ไม่จบใช่ไหม กี่ขวบวะเนี๊ยะ “ ผมเองก็ดันไว้และเสียงคนใช้ก็เข้ามาใกล้ๆซะแล้วซิ ผมเลยผลักซะกลิ้งเป็นลูกขนุนไปเลย และผมก็ออกวิ่ง นิ้วก็เจ็บ จมูกก็เจ็บ ฝากไว้ก่อนนะให้งานเสร็จก่อนจะไปตามหาตัวและจับไปกระทืบ เด็กก็เด็กเถอะครับเล่นแบบนี้แจ็คไม่เก็บไว้แน่ แต่ตอนนี้วิ่งไปหาพวกพี่ๆก่อน และผมก็เห็นพี่ๆ นั่งกันอยู่ด้านหน้าเขาจัดที่ไว้สำหรับลูกหลานนั่งแต่ถ้าลุงๆและอาๆ ก็จะนั่งด้านใน ผมยืนอยู่ด้านหลังพี่ๆบ้านจอจาน พี่โจนั่งกดมือถืออยู่พยายามโทรหาพี่ปีเตอร์แน่ๆ



         “ตกลงไอ้แจ็คมันยังอยู่สนามบินใช่ไหมวะ” พี่โจถามพวกพี่ๆผม



         “ใช่ไง”พี่เจสเป็นคนคุยกับผมล่าสุด พอพี่เจสหันมาเจอผม และอ้าปากค้าง



         “พี่มันไม่ได้อยู่สนามบินแล้วแหละ” พี่เจสสะกิดพี่เจมส์ที่กำลังช่วยพี่โจโทรเช็คผมแน่ๆ



         “แล้วมันอยู่ไหนละ มึงรู้เหรอไอ้เจส” พี่เจมส์ถามพี่เจส พี่เจและพี่จิมมี่ก็หันมาเจอผมอีก พากันอ้าปากค้าและชี้ พี่เจมส์ก็หันหลังกลับมามองผม



         “ไอ้แจ็ค!!” พี่เจมส์เรียกชื่อผมดังลั่น พี่โจและพี่โจ้ก็หันมามองผม พี่โจลุกขึ้นยืนและหลังทำท่าจะเดินออกทันที ผมแอบคิดในใจทำไมไม่มากอดน้องสักที



         “ไอ้แจ็ค พ่อบอกไม่ให้มึงมา มึงมาทำไม” พี่โจ้ถามผม พี่ชายคนที่สอง



         “ทำไมอ่ะ อยากมา ก็ไม่เห็นมีอะไรเลย แค่งานทำบุญ ไม่ใช่ความลับอะไรสักหน่อย “ผมพูดและเดินมาหาพี่โจที่ยืนหันหลังให้ผมอยู่



         “พี่โจ” ผมเรียกพี่โจ พี่โจหันมามองหน้าผม



         “แจ็ค มึงหาเรื่องให้พวกพี่โดนพ่อด่า” พี่โจหันมาบ่นผม



         “แต่น้องมาแล้วนะ “ ผมพูดบอกพี่โจ       



         “พ่อ ไอ้แจ็คมันอยู่นี้พ่อ” พี่โจโทรบอกพ่อผม ทันที



         “ได้พ่อ ครับพ่อ” พี่โจกดวางสายและหันมามองหน้าผม



         “พ่อบอกห้ามเข้าไปด้านใน ถ้าไม่อยากทำให้พ่อเดือดร้อนแจ็ค เพราะนี้คำสั่งลุงหนึ่งเขา เราควรจะฟังพ่อบ้างแจ็ค “ พี่โจพูด ผมหันมามองพี่ๆ ทำนิ้วเฉือดคอให้ผมกันหมด



         “นั่งลงเลยมึงไอ้พระเอกประจำบ้าน” พี่เจพูดและพี่โจก็เดินเข้าไปด้านในเหลือแค่ผมที่นั่งกับพี่ๆ



         “พี่กลับเลยนะ เพราะว่าพี่ต้องไปรับพี่เจนพวกมึงอ่ะ”



         “รับแฟนเหรอพี่โจ้” พี่เจสแซวพี่โจ้ พวกผมนะรับรู้สถานะที่เกินพี่น้องของพี่โจ้และพี่เจนมาได้พักใหญ่ๆก่อนทีพ่อจะรู้ จนพ่อรู้ก็มีห้ามปรามแต่มันยากพี่โจ้บอกรักพี่เจนไปหมดใจแล้วและพี่เจนก็รักพี่โจ้เช่นกัน ตอนนั้นพี่เจนยังไม่รู้ว่าพี่เขาไม่ใช่ลูกของพ่อภูมิ



         “เออแฟนกูครับ พี่สาวพวกมึงด้วยครับ แค่นี้น่ะ ถ้าไอ้แจ็คมีเรื่องไม่ต้องโทรตามนะ กูจะพาเจนไปดูหนังใหม่เข้าโรงวันนี้ ปิดมือถือ” พี่โจ้พูดผมก็เงยหน้ามอง



         “ระดับแจ็ค ไม่มีแน่นอน ผมเอาอยู่พี่โจ้” ผมพูดและยกเท้าขึ้นมาพาดนั่งแบบเท่ๆ พี่โจ้โชว์นิ้วกลางให้ผมเป็นรางวัลและพี่โจ้ก็เดินออกไป



         “เดี๋ยวพี่มานะ จะไปหาเบียร์ “



         “เฮ้ยพี่จะดื่มเบียร์ตอนนี้นี้นะ” ไอ้พี่เจส



         “กูจะไปหาเพื่อนรักกูไอ้เบียร์ แต่ถ้าดื่มได้กูจับดื่มไปนานแล้ว” พี่เจมส์พูดและลุกขึ้น ทำเอาพวกผมทำหน้างงกันหมด มุขไหนของพี่แก



         “แล้วนี้มึงมะทำไมวะ ไม่รอที่บ้านแจ็ค “ พี่จิมมี่ถามผม



         “พี่เห็นไอ้คนที่ชื่อแบงค์ไหมพี่ “ ผมถามพวกพี่ๆที่นั้งตรงนี้ ผมหันมามองหน้าพี่เจ เพราะว่าสนิทกับพี่บอลมากที่สุด



         “กูนั่งมาตั้งแต่เช้าแล้ว ไม่เห็นใครสักคนมึง ว่าแต่มึงจะถามหาคนชื่อแบงค์ทำไมวะ”



         “ก็ไอ้นี้นะ มัน มันคือ กางของผมพี่ “



         “อะไรของมึง มึงจะบอกว่าบอยมีแฟนใหม่เหรอวะ” พี่เจสหันมามถามผม



         “ใช่อะดิ น่าเจ็บใจนี้ก็บินมาก่อนเพื่อมันเลยนะพี่ ผมอยากเจอมันอ่ะ จะอัดให้น่ามเลย”ผมพูดและกำมัดต่อยที่อุ้มมือ



         “พี่เจลองไปถามพี่บอลให้หน่อยดิ” ผมอ้อนพี่ชายที่ห่างจากผมแค่ปีเดียว จะเรียกพี่สาวก็ได้แต่ไม่เรียกดีกว่าเดี๋ยวพี่เจงอนไม่ช่วยผมอีก



         “ไม่ได้แจ็ค กูไม่อยากผิดใจกับบอลมัน มันเพื่อนรักกูนะแจ็ค แค่คอยถามเรื่องบอยว่าเป็นไงบ้างนะได้แต่ไปล้วงลึกมากมันไม่ดี เข้าใจหน่อยดิวะ” พี่เจพูด



         “พ่อมาวะ” พี่เจสพุดและนั้นพ่อผมเดินหน้าตั้งมาเลย พ่อภูมิ พ่อมาถึงก็



         “ไม่ต้องหันหน้าหนึไปไหนเลยแจ็ค พ่อบอกว่าไง บอกว่าอย่ามาไงแจ็ค” พ่อภูมิพูดด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าโมโหผมมากในวันนี้



         “พ่อผมแค่อยากรู้ทำไมผมมาไม่ได้ และทำไมไอ้ดิวมันมาได้ละพ่อ” ผมพูดกับพ่อ พี่เจสดึงแขนผมไม่ให้ผมพูดเสียงดังกับพ่อ ผมรู้ว่าไม่ถูก



         “ก็ดิวเขา”



         “มันคือคนที่ถูกเลือก แต่ผมกับบอยเรารักกัน แต่ตอนนี้งอนกันนิดหน่อย” ผมพูดและพี่ๆกสะบัดหน้ามามองผม



         “ลุงหนึ่งอยู่ด้านในนั้น เราอยู่ทีนี้ไม่ได้ พ่อว่าเราจะทำให้ทุกอย่างมันแย่ลงแจ็ค กลับไปรอพ่อที่บ้าน เดี๋ยวนี้” พ่อภูมิพูดผมก็หันไปมองทางอื่น



         “ผมขอคุยกับบอยก่อน”



         “บอยเขายุ่งอยู่ พ่อจะบอกให้ บอยโทรหาหลังเสร็จงาน ตอนนี้ กลับบ้าน” พ่อบอกผมด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว พี่ๆพยักหน้าให้ผมทำตามที่พ่อบอก พี่โจเดินออกมาอีกคน



         “บอกน้องมึงให้กลับบ้านซะโจ” พ่อกำลังเดินกลับเข้าไปด้านใน พี่โจเดินมาแตะทีไหล่ผมเบาๆ



         “ทำไมงอนกันกับบอยเหรอ”



         “ใช่พี่โจ ผมพูดไม่ค่อยดีกับบอยอ่ะ และทั้งหมดก็เพราะว่าผมหึงเขากับไอ้แบงค์ “



         “แบงค์เหรอ ใครอะ” พี่โจถามผม



         “แต่ชื่อนี้คุ้นๆนะ ตอนพี่เข้าไปได้ยินคนใช้พูดกันว่าคุณแบงค์ ตามหาคุณแบงค์กันอยู่ แต่ดูน่าจะเด็กเล็กนะ “



         “ไม่น่าจะใช้เด็กหรอก บอยพูดจ๊ะจ้าซะขนาดนั้นพี่โจ “



         “เอานะ พี่จะคุยกับบอยและให้บอยโทรหานะ พี่จะบอกว่าน้องพี่สำนึกผิดแล้ว แต่ตอนนี้กลับบ้านตามที่พ่อบอกก่อนและพรุ่งนี้พี่ไปส่ง” พี่โจพูด ผมหันมามองพี่คนอื่นไม่มีใครช่วยเลย



         “กลับบ้านแจ็ค อย่าทำให้พ่อต้องทะเลาะกับลุงหนึ่ง พี่ขอวะ” พี่โจพูดบอกผม ผมก็พยักหน้าและเดินออกทันทีเช่นกัน แต่เบื่อไม่อยากกลับอ่ะ ให้พี่ปีเตอร์ขับพาไปเที่ยวดีกว่า ผมเดินออกไปอย่างหัวเสีย บอยก็ไม่เจอและนี้กผมก็งอนเขาและไม่ได้ส่งข้อความง้ออะไรทั้งนั้น บอยเองก็เงียบเช่นกัน ระหว่างที่เดินออกก็แอบชะเง้อมองหาไอ้เด็กแสบ ถ้าออกมาเจออีกนี้โดนเอาคืนแน่

 ----------------------------------------------------------------------------------------------

Part บอย         ผมเห็นอาภูมิรีบเดินออกไป เหมือนกับมีเรื่องเลย ดิวก็ก้มหน้าก้มตาพิมพ์ขอ้ความคงจะคุยกับแอ้แน่ๆ ผมรู้ว่าเขาสองมีความพิเศษต่อกันและยิ่งวันนั้นที่ติ๊กและดิวมีปากเสียงเรื่องลูก แต่แอ้บอกว่าเรื่องลูกหมา ผมว่าไม่ใช่หรอก ผมเป็นคนที่มีเซ้นที่พิเศษ ไม่ใช่เซ้นลิ่งลี้ลับแต่เซ้นผมที่สามารรถอ่านความคิดของอื่นได้ ตอนนี้ดิวกำลังเครียดอธิบายให้แอ้เข้าใจอยู่ว่าทำไมเขาต้องมา และพออาภูมิกลับเข้ามาและไปนั่งกับพ่อผม ดูสีหน้าอาภูมิไม่ค่อยดีเลย



         “มีเรื่องหรือเปล่าบอย” ดิวเงยหน้าจากมือถือขึ้นมาถามผม ผมพยักหน้าว่าน่าจะใช้

         ตื้ด เสียงมือถือของผมสั่น ผมก็หยิบขึ้นมาดู เป็นข้อความจากธรรณ์ นั้นเอง



         “บอย เจอแจ็คหรือยัง แจ็คไปหาบอยที่บ้านนะ “ ผมก็ชะงักแจ็คมาเหรอ



         “มีอะไรเหรอบอย” ดิวถามผม



         “แจ็คมานะดิว” ผมบอกดิว ดิวมันพยักหน้า



         “มันอยู่ไหนอะ ดิวจะได้เปลี่ยนคิวให้มันถ่ายทำต่อเลย” ดิวรีบกระซิบถามผม ผมก็ทำหน้ายู้ มันเปลี่ยนกันได้ง่ายๆเหรอลุงหนึ่งก็นั่งอยู่ ผมเห็นลุงหนี่งเดินไปหาพ่อผมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะหันมาพยักหน้ากับทุกคน เหมือนเรียกประชุมบรรดาลุงและอาของผมที่มาในวันนี้ก็พากันลุกออกไป



         “คุณบอย คุณดิว ตอนนี้เขาจะเลี้ยงพระกัน รบกวนไปนั่งพักที่ห้องรับรองก่อนนะครับ” ผมสองคนได้ยินดังนั้นกลุกขั้น ผมนี้อยากจะเดินกลับไปตึกหลังเพื่อไปหาลุกชายคนผมแย่แล้วเพราะว่าพรุ่งนี้ก็ต้องกลับแล้ว แต่ถ้าแจ็คมาหาผม ทไมไม่โทรหาผมเลย หรือส่งข้อความก็ได้ หรือว่าเขาแค่มาดูว่าผมทำอะไร แทนที่จะมาง้อกันก็ไม่มีเลย



         “มันมาได้ไง ไหนบอกว่าไม่ให้มาไง และนี้มันไปไหนแล้ว” ผมได้ยินเสียงลุงหนี่งโวยวาย

         

         “พี่หนึ่ง ลูกผมก็เข้าออกบ้านพี่ณะ และแจ็คก็หลานพี่ณะคนหนึ่ง ทำไมเขาจะมาไม่ได้ “



         “นายรู้ดี ภูมิ” ผมได้ยินเสียงลุงหนึ่ง และอาภูมิเอะอะโวยอยู่ ดิวแตะที่ไหล่ผมเบาๆ และผมสองคนก็พากันไปหาที่นั่งพัก ผมนั่งลงและหันไปมองดิวที่พยามกดสายโทรหาแอ้แน่ๆ แต่ดูท่าแอ้จะไม่ยอมรับ



         “ดิว “ เสียงลุงหนึ่งเดินเข้ามาถึงก็เรียกดิวทันที ผมก็สะดุ้งโย้งเลยเหมือนกัน ดิวไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเลยสักนิด เขาแค่ละสายตาจากมือถือและหันไปตามต้นเสียงที่เรียกชื่อของเขาแค่นั้น



         “พ่อเราบอกลุงว่าเราจะเลือกหมอทหาร ไม่ได้เลือกหมอแค่นั้นพอ” ลุงหนึ่งพูดและผมก็หันไปมองดิว



         “ผมเลือกแล้ว ผมจะลงหมอทหาร “ ดิวพูดขั้น



         “ไม่ได้ เพราะเราต้องอยู่ใกล้ชิดกับบอย และเรา”



         “ผมก็ว่าจะพูดเรื่องนี้เหมือนกันลุง ผมไม่ได้รักบอย เราไม่ได้รักกัน ต่อให้ลุงเอาตำแหน่งบ้าบออะไรมาให้ผม ผมก็ไม่เอา ผมมีคนรักแล้ว ลุงควรจะพอได้แล้ว ให้เขาเลือกคนที่เขารักกัน “ดิวลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับลุงหนึ่ง



         “ดิว” ผมจับมือดิวให้เย็นลงก่อน เพราะว่ามันไม่เหมาะสมที่ดิวจะเถียงลุงหนึ่งแบบนั้น



         “ถ้าอย่างนั้นไม่ต้องรอให้ภารกิจมันเสร็จ กลับมาเข้ามหาวิทยาลัยและแต่งงานกันเลย ทำตามที่ฉันสั่ง”



         “ผมไม่ทำ ผมมีคนรักแล้ว “



         “ใคร”



         “ผมมีแล้วกัน และผมก็เลือกแล้วว่าผมจะไปเป็นหมอทหาร ใครก็ห้ามผมมไม่ได้ ตอ่ให้ลุงเองก็ตาม” ดิวพูด



         “ไอ้ดิวหยุด” ลุงภาเดินข้ามา



         “ลุงคิดว่าการให้เขาสร้างพวกผมขึ้นเพื่อมาทำสิ่งที่ลุงต้องการ ผมไม่ใช่หุ่นยนต์ พวกผมมีเลือดมีเนื้อมีหัวใจ ดังนั้นผมจะทำสิ่งที่ผมต้องการ ผมคิดว่าผมก็ทนมามากพอแล้วกับการที่ต้องมานั่งตรงนี้ โคตรอืดอัดเลย “ ดิวพูดและลุงภาก็ดึงแขนดิวออก



         “ไอ้ดิว มึงลองดีกับกูใช่ไหม”



         “ใช่ผมลองดี กับลุง”



         “ไอ้ดิวหยุด กูบอกให้หยุด นั้นพี่กู “ลุงภาพูด ตอนนี้มีนายทหารท่านหนึ่งวิ่งเข้ามาหาลุงหนี่ง และกระซิบอะไรบ้างอย่าง



         “กูจะไปหามึงและคุยกับมึงอีกทีดิว “ ลุงหนึ่งพูดและเดินออกทันทีเช่นกัน ผมหันมามองหน้าดิว ดิวโกรธมากแต่ลุงภามองหน้าดิวคงโกรธยิ่งกว่าเพราะว่าผมถูกสอนมาไม่ให้ข้ามรุ่นกัน ไม่ว่าจะผิดหรือถูกก็ตาม



     “คุณบอยคะ คุณแบงค์หายไปค่ะ” ผมสะดุ้งเมื่อมีผู้หญิงกึ่งเดินกึ่งวิ่งเดินมาหาผม เขาเป็นคนใช้ในบ้านของผม



         “อะไรนะ หาดีแล้วเหรอ”



         “ค่ะคุณแบงค์หายไปได้สักพักแล้วค่ะและเราก็หาพี่ผึ้งไม่เจอด้วยค่ะ “ ผมได้ยินเช่นกันนั้นก็รีบเดินออกไปทันที ผมไม่รอช้ารีบวิ่งออกไป ผมเห็นพ่อผมกำลังยืนคุยกับคนรับใช้ แต่อาภูมิไม่อยู่ ออกไปข้างนอก ผมก็เลยวิ่งกลับไปที่ตึกหลังทันที ไม่น่ะแบงค์ ไม่นะแบงค์ ผมไม่น่าจะอยู่ห่างจากเขาเลยวันนี้

ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 128
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 252
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
น้องแบงค์หาย หวังว่าจะไม่ใช่แจ็คนะ นั้นลูกนายนะ  :z3:

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
(บอยVSแจ็ค)เมื่อแจ็คกลายเป็นมัมมี้จำเป็น

    Part แจ็ค
         ผมออกมานั้งในรถเพื่อเสริชหาที่เที่ยวผมยังไม่อยากกลับบ้าน และผมก็ไม่ได้โทรหาบอยด้วยเช่นกัน เพราะว่าผมงอนผมจะรอให้เขาโทรหาผมก่อน นั้นแปลว่าเขาเห็นว่าผมสำคัญมากพอ  และผมยังหาตัวไอ้แบงค์ไม่ได้อีก ยิ่งงอนเข้าไปใหญ่ ระหว่างที่รถผมจอดอยู่ในลืบถ้าไม่สังเกตุหรือขับแบบผ่านๆก็จะไม่เห็น ผมนั่งอยู่ในรถสักพัก รถลุงหนึ่งก็แล่นออกไปอย่างรวดเร็ว

         “พี่ปีเตอร์เห็นรถลุงผมป่ะ “ ผมถามพี่ปีเตอร์

         “เห็นครับ วิ่งเร็วขนาดนี้ แสดงว่ามีเรื่องครับ” พี่ปีเตอร์พูด
         
           “พี่ออกรถเลยพี่”

         “ออกไปทำไมละครับคุณแจ็ค”

         “อยากมีเรื่องบ้างอ่ะพี่ปีเตอร์” ผมพูดบอกพี่ปีเตอร์

         “ได้ครับ เว้ยยย ไม่เอาดีกว่าไหมครับ” พี่ปีเตอร์เปลี่ยนเกียร์ทำท่าจะออกแต่ก็เปลี่ยนใจไม่ออกพร้อมกับหันหลังมามองผมด้วยแววที่ตกใจ(กลัวตกงาน)

         “ออกรถพี่ไม่ได้ไปหาเรื่องแค่ขับตามไปเฉยๆ ผมแค่อยากรู้ว่าลุงหนึ่งเขาจะค้างที่นี้ต่อหรือกลับเลย นะพี่” ผมพูด พี่ปีเตอร์ก็ออกรถขับตามทันที แต่ทว่า รถของลุงหนี่งมีบอร์ดีการ์ดขับดักหน้าดักหลังอยู่สองสามคัน พี่ปีเตอร์ก็ชับจนใกล้ถึงแยกไฟแดงอีกห้าร้อยเมตร รถลุงหนึ่งก็เข้าอยู่เลนกลาง และรถยนต์ของการ์ดประกบซ้ายขวา ส่วนรถผมนะอยู่คันหลังแต่ดันโชคไม่ดีไฟเหลืองซะก่อน พี่ปีเตอร์เลยต้องจอดและสิ่งที่ผมเห็นคือรถลุงหนึ่งจอดกึ่งกลางและเหมือนกับว่าประตูถูกเปิดออก ผมก็มองมีเด็กลงมายืน เฮ้ย! และรถลุงหนึ่งก็ขับเลยไปทันที ทิ้งไว้ซึ้งเด็กตัวน้อย

         “คุณแจ็ค” พี่ปีเตอร์เรียกผม เห็นผมไม่ชอบเด็กแต่แบบนี้มันเหมือนเอาเด็กมาให้รถชนชัดๆเลย ผมรีบเปิดประตูและวิ่งไปหาเด็กนั้น ผมวิ่งไปคว้าเด็กน้อยที่ยืนร้องไห้ด้วยความตกใจ จัวหวะที่ไฟเขียวของเลนทางซ้ายและขวา รถก็แล่นออกมาส่วนทางกันระหว่างผมยืนอุ้มเด็กไว้แต่พวกเขารู้เลยพยายามหลบให้ บ้างก็ลดกระจกมองผมสองคน


         “ฮือๆ “ เด็กน้อยก็ร้องไห้กอดผมแน่น และไม่นานไฟแดงก็ปรากฎและรถพี่ปีเตอร์ก็ขับมาจอดที่ผมยืนตรงกลาง ผมรีบเข้าไปนั่งด้านในและพี่ปีเตอร์ก็ออกรถอย่างรวดเร็วและมาชะลอจอดข้างทางห่างออกไปหน่อย

         “คุณแจ็คเป็นอะไรไหมครับ” พี่ปีเตอร์ถามผม

         “ไม่ครับ”ผมพูดแต่เด็กที่ผมช่วยเอาไว้นี้กอดผมตัวสั่นไปหมด ผมก็ค่อยๆแกะเด็กน้อยออกมาเพื่อดูหน้า แม้จะไม่ยอมพยายามรั้งผมไม่ยอมให้ผมดันตัวออกก็ตาม

         “นี่นาย “ ผมเรียกและเด็กคนนี้ก็เงยหน้าผมองผม น้ำหูน้ำตาที่เกอะกังใบหน้าไปหมด แต่ว่าไม่ได้ทำให้ผมลืมใบหน้ากวนๆ เด็กคนนี้ผมเจอตอนที่เดินเข้าไปหาพี่ผมนี้ นี่ผมเจอหมอนี่อีกแล้วเหรอ ตอนแรกก็ว่าจะกระทืบซะหน่อยแต่พอเห็นร้องไห้ขี่มูกโป้งขนาดนี้ใจอ่อนเลย ทั้งที่ปกติไม่ใช่คนรักเด็กเลยนะผมนะ

         “พี่ปีเตอร์ผมรู้จักเด็กคนนี้ เขาอยู่ในบ้านลุงณะนั้นพี่” ผมพูดพี่ปีเตอร์สะบัดหน้ามามองผม

         “อยู่ในบ้านนั้นด้วยเหรอครับ แล้วเราจะทำยังไงกันดีละครับ “
         
         “ผมก็ไม่รู้ซิ เอาไปคืนหรือว่าจะ เอาไปขายดีพี่” ผมถามพี่ปีเตอร์ พี่เขาก็ทำท่าคิด

         
         “พี่เลี้ยงเด็กไม่เป็นซะด้วยซิครับ ยิ่งต่ำกว่าสิบห้านี้พี่ไม่นิยม พี่ว่าขายเถอะครับ” พี่ปีเตอร์พูด และผมก็ขมวดคิ้วจริงเหรอ

         “เว้ย!!! ไม่ได้ครับคุณแจ็ค แม้ทำเอาพี่เผลอคล้อยตามไปด้วยเลยคุณแจ็คนี้ พี่ว่าเราควรจะเอาไปไว้ที่หน้าบ้านนั้น และให้น้องเดินกลับเข้าไปเองแบบสวยๆและเราสองคนก็เพ่นกลับกันดีไหมครับ แผนนี้” พี่ปีเตอร์พูด ผมก็ยักไหล่คงได้

         “งั้นพี่กลับไปอีกทาทางนะครับ” พี่ปีเตอร์อบกผมและขับไปวนเข้าอีกทางน่าจะด้านหลังของคฤหาสน์ ผมก็เด็กน้อยที่นั่งเบียดข้างผม ตอนแรกนี้ ฤทธิ์เยอะเชียว แต่ตอนนี้ยิ่งกว่าลูกแมวซะอีก

         “น้องน่ารักเชียวนะครับคุณแจ็ค แต่ว่าหน้าตาเขาคุ้นๆมากเลยครับ คุ้นเหมือนผมเคยเจอทุกวัน” พี่ปีเตอร์พูด ผมก็พยักหน้านะ จะมีใครที่พี่เขาเจอทุกวันนอกจากครอบครัวผมอีกเหรอ พี่ปีเตอร์แกยังไม่มีครอบครัว กินนอนในบ้านผม คนใช้ในบ้านกินหรูอยู่สบายเพราะว่าเขาก็เหมือนในครอบครัวของผมพ่อผมให้การดูแลอย่างดีโดยเฉพาะพี่ที่ทำหน้าที่การ์ด

         “เหมือนใครอ่ะพี่ ที่พี่เคยเจอทุกวัน” ผมถามพี่ปีเตอร์กลับ

         “นึกไม่ออกครับคุณแจ็คแต่ผมรู้สึกคุ้นๆมาก” พี่ปีเตอร์พูด

           “แต่ถามพี่ว่าวันวันพี่เจอใครบ้าง มีแต่ครอบครัวคุณแจ็คนี้แหละครับ คนอื่นก็ไม่มี เพราะว่าพี่ไม่มีพ่อแม่ไม่มีพี่น้องครับ “ พี่ปีเตอร์พูด ผมก็ยิ่งนึกไม่ออกเหมือนกัน แต่ก็ช่างเถอะ แจ็คขี้เกียจคิดเยอะ ผมหันมามองเด็กน้อยยืนเกาะรถมองไปด้านนอก

         “อุ๊… อุ๊…. อุ๊…. “เด็กคนนี้รีบลุกขึ้นยืนอีกครั้งและ ชี้ออกไปที่นอกหน้าต่างรถแถมยังหันมามองผมให้มองตามที่เขาชี้  ผมก็ชะเง้อคอมองตามก็สนามเด็กเล่นไง  เด็กคนนี้ก็ยังคงชี้ไปที่สนามเด็กเล่นนั้น ผมมองเด็กนั้นว่าทำไมอยากลงไปเล่นเหรอ แต่พี่ปีเตอร์ก็ขับผ่าน

         “แหง๋!” ร้องจ๊ากออกมาทันที

         “เว้ย!” ผมกับพี่ปีเตอร์ร้องออกมาพร้อมกัน และพี่ปีเตอร์เบรกทันที ผมก็ต้องรีบกระเทิบมารับร่างเล็กๆนั้นก่อนจะล่วงลงไป

           “แหง๋ๆๆ” ร้องไห้หนักเข้าไปอีก พี่ปีเตอร์มองผมและค่อยๆถอยหลังกลับ คราวนี้เงียบกริบและลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

         “อุ๊ อุ๊ อุ๊” พร้อมกับชี้นิ้วไปที่สนามเด็กเล่นอีก

           “ก็สนามเด็กเล่นไง ที่บ้านไม่มีหรือไง “ ผมถามเด็กน้อย 

         “เอาไงดีครับคุณแจ็ค “พี่ปีเตอร์ถามผม ผมก็โบกมือไปเถอะ ผมก็จะรีบไปหาที่เที่ยวเหมือนกัน พี่ปีเตอร์ก็ออกรถอีก

         “แหง๋!”

         “เว้ยยย!” เด็กน้อยร้องจ๊ากออกมาอีกแล้ว ผมกับพี่ปีเตอร์ก็ร้องพร้อมกันอีกเช่นเดิม  และพี่ปีเตอร์ก็ต้องถอยกลังมาที่เดิม ผมหันไปมองคนที่ยืนเกาะกระจกมองไปด้านนอก และมองพี่ปีเตอร์เอาไงดี ออกรถมันก็ร้อง

         “ดูท่าน้องอยากจะลงไปเล่นนะครับคุณแจ็ค แต่พี่คิดว่าปล่อยให้ลงไปเล่นพักหนึ่ง ไม่นานก็เหนื่อยน้องจะได้นอนหลับและเราก็อุ้มไปวางไว้หน้าประตู สวยๆ เราก็เพ่นกลับบ้านกันอย่าง สวยๆ เช่นกัน”พี่ปีเตอร์คิดแผนให้ผม แต่ผมว่าเป็นแผนที่แย่ที่สุด แต่มันก็ดีเหมือนกันนะ

         “เอาก็ได้ไปลงไป ฉันรอนี้นะ”ผมพูดและนั่งกอดอก แต่เด็กน้อยหันมามองหน้าผม

           “ก็จอดแล้วไง ลงไปซิ” ผมบอกเด็กนั้น

         “คุณแจ็คครับ น้องยังเล็กเกินไปครับที่จะลงไปเล่นคนเดียวพี่ว่าคุณแจ็คลงไปเป็นเพื่อนดีกว่าไหมครับ และถ้าให้พี่นี้ ตำรวจอาจจะสงสัยและจับพี่ไปสอบสวนเอาได้ เพราะคิดว่าพี่ขโมยเด็กมาครับดูหน้าน้องเขาอินเตอร์กว่าพี่ พี่นี้โจรชัดๆครับ  “ พี่ปีเตอร์พูด  ผมก็มองพี่เขา หนวดเคราขนาดนื้ ผมว่าพี่เขาน่ากลัวว่าคนที่จะปรองร้ายผมอีกนะ

         “พี่ปีเตอร์จะให้ผมนี้นะลงไปกับเด็ก  “ ผมถามพี่ปีเตอร์ นั้นคือให้ผมลงไปกับเด็กนี้น่ะ

         “ฮือๆ เล่น เล่น เล่น” นั้นร้องไห้อีกแล้วและชี้ไปที่สนามเด็กเล่น

         “นะครับคุณแจ็คและเราจะได้รีบกลับกันครับ “ พี่ปีเตอร์พูด ผมก็พยักหน้าและเปิดประตูลงไป ผมก็เดินไปเปิดประตูอีกฝั่งพร้อมกับอุ้มหมอนันลงและนายนั้นก็มายืนและรีบวิ่งตรงไปที่สนามเด็กเล่นทันที ผมก็เดินตามเข้าไป มีเด็กเล่นสองสามคน นายนี้มาใหม่และเด็กแต่ละคนก็ไม่รู้จักกันมาก่อน ก็คงไม่กล้าเล่นด้วย เลยไปยืนหน้ามุ้ยอยู่คนเดียว ที่ม้าโยก อย่าบอกนะว่าจะให้ผมไปนั่งม้าโยกด้วย

         “ฮึกๆ “นั้นน้ำตาแตกเลย ผมก็ต้องเดินไปและก้มลงมองหน้า

         “ร้องไห้ทำไม ลูกผู้ชายไม่ร้องไห้ง่ายๆดิ มีอะไร” ผมถาม

         “ฮึกๆ” ชี้ไปที่ที่นั่งอีกฝั่ง ผมก็พยักหน้า

         “ก็ได้ ฉันจะนั่งกับนาย หยุดร้องไห้ได้แล้ว อายเขา”ผมพูดและเดินไปนั่งอีกฝั่งผมก็อุ้มนายนั้นนั่งลง ดูท่าจะเคยเล่นมาก่อน จับที่จับทันที ส่วนผมก็เดินมาอีกฝั่งทันทีและกดลงช้าๆ และผมก็นั่งลง แน่นอนผมตัวใหญ่กว่านายนั้นก็ลอยอยู่บนอากาศแบบนั้นจะว่าไปแกล้งเอาคืนก็ดีเหมือนกันนะ ผมก็เลยปล่อยให้หมอนั้นลอยอยู่กลางอากาศ ดูท่าจะกลัวตกจับแน่นเชียว ผมก็มองเป็นไงละ ดีไหมอากาศข้างบน มีหันมามองผมเหมือนกับว่าเขาลอยนานไปแล้ว แถบยังหันไปมองข้างๆ ม้าโยกอันอื่นเขาโยกขึ้นโยกลงสนุกสนานแต่หมอนี่มันลอยเท้งเต้งอยู่กลางอากาศไม่ลงซะที (ผมกำลังเอาคืนอยู่ไง)

         “put me down!” หมอนั้นก็ตะคอกเสียงดังใส่ผม ตัวแค่นี้เสียงดังใช่เล่นนะ แถมมองผมด้วยหน้าตาที่ขมึงเอาเรื่องเหมือนกันนะ 

         “put me down now!” ยังคงเสียงสั่งออกคำสั่งผมอยู่ ผมก็มองอีกว่าอะไรนะ เอียงหูฟังหน่อยเพราะว่านายนี่พูดไม่เพราะใส่ผม มันเป็นเชิงออกคำสั่งไปนะ

         “put me down please!! “ นี้แหละที่ผมต้องการ ผมก็ค่อยปล่อยนายนั้นลงและแอบขำ นายตัวดีมองซ้ายมองหวาและวิ่งไปที่ นั่งที่หมุน และเหมือนเดิมไปยืนอยู่คนเดียวอีกแล้วไม่มีใครมาเล่นด้วยอีกแล้ว ลำบากผมอีกซิงานนี้

         “ไม่มีใครคบว่างั้น” ผมเดินไปถาม มีหันมาค้อนผมอีกนะ ตัวแค่นี้รู้จักงอนแล้วนะ

         “ไปไปขึ้นไปนั่งเดี๋ยวหมุนให้และอันนี้ชิ้นสุดท้ายนะ ฉันจะกลับบ้านแล้ว” ผมพูด อุ้มนายนั้นขึ้นไปยืนและหมุนให้ ดูยิ้มมีความสุข ระหว่างที่ผมมองทำไมรอยยิ้มแบบนี้ มันทำให้ผมเห็นใบหน้าของบอยซ้อนเข้ามา ผมยืนมองจนเครื่องเล่นหยุดหมุน

         “มัมมี้“ ผมได้ยินเสียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเรียกแม่ของเธอให้มาอุ้มเธอ ผมก็หันมาว่าจะบอกตัวดีว่ากลับเถอะ

         “มัมมี้” นายนั้นกางแขนและเรียกผมว่ามั้มมี้นั้นแปลว่าแม่ ถึงผมจะไม่เคยเรียกมาก่อนทั้งชีวิตของผมก็ตาม แต่จะให้ผมมาเป็นมัมมี้ให้คงจะไม่ได้มั้งครับ ผู้ชายทั้งแท่ง

         “เว้ยย!” ผมร้องซิครับหดแขนกลับทันที ทำเอา บรรดาแม่ๆที่ยืนอยู่ข้างๆผมหันมามองผมกันหมดเลยซิ อายเขาไหม อายมาก ในที่สาธารณะแบบนี้ด้วย

         “คุณเป็นแม่เขาหรือว่าเขาไม่มีแม่แล้วคิดถึงแม่หรือเปล่าคะ” คนข้างๆผมถามผม หันไปมอง

         “แสดงว่าภรรยาคุณเสียไปเหรอค่ะ สงสารจัง เป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวเหรอค่ะ แต่ไม่เป็นไร ลูกเรียกพ่อว่าแม่ก็น่ารักดีนะคะ” เออ ผมก็แต่อ้าปากค้าง

         “มัมมี้ คัม คัม คัม”นายนั้นเรียกผมเข้าไป ผมก็ค่อยๆเดินเข้าไปและยืนเคียงข้าง

         “อย่าเรียกมัมมี้”ผมกระซิบและยิ้มให้บรรดาแม่ที่อยู่รอบๆผม และส่งยิ้มมาให้ผม คุณแม่มือใหม่แต่ผมไมได้ต้องการครับ

         “มัมมี้ “ ยังอีก

         “อย่าเรียกฉันว่ามัมมี้ไง!” ผมเริ่มกัดฟันดังขึ้น

         “มัมมี้!!” คราวนี้ตะโกนเลยเหรอ หันมามองกันหมดทั้งสนามเด็กเล่น ทั้งคุณพ่อคุณแม่ปุ่ย่าตายายที่อยู่รอบๆนี้เลย และทุกสายตาก็มองมาที่ผมคนนี้

         “สงสัยลูกจะร้องหาแม่ แม่อยู่บ้านนะ ไปครับพ่อพาไปหาคืนแม่ เดี๋ยวนี้เลย!”ผมพูดและอุ้มเด็กนั้นตัวลอยและวิ่งกลับไปที่รถทันที ผมเปิดประตูได้ก็โยนนายเด็กนั้นเข้าไปและผมก็เข้าไปนั่ง ผมหันมามองตัวแสบ พี่ปีเตอร์ก็มองผมด้วยอาการตกใจ มือถือก็เปิดคลิปหนังโป้ค้างอยู่

         “อุ้ย! ขอโทษครับ อันนี้พี่เรียนเสริมฆ่าเวลา เฮอๆ ว่าแต่คุณแจ็คกับคุณเด็กน้อย วิ่งหนีอะไรกันมาครับ เจอครูอริที่นี้เหรอครับ” พี่ปีเตอร์ถามผม

         “ไอ้เด็กนี้แหละครูอริผมพี่ปีเตอร์” ผมพูดและชี้ไปที่นายนั้น ที่หันมามองผม น้ำตาเริ่มมา

         “เว้ยย! คุณแจ็คน้องกำลังจะร้องไห้นะครับ”พี่ปีเตอร์พูด

           “แล้วพี่ปีเตอร์คิดว่าไงครับ น้ำตาไหลพรากขนาดนี้ น้องคงไม่ได้หัวเราะอยู่หรอกมั้งครับ” ผมพูด และชะเง้อมองอกไป ไม่เคยเจอเรื่องอับอายอะไรขนาดนี้มาก่อนเลยครับผม

           “ร้องไห้น่าสงสารนะครับคุณแจ็ค” พี่ปีเตอร์พูด

         “ก็เรื่องของเด็กดิพี่ ออกรถเถอะพี่พาไปส่งคืนพ่อแม่เขาได้แล้ว  “ ผมพูดและนั่งกอดอกหันไปเหล่มองหมอนั้น เด็กน้อยนั่งสะอึกสะอื้นและหันมามองผมเป็นระยะระยะ

         “เกิดอะไรขึ้นครับคุณแจ็ค” พี่ปีเตอร์ถามผมขณะทีออกมารถมาได้สักพัก

         “มัมมี้ ฮึกๆ “ เด็กนั้นเรียกผมมามี่ พี่ปีเตอร์ก็มองผมและกลั้นหัวเราะ

         “พี่ปีเตอร์ “ผมเรียกพี่เขาเพื่อบอกว่าอย่าหัวเราะผม
         
         “ฮึก ๆ”นี่ก็อีกคนยังร้องไห้ได้อีก

         “พี่ว่าน้องอาจจะเริ่มหิวและง่วงนะครับคุณแจ็ค”" พี่ปีเตอร์พูดผมก็มองจะให้ผมทำยังไงละพี่

         “พี่มี เค้กยูโรและนมทูโกกล่องหนี่งนะครับ พี่ซื้อมาตอนไปรับคุณแจ็ค น้องน่าจะทานได้อยู่นะครับ คุณแจ๊คป้อนน้องก่อนดีกว่าไหมครับ สงสารน้องครับ” พี่ปีเตอร์บอกผม ผมหันไปมองนั่งน้ำตาไหลกาสิกกาสิกแบบนี้ผมก็อดใจอ่อนไม่ได้อีก แต่มันก็แปลกนะซึ้งปกติผมมไม่ค่อยชอบเด็กเอาซะเลย 

         “นะครับคุณแจ็ค ถ้าปล่อยให้น้องร้องไห้แบบนี้จนถึงบ้านเราสองคนจะโดนข้อหาหนักถึงขึ้นหนักมากนะครับ พี่ยังหาภรรยามาทำแม่ของลุกไม่ได้นนะครับคุณแจ็คครับ” ผมก็มองพี่ปีเตอร์ ที่พูดมาทั้งหมดนี้คือเป็นหวงตัวเองว่างั้น  ผมก็เอื้อมไปหยิบขนมและกล่องนมมาถือไว้ ผมค่อยๆขยับเข้าไปหาเด็กน้อยคนนั้น ผมกางแขนออกให้เข้ามาหาผมจะได้ป้อนขนม

         “มัมมี้” ยังอีกยังเรียกผมว่ามัมมี้อีก  ผมก็ต้องกัดฟันตัวเองและพี่ปีเตอร์พยักหน้าว่าให้ผมยอมไปก่อนไม่อย่างนั้นร้องไห้งอแงและพอไปถึงงานจะเข้าเอา 

         “ก็ได้มาหามัมมี้จะได้ป้อนขนมและนมและนายก็จะได้นอนไปเลย” ผมพูด เด็กน้อยค่อยๆคลานมาหาผม ไม่รู้ว่ามาเพราะเชื่อฟังผมหรือว่าห่อขนมล่อซะก็ไม่รู้ เด็กน้อยคลานเข้ามาหาผมและผมก็แกะห่อขนมและส่งให้เลยแต่เด็กน้อยรับไปถือเอาไว้ เขาเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผม

         “ไม่กินเหรอ กินซิ อร่อยนะ” ผมพูดบอกเด็กน้อย

         “คุณแจ็คครับน้องยังเล็ก ป้อนน้องดีกว่าไหมครับ แบบว่าบริเล็กๆพอให้น้องเคี้ยวได้นะครับไม่ใช่ให้น้องไปทั้งก้อนแบบนั้นนะครับเพราะอาจจะติดคอตายนะครับคุณแจ็คและเราทั้งคู่คงได้ตามน้องไปติดๆ คือโดนบ้านนั้นสังหารเอานะครับ ” พี่ปีเตอร์พูด ผมก็มองพี่ปีเตอร์และค่อยๆบริให้นเด็กน้อยกิน คำเล็กๆ จนกระทั้งหมดห่อ และตามมาด้วยนมกล่อง กินซะพุงกลางไปเลย พออิ่มแล้วไงหนังตาหย่อนเลยทีนี้ หลับปุ๋ยอยู่บนตักผมซะอย่างนั้น

         “จะว่าไปนายนี้ก็น่ารักดีนะเวลาไม่มีฤทธิ์นะ ดูไปดูมาดวงตานายสวยดีนะ มันออกสีฟ้า” ผมพูดกับตัวเอง  ดวงตาของเด็กคนนี้สวยเหมือนดวงตาของบอยเลย มันแปลกมาแต่จมูกที่แหลมแบบนี้มันไม่ใช่แน่ๆ อย่าบอกนะว่าบอยไปทำใครท้องมา! ผมว่าผมควรจะอุ้มเอาเด็กนี้ไปคืนและถามบอยเลยจะดีกว่า 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-10-2020 09:02:40 โดย PFlove »

ออฟไลน์ Lambosasha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 128
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
แจ๊คทำน้องร้องไห้อ่า เป็นมัมมี้ซะแล้ว

เรานี่เขียนเกี่ยวกับเด็กให้น่ารักแบบนี้ไม่ได้เลย
โตมาแบบผาดโผน 555
 :pig4:

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด