Homicide : รับจ้างฆาตกรรม | (UPDATE! บทที่ 29 ค่ำคืน) [20/11/2020]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: Homicide : รับจ้างฆาตกรรม | (UPDATE! บทที่ 29 ค่ำคืน) [20/11/2020]  (อ่าน 7497 ครั้ง)

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2023
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-0

ออฟไลน์ biOmos

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 53
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0


    ความรู้สึกอึดอัดยามหายใจเข้า เป็นความสิ่งแรกที่รับรู้เมื่อความรู้สึกเริ่มหวนคืน ภาพสุดท้ายที่จำได้ก่อนทุกสิ่งดับวูบคือตอนที่กำลังถูกโนอาร์ล็อกตัวเพื่อใช้เข็มฉีดบางอย่างเข้าไปในร่างกาย วรรษที่ได้สติค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองบรรยากาศรอบตัว แสงสลัวสีเหลืองส้มจากหลอดไฟเพียงดวงเดียวช่วยปัดเป่าหมอกมืด เพียงพอที่จะรู้ว่าขณะนี้เขาถูกพามาขังไว้ในห้องอับสกปรก

    “ไม่คิดว่าแกจะมีความอดทนถึงขนาดปล่อยให้ฉันฟื้นขึ้นมาแบบครบสามสิบสอง”

    คนถูกมัดแขนขาทุกข้างตรึงให้นอนราบบนพื้นปูนสากฝุ่นเขรอะ เอ่ยท้าทายตัวการที่กำลังยืนคุยบางอย่างกับจินและมังกร สองลูกมือผู้สมรู้ร่วมคิด โนอาร์เพียงเหลือบมองเล็กน้อยก่อนเดินมาหยุดยืนอยู่เหนือหัวเจ้าของคำพูดเมื่อครู่ เพื่อเวลาก้มมองจะได้เห็นหน้าอีกฝ่ายชัดเจน

    “ร่างกายนี้เชื่อมกับเอทอส ตราบที่ยังไม่ถึงเวลา จะดูแลทุกอวัยวะชิ้นส่วนอย่างดี ไม่ต้องห่วง” บุคคลอันตรายว่าพลางใช้ปลายเท้าเขี่ยใบหน้าคนต่ำกว่า ซึ่งครานี้สิ้นท่าหมดหนทาง จนทำได้แค่กัดฟันเบี่ยงหน้าหลบด้วยความรังเกียจ
    “แต่ใช่ว่าจะหนีรอด ยังมีอีกหลายวิธีที่ทำให้ทรมานเหมือนตาย ทั้งที่ร่างกายไร้รอยขีดขวน อย่างเช่นทำให้ติดยาจนขาดไม่ได้... หรือหาใครสักคนมารับผิดชอบแทน”
    “อย่าเอาคนอื่นมาเกี่ยว เรื่องนี้มีแค่แกกับฉัน” วรรษกดเสียงต่ำข่มขู่ ทว่าคนฟังกลับไม่แม้แต่จะหลุดเผยปฏิกิริยาโต้ตอบให้พอคาดเดาอารมณ์ นัยน์ตารัตติกาลสงบนิ่งเฉยชายังคงก้มมอง โดยไม่อาจรู้ว่าแท้จริงกำลังคิดสิ่งใด
    “สีครามได้ยินคงยิ่งร้องฟูมฟายน่ารำคาญ ที่พี่แท้ ๆ ไม่นับญาติเห็นตัวเองเป็นคนอื่น”
    “ไอ้โนอาร์! มึง!! อย่าริอ่านยุ่งกับน้องกู!! ไม่งั้นชีวิตไอ้ปีศาจได-”

    ไม่ทันได้พูดจบ คนปล่อยให้โทสะครอบงำก็นิ่งงันไป ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวโกรธคับแค้น ยามนี้กลับดูเหม่อลอยไร้สติ จินที่ได้แต่เฝ้าดูเหตุการณ์ตรงมุมห้องเห็นเพลิงทมิฬกำลังลุกโหมท่วมร่างเหยื่อฆาตกร ก็พลันรู้ทันทีว่าคำสาปที่ปีศาจเคยร่ายแสดงผลอีกครา และดูเหมือนโนอาร์จะรู้เรื่องนี้เช่นกัน ถึงได้เหลือบมองเขาเล็กน้อย ก่อนเดินนำออกจากห้องปิดตายโดยไม่พูดอะไร

    ชายเลือดเย็นกลับขึ้นจากชั้นใต้ดินในบ้านร้างหลังหนึ่งห่างไกลชุมชนเมือง โดยสถานที่กักขังแห่งนี้มังกรเป็นผู้จัดหาตามคำสั่งล่าสุด ส่วนจินรับหน้าที่กันไม่ให้ผู้คุมวิญญาณหนีออกไปไหน รวมทั้งต้องดูแลร่างกายของวรรษให้แข็งแรงสุขภาพดี ห้ามให้มีผลกระทบต่อปีศาจเด็ดขาด ซึ่งอย่างหลังนั้นจินถูกกำชับเป็นพิเศษ เพราะขนาดโซ่เหล็กที่ใช้ล่ามแขนขาบริเวณที่สัมผัสผิวเนื้อยังต้องมีผ้าพันไว้ เพื่อป้องกันแผลถลอกจากการเสียดสี

    ถึงแม้จะบอกว่าดูแลอย่างดี แต่หลักการปฏิบัติจริงกลับโหดร้ายเกินมนุษย์ เนื่องจากสิ่งที่โนอาร์ต้องการมีแค่ร่างกายที่แข็งแรง ฉะนั้นทั้งการกินและขับถ่ายจะทำผ่านสายยางทั้งหมด เสมือนวรรษเป็นคนป่วยที่ทำอะไรเองไม่ได้ มีหน้าที่รออาหารไหลตามสาย ก่อนขับถ่ายตามท่อที่เชื่อมสวนไว้ ไร้สิทธิ์เรียกร้องออกความเห็น ไม่ต่างจากสัตว์ตัวหนึ่งในปศุสัตว์ที่ถูกขุนให้สมบูรณ์รอวันชำแหละขาย
    ความทรมานน่าสังเวชที่กำลังจะเกิดนี้จะเริ่มในวันรุ่งขึ้น เมื่อแพทย์ค้าอวัยวะเถื่อนที่โนอาร์ไปทำข้อตกลงด้วยมาถึง ซึ่งปีศาจของชายอำมหิตจะไม่ได้รับผลใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะวิธีเหล่านี้หาได้สร้างอาการบาดเจ็บ ดังนั้นมนตร์มืดย่อมไม่ทำงาน

     “จัดการให้ดี อย่าให้หนีออกไปได้”

    โนอาร์เอ่ยสั่งจินด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่บ่งบอกอารมณ์ ซึ่งจินรู้ดีว่ารายละเอียดคำสั่งนั้นหมายถึงให้เขาสร้างอาณาเขตกั้น ห้ามไม่ให้วรรษเรียกวิญญาณมาช่วยเหลือ หลังได้คำสั่งคนรู้งานจึงรีบเดินเลี่ยงออกไปเพื่อทำหน้าที่ของตน ส่งผลให้บริเวณหน้าบ้านร้างเก่าวังเวง เหลือเพียงมังกรและชายเลือดเย็น

    “ฉีดให้สีคราม และเอาเลือดมาให้เต็มหลอด”
    “มันคืออะไร?” มังกรขมวดคิ้วมุ่นพลางมองหลอดเก็บเลือดเปล่า และอุปกรณ์แปลกตาลักษณะคล้ายเข็มฉีดยาแต่ทำจากโลหะด้วยความระแวง
    “ไม่ถึงตายถ้าฉีดเข้าไป แต่จะตายถ้าไม่ฉีด และแน่นอนสีครามไม่ใช่คนเดียวที่จะตายเพราะใครบางคนไม่ยอมให้ความร่วมมือ”
    “ชิ!”

    มังกรทำได้เพียงสบถแสดงความไม่พอใจ ก่อนจะรับของทั้งหมดมาถือไว้อย่างไม่อาจปฏิเสธได้ เหตุเพราะคนสำคัญถูกใช้เป็นเครื่องต่อรองอีกครั้ง คนถูกบังคับเตรียมกลับไปที่รถเพื่อออกจากที่นี่เมื่อสิ้นธุระในคืนอันยาวนาน ทว่าขณะเดินออกห่างคนอันตรายเพียงไม่กี่ก้าว เนื้อความหนึ่งซึ่งแฝงมากับน้ำเสียงเรียบนิ่งถึงกับทำให้ชายหนุ่มหยุดชะงัก

    “หลังทุกอย่างจบลง หยกอาจได้ออกจากโรงพยาบาล”
    “…”
    “หัวใจรอปลูกถ่ายที่ไม่รู้เมื่อไรจะถึงคิว ถ้าได้หัวใจสดใหม่จากร่างกายแข็งแรงสุขภาพดีแบบเป็น ๆ ความฝันที่จะได้ออกจากโรงพยาบาลไปใช้ชีวิตปกติสุขด้วยกัน ไม่ต้องแอบทำงานสกปรกเปื้อนเลือดอีกคงไม่เกินจริง”
    “…”
    “หวังว่าจะไม่ทำให้โอกาสเดียวที่ทุ่มเทมาทั้งชีวิตหายไป เพียงเพราะความใจอ่อนชั่ววูบ”
    “…อืม”

    ชายหนุ่มกำมือแน่นพยายามต่อสู้กับจิตใจ ทว่าตอนท้ายก็จำยอมขานรับในที่สุด ก่อนรีบเดินจากไปโดยไม่คิดเหลียวมองคนพูด จึงไม่ทันเห็นรอยยิ้มมุมปากหนึ่งกำลังยินดีให้กับ ความมืดเห็นแก่ตัวที่เอาชนะความดีงามบริสุทธิ์อันแสนเปราะบาง



    การแถลงข่าวจับตัวคนร้ายคดีใหญ่กลับตาลปัตรเป็นข่าวผู้ร้ายแหกคุกหลบหนีในวันรุ่งขึ้น ความสูญเสียของเจ้าหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์ผู้สละชีวิตในคืนเฝ้าเวรดึกสงัด ต่างเป็นที่โจษจันไว้อาลัยและประณามถึงความโหดเหี้ยมของผู้กระทำ ความดาลเดือดกระตุ้นให้สังคมเริ่มตามขุดหาข้อมูลประวัติ จนพบญาติของผู้ร้ายเป็นเจ้าของร้านดอกไม้เล็ก ๆ แห่งหนึ่ง

    ทุกความขุ่นเคืองจากเหล่ากลุ่มชนมากมายพลันรุมเข้าใส่น้องชายคนร้าย ผู้เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนรับผิดโดยปริยาย คำกล่าวหา ด่าทอ ต่อว่าจากคนที่ไม่แม้แต่รู้จักหน้าตา ล้วนเหยียบย้ำซ้ำเติมจิตใจบอบช้ำให้ยิ่งแหลกละเอียด กลุ่มคนผู้รู้เรื่องราวเพียงผิวเผินต่างสะใจที่ได้ระบาย หนึ่งคนผู้ไม่รู้เรื่องอะไรถูกทำร้ายฉุดดึงให้ตกต่ำเหมือนอยู่ท่ามกลางขุมนรกสังคม

    ภาคินฟังรายงานข่าวจากโทรทัศน์ในห้องพักผู้ป่วยของโรงพยาบาล ได้แต่นึกสงสารเจ้าของร้านดอกไม้รายนั้นที่ถูกใช้เป็นตัวละครในโศกนาฏกรรมฉากใหญ่ ซึ่งตัวการผู้เขียนเรื่องราวใส่ร้ายน่ารังเกียจ กลับยังคงลอยนวลใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข

    ย้อนกลับไปเมื่อไม่นานนี้ ตำรวจผู้รับผิดชอบคดีได้เข้ามาสอบปากคำเขา พร้อมแจ้งว่าได้เบาะแสชี้ตัวคนร้าย ทันทีที่ได้ยินความคิดแรกพลันผุดขึ้นมาว่าทุกอย่างอาจเป็นหนึ่งในแผนการของโนอาร์ เพราะจากประสบการณ์ที่เคยผ่าน ไม่มีทางที่คนของปีศาจจะสะเพร่าทิ้งหลักฐานไว้ ดังนั้นภาคินจึงย้ำคำกับตำรวจให้ตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ เนื่องจากเขาเองไม่สามารถให้ความอะไรกับตำรวจได้มากนัก เพราะลึก ๆ แล้วเขาค่อนข้างกลัวใจโนอาร์ และไม่อยากเอาชีวิตเหล่าลุงป้าพ่อบ้านแม่บ้านมาเสี่ยงเดิมพัน

    จนในที่สุดเนื้อหาข่าวในวันนี้ก็เป็นตัวเฉลยว่า ทุกสิ่งที่นักธุรกิจหนุ่มคาดการณ์คือเรื่องจริง โนอาร์ตั้งใจสร้างสถานการณ์โกลาหลวุ่นวายเพื่อใช้ทำลายชีวิตและครอบครัวของผู้คุมวิญญาณคนนั้นให้ย่อยยับ ซึ่งภาคินมั่นใจว่าอีกไม่นานคงถึงตาเขาที่ต้องมีชะตากรรมเช่นนั้น แต่กว่าช่วงเวลาตัดสินจะมาเยือน เขายังไม่อยากทำอะไรที่เร่งให้ทุกอย่างมันเร็วขึ้นโดยที่เขายังไม่ทันเตรียมตัว อย่างน้อยก็ขอให้เขากลับมาเป็นปกติ และออกจากโรงพยาบาลให้ได้ก่อน



    ข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นประเด็นในสังคม ย่อมเข้าถึงทุกผู้คนไม่เว้นแม้กระทั่งเอทอส แน่นอนมนุษย์ต้นเรื่องรู้ตัวเองดี จึงเตรียมรับคำต่อว่าถากถางไม่พอใจจากปีศาจ ทว่าความจริงกลับต่างจากที่มนุษย์คาดเดาอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากเมื่อกลับมาถึงบ้านพักในช่วงพลบค่ำ เอทอสเพียงเอ่ยทักทายเล็กน้อยก่อนถามเขาว่าทานมื้อเย็นแล้วหรือยัง ไม่มีคำดุ ไร้การตำหนิ ไร้ความไม่ชอบใจ แม้จะไม่แสดงออกผ่านการกระทำ แต่ภายใต้นัยน์ตาสีอำพันดุขุ่นมัวกลับเผยความรู้สึกแท้จริงให้มนุษย์รู้อย่างชัดเจน

    ระหว่างมื้ออาหาร เอทอสยังคงปฏิบัติตัวปกติกับเขา แม้เสียงข่าวจากโทรทัศน์ที่เปิดทิ้งไว้ในห้องรับแขก จะยังคงเล่าเหตุการณ์ตอกย้ำอย่างต่อเนื่อง ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจทำให้ท่าทีของปีศาจเปลี่ยนไป ราวกับเอทอสกำลังปิดกั้นไม่รับรู้ทุกสิ่งที่เขาก่อ แม้หากมองแง่ดีจะดูคล้ายปีศาจพยายามทำใจยอมรับ แต่โนอาร์รู้จักคนรักของตัวเองดี ฉะนั้นหลังรอปีศาจอาบน้ำให้ความรู้สึกที่หลบซ่อนไว้เย็นลง มนุษย์จึงเริ่มคุยกับปีศาจเพื่อยุติบรรยากาศชวนอึดอัดระหว่างกัน

    “ผมรู้ว่าคุณกำลังโกรธและคุณควรระบายมันออกมาเอทอส ถ้าคุณเอาแต่เก็บกดมันไว้แบบนี้ มันจะย้อนมาทำร้ายตัวคุณเอง”
    “…ใช่ ใจจริงข้าอยากจับเจ้าล่ามโซ่ไว้กับข้า ทำทุกทางให้เจ้าไปไหนไม่ได้ จะได้ไม่ต้องออกไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครอีก” ปีศาจเอ่ยตอบพลางแต่งตัวตรงตู้เสื้อผ้า พยายามคุมอารมณ์ไม่ให้เผลอขึ้นเสียงใส่มนุษย์ ก่อนจะหันกลับมา
    “แต่ข้าก็คิดได้ เวลาของข้ามีค่าเกินกว่าจะเสียไปกับเรื่องพรรณ์นี้ ตราบที่ข้ายังมีโอกาสอยู่ ข้าจะใช้มันทั้งหมดเพื่อมีความสุขกับคนที่ข้าเลือก ส่วนเจ้าอยากจะทำอะไรก็ทำไป ข้าไม่จะไม่ห้ามเพราะถือว่าเจ้าตัดสินใจแล้ว”

    ถ้อยคำของปีศาจถึงกับทำให้ชายที่ขึ้นชื่อว่าไร้หัวใจ รู้สึกจุกหน่วงตรงกลางอกจนไม่อาจเอ่ยสิ่งใดตอบกลับ ได้แต่ตำหนิก่นว่าในความโง่เขลาของตัวเอง ที่เห็นพวกเหลือบไรสำคัญกว่าการอยู่เคียงข้างปีศาจ ความละอายรู้สึกผิดเด่นชัดในนัยน์ตารัตติกาลสะท้อนอยู่ในดวงตาสีอำพันดุ เอทอสไม่คิดกล่าวอะไรเป็นการปลอบประโลม เพียงเดินไปปิดไฟห้องแล้วกลับมานอนด้านหนึ่งของเตียงที่เป็นตำแหน่งประจำ

    หลังหลับตาเตรียมเข้าสู่นิทราได้สักพักหนึ่ง เอทอสเริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งพยายามซุกตัวเข้ามาในอ้อมแขนเขา การขยับเบียดแนบชิดคล้ายต้องการไออุ่นแต่ก็แผ่วเบาราวกับไม่อยากรบกวนสร้างความรำคาญใจ ช่างเป็นการกระทำอันย้อนแย้งไม่สมกับกลิ่นอายชั่วร้ายที่แผ่ออกมาจากแก่นวิญญาณ และแน่นอนการแสดงออกของโนอาร์ทำให้เอทอสไม่อาจฝืนใจร้ายได้นานนัก ดังนั้นท่อนแขนกว้างแข็งแรงจึงยอมโอบรอบร่างมนุษย์ข้างกาย ดึงให้เข้ามานอนซุกซบแผงอกแกร่งอย่างทุกครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ จมลงสู่ห้วงราตรีไปด้วยกัน


    “ตอนเที่ยงคุณอยากกินอะไร”

    คำถามหนึ่งจากคนในครัวดังขึ้น ส่งผลให้เจ้าบ้านซึ่งกำลังจิบกาแฟดูข่าวยามเช้าหันมอง วันนี้โนอาร์กลับมาใส่ชุดชาวสวนดังเดิม คล้ายสื่อเป็นนัยว่าอีกฝ่ายตั้งใจไปทำงานกับเขา การเปลี่ยนแปลงตัวเองของมนุษย์ทำให้ปีศาจลอบยิ้มเล็กน้อยเมื่อทุกสิ่งเป็นไปอย่างที่คาดการณ์ เขาเคยบอกแล้วว่าเขามีวิธีมากมายใช้คุมชายอันตรายคนนี้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เขาพูดกับโนอาร์เมื่อคืนเป็นเรื่องโกหก

    “อยากกินเจ้า”
 
    คำตอบเหนือความคาดหมาย ถึงกับทำให้มือที่กำลังจัดเตรียมวัตถุดิบหยุดชะงัก โนอาร์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหันมาสบกับนัยน์ตาปีศาจซึ่งยามนี้กลายเป็นสีแดงเลือดนก และกำลังมองเขาอยู่ก่อนแล้ว ความเร่าร้อน จริงจัง ต้องการอยากครอบครองอัดแน่นอยู่ในดวงตาคมดุ เด่นชัดเสียจนชายผู้มีหัวใจน้ำแข็งเยือกเย็นยังรู้สึกสั่นไหว หากไม่ติดเรื่องปลอกคอที่กำลังส่องจุดแสงสีเขียวเยาะเย้ยเขาอยู่ มนุษย์มั่นใจว่าเขาจะไม่มีทางปล่อยให้ปีศาจทนหิวจนถึงมื้อกลางวัน

    “ถอดเครื่องนั่นออกไปเมื่อไร ผมสัญญา...”
    “ว่า?” ร่างสูงใหญ่ถามกลับ คิ้วหนาเลิกขึ้นเล็กน้อยคล้ายตั้งใจรอฟังสิ่งที่มนุษย์พูด
    “คุณจะได้กินจนอิ่ม กินได้มากเท่าที่คุณต้องการ”

    และด้วยคำตอบนั้นเอง คนในครัวจึงถูกร่างสูงใหญ่กระดิกนิ้วเรียกให้มารับจูบนุ่มนวลลึกล้ำเป็นรางวัล


    ความคับข้องใจของปีศาจและมนุษย์เกิดขึ้นและจบลงในเวลาเพียงไม่กี่วัน ทำให้เหล่าคนสวนไม่มีใครทันสังเกตเห็น จะรับรู้ก็แต่ความสัมพันธ์ของนายใหญ่และคนรักที่ยิ่งแน่นแฟ้นผูกพันขึ้นทีละน้อย ดูได้จากการไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย ๆ ไม่ว่าจะออกตรวจกล้วยไม้ เคลียร์เอกสารในห้องทำงาน ทุกที่มักเห็นภาพนายใหญ่และคุณโนอาร์ต่างช่วยเหลือพูดคุยปรึกษากันเสมอ รวมถึงบรรยากาศรอบกายคุณโนอาร์ที่ไม่ได้แฝงความเยียบเย็นเฉกเช่นเมื่อก่อนอีกแล้ว ยิ่งทำให้คนสวนหลายคนกล้าที่จะเข้าหา หรือเอ่ยแซวหยอกเย้ามากขึ้น

    แม้โดยรวมทุกอย่างจะดูกลับคืนสู่ความปกติสุข ทว่าความจริงแผนการเลวร้ายทั้งหมดยังคงดำเนินต่อไป เพียงแค่ชายเลือดเย็นลงมาคุมเกมด้วยตัวเองน้อยลง และใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับปีศาจ ซึ่งทุกเมื่อมีโอกาส โนอาร์จะหวนกลับมายังเกมกระดานชะตากรรมที่เล่นค้างไว้ เพื่อขยับเดินหมากกัดกินชีวิตอย่างเช่นครานี้

    “เรื่องที่สั่งไปถึงไหน” โนอาร์ถามถึงความคืบหน้าเรื่องสีคราม หลังจากผ่านมาหลายวัน
    […จะจัดการคืนนี้]
    “อืม เลือดที่ได้เอาไปให้จินภายในวันพรุ่งนี้ ไม่มีการเลื่อน จากนั้นหาคนเข้าไปแฝงในบ้านนักธุรกิจชื่อภาคินที่กำลังเป็นข่าว เสร็จแล้วจะไปทำอะไรก็ทำ”
    [นี่เป็นงานสุดท้าย?] มังกรเอ่ยถามเมื่อท้ายคำสั่งเหมือนโนอาร์จะยอมปล่อยเขาเป็นอิสระ
    “ไม่”

    โทรศัพท์ตัดไป พร้อมกับคำตอบเรียบสั้นทำลายความคาดหวังทั้งหมด มังกรได้แต่กำโทรศัพท์แน่นเพื่อคลายความหงุดหงิดอัดอั้น ก่อนจะพยายามสงบสติอารมณ์และกลับเข้าไปในห้องพักผู้ป่วย ที่ซึ่งมีคนสำคัญหนึ่งเดียวในชีวิตรออยู่

    “คิ้วขมวดมาเลย เป็นอะไรล่ะพ่อ” หญิงสาวบนเตียงผู้ป่วย เอ่ยทักแฟนหนุ่มทันทีเมื่อเห็นอีกฝ่ายกลับมา
    “พ่อ?... อย่าบอกกรนะว่าคืนนั้นที่เราแอบ-”
    “หยุดนะ!”

    หญิงสาวหน้าแดงก่ำ รีบห้ามแฟนหนุ่มเสียงดังพร้อมขวางหมอนใส่ระบายความเก้อเขิน ส่วนคนโดนประทุษร้ายก็ได้แต่ยืนหัวเราะสนุกสนาน และตอนท้ายก็ไม่วายเป็นชายหนุ่มต้องตามง้อคนงอน ซึ่งขณะนี้มุดผ้าห่มหนีไปแล้ว

    “น่า ๆ กรแค่หยอกเล่นเอง หายงอนนะ” แม้จะพูดเช่นนั้น ทว่าเสียงทุ้มอ่อนโยนยังคงกลั้วหัวเราะ
    “พอเลย” เสียงอู้อี้ผ่านฝืนผ้าตอบกลับมา
    “ออกมาก่อนเร็ว... กรมีเรื่องต้องบอกหยกนะ”

    น้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นของแฟนหนุ่ม ส่งผลให้หญิงสาวยอมดึงผ้าห่มลงและลุกขึ้นมานั่งคุยดี ๆ  ความกังวลเล็กน้อยที่พยายามเก็บซ่อนไม่อาจรอดพ้นสายตาคนรัก ดังนั้นฝ่ามือขาวบอบบางจึงยื่นมากอบกุมมือแข็งแรงอย่างให้กำลังใจ

    “งานจากคนนั้นอีกแล้วเหรอ”
    “อืม... กรต้องไปทำค่ำนี้ คงไม่น่านานนัก แต่ถ้าดึกมากแล้วกรยังไม่มา หยกต้องนอนนะ ห้ามรอ” มังกรกำชับ เพราะครั้งก่อนหยกเคยอยู่รอเขาจนเกือบรุ่งสาง ซึ่งนั่นทำให้ชายหนุ่มกลัวมากว่าจะกระทบกับสุขภาพที่ไม่ค่อยแข็งแรงของอีกฝ่าย
    “ได้ หยกสัญญาจะนอนตรงเวลา กรจะได้มีสมาธิกับงาน... แล้วเขาบอกกรไหมว่าต้องทำงานให้เขาอีกกี่ครั้ง”
    “ไม่บอก แต่ที่คุยกัน เหมือนหลังจากครั้งนี้เขาอาจไม่ใช้กรอีกสักพักหนึ่งเลย”
    “มองในแง่ดี บางทีนี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายแล้วก็ได้นะ มา! งั้นเดี๋ยวหยกเพิ่มพลังให้ กรหลับตาก่อนเร็ว”

    ชายหนุ่มเอียงคอสงสัยเล็กน้อย แต่ก็ยอมทำตามโดยดี หลังหลับตาได้สักพักบริเวณผิวแก้มสากพลันรู้สึกถึงสัมผัสอ่อนนุ่มของบางสิ่งกดประทับค้างอยู่ครู่หนึ่งแล้วผละออก เมื่อสัมผัสหายไปมังกรจึงลืมตาขึ้นมองเจ้าของรางวัลด้วยรักใคร่ขอบคุณ ก่อนจะทำแบบเดียวกันโดยขยับตัวลุกขึ้นหาคนบนเตียง พร้อมจุมพิตลงบนผิวแก้มอิ่มอย่างนุ่มนวล ความอ่อนโยนของแฟนหนุ่มส่งผลให้ใบหน้าของหญิงสาวกลับมาขึ้นสีแดงอมชมพูระเรื่ออีกครั้ง

    “กรรักหยกนะ”
    “หยกก็รักกรเหมือนกัน”

     คำตอบรับจากผู้เป็นที่รัก ทำให้มังกรหลุดยิ้มอย่างเป็นสุข ก่อนจะชวนหญิงสาวเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อลบบรรยากาศหม่นภายในห้องให้หมดไป คงเหลือไว้เพียงความอบอุ่นอบอวลด้วยความรักห่วงใยระหว่างกัน




(ต่อด้านล่าง)


ออฟไลน์ biOmos

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 53
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0
(ต่อ)

    ช่วงเวลาโหดร้ายตกต่ำในชีวิตยังคงเคลื่อนผ่านไปแต่ละวันอย่างยากลำบาก สีครามพยายามฝืนทานมื้อค่ำเงียบเหงาภายในร้านดอกไม้เพียงลำพัง ประตูเหล็กม้วนรอบร้านเสมือนเป็นกำแพงปกป้องคนระทมชอกช้ำจากโลกที่โดนรังเกียจ โทรทัศน์ วิทยุ อินเทอร์เน็ต ทุกสิ่งที่สามารถช่วยผ่อนคลายความเศร้าถูกปิดไม่ใช้งาน เพราะความกลัว กลัวจะถูกตราหน้าหยามเหยียดว่าเป็นส่วนเกินที่ไม่ควรเกิดมา

    “ตึง!! ๆ ๆ”

     เสียงทุบประตูเหล็กม้วนจากภายนอก ถึงกับทำให้คนหมองเศร้าสะดุ้งสุดตัว ดวงตาหม่นหวาดระแวงรีบหันไปทางต้นเสียงตามสัญชาตญาณ แรงสั่นสะเทือนรุนแรงราวกับต้องการพังเข้ามา สร้างความกลัวเกาะกุมจิตใจอันรวดร้าว ค่อย ๆ ขยับถอยห่างจากประตูร้านทีละน้อย

    “ตึง!!! ๆ ๆ ๆ ๆ”

    เวลาผ่านไปทุกอย่างมีแต่จะแย่ลง ความหนักหน่วงในการคุกคามของบางสิ่งยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ความคิดสับสนกระวนกระวายพานให้คาดการณ์เรื่องราวไปต่าง ๆ นานา ร่างกายบอบบางเริ่มสั่นสู้ป้องกันตัวเอง มือสั่นรีบควานหาโทรศัพท์โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ขอความช่วยเหลือ

    “ติ้ด! ๆ ๆ ๆ”
    “ตุ้บ!!”
    
    โทรศัพท์ในมือดังขึ้นฉับพลันเมื่อมีสายโทรเข้า ความตื่นตกใจทำให้เผลอปล่อยโทรศัพท์ร่วงจากมือตกกระแทกพื้น สีครามรีบก้มหยิบเครื่องมือช่วยเหลือเดียวขึ้นตรวจเช็ก รอยร้าวคล้ายกระจกแตกกระจายไปทั่วจอ ทว่าโชคดีที่ยังคงใช้การได้ปกติพอให้เบาใจได้เล็กน้อย แล้วจึงหันมาดูชื่อคนโทรเข้า แม้ชื่อที่ปรากฏจะช่วยลดความหวาดกลัว แต่ก็ยังคงหลงเหลือความระแวงอยู่ในจิตใจ

    “คะ.. ครับ” สีครามเริ่มต้นทักปลายสาย
    [ฉันเอง เปิดประตูหน่อย] มังกรตอบกลับเรียบสั้น พร้อมเอ่ยสั่งอีกฝ่าย
    “มีอะไรหรือเปล่าครับ ผมคิดว่าทุกอย่างจะจบแล้ว”
    [เจ้านั่นมันไม่ยอมจบ แต่วันนี้ไม่ได้พาตัวนายไปไหนหรอก แค่เอาของมาให้กับมาขออะไรนิดหน่อย]
    “มาคนเดียวเหรอครับ”
    [ใช่ เรื่องแค่นี้ฉันจะเอาคนมาทำไมเกะกะเสียเวลา มารีบทำให้มันเสร็จ ๆ ฉันจะได้หมดธุระสักที]
 
    ได้ยินดังนั้น สีครามจึงพยายามทำใจดีสู้ข่มความกลัว แล้งจึงค่อยไปเปิดประตูให้ใครบางคน มังกรมองสำรวจสภาพหมองหม่นหวาดระแวงของอีกฝ่ายเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้ามานั่งโต๊ะที่มีจานข้าวกินค้างไว้วางอยู่

    “เพิ่งกินข้าว?” มังกรเอ่ยถาม เมื่อเห็นอาหารบนโต๊ะทั้งที่เวลาล่วงเลยมื้อเย็นมานานแล้ว
    “ครับ”
    “อืม.. ที่เจ้านั่นต้องการมีสองอย่าง อย่างแรกมันอยากได้เลือดของนายประมาณหลอดหนึ่ง อีกอย่างคือให้ฉีดไอ้นี่”

    มังกรขานรับเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเข้าเรื่องพร้อมหยิบของทั้งหมดมาวางตรงหน้าสีคราม หลอดเก็บเลือดพร้อมเข็มกับสายรัดวางอยู่คู่กัน ข้าง ๆ มีเครื่องมือแปลกตาลักษณะคล้ายเข็มฉีดยาทว่าทำจากโลหะ ซึ่งของเหล่านี้ทำให้สีครามเผลอขมวดคิ้วด้วยความกังวล

    “มันคืออะไรครับ?” สีครามถามพลางชี้ไปยังอุปกรณ์ไม่น่าไว้วางใจ
    “ไม่รู้ ถามแล้วมันไม่ยอมบอก แค่ยืนยันว่าไม่ถึงตาย”

    คำตอบจากชายที่เคยลักพาตัว ไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังเพิ่มความหวาดระแวงจนต้องค่อย ๆ ขยับถอยห่าง มังกรที่จับสังเกตได้ถึงความตื่นกลัวของสีคราม จึงเรียกรั้งอีกฝ่ายไว้

    “อย่าทำให้มันยากเลยสีคราม ฉันไม่อยากบังคับนายถึงได้มาคุยดี ๆ และนายก็มีทางเลือกแค่ต้องทำ”
    “…”
     “นายโชคดีมากแล้วที่เจ้านั่นไม่มาเอง หรือส่งคนอื่นมาแทนฉัน ฉะนั้นทำให้มันจบ ๆ ไปดีกว่า ทั้งฉันและนายจะได้ไม่ต้องเดือดร้อน”

    แม้จะได้ฟังเหตุผลอ้างสนับสนุนมากมาย แต่การจะให้ฉีดบางอย่างเข้าไปในร่างทั้งที่ไม่รู้ว่าคืออะไร ก็เป็นเรื่องที่น่ากังวลเกินกว่าจะยอมเสี่ยงได้เช่นกัน และดูจากท่าทีของมังกรที่พร้อมใช้กำลังฝืนบังคับถ้ามีการขัดขืน ยิ่งกระตุ้นให้สีครามพยายามคิดหาทางหนีจากสถานการณ์กดดันนี้

    สายตาครุ่นคิดที่ซ่อนความสั่นไหวไว้ภายใน แกล้งมองไปทางอื่นคล้ายกำลังตัดสินใจทว่าแท้จริงกลับกำลังหาทางหนี ประตูหน้าร้านต้องวิ่งฝ่ามังกรคงไม่สามารถใช้ได้ ฉะนั้นจึงมีเพียงทางออกหลังร้าน

    “พรึบ!”
    “หมับ! เคล้ง!!”
    “ตึง!!”
 
    สีครามอาศัยจังหวะที่มังกรเผลอเล็กน้อยรีบลุกขึ้นวิ่งไปทางหลังร้าน ทว่าแขนเล็กกลับถูกคว้าจับไว้พร้อมกระชากฉับพลัน ส่งผลให้ตัวสีครามโดนแรงดึงล้มกระแทกกับพื้นโต๊ะ เหล่ามื้อเย็นที่ทานค้างไว้ตกกระจายเกลื่อน ใบหน้าหวาดหวั่นถูกจับล็อกกดบี้กับเศษเม็ดข้าวและน้ำแกงเย็นชืดเหนียวเหนอะ ความรุนแรงที่ไม่คาดว่าจะได้รับจากคนเริ่มวางใจ ช่วยปลุกสีครามกลับสู่ความจริงว่า ความช่วยเหลือจากใจจริงไร้ผลประโยชน์ เป็นเพียงนิทานลวงหลอกไม่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้

   “ปะ.. ปล่อยผม!”
    “ฉันไม่ได้อยากจะทำแบบนี้ แต่นายบังคับฉันเองสีคราม”
    “พรึบ!”
    “โอ๊ย!”

    ฉับพลันไฟทั่วทั้งร้านพลันดับลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ ความมืดเข้าปกคลุมพร้อมกับบางสิ่งหล่นกระแทกใส่ศีรษะมังกรอย่างแรง จนชายหนุ่มจำต้องปล่อยมือจากเป้าหมาย

    “หนีเร็วครับ คุณสีคราม”

    เสียงกระซิบเยียบเย็นข้างหูแผ่วเบา เรียกสติสีครามได้เป็นอย่างดี ความตื่นตระหนกต้องการหลีกหนีจากเหตุการณ์ บังคับให้ดวงตาหวั่นระทึกรีบกวาดมองหาทางออกฝ่าความมืด แสงสว่างจากภายนอกลอดผ่านประตูหลังร้านที่เปิดแง้มไว้ทั้งที่จำได้ว่าปิดสนิท ความพิศวงผิดแผกที่เกิดขึ้นหลายครั้งชวนให้รู้สึกสงสัยในใจลึก ๆ ทว่ายามนี้ไม่ใช่เวลามามัวตั้งคำถามถึงบางสิ่ง ดังนั้นสีครามจึงอาศัยโอกาสเดียวที่มีรีบวิ่งสุดกำลังไปที่ทางออก

    “หลับ”

    ทันทีที่ย่างเท้าออกสู่ภายนอก ฝ่ามือของใครบางคนพลันสัมผัสกลางหน้าผากสีครามอย่างรวดเร็ว คำพูดเรียบสั้นกลับเป็นดังมนตร์สะกดสติและความรู้สึกให้เลือนหาย เพียงครู่เดียวร่างของสีครามก็ทิ้งตัวล้มใส่ให้ผู้กระทำเข้าประคอง

    การออกคำสั่งวิญญาณคนเป็น ถือเป็นทักษะขั้นสูงของผู้คุมวิญญาณที่ไม่ใช่ใครจะทำได้ เนื่องจากไม่ได้ขึ้นกับการฝึกฝน แต่ขึ้นกับระดับพลังที่มีติดตัวมาตั้งแต่แรก และจินเป็นหนึ่งในนั้น แต่ความสามารถนี้ก็มีข้อจำกัดอยู่เช่นกัน เพราะใช้ได้เฉพาะกับเป้าหมายที่จิตใจตกอยู่ในสภาวะอ่อนไหวไม่มั่นคง
    ซึ่งครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว สมัยที่จินยังลำพองในพลังอันมากล้นของตน เขาเคยริอ่านลองดีใช้พลังนี้กับโนอาร์ช่วงที่พบกันใหม่ ๆ และผลที่ได้คือเขาเกือบถูกชายเลือดเย็นจับไปเป็นของเล่นแก้เบื่อ เป็นเหตุให้ตั้งแต่วันนั้นมา ผู้คุมวิญญาณแสนอาภัพจึงไม่เคยคิดใช้พลังนี้อีกเลย

    จินพาร่างสีครามกลับเข้ามาในร้าน พร้อมกับแสงไฟที่กลับมาสว่างดังเดิม มังกรประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นเพื่อนร่วมงานมาอยู่ที่นี่แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ชายหนุ่มเก็บเครื่องมืออุปกรณ์ที่หล่นร่วงจากการปะทะเมื่อครู่ ก่อนจะกลับมาหาร่างไร้สติของเจ้าของร้าน เพื่อทำทุกอย่างให้เสร็จสิ้น

    “นี่ ๆ มังกร... นายหัวแตกนะ” จินเอ่ยทักอีกฝ่าย เมื่อเห็นของเหลวสีแดงเริ่มไหลจากไรผมข้างขมับ
    “อืม ช่างมัน”

    เสียงตอบรับอย่างไม่ใส่ใจจากชายหนุ่มดังขึ้น พร้อมยื่นหลอดที่มีเลือดเป้าหมายบรรจุอยู่เต็มส่งให้คนที่เฝ้ามองอยู่ หลังทำงานที่ได้รับมอบหมายเรียบร้อย มังกรอุ้มสีครามเข้าไปในห้องหนึ่งที่คาดว่าเป็นห้องนอน ก่อนจะวางร่างอีกฝ่ายลงบนฟูกและห่มผ้าให้เสร็จสรรพ จากนั้นจึงออกมาเก็บกวดข้าวของเกลื่อนกลาดเก็บเข้าที่อย่างไม่คิดสนใจบาดแผลของตัวเอง

    จินยืนมองการกระทำของชายหนุ่มเงียบ ๆ พลางนึกเปรียบเทียบกับกลิ่นอายวิญญาณที่แผ่ออกมาจากมังกร แม้ความชั่วร้ายจะเข้มข้นรุนแรงกว่าความบริสุทธิ์อยู่มาก แต่สิ่งที่เห็นเบื้องหน้าก็ช่วยพิสูจน์ว่าแท้จริงอีกฝ่ายหาใช่คนเลวร้ายโดยกำเนิด

    “นายดูเป็นคนดีนะ ทำไมถึงมาทำงานประเภทนี้ละ” จินที่ออกมารอข้างนอกเอ่ยถามอย่างสงสัย หลังมังกรล็อกประตูร้านให้เจ้าของซึ่งหลับไม่ได้สติอยู่ด้านในเรียบร้อย
    “คิดงั้นเหรอ?”
    “อืมใช่ คนอื่นเสร็จงานเขาก็ไปกันหมดละ ไม่มีใครมาใจดีเก็บนู้นนี่ให้เหมือนที่นายทำหรอก”
    “หึ... ก็แค่ไม่ชอบเห็นอะไรรกหูรกตา ไม่เกี่ยวกับเป็นคนดีอะไรทั้งนั้นแหละ”

    มังกรเอ่ยทิ้งท้ายก่อนเดินหายไปเพราะหมดหน้าที่ จินเพียงยืนมองส่งอีกฝ่ายจนลับสายตา แล้วจึงค่อยหันกลับมาสนใจงานของตนที่ทำค้างไว้ นั่นคือการริบวิญญาณรับใช้ที่หลงเหลืออยู่ของวรรษทั้งหมด เพื่อเอาไปขายสร้างรายได้ทดแทนค่าแรงที่โนอาร์ไม่คิดให้ เนื่องเพราะคนใจร้ายถือว่าการไว้ชีวิตในเรื่องที่เขาทำกับปีศาจ นั้นเป็นค่าตอบแทนที่ประเมินค่าไม่ได้แล้ว และแน่นอนคนมีคดีติดตัวอย่างจิน ย่อมไร้สิทธิ์เรียกร้องใด ๆ



     วันเวลาเปลี่ยนผันเคลื่อนผ่าน และในที่สุดวันครบกำหนดถอดเครื่องติดตามก็มาถึง ทว่าผู้ที่ดูตั้งตารอที่สุดหาใช่ปีศาจเจ้าของเรื่อง แต่เป็นชายผู้อยู่เบื้องหลังความเลวร้ายมากมายที่กำลังเกิดขึ้นในสังคม ซึ่งพฤติกรรมตลอดวันของมนุษย์ ถูกเอทอสลอบสังเกตเป็นระยะ

    ในช่วงเช้า แม้โนอาร์จะทำทุกอย่างปกติ ใบหน้าสงบนิ่งยังคงไม่บ่งบอกความคิด แต่ปีศาจรู้ดีว่ามนุษย์กำลังอารมณ์ดี สังเกตจากนัยน์ตารัตติกาลที่คล้ายคืนฟ้าโปร่งมีหมู่ดาวส่องไสวระยิบระยับ กระทั่งเข้าช่วงบ่ายหมู่ดาวเริ่มถูกกลุ่มเมฆบดบัง เหตุเพราะยังไร้วี่แววการมาของบางสิ่ง จวบจนพลบค่ำ นัยน์ตารัตติกาลหวนสู่คืนเดือนดับไร้แสง และใช่ ความหงุดหงิดของมนุษย์สร้างความสำราญให้ปีศาจเป็นอย่างมาก

    “วันนี้เจ้าดูอยู่ไม่สุข เป็นอะไร ท้องผูก?” ร่างสูงใหญ่แกล้งถามมนุษย์ที่แอบลอบมองบริเวณหน้าบ้านเป็นพัก ๆ
    “ไม่ใช่ วันนี้เป็นวันที่นักล่าปีศาจต้องมาถอดเครื่องนี่ให้คุณ คุณลืม?” โนอาร์ขมวดคิ้วพลางหันมาถามปีศาจ ไม่คิดว่าเอทอสจะไม่ใส่ใจเรื่องของตัวเองเช่นนี้
    “อืม... ไม่น่า ข้าถึงได้กลิ่นอายของพวกนักล่าปีศาจอยู่แถวหลังบ้าน”

    สิ้นเสียงปีศาจ มนุษย์พลันลุกจากโซฟาห้องนั่งเล่น ก่อนเดินไว ๆ หายไปทางประตูหลังบ้านพัก ทิ้งปีศาจให้นั่งอ่านแฟ้มเอกสารท่ามกลางความเงียบสงบสักพักใหญ่ มนุษย์จึงกลับมาอีกครั้งในสภาพบึ้งตึง ใบหน้าที่มักสงบนิ่งกลับแสดงถึงความไม่พอใจชัดเจน ความสำเร็จในการทำลายบรรยากาศสุขุมไร้อารมณ์ของมนุษย์ ทำให้ปีศาจหลุดหัวเราะขัน

    “คุณหลอกผม”
    “หึ ๆ ถ้าใช่แล้วทำไม เจ้าจะทำอะไรข้า?”

    คำท้าทายลูบคมถูกส่งตรงมาให้บุคคลอันตราย แต่เพราะอีกฝ่ายคือปีศาจ หนึ่งเดียวผู้ถูกยกให้อยู่เหนือกฎเกณฑ์ทุกอย่างของฆาตกร ฉะนั้นสิ่งที่ได้รับตอบกลับจึงมีเพียง อาการฟึดฟัดไม่พอใจ หาใช่การทรมานเฉียดตายอย่างที่ควรเป็น

    ระหว่างการกวนอารมณ์ของปีศาจ เสียงกริ่งหน้าบ้านพลันดังขึ้น ส่งผลให้มนุษย์ละความสนใจจากปีศาจตรงหน้าแล้วเดินออกไปหาผู้มาเยือน ประตูรั้วถูกเลื่อนเปิดโดยชายอารมณ์กำลังคุกรุ่น ก่อนจะพบกับนักล่าปีศาจคุ้นหน้า คนเดียวกับที่ครั้งหนึ่งเคยเอาปลอกคอมาให้ปีศาจ ผู้มาใหม่เอ่ยขอเข้าไปด้านในพอเป็นพิธี พลางพยายามเดินแทรกผ่านบุคคลอันตรายอย่างถือวิสาสะ ซึ่งแน่นอนเมื่อคนลูบคมหาใช่เอทอส ย่อมไม่มีเหตุให้ละเว้นใด ๆ ทิ้งสิ้น

    “หมับ!”

    มือขาวที่กำลังคว้ามีดข้างเอว กลับถูกฝ่ามือใหญ่แข็งแรงจับล็อกอย่างง่ายดาย นัยน์ตารัตติกาลพลันหันสบปีศาจด้วยความหงุดหงิดที่จวนจะปะทุ ทว่าตัวการกลับหาได้สนใจไม่ เพียงขยับมาหยุดยืนข้างกัน เสมือนใช้ร่างสูงใหญ่ของตนกั้นขวางทางเข้าไว้ สื่อเป็นนัยว่าไม่อนุญาตให้คนนอกเข้า

    “ไม่คิดจะต้อนรับแขกเลยหรือ?” นักล่าปีศาจเอ่ยถามเจ้าบ้าน
    “พอดีไม่ได้มองเป็นแขกตั้งแต่แรก รีบเอาเครื่องนี่ออกไปซะ ก่อนที่จะมีคนสติแตกก่อน”

      เสียงทุ้มต่ำกล่าวตอบนิ่ง ๆ ทว่าเนื้อหาตอนท้ายกลับยิ่งทำให้เรียวคิ้วเหนือนัยน์ตารัตติกาลขมวดแน่น นักล่าปีศาจผู้ถูกปฏิบัติเหมือนเป็นส่วนเกินก็ไม่อยากยืดเยื้อให้มากความ หยิบเครื่องมือปลดล็อกขึ้นมาสแกนอุปกรณ์ตรงลำคอปีศาจจำแลงในร่างมนุษย์ ไม่นานเครื่องติดตามก็ถูกนักล่าปีศาจเก็บกลับคืน และเป็นช่วงจังหวะเดียวกับที่ประตูรั้วใหญ่พลันเลื่อนปิดโดยฝีมือเจ้าบ้าน ไร้ซี่งคำกล่าวลาใด ๆ ราวกับต้องการแสดงออกให้เห็นชัดเจนว่าบ้านหลังนี้ ไม่คิดต้อนรับพวกนักล่าปีศาจ

    เอทอสลากมนุษย์ที่ได้ชื่อว่าเลือดเย็น ทว่ายามนี้อารมณ์กำลังเดือดพล่านเข้าบ้าน ฉับพลันที่เข้ามาด้านในร่างของมนุษย์กลับถูกเหวี่ยงใส่โซฟา ตามด้วยร่างสูงใหญ่ของปีศาจขึ้นคร่อมกักขังในทันที ใบหน้าคมเข้มก้มลงมาใกล้พร้อมนัยน์ตาสีอำพันดุที่ค่อย ๆ กลับคืนสู่สีแดงเลือดนกแท้จริง

    “โกรธข้าเหรอ” เสียงทุ้มต่ำติดพร่าเอ่ยถาม ร่างของโนอาร์นิ่งงัน นัยน์ตารัตติกาลได้แต่จ้องสบดวงตาสีแดงเลือดนกคมดุ คล้ายถูกสะกดไม่ให้ละไปไหน
    “…ไม่ได้โกรธ”
    “แต่หงุดหงิด?”
    “เพราะคุ-”
    “ถึงข้าจะเป็นปีศาจ แต่ก็มีนิสัยคล้ายพวกมนุษย์บางคนที่ชอบเย้าแหย่คนรัก”
     “…”
    “ที่รักของข้า... เจ้าพอจะอภัยในความโง่เขลาของว่าที่สามีผู้นี้ได้หรือไม่”

   สิ้นเสียงทุ้มต่ำเว้าวอนจากเอทอส โนอาร์คล้ายได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นมาจากใจกลางความรู้สึก พลังทำลายปัดเป่าทุกความขุ่นมัวก่อนหน้าหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความคิดขาวโพลนว่างเปล่า ช่วงจังหวะหัวใจเหมือนหยุดค้างไปเสี้ยววินาที ก่อนกลับมาเต้นกระหน่ำดังเสียจนหูทั้งสองข้างอื้ออึง ไม่อาจรับรู้โลกภายนอกอีกต่อไป

    ปีศาจที่เห็นมนุษย์ใต้ร่างเบิกตากว้างขึ้นหนึ่งระดับ ก่อนจะแน่นิ่งไปคล้ายสติหลุดลอย ก็เพียงหัวเราะเล็กน้อย พร้อมทิ้งร่างหนาหนักของตนทับกดร่างมนุษย์ข้างใต้ สองแขนแกร่งช้อนหลังมนุษย์โอบกอดเข้าหาตัว ใบหน้าคมเข้มซุกซอกคอขาวพลางกัดเม้มอย่างที่อยากทำมาเนินนาน สัมผัสแปลกประหลาดทำให้ร่างในอ้อมแขนเผลอย่นคอหลบเล็กน้อย แต่ก็เพียงแค่ช่วงเดียวเท่านั้น เพราะต่อมามนุษย์ก็ยอมแหงนหน้าขึ้น เพื่อเผยลำคอขาวให้ปีศาจดอมดมได้ตามใจ

    “เจ้ารังเกียจไหม หากครั้งแรกเป็นที่โซฟา ถ้าเจ้าอยากมีเวลาเลือกหาสถานที่ที่พิเศษกว่านี้ ข้าจะรอ”

    เสียงทุ้มพร่ากระซิบถาม ก่อนเงยหน้าขึ้นมาเพื่อรอคำตอบจากมนุษย์ นัยน์ตาสีแดงเลือดนกเปี่ยมไปด้วยความต้องการอัดอั้นแทบทนไม่ไหว ทว่ายังคงยั้งรอเพราะแคร์ความรู้สึกของคู่ครอง ซึ่งนั่นสร้างความประทับใจให้โนอาร์จนรู้สึกเหมือนตกหลุมรักปีศาจตนนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฝ่ามือขาวยกขึ้นสัมผัสกรอบหน้าคมพลางเกลี่ยนิ้วลูบผิวแก้มสากอย่างอ่อนโยน ในหัวฆาตกรพลันคิดแผนการอย่างรวดเร็ว เพียงเสี้ยวอึดใจกำหนดการสร้างค่ำคืนแสนพิเศษก็ถูกวางโครงไว้อย่างสมบูรณ์

    “มะรืนนี้คุณหยุดใช่ไหม” โนอาร์ถามเจ้าภาพของงานเพื่อเช็กความมั่นใจ
    “ใช่”
    “พรุ่งนี้หลังเสร็จงานจากสวน เราจะไม่กลับมาที่นี่ แต่ไปฮันนีมูนกันครับ”



บท28 สมบูรณ์




ถึงคนอ่าน

    จริง ๆ แล้ว บท28 กับ 29 คนเขียนตั้งใจให้เป็นบทเดียวกันครับ แต่ปรากฎว่ามันยาวมาก คนเขียนเลยตัดสินใจแบ่ง ส่วนเรื่องยาวเพราะอะไร คนอ่านอาจพอเดาได้จากบทพูดตอนท้ายของเอทอสกับโนอาร์ครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-11-2020 02:34:48 โดย biOmos »

ออฟไลน์ biOmos

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 53
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0

    ณ สวนรฦกวัลย์ในช่วงเวลาเย็นย่ำ วันนี้ชาวสวนบางส่วนที่ยังไม่กลับล้วนตื่นตาระคนสงสัย เหตุเพราะทันทีที่เลิกงานคุณโนอาร์พลันเดินไว ๆ หายไปในห้องน้ำแทนที่จะไปหาคุณเอทอสอย่างปกติ สักพักหนึ่งคนรักของนายใหญ่ก็กลับมาในชุดเสื้อเชิ้ตเนื้อดีพื้นขาว มีลายสีฟ้าครามแต้มประปรายให้ความรู้สึกคล้ายฟองคลื่นน้ำทะเล กางเกงสามส่วนสีขาวสะอาดเข้ากับผิวพรรณนวลขาวสะอาดดุจเจ้าชายของผู้สวมใส่
    การแต่งกายในชุดสบาย ๆ เหมือนกำลังไปเที่ยวพักผ่อน หาได้น่าสนใจเท่าเมื่อเสื้อผ้าแสนเรียบง่ายธรรมดา มาอยู่บนร่างสูงสมส่วนองอาจทะนงตนนั้น กลับยิ่งขับเสน่ห์ดึงดูดของคุณโนอาร์ให้เปล่งประกาย ชวนให้หลงใหลจ้องมองไม่ต่างนายแบบดัง

    กลุ่มชาวสวนที่ทันเห็นต่างนิ่งค้างคล้ายต้องมนตร์ กว่าจะได้สติก็เมื่อผู้เป็นเจ้าของแท้จริงเดินออกมาจากสำนักงาน ทว่าก็ไม่เป็นอันได้เข้าไปถามไถ่ชื่นชมอย่างที่ตั้งใจ เหตุเพราะคุณเอทอสที่มักมีท่าทีนิ่งขรึมน่าเกรงขาม ยามนี้กลับกระตุกยิ้มเล็กน้อยพลางยีผมคุณโนอาร์เล่นอย่างที่ไม่มีใครกล้าทำ จากนั้นจึงจูงมือคนรักไปทางลานจอดรถ และกระบะสีดำก็ได้ขับผ่านกลุ่มชาวสวนไป ปิดโอกาสล่วงรู้โดยสิ้นเชิง


    รีสอร์ทบรรยากาศสงบติดทะเล เป็นจุดหมายสำหรับพักข้างแรมในคืนนี้ หนึ่งมนุษย์และปีศาจเดินทางมาถึงในช่วงพลบค่ำ โนอาร์เดินนำร่างสูงใหญ่ไปยังเคาน์เตอร์เพื่อเช็กอิน การพูดคุยใช้เวลาพอสมควรเพราะมนุษย์มีความต้องการให้ทางรีสอร์ทจัดเตรียมค่อนข้างมาก และหลังทุกอย่างตรงตามข้อตกลง โนอาร์จึงหยิบบัตรเครดิตเพื่อจ่ายค่าที่พักรวมถึงส่วนต่างเพิ่มเติม ทว่าเมื่อมนุษย์เงยหน้าจากกระเป๋า กลับพบว่าปีศาจได้ยื่นบัตรของตนส่งให้พนักงานไปก่อนแล้ว

    “ผมเป็นคนคิด ผมควรจะจ่าย” โนอาร์เพียงหันมาทักท้วงปีศาจ ไม่ได้เอ่ยห้ามพนักงาน เนื่องจากไม่อยากขัดความตั้งใจของเอทอส
    “เจ้าแค่วางแผนก็พอ ส่วนที่เหลือให้เป็นหน้าที่ข้า”

    ร่างสูงใหญ่ตอบกลับเรียบง่าย ก่อนจะรับบัตรเครดิตคืนพลางใช้มือดันหลังมนุษย์เล็กน้อย สื่อเป็นนัยให้เริ่มเดินเพื่อไปยังที่พัก ซึ่งตอนนี้มีพนักงานของรีสอร์ทยืนรอนำทางอยู่

    บ้านพักติดชายหาด มีสายลมโกรกพัดกลิ่นอายทะเลและธรรมชาติชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย บริเวณหน้าที่พักมีเตียงชายหาดเสริมเบาะรองสำหรับนอนเล่นชมบรรยากาศ ถัดออกมาบริเวณผืนทรายมีโต๊ะดินเนอร์ปูผ้าขาวสะอาดตา มีชุดจานและแก้วแชมเปญสองชุดคู่กับเก้าอี้ กึ่งกลางโต๊ะวางเทียนส่องไสวพลิ้วตามลม เพิ่มความสว่างด้วยคบไฟที่ปักอยู่รายล้อม

    ชายเลือดเย็นจูงมือปีศาจมาที่โต๊ะ และเมื่อทั้งสองนั่งกันเรียบร้อย พนักงานจึงเข้ามารินไวน์เลิศรสพร้อมเสิร์ฟอาหารเรียกน้ำย่อย เป็นการเริ่มต้นค่ำคืนอันแสนพิเศษ

    “ทำไมถึงเลือกที่นี่?” เสียงทุ้มเอ่ยถามพลางจิบไวน์ระหว่างรอ ความพึงพอใจในนัยน์ตาสีอำพันดุ ทำให้มนุษย์หลุดยิ้มมุมปากเล็กน้อย
    “เพราะคุณชอบความสงบเป็นธรรมชาติ ผมเลยคิดว่าคุณน่าจะชอบรีสอร์ทริมทะเล มากกว่าพวกโรงแรมหรูกลางเมือง”
    “หึ.. เลือกได้ดี”

    เอทอสกล่าวชมเล็กน้อยก่อนหันมองไปยังทะเล เสียงสายลมผสานเสียงคลื่นคลอบรรยากาศพาให้ความรู้สึกสงบ การตัดขาดจากโลกภายนอกช่วยหยุดพักจากความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง หนึ่งมนุษย์และปีศาจต่างพูดคุยตักตวงช่วงเวลาแห่งความสุข เก็บภาพความทรงจำในค่ำคืนนี้ให้คงอยู่ตลอดไป


    หลังการดินเนอร์ริมทะเลจบลง เหล่าพนักงานรีสอร์ทช่วยกันเก็บโต๊ะอุปกรณ์ทั้งหมดออกจากชายหาด ทำให้สามารถชมบรรยากาศท้องทะเลยามค่ำจากในบ้านพักได้อย่างเต็มตาไร้อุปสรรคบดบัง เอทอสเอนหลังบนเตียงชายหาดหน้าบ้านพัก หลับตาฟังเสียงธรรมชาติระหว่างรอมนุษย์กำลังอาบน้ำ จนรู้สึกถึงแรงสะกิดบริเวณไหล่ นัยน์ตาสีอำพันดุจึงลืมขึ้นมองมนุษย์ที่ตอนนี้อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำผืนบาง กลิ่นหอมของสบู่ติดผิวกายมนุษย์คล้ายเชิญชวนให้สัมผัส แต่ปีศาจรู้ดีว่ายังไม่ถึงเวลา

    “ผมอาบน้ำเสร็จแล้ว คุณอาบต่อได้เลย”
    “อืม”

    ร่างสูงใหญ่ขานรับตกลง ก่อนลุกขึ้นเดินเข้าบ้านพักโดยมีมนุษย์คอยเดินตามหลัง บริเวณอ่างล้างหน้าในห้องน้ำมีแปรงบีบยาสีฟันวางไว้เสร็จสรรพ ข้างกันมีผ้าเช็ดตัวหนึ่งผืนและชุดคลุมอาบน้ำ ไม่ต้องถามว่าใครเป็นคนจัดเตรียม

    หลังจัดการตัวเองตรงบริเวณอ่างล้างหน้าเรียบร้อย เอทอสจึงเริ่มปลดกระดุมเสื้อที่ใส่อยู่พลางเดินเข้าไปในโซนอาบน้ำ ซึ่งแยกเป็นฝั่งฝักบัวกับอ่างอาบน้ำ พื้นปูด้วยแผ่นหินแบนและโรยหินกลมตกแต่งตามพื้นที่ว่าง มีต้นไม้ประดับเพิ่มมุมสีเขียวผ่อนคลาย ทว่าที่นี่กลับมีบางสิ่งที่ผิดแปลกจนร่างสูงใหญ่ต้องหยุดเท้า เนื่องจากโซนนี้ของห้องน้ำกลับมีเพียงกำแพงสูงล้อมเพื่อความเป็นส่วนตัว ด้านบนปล่อยโล่งทำให้สามารถมองเห็นดาวบนฟากฟ้ายามค่ำคืน เป็นการออกแบบห้องน้ำกลางแจ้งให้เสมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ทว่าเมื่อหันมองอีกด้านหนึ่ง

    บานกระจกหน้าต่างขนาดใหญ่ ทำหน้าที่เสมือนเป็นกำแพงกั้นห้องน้ำกลับบ้านพัก แต่เพราะเป็นกระจกจึงทำให้ทั้งสองฝั่งสามารถมองเห็นกันได้อย่างชัดเจน ซึ่งตอนนี้เขากำลังถูกนัยน์ตารัตติกาลจากคนบนเตียงจับจ้องอยู่ เอทอสกระตุกยิ้มเล็กน้อยให้กับความเจ้าเล่ห์ของมนุษย์ พลางค่อย ๆ ปลดกระดุมเสื้อลงจนหมด นัยน์ตาดุสีอำพันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดนก ยังคงประสานจ้องกลับนัยน์ตารัตติกาลตลอดการเปลื้องผ้าทีละชิ้น

    ร่างสูงใหญ่เปลือยเปล่าอวดผิวแทนกล้ามเนื้อกำยำ ยืนหันหลังให้มนุษย์ก่อนเปิดน้ำจากฝักบัวไหลชโลมกายแกร่ง ฝ่ามือใหญ่สองข้างลูบไล้ผิวเนื้อด้วยสบู่จนเกิดฟอง ทุกการขยับเคลื่อนไหวผสานสายน้ำกับความลื่นของสบู่ ช่วยขับให้มัดกล้ามเนื้อแข็งแรงทุกสัดส่วนยิ่งเด่นชัดสู่สายตาใครบางคนที่จ้องมอง และสุดท้าย มนุษย์หนึ่งเดียวก็ยอมแพ้เบนสายตาไปทางอื่น เหตุเพราะเกรงว่าหากยังมองภาพเร่าร้อนเบื้องหน้าต่อไป คงเป็นเขาเองที่อาจทนไม่ไหวจนต้องหาทางเข้าไปช่วยอีกฝ่ายอาบน้ำ

    ใช้เวลาไม่นานนัก เอทอสก็เดินกลับเข้ามาในห้องพัก ปีศาจไม่ได้สวมชุดคลุมอาบน้ำคลุมกายเรียบร้อยเหมือนมนุษย์ เพียงแค่ใช้สายผูกช่วงเอวพอช่วยปกปิดส่วนล่าง ส่งผลให้ท่อนบนเปลือยเปล่า สังเกตเห็นหยดละอองน้ำเกาะอยู่ประปราย โดยผ้าเช็ดตัวพาดบ่ากว้างรองหยดน้ำจากกลุ่มผมหนาชุ่มน้ำ ซึ่งยังไม่ได้ผ่านการเช็ดแม้แต่น้อย

    “เช็ดหัวให้ข้าที”

    ปีศาจนั่งตรงขอบเตียงพลางเอ่ยขอมนุษย์ ส่งผลให้โนอาร์ที่กึ่งนอนกึ่งนั่งบริเวณกลางเตียง จำต้องลุกคลานมาปรนนิบัติอีกฝ่าย มนุษยืนชันเข่าหลังปีศาจ หยิบผ้าตรงบ่ากว้างขึ้นเตรียมเช็ดนวดผมปีศาจตามคำขอ ทว่ายังไม่ทันได้ลงมือกลับถูกเสียงทุ้มค้านเสียก่อน

    “มายืนเช็ดตรงหน้าข้า”

    เมื่อได้ยินเช่นนั้น มนุษย์ก็มีแต่ต้องปฏิบัติตามแต่โดยดี ร่างขาวในชุดคลุมอาบน้ำลงจากเตียงก่อนจะมาหยุดยืนเบื้องหน้าร่างสูงใหญ่และเริ่มลงมืดเช็ดผม ใบหน้าคมเข้มโยกคลอนเล็กน้อยตามแรงมือมนุษย์ ทว่าทุกครั้งที่ขยับ ปลายจมูกโด่งปีศาจกลับยิ่งเข้าใกล้สาบเสื้อคลุมของมนุษย์มากขึ้น จนกระทั่งมนุษย์เริ่มสัมผัสถึงลมหายใจร้อนที่เป่ารดผิวเนียนกลางอกขาว

    “อืม...”

    โนอาร์หลุดเสียงครางแผ่วเบา ยามจมูกซุกซนของปีศาจแหวกเสื้อคลุมเข้าไปเชยชมผิวกายด้านใน สัมผัสอบอุ่นปัดป่ายพลางกดจมูกฝังดอมดมผิวเนื้อหอมสบู่ของมนุษย์ ก่อนไม่นานจะเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นริมฝีมากร้อนขบเม้มชิมรสหวาน ค่อย ๆ เคลื่อนไปทางด้านข้างจนชนเข้ากับยอดอกที่เริ่มชูชันท้าสู้ผู้บุกรุก

    “อื้ม...” มนุษย์เชิดหน้าขึ้นเม้มปากแน่น เมื่อลิ้นร้อนเข้าครอบครองตวัดเย้าหยอกตุ๋มสีสวย
    “เช็ดต่อสิ ผมข้ายังไม่แห้งเลย”

     เอทอสเอ่ยทักท้วง เพราะตอนนี้ฝ่ามือขาวไม่ยอมทำหน้าที่ มัวแต่ขยุ้มผมเขาเล่นเพื่อระบายอารมณ์ ส่งผลให้โนอาร์ต้องพยายามตั้งสมาธิกับภารกิจตรงหน้าอีกครั้ง ทว่ายิ่งมนุษย์ตั้งใจ ปีศาจกับยิ่งกลั่นแกล้ง ฟันคมกับลิ้นหนาช่วยทำงานผสานกัน ขบเม้มงับดึงยอดอกอ่อนไหวจนขึ้นรอย ก่อนรักษาด้วยลิ้นร้อนคอยเลียรอบจุดสีกุหลาบที่ตนเป็นผู้กระทำอย่างอ่อนโยน

    เสียงหวานจากมนุษย์หลุดครางเป็นระยะ ขัดกลับฝ่ามือขาวที่ต้องพยายามเช็ดผมต่อไปแม้จะถูกก่อกวน ปีศาจร้ายเหิมเกริม เริ่มใช้มือหนาลูบผิวเนียนละเอียดบริเวณหน้าขาของมนุษย์ ค่อยเลื่อนสูงขึ้นก่อนหายเข้าไปใต้เสื้อคลุม เข้ากอบกุมบางสิ่งข้างใต้ซึ่งกำลังแข็งขืน

    “อะ.. อืม... เอทอส... ผมเช็ด... อา.. แล้ว”

     เสียงรายงานปนเสียงครางหอบแทบฟังไม่ได้ศัพท์ เมื่อถูกแกล้งจากทั้งลิ้นร้อนบริเวณอกและฝ่ามือใหญ่ที่กำลังจับรูดส่วนสงวนขึ้นลงปรนเปรอ นัยน์ตาสีแดงเลือดนกประกายวาวไม่น่าไว้ใจ ยอมละจากอกขาวก่อนเงยขึ้นสบสายตามนุษย์

    “ดีมาก เดี๋ยวข้าให้รางวัล”
    “อื้ม!!... อะ!.. เอทอส... อา...”

    สิ้นเสียงทุ้มเอ่ยคำชม มนุษย์พลันได้รับการตกรางวัลใหญ่ โพรงปากร้อนของปีศาจเข้าครอบครองแก่นกายขาวชูชัน สัมผัสแปลกชุ่มชื้นรอบส่วนอ่อนไหวผสานลิ้นร้อนเข้ากระหวัดดูดเลีย สร้างความรู้สึกซาบซ่านเสียจนชายเลือดเย็นหลุดมาดครางเสียงดัง ความเก่งกาจช่ำชองของปีศาจ ทำให้โนอาร์ถึงกับต้องใช้สองมือยันบ่ากว้างแข็งแรงไว้เพื่อทรงตัวพลางบีบจิกระบายตามแรงอารมณ์

      ขณะที่เอทอสกำลังใช้ปากปรนเปรอความสุขให้ร่างตรงหน้า ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งกลับเอื้อมไปหยิบเจลหล่อลื่นบนโต๊ะข้างเตียงที่มนุษย์จัดเตรียมไว้ เปิดฝาขวด ก่อนบีบเจลลื่นชโลมนิ้วจนชุ่ม จากนั้นจึงโยนของหมดประโยชน์ไปข้างตัว เพื่อให้สองมือว่างพร้อมทำหน้าที่

      “อ๊ะ!.. อา....”
     “อย่าเกร็ง”
 
    เอทอสถอนปากออกจากแก่นกายขาวเพียงครู่เพื่อกล่าวแนะนำ ก่อนจะก้มกลับไปลิ้มรสแท่งสวาทหวานอีกครา พร้อมเริ่มขยับดันนิ้วแทรกเข้าช่องทางด้านหลัง ความลื่นจากเจลที่ชโลมชุ่ม กับมนุษย์ที่พยายามผ่อนคลายให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทำให้ครั้งนี้ปลายนิ้วเคลื่อนเข้าไปในร่างได้อย่างง่ายดาย
    ปฏิกิริยาธรรมชาติพลันตอบสนองต่อต้าน เมื่อรับรู้ถึงสิ่งแปลกปลอมพยายามรุกรานเข้ายึด ผนังนุ่มด้านในบีบรัดนิ้วหนาคล้ายต้องการขับไล่ ทว่าก็ไม่อาจสู้แรงกำลังที่ค่อย ๆ ดันเข้าลึกทีละน้อยจนเข้าไปสุดความยาว

    “เอ.. อา... เอทอส.. พอก่อนผมจะ.. อื้ม!!..”

    ด้วยแรงกระตุ้นจากสองด้าน ทั้งจากโพรงปากร้ายยึดครองด้านหน้า และนิ้วแปลกปลอมด้านหลังที่ขยับหมุนวนขยายช่องทาง ทำให้โนอาร์ไม่อาจฝืนอดกลั้นได้อีก มือขาวพยายามดันบ่าแกร่งของร่างสูงใหญ่ให้ผละออก ทว่าเอทอสกลับขืนรั้งมิหนำซ้ำยังเร่งจังหวะเร็วขึ้น เพิ่มความสะท้านซาบซ่านให้โนอาร์เป็นเท่าทวี เป็นผลให้ความทุกสิ่งอย่างที่พยายามสะกดกลั้นไว้พลังทลาย

    “อาาาาา!!...”

    โนอาร์เชิดหน้าครางระบายความสุขสมลึกล้ำ ร่างกายขาวกระตุกเกร็งฉีดพ่นพิษร้อนใส่โพรงปากปีศาจ ทุกหยาดหยดล้วนถูกร่างสูงใหญ่กลืนกินหมดสิ้น ลิ้นหนาตวัดเลียชิมรสไม่ให้หลงเหลือนึกเสียดาย แล้วจึงยอมผละออกปล่อยตัวประกันเป็นอิสระ

    “หวานดี”

    คำพูดหยาบโลนพร้อมรอยยิ้มร้าย ถึงกับทำให้ชายเลือดเย็นรู้สึกร้อนผ่าวที่ผิวแก้มอย่างประหลาด แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใดโต้ตอบ ร่างขาวก็ถูกปีศาจจับอุ้มจนตัวลอยก่อนเหวี่ยงทุ่มใส่ฟูกเตียงที่รอรับอยู่ ร่างสูงใหญ่ขึ้นคร่อมประกบจูบมนุษย์รวดเร็ว ลำตัวหนาขยับเข้าแทรกกลางหว่างขาให้กางออกกว้าง เปิดทางนิ้วลื่นเข้ารุกล้ำขยายทางเข้าอ่อนนุ่ม

    “อื้มม!.. อะ.. อืมม...”

    เสียงประท้วงกลายเป็นเพียงเสียงอืออาไม่ได้ศัพท์ เนื่องจากบทจูบเร่าร้อนของปีศาจคอยเป็นอุปสรรคขัดขวาง เอทอสเมินเสียงร้องพลางเพิ่มจำนวนนิ้วขยายช่องทาง ขยับคว้านหมุนวนเข้าออกเพื่อเตรียมพร้อมรับสิ่งที่ใหญ่กว่ามาก ความดิบเถื่อนของปีศาจทำให้ฝ่ามือขาวเผลอขวนจิกแผ่นกว้างแข็งแรงจนขึ้นรอย ทว่านั่นกลับยิ่งกระตุ้นให้ร่างสูงใหญ่โหมรุกหนัก

    “อา... คุณ.. ผมเจ็บ อื้ม!!...”

    เมื่อโพรงปากร้อนยอมผละจูบก่อนเปลี่ยนเป้าหมายเป็นปลายครางและซอกคอขาว โนอาร์พยายามเอ่ยกับปีศาจคล้ายขอความเห็นใจ ซึ่งก็ได้คำตอบรับเป็นฟันคมขบกัดที่ลำคอจนขึ้นรอยเขี้ยว ตามด้วยลิ้นร้อนเลียปลอบและจูบเม้มเบา ๆ ราวกับเอทอสก็รับรู้แต่ไม่อาจควบคุมเพลิงอารมณ์ที่กำลังลุกโชนได้ จึงพยายามสื่อคำขอโทษผ่านภาษากาย



(ต่อด้านล่าง)

ออฟไลน์ biOmos

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 53
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0
(ต่อ)

    นิ้วหนาที่กำลังขยับเล่นช่องทางถูกถอนออก เมื่อเห็นว่าพร้อมรับสิ่งต่อจากนี้ ร่างสูงใหญ่ดันตัวขึ้นจากมนุษย์ข้างใต้ นัยน์ตาแดงเลือดนกร้อนรุ่มไปด้วยความอยากครอบครอง มองสบนัยน์ตารัตติกาลฉ่ำวาวด้วยแรงอารมณ์ของมนุษย์เพื่อสื่อความนัย ก่อนฝ่ามือแกร่งจะเอื้อมหยิบกล่องถุงยางตรงหัวเตียง และจัดแจงสวมให้กับแก่นกายใหญ่แข็งขืน ชโลมซ้ำด้วยเจลหล่อลื่นเตรียมจอเข้าปากทาง ทว่าขณะที่ร่างสูงใหญ่เริ่มดันตัวตนเข้าเพื่อเป็นหนึ่งเดียวกับมนุษย์ กลับถูกเท้าขาวยันบริเวณรอนกล้ามท้องแน่นไว้ ปฏิกิริยาราวกับปฏิเสธของโนอาร์ถึงกับทำให้หัวใจเอทอสกระตุบวูบ

    “เจ้า...”
    “ผมอยากเป็นของคุณ ที่เป็นคุณจริง ๆ เอทอส"
    “…”
    “กอดผมด้วยร่างปีศาจนะครับ”

    คำขอของมนุษย์ช่วยฟื้นฟูหัวใจปีศาจให้กลับมาพองโตเปี่ยมสุขยิ่งกว่าที่เคย นัยน์ตาสีแดงเลือดนกไหวหวั่นด้วยความไม่มั่นใจเมื่อครู่ ยามนี้กลับมาแข็งกร้าวเร่าร้อนดังเดิม เอทอสดึงเครื่องป้องกันที่สวมคลุมแก่นกายออก ก่อนชโลมทาเจลหล่อลื่นใหม่อีกครั้ง การกระทำของร่างสูงใหญ่ทำให้มนุษย์สงสัยเล็กน้อย และดูเหมือนปีศาจจะรู้เช่นกัน ถึงได้กล่าวตอบโดยที่อีกฝ่ายไม่ต้องเอ่ยถาม

    “มันคับเกินไปสำหรับข้าในร่างจริง”

    สิ้นเสียงทุ่มต่ำ เปลวเพลิงทมิฬพลันลุกท่วมร่างสูงใหญ่ตรงหน้า ก่อนมอดดับเผยร่างปีศาจแท้จริงที่มนุษย์หลงรักตั้งแต่แรกเห็น ผิวกายสีแทนเข้มขึ้นจนเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดง ยิ่งทำให้ปีศาจดูเร่าร้อนมากกว่าเก่า ใบหูแหลมคล้ายเอลฟ์ในเทพนิยาย ผมหนานุ่มที่เคยสัมผัสกลับคมแหลมแข็งแรง จนอาจทิ่มบาดได้ถ้าฝ่ามือขาวเผลอจับไม่ระวัง และสองมือใหญ่ที่แปรเปลี่ยนเป็นกรงเล็บแกร่งกำลังจับขาโนอาร์ให้อ้ากว้างออก เพื่อให้สามารถสอดแทรกตัวตนเข้าไปในร่างขาวนวลได้สะดวก

    “อืม... ชะ.. ช้าหน่อย... อะ!.. อา… เอทอส”

    ฝ่ามือขาวเกร็งจิกผ้าปูที่นอนแน่น เมื่อแก่นกายร้อนฝืนดันรุกเข้ามาเรื่อย ๆ ช่องทางด้านหลังรู้สึกตึงเจ็บราวกับร่างถูกฉีกแยกออก เหตุเพราะสิ่งที่กำลังเข้าลึกมีขนาดเกินกว่าที่เตรียมพร้อมไว้มาก ซึ่งขณะที่โนอาร์กำลังทรมานจากการรองรับตัวตนของปีศาจ เอทอสเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน เหงื่อกาฬซึมชื้นทั่วแผ่นหลังกว้างและผิวกายของร่างยักษ์ บริเวณข้างขมับขมวดเกร็งจนเห็นเส้นเลือด เพราะพยายามบังคับร่างกายไม่ให้เผลอกระแทกอัดจนทำให้มนุษย์บาดเจ็บ

    “ครึ่งทางแล้ว... เก่งมาก”

    เสียงทุ้มติดพร่าเอ่ยชม ปีศาจกดแช่ส่วนแข็งขืนค้างไว้ไม่ดันต่อเพื่อเว้นช่วงให้มนุษย์มีเวลาพักหายใจ ร่างสูงใหญ่ชุ่มเหงื่อโน้มตัวลงมาโอบกอดมนุษย์ใต้ร่างอย่างนุ่มนวล พลางระวังกรงเล็บคมไม่ให้เผลอขวนผิวขาวบอบบางจนช้ำบาดเจ็บ เอทอสพรมจูบปลอบประโลมชื่นชม ไล่ตั้งแต่กรอบหน้าขึ้นสีด้วยความร้อน ลำคออ่อนมีรอยสีกุหลาบ และแผ่นอกขาวกระเพื่อมขึ้นลงเพราะความเหนื่อย ริมผีปากหนาเข้าครอบครองดูดเม้มยอดอกอีกครั้ง คล้ายต้องการเบี่ยงเบนความสนใจ พร้อมกับเริ่มขยับดันแก่นกายเข้าออกช้า ๆ เพื่อปรับให้ช่องทางคุ้นชิน โดยทุกครั้งที่ดันเข้า ส่วนแข็งขืนจะแทรกลึกขึ้นทีละน้อย

    จวบจนตัวตนทั้งหมดของปีศาจได้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับมนุษย์ ความรู้สึกของบางสิ่งสอดแทรกอยู่ในร่างกาย เติมเต็มความอบอุ่นให้หัวใจเยียบเย็นจนแทบหลอมละลาย โนอาร์มองภาพเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาดุร้อน ซึ่งจับจ้องเขาราวกับจะกลืนกินไม่ให้เหลือแม้แต่กลิ่นอาย ทว่ายังคงอดทนคล้ายกำลังรอฟังคำอนุญาต เช่นนั้นฆาตกรผู้ตกอยู่ในสถานะเหยื่อจะทำสิ่งใดได้นอกเสียจาก

    “กินผมที เอ- อื้มม!!...”

    ไม่ทันสิ้นเสียงพร่ายินยอม แก่นกายร้อนพลันถอนออกจนเกือบสุด ก่อนสวนกระแทกกลับเข้าช่องทางทั้งหมดในคราวเดียว ช่วงล่างแข็งแรงของร่างยักษ์เริ่มขยับเร่งจังหวะจนเกิดเสียงกระทบผิวเนื้อหยาบโลน สองก้อนกลมขาวตรงบั่นท้ายโนอาร์พยายามโต้ตอบกระเด้งรับสอดประสาน ช่องทางสีสวยตอดรัดตัวตนปีศาจสร้างความพึงพอใจให้เอทอสถึงกับหลุดเสียงครางทุ้มพร่า สบถถ้อยคำที่มนุษย์ไม่คาดคิดว่าจะได้ฟังจากปีศาจ

    “ซี๊ด.. อา... แน่นขนาดนี้ ข้าคงเป็นคนแรกที่เจ้ายอมอ้าขา อืมม... อ้าอีกสิ ให้ข้าเข้าไปลึกกว่านี้”
 
    ความดิบเถื่อนหยาบกระด้าง อีกมุมหนึ่งที่ซ่อนอยู่ของเอทอสกลับยิ่งทำให้หัวใจเลือดเย็นเต้นระรัว ความเร่าร้อนกลบทุกความเจ็บหน่วงในตอนแรก หลงเหลือเพียงความสุขซาบซ่านเกินพรรณนา บัดนี้ฆาตกรที่ใครต่างหวาดกลัวกำลังดิ้นพล่านส่งเสียงครางหวานใต้ร่างยักษ์ มือขาวทั้งสองข้างปัดป่ายสะเปะสะปะไปตามผืนผ้าปูยับย่น หมดสภาพไม่หลือเค้าชายผู้บงการเข่นฆ่าชีวิตคน

    ร่างสูงใหญ่เปลี่ยนท่วงท่าดันตัวลุกขึ้นนั่ง พลางใช้กรงเล็บทมิฬฉุดแขนขาวให้ลุกตาม อ้อมแขนแข็งแรงเข้าโอบอุ้มมนุษย์พร้อมลุกยืนทั้งที่อะไร ๆ ยังเชื่อมติดกัน โนอาร์รีบเอาแขนคล้องลำคอแกร่งตามสัญชาตญาณเมื่อจู่ ๆ ร่างถูกยกลอยขึ้น นัยน์ตารัตติกาลหยาดเยิ้มจากบทรักดุเดือด พลันสบนัยน์ตาสีแดงเลือดนกที่อยู่ระดับเดียวกัน ถึงเพิ่งสังเกตว่ายามนี้แววตาเอทอสไม่เหมือนกับที่เขาเคยรู้จัก เป็นดวงตาแข็งกร้าวร้อนแรงราวกับสัตว์ป่าหิวกระหาย ที่พร้อมขย้ำเหยื่อให้ตายคาอ้อมกอด และใช่ เหยื่อในที่นี้คือเขาเอง

    “อ๊าาา!!”

    โนอาร์หลุดร้องครางลั่น เมื่อแรงสะเทือนจากการเดินของปีศาจผสานกับน้ำหนักตัวของเขา ทำให้บางสิ่งที่ค้างอยู่ในช่องทางดันลึกจนกระแทกโดนจุดกระสันเต็มแรง เสียงหวานข้างหูปลุกความเป็นผู้ล่าของปีศาจส่งผลให้ร่างยักษ์หยุดชะงัก ท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้างที่เคยกอดอุ้มร่างขาวเปลี่ยนเป็นสอดใต้ข้อพับขามนุษย์ช่วยประคองช่วงล่าง ก่อนจัดท่าให้ขาขาวยิ่งถ่างกว้างขึ้น รอยยิ้มร้ายไม่น่าไว้ใจพลันปรากฏบนใบหน้าคมดุ ซึ่งวินาทีถัดมา การเคลื่อนไหวหนักหน่วงของร่างยักษ์ก็เสมือนแทนคำตอบทุกอย่าง

    “ตับ! ตับ! ตับ! ตับ! อ๊า!!.. เอทอส.. อื้อ!..”
    “อืม... ขอบคุณข้าสิ ที่ทำให้เจ้าเสียวซ่านจนร้องไม่หยุด อา... ดี... ขอบคุณด้วยการตอดแน่น ๆ แบบนี้แหละ อา...”

    เสียงแหบพร่าครางทุ้มพึงพอใจช่างขัดกับเสียงหน้าขาแข็งแรงกระทบก้อนกลมแน่น ร่างขาวโยกคลอนตามแรงกระแทกกระทั้นดุดันของสะโพกแกร่ง สองมืออ่อนล้าคล้องคอชุ่มเหงื่อจวนคล้ายลื่นหลุดได้ทุกเมื่อ  เป็นผลให้ปีศาจที่กำลังเสพสุขต้องรีบก้าวเท้าพยุงร่างโนอาร์ไปชิดกำแพง

    “ปึง!! ปึง! ปึง! ปึง! อะ.. อื้อ... เอทอส... เบาก่อน อะ!.. ข้างนอก… อื้มม!!”

    โนอาร์พยายามเอ่ยปรามปีศาจให้เบาแรง เพราะขณะนี้พวกเขาอยู่ตรงประตูกระจกหน้าบ้านพัก เสียงดังจากบทรักร้อนแรงอาจทำให้พวกสอดรู้ข้างนอกมาเห็นเอทอสในร่างปีศาจแล้วอาจเกิดปัญหา ทว่าปีศาจกลับไม่เข้าใจ

    “ทำไม? เจ้าอายที่จะถูกพวกมนุษย์เจอในสภาพนี้หรือไง” ร่างยักษ์ถามกลับคล้ายไม่สบอารมณ์ พลางเร่งจังหวะสะโพกให้หนักหน่วงขึ้น ส่งผลให้เสียงกระแทกประตูกลับยิ่งดังขึ้นกว่าเดิม
    “ไม่.. อื้มม!... ไม่ใช่คะ.. ครับ อ๊า! ผมกลัวพวก- นะ.. นั้น.. เห็นคุณในร่างนี้ อะ.. อืม...”

   เนื้อหาคำตอบที่แทรกอยู่ในเสียงคราง ราวกับสื่อว่ามนุษย์เพียงเป็นห่วงเรื่องความลับปีศาจแพร่งพราย หาได้อับอายว่ากำลังร่วมรักกับเขา คำตอบน่ารักของโนอาร์ทำให้เอทอสนึกมันเขี้ยว ใบหน้าคมเข้มจึงก้มกัดดูดดึงยอดอกสีสวย ตวัดลิ้นร้อนหยอกเย้าให้ร่างขาวดิ้นพล่านหลงลืมทุกสิ่งอย่างจากโลกภายนอก ให้สนใจแค่เขาเพียงผู้เดียว

    แม้ขณะนี้ปีศาจจะลุ่มหลงกับการกลืนกินมนุษย์ตรงหน้า แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดไม่สนใจสิ่งต่าง ๆ รอบกาย ดังนั้นการที่เอทอสกล้ากระทำอุกอาจกับโนอาร์ตรงประตูกระจกหน้าบ้านพัก เป็นเพราะปีศาจได้ลองจับสัมผัสแล้วว่าบริเวณนี้ไม่มีใครอื่น และอีกอย่างเขามีนิสัยห่วงของ ทุกอย่างที่เป็นของเขา ต้องมีแค่เขาเท่านั้นที่ได้เชยชม ฉะนั้นแล้ว...

    “หึ... ไม่ต้องกังวล ร่างเปลือยของเจ้า อย่าหวังว่าข้าจะแบ่งให้ใคร”
    “อ๊าาา!”

    ถ้อยคำประกาศหนักแน่น มาพร้อมรอยกัดแสดงความเป็นเจ้าของตรงบริเวณลำคอ ผิวขาวถูกคมเขี้ยวกัดฝังจนแดงช้ำ ส่งผลให้โนอาร์ที่กำลังเพลินกับแรงกระทั้นสอดใส่ของแก่นกายแข็งขืน ต้องหลุดร้องด้วยความเจ็บ ก่อนจะถูกลิ้นร้อนเลียปลอบประโลมดังทุกครา

    สะโพกแกร่งขยับถอนแท่งร้อนออกจากช่องทางสวาท ก่อนท่อนแขนกำยำจะยอมปล่อยให้มนุษย์ยืนกับพื้นพร้อมจับพลิกหันหลัง สองมือขาวยันบานกระจก ภาพคลื่นทะเลสะท้อนแสงจันทร์เบื้องหน้าโนอาร์ ชวนให้รู้สึกตื่นเต้นจินตนาการว่าพวกเขากำลังกอดกันบนหาดทราย มีหมู่ดาวเต็มฟากฟ้าส่องไสวเป็นพยานรัก

    “อยากทำข้างนอกไหมละ ข้าจะพาไป” ปีศาจกระซิบเสียงแหบพร่าข้างหูโนอาร์อย่างรู้ทัน พลางใช้กรงเล็บใหญ่บีบขยำสองก้อนกลมแน่นตรงบั่นท้ายมนุษย์อย่างหยาบโลน
    “ไม่ดีกว่าครับ.. ร่างเปลือยของคุณ ผมไม่อยากแบ่งให้ใครเหมือนกัน”

    มนุษย์ลอกเลียนคำพูดเมื่อครู่ของปีศาจ จึงได้รับบทจูบร้อนแรงเป็นการลงโทษ ริมฝีปากบางถูกงับดึงขบเม้ม เปิดทางให้ลิ้นหนาเข้าไปเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นเล็กด้านในตักตวงความหวาน สองกรงเล็บใหญ่ที่กำลังคลึงบั่นท้ายแน่นจับสะโพกมนุษย์ให้ยกสูงขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะแหวกสองก้อนกลมออกให้ยอมเผยปากทางรักสีสวย
    
    “อืมม..."

    เสียงครางแผ่วเบาหลุดรอดมาจากริมฝีปากบางซึ่งกำลังถูกปีศาจบดจูบลึกล้ำ ยามเมื่อแก่นกายร้อนแทรกกลับเข้ามาในร่างอีกครา ความคุ้นชินทำให้ช่องทางรักรองรับท่อนเอ็นได้จนสุดความยาวในคราวเดียว สะโพกแกร่งบิดคว้านหาจุดกระสั่นเพียงครู่ ก่อนเริ่มกระแทกอัดแท่งร้อนเข้าจู่โจมตำแหน่งอ่อนไหว บรรเลงเพลงสวาทที่มีเสียงหยาบโลนของผิวเนื้อกระทบเป็นจังหวะดนตรี และเสียงครางหวานของมนุษย์เป็นนักร้องนำ

    “อา... เอทอส.. ผมจะ.. อื้มม!!...”
 
    โนอาร์หันมาบอกร่างยักษ์ข้างหลังเมื่อรู้สึกถึงบางสิ่งที่กำลังจะมา ทว่าปีศาจใจร้ายซึ่งยามนี้ง่วนกับการสร้างรอยสีกุหลาบบนแผ่นหลังขาว กลับเอื้อมกรงเล็บไปบีบกำตัวตนของมนุษย์ไว้ พร้อมยิ่งเร่งสวนจังหวะสะโพกสาดใส่ช่องทางรัก จนนัยน์ตารัตติกาลหยาดเยิ้มเริ่มคลอหน่วยด้วยน้ำใสเพราะไม่อาจถึงฝั่งฝัน

    “เสร็จพร้อมกัน... เมียข้า”

    ทันทีที่ได้ฟังสถานะที่ปีศาจมอบให้ อวัยวะกลางอกขาวพลันเต้นโครมครามราวกับจะทะลุออกมาภายนอก โนอาร์เงยขึ้นสบนัยน์ตาดุสีแดงเลือดนกผ่านเงากระจกสะท้อน ภาพร่างยักษ์ด้านหลังกำลังจับจ้องเขาไม่ว่างตา พร้อมขยับกระแทกสวนแก่นกายเข้าในร่างเขาอย่างต่อเนื่อง ยิ่งกระตุ้นให้ช่องทางรักบีบรัดตัวตนแข็งขืน จนเอทอสถึงกับนิ่วหน้าครางด้วยความสุขสม

    “อา... ดีมากเมียข้า... ตอดแน่น ๆ อืม... ข้าจะเสร็จแล้ว”

    ปีศาจเอ่ยชมพลางบอกให้มนุษย์เตรียมตัว กรงเล็บทมิฬคลายแรงบีบแก่นกายขาวก่อนเปลี่ยนเป็นช่วยรูดชัก ร่างยักษ์โน้มตัวเข้าหามนุษย์จนแผ่นหลังขาวเปลือยสัมผัสกับแผงอกกว้างแข็งแรง ใบหน้าคมเข้มซุกซบลำคอขาวพลางส่งเสียงกระเส่าพร่า กรงเล็บอีกข้างเข้าซ้อนกอบกุมมือขาวที่ยันกระจกหน้าต่างพยุงตัว สะโพกแกร่งเร่งจังหวะผสานเสียงครางหวานบรรเลงบทรักช่วงสุดท้าย

    “อ๊าาาา!!”
    “อืมม...”

    เสียงร้องสุขสมของโนอาร์ประสานสลับกับเสียงทุ้มพร่าปลดปล่อยของปีศาจด้านหลัง ช่องทางอ่อนนุ่มพลันสัมผัสถึงความอุ่นร้อนฉีดอัดเข้ามาในร่างจนแทบล้นทะลัก เช่นเดียวกับหยาดหยดความรู้สึกของมนุษย์ที่ถูกกรงเล็บใหญ่รองรับกอบกุม สองร่างกระตุกเกร็งตระกองกอดกันละกันแน่น เอทอสขยับสวนแก่นกายอีกสองสามครั้งเพื่อดันหยาดน้ำรักให้เข้าลึกที่สุด ก่อนจะค่อย ๆ ถอนท่อนเอ็นร้อนออกจากช่องทางและปล่อยร่างขาวเป็นอิสระ

    “ตุบ!”
    “โนอาร์!”

    ปีศาจอุทานอย่างตกใจ พร้อมรีบเข้าไปดูอาการมนุษย์ที่ร่วงล้มพับทันทีที่ถูกปล่อยตัว ถึงเพิ่งสังเกตว่าตามผิวขาวเนียนสะอาด ยามนี้กลับเต็มไปด้วยรอยกัดแดงช้ำแสดงความเป็นเจ้าของ บริเวณบั่นท้ายสองก้อนกลมขึ้นสีแดงจากการรับแรงกระแทกหนักหน่วง เอทอสรีบอุ้มร่างไร้สติของโนอาร์มาวางบนเตียงกว้าง ก่อนจะวิ่งหายไปทางห้องน้ำและกลับมาอีกครั้งพร้อมผ้าชุบน้ำในกะละมัง

    กรงเล็บสีนิลบรรจงเช็ดตัวเพื่อให้มนุษย์สบายตัว ผ้าบางลูบผ่านผิวกายอย่างเบามือไล่ตั้งแต่กรอบหน้าจนมาถึงช่วงคอ ซึ่งบางสิ่งบริเวณผิวขาวระหว่างลำคอและไหปลาร้าถึงกับทำให้กรงเล็บหยุดชะงัก เอทอสรีบมองหาบางสิ่งที่เหมือนกันบนร่างของตน ก่อนจะพบสิ่งเดียวกันนั้นทว่าขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อยกว่าปรากฏอยู่กลางแผงอกแกร่งตำแหน่งเดียวกับหัวใจ เป็นผลให้นัยน์ตาสีแดงเลือดนกประกายวาวด้วยความปิติ

    ลวดลายเปลวไฟสีนิลตรงแผ่นอกกว้างเอทอสและบริเวณลำคอขาวของโนอาร์ สัญลักษณ์แห่งการครองคู่ที่จะปรากฏก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายมีความรู้สึกตรงกันและผูกพันมากพอ สิ่งนี้สำหรับปีศาจก็เปรียบได้กับแหวนแต่งงานของเหล่ามนุษย์ ทว่ามีความพิเศษบางอย่างที่เหนือกว่าการเป็นแค่เครื่องแสดงการมีเจ้าของ และเพราะกำเนิดจากความรู้สึก จึงอาจสลายหายไปได้ง่ายเช่นกัน ถ้าความรู้สึกของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเกิดเปลี่ยนไป ซึ่งเอทอสมั่นใจว่าสัญลักษณ์ของเขากับโนอาร์จะไม่มีวันลบเลือน

    ปีศาจหยุดความคิดฟุ้งซ่านและกลับมาจดจ่อกับการเช็ดตัวมนุษย์อีกครั้ง ผืนผ้าบางเช็ดไล่ตามร่างเปลือยเปล่าเรื่อย ๆ ก่อนจะชะงักเป็นครั้งที่สองเมื่อมาถึงช่องทางรัก ปากทางสีสวยยามนี้กลับช้ำบวมแดงจากพิษรักร้อนแรง หยาดหยดขาวขุ่นที่ปีศาจฝากไว้ถูกร่างกายขับไหลซึมลงมาตามร่อง ภาพเบื้องหน้าคล้ายกระตุ้นอารมณ์ดิบในส่วนลึก ยุยงปลุกปั่นให้ปีศาจรังแกมนุษย์ซ้ำเพิ่ม แต่เพราะความเอาแต่ใจของเขาถึงทำให้โนอาร์ตกอยู่ในสภาพนี้ เอทอสที่คล้ายมีชนักติดหลังจึงได้แต่ข่มความรู้สึกตัวเอง และเช็ดตัวทำความสะอาดให้ร่างขาวต่อไป

    “พรึบ!”

    เปลวเพลิงพลันลุกท่วมบริเวณกรงเล็บทมิฬ ก่อนมอดดับเปลี่ยนกรงเล็บกลับเป็นฝ่ามือใหญ่แบบมนุษย์ แล้วจึงใช้นิ้วหนาค่อย ๆ กดแทรกเข้าไปในช่องทางรัก คว้านเอาทุกหยาดหยดที่เขาทิ้งไว้ออกมาเผื่อว่าโนอาร์จะรู้สึกสบายตัวขึ้น ผนังนุ่มด้านในตอดรัดตามธรรมชาติเพื่อขับไล่นิ้วรุกราน แต่นั่นกลับเสมือนบททดสอบความหนักแน่นของจิตใจปีศาจ ทุกวินาทีล้วนยาวนานและทรมานในความรู้สึก ทว่าท้ายสุดเอทอสก็ผ่านมันมาได้

    หลังผ่านพ้นช่วงเวลาอันแสนยากลำบาก ร่างยักษ์เช็ดตัวทำความสะอาดให้มนุษย์ต่อจนเสร็จเรียบร้อย จากนั่นจึงเดินกลับเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกายของตัวเอง รวมถึงปลดปล่อยห้วงอารมณ์ที่เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง
    สักพักใหญ่เอทอสถึงออกจากห้องน้ำในสภาพร่างปีศาจเปลือยเปล่ามีหยดน้ำเกาะเล็กน้อย ร่างสูงกำยำเดินไปปิดไฟก่อนจะกลับมาหามนุษย์บนเตียง ความอบอุ่นจากผิวกายร้อนของปีศาจทำให้โนอาร์รีบซุกตัวเข้าหาตามสัญชาตญาณ ซึ่งเอทอสก็ตอบรับโดยใช้ท่อนแขนแกร่งโอบร่างขาวให้มานอนหนุนแผ่นอกกว้างดังทุกครั้ง

    “ราตรีสวัสดิ์ เมียข้า”

    เสียงทุ้มอ่อนโยนกล่าวบอกร่างในอ้อมกอดพร้อมก้มจูบลงบนกลุ่มผมนุ่ม แล้วจึงหลับตาจมลงสู่ห้วงนิทราในค่ำคืนแสนพิเศษ



บท29 สมบูรณ์


ถึงคนอ่าน

    อันนี้ถือว่าเป็นเนื้อ NC แบบเต็ม ๆ ครั้งแรกของคนเขียนนะครับ คนอ่านลองอ่านแล้วรู้สึกอย่างไรหรืออยากให้ปรับแก้ตรงไหน สามารถแสดงความคิดเห็นได้เลยนะครับ คนเขียนจะนำไปปรับใช้ในครั้งต่อ ๆ ไป
(ส่วนตัวคนเขียนคิดว่า NC ครั้งแรกของคนเขียนเองค่อนข้างยาวมากครับ เพราะถ้ายาวไปผื่อมีโอกาสครั้งคนเขียนจะได้กระชับให้มันสั่นลง, คนอ่านคิดเหมือนกันหรือเปล่าครับ หรือประมาณนี้ดีแล้วครับ)

    ส่วนอันนี้เป็นรูปบ้านพักรีสอร์ท สถานที่ ที่คนเขียนใช้อ้างอิงเป็นฉากในบทนี้นะนะครับ (ป.ล. คนเขียนยังไม่เคยเข้าพักนะครับจริงนะครับ จินตนาการเอาล้วนๆเลยครับ)
(รีสอร์ท: http://travel.socialplussystem.com/hotel_room/honeymoon-beach-front-bungalow/)







    และอันนี้เป็นสัญลักษณ์รูปเปลวไฟที่ปรากฎบริเวณคอใกล้ไหปลาร้าของโนอาร์ และตรงกลางอกเอทอสนะครับ
(สัญลักษณ์เอทอสใหญ่กว่าเพราะปรากฎอยู่บนอกกว้างตำแหน่งเดียวกับหัวใจครับ ส่วนของโนอาร์อยู่บริเวณใกล้คอจึงเล็กกว่าเพื่อความเหมาะสมสวยงามครับ)
    โดยสามารถดูรูปสัญลักษณ์ได้ผ่านลิงค์นี้นะครับ link: https://drive.google.com/file/d/1RtdendkPL_8JW2X_uUO50jSv73HPykjd/view?usp=sharing



    ป.ล.

    ในบทที่ 19 คนเขียนเพิ่มคำแปลภาษาไทยของเพลงที่โนอาร์ร้องให้เอทอสฟังครับ เผื่อให้คนอ่านอินมากขึ้นครับ คนอ่านอาจลองแกล้ง ๆ กลับไปย้อนอ่านใหม่ก็ได้นะครับ
(เนื้อเพลงเป็นการแปลสดของคนเขียนเองนะครับ หากมีการแปลผิดพลาดไป คนอ่านสามารถแจ้งให้คนเขียนแก้ไขได้เลยนะครับ)


    ในบทที่ 23 เอทอสจะพูดอธิบายถึงสัญลักษณ์ครองคู่นะครับที่ปรากฎในบทนี้นะครับ ซึ่งคนเขียนปรับแก้นิดหน่อยจากที่จะปรากฎตรงหลังมือ เป็นปรากฎตรงส่วนไหนก็ได้บนร่างกายครับ เหตุเพราะคนเขียนไปอ่านเรื่องหนึ่งมาแล้วพบว่าเรื่องนั้นมีสัญลักษณ์และความหมายคล้ายกับที่คนเขียนคิดมาก เพื่อป้องกันคำครหาว่าคนเขียนลอกเลียนคนอื่นเลยปรับให้ขึ้นตรงไหนก็ได้บนร่างกายแทนครับ
(แต่จุดหนึ่งที่สัญลักษณ์ของคนเขียนแตกต่างจากเรื่องนั้นอย่างชัดเจนคือวิธีการได้มาครับ สัญลักษณ์ของเหล่าปีศาจจะได้มาจากการร่วมรักเท่านั้น)

    ซึ่งหากคนอ่านทบทวนคำพูดเกี่ยวกับสัญลักษณ์ที่เอทอสอธิบายในบทที่ 23 คนอ่านอาจพอคาดเดาได้ว่า เนื้อหา 2 บทต่อจากนี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรครับ^^


ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2023
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-0

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1869
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
 :o8: :o8:
อ่านไปเขินไป ปีศาจนุ่มนวลเกินไปแล้ว อิอิอิ
 :jul1:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด