Homicide : รับจ้างฆาตกรรม | (UPDATE! บทที่ 34 หนทาง) [02/05/2021]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Homicide : รับจ้างฆาตกรรม | (UPDATE! บทที่ 34 หนทาง) [02/05/2021]  (อ่าน 13436 ครั้ง)

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7722
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-8

ออฟไลน์ biOmos

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 68
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
     ร่างยักษ์ขยับกายลุกขึ้นนั่งพลางใช้กรงเล็บจับบริเวณขมับส่ายหน้าไล่ความสับสนง่วงงุน นัยน์ตาดุสีแดงเลือดนกหรี่ตาปรับแสงมองสำรวจถึงรู้ว่าขณะนี้เขากลับมาอยู่ในห้องนอนของบ้านพักทรงไทยประยุกต์ ก่อนสายตาคมดุจะหยุดนิ่งเมื่อสบนัยน์ตารัตติกาลมืดสนิทของตัวการเรื่องทั้งหมด

    “ผมจัดการภาคินไปแล้ว ทั้งซากศพและวิญญาณ ไม่มีวันกลับมายุ่มย่ามระรานได้อีก คุณจะโกรธผมก็ได้ แต่ถ้าให้ย้อนกลับไป ผมจะยังคงทำแบบเดิม”

    มนุษย์เอ่ยตอบราวกับรู้ใจปีศาจ ดวงตาดำมืดสุขุมกับน้ำเสียงเรียบนิ่งแฝงความแน่วแน่เด็ดขาด เป็นเครื่องยืนยันคำพูดได้อย่างดี ทว่าร่างยักษ์ผู้รับฟังก็ไม่ได้แสดงความหงุดหงิดหรือทีท่าอื่นใดมากนัก เพราะคาดการณ์ไว้แล้วว่าสักวันจุดจบนักล่าปีศาจอาจลงเอ่ยเช่นนี้ ซึ่งเขาพยายามแก้ไขฝืนชะตาช่วยเหลือ แต่สุดท้ายก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย

     “...ข้าหลับไปนานขนาดไหน แล้วนี่กี่โมงกี่ยาม?” เอทอสเลือกเปลี่ยนหัวข้อพูดคุย เนื่องจากเห็นโนอาร์อยู่ในสภาพเสื้อผ้าพร้อมนอน ซึ่งอีกนัยคือเขาไม่อยากจมติดกับเรื่องราวที่กลับไปแก้ไม่ได้อีก
    “สองจวนใกล้สามทุ่ม-”
    “เจ้า!!”

    ปีศาจตวาดใส่มนุษย์เสียงดังทันทีเมื่อได้ฟัง ช่วงก่อนจะสลบไปเขาจำได้ดีว่ายามนั้นเป็นเวลาตีหนึ่งกว่าแล้ว หมายความว่าเขาถูกฤทธิ์ยาสลบของมนุษย์ทำให้หลับยาวไปหนึ่งวันเต็ม ๆ และดูเหมือนตัวการจะรู้ความผิดของตัวเองเช่นกัน ถึงได้รีบพูดแก้ตัวพัลวัน

     “ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจให้คุณหลับนานขนาดนี้ ผมไม่เคยวางยาสลบปีศาจมาก่อนเลยกะพลาด แต่เรื่องงานที่สวนผมฝากให้ศิลาดูแลแทนให้แล้วนะครับ”
    “ดูเจ้าจะไม่มีความสำนึกเรื่องที่กล้าวางยาข้าเลยใช่ไหม แล้วต่อไปเจ้าจะทำอะไรอีก จับข้าขังกรง?” นัยน์ตาดุสีแดงเลือดนกเจือความฉุนเฉียว จ้องนิ่งไปยังมนุษย์อย่างกดดัน
    “ไม่แล้วครับ ครั้งนี้มันเป็นเหตุสุดวิสัย จะไม่มีวันเกิดขึ้นอีกแน่นอน”

    โนอาร์ตอบกลับฉะฉานเพื่อให้ปีศาจมั่นใจ ทว่าร่างยักษ์กลับลุกจากเตียงเมินมนุษย์ข้างกาย ก่อนเดินไปดูบรรยากาศมืดสงัดภายนอกผ่านบานหน้าต่าง โดยทุกการกระทำมีนัยน์ตารัตติกาลคอยลอบมองพลางคิดหาคำพูดที่ทำให้ปีศาจสงบลง ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยร่างยักษ์กลับชิงพูดก่อน ตามด้วยกรงเล็บทมิฬเลื่อนมุ่งลวดหน้าต่างกันแมลงจนเปิดกว้าง พร้อมตั้งท่าเตรียมกระโจนออกไป

    “คงไม่อยากไปหาผู้มีพระคุณข้าแล้วใช่ไหม” เสียงทุ้มติดดุเอ่ยถาม พลางใช้นัยน์ตาสีแดงเลือดนกเหลือบมองมนุษย์ซึ่งกำลังเดินมาหา
    “อยากครับ ผมอยากไป แต่ตอนนี้คุณจะไปไหน?”
    “เรื่องของข้า ส่วนเจ้าถ้าไม่ทำตัวดี ๆ ว่านอนสอนง่าย ก็อย่าหวังเลย”

    หลังเอ่ยจบ ร่างยักษ์ของปีศาจกินวิญญาณก็กระโดดพุ่งจากหน้าต่าง กลืนหายไปในความมืดของบรรยากาศยามค่ำ โดยโนอาร์ได้แต่มองตามจนถึงจุดสุดท้ายที่สังเกตเห็นเงาเคลื่อนไหว
    การมีตัวแปรเหนือการควบคุมอย่างเอทอสเข้ามาทำให้หมากกระดานที่วางไว้ปั่นป่วนไม่น้อย ราวกับปีศาจจะสื่อว่าคำที่เคยบอกจะขัดขวางเขามิใช่การหยอกล้อแต่อย่างใด แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าเขาจะรามือ เพราะสิ่งที่เห็นด้วยตาในความฝันคืนนั้นมันเกินกว่าที่จะอภัย แม้เอทอสจะสั่งให้เขาหยุดก็ตาม
    ชายเลือดเย็นคิดในใจพลางเดินกลับไปยังผืนเตียงว่างเปล่า คาดการณ์ว่าผลจากการทำให้ปีศาจไม่พอใจ คืนนี้เขาคงต้องนอนหนาวเพียงลำพัง ไร้แผงอกกว้างไว้คอยซุกซบไออุ่นดั่งคืนวาน



    “เสร็จสักที เมื่อยจังเลย~”

    จินว่าพลางชูแขนบิดขี้เกียจ พลางมองผลงานกระสอบทรายที่ฝังมนตร์มืดเรียบร้อยสมบูรณ์ เตรียมนำไปมอบเป็นของขวัญให้ลูกคนงานสวนรฦกวัลย์ตามคำสั่งลูกค้าเอาใจยาก ซึ่งขณะนี้พ่อค้าหนุ่มอยู่ในห้องพิธีบนคอนโดสูงกลางเมือง ที่แต่เดิมเป็นเพียงห้องนอนธรรมดาแถมมากับชุดห้องที่จินซื้อไว้เป็นที่พักอาศัย เนื่องจากห้องชุดนี้มีสองห้องนอน แต่เขาอยู่คนเดียวก็เลยเปลี่ยนอีกห้องไว้เป็นที่ทำงานและเก็บของจะได้คุ้มเงินไม่เสียเปล่า

    “ปล่อยฉันออกไป!! ฉันจะไปฆ่าไอ้สารเลวโนอาร์!”
    “ช่วยเงียบเสียงหน่อยได้ไหม ตอนมีชีวิตอยู่คุณโวยวายเก่งแบบนี้หรือเปล่าเนี่ย”

    จินหันกลับไปต่อว่าวิญญาณนักล่าปีศาจที่ถูกจับขังอยู่ในหลอดแก้วทรงกระบอก การกำจัดวิญญาณภาคินให้สิ้นซากก็เป็นอีกงานที่เขาเพิ่งโดนชายเลือดเย็นสั่งเมื่อวันก่อน ทว่าเพราะอิทธิพลของโนอาร์ส่งผลให้บัดนี้วิญญาณที่เคยบริสุทธิ์ผุดผ่องของภาคิน ถูกย้อมกลืนกินด้วยความดำมืดจากความอาฆาตพยาบาท แม้กลิ่นอายชั่วร้ายจะยังห่างชั้นกับตัวการอยู่มาก แต่ก็ถือว่าแข็งแกร่งน่าสนใจไม่น้อยหากนำไปขายย่อมได้ราคางาม และด้วยเหตุผลข้อหลังนี้เองจึงทำให้จินยังคงลังเลสองจิตสองใจว่า จะแอบงุบงิบเก็บวิญญาณนักล่าปีศาจพูดมากนี่ไว้ดีไหม

    “เรื่องของฉัน!! รู้ไหมว่ามันทำระยำอะไรลงไป! ชั่วช้าเหมือนอีปีศาจคู่ขามันไม่มีผิด”
    “นิคุณ เรื่องโนอาร์คือโคตรคนชั่วผมไม่เถียง แต่คุณเอทอสเขาไม่ได้เป็นอย่างที่คุณพูดสักนิดเดียว เจ้าคิดเจ้าแค้นจนชีวิตตัวเองพังก็แล้ว เลิกอคติกับคุณเขาสักทีได้ไหม”
    “เข้าข้างพวกเดียวกัน อย่ามาทำเป็นพูด-”
    “ชู่! เงียบ!”

    คำประกาศิตจากผู้คุมวิญญาณเข้าบังคับวิญญาณอาฆาต ส่งผลให้เสียงโวยวายหยุดลงฉับพลัน จินรู้สึกตื่นตระหนกเล็กน้อยเมื่อจู่ ๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายวิญญาณปีศาจของคุณเอทอสอยู่บริเวณห้องนั่งเล่นด้านนอก พ่อค้ารีบนำหลอดเก็บวิญญาณภาคินไปซ่อนพร้อมเอาผ้ามาคลุมกระสอบทรายเมื่อเรียบร้อยถึงเดินออกไปหาผู้มาเยือน

    “อ้าว... มาได้ยังไงครับเนี่ยคุณเอทอส โนอาร์ไม่ยอมให้คุณนอนเตียงด้วยเหรอ แต่คุณหนีมาหาผมแบบนี้ ชีวิตผมก็สั้นน่ะสิ” จินแสร้งเอ่ยทักทายปีศาจกินวิญญาณซึ่งนั่งอยู่ตรงโซฟา สายลมพัดเย็นจากบานกระจกหน้าต่างที่ถูกเลื่อนเปิด คล้ายเป็นคำเฉลยกลาย ๆ ว่าอีกฝ่ายเข้ามาได้อย่างไร
    “ปล่อยวิญญาณนักล่าปีศาจไป เจ้านั่นทรมานมามากพอแล้ว” เสียงทุ้มต่ำกล่าวเรียบนิ่ง พลางใช้นัยน์ตาดุสีแดงเลือดนกจ้องมองกดดัน
    “…นักล่าปีศาจ? เอ... หมอนั่นโดนโนอาร์จัดการแล้วเหรอ น่าสงสารไม่น่าหาเรื่องใส่ตัวเลย แต่อืม... คุณคงเข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะ โนอาร์ไม่ได้-”
    “จิน อย่าให้ข้าต้องบุกเข้าไปในห้องด้านหลังเจ้า”

    คำพูดขัดจากปีศาจ ถึงกับทำให้ผู้คุมวิญญาณจนปัญญาที่จะปิดบัง เพราะแม้ยามนี้เขาจะซ่อนกลิ่นอายวิญญาณของภาคินไปแล้ว ทว่าระดับคุณเอทอสคงรับรู้ได้ก่อนเข้ามาในห้องเขาเสียอีก ดังนั้นเท่ากับว่าเมื่อสองสามนาทีก่อนที่เขาลนลานเอาภาคินไปแอบนั้นเสียเวลาแถมยังเหนื่อยเปล่า

    “เฮ้อ… คุณเนี่ยนะแบ่งความเมตตาให้สุดที่รักของคุณบ้างก็ดี” จินถอนหายใจอย่างปลงตก ก่อนจะเอ่ยต่อ
    “ก็นั่นแหละ โนอาร์สั่งผมทำลายดวงวิญญาณภาคิน... อะ เห็นแก่คุณผมจะลองขัดคำสั่งโนอาร์ดูสักครั้งแล้วกัน แต่คุณต้องช่วยปิดเป็นความลับด้วยนะ ไม่อย่างงั้นผมตายแน่”
    “อืม” ปีศาจขานรับในลำคอเล็กน้อย เพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ
    “แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังคงปล่อยวิญญาณภาคินเป็นอิสระตอนนี้ไม่ได้ นักล่าปีศาจนั้นโดนโนอาร์เล่นจนกลายเป็นวิญญาณแค้นคิดแต่จะเอาคืนไปแล้ว ถ้าปล่อยไปคงไม่วายกลับไปรังควานพวกคุณอีก รอให้ผมเปลี่ยนเจ้านั่นกลับมามีกลิ่นอายบริสุทธิ์เหมือนเดิมก่อนแล้วค่อยว่ากันใหม่นะ”

    ได้ยินเช่นนั้นเอทอสก็ได้แต่พยักหน้าตกลง เพราะกลิ่นอายวิญญาณภาคินที่เขาสัมผัสได้ก่อนจะถูกจินเอาไปซ่อนนั้น ไม่ได้สะอาดบริสุทธิ์เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว มิหนำซ้ำยังรุนแรงด้วยกลิ่นอายชั่วร้ายที่ขนาดเขายังไม่อยากเชื่อว่า ทั้งหมดจะเปลี่ยนแปลงพลิกผันเพียงชั่วข้ามคืน

    “ฝากด้วยข้าไว้ใจเจ้า แล้วจากนี้โนอาร์มีแผนอะไรอีก” เสียงทุ้มหนักเอ่ยเค้นความลับต่อ
    “ผมไม่รู้หรอกคุณ โนอาร์สั่งอะไรผมก็ทำตามนั้น ถ้าให้เดาผมว่าคนต่อไปที่โนอาร์จะจัดการคงหนีไม่พ้นวรรษ แต่ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ ผู้คุมวิญญาณนั่นทำเรื่องกับคุณไว้ก็ไม่ใช่น้อย ๆ อย่าบอกนะว่าคุณจะใจดีช่วยหมอนั่นอีกคน” จินว่าพลางหรี่ตามองปีศาจอย่างจับผิด
    “เรื่องเจ้านั่นข้าหาได้ใส่ใจ ข้าเพียงห่วงว่าโนอาร์จะดึงคนที่ไม่เกี่ยวมาเอี่ยวด้วย อย่างสีคราม... น้องชายของเจ้าผู้คุมวิญญาณ”

    คำคาดการณ์แม่นยำของปีศาจถึงกับทำให้จินหลุดสะดุ้งเสี้ยวจังหวะหนึ่ง ยามนึกถึงกระสอบทรายที่เขาเพิ่งลงมนตร์มืดเสร็จหมาด ๆ ซึ่งท่าทีส่อพิรุธนั้นก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาคมดุ และไม่นานพ่อค้าน่าสงสารก็จำต้องยอมตอบ เมื่อถูกนัยน์ตาสีแดงเลือดนกมองนิ่ง

    “ทำไมพวกคุณไม่ไปคุยกันเองเนี่ย เฮ้อ... เรื่องของสีครามผมคงช่วยคุณไม่ได้หรอก มันไม่ได้ปิดง่ายแบบของภาคิน ผมไม่อยากเอาชีวิตแสนสดใสในอนาคตมาเสี่ยง”

    จินกล่าวตามจริง ในกรณีของภาคินเขาสามารถแกล้งหลอกว่าจัดการไปแล้วได้เพราะโนอาร์ไม่มีเครื่องพิสูจน์ อีกทั้งเจ้าตัวก็ไม่อาจมองเห็นหรือสัมผัสวิญญาณ ผิดกับกรณีสีครามที่อยู่ในสายตาโนอาร์ตลอดเวลา หากเขาคิดตุกติกไม่มีทางเลยที่ชายอันตรายจะไม่รู้ และถึงจะมีคุณเอทอสออกตัวปกป้อง ก็ไม่ได้หมายความว่าโนอาร์จะไม่หาโอกาสที่ปีศาจเผลอมาจับเขาฆ่าหมกป่าเงียบ ๆ โทษฐานขัดคำสั่งจนแผนที่เคยวางไว้พังไม่เป็นท่า

    เอทอสที่ได้ฟังคำเลี่ยงปฏิเสธผสานสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของคู่สนทนา เท่านั้นปีศาจก็จำยอมไม่คาดคั้นต่อเพราะเห็นแก่อีกฝ่ายที่คอยช่วยเขากับโนอาร์อยู่เสมอ เช่นนั้นร่างยักษ์น่าเกรงขามจึงลุกขึ้นจากโซฟาไม่คิดรบกวนเวลามากกว่านี้ เสียงทุ้มหนักกล่าวลาเจ้าของห้องเล็กน้อย ก่อนกระโดดลงจากหน้าต่างสูงหลายสิบชั้นและกลืนหายไปกับความมืดยามราตรี



    หลังคำขู่เรื่องไม่ยอมพาไปพบผู้มาพระคุณ ชายเลือดเย็นก็คล้ายกลับมาอยู่ในโอวาทปีศาจอีกครั้ง แต่ก็แค่คล้าย โนอาร์เปลี่ยนการลอบออกจากสวนไม่ให้ปีศาจรู้ เป็นการบอกโต้ง ๆ เลยว่าจะแวะไปเยี่ยมผู้คุมวิญญาณที่จับขังไว้ เอทอสที่เห็นดังนั้นก็จำใจปล่อยผ่าน เพราะนอกเหนือจากเรื่องนี้โนอาร์ก็ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรอีก โดยเฉพาะเรื่องของสีครามที่ชายอันตรายไม่มีแววว่าจะสนใจหรือส่งใครไประราน ราวกับจะรามือเลิกยุ่งเกี่ยว ทว่าเอทอสมั่นใจว่าความสงบในช่วงนี้ของโนอาร์เปรียบได้กับคลื่นใต้น้ำ ที่พร้อมกลายเป็นคลื่นสึนามิได้ทุกเมื่อถ้าเขาเผลอ

    “อา... นายครับ”
    “ว่า?” เสียงทุ้มต่ำขานตอบขณะที่สายตายังคงไล่อ่านเนื้อหาในกระดาษ
    “พักนี้คุณโนอาร์ดูยุ่ง ๆ ผมเลยไม่มีโอกาสขอบคุณเรื่องที่ซ้อมมวยของนาวา ถ้าเป็นไปได้นายช่วยบอกคุณโนอาร์ทีนะครับว่านาวาชอบมันมาก เห็นฝึกเล่นทุกเย็นตลอด”

    คำฝากขอบคุณถึงกับทำให้เอทอสเลิกคิ้วสงสัยอย่างประหลาดใจ ก่อนเงยหน้าจากเอกสารเพื่อถามรายละเอียดเพิ่มเติม จึงรู้ว่าโนอาร์แอบไปนัดแนะนาวาว่าจะให้กระสอบทรายซ้อมมวยเป็นรางวัลที่คอยดูแลบ้านทรงไทยประยุกต์ ซึ่งกระสอบทรายดังกล่าวได้ถูกส่งมาเมื่อประมาณสัปดาห์ที่แล้ว

    “เดี๋ยวบอกให้ แล้วนอกจากกระสอบมวย ช่วงนี้โนอาร์ได้ชวนลูกนายไปทำเรื่องแปลก ๆ หรือเปล่า”
    “แปลก ๆ ...ไม่มีนะครับ เห็นคุยแต่เรื่องต่อยตี หมายถึงพวกท่ามวยน่ะครับ- นายครับ” ศิลากล่าวตอบนายใหญ่ ก่อนชะงักไปชั่วครู่เมื่อมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาจนต้องลองเลียบเคียงถามคลายข้อสงสัย
    “คุณโนอาร์... เขาเคยเป็นนักมวยมาก่อนหรือครับ”
    “หึ ก็ทำนองนั้น มีอะไรหรือเปล่า?” เอทอสหลุดหัวเราะเล็กน้อยเมื่อได้ฟังข้อสันนิษฐานที่ค่อนข้างห่างไกลจากความจริง
    “เปล่าครับ ผมแค่รู้สึกว่าคุณโนอาร์ถึงจะยิ้มแย้มเป็นกันเองแต่ก็เหมือนมีบรรยากาศเยือกเย็น น่ากลัว ดูอันตราย... ที่แท้คงเป็นบุคลิกแบบนักมวยเก่าติดตัว”

    ร่างสูงใหญ่ไม่คิดเฉลยปล่อยศิลาให้เข้าใจไปเช่นนั้น พลางจดปากกาเซ็นอนุมัติลงบนกระดาษคล้ายเป็นสัญญาณจบหัวข้อสนทนา ซึ่งผู้เป็นเลขาก็คล้ายรู้หน้าที่ไม่คิดถามหรือชวนคุยเพิ่ม เพียงค้อมศีรษะเล็กน้อยขณะรับแฟ้มเอกสารและเดินออกจากห้องทำงาน ส่งผลให้ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้งจวบจนถึงเวลาเที่ยงวันค่อนบ่าย มนุษย์ตัวการผู้ถูกนินทาเมื่อช่วงเช้าก็กลับเข้ามาในสวนหลังออกไปเยี่ยมเยียนของเล่นจนพอใจ

    “แอบไปนัดแนะกับนาวาตั้งแต่เมื่อไร” คำถามเค้นคล้ายจับผิดถึงกับทำให้ช้อนในมือขาวซึ่งกำลังส่งข้าวเข้าปากหยุดชะงัก
    “ครับ? คุณหมายถึงอะไรผมไม่เข้าใจ เด็กนั่นมีแต่มาวอแวให้ผมสอนเทคนิคต่อสู้นอกนั้นก็ไม่ได้อะไรอีก… มีใครบอกคุณแบบนั้นครับ ผมจะได้จัดการโทษฐานที่ยุให้เราผิดใจกัน”

    โนอาร์ที่ตีความไปไกลรีบอธิบายไขข้อเข้าใจผิด ก่อนตบท้ายด้วยตามล่าหาคนผิดมาลงโทษ นัยน์ตารัตติกาลดำมืดจ้องนิ่งราวกับพยายามอ่านใจร่างสูงใหญ่ว่าคนผู้นั้นเป็นใคร ซึ่งก็ไม่เห็นอะไรนอกจากนัยน์ตาสีอำพันดุแฝงแววยิ้มเยาะ ชายเลือดเย็นจึงพลันรู้ทันทีว่าผู้เสนอตัวอยากเป็นของเล่นให้เขาก็คือชายเบื้องหน้านี้เอง

    “เอทอส...” โนอาร์ว่าเสียงหน่าย ก่อนส่งช้อนเข้าปากเคียวตุ้ยจนปีศาจนึกมันเขี้ยวเอานิ้วหนาจิ้มแก้มมนุษย์แรง ๆ
    “อื้มม! คุณ!”
    “หึ ๆ ศิลาฝากขอบคุณเจ้าเรื่องกระสอบทรายของนาวา ไม่คิดว่าคนเช่นเจ้าจะมีมุมเอ็นดูเด็ก” ปีศาจแสร้งเปลี่ยนเรื่อง
    “แล้วเป็นยังไงบ้างครับ ชอบหรือเปล่า” มนุษย์เอ่ยถามกลับอย่างสนใจ
    “ชอบมาก เห็นว่าเล่นทุกวัน”
    “ผมก็ชอบคุณมาก แต่คุณไม่เห็นเล่นผมทุกวันเลย”
    “…”

    คำตอบกลับราวกับกำลังคุยกันคนละเรื่องทำให้ร่างสูงใหญ่นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนวินาทีถัดมาจะถอนหายใจส่ายหน้าหน่ายกับมุกหยอดหน้าตายของมนุษย์ที่ไม่ได้ฟังมานาน ทว่ายังไม่ทันปีศาจได้โต้คืนกลับถูกเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานดังขัดเสียก่อน ร่างสูงใหญ่จึงจำต้องลุกจากโซฟาไปรับสาย ซึ่งชื่อบนหน้าจอก็ทำให้ปีศาจประหลาดใจเล็กน้อย

    “ว่าไงสีคราม” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยทักปลายสาย พลางปรายตาปรามมนุษย์ที่เริ่มแผ่บรรยากาศอึมครึม
    “ได้ ไม่มีปัญหา สะดวกเมื่อไรค่อยนัดอีกที”
    “ไม่เป็นไร ๆ มีอะไรก็ต้องช่วยกันอยู่แล้ว”
    “…อืม ไว้เจอกัน”
    “คุณนัดอะไรกับสีคราม”

    น้ำเสียงเรียบนิ่งไม่พอใจเอ่ยถามทันทีเมื่อเห็นปีศาจวางสาย เอทอสเห็นทีจึงแกล้งกวนอารมณ์มนุษย์แสร้งเมินไม่สนใจ กลับมานั่งทานมื้อเที่ยงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนชายเลือดเย็นทนไม่ไหวต้องวอนขออีกครา เมื่อนั้นร่างสูงใหญ่ถึงยอมเฉลย

    “สีครามขอให้ข้าช่วยไปดูที่พักใหม่เป็นเพื่อน เหมือนพักที่ร้านจะไม่ค่อยสงบปลอดภัยเท่าไร เพราะมีคนแถวนี้เคยส่งคนไปรังควาน” เอทอสเอ่ยเรียบเรื่อย พลางเหน็บแนมมนุษย์ตัวต้นเรื่องในตอนท้าย
    “ผมจะไปกับคุณ”
    “อืม สีครามฝากชวนเจ้าด้วยเหมือนกัน แต่ถึงไม่ชวน ถึงเวลาเจ้าก็คงเกาะติดข้าไปอยู่ดี” ปีศาจว่าอย่างรู้ทัน และแน่นอนว่ามนุษย์ไม่คิดปฏิเสธ
    “แต่คงไม่ใช่เร็ว ๆ นี้ เมื่อกี้สีครามโทรมาเลื่อนนัดออกไปก่อน เห็นว่ามีงานเร่งเข้ามากะทันหัน อาทิตย์นี้ข้าเลยว่าง...”
    “ว่าไง สนใจไปเยี่ยมท่านฟอเรสกับข้าไหม”

    หลังฟังคำชวนไม่คาดคิด บรรยากาศอึมครึมอึดอัดรอบกายชายเลือดเย็นพลันมลายหาย เหลือเพียงรอยยิ้มมุมปากและนัยน์ตารัตติกาลประกายวาวดีใจ อารมณ์เปลี่ยนแปลงรวดเร็วเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง กลับน่าเอ็นดูในสายตาอำพันดุอย่างประหลาด เป็นผลให้ฝ่ามือใหญ่ต้องยื่นไปยีผมโนอาร์จนยุ่งกระเซอะกระเซิง ซึ่งก็ได้คำบ่นฮึดฮัดจากมนุษย์ตามระเบียบ แต่ถึงกระนั้นคนถูกแกล้งหยอกก็ไม่ได้ปัดป้องแต่อย่างใด



(ต่อด้านล่าง)

ออฟไลน์ biOmos

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 68
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
(ต่อ)


    ยามรุ่งสางของเช้าวันอาทิตย์ บ้านพักทรงไทยประยุกต์ดูคึกคักเป็นพิเศษ เหตุมาจากมนุษย์ตื่นมาเตรียมของเยี่ยมของฝากมากมาย กระทั่งเสร็จสิ้นจึงกลับไปลากปีศาจเจ้าบ้านที่ยังคงแกล้งนอนไม่ยอมลุกให้รีบอาบน้ำแต่งตัว เพื่อไม่ให้ออกเดินทางสาย

    “ข้าว่าข้าอยากเปลี่ยนเสื้อ”

    ร่างสูงใหญ่ว่าพลางก้มมองเสื้อโปโลคู่รักที่เขาและมนุษย์กำลังใส่อยู่ ทีแรกเอทอสคิดว่าคงเป็นเสื้อธรรมดาเลยหยิบสวมแบบไม่ทันสำรวจตรวจดูก่อน กระทั่งออกจากห้องแล้วเห็นเสื้อโนอาร์ที่นั่งคอยตรงห้องรับแขกมีสีและลายเดียวกับเขา ที่สำคัญมีการปักข้อความภาษาอังกฤษตรงด้านหลังแปลความว่า ‘ของเอทอส’ ไม่ต้องเดาเลยว่าข้อความที่เด่นอยู่กลางหลังเขาตอนนี้จะปักคำว่าอะไร

    “สายแล้ว คุณไปเตรียมรถรอ เดี๋ยวผมปิดบ้านให้” โนอาร์เลือกเมินเสียงเอทอสก่อนเดินผ่านร่างสูงใหญ่ไปทำอย่างที่ปากว่า โดยสิ่งแรกที่ล็อกคือประตูห้องนอน เสมือนการปิดโอกาสเปลี่ยนเสื้อของปีศาจไปโดยปริยาย

    เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย การเดินทางไปเยี่ยมผู้มีพระคุณตั้งแต่เช้าตรู่จึงเริ่มขึ้น รถกระบะสีดำขับมุ่งขึ้นเหนือเข้าสู่ภูมิประเทศที่ราบสูง ทิวทัศน์สองข้างถนนอันทอดยาวเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจีสลับแซมต้นไม้ใหญ่ ห่างออกไปเห็นแนวทิวเขารายล้อมอยู่ไกล ๆ กระจกหน้าต่างรถเปิดรับสายลมเย็นปลอดโปร่ง ชวนให้สูดหายใจเข้าลึกรับกลิ่นไอดินยามเช้า โดยมีนัยน์ตาสีอำพันดุคอยลอบมองมนุษย์ข้างกายซึ่งกำลังชมทัศนียภาพด้านนอกเป็นระยะ สีหน้าเรียบนิ่งทว่าเจือความผ่อนคลายของโนอาร์ ช่วยเติมเต็มความรู้สึกส่วนลึกในใจปีศาจให้อบอุ่นเป็นสุข ราวกับช่วงชีวิตอันแสนสงบที่เอทอสเคยเฝ้าวาดหวังจะเกิดขึ้นจริงในเวลานี้

    “คุณ อ้าปาก”

    เสียงเรียกของมนุษย์ทำให้ปีศาจหลุดจากภวังค์ ถึงเพิ่งสังเกตว่าโนอาร์ได้ยื่นแซนด์วิชพอดีคำจ่อมุมปากเขาอยู่ ซึ่งร่างสูงใหญ่ไม่คิดปฏิเสธน้ำใจ ก้มลงกัดแผ่นขนมปังโดยจงใจให้ริมฝีปากสัมผัสถูกปลายนิ้วคนป้อนเล็กน้อย

    “ฝืนใจกินแซนด์วิชไปก่อนนะคุณ เดี๋ยวกลับบ้านเราเมื่อไร ผมจะให้คุณกินเต็มที่” ถ้อยคำผสานน้ำเสียงแฝงความรู้สึกผิดถึงกับทำให้ร่างสูงใหญ่ขมวดคิ้วงุนงง
    “ทำไมข้าต้องฝืนใจ”
    “ผมรู้คุณอยากกินผม คุณจ้องผมมาสักพักแล้ว ถ้าขากลับคุณอดใจรอถึงบ้านไม่ไหว เราแวะค้างโรงแรมกันสักคืนดีไหม เพราะทำในรถคงแคบเกินไป”

    เมื่อนั้นบรรยากาศเรียบเรื่อยสุขสงบที่ปีศาจเฝ้าฝันพลันพังทลายสิ้นด้วยคำเยินยอหลงตัวเองของคู่ครอง


    หลังเดินทางนานหลายชั่วโมง ในที่สุดรถกระบะก็มาถึงจุดหมาย บ้านไม้สองชั้นห้อมล้อมร่มรื่นด้วยสนามหญ้าและสวนผลไม้นานาพรรณ เป็นที่พักอาศัยปัจจุบันของผู้มีพระที่เคยชุบเลี้ยงปีศาจเมื่อเยาว์วัย ร่างสูงใหญ่ไม่รีรอถือของเยี่ยมเดินนำคู่ครองเข้าตัวบ้าน ซึ่งขณะนี้มีหญิงสาวกำลังนั่งจิบชาคอยอยู่

    “สวัสดีครับท่านฟอเรสท่านอนันต์ ข้ามาเยี่ยมพวกท่านครับ ส่วนนี่เป็นของเยี่ยมของฝากที่คู่ครองข้าตั้งใจนำมามอบให้”

     ถ้อยเสียงทุ้มต่ำแฝงความสุภาพนอบน้อมยามทักทายผู้มีพระคุณ ทำให้หัวใจเยือกแข็งของชายเลือดเย็นสั่นไหวอย่างประหลาด โนอาร์เหลือบมองร่างสูงใหญ่ข้างกายเล็กน้อย ใบหน้าคมเข้มยังคงสงบนิ่งทว่าแววตากลับดูอบอุ่นมีความสุข เช่นนั้นรอยยิ้มมุมปากเล็กน้อยคล้ายอมยิ้มจึงปราฎร่วมยินดีกับปีศาจผู้เป็นที่รัก
    ครู่ต่อมานัยน์ตารัตติกาลถึงหันมองสำรวจหญิงสาวผู้มีพระคุณ เส้นผมยาวเขียวเข้มอมดำ ดวงตาสีเขียวมรกตแฝงความดื้อรั้น และใบหน้าซึ่งยังคงสาวสวยไม่ต่างจากความทรงจำในความฝัน ราวกับเวลาที่ผันผ่านมาเป็นสิบปีมิอาจทำอะไรเธอผู้นี้ได้เลย

    “สวัสดีครับคุณฟอเรสกับคุณอนันต์ ผมโนอาร์ เป็นคู่ครองของเอทอส”

    มนุษย์เอ่ยแนะนำตัว พลางค้อมศีรษะแสดงความเคารพเล็กน้อย ถึงแม้ในสายตารัตติกาลจะมองเห็นเพียงหญิงสาว ทว่ากลับไม่ลืมกล่าวทักทายใครอีกคนซึ่งอยู่เหนือการรับรู้ของเขา

    “พวกเราอยู่กินกันมานานแล้วแต่เพิ่งมีโอกาสมาแนะนำตัวต้องขออภัย ถึงผมจะเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาแต่ผมขอรับรองว่าจะดูแลหลานชายของพวกคุณอย่างดี ผมจะทำให้เอทอสมีความสุขและไม่นึกเสียใจที่เลือกผมเป็นคู่ครอง จะทำหน้าที่ปรนนิบัติให้สมเป็นศรีภรร-”
    พอแล้ว! โนอาร์

    เสียงทุ้มหนักพลันดังก้องในความคิด เมื่อปีศาจรีบคว้าแขนปรามมนุษย์ที่ยังคงค้อมศีรษะพูดร่ายยาวราวกับกำลังสาบานตนในพิธีแต่งงาน ซึ่งหลังโดนขัดโนอาร์ก็ยอมเงยหน้าขึ้นแต่โดยดี ถึงเพิ่งสังเกตว่ายามนี้ใบหูของร่างสูงใหญ่ข้างกายกำลังขึ้นสีแดงร้อนผ่าว

    “เอาแต่พูดว่าเป็นคู่ครอง ๆ ยังไม่เห็นแสดงหลักฐานอะไรสักอย่าง”

    หญิงสาวเอ่ยพลางวางแก้วน้ำชาลงบนโต๊ะ ก่อนจะปรายสายตามองสำรวจหลานชายและมนุษย์ตรงหน้าราวกับไม่คิดเชื่อ เช่นนั้นร่างสูงใหญ่จึงถกชายเสื้อขึ้นสูงเผยมัดกล้ามเนื้อแกร่งซึ่งซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า รวมถึงลวดลายเปลวเพลิงที่ปรากฏเด่นชัดอยู่กลางแผ่นอกหนากว้างแข็งแรง สัญลักษณ์แบบเดียวกับตรงบริเวณไหปลาร้าใกล้ลำคอขาว ซึ่งมนุษย์ได้ใช้นิ้วเกี่ยวคอเสื้อลงพลางเอียงคอเล็กน้อยเพื่อให้ผู้พิสูจน์มองเห็นได้อย่างชัดเจน

    หลังสัญลักษณ์ครองคู่เป็นที่ประจักษ์สู่สายตา ฟอเรสพลันลุกขึ้นเดินตรงไปหามนุษย์เพียงหนึ่งเดียวในบ้าน พร้อมจับร่างสูงสมส่วนหมุนซ้ายขวาพิจารณา จวบจนพึงพอใจ สีหน้าหญิงสาวที่พยายามเกร็งขรึมถึงแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเบิกบานพลางหันไปฟาดมือใส่กลางแผงอกหลานชายแรง ๆ สองสามที จนชายเลือดเย็นได้ยินปีศาจแว่วร้องเสียง ‘อั่ก’ เบา ๆ ซึ่งโนอาร์กลับได้แต่ยืนมองนิ่งขมวดคิ้วมุ่นเนื่องจากถูกนัยน์ตาสีอำพันดุปรามห้ามไว้

    “แหม่! อายุไม่ถึงขึ้นร้อยกลับมีคู่ครองเป็นตัวเป็นตน ไม่เบาหนิหลานข้า” หญิงสาวเอ่ยอย่างภูมิใจ ก่อนเดินนำไปทางโต๊ะอาหาร ไม่ลืมบอกให้เอทอสถือเหล่าอาหารของฝากตามมา เพื่อจะได้นั่งกินพลางพูดคุยกันได้สะดวก
    “อนันต์ฝากถามว่าเจอกันได้ยังไง ข้าก็อยากรู้เหมือนกันไหนเล่าซิ หลานสะใภ้… เอทอส! เอาอาหารไปจัดใส่จานสิ เรื่องแค่นี้ทำไมต้องให้ข้าสั่งฮะ”

    ฟอเรสเป็นสื่อกลางช่วยอนันต์ถามด้วยความตื่นเต้น ตบท้ายไม่วายแกล้งใช้งานหลานชาย เมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ข้างคู่ครอง ส่งผลให้โนอาร์ได้แต่มองผู้เป็นสามีโดนทารุณโดยไม่อาจทำอะไรได้

    “ผมเจอเอทอสครั้งแรกในป่า ตอนนั้นผมกำลังเดินกลับไปที่รถหลังจากฝังศพเหยื่อเสร็จ เลยบังเอิญเห็นเอทอสที่บาดเจ็บจากพวกนักล่าปีศาจ ผมเลยช่วยไว้และจากนั้นเราก็อยู่ด้วยกันจนถึงปัจจุบัน”
    “…”
    “เรื่องที่เอทอสถูกนักล่าปีศาจตามล่าเกิดจากความเข้าใจผิด เอทอสไม่ได้ฆ่ามนุษย์ และผมได้จัดการเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องห่วง”
    “งั้นหรือ... เมื่อกี้เหมือนข้าฟังไม่ถนัด ตอนพบเอทอสครั้งแรกเจ้าไปทำอะไรในป่านะ?” ฟอเรสถามซ้ำราวกับไม่ค่อยเชื่อสิ่งที่ได้ยินเท่าไรนัก
    “ฝังศพคน ผมเป็นนักฆ่าหรือให้ถูกจะเรียกว่าฆาตกรก็ได้ แต่พวกคุณไม่ต้องกังวล ผมจะเล่นงานเฉพาะคนที่เป็นภัยกับเอทอส ซึ่งพวกคุณเป็นผู้มีพระคุณเสมือนพ่อแม่ ถึงสมัยเอทอสยังเด็กคุณจะใช้บทลงโทษรุนแรงไปบ้างจนไม่น่าให้อภัย แต่หลังจากนั้นพวกคุณก็เลี้ยงดูเอทอสอย่างดีจนมาพบผม เลยถือว่ายังไม่เข้าข่ายที่ต้องกำจัด”
    “โนอาร์!”

    เสียงทุ้มหนักตะโกนดังจากในครัวปรามคู่ครอง ก่อนตามด้วยร่างสูงใหญ่วิ่งมาดูสถานการณ์ พบว่าบัดนี้ท่านฟอเรสได้นั่งนิ่งช็อกเป็นที่เรียบร้อย ลำบากวิญญาณท่านอนันต์ต้องคอยลูบปลอบสงบสติอารมณ์ ซึ่งมนุษย์ตัวการก็เพียงยกแก้วน้ำขึ้นจิบ ไม่มีทีท่าไยดีรู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย

    “เอทอส!! เจ้าไปเอาใครมาเป็นสะใภ้ข้าหา!!!” หญิงสาวหันไปตวาดลั่นใส่หลานชาย ห้องรับประทานอาหารพลันเกิดลมกระโชกพัดรุนแรงตามอารมณ์ที่กำลังปะทุของปีศาจวายุพฤกษา
    “ถึงโนอาร์จะดูชั่วช้าไม่น่าคบหา แต่ข้าก็รักไปแล้ว ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันข้ารับประกันว่า เนื้อแท้โนอาร์ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ท่านคิด!”

    ร่างสูงใหญ่ตะเบ็งเสียงสู้ลมพายุที่พัดกระหน่ำ ทว่าแม้ไม่ใช่เวลา มนุษย์ผู้ทันได้ฟังถ้อยคำคล้ายสารภาพรักจากปีศาจ กลับหลุดยิ้มมุมปากดีใจเล็กน้อย

    “ข้าอยากจะบ้าตาย เจ้านี้มัน... เหอะ! เอาเถอะ ภูมิหลังจะเป็นอะไรก็ช่าง ยังไงซะสัญลักษณ์ครองคู่บนตัวพวกเจ้าก็เป็นความจริง” ฟอเรสบ่นหลานชายอย่างปลงตก ก่อนสะบัดมือสลายลมพัดโหมส่งผลให้ห้องรับประทานอาหารกลับคืนสู่ความสงบอีกครา แล้วถึงค่อยหันมาถามหลานสะใภ้นักฆ่าของตน
    “แล้วตอนนี้เจ้าทำอะไร? คงไม่ได้ทำแบบเดิมอยู่หรอกนะ”
    “ช่วงนี้ผมช่วยเอทอสดูแลสวนรฦกวัลย์เป็นหลัก”
    “เฮ้อ... ถ้างั้นก็ดีแล้ว”

    หญิงสาวพลันถอนหายใจโล่งอก ไม่รู้ว่าเคราะห์กรรมใดถึงทำให้ชีวิตหลานของตนต้องวนเวียนอยู่กับเรื่องดำมืดโหดร้าย ถึงสมัยที่เอทอสยังเรียนเขาและอนันต์จะดึงหลานกลับสู่หนทางที่ถูกที่ควรได้ ทว่าเมื่อเติบใหญ่กลับดันเลือกคู่ครองเป็นมนุษย์เช่นนี้อีก เขาก็สุดจนปัญญาจะห้ามปราม ได้แต่ขอโทษธีออสกับเอวาในใจ เพราะพวกเขาเลี้ยงดูหลานชายเต็มความสามารถแล้วจริง ๆ

    หลังผ่านความวุ่นวาย ผู้มีพระคุณก็เรียกหลานชายและหลานสะใภ้มานั่งคุยซักถามอย่างจริงจัง ซึ่งผลพวงจากรสชาติอาหารของเยี่ยมฝีมือโนอาร์ บวกกับคารมทักษะการพูดจนทำให้หญิงสาวคล้อยตามทีละน้อย เพียงไม่กี่ชั่วโมงบรรยากาศก็กลับคืนสู่ความปกติสุข ทว่าก็เหมือนมีบางสิ่งที่ยังคงติดข้าง

    “เอทอส ข้าอยากดื่มกาแฟร้านประจำ ไปซื้อให้ข้าที่สิ” คำสั่งจากหญิงสาว ทำให้ร่างสูงใหญ่ซึ่งกำลังนั่งคุยสื่อสารกับวิญญาณท่านอนันต์อยู่ไม่ไกลจำต้องลุกขึ้นเตรียมตัว
    “ครับ แล้วร้านประจำของท่านคือ...”
    “คิดเองเป็นไหมฮะ เรื่องแค่นี้ยังต้องถามข้าแล้วจะดูแลโนอาร์ได้ยังไง ไปสักทีเสียเวลาข้าคุยกับหลานสะใภ้”

    ว่าจบ หญิงสาวก็หันไปคุยสนุกกับชายเลือดเย็นต่ออย่างไม่คิดเหลียวแลหลานชาย โชคดีที่อนันต์เห็นใจจึงอาสานำทางไปเป็นเพื่อน ดังนั้นหลังสองหนุ่มจากไป บ้านกลางสวนในเวลานี้จึงเหลือเพียงหนึ่งมนุษย์และปีศาจสาว

    “ว่าไง มีอะไรจะถามข้าใช่ไหม” ฟอเรสเอ่ยเข้าเรื่องทันที เมื่อไล่หลานชายไปพ้นหูพ้นตา
    “พันธะครองคู่คืออะไร ผมต้องการใช้มันช่วยเอทอส”

    โนอาร์พูดถึงจุดประสงค์หลักของการเยี่ยมเยียน ในอดีตของเอทอสมีช่วงหนึ่งที่ฟอเรสหลุดพูดว่าสามารถช่วยชีวิตอนันต์ที่กำลังสิ้นใจเพราะฤทธิ์คำสาป สถานการณ์ดังกล่าวคล้ายคลึงกับปีศาจที่ถูกมนตร์มืดกำหนดให้ตายตอนสิ้นปี ฉะนั้นสำหรับชายเลือดเย็น พันธะครองคู่จึงเสมือนเป็นหนทางเดียวและความหวังสุดท้ายในการยื้อชีวิตเอทอสให้รอดพ้นจากความตายที่กำลังขยับใกล้เข้ามา

    “เอทอสเป็นอะไร?” หญิงสาวถามกลับอย่างกังวล
    “เขาช่วยชีวิตผมจนถูกมนตร์มืดจากผู้คุมวิญญาณ และอีกไม่นานจะต้องตาย ผมลองหาทุกวิธีแล้วแต่มันไม่มีทางถอดถอนหรือรักษา พันธะครองคู่เลยเป็นทางเดียวของผมที่จะช่วยเอทอสได้”
    “…”

    นัยน์ตาสีเขียวมรกตพลันเกิดความวูบไหวหมองหม่น ยามรู้ว่าตลอดวันที่เขาเล่นหยอกล้อกับหลานชาย เอทอสเพียงแสร้งทำเป็นปกติดีทั้งที่จริงเหลือเวลาอีกไม่นาน และนี่อาจเป็นคราวสุดท้ายที่ได้พบกันทว่าอีกฝ่ายกลับเลือกเก็บงำเอาไว้ไม่บอกกล่าว เพื่อไม่ให้พวกเขาต้องเป็นทุกข์ ความจริงไม่คาดฝันถึงกับทำให้ปีศาจสาวต้องใช้เวลาควบคุมห้วงอารมณ์อยู่ครู่หนึ่งถึงสามารถเริ่มคุยต่อ ซึ่งระหว่างนั้นโนอาร์เพียงนั่งรออย่างใจเย็น ไม่คิดเร่งรัดคาดคั้นแต่อย่างใด

    “พันธะครองคู่ มันมีราคาที่ต้องแลก และมันอาจไม่คุ้มเลยสำหรับเจ้าที่เป็นเพียงมนุษย์”
    “ผมไม่มีปัญหาเรื่องนั้น จะเสียอะไรก็ได้แค่ให้เอทอสมีชีวิตอยู่ต่อก็พอ” ถ้อยเสียงตอบกลับแน่วแน่เจือความหวัง กลับทำให้ปีศาจสาวยิ่งหม่นเศร้า เพราะมันหมายความว่า มนุษย์เบื้องหน้ามิได้รู้อะไรเกี่ยวกับพันธะครองคู่เลย
    “…เช่นนั้นมีสิ่งหนึ่งที่เจ้าต้องทำความเข้าใจเสียใหม่”
   “พันธะครองคู่ ไม่ใช่ทางแก้หรือทางรักษาอย่างที่เจ้าคิด ไม่ว่าจะใช้หรือไม่เมื่อถึงวันนั้น...”
    “…”
    “เอทอสจะต้องจากโลกนี้ไปอยู่ดี”



บท34 สมบูรณ์




ถึงคนอ่าน


    ระหว่างเขียนบทนี้ได้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นครับ ในตอนแรกคนเขียนตั้งใจให้ ดรีม กับ นาวา และใครอีกคนซึ่งจะปรากฏตัวในบทหน้า จะมีเรื่องแยกเป็นของตัวเอง แต่อยู่ ๆ คู่ของภาคินในร่างสภาพวิญญาณกับจินก็พุ่งแรงแทรกเข้ามา จนคนเขียนตัดสินใจว่าจะเขียนเรื่องแยกของเขาสองคนนี้ดูด้วยครับ แต่ว่าคนรอคิวนานหน่อย หากคนอ่านสนใจไว้คนเขียนจะมาแจ้งเมื่อเริ่มเปิดเรื่องนะครับ^^


    นับเคาท์ดาวน์เหลืออีกเพียง 2 บทเอทอสกับโนอาร์ก็จะเดินทางถึงจุดหมายปลายทางแล้วครับ(บทสุดท้ายคือ บทที่ 36) คนอ่านกับคนเขียนเดินทางกันมาไกลมาก คนเขียนมีดีใจมากเลยครับ คนเขียนพูดอะไรไม่ค่อยออกเลยมักอึน ๆ ตัน ๆ แบบตื้นตันคล้ายบอกไม่ถูก คนอ่านอยากบอกอะไรส่งท้ายเรื่องนี้หรือบอกแนะคนเขียนคอมเมนท์ได้เลยนะครับ^^


ออฟไลน์ FleurDelakour

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 8
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
งือออออ จะจบแล้วววว ลุ้นมากว่าสุดท้ายจะต้องมีใครสละชีวิตไหมมมม

แล้วก็ขอกรี๊ดเรือผี จินภาคินหน่อย ตะหงิดตอนอ่านครั้งแรกแล้วว่าเคมีมันเข้าแปลกๆ ภาคินเวอร์ชั่นเกรี้ยวกราดต้องกร้าวใจมากแน่ๆ <3

ปล. ไปเจองานอาร์ทการ์ตูนในทวิตที่ทำให้นึกถึงเอทอสโนอาห์มา เดี๋ยวจะลองรีทวิตแล้วแท็กนิยายดูนะ คนเขียนอย่าลืมไปส่อง แซ่บมาก

ออฟไลน์ yumyai_fishery

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 8
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
อวยพรให้ไรท์ สุขภาพแข็งแรง...เพราะเราอยากอ่านเรื่องของจินแย้วววววว :z2:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด