❤ คุณคนเดียวกัน ❤ [ตอนที่ 21]★17/11/20★ P:17
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ❤ คุณคนเดียวกัน ❤ [ตอนที่ 21]★17/11/20★ P:17  (อ่าน 63221 ครั้ง)

ออฟไลน์ O-RA DUNGPRANG

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1887
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +50/-5
อดทนไว้นะน้องคิน  :laugh: :laugh: :laugh:

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8512
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
สนุกจัง

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2294
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +183/-6
แหม....ไม่น่าใช่เรื่องบังเอิญหรอกเน๊อะ.  :hao3:

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1162
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
 :pigha2: หาแต่ยำเท้ามากินไม่เว้นวัน

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5244
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-7
ถ้าไม่ให้เรียกน้องคิน แล้วจะให้เรียกอะไร  o18

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1950
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
มีปัญหาเกี่ยวกับที่บ้านรึเปล่า?
แต่จะไปส่งถึงบ้านมั้ย 55555555555

ออฟไลน์ kunt

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 746
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-1
ถ้าคิดว่าตัวเองเป็นภาคินคนที่เรื่องซวยๆ เข้ามาหาโดยมีต้นเหตุจากภาคินที่ขยันสร้างเรื่อง พอบอกแล้วโดนแสดงกริยาแบบนี้ใส่ บอกเลยเซ็งและซวย ซวยแบบโคตรซวยฉิบหาย โอ้โห บรรลัยแมนเลยละทีนี้ ="=

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3513
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
เป็นคนไม่มีเพื่อนแท้แน่ ๆ ไอ้พี่คินเนี่ย หนึ่งเพราะรวยและสองเพราะหาเรื่องกวนตีนเขาแบบนี้แน่ ๆ

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1677
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-7
คิน คิน น่ารัก

คือเวรกรรม

อ่านบทนำและตอนที่1

คิดว่าปายเป็นปู้หญิง

เพิ่งรู้ว่าเป็นผู้ชาย

ตอนมาช่วยคิน

ลุยกับพวกรอบกัดนี่แหละ

55555555

ออฟไลน์ MaidenQueen

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
พี่คินน้องคิน แต่น้องคินเถื่อนมากเลยแม่ กร้าวใจ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ cookie8009

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 120
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
เรียก ไอ้คิน กับ คินคิน

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

นอกจากชื่อแล้ว  ยังบุพเพฯ กระทั่งนามสกุลอ่ะ  คิดดูเถอะ

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3904
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
แหมมมม มีความพี่คิน น้องคินด้วยนะ

ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 798
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ Ginny Jinny

  • ความเป็นจริงมันวุ่นวาย ก็ขอให้ใจมันสบายๆในความฝัน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2357
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-4
มีอะไรในก่อไผ่แน่ๆ

ออฟไลน์ JokerGirl

  • ∀Σ❤∀ΔΣ Forever^^
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3107
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +128/-3

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7749
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
เรียกพี่คินสิ~

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5679
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
พี่คินคิดอะไรกับน้องคินเปล่าคะ ฮิ้ววววววว

ออฟไลน์ Panizzz3838

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 164
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7702
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-8
สนุกแน่

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ darin

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1037
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2219/-43



ตอนที่ 2
ลำพัง





แอร์ในรถเย็นฉ่ำ ผมเหลือบสายตาไปมองร่างสูงที่นั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ เลือดที่ติดอยู่บริเวณมุมปากและหางตาเริ่มแห้งเกรอะกรัง ผมเห็นแล้วทนไม่ไหวต้องหยิบทิชชู่จากในกล่องมายื่นให้

“เช็ดซะ มึงจะเก็บไว้เป็นอนุสรณหรือไง”
   
“ก็เท่ดีนะ” นิ้วยาวสวยเกินหน้าเกินตาเอื้อมมาหยิบทิชชู่จากมือผม
   
“มันจะเท่ก็ต่อเมื่อมึงต่อยมันคว่ำ ไม่ใช่เท่เพราะมันต่อยมึง”
   
“หึ”
   
ผมโคลงศีรษะเมื่ออีกฝ่ายยกยิ้มมุมปาก ก็เพราะชอบยิ้มแบบนี้ถึงโดนคนหมั่นไส้เอา
   
“ไอ้ภา..” ผมหยุดพูดก่อนคำว่าคินจะหลุดออกมา ปวดหัวกับการเรียกชื่ออีกฝ่าย
   
“มึงนอนพักไปก่อน เดี๋ยวใกล้ถึงแล้วกูปลุกมาถามทางอีกที”
   
“ไม่เป็นไร ผมไม่ได้เป็นหนักจนต้องนอนพัก”
   
“กูก็ไม่ได้บอกว่ามึงเป็นหนักแต่กูแค่ขี้เกียจคุยกับมึง”
   
“คุณอยากให้ผมพัก” รอยยิ้มและสายตารู้ทันปรากฎขึ้นบนใบหน้าของอีกฝ่าย แต่คนอย่างผมมีหรือจะยอมรับ
   
“มึงจะเชื่อยังไงก็ตามใจมึง อย่างกับกูสน”
   
“ตกลง” เสียงทุ้มดังขึ้น
   
“ตกลงอะไรของมึง” ผมหันไปมอง ทันเห็นแค่ดวงตาที่ปิดสนิทลง ก็เชื่องเหมือนกันนี่หว่า ผมคิดประโยคนี้อยู่ในใจ
   

บ้านทรงโมเดิร์นหลังใหญ่ปรากฏต่อสายตาเมื่อประตูแบบอัตโนมัติเปิดออก ผมพยายามรักษาสีหน้าเอาไว้ เพื่อไม่ให้เจ้าของบ้านเห็นว่าผมตื่นตาตื่นใจกับมันแค่ไหน แค่ระยะทางจากประตูผ่านสนามหญ้าไปจนถึงตัวบ้านก็กว้างกว่าห้องพักผมไม่รู้จักกี่เท่า

ผมจอดรถที่หน้าบ้าน สิ่งแรกที่คิดอยู่ในหัวคือ แล้วจะกลับออกไปยังไงวะ กว่าจะเดินจากตรงนี้ไปถึงทางเข้าหมู่บ้านคงขาลากกันพอดี

“เข้าไปก่อนสิ”

ผมหันไปมองคนพูด “ไม่ดีกว่ากูจะกลับเลย”

“เข้าไปก่อนเถอะ ทำแผลเสร็จแล้วจะไปส่งที่หน้าหมู่บ้าน”

ผมคิดสะระตะแล้วว่าหมู่บ้านใหญ่ขนาดนี้เดินออกไปคงไม่ไหว อีกอย่างหมอนี่ก็ไม่ได้เจ็บอะไรมากมาย แค่ขับรถไปส่งที่หน้าหมู่บ้านคงไม่ถึงตายมั้ง

“ก็ได้” ผมพยักหน้า เปิดประตูลงจากรถ เดินตามอีกฝ่ายเข้าไปในบ้าน

ผมหยุดยืนกลางห้องรับแขก มองไปรอบๆ พยายามแสดงสีหน้าว่าก็ไม่เห็นจะเท่าไหร่ ทั้งที่ความจริงแล้วอยากจะร้องโอ้โห~ออกมาดังๆ

“นั่งสิ” นิ้วยาวชี้ไปที่โซฟาชุดใหญ่ ผมเดินไปนั่งตามที่อีกฝ่ายบอก สังเกตว่าตั้งแต่มาถึงผมยังไม่เห็นใครสักคน

“บ้านเงียบดี” ผมทักตามที่เห็น อดอิจฉาไม่ได้ อยู่แบบนี้คงสุขสงบดี ต่างจากหอพักของผม

“อืม” อีกฝ่ายตอบรับด้วยเสียงในลำคอ

“นั่งอยู่ตรงนี้ก่อนเดี๋ยวมา” คนพูดหายไปครู่หนึ่ง กลับเข้ามาพร้อมกล่องปฐมพยาบาลในมือ มันถูกเลื่อนมาตรงหน้า ผมเลิกคิ้วขึ้นแทนคำถามว่าส่งมาให้ทำไม

“ทำให้หน่อย”

ผมถอนหายใจยาว จ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง “มึงพูดขอร้องคนอื่นเป็นไหม”

“ขอร้อง”

ผมอยากโกรธแต่ก็อดขำหน้านิ่งๆ ของอีกฝ่ายไม่ได้

“กูหมายถึงพูดจาดีๆ ไม่ใช่ให้มึงพูดคำว่าขอร้อง”

“ช่วยทำให้หน่อยครับ” เสียงทุ้มฟังนุ่มหู ผมชะงัก รู้สึกแปลกๆ เพราะไม่ชิน
   
“เออ” ผมตอบเสียงห้วนเมื่อตั้งสติได้ รับกล่องปฐมพยาบาลมาจากอีกฝ่าย หยิบสำลีออกมาชุบกับแอลกอฮอล์ ก่อนแปะไปที่หน้าของอีกฝ่าย
   
“โอ๊ะ!”เสียงร้องดังเบาๆ ก่อนเงียบหาย ผมอยากสมน้ำหน้าแต่เห็นความพยายามในการนั่งนิ่งๆ ให้ผมทำแผลของอีกฝ่ายก็อดสงสารไม่ได้ จึงเบามือลง ผมเช็ดแผลที่หางตากับมุมปากเมื่อเห็นว่าสะอาดดีแล้วจึงใส่ยาให้
   
“เรียบร้อย” ผมวางทุกอย่างลงบนโต๊ะ ทำให้แล้วก็เก็บเองแล้วกัน
   
“แล้วนี่บ้านมึงไม่มีใครอยู่เลยเหรอ” ผมแปลกใจนิดหน่อย เพราะเท่าที่รู้รวยขนาดนี้น่าจะมีแม่บ้านคอยดูแล
   
“ไม่มี” คำตอบสั้นๆ สีหน้าอีกฝ่ายกลับมาเรียบเฉยเหมือนเดิม
   
“พ่อแม่มึงกลับดึกเหรอ”
   
“เปล่า”
   
ผมถอนหายใจยาว สบตากับอีกฝ่าย

“คือมึงเข้าใจไหมว่ากูชวนคุยไปงั้นเอง ไม่ได้จะสืบประวัติครอบครัวมึง ไม่ต้องตอบเหมือนกลัวกูจะล้วงความลับขนาดนั้นก็ได้”
   
“บ้านนี้ผมอยู่คนเดียว”
   
คำตอบที่ได้ยินทำเอาผมนั่งอึ้ง ได้แต่มองหน้าพร้อมกับกะพริบตาปริบๆ
   
“คนเดียว?” ผมถามย้ำให้แน่ใจ
   
“ใช่”
   
“บ้านโคตรใหญ่เนี่ยนะ!” ความประหลาดใจทำให้ผมเผลอพูดเสียงดัง
   
“ใช่ มีแม่บ้านมาทำงานบ้านเฉพาะกลางวัน นอกนั้นไม่มีใครอยู่นอกจากผม”
   
ผมได้แต่มองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าอึ้ง อยากถามว่าแล้วพ่อแม่ไม่อยู่ด้วยเหรอ ไม่มีญาติพี่น้องเหรอ ทำไมอยู่บ้านหลังใหญ่แบบนี้คนเดียว มีคำถามมากมายอยู่ในหัวของผม แต่เมื่อเห็นสีหน้านิ่งเฉยของอีกฝ่ายแล้ว คิดว่าไม่ถามน่าจะดีกว่า
   
“เออกูขอโทษแล้วกัน”
   
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ถามได้”
   
“เปล่ากูไม่ได้ขอโทษที่ถาม แต่กูขอโทษที่พูดว่าบ้านเงียบดีนะ มันคงไม่ดีเท่าไหร่หรอกใช่ไหม”
   
ดวงตาของคนตรงหน้าไหววูบก่อนที่มันจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว
   
“หิวหรือเปล่า ทานข้าวด้วยกันก่อนสิ”
   
“ไม่” ผมส่ายหน้า “เดี๋ยวกูจะกลับไปกินที่ห้อง มึงจะได้พักด้วย”
   
“ผมไม่ได้เป็นอะไรมาก”
   
“กูแค่ไม่อยากพูดว่า..ไม่อยากกินข้าวกับมึง”
   
“หึ” เสียงหัวเราะดังขึ้นในลำคอ สายตาที่มองมาออกไปทางขำมากกว่าโกรธ
   
“อยากกลับเลยใช่ไหม”
   
“ใช่” ผมตอบรับโดยไม่อ้อมค้อม
   
“งั้นก็ไปกันเถอะ” ร่างสูงลุกขึ้นยืน ผมกำลังจะอ้าปากถามว่าไม่คิดจะขอบคุณกันเลยเหรอ แต่เหมือนเจ้าตัวจะรู้จึงหันกลับมามอง
   
“ขอบใจ”
   
แม้น้ำเสียงและสีหน้ายังเป็นไอ้หน้าหล่อคนเดิม แต่แปลกที่คราวนี้ผมกลับไม่นึกโกรธ ผมลุกขึ้นยืนตามอีกฝ่าย สายตาตกลงมองกล่องปฐมพยาบาลจึงนึกบางอย่างขึ้นมาได้
   
“เดี๋ยว” ผมเรียกเอาไว้

“มึงกินยาก่อน ปวดขึ้นมาจะหาว่ากูไม่เตือน”
   
ดวงตาที่มองมาลุ่มลึกจนผมไม่สามารถคาดเดาความรู้สึกของอีกฝ่ายได้
   
“จ้องหน้ากูก็ไม่หายปวดหรอก นอกจากมึงจะกินยา”
   
รอยยิ้มขำปรากฎขึ้นบนใบหน้าของอีกฝ่าย ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินหายไปจากห้องรับแขก แล้วกลับเข้ามาในเวลาไม่นานนัก ผมไม่ได้ถามว่ากินยาแล้วใช่ไหมเพราะถือว่าโตๆ กันแล้ว

   
ผมผิวปากหวือเมื่ออีกกฝ่ายพาเดินไปยังรถกอล์ฟที่จอดอยู่ วิถีคนรวยมันเป็นแบบนี้
   
“ขึ้นรถสิ” เสียงเรียกดังขึ้นเมื่อเห็นผมเอาแต่ยืนเฉย
   
“กูลองขับได้ไหม” ไหนๆ ก็มีโอกาสทั้งทีผมก็อยากลอง
   
“ได้” ร่างสูงเลื่อนไปนั่งข้างๆ ผมขึ้นไปนั่งประจำตำแหน่งคนขับ ฟังอีกฝ่ายอธิบายคร่าวๆ ก่อนจะขับรถกอล์ฟออกจากที่จอด
   
ลมเย็นๆ พัดตีใบหน้า ผมขับไปตามถนนในหมู่บ้าน ฟากหนึ่งเป็นบ้านหรูหรา อีกฟากเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ นี่สินะชีวิตคนรวย อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพ แต่ถึงตอนนี้ผมก็ยังข้องใจว่าบ้านหลังใหญ่โตทำไมถึงอยู่แค่คนเดียว
   
“กูกลับล่ะ” ผมบอกเมื่อจอดรถกอล์ฟที่หน้าหมู่บ้านใกล้กับป้อมยาม คิดว่าอีกฝ่ายคงวนรถกลับไปเลยแต่กลายเป็นว่าร่างสูงก้าวลงรถพร้อมกัน
   
“ไปไหน” เมื่อสงสัยก็ต้องถามแต่ไอ้หน้าหล่อไม่คิดจะตอบผม เดินไปหยุดยืนริมถนนหน้าหมู่บ้าน โบกมือเรียกแท็กซี่ที่กำลังวิ่งเข้ามา
   
“ขอบใจ” ผมพูดแล้วเปิดประตูหลังรถ บอกปลายทางกับคนขับเมื่ออีกฝ่ายตกลงจึงขึ้นนั่ง แต่ก่อนที่รถจะออกตัวประตูหน้าก็ถูกเปิด ร่างสูงโน้มตัวเข้ามายื่นธนบัตรใบละห้าร้อยให้คนขับ
   
“ที่เหลือทอนให้คนนั่งครับ”
   
“โอเค” คนขับรับเงินใส่กระเป๋า ร่างสูงถอยออกไปก่อนปิดประตูรถ
   
ผมมองคนที่ยืนอยู่ริมถนน สายตาที่มองมาเรียบเฉย เราสบตากันแวบหนึ่งก่อนที่รถจะแล่นผ่าน ผมนึกสงสัยว่าไอ้หน้าหล่อกำลังคิดอะไรอยู่ แต่เพียงครู่เดียวก็ยักไหล่ ไม่ว่าเจ้าตัวจะคิดอะไรก็ไม่ใช่เรื่องของผม

• • • • •

“มาเรียนได้นี่หว่า” ผมหันไปพูดกับปายเมื่อเห็นว่าใครยืนอยู่หน้าร้านข้าวในโรงอาหาร
   
“ดีแล้วที่ไม่เป็นอะไรมาก”
   
ผมเดินไปหยุดยืนด้านหลังขณะที่ปายแยกไปอีกร้าน ไม่ใช่เพื่อทักทายแต่เพราะผมจะสั่งข้าวร้านนี้เหมือนกัน
   
“มึงรวยไม่ใช่เหรอจ่ายให้พวกกูด้วยสิ”
   
ผมได้ยินเสียงแซวที่ฟังยังไงก็เอาจริง ได้แต่โคลงศีรษะให้กับพฤติกรรมที่เห็น
   
“อยากให้เลี้ยงเหรอ” คนพูดยกยิ้มมุมปาก ดวงตาคาดเดาอารมณ์ไม่ได้ “เอาสิ”
   
ธนบัตรใบละห้าร้อยถูกหยิบออกจากกระเป๋า แต่ก่อนที่มันจะถูกยื่นไปให้คนขายก็ถูกผมคว้าเอาไว้เสียก่อน

“มึงจะบ้าจี้ทำไมวะไอ้พวกนี้มันล้อเล่น ข้าวชามไม่กี่บาทมันมีปัญญาจ่ายเองน่า อย่าดูถูกเพื่อนแบบนี้สิวะ ใช่ไหมมึง” ผมหันไปยักคิ้วให้คนที่ยืนอยู่
   
“เออ” เสียงตอบกระแทกกระทั้นแบบเสียไม่ได้ ใบหน้าคนพูดไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
   
“เห็นไหมกูบอกมึงแล้ว เอาคืนไป” ผมยัดเงินใส่กระเป๋าเสื้อนักศึกษาของอีกฝ่าย
   
“ป้าผมขอข้าวกะเพราสามชั้นเผ็ดๆ ไข่ดาวด้วยนะครับ” ผมส่งยิ้มให้กับป้าเจ้าของร้านที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี ได้ยินเสียงแกตะโกนบอกเด็กในร้านให้ทำ
   
“ได้แล้วจ้า” ข้าวสี่จานถูกยกมาวางบนตู้กระจก ผมมองแก๊งมั่วกินหยิบไปสามจาน ส่วนอีกจานเป็นของคนที่ยืนอยู่ข้างกัน
   
“สองจานกับผัดกะเพราะครับ” เงินถูกยื่นให้กับป้าเจ้าของร้าน ผมหันขวับไปมองทันที
“กูจ่ายเองได้”
   
“ผมยังไม่ได้ขอบคุณที่คุณช่วยเมื่อวาน”
   
ผมจ้องตากับคนพูด ก่อนยัดเงินห้าสิบบาทใส่ลงในกระเป๋าเสื้อของอีกฝ่ายเป็นครั้งที่สอง
   
“กูไม่ได้อยากได้อะไร ถ้าจะขอบคุณไปขอบคุณไอ้ปายโน่น กูโดนมันบังคับ”
   
ใบหน้านิ่งเฉยปรากฏรอยยิ้ม ดวงตาของอีกฝ่ายเป็นประกายขำ ผมเลยถลึงตาใส่
   
“มึงก็เลิกทำตัวเป็นคนรวยซะที”
   
“ผมไม่ได้ทำ”
   
“เออ” ผมมองร่างสูงด้วยสายตาหมั่นไส้ “กูลืมว่ามึงรวยจริง กูหมายถึงมึงไม่จำเป็นต้องยอมจ่าย เงินไม่ได้ซื้อเพื่อนได้”

“ซื้อได้”
   
“ได้ตรงไหนวะ มึงก็จะได้แต่เพื่อนแดก เพื่อนเห็นแก่ตัว จะเอาไปทำไม” ผมอดบ่นอีกฝ่ายไม่ได้ โตซะเปล่าเรื่องแค่นี้ดันไม่รู้
   
“เงินซื้อเพื่อนได้ เพราะเงินจะทำให้รู้ว่าเพื่อนแบบไหนคือเพื่อนที่ดี”
   
“แล้วมันเพื่อนแบบไหนวะ” ผมประสานสายตากับคนพูด
   
“เพื่อนแบบคุณ”
   
 เป็นสิบวินาทีที่เงียบเชียบก่อนที่ผมจะหาเสียงของตัวเองเจอ

 “มึงถามกูก่อนว่าอยากเป็นเพื่อนกับมึงไหม” ผมตอบเสียงห้วน ที่เป็นแบบนั้นเพราะดันรู้สึกเขินขึ้นมา ผมได้แต่สงสัยว่าผมจะเขินทำไมวะ

“กะเพราได้แล้วจ้ะ”

“ขอบคุณครับป้า” ผมรับจานข้าวมาจากป้าเจ้าของร้าน กำลังจะเดินออกจากหน้าร้านดีที่นึกได้เสียก่อนจึงหมุนตัวกลับ แบมือไปตรงหน้าร่างสูง

“เงินทอนกู มึงรวยแล้วกูไม่เลี้ยง”

“หึๆ”

ธนบัตรใบละห้าสิบที่ผมเป็นคนยัดใส่กระเป๋าถูกดึงออกมา ผมขมวดคิ้วเข้าหากัน จ้องอีกฝ่ายด้วยสายตาดุๆ มันจึงถูกยัดลงในกระเป๋ากางเกงแทน ก่อนกระเป๋าสตางค์จะถูกหยิบออกมา

“ผมไม่มีทอน” เจ้าของกระเป๋าเปิดให้ผมดู เห็นธนบัตรใบละหนึ่งพันอัดอยู่ในกระเป๋าของอีกฝ่ายแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ในนาทีนี้ผมมีติดกระเป๋าสักใบสองใบก็หรูแล้ว

“เอาไว้ก่อนก็ได้” ผมตัดบท “กูไปล่ะ”

ผมเดินออกจากหน้าร้าน สายตากวาดมองหาปาย เมื่อเห็นอีกฝ่ายยกมือเป็นสัญญาณก็พยักหน้าให้รู้ว่าเห็นแล้ว ผมวางจานข้าวลงบนโต๊ะ อดหันไปมองไอ้หน้าหล่อไม่ได้

“เพื่อนหายไปไหนหมดวะ” ผมขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อเห็นร่างสูงนั่งอยู่คนเดียว ไม่เห็นนาวีกับจีนที่เป็นเพื่อนสนิท จึงไม่แน่ใจว่าทั้งคู่มาเรียนหรือเปล่า

“อะไร” ปายเงยหน้าขึ้นมองผม

“เปล่า” ผมนั่งลง เปลี่ยนมาสนใจอาหารตรงหน้าแทน คนอย่างหมอนั่นมีคนอยากนั่งกินข้าวด้วยเยอะแยะไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เอาตัวเองให้รอดก่อนดีกว่า


**ต่อตอน 3 ด้านล่างเลย








« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-09-2019 17:58:23 โดย darin »

ออฟไลน์ darin

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1037
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2219/-43


ตอนที่ 3
ไม่ใช่แค่..




"ใครวะสวยดี" ผมมองตามหลังสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มหุ่นผอมบางที่เพิ่งเดินจากไป
   
"กูไม่รู้จัก"
   
"ไม่รู้จัก?" ผมหันกลับมามองหน้าเพื่อน เลิกคิ้วขึ้นสูง

"ไม่รู้จักแล้วทำไมคุยกันงุ้งงิ้ง แถมยังให้ของกันด้วย" ผมชี้ไปที่ถุงในมือเพื่อน
 
"ที่คุยงุ้งงิ้งก็เพราะกูคิดเหมือนมึงไงว่าน้องน่ารักดี  ส่วนของนี่น้องเขาฝากให้ไอ้ภาคิน"
   
“ของกูเหรอ!”
   
“ถุย”
   
ผมตบหลังเพื่อนเสียงดังผลั้ว

"แล้วน้องคนสวยบอกมึงเหรอว่าภาคินไหนมาถุยใส่กู"
   
"กูไม่ได้ถาม น้องฝากให้พี่คินภาคินปีสองกูก็รับมาเลย"
   
"ทีอย่างนี้ดันไม่คิดว่าเป็นกูบ้าง มึงไม่คิดเหรอว่าน้องเขาอาจจะหมายถึงกูก็ได้
   
 "มึงเห็นหน้าน้องคนสวยไหม แล้วมึงคิดว่าควรเป็นภาคินไหนตอบกูมา"
   
"กูก็หล่อพอๆ กับมัน" ผมตอบแบบไม่อายปาก เสียงถอนหายใจดังยาวก่อนถุงกระดาษจะถูกยื่นมาตรงหน้า

“เอาไป”
   
"มึงเห็นด้วยกับกูใช่ไหมล่ะ" ผมยักคิ้วให้เพื่อน
   
"เปล่าแต่กูจะให้มึงเอาไปให้ไอ้ภาคิน"
   
ผมชะมักมือที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบ มองเพื่อนด้วยสายตาหาเรื่องนิดๆ

"ทำไมกูต้องทำด้วยวะ"
   
"เพราะถ้ามันเป็นของมึงจริงๆ กูจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเอากลับมาให้มึงอีก มึงควรไปเปิดดูกันเองว่าเป็นของใคร”
   
ไอ้ครั้นจะกลับคำว่าไม่ใช่ของผมตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว จึงได้แต่รับมาแบบเสียไม่ได้ ไม่น่าปากหาเรื่องเลยกูรู้ทั้งรู้ว่าของมัน
   
“อย่าอมนะมึง”
   
“ใครจะไปอมของมันวะกูไม่ใช่เกย์”
   
“ไอ้เหี้ยคิน!”
   
ผมยักคิ้วให้เพื่อน ตอนพูดก็แค่อยากปล่อยมุกแต่ตอนนี้เริ่มขนลุกคำพูดตัวเอง ได้แต่ปัดความคิดออกจากหัว สั่งตัวเองว่าอย่าจินตนาการเชียวนะมึง

• • • • •
   
“ของมึง” ผมวางถุงกระดาษลงบนโต๊ะ วันนี้กลุ่มไอ้หน้าหล่ออยู่กันพร้อมหน้า ทั้งภาคิน จีนและนาวี ทุกสายตามองตรงมาที่ผม
   
“กูไม่ได้ซื้อให้มัน” ผมรีบออกตัวก่อนที่ใครจะเข้าใจผิด “มีน้องผู้หญิงฝากให้ภาคินน่าจะของมึง”
   
“ผมยังไม่ได้พูดอะไร” จีนมองผมยิ้มๆ ในจำนวนเพื่อนรักของไอ้หน้าหล่อ จีนเป็นคนอัธยาศัยดีและน่าคบที่สุดแล้ว จีนตัวเล็กกว่าผม เรื่องความน่ารักกินขาด ได้ข่าวว่าเคยมีผู้ชายมาจีบด้วย ขณะที่นาวีจะหล่อแบบนักกีฬา รูปร่างสูงใหญ่ แตกต่างจากไอ้หน้าหล่อ หมอนั่นเหมือนนายแบบลุคไฮโซมากกว่า
   
“คินนั่งก่อนสิ” ผมเห็นรอยยิ้มของจีนแล้วปฏิเสธไม่ลง เลยคิดจะนั่งพอเป็นพิธีเดี๋ยวค่อยไป
   
“แต่ตอนนี้เรามีภาคินสองภาคิน จะให้เรียกว่าอะไร” นาวีมองหน้าผมสลับกับเพื่อนตัวเอง
   
ผมเห็นไอ้หน้าหล่อขยับปากก็รีบถลึงตาใส่ ขืนมาพี่คินน้องคินตรงนี้ได้ถูกผมต่อยร่วงแน่ แม้ใบหน้าอีกฝ่ายจะปรากฏรอยยิ้มขำแต่อย่างน้อยก็ยอมหยุด
   
“ไม่เห็นยากก็เรียกเหมือนอาจารย์สิ ภากับคิน” จีนพูดด้วยเสียงนุ่มหู
   
“กูว่ากูไปเลยง่ายกว่า” ผมทำท่าจะลุก จีนหัวเราะรีบยื่นมือมาดึงแขนผมให้นั่งลง
   
“อยู่ก่อนสิจะได้ดูว่าของภาคินไหน”
   
“พวกมึงจะพูดเพราะไปไหนวะ ถ้าพูดเหมือนพวกกูก็จบแล้ว” ผมบ่นแต่ก็ยอมนั่ง มองคนชื่อเหมือนกันเปิดถุงที่ได้รับมา
   
“คิน”
   
“หะ” ผมหันไปมองจีน
   
“หมายถึงคินนี้” นิ้วยาวชี้ไปทางเพื่อนสนิทของตัวเอง
   
“อ๋อ โทษที”
   
“ตกลงแม่บ้านกลับมาหรือยัง”
   
“ยังไม่กลับ โทรมาขอลาต่ออาทิตย์หนึ่ง ธุระที่บ้านไม่เสร็จ”
   
“แล้วนายจะทำยังไง สองอาทิตย์เลยนะขอคนใหม่มาจากบ้านคุณปู่สิ”
   
“ช่างเถอะเดี๋ยวก็กลับมาแล้ว”
   
“ไม่เห็นยาก ก็จ้างบริษัททำความสะอาดสิ ให้มาทำเสาร์อาทิตย์ตอนนายอยู่” นาวีออกความคิดเห็น
   
“ฉันเคยจ้างมาทำที่คอนโด ถ้าบ้านเป็นหลังน่าจะสักแปดร้อยบาท แต่ของนายหลังใหญ่ตีเกินๆ ไว้ก่อนก็น่าจะสักพันสองพันสามมั้ง”
   
“ก็เข้าท่าดีนะ” จีนหันไปมองหน้าเจ้าของบ้าน รออีกฝ่ายตัดสินใจ
   
“กูรับเองคิดพันเดียว” ผมยกมือขึ้น สายตาสามคู่หันมามองโดยพร้อมเพรียงกัน มันแฝงไว้ด้วยความแปลกใจ
   
“เห็นอย่างนี้กูทำงานบ้านเก่งนะเว้ย” ผมรีบโฆษณาตัวเอง ใกล้สิ้นเดือนก็เหมือนสิ้นใจ มีเงินพันหนึ่งติดกระเป๋าไว้ย่อมอุ่นใจที่สุด
   
“มันจะสะอาดใช่ไหม”
   
“อ้าวไอ้..” ผมเม้มปากเข้าหากัน เกือบไปแล้วเกือบด่าเจ้านายในอนาคต ผมสั่งตัวเองให้ยิ้มออกมา มองอีกฝ่ายด้วยดวงตาใสซื่อมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
   
“สะอาดสิวะ ไว้ใจได้ด้วย รับรองของมึงไม่หายแน่นอน”
   
“ก็ดีนะ” จีนพูดด้วยใบหน้าติดรอยยิ้ม ดวงตาเป็นประกาย ดูเหมือนอีกฝ่ายกำลังขำ
   
“นั่นสิ” ผมได้แรงสนับสนุนอีกเสียงจากนาวี
   
“คุณไม่ได้กำลังคิดจะเอาคืนผมใช่ไหมเรื่องที่ถูกเข้าใจผิดบ่อยๆ” ดวงตาที่มองมาหรี่ลง
   
“รู้ด้วยเหรอว่าทำคนอื่นซวย” ผมอดปากไม่ได้จริงๆ

“ก็อยากเอาคืนหรอกนะถ้าทำแล้วยังได้ตังค์พันหนึ่งด้วย”
   
“หึ” เสียงหัวเราะดังขึ้น ผมพยายามกดความหมั่นไส้อีกฝ่ายเอาไว้
   
“ตกลง ผมรับข้อเสนอ”
   
หมอนี่เพิ่งหล่อสมหน้าตาก็วันนี้
   
“งั้นวันเสาร์กูไปบ้านมึง จะให้ไปกี่โมง”
   
“บ่ายสอง”
   
“ได้” ผมลุกขึ้นยืนเมื่อตกลงกันได้แล้ว ไม่มีเหตุผลที่จะนั่งต่อเพราะของในถุงไม่ใช่ของผมแน่นอน ขนมจากร้านดังแบบนั้นไม่มีผู้หญิงคนไหนลงทุนซื้อมาให้ผมแน่

• • • • •

สิบสามนาฬิกาสี่สิบห้านาทีผมยืนอยู่กลางห้องรับแขกของบ้านหลังใหญ่ เมื่อเจ้าของบ้านเปิดประตูให้เข้ามา ไม่มีสิ่งใดแตกต่างจากวันนั้น บ้านยังเงียบเชียบเหมือนเดิม
   
“มีกี่ห้องวะ” ผมถามเพื่อประเมินการทำงานคร่าวๆ
   
“สี่ห้องนอน ห้าห้องน้ำ ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน ห้องครัว”
   
ผมกลืนน้ำลายลงคอ “ให้ทำความสะอาดหมดเลยเหรอวะ”
   
“ไม่ต้อง คุณทำแค่ห้องนอนผม ห้องน้ำในห้องนอน ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ห้องครัวก็พอ”
   
“ค่อยยังชั่ว” ผมพึมพำกับตัวเอง มองซ้ายมองขวาก่อนถามขึ้น
   
“ถ้าอย่างนั้นให้กูเริ่มทำเลยไหม”
   
“อืม” ร่างสูงเดินนำผมไปทางห้องครัว มีห้องเล็กอยู่ก่อนถึง เมื่อเปิดเข้าไปข้างในเป็นที่เก็บอุปกรณ์ต่างๆ จัดเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบ ผมหยิบของที่ต้องใช้ออกมา
   
“เริ่มจากห้องนอนผมแล้วกัน”
   
“ได้”
   
ผมเดินตามร่างสูงขึ้นไปชั้นบน ผิวปากหวือเมื่อเห็นการตกแต่ง ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าของทุกชิ้นเป็นของแพง โทนห้องสีขาวดำก็เหมาะกับหมอนี่ดี
   
“สวยนี่หว่า” ผมชมตามที่เห็น แต่อีกฝ่ายไม่ใส่ใจคำพูดของผม
   
“ตามสบาย”
   
“เดี๋ยวสิวะ!” ผมเรียกเมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะเดินออกจากห้อง

“มึงไม่อยู่เฝ้าเหรอ” ที่ผมถามเพราะเจ้าของห้องวางของมีค่าไว้อย่างเปิดเผย ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์ กล่องเครื่องประดับ เท่าที่รู้จักหมอนี่ผมพนันได้ว่าของทุกชิ้นที่ใส่ขายได้ราคา
   
“คุณบอกว่าไว้ใจได้ไม่ใช่เหรอ”
   
“มันก็ใช่”
   
“ถ้าอย่างนั้นก็ทำไปเถอะ”
   
ผมมองตามหลังร่างสูง จู่ๆ ก็รู้สึกหงุดหงิดเจ้าของบ้านขึ้นมา อาจเพราะท่าทางไม่ยี่หระของอีกฝ่าย เหมือนที่ยอมควักเงินให้คนอื่นง่ายๆ ราวกับมันไม่มีค่า ได้แต่เตือนตัวเองว่ามันไม่ใช่เรื่องของผม

   
หลังจากใช้เวลาทำความสะอาดห้องน้ำและห้องนานของอีกฝ่ายอยู่หนึ่งชั่วโมงเต็ม ผมก็ขนอุปกรณ์ทั้งหมดลงมาที่ห้องรับแขกที่อีกฝ่ายนั่งอ่านหนังสืออยู่
   
“ข้างบนเสร็จแล้วนะ” ผมบอกเพียงเพื่อให้รู้ว่าผมกำลังจะทำห้องนี้ แล้วก็เป็นอย่างที่คิดไอ้หน้าหล่อปิดหนังสือในมือ ลุกขึ้นยืนก่อนเดินตรงไปยังประตู ผมเลิกสนใจและเลิกถาม แต่อีกฝ่ายกลับหยุดยืน หันกลับมามองผมด้วยสายตาเคร่งขรึม
   
“ทำไมคุณถึงอยากทำ”
   
“ทำไมงั้นเหรอ” ผมสบตากับอีกฝ่าย “ก็ค่าจ้างดี” ผมคิดว่ามันเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุดแล้ว
   
“แต่คุณไม่ชอบหน้าผม”
   
“ไม่ชอบหน้าไม่ได้แปลว่าไม่ใช่เพื่อนนี่หว่า ยังไงมึงก็เพื่อนกู อีกอย่างกูก็ไม่เห็นว่าการรับทำความสะอาดบ้านให้มึงจะเป็นเรื่องน่าอายตรงไหน ตราบใดที่กูไม่ได้ขอเงินมึงฟรีๆ ไม่ใช่เหรอ” ผมตบท้ายด้วยคำถาม
   
“อืม”
   
“เดือนนี้กูเหลือเงินไม่มาก สำหรับกูมันไม่ใช่แค่เงินพันหนึ่งแต่มันคือตั้งพัน ถ้ามันจะตอบคำถามมึงได้ชัดเจนขึ้นมึงคิดซะว่ากูงกก็ได้”
   
“หึ” ดวงตาเคร่งขรึมปรากฏประกายขำ ใบหน้าของอีกฝ่ายจึงดูผ่อนคลายขึ้น
   
“ไอ้คิน” แม้จะรู้สึกประหลาดอยู่บ้างแต่ในเมื่อชื่อเหมือนกันก็จำเป็นต้องเรียก
   
“.....”
   
“มึงยิ้มเยอะๆ ก็ดีนะ”
   
รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลาหุบลงทันที
   
“กูว่าแล้ว” ผมบ่นกับตัวเอง “เออต่อไปกูไม่ทักแล้ว มึงจะยิ้มไม่ยิ้มก็เรื่องของมึงเถอะ”
   
ผมหันกลับมาสนใจงานของตัวเอง ได้ยินเสียงเดินออกจากห้องไป

   
ผมยกมือขึ้นปาดเหงื่อ ในที่สุดห้องรับแขกก็เสร็จ ความจริงแล้วงานไม่ได้หนักหนาอะไร บ้านค่อนข้างเรียบร้อยเพราะมีแม่บ้านคอยดูแลทุกวัน ผมจึงทำแค่ดูดฝุ่นกับเช็ดฝุ่นออก แต่เพราะทำมาหลายห้องแล้วเลยรู้สึกเหนื่อย

ระหว่างเดินไปยังห้องนั่งเล่น ผมอดอยากรู้ไม่ได้ว่าเดี๋ยวเจ้าของบ้านจะหนีไปห้องไหนต่อวะ
   
ผมหยุดยืนตรงประตูมองร่างสูงที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา อดทึ่งความดูดีของอีกฝ่ายไม่ได้ แค่นั่งอ่านหนังสือมันต้องดูเท่ขนาดนี้เลยเหรอวะ ดูเหมือนคนถูกมองจะรู้ตัวจึงเงยหน้าขึ้นมา
   
“เสร็จแล้วเหรอ”
   
“ใช่ กูจะทำห้องนี้ต่อ”
   
ผมรอให้อีกฝ่ายลุกขึ้นแต่คราวนี้มีแค่การปิดหนังสือและวางลงข้างตัว ผมเลิกคิ้วขึ้นเมื่อสายตาคู่นั้นมองมา
   
“ทำอาหารเป็นไหม”
   
“เป็นแต่พวกอาหารพื้นๆ”
   
“งั้นทำอาหารให้หน่อย ผมเพิ่มเงินให้เป็นพันห้า”
   
“หิวเหรอ” ผมมองตาอีกฝ่าย
   
“อืม ไม่อยากสั่งเข้ามา”
   
“ได้เดี๋ยวกูทำให้ แล้วมึงก็ไม่ต้องเพิ่มเงินให้กู แค่เพื่อนหิวทำไมจะทำให้ไม่ได้วะ”
   
ผมรู้สึกได้ว่าร่างสูงชะงัก ดวงตาคู่นั้นมองผมด้วยสายตาพิจารณา
   
“มึงไม่ต้องสงสัย กูบอกว่ากูงกก็ใช่ กูมาทำงานนี้เพราะอยากได้ตังค์ก็ใช่ แต่จะให้กูเก็บเงินทุกอย่างมันก็ไม่ใช่เพื่อนกันหรือเปล่าวะ เอาไว้กูฝีมือระดับเชฟแล้วค่อยคิด”
   
แม้ริมฝีปากไม่ได้คลี่ยิ้มแต่ผมสาบานได้ว่าหมอนี่กำลังยิ้ม
   
“จะให้ทำเลยไหม หิวมากหรือเปล่า” ผมเงยหน้ามองนาฬิกาบนฝาผนัง ขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่ายังไม่สี่โมงเย็น มันทำให้ผมเอะใจ
   
“มึงไม่ได้กินข้าวเที่ยงใช่ไหม”
   
“...”
   
ผมถอนหายใจยาว “มึงจะตื่นสาย มึงจะขี้เกียจยังไงก็อย่าลืมกินข้าวสิวะ เดี๋ยวกระเพาะก็เล่นงาน”
   
“เลิกบ่นได้แล้ว” เสียงพูดเบา ผมจ้องหน้าอีกฝ่ายก่อนหัวเราะออกมาเสียงดัง สีหน้าที่ผมเห็นไม่ใช่สีหน้าไม่พอใจหรือรำคาญ แต่เป็นสีหน้าของเด็กเอาแต่ใจ งอแงก็เป็นแฮะหมอนี่
   
“รื้อทุกอย่างในครัวได้ใช่ไหม” ผมพูดหลังจากหยุดหัวเราะได้แล้ว ทำเป็นไม่เห็นสายตาที่ตวัดมามองตอนที่ผมหัวเราะ
   
“อืม”
   
“อยากทานอะไร”
   
“อะไรก็ได้”
   
“อะไรก็ได้กูทำไม่เป็น ไม่รู้ด้วยว่ามันทำยังไง” เหมือนผมกำลังสนุกที่ได้แกล้งอีกฝ่าย
   
“....”

ใบหน้าที่เคยเคร่งขรึมมุ่ยอย่างเห็นได้ชัด ผมพยายามกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้
   
“ตกลงจะกินอะไร”
   
“ต้มยำกุ้งกับไข่เจียวหมูสับ”
   
“ฟังแล้วหิวเลย ได้เดี๋ยวกูทำให้” ผมวางผ้าที่ถืออยู่ลงบนโต๊ะ เดินตรงไปที่ประตูก่อนหยุด
   
“ไปด้วยกันสิวะ มึงก็ต้องไปช่วยกู”
   
“....”
   
“เร็ว” ผมเร่ง ร่างสูงจึงยอมลุกขึ้น เดินตามผมออกจากห้องนั่งเล่นไปยังห้องครัว

   
“โหตู้เย็นบ้านมึงแม่งสุดจริง” ผมมองของที่แช่อยู่เต็มตู้ ของสดมีเกือบทุกชนิด ผลไม้แพงๆ ขนม รวมไปถึงเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์และไม่มี
   
ผมหยิบทุกอย่างที่ต้องใช้ออกมาวางบนเคาน์เตอร์ แยกกุ้งใส่ตะกร้าและส่งให้อีกฝ่าย
   
“ล้างแล้วดึงเส้นที่หลังออกด้วย”
   
“เส้นที่หลัง?”
   
“มึงใช้มีดกรีดกลางหลังกุ้ง จะมีเส้นสีดำดึงออกมาให้หมด อย่าคิดจะหลอกให้กูทำให้”
   
“หึๆ”
   
ผมหันไปมองเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะ เกือบไปแล้ว ดีนะคิดทัน
   
หลังจากอีกฝ่ายล้างกุ้งเสร็จ ผมตอกไข่ใส่ถ้วยและส่งให้ตี ตักหมูสับใส่ลงไปให้ ได้แต่มองด้วยสายตาขำเมื่อเห็นความเก้งก้างของอีกฝ่าย พอได้รู้ว่าหมอนี่ไม่ได้เฟอร์เฟ็คไปเสียทุกอย่างมันทำให้อารมณ์ดีขึ้นเยอะ
   
   
กับข้าวสองอย่างถูกวางลงบนโต๊ะ ผมหยิบข้าวแบบถ้วยสำเร็จออกจากไมโครเวฟมาคว่ำใส่จานแล้ววางให้อีกฝ่าย
   
“ทานด้วยกันสิ”
   
“ช้าไปแล้ว”
   
“หือ?”
   
“กูอุ่นข้าวแล้ว เห็นแล้วหิว”
   
เป็นอีกครั้งที่ผมเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของอีกฝ่าย
   
ผมตักข้าวเข้าปาก ลอบมองใบหน้าของคนตรงหน้า ตั้งแต่เข้ามาในบ้านหลังนี้นอกจากรูปวิวแล้วผมไม่เห็นรูปครอบครัวของอีกฝ่ายเลย ถ้ามีคนบอกว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านตัวอย่างผมก็เชื่อ
   
“ไอ้คิน”
   
“อะไร”
   
“มึงอยู่คนเดียวจริงเหรอวะ”
   
“อืม”
   
“ไม่เหงาเหรอ”
   
“ไม่”
   
“แล้วทำไมเลือกอยู่บ้านใหญ่แบบนี้วะ กูเห็นพวกเด็กรวยส่วนใหญ่อยู่คอนโดกัน”
   
“หมู่บ้านนี้เป็นของบริษัทอาสร้าง เก็บเอาไว้เองสองหลัง มีหลังนี้กับของอา”
   
“อ๋อ” ผมพยักหน้า
   
“งั้นอามึงก็อยู่แถวนี้สิ”
   
“ส่วนใหญ่อาอยู่คอนโดเพราะสะดวกกับการทำงานมากกว่า นานๆ ถึงจะมาค้าง”
   
ชีวิตคนรวยสินะ นั่นคือสิ่งที่ผมคิดอยู่ในใจ 
   
   
หลังจากทานอาหารเสร็จผมปล่อยให้อีกฝ่ายล้างจาน ย้ายตัวเองไปทำความสะอาดห้องนั่งเล่นเสร็จแล้วถึงกลับไปทำห้องครัว เมื่องานทุกอย่างเรียบร้อยผมเก็บอุปกรณ์เอาที่ ล้างหน้าล้างตาก่อนออกมาเจออีกฝ่ายที่ห้องรับแขก
   
“กูทำเสร็จแล้วนะห้าห้อง”
   
“ขอบใจ” ธนบัตรใบละหนึ่งพันถูกยื่นมาให้

“ขอบใจมาก” ผมรับมาพับเก็บเข้ากระเป๋าสตางค์

“จริงสิ! มึงบันทึกเบอร์กูกับไลน์ไว้ด้วย” ผมบอกอีกฝ่าย เมื่อเห็นสีหน้าสงสัยจึงอธิบายเหตุผล

“กูแค่อยากแสดงความบริสุทธิ์ใจ เผื่อของมึงมีอะไรเสียหายจะได้โทรหากู” ผมบอกเบอร์และไลน์ของตัวเองให้อีกฝ่ายบันทึก

“งั้นกูกลับเลยนะ เย็นๆ เดี๋ยวรถติด”

“เดี๋ยวผมขับไปส่งหน้าหมู่บ้าน”

“ขอบใจ” ผมไม่ปฏิเสธ ถึงไม่บอกก็ต้องขออยู่แล้ว ไกลขนาดนี้ใครจะเดินออกไปไหว

• • • • •

หลังจากนั่งวินมอเตอร์ไซด์มาถึงถนนใหญ่และนั่งรถเมล์จนถึงหอพัก ผมก็ทิ้งตัวนอนบนเตียงทันทีที่ถึงห้อง เสียงข้อความเข้าดังขึ้นหลังจากนั้นไม่นาน ผมคิดว่าปายคงส่งมาถามว่าถึงห้องหรือยัง แต่เมื่อเปิดดูผมถึงรู้ว่าเป็นไอ้หน้าหล่อ
   
พรุ่งนี้ว่างไหม
   
ถามทำไมวะ ผมคิดแต่ก็ตอบกลับไป
   
                                          ว่าง
   
มาทำห้องที่เหลือกับริมสระน้ำให้หน่อยได้ไหม
   
                                            เท่าเดิม?
   
ใช่

                                          ตกลง กี่โมง
   
สิบโมงเช้า

                                           โอเค

ผมรออยู่ครู่หนึ่งเมื่อไม่มีข้อความตอบกลับจึงโยนโทรศัพท์ไปบนหมอน คลี่ยิ้มออกมา สองวันได้สองพัน จากนี้ถึงสิ้นเดือนไอ้คินรอดแล้วโว้ยยย


:::: ♥ TBC ♥::::
  Darin ♥ FANPAGE
Twitter : primdarin



ออฟไลน์ หมอตัวเปียก

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1935
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-3
หาเรื่องอยู่ใกล้เขาล่ะสิ พี่คิน

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1

ออฟไลน์ HanATarO

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2278
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +132/-2
คินอยู่คนเดียวในบ้านหลังใหญ่ เรานี่เหงาแทนเลย มองไปทางไหนก็เจอแต่ความว่างเปล่า

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2640
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1677
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-7
ภาาา คินนนนน

ออฟไลน์ BAKA

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3149
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-10
เอ๊ะ นี่กำลังหาเรื่องอยู่ใกล้ๆ เขาหรือเปล่านะ?

ออฟไลน์ Ginny Jinny

  • ความเป็นจริงมันวุ่นวาย ก็ขอให้ใจมันสบายๆในความฝัน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2357
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-4
พี่คินมีปมไรเปล่า :hao4:

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8512
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด