Faculty of Love . 2 : เมื่อหินผาจรดสายน้ำ l ครั้งที่ "21" [END] l P.23 07-04-63
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: Faculty of Love . 2 : เมื่อหินผาจรดสายน้ำ l ครั้งที่ "21" [END] l P.23 07-04-63  (อ่าน 53751 ครั้ง)

ออฟไลน์ fangiily

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 605
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +741/-12

say-hi ในทวิตเตอร์ ฝากติด #เมื่อหินผาจรดสายน้ำ ด้วยนะคะ
ไม่ขออะไรมาก คอมเมนต์ให้กำลังใจกันหน่อยก็ดีจ้า
อย่าเป็นนักอ่านเงาเลย คนแต่งหมดกำลังใจเนอะ






ครั้งที่ | “2”






สายน้ำทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นหลังพิงผนังห้องที่เขาและน้ำรินมาเก็บตัวซ้อมสำหรับการประกวดดาวเดือน ซึ่งในห้องนี้ไม่ได้มีแค่พวกเขาสองคน แต่ยังมีเพื่อนดาวเดือนจากคณะอื่น ๆ อยู่อีกเป็นสิบ ยี่สิบคน ตอนนี้รุ่นพี่ที่มาช่วยดูการซ้อมปล่อยให้พักก่อนที่จะให้ไปซ้อมเดินต่อ สายน้ำก็ไม่ค่อยจะเข้าใจนักหรอกว่าทำไมถึงต้องซ้อมเดินเป็นจริงเป็นจังอย่างกับว่าพวกเขากำลังจะขึ้นเดินบนเวทีระดับโลกอย่างนั้น



“อ่ะ กินน้ำหน่อย” น้ำรินที่เดินหายไปเมื่อครู่เดินกลับมาหาก่อนจะส่งขวดน้ำเปล่าเย็น ๆ ให้แล้วนั่งลงข้าง ๆ



“ขอบใจนะ ที่จริงควรเป็นเราเดินไปหยิบให้หรือเปล่า” สายน้ำรับมาพลางพูดขำ ๆ



“บ้าแล้ว! ไม่เห็นเป็นอะไรเลย เราจะหยิบหรือน้ำจะหยิบก็ไม่เห็นต่างกัน สุดท้ายก็ได้น้ำคนละขวดอยู่ดี” น้ำรินหันมาว่าแต่ก็ไม่ได้จริงจังนัก



ร่วมสัปดาห์แล้วหลังจากการคัดเลือกดาวเดือนของคณะจบลง พวกเขาตัวแทนดาวเดือนของแต่ละคณะก็มาฝึกซ้อมกันที่นี่ ทั้งฝึกร้อง ฝึกเดิน ไม่ต่างกับการไปออกรายการแข่งขันต่าง ๆ ที่สายน้ำเคยเปิดดูเลย เขานึกมาตลอดว่าการประกวดดาวเดือนของมหาวิทยาลัยก็แค่ส่งตัวแทนออกมาแสดงความสามารถพิเศษ แล้วก็ตอบคำถามแค่นั้น ไม่คิดว่าจะมีการซ้อมกันอย่างจริงจังแบบนี้



จากที่ฟังรุ่นพี่พูดถึงกำหนดการในวันประกวด เหล่าดาวเดือนจะต้องร้องเพลงร่วมกันหนึ่งเพลง แล้วก็ต่อด้วยการแนะนำตัว การแสดงความสามารถพิเศษ ตอบคำถาม แล้วก็ประกาศผลรางวัล พอได้ฟังสายน้ำก็แทบจะถอนหายใจเพราะรู้สึกว่ามันจะต้องเหนื่อยมากแน่ ๆ แต่เพราะได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของคณะแล้ว ก็อยากจะทำให้ดีที่สุด



ไม่ได้หวังถึงรางวัลอะไรเลย เพราะเขารู้สึกว่าตัวแทนของแต่ละคณะหน้าตาดี ๆ ทั้งนั้น แต่ละคนก็มีโอกาสได้เป็นเดือนมหาวิทยาลัยกันหมด



“ว่าแต่ว่า ช่วงแสดงความสามารถพิเศษรินจะแสดงอะไรเหรอ เรานี่ยังคิดอะไรไม่ออกเลย” สายน้ำเอ่ยถาม



“เราคุยกับรุ่นพี่ว่าอยากจะแสดงรำไทย น้ำรำเป็นไหมล่ะ ถ้าเป็นเรามาแสดงคู่กันก็ได้นะ เราอยากโชว์ความเป็นไทยออกมา”



“จริง ๆ ก็เคย ตอนสมัยเด็ก ๆ ช่วงประถม ม.ต้น แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้รำอีกเลย” สายน้ำตอบ นึกไปถึงตอนสมัยยังเด็ก ๆ ที่โดนคุณครูจับไปแสดงในงานต่าง ๆ แถมครอบครัวของพ่อก็เป็นคุณครูสอนดนตรีไทย แล้วก็พวกนาฏศิลป์ด้วย เขาเลยได้เรียนมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว



“อย่างนั้นมารำคู่กันดีไหม น่าสนใจอยู่นะ”



“อย่างนั้นก็ได้ เราไม่มีปัญหาอยู่แล้ว” สายน้ำตอบรับคำชวนนั้นอย่างง่ายดาย เพราะเขาก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะแสดงความสามารถพิเศษอะไรดี



“โอเค ตามนั้นนะ เดี๋ยวเราจะได้ไปคุยกับรุ่นพี่เรื่องการแสดงของเรา แล้วถ้าคุยกับพี่ได้เรื่องยังไงแล้วเดี๋ยวเราจะบอกน้ำอีกทีแล้วกันนะ”



“ตามนั้นเลย แล้วแต่รินจัดการเลย จะนัดซ้อมอะไรตอนไหนก็บอกได้ตลอดนะ เราอาจจะต้องฟื้นเรื่องการรำสักหน่อยเพราะก็ไม่ได้รำนานแล้วเหมือนกัน”



“ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราช่วยเอง”



หมดเวลาพักรุ่นพี่ที่มาช่วยดูแลเรื่องการซ้อมก็เรียกน้อง ๆ กลับไปรวมกลุ่มกันต่อ หลังจากซ้อมร้องเพลงจนจบก็เริ่มซ้อมการเดินของดาวเดือน



“หลังตรงค่ะ อย่าเดินหลังโก่งสิ! แล้วขาก็จะกางอะไรขนาดนั้นยะ หุบ ๆ ขาหน่อย เดินย่ะเดิน ไม่ใช่เดินเป็ดแบบนั้น” รุ่นพี่ปีสี่ของกลุ่มที่คอยดูแลการประกวดดาวเดือนพูดขึ้นเมื่อเห็นท่าเดินของรุ่นน้องแต่ละคนแล้ว



“เจ้มน หนูว่าพอก่อนไหม นี่ก็มืดละนะให้เด็ก ๆ ไปพักดีกว่า น่าจะเหนื่อยกันมากแล้ว” แวนดี้ที่ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้สายน้ำกับน้ำรินเอ่ยกับรุ่นพี่ปีโตกว่า



“อ่ะ ๆ ตามนั้น” อีกฝ่ายยอมให้พักในที่สุด “วันนี้ก็กลับไปพักกันก่อนแล้วกันนะ ไว้พรุ่งนี้เจอกันใหม่ พักผ่อนกันเยอะ ๆ ล่ะเด็ก ๆ แยกย้ายได้”



สิ้นคำนั้นตัวแทนดาวเดือนทุกคนก็พร้อมใจกันแยกย้ายทันที สายน้ำเดินมาหยิบกระเป๋าของตัวเองเพื่อเตรียมกลับห้องไปพักผ่อน



“น้องน้ำกลับยังไง ให้พวกพี่ไปส่งไหม” แซนดี้เดินเข้ามาถาม “ยังไงพี่ก็ต้องไปส่งน้ำรินอยู่แล้วด้วย”



“ไม่เป็นอะไรครับ พวกพี่ไปส่งน้ำรินเถอะครับ ผมกลับเองได้ คอนโดผมกับหอน้ำรินคนละทางกันเลยพวกพี่จะได้ไม่ต้องย้อนไปย้อนมา” สายน้ำปฏิเสธพร้อมรอยยิ้ม “อีกอย่างผมตั้งใจจะแวะตลาดหน้ามอก่อนน่ะครับ”



“แน่ใจนะ ไม่ให้พี่ไปส่งแน่นะ หรือจะไปนอนห้องพี่ก็ได้นะ พี่ไม่ถือ”



สายน้ำหัวเราะ “แน่ใจครับ พวกพี่รีบกลับกันเถอะครับเดี๋ยวจะมืดไปกว่านี้ อันตรายนะครับ ยังไงผมกลับก่อนนะ สวัสดีครับพี่แซนดี้ พี่แวนดี้” ยกมือไหว้ลารุ่นพี่ทั้งสองคนก่อนจะหันไปลาน้ำริน “ไปแล้วนะน้ำริน เอาไว้พรุ่งนี้เจอกัน ไปนะครับ”



“จ้า กลับห้องดี ๆ นะลูก ถึงห้องแล้วไลน์เข้ากลุ่มดาวเดือนด้วยนะ พวกพี่จะได้สบายใจนะ” แวนดี้ร้องบอก



“ครับผม” สายน้ำหันกลับมารับคำ ก่อนจะเดินออกจากห้องที่ใช้ในการซ้อมประกวดดาวเดือนไป



เจ้าตัวแวะกินข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งหน้ามหาวิทยาลัย คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แต่โต๊ะภายในร้านก็เกือบจะเต็มเหมือนกัน อาจจะเพราะมีตลาดที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ ที่ดึงนักศึกษาไปได้มากทีเดียว ซึ่งนั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องดี เขาจะได้ไม่ต้องรออาหารนานเกินไปนัก



ระหว่างที่กำลังรออาหารมาเสิร์ฟก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดู เข้าไปตอบไลน์จากเพื่อนทั้งสองคนที่ส่งมาถามเขาว่าเลิกซ้อมหรือยัง ก่อนจะเปลี่ยนไปเข้าเฟซบุ๊กต่อ มีคนแท็กรูปมาหาเขาด้วย สายน้ำเลยกดเข้าไปดู เป็นแซนดี้กับแวนดี้ที่แท็กรูปมาหา ภาพตอนที่เขากำลังซ้อมร้องเพลงกับซ้อมเดินประกวดดาวเดือน



มีหลายคนเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจ แต่ส่วนใหญ่สายน้ำไม่รู้จักก็เลยใช้วิธีกดถูกใจไปที่คอมเมนต์พวกนั้นแทน มีตอบคอมเมนต์ของเพื่อน ๆ บ้าง ตอบรวม ๆ ไปบ้าง



“ขอนั่งด้วยคนนะครับ โต๊ะอื่นเต็มหมดแล้ว” เสียงที่ดังอยู่เหนือหัวเรียกสายตาของสายน้ำที่จดจ่ออยู่กับหน้าจอโทรศัพท์ให้เงยขึ้นมอง



“พี่หินผา”



“อ้าว... สายน้ำ โต๊ะว่างใช่ไหม พี่นั่งด้วยคนนะ” พูดจบก็ทรุดตัวลงนั่งทันที สายน้ำยังไม่ทันได้ตอบรับอะไร ทำได้เพียงแค่พยักหน้าเท่านั้น



“ทำไมมาอยู่คนเดียวล่ะ เพื่อนเราอีกสองคนไปไหนแล้ว” หินผาถามอย่างชวนคุย



สายน้ำเลยวางโทรศัพท์เอาไว้บนโต๊ะเพื่อที่จะได้คุยกับอีกฝ่าย “กลับกันไปแล้วครับ พอดีผมไปซ้อมดาวเดือนมา เพิ่งเลิกครับก็เลยมานั่งกินข้าวก่อนกลับ”



“อ่อ ได้ยินปีสองพูดอยู่ว่าได้ดาวเดือนแล้ว เป็นเรานี่เอง” หินผาว่า “ไม่ต้องกดดันนะ ทำให้เต็มที่ก็พอ คณะเราไม่ได้หวังตำแหน่งดาวเดือนมหา’ลัยขนาดนั้นหรอก”



“อ่า... ครับ” สายน้ำพยักหน้ารับ ลังเลที่จะต่อบทสนทนาเพื่อไม่ให้เกิดความเงียบขึ้นระหว่างพวกเขา สุดท้ายก็กลั้นหายใจถามออกไป “แล้ว... พี่มาคนเดียวเหรอครับ”



“หือ... อือ ใช่แล้วล่ะ พี่อยู่แถวนี้ แต่เดียร์กับทัชอยู่อีกฝั่งน่ะ เลยไม่ได้มาด้วยกัน แล้วเราล่ะอยู่แถวนี้เหรอ”



“ก็ไม่เชิงครับ ผมอยู่คอนโดที่เลยป้ายรถเมล์ไปอีกสามป้ายน่ะครับ เลยมาแวะกินข้าวก่อนค่อยกลับห้อง” สายน้ำตอบคำถามนั้น



“อืม” อีกฝ่ายพยักหน้ารับ



บทสนทนาจบลงพอดีกับที่พนักงานในร้านยกอาหารมาเสิร์ฟให้เขากับหินผา ทำให้บรรยากาศไม่อึดอัดเกินไปนักเพราะต่างฝ่ายต่างก็จัดการกับอาหารของตัวเอง



“พี่ไม่กินถั่วฝักยาวเหรอครับ” สายน้ำเอ่ยถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังเขี่ยถั่วฝักยาวในผัดพริกแกงที่เจ้าตัวสั่งมาออก



“อือ พี่ไม่ชอบ” หินผาเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะพูดต่อเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าจะพูด “แล้วก็อยากกินผัดพริกแกงเลยสั่งมา เพราะฉะนั้นไม่ต้องถามว่าจะสั่งมาทำไม”



สายน้ำงับปากตัวเองทันที เพราะเขากำลังคิดจะถามอยู่เหมือนกัน ที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะอยากกินเมนูนี้ก็เลยสั่ง แม้จะไม่กินของอย่างอื่นในนั้นก็ตาม



พอเห็นคนน้องนั่งงับปากไม่พูดอะไรหินผาก็หลุดยิ้มขำแล้วก้มลงสนใจข้าวในจานของตัวเองแทน



หินผาเงยหน้าอีกรอบเมื่อเห็นว่ามือของคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามยื่นมาที่จานของเขาพร้อมกับตักถั่วฝักยาวไปกิน



“ผมกินเอง”



เคร้ง



แต่ทันทีที่ถั่วฝักยาวคำนั้นเข้าปากได้ไม่นานสายน้ำก็แทบจะทิ้งช้อนส้อมหันไปคว้าแก้วน้ำมาดูด



“โคตรเผ็ด! พี่ไม่เห็นบอกผมเลยว่ามันเผ็ด” คนเผ็ดจนลิ้นแดง ปากแดงร้อง ดูดน้ำจนหมดแก้ว เติมใหม่แล้วก็ดูดหมดอีกแก้ว



“อ้าว... ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ กิน เดี๋ยวก็สำลักน้ำอีกรอบหรอก” หินผาว่าอย่างขำ ๆ ไม่ได้โกรธอะไรที่โดนอีกฝ่ายต่อว่า “อีกอย่างพี่จะรู้ไหมล่ะว่าเรากินเผ็ด ไม่เผ็ด หรือกินได้แค่ไหน สำหรับพี่มันไม่เผ็ด ก็เลยไม่ได้บอก”



“อย่างเผ็ดเลย” ตักข้าวผัดตัวเองใส่ปากคำโตหวังว่ามันจะช่วยให้หายเผ็ดได้



หินผามองคนที่หน้าแดง ตาแดง ปากแดงไปหมดเพราะเผ็ดอย่างขำ ๆ ก่อนจะลุกไปเดินไปที่หน้าร้านที่ซุ้มขายน้ำอยู่ ไม่นานก็เดินกลับมาพร้อมน้ำแดงสองแก้วในมือ



“อ่ะ กินนี่สิเผื่อจะหายเผ็ดได้” ดันแก้วน้ำแดงแก้วหนึ่งไปไว้ตรงหน้าของรุ่นน้องในคณะ



“ขอบคุณครับ” ยกมือไหว้ขอบคุณก่อนจะดึงแก้วมาใกล้แล้วดูดน้ำไปที “เมื่อกี้ผมขอโทษที่โวยวายใส่พี่”



หินผาเลิกคิ้วมองทำหน้างงก่อนจะร้องออกมาเบา ๆ เมื่อเข้าใจว่าที่น้องพูดว่าหมายถึงตอนไหน “ไม่เป็นไร พี่ไม่ได้โกรธอะไร รีบกินเข้าเถอะจะได้รีบกลับห้องไปพักผ่อน”



“ครับ”



สายน้ำรับคำก่อนที่พวกเขาจะจัดการกับอาหารของตัวเองต่อ สายน้ำคิดว่าตัวเองไม่ใช่พวกกินช้าอะไร บางครั้งถ้ารีบ ๆ ก็หมดในเวลาไม่นาน แต่สำหรับคนตรงหน้านี่กินเร็วมาก เพราะใช้เวลาไม่นานข้าวพูนจานของอีกฝ่ายก็หมดลง ในขณะที่เขาเพิ่งกินไปได้แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น



“พี่ไปก่อนล่ะ รีบ ๆ กินเข้า มัวแต่มองน้ำแดงอยู่นั่น” คนที่กินเสร็จแล้วลุกขึ้นยืน ยื่นมือมาก่อนจะใช้กระเป๋าสตางค์ในมือเคาะไปบนหัวน้องทีหนึ่ง “อยากกินน้ำแดงก็กิน จะมองทำไม เอาแต่มองข้าวไม่ยอมตักเข้าปาก รีบกินเข้า”



สายน้ำเงยหน้ามองก่อนจะพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ยกมือไหว้คนอายุมากกว่า “ครับ สวัสดีครับพี่”



“อือ ไว้เจอกัน”



อีกฝ่ายเดินไปแล้วแต่สายน้ำยังคงหันไปมองจนแผ่นหลังของหินผาหายไปจากสายตาถึงได้ดึงความสนใจของตัวเองกลับมาอีกครั้ง แล้วจึงเริ่มจัดการกับอาหารตรงหน้าต่อจนหมด คว้าแก้วน้ำแดงมาถือ เดินไปจ่ายเงินกับเจ้าของร้านที่ยืนทำอาหารอยู่



“พ่อหนุ่มนั่งโต๊ะไหนนะ” อีกฝ่ายถามให้สายน้ำต้องชี้นิ้วไปที่โต๊ะที่ตัวเองนั่งเมื่อครู่นี้



“โต๊ะนั้นครับ ริมผนังด้านในนั้น”



“ออ... ไม่ต้องจ่ายลูก พ่อหนุ่มคนที่นั่งกับเราด้วยน่ะเขาจ่ายให้แล้วเมื่อกี้”



“ครับ! จ่ายให้แล้วเหรอครับ” สายน้ำทวนคำอย่างไม่แน่ใจว่าได้ยินผิดไปหรือเปล่า



“ใช่ลูก”




“ครับ ขอบคุณนะครับ” สายน้ำเลยได้แต่รับคำก่อนจะเดินออกจากร้านไป หันมองซ้ายมองขวาหวังว่าจะเจอรุ่นพี่ใจดีที่เลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำเขา แต่ก็ไม่เจอ



อีกฝ่ายเดินออกจากร้านมาก่อนเขาได้สักพักหนึ่ง ตอนนี้คงเดินไปถึงไหนต่อไหนแล้ว เพราะคิดว่าคงไม่เจอแล้วแน่ ๆ จึงมุ่งหน้าไปทางป้ายรถเมล์เพื่อรอรถกลับคอนโดแทน ในมือก็หิ้วแก้วน้ำแดงไปด้วย ตั้งแต่รอรถ ขึ้นไปบนรถ ลงจากรถ จนเดินเข้าคอนโดมาถึงห้อง แก้วน้ำแดงในมือก็ยังอยู่ ไม่ได้ไปวางทิ้งหรือโยนทิ้งที่ไหน



ปกติสายน้ำไม่ค่อยชอบเครื่องดื่มที่มีรสหวาน เคยได้ลองชิมอยู่หลายครั้ง น้ำแดงเฮลบลูบอยชงกับน้ำและใส่น้ำแข็ง เคยเจอร้านหนึ่งที่ผสมออกมาเสียเข้มจนสายน้ำรู้สึกแสบคอตอนเวลากิน แต่คราวนี้สายน้ำรู้สึกว่า



น้ำหวานที่เขาเคยไม่ชอบเพราะมันหวานมาก อร่อยขึ้นมาเสียอย่างนั้น ไม่ได้หวานจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้เจือจางเสียจนไม่รับรู้รสชาติใด ๆ







❖ ❖ ❖ ❖ ❖ ❖ ❖ ❖ ❖ ❖

วันนี้พี่หินผาใจดี ยอมให้คิวฟางพาออกงานแล้วจ้า ฮี่ ๆ

ช่วงนี้พี่หินคิวจะว่าง ๆ หน่อย เลยจะได้มาหาทุกคน เพราะได้ยินมาว่าบางคนจะขอเปลี่ยนตัวพระเอก เพราะคนนี้ค่าตัวแพงเหลือเกิน พี่ท่านเลยยอมลดค่าตัวให้แล้วจ้า

เพราะอย่างนั้นอย่าเปลี่ยนตัวพระเอกเลยน้า อิอิ

แล้วเจอกันใหม่ค่า

#เมื่อหินผาจรดสายน้ำ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-02-2019 22:12:18 โดย fangiily »

ออฟไลน์ HanATarO

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2278
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +132/-2
พี่หินผา เรานี่ก็ใจดีเหมือนกันนะ

ก็ยังสงสัยว่าสายน้ำไปเจอพี่หินผาตอนไหนกันนะ ถึงได้ตามพี่มา

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

อิพี่หินอาจไม่เคยรู้จักน้องน้ำมาก่อนหรือเปล่า

ส่วนน้องน้ำเนี่ยต้องเคยประสบพบเจออิพี่หินมาก่อนแน่ ๆ หล่ะ  ถึงได้หอบผ้าหอบผ่อนมาเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน คณะเดียวกันเนี่ย

ออฟไลน์ Al2iskiren

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1830
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-3
หินผานี่สายเปย์ตั้งแต่ต้นเรื่องเลย :laugh:
ว่าแต่เขาเคยเจอกันตอนไหน ดูๆแล้วเหมือนน้องน้ำจะเคยเจอหินผาฝ่ายเดียวแน่เลย ได้แต่เดาไปเรื่อย  รอตอนต่อไปนะคะ :-[

ออฟไลน์ SuPeRDonGDanG

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 309
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
ต้องโดเนทค่าตัวหินผาเท่าไร ถึงจะออกมาทุกตอน  :o8:

มีความกินข้าวด้วยกัน มีความจ่ายเงินค่าข้าวให้น้อง

อยากดูน้องรำไทยแล้ว จะมีใครบางคนแถวนี้อึ้ง อ้าปากตาค้างไหมนะ(หมายถึงเดียร์ใช่ไหม)

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2286
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +181/-6
พี่หินใจดี เลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำน้องด้วย

ออฟไลน์ maemix

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4558
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +299/-3
พี่หินผาของเราค่าตัวแพง​
ใ้ห้น้องออกมาเอาใจพวกเราก่อนแน่เลย

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-7
ดีนะ แวะมาเปย์แล้วจากไป  :hao3:

ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 237
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0

ออฟไลน์ เสพศิลป์

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 282
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1
พระเอกออกตอนต้นๆของตอนเลยอะ ดีใจ เรื่องนี้พระเอกเขาคิวทองจริงๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ JokerGirl

  • ∀Σ❤∀ΔΣ Forever^^
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3109
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +128/-3
พี่หินสายเปย์ ฮิฮิ

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1975
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
ไปเคยเจอพี่หินผามาตอนไหนนะน้อง
แต่น่าจะนานแล้วมั้ย

ออฟไลน์ fammykiki

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 337
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0

ออฟไลน์ Mura_saki

  • แค่เรารู้จักกัน...มันก็ดีที่สุดแล้ว :)
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2249
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +169/-9
หินผาของเราจะมีแฟนแล้ววววววว

ว่าแต่น้องน้ำไปเจอพี่หินผาตอนไหน หรือรู้จักกันตอนเด็กๆ

ปล.คิดถึงพี่ฮาร์ทด้วยค่ะ

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1682
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-7
เขากินข้าวร่วมโต๊ะกันแน้ว

ออฟไลน์ fangiily

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 605
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +741/-12

say-hi ในทวิตเตอร์ ฝากติด #เมื่อหินผาจรดสายน้ำ ด้วยนะคะ
ไม่ขออะไรมาก คอมเมนต์ให้กำลังใจกันหน่อยก็ดีจ้า
อย่าเป็นนักอ่านเงาเลย คนแต่งหมดกำลังใจเนอะ






ครั้งที่ | “2”





❖ ❖ ❖ ต่อค่ะ 70% ❖ ❖ ❖






เสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งเอาไว้ดังขึ้นเพื่อปลุกให้คนที่อยู่ในห่วงนิทราตื่นขึ้นมาจากความฝัน สายน้ำที่นอนซุกอยู่ใต้ผ้าห่มผืนนุ่มขยับตัว ใช้มือควานหาโทรศัพท์ที่กำลังส่งเสียงร้องปลุกเขาให้ตื่น เจ้าตัวหรี่ตามองเวลาที่แสดงอยู่บนหน้าจอก่อนจะถอนหายใจ วันนี้เป็นวันหยุดที่เขาไม่ต้องไปเรียน แต่ดันลืมปิดนาฬิกาปลุกเสียนี่

สายน้ำเลยจัดการกดปิดนาฬิกาแล้วซุกตัวเข้ากับผ้าห่มก่อนจะหลับไปอีกรอบ แต่เจ้าตัวที่เคลิ้มหลับไปก็ต้องลืมตาขึ้นอีกรอบพร้อมกับดีดตัวลุกขึ้นนั่ง หยิบโทรศัพท์มากดดูถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าเวลาเพิ่งผ่านไปได้ประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าเท่านั้น



แม้ว่าวันนี้จะไม่มีเรียนแต่เขาก็มีนัดกับรุ่นพี่ในคณะเพื่อซ้อมการแสดงความสามารถพิเศษที่จะใช้ในการประกวดดาวเดือนตอนเก้าโมงเช้า ส่วนตอนนี้เกือบจะแปดโมงแล้ว แม้จะยังง่วงอยู่สายน้ำก็ต้องดันตัวเองให้ลุกจากเตียงแล้วก้าวตรงไปที่ห้องน้ำ



กว่าจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เกือบครึ่งชั่วโมง เปิดตู้เย็นคว้านมขวดกับขนมปังบนหลังตู้เย็นมายัดใส่กระเป๋า เช็คดูภายในห้องจนเรียบร้อยก็รีบออกจากห้องเพื่อตรงไปที่มหาวิทยาลัยทันที เพราะกลัวว่าถ้ารอรถเมล์จะไม่ทัน เจ้าตัวเลยโบกพี่วินมอเตอร์ไซค์ให้ขับมาส่งที่ตึกคณะแทน



น้ำรินมาถึงพอดีกับที่สายน้ำก้าวลงจากรถมอเตอร์ไซค์ ทั้งคู่เอ่ยทักทายกันก่อนจะพากันเดินไปยังห้องที่นัดกับรุ่นพี่เอาไว้ เป็นห้องสตูดิโอของคณะ ซึ่งนักศึกษาสามารถเข้ามาใช้งานได้ตลอด ภายในห้องนั้นกว้าง ครึ่งหนึ่งเป็นพื้นที่โล่ง ๆ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งมีโต๊ะวางเรียงเอาไว้เต็มไปหมด



“ถ้าไม่ใช่ช่วงใกล้ส่งโพรเจกต์ห้องนี้ก็จะเงียบ ๆ แบบนี้แหละ แต่ถ้าใกล้ส่งนะ ห้องนี่แน่นจนแทบจะขี่กันเลย” แวนดี้เล่าให้ฟังเมื่อเห็นสีหน้าของรุ่นน้องทั้งสองคนที่มองไปรอบห้องอย่างสนใจ “ตรงโต๊ะนั่นก็เอาไว้วางคอมนั่งทำแบบ ทำแปลน ส่วนข้างล่างนี่ก็ปน ๆ กันไป เอาไว้ตัดโมเดลบ้าง ถ้าโต๊ะเต็มก็ลงมานั่งทำข้างล่างนี่แหละ”



“เดี๋ยววันนี้พี่จะให้เราสองคนซ้อมแยกกันนะ จะมีคนใจดีมาช่วยดูแล้วก็ช่วยสอนให้ โชคดีมากเพราะพี่ ๆ เขาเพิ่งฝึกรำกันไปเมื่อปีก่อนนี้เอง พี่เขาเลยจะมาช่วยนะ” แซนดี้เรียกความสนใจของรุ่นน้องทั้งสองคน



สรุปแล้วการแสดงความสามารถพิเศษที่จะใช้ในการประกวดดาวเดือน ทั้งคู่ก็เลือกการแสดงรำไทย เป็นการแสดงรำคู่ในชุดเมขลา รามสูร ซึ่งเป็นการแสดงที่นิยมเป็นอย่างมากในการใช้เป็นการแสดงเบิกโรง(1)  ซึ่งการรำชุดเมขลา รามสูรนั้นเป็นการแสดงแบบเป็นเรื่องราว เนื้อเรื่องเกี่ยวกับนางเมขลาที่ออกมาร้องรำอยู่กับบรรดาเทพบุตร เทพธิดา และในขณะนั้น รามสูรบังเอิญผ่านมาและเห็นลูกแก้วของนางเมขลาจึงอยากได้ จนเกิดการเข้าไปแย่งชิง นางเมขลาเองก็พยายามที่จะหลบเลี่ยง เป็นการรำที่อวดท่วงท่าที่ใช้ในการแสดง



ตัวนางจะมีท่วงท่าที่ยั่วยวน หลบหลีก หยอกล้อ เพื่อหลอกล่อรามสูตร ส่วนตัวพระที่เป็นยักษ์ก็จะมีท่วงท่าที่คอยติดตามนางเมขลาเพื่อจะช่วงชิงลูกแก้ว และท่าทางโกรธขึง



“เดี๋ยวรอพวกพี่เขาแปบหนึ่งเดี๋ยวก็คงมาแล้วล่ะ” แวนดี้พูด ก่อนที่เสียงเปิดประตูห้องจะดังขึ้นให้พวกเขาหันไปมองกันอย่างพร้อมเพียง “นั่นไง! พูดถึงก็มาพอดี พี่หินผา พี่แก้ม เข้ามาเลยค่ะ แวนดี้กำลังจะแนะนำพวกพี่กับน้องพอดี”



ทั้งสองคนเดินเข้ามาในห้อง หยุดยืนอยู่ข้าง ๆ แซนดี้กับแวนดี้ ก่อนที่แซนดี้จะแนะนำรุ่นพี่ทั้งสองคนให้สายน้ำกับน้ำรินได้รู้จัก



“นี่พี่หินผาปีสี่ กับ พี่แก้มปีสี่ คนที่จะมาช่วยในการฝึก แล้วก็ดูเราสองคน ส่วนน้องสองคนนี้คือดาวเดือนคณะค่ะ น้องดาวคือน้องน้ำริน น้องเดือนคือน้องสายน้ำ แซนดี้กับแวนนี้ต้องขอฝากน้อง ๆ กับพวกพี่เอาไว้ด้วยเลยนะคะ”



รุ่นพี่ปีโตมองหน้ารุ่นน้องทั้งสองคนก่อนจะยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ให้สายน้ำกับน้ำรินรู้สึกใจชื้นขึ้นมาหน่อยเพราะกลัวว่ารุ่นพี่จะดุ ๆ โหด ๆ



หลังจากคุยถึงรายละเอียดต่าง ๆ ในการแสดงแล้วสายน้ำกับน้ำรินก็แยกกันไปเรียนกับรุ่นพี่ทั้งสองคน แก้มเดินนำน้ำรินออกจากห้องสตูดิโอไปห้องอื่น เพื่อที่จะได้ไม่รบกวนสมาธิกัน หินผากับสายน้ำยังอยู่ห้องเดิม ส่วนแซนดี้กับแวนดี้ก็อาสาคอยดูแลทั้งสองฝั่ง ก็แยกไปซื้อน้ำ ซื้อขนมเพื่อที่จะได้เอามาให้พวกเขา








หลังจากที่คนอื่นออกไปกันหมด ในห้องนี้จึงเหลือเพียงแค่หินผาและสายน้ำสองคนเท่านั้น คนพี่ก็มองยิ้ม ๆ ตามสไตล์ ส่วนคนน้องก็ได้แต่มองอย่างไม่รู้ว่าควรจะเริ่มอะไรยังไงดี



“เรา... จะเริ่มยังไงดีครับ” สายน้ำเป็นฝ่ายเอ่ยปากถามก่อน



“เราเคยเรียนรำมาก่อนหรือเปล่า” คนพี่ถามกลับ พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดไปด้วยเพื่อหาคลิปสอนท่ารำ



“เคยครับ แต่ก็นานมากแล้วล่ะครับ” สายน้ำตอบขยับไปใกล้อีกฝ่ายที่ทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นพร้อมกวักมือเรียกให้มาดูคลิปวีดิโอด้วยกัน “พี่ก็รำเป็นเหรอครับ”



“ถ้ารำไม่เป็นสองคนนั้นจะมาให้พี่สอนเหรอ”



คนฟังคำตอบชะงักเงยหน้ามองคนพูด นี่พูดจริง ๆ หรือแค่จะกวนประสาทกันเล่น แต่ดูจากสีหน้าของคนอายุมากกว่าไม่ออกเลย จนกระทั่งอีกฝ่ายหลุดขำออกมานั่นแหละถึงได้รู้ว่าโดนแกล้งเข้าให้แล้ว



“รำเป็นสิ พี่เคยไปเรียนกับน้องตอนเด็ก ๆ ก็เลยรำเป็น แต่ก็นานมากแล้วเหมือนกัน”



“มีคลิปที่พี่รำไหมครับ ผมอยากเห็น”



“อ่อ... มีสิ เดี๋ยวนะ” หินผารับคำก่อนจะกดโทรศัพท์เพื่อหาวีดิโอตัวที่ว่าก่อนจะยื่นให้สายน้ำรับไปดู



“นี่พี่เหรอครับ โห... รำเก่งนะเนี่ย” อดไม่ได้ที่จะชม เพราะอีกฝ่ายรำสวยจริง ๆ ทั้งหินผาแล้วก็แก้มที่รำคู่กันเลย “รำสวย พี่รำในงานอะไรเหรอครับเนี่ย”



“ละครถา’ปัตย์ปีที่แล้วน่ะ”



“ผมเคยได้ยินครับ มีทุกปีเลยใช่ไหมครับ”



หินผาพยักหน้ารับ “ใช่ ละครถา’ปัตย์มีทุกปี ปีที่แล้วเน้นแสดงเกี่ยวกับไทย ๆ แล้วพอดีเพื่อนพี่มันดันเคยเห็นรูปพี่รำตอนเด็ก ๆ ก็เลยมากดดันปนบังคับให้พี่ไปแสดงรำ”



“เพื่อน ๆ บอกว่าแม่งานคือปีสามเหรอครับ”



“อือ ละครเราปีสามจะเป็นแม่งานในทุก ๆ ปีน่ะ ไว้เราอยู่ปีสามก็ได้เป็นแม่งานหลัก แต่จริง ๆ แล้วทุกชั้นปีก็มีส่วนร่วมกันหมดนั่นแหละ ตั้งแต่นักแสดงยันทำฉาก ประกอบฉากเลย”



“แล้วทำไมต้องปีสามล่ะครับ” สายน้ำถามต่อด้วยความสงสัยและอยากรู้



“ว่างสุดละมั้ง” หินผาตอบก่อนจะอธิบายเพิ่มเมื่อเห็นสีหน้างง ๆ ของรุ่นน้อง “ไม่ได้หมายถึงว่าไม่มีเรียน แต่กิจกรรมน้อยสุด ปีหนึ่งเพิ่งเข้ามาไหนจะต้องปรับตัวกับสังคม การเรียน เพื่อนใหม่อีกเยอะแยะ แค่นี้ก็เหนื่อยแล้ว ส่วนปีสองก็ต้องคอยดูแลปีหนึ่ง ไหนจะเรื่องรับน้องอีกก็มาเป็นแม่งานไม่สะดวก ถ้าเป็นปีห้ายิ่งไม่ได้ใหญ่เลย แค่ทำโพรเจกต์จบก็ไม่มีเวลาแล้ว ปีสี่ก็มีฝึกงาน เวลามันคาบเกี่ยวกันในช่วงการเตรียมงานกับการฝึกงาน ก็เลยเหลือแค่ปีสาม”



พอได้ฟังสายน้ำก็พยักหน้าเห็นด้วย “ก็จริงนะครับ อย่างที่พี่บอกเลย”



“เรื่องละครถา’ปัตย์เอาไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้มาเรื่องประกวดดาวเดือนก่อนดีกว่า เราเคยรำชุดนี้มาก่อนไหม”



“เหมือนจะเคยนะครับ บางท่าพอเห็นตามในคลิปก็จำได้ แต่บางท่าก็ลืม ๆ ไปแล้วเหมือนกัน”



หินผายันตัวลุกขึ้นยืน สายน้ำเห็นแบบนั้นจึงทำตามบ้าง “อย่างนั้นพี่จะไล่สอนไปให้ทีละท่าแล้วกันนะ เอาให้จำได้ทั้งหมดก่อนแล้วค่อยมาเข้าเพลง เข้าบทการแสดงอีกที”



คนที่ทำหน้าที่เป็นครูสอนเปิดกระเป๋าสะพายของตัวเองก่อนจะหยิบไม้บรรทัดออกมาสองอัน อันหนึ่งส่งให้สายน้ำ ส่วนอีกอันถือเอาไว้เอง “ถือเอาไว้แทนขวาน ให้ท่าคล่องก่อนแล้วค่อยลองเอาขวานมาฝึก”



“โอเคครับ”



“อย่างนั้นเริ่มกันเลยนะ เริ่มตั้งแต่ท่าแรกเลยแล้วกันตอนเปิดตัวรามสูร” แม้จะพูดว่าเริ่มเลยแต่ตัวคนพูดกลับเดินไปรอบ ๆ ห้องเสียอย่างนั้น ไม่นานก็ลากโต๊ะไม้ตัวเตี้ยออกมาตรงที่สายน้ำยืนอยู่ “เอามาใช้แทนเตียงที่จะรำจริง แข็งแรงไม่หักหรอก ตอนนั้นฝึกพี่ก็เอามาใช้ ฝึกเสร็จก็เก็บ ๆ ยัด ๆ ไว้แถวนี้เอาไว้ใช้เป็นโต๊ะตอนมาทำงานได้”



หินผาเปิดคลิปดูอีกรอบเพื่อทวนความจำก่อนจะเริ่มสอนให้สายน้ำทีละท่า ดีที่สายน้ำพอจะจำท่วงท่าได้บ้างเลยสามารถต่อท่าต่อไปได้เร็ว



“ขวานอยู่ซ้ายมือ อย่าลืมสิ มือซ้ายตั้งวงยักษ์(2)  มือขวากำมือเอาไว้ หลวม ๆ พอ ไม่ต้องแน่นขนาดนั้น ใช่... แบบนั้นแหละ ข้างซ้ายยกขึ้นอีก” หินผาเอ่ยสอนพลางเดินเข้าไปช่วยจับแขนของสายน้ำให้ยกขึ้นและเหยียดออกกว่าเดิม



แต่ดูเหมือนว่าคนเรียนจะเริ่มล้าแขนไปหมดแล้วเพราะใบหน้าหล่อ ๆ ของเดือนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์เริ่มบึ้งนิด ๆ แม้ว่าเจ้าตัวพยายามที่จะเก็บสีหน้าแต่ก็ไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนสอนไปได้



“พักก่อนก็ได้ ดูท่าจะเมื่อยแขนแล้วล่ะสิ”



พอหินผาพูดแบบนั้นเดือนคณะหมาด ๆ ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกทิ้งแขนลงข้างตัว เปลี่ยนมานั่งห้อยขาแทนเพราะต้องนั่งท่าเทพบุตรตลอดจนขาชาแทบจะไร้ความรู้สึกแล้ว



“ดูท่าจะไม่ได้รำนานจริง ๆ สินะ” หินผาพูดขำ ๆ เมื่อเห็นสีหน้าเหยเกของรุ่นน้อง



“ครับ ตั้งแต่ ม.ต้น ผมก็ไม่ได้รำเลย” สายน้ำตอบรับพลางสะบัดข้อมือสะบันแขน



นั่งพักอยู่ได้ไม่นานประตูห้องสตูดิโอก็เปิดออกพร้อมกับที่น้ำริน แก้ม แล้วก็แซนดี้ แวนดี้เดินเข้ามา สีหน้าของดาวคณะดูอิดโรยไม่ต่างอะไรกับสายน้ำเลย เดินเข้ามาถึงเจ้าตัวก็เดินมานั่งข้าง ๆ สายน้ำแล้วถอนหายใจออกมา



“พี่แก้มใจร้ายมาก สอนเราดุมากเลยด้วย” เจ้าตัวบ่นงุ้งงิ้งให้ฟัง แต่ก็ไม่ได้โกรธหรือไม่พอใจอะไร



“ก็เราน่ะทำเป็นเล่นพี่ก็ต้องดุสิ” รุ่นพี่คนสวยว่าพลางยีผมของน้ำรินเล่นจนยุ่งไปหมด “แล้วทางนี้เป็นยังไงบ้างล่ะ”



“ก็ใช่ได้อยู่ ดีที่สายน้ำเคยรำมาก่อนเลยต่อท่าได้ไม่ยาก”



“อย่างนั้นเรามาดูทั้งสองคนรำกันหน่อยดีไหมคะ จะได้รู้ว่าเป็นยังไงกันบ้าง” แซนดี้ว่า ซึ่งทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย ยกเว้นรุ่นน้องปีหนึ่งสองคนที่หันมามองหน้ากันแล้วก็ได้แต่ยิ้มแหยเพราะคงไม่มีสิทธิคัดค้านอะไร



“อย่างนั้นน้ำรินก่อนแล้วกันนะ”



“ค่า...” เจ้าของชื่อขานรับ สายน้ำเลยหลบฉากออกมาเพื่อให้เพื่อนใช้พื้นที่ในการรำ



ท่วงท่าการรำของน้ำรินดูสวยงานแล้วก็อ่อนช้อยแม้จะมีบางช่วงที่ติดขัดไปบ้างเพราะจำท่าผิด แต่ถึงอย่างนั้นก็ถือว่าดูดี ทุกคนพากันปรบมือให้หลังจากที่น้ำรินรำเสร็จ



“โอเค เก่งมากเลย ซ้อมบ่อย ๆ จะได้ไม่จำท่าผิด อีกวันสองวันก็คงได้ท่าครบ” แก้มเอ่ยชมลูกศิษย์ของตัวเอง



“ขอบคุณค่ะ”



ต่อไปก็ถึงคราวของสายน้ำบ้าง เจ้าตัวสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะปล่อยออกมาเพื่อเรียกกำลังใจให้ตัวเอง พอตั้งสมาธิได้แล้วจึงเริ่มรำ ท่วงท่าที่แข็งแรง ขึงขัง สมกับเป็นรามสูร การเปลี่ยนท่าในแต่ละท่อนเป็นไปอย่างลื่นไหล ไม่มีติดขัดอะไร



“เก่ง รำดีกว่าตอนซ้อมเมื่อกี้อีกนะ” หินผาชม



“ขอบคุณครับ” สายน้ำรับคำ อาจจะเป็นเพราะว่าร่างกายเริ่มปรับตัวกับการรำได้ ความคุ้นเคยที่เคยรำมาก่อนทำให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น



“ดีงามทั้งสองคนเลยอ่ะ แซนดี้ว่าปีนี้เราก็น่าจะมีสิทธิได้ดาวเดือนนะ งานดีทั้งคู่เลย” แซนดี้ปรบมือชอบใจใหญ่หลังจากเห็นการรำของทั้งสองคนแล้ว “สูสีกับเด็กนาฏศิลป์เลยนะ พูดจริงไม่ได้ยอเวอร์นะเนี่ย”



“จริง” แวนดี้ลากเสียงยาว “ดีงามมากอ่ะ เราพักกันก่อนดีกว่าเนอะ แซนดี้แวนดี้เตรียมมื้อใหญ่มาให้แล้ว อิอิ”



“จริงค่ะ!” แซนดี้พยักหน้ายืนยันอีกเสียง ก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินออกไปนอกห้อง แต่ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับถุงใบใหญ่ในมือ “อาหารญี่ปุ่นจัดเซ็ต!”



“โห... เลี้ยงดีขนาดนี้เลยเหรอ” แก้มทำตาโตเมื่อเห็นแซนดี้กับแวนดี้หยิบออกมาจากถุง



เป็นอาหารญี่ปุ่นที่ถูกจัดเป็นเซ็ตเบนโตะ มีทั้งเทมปุระ ปลาดิบ ข้าวปั้น ข้าวห่อสาหร่าย สลัด เรียกว่าเป็นชุดใหญ่เลยทีเดียว



“เมื่อกี้แซนดี้กับแวนดี้เจอผู้ใหญ่ใจดีมาค่ะ เลยไปไถตังค์มา บอกจะเอามาเลี้ยงน้องดาวเดือน” แซนดี้เล่า



“ผู้ใหญ่ใจดี” แก้มทวนคำอย่างสงสัย



“ใช่ค่ะ! ผู้ใหญ่ใจดีมาส่งเด็กส่งงานน่ะค่ะ”



เหมือนหินผาจะเข้าใจเป็นคนแรก “พี่กันต์สินะ”



“ใช่เลยค่า~~” แวนดี้ทำท่าเลียนแบบพิธีกรรายการ ก่อนจะหยิบชุดเบนโตะส่งให้ทุกคนจนครบ หันไปมองหน้ารุ่นน้องดาวเดือน “ชุดอาหารดี ๆ แบบนี้วันนี้วันเดียวนะคะ งบเรามีไม่เยอะมาก แต่อันนี้ได้ผู้ใหญ่ใจดีเลี้ยงมา”



สายน้ำหัวเราะ พยักหน้ารับ “ผมได้หมดแหละครับ”



“น่ารัก!” แวนดี้ว่า ยื่นมือมาบีบแก้มทั้งสองข้างของสายน้ำแล้วส่ายไปมาอย่างหยอกล้อ คนโดนบีบแก้มก็ไม่ได้ว่าอะไร อีกทั้งยังยิ้มแล้วก็หัวเราะอีก



หลังจากพักเบรกพร้อมมื้อกลางวันแสนอร่อยจบลงแล้ว พวกเขาก็เริ่มซ้อมรำกันต่อ คราวนี้รุ่นพี่ปีสี่ทั้งสองคนให้สายน้ำกับน้ำรินรำคู่กันเลยเพื่อช่วยดูจังหวะแล้วก็ระยะการเดิน การยืนของทั้งคู่ เพราะเวลาที่เหลืออยู่มีไม่ถึงเดือน พวกเขาจึงต้องซ้อมกันอย่างหนักเพื่อให้วันประกวดดาวเดือนการแสดงของพวกเขาออกมาดูดีที่สุด



หลังจากท่ารำที่ซ้อมในตอนเช้าคล่องแล้วพวกเขาก็เริ่มซ้อมท่าต่อ ๆ ไปในทันที กว่าจะซ้อมเสร็จก็เป็นเวลาเย็นจนเกือบค่ำแล้ว



สายน้ำกับน้ำรินนั่งพักแขนพักขาอยู่บนพื้น รู้สึกเมื่อยล้าไปหมดเพราะต้องยกแขนตั้งวงเป็นเวลานาน ไหนจะขาที่ต้องคอยยกค้าง ยกวาง



“พรุ่งนี้รินว่ารินต้องปวดแขนมากแน่ ๆ เลย” น้ำรินที่ตอนนี้แทบจะลงไปนอนบนพื้นว่าออกมาให้รุ่นพี่มองยิ้ม ๆ



“นี่ ยาแก้ปวด แวนดี้กับแซนดี้ไปซื้อเตรียมมาให้แล้ว” แก้มส่งทั้งยาทา ยากินให้น้ำรินกับสายน้ำคนละชุด



ทั้งสองคนยกมือไหว้ขอบคุณก่อนจะรับมา นั่งพักกันจนหายเหนื่อยรุ่นพี่ก็เอ่ยปากให้ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อน



“แยกย้ายกันกลับเถอะ นี่ก็เริ่มมืดแล้วเดี๋ยวจะกลับลำบาก แซนดี้แวนดี้ไปส่งน้ำรินที่ห้องด้วยนะ” แก้มพูดพลางก้มดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ



"ได้เลยค่า" แซนดี้กับแวนดี้เองก็รับคำทันที



“เดี๋ยวเราไปส่งแก้มเอง” หินผาพูดก่อนจะหันมามองรุ่นน้องอีกคน “เราก็ด้วย เดี๋ยวพี่ไปส่ง”



“ไม่เป็นอะไรครับ ผมกลับเองได้ครับ” สายน้ำรีบปฏิเสธทันทีด้วยความเกรงใจ “ผมอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่นั่งรถไปได้สบายมากครับ”



“พี่ไปส่ง” อีกฝ่ายไม่สนใจคำปฏิเสธของรุ่นน้อง หันไปหยิบกระเป๋ามาสะพาย ทำให้คนอื่น ๆ ลุกตาม



น้ำรินแยกไปกับแวนดี้แซนดี้อีกทางเมื่อลงมาถึงข้างล่างแล้ว หินผาหันมามองรุ่นน้องคนเดียวที่เหลืออยู่ตอนนี้ “ไปเถอะ”



“ครับ ขอบคุณครับ” เพราะรู้ว่าคงปฏิเสธไม่ได้แน่ ๆ ก็เลยยอมรับคำ



“สายน้ำนั่งหน้าเลยจ้า หอพี่อยู่หน้ามอนี่เอง พี่ลงก่อนเราอยู่แล้ว” แก้มพูดเมื่อพวกเขาเดินมาถึงรถของหิน



สายน้ำที่ตั้งท่าจะขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังก็ชะงักแล้วเปลี่ยนไปนั่งข้างคนขับแทน เมื่อทุกคนขึ้นประจำที่เรียบร้อยแล้วเจ้าของรถก็ขับรถออกจากบริเวณลานจอดรถของคณะทันที ไม่นานก็แวะจอดส่งแก้มที่หน้าหอพัก ก่อนจะหันมาถามคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ



“เราอยู่ตรงไหนนะ”



“ตรงไปเลยครับ สามป้ายรถเมล์ครับ แต่จริง ๆ พี่ให้ผมกลับเองก็ได้นะ” สายน้ำตอบ



“ไม่เป็นอะไรหรอก จะแวะซื้ออะไรไปกินก่อนไหม”



คนถูกถามส่ายหน้าไปมา แม้จะแอบหิวก็ตามแต่เพราะเกรงใจคนที่ขับรถไปส่ง ถ้าเขาแวะซื้อของอีกฝ่ายก็ต้องรออีก ทำให้กลับถึงห้องดึกกว่าเดิมอีก ที่ใต้คอนโดมีร้านสะดวกซื้ออยู่ค่อยไปซื้อที่นั่นก็ได้ เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอยู่แล้ว “ไม่เป็นไรครับ รีบกลับดีกว่าครับพี่จะได้กลับไปพักด้วย”



เพราะไม่ใช่เวลารถติดใช้เวลาไม่นานเลยรถของหินผาก็จอดเทียบหน้าคอนโดของรุ่นน้องในคณะคนนี้ สายน้ำหันมายกมือไหว้ขอบคุณคนที่อุตส่าห์ขับรถมาส่งเขาถึงคอนโด



“ขอบคุณนะครับพี่หินผา”



“ไม่เป็นอะไร รีบไปพักผ่อนเถอะ” อีกฝ่ายพูดยิ้ม ๆ



“ครับ... ขับรถกลับดี ๆ นะครับ” สายน้ำพูด เจ้าตัวมีสีหน้าลังเลก่อนจะตัดสินใจพูดต่อ “เอ่อ... พักผ่อนเยอะ ๆ นะครับ ฝันดีครับ”



“ขอบใจ” หินผายิ้มก่อนจะอวยพรให้อีกคนฝันดีเช่นกัน “ฝันดีนะ”



สายน้ำพยักหน้ารับก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าไปในคอนโด รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาดึงดูดสายตานั้นทันที เจ้าตัวถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกปนดีใจ



คืนนี้... สายน้ำว่าเขาจะต้องนอนหลับฝันดีแน่นอนเลย





❖ ❖ ❖ ❖ ❖ ❖ ❖ ❖ ❖ ❖

มาแล้วคร้าบบบบ

พี่หินผาของเรามาสอนน้องรำไทยด้วยอ่ะ อย่าดุน้องมากนะ

อยากเห็นสายน้ำตอนรำเลยเนอะ ^^

#เมื่อหินผาจรดสายน้ำ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-02-2019 10:53:13 โดย fangiily »

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-7
ไม่น่าเคยรำมาก่อนเลยสายน้ำ ไม่งั้นมีโดน...... มากกว่านี้  :katai3:

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

พี่กันต์โผล่มาแต่ชื่อ

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1975
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
น่ารัก ไม่คิดว่าพี่หินผาจะรำได้นะเนี่ย  :katai2-1:

ออฟไลน์ maemix

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4558
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +299/-3
เริ่มสร้างความสนิทจากประกวดดาวเดือนนี่แหละ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ fammykiki

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 337
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2286
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +181/-6
พี่หินผารำเป็นด้วย อยากเห็นจัง.

ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 237
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1682
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-7
อิพี่ดู ไม่หือไม่อือกับน้องเลยอ่ะ

เยๆๆพี่กันต์ก็มา(มาแต่ชื่อ) งื้อออ

ออฟไลน์ route rover

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2466
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +221/-7
ตอนเด็กเคยไปหัดรำด้วยกันป่าวเนี่ยสองคนเนี้ย

ออฟไลน์ SuPeRDonGDanG

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 309
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
พี่กันต์ยังคงเป็นสายเปย์เสมอ มาแต่ชื่อก็ดีต่อใจค่ะ><

หินผาใจดีกับน้องมากเลยอะ สงสัยจะถูกชะตาอยากรู้จังว่าเขาจะรักกันได้ยังไง

รออ่านนะคะ

ออฟไลน์ Al2iskiren

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1830
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-3
พี่กันต์ยังคงสายเปย์ ถึงจะมาแค่ชื่อก็พอทำให้หายคิดถึง

ออฟไลน์ Mura_saki

  • แค่เรารู้จักกัน...มันก็ดีที่สุดแล้ว :)
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2249
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +169/-9
พี่หินผารำไทยเป็นด้วย ว้าววววววววววว เซอร์ไพรส์มากเว่อร์!!!!!!!!!!!
อดตื่นเต้นไม่ได้
รออ่านนะคะ   :mew1: :L2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-02-2019 10:24:04 โดย Mura_saki »

ออฟไลน์ labelle

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2961
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-0
นั่นไง เจอแล้วใช่ไหม คนที่ตามหา
หินผามาแนวสุขุมมากค่ะ แต่อย่าให้ได้ดุ

สายน้ำจากน่าเอ็นดูตอนอยู่กับเพื่อน
กลายเป็นดูหล่อตอนได้เป็นเดือนเลยค่ะ
ให้อารมณ์ต่างกันนิดนึง

แหมมม พี่กันต์แค่ตัวโผล่มา ก็ยังคงความเป็นพี่ใจดีนะ
อยากเจอเดียร์ด้วยค่ะ แวบมาดูเพื่อนซ้อมด้วยก็ได้นะคะ

ออฟไลน์ fangiily

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 605
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +741/-12

say-hi ในทวิตเตอร์ ฝากติด #เมื่อหินผาจรดสายน้ำ ด้วยนะคะ
ไม่ขออะไรมาก คอมเมนต์ให้กำลังใจกันหน่อยก็ดีจ้า
อย่าเป็นนักอ่านเงาเลย คนแต่งหมดกำลังใจเนอะ






ครั้งที่ | “2”





❖ ❖ ❖ ต่อค่ะ 100% ❖ ❖ ❖





การซ้อมประกวดดาวเดือนเป็นไปอย่างจริงจังและค่อนข้างหนักเพราะหลังเลิกเรียนในแต่ละวันสายน้ำกับน้ำรินก็ต้องมาซ้อมร้องเพลง ซ้อมเดินร่วมกับดาวเดือนจากแต่ละคณะอยู่เกือบสองชั่วโมง เสร็จจากตรงนี้ก็ต้องไปซ้อมรำสำหรับการแสดงความสามารถพิเศษอีก กว่าจะเลิกซ้อมก็ค่ำมืด กลับถึงห้องแล้วก็ยังไม่ได้พักเพราะงานที่อาจารย์สั่งก็ยังกองรอให้ต้องกลับไปทำ



ตารางชีวิตประจำวันในช่วงนี้ทำให้สายน้ำรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดนิด ๆ ที่ยอมรับตำแหน่งนี้มา นอกจากเวลาเรียนเขาแทบไม่ได้เจอกับเพื่อนในกลุ่มเลย ไม่มีเวลาไปสังสรรค์กับเพื่อน ๆ ด้วย กิจกรรมรับน้องก็ไม่ได้เข้าเพราะต้องไปซ้อมเพื่อการประกวด จะมีก็แค่บางวันที่เลิกเรียนเร็ว มีเวลาก่อนถึงเวลานัดให้ได้อยู่กับเพื่อน ๆ บ้าง



เจ้าของร่างเดือนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่หนึ่ง ลุกจากโต๊ะทำงานหลังจากที่เขาเพิ่งจะปิดคอมพิวเตอร์ไป บิดคอ บิดตัวเพื่อไล่ความเหมื่อยขบ เสียงกระดูกลั่นจนต้องร้องออกมาเบา ๆ ร่างกายของเขาล้ามากทีเดียว



โชคดีที่ในวันรุ่งขึ้นเขามีเรียนตอนบ่าย เพราะคาบเช้าอาจารย์ส่งข้อความเข้าไลน์กลุ่มเพื่อบอกยกเลิกคลาส เขาเลยมีเวลานอนหลับให้ร่างกายได้พักผ่อนในช่วงเช้า คิดได้แบบนั้นก็แย้มยิ้มออกมาอย่างชอบใจ เดินเข้าไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนจะพาร่างสูงของตัวเองมาบนเตียงนอนหลังใหญ่แล้วซุกตัวอยู่ใต้ผ้านวมผืนหนานุ่ม



หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่นไปเรื่อย ๆ ในเฟซบุ๊กมีคนแท็กภาพของเขาเข้ามาค่อนข้างเยอะ ดู ๆ แล้วน่าจะเป็นบรรดารุ่นพี่ในทีมกองประกวดดาวเดือน เพราะภาพแต่ละภาพเป็นตอนที่เขากำลังซ้อมร้องเพลงแล้วก็ซ้อมเดินทั้งนั้น



ส่วนภาพตอนเขาฝึกรำไทยนั้นไม่มีเลย การแสดงความสามารถนั้นค่อนข้างเป็นความลับที่จะไม่เปิดเผยออกไป



“หือ...” ดวงตาเรียวเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเพื่อเห็นการแจ้งเตือนในเฟซบุ๊ก ชื่อของคนที่เขาแอดขอเป็นเพื่อนไปตั้งแต่วันก่อน... ตอนนี้ขึ้นว่าได้กดรับเขาเป็นเพื่อนแล้ว



ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนที่ปลายนิ้วจะเลื่อนไปกดที่ชื่อของคนที่ยอมรับเขาเป็นเพื่อน นั่งดูสเตตัสแล้วก็รูปไปเรื่อย ๆ อีกฝ่ายไม่ค่อยอัปสเตตัสอะไร แต่มีโพสต์รูปบ้าง แม้จะไม่เยอะแบบที่มีทุกวันแต่ในหนึ่งสัปดาห์ก็มีสองหรือสามรูปที่อีกฝ่ายโพตส์ลง แล้วที่เหลือก็เป็นสเตตัสที่เพื่อน ๆ แท็กหา



สายน้ำขำเบา ๆ ตอนที่ไล่อ่านคอมเมนต์บนสเตตัสของอีกฝ่ายที่แชร์เพลงรักเอาไว้ ดูท่าแล้วน่าจะเป็นแฟนคลับที่เข้ามาคอมเมนต์ถามพร้อมกับโอดครวญว่าเพลงรักที่แชร์ไปเพราะชอบหรือต้องการส่งให้ใครกันแน่ แต่ละคอมเมนต์ก็ตลก ๆ ทั้งนั้น



แต่เพลงที่อีกฝ่ายแชร์ก็น่าคิดไปในเชิงว่าส่งถึงใครสักคนจริง ๆ นั่นแหละ



นั่งคิดไปเพลิน ๆ เหม่อ ๆ ก็ต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อโทรศัพท์ในมือสั่นจากการแจ้งเตือน ก่อนที่ข้อความของใครบางคนจะเด้งขึ้นมาให้สายน้ำตาโตอีกรอบ



HinPaa
แอบส่องเฟซพี่เหรอเรา




SAINAM karp
เปล่านะครับ
*สติ๊กเกอร์ทำหน้าตกใจ*


HinPaa
ขี้โม้นะเรา
มันขึ้นแจ้งเตือนพี่มาเนี่ยว่าเรากดถูกใจโพตส์พี่
แถมเป็นโพตส์ตั้งนานแล้วด้วย
แบบนี้ไม่เรียกว่าส่องได้ยังไงกัน




SAINAM karp
อ่า...
ผมก็ดูไปเรื่อย ๆ แหละครับ



สายน้ำส่งข้อความตอบโต้อีกสามสี่ครั้งบทสนทนาก็หยุดลงเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยให้เขาไปนอนพร้อมทิ้งท้ายเอาไว้ว่าฝันดี เขาเลยไม่รู้จะส่งอะไรตอบกลับไปดีนอกจากนั่งมองข้อความนั้นอยู่แบบนั้น ก่อนจะตัดสินใจส่งข้อความกลับไปว่าฝันดีบ้าง แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ส่งอะไรกลับมา เขาจึงเปลี่ยนไปเล่นเฟซบุ๊กต่อ



ตอบข้อความของเพื่อนในกลุ่มที่พรุ่งนี้นัดกินข้าวกลางวันกัน เขาเองก็ตอบตกลงตามคำชวนของเพื่อน ๆ นัดแนะเวลากันเรียบร้อยก็แยกย้าย หลังจากเปิดเทอมมาได้ไม่นานสายน้ำก็ได้เพื่อนเพิ่มนอกจากแบงก์กับตั้มที่บังเอิญเจอกันตอนวันปฐมนิเทศ ก็มีอีกสองคนเป็นผู้หญิงทั้งคู่คือเบลกับมะนาว ได้มาเป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกันเพราะคาบแรกนั่งใกล้กันแล้วอาจารย์ให้จับกลุ่มพอดี หลังจากนั้นเลยกลายเป็นว่าสนิทกัน



ดูเวลาอีกทีก็พบว่าเข้าสู่วันใหม่มาแล้วเรียบร้อย เห็นแบบนั้นก็คิดว่าถึงเวลาที่เขาจะต้องนอนสักทีจะได้นอนหลับได้ยาว ๆ พอคิดว่าจะนอนก็รู้สึกง่วงจนต้องหาวออกมา สายน้ำลุกไปปิดไฟในห้อง ก่อนจะอาศัยแสงสว่างจากโทรศัพท์ส่องพาตัวเองมาถึงเตียง



ตวัดผ้าห่มมาคลุมตัวเอง พลิกตัวเพื่อหาท่าที่สบายที่สุดแล้วจึงหลับตาลง



ไม่รู้ว่าเป็นเพราะนอนผิดเวลาหรือเปล่าเลยทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับขึ้นมาเสียอย่างนั้น สายน้ำเป็นบ่อย เวลานอนปกติของเขาจะไม่เกินเที่ยงคืน ซึ่งถ้าหากวันไหนนอนหลังเที่ยงคืนเขาจะกลายเป็นคนหลับยากไปทันที กว่าจะหลับได้บางทีก็น่าจะนานร่วมชั่วโมงเหมือนกัน แถมยังหลับไม่สนิทด้วย



ถอนหายใจออกมาเมื่อรู้ตัวว่าอาการนี้กำลังกลับมาอีกครั้ง ร่างกายอ่อนล้าอยากพักผ่อน แต่เหมือนกับว่าดวงตาและสมองของเขามันยังทำงานอยู่จึงไม่สามารถหลับได้



มือหยิบโทรศัพท์มากดอีกรอบเพื่อหาเพลงฟัง หลายครั้งที่เขาให้วิธีเปิดเพลงฟังไปเรื่อย ๆ จนเผลอหลับไป คืนนี้เห็นทีว่าคงต้องใช้วิธีนี้อีก ปลายนิ้วที่กำลังกดหาชื่อเพลงชะงัก พลางนึกไปถึงชื่อเพลงที่ใครบางคนแชร์เอาไว้แล้วเขาก็เผลอไปกดถูกใจแบบไม่ทันตั้งตัว



เขาไม่เคยฟังเพลงนั้น คิดว่าอยากจะลองฟังสักหน่อย... เลยจัดการพิมพ์ชื่อเพลงนั้นลงไป กดเพิ่มเข้าเพลย์ลิสส่วนตัวและเปิดฟังวนซ้ำ ๆ ไปแบบนั้น



เพลงเล่นวนซ้ำไปได้สองรอบคนที่คิดว่าไม่น่าจะหลับได้ง่าย ๆ ก็ผล็อยหลับไปอย่างง่ายดาย โดยมีเสียงเพลงดังคลอไปตลอดคืนเหมือนต้องการกล่อมให้สายน้ำนอนหลับฝันดี







หากฟ้ามีดวงดาวเพื่อให้ฉันนับดาว
จะนับดาวที่มีบนฟ้ากับใคร
หากสายลมเยือกเย็นจะมีให้ฉันรออ้อมแขนอุ่น
เธอ คือเธอคนเดียว แล้วเธออยู่ไหน


หากหัวใจมีคำหนึ่งคำที่ฉันต้องเอ่ย
บอกให้ใครสักคนเข้าใจความหมาย
หากหนทางยาวไกลจะมีให้ฉันได้คิดถึงใคร
เธอ คือเธอคนเดียว แล้วเธออยู่ไหน


การเดินทางยาวไกลที่เราตามหา
ใครสักคนนั้นได้สิ้นสุดลง เมื่อได้มาพบเธอ
กับทุกความฝันที่เคยมี จะวางตรงนี้ไว้คู่กับเธอ
และพร้อมจะทำเพื่อเธอ เพื่อเธอคนนี้ที่ฉันรอคอย


จบค่ำคืนยาวนานกับการที่ฉันเฝ้ารอ
จากนี้ไปคงมีแต่เธอเท่านั้น
จะนับดาวที่มีมากมายบนฟ้าในอ้อมแขนอุ่น
เธอ คือเธอคนเดียวที่ใจต้องการ


จบหนทางยาวไกลที่เดินเงียบเหงาผู้เดียว
จากนี้คงมีเธอคอยถามเหนื่อยไหม
และถ้อยคำในใจก็คงมีเธอให้ฉันได้บอก
เธอ คือเธอคนเดียวที่ใจต้องการ




-----------------------------------------------
เพลง : เดินทาง นับดาว รอคอย / ศิลปิน : เชษฐา ยารสเอก – วรรธนา วีรยวรรธน






❖ ❖ ❖ ❖ ❖ ❖ ❖ ❖ ❖ ❖

มีความคุยโต้ตอบกันทางแชทของเฟซบุ๊กด้วยน้า
น้องไม่ได้ตั้งใจจะกดถูกใจ แต่เลื่อนเพลิน ๆ มือเลยไปโดน
พี่ก็ทักเร็ว เห็นน้องกดก็เข้ามาทักเลยจ้า
คืนนี้น้องสายน้ำคงนอนหลับฝันดี
แล้วคนอ่านจะนอนหลับฝันดีเหมือนน้องไหมน้าาาาาา

#เมื่อหินผาจรดสายน้ำ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-02-2019 09:42:48 โดย fangiily »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด