▪ผมผิดไหม? ยกหัวใจให้แฟนพี่สาว▪ [บทที่ 14] |26-8-19 | P.2
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ▪ผมผิดไหม? ยกหัวใจให้แฟนพี่สาว▪ [บทที่ 14] |26-8-19 | P.2  (อ่าน 6591 ครั้ง)

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3402
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

ยังไง ๆ เนี่ย  ความสัมพันธ์สามีภรรยา  ทิมกับแป้ง  รู้สึกแปลก ๆ อ่ะ

ออฟไลน์ KS.F

  • มือใหม่หัดแต่งนิยาย ช่วยแนะนำด้วยน่า
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3402
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-1
(11)

มีพิรุธ










"ไอ้ยัค ไอ้ไทม์โทรหามึงไหม?" เปปเปอร์ถามคายัค หลังจากเลิกเรียนวิชารวม กำลังเดินลงจากตึก แล้วไม่เห็นไทม์ แสดงว่ามัน โดดเรียนวิชานี้ แต่การโดดเรียนไม่สำคัญเท่ากับการที่มันหายหน้าหายตาไป หนำซ้ำ ยังไม่โทรหาเปปเปอร์มาหลายวันแล้ว





"ไม่ ทำไมวะ?"





"เดี๋ยวนี้ไอ้ไทม์ ทำตัวแปลก ๆ นี่มันโดดเรียนหลายวิชาแล้ว แถมพอโทรหา บอกจะแวะไปห้องก็บอกไม่สะดวก"
และนั่นคือสิ่งที่เปปเปอร์สงสัย พอรู้ว่าเพื่อนห่างหายไป จึงเป็นฝ่ายตามตื้อ ไปโทรหาก่อน แต่พอไทม์รับสายไม่ถึงนาทีก็รีบตัดบทและอ้างว่าไม่ว่างคุยตลอด





ผิดสังเกตและดูมีพิรุธจนน่าสงสัย





"แล้วทำไมมึงไม่เคาะประตูเรียกเลยวะ" คายัคถาม





"กูเคาะแล้ว ไอ้ยัค แต่แม่งไม่เปิด จนข้างห้องออกมาด่ากูแล้ว" เปปเปอร์พูดด้วยอารมณ์โมโหปนน้อยใจ เพราะเปปเปอร์ทำทุกวิถีทางเพื่อเข้าใกล้ กลับกัน กลายเป็นไทม์ที่ตีตัวออกห่าง แล้วจะไม่ให้เปปเปอร์น้อยใจได้อย่างไร ในเมื่อความสนิทสนมอันแน่นแฟ้นเหมือนก่อนแลดูจืดจางลงเรื่อย ๆ





"ถ้างั้นก็ปล่อยมันเถอะมันอาจต้องการความเป็นส่วนตัว มึงก็อย่าไปจุกจิกกับมันมาก เดี๋ยวพอมันด่ากลับมาว่าวุ่นวายอะไรนักหนา มึงก็จะมานั่งน้อยใจอีก เอางี้...ถ้ามึงเหงา วันนี้ไปร้านกาแฟกูไหม?"
คายัครู้ว่าเปปเปอร์สนิทกับไทม์มากแค่ไหน เพราะตัวติดกันตลอดจึงเข้าใจหากมันจะเกิดอาการบ่นปนน้อยใจ แต่เพราะไม่อยากให้เพื่อนคิดมาก คิดไปไกล จึงพยายามหาทางออกให้เพื่อน ส่วนเปปเปอร์ที่ยังเซ็งในการถูกเพื่อนรักทิ้ง เลยหวังไปซบเพื่อนอีกคน เผื่อให้ร่างกายและหัวใจดีขึ้น





"เออ ก็ดีว่ะ กลับห้องก็ไม่รู้จะทำอะไร? เบื่อ ๆ เหมือนกัน"







"มึงนี่นะ! ทำตัวอย่างกับเป็นเมียไอ้ไทม์ มีงง มีงอนกันด้วย"
คายัคส่ายหน้าระอา มิวายแซวเพื่อน เมื่อเห็นเปปเปอร์หน้างอง้ำ ทำตัวเหมือน เมียหลวงนั่งเสียใจเมื่อจับได้ว่าผัวมีกิ๊ก





"ก็เวลามันไปไหนจะรายงานกูตลอดนี่หว่า" เปปเปอร์บอกเสียวแผ่ว ตั้งแต่เรียนและอยู่ด้วยกันมาหลายปี ยังไม่เคยเห็นไทม์ทำตัวห่างเหินขนาดนี้





           ทั้งสองไม่ได้แวะไปไหน ยังคงเดินคุยกันบนทางเท้า มุ่งตรงไปยังหน้ามหาวิทยาลัย





"หรือมันมีแฟนแล้ว?"
คายัคลองเดาจากสถานการณ์ที่เปปเปอร์เล่า ถ้าไทม์ไม่มีแฟน มันคงไม่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือจนทำให้เปปเปอร์จับได้ถึงความเปลี่ยนแปลง





"ถ้ามันมีจริง มันต้องบอกกูสิวะ"
เปปเปอร์ย้ำชัด





"ก็ไม่แน่ อย่าลืมว่า เรื่องบางเรื่อง มันอาจไม่อยากบอกใคร"
คายัคตบไหล่เพื่อนเบา ๆ ก่อนจะโอบรอบคอพลางเขย่าตัวมันในขณะที่ทั้งคู่เดินถึงหน้ามหาวิทยาลัยแล้ว แม้คายัคจะพยายามช่วยให้อีกฝ่ายอารมณ์ดีแค่ไหน แต่เปปเปอร์ก็ยังคิดมากถึงความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนแปลง

.

.

.

.

"สวัสดีครับ อาทัช"





"ครับ"





"ผมชื่อเปปเปอร์ครับ"
เปปเปอร์ย้ำชื่อกับตัวเอง เมื่อเห็นหน้าอาทัชดูมีคำถาม พอเอ่ยชื่อตัวเองไม่ทันไร เขาตกใจเมื่อเหลือบเห็นคายัควิ่งไปสวมกอดทั้ง ๆ ที่มีลูกค้าอยู่ในร้าน





            เปปเปอร์ยืนชะงักงัน ชักไม่แน่ใจว่า มาทำไม มาให้เป็นส่วนเกินในความรักของทั้งคู่อย่างนั้นเหรอ? เปปเปอร์มองคายัคกอดและหอมแก้มคนที่เป็นทั้งอาและแฟนของมันอย่างโจ่งแจ้งโดยไม่อายสายตาลูกค้าที่นั่งอยู่สองโต๊ะ





"คายัค อาเคยบอกว่าอะไร?"





"ก็คนมันคิดถึง"





"เปปเปอร์สั่งเครื่องดื่ม อะไรไหมครับ?"
เปปเปอร์รีบละสายตาจากเพื่อนที่ทำตัวอ้อนคนรัก หันไปมองอาทัชที่ถามด้วยรอยยิ้มอบอุ่น



เวลาอยู่ที่มหาวิทยาลัย คายัคจะมีบุคลิกที่ดูแข็งกร้าว มากกว่าตอนที่อยู่กับอามันเสียอีก





"ผมขอชาเขียวมัทฉะหวานน้อยครับ"





"ได้ครับ"





"อาทัช ผมพาไอ้เป๊ปขึ้นไปนั่งทำงานบนห้องก่อนนะ"





"ได้สิ เดี๋ยวอาเอาเครื่องดื่มไปให้ ส่วนคายัคเหมือนเดิมนะ"





"ครับ อาทัชยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม?"





"ยัง รอคายัคครับ"





"น่ารัก เดี๋ยวผมลงมาหา"
เปปเปอร์มองคายัคที่คุยกับอาทัช เท่าที่สัมผัสมา อาทัชดูเป็นคนใจดีและใจเย็น จึงไม่แปลกที่ คายัคทั้งรัก ทั้งหลง และหวงมากขนาดนี้





          อินทัชยิ้มรับก่อนจะหมุนตัวไปหยิบส่วนผสมทำเครื่องดื่ม ส่วนเด็กหนุ่มทั้งสองก็เดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง คายัคพาเปปเปอร์ไปห้องนอนที่เคยเป็นห้องนอนในสมัยเด็ก แต่ปัจจุบันมันถูกเปลี่ยนเป็นห้องทำงาน และห้องไว้ดูหนังของคายัคไปแล้ว





         ถึงแม้ว่า เปปเปอร์นั้นจะเคยมาหลายครั้งแล้วก็จริง แต่ยังไม่เคยได้ขึ้นมาบนห้องนอนของคายัค เพียงเปปเปอร์เปิดประตู เขาเบิกตาโตเมื่อพบกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะระดับเทพ มีดีไซน์สวยงาม กับทรงที่ดูโมเดิร์น ทันสมัย





"เชี่ย อามึงซื้อให้เหรอ?"





คายัคยิ้มพลางยักคิ้ว





"เออ อาทัชบอกถ้าเป็นเรื่องเรียน เขาสนับสนุนกูเต็มที่"





"เจ๋งว่ะ"





"มึงจะดูหนังไหม?"
คายัคถามพลางกดปุ่มจนเสียงเปิดเครื่องดังตึ้งครู่หนึ่ง





"อืมก็ได้"




           คายัคเดินไปเลือกหาแผ่นหนังดี ๆ ที่เคยสะสมไว้ ตรงชั้นวางหนังสือ ก่อนจะเดินกลับมาวางแผ่นหนังบนโต๊ะ 2 แผ่น





"เคยดูรึยังวะ สนุกดีนะ ชอว์แชงค์ กับ กรีนไมล์"





"ชอว์แชงค์เคยดูแล้ว ขอกรีนไมล์แล้วกัน"



        เสร็จสรรพ คายัคลากเพื่อนมานั่งที่โซฟาเบด ซึ่งไม่ห่างจากโต๊ะที่วางตั้งคอมพิวเตอร์ ไม่นาน มีเสียงเคาะประตูจากด้านนอก และนาทีต่อมา คือ อาทัชที่นำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ เปปเปอร์ยิ้มรับขอบคุณ และนั่งดูหนังต่อกันสองคน จนกระทั่ง เรื่องดำเนินมาจนถึงกลางเรื่อง คายัคก็โพล่งขึ้น



"มึงหิวข้าวรึยัง? กูจะสั่งอาหารออนไลน์"



"เริ่มหิว กูเอาก๋วยจั๊บ ถ้าไม่มี มึงก็เลือกให้เลย กูแดกได้หมด"





"ถ้างั้นกูขอลงไปข้างล่างก่อนนะ เดี๋ยวขึ้นมา"





        เปปเปอร์พยักหน้า ทำไมจะไม่รู้ว่า การที่คายัคพูดแบบนั้น คือ ต้องการลงไปหาอาทัช เปปเปอร์มองเพื่อนที่ออกจากห้องด้วยรอยยิ้มมุมปาก ดูเหมือนว่า คายัครักอาทัชมากพอสมควร...





           เห็นคนรักกันอย่างนี้ เปปเปอร์ก็ชื่นใจและดีใจไปกับมันที่ได้เจอคนรักดี ๆ แต่ในความรู้สึกเหล่านั้น กลับถูกสอดแทรกไปด้วยความเหงาอยู่ลึก ๆ แม้ว่า เปปเปอร์จะทำใจจากนิวและยอมรับความโสดได้แล้ว แต่พอเวลาผ่านไปหรือได้มีโอกาสใกล้ชิดบรรดาเพื่อน ๆ ที่มีคู่นั้น มันก็เกิดอาการอยากได้ อยากมีอย่างเขาบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ไทม์หายตัวไปแบบนี้ ยิ่งทำให้เปปเปอร์เกิดเหงาและอดไม่ได้ที่จะยังน้อยใจมันอยู่





         ทั้ง ๆ ที่หนังก็ยังคงเปิดค้างไว้ ไม่รู้เลยว่าเปปเปอร์ ผล็อยหลับไปนานเท่าไหร่ รู้ตัวอีกทีตอนที่คายัคเดินขึ้นมา





"ไอ้เป๊ป ๆ ตื่น ข้าวมาแล้ว"





"ห้ะ หรอ?"





"เออ แฟนพี่มึงมาที่นี่ด้วย"





"จริงดิ?"





"แต่เขาไม่ได้มากับพี่มึง"





เปปเปอร์ชะงัก สงสัยคงเป็นน้องสาวอีกตามเคย เขาจึงถามเรื่องอื่น





"ทำไมเขามากินร้านนี้วะ?"





"ก็ตั้งแต่ที่พวกมึงเคยมาที่นี่คราวก่อน อาทัชบอกว่า หลังจากนั้น แฟนพี่มึงก็มาบ่อยขึ้น เคยถาม เขาบอกชอบบรรยากาศร้าน"





"อืม แล้วผู้หญิงคนนั้นหน้าตาเป็นยังไงวะ?"





"มึงลงไปดูเอง กูก็บรรยายหน้าตาไม่ถูก"







           เปปเปอร์ยันกายลุกขึ้นมานั่งอย่างมึนงง ก่อนจะกระพริบตาปริบ ๆ ตั้งสติ เมื่อหายง่วงงุน เขาตัดสินใจเดินลงไปตามคำบอกเล่าเพื่อน ใจก็อยากรู้เหมือนกันว่าจะใช่คนเดิมไหม



        เมื่อเท้าถึงบันไดขั้นสุดท้าย เปปเปอร์ชะโงกหน้าพลางกวาดตาหาเป้าหมายพลันชะงักเมื่อผู้หญิงที่นั่งหันหน้ามาทางเปปเปอร์แอบมองอยู่กำลังหัวเราะเริงร่า และไม่ใช่ผู้หญิงคนก่อนที่อ้างว่าเป็นน้องสาวพี่ทิมแต่อย่างใด





         ผู้หญิงคนนี้ ผมยาวและหน้าตาสวยเลยทีเดียว อักทั้งยัง หุ่นดียามที่ใส่เดรสสายเดียวสีชมพูโอล์ดโรสเนื้อผ้าบางเบาแนบเนื้อไปตามสัดส่วนโค้งเว้า บุคลิกและลักษณะของเธอช่างดูจัดจ้านกว่าพี่สาวของเขาอยู่มากโข





         เปปเปอร์เดินปรี่ไปที่โต๊ะนั้นทันที หยุดเท้าพร้อมพนมมือไหว้ ฟากทิมเงยหน้ามาตกใจครู่หนึ่ง ก่อนจะปรับสีหน้าให้ดูเป็นปกติ







"สวัสดีครับ พี่ทิม" เปปเปอร์ทักส่วนทิมก็ส่งยิ้ม





"ไม่คิดว่าจะเจอเปปเปอร์ที่นี่"





"ผมก็คิดเหมือนกันครับ แล้วนี่น้องสาวพี่อีกคนหรือครับ?" เปปเปอร์ประชดเพราะรู้ว่าการหัวเราะขบขันด้วยแววตาหวานฉ่ำส่งถึงกัน หากตอบว่า พี่น้องกันจริง ก็ดูน่าจะเป็นพี่น้องท้องชนกันมากกว่า





        ทิมเงียบเสียง ก่อนจะเหลือบไปมองหญิงสาวที่นั่งนิ่งรอคำตอบ เขาเอื้อมมือไปกุมมือเธอที่วางอยู่บนโต๊ะ





"ทับทิมครับ ไว้เรานัดกันใหม่นะ พอดี น้องพี่มาแล้ว พี่ต้องไปส่งเขากลับบ้าน" ทิมแต้มยิ้มอบอุ่น





"พี่ทิมทำไมไม่บอกกันก่อน ทับทิมจะชวนไปนั่งดื่มต่อสักหน่อย"
หญิงสาวส่งสายตาเสียดายพลางทำท่ากระเง้ากระงอด จนเปปเปอร์กำมือแน่น







"พี่มัวแต่คุยติดลม เลยลืมว่าวันนี้มีธุระอื่นด้วย ขอโทษนะครับ ทับทิม" ทิมเอ่ยอย่างใจเย็น ก่อนจะบีบกระชับมือขาวนั้นเบา ๆ





        แหละคนที่เห็นทุกอย่างชัดเจนเต็มสองตาก็เริ่มไม่พอใจที่อีกฝ่าย แสดงกิริยาหวานใส่ ไม่สนใจ เปปเปอร์คนที่เป็นน้องของภรรยาพี่ทิมยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้





"ผมไม่เคยมีพี่ชาย มีแต่พี่สาว ที่ชื่อพี่แป้ง เมียพี่น่ะครับ" เปปเปอร์ย้ำประโยคสุดท้ายเสียงดัง จนหญิงสาวที่นั่งตรงข้ามพี่ทิมเบิกตาโพลง





"จริงหรือคะ พี่ทิม"



         ไม่ถึงวินาที ทิมลุกพรวดจูงมือผู้หญิงคนนั้น กำลังจะเดินผ่านหน้าเปปเปอร์ เขาก็เอ่ยทิ้งท้าย





"รอพี่นะครับ เปปเปอร์ พี่ไปส่งพี่ทับทิมก่อน"





       เปปเปอร์ชักสีหน้าไม่พอใจ มองพี่ทิมด้วยแววตากรุ่นโกรธ ผิดกับพี่ทิมที่แม้จะโดนด่าต่อหน้าหญิงสาว เขากลับมองมาด้วยแววตาปกติ เปปเปอร์โมโหแทนพี่สาวกับการต้องมาเห็นสามีของพี่แป้งทำตัวเจ้าชู้ไปทั่ว สองเท้าก้าวขยับเดินตามไว ๆ ไปถึงหน้าประตูกระจกใส แล้วจู่ ๆ คำพูดพี่สาวที่บอกว่าอย่าไปยุ่งเรื่องของพี่ทิมก็วกเข้ามาในหัว





           เปปเปอร์สบถในลำคอ พลางขยี้ผมจนยุ่งเหยิง ก่อนจะเดินขึ้นไปบนห้อง และขอโทษที่ไม่ได้กินข้าวด้วย เปปเปอร์ขอตัวอาทัชและคายัคกลับบ้าน เมื่อเดินพ้นตัวบ้าน ก้าวเท้ายาว ๆ มาถึงถนนเล็กในซอย





"จะไปไหน?" ทิมเรียกทั้งยังก้าวไว ๆ ให้ทันเด็กหนุ่มที่เดินเลยร้านกาแฟมาไกลแล้ว





"กลับห้อง" เมื่อรู้ว่าเป็นพี่ทิมที่เดินไล่ตามมาติด ๆ เปปเปอร์ก็ตอบเสียงแข็ง





"พี่ไปส่ง”





"ไม่ต้อง"





"พี่จะไปทำธุระที่นั่นเหมือนกัน"





"ไม่เป็นไรพี่ก็ไปทำธุระของพี่เลยครับ"





"อย่าดื้อครับ กลับกับพี่ ประหยัดเงินด้วย"
เปปเปอร์หันไปตบหน้าอีกฝ่ายทันที





เพี้ยะ!





"ทำไมพี่ต้องนอกใจพี่แป้งด้วย พี่เพิ่งแต่งงานกับพี่สาวผมนะ"
เปปเปอร์หมดความอดทน และรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายหลอกลวงพี่สาว





"ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่แฟน เราแค่กำลังคุย ๆ กันอยู่"
ทิมบอกความจริง ในขณะที่ซีกแก้มซ้ายของเขายังมีอาการชาดิก การเกิดเรื่องคราวนี้ ทิมก็คงไม่มีโอกาสได้สานต่อกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว





"หน้าด้าน พูดมาได้ไงวะ"
เปปเปอร์เหลืออด เขาสวนกลับที่อีกฝ่ายพูดอย่างไร้ยางอาย แต่งงานกับอีกคน แต่บอกว่ากำลังคุยอยู่กับอีกคนอย่างนั้นเหรอ?





          ยามนี้ ผู้คนที่เพิ่งเลิกงานกำลังเดินเท้าเข้ามาในซอยก็เริ่มมอง ๆ มา ทิมไม่อยากให้คนอื่นมาได้ยินและเห็นปัญหาที่ทั้งสองทะเลาะกัน จึงตัดสินใจ ลากแขนเปปเปอร์ไปที่รถ พอสอดตัวเข้ามายังห้องโดยสาร ทิมถอนหายใจยาวเพราะเหนื่อยที่กว่าจะลากเด็กหนุ่มมาได้ เจ้าตัวทั้งต่อยแขน ทั้งสะบัดจนทิมแทบหมดแรง





"ผมจะบอกพี่แป้ง ว่าคราวนี้พี่นอกใจของจริง และถ้าจะทำตัวเจ้าชู้ไม่เลิกก็อย่าคิดว่าจะมีใครรักพี่จริง คนนิสัยอย่างพี่ไม่มีวันแก่ตายหรอก และไม่ต้องไปส่งผม"
เปปเปอร์ก็ยังโวยวายพรั่งพรูออกมาไม่หยุด หันไปกดปลดล็อคจะเปิดประตูรถ ทิมบีบต้นแขนแน่นแล้วเอ่ย





"เปปเปอร์ครับ ใจเย็น"
ทิมบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบและยังบีบแขนแน่นราวกับคีมคีบเหล็กล็อกไว้มั่น



"ใจเย็น พูดมาได้ไงวะ พี่กำลังสวมเขาพี่ผมอยู่นะ แม่งโคตรเลวเลยว่ะ ขออย่าให้ได้เจอเลยคนแบ..อื้ออออ."
เปปเปอร์ยังคงอารมณ์ร้อนและไม่ฟัง เขาพยายามดิ้นให้หลุด สะบัดแขนและแรงเหวี่ยงนั้น ทำให้หลังมือไปฟาดปากอีกฝ่าย เปปเปอร์หันไป พบพี่ทิมนั่งนิ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาด้วยแววตาอ่านไม่ออก ทันใดนั้น เปปเปอร์โดนอีกฝ่ายดึงตัวให้เข้าไปใกล้และประกบจูบ ครั้นเปปเปอร์จะอ้าปากด่ากลับกลายเป็นเข้าทางให้อีกฝ่ายสอดเรียวลิ้นอุ่นที่เจือรสกาแฟจาง ๆ เข้าชิมน้ำหวาน กวาดสำรวจทั่วโพรงปาก ร่างกายที่เคยต่อต้านก็อ่อนยวบยาบเหมือนขี้ผึ้งลนไฟ เปปเปอร์เผลอไปกับอารมณ์วาบหวาม จากมือที่ชกอกอีกฝ่ายกลายเป็นขยุ้มเสื้อเชิ้ตจนยับยู่



       หลายนาทีที่ทั้งสองยังคงจูบกัน ครั้นเปปเปอร์ตั้งสติได้ รีบผลักอกอีกฝ่ายสุดแรง และใช้หลังมือเช็ดปากลวก ๆ





"พะ...พี่ทำอะไรน่ะ?"





"พี่อยากให้เปปเปอร์เงียบ แค่นั่งเฉย ๆ จนถึงห้องก็พอ ทำได้ไหมครับ?"
ทิมว่าแล้วเอื้อมมือจะไปลูบศีรษะเด็กหนุ่ม แต่กลับโดนอีกฝ่ายปัดมือออก



"แม่ง เหี..."
เปปเปอร์กำลังจะด่ากลับว่ามันใช่วิธีในการทำให้หุบปากเหรอ? คนหน้าแดง หูแดง แถมปากสีสดที่บวมเจ่อยังคงขยับ หวังจะโวยวาย



"ถ้าเปปเปอร์ด่าหรือตบหน้าพี่อีก โดนหนักกว่านี้นะครับ ไหน ๆ เปปเปอร์ก็มองว่าพี่เลวแล้ว พี่ก็จะเลวให้ถึงที่สุด ฉะนั้น เปปเปอร์คงรู้นะว่า ตอนนี้ พี่ทำได้มากกว่าจูบ"




         เปปเปอร์ชะงักพลางกลืนคำพูดที่จะต่อว่าทั้งหมดลงไปในลำคอ แล้วเบนหน้าหนีออกไปมองนอกหน้าต่างในขณะที่มือกำหมัดแน่น





           แม่งเอ้ย แล้วเสือกรู้สึกดีกับรสจูบเขาอีก กูก็คงไม่ต่างกับผู้หญิงที่ด่าไปก่อนหน้าสินะ... ด่าคนอื่นไว้มาก สุดท้ายกูเองนี่แหละที่อาจจะเป็นคนเลวเองก็ได้





"พี่จะไปบอกความจริงกับแป้งเอง และจะไม่คุยกับผู้หญิงคนไหนอีก เปปเปอร์สบายใจได้"
ทิมบอกย้ำ





         น่าแปลกที่พอเขาบอกว่า จะไม่คุยกับผู้หญิงคนไหนอีก ทำไมเปปเปอร์กลับรู้สึกโล่งใจ เปปเปอร์เม้มปากแน่นและไม่ตอบรับคำใด ๆ ทั้งสองนั่งเงียบไม่คุยกันอีกเลย จนกระทั่ง รถยนต์แล่นมาถึงหน้าหอของเด็กหนุ่ม





"อย่าทำให้พี่ผมเสียใจอีก ถ้าผมรู้ว่าพี่ยังทำแบบนี้อีก ผมจะฟ้องแม่"





         เปปเปอร์ส่งคำขู่ทิ้งท้าย และหันไปเปิดประตูจะลงจากรถ เพียงประตูแง้มยังไม่ทันอ้าออกกว้าง เปปเปอร์โดนพี่ทิมกระชากไหล่ให้หันไปหา



"พี่จะทำอะไร? ปล่อยผมนะเว้ย"



           สิ้นคำโวยวาย ทิมสวมกอดเปปเปอร์ทันที เขากดท้ายทอยเด็กหนุ่มให้ก้มมาซบลงบนบ่า พลางลูบหลังเบา ๆ ในขณะที่สายตาของทิมทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างรถไม่วางตา





"พี่ดีใจแทนแป้งที่เปปเปอร์รักพี่สาวมากขนาดนี้ แต่ช่วยลดอารมณ์ร้อนลงหน่อยและฟังความเห็นคนอื่นบ้างนะครับ พี่หวังดี"





          เปปเปอร์นั่งเงียบ ปล่อยให้พี่ทิมกอดหน้าตาเฉย ไม่นาน ทิมคลายอ้อมกอด เพื่อปล่อยเด็กหนุ่มให้เป็นอิสระ





"ลงรถเถอะครับ ส่วนเรื่องนั้น พี่สัญญา มันจะไม่เกิดขึ้นอีก"






"จะไม่เกิดขึ้นอีก หรือจะไม่ให้ผมเห็นอีกครับ"





         เด็กหนุ่มบอกแล้วมองหน้าอีกฝ่าย ที่กำลังจุดรอยยิ้มมุมปาก



"ทำไมคำพูดเปปเปอร์ มันเหมือนกับว่า เราเป็นแฟนกันแล้วเปปเปอร์หึงพี่"





ปัง!





         ไม่มีคำเอื้อนเอ่ยอะไรต่อ นอกไปจากเสียงปิดประตูรถยนต์ดังลั่น และทันใดนั้น เสียงหัวเราะในลำคอของคนอายุมากกว่าก็ดังขึ้นขัดความเงียบ จากนั้น ทิมคว้าโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงแสล็ค เพื่อกดโทรหาพี่สาวของคนที่ทิมเพิ่งจูบไปไม่นานนี้



[ว่าไงคะพี่ทิม..]





"แป้งครับ พี่ว่า ย้ายมาพักห้องพี่ไหม? เมื่อกี้เปปเปอร์เกือบเห็น"






[จริงหรอคะ ขอบคุณนะคะพี่ทิม แต่....]





"ให้ไทม์ไปอยู่ที่นั่นด้วยไงครับ พี่อยู่บ้านคนเดียวได้"





[พี่ทิมไม่โกรธแป้งเหรอ ที่....]





"พี่จะโกรธทำไมครับ คนเรามีสิทธิ์เริ่มต้นใหม่ได้ พี่เอาใจช่วยให้เด็กคนนั้นทำให้แป้งชอบเขาให้ได้แล้วกันนะ"



[ค่ะ ขอบคุณนะคะพี่ทิม....]



           ทิมตอบรับและวางสายพลางทอดถอนใจ ทิมกลัวว่าแป้งจะคิดมาก จึงยังไม่บอกเรื่องที่ทิมเพิ่งโดนน้องชายเธอตบหน้า แถมยังอคติ ตราหน้าว่า ทิมกลายเป็นคนเจ้าชู้ไปแล้ว....








..............................................


:mew3: :mew3: :mew1: :mew1: :mew1:
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ

ออฟไลน์ tasteurr

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 599
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0
อะไรเนี่ย..
แล้วทิมกับแป้งแต่งงานกันทำไม  :hao4:

 :pig4:

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3402
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

อ้าว.....ซับซ้อนไปอีก   วิวาห์อลเวงเนี่ย

ออฟไลน์ oilzaza001

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 624
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-1
งงเด้อ สรุปอะไรยังไง ??

ออฟไลน์ Keawmikami

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 18
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
เหตผลของการแต่งงานคืออะไรน้าาาาา อยากรุ้ รอตอนต่อไปค่ะ

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3442
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
แล้วจะแต่งงานกันทำไม ถ้าจะคบกับไทม์เราว่าก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้วแบบนี้ถ้ารักกับไทม์แล้วก็ต้องหย่ากับพี่ทิมให้เป็นขี้ปากคนอื่นเขาทำไมกัน ไม่เข้าใจจริง ๆ กับเหตุผลที่แต่งงานกัน

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-1
(12)

เจ้าบ่าวจำเป็น









"ดีกันนะมึง กูขอโทษ"


"มึงหายไปไหนมา กูแม่งโคตรโกรธ โคตรห่วง มึงไม่ติดต่อกูมาเลย คิดจะหายก็หาย แล้วมึงโดดเรียนบ่อยแบบนี้ มีสิทธิ์ไม่จบสี่ปีนะเว้ย!"
เปปเปอร์พูดยาวไม่หยุดพักหายใจ หลังจากนั่งเงียบปล่อยให้ไทม์ง้อมากว่าครึ่งชั่วโมง



"กูมีเรื่องนิดหน่อยต้องสะสางน่ะ"
ไทม์บอกค่อย ๆ ระบายยิ้ม แต่รอยยิ้มที่เผยยังเจือด้วยความเครียด เพราะไทม์รับรู้เรื่องสำคัญมาจากปากพี่แป้ง ความจริงที่ไทม์ไม่สามารถบอกเพื่อนได้ เนื่องจากพี่แป้งขอไว้ ทำให้คนกลางอย่างไทม์ต้องแบกความหนักใจไว้บนบ่าอย่างปฏิเสธไม่ได้

 
"...."


"อย่างอนกูเลยนะเพื่อน" ไทม์ล็อคคอและเขย่าตัวเปปเปอร์เบาๆ

 
    เปปเปอร์หน้าบึ้ง ยอมรับว่ายังมีขุ่นเคืองอยู่บ้าง ก็ไทม์เล่นหายหน้า หายตาไปเป็นสัปดาห์ แถมพอกลับมา การกระทำทุกอย่างของเพื่อนช่างมีพิรุธเสียเหลือเกิน



"ดีกันเหอะ"
สิ้นคำ เปปเปอร์เหล่มองเพื่อนที่ไม่ยอมพูดอะไร เป็นจังหวะเดียวกับโทรศัพท์มือถือของไทม์ดังขึ้นและเจ้าตัวก็ลุกพรวดไปรับสายยืนคุยแถวประตูห้อง


"เดี๋ยวกูมานะ" ไทม์คุยธุระเสร็จ ก็หันมาบอกเพื่อน


"จะไปไหน?" ไทม์ยิ้มกับสิ่งที่เปปเปอร์ถามกลับทันควัน


"แค่ข้างล่าง ห้านาที"



       ในขณะที่ไทม์เดินออกจากตัวห้องหายลับไป เปปเปอร์นั่งย้อนนึกคำพูดของคายัคบวกกับใช้ความคิดของตัวเองผสมร่วมไปด้วยก็ชักมีน้ำหนัก พฤติกรรมหลายอย่างที่เห็นตอนไทม์กลับมา ทั้ง แววตา ท่าทางก็ดูเหมือนคนมีอะไรปิดบังสักอย่าง  จากที่นั่งอยู่ปลายเตียง เปปเปอร์ผุดลุกขึ้นเดินวนไป วนมา ผ่านไปราวสิบห้านาที ไทม์ขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับหอบไก่ทอดถังใหญ่พ่วงกลิ่นหอมโชยลอยมาแต่ไกล



"กูลงทุนเลี้ยงมึงเลยนะ มากินกัน" ไทม์ยิ้มกว้างพลางหย่อนก้นลงนั่งที่พื้น และเป็นฝ่ายตระเตรียมจาน ชามแก้วน้ำ และจัดการวางอาหารที่สั่งมาให้เรียบร้อย


"ไม่ใช่ผู้หญิง เวลางอนมากมันไม่น่ารักนะมึง"
ไทม์เงยหน้าบอก เมื่อเห็นเปปเปอร์ยังนั่งนิ่งบนเตียง


"สัดไทม์" เปปเปอร์ถลึงตาพร้อมด่ากลับ จะว่าไปอาการงี่เง่า ง้องแง้งแบบนี้ ก็ไม่ใช่ทางของเปปเปอร์สักเท่าไหร่ สุดท้ายเปปเปอร์จึงยอมไถลตัวลงจากเตียงมานั่งที่พื้น สายตาจ้องมองไก่ทอดกรอบที่ส่งกลิ่นหอมฉุยลอยชนมาเตะจมูก จนกระตุกความโหยของเปปเปอร์ให้เกิดเสียงท้องร้องโครกคราก เปปเปอร์เม้มปากพลางเหล่มองไทม์เพื่อดูปฏิกิริยาว่ามันแอบได้ยินเสียงของความหิวกระหายหรือเปล่า? เมื่อสถานการณ์เป็นปกติ เปปเปอร์ถือโอกาสค่อย ๆ ล้วงไปหยิบไก่ ทำเหมือนไม่หิว


      จากหนึ่งชิ้น เป็นสอง สามและสี่ชิ้นที่เปปเปอร์นั่งแทะน่องไก่จนมือและปากมันเยิ้ม...เปปเปอร์เรอออกมาเบา ๆ หลังจากวางแก้วโค้ก เขากลบความเขิน เมื่อเห็นเพื่อนนั่งมองหน้าพลันเหลือบไปซากกระดูกไก่ที่อยู่ในจานของเปปเปอร์


      ไทม์อมยิ้ม เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเปปเปอร์ที่หายงอนร้อยเปอร์เซ็นต์


"ไอ้เป๊ป ตอนนี้ พี่ทิมโสด ผู้ชายในฝันของมึง ลองจีบดูดิ" ไทม์ตัดสินใจบอกเพื่อนถึงความจริง เพราะเผื่อมันจะมีโอกาสสมหวังกับคนที่มันแอบรู้สึกดีด้วย


"กูไม่เข้าใจในสิ่งที่มึงพูด ตอนนี้พี่ทิมคือผัวพี่แป้ง แล้วอยู่ดี ๆ  มึงมาบอกพี่ทิมโสดให้กูจีบ หมายความว่าไงวะ?" เปปเปอร์ถามกลับอย่างไม่เข้าใจ แต่สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้ คือ ในสายตามันดูบ่งบอกว่า สิ่งที่พูดคือเรื่องจริง เปปเปอร์รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล ของเรื่องนี้ และแทนที่เปปเปอร์จะดีใจว่าพี่ทิมโสด เขากลับไม่รู้สึกอะไรมากไปกว่าการอยากรู้ว่า ไทม์มันไปรู้มาได้อย่างไร?


 
"ก็นั่นมันเมื่อก่อนไง"


      เปปเปอร์ขมวดคิ้วจนเป็นปม



"เขาจะหย่ากันเหรอ?"


"ใช้คำว่าหย่าคงไม่ถูก พี่เขาแต่งงานกันจริง แต่เขาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ที่สำคัญเขาแยกกันอยู่มาสักพักแล้ว" 



         เปปเปอร์เบิกตาโพลง ยิ่งอยากรู้ อยากเห็นมากกว่าเดิม... เรื่องราวส่วนตัวขนาดนี้ ทำไมไทม์ถึงรู้
 


"มึงโดดเรียนไปอยู่กับพี่แป้งมาใช่ไหม มึงคบกับพี่แป้งแล้วเหรอ?"


     ไทม์หลุบตาลง ก่อนจะหยิบนักเก็ตไก่ยัดเข้าปาก เขาถามเปปเปอร์



"มึงไม่กินแล้วเหรอวะ ไม่ร้อนก็ไม่อร่อยนะ"



"ตอบกูมา ทำไมมึงรู้วะ หรือว่าช่วงนี้ มึงตีท้ายครัวพี่ทิมอยู่  จนพวกเขาระหองระแหงกันสมใจมึงแล้ว มึงถึงใช้ช่วงเวลานี้เสียบกลางเพื่อปลอบใจพี่กู"
เปปเปอร์พูดไร้แววล้อเล่น เขามั่นใจว่า การจินตนาการครั้งนี้ เปปเปอร์ไม่ได้คิดเป็นตุ เป็นตะ เพราะตั้งแต่ไทม์สารภาพว่า ชอบพี่แป้งกับเปปเปอร์ มันก็ดูเปลี่ยนไปในทางที่ดูสนิทสนมกับพี่แป้งมากขึ้น แม้เปปเปอร์ไม่เคยเห็นทั้งสองอยู่ด้วยกันแต่สิ่งที่เปปเปอร์รับรู้ได้ คือ เรื่องเล่าหลายอย่างของพี่แป้งที่มาจากปากมัน ช่างดูรู้ลึก รู้ไวกว่าเปปเปอร์ ผู้ที่เป็นน้องแท้ ๆ เสียอีก


 
"มึงชักจะบ้าไปกันใหญ่แล้ว แต่งเรื่องเก่งนะมึง" ไทม์ส่ายหน้า   


"เออ ไม่เป็นไร กูจะโทรถามพี่แป้งเองว่าทำไมถึงเลิกกับพี่ทิม"



      ไทม์หลุดสบถเบา ๆ เขาไม่น่าพูดออกไป แค่ตอนแรกหวังจะให้เพื่อนลองลุย ลองจีบพี่ทิม แต่พอเผยไปไม่กี่คำ มันก็สร้างเรื่องให้เป็นประเด็นขุดคุ้ยต่อไปได้



     ไทม์กัดริมฝีปากล่างจนเจ็บ เขามองเพื่อนรักที่กำลังนั่งน้อยใจ ไม่รู้จะต้องทำอย่างไร ในเมื่ออีกคนไทม์ก็แอบชอบมาตลอด ส่วนอีกคนก็เป็นเพื่อนรัก ทั้งสองมีความสำคัญเท่าเทียมกัน


"เออบอกก็ได้ กูเจอพี่แป้งโดยบังเอิญ วันนั้นกูเห็นเขาร้องไห้ เลยถามจี้ ซักไซร้ไปมาจนได้คำตอบแบบที่กูบอกมึงนั่นแหละ พี่ทิมต้องกลายมาเป็นเจ้าบ่าวจำเป็นตามคำสัญญาอะไรสักอย่าง เขาสองคนไม่ได้รักกันตั้งแต่แรก"
ไทม์พยายามอธิบายเพื่อให้เพื่อนหายงอน ขณะเดียวกัน ไทม์ก็เครียด เพราะสุดท้าย ความใจอ่อนของเขาได้ทำลายคำมั่นสัญญาที่มีต่อพี่แป้ง แม้ไทม์จะบอกไม่หมด แต่บัดนี้ เขาก็คงต้องรายงานพี่แป้งว่าเปปเปอร์รู้อะไรไปแล้วบ้าง


    เผลอผิดสัญญา เพียงเพราะเห็นเปปเปอร์น้ำตาคลอหน่วย



"แล้วสรุปมึงกับพี่แป้งเป็นอะไรกัน?"


     ไทม์ชะงักนิ่งไปอึดใจหนึ่ง หากถามใจเขาแน่ล่ะ การอยากได้พี่แป้งมาครอบครองในสถานะคู่รัก มันเป็นสิ่งที่เดียวที่ยึดมั่น ใฝ่ฝันมาโดยตลอด แต่ทางฝั่งพี่แป้งคงไม่คิดอย่างนั้น


"พี่-น้องว่ะ"


      เปปเปอร์ใช้ข้อนิ้วเกลี่ยน้ำตาตัวเอง พลันเหลือบมองเพื่อนตอนตอบ ดูใบหน้าเศร้าสลดอย่างเห็นได้ชัด 

   
       ถึงแม้ว่า เปปเปอร์ยังมีเรื่องคาใจกับคำบอกเล่าของไทม์ที่ดูเหมือนมีบางอย่างปิดบัง แต่พอเห็นไทม์เครียดไม่ต่างกัน เปปเปอร์จึงไม่อยากเซ้าซี้ นั่งแช่และคุยกันอีกสักพัก เปปเปอร์ไล่เพื่อนกลับห้อง และพุ่งตัวคว้าโทรศัพท์มือถือจะกดโทรหาพี่แป้งเพื่อเอาคำตอบ แต่น่าแปลกที่พี่แป้งไม่รับโทรศัพท์สักสาย ความร้อนใจกับความอยากรู้ยิ่งถมกดทับจนพอกพูน คนที่อยากคลายความคลางแคลงใจให้หมดลงวันนี้ จึงตัดสินใจกดโทรหาเบอร์ที่ไม่เคยโทรหามาก่อน แม้ว่ามันจะถูกบันทึกไว้ในเครื่องมานานนม


     นัดแนะสำเร็จ เปปเปอร์ก็พาตัวเองมานั่งรอที่ส่วนล็อบบี้ด้านล่างคอนโดของพี่ทิม



"รอนานไหมครับ?" พอได้กลับมาเห็นหน้าอีกครั้ง หลังจากไม่เจอมาเป็นสัปดาห์ ภาพพี่ทิมจูบก็หวนกลับมาจนเปปเปอร์หลุบตาลงอย่างประหม่า เขินอายที่เพียงเผลอมอง ใบหน้าหล่อยกยิ้มมุมปาก กลับมีฉากจูบกันซ้อนทับและชัดขึ้น ชัดขึ้น



"ไม่นานครับ"


"มีเรื่องด่วนอะไรถึงต้องคุยกันวันนี้ครับ"


"ขึ้นไปห้องพี่ก่อนได้ไหม แล้วผมจะบอก เรื่องมันยาว"

"หืม??"
ทิมเลิกคิ้วขึ้นสูง ก่อนจะพยักหน้ารับ หมุนตัวเดินนำผู้มาใหม่ ไปยังโถงลิฟต์ รอไม่นาน เจ้ากล่องสี่เหลี่ยมทึบก็เปิดประตูออกกว้าง ทั้งคู่เดินเข้าไปด้านในและปล่อยให้ลิฟต์ทะยานขึ้นไปสู่ชั้นสูง



    ทิมค่อนข้างแปลกใจ ร้อยวันพันปี น้องชายแป้งดูเหมือนไม่อยากเข้าใกล้ แต่ไหงวันนี้ กลับเป็นฝ่ายโทรมาตามตื้อจะมาหาให้ได้ แม้ว่าเวลานี้มันจะดึกมากแล้วก็ตาม สองขายาวก้าวนำออกมาก่อนที่คนตัวเล็กกว่าจะเดินตามมา เปปเปอร์ที่เดินรั้งท้ายได้แต่มองแผ่นหลังคนตัวโตที่วันนี้ พี่ทิมแต่งตัวดูเป็นทางการกว่าทุกที แต่ยังคงรักษาไว้ซึ่งความดูดี หล่อ เนี๊ยบ


"พี่อยู่คนเดียวเหรอ แล้วพี่แป้งล่ะครับ?"
เปปเปอร์ทำเนียนถามตาใส


"แป้งไปนอนกับเพื่อนน่ะ พี่เลยกลับมานอนคอนโดแทน"
ทิมบอกขณะที่ถอดรองเท้าหนังหยิบวางบนชั้นแล้วหันมาสวมสลิปเปอร์เดินในบ้าน


"เปปเปอร์พักก่อนครับ พี่ขอเข้าห้องแปปนึง"


       ห้องที่ว่าก็คงจะเป็นห้องนอนที่มีแยกออกไปอยู่ห้องเดียว เปปเปอร์กวาดตามองจนทั่วห้องก็พบว่า การตกแต่งที่นี่เรียบง่ายไม่ได้หวือหวาอะไร เพียงแต่ที่น่าแปลกใจ คือ ห้องแห่งนี้ เหมือนไม่มีใครพักอาศัย เพราะห้องช่างสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยมากจริง ๆ


      เปปเปอร์นั่งรออยู่ตรงโซฟาไม่นาน เสียงประตูจากมุมหนึ่งดังขึ้นเบา ๆ เปปเปอร์หันไปตามเสียงฝีเท้าก็เบิกตาโพลง เมื่อเห็นพี่ทิม เดินมาในสภาพช่วงบนเปลือยเปล่า มีเพียงผ้าเช็ดตัวพาดบ่า


"เอ่อ พี่จะอาบน้ำก่อนไหม?" เปปเปอร์ไม่ใช่ผู้ชายใสซื่อ ไร้เดียงสา การได้อยู่ใกล้กับคนที่รู้สึกดีแบบนี้ด้วยแล้ว ก็ใจสั่นหวั่นไหว เกิดกระตุ้นอารมณ์หวามจนต้องรีบข่มใจพอสมควร


"ที่ว่าเรื่องมันยาว นี่พอจะบอกได้ไหมครับ? ว่าถ้าเล่านี่มันนานแค่ไหน?" ทิมว่า ทั้งๆ ที่นั่งทิ้งระยะห่างพอควร เมื่อดูกิริยาของเปปเปอร์เอาแต่นั่งตัวลีบ หวาดหวั่นแปลก ๆ



        ประหม่า กลัว แต่ยังจะมาหากัน?



"....."


"มีเรื่องคุยมากขนาดนั้นเลยหรือครับ ถึงคิดนานจังเลย"




"พี่ไม่ได้รักพี่แป้งแล้วพี่แต่งงานทำไม?"



    บทจะโพล่ง ก็โพล่งออกมา โดยไม่มีตะล่อมถามก่อน พอเปปเปอร์พุ่งตรงประเด็น ทิมแอบนั่งอึ้งครู่หนึ่ง แต่ไม่นาน รอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อของคนอายุมากกว่า


"ใครบอกครับ?"



"มันจริงใช่ไหมพี่?" เปปเปอร์ถามย้ำ


"จริงครับ"


"นี่มันเรื่องอะไรกัน พี่เล่นเกมส์กันเหรอ? มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยนะ"


    ทิมอมยิ้ม หยัดกายขึ้นเล็กน้อยพร้อมโน้มตัวไปใกล้เปปเปอร์มากขึ้น


"ถ้าพี่ตอบคำถามต่อไป เปปเปอร์ต้องจ่ายนะครับ เพราะทุกคำตอบพี่มีราคา"



     ใบหน้าที่ใกล้กว่าเก่าจุดรอยยิ้มอันแฝงด้วยความเจ้าเล่ห์


"อะไรวะพี่ ไม่เกี่ยวสักนิด ทำไมผมต้องจ่าย นี่มันเรื่องพี่สาวผม ผมมีสิทธิ์รู้" ปากบอกออกไป แต่สายตาไม่กล้ามองหน้า



"ถ้างั้นก็กลับไปถามแป้งสิครับ"


     เปปเปอร์เงียบ ก็ถ้าพี่แป้งรับสายกันตั้งแต่แรก เปปเปอร์คงไม่ถ่อมาถึงนี้


"ผมยังเป็นแค่เด็กนักศึกษา ยังไม่ได้ทำงาน พี่ยังจะขูดรีดกับผมอีกเหรอ?"


"แล้วถ้าพี่บอกว่าไม่ต้องใช้เงินล่ะครับ"


"ไม่ใช้เงินแล้วผมจะจ่ายด้วยอะไรล่ะครับ?"



     ทิมอมยิ้มก่อนจะไล้สายตามองทั่วใบหน้าเด็กหนุ่มแล้วมาหยุดอยู่ตรงริมฝีปากสีสดจนเปปเปอร์ที่มองตามสายตาคู่นั้นอยู่นาน รีบเม้มริมฝีปากตัวเอง


"พี่ไม่ใช่คนดีนะ บอกไว้ก่อน"

"....."

"ฉะนั้น การจ่ายของพี่ก็คงเป็น...."
ทิมจุดรอยยิ้มขึ้นอีกครั้ง และจรดปลายนิ้วลงตรงกลางริมฝีปากอีกฝ่าย



     เปปเปอร์ลุกพรวดกระโดดหนีจากโซฟา


"พี่น่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอครับ?" ทิมถามพร้อมลุกขึ้นยืนตาม


      เปปเปอร์ยืนมองอีกฝ่ายที่พูดเรื่องจูบดัวยสีหน้าปกติคล้ายกับถามว่าวันนี้กินข้าวหรือยัง ?


"ผมจะกลับบ้าน"


"ดึกแล้ว นอนนี่เถอะครับ ถ้าเกิดเจอโจรปล้นกลางค่ำกลางคืน พี่คงรู้สึกแย่"


"ผมไม่ไว้ใจ ถ้าเกิดพี่หน้ามืดตามัว ทำอะไรผมขึ้นมาล่ะ? ผมรู้นะว่าพี่อะ เอาได้หมด"
ตั้งแต่เห็นข้อเสนออีกฝ่าย เปปเปอร์ก็เริ่มกลัว ถึงแม้จะเป็นคนที่แอบหมายปองก็เถอะ


"หืม? แล้วทำไมพี่ต้องทำอะไรเปปเปอร์ด้วยล่ะครับ? หรือเปปเปอร์คิดแบบนั้นกับพี่ ถึงถามคำถามแบบนี้อออกมา" ทิมเอียงคอถาม แต่คนที่โดนโยนคำถามกลับไป ได้แต่ยืนหน้าแดงก่ำ อ้าปากพะงาบ ๆ พอเห็นพี่ทิมยิ้มกรุ้มกริ่ม ทั้งยังสาวเท้าเข้ามาหา เปปเปอร์รีบหมุนตัวปรี่ไปที่ประตู ก้มสวมรองเท้า


"ขอบคุณมากพี่ ผมไปล่ะ"

   
     เพียงประตู้แง้มออกนิดหนึ่ง เสียงของคนอายุมากกว่าก็ดังขัดขึ้น


"ที่พี่ต้องแต่งงาน เพราะพี่ทำตามคำสัญญาของน้องชายพี่ที่เสียไปแล้วครับ"


ขวับ

   เปปเปอร์หยุดเท้า หันหลังไปหาพี่ทิมที่มองมาหน้านิ่ง


"ทีนี้ ยังอยากกลับบ้านอยู่ไหม?"


    เปปเปอร์ส่ายหน้ารัว ถอดรองเท้าผ้าใบ และเดินกลับไปหาคนที่เผยความลับ


"พี่ทิม อาบน้ำเร็ว ๆ นะ ผมรอนี่แหละ"


       หลังจากนั้น เปปเปอร์ได้ยินเสียงหัวเราะหึหึในลำคอ ที่แม้จะได้ยินไม่ค่อยถนัด แต่เสียงนั้นดูน่ากลัวแปลก ๆ


       ทิ้งประโยคชวนอยากรู้ อยากเห็นแต่กว่าจะได้ฟัง ก็เล่นกินเวลาชั่วโมงกว่า เพราะพอพี่ทิมอาบน้ำเสร็จ เปปเปอร์ก็โดนไล่ให้ไปอาบน้ำ ด้วยเหตุผลว่าจะได้สบายตัว เพราะเรื่องเล่ามันยาว

 
       เพราะไม่ได้เตรียมตัว เตรียมสื้อผ้ามาค้างคืน จึงรู้สึกแปลก ๆ ยามที่ต้องมาใส่เสื้อผ้าของคนอื่น โดยเฉพาะการใส่แต่เสื้อนอนลายตารางขาว-ดำของพี่ทิม แต่กางเกงนอนใส่ไม่ได้เพราะเอวหลวมกว่าตัว เปปเปอร์จำใจต้องใส่กางเกงบ็อกเซอร์สุดแสนจะสั้นของตัวเองซ้ำอีกวัน แถมไม่มีกางเกงในใส่ทับอีกต่างหาก ถ้าอยู่ห้องคนเดียวก็คงจะไม่ประหม่าเท่าไหร่ แต่นี่ ต้องมาเดินให้ลมโกรกและปล่อยให้น้องชายเหวี่ยงตีขาไปมาท่ามกลางคนที่ชอบก็รู้สึกเขินยังไงชอบกล  เปปเปอร์ยืนมองตาปริบ ๆ เมื่อเห็นพี่ทิมนั่งไขว่ห้างเล่นโทรศัพท์มือถือบนโซฟา เหมือนเขารู้ว่าเปปเปอร์เดินออกมาเขาถึงชำเลืองสายตาขึ้นมามอง



"มานั่งสิครับ"


       พี่ทิมว่าพร้อมทำท่าขยับตัว เปปเปอร์จึงเดินไปนั่งแต่ไม่เต็มก้นนัก


"ยิ้มแล้วมองหน้าผมแบบนั้นคืออะไร?"


       ทิมกลั้นยิ้มแล้วส่ายหน้า


"ไม่มีอะไรครับ โอเคครับ อยากรู้ใช่ไหมว่าทำไมพี่ต้องแต่งงานกับแป้งตามคำสัญญาน้องชาย"


        เปปเปอร์พยักหน้า


"เขาทั้งสองเป็นคนรักกัน แต่น้องพี่จากไปก่อนด้วยโรคมะเร็ง"



       ทิมเห็นหน้าเปปเปอร์ที่ขมวดคิ้วงุนงง จากนั้นทิมจึงเริ่มเล่าเรื่องราวระหว่างแป้งกับน้องชายเขาให้ฟัง


       ย้อนกลับไปในช่วงสี่ปีก่อนหน้า แทนกับแป้งพบรักกันที่ทำงานแห่งหนึ่ง โดยจุดเริ่มต้น คือ แป้งเข้ามาเป็นน้องใหม่ในแผนกที่แทนทำงานอยู่ก่อน จากการมอบหมายงาน ประชุมงาน บ้างก็ต้องมีไปกินข้าวเย็นด้วยกัน และในช่วงเวลานั้นที่แป้งไม่มีรถยนต์ส่วนตัว ใช้รถโดยสารประจำทาง แทนจึงอาสาอย่างแข็งขันทำหน้าที่เป็นสารถีให้ เพราะการได้พูดคุยอย่างถูกคอ ถูกชะตาจนเริ่มชอบพอ หยอดมุกหวานใส่กันไปมา ไม่กี่เดือนให้หลัง ทั้งคู่ก็ตกลงปลงใจเป็นแฟน โดยแทนอายุมากกว่าแป้งสามปี ในช่วงเวลาที่ทั้งสองคบกันนั้น มีทั้งโมเมนต์หวานชื่น ทะเลาะ รวมถึงความสุข สนุก คละเคล้ากันไป


        แทนเป็นผู้ชายที่ทำหน้าที่แฟนได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง เขารักเดียวใจเดียว อบอุ่นและมีความเป็นผู้ใหญ่ เขาสามารถให้คำปรึกษากับแป้งได้ในทุกปัญหาที่เธอเจอ  แม้จะติดเข้มงวดอยู่บ้าง แต่บางคราวก็ยอมตามใจคนรัก กระทั่ง แทนเล็งเห็นว่าแป้ง คือ คนที่ใช่ที่สุดในชีวิต จึงตัดสินใจพาแป้งเข้าบ้านเพื่อมาทำความรู้จักกับครอบครัวตัวเอง เป็นเวลาเดียวกับที่แทนได้ลาออกจากงาน เพื่อกลับมาช่วยกิจการที่บ้าน ยิ่งทำให้แป้งเข้า-ออกบ้านพี่แทนเป็นว่าเล่น และจากจุดนั้นเอง จึงทำให้แป้งเริ่มสนิทสนมกับพี่ทิมรวมถึงพ่อแม่พี่แทนมากขึ้นเรื่อย ๆ



        ความน่ารัก นอบน้อม ผนวกกับความรักที่ค่อย ๆ บ่มเพาะจนสุกงอมได้ที่ สามปีกว่า แทนตัดสินใจวางแผนจะทำเซอร์ไพร์สคนรักหวังขอแต่งงาน ช่วงเวลานั้น แทนทำงานหนักมาก และยังต้องปลีกเวลามาวางแผนดูโรงแรม ดูที่เที่ยวอยากหาสักที่ที่โรแมนติก หวังสร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกัน ในวันที่จะขอหญิงสาวแต่งงาน แต่แล้ววันหนึ่ง ทิมปวดท้องอย่างรุนแรงและมีอาการแน่นที่ท้อง เจ็บจนทรมานจึงไปหาหมอที่โรงพยาบาล แต่ผลตรวจได้สร้างความทุกข์ใจอย่างหนัก เมื่อเขาพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย



       ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเอง ในเมื่อทุก ๆ วันที่ใช้ชีวิต เขาก็ยังปกติ มีเรี่ยวแรงเดินได้ดี โดยไม่มีสัญญาณเตือนมาก่อน เวลานั้น แทนหมดอาลัยตายอยาก พยายามจะสร้างกำลังใจก็ไม่ไหว หลังจากวันที่รู้ เขาเจอหน้าแป้งก็อยากร้องไห้ เมื่อได้รู้ว่าระยะเวลาชีวิตที่ต้องเดินต่อระหว่างเขากับแป้งมันไม่เท่ากันแล้ว...


        ใช้เวลาคิดลำพังอยู่นาน จนตัดสินใจยอมบอกความจริงกับเธอ แต่กว่าแป้งจะรู้ แทนก็กลายมาเป็นผู้ป่วยนอนติดเตียงอยู่ที่โรงพยาบาล อาการของแทนไม่ดีขึ้นเลย เขาผ่าตัดก็ไม่ได้ ให้คีโมก็ไม่ได้ หมอได้แต่ให้ยาในการรักษา ร่างกายของแทนเริ่มผ่ายผอม อ่อนแรงจนแทบเป็นคนละคน แทนปากแห้ง ตาแห้ง และมีอาการเบลอบ่อย ๆ บ้างก็เพ้อออกมา หรือไม่ก็แทบจะนอนหลับตลอดเวลา ระหว่างนั้น แทนตัดสินใจเฉลยความจริงว่า ก่อนหน้านี้ เขาวางแผนจะขอเธอแต่งงาน แต่ดันมาเกิดเรื่องนี้กับแทนขึ้นเสียก่อน



        ทันใดที่แป้งรู้เรื่อง เธอต้องฝืนยิ้มใส่คนรักและแอบมาร้องไห้คนเดียว เธอไม่อยากให้พี่แทนเห็นน้ำตา เธอกลัวว่า พี่แทนจะยิ่งท้อและหมดกำลังใจไม่สู้ต่อ อย่างไรก็ตาม แป้งมั่นใจว่า โรคร้ายนี้ แม้จะมีโอกาสตายสูง แต่โอกาสรอดก็ใช่ว่าจะไม่มี เพราะเธอเชื่อว่ายังมีปาฏิหารย์


       พี่แทนเปรยออกมาแล้วว่าจะขอเธอแต่งงาน ดังนั้น ทำไมเธอต้องรอพี่แทน ในเมื่อแป้งเองก็เป็นฝ่ายทำทุกอย่างให้มันเป็นจริงได้ 


       ช่วงเวลาที่แทนนอนรอวันว่าจะมีชีวิตอยู่ได้หรือตายนั้น แป้งก็เลือกหาร้านเช่าชุดเจ้าสาวหวังจะใส่เพื่อเซอร์ไพรส์คนรักขณะรักษาตัว แป้งประสานงานกับพี่ทิมและพ่อ แม่พี่แทนให้ทุกคนช่วยกันจัดเตรียมงานเพื่อทำฝันของเธอกับพี่แทนให้กลายเป็นจริง


       และแล้วก็ถึงวันที่แป้งได้ชุดเจ้าสาวแล้ว  เธอรีบบึ่งไปโรงพยาบาลหาพี่แทนเพื่อบอกเขาเรื่องงานแต่ง เธอกะจะจัดพิธีเล็ก ๆ เรียบง่ายในห้องพักผู้ป่วย แต่ผลปรากฎว่า พี่แทนเสียชีวิตลงอย่างสงบก่อนที่แป้งจะเดินทางไปถึงแค่สามสิบนาที



       วินาทีสุดท้าย ที่แป้งไม่ได้อยู่ข้าง ๆ พี่แทน แป้งไม่มีโอกาสได้ร่ำลาคนรักใด ๆ และประโยคสุดท้ายที่แป้งอยากบอกว่ารักพร้อมการแต่งงานตอนที่เขามีสติ เธอไม่สามารถพูดให้เขาได้ยินอีกแล้ว



       ทุกคนเสียใจกับการจากไปของแทน แต่มันจะเป็นช่วงที่อยู่ในความทรงจำของครอบครัวแทนไปชั่วชีวิต


      'ไม่ต้องห่วงผม ฝากดูแป้งด้วยและพี่ทิมช่วยเป็นตัวแทนผม จัดงานแต่งงานให้ผมด้วยนะพี่ ช่วยผมทีนะ ผมรักเธอมาก'



          ประโยคสุดท้ายที่แทนไม่ได้บอกก่อนตาย แต่เป็นประโยคสุดท้ายที่น้องชายพูดได้ยาวที่สุด และทิมจำได้ขึ้นใจ


          ทิมลำบากใจเล็กน้อย ในเมื่อแป้งและทิมไม่ใช่คนรักกัน แต่ถึงอย่างไร  ทิมต้องการทำตามคำสัญญาของน้องชายเพื่อความสบายใจทั้งตัวเขาและตัวแทนเอง จะได้ไม่มีบ่วงหรือห่วงพะวงคนทางนี้อีก


        และแล้ว การแต่งงานก็ถูกจัดขึ้นตามความต้องการของผู้ตาย ทางครอบครัวเจ้าบ่าวรับทราบทุกอย่าง กลับกันมีเพียงครอบครัวเจ้าสาวที่ไม่รู้อะไร เนื่องจากตอนที่เธอคบกับแทน ทางแม่ของเธอไม่เคยรับรู้ความสัมพันธ์ของแป้งกับทิมมาตั้งแต่แรก



       ฉากของพิธีวิวาห์ คือ การแสดงอย่างหนึ่ง การแสดงที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวเล่นได้สมบทบาทประหนึ่งว่ารักกันมาเนิ่นนาน ทว่า ละครเรื่องนี้จบลงเร็วกว่าที่คาด ตอนที่แป้งเป็นลมล้มพับในพิธีงานแต่ง หลังจากเธอฟื้น เธอจับมือทิมพร้อมกับร้องไห้ตลอด เพราะเธอรู้สึกได้ว่า คนที่เป็นเจ้าบ่าวไม่ใช่พี่ทิม แต่เธอสัมผัสได้ว่า เป็นพี่แทนที่เป็นเจ้าบ่าวของเธอจริง ๆ



       คำตอบของแป้ง ยังทำให้ทิมคาใจและสงสัยมาจนทุกวันนี้ เพราะวันนั้น ทิมก็ไม่ได้มีอาการหรือรู้สึกว่าตัวเองคล้ายคนถูกผีเข้าแต่อย่างใด แต่ถ้ามันคือความสบายใจที่แป้งรู้สึกเช่นนั้น ทิมจะไม่ห้ามหรือแย้งความคิดของเธอ


"อึ้งเลยหรือ?"


"คือ...ผมไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้"
เปปเปอร์ยังคิ้วขมวดและรู้สึกใจวูบโหวงตลอดที่ได้ฟัง เขาทั้งรู้สึกดีและเศร้าในเวลาเดียวกัน เปปเปอร์ไม่เคยรู้เลยว่าพี่แป้งจะมีแฟนและพบความรักที่งดงามขนาดนี้



"พี่ทิม พี่ว่าพี่แป้งยังรักน้องพี่อยู่ไหม?"

 
      ทิมมองหน้าเปปเปอร์ที่อีกฝ่ายกลับเหม่อมองไปทิศทางไหนก็ไม่รู้



"พี่ไม่สามารถรู้ความรู้สึกของแป้งได้หรอกครับ มีอะไรหรือเปล่า?"



"....." เปปเปอร์เงียบและส่ายหน้า


"ถ้างั้นก็ไปนอนเถอะครับ"


    เปปเปอร์พยักหน้าเนือย ๆ  พอพาตัวเองมาถึงหน้าประตูห้องนอน เปปเปอร์หันไปบอก


"ขอบคุณนะครับพี่ทิมที่ยอมเล่าให้ผมฟัง"


"ครับ แต่เปปเปอร์ยังติดหนี้พี่อยู่นะครับ" 



       เปปเปอร์หน้ามุ่ยที่นึกว่าพี่ทิมจะลืมคำขู่นั้นไปเสียแล้ว



"โรคจิต"


      เสียงบ่นดังขึ้นตอนที่ปิดประตูสนิท เปปเปอร์เดินไปนอนบนเตียงพี่ทิม ที่แม้เขาควรจะตื่นเต้นตรงที่ได้มีโอกาสสำรวจห้องนอนของพี่ทิม แต่วันนี้ กลับมีเรื่องสำคัญให้ขบคิดมากกว่า เปปเปอร์ลอบถอนหายใจก่อนจะดึงผ้าห่มมาคลุมตัว และยกมือก่ายหน้าผาก



"ถ้าพี่แป้งยังไม่ลืมคนรักเก่าที่ตายไปแล้ว แสดงว่า มึงก็ต้องผิดหวังอย่างนั้นเหรอะวะ ไอ้ไทม์?"




......................................................................
[/b]

ขอบคุณทุกคนจากใจที่ยังมีคนคอยและติดตามกันอยู่นะคะ
 :m15:
เห็นคนคอมเมนต์ชื่อ User อันคุ้นเคย (ที่เคยเมนต์เรื่องอื่นๆ มา) เราก็ได้แต่ดีใจที่ยังไม่ทิ้งกัน รู้สึกผิดเลยที่มาช้าค่ะ  :mew6:
อย่างไรก็ตามจะไม่ทิ้งเรื่องนี้แน่นอนค่ะ
  :mew1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-07-2019 23:23:48 โดย rinyriny »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8436
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3402
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

โหย...น่าสงสารเจ้าไทม์อ่ะ

แต่...น่าจะมีหวังใช่ป่ะ  ความรู้สึกมันบอก  อิอิ

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3442
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
สงสารไทม์เลย แต่เอาเถอะสู้ ๆ ถึงจะลืมไม่ได้ก็ใช่ว่าจะมีรักใหม่ไม่ได้
ยังไงตอนนี้ก็ทำคะแนนเข้าไว้ล่ะไทม์

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-1

   (13)

ข่าวร้าย











     กว่าจะได้นอนก็ปาไปตีสอง เปปเปอร์มัวแต่คิดวนไปวนมาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไทม์ และพี่สาวตัวเอง หลังจากได้รู้ความจริงจากปากพี่ทิมเพิ่มเติม ตอนแรกที่เคยโกรธไทม์เรื่องที่หายไปไม่บอกกล่าว แต่พอคิดไปคิดมา เปปเปอร์เริ่มสงสารเพื่อนที่ไทม์เองก็มีปัญหาหนักใจเหมือนกัน

 

 

    เปปเปอร์ยันกายลุกขึ้นจากเตียงด้วยอาการสะลึมสะลือ เขาขยี้ตาตัวเอง นั่งตั้งสติสักพักก่อนจะปีนลงจากเตียง  หลังจากแยกย้ายกัน เปปเปอร์ไม่รู้เลยว่าพี่ทิมเป็นยังไงบ้าง จะนอนหลับสบายรึเปล่า?

 

 

     คนที่ไม่ใช่เจ้าของห้อง แต่กลับได้นอนที่ที่ดีและสบายกว่าเริ่มรู้สึกผิดภายหลัง เปปเปอร์เปิดประตูห้องนอนอย่างเบามือเพื่อให้เกิดเสียงดังน้อยที่สุด พลางเดินย่องออกไปนอกห้อง จนสองเท้าหยุดอยู่ข้างหลังโซฟา เห็นพี่ทิมนอนคุ้ดคู้ขดตัวเป็นกุ้งก็ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกผิดให้หนักอึ้งกว่าเก่า เปปเปอร์เดินอ้อมไปข้างหน้าพลางย่อตัวลงนั่ง ครู่หนึ่ง หางตาเหลือบเห็นทิชชูถูกขยำกองโตวางอยู่บนโต๊ะกระจก เด็กหนุ่มขมวดคิ้วจนเป็นปมอย่างสงสัย แต่ก็ย่อตัวลงนั่งยอง ๆ มองคนที่ยังหลับใหลอยู่

 

 

     เฝ้าพิจารณา ไบ่สายตามองทุกตารางนิ้วบนร่างกายผู้ชายคนนี้ ก็เผลอวาบหวามและใจเต้นแรง ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้มีโอกาสมาอยู่ห้องเดียวกันกับพี่ทิมและใกล้ชิดกันแบบนี้

 

 

 

"ถ้าผมบอกความในใจกับพี่ ผมจะผิดหวังไหม?"
เปปเปอร์พูดในใจ หลังรู้เรื่องว่าพี่ทิมโสดและมีโอกาสพัฒนาความสัมพันธ์ พอถึงคราวที่ได้จังหวะทำความรู้จักกันเพิ่มเติม เปปเปอร์กลับป๊อดขึ้นมาเสียดื้อ ๆ

 

      ได้มองคนที่นอนหลับใหลใกล้ ๆ ก็รู้สึกดี ริมฝีปากขบเม้มเข้าหากันกำลังขยับเคลื่อน

 

"เฮ้อ ทำไมกูต้องนึกถึงตอนพี่ทิมจูบทุกทีเลยวะ"

 

     เสียงแผ่วเบาเล็ดรอดออกมาจากริมฝีปากเล็ก วินาทีนั้น เปปเปอร์เบิกตาโพลง ตกใจ เมื่ออีกฝ่ายขยับตัวเปลี่ยนท่านอน ทันใดนั้น เปปเปอร์รีบลุกพรวดเพราะกลัวพี่ทิมจะตื่นมาจับได้ว่า เขาพูดอะไรออกไป

 

 

      ยืนยังไม่ทันตั้งหลักดี พี่ทิมกระตุกแขนเปปเปอร์จนเขาหันขวับด้วยใบหน้าที่เหวอ

 

 

"พะพี่...ตื่นแล้วหรอ?"

 

 

"ครับ ตื่นนานแล้วด้วยล่ะ"

 

 

กึก

 

 

"ผมไม่ได้หมายถึงพี่นะเว้ย อย่าเข้าใจผิด อ้ะ...เอ้ย"

 

ฟึ่บ

 


    รีบแย้งแต่ไม่ทันไร เปปเปอร์โดนกระชากแขนจนร่างพลิ้วไหวไปตามแรงดึง เขาเซและล้มทับลำตัวพี่ทิมจนเสียงดังอั้ก เปปเปอร์ผละใบหน้าออกห่างและยันมือเพื่อทรงตัว แต่อีกฝ่ายไม่ยอม จับข้อแขนสองข้างกระตุกอีกครั้ง จนคราวนี้ ร่างทั้งสองแนบชิดกว่าเดิม

 



"พี่ปล่อยผม ตื่นแล้วก็ลุกสิ"

 

 

     ทิมมอง ไม่ปริปากพูด เขาโอบเอวอีกฝ่ายที่นอบทับบนตัวไว้หลวม ๆ  แต่ดูเหมือนเปปเปอร์จะไม่ให้ความร่วมมือ เพราะคงอยู่ในอาการตกใจว่ามากอดเด็กหนุ่มทำไม เจ้าหนุ่มน้อยถึงดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอด ไม่ยอมสงบลงเลยแม้แต่น้อย

 

 

      ด้วยหุ่นของเปปเปอร์เองก็ไม่ใช่คนร่างอ้อนแอ้นอรชร ยิ่งดิ้นแรงเท่าไหร่ ทิมก็เริ่มรับน้ำหนักไม่ไหวเขาคลายวงแขน เป็นจังหวะเดียวกับที่เปปเปอร์ยังไม่หยุดดิ้นจึงร่วงลงจากโซฟา หลังศรีษะไปกระแทกเข้ากับขอบกระจกโต๊ะกลางอย่างจัง

 

 

ปั่ก

 

 

"โอ้ย!"

 

 

"เปปเปอร์"
คนที่นอนคล้ายสะลึมสะลือ รีบตื่นเต็มตา เด้งตัวขึ้นถลาไปหาเปปเปอร์ที่นั่งหลังพิงโต๊ะกระจกพลางหน้ามุ่ย มือก็คอยลูบหลังศรีษะไม่หยุด

 



"เจ็บไหม?"

 

"เจ็บสิ เพราะพี่นั่นแหละ"
เปปเปอร์ว่าทั้งยังจ้องเขม็ง ผิดกับทิมที่ยังนิ่งเงียบ ไม่นาน ทิมดึงข้อมือเปปเปอร์ออกจากด้านหลังศรีษะ แล้วลองลูบดูบ้าง

 

 

"นูนไม่มาก"

 

 

     เปปเปอร์ยังไม่ทันได้เถียง ก็เห็นพี่ทิมยกมุมปากเล็กน้อย แล้วพูดต่อ

 

 

"พี่ขอโทษนะครับที่เป็นต้นเหตุ"

 

 

    ถ้าเป็นแค่ประโยคขอโทษธรรมดา เปปเปอร์คงไม่ใจเต้นแรงมากเท่าไหร่ แต่นี่เป็นประโยคขอโทษที่มาพร้อมความห่วงใย ซ้ำยังส่งสายตาอาทรอ่อนโยน ทั้งหมดทั้งมวล ทำให้เปปเปอร์หยุดคิดไกลกว่านี้ไม่ได้ เด็กหนุ่มใจเต้นแรงจนต้องรีบหลุบตากลบความสั่นไหวในดวงตาไม่ให้พี่ทิมรับรู้

 

"ไม่ตอบ นี่ยังไม่หายโกรธพี่หรือครับ?"

 

     ถ้าอีกฝ่ายแสดงอารมณ์เดียวกับเปปเปอร์ สถานการณ์วาบหวามใจแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น เปปเปอร์จะลุกหนี แต่พี่ทิมกลับใช้มือขวาประคองแก้มอิ่ม และเคลื่อนหน้าตัวเองเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ จนเปปเปอร์เผลอกลั้นหายใจ ในจังหวะที่สัมผัสได้ว่าลมหายใจอุ่นร้อนลามไล้ช่วงริมฝีปาก

 

 

     ความอุ่นและความนุ่มหยุ่นของริมฝีปากอีกฝ่ายประทับกับริมฝีปากของเปปเปอร์ ยังไม่ทันได้บดจูบหนัก ๆ เปปเปอร์เบือนหน้าหนี และผลักอกพี่ทิมเต็มแรง

 

 

     จูบคราวนี้ ไม่ใช่การข่มขู่ แต่เป็นจูบดูเหมือนอ้อนขอวิงวอนมากกว่า

 

 

      หากยามนี้ เปปเปอร์อายและหน้าแดง ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เปปเปอร์ยืนเต็มความสูง แล้วพยายามเบนความสนใจไปที่อื่น

 

 

"แล้วนี้พี่กินอะไรหกรึไง กระดาษทิชชูกองเต็มโต๊ะ ก็ไม่ยอมเอาไปทิ้ง"  เปปเปอร์เปลี่ยนเรื่อง

 

 

     ทิมกลั้นยิ้มและนึกเอ็นดูคนที่รวบกองกระดาษทิชชูนั้นเพื่อเอาไปทิ้งที่ถังขยะที่อยู่ตรงส่วนครัว 

 

     ทิมรีบลุกและสาวเท้าไปหาอีกฝ่าย

 

"แอบเห็นว่าหน้าแดง เขินพี่หรือครับ?"

 

"ทำไมต้องเขินพี่ ไม่เห็นมีอะไรต้องเขินเลย พี่หลงตัวเองไปรึเปล่า?"

 

    เปปเปอร์ยังปากเก่ง แต่หลบตาไปทางนู้นที ทางนี้ที จนเมื่อครู่แอบได้ยินพี่ทิมหลุดหัวเราะ

 

"ครับ พี่คงหลงตัวเองไปจริง ๆ ส่วนทิชชูพวกนั้นที่เปปเปอร์เอาไปทิ้ง พี่เอามาเช็ด....." พูดไม่จบแต่กลับกดสายตาลงต่ำ ทำให้เปปเปอร์มองตามสายตาอีกฝ่ายถึงรู้ว่าเขากำลังหมายถึงอะไร?

 

 

"เอ้ย พี่แม่ง แล้วมาบอกผมตอนที่ผมเอามันไปทิ้งหมดแล้วเนี่ยนะ! คนบ้าอะไรหักห้ามใจไม่ได้หรือไง ถึงมาช่วยตัวเองตอนที่มีคนอยู่ด้วยเนี่ย"

 

 

"พี่ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าช่วย ทำไมถึงคิดอย่างนั้น" ทิมยิ้มอีกครั้ง ก่อนจะกดสายตาลงมองช้างน้อยอีกฝ่าย

 

 

"กะ ก็สายตาพี่...."

 

 

"แล้วมันแปลกตรงไหน? ถ้าพี่จะทำ ก็พี่มีอาร..."

 

 

"พอ ๆ ครับ พี่ไม่อาย ผมอายนะ" เปปเปอร์ส่ายหน้าให้รู้ว่าไม่ฟังอีกฝ่ายพูดแล้ว

 

 

"ไม่พูดแล้วก็ได้ครับ แต่ตอนนี้ พี่ว่า เปปเปอร์ไปอาบน้ำเถอะ ขืนเปปเปอร์ยืนอยู่ตรงนี้ พี่คงต้องขอความช่วยเหลือจากเปปเปอร์แน่ ๆ" ทิมเย้าอีกฝ่าย

 

 

    เปปเปอร์มองอีกฝ่ายที่พยักเพยิดสายตามาทางช่วงล่างของเขาจึงก้มมองลงบ้าง ถึงเห็นว่าของตัวเองแข็งขืนขึ้นโด่เด่นเป็นประจักษ์แก่สายตาอีกฝ่าย

 

 

     มัวแต่ทะเลาะ จนลืมไปว่าใส่แต่กางเกงบ็อกเซอร์ เปปเปอร์อายเกินกว่าจะมองหน้า รีบย่ำเท้าตึงตังเดินเข้าห้อง ก่อนจะพุ่งไปบนเตียงและตะโกนอัดหมอน

 

    แม่งเอ้ย! นอกจากจูบกันแล้ว พี่ทิมยังเห็นของเขาตื่นตัวอีก ทีนี้จะทำใจมองหน้าให้ไม่อายได้อย่างไรกัน

.

.

.

.

 "เป็นไงบ้าง สบายใจขึ้นรึยังครับ?"

 

     ทิมถามเด็กหนุ่มระหว่างเดินทาง หลังจากที่อาสาขับรถไปส่งเปปเปอร์ที่หอ และเป็นคำถามแรกที่ดังขัดความเงียบ จึงทำให้เปปเปอร์หันไปมองหน้าพี่ทิม

 

 

"สบายใจเรื่องอะไรครับ?"

 

 

"หลังจากที่ได้รู้เรื่องแล้ว"

 

 

"ก็สบายใจนิดหน่อยพี่แต่มันไม่สุด"



     เปปเปอร์พูดไม่หมด คำว่าไม่สุด ก็คงเป็นเรื่องเพื่อนที่เข้ามามีส่วนผสม ทำให้เขาเป็นกังวลและเป็นห่วงไทม์ว่า กลัวมันผิดหวัง

 

 

"เปปเปอร์"


    เสียงนุ่มนวลเรียกชื่อเขา ทำให้เจ้าของชื่อที่นั่งคิดถึงเพื่อน ดึงสติกลับมาแล้วหันหน้าไปหาพี่ทิม เปปเปอร์ยังไม่ทันถามกลับ มือหนายื่นมานาบแก้ม เผยรอยยิ้มก่อนจะชักมือกลับและวกสายตาไปมองท้องถนนข้างหน้า

 

 

"จากนี้ ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจ เปปเปอร์เล่าให้พี่ฟังได้นะครับ พี่รับฟังเสมอ"

 

    อาจไม่คิดอะไร ถ้าประโยคนั้นพูดโดยปราศจากความรู้สึก แต่สิ่งที่เปปเปอร์สัมผัสได้แจ่มชัด คือประโยคนั้นพูดอย่างจริงใจ  เด็กหนุ่มเผลอกัดริมฝีปากนั้นจนเจ็บ

 

 

     พูดเพราะหวังดีแบบพี่ชาย-น้องชาย หรือพูดเพราะใต้ความหวังดีนั้นมีบางอย่างซ่อนอยู่

 

     เพราะลึก ๆ นึกกลัวในคำตอบจึงคิดเองเออเองแบบนี้สบายใจกว่า

 

 
"คบคนต่างวัย เปปเปอร์จะได้ความคิดใหม่ ๆ นะ"

 

 

      เสียงจริงจังทว่าอบอุ่นเอื้อนเอ่ยมาจนเปปเปอร์ต้องหันไปดูสีหน้าตอนเขาพูดอีกครั้ง

 

 

      จะว่าไป พักหลัง ๆ มานี้ คนที่เปปเปอร์ไว้ใจ ระบายเรื่องราวรวมถึงขอคำปรึกษาอย่างไทม์ก็หายไปแล้วหนึ่งคน  หากได้พี่ทิมเป็นหนึ่งในคนสนิทเพิ่มเข้ามาในการรับคำปรึกษา เขาว่ามันก็เป็นเรื่องดีเช่นกัน

 

 

"ถ้าผมเครียด พี่จะมีเวลารับฟังผมจริง ๆ เหรอ?"

 

     ทิมส่งยิ้มจริงใจให้รู้ว่าเขาไม่หลอกลวง

 

 

"ไม่มีก็จะหามาให้"



      จู่ ๆ เปปเปอร์ก็ใจกระตุกกับคำนั้น

 

"พี่อย่าพูดแบบนั้นได้ไหม? มัน...."

 

"มันทำไมครับ?"

 

 

"มันทำให้ผมรู้สึกว่าคำพูดนั้นมันเหมือนแฟนเขาพูดกัน"

 

"แล้วชอบไหม?"

 


         สบตากันอีกครั้ง แล้วจากนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรเลย

 
 

"ขอบคุณนะพี่ทิม" เป็นประโยคคล้ายการบอกลา เมื่อเปปเปอร์ถึงที่หมาย

 

 

      เปปเปอร์กำลังเปิดประตูกว้าง แขนเขาก็ถูกดึงกลับไปจนเปปเปอร์สะดุ้ง ตกใจที่อีกฝ่ายโน้มตัวข้ามฝั่งมายังที่นั่งคนขับ และสวมกอด ความใกล้ชิดแนบแน่นสัมผัสถึงไออุ่นกลิ่นกายผสานน้ำหอมเคยคุ้น เปปเปอร์เผลอสูดดมไปครู่ก่อนจะเพิ่งรู้ตัวรีบทักท้วง

 

"พี่ปล่อยผมนะ มากอดผมทำไม"



    ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ พอพูดจบ วงแขนแข็งแกร่งกลับรัดแน่นกว่าเก่า

 

 

      นึกหงุดหงิดตัวเองเสมอ ๆ ที่เกิดความปั่นป่วนรุนแรง ปากต่อว่าเขาเกือบทุกครั้งที่ชอบรุ่มร่าม ถึงเนื้อถึงตัว แต่ ทว่า ภายใต้อ้อมกอดพี่ทิมนั้น เปปเปอร์กลับรู้สึกได้ถึงความปลอดภัย

 

 

       พอเปปเปอร์ไม่ห้าม ทิมก็กอดแช่อยู่สักพักถึงคลายอ้อมแขน

 


"พี่หวังว่ามันจะช่วยทำให้เปปเปอร์รู้สึกดีขึ้นนะครับ"

 

 

     เปปเปอร์ไม่ตอบ แต่ย้ำคำขอบคุณอีกครั้ง และลงจากรถ โดยมีคำถามในใจที่สงสัยแต่ไม่กล้าถาม

 

 

พี่ชอบผม หรือ พี่รู้ว่าผมชอบพี่ถึงทำแบบนี้





      จะว่าไป มันก็รู้สึกดีขึ้นจริง ๆ นั่นแหละ

.

.

.

.

.

"พี่โกรธผมใช่ไหม?" ไทม์ถาม หลังจากวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะข้างเตียง มองพี่แป้งที่พอกินยาเสร็จก็ขยับตัวไปกึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียง ยามนี้ ทั้งสองอยู่ในห้องนอนเดียวกัน ณ บ้านหลังใหญ่ของพี่ทิมที่ไทม์และเปปเปอร์เคยมาช่วยกันทาสีและไทม์เห็นพี่แป้งเงียบมาได้สักระยะ จึงไม่แน่ใจว่าเธอโกรธกันรึเปล่า หลังจากที่ไทม์สารภาพผิดแก่หญิงสาว

 

"เรื่องอะไรคะ?"
เธอถามพลางชำเลืองมองไทม์ ช่วงนี้เธอรู้สึกเคลื่อนไหวไม่ปกติ ขยับเขยื้อนแต่ละทีก็ดูเชื่องช้าและเหนื่อยง่าย หากไม่ได้ไทม์คอยดูแลและปรนนิบัติเธอคงแย่ แม้ว่าเธอลาออกจากงานไม่ได้ทำงานให้ต้องใช้แรงเหนื่อยอะไร แต่ร่างกายภายในนั้นน่ากลัว มันรู้สึกอ่อนล้า เหนื่อยง่าย และพะอืดพะอม วิงเวียนศรีษะเสมอ

 

 

"ผมขอโทษนะครับที่บอกไอ้เป๊ป" ไทม์เสียงแผ่วอย่างรู้สึกผิดที่ไม่รักษาสัญญา

 

 

"พี่ไม่ได้โกรธนะคะ อีกอย่างพี่ทิมโทรมาบอกว่า เปปเปอร์บุกไปหา พี่เลยคุยกับพี่ทิมเรียบร้อยแล้วว่าให้เขาบอกความจริง"

 

"ห้ะ?! ไอ้เป๊ปแม่งอยากรู้จัดถึงกับขั้นต้องไปหาพี่ทิมเลยรึครับพี่แป้ง"

 

       แป้งยิ้มเนือย ๆ ไม่ตอบ

 

"มันรักพี่มากนะครับและตอนนี้ ผมว่ามันคงน้อยใจพี่ด้วยแหละที่พี่โกหกมัน"



 

     ไทม์เห็นเธอน้ำตาคลอ ก่อนเบนหน้าหนี ไทม์ไม่อยากให้พี่แป้งมีเรื่องกังวลใจเพิ่มจึงเปลี่ยนเรื่องคุย

     

"ผมนึกว่าพี่ทิมเป็นผู้ชายเจ้าชู้ซะอีก ไม่น่าเชื่อว่ายังโสดนะครับเนี่ย"

 

 

"พี่ทิมเป็นคนดีนะคะยอมเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อทำตามความต้องการน้องชาย" เพียงพูดถึงน้องชายพี่ทิม แป้งก็นึกถึงอดีตคนรัก

 

 

"พี่ชมพี่ทิมแบบนี้ ไม่ใช่ว่าพี่แป้งชอบพี่ทิมแล้วหรอครับ?" ไทม์ถามไม่เต็มเสียงเพราะเกิดความน้อยใจเล็ก ๆ แต่เขาไม่มีสิทธิ์จะทำอะไรได้มาก ในเมื่อสถานะของเขายังไม่ถูกขยับให้ได้เป็นคนรัก

 

     เธอเหลือบมองไทม์ที่แววตาเขาซ่อนความเสียใจ

 

 

     แป้งไม่รู้ตัวว่า ลึก ๆ เธอชอบไทม์แล้วรึยัง? แต่เธอสบายใจทุกครั้งที่ไทม์มาเฝ้า มาอยู่ใกล้

 

"พี่บอกพี่ทิมไปแล้วนะ ว่าเปปเปอร์ชอบพี่ทิม" แป้งไม่ตอบแต่กลับเปลี่ยนเรื่อง

 

 

"ห้ะ? พี่รู้ด้วยหรอครับ ว่าไอ้เป๊ปชอบพี่ทิม" ไทม์ไม่อยากเซ้าซี้ที่พี่แป้งไม่ยอมตอบคำถามเขา แต่สิ่งที่น่าแปลกใจกว่าพี่แป้งรู้ด้วยหรือ ว่าน้องชายเธอรู้สึกอย่างไรกับพี่ทิม

 

 

"การกระทำของเปปเปอร์ ใครเห็นก็ดูออก"

 



"ถ้างั้น ผมเดาว่าพี่ทิมรู้และก็กำลังเล่นด้วย ใช่ไหมครับ?" ไทม์ประมวลความคิดจากการการะทำของอีกฝ่ายเท่าที่พอเห็น

 

"พี่ตอบไม่ไหวแล้วค่ะ ไทม์ พี่ขอนอนก่อนได้ไหม?"

 

"ครับ ๆ" เวลานี้ ไทม์ไม่รบเร้าอีก เขาประคองร่างบางปล่อยให้นอนราบลงกับเตียง และดึงผ้าห่มหนาหนักคลุมตัวให้เรียบร้อย

 

    จังหวะที่ไทม์กำลังคลายมือจากผ้าห่ม มือเล็กโผล่พ้นผ้านวมสีขาว มาจับปลายนิ้วของไทม์ ความเย็นเยียบของฝ่ามืออีกฝ่ายทำให้ไทม์วกสายตากลับไปมองอีกครั้ง

 

"พี่ตัดสินใจจะทำคีโมนะไทม์"

 

         ไทม์เบิกตาโพลงเล็กน้อย จากนั้นเขาถึงฉีกยิ้มกว้างกว่าที่เคย เวลานี้ ความสุขใจปรากฏขึ้นทั้งแววตาที่ประกายและมุมปากที่ยกขึ้น

 

 

"พี่แป้ง ผมขอกอดพี่ทีได้ไหม?"

 

 

        แป้งตกใจเล็กน้อยที่ไทม์กล้าขอเธอแบบนั้น เพราะถึงแม้ว่าตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน จะได้นอนด้วยกัน แต่ไทม์ไม่เคยเสียมารยาท ลวนลามหรือโดนตัวเธอถ้าไม่จำเป็น

 

         หญิงสาวนึกเขินที่ฝ่ายชายพูดจาโต้ง ๆ ออกมา แป้งแกล้งหลับตา เอียงแก้มแนบไปกับหมอนทำทีหลับ

 

"พี่ไม่ตอบ ผมกอดแล้วนะ"

 

 

       และแล้ว หญิงสาวสัมผัสถึงน้ำหนักตัวที่โถมลงมาช้า ๆ ไม่น่าเชื่อว่า การโอบอุ้มของอ้อมกอดนี้กลับอบอุ่น อ่อนโยนนี้ และรู้สึกชะโลมใจมากกว่าผ้าห่มหนาหนักที่ห่อตัวเธอก่อนหน้า....

.

.

.

.

.

"ทำไมมันไม่ยอมบอกกูเลยวะ?"

 

 

       เปปเปอร์ถามคายัค หลังจากที่รู้เรื่องว่าไทม์หยุดเรียนจากปากอาจารย์ แม้ว่า หลังจากที่เคลียร์ลงตัวกันแล้ว ไทม์พยายามติดต่อหากันตลอด แต่มันก็ไม่เคยบอกถึงการตัดสินใจเรื่องนี้ มันบอกแค่ว่า มันย้ายไปนอนบ้านคนอื่น

 

 

       เปปเปอร์ไม่ได้โกรธมากเหมือนที่หายไปครั้งแรก เพียงแต่รู้สึกแปลก ๆ ว่า มีอะไร ทำไมไทม์ถึงต้องดรอปเรียนด้วย ความค้างคาในอารมณ์ประทุขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่อาจารย์บอกมา จึงกดโทรหาเพื่อนแต่ปรากฎว่าไทม์ไม่รับสาย ตัดสินใจโทรหาพี่สาวของตัวเอง แต่ก็ไม่รับอีกเช่นกัน

 

      เรื่องนี้ดูมีลับลมคมในอย่างไรชอบกล  เปปเปอร์บอกลาคายัค แยกย้ายกลับห้อง แต่ในหัวนี่คิดแต่เรื่องไทม์ตลอดเวลา จนไม่ไหว เปปเปอร์กดโทรหาคนที่รับปากว่าถ้ามีอะไรไม่สบายใจให้บอกกัน

 



[สวัสดีครับ]

 

"พี่ทิมคุยได้ไหม....ครับ" เปปเปอร์เอ่ยเสียงเบาเหมือนเกรงใจและละอายที่สุดท้ายก็ต้องพึ่งคนพี่จริง ๆ

 

 

[ไม่ได้ครับ พี่คุยงานอยู่ เสร็จแล้วจะโทรกลับนะครับ]

 



     ปกติจะได้เสียงโทนนุ่มนวล พอเจอเสียงเด็ดขาดจริงจังเข้าไป เปปเปอร์ไม่กล้าเถียง รีบเออออ วางสาย ก่อนจะก้มมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองเพื่อดูเวลาว่าสองทุ่มครึ่งแล้วยังคุยงานอยู่อีกเหรอ?

 

 

    พี่ทิมทำงานหนักแบบนี้ทุกวันเลยเหรอ?

 

 

     เปปเปอร์เกิดความสงสัย แต่แล้วก็สลัดความคิดทิ้งไป โยนเครื่องมือสื่อสารลงบนเตียง ก่อนจะล้มตัวลงนอนตาม ปล่อยตัวตามสบาย แต่สมองไม่หยุดคิดเรื่องไทม์ นอนมองเพดานสีขาวหม่นมัวเนิ่นนาน ก่อนที่เสียงโทรศัพท์จะขัดความคิดให้เขาเหล่มองโทรศัพท์มือถือ และหยิบมาดูหมายเลขโทรเข้า

 

 

"มึงดรอปเรียน ทำไมไม่บอกกู" เปปเปอร์ไม่เสียเวลา ยิงประเด็นสำคัญทันที

 

[พี่มึงเป็นมะเร็ง]

 
"อะ....อะไรนะ?" ยังมีอีกหลายประโยคอยากด่า ทว่า เปปเปอร์ชะงักคล้ายปรับตัวไม่ทันที่ได้ยินประโยคนั้น ดีไม่ดี อาจเป็นเปปเปอร์เองที่ฟังไม่ได้ศัพท์

 

 

[อืม พี่มึงเป็นมะเร็งว่ะ กูขอโทษวะเป๊ปที่ไม่บอก แต่กูคิดดีแล้ว และกูต้องดูแลพี่มึง] เสียงสั่นเครือทำเปปเปอร์ใจกระตุก

 


"พะ...พี่แป้งเป็นมะเร็ง เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมพี่แป้งไม่บอกกูวะ มึงล้อเล่นใช่ไหม?" เปปเปอร์ใจไม่ดีเริ่มเสียงสั่นตาม

 

 [ไอ้เป๊ป กูก็อยากให้มันเป็นเรื่องล้อเล่นนะ แต่เขาไม่อยากให้คนในครอบครัวเป็นห่วง เลยไม่บอก]

 


"ก็เพราะคำว่าครอบครัวไม่ใช่หรอวะ ที่ยิ่งต้องบอก ควรรู้ความจริงเพื่ออยู่เคียงข้างกันทั้งสุข-ทุกข์ ไม่ใช่หรอวะ ไอ้ไทม์ แล้วพี่กูเป็นมะเร็งชนิดอะไร? ระยะไหนแล้ว? มึงอยู่กับพี่แป้งใช่ไหม? เอาพี่แป้งมาคุยซิ"

 

 

[พี่มึงหลับอยู่ รายละเอียดกูบอกมึงแน่นอนแต่ตอนนี้ยังไม่เหมาะ ไอ้เป๊ป กูรู้ว่ามึงเป็นห่วงพี่แป้ง แต่กูขอเหอะนะ มึงอย่าเพิ่งน้อยใจ โวยวายอะไร สิ่งที่พี่แป้งต้องการมากที่สุด คือกำลังใจ ถ้ากูไม่ได้มาชิดใกล้กับพี่แป้งแบบนี้ กูจะไม่รู้เลยว่าพี่แป้งเป็นคนแคร์ความรู้สึกคนอื่นมากแค่ไหน เอ้ย มึงแค่นี้ก่อนนะ พี่แป้งเหมือนจะตื่น เขายังไม่รู้นะว่ากูมาบอกมึงแล้ว]


    วางสาย เปปเปอร์ใจสั่น มือชื้นเหงื่อ อารมณ์ข้างในสวิงขึ้นลงแปลก ๆ ไม่นาน กระบอกตาร้อนผ่าวและน้ำตาก็เอ่อไหลที่รับรู้ข่าวร้าย ในเวลาเดียวกันนั้น เครื่องมือสื่อสารแผดเสียงดังอีกครั้ง เปปเปอร์คว้าโทรศัพท์มือถือก็พบว่า พี่ทิมโทรกลับมา....



 

....................................................

 


 

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3402
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3442
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
พี่แป้งทำแบบนี้ก็ไม่ถูกนะ แล้วถ้าเกิดรักษาไม่หายตายขึ้นมาแม่กับน้องจะรู้สึกยังไง ถ้าแคร์ความรู้สึกกันจริงต้องบอกซิ บอกเพื่อที่ให้พวกเขารับรู้แล้วจะได้สู้ไปด้วยกันไม่ใช่สู้อยู่คนเดียวแบบนี้

ออฟไลน์ Keawmikami

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 18
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
 :L2:
มาต่อนะเค้ารออยู่

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-1
(14)

ผมชอบพี่










"ทำไมวะพี่ทิม ทำไมฮือออ พี่แป้งไม่ยอมบอกผม ทำไมพี่แป้งต้องมาเจอโรคร้ายด้วย"
   เปปเปอร์ระบายความรู้สึกพร้อมร้องไห้ในขณะที่ทิมนั่งบีบมือปลอบใจ





        เปปเปอร์เดินทางมาถึงคอนโดของทิมได้สองชั่วโมงแล้ว แต่ก่อนหน้านี้ เปปเปอร์เอาแต่นั่งเงียบเหมือนเก็บกด แต่พอทิมเอ่ยถามว่า มีอะไรไม่สบายใจบอกกันได้ เพียงเท่านั้น เด็กหนุ่มก็ปล่อยโฮตรงหน้าจนบัดนี้ก็ร่วมชั่วโมงที่น้ำตา น้ำมูกไหล ทั้งยังสะอึกสะอื้นไม่หยุด





        ทิมสงสารเปปเปอร์ที่ดูเสียใจไม่น้อย และเขาก็เข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี เพราะทิมเคยเจอเหตุการณ์สูญเสียน้องชาย แม้แป้งจะยังมีชีวิตอยู่ แต่ภาพจำสำหรับตัวเปปเปอร์คงเข้าใจว่าการเป็นโรคร้าย เปอร์เซ็นต์การอยู่รอดก็คงน้อยเต็มที



        ภาพตรงหน้าทำให้ทิมเศร้าใจ เด็กหนุ่มยังร้องไห้คล้ายคนขาดใจ



"พี่ทิม พี่แป้งจะตายไหม? แล้วผมต้องทำยังไงดีพี่ ผมบอกแม่ตอนนี้เลยได้ไหม? หรือให้พี่แป้งบอก โอ้ย ฮือออ พี่ทิม ผะผมผม...." เปปเปอร์ร้องไห้จนปากสั่น ตัวสั่น และคนที่เฝ้านั่งมองมาเป็นระยะเวลาหลายชั่วโมง ทันใดนั้น



ฟึ่บ


      ทิมดึงเปปเปอร์มากอด ตอนนี้ เปปเปอร์กำลังกังวลและคิดมากเกินไป เพราะเอาหลายเรื่องมารวมกัน  ทิมคิดว่า ยามนี้ การให้กำลังใจเปปเปอร์คือสิ่งสำคัญ เขากอดพลางลูบหลัง ลูบไหล่ปลอบประโลม


"ฮืออออ ทำไมเรื่องนี้ต้องมาเกิดขึ้นกับครอบครัวผมด้วยพี่ ผมทำอะไรผิด" เปปเปอร์ตัดพ้อโชคชะตา




"เปปเปอร์ครับ ค่อย ๆ ตั้งสติ ใจเย็น ๆ นะ"



"...ฮืออออ...."





"พี่ถามหน่อยสิ เปปเปอร์รักพี่แป้งไหม?"





"พี่ถามมาได้ไง ผมก็ต้องรักสิ พะ...พี่แป้งเป็นพี่สาวที่น่ารักและใจดีกับผมที่สุด ฮะ... ฮือออ"
เปปเปอร์ตอบพลางสะอึกสะอื้น



"เปปเปอร์ครับ พี่ไม่รู้หรอกนะว่า หลังจากนี้ แป้งจะอยู่หรือไป แต่จะดีกว่าไหม? ถ้านับตั้งแต่ตอนนี้ เปปเปอร์จะใช้ทุกวินาทีให้คุ้มค่าที่สุด"



     ทิมผละห่างมามองหน้าเปปเปอร์พลางใช้ข้อนิ้วเกลี่ยน้ำตาเด็กหนุ่ม ดวงตาที่เคยสดใส บัดนี้กลับช้ำและแดงก่ำ


"....."


"ใช้เวลาอยู่กับแป้ง ให้กำลังใจแป้ง เหมือนที่เปปเปอร์ก็ต้องการกำลังใจอย่างตอนนี้" ทิมพูดขณะส่งยิ้มละมุน



     
      เปปเปอร์มองหน้าพี่ทิมด้วยสภาพตาบวมตุ่ย เขาร้องไห้อย่างหนักจนลืมตาแทบไม่ขึ้น ขณะเดียวกัน เปปเปอร์ พยายามกลั้นน้ำตาให้หยุดไหล



"พะ...พี่อยู่กับผมนะ ย่ะ...อย่าหนีผมไปไหนนะ"



"พี่ก็ไม่ได้ไปไหนนี่ครับ"
ทิมตอบพร้อมวางมือลงบนศรีษะ



"วันนี้ผมขอนอนค้างที่นี่ได้ไหม พี่ทิม?"



"ได้สิ แล้วพรุ่งนี้ พี่จะพาไปหาแป้ง"





     เปปเปอร์พยักหน้าหงึกหงัก เขารู้สึกดีที่ตัดสินใจมาหาพี่ทิม และในวันที่เปปเปอร์มีเรื่องเครียด ไม่สบายใจ ยังดีที่เปปเปอร์ได้เจอคนที่พร้อมรับฟังปัญหาและไม่รำคาญ กับการที่เปปเปอร์เอาแต่นั่งระบายความทุกข์ใจอยู่คนเดียว



     การมีใครสักคนที่พร้อมเข้าใจทุกอย่าง มันช่างดีเหลือเกิน เปปเปอร์มองหน้าพี่ทิมที่ไม่มีเหนื่อยหน่ายใจตั้งแต่อยู่ด้วยกัน เขาฟังอย่างใจเย็นและไม่ได้ฟังแบบผ่าน ๆ ทุกอย่างที่พี่ทิมเป็น ทั้งความอบอุ่นบวกกับความดูแลเอาใจใส่ที่ได้รับทำให้เปปเปอร์ผ่อนคลาย สบายใจขึ้น และเพราะการกระทำทั้งหมดทั้งมวลจึงทำให้เปปเปอร์อยากมีพี่ทิมอยู่ใกล้ ๆ แบบนี้ไปตลอด



"ผมมารบกวนพี่แบบนี้ แฟนพี่จะว่าไหม?"




     ทิมเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างมีคำถาม ได้ยินเสียงแผ่ว ๆ ถามออกมาก็นึกขำ ทิมจะไปมีใครได้ ในเมื่อเปปเปอร์เองก็เคยแผลงฤทธิ์ใส่คนที่เขาคุยด้วยเมื่อคราวก่อน จนตอนนี้ ทิมก็ไม่อยากหาใครให้เหนื่อยใจ นอกเสียจาก...


"ก็เปปเปอร์ไม่ใช่เหรอแฟนพี่?" ทิมแหย่



"ผมไม่ขำนะ ผมพูดจริง ๆ ผมกลัวแฟนพี่จะมาอาละวาดใส่ผม" เปปเปอร์บอกเสียงแผ่ว เพราะตั้งแต่รู้ว่าพี่ทิมไม่ใช่แฟนจริง ๆ ของพี่แป้ง ก็เกิดนึกขึ้นมาได้ว่า บางที พี่ทิมอาจมีตัวจริงอยู่ในใจ โดยที่แม้แต่พี่แป้งเองอาจไม่รู้ก็ได้

            การฟังคำตอบจากปากพี่ทิมจึงทำให้เปปเปอร์มั่นใจได้มากที่สุด



"คนที่อาละวาดล่าสุดก็เปปเปอร์ไงครับ"



        เปปเปอร์ชะงักงัน ถ้อยคำนั้นมันทำให้เขาหวนนึกถึงตอนที่ตัวเองสร้างเรื่องราวอาละวาดใหญ่โตเมื่อนานมาแล้ว



"ผม คือ...ผม ขอโทษ"



      ทิมยิ้มยามที่เห็นเปปเปอร์หน้าสลด แม้จะงงเล็กน้อยว่าทำไมอยู่ดี ๆ เปปเปอร์มาถาม แต่เขาก็ตอบ



"พี่โสดครับ"



"....."



"จีบพี่ได้นะ"



กึก



     เปปเปอร์อึ้ง และใจสั่นหวั่นไหว ตอนที่อีกฝ่ายพูดประโยคนั้นออกมา เปปเปอร์ดูไม่ออกและไม่รู้ว่า เขาพูดทีเล่น ทีจริงหรือเปล่า เหลือบมองคนยิ้มกรุ้มกริ่มครู่หนึ่งก่อนหลุบตาลงเพราะเกิดเขินอาย



"ผมไปอาบน้ำก่อนนะพี่ทิม"





     เปปเปอร์เปลี่ยนเรื่องเพราะทำตัวไม่ถูกที่อีกฝ่ายรุกแรงจนไม่รู้จะไปต่ออย่างไร ขอกลับไปตั้งหลักก่อน จึงเดินดุ่ม ๆ ไปทางประตูห้องนอนด้วยอาการใจเต้นแรงไม่หาย





     กระทั่งอาบน้ำเสร็จ เปปเปอร์มานั่งบนเตียงด้วยความสบายใจจากการได้ระบายความทุกข์ใจให้ใครสักคนได้รับฟัง  แม้นความเศร้าเรื่องพี่สาวจางลงไป กลับกลายมีเรื่องใหม่มากวนใจแทนที่สร้างความกังวลจนไม่กล้าทิ้งตัวลงนอน เพราะเขินที่ต้องนอนร่วมเตียงเดียวกับพี่ทิม หลังจากเขาพูดเชิงให้ความหวังจนเปปเปอร์ก็เผลอคิดไปไหนต่อไหน  ยังคงครุ่นคิดอยู่ จนกระทั่ง พี่ทิมจัดการธุระตัวเองเสร็จเดินเข้ามาในห้องนอน เพียงเห็นหน้าพี่ทิมก็นึกเขินขึ้นมาอีกระลอกรีบหลุบตาลงโดยอัตโนมัติ




"ผมไปนอนโซฟาดีกว่า" เปปเปอร์ตอบขณะที่พี่ทิมทิ้งตัวลงนั่งริมเตียง



"ทำไมครับ กลัวพี่?"



"ไม่ใช่นะ แต่คือ ผมเกรงใจ"





"ไม่ต้องเกรงใจครับ อีกอย่าง โซฟามันเล็กด้วย ถ้าเปปเปอร์ไม่คิดอะไรกับพี่ก็นอนบนเตียงเดียวกันได้ สบายตัวกว่า"





    เปปเปอร์กัดปากแน่น อยากตอบเหลือเกินว่าก็เพราะคิดไม่ซื่อไง ถึงไม่กล้านอนด้วย แต่สุดท้าย เปปเปอร์ก็เงียบ มองซ้าย มองขวาหาตำแหน่งที่เหมาะสม  ซึ่งตำแหน่งที่ว่า ก็แทบจะตกเตียง





     เสียงร่างกายขยับตัวไปมาเสียดสีกับผ้าปูที่นอนทำให้เปปเปอร์ใจเต้นตึกตัก เมื่ออีกฝ่ายล้มตัวลงนอนจนแขนถูกัน



     

"พี่ไม่ปิดไฟเหรอครับ?"
คนที่นอนตัวแข็งเอ่ยถาม



       ทิมไม่ได้ตอบ แต่กลับยกตัวขึ้นตะแคงข้าง มือท้าวศรีษะมอง แล้วจู่ ๆ มือหนาก็ยื่นมาแตะใต้ดวงตาของเปปเปอร์



"ตาบวมเลยเรา" ทิมตอบไม่ตรงคำถาม เขากลับพูดในสิ่งที่อยากพูดด้วยความเป็นห่วง ฟากเปปเปอร์ขบริมฝีปากเข้าหากัน



     ปลายนิ้วเย็น ๆ ของทิมค้างไว้ใต้ตา ก่อนเลื่อนมาแตะพวงแก้ม ไล่มายังริมฝีปากของเปปเปอร์



"แล้วหายเครียด หายเศร้ารึยังครับ?"
ทิมถาม



"ก็หายแล้วพี่" เปปเปอร์พูดจบ



"ดีแล้วครับ พี่จะได้หายห่วง"
ทิมอมยิ้มพลันโยกศรีษะเขาเบา ๆ



       ความอบอุ่น ใจดี และเป็นห่วงอย่างจริงใจ ทำให้เปปเปอร์เงยหน้ามองอีกฝ่าย จนทั้งคู่ประสานสายตากันและไม่มีใครหลบตา จู่ ๆ เปปเปอร์ก็เผลอพูดความในใจออกมา





"ผมชอบพี่"





       ดูเหมือนทิมจะไม่มีอาการตกใจที่ได้ยิน เพราะเพียงสิ้นเสียงเด็กหนุ่มไม่ทันไร ทิมประคองใบหน้าเปปเปอร์และโน้มตัวไปจูบปาก ทั้งสองบดเบียดริมฝีปากเข้าหากันเนิ่นนาน ก่อนสอดเรียวลิ้นเข้าภายในโพรงปากเก็บกวาดความหวานผสานความต้องการอันลึกซึ้ง ทั้งคู่ใช้เวลาดื่มด่ำกับรสจูบแสนหวาน และเป็นเปปเปอร์ที่ผละออกก่อน




      คราวนี้ ไม่ใช่จูบเพื่อประชดใคร ไม่ใช่จูบเพื่อใช้อารมณ์ ทว่า เป็นจูบที่เผยความรู้สึกจากใจของทั้งสองฝ่าย



"เปปเปอร์คิดอะไรอยู่ครับ" ทิมถามกระตุ้น หลังจากที่จูบเสร็จ เขาเห็นสีหน้าเปปเปอร์ดูกังวลจนดูออก





"ไม่มีครับ นอนเถอะพี่"



"แน่ใจนะว่าถ้านอน เราจะไม่เก็บไปคิดมาก"
ทิมย้ำอีกครั้งเพราะต้องการให้เปปเปอร์พูดสิ่งที่ติดค้างในใจออกมา



"พี่จูบผมเพราะพี่เห็นว่าผมชอบพี่เลยเล่นด้วยขำ ๆ ใช่ไหม?"



"เปปเปอร์..."



"ผมกลัวพี่มองผมเป็นของเล่น"
เปปเปอร์ตอบเบาเหมือนคนไม่มั่นใจ ฟากทิมเงียบไปอย่างใช้ความคิด



"ทำไมอยู่ ๆ ก็กลัวขึ้นมา เปปเปอร์คนที่มั่นใจ อาละวาดพี่ต่อหน้าผู้หญิงคนนั้นหายไปไหนนะ?" ทิมหยอกเอิน



"ก็ตอนนั้นโมโหที่พี่กล้าหลอกพี่แป้ง แล้วพี่จะแซวทำไมน่ะ?" เปปเปอร์หน้ามุ่ย



"พี่ขอโทษนะ แต่ทำไมถึงคิดว่าพี่จะต้องมองเปปเปอร์เป็นของเล่นด้วยล่ะครับ" ทิมบอก



"เพราะคนที่ผมเห็นพี่ควง ไม่มีใกล้เคียงกับผมสักนิด"  เปปเปอร์บอก และอะไรไม่รู้ดลใจทำให้เขากล้าพูด กล้าเปิดเผยความรู้สึก ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้าเขินอายม้วนต้วนแทบตาย



"ผมนอนแล้วนะ" เปปเปอร์ทำเสียงตึงใส่ หลังจากพี่ทิมไม่ตอบคำถามก็คงจะจริงอย่างที่เปปเปอร์คิด



     เด็กหนุ่มพลิกตัวตะแคงข้างนอน ฟากทิมอมยิ้ม ก่อนโน้มตัวไปจูบแก้ม



"เฮ้ยพี่ทำอะไรน่ะ?" เปปเปอร์ถูแก้มตัวเองและพลิกตัวอย่างไวเพื่อไปหาคนต้นเหตุ




"จูบคนที่ชอบ"



กึก





"พะ ....พี่ทิม พี่หมายความว่าไง?"
เปปเปอร์ถามอีกครั้ง




"ความหมายก็ตรงตัวนะครับ นอนเถอะ และไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว ฝันดีครับ เปปเปอร์"

.

.

.

.



      หลังจากที่เมื่อคืน เปปเปอร์ควรจะนอนหลับสนิทเมื่อได้ยินถ้อยคำดี ๆ แต่กลายเป็นว่า เปปเปอร์ดันตาสว่าง นอนไม่หลับ กระสับกระส่ายเพราะตื่นเต้นและพยายามหาคำตอบกับสิ่งที่ได้ยินจากปากพี่ทิมเมื่อคืน ว่าคือ ความจริงหรือแค่หมาหยอกไก่หลอกให้ดีใจเก้อหรือเปล่า?




       การครุ่นคิดวนอยู่เรื่องเดิม จึงทำให้เปปเปอร์เพิ่งนอนไปเมื่อตอนตีสี่และยามนี้ที่นาฬิกาบอกเวลาว่าแปดโมงเช้าก็มีคนอายุมากกว่าลุกขึ้นมาคลอเคลียข้างแก้มเปปเปอร์ จนเจ้าตัวต้องพยายามเค้นเสียงออกไปทั้งที่งัวเงีย



"พี่ทิม ผมง่วง"



       ทิมมองเด็กหนุ่มขี้เซา งอแงก็แต้มยิ้ม ก่อนหยัดกายขึ้นมานั่งมองคนที่หลับใหล อยากจะฟัดแก้มให้ช้ำ แต่ยังติดเกรงใจ ไม่กล้าบุ่มบ่ามและไม่อยากกวนจึงลุกไปอาบน้ำก่อน





       และแล้วเวลาก็ผ่านไปได้ชั่วโมงกว่า เปปเปอร์ถึงตื่นเต็มตาแลซ้ายแลขวา หาพี่ทิมไม่เจอ ก็ลุกขึ้นจากเตียง เดินเปิดประตูออกนอกห้องไปหาก็ได้กลิ่นหอม ๆ จากอาหาร เดินตามกลิ่นไป เห็นแผ่นหลังกว้างยืนง่วนกับการทำอาหารเช้า เปปเปอร์ยืนเอนตัวพิงกรอบประตู





"พี่ทำอะไรน่ะ?"





"ทำอาหารเช้าครับ ไปอาบน้ำสิ พี่รอกินด้วยกัน"



       ตั้งแต่ที่เปปเปอร์บอกความในใจ ดูเหมือนว่าถ้อยคำที่พี่ทิมพูดมาแต่ละที ยิ่งทำให้เปปเปอร์คิดไปไกล



"เดี๋ยวผมรีบไปอาบน้ำนะ"



"ครับ"




       เปปเปอร์เดินกลับไปยังห้องน้ำด้วยใจเต้นแรง ไม่คิดว่าตัวเองจะได้รับสิทธิพิเศษด้วยการที่พี่ทิมลุกมาทำอาหารเช้าให้ เป็นเรื่องที่มีความหมายต่อใจเปปเปอร์มาก  และนาทีนี้ เปปเปอร์รู้ตัวเองว่ากำลังถลำลึกไปมากกว่าเดิม ดังนั้น มันคงถึงเวลาที่เด็กหนุ่มต้องถามหาความจริงกับพี่ทิมเสียทีว่าเขาคิดอย่างไรกับเปปเปอร์กันแน่



      จัดการธุระตัวเองเสร็จ เปปเปอร์เดินออกมานั่งตรงโต๊ะอาหารอย่างเก้ ๆ กัง ๆ สายตาจ้องมองอาหารที่ตกแต่งสวยงาม น่ากิน จนเขาลอบกลืนน้ำลาย





"พี่ยิ้มอะไร?" เปปเปอร์เหลือบมองอีกฝ่าย ถึงเห็นว่าพี่ทิมท้าวคางมองหน้าไม่หยุด



"เปล่าครับ มากินกัน เสร็จแล้วจะได้ไปหาไทม์กับแป้ง"




      เปปเปอร์พยักหน้าพลางทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามพี่ทิม ใช้ส้อมจิ้มไส้กรอกยัดเข้าปาก ทั้งสองยังคงนั่งกินไม่พูด ไม่จา และเป็นเปปเปอร์ที่หาจังหวะที่เหมาะสม เพื่อรอถาม



"พี่ทิมครับ เมื่อคืนที่พี่พูดกับผมแบบนั้น พี่พูดจริงหรือแค่ล้อเล่นครับ" เปปเปอร์ถามอย่างพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่นเพราะแม้ใจจะกล้าถาม แต่ข้างในแอบกลัวในคำตอบ



     ทิมมองเปปเปอร์ที่ดูจริงจังจนแปลกใจ ไม่เคยเห็นเปปเปอร์อยู่ในมุมที่มุ่งมั่นกับการเอาคำตอบ จนไร้แววล้อเล่นขนาดนี้



"ถ้าพี่บอกว่า พี่ล้อเล่น? จะถอดใจเลยหรือครับ?"



"แล้วผมจะเดินหน้าไปทำไม ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าผิดหวังล่ะครับ"

 

       ทิมมองใบหน้าเศร้าสร้อยของอีกฝ่าย


"ยอมแพ้ง่ายนะเรา" ทิมแหย่



"ที่ผ่านมาผมผิดหวังตลอด ล่าสุดก็แฟนนอกใจ ผมไม่ได้มีหัวใจไว้เจ็บบ่อย ๆ นะครับพี่ทิม" เปปเปอร์ตอบเสียงจริงจัง



      เป็นครั้งแรกที่ทิมได้ยินเรื่องส่วนตัวออกมาจากปากเปปเปอร์ เขารวบมีดและส้อมเอนหลังพิงพนักเก้าอี้




"ถ้างั้นพี่ขอวันนึงได้ไหมครับ? ลองจีบพี่ให้ดูหน่อย พี่อยากรู้ว่าเวลาเปปเปอร์จีบพี่จะเป็นยังไง?"



      เปปเปอร์มองพี่ทิมที่สุดท้ายก็ไม่ยอมตอบคำถาม กลับยื่นเงื่อนไขอื่นมา



"ก็ได้ครับ"

.

.

.

.

      หลังจากได้เปิดเผยความรู้สึกซึ่งกันและกัน แทนที่จะสนทนากันได้ลื่นไหล กลับกลายเป็นว่า ภายในห้องโดยสารรถยนต์กลับเงียบเชียบ เนื่องจาก เปปเปอร์ประหม่าเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นจีบอย่างไร? เพราะปกติที่ผ่านมา เปปเปอร์จีบรุ่นน้องกับรุ่นเดียวกันมาตลอด



"เป็นตัวเองแหละครับเปปเปอร์" ทิมเห็นเปปเปอร์ดูเกร็งเลยบอก



"ก็.ผม..."



"โอเคพี่ไม่กดดันเปปเปอร์แล้ว เดี๋ยวเราแวะห้าง หาซื้ออะไรให้ไทม์กับแป้งก่อนดีกว่า"
ทิมเปลี่ยนเรื่อง



"อ่าฮะ"



      ใช้เวลาไม่นานก็เดินทางมาถึงที่หมาย หาที่จอดรถได้เหมาะเจาะแล้ว ทั้งคู่ก็เดินเข้าสู่ตัวอาคาร ลงบันไดเลื่อนไปยังชั้นซูเปอร์มาร์เก็ต ตั้งใจหาซื้อพวกผลไม้ไปฝาก ตลอดการเลือกซื้อดูของ เปปเปอร์ยอมรับว่าไม่คุ้นชินที่ได้ใกล้ชิดพี่ทิมในความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เปปเปอร์พยายามกลับมาทำตัวให้เป็นธรรมชาติดังเดิม และลองเป็นฝ่ายชวนพี่ทิมคุยทั้งเรื่องทั่วไปและเรื่องส่วนตัว



        แม้ว่าจะรู้จักพี่ทิมในฐานะสามี (ตัวปลอม) พี่แป้งมานานพอสมควร แต่เปปเปอร์กลับรู้สึกว่าที่ผ่านมา เปปเปอร์ยังไม่สนิทสนมกับพี่ทิมเท่าช่วงหลังมานี้ ทั้งที่เป็นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ได้เผยความรู้สึกและหันหน้าเข้ามาคุยกันอย่างจริงจัง แต่มันกลับทำให้เปปเปอร์ได้รู้จักตัวตนพี่ทิมอย่างละเอียดกว่าแต่ก่อน



        ยิ่งได้มีโอกาสคุยก็ยิ่งหลงเสน่ห์ความคิด ความอ่าน ความอบอุ่นและความใจดี



"พี่ทิม ซื้อของเสร็จแล้ว พี่อยากกินอะไรไหม? เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง" เปปเปอร์ถามหลังจากหยุดคิดประมวลผลเรื่องนิสัยอีกฝ่าย



     แต่ทิมกลับอมยิ้ม



"นี่เริ่มจีบพี่แล้วใช่ไหม?"



"ใช่ พี่จะถามให้เสียความมั่นใจทำไมเล่า?" เปปเปอร์ตอบหน้างอ



"ฮ่า ๆ ครับ พาพี่ไปดื่มกาแฟหน่อยสิครับ เปปเปอร์" ทิมบอก เปปเปอร์พยักหน้ารับทราบ



    ทิมขำและเอ็นดูเด็กหนุ่มที่พยายามแสดงถึงความมุ่งมั่นในการจีบจนไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเท่าไหร่ แต่เอาเถอะ แบบนี้ก็ดูแปลกตาและน่ารักดีเหมือนกัน



"แต่ผมขอแวะซื้อชานมไข่มุกก่อนนะ" เปปเปอร์พูดอีกครั้ง



"ครับ"




       ตกลงกันเรียบร้อย ก็เดินหาซื้อของอีกไม่นาน ถึงไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์ หลังทำธุระเสร็จแล้วก็ถึงเวลาผ่อนคลาย โดยเป้าหมายต่อไป ก็คือ ร้านชานมไข่มุก




      เปปเปอร์เดินไปต่อแถว โดยมีพี่ทิมยืนข้าง ๆ เปปเปอร์จึงชวนคุยต่อ เพื่อต้องการศึกษาดูใจพี่ทิมให้ได้มากที่สุด ขณะที่พี่ทิมเล่าเรื่องตลกของตัวเอง เปปเปอร์เผลอหัวเราะเสียงดัง จนต้องหุบปากฉับตอนที่แอบเห็นคนมองมา ขณะที่กวาดสายตาเพื่อดูว่ามีใครคนอื่นมองอีกหรือเปล่า สายตาดันเหลือบไปเห็นนิวยืนอยู่กับพวกเพื่อน ๆ ไม่ไกล เปปเปอร์เบิกตาโพลงตกใจปนเหวอที่ซวยมาเจอแฟนเก่า เขารีบถอยหลังกรูดแล้วดึงแขนพี่ทิมให้มาเป็นกำบัง



"เป็นอะไร?"



"เปล่าครับ พี่"





     ทิมหรี่ตามองการกระทำเด็กหนุ่มที่ดูมีพิรุธ  ทั้งสายตาหลุกหลิก



"พี่ทิม ผมไม่กินแล้ว ไปเถอะ" เปปเปอร์ตัดสินใจเอ่ย เพราะไม่อยากอยู่ตรงนี้นาน



      ทิมเห็นว่าเหลืออีกแค่คิวเดียวก็ถึงคิวของเปปเปอร์จึงสงสัยว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้เปปเปอร์ต้องยอมล่าถอย ถ้าไม่ใช่เพราะเจอคนไม่อยากเจอ



     แต่ทิมก็ไม่ขัดใจ จึงตอบรับเด็กหนุ่ม ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่เห็นเปปเปอร์ยืนตัวแข็งส่งสายตามองไปอีกทางหนึ่งจึงหันตามไป  ในขณะที่เปปเปอร์เดินออกจากคิวที่ยืนต่อเขาชะงักเมื่อสบตานิวโดยบังเอิญ และเมื่อนิวเห็นจึงส่งยิ้มให้ ปลีกตัวจากเพื่อนเพื่อเดินมาหา



     ยิ่งกลัว ยิ่งเจอ



"พี่เป๊ป" นิวยิ้มกว้างพลางโบกไม้โบกมือทัก  ฟากเปปเปอร์จิ๊ปาก ไม่คิดว่านิวจะเห็นและก็ไม่คิดอีกนั่นแหละว่าคนที่นอกใจไปมีคนอื่นก่อน จะยังใจกล้า หน้าด้านมาทักคนที่ตัวเองก็เพิ่งทำร้ายหัวใจกันไป



     เปปเปอร์มองนิวที่เดินใกล้เข้ามา จึงเห็นรูปร่างชัดเจนว่านิวดูต่างจากเดิม โดยปกตินิวก็เป็นคนตัวเล็กอยู่แล้ว แต่คราวนี้ นิวผอมกระหร่อง และไม่สดใสเหมือนอย่างเคย



     เปปเปอร์เห็นท่าไม่ดีรีบสะกิดพี่ทิมแล้วกระซิบ



"พี่ทิมช่วยเล่นละครเป็นแฟมผมหน่อยนะ"



     ทิมหรี่ตามองเปปเปอร์สลับกันคนที่สวมชุดนักเรียนกำลังเดินใกล้เข้ามา


"ถ้าทำเพราะประชดคนอื่น พี่ไม่ทำนะครับ"





"โธ่พี่ทิมช่วยหน่อยนะ"




    ทิมไม่ตอบ จนคนที่สามก้าวเท้ามาหยุดตรงหน้าทั้งคู่



"พี่เป๊ปเป็นไงบ้าง สบายดีไหมครับ? นิวคิด.."




"เปปเปอร์อยากกินชาเขียวปั่นไม่ใช่หรอครับ เราไปกันเถอะ" ทิมหันไปหาเปปเปอร์พลันยิ้มละมุนพร้อมสอดประสานปลายนิ้วกระชับเข้าหากัน และจูงมือเปปเปอร์ไปที่อื่น



     นิวที่เพิ่งเดินมาทักแฟนเก่าไม่ทันไร ยืนหน้าชากรุ่นโกรธปนอับอายที่มีคนไม่รู้จักมาฉีกหน้ากันเห็น ๆ  นิวโมโหจึงตะโกนเสียงดังใส่



"ไอ้คนชั่ว นอกใจคนอื่น เลิกกันไม่ทันไร ยังมีหน้าพาคนใหม่มาเย้ยอีก"



      เปปเปอร์หยุดเท้า โมโหในสิ่งที่นิวพูดไม่เป็นความจริง ตัวนิวต่างหากที่ทำในสิ่งที่ตัวเองพูด เปปเปอร์ไม่พอใจหันหลังจะกลับไปด่าคนหน้าไม่อาย แต่พี่ทิมกระชับมือแน่นแล้วพยายามลากให้เดินไปข้างหน้า



"พี่ปล่อยผม"



"เปปเปอร์อย่าหลงกลเขาครับ ปล่อยให้เขาบ้าไป"



"พี่ทิม แต่มันว่าผม"



"เปปเปอร์ครับ อย่าไปสนคนสติไม่ดี เรามีเรื่องที่ควรสนใจมากกว่านี้ พี่สาวเปปเปอร์ไงครับ เขากำลังรอกำลังใจจากเราอยู่นะ"
คราวนี้ทิมไม่ได้พูดเพียงอย่างเดียว เขากลับเอื้อมมือไปลูบแก้มและจุดรอยยิ้มอบอุ่น



      ความหงุดหงิด โมโหบรรเทาลง เมื่อมือเย็น ๆ ลูบแก้มอย่างช้า ๆ  เปปเปอร์ใจเต้นแรงที่พี่ทิมทำต่อหน้าคนมากมายและกลายเป็นว่าเดี๋ยวนี้ เปปเปอร์แพ้สัมผัสและความใจเย็นของพี่ทิม เปปเปอร์ไม่ดื้อดึงดัน เขาเงียบเสียงยอมทำตามคนอายุมากกว่าด้วยอาการที่พอจะสงบลง



       หลังจากที่ทิมพาเปปเปอร์มาถึงร้านกาแฟขนาดใหญ่ในห้าง ทิมให้เปปเปอร์ไปหาที่นั่งก่อน ส่วนเขาก็ยืนสั่งเครื่องดื่มให้ตัวเองและให้เด็กหนุ่ม จ่ายเงินเสร็จสรรพถึงกลับไปหาเด็กหนุ่มที่ยังนั่งหน้างอ




"อารมณ์ไม่ดี เพราะไม่ได้กินชานมไข่มุกใช่ไหม?" ทิมเย้า



       ฟากเปปเปอร์มองคนแซวก็อดกลอกตามองบนไม่ได้



"โธ่พี่ทิม อย่าแซวผมได้ไหม? ผมเซ็งจริง ๆ นะที่ซวยมาเจอแม่ง..."
เปปเปอร์บ่นพลางขยี้ผมอย่างหงุดหงิด



"แย่จัง คนที่จีบพี่อารมณ์เสียซะแล้ว"



"พี่ทิมอะ"
เปปเปอร์ถลึงตาใส่พี่ทิม



"คนนั้นแฟนเก่าหรือครับ?"



"ใช่ครับพี่"



"ยังเรียนมัธยมอยู่เลย"



"พี่ไม่ถามได้ไหม? ผมไม่อยากคุยเรื่องมันอีก"



"แต่คุยเรื่องของเราได้ใช่ไหม?"



      เปปเปอร์มองคนที่พูดจริงจัง หลุบตา ขณะพยักหน้า


"แล้วนึกไง รอบนี้ชอบคนแก่ล่ะครับ?" ทิมแซว





"พี่เหมือนคนในฝันของผม" เปปเปอร์ตัดสินใจพูดเรื่องจริง หากพี่ทิมจะมองว่าบ้าก็ช่างเถอะ



"หืมมม? ในฝัน? นี่เรื่องจริงหรือ?"



"จริง ถ้าผมเล่าให้ฟังพี่ก็จะหาว่าผมบ้า"



"ถ้างั้นลองเล่ามาก็ได้ครับ พี่ก็ชักอยากรู้เหมือนกันว่าแฟนในอนาคตพี่จะบ้าขั้นไหน"



"แล้วทำไมต้องอนาคตล่ะครับ เป็นตอนนี้เลยไม่ได้เหรอ?"



       ฟากเปปเปอร์สวนกลับ จนทำให้คนที่ได้ยินชะงักก่อนระเบิดหัวเราะออกมา


..........................................

เรื่องนี้จะจบแล้วน้าาา ขอบคุณทุกการติดตามมากเลยค่า

คนอ่านน่ารัก จุ๊บ ๆ :mew1:

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3402
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2

ออฟไลน์ naruxiah

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 947
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
ขอให้​พี่แป้งรักษา​หายนะคะ​ น้องแป๊ปเหมาะจะคบคนโตกว่าแบบพี่ทิมมากๆเลย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3402
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8436
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ Freezz

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 160
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
อยากอ่านต่อจังครับบบ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด