┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.19]=[P.9]==[17/05/19]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.19]=[P.9]==[17/05/19]  (อ่าน 28713 ครั้ง)

ออนไลน์ miikii

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1195
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.13]=[P.6]==[28/02/19]
«ตอบ #180 เมื่อ01-03-2019 00:10:54 »

ยังดีที่คุณพ่อพอจะรับฟัง  :katai2-1:

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5253
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.13]=[P.6]==[28/02/19]
«ตอบ #181 เมื่อ01-03-2019 06:26:32 »

สรุปตระกูลนี้ใครใหญ่สุด  o18

ออฟไลน์ q.tr

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 368
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.13]=[P.6]==[28/02/19]
«ตอบ #182 เมื่อ01-03-2019 13:50:25 »

 :pig4:
รออ่านตอนต่อไปนะคะ

ออนไลน์ เก้าแต้ม

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1297
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-3
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.13]=[P.6]==[28/02/19]
«ตอบ #183 เมื่อ01-03-2019 18:10:47 »

เปนครอบครัวที่อบอุ่นมากเกิ๊นน

ออฟไลน์ Al2iskiren

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1962
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-3
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.13]=[P.6]==[28/02/19]
«ตอบ #184 เมื่อ01-03-2019 21:01:14 »

ที่คุณพ่อเตือนคุณแม่นี่ กลัวเกรย์ถล่มบ้านสินะ :try2:

ออฟไลน์ labelle

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2912
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +69/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.13]=[P.6]==[28/02/19]
«ตอบ #185 เมื่อ02-03-2019 11:24:42 »

ประมุขน่าเอ็นดู ถึงจะกลัว แต่แค่มีเกรย์อยู่ ไม่ต้องห่วงอะไร

เกรย์เหมือนได้ดวงใจมาไว้กับตัวอีกครั้งน่ะ กอดฟัดมาก

ชอบทีมการ์ดที่เอ็นดูประมุข และทำให้น้องสบายใจได้บ้าง

ออฟไลน์ Majariga

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 231
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.13]=[P.6]==[28/02/19]
«ตอบ #186 เมื่อ07-03-2019 22:51:11 »

เราว่าพ่อเกรย์น่าจะเอ็นดูมุขอยู่น้าาาาา

ออฟไลน์ CHESS.

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 210
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +227/-1
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.13]=[P.6]==[28/02/19]
«ตอบ #187 เมื่อ09-03-2019 21:04:39 »

-14-



“ลูกแกะ...”

“…”

“ตื่นได้แล้ว”

“ฮื่อ”

เกรย์หัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นท่าทีของเด็กว่าง่ายที่ปกติไม่เคยดื้อ ท่าทางคงจะง่วงมากจริงๆ ถึงงอแงแบบนี้ ตอนอยู่ไทยแค่เรียกนิดเดียวก็ยอมลืมตาขึ้นมาอ้อนกันแล้วแท้ๆ ที่วิคเตอร์บอกว่าอยู่บนเครื่องเอาแต่นอนเกือบตลอดเวลาคงจะจริง เพราะเมื่อคืนกว่าเจ้าตัวจะหลับได้ก็พลิกไปพลิกมาอยู่หลายรอบ พอต้องสลับเวลาไปหมดถึงได้ดูงัวเงียจนน่าสงสาร

ถ้าอยู่ด้วยกันสองคนเขาคงจะปล่อยให้นอนตามสบาย แต่นี่ไม่ใช่...

“ลูกแกะ เราต้องลงไปกินข้าวพร้อมพ่อแม่นะ” เขากระซิบบอก ขณะที่มือยังคงลูบแก้มขาวของคนง่วงนอนเบาๆ ในช่วงแรกดูราวกับลูกแกะน้อยคล้ายจะหลับไปแล้ว เพราะไม่มีการตอบรับใดๆ ทั้งสิ้น แต่แล้วเมื่อเกรย์ทำท่าจะผละออก ปล่อยให้อีกคนนอนต่อตามใจ มือข้างหนึ่งก็ถูกคว้าเอาไว้แน่น หันไปมองอีกทีก็เห็นคนที่เมื่อครู่ดูง่วงงุนเกินกว่าจะลุกเบิกตาโตมองเขาคล้ายเห็นผี

“เกินเวลากินข้าวหรือยังครับ!”

“ก็...อีกสิบนาที”

“ผมจะรีบอาบน้ำ” ว่าจบเจ้าตัวก็ผุดลุกขึ้นไปคว้าผ้าเช็ดตัว วิ่งตึงตังเข้าไปในห้องน้ำโดยไม่รอฟังคำตอบใดๆ ทั้งสิ้น ทิ้งให้คนปลุกนั่งกะพริบตาปริบๆ มองตามอยู่เพียงลำพัง กว่าเกรย์จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ตอนที่ลูกแกะน้อยเดินออกมาจากห้องน้ำในเวลาห้านาทีต่อมา

“ไม่ต้องรีบมากก็ได้” เขาบอกคนตัวขาวที่รีบคว้าหยิบเสื้อผ้ามาใส่เหมือนจะรีบร้อนไปไหน

“ไม่รีบได้ยังไง ถ้าลงไปสายเดี๋ยวพ่อแม่คุณจะตำหนิเอา”

“ไม่หรอก”

“ต่อให้ไม่ว่าก็คงตัดคะแนนในใจแน่ๆ จากที่ติดลบอยู่แล้วจะติดลบหนักกว่าเดิมนะครับ”

ที่แท้ก็มีคนไม่อยากถูกตัดคะแนน...

เกรย์คว้าแขนคนที่ตั้งท่าจะวิ่งออกไปจากห้อง ก่อนจะดึงรั้งให้เจ้าตัวนั่งลงข้างกาย มือลูบหัวลูบหางจนลูกแกะขนฟูที่ดูเร่งรีบจนน่าตลกใจเย็นขึ้นแล้วจึงพูดต่อ

“คิดจะทำอะไร ไหนบอกมาสิ”

“ผมจะทำให้พ่อแม่คุณยอมรับให้ได้” คนฟังตอบง่ายๆ แต่น้ำเสียงกลับมั่นคงจริงจัง คล้ายคนที่ตัดสินใจเรื่องสำคัญบางอย่างได้แล้ว “เมื่อคืนที่นอนไม่หลับก็เพราะคิดกังวลเรื่องนี้ด้วย แต่พอนึกไปนึกมากลายเป็นคำตอบมันง่ายแค่นี้เอง ในเมื่อพ่อแม่คุณไม่ชอบ ให้คะแนนติดลบอยู่ ผมก็แค่ต้องเพิ่มคะแนนพวกนั้นขึ้นมา ทำให้พวกท่านยอมรับให้ได้”

“ไม่ต้องทำแบบนั้นก็ได้” เกรย์ทอดสายตามองลูกแกะอย่างอ่อนโยน ไม่รู้จะกลั้นยิ้มได้อีกนานแค่ไหน ทั้งที่เมื่อคืนเขาอุตส่าห์ปลอบให้หายคิดมาก บอกว่าไม่ต้องทำอะไรก็ได้แท้ๆ เพราะถึงอย่างไรหากเขาไม่ยอม จะพ่อหรือแม่ก็ไม่มีสิทธิ์มาบังคับอะไรทั้งนั้น แต่กลับกลายเป็นว่าคนที่ไม่ยอมดันเป็นคนข้างกายเสียนี่

“ไม่ได้หรอกครับ ผมไม่สบายใจถ้าคุณกับครอบครัวต้องผิดใจกัน ถึงคุณจะบอกว่าสุดท้ายใครชนะ อีกฝ่ายก็ต้องยอมลง แต่คุณกับผมจะมีความสุขจริงๆ เหรอที่ได้รับการยอมรับแค่เพียงเพราะพวกเขาไม่อยากสู้ต่อ ผมอยากให้เราชนะจริงๆ มากกว่า ถ้าพ่อแม่คุณยอมรับผมจากใจเมื่อไหร่ นั่นต่างหากที่หมายถึงชัยชนะจริงๆ”

เกรย์จ้องมองใบหน้าจริงจังที่ดูน่ารักน่าชังในสายตาของเขาเอามากๆ แล้วนิ่งงันอยู่นานนับนาที กระทั่งถูกเจ้าของดวงตาใสแจ๋วคู่นั้นเขย่ามือไปมาเป็นเชิงเรียกสติ เขาจึงหลุดยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้

“หัดพูดแบบนี้เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่หืม”

“ผมก็จริงจังเป็นหรอก” ประมุขยืดอกขึ้นเล็กน้อยคล้ายจะโอ้อวด แต่วินาทีถัดมาก็เปลี่ยนสีหน้ากลับไปดูลุกลี้ลุกลนเหมือนเดิม ยามหันไปเห็นนาฬิกาที่กำลังจะบอกเวลาเจ็ดโมงตรงในอีกไม่ถึงหนึ่งนาที “รีบไปเร็วเข้า!”

แม้นึกอยากมองท่าทางน่ารักน่าชังนั่นให้นานกว่านี้อีกสักนิด แต่ขืนยังลีลาเล่นตัวไม่ยอมตามลงไปเสียที ลูกแกะคงได้โทษว่าเขาทำให้ตัวเองถูกลดคะแนนเป็นแน่ คิดได้ดังนั้นเจ้าของร่างสูงก็ลุกขึ้นยืนแล้วค่อยๆ เดินตามคนที่แทบจะวิ่งไปยังห้องอาหารช้าๆ ไม่ได้เร่งรีบแต่ก็ไม่ปล่อยให้ละสายตา

ประมุขทำให้แม่บ้านและสาวใช้ที่เดินผ่านไปผ่านมาแตกตื่นไปหมด เมื่อเขาไม่รู้ว่าห้องอาหารอยู่ที่ส่วนไหนของคฤหาสน์กว้างขวางที่มีห้องเป็นสิบ เดินไปเดินมาก็เริ่มงงจนต้องวิ่งกลับไปหาคนที่เดินยิ้มตามมาด้านหลัง ซึ่งดูเหมือนจะรู้ทางดีแต่ไม่ยอมพูดอะไร ครั้นจะหันไปถามคุณแม่บ้านทั้งหลายก็ไม่รู้ว่าพวกเธอพูดภาษาอังกฤษได้หรือเปล่า

“รีบพาผมไปห้องอาหารเร็วเข้า... ไหนบอกว่าที่นี่เล็กไง เล็กตรงไหนเนี่ย แค่ในบ้านก็หลงจนปวดหัวไปหมดแล้ว” ลูกแกะผู้ได้มาเหยียบบ้านของมหาเศรษฐีเป็นครั้งแรกบ่นงึมงำ เหมือนจะหงุดหงิดนิดหน่อยแล้วด้วยที่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอเสียที “เกินเวลามาสองนาทีแล้ว...”

เกรย์รีบจับมือคนหน้างอเอาไว้แล้วดึงรั้งให้เดินตามไปในทิศทางตรงกันข้าม ถ้าจะให้พูดตรงๆ ก็คงต้องบอกว่าเขาชื่นชอบท่าทีของลูกแกะตัวน้อยเอามากๆ ทั้งหน้าตาเวลากังวลหรือหงุดหงิดล้วนแล้วแต่น่ามองไปหมด หากเป็นไปได้ก็อยากจะยืนมองทั้งวัน น่าเสียดายที่ตอนนี้ไม่มีเวลา และเขาก็ควรพาอีกฝ่ายไปกินข้าวเสียที

“มาอยู่บ้านคนอื่นวันแรกก็ลงมาสายแล้ว” เพียงแค่ก้าวเท้าเข้าไปในเขตห้องอาหารกว้างขวางที่มีโต๊ะตัวยาวสำหรับคนเป็นสิบแบบเดียวกันกับที่ประมุขเคยเห็นในหนัง คุณผู้หญิงที่นั่งเรียบร้อยอยู่ข้างเจ้าของบ้านก็ส่งแววตาตำหนิติเตียนพร้อมคำพูดเชือดเฉืิอนมาให้

“ขอโทษครับ” ลูกแกะน้อยได้ฟังความผิดก็หงอลงเล็กน้อย หากยังไม่ทันให้เกรย์พูดอะไรขึ้นมา เจ้าตัวก็เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงสดใส “ผมยังไม่รู้ทิศทางในบ้านเลยเดินหลงไปหมด จะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกแน่นอนครับ”

คำพูดที่จะมองเป็นการถือดีหรือการเถียงก็ได้หากคนฟังต้องการดูอ่อนนุ่มลงเกือบเก้าสิบเปอร์เซนต์ยามออกมาจากปากของคนที่ดูใสซื่อทั้งดวงตาและนิสัย กระทั่งคาร่าที่จ้องจับผิดคนของลูกชายแทบทุกฝีก้าวยังไม่เอ่ยอะไรออกมา มีเพียงเกรย์เท่านั้นที่มองบรรยากาศของห้องอาหารด้วยสีหน้าพอใจ

“ลูกแกะ... ไปนั่งเถอะ”

“จริงด้วย” คนที่ถูกเตือนเบิกตาขึ้นเล็กน้อยก่อนจะยิ้มเขินแบบเด๋อๆ ขณะก้าวเท้าไปนั่งลงด้านข้างเกรย์ที่นั่งอยู่ข้างเจ้าของบ้านอีกที

หลังจากที่ได้รับสัญญาณจากเจ้าภาพ อาหารก็เริ่มทยอยจัดขึ้นโต๊ะทีละอย่างๆ ประมุขจ้องมองช้อนส้อมหลายคันที่วางอย่างเป็นระเบียบตามตำแหน่งที่เขาไม่รู้ว่าอะไรใช้ทำอะไรบ้างแบบเกร็งๆ หากสัญชาตญาณการเอาตัวรอดก็สั่งให้แอบมองคนข้างกายแล้วหยิบช้อนใช้ตามอย่างถูกต้องทุกท่วงท่า แม้จะไม่ได้ดูสง่างามเท่าเจ้าบ้านหรือคุณหญิงของบ้าน แต่แค่เห็นว่าเกรย์ก็ไม่ได้รักษาท่าทีเป็นคุณชายอะไรขนาดนั้น เขาก็พอจะทำใจให้กินข้าวแบบธรรมดาๆ ที่พยายามให้ดูสุภาพมากกว่าเดิมนิดหน่อยได้โดยไม่รู้สึกแปลกประหลาด

หลายครั้งหลายคราที่คุณผู้หญิงเหลือบมองดูแขกอยู่บ่อยครั้ง ทว่าผ่านไปไม่นาน คนที่ดูเกร็งอยู่ไม่น้อยก็ทำตัวเป็นธรรมชาติ ยิ้มแย้มทานอาหารด้วยท่าทีเช่นคนธรรมดา หากแต่ดูเอร็ดอร่อยอย่างมากไปจนหมดจาน ซ้ำยังแอบหันไปชูนิ้วโป้งให้บรรดาเมดสาวที่ยืนอยู่ด้านหลังจนพวกเธอหลุดยิ้มกันเป็นแถว

“ถูกปากหรือเปล่า”

โดยไม่คาดคิด... จู่ๆ ผู้ที่นั่งเงียบอยู่ตรงตำแหน่งหัวโต๊ะมาโดยตลอดก็เอ่ยปากถามขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ ทำเอาคาร่าหันไปมองอย่างตกใจ เกรย์เองก็เลิกคิ้วประหลาดใจไม่น้อย หากคนที่ได้ยินคำถามและไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยสักนิดกลับยิ้มกว้าง หันไปหาแล้วพยักหน้าหงึกๆ อย่างอารมณ์ดี

“อร่อยมากๆ เลยครับ นานมากแล้วที่ผมไม่ได้กินอาหารที่พูดได้เต็มปากว่าชอบสุดๆ แบบนี้ น่าจะตั้งแต่ที่เริ่มทำอาหารกินเองได้ แล้วพี่ชายที่ทำอาหารอร่อยมากๆ ก็ไม่ยอมทำให้กินอีกเลย” พอได้พูดถึงพี่ชายประมุขก็ลอบเบะปากด้วยความหมั่นไส้ แต่สีหน้าและแววตาบ่งบอกชัดเจนว่าชื่นชมฮ่องเต้มากขนาดไหน “จริงด้วย... คุณท่านกับคุณผู้หญิงอยากลองกินอาหารไทยบ้างไหมครับ ตั้งแต่กลับมาเรียนที่ไทยผมก็ฝึกทำอาหารไทยได้หลายอย่างเลย”

“ลูกแกะ...” เกรย์ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินสรรพนามที่ลูกแกะน้อยของเขาใช้เรียกพ่อแม่ เมื่อวานก็บอกชัดแล้วแท้ๆ ว่าไม่จำเป็นต้องเรียกแบบนั้น แต่พอเห็นสีหน้าออดอ้อนของคนด้านข้างที่ดูไม่ได้คิดอะไรมากกับคำเรียกที่ไร้ซึ่งความสนิทสนม เขาก็ได้แต่ทอดถอนใจแล้วปล่อยเลยตามเลย

“ฉันไม่ทานอาหารไทย”

“คุณผู้หญิงไม่ชอบอาหารไทยเหรอครับ” ประมุขรีบหันไปถามพร้อมรอยยิ้ม กำลังจะเอ่ยปากต่อว่าถ้าไม่ชอบอาหารไทย เขายังทำอาหารชาติอื่นๆ ได้อีก ทว่ายังไม่ทันได้อ้าปาก คำพูดถัดมากลับทำลายความหวังและรอยยิ้มบนใบหน้าจนหมดสิ้น

“เปล่า ฉันไม่ชอบเธอต่างหาก”

คนพูดบอกตามตรงโดยไม่ได้คำนึกถึงความรู้สึกของใคร แต่คนฟังกลับจ๋อยสนิททั้งที่ในใจรู้ดีอยู่แล้ว คงต้องยอมรับว่าการถูกใครคนหนึ่งบอกว่าไม่ชอบตรงๆ เป็นครั้งแรกแบบนี้ทำร้ายความรู้สึกกันมากพอดู ประมุขตักข้าวเข้าปากแบบหงอยๆ อยู่สองสามคำ ขณะที่เกรย์จ้องหน้าแม่แท้ๆ ของตัวเองด้วยความไม่พอใจ หากไม่ใช่เพราะเห็นว่าพ่อของเขากำลังจ้องมองลูกแกะน้อยอย่างพิจารณา เหมือนกำลังรอดูว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรต่อ เขาไม่มีทางยอมให้แม่มาทำให้คนสำคัญหงอยแบบนี้แน่

ประมุขไม่ทำให้ใครผิดหวัง เมื่อผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาทีเจ้าตัวก็กลับมายิ้มได้เหมือนเดิม และไม่เพียงไม่เมินเฉยต่อสิ่งที่คาร่าพูด แต่เขายังผงกหัวขออนุญาตอย่างสุภาพ แล้วหันกลับไปหาบรรดาเมดสาวที่ยืนอยู่ทางด้านหลัง

“ถ้าว่างๆ...ผมขอเข้าไปช่วยงานในครัวหน่อยนะครับ อย่างน้อยเข้าไปดูก็ยังดี”

“อะ...ค่ะ” พวกเธอตอบรับด้วยน้ำเสียงและสีหน้าแตกตื่นที่ปกปิดเอาไว้ไม่มิด แม้สำเนียงภาษาฝรั่งเศสของผู้มาใหม่จะดูแปร่งๆ หรือติดขัดไปบ้าง แต่ก็ยังฟังรู้เรื่องและสัมผัสถึงความตั้งใจได้อย่างชัดเจน

“ผมจะพยายามให้มากกว่านี้ครับ คุณยังไม่ชอบกันตอนนี้ก็ไม่เป็นไร”

“…” คนที่ถูกจ้องด้วยแววตามุ่งมั่นไม่ได้ตอบอะไร เพียงเบนสายตาออกและยกน้ำขึ้นจิบเท่านั้น โชคยังดีที่มีคนชวนคุยต่อ ลูกแกะน้อยที่ถูกเมินจึงไม่มีเวลาเศร้ามากนัก

“พูดภาษาฝรั่งเศสได้ด้วยเหรอ” ผู้ที่นั่งอยู่ตรงตำแหน่งหัวโต๊ะส่งเสียงถามเป็นภาษาอังกฤษ ใบหน้าเย็นชาไม่แตกต่างจากเกรย์ฉายชัดถึงความประหลาดใจ

“พยายามฝึกอยู่ครับ เพิ่งจะมาเริ่มศึกษาจริงจังก็ช่วงนี้ แต่ถ้าฟังเวลาเกรย์พูดเร็วๆ ก็ไม่รู้เรื่องเหมือนเดิม” คำอธิบายตามความจริง ไม่มากไม่น้อยจนเกินไปทำให้ดวงตาอ่านยากของเอริคฉายแววพออกพอใจออกมาวูบหนึ่ง หากเพียงไม่นานก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว

“ลองทำมา”

“ครับ?”

“พรุ่งนี้เย็น อาหารไทยที่ว่า ลองทำขึ้นโต๊ะมาแล้วกัน” เอริคยกผ้าขึ้นซับบริเวณมุมปากเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะลุกขึ้นยืน “แต่บอกไว้ก่อนว่าถ้าไม่ถูกปาก ฉันพร้อมเททิ้งทุกเมื่อ”

คนได้รับโอกาสแบบงงๆ ฟังจนจบก็ทำตาโต รีบหันไปเขย่าแขนเกรย์ด้วยความยินดีเมื่อผู้เป็นใหญ่ที่สุดในบ้านเดินจากไปแล้ว ฝ่ายลูกชายเจ้าของบ้านเห็นแล้วก็ได้แต่ยกยิ้มตาม มือลูบหัวลูกแกะตัวน้อยด้วยความเอ็นดู เห็นอีกฝ่ายมีความสุข เขาเองก็มีความสุขตามไปด้วย

“วันนี้ไม่ต้องให้ใครเข้ามารบกวนฉันในห้องจนกว่าจะถึงเวลาอาหารเย็น” คาร่าหันไปสั่งเมดสาวที่ยืนอยู่ด้านหลังเป็นภาษาฝรั่งเศสก่อนจะเดินจากไปโดยไม่พูดหรือเหลือบแลไปมองแขกอีกเลย

เกรย์กระซิบบอกความหมายของสิ่งที่แม่พูดให้ลูกแกะน้อยฟังเป็นลำดับแรก จากนั้นก็ลูบหัวทุยเบาๆ เป็นเชิงชื่นชมที่ทำตัวได้น่ารักสมกับที่เขาเลือก

เมื่อห้องอาหารไม่เหลือใครแล้วนอกจากเมดสาวที่คอยรับใช้อยู่ด้านหลัง คนที่แอบกดดันในใจไม่น้อยก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก

“พ่อแม่คุณน่ากลัวมากๆ เลย”

“จริงเหรอ... แต่ฉันไม่เห็นลูกแกะทำท่าเหมือนกลัวเลยนะ” เกรย์แสร้งเลิกคิ้วประหลาดใจ ได้ยินดังนั้นลูกแกะที่รู้สึกเหมือนได้รับคำชมก็อมยิ้มจนแก้มตุ่ย

“แสดงว่าผมเก็บอารมณ์ได้แนบเนียนใช่ไหม ดีใจจัง”

“เก่งมาก” เขายิ้มน้อยๆ ก่อนจะเลื่อนแก้วไปให้คนที่น่าจะคอแห้งเพราะไม่ได้แตะน้ำเลยสักหยดแบบเนียนๆ

ต่อให้ลูกแกะน้อยเก็บอารมณ์เก่ง ไม่แสดงออกทางสีหน้าหรือแววตาให้เห็นเลยสักนิดว่าหวาดกลัว แต่สำหรับเขาที่เฝ้าสังเกตทุกอย่างแม้แต่มือที่สั่นเล็กน้อยตอนจับช้อน หรือความผิดปกติที่เจ้าตัวเผลอแสดงออกมาโดยไม่รู้ตัวอย่างการไม่ยกน้ำขึ้นดื่มทั้งที่ปกติเป็นคนกินน้ำเก่ง เพียงแค่อะไรเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ก็ทำให้รู้ได้แล้วว่าคนสำคัญกำลังรู้สึกอย่างไร

ลูกแกะมีพรสวรรค์ทางด้านการแสดง แล้วก็เอามาปรับใช้ในชีวิตได้อย่างเยี่ยมยอด แต่ขืนบอกไปว่ายังมีจุดอ่อนอยู่อีกนิดๆ หน่อยๆ เกรย์เชื่อว่าอีกฝ่ายต้องหาทางแก้ จนสุดท้ายเขาคงไม่อาจจับความรู้สึกใดๆ ได้อีกแน่ เพราะงั้นปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปดีที่สุดแล้ว

“แล้วนี่ลูกแกะจะเข้าครัวตอนเย็นวันพรุ่งนี้จริงๆ เหรอ”

“จริงครับ...” คนฟังพยักหน้าจริงจัง ดวงตาเป็นประกายเจิดจ้าเต็มไปด้วยความหวัง แต่พริบตาเดียวก็หงอยลงทันควันเหมือนเพิ่งนึกอะไรได้ “แต่ผมอาจจะคุยกับพวกคุณเมดไม่รู้เรื่อง ผมยังฟังไม่เก่งเท่าไหร่เลย”

“กังเวลเรื่องนั้นเองเหรอ” เกรย์ส่ายหน้าหน่าย มือกดมุมปากลูกแกะน้อยแล้วบังคับให้ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเหมือนเดิม ซึ่งคนว่าง่ายก็ยินดีทำตามแบบเด๋อๆ โดยไม่คิดถามอะไรเลยสักนิด เห็นแล้วเกรย์ก็ได้แต่หัวเราะอารมณ์ดี คิดในใจว่าตั้งแต่ได้เจอกันเขาก็กลายเป็นพวกยิ้มง่ายหัวเราะง่ายไปซะแล้ว “แอนนา”

“ค่ะ คุณชาย” เมดสาวคนหนึ่งขานรับและเดินมายืนอยู่ด้านข้างเจ้านายกับแขกคนสำคัญที่ตอนนี้หันมามองเธอตาแป๋วอย่างน่าเอ็นดู

“พรุ่งนี้เธอดูแลเขาด้วย”

“รับทราบค่ะ”

“ว้าว... คุณพูดภาษาอังกฤษได้ด้วยเหรอ” ประมุขถามคุณเมดที่กำลังจะเดินกลับไปที่เดิมเสียงใส ซึ่งอีกฝ่ายก็ยอมหยุดเท้าและหันกลับมายิ้มให้อย่างใจดี

“ได้ค่ะ ดิฉันเรียนจบทางด้านภาษาโดยตรง”

“สุดยอดเลยครับ”

.
.
(ต่อด้านล่าง)

ออฟไลน์ CHESS.

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 210
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +227/-1
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.13]=[P.6]==[28/02/19]
«ตอบ #188 เมื่อ09-03-2019 21:04:58 »


บรรดาเมดที่ยืนมองกันอยู่แอบหัวเราะโดยไม่ออกเสียงเพราะยังเกรงใจ กลัวคุณชายผู้เย็นชาจะไม่พอใจ แต่เมื่อเห็นท่าทีที่ดูแตกต่างจากปกติโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นสีหน้าหรือแววตาของอีกฝ่าย พวกเธอก็ยิ้มออกมาโดยไม่คิดปิดบัง แม้จะไม่เข้าใจว่าพูดคุยอะไรกัน แต่แค่เห็นบรรยากาศสดใสที่แขกแปลกหน้าปล่อยออกมา ทั้งยังกล้าพูดกล้ายิ้มให้คุณผู้หญิงกับคุณท่าน ทำให้ห้องอาหารที่ปกติมีเพียงความเย็นชาน่ากลัวดูผ่อนคลายลงจากปกติ เหตุผลเพียงแค่นั้นก็มากพอจะทำให้พวกเธอชื่นชอบแขกผู้มาใหม่คนนี้แล้ว

หลังจากจัดการอาหารจนเสร็จเรียบร้อย เกรย์ก็พาลูกแกะของเขาเดินไปเดินมา แนะนำห้องต่างๆ จนทั่วคฤหาสน์ ลูกแกะแสนซื่อมองไปมองมาเริ่มตาลาย สุดท้ายได้แต่จดจำเฉพาะห้องที่จำเป็นต้องรู้ ห้องไหนเข้าได้เข้าไม่ได้ เมื่อเรียบร้อยแล้วก็ขอให้เจ้าของบ้านพาเดินออกไปด้านนอก เพราะเห็นเมดคนหนึ่งถือตะกร้าใส่ดอกไม้เดินเข้ามา พอเข้าไปพูดคุยด้วยภาษามือและคำศัพท์ที่รู้แบบจำกัดจึงรู้ว่าด้านหลังบ้านมีสวนดอกไม้ขนาดใหญ่อยู่

“เริ่มพูดเก่งแล้วนะ” เกรย์ที่ยืนมองลูกแกะพยายามพูดคุยกับเมดสาวเอ่ยชมเพื่อให้กำลังใจ ซึ่งแน่นอนว่าคนที่มักจะดีใจทุกครั้งยามได้รับคำชมยกยิ้มกว้างกลับมาให้เขาตามคาด ลูกแกะในโหมดอารมณ์ดีสุดๆ จูงมือ ลากพาให้เขาเดินตามออกไปด้านนอกอย่างร่าเริง โดยที่เหมือนจะลืมไปแล้วว่าจริงๆ มันมีประตูทะลุออกไปด้านหลังได้โดยตรง ไม่ต้องอ้อมไปทางหน้าบ้านก็ได้

อยากจะเตือนก็กลัวว่าอีกคนจะหุบยิ้ม เลยได้แต่ปล่อยเลยตามเลย เดินตามไปเงียบๆ จนถึงจุดหมาย...

“โห…”

เสียงพึมพำด้วยความตื่นเต้นดังขึ้นแทบจะทันทีที่พวกเขาเดินเข้าไปในโซนสวนหลังบ้าน สวนที่ไม่อาจเรียกได้ว่าเล็กมีการปลูกดอกไม้หลากสีเรียงกันเป็นทิวแถวอย่างงดงาม หากนั่นก็ยังไม่โดดเด่นเท่าน้ำพุขนาดกลางที่มีทางเท้าทำจากหินเทเป็นทางยาว เชื่อมต่อไปยังศาลาไม้สีขาวที่มีต้นไม้หลากสีเลื้อยพันตามเสาไปจนถึงหลังคา โดยมีบ่อน้ำขุดเป็นสระล้อมรอบศาลาเอาไว้อีกที

ภาพบรรยากาศที่ดูราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยายทำให้ประมุขหลุดยิ้มกว้าง สวนดอกไม้ของที่นี่ไม่ได้มีขนาดใหญ่เท่าสวนดอกไม้รังสิมันตุ์ แต่ชนิดของดอกไม้และการตกแต่งแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง หลังจากมองไปมองมาจนแน่ใจว่าเดินเข้าไปได้ น่าจะไม่มีใครว่า เขาก็รีบดึงคนข้างกายให้เดินเข้าไปที่ศาลากลางน้ำและตรงไปเกาะรั้วมองวิวรอบๆ อย่างอารมณ์ดี

“ชอบมากเลยเหรอ”

“มากๆ”

“เดี๋ยวเอาไว้ฉันจะพาไปเจอแขกคนสำคัญคนหนึ่ง ที่บ้านท่านก็มีสวนดอกไม้เหมือนกัน แถมยังสวยกว่านี้มากด้วย”

“ใครเหรอครับ”

“เป็นคนที่ฉันนับถือน่ะ เอาไว้ถ้าได้เจอแล้วจะแนะนำให้รู้จัก”

“โอเคครับ” ลูกแกะน้อยตอบรับแทบจะทันที ใช้เวลามองไปมองมาอยู่นานเกือบสิบนาทีก็ยังไม่เต็มอิ่ม กระทั่งนึกถึงเรื่องราวบางอย่างขึ้นมาได้จึงยอมถอยไปนั่งดีๆ แล้วขมวดคิ้วหันไปจ้องหน้าเกรย์เขม็ง “เกรย์”

“หืม”

“ทำไมแม่คุณถึงส่งคนไปรับผมมาที่น่ีเหรอครับ”

เมื่อได้ยินคำถามที่เกือบลืมเลือนไปแล้ว เกรย์ก็หุบยิ้มลงช้าๆ เขาถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งก่อนจะดึงมือลูกแกะมากุมเอาไว้ ดวงตาที่มองสบกันฉายชัดถึงความจริงจัง

“คนที่ส่งคนไปเชิญลูกแกะมาคือพ่อของฉัน”

“พ่อของคุณเหรอครับ”

“ใช่... ดูเหมือนพ่อจะรู้แล้วว่าแม่เล่นนอกกติกา แล้วก็รู้ว่าฉันจะต้องไม่ยอมแน่ๆ ถึงอยากให้ลูกแกะมาที่นี่ มาเจอกับพ่อแม่โดยตรงเพื่อตัดปัญหา ไม่ให้ฉันหลบซ่อนนายเอาไว้แบบตอนแรก คงอยากให้เห็นชัดๆ ไปเลยว่าผลจะออกมาเป็นยังไง”

“ที่คุณบอกว่านอกกติกา...”

“ตามที่นายคิดถูกแล้ว...” เกรย์พยักหน้าเล็กน้อยเพื่อยืนยัน แค่มองใบหน้าสับสนของลูกแกะก็เข้าใจว่าอีกฝ่ายคิดอะไร “พ่อฉันไม่ได้รู้เห็นเรื่องที่แม่ส่งคนไปเตือนนาย รวมถึงไม่รู้เรื่องอุบัติเหตุที่จงใจทำเพื่อทดสอบว่าลูกแกะสำคัญสำหรับฉันมากขนาดไหนด้วย พอมารู้ทีหลังถึงได้หัวเสีย เพราะพ่อไม่ชอบการเล่นนอกกติกาเอามากๆ”

“แบบนั้นเองเหรอ” คนฟังทำหน้าคิดหนัก คิ้วขมวดมุ่นจนดูแตกต่างจากยามปกติโดยสิ้นเชิง “มิน่าจู่ๆ ถึงได้เปิดเผยตัวเอง ออกมาทั้งที่ตอนแรกเหมือนไม่อยากให้คุณรู้ว่าเป็นใคร”

“ถ้ารู้แต่แรกแม่ก็จะทำอะไรยากขึ้น คงไม่อยากให้ฉันรู้เพราะต้องการให้ลูกแกะเลิกยุ่งกับฉัน โดยใช้วิธีทำให้คิดว่าเป็นศัตรูทางธุรกิจที่ทำได้ทุกอย่าง ไม่เว้นแม้กระทั่งการเอาชีวิต”

“เพราะถ้าท่านเปิดเผยตัว พวกเราก็จะรู้ว่าท่านไม่ได้ต้องการทำร้ายอะไร แล้วผมก็คงไม่หวาดกลัวใช่ไหมครับ”

“ใช่” เกรย์พยักหน้ายิ้มๆ ให้คนที่เริ่มคิดตามได้ไวขึ้น ไม่รู้เพราะเป็นเรื่องเครียดๆ หรือเปล่า แต่คงต้องยอมรับว่าเวลาลูกแกะทำหน้าเป็นจริงเป็นจังแบบนี้ก็น่าดูไปอีกแบบ ทั้งที่จริงๆ เขาควรปลอบว่าไม่เป็นไร ยังเผลอปล่อยเวลาให้เสียเปล่าและมองค้างอยู่นานโดยไม่รู้ตัว “ไม่เป็นไรหรอก อย่างน้อยก็รู้ว่าตอนนี้ไม่มีใครต้องการทำร้ายลูกแกะแล้ว ที่ฉันเครียดมาตลอดก็เพราะหาเบาะแสอะไรไม่ได้ ไม่รู้เลยว่ามันเป็นใคร ทั้งที่คิดว่าปกปิดดี ไม่มีใครรู้เรื่องของเราแท้ๆ บอกตามตรงพอรู้ว่าเป็นครอบครัวตัวเองก็ทั้งโล่งใจและหนักใจไปพร้อมๆ กัน”

“ทำไมเหรอ”

“เพราะต่อให้พ่อกับแม่ของฉันไม่ใช่พวกชอบเล่นสกปรกหมายเอาชีวิต แต่ก็ไม่ใช่คนธรรมดาที่น่าเล่นเกมด้วย ถ้าไม่ชอบพวกเขาก็จะกีดกันจนเต็มที่ คงจะทำให้ฉันหงุดหงิดได้มากพอควร แต่พอเห็นว่ามีแค่แม่ที่ดูแสดงออกอย่างออกนอกหน้าก็โล่งขึ้นมาหน่อย รู้หรือเปล่าว่าที่พ่อบอกให้นายทำอาหารขึ้นโต๊ะ หมายถึงกำลังให้โอกาสอยู่”

“พอรู้ครับ” ลูกแกะน้อยพยักหน้าอย่างตั้งใจ “ผมจะทำให้เต็มที่”

“ลูกแกะ...”

“ครับ”

“พรุ่งนี้ฉันต้องไปธุระกับพ่อแต่เช้า คงไม่ได้อยู่กินข้าวเช้าด้วย บ่ายๆ จะให้คนพาไปซื้อวัตถุดิบทำอาหารนะ คิดไว้ก่อนแล้วกันว่าอยากทำอะไร”

ในตอนแรกประมุขเพียงแค่พยักหน้ารับเป็นการขอบคุณ แต่เมื่อเห็นสีหน้าเป็นห่วงของเกรย์จึงนึกได้ว่าพรุ่งนี้เขาต้องร่วมโต๊ะอาหารกับแม่ของอีกฝ่ายตามลำพัง วูบหนึ่งความกังวลผุดวาบขึ้นกลางใจ เป็นความรู้สึกตื่นเต้นแบบที่ใครต่อใครมักเป็นกันก่อนจะต้องเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ทว่าเพียงแค่ก้มลงเห็นมือใหญ่ที่จับกุมมือตัวเองไว้ อาการเหล่านั้นก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว

“ไม่เป็นไรหรอก แค่แม่คุณไม่ได้คิดอยากทำร้ายกันก็พอแล้ว เรื่องคำพูดมีผลกับผมนิดเดียวเท่านั้นแหละ” ลูกแกะของเกรย์ทำหน้าตามั่นอกมั่นใจ ขณะเขย่ามือเขาไปมาอย่างคนอารมณ์ดี ยามนี้ความกังวลจางหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความร่าเริงสดใสของคนคนหนึ่งที่อยากทำให้คนสำคัญยิ้มได้เท่านั้น

“อืม... แล้วนี่ลูกแกะอยากเจอคิงหรือเปล่า เดี๋ยวอาทิตย์หน้าฉันจะได้พาไปหา” เกรย์ถามพร้อมยกมือข้างที่ว่างลูบหัวคนข้างกายอย่างอ่อนโยน

“อยากครับอยาก เต้บอกอยู่ว่าพี่จะมาจัดการธุระที่ฝรั่งเศส แต่ผมไม่รู้ว่ามาตอนไหน” เมื่อได้ยินว่าครอบครัวอยู่ที่นี่ ดวงตาที่ดูสดใสอยู่แล้วก็เปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม ลูกแกะน้อยผู้ที่รักครอบครัวยิ่งกว่าอะไรยิ้มกว้างจนเห็นฟันแทบทุกซี่ ท่าทางราวกับเด็กเล็กๆ ที่ได้รับของเล่นทำเอาคนมองต้องยิ้มตามอย่างอดไม่ได้

“รออาทิตย์หน้าก็ได้เจอกันแล้ว”

“อื้อ”

พวกเขานั่งพูดคุยกันอยู่ที่สวนนานหลายนาที เป็นเพราะประมุขมาในช่วงที่อากาศไม่เย็นและไม่ร้อนจนเกินไป ทำให้อะไรๆ ดูลงตัวไปหมด แค่นั่งรับลมอยู่กับที่ก็ทำให้สบายใจได้โดยไม่ต้องทำอะไร โดยเฉพาะสำหรับเกรย์ที่วันนี้รักษาสัญญาว่าจะอยู่กับคนสำคัญทั้งวัน เขาไม่ได้แตะงานมาตั้งแต่เช้า ทว่ากลับไม่รู้สึกขัดเลยที่ต้องอยู่เฉยๆ ทั้งที่ปกติมือไม่เคยว่าง

ต่อให้นั่งคุยกับลูกแกะทั้งวันก็ไม่มีทางเบื่อ...

“นายครับ” เสียงเรียกที่ดังรบกวนบรรยากาศทำให้ผู้ได้ชื่อว่าเป็นนายขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ตาคมเหลือบมองการ์ดคนหนึ่งที่เดินเข้ามาหาเป็นเชิงถามว่ามีอะไร “จิมมาขอพบครับ”

“ฉันบอกแล้วว่าวันนี้ไม่คุยเรื่องงาน”

“เรื่องนั้น...”

“ขออนุญาตครับนาย” ยังไม่ทันที่คนมารายงานจะตอบ เสียงของชายหนุ่มตัวสูงคนหนึ่งก็ดังแทรก เจ้าของร่างยกมือขึ้นดันกรอบแว่นบนใบหน้าเล็กน้อย ส่งสัญญาณให้การ์ดในตอนแรกถอยหลัง ก่อนจะเดินเข้าไปหาเจ้านายด้วยท่าทางที่ไม่ดูอ่อนและแข็งจนเกินไป “ต้องขอโทษที่มารบกวนครับ แต่เรื่องนี้รอช้าไม่ได้จริงๆ ผมเห็นนายไม่รับโทรศัพท์ถึงต้องมาหาที่นี่”

เกรย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อเห็นหน้าของมือขวาคนสนิทในเวลาพักผ่อน ลองมาถึงที่แบบนี้ให้ตายก็คงไม่ยอมกลับไปแน่ ทั้งยังหวังดีถือโน้ตบุ๊กกับเอกสารมาให้พร้อมสรรพ เขาหันไปมองลูกแกะข้างกายที่ยกยิ้มซื่อๆ แล้วก็ได้แต่อ่อนอกอ่อนใจ จะใช้เวลาอยู่ด้วยกันทีไรเป็นต้องมีคนมาขัดทุกที

“ลูกแกะ...”

“คุณคุยงานเถอะครับ... แต่ให้ผมอยู่ด้วยได้หรือเปล่า” ท้ายประโยคคนพูดแอบกระซิบถามราวกับไม่ต้องการให้จิมได้ยิน เห็นท่าทีน่ารักแบบนั้นแล้วคนฟังจะปฏิเสธอะไรได้ มีแต่ต้องพยักหน้าให้เท่านั้น

“ได้สิ... ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ลูกแกะรู้จักจิมไว้หน่อยแล้วกัน เขาเป็นคนสนิทของฉัน จะเรียกว่าเป็นเลขาฯ ก็ไม่ผิดนัก”

“สวัสดีครับคุณประมุข”

“สวัสดีครับ” ลูกแกะน้อยยกมือไหว้พาซื่อ ไม่ได้หนักใจอะไรเมื่อถูกจิมเลื่อนสายตามองอย่างพิจารณา แต่กลับหันไปถามเรื่องอื่นกับเกรย์แทนยามพบว่าบอดี้การ์ดที่อยู่รอบตัวพวกเขาไม่ใช่บอดี้การ์ดหน้าเดิมที่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว “เกรย์ แล้วพวกลูคัส วิคเตอร์ แล้วก็คนอื่นๆ ไปไหนเหรอ ตั้งแต่มาถึึงที่นี่ผมยังไม่เจอเลย”

“เรื่องนั้นคงต้องถามจิม” ผู้เป็นนายเบนสายตาไปมองคนสนิทเป็นเชิงบอกให้ตอบแทน ขณะที่ตัวเองกำลังพิจารณาเอกสารมากมายที่ถูกหยิบยื่นมาให้ ได้ยินดังนั้นประมุขจึงหันไปมองเจ้าของชื่อตาแป๋ว และแน่นอนว่าท่าทางน่าเอ็นดูทั้งที่ไม่ใช่คนตัวเล็กอะไรนั้นทำให้เลขาฯ ผู้เก่งกาจรู้สึกไม่ต่างจากที่การ์ดคนอื่นๆ เอามาเล่าให้ฟังเลยสักนิด

น่าเอ็นดูจริงๆ นั่นแหละ...

“ต้องขอโทษด้วยครับคุณประมุข ตอนนี้ทีมเอกำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ ปกติทีมที่คอยคุ้มครองดูแลข้างกายนายจะเป็นทีมบี พวกเขาถูกฝึกมาเพื่อการคุ้มกันโดยเฉพาะ แม้ฝีมือการต่อสู้และทำภารกิจจะสู้ทีมเอไม่ได้ แต่เรื่องการปกป้องทำได้ดีไม่แพ้กันแน่นอน”

“แบบนี้นี่เอง... งั้นแสดงว่าผมจะไม่ได้เจอทีมเอแล้วเหรอ”

“ได้เจอแน่นอนครับ การ์ดทุกทีมของนายจะถูกส่งไปทำงานตามความเหมาะสม หากไม่ต้องเข้าศูนย์ฝึกหรือไปรายงานตัวที่ไหน เมื่อไหร่ที่ว่างก็จะผลัดกันมาอยู่ข้างกายนายตลอดเวลา”

“แล้ว...”

เกรย์เหลือบตามองคนที่ยกเรื่องนู้นเรื่องนี้มาถามจ้อไม่หยุดปากทั้งรอยยิ้ม ไม่รู้เจ้าตัวจะรู้ไหมว่าเริ่มรู้เรื่องรู้ราวเกี่ยวกับเขามากขึ้นทุกที และดูจากสายตาของจิมก็คล้ายจะชื่นชอบนายคนใหม่อยู่ไม่น้อย

ลูกแกะน้อยกำลังแทรกซึมเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของเขาและคนรอบตัวช้าๆ...

พริบตาหนึ่งที่ความรู้สึกเหมือนถูกจ้องทำให้มือที่กำลังกดแป้นพิมพ์หยุดชะงัก ดวงตาคู่คมเบนไปมองหน้าต่างชั้นสองของคฤหาสน์ ซึ่งมองลงมาเห็นสวนด้านหลังได้พอดี เกรย์สบตากับมารดาที่กำลังมองมาด้วยแววตาไร้ความรู้สึกอยู่ครู่หนึ่ง กระทั่งถูกเขย่าแขนเบาๆ เขาจึงหันกลับไปยิ้มและให้ความสนใจกับคนข้างกายเช่นเดิม

เอาเถอะ...

อยากจะรู้เหมือนกันว่าแม่ของเขาจะใจแข็งได้อีกนานแค่ไหน


---------------------------------

ออนไลน์ เก้าแต้ม

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1297
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-3
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.14]=[P.7]==[09/03/19]
«ตอบ #189 เมื่อ09-03-2019 21:58:34 »

ลูกแกะน่ารักอย่างนี้ขอให้คุณผู้หญิใจอ่อนเร็วๆ :mew1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.14]=[P.7]==[09/03/19]
« ตอบ #189 เมื่อ: 09-03-2019 21:58:34 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ JokerGirl

  • ∀Σ❤∀ΔΣ Forever^^
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3050
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-2
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.14]=[P.7]==[09/03/19]
«ตอบ #190 เมื่อ09-03-2019 22:24:41 »

น่ารัก น่าเอ็นดู สดใสขนาดนี้ใครจะไม่รักได้ลง

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5253
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.14]=[P.7]==[09/03/19]
«ตอบ #191 เมื่อ09-03-2019 23:25:24 »

ขอให้แกะมุขเป็นที่รักใคร่กับทุก ๆ คนด้วยเถอะ  :call:

ออฟไลน์ kunt

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 684
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.14]=[P.7]==[09/03/19]
«ตอบ #192 เมื่อ09-03-2019 23:44:02 »

ก็คงมีคำเตือนอยู่บนหัวว่า "อย่าทำเฮียโกรธ อย่าทำเฮียโกรธ" 5555

ออนไลน์ miikii

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1195
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.14]=[P.7]==[09/03/19]
«ตอบ #193 เมื่อ10-03-2019 02:34:49 »

ลูกแกะทำได้ ใครไม่รักลูกแกะก็ถือว่าใจแข็งมากเลยนะ
น่าบีบขนาดนี้ น้องงงงงงงง  :heaven

ออฟไลน์ WilpeR

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1541
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-2
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.14]=[P.7]==[09/03/19]
«ตอบ #194 เมื่อ10-03-2019 09:16:19 »

ลูกแกะทำได้อยู่แล้ว สู้ๆ

ออฟไลน์ Al2iskiren

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1962
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-3
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.14]=[P.7]==[09/03/19]
«ตอบ #195 เมื่อ10-03-2019 12:35:37 »

ลูกแกะน่ารักแบบนี้ อีกไม่นานคุณแม่ก็คงใจอ่อน

ออฟไลน์ Chucream.nabi

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 265
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.14]=[P.7]==[09/03/19]
«ตอบ #196 เมื่อ10-03-2019 13:44:33 »

น้องน่ารักขนาดนี้คุณแม่ใจแข็งได้ไม่นานหรอก :katai2-1:

ออฟไลน์ Piiiimsen

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 41
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.14]=[P.7]==[09/03/19]
«ตอบ #197 เมื่อ10-03-2019 16:46:59 »

ฮืออ น่ารักก มาต่อเร็วๆน๊าา นี่ตามมาจากคู่ของจักรกับภีมม  :o8:

ออฟไลน์ labelle

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2912
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +69/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.14]=[P.7]==[09/03/19]
«ตอบ #198 เมื่อ15-03-2019 00:36:42 »

น่ารักมากเลยประมุข น่าเอ็นดูด้วย
อยากสร้างความประทับใจและพยายามได้ดี
โชคดีที่น้องเป็นคนนอยด์ได้ไม่นาน

เกรย์ก็เอาใจช่วย และเอ็นดูเด็กน้อยของเค้าเสมอเลยนะ


ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4379
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +90/-6
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.14]=[P.7]==[09/03/19]
«ตอบ #199 เมื่อ15-03-2019 13:44:12 »

ลูกแกะน่ารักสดใสมากๆ เลย เดี๋ยวก็ชนะใจคุณพ่อคุณแม่ได้ ไม่นานแน่  :mew1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.14]=[P.7]==[09/03/19]
« ตอบ #199 เมื่อ: 15-03-2019 13:44:12 »





ออฟไลน์ Majariga

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 231
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.14]=[P.7]==[09/03/19]
«ตอบ #200 เมื่อ23-03-2019 19:09:46 »

ออร่าความน่ารักสดใสของประมุขแผ่กระจายมากกกกกก

แม่ของเกรย์ต้องหลงหนูแน่ๆค่ะ เชื่อพี่!! o13

ออฟไลน์ CHESS.

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 210
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +227/-1
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.14]=[P.7]==[09/03/19]
«ตอบ #201 เมื่อ29-03-2019 19:19:26 »

-15-


เช้าวันถัดมาเกรย์ออกไปทำงานแต่เช้า ทิ้งให้ลูกแกะหัวฟูนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงเพียงลำพัง แต่ก่อนไปยังไม่วายก้มลงไปจูบหน้าผากใสเบาๆ แล้วก็โดนดึงเสื้อเอาไว้เหมือนไม่อยากให้ไปตามระเบียบ กว่าจะแงะมือปลาหมึกออกได้ก็กินเวลาไปเกือบสิบนาที คำพูดงึมงำบอกให้รีบกลับที่น่าจะพูดแบบไม่รู้ตัวทำให้คนที่ต้องไปทำงานอารมณ์ดีแทบทั้งวัน

ประมุขที่หลับสนิทไม่รู้เรื่องรู้ราวตื่นขึ้นมาอีกครั้งตอนหกโมงครึ่ง ก่อนนาฬิกาปลุกจะแจ้งเตือนห้านาที เขารีบลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ จัดการทำความสะอาดร่างกายจนเรียบร้อยแล้วจึงส่งข้อความไปบอกคนที่น่าจะกำลังเดินทางให้สู้ๆ รอไม่ถึงหนึ่งนาทีอีกฝ่ายก็ตอบกลับมาเป็นคำเดียวกัน

“สู้ๆ” ลูกแกะของเกรย์สำรวจใบหน้าของตัวเองในกระจกจนแน่ใจว่าพร้อมแล้วก็รีบเดินออกจากห้อง เตรียมลงไปกินข้าวร่วมกับคุณผู้หญิงด้านล่าง แต่เมื่อเดินลงไปถึงบันไดขั้นสุดท้ายกลับทำได้เพียงมองความวุ่นวายอันเกิดจากการที่เมดสาวพากันวิ่งไปวิ่งมาแบบงงๆ

“คุณประมุข” เสียงเรียกชื่อๆ แปร่งๆ ไม่ชัดเจนนักของแอนนาที่เดินอย่างสุภาพเข้ามาหาทำให้ผู้ที่ทำอะไรไม่ถูกถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

“พวกคุณทำอะไรกันอยู่เหรอ”

“วันนี้คุณผู้หญิงจะเข้าบริษัทค่ะ พวกการ์ดต้องเตรียมความพร้อมกัน บรรดาเมดเลยยุ่งวุ่นวายตามไปด้วย คุณจะให้ตั้งโต๊ะเลยไหมคะ คุณผู้หญิงคงไม่ทานที่นี่”

“งั้นไม่...”

“มายืนเกะกะอะไรตรงนี้”

แอนนาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบขยับออกห่างจากบันไดและก้มหน้าลง มือทั้งสองข้างประสานกันแน่น เห็นท่าทีของเมดสาวแล้วประมุขก็ได้แต่กะพริบตาปริบๆ รีบขยับถอยไปบังเธอไว้แล้วหันไปยิ้มให้คนที่เพิ่งเดินลงมาจากบันได

“อรุณสวัสดิ์ครับคุณผู้หญิง”

คาร่าเหลือบมองใบหน้าของคนทักทายอย่างเย็นชา หลังจากนั้นก็หมุนตัวเดินไปทางหน้าบ้านโดยไม่ตอบรับอะไร จนแม้แต่แอนนาที่ถูกบังตัวไว้ยังอดรู้สึกแย่แทนไม่ได้

“คุณประมุข...”

“เกือบไปแล้ว” ประมุขหันกลับไปมองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังแล้วยกยิ้มกว้างส่งไปให้ ไม่มีท่าทีเศร้าสลดใดๆ ปรากฏอยู่บนใบหน้าเลยแม้แต่น้อย “ไม่ต้องกังวลนะ ผมว่าคุณผู้หญิงคงลืมไปแล้ว”

“อะ...ค่ะ” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่าถูกปกป้องรีบค้อมศีรษะลงอย่างตกใจ “ขอบคุณมากนะคะ”

“ด้วยความยินดีครับ เออใช่... เดี๋ยวผมออกไปกินมื้อเช้าข้างนอกนะ คุณกลับไปทำงานเถอะครับ” เมื่อร่ำลาอยู่ฝ่ายเดียวเสร็จแล้วประมุขก็รีบวิ่งออกไปนอกบ้าน ตามหลังคุณผู้หญิงที่เพิ่งเดินออกมาไปติดๆ และก่อนที่ท่านจะขึ้นรถ เขาก็วิ่งไปยืนอยู่ด้านข้างแล้ว

การ์ดของคาร่าทำท่าจะยกมือกันไว้ แต่เมื่อเห็นว่าเป็นใครก็ค้อมศีรษะให้แล้วรอคำสั่งเงียบๆ โดยไม่ได้พูดอะไร แม้แต่คาร่าเองก็หันไปมองคนที่เธอไม่ชอบด้วยความประหลาดใจลึกๆ ซึ่งไม่ได้แสดงออกมาทางสีหน้า

“คุณผู้หญิงจะไปไหนเหรอครับ ให้ผมไปด้วยได้ไหม”

“นี่เธอ...” คำพูดที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินทำคนฟังเขวไปไม่น้อย หากท่าทีภายนอกกลับยังคงเฉยชาเช่นเดิม คาร่าจ้องมองคนที่ดูคล้ายจะใสซื่อ ทว่ากลับคาดเดาได้ยากยิ่งกว่าอะไรอย่างพิจารณา สุดท้ายก็เพียงแค่เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วกวาดตามองการแต่งตัวของอีกฝ่ายอย่างเหยียดหยาม และเปลี่ยนคำพูดที่ตอนแรกจะบอกว่าไสหัวไปกะทันหัน “จะไปกับฉันงั้นเหรอ... มาสิ”

ได้ยินดังนั้นคนฟังก็ยกยิ้มกว้าง รีบเดินขึ้นไปนั่งบนรถตู้ที่มีเบาะวีไอพีอยู่เพียงหกเบาะอย่างรวดเร็ว ราวกับกลัวว่าถ้าช้าคุณผู้หญิงอาจจะเปลี่ยนใจไม่ยอมให้เขาไปด้วย ประมุขนั่งบีบมือด้วยความตื่นเต้นไปตลอดทาง เพราะไม่กล้าชวนคนที่ก้มหน้าทำงานแม้กระทั่งตอนอยู่บนรถคุย

แม้ตอนอยู่กับเกรย์ อีกฝ่ายก็ทำงานตลอดเวลาไม่ต่างกันนัก แต่เขายังเข้าไปเกาะแกะชวนคุยได้บ้าง หรือบางทีถ้าเงียบไปก็จะถูกดึงเข้าไปกอดเอง ไม่เคยต้องนั่งกัดปาก บังคับตัวเองให้เงียบแบบนี้เลยสักครั้ง

ไม่เป็นไรหรอก... ต้องอดทนไว้ อย่างน้อยก็ได้กำลังใจจากคนสำคัญมาแล้ว

คนมองโลกในแง่ดียิ้มให้ตัวเอง พอนึกถึงใบหน้าของใครอีกคนที่น่าจะกำลังเครียดกับงาน อารมณ์และสีหน้าก็ผ่อนคลายลงจนเกือบเป็นปกติ

หลังจากผ่านไปเกือบสี่สิบนาที รถตู้คันหรูก็แล่นเข้าไปจอดหน้าบริษัทขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ประมุขที่นั่งอยู่ริมประตูจำเป็นต้องเดินลงไปด้านล่างก่อนเพื่อไม่ให้ขวางทางคนที่อยู่ด้านใน เขายืนมองตึกสูงตระหง่านที่บ่งบอกได้ดีถึงความสำเร็จของบริษัทแห่งนี้ ก่อนจะก้มลงมองเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของตัวเอง ที่แม้ไม่นับว่าน่าเกลียด แต่ก็ยังไม่ใช่เครื่องแต่งกายที่เหมาะสมนักสำหรับการเดินเข้าไปด้านในพร้อมผู้เป็นประธานบริษัท

“รออะไรล่ะ มาสิ” น้ำเสียงเย็นๆ กับแววตาเยาะเย้ยที่ถูกส่งมาทำให้ประมุขเข้าใจได้ในที่สุดว่าทำไมคุณผู้หญิงถึงยินยอมให้เขาตามติดมาด้วย ทั้งยังยืนรอให้เดินเข้าไปด้านในพร้อมกัน

ชั่ววูบหนึ่งเขารู้สึกหน้าชาไม่น้อยกับการที่ต้องไปเจอคนอื่นๆ ในสภาพไม่พร้อม และยังถูกจับผิดจากแม่ของเกรย์ตลอดเวลา เพียงมองดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายจงใจทำให้ขายหน้า แต่เพียงวูบเดียวที่นึกถึงชื่อของคนสำคัญขึ้นมา ไหล่ที่ลู่ลงเล็กน้อยด้วยความผิดหวังก็กลับมาตั้งตรง พร้อมกันกับที่รอยยิ้มสุภาพอ่อนน้อมปรากฏขึ้นบนใบหน้า

“ครับ คุณผู้หญิง”

คาร่าจ้องมองคนที่เดินมายืนเคียงข้างเธอนิ่งงัน เมื่อรับรู้ได้ว่าบรรยากาศรอบตัวของเด็กคนนี้เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง แม้ไม่อาจเรียกได้ว่ามีมาดของนักธุรกิจ หากก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าดูสุขุมเยือกเย็นอยู่ไม่น้อย

แต่แค่นี้ยังไม่พอหรอก...

“ขออนุญาตครับ”

ในช่วงเวลาที่กำลังจะก้าวเดินเข้าไปในตัวบริษัท เสียงคุ้นเคยของชายผู้หนึ่งดังขึ้นจากเบื้องหลัง ประมุขเบิกตาขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าคนที่เดินมาหาคือวิคเตอร์ซึ่งหายไปตั้งแต่เมื่อวาน ในมือของอีกฝ่ายถือเสื้อสูทสีเข้มตัวหนึ่งมาด้วย

“วิคเตอร์...”

“ต่อจากนี้ผมได้รับหน้าที่ให้ติดตามคุณตลอดเวลา” ว่าจบชายหนุ่มหน้าตายก็สวมสูทให้คนเอเชียที่ตัวเล็กกว่ามากอย่างสุภาพ พร้อมช่วยจัดเสื้อให้เข้าที่จนเรียบร้อยจึงถอยห่างไปก้าวหนึ่ง

เมื่อมีเสื้อสูทมาคลุมทับเสื้อคอวีด้านใน บวกกับท่าทีสุขุมของผู้สวมใส่ที่คนใกล้ชิดย่อมมองออกว่าเป็นความสามารถของนักแสดง ประมุขก็ดูเป็นทางการขึ้นหนึ่งระดับ อีกทั้งความมั่นใจยังดูจะเพิ่มพูนขึ้นมาเล็กน้อยยามพบว่ามีคนสนิทคมาอยู่ข้างกายเช่นเดิมด้วย

“ดูแลกันดีจังนะ” คาร่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา หากดวงตากลับแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน ซึ่งผู้มาใหม่เองก็ไม่ได้หวาดกลัวอะไร เพียงแค่ค้อมศีรษะให้เล็กน้อยทั้งที่ใบหน้ายังไร้อารมณ์ไม่เปลี่ยนแปลง

“นายให้เตรียมพร้อมทุกอย่างไว้สำหรับคุณประมุขอยู่แล้วครับ หากคุณผู้หญิงไม่พอใจ ขอเวลาให้ผมเอาชุดสูทเต็มตัวให้คุณประมุขเปลี่ยนสักครู่...”

“ไม่ต้อง เสียเวลา”

เมื่อผู้นำเดินเข้าไปด้านในพร้อมคนติดตามจำนวนมากเรียบร้อยแล้ว ประมุขที่พยายามเก็บรอยยิ้มอย่างสุดความสามารถก็รีบหันไปยิ้มให้วิคเตอร์ ใจนึกอยากพูดคุยต่อ แต่ก็กลัวว่าจะตามเข้าไปไม่ทัน พอได้รับการพยักหน้าตอบกลับมาจากการ์ดหนุ่มหน้านิ่งแล้ว เขาก็รีบวิ่งตามเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว

ประมุขตามเข้าไปรวมกลุ่มทันตอนที่ประธานฯ บริษัทกำลังจะเดินขึ้นลิฟต์พอดี พอเห็นเขามาคนที่ติดตามอยู่ด้านหลัง ซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะเป็นพนักงานของบริษัทก็หลีกทางให้อย่างพร้อมเพรียง แม้บางคนจะไม่รู้ว่าเขาคือใคร แต่เมื่อเห็นมาดและการ์ดที่เดินตามหลังก็พอจะเข้าใจได้ว่าไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน

“ไม่ว่าจะมาในฐานะอะไรก็ควรรักษาเวลา” คำพูดเฉยชาที่ลอยมาตามลมทำให้คนฟังต้องกะพริบตาปริบๆ อยู่นาน เพราะต่อให้ดูเหมือนจะตำหนิกันเพียงใด หากในสายตาของประมุข เขากลับรู้สึกเหมือนมันเป็นคำสั่งสอนของผู้ใหญ่มากกว่า

“คราวหน้าผมจะระวังครับ”

คาร่าสะบัดไปอีกทางโดยไม่ได้พูดอะไรอีก ปล่อยให้คนยิ้มเก่งฉีกยิ้มกว้างอยู่อย่างนั้นกระทั่งถึงชั้นที่เธอต้องการจึงเดินนำออกไปด้านนอกโดยไม่ได้พูดอะไร

ปกติห้องของผู้บริหารย่อมต้องอยู่ชั้นบน เรื่องนี้แม้แต่ประมุขที่ไม่ค่อยรู้เรื่องงานบริษัทนักก็ทราบดี ดังนั้นเมื่อเห็นว่าคนที่เดินนำหยุดลิฟต์ที่ชั้นเก้า เขาจึงอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ หากขาก็ยังก้าวตามต่อไปทั้งที่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะช่วยอะไรได้

ประมุขไม่ใช่คนขี้กลัว เขาเป็นคนที่ถ้าตั้งใจทำอะไรสักอย่างก็จะสู้จนสุดแรง ทำอย่างเต็มความสามารถเท่าที่คนคนหนึ่งจะทำได้ หลังจากใคร่ครวญไว้แล้วว่าถ้าขืนอยู่แบบนี้ไปวันๆ คงไม่ได้อะไร เขาจึงเสนอตัวขอติดตามแม่ของเกรย์มาด้วย ส่วนหนึ่งเพื่อให้รู้นิสัยใจคอของท่าน และอีกส่วนเพื่อทำให้ท่านรู้ว่าเขาตั้งใจและจริงใจมากเพียงใด และเพราะแบบนั้น...ต่อให้ต้องเจอเหตุการณ์แบบไหนเขาก็เตรียมใจมาหมดแล้ว

อย่างน้อยก็ไม่ได้ถูกไล่ให้ไสหัวไปไกลๆ ต่อให้ถูกทดสอบหรืออาจจะถูกกลั่นแกล้ง แต่สำหรับเขาล้วนมองว่ามันคือโอกาสทั้งหมด ยังไงคนอย่างประมุขก็ไม่ใช่พวกยอมแพ้อะไรง่ายๆ อยู่แล้ว

“อดทน” เสียงกระซิบที่ข้างหูระหว่างกำลังเดินตามหลังคุณผู้หญิงเข้าไปด้านในทำประมุขชะงักเท้าไปครู่หนึ่ง เขาหันไปมองหน้าวิคเตอร์ที่ไม่ได้มีท่าทีจะพูดอธิบายอะไรมากกว่านั้น ก่อนจะส่งยิ้มและพยักหน้าให้เงียบๆ

พื้นที่บริเวณชั้นเก้าเป็นเหมือนแผนกทำงานแผนกหนึ่ง โซนต่างๆ ถูกแยกอย่างเป็นระเบียบและดูสะอาดเรียบร้อยมาก หากประมุขเป็นคนคนหนึ่งที่อยากทำงานในรูปแบบนี้ เขาคงประทับใจอย่างไม่ต้องสงสัย แต่น่าเสียดายที่เขารักอิสระ ไม่ชื่นชอบการทำงานอยู่ในกล่องสีเหลี่ยมแคบๆ แม้จะล้มเลิกความคิดอยากเป็นนักแสดงไปแล้ว หากก็ยังอยากอยู่ในสายงานนั้นเหมือนเดิม

“ท่านประธานฯ สวัสดีค่ะ”

“ท่านประธานฯ สวัสดีครับ”

“ท่าประธานฯ...”

เสียงทักทายดังขึ้นจากบรรดาพนักงานซึ่งต่างพากันลุกขึ้นต้อนรับคนที่เดินตรงไปยังห้องด้านในสุดโดยไร้รอยยิ้ม ท่าทางแข็งเกร็งไม่เป็นธรรมชาติเหล่านั้นไม่ได้รับความสนใจจากท่านประธานฯ ผู้เข้มงวด พอคาร่าเดินผ่านไปแล้วพวกเขาต่างก็พากันถอนหายใจออกมาอย่างพร้อมเพรียง

“คิดว่าจะตายแล้ว...”

“ฉันคิดว่าท่านจะมาเร่งงานเสียอีก”

ท่ามกลางเสียงพูดคุยเป็นภาษาฝรั่งเศสที่ประมุขฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง มีอยู่ไม่กี่เสียงที่พึมพำออกมาเป็นภาษาอังกฤษ เขาเงี่ยหูฟังแล้วก็พบว่าทุกคนต่างหวาดกลัวแม่ของเกรย์กันทั้งนั้น และในตอนนั้นเองที่ผู้มาใหม่เผลอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ แต่เสียงนั้นกลับดึงดูดความสนใจจากทุกคนในแผนกให้หันกลับไปจับจ้อง

“อะ... ขอโทษด้วยครับ” ชาวเอเชียเพียงหนึ่งเดียวในที่แห่งนี้ก้มหัวขอโทษทั้งรอยยิ้ม ด้านหลังมีบอดี้การ์ดตัวสูงท่าทางน่าเกรงจามยืนเป็นฉากให้อีกที เพียงแค่นี้ก็ทำให้ทุกคนรู้ได้แล้วว่าเขาย่อมไม่ใช่ผู้บุกรุกธรรมดา

“ไม่ทราบว่าคุณเป็นใครเหรอคะ” หญิงสาวคนหนึ่งที่พูดภาษาอังกฤษได้ส่งเสียงถามแทนคนทั้งหมด

“ผมชื่อประมุขครับ มากับท่านประธานฯ”

นั่นไง... ไม่ธรรมดาจริงๆ ด้วย

ความคิดเดียวกันดังขึ้นในใจของผู้ฟังแทบทุกคน ลองถ้าบอกว่ามากับท่านประธานฯ ทั้งยังแต่งตัวธรรมดา ไม่ต้องเป็นพิธีการมาได้โดยไม่โดนต่อว่าแบบนี้ ยังไงก็ไม่ใช่คนติดตามแน่นอน

“แล้วคุณเป็น...”

“เด็กรับใช้ที่บ้าน”

เหล่าพนักงานสะดุ้งจนตัวโยนเมื่อเจ้านายเดินออกมาจากห้องของหัวหน้าและตอบคำถามนั้นแทน ขณะที่ประมุขเพียงกะพริบตาปริบๆ พลางหันไปมองโดยยังไม่หุบยิ้มเท่านั้น

“คุณผู้หญิง เสร็จแล้วเหรอครับ”

คาร่าปรายตามองคนที่ไม่ได้ดูสลดเลยสักนิดยามได้ยินสิ่งที่เธอพูดเงียบๆ กระทั่งได้ยินคำพูดตอบรับโดยใช้สรรพนามที่เธอบอกให้เรียกแต่โดยดีก็ยิ่งตอกย้ำให้เธอดูราวกับเป็นนางมารร้ายยิ่งเข้าไปใหญ่

คงไม่จำเป็นต้องพยายามทำให้เจ้าตัวรู้สถานะอีกแล้ว... เพราะดูท่าทางคงไม่ได้ผลแน่ๆ ลูกชายของเธอช่างเลือกคนได้ถูกต้องจริงๆ

“วิคเตอร์ พาเจ้านายของเธอกลับไปซะ” ว่าจบผู้มีอำนาจสูงสุดในที่แห่งนี้ก็สะบัดหน้าเดินจากไปโดยไม่รอฟังอะไรอีก ซึ่งประมุขเองก็ไม่ได้คิดตามไปเกาะแกะ เขารอจนแน่ใจว่าอีกฝ่ายจะไม่ย้อนกลับมาจึงลอบถอนหายใจออกมาเงียบๆ

“วันนี้พอแค่นี้ก่อนดีกว่า ผมจะหมดแรงแล้ว” ประมุขหันไปกระซิบกับบอดี้การ์ดประจำตัวเสียงค่อย ก่อนจะเดินจากไปยังไม่ลืมหันไปยิ้มโปรยเสน่ห์ใส่บรรดาพนักงานที่ยังยืนแข็งค้างอยู่กับที่ “ขอโทษที่มารบกวนนะครับ เอาไว้เจอกันใหม่นะ”

หลังจากพ่อหนุ่มแปลกหน้าเดินจากไป ฝูงชนในชั้นเก้ารวมถึงหัวหน้างานที่พุ่งออกมาจากห้องหลังซุ่มดูอยู่นานก็สุมหัวพูดกันยกใหญ่ ในเวลาเที่ยงของวันนั้นเองที่มีข่าวลือกระจายไปทั่วบริษัท เป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กรับใช้ของท่านประธานฯ ที่มีบอดี้การ์ดหน้าดุคอยดูแลตลอดเวลา

บ้างบอกว่าเขาเป็นเด็กรับใช้ธรรมดา บ้างบอกว่าเขาเป็นคนในครอบครัวที่ถูกท่านประธานฯ ดัดนิสัยอยู่ แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าอีกไม่นานหลังจากนั้น เขาจะกลับมาตอบคำถามคาใจอย่างยิ่งใหญ่...

ชนิดที่ใครต่อใครต่างก็ต้องก้มหัวให้ด้วยความยินยอม

หลังจากแยกออกมาจากบริษัทพร้อมวิคเตอร์ ประมุขก็ขึ้นรถอีกคันไปพร้อมการ์ดของเกรย์อีกหลายคน ทว่าน่าแปลกที่นอกเหนือจากวิคเตอร์แล้วกลับไม่มีสมาชิกทีมเออยู่เลย เขามองไปมองมาอยู่หลายรอบเพื่อตามหาคนที่สนิทสนมคุ้นเคยกัน พอแน่ใจว่าไม่มีจึงถอนหายใจออกมาด้วยความผิดหวัง ไม่ได้รู้เลยว่าทุกสีหน้าและการกระทำถูกคนข้างกายสังเกตการณ์อยู่ตลอด

“พวกเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ อีกสองวันถึงจะกลับมา”

“แล้ววิคเตอร์ไม่ต้องไปอยู่ด้วยเหรอ” ประมุขหันกลับมาคุยกับคนที่นั่งอยู่ที่เบาะด้านข้างแทน เมื่อมั่นใจแล้วว่าไม่มีทีมเออยู่ตรงนี้จริงๆ

“อย่างที่บอกว่าต่อจากนี้ผมจะมาดูแลคุณ นายคงอยากให้คุณมีคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา ถึงผมจะมั่นใจว่าอีกแค่แป๊บเดียวเดี๋ยวคุณก็สนิทกับพวกทีมบีก็ตาม” คนที่ต้องสังเกตลักษณะนิสัยของผู้เป็นนายเอ่ยประโยคสุดท้ายเบาๆ ทว่าน้ำเสียงหนักแน่นมั่นคง เรื่องนี้ไม่ต้องเดาหรืออะไรเขาก็รู้ว่ายังไงเดี๋ยวเจ้านายคนนี้ก็ต้องสนิทสนมกับการ์ดคนอื่นๆ ได้แน่นอน เผลอๆ จะรวมทุกผู้ทุกคนที่พบเจอเข้าไปทั้งหมดด้วยซ้ำ

อีกหน่อยพูดฝรั่งเศสคล่องปรื๋อเมื่อไหร่ก็เตรียมดูได้เลย...

“ดีแล้วที่คุณมาอยู่ข้างๆ ผมใจชื้นขึ้นเยอะเลย” คนอารมณ์ดีลูบอกตัวเองเป็นเชิงบอกว่าโล่งมากจริงๆ และเขาก็คิดแบบนั้นมาตั้งแต่ตอนเดินเข้าไปในบริษัท แค่ได้เห็นวิคเตอร์โผล่มาพร้อมชุดสูทก็รู้สึกราวกับมีพี่เลี้ยงที่ไว้ใจได้ตามติดมาด้วย “เออใช่... แล้วคุณเอาเสื้อสูทนี่มาจากไหนเหรอ”

“นายบอกให้ผมเตรียมมาด้วย หลังมีคนรายงานว่าคุณออกไปพร้อมคุณผู้หญิง”

“เกรย์เดาออกหมดเลยเหรอ เก่งจัง”

“ผมบอกแล้วว่าครอบครัวนี้นิสัยคล้ายกัน” วิคเตอร์ออกความเห็นส่วนตัวเพียงแค่นั้นและเงียบไป อันที่จริงการนินทาเจ้านายไม่ใช่นิสัยของเขาเลยสักนิด แต่ไม่รู้ทำไมเห็นคนอารมณ์ดีด้านข้างทีไรเขามักควบคุมตัวเองไม่ค่อยอยู่ทุกที อย่างกับมีลูกชายซนๆ คอยเซ้าซี้ถามนั่นถามนี่อยู่ตลอดเวลายังไงก็ไม่รู้ สุดท้ายเป็นต้องหลุดพูดอะไรที่ไม่สมควรออกไปตลอด “คุณจะแวะที่ไหนหรือเปล่า เห็นนายบอกว่าคุณต้องไปซื้อวัตถุดิบทำอาหารด้วย”

“ใช่ครับ วันนี้ตอนเย็นผมจะทำอาหารขึ้นโต๊ะให้คุณท่าน เดี๋ยวจะเอาไปให้ชิมด้วยนะ”

“ได้ถามนายหรือเมดมาหรือเปล่าว่าคุณท่านชอบทานรสชาติแบบไหน”

จบประโยคคำถามนั้นคนยิ้มเก่งก็แข็งค้างเป็นหุ่นขี้ผึ้งแบบกะทันหัน เห็นท่าทางอันหาได้ยากนั่นแล้ววิคเตอร์ก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดถ่ายรูปแล้วส่งไปให้นายอย่างรวดเร็ว รอกระทั่งนายตอบกลับมาว่า ‘เซฟแล้ว ทำดีมาก’ อีกคนก็ยังนั่งตัวแข็งเป็นหินเหมือนเดิม มองไปมองมาชักเริ่มสงสาร เขาจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกอีกรอบ

“แอนนา คุณท่านชอบกินอาหารรสชาติแบบไหน” คำถามของวิคเตอร์ที่พูดกับคนในโทรศัพท์ดูราวกับเสียงสวรรค์ในสายตาของประมุข เขาหลุดจากภวังค์คนเอ๋อแล้วหันไปมองคนข้างกายด้วยแววตามีความหวัง “อืม ขอบใจ”

“ว่าไงบ้างครับ”

“คุณท่านกับนายชอบอาหารคล้ายกัน ไม่ชอบของรสจัดแล้วก็ไม่ชอบอะไรหวานๆ ส่วนคุณผู้หญิงจะยากหน่อย เพราะจะมีแค่ถูกปากกับไม่ถูกปากสองอย่าง”

“งั้นคงต้องตั้งเป้าที่คุณท่านเป็นหลัก...” ประมุขพึมพำกับตัวเองแล้วหลับตาลงทั้งที่คิ้วขมวดมุ่น ในใจครุ่นคิดถึงเมนูอาหารที่ควรจะหยิบยกมาทำเพื่อให้ครอบครัวของเกรย์พอใจ ขณะที่วิคเตอร์ไม่ได้พูดรบกวนอะไรอีก เขาหันไปสั่งคนขับรถให้พาไปยังแหล่งซื้อขายวัตถุดิบสำหรับทำอาหารไทย ก่อนจะปล่อยให้นายอีกคนตกอยู่ในภวังค์ของตัวเองไปตลอดทาง

.
.
(ต่อด้านล่าง)


ออฟไลน์ CHESS.

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 210
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +227/-1
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.14]=[P.7]==[09/03/19]
«ตอบ #202 เมื่อ29-03-2019 19:19:50 »

ห้องครัวของคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เคยเงียบเหงา เพราะทุกคนต่างแยกกันทำหน้าที่ของตัวเอง ยามนี้แตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิงเมื่อมีคนอารมณ์ดีที่พูดเก่งยิ่งกว่าวิทยุเข้ามาร่วมวงกำกับทุกอย่าง ใครที่ไม่เคยคุยกัน ใครที่ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา คุณชายผู้มาใหม่จัดการดึงเข้ามาร่วมวงสนทนาทั้งหมดจนมีแต่เสียงหัวเราะและความสุขอบอวลไปทั่วบริเวณ

“คุณมุข น้ำเดือดแล้วนะคะ”

“แอนนาเอาไก่ลงไปต้มได้เลยครับ”

“โอเคค่ะ แล้วก็เลล่าบอกว่าผักเรียบร้อยแล้วนะคะ”

“พักไว้ก่อนนะครับ ผัดผักเอาไว้ทำอย่างสุดท้ายเลย แค่แป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว”

“ทางนั้นมีคนส่งข้อความกลับมาแล้วค่ะ”

“จริงเหรอครับ ไหนๆ” ผู้กลายเป็นที่รักได้ในระยะเวลาอันสั้นรีบวิ่งกลับไปดูจอโทรศัพท์ที่ให้เมดสาวคนหนึ่งช่วยเฝ้าดูให้ พอเห็นว่าพี่ชายคนรองที่เขาทักไปหาตั้งแต่เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนตอบกลับมาก็รีบกดเข้าไปดูทันที

HONGTAE: อาหารไทยที่ไม่หวานไม่เผ็ดจนเกินไปเหรอ

HONGTAE: มึงจะทำให้ใครกิน

GP.MUK: ครอบครัวเกรย์ ช่วยคิดหน่อยว่าจะทำอะไรเพิ่มดี

HONGTAE: ตอนนี้มีอะไรแล้วบ้าง

GP.MUK: กะจะทำผัดผักรวม หมูผัดพริกหยวก ไข่ตุ๋น แต่ไม่รู้จะเอาแกงอะไรดี นี่ก็ต้มไก่ไว้ก่อนระหว่างที่ยังคิดไม่ออก

HONGTAE: ต้มข่าไก่ไหม มึงทำอร่อยนี่ ถ้ากลัวเผ็ดก็ใส่พริกน้อยหน่อย ยังไงก็เน้นเปรี้ยวอยู่แล้ว รสจะได้ตัดกับอย่่างอื่นด้วย

GP.MUK: จริงด้วย พี่พายุก็เคยบอกว่ากูทำอร่อยนี่นา

HONGTAE: อือ พี่ยุบอกว่าอร่อย

GP.MUK: ขอบใจมาก ก่อนเปิดเทอมจะแวะเอาของฝากไปให้นะ

HONGTAE: ดูแลตัวเองดีๆ ด้วย

GP.MUK: รู้แล้วน่า มึงก็ด้วย

หลักจากพูดคุยกับพี่ชายจนได้คำแนะนำดีๆ มาแล้ว ประมุขก็รีบหันไปมองนาฬิกาที่เหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงก่อนจะถึงเวลากินข้าวหนึ่งครั้ง และรีบเร่งลงมือเตรียมอุปกรณ์สำหรับทำเมนูที่คิดเอาไว้โดยเร่งด่วน โชคดีที่ตอนไปเดินซื้อของเขาหยิบของมาหลายอย่าง ซึ่งกะทิก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน

“คุณมุขจะมาอยู่ที่นี่ไปตลอดเลยหรือเปล่าคะ”

“หือ ผมเหรอครับ” ประมุขหันไปมองแอนนาด้วยความงุนงง ก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆ แล้วตอบกลับไปตามความจริงพร้อมรอยยิ้ม “ไม่หรอกครับ อีกไม่นานผมก็ต้องกลับไปเรียนต่อแล้ว ตอนนี้อยู่ในช่วงปิดเทอมถึงมาที่นี่ได้”

“น่าเสียดายจังนะคะ... ดิฉันคิดว่าที่นี่จะดูสดใสแบบนี้ตลอดไปเสียอีก”

“แอนนาพูดเหมือนปกติที่นี่ไม่ได้เป็นแบบนี้”

“ก็ใช่น่ะสิคะ” เมดสาวผู้ทำงานที่นี่มานานหลายปีอมยิ้มเล็กน้อยพลางมองดูคนพูดที่น่าจะไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าทำให้ที่นี่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้างด้วยความเอ็นดู “ปกติพวกเราไม่ได้ยิ้ม หัวเราะ หรือหัวหมุนร่วมกันแบบนี้หรอกค่ะ ทุกคนมีหน้าที่เป็นของตัวเอง อย่างที่คุณเห็นว่าคุณท่านกับคุณผู้หญิงก็ทำแต่งาน ส่วนคุณเกรย์ก็ไม่ค่อยได้มาที่นี่เท่าไหร่ บ้านหลังนี้ไม่ได้มีชีวิตชีวามานานมากแล้ว ต้องขอบคุณคุณคนเดียวเลยค่ะ”

“งั้นผมขอรับคำชมไว้เลยแล้วกันเนอะ” ประมุขหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วรับคำชมเหล่านั้นเอาไว้ด้วยความยินดี หากเมื่อดวงตาเบนไปมองฝ่ามือของตัวเองที่วางอยู่บนเขียง เห็นภาพที่คนสำคัญของเขากอบกุมมือกันไว้ ความมั่นใจและความอบอุ่นก็แพร่กระจายไปทั่วร่าง “ผมจะต้องเอาชนะใจคุณท่านกับคุณผู้หญิงให้ได้ครับ ทั้งเพื่อตัวเองแล้วก็เพื่อเกรย์ด้วย”

“พวกเราจะเอาใจช่วยนะคะ"

“ขอบคุณมากครับ” คนที่ยังไม่หุบยิ้มเลยสักวินาทีหันไปมองหน้าแอนนา และขยับยิ้มขี้เล่นให้กว้างกว่าเดิมขณะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง “บอกทุกคนว่าไม่ต้องเป็นห่วงนะ ผมมันตัวกระจายความสุขอยู่แล้ว แม้แต่คุณท่านกับคุณผู้หญิงก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นหรอก”

“ทุกคนเชื่อแน่นอนค่ะ” แอนนายิ้มรับคำพูดโอ้อวดแต่โดยดี เพราะเธอเชื่อว่าคุณมุขจะต้องทำเช่นนั้นได้จริงๆ

เอริค คาร่า และเกรย์เดินทางกลับมาถึงบ้านพร้อมกันในเวลาทานอาหารเย็นแบบพอดิบพอดี หลังจากเดินเข้าไปในห้องอาหาร กับข้าวหน้าตาน่ารับประทานก็วางรอพร้อมอยู่บนโต๊ะก่อนแล้ว หากวันนี้รูปแบบของโต๊ะอาหารกลับต่างไปจากเดิม เมื่อช้อนส้อมมากมายถูกเก็บไป เหลือไว้เพียงจานข้าวคนละจาน ช้อนส้อมอย่างละคัน และช้อนกลางที่วางอยู่ข้างจานกับข้าวเท่านั้น

“ผมให้พี่การ์ดที่อยู่นอกประตูโทรมาบอกถ้าพวกคุณมาถึงกันแล้ว พอกลับมาจะได้กินเลย ไม่ต้องรอยกมาเสิร์ฟ แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ อาหารเพิ่งขึ้นจากเตา ยังร้อนอยู่แน่นอน” พ่อครัวคนใหม่ที่ยืนต้อนรับอยู่ข้างโต๊ะอาหารอธิบายบอกทีเดียวเสร็จสรรพ ก่อนจะอ้าปากพูดต่อเมื่อเห็นคุณผู้หญิงของบ้านขมวดคิ้วมองรูปแบบการจัดโต๊ะอาหาร “เพราะวันนี้เรากินอาหารไทยกัน แล้วผมก็ทำเป็นกับข้าวหลายอย่าง ดังนั้นก็เลยจัดโต๊ะในรูปแบบของคนไทยตามสมควร คุณท่านกับคุณผู้หญิงคงไม่ถือใช่ไหมครับ”

“อืม” เอริคเป็นผู้พึมพำตอบรับ ขณะนั่งลงตามตำแหน่งและจ้องมองกับข้าวหน้าตาประหลาดโดยไม่บ่งบอกอารมณ์ เห็นแบบนั้นลูกแกะน้อยของเกรย์ก็ใจหายวูบไปนิดหน่อย แต่วินาทีถัดมากำลังใจก็ถูกเติมจนเต็ม ยามคนสำคัญแอบกุมมือกันจากใต้โต๊ะและส่งยิ้มมาให้

“คุณท่านกับคุณผู้หญิงลองดูนะครับ อันนี้คือต้มข่าไก่ เดี๋ยวผมตักให้นะ” ประมุขรีบหยิบถ้วยใบเล็กที่เตรียมไว้มาตักต้มข่าไก่ใส่ทีละถ้วยและเสิร์ฟให้ผู้ใหญ่ทั้งสองก่อนเป็นลำดับแรก จากนั้นก็หันไปส่งให้เกรย์พร้อมรอยยิ้มหวาน “ต้มข่าไก่จะมีรสเปรี้ยวนำครับ กินกับอย่างอื่นจะได้ตัดรสกัน ลองทานดูว่าถูกปากหรือเปล่า”

ท่ามกลางบรรยากาศที่เคยเงียบสงบบนโต๊ะอาหาร แขกตัวน้อยที่น่าจะถูกทำให้หวาดกลัวตั้งแต่มาถึงกลับพูดจ้อบรรยายสรรพคุณอาหารด้วยน้ำเสียงน่าฟังไม่หยุดปาก รอยยิ้มจริงใจที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าตลอดเวลา กับรสชาติอาหารที่ไม่เคยลิ้มลองแต่พูดได้เต็มปากเต็มคำว่าอร่อยทำให้ไม่มีใครต่อว่าอะไร แม้ช่วงแรกคาร่าจะจ้องมองด้วยความไม่พอใจก็ตาม

“แล้ว...เป็นยังไงบ้างครับ” คนที่อดทนไม่ถามมาโดยตลอด รอจนทุกคนกินข้าวเสร็จและเมดพากันมาเก็บโต๊ะหมดแล้วอดใจไม่ไหว สุดท้ายก็ถามด้วยสีหน้าคาดหวังจนเต็มเปี่ยม ซึ่งแน่นอนว่าคนที่ตอบคนแรกย่อมต้องเป็นคนที่ไม่ว่าลูกแกะของตัวเองจะทำอะไรก็คิดว่าดีไปหมดอยู่แล้ว

“อร่อยมาก”

“จริงเหรอ...” ประมุขฉีกยิ้มจนแก้มพอง พอจ้องหน้าเกรย์จนพอใจแล้วก็รีบหันไปมองเอริคต่อด้วยแววตาคาดหวังหนักกว่าเก่า แม้ตอนแรกไม่หวังว่าจะได้คำชม เพราะแค่เห็นอีกฝ่ายยอมกินจนหมด ไม่ได้เททิ้งแบบที่คาดก็ดีมากแล้ว แต่ก็ยังอดอ้อนวอนในใจไม่ได้

“ถูกปากฉันมากทีเดียว”

สีหน้าและท่าทางของเอริคไม่ได้ดูเกินจริงหรือพูดเอาใจ เขาพูดตามความจริงโดยไม่ได้สนใจว่าตัวเองชื่นชอบคนของลูกชายหรือไม่ เพราะจะอย่างไรก็เป็นคนหยิบยื่นโอกาสให้เอง หากเจ้าตัวทำดีย่อมต้องได้รับคำชม

แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่กับหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวบนโต๊ะ...

“ไม่ได้ดีอะไรขนาดนั้น แกงนี่มันเกินไป”

ในสายตาของสองพ่อลูกและเมดที่ยืนคอยรับใช้อยู่ด้านข้างล้วนมองออกว่าสิ่งที่คาร่าพูดคืออคติส่วนตัวล้วนๆ ต่อให้ประมุขทำดีแค่ไหนก็ต้องถูกตำหนิอยู่แล้วแบบไม่ต้องสงสัย ทว่าคนที่ถูกชิงชังกลับไม่แสดงท่าทีเศร้าสลดแต่อย่างใด ลูกแกะตัวน้อยของเกรย์หยิบสมุดเล่มเล็กกับปากกาที่พกติดตัวออกมาจดบันทึกข้อความบางอย่างลงไปอย่างเคร่งเครียด

“ลูกแกะ ทำอะไรน่ะ” เกรย์เลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย

“อ๋อ... ผมกำลังจดว่าคุณผู้หญิงไม่ชอบทานอะไรมันๆ ครับ ทีหลังจะได้ไม่ลืม” คนยิ้มเก่งตอบเสียงใสไร้ซึ่งความขุ่นเคืองใดๆ “จริงๆ ในนี้มีสิ่งที่คุณกับคุณท่านชอบหรือไม่ชอบด้วยนะ ผมรอบคอบไหม”

ขณะที่ถูกมองด้วยแววตาประหลาดใจปะปนไปกับตกตะลึง เกรย์เป็นคนแรกที่หัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะเหลือบตามองท่าทีนิ่งค้างของมารดาเงียบๆ เขาลูบหัวลูกแกะน้อยอารมณ์ดีด้วยความเอ็นดู ต่อให้ไม่ต้องช่วยอะไร นิสัยที่แท้จริงบวกกับท่าทางใสซื่ออย่างเป็นธรรมชาติของเจ้าตัวก็ทำให้ใครหลงรักได้ไม่ยาก

“เก่งที่สุดเลย”

ดูเหมือนจะไม่ต้องรอนานแบบที่คิด...

ในเมื่อเกรย์หลงลูกแกะตัวนี้จนถอนตัวไม่ขึ้น มีหรือพ่อกับแม่ที่มีแต่คนบอกว่านิสัยเหมือนเขา ทั้งยังชื่นชอบอะไรเหมือนๆ กันจะหนีรอดไปไหนได้ ยังไงก็ต้องตกลงมาในบ่วงเช่นเดียวกันกับเขาแน่นอน


------------------------------

ออฟไลน์ Chucream.nabi

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 265
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.15]=[P.7]==[29/03/19]
«ตอบ #203 เมื่อ29-03-2019 19:42:25 »

 :hao3: น้องมุขน่าเอ็ดดู....เจอแบบนี้เข้าไปจะไม่รักน้องก็เอาสิ5555

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5253
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.15]=[P.7]==[29/03/19]
«ตอบ #204 เมื่อ29-03-2019 23:16:04 »

เสร็จแกะมุขแน่ ๆ คุณหญิง  o18

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4379
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +90/-6
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.15]=[P.7]==[29/03/19]
«ตอบ #205 เมื่อ30-03-2019 19:51:02 »

อีกไม่นานหรอกค่ะ เดี๋ยวคุณผู้หญิงก็ตกหลุมความน่ารักของลูกแกะ อิอิ

ออนไลน์ เก้าแต้ม

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1297
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-3
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.15]=[P.7]==[29/03/19]
«ตอบ #206 เมื่อ30-03-2019 20:05:36 »

ลูกแกะน่ารัก :mew1:

ออนไลน์ miikii

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1195
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.15]=[P.7]==[29/03/19]
«ตอบ #207 เมื่อ31-03-2019 02:52:58 »

สู้เขานะลูกกกกก
ความเป็นตัวหนูจะช่วยหนูเอง  :hao5: :hao5: :hao5:

ออฟไลน์ JokerGirl

  • ∀Σ❤∀ΔΣ Forever^^
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3050
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-2
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.15]=[P.7]==[29/03/19]
«ตอบ #208 เมื่อ02-04-2019 22:14:31 »

ความสดใส จริงใจนี่แหละอาวุธของประมุข o13

ออฟไลน์ labelle

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2912
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +69/-0
Re: ┌▼3KINGS▲┘==ประมุข==[CH.15]=[P.7]==[29/03/19]
«ตอบ #209 เมื่อ09-04-2019 05:38:38 »

น่ารัก ประมุขทำดีมากค่ะ ความเป็นตัวเอง ช่วยได้เยอะเลย

ตลกวิคเตอร์ ถึงขั้นต้องถ่ายรูปส่งให้เกรย์ดูน่ะ
อาการนี้ไม่เคยมีเลยว่างั้น 55555

เกรย์ดูแลดีมาก เอาใจใส่ดีมากเลย เพื่อน้อง

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด