Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย...ครั้งที่35* บทส่งท้าย {07.05.19}
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย...ครั้งที่35* บทส่งท้าย {07.05.19}  (อ่าน 73892 ครั้ง)

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ
(ต่อจ้าาา)


“นี่หนูกุ๊กๆคะ หนูคิดยังไงถึงออกมากับพี่หรอคะ ดูท่าทางพ่อหนุ่มหล่อโย่งยาว อุ๊ป เจ๊หมายถึงตัวยาวนะคะ นั่นแหล่ะ เจ๊ว่าดูท่าทางเค้าจะไม่พอใจเลยน้า~”



“ทำไมเจ๊พูดมากจังวะ”  หันหน้าออกไปมองนอกร้านก่อนจะว่าพี่มันออกไป คนตรงหน้าที่ยิ้มขำๆที่โดนผมด่า ไม่เคยจะสะทกสะท้าน เพราะถ้ามันสะท้าน พี่มันคงไม่จีบปากจีบคอพูดไม่หยุดมาหลายนาทีหรอก



ใบหน้าหล่อคมที่ถ้าไม่มีพวกเครื่องสำอางค์ล้านแปดยี่ห้อทาอยู่บนใบหน้าก็คงจะหล่อจนสาวๆกรี๊ดตาย เอาจริงๆขนาดตอนนี้มีเครื่องสำอางค์เยอะขนาดนี้ สาวๆโต๊ะข้างๆก็ยังเอาแต่มองพี่มันไม่หยุดเลย พูดตรงๆถ้ามองแค่หน้าแบบไม่ได้มานั่งพูดกับพี่มัน  ในใจก็คงจะคิดว่าเจ๊ดานี่มันเป็นนายแบบที่ถ่ายแฟชั่นตามนิตยสาร เพราะการแต่งตัวแต่งหน้าจัดแบบนี้ก็คงมีแค่ในนิตยสารเท่านั้นล่ะ แต่พอมันเปิดปากพูดขึ้นมาเท่านั้นล่ะ กูอยากจะกุมขมับ



“แบบว่าขอพูดถึงหน่อยได้ไหมคะ อยากจะกรี๊ดๆเลยค่ะ น้องบินๆบินนี่เดอะพูลคนหล่อๆคนนั้นน่ะค่ะ”



“อันนั้นมันวินนี่เดอะพูไอ้สัดเจ๊”



“อ๊อย เป็นคนสวยๆโก๊ะๆ ลืมไปเลยว่าหมีพูคือวินนี่อ่ะโน๊ะ” 



กรอกตาใส่แม่ง สวยมากจ้า สวยคล้ายๆกำแพงเมืองจีนอ่ะครับ แผ่นหลังกว้างใหญ่เบอร์นั้นเลยล่ะอยากจะบอก



“เอ๊ะ อิหนูกุ๊กๆกู๋กรอกตาทำไม เดี๋ยวคนสวยข้ามไปดูดให้...”



“มึงจะดูดอะไรนะ”



“หมายถึงดูดน้ำในแก้วหนูเลย น่ากินโน๊ะ น่าจะอร่อยจุงเบย ฮิฮิ”



“แก้วนี่มันน้ำเปล่า”



“ตุ้งแช่!”   แช่หน้ามึง!



กูนี่ทำหน้าเพลียเลยเอาจริงๆ เกลียดมุกพี่มันครับ สองบาทสามบาทก็เล่นไม่หยุด เล่นอะไรขัดกับหนังหน้าหล่อๆมากเอาจริงๆ



“แหม่ ทำหน้าเพลียใจใส่กูแบบไม่ปิดบัง ให้เกียรติหน้าสวยๆของกูนิดนึงค่ะ”



“เอาเลยครับพี่ดาบ เอาตามที่พี่สบายใจเลยนะ”



“ดาบหน้ามึง แต่ให้กูเอาจริงป๊ะคะ กูเอาดาบกูแทงมึงเลยดีไหม”



“เนี่ย! มึงมันตุ๊ดปลอมอ่ะไอ้สัดพี่”



“ว๊ายยย บ้าบอ กูตุ๊ดจริงค่ะ! จริงๆนะจ๊ะเธอจ๋า มึงมองดูผมทิพกูสิคะ อยากถักเปียเลยเนี่ยเห็นไหม” 



พอด่าปุ๊บก็ทำตาปริบๆใส่แบบใสซื่อ มองกูพร้อมๆกับเอียงคอแด๊ะแด๋ไม่หยุด เหนื่อยหัวจิตหัวใจตอนที่พี่มันเอามือสางผมทิพที่ไม่มีอยู่จริงบนหัวกระโปกของมันครับ  ....



หันหน้าหนีจากหน้าพี่มันไปนอกร้านอีกรอบ ก่อนจะนึกไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่อยู่ที่มหาลัย ผมกับไอ้บินทะเลาะกันจนผมผลักอกมันแรงๆจนเซและตะคอกใส่มันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่นะ จำไม่ได้แล้ว แต่ถ้าถามหาครั้งล่าสุดจริงๆก็คงเป็นก่อนหน้านี้ที่มันลามปามใส่อิเจ๊นี่ล่ะ ผมไม่พอใจมากๆ เพราะเหนือสิ่งอื่นใด พี่ดาบมันก็เป็นคนช่วยชีวิตผม และพี่มันก็ไม่ได้ทำตัวแย่ แต่ไอ้บินไม่รู้เป็นบ้าอะไรมาหงุดหงิดใส่พี่มันแบบนั้น .... อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองว่ามันหึงผม แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง ไอ้บินมันชอบเมล แล้วอีกอย่าง พี่ดาบก็คือเจ๊ดานี่ร่างควายๆแบบนี้ มันจะมาหึงตุ๊ดกับผมทำไมล่ะ จริงไหม?



ตอนนี้พวกเรานั่งกันอยู่ที่ร้านไวน์ชื่อดังที่มีหลายสาขาในไทย แต่วันนี้มากินกันใกล้ๆตรงร้ายที่เส้นสุขุมวิท พี่มันสั่งไวน์ราคาแพงมาเปิดให้ผมชิมด้วย ลองชิมดูแล้วแก้วนึง อร่อยสมราคาเฉียดหมื่นดีครับ



“เหม่อมองฟ้า ฮาอ้าฮ่าฮ้าฮา~~~”  อะ เสียงเพลงลอยดังมาขัดความคิดกูอีก



“เจ๊ มึงเมาแล้วหรอ” 



หันกลับไปมองไอ้คนที่นั่งร้องเพลงอยู่ฝั่งตรงข้าม ลาบานูนก็มา ร้องเสียงดังจนอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปแขวะมัน แต่พอหันกลับไปเท่านั้นก็เหมือนจะถูกอกถูกใจมันที่เห็นผมหันมามองตัวเองได้สักที



“แหม่ ก็คือกูเห็นมึงเหม่อเหลือเกินนี่คะ หนูคิดอะไรอยู่คะ ไหนบอกคนสวยหน่อยได้ไหม มีอะไรปรึกษาเจ๊ได้นะเออ”   พี่มันที่ถามออกมาแบบนั้นแล้วจ้องตาผมกลับมาพร้อมทั้งยิ้มให้ ผมเองก็มองตาพี่มันกลับไปแบบไม่หลบเช่นกัน ต่างฝ่ายต่างจ้องตากันอยู่แบบไม่ยอมกัน และพี่มันก็นั่งใจเย็นยังนั่งยิ้มใจดีมองผมอยู่ตรงนั้นอย่างไม่เร่งรีบ และผมก็ไม่ยอมเช่นกัน



“เฮ้อ...”  สุดท้ายพอผ่านไปหลายนาที ก็เป็นผมเองที่ถอนหายใจออกมาหนักๆอย่างยอมแพ้



“ว่าไงคะหนู”



“ไม่มีอะไรหรอกเจ๊ แค่มีเรื่องคิดมาก”



“ไม่สบายใจเรื่องหัวใจหรอคะหนูกุ๊กๆกู๋” 



มันที่ว่าออกมาแบบรู้ทัน สายตาคมกริบของพี่มันที่มองมาที่ผมเหมือนจะอ่านผมออกได้แม้กระทั่งความคิด เห็นมันที่กระตุกยิ้มแต่ก็ยังคงมองผมด้วยสายตาเอ็นดูกลับมาอยู่ดี



"เฮ้อ เรื่องของหัวจิตหัวใจนี่มันยากจริงๆนะคะ เจ๊เข้าใจค่ะ”



“ทำไมถึงเข้าใจวะ เคยแอบไปรักใครด้วยหรือไง” 



หันไปมองหน้ามันเต็มๆแบบสงสัย เอาจริงๆผมก็ค่อนข้างสงสัย เพราะพี่มันที่เป็นลุคแบบนี้เลยทำให้ข้องใจมากเป็นพิเศษ  ถ้าสมมุติมันเป็นผู้ชาย ผมจะไม่งงเลยครับ เพราะหน้าแบบนี้ไม่น่าจะเคยอกหัก แต่น่าจะเคยไปหักอกชาวบ้านมากกว่า



“แหม่ ทำไมจะไม่เคยล่ะคะหนู สวยๆแบบนี้ใช่ว่าจะไม่เคยเศร้านะคะ แต่เรื่องของหัวใจในพจนานุกรมของเจ๊ ไม่มีคำว่าปล่อยนะคะ”



“หื้ม หมายถึง?”



“ก็หมายถึง...ถ้าเรารักก็ต้องสู้”



“สู้?”



“ใช่ค่ะ สู้”



“สู้ ... ทั้งๆที่เราไม่เห็นทางที่จะชนะหรอวะพี่ สู้...ทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีทางหรอวะ”



“ใช่ค่ะ...เพราะอย่างน้อยเรายังได้ทำอะไร ไม่ใช่ยืนงงๆอยู่ในดงตีนแล้วถูกกระทืบเอาเฉยๆ อย่างน้อยก็ได้ต่อยออกไปสักหมัดสองหมัด ใครจะไปรู้ บางทีหมัดสองหมัด อาจจะต่อยคู่แข่งล้มคว่ำก็ได้ถูกไหมคะ”



“หรอวะ...ถ้าเป็นเจ๊ เจ๊ก็จะสู้จีบคนที่ชอบหรอวะ”  จ้องหน้าอีกฝ่ายแบบขอความคิดเห็น บางทีตัวผมเองก็อยากจะสู้ แต่เราจะสู้ไปเพื่ออะไร ถ้าอีกฝ่ายเค้ามีคนในใจของเค้าอยู่แล้ว



“หึ สู้สิคะ...ครั้งนี้พี่ก็จะสู้ค่ะ”



“หื้ม?”



“รอดูนะคะ พี่น่ะ อยากจะสู้มากๆเลยล่ะ”



พี่มันที่เอามือสองข้างเท้าคางตัวเองและจ้องหน้าผม ก่อนที่จะค่อยๆกระตุกยิ้มมุมปาก สายตาที่พี่มันมองมาในตอนนี้กำลังบอกอะไรบางอย่าง ... บางอย่างที่กูขอให้ตัวเองเดาผิดก็พอ



...



“อ๊ะ ทัพ อื้อออ”



เสียงของผมร้องครางออกมาในจังหวะที่หน้าไถไปแนบกับบานกระจกกว้างที่ไม่มีผ้าม่านปิด สะโพกของผมที่ถูกประคองจากฝ่ามือใหญ่ของคนที่อยู่ด้านหลัง ท่อนเอ็นร้อนๆของอีกฝ่ายที่ผลุบเข้าผลุบออกอย่างหนักหน่วงไม่ผ่อนแรงลงเลยแม้แต่น้อย



“อืม เม...เมล”



“ทัพ อ๊ะ อ๊ะ เบา...เบาหน่อยทัพ” 



ร้องบอกออกไปแบบนั้น ตอนที่มันยกข้าของผมขึ้นข้างนึง แรงกระแทกที่ไม่เบาลงเลยแม้แต่น้อยทำเอาทั้งจุกทั้งเสียวจนน้ำตาซึม



“อ๊า..ซี๊ดด...อ๊ะๆๆ” “แม่งเอ๊ย...”



เสียงเข้มที่สบถออกมาแบบนั้นเบาๆในลำคอแกร่ง เหลียวตามองกลับไปด้านหลัง คนร่างสูงที่ยกมือขึ้นเสยผมที่ชื้นเหงื่อออก ดวงตาคมที่จ้องสบกับผมโดยบังเอิฐวาววับอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะค่อยๆเบาจังหวะจากไวเปลี่ยนเป็นช้าจนต้องจิกปลายเท้า อีกไม่เท่าไหร่ก็จะเสร็จ จะมากวนตีนอะไรอีกวะ



“ท...ทัพ”



“ว่าไง เรียกชื่อพี่ทำไม หื้ม” 



เกลียดคำว่าหื้มที่อีกฝ่ายจงใจเอียงหน้ามากระซิบข้างหู  ลิ้นของอีกฝ่ายที่แลบออกมาเลียอยู่ที่ติ่งหูของผมจะต้องเอียงคอหลบเพราะเสียวซ่าน แต่นั่นกลับเปิดทางให้อีกคนเอียงหน้าหล่อซุกลงไปที่ซอกคอขาวแทน ริมฝีปากหนาที่กดจูบแรงๆอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ พร้อมๆกับที่สะโพกแกร่งก็ค่อยๆขยับช้าๆอย่างแกล้งๆ



“ทัพ”



“เรียกพี่ดีๆ”



“พ...พี่ทัพ”



“ว่าไงครับ หื้ม”



“อย่...อย่าแกล้ง” 



บอกแบบนั้น ร่างสูงก็เอื้อมมือมาขยับด้านหน้าของผมแรงๆ แต่สะโพกสอบกลับค่อยๆขยับช้าๆจนเสียวไปทั้งตัว ความรู้สึกที่ใกล้จะปลดปล่อยหยดลงเมื่ออีกฝ่ายกำส่วนปลายของผมแบบปิดทางปลดปล่อย



“ทัพ”



“พี่ทัพสิ”



“อื้ออออ”



“ว่าไงเด็กดี อยากให้ทำอะไรทำไมไม่พูดล่ะครับ” 



ยกยิ้มมุมปากร้ายๆทั้งๆที่ตัวเองก็ขบกรามแน่น แต่ก็ยังคงขยับสะโพกเข้าออกช้าๆแบบทรมารผมอยู่ไม่หยุด ได้แต่หายใจหอบหนักๆจนหน้าแดงไปหมด เงยหน้าขึ้นไปมองด้านบนแบบไม่ไหวจะทนจนต้องโพร่งออกไปดังๆ



“โอ๊ยยย ใส่เข้ามาแรงๆสักทีสิพี่ทัพ เมลไม่ไหวแล้ว อ๊ะ อ้า”



“หึ จัดไป” 



เมื่อแกร่งให้ผมอายได้สมใจ ทัพหน้าที่ขยับเอวกระแทกสวนแรงอีกคน ร่างสองร่างสอดประสานกันไม่มีใครยอมใคร ปลายทางความสุขใกล้เข้ามาทุกที ทัพหน้ารั้งสะโพกเล็กไว้มั่น ขยับเอวหนากระแทกไม่ยั้งก่อนกระตุกเกร็งปล่อยน้ำรักเข้าร่างอีกคนจนหมด พร้อมๆกับเมลที่ก็ปลดปล่อยออกมาเลอะกระจกและพื้นพรหม ความเหนื่อยอ่อนทำเอาแข่งขาอ่อนแรงจนทรุดตัวล้มลงไป ทำให้แกนกายใหญ่หลุดออกจากช่องทางช้ำ น้ำสีขาวขุ่นจำนวนมากไหลย้อนออกมาตามขาเรียว ทัพหน้าที่ตามลงไปคว้าเอวบ้างไว้ นั่งซ้อนหลังอีกคนก่อนจะคว้าเอวบางมากอดไว้แน่นและขบกัดไหล่เล็กอีกครั้ง



“สมใจรึยัง”



“อื้อออ” ได้แต่ขมวดคิ้วครางออกมาอย่างหงุดหงิด ก็จะล้อกันทำไมวะ ก็เพราะใครล่ะที่แกล้งกันอยู่ได้



“พี่ถามไปงั้น... เพราะพี่ยังไม่สมใจ”



“ห...ห๊ะ!”



“อีกรอบนะเด็กดีของอาจารย์”



“ทัพพพ อ๊ะ อื้อออ”



ว่าออกมาแบบนั้นก่อนจะกระตุกยิ้มร้ายๆ แล้วพลิกตัวตามไปคล่อมทับอีกฝ่ายไว้อีกครั้ง .... เด็กดีแบบนี้ จะให้พี่พอในครั้งเดียวได้ยังไงกันล่ะ คาราเมล



...





“ขอบคุณมากนะเจ๊ที่พาไปแดกข้าว”



“ทานข้าวก็พอค่ะแหม่ หน้าตาก็หมวยๆ ปากหมาจุง”



“หมาเหมือนปากเจ๊แหล่ะ ผมไปนะ หวัดดี” 



ยกมือไหว้พี่มัน ก่อนจะรีบเปิดประตูลงรถ แต่ติดตรงที่มือของอีกคนที่เอื้อมมาคว้าข้อมือของผมไว้ก่อน ได้แต่ขมวดคิ้วหันไปมองมันแบบงงๆ



“หนูอยากโดนหมาเลียปากไหมคะ?”



“พ่องมึง! ลาเด้อ!” 



ว่าแบบนั้นก่อนจะสะบัดมือออก แล้วกระโดดลงจากรถแม่งทันที  ได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมาจากรถดังลั่น กวนตีนชิพหาย ไอ้เชี่ยเจ๊ดาบ กวนตีนจนต้องหันกลับไปยกนิ้วกลางชูให้ แต่อีกฝ่ายเสือกทำแค่ยกมือขึ้นบ๊ายบายก่อนจะขับออกไป ผมได้แต่ถอนหายใจออกมาเหนื่อยๆ ยืนดูจนรถเจ๊มันหายไป ค่อยหันกลับเดินเข้าไปในคอนโด แล้วก็ต้องชะงักขาเมื่อมองเห็นคนตรงหน้าที่ยืนทำหน้าทะมึนอยู่ตรงนี้



มายืนทำเหี้ยอะไรตรงนี้วะ



“มึงมายืน...”



“ไปไหนกับไอ้ตุ๊กควายนั่นมา”



“มึงพูดถึงเจ๊มันดีๆหน่อย เจ๊มันเป็นคนดีนะเว้ย”  ขมวดคิ้วใส่มัน พยายามจะเดินหนีเพื่อไปกดลิฟ แต่ไอ้บินก็เดินตามเข้ามาอีก



“ทำไม มึงปกป้องทำไม!”



“แล้วมึงจะมาตะคอกกูทำไม เป็นบ้าหรอวะบิน”  ไม่เข้าใจว่าเป็นห่าอะไร กับผมถึงพูดดีไม่ได้ ถ้าเป็นไอ้เมลผมอยากจะรู้ว่ามันจะกล้าตะคอกไหม



“กูถาม มึงอย่ามาโยกโย้ กูเห็นมึงปกป้องมันตลอด ทำไมวะ มึงชอบมันรึไง!”



“แล้วถ้ากูจะชอบแล้วมึงจะมีปัญหาเชี่ยไรล่ะ”



“กูไม่ยอม!”  เสียงตะคอกเข้มๆที่ดังตะคอกหน้าผมอย่างโมโห ทำเอาตาเบิกกว้าง ไม่เคยเห็นมันโมโหหน้าดำหน้าแดงแบบนี้มาก่อน แล้วไม่ยอมของมันนี่คืออะไร



“ห๊ะ?”



“มึงไม่ต้องห๊ะ มึงมานี่เลย!”  มันที่ยังตะคอกออกมาแบบนั้นแล้วเอื้อมมือมากระชากแขนผมจนเซเข้าไปหามันทั้งแบบนั้น



‘ติ๊ง’



ประตูลิฟที่เปิดออกมา ก่อนที่คนที่อยู่ในลิฟจะเดินออกมา ผู้ชายตรงหน้าที่ทำเอาเราขมวดคิ้ว



“เอ้ากุ๊ก พึ่งกลับหรอ เราว่าจะ...”



“ถอยไปไอ้แป๊ะเตี้ย!”  ไอ้บินที่ดูหงุดหงิดมากขึ้นไปอีกตอนที่เห็นหน้าของไอ้เบน



“เห้ยๆ มึงใจเย็นก่อนดิบิน กุ๊กมันเจ็บนะเว้ย” 



ไอ้เบนที่พยายามจะเข้ามาช่วยผมให้ออกจากการเกาะกุมของบิน แต่ไอ้บินที่ดูจะหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก ฝ่ามือแกร่งของมันอีกข้างยกขึ้นมาผลักอกไอ้เบนจนเซออกจากลิฟ ก่อนที่มันจะกระชากตัวผมให้เข้าไปอยู่ในลิฟกับมัน เบนที่เซถอยหลังออกไปนอกลิฟมองกลับมาแบบไม่เข้าใจ  ไอ้บินที่ยกมือชี้หน้ามันแบบโหดๆ ก่อนจะประกาศกร้าวออกมาเสียงก้อง ก้องไปทั้งใจของผม



“อย่ามาเสือก เรื่องผัวเมีย!”



----------



มาแล้วววววว

ขอร้อง มาอ่านมาเม้น โฮกฮากหืดหาดฟืดฟาดมากเด้ออออ

ยังไม่ได้แก้คำอะไรใดๆ พึ่งเสร็จจ้าาา ขออนุญาตไปหาข้าวกินก่อน หิวม๊ากกกกกกกก

ใครไม่มาอ่านจะสาป เพราะเยาหิวม๊ากกก จะจับคนอ่านกินเลยน้าาาา :jul1: :mew1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-02-2019 22:59:53 โดย Yoghurt »

ออฟไลน์ ursleepingxd

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
โฮฮฮฮฮฮฮ เจ๊ดานี่ของเราจะอกหักหรอคะ  ม่ายยยยยน้าาาา สงสารเจ๊ ; - ; เจ๊เป็นคนดีนะคะ อย่าทำร้ายเจ๊เลยค่ะ  :ling3:

ออฟไลน์ fullfinale

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 687
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0

ออฟไลน์ kunt

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 702
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-1
เรื่องแยกไหมคะ เจ้ดานี่ รู้สึกว่าเรื่องราวเจ้จะบันเทิงเหลือเกิน อยากเผือก 5555

ออฟไลน์ LadySaiKim

  • ▫▪□Dezine'Kim□▪▫
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1683
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-0
เจ๊ดาบ ร้ากกกกกกกกก :m20:

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
เชรดด!ค้นพบคนหึงโหด 1 อัตรา 55555 เอาแล้วววกุ๊กจะรอดไหมงานนี้ ขอบคุณเจ๊ดานี่อีกแรงที่ช่วยเป็นตัวกระตุ้น แต่รู้สึกมีแววจะนำมาซึ่งความวุ่นวายให้กุ๊กอยู่ร่ำๆ 5555 อะไร เจ๊คิดไรกับกุ๊กด้วยป่าววะ ลองสู้จีบคนที่แอบชอบ มันยังไงๆ อร๊ายยเจ๊ดานี่ อย่ามากระตุกยิ้มร้าย 5555 //ช่วงนี้หื่นตลอดเลยนะไอ้พี่ทัพ หวานรัวๆ หมั่นไส้เว้ย คึคึ น้องหลงเป็นไรอะ เศร้าไรหืม ไอ้พี่รี่แกทำไรหลง มาง้อเลยด่วนๆ //เพื่อนอู๋นั้น ตอนนี้หายใจเข้าออกคือเด็กหมูอ้วน เออนะคนกำลังเห่อ 555 //สนุกกกกกกกกกกก อ่านเพลินมาก รอตอนต่อไปเลยค่ะ บินจะทำไรกุ๊ก กรี๊ดด >.,< รอรอรอนะคะ ขอบคุณที่แต่งและแบ่งปัน ไฟท์ติ้งค่ะ

ออฟไลน์ maxtorpis

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1442
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-4
ปั่นผ่วน

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ

บทที่23



ผมที่มองตามหลังของเพื่อนตัวเองทั้งสามคนที่ต่างคนต่างเดินไปตามทางของตัวเองที่จะไป  ไอ้เมลที่เดินไปที่หน้าตึกเพื่อขึ้นรถที่ถูกส่งมาจากอาจารย์พี่ทัพเพื่อพามันกลับบ้าน ส่วนอีกด้าน ไอ้กุ๊กที่ผลักอกไอ้บินและด่ามันเสียงดังก่อนจะเดินตามเจ๊ดานี่อะไรนั่นออกไป หันกลับมาข้างๆตัว เพื่อนร่างสูงของกู ไอ้สัดบินที่เตะถังขยะจนล้มแล้วเดินหัวเสียออกไปทางด้านหลัง ซึ่งเป็นลานจอดรถที่มันจอดไว้ จ๊ะ...และก็เหลือแค่กู  พี่อู๋คนหล่อ แสนเท่! แต่เหมือนพวกแม่งจะลืมกู ไปกันแบบไม่ให้ความสำคัญกูเลยพวกห่านี่  แต่ก็ช่างแม่ง กูนี่ตรงไปที่อีกคณะเลยครับ ขับรถไปจอดไว้ในคณะมันเหมือนเรียนอยู่ที่นี่ เดินเข้าไปดักรอมันแถวๆหน้าคณะ ยืนรออยู่หลายนาทีก็เห็นร่างปุ๊กลุ๊กเหมือนกระปุกตั้งฉ่ายของเจ้าตัวที่ผมรอ ได้แต่กระตุกยิ้มมุมปากตอนที่เห็นมันมองซ้ายมองขวาหน้าตาหลุกหลิกเหมือนกำลังอยากจะหนีใคร



หึ แน่ล่ะว่าไม่ใช่กู  เพราะถ้ามึงคิดจะหนีคนแบบพี่อู๋  ไอ้หมูมึงแพ้มากครับ



“แฮ่”



“โคตรพ่อมึง! ตกใจหมด”   ดูปากมัน



“นี่คือคำทักทายหรอวะไอ้ลูกหมู”



“ก็คนมันตกใจนี่หว่าอยู่ๆโผล่มาแหกปากแบบนี้ทำไมวะ แล้วลุงมึงมาทำไมที่นี่ หลีสาวหรอ อี๋ คนชั่ว ไปไกลๆคณะกูครับ”  ว่าแบบนั้นพร้อมทำหน้าทำตารังเกียจ ไม่พอมันยังยกมือขึ้นสะบัดไล่กันไปอีก



“ปากดีจังครับ ขอชิมได้ไหมวะ”



“สัดลุง มึงโรคจิตอ่ะ” 



มันที่ว่าแบบนั้นแล้วเบ้หน้าก่อนจะยกมือขึ้นมากอดนมตัวเอง เห็นหน้ามันแบบนั้นแล้วตลกชิพหาย  เป็นเด็กที่โคตรน่าแกล้ง

“กูโรคจิตได้มากกว่านี้นะมึงลองไหม แต่คนส่วนใหญ่ก็บอกกูว่าชอบนะ”



“ไม่เอาโว้ย ถอยๆ กูจะกลับบ้านแล้ว”  มันที่ว่าแบบนั้นแล้วเอาแฟ้มหนังสือมาผลักผมให้ออกห่างจากทางเดินของมัน แต่เรื่องไรล่ะ



“เดี๋ยวก่อน ไปหาไรกินกัน”



“ไม่เอา ทำไมกูต้องไปกับลุงวะ ไม่เอาอ่ะ”  มองหน้าผมแบบไม่ไว้ใจพร้อมสะบัดหัวไล่แรงๆ



“จะไม่เอาได้ไง ก็กูจะเอามึง”



“เนี่ย มึงมันคนเหี้ยอ่ะลุง ไม่ไปเว้ย”



“ฮ่าๆ กูล้อเล่นน่าลูกหมู ไปเหอะน่า จะพาไปกินซูชิ”



“ไปเองก็ได้ป๊ะลุง กะอิแค่ซูชิอ่ะ”



“แต่นี่จะพาไปกินโทโร่นะเว้ย ไม่ใช่ซูชิห้าบาทสิบบาท มึงไม่ไปแน่หรอ” 



กอดอกยักคิ้วใส่มันตอนที่บอกออกไปแบบนั้น ไอ้เด็กตรงหน้าที่ก่อนหน้านี้ทำหน้าบึ้งตึงจ้องจะหนีกันท่าเดียว ตอนนี้กลับทำสายตาวาววิบวับพร้อมๆกับกำมือและเม้มปากแน่นๆไปด้วยเหมือนกำลังต่อสู้กับความคิดของตัวเองอยู่ แก้มป่องๆของมันที่ยื่นออกมาตอนที่เจ้าตัวเม้มปากแบบนั้น เห็นแล้วอยากเอื้อมมือไปหยิกเล่น หมั่นเขี้ยวนัก



“ว่าไงลูกหมู โทโร่เลยน้า”



“โทโร่ที่ทองหล่อหรอ”   เชิดหน้าใส่ผมนิดๆแต่ก็แอบปลายตามามองหน่อยๆ ทำเชิงเหลือเกินพ่อคุณ



“เออ โทโร่ทองหล่อนั่นแหล่ะ จะพาไปเลี้ยง”



“มึงพูดแล้วนะ ถ้าไปถึงแล้วบอกจ่ายเอง จะให้เฮียปืนกับเฮียทัพมายิงแล้วให้เฮียดาบมาตุ๋ยตูดพี่มึงนะ” 



เชี่ย พี่มึงแต่ละคนนี่น่ากลัวจังวะ แล้วเดี๋ยวนะ เฮียดาบไหนวะ แต่ตุ๋ยตูดเชี่ยไรล่ะ เดี๋ยวกูตุ๋ยมึงก่อนนะ แค่กๆ แค่ความคิดมันลั่นไป



“เออน่า เดี๋ยวกูเลี้ยงเอง”



“ทำไมดีแปลกๆ หน้าตามึงชั่วอ่ะ ไม่น่าจะอยากเลี้ยงป๊ะวะ”  หรี่ตามองผมแบบจริงจัง เห็นแล้วหมั่นไส้ครับ หมั่นไส้จนต้องยกมือผลักหัวมันไปทีนึงเบาๆ



“นี่แน่ะ หลอกด่ากู จะไปไม่ไปหมู”



“เออๆ ก็ไปเดะ” 



ว่าออกมาแบบนั้นพร้อมทำหน้าหยิ่งใส่ ส่ายหน้าใส่มันแบบหน่ายๆก่อนจะดึงเอาแฟ้มที่มันถือไว้มาถือเองแล้วหันหลังเดินหนีมันออกมาก่อน



“จะไปก็ตามกูมา ขาสั้นๆอ่ะรีบๆหน่อย ดีๆวิ่งตามกูมาไวๆ วิ่งสิวิ่ง วิ่งสิเอ๋วิ่ง”



“เอ๋พ่อง กูกุญแจโว้ย”



“เอ้าหรอ กูนึกว่าลูกหมู ฮ่าๆๆๆ”



“ไอ้สัดลุงงงงง กูจะหยัมปากมึง!” 



ได้ยินเสียงตะโกนด่าผมดังตามมาจากข้างหลัง ได้ยินแค่นั้นแต่ไม่ได้หันไปมองมันครับ แค่รู้สึกว่า อยู่ๆริมฝีปากมันก็ยกขึ้นมาเองแบบห้ามไม่อยู่ วันนี้คงเป็นอีกหนึ่งวันที่ผมจะรู้สึกว่าจะต้องปวดโหนกแก้มหน่อยๆ ไม่ได้มีความสุขมากเกินไปใช่ไหมวะตัวกู  บ้าน่า...นิดๆแค่นั้นเองแหล่ะครับ



...

               

เช้าวันใหม่ของไอ้เมลในเช้านี้ เริ่มต้นขึ้นมาอย่างไม่สู้ดี แค่ก้าวเดินแต่ละทีก็เจ็บยอกไปหมด ไอ้เชี่ยพี่ทัพหน้าเล่นกูไว้หนักหน่วง หนักหน่วงจนกูพึ่งได้นอนตอนตี2 จิตใจทำด้วยอะไร มึงเริ่มทำมาตั้งแต่3ทุ่ม เวร เหมือนคนตายอดตายอยาก อย่าเผลอนะมึง กูจะจะมึงทำเมียไอ้เชี่ยทัพหน้า



แสนแค้นใจ



ตื่นมาเรื่องเจ็บปวดใจเรื่องที่สองของผมก็คือ ไอ้หลงมันเป็นไรไม่รู้ มันดูหงอยๆเศร้าซึมพิลึก ลูกน้องแมวของผมหงอยแบบนี้มาเป็นอาทิตย์แล้วนะ ปกติมันจะต้องมาอ้อนมาเล่น แต่นี่มันเล่นแบบเหงาหงอย ฮื่อออ เมลเศร้ามากๆเลยครับ



“ไอ้หลง ไหนทำหน้าให้มันมันๆหน่อยดิ ทำไมนอนทำหน้ามู่ทู่เป็นแมวอดปลาทูแบบนี้เลยล่ะวะ หรือมึงอยากกินปลาทู ไม่ชอบแซลม่อนก็บอกกันดีๆดิวะหลง” 



ผมที่มานั่งเร้าหรือไอ้ลูกแมวเด็กของผมมาตั้งแต่เช้าแล้ว แต่สิ่งที่ได้กลับมาก็มีแค่ไอ้หลงที่นอนนิ่งๆเอาหัวพิงของเล่นแล้วร้องแง้วๆเบาๆแบบไม่อยากทำอะไร ดูไม่มีกระจิตกระใจจะเล่นเหมือนทุกครั้ง เห็นมันเป็นแบบนี้มาสักพักแล้วตั้งแต่วันที่ไอ้รี่แหกปากร้องเหมือนสิงโตติดสัตว์แบบที่ไอ้ทัพบอก ถ้าเป็นคนกูจะคิดว่ามึงอกหักแล้วนะไอ้ลูกแมว



“แง้ววว~เมี้ยวววว~~”  มันที่ร้องออกมาเบาๆเป็นรอบที่สิบ ยื่นขาเล็กๆของมันมาจับที่มือผม แต่ก็ยังนอนนิ่งๆอยู่แบบนั้น



“มึงอย่าเป็นแบบนี้สิวะหลง ไปหาหมอไหม เห็นแบบนี้แล้วจิตใจคนเป็นพ่อมันไม่สู้ดีเลยนะเว่ย”



“ใครบอกมึงเป็นพ่อมัน” 



เสียงเข้มๆของบุคคลที่กูไม่ได้รับเชิญ เสนอหน้าเข้ามาแบบไม่มีใครร้องขอ ไอ้เจ้าของบ้านนามว่าทัพหน้าคนใจโฉด เดินหน้าตามีความสุขเข้ามาแบบหน้าด้านๆ เหอะ เห็นหน้าแล้วมันหงุดหงิด มีความสุขมากสินะถึงกับผิวปาก หึ แสนแค้นใจนัก! เจ็บตูดโว้ย!!



“อะไร ค้อนกูทำไมครับ”  มันที่ยกยิ้มมุมปากหน่อยๆแล้วเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะยื่นนิ้วมาเขี่ยแก้มผมเล่น  กวนตีน



“แน่ะ มีปัดมือทิ้ง เล่นตัว”



“ไปไกลๆเลยไป”



“ทำไม” 



ไม่สนใจคำไล่กูไม่พอ ยังจะมีหน้านั่งลงข้างๆอีก ย้ำว่าข้างๆผมที่กำลังนั่งอยู่บนพื้นตรงคอกไอ้หลง  คนแบบไอ้ทัพหน้าคนร้ายๆคนนั้นนั่นแหล่ะครับ ผีเข้าแต่เช้า ช่วงนี้ยิ่งทำตัวแปลกๆให้กูกลัวอยู่ด้วย



“บ่นอะไรมุบมิบๆวะ น่าบีบปาก”



“อื้อออ อ่อย”



“อะไรวะ อ่อยแต่เช้า ขี้ยั่ว”



‘ฟอด’



“อ...โอ้ยยย มาหอมกูแบบนี้ได้ไงวะไอ้บ้า”



“หึ ทำหน้าทำตาอะไรของมึงวะ ตลก ตาจะถลนออกจากเบ้า” 



มันที่จ้องผมนิ่งๆก่อนจะกดยิ้มนิดๆ ผมได้แต่ทำหน้าตาตื่นแล้วยกมือขึ้นมากุมแก้มข้างที่พึ่งโดนไอ้คนใจโฉดนี่หอม  เดี๋ยวนะ ไอ้ทัพหน้าหอมผมหรอวะ!



“เมี้ยววว”



“ทำไมกูจะหอมมึงไม่ได้  เหอะ ทั้งตัวกูก็เลียมาแล้ว”



“ไอ้เชี่ย อย่าพูดนะ!”   ยกมือขึ้นชี้หน้าแม่ง ไอ้บ้าๆๆ กูเขินเป็นสาวน้อยในนิยายสดใสเลย



“หึ อ่อนว่ะ ... ว่าแต่มึงเป็นไรไอ้สั้น มานอนเอาขาหน้าปิดตาทำไม เขินหรอวะ” 



ด่ากูจบก็เมินกูไปหาไอ้หลงทั้งแบบนั้น  คำพูดคำจาไม่อ่อนโยนพอๆกับการกระทำ ไอ้ทัพที่เอานิ้วไปเคาะๆหัวไอ้หลงอยู่แบบนั้น  ไอ้สัดนี่



“มันเจ็บนะโว้ย ตีหัวมันทำไม” ดึงแขนมันไว้ เพราะมันเล่นเคาะไม่หยุด มึงเห็นเป็นกลองชุดหรอแม่ง



“กูไม่ได้ตี กูสะกิด”



“หัวมันออกจะบอบบาง มึงแม่งใจบาป”



“ปากเก่งนะมึง” 



มันที่ว่าออกมาเสียงเข้มในตอนนั้น ทำเอาผมที่กำลังก้มลงไปดูไอ้หลงถึงกับสะดุ้ง  เพราะช่วงนี้มันใจดีกับผมมากๆ ตอนนี้ผมเลยไม่ค่อยระวังตัวเวลาจะพูดอะไร เรียกง่ายๆก็คือเหริงนั่นแหล่ะ



“ก..ก็ขอโ...”



“ปากเก่งแบบนี้ มันต้องโดนสักทีแล้วไหม” 



มันที่ว่าออกมาเสียงเข้มๆพร้อมๆกับฝ่ามือหนาที่เลื่อนมาจับเข้าที่ปลายคางของผม ได้แต่ตกตะลึงงันตั้งใจจะขยับตัวถอยห่างเพราะคิดว่ามันจะบีบคอแบบทุกที แต่ยังไม่ทันได้ถอยหนี ใบหน้าหล่อๆของมันก็ทาบเข้ามาใกล้ พร้อมๆกับริมฝีปากหยักที่ประกบจูบลงมาตอนที่ผมยังลืมตาและเบิกตาค้างอยู่แบบนั้น



ความรู้สึกนุ่มหยุ่นที่วาบหวิวค่อยๆขบเม้มเบาๆ ลิ้นชื้นแฉะของอีกฝ่ายที่ไล้ไปตามกลีบปากของผม ขบเม้มเบาๆแผ่วๆพร้อมๆกับฝ่ามือหนาที่ยกขึ้นมาแนบที่แก้มของผม ลูบไล้แผ่วๆไปตามโครงหน้า เป็นสัมผัสอ่อนโยนที่ทำให้ผมใจสั่นและสุดท้ายก็เผลอไผลเปิดริมฝีปากให้อีกฝ่ายสอดลิ้นเข้ามาจนได้



“หึ” 



ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของคนตรงหน้า พร้อมๆกับมุมปากของอีกคนที่กระตุกยกยิ้มขึ้นมาจนผมรู้สึกได้ พอเป็นแบบนั้นแล้วเหมือนมันพอใจมากๆ เห็นแบบนั้นแล้วอยากจะผลักอีกฝ่ายออกไป แต่ก็ไม่ทันเมื่อวงแขนแข็งแกร่งของมันรวบตัวผมเข้าไปกอดไว้ ก่อนจะขบเม้มและบดเบียดริมฝีปากเข้ามาใกล้ให้แนบชิดมากยิ่งขึ้น  จูบแผ่วๆเมื่อก่อนหน้าเปลี่ยนเป็นร้อนแรงขึ้นในตอนนี้ ตัวผมที่ถูกอีกคนอุ้มขึ้นไปนั่งคล่อมตักของมันไว้ ฝ่ามือร้อนๆของอีกฝ่ายที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของผม ก่อนจะสอดมือจากชายเสื้อเข้ามาลูบไล้ที่ผิวกายของผมแบบเน้นๆ



“อึก อื้ออ”



‘แกรกๆๆ’



“อึก อื้ออ ทะ อื้มม”   



พยายามจะอ้าปากเรียกอีกฝ่ายเมื่อรู้สึกเผลอไผลมากขึ้นไปเรื่อยๆ นิ้วแกร่งของมันที่เลื่อนมาด้านหน้าแล้วบี้หัวนมของผมอย่างตั้งใจ  รับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่างที่ดุนดันอยู่ใต้ตัวผมที่ผมกำลังนั่งทับอยู่ตอนนี้ แต่อีกฝ่ายก็ไม่เปิดโอกาสให้ได้พูด ทำเพียงแค่จับหน้าของผมเอียงให้ได้มุมแล้วดูดปลายลิ้นของผมแรงๆจนเสียววูบไปทั้งตัว



“อื้มมม”



‘แกรกๆๆ’



‘แอ๊ด’



เสียงอะไรบางอย่างที่ได้ยินมาเป็นรอบที่สอง พยายามดันอกแกร่ง แต่อีกฝ่ายก็ตั้งหน้าตั้งตาจูบแบบเอาแต่ใจไปแบบนั้น เลื่อนฝ่ามือจากอกซ้ายมาที่หัวนมขวา หัวแม่โป้งกับนิ้วชี้ที่ขยี้ลงที่หัวนมผมแบบเน้นๆยิ่งทำให้สมองเบลอ อยากจะทักเรื่องเสียงแปลกๆนั่นแต่ก็เผลอไผลไปกับสัมผัสของมัน



“เห้ยๆๆๆ พวกมึงจะเยกันกลางบ้านเลยหรอวะ!” 



เสียงของผู้มาใหม่ทำเอาทั้งผมและไอ้ทัพหน้าถึงกับสะดุ้ง  มองไปทางประตูที่มีพี่ปืนยืนพิงขอบประตูมองมา และอีกหนึ่งที่สาระแนโผล่หนังหน้าเข้ามาแบบอยากรู้อยากเห็น แค่เห็นแขนเสื้อสีเหลืองๆกูก็จำได้



“ฮัลโหลโอโม่ โอ้แม่เจ้าโว้ย ใจเย็นหน่อยพ่อหนุ่มทั้งสอง ใจเย็นโน๊ะเฮีย”



“พวกสัด มาบ้านกูทำเหี้ยอะไร” 



เป็นคำทักทายจากเจ้าของบ้านด้วยความมีไมตรีจิตร ไอ้ทัพที่ยกมือขึ้นเสยผมเพื่อระบายอารมณ์หน่อยๆ  ดูเหมือนอยากอ้าปากด่าต่ออีก แต่มันติดตรงเสียงที่ดังมาจากกระจกกั้นระหว่างห้องนี้กับกรงไอ้รี่ พอหันไปมองก็ชัดเลย



‘แกรกๆๆ’   กรงเท้าแหลมๆของไอ้รี่ที่ขูดกับกระจก แถมตอนนี้ยืนหน้าตาถมึงทึงอยู่แบบนั้น สิงโตประสาท



“โฮกกกกกก”



“มึงเหมือนกันไอ้รี่ มาทำเชี่ยไร!”  หงุดหงิดจนพาลสัตว์ มองไว้ครับหน้าตามันเป็นแบบนี้



“แหม่ๆ แล้วจะนั่งกันอยู่แบบนั้นอีกนานรึป่ะ”



“เสือก”



“ฮ่าๆ มึงทักทายเพื่อนกับน้องแบบนี้หรอวะไอ้ทัพ”



“สาระแน ใครใช้ให้พวกมึงมา ไปไหนก็ไปไป๊ สัด” 



พ่นทุกสรรพสัตว์ออกมาตามจำนวนอารมณ์  มีแต่ผมที่นั่งหน้าขึ้นสีอยู่ตอนนี้ ช้อนตามองก็เห็นน้องของไอ้ทัพหน้ามองมาพร้อมทำสีหน้าล้อกูอยู่ไกลๆ มึงมาใกล้ๆตีนกูนี่ พ่อจะยันให้  หมั่นไส้นักไอ้คนบ้านนี้



“เออๆ ปะไอ้รบ ไปรอพี่มึงที่ห้องทำงานมันกัน สงสัยจะติดสัตว์เหมือนสิงโตมันว่ะ ฮ่าๆ”



“ไปกันเหอะเฮียปืน ไม่อยากอยู่ใกล้พวกใจสัตว์”



“ไอ้สัตว์รบ!”



“ไปแล้วจ้า~~” 



“สัด”   



เมื่อเห็นว่าทั้งน้องชายและเพื่อนของตัวเองวิ่งหายออกไปแล้วก็ได้แต่นั่งกันอยู่นิ่งๆ ไม่ใช่กูไม่อยากลุก หน้าไม่หน้าเท่าไอ้ทัพที่จะนั่งคล่อมกันต่อหน้าคนอื่นได้หรอกครับ แต่เพราะไอ้ทัพหน้าคนหน้าด้านนี่แหล่ะที่ดึงเอวผมไว้แน่นไม่ยอมให้ผมลุกเนี่ยแหล่ะ ไอ้เลว



“ปล่อยกูได้แล้ว”



“น่าหงุดหงิดชะมัด”   



มันที่เอาหน้าลงมาซุกอยู่ที่หัวไหล่ของผม แล้วบ่นงึมงำออกมาเซ็งๆ  มันต้องขนาดนี้เลยหรอวะ



‘แกรกๆๆ’



“โว้ย ไอ้รี่ ไปไกลๆหน้ากูเลยไป” 



พาลยันสิงโต ก็คิดดูว่ามันหงุดหงิดแค่ไหน  ไอ้รี่ที่มองมา ในสายตาของมันที่ผมรู้สึกว่ามันเองก็หงุดหงิดเหมือนกัน มันที่ปรายตามองไปที่ไอ้หลง ไอ้ลูกแมวเด็กที่นอนนิ่งหันหลังไม่ยอมหันกลับไปสนใจไอ้สิงโตตัวใหญ่ที่ใช้ทั้งอุ้งเท้าขูดกระจกและสายตากดดันมองไปที่ไอ้ตัวเล็กอยู่แบบนั้น ดีแค่ไหนที่มันเป็นกระจกแบบพิเศษไม่งั้นคงแตกและพังไปแล้ว



“ไป” 



เสียงเข้มๆของไอ้ทัพที่ดังสั่งออกมาเป็นรอบที่สอง พร้อมมองจ้องไปที่ไอ้รี่ดุๆ แว๊บนึงที่ผมมองเห็นไอ้รี่เป็นคนที่กำลังทำหน้าไม่สบอารมณ์ ตลกชะมัดที่ผมเห็นไปได้แบบนั้น ลองคิดดูว่าถ้ามันเป็นคนคงมองเห็นมันกรอกตาแบบหงุดหงิดและถอนหายใจหนักๆใส่ไอ้ทัพไปแล้วแน่ๆ  มันที่นิ่งจ้องตาเจ้านายสักพัก ก่อนที่สุดท้ายก็ยอมเป็นฝ่ายล่าถอยกลับไปเอง



“มึงไปหาพี่ปืนเถอะ น้องมึงด้วย”



“น่ารำคาญ พวกสาระแน”



“บ่นอยู่ได้ ไปๆ”



“อืม มึงเองก็ไปแต่งตัวได้แล้ว วันนี้มึงมีเรียนบ่าย”



“ครับๆ รู้แล้ว ไปไหนก็ไปไป๊”  ลุกขึ้นจากตัวมันแล้วโบกมือไล่มันไป  ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้



“เออไอ้ทัพ”



“ว่า?”



“เรื่องรายงานวิชามึงอ่ะ กูอาจจะไปหาทำที่บ้านใครสักคนในกลุ่มนะ ขออนุญาตมึงไว้ก่อนเลยละกัน” 



บอกมันออกไปแบบนั้น เพราะช่วงเวลาใกล้จะหมดคลาสและฤดูใกล้สอบก็ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว คิดว่าไม่วันใดก็วันหนึ่งในช่วงนี้คงต้องนัดกันไปทำแล้วล่ะ



คนตรงหน้าที่พอผมบอกออกไปแบบนั้นมันก็ยืนนิ่งไม่หือไม่อือ หน้าตายๆของมันที่ชอบทำเป็นประจำมองมาที่ผมอยู่แบบนั้น คือ?



“โอเคนะ?”   ถามย้ำออกไปอีกที



“ไม่”



“เอ้า”



“ไม่ต้องไปทำที่ไหน บอกกลุ่มมึงมาทำที่นี่”



“ห๊ะ!”  กูนี่ตาเบิกกว้างอ้าปากค้างเลยครับ  กระพริบตาปริบๆแถมมันไปอีกที เมื่อกี้หูฝาดหรืออะไรวะครับ



“กูบอกให้มาทำที่บ้านนี้”



“มึงจะให้มาทำ”



“มาทำที่บ้านกูนี่ กูจะคอยกูเอง”



“มึงหมายความว่าไง”



“อย่ามาเซ้าซี้ได้ไหม บอกเพื่อนมึงมาทำที่บ้านกูนี่...ทำไม หรือมึงกับชู้จะทำอะไรไม่สดวก”



“ชู้เชี่ยไรล่ะ”



“หึ ไม่มีก็ดี ไปแต่งตัวได้ละ กูจะไปหาไอ้ปืน” 



มันที่บอกออกมาแบบนั้นแล้วก็เดินหนีกันไปดื้อๆ  อะไรของเค้าวะ...



“เมี้ยวว”  ไอ้ตัวเล็กที่เดินเอาตัวนุ่มๆมาคลอเคลียร์ที่ขาของผม ก้มตัวลงไปลูบไล้ขนขาวๆของมันเบาๆ หน้าตาเศร้าๆของมันที่ช้อนตามองผม



“เป็นอะไรไอ้ตัวเล็ก งอนอะไรไอ้รี่หรือเปล่า ถ้างอนกันก็รีบไปดีนะเว้ย คนเราอ่ะ มันไม่รู้หรอกว่าวันพรุ่งนี้กับชาติหน้าอะไรจะมาถึงก่อนกัน รักกันไว้มันดีกว่าเกลียดกันเยอะเลยนะรู้เปล่าไอ้ตัวดื้อ” 



ลูบหัวมันไปพร้อมๆกับบอกมันแบบนั้น คิดแล้วก็ขำ กูมาพูดประโยคยากๆกับสัตว์ที่มันฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเนี่ยนะ

แต่ว่า รักกันไว้มันก็ดีกว่าเกลียดกันจริงๆ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ถูกรักจากคนที่เรารัก มันเป็นช่วงเวลาที่ดีจริงๆ เหมือนกับผมตอนนี้ที่ไอ้ทัพหน้ามันดีกับผม ดีจนใจผมสั่นจนจะเต้นออกมานอกหัวใจไปหมดแล้วนี่ล่ะครับ



...


(มีต่อจ้า)

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ


“เฮ้มายเฟรนนนนนนน ทำไมหน้าบึ้งจังๆๆ พี่เมลคนหล่อมาแล้วจ้า ขอลอกการบ้านข้อนี้หน่อยสิวะเพื่อนๆ” 



ผมที่เดินลัลลาเข้าไปกลางวง แต่ไอ้พวกเพื่อนๆเสือกเงียบเป็นเป่าครกกันยกกลุ่ม  เอ่อ...สถานการณ์ตรงหน้านี่คืออะไรวะ มองหน้าไอ้อู๋ที่นั่งทำหน้าอิหลักอิเหลื่อแบบลำบากใจคั่นกลางอยู่ระหว่างไอ้บินกับไอ้กุ๊ก มันที่พอเห็นผมเดินเข้ามาก็ทำหน้ามีความหวังทันที  เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย



“เพื่อนเมลลลล มึงมาแล้ว มาๆๆรีบมาครับเพื่อน” 



ไอ้อู๋ที่ตะโกนแหวกอากาศออกมาทันที มันที่ลุกจากเก้าอี้ แล้วดันผมไปนั่งตรงกลางระหว่างไอ้บินกับไอ้กุ๊กแทนมันทันที  ไอ้เหี้ยอู๋!



“อ่ะเอ่อ...มึงทำการบ้านกันยังไอ้กุ๊กไอ้บิน”



“ยัง”



“ทำแล้ว” 



จ๊ะ...ตอบออกมาพร้อมกันแต่ไม่มองหน้ากันจ๊ะ  ไอ้บินที่ยืนสมุดงานที่มันทำแล้วส่งมาให้ผม  ได้แต่ยิ้มตอบมันไปอย่างขอบคุณ  พอหันกลับมาทางไอ้กุ๊ก กูสะดุ้งเลย มองเห็นมันที่ก็มองอยู่เหมือนกัน  เอ่อคือ...กูแค่ขอลอกงานนะ ไม่ได้อยากได้ไอ้บินนะมึง มึงอย่าเข้าใจผิดนะเพื่อน กูได้แต่แหกปากออกไปแบบนั้นในใจ จะพูดออกเสียงก็ไม่ได้ เพราะไปเสือกรู้ความลับเอง



“เอ่อไอ้กุ๊ก ฮ่าๆนี่ไงไอ้บินทำแล้ว มาๆลอกกัน”



“ไม่ล่ะ มึงทำเลย มันคงอยากให้มึงลอกมากกว่ากู”



“ห๊ะ มึงพูดอะไรวะ” 



จริงๆได้ยินเต็มหู แต่เลือกที่จะทำเป็นไม่ได้ยินไปแบบนั้นเอง ไม่อยากได้ยินครับ ผมว่าสถานการณ์ตรงหน้าตอนนี้มันออกจะแปลกๆไปสักหน่อย เมื่อวานก่อนถึงไอ้กุ๊กจะดูตึงๆกับไอ้บิน แต่ไอ้บินก็ตามจิกเป็นไก่เลย แต่มาวันนี้มันอะไรกันวะ เหมือนต่างฝ่ายต่างตึงใส่กันซะแบบนั้น ทำตัวเหมือนพวกFriend with benefitsชิพหาย ไอ้พวกเป็นเพื่อนแต่ไม่ใช่เพื่อนเนี่ย อยากรู้ๆไอ้เมลอยากรู้ อยากช่วยด้วย แต่จะให้ช่วยยังไงวะ เรื่องของตัวเองยังเอาไม่รอดเลย ผ่าม!



“อ่ะ เอ่อ...พวกมึงๆ เรื่องงานกลุ่มอ่ะ...”



“เดี๋ยวไปทำห้องกู ถ้าง่วงมึงนอนห้องกูเลยก็ได้” 



ไอ้บินที่พูดสวนประโยคของกูออกมาแบบนั้น เล่นเอาผมต้องอ้าปากค้าง มองไปที่ไอ้อู๋ที่ก็เลิ่กลักไม่ต่างจากผม จะไม่ให้เลิ่กลักได้ยังไง ก็ไอ้บินที่พูดออกมาแบบนั้น บอกผมแท้ๆแต่ดันมองหน้าไอ้กุ๊กไม่หยุด



“ดี มึงนอนห้องไอ้บินไปเลยก็ดี ท่าทางจะสดวก”  สดวกก็เหี้ยจ๊ะเพื่อนกุ๊ก ขืนทำแบบนั้น ไอ้ทัพต้องไม่เอากูไว้ มันต้องฆ่ากูตายแน่ๆ



“อืม กูยินดีสุดๆ”



“เอ่อคือ...”



“นั่นสิ มึงต้องยินดีอยู่แล้วล่ะ”



“รู้ใจกูดีจังนะ ทำไมเรื่องอื่นไม่รู้แบบนี้บ้างวะ...”



“กูก็รู้ใจมึงทุกเรื่องแหล่ะ...”



“เดี๋ยวๆ พวกมึงสองคนเป็นเชี่ยไรกันถามจริง” 



ผมที่ทนไม่ไหวโพร่งออกไปแบบนั้น หันซ้ายหันขวามองหน้าพวกมันคนละที ไม่เข้าใจจริงๆว่ามันเป็นอะไรกันวะ และที่ไม่เข้าใจและไม่ชอบมากไปกว่านั้นคือเหมือนพวกมันกำลังเอากูไปประชดกันเองนี่แหล่ะ



“เออ กูก็สงสัยนะ ถ้าพวกมึงทะเลาะกันไปเคลียร์กันให้เรียบร้อยไป อย่ามาทำให้บรรยากาศในกลุ่มเสียสิวะ เพื่อนกันทั้งนั้น” 



ไอ้อู๋ที่ว่าออกมาบ้าง ผมเห็นไอ้บินถอนหายใจออกมาหนักๆ หน้าตามันดูอารมณ์เสียไม่น้อย แต่ก็พยายามที่จะไม่ระเบิด



“อืม เพื่อนกัน” 



ผมได้ยินไอ้กุ๊กพูดออกมาเบาๆ ก่อนมันจะหันหน้าหนีออกไปนอกหน้าต่างโดยไม่พูดอะไรต่อ  ไอ้บินที่เสยผมลูบหน้าลูบตาตัวเองหน่อยๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน



“โทษที กูไปเข้าห้องน้ำนะ” 



ว่าแบบนั้นแล้วมันก็ออกไป ก็คือไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น  ไอ้อู๋ที่พยักหน้าบอกผมว่ามันจะตามไปดูไอ้บิน ผมเองก็พยักหน้ารับกลับไปเช่นกัน



“ไอ้กุ๊ก”  เรียกมันเบาๆตอนที่ไอ้บินกับไอ้อู๋ไม่อยู่แล้ว



“หืม”



“มึง....โอเคไหมวะ”



 เป็นคำถามที่โคตรโง่แต่ก็อยากถาม จริงๆการที่เราต้องทะเลาะกับคนที่เรารัก มันจะมีอะไรมาโอเควะ ผมรู้ดี แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้คงจะดีสำหรับไอ้กุ๊กมากที่สุด



“อืม กูโอเค กูกับบินไม่มีอะไรหรอก จริงๆ” 



มันที่ว่าออกมาแบบนั้น ก่อนจะก้มลงไปหยิบสมุดขึ้นมา ดูท่าคงจะเอาสมุดผมไปลอกต่อ ผมชะงักไปนิดนึงแต่เลือกที่จะไม่พูดอะไรกับมันต่อ



“อืม ถ้ามีไรบอกกูนะ กูเพื่อนมึง”



“อืม ใครๆก็เพื่อนกูทั้งนั้นล่ะ” 



มันว่าออกมาแบบนั้น แล้วก้มหน้าก้มตาลองงานต่อจากผม  ผมที่มองไอ้กุ๊กลอกงานไปเงียบๆ ใบหน้าด้านข้างของมันที่ไม่สดใสเหมือนทุกวัน อยากจะตะโกนบอกมันตอนนี้เหลือเกินว่า อืม...ใครๆก็เพื่อนมึงทั้งนั้น แต่กูก็สงสัยนะ เพื่อนกันแบบไหน มึงถึงมีรอยดูดที่หน้าอกได้วะ ผมไม่รู้หรอกว่าไอ้บินเป็นคนทำหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ ผมมั่นใจว่าไม่ใช่พี่ดาบหรอก ...



เพราะไอ้กุ๊กที่ไม่ระวัง ตอนมันก้มผมเลยเห็นได้ชัด ถ้าแค่รอยเดียวกูจะไม่ตกใจ แต่เพราะมันเยอะเกินไปต่างหาก



ถ้าพวกมึงเป็นแค่เพื่อน ก็ขอให้คนทำรอยนั้น ไม่ใช่ไอ้บินก็พอ



...



“พวกมึงมาทำห่าไร น่ารำคาญ” 



ผมพูดขึ้นตอนที่เปิดประตูห้องทำงานเข้าไป ไอ้ปืนกับไอ้รบนั่งกระดิกตีนแดกขนมกันแบบสบายอารมณ์อยู่ตอนนี้  มาล้างมาผลาญบ้านกูจริงๆ



“ฮัลโหลเฮีย หน้าบูดจัง”



“หุบปาก ไม่งั้นกูจะเอาตีนยัดปากมึง”  บอกไอ้น้องชายตัวดีไปแบบนั้น ทำไมแม่งกวนตีนจังวะ ทีไอ้รุกฆาตแม่งยังไม่พูดมากแบบไอ้รบเลย



“ดุจัง คุณชายทัพหน้าที่นิ่งๆไม่อยู่แล้วว่ะเฮียปืน”



“ท่าทางจะแบบนั้น ฮ็อตเฮดง่ายจังครับ”



“พวกมึงมีอะไรก็ว่ามา กูไม่ว่างมาเล่นกับพวกไม่มีงานกับไอ้เด็กเรียนซ้ำหรอก”  ว่าพวกมันออกไปแบบนั้น แล้วนั่งลงที่โต๊ะทำงานของผม มองหน้าพวกมันที่ทำหน้าเลิกลัก



“เฮียปืน เฮียทัพมันว่าเราป๊ะวะ แต่กูไม่ได้เรียนซ้ำนะ กูแค่พึ่งกลับมาจากญี่ปุ่น สัด”



“กูก็ไม่ได้ว่างงาน แต่งานเสือกเรื่องเพื่อนก็หน้าที่กูเหมือนกัน”



“กูด้วยจ๊ะ มาเสือกเผื่อไอ้รุกกับน้องจอม”



“มึงไม่ต้องมาอ้างน้องจอม น้องจอมไม่ขี้เสือกเหมือนพวกมึงสองคนหรอก” 



ยกนิ้วกลางใส่หน้าไอ้รบที่พอเห็นก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากถูกใจ  ไอ้ห่านี่ตั้งแต่มีเมียก็ร่าเริงเหมือนคนพี้ยาตลอด กูสงสัยจริงๆว่าเมียมึงเอาอะไรให้แดกถึงเป็นแบบนี้ แล้วอย่ามาว่าน้องจอมของกู ทั้งบ้านผมก็มีแค่น้องจอมนี่ล่ะที่เป็นสิ่งมีชีวิตน่ารักในบ้าน นอกนั้นคือพวกชั่ว



“อ๊ะๆ พอๆเข้าเรื่องเราดีกว่าไอ้ทัพ”



“เรื่องเราเหี้ยอะไร”  หยิบแฟ้มงานขึ้นมาเปิดๆอ่านแล้วถามมันออกไปแบบนั้น  มองจากหางตาเห็นไอ้ปืนกับไอ้รบพยักหน้าใส่กันหน่อยๆ



“ใช่ ไม่ใช่เรื่องเรา แต่เป็นเรื่องของมึงกับน้องเมล”



“ทำไม”



“ก็จะทำไมอะไรล่ะเฮีย ตอนนี้เฮียก็รู้แล้วป๊ะว่าโอโม่...เออๆ กูหมายถึงเมล ไม่ต้องมามองตาดุ กูหมายถึงว่าพวกเรารู้แล้วว่าเมลไม่ได้เป็นคนวางแผนฆ่าพี่ณราชา”



“แล้ว?”  เงยหน้าขึ้นมาจากเอกสารที่กำลังอ่าน ก่อนจะจ้องหน้าพวกมันที่มองมาที่ผมนิ่งๆไม่ต่างกัน



“ก็แล้วทำไมมึงถึงไม่ปล่อยน้องมันไป”



“แล้วทำไมกูต้องปล่อย” รู้สึกตกใจกับน้ำเสียงของตัวเองในตอนที่พูดประโยคนี้ออกไปเหมือนกัน  เสียงของผมที่ทั้งแข็งทั้งดุดัน พร้อมๆกับจ้องหน้าไอ้ปืนกับไอ้รบแบบนิ่งๆ



“น่าจะเป็นพวกกูมากกว่าไหมว่าทำไมมึงถึงไม่ปล่อย...”



“กู...”



“มึงไม่ต้องรีบปฏิเสธหรอกทัพ มึงแค่คิดดูดีๆ ตอนนี้น้องมันคงไม่รู้ล่ะสิว่ามึงรู้แล้วว่าน้องมันไม่ได้ทำ”



“อืม...มันไม่รู้”



“แล้วเฮียมึงก็ไม่คิดจะบอกหรอวะ ไม่คิดบ้างหรอว่าเมลมันจะคิดมากแค่ไหน มันอยู่กับมึงทุกวันนี้ มันก็คงคิดว่ามึงเกลียดมันอยู่ทุกวัน”



“ตอนนี้กูไม่ได้เกลียด”



“แล้วรักหรือเปล่า?”



“กู...”




“แล้วถ้ามึงรัก แล้วณราชาล่ะ?....”



“ณราชาทำไม ณราชาไม่มีวันตื่น” 



ตอบพวกมันออกไปแบบนั้นแล้วปิดปฟ้มเอกสารในมือลงทันที  ถ้าพูดมาถึงเรื่องแบบนี้ ก็ไม่มีแล้วอารมณ์ที่จะอ่านงานให้รู้เรื่อง



“แล้วถ้าณราชาฟื้นขึ้นมา มึงจะเอาน้องไปอยู่ตรงไหน”



“มึงอย่าพูดอะไรที่เป็นไปไม่ได้ได้ไหมวะไอ้ปืน...ณราชาน่ะ....”



“งั้นเฮียมึงน่าจะไปโรงบาลสักหน่อยนะ เผื่อเฮียมึงจะได้รู้ว่า เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ บางทีมันอาจจะเป็นไปได้จนมึงตั้วตัวไม่ทันเลยล่ะเฮียทัพ”



ผมที่เงยหน้าขึ้นไปมองหน้าน้องชายตัวเองชัดๆแบบเต็มตา ไม่....



“มึงหมายความว่ายังไง”



“มึงลองไป...แล้วมึงจะรู้เองเพื่อน”



ทำไม...



“มึงอย่าบอกกูว่าณราชาฟื้นแล้ว?”



-------------------



ตุ้งแช่!!

​ตึ่งโป๊ะๆไหมล่ะคุณจ๋าาา หวังว่าคนอ่านจะชอบไม่มากก็น้อยนะคะ แคทหวังว่าคนอ่านจะไม่เทกันไป

ได้โปรดดดดดด อย่าทิ้งหนูไป (เกาะขา)

มาอ่านกันนะคะทุกคนนนนนนน  อิิอิ เป็นพาร์ทใสๆใครๆก็รู้ เนอะๆ เชื่อใจแคทสิๆ 555555 :hao7: :hao6:

ออฟไลน์ ursleepingxd

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
เกลียดการตัดตอน แต่เกลียดการตุ้งแช่มากกว่า 55555555555555555555555 ณราชาฟื้นแล้ว  เย้  ตอนนี้ไม่มีเจ๊ดาบเลย คิดถึงนะคะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ imac

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 931
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1

ออฟไลน์ LadySaiKim

  • ▫▪□Dezine'Kim□▪▫
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1683
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-0
ณราชาฟื้นเก่ง เตรียมซดมาม่าถ้วยใหญ่ไปอี้กกก :ling3:

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
อาร๊ายยยยยตัดจบแบบนี้แดดิ้นสิคะ แง๊~~กำลังเพลิน เอาแล้วๆ ฟื้นๆสักที จะเอาไงละทีนี้ ทั้งเขาไม่ผิดและคู่หมั้นก็ฟื้น หึหึ!!! จะปล่อยเขาไปได้ไหม เมลยังจะอยู่ด้วยหรือป่าว ถ้าตัวจริงมา 5555 บรรเทิงงง อยากเห็นความเจ็บปวดของไอ้พี่ทัพหน้า ได้ใจมานานละ แต่ก็คงไม่พ้นพ่วงความเจ็บปวดของเมลมาด้วย แต่เมลมันก็คิดมาตลอดหนิว่าทัพหน้าไม่ได้รัก ต้องเผื่อใจไว้บ้างละ เพราะงั้นความเจ็บปวดมันย่อมน้อยกว่าทัพหน้า คึคึ!! ไปเลยไปดูให้เห็นกับตาว่าฟื้นจริงไหม อยากรู้เหมือนกัน ^^ //ว่าแต่ว๊ายยยยรอยบนอกนี้คือไร๊ หลายรอยด้วย หูยยยยยยยยยย!!! หลังจากผลักเข้าห้องวันนั้นใช่ป่ะ เกิดไรขึ้นอ่ะ ต๊ายยยอยากรู้ 5555 แล้วทำไมมานั่งประชดกันอยู่นั่นละนี้ เฮออคงยังไม่ปรับความเข้าใจกันสินะ คงยังปากแข็งกันทั้งคู่อยู่สินะ  นี้รอเผือกคู่นี้ต่ออยู่เด้อ 55555 //กุ๊กกับแจก็ตล๊กกก กวนตีนกันไปมา สายเปย์สุด อร่อยไปแดก ขุนให้อ้วนกันไปเลย ชอบแดกดีนัก เอาของกินมาล่อได้ผลดีนักละติดบ่วงเลยกุญแจ เสร็จแน่ๆ 555555 //สนุกกกกกกก รอตอนต่อไปเลยค่ะ อ๋อ เออ ไอ้น้องหลงงอนไรพี่รี่เขาอ่ะ ไอ้พี่รี่ไม่มีโอกาสได้ง้อเลย ทำไงดีนะเนี้ย หันหน้าคุยกันหน่อยเร็ว พี่ก็โมโห น้องก็หันหลังให้ไม่ยอมเจอหน้า แล้วยังมีมารเจ้านายทัพหน้าคอยขัดอีก ชิ ไปเลยไป๊ ปล่อยให้เขาได้เคลียร์กัน เนาะเมล 5555555 รอรอรอตอนหน้านะคะ ชอบบบบบบบ

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ

บทที่24




การเรียนวันนี้ผ่านไปแบบเหนื่อยหน่าย ถ้าผมจะพูดแบบนี้มันจะดูตลกไหมนะ จริงๆมันก็น่าเบื่อทุกวัน แต่ว่าวันนี้มันน่าเบื่อเป็นพิเศษครับ ว่าชาว่าด้วยกฏหมายการค้าระหว่างประเทศที่ปกติกูก็อยากนอนตายอยู่แล้ว แต่วันนี้กลับอยากตายมากขึ้นไปอีกเมื่อต้องมานั่งคั่นกลางระหว่างไอ้กุ๊กกับไอ้บิน  ... กูนี่ได้แต่กรอกตามองขึ้นฟ้ารัวๆมาทั้งคาบ กว่าจะเลิกเรียนได้นึกว่าตะคริวจะกินผมกับไอ้อู๋ตาย



“เฮ้อออ เลิกเรียนสักทีเวนเอ๊ย กูอึดอัด”  ไอ้อู๋ที่เดินมาใกล้แล้วพูดออกมาแบบนั้น



“กูนี่อึดอัดมากกว่ามึงอีก กูนั่งคั่นพวกมันนะเว้ย”



“ไม่รู้แม่งทะเลาะเชี่ยไรกัน”



“กูก็สงสัยเหมือนกัน”



“พวกมึงกระซิบไรกันวะ”  เสียงของไอ้กุ๊กที่ดังมาจากข้างหลังทำเอาทั้งผมทั้งไอ้อู๋ที่เดินนำพวกมันมาก่อนถึงกับสะดุ้ง ได้แต่ส่งยิ้มแหยๆไปให้แบบไม่มีพิรุธ



“บ้าน่า มึงคิ๊ดมาก”



“สัดเมล มึงเสียงสูง”   ไอ้อู๋ที่ถองข้อศอกใส่ผมพร้อมด่าออกมาแบบนั้น เอ้า...กูก็ว่ากูพยายามทำตัวปกติเต็มที่แล้วนะโว้ย



“ไม่มีไรหรอกมึง ไอ้เมลเสือกชีวิตรักของกู”  โอ้โห นิ่งเว่อร์ มึงนี่ต้องอยู่สมาคมชมรมคนตอแหลแน่ๆ เนียนมากจ้า   



“เหรอ ว่าแต่ชีวิตรักของมึงเป็นไงวะ”  ไอ้กุ๊กที่เดินตามมาสมทบถามไอ้อู๋ที่พอได้ยินแบบนั้นก็ยกยิ้มมุมปากขึ้นมาทันที แหม โชว์เหนือไอ้ห่า



“จะไปวุ่นวายชีวิตรักคนอื่นทำไมวะ มึงทำชีวิตมึงให้ดีก่อนเถอะ” 



และเสียงเสือกที่ทรงพลังอีกเสียงก็ดังมาแบบไม่มีใครอันเชิญ เทพเจ้าบิน ไอ้สัด สาระแนทำบรรยากาศเสีย ผมหันไปถลึงตาใส่มัน แต่มันก็ทำแค่ยักไหล่ใส่ เหมือนกับกำลังบอกผมว่า แล้วไงกูก็แค่พูด ส้นตีนครับเพื่อน อยากอมขี้ไปพ่นใส่หน้า



“เออ ชีวิตรักกูดีแน่ มึงดูไว้” 



ไอ้กุ๊กที่หันไปมองแรงใส่ไอ้บินพร้อมบอกออกมาแบบนั้น คือระ? ผมที่มองตามหลังมันไป ก่อนจะต้องอ้าปากค้างตอนที่มองเห็นร่างสูงของผู้ชายร่างหนาที่ค่อนข้างจะคุ้นหน้า ที่ตอนนี้ไอ้กุ๊กกำลังเกาะแขนเขาอยู่



“ชิพหาย”  ได้แต่บ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ แล้วรีบสาวเท้าตามมันไป



“เจ๊ดานี่พี่ดาบมึงมาทำไรที่นี่วะพี่” 



ตะโกนทักออกไปแบบเสียงดัง มองหน้าไอ้กุ๊กกับเจ๊ดานี่สลับกันไปมาแบบไม่เข้าใจ แต่เรด้าแปลกๆของผมเริ่มจะทำงานแล้วในตอนนี้



“อ้าว น้องหนูคาราเมลหวานๆ ยังน่ารักน่ากินเหมือนเดิมเลยน้า”  หันมาทักทายผมพร้อมเสียงสองกับท่าทางจีบปากจีบคอ แต่ประโยคของพี่มึงแปลกๆ มันคืออะไรฟะ! น่ากินเชี่ยไรล่ะ



“อ๊ะๆ ดุจังเลยค่ะ หยอกนิดหยอกหน่อยทำเป็นมองตาขวาง” 



“สรุปเจ๊มาไม”



“อิอิ มารับน้องกุ๊กๆกิ๊กๆไปทานข้าวค่ะ” 



หือออออ เหยดแหม่ นี่มันเรื่องอะไรกันวะ ว็อทเดอะฟัคจ้า

ผมที่เบิกตากว้างขึ้นตอนที่ได้ยินประโยคนั้น พรางมองหน้าไอ้กุ๊กกับพี่ดาบสลับกันไปมาแบบไม่เข้าใจว่าทั้งสองคนไปสนิทสนมกันจนถึงขั้นมารับกันไปกินข้าวและเกาะแขนแบบนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ เมื่อไหร่ๆๆ ทำไมกูไม่รู้ ฮึ่มฮั่มๆมากๆ



“เจ๊ มึงจะเปลี่ยนชื่อกูทุกครั้งที่เจอไม่ได้นะเว้ย”



“ทำไมล่ะคะหนู ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว เจ๊อยากเรียกอะไรน่ารักๆให้เหมาะกับคนสวยๆแบบเจ๊ไงคะ” 



หันไปคุยกันสองคน ทำเหมือนพวกกูที่ยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้เป็นแค่อากาศธาตุ ... อิเจ๊พี่ดาบที่ก้มหน้าลงมายิ้มให้ไอ้กุ๊กแล้วยกมือขึ้นยีผมมัน คือ........พวกกูไม่ใช่ผีนะโว้ย!!



“แล้วแต่เจ๊มึงเลย ขัดไปก็ไม่มีประโยชน์”



“น่ารักจังเลยค่ะ อิอิ ... เดี๋ยววันนี้จะพาไปทานของอร่อยนะคะ”  กูเกลียดตรงสองอิมันนี่แหล่ะ



“โอ๊ะ น้องเมลกับผองเพื่อนยังอยู่หรอคะ เจ๊ลืมไปเลย”  หันหน้ามามองพวกผมก่อนจะเล่นใหญ่ยกมืออันควายๆของตัวเองขึ้นปิดปากทำหน้าแอ๊บแบ๊ว อิเจ๊แม่ง



“เออ อากาศธาตุคือกูเอง ว่าแต่พวกมึงสองคนสนิทสนมกันได้ยังไง”   หรี่ตามองพวกมันสองคนแบบคาดคั้น ถ้าไม่บอกกูไม่ปล่อยให้ไปจริงๆด้วย



“แหม่ๆ ถ้าจะให้พูดถึงเรื่องนี้ก็เขินเลยนะคะน้องเมลหวานๆของพรี๊ อิอิ”  แดะแด๋ทำท่าเขินอายไปอีก



“ไม่มีไรหรอกมึง กูก็แค่...เริ่มสนิทกับพี่มันมาสักพัก...ใหญ่ๆ”



“ห๊ะ”



“อืม งั้นเดี๋ยวกูไปก่อนนะ ไปกันเถอะเจ๊” 



ไอ้กุ๊กที่ตัดบทออกมาแบบนั้น มันที่เอื้อมมือไปกระตุกแขนเสื้อเจ๊แก สายตาเจ๊แกที่มองเลยผมกับไอ้อู๋ไปที่ด้านหลัง เห็นพี่มันมองสบตากับไอ้บินนิ่งๆ ก่อนจะยกยิ้มนิดหน่อยและก้มลงมายิ้มหวานให้ไอ้กุ๊ก พยักหน้ารับแล้วเอื้อมมือไปจับมือมันไว้   ผมกับไอ้อู๋คือตาโตเลยในตอนนั้น



“ไปกันค่ะหนู”



“อื้ม”   



พยักหน้าให้กันหน่อยๆ เจ๊แกที่ยิ้มอบอุ่นส่งไปให้ไอ้กุ๊กแล้วจูงมือมันนำออกไปในตอนนั้น ผมหันหน้ากลับไปมองไอ้บินทันที  มันที่แค่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่พูดอะไรสักคำ มันแค่ยืนนิ่งๆและมองไอ้กุ๊กกับพี่ดาบที่เดินจับมือกันออกไป ... ผมค่อนข้างมั่นใจว่าไอ้กุ๊ก ไม่ได้แอบชอบไอ้บินแค่ฝ่ายเดียวหรอก แต่ที่ผมไม่รู้คือ ระหว่างมันสองคนในตอนนี้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกันแน่



“พวกมึง กูกลับก่อนนะ” 



ไอ้บินที่พูดออกมาแบบนั้น  ผมกับไอ้อู๋ที่มองหน้ากันนิ่งๆ และมองไอ้บินเดินออกไปทางด้านหลังตึก ต่างจากไอ้กุ๊กกับพี่ดาบที่พากันเดินออกไปที่หน้าตึก เหตุการณ์เหมือนวนลูปไม่ต่างจากครั้งที่แล้ว  ผมไม่เข้าใจเลยว่าพวกมันคิดจะทำอะไรกัน



“นี่มันอะไรวะเนี่ย”  ผมที่บ่นออกมาเบาๆแบบนั้น  หันไปมองไอ้อู๋  มันที่ยักไหล่ส่งมาให้หน่อยๆ



“กูไม่รู้เหมือนมึงแหล่ะ...แต่กูแค่คิดว่า คนเรามันเลิกรักคนที่ตัวเองรู้สึกมาด้วยตั้งนานไม่ง่ายหรอก...เรื่องนี้มึงเองก็รู้ดีไม่ใช่หรอไอ้เมล”



“อืม...ก็จริงของมึง” 



ผมที่ฟังคำพูดของไอ้อู๋ก่อนจะตอบออกไปแบบนั้น  ผมเองรู้ดีกว่าใคร ว่าการเลิกรักคนที่ตัวเองรู้สึกด้วย มันยากมากแค่ไหน ต่อให้เค้าร้ายและไม่เคยรักเราก็ตาม เราก็ยังรู้สึกกับเค้าเหมือนเดิม เพราะสิ่งที่ยากมากที่สุดของความรัก ก็คงจะเป็นการที่เราไม่เคยใช้สมองแต่หัวใจมันมักจะตัดสินแทนเสมอ



“พี่เมลลลลลล สวัสดีคร๊าบบบบบบบ” 



เสียงใสๆที่ดังมาก่อนตัว ทำเอาผมหลุดออกจากความคิด ก่อนที่เจ้าของเสียงจะเดินยิ้มร่าเข้ามา สองมือของมันยังคงมีถุงผ้าของกินแบบที่เห็นครั้งไหนมันก็เป็นแบบนี้



‘หมับ’



“คิดถึงจังงงงงงงงง” 



แรงกอดรัดจากร่างที่ไม่เล็กของไอ้แจกระโดดกอดเข้าใส่ผมเต็มแรง หน้าแป้นแล้นของมันที่ยิ้มกว้างให้ผมพร้อมกอดแน่นๆเอาหน้าซุกลงมาที่อกของผมอยู่แบบนั้น ทำตัวเหมือนเด็กจริงๆ



“ไอ้แจ”



“จ้า แจเองจ้า คิดถึงพี่เมลจุงเบย”



“เหรออออ คิดถึงไอ้เมลแน่เรอะ”  เสียงกวนประสาทของไอ้อู๋ที่ดังขึ้นมาทำเอาไอ้แจผละออกจากตัวผมแล้วหันไปมองแรงใส่ไอ้อู๋แทน



“เออเซะ คิดถึงพี่เมล”



“หรอวะ กูก็คิดว่า มึงจะคิดถึงกูซะอีกลูกหมู” 



ไอ้อู๋ที่พูดออกมาแบบนั้น ก่อนจะยื่นหน้าหล่อคมของมันเข้าไปใกล้หน้าไอ้แจ  น้องมันที่ผวาถอยหลังออกไปหลายก้าว



“บ...บ้า ใครแม่งจะโง่คิดถึงลุงวะ”



“ไม่รู้สิ อาจจะเป็นเด็กแถวนี้ก็ได้ล่ะมั้ง เนอะ” 



ยกยิ้มมุมปากพร้อมยื่นนิ้วไปเขี่ยปลายคางของไอ้แจไปอีกที ไอ้แจถึงกับสะดุ้งเฮือกอีกที มองเห็นแก้มย้อยๆของมันขึ้นสีขึ้นมาแปลกๆ ... มองมันสองนี่ดูจะแปลกๆ มีอะไรที่กูไม่รู้ไหมวะ เอ๊ะยังไงครับยังไง



“อึฮึ่ม กูจะกลายเป็นวิญญาณสองรอบติดกันในวันเดียวไม่ได้นะโว้ย คาราเมลอยู่นี่นะพวกมึง ยู้ฮู้”



“ลูกหมู มึงได้ยินเสียงตัวประกอบไหมวะ”



“สัด มึงสิตัวประกอบ นี่มันเรื่องกู มานี่ไอ้แจ อย่าไปใกล้สิ่งมีชีวิตที่ชอบพรากจิ้น”



“อี๋ น่าเกลียดน่ากลัวมากๆเลยพี่เมล”  ไอ้แจที่ทำหน้าขยะแขยงใส่ไอ้อู๋ ก่อนจะวิ่งมาหลบหลังผม



“สัด เกินไปไอ้ลูกหมู ทีงี้มาทำรังเกียจกู ทีตอนนั้น...”



“สัดลุง แดกตีนไหม พูดมาก!”



“เอ๊ะ กูว่าพวกมึงสองตัวคุยอะไรกันแปลกๆนะ แต่ช่างเหอะ กูมีเรื่องอยากถามมึงพอดีไอ้แจ”



“หื้ม พี่เมลมีไรหรอ”



“กูสงสัยเจ๊มึง เจ๊มึงนี่เป็นตุ๊ดจริงไหมวะ”  ดึงแขนไอ้แจให้ลงไปนั่งที่โต๊ะไม้ตรงนั้น คือมันเป็นเรื่องที่ต้องคาดคั้น มันค่อนข้างจะคาใจ ไอ้อู๋ที่มองเราสองคนงงๆ แล้วมันก็เลือกจะนั่งลงด้วยเช่นกัน



“หื้มม หมายถึงพี่ดานี่ พี่ดาบอ่ะหรอครับ”



“เออ อิเจ๊พี่ดาบนั่นแหล่ะ”



“เดี๋ยวๆ นี่มึงพูดถึงใครกันวะ ดานี่ดาบๆอะไรกันอยู่สองคน ช่วยอธิบายให้กูเข้าใจด้วยได้ไหมครับ”



“ลุงนี่ขี้เสือกจังวะ”  ไอ้แจที่ปรายตามองแถมด่าออกไปด้วย กูพูดตรงๆว่าขอบคุณมาก ไอ้อู๋ไอ้ขี้เสือก



“เออ ด่ากูก็ได้ เพราะก็อยากเสือกจริงๆ โปรดอย่ามองเห็นกูเป็นอากาศธาตุ กูอยากรู้เรื่องด้วยครับ สรุปคือ?”



“พี่ดานี่ไอ้ตุ๊ดยักษ์ที่พึ่งหิ้วเพื่อนเราออกไปก็คือพี่ดาบนั่นแหล่ะ อีกอย่างคืออิเจ๊นั่นเป็นพี่ของไอ้แจนี่ไง กูถึงมาคาดคั้นมันอยู่เนี่ยไง”



“เชี่ย พี่มึงที่บอกว่าจะให้มาตุ๋ยตูดกูอ่ะนะไอ้หนู” 



ไอ้อู๋ที่หันไปทำตาโตใส่ไอ้แจ มองเห็นไอ้แจที่หลุดขำออกมานิดหน่อย ก่อนมันจะพยักหน้าส่งไปให้ไอ้อู๋  มองเห็นไอ้อู๋ที่ทำหน้าขนลุกขนพองเอามือลูบๆแขนตัวเองอยู่ตอนนี้  อะไรกันอีกวะ?



“สัด กูไม่นิยมชนช้างครับ”



“ฮ่าๆ ไอ้พี่อู๋ อุบาทย์ว่ะ”



“เดี๋ยวๆ นี่ตอนนี้พวกมึงสองคนเริ่มคุยกันแบบที่กูไม่รู้ด้วยแล้วนะเว้ย” เอื้อมมือไปสะกิดไหล่ไอ้แจทีนึง ไอ้เด็กแก้มอ้วนนี่ก็หันมายิ้มแป้นแล้นให้



“แล้วพี่เมลถามทำไมหรอ”



“สงสัยไงวะ คือพี่เจ๊มึงอ่ะเป็นตุ๊ดจริงๆหรอวะ ถ้าเป็นจริงๆทำไมกูรู้สึกว่า....”



“กูว่าแม่งไม่ใช่ว่ะ ไอ้พี่แม่งมองไอ้กุ๊กเหมือนจะแดกเข้าไป นี่ยังไม่รวมที่มันเหล่สาวโต๊ะข้างๆด้วยนะ กูรู้เพราะกูชอบทำ”



“หื้ม มึงเป็นคนสันดานแบบนี้เองหรอไอ้พี่อู๋”



“เห้ย เอ่อ..แหม่ มันก็มีบ้าง แต่ตอนนี้ไม่ได้ทำแล้วไง”  มันที่หันไปยิ้มประจบให้ไอ้แจที่ยกนิ้วกลางใส่หน้าแม่งทีนึง



“อยากได้หรอวะลูกหมู กูมีนะ”



“กูก็มีไอ้สัดลุง จะอยากได้ของมึงมาเพื่อ เก็บไว้ฉี่เถอะ”



“มึงมี แต่ใหญ่เท่ากูเปล่าล่ะ”



“อ๊ากกก ไอ้สัดลุง”



“ฮ่าๆๆ ตลกหน้ามึงว่ะลูกหมู แก้มมึงจะแตกแล้ว” ไอ้อู๋ที่ขำออกมาเสียงดัง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิกแก้มไอ้แจทีนึงและโดนน้องมันตีมือเข้าให้แทน ภาพตรงหน้าทำกูเอ๋อรับประทานอีกหนึ่งรอบ เอ๊ะ?



“กวนตีนจังวะลุงแม่ง ว่าแต่พี่เมลทำไมถามแบบนั้นอ่ะ เจอพี่ดาบหรอฮะ?”



“เจอสิวะ เมื่อกี้ยังมายืนอ้อร้อเพื่อนกูอยู่ตรงนี้ และควงกันออกไปต่อหน้าต่อตาไอ้บินเลยนะโว้ย”



“หื้ม พี่ดาบมามหาลัยหรอ?”



“เออสิ กูรับรู้ถึงพลังงานบางอย่างว่ามันไม่เหมือนมาหาเพื่อนสาวไปกินข้าว แต่เหมือน...”



“เหมือนมาจีบสาวแล้วจ้องจะเอาไปเคลม”  ไอ้อู๋ที่พูดต่อประโยคที่ผมไม่กล้าพูด มองหน้ามันที่ยกยิ้มมุมปากออกมาตอนมองตาตอบกับผม



“ก็...เออ นั่นแหล่ะ กูเลยสงสัยไงว่าพี่มึงเป็นตุ๊ดจริงป๊ะเนี่ย”



“เอ่อ....จะพูดยังไงดีอ่ะพี่เมล จริงๆเฮียแกเมื่อก่อนเป็นเดือนคณะที่หล่อมากๆเลยนะ”



“เชี่ยยย กูว่าแล้วว่าหนังหน้าแบบนั้นต้องไม่ธรรมดา แล้วไงๆต่อ มึงเล่าๆ”



“มึงดูขี้เสือกจังวะเมล”



“หรือมึงไม่อยากรู้ไอ้สัด”



“อยากมาก!”



“เออ งั้นมึงเงียบ ว่ามาๆไอ้แจ”



“คือ...จะให้พูดไงอ่ะพี่เมล ถึงเมื่อก่อนเฮียแกจะเคยหล่อมาดแมนแฮนซั่มบอยแค่ไหน แต่ตอนนี้ก็ลุกขึ้นมาสะบัดแปรงแต่งหน้าทาปากทาตาแบบที่เราเห็นนี่แหล่ะ วันๆไม่เห็นจะสนใจอะไรนอกจากโวยวายว่าอยากให้ผู้ชายมาซั่มแกอ่ะ”



“ห๊ะ!”  ทั้งผมทั้งไอ้อู๋ที่ตะโกนออกมาพร้อมกันตอนที่ได้ยินว่าอยากให้คนมาซั่ม



“จริงๆ เอะอ่ะก็บอกอยากได้อยากโดน ลูกน้องที่ร้านกลัวพี่แกจับทำผัวไปหมดแล้ว พูดแล้วก็ปวดหัวกับพี่คนนี้จริงๆ แต่พวกพี่พูดถึงพี่กุ๊ก เพื่อนพวกพี่หรอ ทำไมอ่ะ”



“กูแค่รู้สึกว่า พี่มึงกำลังจีบเพื่อนกูว่ะ”



“เพื่อนพี่เป็นรุกตัวใหญ่ๆหรอ”  ไอ้แจที่ถามออกมาแบบนั้น แล้วเปิดกระเป๋าหยิบนมขึ้นมาเจาะดูดแล้วเอียงตามองมาที่ผมกับไอ้อู๋แบบสงสัย



“เปล่า ตัวมันบางเบาเหมือนไอ้เมลเนี่ย”



“งุ้ย งั้นแจว่าไม่ใช่หรอก พี่ดาบทุกวันนี้เห็นดูแต่มวย มวยปล้ำแล้วทำปากซี๊ดกับกล้ามอยู่เลย”  เชี่ย น่ากลัว อะไรของพี่มันวะ



“จริงหรอวะ ถ้าแบบนั้นก็ดีไปน่ะสิ” 



ผมถอนหายใจแล้วบอกออกไปแบบนั้น  ไอ้อู๋หรี่ตามองผมหน่อยๆก่อนจะกดยิ้มมุมปาก เป็นท่าทางที่ผมโคตรไม่ชอบเลย



“แต่กูว่าเซ้นท์กูมันไม่ผิดว่ะ”



“เซ้นท์ไรของลุง?”



“หึ เซ้นท์ของพวกที่ชอบล่าล่ะมั้ง”



“แต่ผู้ล่าสองคน กับผู้ถูกล่าหนึ่งตัว มันจะดีหรอวะมึง” 



ผมถามไอ้อู๋ออกไป เพราะผมมั่นใจว่าไอ้อู๋เองก็น่าจะสงสัยเรื่องความสัมพันธ์ของไอ้บินกับไอ้กุ๊กไม่ต่างจากผมหรอก เพียงแต่ว่า ไอ้อู๋มันไม่น่าจะรู้ว่าไอ้กุ๊กชอบไอ้บินมานานแล้วก็แค่นั้นเอง



“มันก็อาจจะดีนะ เพราะอย่างน้อย ไอ้นักล่าบางตัวมันจะได้รู้สักทีว่าไม่ควรยืนโง่ๆอยู่บนต้นไม้อย่างเดียว ขืนทำแบบนั้นก็โดนคาบไปแดกพอดี”



“มึงหมายความว่าอะไรวะ”



“ไม่รู้สิ...มึงคอยดูไป” 



ไอ้อู๋ที่กอดอกพร้อมยักคิ้วส่งมาให้ ผมกับไอ้แจได้แต่มองหน้ากันแบบไม่เข้าใจ แต่หวังว่าไม่ว่าใครจะล่าใครจะถูกล่า ก็หวังว่าจะไม่เจ็บตัวมากจนเกินไปนะ



“ว่าแต่มึงไอ้แจ มึงมาทำไรแถวตึกคณะกูอีกแล้ว”



“แจมาหาขนมครก เจ้าข้างคณะพี่เมลคืออร่อยที่สู๊ดดดดด”  ยิ้มแบบร่าเริงพร้อมเปิดถุงผ้ารักโลกของมันหยิบถุงขนมครกออกมาอวด



“อ้วน”



“ไม่เสือกดิลุง รำคาญอ่ะ พี่เมลไอ้ลุงแม่งบูลลี่รูปร่างแจอีกแล้ว” 



ไอ้เด็กนี่ทำปากยื่นพร้อมหันมาฟ้องผมทันที  มองเห็นปากเล็กๆของมันแล้วดูน่ารักดี มันเป็นเด็กหน้าตาดีเป็นทุนครับ มันเป็นแบบนี้แล้วยิ่งดูน่ารัก ผมมองเห็นไอ้อู๋ที่แอบยิ้มขำๆอยู่ด้วยตอนนี้



“กูเปล่าบูลลี่ กูแค่เป็นห่วงข้อขามึง”



“มายุ่งไรด้วยล่ะ เดี๋ยวแจก็ลดของแจเองได้ สาระแนกับการกินทำไมอ่ะ”



“ปากมึงนะ มึงไปสมัครฟิตเนสกับกูเลยมา กูจะเป็นเทนเนอร์ให้มึงเองไอ้ลูกหมู”



“ไม่เอา ไม่ไปกับลุงมึง อย่ามายุ่งได้มะ”



“ทำไมกูจะยุ่งไม่ได้”



“ลุงอ่ะยุ่งไม่ได้โว้ย”



“กูยุ่งได้กูจีบมึง กูยุ่งได้หมด”



“ห๊ะ!” 




และเป็นเสียงของผมที่ดังแหวกอากาศที่พวกมันเถียงกันแบบเอาเป็นเอาตายอยู่ในตอนนี้  มองหน้าพวกมันสองคนสลับกันพร้อมอ้าปากค้าง เชี่ย! ไอ้อู๋จีบไอ้น้องแจหรอวะ ยังไง



“นะ...นี่มึงสองคน มึง....มึงไปฮึ่มฮั่มกันเมื่อไหร่!”



“ฮึ่มฮั่มไรเล่าพี่เมล!”



“กูก็อยากฮึ่มฮั่มนะ แต่ไอ้ลูกหมูแม่งไม่ยอมว่ะ ไม่เป็นไร กูจีบเก่ง เดี๋ยวกูก็ได้ฮึ่มฮั่มมึงเองอ่ะลูกหมู”



หันไปยักคิ้วใส่น้องมันอีกที ไอ้แจที่หยิบขนมครกชิ้นนึงปาใส่หน้าไอ อู๋ในตอนนั้น



“ฮึ่มฮั่มพ่อง! กูไม่อยู่แล้ว แจไปนะพี่เมล” 



หันมาบอกกูรัวๆ ก่อนจะรีบคว้าถุงผ้าแสนรักของมันไปกอดไว้ในอกแล้วรีบลุกออกจากโต๊ะไปอย่างเร่งรีบ เหตุการณ์เกิดขึ้นไวมาก แต่แอบมองเห็นไอ้แจที่หน้าแดงจนลามไปถึงคอเพราะแม่งขาว หันกลับมาที่ไอ้อู๋ เพื่อนตัวดีของกูที่หยิบขนมครกออกจากหน้าแล้วเอาเข้าปากเคี้ยวหน้าตาเฉย มองเห็นไอ้อู๋ที่ยิ้มขำๆทั้งหน้าทั้งตามองตามหลังไอ้แจไปแบบนั้น



“มึง”



“อะไร มองกูแบบนั้นทำไม”



“ถ้ามึงจะเล่นๆกับน้องมัน...”



“กูไม่ได้รู้สึกอยากเล่นๆว่ะเมล กูว่าแจมันแตกต่าง”



“แตกต่างจากไอ้โพดด้วยไหมล่ะ” 



ผมถามมันออกไปแบบนั้น มองหน้ามันตรงๆแบบจริงจังในคำถาม  ไอ้อู๋มันเป็นเพื่อนผม ผมรู้จักนิสัยมันดี และเพราะรู้จักมันดี ผมเลยไม่อยากให้มันไปยุ่งกับไอ้แจ เอาจริงๆผมก็เอ็นดูไอ้แจมากเหมือนกัน



“อย่าเอาไปเทียบกับโพดเลย ไม่เหมือนกันสักนิด”  เออ...กูเองก็คิดแบบนั้น



“มึงอย่าเอาน้องมันมาเป็นตัวแทน...”



“กูไม่เคยเห็นมันเป็นตัวแทนใคร ที่สำคัญแจมันเป็นตัวแทนโพดไม่ได้หรอก เทียบกันไม่ได้สักนิด



“แล้วไอ้แจมันรู้หรือเปล่าล่ะ”



“หื้ม?...”



“มึงอย่าฉลาดแต่เรื่องคนอื่นแล้วโง่เรื่องตัวเองนะ ไอ้แจมันเป็นเด็กซื่อๆ แต่มันไม่โง่...มึงคิดว่ามันไม่รู้หรอว่าตอนนั้นมึงตามจีบไอ้โพด..”  ไอ้อู๋ที่มองหน้าผมนิ่งๆ ก่อนมันจะคว้ากระเป๋าของตัวเองแล้วลุกขึ้นยืน



“กูไปก่อนนะ”



“เออ โชคดีมึง”



“หึ แน่นอน กูไม่โง่แบบไอ้สัดบินหรอก”



“เออ” 



ยิ้มขำออกมาตอนที่มันพูดแบบนั้น มองเห็นไอ้อู๋ที่ก้าวขายาวๆของมันออกไปตามทางที่ไอ้แจเดินออกไปก่อนหน้านี้...เรื่องที่ทำให้แปลกใจ มันมีและเกิดขึ้นได้ในทุกๆวันจริงๆนะเนี่ย



วันนี้ยังจะมีเรื่องอะไรให้ผมได้ตกใจอีกไหมว่ะ



...


(มีต่อจ้า)



ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ



“กลับมาแล้วคร๊าบบบบ” 



ผมที่เดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ที่ผมมาอาศัยอยู่ที่นี่ได้หลายเดือน สิงสถิตอยู่ที่นี่จนคุ้นชิ้นไปทุกซอกทุกมุมของบ้าน วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่มีเรื่องในหัวมากเต็มไปหมด มีเรื่องมากมายยกเว้นเรื่องเรียน



“มาแล้วหรอ” 



หันไปมองตามเสียงก็เห็นไอ้ทัพหน้าที่นั่งนิ่งๆจ้องโน๊ตบุ๊คอยู่บนโต๊ะในห้องประจำของไอ้หลง มองเห็นเอกสารมากมายอยู่ตรงหน้าของมัน เหมือนมันจะทำงาน มองจากมุมนี้แล้วมันดูน่าเกรงขามไม่หยอก จริงๆก็พึ่งเคยเห็นทัพหน้าในโหมดทำงานเป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย



“อื้ม” 



ตอบรับออกไป ก่อนจะเดินขาเปรี้ยๆเข้าไปหามัน  ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นพรมข้างล่างเอาหลังพิงกับเบาะโซฟาเอาไว้  ทัพหน้าที่ผละสายตาออกมาจากโน๊ตบุ๊คก้มลงมามองหน้าผมนิ่งๆ ฝ่ามือหนาที่เอื้อมมาปัดปรอยผมให้ออกจากหน้าของผมเบาๆ



“ชื้นเหงื่อไปหมด รถที่ส่งไปรับไม่เย็นหรือคนขับลืมเปิดแอร์ กูไปจัดการให้หมด” 



มันที่ว่าออกมานิ่งๆตามแบบที่มันชอบทำ แต่คำพูดคำจาแบบนั้นก็ดูจริงจังแบบสุดๆ



“ทำไม มึงจะไปจัดการยังไง”



“ถ้าเป็นเพราะรถกูจะเอาไปทิ้ง ถ้าเป็นเพราะคนกูจะไล่ออก”



“ไอ้บ้า มึงจะบ้ารึไง รถมึงคันตั้งกี่ล้าน”



“แสดงว่าเป็นเพราะคน ใครอยู่ตรงนั้นเข้ามา!”



“ครับนาย!”  เชี่ย! พอไอ้ทัพเอ่ยปากออกมาแบบนั้น ลูกน้องชุดดำของมันที่ผมเห็นจนชินตาก็พุ่งพรวดเข้ามาในห้องทันที



“พวกมึงไปจั....”



“เห้ยๆๆเดี๋ยวๆๆ ไม่ใช่แบบนั้นทัพ กูร้อนของกูเอง พี่เค้าเปิดแอร์ให้กูเย็นฉ่ำมาก แต่ตอนเดินเข้ามานี่มันร้อนไง ตรงโถงมันร้อนเฉยๆ” 



ผมที่รีบเด้งตัวลุกขึ้นนั่งดีๆแล้วละล่ำละลักบอกมันออกไปก่อนมันจะสั่งปลดคนดูแลคนใหม่ของผม หลังจากพี่ธรได้หายตัวไป



มันที่จ้องหน้าผมนิ่งๆ ก่อนจะหรี่ตามองแบบจับสังเกตว่าผมโกหกหรือเปล่า ได้แต่ช้อนตามองมันพร้อมพยักหน้าบอกมันแบบจริงจังว่ากูพูดเรื่องจริงโว้ย มึงจะไปไล่ใครออกมั่วซั่วไม่ได้นะโว้ย



“เหรอ”



“อื้ม จริงๆ”



“อือ” 



มองหน้าผมนิ่งๆ ก่อนจะยกมือขึ้นสะบัดทีนึง พวกลูกน้องของมันก็หายตัวออกไปอย่างไวทันที มองเห็นแล้วไม่ต่างจากพวกลูกน้องมาเฟียในหนังเลย ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่เลยในตอนนี้



“แสดงว่าโถงหน้าบ้านต้องติดแอร์”  ได้ยินเสียงงึมงำของมันเบาๆ ก่อนจะเห็นฝ่ามือใหญ่กดจิ้มโทรศัพท์ในมือไปด้วย



“ทำไรอ่ะ”



“สั่งช่างมาติดแอร์ตรงโถงหน้าบ้าน”



“ห๊ะ...เพื่อ?”



“ก็มึงร้อน”



ตอบออกมานิ่งๆสามคำ เป็นสามคำที่ทำให้ใจกระตุก คือมันกำลังจะบอกว่า เพราะผมร้อนมันเลยเรียกช่างมาติดแอร์ตรงทางเข้าทั้งๆที่ไม่จำเป็นอะไรเลย เพื่อผม...เพื่อคนแบบผมงั้นหรอ



“ท...ทำไมวะ”  ช้อนตามองสบตากับมันพร้อมถามออกมาแบบนั้น ผมว่าผมไม่เข้าใจ หรือจริงๆผมไม่กล้าจะเข้าใจมากกว่า



“เชิญโง่ต่อไป” 



ยกยิ้มมุมปากออกมาตอนบอกผมแบบนั้น รอยยิ้มของมันในวันนี้ตอนนี้ที่ดูเหมือนจะอบอุ่นมากกว่าทุกวัน จ้องตามันอยู่แบบนั้นจนรู้สึกร้อนหน้า  มองเห็นมันที่เลื่อนสายตามองไปทั่วทั้งหน้าของผม จากตามาที่หน้าผาก เลื่อนไปที่จมูกและมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปาก



“หึ” 



มันที่ไม่ว่าอะไรออกมาต่อ ทำแค่หัวเราะขำในลำคอแล้วยกมือขึ้นยีหัวผม พอมันเป็นแบบนี้แล้วนอกจากจะไม่ชินมากๆ มันยิ่งทำให้แก้มผมร้อนไปหมด



คนเราจะตกหลุมรักคนเดิมๆได้อีกกี่ครั้งกันวะ



“หิวไหม”



“อ..อะ อื้ม”



“งั้นก็ไปกิน มีสปาเก็ตตี้หมูสับ มึงชอบไม่ใช่ไง”



“มากกกกก กูชอบมากๆ”  ตาเป็นประกายขึ้นมาทันทีตอนที่ได้ยิน มันที่ยิ้มเอ็นดูออกมาและลูบหัวผม ก่อนจะดึงตัวผมให้ลุกขึ้นยืนพร้อมๆกับมัน



“ไปแดก”



“อื้ม หอมจังๆ”  แค่พอไอ้ทัพพูด กลิ่นหอมอ่อนๆก็ลอยมาตามลมจนต้องทำจมูกฟุดฟิดตามไปด้วย



“เหอะ ทำตัวยังกับหมา จริงๆก็แค่ลูกแมว”



“บ่นไร ไม่สนนะ”



“หึ เรื่องมึง” 



คำพูดคำจาเหมือนจะรำคาญ แต่ใบหน้าของมันกลับมีรอยยิ้มอ่อนๆอยู่บนนั้น ถึงแม้ว่าผมจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่าระหว่างผมและมันในตอนนี้มันคืออะไร แต่สำหรับผมตอนนี้มันไม่ต่างจากฝันเลย ผมที่คอยตามส่งขนมส่งน้ำให้มันที่รำคาญแบบสุดๆสมัยปีหนึ่ง ตอนนี้ผมได้นั่งกินข้าวกับมันที่มองมาที่ผมแบบสบายใจ



ผมจะทำเป็นลืมๆไปว่าก่อนหน้านี้มันอยากจะฆ่าผมทุกนาทีเพราะตกเป็นจำเลยในข้อหาฆ่าเมียมัน



“คิดอะไร ทำไมมึงทำหน้าแบบนั้น”  ผมสะดุ้งออกมาหน่อยๆตอนที่มันทักขึ้นมา ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าตัวเองทำหน้าแบบไหนออกไป



“เปล่า” 



ยิ้มให้มันหน่อยๆก่อนจะส่ายหัวเป็นคำตอบไปให้ มันที่มามองนิ่งๆแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก เห็นแบบนั้นผมก็เลยก้มลงไปดมสปาเก็ตตี้แทน ฮื่อออหอมมมม



“วันนี้ไปเรียนเป็นไงบ้าง”



“ก็ดีนะ แต่วันนี้มีแต่เรื่องเซอร์ไพรส์กูว่ะ” 



บอกแบบนั้นแล้วตักสปาเก็ตตี้ซอสแดงเข้าปาก อื้มชุ่มฉ่ำกำลังดี รสเปรี้ยวตัดหวานโคตรลงตัว แม่บ้านบ้านไอ้ทัพหน้านี่คือสุดย๊อด อร่อยกว่าป้าแม่บ้านที่บ้านผมอีก แต่ก็นะ...ผมไม่ได้กลับบ้านนานแล้ว



“อร่อยไหม”



“อื้มมม อร่อยที่สุด อร่อยกว่าลงแรมห้าดาวอีกว่ะ ป้าแม่บ้านคนไหนทำวะ” 



เงยหน้าขึ้นมาถามมันพร้อมเคี้ยวตุ้ยๆอยู่ในปาก มันที่มองมา ก่อนจะเอื้อมแขนยาวๆมาใกล้ ก่อนจะเอานิ้วหัวแม่โป้งของมันเช็ดที่มุมปากให้ผม ได้แต่เบิกตากว้างๆตอนที่รู้สึกร้อนไปทั่วทั้งหน้า ช่วงนี้อากาศมันร้อนหรอวะ ทำไมผมถึงหน้าร้อนที่ไม่ใช่ฤดูร้อนบ่อยจังเลยจ๊ะแม่จ๋า



“กู”



“อ..อะไร”



“ไม่ใช่ป้าแม่บ้าน แต่เป็นกูทำ จานนี้กูทำไว้ให้มึงเอง



“อะ...ระ...เหรอ” 



ก้มหน้าลงมองจานตอนที่ไอ้ทัพหน้าผละออกไปนั่งดีๆแล้ว รู้สึกไม่กล้าสบตามันในตอนนี้ ได้แต่มองจานที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้ ... มัน .... มันทำจานนี้ไว้ให้ผมหรอวะ



“ถ้าอร่อยก็แดกเยอะๆ ตัวเท่าไอ้หลง”



“ข...ขอบคุณนะ”  ค่อยๆช้อนตาขึ้นมองตามัน แล้วพูดขอบคุณมันออกไปแบบอ้อมแอ้ม อีกฝ่ายที่ยกยิ้มขึ้นมาในตอนที่เห็นหน้าผม



“ไม่ต้องขอบใจ”



“หื้ม?”



“กูได้มันแล้ว”



“ได้...ได้อะไร?”



‘ฟอด’



“นี่ไง ค่าตอบแทนกู”  ใบหน้าคมที่ผละออกจากแก้มของผมตอนที่พูดแบบนั้น



‘เคร้ง’



ช้อนกับส้อมหลุดลงไปจากมือของผม  ได้แต่เบิกตากว้างๆมองตาคมของคนที่ผละหน้าออกไปไม่ไกลมากเท่าไหร่ ทัพหน้าที่ยกยิ้มมุมปากเท่ๆอยู่ตรงหน้าของผม  สายตาของมันที่มีแววอบอุ่นและล้อเลียนผมอยู่นัยที



“เขินเป็นแบบนี้สินะ หึ”



“ข...เขินเชี่ยไรเล่า” 



ผลักอกของมันให้ออกไปไกลๆ และเจ้าตัวก็ยอมถอยออกไปนั่งเก้าอี้ตัวเองดีๆ ได้ยินเสียงหึมาจากลำคอมันหนึ่งที หึ่ย กวนตีนจังอ่ะครับ  เสหน้าหนีจากมันมา ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมากดถ่ายจานสปาเก็ตตี้ของตัวเอง



“ทำไรของมึง”



“ยุ่ง”



“ไอ้เมล”



“เออๆ ก็ถ่ายรูปไง”



“ถ่ายทำไม”



“ก็....”



“ก็อะไร ชักช้านะมึง”



“ก็มึงเป็นคนทำอ่ะ กูก็ต้องถ่ายเก็บไว้ดิ เอาลงไอจีเลย” 



บอกมันออกมาแบบนั้นด้วยเสียงไม่ดังมากเท่าไหร่ จริงๆแล้วก็ค่อนข้างที่จะอายนิดหน่อยที่ต้องมายอมรับกับมันแบบนี้  อีกฝ่ายที่ไม่ตอบอะไร ผมก็เลยก้มหน้าก้มตาจิ้มๆกดแต่งภาพในไอจีต่อไป เขียนแคปชั่นว่าอะไรดีว่ะ



“อะ” 



เสียงที่ดังขึ้นมาขัดจังหวะการคิดแคปชั่นของผมให้ต้องเงยหน้าขึ้นมามองอีกครั้ง และสิ่งที่อยู่ตรงหน้าผมก็คือ....มือถือของทัพหน้า



“คือ?”



“ทำให้หน่อย”



“ห๊ะ”



“สมัครให้หน่อย ไอ้ไอจงไอจีอะไรนั่นน่ะ” 



ร่างสูงตรงหน้าที่ว่าออกมาแบบนั้น พร้อมๆกับเสหน้าหนีไปทางอื่น ผมที่เริ่มจะรู้สึกว่าปวดโหนกแก้มมากๆ พยายามสุดๆที่จะไม่ยิ้มออกมา ได้แต่รับมือถือของมันมาเพื่อสมัครแอคไอจีให้อีกฝ่าย แอบเหลือบๆมองหน้าของอีกฝ่ายที่เสไปมองที่อื่น ทำหน้าทำตาแบบไม่สนใจอะไรผมสักเท่าไหร่



“อึ...อึฮึ่มๆ ...ถ้ามึงสมัครเสร็จแล้วก็ฟลอแอคมึงด้วยละกัน กู...กูไปทำงานก่อนละกัน มีงาน แล้วก็แดกให้หมดด้วยล่ะ” 



ทัพหน้าที่กระแอมไอออกมาหน่อยๆก่อนจะหันหน้ามามองผมนิ่งๆเหมือนทุกทีที่มันชอบทำแล้วก็พูดรัวๆออกมาทันทีแทบจะฟังไม่ทัน มันที่ไม่รอให้ผมตอบรับหรือปฏิเสธอะไรรีบลุกพรวดพราดแล้วเดินตัวตรงแด่วออกไปทั้งแบบนั้น ได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างๆที่เดินหายออกไปจากห้อง ก่อนจะค่อยๆฉีกยิ้มกว้างๆออกมาแบบเต็มที่ ไม่ไหวแล้วโว้ย อมยิ้มน้อยๆมันไม่พอ เมื่อกี้แอบเห็นหูของมันที่แดงขึ้นมาด้วย



“อุ...อุฮ่าๆๆๆๆ”  ได้แต่ขำออกมาคนเดียวแบบหยุดไม่ไหว ผมคิดออกแล้วว่าจะใช้แคปชั่นอะไรกับการลงสปาเก็ตตี้จานนี้



‘First time’



ครั้งแรก



ครั้งแรกที่มันทำกับข้าวให้ผมกิน



ครั้งแรกที่มันเริ่มสมัครไอจี



และเป็นครั้งแรก...ของเราสองคน



...



 ได้แต่เดินเข้ามาที่ห้องทำงานด้วยขายาวๆที่ก้าวออกมาเร็วๆ  ยังเดินออกมาจากห้องอาหารไม่ได้ไกลเท่าไหร่ก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังลั่นตามมา  ไม่ใช่เสียงของใครอื่น นอกจากไอ้คาราเมล ไอ้เด็กดื้อ .... คงจะสุขใจมากสินะที่ทำเอาผมไปไม่เป็น



เหอะ ไม่ได้เขินไม่ได้อายอะไรหรอกนะเว้ย ... มันก็แค่



แค่... แค่อะไรก็เรื่องของผมสิแม่ง



ทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะทำงานภายในห้องทำงานของตัวเอง แล้วก็นึกไปถึงใบหน้าเขินๆของไอ้คนที่ป่านนี้คงนั่งฉีกยิ้มมีความสุขอยู่ที่ห้องอาหารแน่ๆ แค่คิดถึงหน้าของมันก็ทำเอาใจผมเต้นแปลกๆ  รอยยิ้มของมันและท่าทางเด๋อด๋าเวลาที่มองมาที่ผมอย่างกล้าๆกลัวๆแบบนั้น เห็นกี่ทีก็ทำเอาอยากแกล้ง หรือผมจะเป็นโรคจิตวะ เห็นมันกลัวเห็นมันร้องไห้แล้วสุขใจแปลกๆ



ได้แต่เอนตัวลงไปพิงพนักเก้าอี้เพื่อผ่อนคลายตัวเอง ก่อนจะได้ยินเสียงกุกๆกักๆอะไรสักอย่างที่ดังมาจากตรงหน้าต่าง พอหันไปมองก็เห็นก้อนขาวๆที่เกาะขอบหน้าต่างมองลงไปข้างล่างอยู่ตรงนั้น



“ไอ้สั้น” 



เรียกออกไปด้วยเสียงไม่ดังไม่เบา มันที่ยืนมองอะไรอยู่ตรงนั้นหันหัวมามองผม ตากลมใสแป๋วของมันที่หันมามองผม เป็นแววตาใสซื่อแต่บางครั้งก็มีแววดื้อดึง เห็นแล้วนึกถึงเจ้าของของมันที่ครั้งนึงเคยดื้อดึงที่จะเลี้ยงไอ้สั้นนี่เอาไว้



“เมี้ยววว”



“ไม่ต้องมาร้อง มานั่งมึนอะไรในห้องทำงานกู ออกไป” 



บอกมันแบบนั้นแล้วชี้มือไปที่ประตู  ไอ้แมวเด็กที่เอียงหัวใส่ผมหน่อยๆ มันกระโดดลงจากโต๊ะตรงขอบหน้าต่างแล้วกระโดดมาหาผม



‘พลึบ’



“สัด! ออกไป” 



ตัวกลมๆของมันที่กระโดดขึ้นมานั่งที่ตักของผม ยกมือเตรียมจะคว้าหัวมันแล้วโยนออกไปนอกห้อง แต่ขาเล็กๆก็เอื้อมมาแตะที่อกผมไว้ก่อน ตาใสๆของมันที่ช้อนตามองผมพร้อมเสียงเล็กๆที่ร้องออกมา มันก็ทำให้มือผมหยุดชะงัก มองเห็นภาพของเจ้าของมันทับซ้อนขึ้นมาซะแบบนั้น



“หึ น่ารำคาญ”  บ่นว่ามันออกไปแบบนั้น แต่ไอ้ตัวเล็กนี่กลับเอาหัวมาถูๆไถๆอ้อนผมแทน



“น่ารำคาญเหมือนไอ้เมลไม่มีผิด” 



ว่ามันออกไปแบบนั้นแล้วอุ้มมันขึ้นมา เดินไปตรงบานหน้าต่างที่ก่อนหน้านี้ไอ้สั้นนี่มาซุกตัวอยู่ มองลงไปเห็นเป็นกรงไอ้รี่ที่ผมสร้างเอาไว้  มองเห็นสิงโตตัวใหญ่ที่กำลังนอนเอาหน้าแนบพื้นเหมือนหมดอาลัยตายอยาก หน้าของมันหันเข้าไปมองที่ห้องที่ไอ้หลงอยู่ แต่แน่นอนว่าไอ้แมวเด็กมันไม่อยู่ตรงนั้น มันอยู่กับกูบนนี้นี่



“นี่ถ้ามึงเป็นคนกูจะคิดว่ามึงงอนผัวแล้วหลบหน้าหนีมาหากูแล้วนะ” 



ก้มหน้าลงมองไอ้แมวเด็กที่เอาหัวซุกลงมาที่ไหล่ของผม พอว่าออกไปแบบนั้น ไอ้ตัวเล็กนี่ก็เงยหน้าขึ้นมามอง ขาเล็กๆของมันที่ตีลงมาที่ไหล่ผมเบาๆ



“นี่มึงสู้กูหรอวะ”  ว่ามันดุๆ ไอ้ตัวเล็กกูหดหัวซุกหน้าลงไปที่ไหล่อีกรอบ



“หึ...มึงนี่เหมือนเจ้าของมันจริงๆเลยนะ ดื้อ สู้ไม่ได้ก็ยังอยากจะสู้ เป็นแค่ลูกแมวเด็กแท้ๆแต่คิดจะสู้เจ้าป่า” 



วางไอ้แมวเด็กลงบนโต๊ะทำงานของตัวเองอีกครั้งแล้วจ้องหน้ามัน ไอ้ตัวเล็กที่ยอมนอนลงดีๆช้อนตามองหน้าผม

“เมี้ยว เมี้ยววว เมี้ยววว” 



ไม่รู้ว่ามันพูดอะไร แต่จากสายตาที่มองผมแบบจริงจัง ไม่เข้าใจ แต่ทำไมเหมือนกับมันกำลังบอกผมว่าอย่าทำให้เจ้านายมันเสียใจเพราะเจ้านายมันรักผม



“ไม่ต้องมาสั่งกูไอ้สั้น”



เอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักแล้วหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งขึ้นมาดู มันเป็นรูปถ่ายใบเล็กๆที่ที่ถูกพับเป็นรูปของผมกับณราชาสมัยม.ปลาย แกะในส่วนที่ถูกพับไปข้างหลังออกมาจนรูปมันเต็มใบ .... ภาพถ่ายของผมณราชาและไอ้หมิง เมื่อก่อน พวกเราเป็นเพื่อนรัก เพื่อนรักเพื่อนสนิทกันที่สุด แต่มาวันนี้ ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว



เอื้อมมือไปยกหูโทรศัพท์ภายในบ้านแล้วกดโทรออกหาใครบางคน รอจนปลายรับสาย หายใจเข้าลึกๆก่อนจะกรอกเสียงตอบกลับไป



“ไอ้ปืน กูมีเรื่องอยากให้มึงช่วย...วันนี้กูไปดูณราชาที่โรงพยาบาล เธอยังไม่ฟื้น...แต่กูว่ากูเห็นไอ้หมิง



...


มาแล้วค่ะ มาลงแล้ววววว
มันสนุกไหมอ่ะคะ แคทกล้วว่ามันจะไม่สนุกเลยอ่ะ ส่วนใครที่กลัวดราม่า บ้าาา ไม่มี๊ หวานๆกันไป

ส่วนบินกุ๊กดาบ ไม่รู้ๆๆๆแกล้งตายดีกว่า เครียดมากกับ3คนนี้ ได้โปรดเด้อ ขอร้องคนอ่านอีกทีว่าอย่าทักแชทมากดดันเรื่องคู่ไหนๆต้องแต่งแบบไหนๆ โปรดเก็นใจแคททีค่าา ถ้าไม่ชอบให้ไปด่าพี่รบเด้อออ 5555 :z2: :mew1: :katai4:

ออฟไลน์ ursleepingxd

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
อ้าววว หมิงยังไม่ตายเรอะะะ  :katai4:

เจ้มจ้นมากๆ ทีมเจ๊ดานี่ค่ะ

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
โอวววรอดได้หายดีแล้วเร๊อะถึงได้มาวนๆเวียนๆแถวนี้ ตามมาดูป่ะ ยังคงไม่ฟื้น ก็แอบสงสารมันอยู่นะ มันคงรักณราชาจริง ด้วยความแค้นทำให้ไม่มีสติใตร่ตรอง โดนปั่นหัวง่าย หลงผิดเลยทำพลาดไป โห้ยไอ้เลวเอ๊ย ไอ้บัดซบ เพื่อนกันแท้ๆ ขอด่าอีกทีเถอะ 55555 ยังโกรธไม่หายเลยไปทำกับเมล ไอ้เวร นึกถึงแล้วอารมณ์พาลจะขึ้น 5555 แต่ก็เออนั่นแหละ ถ้าไม่ตาย ยังอยู่แล้วสำนึกคิดได้ จะยอมฟังแปป ให้โอกาสไง เห็นแก่ความเป็นเพื่อนและรักจริงที่มีให้ณราชา หรือป่าววะ หรือกูมโนไปเอง 555555 ณราชาท้องกับทัพหน้าจริงปะวะ เริ่มสงสัยอีกละ 3คนนี้มันต้องมีพีคไหม ?? //แต่ว่านะ คือออบับทัพหน้ามาโหมดนี้ ว้อยยยยย ทั้งเขินทั้งฮาไปกับเมล บ้าเอ๊ย โมเม้นท์นี้สวีททเว่อร์ ใครจะทนไหววะ  แล้วอีกอย่างไม่ได้เห็นง่ายๆนะเว้ยที่่คนอย่างไอ้พี่ทัพมันจะมีวันไปไม่เป็นกับเขา  5555555 เอาซี้~~ มีฟงมีฟอลไอจี มีเล่นกับไอ้น้องหลงอีก งานดี๊~~555 //เริ่มสงสารไอ้พี่รี่ละ เหงาเลย น้องหลงงงงงงไปหาพี่เขาหน่อยเร็ว งอนไรกัน หืมม! //เอาละๆ ถ้าช้าเฮียดาบคาบไปแดกนะเฟ้ยบิน อย่าช้าๆ ให้ว่อง ไปเลยกุ๊กไปเลย ไปเดทกับพี่เขานะ 55555 ส่วนอู๋ก็หยอดตลอด แจก็แดกๆเขินๆ ทะเลาะกลบเกลื่อนหน้าแดงไปเรื่อย 5555 สรุปก็คือรู้กันแล้วว่าใครจีบใครไรงี้ แต่รอสองคนนั้นเคลียร์กันอะนะ อ๊ายยยยยสนุกกกกกกค่า อ่านเพลินนนนน อมยิ้มแก้มปริตลอดทั้งตอน ดีๆแบบนี้แอบหวั่นใจว่าดราม่าจะแอบมาอยู่นะ แต่ก็แอบชอบอยู่มาเลย 55555 รอตอนต่อไปเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่แต่งและมาอัพให้เรื่อยๆได้อ่าน ชอบบบ ไฟท์ติ้งตอนต่อไปค่ะ รรรรรร จะเกิดไรขึ้นบ้าง ไอ้หมิงลับๆล่อๆนะมึง อ๋ออ ความเว่อร์ของพี่เขานี่เว่อร์มาก แค่เมลร้อนหน่อยๆเอง เล่นใหญ่รัชดาลัย ฮอลล หมั่นไส้เว้ย 55555555

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ


บทที่25


(กุ๊ก)



“ทำไมเอาแต่มองออกไปนอกรถแบบนั้นล่ะคะหนู” 



เสียงสองที่ดังขึ้นมาจากฝั่งขวามือทำให้ผมต้องละสายตากลับไปมองคนร่างหนาหน้าหล่อที่ชอบแต่งหน้าแต่งตามาจนเต็มแทบทุกครั้งที่ได้เจอกัน  วันนี้พี่มันก็ยังหล่อแม้ว่าจะทาปากแดงมากก็ตาม



“ก็ไม่มีอะไร อยากดูวิว”  ตอบพี่มันออกไปแบบนั้น แต่อีกคนก็ยิ้มบางๆส่งมาให้ มือหนาที่เลื่อนเกียร์ไปที่ตัวNแล้วหันหน้ามาหาผมในตอนที่รถติดไฟแดง



“วิวสวยๆก็ต้องหน้าพี่แล้วไหมอ่ะคะหนู”



“หึ สวยตายอ่ะพี่มึง”



“ทำไมคะ กูไม่สวยตรงไหนคะ นี่ถ้าไม่ใช่น้องกุ๊กๆกิ๊กๆคือกูตบปากเลยนะคะ”



“พี่จะตบผมหรอวะ”



“ใช่ค่ะ ตบด้วยปากดีไหมยังไง”



“ไอ้สัด”



“อ้าว อิเด็กนี่ด่ารุนแรงจุงกะเบย ใจร้าว”   เราทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันตอนที่พี่มันพูดออกมาแบบนั้น มองกันไปสักพักแล้วก็



‘พรืดดด อุ๊บ ฮ่าๆๆๆ’



ต่างฝ่ายต่างหัวเราะใส่กันแบบทนไม่ไหว ก็ดูบทสนทนาของเราสองคนสิครับ แม่ง ไร้สาระชิพหายเลยว่ะ แต่เรื่องน้ำลายที่พี่มันพ่นออกมามันคือเต็มๆหน้ากูเลยนะเอาจริงๆ



“อย่าพ่นน้ำลายสิโว้ยอิเจ๊”



“โอ๋ๆนะคะ น้ำลายคนสวยๆก็คือน้ำมนต์ค่ะ จำ!”  ว่าออกมาแบบนั้นแล้วก็เริ่มเปลี่ยนเกียร์เป็นตัวD รถค่อยๆเคลื่อนตัวไปตามถนนสายติด ติดทุกวันจันทร์ถึงอาทิตย์ ไม่มีวันไหนที่มันจะไม่ติดเลยจริงๆ น่าเบื่อ



“วันนี้หนูอยากกินอะไรคะ แต่พี่อยากกินสเต๊กค่ะ”  แล้วมึงจะปรึกษากูเพื่ออะไรวะไอ้พี่ เวน



“หรอ”



“ทำไมอ่ะคะ หนูไม่ชอบหรอคะ พี่นี่ชอบมากเลย อยากให้หนูได้ลองทานดูน้า”



พี่มันที่ว่าออกมาแบบนั้นแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว ผมก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ก็ปล่อยให้พี่มันนั่งวี๊ดว๊ายผู้ชายที่ขับมอเตอร์ไซด์ผ่านมันไปเรื่อยๆของมัน ... และสุดท้ายพี่มันก็พาผมเลี้ยวเข้าโรงแรมห้าดาวที่ตั้งอยู่แถวนานา



“ที่นี่เลยค่ะหนู เนื้อนุ่มละลายในปากมั๊กมาก” 



ว่าแบบนั้นตอนที่พาผมเดินเข้าไปในร้าน  พี่มันเลือกที่นั่งที่ติดตรงกระจกใส มองเห็นวิวข้างนอกได้ชัดแจ๋ว แน่นอนว่าวิวที่เห็นก็แค่แสงสีของรถติดที่วิ่งผ่านไปผ่านมาในช่วงเวลามืดๆของกรุงเทพนั่นแหล่ะ



“น้องกุ๊กๆกิ๊กๆอยากทานอะไรดีคะ สั่งเลยน้า แต่พี่ว่าเริ่มต้นของการกินสเต๊กเราต้องเริ่มจากComplementary breadกันดีกว่าเนอะ อีกอย่างคือฟรีอิอิ งั้นเราสั่งสลัดด้วยเผื่อหนูกลัวอ้วน แล้วก็....”



แล้วก็อีกมากมายหลายสิ่งที่พี่มันเลือกสั่งมาตามที่มันอยาก และพอเห็นมันสั่งมามากมายขนาดนั้น ผมเลยไม่สั่งอะไรแล้วดีกว่า จานแรกที่พนักงานเอามาเสริฟคือComplementary bread มันเป็นขนมปังสี่รสชาติที่มี โฮววีท ซาเซมี โพกาเซีย ออนเนี่ยน พร้อมเนยสด 2 แบบคือ butter กับ garlic butter โดยขนมปังแต่ละแบบ มีกลิ่นและรสชาติที่ แตกต่างกัน อบมาร้อนๆก็หอมน่ากินดีครับ สักพักพนักงานก็เข็นรถเข็น Top หินสีดำมาข้างๆโต๊ะของเรา พร้อมแซลมอนรมควันชิ้นใหญ่ ใหญ่โคตรๆ สีสวยสดมาสไลด์โชว์กันแบบสดๆยาวตลอดตัว ทีละชิ้นๆ แล้วค่อยๆเรียงบนจาน จากนั้นก็ใส่สารพัดเครื่องปรุงลงไป หน้าตาน่าทาน แต่ผมเองไม่ค่อยชอบอะไรแบบนี้สักเท่าไหร่ เพราะผมไม่ชอบกินแซลม่อนที่ไม่ได้เบิร์นมาก่อน



“นี่นะคะ บีบเลม่อนด้วย อร่อยๆค่ะ”  พี่มันที่ว่าแบบนั้นแล้วเอื้อมมือมาหยิบเลม่อนมาบีบให้ผม รสชาติก็โอเค แต่ถ้าคนที่ไม่ชอบอาหารเลี่ยนๆแบบพวกอาหารอิตาลีผมว่ามันไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่



“ว้าวว มาแล้วๆค่ะหนู สลัดของหนูเนอะ” 



ของกูหรอไอ้พี่ กูไม่ชอบ! ...



แต่จะแหกปากโวยวายก็ไม่ได้ เพราะสถานที่หรูหราหมาเห่ามากผมเลยต้องยิ้มอ่อนส่งไปให้พี่มันแทน ตอนที่พนักงานเข็นรถพร้อมอุปกรณ์และวัตถุดิบทั้งหมดมาแล้วทำกันสดๆตรงหน้า สลัดซีซ่า ผักสดโรยด้วยเบคอนกรอบๆ



“พี่แนะนำให้ใส่ปลาแอนโชวี่ด้วยนะคะจะช่วยให้กลิ่นและรสชาติที่ดีขึ้นล่ะค่ะ”   



พี่มันว่าออกมาแบบนั้นแล้วขยิบตาให้ ผมที่แค่พยักหน้าตอบรับพี่มันไปและทำตาม ก็อร่อยดีครับ แต่ไม่ใช่ทางของผมเท่าไหร่ ตอนนี้คิดถึงกระเพราไข่เยี่ยวม้าจังวะ



“เมนครอสของเรา มาแล้วค่ะหนู” 



หลังจากที่ผมนั่งเขี่ยสลัดในจานเล่นไปเรื่อย และอิเจ๊ดานี่ที่ดูจะมีความสุขสุดๆยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มาสักพัก พี่มันก็ร้องขึ้นมาแบบนั้น พอเงยหน้าขึ้นไปถึงเห็นว่าพนักงานกำลังเดินมาทางโต๊ะเรา ก่อนจะวางจานแรกคือสเต๊กไดแอน และอีกจานคือสเต๊กเนื้อวากิล เป็นAustralian Wagyu เป็นเนื้อติดกระดูก ชิ้นใหญ่ขนาด 1 กิโลกรัมมาทำเป็นสเต๊กจานใหญ่ให้เราทาน



“พี่...”



“ว่าไงคะ เดี๋ยวพี่หั่นให้เนอะ”   



พออีกคนที่ดูจะตื่นเต้นมากๆกับการที่จะเอาใจ ผมก็เลยเลือกที่จะไม่ขัดมันดีกว่า ถึงแม้ว่าสเต๊กเนื้อวากิลที่มันกำลังหั่นอยู่นั่นจะชิ้นละเกือบห้าพันบาทก็ตามเถอะ แพงสัดๆ



“อื้มมม รสชาตินุ่มละมุนละไมม๊าก”   ยิ้มทั้งหน้ายิ้มทั้งตาตอนที่พี่มันเอาเข้าปาก ผมเองก็ไม่ปฏิเสธหรอกครับ มันอร่อยสมราคาจริงๆล่ะ



“วันหลังไม่ต้องพาผมมากินอะไรเว่อร์แบบนี้ก็ได้นะพี่”



“ไม่ได้หรอกค่ะ พี่อยากให้หนูประทับใจในตัวพี่ที่สุด”   



ว่าออกมาแบบนั้นแล้วขยิบตาใส่ ผมที่ได้แต่ส่ายหัวส่งไปให้ แต่อีกคนก็ยังคงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากสนุกไปเรื่อยๆ  เห็นแบบนั้นก็อดที่จะยิ้มตามไม่ได้ อิเจ๊พี่ดานี่เป็นคนที่อารมณ์ดีและติดจะกวนตีน ใครอยู่ด้วยก็ค่อนข้างจะสบายใจ รวมถึงผมเองด้วยที่พอได้มาคุยกับพี่มันก็สบายใจดี  เหมือนได้อยู่กับพี่ชายที่ยังระบุเพศสภาพของตัวเองไม่ได้นั่นแหล่ะครับ



“หนูกุ๊กอิ่มไหมคะ ส่วนเจ๊อิ๊มอิ่มค่ะ ดูท้องพี่สิคะ ลูบไหมๆ” 



ว่าแบบนั้นแล้วเอามือกูไปแปะที่หน้าท้องตัวเองซะแบบนั้น ไอ้บ้า!



“โว้ยพี่มึง”



“ฮ่าๆก็หยอกนี่นา อยากเห็นหนูยิ้มเยอะๆ”



“ขอบคุณที่พาผมมานะพี่ แม้ราคาที่พี่จ่ายไปทั้งหมดจะเกือบหมื่นก็เถอะ”



“แค่นี้สบายค่ะ สวยรวย”  ส่ายหัวใส่พี่มัน แต่อีกคนก็ยังคงยิ้มและเดินตามหลังผมมา หลังจากที่พวกเราทานกันอิ่ม พี่มันส่งผมที่หน้าคอนโด



“ประทับใจในตัวพี่ไหมคะหนู”



“ถามไมงั้นอ่ะ”



“อยากได้กำลังใจในการใช้ชีวิตต่อในค่ำคืนนี้”



“ประสาท”



“คนน่ารักด่าแปลว่าเค้ารักสวยค่ะแม่ขา”  คุยกับใครกูถามแค่นี้   มองพี่มันแบบปลงๆ อีกคนที่หันมาหาผมแล้วยิ้มให้แบบลูกหมาขอคะแนน



“ขอบคุณมากครับ วันนี้พี่ได้5”



“5เต็ม10หรอคะหนู”



“เต็มร้อย”



“โอ๊ยอิดอกกก เจ็บปวดไปหมด”  อีกคนที่โหยหวนพร้อมเอามือทาบอก เล่นใหญ่เล่นโตเว่อร์ๆไปหมด เห็นแบบนั้นแล้วก็ต้องยิ้มขำๆออกมากับท่าทางของพี่มัน



“เยอะจริง”



“ฮ่าๆ ก็อยากให้หนูยิ้มไปกับพี่ เอาล่ะถึงคอนโดแล้วหนูไปพักเถอะ”



“ขอบคุณนะพี่”



“ยินดีค่ะ” 



ขยิบตาให้กูหนึ่งที ผมก็ก้าวลงจากรถของพี่มันมา อีกฝ่ายที่โบกมือหยอยๆจากในรถให้ผม ก่อนจะขับรถออกไปเพื่อกลับเข้าร้าน ร้านอาหารของพี่มันที่เจ้าของร้านไม่แดก เพราะวันนี้พาผมไปแดกที่โรงแรมหรูแทน



“เฮ้อ อยากแดกกระเพราว่ะแม่ง” บ่นกับตัวเองออกไปแบบนั้นตอนที่เดินไปกดลิฟเพื่อจะขึ้นตึก พอเห็นลิฟแล้วก็อดคิดถึงเรื่องเมื่อวันก่อนไม่ได้ วันนั้นที่เจอเบน วันนั้นที่ไอ้บินพาตัวผมขึ้นไปถึงห้อง และ...



“พึ่งกลับหรอ” 



เสียงเข้มที่ดังมาจากด้านหลังทำผมสะดุ้งหลุดออกจากความคิด พอมองกลับไปก็เป็นไอ้บิน มันที่อยู่ในชุดเสื้อยืดสีเทาคอกว้างจนมองเห็นกระดูกไหปลาร้าที่ใส่เข้าคู่กับกางเกงขายาวสีดำเป็นกางเกงวอร์มที่มันชอบเอาไว้ใส่นอนพร้อมกับคีบร้องเท้าหนีบแตะมาด้วย



“อืม”  ตอบรับมันกลับไปเบาๆ



“ไปแดกข้าวกับไอ้ตุ๊ดนั่นมา อร่อยไหม”  มันที่ถามออกมาแบบนั้น ทำเอาผมต้องกำมือแน่นๆกลัวจะเผลอโมโหต่อยอัดหน้ามันไป ค่อนข้างที่จะเกลียดน้ำเสียงของมันหน่อยๆ



“อร่อย อร่อยมากๆเลยล่ะสัด ทั้งอร่อยทั้งอิ่ม กูไปแดกสเต๊กเนื้อวากิลมา”   ขมวดคิ้วตอบมันแบบไปแบบนั้น อีกฝ่ายก็แค่ยกยิ้มมาให้ สัดบิน กวนตีน เห็นแล้วอยากเอาตีนลูบหน้า



“หึ ก็ดี” 



มันที่บอกแบบนั้น และในจังหวะต่อมาประตูลิฟท์ก็เปิดออกมาพอดี เราสองคนที่เดินเข้าไปในลิฟด้วยกัน ต่างฝ่ายต่างหันหน้าไปคนละทาง ผมมองไปที่ผนังฝั่งซ้าย ส่วนไอ้บินมองไปที่หน้าจอบอกชั้นว่าลิฟท์มันเลื่อนขึ้นไปถึงชั้นไหนๆ  เป็นความเงียบที่ชวนอึดอัดจริงๆ



‘จ๊อกๆ’



สัด!



อยากสบถออกมาด้วยคำนี้!  ไอ้ท้องไม่รักดี มึงจะเสือกมาร้องในช่วงเวลาที่เงียบๆแบบนี้ไม่ได้นะโว้ย



“หึ”  เสียงหัวเราะเข้มๆที่ดังออกมาจากในลำคอของไอ้ตัวที่ยืนอยู่ข้างๆแล้วยิ่งอยากแกล้งตายเหมือนเจอหมี  สัดเอ๊ย



‘ตึ๊ง’



ประตูลิฟท์เปิดออกในชั้นของพวกเรา และเป็นผมเองที่รีบก้าวฉับๆเดินหนีอายออกมาก่อนโดยไม่หันไปมองไอ้บ้าที่เดินผิวปสกตามหลังมาติดๆ



แม่งเอ๊ย จะมาท้องร้องอะไรตอนนี้วะแม่ง  ใบได้บ่นอยู่ในใจตอนที่หยิบการ์ดเข้าห้องออกมาแตะที่ประตู  ในจังหวะที่กำลังจะดันประตูให้เปิดออก ข้อมือของผมก็โดนฉุดเอาไว้ซะก่อน



‘หมับ’



“อ๊ะ ปล่อยกู...เอ๊ะ”



“เอาไปแดกซะ กูรู้ว่ามึงไม่ชอบอาหารอิตาเลี่ยน ยิ่งพวกสเต๊กมันไม่ทำให้มึงอิ่มจนนอนหลับหรอก ... กูว่าอันนี้มึงน่าจะชอบมากกว่านะ”  มันที่พูดออกมาแบบนั้นพร้อมๆกับมองหน้าผมและยกยิ้มให้หน่อยๆ



“กูไปล่ะ”  มันที่เดินผ่านหน้าของผมไปที่ห้องของมัน ผมก้มลงมองถุงที่อยู่ในมือ ข้าวกล่องธรรมดาบ้านๆสุดอยู่ในมือของผม



“อ่อ...กูไม่ได้ไถ่โทษเรื่องคืนนั้นหรอกนะ เพราะตอนนั้น...กูตั้งใจ”



“ไอ้สัด!”



“ฝันดีครับ”



ยิ้มตอบรับคำด่าของกูหน้าระรื่น ก่อนจะเปิดประตูเข้าห้องตัวเองไปทั้งแบบนั้น  ยกถุงในมือขึ้นมาดูก็รู้ตั้งแต่ยังไม่ได้เปิดกล่อง



กระเพราไข่เยี่ยวม้าแน่นอน...



สัดบิน เกลียดมึงชะมัดเลย!



...



(คาราเมล)

‘ครืดๆ’



เสียงสั่นของมือถือทำให้ผมที่นอนกลิ้งเล่นอยู่บนเตียงกว้างๆของไอ้ทัพหน้าต้องเอื้อมมือหยิบมือถือกดมาดู เป็นการแจ้งเตือนมาจากอินสตาร์แกรม พอเปิดเข้าไปดู ก็ต้องเผลออมยิ้มออกมาแบบที่ห้ามไม่อยู่เมื่อชื่อของแอคเค้าท์ที่มากดไลค์ก็คือ Thapna.T ไม่ต้องมองรูปโปรไฟล์ที่เป็นรูปแผ่นหลังของเจ้าของแอคก็รู้แล้วว่าคือใคร ก็ชื่อนี้น่ะผมเป็นคนตั้งกับมือ ทัพหน้า.ที ก็ทัพหน้า เตชะณรงกรค์ ยังไงล่ะ .... มันที่มากดไลค์รูปล่าสุดที่ผมพึ่งลงรูปสปาเก็ตตี้ไป พร้อมกับคอมเม้นท์เข้ามาแค่หน้ายกยิ้ม แต่ดันได้ยอดไลค์ระรัวยังกับคนอื่นๆรู้ว่านี่คือแอคของใคร แม่มเอ้ย พึ่งเปิดแอคเมื่อตอนเย็นเองนะ



“นอนยิ้มอะไรอยู่คนเดียว เป็นบ้าหรอวะ” 



เงยหน้าขึ้นไปมองเห็นร่างสูงของไอ้เจ้าของบ้านที่เดินเข้ามาด้วยใบหน้าตายๆแบบทุกที มือของมันที่ถือแก้วนมอุ่นเข้ามาด้วย  ได้แต่มองมันงงๆตอนที่มันเอามายื่นให้ตรงหน้าผม



“ลุก”



“คืออะไร?”



“ปัญญาอ่อนไม่รู้จักนมอุ่น”  มองหน้าผมนิ่งๆพร้อมทำหน้าระอาใส่ คือกูรู้ว่าคือนมอุ่นไงวะ แต่ไม่รู้ว่ายื่นมาให้กูทำไม อย่าบอกว่ามึงจะราดหัวกูนะโว้ย



“คือ...ให้กู?”



“ถามมาก กูสาดใส่หน้ามึงนะ” 



มันที่จ้องหน้าผมนิ่งๆ ทำท่าทางเหมือนเริ่มรำคาญ พอมันพูดออกมาแบบนั้นก็รีบคว้าแก้วนมอุ่นๆนั่นมาถือไว้ทันที กลัวมันราดลงมาจริงๆ  ถือแก้วไว้ในมือแล้วได้แต่เงยหน้าขึ้นไปมองมันแบบไม่เข้าใจ  อีกฝ่ายที่ก็ก้มลงมามองหน้าผมอยู่แล้ว



“แดกซะ ถ้าไม่แดกมึงจะชอบนอนไม่หลับไม่ใช่รึไง” 



มันที่ว่าออกมาแบบนั้นแล้วสาวเท้าเดินหนีไปที่อีกฝั่งนึงของเตียงนอน ผมก้มหน้าลงมองแก้วในมือแล้วยิ้มออกมากว้าง  ไม่พลาดที่จะกดถ่ายรูปเอาไว้ กดลงในไอจีและเขียนแคปชั่นไปว่า ‘second time’



‘ครืดๆ’



เสียงแจ้งเตือนจากไอจีที่ทำให้ต้องเลิกคิ้วมอง ข้อความที่ปรากฏข้างใต้รูปภาพแก้วนมที่ผมพึ่งลงไป ‘รีบแดกแล้วขึ้นมานอน’



หันหลังกลับไปมองคนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง มือถือที่วางอยู่บนอกแกร่งของมันและใบหน้าคมที่หันมามองผมนิ่งๆ ดวงตาคมเข้มสีดำสนิทเหมือนท้องฟ้าตอนกลางคืนของมันที่จ้องหน้าผมอยู่ก่อนแล้ว



“มึง....”



“อีกนานไหม มึงจะรอให้ไอ้หน้าเหี้ยที่ไหนมาเม้นท์แซวมึงอีก สัด” 



สะบัดเสียงในคำสุดท้ายเหมือนจะหงุดหงิดหน่อยๆ ผมที่ก้มลงมองในหน้าจอมือถือเห็นคอมเม้นท์ของใครต่อใครที่ผมไม่รู้จักเข้ามาคอมเม้นท์ผมเรื่อยๆ แซ็วบ้างหยอดบ้างตาประสาเกรียนคีบอร์ด แต่คำพูดจากคนตรงหนาที่มองแรงมาไม่หยุดก็อดที่จะแอบคิดไม่ได้ว่าไอ้ทัพหน้า ... มันดูจะหวงกัน



“เปล่าสักหน่อย”



“เปล่าก็รีบๆขึ้นมา อย่าให้กูต้องหงุดหงิดนะไอ้สัด”



“เออๆ รู้แล้วน่า บ่นจริง” 



ได้แต่บ่นงึมงำเบาๆ แล้วรีบยกแก้วนมอุ่นขึ้นดื่ม รสชาติอุ่นๆหอมๆกลิ่นนมทำให้รู้สึกอบอุ่นในช่องท้องแปลกๆ จริงๆผมค่อนข้างจะติดดื่มนมก่อนนอนมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมมันรู้ได้



ดื่มจนเสร็จก็รีบวิ่งไปบ้วนปากในห้องน้ำ แล้วเอาแก้วไปวางไว้ที่โต๊ะกันมดแดกหัว  เดินเข้าไปใกล้เตียงนอนที่คนร่างสูงก็นอนนิ่งๆจ้องมือถือก่อนจะเงยหน้ามามองผมอีกที



“รีบมา”



“ท...ทำไม”   ถามออกไปแบบใจคิด คือมึงเร่งทำไมวะ



“ขึ้นมา”



“ทัพ...ไม่เอานะเว้ย พรุ่งนี้มีเรียน แล้วก็มีทำรายงานกลุ่มที่บ้านมึงด้วยอ่ะ”



“จะมาไวๆหรือให้กูไปกระชาก มึงเลือก” 



มันที่บอกออกมาแบบนั้นแล้วจ้องตาผมนิ่งๆ ฝ่ามือหนาที่เอื้อมหยิบโทรศัพท์ไปวางไว้บนหัวโต๊ะข้างเตียงแล้วตั้งท่าจะลุกขึ้นจริงๆ ในตอนนั้นกูก็ก้าวยาวๆเข้าไปถึงเตียงนอนทันที



“หึ ขึ้นมา”



“รู้แล้วน่า อะไรนักหนาก็ไม่ อ๊ะ...” 



ในช่วงจังหวะที่สอดขาขึ้นไปนอนบนเตียง ตั้งใจจะคว้าผ้าห่มมาให้ห่มให้แน่นหนา ตอนนั้นวงแขนแกร่งของไอ้คนข้างๆตัว ก็สอดเข้ามาที่เอวรวบตัวผมไปกอดไว้จากด้านหลังอย่างแน่นหนา



“อยู่นิ่งๆ” 



มันที่ว่าออกมาแบบนั้นแล้วเอาหน้าหล่อๆของมันมาซุกอยู่ที่ท้ายทอย ลมหายใจอุ่นๆที่เป่ารดลงมาที่ต้นขอรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัวจนรู้สึกเกร็งไปหมด



“อ...ไอ้ทัพ คือ” 



ว่าออกมาไปแบบนั้นพร้อมๆกับพยายามเขยิบตัวดิ้นออกมาจากวงแขนของมันแบบเนียนๆ แต่อาจจะไม่เนียนในสายตาของทัพหน้า มันที่พอเห็นผมเขยิบหนี มันก็ยิ่งดึงตัวผมเข้าไปกอดให้แน่นมากยิ่งขึ้น ใบหน้าคมๆที่เอี้ยวตัวมาซุกลงที่ลำคอ กดจูบเบาๆลงไปซ้ำๆ ไม่ได้รุนแรงแต่มันรุนแรงกับหัวใจ



“อย..อย่า”  บอกมันออกไปด้วยเสียงที่ไม่มั่นคงนัก ลิ้นร้อนๆของอีกคนที่เลียเข้าที่ใบหู ความรู้สึกร้อนวูบไปทั้งหน้าในตอนนี้



“มึงน่ะอย่าดิ้น”



“อื้อ มึง มึงก็...”



“ถ้ามึงยังดิ้นไม่หยุด กูไม่รับประกันนะว่าจะหยุด” 



เสียงทุ้มที่ดังเข้าข้างหูทำเอาตัวเกร็งชะงักหยุดดิ้นในทันที ได้ยินเสียงหึเบาๆจากคนที่นอนกอดผมจากด้านหลัง  ฝ่ามือแกร่งที่ดันตัวผมให้พลิกกลับไปหา  ดวงตาคมที่มองหน้าผมนิ่งๆ ไม่รู้ว่าคนตรงหน้าคิดอะไรอยู่  มองดูสายตานิ่งๆของมันกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ดูไม่ออก



เป็นคนลึกลับที่บางทีก็ดูเปิดเผย แต่บ่อยครั้งก็ปิดบังอะไรบางอย่างไว้จนแนบเนียน



ใบหน้าหล่อๆที่เลื่อนเข้ามาหาผมช้าๆ  สายตาที่มองสบกันทำให้ผมต้องนิ่ง ไม่แม้แต่จะกล้าขยับตัวหนี ทัพหน้าที่ขยับตัวลุกขึ้นนิดหน่อยแล้วเลื่อนหน้าเข้ามาหาผม ริมฝีปากอุ่นๆที่เฉียดเข้าที่ข้างแก้ม สัมผัสอุ่นๆที่ข้างแก้มเห่อร้อนแม้ว่ามันจะไม่ได้หอมลงมาเต็มๆ ช้อนสายตามองตามรูปปากของมันที่ค่อยๆเลื่อนผ่านจมูก ตาของผม และสุดท้าย...ริมฝีปากเย็นๆของมันก็นาบลงมาที่กลางหน้าผากของผม



ตึกตักๆ



หัวใจผมเต้นแรงขึ้นเมื่อความเย็นทาบทับลงมา พร้อมๆกับดวงตาของผมที่ปิดลงไป



คุณเคยได้ยินคำพูดของนักจิตวิทยากล่าวไว้หรือเปล่า ... อย่าปล่อยให้คนที่เรารู้สึกดีมาจูบหน้าผาก เพราะจะทำให้เราจดจำเขาตลอดไป ...



และในค่ำคืนนี้ ไม่มีแม้แต่เสียงทัดทานออกจากปากของผม ไม่ทันได้ห้ามปรามว่าอย่าทำ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่มันผละออกมามองหน้าผม มองเห็นรอยยิ้มที่อบอุ่นสุดๆของมันผ่านดวงตาที่ไม่แสดงความหมาย แต่มันกลับมีค่าทางจิตใจกับผม

ไม่รู้ว่าคำกล่าวของนักจิตวิทยาจะจริงหรือไม่ แต่ถ้าถามว่าผมจะจดจำมันรวมถึงค่ำคืนนี้ตลอดไปหรือเปล่า...ผมว่ามันเป็นเรื่องจริง



...



“วันนี้พวกมึงจะมาทำรายงานที่นี่ใช่ไหม”



“ก็มึงบอกว่าให้มาอ่ะ” 



เงยหน้าจากชามข้าวต้มกุ้งขึ้นไปมองคนที่กำลังจิบกาแฟด้วยท่วงท่าผู้ดีจัด มือจับแก้วทำมุมได้องศาดูมีชาตระกูลยิ่งนัก ส่วนมืออีกข้างนึงของมันก็กำลังกดๆจิ้มๆไอแพดของตัวเอง เปิดหน้ากระดานหุ้นอะไรไม่รู้ดูอยู่  ทำแบบนี้เสมอๆในทุกๆเช้า ก็คือมาดของนักธุรกิจใหญ่ที่กำลังใช้สมองคิดเรื่องเอาเงินจากคนอื่น ทัพหน้าเป็นคนเก่ง เป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่เก่งมีอำนาจและหาตัวจับยาก อันนี้ผมไม่เถียงเลย



“อืม”  มันที่ตอบรับออกมาแค่นั้น ก็ทำเอาผมรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ คือยังไงวะ มึงอยากให้มาหรือไม่ยังไงอ่ะ

 

“คือมึงอยากให้พวกมันมาทำรายงานที่นี่จริงๆหรอ คือ...พวกกูไปทำห้องไอ้บินก็ได้นะ” 



ถามมันออกไปแบบนั้น เพราะผมค่อนข้างรู้นิสัยของมันครับ ทัพหน้าเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง รวมถึงมันที่ไม่ชอบให้ใครมาบุกรุกพื้นที่ส่วนตัว ดูจากชีวิตความเป็นอยู่ แค่บ้านหลังนี้ที่แยกออกมาตั้งตระหง่านอย่างโดดเดี่ยวในท้ายหมูบ้าน และรวมถึงเวลาที่พี่น้องของมันมาหาแบบไม่ได้นัดก่อนมันก็ไม่ค่อยชอบใจนัก  เพราะเป็นแบบนั้น ผมเลยไม่มั่นใจว่ามันอยากให้เพื่อนๆผมมารบกวนที่นี่แน่หรอ



“ทำไม”  ใบหน้าคมที่เงยหน้าขึ้นมาจากไอแพดทันที หัวคิ้วของมันที่ขมวดเข้าหากัน ดูเหมือนจะหงุดหงิดและสายตาคมๆที่มองมาทางผมแบบไม่พอใจ ... คือกูทำอะไรผิดรึจ๊ะ?



“ก็...กลัวมึงไม่สดวก”



“มึงหรือกูที่ไม่สดวก” เสียงแข็งๆของมันที่มาพร้อมกับการหันหน้ามาหาผมทั้งตัว



“ทำไมกูต้องไม่สดวกอ่ะ”



“แล้วทำไมกูต้องไม่สดวกเหมือนกัน”  ยอกย้อนเก่ง



“ก็นี่มันบ้านมึง”



“แล้ว?”   ถามผมออกมาแบบนั้นพร้อมเอนหลังไปพิงพนักพิงเก้าอี้พร้อมเลิกคิ้วถามอย่างหาเรื่อง  เอาจริงๆคือหน้าตาตอนนี้ของมันค่อนข้างจะกวนตีนหน่อยๆครับ



“ก็ไม่แล้วไงอ่ะ ก็ถามดู”



“อะไรที่กูตัดสินใจไปแล้วแสดงว่ากูพอใจ อย่าถามย้ำ นอกจากมึงอยากจะไปแด๊ะแด๋กับชู้มึง”



“ชู้พ่อง!”  ก็เพราะว่ายั้งปากไม่อยู่ ก็เลยโพล่งออกไปแบบนั้น ยกมือขึ้นปิดปากแทบจะทันที รวมถึงไอ้ทัพหน้าที่จ้องกลับมาแบบโหดๆ



“กะ....ก็มึงชอบพูดชู้ๆ ก็มันไม่ใช่ป๊ะวะ”  เถียงมันออกไปแบบอ้อมแอม กลัวครับ กลัวมันตบตกเก้าอี้ ถึงเดียวนี้มันจะใจดีขึ้นเยอะ แต่มันตบได้แน่ๆอ่ะถ้ามันอยากทำ



“ไม่ใช่ก็พามา กูจะทำให้รู้ว่า มึงเป็นของใคร”



“ห๊ะ” 



ได้ยินไม่ชัดเท่าไหร่ ได้แต่ทำหน้าเหลอหลาออกไป มองเห็นมันที่ยกยิ้มมุมปากร้ายๆพร้อมๆกับสายตาคมนิ่งที่มีไฟลุกโชนอยู่ในดวงตาของมัน  ผมว่าผมมองไม่ผิดจริงๆนะ



“เสือก ไปเรียนได้แล้ว” 



มันที่หันมาว่าผมแบบนั้น ก่อนจะหยิบสูธของมันที่วางอยู่ที่เก้าอี้ตัวข้างๆมาคล้องไว้ที่แขน ผมที่ดื้มน้ำอีกอึกแล้วลุกเดินตามมันออกมาจากห้องอาหาร มองสภาพมันที่เป็นมาดนักธุรกิจแบบเต็มตัว



“วันนี้จะไปประชุมหรอวะ”



“อืม แล้วก็มีธุระ”



“ธุระ?”



“เรื่องส่วนตัวที่แปลว่ามึงอย่าเสือก”



“หึ่ย ก็แค่ถามโว้ย อยากรู้ตายล่ะ” 



เบะปากใส่มันตอนที่เดินออกมาที่หน้าบ้าน  ยืนรอสักพักรถที่จะไปส่งผมที่มหาลัยก็มาจอดเทียบ กำลังจะเดินออกไปอยู่แล้วๆถ้าไม่ติดว่าวงแขนแข็งแกร่งที่เอื้อมมาโอบตัวผมไว้ซะก่อน แขนหนาที่เอื้อมมากระชากตัวผมให้เข้าไปปะทะกับอกแกร่ง ได้แต่เงยหน้าขึ้นไปมองอย่างตกใจ และนั่นก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ริมฝีปากของคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังโฉบริมฝีปากลงมากดจูบที่ริมฝีปากของผมแบบหนักหน่วง ไม่ใช่จูบที่ร้อนแรงแต่ก็ทำให้หน้าผมเห่อร้อนไปทั้งหน้าได้ ในจังหวะที่ผละหน้าออกห่างจากผม สายตาคมก็จ้องกลับมาอย่างแวววาวพร้อมกับยกยิ้มมุมปากร้ายๆ ผมที่ยืนทำหน้าเลิกลักพอหันไปมองรอบๆ ก็เห็นลูกน้องชุดดำของมันที่รีบก้มหน้าหลบกันไปเป็นแถวๆ  ไอ้...ไอ้...



“กูมีธุระ แต่ไม่ต้องห่วง วันนี้กูจะรีบกลับมา ไม่ปล่อยมึงไว้กับเพื่อนสนิทคิดไม่ซื้อของมึงนานหรอก”



“อ..ไอ้..”



“หึ ไปเรียนได้แล้วไอ้ดื้อ” 



ว่าออกมาแบบนั้น ก่อนจะยกมือขึ้นขยี้หัวผม พร้อมๆกับเอามือมาดันแผ่นหลังของผมให้เดินไปขึ้นรถ มึงไม่ต้องมาผลักเลย กูนี่รีบจ้ำขึ้นรถไปเลยทันที อายครับ ลูกน้องมันนี่ยืนสลอนเลย ไอ้บ้าเอ๊ย...เล่นกูแต่เช้า!



พอหันหน้าออกไปนอกรถ ก็เห็นรอยยิ้มมุมปากของมันที่ยังคงประดับอยู่บนใบหน้า สายตาของมันที่มองเข้ามาในรถยิ่งทำให้ผมอยากวาปหายตัวไปเลยตอนนี้



“พี่ๆๆไวๆออกรถเลยเดี๋ยวผมไปเรียนสาย!”



ไม่อยู่แม่งแล้วตอนนี้ อายโว้ยยย



...


(มีต่อจ้า)
               

 

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ

ขายาวๆที่ค่อยๆก้าวเดินด้วยจังหวะไม่ช้าไม่เร็วไปตามทางเดินกระเบื้องของโรงพยาบาลเอกชนมีชื่อแห่งหนึ่ง ในที่สุดจังหวะก้าวของการเดินที่สม่ำเสมอก็มาหยุดอยู่ที่ห้องพักพิเศษห้องหนึ่ง  ฝ่ามือหนาที่เอื้อมไปเปิดประตูห้องพักช้าๆ เดินเข้าไปจนหยุดอยู่ที่ข้างเตียง



“ผมมาแล้วนะณราชา” 



ดวงตาคมที่มองนิ่งๆจับจ้องไปที่ใบหน้าเรียวได้รูปของสตรีที่นอนปิดตาสนิทอยู่บนเตียง บนใบหน้าสวยยังคงมีเครื่องช่วยหายใจครอบไว้ แต่ก็ถูกแยกออกมาพักในห้องพิเศษเป็นกรณีพิเศษเพื่อเฝ้าระวัง ร่างสูงที่ทรุดตัวลงนั่งข้างๆเตียง ก่อนจะหันไปที่หัวเตียง ดอกลิลลี่สีขาวถูกประดับปักไว้ในแจกัน เห็นแบบนั้นแล้วก็ได้แต่ขมวดคิ้ว



“ใครมาปักแจกันดอกไม้วะ”



หันกลับมามองหน้าคนที่นอนอยู่ที่เดิมบนเตียง ได้แต่เอื้อมมือไปกุมมือของคนที่ได้ชื่อว่าภรรยาของเขาเบาๆ กลัวว่าอีกฝ่ายจะต้องเจ็บตัว  มันปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าที่เธอต้องมานอนไม่มีสติอยู่ตอนนี้ ก็เป็นเพราะตัวเขา ... ถึงแม้ว่าเมลจะไม่ได้เป็นคนทำ แต่จุดเริ่มต้นของเรื่องที่ณราชาต้องเจอก็เป็นเพราะเค้าเอง ...



“ผมขอโทษ”  บอกแบบนั้นเบาๆ ได้แต่เอาหน้าซบลงไปที่ฝ่ามือเรียวเบาๆ  ฝ่ามือที่ครั้งนึงเราเคยจับกุมกันไว้อย่างมั่นคง



‘ก๊อกๆ’



“นายครับ” 



“ว่าไง” 



เอ่ยตอบกลับไปนิ่งๆทั้งที่ไม่ได้หันไปมอง  ดวงตาคมยังคงจับจ้องอยู่ที่นิ้วเรียวที่ครั้งนึงเค้าเคยสวมแหวนเพชรประดับอยู่ที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอ



“ได้เวลาแล้วครับ คุณปืนมารอนายแล้วครับ”



“อืม รู้แล้ว” 



ตอบกลับออกไปนิ่งๆ ลูกน้องที่เข้ามารายงานก็รีบก้มหัวแล้วถอยหลังออกไปในทันที  ดวงตาคมของทัพหน้าที่ยังจับจ้องอยู่ในใบหน้าสวยที่ในวันนี้ค่อนข้างจะซีดเซียว  ฝ่ามือแกร่งที่เอื้อมไปปัดปอยผมของหญิงสาวเบาๆแบบถนุถนอม  สุดท้ายก็ได้แต่วางฝ่ามือเรียวลงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะลุกขึ้นยืนในที่สุด



“ผมจะมาเยี่ยมคุณบ่อยๆนะณราชา”  เสียงเข้มที่ว่าออกมาแบบนั้น ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบผมของหญิงสาวเบาๆอีกครั้งแล้วตัดสินใจเดินออกจากห้องไปในที่สุด



นิ้วเรียวที่ถูกวางลงเมื่อสักครู่ค่อยๆขยับช้าๆ ดวงตาเรียวสวยที่ปิดสนิทค่อยๆขยับๆช้าๆแม้ว่าจะยังไม่ลืมตาตื่น ถ้าหากร่างสูงได้หันมามองกลับมาสักนิด ก็คงจะได้รับรู้ถึงปฏิกริยาบางอย่างไปแล้ว



“อ...ท....ทัพ”



...



“พวกมึงวันนี้ไปทำรายงานที่บ้านอาจารย์ทัพหน้ากันนะ ลืมเปล่าวะ” 



ผมหันไปบอกไอ้อู๋ไอ้บินไอ้กุ๊กตอนที่พวกเรากำลังเก็บชีทเรียนลงกระเป๋า พวกมันที่พยักหน้ารับแบบเข้าใจต่างฝ่ายต่างรีบเก็บของ ไม่ชอบอยู่ในห้องเรียนนานครับ เดี๋ยวความรู้กระเด็นออกจากหัว



“แต่ถ้าไปแล้วอาจารย์จะไม่สั่งเก็บใครที่รกหูรกตาใช่ไหมวะ กูกลัว”



“ใครมันจะมาสั่งเก็บมึงวะสัดอู๋ มันไม่ใช่มาเฟีย”



“ไม่ใช่มากมั้งไอ้สัด” 



มองเห็นไอ้อู๋ขยับปากพึมพำอะไรสักอย่างแต่ได้ยินไม่ชัด ก็เลยคิดว่าไม่สนใจมันน่าจะดีกว่า ได้แต่ส่ายหัวหน่อยๆกับความคิดที่ใครๆก็คิดว่าไอ้ทัพหน้าเป็นมาเฟีย ตั้งแต่ที่ผมโดนมันจับตัวไปอยู่ด้วย ถึงแม้ว่าภาพลักษณ์รวมถึงคนอาลักขามันจะแต่งชุดดำเหมือนในหนังมาเฟีย แต่พี่ๆทุกคนที่บ้านนั่นก็ใจดีและเป็นกันเอง  ยิ่งพูดยิ่งคิดถึงพี่ธร ผมว่าไม่มีตรงไหนที่เป็นมาเฟียสักนิด (ในความคิดของเมลคนเดียว)



“แล้วจะให้ไปไงวะ ไปกับมึงหรอ พวกกูเอารถมานะ”  ไอ้กุ๊กที่พูดออกมาแบบนั้น



“ก็ขับตามๆกันมาละกัน”



“อืม ก็ง่ายดี”  ไอ้บินพูดตอบพร้อมๆกับไอ้อู๋ที่พยักหน้าเห็นด้วย



“งั้นไปกันเลยดีไหมล่ะ”  ผมหันไปถามพวกมัน 



“ก็ดี แต่เดี๋ยวกูไปบอกเบนก่อน ให้เบนไปกับกู พวกมึงลงไปรอข้างล่างก่อนเลยก็ได้” 



ไอ้กุ๊กบอกแบบนั้นแล้วเดินออกไปหาเบน ผมมองเห็นไอ้บินที่ตอนนี้กำลังทำหน้าเหมือนมีขี้มาจ่ออยู่ใต้จมูก อะไรจะหน้านิ่วคิ้วขมวดขนาดนั้นอ่ะครับเพื่อน



“ทำไมทำหน้าแบบนะวะไอ้บิน”



“เปล่า แค่รำคาญตา”  อ๋อจ้า แค่รำคาญตาเนอะ



“ว่าแต่มึงเหอะไอ้เมล หิวอะไรไหม กูไปหาไรให้กินไหม”



“ไม่อ่ะ เดี๋ยวไปถึงบ้านค่อยกิน” 



หันไปยิ้มให้มันและตอบแบบนั้น ไอ้บินก็พยักหน้ารับหน่อยๆ จริงๆอยากจะบอกมันต่อว่าอย่ามาห่วงกูเลย ไปห่วงไอ้แห้งที่เมื่อกี้มึงมองตามจะดีกว่ามั้ง  แต่ไม่เอาครับ ไม่พูดออกไปดีกว่า เดี๋ยวพวกมันเขิน อิอิ



พวกเราที่ลงมาจากตึกเรียน มายืนรอไอ้กุ๊กกับไอ้เบนที่หน้าคณะ



“พี่เมล ไอ้ลุงงงงง” 



เสียงใสๆดังขึ้นมาก่อนตัวไม่ต่างจากทุกรอบที่เจอมัน ไอ้กุญแจเดินเข้ามาพร้อมถุงผ้าใบเดิม เพิ่มเติมคือของที่อยู่ในนั้นน่าจะมีอะไรมากกว่าเดิมเยอะ



“ไปไหนมาอีก มึงเลิกเรียนยัง”



“เลิกแล้วดิครับพี่เมล ว่าแต่มึงไอ้ลุง โทรเรียกกูมาทำไม”  ไอ้แจที่ตอบผมออกมาแบบน่ารัก แต่ทำเสียงสะบัดตอนหันไปถามไอ้อู๋



“ก็กูจีบมึงก็ต้องอยากเจอหน้ามึงไหมวะ”



“อิ้วววว สตอจ้า”  ไอ้แจที่ทำเสียงสูงใส่พร้อมด่าเต็มๆหน้าไอ้อู๋ไปทั้งแบบนั้น  หน้าตาน่ารักของมันเหล่มองไอ้อู๋แบบกวนประสาท



“เออๆ วันนี้กูจะไปทำรายงานที่บ้านอาจารย์ทัพหน้า มึงไปด้วยกันดิ”



“เฮียทัพอ่ะนะจะให้พวกพี่ๆไปทำรายงานที่บ้านหลังนั้น บ้านที่เฮียตั้งใจจะใช้เป็นเรือนหอกับพี่ณราชาอ่ะนะ”



เรือนหอ...งั้นหรอ



“อุ้ย แจว่าคงไม่ใช่หลังนั้น แห่ะๆ พี่เมลอย่าสนใจแจเลยนะ บ้างทีก็หลงๆลืมๆ” 



ไอ้แจที่รีบระล่ำระลักพูดออกมาทันทีที่มันหันมาเจอผม เหมือนแค่ว่าก่อนหน้านี้มันจะเผลอหลุดปากออกมา  แต่ถึงแบบนั้น...นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้รู้ความจริงว่าทำไมบ้านหลังนั้นบางซอกบางมุมถึงไม่เข้ากับไอ้ทัพหน้า จริงๆแล้วคงเป็นเพราะส่วนพวกนั้นณราชาคงชอบมากกว่า



อยู่ๆก็รู้สึกจิตใจห่อเหี่ยวลงแปลกๆ



“เนี่ย พูดมากนักไอ้หมู ตกลงไปกับกูนะ ไปหาเฮียมึงไง”



“แจไม่ได้อยากเจอเฮียสักหน่อยป๊ะ”



“แต่กูอยากเจอมึง เคนะ จบนะ”



“พูดบ้าอะไรของมึงวะพี่”



“หึ แล้วท่าแบบนั้นมึงเขินทำไมล่ะครับ หูแดงเป็นหูหมูเลยว่ะ”



“โว้ยย กวนตีนอ่ะอิพี่อู๋!!”



ผมมองพวกมันสองคนที่วิ่งไล่ตีกันไปมา เห็นแบบนั้นแล้วก็อดที่จะยิ้มออกมาหน่อยๆไม่ได้ คิดว่าไอ้แจเอง...ตอนนี้อาจจะตกหลุมที่ไอ้ลุงมันขุดไว้แล้วก็ได้มั้ง



“พวกมึง กูมาละ ไปกันยัง” 

ไอ้กุ๊กที่เดินเข้ามาสมทบพร้อมๆกับไอ้เบนที่ส่งยิ้มบางๆมาให้ รู้สึกเหมือนมันจะเกร็งๆไอ้บินนิดหน่อย



“เออไปกันเถอะ เดี๋ยวพวกมึงขับรถตามกูมาละกัน ส่วนมึงไปกับแจนะไอ้อู๋”



“จัดไปเพื่อน”  ไอ้อู๋ที่ตอบรับออกมาแบบนั้น ก็ตรงเข้าไปกอดคอไอ้น้องแจทันที



“เฮ้ยลุง ปล่อยสิเว้ย นี่ที่มหาลัยนะ”



“แล้วไงกูไม่ได้จับมึงปล้ำสักหน่อย ปะ ไปกัน”  มันที่ว่าออกไปแค่นั้นแล้วก็ลากไอ้แจออกไปทันที ผมมองตามยิ้มๆแล้วค่อยแยกย้ายกับคนอื่นๆไปขึ้นรถ



.

.

.
               



 รถหรูหลายคันที่ขับตามๆกันมาเลี้ยวเข้าสู่ตัวบ้านของไอ้ทัพหน้า และนี่เป็นครั้งแรกที่ผมมองเห็นบ้านหลังนี้แล้วรู้สึกฝืดฝืนในหัวใจที่สุดตั้งแต่เข้ามาอยู่ที่นี่ อาจเป็นเพราะผมพึ่งรู้วันนี้เองล่ะมั้ง ว่าที่นี่คือเรือนหอของไอ้ทัพกับคนรักของมัน



ก้าวลงมาจากรถแล้วมายืนอยู่ที่โถง รู้สึกไม่กล้าจะเดินเข้าไปเหมือนไม่ชิน ทั้งๆที่ปกติคงเดินลิ่วๆไปหาไอ้รี่ไอ้หลง แต่วันนี้รู้สึกเหมือนว่าตัวเองอยู่ผิดที่ผิดทางมากที่สุด



‘หมับ’



“อ๊ะ!”  สะดุ้งทันทีเมื่อรู้สึกถูกโอบจากด้านหลัง พอหันหน้าไปมองก็เจอเข้ากับเจ้าของบ้าน



“ช้าจังวะ”



“ท...ทำไมอยู่ล่ะ”



“บ้านกู ทำไมกูจะอยู่ไม่ได้วะ” 



มันที่ว่าออกมาแบบนั้นแล้วยักคิ้วให้ผม สายตาคมๆที่มองตรงไปด้านหน้า มองรถของพวกเพื่อนๆผมที่ทยอยเข้ามาจอดในโรงจอด



“เฮียยยยยยย ดีจ้า”



“หื้ม น้องแจ”  ไอ้ทัพหน้าที่เลิกคิ้วขึ้นมาตอนที่มองเห็นลูกพี่ลูกน้องของตัวเองวิ่งยิ้มกว้างเข้ามาหาแบบงงๆ



“มาได้ไงหื้มเรา”



“แจมาได้ ติดรถไอ้ลุงมา”  มันที่ว่าออกไปแบบนั้นพร้อมชี้มือไปที่ไอ้อู๋  สายตาคมๆของไอ้ทัพหรี่ลงทันที  ผมมองเห็นไอ้อู๋ที่พึ่งลงจากรถแอบสะดุ้งหน่อยๆมันที่รีบยกมือไหว้ไอ้ทัพทันที



“มากันครบแล้วก็เข้าบ้านกันเถอะ”   



เสียงเข้มๆว่าออกไปแบบนั้น ก่อนที่มันจะคว้ามือผมขึ้นมาจับแล้วดึงให้เข้าไปด้วยกัน



“ทัพ ปล่อย...”



“ทำไมกูต้องปล่อย”   



คนข้างตัวว่าออกมาแบบเสียงแข็งๆตอนที่ผมกำลังพยายามบิดมือออกจากการเกาะกุมของมัน  มันหันหน้ามามองผมแบบดุๆไม่พอยังกำมือผมไว้จนแน่นจนผมเจ็บไปหมด ท่าทางของมันบอกให้รู้ว่าจะไม่ยอมปล่อยมือไปเด็ดขาด



“อาจารย์ปล่อยเมลเถอะ ผมว่ามันเจ็บนะ”  เสียงไอ้บินที่ดังมาจากด้านหลังของพวกเรา เรียกสายตาจากผมและไอ้ทัพให้หันไปมองได้เป็นอย่างดี



“มึงเจ็บหรอ”  ไอ้ทัพที่หันมาถามผม  สายตาของมันที่บอกผมว่าถ้ากล้าตอบว่าเจ็บมีเรื่องแน่ๆ



“ไม่เจ็บ กูไม่เป็นไรหรอกไอ้บิน”  ส่งยิ้มตอบกลับไปให้ แต่ไอ้บินก็แค่ทำหน้าหงุดหงิดแต่ทำอะไรไม่ได้



“อีกอย่าง ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในมหาลัยแล้ว ไม่มีสอนด้วย กูก็ถือเป็นแค่รุ่นพี่ธรรมดาๆของพวกมึง ไม่ต้องเรียกกูว่าอาจารย์หรอก ขนาดเมลมันยังไม่สนเลย เนอะ” 



มันที่พูดแบบนั้นแล้วยกยิ้ม ก่อนจะเอื้อมมือมายีผมของผมเบาๆ  สายตาของไอ้ทัพที่กำลังบอกไอ้บินว่า



มันคือผู้ชนะ



“ทำที่ห้องนี้กับไอ้หลงละกัน โอเคไหมเมล”



“อื้ม ห้องไหนก็ได้ แล้วแต่เจ้าของบ้านเลย” 



ผมตอบออกไปแบบนั้น เห็นมันขมวดคิ้วมองผมนิดหน่อย ก็กูพูดอะไรผิดล่ะ ยิ่งรู้ว่าที่บ้านหลังนี้เป็นเรือนหอของมัน ผมเองก็ไม่กล้าจะขยับตัวเดินไปทางไหนเลย



“งั้นกูก็แล้วแต่มึง กูให้สิทธิ์กับมึง”   



ทัพหน้าที่เลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ๆผมก่อนจะกระซิบออกมาเบาๆ มันที่ผละหน้าออกแล้วยิ้มมุมปาก ผมเองไม่อยากเข้าใจประโยคที่มันพูดเท่าไหร่ แต่ก็ยังทำหน้าเอ๋อๆใส่มันไปอยู่แบบนั้น



“ทำหน้าตลกจังวะ ไป รีบไปทำรายงาน .... แล้วทำกันออกมาดีๆนะพวกมึง ไม่งั้นกูจะตัดคะแนนให้ยับเลย”



“โหยยย พี่ทัพใจเย็นครับ”



“น่านดิครับพี่ ผมจะทำสุดฝีมือเลย”   



ไอ้อู๋กับไอ้กุ๊กรีบร้องโอดครวญออกมาทันทีที่ได้ยินแบบนั้น มองเห็นไอ้ทัพหน้าที่ยืนยิ้มหน่อยๆอยู่ตรงนี้ รู้สึกว่าบรรยากาศดีๆกำลังมีขึ้นมาแปลกๆ  เหมือนมันกำลังเปิดใจให้ผมและเพื่อนๆ



“ไปทำไป กูจะนั่งเล่นอยู่นี่ล่ะ ไม่เข้าใจก็ถามได้”



“สิทธิพิเศษสำหรับกลุ่มเราหรอครับเนี่ย”   



ไอ้กุ๊กหันมาถามไอ้ทัพแบบนั้นตอนที่มันวางโน๊ตบุ๊คของมันลงบนโต๊ะญี่ปุ่น สงสัยว่าไอ้ทัพจะบอกให้คนงานเอามาวางไว้ให้



ผมหันไปมองหน้าของทัพหน้าบ้างตอนที่ไอ้กุ๊กถามออกมาแบบนั้น  มันที่ยังไม่ตอบอะไรแต่กลับเดินเข้ามาหาผมใกล้ๆ ฝ่ามือหนาที่ยกขึ้นมาลูบหัวผมเบาๆ เป็นความรู้สึกอบอุ่นสุดๆที่อยากจะให้มันเป็นแบบนี้ตลอดไป



“สิทธิพิเศษสำหรับกลุ่มน้องเมล หึ”



“โห้วววว // หวีดวิ้ว”



จบคำพูดของไอ้ทัพก็ตามมาด้วยเสียงร้องโห่แซวจากไอ้กุ๊กไออู๋และไอ้เบนที่ดังตามมาไม่หยุด  รู้สึกร้อนหน้าแปลกๆจนต้องก้มหน้าหลบสายตาของไอ้ทัพหน้าและเพื่อนๆของตัวเอง



“โว้ย พูดไรกันวะ หลงๆมาหากูๆ”  กวักมือเรียกไอ้แมวเด็กที่เดินเล่นอยู่แถวนั้น มันที่วิ่งดุ๊กๆเข้ามาหาทันที



“หึ พอๆพวกมึงอย่าแซว”



“ทำไมอ่ะครับพี่ครับ”



“ไอ้เมลมันเขินแล้วแก้มชอบแดง น่ารัก”



“โห้วววว // หวีดวิ้ว”



โว้ยยยย กูไม่อยู่แล้วโว้ยยย ไอ้ทัพหน้า ผีเข้าอีกแล้ว ช่วยด้วย!



ผมได้แต่ก้มหน้าหลบหน้าหลบตาตอนที่พวกเพื่อนๆยังโห่แซวไม่เลิก เลยไม่รู้เลยว่า สายตาคมๆของไอ้ทัพหน้ามันก็ไม่ได้จับจ้องมาที่ผมเหมือนกันในตอนนี้  ดวงตาสีนิลลึกลับของเจ้าของบ้านร่างสูงที่มองตรงไปยังเพื่อนในกลุ่มของคาราเมลที่นั่งนิ่งๆไม่ได้แซวอะไรออกมา  ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะกระตุกยิ้มร้ายๆเหมือนเยาะเย้ยส่งไปให้



ถ้าคิดจะมาแย่งของกับทัพหน้าแล้วล่ะก็....ยังรีบฝันเร็วไปอีกสามชาติจะบอกให้



“หึ อ่อน”



“มึงว่าไรนะ”



“เปล่านี่ มึงเลิกเล่นกับไอ้สั้นได้แล้ว ไปทำงาน ถ้าวันนี้มึงไม่เสร็จกูจะตีมึง”



“มึงจะตีกูจริงๆหรอ”



“เออ”



“แม่ง โหดร้าย”  คาราเมลที่บ่นงุ้งงิ้งออกมาแบบนั้น ทำเอาทัพหน้าต้องเอื้อมมือไปดึงแก้ม ก่อนจะพูดออกมาว่า



“กูจะตีมึง แต่ไม่ใช้มือนะ...แต่อาจจะใช้...ปากนำ



“โห้วววว // หวีดวิ้ว”



และเสียงโห่ร้องของพวกเพื่อนๆก็ดังออกมาเป็นระยะๆอีกหลายรอบ



คาราเมลได้แต่คิดอยู่ในใจว่า ถ้าบรรยากาศดีๆแบบนี้ มีอยู่ตลอดไปก็คงจะดีสินะ

 



...



Are you ready?!!

พร้อมกันไหม อิอิ พร้อมอะไรหว่า? โฮกฮากกก

วันนี้มาลงไว มาอ่านกันนะคะ แม้ว่าตอนที่แล้วคนอ่านจะหายไปครึ่งนึงก็เถอะ เสียใจจจจจจ

มาอ่านกันนะคะ    :katai4: :katai2-1:

 

ออฟไลน์ tae1234

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
จะมีอะไรอีกมั้ยเนี่ย? คารเมลสู้นะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ LadySaiKim

  • ▫▪□Dezine'Kim□▪▫
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1683
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-0
เตรียมทิชชู่ซับน้ำตาาาา :ling3:

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1057
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
 :z3: ถ้าณราชาพื้น แล้วนุ้งเมลจะไปอยู่ที่ไหนเนี่ย อีพีทัพตายแน่ๆ น้องหนีแน่ๆ

ออฟไลน์ ursleepingxd

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ยากจังเลยค่ะ เอาไงดีนังพี่ทัพ ไม่ใช่แค่ไปแสดงความเป็นเจ้าของน้องต่อหน้าคนอื่นเด้อ ตัวเองก็ต้องรีบเคลียร์เน้อ

สงสารเจ๊ดานี่ อาจจะเปย์เป็นแสนแขนไม่ได้จับที่แท้จริง แง้ สู้ๆนะ เราให้กำลังใจเจ๊ แม้ความหวังจะริบหรี่ก็ตาม ; - ;

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
หวีดวิ้ว 3 ดอก จอดเลยไหมละเมล 5555 บ้าเอ๊ย หุบยิ้มไม่ได้เลย โคตรเอาใจใส่ อุ่นนมให้ + อ่อนโยน ละมุนขึ้นมากขนาด มีจุ๊บหน้าผากก่อนนอน จูบก่อนไปทำงาน เฮ้ยยทัพหน้าปลอมตัวมาป่าววะ 555555 //โอ้วววเยสสสสส ฟื้นแล้วเว้ยฟื้นแล้ว เอาละ ขอให้หายดีวันดีคืน กลับมาทวงผัวไปซะนะ หึหึ!! หมั่นไส้คนมีความสุขเพราะได้แกล้งเขา แบบว่าแกล้งเพราะรักอ่ะ ฮ่าๆ จะเอาไงให้มันรู้กันไปเลย เอ้ออออใช่ เข้าใจความรู้สึกเมลเลย ก่อนรู้เรื่องของบ้านกับหลังรู้ความจริง ความรู้สึกมันเปลี่ยนไปจริงนั่นละ มันก็จะเกร็งๆหน่อย เอาไงละทีนี้ เจ็บแปลบๆ หึหึ //คิดว่าแผนการยั่วบินของทัพต่อไปคงไม่ได้ผลแล้วล่ะ เพราะเขาไม่สนใจเมลแล้วอ่ะดิ นู้นนนนนๆเขาสนใจอีกคนจร้า 5555 ไปกินวากิลหรูหราหมาเห่า แต่ดันมาแพ้ให้กับกระเพราะไข่เยี่ยวม้า ไม่ใช่คือไม่ใช่ ใช่ไหม สินะ คึคึ! อะไรอ่า อะไร๊คือตั้งใจคืนนั้นของบินอ่า ทำไรกัน เกาะติดคู่นี้อีกคู่ //ส่วนลุงกุ๊กกับเด็กอ้วนตราเด็กสมบูรณ์แจนั่น เปิดเผยมาก จีบกันต่อหน้าต่อตา ประกาศชัดให้โลกรู้ โวยวายแก้เขินไปงั้นอ่ะแจ วุ้ยๆ 5555 //เกลียดการกดไลค์และเม้นในไอจี เกือบจะตามไปราวีเม้นอื่นด้วยนะนั่น ยิ่งเห่อๆอยู่ ทำเป็นหวง เห๊อะ หมั่นไส้ ฮ่าๆ//ว้อยยสนุกก อ่านเพลิ๊น คะแนนงานกลุ่มนี้ต้องออกมาดี พิเศษเลยเฉพาะกลุ่มน้องเมล อัยยะ 555 ขอบคุณนะคะที่แต่งและมาอัพให้ได้อ่านอย่างต่อเนื่อง สนุกมาก รอตอนหน้าเลยค่ะ จะเกิดไรขึ้นอีกบ้าง ณราชาฟื้นแล้ว  ดอกลิลลี่ใครเอามา ไอ้หมิง?? มันมีความหมายว่าไงวะ กูเกิ้ลแปป 55 รอรอรอ

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ
บทที่26




“เฮ้อออ พิมพ์ตามไอ้เบนอ่านจนกูตาลายหมดแล้วเนี่ย”



“อย่ามาบ่นมากน่าลุง พิมพ์ก็ช้ายังจะมาบ่นอีก” 



ผมที่เงยหน้าขึ้นมาจากหน้าหนังสือเพราะเสียงของไอ้แจกับไอ้อู๋ที่ผลัดกันเถียงผลัดกันแกล้งกันมานาน เงียบไปพักๆก็โวยวายขึ้นมาอีกแล้ว  ผมได้แต่ส่ายหน้าที่เห็นพวกมันเริ่มเถียงกันอีกรอบ



“พักก่อนไหม เดี๋ยวกูไปหาน้ำหาขนมมาให้”



“เย้! พักๆกินขนมกันดีกว่า” 



ไอ้แจที่ตะโกนออกมากลางห้องแบบอารมณ์ดี ก็โดนไอ้อู๋ผลักหัวเข้าไปที  ในจังหวะที่ผมลุกขึ้นยืนไอ้บินเองก็ขยับลุกขึ้นด้วยเช่นกัน



“มึงปวดเยี่ยวไงวะ”



“เปล่า กูจะไปช่วยมึงถือขนม” 



มันที่ว่าออกมาแบบนั้น หางตาของผมมองเห็นไอ้กุ๊กที่เงยหน้าขึ้นมามองพอดี ผมอยากจะถอนหายใจออกมาหนักๆให้จมูกบาน



“ไม่เป็นไรมึง เดี๋ยวกูไปเอาเองได้” 



บอกมันออกไปแบบนั้นแล้วยิ้มให้ตามปกติ ก่อนจะเดินหนีมันออกมาโดยไม่รอให้มันได้พูดอะไรอีก



เดินเข้าไปในห้องครัวไม่เจอป้าแม่บ้านแล้ว แต่ที่เตามีหม้อนึ่งตั้งเอาไว้ พอลองเปิดดูก็รู้เลยว่าคงทำเอาไว้ให้พวกผมแน่ๆ ขนมจีบกุ้งตัวใหญ่โปะไว้บนหน้า เป็นเมนูพิเศษที่มีแค่บ้านของทัพหน้าเท่านั้นที่จะทำแบบนี้ เหมือนเป็นสูตรลับของคุณป้าแม่บ้านที่  ก้มหน้าลงไปดมแล้วเหมือนขึ้นสวรรค์  แค่กลิ่นก็เรียกน้ำย่อยให้ไหลได้แล้ว



‘พลึบ’



 “ทำอะไร”



“อ๊ะ”   



ร้องออกมาแบบนั้นตอนที่รับรู้ได้ถึงวงแขนแกร่งที่กอดเข้ามาที่เอวของผม พร้อมๆกับเสียงกระซิบที่ดังอยู่ข้างหู รวมถึงลมหายใจอุ่นๆที่เป่ารดอยู่ที่ลำคอของผม รู้สึกร้อนหน้าขึ้นมาทันที ขนมจีบกุ้งเป็นเหตุ กี่รอบๆที่กินขนมจีบกุ้งก็จะมีไอ้ตัวข้างหลังโผล่มาแบบนี้ตลอดเลย



“ทำอะไร ปล่อยดิ”



“ทำไมกูจะกอดไม่ได้ กูอยากทำอะไรกูก็ทำ”  แต่นี่มันตัวกูไงโว้ย!



“หึ ทำหน้าฮึดฮัดๆ จะสู้กูหรอไอ้หนู” 



มันที่ว่าออกมาแบบนั้น ตอนที่ตัวผมหันหน้ากลับไปหามัน แต่อีกคนก็ไม่ยอมผละตัวออก ทัพหน้าที่แค่เอามือค้ำไว้กับเคาเตอร์ครัว รอยยิ้มถูกจุดอยู่ที่มุมปาก ถือเป็นความกวนตีนอย่างนึงของผู้ชายหน้าตายคนนี้แหล่ะ



“เออ จะตีมึงเนี่ยล่ะ”  ยกมือทุบอกมันไปที พร้อมๆกับดันตัวมันออก อีกฝ่ายก็ยอมผละออกง่ายๆ แล้วก่อนหน้านี้จะกวนตีนกูเพื่ออะไรอยากจะทราบ



‘ผลัก’



“เห้ยย ทำอะไรอ่ะทัพ” 



ผมที่เดินผละออกมาจากมันเพื่อเดินไปที่เคาเตอร์บาร์กลางห้อง แต่ยังไม่ทันจะถึงดี ก็โดนไอ้เจ้าของบ้านพลิกตัวผมและดันตัวให้เอนไปที่เคาร์เตอร์บาร์ตัวกลางห้อง สภาพกึ่งนั่งกึ่งนอนของตัวเองทำให้ต้องเบิกตากว้างขึ้น



“อยากทำอะไรก็ทำ”



“อย่ามากวนได้ไหมวะ เดี๋ยวคนก็มาเห็นหรอกโว้ย” 



บอกอีกฝ่ายไปแบบนั้นพร้อมๆกับพยายามดันตัวเองขึ้นจากเคาเตอร์บาร์ แต่คนตรงหน้ากลับทำแบบตรงกันข้าม ทัพหน้าที่แค่เลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ ฝ่ามือแกร่งก็คล่อมทับตัวผมไว้ไม่ต่างจากก่อนหน้านี้ที่ยืนอยู่หน้าเตา



“ท...ทำอะไร”



“ก็ไม่ได้จะทำอะไร” 



ว่าออกมาแบบนั้นก่อนจะยกยิ้มมุมปากร้ายๆ มันที่จ้องหน้าผม ก่อนจะมองตรงไปทางประตูห้องครัวที่อยู่ด้านหลังผม  เห็นมันมองแบบนั้นแล้วรู้สึกไม่ดี หรือมันจะเช็คว่ามีใครมาหรือเปล่า พอคิดได้แบบนั้น ก็พยายามที่จะพลิกตัวหนี แต่ติดตรงที่อีกฝ่ายรู้ทัน  ฝ่ามืออุ่นที่เอื้อมมาจับที่หลังคอของผมไว้ไม่ยอมให้หันหนี ใบหน้าหล่อที่เลื่อนเข้ามาใกล้ๆ พร้อมๆกับยกยิ้มร้ายๆออกมา



“อย่าสิ”



“ทำไม ไม่อยากให้กูจูบจริงๆหรอวะ”



“พูดบ้าอะไ...อื้มมม” 

ริมฝีปากหยักที่กดจูบลงมาทาบทับที่ริมฝีปากของผมพร้อมๆกับค่อยๆบดคลึงริมฝีปากเข้ากับริมฝีปากล่างของผมช้าๆ งับเบาๆจนรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว  ลิ้นร้อนของมันที่ดูดที่ปลายลิ้นโลมเลียช้าๆจนผมตาพร่า ฝ่ามือหนาที่ลูบเบาๆอยู่ที่เอว กดย้ำจนตัวค่อยๆเอนแนบไปกับเคาเตอร์และมันเองก็ทาบทับตามลงมาในตอนนั้น

"อื้ออ ทัพ อืมมม"



...



“อ....อ้าว ไอ้บินไอ้กุ๊กไปไหนวะ” 



ผมที่วางจานขนมจีบกุ้งและน้ำอัดลมลงบนโต๊ะ มองไปรอบๆแล้วก็ไม่เจอไอ้กุ๊กกับไอ้บิน มีแต่ไอ้อู๋ไอ้แจที่กำลังนั่งเกาหูเกาหัวไอ้หลงเล่นอยู่ และไอ้เบนที่นั่งทำหน้างงๆเป็นตัวประกอบของฉากอยู่ตอนนี้



“พวกมันสองคนกลับไปแล้ว”



“เอ้าไอ้เหี้ย ไปลามาไหว้มีบ้างไหมเนี่ย เพื่อนเชี่ย”



“เออ ไม่รู้แม่งรีบไปไหนกัน บอกมีธุระๆ แล้วไอ้สัดกุ๊กก็คือทิ้งรถไว้ให้ไอ้เบนขับกลับเองด้วยนะ” 



ไอ้อู๋ที่บอกผมแบบนั้น ก็ถึงขั้นงุนงงกันเลยทีเดียว ก่อนหน้าที่จะมาทำงานก็ไม่เห็นว่ามันจะมีธุระอะไรกันนี่หว่า



“อืม...แปลกจัง”



“ไม่เห็นจะแปลก ถ้าพวกมันจะกลับก็ปล่อยให้กลับไปสิ” 



ทัพหน้าที่พึ่งเดินตามหลังผมเข้ามาว่าออกมาแบบนั้น หน้าตานิ่งๆของมันที่ดูเหมือนปกติที่เคยเห็น แต่ผมกลับรู้สึกว่าตอนนี้มันดูมีความสุขมากกว่าปกติแบบแปลกๆอยู่นะ



“มองอะไร”



“ก็...ก็เปล่า”



“พวกมึงก็หยุดทำงานก่อน แล้วมาแดกหนมจีบนี่”



“คร๊าบบบ” 



สามหน่อที่เหลืออยู่ทิ้งงานโดยทันทีตามประกาศิตของเจ้าของบ้านทันที โดยเฉพาะไอ้ลูกหมูแจ คือวิ่งนำมาก่อนใคร มันโยนไอ้หลงกูทิ้งหน้าตาเฉยเลย ปั๊ดโถ่แมวกู



“มึงจะไปไหนไอ้เมล”



“เอาไอ้หลงไปเก็บ”



“มันมีขา มึงน่ะมานี่ ตั้งแต่มายังไม่ได้กินอะไรเลยไม่ใช่รึไง”  มันที่ว่าแบบนั้นแล้วคว้าข้อมือของผมให้ทรุดตัวลงไปนั่งข้างๆมันที่โซฟาด้วยกันสองคน



“แล้วดึงกูมาทำไม ไหนบอกจะให้ไปแดกไง”



หันไปถามแบบเริ่มหงุดหงิด กูเห็นไอ้อู๋ไอ้แจแดกกันไปหลายลูกแล้วเว้ย กูยังไม่ได้เข้าปากสักลูกอ่ะ เป็นห่าอะไรต้องมาดึงแขนกันไว้ขอถามแค่นี้



“ก็แดกสิ กูเอาของมึงมาให้แล้ว”  ตอบออกมาแบบนั้นพร้อมๆกับจานขนมจีบกุ้งที่โรยกระเทียมเจียวและราดจิ๊กโฉ่วมาพร้อม หอมๆกลิ่นลอยเตะจมูกเลยครับ



“มึงชอบโรยกระเทียมและราดน้ำจิ้มชุ่มๆไว้แล้วแบบนี้ไม่ใช่ไง”  พูดออกมาอีกตอนที่ยื่นจานมาให้ผม รู้สึกใจสั่นแปลกๆในตอนนี้



“ม..มึงรู้ได้ไงว่ากูชอบกินแบบนี้”



“สังเกต”



“มึงสังเกตกูด้วยรึไง” 



ช้อนตามองหน้าคนที่นั่งเอาแขนพาดไปกับพนักพิงของโซฟาและเอนหัวเงยหน้ามองเพดาน  มองเห็นมันที่กระตุกยิ้มหน่อยๆแล้วก็หันสายตามามองที่ผม



“ไม่ว่าเมื่อไหร่มึงก็อยู่ในสายตากูตลอด”



“มึง...หมายถึงอะไรวะ”



“หมายถึง....มึงควรแดกสักที ไอ้แจแดกไปห้าลูกแล้วกูเห็น”



“เชี่ย! ไอ้แจมึงอย่าแดกเยอะเดี๋ยวหมด”   



เบิกตากว้างแล้วหันไปตะโกนบอกไอ้เด็กที่นั่งจิ้มขนมจีบกุ้งอนู่ที่พื้น แก้มสองข้างของมันที่บวมเป่งเพราะมันเอาขนมจีบเข้าไปยัดไว้เต็มกระพุ้งแก้ม นี่มึงเป็นตัวอะไรวะเนี่ย



“อย่ามาว่ามัน มึงมันมีจานพิเศษยังจะตระกะนะครับ แหมๆๆๆ”   



ไอ้อู๋ที่ตะโกนออกรับแทนมาแบบนั้น มองเห็นไอ้เบนที่แอบยิ้มขำๆ พร้อมๆกับไอ้แจที่ยกมือขึ้นตบแบบถูกอกถูกใจใหญ่ เพราะพวกมันที่ล้อเลียนผมกันแบบนั้น ก็เลยได้แต่ยกนิ้วกลางไปใส่พวกแม่งแต่ไม่เถียงต่อ หันกลับมาจิ้มขนมจีบกุ้งเข้าปาก อื้มมม ยังอร่อยเหมือนเดิม ... ความรู้สึกอุ่นๆที่ไม่ได้อุ่นเพราะขนมจีบ แต่เป็นความอุ่นที่เกิดขึ้นบนหัว สัมผัสที่ทำให้ผมชะงักค้าง



“กินเยอะๆ เอวมึงบางมากไปแล้ว”



“ย...ยุ่งน่า”   



ว่ามันออกไปแบบนั้น แต่เสียงที่ตอบกลับออกไปกลับอ้อมแอ้มจนอายตัวเอง ไม่ได้หันไปมองหน้ามันอีกรอบด้วยซ้ำ จะกล้าหันไปมองได้ยังไงในมือตอนนี้ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆดังมาจากคนข้างๆตัว ไม่บอกก็รู้ว่ามันต้องทำหน้ากรุ้มกริ่มแปลกๆมองมาที่ผมอีกแน่ๆเลย บ้าจริง!



“หึ”



...



“อะ อื้มมม”



เสียงดังแผ่วๆที่ดังมาจากร่างบางที่อยู่ในอ้อมกอดแข็งแกร่งทำให้คนที่เดินตามมาทีหลังทั้งๆที่มันห้ามแล้วต้องหยุดชะงักค้างอยู่ที่หน้าประตูห้องครัว  ชาไปทั้งตัวเหมือนเวลาสงกรานต์แล้วโดนคนสาดน้ำที่ผสมน้ำแข็งราดลงมาที่หัวจรดปลายเท้า  ได้แต่ยืนนิ่งๆเหมือนคนโง่มองดูไอ้เมลที่ถูกเจ้าของบ้านตัวใหญ่กอดมันเอาไว้แล้วบดเบียดริมฝีปากเข้าหาริมฝีปากอิ่มอย่างเร่าร้อน ผมที่กำลังจะเดินเลี่ยงออกมา กลับต้องสะดุ้งตอนที่รู้สึกถึงสายตาคมของคนที่กำลังกดจูบไอ้เมลอยู่ตอนนี้กำลังมองมาที่ผม สายตาที่บอกชัดเจนว่ามันเหนือกว่า และผมไม่มีทางทำได้ในแบบที่มันทำ



มันตั้งใจ!



ได้แต่กำมือแน่นๆตอนที่เห็นสายตามองมาที่ผมอย่างท้าทาย อยากจะเดินเข้าไปง้างหมัดใส่ยอดหน้ามันสักที ในข้อหาหมั่นไส้ชิพหาย แต่อยู่ๆหน้าของใครบางคนก็วาบเข้ามาในใจแทนซะแบบนั้น  หน้าของไอ้ลูกคนจีนที่ชอบทำหน้านิ่งๆใส่ผมในช่วงนี้ แค่นึกถึงหน้ามัน อยู่ๆความรู้สึกหงุดหงิดมันก็คลายออก จ้องตามองหน้าของคนร่างสูงที่กำลังสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากของไอ้เมลอีกครั้ง ทัพหน้าที่ยักคิ้วใส่ผมทีนึง ... ก็ยังคิดว่าแม่งกวนตีนอยู่ดี  ไอ้สัดอาจารย์



“เหอะ”   



หันหลังกลับจากภาพตรงหน้า แต่พอหันกลับมากับต้องชะงักค้างซะเอง ... ไอ้ลูกคนจีนตาตี่ๆหน้ามึนๆที่อยู่ในความคิดของผมก่อนหน้านี้ ตอนนี้มันยืนอยู่ตรงหน้า สายตาสั่นไหวของมันที่มองเลยไปข้างหลังของผม ก่อนจะละสายตาลงมาที่ฝ่ามือของผมที่ยังกำเข้าหากันแน่นๆอยู่ในตอนนี้ ก่อนจะมองเลยมาที่หน้าของผมอีกที  หน้าตาของมันที่ดูตกใจและสั่นไหวแปลกๆ



“มึง” 



มันพูดออกมาก่อนที่ผมจะทันได้พูดอะไร  คำพูดของมันที่มาพร้อมๆกับฝ่ามือนุ่มที่คว้าต้นแขนของผมเอาไว้แล้วจัดการดึงแขนผมให้ออกไปพร้อมๆกันกับมัน



“พวกมึง พวกกูมีธุระ กูกลับก่อนนะ อะนี่กุญแจรถกู มึงขับกับเองนะไอ้เบน” 



ไอ้กุ๊กที่ลากผมเข้ามาในห้องนั่งเล่นที่พวกเราทำงานกันอยู่ก่อนหน้านี้พร้อมระล่ำละลักว่าออกมาแบบเร่งรีบ  ผมขมวดคิ้วมองมันแบบไม่เข้าใจ แต่พอมันเห็นผมทำแบบนั้นก็ยิ่งลนลานเข้าไปใหญ่ เขวี้ยงกุญแจรถไปใส่ไอ้เบนทั้งแบบนั้นแต่มือของมันก็ยังคงจับมือของผมไว้ไม่ยอมปล่อย



“เห้ยๆใจเย็น มีอะไรหรือเปล่าวะ”



“นั่นดิพี่ ทำไมดูรีบร้อน”



“กุ๊ก แล้วเราล่ะ”   



พวกมันสามตัวที่ถามออกมาหน้าตาตื่น มองเห็นไอ้เบนที่มองหน้าไอ้กุ๊กสลับกับกุญแจรถในมือ หน้าตาของมันที่อยากลุกขึ้นมาดึงมือไอ้กุ๊กออกไปจากผมมากๆ กูคันตีนยิกๆแปลกๆ  ไอ้กุ๊กที่มองหน้าพวกมันพร้อมๆขมวดคิ้ว จริงๆผมเองก็ไม่แน่ใจว่าไอ้กุ๊กมันเป็นอะไร แต่ถ้าจะให้เดาผมว่าผมเดาไม่ผิด



“กูก็บอกให้มึงขับรถกูกลับไงเบน”



“กุ๊ก”  ผมที่เรียกมันเสียงอ่อยๆพร้อมกับทำตาละห้อยนิดๆ  ไอ้กุ๊กที่เห็นแบบนั้นทำหน้าตาตื่นขึ้นมาทันที มันที่ไม่ยอมปล่อยมือออกจากมือของผม แต่กลับร้อนใจมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม



“เคๆ กูไปล่ะพวกมึง ไปกันเหอะไอ้บิน”  มันที่พูดแบบนั้นแล้วหอบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย รวมถึงดึงกระเป๋าเป้ผมมาด้วย มันก้าวฉับๆนำหน้าผมไป  แต่ข้อมือเล็กๆของมันก็ไม่ยอมปล่อยมือของผมออกแม้แต่สักวินาที



มันเป็นแบบนี้มานานแล้ว ไม่ว่าเมื่อไหร่มันก็เป็นแต่แบบนี้ เป็นคนที่ไม่เคยยอมปล่อยมือออกจากมือผมสักครั้ง



“กุ๊ก”



“มึงไม่ต้องพูด กูเข้าใจ เคนะ ฮึบๆนะมึง” 



มันที่บอกออกมาแบบนั้นแล้วลากแขนผมไปจนถึงโถงทางเข้าหน้าบ้านของไอ้ทัพหน้าที่เปิดแอร์กระหึ่ม ก็ไม่เข้าใจว่ามึงจะเปิดแอร์ตรงโถงทางเดินให้หนาวหำหดขนาดนี้ไปเพื่อใคร



“คือมึง...”



“เอากุญแจรถมึงมา”  มันที่หันมาทำหน้ามุ่งมั่นใส่ผมพร้อมทั้งพูดตัดบดกันแบบนั้น มือของมันที่เอื้อมเข้ามาล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกงของผม



“เห้ยๆ...”



“อยู่นิ่งๆสิวะ อ๊ะ ได้ล่ะ”  หน้าตาระรื่นขึ้นมาเลยทีเดียว ได้ของมึง กับได้ของกูมันเหมือนกันไหมไอ้สัด กูตกใจหมด   



“ไปกันเถอะ” 



มันที่พูดแบบนั้นแล้ววิ่งไปกดเปิดรถของผม พร้อมขึ้นไปนั่งที่ฝั่งคนขับเรียบร้อย ผมที่เปิดประตูข้างคนขับของรถตัวเองขึ้นไปนั่งในตอนนั้นมันไม่ได้พูดอะไร ทำเพียงแค่ขับออกไปจากบ้านหลังนี้ก็แค่นั้น



“มึง ไม่เป็นไรนะ” 



ไอ้กุ๊กที่พูดแบบนั้นตอนที่รถติดไฟแดง  ผมหันไปมองหน้าด้านข้างของมัน จริงๆอยากถามมันออกไปว่ากูจะต้องเป็นอะไรวะ แต่ไม่เอา เลือกที่จะไม่พูดอะไรออกไปดีกว่า อยากรู้ว่ามันจะพูดอะไรออกมาอีก



“กูเข้าใจว่ามันรู้สึกยังไง”



“ทำไม?”



“หื้ม?”



“ทำไมมึงถึงเข้าใจว่ามันรู้สึกยังไง?”   มันที่หันหน้ามามองผม ก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ยิ้มไปทั้งหน้าเพราะตามันเศร้า



“กูเข้าใจดีเลยล่ะว่ามันรู้สึกยังไง เข้าใจดีที่สุดเลยล่ะว่าการที่มองคนที่เราแอบชอบอยู่กับคนอื่นมันเป็นยังไง”   



ตาของมันที่มองมาที่หน้าของผม  มองเห็นร่องรอยความเศร้าแฝงอยู่ในนั้น



“ไอ้กุ๊ก กูไม่...”



“เดี๋ยวมันจะผ่านไปนะมึง” 



“มึงคือกูไม่...”



‘ครืดๆๆ’



เสียงโทรศัพท์ของมันที่สั่นขึ้นมาในตอนที่ผมกำลังจะอ้าปากบอกว่ากูไม่เป็นไรจริงๆ  กูเหมือนจะเสียใจ แต่จริงๆน่าจะเป็นหมั่นไส้ไอ้ทัพหน้ามันมากกว่า เคยคิดว่าถ้าได้มาเห็นในสิ่งที่เคยคิดไว้ในใจแบบวันนี้คงจะโกรธและเสียใจมากๆ แต่พอได้มาเห็นไอ้เมลที่ถูกกอดจูบอยู่แบบนั้น ผมกลับไม่เสียใจเท่าที่เคยคิด  อยากจะบอกมันแบบนั้นแต่เสียงโทรศัพท์มหาภัยของไอ้กุ๊กกับดังขัดขึ้นมาซะก่อน



“เจ๊ดานี่”



“มึงว่าไงนะ” 



หันไปถามมันเสียงแข็งตอนที่ได้ยินมันพูดออกมาเบาๆตอนที่ยกโทรศัพท์ขึ้นไปดู มือของผมที่ไปเองแบบอัตโนมัติ คว้าโทรศัพท์มันมาถือไว้แล้วกดตัดสายไอ้ตุ๊ดร่างใหญ่จิตใจอยากแดกไอ้กุ๊กไปทันที



“เฮ้ย ไอ้สัดบิน”



“ทำไม” 



กดเสียงเข้มแบบไม่พอใจใส่มันแบบไม่เก็บอารมณ์ หงุดหงิดมากกว่าเดิมตอนที่ไอ้กุ๊กทำท่าตกใจที่เห็นผมตัดสายไอ้ตุ๊ดนั่นไปแบบนั้น



“มึงตัดสายพี่มันทำไม”



“มึงอยู่กับกู”



“ก็รู้...แต่แบบนี้มันไม่มีมารยาท”



‘ครืดๆๆ’



“สัด โทรมาอยู่ได้” 



กูกำลังโมโห เสือกโทรมาซ้ำ ไอ้กุ๊กที่ตอนนี้รถติดไฟแดงอยู่พยายามเอื้อมมือมาคว้าโทรศัพท์ไปจากผม แน่นอนว่ามือกูยาวกว่า แค่เอื้อมโทรศัพท์ไปด้านหลังมันก็เอาไปจากมือผมไม่ได้แล้ว  ไม่พอกูยังกดปิดเครื่องแม่งหน้าตาเฉย มองเห็นไอ้กุ๊กตอนที่ตาเบิกกว้างออกมาเท่าที่ตาตี่ๆของมันจะเบิกได้กว้าง



“ไอ้บิ๊นนนนน”



“แบบนี้ต่างหากที่เรียกว่าไม่มีมารยาท” 



ตอบมันออกไปแบบนั้น ก่อนจะโยนโทรศัพท์มันไปที่เบาะหลังรถ  ไอ้กุ๊กมองตามไปพร้อมอ้าปากค้าง ท่าทางของมันที่เหมือนอยากจะด่า เห็นแบบนั้นเลยเอื้อมมือไปจับมือของมันมากุมไว้ รับรู้ได้ว่ามันสะดุ้งแต่ก็ไม่ได้สะบัดมือของผมออก



“มึงชวนกูออกมา ก็ต้องอยู่กับกูดิวะ ต้องสนใจกูดิวะกุ๊ก”



“อืม....เพราะมึงกำลังเศร้านี่นะ”



“อื้มมม กูกำลังเศร้าเลยนะมึง”  เศร้าที่มึงสนใจไอ้ตุ๊ดร่างใหญ่นั่นมากกว่ากูนี่ล่ะ  .... อยากจะบอกแม่งออกไปแบบนี้จริงๆสัดเอ้ย



“อืม...กูรู้แล้ว คืนนี้จะอยู่กับมึงนะ”



หึ ก็ลองมึงไปอยู่กับคนอื่นดูสิ คิดว่ากูจะยอมเรอะ ฝันไปเถอะ!



...

(มีต่อจ้า)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-03-2019 21:11:43 โดย Yoghurt »

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ
(เมล)

“มึงงงง มึงว่ารายงานกลุ่มกูทำดีไหม”



“ก็ดี”



“นี่มึงตรวจแล้วหรอวะ” 



ค่อยๆเดินเข้าไปหามันตอนที่มันกำลังนั่งตรวจงานอยู่บนโต๊ะทำงานในห้องนอนของเรา ชะโงกหน้าไปมองหน้าจอคอมที่พวกผมเซฟไฟล์เอาไว้ให้ไอ้ทัพหน้า



“กำลังดู”



“ยังดูไม่หมดแล้วรู้ได้ไงเล่า ขี้โม้ จ้อจี้กูอ่ะ”



“กล้าว่ากูนะมึงอ่ะ ไปอ่านหนังสือ กูบอกแล้วว่าใกล้จะสอบ กูติ๊กให้อ่านตรงไหนก็ไปเน้นอ่าน มึงมันโง่ความจำก็สั้น หายใจออกมึงก็ลืมแล้ว”



“ด่าเหมือนกูสมองปลาทองงั้นแหล่ะแม่ง ให้อ่านๆๆๆอยู่ได้ หึ้ย” 



สะบัดหน้าหนีมันเดินกลับมานั่งที่โต๊ะญี่ปุ่นที่ไอ้ทัพหน้าสั่งลูกน้องเอามาตั้งในห้องนอนไว้ให้ผมอ่านหนังสือโดยเฉพาะ มันเริ่มเคี่ยวเข็นผมตั้งแต่ที่พวกไอ้อู๋กลับไป ผมอ่านหนังสือมาตั้งแต่สองทุ่มจนตอนนี้จะสี่ทุ่มแล้ว ง่วงงงง ไม่ได้ง่วงนอนนะครับ แค่เวลาอ่านหนังสือแล้วกูจะง่วงมากเป็นพิเศษ



“ไหน ตรงนี้เข้าใจหรือเปล่า เรื่องกฏหมายระหว่างประเทศตรงนี้” 



รู้ตัวอีกทีตอนที่รับรู้ว่าถูกโอบมาจากด้านหลัง ก็ต้องสะดุ้งเด้งตัวขึ้นมาในตอนนั้น หันหน้ากลับไปมองก็เห็นใบหน้าหล่อๆของคนที่ตรวจงานอยู่บนโต๊ะเมื่อก่อนหน้านี้ ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มันเดินมานั่งซ้อนหลังผมแล้วหายใจรดรอบคอกันอยู่แบบนี้



“ว่าไง หื้ม”



“อ๊ะ อย่า....อย่าเอาจมูกมาโดนคอกูได้ไหม”



“ไม่ได้”



“อื้อ ทัพ...อย่าแกล้ง”



“ก็กูอยากแกล้ง”



“มึงนี่...อ๊ะ”



‘จุ๊บ’



“ถ้าเป็นเด็กดี ตั้งใจอ่าน พรุ่งนี้กูจะไปรับที่มหาลัยแล้วพาไปกินข้าวข้างนอก โอเคไหม?”



“หื้มมม มึงจะไปรับกูหรอพรุ่งนี้ ไปกินข้าวข้างนอกหรอ” 



เงยหน้าขึ้นไปช้อนตามองหน้าไอ้คนที่ก่อนหน้านี้พึ่งจะขโมยจูบผมไป แต่พอมันที่บอกว่าจะเป็นคนไปรับแล้วจะพาไปกินข้าวนอกบ้านแบบนั้นมันก็อดจะดีใจมากๆไม่ได้ ช่วงนี้ต้องยอมรับเลยว่ามันดีกับผมมากๆ มากจนใจผมบางไปหมดแล้ว

 

“อืม แต่ต้องอ่านก่อน”



“สัญญานะ”



“อื้ม สัญญา”



“โอเค้” 



ยิ้มกว้างแล้วหันกลับไปอ่านหนังสือ ได้ยินเสียงมันหัวเราะอยู่ในลำคอ ถามว่าอายไหม ก็นิดเดียว เพราะจริงๆเป็นคนหน้าด้านครับ ฮ่าๆๆๆ



.

.

.





 วันใหม่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เร็วจนตอนนี้เป็นเวลาสี่โมงเย็นของอีกวันนึงไปแล้ว ผมที่ยิ้มกว้างๆมาตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ เพื่อนๆท่าทางสงสัย แต่ไอ้อู๋มันด่าว่าผมแค่คนพี้ยา ไอ้สัดนี่ มาว่ากูได้ มึงไม่เข้าใจหรอกว่า คนที่มีความสุขมากๆมันจะรู้สึกยังไง



“มึงเลิกยิ้มสยองสักทีได้ไหม จะกลับไหมบ้าน”



“กลับดิ๊ แต่ว่าวันนี้ทัพหน้ามารับ”



“อ๋ออออออ ผัวมารับเลยยิ้มเหมือนคนแดกกัญชามาทั้งวันนี่เอง”  ไอ้อู๋ก็อ้าปากแขวะออกมาทันที มึงนี่มันกวนตีนกูจริงๆเลยนะ



“เป็นคนกวนตีนแบบนี้นี่เอง ไอ้แจถึงไม่รับรักสักที”



“ปากมึงนะไอ้สัดเมลลลลล กูแช่งมึงนะ อย่าเอาไอ้แจมาล้อเล่นได้ไหม เด็กห่านี่หลอกแดกเงินกูแต่ไม่รับรักสักที หึ่ย มันร้าย ไอ้หมูมันรายกาจมาก”



“ก็มึงปากหมาอ่ะอู๋ จีบคนที่ชอบห่าไร เรียกหมูๆไปเรื่อย”



“เอ้า หมูไม่น่ารักตรงไหนอู๋ขอถาม น่าเอ็นดูจะตายห่า เนื้อนุ่มๆบึ้มบั้มๆน่าฟัดให้จมเขี้ยวอ่ะครับ”



“สัดเอ๊ย แบบนี้ไงไอ้แจมันถึงไม่ใจอ่อน”



“ไม่ต้องมาว่ากู สรุปคือพี่ทัพจะมารับ?”



“เออ วันนี้จะพากูไปกินข้าวข้างนอก บอกว่าจะมารับเองเลย”



“หน้าตามึงมีความสุขมากไปแล้วไอ้เมล” 



ไอ้กุ๊กที่บอกผมแบบนั้น แต่สายตามันกลับมองไปที่ไอ้บินแบบเป็นห่วง แต่พอผมมองไปที่ไอ้บินบ้าง ก็เห็นมันนั่งกระดิกตีนเล่นเกมส์อยู่หน้าตาเฉย คือไอ้กุ๊กมันห่วงอะไรวะ?



“น่า เรื่องกูเถอะ พวกมึงอ่ะกลับไปเถอะ เดี๋ยวไอ้ทัพคงใกล้มาแล้วล่ะ”  บอกพวกมันไปแบบนั้น ก็เห็นไอ้กุ๊กรีบเดินไปลากแขนไอ้บินทันที



“ไปไอ้บิน เดี๋ยวพี่ทัพมาแล้ว ไปๆ” 



ลุกลี้ลุกลน ไอ้กุ๊กทำท่าเหมือนไม่อยากให้ไอ้บินเจอไอ้ทัพ แบบว่าถ้าไอ้บินเจอทัพแล้วมันจะขาดใจงั้นล่ะ ไอ้บินที่ทำหน้างงๆแว๊บนึงก่อนมันจะทำหน้าเศร้าแล้วพยักหน้าจับมือไอ้กุ๊กไว้แบบต้องการกำลังใจ



“อื้ม พสกูกลับเถอะกุ๊ก”  เสียงอ่อยๆเหมือนคนตอแหล ไม่เข้าใจว่าเป็นห่าอะไร แต่ไอ้กุ๊กก็รีบกระวีกระวาดจากไปทันที  อะไรของพวกมันวะ?



“งั้นกูก็ไปนะถ้ามึงอยู่ได้”



“กูอยู่ได้น่า มึงไปเหอะไปทำคะแนนอ่ะดิ”



“ไม่รู้ว่ากูไปทำคะแนนหรือไปเทเงินออกจากกระเป๋าเพื่อขุนแม่งก็ไม่รู้ อ้วนเอาๆพร้อมเงินของกูที่หายไปแต่ใจไม่เคยได้มา สัดเอ๊ด พี่อู๋เศร้าจ้า”



“ฮ่าๆ ปากมึงเนี่ยนะ”



“น่าเอาปากไอ้แจมาปิดใช่ป๊ะ กูก็รออยู่นะ”



“ระวังพี่พวกมันล่ะ”



“สัด” 



ด่าออกมาแบบชัดถ้อยชัดคำพร้อมยกนิ้วกลางใส่หน้าผม ได้แต่ขำตามหลังไอ้อู๋ไปแบบนั้น วันนี้ผมอารมณ์มากเกินกว่าจะอารมณ์เสีย เห็นหมาเห็นแมวก็ขำไปหมดเลยไอ้สัดเอ๊ย เพราะเดี๋ยวไอ้ทัพก็จะพาไปกินของอร่อย  เสิร์ซหาร้านอร่อยไปแดกดีกว่า วันนี้ผมเองก็จะไม่ต่างจากไอ้แจ จะถลุงเงินไอ้ทัพให้หมดเลย คิดดูนะว่าผมมุ่งมั่นมากๆขนาดที่วันนี้ทั้งวันผมยังไม่ยอมกินข้าวเลยคิดดูสิครับ ฮ่าๆๆๆ



.

.

.

     



สี่ชั่วโมงผ่านไป  ได้แต่ยกมือถือขึ้นมาดูเวลาเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ นาฬิกาบอกเวลาว่าตอนนี้ทุ่มกว่าๆ รอบๆใต้ถุนคณะเริ่มมืดและไม่มีคน มองไปรอบๆไม่มีใครนั่งอยู่ตรงนี้แล้ว มีแค่ผมคนเดียวที่ยังอยู่ที่นี่ นั่งรอไอ้ทัพหน้า ที่ตอนนี้ยังไม่มาเลย



“มึงคงจะยุ่งอ่ะเนอะ แต่เดี๋ยวก็คงมา”   



บอกตัวเองแบบนั้นพร้อมยิ้มเศร้าๆ กดมือถือเข้าแอพพลิเคชั่นที่ก่อนหน้านี้ผมส่งข้อความผ่านไลน์ไปหามันมาหลายข้อความแล้ว



16.30 คาราเมล:[[กูเลิกเรียนแล้ว รอที่คณะนะ]]



17.30 คาราเมล:[[รถติดหรอ แต่ไม่เป็นไรมึงจะพาไปกินข้างนอกทั้งที รอได้ๆ]]



18.00 คาราเมล:[[มึงยุ่งหรอ กูรออยู่ที่คณะนะ]]



18.30 คาราเมล:[[เริ่มหิวแล้วน้า มายังหรอทัพ]]



19.15 คาราเมล:[[มึง... มึงกำลังมาใช่ไหม?]]



19.35 คาราเมล:[[แถวนี้มืดมากๆเลย แต่...แต่กูรอมึงมึงนะ มึงจะมาใช่ไหม]]



ผมก้มมองข้อความที่ถูกส่งออกไปแต่ไม่มีใครเปิดอ่าน ตอนนี้ใกล้จะสองทุ่มแล้ว แต่ทัพหน้าก็ยังไม่อ่าน มองตรงไปข้างหน้าที่มืดไปหมด รอบๆตัวของผมเงียบสงัด ได้ยินแต่เสียงของลมที่เสียดสีกับใบไม้ไหว อยู่ๆก็รู้สึกร้อนๆที่ขอบตาไปหมด อาจเป็นเพราะบรรยากาศแบบนี้เลยรู้สึกกลัวขึ้นมาทั้งแบบนั้นล่ะมั้ง



“มึง...มึงต้องมาสิ มึงสัญญาไว้แล้วนี่นา”



.

.

.





‘ตึก ตึก ตึก’



ขาเรียวที่เดินเข้าไปในตัวบ้านหลังใหญ่ที่ตอนนี้ค่อนข้างจะชุลมุนวุ่นวายไปหมด  มองเห็นคนงานวิ่งไปวิ่งมารอบๆบ้านเหมือนกำลังมีงานหรืออะไรสักอย่าง  ผมได้แต่มองภาพพวกนั้นอย่างสับสน ไม่เข้าใจกับสถานการณ์ตรงหน้า  พวกลูกน้องของทัพหน้าแทบจะมองไม่เห็นผมด้วยซ้ำ



“เกิดอะไรขึ้นนะ” 



หัวใจรับรู้ว่ากำลังมีเรื่อง  หรือเพราะว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับทัพหน้ากันนะ ต้องใช่แน่ๆ  ผมเป็นห่วงมันมากๆเลยในตอนที่คิดได้แบบนั้น สองขาก้าวยาวๆวิ่งเข้าไปในตัวบ้าน



ต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับมันแน่ๆมันถึงมารับผมไม่ได้  แต่ไม่เป็นไร ขอแค่มันไม่เป็นไรก็พอ..เพราะยังไงตอนนี้ผมเองก็ปลอดภัย เรียกแกร๊ปแท็กซี่มาส่งแล้ว แต่มันน่ะสิ มันไม่ได้เป็นอะไรใช่ไหม



มองขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้าน เห็นพวกคนงานวิ่งเข้าวิ่งออกอยู่แถวห้องนอน  เกิดอะไรขึ้น



ใจผมเต้นตึกตักอย่างหวาดกลัว  แค่คิดว่ามันอาจถูกทำร้าย หรือพวกมันไปทำธุรกิจกับใครมาแล้วเค้าขัดขาหรือเปล่า ช่วงนี้ไอ้ทัพยิ่งดูหุ้นบ่อยอยู่ด้วย



วิ่งขึ้นไปที่ชั้นสอง มองเห็นป้าแม่บ้านที่เดินออกมาด้วยท่าทางเหนื่อยๆ ป้าที่มองเห็นผมชะงักไปในตอนนั้น ... เกิดอะไรขึ้น



ผมไม่สนใจรอที่จะถามป้าอีกต่อไป ผลักประตูเปิดเข้าไปในห้องทันที



“อ๊พ คุณเมลอย่าค่ะ...”



‘กึก’



และเสียงเรียกของป้าก็คงช้าเกินไป เพราะผมที่ไวมากไปหรือเปล่าก็ไม่รู้  ผมที่เปิดประตูเข้ามาในห้องที่ตอนนี้ไม่ได้มีแค่ไอ้ทัพหน้าอยู่คนเดียว   ไม่ได้มีไอ้หลงที่นอนเล่นอยู่บนที่นอนกวนไอ้ทัพหน้าเพื่อรอผมเหมือนทุกวัน  ...



ในตอนนี้ที่ตรงนั้นแทนที่ด้วยผู้หญิงผมยาวสวยในชุดเสื้อนอนสีขาว  เธอที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงกว้างที่เมื่อคืนผมนอนอยู่บนนั้น โดยมีผู้ชายที่ตอนนี้กำลังประคองเธอนั่งดีๆเป็นคนกอดผมไว้ทั้งคืนเมื่อคืนนี้



“เอ่อ ป้าขอโทษทีค่ะคุณทัพหน้า คุณณราชา ป้าห้ามไม่ทัน....”



‘เปรี้ยง!’



รู้สึกเหมือนมีสายฟ้าฟาดลงมาที่หลัง รู้สึกเจ็บแสบและชาไปทั้งหัวใจ  มองเห็นไอ้ทัพหน้าที่ค่อยๆหันมามองหน้าผมนิ่งๆ นิ่งเหมือนทุกครั้งที่มันเคยมอง แค่แตกต่างตรงที่ตอนนี้ นิ่ง....นิ่งเหมือนผมกับมัน เราไม่เคยนอนกอดกันที่บนเตียงนั้นมาก่อน



“ทัพคะ ใครหรอ?”



เธอฟื้นแล้ว...



ภรรยาของทัพหน้าฟื้นแล้ว



ผมมองไปรอบๆห้อง รู้สึกแสบร้อนไปทั้งหน้าทั้งตา รู้สึกอยากจะกรีดร้องออกมาหนักๆ อยากจะตะโกนโหยหวนให้สมกับความเจ็บปวดในหัวใจในตอนนี้  .... ผมที่คิดเป็นห่วงว่ามันจะเป็นอะไรหรือเปล่า หรือมันอาจจะติดงานด่วนเลยไม่ได้ไปรับผม



แต่เปล่า...



จริงๆแล้วมันแค่ลืมผมไปเลย  เพราะผมไม่ได้มีความสำคัญเท่าคนที่กำลังนั่งอยู่ตรงหน้ามันตอนนี้ ผู้หญิงที่เป็นหัวใจของมัน คนๆแรกที่มันรัก คนๆแรกที่มันเคยกอด ช่วงเวลาที่ผ่านมาระหว่างผมกับมันแทบจะไม่มีอะไรเลยด้วยซ้ำ เทียบอะไรไม่ได้กับคนที่มันกำลังนั่งกุมมืออยู่ในตอนนี้



ผมที่กลับหลังหันออกมาพร้อมๆกับน้ำตาที่ไหลลงมาแบบห้ามไม่อยู่  ผมห้ามไม่ไหว ห้ามไม่ให้ตัวเองร้องไห้ไม่ไหว



มันไม่ต่างจากการโดนตบหน้า  รู้สึกเหมือนที่โดนไอ้ทัพตบหน้าครั้งแรก เป็นความแสบเจ็บและชาไปทั้งใจ เป็นความรู้สึกที่เจ็บเหมือนโดนใบมีดโกนบางๆค่อยๆกรีดลงบนเนื้อสดๆแล้วถูกราดด้วยเกลือ



“ฮึก อึก”



สั่นไปทั้งตัวแต่ขาก็ยังก้าวไม่หยุด ไม่ได้ยินด้วยซ้ำว่าไอ้ทัพหน้าพูดอะไร ไม่เห็นแม้แต่บางของมันที่อ้าขยับ มีเพียงฝ่ามือของมันที่จับกันแน่นอยู่กับมือของเธอ



ผมเป็นใคร



ไม่ได้เป็นคนที่มาที่หลัง



ไม่เคยเป็นใครด้วยซ้ำในชีวิตของมัน



ก็แค่คนที่วิ่งอยู่ในทุ่งดอกไม้ในฝัน และกำลังสะดุดหน้าคะมำตอนที่รู้ตัวว่าต้องตื่น...





------------------------


มาแล้วค่ะ วันนี้แคทเศร้ามากๆ ไม่รู้ว่าจะเขียนออกมาได้ดีไหม แต่หวังว่าทุกคนจะอินไปด้วยกันนะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-03-2019 22:31:14 โดย Yoghurt »

ออฟไลน์ kunt

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 702
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-1
.....


จุดจุดจุด กันเลยตอนนี้ ...................

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1057
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
 :hao5: สงสารน้องเมล

ออฟไลน์ LadySaiKim

  • ▫▪□Dezine'Kim□▪▫
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1683
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-0
อีพี่ทัพพพพพ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ออฟไลน์ ursleepingxd

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
จบเลยป่าวคะ น้องเมลเก่งอยู่แล้ว น้องเมลต้องอยู่ได้ ฮึบๆ บายนังพี่ทัพ หมดเวลาของเธอแล้ว

 :katai5:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด