พิมพ์หน้านี้ - Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย...ครั้งที่35* บทส่งท้าย {07.05.19}

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Boy's love => Boy's love story => นิยายที่โพสจนจบแล้ว => ข้อความที่เริ่มโดย: Yoghurt ที่ 13-09-2018 22:39:56

หัวข้อ: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย...ครั้งที่35* บทส่งท้าย {07.05.19}
เริ่มหัวข้อโดย: Yoghurt ที่ 13-09-2018 22:39:56
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้



1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย, ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้งสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกเล้าฯ ในเรื่องการเมือง เชื้อชาติ  เผ่าพันธุ์  ศาสนา และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วยคำหยาบ คำไม่สุภาพ  ล่อแหลม และชี้เป้าให้เล้าฯ ถูกเพ่งเล็ง จากทางราชการ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6. การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมฯทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ
การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0
 

- - - -- - - - - -- - - - - - -



(https://www.picz.in.th/images/2018/09/13/fsmLLa.jpg)


ตัวละคร

(https://www.picz.in.th/images/2018/09/13/fsyYAP.jpg)

(https://www.picz.in.th/images/2018/09/15/fC2Xze.jpg)


ความเจ็บปวดที่หอมหวานที่สุด  ความหลงที่ชวนวาบหวิวที่สุด
ความร้ายที่ทรมารหัวใจที่สุด  มันกำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้
ไม่ว่าจะหลบหนียังไงก็ไม่มีทางหนีพ้น
.
.
.
ความผิดพลาดที่เป็นจุดเริ่มต้นให้คนสองคนต้องมาเจอกัน

แล้วบทสรุปสุดท้าย ของใจสองใจ ของคนสองคน

จะจบลงที่ตรงไหน

กับ

Mistakes หลงร้าย

-*-*-*-*-*-*-*-*- 

 

 

[Teaser] Mistakes หลงร้าย (https://www.youtube.com/watch?v=X98CgpzRv_E&lc=z230wfoy4qjpdtngw04t1aokg2zs4rezwowxhukuqfgkbk0h00410)


 

 


 :pig4:*เม้นสักนิดเพื่อการเขียนที่ไหลลื่น แม้เราจะต้องการคอมเม้นแต่ก็ต้องการคอมเม้นที่เป็นมิตรนะจ๊ะ  :pig4:

 
แฟนเพจอัปเดทนิยาย พูดคุยและทวงนิยายกันได้ทางนี้ทางเดิมนะจ๊ะ
  Yoghurt Duchy (https://www.facebook.com/Yoghurt-Duchy-1592952994260862/)


ผลงานเรื่องที่ผ่านๆมา

One Night...คืนเดียวก็เสียวได้ [รุกxเลิฟ] (http://www.tunwalai.com/story/37025/one-night%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89-the-end-boys-love-yaoi)

No limit...แรงรัก|กระแทก♥|ลึก [รบxฝา] (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=61195.0)


 :mew1:ใครไม่มียูสในเล้าเป็ด อ่านแล้วฝากแท็ก #หลงร้าย ในทวิตเตอร์ด้วยนะคะ  :mew1:


 :L2:นิยายเรื่องนี้ไม่เหมาะกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า16ปี และไม่เหมาะกับบุคคลที่ชอบพระเอกดีๆมีคุณธรรมจ้า




:3123:สารบัญ :3123:

* MINI INTRO* (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3886641#msg3886641)
INTRO (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3886954#msg3886954)
หลงร้ายครั้งที่1 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3887442#msg3887442)
หลงร้ายครั้งที่2 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3890568#msg3890568)
หลงร้ายครั้งที่3 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3893791#msg3893791)
หลงร้ายครั้งที่4 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3896806#msg3896806)
หลงร้ายครั้งที่5 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3899779#msg3899779)
หลงร้ายครั้งที่6 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3902388#msg3902388)
หลงร้ายครั้งที่7 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3904938#msg3904938)
หลงร้ายครั้งที่8 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3907476#msg3907476)
หลงร้ายครั้งที่9 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3909988#msg3909988)
หลงร้ายครั้งที่10 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3912676#msg3912676)
หลงร้ายครั้งที่11 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3915625#msg3915625)
หลงร้ายครั้งที่12 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3918379#msg3918379)
หลงร้ายครั้งที่13 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3920952#msg3920952)
หลงร้ายครั้งที่14 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3923587#msg3923587)
หลงร้ายInside Story (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3924817#msg3924817)
หลงร้ายครั้งที่15 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3925989#msg3925989)
หลงร้ายครั้งที่16 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3928413#msg3928413)
หลงร้ายครั้งที่17 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3930710#msg3930710)
หลงร้ายครั้งที่18.1 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3933191#msg3933191)
หลงร้ายครั้งที่18.2 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3935771#msg3935771)
หลงร้ายครั้งที่19 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3938400#msg3938400)
หลงร้ายครั้งที่20 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3940892#msg3940892)
หลงร้ายครั้งที่21 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3943332#msg3943332)
หลงร้ายครั้งที่22 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3945725#msg3945725)
หลงร้ายครั้งที่23 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3948173#msg3948173)
หลงร้ายครั้งที่24 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3950585#msg3950585)
หลงร้ายครั้งที่25 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3953031#msg3953031)
หลงร้ายครั้งที่26 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3955764#msg3955764)
หลงร้ายครั้งที่27 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3958190#msg3958190)
หลงร้ายครั้งที่28 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3960327#msg3960327)
หลงร้ายครั้งที่29 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3962359#msg3962359)
หลงร้ายครั้งที่30.1 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3962953#msg3962953)
หลงร้ายครั้งที่30.2 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3964124#msg3964124)
หลงร้ายครั้งที่31.1 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3964390#msg3964390)
หลงร้ายครั้งที่31.2 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3966390#msg3966390)
หลงร้ายครั้งที่32.1 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3967301#msg3967301)
หลงร้ายครั้งที่32.2 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3968698#msg3968698)
หลงร้ายครั้งที่32.3 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3969010#msg3969010)
หลงร้ายครั้งที่33 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3969918#msg3969918)
หลงร้ายครั้งที่34 (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3970890#msg3970890)
หลงร้ายครั้งสุดท้าย (https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=68386.msg3971836#msg3971836)





:pig4: :pig4:




หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ** MINI INTRO*{13.09.18}
เริ่มหัวข้อโดย: Yoghurt ที่ 13-09-2018 22:43:34


MiNi INTRO


หลงร้าย

เพราะผู้ชายดีๆ มันมีแต่ในนิยาย

ส่วนผู้ชายร้ายๆ...มีชื่อว่า 'ทัพหน้า'



ทัพหน้า

"คาดหวังอะไรกับการโดนเอาในครั้งนี้ ... เซ็กส์ดีๆ...คำบอกรักหวานๆ...หึ ถ้ามึงกำลังฝันอยู่ล่ะก็ตื่นซะ!"

"มึงรู้ไหม อะไรที่เจ็บปวดที่สุดในโลกใบนี้?...ก็การมีอะไรกับคนที่ไม่ได้รักมึงยังไงล่ะ..."

"และกูจะทำให้มึงได้รู้ซึ้งถึงความรู้สึกที่เจ็บปวดที่สุดนั่น...คาราเมล"





คาราเมล

"ถ้ากูบอกว่าไม่ใช่กูมึงจะเชื่อหรือเปล่า ถ้ากูพูดอะไรออกไปมึงจะฟังมันบ้างไหม"

"ความเสียใจ ต่อให้ร้องดังเท่าไหร่ ถ้าเค้าไม่อยากได้ยิน มันก็ไม่ดัง"

"กูเกลียดมึง เกลียดมึงแล้วไอ้สัดพี่ทัพ!"

.

.

.


“เกลียดกูแล้วไง มึงคิดว่ากูแคร์?”  (ยืนพิงประตูกระจกตรงระเบียง ทั้งตัวใส่เพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียว)

“เรื่องมึง!”

“ปากดี ปากดีแบบนี้เวลาอมไม่เห็นจะเก่ง”

“ไอ้เชี่ย!พูดมาก เป็นเชี่ยไรมาพูดเรื่องนี้”

“ก็ปากกู กูจะพูดว่ามึงอมกี่ครั้งก็ได้ ก็ในเมื่อมึงอม เมื่อคืนก็อม วันก็ก็อม”

“K!”

“ถูก Kกูนี่แหล่ะที่มึงอม และต้องมีแค่Kกูด้วย จำไว้!”

“กูจะไปฆ่ามึงไอ้สัดพี่ทัพหน้า!”

“ลุกขึ้นนั่งให้ได้ก่อนเถอะไอ้ลูกหมาค่อยมาปากเก่ง”

“อย่าให้กูลุกไปได้นะมึง!” (นอนดิ้นอยู่บนเตียง เพราะถูกอีกฝ่ายเอาเชือกผูกไว้)

“จะรอ แต่คิดว่าคงอีกนาน”

“เดินมาทำไม ถอยไป๊!”

“ฉีกขากว้างๆ เวลาใส่กูจะได้ไม่ต้องใช้แรงเยอะ”

“อึก! ไอ้....”

“ไอ้หล่อ จะพูดก็พูดมา กูรู้ว่ามึงอยากพูดมาตั้งแต่ปี1แล้ว หึ”

.

.

.
“กูคิดว่าสักวันมันจะเป็นไปได้ ... แต่เปล่า ...วันนี้กูยอมแล้ว กูพอแล้ว ...เมลยอมแพ้พี่ทัพแล้ว”

“ถ้าวันนี้กูบอกว่าไม่ให้ไป ถ้าวันนี้กูขอร้องให้เราเริ่มต้นกันใหม่ มึงจะยอมอยู่ต่อไปกับกูอีกครั้งได้ไหม เมล...”

ความผิดพลาดที่เป็นจุดเริ่มต้นให้คนสองคนต้องมาเจอกัน

แล้วบทสรุปสุดท้าย ของใจสองใจ ของคนสองคน

จะจบลงที่ตรงไหน



-----------------------------------------



กรี๊ดๆๆๆๆ แคทกลับมาแล้วววว มาพร้อมพี่ทัพหน้าาาาา ใคร...ใครคิดถึงกัน มามะๆ มาตำจ้าาา

ขอฝากเรื่องนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ  เป็นกำลังใจให้แคทด้วยนะคะทุกคน :mew1: :pig4:

หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ** MINI INTRO*{13.09.18}
เริ่มหัวข้อโดย: Yoghurt ที่ 14-09-2018 20:17:17

INTRO





‘ตึก ตึก ตึก’



แฮก แฮก



ขาเรียวยาวในชุดกางเกงยีนส์สีซีดที่กำลังวิ่งลัดเลาะไปตามตรอกมืดๆ เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวที่เปื้อนฝุ่นจนสกปรกและหลุดลุ่ยออกจากทับของกางเกง ขาเรียวที่ไม่ยอมหยุดวิ่งไปตามตรอกซอกซอยที่ทั้งมืดทั้งแคบ สกปรกและเหม็นอับ ... ใบหน้าเรียวรูปไข่นัยตาสวยหันกลับไปมองทางด้านหลัง เห็นพวกผู้ชายชุดดำสี่ห้าคนที่ยังคงวิ่งไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ ร่างบางได้แต่วิ่งต่อไป ต่อไป และต่อไป ... เงาดำๆตระคลุมๆที่ทาบทับมาจากด้านหน้า ทำให้ขาเรียวหยุดชะงัก ดวงตากลมโตวาววับสั่นระริกอย่างหวาดหวั่น



‘ฟู้ววว’



ควันบุหรี่สีเทาที่ลอยเอื่อยๆอยู่เบื่องหน้า เงาดำตรงหน้าทำให้รู้ว่าคนตรงหน้าที่ยังยืนอยู่ในมุมมืดต้องทั้งตัวสูงและใหญ่กว่าตนเองมากแน่นอน บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที  ความรู้สึกที่เรียกได้ว่ากำลังถูกคุกคาม ทำให้ขาเรียวค่อยๆก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ



‘พลึก’



แผ่นหลังบางชนเข้ากับแผ่นอกหนาของหนึ่งในชายชุดดำที่วิ่งตามมาสมทบ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นพร้อมหันไปมองอย่างตกใจและหวาดหวั่น  เหล่าชายชุดดำที่ยืนทำหน้านิ่งอยู่ด้านหลังสี่ห้าคนยิ่งทำให้ตัวสั่นสะท้านมากขึ้นไปอีก



“โอ๊ยย ป..ปล่อยกูนะเว่ย! ปล่อ...อัก”



‘ผลั้ว ตุบ’



พวกมันกระชากร่างบางพร้อมๆกับต่อยเข้าที่ท้องน้อยและเตะที่ข้อพับจนร่างโปร่วทรุดล่วงลงไปกองกับพื้น  หน้าใสที่แนบลงไปที่พื้นชื้นๆนั้นอย่างไร้ทางสู้ แววตาใสสั่นสะท้าน มองเห็นเพียงแค่รองเท้าสีดำมันวาววับที่กำลังค่อยๆเดินเข้ามาใกล้



ช้าๆ ช้า....



‘ตึก ตึก ตึก’



เสียงส้นเท้าลงจังหวะกระทบพื้นปูนเย็นชืดดัดก้องไปทั่วบริเวณ  ก่อนที่สุดท้ายขายาวจะมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า คนร่างบางที่ได้แต่นอนตัวสั่นสะท้าน หายใจรวยรินแผ่วๆอย่างหวาดหวั่น



“หึ...มึงเองสินะ คาลาเมล”



เสียงทุ้มเข้มที่ว่าออกมาแบบนั้น ก่อนที่ขายาวๆจะทรุดตัวลงนั่งตรงหน้าของคนร่างบาง ฝ่ามือหนาอีกข้างเอื้อมไปบีบสันกรามของคนที่นอนอยู่ที่พื้นและกระชากใบหน้าใสให้เงยขึ้นมาสบตา และนี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นโฉมหน้าของคนที่ซ่อนอยู่ในเงามืดเมื่อก่อนหน้านี้  ริมฝีปากหยักยกยิ้มร้าย ก่อนจะค่อยๆยกมือขึ้นสูบบุหรี่อย่างไม่ยี่หระ พร้อมๆพ่นควันบุหรี่ออกมาใส่หน้าร่างบางจนสำลัก  ดวงตาคมสีดำสนิท ที่รับกับคิ้วหนาเรียงตัวสวย กรอบหน้าได้รูปยิ่งเสริมให้ใบหน้านี้ยิ่งหล่อเหลา หากแต่ว่าแววตาของคนตรงหน้ามันกลับเฉยชาและฉายแววเลือดเย็น ที่มุมปากถูกจุดด้วยรอยยิ้มแบบเหี้ยมๆส่งมาให้  เป็นผู้ชายร่างสูงที่คาดเดาว่าน่าจะสูงราวๆ 185หรืออาจจะมากกว่านั้น



“อ๊ะ...” 



ดวงตาสวยเบิกกว้างขึ้นไปอีกเมื่อเห็นคนตรงหน้า หัวใจสั่นระรัว หากแต่คนร่างสูงตรงหน้าทำแค่เพียงบีบมือที่กำลังกระชับสันกรามเล็กนั่นให้แน่นมากขึ้น ดวงตาคมจ้องเขม็งฉายแววเกลียดชัง



“หึ ตกใจมากไหมที่เห็นหน้ากู”



“อ๊ะ....ปะ...ปล่อย”



“หึ อ่อนแอ น่าสมเพช”



“กะ...กูไปทำอะไรให้ อัก ปะ...ปล่อยสิ! อ๊ากก”



ฝ่ามือหนาที่เพิ่มแรงบีบมากขึ้นอีกเป็นเท่าตัว ดวงตาคมสนิทที่มองมาอย่างไม่รู้สึกสงสาร ‘ทัพหน้า’ ไม่คิดจะสงสารคนตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่คิดได้ คือทำร้าย และทำให้เจ็บปวดทรมารอย่างที่สุด



“ทำอะไรงั้นหรอ หึ มึงจำคนชื่อ ณราชา ได้ไหม”



ดวงตาใสที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสเพราะความเจ็บค่อยๆเบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจ พร้อมๆกับที่พยายามจะส่ายหน้าและดิ้นหนีคนตรงหน้าไปพร้อมๆกัน



“อึก ไม่ กูไม่เกี่ยวนะ กู...กูไม่ได้ตั้งใจ”



คนผิดมันต้องชดใช้...และคนๆนั้น มันก็คือมึง!







-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-





ยู้ฮู้วววว จุ๊กกรู้! สวัสดีจ้าาา ... แคทมาอีกแล้วเช่นเดิมน้าาา เมื่อวานมาเปิดเรื่องและลงMini Intro กรุ้มกริ่มๆ :hao7:

ยั่วยวนคนอ่าน (มีคนอ่านของแกเรอะ ฉันเห็นโล่งมาก) นั่นแหล่ะ...จะมโนยิ้มเอาเองว่ามีคนตามมาอ่านเฮียทัพต่อแบบอู้ฟู่ๆ

เอาล่ะ วันนี้มาลงอินโทร มามะๆ ขอเสียงเชียร์หน่อยค่าาา (กราบ) ...  :call:

ไปกรี๊ดกร๊าดหวีดและจิกหนังหัวแคทได้ในแฟนเพจและทวิตเตอร์  #หลงร้าย << ได้เลยน้าาาา จ๊วฟฟฟฟ
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**INTRO* {14.09.18}
เริ่มหัวข้อโดย: cxerxx ที่ 14-09-2018 20:38:34
น้องเมลชีช้ำแน่ ๆ  :mew2:

หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**INTRO* {14.09.18}
เริ่มหัวข้อโดย: tae1234 ที่ 14-09-2018 22:36:46
น่าติดตามนะครับ
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**INTRO* {14.09.18}
เริ่มหัวข้อโดย: สีหราช ที่ 15-09-2018 12:05:01
 :man1: :L2:
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่1* {15.09.18}
เริ่มหัวข้อโดย: Yoghurt ที่ 15-09-2018 19:28:03



บทที่1




ณ บ้านใหญ่ ของตระกูล เตชะณรงกรค์ ... บรรยากาศเงียบๆที่กำลังฉายชัดถึงความอึดอัด สีหน้าและท่าทางของเหล่าลูกหลานในตระกูลที่ต่างนั่งเงียบอย่างเคร่งเครียดอยู่ในภวังค์ของตนเอง หลังจากการพูดคุยเกี่ยวกับข่าวร้ายที่ตอนนี้ยังไม่ได้รับข้อสรุปที่ชัดเจนสักที ชายสูงวัยผู้เป็นประมุขของบ้านที่นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ที่หัวโต๊ะฝั่งตรงข้ามกันคือลูกชายคนโต  ‘ทัพหน้า’ ร่างสูงเจ้าของดวงตาคมสีดำสนิท คิ้วหนาที่เรียงตัวสวยรับกับกรอบหน้าได้รูปยิ่งเสริมให้ใบหน้ายิ่งหล่อเหลา หากแต่ว่าแววตาของคนตรงหน้ากลับเฉยชาและฉายแววเลือดเย็น ฝ่ามือแกร่งที่ตอนนี้ถูกวางลงบนโต๊ะและประสานมือกอบกุมกันไว้แบบคนที่กำลังครุ่นคิด รอบๆตัวมีเหล่าพี่น้องของครอบครัวกำลังนั่งอยู่ด้วยกัน ขวามือของผู้เป็นพ่อคือนักรบ ส่วนทางด้านซ้ายมือคือรุกฆาต และถัดจากรุกฆาตมาคือน้องจอม น้องชายคนเล็กของบ้านหลังนี้ ...





“แกจะเอายังไงกับเรื่องนี้ จะปล่อยเวลาให้ผ่านไปอีกกี่เดือน จะปล่อยไปแบบนี้อีกนานไหม หรือจะไม่ทำอะไร?”





เสียงเข้มๆของผู้เป็นพ่อเอ่ยออกมาในที่สุด ทุกคนที่นั่งอยู่ถึงกับสะดุ้งออกมาจากความคิดของตนเอง มีเพียงร่างสูงของทัพหน้าที่ไม่สะทกสะท้านต่อเหตุการณ์ตรงหน้า ใบหน้าหล่อที่ทำเพียงเงยขึ้นมาสบตากับผู้เป็นพ่อนิ่งๆ สีหน้าไม่ได้ต่างออกไปจากเดิมมากเท่าใดนัก ร่างสูงที่เงียบอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยปากออกมาด้วยเสียงทุ้มเข้ม หากแต่เด็ดขาด





“ผมจะจัดการเอง”





“แกจะจัดการยังไง?”



“ในแบบของผม”



พูดออกมาแบบนั้น ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงด้วยท่วงท่าสง่างามและน่าเกรงขาม ร่างสูงที่ก้าวขาลุกออกไปจากโต๊ะแบบนั้นโดยที่ไม่เอ่ยอะไรต่อ เป็นลูกชายคนโตของบ้านที่ถูกฝึกมาอย่างเพรียบพร้อมและเข้มแข็ง มีความเป็นผู้นำและเด็ดขาด



ผู้เป็นพ่อและเหล่าพี่น้องที่ต่างมองตามแผ่นหลังกว้างนั่นไปอย่างเป็นห่วง แต่ก่อนที่ร่างสูงจะได้เดินพ้นออกจากประตูไป ขายาวนั่นก็หยุดชะงักฝีเท้าและหันหน้ากลับมามองทุกคนอีกครั้ง สีหน้านิ่งเรียบไม่ต่างจากเดิม หากแต่แววตาที่กำลังลุกโชนนั่น ทำเอาทุกคนเผลอลอบกลืนน้ำลายอย่างอดไม่ได้



“แต่ผมจะทำให้มันทรมารที่สุดเท่าที่มันจะเจ็บปวดได้”



ฝ่ามือหนาที่กระชับกำเข้าหากันจนแน่นตอนที่พูดจบ คำพูดที่มาพร้อมๆกับการแสยะยิ้มอย่างร้ายกาจ ก่อนจะก้าวขายาวๆออกไปอย่างเร่งรีบ มีเรื่องที่ถึงเวลาต้องจัดการสักที



บรรยากาศภายในห้องประชุมกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เมื่อทัพหน้าไม่อยู่แล้ว ...



“เฮ้อ ทำไมต้องมาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นด้วย จอมไม่เข้าใจเลย”



คนร่างเล็ก น้องเล็กสุดของบ้านที่ฟุบหน้าลงแนบไปกับโต๊ะไม้อย่างห่อเหี่ยวหัวใจ พูดออกมาอย่างเหนื่อยๆ



“น้องจอม มึงจะไปเข้าใจอะไรล่ะ อยากเข้าใจอะไรมากขึ้นก็ลองไปถามไอ้สัดธารดูสิ เห็นมันเก่งทุกเรื่องสำหรับมึงนี่”



“เลิกแขวะพี่ธารสักทีน่าเฮียรุก”  จอมยู่หน้าใส่รุกฆาตที่กำลังเริ่มอาการหวงน้องคนเล็ก จนเผลอไปแขวะแฟนน้องชายเข้าอีกแล้ว



“มึงคิดว่าเฮียทัพจะทำอะไรวะ”  นักรบเอ่ยขึ้นมาด้วยใบหน้าเครียดๆ รุกฆาตหันหน้ามามองพี่ชายนิดๆ ก่อนจะเอ่ยปากตอบออกไป



“กูมั่นใจว่าเฮียคงไม่เอาแค่เปลือกกล้วยไปวางเพื่อแกล้งให้ใครลื่นแบบมึงแน่นอนล่ะ” 



รุกฆาตที่ตอบคนเป็นพี่ออกมาแบบนั้นก่อนจะยักคิ้วใส่กันแบบกวนประสาท ทำเอานักรบถึงกับคิ้วกระตุก



“มึงจะเอาใช่ไหม ลุกขึ้นมาให้กูเอาตีนแนบหน้ามึงเดี๋ยวนี้!”



“มึงก็มาสิไอ้เฮียรบ มึงมาๆ!”



“พอๆๆ! ไอ้ลูกเวรสองคนนี้นิ เจอกันเป็นต้องกัดกัน แค่เรื่องของณราชาฉันก็จะบ้าตายอยู่แล้ว” 



เสียงเข้มๆของผู้เป็นพ่อเอ่ยปรามลูกชายคนที่สองและสามของตัวเองอย่างเหนื่อยหัวใจ  ก่อนที่ร่างสูงวัยจะลุกขึ้นยืนและเดินไปหยุดยืนที่ข้างหน้าต่าง มองออกไปทางด้านนอก ก็เห็นรถมัสแตงสีแดงสดที่กำลังพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูง เห็นแบบนั้นแล้วก็ได้แต่ถอนใจหนักๆ



“ก็ได้แต่หวังว่าต่อจากนี้ไปจะไม่มีเรื่องร้ายๆก็แล้วกัน”





.

.

.





ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ๊ตสีขาวเข้าคู่กับกางเกงสแลคสีดำกำลังยืนนิ่งๆ พร้อมๆกับยกมือขึ้นปลดเนคไทน์ด้วยมือข้างเดียว สายตาคมที่ทอดมองผ่านกระจกแก้วบานใหญ่จากชั้นที่31 มองลงไปยังถนนเบื้องล่างที่จอแจและเบียดเสียดกันในช่วงเวลาห้าทุ่มกว่าๆ ดวงตาสีนิลที่ไม่ได้แสดงออกว่ากำลังรู้สึกอะไรอยู่นั้น ยิ่งทำให้เหล่าลูกน้องและบอดี้การ์ดคนสนิทที่กำลังยืนอาลักขาอยู่ในห้องเริ่มรู้สึกไม่ดี  ฝ่ามือหนาอีกข้างที่ว่างอยู่ยกบุหรี่ขึ้นจุดช้าๆ ก่อนจะสูบและพ่นควันออกมาอย่างไม่เร่งรีบแบบนั้น ยิ่งทำให้เหล่าลูกน้องไม่เข้าใจว่าทำไม ทั้งๆที่เรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ เป็นเรื่องที่ควรจะรีบร้อนแท้ๆ ...



‘ผลั้ว’



ประตูไม้สักสไตล์โมเดิร์นถูกกระชากเปิดออก พร้อมๆกับร่างสูงของบอดี้การ์ดคนสนิทของทัพหน้าที่เดินเข้ามาพร้อมกับซองเอกสารในมือ



“เจ้านายครับ ผมได้ข้อมูลมาแล้วครับ”



ร่างสูงที่ยังคงเพ่งสายตามองลงไปเบื้องล่างอยู่นั่นไม่ได้พูดตอบอะไรออกมา ทำเพียงแค่พ่นควันบุหรี่สีจางๆออกมาก่อนจะยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างพอใจ



“ทำดีนี่” 



พูดออกมาแบบนั้นพร้อมๆกับร่างสูงที่หันหน้ากลับมามอง สายตาคมที่กำลังมองซองเอกสารที่ที่อยู่ในมือลูกน้องด้วยแววตาลุกโชน ทำเอาเหล่าลูกน้องคนอื่นๆต้องรีบก้มหน้าหลบตาลงในทันที  น้อยครั้งนักที่จะได้เห็นสายตาแบบนี้ และแน่นอนว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องดี



“ว่ามาสิ มึงยืนนิ่งอยู่ทำไม”



พูดออกไปแบบนั้น คนร่างสูงก็เดินทอดน่องช้าๆก่อนจะไปทรุดตัวลงนั่งไขว่ห้างอยู่กลางโซฟาหรูสีแดงเพลิงอย่างไม่เร่งรีบ แขนยาววางพาดสบายๆไปบนพนักพิง ทำท่าทางอย่างไม่ยี่หระอะไรเท่าไหร่



“นี่ครับนาย”



ลูกน้องคนสนิทที่วางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะตรงหน้าคนร่างสูง ก่อนจะเลื่อนเข้าไปให้ ทัพหน้าปรายตามองน้อยๆก่อนจะหยิบขึ้นมาถือไว้แต่ยังไม่ได้เปิดดู  ทำให้คนเป็นลูกน้องเลือกที่จะเปิดปากพูดต่อ



 “คู่กรณีของคุณณราชาในวันที่เกิดอุบัติเหตุ มีชื่อว่า คิรากร หรเวชภูวดลชื่อเล่นคือคุณ คาราเมลครับ”



“หึ คาราเมล”



“เป็นลูกชายคนเล็กของท่านฑูตที่ประจำอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ตอนนี้กำลังจะเรียนจบชั้นปี4 จากคณะบริหารธุรกิจ ในสาขาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ (นานาชาติ)* (International Business Management) จากมหาลัย...เอ่อ...”



“อะไร?” 



ร่างสูงที่ขมวดคิ้ว เงยหน้าขึ้นมองหน้าลูกน้องของตัวเองที่กำลังอึกๆอักๆอยู่ในตอนนี้และไม่ยอมพูดต่อ  พร้อมๆกับค่อยๆแกะซองเอกสารออกและหยิบรูปภาพใบนึงขึ้นมาดู



“มึงพูดต่อสิ”



“เอ่อ...คุณคาราเมล กำลังจะจบจากมหาวิทยาลัยเดียวกับเจ้านายครับ”



“?”



“ตามรายงานที่ได้ข้อมูลมากล่าวว่า ในช่วงที่เจ้านายกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่4 คุณคาลาเมลพึ่งได้เริ่มเข้าเรียนในชั้นปีที่1ครับ”



“ต่อ?”



“ตามสายรายงานกล่าวอีกว่า คุณคาราเมล...คือเอ่อ...เคยแอบชอบเจ้านาย เลยทำให้นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวในครั้งนี้ก็เป็นได้ครับ”



ร่างสูงที่ได้ฟังอยู่ชะงักไปเล็กน้อย เงยหน้าจ้องตาลูกน้องตัวเองนิ่งๆ จนคนเป็นลูกน้องต้องเผลอกลืนน้ำลายลงคออีกรอบ



“สายของมึงมั่นใจได้แค่ไหน”



“สายของเรารายงานมาว่า ก่อนวันเกิดเหตุหนึ่งอาทิตย์เห็นคุณคาราเมลเรียกลูกน้องหลายคนเข้าไปหาที่มหาลัย’เพื่อสั่งการอะไรบางอย่าง มีท่าทีลับลมคมนัย และช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเดียวกันกับที่คุณณราชาเริ่มโดนสะกดรอยตามครับ ... คิดว่าไม่น่ามีอะไรผิดพลาดครับนาย และอีกอย่างสายของเราไม่เคยทำผิดพลาดครับ นายวางใจได้”



ดวงตาคมก้มลงมองภาพถ่ายที่กำลังถือไว้ในมือนิ่งๆอีกครั้ง ภาพของเด็กผู้ชายวัยรุ่นที่อายุน่าจะ21-22ปี รูปร่างสูงโปร่ง ไว้ผมทรงลากไทรยาวประบ่า ใบหน้าเรียวรูปไข่ มีดวงตากลมโตสวย จมูกโด่งที่ทำให้เจ้าตัวดูรั้นๆ และริมฝีปากบางๆที่เป็นกระจับกำลังฉีกยิ้มกว้างๆอยู่ในชุดนักศึกษาและเนคไทน์ที่บอกแน่ชัดว่าคือคณะเดียวกันและมหาลัยเดียวกันกับตัวเค้า  ...


.

.

.


‘ให้ครับ ขนมนี่ผมทำเองเลยน้า’



‘กูไม่ชอบกินของหวาน ... อ้อ...ที่สำคัญกูไม่ชอบกินของจากคนแปลกหน้า’



‘แต่ผม...’



‘อย่าเสียเวลา เพราะกูไม่คิดจะใส่ใจ หลีกไป!’



‘พี่ครับ’



‘วุ่นวายชิพหาย ไม่รู้ตัวรึไงว่ามึงกำลังทำตัวเกะกะขวางทางและขวางหูขวางตากู กูกำลังเสียเวลาเสวนากับคนที่ไม่มีผลประโยชน์ที่สุดในชีวิตของกู และนั่นมันคือมึง’



‘ผม...ผมชอบพี่นะเว้ย! หยิ่งจังอ่ะพี่ คุยกันดีๆหน่อยไม่ได้หรอครับ ผมน่ะ...’



‘หยิ่ง? เปล่า...กูไม่ได้หยิ่งเลย กูเนี่ยคนสบายๆนะจะบอกให้ แต่กูแค่ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องมาสนใจความชอบหรือไม่ชอบอะไรของมึง เพราะ...กูมีแฟนแล้ว ชัดนะ’



‘แต่ผมก็ชอบพี่นะ ผมแค่ชอบพี่เอง’



‘น่ารำคาญ’



‘พี่...’



‘ถึงมึงจะเป็นผู้ชายที่ดูหน้าตาน่ารักดีอ่ะนะ แต่ก็ช่วยคิดหน่อยได้ไหมว่าอย่ามั่นหน้าจนเกินไปจะได้หรือเปล่า นู่น...น่ารักได้เท่าแฟนกูหรือยังถึงสะเอะมาวุ่นวาย นั่นน่ะณราชาดาวมหาลัย รู้แล้วก็ถอย! เสียเวลา น่ารำคาญ!’



‘ผมจะทำให้พี่ชอบผมให้ได้เลยคอยดู!’



‘มึงต้องทำให้ณราชาตายนะ ฝันมึงถึงจะเป็นจริงได้น่ะไอ้หนู’


.

.

.




ความทรงจำลางๆที่แทบจะหลงลืมไปแล้วแวบเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ ฝ่ามือหนาเริ่มกำแน่นขึ้นพร้อมๆกับรูปภาพที่ถืออยู่ในมือก็ถูกขยำจนไม่เหลือชิ้นดี ... และเช่นกันกับเจ้าของภาพถ่ายใบนี้ ก็จะไม่เหลือชิ้นดีเช่นเดียวกัน



“แล้วยังไงต่อ กูฟังอยู่”



“ปัจจุบัน หลังจากที่เกิดเรื่องในคืนนั้น คุณคาราเมลรอดพ้นทุกข้อกล่าวหา และยังคงใช้ชีวิตในแบบของตัวเองแบบเป็นปกติครับ”



“หึ พ่อมันคงเส้นใหญ่มากสินะ”  แค่นยิ้มออกมาพร้อมแววตาที่เริ่มแข็งกร้าวขึ้น ก่อนจะเอ่ยถามต่อ



“แล้วใช้ชีวิตปกติที่ว่าของมันคือ?”



“โดยปกติคุณคาราเมลจะนัดพบกับกลุ่มเพื่อนที่ผับหรูย่านทองหล่อ เป็นผับที่ค่อนข้างดังในหมู่วัยรุ่นมีเงิน และเป็นร้านที่เป็นคู่แข่งกับผับของคุณรุกฆาตด้วยครับ”



“หึ ก็แค่ไอ้ลูกคุณหนูใจแตกคนนึงที่ถูกตามใจจนเสียนิสัย”



“ให้ผมไปจัดการเลยไหมครับนาย”



“ไม่ต้อง” 



พูดพร้อมๆกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง  ดวงตาคมที่มองจ้องไปที่ลูกน้องนิ่งๆ ก่อนที่คนร่างสูงจะยกยิ้มมุมปากอย่างนึกสนุก ... รอยยิ้มที่ชวนขนลุกมาพร้อมๆกับคำพูดที่ถ้าคู่กรณีได้ฟัง คงจะเสียวไปทั้งสันหลัง





“กูจะไปจัดการมัน...ด้วยตัวเอง”







------------------TBC----------------------



เย้เฮ้ววว!! มาแล้ววว เปิดบทที่1มาแล้วค่ะคุณขา อู้วๆมาแบบกรุบกริบๆ ... เบาๆกันไป

เห็นมีคนอ่านบอกว่าต้องมาม่าแน่ๆ ต้องเศร้าแน่นอน เอ๊ ทำไมคนอ่านไม่เชื่อใจเรา แคทไม่เขียนนิยายดราม่าหรอกค่ะ ทำไมไม่เชื่อใจไรท์บ้าๆแบบแคทล่ะหือออ 55555 แล้วมีคนแซวว่า ทำไมลงสั้นจัง สั้นแบบนี้แสดงว่าของเฮียทัพสั้นหรือเปล่า
เดี๋ยวเถอะๆ เดี๋ยวให้เฮียมาจับตีเลย เฮียทัพไม่สั้นเด้อจ้าาา อิอิ หืดหาดดด -..-

ยังไงเอาเป็นว่า มาลงเบาๆก่อน ขอดูก่อนกรุบกรุบ จริงๆแล้วเฮียทัพเราอ่ะ ไสยๆ
ง่อววว เอายันต์กันเฮียแกไปฆ่าน้องเมลด้วยจ้าาา (กราบบบบ)

มา! มาเม้นท์ให้กำลังใจหนูหน่อยค่าา เชิญหวีดความผัวรว๊ายๆของเฮียได้จ้าาาาา อิอิ

ปล.ขอบคุณคอมเม้นท์จากเล้าเป็ดค่ะ ทั้ง3ท่าน แคทดีใจมากๆเลย มาอ่านอีกนะคะ :3123: :pig4:

หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่2* {22.09.18}
เริ่มหัวข้อโดย: Yoghurt ที่ 22-09-2018 19:26:26


บทที่2



((ฮัลโหล ว่าไงวะไอ้ทัพหน้าไอ้เพื่อนชั่วไอ้ตัวสารเลว))  เสียงปลายสายที่เปล่งออกมาทำเอาร่างสูงถึงกับขมวดคิ้วนิ่วหน้าในทันทีที่อีกฝ่ายกดรับสาย...



“ทักทายได้ต่ำเหมือนสันดานมึงเลย”



((เจ็บแสบมากครับเพื่อน ว่าแต่มึงมีอะไร โทรมาทำส้นตีนอะไรในยามวิกาลแบบนี้))



“กูมั่นใจว่าคนเลวๆแบบมึง ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลานอนหรอก อย่ามาทำเหมือนกูรบกวน”   



ตอบคู่สนทนาไปแบบนั้น ก่อนจะปลายสายตาออกไปมองถนนด้านนอก ในตอนนี้รถไม่ติดมากเท่าไหร่ในช่วงเวลาเที่ยงคืน



((อะๆ ว่ามา โทรมาแบบนี้มีเรื่องให้กูช่วยแน่ๆ))



“มี”



((น้ำเสียงเหี้ยมโหด ดูเกรี้ยวโกรธโกรธา ใครกล้ามากระตุกหนวดเสือของมึงวะ))  ทัพหน้าที่ได้ฟังก็ยกยิ้มมุมปากเหี้ยมๆ แววตาดุดันที่มองออกไปนอกตัวรถฉายแววเลือดเย็นอยู่ในที ...



“กูต้องการจับตัวคนๆนึงมากระทืบ และเอาเลือดมันมาล้างเท้ากู”



((ใจเย็นเพื่อนรัก มึงจะก้าวลงไปยืนในจุดที่มึงไม่อยากเป็นมากที่สุดนะเว่ย))



“บางทีมันอาจถึงเวลาก็ได้ เพราะกู...คงปล่อยให้คนที่ทำร้ายณราชาสบายอกสบายใจไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้วว่ะ”



((มึงเจอตัวมันแล้วหรอวะ))



“เจอแล้ว”



((แล้วณราชาตอนนี้...))



“เหมือนที่มึงได้ยินมานั่นแหล่ะ”



((ไอ้ทัพ กูเสียใจด้วยนะมึง มากๆ รวมถึงเรื่องลูกของมึง))



“อืม...แต่ตอนนี้ ไอ้คนทำมันไม่เห็นได้รับโทษอะไรเลย ซึ่งกูยอมไม่ได้แล้ว ... ถ้ากฏหมายทำอะไรมันไม่ได้ กูนี่แหล่ะ จะเป็นกฏหมายที่ตัดสินโทษตายให้มันด้วยตัวเอง”



((มันเป็นใครวะ กูพร้อมช่วยมึงนะเพื่อน))



“หึ มึงได้ช่วยแน่ ตอนนี้ไงกูกำลังจะไปจัดการมันลงนรก มึงน่ะ ส่งลูกน้องมึงมา กูจะเอาลูกน้องมึงไปกระทืบและเอาเลือดมาล้างตีนกู ... ไอ้คนที่มีความคิดโง่ๆที่รักมากแล้วต้องฆ่าน่ะ มันเองก็สมควรตาย”



((หื้ม มึงหมายความว่าไงวะ))



“หึ มึงจำรุ่นน้องเราได้ไหม ไอ้เด็กที่ตอนเราอยู่ปี4 ช่วงนึงที่มันชอบส่งข้าวส่งขนมให้กูไง มันวางแผนทั้งหมด มันจงใจฆ่าณราชา”



((เด็กคนไหนวะ คนชอบมึงค่อนมหาลัย))



“ช่างเถอะ ขี้เกียจอธิบายถึงคนใจหยาบมันก็แค่ลูกคุณหนูไร้หัวสมอง และอีกอย่างต่อให้อธิบายให้คนสมองหมาแบบมึงฟังก็คงนึกอะไรไม่ออก”



((ปากมึงนี่นะไอ้สัด กัดกูเฉย ...แต่เดี๋ยวก่อนนะไอ้ทัพ คนที่ทำเรื่องนี้ คือมันชอบมึงหรอ?))



“อืม”



((ขุ่นพระ ไอ้สัดความคิดโคตรเชี่ย! แต่....มึงจะแค่เอาเลือดมันมาล้างตีน ไม่ง่ายไปหน่อยหรอวะ))



“มึงหมายความว่าไงวะไอ้ปืน”



((คิดสิครับเพื่อน ลูกคุณหนูแสนจะรักศักดิ์ศรี มันจะมีอะไรที่ทรมารกว่าความตาย มึงคิดไม่ได้รึไง สำหรับคนที่มันชอบมึงมากขนาดทำเรื่องเหี้ยแบบนี้ได้น่ะ))



ทัพหน้านิ่งฟังคำพูดของเพื่อน ก่อนที่อีกไม่กี่วินาทีต่อมาคนร่างสูงจะแสยะยิ้มร้ายกาจออกมาในที่สุด ไม่มีคำว่าปราณีอยู่บนหน้าของคนร่างสูงอีกต่อไป



“หึ กูจะทำให้มันเจ็บ ยิ่งกว่าที่มันทำกับชีวิตของกูเลยคอยดู” 



กรอกเสียงตอบปลายสายไปแค่นั้นก่อนจะกดวางสาย ร่างสูงโยนโทรศัพท์ลงไปบนเบาะข้างๆตัว ก่อนจะหันไปจุดบุหรี่ขึ้นสูบ สายตาคมที่ทอดมองออกไปด้านนอกของรถ ก่อนจะพ่นควันสีเทาจางๆออกมา นัยตาคมไม่ได้บ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังคิดอะไรอยู่ หากแต่รอยยิ้มร้ายๆที่ประดับอยู่บนใบหน้า ก็ดูท่าว่าจะไม่ใช่เรื่องดี



“มึงขับให้ไวหน่อยได้ไหม กูเริ่มคันตีนแล้ว”



“ค...ครับนาย”



เอ่ยออกมาเพียงเท่านั้น ลูกน้องที่กำลังขับอยู่ถึงกับสะดุ้ง ก่อนจะรีบเหยียบคันเร่งปาดซ้ายปาดขวาตามบัญชาโดยทันที  เห็นแบบนี้ขืนช้า น่าจะเป็นคนขับนี่แหล่ะที่จะเดือดร้อนก่อนคนที่เจ้านายคิดจะไปจัดการ



“รอก่อนนะ คาราเมล”



...





เสียงเพลงจังหวะหนักๆ มาพร้อมกับแสงไฟสลัวๆ ที่ชวนให้เหล่านักท่องราตรีทั้งหญิงทั้งชายต่างโยกย้ายร่างกายไปตามเสียงเพลงอย่างเมามันส์ จะมีที่แตกต่างออกไปอยู่คนนึงก็คือเจ้าของร่างบางที่นั่งอยู่บนชั้นสองของโซนวีไอพี ... ส่วนสูงราวๆ173เซนติเมตร ใบหน้าเรียวรูปไข่ ที่มีดวงตากลมสวย และคิ้วเรียงตัวสวยรับกับกรอบหน้า ริมฝีปากอิ่มสีชมพูอมส้มแบบคนสุขภาพดี ... ดวงตากลมโตมองลงไปด้านล่างที่เป็นฟลอกว้างให้คนมาเที่ยวได้เต้นได้เนียนสีกันตามใจด้วยสายตาเบื่อหน่าย มือเรียวที่ยกแก้วเหล้าขึ้นมากระดกเข้าปากไปอีกอึกแบบไม่ได้สนใจอะไรเท่าไหร่



“เฮ้ยไอ้เมล ใจเย็น เดี๋ยวมึงก็เมาหรอก” 



เสียงเข้มที่เรียกชื่อตัวเองดังขึ้นมาจนต้องละสายตาจากฟลอด้านล่างหันกลับมามอง



“เรื่องกูน่า อยากดูดนมมึงก็ดูดไปดิ” 



หันหน้ากลับไปบอกไอ้สิ่งมีชีวิตที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม พร้อมกรอกตาใส่มันไปแบบเซ็งๆ  จะไม่ให้ทำหน้าแบบนี้ได้ไง ในเมื่อไอ้เพื่อนเวรที่ตะโกนเตือนกันทำตัวดูเหมือนเป็นคนดีแบบสุดๆ แต่สิ่งที่มันกำลังทำอยู่ตอนนี้คือการเอาหน้าแนบนมสาวที่มันพึ่งคว้ามาได้เมื่อกี้ ... แล้วเสือกทำมาพูดดี จริงๆมึงมันคนรว๊ายๆ ... กรอกตาใส่แม่งหนึ่งทีเลยกู



“อย่าทำหน้าแบบนี้ใส่พี่สิจ๊ะน้องคาราเมลจ๋า”



“เดี๋ยวกูถีบหน้าหงายไอ้อู๋” 



ด่ามันออกไปแบบนั้น แต่อีกคนกลับยิ้มกว้างๆส่งมาให้ เหมือนกำลังสุขใจกับคำด่า ... เป็นผู้ชายไหล่หนาแบบคนเล่นกีฬามีผิวสีแทน และสูงราวๆ178เซนติเมตร แต่มีความหน้าด้านบอกคนอื่นว่าสูง180 ความสูงที่โผล่เพิ่มมาคือมึงเสริมส้นเถอะ เป็นผู้ชายเบ้าหน้าดีแต่นิสัยจังไร  และถึงมันจะกวนๆแบบนี้ แต่บ้านมันรวยครับ เป็นลูกเศรษฐีจากทางใต้ ที่มีรีสอร์ทและโรงแรมในเครืออยู่เยอะ เพราะแบบนั้นคนเลยไม่คิดว่ามันเป็นบ้า ลองมันเป็นลูกคนไม่มีเงินธรรมดาๆดูสิ เค้าคงเรียกมันว่าคนไข้ของศรีธัญญาชัวร์ๆ



“ทำไมน้องคาลาเมลต้องเกรี้ยวกราดกับพี๊ อย่าเห็นพี่เป็นสนามอาร๊มณ์” 



วี๊ดว๊ายขึ้นเสียงสูง แด๊ะแด๋แบบสุดๆ เห็นแล้วอยากเขวี้ยงแก้วใส่หน้า หันหน้าหนีจากแม่ง รู้สึกเพลียใจเหลือเกินเวลาที่มันกวนประสาทแบบนี้ คนยิ่งเฟลๆอยู่ด้วย



“ทำหน้าเครียดจังวะ” 



รู้สึกถึงแรงยุบของโซฟาที่นั่งด้านข้าง หันไปมองก็เจอคนที่พึ่งเดินเข้ามาใหม่ ใบหน้าหล่อตี๋ที่เลื่อนเข้ามาใกล้ๆ พร้อมๆกับฝ่ามือแกร่งของมันที่ยกขึ้นมายีผมกัน



“ไอ้สัด”



“ฮ่าๆ มึงทำหน้าเหมือนลูกแมวโมโห”



“เดี๋ยวกูจะข่วนหนังหน้ามึงไอ้เชี่ยบิน”



สะบัดหัวออกจากมือมัน แต่อีกคนก็ยังยิ้มหล่อๆส่งมาให้ แค่กระตุกยิ้มที สาวๆก็พร้อมจะวิ่งขึ้นเตียงกับมัน หน้าตาเหมือนหลุดออกมาจากซีรีย์เกาหลี มีดีที่หน้าตาและความรวยของมันครับ พ่อมันเป็นเจ้าของสายการบินที่บินเส้นทางในแถบเอเชียร์  แบบนี้ที่บ้านเลยตั้งชื่อมันว่าบินไง ... พวกมันสองตัวเป็นเพื่อนสนิทของผมเอง จริงๆกลุ่มเรายังมีอีกคน แต่วันนี้มันไม่ได้มา



“แล้วมาเที่ยวทั้งที ทำไมมึงทำหน้าไม่จอยเลยวะเมล”



“ไม่รู้ดิ กูเบื่อๆ” 



ตอบออกไปแบบนั้นแล้วก็เสหน้าหนี ถอนหายใจหน่อยๆก่อนจะมองลงไปข้างล่างเหมือนเดิม ไม่ได้โฟกัสสายตาตรงจุดไหน แค่มองไปเรื่อยๆ



“ไม่ต้องมาบอกว่าเบื่อหรอกว่ะ กูว่ากูรู้นะ” 



ไอ้อู๋ที่ว่าแบบนั้นก่อนจะหรี่ตาใส่ มันดันน้องคนสวยข้างๆตัวออกก่อนจะนั่งดีๆแล้วจ้องมาที่ผมนิ่งๆ



“มึงน่ะ ยังนึกถึงเรื่องนั้นอยู่ล่ะสิ”  ฟังมันพูดพร้อมๆกับที่ผมถอนหายใจออกมาหนักๆ



“เรื่องมันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้วนะมึง เลิกคิดถึงเถอะว่ะ” ไอ้บินที่เสริมไอ้อู๋ออกมาบ้าง ก่อนจะยื่นมือมาลูบไหล่ผมเบาๆ



“ถึงมันจะผ่านมาแล้ว แต่ไม่รู้ดิวะ กูยังติดใจว่ะ เหมือนภาพมันยังติดตากูอยู่เลย”



“แล้วมึงรู้ข่าวของคู่กรณีมึงบ้างไหมอ่ะ เค้าเป็นยังไงบ้างวะ?”



“ไม่รู้ดิ...พ่อกูจัดการอ่ะ กูไม่รู้อะไรเลยว่ะ”



“ลืมซะเถอะมึง มันก็แค่อุบัติเหตุถนนลื่นเพราะฝนตกไหมวะ”



“มันก็ใช่ ... แต่แบบ ...”



“เอาน่า...มาๆชนแก้วๆ คืนนี้พี่อู๋เลี้ยงเองคร๊าบบบ เอ้ามาม.บูรพากัน!!” 



ไอ้อู๋ที่ยิ้มร่าและแหกปากออกมาแบบนั้น พวกผมถึงกับชะงักมือที่ถือแก้วค้างกลางอากาศ ม.บูรพาเชี่ยไรของมันนะ?



“เชี่ยไรวะ?”



“ไอ้สัดบิน ไอ้โง่ ม.บูรพา ก็ชนนนนนนน ชลบุรีไงจ๊ะ”



“สัด มุกควาย เดี๋ยวกูโอนเงินให้ แล้วขอร้องว่าอย่าเอามาเล่นอีก”



“ทำไมชอบด่ากูวะ”



“มาๆชนก็ชนแก้วไอ้พวกบ้า”



“ฮ่าๆ”



และก็เป็นอีกครั้งที่พวกเราอดไม่ได้ต้องขำออกมาเพราะมุกห้าบาทสิบบาทของไอ้เชี่ยอู๋ เอาน่า...จริงๆผมอาจจะแค่ไม่สบายใจไปเองก็ได้ ก็ถูกของพวกมัน เรื่องมันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ผมจะเก็บมาคิดให้ปวดหัวทำไมวะ



.

.

.




“หึ มีความสุขนักนะมึง”



รอยยิ้มเหยียดจากมุมอับของผับที่ชั้นหนึ่ง ดวงตาคู่คมที่มองจ้องขึ้นไปที่ชั้นสองในโซนวีไอพีนิ่งๆ  ก่อนจะหันหลังหนีและเดินฝ่าฝูงชนออกไปในความมืดอย่างเงียบเชียบที่สุด



.

.

.




“เห้ยไอ้เมล มึงมองอะไรวะ กูเห็นมึงมองลงไปบ่อยแล้วนะ หรือถูกใจสาวคนไหนเข้าครับผม มึงบอกพี่อู๋มาไอ้เชี่ย เดี๋ยวกูไปสอยมาให้เลย”



“สอยหน้ามึงไอ้สัดอู๋” 



หันไปแยกเขี้ยวใส่มัน แต่อีกคนก็แค่ส่งยิ้มกวนประสาทมาให้ ส่ายหัวให้มันหน่อยๆก่อนจะยกแขนขึ้นมาลูบๆ รู้สึกหนาวแปลกๆ



“มึงเป็นอะไรรึเปล่าเมล”  ไอ้บินที่เอียงตัวเข้ามากระซิบถาม



“เปล่ามึง กูแค่....” 



เว้นวรรคนิดหน่อยก่อนจะมองลงไปที่ชั้นล่าง ที่ตอนนี้เป็นเพลงแนวEDMโยกกันจนหนำใจ ... ก็ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกหนาวสันหลังแปลกๆ



“หื้ม?”



“เปล่าหรอกมึง ไม่มีไรเว่ย กูแค่ปวดฉี่ว่ะ”



“ปะ กูพาไป”  มันที่ว่าแบบนั้นแล้วตั้งท่าจะลุกขึ้นยืนทันที  ถอนหายใจใส่แม่งอีกที ก่อนจะคว้าแขนมันไว้ และฉุดให้ลงมานั่งข้างๆกัน



“มึงอย่าเว่อร์ไอ้สัด กูไปเองได้ จะไปด้วยทำKอะไรครับเพื่อน”



“ก็ไปเป็นเพื่อน”



“ไม่เอาไม่เสือกกับอวัยวะช่วงล่างของกู”



“แต่กูอยากไปช่วยถือ”



“ถือตีนกูไหมครับยังไง”  จ้องหน้ามันนิ่งๆพร้อมทำท่าง้างตีนใส่ อีกคนที่หัวเราะเบาๆในลำคอส่งมาให้ พร้อมๆกับยกมือขึ้นสองข้างแบบทำท่ายอมแพ้



“ดี หลบพี่เมลไข่ใหญ่แบบกูด้วยครับ”



“ถุ้ย ไอ้จังไรเอ๊ย”



“นิดนึงจะได้รึเป่า”



“ไปเป่าไกลๆกูไป”



“ได้จ๊ะพี่จ๋า เดี๋ยวน้องมานะจ๊ะ” 



ทำท่ากวนตีนใส่มันไปแบบนั้น แล้วค่อยๆสาวเท้าเดินออกมา จริงๆก็ไม่ได้ปวดฉี่อะไรหรอก แต่แค่รู้สึกแปลกๆ จริงๆอาจจะเป็นเพราะเมาแล้วหรือเปล่าวะถึงได้รู้สึกแบบนี้  เดินลงไปเข้าห้องน้ำที่ชั้นล่าง ค้ำมือเท้ากับขอบอ่าง จ้องหน้าตัวเองที่กำลังสะท้อนอยู่ในกระจกใส  ภาพในคืนนั้นย้อนเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ



‘เอี๊ยดดดดดด โครม!!’



รถสองคันที่ขับสวนกันมาคนละเลนพุ่งเข้าปะทะกันเต็มแรง แรงปะทะทำให้รถที่ขับมาด้วยความเร็วลอยหมุนคว้างอยู่กลางอากาศ ก่อนที่มันจะตกลงมากระแทกอยู่พื้นเต็มแรงในไม่กี่วินาทีต่อมา  เลือดสีสดและกลิ่นคาวที่คละคลุ้ง ความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามาที่ร่าง ความรู้สึกเหมือนร่างทั้งร่างถูกฉีกกระชากออกจากกัน ลมหายใจรวยรินที่เหมือนกำลังจะหมดลม ได้แต่หายใจแผ่วๆนอนฟุบอยู่ที่พื้นสกปรก สายตาที่พยายามปรือตามองให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ ภาพตรงหน้าที่อยู่ไม่ไกลออกไปมองเห็นรถอีกคันจอดแน่นิ่งอยู่ตรงนั้นด้วยสภาพยับเยินไม่ต่างกัน



“อึก ... ชะ...ช่วย”



มือเรียวสวยของใครบางคนที่โผล่พ้นออกมาจากซากรถอีกคัน ใช่...ต้องใช่ คน....



‘ตู้ม!!!’



“ไม่....ไม่ ช่วย....ช่วย อึก”



แสงไฟลุกโชน  เปลวเพลิงที่ลอยขึ้นสู่ฟ้า และ.... .



พรึบ



ความทรงจำที่ดับมืดไป ....



“เฮ้อ”



ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เหงื่อเม็ดใสที่ผุดขึ้นมาตามไรผม ใบหน้าสวยรีบสะบัดหน้าไล่ภาพเหล่านั้นให้ออกไปจากหัว ก่อนจะก้มหน้าเอาน้ำลูบหน้าลูบตาสักหน่อย รู้สึกหลอนทุกครั้งที่หลับตา ภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นมันก็ฉายวาบเข้ามาในหัวทุกที



“แม่งเอ๊ย เมื่อไหร่กูจะลืมเรื่องคืนนั้นไปสักทีวะ” 



สบถบ่นกับตัวเอง ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจ  ร่างโปร่งบางที่เงยหน้าขึ้นมามองภาพสะท้อนในกระจกอีกครั้งก่อนจะต้องขมวดคิ้วผูกกันจนแน่นเมื่อภาพที่กำลังสะท้อนผ่านกระจกตรงหน้า คือร่างหนาๆของชายฉกรรจ์ในชุดสูธสีดำจำนวน3คนที่ยืนเรียงหน้ากระดานอยู่ทางด้านหลังของเขาในตอนนี้



“สวัสดีครับคุณคาราเมล”



“พวกคุณเป็นใคร” 



เลิกคิ้วสงสัยก่อนจะรีบหันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายที่ยิ้มพร้อมค้อมหัวมาให้อย่างสุภาพ ภายใต้รอยยิ้มเย็นๆแต่ดวงตากลับไม่แสดงออกถึงความรู้สึกใดๆ ทำให้คาราเมลต้องเผลอรอบกลืนน้ำลายลงคออย่างอดไม่ได้



“เจ้านายของผมต้องการอยากพบคุณครับ”



“ใคร เจ้านายพวกแกเป็นใคร” 



ถามออกไปแบบนั้นพร้อมๆกับสายตาที่เริ่มสอดส่องหาทางออกไปจากตรงนี้ ความรู้สึกเย็นๆที่เริ่มเข้ามาเกาะกุมใจ หัวใจเต้นถี่ๆทั้งๆที่ยังไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น หากแต่...รู้ว่านี่มันต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ



“ไปกับพวกเรา แล้วคุณจะทราบเองครับ” 



คนตรงหน้าที่ตอบผมออกมาแบบนั้น ก่อนที่อีกฝ่ายจะเริ่มขยับตัวเดินล้อมเข้ามาใกล้ ความรู้สึกที่รับรู้ได้ถึงคำว่าคุกคามทำให้เรียวขาสวยยกขึ้นถีบลงไปเต็มแรงกลางท้องของอีกฝ่ายจนเสถลาถอยหลังไปชนกันจนหงายล้ม



“ฝันไปเถอะ! ใครจะไปกับพวกมึงวะ!”



“งั้นพวกผมจะไม่เกรงใจแล้วนะครับ”



“เรื่องมึ๊ง!” ตะโกนขึ้นเสียงสูงพร้อมเอียงตัวหลบหมัดของชายชุดดำคนหนึ่งที่ต่อยเข้ามาเต็มๆ ถ้าหลบไม่ทันกูต้องร่วงลงไปจูบกับพื้นห้องน้ำตอนนี้แน่ๆ มึงไม่ห่วงหน้าตาหล่อๆของกูเลยใช่ไหมเวรเอ๊ย!



‘พลัก ผลั้ว!’



ร่างบางที่สู้ไม่ถอยทั้งต่อยและเตะอย่างสุดกำลัง แต่อีกฝ่ายที่มีคนมากกว่าก็ทำให้พลาดท่าโดนไปได้หลายหมัด ดวงตาสวยที่เริ่มสอดส่องหาทางรอด คิดได้แบบนั้นเรียวขาสวยก็กระโดดเตะสปินคิกเข้าใส่คนที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดจนหงายหลังสลบไป



“เหอะ รู้จักไอ้เมลน้อยไปแล้วโว้ย”



ตะโกนเสียงดังลั่น พร้อมๆกับที่ชูนิ้วกลางใส่ แล้วรีบวิ่งหนีออกจากห้องน้ำไปทั้งแบบนั้น หึ ... นี่ใคร คาลาเมลนะมึงเอ๊ย พี่คาลาเมลไข่ใหญ่ จำจ้า



“เห้ย ทางนั้น ตามจับตัวมาให้ได้!” 



หันกลับไปมองทางด้านหลัง ก็เห็นพวกมันกำลังวิ่งตามมา แม่งเอ๊ย กัดไอ้เมลไม่ปล่อยจริงๆ พวกมึงเป็นพวกใครกันวะ หมาหรือยังไง



.

.

.


((มีต่อจ้า))
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่2* {22.09.18}
เริ่มหัวข้อโดย: Yoghurt ที่ 22-09-2018 19:28:00


‘ตึก ตึก ตึก’



แฮก แฮก



ขาเรียวยาวในชุดกางเกงยีนส์สีซีดที่กำลังวิ่งลัดเลาะไปตามตรอกมืดๆ เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวที่เปื้อนฝุ่นจนสกปรกและหลุดลุ่ยออกจากทับของกางเกง ขาเรียวที่ไม่ยอมหยุดวิ่งไปตามตรอกซอกซอยที่ทั้งมืดทั้งแคบ สกปรกและเหม็นอับ ... ใบหน้าเรียวรูปไข่นัยตาสวยหันกลับไปมองทางด้านหลัง เห็นพวกผู้ชายชุดดำสี่ห้าคนที่ยังคงวิ่งไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ ร่างบางได้แต่วิ่งต่อไป ต่อไป และต่อไป ... เงาดำๆตระคลุมๆที่ทาบทับมาจากด้านหน้า ทำให้ขาเรียวหยุดชะงัก ดวงตากลมโตวาววับสั่นระริกอย่างหวาดหวั่น  พวกมันไม่ยอมหยุด ยังคงตาม ตามมาแบบไม่เลิกไม่ลาสักที



‘ตึก ตึก ตึก’



แฮก แฮก



ขาเรียวยาวในชุดกางเกงยีนส์สีซีดที่กำลังวิ่งลัดเลาะไปตามตรอกมืดๆ เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวที่เปื้อนฝุ่นจนสกปรกและหลุดลุ่ยออกจากทับของกางเกง ขาเรียวที่ไม่ยอมหยุดวิ่งไปตามตรอกซอกซอยที่ทั้งมืดทั้งแคบ สกปรกและเหม็นอับ ... ใบหน้าเรียวรูปไข่นัยตาสวยหันกลับไปมองทางด้านหลัง เห็นพวกผู้ชายชุดดำสี่ห้าคนที่ยังคงวิ่งไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ ร่างบางได้แต่วิ่งต่อไป ต่อไป และต่อไป ... เงาดำๆตระคลุมๆที่ทาบทับมาจากด้านหน้า ทำให้ขาเรียวหยุดชะงัก ดวงตากลมโตวาววับสั่นระริกอย่างหวาดหวั่น



‘ฟู้ววว’



ควันบุหรี่สีเทาที่ลอยเอื่อยๆอยู่เบื้องหน้า เงาดำตรงหน้าทำให้รู้ว่าคนตรงหน้าที่ยังยืนอยู่ในมุมมืดต้องทั้งตัวสูงและใหญ่กว่าตนเองมากแน่นอน บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที  ความรู้สึกที่เรียกได้ว่ากำลังถูกคุกคาม ทำให้ขาเรียวค่อยๆก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ



‘พลึก’



แผ่นหลังบางชนเข้ากับแผ่นอกหนาของหนึ่งในชายชุดดำที่วิ่งตามมาสมทบ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นพร้อมหันไปมองอย่างตกใจและหวาดหวั่น  เหล่าชายชุดดำที่ยืนทำหน้านิ่งอยู่ด้านหลังสี่ห้าคนยิ่งทำให้ตัวสั่นสะท้านมากขึ้นไปอีก



“โอ๊ยย ป..ปล่อยกูนะเว่ย! ปล่อ...อัก”



‘ผลั้ว ตุบ’



พวกมันกระชากร่างบางพร้อมๆกับต่อยเข้าที่ท้องน้อยและเตะที่ข้อพับจนร่างโปร่วทรุดล่วงลงไปกองกับพื้น  หน้าใสที่แนบลงไปที่พื้นชื้นๆนั้นอย่างไร้ทางสู้ แววตาใสสั่นสะท้าน มองเห็นเพียงแค่รองเท้าสีดำมันวาววับที่กำลังค่อยๆเดินเข้ามาใกล้



ช้าๆ ช้า....



‘ตึก ตึก ตึก’



เสียงส้นเท้าลงจังหวะกระทบพื้นปูนเย็นชืดดัดก้องไปทั่วบริเวณ  ก่อนที่สุดท้ายขายาวจะมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า คนร่างบางที่ได้แต่นอนตัวสั่นสะท้าน หายใจรวยรินแผ่วๆอย่างหวาดหวั่น



“หึ...มึงเองสินะ คาราเมล”



เสียงทุ้มเข้มที่ว่าออกมาแบบนั้น ก่อนที่ขายาวๆจะทรุดตัวลงนั่งตรงหน้าของคนร่างบาง ฝ่ามือหนาอีกข้างเอื้อมไปบีบสันกรามของคนที่นอนอยู่ที่พื้นและกระชากใบหน้าใสให้เงยขึ้นมาสบตา และนี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นโฉมหน้าของคนที่ซ่อนอยู่ในเงามืดเมื่อก่อนหน้านี้  ริมฝีปากหยักยกยิ้มร้าย ก่อนจะค่อยๆยกมือขึ้นสูบบุหรี่อย่างไม่ยี่หระ พร้อมๆพ่นควันบุหรี่ออกมาใส่หน้าร่างบางจนสำลัก  ดวงตาคมสีดำสนิท ที่รับกับคิ้วหนาเรียงตัวสวย กรอบหน้าได้รูปยิ่งเสริมให้ใบหน้านี้ยิ่งหล่อเหลา หากแต่ว่าแววตาของคนตรงหน้ามันกลับเฉยชาและฉายแววเลือดเย็น ที่มุมปากถูกจุดด้วยรอยยิ้มแบบเหี้ยมๆส่งมาให้  เป็นผู้ชายร่างสูงที่คาดเดาว่าน่าจะสูงราวๆ 185หรืออาจจะมากกว่านั้น



“อ๊ะ...” 



ดวงตาสวยเบิกกว้างขึ้นไปอีกเมื่อเห็นคนตรงหน้า หัวใจสั่นระรัว หากแต่คนร่างสูงตรงหน้าทำแค่เพียงบีบมือที่กำลังกระชับสันกรามเล็กนั่นให้แน่นมากขึ้น ดวงตาคมจ้องเขม็งฉายแววเกลียดชัง



“หึ ตกใจมากไหมที่เห็นหน้ากู”



“อ๊ะ....ปะ...ปล่อย”



“หึ อ่อนแอ น่าสมเพช”



“กะ...กูไปทำอะไรให้ อัก ปะ...ปล่อยสิ! อ๊ากก”



ฝ่ามือหนาที่เพิ่มแรงบีบมากขึ้นอีกเป็นเท่าตัว ดวงตาคมสนิทที่มองมาอย่างไม่รู้สึกสงสาร ‘ทัพหน้า’ ไม่คิดจะสงสารคนตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่คิดได้ คือทำร้าย และทำให้เจ็บปวดทรมารอย่างที่สุด



“ทำอะไรงั้นหรอ หึ มึงจำคนชื่อ ณราชา ได้ไหม”



ดวงตาใสที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสเพราะความเจ็บค่อยๆเบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจ พร้อมๆกับที่พยายามจะส่ายหน้าและดิ้นหนีคนตรงหน้าไปพร้อมๆกัน



“อึก ไม่ กูไม่เกี่ยวนะ กู...กูไม่ได้ตั้งใจ”



“คนผิดมันต้องชดใช้...และคนๆนั้น มันก็คือมึง!”



...





‘พลัก’



“อึก ...”



ความรู้สึกทั้งเจ็บทั้งจุกร้าวไปตามตัว ทั้งแขนทั้งขามีรอยฟกช้ำเป็นจุดๆ  คนร่างบางที่นอนฟุบอยู่ที่พื้นปูนชื้นแฉะที่ทั้งสกปรกและเหม็นอับรวมถึงมีกลิ่นคาวชวนอาเจียนคละคลุ้งไปหมด พยายามปรือสายตาที่บวมช้ำจากการถูกต่อยมองไปรอบๆแต่ก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าที่นี่คือที่ไหน  รู้เพียงว่าเป็นห้องมืดๆที่ผนังทั้งสี่ด้านไม่มีหน้าต่างพอให้มองลอดออกไปได้ ไม่มีเตียง ไม่มีตู้ และไม่มีแสงไฟ มีเพียงประตูหนึ่งบานที่ก่อนหน้านี้มันถูกเปิดและโยนร่างของเขาเข้ามาในนี้ และตอนนี้ก็นอนกองอยู่ตรงนี้



‘แอ๊ด’



เสียงประตูที่ถูกเปิดออกช้าๆ ความรู้สึกหวาดผวาเกาะกินหัวใจจนตัวสั่น เมลพยายามขยับตัวถดหนีทันทีที่ประตูถูกเปิดออก แสงไฟสีส้มอ่อนๆที่สว่างอยู่ด้านนอก ถูกสาดเข้ามาภายในห้องให้พอมีแสง



‘ตึก ตึก ตึก’



 เสียงฝีเท้าลงส้นกับพื้นเป็นจังหวะการเดินที่ไม่เร่งรีบ แต่กลับกดดันหัวใจของคนที่อยู่ในห้อง เขาจำได้ดี จำสายตาเกลียดชังที่มองมาที่เค้าก่อนหน้านี้ได้ดี  จำได้แม้กระทั่งชื่อ จำได้...คนที่ตัวเค้าเองพยายามลืมไปหลายปี แต่ก็ยังคงจำได้ดีจนถึงตอนนี้



‘ตึก ตึก’



จังหวะการลงส้นรองเท้าเงียบไป พร้อมๆกับที่หน้าประตูถูกเงาทะมึนทาบทับบดบังแสงไฟไปหมดเพราะร่างสูงใหญ่ที่มาหยุดยืนอยู่ตรงนั้นแทน  ร่างบางเม้มปากเข้าหากันแน่นจนตัวสั่น กลัว รับรู้ได้อย่างเดียวว่ากำลังหวาดกลัว คนตรงหน้าที่มีไอความเกลียดชังแผ่ออกมาที่เขาทั้งๆที่เจ้าตัวยังไม่ได้พูดอะไรด้วยซ้ำ



“หึ สั่นเป็นลูกนก”   



เสียงเข้มที่ดังแหวกความเงียบมาให้ได้ยินยิ่งทำให้ตัวสั่น พยายามกระถดตัวหนีไปให้ไกลที่สุด แค่ได้ยินเสียงก็น่ากลัวแล้ว ภายในห้องมืดๆนี้ ทำให้ยังมองไม่เห็นหน้าของอีกฝ่ายชัดนัก แต่ดวงตาดุคมที่มองมาอย่างคุกคามนั่นก็ยิ่งทำให้น่าหวั่นใจ



‘ปึก’



เก้าอี้ไม้ธรรมดาๆตัวหนึ่งถูกลูกน้องยกมาวางไว้กลางห้อง ก่อนที่คนร่างสูงจะทรุดตัวลงนั่งไขว่ห้าง  ฝ่ามือหนาที่คีบบุหรี่ที่ถูกจุดไว้แล้ว ยกขึ้นมาสูบช้าๆ ปลายมวนที่มีไฟสีแดงน้อยๆจุดขึ้นจากการสูบ นั่นอาจเป็นอีกแสงนึงที่ตอนนี้เมลมองเห็นได้ชัดที่สุด



“จะ...จับ จับมาทำไม”  และนี่คงเป็นคำถามแรกที่ได้เอ่ยถามออกไป



‘พรึบ’



แสงไฟกลางห้องถูกเปิดขึ้นจากหลอดไฟเก่าๆที่ดูจะดับแหล่ไม่ดับแหล่ แต่แสงสว่างที่ถูกเปิดขึ้นมากระทันหันแบบนี้ก็ทำเอาคนที่อยู่ในความมืดมานานๆถึงกับต้องหยีตา  ก่อนที่จะค่อยๆเริ่มคุ้นชินกับแสงสว่างตรงหน้า คนร่างบางมองไปรอบๆห้อง ก่อนจะต้องอ้าปากค้าง อยากเปล่งเสียงหวีดร้องออกมาด้วยความตกใจใจจะขาด แต่เหมือนหัวใจจะกำลังหยุดเต้นจนตะโกนไม่ออก  คราบเลือดและตะไคร่ลื่นๆที่เปรอะเปื้อนอยู่ทั่วไปในห้องนี้ทำให้ชวนคลื่นไส้และหวาดผวา



“กลัวรึไง”   



เปิดตากว้างๆก่อนจะหันหน้าไปมองคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยความตื่นตระหนก แววตากลมสวยสั่นระริกอย่างน่าสงสาร



“นะ...นี่มัน..นี่มันอะไรกันวะ พ..พะ...พี่ทัพหน้า!”



“หึ รู้จักกูจริงๆด้วยสินะ” 



ว่าออกมาแบบนั้นก่อนจะแสยะยิ้มใส่ สายตาคมที่มองตรงมาด้วยแววตาเกลียดชังแบบไม่ได้ปิดบังสักนิด  ร่างสูงพ่นควันสีจางๆขึ้นไปในอากาศอีกครั้ง



“พี่จับผมมาทำไม”



“หึ”



“ผมไม่เข้าใจ นี่มันเรื่อ....”



“กูถามว่ามึงจำณราชาได้ไหม”



“ห๊ะ....คือ ทำ...ทำไม อะไร”



“ทำหน้าตาตอแหลเก่งดีนี่”



“พี่พูดเรื่องอะไรของพี่วะ จับผมมาทำบ้าอะไร แล้วมาทำแบบนี้กับผมทำไม ผมไปทำอะไร!....”



 “มึงให้คนตามสืบเรื่องณราชา ให้คนตามณราชาทำไม” 



เสียงเข้มที่กดต่ำถามออกมาจนคนที่กำลังโมโหและตะโกนออกมารัวๆต้องอ้าปากค้าง  สายตาคมที่มองตรงมาที่เขานิ่งๆ ไม่โวยวายไม่วู่วาม แต่แบบนั้นมันยิ่งอันตราย



“ผม ผมไม่...”



“กูถามว่ามึงทำจริงๆใช่ไหม ตามสืบเรื่องณาชา ให้คนตามเธอ ...ใช่ไหม”



“คือผม...คือมันก็ใช่แบบนั้น ..”



“มึงตั้งใจฆ่าเธอ และมึงตั้งใจฆ่าลูกของกูด้วย”



“ห๊ะ คืออะไร พี่หมายความว่าอะไร ผมไม่ได้ฆ่าใครนะ!” 



ร่างบางตาเบิกกว้างก่อนจะเถียงออกมาสุดเสียง เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ลูกน้องของทัพหน้าเดินเข้ามาหา ก่อนจะยื่นอะไรบางอย่างให้ทัพหน้า  ร่างสูงที่นั่งจ้องตาคนร่างบางอยู่ลุกขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้



“งั้นมึงอธิบายมาว่ารูปภาพทั้งหมดนี่คืออะไร”



‘พรึบ!’



รูปถ่ายมากมายที่ถูกฟาดเข้ามาที่หน้าใสเต็มแรง ก่อนที่มันจะหล่นกระจายตกพื้น เกลื่อนอยู่รอบๆตัวของคนร่างบาง เมลก้มมองพร้อมดวงตาที่สั่นเทา เป็นรูปของเขาที่กำลังสั่งลูกน้องของพ่อให้ตามณราชา รูปที่ตัวเค้าสั่งลูกน้องให้มาหาที่ด้านหลังมหาลัย รูปที่ลูกน้องที่เขาที่กำลังไปวุ่นวายแถวรถของณราชา และรูปต่างๆอีกมากมายที่ทำเอาตัวชาวาบ



“พะ...พี่รู้”



มึงชอบกูใช่ไหม



“คะ...คือ ผ...ผม” 



คำถามที่โพร่งออกมาจากคนตรงหน้าทำเอาเมลได้แต่ตาเบิกกว้าง หัวใจกระตุกถี่ๆอย่างลืมตัว ความรู้สึกที่คิดว่าปิดตายไปนานแล้ว มันกำลังกลับมา  ใบหน้าใสที่ช้อนตาขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยใบหน้าที่เริ่มขึ้นสี  ทัพหน้าที่จ้องหน้าอยู่ตอนนี้ก้มตัวลงมาใกล้ ฝามือหนาที่ช้อนปลายคางอีกฝ่ายให้จ้องมองกัน



“ยังรักกูอยู่สินะ หึ”



ร่างสูงที่กระตุกยิ้มมุมปากแล้วจ้องตาผมนิ่งๆ ลมหายใจที่ค่อยๆเลื่อนเข้ามาใกล้กันเรื่อยๆ มือที่ชื่นเหงื่อของตัวเองได้แต่จิกเข้าหากัน



 “อ๊ะ โอ๊ย ... อื้ออ ผมเจ็บ”



ฝ่ามือแกร่งที่ช้อนอยู่ปลายคางเมื่อก่อนหน้านี้ แปลเปลี่ยนเป็นกระชับสันกรามให้แน่นขึ้นและเริ่มบีบจนอีกฝ่ายเจ็บ สายตาพราวระยับที่ส่งมาให้อย่างโหดร้าย



“ความรักของมึงมันไม่มีค่าเลยคาราเมล”



“พี่...”



“มึงฆ่าณราชา และมึงฆ่าลูกกู!”



“ผมไม่ได้ทำ ผมไม่รู้เรื่อง”



“หลักฐานขนาดนี้มึงยังจะปฏิเสธอีกนะ ถ้ามึงไม่ได้ทำ แล้วมึงสั่งลูกน้องมึงมาตามเธอทำไม มึงสั่งให้ลูกน้องมึงไปทำอะไรกับรถของเธอวันนั้น ถ้ามึงไม่ได้ทำรถของเธอจะถูกตัดสายเบรคได้ยังไง ในเมื่อมันมีแต่คนของมึงที่เข้าไปยุ่ง!”



“ผะ..ผม ไม่รู้...ผมเปล่า อะ อึ่ก!” 



ดวงตาคมที่วาวโรจน์ขึ้นด้วยความโกรธ ก่อนที่ฝ่ามือแกร่งจะเลื่อนลงมาบีบที่ลำคอสวยแทน ไม่มีความออมแรง มีแต่คำว่าต้องการจะทำลาย ทำลายคนที่ทำให้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบที่สุดของทัพหน้าพังพินาศลงจนไม่เหลือชิ้นดี ครอบครัว และลูก ไม่เหลือ...ไม่เหลือเลยสักอย่าง



เมลพยายามเอามือขึ้นมาดันข้อมือแกร่งของอีกฝ่ายและดิ้นรนที่จะหนี แต่มันก็ไม่มีทางที่จะหลุด ได้แต่พยายามหายใจ ทั้งๆที่ดวงตาเริ่มเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ความรู้สึกกลัวเริ่มเกาะกุมหัวใจ พร้อมๆกับลมหายใจที่เริ่มจะหมดลง



‘พรึ่บ’



“เฮือก แค่กๆๆ” 



ทัพหน้าสะบัดมือออกจากคอของคนร่างบางอย่างแรง และเหวียงอีกฝ่ายให้ไปพ้นตัว ก่อนจะมองด้วยสายตารังเกียจ เมลที่ถูกปล่อยตัวออกมา ไม่ต่างจากปลาที่กำลังดิ้นตายอยู่บนบกแล้วถูกคนโยนลงน้ำ ร่างบางก็พยายามหายใจพร้อมๆกับที่ไอโขลกขลากออกมาเสียงดัง



“ในเมื่อกฏหมายทำอะไรคนแบบมึงไม่ได้ ... มึงฟังให้ดีนะ กูนี่แหล่ะที่จะเป็นกฏหมาย ตัดสินชีวิตมึงเอง มานี่!”  ทัพหน้ากระชากแขนบางขึ้นมาอย่างแรงก่อนจะเริ่มต้นลากไปตามพื้นอย่างไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะเจ็บหรือเปล่า



“พะ...พี่ ปล่อยผมเถอะ ขอโทษ ปล่อยผมไปเถอะนะ”



"บอกเหตุผลดีๆสักข้อที่กูจะปล่อยมึงไปหน่อยสิ"



"ผะ...ผม..."



"หึ ฆาตกรอย่างมึงต้องชดใช้! หมดเวลาสำหรับคนแบบมึงแล้ว”



“ปล่อยผมเถอะนะ ฮึก ผมไม่ได้ทำ ฮึก”   



น้ำตาใสไหลลงมาอาบแก้ม ดวงตากลมสวยแดงช้ำไปหมดจากการที่ก่อนหน้านี้พยายามกลั้นน้ำตา แต่ตอนนี้ไม่ไหวแล้ว ทัพหน้าตรงหน้าในตอนนี้ ไม่เหมือนกับรุ่นพี่ปี4ที่เค้าเคยชื่นชมในตอนนั้น ในสายตาที่มองมาที่เค้าในตอนนี้ไม่ได้มีแววรำคาญ แต่มีแค่ความเกลียดชัง รังเกียจ และพร้อมที่จะทำลายให้สิ้น  ... กลัว หวาดกลัวที่สุดในชีวิต



“ร้องไห้ทำไมล่ะ กูกำลังจะทำให้มึงมีความสุขเลยนะ ชอบกูมากไม่ใช่หรอ กูก็จะจัดให้มึงนี่ไง”



“พะ...พี่หมายถึงอะไร ปล่อย! ปล่อยผมพี่ทัพ”



“มานี่!”



ฝ่ามือแกร่งที่กระชากแขนร่างบางให้เดินตามมาจนอีกฝ่ายเซถลามาปะทะลงที่อกแกร่ง สายตาสวยช้อนตามองอย่างหวาดผวาพยายามจะดิ้นหนีออกจากการจับกุมของอีกฝ่าย หากแต่คนตรงหน้าที่ก้มหน้าลงมาจ้องตอบกลับแสยะยิ้มอย่างสะใจส่งมาให้  ก่อนจะก้มตัวลงไปอุ้มคนตรงหน้าขึ้นพาดบ่าแทน



 “เห้ยยย ปล่อยนะเว่ย! พี่จะทำอะไร ปล่อยนะเว้ยพี่ทัพหน้า ฮึก ปล่อยสิเว้ย”



“ทำไรก็เรื่องของกู แต่บางทีสิ่งที่กูจะทำ มึงอาจจะติดใจมากๆก็ได้นะ หึ”



“ห...ห๊ะ อะ..อะไร ฮึก!”



“แหม่ ดีใจจนเสียงหลง ใจเย็นนะมึง ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล”



“มะ...ไม่ ไม่ปล่อยผมเถอะ ฮึก ปล่อยผมนะโว้ยยย!”



ร่างสูงที่ก้าวขายาวๆออกจากห้องไปโดยไม่สนใจคนบนบ่าของตัวเองสักนิด แสงไฟสว่างสาดเข้าตาของคนร่างบาง ด้านนอกมีลูกน้องของทัพหน้ายืนเรียงแถวกันเต็มไปหมด คนร่างบางที่ทั้งทุบทั้งตีทั้งข่วนไปที่หลังแกร่ง แต่อีกฝ่ายกลับไปสะทกสะท้าน หากแต่ก้าวยาวๆพาคนร่างบางเดินผ่านลูกน้องที่ค้อมตัวให้เจ้านายผ่านไปเฉยๆ จนในที่สุดขายาวก็ไปหยุดที่หน้าห้องไม้สลักบานใหญ่บานหนึ่งที่อยู่อีกฝั่ง ห่างออกมาจากห้องก่อนหน้านี้ สภาพไม่ได้ดีอะไร มีเพียงเตียงกว้างหนึ่งหลังที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องเพียงแค่นั้น หัวใจสั่นระรัวขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงอีกฝ่ายหัวเราะเบาๆในลำคออยู่ตอนนี้



“กูไม่ต้องการให้ใครรบกวน”



“ครับนาย!”



หันไปตอบเสียงเรียบแค่นั้น ลูกน้องทั้งหลายก็ประสานเสียงตอบรับอย่างแข็งขัน ก่อนที่เจ้าตัวจะบิดลูกบิดเดินเข้าห้องไป ไม่ได้สนใจคนร่างบางที่กำกำปั้นทุบไปที่หลังแกร่งดังอักๆอย่างแรงอยู่ตอนนี้



‘พลัก!’



ร่างบางที่ถูกเหวี่ยงลงบนเตียงนอนกว้างอย่างไม่เบามือ เมลรู้สึกทั้งเจ็บทั้งจุกแล้วก็ยิ่งรู้สึกกลัวคนที่ตอนนี้กำลังยืนกอดอกจ้องมองมานิ่งๆ หากแต่ดวงตาคมกลับลุกโชนไปด้วยความโกรธ



“ฮึก พี่ทัพ ปล่อย...ปล่อยผมไปเถอะ ผมขอโทษ”  เมลที่บอกออกมาแบบนั้นด้วยเสียงสั่นเครือ



ร่างสูงที่ไม่พูดตอบอะไรแค่ยกมือขึ้นปลดกระดุมเสื้อและถอดเนคไทน์ออกช้าๆ คาราเมลที่มองเห็นแบบนั้นยิ่งหวาดหวั่น น้ำตาใสเริ่มเอ่อขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อรับรู้ว่าคนตรงหน้ากำลังเอาจริง



“พี่ปล่อยผมไปเถอะนะ ผมไม่ได้..อึก อ๊ะ....” 



ร่างบางที่พยายามอ้อนวอนด้วยเสียงที่สั่นๆ น้ำตาใสไหลลงอาบแก้มอย่างน่าสงสาร แต่เจ้าตัวก็ยังพยายามจะปีนลงจากที่นอนเพื่อหนีคนตรงหน้า หากแต่ว่าอีกฝ่ายกลับรู้ทันสะก่อน



“จะไปไหน!” 



ทัพหน้าที่คว้าข้อเท้าของอีกฝ่ายไว้ได้ และจัดการลากข้อเท้าของคนร่างบางจนอีกฝ่ายหน้าทิ่มและถลาลงมากลางเตียงตามแรงลาก



“ไม่ ปล่อยผมนะ ฮึกพะ... พี่จะทำอะไร ”



"จะดิ้นหนีกูไปทำไม ชอบกูมากไม่ใช่หรอมึงน่ะ แอบมองกูมาตั้งแต่ปี1ไม่ใช่รึไง!"



"ปะ...ปล่อยผมไปเถอะ ฮึก อย่า..."



"ถ้ารักกูมากจนกล้าทำร้ายคนของกูได้ ตอนนี้มึงก็ไม่น่าจะมากลัวตาย เก่งให้เหมือนก่อนหน้านี้หน่อยสิ"



"ฮึก ไม่..."



"มานี่!"



ร่างสูงที่กระชากขาเรียวให้ถลามาอยู่ใต้ร่าง น้ำตาใสที่ไหลออกจากหางตา สะอึกสะอื้นอย่างหวาดกลัว



"กล้ามากนะที่มาทำร้ายคนของกู เพราะงั้น มึงเองก็จะต้องเจ็บไม่ต่างกัน จำเอาไว้!" 



คนร่างสูงที่ตะคอกออกมาแบบนั้น ดวงตาคมที่จ้องตรงมาวาวโรจน์ขึ้นอย่างน่ากลัว



‘แคว้ก’



มือหนาที่กระชากเสื้อตัวบางของคนใต้ร่างออกจนขาดไม่เหลือชิ้นดี  เมลที่เห็นแบบนั้นยิ่งตื่นตระหนกและพยายามดิ้นหนี ทั้งขาทั้งมือที่พยายามทั้งผลักและถีบอีกฝ่ายให้ออกห่างตัว



“ไม่ ฮึก ไม่ พี่ทัพ ฮึก ”



“มือมึงนี่เกะกะ น่ารำคาญ!”



ตะคอกออกมาเสียงดัง ก่อนจะเอี้ยวตัวไปคว้าเนคไทน์ที่ตัวเองพึ่งปลดออกมาเมื่อกี้มาถือไว้  สายตาใสที่มองตามเนคไทน์นั่นอย่างตื่นตระหนก หัวใจสั่นระรัวอย่างน่ากลัว แววตาคมที่มองมานิ่งๆแต่แฝงไปด้วยความโกรธนั่นยิ่งทำให้กลัวมากขึ้นไปอีก ก่อนที่จะทันตั้งตัว มือแกร่งก็คว้าข้อมือบางทั้งสองข้างไปผูกติดกับหัวเตียงด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย



“ฮึก พี่ทัพ พี่จะทำอะไร ฮึก ป...ปล่อยผมไป ผมไม่ได้ตั้งใจจะยุ่งกับณราชา ฮึก ผม ผมแ...”



“ความไม่ตั้งใจของมึง มันทำลายชีวิตใครหลายคนให้จบลงไป มึง...ไอ้เด็กเวร! วันที่กูต้องรับโทรศัพท์ว่าณราชารถคว่ำ มึงไม่มีทางรู้หรอกว่าหัวใจกูเจ็บมากแค่ไหน มึงไม่มีทางรู้ ว่าในวันที่กูต้องได้ยินหมอบอกว่ากูเสียลูกไปหัวใจกูจะขาดแค่ไหน มึง...มึงไม่มีวันรู้!”  ร่างสูงที่ตะคอกออกมาเสียงดังพร้อมคำพูดยาวเหยียด เป็นครั้งแรกที่เมลรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดภายใต้ใบหน้าเฉยชาของทัพหน้า เห็นแบบนั้นยิ่งทำให้น้ำตาไหล  เขาไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันเป็นแบบนี้เลยจริงๆ



“ฮึก พี่....ผม ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจจะขับรถชนเขา”



“แต่มึงทำมันไปแล้ว”



“ฮึก พี่..พี่ ฮึก....ผมเปล่า ฮึก ผมไม่ได้ตั้งใจนะ อึก จริงๆ ฮึก....“



“มึงรู้ไหม อะไรที่เจ็บปวดที่สุดในโลกใบนี้?  หึ....ก็การมีอะไรกับคนที่เขาไม่ได้รักมึงเลยยังไงล่ะ..."



“ฮึก...มะ ไม่ พี่ทัพอย่า...”



"และกูจะทำให้มึงได้รู้ซึ้งถึงความรู้สึกที่เจ็บปวดที่สุดนั่น...คาราเมล"





-------------TBC-----------



มาแล้วจ้าาา เฮียมาแล้ว เฮียแบบ...ว๊ายยยย เฮียต้องใจเย็นกับน้องจะถอดก็ถอดดีๆ แกจะกระชากเสื้อน้องแบบนี้ไม่ได้ เอ๊ะเดี่ยว...55555 หลายคนบอกกลัวดราม่า คุณ...เชื่อแคทค่ะ เราแบบมาสายตลก ไม่ดราม่ามากหรอก สงสารน้องสักพัก แต่มันก็จะควบคู่กับหลายๆอย่าง อยากบอกว่าอย่ากลัว ไม่ดราม่าขนาดนั้นหรอกค่ะ ...

ส่วนตอนนี้ อยากให้ความเป็นธรรมกับเฮียทัพด้วย อย่าสงสารน้องเมลอย่างเดียว เฮียเองก็น่าสงสารนะ

ตอนหน้า...ใช่จ๊ะ เราจะมา อรุ่มมม หืดหาดๆกันตั้งแต่ต้นเรื่องเด้อออ กรี๊ด

ขอกำลังใจหน่อยจ้าทุกคน (ไหว้ย่อ) :pig4: ... ฝาก #หลงร้าย ด้วยจ้า
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่2* {22.09.18}
เริ่มหัวข้อโดย: ursleepingxd ที่ 29-09-2018 01:16:55
เรากลับมาแล้นน

เฮียทัพนี่ร้ายเหมือนที่คิดจริงๆ ไม่มีอะไรค่ะ ไม่กล้าด่าเฮีย กลัว หันไปด่านังเหลืองแทนก็ได้ นังเหลือง แกกกก

แต่อยากรู้ว่าน้องเมลทำจริงหรือเปล่าน้า

ถ้าไม่ได้ทำจริงก็น่าสงสารนะ เป็นสนามอารมณ์เฉย แต่น้องเป็นถึงลูกคนใหญ่คนโตเลยนา จะไหวหรอเฮีย

สคิปไปตอนรู้ความจริงเลยได้มั้ยน้าาา
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่3* {29.09.18}
เริ่มหัวข้อโดย: Yoghurt ที่ 29-09-2018 20:11:30
​(เนื้อหาตอนนี้เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุ16ปีขึ้นไป และเหมาะกับผู้ใหญ่ที่ไม่รังเกียจฉากNCแบบขืนใจ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)


บทที่3




             ร่างบางที่พยายามตะเกียดตะกายหนี ถึงแม้ว่าจะหนีไปไหนม่ได้ไกลเพราะติดเนคไทน์ที่ทัพหน้าผูกข้อมือเอาไว้อยู่ก็ตาม



“ผมขอร้อง พี่อย่าทำไรผมเลยนะ ฮึก ผมขอโทษพี่ทัพ ฮึก ผมไม่ได้ทำอะไรเลยจริงๆนะ ผมไม่รู้ อึก เรื่อง”



“มาถึงขนาดนี้แล้ว มึงยังคิดว่ากูจะฟังคำแก้ตัวจากฆาตกรอย่างมึงอีกหรอวะ หึ ลูกคุณหนูที่รักศักดิ์ศรี อยากได้อะไรก็ต้องได้แบบมึง วันนี้กูจะเหยียบย่ำทุกอย่างของมึงให้จมดิน และโดยเฉพาะหัวใจกูทึ่มึงอยากได้นักหนานั่นน่ะ...มันจะเป็นสิ่งที่มึงจะไม่มีวันได้ จำเอาไว้!”



มือหนากระชากกางเกงยีนส์ออกจากขาเรียว สายตาคมที่มองจ้องขาขาวด้วยสายตาที่แปรเปลี่ยนไปหน่อยๆ สภาพคนใต้ร่างที่ตอนนี้มีเพียงเสื้อเชื๊ดหลุดลุ่ยสวมไว้แค่ท่อนบน ร่างกายขาวที่ตัดกับสีกลีบกุหลาบกลางหน้าอกทำให้ร่างสูงยกยิ้มร้ายๆ



“มึงก็ขาวดีนี่ หึ”



“ฮึก พี่จะทำบ้าอะไรวะ ปล่อยผมเลยนะเว้ย”



“อย่าทำหน้าหวาดผวาแบบนั้นสิวะ แล้วอย่าได้คิดว่ากูพิศวาสมึงมากนักล่ะ กูก็แค่ทำ เพื่อให้คนอย่างมึงได้จำความเจ็บไปจนวันตาย คนที่ทำเรื่องเลวๆไว้แต่กลับไปใช้ชีวิตสบายๆไปวันๆโดยไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไรแบบมึง มันถึงเวลาที่จะได้รับรู้ความรู้สึกนั้นบ้างแล้ว กูจะเป็นทำลายศักดิ์ศรีของมึงเอง



พูดออกมาพร้อมกับที่ฝ่ามือหนาค่อยไล่ปลดกระดุมเสื้อตัวเองออกทีละเม็ดๆจนหมด สาบเสื้อแหวกออกกว้าง เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อเป็นลอนสวย ไหล่กว้าง อกแกร่ง มัดกล้าม ลามลงไปถึงจนถึงซิกแพค เป็นผู้ชายที่มีหุ่นหน้าอิจฉา และก็น่าหวาดผวาสำหรับคาราเมลในตอนนี้ด้วยเหมือนกัน



“ไม่ ไม่เอา พี่ทัพ ผมไม่ได้ต้องการแบบนี้”



“หรอวะ....แต่ก็เรื่องของมึงสิ ก็ในเมื่อกูต้องการ มึงจะทำไม” 



แสยะยิ้มร้ายๆใส่และจัดการกระชากางเกงขายาวของคนร่างบางออกพร้อมๆกับชั้นใน เมลผวาสะดุ้งเฮือก ตัวร่างบางที่สั่นสะท้านขึ้นมาด้วยความกลัวอย่างห้ามไม่อยู่  ขาเรียวสวยที่พยายามจะหนีบเข้าหากันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้



“หึ ตัวสั่นเป็นลูกหมา ทีแบบนี้มาทำเป็นกลัว ตอนที่มึงจะฆ่าคนทำไมมึงไม่กลัว!” 



ดวงตาเยียบเย็นแข็งกร้าวขึ้นของทัพหน้าจ้องเขม็งไปที่คนใต้ร่างที่ตอนนี้พยายามดิ้นหนี ข้อมือบางที่เริ่มแดงช้ำเพราะถูกมัดไว้ แต่คาราเมลก็ยังไม่ยอมหยุดดิ้นรน



“พะ พี่ทัพอย่า....ไม่เอา ฮึก ผมไม่ได้ต้องการแบบนี้”



“จะหนีบขาทำห่าอะไรล่ะ นี่กูกำลังสนองความต้องการของมึงเลยนะ”



“ไม่เอา พี่ทัพไม่เอา” 



เมลยิ่งดิ้นมายิ่งขึ้นเมื่อคนร่างสูงโยนเสื้อเชิ๊ตแขนยาวราคาแพงของตัวเองทิ้งไป พร้อมๆกับปลดเข็มขัดและรั้งกางเกงลงไปให้พ้นตัว จับแกนกายรูดรั้งแรงๆ แกนกายใหญ่ผงาดให้เห็นเต็มตาจนคนร่างบางยิ่งพยายามดิ้นหนี



“อยู่เฉยๆ จะดิ้นทำไมวะ!” 



ตะคอกออกไปแบบนั้นพร้อมๆกับที่ร่างสูงกระชากขาเรียวที่พยายามหนีบเข้าหากันให้อ้าออกกว้าง  เผยให้เห็นแกนกายน่ารักขนาดเหมาะมือและช่องทางสีสวยที่ยังไม่เคยมีใครได้เห็น เมลรู้สึกร้อนหน้าไปหมด ทั้งเขินทั้งอายทั้งกลัวและอยากจะหนีจากสถานการณ์ตรงนี้ไปให้พ้นๆ



“อย่า ฮึก พะ...พี่ทัพ ผมขอร้อง”



“ได้สิ...ร้องออกมาให้ดังๆเลยนะมึง แล้วก็จำค่ำคืนนี้ไว้จนวันตายของมึงได้ก็ยิ่งดี”



“อ๊ะ เฮือก ...อึก... อ๊า!!”



ไม่มีการเบิกทาง ไม่มีเจลหล่อลื่น ไม่มีจูบหวานๆที่ช่วยปลอบประโลมจิตใจแบบที่เคยหวังไว้หรือที่เคยเห็นในหนังมาก่อน



สิ่งที่ได้รับมาในตอนนี้มีเพียงความรู้สึกทั้งเจ็บร้าวไปทั้งตัว รับรู้ได้ถึงเนื้อที่ฉีกขาดของตัวเองในยามที่คนด้านบนพยายามเสือกตัวดันแกนกายใหญ่โตเข้ามาในช่องทางด้านหลังของตัวเอง เมลที่กรี๊ดร้องออกมาด้วยความเจ็บ ใบหน้าเชิดแหงนขึ้นพร้อมๆกับน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้ม



“อึก ซี๊ดด แม่ง...นี่มึงไม่เคยหรอวะ ซี๊ด” 



เสียงทุ้มเข้มที่ดังอยู่ข้างๆหูไม่ช่วยให้ความเจ็บปวดลดลง ... ขอบตาของผมร้อนผ่าว รู้สึกได้ถึงน้ำตาที่ไหลลงมาช้าๆ เจ็บและชาจนต้องกัดฟันเข้าหากันจนแน่น ... ก่อนจะปรือตาขึ้นมาช้าๆ มองภาพของคนตรงหน้าที่กำลังคล่อมทับผมไว้ สายตาคมที่จ้องมองตอบลงมา ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร เห็นแต่เพียงดวงตาที่มองจ้องมาพร้อมๆกับกรามที่เหมือนกำลังขบกันแน่นและเหงื่อที่เริ่มออกมาตามไรผมของมัน และอวัยวะส่วนนึงของมันกำลังกลายเป็นหนึ่งเดียวกันกับผม หัวใจของผมสั่นระรัว ทั้งๆที่ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องที่ผมเองมีความสุข แต่หัวใจมันเองก็กลับสั่นไม่หยุด เสียงในหัวที่กระซิบดังไปถึงหัวใจ มันกำลังพูดเบาๆแผ่วๆบอกย้ำชัดกับตัวเองให้ได้รู้



‘มึงเป็นของมันแล้ว  มึงเป็นของพี่ทัพแล้ว ผู้ชายที่มึงรัก ใช่ ... ตอนนี้มึงกลายเป็นของมันแล้ว’



น้ำตาผมไหลออกมาตอนที่หลับตาลงช้าๆ และร่างสูงก็โยกสะโพกขยับเข้าออกแบบไม่ปราณี ไม่มีความสงสาร มันไม่ใช่ครั้งแรกของผมในแบบที่ผมเคยจินตนาการไว้ ไม่ใช่เลย...



สะดุ้งเฮือกขึ้นมาจนแผ่นหลังแอ่นโค้งขึ้นมาจากที่นอน เชิดหน้าขึ้นพร้อมๆกับที่ขาต้องเกร็งจิกปลายเท้า เมื่อลิ้นร้อนขบเม้มลงบนยอดอก



“อ๊ะ อื้ออ”



“ครางอ่อยเลยนะมึง ซี๊ด ตอดเก่งจังวะ”



ร่างสูงที่ว่าออกมาแบบนั้นพร้อมขยับสะโพกสอบเข้าออกส่งท่อนเอ็นแข็งขืนสวบเข้าสวบออกแบบไม่มีความปราณี  ทัพหน้าที่หลับตากัดฟันแน่น รู้สึกถูกตอดรัดอย่างแรงจนแทบจะเสร็จ เป็นความรู้สึกที่เป็นครั้งแรกที่พึ่งได้รับรู้



“ฮึ่ม ซี๊ด”  ครางเบาๆใยลำคอ ก่อนที่ใบหน้าคมจะเปลี่ยนไปซุกไซร้ตามคอขาว ทั้งจูบทั้งขบเม้มไปตามเนื้อตัวอย่างที่อยากจะทำ



เมลที่ปรือตาขึ้นมองในตอนที่ร่างสูงผละหน้าออกมาและดันตัวขึ้นไปจับขาขาวอ้าออกให้กว้างมากขึ้น มองเห็นหน้าอกหนาและหน้าท้องแกร่งที่กำลังเกร็งจนเห็นมัดกล้ามแน่นๆ ฝ่ามือหนาที่เลื่อนมาจับท่อนเอ็นพอดีมือของคนร่างบางขยับขึ้นลงแรงๆพร้อมๆกับที่ส่งท่อนเอ็นแข็งขืนเข้าออกแบบไม่ผ่อนแรง ดันเข้าสุดและผละออกจนแทบจะสุดลำ



“อ๊ะๆ อื้ออ พะ..พี่ทัพ อ๊า”



“ซี๊ด”   



เสียงชื่นแฉะที่ดังก้องไปทั่วห้องอย่างหยาบโลน  จากความเจ็บเริ่มเปลี่ยนเป็นเสียวซ่าน ใบหนาหวานที่เชิดขึ้นพร้อมๆกับช่องทางด้านหลังที่เริ่มขมิบตอดรัดแกนกายใหญ่ถี่ระรัวมากขึ้นจนทัพหน้าต้องซี๊ดปาก



“อ๊ะๆๆ อ๊า มะไม่ไหวแล้ว”



“ฮึ่มมมม อ่า”.....



ใบหน้าหล่อคมที่แหงนขึ้นพร้อมๆกับเสียงร้องครางต่ำๆในลำคอจนเห้นเส้นเอ็นที่ลำคอ เหงื่อไหลลงมาทั่วแผ่นอกพร้อมๆกับเสียงหวีดร้องของคนร่างบางที่ปลดปล่อยออกมาพร้อมๆกับของเหลวสีขาวที่ปลดปล่อยเข้าไปที่ช่องทางอ่อนนุ่มที่ตอนนี้ตอดรัดตุบๆจนทัพหน้าต้องครางเบาๆ  ร่างบางที่ที่ตัวอ่อนทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างหมดสภาพและข้อมือบางที่ขึ้นสีจากการดิ้นรนและยังโดนผูกข้อมือเอาไว้แบบนี้   ทัพหน้าที่ซบหน้าลงบนซอกคอขาว หายใจหนักๆออกมา ก่อนจะผละหน้าออกมาช้าๆ มองดูคนใต้ร่างที่หลับตาหายใจถี่ๆ ก่อนจะก้มลงไปกัดที่ซอกคอขาวแรงๆอีกครั้ง



“อ๊ะ อ๊า เจ็บ!”  เมลที่ลืมตาขึ้นมาช้าๆ น้ำตาคลอออกมาอีกครั้งเพราะแรงกัด จ้องตาตอบคนที่เลื่อนหน้าเข้ามาใกล้พร้อมแสยะยิ้มใส่



“กูปลุก...มึงอย่าหวังว่าคืนนี้มึงจะได้นอน หึ”



“ไม่ๆ...ไม่ อื้ออ”



-------



ร่างบางที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงกว้างโดยมีผ้าห่มคลุมไว้ลวกๆเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาในช่วงเวลาเที่ยงของวันถัดไป ดวงตาสวยที่ปิดสนิทเริ่มขยับน้อยๆ พร้อมๆกับที่หัวคิ้วเริ่มขมวดมุ่นเข้าหากันยามที่เจ้าตัวเริ่มขยับตัว หากแต่ขยับเพียงนิดหน่อยกลับรู้สึกเจ็บแปร๊บร้าวไปทั่วทั้งตัว ช่องทางด้านหลังทั้งเจ็บทั้งแสบจนตัวเองยังรู้สึกได้ว่ามันต้องบวมช้ำไปหมด หัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันแน่นขึ้นไปอีกเมื่อเริ่มรู้สึกว่าได้ยินแปลกๆแว่วๆเข้าหูมาให้ได้ยิน



“ขอบใจมากหมอ ฉีดยาเสร็จแล้วก็กลับๆไป”



“ครับๆ ขอตัวครับคุณทัพหน้า”



‘แกร๊ก’



คนร่างสูงที่ไม่ได้ตอบกลับอะไรออกไป ทำเพียงแค่มองตามร่างของหมอที่รีบกุลีกุจอเก็บของออกจากห้องไป มองจนหมอปิดประตูและหายไปจากสายตา คนร่างสูงก็เดินมายืนอยู่ข้างเตียง จ้องมองร่างบางที่ตอนนี้นอนขมวดคิ้วอยู่บนเตียงนิ่งๆเหมือนกำลังรู้สึกไม่สบายตัว ... ฝ่ามือหนาตบลงบนหน้าเรียวหน่อยๆจนคนที่นอนอยู่ค่อยๆปรือตาขึ้นมามองช้าๆ



“อ๊ะ อื้ออ”



เบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจ เพราะพอลืมตาตื่นขึ้นมาก็เจอไอ้บ้านี่อยู่ตรงหน้า เมลอยากจะตะโกนแหกปากออกมาดังๆ แต่ก็ทำไม่ได้ รู้สึกว่าลำคอของตัวเองแห้งผาดไปหมด ได้แต่ร้องครางออกมาเบาๆ เสียงที่จะเปล่งออกมาก็หายากเต็มที่ ...เมื่อคืนก็มั่นใจว่ากูไม่ได้ไปโบกแท่งไฟในคอนWanna One หรือGot7แน่ๆเพราะกูกดบัตรไม่ทัน พูดถึงแล้วเศร้า



“สำออย โดนแค่นี้ทำมาเป็นไข้” 



เสียงเข้มที่ว่าออกมาแบบนั้นพร้อมปลายตามองหน่อยๆทำเอาเมลถึงกลับหลุดออกจากภวังค์ของตัวเอง  ทัพหน้าที่มองมาที่เมลนิ่งๆก่อนจะถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะยกมือไปวางลงบนหน้าผากและแก้มแบบไม่เบามือเพื่อวัดไข้ ทัพหน้ารับรู้ได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาถูกหลังมือของตัวเองจนรู้สึกได้  แต่ความเจ็บใจจากสิ่งที่โดนคนตรงหน้าทำไว้กับครอบครัวของตัวเอง ร่างสูงเลยเลือกที่จะไม่สงสารแทน



“เจ็บนะเว้ย” พยายามเปล่งเสียงออกมาให้ดังที่สุด แต่เสียงที่พูดออกมากลับแหบไปหมด



“ปากดีได้แบบนี้ มึงคงไม่ตายง่ายๆสินะ ก็ดีเพราะกูยังสะใจไม่พอ”



“หมายความว่าไง!” แค่นเสียงตะคอกใส่คนร่างสูงตรงหน้าแบบสุดจะทน ทัพหน้ายกยิ้มร้ายๆ ก่อนจะสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ ฝ่ามือใหญ่ที่จิกลงไปบนเส้นผมสวยพร้อมกระชากให้เงยหน้าขึ้นมามองกัน



“โอ๊ย! เจ็บนะเว้ย”



“เหอะ ตอนนี้ไม่เรียกกูว่าพี่ทัพแล้วรึไง ไหนล่ะ ไอ้เด็กปีหนึ่งที่ตามวอแวกูดีๆมันหายไปไหนแล้วล่ะ”



“แล้วใครมันจะไปเรียกไอ้เหี้ยแบบมึงด้วยคำพูดดีๆแบบนั้นกันวะ”



“ปากดี ...ดี! ...แบบนี้สิถึงจะสนุก”



“อะ...โอ๊ยย ปล่อยนะเว้ย”



ร่างบางที่ลุกตามแรงกระชากผมจากคนร่างสูงให้เดินตามไป มือเรียวที่พยายามจะดึงมือแกร่งออกจากหัวแต่ก็ไม่สำเร็จ


‘พลัก’



“อาบน้ำซะ เห็นแล้วขัดสายตา สกปรก ทำมาเป็นป่วย ดัดจริต บอกไว้ก่อนกูไม่สงสารมึงหรอกนะ” 



ร่างหนาที่โยนคนร่างบางเข้าไปในห้องน้ำอย่างแรง จนอีกฝ่ายล้มลง ทัพหน้าทำแค่มองนิ่งๆแบบไม่ได้คิดจะเข้าไปช่วย


“จะเอายังไงกับกูอีกห๊ะ!”



“หึ ก็เอากับมึงให้ตายไปเลยล่ะมั้ง” 



ว่าแบบนั้นพร้อมยักไหล่ใส่แบบไม่สนใจ สีหน้าและแววตาเฉยชาปรากฏอยู่บนใบหน้าคมอีกครั้ง



“ยังไม่พอใจอีกหรือไงวะ จะเอาอะไรอีก!”



“ยัง! กูยังไม่พอใจ ถ้ากูยังทำให้มึงเจ็บไม่ได้ครึ่งที่กูรู้สึก กูก็ยังไม่พอ”



“กูเจ็บ เจ็บแล้วเว้ย! ปล่อยกูไปเหอะ กูไม่อยากอยู่กับมึงแล้ว”



“หึ นั่นแหล่ะคือสิ่งที่กูต้องการเลย”  ว่าออกมาแบบนั้นก่อนที่จะปลายสายตาคมกลับมามองคนที่นั่งอยู่ที่พื้นห้องน้ำ พร้อมเหยียดรอยยิ้มสะใจออกมาให้คนร่างบางได้เห็น



“ยิ่งมึงอยากหนีไป นี่แหล่ะคือสิ่งที่กูจะไม่ให้มึง อยู่เป็นตุ๊กตายางให้กูเอาเล่นไปก่อนเถอะมึง”



“มึงไม่ได้ชอบผู้ชาย มึงมีเมียแล้วนะเว้ย จะมาเอากูอีกทำไม”



“กูมีเมียแล้วไงวะ กูเอามึงแล้วยังไง ก็ในเมื่อ...กูเอามึงไปก็ไม่ได้รู้สึกรักขึ้นมาอยู่ดี...และที่สำคัญ เพราะมึงไงที่ทำให้เมียกูนอนรอความตายแบบไม่ฟื้นเป็นเจ้าหญิงนิททราอยู่ตอนนี้ ก็มึงไงที่ทำ มึงเองไม่ใช่รึไงที่อยากได้กูจนต้องทำเรื่องเลวๆแบบนี้ แล้วมันผิดตรงไหนที่กูกำลังสนองให้มึงอยู่ตอนนี้”



ทัพหน้าว่าออกมาแบบนั้นแล้วสาวเท้าเข้าไปใกล้ ฝ่ามือแกร่งที่บีบปลายคางบังคับให้เงยหน้าขึ้นมามอง ดวงตาคมที่จ้องเข้าไปในดวงตาใสที่ตอนนี้เอ่อคลอไปด้วยน้ำตาอีกครั้ง แต่คนร่างบางก็พยายามกระพริบตาถี่ๆเพื่อไม่ให้น้ำตาไหล



...จะอ่อนแอมากไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว ...



ทัพหน้าเห็นแบบนั้นแล้วยิ่งรู้สึกสะใจเป็นบ้า เหยียดยิ้มมุมปากออกมาก่อนจะเอ่ยต่อ



“มีแต่มึงนั่นแหล่ะ ที่พอโดนกูเอาแล้ว…รู้รึยังว่ากูไม่รักมึง...ต่อให้มึงฆ่าณราชาตาย มึงก็ไม่เคยได้ใจของกู”



สะบัดมือออกจากหน้าของคนตรงหน้าจนอีกคนหน้าหัน ร่างสูงจ้องมองเหยียดก่อนจะเดินหนีออกไปจากห้องน้ำ ทิ้งให้คนร่างบางมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินออกไปทั้งแบบนั้น คาราเมลที่ค่อยๆลุกขึ้นยืนด้วยขาของตัวเองช้าๆ รู้สึกทั้งหนาวทั้งเจ็บเนื้อเจ็บตัวไปหมด ขาทั้งสองข้างสั่นระริกอย่างน่าสงสาร เดินช้าๆไปปิดประตูลงกลอนเรียบร้อยเพราะกลัวอีกฝ่ายจะโผล่เข้ามาอีก ก่อนจะค่อยๆทรุดตัวลงนั่งพิงประตูห้องน้ำ ไม่ได้สนใจว่ามันจะสกปรกหรือไม่ ขาเรียวที่ชันเข่าขึ้นมาก่อนจะก้มหน้าลงไปแล้วสะอื้นไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร



“ฮึก ฮึก ฮื่อออ”



ความรู้สึกเสียศักดิ์ศรี  เสียใจ เสียความรู้สึก มันตีรวนรวมกันอยู่ในอกจนช้ำใจไปหมด สีหน้าและแววตาของทัพหน้าไม่ได้ล้อเล่น ทุกคำที่อีกคนพูดไม่ใช่เรื่องล้อเล่น  และความรู้สึกของเขาเอง ... มันก็ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเช่นเดียวกัน  เวลาผ่านมาตั้ง4ปีแล้ว เคยคิดเสมอว่าลืมคนร่างสูงไปแล้ว แต่ไม่เลย ทั้งๆที่เราคิดว่าลืมแต่ก็เป็นคนที่วิ่งเข้าไปหาตลอด ... เรื่องบางเรื่องที่เราคิดว่าเราลืมไปแล้ว จริงๆมันเป็นการหลอกตัวเองตั้งแต่ที่เราเริ่มบอกว่าเราลืม คนที่จะลืมจริงๆ มันไม่ต้องคิดว่ามันลืมหรอก เพราะแค่เราคิดว่าเราลืมได้แล้ว จริงๆมันก็คือการเริ่มนึกถึงเรื่องราวนั้นขึ้นมาใหม่อีกรอบต่างหาก



น้ำตาใสที่ไหลลงมาอาบแก้ม เสียงสะอื้นเบาๆดังก้องไปทั่วห้องน้ำให้ตัวเองได้ยิน  ตอนนี้แค่อยากจะร้อง ร้อง ร้องออกมาให้มากที่สุด ... มากพอๆกับความรู้สึกที่เสียไปและความเจ็บใจที่ได้มาแทน



“ทำไมต้องไปรักไอ้เหี้ยนี่ด้วย ฮึก แม่งเอ๊ย!”



ได้แต่กำมือแน่น แล้วฟาดแรงๆไปบนพื้นแรงๆอย่างเจ็บใจตัวเอง เสียทั้งตัว เสียทั้งใจ แถมยังเสียศักดิ๋ศรีโดยที่ไม่ได้อะไรตอบกลับมา



“ทั้งๆที่ตั้งใจจะทำดี แม่ง ฮึก โลกไม่เคยยุติธรรมกับกูเลย ฮึก ฮื่อ”



‘ปังๆๆๆๆ’



“มึงจะนั่งดราม่าร้องไห้ทำซากอะไร มึงรีบอาบน้ำเลยนะไอ้เมล!”



เสียงตบประตูหน้าห้องน้ำที่ทำให้ต้องสะดุ้งจนคนที่กำลังสะอื้นอยู่ต้องเผลอหยุดสะอื้นไปชั่วขณะเพราะความตกใจ  มือเรียวสวยรีบยกขึ้นเช็ดน้ำตาตัวเองไวๆ ก่อนจะมองแรงใส่ประตูที่ตอนนี้คงมีไอ้ควายพี่ทัพยืนทำหน้าเหี้ยอยู่ตรงนั้นแน่ๆ



“เร็ว!”  เสียงเข้มทุ้มต่ำที่ตะคอกออกมาอีกจนเมลสะดุ้งอีกรอบ



“อะ...เออ! อึก รู้แล้วโว้ย!”



“แม่ง ... จะให้กูได้ร้องไห้ดราม่าแบบคนพึ่งเสียใจหน่อยก็ไม่ได้หรอวะไอ้หน้าเหี้ย!” 



เมลค่อยๆคว้าขอบอ่างล้างหน้าไว้และพยุงตัวขึ้นไป  จ้องสภาพตนเองในกระจกแล้วยิ่งรู้สึกแย่ รอยช้ำรอยแดงรอบดูด ตั้งแต่หัวไหล่ ลำคอไล่ลงไปเรื่อยๆ แทบจะไม่มีตรงไหนที่ทัพหน้าจะไม่ทำไว้



“หึ ... มึงเป็นของมัน ของผู้ชายที่มึงรักแล้วว่ะไอ้เมล”



พูดกับตัวเองที่อยู่ในกระจก ก่อนจะแค่นยิ้มสมเพชเวทนาตัวเองออกมาแบบนั้น ... ก่อนที่จะค่อยๆพยุงตัวไปอาบน้ำ ... จะมัวแต่นั่งเสียใจแบบนี้ไม่ได้ ... เป็นไงเป็นกันสิวะ!



...


“ชักช้า ยืดยาด มึงเป็นเต่ารึไง”



เดินออกมาจากห้องน้ำ ก็เจอเข้ากับคนร่างสูงที่นั่งไขว่ห้างอยู่ปลายเตียงและจ้องตรงมาด้วยสายตานิ่งๆที่ติดจะไม่พอใจ เมลได้แต่เบ้หน้าใส่แบบรู้สึกเซ็ง ... ทำไมไม่ไปผุดไปเกิดสักทีวะแม่งคนยิ่งเวียนๆหัวอยู่



“ทำหน้าให้มันดีๆ เดี๋ยวกูเดินไปตบมึงนะ”



“แล้วมึงจะเอาอะไรจากกู พอใจรึยังล่ะ ถ้าพอใจก็ปล่อยกูไปสักทีเซะ!”



“กูบอกว่ากูยังไม่พอใจ มึงสมองควายหรือไงถึงเข้าใจยาก อย่าให้กูพูดเยอะ มันเจ็บคอ”



“แล้วจะเอายังไง มึงจับกูมา คิดว่ากำลังเล่นละครเรื่องจำเลยรักรึไงวะ”  เถียงออกไปแบบไม่ยอม เมลก็คือเมล ใช่เลย เค้านี่แหล่ะคาราเมล ลูกชายคนเล็กของบ้านยังไงล่ะ



“แล้วมึงคิดว่ามึงเป็นนางเอกรึไงล่ะ เหอะ มโน”



สัด !!



อยากจะตะโกนด่าออกไปแบบนี้  ตอนนี้โคตรเกลียดไอ้หน้านิ่งๆที่ถูกฉาบอยู่บนหน้าไอ้บ้านี่ชะมัด เป็นผู้ชายปากหมาหน้าตาย กูเกลียด!... เออ กูหลอก ยังเกลียดมันไม่ได้แต่ก็อยากจะเกลียดมันจริงๆ



“กูแค่เอามึงมาทรมารก็แค่นั้นล่ะ อยากจะรู้จริงๆว่าถ้าคนที่บ้านมึงรู้จะแฮปปี้กันแค่ไหนวะ” 



แค่นยิ้มออกมาอย่างเหนือกว่า และยิ่งรู้สึกถูกใจเข้าไปใหญ่เมื่อเห็นคนร่างบางเบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจ



“มึง อย่านะ!”



“หึ คุณหญิงแม่มึงจะใจขาดรึเปล่าวะ ถ้ารู้ว่ามึงโดนกูทำอะไรไปบ้าง”



“นี่! กูบอกว่ามึงห้ามบอกที่บ้านกูไง”



“ทำไมวะ ครอบครัวผู้ดีของมึงนี่หน้าบางกันจริงๆเลยสินะ” 



ทัพหน้ายกยิ้มออกมาอย่างเหนือกว่า คิดอยู่แล้วว่าคาราเมลจะต้องไม่ยอม ก็ในเมื่อเค้าให้คนไปสืบประวัติมาหมดแล้ว ครอบครัวหรเวชภูวดล ครอบครัวเชื้อสายนักผู้ดีเก่า แม่ของไอ้เมลเป็นคุณหญิง และพ่อมันเป็นท่านทูต หน้าตาสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ภาพพจน์ดีๆต้องมาก่อน เพราะแบบนี้ตอนที่มีเรื่องของณราชา ไอ้เมลมันถึงไม่ได้รับโทษอะไรเลย ก็เพราะว่าเรื่องราวถูกเก็บเงียบเพื่อให้ประวัติครอบครัวของมันขาวใสไร้ร่องรอยมลทินยังไงล่ะ เหอะ ตอแหล ... พอคิดมาถึงตรงนี้ก็ยิ่งแค้นใจ คิดว่ามึงมีอำนาจอยู่เหนือใครๆงั้นหรอ เล่นผิดคนแล้ว .... รู้จักครอบครัวมาเฟียเก่าแก่อย่างตระกูลเตชะณรงกรค์น้อยไปแล้วล่ะ ...



“กลัวรึไง” 



ถามออกไปแบบนั้น สายตาคมจ้องมองคนตรงหน้าอย่างเหนือกว่า เพราะทัพหน้ามั่นใจใจระดับนึงว่า คนรักศักดิ์ศรีแบบคาราเมลจะไม่ยอมให้ใครอื่นได้รู้เรื่องนี้แน่นอน โดยเฉพาะคนที่บ้านของตัวเอง มันไม่มีทางยอมเสียหน้าหรอก หึ...



“ก็บอกว่าอย่ายุ่งกับที่บ้านกู อย่ายุ่งกับแม่กู!”



“หึ ก็ได้นะ แต่ว่า.....”



“เลิกโยกโย้สักที ต้องการอะไรก็พูดมา” 



เมลที่กำหมัดแน่นจ้องหน้าทัพหน้าเขม็งแบบโกรธๆ โกรธที่ตัวเองสู้อะไรอีกฝ่ายไม่ได้เลย แต่เรื่องนี้เค้าจะให้ที่บ้านรู้ไม่ได้ โดยเฉพาะแม่ของเค้า ....



ทัพหน้ามองอีกฝ่ายที่กำลังทำหน้าคิดไม่ตก คนที่ดูไม่อยากจะยอมแพ้แต็ก็สู้ไม่ได้ ยิ่งพอเห็นแบบนั้นยิ่งทำให้ยกยิ้มออกมาได้ง่ายๆ มองๆไปไอ้เมลมันก็เหมือนลูกแมวตัวเล็กๆที่ดื้อรั้น แต่จริงๆก็สู้อะไรใครไม่ได้สักอย่าง แต่ถึแบบนั้น มันเองก็ยังไม่ยอมแพ้  เห็นแบบนี้แล้วยิ่งรู้สึกถูกใจกับของเล่นตรงหน้าจริงๆ รู้สึกอยากทำให้มันพัง



“มึงก็แค่ อยู่ให้กูทำ...”



“ทำอะไร”



“ทำอะไรก็ได้ตามใจกู ทำจนกว่ากูจะพอใจ...พอใจเมื่อไหร่ กูจะปล่อยมึงไปเอง แต่ไม่รับประกันว่ายังจะสมบูรณ์นะ”



“สัด กูไม่ใช่สัตว์นะเว้ย!”



“หรอ แต่กูว่ามึงเหมือนนะ ใจมึงหยาบเหมือนสัตว์ไง” 



จ้องตามองนิ่งๆก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เมลที่เห็นแบบนั้นก็ผวาเผลอก้าวถอยหลังไปอีกสามสี่ก้าว



“หึ ไอ้อ่อน”



“ไอ้...”



“มึงจะพูดอะไร ระวังปากมึงไว้ดีๆไอ้เมล” 



ว่าแบบนั้นก่อนจะยกมือชี้หน้าอีกคน เมลที่ตั้งใจจะอ้าปากด่าต้องรีบหุบปากเม้มเข้าหากันในทันที  ไม่ได้กลัวแม่งหรอกนะ แต่ตอนนี้คิดว่าถ้าต่อยกับอีกฝ่ายคนจะสู้ไอ้ควายป่านี่ไม่ได้หรอก



“แล้วมึงจะยืนหน้าโง่อีกนานไหม อ่อยกูรึไงถึงใส่แค่ชุดคลุมออกมา”



“ก็กูไม่มีชุด!”   ตะคอกออกไปแบบโกรธๆ  ใครจะไปอ่อยมึงวะ สมองหมา...ได้แต่กร่นด่าอีกคนอยู่ในใจ



“แหกตาดูสิ ชุดอยู่บนเตียง”   



ว่าแบบนั้นพร้อมเบี่ยงตัวหลบ  เมลชะเง้อคอมองไป ก็เห็นชุดใหม่วางไว้ให้บนที่นอน คนร่างบางที่ค่อยๆเดินเข้าไปที่เตียงแต่ก็เอาตัวหันข้างกระเถิบๆไปช้าๆ ไม่ยอมให้หน้าตัวเองหันหนีจากทัพหน้า สายตาสวยที่มองร่างสูงอย่างระแวดระวังทำเอาอีกคนส่ายหัว



“มึงทำอะไร”



“เปล่าเว่ย อย่ายุ่ง”



“คิดว่ามึงทำแบบนั้นแล้วถ้ากูอยากเอา มึงจะรอด?”



“เอาอะไรอีก! บะ...บ้าหรอวะ”



“ทำไม กูอยากจะทำอะไรก็ทำได้”



“ตะ...แต่ แต่กูเจ็บ เจ็บมากเลยนะ แล้วมึงอ่ะ มึงไม่ได้ชอบผู้ชายนะเว้ย จะมาเอากูอะไรนักหนา ถ้าอยากให้กูเสียศักดิ์ศรีอ่ะ กูเสียแล้วไง กูอายมากพอแล้ว มึงยัง...”



“พร่ามอะไรอยู่ได้ น่ารำคาญ”



ว่าออกมาแบบนั้นด้วยสีหน้านิ่งๆ แต่แววตาที่ส่งมาให้กำลังบอกว่ารำคาญเอามากๆ ทัพหน้าที่พูดแค่นั่น ก็หันตัวกลับหลังแล้วเดินหนีออกจากห้องไปหน้าตาเฉย คนร่างบางกระพริบตาปริบๆมองตามอีกฝ่ายที่เดินหนีออกไปทั้งแบบนั้น



“ไอ้เชี่ย กวนตีน!” 



ตะโกนตามหลังไปเมื่ออีกคนเดินออกไปแล้ว เมลที่เดินไปทรุดตัวนั่งบนเตียงแล้วถอนหายใจออกมาเหนื่อยๆ แค่กลับมาเจอกันไม่กี่วัน ทำไมมันเหนื่อยหัวใจมากกว่าตอนที่แอบมองอยู่ไกลๆจังวะ



...

               

หลังจากแต่งตัวเสร็จแล้วได้สักพัก ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปไหน ก็ในเมื่ออีกฝ่ายมันหายตัวไปแล้วและมันคงไม่อนุญาตให้ผมออกไปไหนแน่ๆล่ะ ผมเองตอนนี้ก็รู้สึกไม่สบายตัวเท่าไหร่ด้วย จริงๆรู้สึกเหมือนว่าตัวร้อนๆ น่าจะป็นไข้ด้วยซ้ำ แต่ก่อนหน้านี้ก็เถียงกับไอ้บ้าทัพหน้าไปเสียงดัง  ไม่อยากยอมแพ้ แม้กูจะเจ็บคอ ... เพราะแบบนี้เลยคลานขึ้นไปนอนบนเตียง ตั้งใจจะหลับอีกสักหน่อย



‘แกร๊ก แอ๊ดด’



“ขอโทษครับ”



“เห้ย คุณเป็นใครวะ”  สะดุ้งเด้งตัวขึ้นมาจากเตียง หันไปก็เห็นร่างสูงใหญ่ในชุดสูธดำ มองแว๊บเดียวก็รู้เลยว่าต้องเป็นลูกน้องไอ้บ้าทัพหน้าแน่ๆ



“คุณทัพหน้าให้นำข้าวและยามาให้คุณคาราเมลครับ”



“เหอะ ทำยังกับเป็นนักโทษ”



“ทานเสร็จแล้วผมจะมาเก็บนะครับ อ้อ...แล้วเจ้านายอยากพบคุณหลังจากทานเสร็จด้วยครับ”



ไม่ได้ตอบรับคนร่างสูงออกไป อีกฝ่ายที่เห็นผมจ้องนิ่งๆใส่เลยทำเพียงแค่ค้อมหัวส่งมาให้ ก่อนจะถอยหลังกลับออกไปทั้งแบบนั้น หน้านิ่งไม่ติงไหวทั้งเจ้านายทั้งลูกน้อง อยากจะเอาหินทุบหน้า อยากจะรู้ว่าจะมีความรู้สึกอะไรบ้างไหมนอกจากหน้าตายๆของไอ้คนพวกนี้น่ะ



“เมื่อไหร่เรื่องบ้าๆนี่มันจะจบสักทีวะแม่ง ไอ้ประสาททัพ ง่ำๆ กูจะแดกให้มึงจนเลยคอยดู ง่ำๆๆ”



เมลที่หยิบข้าวขึ้นมากินพรางบ่นกับตัวเองออกไปแบบนั้น ตอนนี้คิดถึงบ้าน คิดถึงเพื่อน อยากจะหนีไปให้ไกลๆจากไอ้คนไม่มีหัวใจแบบไอ้ทัพหน้าที่สุดเลย ... อย่าให้หนีได้นะ กูจะหนีไปแบบมึงตามจับควันเลยล่ะ แม่ง!



“อย่าให้กูหนีได้นะ ง่ำๆ”



“มึงคิดว่ามึงหนีกูพ้นก็ลองดูสิ”




อ้าปากค้างพรางหันไปมอง คนร่างสูงที่กอดอกพิงกรอบประตูและมองมาด้วยรอยยิ้มที่ทำให้รู้สึกว่า ... กูมีงานเข้าอีกแล้วโว้ย!



-------TBC--------


มาแล้วจ้าาา ทุกวันเสาร์มาพบกับพี่ทัพน้องเมลเช่นเคยจ้าาา .... ใคร ใครที่ว่าพี่ทัพไม่ใหญ่ไม่ยาว!! หมายถึงตัวใหญ่และขายาว อิอิ ต้องมาอ่านตอนนี้ พี่ใหญ่มาก ว๊ายยยย

ไม่รู้ว่าฉากมหัศจรรย์จะถูกใจคนอ่านหรือเปล่า พูดตรงๆว่าแคทเขียนฉากNCไม่ค่อยเก่งค่ะ ถ้าตอนไหนมีฉากนี้จะเขียนได้ช้ามากกก  เพราะฉะนั้นหากไม่ถูกใจแคทต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

ส่วนเฮีย ... เออมันใจร้ายว่ะ เป็นฟิลผัวรว๊ายๆกับน้องเมลที่เถียงพี่มันไม่ทัน จ้า

ฝากแฮชแท็ค #หลงร้าย ไว้ด้วยจ้า ไปจิกด่าเกรี้ยวกราดได้เลย ขอบคุณคอมเม้นท์ทุกคอมเม้นท์แคทอ่านทุกข้อความจริงๆค่ะ หวังว่าจะถูกใจไม่มากก็น้อยนะคะทุกคน (กราบ)





 
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่2* {22.09.18}
เริ่มหัวข้อโดย: Yoghurt ที่ 29-09-2018 20:16:05
เรากลับมาแล้นน

เฮียทัพนี่ร้ายเหมือนที่คิดจริงๆ ไม่มีอะไรค่ะ ไม่กล้าด่าเฮีย กลัว หันไปด่านังเหลืองแทนก็ได้ นังเหลือง แกกกก

แต่อยากรู้ว่าน้องเมลทำจริงหรือเปล่าน้า

ถ้าไม่ได้ทำจริงก็น่าสงสารนะ เป็นสนามอารมณ์เฉย แต่น้องเป็นถึงลูกคนใหญ่คนโตเลยนา จะไหวหรอเฮีย

สคิปไปตอนรู้ความจริงเลยได้มั้ยน้าาา


เดี๋ยวๆๆๆ แคทพึ่งเห็นคอมเม้นท์นี้ ฮ่าๆๆๆ ขอบคุณมากๆนะคะ แต่ว่า ฮ่าาา พี่เหลือง สงสารรรร โปรดอย่าเห็นเฮียแกเป็นสนามอารมณ์ ก๊ากกกก คนอ่านตามมาด่ายันเรื่องเฮียทัพ  :laugh: :m20: แล้วมาอ่านอีกนะคะ
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่4* {06.10.18}
เริ่มหัวข้อโดย: Yoghurt ที่ 06-10-2018 20:23:31



บทที่4




“อ๊ะ โอ๊ยๆ เจ็บนะเว้ย จะกระชากอะไรนักหนา มึงนึงว่ามึงเป็นพระเอกของผู้กำกับพิศาลรึไงวะ”



ผมที่โดนเหวี่ยงไปกระทบกับกรงเหล็กขนาดใหญ่เต็มๆแรง เจ็บจนจุก แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้เดินออกมาจากห้องบ้าๆนั่น โดนลากขึ้นมาจากชั้นใต้ดิน เดินผ่านส่วนต่างๆภายในบ้านและทะลุมายังสวนที่อยู่ในโซนของด้านหลังของบริเวณบ้าน รู้สึกเหมือนได้พบแสงสว่างเป็นครั้งแรกหลังจากตกอยู่ในนรกทั้งวันทั้งคืน 

ไอ้บ้าทัพหน้ามันกระชากผมออกมาจากเตียงและลาก ลาก ลาก ผ่านหน้าลูกน้องหลายๆคนของมันมาแบบไม่สนใจใยดีว่าผมจะเจ็บหรือรู้สึกยังไง รองเท้ากูก็ไม่ได้ใส่ ไอ้หยาบเอ๊ย!



อาณาจักรของทัพหน้าใหญ่โตจริงๆ ด้านหลังของผมเป็นรั้วกรงเหล็กเหมือนกรงขังสัตว์ในสวนสัตว์ ภายในมีต้นไม้ปลูกไว้ไม่น้อยเลยและขอนไม้วางไว้เป็นส่วนๆเหมือนอยู่ในป่ายังไงยังงั้น ... ละสายตาจากตรงนั้นมาจ้องไอ้หยาบตรงหน้าเขม็ง ทำกับกูเหมือนไม่ใช่คน



“ทำไม มองหน้ากูแบบนั้นมึงจะทำอะไรกู” 



มันที่กอดอกถามออกมาแบบนั้น มองหน้าผมแบบเหยียดๆ ได้แต่กำหมัดแน่น อยากจะสู้ อยากจะพุ่งเข้าไปต่อยมันเดี๋ยวนี้  แต่สภาพไม่สู้ดีแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าจะไปสู้มันยังไง  เจ็บใจตัวเองที่อ่อนแอ และแพ้มันทุกทาง



“หึ มึงมันอ่อนไอ้เมล”



“ก็เรื่องของกู มึงเก่งมาก มึงเป็นไอรอนแมนงั้นเซะ!”  ถึงร่างกูไม่อำนวย แต่ปากกูดีมากพูดเลย  แอบเห็นคิ้วมันกระตุกแว๊บนึง อะ...สะใจนิดนึง



“ปากมึงดีนักนะ ถ้าปากดีมากก็ช่วยเลี้ยงสัตว์ให้กูหน่อยละกัน เผื่อจะลดความปากดีของมึงได้”



“สัด! มึงเห็นกูเป็นคนสวนรึไง”



“มึงไม่ใช่คนสวน...มึงเป็นทาส”



“เชี่ย”



“อย่ามาปากดี เข้าไปให้อาหารสัตว์เลี้ยงกู วันนี้กูยุ่ง”  ว่าออกมาแบบนั้น ก่อนจะเต๊ะท่ากอดอกยกยิ้ม ยิ้มเชี่ยไร หล่อมากมั้ง



“ทำไมกูต้องทำ”



“กูสั่ง  เข้าไป!” 



ว่าจบแบบนั้นมันก็หันไปพยักหน้าให้ลูกน้องที่แอบยืนสแตนบายอยู่แถวนั้น อะไรวะ อะไรกันวะพวกมึง และยังไม่ทันที่จะได้ตั้งตัวอะไรได้ทัน  รู้ตัวอีกทีตรงประตูรั้วกรงเหล็กด้านหลังก็ถูกเปิดออก และตัวของผมก็ถูกไอ้บอดีการ์ดชุดดำสามคนจับโยนเข้าไปในกรงเหล็กเต็มแรงจนล้มลงหงายหลัง เจ็บจี๊ดเข้าที่แกนสมอง ก้นกูจ้ำเบ้าเต็มๆ เจ็บจนน้ำตาเล็ด



“อะไรวะ!” 



ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปเขย่าลูกกรงแรงๆด้วยความโมโห มองเห็นมันที่ยืนอยู่ด้านนอกลูกกรงยกยิ้มมุมปาก แววตานิ่งที่มันไม่ค่อยแสดงออกอะไร ตอนนี้กลับกำลังวาววับแลดูสะใจ ... อะไรวะไอ้เชี่ย!



“เล่นกับสัตว์เลี้ยงกูให้สนุกล่ะ”



‘แกร็กๆ’    มันที่ว่าออกมาแบบนั้นก่อนจะเดินไปคล้องแม่กุญแจปิดล็อคกรงตรงหน้ากู เดี๋ยวนะ...



“กรงขังอันนี้ ปกติกูเอาไว้ขังพวกลูกค้าที่มันทรยศกู เอาไว้ให้มันมาเล่นกับเชอร์รี่แก้เหงา”



อะไรคือเชอร์รี่กู ...?



“อะ...อะไรของมึง!”



‘กึก’



“ดูนั่นสิ” 



มันที่แสยะยิ้มออกมา ก่อนจะชี้นิ้วไปที่ด้านหลังของผม ผวาจนตาเบิกกว้างตัวสั่นไปหมด อยากจะกระโดดหนีออกจากตรงนี้ตอนนี้



“นะนี่มันอะไรกันวะ! เชี่ย! ปล่อยกูออกไปนะไอ้บ้าทัพ!!”



ตะโกนออกไปอย่างรนรานตอนที่มองเห็นแววตาที่ดูสนุกสนานของมัน



“หึ ฆาตกรอย่างมึง ลองรับรู้ความรู้สึกของคนที่กำลังใกล้จะตายหน่อยเป็นไง เล่นกับลูกกูให้สนุกล่ะ เปิดประตู!”



“ครับนาย!”   



ผมหันหน้าเลิกลักมองตามลูกน้องของมันที่วิ่งไปกดปุ่มอะไรบางอย่าง  ผมที่หันหน้าไปมองที่ด้านหลังอีกครั้ง ตรงมุมมืดๆที่ด้านหลัง ยังมีผนังกรงเหล็กกั้นไว้ แต่พอจบคำที่ไอ้ทัพมันสั่งลูกน้องของมันเท่านั้น



‘แกร๊ก แกร๊ก ฟืดฟาด’



เสียงเลื่อนเปิดของกรงเหล็กที่ค่อยๆถูกยกขึ้นจนสุด มาพร้อมๆกับเสียงหายใจฟืดฟาดของสัตว์ป่า  แววตาที่ผมมองเห็นอยู่ตอนนี้ทำเอาตัวสั่นระริก  หันหน้าไปหาร่างสูงของอีกคนที่มองดูผมอย่างสะใจ



“ปล่อยกูนะทัพ ปล่อยสิเว้ย!”



เขย่าลูกกรงแรงๆ แต่อีกฝ่ายกลับทำเป็นไม่สนใจ  เสียงก้าวย่างออกมาช้าๆจากมุมมืด พร้อมๆกับเสียงคำรามต่ำๆที่ทำเอาต้องถอยหลังกรูดเมื่อภาพตรงหน้าที่เห็นคือภาพของสัตว์ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าป่า สัตว์สี่ขาหน้าขนขนาดใหญ่ที่ค่อยๆเดินออกมาสู่แสงสว่างช้าๆ ดวงตาดุร้ายที่จ้องมองตรงมาที่ผม ไม่ต่างจากการที่มันมองเห็นเหยื่อตัวเล็กๆ



‘กรร’



สิงโตตัวใหญ่เพศผู้ที่มีแผงขนหนา มันที่ค้อมหัวลงต่ำเหมือนอยากหยั่งเชิงศัตรู ดวงตาดุจ้องมองมาที่ผมแบบไม่หลบตา สายตาของสัตว์ป่าที่ผมเคยเห็นแค่ในทีวี ตอนนี้มันกำลังยืนอยู่ตรงหน้า ผมที่ตัวสั่นขาสั่น นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นสิงโตตัวเป็นๆ



“มะ....ไม่ ไม่นะ” 

 

ได้แต่พูดเสียงอ่อยๆออกมา ไม่กล้าแม้กระทั่งจะตะโกนออกเสียงดังๆ สายตาที่หันออกไปมองนอกกรงขัง จับจ้องมองไปที่ดวงตาคมของทัพหน้าอย่างอ่อนวอน กลัว... ตอนนี้กลัวจับใจ ขอร้อง...ได้โปรดเถอะ



หากแต่อีกฝ่ายกลับแค่นั่งอยู่ตรงนั้น มองตรงมาด้วยความไม่สะทกสะท้าน  ขาแข็งแกร่งที่ยกขึ้นมานั่งไขว่ห้างพร้อมยกบุหรี่ขึ้นสูบมองตรงมาที่ผมอย่างไม่สนใจใยดี กลับกันคนร่างสูงกลับกำลังเหมือนมีความสุข  ภายใต้สายตาเย็นชานั่นกลับฉายแววสนุกขบขันเหมือนกำลังได้ดูภาพยนต์ชั้นเลิศอยู่ตอนนี้



‘ฟู้ววว’



ควันบุหรี่สีเทาจางๆที่พ่นออกมาช้าๆ และคว้ามือไปหยิบแก้วไวน์จากลูกน้องมาจิบ ก่อนจะแสยะยิ้มร้ายกาจมาที่ผม



‘สวบ สวบ สวบ’



ละสายตาจากคนร่างสูงกลับมาที่ตรงหน้า  ...ขาสี่ขาที่ก้าวเดินเข้ามาใกล้ช้าๆ และผมที่ค่อยๆถอยหลังช้าๆ ช้าๆ.... ไม่กล้าแม้กระทั่งจะหายใจแรงๆ สายตาของผมที่หลุกหลิ่กไปมาอย่างหาทางหรี นั่นน่าจะเป็นคำตัดสินของมันแล้วว่า ผมเป็นเหยื่อที่อ่อนแอมากเกินไปสำหรับมัน และมันเลือกที่จะจัดการกับเหยื่อของมันในตอนนี้ ....



‘โฮกกกก!!’



“อ๊ากกกก”



ขาหน้าสองขาใหญ่ ที่ยกขึ้นสูงพร้อมปากของมันที่อ้าออกกว้างส่งเสียงร้องคำรามดังลั่นก้องไปทั่วพื้นที่ ผมที่ตาเบิกกว้างพร้อมๆกับรู้ตัวว่ามันกำลังจะกระโจนเข้าใส่ หันหลังวิ่งหนีทันที ไม่ผมต้องหนี หนี ... วิ่งกระโดดข้ามขอนไม้ที่วางไว้แถวๆนั้น  ยิ่งวิ่งยิ่งรู้สึกเจ็บร้าวไปทั่วตัวและยิ่งเจ็บหนักมากๆคือช่องทางด้านหลังที่รู้สึกระบมไปหมด อยากจะวิ่งหนีให้เหมือนเป็นโจรขโมยเงินวัด แต่กลับทำได้แค่วิ่งช้าๆอย่างสุดแรงที่มีในตอนนี้ และนั่น .... มันเลยไม่ทัน ...



‘แควก!’



“โอ๊ย!”



‘ฟุบ!’



แรงตะปบจากอุ้งตีนแข็งแรงของเจ้าป่าโดนเข้าเต็มๆที่หัวไหล่ซ้าย แรงของมันที่กระโจนเข้าหาผม ทำเอาผมที่กำลังวิ่งหนีอยู่ล้มคะมำหน้าทิ่มไปกับพื้น หัวเข่าที่กระแทกเข้ากับพื้นหญ้าอย่างแรง รับรู้ได้ถึงกลิ่นคาวเลือด และเสื้อที่ขาดวิ่นจากแรงตะปบจนเผยให้เห็นส่วนหัวไหล่ขาวที่ตอนนี้มีรอยตะปบของสิงโตตัวโตตรงหน้าและเสือดสีแดงสดที่กำลังไหลลงมาจนถึงหน้าอกขาวที่มีรอยแดงเป็นจ้ำๆประปรายจากฝีมือของเจ้าของสิงโตตัวนี้ ... หันหน้าไปทางด้านหลังในสภาพที่ล้มคว่ำอยู่กับพื้น ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยดินและเศษใบไม้ ด้วยดวงตาสั่นๆ น้ำตาเริ่มเอ่อคลอขึ้นมาที่หน่วยตา ภาพตรงหน้าคือสิงโตตัวใหญ่ที่จ้องตรงมาที่ผม มันที่ก้าวเดินเข้ามาช้าๆอีกครั้ง



ผมที่พยายามคลานหนีไปกับพื้นดินสกปรก เจ็บแผลที่หัวไหล่ไปหมด เจ็บทั้งตัว รู้สึกร้อนวูบวาบและเวียนหัว แต่ผมจะเป็นอะไรตอนนี้ไม่ได้ ... ผมต้องหนี ...ผมต้องหนี ... ผมจะตายไม่ได้ ห้ามตายนะตัวกู



‘ครางงงง  โฮกกกกก!!’



แต่อาจจะหนีไม่รอด .... เสียงคำรามดังลั่นของสิงโตตัวใหญ่ที่เตรียมตัวกระโจนเข้าหาอาหารอันโอชะที่อยู่ตรงหน้าตามสัญชาตญาณของผู้ล่า .... ผมที่ฟุบหน้าลงกับพื้นกอดตัวเองแน่นๆ ไม่....ไม่รอดแล้ว นี่คือจุดจบของผมสินะ จุดจดของการทำผิดของผม  น้ำตาไหลลงอาบแก้มอีกครั้ง รับรู้ถึงความตายที่อยู่ตรงหน้า ภาพในหัวฉายเหมือนฟิล์มสมัยโบราณที่ถูกเปิดฉายออกจากเครื่องเล่นเป็นฉากๆ



‘เอี๊ยดดดด โครมมม ตู้มม’   



แสงไฟแดงฉาน เสียงระเบิดที่ดังลั่นในวันนั้น  ตัวของผมที่ฟุบอยู่ที่พื้นไม่ต่างจากวันนี้ ผมไม่ได้เข้าไปช่วยเธอ ทั้งๆที่เธอกำลังพยายามยื่นมือออกมาขอความช่วยเหลือ ผมนอนเฉยๆมองดูอยู่ตรงนั้น .... ผมไม่ช่วยเธอ เพราะอะไร เพราะตัวผมกำลังเจ็บเหมือนกัน  หรือเพราะว่าเธอคือณราชา คนรักของทัพหน้า...ผู้ชายที่ผมเองก็รักเหมือนกัน  ผม...ไม่ช่วยเธอ



ผมไม่รู้ ไม่รู้ว่าเธอท้อง ผมไม่รู้.... ไม่รู้ว่ารถที่ผมขับชนวันนั้นคือรถของณราชา



ถึงผมจะรักทัพหน้า ...



แต่ผมไม่ได้...



.

.

.





‘วี๊ดวิ้ววว’



‘แกร๊ก’



‘ตึก ตึก ตึก’



เสียงผิวปากดังขึ้นจากริมฝีปากหยักได้รูป ทำเอาเจ้าสิงโตตัวใหญ่ที่กำลังตั้งท่าจะกระโจนตะครุบเหยื่อต้องชะงักร่างกาย ขายาวของคนร่างสูงที่ตะหวัดลุกขึ้นยืน พร้อมๆกับฝ่ามือหนาที่ปาบุหรี่ทิ้งลงพื้นอย่างแรง  ดวงตาคมจ้องไปที่ประตูกรง และลูกน้องที่รู้ใจก็รีบกระวีกระวาดมาไขกุญแจเปิดออกให้ในทันที  ทัพหน้าที่เดินเข้าไปในกรง ก้าวเดินช้าๆเข้าไปใกล้สิงโตหนุ่มเพศผู้ที่ตอนนี้หันมามองหน้าผู้เป็นเจ้าของ  ดวงตาคมนิ่งของทัพหน้าจ้องมองตรงไปที่สิงโตหนุ่มนิ่งๆอย่างไม่ไหวหวั่น พร้อมๆกับก้าวเข้าหาอย่างไม่เกรงกลัว



เชอร์รี่ ถอย!



เสียงเข้มดุที่แสงถึงอำนาจดังก้องออกมาจากริมฝีปาก ดวงตาคมดุจากสัตว์ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าป่าจ้องมองมาที่เจ้าของนิ่งๆก่อนจะกระพริบตาลงช้าๆ และค่อยๆก้าวถอยหลังออกมาช้าๆ  สัตว์สี่ขาที่เดินเข้ามาหาช้าๆ ก่อนที่ขนนุ่มนิ่มของมันจะมาถูๆอยู่ที่ฝ่ามือหนา



“วันนี้เล่นแค่นี้ก็พอ ไปเล่นผ้าห่มมึงนู่น ... นี่มันของเล่นกู” 



เสียงเข้มที่พูดออกมาอีก ก่อนจะเอาฝ่ามือหนายกขึ้นมาลูบหัวสิงโตตัวใหญ่น้อยๆ เจ้าสิงโตหนุ่มที่เอียงคอหน่อยๆมองไปที่ร่างบางที่นอนสลบอยู่ที่พื้นน้อยๆอย่างไม่วางตา



“ถอย! นี่ของกู!”



‘ครางง ฮื่ออ ฮึ่มม’



สิงโตหนุ่มที่ทำท่าจะไม่ยอมผละออกจากของเล่น แต่เมื่อเห็นผู้เป็นเจ้าของที่จองตรงมา เจ้าสิงโตที่แสนฉลาดและถูกเลี้ยงดูมาโดยทัพหน้าก็ครางเสียงอ่อยออกมา ก่อนจะปลายตามามองผู้เป็นนายน้อยๆแบบตัดพ้อแต่ก็ยอมถอยหนี และเดินหนีเข้าไปในกรงขังที่เป็นของตัวเอง กระโดดเข้าไปนอนนิ่งๆในกองผ้าห่มที่มันชอบ  ทัพหน้าที่มองตามสิงโตของตัวเองไปจนลับสายตาส่ายหัวหน่อยๆ  ก่อนขายาวจะก้าวเข้าไปหาร่างบางที่ตอนนี้นอนสลบอยู่ที่พื้นนิ่งๆ



“เหอะ....อ่อนแอ อ่อนแอขนาดนี้มึงกล้าคิดฆ่าคนได้ยังไง” 



ร่างสูงที่ทรุดตัวลงนั่งชันเข่าอยู่ตรงหน้าคนที่สลบสไลไปพร้อมๆกับแผลเลือดไหล  ลูกน้องที่วิ่งเข้ามาพร้อมๆกับกล่องเครื่องมือปฐมพยาบาล

 

“ให้ผมทำให้ไหมครับนาย” 



ลูกน้องคนสนิททรุดตัวลงนั่งข้างๆเค้า  ไอ้ทิม...เป็นเหมือนมือขวา เป็นทั้งบอดี้การ์ด คนหาข้อมูล คนคุ้มกัน และเพื่อนที่ดี



“ไม่ต้อง กูจัดการเอง” 



ว่าออกมาแบบนั้น ก่อนจะหยิบผ้าสะอาดมากดที่บริเวณแผลของคนร่างบางและจัดการทำแผลเบื่องต้นด้วยตัวเอง  ทิมที่มองมาอย่างแปลกใจ รวมถึงเหล่าลูกน้องรอบๆที่ค่อนข้างแปลกใจที่เห็นทัพหน้าจัดการเองแบบนี้  ปกติถ้าเป็นพวกที่ทัพหน้าตั้งใจจะเอามาทรมาร  อย่าว่าแต่ทำแผลให้ ฝันไปหลายตื่นก็คงไม่มีทางได้เห็นภาพแบบนี้หรอก



‘ฟึบ’



“เอ่อ...นายครับ เดี่ยวผมช่วยอุ้มไหมครับ”



“กูบอกว่าจะจัดการเอง มึงอย่าเซ้าซี้ไอ้ทิม ไม่เห็นรึไงว่าไอ้ห่านี่ตัวหนักยังกับควาย ไปเปิดประตูให้กู!”



ร่างสูงที่จัดการอุ้มร่างบางด้วยท่าเจ้าสาว ก่อนจะต้องขมวดคิ้วปรายตามองลูกน้องอย่างหงุดหงิดที่ถามเซ้าซี้ไม่เลิกไม่ลา  ... ฝ่ายลูกน้องที่โดนด่าแบบนั้นก็รีบวิ่งนำไปเปิดประตูให้ทันที  ร่างสูงที่อุ้มคนที่สลบไหลอยู่ตอนนี้ก้มหน้าลงมองน้อยๆ  ใบหน้าใสที่ซุกอยู่ที่อกของเขาในตอนนี้  ใบหน้าที่จำได้คร่าวๆว่าเมื่อก่อนมันจะออกชมพูระเรื่อตอนนี้กลับซีดเซียว แถมตัวยังร้อนๆเหมือนจะเริ่มมีไข้อีกแล้ว



“อ่อนแอ ... แต่กูไม่สงสารมึงหรอกนะ”



พูดกับคนที่สลบไปแล้วเบาๆ ก่อนจะตรงเข้าไปในตัวบ้าน ร่างสูงที่ไม่ปล่อยตัวคนร่างบางจนมาถึงห้องโถงใหญ่ หยุดยืนนิ่งๆอยู่กลางโถงนี้โดยมีสายตาไม่เข้าใจของลูกน้องส่งมาให้เป็นระยะ  ก่อนที่สุดท้าย...คนร่างสูงจะก้าวขาเดินขึ้นบันไดหินอ่อนที่นำไปสู่ชั้นสองของตัวบ้านแทน



 ‘ฟึบ’



“กู แค่สมเพช” 



ว่าออกมาเบาๆ ก่อนจะวางคนร่างบางลงบนเตียงนอนสะอาดที่ถูกปูไว้อย่างสวยงาม  ดวงตาคมที่จับจ้องไปที่ใบหน้าของคาราเมลอีกครั้งก่อนจะถอนหายใจออกมาหนักๆ



“ยิ่งมองยิ่งน่ารำคาญ”  บ่นออกมาอีก ก่อนจะเอานิ้วผลักหัวทุยของคนร่างบางจนหน้าหันไปอีกทาง



“น่าหงุดหงิดชะมัด”



ลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง ตั้งใจว่าจะเดินออกไป แต่สุดท้ายก็หันกลับมาและก้มลงไปคว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้อีกคน  ร่างบางที่รับรู้ถึงสัมผัสนุ่มและอบอุ่นก็ซุกหน้าเข้าหาผ้าห่มทันที



“ส้นตีน”  ว่าแบบนั้นก่อนจะเดินหนีออกจากห้องมา



“เรียกหมอมาดูมันใหม่ อย่าให้ตายล่ะ”



“ครับนาย”



...



“อื้อ อื้มมม”



แรงกอดรัดที่ทำให้เริ่มรู้สึกอึดอัดจนต้องลืมตาตื่น ผมค่อยๆปรือตาขึ้นมาในความมืด ภาพตรงหน้ามองไม่เห็นอะไรมากนักเพราะม่านปิดทึบและไฟในห้องที่ปิดสนิท แต่ว่าแสงสว่างที่ลอดมาจากหน้าต่างก็ทำให้พอมองเห็นได้บ้าง แต่ความรู้สึกตอนนี้คืออึดอัด ...และ



ความเงียบ



อึดอัดจนต้องตื่นนอน หรือว่า ...หรือว่ากูโดนผีอำ!



เชรดแม่  บ้านไอ้สัดทัพหน้าต้องมีผีแน่ๆ เพราะดูท่ามันน่าจะฆ่าคนสัตว์สิ่งของ(?)มาอย่างโชกโชน ไม่งั้นมันจะเลี้ยงสิงโตไว้ในบ้านหรอวะ ...พูดถึงสิงโตแล้วนึกขึ้นได้ ...



อ้าปากค้างทำตาปริบๆสองทีในความมืด



หรือว่า.....หรือว่ากูโดนไอ้สิงโตตัวนั้นแดกเข้าไปแล้ว หรือกูนี่เองที่กลายเป็นผีไปซะเองแล้ว เหยดแหม่! เรื่องลี้ลับ!!



“ขยุกขยิบทำเชี่ยไรนักหนา อือ  จะนอน”

เสียงทุ้มเข้มที่ดังอยู่ทางด้านหลังพร้อมๆกับเสียงลมหายใจที่ดังรดอยู่ที่ต้นคอทำเอาสะดุ้ง ก่อนจะค่อยๆเอียงหน้าไปมองช้าๆ เงาตะคลุ่มๆใหญ่ๆที่ดูคุ้นเคย .... เมื่อพึ่งเห็นมาในวันนี้ ....



“เชี่ย! ...สิง! สิงโ!....”



‘พรึบ!’



ร่างหนาที่พลิกตัวขึ้นคล่อมทับคนร่างบางที่ตั้งใจจะแหกปากเมื่อกี้ แขนแข็งแรงที่วางไว้ข้างตัวของคนร่างบาง ใบหน้าหล่อคมเข้มในเวลาที่กำลังง่วงนอน เป็นภาพแปลกตาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ... แต่ ...นี่มันสัดทัพหน้านี่หว่า



“มึงหลอนไอ้เชอร์รี่เบอร์นี้เลย?”



“ทัพหน้า”



“เออ!”  ตะคอกคำตอบรับใส่หน้าจนต้องยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำลายให้ออกจากหน้า เดี๋ยวสิวขึ้น



“อะ...อ่อ กู...กูรู้แล้ว มึงจะคล่อมทำห่าไร ลงมานอนดีๆสิ เกะกะ” 



ว่าออกมาแบบนั้น พร้อมทำหน้าตื่นๆ มือบางที่ยกขึ้นดันอกแกร่งแรงๆ พยายามให้อีกคนลุกออกไปให้พ้นตัว  คนร่างสูงที่ยกตัวขึ้นหน่อยๆ พร้อมเอามือขึ้นเสยผมไล่ความง่วงงัวเงีย หล่อจนหมาตกใจ ... ว่าแต่มึงนอนถอดเสื้อทำเชี่ยอะไร



“ลุกออกไปสิวะ”



“เสือกไรด้วย บ้านกู กูจะนั่งจะนอนตรงไหนก็ได้”



“แต่มึงนั่งทับตัวกู อึดอัด ลุก! อ๊ะ...โอ๊ย เจ็บ!” 



ออกแรงดันคนตรงหน้าเต็มแรง ก่อนจะรู้สึกเจ็บร้าวไปทั้งแขนจนต้องเผลอร้องออกมา  ทัพหน้าถอนหายใจออกมาหน่ายๆ ก่อนจะเอื้อมตัวไปเปิดไฟที่หัวเตียงขึ้น  เงยหน้ามองมันที่ยังไม่ยอมลงไปจากตัวกัน แถมยังทำสีหน้าติดจะหงุดหงิดส่งมาให้อีกต่างหาก



“อยู่เฉยๆ กูจะดูแผล เสื้อห่านี่ก็ไม่น่าจะใส่ เกะกะ”   ว่าแบบนั้น ก่อนจะแกะสาบเสื้อออกให้พ้นสายตา  ...



“เดี๋ยวๆ อะไรวะ ปล่อยๆ”



“อยู่เฉยๆ”



“เรื่อง! ปล่อยๆ มึงจะทำอะไร อื้ออ”



“บอกไม่ฟังดิ้นเองนะมึง” 



กดเสียงทุ้มต่ำจนต้องชะงัก ก่อนจะค่อยๆช้อนตาขึ้นมามองหน้าคนตรงหน้าที่มองหน้ากันในแบบที่แววตาเริ่มเปลี่ยนไป  แสงไฟสีส้มอ่อนๆจากหัวเตียงสาดส่องสะท้อนกับเงาของคนตรงหน้าวูบวาบ เหมือนมองเห็นไอ้สิงโตเชอร์รี่ซ้อนทับกับทัพหน้าอยู่ตอนนี้  สายตาคมที่มองลงมาที่ผมไม่ต่างจากเหยื่อที่มันกำลังอยากจะตะคลุบ



“พูดแล้วไม่ฟัง” 



ใบหน้าคมที่เลื่อนเข้ามาหาใกล้ๆ  เผลอสบตาตอบกับคนบนล่าง แล้วก็ต้องเผลอกลืนน้ำลายลงคอเมื่อลมหายใจร้อนๆรินรดลงที่ผิวของตัวเอง รู้สึกร้อนทั้งหน้า ร้อนทั้งตัว



“แต่...”



คำพูดทัดทานของผมหายไปพร้อมกับ ริมฝีปากได้รูปของอีกคนที่กดจูบลงมาที่ริมฝีปากของผม พยายามยกมือขึ้นไปดันอกแกร่งให้ผละออกจากกัน แต่ก็ไม่เป็นผล ฝ่ามือหนาที่วางไว้ที่ข้างตัวของผม เลื่อนลูบเบาๆมาตามสีข้าง รู้สึกเสียววูบในช่องท้องในทุกๆช่วงจังหวะที่ฝ่ามือหนาลากผ่าน  .... ฝ่ามือร้อนที่เลื่อนมาจับที่มือของผม แล้วดันลงไปกดไว้กับเตียง  ลิ้นร้อนที่แทรกเข้ามาในโพร่งปาก ก่อนจะดูดดึงขบเม้มลงที่ปลายลิ้นผมอย่างตั้งใจ เจ็บจี๊ดจนต้องครางในลำคอ แต่ดันมีความเสียวแทรกเข้ามาในความรู้สึกด้วย



“อื้ออ อื้มมม” 



มันที่ผละหน้าออกมามองหน้าของผมแล้วยกยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ผมไม่เข้าใจว่ามันหมายความว่าอะไร ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ไม่เคยคาดเดาความคิดของคนตรงหน้าได้เลยสักที  ไม่ว่าจะเมื่อ4ปีก่อน หรือแม้แต่ตอนนี้



จมูกคมของมันที่ซุกลงตรงซอกคอ ก่อนจะดูดเม้มแรงๆอย่างตั้งใจให้เกิดรอย ลมหายใจร้อนๆและเสียงหายใจหอบกระเส่าคลายเสียงสัตว์ป่าทำเอาใจเต้นแรง ทุกๆที่ที่มันสัมผัส รู้สึกเหมือนมีดร้อนๆที่กำลังกรีดลงบนผิวให้หลอมละลายลงไปทุกทีๆ มือหนาที่เคล้นคลึงลงบนส่วนล่างของผมอย่างเอาแต่ใจ ก่อนที่อีกฝ่ายจะจับผมพลิกตัวและกดให้ผมนอนลาบหอบหายใจกระเส่าอย่างไร้แรงต้านทาน หัวสมองรู้สึกสว่างจ้า ทำอะไรไม่ถูก เสื้อนอนของผมที่ถูกถอดทิ้งและโยนทิ้งลงไปข้างเตียง กางเกงของผมที่ถูกล่นถอดทิ้งไปตอนไหนไม่รู้ รู้แต่ตอนนี้ที่ฝ่ามือหนาแหวกขาของผมให้อ้าออกกว้างก่อนจะยกส่วนก้นของผมให้ยกขึ้นสูง รับรู้ถึงท่อนเอ็นร้อนที่เขี่ยอยู่ตรงช่องทางด้านหลังจนต้องขมิบถี่ๆ ตกใจผวาหันหน้าไปมองมัน ที่ตอนนี้ก็ยิ้มเยาะส่งมาให้



“ตอดขนาดนี้ ต้องอยากขนาดไหน”



“กูไม่...อ๊ะ...อื้อออ”



“ไม่ปฏิเสธ จะพูดแบบนี้งั้นสิ” 



ท่อนเอ็นแข็งขืนที่ถูกสอดใส่เข้ามาแบบไม่บอกไม่กล่าวจนมิดด้าม ทั้งจุกทั้งเจ็บ กัดริมฝีปากพร้อมๆกับที่เชิดหน้าขึ้นในตอนนั้นที่ช่องทางด้านหลังก็ตอดรัดท่อนเอ็นใหญ่ตุบๆ  รู้สึกว่าขอบตาร้อนผ่าว เจ็บจนต้องกัดฟันแน่น



“อ๊ะ อื้ออ”



“ท่านี้กูชอบ มันลึกดีใช่ไหมล่ะ” 



ว่าแบบนั้นก่อนที่ฝ่ามือหนาจะเลื่อนมาจับที่เอวแล้วขยับโยกแรงๆแบบไม่ผ่อนแรงให้กันสักนิด ท่อนเอ็นแข็งขืนที่สวบเข้าสวบออกในจังหวะหนักหน่วง ทั้งเร็วทั้งแรงจนต้องซี๊ดริมฝีปาก  หลับตาแน่นทุกรอบที่อีกฝ่ายเด้งส่วนกลางเข้ามากระแทกมดด้ามลงที่จุดกระสัน  รู้สึกเสียวจนขาสั่น  มือที่คว้าเอาหมอนมากำแน่น อยากจะฉีกทึ้งให้มันขาด



“อ อ้า อื้อออ อื้มมม ทะ...ทัพ อ๊ะ อ๊ะ”



เสียงเนื้อกระแทกเนื้อของกันและกันพร้อมเสียงครางที่ดังไปทั่วทั้งห้อง เหงื่อที่ไหลออกมารับรู้ได้แค่ริมฝีปากของมันที่กดจูบไปตามแผ่นหลัง และขบกัดไปตามหลังหู และส่วนกลางที่กำลังเด้งเข้าหากันอย่างดุเดือด รุนแรง



‘พรึบ’



ผมที่ถูกพลิกตัวกลับมานอนหงายทั้งๆที่ส่วนกลางของอีกฝ่ายยังไม่หลุดออกจากช่องทางด้านหลัง กลับกันมันยิ่งถูกแทรกเข้าไปให้ลึกจนเสียววูบไปทั่วช่องท้อง ผมที่พลิกตัวนอนหงายและอีกฝ่ายก็ขยับเอวกระแทกเข้ามาแบบไม่หยุดพัก  ใบหน้าคมที่ก้มลงมาใกล้ ดวงตาคมที่มองสบกับตาของผม ก่อนที่มันจะผละหน้าลงไปกดจูบเบาๆลงบนหัวไหล่ซ้าย  พึ่งรู้ในตอนนั้นว่าที่หัวไหล่มีผ้าพันแผลพันไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้



‘ครืด ครืด ครืด’



เสียงสั่นจากโทรศัพท์ที่ดังขึ้นจากหัวเตียง ได้ยินเสียงสบถดังมาจากคนด้านบนตัวของผม สะโพกแกร่งที่ขยับโยกไม่หยุด แต่ก็ยังเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์มาดู  ผมที่มองเห็นหน้าจอที่สว่างอยู่ตอนนั้น ภาพของผมกับเพื่อนสนิทในกลุ่ม ...ไอ้บินกับผมที่กอดคอกันฉีกยิ้มสว่างอยู่ตรงหน้า พร้อมๆกับที่จังหวะการสอดใส่รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมไปอีก



“อ๊ะ อ๊ะ ทัพ ...อื้อ เบา อื้ออ ลึกไป อ๊ะ”



“เรื่องของกู!” 


เสียงเข้มที่ดังขึ้นมาแบบไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ พร้อมๆกับที่มือหนาคว้าขาของผมจับแยกออกให้ฉีกกว้างจนเป็นรูปมุม180องศา พร้อมๆกับที่ส่งท่อนเอ็นสอดลึกและหนักหน่วงในทุกรอบที่กระแทกสวบเข้าออก มองเห็นคนด้านบนที่ยกยิ้มร้ายๆใส่โทรศัพท์ ก่อนที่มันจะโยนโทรศัพท์ของผมให้ตกลงไปข้างเตียง มองเห็นหน้าจอสว่าง แต่ก็ต้องละความสนใจออกจากตรงนั้นตอนที่มันกระแทกกระทั้นเข้ามาที่จุดกระสันเหมือนจงใจแกล้งกัน



“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ ตรงนั้น  อ๊ะ ... จะเสร็จ” 



ผมที่ร้องบอกออกมาแบบไม่รู้ตัว ความรู้สึกขาวโพลนที่ทำให้โพร่งหลุดปากออกมาในตอนที่เสียวจนต้องจิกฝ่าเท้าลงกับเตียง พอบอกออกไปแบบนั้นอีกฝ่ายกลับไม่หยุดแต่กลับยิ่งเพิ่มแรงกระแทกกระทั้นฝังลงไปในร่างของผม ยิ่งเร็วผมก็ยิ่งกัดปากยิ่งแรงก็ยิ่งตอดรัดท่อนเอ็นแข็งขืนแรงๆ



“ฮึ่มม ซี๊ด” 



เสียงครางทุ้มต่ำดังขึ้น พร้อมๆกับที่ปรือตาขึ้นไปมองเห็นร่างสูงขบกรามจนแน่น  และสะโพกแกร่งที่ขยับโยกจนสุดท้ายทั้งผมและมันก็ก็ทนไม่ไหว



"อ๊าห์!....”



“ฮึ่มมม”



ผมที่ครางหนักๆออกมาพร้อมๆกับที่ปลดปล่อยน้ำขุ่นขาวออกมาเลอะหน้าท้อง และอีกฝ่ายที่ปล่อยน้ำเข้ามาที่ช่องทางด้านหลังจนรู้สึกอุ่นวาบไปทั้งตัว  แรงหายใจหอบหนักๆดังสอดแทรกไปทั่วห้องนอนกว้าง พร้อมๆกับบนร่างของผมที่มีร่องรอยของอีกฝ่ายที่ฝากเอาไว้จนเต็มไปหมด  ... รู้สึกเหนื่อยจนตาปรือหนักไปหมด  อีกฝ่ายที่ค่อยๆดึงส่วนกลางลำตัวออกมาช้าๆ และช่องทางของผมที่ตอดตุบๆยามที่มันดึงออก  ได้ยินเสียง พรึบ ตอนที่ท่อนเอ็นใหญ่หลุดออกมาและความร้อนที่ไหลลงมาตามซอกก้น



“หึ” 



ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของอีกฝ่าย ไม่เข้าใจเท่าไหร่ แต่พอมองเห็นอีกฝ่ายที่เดินลงไปจากเตียงทั้งสภาพเปลือยเปล่า มันที่ก้มลงเก็บอะไรสักอย่าง แต่ภาพตรงหน้าก็เบลอเกินกว่าจะรับรู้  .. และสุดท้ายผมก็สู้ความเหนื่อยล้าที่รับมาทั้งวันไม่ไหวอีกแล้ว ได้แต่ดำดิ่งลงไปสู่ห้วงแห่งความฝัน ที่ๆผมจะได้พักผ่อนสักที



“หึ ไม่ควรรบกวนคนที่มีผัวในเวลากลางคืน จำไว้ไอ้สัด”



เสียงทุ้มเข้มที่พูดออกมาไม่ดังมากนักแต่แฝงไปด้วยความชัดถ้อยชัดคำและชัดเจนที่สุด ก่อนที่นิ้วเรียวสวยของทัพหน้าจะเลื่อนไปกดวางสายสนทนา และแสยะยิ้มพอใจในผลงานของตัวเอง  ร่างสูงที่เดินกลับมาโยนโทรศัพท์ของคนร่างบางไว้บนหัวเตียง ก่อนจะแทรกตัวเข้าไปในผ้าห่ม และดึงคนที่นอนสลบไสลไปแล้วให้หันมานอนดีๆ  แต่อีกฝ่ายเมื่อรับรู้ถึงความอบอุ่นข้างๆตัวก็รีบซุกตัวเข้ามาหา พร้อมๆกับกอดแขนแข็งแรงไว้แน่น  ทัพหน้าที่ขมวดคิ้วยกหัวขึ้นมามอง ตั้งใจจะลุกขึ้นถีบคนร่างบางให้ออกไปห่างตัว แต่ดวงตาคมก็หยุดมองไปที่ใบหน้าใสที่เอาหน้าซุกอยู่ที่แขนแกร่งนิ่งๆ ก่อนจะตัดสินใจทิ้งหัวลงนอนที่หมอนอีกครั้ง ก่อนจะหลับตาและพูดออกมานิ่งๆ



“น่ารำคาญ”



-------TBC--------



มาแล้วจ้า ที่เก่าเวลาเดิมวันเสาร์2ทุ่มครึ่ง อั๊ยย๊ะ...พี่ทัพหน้าคนไม่อ่อนโยน เป็นผู้ชายรว๊ายๆ

ร้ายเหมือนน้องเชอร์รี่เลย ... ร้ายทุกอย่างแผนการนางดี จะมีใครด่าพี่ทัพไหม

.ได้ข่าวมาว่า คนอ่านบอกว่า ถ้าโมโหพี่ทัพ ก็จะไปด่าเฮียรบแทน เกรงกลัวพี่ทัพ โถ่ๆๆ 5555 .... นิยายเป็นยังไงบ้างคะ เห้นคนไม่ค่อยอ่าน ไม่สนุกหรือเปล่าหว่า แต่แคทก็จะสู้ๆต่อไปน้าา

ปล.คนที่เคยเจอฤทธิ์เดชน้องเชอร์รี่ไม่ได้มีแต่น้องเมลนะจ๊ะ ก่อนหน้านี้พี่ธาร(แฟนน้องจอม)ก็เคยโดนมาก่อนแล้ว 5555555555



ขอเชิญทุกคนเพิ่มเลือดที่ช่อง3จ้าาา อิอิ อรุ่มมมม -..-


ปล.2 ไม่มีคนอ่าน กูก็จะบ้าลงจ้า   :z10: :katai1:


 :-[ :pighaun:
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่4* {06.10.18}
เริ่มหัวข้อโดย: sailom_orn ที่ 06-10-2018 20:57:19
 :mew1: ใครบอกไม่อ่าน ดีนะวันนี้มากดอ่านในนี้ เค้ามาเม้นแล้ว บทก่อนๆไปแวะบ้านอื่นไง 

แฟนๆพี่เหลือง รีบมากันเร็วไฟเข้า  :3123:  :3123:
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่4* {06.10.18}
เริ่มหัวข้อโดย: Yoghurt ที่ 13-10-2018 20:47:07




บทที่5


“อื้มม อือออ”



ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาช้าๆ รู้สึกเจ็บไปทั้งตัว เหมือนเมื่อวานโดนรถไฟทั้งขบวนวิ่งเหยียบไปบนร่าง เจ็บไปทั้งตัว รวมถึงช่องทางด้านหลังที่ถูกลุกล้ำมาสองวันติดๆแบบไม่ได้หยุดพัก และยังรู้สึกเจ็บที่ไหล่ซ้ายที่ถูกสิงโตเชอร์รี่นั่นตะบบอีกด้วย .... กระพริบตาปริบๆกับภาพตรงหน้า หันซ้ายหันขวามองห้องที่ไม่คุ้นเคย เตียงกว้างที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องกว้างขนาดใหญ่ เมลค่อยๆยันตัวขึ้นมานั่งบนเตียงกว้างด้วยความมึนงง ก้มหน้าลงมองสภาพตัวเองแล้วก็ต้องร้องออกมาดังๆ นอกจากความเจ็บไปทั้งตัว อีกอย่างที่ต้องตกใจก็คือสภาพกูตอนนี้นี่แหล่ะ



“เชี่ย!” 



ร้องออกมาแบบนั้น จะไม่ให้อุทานได้ไงไหว สภาพคือเปลือยเปล่ามาก มากแบบถ้าไม่มีผ้าห่ม กูก็คือชีเปลือยดีๆนี่เอง แม่ง เอากูแล้วก็ปล่อยทิ้งปล่อยขว้าง รวมถึงปล่อยเข้ามาตัวกูด้วย ไอ้หยาบเอ๊ย!



เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่คนเดียวอย่างหงุดหงิด มองไปรอบๆห้อง ที่นี่ต้องไม่ใช่ห้องใต้ดินที่ทัพหน้าเคยพาผมไปสำเร็จโทษครั้งแรกแน่ๆ ...



ห้องกว้างที่มีผ้าม่านสีแดงปิดทึบจนแสงสว่างด้านนอกไม่สามารถลอดเข้ามาได้ แต่ภายในห้องกลับไม่มืดมากจนเกินไป อาจเป็นเพราะไฟดาวน์ไลน์ที่ถูกเปิดไว้ภายในห้องเป็นจุดๆ เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องที่ตกแต่งด้วยสไตล์ดิบๆด้วยผนังที่ฉาบด้วยปูนเปลือยและทาผนังห้องตรงหัวที่นอนด้วยสีของไวน์แดง เตียงนอนที่ผมเองพึ่งจะสังเกตว่าถูกปูด้วยผ้าปูสีดำ ตัดกับผ้าห่มหนาที่ผมห่มมาทั้งคืนเป็นสีแดง  พรหมที่ปูพื้นก็เป็นสีแดงช้ำๆ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆภายในห้องล้วนแล้วแต่เน้นสีดำและแดงเป็นส่วนมาก แดงเพลิงร้อนไปหมด ... จริงๆก็อาจจะร้อนเหมือนเจ้าของห้อง ร้อนแรงลึกลับและน่าหลงไหล



“นี่ห้องมันหรอวะ .. บ้าน่า ... แบบแม่งน่าจะพากูไปนอนในกรงไอ้เชอร์รี่มากกว่ามานอนที่ห้องมัน”



‘แกร๊ก’



ประตูกระจกจากระเบียงถูกเลื่อนเปิดออก เป็นใครไปไม่ได้นอกจากไอ้บ้าทัพหน้า มันที่เปิดประตูเข้ามาพอเห็นว่าผมนั่งจุ่มปุกอยู่บนเตียงตอนนี้ มันเองก็ทำเพียงแค่ยืนกอดอกมองมาด้วยสายตานิ่งๆอยู่ตรงนั้น มันที่พันผ้าเช็ดตัวไว้แค่ท่อนล่าง ส่วนท่อนบนก็คือเปลือยเปล่าอวดซิกแพ็ค ... ฮึ่ย ขี้อวดหุ่น



แล้วแม่งอยู่ก็ไม่บอก กูเกือบเผลอด่าแล้วด้วย แล้วนั่นจะยืนเต๊ะท่ามองกูอีกนานไหมวะ...ได้แต่บ่นกร่นด่าอีกคนอยู่ในใจ พร้อมกับย่นหน้าใส่แล้วหันหน้าหนี ... ไม่ได้เขินหุ่นมันนะ ก็แค่ไม่อยากจะมองเฉยๆ ...



ปล่อยให้เวลาผ่านไปช้าๆพร้อมกับความเงียบ เงียบและเอาแต่ยืนจ้องกันนิ่งๆมาจากตรงนั้น แม่ง เงียบอยู่ได้ อึดอัดจะตายแล้วโว้ย สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่ต้องหันกลับไปหามันอีกรอบ ...



“มะ...มองอะไรนักหนาวะ” 



ถามออกไปด้วยเสียงที่คิดว่ามั่นคงที่สุด บอกเลยว่ากูคาราเมลไม่กลัวแม่ง ถึงเสียงจะสั่นนิดๆ แต่คือใจสู้นะรู้ยัง



“กูแค่กำลังคิด....”   



มันที่พูดออกมาได้ในที่สุด แต่ก็เสือกเงียบไปอีกครั้ง  เงียบทำไม ให้กูลุ้นเพื่ออะไร หันหน้าไปมองมันแบบขัดใจ เห็นมันที่ยกยิ้มมุมปากตอนที่ผมหันกลับไปมอง ... อะไรของแม่ง



“แค่คิดว่า จริงๆมึงนี่ขาวดีนะ แถมเสียงมึงก็ดี หึ ... ครางดังดี”



“สัด” 



ตกใจจนโพร่งออกมาแบบนั้น จะไม่ให้ว่าแบบนั้นได้ยังไง ในเมื่ออีกฝ่ายเลือกที่จะพูดแบบนั้นพร้อมๆกับไล่สายตาจากตา มาจมูก เลื่อนลงไปที่ปาก คอ และหัวนมของผม .... ไอ้เวรเอ๊ย!



“หมาที่ไหนมันครางมึงอย่ามามั่วนะ”



“หมาที่หน้าเหี้ยเหมือนมึงมั้งไอ้เมล”



“ไอ้...”



“มึงจะพูดอะไรระวังคำพูดมึงดีๆด้วย อย่าคิดว่ากูจะปล่อยให้มึงพูดเหี้ยๆใส่กูนะ พูดออกมาสิ กูจะเดินไปตบมึงเดี๋ยวนี้เลย”  กดสายตาคมมองจ้องนิ่งๆ เห็นแบบนั้นก็ ....



“เปล่า ใครพูดอะไรที่ไหนอ่ะ”  เสตาหลบมองไปทางอื่น



“แถเก่งดีนะมึง ตื่นแล้วกูลุก สกปรกเตียงกู”



‘พลัก’



“โอ๊ย!”



ผ้าเช็ดตัวผืนหนาที่ถูกปามาใส่หน้าเต็มๆแรง ฝีมือมาจากไอ้คนที่ตอนนี้กำลังสาวเท้าเข้ามาใกล้ ไอ้หยาบ! แต่เห็นแบบนั้นแล้วก็รีบพันผ้าเช็ดตัวไว้กับเอว ก่อนจะพยายามลุกขึ้นจากเตียงนอนอย่างยากลำบาก แค่เท่าแตะที่พื้น ความรู้สึกเจ็บก็แล่นปร๊าบขึ้นมาถึงก้านสมอง ก้มหน้ามองขาตัวเองที่ตอนนี้ก็สั่นพับๆเป็นเจ้าเข้า แม่งเอ๊ย ...



“มึงคิดว่าเตียงเป็นที่ชาร์ตพลังรึไง รีบลุกขึ้นมาสิวะ”



“ก็กูเจ็บนี่ แม่ง!”



“สำออย”  หันไปมองค้อนคนที่ด่ากันออกมาแบบนั้น ก่อนจะตัดสินใจกัดฟันลุกขึ้นยืนช้าๆ ความรู้สึกทั้งเจ็บทั้งแสบตีเข้าร่างทันทีจนต้องซี๊ดปาก รับรู้ถึงน้ำที่ถูกอีกฝ่ายปล่อยไว้ในตัวไหลย้อนลงมาตามขาเลยตอนนี้



“ลุกแล้วก็รีบๆไป วันนี้มึงมีเรียนไม่ใช่รึไง”



“มึงรู้ได้ไง” 

เงยหน้าขึ้นไปถามทันที และก็เจอเข้ากับรอยยิ้มร้ายๆ พร้อมโทรศัพท์มือถือของผมที่อยู่ในมือของทัพหน้า มันที่ส่ายมือถือผมไปมาให้ผมเห็นอย่างกวนประสาท แม่งงงงง



“เอามานะเว่ย! นี่มึงวุ่นวายอะไรกับมือถือกู”



“ทำไมกูจะยุ่งไม่ได้ กูยุ่งได้หมดนั่นแหล่ะ ขนาดตัวมึงกูยังยุ่งมาแล้วเลย”



“อะ...ไอ้บ้า มึงแม่ง เอามานะเว้ย”



ด่าออกไปแบบนั้นพร้อมๆกับเดินเข้าไปหามัน ตั้งใจจะเดินเข้าไปแย่งอย่างมาดแมน แต่สภาพก็ไม่เอื้ออำนวย กว่าจะเดินได้แต่ละก้าว ทั้งเจ็บทั้งหน่วง อยากจะฉีกขาเดินให้รู้แล้วรู้รอด มันที่มองมาด้วยสายตานิ่งๆแต่ผมกลับเห็นความสนุกสะท้อนอยู่ในดวงตาของมัน



“ไม่เจียมสังขาร”  ยัง ... ยังจะมาค่อนแคะกูอีก มึงนี่มันกวนตีนนนนน



“เอามา!”  เดินเข้าไปถึงมันได้ในที่สุด เอื้อมมือไปจะคว้าไว้แต่อีกคนกลับเบี่ยงตัวหนี มันที่ยกมือขึ้นสูงจนสุดแขน แล้วก้มหน้ามามองเย้ยๆพร้อมยักคิ้วใส่อย่างเหนือกว่า  ไอ้เชี่ย!



“มึงอยากได้มาก ก็มาเอาไป”



“สัด”  กัดฟันกรอดจ้องหน้ามันอย่างหงุดหงิด แต่อีกคนกลับยกยิ้มมุมปากใส่ อะ....นี่เรียกว่ากวนตีนใช่รึไม่ กูว่าใช่ล่ะ ไอ้บ้านี่แม่งกวนตีน



“เอามาสักทีดิวะ”



“กูห้ามมึงรึไงล่ะ ก็มาเอาไป หรือว่ามึงไม่มีปัญญา?” 



มันที่พูดออกมาช้าๆและจ้องหน้าผมแบบเยาะๆ ... กวนตีนกูนักนะมึง ขากูยิ่งสั่นๆอยู่ด้วย หงุดหงิดเว้ย ฆ่าได้หยามไม่ได้ขาสั่นได้แต่กูก็จะสู้  เพราะแบบนั้นเลยเขย่งตัวเตรียมกระโดดเอื้อมขึ้นไปดึงแขนของมันลงมาหาตัวด้วยแรงทั้งหมดที่มี แต่อาจจะใช้แรงมากเกินไปในจุดๆนี้ ความเจ็บแปล๊บจากแรงที่ใช้กระโดดกระชากแขนอีกฝ่าย ทำเอากระเทือนไปถึงจุดอ่อนไหว เจ็บแปร๊บขึ้นมาทั้นที เจ็บตูดใช่ไหมอย่างนี้  .....เซขาอ่อนเลยแม่มมมมม



‘หมับ’



ฝ่ามือหนาที่โอบเอวผมไว้ได้ทันเวลา ก่อนที่จะถลาหงายหลังลงไปกองกับพื้น วงแขนแข็งแรงที่กระชากเอวผมเข้าไปแนบชิดสนิทเหมือนแฟนติดอยู่กับตัวของมัน ตกใจจนคิดคำพูดไม่ทัน ได้แต่เบิกตากว้างช้อนตามองคนตรงหน้าอย่างตกใจ มันที่ก้มหน้าลงมามองกันด้วยสายตาเดิมๆที่ผมคุ้นชินดี สายตาคมที่ไม่เคยแสดงอะไรออกมาให้รับรู้ แต่ที่รู้ๆและมั่นใจได้ชัดๆคือ เจ้าของดวงตาคู่นี้มันไม่เคยรู้สึกอะไรกับผมเลย  ...



ช่วงเวลาที่ไม่มีใครพูดอะไร แต่รับรู้ได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายที่แนบชิดกันมากเกินไปของเราสองคน วงแขนหนาที่ข้างนึงยังคงชูมือถือโทรศัพท์ผมไว้อยู่ตอนนี้



“อะ...เอ่อ”



“อะไร”  มันที่เคลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ ลมหายใจร้อนๆที่ปะทะเข้ากับผิวหน้าจนรู้สึกร้อนไปทั้งตัว



‘ตื่อดึ้ง’



เสียงแจ้งเตือนจากแอพพลิเคชั่นยอดฮิตสีเขียว ทำให้ทั้งผมและมันที่ยืนกอดกันอยู่ในท่าทางนี้ต้องสะดุ้ง ต่างฝ่ายต่างเงยหน้าขึ้นไป มองเห็นหน้าต่างแจ้งเตือนปรากฏข้อความที่มาจากไอ้บิน



[[บิน: เมลอยู่ไหนวะ กูจะบ้าแล้วนะ]] 



เชี่ยไรของมันวะ เป็นบ้าเชี่ยไรอ่ะครับเพื่อน?



“เหอะ”



งงกับไอ้บินไม่พอ ไอ้บ้าหน้านิ่งนี่ก็เกิดอะไรอีกล่ะ หน้าที่ปกติก็ตึงอยู่แล้วตอนนี้มันยิ่งตึงเข้าไปใหญ่ อยากจะรู้ว่าเป็นอะไร แต่ยังไม่ทันที่จะได้ถามอีกฝ่ายออกไปก็ต้อง ...



‘เพล้ง’



“เชี่ย! ไอ้เชี่ยทัพ” 



ผลักอกมันออกเต็มแรง และอีกคนก็ทำแค่ปล่อยตัวผมออกแบบง่ายๆ มันที่ยกยิ้มมุมปากสะใจส่งมาให้ผมในตอนนี้



“มันจะมากไปแล้วนะเว้ย!”



“ทำไม กูจะทำอะไรก็ได้ แค่เขวี้ยงมือถือมึงยังน้อยไป ให้กูเขวี้ยงมึงลงจากห้องนอนกูตอนนี้กูก็ทำได้”



“มึงแม่งหมาบ้า!”



“แล้วจะทำไม กูบ้าได้มากกว่านี้อีกเผื่อมึงไม่รู้นะไอ้ฆาตกร



“กูไม่ใช่ฆาตกร!”



“มึงไม่ได้เป็นคนลงมือแต่มึงเป็นคนสั่งไง! เจอแค่นี้มันยังน้อยไป!”



มันที่ตะคอกออกมาแบบนั้น ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะเอื้อมมาคว้าเข้าที่ลำคอของผม มันที่ดูเหมือนจะโกรธขึ้นมาอีกครั้ง  ดวงตาคมที่จ้องมองผมอย่างเกลียดชัง พร้อมๆกับฝ่ามือหนาที่กำอยู่รอบคอของผมก็เริ่มที่จะออกแรงมากขึ้น



“อึก อ่อย...” 



พยายามที่จะยกมือดันมืออีกคนออก ทั้งทุบทั้งตีแต่ไม่เป็นผล จ้องหน้าอีกคนทั้งๆที่ตอนนี้เริ่มหายใจไม่ออก รู้สึกร้อนๆที่หน่วยตา อยากจะร้องไห้และหวาดกลัวขึ้นในเวลาที่ตัวเองเริ่มหายใจไม่ออก



‘ผลัก’



“แค่ก แค่กก”



ผมที่ถูกผลักทิ้งลงไปกองอยู่กับพื้น ได้แต่ไอออกมาจนตัวโยน รู้สึกตัวสั่นไปหมด กลัว... ก่อนหน้านี้รู้สึกเหมือนจะตาย น้ำตาเอ่อคลออย่างห้ามมันไว้ไม่อยู่อีกแล้ว



“ฮึก แค่ก มึง...มันบ้า”



“มึงมันก็เหี้ยเหมือนกัน มีสิทธิ์มาว่ากูหรอ!” 



อีกคนที่ตะคอกออกมาแบบนั้น ก่อนจะก้มตัวลงมาใกล้ ฝ่ามือหนาที่บีบเข้าที่ปลายคาง ดึงรั้งใบหน้าให้เงยขึ้นไปมองกัน ทัพหน้าที่จ้องหน้าผมเขม็ง... .



“อย่าแรดให้มันมาก





...





รถคันหรูที่กำลังตบไฟเลี้ยวเข้าไปที่ตัวตึกของคณะที่ผมเรียน ก่อนจะชะลอจอดช้าๆ ก่อนที่คนขับรถจะรีบกุลีกุจอวิ่งลงมาเปิดประตูรถให้กับผม



“เดี๋ยวตอนเย็นผมจะมารับคุณคาราเมลนะครับ”



“แล้วห้ามได้ไหม” 



ทำหน้าเซ็งๆตอบชายชุดดำที่ยิ้มออกมาหน่อยๆแวบนึง แม่มึง กูนึกว่าจะหน้าตายทั้งเจ้านายและลูกน้อง (ถึงแม้จะแค่แว๊บเดียวแต่กูก็มองทันครับ) นึกย้อนกลับไปหลังจากที่มันด่าผมด้วยคำพูดเจ็บแสบว่าอย่าแรด และสะบัดตัวผมให้หงายลงไปกับพื้น มันก็เดินหนีหายออกไปเลย พอเดินออกจากห้องมาบ้างก็เจอเข้ากับลูกน้องของมันที่บอกว่าจะพาไปมหาลัย และเจ้านายหน้าตายของมันออกไปทำธุระ เหอะ... จะไปตายที่ไหนก็ไปเหอะ ใครสนวะ



“งั้นผมขอตัวครับ”



“เอ้อเดี๋ยวพี่ ...”



“ครับ?”  ร่างสูงที่กำลังจะวิ่งไปขึ้นรถชะงักก่อนจะหันมาหาด้วยหน้านิ่งๆ



“พี่ชื่ออะไรน่ะ” 



แม่ง มาดูแลกูตั้งแต่วันแรก เอาข้าวเอาน้ำมาให้กิน แล้วก็เป็นคนที่ลากกูเข้าไปในกรงไอ้เชอร์รี่ แล้ววันนี้ยังเป็นคนขับรถมาส่งที่มหาลัยอีก ก็อยากจะรู้จักมักจี่กันไว้ในระดับหนึ่ง ไหนๆก็มาดูแลกันแล้ว ... ถึงแม้ว่ากูยังจำช่วงเวลาที่กระชากกูเข้ากรงไอ้เชอร์รี่ก็ตามเถอะ



“เรียกผมว่าธรก็ได้ครับ”



“โอเค เจอกันพี่ธร”



พยักหน้ารับ อีกคนก็ค้อมตัวโค้งให้แบบมีมารยาท ก่อนจะรีบก้าวขายาวๆไปขึ้นรถแล้วขับออกไปด้วยความเร็วเหมือนนรกเรียกตัว คือบางทีมึงก็อาจจะลืมว่านี่รัวมหาลัยไงครับสัดพี่  ... อะ..แล้วปล่อยก็ยืนอยู่ตรงนี้ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่จ้องจะเสือกมากมาย แม่งเอ๊ย ...ก็รถเด่นขนาดนั้นอ่ะใครจะไม่อยากเสือกถามแค่นี้



สูดหายใจเข้าปอดลึกๆอย่างให้กำลังใจตัวเอง ก่อนจะค่อยๆเดินเข้าไปใต้ตึกเรียนพรางปั้นหน้ายิ้มแย้ม .... อย่างน้อยๆก็ทำหน้าตาให้มีความสุขมากที่สุดในตอนนี้ ผมไม่อยากให้เพื่อนของผมรู้เรื่องที่ผมกำลังเจอ ไม่อยากดึงพวกมันเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ และอีกอย่างพวกมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย ทางที่ดีอย่ารับรู้เลยจะดีกว่า ....



เดินเข้าไปใกล้โต๊ะประจำที่พวกผมชอบนั่งกัน เห็นเพื่อนผมมันนั่งอยู่ตรงนั้นก่อนแล้วหนึ่งตัว



“เฮ้โย่วมายเฟรนนนน” 



เดินเข้าไปอย่างลันลา  แต่ไอ้เพื่อนบ้าแม่งไม่ให้ความร่วมมือ ร่างสูงหุ่นนายแบบหน้าหล่อแบบโอปาเกาหลีของมันที่กำลังนั่งนิ่งไม่ติงไหวเป็นท่อนไม้ใหญ่ๆ มือที่ประสานจับกันอยู่บนโต๊ะ ท่าทางเครียดของมันที่ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผม

 

“อะ...เอ่อ มึงเป็นไรวะไอ้บิน?”



“มึงหายไปไหนมา”  มันที่ถามออกมาแบบนั้น



“อะ...อะไรของมึงวะ ไปไหนอะไรอ่ะ?”  ผมที่ว่าออกไปแบบนั้นพรางวางกระเป๋าลงบนโต๊ะไม้แล้วเสตาหลบมัน



“เมื่อวานกูไปหามึงที่คอนโด ตอนกลางคืนกูก็โทรหามึง มึงไปไหนมา”  มันที่ทำหน้าเคร่งเครียดอยู่แบบนั้นแถมกดเสียงต่ำใส่ผมจนต้องเผลอกลืนน้ำลาย



“อะ...เอ้า มึงไปหากูหร๊อออ ไปไมวะ”  ชิพหายเสียงสูงเชียว กูมีพิรุธไหมยังไง ไม่มีหรอกเนอะ นี่ก็คิดว่าเนียนในระดับนึง ....



“มึงมีอะไรปิดบังกู”  อะ...เหมือนจะไม่เนียน



“ปิดบังอะไรว้า บ้า มึงอ่ะคิดมาก”  ว่าออกไปแบบนั้นก็หันหน้าไปจ้องมันตรงๆก่อนจะยิ้มให้มัน



“แล้วกูโทรไปเมื่อเช้ามึงก็ไม่รับ ไลน์ไปก็ไม่ตอบ คืออะไร” ยังคงกดดันกูต่อไปอยากต่อเนื่อง แม่งเอ๊ย...ทำไมไอ้อู๋แม่งยังไม่มาวะ



“เอ่อ...คือมือถือกูพังอ่ะมึง กูทำหล่นแตก”  หล่นก็เหี้ยละ ถูกไอ้หมาบ้ามันเขวี้ยงใส่ผนังกำแพงขนาดนั้น



“จริง?”



“จริงสิจ๊ะ มึงก้ออออออ เป็นอะไรเนี่ย ทำไมเค้นกูจัง คิดถึงกูงะ” 



ยิ้มประจบมันอย่างไว ก่อนจะย้ายฝั่งไปนั่งข้างๆมัน พรางเอาหัวถูๆไปที่ไหล่มัน อีกฝ่ายที่ทำหน้าตาดีขึ้นมานิดหน่อย แต่ก็ยังเหมือนมีเรื่องให้คิด มึงจะคิดอะไรนักหนาวะ



“กูก็คิดถึงมึงตลอด”



“ตายแหล่วป๋าขาปากหวาน งั้นวันนี้ซื้อมือถือใหม่ให้หนูหน่อยจะได้รึเป่า”



“เป่าเชี่ยไร”



“ทะมะอ่ะ ก็แบบว่าแบ๊วๆงะ” กระพริบตาปริบๆส่ายหน้าไปมาใส่มัน  มันที่หันมามองสักพักก่อนจะหลุดขำออกมาได้ในที่สุด เฮ้ออ สักทีไอ้สัด



“น่ารักมากมั้ง”



“ก็คิดว่านะ มึงไม่คิดว่ากูน่ารักหรา”



“สัด ... ก็น่ารักนะ”



“ห๊ะ มึงว่าไรนะ”



“ขี้เสือกนะครับน้องเมล แต่เรื่องมือถือมึง เดี๋ยวเย็นนี้กูพาไปซื้อ”



“ว๊าย ใจดี ข่อมค่า”   ยิ้มกว้างๆไปให้มันพรางพูดภาษาวิบัติไปอ้อนตีนมันแถมท้ายอีกครั้งนึง มันที่ส่ายหน้าหน่ายๆก่อนจะยกมือขึ้นมายีหัวกูอีก



“อึฮึ่มๆๆๆๆ”



“ส้นตีนติดคอหรอเพื่อนอู๋ มาช้ามากไอ้ควาย .... กุ๊กกก มึงมาสักที ไปหาไรกินกันเถอะนะๆ” 


เงยหน้าหันไปด่าไอ้อู๋ มาถึงก็กระแอมอยู่ได้ ก่อนที่จะมองเลยไปที่ด้านหลังของไอ้อู๋  ไอ้กุ๊ก เพื่อนในกลุ่มผมอีกคนที่วันไปผับวันนั้นมันไม่ได้ไปด้วย มันเป็นลูกครึ่งจีนครับ ผิวขาวตาตี่ รูปร่างสูงโปร่งและหน้าตาน่ารักครับ มันกับไอ้บินเป็นเพื่อนที่เรียนม.ปลายมาด้วยกัน ... เห็นมันชะงักมองมาที่ผมกับไอ้บินหน่อยๆ ก่อนจะค่อยๆยิ้มออกมา แบบนี้ล่ะครับ ไอ้กุ๊กมันออกจะช้าๆหน่อยๆ



“ไปดิ กูกำลังหิวเลย”



“ปะๆ ไปหาไรกันแทกปากกานนนน” 



เด้งตัวลุกขึ้นจากที่นั่งอย่างไว จริงๆก็คือกูหาเรื่องหนีไอ้บินนี่แหล่ะ ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกว่ามันไม่ค่อยเชื่อที่ผมเล่า เลยคิดว่าอยากหนีมันออกมาก่อนจะดีกว่า



“ไอ้เมล ทำไมมึงเดินแปลกวะ”  ชะงักขาที่กำลังจะเดินไปหาไอ้กุ๊กทันที รู้สึกสะดุ้งหน่อยๆกับคำถามของไอ้อู๋



“เอ่อ...”



“พอมึงพูดกูก็พึ่งสังเกต” 



ไอ้บินที่ว่าตามกันออกมาแบบนั้น รู้สึกร้อนสันหลังวาบ เหมือนโดนสายตาของพวกมันแสกนไปตามร่าง เชี่ยแล้ว ก็ว่าเดินหนีบที่สุดแล้วนะเว่ย



“เอ่อ...คือกู คือ...เมื่อวานกูตกบันไดอ่ะ”



“ห๊ะ”



“เออ เจ็บมากๆเลยพวกมึง น้องเมลน่าสงสารชิมิๆจ๊ะ”  หันหน้าไปทำสำออยใส่พวกเพื่อนๆ เห็นไอ้อู๋ทำหน้าเบ้ใส่ตอนที่ผมเรียกตัวเองว่าน้องเมล



“เออ โง่เสมอต้นเสมอปลายจริงๆเลยมึงเนี่ย”



“มึงฉลาดมากมั้งไอ้ควายอู๋”



“อย่างน้อยกูก็ไม่โง่ตกบันไดอ่ะ”   

ยกนิ้วกลางส่งไปให้แม่มเลย ชอบเถียงชอบว่ากูดีนัก ดีนะกูหล่อกูเลยไม่โกรธ  ลากไอ้กุ๊กเดินเข้าไปในโรงอาหารของคณะที่ไกลออกมาจากพวกมันแล้วก็อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้ ... การโกหกคนอื่นนี่มันยากจังเลยวะแม่ง เหนื่อย



“มึงอยากกินไร”  ไอ้กุ๊กที่ถามออกมาแบบนั้น หันไปมองหน้ามันงงๆ คือจริงๆกูยังไม่รู้ว่ากูอยากกินอะไร กูแค่อยากหนีออกมาจากการถูกคาดคั้นเฉยๆ



“เอ่อ...”



“กินชานมไข่มุกไหม กูอยากกินชาเขียวไข่มุกร้านนั้นพอดี”



“เออๆเอาดิ”  ยิ้มแหยๆส่งไปให้มัน ก็เออๆออๆตามมันไปแบบนั้นเองอ่ะ  ไอ้กุ๊กยิ้มให้ผมหน่อยๆ



“มึงไปนั่งรอตรงนั้นไป เดี๋ยวกูไปซื้อเอง”



“เห้ยไม่เป็นไรมึง”



“เอาเหอะ กูว่ามึงน่าจะอยากนั่งนะ”



“ห๊ะ?”



เงยหน้ามองมันงงๆ แต่ก็ยอมนั่งลงบนโต๊ะที่โรงอาหารตามที่มันบอก มันที่ไม่พูดอะไรก็เดินออกไป อะไรของมันวะ...มองมันที่เดินออกไปไม่กี่ก้าวก็หันกลับมามองผมอีกรอบ กูนี่ต้องเลิกคิ้วเลยทีเดียว คือมึงเป็นอะไรครับเพื่อนกุ๊ก หรือเงินไม่มี อ่อๆ กูลืมให้ค่าชมไข่มุกหรอ ก้มหน้าลงไปหยิบกระเป๋าตังค์ ก็ได้ยินเสียงของมันที่พูดออกมาเบาๆให้ได้ยินกันสองคนจนต้องชะงักค้าง



“กูว่ามึงน่าจะเดินไม่ถนัดอ่ะ ท่าทางมึงจะตกบันไดแรงนะ ตกจนที่ท้ายทอยด้านหลังมึงมีรอยเลยอ่ะ ... อ่อ แล้วอีกอย่าง มึงอยู่คอนโดนะเว่ยไอ้เมล มึงจะเอาบันไดบ้านที่ไหนมาตกวะ”



เชี่ยยยยยยย



มองมันที่ทำหน้าทำตาล้อใส่ผม แล้วได้แต่อ้าปากพงาบๆ เสียวสันหลังวาบไปทั้งตัว



“ไอ้อู๋มันไม่ฉลาดพอที่จะรู้หรอก แต่ไอ้บิน...ไม่แน่ ... มึงจัดผมจัดเสื้อดีๆหน่อยละกัน”



มันที่บอกผมออกมายิ้มๆ แล้วกลับหลังหันเดินห่างออกไปโดยไม่พูดอะไรอีก .... และปล่อยให้กูนั่งหน้าซีดอยู่ตรงนี้คนเดียว .. เชี่ยเอ๊ย!


...



                ห่างออกไปประมาณสามต้นเสาร์ในมุมอับมุมหนึ่งด้านหลังโรงอาหาร  สายตาคมนิ่งที่ยกยิ้มมุมปากมองนิ่งๆมาที่คนร่างบางที่ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลยอยู่เงียบๆ



“หึ”

..TBC..





ใครรรรรร ฉันถามแค่นี้ ... อุ้วววว

อยากจะมาให้ไวกว่านี้ แต่สมองปลาทองที่ตีบตันแล้วแบบแคทมันยากกกกกกกมากกกกกก ขอโทษจริงๆนะคะ

แคทจะพยายามมากกว่านี้ จะพยายามมาลงให้ถี่ๆนะคะ ขอบคุณทุกคนทุกคอมเม้นท์จริงๆนะคะ

มันคือกำลังใจจริงๆอันนี้พูดเลย

ขอบคุณ คุณ sailom_orn ที่เข้ามาคอมเม้นท์ให้แคทด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆจริงๆค่ะ :hao7: :3123:
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่4* {06.10.18}
เริ่มหัวข้อโดย: Yysll ที่ 13-10-2018 21:38:23
ถ้ารู้ความจริงอิพี่ทัพ จะเป็นไงน่าาาาาา ชาติตระกูลน้องก็ไม่ขี้เหร่นะจร้าาาา ความจริงปรากฎจะเป็นไง งื้อออออออออ อยากรู้แล้ววว //เป็นกำลังใจให้นะคะ
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่6* {20.10.18}
เริ่มหัวข้อโดย: Yoghurt ที่ 20-10-2018 19:34:44


บทที่6





“มึงเลิกทำหน้านิ่วคิ้วขมวดแบบนั้นสักทีน่าไอ้เมล” 



ไอ้กุ๊กที่เดินเข้ามากอดคอผมไว้ พร้อมๆกับยกแก้วชาเขียวไข่มุกของมันขึ้นมาดูดจุ๊บๆอยู่ข้างๆหู   



“กูเปล่า”



“ตอแหลไม่เนียนไปเรียนมาใหม่ครับไอ้สัด” 



ด่ากูไม่พอยังหันมายักคิ้วใส่อีก ไอ้กุ๊กนี่มันเป็นอีกคนที่กวนตีนหน้าตายใช่ไหมบอกกูที รู้จักกันมา4ปี เหมือนมันจะกวนตีนขึ้นทุกปีๆนะผมว่า ... จริงๆผมรู้จักมันได้ก็เพราะว่ามันเป็นเพื่อนกับไอ้บินอยู่แล้ว ทีนี้ตอนปฐมนิเทศน์ตอนปี1 ไอ้บินมันเข้ามาทักผม คราวนี้ก็เลยลากไอ้กุ๊กมาอยู่กลุ่มเดียวกันด้วย แล้วก็ตามมาด้วยไอ้อู๋อีกคน คราวนี้เลยกลายเป็นสี่หนุ่มหล่อแห่งคณะบริหารไงครับแหม่ ... กลับมาที่ปัจจุบันตอนนี้ รู้สึกเครียดจนไม่กล้าแดกชานมไข่มุกที่ถืออยู่ในมือเลย



“เอาน่า กูไม่บอกใครหรอกกูสัญญา ไอ้บินกูก็จะไม่บอก”



“คือกู...”  อยากจะตอแหลมันออกไปแต่คิดคำแถดีๆไม่ออก และคิดว่าตอนนี้ก็คงปิดอะไรไอ้กุ๊กมันไม่ได้ ในเมื่อสายตาอีกฝ่ายมันกำลังบอกว่ามันมองผมออกอย่างทะลุปรุโปร่ง



“กูจะไม่ถามด้วยว่าอะไรยังไง กูจะถือว่าเป็นเรื่องของมึง แต่ถ้าวันไหนมึงอยากบอกอยากเล่าอะไรกูพร้อมรับฟังนะ”   



หันไปมองหน้ามัน ที่อีกคนก็แค่ยิ้มรับอย่างจริงใจมาให้ ซึ้งใจอย่างบอกไม่ถูก ... ข้อดีของไอ้กุ๊กก็คือมันเป็นคนไม่เซ้าซี้ ง่ายๆ และครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ผมรู้สึกขอบคุณนิสัยของมัน รู้สึกสบายใจขึ้นตอนที่มองตามันและมั่นใจได้ว่ามันจะไม่พูดแน่ๆ



“ขอบใจมึง ... ซึ้งว่ะ ไม่เคยรู้เลยว่ามึงเป็นคนดี”



“อ้าวไอ้สัด กูวิ่งไปฟ้องพวกมันแป๊บ”



“ฮ่าๆ โอ๋ๆนะครับน้องกุ๊กของพี่เมล ล้อเล่นนิดหน่อยขี้งอนจังเลย มาๆพี่หอมหัวที” ว่าแบบนั้นแล้วทำปากจู๋ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆมัน แกล้งแม่ง กูสบายใจละ



“เชี่ย เอาหน้าไปห่างๆกู๊”  ทำหน้าขยะแขยงซะเหมือนกูเป็นขยะกันเลยทีเดียว ไม่พอมันยังเอามือมาดันหน้าผมให้ออกห่างอีก ก็ไม่ค่อยจะแสดงออกว่ารังเกียจกันเท่าไหร่เลยในจุดๆนี้



“ทำไมๆ มาให้พี่เมลจุมพิศสักครั้ง มาๆๆ”



“อ๊ากกก ไม่ ไม่ ม่ายยยย”   พยายามยื่นหน้าทำปากจู๋เข้าไปใกล้ๆ ยิ่งเห็นมันดิ้นหนีแบบนั้นแล้วยิ่งสนุกเลยกู  ผมสีน้ำตาลอ่อนของมันสะบัดไปมาเพราะส่ายหัวแรงๆ มองจากมุมนี้แม่งยิ่งตลก แต่จริงๆมันก็เป็นคนที่ดูน่ารักน่าแกล้งดี



‘ผลัก’



“ทำไรกันวะ!”



“อะ...โอ๊ย!”



“เฮ้ยไอ้กุ๊ก!” 



ผมที่ร้องออกมาแบบนั้น หลังจากที่อยู่ๆก็ถูกร่างปริศนากระชากตัวผมและไอ้กุ๊กให้ออกห่างจากกัน โดยมันแทรกตัวเข้ามาระหว่างกลาง และเหมือนจะแรงมากเกินไป จนไอ้กุ๊กกระเด็นลงไปกองอยู่ที่พื้นพร้อมๆกับแก้วชาเขียวไข่มุกของมัน ... เชี่ย



“มึง เปียกหมดเลย ... ไอ้เหี้ยบิน ทำเหี้ยไรเนี่ย”  ผมที่วิ่งไปหาไอ้กุ๊กแล้วเงยหน้ามาด่าไอ้โย่งนี่ ห่า แทรกมาได้ แล้วดันยังไงจนไอ้กุ๊กแม่งกระเด็นวะ



“แล้วพวกมึงเล่นเชี่ยไรกัน มึงจะมาจูบกันเชี่ยไรล่ะ”  ไอ้บินที่ท่าทางหงุดหงิดว่าออกมาแบบนั้น ห่านี่ ไม่สำนึกอีก



“ก็เล่นกันไหม เป็นเชี่ยไรเนี่ย ไอ้กุ๊กเปียกหมดไอ้สัด”  ด่ามันก็ประคองไอ้กุ๊กให้ลุกขึ้นยืนไปด้วย เสื้อนักศึกษาสีขาวของมันตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีเขียวไปครึ่งร่าง แถมมีเม็ดไข่มุกดำๆติดอยู่ประปราย สภาพคือเชี่ยมากพูดได้แค่นี้



“มีเรื่องอะไรกันวะ....เอ้า ไอ้กุ๊ก มนุษย์ชาเขียวไข่มุกสิงร่างมึงหรอ?”



“สัดอู๋ มาช่วยกันสิวะ เล่นเพื่อ”



“อะโทษๆ”  พอด่ามันออกไปแบบนั้น มันก็รีบวิ่งไปหยิบทิชชู่จากโต๊ะในโรงอาหารแถวๆนั้นมาช่วยเช็ดเสื้อให้ไอ้กุ๊ก   



“พอเหอะมึง เดี๋ยวกูไปล้างเอาเองดีกว่า”



“ล้างอะไรล่ะครับ กูว่างานนี้มึงน่าจะต้องล้างยันไข่นะจ๊ะ ไข่เหนียวไหมพี่อู๋ของสัมภาษณ์นิดนึง”



“สัดนี่”



“เอ๋า กูเป็นห่วง”



“เพราะมึงอะสัดบิน ผลักมันแรง”  ผมหันไปด่ามันอีกรอบ พอเห็นไอ้กุ๊กเขียวครึ่งตัวแบบนี้แล้วก็อดสงสารไม่ได้ คิดว่ามันคงจะเหนียวน่าดู



“กูตั้งใจไหมล่ะ ก็พวกมึงเล่นเชี่ยไรกันล่ะ กูก็กลัวฟ้าผ่า แล้วมึงอ่ะผอมเองไหม ชนนิดชนหน่อยทำมาปลิว”



“หรอวะ?”  ไอ้กุ๊กที่พูดออกมาแบบนั้นแล้วหันหน้าไปยิ้มพร้อมเลิกคิ้วใส่ไอ้บิน ท่าทางที่ดูกวนตีนหน่อยๆของไอ้กุก มันที่จ้องตากันอยู่สองวิแบบไม่พูดอะไร 



“เป็นคนกลัวฟ้าผ่าขึ้นมาซะงั้นนะมึงเนี่ย ... เอาเหอะ พวกมึงไปเข้าห้องเรียนเหอะ เดี๋ยวกูตามไป”  มันพูดโดยที่ไม่รอให้ไอ้บินหรือใครๆได้ตอบรับ เพราะไอ้กุ๊กมันแค่ผละตัวออกห่างจากพวกเรา ส่งยิ้มพร้อมยกมือบ๊ายบายมาให้แล้วหันหลังไวๆเดินหนีไปอีกทาง คาดว่าจะไปเข้าห้องน้ำ



“สัด แล้วก็ไม่ชวนกูไป”  มองตามหลังมันไปแล้วด่าออกไปแบบนั้น



“ช่างมันเหอะ ไปกัน”  ไอ้บินเองก็มองตามแผ่นหลังบางๆของไอ้กุ๊กไป สายตาของมันที่ผมอ่านไม่ออกว่ามันกำลังคิดอะไร แต่สุดท้ายมันก็พูดขึ้นมาแบบนั้นพร้อมๆกับฝ่ามือหนาที่ดึงมือผมไปจับไว้ แล้วลากให้เดินตามมันไปทั้งแบบนั้น



“อ้าว เห้ยๆจะจับมือลากกูทำไมว้า”



“สัดบินไม่ลากกูไปบ้างว้า~~”  ไอ้อู๋ที่แหกปากตามมา หันหน้ากลับไปมองก็เห็นไอ้อู๋ที่เดินตามมา แต่ไกลออกไป ยังคงมองเห็นแผ่นหลังบางๆของไอ้กุ๊กที่ตอนนี้มันเดินอยู่คนเดียว  น่าแปลกที่มันก็แค่เดินไปห้องน้ำ แต่มองจากตรงนี้ ทำไมฟิลเตอร์มันดูเศร้าๆจังวะ ...








 เริ่มเรียนไปแล้วเกินครึ่งชั่วโมงแต่ไอ้กุ๊กมันก็ยังไม่มาเข้าเรียน คือมึงไปล้างเสื้อหรือมึงไปตัดเสื้อใหม่เอาดีๆ ส่วนอาจารย์ที่เริ่มบรรยายก็บรรยายไปโดยไม่สนใจว่ายังมีสิ่งมีชีวิตใดๆอยู่กับอาจารย์หรือเปล่า ตั้งใจสอนเหมือนกลัวว่าวันพรุ่งนี้จะไม่ได้สอนอีก



“พวกมึง ... ทำไมไอ้กุ๊กมันยังไม่มาอีกวะ”



“กูไลน์ไปถามมันแล้วนะ แต่มันไม่อ่าน”  ไอ้อู๋ที่เอียงหน้ามากระซิบบอกผมแบบนั้น



โต๊ะข้างๆไอ้บินยังคงว่างเปล่า ปกติจะเป็นไอ้กุ๊กที่นั่งข้างมันตรงนั้น พวกเรานั่งกันแบบนี้มาตั้งแต่ปี1แล้วครับ ไม่เคยเปลี่ยนเลย กุ๊ก บิน ผมและไอ้อู๋ ...



“บิน แล้วมึงถามมันยัง”  หันไปถามอีกคนที่มันนั่งอยู่ฝั่งซ้ายมือของผม ไอ้บินที่มองโทรศัพท์ที่วางไว้บนโต๊ะของมัน ก่อนจะถอนหายใจออกมาหน่อยๆ



“เดี๋ยวกูไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะ”  มันที่เลื่อนหน้ามากระซิบบอกผมเบาๆ แล้วลุกออกจากโต๊ะไป



“มันไปไหนของมันวะ ไปตามไอ้กุ๊กหรอ?”



“ไม่รู้แม่งดิ มันบอกกูว่าจะไปเข้าห้องน้ำว่ะ” 



บอกไอ้อู๋ที่ก็แค่พยักหน้าตอบรับหน่อยๆ แล้วก้มหน้าลงไปเล่นเกมส์ในโทรศัพท์ต่อ เจริญล่ะมึง  ...  ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ไอ้บินที่เดินเข้าห้องเรียนมาพร้อมกับไอ้กุ๊ก ไอ้กุ๊กที่ตอนนี้มีเสื้อคลุมไอ้บินสวมคลุมไว้อยู่ ผมกับไอ้อู๋มองพวกมันสองคนตาปริบๆ



“มึงไปตายมาหรอวะไอ้สัดบิน นานเหลือเกิน”  ไอ้อู๋ที่ยื่นหน้าไปด่ามัน ไอ้บินที่แค่อ้าปากไม่ออกเสียงมาให้มันว่า ‘เสือก’



“มึงไปตามไอ้กุ๊กมาหรอ”  ผมหันไปถามพวกมันสองคนบ้าง



“เปล่า กูไปดูดบุหรี่เลยช้า พอออกมาก็เจอมันพอดี”  ไอ้บินที่ตอบผมกลับมา ไอ้กุ๊กที่มองหน้ามันหน่อยๆ ก่อนจะพยักหน้าตอบผมด้วยอีกคน



“อืม กูบังเอิญเจอมันพอดีอ่ะ มันสมเพชที่เสื้อกูเขียวเลยถอดให้ใส่”



“เชี่ย พระเอก”



“หึ แบบมันไม่ใช่พระเอกหรอก มันอ่ะตัวร้าย”  ไอ้กุ๊กที่ว่าออกมาแบบนั้น ก่อนจะหยิบสมุดแลคเช่อร์ของมันขึ้นมาจดและตั้งใจเรียนของมันไปโดยที่ไม่พูดอะไรออกมาอีก



“กูเห็นด้วยกับไอ้กุ๊ก”  ไอ้อู๋ที่หันมากระซิบผมแบบนั้น เราสองคนที่มองหน้ากันแล้วหลุดขำออกมาสองคนเบาๆ



“ไอ้สัด”



และถึงไอ้บินมันจะด่า แต่โทษทีพวกกูก็ไม่สนว่ะ ขำชิพหาย ไอ้กุ๊กแม่งก็เปรียบเทียบซะเห็นภาพ แบบไอ้บินน่ะมันเป็นพระเอกไม่ได้หรอกครับ แบดบอยๆแบบมันนี่ต้องเป็นตัวร้ายอ่ะถูกแล้ว ฮ่าๆ



...





“กว่าอาจารย์ป้าแกจะเลิกคลาสได้ กูนึกว่ากูกำลังเดินทางออกนอกโลก นานเหลือเกิน”



“มึงก็เว่อร์”



“ไปกันเลยไหมเมล”  ผมหันไปหาไอ้บิน มันที่เดินตามหลังผมกับไอ้อู๋ออกจากห้องเรียนมาถามขึ้น ...



“ไปไหนวะ?”



“เอ้า...ก็มึงบอกจะให้ป๋าซื้อมือถือให้ไม่ใช่ไงจ๊ะ” 



มันที่ยิ้มกว้างออกมาแบบนั้น แล้วเดินเข้ามากอดคอผมไว้ ชิพหาย! เมื่อเช้าแกล้งพูดเล่นกับมันไปว่าจะให้มันซื้อมือถือให้ แต่ไม่ได้คิดจริงจังไง แค่อยากเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่ไอ้บินมันกดดันถาม แล้วตอนนี้จะเอาไงดีวะ ...



“เอ่อ ฮ่าๆ ไม่ต้องเว้ย เดี๋ยวกูซื้อเองได้น่า กูก็รวยนะจ๊ะหรือมึงลืมหรา นี่กูป๋าเมลเอง”  ยิ้มกว้างแบบใจดีสู้เสือส่งไปให้มัน ที่ก็ก้มลงมามองหน้าผมเหมือนกัน



“เอาน่า ไหนๆวันนี้อาจารย์ก็ปล่อยก่อนเวลาตั้ง10นาที ไปเดินห้างเลยดีกว่า มึงจะได้มีมือถือใช้ จะติดต่ออะไรจะได้ไม่ลำบาก”



“เอ่อ...เอ่อคือ...”



เหยดแหม่ ไม่ฟังอะไรกูเลย ไอ้บินที่กอดคอผมไว้แบบนั้นอยู่แล้ว เลยไม่ยากที่จะบังคับให้ผมเดินไปกับมันด้วยเลยในตอนนี้ พยายามขืนแรงแล้วแต่ก็สู้มันไม่ได้อยู่ดี ... จะทำยังไงดีวะ วันนี้พี่ธรจะมารับ แล้วคือถ้ากูไม่กลับจะเป็นอะไรไหม ... แต่เอ๊ะ ... แล้วทำไมกูต้องเชื่อไอ้ทัพหน้าด้วยวะ ไหนๆก็ได้ออกมาได้แล้ว หนีแม่งเลยตั้งแต่วันนี้ดีกว่า



“เออก็ดี งั้นไปกันตอนนี้เลยปะ” 



เพราะคิดได้แบบนั้นเลยโพร่งออกไปทันที  ไอ้บินที่ชะงักหน่อยๆที่อยู่ๆก็เห็นผมไม่ขืนแรงลากอีกต่อไป ในใจมันอาจจะคิดว่ากูเป็นไบโพร่า แต่ช่างสิ รีบไปเลยจะเป็นการดีมากๆอ่ะ



  พวกเราที่เดินลงมาจากตึกเรียนพร้อมกันสี่คน ผมกับไอ้บินที่เดินกอดคอกันลงมา ไอ้อู๋กับไอ้กุ๊กที่มันสองคนเดินนำหน้าไปก่อนแล้ว ผมพยายามสอดส่ายสายตามองไปรอบๆอย่างหวาดระแวง กลัวจะเจอพี่ธรมาจ๊ะเอ๋กันซะก่อน เดี๋ยวมันจะเสียแผน พยายามเอาหน้าหนีบเข้าจักแร้ไอ้บินแล้วส่องต่อไป แต่มองๆแล้วก็ยังไม่เห็น



“เฮ้อ ค่อยยังชั่ว”



“มึงบ่นไรวะเมล”



“เปล่าๆ ไม่ได้บ่นไร รีบไปกันเหอะมึง”



“มึงดูรีบนะ”



“บ้าบออออ กูอยากได้มือถือใหม่แล้วไงล่ะ”



“อะๆ แล้วแต่มึงเลย”  มันที่ก้มมองผมแล้วยกมือขึ้นเขกหัวเบาๆ ห่านี่ก็เล่นหัวกูเป็นหมาเป็นแมว แต่ไม่ได้ด่าอะไรมันออกไป แค่พยายามเอาหน้าซุกจักแร้มันต่อไปแล้วสาวเท้าก้าวไวๆเดินไปที่ลานจอดรถหลังตึกคณะพร้อมๆกัน



“วันนี้มึงไม่ได้เอารถมา?”



“อะ...เออ ใช่ๆๆ กูไปกับมึงไม่ได้ไง”



“มันก็ได้อยู่แล้ว แต่ทุกทีกูเห็นมึงหวงลูกมึงมาก ไม่คิดว่าจะไม่เอามา ว่าแต่วันนี้มึงมาไง?” เซ้าซี้มากกกก แล้วกูจะตอบยังไงวะ คิดสิๆ ใช้สมองๆ สมองมาๆๆๆ ฮึบๆ เอาสมองกูมาที



“ก็เอ่อ...กูขี้เกียจไง มาแท็กซี่ไง”  ฉีกยิ้มกว้างๆส่งไปให้ เห็นไอ้บินที่หรี่ตามองมาหน่อยๆก็เลยเลือกจะเบือนหน้าหนีไปหาไอ้อู๋กับไอ้กุ๊ก ที่รถของพวกมันก็จอดติดๆกันกับรถของไอ้บิน



“พวกมึงไม่ไปด้วยกันหรอ”



“ไม่อ่ะ กูจะกลับไปนอน มึงไปป๊ะไอ้กุ๊ก”  ไอ้อู๋ที่หันหน้าไปถามไอ้กุ๊ก มันที่ยืนพิงรถมันอยู่ตรงนั้น ได้แต่ส่ายหัวออกมาช้าๆ



“ตามสบายเถอะ” 



มันที่ตอบออกมาแบบนั้น ก่อนจะหันหลังเดินขึ้นรถไป ยืนมองจนมินิคูเปอร์สีฟ้าขาวของมันขับออกไปจนหายไปจากสายตา ไอ้อู๋เองก็แค่ยกมือโบกลาเราแล้วขับเลคซัสลูกรักสีอิฐของมันออกไปบ้าง



“ไปกันเถอะมึง”  ไอ้บินที่บอกแบบนั้น เลยโดดขึ้นรถมันทันที คือไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว กลัวพี่ธรมาทัน ...



“ไปกันๆ วันนี้สบายกูละ ได้นั่งMercedes Benz AMG CLA 45 ของนายบินเนี่ย กูโชคดีสุดเลยว่ะ ได้เป็นตุ๊กตาหน้ารถมึงละ ป๋าขารีบไปเลยค่ะหนูอยากได้โทรศัพท์ใหม่ละ”



“ฮ่าๆ มึงนี่ก็นะ จะเป็นเด็กเสี่ยหรือไงวะ”



“ได้ไหมคะป๋า” เอียงหน้าเอียงตาอ้อนตีนมันไปงั้น แต่อีกฝ่ายดันหันกลับมายิ้มให้แล้วเลื่อนมือมายีหัว



“เลี้ยงมึงได้ทั้งชีวิตอยู่แล้ว” มันที่ตอบกลับออกมาแบบนั้นทำเอาผมยิ้มค้าง ก่อนจะแกล้งกระแอมไอเบาๆไปที



“แหม่ ช๊อบชอบ ชอบผู้ชายนิสัยรวย”



ทำหน้าทำตาอ้อนตีนมันไปอีกหนึ่งที แต่ก็ขยับมานั่งที่ตัวเองดีๆ ไอ้บินไม่ได้ว่าอะไรต่อ มันทำแค่ขยับมือเข้าเกียร์และเหยียบคันเร่งออกไปก็เท่านั้น  ผมได้แต่หันหน้าออกไปนอกหน้าต่างรถ มองออกไปไม่ได้เห็นอะไรนอกจากถนนและรถข้างๆที่ขับเรียงรายกันไปตามทางในแบบที่มันควรจะเป็น แต่ถึงตาจะมองออกไป แต่สมองของผมมันกลับกำลังนึกถึงใครบางคน คนที่ชอบทำหน้านิ่งๆ กวนตีนและใจร้าย ... ผมอยากรู้จริงๆว่าตอนนี้เค้าจะทำอะไรอยู่ และถ้าเค้ารู้ว่าผมหนีมาแล้ว เรื่องของเรามันจะจบลงไปเลยไหม ... ใจนึงก็อยากจะให้มันจบๆไป แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เวลาที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ถึงมันจะเลวร้ายมากๆ แต่มันก็คงมีแค่ครั้งนี้เท่านั้นที่ผมได้อยู่ใกล้คนที่ผมรักมากที่สุด



“คิดอะไรอยู่วะ”



“ห๊ะ อ่อ เปล่าๆอ่ะมึง”  สะดุ้งออกจากความคิดตัวเองตอนที่มันถามออกมาแบบนั้น มองดูรอบๆตัว ก็คือตอนนี้ถึงห้างเรียบร้อยแล้ว



“ถ้าเปล่าก็ไปกันเถอะ มามะเดี๋ยวป๋าพาไปซื้อมือถือเครื่องใหม่นะจ๊ะหนู”  ว่าแบบนั้นแล้วเอื้อมมือมาหยิกแก้ม



“กวนตีน”



ด่าออกไปแบบนั้นและแน่นอนว่ามันไม่สะท้านหรอก ไอ้บินแค่หัวเราะสะใจและเดินนำลงไปจากรถก็แค่นั้น  ... พวกเราสองคนใช้เวลาไม่นานเพื่อไปเลือกมือถือเครื่องใหม่ ผมตั้งใจจะจ่ายเอง แต่ไอ้บินมันไม่ยอม มันดึงดันที่จะจ่ายและก็ยื่นเงินสดหลายหมื่นไปให้พนักงานก่อนกูซะแบบนั้น



“นี่มึงพกเงินสดสามสี่หมื่นเลยหรอวะ”



“กูก็ไปกดมาสิ”



“ตอนไหน?”



“ถามเป็นเมียเลยนะหนู”



“โวะ”



“เอาน่า ถือเป็นของขวัญวันเกิด”



“เกิดเชี่ยไร ยังไม่ถึงวันเกิดกู”



“เกิดที่กูอยากจะให้นี่แหล่ะ อย่าพูดมาก ไม่งั้นกูดูดปากมึงนะ”



“ไอ้สัด”



ไม่ว่าเปล่ามันก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ลำบากกูต้องยกเท้าไปกันเอาไว้อีก ไอ้บินที่ส่ายหน้าขำๆแล้วตรงมากอดคอกันเดินออกจากร้านไป มันชวนผมกินข้าวเย็น และแน่นอนว่าก็ต้องกินสิครับ หกโมงกว่าแล้วกูหิวมากพูดเลย เดินดูไปเรื่อยๆและสุดท้ายก็เลือกกินร้านอาหารญี่ปุ่นอย่าง The Grill Tokyo ไอ้บินมันสั่งซูชิปูขนมาให้ผม จ๊ะ 2คำสามร้อยฝ่าบาท แดกแล้วกลายเป็นเงาะป่าตอนถอดรูปได้มั้งครับ แพงเหลือเกิน ตัวผมสั่งสเต๊กเนื้อบดกับชีสแรคแลทฮอกไกโด ส่วนมันสั่งสปาเก็ตตี้ปลาหมึกมาครับ ราคาเอาเรื่องแต่จริงๆก็ต้องยอมรับว่ารสชาตเค้าใช้ได้เลยล่ะ และแน่นอนว่าอิ่มอร่อยและตังค์กูอยู่ครบมากๆ   



“ขอขอบคุณป๋าบินมากๆเลยครับผม”



“สบายมากอิหนู”



“ไอ้สัด ฮ่าๆ เออมึง...เดี๋ยวกูขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บ”



“เค กูเดินดูเสื้ออยู่ร้านนี้นะ” 



พยักหน้าตอบรับตอนที่มันบอกแบบนั้น พอกินเสร็จฉี่ก็เริ่มปวด เลยแยกกับมันตรงหน้าร้านแล้วไปเข้าห้องน้ำ ยกนาฬิกาขึ้นมาดู บอกเวลาว่าสองทุ่ม นึกไปถึงไอ้ทัพหน้า ป่านนี้มันคงรู้แล้วว่าผมไม่อยู่ และคนฉลาดๆแบบมันคงรู้ด้วยว่าผมจะหนี แต่ช่างแม่งสิ....มันจะรู้ได้ไงล่ะว่ากูหนีไปไหน คืนนี้ไปนอนค้างกับไอ้บินดีกว่า กันไอ้ทัพตามตัวผมเจอที่คอนโด



เดินเข้าไปในห้องน้ำที่ปลอดผู้คน ห้องน้ำชั้นนี้ใหญ่มากๆ มีห้องน้ำเยอะแบ่งเป็นสองฝั่ง ผมเลือกเข้าไปทำธุระส่วนตัวที่ห้องในสุดของฝั่งซ้าย ปลดปล่อยทุกหยาดหยดออกมา ฮ้า...สบาย ... เสร็จแล้วก็เดินผิวปากลั้ลลาออกมาเลยกู แต่กลิ่นบุหรี่จางๆทำให้ต้องชะงักขาที่กำลังจะก้าวเดิน หันซ้ายหันขวา



“ใครแม่งมาสูบบุหรี่ในห้องน้ำวะ” 



บ่นออกไปแบบนั้นแต่ก็เลือกที่จะเดินต่อไป ไปหยุดล้างมือที่หน้ากระจกใส ก่อนจะต้องเบิกตากว้างเมื่อภาพตรงหน้าที่กำลังสะท้อนเงาของใครอีกคนให้ต้องตกใจจนนิ่งค้างและหน้าก็ถอดสี รีบพลิกตัวหันกลับไปมองอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

 

“ทะ....ทัพหน้า



“ไง”   ร่างสูงที่ยืนพิงอ่างล้างมืออยู่อีกฝั่ง จ้องมองตรงมาที่คนร่างบางด้วยสายตานิ่งๆ



“มะ...มึง...มึง มึงมาที่นี่ได้ยังไง”  พยายามกลืนน้ำลายฝืดลงไปในลำคอ ก่อนจะถามออกไปทั้งๆที่หัวใจเต้นระรัว



“กูมายังไงก็เรื่องของกู แต่ที่มึงต้องรู้ก็คือ...”  มันที่พูดออกมาช้าๆ พร้อมๆกับบี้บุหรี่ทิ้งลงไปที่อ่างแล้วค่อยๆสาวเท้าเข้ามาใกล้กันช้าๆ ... จังหวะก้าวเดินที่ไม่เร่งรีบแต่กลับบีบหัวใจ และสุดท้ายมันก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าของผม



“กูโมโหมาก



“คือ...คือกู....โอ๊ย!”  หน้าของผมหันไปตามแรงตบที่มาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ได้แต่ยกมือขึ้นกุมหน้า รู้สึกทั้งเจ็บและชาไปทั้งแก้ม



“กูเจ็บนะ โอ๊ยทัพ! ปล่อยก่อนปล่อยผมกู ทัพ อย่าทำไรกูเลยนะ กูกลัวแล้ว” 



ร้องออกมาตอนที่หน้าแหงนเชิดขึ้นไปเพราะแรงกระชากจากคนตรงหน้า สายตาคมที่มองมาวาวโรจน์อย่างโกรธจัด



“มึงกลัวแต่มึงก็กล้าหนีกูมาแรดอยู่กับไอ้เหี้ยโย่งนี่น่ะนะ!” ทัพหน้าว่าออกมาเสียงดังสะท้อนไปทั่วห้องน้ำกว้าง



“กู กูเปล่านะ กูแค่มาซื้อมือถือ” บอกอีกคนออกไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก พร้อมๆกับพยายามดึงมือของมันให้ออกจากหัวแต่ยิ่งทำแบบนั้นมันก็ยิ่งกระชากให้แรงมากขึ้น ความรู้สึกเจ็บร้าวไปหมดทั้งหัวจนอยากร้องไห้   



“ทัพ กูขอโทษ กู กู...”



“มึงกล้ามากนะที่คิดจะหนีกู”



“กูเปล่า กูเปล่านะทัพ”



“แล้วมึงยังกล้าหนีกูมากับไอ้เหี้ยโย่งนี่อีก ทำไม เอากับกูไม่สะใจเลยต้องมาออเซาะให้มันเอามึงอีกคนด้วยรึไง!”



“ปะ...เปล่านะ ฮึก ทัพ กูเจ็บ ปล่อยก่อนนะ”



“สำออย มึงมานี่เลย”



“ฮึก ทัพ จะ อึก....ไปไหน”



“เดี๋ยวมึงจะได้รู้ ว่าการคิดลองดีกับกูมันจะเจอกับอะไร!” 



มือของมันที่ปล่อยออกจากหัวของผมแล้วเปลี่ยนไปกระชากแขนของผมมากำไว้จนแน่นแทน แรงบีบรัดที่ทำเอาเจ็บไปทั้งแขน มือของมันที่กำรอบแขนของผมจนแดงเป็นรอยนิ้ว พร้อมๆกับแรงกระชากที่บังคับให้ผมเดินตามไป ประตูห้องน้ำเปิดผลัวออกอย่างแรงจากแรงอารมณ์ของคนตรงหน้า พอเปิดประตูออกมาก็เจอเข้ากับลูกน้องของมันที่ยืนเรียงกันอยู่ตรงนี้ประมาณ10คน และหนึ่งในนั้นคือพี่ธรที่มองมาที่ผมด้วยสายตาหนักใจ มันที่ไม่สนใจอะไรแค่ลาก ลาก ลากและกระชากผมให้เดินตามไป



“ทัพ ฮึก...”



“หุบปาก” 



มันที่ปรายตามากดเสียงต่ำกัดฟัดตอบผมอย่างไม่สบอารมณ์  เราที่เดินผ่านร้านเสื้อผ้าที่ไอ้บินอยู่ในนั้น แว๊บนึงผมยังเห็นมันยืนเลือกเสื้ออยู่ตรงนั้น  น้ำตาผมไหลออกมา เพื่อนผมไม่รู้ว่าผมกำลังจะไปจากตรงนี้ มันไม่รู้อะไรเลยว่าผมกำลังจะต้องไปเจอกับอะไร  ตลอดทางบอดี้การ์ดของทัพหน้าเดินล้อมรอบเราไว้และคอยเปิดทางให้ผ่านผู้คนไปได้ง่ายๆและไม่แตกตื่น  ตอนนี้ผมได้รู้แล้วว่า อำนาจของทัพหน้า ... มันมีมากกว่าที่ผมคิด



.

.

.




 :katai5:มีต่อจ้า :katai5:
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่6* {20.10.18}
เริ่มหัวข้อโดย: Yoghurt ที่ 20-10-2018 19:36:01
(ต่อ)

.

.

.


‘พลัก’



“ฮึก...ทัพ...กูแค่ไปซื้อมือถือจริงๆนะ ฮึก” 



ร่างของผมที่ถูกจับเหวี่ยงโยนลงไปบนเตียงกว้างทันทีที่ถูกมันลากเข้ามาถึงในห้องนอนได้  รู้สึกทั้งเจ็บทั้งจุกไปหมด แล้วพอเลื่อนสายตาไปมองหน้าของอีกฝ่ายก็ยิ่งรู้สึกกลัวขึ้นมาจับใจ เมื่อมันที่ยืนมองกันด้วยสายตาลุกโชนด้วยความโมโหอยู่ตอนนี้



“ไม่ต้องเสือกมาตอแหลกู กูมีตา กูตัดสินเองได้ กูจะบอกอะไรมึงให้รู้ไว้นะว่ากูตามมึงไปตั้งแต่ที่มหาลัยแล้วไอ้เมล”  คำพูดของทัพหน้าทำเอาตัวชาวาบ



“กูฉลาดพอที่จะไม่เข้าไปกระชากมึงออกมาตั้งแต่ที่อยู่มหาลัย กูอยากจะรู้ว่ามึงจะแรดไปได้อีกแค่ไหน หึ และจริงๆมึงมันก็แค่คนแรดที่อยากได้ผู้ชายไปทั่ว!”



“กูเปล่านะ! ฮึก กูแค่ไปซื้อมือถือ ฮึก แล้วก็กินข้าว...”



“แล้วดัดจริตไปให้มันกอดไหล่ทำเหี้ยอะไร! กูบอกมึงว่าอะไรเมื่อเช้า กูบอกว่าอย่าแรดใช่ไหม!”  ทัพหน้าที่ตะคอกออกมาเสียงดันลั่นจนตกใจ ได้แต่ถอยตัวขึ้นไปนั่งอยู่ที่อีกฝั่งของเตียงนอน



“มึงมานี่”



“ไม่เอา ไม่เอาทัพหน้า กูจะไม่ทำอีกแล้ว ฮึก”



“บอกให้มานี่ไง!”  ตะคอกเสียงดังอย่างไม่สบอารมณ์มากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นว่าผมพยายามจะคลานหนีลงจากเตียง

 

ร่างสูงกระชากข้อเท้าและจับลากลงมากลางเตียง คาราเมลที่หน้าคว่ำลงกับเตียงและถูกลากมาทั้งแบบนั้นสะอึกสะอื้นออกมาอย่างหวาดกลัว



“ฮึก อย่าทำอะไรกูเลยนะ ไม่เอาแล้ว ฮึก ฮื่อ”



“มึงมันเลี้ยงไม่เชื่องไอ้เมล”  กระชากคนร่างบางให้กลับมานอนหงาย ก่อนจะขึงอีกฝ่ายไว้ด้วยฝ่ามือหนา สายตาคมที่ก้มลงมองหน้ามีแต่ความเกลียดชังและดูถูก



“ถ้าไม่โดนผูกมึงคงอยู่ดีๆไม่เป็น”



“ไม่เอาๆ ทัพไม่เอา กูไม่เอาแบบนี้ ฮึก ฮื่อ”  ร้องออกมาเสียงหลง น้ำหูน้ำตาไหลออกมาอาบแก้มทันทีอย่างหวาดกลัวตอนที่เห็นเชือกเส้นหนาที่ทัพหน้าคว้าออกมาจากลิ้นชักข้างเตียง



“แต่กูจะเอา! จะเอาให้มึงไม่กล้าไปเอาใครอีกเลยในชีวิตนี้ กูจะสาปมึง คนชั่วๆแบบมึงจะไม่มีวันลืมสัมผัสจากกู กูคนที่มึงรักไง”



“ฮึก ไม่เอา ทัพ ฮึก”



“อยู่นิ่งๆสิวะ น่ารำคาญ!”



‘พลึบ’



“ทัพปล่อย ไม่เอาปล่อยกู ฮึก ฮือ”



“กูจะทำอะไรก็ได้!”  ตะคอกกลับออกมาแบบนั้นพร้อมๆกับที่เริ่มผูกข้อมือบางกับหัวเตียงทั้งสองข้าง



‘แคว้ก’



แรงกระชากเสื้อนักศึกษาทำเอากระดุมเสื้อของคนใต้ร่างกระเด็นหลุดออกจากกัน และตามมาด้วยกางเกงและชุดชั้นในที่โดนคนร่างสูงจับถอดออกจนหมด



“ฮึก กูขอโทษทัพ...ยกโทษให้กูเถอะนะ กูไม่ตั้งใจ ฮึก”  ได้แต่ร้องไห้ออกมาอย่างอ่อนแรง ปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาอย่างสุดจะกลั้น นอนนิ่งๆทั้งๆที่โดนขึงพรืดอยู่ตอนนี้ ไม่มีทางหนี  ไม่มีทางสู้



“แล้วมึงเคยตั้งใจอะไรบ้างล่ะ ไม่ว่าจะเรื่องที่ขัดคำสั่งกู หรือเรื่องวันที่ตั้งใจจะฆ่าณราชา...มึงเคยบอกว่ามึงตั้งใจรึไง!”



“กูขอโทษทัพ กูขอโทษ ฮึก...”



“ต่อให้มึงขอโทษกูอีกกี่ร้อยครั้ง มันก็ลบล้างสิ่งที่มึงพรากจากกูไปไม่ได้ไอ้เมล...เพราะฉะนั้นอย่ามาโทษที่กูใจร้าย โทษความเลวของมึงเองเถอะที่ทำให้มึงต้องเจอแบบนี้!”



ทัพหน้าที่ตะคอกตอบเสียงลั่น ก่อนจะก้มลงไปซุกไซร้ซอกคอขาว ก่อนจะขบเม้มแรงๆไปตามลำคอและแผ่นอกจนเป็นรอยแดงเป็นจ้ำๆไปทั่ว



“ฮึก จะ...เจ็บ...” 



สะดุ้งร้องออกมาตอนที่ร่างสูงเลื่อนริมฝีปากลงไปครอบครองอยู่ที่หัวนม ริมฝีปากร้อนที่ครอบลงไปดูดเม้มแรงๆ ก่อนที่จะใช้ฟันคมขบกัดและดูดดึงหัวนมชมพูนั่นขึ้นมาจนแทบจะติดมากับริมฝีปาก  ฝ่ามือหนาที่เลื่อนไปแหวกขาขาวให้แยกออกจากกัน ได้แต่นอนตัวสั่นตอนที่รู้สึกถึงสิ่งแปลกปลอมบางอย่างที่ค่อยๆถูกดันเข้ามาในช่องทางด้านหลัง



“อึก จะ เจ็บ...อื้ออ”



“หึ” 



เสียงทุ้มต่ำที่หัวเราะอยู่ในลำคอของทัพหน้า มาพร้อมๆกับที่อีกฝ่ายค่อยๆผละตัวออกห่างจากคนร่างบางที่ตัวเองซุกไซร้อยู่ก่อนหน้านี้  ทัพหน้ามองภาพตรงหน้าก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปาก เมลที่นอนหอบกระเส่าอยู่ตรงนั้นได้แต่นอนมองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ แต่ในไม่กี่วินาทีต่อมาร่างทั้งร่างก็ต้องสั่นสะท้าน รู้สึกเสียววูบไปทั้วทั้งตัวในทุกๆครั้งที่มีแรงสั่นอยู่ที่ช่องทางด้านหลัง เสียวสะท้านจนต้องจิกเกร็งหนีบขาเข้าหากัน รู้สึกเสียวจนกลั้นเสียงเอาไว้ไม่อยู่



“อึก อื้ออ ทัพ”



“หึ ร่านนักมึงต้องเจอแบบนี้ ถ้ากูยังเห็นมึงอยู่ใกล้ไอ้เหี้ยโย่งนั่นอีก มึงจะเจอมากกว่านี้ไอ้เมล” ว่าออกมาด้วยเสียงเหี้ยมๆก่อนจะแสยะยิ้มและยกมือชูสิ่งที่ถือไว้ในมือ



“หึ”  หัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะกลับหลังหันเดินหนีคนร่างบางไปนั่งไขว่ห้างอยู่ที่โซฟาที่ตั้งอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามกับเตียงนอน ก่อนจะหยิบแก้วเหล้าและวิสกี้ราคาแพงขึ้นมาเปิดดื่มอย่างไม่สนใจอะไร



“อ๊ะ อึก....อ๊า” 



คาราเมลได้แต่นอนตัวสั่นสะท้านและปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านจากช่องทางด้านหลัง เสียวจนต้องฉีกขาออกกว้าง ปรือตามองผ่านขาของตัวเองที่ฉีกออกกว้างมองไปที่คนร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงโซฟาสีแดงตัวนั้น ด้วยสายตาที่ฉ่ำน้ำปรือปรอยมองทัพหน้าอย่างยั่วยวน



“ฮึก อึก....อ๊า ทะ...ทัพ อื๊ออ” 



หลุดครางเสียงกระเส่าออกมาอย่างไม่อาย ร่างสูงที่ยกแก้วเหล้าราคาแพงขึ้นจิบ ก่อนจะเอนหลังพิงไปที่ด้านหลังและมองมาทางนี้ด้วยใบหน้านิ่งๆด้วยสายตาคมกริบ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้อีกฝ่ายกำลังคิดอะไร แต่ที่แน่ๆ.. มันทำให้คนถูกจ้องยิ่งรู้สึกไม่ปกติในช่องท้องมากขึ้นกว่าเดิม ความเสียวตีตื้นขึ้นทุกครั้งที่แรงสั่นสะท้านภายในช่องทางด้านหลังดูเหมือนจะแรงขึ้นสลับกับเบาไปมาอย่างโดนกลั่นแกล้ง



“ทะ ทัพ ....ทัพ”



“เรียกทำไม”



เสียงเข้มที่ดังออกมานิ่งๆ ไม่ต่างจากเจ้าตัวที่ดูนิ่งมากๆ แต่แววตาที่ปกติจะไม่แสดงออกอะไรเลย ตอนนี้มันกลับดูเหมือนกำลังเผยความกระหายออกมาอย่างไม่ปิดบัง  ทัพหน้าที่ตอนนี้ดูไม่ต่างจากสิงโตเจ้าป่าที่กำลังจ้องจะตะครุบเหยื่อในเวลาที่ตัวเองต้องการ



“ทัพ...อึก ทัพ อ้า สะ...เสียว”  ผมที่กรี๊ดร้องออกมาอย่างเสียวสะท้าน รู้สึกถึงแกนกายที่อยู่ตรงหว่างขาของตัวเองกำลังชูชันขึ้นมา ได้แต่หุบขาเข้าหากันและถูไถไปมาเพื่อระบายความอัดอั้น ถ้ามือไม่โดนมัดก็คงจะจัดการเองจนเรียบร้อย ความรู้สึกปวดหนึบๆที่แกนกายจากความเสียวที่สั่นอยู่ที่ด้านหลังยิ่งทำเอาปวดหนึบไปหมดจนน้ำตาไหล



ไม่ไหว

แบบนี้มันไม่ไหว



“อะไร”



“ทัพ...พี่ทัพ พี่ทัพครับ ฮึก อ๊ะ เมล...อื้อออ เมลไม่ไหวแล้ว พี่ทัพ พี่...อึก ช่วยเมลหน่อย อ๊า”



ความรู้สึกปั่นป่วนไปทั่วทั้งตัว ไม่ต่างจากเวลาที่เรานั่งอยู่ที่ทะเลแล้วโดนคลื่นแรงๆกระแทกซ้ำๆ ความต้องการตีตื้นขึ้นมาจนถึงขีดสุดของความอดทนจนต้องเอ่ยปากร้องขออย่างไม่อาย  ร่างสูงที่จ้องมองมานิ่งๆและสุดท้ายอีกฝ่ายก็แสยะยิ้มร้ายๆออกมาอย่างพอใจ ฝ่ามือหนาที่เลื่อนไปปลดกระดุมกางเกงออกช้าๆ ก่อนจะดึงรั้งกางเกงของตัวเองให้ถอดออกพ้นข้อขา และท่อนเนื้อร้อนก็ถูกควักออกมาเผยให้เห็นแกนกายใหญ่โต หน้าของผมร้อนผ่าวตอนที่เห็นอีกฝ่ายกำมันไว้ในมือ ลิ้นร้อนของคนร่าวสูงถูกส่งออกมาเลียริมฝีปาก ในขณะที่สายตาคมก็จ้องตรงมาที่หน้าของคนที่นอนอยู่บนเตียงนิ่งๆ



ร่างกายของผมร้อนราวกับถูกเผา ยิ่งในยามที่อีกฝ่ายรูดรั้งมันขึ้นลงเบาๆช้าๆ ได้แต่เผลอกลั้นหายใจด้วยความเกร็งและร้อนรุ่มไปหมด  อารมณ์ของผมที่มีมากขึ้นเรื่อยๆจนส่วนหัวฉ่ำไปด้วยน้ำแห่งความต้องการ มันซึมออกมาเยอะจนอยากจะกรีดร้องออกมาสุดเสียง และในตอนนั้นที่ผมเห็นอีกฝ่ายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ฝ่ามือหนาที่ค่อยๆไล่ปลดกระดุมเสื้อของตัวเองให้หลุดออกจากถึงเม็ดสุดท้าย และค่อยๆถอดเสื้อเชิ๊ตสีขาวที่เจ้าตัวใส่อยู่ออกและปล่อยให้มันตกลงสู่พื้นช้าๆ เผยให้เห็นมัดกล้ามแผ่นอกแข็งแรงและแกนกายที่แข็งชันเต็มที่ในตอนนี้ ขาแข็งแรงที่ก้าวตรงมาที่ผมพร้อมรอยยิ้มร้ายที่ทำเอาร่างกายร้อนไปหมด



“ไม่ไหวแล้วสิมึง”



“อึก ทัพ....”



“ว่าไง”



“พี่ทัพ ฮึก ช่วยเมลด้วย พี่ทัพ อ๊ะ อ๊า...เมลเสียว พี่ทัพ”  ดวงตาคมหรี่ตามองคนที่นอนหอบเสียงกระเส่าอยู่กลางเตียง ก่อนที่ขายาวจะก้าวขึ้นเตียงไปคล่อมทับร่างบางไว้ สายตาที่ส่งไปไม่ต่างจากสิงโตตัวใหญ่ที่ตอนนี้พร้อมจะตะครุบเหยื่อแล้ว



‘พล่อก’



เสียงไม่ต่างจากเวลาที่จุกไวน์แดงถูกดึงออก เมื่อฝ่ามือหนาเลื่อนไปดึงแท่งกลมสีดำออกจากช่องทางด้านหลังของเมล  ก่อนจะจับแกนกายจ่อที่ปากทางและกระแทกเข้าไปทีเดียวจนสุดลำ ร่างบางสะดุ้งเฮือกกระตุกเกร็งปลดปล่อยน้ำรักสีขาวขุ่นออกมาทันที ทั้งๆที่อีกคนไม่ทันจะได้ขยับตัวโยก ทัพหน้ายกยิ้มก่อนจะฟาดมือลงบนก้นนิ่มจนเป็นรอยมืออย่างสะใจ



“อ๊ะ!!”



“อยากมากเลยสินะ แค่เสียบมึงก็เสร็จ”



“ฮึก อึก”



“แต่กูยังไม่เสร็จ”   



ว่าออกมาแบบนั้นก่อนจะยกสะโพกมนอีกคนให้ขึ้นสูง ขยับเอวกระแทกกระทั้นเข้าออกแรงๆ ทุกครั้งที่กายใหญ่กระแทกเข้ามา มันเสียวและจุกจนห้ามเสียงครางไว้แทบไม่อยู่ นิ้วเรียวยาวได้แต่กำผ้าปูที่นอนแน่นขึ้น เสียงเนื้อกระทบเนื้อเริ่มดังและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มือหนาบีบเค้นก้นนิ่มจนก้นขาวเริ่มช้ำเพราะแรงบีบ



“อ๊ะๆ อ๊ะๆๆ”



ขยับแกนกายรัวแรงก่อนจะดึงออก ฝ่ามือหนาที่เอื้อมไปแกะเชือกออกจากข้อมือเล็กทั้งสองข้าง และจัดการอุ้มคนร่างบางลงจากเตียง



“อ๊ะ! จ...จะทำอะไร”



ได้แต่เบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจเมื่ออีกฝ่ายอุ้มและและพาเดินไปอีกห้องซึ่งเป็นห้องแต่งตัว ห้องกว้างที่รอบด้านเป็นกระจกล้อมรอบ ทัพหน้าที่นั่งลงบนโซฟากว้าง และจัดการดึงตัวผมให้ลงไปนั่งตัก ขาแข็งแรงที่แทรกแหวกขาขาวของผมให้อ้าออกกว้างพร้อมๆกับที่ฝ่ามือหนาที่จับใบหน้าของผมให้หันไปทางกระจกและสอดกายแข็งแกร่งเข้ามาทีเดียวจนสุดลำ และเริ่มต้นขยับกายต่อทันทีโดยไม่เว้นระยะให้ได้ปรับตัว



“อ๊า!! อ๊ะๆ..อึก...เสียว”



“ซี๊ดด...มึงมองกระจกสิ...มองหน้าตัวเองเวลาโดนกูเอา”



เสียงกระซิบที่ดังอยู่ข้างๆริมหู ทำให้ต้องช้อนตามองตัวเองผ่านกระจก ใบหน้าที่แดงซ่านกับแววตาที่บ่งบอกได้ดีว่ากำลังสุขสมและเสียวซ่านเต็มที่ของตัวเองทำเอาร้อนหน้าไปหมด วงแขนแกร่งที่รั้งเอวบางเข้ามาแนบตัวก่อนก้มลงไล้เลียไปตามใบหูเล็ก



“ไอ้เหี้ยนั่นมันหวังจะฟันมึง รู้ตัวเอาไว้ซะบ้าง”



“อ๊ะ! อ..อย่ากัด”  ร้องออกมาอีกครั้งเมื่อฟันคมกัดลงบนเนื้อช่วงหัวไหล่ มือหนารวบเอวบางไว้ด้วยมือเดียว ก่อนจะขบกัดลงไปและสร้างรอยแสดงความเป็นเจ้าของร่างนี้ไปทั่วลำคอ



“อึก..อ๊ะ...อ๊า!!”  เอวหนากระแทกกายเข้าออกในร่างบางรัวแรงจนอีกคนต้องทิ้งตัวพิงอกกว้าง แขนแกร่งกอดรัดเอวเล็กเอาไว้แน่นและออกแรงกระแทกไม่หยุด ดวงตาฉ่ำน้ำมองไปยังกระจกบานใหญ่ ภาพแกนกายใหญ่ที่กระซวกเข้าออกในช่องทางรักของตัวเองทำเอาเสียวจนต้องหลับตาแน่น



“อื้อ..ม..มันเสียว ซี๊ดด”



“จำเอาไว้ อย่าให้กูเห็นอีก...ซี๊ด จำเอาไว้ ว่ามึงไม่มีทางหนีกูพ้นไอ้เมล”



 “อ๊า!!” 



ทัพหน้าที่จับร่างบางนอนลงไปบนโซฟา และจัดการจับขาที่ไร้เรี่ยวแรงขึ้นพาดบนข้อพับแขนก่อนจะสอดกายเข้าไปจนสุดในทีเดียว ขยับเอวกระแทกรัวแรงจนต้องร้องครางออกมาไม่หยุด กดจูบขบเม้มไปตามต้นขาขาวก่อนจะคว้าเอาแกนกายเล็กมารูดรั้งแรงๆ พร้อมๆกับกดกายบดเข้าไปจนสุดกระแทกลงไปอย่างหนักหน่วง และสุดท้ายก็กระตุกเกร็งร่างก่อนจะปลดปล่อยเข้าไปในช่องทางด้านหลังพร้อมๆกับที่ร่างบางกระตุกเกร็งปลดปล่อยออกมาพร้อมๆกัน เสียงหอบหายใจดังสะท้อนไปทั่วทั้งห้องอย่างเหนื่อยอ่อน รู้สึกเหนื่อยอ่อนจนแทบจะลืมตาไม่อยู่  หากแต่แว่วเสียงข้างหูยังคงได้ยินชัดแม้ว่าใกล้จะหลับแล้วเต็มที่



“จำเอาไว้ว่ามึงอย่าแรดให้ใครมาจับตัวมึงได้...นอกจากกู”



.

.

.



ผมที่สะดุ้งตื่นในช่วงสายของวันต่อมา รู้สึกไม่ต่างจากวันก่อนๆคือความเจ็บร้าวไปทั้งตัวและช่องทางด้านหลังที่แสบมากเป็นพิเศษ แต่วันนี้ที่เพิ่มเติมเข้ามาคือความอบอุ่นที่กำลังโอบล้อมอยู่ตอนนี้ ปรือตาขึ้นมาช้าๆ ก่อนจะต้องสะดุ้งเต็มตาเมื่อรู้ว่ากำลังโดนใครบางคนกอดอยู่  คนข้างตัวที่ยกแขนชันหัวและจ้องหน้ากันนิ่งๆทำเอาตกใจยิ่งกว่าเห็นผี



“นึกว่าโดนเอาจนตาย นอนนานจนขึ้นอืด”



“สัด โอ๊ย”  ด่ามันออกไปแบบนั้นก็ต้องร้องออกมาเมื่อมันตบเข้ามาที่ปากแรงๆแบบไม่ได้ออมแรงเลยสักนิด



“ปากดีนัก” จ้องตาอีกฝ่ายที่ยังคงมีแววหงุดหงิดแต่ไม่มากเท่าเมื่อคืน และพอคิดออกมาแบบนั้นก็ต้องเสตาหลบ คำพูดเมื่อคืนยังดังอยู่ในหัว  คำพูดที่อยากจะแอบคิดเข้าข้างตัวเอง  ...



ทำไมเหมือนมันกำลังหวง...



‘ครืด ครืด’



และก่อนที่จะมีใครได้พูดอะไรออกมา แรงสั่นจากโทรศัพท์มือถือของทัพหน้าที่ดังอยู่ที่หัวเตียงก็ทำให้อีกฝ่ายต้องผละตัวออกไปหยิบมารับ



“ฮัลโหล”   



เสียงเข้มที่กรอกลงไปตอบรับปลายสาย ใบหน้าหล่อคมที่มักจะตีหน้านิ่ง ตอนนี้เงียบฟังเสียงของคู่สนทนานิ่งๆ หากแต่คิ้วของอีกฝ่ายเริ่มจะขมวดเข้าหากันช้าๆ



มีเรื่องอะไร?



“ผมจะไปเดี๋ยวนี้” 



เสียงเข้มที่ตอบรับปลายสายออกไปเพียงเท่านั้นก่อนจะกดวางสายและก็รีบลุกพรวดพราดออกไปจากเตียงจนผมไม่เข้าใจ  เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงดูรีบร้อนขนาดนี้   ผมที่ค่อยๆยันตัวลุกออกจากเตียง มองเห็นอีกฝ่ายที่เดินเข้าไปในห้องแต่งตัว และกลับออกมาด้วยชุดที่เตรียมตัวจะออกไปข้างนอกในอีกไม่กี่นาทีต่อมา



“เอ่อ...มีอะไรหรอวะ?”



ก็แค่เป็นห่วง ผมไม่เคยเห็นมันทำหน้าตาเคร่งเครียดแบบนี้มาก่อนเลย เพราะแบบนั้นเลยพยายามลากสังขารตัวเองเข้าไปใกล้ๆและถามออกไปแบบนั้น หากแต่มันไม่ตอบอะไรกลับมา รีบเดินไปหยิบนู่นนี่นั่น และเป็นผมเองที่ไม่เข้าใจกับการกระทำของมันเลย



“นีมึง เป็นอะไ....”



“แล้วมึงเสือกเหี้ยอะไรด้วย!”  มันที่ตะหวาดออกมาแบบนั้น แล้วหันมาจ้องหน้าผมด้วยสายตาที่ผมคุ้นเคย ... เกลียดชัง



“กูก็แค่....”



“กูกำลังรีบ! กำลังรีบไปดูณราชา คนที่มึงวางแผนฆ่าเขาไง ใช่แล้วตอนนี้เค้ากำลังจะตาย หมอบอกว่าณราชากำลังช็อคมึงได้ยินไหมไอ้ฆาตกร!!”



ฝ่ามือหนาที่ตรงเข้ามาจับแขนของผมทั้งสองข้างและออกแรงเขย่าเต็มแรง ตัวของผมที่สั่นคลอนไปเพราะแรงเขย่าจากความโกรธของอีกฝ่าย สายตาที่ไม่ต่างจากเหล็กร้อนๆที่ส่งมาที่ผม เหมือนมันกำลังบาดไปที่เนื้อตัว และหัวใจของผมให้กลายเป็นแผลสดที่เหวอะหว่ะ ทั้งเจ็บ ทั้งแสบร้อน



“กูเกลียดมึงไอ้เมล กูเกลียดมึง!”




เสียงเข้มที่ตะโกนออกมาใส่หน้าผม พร้อมๆกับน้ำตาของผมที่ไหลลงและตัวของผมที่ถูกโยนไปบนพื้นไม่ต่างจากขยะที่อีกฝ่ายรังเกียจ มันที่เดินหันหลังออกจากห้องไปอย่างรีบร้อน ไม่ได้เสียเวลาที่จะมองมาที่ผมเลยแม้แต่วินาทีเดียว



น้ำตาของผมไหลลงมา ได้แต่นอนนิ่งๆสะอึกสะอื้นอยู่ที่พื้นห้องแบบนั้น



ผมกำลังเสียใจ  เสียใจมากที่สุด ... ไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้ ผมกำลังหัวใจพองโตด้วยการเข้าข้างตัวเองว่าอีกฝ่ายคงหวงกัน แต่ผมเองมันลืมไปว่า ตัวผมเองเป็นอะไรสำหรับมัน



เหมือนไม่กี่วินาทีก่อนกำลังนั่งอยู่บนรถไฟเหาะ รถไฟที่พาเราทะยานขึ้นไปในจุดที่สูงที่สุด ทั้งตื่นเต้น ทั้งอิ่มใจ แต่เราคงลืมไปว่ารถไฟเหาะ มันไม่ได้จอดอยู่แค่ตรงนี้ ... และอีกไม่กี่วินาทีต่อมา ผมก็ถูกรถไฟเหาะกระชากลงมาจากจุดที่สูงที่สุดลงมาสู่พื้นล่าง....ที่มันเรียกว่า ความจริง ...




--------------TBC---------------



ดีจ้า! ​... มาอีกแล้ว จริงๆตั้งใจจะลง2ตอน แต่ทำไม่ได้ วอนคนอ่านอย่าด่า เพราะปวดหัวมากเลย ไม่รู้เป็นอะไร  แคทปวดด้านหลังหัวฝั่งขวามาเป็นอาทิตย์แล้วค่ะ เลยทำให้เขียนงานช้าอ่ะ ถามว่าไปหาหมอยัง คือยัง กลัวอ่ะ  แต่ถ้าไม่ไหว อีกสักพักจะไปแล้วค่ะ... ตอนนี้ในใจคือห้ามตาย เพราะพี่ทัพน้องเมลยังไม่รักกัน 5555+

ตอนนี้ก็คือ กำเลือดและยาดมไว้ให้พร้อมแล้วกรี๊ดร้องพร้อมๆกันจ้าาา

อิพี่! อิคนรว๊ายๆ  :z3:

ปล.แคทขอขอบคุณคุณ Yysll ที่เข้ามาคอมเม้นท์ให้แคทด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆจริงๆค่ะ ดีใจ นึกว่าจะไม่มีใครมาอ่านซะแล้ว

 :เฮ้อ: :กอด1:
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่6* {20.10.18}
เริ่มหัวข้อโดย: ursleepingxd ที่ 21-10-2018 09:51:37
ไม่ได้ตั้งใจแต่ก็หายอีกแล้วอะ ฮืออ

แต่เรากลับมาอีกแล้วน้าาา 

เฮียทัพดุจังอะฮืออ แต่น้องเมลก็สู้ดีค่ะ ชอบ!! ชอบนายเอดไม่อ่อนแอ 555555 แต่นายเอกคุณแคทก็ไม่เคยอ่อนแอนี่นา สู้ๆนะน้อง ตอนนี้อดทนไปกาอน อนาคตอาจได้เอาคืน เฮียก็น้าา จะแก้แค้นเค้าแล้วจะมาหวงทำมายยย เอาใจช่วยณราชาให้ฟื้นด้วย สังคมต้องการความจริง 5555

สุดท้ายนี้ นังเหลือง แก!!!
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่7* {27.10.18}
เริ่มหัวข้อโดย: Yoghurt ที่ 27-10-2018 20:23:26



บทที่7





สุดท้ายแล้ววันนี้ผมก็ไม่ได้ไปมหาลัย อาจเป็นเพราะร้องไห้หนักเกินไปจนปวดหัว หรือเพราะโดนเอาแรงเกินไปจนไข้กลับ คิดเอาเองว่ามันต้องเป็นสาเหตุมาจากสองเรื่องนี้แน่ๆแหล่ะ แล้วเพราะแบบนั้นวันนี้ก็เลยนอนซมอยู่บนเตียงตั้งแต่ที่ไอ้ทัพมันออกจากห้องไปแบบรีบร้อนเมื่อเช้านี้ ผมที่ตื่นมาในช่วงบ่ายๆของวัน เห็นข้อความแจ้งเตือนจากไอ้บินราวๆยี่สิบข้อความและสายที่ไม่ได้รับอีกมากมาย  คิดว่าบินมันคงเป็นห่วงเพราะเมื่อวานผมก็หายตัวออกมาแบบนั้น แต่ผมยังไม่อยากคุยกับมันในตอนนี้ ไม่อยากให้มันมาจี้ถามให้ผมต้องตอบ เลยเลือกที่จะทักไลน์ไปบอกไอ้กุ๊กแทนว่าผมไม่สบาย และตอนนี้ปลอดภัยดี ฝากมันบอกไอ้บินด้วยว่าเมื่อวานมีธุระกะทันหัน ไอ้กุ๊กมันตอบกลับมาแค่ว่าให้ผมพักผ่อนดีๆ และไม่ต้องห่วงเรื่องเรียน มันเก็บชีทเรียนไว้ให้แล้ว โอเคสบายใจในระดับหนึ่งในเรื่องของการเรียน  ... ตัดสินใจลุกออกจากเตียงแล้วเดินออกจากห้องนอน เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นบ้านหลังนี้เต็มๆตา พอเปิดประตูออกมาก็รู้ได้เลยว่าอาณาจักรทัพหน้ามันยิ่งใหญ่จริงๆ บ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิล์น ทันสมัย แต่ก็ลึกลับน่าค้นหาด้วยสีที่เน้นหนักไปในทางดำและแดง ท่าทางมันจะชอบสีแบบนี้ล่ะมั้ง ก็เหมือนเจ้าของบ้านดี  เดินออกไปด้านนอก มองเห็นพวกชายชุดดำเดินประจำอยู่เป็นจุดๆ น่ากลัวพิลึกยังกับบ้านของมาเฟีย ... และสุดท้ายก็มาหยุดยืนที่สวนทางฝั่งขวาของบ้าน  สวนดอกไม้ขนาดใหญ่ที่ไม่เหมาะกับหนังหน้าเจ้าของบ้านเลยสักนิด กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้



“ดอกอะไรวะ?” 



ก็คือไม่ได้ฉลาดขนาดนั้นไง ไม่ใช่ผู้ชายสายหวานจะได้มารู้จักดอกนั้นดอกนี้น่ะครับ แต่ถามว่ามันสวยไหม ก็ตอบได้เลยว่ามันสวย มีทั้งดอกชั้นเดียวและดอกซ้อน ดอกชั้นเดียวรูปแตร ปลายแผ่บาน ขอบกลีบเรียบหรือเป็นคลื่น มีทั้งสีขาว ชมพู เหลือง ส้ม ม่วง น้ำเงิน แดง และสองสีในดอกเดียวกัน ปลูกใส่กระถัง ทั้งจัดแขวนและปลูกลงดินเต็มพื้นเป็นสวนเลยก็ว่าได้ ...



“ดอกพิทูเนียงั้นหรอวะ”  เหลือบไปเห็นป้ายที่ปักไว้ เป็นดอกไม้ที่ชื่อไม่คุ้นเลย



‘เหมียวววว~~’



“หื้ม?” 



เสียงเล็กๆที่ทำให้ต้องก้มลงไปมอง ความรู้สึกนุ่มๆที่คลอเคลียอยู่ตรงปลายเท้าจนต้องย่อตัวลงไปหา ลูกแมวตัวเล็กสีขาวที่ตอนนี้ออกจะไม่ขาวเท่าไหร่ติดจะมอมแมม เป็นลูกแมวที่หน้าตามึนๆ เป็นแมวเด็กที่หน้าตาโคตรน่าตี



“ไอ้ตัวเล็ก มึงมาอยู่นี่ได้ไงเนี่ย”



ถามมันออกไปแบบนั้นแล้วก็ต้องหลุดยิ้มตอนที่มันเข้ามาเลียมืออ้อนๆ ดวงตากลมบ๊อกของมันที่เงยมามองหน้ากันพร้อมเอียงหน้าไปซ้ายทีขวาที



“หื้มว่าไงไอ้ลูกแมว มาอยู่นี่ได้ไง ไม่กลัวถูกไอ้เชอร์รี่แดกหรอ ที่นี่มีแต่ตัวน่ากลัวนะมึง”



ยิ้มให้มันแล้วยกมือขึ้นขยี้หัวมัน ขนนุ่มๆที่พอลูบแล้วลื่นมือดี ตัดสินใจนั่งลงกับพื้นสนามหญ้าที่รอบๆก็มีดอกไม้กระจายตัวเต็มไปหมด ลมเอื่อยๆที่ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมากกว่าเมื่อเช้าเยอะเลย



‘พรึบ’



“หื้ม เอางี้เลยหรอมึง”



ก้มลงไปมองลูกแมวตัวม่อมที่มันกระโดดมานั่งบนตักของผม ซุกๆหน้าเข้าที่ท้องแบบอ้อนๆ เอ็นดูกับความน่ารักของมัน เป็นลูกแมวที่อายุน่าจะประมาณสักสามสี่เดือน



“มึงหลงมาหรอ เหมือนกูเลย หลง...แต่เป็นหลงรักเจ้าของบ้านหลังนี้ว่ะ ฮ่าๆ โคตรแย่” 



ว่าขำๆออกไปแบบนั้นทั้งๆที่ตอนนี้ไม่ค่อยจะขำเท่าไหร่ ก่อนจะอุ้มมันขึ้นมากอดไว้ ... ถ้าถามว่าความรู้สึกแย่ไหม ก็คงตอบได้เลยว่าแม่งก็แย่จริงๆ ยังจำสายตาของไอ้ทัพที่มองมาที่ผมเมื่อเช้าได้อยู่เลย ได้แต่ถามตัวเองอยู่ซ้ำๆว่าผมถูกคนที่ผมรักมองผมด้วยสายตาแบบนี้มากี่ครั้งแล้วกันวะ มันไม่สนุกและมันก็ไม่ตลกเลยที่ต้องมารู้สึกแบบนี้ เป็นความรู้สึกที่โคตรแย่ สายตาของมันที่มองมาที่ผมอ่านได้ว่าผมเป็นคนผิด สายตาของมันที่บอกผมว่ามันเกลียดผม เป็นความรู้สึกที่กำลังถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเข้าที่หัวใจ ค่อยๆบีบแรงขึ้นๆ ทั้งอึดอัดทั้งเจ็บแต่ก็คว้ามือนั้นแล้วกระชากทิ้งไปไม่ได้เหมือนกัน ... มันแย่นะ กับการที่เรารักคนที่ไม่รักเรา .. แต่ชีวิตผมเศร้ากว่ามากนั้นหน่อยตรงที่ ผมรัก...รักคนที่เค้าไม่คิดจะรักแถมยังคิดว่าผมเป็นต้นเหตุที่ทำให้เค้าต้องเสียเมียและลูกของเขาไป ...



‘เมี๊ยววว’



ก้มมองลูกแมวที่มองผมงงๆก่อนที่มันจะร้องออกมาแบบนั้น ใบหน้าเล็กๆของมันที่มีขนนิ่มๆสีขาว มันตรงเอาหน้ามาถูแถวๆมือของผมพร้อมช้อนตามองหน้า สายตาแป๋วแหววของมันเหมือนกำลังบอกผมว่าอย่าร้องนะ อย่าเสียใจนะ พอเห็นแบบนั้นแล้วก็อดที่จะเผลอยิ้มออกมาไม่ได้



“ทำไม สงสารกูหรอ ปลอบกูรึไงไอ้หนู”



ว่าออกไปแบบนั้นแล้วก็ลูบหัวมันเล่น มันเป็นลูกแมวที่หน้าตาน่ารักน่าตี แถมมันก็ปล่อยให้ผมเล่นหัวเล่นหางอย่างว่าง่าย มองหาป้ายชื่อแถวคอมันก็ไม่มีที่ขาหน้าขาหลังก็ไม่มี คิดว่ามันคงเป็นลูกแมวที่แม่มันคลอดแล้วทิ้งไว้แน่ๆ



“ตัวแค่นี้ ถ้าปล่อยไปมึงจะตายไหมเนี่ย แต่ที่นี่ไม่ใช่บ้านกูว่ะ กูเลี้ยงมึงไม่ได้หรอก”



‘เมี๊ยววว เมียวว’



“ยัง ยังจะมาร้องอ้อนกูอีก อย่ามาตีหน้าเศร้าใส่กูน้า” 



พอบอกแบบนั้นมันยิ่งทำหน้าเศร้าๆ กระพริบตาปริบๆใส่ไปอีก แม่ม ... ทำแบบนี้แล้วมีความแพ้ กูต้องแพ้แน่ๆเลย แต่จะให้กูทำไงอ่ะ ถ้าเลี้ยงมึงแล้วไอ้ทัพบ้านั่นจับได้ มันต้องแดกหัวกูแน่ๆเลย แดกหัวกูเสร็จแล้วแดกหัวมึงต่อเลยนะไอ้ลูกแมว



“มึงนี่นะ ขี้อ้อน ไอ้แมวหลงเอ๊ย” 



ยกมือขึ้นขยี้หัวมันอย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนจะอุ้มไอ้ลูกหลงนี่ให้ขึ้นมาจ้องตากัน ตัวของมันก็นิดเดียวเอง ขืนปล่อยไปต้องตายแน่ๆเลย เอาไงดีวะ...



“ทำอะไร”



“เชี่ย!”



สะดุ้งตกใจจนเกือบทำลูกแมวล่วงออกจากมือ หันหลังกลับไปมองก็เห็นเจ้าของบ้านยืนกอดอกเอาหลังพิงอยู่ที่ต้นไม้ใหญ่ที่ไม่ไกลกัน มันที่มองกันอยู่ก่อนแล้วมองจ้องมาที่ผมก่อนจะปลายตามามองสิ่งมีชีวิตเล็กๆในมือของผมนิ่งๆ ... ชิพหาย ซ่อนน้องแมวไม่ทัน



“นั่นมันตัวบ้าอะไร?”



“เปล่า”  ตอบออกไปแบบหน้ามึนๆแล้วกูก็จับยัดลูกน้องแมวเข้าไปไว้ในเสื้อแม่มเลย



“ตอแหล แล้วมึงจะยัดมันเข้าไปในพุงมึงทำไม”



“พุงเชี่ยไร กูออกจะผอมบาง ไม่มีพุงเว้ย!”



“ปัญญาอ่อน” 



มันที่ว่าออกมาแบบนั้นก่อนที่จะสาวเท้าเข้ามาใกล้ เห็นหน้ามันแล้วรู้สึกอึดอัดหน่อยๆ หรือเอาจริงๆก็คือตอนนี้ยังไม่พร้อมอยากเจอหน้ามัน ... ใครแม่งจะอยากเจอคนใจร้ายแบบมันกันวะ



“เห้ยๆ ไอ้บ้ากาม จะทำไรวะ” 



รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่อีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้ พร้อมที่ฝ่ามือหนากระชากตัวผมให้เข้าไปหาและเลื่อนมือเข้ามาในเสื้อตัวโคร่งที่ผมใส่อยู่ พยายามจะดิ้นหนีแต่อีกฝ่ายก็จับไม่ปล่อย



“เอามันออกมา เดี๋ยวมันก็ตายไอ้โง่!”  ตะคอกออกมาเสียงดังแล้วคว้าเข้าที่หลังคอของลูกแมวสีขาวเต็มแรง



“เชี่ยๆๆ เบาๆสิโว้ย งื้อ ไอ้หลงมึงเจ็บไหม ไอ้เชี่ยทัพหน้าไอ้ใจร้าย!”  ตะโกนด่าแบบไม่ไว้หน้า เมื่ออีกฝ่ายยังคงจับที่หลังคอของลูกแมวไว้ด้วยมือข้างเดียว ไอ้ตัวเล็กที่เอาแต่ร้องแง้วๆดิ้นไปดิ้นมา น่าสงสาร



‘แง้วๆ เมี้ยวววว~’



 “ประสาททั้งคนทั้งไอ้ตัวสั้น”  มันที่ว่าแบบนั้นแล้วยื่นมือมาผลักหัวผมจนหน้าทิ่ม ก่อนที่มันจะเดินหนีหายไปพร้อมกับลูกแมวตัวนั้น



“มึงจะเอาไอ้หลงไปไหน! ... เชี่ย อย่าบอกว่ามึงจะโยนมันเข้ากรงไอ้เชอร์รี่นะ ไอ้ทัพหน้า อย่านะโว้ย!”  ตะโกนตามมันไปพร้อมๆกับขาที่ก็เริ่มออกแรงวิ่งเท่าที่สารร่างตอนนี้จะอำนวยตามมันไป



‘พลัก’



“เชี่ยทัพหน้า!”  ชนเข้าเต็มๆคือหลังของแม่ง หยุดเดินก็ไม่เอื้อนเอ่ยบอกกูสักคำ นี่หลังหรือกำแพงเมืองจีน ชนเข้าทีหน้ากูยุบ



“อะไร”   มันที่ปลายตามามองนิดๆแล้วพูดออกมาด้วยเสียงนิ่งๆ



“มึงจะเอาไอ้หลงไปไหน มึงอย่าฆ่ามันนะ”



“เรื่องของกู”



“เห้ยไม่ได้ดิ กูเจอมันอ่ะ ถ้ามึงไม่ชอบมัน กูขอๆ กูไม่เลี้ยงไว้ที่คฤหาสมึงก็ได้ เดี๋ยวกูเอาไปฝากไอ้บินเลี้ยง มันชอบแมว มึงปล่อยมันก่อนดิ มันเจ็บ” 



บอกมันออกไปแบบนั้นแต่อีกคนกลับยิ่งกำคอลูกแมวแรงขึ้น ไอ้หลงที่ตาเหลือกขึ้นมาในตอนนั้น ทำเอาผมตกใจ รู้สึกอยากร้องไห้ขึ้นมาทันทีตอนที่เห็นลูกแมวเริ่มดิ้น คิดถึงตัวเองที่เคยโดนมันบีบคอ ความรู้สึกที่ไร้ทางสู้และเริ่มหายใจไม่ออกจนเหมือนจะตาย



“ไอ้ทัพ มันเจ็บมึงปล่อย กูขอร้องนะ นะทัพ”  ยกมือขึ้นไหว้มันพลางพยายามที่จะดึงมือมันออกจากลูกแมวที่น่าสงสาร



“มันเป็นแมวที่โผล่มาในบ้านกูแล้วเป็นเชี่ยอะไรทำไมต้องเอาไปฝากให้ไอ้โย่งนั่นดู!” 



ตะคอกออกมาเสียงดังพลางโยนไอ้หลงมาใส่ผม โชคดีที่ผมวิ่งไปรับมันได้ทัน ก้มมองลูกแมวตัวเล็กๆที่ตัวสั่นอยู่ในอ้อมอกของผม น้ำตาคลอขึ้นมาทันทีตอนที่เห็นแบบนั้น สงสาร ผมสงสารมัน เห็นมันแล้วยิ่งคิดถึงตัวเอง มันไม่มีทางไป และมันก็ไม่มีทางหนี



ช้อนตาขึ้นไปมองคนตรงหน้าที่ตอนนี้กำลังทำท่าทางหงุดหงิดและจ้องตรงมาที่ผมแบบโกรธๆ ... และกูเองก็โกรธเหมือนกันไอ้เหี้ย!



“มึงมันเหี้ย! มึงมันใจร้ายที่สุดเลยไอ้สัด!!”



กำมือแน่นก่อนจะตะโกนใส่คนตรงหน้าด้วยเสียงที่ดังกว่าจนลูกน้องของมันที่ประจำอยู่ตามจุดในคฤหาสของมันต้องขยับตัวโผล่หน้าออกมาจากจุดที่แอบอยู่ คงจะคิดว่าเจ้านายมันถูกลอบฆ่า เหอะ ใครแม่งจะมาฆ่าไอ้ห่านี่ได้ มีแต่มันนั่นแหล่ะที่จะฆ่าคนอื่นเค้าได้ ฮึก...ไอ้ใจ ไอ้ป่าเถื่อน



เดินหนีออกมาจากมัน ไม่อยากเห็นหน้ามันแล้ว ไอ้สัด ลูกแมวตัวนิดเดียวมึงก็ทำร้ายได้  ... ใจกูก็นิดเดียวเหมือนกันมึงก็ทำร้ายได้ ไอ้สัดเอ๊ย



“ฮึก เจ็บไหมไอ้หลง ตกใจมากหรือเปล่า” 



วิ่งหนีออกมาหลบอยู่ที่มุมๆหนึ่งของด้านข้างของบ้าน ก้มหน้าลงไปถามเจ้าลูกแมวเด็กที่ร้องออกมาด้วยเสียงเบาๆ ยื่นมือไปลูบหัวลูบหางปลอบมัน แล้วอยู่ๆน้ำตาก็เอ่อขึ้นมาซะแบบนั้น ไม่รู้ว่าผมกำลังรู้สึกยังไง แค่อยากร้องไห้ตอนที่เห็นไอ้ทัพมันบีบมือแน่นขึ้นเมื่อกี้ สายตาที่มองตรงมาที่ผมแล้วบอกว่ามันกำลังโกรธ เหมือนมันโกรธผมแล้วเอาไปลงที่ไอ้หลง ...เรื่องตั้งแต่เมื่อเช้ามันโถมเข้ามาในความรู้สึกไปหมดในตอนนี้ ถ้าจะพูดให้ถูกว่าการสงสารแมวเป็นแค่ข้ออ้างในการร้องไห้ตอนนี้ก็คงจะถูก



“ฮึก ใจร้าย ใจร้ายที่สุดเลย แค่ไม่รักทำไมต้องทำร้ายด้วยวะ ฮึก...” 



นั่งยองๆกอดลูกแมวตัวเล็กไว้แนบอกแน่นๆแล้วก็ค่อยๆปล่อยน้ำตาออกมาให้ไหลอย่างสุดจะทน ก็แค่สงสัยว่า แค่ไม่รักทำไมต้องทำร้ายด้วย ถึงจะเป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆก็มีหัวใจเหมือนกัน



“ไม่ต้องกลัวนะ ฮึก เมลจะปกป้องแกเอง ฮึก ฮื่อ” 



ว่าออกไปด้วยเสียงสั่นๆทั้งยังสะอึกสะอื้นจนไหล่สั่น นั่งยองๆขดเป็นก้อนกลมๆเล็กๆอยู่ในบ้านหลังใหญ่ที่ไม่มีทางหนีออกไปได้...หรือถ้าจะพูดให้ถูก ก็คือไม่มีทางหนีหัวใจตัวเองออกไปจากบ้านหลังนี้ได้มากกว่า



 ร่างสูงของทัพหน้าที่เดินหงุดหงิดตามคนที่อุ้มลูกแมววิ่งหนีมาอย่างหัวเสีย กล้าดียังไงมาด่ากันแล้ววิ่งหนีไปแบบนั้น  แล้วกล้าดียังไงกล้ามาพูดถึงไอ้โย่งนั่น บอกแล้วไม่จำ ทำโทษแล้วก็ยังดื้อด้าน น่าโมโหที่สุด ... ถ้าเจออยากจะตบให้หน้าหัน  เดินตามคนร่างบางออกมาตั้งใจจะอ้าปากด่าแต่ก็ต้องหยุดชะงัก ทัพหน้าที่ยืนนิ่งๆมองคนตัวบางที่นั่งสะอื้นน้ำตาไหลกอดลูกแมวตัวมอมแมมร้องไห้อยู่ตรงนั้นอย่างน่าสงสาร  คำพูดที่บอกจะปกป้องไอ้ลูกแมวนั่น พอได้ยินแล้วอยากจะขำออกมาดังๆ   



“มึงจะปกป้องใครได้วะ ขนาดปกป้องตัวเองมึงยังทำไม่ได้เลย” 



ได้แต่บ่นออกมาเบาๆไม่ให้อีกฝ่ายได้ยิน  จ้องมองนิ่งๆไปที่คนที่เอาแต่ลูบหัวลูบหางปลอบเจ้าแมวอัปลักษณ์นั่น มันจะตกใจอะไรนักหนา ท่าหยิบหลังคอมันก็เป็นท่าจับแมวอยู่แล้วป๊ะวะ ไอ้โง่เอ๊ย



“ไม่ต้องตกใจนะไอ้หลง ฮึก...กูจะแอบเอามึงไปให้ไอ้บินเลี้ยง ฮึก มึงจะได้สบายๆนะ”



“มึงยังอีกนะ!” 



พอได้ยินแบบนั้นแล้วมันหงุดหงิดพิกลจนต้องโพล่งออกมาแล้วเดินออกมาจากมุมที่แอบยืนดูมันอยู่ มองเห็นไอ้เมลที่สะดุ้งตกใจกับเสียงของผม มันที่ทำหน้าเหวอออกมาพร้อมหันมองมาตาโต ทั้งๆที่ตอนนี้หน้าของมันก็เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา



“อัปลักษณ์จริงๆ” 



ว่าออกมาแบบนั้น ไอ้เมลที่กอดไอ้ตัวสั้นอยู่ก็สะบัดหน้าหนีพลางลุกขึ้นยืน ทำท่าสะดีดสะดิ้งกูอยากจะตบสักทีจริงๆ



“หยุดเลยนะ ถ้ามึงเดินหนีกูอีกกูตบมึงนะเมล” มันที่ชะงักขาตัวเองไปนิดนึง แต่ก็เลือกจะเดินหนี สัด!



“ดื้อด้าน....ถ้ากูจับได้กูจะโยนไอ้สั้นนั่นเข้ากรงไอ้เชอร์รี่แล้วเอาแม่งไปทอดกรอบในกะทะ”   ว่าออกไปแบบนั้น ไอ้เมลก็หยุดเดินทันที มันที่หันมามองค้อนผมด้วยตาแดงๆของมัน ปากบางๆของมันที่เม้มเข้าหากันจนแน่น



“อะไร มองกูแบ...”



“มึงแม่งใจร้ายไอ้เหี้ย! ทำไมวะ ฮึก มึงไม่รักมันทำไมต้องทำร้ายด้วย ฮึก ฮื่อ ใจ....ใจร้...”



“แล้วมึงจะร้องไห้ทำเหี้ยอะไร” 



อ้าปากด่าคนที่ตอนนี้ดูจะงี่เง่าเป็นพิเศษ มันที่กอดไอ้สั้นนั่นเอาไว้แนบอกด้วยมือข้างเดียวของมัน ส่วนมืออีกข้างก็ยกขึ้นมาขยี้ตา มันที่พยายามจะทำให้ตัวเองหยุดร้องไห้ทั้งๆที่ก็ยังสะอึกสะอื้นไม่หยุด ผมที่มองมันนิ่งๆด้วยความรู้สึกหลากหลายจากภาพตรงหน้าที่กำลังมองเห็น แต่หนึ่งความรู้สึกที่ชัดขึ้นมาในใจตอนนี้ก็คือสงสัย



มันที่ไม่เคยสู้อะไรผมได้เลย



มันที่กำลังกอดลูกแมวตัวเล็กๆไว้เพราะสงสาร



มันที่บอกจะปกป้องทั้งๆที่ตัวเองทำไม่ได้



และมัน ... มันที่ยืนร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนเด็กตัวเล็กๆอยู่ตอนนี้



คนแบบนี้เนี่ยหรอ ... ที่เป็นคนสั่งฆ่าณราชา



.

.

.





“เลิกร้องไห้สักทีสิวะ...”



เสียงทุ้มเข้มที่ดังขึ้นอย่างไม่พอใจไม่ทำให้ผมหยุดร้องได้หรอก ก็จะให้หยุดได้ยังไงวะ ก็กูกำลังเสียใจ คนเสียใจแล้วร้องไห้ อยู่ๆจะมาสั่งให้หยุดเป็นสวิชซ์ปิดเปิดไฟมันได้หรอ ความรู้สึกคนนะแม่ง อยากจะเงยหน้าขึ้นไปอ้าปากเถียง แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อเสียงเข้มๆที่ดังอยู่ใกล้ตัวมากจนต้องตกใจ



ความรู้สึกอุ่นๆที่มาพร้อมอ้อมแขนแข็งแรงที่ดึงเอาตัวผมเข้าไปกอดไว้ ไม่เข้าใจเลยว่านี่มันคืออะไร ทำไปทำไม ... รู้แค่ตอนที่ถูกดึงเข้าไปกอดแบบนั้น น้ำตาที่พยายามจะทำให้หยุดเมื่อก่อนหน้านี้มันก็พัง พังและแพ้แบบไม่เคยชนะ ผมที่สะอึกสะอื้นออกมาหนักๆแบบไม่ไหวจะทน ได้แต่ซุกหน้าเข้าไปที่อกของคนตรงหน้า แล้วกอดมันด้วยแขนข้างเดียวที่เหลืออยู่ มันที่ไม่ได้ถีบผมออกจากตัว แค่ยืนนิ่งๆปล่อยให้ผมร้องไห้ใส่อกและกอดมันอยู่แบบนี้



“มึงแม่งน่ารำคาญจริงๆไอ้เหี้ยเมล”



“ฮึก อึก...มึง ฮื่อ ก็น่ารำคาญเหมือนกัน อึก ฮึก”



“ชู่ว หุบปากน่า”



...





“ทำไมกูต้องไปด้วยวะ จะไปไหนก็ไปคนเดียวดิ กูจะอยู่กับไอ้หลง”



“หุบปาก กูสั่งให้ทำอะไรมึงก็ต้องทำ”  มันที่กระชากแขนของผมให้เดินตามมันไป ก่อนที่มันจะเป็นคนเปิดประตูรถมัสแตงสีแดงฝั่งข้างคนขับเปิดออกแล้วยัดผมเข้าไปด้วยแรงที่เรียกได้ว่าไม่เบา



“แม่ง อยากจะรู้ว่าถ้าเป็นณราชามึงจะกล้าทำแบบนี้กับเค้าไหม”



‘ปัง’



“เหอะ ถามไม่คิด ถ้าเป็นณราชากูคงทำแบบนี้กับเค้าหรอก” 



มันที่ปิดประตูรถเรียบร้อยพูดออกมาแบบนั้น เสือกหูดีได้ยินอีก ถึงมึงไม่บอกกูก็รู้อยู่แล้วว่าถ้าเป็นเขา มึงต้องไม่กล้าทำอะไรรุนแรงหรอก แต่พอมาได้ยินกับปากมึงพูดแบบนี้ ... ก็เจ็บดี



“ก็ใช่ไง กูไม่ใช่เขานิ”



“บ่นเหี้ยอะไร” 



ผมเลือกที่จะไม่ตอบก่อนจะคว้าสายนิรภัยมาคาดเอาไว้แล้วนั่งหันหน้าออกไปนอกตัวรถแทน มันที่เห็นแบบนั้นก็ไม่พูดอะไรต่อ แค่เข้าเกียร์และเหยียบคันเร่งออกไปก็แค่นั้น  ... รถมัสแตงสีแดงเครื่องแรงเพราะเจ้าของมันแต่งมาเยอะทะยานออกไปสู่ท้องถนนในช่วงเวลาประมาณสามทุ่ม เป็นครั้งแรกที่ผมได้นั่งรถคันนี้ และนี่ก็เป็นครั้งแรกอีกเหมือนกันที่ผมได้นั่งรถที่มันเป็นคนขับเอง ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันกำลังจะพาผมไปไหน หลังจากเกิดเหตุการณ์น่าตื่นตกใจเมื่อตอนบ่าย หลังจากนั้นก็ต่างคนต่างอยู่ มันอนุญาตให้ผมเลี้ยงไอ้หลงได้ และกำชับอีกว่า...



“ถ้ามึงเอาไอ้สั้นนี่ไปให้ไอ้โย่งนั่นเจอ กูจะโยนไอ้สั้นนี่เข้ากรงไอ้เชอร์รี่” สัด นิสัยเสียจริงๆ ไอ้หลงออกจะน่ารักเรียกไอ้สั้นอยู่ได้ โรคจิต เอะอ่ะจะจับให้สิงโตตัวเองแดกอย่างเดียวเลย



“แล้วเป็นห่าอะไรทำไมไม่พูด”



“พูดมึงก็รำคาญ ไม่พูดมึงก็รำคาญ กูทำเชี่ยไรมึงก็รำคาญหมดนั่นแหล่ะ”



“ปากดีนักนะมึง”



“ดีหมดแหล่ะกูอ่ะ”  รำคาญๆ ทำอะไรก็ไม่ได้ นี่ขนาดกูนั่งเงียบๆแล้วยังชวนทะเลาะอยู่ได้ ครั้งนี้เลยเถียงแม่งออกไปเลย ฮึ่ย ไม่มีแล้วไอ้เมลคนร้องไห้ฮื่อๆน่ะ จะมีแต่ไอ้เมลที่เปรี้ยวตีน จำเอาไว้เลย!



“เหอะ ดีหมดห่าอะไร บนเตียงมึงยังไม่เห็นจะไฉไลเท่าไหร่เลยเถอะ”



“ไอ้!...”  หันหน้าจะไปด่า แต่อีกฝ่ายแค่ยักคิ้วใส่และตบไฟเลี้ยวรถเข้าไปในร้านอาหารกึ่งผับกึ่งบาร์แห่งนึงแทน ... มองไปรอบๆไม่คุ้นเคยเอาซะเลย เป็นร้านแถวๆรามอินทรา หรูดูดีและค่อนข้างเป็นส่วนตัวในระดับนึง



“มึงมาที่นี่ทำไมวะ”



“ตามมา” 



ไม่ตอบแถมเดินนำลงจากรถเข้าไปในร้านแบบไม่สนใจอะไรกูเลย  ทำได้แค่เดินตามไปทั้งๆที่ใจอยากจะกวนตีนยืนเขี่ยดินเขี่ยทรายเล่นอยู่แถวนี้ แต่พอเห็นมันที่มองมาด้วยสายตาดุๆ เออ...กูกำลังรีบเดินอยู่นี่ไงวะ กูเจ็บตูดกูอยากฉีกขาเดิน มึงจะให้กูเหาะไปแบบแฮรี่พ็อตเตอร์เรอะ



“ขามึงสั้นตามไอ้สั้นรึไง ชักช้า”



“ของมึงดิสั้น”



“หรอ กูเห็นแทงเข้าไปในตัวมึงที่ไรมันก็ไม่สั้นนะ”



“ไอ้พี่ทัพ!” 



ไอ้เชี่ย หน้าด้านๆๆๆ มันที่ทำหน้าตายตอบเรื่องทะลึ่งกลับมาแบบไม่สะท้าน ก่อนที่วงแขนแข็งแกร่งนั่นจะคว้าเอวผมไว้แล้วดึงรั้งให้ไปเดินใกล้ๆมัน ไม่เข้าใจตั้งท่าจะหันไปสะบัดตัวออก แต่ก็ต้องเงียบเสียงลงเป็นครั้งที่สองที่มันมองมาด้วยสายตาที่อ่านได้ว่า หุบปาก ...



(มีต่อด้านล่างจ้า)
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่7* {27.10.18}
เริ่มหัวข้อโดย: Yoghurt ที่ 27-10-2018 20:25:15
(ต่อจ้าา)




“ต๊ายยยยย ฮัลโหลลล สวัสดีค่ะพี่ทัพขา~~~” 



เสียงเข้มที่พยายามดัดให้กลายเป็นเสียงสองดังมาพร้อมๆกับเจ้าของร่าง ... เอิ่ม ร่างใหญ่ร่างสูงร่างหนา เรียกได้ว่ารวมอยู่ที่คนๆเดียว ... เจ้าของร่างสูงไหล่กว้างที่มีเรือนผมสีทองและใบหน้าหล่อได้รูป มันดูจะขัดหน่อยๆก็ตรงที่ดวงตาคมเข้มตอนนี้ถูกกรีดด้วยอายไลน์เนอร์มาจนคมกริบพร้อมปัดอายแชโดว์ด้วยโทนสีแดงส้ม และทาริมฝีปากด้วยทินท์สีแดงเลือดนก...เขาที่เดินเข้ามาต้อนรับพร้อมทำท่ากระดี้กระด้าเมื่อเห็นหน้าไอ้ทัพ ... เอ่อ นี่มันคือตัวอะไรวะเนี่ย กูขอคำจำกัดความที?



“ไอ้ดาบ ไอ้ปืนมันมายัง”



“กรี๊ดดด ถ้าไม่หล่อจะต่อยให้ปากเจ่อเลยนะคะ ดาบเดิบอะไรกันอ่ะคะ ดานี่ เรียกอีกทีให้ชื่นใจทีสิคะพี่ทัพหน้าขา”



“สัด มึงเลิกวี๊ดว๊ายได้ไหม กูถามก็ตอบสักที”



“ชิๆๆ น่าเบื่อที่สวดรุย ไอ้สัดพี่ปืนมันมาแล้วค่ะ มานั่งทำหน้าโง่ๆอยู่ในห้องวีไอพีโน่น นั่งแดกแอร์แดกเหล้าแดกเด็กฟรีอยู่ที่ตรงนั้นค่ะ” จีบปากจีบคอเล่าอย่างออกรสออกชาติ ก่อนที่คนตรงหน้าจะหรี่ตามามองทางผม แว๊บนึงที่พี่ดาบ เอ้ย พี่ดานี่อะไรนี่มองมาที่ผมด้วยสีหน้านิ่งๆ ดวงตาคู่คมนั้นจ้องมาที่ผมด้วยแววตาของนักล่า ก่อนที่



‘ผลัก’



“จ้องKไรนักไอ้ดาบ”



“กรี๊ดๆ จ้องคงจ้องKอะไรกัน บัดสีไปหมด แต่ถ้าเปลี่ยนมาเป็นKพี่ทัพก็ไม่อยากจ้องอย่างเดียว อยากจะจับอยากจะทัช อิอิ”



“เดี๋ยวกูถีบหน้าให้ ถอยไป กูจะไปหาไอ้ปืน”



“อ๊ะๆก็ไปสิคะ ใครห้ามหนา”



“กวนตีนนัก ส่วนมึงก็ตามมา”



“อุ๊ยๆหนีบๆ อุ๊ยๆหวงๆหรอ ใครอ่อคะ?”



“ไม่เสือกไอ้ดาบ”



“กรี๊ดดด ไม่ยุ่งหรอกน่า เลิกเรียกกูดาบสักทีสิคะอิเพื่อนพี่เหี้ยนี่ก็” 



ผมหันไปมองหน้าไอ้ทัพ เห็นมันกรอกตาอย่างหน่ายๆและดึงแขนผมให้เดินตามมันไป แต่ไม่วายขอหันไปหาพี่ดานี่อีกที เห็นอีกฝ่ายยกมือขึ้นโบกบ๊ายบายให้ผมอยู่ตรงนั้น ก่อนดวงตาที่แต่งแต้มด้วยอายแชโดว์สีหวานนั่นจะเปลี่ยนเป็นนิ่งคมและริมฝีปากนั่นจะกระตุกยิ้มมุมปากส่งมาให้ รู้สึกร้อนหน้าแปลกๆจนต้องรีบหันหน้าหนีกลับมา .... เอาตรงๆเลยนะ อิเหี้ย! ตุ๊ดอะไรทำไมหล่อจังวะ แม่งตุ๊ดปลอมแน่ๆ



“มึงเป็นเชี่ยไร ทำไมหน้าแดงๆ”



“แดงเดิงไร คิ๊ดมาก”



“เสียงสูงไอ้สัด อย่าให้รู้ว่ามึงดีลกับเด็กโต๊ะไหนนะ กูจะตบให้”



“ไรเล่า” 



โวะ .... กูจะดีลกับใครล่ะ ตั้งแต่เดินเข้าร้านมาก็แทบจะไม่มีใครกล้ามองมาที่ผมกับมันเลยด้วยซ้ำ จะให้ใครมันกล้ามองล่ะ ไอ้บ้าข้างๆผมนี่ทำหน้าเหมือนอยากจะฆ่าใครตลอดเวลาแบบนี้ ผู้หญิงสวยๆยังหลบตามันเลยครับ



ไอ้ทัพที่เดินขึ้นมาที่ชั้นสาม เป็นโซนของห้องวีไอพี มีห้องอยู่ค่อนข้างเยอะเลยล่ะ มันที่เดินนำผมเข้าไปตรงห้องด้านในสุด ก่อนจะเปิดประตูเข้าไป ... เดี๋ยวนะ มันพากูมาทำอะไรวะ



“ทำหน้าอะไรของมึง กูมาหาเพื่อน รีบตามเข้ามาสักที” 



ไม่รู้ตัวว่าตอนนี้ทำหน้าแบบไหนออกไป แต่อีกฝ่ายก็พูดออกมาแบบนั้นแล้วเป็นมันเองที่จับข้อมือผมไว้แน่นและดึงให้เดินตามกันเข้าไป บรรยากาศภายในห้องไม่ต่างจากห้องคาราโอเกะระดับสูง มีโต๊ะเก้าอี้และอาหารเครื่องดื่มมากมาย และก็มีผู้ชายร่างสูงที่นั่งอยู่กลางโซฟาและมีผู้หญิงที่แต่งกายด้วยชุดน้อยชิ้นสองคนนั่งประกบอยู่ซ้ายขวา  รู้สึกทำหน้าไม่ถูกอยู่หน่อยๆเมื่อคนร่างสูงดูกำลังจะวุ่นวายอยู่กับนมของน้องสองคนนั้น ก็หน้าหล่อที่ซุกอยู่ที่หน้าอกของน้องฝั่งขวา ส่วนมือขวาก็วางอยู่ตรงหน้าขาของน้องฝั่งซ้าย เอ้า...มึงเยกันเลยไหมอ่ะกูถามแค่นี้



“ไอ้สัดปืน!”  และตัวขัดชาวบ้านก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจาก ... ครับ ไอ้ทัพหน้านี่ไงจะใครล่ะ มันที่ตะโกนด้วยเสียงกึกก้องกัมปนาทจนน้องผู้หญิงทั้งสองคนต้องกรี๊ดออกมาเสียงดัง  และคนที่ชื่อว่าปืนอะไรนั่นก็เงยหน้าขึ้นมาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์นิดหน่อย



“จิ๊ พวกชอบขัด พ่อเป็นสก็อตไบร์ทหรอครับ”



“บอกเด็กของมึงออกไปก่อนไป”



“เอ๊ะ รำคาญจริงๆ”



เขาที่บ่นออกมาแบบนั้นแต่ก็ยอมพยักหน้าให้น้องสองคนนั้นออกไปก่อน น้องสองคนที่มองมาทางไอ้ทัพด้วยสายตาอ้อยอิ่ง แหม นี่อะไรครับ น้องกะแดกผู้ชายทุกคนบนโลกเลยไง นี่ไม่ได้หงุดหงิดอะไรนะไม่ได้หึงอะไรเลย ก็แค่สงสัยเฉยๆ



“อ๊ะ แล้วนี่ใครวะ หน้าคุ้นจังเอ่ย” 



ผมที่นั่งลงข้างๆไอ้ทัพและถูกทักขึ้นมาทันที เอ่อ.... ช้อนตามองหน้าไอ้ทัพแบบทำตัวไม่ถูก เพราะไม่เคยคุยกับพี่เค้าเลย แต่ผมรู้จักนะ พอเห็นหน้าชัดๆก็รู้เลย พี่ปืนเพื่อนสนิทไอ้ทัพ สมัยผมอยู่ปี1ผมเห็นพี่เค้าอยู่กับไอ้ทัพตลอด ของดีคณะบริหารมหาลัยเราในสมัยนั้น



“ก็ไอ้นี่ไง ที่กูเล่าให้มึงฟัง”



“เอ๊ ห๊ะ หื้มมม ไอ้เหี้ยใช่จริงหรอวะ”



“เออ มันนี่แหล่ะ”



อะ พูดกันเข้าใจสองคนแล้วมึงพากูมาทำไมกูถามแค่นี้  พี่ปืนที่ยื่นหน้าข้ามไอ้ทัพเข้ามาหาผม ตกใจจนต้องถอยหนี รู้สึกทำตัวไม่ถูกจริงๆ อยู่ๆก็โดนจ้องหน้าแบบนี้



‘แป๊ะ’



“โอ๊ย ไอ้สัด เจ็บนะเว่ย” 



พี่ปืนที่โวยวายออกมาแบบนั้นพร้อมยกมือขึ้นลูบหน้าผากตัวเองปอยๆ หลังจากโดนไอ้ทัพตบหน้าผากเข้าไปเน้นๆ แต่ก็ขอบใจมากจริงๆ เพราะว่าหลังจากโดนจ้องขนาดนั้นกูก็ทำตัวไม่ถูกกันเลย



“มึงจะจ้องมันทำเหี้ยไรนัก”



“หวงเรอะ?”



“Kเถอะ!”  ชัดถ้อยชัดคำ ก็คือถ้าบอกว่าไอ้ทัพหวงก็คือชาติหน้า และถ้าเป็นชาติหน้าก็ยังไม่รู้เลยว่าจะมีคำว่าหวงเกิดขึ้นรึเปล่าเถอะ



“ว่าแต่เรื่องที่กูบอกให้มึงไปจัดการ มึงจัดการเรียบร้อยรึยัง”



“เหอะ ระดับกู เดี๋ยวมึงรอถามไอ้กุญแจเอาละกัน”



“ก็ดี ไม่ได้เจอน้องแจนานละ วันนี้จะมาไหมวะ” 



ไอ้ทัพหน้าที่ยิ้มออกมาตอนเอ่ยชื่อของบุคคลที่สามทำให้ผมรู้สึกแปลกใจนิดๆกับอาการของมัน  ว่าแต่แจนี่ใครวะ



“มา เดี๋ยวมันก็เข้ามา ส่วนอีกเรื่อง....”  พี่ปืนที่ว่าออกมาแบบนั้น ก่อนจะหันหน้ามามองผมนิดๆ ก่อนจะเสตากลับไปหาไอ้ทัพหน้าแล้วค่อยพูดต่อ



“กูว่า...กูได้กลิ่นตุๆ”



“หรอ”



อะ ... ช่วยใส่บทสนทนาให้กูด้วยกูจะขอบคุณมากครับ แล้วกลิ่นอะไรกันวะ เอาจริงๆกูก็ไม่ได้แอบตดใดๆเลยนะ พี่ปืนแม่งก็หรี่ตามองกูจัง กูเปล่าจริงๆนะเว่ย ... ในช่วงที่กำลังวิตกจริตว่าคนอื่นจะได้กลิ่นตุๆอะไรกัน กลัวว่าเค้าจะคิดว่ากูตดอยู่นั้น



‘แอ๊ดดด’



ประตูห้องที่ถูกเปิดออกจากฝีมือของพี่ดาบ



“ฮายยยย พาเด็กผีมาส่งค่ะหนุ่มๆ”   



พี่ดาบที่ยิ้มกว้างจนตาปิด ก่อนจะดันหลังของใครบางคนให้เดินเข้ามาในห้อง  เด็กหนุ่มร่างเล็กที่เดินเข้ามาในห้องทำเอาผมนิ่งอึ้งหน่อยๆ



“อ้าวกุญแจ



“สวัสดีฮะพี่ทัพหน้า”



คนนี้หรอที่ชื่อกุญแจ เป็นเด็กผู้ชายที่พอมองแล้วมีแต่คำว่า น่ารักๆๆลอยออกมาเต็มไปหมด ใบหน้าน่ารักๆที่พอฉีกยิ้มออกมากว้างๆแล้วดูโลกสดใสไปหมด เป็นคนผิวขาวอมชมพูที่มีแก้ม ไม่ได้อ้วนแต่อวบๆคือแค่มองก็รู้สึกถึงคำว่าน่าฟัด



“พี่ปืนกับพี่ดาบบอกว่าพี่ทัพคิดถึงแจหรอครับ ดีใจจังน้า”



เสียงใสที่ว่าออกมาแบบนั้นก่อนจะเดินเข้ามานั่งลงข้างๆกับพี่ปืน ความรู้สึกที่ว่า กูกลายเป็นคนนอกโถมเข้ามาแบบแปลกๆ ทัพหน้าที่ปกติมันชอบทำหน้าตายแต่ตอนนี้กลับยิ้มออกมา ถึงไม่มากแต่ก็เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่ามันกำลังยิ้ม เป็นยิ้มที่มันกำลังมองไปยังเด็กที่พึ่งเข้ามาใหม่ เด็กผู้ชายที่เหมือนสนิทกับทัพหน้าและพี่ปืนมากๆ



“อื้ม พี่ก็คิดถึงแจจริงๆนั่นล่ะ” 



คนข้างๆตัวผมที่ว่าออกมาแบบนั้นก่อนจะยกยิ้มมุมปากส่งไปให้น้องที่กำลังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามมัน และอีกฝ่ายที่ตาเบิกกว้างขึ้นพร้อมๆกับสีหน้าที่ดูจะขัดเขินกับคำพูดนั้น



“ปากหวานจังเลยฮะ”



“มาชิม”



“แอะแฮ่ม พอๆไอ้สัด คุยเหี้ยไรกัน มึงอยากแดกไรไอ้แจ”  พี่ปืนที่กระแอมไอออกมาเสียงดังจนไอ้ทัพต้องส่ายหน้าหน่ายๆส่งไปแบบขัดใจ  ... ขัดใจงั้นหรอวะ?



“เอาข้าวผัดต้มยำไหม พี่จำได้ว่าแจชอบกิน”



“โหยรู้ใจ ไม่เจอกันตั้งนานพี่ทัพยังน่ารักไม่เปลี่ยนเลย”



“ใช่ ไม่เจอกันตั้งนาน เราโตขึ้นมากเลยนะ แต่แจเองก็น่ารักไม่เปลี่ยนเหมือนกันนะ...แต่ดูเหมือนจะน่ารักขึ้นกว่าเดิมนะ”



หัวใจของผมสั่นๆ ... ไม่ชอบเลย ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย เป็นผมคนเดียวที่กำลังรู้สึกอึดอัด ผมได้แต่นั่งเงียบๆฟังบทสนทนาของพวกเขามาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว และยิ่งอึดอัดมากขึ้นไปอีกเมื่อน้องแจอะไรนี่เข้ามา อาจเป็นเพราะไอ้ทัพหน้า มันที่ไม่เคยสนใจใยดีใคร แต่ไม่ใช่กับน้องคนนี้ และตอนนี้...พวกเขาก็กำลังคุยกันในเรื่องเก่าๆ เป็นเรื่องราวที่ผมไม่รู้ พูดถึงกันอย่างมีความสุขในความทรงจำที่ผมไม่เคยอยู่ด้วย ผมไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย ความรู้สึกที่ว่าผมกำลังกลายเป็นคนนอก ...



จะเรียกว่ายังไง อิจฉาได้ไหม หึงจะได้หรือเปล่า



“พูดเหี้ยอะไรกันนัก เมลมันเงียบเลยเห็นไหม เลิกคุยเรื่องเก่าๆดีกว่าน่า”



พี่ปืนที่พูดขัดไอ้ทัพกับน้องแจนี่เป็นรอบที่สอง ทำให้คนสองคนที่คุยกันทำโลกส่วนตัวเหมือนจะรู้สึกตัวขึ้นมา ทัพหน้าที่หันหน้ามามองผมนิดๆ ก่อนจะเสสายตากลับไปมองหน้าน้องกุญแจ



“จะเงียบไม่เงียบก็เรื่องของมันดิ ... ยังไง กูก็ไม่เคยมีมันในความทรงจำอยู่แล้วไหมวะ”



อื้ม...คงจะใช้คำว่าอิจฉาไม่ได้หึงก็ไม่ได้ เพราะคนแบบผม มันไม่เคยมีสิทธิ์ได้รู้จักกับคำนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว


---------------TBC----------------



สวัสดีจ้าา แคทมาแล้วนะเออ มาพร้อมพี่ทัพน้องเมลเช่นเดิม เพิ่มเติมคือความน่าตบของพี่ทัพและความอยากหอมหัวน้องเมล ... ตอนนี้ตัวละครใหม่มารัวๆเลยคุณเอ๊ย พี่ดาบ เอ้ยพี่ดานี่และน้องกุญแจ เอาละ เธอจะมาดีมาร้ายอะไรยังไง และอีก1ตัวละครสำคัญ น้องหลงงงงงง

อุอิอ๊ะ ฝากทุกคนเป็นกำลังใจด้วยจ้าาา แคทขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ดีๆที่มีให้แคทเสมอเลยนะคะ บงคำชมคือพอได้อ่านแล้วดีใจจนตัวลอยเลย ได้แต่นึกในใจว่านี่ชมแคทแน่หรอวะ บางคำชมแบบดีมากๆจนคิดว่าแคทไม่น่าได้รับ

ขอบคุณสำหรับความห่วงใยมากๆด้วยค่ะ ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ไปหาหมอเลยอ่าาา แต่พยายามนอนไวขึ้นค่ะ จากปกตินอนตี3เพราะปั่นอิพี่ทัพ เดี๋ยวนี้ก็คือพยายามไม่เกินตี1ค่ะ มันก็เลิกปวดนะคะ แต่ถ้านอนดึกก็จะปวดอีกล่ะ

ยังไงจะพยายามไปหาหมอ(แม้จะกลัวก็ตาม)

มามะ ขอคอมเม้นท์หน่อยเร้วววว เหมือนคนอ่านน้อยลง ไปไหนกานนนน อย่าไปจากหนูน้าาา (เกาะขา)



ปล. แปะรูปน้องหลง น้อนนนนนน



เมล: ไอ้หลงน่ารักๆมามะๆมาให้พี่เมลหอมหัวหน่อยเร๊ววว

ทัพหน้า: ไม่เห็นจะหน้ารัก ตัวก็สั้นขนก็หลอมแหลมอัปลักษณ์ หน้าตาเหมือนมึงเลยว่ะ

เมล: ปากหมาก็หลบไป อย่ามาว่าน้องกู

ทัพหน้า: เหอะ ไอ้สั้นหน้ามึน

หลง: แง่วๆๆเหมียวววว

ทัพหน้า: เถียงหรอ มึงเถียงหรอไอ้สั้น มาให้กูแดกเลยมา!


(https://www.picz.in.th/images/2018/10/27/37tyVW.jpg)

(https://www.picz.in.th/images/2018/10/27/37tIS2.jpg)


ปล.2 แคทขอขอบคุณ คุณursleepingxd ที่เข้ามาอ่านมาเม้นท์ตอนที่แล้วให้แคทอีกแล้วนะคะ ดีใจจจ ขอบคุณมากๆจริงๆค่ะ ดีใจที่ยังมีคนอ่านกันอยู่ ส่วนพี่เหลืองน้านน โถ่ๆ พี่รบนี่คือสนามอารมณ์ ก๊ากกกกก :laugh:
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่7* {27.10.18}
เริ่มหัวข้อโดย: nonlapan ที่ 28-10-2018 00:04:46
fc น้องหลงค่ะ 555555
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่7* {27.10.18}
เริ่มหัวข้อโดย: ursleepingxd ที่ 28-10-2018 13:00:10
ทีมน้องหลงค่ะ

นี่ยูเองไงคุณแคท 5555555555
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่7* {27.10.18}
เริ่มหัวข้อโดย: t2007 ที่ 28-10-2018 18:55:29
แจใช่รึเปล่า กลิ่นตุๆ
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่7* {27.10.18}
เริ่มหัวข้อโดย: blove ที่ 03-11-2018 17:37:14
จร้า พ่อคู๊ณณณณ ตอนนี้ไม่มีเขาอยู่ในความทรงจำ ปากดีอย่างนี้ พอเขาเข้าไปอยู่ในความทรงจำแบบฝังลึก ระวังนะจ๊ะ!! หึหึ!! //เออเว้ย สนุกดีหวะ รวดเดียวแบบกำลังเพลินเลย อยากอ่านต่ออออออออออ รอความจริงเปิดเผย ถ้ารู้ละว่าไม่ใช่ จะรับผิดชอบยังไง หมั่นไส้พี่ท่าน หลายอารมณ์มากกับพี่แก หลายครั้งก็น่าตบแต่พอว่าเขาไม่เคยทำดีอย่างนี้กับใคร เมลเป็นคนแรก ความโกรธก็แผ่วลง ถึงทำร้ายแต่ก็แอบดูแล(หรอ55) จะโกรธก็โกรธไม่สุดมาก รอดูต่อไปความสัมพันธ์ #ทัพเมล //อาาาาาาน้องแมวน่าร๊ากกกกก เมลจะได้มีเพื่อน คึ! //เออออสนุกกกดี มาต่อค่ะมาต่อ รออยู่นะคะ ชอบๆ
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่7* {27.10.18}
เริ่มหัวข้อโดย: Yoghurt ที่ 03-11-2018 20:48:24

บทที่8




 จบจากคำพูดของไอ้ทัพหน้า ผมรับรู้ได้ถึงความเงียบ ความเงียบที่ไม่ใช่แค่ความรู้สึกของผมเท่านั้น แต่มันเงียบไปทั้งห้อง ดูเหมือนทุกคนจะค่อนข้างจะตกใจกับพูดนั้นของไอ้ทัพ แต่สำหรับผมมันไม่น่าแปลกเท่าไหร่ ก็ได้ยินคำพูดแบบนี้จากมันมาจนแทบจะชิน แต่ถึงแบบนั้นผมก็ยังรู้สึกว่าหน้าชาอยู่ดี เป็นสิ่งที่ควรจะชินแต่ก็ไม่เคยชินสักที...



และก็เป็นผมเองที่เลือกจะกระแอมไอออกมานิดหน่อยก่อนจะฉีกยิ้มน้อยๆไปให้คนอื่น ๆ



“อ่ะ อะแฮ่ม ฮ่าๆ ก็ถูกนะ เราไม่เคยรู้จักกันเลยนี่หว่า จะมีความทรงจำดีๆที่ไหนมาให้จำ แต่ถ้าถามถึงความทรงจำเหี้ยๆล่ะก็ ... กูคิดว่ากูกับมึงนี่มีร่วมกันเยอะเลยว่ะ” 



มันที่หันมาจ้องตาผมเขม็งในตอนที่ผมพูดออกไปแบบนั้น มันที่คงกำลังอยากอ้าปากพ่นคำเจ็บแสบอะไรออกมาให้ผมปวดใจอีกก็ไม่รู้



‘พลึบ’



“ปวดฉี่ว่ะ กูขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” 



และแน่นอนว่าผมเลือกที่จะไม่อยู่ฟังอีกต่อไป เด้งตัวลุกขึ้นจากโซฟาอย่างแรง ถ้าตอนนี้นั่งเก้าอี้ปกติทั่วๆไป คิดว่าเก้าอัเมันคงหงายหลังไปแล้วแน่ๆ ผมที่ลุกขึ้นและเดินออกมาไวๆโดยที่ไม่หันกลับไปมอง คิดว่าตัวเองจะทนอยู่ตรงนี้อีกต่อไปไม่ได้อีกแล้ว อย่างน้อยถึงผมจะโง่ที่รักคนแบบมัน แต่คนโง่...มันก็มีความรู้สึกเหมือนกันนะมึงอย่าลืม



.

.

.





 ผมที่มองตามแผ่นหลังบางที่เดินเร็วๆหายออกไปจากห้อง ไม่ได้พูดอะไรตอบกลับไป แม้จะอยากพูดแค่ไหน แต่เหมือนอีกฝ่ายไม่เปิดโอกาสให้ทำแบบนั้น เหอะ ... แล้วถามหน่อยว่าผมพูดอะไรผิดตรงไหนไม่ทราบ ผมกับมันไม่เคยมีความทรงจำร่วมกันสักนิด และถ้ามีก็คงจะน้อยมากๆจนแทบจะเลือนลาง แล้วมันผิดหรือไงที่ผมพูดแบบนั้น .. กับคนแบบมันอ่ะ เท่านี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ ผมอาจดูเป็นคนใจร้าย ดูเหี้ย หรืออะไรก็แล้วแต่แต่ผมเลือกจะไม่สน ก็ในเมื่อกฏหมายไม่ใช่ที่พึ่ง กฏหมู่ก็ต้องศักสิทธิ์กว่า และแน่นอนว่า คนที่แข็งแกร่งและมีอำนาจมากที่สุดของห่วงโซ่อาหารนี้ มันย่อมเป็นผู้ชนะ



“ไอ้ทัพ มึงไม่พูดกับน้องมันแรงไปหรอวะ กูเห็นมันหน้าเสียเลยนะ”



“แล้วไง”  ตอบมันออกไปแบบนั้นแล้วเอนตัวพิงพนังพิง ก่อนจะยกบุหรี่ขึ้นจุด



“แต่แจว่าพี่ทัพก็ดูใจร้ายจริงๆนะฮะ แจว่าพี่เมลก็ดูน่าสงสาร ตัวจิ๊ดเดียวเอง”  หันไปมองเด็กแก้มป่องตรงหน้าที่ตอนนี้ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดหน่อยๆ ได้ยินแบบนั้นก็ต้องยกยิ้มเหยียดๆออกมา



“แจน่ะใจดีเกินไป”



“แต่ว่า...”



“จุ๊ๆ ไม่ขัดพี่”



“มึงไม่คิดบ้างหรอวะ ว่าเรื่องนี้มันอาจจะมีอะไรผิดพลาด”  ไอ้ปืนที่ขมวดคิ้วหน่อยๆพลางยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ



“ไอ้ธรไม่เคยทำงานผิดพลาด มึงเองก็รู้”



“มันก็ใช่ แต่ว่า....”



“มึงลองคิดดูว่ามีเหตุผลอะไรที่ไอ้ธรจะต้องโกหกกู มันโกหกกูแล้วเงินเดือนมันขึ้นหรือไง” เลิกคิ้วมองไอ้ปืนที่ทำหน้าอยากเถียงแต่หาเหตุผลมาเถียงไม่ได้



“แล้วหลักฐานจากรูปที่กูเห็นล่ะมึงว่ามันคืออะไร งั้นมึงมาฟังนี่”  ผมที่หยิบมือถือของตัวเองขึ้นมา แสกนนิ้วมือเพื่อเปิดไฟล์ส่วนตัวที่จะมีแค่ลายนิ้วมือผมเปิดออกได้ ก่อนจะเปิดอะไรบางอย่างให้พวกมันได้ฟัง



“พวกมึงไปตามดูรถคันนี้นะ เลขทะเบียน พด1101 เจ้าของรถชื่อณราชา”

“คุณเมลต้องการอะไรเพิ่มเติมอีกไหมครับ”

“ไปตามดูแล้วรายงานกูทุกระยะ อ่อ แล้วอย่าลืมไปดูที่สายเบรครถมันให้เรียบร้อยด้วย”

“ครับคุณเมล”



“เชี่ยนี่มันอะไรวะ นั่นมันเสียงน้องเมล”  ไอ้ปืนที่สบถออกมาหลังจากที่ได้ฟังบทสนทนาสั้นๆนั้นจบ  ผมที่แค่นยิ้มออกมาหน่อยๆ



“หลักฐานไงมึงอย่าโง่ ไอ้ธรส่งมาให้กู แล้วมึงว่ากูต้องทำดีกับคนเหี้ยๆแบบมันไหม เสียงคือเสียงมัน มึงจะบอกว่ามันเป็นเสียง มินเนี่ยนรึไงสัด”



“สัด มึงนี่ใกล้ไอ้รบมากไปนะ มินเนี่ยนเชี่ยไรล่ะ กูก็แค่ไม่อยากจะเชื่อ”



“... มึงอย่าให้หน้าตาน่ารักใสๆของมันมาหลอกมึงได้” 



บอกมันออกไปแบบนั้นแล้วเสหน้าหนี ยกบุหรี่ที่พึ่งจุดสูบแล้วพ่นควันออกมาช้าๆ ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปพร้อมๆกับควันสีเทา ผมเลือกที่จะเชื่อธร เพราะธรไม่ได้เป็นแค่ลูกน้อง แต่ธรก็ไม่ต่างจากญาติ มันเป็นเหมือนกับเพื่อนเป็นเหมือนกับพี่ พ่อของธรทำงานให้พ่อของผม และธรก็เป็นเพื่อนเล่นกับผมมาตั้งแต่ยังเด็กเราโตมาด้วยกัน และตั้งแต่ที่ป๊ายกหน้าที่ให้ผมรับผิดชอบ ธรก็กลายมาเป็นผู้ช่วยของผม และแน่นอน ไม่มีครั้งไหนที่มันจะทำงานผิดพลาด



“มึงบอกว่าน้องมันน่ารัก?”



“กูเปล่าไอ้สัด”



“แจรู้สึกเหมือนว่าพี่ทัพกำลังเตือนตัวเองอยู่เลยนะฮะ”  หันไปมองคนที่พูดออกมาแบบนั้น แจยิ้มออกมาหน่อยๆ แต่ผมเลือกจะเสหน้าหนีอีกรอบ



“พี่รักณราชา”



“ไอ้ทัพเรื่องมึงกับณราชาน่ะ...”



“ณราชาเป็นแม่ของลูกกู ลูกกูที่ตายไปแล้ว ตายไปแล้วเพราะความคิดชั่วๆและวิธีการเลวๆของไอ้เมลไง!”



หันหน้าไปจ้องตาไอ้ปืนเขม็ง ตวาดมันออกไปพร้อมๆกับที่มันและน้องแจเลือกที่จะเงียบเสียงลง และนั่นก็ถือว่าดีแล้ว... คนอื่นมันจะไปเข้าใจอะไร จะไปเข้าใจอะไรกับความรู้สึกที่ต้องสูญเสียครอบครัว สูญเสียลูกของตัวเอง แค่คิดถึงความรู้สึกในวันนั้นที่ต้องเจอมันก็รู้สึกเจ็บร้าวไปหมด ความทรงจำในวันนั้นที่ย้อนเข้ามาในหัวจนต้องเผลกำแก้วเหล้าในมือจนแน่นขึ้นจนเห็นเส้นเลือด ดวงตาคมที่เหม่อลอยมองไปแบบไม่โฟกัสสิ่งใด นอกจากความทรงจำในวันนั้นที่ไหลย้อนเข้ามาในหัว



.

.

.





“เจ้านาย”



“มีอะไรไอ้ธร กูกำลังดูเอกสารนี่อยู่ วันนี้กูรีบกลับบ้าน นี่มันวันครบรอบที่กูขอณราชาแต่งงาน กูจะกลับบ้านช้าไม่ได้เข้าใจไหมไอ้สัด”  ก้มหน้าลงไปพร้อมอ่านเอกสารตรงหน้าอย่างเร่งรีบ หากแต่ลูกน้องคนสนิทกลับทำท่าลุกลี้ลุกลน



“เจ้านาย มีเรื่องครั..”



“เรื่องเชี่ยไรวะ”  เงยหน้าขึ้นมาจ้องตาลูกน้องเขม็ง แววตาคมที่กำลังบ่งบอกว่าไม่สบอารมณ์สุดๆที่ลูกน้องกำลังเซ้าซี้ในตอนนี้



“คุณณราชารถคว่ำครับเจ้านาย ตอนนี้....นายครับจะไปไหน”



“ถอยไป!”



ขายาวที่วิ่งไปตามทางเดินทอดยาวของโรงพยาบาลเอกชนชื่นดังอย่างเร่งรีบ เสื้อผ้าราคาแพงของเค้าที่หลุดออกจากทับในกางเกง เหงื่อชื้นเม็ดใหญ่ที่ไหลลงมาอาบตามใบหน้าคม ภายใต้ใบหน้านิ่งๆ แววตาคมเข้มกลับมีความสั่นไหวอยู่ในนั้น คนร่างสูงที่ไม่เคยหวาดหวั่นต่อเรื่องใด ในตอนนี้กำลังรับรู้ถึงความหวั่นใจเป็นครั้งแรก



“หมอ!”  เสียงเข้มที่ตวาดออกมาดังลั่นหน้าห้องไอซียูทำเอาหมอเจ้าของไข้และพยาบาลสะดุ้งตัวโยน ดวงตาคมที่ตอนนี้แดงก่ำจ้องตรงไปที่คุณหมออย่างกล่าวโทษ



“ผมเสียใจด้วยครับ คุณณราชาได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ทำให้เราไม่สามารถที่จะรักษาชีวิตของเด็กภายในครรถ์ไว้ได้”



“...ไม่จริง!!”



ความจริงที่ตีเข้าที่แสกหน้าไม่ต่างอะไรกับน้ำเย็นจัดที่สาดเข้ามาที่หน้า รับรู้ถึงความชาและความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ต่อให้ยิ่งใหญ่มีเงินมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตของคนๆนึงเอาไว้ได้ ... ความกลัวเกาะกุมเข้าที่หัวใจจนเจ็บชา สิ่งที่วาดฝันไว้ก่อนหน้าว่าอีกเจ็ดเดือนเราจะได้พบกันมันกลับไม่มีจริง เค้าไม่มีทางพบเจอเด็กน้อยที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเค้า



“และตอนนี้อาการของคุณณราชายังไม่พ้นขีดอันตราย เราคิดว่า...เธออาจจะไม่ฟื้น”



“มะ ไม่จริง”



“ม๊า!”



ตะโกนออกมาสุดเสียงเมื่อร่างของผู้เป็นแม่ตัวเองที่พึ่งจะเดินทางมาถึงกรีดร้องออกมาอย่างตกใจ ก่อนจะทรุดตัวล้มพับลงตรงนั้น ได้แต่วิ่งเข้าไปหา เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวาย น้องชายทั้งสามคนของเค้าที่รีบรุดเข้ามาดูแม่และสีหน้าไม่สู้ดีของผู้เป็นพ่อของเค้า พวกท่านอยากมีหลาน และสิ่งที่ต้องการ ตอนนี้พังไม่เป็นท่า



“ฮึก...ทำไมโชคร้ายแบบนี้ล่ะลูก ทัพหน้า ...ฮึก”



“ม๊าทำใจดีๆนะครับ ทุกอย่างจะเรียบร้อย”  ดึงมือแม่มากุมไว้แน่นๆ ทั้งๆที่รู้สึกจุกยอกไปหมดทั้งหัวใจ แต่ความเป็นพี่ใหญ่ และคนที่ยืนอยู่ในจุดที่สูงที่สุดจะอ่อนแอไม่ได้...



“ฮึก ม๊าเสียหลานไปแล้วทัพ ฮึก”



เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ



คนทำมันต้องได้รับการลงโทษที่สาสมที่สุด



“ไอ้ธร...”



“ครับนาย”



ร่างสูงที่ปล่อยมือจากมือของผู้เป็นแม่หันหน้าไปจ้องลูกน้องมือดีที่สุดของตัวเองด้วยสายตาของสัตว์ป่าที่ไร้ความปราณี ดวงตาคมที่แดงก่ำอย่างน่ากลัวในตอนนี้ไม่มีแววล้อเล่น ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะขยับเปิดปากพูดออกมาด้วยเสียงที่เย็นชาจับขั่วหัวใจ



“ไปสืบมาว่าใครเป็นคนทำ เรื่องนี้ต้องไม่ใช่อุบัติเหตุ”



“ครับนาย” ลูกน้องที่พยักหน้ารับอย่างจริงจัง ก่อนจะหมุนตัวออกไปทำตามสิ่งที่นายสั่งในทันที  ร่างสูงที่หันหน้ากลับไปมองครอบครัวของเขาที่กำลังตกอยู่ในสภสวะเศร้าโศก หัวใจของเขามันกำลังเจ็บปวดที่คนแบบเขาไม่สามารถปกป้องครอบครัวของตัวเองได้เลย  ดวงตาคมก้มมองสิ่งที่กำลังถือไว้อยู่ในมือ ...



เครื่องมือสื่อสารราคาแพงที่สุดในตอนนี้ที่หน้าจอแตกร้าว แต่มันก็ยังคงเปิดติด ข้อความเมสเสจสุดท้ายที่ถูกเปิดอ่านไปแล้วรอบนึง กำลังโชว์ข้อความอยู่ที่หน้าจอ



‘รักกันมากสินะ ... ออกมาเจอกันหน่อยดีไหมณราชาเมียรักของทัพหน้า’



ข้อความที่ไม่ระบุชื่อผู้ส่ง แต่แนบโลเคชั่นมาให้ และนอกจากเบอร์แปลกที่ติดต่อกลับไม่ได้และเช็คข้อมูลไม่ได้เช่นกัน แต่เพราะข้อความนี้ยิ่งทำให้ร่างสูงมั่นใจว่านี่มันไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดา



‘ตึกตักๆๆๆๆ’



เสียงวิ่งของหมอและพยาบาลที่ดังก้องไปทั่วหน้าห้องฉุกเฉินทำเอาใจกระตุก ขายาวที่ก้าวตรงเข้าไปหาหมอและกระชากตัวไว้



“นี่มันเกิดอะไรขึ้น”



“คนไข้มีอาการทรุด เราต้องรีบทำCPR หมอขอตัวครับ”



“ไม่...หมอ! จะเอาเท่าไหร่พูดมา ช่วยเธอ ช่วยเธอ เธอต้องปลอดภัยเข้าใจไหม!”



“หมอจะพยายามสุดความสามารถครับ” 



มือแกร่งที่ปล่อยออกจากเสื้อของหมอ เรี่ยวแรงต่างๆรู้สึกหายไปพร้อมๆกับหัวใจที่เบาหวิว เป็นความรู้สึกที่เราจับต้องอะไรไว้ไม่ได้ ความรู้สึกไม่ต่างจากเวลาที่เรานอนหลับแล้วฝันว่าร่วงลงมาจากตึกสูง หัวใจกระตุกด้วยความหวาดกลัว แต่คว้าอะไรไว้เพื่อยื้อชีวิตให้รอดไม่ได้สักอย่าง ทำอะไรเพื่อให้รอดไม่ได้นอกจากตื่น...และถ้านี่เป็นความฝัน ตัวเขาเองก็อยากจะตื่นจากฝันนี้ให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้



“ไม่ ไม่จริง ขอร้องล่ะณราชา...”



ไม่มีเรื่องใดน่ากลัวไปกว่า การจากลา ที่เรียกว่าการจากตาย



.

.

.

[/i]



“ฮายยยยยยค่ะหนุ่มๆ คุยอะไรกันจ๊ะทำไมสีหน้าดูเคร่งเครียดกันจังเลย ดานี่มาแล๊ววว ขอคนสวยนั่งด้วยนะคะหนุ่มๆ” 



เสียงทุ้มเข้มที่พยายามอย่างที่สุดที่จะบีบให้เล็กลงเป็นเสียงสองที่แด๊ะแด๋ดังขึ้นเรียกสติให้กลับมาอีกครั้ง มองตรงไปที่ประตูห้องที่ถูกเปิดออกด้วยฝีมือของเจ้าของร้านร่างใหญ่ ที่อยู่ในชุดสูธดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่มีอะไรขัดสายตาไปมากกว่าสีตาและสีปากของมัน



“มึงไม่หนุ่มเลยสิไอ้ดาบ”



“สัดพี่ปืน ตบปากเท่าความชราภาพของมึงเดี๋ยวนี้ค่ะ กูไม่หนุ่ม กูสวยๆ”



ไอ้ดาบที่จีบปากจีบคอเถียงออกมาแบบนั้นก็ทำให้ไอ้ปืนต้องกรอกตาใส่น้องชายแท้ๆของตัวเองอย่างอ่อนใจ มันที่พาร่างสูงใหญ่ของมันมานั่งลงที่โซฟาข้างๆกุญแจ ก่อนจะกระพริบตาปริบๆมาให้ผม เห็นแล้วอยากเอาตีบถีบให้หน้าหงาย



“พี่ดาบมึงก็นะ เด๊ะแด๋แรดเกรงใจกล้ามอกกับซิกแพ็คมึงหน่อยได้เปล่า”  แจที่เหมือนจะอดใจไม่ไหวพูดออกมาพร้อมทำหน้าอ่อนใจ



“อิแจ ปากมึงนี่น่าเอากุญแจปาใส่มากๆเลยนะคะ แล้วอย่ามาว่าเรียกกล้ามอกให้เรียกว่านมตั้งเต้าสวยๆของกู”



“โว้ย นามคานไอ้พี่!” 



กุญแจมันถอนหายใจออกมาอย่างหน่ายๆอีกรอบอย่างสุดจะทนกับพี่ชายของตัวเอง ใช่ครับ...ไอ้สามคนนี้มันพี่น้องกัน ปืน ดาบ กุญแจ  พี่น้องท้องเดียวกัน เป็นครอบครัวที่หน้าตาดีกันทั้งบ้าน แต่ไม่มีสติกันสักคน



“เรื่องมึงจ้า กูไม่แคร์ กูเลือกแคร์เฉพาะหนุ่มๆจ้า”



“เลิกแรดได้ไหมสัดดาบ ถือว่าเกรงใจตำแหน่งเดือนวิศวะของมึง หรือไม่งั้นก็เห็นแก่หน้าพ่อแม่บ้างกูขอล่ะ”



“ไม่ได้ขาดใจๆๆ แล้วเลิกเรียกกูดาบอิดอกพี่ปืนนนน มองเห็นความสวยของกูสิๆ”



“มองเห็นความสวยห่าไรล่ะ ไหล่กว้าง60เซนเบอร์นี้มึงจะเอาอะไรมาสวยไอ้สัด รุกออกสาวชิพหายมึงน่ะ”



“ไม่รุกๆๆๆๆ กูจะรับๆๆๆ ดูปากดานี่นะคะ รับๆๆอิอ๊ะๆอ่าห์”



“ไอ้ดาบ”



“ไรของมึงอีกคะสัดพี่ปืน”



“Kนะครับสัดน้อง”



“กรี๊ดๆๆๆ ผู้ชายเลวๆดานี่เกลียดๆๆ” 



กูรำคาญ! รำคาญไอ้เหี้ยพี่น้องบ้านนี้ชิพหาย เอนหลังพิงพนักพิงอีกที ก่อนจะมองไปที่ประตูห้อง ไอ้สัดเมลไปเข้าห้องน้ำหรือไปตายกูอยากรู้  แต่ก็แค่อยากรู้ ไม่ได้คิดจะห่วงอะไรมันหรอก จริงๆถ้าตายๆไปก็คงจะดี แต่ว่า...ถ้าตายเร็วไปก็ไม่สะใจกูสิ



“พี่ทัพขา มองอะไรอยู่รึป่ะ”  เสียงสองมาหลอกหลอนกูอีกแล้ว หันหน้าไปมองก็เห็นมันหรี่ตามามองเหมือนคนที่รู้ทัน K!



“เปล่า กูก็มองไปเรื่อย”



“อ่ะหรอจ๊ะๆ ก็นึกว่ามองหาน้องคนนั้น ชื่ออะไรน้า ที่หน้าตาน่ารักเอวเล็กเอวน้อยไปหมดเลย คิดว่าถ้าโดนกระแทกแรงๆเอวอาจจะหักอิอ๊ะอู้ววว”



“พี่ดาบหน้าตามึงหื่นสัดๆ”



“อิแจ กูไม่หื่นกับสปีชี่เดียวกันค่ะขอบอก”



“อ่อหรอ แต่หน้าตามึงดูอยากเยพี่เมลนะ”



“วายกรี๊ด ชื่อเมลหรอคะ เมลอะไร คาราเมลรึป่ะคะ ท่าทางจะหวาน หึ”  มันที่ว่าออกมาแบบนั้น แว๊บนึงที่มองเห็นสายตานักล่าของมัน เหี้ยไอ้ดาบ Kเถอะ!



“พอมึง เลิกพูดมากถ้าไม่อยากโดนตีนไอ้ทัพ มึงก็น่าจะรู้ว่าแม่งเป็นโรค”



“โรคไรรึคะ?”



“โรคหวงของน่ะ หึ”



“K” 



ด่าพวกมันออกไปคำเดียวสั้นๆพร้อมยกนิ้วกลางส่งไปให้ด้วย แต่ถามว่าพวกมันสะทกสะท้านไหมก็ไม่ มีอย่างเดียวคือไอ้ดาบหัวเราะคิกคักชอบใจและไอ้ปืนที่ขยิบตาส่งมาให้ กวนตีนทั้งพี่ทั้งน้อง



“อ๊าย ถ้าเป็นโค้ยพี่ทัพดานี่กะหยักดั้ยๆ”  วิบัติจนพ่อขุนรามต้องร้องไห้ก็คือภาษาพูดของไอ้เหี้ยดาบ



“เออ แต่เมื่อกี้นะจ๊ะพี่ๆจ๋า พึ่งมีแขกกิตติมศักดิ์เข้าร้านน้องมาจ๊ะพี่จ๋า ให้ทายว่าใครเอ่ย?” 



ไอ้ดาบที่เอียงหัวไปมาเล็กน้อย ทำตัวเหมือนน่ารักซึ่งโคตรขัดกับเบ้าหน้า คือหน้ามันอาจจะไม่ได้ถึงกับไม่น่ารัก แต่แบบไอ้ดาบนี่ คำจำกัดความของมันอาจเรียกได้ว่า หน้าตาคิตตี้แต่บอร์ดี้มึงมาเวลมากๆ พูดแบบนี้เข้าใจสภาพไอ้ดาบมากขึ้นไหมล่ะครับ



“มึงเลิกลีลา ใครวะ?” ไอ้ปืนที่ทนไม่ไหว ถามออกไปพร้อมส่งตีนไปถีบขามันทีหนึ่ง



“หึ จะใครซะล่ะ ก็ไอ้หมิงไงพี่ แก๊งอะไรนะคะพญามังกืออะไรนั่นไงคะ”



“มึงว่าใครนะ”



“ก็ไอ้หมิงไงคะพี่ทัพหน้าขา รุ่นเดียวกับพี่นี่นาใช่ป๊ะ เนี่ยนะหนูเดินสวนกับมันตรงห้องน้ำอ่ะคะ คือกูลูกค้าอ่ะนะคะ จะไล่ออกจากร้านก็ไม่ได้ พวกห่านี่คือตัวเงินตัวทอง”



“ไอ้สัด” 



สบถออกมาแบบนั้นพร้อมลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้  ความรู้สึกไม่สงบในใจมันบอกให้ต้องลุกแล้วไปตามหาไอ้เมลเดี๋ยวนี้ พวกไอ้หมิงไม่เคยจะเล่นตัวๆ ฉลาดและเก่งแต่เป็นหมาลอบกัด ครอบครัวมันกับครอบครัวผมไม่ถูกกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อแล้ว เมื่อก่อนเป็นเพื่อนสนิทแต่เป็นเพราะป๊ามันชอบแม่ผม แต่ม๊าผมรักป๊าผมไงเลยทำให้ผิดใจกันไปตั้งแต่ตอนนั้น และเมื่อก่อนร่วมกันทำธุรกิจจนยิ่งใหญ่แต่สุดท้ายเพราะป๊าไม่อยากเลิกธุรกิจมืดวงจรมาเฟียนี่ เลยทำให้ผิดใจกันมา และลามมาจนถึงผมและไอ้หมิง แค่เห็นหน้าก็คันตีนเอาแค่นี้



“พี่ทัพด่าดานี่ตะไม”



“กูไม่ได้ด่ามึงไอ้สัด”  บอกมันแบบนั้นแต่เลือกที่จะลุกเดินออกไปจากห้อง ไอ้ปืนที่รีบเดินตามมาและกุญแจกับไอ้ดาบที่ก็ตามมาติดๆ


หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่8* {03.11.18}
เริ่มหัวข้อโดย: Yoghurt ที่ 03-11-2018 20:48:56
(ต่อจ้าา)





“มึงเป็นห่วงเมลหรอวะ”



“กูไม่ได้ห่วง แต่กูว่ามันต้องมีอะไร”  หันไปมองหน้ามันที่ก็ทำหน้านิ่งๆตอบมาให้ มองเลยไปทางไอ้ดาบที่พยักหน้ารับ มันที่กวักมือเรียกการ์ดของร้านมันเข้ามาหา ก่อนจะกระซิบบอกลูกน้องของมันที่ก็วิ่งออกไปทันที



“ไอ้ดาบ มึงเห็นมันตรงไหน”



“นู่นค่ะพี่ ตามมา”  มันที่บอกแบบนั้นแล้ววิ่งพรวดนำหน้าผมไป  เปิดประตูเข้าไปในห้องน้ำที่ไร้ผู้คน ไม่มีวี่แววของไอ้เมลที่จะอยู่ เดินไปเปิดประตูห้องน้ำทุกห้องแล้วแต่ก็ไม่มี  สัดเอ๊ย



“ไอ้ทัพ นี่มือถือเมลเปล่าวะ”



“ไหน”



“มันตกอยู่ใต้อ่างล้างหน้าเนี่ย” หยิบเครื่องมาเปิดดูก็มั่นใจว่าเป็นของไอ้เมลแน่นอนเพราะมีข้อความล่าสุดมาจากเบอร์ไอ้บิน สัด



“พี่ดานี่ครับได้เรื่องแล้วพี่”  หันหน้าไปมองตามเสียงการ์ดของร้านไอ้ดาบที่วิ่งมาพร้อมยื่นกระดาษส่งมาให้



“มีผู้ชายฝากไว้พี่ บอกให้คุณทัพหน้า”



“ไหน”  กระชากกระดาษนั้นมาอ่าน ข้อความสั้นๆที่ทำเอาต้องขยำทิ้ง



‘เด็กมึงหรอวะ มาเอาตัวคืนที่XXXนะ แต่จะทันไหมไม่รู้’



“สัดเอ๊ย”  ปากระดาษทิ้งก่อนจะเดินนำพวกมันออกจากห้องน้ำไป  กวนตีนกูจังนะไอ้สัดหมิง มึงจะประกาศสงครามกับกูใช่ไหม!



...





“ลงมา!!!” เสียงโหดที่ตะคอกดังออกมาพร้อมแรงกระชากแขนบางให้ลงมาจากรถ



“ชักช้า สำออยจังวะ เดินมาสักที!” 



เสียงโหดที่ดังขึ้นเป็นครั้งที่สองอย่างไม่สบอารมณ์มาพร้อมกับแรงผลักแผ่นหลังบางให้เดินตรงไปด้านหน้า  เมลทำได้แค่เดินตามไปอย่างขัดอะไรไม่ได้  รอบๆตัวมีพวกมันที่ตัวเหมือนควายป่าอยู่สองคน หันหน้าไปมองพวกมัน และก็ต้องใจกระตุก เมื่อรับรู้ได้ถึงปากกระบอกปืนที่ดันอยู่ที่ข้างเอว หันหน้ากลับมาพร้อมพยายามมองไปรอบๆ สายตาสวยที่ที่มองสำรวจไปรอบตัว สถานที่น่ากลัวๆที่ไม่ชวนให้ใครเข้ามา ตรงหน้าเหมือนเป็นโกดังร้างอะไรสักอย่าง เหมือนมันเคยเป็นโรงงานที่ใช้ผลิตอะไรสักอย่างแต่ตอนนี้ถูกทิ้งร้างเอาไว้ เป็นสถานที่ที่ชวนให้ใจเสียเข้าไปอีก



“นั่งลง!” 



เสียงเข้มของร่างใหญ่ที่บอกออกมาพร้อมผลักให้นั่งลงไปนั่งที่พื้นของโกดังร้างนั่น พื้นที่เต็มไปด้วยกรวดทรายและเศษอะไรต่อมิอะไรไม่รู้ พยายามสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อตั้งสติ ... อย่ากลัวไอ้เมล มึงต้องตั้งสติๆ



“เหอะ ผู้ชาย” 



คำพูดที่ดังออกมาพร้อมกับร่างสูงของผู้ชายที่เป็นคนจับตัวเขามา ฝ่ามือหนาที่กระชากผมของเขาให้แหงนหน้าไปมองกัน ร่างบางที่มองจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว จริงๆคือพยายามฮึดสู้ นี่แหล่ะคือนิสัยของเค้า



“หึ จ้องหน้ากูแบบนี้มึงจะทำไม”



“มึงทำแบบนี้ทำไม กูเคยไปทำไรให้มึงไอ้เหี้ย กูแค่ชนมึงตอนกูจะออกจากห้องส้วม!”



น่าหงุดหงิดชิพหายไอ้เหี้ยเอ๊ย ดวงซวยทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำ ไม่รู้เป็นห่าอะไร ต่อจากนี้กูคงต้องห้ามขี้ห้ามเยี่ยวนอกบ้าน เข้าทีไรตัวกัปปะโผล่มาจับกูทุกที



คนฟังยังไม่ตอบอะไรกลับไปแค่ยกยิ้มมุมปากอย่างไม่น่าไว้ใจ ดวงตาคมกริบที่จ้องมองมาที่ร่างบางเหมือนอยากจะฆ่า



‘ผลั้ว!’



“อัก”  กระบอกปืนที่ถูกตบเข้ามาที่หน้าจนหน้าหันไปแบบไม่ทันตั้งตัว ทำเอาเลือดออกที่มุมปาก



“ถ้าขืนมึงยังพูดมาก กูจะเอากระสุนยัดเข้าปากมึง”



กระบอกปืนที่ถูกยกขึ้นมาเล็งเข้าที่หน้าของคนร่างบาง หัวใจเต้นรัวๆอย่างรู้สึกหวาดกลัว เสียงเย็นที่ขู่ออกมานิ่งๆพร้อมแววตาคมกริบจ้องมองมา พยายามที่จะรวบรวมสติอีกครั้ง คนอย่างคาราเมลมันไม่เคยย่อท้อ ไม่เคยยอมอะไรง่ายๆ และในความกลัวเรามักจะเจอหานทางแห่งความกล้าเสมอ.... พูดให้ดูดีไปแบบนั้น จริงๆเรียกแบบภาษาชาวบ้านได้ว่า ความจนตรอก



“ถ้ามึงจะฆ่ากุนะ ฆ่าก็ได้ แต่มึงต้องบอกมาก่อนว่ากูไปทำไรให้มึง?!”



“กูบอกให้ หุบ ปาก” 



เสียงเย็นที่เน้นออกมาช้าๆชัดๆที่ละพยางค์อย่างรำคาญใจที่คนตรงหน้าพร่ามไม่หยุด ขนาดขู่ให้หุบปากแต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมที่จะหยุดพูด  เมลที่มองจ้องแบบไม่ยอมแพ้ ก่อนจะอ้าปากพูดต่อ



“ก็กูมั่นใจว่าไม่เคยทำไรให้มึงอ่ะ เกิดมึงจับกูมาผิดตัวกูก็ตายฟรีดิ กูไม่เคยทำไรให้มึงจริงๆนะเว่ย”



“ก็ใช่”



“ใช่มะ! แล้วจับกูมาทำไม! มึงจับผิดตัวแน่ๆอ่ะ”



“มึงชื่อคาราเมลหรือเปล่า” 



ประโยคคำถามที่ถูกส่งออกมาทำเอาคาราเมลต้องกลืนน้ำลาย ปลายกระบอกปืนที่ยังไม่ยอมหันไปไหน  ... ถ้าตอบว่าใช่จ้ากูคาราเมลเอง แสดงว่าแบบนี้แม่งก็จับมาถูกตัวแล้วดิ แบบนี้คือมันตั้งใจอุ้มกูมาฆ่าจริงๆงั้นดิ...ทำไมกันวะ นี่มันเรื่องอะไรกัน



“กู...กูไปทำไรให้ ทำไมต้องอุ้มกูมาฆ่าด้วย มันผิดกฏหมายนะมึง”



“หุบปากสักที!” คำพูดที่เน้นย้ำออกมา ทำเอาเมลสูดหายใจเข้าปอดอีกครั้ง ก่อนสายตาสวยจะเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยรอดไรฟันออกมาบ้าง



“มึงคิดว่าคนแบบกูจะยอมให้มึงฆ่าง่ายๆงั้นหรอวะ ฝันไปเถอะ รู้จักไอ้เมลน้อยไปซะแล้ว!” 



ตะโกนออกมาแบบนั้นพร้อมกำมือลงไปที่พื้น ก่อนจะปาทรายและกรวดที่จับได้สาดใส่หน้าอีกฝ่ายเต็มแรง ก่อนจะลุกขึ้นมาถีบเข้าไปที่ท้องของอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆไอ้คนที่โดนเศษฝุ่นเศษทรายสาดเข้าหน้าจนหงายหลัง



“ไอ้เด็กบ้า!!”   ร่างบางที่วิ่งหนีออกมา ก่อนจะสะดุดล้มลุกคลุกคลานไปตามพื้นหญ้าด้านหน้าโกดัง แต่ด้วยใจฮึดสู้ก็ทำให้วิ่งและพยายามหนีต่อไป  ความหวาดกลัวที่มีมากขึ้น ทำให้ต้องวิ่งๆ วิ่งและวิ่ง ใจที่บอกกับตัวเองว่าต้องรอด



“ช่วยด้วย!!”



“มึงแสบมากนะไอ้เด็กบ้า!” เสียงเข้มที่ดังตามมา พร้อมๆกับเสียงฝีเท้าที่พยายามวิ่งตามมา



 “ช่วยด้วย! ช่วย อ๊ะ!!”  ร่างบางที่หันไปมอง พร้อมๆกับที่ฝ่ามือหนาที่กระชากเข้ามาที่หัว จนสะดุดล้มลงไปกับพื้น ก่อนที่จะโดนจับให้นอนหงาย  แววตาดุร้ายที่จ้องตรงมาที่ร่างบางอย่างแค้นเคืองในความแสบ



“รนหาที่นักนะมึง! ไอ้แฮคมึงมาจัดการให้มันเลิกพยศทีสิ พอดูก็ไม่ชอบผู้ชาย”



“ได้ครับเฮียหมิง”  ลูกน้องร่างใหญ่ของมันที่เดินเข้ามาใกล้ก่อนจะแสยะยิ้มหื่นๆออกมา



‘แคว๊ก’



“อย่า ... ปล่อยกู!”



ร่างบางที่ร้องออกมาเสียงหลงด้วยความหวาดกลัว พร้อมๆกับที่พยายามทุบตีใส่คนตรงหน้าแบบไม่ยั้ง ลูกน้องของไอ้นั่นที่ดูจะรำคาญเต็มทนจึงปล่อยหมัดเข้าใส่จนร่างบางได้นอนจุกจนตัวงอ  เมลได้แต่นอนหายใจรวยรินราวกลับว่าลมหายใจกำลังจะหมดลงในไม่ช้า  ในหัวได้แต่เฝ้านึกถึงหน้าคนๆนึง ผู้ชายใจร้ายที่เคยทำทารุณกับเค้าแบบนี้ไม่ต่างกัน แต่ความรู้สึกมันกลับต่างกันกับตอนนี้เหลือเกิน ดวงตาคู่สวยเริ่มเบลอพอๆกับสมองที่หนักอึ้ง ไม่เข้าใจว่าเขาไปทำบาปทำกรรมอะไรนักหนาถึงต้องมาพบเจอเรื่องแบบนี้ซ้ำๆ



ไม่มีทางหนี ไม่มีทางรอดแล้ว....



ดวงตาที่ค่อยๆปรือปิดลงช้าๆและสลบลงไปโดยที่ไม่ทันได้ยินเสียงต่อจากนี้



“ปล่อยมันเดี๋ยวนี้!”



เสียงเข้มที่ทำเอาลูกน้องของหมิงต้องหยุดการกระทำ พอๆกับที่หมิงค่อยๆเผยรอยยิ้มออกมา



“ในที่สุด มึงก็มานะทัพหน้า ไอ้K”



“มึงน่ะสิK”



‘ปัง’



กระสุนปืนพุ่งออกไปฝังเข้าที่แผ่นหลังของคนที่กำลังคล่อมร่างอยู่เหนือร่างของเมลอยู่ ทัพหน้ามองภาพตรงหน้าด้วยแววตาวาวโรจน์



“กูจะไม่พูดซ้ำนะไอ้สัดหมิง”



“ใช่ พวกกูไม่ชอบพูดซ้ำ”  ร่างสูงของไอ้ปืนที่เดินเข้ามาซ้อนหลังของทัพหน้า



 “แต่พวกกูชอบทำเลย”  ไอ้ดาบที่เดินตามออกมาจ้องตรงไปนิ่งๆ ว่าออกมาแบบนั้นก่อนจะเขวี้ยงมีดในมือไปเฉียดหน้าของไอ้หมิงไปนิดเดียว สายตาของหมิงวาววับขึ้นทันที



“ครั้งนี้กูจะปล่อยมึงไป แต่ถ้ามึงคิดว่าอยากกลับไปแบบช้ำในก็เข้ามา” 



พูดออกมาแบบนั้นพร้อมจ้องมองคนตรงหน้าที่เริ่มเลิกลัก เพราะไม่คิดว่าทัพหน้าจะพาพวกมาด้วย ตัวเองเลยมากับลูกน้องแค่สองคน จริงๆไม่ได้ตั้งใจมาหาเรื่องตั้งใจมากินเหล้าชิวๆ แต่บังเอิญเจอช่องทางที่แก้เผ็ดทัพหน้าได้เลยจัดการซะ



“มึง!”  หมิงที่กัดฟันกรอด ก่อนจะวิ่งเข้าใส่



‘ผลัก!’



เท้าแกร่งที่กระโดดยันเข้าที่ยอดอกของไอ้หมิงจนอีกฝ่ายกระเด็น ทัพหน้าที่เอียงคอยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย ก่อนจะสวนหมัดซ้ำเข้าไปที่ใบหน้า กลางท้องและข้อพับขาจนอีกฝ่ายทรุดตัวลงกับพื้น



“มึงจำเอาไว้ จะลอบกัดกูมึงยังต้องเรียนมาใหม่อีกเยอะ”



‘ผลัว!’



ปลายเท้าที่ตวัดเตะเสยขึ้นเข้าที่ปลายคางของอีกฝ่ายจนสลบล้มลงไปกับพื้น และนอนแน่นิ่งไปทั้งๆที่ยังไม่ทันได้สวนหมัด



“อ่อนมากค่ะๆๆ อี๋ๆๆ”



“มึงมากระแดะอะไรตอนนี้ไอ้สัด เมื่อกี้แมนเชียว ไปดูไ อ้เมล”



“ได้ค่า”



“ไม่ต้อง กูจัดการเอง” 



ว่าออกมาแบบนั้นก่อนจะตรงไปหาคนที่นอนสลบอยู่ตรงนั้น  ก่อนที่ขายาวจะถีบคนที่โดนยิงก่อนหน้านั้นให้หงายท้องถอยไปไกลๆจากร่างบาง  ทัพหน้าที่ย่อตัวลงไปอุ้มร่างบางที่นอนสลบขึ้นมาแนบอก ดวงตาคมที่จ้องมองรอยฟกช้ำของคนที่สลบไสลอยู่ตอนนี้แล้วได้แต่กัดฟันกรอดอีกรอบ



“สัดเอ๊ย”  สบถออกมาอย่างหัวเสีย



“อย่าพึ่งโกรธเลยมึง ไปกันก่อนเถอะ”



“อืม”



“มาค่ะๆๆ ดานี่ขับเองค่ะๆๆ”  ไอ้ดาบที่วิ่งกระแดะไปที่รถทันทีที่พูดจบ ก็ได้แต่เดินตามมันไปขึ้นรถ ... เรื่องนี้มันจะไม่จบแค่นี้แน่ไอ้หมิง


...





แอ๊ดดด



คนร่างสูงที่เปิดประตูเข้าไปในห้องนอนที่เงียบสงัด ซึ่งตอนนี้มีร่างของคนร่างบางนอนสลบอยู่ตรงนั้น ตั้งแต่ที่ไปช่วยเมลกลับมา อีกคนก็ยังไม่ฟื้นเลย ร่างสูงลงไปนั่งข้างๆเตียงก่อนจะเอามือขึ้นจับที่หน้าผากมน ความอบอุ่นในร่างกายที่บอกให้รู้ว่าไม่มีไข้ ทำให้คนร่างสูงลุกออกจากเตียงนอนมา เพราะไม่มีอะไรให้ต้องเป็นกังวล เพราะแบบนั้นเลยเลือกที่จะเดินไปนั่งที่โซฟาสีแดงเพลิงที่อยู่ปลายเตียงนอนแทน สายตาคมจดจ้องไปที่ร่างบางด้วยแววตาที่ครุ่นคิด หากแต่กลับอ่านไม่ออกว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่  ทัพหน้าที่ถอนหายใจออกมาหน่อยๆ และก็ต้องสะดุ้งเมื่อขาแกร่งรู้สึกถึงอะไรบางอย่างมาถูกตัว ก้มหน้าลงไปก็มองเห็นก้อนกลมๆที่กำลังเงยหน้ามามองกันอยู่ก่อนแล้ว



“เมี้ยววว”



“มองอะไรวะไอ้สั้น”  แมวตัวเล็กสีขาวที่จ้องตรงมาที่เขา แววตากลมใสมองมาเหมือนกำลังจะถามว่าไอ้เมลเป็นอะไร



“เจ้านายมึงยังไม่ตาย”  บอกออกไปแบบนั้นไอ้แมวเด็กก็กระพริบตาของมันปริบๆ หันหัวไปมองที่เตียง ขาสั้นๆของมันที่ตั้งท่าจะเดินเข้าไปใกล้เตียงนอน



“เห้ยๆไอ้สั้นอัปลักษณ์ มึงมานี่เลย ใครอนุญาตให้มึงเข้าไปหาไอ้เมล”  ว่าออกมาแบบนั้นพรางปลายไปมองแมวน้อยแบบดุๆ



“เมี้ยวๆๆๆ”



“นี่มึงเถียงอะไรกูวะ แง้วๆเหี้ยไร น่ารำคาญ” 



ว่าแบบนั้นก่อนจะดึงหางมันให้ถอยห่างออกมา  ลูกแมวตัวน้อยที่สู้แรงของทัพหน้าไม่ได้ ดิ้นไปดิ้นมาอยู่กับที่พร้อมร้องเสียงเล็กเสียงน้อยออกมาใส่



“เดี๋ยวไอ้เมลตื่น มันต้องพัก มึงเงียบ!” 



บอกออกไปแบบนั้นด้วยเสียงดุๆ พลางหยิบลูกแมวตัวเล็กขึ้นมาจ้องหน้าด้วยมือข้างเดียว ลูกแมวน้อยๆที่ตัวสั่นหน่อยๆ แต่ก็หยุดเสียงร้องไปทันที



“ดี อย่ามาเสียงอีกนะมึง ถ้าดื้อ กูจะให้ไอ้รี่แดกจริงๆด้วย”



“แง้ว เมี้ยวๆ”



“เถียงอะไรกูอีกวะ ดื้อชิพหาย...โคตรเหมือนเจ้าของแม่ง มึงมานี่เลย”  ดุออกมาแบบนั้นก่อนจะโยนลูกแมวลงบนโซฟาข้างๆตัว พร้อมชี้หน้าสั่ง



“นั่งอยู่ตรงนี้” ลูกแมวตัวจ้อยที่ช้อนตากลมใสจ้องหน้าคมดุของทัพหน้านิ่งๆ และสุดท้ายก็เป็นแมวเด็กที่สู้สายตาของราชสีห์เจ้าป่าไม่ได้จนจ้องหดคอลงไปฟุบอยู่กับฟูกของโซฟานิ่งๆ



“เฮ้อ มีแต่เรื่อง”



ถอนหายใจออกมาหนักๆ ก่อนจะทิ้งหัวพิงพนักพิงก่อนจะหลับตานิ่งๆ ... จะมีใครเข้าใจ ว่าคนที่อยู่บนจุดสูงสุดของยอดพีระมิดมันจะมีเรื่องให้กดดันมากแค่ไหน ไม่มีใครรู้ และก็ไม่สามารถที่จะอ่อนแอให้ใครเห็นได้



และนั่นมันคือชีวิตของเขา



ชีวิตของทัพหน้า


------------------------



ดีจ้าาาา มาแล้วจ้าาาา...เอ๊ะๆๆๆ ตัวละครใหม่มาอีกแล้วค่ะคุณ อุอิ๊ๆ คือถ้าใครเคยอ่านงานเก่าๆของแคทจะต้องรู้ดีว่า แคทเป็นไรท์เตอร์ที่ใช้ตัวละครเปลืองมาก และ...ใช่จ้าาาา เพราะฉะนั้นใครที่เดาอะไรใดๆไว้ต้องใจเย็นน้าา5555

มีน้องคนอ่านคอมเม้นท์บอกว่า นิยายพี่แคทหรือซีรี่ย์โคนันท์ 5555 ถ้าคนอ่านรู้สึกแบบนั้นแคทก็ดีใจค่ะ

แล้วเห็นมีคนแอบหวีดพี่ดาบ เอ้ย ดานี่ มาจ๊ะมาจับมือกันแคทก็ชอบเจ๊ดานี่แกจ้า 5555 ส่วนตอนนี้มีบางอย่างที่เปิดออกมา ถ้ามีใครอ่านดีๆ อาจจะเอ๊ะๆๆๆกันได้ ฮี่ๆ มามะมาเดากันต่อน้าาา

แคทหวังว่าคนอ่านจะชอบไม่มากก็น้อยนะคะ ส่วนตอนที่แล้วเหมือนเป็นการด่าพี่ทัพอย่างมุ่งมั่นของคนอ่านจ้า

พี่เหลืองรอดแล้วในจุดๆนี้ 55555 และมีแฟนคลับน้องหลงเพียบเลย อิอิ น้องน่าร๊ากกกกก


*น้องหลงตอนพี่ทัพสั่งให้มานอนบนโซฟาห้ามกวนน้องเมล*

(https://www.picz.in.th/images/2018/11/03/33DIYy.jpg)


และขอขอบคุณคนอ่านที่เข้ามาเม้นท์ให้แคทนะคะ แคทดีใจจจจจจ นึกว่าในเล้าจะไม่เหลือใครอ่านแล้ว :o12:

ขอขอบคุณ คุณ nonlapan เนี่ย มีแฟนน้องหลงมาแล้ววว วันนี้น้องออกนิดนึง น่าร๊ากกก หอมหัวน้อง

ขอขอบคุณ คุณ ursleepingxd เนี่ยยยย คุณยู แคทจะจำไว้แล้วค่ะว่าคุณยูใช้ชื่อนี้ อย่าจากแคทไปน้าาา แคทจะรั้งไว้ (เกาะขา)

ขอขอบคุณ คุณ t2007 แจรึเปล่าไหมยังไง รอก่อนนะคะ เดี๋ยวจะมาเฉลยน้าา ยังไงเข้ามาอ่านอีกนะคะ ขอบคุณมากๆสำหรับคอมเม้นท์ด้วยนะคะ

ขอขอบคุณ คุณ blove งู้ยยย แคทดีใจมากๆเลยค่ะที่มีโอกาสได้อ่านคอมเม้นท์ดีๆแบบนี้ ขอบคุณสำหรับคำชมดีๆนะคะ ยังไงมาอ่านอีกนะคะ อย่าจากกันไปนะคะ (เกาะขา)

หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่8* {03.11.18}
เริ่มหัวข้อโดย: ursleepingxd ที่ 04-11-2018 07:51:36
จะรั้งเราไว้ใส่บทกับรูปน้องหลงมาเยอะๆก็พอค่า 55555555 บ้านพี่ดาบนี่ตลกจัง ไม่เหมือนบ้านสนามอารมฯ์เลย เชียร์พี่ดาบเป็นพระเอกค่า 555555555555
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่8* {03.11.18}
เริ่มหัวข้อโดย: blove ที่ 05-11-2018 13:56:55
ชีวิตของทัพหน้า ก็คือ ทะเลาะกับน้องสั้นไง 55555 เออออออออ มีแต่เรื่องๆ เรื่องใครละ เรื่องนั้นเรื่องนี้ ช่วยสืบดีๆกว่านี้หน่อย โว๊ะ!! เห็นตอนก่อนหน้าก็คิดได้แล้วนะว่า คนแบบนี้หรอที่จะสั่งฆ่าคน คนที่รักแมวรักสัตว์ คิดปกป้องแม้ตัวเองยังเอาไม่รอดอะ ทบทวนดูอีกทีสิ มันต้องมีไรในกอไผ่แน่ๆ มาถึงจุดนี้ต้องไม่เชื่อใครง่ายๆหลักฐานแค่นี้เอง  นี้แอบคิดสงสัยคนใกล้ตัวอะ ธร แก...??????55555 แต่ก็นะ ศัตรูเยอะงี้ สืบสิค่ะพ่อคู๊ณณณณณณณ เลิกอคติ ปากเขาก็บอกว่าไม่ใช่ๆไม่ใช่ฆาตกร เขายืนยันหนักแน่น ไม่นึกเอ๊ะใจไรบ้างหรอ  คิดจะอยู่จุดสูงสุด ไปหัดสืบ+สอบสวน ใครครวญมาใหม่จร้า 55555555 อ๊อยยยยเพิ่งอัพไปก็อยากอ่านต่ออีกละ แต่รอตอนใหม่ได้ค่าาาา สู้ๆนะคะ เมลเข็มแข็งไว้นะ อีกไม่นานหรอกอีกไม่นาน รอดูว่าจะสายไปป่าวนะทัพหน้า คึคึ!! สนุกอะ ชอบบบบบบ //น้องสั้นน่าร๊ากกกกกก เรียกไอ้สั้นได้ไงห่ะทัพหน้า ออกจะน่ารักขนาดนั้น บุ้ยยยยๆมีห้ามน้องรบกวนเวลาเขาพักผ่อนด้วย อะจึกๆ แหม่~~~~~~~~~~555
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่9* {10.11.18}
เริ่มหัวข้อโดย: Yoghurt ที่ 10-11-2018 20:57:55



บทที่9




คิ้วเรียวโค้งที่เริ่มขมวดเข้าหากัน พร้อมๆกับเหงื่อที่เริ่มผุดขึ้นมาตามขมับ ร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงกว้างกำลังหลับตาสนิทแต่สมองภายในกำลังดึงให้จมเข้าไปสู่ความฝันที่ลึกที่สุดของจิตใจ ความรู้สึกกลัวและหวาดหวั่น เสียงในใจที่บอกว่าต้องหนี เขากำลังจะถูกทำร้าย ต้องหนี ... คาราเมลที่บอกตัวเองอยู่ในหัวว่าต้องหนี วิ่ง เร็ว...เร็วขึ้นอีก สายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นหันไปมองเห็นเงาทมึนของชายที่มองไม่เห็นหน้า พวกมันที่กำลังกรูกันเข้ามา ไม่ทันแล้ว ไอ้เมล มึงต้องวิ่งๆ วิ่งให้เร็วขึ้นอีก แต่...โอ๊ะ! เบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจเมื่อรู้สึกว่าขากำลังพันเข้ากับบางอย่าง เบิกตากว้างพร้อมๆกับที่พุ่งล้มลงไปกับพื้น สายตาสวยที่เต็มไปด้วยความหวั่นใจตวัดไปมองยังทิศทางด้านหลัง มันมาแล้ว ไม่ ไม่พ้นแล้ว!!



“เฮือก!” 



ดวงตากลมที่เบิกโพร่งขึ้นมา พร้อมๆกับแรงผวาที่ทำให้ตัวต้องเด้งขึ้นมานั่งอัตโนมัติ เหงื่อชื้นที่ผลุดขึ้นมาตามไรผมไม่ต่างกับคนที่ไปวิ่งในระยะไกลมากๆมา สายตาสวยที่หลุกหลิกเหลือบมองไปซ้ายขวาอย่างหวาดกลัว ก่อนผ้าม่านสีแดงเลือดนกจะทำให้ใจชื้นขึ้น แล้วเริ่มลงมือสำรวจร่างกายตัวเอง



“เฮ้อ ไม่เจ็บตูด รอดไปกู ...” 



บ่นกับตัวเองเบาๆอย่างโล่งใจ ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นร่างสูงใหญ่ที่ปกติมักทำหน้าตานิ่งๆแล้วชอบอารมณ์เสียอยู่ตลอดเวลา หากแต่ตอนนี้กลับกำลังหลับสนิทอยู่บนโซฟาสีแดงที่เจ้าตัวชอบนั่ง  ขาเรียวที่ก้าวลงจากเตียงนอนแล้วเดินเข้าไปย่อตัวลงนั่งจ้องหน้าคนที่นอนนิ่งๆอยู่ที่โซฟา ก่อนที่ฝ่ามือบางจะรีบยกขึ้นมาปิดปากตัวเองเพื่อกลั้นขำแทบไม่ทัน จะอะไรซะล่ะ ภายในอ้อมอกแกร่งดันมีก้อนขาวๆเกยอยู่บนอก เจ้าแมวตัวน้อยสีขาวที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดแข็งแกร่งของคนที่ปกติมันมักจะกลัวจนตัวสั่น และอีกฝ่ายที่ชอบทำท่าทางรังเกียจไอ้หลงแบบสุดๆ แต่ตอนนี้ หนึ่งคนกับหนึ่งแมวตัวเล็กกลับนอนกอดกันกลมซะแบบนั้น



“ให้ตายเถอะ ตอนนอนแบบนี้ก็ดูน่ารักดีอยู่หรอกนะ”  บ่นออกมาเบาๆพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะยื่นนิ้วเรียวยาวไปเขี่ยเบาๆที่จมูกโด่งของคนที่กำลังหลับอยู่



“พี่เป็นคนไปช่วยผมมาจริงๆหรอวะ” 



ว่าออกมาอีกเบาๆ ก่อนจะเลื่อนนิ้วยาวไปตามโคร่งหน้าหล่อและมาหยุดอยู่ตรงที่ริมฝีปากหยัก ริมฝีปากนี้ที่ตัวเค้าเองโดนป้อนจูบมานับครั้งไม่ถ้วน แค่คิดถึงก็รู้สึกวูบๆวาบๆที่หน้าอย่างบอกไม่ถูกซะแล้ว 



“อ๊ะ”    และในจังหวะที่กำลังสำรวจโครงหน้าของคนตรงหน้าไปเรื่อย อีกฝ่ายก็ลืมตาขึ้นมานิ่งๆ พร้อมๆกับที่ริมฝีปากจะอ้าออกงับนิ้วเรียวเข้าไปเบาๆ จนต้องเผลอสะดุ้งร้องออกมา ความรู้สึกเสียวปร๊าบแล่นจากปลายนิ้วไปจนถึงหัวใจ  ดวงตคมที่มองตรงมานิ่งๆ เป็นสายตานิ่งๆที่ชวนให้คนมองรู้สึกสั่นไปทั้งตัว



“อ๊ะ ป...ปล่อยสิ”



“หึ” 



ร่างสูงที่หัวเราะในลำคอเบาๆก่อนจะอ้าปากปล่อยนิ้วเรียวยาวของเมลออกแต่โดยดี หากแต่สายตาคมก็ยังคงจ้องมองหน้าของคนตรงหน้าไม่วางตาอีกอยู่ดี และเสียงหัวเราะแบบนั้นยิ่งทำให้แก้มเนียนเห่อร้อนขึ้นมาแปลกๆจนต้องเสหน้าหนีมองไปที่ประตู เตียง ตู้โต๊ะ หรืออะไรก็ได้ที่มันไม่ใช่หน้าของอีกฝ่ายที่กำลังจับจ้องมองกันด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก แต่รู้กลับรู้สึกแสบร้อนที่กลางอกแทนน่ะสิ ... หรือกูจะเป็นกรดไหลย้อน?



“มึงถามว่ากูเป็นคนไปช่วยมึงมาหรือเปล่าหรอ ... อืม กูเอง”  เสียงเข้มที่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงปกติที่ไม่เหมือนกับคนที่พึ่งตื่นนอนเลยแม้แต่น้อย ทำเอาต้องหันกลับไปมอง



“มะ...มึงไปช่วยกูมาหรอ”



“ทำไม?”



“ก็เปล่า... กูนึกว่ามึงน่าจะอยากให้กูตาย”



“เหอะ ถึงกูจะอยากให้ตาย แต่มึงน่ะ....”  แค่นยิ้มมุมปากทั้งๆที่ยังนอนมองหน้าอีกฝ่ายอยู่แบบนั้น ก่อนจะยื่นมือไปคว้าเอาปลายคางของอีกคนให้หันมามองสบตากัน



“ถ้าจะตายก็ต้องตายเพราะกู จะเจ็บก็ต้องเจ็บเพราะกูได้แค่คนเดียว คนอื่นมันไม่มีสิทธิมายุ่งกับมึง” 



คำพูดที่พูดออกมาจากปากของอีกคน ช้าๆและชัดเจน มันไม่ใช่คำพูดดีๆที่บอกว่าผมรักคุณ กลับตรงกันข้ามที่มันเป็นความหมายร้ายๆ แต่ดันทำผมใจสั่น ... หรือกูจะเป็นมาโซวะ?



“เข้าใจไหม” 



ถามออกมาแบบนั้นแล้วเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ เป็นแรงดึงดูดแปลกๆที่ทำให้เราสองคนเลื่อนหน้าเข้าหากันช้าๆ ไม่เข้าใจเลย ไม่รู้ว่าเพราะอะไร หลายครั้งที่คิดว่าไม่ควรอยู่ใกล้ แต่สุดท้ายก็ไม่เคยหนีมันพ้นเลยสักที ... สายตาคมที่มองมาที่ผมพร้อมๆกับกดยิ้มที่มุมปาก ในจังหวะที่ลมหายใจเข้าใกล้กันจนรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นๆที่เป่ารดอยู่ที่หน้า เสียงเล็กเสียงนึงก็ทำเอาทั้งผมและทัพหน้าต้องผละออกจากกัน



“เหมียวววว”



“สัด ไอ้สั้น” 



ร่างสูงที่พูดออกมาแบบนั้นแล้วก้มลงมองก้อนสีขาวๆที่เริ่มขยับตัวยุกยิกๆ ก่อนที่ดวงตากลมโตของมันจะค่อยๆเปิดปากออกมากว้างๆเหมือนเด็กอ้าปากห้าว ขาหน้าสั้นๆที่ยกขึ้นมาเขี่ยๆที่ตาของตัวเองนั่นดูน่ารักน่าชังไม่หยอกในสายตาของผม แต่อาจจะไม่ใช่แบบนั้นในสายตาของไอ้ทัพ



“นี่แน่ะ กวนชิพ”  มันที่ว่าออกมาแบบนั้นก่อนจะยกกำปั้นลงไปเขกหัวไอ้หลงหนึ่งที ลูกแมวที่สะดุ้งหน่อยๆก่อนจะเงยหน้ามอง



“แง้ววว เมี้ยวววว”  เสียงเล็กที่ร้องออกมาแบบนั้น ไม่รู้ทำไมพอได้ฟังแล้วเหมือนไอ้หลงกำลังประท้วง และไอ้ทัพเองก็เหมือนจะรับรู้ได้ซะด้วย เมื่อหน้านิ่งๆของมันเริ่มขมวดคิ้วเข้าหากันแบบไม่สบอารมณ์พร้อมๆกับเด้งตัวขึ้นมานั่งดีๆ



“มึงมานอนซุกกูไอ้ไงไอ้สั้น ใครอนุญาต ไอ้แมวอัปลักษณ์นิสัยเสีย”



“แง้วๆๆ เมี้ยววววว” 



เสียงร้องเหมียวๆที่เถียงออกมาไม่หยุด นี่มันเป็นเช้าอะไรของกูถึงต้องมานั่งดูไอ้คนตัวโตหน้านิ่งนี่นั่งเถียงกับลูกแมวสีขาวตัวเล็กๆที่ตอนนี้ก็ลุกขึ้นนั่งแถมจ้องหน้าไอ้ทัพและร้องเสียงเล็กๆใส่แบบไม่ยอม ... กูอยากจะบ้า



“เถียงๆ มึงเถียงกูหรอห๊ะ”



“เมี้ยวๆๆๆ”



“สักทีดีไหมมึง” มันที่ว่าแบบนั้นยกกำปั้นขึ้นมาอีกครั้งจนผมผวาไปจับแขนอีกคนไว้ก่อนเลย



“อย่าทำไอ้หลง”  บอกออกไปแบบนั้น พร้อมที่หนึ่งคนกับหนึ่งตัวชะงักอยุดเถียงกันชั่วคราว ไอ้หลงร้องเหมียวออกมาที่นึงแล้วโดดมาบนตักของผมทันที นุ่มนิ่มจนต้องก้มลงไปหอมหัว ตอนนี้มันอาบน้ำแล้วด้วยก็ยิ่งน่ารัก



“ขี้อ้อนจังนะมึงเนี่ย”  ว่าแบบนั้นพร้อมอุ้มมันขึ้นมาฟัด มันที่ดิ้นหน่อยๆแล้วเอาหัวมาถูๆไปตามหน้าของผม เห็นแบบนั้นแล้วอดที่จะยิ้มกว้างๆออกมาไม่ได้



“หึ่ย น่ารำคาญ”  ไอ้ทัพหน้าที่มองหน้าผมกับไอ้หลงด้วยสายตาหงุดหงิด ก่อนที่อีกฝ่ายจะลุกขึ้นเต็มความสูง พร้อมๆกับฝ่ามือใหญ่ที่ตรงเข้ามาจับหลังคอไอ้หลงไว้อีกแล้ว



“เห้ยๆ ไอ้ทัพปล่อย”



“ยุ่ง”   ว่าออกมาแบบนั้นพร้อมปลายตามามองผม ส่วนมันก็ทำแค่หิ้วไอ้หลงที่ดิ้นไปดิ้นมาอยู่ในฝ่ามือ ก่อนที่อีกคนจะเปิดประตูแล้วโยนไอ้หลงออกไปนอกห้อง



“เชี่ย”  วิ่งตามไปตั้งใจจะวิ่งออกไปดูไอ้หลง แต่อีกฝ่ายก็ทำแค่เอาตัวมาบังประตูไว้



“ทัพ ถอย จะออกไปดูไอ้หลง”



“สนใจไรนักหนา แค่สิ่งมีชีวิตแขนขาสั้นไม่กี่เซน”     ดูปากมัน



“มึงโยนมันออกไปแบบนั้น มันตายหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถอย”



“ขี้เว่อร์”



“ทัพหน้า ถอย”  ขมวดคิ้วใส่มัน บอกให้รู้ว่าตอนนี้ไม่เล่น แต่บางทีผมก็อาจจะลืมไปว่าคนตรงหน้าคือทัพหน้าไอ้หมาบ้าที่ฟังไม่รู้ความ



“คาราเมล” เสียงเข้มที่เรียกให้ผมต้องชะงัก เพราะตั้งแต่วันที่มันจับผมมา ก็ไม่เคยมึงครั้งไหนเลยมันจะเรียกกันดีๆ



“สนใจอะไรนักหนา มาสนใจกูนี่”



“เอ๋...ห๊ะ? ห....เห้ย!” 



และยังไม่ทันที่ผมจะได้หายงง อีกฝ่ายที่ทำหน้านิ่งๆไม่ติงไหวเหมือนเดิม หากแต่วงแขนแข็งแกร่งของมันกลับตรงมารวบเอวผมให้กระชับและ หิ้วผมขึ้นจากพื้นแล้วเดินตรงไปยังห้องน้ำทั้งแบบนั้น



“เห้ยๆ ทัพ ปล่อยยย”



‘พรึบ’



“ทำบ้าอะไรวะเนี่ย"



ว่ามันออกมาแบบนั้นพร้อมฟาดเข้าไปที่อกแกร่งในตอนที่มันวางผมลงบนที่ว่างข้างอ่างล้างหน้า



“อาบน้ำ”



“เออ เดี๋ยวอาบเอง จะหิ้วกูมาทำไมวะ ตกใจหมด”



“อยากอาบน้ำ”  คือต้องการอะไรวะ คนตรงหน้าที่มองมาที่ผมด้วยสีหน้าเรียบเฉยพร้อมประโยคแบบนั้น คือมึงอยากให้กูออกไปงี้หรอ อะเค...



“จะไปไหน”



“เอ้า มึงจะอาบน้ำ”



“ใช่”



“ก็อาบไปสิ”  เงยหน้ามองตามันที่ยังคงทำหน้าตายแบบเดิม คือมึงเป็นไร กวนตีนงี้หรอ



“อยากอาบน้ำ”  มันที่ยังคงย้ำออกมาแบบนั้นเหมือนเดิมด้วยสีหน้าเหมือนเดิม แล้วกูก็ยังนั่งทำหน้างงๆอยู่แบบเดิม จ้าาาาา ไม่เข้าใจมันจ๊ะ



“เออ แล้วยังไง กูก็จะออกไปให้นี่ไง”



“อาบให้หน่อย”



“ห๊ะ!” ประโยคที่ทำเอาอ้าปากค้าง พร้อมเบิกตากว้างจ้องหน้ามันเหมือนเห็นผี เชี่ยไรเนี่ย ตัวอะไรสิงมึงไอ้พี่ทัพหน้า



“กูบอกว่าอาบให้หน่อยไง”



“บ้า ไม่เอา”



“จะเอา”



“เชี่ย” 



อุทานออกมาแบบนั้น ตอนที่เรียวขาเรียวถูกดันให้แยกออกและอีกฝ่ายก็แทรกตัวเข้ามาประชิดกันมากกว่าเดิม ฝ่ามือหนาที่เท้าลงกับขอบอ่างไว้ข้างนึง ส่วนมืออีกข้างก็กดโน้มต้นคอของผมให้โน้มลงไปรับริมฝีปากอุ่นของอีกฝ่าย เรียวลิ้นร้อนที่แทรกเข้ามาอย่างหิวกระหาย  ก่อนที่จะผละออกแล้วเลื่อนลงไปตามลำคอขาวและแทรกลึกไปถึงเนินอกอยู่ภายใต้เสื้อที่ใส่นอนคอกว้าง  ผิวขาวๆขึ้นสีไม่ยากจากแรงขบเม้ม เขาที่โดนทำตำหนิไว้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะคว้าชายเสื้อของผมแล้วดึงรั้งให้ถอดออกไปได้ในที่สุด



“ทะ...ทัพ”



“กูไม่ชอบมึงเลยเมล”  ใบหน้าหล่อเหลาที่กดจูบไปตามใบหูพูดออกมาด้วยเสียงทุ้มเข้มพร้อมๆกับขมวดคิ้วมุ่นอย่างคนกำลังคิดอะไรในใจ



“น่ารำคาญจริง” 



บอกออกมาแบบนั้นพร้อมๆกับเกี่ยวตัวผมลงจากเคาเตอร์  เสื้อผ้าของผมและอีกฝ่ายถูกถอดออกไปจากตัวก่อนที่จะถูกดันมาอยู่ใต้เรนชาวเวอร์ อีกฝ่ายที่ยืนซ้อนกันอยู่ที่ด้านหลัง ริมฝีปากอุ่นๆที่กดจูบดูดเม้มไปที่ท้ายทอยจนต้องสะดุ้ง



“อืมมม”



“คาราเมล”



“อ๊ะ” 



นิ้วแข็งแกร่งที่เลื่อนจากหน้าท้อง ลากช้าๆมาที่หน้าอก นิ้วแกร่งที่ไม่ต่างจากคีมค่อยๆหนีบเข้าที่หัวนม ถูไถไปมาจนมันตั้งชัน ได้แต่เงยหน้าเชิดขึ้น เสียงหายใจของเราสองคนดังสะท้อนก้องไปทั้งห้องน้ำ



“กูไม่ชอบมึงเลยเมล ไม่ชอบ....”



“อึก ทัพ”



“ไม่ชอบเสียงที่เรียกชื่อกูแบบนี้ด้วย” 



ฝ่ามือเย็นที่ค่อยๆเลื่อนลงไปกอบกุมความเป็นชายของผมเอาไว้ ประคองมันไว้ในอุ้งมือหนาขยับช้าๆเสียดสีจนมันชูชัน ถูวนเบาที่ส่วนหัว รู้สึกเสียววูบในช่องท้องจนต้องกัดปากแน่น



“ท...ทัพ อื้มมม”



“กูไม่ชอบเลย ไม่ชอบสักอย่าง...”



“อ๊ะ ทัพ อื้ออ” 



ได้แต่ร้องครวญครางไม่ได้ศัพท์ในยามที่อีกฝ่ายขยับมือให้เร็วมากยิ่งขึ้น ได้แต่เงยหน้าขึ้นไปเอนพิงอกแกร่งของคนที่ยืนซุกไซร้ซ้อนหลังกันอยู่ตอนนี้



“กูไม่ชอบ ... แต่กูก็ไม่ชอบให้คนอื่นมาทำแบบนี้กับมึงเหมือนที่กูได้ทำ” 



เสียงที่ดังอยู่ข้างหู คำพูดที่มาจากปากของมันแบบนั้นไม่ต่างจากรางวัลที่ทำเอาใจกระตุก ผมที่ปรือตาขึ้นไปมองหน้า อีกฝ่ายที่จับจ้องมามองหน้าผมอยู่ก่อนแล้ว สายตาของมันที่มองมาที่ผมแบบไม่เข้าใจ ... ไม่เข้า มันกำลังไม่เข้าใจอะไร



“คาราเมล...มึงฆ่าณราชาจริงๆหรอ?



“ท...ทัพ อื้ออ” 



คำถามที่ถูกถามออกมาพร้อมดวงตาแกร่งที่จับจ้องมาที่หน้าของผมนิ่งๆอย่างคนกำลังต้องการอะไรบางอย่าง ผมที่พยายามจะตอบคำถามของมัน เอื้อมมือลงไปคว้าข้อมือแกร่งให้หยุดทำ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอม มือหนาที่สาวเข้าสาวออกให้ไวยิ่งขึ้น ความรู้สึกถูกอัดแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ เสียวจนต้องจิกเท้าลงกับพื้นห้องน้ำ



“อ๊ะทัพ ปล่อยๆ มะ...ไม่ไหวแล้ว จะ จะเสร็จ อ้า” 



ได้แต่หอบหายใจตัวโยนจนต้องทิ้งน้ำหนักลงไปพิงตัวของอีกฝ่ายไว้ทั้งตัวในจังหวะที่ปลดปล่อยความต้องการของตัวเองทุกหยาดหยดของตัวเองออกมาในฝ่ามือหนา



“ทะ...ทัพ”



“อืม ว่าไง” 



อีกฝ่ายที่ว่าแบบนั้นแต่กลับเลื่อนมือลงไปที่ก้นกลมกลึงก่อนจะแหวกออกช้าๆแล้วค่อยๆสอดนิ้วเข้าไปในช่องทางด้านหลัง เจ็บแปร๊บจนสะดุ้ง



“ทัพ...อื้มม”



“ตอบกูสิ คำถามที่กูถามน่ะ”



พูดพรางสบตากับดวงตาสวยที่ช่ำปรือในตอนนี้ ทัพหน้าที่ค่อยๆเพิ่มนิ้วสอดใส่เข้าไปจากหนึ่งเป็นสองและเปลี่ยนเป็นสาม เหงื่อใสที่ผุดขึ้นมาบนหน้าผาก นิ้วที่สอดเข้ามาเรียกน้ำตาให้เอ่อซึมขึ้นมาที่หางตาได้ไม่ยาก  ร่างสูงดึงนิ้วออกมาแล้วสอดสอดใส่แกนกายของตัวเองเข้าไปทีเดียวจุดสุดความยาว



“อึก อ๊า”   



ทัพหน้าที่ขยับกายเข้าออกจากช้าๆ ใบหน้าคมที่ขบกัดดูดดุนไปตามลำคอและหัวไหล่ เหมือนกำลังฝังความเจ็บปวดใส่ลงไปให้คนตรงหน้า ความเจ็บปวดที่จะมีแค่ทัพหน้าเท่านั้นที่จะเป็นคนมอบให้คาราเมลได้



ฝ่ามือเย็นของทัพหน้าเลื่อนลงไปแกนกายของเมลไว้อีกครั้ง ขยับมือปลุกเร้าอารมณ์ของเมลให้ขึ้นมาอีกครั้ง มือใหญ่ยังคงทำหน้าที่อย่างดีก่อนจะขยับฝ่ามือแรงขึ้นเรื่อยๆพร้อมๆกับที่สะโพกแกร่งก็ขยับจังหวะอย่างหนักหน่วงให้แกนกายกระแทกเสียดสีเข้าที่จุดด้านในหนักๆ



“อ๊ะๆ ทัพ อื้มม”



ร่างสูงที่ดันคนร่างบางให้ชิดกับผนังเย็นเฉียบของห้องน้ำก่อนจะขยับสะโพกหนักๆพร้อมกับก้มหน้าลงไปกัดลงที่ไหล่บางจนจมเขี้ยว ก่อนที่ทั้งร่างสูงและร่างบางจะกระตุกปลดปล่อยความต้องการออกมาพร้อมๆกันทั้งในฝ่ามือของทัพหน้าและในส่วนลึกของคาราเมล  แขนแกร่งกอดกะชับเอวบางไว้แน่นๆ ก่อนจะค่อยๆถอนแกนกายออกมาช้าๆ



“อ้า ...อึ เจ็บ...”



“ไม่มีแรงมึงก็อยู่เฉยๆ” ว่าแบบนั้นก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดน้ำที่ฝักบัวให้ไหลลงมาใส่ พร้อมกับเอามือกดที่ครีมอาบน้ำ ก่อนจะเอามาถูตัวให้จนต้องสะดุ้ง



“จะอาบน้ำ มึงอยู่เฉยๆ ถ้าดีดดิ้น กูจะเอามึงอีกรอบ” 



เพราะพูดออกมาแบบนั้นเลยเลือกจะอยู่เฉยๆให้อีกฝ่ายลูบไล้ไปตามเนื้อตัว ไม่มีเสียงพูดคุยอะไรกันอีก มีเพียงแค่เสียงน้ำที่ตกกระทบพื้นแค่เพียงเท่านั้นที่เราสองคนยังได้ยินอยู่



“ทัพ”



“อะไร”



“ถ้าผมพูดอะไรออกไปพี่จะเลือกเชื่อผมบ้างหรือเปล่า” 



หันหน้าไปมองหน้าคนที่ชะงักฝ่ามือแล้วจ้องหน้าตอบกับผมในตอนนี้  อีกฝ่ายไม่พูดอะไรตอบออกมา และผมเองก็เลือกที่จะถามออกไปแค่นั้น



ก็อยากจะพูดอะไรออกไปเหมือนกัน



แต่อยากรู้ว่าถ้าพูดออกไปจะเชื่อกันไหม



ถ้าคำตอบคือไม่...ต่อให้ผมพูดออกไปดังแค่ไหน เขาเองก็จะไม่สนใจมันอยู่ดี



...





ในช่วงเวลาบ่าย ผมเดินลงจากรถหรูที่ไม่ใช่มัสแตง เพราะวันนึ้นที่มาส่งผมที่มหาลัย ก็คือคนๆเดิมไม่ใช่ใคร เขาคนนั้นคือพี่ธร พี่ธรที่กำลังเทศน์ผมอยู่ตอนนี้



“วันนี้เลิกเรียน4โมงใช่ไหมครับคุณคาราเมล”



“ก็ใช่อ่ะพี่ธร พี่จะถามผมไมอ่ะ ผมรู้ว่าพี่อ่ะมีตารางเรียนผมเหอะ” 



กอดอกบ่นคนตรงหน้าไปแบบนั้น อีกคนที่มองท่าทางของผมก่อนจะหลุดยิ้มออกมาน้อยๆ อเมซิ่งมากๆเจ้าประคุณเอ๊ย



“นี่พี่ธร จริงๆพี่ก็หล่อนะ ทำไมไม่ชอบยิ้มอ่ะ ยิ้มหน่อยดิ ยิ้มๆๆ”



“คุณคาราเมลครับ วันนี้ห้ามเถรไถลไปไหนอีกนะครับ”



“เนี่ย ตัดบทกันเฉย เออๆรู้แล้วน่าพี่ ขืนหนีไปไหนอีกก็โดนเจ้านายพี่แดกสิ”



บ่นใส่อีกคนที่ยิ้มอ่อนๆออกมาให้ พี่ธรเป็นผู้ชายร่างสูงที่สูงพอๆกับไอ้ทัพ และมีหน้าตาที่ถอดแบบชายไทยออกมา อารมณ์แบบพี่ติ๊กเจษแต่ผิวขาวกว่า เอกลักษณ์อีกอย่างของพี่แกคือชอบใส่ชุดดำ ดำแม่งทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการหรือมีงานบุญ และก็ชอบทำหน้าตาย เป็นผู้ชายที่ไม่มีอารมณ์ขันแบบสุดๆ วันๆมีหน้าที่อาบน้ำให้ไอ้เชอร์รี่



“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” 



โค้งให้ผมนิดหน่อย และเป็นผมที่ยกมือไหว้เค้าไป อะ ก็ไม่ใช่เป็นคนหยาบคายนะเว่ย รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่จะตาย คุณหญิงโฉมฉายสอนมาดีครับ ตั้งใจว่าจะยืนรอให้พี่ธรเดินไปขึ้นรถก่อนแล้วค่อยเข้าไป ในจังหวะที่พี่ธรเดินไปขึ้นรถดันเดินสวนใครบางคนที่ผมเห็นแล้วต้องยกมือขึ้นทักทายมันทันที



“อ้าว ข้าวโพด” 



ทักมันออกไปแบบนั้น อีกฝ่ายที่สะดุ้งหน่อยๆตอนที่มันเห็นพี่ธรมองหน้า แต่มันก็มันหน้ามาหาผมพร้อมยิ้มให้ ก่อนจะยกมือขึ้นจับแว่นให้เข้าที่เข้าทางอีกรอบ ข้าวโพด มันเป็นผู้ชายคนตัวเล็กออกจะเนิร์ดหน่อยๆ เพราะแบบนั้นเลยทำให้ไม่ค่อยมีคนคบด้วยมากนัก เอาจริงๆก็สงสัยอยู่ว่าคนไม่คบมันหรือมันไม่คบใครกันแน่



“ส...สวัสดีคาราเมล”



“เต็มยศเลยนะมึง เรียกเมลเฉยๆก็ได้ พึ่งมาหรอ”



“อืม เดี๋ยวงั้นเราขอตัวก่อนนะ” 



มันบอกผมแบบนั้น ผมก็พยักหน้าให้ อีกฝ่ายที่ก็เดินเข้าไปในตึกเรียน มองตามแผ่นหลังเล็กๆของมันคิดว่าคงขึ้นตึกเรียนไปเลยโดยไม่ไปนั่งจับกลุ่มกับเพื่อนคนไหนตามโรงอาหารหรือใต้ตึกแน่ๆ


(มีต่อด้านล่างจ้าาา)
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่9* {10.11.18}
เริ่มหัวข้อโดย: Yoghurt ที่ 10-11-2018 20:58:45
(ต่อค่ะ)



“เห้ย!”  สะดุ้งตกใจกับเสียงที่ดังมาพร้อมๆกับแรงกอดไหล่ หันไปมองไม่ใช่ใคร ไอ้เวนกุ๊ก



“สัด ทักดีๆไม่ได้หรอวะ”



“แหม น้องเมลของพี่กุ๊กกลายเป็นคนขวัญอ่อนตั้งแต่เมื่อไหร่หรอจ๊ะ หื้ม”  ทำเสียงเล็กเสียงน้อยใส่ไม่พอ แม่งยังยื่นมือมาหยิกแก้มกันไปอีก



“กวนตีนจังวะกุ๊ก”



“จุ๊ๆ อย่ามาดุด่ากูนะ ไม่งั้นกูไม่ช่วยมึงจริงๆด้วย”



“มึงจะช่วยเชี่ยไรกู”  หันไปมองมันที่ก็หรี่ตามาใส่ ก่อนที่นิ้วของมันจะจิ้มเข้ามาที่ท้ายทอยของผม



“รอยเด่นมากไหมถามใจดู จัดคอเสื้อมึงดีๆหน่อยก่อนที่ไอ้บินไอ้อู๋จะเห็น”



“เชี่ย”  อุทานออกมาเบาๆ พร้อมๆกับรีบปล่อยผมลงมาดีๆ วันนี้เสือกมัดผมมาเพราะรู้สึกร้อนและผมก็เริ่มยาว ถ้ารู้ก่อนว่าไอ้ทัพแม่งทำรอยไว้กูจะไม่ยอมมัดเลยสัดเอ๊ย



“นี่ไอ้เมล”



“อะไร?”



“กูมีไรอยากคุยกับมึง”



“เรื่อง?” 



หันหน้าไปมองมันแบบไม่เข้าใจ คืออยากรู้ว่ามันมีเรื่องอะไร แต่อีกฝ่ายไม่ตอบ มันที่เดินนำผมไปด้านหลังของตึกคณะ จริงๆแถวนี้มีไว้อย่างเดียวคือเป็นที่สูบบุหรี่ ไอ้กุ๊กที่ยกบุหรี่ขึ้นมาจุด ก่อนจะพ่นควันออกมาหน่อยๆ



“มึงเอาป๊ะ”



“ไม่อ่ะ”  ส่ายหน้าตอบมัน ไม่ใช่เป็นคนดี เมื่อก่อนผมก็สูบแต่ตั้งแต่แม่ขอเมื่อปีก่อน ก็เลยพยายามลดๆละเลิกมันไป



“ว่าแต่มึงมีเรื่องไรจะคุยกับกูวะ”



“กูอยากรู้ว่าเดี๋ยวนี้มึงไปอยู่กับใคร?”  มันที่พูดออกมาแบบนั้นแบบไม่มีอ้อมค้อม ตาชั้นเดียวแบบลูกคนจีนของมันที่จ้องมาที่ผม เผลอกลืนน้ำลายตอนมองหน้ามัน



“คือ....”



“เมื่อวันก่อนนู้น กูเห็นมึงที่ร้านSword Pub มึงมากับ.....” 



ผมที่หันไปมองมันตาโต ไอ้กุ๊กถอนหายใจออกมาหน่อยๆกับท่าทางของผม



“พี่ทัพหน้า มึงไปอยู่กับเค้าได้ยังไง”



“คือกู...คือ”



“ไอ้เมล มึงอย่ามาโกหกกู แล้วไอ้รอยพวกนี้อ่ะ พี่เค้าทำใช่ไหม”  เป็นความรู้สึกที่เหมือนวิ่งเข้ามาในซอกมืดๆแล้วดันชนเข้ากับกำแพงตัน เป็นทางที่ไม่มีทางให้ไปต่อ



“กูเป็นห่วงมึง กูรู้ว่ามึงรักเค้า แต่กูไม่เข้าใจ มึงไปอยู่กับเค้าได้ไง กูคิดไม่ออกว่ามึงกับเค้าจะไปอยู่ด้วยกันในสภาพโอบเอวแบบนั้นได้ยังไง”



“กุ๊ก...”



“กูสัญญาว่าจะไม่บอกไอ้บินกับไอ้อู๋ แต่กูคิดว่า มึงน่าจะบอกกูนะ อย่าเก็บเรื่องทุกข์ใจของมึงเอาไว้คนเดียวเลยว่ะ”  มันที่พูดกับผมด้วยสีหน้าจริงจัง รู้สึกเหมือนหัวใจถูกของหนักๆยกออกไปแล้ว



“กูอยู่กับเค้า และใช่ทุกอย่างที่มึงคิดน่ะมันใช่” 



สุดท้ายก็สารภาพกับมันออกไปแบบนั้น ไอ้กุ๊กถอนหายใจออกมาหนักๆอีกครั้ง มันที่ทำหน้าทำตาเหมือนเห็นลูกสาวมาสารภาพว่าท้องก่อนแต่งยังไงยังงั้น



“เชี่ย นี่มันเรื่องอะไรวะ”



“เรื่องมันยาว”



“กูว่างฟัง” ว่าออกมาแบบนั้นแล้วทำหน้ามุ่งมั่นมาใส่ผมจนต้องเผลอขำออกไป



“ยังจะขำอีกไอ้เหี้ย คือมึงกับพี่เค้าไปสำรวจโพร่งถ้ำกันแล้วใช่หรือไม่ แต่พี่มันมีเมียแล้วนะเว่ย กูจำได้ๆๆ ข้าวประกาศจะแต่งงานเมื่อต้นปีหลาอยู่บนหน้าข่าวไฮโซ”



จบคำพูดของมันก็ทำเอาผมหน้าชา  มันที่ชะงักหน่อยๆก่อนจะทำหน้าทำตารู้สึกผิดส่งมาให้



“กูขอโทษ แต่มึง มึงเล่ามาเหอะว่ามันคืออะไร กูเห็นรอยที่ไล่มึงอีก กูว่ามันแปลกๆแล้วนะ”



“มึง...คือว่า...”



และเพราะมันที่คาดคั้นออกมาแบบนั้น สุดท้ายก็เลยเลือกที่จะเล่าให้มันฟังทุกอย่าง ทุกอย่างจริงๆ



“ไอ้เหี้ย! กูจะไปถีบหน้าไอ้สัดพี่ทัพหน้า Kมาก แค่นี้ก็เชื่อ อีหน้าไหนใส่ความเพื่อนกู”



“มึงเบาๆหน่อยไอ้กุ๊ก ไอ้สัดนี่”



“สัดเอ๊ย แล้วทำไมมึงไม่หนี”



“กูหนีไม่ได้”



“เชี่ยเมล เอาจริงๆอะไรที่มึงหนีไม่ได้ หนีเค้าไม่ได้เพราะลูกน้องเค้าเยอะ หรือมึงหนีใจที่มันติดกับตัวเค้าไม่ได้กันแน่” 



คำถามของมันไม่ต่างจากที่ผมถามตัวเองอยู่ทุกวัน บางที...คนที่เราอยากเอาเค้าออกจากชีวิตมากที่สุด มันก็คือคนที่เราไม่มีทางเอาเค้าออกไปจากหัวใจได้มากที่สุดเหมือนกัน



“แม่ง แต่มึง ต่อจากนี้ถ้ามีเรื่องอะไรมึงต้องบอกกูนะ”



“เออ จะไม่บอกได้ไง ก็มึงเสือกมาครึ่งเรื่องขนาดนี้แล้วอ่ะ”  ว่าไปแบบนั้นมันก็เบะปากใส่ หาสำนึกไม่กับคนแบบมัน



“อย่าเรียกว่าขี้เสือก ให้เรียกใส่ใจเรื่องราวของเพื่อนอย่างใกล้ชิด เก็ทไม่เก็ท”



“เออๆ เก็ทๆ แล้วนี่มึงเลิกสูบได้ยัง ถ้าไอ้บินมาเห็นมึงโดนมันฆ่าแน่”



“ช่างหัวแม่งสิ เป็นผัวกูหรอ เสือกจัง”   มันที่บ่นออกมาแบบนั้นแล้วทำปากมุมมิบแบบไม่สบอารมณ์หน่อยๆ แต่ถึงแบบนั้นมันก็โยนบุหรี่ลงพื้นแล้วเหยียบจนไฟมอด



“งั้นไปกันเหอะมึง ได้เวลาขึ้นเรียนแล้ว เดี๋ยวไอ้บินแม่งต้องฟอกกูจนสะอาดแน่ๆ”



“เอาน่า เดี๋ยวกูช่วยกันให้”



“ขอบใจนะมึง”



“ไม่ต้องขอบใจกูหรอก มึงอ่ะเพื่อนกู ... อีกอย่างกูเข้าใจ เรื่องบางเรื่อง เราก็ไม่สามารถพูดมันออกไปได้หมดทุกอย่างหรอก” 



มันว่าออกมาแบบนั้น ก่อนจะวาดแขนมากอดคอผม พวกเราเดินขึ้นตึกเรียนไปด้วยกัน และเดินไปนั่งโต๊ะในแบบที่เคยเป็น



“เฮ้บอย พี่เมลมาแล้วจ๊ะน้องบินน้องอู๋ ฮัชชะๆ” 



เดินลัลลาปั้นยิ้มแบบสุดๆไปหาไอ้บินไอ้อู๋ พร้อมตบหัวพวกมันไปคนละป๊าบ  ไอ้อู๋ยกนิ้วกลางขึ้นมาให้เต็มๆหน้าผมเลย แต่ไอ้บินกลับนิ่ง มันที่หันหน้ามาหาผมแบบจริงจังทันทีที่ผมหย่อนตูดนั่ง



“มึงหายไปไหนมา”



“หายไปไหน เปล๊า”



“ไอ้เมลพากูไปสูบบุหรี่มา”  เสียงไอ้กุ๊กที่ดังขัดขึ้นมาพอดีในจังหวะที่ไอ้บินจะอ้าปากถามต่อ มันชะงักแล้วตวัดสายตาไปมองไอ้กุ๊กแบบไม่พอใจสุดๆ



“สัด กูบอกแล้วว่าไม่ให้มึงสูบไงวะ”



“ก็กูอยาก” 



ไอ้กุ๊กว่าออกมาแบบนั้นพรางยักไหล่ใส่ไอ้บิน จริงๆเป็นท่าทางที่โคตรจะกวนตีนในสายตาของผม ไอ้บินที่หน้าตึง มองจากตรงนี้ยังเห็นว่าคิ้วของมันกระตุกยิกๆ  ไอ้บินมันไม่ชอบให้ไอ้กุ๊กสูบบุหรี่ ไม่รู้เป็นอะไรของมันเหมือนกัน  ไอ้อู๋ที่กระดึบตัวมาใกล้ๆผมก่อนจะกระซิบ



“ไอ้กุ๊กแม่งก็กล้าเนอะ เดี๋ยวสัดบินก็แดกหัวแม่ง” 



ผมเองก็คิดไม่ต่างจากมัน แต่คิดว่าไอ้กุ๊กคงพยายามเบี่ยงประเด็นไม่ให้ไอ้บินถามอะไรผมได้มากกว่า ถือเป็นพระคุณยิ่งนักเพื่อนรักของข้า



“เดี๋ยวมึงเจอกูนะกุ๊ก”



“เจอไรวะ กลัวมากมั้ง”  ผมกับไอ้อู๋มองหน้ากันตาเหลือก จะมีสักกี่ครั้งกันที่ไอ้กุ๊กจะไม่ยอมอ่อนข้อให้ไอ้บิน ปกติถ้าไอ้บินว่า มันจะทำหน้าตาน่าสงสารแล้วขอโทษบอกจะไม่ทำแล้ว กูพึ่งเห็นครั้งนี้ในรอบ4ปีนี่แหล่ะ



“ไอ้...”



“เอาล่ะนักศึกษา เปิดหนังสือไปที่หน้า......”   



เสียงของอาจารย์หน้าชั้นเรียนที่ดังขึ้นขัดไอ้บินพอดี มันที่หันไปมองหน้าไอ้กุ๊กทีและผมที ก่อนจะฮึดฮัดขัดใจ เพราะมันไม่ได้เรื่องที่มันอยากจะรู้ทั้งจากผม และจากไอ้กุ๊กเลยสักนิด ขอบคุณสวรรค์ที่ท่านยังเมตตาลูก



“จับกลุ่มกันกลุ่มละ5คนนะ แล้วส่งรายชื่อให้อาจารย์ภายในท้ายคาบด้วย”   จบเสียงสั่งงานพวกเราก็ได้แต่ถอนหายใจหนักๆออกมาอีกครั้ง งานกลุ่มแม่งมาอีกแล้ว



“เอาไงดีวะพวกมึง จะเอาใครมาเพิ่มอีกคนดีอ่ะ พวกเราแม่งมีอยู่สี่คน อ้ายมาสี่คน อิอิ”



“อิพ่องไอ้อู๋ ไอ้ลามก”



“ไรวะเมลลลล เมลว่าพี่อู๋ทำไมอ่ะครับ รู้ไงว่าสี่คนหมายถึงไร”



“ยังอีกนะมึง”



“อะๆพอเลิกเล่นกะดั้ย ว่าแต่...เอาใครดีวะ”



“เอ่อ...ขอโทษนะ ถ้ายังไม่มีใคร เราขออยู่ด้วยคนได้ไหม”  เสียงที่ทำให้พวกเราที่กำลังสุมหัวกันอยู่ต้องหันไปมอง



“ข้าวโพด” ครับ...ไอ้โพดที่ยืนกอดหนังสือเรียนอยู่ตอนนี้ มันที่มองมาที่พวกเราแบบกล้าๆกลัวๆ



“ไม่อ่ะ มึงไปหากลุ่มอื่นไป”  และในจังหวะที่ยังไม่มีใครอ้าปาก เสียงของไอ้กุ๊กก็ดังแหวกอากาศออกมาก่อนจนไอ้โพดหน้าเสีย

“เห้ยใจเย็นดิไอ้กุ๊ก จริงๆเอาโพดเข้ามาก็โอเคนะเว่ย ครบพอดี”



“เออนั่นดิ ข้าวโพดแม่งเรียนเก่งด้วย สบายเลย”  ไอ้อู๋ที่ว่าออกมาแบบนั้นแล้วลุกขึ้นไปเลื่อนโต๊ะมาให้ข้าวโพดนั่งลงข้างๆผม



“เออ ไม่เห็นจะเป็นไรเลย” 



ไอ้บินก็พูดแบบนั้นออกมาอีก ไอ้กุ๊กที่ทำเสียงไม่พอใจในลำคอหน่อยๆ แต่ไอ้บินก็เลือกที่จะไม่สนใจ มันที่เลื่อนแผ่นกระดาษไปให้ข้าวโพดเขียนชื่อในใบกระดาษหน้าตาเฉย จริงๆผมคิดว่าไอ้บินน่าจะอยากเอาชนะจากเรื่องที่ไอ้กุ๊กสูบบุหรี่มากกว่ามันถึงทำแบบนี้



“เย้ เอาเป็นว่ากลุ่มเราครบแล้วอ่ะเนอะ ยินดีต้อนรับนะครับข้าว”  ไอ้อู๋ที่ว่าแบบนั้นก่อนจะยื่นมือไปยีหัวไอ้โพดหน้าตาเฉย แถมยังมีหน้ามายิ้มหน้าระรื่นจนไอ้โพดต้องหดคอนี้



“มึงก็ไปแกล้งมัน”



“แกล้งอะไรล่ะ กูว่ามันน่ารักอ่ะ ดูตื่นๆคนดี” 



ไอ้อู๋ที่ว่าออกมาแบบนั้น มันยกยิ้มมุมปากหน่อยๆตอนมองไปที่ข้าวโพด ส้นตีนเถอะ เหมือนข้าวโพดกำลังจะได้รับมลพิษเลยครับ



“พอไอ้สัดอู๋ เยอะไป เอากระดาษไปส่ง เราจะได้กลับกัน”  ห้ามมันไว้ได้ทัน ก่อนที่มันจะแดกข้าวโพดไปทั้งฝัก เอ้ย หมายถึงทั้งตัว



“นี่โพด ปกติเรียนกับใครวะ ไม่เห็นจะอยู่กับใครเท่าไหร่เลย”



 ไอ้อู๋ที่ถามโพดมันตอนที่พวกเรากำลังเดินออกจากห้อง ไอ้โพดทำหน้าเศร้าหน่อยๆก่อนจะหลุบตาลงต่ำ



“ไม่มีอ่ะ เราก็เรียนของเราคนเดียวนะ”



“เห้ย ได้ไง มาอยู่กับพวกเราก็ได้นะ เนอะไอ้บิน คนเยอะๆจะได้สนุก”  ไอ้อู๋พูดต่อก่อนจะหันไปสะกิดไอ้บิน



“ก็ดีนะ มาอยู่กลุ่มเดียวกันก็ได้”



“พวกมึงเป็นเหี้ยไรนัก ปรึกษาใครยังมาตัดสินใจกันสองคนอ่ะ” 



เป็นอีกครั้งที่ไอ้กุ๊กไม่นิ่งเหมือนทุกวัน มันที่โพร่งออกมาแบบนั้น มองหน้าไอ้บินกับไอ้อู๋แบบหาเรื่อง ผมที่เดินไปดึงแขนมันไว้ให้พยายามใจเย็น ค่อนข้างแปลกใจนิดหน่อยที่เห็นไอ้กุ๊กเป็นแบบนี้



“เห้ย ไรล่ะมึง ก็เพื่อนกันทั้งนั้น” 



 ไอ้อู๋เองที่ก็คงตกใจไม่น้อยแต่ถึงแบบนั้นมันก็ยังพยายามส่งยิ้มแหยๆไปให้ไอ้กุ๊กที่ตอนนี้หน้าตาเป็นส้นเท้าหมาไปแล้ว  ไอ้กุ๊กทำแค่ปลายตามองแรงใส่ข้าวโพดจนมันสะดุ้งหลบตา



“สาระแน”



“มึงพูดแรงไปแล้วนะกุ๊ก” 



ไอ้บินที่ว่าเสียงเข้มๆใส่ มันตวัดสายตากลับไปมองทันทีแบบโกรธๆ ตั้งใจจะอ้าปากห้ามศึกของเพื่อนทั้งคู่ แต่...



“มีเรื่องอะไรกัน” 



เสียงทุ้มเข้มที่ดังขึ้นมาจนตัวผมช้าวาบ  พอหันไปมองแล้วยิ่งต้องเบิกตากว้างมากกว่าเดิม คนร่างสูงที่อยู่ในชุดสูธทำงานสีฟ้าอ่อนๆ แต่เสื้อกกลับถูกปลดกระดุมจนเห็นแผงอก แถมแขนเสื้อก็ถูกพับขึ้นไปจนถึงข้อศอก ปกติจะต้องมีสูธด้วย แต่เดาว่ามันคงวางไว้ในรถ ... แต่นั่นไม่สำคัญ สำคัญแค่ว่า มึงมาได้ไง!



“ทะ...ทั....”



“ว่าไงคาราเมล”



“เอ่อ....”



“ทำไมเค้าถึงทักมึง” 



ไอ้บินที่เอื้อมมือมาดึงแขนผมไว้หน้าเครียด มันมองมาที่ผมอย่างมีคำถาม จริงๆพวกเพื่อนกลุ่มผมรู้ว่าผมเคยชอบพี่มันตอนปี1 แต่เรื่องมันก็นานมามากแล้ว และอยู่ๆวันนี้ ทัพหน้ามาปรากฏตัวที่มหาลัยแบบนี้ มันก็ค่อนข้างจะน่าตกใจไม่น้อยเลย แน่ล่ะ...ตอนนี้รอบๆตัวพวกเราคนก็เริ่มมองมามาแล้ว และบางคนก็เริ่มยกมือถือขึ้นถ่ายรูป  ผมบอกแล้วว่าทัพหน้ามันดังใช้ได้เลย



“คือ...”



“ถ้าไม่มีไรก็กลับ” 



มันที่มองตรงมาที่ผม ก่อนจะเลื่อนสายตาลงไปมองที่แขนข้างที่ยังถูกบินจับไว้แบบนั้น  รู้สึกเหมือนแขนที่โดนบินจับจะร้อนวาบขึ้นมาทันทีตอนที่ถูกจ้องมาจากสายตาของมัน ผมเลยทำแค่บิดแขนตัวเองออกจากการเกาะกุมของบินแบบเนียนๆ



“คือพวกมึง...”



“เมล พี่อยากกลับแล้ว” 



สะดุ้งออกมาอีกรอบตอนที่ได้ยินมันแทนตัวเองแบบนั้น เผลอหันไปมองหน้ามันแบบตกใจ แต่อีกฝ่ายก็ยังคงทำหน้านิ่ง



“หมายความว่าไงวะเมล” 



ไอ้บินที่พยายามจะดึงมือผมไว้ มันที่มองหน้าผมสลับกับหน้าของไอ้ทัพหน้าแบบไม่เข้าใจ ผมเองก็ไม่รู้จะอธิบายกับมันยังไงในตอนนี้



“คือ....”



“เมลมึงไปเหอะ กูว่าพี่ทัพน่าจะรีบนะ”  เป็นไอ้กุ๊กที่พูดออกมา และมันเองที่ดึงแขนผมออกจากมือของไอ้บิน หันไปมองหน้ามันแบบขอบคุณ



“งั้น เจอกันนะพวกมึง” 



บอกมันออกไปแบบนั้นไวๆ แล้วหมุนตัวหันหลังให้พวกมันทันที  ทัพหน้าที่ยืนกอดอกรอผมอยู่ไม่ไกล มันเอื้อมมือมาจับมือผมไว้ตอนที่ผมเดินเข้าไปใกล้ตัว  แว๊บนึงที่ผมเห็นมันแสยะยิ้มร้ายๆ แต่ก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่ จริงๆรอยยิ้มเย็นๆแบบเป็นผู้ชนะของมันแบบนี้ ผมเห็นมาจนเหนื่อยแล้วอ่ะ



“กลับ” 



มันที่ว่าแบบนั้นแล้ววางมือลงโอบไหล่ของผม แล้วดึงผมเข้าไปใกล้ตัว เผลอเงยหน้ามองมันตอนที่อีกฝ่ายก็มองอยู่พอดี ยกยิ้มออกมาหน่อยๆแต่ไม่ยอมพูดต่อ มันแค่เลื่อนมือไปวางบนหัวของผม รู้สึกอบอุ่นจนต้องเงียบปาก



“วันนี้จะพาไปหาอะไรแดกอร่อยๆ”



แค่พูดแบบนั้นแล้วดึงผมให้เดินออกไปพร้อมๆกันทั้งแบบนี้



ก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น



แค่รู้สึกว่าวันนี้ มันใจดีกว่าทุกวันก็เท่านั้นเอง



ถ้ามันเป็นแบบนี้ต่อไปในทุกๆวันก็คงจะดีมากๆเลยล่ะ



.

.

.



“เอ่อ นั่นใช่พี่ทัพหน้าหรือเปล่าหรอ? ทำไมถึงมารับเมลอ่ะ คือเขาสอ....”



“เสือก สาระแนนัก ไปไหนก็ไปเลยมึงน่ะ!”



“ไอ้กุ๊ก ใจเย็นหน่อยดิวะ” 



บินที่ว่าออกมาแบบนั้น ก่อนจะเดินมาขวางกุ๊กที่จะเดินเข้าไปหาข้าวโพดหลังจากที่อีกฝ่ายถามออกมา กุ๊กทำแค่มองตรงไปที่ไอ้บินแบบโกรธๆ และเลือกที่จะเดินกระแทกไหล่ข้าวโพดไปแบบไม่ตอบอะไรต่อ ปล่อยให้บินกับอู๋มองตามไปแบบไม่เข้าใจ”



“โพด เจ็บไหม”



“ไม่หรอก แต่กุ๊ก...ดูเหมือนจะไม่ชอบเรามากๆเลย”



“ไม่หรอก มันแค่.....แค่หวงเพื่อนอ่ะ”



“อื้ม”



บินที่พยักหน้าให้หน่อยๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาหนักๆ ในหัวสับสนไปหมด ทั้งเรื่องนี้ และเรื่องก่อนหน้านี้ของเมล และผู้ชายคนนั้น ผู้ชายที่เป็นรักแรกของมัน ...ทัพหน้า



------------------------------------



เอาล่ะจ๊ะ แคทมาแล้ว แคทรู้สึกว่ามันคงไม่สนุก แต่...นั่นแหล่ะ ก็มาลงตอนใหม่เหมือนเดิม

ขอบคุณทุกคนที่ยังอ่านกันอยู่มากๆเลยน้าาา ^_^


ขอขอบคุณursleepingxd คุณยู เจ้าเก่าเจ้าเดิม วันนี้แคทเอาน้องหลงมาหลอกล่อแล้ว อย่าจากแคทปายยยยยยย .เกาะขาแน่น


ขอขอบคุณblove ได้อ่านคอมเม้นท์ของคุณแล้วแคทดีใจมากๆๆๆ แบบนานๆทีจะมีคนอ่านมาเม้นท์ให้แคทได้อ่านความรู้สึกแบบนี้ ขอบคุณมากๆจริงๆค่ะ แคทหวังว่าในตอนนี้ยังจะมาอ่านอีกนะคะ ส่วนในตอนนี้ มีสงสัยใครอีกไหมน้าาา ถ้ามีลองแง้มมาบอกกันหน่อยน้าาาา


หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่9* {10.11.18}
เริ่มหัวข้อโดย: ursleepingxd ที่ 11-11-2018 09:05:33
ยาวสะใจมากเลยค่ะ ชอบบบ แงงง นึกสภาพน้องหลงต้อง่วนประตูร้องแง้วๆ ตอนโดนโยนออกมาแล้วไม่ได้เข้าห้องแน่ๆเลย แง อย่าทำน้อง 5555555555

อิจฉาพี่ธร อยากอาบน้ำให้พี่เชอร์รีบ้าง อยากได้คนช่วยมั้ยคะ *-*

น้องกุ๊กก็เป็นเพื่อนที่ดีจัง (ดีใช่มั้ย)

สงสัยเต็มไปหมดเลยค่ะ ไว้ใจใครได้บ้าง  :katai4:
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่9* {10.11.18}
เริ่มหัวข้อโดย: kunt ที่ 11-11-2018 12:37:14
เอ้า ปมจะคลายหรือจะมัดเพิ่มอีกละเนี่ย ............. ไม่เป็นไร เอามันไปกลิ้งให้ไอ้สั้น (?) เล่นแล้วกัน  :m13:
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่9* {10.11.18}
เริ่มหัวข้อโดย: blove ที่ 12-11-2018 03:57:50
โว้ยยยยยไอ้พี่ทัพหน้า กินอะไรผิดสำแดงมารึป่าววะ? ใจดีแปลกๆ แล้วคือกูดันเขินซะด้วย จิบ้า 555555 มุ้งมิ้งเว้ยแอบอ่อนโยนลูบหัวเบาๆส่งยิ้มให้หน่อยๆ เรียกพงเรียกพี่ วุ้ยยยยยยๆเบ้ยส์ ฮ่าๆ มีแอบแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ไอ้พี่..แกมันร้าย!!! //
ทัพหน้า : “สนใจอะไรนักหนา มาสนใจกูนี่”
Me : อยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง 555555555555555555555 เออออกับแมวตัวโหน้ยๆ พี่มันยังไม่เว้น อย่าให้พูดถึงคนถึงได้บอกว่าคนอื่นไม่มีสิทธิ์ยุ่งกับเมล หึหึ!! สถานการณ์ดูเหมือนจะเริ่มพลิกจากที่เมลเป็นลูกไก่ในกำมือ ตอนนี้น่าจะเป็นไอ้พี่ทัพนะ เป็นไปแบบไม่รู้ตัว สะกดความคิดได้สะกดไปเถอะว่าไม่รัก ไม่ชอบ น่ารำคาญ เกลียดงั้นงี้ แต่ใจอะไปโน้นนนนแล้ว สะกดความคิดไว้แต่ใจไม่ไปตาม หึหึ!!! รอดู รอดูจะไม่อยากยอมรับไปถึงไหน เอาให้รอดละ ไม่งั้นละก็นะ ตายคามือเมลแน่ คึ!! 55555 //ว่าแต่เพื่อนกุ๊กรู้เห็นไรหรือเป็นไรกับข้าวโพดวะถึงได้แซะกัดจิกขนาดนั้นแค่ไม่ถูกชะตาหรือว่ามากกว่านั้น เขาบอกมึงไปแล้วหรือกูจำไม่ได้วะ (พึมพำกับตัวเองเบาๆ 55) กับพี่ธรอีก โอ้ยยพี่คนนี้ ทำให้นุต้องคอยจับผิดอยู่เรื่อย สงสัยกับคนนั้นทีคนนี้ที ดูต่อไป 55555 //ความลับไม่มีในโลก เพื่อนก็รู้ไปคนนึงแต่คนอื่นก็น่าจะพอเดาๆไปกว่าครึ่งนะ ว่าสองคนนั้นมันอะไรยังไง อิอิ //จร้าาาาาาาาจร้าาาาาาพาไปกินของอร่อยๆ ถือว่าเดทเล็กน้อยละกันนะ ^^ อ่าาาาาาาาสนุกกกอะ เออเพิ่งอัพก็อยากอ่านต่อแต่ไม่เร่งนะรอได้ค่าา  มาทียาวจุใจ ดีค่ะดี เอาอีก โลภ 555555 ชอบๆค่ะ ยังไงก็ขอบคุณที่มาอัพนะคะ รอตอนต่อไปเลยค่ะ กินข้าวแล้วไปไหนต่ออะทัพ เอ้ายังอยากรู้เรื่องของเขาอีก ไปน๊อนน 555555
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่10* {17.11.18}
เริ่มหัวข้อโดย: Yoghurt ที่ 17-11-2018 21:12:06


บทที่10




             
  (ย้อนความ)



ผมก้มหน้าลงมองคนที่อยู่ในอ้อมกอดของผม มันที่ตอนนี้ทั้งหน้าทั้งตัวมีรอยแผลถลอก และรอยฟกช้ำตามแก้มและแขนขา หน้าของมันที่ซุกอยู่ที่อกของผมในสภาพอิดโรย มันที่สู้อะไรไม่ได้สักอย่างแต่ก็ยังอยากสู้ไม่ถอย เพราะมันเป็นคนที่ดื้อรั้นพอตัว เป็นลูกคนเล็กที่มีความไม่ยอมใคร ผมถึงมั่นใจตลอดว่าไอ้เมลมันไม่มีทางตัดใจจากผมได้แน่ๆ และมันไม่แปลกถ้าเรื่องที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของผมจะเป็นฝีมือของมัน ก็แค่ลูกคนเล็กของตระกูลใหญ่ที่อยากได้อะไรก็ต้องได้ ... ผมเจอคนประเภทนี้มาเกือบทั้งชีวิตของผม



“มึงกับน้องมันไปนั่งข้างหลังเหอะ เดี๋ยวกูนั่งหน้าเอง”  ไอ้ปืนที่เปิดประตูรถที่เบาะหลังให้ ผมที่เข้าไปนั่งก่อนจะรับตัวไอ้เมลเข้ามาด้วย เป็นไอ้ดาบที่เป็นคนขับ



“พร้อมนะคะทุกคน”



“พร้อมนานแล้วไอ้สัด รีบขับออกไปจากที่ห่านี่สักทีเหอะ”



“เกลียดมึงมากๆค่ะสัดพี่ คนหยาบโลน” 



ได้ยินเสียงไอ้ดาบจีบปากจีบคอเถียงกับไอ้ปืนอยู่ข้างหน้า แต่ไม่ได้สนใจอะไรพวกมันสองตัว ผมที่มองไอ้คนข้างตัวที่ตอนนี้เอียงตัวลงมาซบไหล่ผมหน้าตาเฉย มองเห็นคิ้วเรียวสวยของมันขมวดเข้าหากัน เหมือนมันเองที่กำลังฝันร้าย แม้แต่ในความฝันก็คงจะกำลังหนีไอ้พวกนั้นล่ะมั้ง  มองเห็นแบบนั้นก็รู้สึกสมน้ำหน้ามัน อยากให้มันรู้ว่า เวลาที่ชีวิตอยู่ใกล้ความตายน่ะมันเป็นยังไง ตอนที่ณราชาต้องติดอยู่ในรถนั่น ตอนที่รถคันนั้นพุ่งชนเข้าไปเต็มๆ ณราชาเองจะกลัวแค่ไหน  อยากให้มันต้องรู้สึกบ้าง



“อื้อออ อืออ” 



มันที่หลับตาขมวดคิ้วและเอื้อมมือไปต่อยตีในอากาศแบบคนที่กำลังสู้สุดตัว เสียงอู้อี้ในลำคอที่ดังออกมาพร้อมๆกับเหงื่อที่ผุดขึ้นที่ใบหน้า  เห็นแบบนั้นแล้วอยากจะเมินหน้าหนี มึงก็ต่อสู้กับความฝันของมึงไปสิ



“อย่า อย่า”   เสียงของมันยังดังเข้ามาให้ได้ยินจนน่าหงุดหงิด



“ไอ้น้องมันเป็นไรวะไอ้ทัพ”



“ดิ้นใหญ่เลยนะคะ เป็นอะไรไปน่ะคะพี่ทัพขา”



“ใคร?”



“ก็น้องเมลไงคะ”



“ใครให้พวกมึงเสือก” 



“กรี๊ดดดดด แถวนี้มีแต่ผู้ชายเถื่อนๆจังเลยนะคะ ดานี่รับไม่ได้ดั้ยเลออออ”



มันที่จับปากจีบคอพูดออกมาด้วยภาษาวิบัติลิ้นเปรี้ยของมันแล้วสะบัดหน้าไปขับรถต่อ



“พวกกูไม่เสือกก็ได้ แต่มึงน่ะ...ไม่สงสารมันหรอวะ”  ไอ้ปืนหันหน้ามาหา พร้อมมองไปทางไอ้เด็กที่นอนฝันร้ายอยู่ข้างๆตัวผม คำถามของมันที่ทำให้ผมต้องเสหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างรถแทน



“มึงไม่คิดบ้างหรอวะ ว่าถ้าเรื่องที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ฝีมือน้องมัน มึงจะไม่เสียใจหรอวะ”



“มึงมาพูดเหี้ยไรล่ะ มึงบอกให้กูทำแบบนี้เองนะ แล้วตอนนี้มึงจะมาสงสารเหี้ยไรล่ะ”



“เออ กูยอมรับว่ากูมันก็คนเหี้ย แต่จากเรื่องที่มึงให้กูตามน่ะ มึงยังมั่นใจอยู่หรอวะ”



“แล้วหลักฐานจากไอ้ธรมึงว่ามันปลอมไหมล่ะ”



“เออ กูก็ไม่ปฏิเสธหรอกไอ้สัดเอ๊ย แต่แม่ง .... นั่นแหล่ะ กูก็แค่อยากให้มึงลองคิดดู กูรู้มึงไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนั้นไอ้ทัพ วางหัวโขนลูกคนโตของบ้านมึงลงบ้างก็ได้ ถ้ามึงยังไม่เชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันผิดพลาด ก็ให้มึงคิดว่าเรื่องนี้ที่ไอ้น้องมันต้องเจอมันคนละเรื่องกันนะเว่ย เรื่องนี้ที่น้องมันโดนไอ้หมิงจับตัวไปน่ะเพราะมึง มึงเองก็รู้”



“.............”



“ทำเงียบนะคะพี่ทัพทัพ ห่วงก็ห่วงสิ เก๊กหน้าเป็นตะคริวละมั้งคะแหม่”



“ก็เอาตีบข้ามไปถีบปากมึงได้นะไอ้สัดดาบ”



“ดานี่โว้ยยย”



“หึ” 



เมินไอ้สองพี่น้องขี้เสือกนี่แล้วหันกลับมามองไอ้เมล ... เอื้อมมือไปดึงมันลงมาหนุนตัก วางมือลงบนหัวของมันไม่เบาเท่าไหร่ ลูบมันหน่อยๆให้เหมือนกับลูบหัวหมาหรือลูบขนไอ้เชอร์รี่  ไอ้เมลที่ดูสงบลงเลิกหอบหายใจแล้วเอียงหน้ามาซุกที่หน้าท้องของผม



“กูก็แค่สมเพชหรอกนะ กูไม่ได้ใจดีกับมึงหรอกไอ้สัด”  บ่นออกไปแบบนั้น แล้วลูบหัวมันต่อไป ก็แค่เห็นมันเลิกทุรนทุรายเลยทำหรอก



“ปากแข็งจังนะคะ ดานีอยากลองเอาปากไปนาบดูจัง อยากรู้ว่าจะแข็งจริงๆไหมน้า”



“หุปปากไอ้ตุ๊ดกล้าม”



“อ๊ายยยย เกลียดๆๆๆ”



“ชู่ว เงียบสิวะ เดี๋ยวไอ้ห่านี่มันก็ตื่นหรอก”  เอื้อมมือไปตบหัวไอ้ดาบที่อยู่เบาะหน้าอย่างรำคาญหน่อยๆ อีกฝ่ายตั้งท่าจะกรี๊ดออกมาแต่ก็เงียบไปตอนที่เห็นผมง้างฝ่ามือ น่ารำคาญพวกแม่ง ... รวมถึงไอ้ห่านี่ด้วย ....ไอ้ตัวที่หลับอยู่บนตักของผมตอนนี้นี่ยิ่งน่าหงุดหงิดกว่าใครเลย



กูก็ไม่ได้อยากใจดีหรอกนะ ก็แค่ ..... รำคาญ



.

.

.


(ปัจจุบัน)



“...ทำไมวันนี้มารับกูอ่ะ”



ผมหันหน้าไปถามคนที่นั่งอยู่เบาะข้างๆและกำลังทำหน้านิ่งๆตั้งใจขับรถอยู่ในตอนนี้ หันไปมองเสี้ยวหน้าหล่อของมันแล้วต้องยอมรับในใจว่ามันหล่อจริงๆ หล่อเหมือนรูปสลัก แบบพ่อแม่ช่างปั้นออกมาให้ดูดี  ผมไม่เคยเห็นพ่อแม่มัน แต่ได้ข่าวมาว่าครอบครัวนี้ก็หน้าตาดีกันทุกคน





“แล้วเสือกไร กูจะมารับไม่ได้หรือไง”  เสียงเข้มที่ดูจะไม่สบอารมณ์ขึ้นมาหน่อยๆบอกออกมาแบบนั้น เอ้า ผีเข้าผีออก กูแค่ถามไหมอ่ะ ทำไมต้องอารมณ์เสียด้วยวะ



“ก็แค่ถาม ปกติพี่ธรจะมารับนี่”



“ก็วันนี้กูอยากมา มาหักหน้าคนโดยเฉพาะ”



“ห๊ะ มึงว่าอะไรนะ พูดดังๆหน่อยไม่ได้รึไง”  ถามมันออกไปแบบนั้นเพราะไม่ค่อยได้ยินประโยคหลังที่เหมือนอีกฝ่ายพูดออกมาแบบงึมงำๆในลำคออยู่คนเดียว   



“เสือกจังวะ ถามมาก รำคาญ ขี้เกียจตอบเจ็บคอ”



“มึงนี่...”  เบ้ปากใส่แม่ง เซ็งทุกรอบกับไอ้ความกวนตีนหน้าตายของมันเนี่ย  ไม่เคยคิดเลยว่าผู้ชายที่ผมแอบชอบมาหลายปี จริงๆแล้วมันคือคนที่โคตรกวนตีน



“วันนี้มึงอยากแดกไร”



ทำไม ถ้ากูบอก มึงจะตามใจรึไง?” 



กอดอกพร้อมเอียงคอทำหน้ากวนตีนใส่ เห็นอีกคนที่ยกยิ้มมุมปากปรายตามามองกันในจังหวะที่รถหยุดลง อีกคนที่เข้าเกียร์เปลี่ยนเป็นตัวNแล้วดึงเบรคมือขึ้น มันที่หันมามองหน้าผมแบบนั้นแล้วเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้



“ถ้ามึงกล้าขอ กูอาจจะตามใจ ...มึงน่ะกล้าหรือเปล่าล่ะ หึ” 



มันที่ว่าแบบนั้นแล้วก็กดยิ้มมุมปากส่งมาให้ สายตาที่มีแววเจ้าเล่ห์ปนอยู่ภายใต้ใบหน้านิ่งๆของมัน ทำให้ผมต้องยกมือไปดันหน้าอกมันไว้ หัวใจสั่นกระตุกเต้นไม่เป็นจังหวะไปหมดแล้วในตอนนี้



“ด...แดกอะไรก็ได้โว้ย”



“หึ”



ดันมันออกไปจากตัว ก่อนจะสะบัดหน้าหนีมันแล้วมองออกไปที่ฝั่งซ้ายของตัวรถ มองออกไปนอกหน้าต่างรถแม่งเลย แต่หูก็ยังดันได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของมันอีก แบบนี้ยิ่งรู้สึกแปลกๆ  อยากจะถามว่ามันไปแดกอะไรมา วันนี้ถึงดูผีเข้าแบบไม่มีเหตุผลแบบนี้ได้...



 และสุดท้าย มัสแตงสีแดงคันหรูก็ตบไฟเลี้ยวเข้าร้านอาหารกึ่งผับกึ่งบาร์ที่ผมยังจำได้ดี ฝั่งแน่นอยู่ในใจ จริงๆเรื่องมันก็พึ่งผ่านไปคืนเดียวเองไหมวะ เหตุการณ์ที่ผมถูกอุ้มไปฆ่า ต้องพูดแบบนั้นนั่นแหล่ะถูกแล้ว ถ้าจะพูดให้ถูกจริงๆก็คือกูยังฝังใจอยู่เลย รู้สึกกลัวในใจจนได้แต่นั่งติดอยู่กับเบาะแบบนี้  สะบัดหน้าไปมองไอ้คนข้างๆตัวด้วยสีหน้าเลิกลัก มันที่ไม่พูดอะไรเดินลงจากรถไปแต่ผมยังนิ่งอยู่บนรถ ความรู้สึกบางอย่างมันทำให้ไม่อยากลง



“ลงมา”



“มึงพากูมาที่นี่ทำไม”



“ลงมาไอ้เมล”



“ทัพ...มึงจะทำอะไร”  ช้อนตามองมันที่ทำหน้านิ่งๆเท้าขอบประตูรถไว้ มองผมที่ยังคงนั่งนิ่งๆไม่ติงไหวเกาะสายรัดนิรภัยไว้แน่น



“กูจะทำเชี่ยไรล่ะ ลงมา”



“ไม่เอา กูไม่ลง กูไม่ชอบ สายตามึงแปลก มึงจะเอากูมาฆ่าหรอ ไม่เอา”



“ปัญญาอ่อน”  เสียงเข้มที่ดังออกมาแบบหน่ายๆ พร้อมๆกับร่างสูงที่ก้มตัวลงมาปลดสายเบลออก พร้อมๆกับกระชากแขนผมให้ออกไปจากรถด้วยกัน



“ปล่อย ไม่เอา กูไม่ไป”



“อย่าเรื่องมากได้ไหมไอ้สัด กูตบมึงนะไอ้เมล”



ตะคอกเสียงดุใส่ พร้อมๆกับแรงกระชากแขนดึงตัวผมให้เข้าไปหามัน แรงจนตัวผมถลาไปปะทะเข้าที่หน้าอกแกร่ง ค่อยๆเงยหน้าช้อนตาขึ้นไปมองคนตรงหน้า มันที่ก็ก้มหน้าลงมามองผมอยู่ตอนนี้ สายตาคมที่มองมานิ่งๆไม่ได้มีแววอ่อนโยนบอกให้ผมรู้ว่าอย่าขัดใจมัน



“กู...”



“จะกลัวเหี้ยอะไรล่ะ ครั้งนี้กูไม่ปล่อยไอ้หน้าเหี้ยที่ไหนมาเอาตัวมึงไปได้หรอก กูบอกแบบนี้แล้วมึงยังจะกลัวอีกไหม” 



มันที่ว่าแบบนั้น ไม่มีคำพูดปลอบใจ ไม่มีความเห็นใจ ไม่มีคำพูดดีๆอยู่ในประโยคเลยสักนิด แต่เพราะเป็นมัน คำพูดจากมันที่กำลังบอกว่าจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องขึ้นกับผมอีก มันก็ทำให้ผมสงบลงได้ง่ายๆ  ฝ่ามืออุ่นที่เลื่อนลงมาจับมือ กระชับแน่นๆทั้งๆที่หน้าก็ไม่ยอมหันมามองผม ก็มีแค่ฝ่ามืออุ่นๆที่ยังกอบกุมกันไว้อยู่ในตอนนนี้



หัวใจผมสั่นถี่ๆ  เหมือนลูกโปงที่โดนสูบลมจนพองโต ... ก้มหน้าลงต่ำมองเห็นแค่เท้าของตัวเองที่ก้าวเดินไปพร้อมๆกับมัน พยายามเม้มปากเข้าหากันแน่นๆ อย่าหลุดยิ้มออกมานะมึงไอ้เชี่ยเมล อย่าเชียวนะ  ...



“ปัญญาอ่อน”   ได้ยินเสียงมันว่าให้ เหอะ ... มึงเองก็ปัญญาอ่อนเหมือนกันแหล่ะ



...



หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่10* {17.11.18}
เริ่มหัวข้อโดย: Yoghurt ที่ 17-11-2018 21:12:43

(ต่อจ้าาา)



“กรี๊ดๆ มากันแล้วหรอจ๊ะ น้องเมลของพี่ดานี่ตกอกตกใจมากไหมคะหนู ไหนขอสำรวจตรวจสอบสภาพหน่อยสิจ๊ะๆ” 



ผมผวาตอนที่พี่ดาบวิ่งวี๊ดว๊ายเข้ามาหา เค้ายังคงเป็นผู้ชายหล่อๆที่แต่งหน้าแน่นและทาปากแดงหนักมากไม่ต่างจากวันก่อน วันนี้อยู่ในชุดสูธสีแดงเลือดหมู ดูดีตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า และยังมองกูด้วยสายตาร้ายๆเหมือนอยากแดกแต่ก็ยังวี๊ดว๊ายเหมือนเดิม  ตกใจจนเผลอขยับตัวถอยหลัง และไอ้ทัพก็ขยับตัวมายืนบังผมไว้ซะก่อน



“ตลกพอแล้วไอ้ดาบ”



“ดานี่ค่ะ บอกว่าดานี่ๆ ดาบแม่งอยู่นั่น อยากโดนเสียบรึไงวะ”



“มึงลั่นนะ เมื่อกี้เสียงมึงใหญ่มาก” 



ไอ้ทัพที่เลื่อนมือมาวางไว้ที่สะโพกของผม พร้อมๆกับปราบตามองพี่ดาบหน่อยๆแล้วแสยะยิ้มร้ายๆใส่  ก่อนจะดึงตัวผมให้เดินหนีห่างออกมาจากพี่ดาบที่ยืนกระทืบเท้าพยายามกรี๊ดเสียงสองอยู่ตรงนั้น  ผมส่ายหน้าหน่อยๆกับภาพตรงหน้า  คือกะจะไม่มีคนสติดีอยู่รอบข้างกูเลยสินะ



“แดกซี่โคร่งหมูย่างบาร์บีคิวไหม”



“กูอยากกินคาโบนาร่าไข่ข้น”  เงยหน้าบอกมันแบบนั้น  มันที่พยักหน้าตอบรับ พร้อมกวักมือเรียกพนักงานมาจดเมนู



“เอาแดกซี่โคร่งหมูย่างบาร์บีคิว กับBin389ชิลมาด้วยเลย” 



หันไปสั่งพนักงานแบบนั้น ถึงกับมองมันตาค้าง ทำปากพงาบๆใส่มันเลยว่า ‘K ว ย’  กวนประสาท แล้วแบบนั้นจะถามทำไมวะแม่ง



“กล้าด่ากูหรอห๊ะ”



“ก็แล้วจะถามทำไมวะแม่ง กวนประสาท”



“ถ้ามึงอยากแดกก็สั่งใหม่ กูก็แค่คิดว่าไอ้ซี่โคร่งร้านไอ้ดาบมันอร่อย เลยอยากให้มึงลอง ก็แค่นั้น”    มองตรงมาที่ผมแล้วตอบออกมาแบบนั้น ปากที่กำลังจะอ้าเถียงก็ต้องหุบปากฉับ  ไม่ชอบเลยแม่ง



“อยากสั่งก็สั่ง” 



ก็มึงพูดแบบนั้นแล้วกูจะอยากสั่งอะไรอีกล่ะ... ก็ต้องอยากกินของอร่อยที่มึงอยากให้กูกินสิวะ จะสั่งอย่างอื่นมาขัดอารมณ์ทำไม  เพราะแบบนั้นเลยไม่พูดอะไรออกไปอีก คิดว่ามันเองก็รู้ว่าผมคิดอะไรอยู่ เพราะได้ยินเสียงหัวเราะหึในลำคอของมันเบาๆ กวนตีนจังล่ะ  ...  อาหารทยอยเสริฟมาเรื่อยๆ และวันนี้เรานั่งกันที่โซนด้านนอก มีลมพัดชิลแล้วก็ได้ยินเสียงเพลงสดเอื่อยๆที่ทำให้รู้สึกดีไม่น้อยเหมือนกัน



ยกมือขึ้นจิบไวน์แดงที่ราคาแรงเอาเรื่อง รสชาติดีสมราคาของมัน พอกินคู่กับซี่โคร่งย่างนี่แล้วก็ต้องยอมรับว่าแม่งอร่อยกว่าร้านไวน์ดังๆอีก



“อร่อยล่ะสิ”



“อื้มมม อร่อย ...ว่าแต่... ทำไมวันนี้มึงใจดีแปลกๆ”  โพร่งถามมันออกไปแบบนั้น อีกฝ่ายที่กำลังหั่นเนื้ออยู่หยุดชะงักหน่อยๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผมนิ่งๆ



“เสือก”   



จ๊ะ เต็มๆหน้ากูกันไปเลย  เออ...หยิ่งนัก กูไม่ถามมึงอีกก็ได้  เบ้ปากใส่มันนิดหน่อยก่อนจะนั่งกินต่อไปเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าท้องเริ่มแตกถึงได้หยุดกิน อีกฝ่ายที่อิ่มก่อนจ้องหน้าผมนิ่งๆ



“มองไรวะ”



“มองหมูอย่างมึงไง ว่าแต่มึงอิ่มรึยัง”



“ก็...อิ่มแล้ว มึงจะมองกูด้วยสายตาแบบนี้ทำไมวะ”



“สายตาแบบไหน?” 



ก็สายตาที่เหมือนอยากแดกกูนี่ไงล่ะ ถามเชี่ยไรล่ะแม่ง ถามแบบนี้ใครแม่งจะกล้าตอบวะ หันหน้าหนีแม่งเลยดีกว่า  สุดท้ายเมื่อไม่มีใครพูดอะไร มันเลยสั่งเช็คบิล ดี รีบเช็คเลยอยากกลับไปฟัดไอ้น้องหลงจะแย่



“กลับกันแล้วหรอจ๊ะ บ๊ายบายน้า” 



ในจังหวะที่เรากำลังจะออกจากร้าน ครับ...เจ้าของร้านเจ้าเก่าเจ้าเดิม เพิ่มเติมคือมองเหมือนหิวกู ก็เดินลัลลามาโบกมือส่งมาให้ผม เลยได้แต่ยิ้มแหยๆส่งไปให้พี่แกแทน



“เสือก” 



ไอ้ทัพที่ยกนิ้วกลางส่งไปให้พี่ดาบแบบนั้นและแน่นอนว่า พี่ดาบก็ถูกเมินเป็นรอบที่สองของวันนี้ ยินดีด้วยจ้า ผมกับไอ้ทัพเดินออกมาจากร้าน ในจังหวะที่กำลังจะเดินขึ้นรถ อยู่ๆพวกเราก็ถูกล้อม  ผมที่ทำหน้าเลิกลักในตอนนั้น แต่อีกฝ่ายก็ดึงผมเข้ามาอยู่ใกล้



“มึงไม่ต้องกลัว” 



ไอ้ทัพที่เอียงหน้าเข้ามากระซิบลงข้างๆหู ก่อนจะดันผมให้ไปยืนอยู่ข้างหลัง ซวยชิพหายที่วันนี้ไอ้ทัพเลือกมาจอดรถอยู่ที่โซนด้านหลัง ร้านไอ้เชี่ยพี่ดาบแม่งนำพาความโชคร้ายมารึไงวะ



“พวกมึงเป็นใคร”



“ไม่ต้องอยากรู้ รู้แค่ว่า พวกมึงเสร็จแน่ โดนเฉพาะไอ้คุณหนูคาราเมล ไอ้คนชอบแย่ง!”   ไอ้ตัวหัวโจกที่เดินออกมาข้างหน้าพร้อมๆกับเอียงหน้าไปด้วย หน้าตาที่ทำให้อารมณ์ของผมกระตุกเอาตีนไปฟาดหน้ามัน



“กูแย่งเชี่ยไร พูดดีๆนะไอ้หน้าจิ้งเหรน!”  ตะโกนออกไปแบบไม่กลัว พร้อมๆกับชี้หน้าด่ามันด้วยความโมโห  พวกแม่งเป็นใครวะ!  จากคำพูดของมันทำให้รู้ว่าพวกมันตั้งใจมาจัดการผมไม่ใช่ไอ้ทัพ



ทัพหน้าที่หันหน้ามามองผมหน่อยๆ มันไม่พูดอะไรกับผม ทำเพียงแค่ดึงแขนผมไว้แบบปรามๆ ก่อนที่มันจะพูดต่อ     



“จริงๆกูก็ไม่ได้อยากสนใจพวกหน้าเหี้ยแบบมึงนักหรอกนะ”   



ทัพหน้าที่ว่าออกไปแบบนั้นพร้อมมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเหยียดหยาม สายตาคมที่มองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ก่อนจะเอามือมาวางลงไปที่ไหล่ของผมพร้อมๆกับทำท่าทีไม่สนใจใยดีพวกมัน ก่อนจะดันตัวผมให้เดินไปที่รถแบบชิลๆ ... ไอ้ฝ่ายหัวโจกที่เห็นแบบนั้นก็มีสีหน้าบูดเบี้ยวด้วยความโกรธเคืองกับท่าทีไม่เกรงกลัวพวกมันของทัพหน้า มันที่กำหมัดแน่นจนเล็บแทบจะทะลุด้วยความโมโห



“เฮ้ย! จะหยามกันมากไปแล้วนะเว่ย!” 



ตะโกนเสียงดังเอาเสียงเข้าข่มขู่   แต่นั่นไม่มีผลกับทัพหน้าเลยสักนิด เกิดมาคนแบบทัพหน้าไม่เคยกลัวใครอยู่แล้ว  แล้วยิ่งนักเลงปลายแถวแบบนี้ อย่าฝันเลย ยิ่งไม่เคยกลัวและไม่คิดจะกลัวด้วย



“เหอะ”  ทัพหน้าที่แค่นเสียงหัวเราะหน่อยๆ จับข้อมือของเขาให้เดินกลับไปที่รถด้วยกันเหมือนก่อนหน้านี้แบบไม่สนใจ



"ที่แท้คนที่จะกลับไปกินนมนอนตามเวลาก็คือคุณหนูคาราเมลจอมแย่งนี่เอง"



ไอ้หัวโจกประชดเสียงออกมาอีกครั้ง และคำพูดนั่นก็ทำเอาผมกัดฟันแน่น กำหมัดตั้งท่าจะหันกลับแต่ไอ้ทัพหน้าก็รั้งแขนเอาไว้พร้อมกับดึงให้เดินไปที่รถ



"ชอบแย่งของคนอื่นแล้วยังอ่อนด้อยแบบสุดๆ..ฮ่าๆๆๆ"   ทั้งหัวหน้าทั้งลูกน้องพากันหัวเราะเสียงดังเย้ยหยันคนทั้งสอง



"พวกมึง!!"  คาราเมลสุดจะทน..กระชากมือตัวเองออกแรงๆก่อนจะหันกลับมา



"ตาย! "  ตะโกนออกไปแบบนั้นด้วยความโมโห มึงไม่รู้จัดคาราเมลสินะ! แต่ผมก็ต้องชะงักความโกรธของตัวเองเอาไว้ เมื่อเสียงเข้มๆที่ดังออกมา



"มึงอย่าไปยุ่งกับพวกปัญญาอ่อนแบบนั้นสิวะ"   ทัพหน้าถอนหายใจหน่ายๆพร้อมก้าวเท้าออกมาช้าๆนำหน้าเมลมาก่อน คนร่างบางหยุดชะงักมองคนร่างสูงที่เดินตรงไปยังไอ้พวกนั้น



“เฮ้ยพวกมึงจัดการ สั่งสอนไอ้พวกนี้ให้คุณหนูของเรา!”



ลูกน้องทั้งหมดกรูเข้ามาหา ไอ้อ้วนคนแรกวิ่งเข้ามาเร็วแต่ถูกหมัดชกเข้าที่ท้องแรงๆจนจุกล้มลงกับพื้น คนที่สองตัวผอมๆยาวๆวิ่งกราดเข้ามาตั้งใจจะต่อยให้คว่ำ แต่เท้าแกร่งของทัพหน้าก็วาดตวัดเตะกลับหลังเข้าที่ต้นคอจนล้มพับไป อีกสามคนรุมเข้ามาพร้อมกัน ทัพหน้าที่ยกกำปั้นข้างซ้ายขวาต่อยคนละข้าง ส่วนคนตรงกลางกลับหลังหันจระเข้ฟาดหางเข้าที่หน้าจนล้มทับอีกสองคนที่ถูกต่อยเสียหลักไปก่อน  พวกมันทั้งหมดล้มราบไม่เหลือชิ้นดี ร่างสูงเดินตรงเข้าไปหาคาราเมลที่ยืนตัวเกร็งอยู่ห่างๆ จริงๆตั้งใจจะวิ่งเข้าไปช่วย แต่พอเห็นร่างสูงจัดการทีเดียวแบบนั้นขามันก็ก้าวไม่ออก ได้แต่ยืนเกร็งอยู่ตรงนี้  ไอ้หัวโจกที่เห็นแบบนั้นถอยเท้าออกสองสามก้าว  ทัพหน้าเหยียดยิ้มน้อยๆก่อนจะเข้าไปใกล้



"พวกปัญญาอ่อน”   




พูดพรางยิ้มร้ายพร้อมกับเดินเข้าไปหาไอ้หัวหน้าพร้อมมือยกขึ้นมาแตะเข้าที่แก้มของไอ้หัวโจกที่ยืนตัวสั่นอยู่  สายตาคมกริบมองตรงไปยังไอ้หัวโจกราวกับจะเชือดเฉือนไปทั้งร่าง แววตาราวกับปีศาจร้าย สายตาที่ทำเอาผมขนลุกไปด้วยความหวาดกลัวจนไม่กล้าขยับตัวเลยสักนิด



"กลับไปบอกนายของพวกมึง ไม่ว่ามันจะเป็นใคร ถ้ากล้ามีเรื่องกับไอ้เมล ก็ถือว่ามีเรื่องกับเตชะณรงกรค์ เพราะไอ้เมล ตอนนี้มันคือคนของกู"


ไม่มีคำพูดใดเปล่งออกมา มีเพียงเสียงร้องโอดครวญของบรรดาลูกน้องที่ล้มพับอยู่กับพื้น  ทัพหน้าเดินกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มมุมปาก  ดวงตาคมที่มองตรงมาที่ผมก่อนที่ฝ่ามือแกร่งจะดึงมือผมไปกุมไว้ และเอ่ยออกมาสั้นๆ



“กลับ”



...



“เรื่องมันก็เป็นแบบนี้อ่ะมึง”



“เชี่ย สุดยอด พี่ทัพหน้าแม่งเป็นตำนาน มึงจำได้ป๊ะตอนปี1 ที่พี่เค้าเป็นตัวแทนนักกีฬาเทควันโด้ไปแข่งแล้วชนะอ่ะมึง เหยดดด ของจริงมันเป็นแบบนั้น มึงได้เห็นแบบใกล้ชิดเลยนะเว่ยไอ้เมล”



ผมที่กำลังอ้าปากเล่าให้ไอ้กุ๊กฟังถึงเรื่องราวของเมื่อคืนว่าผมไปประสบพบเจอกับอะไรมา และแน่นอนว่า ไอ้กุ๊กก็อินเหมือนพึ่งดูหนังฮอลิวูดจบ



“มึงใจเย็น มึงเป็นแฟนคลับไอ้ทัพมันรึไงวะ”



“แหม หวงหรอจ๊ะน้องเมลจ๋า พอพี่เค้าบอกว่ามึงเป็นคนของเค้านี่หวงๆหรอวะ”  แซ็วกูพร้อมๆกับที่ก็เอาไหล่มาเบียดกระแซะแบบแกล้งๆ  กวนตีนน้อยซะเมื่อไหร่ล่ะไอ้บ้าเนี่ย



“กวนตีน”



“เขินๆ คนเขินมันหน้าตาแบบนี้นี่เอง ...แต่มึง...” 



มันที่ทำหน้าระริกระรี้ก่อนที่จะเปลี่ยนสีหน้าและน้ำเสียงที่ฟังดูจริงจังมากขึ้นจนผมไม่เข้าใจว่าเพื่อนตัวเองเป็นคนอารมณ์สองขั้วหรือเปล่ามันถึงเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแบบนี้ แต่ก็ทำได้แค่เลิกคิ้วแบบถามมันว่ามีอะไรออกไป



“มึงไม่คิดว่าเรื่องนี้มันแปลกๆหรอวะ”



“แปลกอะไรวะ?” 



หันหน้าไปเลิกคิ้วถามมัน ไอ้กุ๊กก็ขมวดคิ้วเข้าหากันแบบเครียดๆ ก็ไม่รู้ว่าเพื่อนตัวเองเป็นอะไรไปอ่ะนะ



“มึงบอกว่าไอ้พวกนั้นมันบอกว่ามึงเป็นพวกชอบแย่ง จริงๆมึงก็ไม่เคยมีเรื่องกับใครไหมวะ แล้วแบบนี้มึงคิดว่ามันเป็นใคร”



“อืม...เอาจริงๆกูก็สงสัยนะ”



“มึงควรจะสงสัยและระวังตัวเอาไว้ไอ้สัด เลิกทำให้กูเป็นห่วง”



“จ้าแม่จ๋า”   พอเห็นว่ามันทำหน้าเครียดแบบนั้น ก็เลยพยายามจะทำให้บรรยากาศมันไม่เครียดมากเกินไป  ถึงแม้ว่าจริงๆผมก็แอบคิดเรื่องนี้มาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วเหมือนกัน



“บางทีนะ...กูคิดว่ามันอาจจะเกี่ยวกับเรื่องของณรา....”



“น้ำมาแล้วจ้า” 



เสียงใสที่ดังมาก่อนตัวของข้าวโพดที่ดังมาพร้อมๆกับใบหน้าที่ยิ้มกว้างๆภายใต้กรอบแว่นหนา  ข้าวโพดที่ถือน้ำมาหลายแก้ว ข้างหลังมันคือไอ้อู๋ที่เดินหน้าบานตามข้าวโพดมาด้วย  ไอ้กุ๊กที่หุบปากฉับเข้าหากัน มันไม่ยอมพูดอะไรต่อออกมาอีก ทำแค่เพียงกรอกตาใส่ข้าวโพดแบบไม่ปิดบัง ข้าวโพดที่กำลังยืนน้ำมาให้มันหน้าเสียหน่อยๆ  ผมเลยเอื้อมมือไปรับมาแทน



“ขอบใจนะโพด”



“อื้ม”  มันที่ตอบรับพร้อมยิ้มอ่อนๆมาให้



“อย่าแดกนะไอ้เมล ไม่รู้แม่งใส่เหี้ยอะไรมารึเปล่า มึงกินไปอาจจะตายห่า”



“เกินไปไอ้กุ๊ก น้ำนี่โพดมันไปอุตส่าห์เดินไปซื้อถึงตึกวิทยานะเว่ย แล้วกูก็ไปซื้อมากับโพด ไม่มีอะไรทั้งนั้นอ่ะ” 



ไอ้อู๋ที่พูดขัดออกมา มองเห็นไอ้โพดที่ก็ยิ้มอ่อนๆหันไปขอบคุณไอ้อู๋



“สาระแน มึงด้วยไอ้อู๋ไอ้ควาย”



“เอ้า มึงเป็นเมนป๊ะวะ หรือผัวไม่เอา ทำไมต้องเหวี่ยงไอ้โพดมันด้วยวะ” 



ไอ้อู๋ที่ชักสีหน้าใส่กับท่าทางของไอ้กุ๊ก  จริงๆผมรู้นะ แค่มองก็รู้แล้วว่าไอ้อู๋คงจะชอบไอ้โพดหน่อยๆ เหมือนมันจะทำคะแนน ไอ้อู๋มันชอบคนเรียบร้อยนิ่งๆครับ



“ผัวพ่อมึงสิ เดี๋ยวกูจะเอาตีนถีบหน้ามึง หน้าไอ้เหี้ยนี่ด้วย!”  ไม่พ้นปรายตาไปจิกใส่ไอ้โพดที่สะดุ้งหลบไปยืนอยู่ข้างหลังไอ้อู๋



“มึงพาลแล้วนะกุ๊ก”



“แล้วมึงจะทำไม”



“พอๆ พวกมึงจะทะเลาะกันทำไมวะ เอามานี่น้ำกูแดกเอง มึงก็พอแล้วกุ๊กไม่ต้องพูดไรแล้ว ไอ้อู๋...ไอ้กุ๊กมันคงร้อนอ่ะ”



“ใช่ กูร้อนใจมากๆเลยล่ะ” 



มันที่ว่าออกมาแบบนั้นแล้วหันหลังให้ไอ้โพดแบบเปิดเผย ไม่เข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร  แต่ก็ยิ้มแหยๆส่งไปให้มันเป็นการขอโทษแทน  จริงๆมันก็ไม่ยุติธรรมเท่าไหร่ เห็นแบบนี้ก็สงสารไอ้โพดมันครับ ปกติก็ไม่ค่อยมีเพื่อน มันตั้งใจไปซื้อน้ำตั้งไกลมาให้ มันก็คงอยากจะเป็นเพื่อนกับเรา



“มึง ไอ้โพดมันก็น่าสงสารนะ แล้วดูเหมือนไอ้อู๋จะชอบมันนะ”  เอียงหน้าไปกระซิบไอ้กุ๊ก มันที่ทำหน้าเบ้ออกมาอีกที



“ตาต่ำ ไอ้ควาย”



“มึงนี่”



“มึงน่ะเงียบไปเลย นู้นๆไอ้บินมาแล้ว”



“สัด กูตั้งใจเรียนก่อน เดี๋ยวมันจะมาถามอะไรกู”



ถือเป็นโชคดีของผมก็ตรงที่วันนี้ไอ้บินมันมาสาย พอมันเดินเข้ามา ตาตี๋ๆของมันก็จ้องตรงมาที่ผมเขม็ง มันที่ตั้งท่าจะปรี่เข้ามาหาผม แต่อาจารย์ก็เข้ามาก่อนพอดี และวันนี้ไอ้กุ๊กก็มานั่งข้างๆผมแทน ไอ้บินที่มาสาย มันไม่มีทางเลือกเลยต้องไปนั่งติดหน้าต่างโชคดีชะมัด



พอเลิกเรียน ผมที่รีบคว้ากระเป๋าแล้วตะโกนบอกว่ามีธุระก็รีบวิ่งชิ่งออกมาจากห้องก่อนที่ไอ้บินจะมีจังหวะได้ถามอะไร จริงๆก็รู้ว่าไม่มีทางหลบไอ้บินพ้นหรอก แต่ว่านะ....ขอกูหนีอีกสักวันละกัน .... ผมเดินลงมาจากตึกเรียนเดินไปตามทางที่นำไปสู่ลานจอดรถ ก่อนหน้านี้พี่ธรส่งไลน์มาบอกว่าวันนี้จอดรถอยู่ที่ลานด้านหลังตึก ผมเลยเดินมาที่นี่ กำลังมองหาพี่ธรแต่ไม่เจอ แต่ดันหันไปเจอเข้ากับกลุ่มคนที่ยืนอยู่ในมุมอับตรงนั้นสองสามคน กลิ่นบุหรี่ที่ลอยครุ้งไปหมดในตรอกแคบๆอับๆ  ผมที่แอบหลบโดยสัญชาตญาตความขี้เสือก ก่อนจะค่อยๆยื่นหัวแอบมอง แล้วก็ต้องเบิกตากว้าง  ผู้ชายที่สูบบุหรี่อยู่ตอนนี้มันคุ้นมากๆ  ปากแหลมๆที่กำลังอ้าออกเพราะพูดไม่หยุด  คุ้นมากเพราะเหมือนพึ่งผ่านตามาเมื่อคืน



ไอ้หน้าจิ้งเหลน...



มันมาทำอะไรที่นี่วะ หรือว่ามึงยังไม่จบกับกูวะไอ้เหี้ย!



แต่เหมือนมันกำลังยืนพูดอยู่กับใครบางคน ใครบางคนที่ผมเห็นหลังแล้วรู้สึกคุ้นๆ และในจังหวะที่คนๆนั้นหันมา ผมก็ต้องนิ่งค้างเหมือนถูกสะกด เพราะผู้ชายที่กำลังยืนคุยอยู่กับไอ้หน้าจิ้งเหลนไม่ใช่ใคร



คนคนนั้นคือคนที่พึ่งซื้อน้ำมาให้พวกเรา มือเล็กๆที่ก่อนหน้านี้ยื่นแก้วน้ำมาให้ผม หน้าตาซื่อๆภายใต้กรอบแว่นที่ผมจำได้ดี



ข้าวโพด...





---------------------



มาแล้วจ้าาาาา แคทมาแล้ววว  เชิญค่ะ เชิญเกรี้ยวกราดกันในตอนนี้เลยจ้าาา อิอิ อะไรยังไง ข้าวโพดอ่ะคุณ

ยังไงๆๆๆๆ อิ๊ๆๆๆ และสำหรับใครที่ถามว่า พี่ทัพลืมแดกยามาหรอทำไมใจดี

แคทอยากอธิบายตรงนี้สักเล็กน้อย อยากจะบอกว่า จริงๆพี่ทัพอยู่ในช่วงที่สับสนนะ เพราะหลักฐานที่มีแต่เวลาอยู่กับน้องเมล น้องก็ไม่ได้เหมือนคนที่จะสั่งฆ่าใครได้ ที่พี่มันใจดีกับน้องขึ้นบ้าง ก็เพราะคำพูดของพี่ปืนและพี่ดาบ เอ๊ย เจ๊ดานี่ของเรานั่นเอง 5555 อยากให้เข้าใจพี่มันนิดนึง คนๆนึงที่มีหลักฐาน จะให้พี่มันใจดีกับคนที่ทำลายครอบครัว มันก็ไม่ได้ใช่ไหมล่า  อิอิ

ส่วนข้าวโพด อะไร ยังไง มะรู้จ้าาาา (คนอ่านเขวี้ยงรองเท้าใส่)

และอีกเรื่อง แคทอยากขอโทษจริงๆที่แคทเขียนนิยายได้ช้า และอาจทำให้คนอ่านไม่สบอารมณ์ที่กว่าจะมาต่อคือก็อาทิตย์นึง แคทขอโทษจริงๆนะคะ แคทพยายามแล้ว แต่อาจจะยังดีไม่พอ แคทต้องขอโทษมากๆ แคทเสียใจจริงๆ

แล้วก็ขอบคุณคนอ่านที่ยังอยู่ด้วยกัน แม้ว่าอะไรหลายๆอย่างแคทยังทำได้ไม่ดีพอ ขอบคุณและขอโทษจริงๆค่ะ



ปล.พึ่งเขียนเสร็จ ยังไม่ได้ดูคำผิดใดๆเลยจ้าาาา


ขอขอบคุณursleepingxd   คุณยูเจ้าเก่า ขอบคุณมากๆที่ยังติดตามแคทและคอยให้กำลังใจแคทเสมอ ไม่ว่าจะคอยคอมเม้นท์ให้กัน หรือแม้แต่คำพูดดีๆที่คอยให้กำลังใจแคทในเพจเสมอ แคทขอบคุณมากๆจริงๆค่ะ ขอบคุณที่อยู่กับแคทมาเสมอๆในทุกเรื่องและยังให้กำลังใจกันอยู่แบบนี้ แคทหวังว่าตอนนี้ ไม่มีน้องหลง คุณยูอาจจะชอบไม่มากก็น้อยน้าาา


ขอขอบคุณคุณkunt  แง้ ปมมันอาจจะเยอะเกินไป อย่าพึ่งเบื่อกันนะคะ ยังไงลองมาอ่านต่ออีกน้าา ตอนนี้อาจทำให้ด่าคนเขียนได้ ฮ่าๆ แต่ขอบคุณมากๆสำหรับที่เปิดเข้ามาอ่านและยังคอมเม้นท์ให้แคทอีก ขอบคุณมากๆนะคะ


ขอขอบคุณคุณblove เข้ามาแล้วได้อ่านคอมเม้นท์คุณbloveคือแคททั้งตกใจดีใจและประทับใจเสมอเลย ขอบคุณมากๆจริงๆนะคะสำหรับคอมเม้นท์ดีๆและยาวมากๆ แคทไม่เคยเบื่อที่จะอ่านเลย ขอบคุณเสมอจริงๆ ขอบคุณที่เปิดเข้ามาอ่านเรื่องนี้ และยังอ่านอยู่จนถึงตอนนี้ อาจมีอะไรผิดพลาดไปบ้าง แคทต้องขออภัยด้วยนะคะ ยังไงถ้ายังชอบ มาอ่านอีกนะคะ จุ๊บๆ


 :3123: :L1:
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่10* {17.11.18}
เริ่มหัวข้อโดย: blove ที่ 18-11-2018 03:42:11
เอาแล้วววววว ข้าวโพด ซื่อๆใสๆแอบมีอะไรในกอไผ่ หึหึ!! นี่หรือป่าวว่ะ ที่รู้เรื่องและอยู่เบื้องหลังทุกอย่าง แล้วคอยปั่นสร้างสถานการณ์ อืมมมม!สงสัยๆ .. อ้าวๆมึง ต้องคิดใหม่ละเมล ว่าคนอย่างนี้จะไปรู้จักมักจี่กับคนพวกนั้นอย่างไร แล้วไหนจะเพื่อนกุ๊กอีก ถ้ารู้ว่าข้าวโพดเป็นคนยังไงแล้วไมถึงไม่บอกเพื่อน หรือว่ายังไง //วันนี้รอด แต่วันหน้าอาจพลาดก็ได้ ถ้าไม่ระวังตัว ควรสืบจริงจังนะเมลเพราะเขามุ่งเป้ามาที่ตัวเองเลย ไม่ใช่ไอ้พี่ทัพ แต่ว่านะ อะไรนะ ไอ้พี่ทัพ พูดอีกทีสิ "เพราะ.....มันคือคนของกู" โว้ๆๆ จร้าๆๆ ชัดๆ อีกทีสิ อัยยะ 555555555 แล้วก็นะ เอาเล้ยยยเอาเลยถ้าใครตามตอแยเมล จัดการมันอย่าให้เหลือ ดูๆไปฝีปากไอ้พี่ทัพมันร้ายใช่เล่น ฮ่าๆ อารมณ์ก็ขึ้นๆลงๆหรอก สเปคเมลมันเป็นแบบนี้หรอวะ  555555 แต่เอาจริงคู่นี้มันก็เหมาะกันนะ ลงตัวแบบพิลึกๆ 55555 คือถ้าคบกันมันไม่น่าจะเบื่อกัน ไม่ #หมดpassion ไรงี้อ่ะ 55555555  //เราก็ยังคงวิ่งวนสงสัยกันต่อไป แต่ก็ได้เบาะแสเพิ่มนิดหน่อยเกี่ยวกับข้าวโพด เดี๊ยะค่อยๆสืบจากไรท์ จากตอนต่อไป เพิ่งอ่านจบตอนก็รอต่อเลยค่ะ ปั่นเสร็จเมื่อไหร่ก็เมื่อนั่นนะคะ ไม่ต้องรีบเร่งมีอารมณ์ค่อยปั่น เพราะยังไงก็รอได้ค่ะ ไม่เทก็พอ 555 ^^ สนุกกกกกกกกกก ชอบๆ
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่10* {17.11.18}
เริ่มหัวข้อโดย: ursleepingxd ที่ 18-11-2018 08:49:09
ตอนนี้ไม่มีน้องหลง ชื่อเรื่องก็บอกอยู่ว่าหลงร้าย แปลว่าต้องมีน้องหลงเป็นตัวเอกหรือเปล่าคะ  :katai5:

ล้อเล่นนนนน

นั่น ข้าวโพด มีอะไรรรร แล้วกุ๊กไปรู้อะไรมาน้าาาา เจ้มจ้นนน ติดตามค่ะ

คุณแคทอย่าคิดมาก อย่ากดดันตัวเองนะคะ เราไม่ได้รู้สึกว่าช้าหรืออะไรเลย เขียนแบบที่ตัวเองสะดวกและสบายใจนะคะ สู้ๆค่ะ  :กอด1:
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่10* {17.11.18}
เริ่มหัวข้อโดย: กาแฟมั้ยฮะจ้าว ที่ 18-11-2018 19:52:45
 :man1: :man1:
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่11* {24.11.18}
เริ่มหัวข้อโดย: Yoghurt ที่ 24-11-2018 19:14:51


บทที่11




ไม่ผิดแน่ๆ ตัวสั้นๆไม่สูงมากแถมใส่แว่นหนา หน้าตาติ๋มๆแบบนั้นมันไม่ผิดแน่ๆ มันจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก ข้าวโพด



ก่อนเลิกเรียนผมเห็นข้าวโพดมันรับโทรศัพท์ แล้วบอกกับพวกเราว่ามีธุระด่วน ผมที่ว่ารีบๆแล้วยังไวไม่เท่า ข้าวโพดออกจากห้องเรียนมาก่อนเลิกประมาณ5นาที  แต่ไม่คิดว่าธุระด่วนที่ว่าจะเป็นธุระกับไอ้พวกนี้  ผมจำได้แม่น ไอ้หน้าจิ้งเหลนเมื่อคืนนี้ยังไงล่ะ



.... ผมหลบอยู่ข้างหลังแท็งค์น้ำดื่มเก่าๆตรงมุมอับแล้วได้แต่อ้าปากค้างกระพริบตาปริบๆแบบไม่เชื่อสายตาตัวเอง พยายามทำตัวให้ลีบแบนแนบไปกับแท็งค์น้ำและถังขยะข้างๆตัวให้มากที่สุดเพื่อที่คนกลุ่มนั้นจะได้มองไม่เห็นผมได้



“คนที่ส่งไอ้หน้าจิ้งเหลนมาทำร้ายผมคือ ข้าวโพด หรอวะ”  ผมได้แต่พึมพำเบาๆกับตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่ออีกรอบ  ผมมั่นใจว่าตลอดเวลาที่เรียนอยู่ที่นี่มา4ปี ผมไม่เคยมีปัญหากับข้าวโพดแน่ๆ แล้วนี่มันเรื่องอะไรกันวะ



‘เพี้ยะ!’



เสียงตบฉาดใหญ่เรียกให้ผมหันไปมองอีกครั้ง  ข้าวโพดที่ทำหน้าตาโกรธๆแล้วกำลังตบไอ้หน้าจิ้งเหลนอีกหนึ่งที เห็นข้าวโพดมันกำลังชี้หน้าพร้อมด่าไปด้วยติดก็ตรงที่ผมไม่ได้ยินว่ามันพูดอะไรกัน  หน้าตาที่ดูไม่สบอารมณ์และโมโหร้ายภายใต้กรอบแว่นแบบนั้น  นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นว่าข้าวโพดมันเกรี้ยวกราดได้ขนาดนี้ เป็นความเกรี้ยวกราดร้ายๆที่ไม่เข้ากับหน้าตาติ๋มๆของมันเลยด้วยซ้ำ  ไม่รอช้าผมรีบหยิบมือถือขึ้นมาทันถ่ายรูปพวกนี้ไว้เป็นหลักฐาน



“ฮ่าๆๆๆ”



เสียงหัวเราะดังลั่นที่ทำให้ผมต้องเบี่ยงสายตาหันไปมอง  และก็ไม่ใช่แค่ผม ไอ้ข้าวโพดและพวกหน้าจิ้งเหลนนั่นก็ด้วย มันที่ชะโงกหน้าออกมาจากซอกตึกตรงนั้น พอเห็นว่ามีคนกำลังมา พวกมันก็พากันหลบเดินหนีกันออกไป ขมวดคิ้วนิดหน่อยเพราะกูยังไม่เรื่องอะไรเพิ่มเติมเลย แม่ง มองตรงไปข้างหน้า ภาพที่เห็นคือเด็กหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มที่สองไม้สองมือกำลังหอบขนมมาเต็มอ้อมแขนและกำลังเดินคู่มากับพี่ธร  ไอ้เวน ไอ้เด็กกุญแจ มึงมาทำอะไรที่นี่ไม่ทราบ!



สิ่งมีชีวิตสองคนที่เดินหน้าระรื่นเข้ามาใกล้ตรงจุดที่ผมแอบอยู่เรื่อยๆ พี่ธรที่หันซ้ายหันขวา คิดว่าน่าจะมองหาผม กูอยู่นี่โว้ยยย มาช่วยกูด้วยจ๊ะ ตะคริวกินขา ลุกไม่ขึ้นโว้ยยย



“พี่ธรโว้ย!”  ตะโกนเรียกออกไปแบบนั้น พี่ธรที่ได้ยินเสียงก็รีบวิ่งเข้ามาหา ก่อนจะมองผมด้วยสายตางงๆ ยัง ... ยังไม่ช่วยกูอี๊ก!



“อ้าวววว พี่เมล สวัสดีครับผม”  ยิ้มกว้างๆปากจะถึงหูตอนที่ไอ้กุญแจนั่นเดินตามหลังพี่ธรเห็นผมนั่งยองๆทำหน้าหงุดหงิดอยู่ข้างๆถังขยะแบบนี้ นี่มึงสะใจกูเรอะไอ้เด็กอ้วน



“คุณเมล ไปนั่งทำอะไรตรงนั้นล่ะครับ” 



พี่ธรที่ถามผมออกมาแบบงงๆ แล้วรีบช่วยดึงผมให้ลุกขึ้นยืนดีๆ อู้วว ร้าวยันปลายนิ้วก้อย อาการที่เรียกได้ว่าใครมาแตะขากูตอนนี้จะด่าไปถึงพ่อ เคยเป็นไหมครับ ขาที่จะรู้สึก วิ้ง วิ้ง วิ้ง วิ้ง



“เรื่องของผมเถอะน่า แล้วพี่มากลับ...”  บู้ยปากไปใส่ไอ้เด็กหน้าตาน่ารักที่ตอนนี้ดึงลูกชิ้นปิ้งออกมากินหน้าตาเฉย

 

“อ่อ บังเอิญวันนี้ผมมาไวครับ เลยไปเซเว่น แล้วเจอคุณกุญแจเข้า”



“กินไหมครับพี่เมล” ไอ้เจ้าของชื่อที่ไม่ฟังฟ้าฟังฝนว่าคนเขาพูดถึงมันยังไง มันที่แค่เงยหน้าขึ้นมาหาผมพร้อมยื่นไม้ลูกชิ้นปิ้งไม้นึงมาให้พร้อมยิ้มปากกว้างตาปิด  นี่มึงกวนตีนกูเรอะ!



หงุดหงิดนะครับแหม่ เห็นแบบนั้นเลยกระชากไม้ลูกชิ้นจากมือมันมากัดเข้าปากแม่ม โอ้โหหหห ใส้กรอกแดงย่างราดน้ำจิ้มเด็ดๆ เคยกินกันไหมคุณ ลูกชิ้นที่ผสมสีแน่ๆและน่าจะมีสารนู่นนี่นั่นแต่ดันเสือกอร่อยจ๊ะ หูย บอกตรงๆฟินจุงเบย~



“อร่อยใช่ม้า แจชอบมักๆ พี่ธรเอาไหมครับ”



“ไม่เอาครับ”



“เนี่ย พลาด คนไม่รู้จักของอร่อย” 



มันที่เบ้ปากใส่พี่ธรแล้วหันมายิ้มให้ผมทั้งตาทั้งปากอีกหนึ่งที  กูนี่เผลอยิ้มตอบเลย ให้ตายเหอะ เคยบอกไปแล้วใช่ไหมล่ะครับว่าไอ้เด็กนี่น่ะ พอมันยิ้มแล้วเหมือนจะทำให้โลกรอบๆนี้สดใสไปหมด และนั่นมันก็คือเรื่องจริง



“พี่เมลทำไมทำหน้าแบบนั้น”



“แบบไหนวะ”  กูไม่หน้าเผลอจ้องหน้าแม่ง เอาจริงๆถ้าไม่มีอคติส่วนตัวจากครั้งที่แล้วที่ไอ้ทัพมันแสดงท่าทางที่ดูจะพิเศษกับไอ้เด็กนี่มากกว่าคนอื่น ผมก็อาจจะชอบมันอ่ะนะ ดูเป็นเด็กร่าเริงสดใส่ และแดกดุ



“แบบนี้ เหมือนมีอะไรอยากจะพูด อยากพูดอะไรกับแจหรอฮะ?”



“เสือกจัง”  บ่นเบาๆพอให้ได้ยินคนเดียว แต่มันก็ขี้เสือกพอที่จะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆหน้าผม มันที่สูงน้อยกว่าผม สูงประมาณคางผมนี่แหล่ะ



“พูดไรนะ แจไม่ได้ยินเลย”



“โว้ยย ถอยไปหน่อยสิวะ จะเข้ามาใกล้ทำไม”  ดันมันออกไปไกลๆตัว แต่อีกคนก็พยายามขืนไว้ มีพี่ธรที่ยืนมองเรานิ่งๆแต่สายตาดูเหมือนจะมีความสุข แม่งเอ๊ย หน้าตายทั้งนานทั้งลูกน้อง



“นี่พี่ธร เมื่อไหร่จะพาผมกลับ”  ดันไอ้ลูกหมูนี่ออกไปไม่ได้ ก็เลยหันไปถามอีกคนแทน



“ต้องขอโทษด้วยครับคุณเมล พอดีผมมีธุระกับอธิการบดีนิดหน่อย ยังไงคงรบกวนคุณกุญแจฝากคุณเมลไว้สักครู่นะครับ”



“ได้เล๊ยครับบบ”



“เห้ยๆๆพี่จะมาฝากผมทำไมวะ ผมดูแลตัวเองได้โว้ย”



“ไม่ได้หรอกครับ ยังไงเดี๋ยวผมจะรับกลับมานะครับ”



“เห้ยพี่! พี่โว้ยยย”



“ไปดีมาดีนะครับพี่ธร พี่เมลลลล เราไปนั่งตรงใต้ต้นไม้นั่นดีกว่า ผมเริ่มหนักแล้ว มีของกินเยอะแยะเลยแน่ะ”   ไอ้กุญแจที่ยืนโบกมือหยอยๆลาพี่ธรอยู่เมื่อกี้ หันหน้ามามองผมผมยิ้มอีกครั้งพรางว่าออกมาแบบนั้น  มองดูของเต็มอ้อมแขนของมัน เออ มึงก็น่าจะหนัก



“นี่มึงมียันถังไก่เคเอฟซีเรอะ”



“ใช่สิ แจอยากกินก็ต้องได้กินดิพี่ ชีวิตเราคือการกิน จะสุขจะเศร้าจะเหงาเราก็ต้องกินนะรู้ยัง ปะๆไปกันเถอะ” 



โยนถังไก่มาให้กูอุ้มไว้ทั้งแบบนั้น ส่วนมืออีกข้างของมันก็ถือวิสาสะเอื้อมมือมาจับมือผมแล้วลากไปในทางที่มันอยากไป  ครับ....ใต้ต้นหูกวางข้างๆลานจอดรถมีโต๊ะม้าหินแบบกลมตั้งเรียงๆไว้อยู่ ไม่ไกลจากรถที่พี่ธรจอดไว้เท่าไหร่นัก ไอ้เด็กกุญแจนี่กระโดดลงนั่งลงที่เก้าอี้ม้าหิน พร้อมๆกับวางถุงของกินลงบนโต๊ะอย่างร่าเริง คือกูกับมึงเราสนิทกันหรอจ๊ะ อยากรู้



“พี่เมลมานั่งๆ เอาไก่ของกุญแจมาด้วย” 



กวักมือเรียกกูเหมือนเรียกหมาเรียกแมวไปอีก แล้วนี่ไม่รู้มันเชิญหรือจริงๆมันอยากได้ไก่เคเอฟซีของมันกันแน่  แต่เมื่อไม่มีทางไป ก็เลยตัดสินใจนั่งลงตรงข้ามมัน มองมันแบบประเมินไว้ก่อน มันจะมาไม้ไหน  ถ้ามาแบบในละครหลังข่าวบอกว่าชอบทัพหน้า พ่อจะโบกหน้าให้



“มองแจแบบนั้นอีกแล้ว เหมือนมีอะไรอยากจะถามแจเลยอ่ะ”  ไอ้เด็กกุญแจที่เงยหน้าขึ้นมาจากถังไก้ทอดของมันพร้อมพูดออกมาแบบนั้น ในมือมันข้างนึงถือน่องไก่ไว้อยู่ด้วย เอื่ม....



“เปล่าหรอก กินไปเหอะ”  ส่ายหน้าหน่อยๆแล้วหันหน้าหนีมัน



“มีอะไรทำไมไม่พูดอ่ะฮะ พูดได้นะ สายตาพี่ดูกังวลตลอดเวลาเลย”



มันบอกแบบนั้นพรางกัดไก่ในมือเข้าปาก มืออีกข้างก็เอาซ้อมจิ้มไก่มาให้ผม มีกล่องที่มันขอมาจากร้านลองมาให้เรียบร้อย



“กินด้วยกันสิฮะ กินคนเดียวมันไม่อร่อยอ่ะ”



“ไม่อร่อยแล้วมึงซื้อมาทำไมเยอะแยะ”  ถามแบบนั้นแต่ก็ลงมือกิน ก็คือกลิ่นมันยั่วยวนมากอ่ะครับ



“นี่ถือว่าปกตินะ เยอะหรอ นี่ๆแจยังมีนี่อีก หนมครกจากหน้าม.แล้วนี่ๆข้าวเหนียวหมูฝอยเจ้านี่อร่อย อ๊ะ น้ำจิ้มหกเลยอ่า”  บ่นงุ้งิ้งๆของมันตอนที่ดึงปลาหมึกไข่ย่างที่ราดน้ำจิ้มแล้วออกมาจากถุงที่มันวางไว้บนโต๊ะก่อนหน้านี้



“นี่คือมึงเอามาแดกคนเดียวหรอกูถามจริงๆ”  มองมันแบบอึ้งๆ ส่วนมันก็ยิ้มกว้างพรางพยักหน้าส่งมาให้ผมแบบหน้าชื่นตาบาน



“ชีวิตคือการแดกนะพี่เมล การแดกทำให้เราหายเครียด แต่ถึงไม่เครียดก็ต้องแดกครับ เอนจอยยย”



“หรอวะ” 



ว่าออกมาเบาๆ แต่ก็นะ ถูกของมันกูเครียดมาก เรื่องข้าวโพดแม่งวนอยู่ในหัวไปหมด ทำไมมันถึงอยู่กับไอ้หน้าจิ้งเหลนนั่น ว่าแล้วก็เอื้อมมือไปหยิบปลาหมึกไข่ออกมาจากถุงแล้วเอาเข้าปาก แค่น้ำจิ้มแตะลิ้นเท่านั้นแหล่ะ โอ้วจอร์จมันยอดเยี่มมากซาร่า!



“เด็ดใช่มะล่า น้ำจิ้มมันเด็ดมากใช่ไหมฮะ” 



ไอ้กุญแจที่เอามือเท้าคางตัวเองมองผมตาแป๋วแบบมีความหวัง ผมที่เบิกตากว้างๆมองมันก่อนจะยกนิ้วโป้งให้ ให้แจที่ตบมือถูกอกถูกใจใหญ่ที่เห็นแบบนั้น  มันยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีและเราสองคนก็เริ่มกินอาหารที่ไอ้แจซื้อมาราวกับคนติดป่าที่หิวโหย



“โว้ยยย อิ่มมากโว้ย”



“ท้องแตกๆ ท้องแจต้องแตกแน่ๆเลย” อีกคนที่ตอนนี้เอาตัวเองไปพิงกับลำต้นของต้นหูกวางพลางลูบท้องตัวเองป้อยๆ



“แม่งแดกดุขนาดนี้ ของที่ซื้อมายังไม่หมดเลยมึง”



“ยังเหลืออีกหรอ หูย สงสัยวันนี้จะซื้อดุไปจริง”



“มึงพึ่งคิดเรอะ”



“ฮ่าๆๆ ตอนนั้นความหิวมันครอบคลุมจิตใจ พี่เมลไม่รู้หรอก ตอนที่แจเดินผ่านรถปลาหมึก ร้านซูชิ น้องๆพวกนี้มันมองแจแล้วบอกแจว่า มามะๆมาแดกกูสิ มึงหิวไม่ใช่หรอ แบบเนี้ย”



“เล่าเป็นเรื่องเป็นราว จริงๆมึงแค่ตะกละ” 



ว่าพลางยื่นมือไปดันหัวมัน อีกคนที่ก็ขำออกมาเอิ๊กอากเหมือนเด็ก เห็นแบบนั้นก็บ้ายิ้มตามมันออกมา จริงๆมันก็ดูน่ารักดี เป็นเด็กคุยเก่งคุยเป็นวรรคเป็นเวนคุยอยู่คนเดียวมันก็เอา



“พี่เมลยิ้มแล้วน่ารักออก ทำไมไม่ยิ้มบ่อยๆยิ้มแล้วสวยมากเลย”  มันที่หยุดขำแล้วหันมามองหน้าผมแบบจริงจัง



“ทำไม?”



“ก็จริงๆนะ พี่เมลยิ้มสวยออก ทำไมชอบทำหน้าเศร้าหน้านิ่งๆเหมือนคนคิดอะไรอยู่ตลอดเวลาเลยอ่ะ”



“ก็ชีวิตกูมันเศร้า”  บอกมันออกไปแบบนั้นพรางหันหน้าหนี จริงๆผมก็อยากเป็นแบบไอ้กุญแจมันนะ มันที่ดูเหมือนไม่เครียดกับอะไร ยิ้มสดใสและมีความสุข



“เศร้ามากแค่ไหน ยังจะมีใครเศร้ากว่าพี่ทัพอีกหรอ”  มันที่บ่นออกมาแบบนั้นทำให้ผมต้องหันไปมองหน้า แต่มันทำเพียงแค่ยิ้ม



“พี่ทัพน่ะ เพราะเป็นคนที่อยู่บนจุดสูงสุดที่พ่อแม่คาดหวัง มันโคตรเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากๆเลยนะแจว่า อยากทำอะไรก็ไม่ได้ทำ จริงๆพี่ทัพนะอยากเรียนวิศวะเท่ๆ แต่คุณลุงก็ไม่ยอมอ่ะ เพราะคุณลุงกลัวไม่มีใครดูธุรกิจของครอบครัว เพราะแบบพี่รบกับพี่รุกที่เมื่อก่อนไม่ลงลอยกันมากๆจนถึงขั้นบอกว่าจะไม่ทำอะไรทั้งนั้นของที่บ้าน คุณลุงก็คงฝากอะไรไว้กลับใครก็ไม่ได้ ถึงต้องบังคับพี่ทัพให้เรียนบริหาร โชคดีนะที่พี่ทัพเรียนเก่ง จะทำอะไรก็เลยดีไปหมด”



“นายนี่ดูจะรู้จักไอ้ทัพหน้ามันดีมากเลยนะ สนิทยันครอบครัวมันด้วย” 



มองหน้าเจ้าเด็กน่ารักที่ลูบท้องตัวเองไปพูดไปแล้วรู้สึกวูบไหวในใจแปลกๆ  กุญแจรู้ทุกเรื่องของทัพ แต่ผมทำอะไรอยู่ล่ะหลังจากที่พี่มันจบไป ก็เป็นแค่คนที่เพ้อๆถึง แต่ไม่เคยได้เข้าใกล้ ไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับมันเลยสักอย่าง



“เอ้า ก็ต้องสนิทสิฮะ ก็เราเป็นพี่น้องกันนะ ลูกพี่ลูกน้องน่ะพี่เมล ญาติอ่ะรู้จักอ๊ะเปล่า”  ไอ้กุญแจว่าออกมาแบบนั้นพร้อมมองผมตาแป๋ว ... อ๋อ ญาติ ... แต่เดียวนะ!



 “ห๊ะ!”



“เหวยย เสียงดังจัง ตกใจหมดเลย”   ผมที่แหกปากใส่หน้ามันจนเจ้าเด็กนี่ตกใจสะดุ้ง แต่ไม่สนหรอก



“ลูกพี่ลูกน้องหรอห๊ะ หมายความว่าไง!”



“เอ้า ทำไมพี่เมลไม่ฉลาด ลูกพี่ลูกน้องก็พี่น้องไงฮะ”  เอียงคอมองกูเหมือนสัปหลาดที่เข้าใจยากไปอีก มันที่ถอนหายใจออกมาหน่อยๆพร้อมส่ายหน้าน้อยๆส่งมาให้ผมแบบระอาใจ เอ๊ะ ไอ้เด็กนี่



“ก็พี่ปืนกับพี่ทัพอ่ะ ถึงจะรุ่นเดียวกัน แต่จริงๆก็เป็นลูกพี่ลูกน้องกันนะครับ ก็พ่อพวกเราเป็นน้องชายพ่อพี่ทัพนี่นา”   



“มะ...ไม่เคยรู้เลย”



“เอ้าหรอฮะ สงสัยพี่ทัพจะอยากเซอร์ไพรซ์”   



เซอร์ไพรซ์กับผีนะสิ! ได้แต่กัดฟันกรอดตอนที่ได้ยินแบบนั้น แบบไอ้ทัพน่ะ มันไม่ตั้งใจจะเซอร์ไพรซ์อะไรหรอก มันน่ะแค่อยากกวนตีนผมเท่านั้นแหล่ะ วุ้ย! นึกภาพตัวเองวันนั้นที่เด้งตัวลุกจากเก้าอี้แล้วกูอยากวิ่งหนี วันนั้นกูปวดฉี่เฉยๆนะ ไม่ได้หึงเลยนะ จริงจริ๊ง!



“ก็ว่า วันนั้นพี่เมลมองแจแปลกๆ คงงงอ่ะดิ๊ว่าทำไมสนิทกับพี่ทัพ ก็ตอนเด็กๆพวกเราชอบมาเล่นด้วยกัน แล้วพี่ทัพก็ใจดีแจเลยสนิท แต่พอม.ปลายแจก็ถูกส่งไปเรียนที่ออสฮะ พึ่งกลับมาเมื่อไม่นานมานี้เอง มาต่อมหาลัยที่นี่ แจไม่ยอมอยู่ต่อล่ะ ทำไมต้องบังคับด้วย”   



ผมไม่ได้ฟังที่ไอ้เด็กนี่มันเจื้อยแจ้วมากนัก ก็เล่นพูดเป็นวรรคเป็นเวรอยู่คนเดียวแบบนั้น  แต่ตอนนี้ผมกำลังคิดถึงใครที่เป็นหัวข้อสนทนาของพวกเราก่อนหน้านี้  ภายใต้กรอบหน้านิ่งๆเหมือนคนไม่รู้สึกอะไร จริงๆมันกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่นะ



“แล้วพี่ทัพนะฮะก็ไม่มีอิสระอะไรนักหรอก ขนาดเรื่องความรักก็ยังเลือกไม่ได้ น่าสงสารรรรร”



“หื้ม มึงว่าไรนะ”



“หื้ม พูดไรอ่ะ แจก็พูดไปเรื่อย”



“อะไรที่บอกว่าเรื่องความรักก็เลือกไม่ได้”



“เอ้า ก็จริงอ่ะ พี่ทัพนะเคยช.....”



“เห้ย!ไอ้เมล!!” 



เสียงเรียกชื่อผมดังสนั่นหวั่นไหวแบบไม่อายใคร ทั้งผมทั้งไอ้กุญแจถึงกับสะดุ้ง พอหันไปด้านหลัง ครับ.....ไม่ใช่ใคร ไอ้สัดอู๋! พ่อเป็นสก๊อตไบร์ทมั้ง ขัดดีจัง  .... ผมถอนหายใจเซ็งๆ เมื่อเห็นไอ้เพื่อนตัวดีที่กำลังเดินเข้ามาหาพรางยิ้มหน้าระรื่นมาเชียว



“ทำไมมานั่งอยู่นี่วะ ไหนบอกมีธุระ”



“เออ ก็....”



“ใครอ่ะพี่เมล”  ในช่วงที่กำลังพยายามหาเรื่องแถ ไอ้กุญแจก็สอดขึ้นมาก่อนทันที ไม่รู้จะขอบคุณมันดีไหม ไอ้อู๋ที่หันไปมองมันแล้วเลิกคิ้วขึ้นข้างนึงเหมือนอยากจะถามว่าไอ้เด็กนี่มันคือใคร



“แล้วเราเป็นใครวะไอ้เด็กแก้มอ้วน”  ไอ้อู๋หรี่ตามองไอ้แจแบบเรียกได้ว่า ถ้าผมเป็นไอ้แจ กูจะเอาเท้าลูบหน้ามึงจ๊ะ กวนตีนอะไรเบอร์นั้นอ่ะเพื่อนกู



“เอ้าลุง ไมปากหมางี้อ่ะ”



“โอ้โหหห เห็นหน้าหล่อๆกูไหมไอ้เด็กอ้วน เดี๋ยวๆมึงโดนเรียกกูลุงเลยเรอะ” 



ไอ้อู๋กับไอ้แจที่จ้องมองกันเขม็ง ถ้าเป็นในการ์ตูน ตอนนี่จะต้องมีไฟฟ้าแลบแปร๊บๆออกมาจากตามันสองคนแน่ๆ มองภาพมันทั้งคู่แล้วกูปวดหัว



“พอๆๆ มึงสองคนอย่าทะเลาะกัน”



“ก็ลุงเค้ามาว่าแจก่อน”  ชี้หน้าแบบไม่ยอม ไอ้อู๋เองก็ ยกมือมาตีเข้าที่มือมันแรงๆทีนึง



“เด็กนิสัยเสีย”



“ไอ้...”



 “พอๆๆๆพวกมึงสองคนคือพอออออ กูขอ จะมาทะเลาะกันทำไมวะ ไอ้อู๋มึงก็อย่าไปแกล้งมัน นี่มันชื่อกุญแจ เป็นลูกพี่ลูกน้องของไอ้...เอ่อ พี่ทัพหน้า”  บอกมันออกไปแบบนั้นไอ้อู๋ก็มองหน้าผมทันที มันขมวดคิ้วหน่อยๆก่อนจะทรุดตัวลงนั่ง



“ลุงงงงง มานั่งได้ไง”



“ยุ่ง กูจะนั่งกับเพื่อนกู ตรงไหนก็ได้”  หันไปเถียงกับไอ้แจแบบนั้น ก่อนมันจะจ้องหน้าผม



“กูไม่อยากยุ่งเรื่องมึงกับพี่ทัพหรอกนะ แต่...ถ้ามีปัญหาอะไร อย่าลืมว่ามึงยังมีเพื่อน ยังมีกู”  จ้องหน้าผมนิ่งๆแล้วบอกออกมาแบบนั้น ผมมองให้มันแล้วยิ้มตอบออกไปแบบขอบคุณ



“แต่มึงรู้ใช่ไหม ว่าไอ้บินมันคงไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆหรอก ยังไงสักวันมันก็ต้องเค้นมึง”



“อื้ม  ถ้ากูพร้อม กูจะเล่าให้พวกมึงทุกคนฟังเอง...แต่ตอนนี้ กู...กูโอเค” 



ตอบออกไปแล้วยิ้มให้มันอีกครั้ง แต่ในใจก็คิดๆว่า ตอนนี้กูโอเคแน่หรอวะ  กูจะทนให้มันทำร้ายหัวใจแบบนี้ต่อไปได้อีกแค่ไหนกัน



“ลุงงงงงงง นั่นซูชิแจนะ”



“เอ้าหรอ” 



สะดุ้งออกจากภวังค์ความคิดก็เพราะไอ้บ้าสองตัวนี้ ไอ้แจที่แหวเสียงดังแหวกอากาศออกมาตอนที่ไอ้อู๋ยื่นมือไปหยิบซูชิในถาดเข้าปากหน้าตาเฉย แถมตอบแบบลอยหน้าลอยตาออกมาแบบไม่สนใจ แถมยังเคี้ยวโชว์ให้ไอ้แจต้องเจ็บใจซ้ำอีก โว้ย กูอยากจะบ้า



“คืนมาเลย”



“ให้ก็คายใส่หน้ามึงหรอไอ้อ้วน”



“ไอ้นิสัยแย่ แย่ๆๆๆ” ว่าแบบนั้นพลางเขวี้ยงทิชชู่ใส่หัวไอ้อู๋  แม่งเอ๊ย มวยถูกคู่ แต่ทำไมกูต้องมาอยู่กลางวงหายนะนี่ด้วยวะ



“คุณเมลครับ เรากลับ...เอ่อ นี่...”



“อ้าวพี่ธรมาสักที ไปๆพี่กลับๆ ผมปวดประสาทกับไอ้สองตัวนี้มาก”



“เอ่อ จะดีหรอครับ”  พี่ธรมองภาพไอ้อู๋กับไอ้แจที่ยังเถียงกันไม่เลิกอย่างเป็นกังวล แต่ก็เข้าใจนะอีกฝ่ายคือลูกพี่ลูกน้องของเจ้านาย



“ดีพี่ ไปๆเถอะ เพื่อนผมไม่ฆ่าไอ้แจหรอก”



“เออ งั้นก็ได้ครับ ...คุณกุญแจ กลับก่อนนะครับ”



“คร๊าบบบ บายพี่ธรพี่เมล แจจะต้องเอาซูชิคืนให้ได้ก่อน เอาคืนมานะลุง!”



“เรื่องไรวะ มาเอาในท้องกูนี่”



“โว้ย ไอ้อู๋ กูกลับแล้วนะ แล้วมึงก็เลิกแกล้งน้องมันสักที”



“เออน่า บายมึง” 



พยังคิ้วให้ผมหน่อยๆ แต่ก็ยื่นมือไปเขกหัวไอ้แจอีกที แอบเห็นหางคิ้วพี่ธรกระตุก เห็นแบบนั้นก็กลัวพี่มันชักปืนมายิงเพื่อน เลยรีบดันหลังพี่ธรขึ้นรถไป  ส่วนไอ้สองตัวนี้ ถ้ามันจะตีกันตายก็เอาเลยจ้า



.

.

.

   
(มีต่อจ้าาา)


หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่11* {24.11.18}
เริ่มหัวข้อโดย: Yoghurt ที่ 24-11-2018 19:15:37

         กลับมาถึงบ้านของไอ้ทัพหน้าในเวลาประมาณหกโมงกว่าๆ รถติดมาก แถมบ้านหลังนี้ของมันก็ไม่ได้อยู่ใจกลางเมือง อยู่ที่นี่มาสักพักจนเริ่มคุ้นชิน และสังเกตว่าที่นี่ค่อนข้างใหญ่และเป็นส่วนตัว เป็นบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ท้ายหมู่บ้านชื่อดัง ตั้งโด่ดเด่นแยกตัวออกจากบ้านหลังอื่นๆค่อนข้างมาก อาณาบริเวณกว้างขวาง คิดว่าบ้านหลังนี้มันเหมาะกับบ้านเจ้าพ่อมาเฟียในหนังมากๆ มองไปทางไหนก็เห็นลูกน้องชุดดำของมันยืนประจำอยู่เป็นจุดๆ  แต่นั่นแหล่ะ ยังไงก็ไม่ต่างจากเงาหรอกคนพวกนี้ ก้าวเท้าลงจากรถด้วยความที่ในหัวมีแต่เรื่องให้คิดเต็มไปหมด อยากเอาไอ้หลงมาฟัดให้ชื่นใจ มองเห็นหลังมันไวๆเกินไปทางสวน



“ไอ้หลง” 



ตะโกนเรียกออกไปแบบนั้นแต่เหมือนเจ้าลูกแมวจะไม่ได้ยิน  มันที่วิ่งกระโดดตามผีเสือของมันไปเรื่อย เห็นแบบนั้นแล้วอดจะยิ้มตามไม่ได้ แค่เห็นตัวขาวๆของมันกระโดดไปกระโดดมาแบบนั้นก็รู้สึกฮีลหัวใจแล้ว เห็นแบบนั้นเลยเดินตามมันไป แต่ลูกแมวเด็กนี่พลังงานมันเยอะเหลือเกิน วิ่งตามมาเห็นหลังไวๆ แต่ตอนนี้ดันไม่เห็นซะแล้ว รู้ตัวอีกทีตอนที่หยุดเดินแล้วต้องชะงักกับภาพตรงหน้าที่ทำเอาเสียวสันหลัง นี่กูมาหยุดอยู่หน้ากรงไอ้เชอร์รี่ได้ยังไง ตั้งแต่วันนั้นก็ไม่ได้ย่างกายมาใกล้ที่นี่อีกเลย



“เอ๊ะ...เฮ้ย!” 



ตะโกนออกมาสุดเสียง เมื่อพอมองเข้าไปในกรงนั่นแล้วมองเห็นไอ้หลงมันกระโดดโลนเต้นวิ่งไล่จับผีเสื้อปีกสวยอยู่ในนั้น



“เข้าไปได้ไงวะ” 



หันซ้ายหันขวา ก่อนจะมองเห็นประตูกรงที่ถูกแง้มไว้ ก็คือปิดไม่สนิท และตัวเล็กๆแบบไอ้หลงก็คงจะวิ่งเข้าไปได้สบาย ใครมันลืมปิดกรงวะ!



“ไอ้หลง เมี้ยวๆๆ”  ร้องเรียกมันพลางทำเสียงมุมิๆไปด้วย แต่ไอ้ลูกแมวที่หันหน้ามามองเห็น ดวงตากลมโตของมันที่ดูสดใสมากขึ้นกว่าเดิม ปากของมันที่ร้องออกมาตอบรับผมหน่อยๆ



“ดีๆ เห็นกูแล้วออกมาเร็วๆ เมี้ยวๆ” 



กวักมือเรียกมัน แต่ไอ้ลูกแมวเด็กเหมือนเห็นว่ากูกำลังเล่นด้วยซะงั้น มันที่โดดไปโดดมาแบบนี้ใจ หัวกลมๆของมันที่เอียงไปเอียงมา ก่อนจะช้อนตาใสๆของมันมองผีเสือที่บินวนอยู่บนหัวมันเหมือนกำลังหยอกล้อ ไอ้ลูกแมวที่ดูจะฮึกเหิมอีกครั้ง ยกขาหน้าขึ้นมากระโดดจะจับผีเสื้ออีกรอบ ลืมกูไปเลยในตอนนี้



“ปัดโถ่เว้ย”  สบถออกมาแบบนั้น หันซ้ายหันขวาไปมองก็มองเห็นตรงมุมกรง ดวงตาซุกใสที่ผมยังจำได้ดี



ไอ้เชอร์รี่



มันที่กำลังนอนอยู่ในผ้าห่มสีแดงๆ มีแค่หัวของมันที่โผล่ออกมาจากผ้าห่มที่มันซุกตัวอยู่ สายตาที่กำลังจ้องมองไปที่ไอ้ลูกแมวตัวเล็กด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ใช่ เห็นแบบนั้นแล้วเสียวสันหลังวาบ... ไม่ผิดแน่ๆ สายตาแบบนั้น  สายตาไม่ต่างจากเวลาไอ้ทัพอยากกินกู เอ่อ...หมายถึงจะทำร้ายน่ะ จริงๆนะ



“แม่งเอ๊ย” 



สุดท้ายแล้วตัดสินใจโยนกระเป๋าและสัมภาระต่างๆของตัวเองกองอยู่ตรงนั้น  เอาวะเป็นไงเป็นกัน  วิ่งเข้าไปในกรง เหงื่อแตกพลักด้วยความกลัว มองตรงไปไอ้เชอร์รี่ที่ยังคงนอนนิ่งๆต่อไปของมัน ผมที่วิ่งไปตะคลุบอุ้มไอ้ตัวเล็กมาไว้ในอ้อมแขน



“เมี้ยววว” 



เสียงใสที่พอโดนผมอุ้มก็ร้องออกมา หัวเล็กๆที่เงยหน้ามองผมตาแป๋ว พอเห็นหน้าผมก็ร้องแง้วๆออกมาอีกครั้งอย่างตื่นเต้น อะ ดีใจที่เห็นกูไปอีก



“เฮ้อ ไอ้ดื้อเอ๊ย ไปๆกลับกัน”  กระชับอ้อมแขนพร้อมๆกับปาดเหงื่อไปด้วย ในช่วงจังหวะที่จะกำลังจะหมุนตัวลุกขึ้นก็ได้ยินเสียงบางอย่างที่ทำเอาขนลุกเสียวไปทั้งสันหลัง



‘สวบ สวบ โฮกกกก’



สะดุ้งตกใจจนต้องหันไปมองตาเบิกกว้าง ไอ้เชอร์รี่ที่ก้าวออกมาพร้อมร้องออกมาเสียงสนั่นหวั่นไหว



“เมี้ยวววว”  เจ้าตัวเล็กในอ้อมแขนผมที่พองขนขึ้นมาอย่างหวาดกลัวพลางซุกตัวเข้าหาผมมากขึ้น รับรู้ได้เลยว่าไอ้หลงมันกำลังตัวสั่น



“อะ...ไอ้เชอร์รี่”



“โคร่งงงง” คำรามออกมาพร้อมๆกับที่จ้องมาที่อ้อมแขนผมตาเป็นมัน  ไม่ได้นะมึง มึงจะแดกไอ้ตัวเล็กไม่ได้นะ ผมเบี่ยงตัวหลบไม่ให้มันเห็นไอ้หลง  พอมันเห็นผมทำแบบนั้น ปฏิกริยาก็ตอบโต้กูแบบอัตโนมัติ ดวงตาคู่คมของไอ้เชอร์รี่ก็เปลี่ยนมามองที่ผมแทนทันที มองกูแบบไม่พอใจไปอีก อะไรวะ!



“ถะ....ถอยไปนะโว้ยยย”



“กรร!! โฮกกกก!!”



“เห้ยยยย!” 



ไอ้เชอร์รี่ที่ร้องคำรามออกมาแบบนั้นพร้อมๆกับขาหน้าสองข้างที่กระโจนเข้ามาเตรียมจะตะปบ รู้สึก วิ้ง วิ้ง วิ้ง วิ้ง บูมเมอร์แรงมากๆเลย ไม่ต่างจากภาพวนลูปที่เหมือนเคยเกินขึ้นไปแล้วครั้งนึง



“เชอร์รี่! หยุด!!”



ผมที่ก้มตัวกอดไอ้หลงไว้แนบอกตัวสั่นไปหมด ก่อนจะค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปมอง เสียงเข้มๆที่มาพร้อมกับเสียงเปิดประตูรั้วดั้งโครมสนั่นหวั่นไหว  ไอ้เชอร์รี่ที่ถ้าเป็นรถคงจะเบรคหัวทิ่มบ่อ มันชะงักแล้วหยุดทันทีที่ได้ยินเสียงของทัพหน้า  คนร่างสูงที่ก้าวขายาวๆเข้ามาในกรง ดวงตาเข้มๆจ้องมองนิ่งๆตรงไปยังไอ้เชอร์รี่อย่างดุร้ายแล้วแฝงไปด้วยการออกคำสั่ง ไอ้เชอร์รี่ที่ดูจะดื้อดึงหน่อยๆ แต่ทัพหน้าที่พอเดินเข้ามาใกล้มันมากขึ้น อีกฝ่ายก็ค่อยๆล่าถอยไปอย่างจำยอม ผมถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ทันที



“โง่!”  เสียงเข้มที่ตะคอกออกมาแบบนั้นเสียงดังสนั่น พร้อมๆกับที่ฝ่ามือแกร่งคว้าเข้าที่แขนของผมเต็มแรงเพื่อดึงให้ผมลุกขึ้นไปยืนข้างๆ



“ตอนเกิดมึงลืมเอาสมองไว้ในท้องแม่รึไงถึงไม่รู้ว่านี่มันกรงสิงโต อยากตายนักรึไงวะ!”



“ก็...”



“รนหาแต่เรื่อง น่ารำคาญ!” 



อีกคนที่ตะคอกออกมาแบบนั้น ไม่เปิดโอกาสให้ผมได้อ้าปากอธิบายอะไรสักคำ อยู่ๆก็รู้สึกน้อยใจมันแปลกๆ ไม่เข้าใจว่ากับผมทำไมถึงพูดจาดีๆด้วยบ้างไม่ได้ ทีกับคนอื่นมันยังพูดได้เลย แบบไอ้กุญแจ พี่ธร หรือใครๆ และที่สำคัญกับณราชาเอง มันคงจะไม่เคยตะคอกสักครั้ง  แต่กับผมไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ไม่เคยที่จะพูดจาดีๆด้วย จริงๆอาจจะไม่ใช่เพราะมันคิดว่าผมเป็นคนฆ่าณราชาหรอก จริงๆแค่เพราะมันคือผม เป็นไอ้คาราเมล มันก็เลยไม่เคยได้เลยสักครั้ง คงเป็นเพราะผม ผมมันเป็นแค่ไอ้เมลไง



“เออ! กูเองแหล่ะที่รนหาที่ตาย กูอยากตายไปจากมึงจะอย่อยู่แล้ว!”



ตะคอกเสียงกลับไปหามัน ทั้งๆที่ตอนนี้ก็รู้สึกแสบร้อนเข้าที่กระบอกตาไปหมด วิ่งชนไหล่มันออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด ทำได้แค่วิ่งอุ้มไอ้หลงหนีออกไป ได้ยินเสียงร้องไม่พอใจของไอ้เชอร์รี่ดังไล่หลังมา มึงจับเจ้านายมึงแดกเลยนะไอ้รี่ เกลียดที่สุด!



“ฮึก...แค่เป็นกู แค่เป็นกูมันก็ผิดแล้วว่ะหลง”



ปิดประตูห้องพร้อมๆกับล็อคกลอนอย่างแน่นหนาแล้วกอดลูกแมวตัวน้อยไว้แน่นๆ ก่อนที่จะร้องไห้ออกมาอย่างไม่อยากจะกลั้น ทุกวันนี้เรื่องที่เจออยู่มันก็หนักมากพอแล้ว ผมไม่ได้สั่งฆ่าณราชา แต่ทัพหน้าไม่เคยเชื่อ ผมคนจ้องจะฆ่ามาครั้งนึง แล้วผมก็ยังพึ่งรู้ว่าคนที่สั่งคือคนที่ผมคิดว่ามันซื่อๆใสๆและเห็นมันเป็นเพื่อนแบบไอ้ข้าวโพด ...



“ฮึก ชีวิตเฮงซวย ฮึก มึงอย่าทิ้งกูนะหลง กูไม่เหลือใครแล้ว”  ปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาช้าๆ ไม่ได้สะอึกสะอื้นเสียงดังแบบที่ควรจะเป็น ก็แค่ปล่อยให้น้ำตามันไหล ปล่อยให้ความรู้สึกกัดกินหัวใจไปเงียบๆ



“เมี้ยวว” 



ไอ้หลงที่ร้องออกมาเบาๆเหมือนกับว่ามันกำลังปลอบใจ ลิ้นเล็กๆของมันที่ค่อยๆเลียเช็ดน้ำตาที่หน้าของผม แต่เห็นแบบนี้แล้วยิ่งรู้สึกอยากร้องไห้ ... อยากจะรู้ว่า ถ้าไม่ใช่ผม ถ้าเป็นคนอื่น มันจะต้องมาเจออะไรแบบนี้บ้างไหม หรือสิ่งที่อยากจะถามจริงๆก็คือ ถ้าไม่ใช่ผม ทัพหน้ามันคงใจดีด้วยมากกว่านี้สินะ ...

เรื่องเดียวที่ผิด คงผิดที่เป็นผม เป็นคนแบบคาราเมล



.

.

.





ตลอดคืนทั้งคืนผมไม่ได้นอนกับมัน มันไม่ได้ขึ้นมานอนที่ห้อง รู้สึกแปลกๆเพราะเตียงอีกฝั่งมันเย็นไปหมด ตั้งแต่รู้ถูกมันจับมา ไม่มีสักวันที่ต้องนอนคนเดียว บางทีก็เหมือนชินกับที่ต้องมีมันนอนด้วยไปซะแล้ว เพราะแบบนั้นเมื่อคืนเลยนอนไม่ค่อยจะหลับ  ผมรู้สึกไม่ดีเอามากๆเพราะนอนไม่พอ ชีวิตมันเศร้าจริงๆ ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะผมรักมัน คนรู้สึกมากกว่าเจ็บกว่าเสมอ ทั้งๆที่เรื่องเมื่อวานผมไม่ได้ผิดสักหน่อย ผมอาจจะโง่ แต่ทำไมไม่คิดจะถามผมบ้างว่าทำไมผมถึงเข้าไปในกรงบ้าๆนั่น แต่ช่างเถอะ ผมจะเรียกร้องเอาอะไรได้ล่ะ  เพราะแบบนี้ วันนี้ผมถึงตื่นแต่เช้า เช้ามากๆกว่าทุกวัน และหลบออกจากบ้านมาในช่วงที่คนเฝ้ายามหน้าประตูเปลี่ยนเวร แล้วขึ้นรถแท็กซี่ไปมหาลัยเองโดยที่ไม่รอพี่ธร ผมเบื่อ ผมไม่อยากยุ่งกับคนบ้านไอ้ทัพหน้าอีกแล้ว!



เดินเข้ามหาลัยด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยวที่สุด ไม่รู้ว่าควรจะจัดการยังไงกับเรื่องของข้าวโพดดี แต่เหนือสิ่งอื่นใด ผมไม่เข้าใจว่ามันทำไปทำไม



“เฮ้ย มาเช้าจังวะไอ้เมล” 



ไอ้กุ๊กที่มาถึงก่อนใคร จริงๆรู้สึกเหมือนว่าอาชีพในฝันของมันน่าจะอยากเป็นยาม น้อยครั้งมากที่มันจะมาสาย กูนึกว่ามารอเปิดตึกให้ป้าแม่บ้านทำความสะอาด



“มึงมาแล้วหรอ”



“เปล่า นี่ไม่ใช่กู กูถอดจิตมา ถุย”  ตบมุกแบบถูกอกถูกใจแล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊ากใหญ่โต อะ ถ้ามึงชอบใจก็แล้วแต่จ้า ขำแห้งๆไปให้มันแล้วทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะม้าหินตรงหน้าอาคารนั่นแหล่ะ ไอ้กุ๊กมองผมแบบไม่เข้าใจ



“เป็นไรมึงวะ หน้าตาไม่ดี”



“มึง...คือกูมีเรื่องอยากเล่าให้ฟัง”



“เรื่องอะไรวะ” 



เสียงเข้มๆที่ดังมาจากด้านหลังทำเอารู้สึกเสียวสันหลัง มองเห็นหน้าไอ้กุ๊กที่ถอนหายใจออกมาหนักแล้วแอบกรอกตาวนไปหนึ่งรอบถ้วนด้วย  ... ไอ้บินที่เดินเข้ามา วันนี้มันยังหล่อเหมือนเดิม แต่หน้าตามันดูจะเคร่งเครียดมากกว่าเดิมหน่อย



“พวกมึงมีเรื่องอะไรปิดบังถึงต้องมาบอกกันสองคน เดียวนี้มึงชักจะปิดบังกูมากไปแล้วนะเมล”  มันที่นั่งลงข้างผมแล้วว่าออกมาแบบนั้นด้วยเสียงเครียดๆ  ใจเย็นเด้อวัยรุ่น



“ไม่ใช่แบบนั้นนะเว่ย”



“งั้นทำไมมึงต้องเล่าให้แต่ไอ้กุ๊กฟัง”



“กูก็จะเล่าทุกคนนั่นแหล่ะ”



“หรอ ถ้ากูไม่เข้ามามึงจะพูดแบบนี้ไหมล่ะ ตั้งแต่ไอ้เรื่องพี่ทัพห่าอะไรนั่น”



“เค้าชื่อทัพหน้า”  ผมแก้ออกมาแบบนั้น แต่มันก็ยังคงจ้องผมเขม็ง ก่อนจะหันหน้าไปจ้องไอ้กุ๊กบ้าง

“มึงก็ด้วย แล้วเป็นห่าอะไรทำไมวันนี้ไม่ไปปลุกกู ทำไมมาม.เอง”



“ปกติกูก็มาเอง”  ไอ้กุ๊กที่ยักไหล่ใส่แบบไม่สนใจตอบออกมาแบบนั้น



“แต่ทุกวันพุธมึงจะต้องมาม.กับกู เป็นเชี่ยไรต้องหนีมาก่อน”



“ก็เปล่า ไม่ได้เป็นเหี้ยไร แต่มึงน่ะเป็นเหี้ยไรมาโวยวายใส่กูทำไมล่ะ Kวยติดกันหรอถึงต้องรอด้วยอ่ะ”



“ไอ้กุ๊ก!”



“อะ ใจเย็นๆนะวัยรุ่นฟังกูก่อนพวกเชี่ย เดี๋ยวผัวเมียแบบมึงค่อยไปทะเลาะกันต่อทีหลังจะได้ไหมอ่ะ”



“ผัวเมียพ่อง!”



“ผัวเมียพ่อง!”   



เกิดความสมัคสมานสามัคคีด่ากูแบบพร้อมใจกันไปอี๊กกก ได้แต่ทำหน้าตาแบบ แน๊ๆๆๆ ล้อพวกมันไป และแน่นอนว่าสิ่งที่ได้กลับมาก็คือนิ้วกลางจากไอ้กุ๊กกระแทกหน้ากูเต็มๆจ้า



“เออๆ พวกมันฟังกูก่อน กูมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง....” 



บอกพวกมันสองคนไปแบบนั้นก่อนที่ผมจะตั้งอกตั้งใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้พวกมันฟังจนหมด พร้อมกับยกหลักฐานรูปถ่ายที่ผมแอบถ่ายเมื่อวานตอนที่ไอ้โพดอยู่กับพวกไอ้หน้าจิ้งเหลนออกมาให้ดูด้วย ภาพชัด แต่ไม่มีเสียง แต่ถึงแบบนั้นก็น่าจะชัดเจนว่ามันคืออะไร  ถ้าไม่จริง ไม่ใช่ แล้วคนแบบนี้จะมารู้จักกันกับไอ้โพดได้ยังไงจริงไหมล่ะ



“เฮ้ย พวกมึงประชุมอะไรกันอยู่วะ” 



เสียงอารมณ์ดีของไอ้อู๋ที่ดังมาก่อนตัว พอพวกเราหันไปก็เห็นมันกำลังเดินหน้ายิ้มแย้มเข้ามากับข้าวโพด ผมที่จ้องโพดอยู่นิ่งๆ มองเห็นมันที่ยังทำหน้าเขินๆอายๆมองมาที่พวกเราพร้อมรอยยิ้มน้อยๆน่ารักแบบเดิม ไม่ต่างจากวันแรกที่มันจะได้มาอยู่กลุ่มเดียวกับเรา พอมองมันแล้วก็ได้แต่คิดในใจเหมือนอย่างเดิมว่า คนแบบนี้หรอวะที่จะสั่งคนมาทำร้ายผม  แต่ถ้าไม่ใช่มันก็ไม่ได้อีกอ่ะ ถ้ามันไม่เกี่ยวมันจะโมโหไอ้หน้าจิ้งเหลนแบบนั้นทำไม ถ้าไม่ใช่ มันจะรู้จักกับไอ้หน้าจิ้งเหลนได้ยังไงจริงไหมล่ะ



“ทำไมพวกมึงหน้าเครียดกันจังวะ”



“ข้าวโพด ถามไรหน่อยดิ” 



ผมพูดออกไปแบบนั้น เมินคำถามของไอ้อู๋ทันที ข้าวโพดที่โดนผมเรียกชื่อมันก็มองมาพร้อมยิ้มน้อยๆ หน้าตาของมันที่ดูไม่รับรู้อะไรเลยด้วยซ้ำ



“อื้ม เมลจะถามไรหรอ แต่เดี๋ยวนะ วันนี้เราซื้อน้ำส้มมาฝากเมลกับบินกับกุ๊กด้วย เราให้อู๋ช่วยจอดรถซื้อตอนอู๋มารับอ่ะ” 



มันที่ว่าออกมาแบบนั้นอย่างกระตือรือร้น พร้อมๆกับเอานิ้วดันกรอบแว่นแล้วยิ้มให้ผมในแบบที่มันชอบทำเสมอ ก่อนจะดึงถุงน้ำส้มคั้นยื่นมาให้ผม



‘พลัก!’



ถุงน้ำส้มถูกไอ้กุ๊กปัดตกพื้นทันที ผมที่เหวอไปเหมือนกัน ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าไอ้กุ๊กมันเดินมาตอนไหน มองเห็นหน้าไอ้โพดที่ดูจะตกใจและเหวอมากๆ มันที่มองมาแบบเสียใจ



“คือ กุ๊ก...”



“เลิกตอแหลสักทีได้ไหมวะมึงน่ะ”



“เห้ยไอ้กุ๊ก มึงจะเกินไปแล้วนะเว่ย”  ไอ้อู๋เองก็เดินออกมากั้นข้าวโพดไว้เหมือนกันในตอนที่มันเห็นไอ้กุ๊กจะเดินเข้าใส่ข้าวโพดมัน ไอ้บินเองก็ดึงแขนไอ้กุ๊กไว้แน่นเหมือนกัน



“ใจเย็นไอ้กุ๊ก”  ได้ยินไอ้บินกระซิบบอกมันแบบนั้น แต่มันแค่สะบัดแขนออกจากมือของไอ้บิน ก่อนจะยกมือขึ้นชี้หน้าด่าไอ้โพดต่อ



“มึงเลิกตอแหล ถอนหน้ากากเน่าๆของมึงออกซะที!” 



ไอ้กุ๊กที่ตะคอกออกมาเสียงดัง จนคนที่เดินเข้าเดินออกที่คณะของพวกเราเริ่มที่จะมองมาแบบสนใจมากขึ้นไปทุกที  เห็นแบบนี้ผมเองก็ไม่ค่อยสบายใจเลย มองไอ้โพดที่หน้าเสีย มันที่เหมือนจะร้องไห้ที่โดนไอ้กุ๊กด่าแรงแบบนั้น



“ไอ้กุ๊ก มากไปแล้วนะเว้ย มึงไม่ชอบโพดแต่มึงก็ไม่น่าจะด่าเค้าแรงแบบนี้นะเว้ย” 



ไอ้อู๋ที่ดูเหมือนจะเริ่มโกรธว่าไอ้กุ๊กออกมาบ้าง ผมได้แต่ถอนหายใจออกมากับภาพตรงหน้า รู้สึกปวดหัวตึบๆมากขึ้นไปอีก อาจเพราะนอนไม่พอแต่แรกแล้วต้องมาเจอเรื่องห่าเหวนี่อีก



“มึงนั่นแหล่ะมากไปไอ้อู๋ มึงจะไปปกป้องไอ้เวรตีสองหน้านี่ทำไมวะ มันน่ะที่ส่งคนมาทำร้ายไอ้เมล ถ้าพี่ทัพไม่ช่วยไว้มันจะรอดไหม!”



“ส่งคนทำร้ายอะไรวะ?”  ไอ้อู๋ที่หันไปมองข้าวโพด มันที่เบิกตากว้างๆอยู่ใต้กรอบแว่นของมัน และยิ่งมากขึ้นไปอีกตอนที่ไอ้กุ๊กหยิบมือถือผมมากดภาพที่ผมแอบถ่ายไว้ได้เมื่อวาน



“คนหน้าซื่อตาใสแต่ตบคนได้ชุดใหญ่เลยนะ มึงจะปฏิเสธไหมล่ะ ไอ้เมลมันจำหน้าคนที่ตั้งใจจะไปกระทืบมันได้ ก็คนที่คุยกับมึงอยู่ไม่ใช่หรือไง ไหนบอกซิว่าคืออะไร” 



ไอ้กุ๊กที่จ้องมันเขม็ง ข้าวโพดที่ทำแค่มองภาพนั้นอย่างตกใจ มันหลุบตาลงต่ำและเม้มปากแน่น



“ถ้ามันไม่ใช่ โพดก็พูดออกมาเถอะ พวกเราจะฟัง”  ไอ้บินมันว่าออกมาแบบนั้นบ้าง แต่โพดมันก็ยังเงียบ



“เหอะ ปฏิเสธไม่ออกน่ะสิ เลิกสักทีเถอะเรื่องตอแหลแบบนี้น่ะ  ไม่มีใครเค้าเชื่อมึงอีกหรอก”



“ถ้ามึงทำจริงๆ กูจะไม่ถือโทษอะไร แต่กูขอแค่ให้มึงออกไปจากชีวิตของกู อย่ามายุ่งอย่ามาให้พวกกูเห็นหน้าอีก และถ้ากูเคยไปทำให้มึงเจ็บใจอะไร กูขอโทษละกันนะ”  เป็นผมเองที่เลือกพูดออกมาแบบนั้น



“โพด พูดออกมาสิ บอกไปสิว่าโพดไม่ได้ทำ”  ไอ้อู๋ที่มองและเดินเข้าไปเขย่าแขนของไอ้โพดแบบนั้น มันที่กำลังมองโพดด้วยแววตาเสียใจ ผมว่ามันน่าจะผิดหวัง โพดที่ไม่ได้ตอบอะไรมันออกมาเลย ทำแค่พูดคำว่า 'ขอโทษนะ' ออกมาเบาๆ



“เหอะ”  ไอ้กุ๊กที่แค่นเสียงหัวเราะออกมาหน่อยๆตอนที่โพดมันพูดออกมาแบบนั้น ไอ้โพดที่กำลังจะเดินเลี่ยงออกไป



“เดี๋ยว! เอาของๆมึงไปด้วย!”



‘พลัก’



“โอ๊ย” 



ขวดน้ำส้มคั้นที่ถูกเขวี้ยงใส่หัวไอ้โพดมันอย่างแรงจากฝีมือของไอ้กุ๊ก แรงจนมันร้องเสียงหลงออกมา ผมมองเห็นมันที่ก้มลงเก็บขวดน้ำส้มที่ก่อนหน้านี้มันบอกว่ามันจะซื้อมาให้พวกเรา มันที่น้ำตาไหลเก็บขวดพวกนั้นที่ตกพื้นต่อไปเงียบๆ เห็นแบบนั้นแล้วผมรู้สึกไม่ดีเอามากๆ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ตั้งท่าจะเดินไปช่วยมัน แต่ไอ้บินก็ดึงแขนผมไว้ก่อน มันที่ส่ายหน้าให้ผมหน่อยๆ แต่ผมเข้าใจนะ....ถ้าโพดเป็นคนสั่งคนพวกนั้นมาทำร้ายผมจริงๆ ผมเองก็ไม่ควรไปสงสารคนแบบนั้น



ไอ้โพดที่เก็บขวดน้ำส้มพวกนั้นเสร็จแล้วลุกตัวเดินออกไป ได้ยินเสียงดังหึ่งๆเหมือนผึ้งแตกรังซุบซิบดังไปหมด เห็นคนที่ชี้ชวนดูไอ้โพดด้วย ในตอนนั้นผมยิ่งทนไม่ไหว ถึงมันจะเลวแต่มันไม่ควรมาโดนแบบนี้



“มึงทำเกินไปนะเว้ยไอ้กุ๊ก! ยังไม่รู้ชัดสักหน่อย”



“กูไม่เกินไป มึงสิเกินไป มันสั่งฆ่าไอ้เมลนะ”



“ใช่หรือเปล่าก็ยังไม่รู้ แม่ง!” 



ไอ้อู๋ที่ตะคอกออกมาแบบนั้นอย่างไม่พอใจ แล้ววิ่งตามหลังข้าวโพดออกไป ผมเห็นแบบนั้นแล้วได้แต่ถอนหายใจหนักๆ  จริงๆบางทีคำว่าเพื่อนมันก็ค้ำคอ ใจหายแปลกๆเหมือนกันที่คนที่เราเคยหยิบยื่นคำว่าเพื่อนให้ แต่เค้าดันถือมีดมาแทง แต่ถึงแบบนั้น....ในใจลึกๆมันก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่า ครั้งนึงมันเคยเป็นคนที่ผมคิดว่าเป็นเพื่อน



“โง่ชิพหายไอ้ควายอู๋...ส่วนไอ้ห่านั่นก็สาระแนตอแหลนัก ดีแล้วไอ้เมล ต่อจากนี้จะได้ไม่มีหมามาขวางทางอีก”



“พอแล้วน่าไอ้กุ๊ก บ่นไรนักวะ”



“มึงก็ขัดอยู่ได้”



ไอ้กุ๊กที่ตั้งหน้าตั้งตาเถียงกับไอ้บินออกมาแบบนั้น ผมไม่ฟังพวกมันสองคนอีก ได้แต่ถอนหายใจหนักๆ รู้สึกเหนื่อยขึ้นมาอีกเป็นเท่าตัว  จะไม่มีคนมาขวางทางอะไรอีกจริงๆน่ะหรอ .... ตอนกลางวันผมเห็นไอ้โพดอยู่ที่โรงอาหาร มันกลับไปนั่งกินข้าวคนเดียวเงียบๆที่มุมนึง เห็นคนเบ้หน้าใส่มันเยอะอยู่ คิดว่าเสียงไอ้กุ๊กเมื่อเช้าคงดังน่าดูจนคนจับใจความได้  เสียงด่าและท่าทางที่ทำใส่มันเยอะเกินไปจนมันคงทนไม่ได้ ผมเห็นมันกินอะไรไปแค่สองสามคำแล้วลุกหนีออกไป เห็นแบบนั้นแล้วยิ่งสงสาร



วันนี้ทั้งวันเลยไม่เป็นอันเรียนอะไรเลยจริงๆ พอคาบบ่ายก็นอนฟุบปล่อยให้อาจารย์บ่นหน้าชั้นไปคนเดียว อีกอย่าง ผมทนเห็นไอ้โพดไปนั่งคนเดียวแอบๆตรงมุมๆนึงของห้องแล้วทุกคนก็พากันนั่งห่างๆมันแบบนั้นแล้วทนไม่ได้  แม่งเป็นการบูลลี่ในสังคมที่มากเกินไปจนผมต้องหลับตาหนี ... เพราะแบบนั้น วันนี้ที่เลิกเรียนออกมาเลยเบลอเกินกว่าจะนึกอะไรออก ... รวมถึงนึกไม่ออกด้วยว่าเมื่อเช้า ผมแอบหนีมามหาลัยเองคนเดียว และเพราะแบบนั้นตอนนี้ ... เลยต้องตัวชาวาบเมื่อมองเห็นมัสแตงสีแดงจอดขวางหน้าตึกพร้อมๆกับที่มีคนร่างสูงในชุดเสื้อเชิ๊ตเนียบๆสีฟ้าอ่อนๆที่ถูกปลดกระดุมไปหลายเม็ดใส่เข้าคู่มากับกางเกงแสลคสีดำและกำลังยืนไขว้ขาเต๊ะหล่อพิงรถอยู่ตอนนี้



‘อึก’



กูถึงกับเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอเลยทีเดียว  มันที่เงยหน้าขึ้นมาจากหน้าจอโทรศัพท์ที่ถืออยู่แล้วจ้องหน้ามาที่ผมนิ่งๆ ก่อนจะเก็บมือถือเข้ากระเป๋าแล้วเดินเข้ามาหาผมช้าๆ  ดวงตาคมที่จ้องมาที่หน้าผมโดยไม่ละสายตาไปไหน แค่หน้าของผม ก่อนที่สุดท้ายจะมาหยุดยืนตรงหน้าผม



“ดื้อจังวะ” สามคำที่หลุดออกมา



“ห๊ะ?”   เออ ห๊ะนี่แหล่ะ อะไรนะ?



“มึงมันดื้อ กลับได้แล้ว”



“ดะ...เดี๋ยว ใครบอกกูจะกลับกับมึง” 



กลั้นใจพูดออกไปแบบนั้น  จ้องตาสู้มัน โชคดีแค่ไหนที่ไอ้บินติดไปซ้อมบาสและลากไอ้กุ๊กไปด้วย ตอนนี้ถึงมีแค่ผม ไม่อยากจะคิดว่าถ้ามีไอ้บินแล้วไอ้ทัพมาบอกว่ากลับบ้านกูจะต้องตอบอะไรมัน



“อยากลองดี?”



“เหอะ”  ใช่สิ กูจะลองดีอ่ะจะทำไม  กอดอกแล้วเมินหน้าหนีแม่ง กูจะไม่สนใจมึงแล้ว มึงจะทำไ.....



“เหวอออ ทัพ!”  ผมที่แหกปากลั้นพร้อมๆกับเอื้อมมือไปคว้าคอมันไว้ได้ทันตอนที่อีกฝ่ายก้มลงอุ้มผมขึ้นมาจากพื้นแล้วออกเดิน เหยดแหม่!! มึงจะมาอุ้มกูแบบนี้ไม่ได้ไอ้บ้า!!!



“ดิ้นสิ มึงล่วงลงไปกลายเป็นปัญญาอ่อนแน่ แต่นะ ตอนนี้ก็ปัญญาอ่อนอยุ่แล้ว”



“โว้ย ไอ้บ้า นี่มันหน้าคณะนะโว้ย ปล่อย”



“แล้วไง ดังดีใช่ไหมล่ะ”  ว่าแบบนั้นพร้อมยกยิ้มมุมปากก้มลงมามองหน้าของผมแบบกวนประสาท ดังพ่อง!


.

.

.




“มึงแม่งโคตรกวนประสาท!”



“แล้วไง ใครมันกวนตีนก่อน ถึงบ้านก่อนเถอะ กูจะจับมึง...”



“จับกูให้ไอ้เชอร์รี่แดกอีกล่ะสิ เอาเลยๆให้มันแดกกูเลย!” 



ด้วยความรู้สึกน้อยใจจากเมื่อวานจนลามเป็นขุ่นมัวในวันนี้ มันเลยทำให้ผมปากกล้ามากขึ้นอีกเลเวล เชิดหน้าแหกปากเถียงมันเสียงดังคับรถไปหมด แต่ไอ้คนข้างตัวที่ตอนนี้กำลังจับพวงมาลัยด้วยมือข้างเดียวแบบเท่ห์ๆ มันที่ค่อยๆหันหน้ามามองหน้าผมช้าๆก่อนจะกระตุกยิ้มร้ายๆให้ผมเสียววาบไปทั่วช่องท้องตอนที่มันค่อยๆตอบออกมาช้าๆ



“เรื่องไรจะจับมึงให้ไอ้เชอร์รี่แดก เสียของ... กูจับมึงแดกเอง มันส์กว่าเยอะ เตรียมใจไว้ล่ะ หึ”



วอท เดอะ ฟาคคคคคคคคค!!!0[]0



-------------------------



ฮัลโหลลลลล สวัสดีจ้าาา แคทมาแล้วจ้าาา หวังว่าอ่านตอนนี้แล้วจะชอบกันนะคะ แคทอ่านคอมเม้นท์คนอ่านทุกคอมเม้นท์จริงๆค่ะ แต่ไม่ได้ตอบ ไม่ใช่ไม่อยากตอบนะคะ อยากมาก แต่ว่าบางคอมเม้นท์ถ้าตอบไปอาจรู้ทั้งเรื่อง เพราะฉะนั้นเราเลยต้องฮึบไว้ จริงๆอยากหวีดไปพร้อมๆคนอ่านมากๆ ขอบคุณคอมเม้นท์ทั้งยาวทั้งสั้นที่ส่งมาให้กำลังใจแคท ดีใจมากๆค่ะ ดีใจเสมอเวลาที่ได้อ่านคอมเม้นท์ที่คนอ่านมีอารมณ์ร่วมไปด้วยกัน หวังว่าตอนนี้จะถูกใจนะคะ

ปล.คุณไว้ใจนิยายไอ้ไรท์แคทบ้าๆนี่มากแค่ไหน เอิ๊วๆๆๆๆ  :hao6: :hao6:


ขอขอบคุณ คุณblove แคทเข้ามาอ่านคอมเม้นท์จากคุณแล้วดีใจเสมอเลยค่ะ ขอบคุณที่เปิดเข้ามาอ่านแล้วอินไปด้วยกันเสมอๆ ได้อ่านคอมเม้นท์จากคุณแล้วมีกำลังใจที่จะเขียนต่อเลย ขอบคุณจริงๆนะคะ ... ชอบในความแซะความปากแข็งพี่ทัพเค้า เราจะร่วมแซะไปด้วยกันนะคะ แต่แหม พี่เค้าบอกรำคาญไง อะๆ เชื่อเค้าหน่อยจ้าาา ส่วนเรื่องถ้าคบกันไปจะpassionไหม โถ่ น่าจะเป็นแบบใครหมดpassionก่อนมึงตายอะไรแบบนี้นะคะ 5555555 และวันนี้แคทมาลงแล้วน้าาา กลับมาอ่านอีกนะคะ :mew1:


ขอขอบคุณ คุณursleepingxd คุณยู เจ้าเก่าเจ้าเดิม ขอบคุณเสมอที่ยังไม่ทิ้งกันไป อยู่กับแคทมาทุกเรื่อง คอยเป็นกำลังใจดีๆให้แคททั้งในเม้นท์และในเพจตลอดเลย แคทขอบคุณมากจริงๆค่ะ ส่วนตอนที่แล้วไม่มีน้องหลง มาๆ ตอนนี้แคทจัดให้น้องมาแล้ว แง้ อย่าตีหนูน้าาา น้องมาแล้วจริงๆ (วิ่งงงงง) 55555  ขอโทษที่เอาลูกรักคุณอยู่ไปเจอความเสี่ยง เสี่ยงโดนขนี้ เอ้ย ขย้ำ 5555555


ขอขอบคุณ คุณกาแฟมั้ยฮะจ้าว   ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้ของแคทนะคะ แถมอ่านแล้วเม้นท์ให้ด้วย แคทหวังว่าจะชอบนะคะ ถ้ายังชอบกันอยู่ ตอนใหม่มาแล้ว มาอ่านอีกน้าาา :man1: :man1:




                         
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่11* {24.11.18}
เริ่มหัวข้อโดย: kunt ที่ 24-11-2018 19:54:55
“ดื้อจังวะ”  เป็นสามคำที่เน้นตัวหนาด้วยนะ แต่เรื่องนี้มีใครไม่ดื้อบ้าง อยากรู้จริงๆ 555
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่11* {24.11.18}
เริ่มหัวข้อโดย: tae1234 ที่ 24-11-2018 19:57:56
ลุ้นๆ
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่11* {24.11.18}
เริ่มหัวข้อโดย: Tiffany ที่ 24-11-2018 20:50:03
แต่ละคนดื้อๆทั้งนั้น
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่11* {24.11.18}
เริ่มหัวข้อโดย: sailom_orn ที่ 24-11-2018 22:01:49
ครอบครัวพีืทัพนี่ปากแข็งกันจ๊างงงงง
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่11* {24.11.18}
เริ่มหัวข้อโดย: blove ที่ 25-11-2018 01:44:32
55555 เมลเอ๊ย! งานเข้าเพราะปากแท้ๆ จร้าา โอเคคคคคค นี่เตรียมใจรอเลย ตั้งตารอแล้ว สำรองเลือดไว้ด้วยไหม 555 //กำลังจะยกมือป๊าบไอ้พี่ทัพซักที สักแต่ด่าไม่ยอมฟังกันก่อน แต่พอเจอคำว่า "ดื้อจังวะ" เท่านั้นละ มืออ่อนเลยกู >.< เป็นซะแบบเนี้ย 55555 แล้วไหนจะง้อด้วยการมารับเขาเองอีก หู้ยยยจร้า รำคาญ รำคาญใจยิกๆละสิที่เขางอน หมั่นไส้คนหล่อวะ ทำไรไม่ได้ ฮ่าๆ //โอ้ยยยยยไอ้พี่เชอร์รี่ ไอ้บ้า แกมัน...แกจะทำให้ฉันหวีดแรง อร๊ายยยย ห่วงก็ห่วงอยู่หรอกนะ แต่ใจก็อยากให้หลงมาตะแง่วๆเมี้ยวๆในกรงไอ้พี่โหดอะ 5555 มาเล่นๆซนๆอ้อนๆ อีกตัวก็มองๆเขาแล้วยกยิ้มมุมปากงี้ กรี๊ดดดด ฉันหวีดคู่แก 55555 แต่ก่อนอื่นต้องไปทำความเข้าใจกับเจ้านายน้องก่อนนะ เมลมันคงไม่เข้าใจหรอกว่าไอ้ที่ฮึ่มแฮใส่นั้นเพราะอยากได้อีกตัว 5555 //แล้วก็นะ กุญแจ ตลกมาก ชอบตรรกะแดกแม่งทุกสถานการณ์ 5555 อห มองเห็นเลย ต่อไปเมลกับแจนี้คงกอดคอตบบ่าเรียกพี่รักน้องรักอะ แล้วพอถ้าสองคนนี้มองหน้ากันแล้วแสยะยิ้ม นี่ไม่อยากคิดถึงหายนะ พี่ธรกับไอ้พี่ทัพหน้า เจอป่วนแน่นอน 555555 //บินกุ๊กมีซัมติ้งป่าววะ เฮ้ยๆ *หลีตามอง* 55555 ส่วนอู๋กลัวโดนข้าวโพดหลอกใช้ ไม่ม้างงง เดี๋ยวได้โดนเด็กอ้วนแจด่าให้ 555  โพดแม่งเป็นคนยังไงวะ จะทำตัวน่าสงสารหรือจะร้ายเอาให้แน่ สับสนอีกละกู ฮ่าๆ //ว้อยยยย สนุกกกกกกกกก ทั้งยิ้มทั้งตลกและหมั่นไส้ หลายอารมณ์มาก มาอัพทียาวดีค่ะ ชอบบบบบบบบบบบ รอตอนต่อไปเลยนะคะ ไฟท์ติ้งค่ะ ฮึบ! ^^ รอไอ้พี่ทัพกินเมล อยากถูกแดกดีนักใช่ไหม หึหึ!! 555555
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่11* {24.11.18}
เริ่มหัวข้อโดย: ursleepingxd ที่ 25-11-2018 11:57:40
น้องหลงมาแล้ววว ดีใจ น้อนนนนน เชอร์รีลองทำน้องสิ จะตีให้

ตอนนี้นอกจากน้องหลงแล้วยังชอบน้องแจด้วย เนี่ย เรามีคติประจำใจเหมือนกันเลย ชีวิตคือการกิน (ถึงแม้เราจะไม่น่ารักเท่าน้องแจก็ตาม  555555555555555555555555)

เพื่อนกุ๊กสู้ๆ ทำเพื่อเพื่อนเมลแทนเพื่อนโง่คนอื่นๆด้วย น้องกุ๊กคือความหวังหมู่บ้านนนนนน


 :katai2-1:
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่12* {01.12.18}
เริ่มหัวข้อโดย: Yoghurt ที่ 01-12-2018 21:19:23
บทที่12
               





ในที่สุดรถมัสแตงสีแดงก็เลี้ยวเข้าจอดที่ลานจอดรถของคฤหาสของบ้านไอ้ทัพหน้า หรือเรียกอีกอย่างว่า ที่ๆมันเอาผมมาฆ่านั่นเอง หลังจากที่กูต้องนั่งเกร็งตะคริวกินตูดมาตลอดทาง งานนี้หล่ะ กูจะหนี กูจะวิ่งขึ้นห้องแล้วหนีเข้าห้องแล้วล็อคเหมือนวันก่อนเลยจ๊ะมึงคอยดู ... รถจอดสนิทปุ๊บกูนี่เข้าชาร์ตประตูรถแล้วตั้งท่าวิ่งลงเลย แต่ๆๆๆ กูลงไม่ได้แม่ง คนยิ่งรีบๆติดไรวะ! ...



“มึงดูลกๆนะ ถอดสายคาดเบลล์ก่อนสิวะไอ้โง่” 



ชัด! ชัดเลยว่าทำไมกูออกจากรถไม่ได้ ... เสียงที่ดังไม่ไกลจากริมหู ทำเอาสะดุ้ง ขนนี่ลุกพรึบพรับชูชันขึ้นมาทั่วทั้งตัว พอหันไปหาก็เกิดซีนจังหวะซิสคอมในซีรี่ย์อยู่ตรงหน้า ปลายจมูกของผมกับไอ้ทัพที่เชี่ยวกันเบาๆทำเอาให้รู้สึกร้อนหน้า และที่มากกว่านั้นก็คงจะเป็นจังหวะหัวใจที่เต้นไม่เบาเลยตอนที่ได้ยิน ...



“หึ”  เสียงหัวเราะในลำคอเบาๆของมันที่มาพร้อมรอยยกยิ้มที่มุมปากของมัน สายตาที่ไม่ได้เบือนไปทางไหน มันแค่จ้องนิ่งๆตรงมาที่ผมอยู่แบบนั้น



ตึกตักๆ



โอ๊ยแม่ง อย่าเต้นแรง เดี๋ยวใจกูพัง แรงขนาดนี้เด้งออกจากตัวกูไปเต้นแท็ปเลยไหมล่ะแหม



“เสร็จแล้ว” 



มันที่ว่าออกมาแบบนั้น ก่อนจะค่อยๆถอยตัวออกห่างจากผม ความรู้สึกที่ว่าสายคาดเบลค่อยๆคลายออกจากตัวแล้วไหลไปหยุดอยู่ในที่มันควรจะอยู่ รู้สึกมึนเมากับสายตาของอีกคนจนเบลอแปลกๆ ได้แต่นั่งกระพริบตาปริบๆตอนที่อีกฝ่ายลงจากรถไปแล้ว เวรเอ๊ย! ทำไมใจไม่เคยรักดี ใจไม่ด้านพอๆ ... อะ งานเพลงอริสมันต์ พงศ์เรืองรองก็มา ถามว่าเก่าแค่ไหนก็คือเก่ามาก แม่เปิดบ่อยในจุดๆนี้ ...



‘ก๊อกๆๆ’



เชี่ย ยังมีหน้ามาเคาะกระจกอีก



“ลงมา กูจะล็อครถ” 



แม่งเอ๊ย ถึงไม่ล็อคก็ไม่มีใครกล้าโดดกำแพงบ้านมึงเข้ามาขโมยหรอกจ้า กำแพงสูงยิ่งกว่ากำแพงคุกขนาดนี้ แถมเจ้าที่ก็แรงแบบนี้ใครจะกล้าวะ แต่ถึงแบบนั้นก็ทำใจกล้าๆค่อยๆเดินลงมาจากรถด้วยท่าทางหยิ่งๆ บอกไว้เลยว่า กูจะไม่กลัวมึงอีกแล้ว กูจะทำตามใจชอบแล้วด้วยคอยดู อยากจับตัวกูมาทำลายศักดิ์ศรีมากใช่ไหม ได้! … ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้คิดว่าจะไม่กลับมาที่นี่อีก แต่พอคิดจะหนี ไอ้บ้านี่ก็มารับที่มหาลัยทุกทีเหมือนแม่งรู้ทัน ขอบอกเลยว่านี่ไม่ได้อ่อน แต่ไอ้ทัพมันแค่รู้ทันก่อนเฉยๆเถอะ



“ทำหน้าให้มันดีๆ มึงจะเชิดคออะไรนักหนาวะ”



“เสือกไรด้วยล่ะ หน้ากูอ่ะ ยุ่ง!”  หันไปว่าคนที่เดินตามมาอยู่ข้างหลัง  มันที่ยังทำหน้านิ่งๆในแบบที่ชอบทำอยู่เหมือนเดิม มันไม่ได้พูดอะไรออกมา แค่เดินเข้ามาใกล้แล้ว



‘พรึบ’



“น่ารำคาญ”



“โอ๊ย เจ็บนะเว่ยไอ้ทัพ ไอ้บ้า!”



แม่ง ผลักหน้ากูจนหงายไปข้างหลังเลย เกลียด ฝ่ามือก็ใหญ่อ่ะ ดันหน้าทั้งหน้ากูจนหงาย แม่ง แล้วไง ทำแบบนั้นเสร็จแล้วก็เดินนำหน้าเข้าไปโดยไม่สนใจเสียงโวยวายของกูอีกเหมือนเดิม กวนส้นตีนที่สุดเลย ... เดินตามเข้าไปแต่หาอีกคนไม่เจอ เมื่อกี้เห็นหลังไวๆ ไปไหนวะ แต่ช่างเถอะ แบบนี้ดีเลย ผมจะขึ้นห้องแล้วล็อคแม่ง ยังไม่ลืมประโยคก่อนหน้าที่ขึ้นรถมาใหม่ๆได้นะบอกก่อน



เรื่องไรจะจับมึงให้ไอ้เชอร์รี่แดก เสียของ... กูจับมึงแดกเอง มันส์กว่าเยอะ เตรียมใจไว้ล่ะ หึ



แค่นึกถึงก็ร้อนหน้าไปหมด ไอ้บ้าเอ๊ย



“ไอ้เมล มึงจะไปไหน มานี่”  สะดุ้งสุดตัว ตอนที่ขาขวาก้าวขึ้นบันไดไปแล้ว  ค่อยๆหันหลังกลับมา ก็เห็นร่างสูงของอีกคนยืนกอดอกพิงกรอบประตูของห้องโถงกลางอยู่ตรงนั้น



“เอ่อ...ขึ้นห้อง”



“มานี่”  ยกยิ้มเหมือนรู้ทัน แล้วบอกกันออกมาแค่สองคำ ตั้งใจว่าจะหยิ่งไม่สนใจ



“บอกให้มานี่ มึงอย่าให้กูไปลากมาเองนะ มา!”  สะดุ้งอีกที เวนเอ๊ย ทำไมต้องเสียงดังแล้วจ้องหน้ามาเหมือนแม่งจะเดินเข้ามาตบด้วยวะ ... เพราะแบบนั้นเลยจำใจเดินเข้าไปหา ขี้บังคับ



“ทำหน้าให้มันดีๆ หน้างอแบบนี้มึงคิดว่าน่ารักมากไง”



“ยุ่ง”



“เดี๋ยวมึงนั่นแหล่ะจะยุ่ง มานี่!” 



ว่าแบบนั้นพร้อมกระชากแขนผมให้เข้าไปหาตัวมัน ก่อนที่วงแขนแกร่งจะวางแหม่ะลงมาบนคอของผม อีกคนที่กอดคอผมไว้พร้อมกระชับเข้ามาหาตัว แล้วพาผมเดินผ่านประตูไม้โอ๊คบานใหญ่เข้าไป ก่อนจะปิดประตู  ไม่เคยได้เข้ามาในห้องนี้ เพราะปกติก็เห็นมันปิดประตูเอาไว้เสมอ  พอเดินเข้ามาแล้วได้แต่แอบลอบกลืนน้ำลาย ห้องที่ประดับตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นแต่ยังมีกลิ่นไอของวัฒนธรรมอังกฤษที่เน้นไปในทางหรูหรา ที่บ่งบอกถึงความรวยได้เป็นอย่างดี  กลางห้องโล่งๆมีชุดโซฟาหลุยส์ตั้งตระหง่านเข้าคู่กับแชนเดอร์เลียร์แบบคลาสสิคและพรหมพื้นนุ่มนิ่มสีแดงเลือดหมูตัดทองลายหลุยส์ลองพื้นโต๊ะเข้าชุดอย่างหรูหราจนน่าขนลุก



“นั่ง”



“มึงมีอะไร”



“มี”



“มีอะไรเล่า ลีลา ถ้าไม่พูดกูจะออกไปนอนแล้ว”  ใช่ ข้ออ้างที่ดูเป็นไปได้มากๆ ก็คืออยากนอนในช่วงเวลา6โมงเย็นกำลังจะทุ่ม



“มึงก็ลองไปดูสิ”



“เออ ไปแน่!”  ลุกขึ้นจากโซฟาชุดหรูนี่แล้วหันหลังเดินก้าวฉับๆออกไป ตั้งใจจะเปิดประตูออกจากห้อง ถ้าไม่ติดตรงที่



“แง้ววว เหมียววว”
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่12* {01.12.18}
เริ่มหัวข้อโดย: Yoghurt ที่ 01-12-2018 21:20:52
(ต่อจ้าาา)







“ไอ้หลง!”  หันหน้ากลับมาอย่างไว และพอหันไปก็ต้องตะลึงค้าง เมื่อไอ้หลงกำลังถูกไอ้ทัพหิ้วหลังคอไว้อีกแล้ว ไอ้บ้านี่!



“ปล่อยนะเว่ย ทำแบบนั้นมันเจ็บนะ”  ถลาเข้าไปหา แต่อีกฝ่ายก็ยกไอ้หลงหนี



“ถ้ามึงดื้อ กูจะเขวี้ยงไอ้สั้นนี่ให้ติดกระจกตายเลย”



“ไอ้...”



“ทำไม มึงอย่าคิดว่ากูไม่กล้านะไอ้เมล”  กดเสียงต่ำ พร้อมจ้องผมนิ่งๆ ได้แต่เม้มปากเข้าหากันแน่นๆ แล้วทิ้งตัวลงนั่งกอดอกบนโซฟาราคาแพงนี่อย่างโมโห



“มึงนี่มันดื้อจังวะ”



“ยุ่ง” 



หันไปว่าอีกคนที่ทรุดตัวลงนั่งข้างๆกัน แต่อีกคนเลือกที่จะไม่ต่อปากต่อคำกับผม มันแค่ปล่อยไอ้หลงลงบนพื้น ซึ่งพอไอ้ตัวเล็กถูกปล่อยแบบนั้นแล้ว มันก็รีบกระโดดก้าวเหย่งๆมาหาทันที ไอ้ตัวเล็กที่ร้องแง้วๆ เอาขาหน้าของมันมาเขี่ยขาผมให้ช่วยอุ้มมันขึ้นไปหา



“หยุด อยู่ตรงนั้นแหล่ะมึง” 



ไอ้ทัพที่ชี้นิ้วสั่งมันทันที หัวกลมๆขาวๆกับตาโตๆของมันที่ช้อนตามองไอ้ทัพหน่อยๆ แต่มันก็เลือกที่จะนั่งแหม่ะลงตรงเท้าผมแล้วเอาตัวมาซุกๆเบียดๆ เห็นแบบนั้นเลยเอื้อมมือลงไปลูบหัวมันเบาๆให้มันไม่ต้องกลัว ไอ้ตัวเล็กที่เอาหัวมาถูๆมือผมแบบอ้อนๆ เห็นแล้วก็อดอมยิ้มกับความน่ารักน่าเอ็นดูของมันไม่ได้



“เหอะ”  ไอ้ตัวข้างๆนี่คือมีอะไรคาคอมึงหรออยากจะถาม



“แล้วมึงมีไร เรียกมาไม”



“มีแน่”



“ก็อะไรล่ะว.... เชี่ย!”



‘กรร’ 



ผมที่ร้องออกมาทันทีทั้งๆที่ยังพูดไม่จบประโยคดี จะไม่ให้แหกปากได้ยังไง ในเมื่อเสียงขู่คำรามต่ำๆที่ดังออกมาจากหลังผ้าม่านทำเอาขนลุกขนพอง แค่ได้ยินก็รู้แล้วว่าเสียงของอะไร  ไอ้หลงที่ตกใจมากกระโดดขึ้นมานั่งซุกตักผมแบบขัดคำสั่งไอ้ทัพหน้าตาเฉย



“ไอ้สั้นมึงลงไปเลย” 



อีกฝ่ายที่เห็นแบบนั้นพยายามที่จะเอื้อมมือมาคว้าหลังคอมัน แต่เจ้าหนูนี่มันก็เบี่ยงตัวหลบ รวมถึงผมที่เอาตัวมาบังไอ้หลงไว้ด้วย



“อย่ามายุ่งนะเว้ย แล้วนี่คือเชี่ยไร กูจำได้ว่าคือเสียงไอ้เชอร์รี่”



หันไปตะคอกมันหน้าตาตื่น แววตาของผมสั่น มันไม่ใช่เรื่องที่จะไม่ตกใจ หลังจากที่เผชิญหน้ากับสิงโตเจ้าป่ามาแล้วสองรอบ ไม่มีรอบไหนประทับใจเลยไอ้บ้า นี่มันสิงโตนะเว้ย สิงโตเจ้าป่าจริงๆ สัตว์กินเนื้อที่พร้อมจะแดกเราเข้าไป ไอ้เชอร์รี่มันไม่ใช่ซิมบ้าในไลอ้อนคิงที่จะตะมุตะมิฮุฮิน่ารักไหมอ่ะ



“ก็ใช่ ไอ้เชอร์รี่ไง”  ว่าแบบนั้นออกมาชิลๆเหมือนเล่าให้กูฟังว่าวันนี้อากาศปลอดโปร่งดีนะจ๊ะ พ่อง!



“ไอ้ทัพ มึงจะหลอกกูมาฆ่าจริงๆหรอวะ กูบอกแล้วไงว่ากูไม่ได้ฆ่าณราชาทำไมไม่ฟังกันบ้างวะ!” 



ตะคอกออกไปใส่หน้ามันแบบนั้นพร้อมๆกับอุ้มไอ้หลงไว้แนบอก ก่อนจะยกขาขึ้นมาวางไว้บนเก้าอี้หรูของมันด้วย จ้องตามันแบบอยากจะร้องไห้ ทำไมวะแม่ง ทำไมต้องพยายามจะฆ่ากันตลอดเวลาด้วย ....  ตะคอกออกไปแบบนั้น เห็นตาคมนิ่งๆของมันที่มองมาที่ผมดูวูบไหวไปแป๊บนึง ไม่เข้าใจว่ามันเป็นอะไร แต่ก็เลือกที่จะถดตัวถอยหนีมันให้ออกมาห่างๆ



“เป็นบ้าอะไร มานี่!”  มันที่ดูจะหงุดหงิดใช้มือแกร่งของมันจับเข้าที่ข้อเท้าของผม แล้วลากจะผมถลาหงายหลังเข้าไปหามัน



‘พรึบ’



“อ๊ะ!”  ได้แต่เบิกตากว้างขึ้นตอนที่อีกคนจับไอ้หลงโยนมันลงไปที่พื้นแล้วเจ้าตัวพลิกตัวมาคล่อมผมไว้แบบนี้



“จะอยู่ดีๆ หรือดิ้นแรงๆแล้วให้กูปล้ำมึงตรงนี้ เลือก”



“อะ..ไอ้”



“อะไร ไม่อยากเลือกใช่ไหม  ได้!” 



เสียงเข้มพร้อมดวงตาที่หรี่ลง ก่อนที่ริมฝีปากร้อนจะบดเบียดทาบทับลงมาที่ริมฝีปากของผมอย่างเอาแต่ใจ ได้แต่เม้มปากแน่นๆไว้ไม่ยอมให้ลิ้นชื้นแฉะของอีกฝ่ายสอดแทรกเข้ามาได้ แต่อีกฝ่ายคือใครล่ะ มันคือทัพหน้า ไอ้บ้าหน้านิ่งจอมหื่นไงเล่า! ฝ่ามือหนาที่วางลงมาที่เอวของผม ก่อนจะบีบเบาๆแล้วสอดเข้ามาที่ใต้เสื้อนักศึกษาเนื้อดีของผม ฝ่ามือร้อนๆที่ทำเอาสะดุ้งจนเผลอเปิดริมฝีปาก ลิ้นร้อนของอีกฝ่ายที่แทรกเข้ามาในจังหวะนั้น พอดีกับที่เผลอลืมตา มองเห็นร้อยยิ้มร้ายๆของอีกฝ่ายที่กำลังบอกว่าตัวเองเป็นผู้ชนะ



“อื้มม” 



ริมฝีปากร้อนที่ขบเม้มเบาๆ ก่อนจะกดดูดปลายลิ้นของผมจนรู้สึกขนลุกวาบไปจนถึงปลายเท้า ใบหน้าคมที่เอียงหน้าให้ได้องศาและไล่ต้อนกดจูบอย่างหิวกระหายต่อไปแบบคนเอาแต่ใจ จนเริ่มที่จะรู้สึกหมดลมหายใจจนต้องยกมือขึ้นไปทุบไหล่อีกฝ่ายแรงๆ อีกฝ่ายจึงค่อยๆผละหน้าออกมาอย่างอ้อยอิ่ง สายตาคมที่แฝงความร้อนแรงที่จ้องมารู้สึกเหมือนอีกฝ่ายกำลังจะเผากันให้ตาย เห็นแบบนั้นแล้วได้แต่เสตาหนี เอียงหน้าหลบอีกฝ่ายเพราะมันร้อนๆหน้า เห็นมันแค่ยกยิ้มหน่อยๆ ก่อนจะรู้สึกถึงความนิ่มอุ่นที่กดลงมาที่แก้มข้างขวาของตัวเอง ตกใจจนต้องหันไปมอง แต่อีกฝ่ายที่ก็ทำแค่ผละลุกออกไปนั่งดีๆ



“น่ารำคาญชะมัด”



“มึง...ก็น่ารำคาญเหมือนกันแหล่ะ”  เถียงมันออกมาเบาๆ รู้สึกร้อนๆวูบๆวาบๆที่หน้าคล้ายจะเป็นลม เมื่อกี้มันอะไรกันวะ สัมผัสอุ่นที่ข้างแก้มของผมน่ะ ...



“นอนอ่อยกูทำไม ลูกมึงดิ้นตายกับพื้นแล้ว ลุก” 



มันที่ว่าออกมาอีก ทำเอาสติกลับเข้าร่าง ผมที่เด้งตัวลุกขึ้นมาอย่างไว ตอนนี้ไม่กล้าที่จะมองหน้ามันเลยให้ตาย สุดท้ายเลยลุกจากเก้าอี้ลงไปทรุดตัวนั่งกับพื้นที่ตอนนี้มีไอ้หลงส่งเสียงแง้วๆอยู่ มันที่พยายามจะตพกุยขาโต๊ะด้วย



“กูอยู่นี่ มาแล้วๆ ร้องอะไรหื้ม” ถามมันแบบนั้นแล้วเอามือลูบหัวลูบห้างเจ้าตัวเล็ก มันที่เห็นผมลุกจากเก้าอี้ไปหามันที่นอนดิ้นอยู่กลางห้องก็รีบวิ่งเข้ามาหา ลิ้นเล็กๆที่แลบออกมาเลียนิ้วผมอย่างรักใคร่ มันน่ารักจริงๆนะเนี่ย



“เห้ยๆ เกินไปไอ้สัดสั้น แล้วมึงนะไอ้เมลให้แม่งเลียอยู่ได้ น้ำลายแมว อี๋ สกปรก” เสียงนรกดังมาอีกแล้ว



“น้ำลายมึงสกปรกกว่าอีกเถอะ”  บ่นออกมาเบาๆ ไม่ได้ตั้งใจให้มันได้ยินหรอก



“หรอ แต่กูก็เห็นมึงดูด ดื่ม อยู่นี่”



“เชี่ย”  หันหน้าไปมองทันทีพร้อมๆกับสะดุ้งเมื่อรู้สึกว่าเอวของตัวเองถูกโอบไว้ อีกฝ่ายที่เดินมานั่งซ้อนหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แล้ววันนี้เป็นผีอะไร แว๊บไปแว๊บมา วอแวอยู่ใกล้กูจัง ออกไปไม่อยากใกล้มึ๊ง



“ปะ...ปล่อย”



“กูจะจับจะกอดยังไงมันก็เรื่องของกู อย่ามายุ่ง”



“ไอ้บ้า แต่นี่มันตัวกู ปล่อยเว้ย!”



“มึงนั่นแหล่ะปล่อย ปล่อยมือจากไอ้สั้นนี่ได้แล้ว” 



ไม่ว่าเปล่า ฝ่ามือแข็งแรงนี่ยังเอื้อมมาดึงมือผมให้ปล่อยออกจากไอ้หลงอีก ก่อนที่ผมจะถูกดึงตัวให้ลุกขึ้นยืนทั้งๆที่อีกฝ่ายก็ยังคงกอดเอวซ้อนหลังผมอยู่แบบนี้  ขายาวๆของทัพหน้าที่ยื่นออกไปเขี่ยไอ้หลงให้กระเด็นออกไปไกลๆจากตัวผม  เจ้าตัวเล็กที่กระเด็นไปไกลจนถึงผนังแถวผ้าม่านร้องลั่นทันที



“เมี้ยวว แง้วว”  อยากจะหันไปด่าที่มันทำแบบนั้น แต่กลับทำไม่ได้สักอย่าง จะให้ทำยังไงในเมื่อตอนนี้รู้สึกหายใจติดขัดมากขึ้นไปอีก เมื่อลมหายใจร้อนๆของคนด้านหลังเป่ารดลงมาเบาๆที่ต้นคอกันอยู่แบบนี้



“ปะ...ปล่...”



“ชู่วว ดูนู่น” 



เสียงเข้มทุ้มที่ไม่มีแววเล่นๆอีกต่อไป ทำให้ผมจำใจเลิกเถียงและทำแค่มองตรงไปที่กำแพงที่มีผนังผ้าม่านกั้นอยู่ตามที่อีกฝ่ายบอก แค่ชั่วพริบตาเดียว ผ้าม่านผืนหนาสีแดงที่เคยปิดทึบตรงผนังตรงหน้าก็ถูกกระชากออกลงมาทั้งแถบ ภาพตรงหน้าคือภาพของกระจกใสที่เป็นบานเลื่อนปิดเปิดได้อัตโนมัติ หลังบานกระจกเป็นห้องที่มองออกไปมีต้นไม้หนาทึบ มองดูแล้วคุ้นๆจนหวั่นใจแปลกๆ และก่อนที่คิดออก ก็ต้องเผลอตัวสั่นมากขึ้นไปอีก เมื่อสัตว์สี่เท้าหน้าขนค่อยๆก้าวเท้าเยื้องย่างออกมาอย่างสง่างาม  ... ชัดเลย!



‘โฮกกก’



‘เมี๊ยววว’



ไอ้หลงที่ได้นอนอยู่แถวนั้นหลังถูกเขี่ยจนกระเด็นหันหัวเล็กๆของมันไปมอง ก่อนที่ดวงตากลมโตของเจ้าลูกแมวน้อยจะเบิกกว้างขึ้น และร้องเสียงเล็กดังลั่น



“ไอ้ทัพ! นั่น ไม่ๆ อย่า!”



และเป็นเสียงของผมที่ตามมา เมื่อเห็นไอ้เชอร์รี่เดินเข้าไปใกล้ไอ้หลงที่ผองขนตัวสั่นอยู่ มันที่กำลังจะวิ่งปรู๊ดตรงมาหาผม แต่กลับถูกงับ! แววตาร้ายกาจของสัตว์สีเท้าที่มองร่างขาวๆนั่นเหมือนหิวกระหาย และ ... แดกไอ้หลงไปแล้ว!!



“อย่ากินแมวกู!”  ผมที่ได้พยายามจะดิ้นออกไป แต่ก็ติดวงแขนแกร่งที่โอบเอวผมไว้ ทำให้หนีไปไหนไม่ได้ มันไม่ยอมปล่อยให้หนีออกจากอ้อมแขนของมันได้  ผมรู้สึกตาร้อนผ่าวเมื่อเห็นหัวของไอ้หลงที่หายเข้าไปในปากของไอ้รี่



“ฮึก หลง”  ผมที่พูดออกมาเสียงอ่อย รู้สึกผิดที่ช่วยอะไรมันไม่ได้ รู้สึกเสียใจที่ไอ้หลงต้องถูกทำร้าย มึงมันเลือดเย็นไอ้หน้าเหี้ย!



“ชู่วว มึงร้องทำไม ดูนั่น”  เสียงเข้มที่ว่าออกมาแผ่วๆแต่จริงจัง นิ้วยาวของอีกฝ่ายที่ชี้ไปที่สิงโตเจ้าป่าเพศผู้วัยหนุ่มที่ค่อยๆก้าวเข้ามาใกล้ ผมที่พยายามถอยหลังหนี แต่ก็ติดที่อีกฝ่ายไม่ยอมขยับ



‘พรึบ’



‘มะ...เมี้ยววว’



ไอ้หลงที่ร่างลงมาจากปากของไอ้เชอร์รี่ มันที่ดูจะมึนๆงงๆ มองหน้าไอ้รี่ตาแป๋ว ก่อนจะต้องหลับตาลงอีกครั้ง เมื่อลิ้นร้อนของสัตว์ตัวใหญ่แลบลิ้นออกมาเลียมันไปทั้งตัว



“แง้วววว เมี้ยววว”  ไอ้หลงที่เหมือนพึ่งได้สติ พองขนจะสู้อีกครั้ง แต่กลับวิ่งหน้าตั้งมาทางผมแล้วโดดขึ้นไปนั่งที่โซฟาหรูที่อยู่ห่างจากไอ้รี่มากที่สุด



“หึ ... แค่นี่ก็กลัว สิงโตกูมันเลือกกินน่า มันไม่กินไอ้สั้นมึงหรอก สกปรก”



“มึงเลิกว่าแมวกูนะไอ้บ้า! แล้วก็ปล่อยกูด้วย กูกลัว ไอ้ควาย!” 



หันหน้าไปด่ามันเต็มเสียง ความรู้สึกเหมือนกำลังโดนกลั่นแกล้ง และอยากเป็นลมตายเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า สิงโตเจ้าป่าที่ยืนสง่าจังก้าอยู่ตรงหน้าผม ถึงแม้เจ้าของมันจะยืนกอดเอวซ้อนหลังผมอยู่ตอนนี้ก็เถอะ แต่จะเอาอะไรแน่นอนกับสัตว์วะ เกิดมันหิวยกขาหน้าขึ้นมาจะฆ่าผมอีกล่ะ  ภาพยังติดตามาถึงตอนนี้



“หึ อ่อน”



“เอออ ใครมันจะแข็งเหมือนมึงไอ้โรคจิต”



“ก็ไม่ปฏิเสธนะ กูก็แข็งตลอด”  กดเสียงต่ำ ก่อนจะรู้สึกว่าบางอย่างกำลังดุนดันอยู่ที่ก้นผมตอนนี้จนต้องสะดุ้งตาเหลือก



“อะ ไอ้บ้า มึงแม่ง”



“ชู่ว นิ่งๆน่าอย่าดิ้น...หรือมึงอยากถูกจับเยต่อหน้าไอ้รี่ไอ้หลง เลือก!” ว่าดุๆพร้อมกับให้กูเลือก กูเลิกดิ้นทันทีในตอนนี้ สภาพบัดซบที่สุดในโลกนี้คือกูเอง เสื้อผ้าหลุดลุ่ยแถมน้ำตายังคลอๆเหงื่อก็ออก ยับเยินชิพหาย



“ดี แล้วฟังกู”



“กูไม่ได้แกล้งมึง แต่แค่เห็นว่ามึงกับไอ้แมวสมองน้อยของมึงขยันวอแวกับกรงสิงโตกูดีจัง กูเลยจะสอนให้...”



“ห๊ะ...สอน?”



“อืม เพราะกูไม่ได้อยู่ตามช่วยมึงจากไอ้เชอร์รี่มันได้ทุกครั้งหรอกนะ”



“สอน อะไรวะ?”



“วิธีการเอาตัวรอดจากไอ้เชอร์รี่”



“ห๊ะ”



“เลิกห๊ะเลิกโฮะเป็นไอ้โง่สักที นั่น มองหน้ามัน”



“มึงจะบ้าหรอ!”  กูหันหน้าไปแหวใส่เลย สัตว์เลี้ยงมึงก็ไม่ต่างจากมึงหรอก แค่มองก็เหมือนกำลังจะถูกจับแดก ใครจะกล้าไปมองหน้าแม่ง



“มอง ไอ้เมลอย่าให้พูดซ้ำ”  และไม่มีการพูดซ้ำแบบที่มันว่า เมื่อฝ่ามือหนาเอื้อมมากำรอบหน้าของผมบังคับให้หันไปจ้องตรงๆกับสิ่งมีชีวิตตรงหน้า ทันทีที่ตามองตา ไอ้รี่ก็จิกตาใส่เลยทันที  ดวงตาคมใหญ่ของสัตว์ตรงหน้าแข็งทมึนขึ้นมาทันที มันที่มองมาที่ผมเหมือนกำลังเคลือบแคลงสงสัยในตัวผมจนผมเผลอตัวสั่น



“อย่าไปกลัวมัน มองจ้องตากับมันนิ่งๆ ทำให้มันรู้ว่ามึงคือใคร”  แล้วกูคือใครวะ?



“มองให้มันรู้ว่ามันจะขัดมึงไม่ได้ มึงคือคนที่เป็นใหญ่กว่ามัน” 



เสียงเข้มที่ยังคงบอกผมต่อไป และไม่ยอมให้ผมหนี  สุดท้ายเลยหายใจเข้าลึกๆหนึ่งครั้ง เอาไงเอากันวะ ... ผมที่มองตรงไปที่ดวงตาคมของสัตว์ตรงหน้า มองนิ่งๆแล้วบอกมันในใจว่ากูไม่กลัวมึงหรอก อย่ามาบังอาจแดกกูอีก! ถ้ามึงบังอาจอีก กูจะให้ไอ้หลงแดกมึงคืน!!  ... สายตาของไอ้เชอร์รี่ที่แข็งกร้าวในตอนแรกค่อยๆเปลี่ยนไปนิดหน่อย มันที่เอียงหัวมองผมแล้วมองกลับมาที่ทัพหน้า ร่างสูงที่ยืนซ้อนหลังผมพยักหน้าลงนิดหน่อยไอ้เชอร์รี่ก็ร้องออกมาจนผมใจเตลิด  แดก จะแดกกูหรอ!



‘โฮกกก’



แต่เปล่า ไอ้เชอร์รี่ที่แค่ทิ้งตัวทรุดตัวนั่งลงตรงหน้าของผมนิ่งๆ หันหน้าไปมองไอ้ทัพหน้าแบบไม่เข้าใจ เห็นอีกฝ่ายที่ยกยิ้มมุมปากพอใจอยู่ในตอนนี้



“เอาล่ะ ทีนี้มึงก็ลูบหัวมันได้แล้ว”



“ห๊ะ!”



“ไป อย่าโง่”  ว่าแบบนั้นก่อนจะผละตัวออกจากผม แล้วดันหลังผมแรงๆจนผมถลาไปข้างหน้าเกือบจะเหยียบหัวไอ้เชอร์รี่แล้วแม่ง ดีนะกูเบรคทัน



“ลูบสิ มันไม่แดกมึงหรอกตอนนี้”



กอดอกสั่งกูเก่ง หันไปมองค้อนมัน แต่ก็ค่อยๆทรุดตัวลงนั่งก่อนจะค่อยๆยื่นมือออกไปหามันช้าๆ  ไอ้เชอร์รี่ที่หายใจฟืดฟาดแบบไม่สบอารมณ์เท่าไหร่แต่มันก็ยอมอยู่นิ่งให้ผมลูบหัว  พอลองลูบไปทีแล้วรู้สึกแปลกมากๆ เหมือนได้รับความสบายใจ อาจเป็นเพราะขนนิ่มๆเหมือนไหมเนื้อดีแบบนี้หรือเปล่ากูไม่รู้ ก้มมองหน้าไอ้รี่ที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นหลับตาพริ้มปล่อยให้ผมลูบขนลูบหัวไปแบบชิลๆ มองตอนนี้ก็ไม่เห็นเค้าของสิงโตเจ้าป่า ไอ้บ้านี่มันแมวตัวโตสินะ เห็นแบบนี้แล้วเผลอยิ้มกว้างออกมาอย่างดีใจ เงยหน้าขึ้นไปหาไอ้ทัพหน้าที่ยืนกอดอกมองผมอยู่แบบนิ่งๆ ผมที่ยิ้มกว้างส่งไปให้มัน อีกฝ่ายที่ชะงักหน่อยๆก่อนจะรีบหมุนตัวเดินหนีไปที่โซฟา เป็นห่าอะไรอีกอ่ะ



‘พรึบ’



“เห้ยยยย” 



ผมแหกปากทันที เมื่อไอ้หลงถลาแหมาะมาเกาะอยู่ที่ไหล่ผมในตอนนี้ ดูก็รู้ว่าถูกไอ้ทัพโยนมาอีกแล้ว ไอ้ชั่ว!  ตั้งใจจะหันไปด่า แต่ก็ต้องชะงักเมื่อไอ้เชอร์รี่ที่นอนให้ผมลูบหัวลูบหางอยู่ดีๆก็ทำจมูกฟุดฟิดก่อนจะเด้งตัวลุกขึ้นมาทันที สายตาคมเหยี่ยวแบบผู้ล่ามองตรงมาที่ไอ้ลูกแมวที่ตอนนี้เกาะไหล่ผมเหมือนปลิงแถมยังเอาหัวมุดหลบสายตาไอ้รี่ไปอีก



“หยุด! มึงห้ามแดกแมวกู” 



มองไอ้รี่ไอ้หลงสลับกันไปมา ก่อนจะหันไปจ้องตาดุๆใส่ไอ้รี่พร้อมบอกมันเสียงแข็ง ไอ้รี่ที่เบี่ยงหน้ามามองตาผมหน่อยๆ รู้สึกเหมือนมันพยักหัวให้ กูนี่เบิกตากว้างเลย เดี๋ยวๆ กูตาฝาดไหมวะยังไง



“เอาแมวออกจากหลังมึงได้แล้วไอ้เมล ไอ้รี่มันไม่แดกไอ้สั้นหรอก” 



หันไปมองหน้ามันหน่อยๆ แต่ทัพหน้าที่กำลังนั่งไขว่ห้างมองมาที่ผมแบบกดดัน สายตาที่บอกว่า ถ้าไม่เอาไอ้หลงลงจากไหล่ มันจะลุกมาจัดการเอง ก็ทำให้ผมค่อยๆแงะไอ้ตัวจ้อยนี่ออกมาจากหลัง ไอ้ตัวเล็กที่ดิ้นไปมาพร้อมร้องเสียงแง้วๆ ขาสี่ขาของมันที่ตะกุยพยายามจะเข้ามาหาผม มองแล้วน่าสงสารหน่อยๆ แต่สุดท้ายก็จำไจวางมันลงตรงพื้น พร้อมลูบหัวปลอบเบาๆ



“ไอ้รี่ไม่กินมึงหรอก”  มั้ง  กูนี่มั้งอยู่ในใจเบาๆเลย แต่คิดว่างั้นนะ ไม่รู้ทำไมตอนนี้ถึงรู้สึกวางใจได้ก็ไม่รู้  และทันทีที่ผมดันเจ้าตัวเล็กออกไปข้างหน้าหน่อยๆ ไอ้รี่ก็ตรงมาคาบแมวกูไปต่อหน้าต่อตา



“เห้ยๆ!”   ได้แต่อ้าปากค้าง พร้อมชี้มือตามหลังไอ้สิงโตตัวใหญ่ที่คาบไอ้หลงที่ดิ้นแง้วๆร้องเสียงหลงไปที่ห้องกระจก แล้วเดินหายไปจากสายตา



“หึ มึงน่ะมานี่ มันไม่กินลูกมึงหรอก”



“มึงจะแน่ใจได้ไงไอ้บ้า!”



“มันไม่กินลูกมึงหรอก แต่กูนี่ที่จะกินมึง



“ห๊ะ!”



.

.

.





รู้สึกเหมือนยังไม่ทันได้อ้าปากร้องขัดขืนอะไร อยู่ๆก็ถูกทิ้งตัวลงมานอนที่กลางเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้  อาจเป็นเพราะมัวเมากับรสจูบตอนที่ถูกมันจูบและอุ้มตัวผมเดินขึ้นมาที่ชั้นสองหรือเปล่า ที่ทำให้ผมไม่รู้ตัวได้มากขนาดนี้



“อ๊ะ” 



ผมร้องออกมาตอนที่แผนหลังแนบลงกับเตียงนอนนุ่มๆและเสื้อของผมที่ถูกมันปลดถอดทิ้งไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ ริมฝีปากอุ่นๆของมันที่ก้มลงมาครอบครองอยู่ที่หัวนมของผมอย่างเป็นเจ้าของ สมองเบลอๆที่ทำได้แค่แอ่นอกตอบรับมันอยู่แบบนี้ มืออีกข้างของมันที่เลื่อนไปขยี้หัวนมอีกข้างอย่างกลัวจะเสียเปรียบ



“อ๊ะ อื้อออ”



“อย่าดื้อกับกูอีก”



“อื้อ กู...ป...เปล่า” 



เถียงออกไปแบบนั้นถึงแม้ตอนนี้กำลังจะรู้สึกใจขาด เมื่อทัพหน้าลากปลายลิ้นตวัดเลียไปมาที่ยอดอกสวยก่อนดูดดุนแรงๆจนร่างสั่นสะท้านด้วยความเสียว ก่อนจะลากปลายลิ้นตวัดเลียเบาๆและดูดเม้มหนักๆจนเกิดรอยแดง พรมจูบไปตามหน้าอก รอยแดงช้ำก่อนหน้านี้ที่เคยมีถูกสร้างรอยใหม่ไปตามแนวลำคอและแผ่นอกขาว ข้อมือหนาคว้าข้อมือเล็กเอาไว้และกดลงเตียงไม่ให้อีกคนขัดขืน ลากปลายลิ้นไปที่ยอดอกแข็งชัน กดจูบย้ำๆก่อนลากลิ้นเลียและดูดเม้มอย่างแรงจนเกิดเสียงดังอีกครั้งนึง



“กล้าดียังไงหนีกูไปมหาลัยเอง แล้วยังไม่ให้กูเข้าห้องนอนอีก นี่มันบ้านใครกันแน่ มึงจะดื้อไปแล้วนะไอ้เมล”



“อึก อื้อออ”   



ร้องเสียงหลงเมื่อเข่าแกร่งทิ้งน้ำหนักลงบนแกนกายพอดีมือแล้วบดขยี้เบาๆ ปรือตามองใบหน้าหล่อของคนที่กำลังสนุกอยู่กับการกลั่นแกล้ง มือหนาที่เกี่ยวรั้งกางเกงของผมลงไป รวมถึงเอื้อมมือไปดึงรั้งกางเกงตัวเองให้ลงไปที่หน้าขาแล้วคว้าแกนกายใหญ่ที่เริ่มแข็งตัวขึ้นมารูดรั้งเบาๆ



“อย่าดื้อกับกูอีกจำเอาไว้”  จับแกนกายใหญ่ที่ขยายตัวเต็มที่พร้อมใช้งานจ่อที่ช่องทางรัก ถ่มน้ำลายรดบนส่วนปลายของแกนกายใหญ่ก่อนจะชโลมมันให้ทั่วลำกาย แล้วกดส่วนหัวเข้าไปในช่องทางรักแล้วดันแกนกายพรวดเดียวเข้าไปจนสุด ได้แต่สะดุ้งเฮือก เบิกตากว้างแล้วร้องเสียงดังด้วยความจุกเสียด



“ทะ...ทัพ!”



“อืมมม ซี๊ดด”  คนร่างสูงที่ไม่ได้สนใจเสียงร้องของผม มันที่ขยับเอวดึงกายออกช้าๆ และก้มมองแกนกายที่ถอนตัวออกมาจนเกือบหลุดแล้วกระแทกเข้าไปใหม่จนสุด เสียงเนื้อที่กระทบกันดังลั่นไปทั่วห้องนอน ทัพหน้าดึงกายออกแล้วกระแทกกลับเข้าไปอีกครั้งจนผมได้แต่เงยหน้าสะบัดไปมาอย่างทรมารและปั่นป่วนไปหมด



“อึก อะ มัน...มันจุก อื้ออ ทัพ”



“ดี มึงจุกแต่กูเสียว”



“อ๊ะ อื้อออ ทั...ทัพ”



“พี่ทัพ เรียกกูว่าพี่ทัพ”   



ใบหน้าหล่อที่ก้มลงมองจ้องตากันนิ่งๆ น้ำเสียงเข้มที่พูดออกมาไม่ดังมากแต่กลับทำเอาใจกระตุก ทัพหน้าที่เลื่อนมือไปจับที่ข้อพับแขนแล้ว รั้งร่างบางให้เข้ามาแนบชิดมากขึ้นก่อนขยับเอวถี่รัว กระแทกเน้นๆจนได้แต่ร้องลั่นแทบไม่เป็นภาษา ขาเรียวสั่นระรัว



“อึก อ๊ะ พะ...พี่ทัพ อื้อออ”



“ซี๊ดด ตอดดีจังวะ อ่า”   



ทัพหน้าที่ยกยิ้มร้ายๆตอนที่ผมพูดออกมาแบบนั้น ก่อนจะครางเสียงกระเส่าออกมา ยกยิ้มอีกครั้งก่อนจะกระแทกแกนกายเข้ามารัวแรงจนได้แต่อ้าปากครางเสียงหลงฟังแทบจับใจความไม่ได้ แกนกายใหญ่กระแทกเข้าจุดเน้นๆจนพร้อมร่อนเอวควงสะโพกไปมาก่อนจะดึงกายออกขนเกือบหลุดแล้วกระแทกเข้าไปสุดแรง  ก่อนประกบจูบเบาๆแล้วแลกลิ้นซึ่งกันและกัน ผละจูบออกมาช้าๆแล้วก้มมองด้านล่างของตัวเองที่กำลังกระทำอย่างหนักหน่วงแล้วยิ้มร้ายๆออกมาอีกครั้ง มันทั้งจุก เสียด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันดีมากจริงๆ



เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังตั้บๆลั่นห้อง พร้อมเสียงใสที่ครางออกมาแทบไม่เหลือเสียง ทัพหน้าดันสะโพกเข้าไปจนสุดก่อนดึงออกแล้วเอื้อมมือไปรูดรั้งแกนกายให้เบาๆ จนสุดท้ายผมก็ปลดปล่อยความสุขทั้งหมดออกมา พร้อมๆกับอีกฝ่ายที่ครางเสียงทุ้มแล้วกระแทกแกนกายเข้าไปอีกสองสามครั้งอย่างหนักหน่วงแล้วปลดปล่อยทุกหยาดหยดเข้ามาที่ช่องทางด้านหลังของผม



ร่างสูงที่ทิ้งตัวลงมาทัพผมไว้ทั้งตัวหอบถี่ๆ ทั้งผมและคนบนร่างที่หอบหายใจสะท้อนออกมาดังไปทั่วห้อง ก่อนที่ผมจะรับรู้ว่าแกนกายที่ยังคงอยู่ที่ด้านหลังมันเริ่มแข็งขืนขึ้นมาอีกครั้ง ได้แต่ปรือตาขึ้นมาอย่างหวั่นใจ  เป็นจังหวะเดียวกับที่อีกฝ่าย ดึงตัวขึ้นมาจากหน้าอกของผม มันที่ยกยิ้มร้ายๆพร้อมกับยกฝ่ามือขึ้นไปเสยผมที่ชื้นเหงื่อของมันนิ่งๆ



“เด็กที่ดื้อกับกู อย่าหวังว่ามึงจะได้นอน”



“อ๊ะ อึก...ทัพ ไม่ อื้อออ”



“หึ”



...





เช้าวันใหม่ที่ไม่ไฉไลเท่าที่ควร ผมที่ลุกขึ้นมาจากเตียงนอนในสภาพเปลือยเปล่า มีเพียงผ้าห่มคลุมตัวก็เพียงแค่นั้น มองที่ฝั่งข้างๆตัว ยังคงมีร่างหนาๆของใครบางคนนอนแก้ผ้าโชว์ซิกแพ็คอยู่ตอนนี้



“หน้าไม่อาย” 



ว่าออกไปแบบนั้น แต่คิดว่ามันคงไม่รู้เพราะยังไม่ตื่น  แต่ถึงจะตื่นก็คิดว่าความหน้าด้านเป็นทุนเดิมของมันต้องมีมากโขอยู่จนไม่รู้สึกอะไรหรอก เลื่อนสายตาไปมองที่ผนังห้องนอนของมันบอกเวลา11โมง ... ไม่แปลกใจเท่าไหร่ เพราะกว่าจะผ่านเมื่อคืนนี้มาได้ กูนึกว่ากูซ้อมตาย ...



 ผมที่พยายามดึงแขนของคนข้างๆตัวให้ออกจากเอวอย่างเบาที่สุด แล้วค่อยๆลุกขึ้นนั่ง รู้สึกเจ็บร้าวไปจนถึงก้านสมอง ช่องทางด้านหลังรู้สึกแสบจากการใช้งานมาอย่างหนักหน่วง



“ทำอะไรของมึง”



“เชี่ย” สะดุ้งตกใจเมื่อเสียงเข้มดังขึ้นข้างๆหู อีกแล้ว! รู้สึกขนลุกเกลียวไปหมด



“ตบปาก”  มันที่ว่าแบบนั้นหรี่ตามองผมอย่างไม่พอใจกับคำทักทายตอนเช้าของผม ก่อนจะยกมือขึ้นมาตบปากของผมจริงๆ



“เจ็บนะเว้ย”



“ปากหมา”  ว่ากูออกมาแบบนั้นแล้วเริ่มยกมือบิดขี้เกียจ โอ้โหหหหห อยากจะถามว่าในโลกนี้ยังมีใครที่ปากหมากว่ามึงได้อีกหรอทัพ โหๆๆๆกล้าว่า



“ทำมามองค้อนคิดว่าน่ารัก? ... ขัดตา”  ไม่ว่าเปล่าผลักหัวกูอีก มึงนี่มัน! ไอ้ไร้ซึ่งความอ่อนโยน



“ตื่นแล้วก็ลุก เดี๋ยวกูไปส่ง”



“ห๊ะ?”  เอียงหน้ามองมันที่ลุกขึ้นจากที่นอน เดินโทงเทงโตงเตงไปแบบไม่เชื่อหู เมื่อกี้กูหูฝาดไหม หรืออะไรนะ



“งงอะไรของมึง กูบอกว่าให้ไปอาบน้ำ”



“แล้ว?”



“ไปอาบน้ำ!!”   ทำหน้าหงุดหงิดใส่แบบไม่สบอารมณ์ พรางโยนผ้าเช็ดตัวมาใส่หัวผมแบบเต็มๆ กว่ากูจะมุดหัวออกจากผ้าได้ไอ้ทัพหน้าก็ไปไหนแล้วไม่รู้ แม่ง ไม่มีความอ่อนโยน ใจบาป



“อู้ยย”  ซี๊ดปากออกมาเบาๆตอนที่ลุกขึ้นจากที่นอน ต้องหยุดยืนนิ่งๆสักพักก่อนที่จะค่อยๆพาสารร่างตัวเองพันผ้าเช็ดตัวเข้าไปอาบน้ำ ทำกับกูเหมือนกูเป็นตุ๊กตายาง ใส่เอาๆไม่คิดจะถนอมกูเลย



“ยื่นบ่นห่าไรอยู่ทำปากมุมมิบๆอยู่ได้ รำคาญสายตา”



“เห้ย!”  เงยหน้าขึ้นมองคนที่ยืนพิงกรอบประตูห้องน้ำพันผ้าเช็ดตัวอยู่อย่างตกใจ คือกูก็คิดว่ามึงออกไปข้างนอกหรืออะไร



“เข้ามา ชักช้าจังวะ”  ว่าแบบนั้นพรางดึงมือผมให้เข้าไปในห้องน้ำด้วยกัน



“มะ...ไม่ คือกู”



“ไปอาบน้ำ!”



‘ปัง’



ว่าแบบนั้น ก่อนจะดึงประตูห้องน้ำกดปิด ร่างสูงใหญ่ที่มองตรงมาที่ผมพร้อมยกยิ้มมุมปากแล้วสาวเท้าเข้ามาใกล้ๆ ไอ้เหี้ยๆ ไม่ได้ๆ อย่าเข้ามานะเว้ย



“หึ”



...



(มีต่อจ้า)


หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่12* {01.12.18}
เริ่มหัวข้อโดย: Yoghurt ที่ 01-12-2018 21:21:22


“ทำหน้าให้มันดีๆหน่อย เป็นอะไรของมึง”  คนข้างตัวที่กำลังขับรถด้วยตัวเอง(อีกแล้ว) มาส่งผมที่มหาลัยว่าออกมาแบบนั้น



“ก็มันเจ็บอ่ะ กูแทบจะฉีกขาเดิน ตอนเดินลงมาจากบ้านลูกน้องมึงก็มองกันเต็มเลย กูอายไอ้เชี่ยเอ๊ย”



“แค่นี้ทำมาเป็นอาย ทีเรื่องชั่วกว่านี้ไม่เห็นจะอาย” มันที่หักพวงมาลัยเลี้ยวรถเพื่อจะไปจอดที่คณะของผม พร้อมๆกับที่พูดออกมาแบบนั้น คำพูดของมันที่ทำให้ผมต้องชะงัก รู้สึกหน้าชาไปชั่วขณะ



คุณเคยเป็นไหม ถ้าบ้างครั้ง คุณรู้สึกว่าเรื่องราวมันกำลังจะดีขึ้น



แต่จริงๆเราแค่คิดไปเอง



ความรู้สึกเหมือนกำลังวิ่งๆบนภูเขาที่วิวสวยแล้วอยู่ๆก็ถูกผลักลงมาจากหน้าผาด้วยมือของคนที่เป็นคนจูงคุณขึ้นไปดูวิวบนเขา ตอนนี้ผมเองก็กำลังรู้สึกแบบนั้น เมื่อวานผมยังใจสั่นเต้นรัว เพราะแอบคิดเข้าข้างตัวเองว่า ตอนนี้มันดูแลผมมากขึ้น มันมารับและมันก็ง้อที่พูดไม่ดีกับผม มันให้ผมวุ่นวายกับสัตว์เลี้ยงสุดรักมัน ผมเองกำลังคิดว่ามันจะเป็นเรื่องดีๆ ...



แต่จริงๆมันก็เปล่า จริงๆแล้วทัพหน้าไม่เคยลืม ไม่เคยเลิกรู้สึกเลยว่าผมเป็นคนฆ่าเมียมัน



“เงียบทำเชี่ยไรล่ะ”  มันที่เข้าเกียร์เป็นตัวNแล้วหันมาถามผมแบบนั้น ได้แต่หลบตามันแล้วส่ายหน้าให้ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นทีวีที่ถูกถอดปลั๊กและเครื่องกำลังช็อต



“ปะ...เปล่า กูไปนะ”



“เดี๋ยว”  ผมชะงักมือที่กำลังจะเปิดประตูรถ แล้วหยุดนิ่งรอฟัง



“เย็นนี้ธรจะมารับ” 



มันที่บอกออกมาแบบนั้นแล้วผมก็ทำแค่พยักหน้าหน่อยๆ  เผลอเงยหน้าขึ้นมามองหน้ามันนิดหน่อย อีกฝ่ายที่ขมวดคิ้วมองหน้าผมนิ่งๆ แต่เหมือนอยากจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดมันออกมา ผมเองก็ไม่อยากอยู่ต่อแล้ว ทำแค่รีบร้อนลงไปจากรถแล้วหันหลังเดินหนีมาเร็วๆ  กลัว....กลัวว่าตัวเองจะเผลอร้องไห้ออกมา



“ทำไมไม่รู้จักชินสักทีวะไอ้เมล”  บอกตัวเองแบบนั้นแล้วกระพริบตาถี่ๆ



“พี่เมลลลลล จ๊ะเอ๋!”  ผมที่กำลังดราม่าสะดุ้งตกใจเต็มที่ เมื่อสิ่งมีชีวิตตัวกลมโดดมาขวางทางไว้



“ไอ้แจ”



“จ๋าจ๊ะ ทำไมหน้าซีดจังอ่ะพี่เมล แล้วไอ้รถแดงๆเมื่อกี้คุณมาก แจวิ่งตามรถมา เมื่อกี้แจอยู่ร้านขายหมูปิ้งอ่ะ”  ผมที่พูดออกมาเจื้อยแจ้วพลางชี้ไม้ชี้มือบอกผมแบบนั้น



“คือมึงวิ่งตามรถมาหรอ”  กูต้องกลืนน้ำตาลงไป ต้องเลิกเศร้าในใจก็เพราะไอ้เด็กตรงหน้านี่แหล่ะ คือมึงวิ่งตามรถไอ้ทัพที่ขับ90-100แม้ว่าจะขับในมหาลัยเนี่ยนะ



“ใช่แล้ว แจเก่งใช่ป๊ะ นี่เป็นนักวิ่งนะพี่เมลตอนม.ปลายอ่ะ”  ว่าแบบนั้นพรางยิ้มกว้างภูมิใจ



“ตัวขนาดนี้ไม่น่าจะวิ่งได้ไวอ่ะครับน้อง”  เสียงเข้มๆที่ทำให้ผมและไอ้แจต้องหันไปมอง ก่อนที่รอยยิ้มกว้างๆของไอ้แจจะเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงเมื่อเห็นคนมาใหม่ที่กำลังเดินเข้ามา



“ไอ้อู๋”



“ไอ้ลุง”



“เห้ๆ เรียกใครลุงห๊ะไอ้อ้วน”   ไอ้อู๋ที่เดินเข้ามายืนข้างผม มันที่ยื่นมือไปผลักหน้าผากของไอ้แจทีนึง



“ไอ้ลุงงงง พี่เมลๆๆไอ้บ้านี่แกล้งแจอีกแล้ว”   ไอ้แจที่โวยวายออกมาแล้วก็เอาแขนมันมาเกาะผมไว้พรางฟ้องไปด้วย



“โห ไอ้อ่อน ไอ้เด็กขี้ฟ้อง”



“พอๆ มึงสองตัวเลิกเถียงกันได้ไหมวะ”



“ก็ดูลุงมันดิ”



“มึงดูไอ้อ้วนดิ เรียกกูลุงอยู่ได้ ฟิตปึ๊งปั๊งดึ๋งดั๋งแบบนี้อ่ะ”



“พอๆ กูจะเข้าคณะแล้ว  ไอ้แจมึงจะเข้าไหม หรือมึงจะกลับคณะมึง ว่าแต่มึงเรียนคณะไรวะ”



“แจเรียนอักษร แจขอเข้าไปนั่งกินหมูปิ้งนี่ก่อนได้เปล่า หิวอ่า”



“โหยตะกละตะกลามมูมมามไปอีก”



“ไอ้ลุง!”



“เอ้า พอ! ไปกันหมดนี่แหล่ะ ไปๆ” 



ผมที่ยืนอยู่ตรงกลางตัดสินใจลากแขนซ้ายขวาของไอ้แจและไอ้อู๋ให้เดินตามเข้ามาด้วยกัน กูเหนื่อยใจมาก มีเรื่องให้คิดเยอะแยะ แต่ไอ้สองตัวนี้ก็มาทำให้ปวดหัวเพิ่มไปอีก...พวกเราตัดสินใจนั่งโต๊ะไม้ใต้ตึกคณะเพื่อรอเพื่อนๆที่ยังมาไม่ถึง  ไอ้แจที่นั่งลงข้างๆผมและเริ่มต้นกินหมูปิ้งของมันทันที



“พี่เมลกินไหม”



“ไม...”



“กิน”  ไอ้อู๋ที่เสือกบทสนทนาขึ้นมาแบบนั้น พร้อมยื่นมือไปคว้าหมูปิ้งของไอ้แจขึ้นมากัดไม้นึง



“ไอ้ลุงงงงง หมูปิ้งแจอ่ะ เอาคืนมานะโว้ย ไอ้ไม่มีมารยาท”



“ให้กูอ้วกใส่หน้ามึงไหมอ่ะ กูกลืนไปแล้ว เอาหัวมึงมุดเข้าปากกูแล้วลากเศษหมูตามไรฟันกูคืนไปมะ แค่นี้ก็ต้องหวง”



“อี๋ คนสกปรก ไปไกลๆเลย ชิ่วๆ”



“มาไล่กูนะอ้วน นี่ถิ่นกูครับ เด็กอักษรจะเอาไง บวกได้นะ”



“ไม่อยากคุยกับคนแก่”



 ไอ้แจที่เบ้ปากใส่ไอ้อู๋แล้วกอดถุงหมู ที่ในนั้นมีอยู่อีก9ไม้ไว้แน่นแถมมองไอ้อู๋ตาขวาง ผมรู้ว่าไอ้อู๋ไม่ได้อยากกินหรอก จริงๆมันก็แค่กวนตีน เอาจริงๆไอ้แจมันน่ารักนะครับ แต่หน้าตาที่ดูเป็นคุณหนูของมันก็ค่อนข้างอ้อนตีนอยู่ ไม่แปลกใจที่ไอ้อู๋จะอยากกวนตีน ไอ้แจที่ทำปากมุมมับๆด่าไอ้อู๋เบาๆอยู่ข้างผมทำเอาไอ้อู๋ที่ถือหมูปิ้งที่มันกันไปคำเดียวถึงกับสายหัว ก่อนที่มันจะยื่นหมูปิ้งไปยัดปากไอ้เด็กข้างๆผมนี่ทั้งไม้



“อื้อออ ไอ้สัดลุง”



“ทำปากมุบมิบๆสาปแช่งกูอยู่ได้ แดกไปเลยไอ้อ้วน!”



“หึ้ย!”  มันที่มองไอ้อู๋แค้นๆ แต่ก็แดกหมูที่อยู่ในปากเคี้ยวมุบมับต่อไป ดูเป็นคนรักการกิน เหมือนชีวิตอยู่เพื่อกินจริงๆนะมันน่ะ



“ไอ้เมล เมื่อเช้ากูไปหาโพดมาด้วยว่ะ”  ไอ้อู๋ที่ละสายตาจากไอ้แจแล้วหันมาพูดกับผม ผมที่ชะงักไปนิดหน่อยตอนได้ยินชื่อข้าวโพด



“หรอ”



“อืม โพดน่าสงสารว่ะมึง ตาบวมไปหมด คนอื่นก็จ้องจะด่าจ้องจะว่าอย่างเดียว เหมือนแถวแขนโพดมีรอยทำร้ายด้วย”



“รอยทำร้าย?”



“เออสิวะ”



“ใครจะไปทำวะ” 



ผมเลิกคิ้วถามมันออกไปแบบนั้น ไม่ได้อยากเป็นห่วงโพดมันนะ แต่แค่คิดว่าคนแบบมันจะมีใครทำอะไรได้ด้วยหรอวะ  ผมไม่อยากสงสารมันเลย มันที่อยู่ดีๆก็ส่งลูกน้องจะมากระทืบผม มันใช่หรอวะ



“กูก็ไม่รู้ โพดไม่ยอมบอกอะไรกูเลย ไปถึงก็มีแต่ดันหลังไล่กูออกจากบ้านมา ลุกลี้ลุกลนแปลกๆ แต่น่าสงสารมากๆเลยว่ะ กูว่านะ โพดหรอวะจะเป็นคนทำ คนที่ซื่อๆนุ่มนิ่มแบบนั้นน่ะหรอ”



“แต่มึงก็เห็นหลักฐานไม่ใช่หรือไง ถ้ามันไม่ทำทำไมไม่พูด แล้วกูขอถามหน่อยไอ้อู๋ กูต้องสงสารโพดหรอวะ ทำไมกูต้องสงสารคนที่ส่งคนมาทำร้ายกูด้วยวะ” 



ผมเงยหน้าขึ้นไปจ้องตากับไอ้อู๋ มันที่พยายามจะอ้าปากออกรับแทนโพดในตอนนั้น แต่ก็ต้องหุบปากลงไปอีกครั้ง เพราะมันเองก็หาคำอะไรมาแก้ต่างให้อีกไม่ได้



“ขอแจเสือกหน่อย มีคนจะทำร้ายพี่เมลหรอ ใช่ที่ร้านพี่ดาบวันนั้นไหม”  ผมหันหน้าไปหาแล้วพยักหน้าให้หน่อยๆ



“อื้ม วันนั้นพี่ดาบโทรมากรี๊ดๆหวีดใหญ่เลยว่าพี่ทัพเท่มากๆ สู้มันส์หยดเลยใช่เปล่า แต่ว่านะพี่ดาบบอกว่า เห็นหน้าคนที่บงการล่ะแต่ยังไม่ได้โทรบอกพี่ทัพเลย”



“ห๊ะ! เห็นหรอ ได้ไง ยังไง”  ผมที่เบิกตากว้างๆมากขึ้นตอนที่ไอ้แจเล่าออกมาแบบนั้น



“อื้ม เห็นสิ พี่เมลพี่ดาบเป็นเจ้าของร้านนะ มันรู้มันเห็นทุกเรื่องแหล่ะ เรียกง่ายๆว่าขี้เสือก”  ไอ้แจยิ้มกว้างออกมาภูมิใจในพี่ชายคนที่สองของมัน



“เดี๋ยวแจ พี่ดาบเล่าอะไรให้ฟังอีก”



“รูปร่างหน้าตาคนบงการล่ะ ขอคร่าวๆ”  ไอ้อู๋ที่ดูจะตื่นตัวขึ้นมาหน่อย ลุกขึ้นมาดึงแขนไอ้แจให้รีบตอบคำถามมัน เหมือนน้องมันจะเจ็บจากแรงบีบแขนหน่อยๆถึงกับต้องขมวดคิ้ว



“แจไม่มีรูปเว่ย พี่ดาบบอกจะส่งให้พี่ทัพดู แต่บอกลักษณะมาว่า เป็นผู้ชาย สูงโปร่ง แต่งตัวมั่นๆเปรี้ยวๆเฉี่ยวๆ”



“ห๊ะ”  ผมขมวดคิ้วแน่นตอนที่พูดออกมาแบบนั้น ก็แม่งเล่นตรงกันข้ามกับลักษณะของไอ้โพดมากๆเลยนี่นา



“มึงเห็นไหมไอ้เมล กูบอกแล้วโพดไม่ได้ทำ กูว่าไม่ใช่โพดแน่ๆอ่ะ ... นี่ไอ้อ้วน พี่ดาบพี่แดบไรมึงบอกอีกไหมว่าใส่แว่นรึเปล่า”



“จะใส่ทำเชี่ยไรล่ะลุง พี่ดาบก็บอกอยู่ว่าเปรี้ยวๆเฉี่ยวๆจะมาแว่นเวิ่นไรอีกล่ะ”  ไอ้แจที่ตอบออกมาแบบนั้นทำผมขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น  ถ้าไม่ใช่โพด ผมคงรู้สึกผิดมากๆกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่....มันคืออะไรล่ะวะ



    วันนี้ช่วงบ่ายไอ้กุ๊กไม่ได้มาเรียน มีแค่ผมไอ้อู๋ไอ้บินที่มา ไอ้บินบอกว่าเมื่อเช้าออกไปเคาะห้องไอ้กุ๊กแล้วไม่มีใครอยู่ ลองไขเข้าไปก็ไม่อยู่  พวกมันสองคนอยู่คอนโดเดียวกันครับ ห้องติดกันด้วย เพราะแบบนั้นมันเลยชอบไปไหนมาไหนด้วยกัน แต่ถึงจะแบบนั้น พวกมึงถึงกับมีกุญแจห้องกันเลยหรอวะ ก็นะ...



“เฮ้อออ วันนี้โพดก็ไม่มา” 



ไอ้อู๋บ่นออกมาแบบนั้นตอนที่พวกเราเดินออกมาจากห้องเรียนในช่วงบ่ายสี่โมง เรียนเหมือนชาตินี้ทั้งชาติจะไม่เรียนอีกแล้ว อาจารย์ดูรีบร้อน อาจารย์ดูเหมือนมีธุระ อธิบายเหมือนฟาส8



“กูติดต่อไอ้กุ๊กไม่ได้เลยว่ะ ทำไมมันไม่รับสายกูวะ ไปไหนก็ไม่บอกไอ้Kเอ๊ย”  อะ อีกคนก็ฟึดฟัดๆเหมือนเมียหายออกจากบ้าน  อีกคนก็ครวญครางเหมือนเมียตาย กูเบื่อพวกมึงสองคนมากไอ้บินไอ้อู๋



“พวกมึง กูว่ากูจะไปหาโพดอีก”



“มึงเป็นเหี้ยไรนัก”



“ก็มันไม่ยุติธรรมไหมวะ พวกมึงคิดดูนะ ถ้าโพดไม่ได้ทำ แล้วมึงดูดิ ดูสิ่งที่โพดโดน แม่งโดนบอยคอตจากเพื่อนในคณะเลยนะเว้ย จริงๆก็เป็นเพราะไอ้สัดกุ๊กอ่ะ โวยวายเสียงดัง”



“แล้วมึงจะไปว่ากุ๊กมันทำไมวะ มึงก็รู้ว่ามันรักเพื่อน”



“แหมมมมสัดบิน แตะไม่ได้เลยนะเพื่อนรักมึงเนี่ย” 



ไอ้อู๋จีบปากจีบคอใส่ แต่ก็โดนไอ้บินเอาเท้ายันเข้าให้เต็มๆ  แต่ถึงแบบนั้นพอคิดไปคิดมาผมเองก็อยากรู้ความจริงเหมือนกันว่ามันยังไงกันแน่  ถ้าโพดไม่ได้ทำจริงๆ แล้วคนนั้นมันเป็นใคร



“ไอ้อู๋ กูไปด้วยดิ”



“เห้ยเมล เกิดไปแล้วโพดแม่งทำร้ายมึงอีกอ่ะ”  ไอ้บินที่ดึงแขนผมไว้ตอนที่มันพูดจบ หน้าตาที่ดูเครียดที่ไอ้กุ๊กไม่รับโทรศัพท์ดูเครียดขึ้นไปอีกในตอนนี้



“กูก็อยู่ป๊ะ อีกอย่างโพดตัวเล็กๆจะตาย จะมาทำไรได้วะ”



“แล้วครั้งที่แล้วใครทำล่ะ มีเหตุผลไหมล่ะกับรูปกับคลิปที่ไอ้เมลเอามาให้พวกเราดู มึงว่านั่นร่างอวตารโพดหรอสัด”



“มึงอย่าทะเลาะกัน เอางี้พวกเราไปด้วยกันหมดเลยดีไหม ไปถามโพดให้รู้เรื่อง”



“แต่ไอ้กุ๊กไม่อยู่”



“ห่านี่ พรุ่งนี้ได้เรื่องไงค่อยมาเล่าให้ไอ้กุ๊กฟังก็ได้ไหม” 



ไอ้อู๋ที่ดูจะกระตือรือร้นที่สุดในเรื่องการไปหาโพดว่าไอ้บินออกมาอีกรอบ ตัวมันอยู่มหาลัย แต่ใจแม่งเหมือนไปบ้านข้าวโพดแล้ว ผมหันไปมองหน้าไอ้บินแล้วพยักหน้าบอกมันว่าที่ไอ้อู๋พูดผมเห็นด้วยนะ ไอ้บินที่ก็แค่ถอนหายใจออกมาหน่อยๆ แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะยอมรับเสียงส่วนมากของผมกับไอ้อู๋



   พวกเราที่เดินลงมาจากตึกเรียนแล้วมุ่งหน้าไปบ้านไอ้โพดทันที ผมนั่งรถมากับไอ้บิน แต่ก็ไม่ลืมที่จะส่งข้อความบอกพี่ธรว่าผมจะหาเพื่อน พี่ธรที่ตอบไลน์กลับมาว่าเพื่อนคนไหน ผมก็บอกไปส่งๆว่าข้าวโพด กูก็ลืมไปอ่ะนะว่าพี่แกจะรู้จักข้าวโพดได้ไง แต่เดี๋ยวค่อยกลับมาอธิบายละกัน....ผมกับบินที่ขับรถตามไอ้อู๋มาที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ก่อนที่รถมันจะมาหยุดอยู่ที่รั้วบ้านหลังใหญ่ที่ทำให้ต้องขมวดคิ้ว ผมคุ้นๆกับป้ายนามสกุลที่แปะไว้หน้าบ้านแปลกๆเหมือนได้ยินที่ไหน ‘จันทรพิชิต’



“ข้าวโพดรวยขนาดนี้เลยหรอวะ”  ไอ้บินที่อ้าปากค้างมองบ้านข้าวโพด อย่าว่าแต่มัน กูเองก็ตกใจ ไม่คิดว่าโพดจะรวยขนาดนี้ บ้านหลังนี้มันใหญ่พอๆกับบ้านไอ้ทัพเลย



“พวกมึงมาๆ” 



ไอ้อู๋ที่เดินเข้าบ้านโพดผ่านยามไปอย่างห้าวหาญ มึงมาที่นี่บ่อยสินะ  พวกผมเลือกจอดรถที่ข้างกำแพงรั้วสูงรอบนอกแล้วเดินเข้าไปแทน



“อู๋ มาจริงๆหรอ บอกแล้วว่าไม่ต้องมา”  ผมที่เห็นข้าวโพดวิ่งออกมาจากบ้านของมันด้วยท่าทางตื่นๆ มันยังคงลุกลี้ลุกลนแบบที่ไอ้อู๋เล่าให้ฟังเมื่อตอนเที่ยง



“ทำไมมาไม่ได้ เราห่วงโพด แล้วเราพาไอ้เมลกับไอ้บินมาด้วย”  ไอ้อู๋ที่พูดแบบนั้น แล้วเดินหลบให้ผมกับไอ้บินเดินเข้าไปหา ข้าวโพดที่เบิกตากว้างขึ้นมองมาที่ผมอย่างเสียใจและตกใจไปพร้อมๆกัน



“ข้าวโพด”



“เมล เมลมาทำไม กลับไปเถอะนะ รีบกลับไป”



“ทำไมอ่ะโพด คือกูไม่เข้าใจ กูอยากรู้ความจริงว่ามันคืออะไร กูเคยไปทำอะไรให้มึง มึงถึงส่งไอ้พวกนั้นมาทำร้ายกู แล้วอะไรคือชอบแย่ง กูเคยไปแย่งอะไรมึงหรอวะ บอกกูหน่อยได้ไหม”  ผมที่ถามมันออกไปแบบนั้น มองหน้ามันแบบมีคำถาม ไอ้โพดที่มองตอบผมมาแบบเศร้าๆแต่มันก็ไม่ยอมพูดอะไร



“เมล เราขอโทษ แต่เมลกลับไปก่อนเถอะนะ ... นะ”



“ทำไมวะ มึงมี....”



“ไอ้โพดมึงอยู่ไหน! รีบๆเข้าบ้านมาเลยนะมึง แล้วอย่าไปโง่โป๊ะแตกให้ไอ้กุ๊กมันเสียแผนอีกเข้าใจไหมไอ้โง่! มึงอยู่ไหนห๊ะ รีบเข้ามา ไอ้กุ๊กมันจะคุยด้วย!”  เสียงตะโกนแว๊ดๆของผู้หญิงคนนึงที่ดังออกมาจากในบ้านทำเอาข้าวโพดสะดุ้งตกใจพร้อมเบิกตากว้างอย่างหวาดหวั่น แต่นั่นไม่น่าตกใจเท่าคำพูดที่พวกเราได้ยิน



ไอ้กุ๊ก...กุ๊กไหน?



“คือเมล เราอธิบายได้ คือเรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับกุ๊กนะ”



“กุ๊ก?”  ไอ้บินที่พูดออกมาแบบไม่เข้าใจ มันที่จ้องเขม็งไปที่ข้าวโพดด้วยสายตาดุๆ และตัวผมเองที่ตอนนี้รู้สึกสับสนมากที่สุด หมายความว่ายังไง



“หมายความว่ายังไง”  ผมถามมันออกไปทั้งๆที่หน้าตายังสับสน พยายามควบคุมเสียงของตัวเองไม่ให้สั่น แต่มันก็ยากเต็มทีในตอนนี้



“เมล เราขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ”  ไอ้โพดที่ถลาเข้ามาจับมือผมไว้แน่น มันที่น้ำตาไหลออกมา ผมไม่เข้าใจเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทั้งหมดนี่มันหมายความว่ายังไง ขอร้อง ขออย่าให้มันเป็นแบบที่ผมกำลังกลัวอยู่เลย



“เมล อย่าโกรธกุ๊กเลยนะ คือเรา...”



“เดี๋ยวโพด มึงหมายความว่าไง มึงกำลังจะบอกพวกกูว่าเรื่องที่ส่งคนไปจริงๆคือกุ๊กหรอวะ มึงอย่ามาตลก”  ไอ้บินที่ว่าออกมาแบบนั้น



“อีกอย่าง มึงกับกุ๊กจะมารู้จักกันได้ไง”



“คือ....เรากับกุ๊กเป็นพี่น้องกัน ถ้ากุ๊กนับเราเป็นคนในครอบครัวน่ะนะ”  มันที่ว่าแบบนั้นแล้วขยับกรอบแว่นตานิดหน่อย



“นี่...อย่าบอกว่ามึงเป็นลูกติดเมียใหม่พ่อไอ้กุ๊กหรอ”  ไอ้บินที่พูดออกมาอีก ผมนี่งงยืนใบ้แดกตาแตกไม่ต่างจากไอ้อู๋ที่ดูสับสนไม่ต่างกัน



“ตอนช่วงม.ปลายที่ไอ้กุ๊กย้ายออกมาอยู่คอนโด มันบอกกูแค่ว่าพ่อมันจะหย่ากับแม่แล้วมีเมียใหม่ คือบ้านมึงใช่ไหม”  ไอ้บินที่จี้เข้าไปอีก ทำให้ไอ้โพดที่แค่หลบสายตาพยักหน้าให้พวกเราน้อยๆ



“แล้วยังไง มันเกี่ยวอะไรกับไอ้กุ๊ก มันจะส่งคนมาทำร้ายกูทำไม มึงใส่ร้ายมัน!”  ผมตะคอกมันออกไปแบบนั้น ไม่จริง ไอ้กุ๊กมันเป็นเพื่อนผม พวกเราสนิทกันมา4ปี มันรู้เรื่องราวทุกเรื่องของผม ไม่มีทาง ไม่จริงหรอก



“เราเปล่านะ เราไม่ได้ใส่ร้ายกุ๊กนะ จริงๆนะเมล กุ๊กน่ะชอบพี่ทัพนะ”



“ไม่จริง”  ผมกำมือแน่นมากขึ้นและเถียงออกไปอีกจนไอ้อู๋ต้องจับไหล่ไว้ มันที่ชี้มือไปอีกด้านนึงพร้อมเบิกตากว้างขึ้น ที่ลานจอดรถนั่น มีรถคันคุ้นตาที่เราจำได้ดีว่าเป็นของไอ้กุ๊กจอดอยู่ตรงนั้น



“เรื่องทุกอย่าง เราขอโทษนะเมล ขอโทษที่ห้ามกุ๊กไม่ได้”



“มะ...ไม่”



“ไอ้โพด! ทำห่าไรอยู่ พ่อที่แสนดีของมึงเรียกหามึงอยู่จนกูต้องมาตาม ทำห่าไรอยู่!” 



เสียงตะคอกดังมาจากประตูบานใหญ่ตรงทางขึ้นบ้านของมันเป็นเสียงที่พวกเรายังจำได้ดี  ผมเสียวสันหลังวาบตอนที่ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดีนั่นเรียกข้าวโพดอยู่  และในไม่กี่วินาทีต่อมาร่างสูงโปร่งที่พวกเราคุ้นตาของไอ้กุ๊กที่เดินออกมาทั้งๆที่หน้าถมึงทึงเหมือนมันกำลังจะหงุดหงิดจากอะไรสักอย่าง มันที่เดินออกมาก่อนที่สายตาของมันจะเบิกกว้างขึ้นตอนที่มันมองเห็นพวกเรา มันที่ยืนนิ่งอ้าปากค้างอยู่ตรงนั้น



“ไอ้กุ๊ก”  ไอ้บินเรียกมันด้วยน้ำเสียงที่เบามากๆ ไม่ต่างจากใจผมที่ก็เบาไปหมดเหมือนกัน



“พ...พวกมึงมาที่นี่กันได้ยังไง...พวกมึงรู้เรื่องหมดแล้วหรอวะ”  มันที่ถามพวกเราออกมาเสียงสั่นอย่างตกใจ



 “มึงเป็นคนทำหรอวะ มึงใส่ร้ายโพด แต่จริงๆมึงสั่งเรื่องทั้งหมดหรอวะกุ๊ก”  ไอ้อู๋ที่ถามมันออกไปแบบนั้น ผมมองเห็นไอ้บินกำมือแน่นในตอนนั้น



“อะไรนะ”



“กุ๊ก กูเพื่อนมึงนะ” 



ผมที่ถามมันออกไปแบบนั้นแล้วน้ำตาก็เริ่มไหลลงมา เหมือนความเชื่อใจของผมมันพัง ทุกอย่างมันกำลังพังลงตรงนี้  ทุกวันนี้ไอ้กุ๊กมันเป็นคนที่ผมเชื่อใจยอมเล่าเรื่องทุกเรื่องให้ฟัง ไม่ว่าจะเรื่องอะไร เรื่องพี่ทัพ เรื่องที่ผมกำลังเผชิญ ทุกๆเรื่องผมไว้ใจมัน แต่นี่คืออะไร ... นี่คือผลตอบแทนของความไว้ใจที่ผมมีให้กับเพื่อนหรอ



“เดี๋ยวเมล มึง....”  ไอ้กุ๊กที่วิ่งเข้ามาหาผม แต่ถูกไอ้บินผลักอกมันแรงจนมันเซถอยหลัง  สายตาที่มันมองมาที่เราทั้งตกใจและสับสน  หน้าตาของมันที่ซีดลงมาเหมือนมันกำลังอยากร้องไห้



“บิน มึงไม่ฟังกูหรอ มึงฟั....”



“มึงทำกับเมลแบบนี้ได้ไงวะไอ้สัด!”  ไอ้บินที่กัดฟันแน่นแล้วเดินเข้าหาไอ้กุ๊กพร้อมต่อยเข้าไปเต็มแรงจนไอ้กุ๊กล้มลง มันที่น้ำตาไหลลงมาตอนมองหน้าไอ้บิน มันมองไปรอบๆตัวพวกเรา ก่อนจะมองมาที่ผมแล้วร้องไห้หนักๆไม่ต่างจากผม



“มึงไม่ชอบโพดเพราะโพดไม่ทำตามคำสั่งมึง มึงเลยโยนความผิดให้โพด มึงสั่งคนมาทำร้ายเมล มึงทำได้ยังไง มันเพื่อนมึงนะ! ทั้งๆที่มึงก็รู้ว่ากูห่วงไอ้เมลมากแค่ไหน แต่มึงกลับเป็นคนทำซะเองนี่นะ!มึงแม่งเหี้ย!”



“บินพอ พอแล้วมึง”  ผมดึงแขนของไอ้บินไว้ตอนที่เห็นมันจะตรงเข้าไปต่อยไอ้กุ๊กที่ล้มลงไปนั่งกับพื้นอีกที มันสะอื้นออกมาหนักๆมองมาที่พวกเรา



“กูคิดว่ามึงเป็นเพื่อน แต่ทำไมวะ กูไม่เคยแย่งพี่ทัพนะ ทุกเรื่องมึงก็รู้ แต่ทำไมวะกุ๊ก ทำไมต้องเป็นมึงด้วย ทำไมต้องเกลียดกูขนาดนั้น”



“เมล มึงฟังกูก่อน ฮึก”



“กลับกันเหอะ”  ไอ้บินที่ไม่คิดจะฟังสักคำแก้ตัวของไอ้กุ๊กอีกต่อไป มันที่มองไอ้กุ๊กด้วยสายตาว่างเปล่า และผมเองก็เสียใจมากๆที่เป็นมัน  มันเป็นคนทำ ... ทุกเรื่อง ....



ผมที่เดินตามแรงดึงจากไอ้บินออกมา พวกเราทั้งสามไม่ฟังอะไรอีกแล้ว เรื่องทุกอย่างมันชัดเกินไป ไอ้กุ๊กที่มาอยู่ตรงนี้ มันที่เกลียดไอ้โพดมากๆ และคำพูดของไอ้แจ ที่บอกว่าคนนั้นสูงโปร่งแต่ตัวเฉี่ยว พวกผมไปเที่ยวกับมันบ่อยทำไมจะไม่รู้  แต่แค่ไม่คิด ไม่เคยคิดเลยว่ามันจะชอบทัพ  ไม่เคยคิดเลยว่ามันจะเกลียดผม



“คุณเมลครับ เชิญทางนี้”  ผมที่เดินออกมาจากบ้านของมันทั้งน้ำตา เห็นพี่ธรยืนรออยู่ที่รถ ก่อนจะเดินเข้ามารับตัวผมไว้ ผมที่ทำได้แค่ร้องไห้แล้วเดินตามพี่ธรไปเงียบๆ  น้ำตาของผมไหลลงมาตลอดเวลา รู้สึกเหมือนผมกำลังเสียคนสำคัญไป คนสำคัญที่ทำลายความเชื่อใจของผม ด้วยคำว่า ‘เพื่อน’




-------------------

​มาแล้วจ้าาาา มาช้าหน่อยวันนี้ เพราะเขียนฉากNCไม่เสร็จ  ฉากที่ยากสำหรับแคทก็คือฉากพวกนี้แหล่ะจ้า

แต่มาตอนนี้ อะ...เชิญกรีดร้องงงง อะไรยังไง เรือใครเเล่น หรือใครจะตบแคทไหม

อู้ววววว เนี่ยไง นิยายของแคท อุอิๆ ใสๆ เงิบไหมยังไงน้าาาา เชิญกรีดร้องและเดากันมาเลยจ้าาา55555 :katai1: :katai4:


 :กอด1:ปล. ขอขอบคุณคนอ่านที่เล้าเป็ดด้วยนะคะ ตอนที่11คือคอมเม้นท์เยอะที่สุดเท่าที่เคยลงมาเลย :กอด1:


ขอขอบคุณ คุณkunt ดื้อจังวะ สามคำนี้มอบแก่ทุกคนในเรื่องนี้ได้เลยจ้าาา

ขอขอบคุณ คุณtae1234  ลุ้นๆ มาลุ้นไปด้วยกันอีกนะคะ แคทหวังว่าตอนที่12นี้ก็ยังจะมาลุ้นไปด้วยกันอีกนะคะ

ขอขอบคุณ คุณTiffany  ถูกต้องเลยค่ะ เรื่องนี้คือดื้อๆทั้งนั้นเลยยยย ยังไงแคทฝากคนดื้อเหล่านี้ด้วยนะคะ

ขอขอบคุณ คุณsailom_orn 5555 ความปากแข็งนี่คือซิกเนเจอร์เลยนะคะ แคทขอบคุณมากๆนะคะ

ขอขอบคุณ คุณblove โง้ยยย อ่านคอมเม้นท์คุณbloveทีไรแคทปลื้มใจมาก ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ แคทไม่เคยรู้เลย
ว่าจะมีคนอ่านอินไปด้วยกันแบบนี้ แคทดีใจมากๆและขอบคุณอีกครั้งนะคะที่เปิดเข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้ ส่วนรี่หลงน้านนน
บ้าาา คนอ่านก็คิดมาก จริงๆก็ไม่มีอะไร๊ เปล่ามี๊ เป็นสัตว์เลี้ยงเฉ๊ยเฉยยยย ยังไงตอนนี้ก็มาอ่านอีกน้าาา

ขอขอบคุณ คุณursleepingxd  คุณยูคนเดิน เพิ่มเติมคือความรักน้องหลง ฮ่าาา ยังไงแคทฝากน้องด้วยน้าาา ขอบคุณที่อยู่กับ
แคทและนิยายของแคทมาทุกเรื่องเลย  แล้วยังไงตอนนี้ เรามาลุ้นไปด้วยกันอีกนะคะ  :mew1:
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่12* {01.12.18}
เริ่มหัวข้อโดย: ursleepingxd ที่ 01-12-2018 22:35:16
คิดว่าข้าวโพดเป็นคนทำ แล้วกุ๊กเป็นพี่น้องก็เลยรู้ แต่ห้ามไม่ได้ แล้วตอนนี้ก็โดนโยนความผิดให้อีก

นี่ งานโคนันต้องมา

คุณแคทอย่าทำลายความหวังหมู่บ้านเราาา :katai4:

ว่าแต่พวกนายเป็นเพื่อนกันภาษาอะไร ไม่เคยไปบ้านเพื่อนเรอะ แล้วรอบก่อนๆที่อู๋ไปนี่ไม่เคยเจอกุ๊กเลยเรอะ
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่12* {01.12.18}
เริ่มหัวข้อโดย: blove ที่ 03-12-2018 11:33:26
นี้มันเรื่องเหี้ยอะไรเนี้ยยยย ว้อยยยยกูงง สับสนไปหมด เขว่ชิบ สรุปใครแม่งร้ายตัวจริงวะ 55555 ด้วยคำพูดของโพดบวกสถานการณ์ที่เพิ่งเจอ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง ถ้าเป็นนี่ก็คงเข้าใจไปแบบนั้นและไม่คิดจะฟังเหมือนกันนะ ^^ แต่พอกลับไปแล้วคิดทบทวนอีกทีสิเมล บิน อู๋ มันใช่หรอ มันใช่จริงๆมะ รอฟังคำอธิบายของกุ๊กก่อน แล้วพิจารณาอีกทีใครพูดจริง อย่าเพิ่งด่วนสรุป สิ่งที่เห็นมันอาจไม่เป็นอย่างที่คิดก็ได้ เพราะอะไรก็เกิดได้ทั้งนั้น กลับไปคิดและใจเย็นไว้ก่อน แล้วค่อยมาคุยกันใหม่ให้เข้าใจ ถามพวกไอ้พี่ดาบนั้นด้วยก็ดีเผื่อได้ข้อมูลเพิ่ม จะได้ไม่ตัดสินผิดพลาด //อยากจะตบปากไอ้พี่ทัพหน้าสักที พูดไม่คิดตอนมาส่งอะ นอยด์เลยเมล กะนะบางทีมันก็เผลอยิ่งเป็นคนปากร้ายอยู่แล้ว ฮ่าๆ แต่ด้วยความที่สอนเมลให้อยู่ร่วมกันได้กับไอ้พี่รี่ขาโหดและแอบทำตัวเป็นพ่อสื่อกลายๆป้อนน้องหลงเข้าปากไอ้พี่รี่ ถือว่าทำดี จะวางมือลงก่อนกะด๊ะ!! 555555555 อร๊ายยยยยปานนี้หลงคงตะแง๊วๆเมี้ยวๆพองขนขู่ฟ่อๆในกรง ไอ้พี่รี่ขาโหดคงขำมากอะ ลากมาเลียซะเลยแม่ง เคลิ้มละสิหลง นึกแล้วตลก (มโนระดับสิบ) 55555 ชอบๆ //อื้อหื้อออบอกว่าจะกินก็คือกินจริงจัง อ๊อยยยย nc ดีมากคร่า แง๊~งื้อ~เขินกับคำเรียก "พี่ทัพ"  >.,<  วุ้ยยยยย >< //ก็ยังตลกจอมตะกละกุญแจ อยู่เพื่อแดกจริงที่เมลบอก 5555555 มวยถูกคู่จริงไอ้พี่อู๋กับแจ เจอหน้ากันเป็นต้องต่อปากต่อคำ วุ่นวายกว่านี้ได้อีก 55555  //เออคิดแล้วก็อาจจะมีคนอยู่เบื้องหลังโพดอีกมะ ว้อยคิดไม่ออกบอกไม่ถูก รอไรท์มาต่อดีกว่า จบ 555 สนุกกกมากๆ ชอบบบบบบ รอepต่อไป จะเกิดไรขึ้นมั้ง มาต่อยาวจุใจดีมากเลย อ่านจบก็เลื่อนขึ้นไปอ่านอีก ยังไม่อยากให้จบตอน 555 ^^ สู่ปั่นตอนต่อไปค่ะ ไม่ต้องรีบ รอได้เสมอ ^^ปากำลังใจ ^_^
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่12* {01.12.18}
เริ่มหัวข้อโดย: tae1234 ที่ 03-12-2018 22:18:42
มีเรื่องช็อกอีกมั้ย!!!!!
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่13* {08.12.18}
เริ่มหัวข้อโดย: Yoghurt ที่ 08-12-2018 19:58:34


บทที่13




ผมที่กลับมาถึงบ้านของไอ้ทัพแบบงงๆทั้งน้ำตาที่นองหน้า คนในบ้านของมันมองเห็นผมที่เป็นแบบนั้นก็ค่อนข้างตกใจ แต่ถึงแบบนั้นผมก็เลือกที่จะไม่สนใจ เดินตรงไปที่ห้องที่ครั้งที่แล้วไอ้ทัพเรียกเข้าไปเจอไอ้รี่ ตอนนี้ที่มุมห้องที่ติดกับบานกระจกใสที่เอาไว้กั้นระหว่างกรงไอ้รี่กับห้องนี้ ตอนนี้มีคอนโดแมวขนาดสูงสองเมตรและกระบะทรายแมวขนาดใหญ่วางอยู่ตรงนั้น มองมาข้างล่างมีที่นอนฟูๆและโซฟาลับเล็บแมววางอยู่อีกด้วย ยังไม่นับของเล่นอีกหลายสิ่งที่วางไว้จนเต็มมุมในโซนนั้น.... ไอ้ทัพหน้าสั่งให้คนมาจัดไว้ จริงๆไอ้หลงก็มีตัวเดียว แถวตัวเท่าจิ๋มมด มึงจะสร้างให้ใหญ่ไปไหน



“หลง” 



เดินเข้าไปหาไอ้ลูกแมวที่ตอนนี้มันกำลังเอาขาหน้ายกขึ้นมาเขี่ยๆไม้ล่อแมวที่เสียบๆไว้ตามคอนโดแมวเล่นอยู่ พอเรียกชื่อมันแบบนั้น ไอ้ตัวเล็กก็หันหัวกลมๆเล็กของมันมาหา ตากลมโตของมันเบิกกว้างเป็นประกายตอนที่เห็นผม ก่อนมันจะวิ่งดุกๆเข้ามาหา และโดดลงนั่งตักของผมแบบที่มันชอบทำ



“ว่าไง ชอบไหม” 



ลูบหัวเล็กๆนั่นเบาๆ เจ้าตัวก็เอียงหัวเอียงหูเข้ามาอ้อนๆผม เผยรอยยิ้มออกมานิดหน่อยตอนที่เห็นมันแบบนั้น ไอ้หลงเหมือนเป็นสิ่งเดียวที่เยียวยาผมได้ในบ้านหลังนี้  มันที่เงยหน้ามองผมตาแป๋ว ก่อนที่มันจะพยายามตะกุยตัวผมขึ้นมาบนไหล่ ลิ้นเล็กๆของมันที่แลบออกมาเลียตามใบหน้า เหมือนกับว่ามันกำลังเช็ดน้ำตาให้ผม ยิ่งเป็นแบบนี้แล้วผมยิ่งอยากร้องไห้ ดึงตัวเล็กของมันลงมากอดแน่นๆ



ในช่วงเวลาที่เรารู้สึกแย่ อย่างน้อยๆสิ่งที่ควรจะมี...ก็คือคนคอยปลอบใจ หากหาไม่ได้กับคน สัตว์ตัวเล็กๆก็ถือเป็นทางออกที่ไม่แย่ หรือบางทีมันอาจจะดีกว่าคนด้วยกันด้วยซ้ำ



.

.

.





“ได้ข่าวว่ากลับมาถึงก็นั่งซึมเป็นส้วม มึงเป็นเหี้ยอะไร”



เสียงเข้มที่ดังขึ้นพร้อมๆกับแรงเปิดประตูทำให้คนร่างบางที่เอาแต่นั่งนิ่งจ้องคอมมาไม่ต่ำกว่าสิบนาทีสะดุ้งออกจากภวังค์  ทัพหน้าที่ดูเหมือนจะพึ่งกลับมาจากที่ทำงาน เดินเข้ามาในห้องด้วยสภาพเสื้อเชิ๊ตที่ถูกปลดกระดุมและเน็คไทน์ออกแล้ว  เสื้อแขนยาวที่ถูกพับร่นขึ้นไปจนถึงข้อศอก และเสื้อที่ควรจะทับอยู่ในกางเกงก็หลุดลุ่ยออกมาด้วย  สภาพไม่เนี๊ยบแบบนี้หาโคตรยาก



“เปล่า” 



หันหน้าหนีจากมันแล้วกลับไปมองจอคอมเหมือนเดิม ทำทีว่าจะทำงาน แต่ในหัวยังคงมีเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอนเย็นวนเวียนอยู่ในหัวไม่เลิก แต่สักพักก็ต้องสะดุ้งเมื่อรู้สึกว่าฝ่ามืออุ่นๆวางลงมาที่ไหล่มน ก่อนที่ฝ่ามือหนาอีกข้างจะเอื้อมมือด้านหน้าและออกแรงบีบแน่นๆอยู่ที่ปลายคางมน ก่อนที่จะดึงรั้งเบาๆให้เมลต้องเงยหน้าขึ้นไปตามแรงจากฝ่ามือ



“กล้าโกหกกูงั้นหรอ” 



เสียงเย็นที่มาพร้อมกับดวงตาคมและรอยยิ้มร้ายๆของทัพหน้าทำเอาเมลอยากร้องไห้  วันนี้เป็นวันที่หนักหนาอีกวันของเค้า พอมาเห็นหน้าทัพหน้าแบบนี้แล้วยิ่งรู้สึกหนักหน่วงไปหมด ...ทำไมชีวิตกูต้องมาเจอเรื่องเชี่ยแบบนี้ด้วย



“น่ารำคาญ พ่อมึงผลิตน้ำตาหรอ ร้องเก่งนัก” 



พูดออกมาแบบนั้นพร้อมๆกับเสียงที่ไม่ดังไม่เบา แต่ก็ยอมปล่อยมือออกจากปลายคางของอีกฝ่าย ก่อนจะใช้มืออีกข้างดึงเมลให้ลุกเดินตามตัวเองมาที่เตียงนอน ร่างแกร่งที่นั่งลงใช้ดวงตาคมกดมองคนตรงหน้าที่เอาแต่ยืนก้มหน้าอยู่ตอนนี้ คิดว่าเจ้าตัวคงอยากวิ่งหนีออกจากห้อง แต่ติดตรงที่แขนเรียวถูกมือของทัพหน้าจับไว้แน่นนี่แหล่ะ



“มีเรื่องอะไรที่มหาลัยมึง”



“ปะ...”



“มึงพูดว่าเปล่าอีกที กูจะตบให้เลือดกบปาก” 



ไม่ว่าเปล่าแต่ยังบีบแขนอีกฝ่ายให้แน่นขึ้น พร้อมมองตรงมานิ่งๆ คาราเมลที่เม้มปากเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ได้แต่คิดในใจว่าจะมายุ่งกับกูทำไม



“ว่าไง”



“ไม่ว่าไง”



“ไอ้เมล...มึงอย่ามากวนตีนกูนะ  คนยิ่งเหนื่อยๆอยู่นะมึง” 



ร่างสูงที่เริ่มหงุดหงิดขึ้นเสียงใส่อย่างรำคาญ พลางสะบัดมืออีกฝ่ายทิ้ง  เมลที่เม้มปากนิ่งเงยหน้าขึ้นมามองจ้องตาคนตรงหน้าอย่างน้อยใจ



“ก็แล้วจะมายุ่งเรื่องกูทำไมอ่ะ จริงๆกูเจออะไรไม่ดีมึงน่าจะดีใจไม่ใช่รึไงล่ะ ก็กูคือคนที่มึงอยากให้ชิพหายทุกๆวันไม่ใช่ไง จะมาเซ้าซี้ อึก...”



“ถ้ามึงรู้ตัวอยู่แล้วก็ดีกูจะได้ไม่ต้องย้ำมึงบ่อยๆ  ที่กูถามก็ใช่ว่าจะเป็นห่วงมึงนะ กูแค่กลัวมึงคิดทำเรื่องเหี้ยอะไรอีกจนความซวยมันจะมาตกที่กูก็แค่นั้นแหล่ะ!” 



ฝ่ามือหนาที่ตรงเข้าบีบที่ลำคอขาว พร้อมๆกับร่างสูงที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมที่มองตรงมาฉายแววหงุดหงิดและโมโห



“อึก อัก....”   



ความรู้สึกไม่ต่างจากเดิมเลยแม้แต่น้อย ลมหายใจที่ค่อยๆจะขาดห้วง  ดวงตาสวยมองสบกับดวงตาคมเอ่อไปด้วยน้ำตา ทัพหน้าที่มองตรงมานิ่งๆ ก่อนจะคลายแรงออกและปล่อยมือออกจากลำคอขาวอย่างหงุดหงิด



“เฮือก แค่กๆๆ ฮึก”  เมลที่ทรุดตัวลงนั่งที่พื้นพยายามหายใจเข้าปอดอย่างยากลำบาก พร้อมร้องไห้ออกมาหนักๆไปพร้อมๆกัน



“มึงมันน่ารำคาญไอ้ห่าเมล” 



ปรายตามามองคนที่นั่งร้องไห้อยู่ที่ปลายเท้าตัวเองด้วยสายตาขุ่นเคือง ก่อนจะผละตัวหนีออกไป ตั้งใจจะเดินหนีออกจากห้อง แต่ขายาวของทัพหน้าก็ต้องชะงักไปก่อน เมื่อเสียงสะอื้นหนักๆที่มาพร้อมคำถามของฝ่าย



“ฮึก มึงฮึก....ไม่เคยคิดบ้างหรอว่ากูอาจจะไม่ใช่คนทำ อึก มึงไม่คิดบ้างหรอว่ากู ฮึก ไม่ได้เป็นคนวางแผนฆ่าณราชา แล้วถ้ากูไม่ได้ทำจริงๆ วันที่มึงรู้ความจริงมึงจะเสียใจบ้างไหมที่ทำกับกูแบบนี้น่ะ ฮึก”



ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาจากอีกฝ่าย ทัพหน้าไม่พูดอะไร ทำแค่เดินออกไปจากห้องเงียบๆ และปล่อยให้เมลนั่งจมอยู่กับความคิดตัวเองเงียบๆเช่นกัน



...



(กุ๊ก)



“บิน เดี๋ยวมึง บินมึงอย่าพึ่งไป”



ผมที่พยายามวิ่งตามคนร่างสูงที่มีช่วงขายาวต่างจากผมมากๆ  มองเห็นแผ่นหลังกว้างของมันที่จ้ำเดินก้าวยาวๆจากไปแบบไม่สนใจคำร้องขอของผม  แต่ผมก็ไม่ยอมละความพยายาม วิ่งตามมันไปจนคว้าข้อมือแกร่งที่ผมคุ้นเคยดีเอาไว้ได้  ผมไม่ได้สนใจว่าใครจะกลับไปบ้างแล้ว ผมสนใจแค่คนนี้ ตอนนี้



“บิน”  คว้าข้อมือมันไว้ทั้งๆที่หัวใจถูกบีบ มันที่โดนผมจับไว้ได้สะบัดข้อมือออกจากผมทันที  เป็นความรู้สึกเจ็บมากกว่าโดนมันต่อยหน้าเมื่อก่อนหน้านี้  ไม่เคยสักครั้งที่มันจะสะบัดมือผมทิ้งแบบนี้



“อย่ามาจับกู”  คนตรงหน้าที่ปลายตามามองผมด้วยสายตาที่มองผมเหมือนคนไม่รู้จัก  น้ำตาผมไหลออกมาตอนที่มองหน้าอีกฝ่ายอยู่ตอนนี้



“ทะ...ทำไม”  พยายามถามมันอย่างใจเย็น คุมเสียงไม่ให้สั่น แม้ว่ามันจะไม่มีประโยชน์เลยก็ตาม



“มึงทำแบบนี้ได้ไงวะ มึงชอบไอ้เหี้ยทัพแล้วมาทำเรื่องแบบนี้กับเมลอ่ะนะ เชี่ยวะกุ๊ก!”  เสียงตะคอกที่มาพร้อมฝ่ามือหนาที่ผลักเข้ามาที่ไหล่จนผมเซ



“เมลเป็นเพื่อนมึง มึงทำได้ยังไงวะ ส่งคนมาทำร้ายมันได้ยังไง เชี่ยเอ๊ย ถ้ามันเป็นอะไรขึ้นมาแล้วจะทำยังไง! กูอ่ะเป็นเพื่อนมึงแท้ๆ กูคิดว่ากูรู้จักมึงดีนะกุ๊ก แต่ตลอดเวลากูไม่เคยรู้เรื่องเชี่ยไรของมึงเลย แบบบ้านหลังนี้กูก็ไม่รู้ เรื่องน้องมึง เรื่องแม่มึง เรื่องแผนมึงกูไม่เคยรู้ ไม่เคยรู้เชี่ยไรเลยสักอย่าง!”   



เสียงตะโกนของมันที่ดังเข้ามาในโสตประสาท ดังก้องไปทั้งหู ลามลงมาถึงใจที่กำลังรู้สึกอยู่ในตอนนี้  แรงบีบแขนทั้งสองข้างของผมจากฝ่ามือแกร่งของมันที่กระชากตัวผมเข้าไปใกล้และออกแรงเขย่าจนผมตัวสั่นไปหมด  มันเจ็บ...แต่มันก็เจ็บไม่ได้ครึ่งนึงของใจผม



“กูผิดมากหรอวะบิน”



“มึงอย่ากล้าถามอีกนะกุ๊ก ถ้ากูไม่เห็นมึงเป็นเพื่อนกูจะแจ้งความจับมึง!” 



สะบัดมือออกจากตัวผมอย่างรังเกียจ แล้วใช้มือชี้หน้าผมอย่างหาเรื่อง  น้ำตาผมไหลลงมาเต็มหน้า แทบจะมองไม่เห็นหน้าของคนตรงหน้าด้วยซ้ำในตอนนี้ แต่น่าแปลกที่ถึงแม้จะเป็นแบบนั้น ผมกลับยังมีภาพของมันชัดเจนอยู่ในใจ



“ถ...ถ้าแบบนั้น มึงก็อย่าเห็นกูเป็นเพื่อนอีกเลย”



“เออ! กูก็ไม่อยากเห็นคนที่จิตใจอำมหิตแบบมึงเป็นเพื่อนเหมือนกันแหล่ะ”



“อืม...กูก็เหมือนกัน”   ผมน้ำตาไหล สะอื้นออกมาหนักๆตอนที่พูดประโยคต่อมา...ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาแล้วมองหน้ามันอีกครั้งชัด



“กูเองก็ไม่อยากเป็นเพื่อนกับมึง ไม่เคยอยากจะเป็น!...และที่สำคัญ กูอยากจะถามมึงทำไมวะ...ทำไมมึงที่รู้จักกับกูมา7ปี มึงถึงเลือกจะเชื่อคนอื่น ที่มึงไม่ได้รู้จักดีง่ายๆแบบนี้วะ มึงน่าจะรู้ใจกูดีที่สุดสิ แต่เปล่าเลย ... กูเองก็ไม่อยากเป็นเพื่อนกับควายแบบมึงหรอกไอ้เชี่ยบิน!



ตะคอกเสียงลั่นใส่มันพร้อมๆกับน้ำตาที่ไหลลงมาอีกระรอก และผมเองก็เลือกที่จะหันหลังจากมันมาโดยที่มันไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกสักคำ  ไม่ต่างจากผมที่ไม่มีคำใดๆลอดออกมาอีกเหมือนกัน



บางที...สิ่งที่อยากที่สุด ก็คือการที่เราจะเลิกรู้สึกกับคนที่เราไม่ควรรู้สึก



...



‘แอ๊ด’



เสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นในช่วงเวลาประมาณห้าทุ่ม ก็ไม่รู้ว่าใช่ไหมแค่กะเวลาเอา ในตอนที่ได้ยินเสียงลากเท้าดังเข้ามาใกล้ๆก็รีบปิดตาลงแล้วทำเป็นนอนนิ่งๆเหมือนคนที่หลับลึกไปนานแล้ว ความรู้สึกที่รับรู้ได้ถึงแรงยวบลงของเตียงนอน ทำให้ได้รู้ว่าอีกฝ่ายคงเข้ามานอน แต่ที่ไม่เข้าใจมากกว่านั้นก็คือแรงกอดกระชับจากวงแขนแกร่งนี่ต่างหาก



‘หมับ’



แรงกอดกระชับที่มาจากวงแขนแกร่งพร้อมๆกับลงหายใจอุ่นๆที่เป่ารดอยู่ที่ด้านหลังคอทำเอาต้องเผลอเกร็งตัวตามเพราะรู้สึกขนลุกไปหมด ไม่ได้ดิ กูจะเกร็งไม่ได้ กูหลับไปแล้ว นอนหลับจ้าไอ้เมล ต้องทำตัวโอนอ่อนดุจปุยเมฆ หลับๆๆ....หลั...หลับก็เชี่ย!  สะดุ้งขึ้นมาสุดตัวตอนที่ริมฝีปากอุ่นกดจูบเบาๆลงที่ต้นคลอแล้วตอนนี้ก็ยังเอาจมูกมาคลอเคลียกันอยู่อีก



“กูรู้ว่ามึงยังไม่หลับ อย่ามาตอแหล”



“อ๊ะ! เจ็บนะโว้ยยย” 



ร้องออกมาแบบนั้นตอนที่โดนกัดเข้าที่ใบหูจนต้องแหกปากออกมา หันหน้าไปมองค้อนอีกคนผ่านความมืด มองเห็นสายตาวาววับของมัน พร้อมๆกับรอยยิ้มที่ถูกจุดขึ้นที่มุมปากของอีกฝ่าย กวนตีน



“ก็ใครใช้ให้ตอแหล”



“อย่ามาว่ากูนะ!” 



ขมวดคิ้วใส่มันตอนที่ได้ยินมันว่าออกมาแบบนั้น พร้อมกับยกมือขึ้นต่อยเข้าที่อกมันไปทีแรงๆ พูดเลยว่าไม่ออมมือ กูซํดลงไปเต็มแรงเลย



“กล้าทำร้ายกูหรอ”



“เออ กูจะทำแบบที่มึงชอบทำกับกูนั่นแหล่ะ!”



ตะคอกใส่มันไปแบบนั้นเพราะรู้สึกหงุดหงิด หงุดหงิดกับหน้ามันและเรื่องราวที่ผมต้องเจอ ขมวดคิ้วใส่มันอีกครั้งก่อนจะพลิกตัวหันหลังตะแคงตัวไปอีกฝั่ง พยายามดิ้นให้มันปล่อยมือออกจากเอว แต่เหมือนระบบสมองของไอ้ทัพมันจะไม่ค่อยปกติ เมื่อกูยิ่งดิ้นที่จะหนี มันก็เลือกที่จะกระชับวงแขนให้แน่นและดึงตัวผมให้เข้าไปแนบชิดกับมันให้มากกว่าเดิมจนรับรู้ได้ถึงอกแกร่งที่แนบอยู่ที่หลังของผม เอาจริงๆก็แทบจะนับซิกแพ็คมันได้เลยด้วยซ้ำ



“สรุปมึงบอกกูได้รึยังว่ามีเรื่องอะไรที่มหาลัย” 



เสียงเข้มๆกระซิบดังขึ้นที่ริมหู  ผมนิ่งไปนิดหน่อยๆตอนที่ได้ยินมันถามออกมาแบบนั้น ก็ไม่เข้าใจจริงๆว่าจะมาเซ้าซี้อยากรู้ไปทำไม



“เมล”



“......”



“ไอ้เมล”  เมื่อผมเลือกที่จะเงียบใส่ อีกฝ่ายก็ทำเสียงเข้มทุ้มต่ำที่เจือแววรำคาญมาในปลายเสียงส่งมาให้ แถมความกดดันก็รุนแรงขึ้นไปอีกนิดหน่อย ไม่พอยังเอาอกมากระแทกหลังกูอีก แม่ม!



“อะไรเล่า”



“ลีลา กูถามก็ตอบ หรือถ้าไม่อยากตอบมึงเปลี่ยนมาเป็นโยกบนตัวกูก็ได้ เหมือนมึงจะถนัดมากกว่าการตอบคำถามง่ายๆของกูสินะ”



“ไอ้บ้า! ปล่อยมือจากตูดกูนะเว่ย” แหวใส่พร้อมกับเอามือตีลงที่มือแกร่งที่ลูบๆคลำอยู่ที่ก้นผมตอนนี้



“ก็ตอบมา”



“ก็ไม่มีอะไรหรอก”



“ตอแหล” 



ผมถอนหายใจหนักๆใส่มันตอนที่มันว่าออกมาแบบนั้น กูดูเหมือนนางร้ายช่องสามไปเลยตอนมันด่าคำนี้ เกลียด ผู้ชายเชี่ยไรทำไมปากร้ายแบบนี้วะ .... แต่ถึงแบบนั้นผมก็เงียบไปสักพักนึง และมันเองก็เงียบเสียงลงเหมือนกำลังอดทนรอให้ผมพูดต่อ



“ทัพ”



“ว่า”



“มึงเคยโดนเพื่อนหักหลังไหม” 



ผมถามมันออกไปแบบนั้น พร้อมๆกับหลับตาลง ภาพของไอ้กุ๊กกับข้าวโพดยังลอยวนไปวนมาอยู่ในสมอง เป็นความรู้สึกสับสนจนชวนอ้วก ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทำไมถึงยอมถามอะไรแบบนี้ออกไปกับมัน แต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่าผมเหนื่อย ผมอยากระบายกับใครสักคน ถ้าเป็นปกติคงระบายกับไอ้กุ๊ก แต่ตอนนี้มันไม่ได้ ... ผมไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่ามันจะชอบไอ้ทัพ แล้วถ้ามันชอบไอ้ทัพจริงๆ มันทนฟังผมเล่าเรื่องของไอ้ทัพมาตั้งหลายปีได้ยังไงกัน



“ทำไม...เพื่อนมึงหักหลังมึงรึไง สมน้ำหน้า กรรมอาจจะตามสนองมึงมั้ง”



“........” 



ผมเลือกที่จะเงียบไปตอนที่มันว่าออกมาแบบนั้น เม้มปากเข้าหากันจนแน่น รู้สึกห่อเหี่ยวขึ้นมามากกว่าเดิมทันที จริงๆอยากจะร้องไห้ออกมาด้วยซ้ำ นี่ผมคาดหวังอะไรอยู่วะ หวังคำพูดดีที่จะให้ปลอบใจหรอ โคตรหวังสูงเลยกู ...คนแบบทัพหน้า ถ้าเห็นผมเจ็บเจียนตายได้มันคงถือเป็นความสุขใจอย่างนึงของมันสิไม่ว่า ... บางทีผมเองก็ลืมไปว่า ต่อให้มันกอดมันใจดีกับผมมากขึ้นแค่ไหน สุดท้ายแล้วในสายตาของมัน ผมเองก็ไม่เคยเป็นอย่างอื่นเลย นอกจากคนที่สั่งฆ่าเมียของมัน ผมกดหน้าลงกับหมอนเงียบๆ ไม่อยากฟังอะไรจากมันอีกแล้ว รู้สึกเจ็บมากเกินไปกับสิ่งที่กำลังเผชิญ อยากจะผละออกจากวงแขนของมันแต่อ้อมกอดแข็งแกร่งที่กอดผมอยู่กลับกระชับให้แน่นมากขึ้นอีกแล้วเสียงของมันก็ดังแหวกอากาศออกมาต่อ



“มึงถามอะไรปัญญาอ่อน คำว่าเพื่อนน่ะ มันไม่มีคำว่าหักหลังอยู่ในนั้นหรอก



“แล้วถ้ามีล่ะ” 



ผมที่นิ่งไปตอนที่มันบอกออกมาแบบนั้น ก่อนจะค่อยๆพลิกตะแคงตัวหันกลับไปหามัน ก่อนจะค่อยๆช้อนสายตาขึ้นไปมองคนที่นอนกอดตัวผมอยู่ตอนนี้ มันที่ก้มลงมามองหน้าพร้อมยกยิ้มมุมปากส่งมาให้



“ถ้ามี นั่นไม่เรียกว่าเพื่อน ... นั่นเรียกศัตรู



“หรอ.....”



ศัตรูงั้นหรอ



หลุบตาลงต่ำตอนที่มันบอกแบบนั้น ก่อนจะรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาหน่อยๆตรงหัว แรงลูบเบาๆที่ทำให้อยากหลับตาลง ไม่ต่างจากลูกแมวน้อยๆเวลาโดนลูบหัว มันคงรู้สึกแบบนี้สินะ



“แต่ก่อนที่มึงจะตัดสินว่าใครเป็นศัตรูของมึงจริงๆ มึงต้องดูให้ดีซะก่อนนะว่าสิ่งที่มึงกำลังเห็น มันคือเรื่องจริงหรือการสร้างภาพ มองดูให้ชัดว่านั่นมันคือมิตรแท้หรือศัตรูที่ถาวรแต่กำลังสร้างภาพ



คำพูดของมันที่ทำเอาผมใจกระตุกจนต้องกำมือแน่นๆ .... สร้างภาพงั้นหรอ .... ต้องดูให้ดีงั้นหรอ ....



ผมกับมันเลือกจะเงียบใส่กันอยู่แบบนั้น แต่มันก็ยังไม่ยอมปล่อยอ้อมกอดออกจากตัวผม ไม่ต่างจากผม ที่ยังคงซุกหน้าอยู่ที่อกแกร่งของมันในตอนนี้  เหมือนต่างฝ่ายต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเอง ... จนในที่สุดก็เป็นผมที่เลือกจะเอียงหน้าขึ้นไปมองมันอีกที  คนตรงหน้าที่ก็ก้มลงมามองตาผมนิ่งๆ แววตาสีดำสนิมไม่ต่างจากท้องฟ้าตอนกลางคืนของมันไม่มีคำตอบหรืออะไรให้ผมได้เข้าใจมากขึ้น แต่อดคิดกับคำพูดของมันไม่ได้ มันคงจะดี ถ้ามันเองก็พยายามจะมองเห็นในตัวตนของผมบ้าง  ผมอยากให้มันมองเห็น ว่าจริงๆแล้วผมเป็นคนยังไง และความคิดในใจมันอาจจะเก็บเอาไว้ไม่ไหวจนกล้าเอ่ยปากพูดออกไปตามที่ใจผมคิด



“มันคงจะดีนะถ้ามึงมองเห็นความจริงของกูบ้าง ...”



“......กูเองก็กำลังมองมึงอยู่เหมือนกันเมล” 



ฝ่ามือหนาที่เลื่อนขึ้นมาที่หัวของผมก่อนจะออกแรงลูบเบาๆในตอนที่มันตอบออกมา ความอบอุ่นที่เกิดขึ้นที่หัว แต่กลับอุ่นวาบส่งมาถึงหัวใจ



...



(มีต่อจ้า)
   
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่13* {08.12.18}
เริ่มหัวข้อโดย: Yoghurt ที่ 08-12-2018 19:59:12



เช้าวันใหม่เริ่มขึ้นมาอย่างยุ่งเหยิงเมื่อผมเดินลงมากินข้าวแล้วจะออกไปเรียนตามปกติ แต่ผมดันตามหาไอ้หลงไม่เจอ สุดท้ายได้แต่เอะใจแปลกๆเลยวิ่งไปดูที่กรงไอ้รี่



“อย่าบอกว่ามึงแดกลูกกูไปแล้วนะไอ้รี่!” 



ยืนแหกปากอยู่หน้ากรงมันแบบนั้น  ไอ้สิงโตเจ้าป่าที่ตอนนี้ผมยังไม่เห็นหัวมันชัดๆ ได้แต่มองเห็นผ้าห่มสีแดงที่คลุมหัวใหญ่ๆของมันไว้จนเป็นก้อนกลมๆ ผ่านไปสักพักก้อนนั่นจึงค่อยขยับ และขนฟูๆที่ผมเคยจับมาแล้วครั้งนึงก็เลื่อนหลุดออกมาจากกองผ้าห่ม ไอ้รี่ที่หรี่ตามองผมอย่างไม่ชอบใจ แต่ผมที่ถลึงตามองใส่มันอย่างหงุดหงิด มันเลยอ้าปากกว้างๆออกมาเหมือนกำลังหาวโชว์ผมซะแบบนั้น



“เหอะ สบายเลยนะมึง มึงเห็นไอ้หลงไห...เชี่ย!! ไอ้หลงงงงง”   



ยังพูดไม่ทันจบประโยคดี ก็มองเห็นก้อนขาวๆตัวเล็กที่นอนหลับตาปิดแบบมีความสุข ซุกตัวอยู่ในวงแขน เอ่อ น่าจะเป็นวงขามากกว่า ขาหน้าของไอ้รี่อย่างสบายใจ แถมยังไม่ตื่นอีก ไอ้แมวเด็ก!



พอผมตะโกนแบบนั้นอย่างแตกตื่น ไอ้รี่ที่เห็นผมโวยวายอยู่นอกกรงของมัน ก็ไม่ทำอะไร นอกจาก....คาบผ้าห่มสีแดงของมันมาคลุมตัวไอ้หลงและตัวมันเองอีกที พร้อมๆกับที่ไอ้รี่ก็ค่อยๆทิ้งหัวลงนอนกอดไอ้หลงต่อแบบไม่สนใจกูเลย



“ไอ้! ไอ้....”   ได้แต่เข่นเขี้ยวเคียวฟันอยู่แบบนั้น  ไอ้สิงโตไม่มีอะไรจะด่า มึงเอาลูกกูมานอนกกแบบนั้นได้ไงอ่ะ หลงงงงงงงงงง



“คุณเมลครับ ได้เวลาไปมหาลัยแล้วครับ”



“พี่ธร!! แมวผมโดนไอ้รี่คาบมาแดก” 



หันหน้าไปฟ้องคนที่เดินเข้ามาหาพร้อมชี้มือบอกอย่างเป็นกังวล แต่คนตรงหน้าที่ชอบทำหน้าตายไม่ต่างจากเจ้านายก็แค่ปรายตาไปมองนิดหน่อยแล้วหันกลับมายิ้มอ่อนๆให้ผม



“ไม่หรอกครับคุณเมล เชอร์รี่แค่เล่นด้วย”



“เล่นบ้าเล่นบออะไรวะพี่ มันจ้องจะแดกไอ้หลงผมรู้ ผมสัมผัสได้” 



เถียงออกไปแบบนั้นอีกคนก็แค่ยิ้มอ่อนส่งมาให้อีกรอบ เอ๊ะ นี่พี่กวนตีนผมนะเนี่ย



“ไปเรียนเถอะครับคุณเมล และเจ้านาบสั่งไว้ว่าวันนี้คุณเมลห้ามไปไหนโดยพลการอีกนะครับ ไม่งั้นเจ้านายจะกลับมาลงโทษ ”



“พี่ก็อย่าบอกมันซี่”  เดินตามคนร่างสูงที่เดินนำผมให้ห่างออกมาจากกรงของไอ้รี่ และอ้อมมาหน้าคฤหาสของไอ้ทัพจนมาถึงโรงจอดรถ เดินขึ้นรถBMWคันประจำที่พี่ธรชอบขับไปส่งเสมอ



“ไม่แจ้งไม่ได้หรอกครับผม”



“ขี้ฟ้อง พี่อ่ะขี้ฟ้อง”  กอดอกพร้อมเบ้ปากใส่ แต่อีกคนก็แค่หัวเราะหึหึมาให้น้อยๆ ก่อนจะเริ่มต้นขับรถ แหม...ช่างเป็นคนมีอารมณ์ขันมากมายเหลือเกินพ่อคุณเอ๊ย...



“เจ้านายเป็นห่วงคุณเมลนะครับ ผมไม่แจ้งไม่ได้หรอก”



“พี่ฝันอยู่หรอ ผมรู้นะว่าพี่รู้ว่าผมเข้ามาอยู่กับเจ้านายพี่เพราะอะไร” 



ตอบอีกคนออกไปแบบนั้น ผมเห็นว่าพี่ธรก็มองผมผ่านทางกระจกหน้ารถอยู่เช่นกัน อีกฝ่ายเลือกที่จะนิ่งไม่พูดอะไร  พี่ธรเป็นคนที่รู้ว่าอะไรควรไม่ควรพูดเสมอ เป็นคนที่มีบุคลิคดีและน่าเชื่อถือ ผมไม่แปลกใจที่เค้าถือเป็นมือขวาของไอ้ทัพหน้าเลยจริงๆ



“นี่พี่...ทำไมไอ้เชอร์รี่ถึงชื่อเชอร์รี่”   เลือกที่จะทำลายบรรยากาศน่าอึดอัดนี้โดยการเปลี่ยนเรื่องแทน มองเห็นพี่ธรยิ้มเอ็นดูออกมาตอนที่ถามถึงไอ้สิงโตที่คาบแมวผมไปแดก



“ที่ชื่อเชอร์รี่เพราะเจ้านายเป็นคนชอบสีแดงครับ”



“เอ้า งั้นไม่ตั้งชื่อไอ้แดงไปล่ะ”



“ผมก็ไม่ทราบครับ แต่ตอนที่เชอร์รี่เด็กๆนอกจากติดผ้าห่มก็ชอบกินเชอร์รี่ จริงๆเจ้านายอยากให้ชื่อแอ๊บเปิ้ลเพราะสีแดงกว่าลูกเชอร์รี่ แต่ดูเหมือนเชอร์รี่จะไม่ร่วมมือ พอเรียกว่าแอ๊ปเปิ้ล มันก็จะเมินไม่สนใจครับ เจ้านายเลยยอมใช้เชอร์รี่แทน”



“โอ้โห มหากาพย์แห่งการตั้งชื่อ” 



ได้แต่นึกในใจ ถ้ากูเป็นไอ้รี่ก็ไม่ยอมชื่อแอ๊บเปิ้ลเหมือนกันล่ะ แรดมาก ตั้งชื่อได้แรดมาก เซ้นท์ในการตั้งชื่อสิ่งของมึงป่วยมากไอ้ทัพหน้า  หน้าตาอย่างโหด คิดชื่อมาแต่ละอย่างโคตรแอ๊บแบ๊ว กลัวแล้วจ้า



ใช้เวลาบนท้องถนนประมาณสองชั่วโมงในที่สุดผมก็มาถึงคณะ พี่ธรที่ค้อมหัวให้ผมอย่างสุภาพตอนที่มาส่งผมถึงที่ ทำแบบที่ชอบทำประจำแม้ว่าผมจะบอกว่าไม่ต้องแต่เจ้าตัวก็ไม่เคยยอม ผมก็จนใจจะห้าม ...ผมโบกมือบ๊ายบายให้พี่ธรหน่อยๆตอนที่อีกฝ่ายกำลังจะผละตัวกลับไปขึ้นรถ  ในตอนนั้นไอ้อู๋กับข้าวโพดก็เดินเข้ามาพอดี ไอ้อู๋ที่อ้าปากค้างตอนที่เห็นหน้าพี่ธร มันทำปากเป็นตัวโอหน่อยๆมองเค้าตาค้าง  ก็แน่แหล่ะ เอาจริงๆพี่ธรก็ถือว่าเป็นผู้ชายสูงใหญ่ที่หน้าตาดีใช่เล่น แถมมาขับรถยุโรปแบบนี้นะ ยิ่งดูดี ถึงแม้ว่ารถที่พี่ธรขับเจ้าของจะคือไอ้ทัพหน้าก็เถอะนะ



“เหยดดด มึงมีใครมาส่งวะไอ้เมล” 



ไอ้อู๋ที่ถลาเข้ามาหาผมแล้วว่าออกมาแบบนั้น สายตายังคงมองตามพี่ธรไปจนเจ้าตัวเค้ารู้สึกได้  พี่ธรที่มองมาทางพวกผมนิ่งๆ ไม่ได้ยิ้มหรืออะไร พี่ท่านก็แค่มองมานิ่งๆแล้วค่อยๆเปิดประตูเข้ารถแล้วขับออกไป เอ้อ...ก็แปลกดี



“ใครหรอเมล แฟนหรอ?” 



ข้าวโพดถามผมออกมาตอนที่รถของพี่ธรขับออกไปไกลแล้ว มันที่ไม่ได้ยิ้มหรืออะไร แปลกนิดหน่อยที่ผมรู้สึกว่ามันไม่พอใจอะไรสักอย่าง แต่ผมก็เลือกจะปัดเรื่องนั้นทิ้งไป แล้วส่ายหัวตอบมัน



“เปล่าหรอก ลูกน้องไอ้ทัพน่ะ”



“มึงกับพี่ทัพหน้า บุคคลในตำนานนั่นสรุปคือยังไงกันแน่วะเมล กูสงสัยมากในจุดนี้ มึงจะหาว่ากูเสือกก็ได้นะ เพราะจริงๆก็คือเสือก”



“เออมึงขี้เสือกสัดอู๋” 



ด่ามันออกไปแบบนั้นพร้อมๆกับส่ายหน้าแล้วเดินหนีมันเข้ามาที่ตึก มันยังคงตามมาเล้าหรือไม่เลิก เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นในการเสือกเรื่องคนอื่นสุดๆ   ผมที่เลือกจะนั่งลงที่โต๊ะนึงใต้ตึกคณะ เห็นนักศึกษาหลายคนของหลายชั้นปีเดินไปเดินมาเต็มไปหมด ก็แน่หล่ะนี่มันยังไม่ได้เวลาเข้าห้องเรียน แต่สายตาดันไปสะดุดเข้ากับร่างๆนึง



ไอ้กุ๊ก



มันที่เดินก้มหน้าก้มตาเข้ามาในตัวตึก แต่ดันเดินชนเข้ากับคนกลุ่มนึงเข้า และเหมือนมันกำลังจะมีเรื่อง ... พูดตรงๆก็คือ ไอ้กุ๊กเป็นคนที่มีหน้าตาหยิ่งๆดูอ้อนมืออ้อนตีนคนอื่นก็เพราะมันชอบทำหน้านิ่งๆ จริงๆมันแค่ไม่รู้จะทำหน้ายังไงกับคนที่ไม่รู้จัก



“ชนแล้วไม่ขอโทษ มึงจะเอาหรอไอ้สัด!”  เสียงดังจนไอ้อู๋กับข้าวโพดได้ยินต้องหันไปมองตาม



“จำเป็น?”  มองจากตรงนี้เห็นไอ้กุ๊กตอบไปแบบนั้น  นี่แหล่ะคิดว่ามันควรจะโดนตีนก็แบบนี้แหล่ะ



“กวนตีนมากหรอไอ้สัด”  ฝ่ายตรงข้ามที่ตัวใหญ่กว่ามันสามเท่าแล้วเสือกทีสามคน เดินเข้าใส่ไอ้กุ๊ก ผมเห็นว่ามุมปากมันยังเขียว คิดว่าคงเป็นเพราะโดนหมัดของไอ้บิน



“แล้วมึงไม่กวนตีนหรอไอ้สัด” 



ไอ้กุ๊กที่ว่ากลับไปแบบนั้น มันมองพวกนั้นแบบไม่สบอารมณ์ พร้อมๆกับพยายามจะเดินเลี่ยงออกมา แต่ถูกกระชากแขนไว้อย่างแรง ผมที่เห็นแบบนั้นลุกขึ้นยืนอัตโนมัติทันที



“เมล เดี๋ยว” 



ไอ้โพดที่ดึงมือผมไว้ หันไปมองมันที่ส่ายหัวไปมาส่งมาให้ผม สายตาของมันที่มองไปที่กุ๊กแบบเป็นห่วงแต่ก็ไม่ยอมปล่อยมือผม



“ไอ้เมล มึงเข้าไปมึงก็จะเจ็บตัว เดี๋ยวกูเอง”  ไอ้อู๋พูดแบบนั้น และมันเองก็ลุกขึ้นเหมือนกัน



“หยุดทั้งเมลทั้งอู๋นั่นแหล่ะ ขืนเข้าไปก็จะโดนทำโทษกันหมดพอดีสิ โพดไม่อยากให้เมลกับอู๋ต้องโดนทำโทษนะ ปี4แล้วด้วย มีเรื่องตอนนี้ถ้าไม่จบจะทำยังไง”



“แต่ไอ้กุ๊กมัน...” 



ผมที่ขมวดคิ้วอ้าปากเถียงแต่ยังไม่ทันจะจบประโยคดีก็ต้องหยุดปากไว้แค่นั้น เมื่อเสียงหวีดร้องอย่างตกใจของกลุ่มคนที่กรูกันเข้าไปมุงดูตรงที่ไอ้กุ๊กมีเรื่องก็ทำเอาใจเสีย  ผมสะบัดมือออกจากไอ้โพดทันทีแบบไม่คิด แล้ววิ่งตรงเข้าไปในกลุ่มที่ตอนนี้มีคนมุงกันใหญ่อยู่ตอนนี้



อย่ามายุ่งกับมัน! ถ้ามึงไม่จบอย่าหาว่ากูไม่เตือน”  เสียงเข็มที่ตวาดลั่นลานกว้างทำเอาอีกฝ่ายถึงกับผงะ ไม่ต่างจากพวผมที่พอวิ่งเข้าไปดูก็ตกใจไม่แพ้กัน



“อะ...เออ กูเห็นแกมึงนะไอ้บิน ไม่งั้นกูไม่ยอมหรอก” 



ฝ่ายตรงข้ามที่หาเรื่องไอ้กุ๊กเหงื่อแตกพลัก ละล่ำละลักออกมาแบบนั้น ก่อนจะยอมถอยออกไปแต่โดยดี  ไอ้กุ๊กที่ยืนอยู่ข้างหลังไอ้บินเพราะเจ้าตัวถูกฝ่ามือใหญ่ของไอ้บินกอบกุมไว้ไม่ยอมปล่อย  ไอ้กุ๊กที่หันมาเห็นพวกผมยืนมองอยู่ มันก็บิดข้อมือออกจากมือของไอ้บิน ไอ้บินที่มองมันอย่างขัดใจแต่พอมันมองเห็นผมและไอ้อู๋ มันก็ปล่อยมือออกจากแขนของไอ้กุ๊กทั้งแบบนั้น



“คิดว่ากูอยากจับมึงมากนักรึไง เหอะ”



“แล้วมาเสือกเรื่องของกูทำเชี่ยไรล่ะ” 



ไอ้กุ๊กเองก็ไม่ยอม มันเถียงออกมาแบบนั้น มองหน้าไอ้บินตาขวางอย่างไม่ยอมเช่นกัน  เห็นแบบนั้นผมเองเลยเลือกที่จะวิ่งไปขวางพวกมันไว้



“พอเถอะ พวกมึงอย่าทะเลาะกันเลย”



“มึงยังจะปกป้องมันอีกหรอวะ” 



ไอ้บินหันมาถามผม จริงๆกูนี่อยากตอบกลับมากว่า คนที่ปกป้องมันน่ะน่าจะเป็นมึงมากกว่ากูซะอีกนะ แต่ยังไม่ทันจะได้อ้าปากพูด เสียงไอ้กุ๊กก็ดังขัดขึ้นมาซะก่อน



“ใช่ อย่ามายุ่งกับกูเลยเมล อย่ามายุ่งกับคนเหี้ยแบบกูเลย เชิญมึงอยู่กับคนโง่แบบพวกเหี้ยนี่ไปเถอะ” 



มันที่หันมามองหน้าผมแล้วผมออกมาแบบนั้น ก้าวขายาวๆของมันเดินกระแทกไหล่ไอ้บินไปอย่างแรง ก่อนจะหันมาหาผมและไอ้อู๋กับไอ้โพดอีกหน่อย ไอ้กุ๊กที่เหยียดยิ้มร้ายๆออกมาแบบที่ผมไม่เคยเห็น



“เชิญมึงเกาะอยู่ในจุดที่มึงยืนอยู่ให้แน่นๆละกัน วันไหนมึงร่วงลงมาอย่าหาว่ากูไม่เตือน”



“เชี่ยกุ๊ก มึงแม่งเหี้ยว่ะ”  ไอ้อู๋เดินมายืนบังข้างหน้าผมไว้แล้วว่าออกไปแบบนั้น แต่อีกฝ่ายกลับเลือกที่จะไม่สน มันสะบัดหน้าหนีแล้วเดินออกไปโดยที่ไม่สนใจพวกเราอีกเลย



“แม่งพูดงี้กับมึงได้ไงวะเมล อย่าไปสนใจแม่งเลย เพื่อนเหี้ย”  ไอ้อู๋ที่บ่นออกมาแบบนั้น ผมยังคงมองตามแผ่นหลังบางของไอ้กุ๊กที่เดินจากไป ก่อนจะขมวดคิ้วหน่อยๆ



“บินเจ็บมากไหม อะ เอาผ้าเช็ดหน้าเราไปเช็ดนะ”



“อื้ม...ขอบใจ”  ไอ้บินที่ตอบรับข้าวโพดเบาๆแต่มันเองก็ยังดูจะหัวเสียกับไอ้กุ๊กไม่เลิก ไม่ต่างจากไอ้อู๋เช่นกันที่ยืนบ่นหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่ตอนนี้


.

.

.




 ผมที่เข้าเรียนมาในสภาพที่ไม่พร้อมจะเรียนเท่าไหร่  คำพูดและหน้าตาของไอ้กุ๊กยังลอยอยู่ในหัว ผมมองเห็นแผ่นหลังของมันนั่งอยู่แถวๆหน้าห้องเรียนข้างๆหน้าต่าง มันที่มองเหม่อออกไปนอกห้องเรียนแล้วตอนนี้  ผมรู้ดีว่ามันสนิทกับคนยาก และจริงๆเพื่อนสนิทของมันก็คือไอ้บิน ... และมาในตอนนี้มันก็คงไม่มีใคร คงจะไม่แปลกเท่าไหร่ ที่ผมมองมันจากตรงนี้แล้วรู้สึกว่ามันดูโด่ดเดี่ยวมากๆเลย



“เอาล่ะนักศึกษา นั่งที่กันให้เรียบร้อย” 



เสียงเข้มๆของอาจารย์แก่ๆพุงพลุ้ยที่ทำเอานักศึกษาที่กำลังนั่งง่วงหนาวหาวนอนอยู่ตอนนี้ก็ไม่ได้ทำให้นักศึกษาสนใจขึ้นมาแม้แต่น้อยเลย ก็หน้าอาจารย์ไม่ชวนให้สนใจอ่ะครับอยากบอกแค่นี้



“ต่อจากนี้ไป ครูจะมีอาจารย์พิเศษมาสอนนักศึกษาในรายวิชานี้แทนนะ เพราะครูมีภารกิจติดประชุมที่เยอรมันนานหลายเดือน เดี๋ยวยังไงขอเชิญอาจารย์พิเศษมาแนะนำตัวเลยละกัน” 



ได้ยินแว่วๆว่าจะมีอาจารย์พิเศษอะไรสักอย่าง ก็ไม่เห็นแปลก เรียนมา4ปีบางทีก็มีอาจารย์จากที่นู่นที่นี่ หรือคนเก่งๆมาสอนบ่อยๆในฐานะอาจารย์พิเศษ เยอะจนชิน และมันก็ไม่ชวนให้น่าสนใจอยู่ดีอ่ะเอาจริงๆ



“สวัสดีครับนักศึกษา ก่อนที่ผมจะแนะนำตัว ขอให้ทุกคนเงยหน้าขึ้นมามองกันก่อนน่าจะดีนะ” 



เสียงเข้มๆที่ทำเอาผมเสียววาบทั้วสันหลัง บรรยากาศเย็นๆที่แผ่ออกมาทั่วทั้งห้องทำเอาทุกคนเงียบเสียงลงได้ในที่สุด รวมถึงผมด้วยเช่นกันที่เงยหน้าขึ้นมามองพร้อมๆกับต้องอ้าปากค้างตาเบิกกว้างในตอนนี้



“สวัสดี ผมทัพหน้า จะมาเป็นอาจารย์พิเศษในรายวิชานี้ตั้งแต่วันนี้จนจบเทอม ยินดีที่ได้พบ หึ” 



ร่างสูงในชุดสุภาพที่ยืนอยู่ด้านหน้าว่าออกมานิ่งๆแบบนั้นพร้อมสายตาเข้มๆที่มองตรงมาที่ผมเป็นพิเศษพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่บอกได้แค่ว่า



วอท

เดอะ

ฟาคคค!!!

มาได้ยังไงจ๊ะไอ้ชิพหาย!!



------------------



สวัสดีจ้าา .... แคทมาแล้วน้าาา หลังจากตอนที่แล้วยาวมาก คิดว่าคนอ่านน่าจะขี้เกียจอ่าน เพราะงั้นเราเลยลดลงมา เอาแค่10กว่าหน้าพอ คนอ่านลดลง แต่คอมเม้นท์อินขึ้น พูดเลยว่าชอบมากค่ะ อ่านคอมเม้นท์ของแต่ละท่านนี่คือชอบมาก5555 เห็นคนอ่านลงเรือกันไปหลายลำ เอาน่า...ไหนมากระซิบบอกแคทหน่อยเร็วว่าจะลงเรือไหนกันบ้าง อิอิ

ส่วนตอนนี้ ... ขอพูดแค่ว่า พี่ทัพหน้าเป็นคนรว๊ายๆ...พี่เค้าร้ายนะคะหัวหน้า

ส่วนถ้าคนอ่านอยากด่าใคร ตบใคร จัดไปเลยจ้าาา แคทรออ่านคอมเม้นท์ของทุกคนอยู่นะคะ แค่อย่าฆ่าแคทก็พอน้าาา จุ๊บๆ


และขอขอบคุณคนอ่านจากเล้าเป็ดที่มาคอมเม้นท์ให้แคทในตอนที่แล้วด้วยนะคะ


ขอขอบคุณ คุณursleepingxd คุณยู เจ้าเก่าเจ้าเดิม เพิ่มเติมคือตอนนี้หลงน้องหลง 5555 และในจุดๆนี้ ตั้งแต่เขียนนิยายมา3เรื่อง นี่ก็เป็นครั้งแรกที่มีคนบอกว่าจะจ้างโคนันมาสืบ งื้ออ น่ารักจังเลย ถ้าอ่านแล้วรู้สึกอินตามสงสัยตามกันไปแคทก็ดีใจมากๆค่ะ ขอบคุณคุณยูเสมอที่อยู่อ่านกับแคทมาตลอดเลย แคทขอบคุณจริงๆค่ะ ส่วนการทำลายเรือคู่ไหนยังไงไหม บ้าาา คุณยูอ่ะคิดมาก แคทเปล๊าาาา :mew1:

ขอขอบคุณ คุณblove  งื้ออ อ่านคอมเม้นท์คุณbloveแล้วแคทปลื้มมาก คือจะต้องพูดแบบนี้ทุกตอนจริงๆค่ะ คือไม่คิดว่าจะได้คอมเม้นท์ยาวๆกับเค้าบ้าง เวลาอ่านแคทยิ้มไปเสมอเลย ขอบคุณที่ชอบนิยายเรื่องนี้นะคะ แคทขอบคุณจริงๆ ... ส่วนเรื่องความปากหมาของพี่ทัพ อยากบอกว่า ... หยุดปากพี่เค้าไม่ได้จริงๆค่ะ ถ้าจะหยุดได้อาจมีวิธีเดียวคือเอาปากน้องเมลไปหยุด อุ่ยยย :hao7: ส่วนเรื่องพี่รี่น้องหลงนั้นนน บ้าาา คิ๊ดม๊าก ชิปอะไร๊ เปล่าๆๆๆ (ให้มาอ่านตอนนี้อีกที อิอิ) ส่วนเรื่องฉากNCถ้าชอบแคทจะดีใจมากๆๆๆๆค่ะ เพราะในบรรดาฉากที่ต้องเขียน อันที่ยากที่สุดสำหรับแคทก็คือฉากNCนี่แหล่ะค่ะ แคทว่าแคทยังเขียนได้ไม่ดีพอ แต่ถ้าชอบแคทก็อยากจะกราบจริงๆ งื้ออ ได้รับกำลังใจแล้วฮึกเหิม ขอบคุณจริงๆนะคะ ขอบคุณกำลังใจดีๆที่ให้กันค่ะ ยังไงตอนนี้มาอ่านอีกน้าาา

ขอขอบคุณ คุณ tae1234  ถ้าถามว่ามีเรื่องช็อคอีกไหมนั้น 55555 บ้าาา .... เราก็ไม่ได้ให้ช็อคอะไรกันมากมาย อิอิ ว่าแต่ตอนนี้มีช็อคอะไรอีกไหมคะ ฮี่ๆ ยังไงมาอ่านตอนนี้อีกนะคะ จุ๊บๆ และขอบคุณคอมเม้นท์ดีๆที่ให้แคทด้วยนะคะ :L1:


ปล.สำหรับบางท่านที่อาจจะพึ่งรู้จักกันจากเรื่องนี้ สงสัยเรื่องหนังสือNo Limit...แรงรัก และ One Night...คืนเดียวก็เสียวได้  มีสอบถามแคทเข้ามาว่า หนังสือยังหาซื้อได้ไหม ขอพื้นที่ขายของหน่อยค่ะว่า ยังสั่งซื้อได้กับแคทในเพจเช่นเดิมจ้าา ยังมีสต็อคอยู่ค่ะ ^0^    :hao7: :mew1: :pig4:
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่13* {08.12.18}
เริ่มหัวข้อโดย: ursleepingxd ที่ 08-12-2018 22:02:48
เรื่องน้องบินกับน้องกุ๊กน้านนนนน  o22

ยังไงก็เอาใจช่วยน้องกุ๊กน้าาา

ใครไม่รักเรารักเอง ขอเททุกคนในเรื่องยกเว้นน้องเมลกับน้องกุ๊ก

พี่ทัพมาไมอะ ข้าวโพดดีใจจนตัวสั่นเลยสิ หึฟ์

ปล แอบถามหน่อย อันนี้ประมาณกี่เปอร์เซ็นต์ของเรื่องแล้วอะคะ หรือว่าแพลนจะมีทั้งหมดประมาณกี่ตอนก็ได้ เมื่อไรจะคลี่คลายยยย เมื่อไรน้องๆจะได้เอาคืนพวกพี่และเพื่อนง่าวๆซะที  :z6: ตอนนี้เราช่วยตบไปก่อนก็ได้  :beat: :beat: :beat:
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่13* {08.12.18}
เริ่มหัวข้อโดย: iceman555 ที่ 08-12-2018 23:39:34
อ้าวว จารย์ทัพหน้า
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่13* {08.12.18}
เริ่มหัวข้อโดย: blove ที่ 11-12-2018 13:49:10
เออนั่นดิเมล แม่งมาได้ไงวะ WTF?? 555 ลุคอาจารย์ดาเมจแรงมาก เอาละเว้ยมาคุมเลย จะแอบหลับหรือเหม่อนี่คือไม่ได้ละเมล โดนทำโทษแน่ๆ 5555 //ขาก็ชอบเขี่ยมือก็ชอบขยุ้ม แต่อะไรคือการเปย์คอนโดแมวหรูๆและของเล่นให้เยอะแบบเว่อร์วัง ตล๊กกก 55555 เอาใจสุด โธ่เอ้ย!! และอีกอย่างนะที่วอแวถามเซ้าซี้ๆนี่ไม่ใช่ไรนะ คือรู้ ว่าเป็นห่วงใช่ป่ะ แต่ห่วงแบบสไตล์พี่มันอะ พูดดีๆมันไม่ใช่แนวใช่ม่ะ ต้องปากเสียๆ คือใช่เลย 5555 เออออออจะพยายามทำความเข้าใจนะทัพนะ มันเป็นปกติแก เริ่มชินละ 5555  //ว๊ายยยยยกุ๊กกกกก ชอบบินนนน อร๊ายยยย โหหหห งี้ถ้าคิดย้อนกลับไปคนที่น่าสงสารสุดคือกุ๊กอะ บินนี่ใจร้ายสุดแบบไม่ตั้งใจ คือกุ๊กแอบชอบบินใช่ม่ะ แล้วกุ๊กต้องรู้อะว่าบินแอบชอบเมล ตลอดเวลาที่เห็นบินแคร์เมลอะ โหยยยยยยเจ็บปวดแล้วไหนจะยังมาเจอคนในครอบครัวใส่ร้ายจนเพื่อนๆบอยคอตอีก เหี้ยเถอะจร้าาาา!!! //สรุปแล้วคือโพดร้ายตัวจริงใช่ม่ะ แต่ยังงงอยู่ว่าทำไปเพื่อไรวะ ปั่น??? มีเบื้องหลังยังไงเนี้ย? เอ๊ะหรือว่า......??? ว่าไรวะ คิดไม่ออก 555555555555  กูนี่ก็นะ :) ฮ่าๆ รอสืบจากไรท์ต่อไป แต่คือรู้ละว่าโดนโพดปั่นแล้วป่วน!! เอาไงละที่นี้หะเมล แต่สุดท้ายใจจริงลึกๆก็นะ บิน ยังห่วงเขาอยู่ ก็แหมมมมม! สนิทกันขนาดนี้ บินคงสับสนพอตัวว่ะ จะยังไงกะกุ๊กหรือเมลดี มีแยกคู่ไหมคะ 5555 หลายคู่เลย อยากติดตามเขาไปหมด คึคึ! พี่ธรงี้มีลับลมคมไหนอะ ยังสังสัยและแอบมองจับผิดอยู่นะ 55555 //ส่วนไอ้พี่รี่เรานั้น แสรดดดเอาน้องหลงไปกกตอนไหนวะ ไวไฟมาก กรี๊ดด 5555 เกมนี้ไอ้พี่รี่ชนะ นึกถึงหน้าตอนดึงผ้าห่มมาคลุมให้หลงแบบไม่สนใจเมล ยิ้มแบบเย้ยใส่ๆ อีกคนก็ทำไรไม่ได้ สะใจดีไหมรี่ 5555555 //เอออออออเพิ่งรู้ว่าไอ้พี่ทัพหน้ามันง่อยเรื่องตั้งชื่อ ถ้าไม่ใช่ทัพหน้าคิดไม่ได้นะชื่อนั้น สิงโตหน้าโหดๆจะมาชื่อแอ๊ปเปิ้ล ลำพังชื่อเชอร์รี่มันก็นะ 55555555 ตล๊กกกกก //โอ้ยยยยสนุกกก ชอบค่ะชอบ อร๊ายยยยยยย “......กูเองก็กำลังมองมึงอยู่เหมือนกันเมล” ก็ไม่คิดว่าถึงขั้นจะมามองในห้องเรียนเลย 55555555 เป็นเอามาก ก็นะ คนมันห่วง แต่เสือกปากแข็ง ปากร้ายปากเสีย นี่แน่ะ เอาจริงใครปากเสียกว่ากันวะ กูงง 5555555 โอ้ยยยรอตอนหน้าเลยค่ะ จะเกิดไรขึ้นบ้าง ขอบคุณที่แต่งและมาอัพนะคะ รอๆตอนต่อไป (: (ปล.ขอโทษเถอะค่ะ อ่านแล้วนึกภาพตามพอมันอินก็จะเม้นยาวหน่อย เกรงใจ555555)
หัวข้อ: Re: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย ครั้งที่13* {08.12.18}
เริ่มหัวข้อโดย: Yoghurt ที่ 15-12-2018 20:02:17

บทที่14



‘ตึก ตึก ตึก’



‘หมับ’



“ดะ...เดี๋ยว ทะ...ทัพ แฮ่กๆ อะ...แฮ่ก ไอ้...ทัพ” 



ผมที่วิ่งออกจากห้องเรียนตามไปอย่างสุดกำลัง ก่อนจะคว้าเอามือคนตรงหน้ามาจับไว้ได้ในที่สุด แต่มันดันต้องแลกมากับความเหนื่อยหอบ คนไม่ชอบเล่นกีฬาและออกกำลังกายแบบกู ทำไมต้องมาวิ่งตามคนขายาวแบบนี้ด้วย กูเหนื่อย!  ได้แต่จับแขนคนตรงหน้าไว้ พร้อมๆกับที่ก้มตัวลงไปเอามืออีกข้างที่เหลือเท้ากับหัวเข่าแล้วหอบออกมาหนัก เหนื่อยชะมัด



“ใจเย็น แล้วก็...นักศึกษาช่วยพูดกับอาจารย์สุภาพหน่อยจะดีกว่านะ”  เอ่อ....ห๊ะ อะไรนะ?



“ว่าไงครับนักศึกษา จะจับมืออาจารย์อีกนานไหม” 



เสียงทุ้มเข้มๆที่ปกติไม่เคยจะสุภาพ แต่ตอนนี้มันกลับเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังตีน ผมที่ลมหายใจเริ่มกลับมาสม่ำเสมอเด้งตัวขึ้นมายืนดีๆ พร้อมจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง



“มึงมาทำอะไรที่นี่ อาจารย์พิเศษเชี่ยอะไร!”



“หักคิรากร 10คะแนน”



“เห้ย!”



“นักศึกษากรุณาพูดจาให้สุภาพด้วย” 



คนตรงหน้าที่ว่าออกมาแบบนั้นพร้อมๆกับใช้สายตาคมมองมาที่ผมนิ่งๆ ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก ในหัวสมองกูนี่เดือดปุดๆยิ่งกว่าภูเขาไฟที่กำลังอยากจะระเบิด 10คะแนนกู๊!~~



ใบหน้าหล่อคมที่ค่อยๆเลื่อนเข้ามาใกล้ๆแล้วเอียงหน้ามากระซิบข้างๆลงหู  ประโยคที่ชวนให้ใจกระตุกและขนลุกซู่ดังชัดเจนไปทั้งสมอง



“ถ้าอยากจะไม่สุภาพค่อยกลับไปพูดกับกูบนเตียงที่บ้าน หึ” 



พูดจบแค่นั้น ก็ผละหน้าออกพร้อมยักคิ้วให้ ก่อนที่คนร่างสูงจะกลับหลังหันแล้วขายาวๆนั่นก็ค่อยๆก้าวจากผมไปเหมือนไปมีอะไรเกิดขึ้น มีแต่กูที่ยืนอ้าปากค้างยืนหน้าแดงแปร๊ดอยู่คนเดียวตอนนี้



“ไอ้บ้าทัพ!”



“หักอีก10คะแนน ผมได้ยินนะคุณคิรากร”  ยัง  ... มึงยังจะหันกลับมาหักกูอี๊กกก ได้แต่ยืนกำหมัดแน่นๆมองอีกคนที่เดินผ่านไปพร้อมรอยยิ้มสะใจที่เห็นผมทำอะไรไม่ได้  นี่มันเรื่องเชี่ยอะไรวะเนี่ย



...



‘ปึก’



เสียงวางจานข้าวที่ดังมาจากน้ำมือของไอ้อู๋ มันที่วางจานข้าวลงตรงข้ามผม พร้อมกับหย่อนตูดลงนั่งตรงหน้าผมและหรี่ตาส่งมาให้แบบกวนประสาท



“ตามึงเป็นเชี่ยไรไอ้อู๋”



“นี่คือหน้าตากำลังสงสัยใคร่รู้ของกู”



“มึงอย่ามาทำพูดดี แบบมึงไม่มีทางใคร่รู้ แบบมึงมันเรียกขี้เสือกเถอะ อะ แล้วเอาข้าวมาให้กูสักที”



“เอ๊ะๆ เสือก อันนี้ของโพดโว้ย ของมึงนู้น ไอ้ห่าบินถือมาให้ละ...อะนี่ของโพดน้า” 



บุ้ยปากใส่ผมหน่อยๆแล้วหันไปยิ้มตอแหลพร้อมเลื่อนจานข้าวส่งไปให้ข้าวโพด เห็นมันทำแบบนั้นแล้วก็อดขมวดคิ้วไม่ได้เลยจริงๆ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกไป ไอ้บินก็หย่อนตูดลงนั่งข้างๆผมพร้อมจานข้าวของมันและของผมเรียบร้อย



“อะ ผัดไทยกุ้งสด มึงโอเคไหม”



“โอเคหมดแหล่ะ กูแดกได้หมด” บอกมันพร้อมเลื่อนจานจะเอามากิน



“เดี๋ยวๆ มึงยังแดกไม่ได้ไอ้เมล กูยังไม่ได้รู้เรื่องเลย สรุปพี่ทัพ เอ้ย อาจารย์พี่ทัพนี่มาสอนได้ยังไง อะไร แล้วก็ทำไม”



“แล้วมึงมาถามกูทำเชี่ยไรล่ะ ใครจะไปรู้”  ผมที่ก้มหน้าหลบสายตาจับผิดของมันแล้วตักผัดไทยกิน ส่วนไอ้อู๋ก็ยังไม่เลิกเสือกอ้าปากถามออกมาอีก



“คนอื่นไม่รู้ไม่แปลก แต่มึงนี่สิจะไม่รู้ได้ไง เดี๋ยวนี้กูรู้นะว่ามึงไม่ได้นอนคอนโด เมื่อไหร่มึงจะอธิบายกับพวกกูสักทีวะ ว่ามึงกับพี่ทัพนี่มันคือยังไง...โอ๊ย”



ไอ้อู๋ที่แหกปากลั่นออกมาเพราะแรงเตะขามันจากใต้โต๊ะเอง เสือกอยู่ได้  บรรยากาศแปลกๆบนโต๊ะก็เริ่มมาตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ อาจจะเป็นตอนที่ข้าวโพดกับไอ้บินตั้งใจฟังที่ไอ้อู๋ถามกันแบบเงียบๆล่ะมั้ง



“พูดอยู่ได้คนจะแดกข้าว”



“ว่าแต่ ทำไมอู๋ต้องคิดว่าเมลจะรู้เรื่องอาจารย์ด้วยล่ะ”  โพดที่พูดออกมาตอนที่ทุกคนเลิกสนใจไปแล้ว มันที่ถามออกมาเสียงใส พร้อมเอียงหน้ามองอู๋พร้อมส่งยิ้มให้หน่อยๆ



“เอ้า ถ้ามันไม่รู้แล้วใครจะรู้ล่ะครับ โพดไม่เคยได้ยินข่าวตอนปี1หรอ ไอ้เมลนี่ยิ่งกว่าแฟนคลับอาจารย์พี่ทัพอีกนะ น่าจะเป็นแฟนครับมากกว่าโน๊ะเพื่อนโน๊ะ”  ไอ้อู๋ว่าออกมาขำๆ แต่กูนี่อยากลุกเอาตีนขยี้หน้ามันสักที



“เอ๋...เพราะแบบนี้เมลก็เลยรู้เรื่องอาจารย์มากหรอ แบบนี้เมลก็ต้องเคยเห็นภรรยาอาจารย์สิใช่ไหม เห็นว่ากำลังจะแต่งงานเพราะว่าภรรยาอาจารย์ท้องแล้วนี่” 



ข้าวโพดที่พูดออกมาแบบนั้น ทำให้ผมรู้สึกว่าหน้าชา เหมือนโดนลากไปตบหน้าที่กลางสี่แยก ใช่...ทำไมผมจะไม่รู้ล่ะว่าไอ้ทัพมันกำลังจะแต่งงาน ถ้าไม่มาเกิดเรื่องที่ผมกับณราชาซะก่อน ป่านนี้มันคงมีครอบครัวที่มีความสุข และคงกลายเป็นพ่อและนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่เพอร์เฟ็คที่สุดเลย



“ว่าแต่ทำไมโพดรู้เรื่องเมียอาจารย์ด้วยล่ะ นี่ก็แอบเป็นแฟนคลับอาจารย์ด้วยหรอครับ แบบนี้อู๋เศร้าเลยนะ”



“อ่ะ ฮ่าๆ อู๋ก้อ...จริงๆเรารู้เพราะกุ๊กชอบเล่าให้ฟังน่ะ”



‘ปึก’



“เมื่อไหร่จะแดกกันวะ พูดเรื่องไร้สาระกันอยู่ได้” 



ไอ้บินที่เอาซ่อมกระแทกกับถ้วยพร้อมจ้องหน้าไอ้อู๋กับข้าวโพดตาขวาง มันที่บอกออกมาแบบนั้นทำเอาทุกคนเงียบเสียงลง อืม...ขอบใจ จะได้เลิกเซ้าซี้กันสักที



ผมที่เหลือบไปมองข้าวโพดที่แค่ยิ้มอ่อนตอบกลับบินนิดหน่อย มันที่ไม่พูดอะไรออกมาอีก แล้วเริ่มลงมือกินข้าวเงียบๆกันได้สักที ... ไม่รู้ทำไม แต่ผมเองก็เหมือนจะเริ่มไม่พอใจข้าวโพดเหมือนกัน อาจเป็นเพราะความนิสัยไม่ดีของผม ที่พอมันพูดเหมือนตอกย้ำว่าผมไม่รู้หรอว่าทัพมันมีเมีย ผมเองก็รู้สึกเจ็บและไม่ชอบใจขึ้นมาหน่อยๆ  ... เลิกคิดอะไรไม่ดีกับเพื่อนได้แล้วมึง มันเป็นคนที่เคยห้ามไม่ให้ไอ้กุ๊กทำร้ายกูนะ...หรอวะ?



.

.

.



ออกจากห้องเรียนมาตอนเย็นเวลาเดิมสี่โมง เพิ่มเติมคือพี่ธรส่งไลน์มาบอกว่าอาจจะมาถึงช้าเพราะรถติดมาก จ๊ะ...ผมที่เดินออกไปมานั่งรอพี่ธรใต้ต้นไม้ต้นเดิมที่เคยรอพี่ธรพร้อมไอ้แจตอนนั้น ส่วนไอ้บินแยกไปชมรมบาส ไอ้อู๋บอกจะไปส่งข้าวโพด และนั่นทำให้ผมต้องกรอกตาเป็นรอบที่สิบของวัน



“พี่เมลลลลล ต๊ะเอ๋คร๊าบบบบ”   เสียงใสๆที่ทำให้ผมต้องหันไปมอง และร่างกลมๆอวบอิ่มที่ช่วงนี้จะคุ้นหน้าคุ้นตาดีก็วิ่งเข้ามาหา ในมือของมันยังคงมีของกินเหมือนทุกทีที่เคยเห็น ...



“คิดถึงแจไหมมมม แจนั่งด้วย ขอบคุณคร๊าบ” อะ...ไม่ได้ปล่อยให้กูอ้าปาก และมันก็นั่งลงตรงหน้าด้วยหน้าตาร่าเริงของมัน ดูเป็นเด็กที่ไม่ค่อยเครียดเอาซะเลย  เหมือนชีวิตเกิดมาเพื่อแดกแล้วตายไป



“กูอนุญาตมึงยังแจ”



“ยัง แต่พี่ดาบสอนว่าถ้าขอแล้วก็นั่งได้ไม่ต้องรอใครตอบรับหรอก”  ว่าแบบนั้นแล้วยิ้มกว้างๆออกมา ... เออ พี่มึงนี่สอนมาดี แต่พอพูดถึงพี่ดาบ เอ้ย เจ๊ดานี่แล้วนึกขึ้นมาได้



“ไอ้แจ พี่ดาบส่งรูปคนที่เป็นคนสั่งคนมาทำร้ายกูไปให้ไอ้ทัพยัง”



“อ่า แจไม่รู้ดิ แต่คิดว่าน่าจะยังนะ”



“แล้วอิพี่ตุ๊ดนั่นมันทำห่าไรอยู่ มั่วแต่งหน้าเรอะ ช้าชิพหาย”  โมโหเลยแม่งๆๆ



“พี่เมลอย่าว่าพี่ดาบเป็นตุ๊ดนะ!” 



มันที่ตะโกนบอกออกมาแบบนั้น หน้าตาน่ารักของมันที่ง้ำงอลงตอนที่มองหน้าผม ...อ่า กูดูเหมือนคนเหยียดเพศไปเลยแม่ง ทั้งๆที่ตัวเองก็ชอบผู้ชาย แต่ไปเรียกพี่มันว่าตุ๊ดน่าตาเฉย อยากจะตบปากตัวเองจริงๆ



“อ่า แจ กูขอโ...”



“ถ้าพี่ดาบได้ยินมันจะต้องกรี๊ดดีใจแน่เลย! เพราะงั้นพี่เมลห้ามเรียกแบบนั้นนะ แจไม่ชอบเลย เมื่อไหร่พี่ดาบจะกลับมาเป็นพี่ดาบสักทีก็ไม่รู้ งุ้ย หงุดหงิดเลย” 



ว่าแบบนั้นแล้วเริ่มแกะถุงลูกชิ้นออกมาแล้วยัดเข้าปากตัวเอง เคี้ยวหยับๆแบบเกรี้ยวกราดไปอีก ... เอ่อ มึงโกรธเพราะแบบนี้หรอ



“เออ กูจะไม่พูดอีก โทษทีนะๆ” 



ยื่นมือไปตบๆบ่ามัน แก้วตากลมๆของมันที่ก่อนหน้านี้มองผมอย่างขุ่นเคืองก็ค่อยๆกลับมาใสแจ๋ววิบวับเหมือนเดิม พร้อมรอยยิ้มสดใสที่คุ้นเคยดี...อะ ไอ้เด็กนี่เปลี่ยนอารมณ์ไว



“แล้วนี่มึงโผล่มาทำไรที่นี่วะ ช่วงนี้กูรู้สึกเจอมึงบ่อยมากๆ”



“ต้องเจอซี่ ก็พี่ทัพอ่ะนะให้แจ อุ้ย อุ๊บ เปล่าๆๆๆๆ ไม่มีไรเลยจ้า” 



กูนี่หรี่ตามองหน้ามันเลย มึงพิรุธน้อยมากๆไอ้เด็กกุญแจ หน้าตาเลิกลักร้อนรนไปอีก  มันที่ไม่กล้าสบตาผม เอามือขึ้นมาปิดปากแล้วส่ายหัวไปมา ...จ้า เป็นคนที่ดูไม่ค่อยจะมีพิรุธเลยจริงๆ ถ้าอยู่ในวงไผ่ตำรวยก็จับมึงก่อนอ่ะไอ้แจเอ๊ย



“บอกมา ถ้ามึงไม่บอกกูจะเอาของกินมึงโยนทิ้งเดี๋ยวนี้ล่ะ”  ว่าแบบนั้นแล้วคว้าถุงผ้าที่มันวางไว้บนโต๊ะมาไว้ในมือ  แอบแง้มๆดู ในถุงผ้าแม่งคืออาหารนานาชาติ นี่มึงมาเรียนหรือมาตะลอนถามกูถามจริง?



“โง้ยยย พี่เมลลลล อย่าทิ้งถุงสมบัติแจ แจหิวโหยยย ไม่สงสารแจหรอฮะ แจขอๆๆ” 



ไม่ว่าเปล่ามันทำตาละห้อยมองถุงอย่างน่าสงสาร แต่มือก็พยายามจะเอื้อมคว้ามาเอาคืนไป ดีที่นั่งอยู่กันคนละฝั่ง ฝันไปเถอะว่าจะได้เอาคืนไปง่ายๆน่ะไอ้หนู



“บอกมา อย่าคิดว่ากูไม่กล้าทำนะ กูรวย กูจะทิ้งขนมมึงยังไงก็ได้!”  ประกาศกร้าวออกไปพร้อมสายตาเหี้ยมโหด เป็นไงล่ะ ใจบาปไหมล้า กลัวกูแล้วใช่ไหมไอ้ลูกหมู หึหึ



“ยัง ยังอีกกก” 



โชคดีที่ข้างๆโต๊ะเรามีถังขยะอยู่ ผมก็เลยลุกขึ้นไปยืนเอาถุงผ้ามันจ่อลงถังขยะ หึ เอาแจแทบจะร้องไห้ มันนั่งปากเบะตาละห้อย พร้อมทำท่าเอื้อมมือมาห้ามจากตรงนั้น สงสารนะ แต่กูตลกมากกว่า และอีกอย่างคืออยากรู้มาก!



“นับ1 ....”



“ง่ะ พี่เมลอย่า”



“นับ2แล้วนะโว้ย”



“งื้ออพี่เมลลลล”



“อะ นับ2กับอีกครึ่ง...”



“แจ...แจ”



“นับสา....”



“แจบอกแล้วๆๆๆ ก็พี่ทัพอ่ะเป็นห่วงเลยวานแจมาวนเวียนใกล้ๆคอยเป็นหูเป็นตาแต่แจก็อยากมานะพี่เมลน่ารัก แต่ตอนนี้ไม่แล้ว! อย่าทิ้งของกินแจจจจจจจจ แจหิวววววววว งื้อออ”   



ไอ้แจที่หลับหูหลับตาพ่นทุกอย่างออกมารัวๆเพราะกลัวว่าผมจะเอาของกินมันไปทิ้ง แต่สำหรับผมตอนนี้ สิ่งที่ตกใจที่สุดน่าจะเป็นประโยคของมันนี่แหล่ะ



พี่ทัพอ่ะเป็นห่วงเลยวานแจมาวนเวียนใกล้ๆ



บ้าน่า ... คนแบบมันเนี่ยนะ ...เป็นห่วงผม



“เอามาเลย อย่ามาแกล้งแจแบบนี้อีกนะ ไม่งั้นจะฟ้องพี่ทัพจริงๆด้วย” 



มันที่ลุกขึ้นจากโต๊ะมาบ่นงุ้งงิ้งใกล้ๆผม แล้วหยิบเอาถุงของกินของมันกลับไป ริมฝีปากบางๆของมันยังยื่นออกมาบ่นมุมมิบไปเรื่อย แต่กูเนี่ยยังสตั้นอยู่ตอนนี้



“ม...มึงพูดจริงหรอวะ”



“พูดไรจริง”  เงยหน้าออกมาจากถุงผ้าของมัน แล้วหยิบขนมครกออกมาเข้าปาก



“เรื่องไอ้ทัพ”



“อื้ออ จริงดิ วันนั้นที่พี่ทัพพาพี่เมลไปร้านพี่ดาบไง ที่พี่เมลเจอแจครั้งแรกไง จริงๆครั้งนั้นพี่ทัพให้แจไปจำหน้าพี่เมลไว้ แต่ยังดูไม่เท่าไหร่พี่เมลก็หายไปเฉยเลย ลุกหนีไปห้องน้ำเฉ๊ย” 



มันที่ว่าออกมาแบบนั้น แต่กลับทำให้ผมร้อนหน้าแปลกๆ วันนั้นที่รีบลุกออกไปก็เพราะหงุดหงิดที่ไอ้ทัพดูแลมึงเป็นพิเศษเนี่ยแหล่ะ แต่ไม่คิดว่าจุดประสงค์ที่ไปร้านไอ้พี่ดาบวันนั้นคือเรื่องนี้



“พี่เมลร้อนหรอ หน้าแดงๆน้า อะๆ...กินเป๊บซี่ดับร้อนน้า แต่ว่า เรื่องที่แจหลุดเล่าไปอย่าบอกพี่ทัพน้า ไม่งั้นแจโดนแน่เบย” 



แบ๊วมากมั้งมาบงมาเบย แต่ถึงแบบนั้นก็เลือกพยักหน้ารับให้สัญญากับอีกฝ่าย มันที่ฉีกยิ้มออกมากว้างๆ แล้วเอื้อมมือไปหยิบลูกชิ้นมากินต่อ ... เดี๋ยวนะ เมื่อกี้มึงแดกหนมครกอยู่ไงแจ



“เห้ย เพื่อนนนนนน ทำไมยังไม่กลับบ้านครับ ส่วนหลังไม้กระดานนี้มองจากดาวอังคารก็รู้ว่าต้องเป็นไอ้หมูแน่ๆ”



ไอ้อู๋ที่โผล่มาพร้อมเสียงร้องทักทาย ที่ผมมั่นใจว่าต้องเป็นเสียงที่ไม่พึงปรารถนาของไอ้แจแน่ๆ เห็นมันถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งแบบหนักๆแถมกรอกตาอีกหนึ่งที สงสารมันเลย เพราะเวลาไอ้แจมาหาผมทีไร มันจะต้องเจอไอ้อู๋ที่ชอบกวนประสาทมันทุกที



“ทำไมมึงมาอยู่นี่วะ ไหนบอกจะไปส่งโพดไง”



“ตอนแรกกูก็ว่าจะไปนั่นแหล่ะ แต่โพดไม่ให้ไปว่ะ เซ็งชิพ”  มันบ่นออกมาแบบนั้นพร้อมๆกับหย่อนตัวลงนั่งข้างๆไอ้แจ ไอ้แจที่เห็นแบบนั้นก็รีบเขยิบหนีทันที



“นี่อ้วน มึงไม่ต้องทำท่าทางรังเกียจกูขนาดนี้ก็ได้ไหมครับ แหม่ สวยมากมั้งน่ารักมากไง๊ต้องมาทำขยับหนี โทษนะหนูแบบพี่อู๋นี่มีแต่คนอยากเข้าใกล้นะครับ”



“ก็ไปหาคนที่เค้าอยากเข้าใกล้ลุงดิ แต่ไม่ใช่กับนี่แน่นอนอ่ะครับ ถอยๆอย่ามาใกล้ ชิ่วๆ กลัวคันอ่ะครับ”



“สัดนี่ กูคนไม่ใช่หมามุ่ย”



“อ่อ หรอๆ”



“กวนตีนจังวะมึงเนี่ย”



“พอๆ มึงก็ชอบไปแกล้งมัน”  ผมที่ยกมือห้ามศึกของไอ้สองคนนี่ไว้อีกแล้ว เจอกันทีไรมันเถียงกันได้เถียงกันดี



“แล้วทำไมโพดไม่ให้ไปส่งวะ”



“ไม่รู้ดิ โพดบอกว่าที่บ้านมารับ เค้าคงหวงของเค้าอ่ะมั้ง ก็โพดมันน่ารักนี่หว่า”



“ทีไอ้กุ๊กทำไมกลับเองได้วะ ที่บ้านมันไม่คิดจะห่วงมันบ้างรึไง”



“ก็มึงดูไอ้กุ๊กดิ แข็งเป็นไม้แบบนั้นยังจะน่าห่วงอีกหรอวะ แต่ไอ้เมลกูถามจริง ตอนนี้มึงก็ยังห่วงไอ้กุ๊กหรอวะเมล เอาจริงๆกูตกใจที่รู้ว่าไอ้กุ๊กเป็นคนวางแผนทำแบบนั้นกับมึงมากอ่ะ มันเป็นเพื่อนเรา มันจะทำได้หรอวะ”



“มึงยังคิดว่าไอ้กุ๊กจะทำได้หรอ แล้วทำไมมึงถึงเชื่อว่ามันเป็นคนทำจริงๆวะ”



“ก็เพราะโพดบอก”



“พี่นี่หูเบาเนอะ หน้าตาก็ดูไม่น่าโง่ แต่จริงๆเป็นคนโง่นี่นา”  ไอ้แจที่กลืนลูกชิ้นลงท้องไปคำ มันที่เอียงหน้ามามองไอ้อู๋แล้วพูดขึ้นมา



“มึงด่ากูหรอไอ้อ้วน เดี๋ยวนะมึง”



“เอ้า...ก็จริงนี่หว่า แค่คนๆเดียวบอกว่าคนๆนึงผิดพี่มึงก็เลือกเชื่อแบบนั้นได้เลยหรอวะ ไม่คิดจะหาความจริงหน่อยหรอ หูเบาเอาต่างหูไหม เดี๋ยวซื้อให้”



“ไอ้เด็กนี่”



“แต่ก็จริงแบบไอ้แจมันว่านะ พวกเราทำไมเชื่อโพดง่ายแบบนั้นวะ ไอ้กุ๊กมันเป็นเพื่อนเรานะ”



“ถึงจะแบบนั้นก็เถอะ มึงว่าโพดจะโกหกพวกเราใส่ร้ายไอ้กุ๊กมันทำไมล่ะ เพื่ออะไร แล้วถ้าไม่จริงทำไมไอ้กุ๊กมันไม่เถียงล่ะ”



คนเรามันก็มีเหตุผลของตัวเองทั้งนั้นแหล่ะพี่มึง แค่บางคนเค้าจะเลือกพูดออกมาหรือเปล่าต่างหาก อย่าโง่ดิลุ๊ง”



“ไอ้เด็กนี่มันจะอยู่ร่วมโลกกับกูไม่ได้แล้ว ด่ากูจั๊ง มานี่เลยมึง ตายเพราะลูกชิ้นจุกปากหน่อยเป็นไง”



“อ๊ากก ช่วยด้วยยย อึกๆ อุกๆ” 



ไอ้อู๋ที่พุ่งเข้าไปกอดรัดไอ้แจจากทางด้านหลังด้วยแขนข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างก็เอาลูกชิ้นมายัดปากไอ้แจรัวๆ เห็นแล้วก็สงสาร แต่ก็ปล่อยให้พวกมันตีกันต่อไปก่อน เพราะคำพูดที่ค่อนข้างสะกิดใจของผมใจตอนนี้...



แต่ละคนก็มีเหตุผลเป็นของตัวเอง แล้วทำไม...ทำไมพวกเราถึงไม่เลือกที่จะเชื่อหรือฟังเพื่อนตัวเองกันเลยสักครั้งล่ะ?



.

.

.





“พี่ธร เจ้านายพี่อ่ะ วันนี้อยู่ๆก็โผล่ไปเป็นอาจารย์พิเศษของผมเฉยเลย ผีมาก”



“อ่อ เจ้านายได้รับเชิญจากอธิการน่ะครับ เป็นปกติมากที่โดนเชิญให้ไปสอน แต่ไม่มีครั้งไหนที่จะตอบรับเลย จนมาครั้งนี้นี่แหล่ะ วันนั้นที่ผมมารับคุณเมลแล้วไปคุยกับอธิการก็เพราะเรื่องนี้นี่แหล่ะ จริงๆก็ค่อนข้างแปลกใจอยู่เหมือนกันครับ ถ้าคุณเมลสงสัยไม่ลองถามเจ้านายดูล่ะครับ”



“เจ้านายพี่อ่ะปากหนักยังกับหิน ใครจะไปถามอะไรมันได้ล่ะ ถามไปก็ไม่ตอบหรอก” 



ผมที่ตอบพี่ธรออกไปแบบนั้น แล้วหันหน้าออกไปนอกรถ ได้แต่คิดตามในใจว่า...ปกติก็โดนเชิญให้ไปสอนบ่อยแต่ไม่ยอมไป แต่ทำไมครั้งนี้ถึงยอมวะ?



หรือจะเป็นเพราะผม



บ้าน่า...นี่คือการมโนยิ้มคิดเข้าข้างตัวเองชิพหายของกูเองจ้า ... ใช้เวลาบนท้องถนนนานไม่ต่างจากวันก่อนๆ ผ่านไปสองชั่วโมงก็กลับมาถึงบ้านไอ้ทัพ และแน่นอนว่า ผมต้องตรงไปหาไอ้ลูกแมวของผมทันที ยังไม่ลืมว่าเมื่อเช้าไอ้ลูกแมวของผมถูกไอ้รี่คาบไปแดก ฮื่อ แค่คิดก็ใจเสีย อย่าแดกแมวกูนะไอ้รี่ ถ้ามึงแดกแมวกู กูจะเรียกมึงว่าไอ้แอ๊บเปิ้ลตลอดไป กูจะล้อให้เสียสิงโตเลย!



“ไอ้หลงงงง กูกลับมาแล้ววว” 



วิ่งเข้าไปพร้อมกับร้องเสียงหลง บอกให้รู้ว่าเจ้านายมึงอยู่นี่นะ แต่พอเปิดประตูไปก็ต้องชะงัก เหยดแหม่  ไอ้รี่!! ใครเปิดประตูกระจกให้มึงเข้าม๊า!



ภาพตรงหน้าคือไอ้หลงที่เอามือวิ่งไล่ตะปบผีเสื้อปลอมที่ไอ้ทัพให้คนมาจัดไว้ มันก็ตะคลุมเล่นไปอย่างสนุกสนาน แต่อีกมุมนึงของห้องก็มีขนฟูๆของไอ้สิงโตขี้เกียจนี่นอนมองอยู่ มันที่ลากผ้าห่มสีแดงๆของมันมาปูนอนอยู่ที่มุมห้องอีกด้านนึงอย่างสบายใจ สายตาที่มองตามลูกแมวน้อยของผมนั้นคมกริบ ... ไม่นะ!



“มึงเข้ามาได้ไงไอ้รี่!”  ชี้หน้าด่ามัน แต่ไอ้สิงโตตัวใหญ่ทำแค่หรี่ตามองผม เหมือนมันจะขัดใจหน่อยๆที่ผมมาขัดอารมณ์สุนทรีย์ของมัน เดี๋ยวนะ ทำหน้าตาแบบนั้นใส่กูหมายความว่าไงห๊ะ



“เมี้ยววว เมี้ยวๆ”   



ว่าจะไปจัดการไอ้ยักษ์นั่นสักหน่อย โชคดีที่ไอ้หนูน้อยของผมมันมาตะแง้วๆอยู่ที่ขาซะก่อนเลยหยุดชะงัก ก้มหน้าลงไปยิ้มให้มัน ลูกแมวขาวๆที่ตอนนี้ยืนสองขา แล้วใช้ขาหน้าตะกุยเรียกผม เห็นแล้วก็อดเอ็นดูไม่ได้  คิดไม่ผิดจริงๆที่วันนั้นเสี่ยงตายช่วยมึงให้อยู่ในบ้านนี้ได้อ่ะ ไม่งั้นวันนี้กูคงอยู่ที่นี่อย่างแห้งเหี่ยว



“ว่าไงไอ้หนู เล่นคนเดียวสนุกไหม”



“เมี้ยววว”  อุ้มมันขึ้นมา แล้วพาไปนั่งที่โซฟาหลุยย์ หนีไอ้รี่ที่มองตามาตาไม่กระพริบ



“กูไม่อยู่มึงโดนล่อลวงไปไหนเปล่า ไม่ได้นะเว่ย มึงจะไปนอนที่อื่นไม่ได้นะ นั่นที่นอนมึง เห็นไหมมีหลายห้องนุ่มฟูเบอร์นั้นอ่ะ”  ว่าแบบนั้นแล้วชี้ไปที่คอนโดแมวของมัน



‘โฮกกก’



ผมกรอกตาทันทีที่อยู่ไอ้เชอร์รี่ตัวดีก็ส่งเสียงออกมา  นี่มึงประท้วงอะไร



“หยุด มึงประท้วงอะไร มึงนะมึง อย่ามาล่อลวงแมวน้อยกูไป กูรู้นะว่ามึงอยากกินมัน ทำไมวะ ไอ้ทัพไม่ให้เนื้อมึงแดกหรอ จะมากินแมวกูอ่ะ แมวกูไม่ใช่ของกินนะเว้ย” 



ชี้หน้ามองมันดุๆ ไอ้รี่ที่มองตรงมาด้วยแววตาดื้อดึง ไม่เข้าใจหรอกว่ามันหมายความว่าไง แต่สายตามันเป็นแบบนั้นจริงๆ



“เข้าใจไหมไอ้หลง อย่าไปนอนมั่วๆซี่ ที่นอนมึงก็มีตรงนั้นๆ จำไว้นะไอ้หนู” 



ก้มลงไปบอกมันแบบนั้น เจ้าตัวจ้อยของผมก็เงยหน้าขึ้นมามองพร้อมก้มหัวรับ หัวกลมๆของมันที่เอียงมาถูไถกับมึงของผม พร้อมร้องออกมาเบาๆ



“เมี้ยว”   น่าเอ็นดูไปหมด



‘โฮกกกก’ 



เสียงร้องดังๆส่งท้ายที่ทำให้ไอ้หลงกับผมต้องหันไปมอง ก็คือเสียงร้องเหมือนจะหงุดหงิดของไอ้รี่ หันไปไม่เห็นมันแล้ว เห็นแต่ตูดใหญ่ๆของมันที่หันหลังเดินผ่านกระจกไปที่กรงของมัน พร้อมคาบผ้าห่มแดงของมันไปด้วย เอาเว้ย จะชอบอะไรเบอร์นั้น แต่นั่นแหล่ะ ไปได้ก็ดี แมวกูจะได้ปลอดภัย ก้มลงไปมองไอ้ตัวเล็กที่มองตามไอ้รี่ไปจนลับสายตา ตากลมๆของมันที่ใสแจ๋ว ก่อนมันจะเอียงหัวทำหน้างงๆส่งมาให้ผม เหมือนมันจะถามผมว่าไอ้รี่เป็นไร



“กูก็ไม่รู้มันเหมือนกันไอ้แมวเด็ก” 



บอกมันไปแบบนั้น แล้วไม่ลืมที่จะยื่นมือไปเกาคาง มันที่หลับตาปี๋ทำหน้าฟินแบบมีความสุขทันที  ... เฮ้อ เป็นแมวมันดีจังวะ กูอยากเป็นมึงมากๆเลยไอ้หลงเอ๊ย


.

.

.





“ขอโทษนะครับป้า มีอะไรทานบ้างไหม เมลหิว” 



โผล่หน้าเข้าไปในครัว เจอป้าแม่บ้านที่กำลังจะเดินออกไปจากครัวพอดี เลยได้จังหวะถามซะเลย เล่นกับไอ้หลงจนเหนื่อยเลยต้องมาหาของกินซะหน่อย



“มีขนมจีบกุ้งค่ะคุณเมล ทานลองท้องก่อนนะคะ เดี๋ยวป้าอุ่นให้”



“ไม่เป็นไรครับป้า เดี๋ยวผมทำเอง ป้ามีไรจะทำก็ไปทำเถอะครับ” 



บอกออกไปแบบนั้นแล้วป้าแกก็ยิ้มตอบรับแล้วเดินหนีออกไป ผมที่พุ่งเข้าไปหาขนมจีบกุ้งในตู้เย็นทันที  แน่นอนว่าไม