Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย...ครั้งที่35* บทส่งท้าย {07.05.19}
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย...ครั้งที่35* บทส่งท้าย {07.05.19}  (อ่าน 73894 ครั้ง)

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ
(ต่อค่ะ)



“เห้ย!”  สะดุ้งตกใจกับเสียงที่ดังมาพร้อมๆกับแรงกอดไหล่ หันไปมองไม่ใช่ใคร ไอ้เวนกุ๊ก



“สัด ทักดีๆไม่ได้หรอวะ”



“แหม น้องเมลของพี่กุ๊กกลายเป็นคนขวัญอ่อนตั้งแต่เมื่อไหร่หรอจ๊ะ หื้ม”  ทำเสียงเล็กเสียงน้อยใส่ไม่พอ แม่งยังยื่นมือมาหยิกแก้มกันไปอีก



“กวนตีนจังวะกุ๊ก”



“จุ๊ๆ อย่ามาดุด่ากูนะ ไม่งั้นกูไม่ช่วยมึงจริงๆด้วย”



“มึงจะช่วยเชี่ยไรกู”  หันไปมองมันที่ก็หรี่ตามาใส่ ก่อนที่นิ้วของมันจะจิ้มเข้ามาที่ท้ายทอยของผม



“รอยเด่นมากไหมถามใจดู จัดคอเสื้อมึงดีๆหน่อยก่อนที่ไอ้บินไอ้อู๋จะเห็น”



“เชี่ย”  อุทานออกมาเบาๆ พร้อมๆกับรีบปล่อยผมลงมาดีๆ วันนี้เสือกมัดผมมาเพราะรู้สึกร้อนและผมก็เริ่มยาว ถ้ารู้ก่อนว่าไอ้ทัพแม่งทำรอยไว้กูจะไม่ยอมมัดเลยสัดเอ๊ย



“นี่ไอ้เมล”



“อะไร?”



“กูมีไรอยากคุยกับมึง”



“เรื่อง?” 



หันหน้าไปมองมันแบบไม่เข้าใจ คืออยากรู้ว่ามันมีเรื่องอะไร แต่อีกฝ่ายไม่ตอบ มันที่เดินนำผมไปด้านหลังของตึกคณะ จริงๆแถวนี้มีไว้อย่างเดียวคือเป็นที่สูบบุหรี่ ไอ้กุ๊กที่ยกบุหรี่ขึ้นมาจุด ก่อนจะพ่นควันออกมาหน่อยๆ



“มึงเอาป๊ะ”



“ไม่อ่ะ”  ส่ายหน้าตอบมัน ไม่ใช่เป็นคนดี เมื่อก่อนผมก็สูบแต่ตั้งแต่แม่ขอเมื่อปีก่อน ก็เลยพยายามลดๆละเลิกมันไป



“ว่าแต่มึงมีเรื่องไรจะคุยกับกูวะ”



“กูอยากรู้ว่าเดี๋ยวนี้มึงไปอยู่กับใคร?”  มันที่พูดออกมาแบบนั้นแบบไม่มีอ้อมค้อม ตาชั้นเดียวแบบลูกคนจีนของมันที่จ้องมาที่ผม เผลอกลืนน้ำลายตอนมองหน้ามัน



“คือ....”



“เมื่อวันก่อนนู้น กูเห็นมึงที่ร้านSword Pub มึงมากับ.....” 



ผมที่หันไปมองมันตาโต ไอ้กุ๊กถอนหายใจออกมาหน่อยๆกับท่าทางของผม



“พี่ทัพหน้า มึงไปอยู่กับเค้าได้ยังไง”



“คือกู...คือ”



“ไอ้เมล มึงอย่ามาโกหกกู แล้วไอ้รอยพวกนี้อ่ะ พี่เค้าทำใช่ไหม”  เป็นความรู้สึกที่เหมือนวิ่งเข้ามาในซอกมืดๆแล้วดันชนเข้ากับกำแพงตัน เป็นทางที่ไม่มีทางให้ไปต่อ



“กูเป็นห่วงมึง กูรู้ว่ามึงรักเค้า แต่กูไม่เข้าใจ มึงไปอยู่กับเค้าได้ไง กูคิดไม่ออกว่ามึงกับเค้าจะไปอยู่ด้วยกันในสภาพโอบเอวแบบนั้นได้ยังไง”



“กุ๊ก...”



“กูสัญญาว่าจะไม่บอกไอ้บินกับไอ้อู๋ แต่กูคิดว่า มึงน่าจะบอกกูนะ อย่าเก็บเรื่องทุกข์ใจของมึงเอาไว้คนเดียวเลยว่ะ”  มันที่พูดกับผมด้วยสีหน้าจริงจัง รู้สึกเหมือนหัวใจถูกของหนักๆยกออกไปแล้ว



“กูอยู่กับเค้า และใช่ทุกอย่างที่มึงคิดน่ะมันใช่” 



สุดท้ายก็สารภาพกับมันออกไปแบบนั้น ไอ้กุ๊กถอนหายใจออกมาหนักๆอีกครั้ง มันที่ทำหน้าทำตาเหมือนเห็นลูกสาวมาสารภาพว่าท้องก่อนแต่งยังไงยังงั้น



“เชี่ย นี่มันเรื่องอะไรวะ”



“เรื่องมันยาว”



“กูว่างฟัง” ว่าออกมาแบบนั้นแล้วทำหน้ามุ่งมั่นมาใส่ผมจนต้องเผลอขำออกไป



“ยังจะขำอีกไอ้เหี้ย คือมึงกับพี่เค้าไปสำรวจโพร่งถ้ำกันแล้วใช่หรือไม่ แต่พี่มันมีเมียแล้วนะเว่ย กูจำได้ๆๆ ข้าวประกาศจะแต่งงานเมื่อต้นปีหลาอยู่บนหน้าข่าวไฮโซ”



จบคำพูดของมันก็ทำเอาผมหน้าชา  มันที่ชะงักหน่อยๆก่อนจะทำหน้าทำตารู้สึกผิดส่งมาให้



“กูขอโทษ แต่มึง มึงเล่ามาเหอะว่ามันคืออะไร กูเห็นรอยที่ไล่มึงอีก กูว่ามันแปลกๆแล้วนะ”



“มึง...คือว่า...”



และเพราะมันที่คาดคั้นออกมาแบบนั้น สุดท้ายก็เลยเลือกที่จะเล่าให้มันฟังทุกอย่าง ทุกอย่างจริงๆ



“ไอ้เหี้ย! กูจะไปถีบหน้าไอ้สัดพี่ทัพหน้า Kมาก แค่นี้ก็เชื่อ อีหน้าไหนใส่ความเพื่อนกู”



“มึงเบาๆหน่อยไอ้กุ๊ก ไอ้สัดนี่”



“สัดเอ๊ย แล้วทำไมมึงไม่หนี”



“กูหนีไม่ได้”



“เชี่ยเมล เอาจริงๆอะไรที่มึงหนีไม่ได้ หนีเค้าไม่ได้เพราะลูกน้องเค้าเยอะ หรือมึงหนีใจที่มันติดกับตัวเค้าไม่ได้กันแน่” 



คำถามของมันไม่ต่างจากที่ผมถามตัวเองอยู่ทุกวัน บางที...คนที่เราอยากเอาเค้าออกจากชีวิตมากที่สุด มันก็คือคนที่เราไม่มีทางเอาเค้าออกไปจากหัวใจได้มากที่สุดเหมือนกัน



“แม่ง แต่มึง ต่อจากนี้ถ้ามีเรื่องอะไรมึงต้องบอกกูนะ”



“เออ จะไม่บอกได้ไง ก็มึงเสือกมาครึ่งเรื่องขนาดนี้แล้วอ่ะ”  ว่าไปแบบนั้นมันก็เบะปากใส่ หาสำนึกไม่กับคนแบบมัน



“อย่าเรียกว่าขี้เสือก ให้เรียกใส่ใจเรื่องราวของเพื่อนอย่างใกล้ชิด เก็ทไม่เก็ท”



“เออๆ เก็ทๆ แล้วนี่มึงเลิกสูบได้ยัง ถ้าไอ้บินมาเห็นมึงโดนมันฆ่าแน่”



“ช่างหัวแม่งสิ เป็นผัวกูหรอ เสือกจัง”   มันที่บ่นออกมาแบบนั้นแล้วทำปากมุมมิบแบบไม่สบอารมณ์หน่อยๆ แต่ถึงแบบนั้นมันก็โยนบุหรี่ลงพื้นแล้วเหยียบจนไฟมอด



“งั้นไปกันเหอะมึง ได้เวลาขึ้นเรียนแล้ว เดี๋ยวไอ้บินแม่งต้องฟอกกูจนสะอาดแน่ๆ”



“เอาน่า เดี๋ยวกูช่วยกันให้”



“ขอบใจนะมึง”



“ไม่ต้องขอบใจกูหรอก มึงอ่ะเพื่อนกู ... อีกอย่างกูเข้าใจ เรื่องบางเรื่อง เราก็ไม่สามารถพูดมันออกไปได้หมดทุกอย่างหรอก” 



มันว่าออกมาแบบนั้น ก่อนจะวาดแขนมากอดคอผม พวกเราเดินขึ้นตึกเรียนไปด้วยกัน และเดินไปนั่งโต๊ะในแบบที่เคยเป็น



“เฮ้บอย พี่เมลมาแล้วจ๊ะน้องบินน้องอู๋ ฮัชชะๆ” 



เดินลัลลาปั้นยิ้มแบบสุดๆไปหาไอ้บินไอ้อู๋ พร้อมตบหัวพวกมันไปคนละป๊าบ  ไอ้อู๋ยกนิ้วกลางขึ้นมาให้เต็มๆหน้าผมเลย แต่ไอ้บินกลับนิ่ง มันที่หันหน้ามาหาผมแบบจริงจังทันทีที่ผมหย่อนตูดนั่ง



“มึงหายไปไหนมา”



“หายไปไหน เปล๊า”



“ไอ้เมลพากูไปสูบบุหรี่มา”  เสียงไอ้กุ๊กที่ดังขัดขึ้นมาพอดีในจังหวะที่ไอ้บินจะอ้าปากถามต่อ มันชะงักแล้วตวัดสายตาไปมองไอ้กุ๊กแบบไม่พอใจสุดๆ



“สัด กูบอกแล้วว่าไม่ให้มึงสูบไงวะ”



“ก็กูอยาก” 



ไอ้กุ๊กว่าออกมาแบบนั้นพรางยักไหล่ใส่ไอ้บิน จริงๆเป็นท่าทางที่โคตรจะกวนตีนในสายตาของผม ไอ้บินที่หน้าตึง มองจากตรงนี้ยังเห็นว่าคิ้วของมันกระตุกยิกๆ  ไอ้บินมันไม่ชอบให้ไอ้กุ๊กสูบบุหรี่ ไม่รู้เป็นอะไรของมันเหมือนกัน  ไอ้อู๋ที่กระดึบตัวมาใกล้ๆผมก่อนจะกระซิบ



“ไอ้กุ๊กแม่งก็กล้าเนอะ เดี๋ยวสัดบินก็แดกหัวแม่ง” 



ผมเองก็คิดไม่ต่างจากมัน แต่คิดว่าไอ้กุ๊กคงพยายามเบี่ยงประเด็นไม่ให้ไอ้บินถามอะไรผมได้มากกว่า ถือเป็นพระคุณยิ่งนักเพื่อนรักของข้า



“เดี๋ยวมึงเจอกูนะกุ๊ก”



“เจอไรวะ กลัวมากมั้ง”  ผมกับไอ้อู๋มองหน้ากันตาเหลือก จะมีสักกี่ครั้งกันที่ไอ้กุ๊กจะไม่ยอมอ่อนข้อให้ไอ้บิน ปกติถ้าไอ้บินว่า มันจะทำหน้าตาน่าสงสารแล้วขอโทษบอกจะไม่ทำแล้ว กูพึ่งเห็นครั้งนี้ในรอบ4ปีนี่แหล่ะ



“ไอ้...”



“เอาล่ะนักศึกษา เปิดหนังสือไปที่หน้า......”   



เสียงของอาจารย์หน้าชั้นเรียนที่ดังขึ้นขัดไอ้บินพอดี มันที่หันไปมองหน้าไอ้กุ๊กทีและผมที ก่อนจะฮึดฮัดขัดใจ เพราะมันไม่ได้เรื่องที่มันอยากจะรู้ทั้งจากผม และจากไอ้กุ๊กเลยสักนิด ขอบคุณสวรรค์ที่ท่านยังเมตตาลูก



“จับกลุ่มกันกลุ่มละ5คนนะ แล้วส่งรายชื่อให้อาจารย์ภายในท้ายคาบด้วย”   จบเสียงสั่งงานพวกเราก็ได้แต่ถอนหายใจหนักๆออกมาอีกครั้ง งานกลุ่มแม่งมาอีกแล้ว



“เอาไงดีวะพวกมึง จะเอาใครมาเพิ่มอีกคนดีอ่ะ พวกเราแม่งมีอยู่สี่คน อ้ายมาสี่คน อิอิ”



“อิพ่องไอ้อู๋ ไอ้ลามก”



“ไรวะเมลลลล เมลว่าพี่อู๋ทำไมอ่ะครับ รู้ไงว่าสี่คนหมายถึงไร”



“ยังอีกนะมึง”



“อะๆพอเลิกเล่นกะดั้ย ว่าแต่...เอาใครดีวะ”



“เอ่อ...ขอโทษนะ ถ้ายังไม่มีใคร เราขออยู่ด้วยคนได้ไหม”  เสียงที่ทำให้พวกเราที่กำลังสุมหัวกันอยู่ต้องหันไปมอง



“ข้าวโพด” ครับ...ไอ้โพดที่ยืนกอดหนังสือเรียนอยู่ตอนนี้ มันที่มองมาที่พวกเราแบบกล้าๆกลัวๆ



“ไม่อ่ะ มึงไปหากลุ่มอื่นไป”  และในจังหวะที่ยังไม่มีใครอ้าปาก เสียงของไอ้กุ๊กก็ดังแหวกอากาศออกมาก่อนจนไอ้โพดหน้าเสีย

“เห้ยใจเย็นดิไอ้กุ๊ก จริงๆเอาโพดเข้ามาก็โอเคนะเว่ย ครบพอดี”



“เออนั่นดิ ข้าวโพดแม่งเรียนเก่งด้วย สบายเลย”  ไอ้อู๋ที่ว่าออกมาแบบนั้นแล้วลุกขึ้นไปเลื่อนโต๊ะมาให้ข้าวโพดนั่งลงข้างๆผม



“เออ ไม่เห็นจะเป็นไรเลย” 



ไอ้บินก็พูดแบบนั้นออกมาอีก ไอ้กุ๊กที่ทำเสียงไม่พอใจในลำคอหน่อยๆ แต่ไอ้บินก็เลือกที่จะไม่สนใจ มันที่เลื่อนแผ่นกระดาษไปให้ข้าวโพดเขียนชื่อในใบกระดาษหน้าตาเฉย จริงๆผมคิดว่าไอ้บินน่าจะอยากเอาชนะจากเรื่องที่ไอ้กุ๊กสูบบุหรี่มากกว่ามันถึงทำแบบนี้



“เย้ เอาเป็นว่ากลุ่มเราครบแล้วอ่ะเนอะ ยินดีต้อนรับนะครับข้าว”  ไอ้อู๋ที่ว่าแบบนั้นก่อนจะยื่นมือไปยีหัวไอ้โพดหน้าตาเฉย แถมยังมีหน้ามายิ้มหน้าระรื่นจนไอ้โพดต้องหดคอนี้



“มึงก็ไปแกล้งมัน”



“แกล้งอะไรล่ะ กูว่ามันน่ารักอ่ะ ดูตื่นๆคนดี” 



ไอ้อู๋ที่ว่าออกมาแบบนั้น มันยกยิ้มมุมปากหน่อยๆตอนมองไปที่ข้าวโพด ส้นตีนเถอะ เหมือนข้าวโพดกำลังจะได้รับมลพิษเลยครับ



“พอไอ้สัดอู๋ เยอะไป เอากระดาษไปส่ง เราจะได้กลับกัน”  ห้ามมันไว้ได้ทัน ก่อนที่มันจะแดกข้าวโพดไปทั้งฝัก เอ้ย หมายถึงทั้งตัว



“นี่โพด ปกติเรียนกับใครวะ ไม่เห็นจะอยู่กับใครเท่าไหร่เลย”



 ไอ้อู๋ที่ถามโพดมันตอนที่พวกเรากำลังเดินออกจากห้อง ไอ้โพดทำหน้าเศร้าหน่อยๆก่อนจะหลุบตาลงต่ำ



“ไม่มีอ่ะ เราก็เรียนของเราคนเดียวนะ”



“เห้ย ได้ไง มาอยู่กับพวกเราก็ได้นะ เนอะไอ้บิน คนเยอะๆจะได้สนุก”  ไอ้อู๋พูดต่อก่อนจะหันไปสะกิดไอ้บิน



“ก็ดีนะ มาอยู่กลุ่มเดียวกันก็ได้”



“พวกมึงเป็นเหี้ยไรนัก ปรึกษาใครยังมาตัดสินใจกันสองคนอ่ะ” 



เป็นอีกครั้งที่ไอ้กุ๊กไม่นิ่งเหมือนทุกวัน มันที่โพร่งออกมาแบบนั้น มองหน้าไอ้บินกับไอ้อู๋แบบหาเรื่อง ผมที่เดินไปดึงแขนมันไว้ให้พยายามใจเย็น ค่อนข้างแปลกใจนิดหน่อยที่เห็นไอ้กุ๊กเป็นแบบนี้



“เห้ย ไรล่ะมึง ก็เพื่อนกันทั้งนั้น” 



 ไอ้อู๋เองที่ก็คงตกใจไม่น้อยแต่ถึงแบบนั้นมันก็ยังพยายามส่งยิ้มแหยๆไปให้ไอ้กุ๊กที่ตอนนี้หน้าตาเป็นส้นเท้าหมาไปแล้ว  ไอ้กุ๊กทำแค่ปลายตามองแรงใส่ข้าวโพดจนมันสะดุ้งหลบตา



“สาระแน”



“มึงพูดแรงไปแล้วนะกุ๊ก” 



ไอ้บินที่ว่าเสียงเข้มๆใส่ มันตวัดสายตากลับไปมองทันทีแบบโกรธๆ ตั้งใจจะอ้าปากห้ามศึกของเพื่อนทั้งคู่ แต่...



“มีเรื่องอะไรกัน” 



เสียงทุ้มเข้มที่ดังขึ้นมาจนตัวผมช้าวาบ  พอหันไปมองแล้วยิ่งต้องเบิกตากว้างมากกว่าเดิม คนร่างสูงที่อยู่ในชุดสูธทำงานสีฟ้าอ่อนๆ แต่เสื้อกกลับถูกปลดกระดุมจนเห็นแผงอก แถมแขนเสื้อก็ถูกพับขึ้นไปจนถึงข้อศอก ปกติจะต้องมีสูธด้วย แต่เดาว่ามันคงวางไว้ในรถ ... แต่นั่นไม่สำคัญ สำคัญแค่ว่า มึงมาได้ไง!



“ทะ...ทั....”



“ว่าไงคาราเมล”



“เอ่อ....”



“ทำไมเค้าถึงทักมึง” 



ไอ้บินที่เอื้อมมือมาดึงแขนผมไว้หน้าเครียด มันมองมาที่ผมอย่างมีคำถาม จริงๆพวกเพื่อนกลุ่มผมรู้ว่าผมเคยชอบพี่มันตอนปี1 แต่เรื่องมันก็นานมามากแล้ว และอยู่ๆวันนี้ ทัพหน้ามาปรากฏตัวที่มหาลัยแบบนี้ มันก็ค่อนข้างจะน่าตกใจไม่น้อยเลย แน่ล่ะ...ตอนนี้รอบๆตัวพวกเราคนก็เริ่มมองมามาแล้ว และบางคนก็เริ่มยกมือถือขึ้นถ่ายรูป  ผมบอกแล้วว่าทัพหน้ามันดังใช้ได้เลย



“คือ...”



“ถ้าไม่มีไรก็กลับ” 



มันที่มองตรงมาที่ผม ก่อนจะเลื่อนสายตาลงไปมองที่แขนข้างที่ยังถูกบินจับไว้แบบนั้น  รู้สึกเหมือนแขนที่โดนบินจับจะร้อนวาบขึ้นมาทันทีตอนที่ถูกจ้องมาจากสายตาของมัน ผมเลยทำแค่บิดแขนตัวเองออกจากการเกาะกุมของบินแบบเนียนๆ



“คือพวกมึง...”



“เมล พี่อยากกลับแล้ว” 



สะดุ้งออกมาอีกรอบตอนที่ได้ยินมันแทนตัวเองแบบนั้น เผลอหันไปมองหน้ามันแบบตกใจ แต่อีกฝ่ายก็ยังคงทำหน้านิ่ง



“หมายความว่าไงวะเมล” 



ไอ้บินที่พยายามจะดึงมือผมไว้ มันที่มองหน้าผมสลับกับหน้าของไอ้ทัพหน้าแบบไม่เข้าใจ ผมเองก็ไม่รู้จะอธิบายกับมันยังไงในตอนนี้



“คือ....”



“เมลมึงไปเหอะ กูว่าพี่ทัพน่าจะรีบนะ”  เป็นไอ้กุ๊กที่พูดออกมา และมันเองที่ดึงแขนผมออกจากมือของไอ้บิน หันไปมองหน้ามันแบบขอบคุณ



“งั้น เจอกันนะพวกมึง” 



บอกมันออกไปแบบนั้นไวๆ แล้วหมุนตัวหันหลังให้พวกมันทันที  ทัพหน้าที่ยืนกอดอกรอผมอยู่ไม่ไกล มันเอื้อมมือมาจับมือผมไว้ตอนที่ผมเดินเข้าไปใกล้ตัว  แว๊บนึงที่ผมเห็นมันแสยะยิ้มร้ายๆ แต่ก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่ จริงๆรอยยิ้มเย็นๆแบบเป็นผู้ชนะของมันแบบนี้ ผมเห็นมาจนเหนื่อยแล้วอ่ะ



“กลับ” 



มันที่ว่าแบบนั้นแล้ววางมือลงโอบไหล่ของผม แล้วดึงผมเข้าไปใกล้ตัว เผลอเงยหน้ามองมันตอนที่อีกฝ่ายก็มองอยู่พอดี ยกยิ้มออกมาหน่อยๆแต่ไม่ยอมพูดต่อ มันแค่เลื่อนมือไปวางบนหัวของผม รู้สึกอบอุ่นจนต้องเงียบปาก



“วันนี้จะพาไปหาอะไรแดกอร่อยๆ”



แค่พูดแบบนั้นแล้วดึงผมให้เดินออกไปพร้อมๆกันทั้งแบบนี้



ก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น



แค่รู้สึกว่าวันนี้ มันใจดีกว่าทุกวันก็เท่านั้นเอง



ถ้ามันเป็นแบบนี้ต่อไปในทุกๆวันก็คงจะดีมากๆเลยล่ะ



.

.

.



“เอ่อ นั่นใช่พี่ทัพหน้าหรือเปล่าหรอ? ทำไมถึงมารับเมลอ่ะ คือเขาสอ....”



“เสือก สาระแนนัก ไปไหนก็ไปเลยมึงน่ะ!”



“ไอ้กุ๊ก ใจเย็นหน่อยดิวะ” 



บินที่ว่าออกมาแบบนั้น ก่อนจะเดินมาขวางกุ๊กที่จะเดินเข้าไปหาข้าวโพดหลังจากที่อีกฝ่ายถามออกมา กุ๊กทำแค่มองตรงไปที่ไอ้บินแบบโกรธๆ และเลือกที่จะเดินกระแทกไหล่ข้าวโพดไปแบบไม่ตอบอะไรต่อ ปล่อยให้บินกับอู๋มองตามไปแบบไม่เข้าใจ”



“โพด เจ็บไหม”



“ไม่หรอก แต่กุ๊ก...ดูเหมือนจะไม่ชอบเรามากๆเลย”



“ไม่หรอก มันแค่.....แค่หวงเพื่อนอ่ะ”



“อื้ม”



บินที่พยักหน้าให้หน่อยๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาหนักๆ ในหัวสับสนไปหมด ทั้งเรื่องนี้ และเรื่องก่อนหน้านี้ของเมล และผู้ชายคนนั้น ผู้ชายที่เป็นรักแรกของมัน ...ทัพหน้า



------------------------------------



เอาล่ะจ๊ะ แคทมาแล้ว แคทรู้สึกว่ามันคงไม่สนุก แต่...นั่นแหล่ะ ก็มาลงตอนใหม่เหมือนเดิม

ขอบคุณทุกคนที่ยังอ่านกันอยู่มากๆเลยน้าาา ^_^


ขอขอบคุณursleepingxd คุณยู เจ้าเก่าเจ้าเดิม วันนี้แคทเอาน้องหลงมาหลอกล่อแล้ว อย่าจากแคทปายยยยยยย .เกาะขาแน่น


ขอขอบคุณblove ได้อ่านคอมเม้นท์ของคุณแล้วแคทดีใจมากๆๆๆ แบบนานๆทีจะมีคนอ่านมาเม้นท์ให้แคทได้อ่านความรู้สึกแบบนี้ ขอบคุณมากๆจริงๆค่ะ แคทหวังว่าในตอนนี้ยังจะมาอ่านอีกนะคะ ส่วนในตอนนี้ มีสงสัยใครอีกไหมน้าาา ถ้ามีลองแง้มมาบอกกันหน่อยน้าาาา



ออฟไลน์ ursleepingxd

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ยาวสะใจมากเลยค่ะ ชอบบบ แงงง นึกสภาพน้องหลงต้อง่วนประตูร้องแง้วๆ ตอนโดนโยนออกมาแล้วไม่ได้เข้าห้องแน่ๆเลย แง อย่าทำน้อง 5555555555

อิจฉาพี่ธร อยากอาบน้ำให้พี่เชอร์รีบ้าง อยากได้คนช่วยมั้ยคะ *-*

น้องกุ๊กก็เป็นเพื่อนที่ดีจัง (ดีใช่มั้ย)

สงสัยเต็มไปหมดเลยค่ะ ไว้ใจใครได้บ้าง  :katai4:

ออฟไลน์ kunt

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 702
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-1
เอ้า ปมจะคลายหรือจะมัดเพิ่มอีกละเนี่ย ............. ไม่เป็นไร เอามันไปกลิ้งให้ไอ้สั้น (?) เล่นแล้วกัน  :m13:

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
โว้ยยยยยไอ้พี่ทัพหน้า กินอะไรผิดสำแดงมารึป่าววะ? ใจดีแปลกๆ แล้วคือกูดันเขินซะด้วย จิบ้า 555555 มุ้งมิ้งเว้ยแอบอ่อนโยนลูบหัวเบาๆส่งยิ้มให้หน่อยๆ เรียกพงเรียกพี่ วุ้ยยยยยยๆเบ้ยส์ ฮ่าๆ มีแอบแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ไอ้พี่..แกมันร้าย!!! //
ทัพหน้า : “สนใจอะไรนักหนา มาสนใจกูนี่”
Me : อยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง 555555555555555555555 เออออกับแมวตัวโหน้ยๆ พี่มันยังไม่เว้น อย่าให้พูดถึงคนถึงได้บอกว่าคนอื่นไม่มีสิทธิ์ยุ่งกับเมล หึหึ!! สถานการณ์ดูเหมือนจะเริ่มพลิกจากที่เมลเป็นลูกไก่ในกำมือ ตอนนี้น่าจะเป็นไอ้พี่ทัพนะ เป็นไปแบบไม่รู้ตัว สะกดความคิดได้สะกดไปเถอะว่าไม่รัก ไม่ชอบ น่ารำคาญ เกลียดงั้นงี้ แต่ใจอะไปโน้นนนนแล้ว สะกดความคิดไว้แต่ใจไม่ไปตาม หึหึ!!! รอดู รอดูจะไม่อยากยอมรับไปถึงไหน เอาให้รอดละ ไม่งั้นละก็นะ ตายคามือเมลแน่ คึ!! 55555 //ว่าแต่เพื่อนกุ๊กรู้เห็นไรหรือเป็นไรกับข้าวโพดวะถึงได้แซะกัดจิกขนาดนั้นแค่ไม่ถูกชะตาหรือว่ามากกว่านั้น เขาบอกมึงไปแล้วหรือกูจำไม่ได้วะ (พึมพำกับตัวเองเบาๆ 55) กับพี่ธรอีก โอ้ยยพี่คนนี้ ทำให้นุต้องคอยจับผิดอยู่เรื่อย สงสัยกับคนนั้นทีคนนี้ที ดูต่อไป 55555 //ความลับไม่มีในโลก เพื่อนก็รู้ไปคนนึงแต่คนอื่นก็น่าจะพอเดาๆไปกว่าครึ่งนะ ว่าสองคนนั้นมันอะไรยังไง อิอิ //จร้าาาาาาาาจร้าาาาาาพาไปกินของอร่อยๆ ถือว่าเดทเล็กน้อยละกันนะ ^^ อ่าาาาาาาาสนุกกกอะ เออเพิ่งอัพก็อยากอ่านต่อแต่ไม่เร่งนะรอได้ค่าา  มาทียาวจุใจ ดีค่ะดี เอาอีก โลภ 555555 ชอบๆค่ะ ยังไงก็ขอบคุณที่มาอัพนะคะ รอตอนต่อไปเลยค่ะ กินข้าวแล้วไปไหนต่ออะทัพ เอ้ายังอยากรู้เรื่องของเขาอีก ไปน๊อนน 555555

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ


บทที่10




             
  (ย้อนความ)



ผมก้มหน้าลงมองคนที่อยู่ในอ้อมกอดของผม มันที่ตอนนี้ทั้งหน้าทั้งตัวมีรอยแผลถลอก และรอยฟกช้ำตามแก้มและแขนขา หน้าของมันที่ซุกอยู่ที่อกของผมในสภาพอิดโรย มันที่สู้อะไรไม่ได้สักอย่างแต่ก็ยังอยากสู้ไม่ถอย เพราะมันเป็นคนที่ดื้อรั้นพอตัว เป็นลูกคนเล็กที่มีความไม่ยอมใคร ผมถึงมั่นใจตลอดว่าไอ้เมลมันไม่มีทางตัดใจจากผมได้แน่ๆ และมันไม่แปลกถ้าเรื่องที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของผมจะเป็นฝีมือของมัน ก็แค่ลูกคนเล็กของตระกูลใหญ่ที่อยากได้อะไรก็ต้องได้ ... ผมเจอคนประเภทนี้มาเกือบทั้งชีวิตของผม



“มึงกับน้องมันไปนั่งข้างหลังเหอะ เดี๋ยวกูนั่งหน้าเอง”  ไอ้ปืนที่เปิดประตูรถที่เบาะหลังให้ ผมที่เข้าไปนั่งก่อนจะรับตัวไอ้เมลเข้ามาด้วย เป็นไอ้ดาบที่เป็นคนขับ



“พร้อมนะคะทุกคน”



“พร้อมนานแล้วไอ้สัด รีบขับออกไปจากที่ห่านี่สักทีเหอะ”



“เกลียดมึงมากๆค่ะสัดพี่ คนหยาบโลน” 



ได้ยินเสียงไอ้ดาบจีบปากจีบคอเถียงกับไอ้ปืนอยู่ข้างหน้า แต่ไม่ได้สนใจอะไรพวกมันสองตัว ผมที่มองไอ้คนข้างตัวที่ตอนนี้เอียงตัวลงมาซบไหล่ผมหน้าตาเฉย มองเห็นคิ้วเรียวสวยของมันขมวดเข้าหากัน เหมือนมันเองที่กำลังฝันร้าย แม้แต่ในความฝันก็คงจะกำลังหนีไอ้พวกนั้นล่ะมั้ง  มองเห็นแบบนั้นก็รู้สึกสมน้ำหน้ามัน อยากให้มันรู้ว่า เวลาที่ชีวิตอยู่ใกล้ความตายน่ะมันเป็นยังไง ตอนที่ณราชาต้องติดอยู่ในรถนั่น ตอนที่รถคันนั้นพุ่งชนเข้าไปเต็มๆ ณราชาเองจะกลัวแค่ไหน  อยากให้มันต้องรู้สึกบ้าง



“อื้อออ อืออ” 



มันที่หลับตาขมวดคิ้วและเอื้อมมือไปต่อยตีในอากาศแบบคนที่กำลังสู้สุดตัว เสียงอู้อี้ในลำคอที่ดังออกมาพร้อมๆกับเหงื่อที่ผุดขึ้นที่ใบหน้า  เห็นแบบนั้นแล้วอยากจะเมินหน้าหนี มึงก็ต่อสู้กับความฝันของมึงไปสิ



“อย่า อย่า”   เสียงของมันยังดังเข้ามาให้ได้ยินจนน่าหงุดหงิด



“ไอ้น้องมันเป็นไรวะไอ้ทัพ”



“ดิ้นใหญ่เลยนะคะ เป็นอะไรไปน่ะคะพี่ทัพขา”



“ใคร?”



“ก็น้องเมลไงคะ”



“ใครให้พวกมึงเสือก” 



“กรี๊ดดดดด แถวนี้มีแต่ผู้ชายเถื่อนๆจังเลยนะคะ ดานี่รับไม่ได้ดั้ยเลออออ”



มันที่จับปากจีบคอพูดออกมาด้วยภาษาวิบัติลิ้นเปรี้ยของมันแล้วสะบัดหน้าไปขับรถต่อ



“พวกกูไม่เสือกก็ได้ แต่มึงน่ะ...ไม่สงสารมันหรอวะ”  ไอ้ปืนหันหน้ามาหา พร้อมมองไปทางไอ้เด็กที่นอนฝันร้ายอยู่ข้างๆตัวผม คำถามของมันที่ทำให้ผมต้องเสหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างรถแทน



“มึงไม่คิดบ้างหรอวะ ว่าถ้าเรื่องที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ฝีมือน้องมัน มึงจะไม่เสียใจหรอวะ”



“มึงมาพูดเหี้ยไรล่ะ มึงบอกให้กูทำแบบนี้เองนะ แล้วตอนนี้มึงจะมาสงสารเหี้ยไรล่ะ”



“เออ กูยอมรับว่ากูมันก็คนเหี้ย แต่จากเรื่องที่มึงให้กูตามน่ะ มึงยังมั่นใจอยู่หรอวะ”



“แล้วหลักฐานจากไอ้ธรมึงว่ามันปลอมไหมล่ะ”



“เออ กูก็ไม่ปฏิเสธหรอกไอ้สัดเอ๊ย แต่แม่ง .... นั่นแหล่ะ กูก็แค่อยากให้มึงลองคิดดู กูรู้มึงไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนั้นไอ้ทัพ วางหัวโขนลูกคนโตของบ้านมึงลงบ้างก็ได้ ถ้ามึงยังไม่เชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันผิดพลาด ก็ให้มึงคิดว่าเรื่องนี้ที่ไอ้น้องมันต้องเจอมันคนละเรื่องกันนะเว่ย เรื่องนี้ที่น้องมันโดนไอ้หมิงจับตัวไปน่ะเพราะมึง มึงเองก็รู้”



“.............”



“ทำเงียบนะคะพี่ทัพทัพ ห่วงก็ห่วงสิ เก๊กหน้าเป็นตะคริวละมั้งคะแหม่”



“ก็เอาตีบข้ามไปถีบปากมึงได้นะไอ้สัดดาบ”



“ดานี่โว้ยยย”



“หึ” 



เมินไอ้สองพี่น้องขี้เสือกนี่แล้วหันกลับมามองไอ้เมล ... เอื้อมมือไปดึงมันลงมาหนุนตัก วางมือลงบนหัวของมันไม่เบาเท่าไหร่ ลูบมันหน่อยๆให้เหมือนกับลูบหัวหมาหรือลูบขนไอ้เชอร์รี่  ไอ้เมลที่ดูสงบลงเลิกหอบหายใจแล้วเอียงหน้ามาซุกที่หน้าท้องของผม



“กูก็แค่สมเพชหรอกนะ กูไม่ได้ใจดีกับมึงหรอกไอ้สัด”  บ่นออกไปแบบนั้น แล้วลูบหัวมันต่อไป ก็แค่เห็นมันเลิกทุรนทุรายเลยทำหรอก



“ปากแข็งจังนะคะ ดานีอยากลองเอาปากไปนาบดูจัง อยากรู้ว่าจะแข็งจริงๆไหมน้า”



“หุปปากไอ้ตุ๊ดกล้าม”



“อ๊ายยยย เกลียดๆๆๆ”



“ชู่ว เงียบสิวะ เดี๋ยวไอ้ห่านี่มันก็ตื่นหรอก”  เอื้อมมือไปตบหัวไอ้ดาบที่อยู่เบาะหน้าอย่างรำคาญหน่อยๆ อีกฝ่ายตั้งท่าจะกรี๊ดออกมาแต่ก็เงียบไปตอนที่เห็นผมง้างฝ่ามือ น่ารำคาญพวกแม่ง ... รวมถึงไอ้ห่านี่ด้วย ....ไอ้ตัวที่หลับอยู่บนตักของผมตอนนี้นี่ยิ่งน่าหงุดหงิดกว่าใครเลย



กูก็ไม่ได้อยากใจดีหรอกนะ ก็แค่ ..... รำคาญ



.

.

.


(ปัจจุบัน)



“...ทำไมวันนี้มารับกูอ่ะ”



ผมหันหน้าไปถามคนที่นั่งอยู่เบาะข้างๆและกำลังทำหน้านิ่งๆตั้งใจขับรถอยู่ในตอนนี้ หันไปมองเสี้ยวหน้าหล่อของมันแล้วต้องยอมรับในใจว่ามันหล่อจริงๆ หล่อเหมือนรูปสลัก แบบพ่อแม่ช่างปั้นออกมาให้ดูดี  ผมไม่เคยเห็นพ่อแม่มัน แต่ได้ข่าวมาว่าครอบครัวนี้ก็หน้าตาดีกันทุกคน





“แล้วเสือกไร กูจะมารับไม่ได้หรือไง”  เสียงเข้มที่ดูจะไม่สบอารมณ์ขึ้นมาหน่อยๆบอกออกมาแบบนั้น เอ้า ผีเข้าผีออก กูแค่ถามไหมอ่ะ ทำไมต้องอารมณ์เสียด้วยวะ



“ก็แค่ถาม ปกติพี่ธรจะมารับนี่”



“ก็วันนี้กูอยากมา มาหักหน้าคนโดยเฉพาะ”



“ห๊ะ มึงว่าอะไรนะ พูดดังๆหน่อยไม่ได้รึไง”  ถามมันออกไปแบบนั้นเพราะไม่ค่อยได้ยินประโยคหลังที่เหมือนอีกฝ่ายพูดออกมาแบบงึมงำๆในลำคออยู่คนเดียว   



“เสือกจังวะ ถามมาก รำคาญ ขี้เกียจตอบเจ็บคอ”



“มึงนี่...”  เบ้ปากใส่แม่ง เซ็งทุกรอบกับไอ้ความกวนตีนหน้าตายของมันเนี่ย  ไม่เคยคิดเลยว่าผู้ชายที่ผมแอบชอบมาหลายปี จริงๆแล้วมันคือคนที่โคตรกวนตีน



“วันนี้มึงอยากแดกไร”



ทำไม ถ้ากูบอก มึงจะตามใจรึไง?” 



กอดอกพร้อมเอียงคอทำหน้ากวนตีนใส่ เห็นอีกคนที่ยกยิ้มมุมปากปรายตามามองกันในจังหวะที่รถหยุดลง อีกคนที่เข้าเกียร์เปลี่ยนเป็นตัวNแล้วดึงเบรคมือขึ้น มันที่หันมามองหน้าผมแบบนั้นแล้วเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้



“ถ้ามึงกล้าขอ กูอาจจะตามใจ ...มึงน่ะกล้าหรือเปล่าล่ะ หึ” 



มันที่ว่าแบบนั้นแล้วก็กดยิ้มมุมปากส่งมาให้ สายตาที่มีแววเจ้าเล่ห์ปนอยู่ภายใต้ใบหน้านิ่งๆของมัน ทำให้ผมต้องยกมือไปดันหน้าอกมันไว้ หัวใจสั่นกระตุกเต้นไม่เป็นจังหวะไปหมดแล้วในตอนนี้



“ด...แดกอะไรก็ได้โว้ย”



“หึ”



ดันมันออกไปจากตัว ก่อนจะสะบัดหน้าหนีมันแล้วมองออกไปที่ฝั่งซ้ายของตัวรถ มองออกไปนอกหน้าต่างรถแม่งเลย แต่หูก็ยังดันได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของมันอีก แบบนี้ยิ่งรู้สึกแปลกๆ  อยากจะถามว่ามันไปแดกอะไรมา วันนี้ถึงดูผีเข้าแบบไม่มีเหตุผลแบบนี้ได้...



 และสุดท้าย มัสแตงสีแดงคันหรูก็ตบไฟเลี้ยวเข้าร้านอาหารกึ่งผับกึ่งบาร์ที่ผมยังจำได้ดี ฝั่งแน่นอยู่ในใจ จริงๆเรื่องมันก็พึ่งผ่านไปคืนเดียวเองไหมวะ เหตุการณ์ที่ผมถูกอุ้มไปฆ่า ต้องพูดแบบนั้นนั่นแหล่ะถูกแล้ว ถ้าจะพูดให้ถูกจริงๆก็คือกูยังฝังใจอยู่เลย รู้สึกกลัวในใจจนได้แต่นั่งติดอยู่กับเบาะแบบนี้  สะบัดหน้าไปมองไอ้คนข้างๆตัวด้วยสีหน้าเลิกลัก มันที่ไม่พูดอะไรเดินลงจากรถไปแต่ผมยังนิ่งอยู่บนรถ ความรู้สึกบางอย่างมันทำให้ไม่อยากลง



“ลงมา”



“มึงพากูมาที่นี่ทำไม”



“ลงมาไอ้เมล”



“ทัพ...มึงจะทำอะไร”  ช้อนตามองมันที่ทำหน้านิ่งๆเท้าขอบประตูรถไว้ มองผมที่ยังคงนั่งนิ่งๆไม่ติงไหวเกาะสายรัดนิรภัยไว้แน่น



“กูจะทำเชี่ยไรล่ะ ลงมา”



“ไม่เอา กูไม่ลง กูไม่ชอบ สายตามึงแปลก มึงจะเอากูมาฆ่าหรอ ไม่เอา”



“ปัญญาอ่อน”  เสียงเข้มที่ดังออกมาแบบหน่ายๆ พร้อมๆกับร่างสูงที่ก้มตัวลงมาปลดสายเบลออก พร้อมๆกับกระชากแขนผมให้ออกไปจากรถด้วยกัน



“ปล่อย ไม่เอา กูไม่ไป”



“อย่าเรื่องมากได้ไหมไอ้สัด กูตบมึงนะไอ้เมล”



ตะคอกเสียงดุใส่ พร้อมๆกับแรงกระชากแขนดึงตัวผมให้เข้าไปหามัน แรงจนตัวผมถลาไปปะทะเข้าที่หน้าอกแกร่ง ค่อยๆเงยหน้าช้อนตาขึ้นไปมองคนตรงหน้า มันที่ก็ก้มหน้าลงมามองผมอยู่ตอนนี้ สายตาคมที่มองมานิ่งๆไม่ได้มีแววอ่อนโยนบอกให้ผมรู้ว่าอย่าขัดใจมัน



“กู...”



“จะกลัวเหี้ยอะไรล่ะ ครั้งนี้กูไม่ปล่อยไอ้หน้าเหี้ยที่ไหนมาเอาตัวมึงไปได้หรอก กูบอกแบบนี้แล้วมึงยังจะกลัวอีกไหม” 



มันที่ว่าแบบนั้น ไม่มีคำพูดปลอบใจ ไม่มีความเห็นใจ ไม่มีคำพูดดีๆอยู่ในประโยคเลยสักนิด แต่เพราะเป็นมัน คำพูดจากมันที่กำลังบอกว่าจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องขึ้นกับผมอีก มันก็ทำให้ผมสงบลงได้ง่ายๆ  ฝ่ามืออุ่นที่เลื่อนลงมาจับมือ กระชับแน่นๆทั้งๆที่หน้าก็ไม่ยอมหันมามองผม ก็มีแค่ฝ่ามืออุ่นๆที่ยังกอบกุมกันไว้อยู่ในตอนนนี้



หัวใจผมสั่นถี่ๆ  เหมือนลูกโปงที่โดนสูบลมจนพองโต ... ก้มหน้าลงต่ำมองเห็นแค่เท้าของตัวเองที่ก้าวเดินไปพร้อมๆกับมัน พยายามเม้มปากเข้าหากันแน่นๆ อย่าหลุดยิ้มออกมานะมึงไอ้เชี่ยเมล อย่าเชียวนะ  ...



“ปัญญาอ่อน”   ได้ยินเสียงมันว่าให้ เหอะ ... มึงเองก็ปัญญาอ่อนเหมือนกันแหล่ะ



...




ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ

(ต่อจ้าาา)



“กรี๊ดๆ มากันแล้วหรอจ๊ะ น้องเมลของพี่ดานี่ตกอกตกใจมากไหมคะหนู ไหนขอสำรวจตรวจสอบสภาพหน่อยสิจ๊ะๆ” 



ผมผวาตอนที่พี่ดาบวิ่งวี๊ดว๊ายเข้ามาหา เค้ายังคงเป็นผู้ชายหล่อๆที่แต่งหน้าแน่นและทาปากแดงหนักมากไม่ต่างจากวันก่อน วันนี้อยู่ในชุดสูธสีแดงเลือดหมู ดูดีตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า และยังมองกูด้วยสายตาร้ายๆเหมือนอยากแดกแต่ก็ยังวี๊ดว๊ายเหมือนเดิม  ตกใจจนเผลอขยับตัวถอยหลัง และไอ้ทัพก็ขยับตัวมายืนบังผมไว้ซะก่อน



“ตลกพอแล้วไอ้ดาบ”



“ดานี่ค่ะ บอกว่าดานี่ๆ ดาบแม่งอยู่นั่น อยากโดนเสียบรึไงวะ”



“มึงลั่นนะ เมื่อกี้เสียงมึงใหญ่มาก” 



ไอ้ทัพที่เลื่อนมือมาวางไว้ที่สะโพกของผม พร้อมๆกับปราบตามองพี่ดาบหน่อยๆแล้วแสยะยิ้มร้ายๆใส่  ก่อนจะดึงตัวผมให้เดินหนีห่างออกมาจากพี่ดาบที่ยืนกระทืบเท้าพยายามกรี๊ดเสียงสองอยู่ตรงนั้น  ผมส่ายหน้าหน่อยๆกับภาพตรงหน้า  คือกะจะไม่มีคนสติดีอยู่รอบข้างกูเลยสินะ



“แดกซี่โคร่งหมูย่างบาร์บีคิวไหม”



“กูอยากกินคาโบนาร่าไข่ข้น”  เงยหน้าบอกมันแบบนั้น  มันที่พยักหน้าตอบรับ พร้อมกวักมือเรียกพนักงานมาจดเมนู



“เอาแดกซี่โคร่งหมูย่างบาร์บีคิว กับBin389ชิลมาด้วยเลย” 



หันไปสั่งพนักงานแบบนั้น ถึงกับมองมันตาค้าง ทำปากพงาบๆใส่มันเลยว่า ‘K ว ย’  กวนประสาท แล้วแบบนั้นจะถามทำไมวะแม่ง



“กล้าด่ากูหรอห๊ะ”



“ก็แล้วจะถามทำไมวะแม่ง กวนประสาท”



“ถ้ามึงอยากแดกก็สั่งใหม่ กูก็แค่คิดว่าไอ้ซี่โคร่งร้านไอ้ดาบมันอร่อย เลยอยากให้มึงลอง ก็แค่นั้น”    มองตรงมาที่ผมแล้วตอบออกมาแบบนั้น ปากที่กำลังจะอ้าเถียงก็ต้องหุบปากฉับ  ไม่ชอบเลยแม่ง



“อยากสั่งก็สั่ง” 



ก็มึงพูดแบบนั้นแล้วกูจะอยากสั่งอะไรอีกล่ะ... ก็ต้องอยากกินของอร่อยที่มึงอยากให้กูกินสิวะ จะสั่งอย่างอื่นมาขัดอารมณ์ทำไม  เพราะแบบนั้นเลยไม่พูดอะไรออกไปอีก คิดว่ามันเองก็รู้ว่าผมคิดอะไรอยู่ เพราะได้ยินเสียงหัวเราะหึในลำคอของมันเบาๆ กวนตีนจังล่ะ  ...  อาหารทยอยเสริฟมาเรื่อยๆ และวันนี้เรานั่งกันที่โซนด้านนอก มีลมพัดชิลแล้วก็ได้ยินเสียงเพลงสดเอื่อยๆที่ทำให้รู้สึกดีไม่น้อยเหมือนกัน



ยกมือขึ้นจิบไวน์แดงที่ราคาแรงเอาเรื่อง รสชาติดีสมราคาของมัน พอกินคู่กับซี่โคร่งย่างนี่แล้วก็ต้องยอมรับว่าแม่งอร่อยกว่าร้านไวน์ดังๆอีก



“อร่อยล่ะสิ”



“อื้มมม อร่อย ...ว่าแต่... ทำไมวันนี้มึงใจดีแปลกๆ”  โพร่งถามมันออกไปแบบนั้น อีกฝ่ายที่กำลังหั่นเนื้ออยู่หยุดชะงักหน่อยๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผมนิ่งๆ



“เสือก”   



จ๊ะ เต็มๆหน้ากูกันไปเลย  เออ...หยิ่งนัก กูไม่ถามมึงอีกก็ได้  เบ้ปากใส่มันนิดหน่อยก่อนจะนั่งกินต่อไปเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าท้องเริ่มแตกถึงได้หยุดกิน อีกฝ่ายที่อิ่มก่อนจ้องหน้าผมนิ่งๆ



“มองไรวะ”



“มองหมูอย่างมึงไง ว่าแต่มึงอิ่มรึยัง”



“ก็...อิ่มแล้ว มึงจะมองกูด้วยสายตาแบบนี้ทำไมวะ”



“สายตาแบบไหน?” 



ก็สายตาที่เหมือนอยากแดกกูนี่ไงล่ะ ถามเชี่ยไรล่ะแม่ง ถามแบบนี้ใครแม่งจะกล้าตอบวะ หันหน้าหนีแม่งเลยดีกว่า  สุดท้ายเมื่อไม่มีใครพูดอะไร มันเลยสั่งเช็คบิล ดี รีบเช็คเลยอยากกลับไปฟัดไอ้น้องหลงจะแย่



“กลับกันแล้วหรอจ๊ะ บ๊ายบายน้า” 



ในจังหวะที่เรากำลังจะออกจากร้าน ครับ...เจ้าของร้านเจ้าเก่าเจ้าเดิม เพิ่มเติมคือมองเหมือนหิวกู ก็เดินลัลลามาโบกมือส่งมาให้ผม เลยได้แต่ยิ้มแหยๆส่งไปให้พี่แกแทน



“เสือก” 



ไอ้ทัพที่ยกนิ้วกลางส่งไปให้พี่ดาบแบบนั้นและแน่นอนว่า พี่ดาบก็ถูกเมินเป็นรอบที่สองของวันนี้ ยินดีด้วยจ้า ผมกับไอ้ทัพเดินออกมาจากร้าน ในจังหวะที่กำลังจะเดินขึ้นรถ อยู่ๆพวกเราก็ถูกล้อม  ผมที่ทำหน้าเลิกลักในตอนนั้น แต่อีกฝ่ายก็ดึงผมเข้ามาอยู่ใกล้



“มึงไม่ต้องกลัว” 



ไอ้ทัพที่เอียงหน้าเข้ามากระซิบลงข้างๆหู ก่อนจะดันผมให้ไปยืนอยู่ข้างหลัง ซวยชิพหายที่วันนี้ไอ้ทัพเลือกมาจอดรถอยู่ที่โซนด้านหลัง ร้านไอ้เชี่ยพี่ดาบแม่งนำพาความโชคร้ายมารึไงวะ



“พวกมึงเป็นใคร”



“ไม่ต้องอยากรู้ รู้แค่ว่า พวกมึงเสร็จแน่ โดนเฉพาะไอ้คุณหนูคาราเมล ไอ้คนชอบแย่ง!”   ไอ้ตัวหัวโจกที่เดินออกมาข้างหน้าพร้อมๆกับเอียงหน้าไปด้วย หน้าตาที่ทำให้อารมณ์ของผมกระตุกเอาตีนไปฟาดหน้ามัน



“กูแย่งเชี่ยไร พูดดีๆนะไอ้หน้าจิ้งเหรน!”  ตะโกนออกไปแบบไม่กลัว พร้อมๆกับชี้หน้าด่ามันด้วยความโมโห  พวกแม่งเป็นใครวะ!  จากคำพูดของมันทำให้รู้ว่าพวกมันตั้งใจมาจัดการผมไม่ใช่ไอ้ทัพ



ทัพหน้าที่หันหน้ามามองผมหน่อยๆ มันไม่พูดอะไรกับผม ทำเพียงแค่ดึงแขนผมไว้แบบปรามๆ ก่อนที่มันจะพูดต่อ     



“จริงๆกูก็ไม่ได้อยากสนใจพวกหน้าเหี้ยแบบมึงนักหรอกนะ”   



ทัพหน้าที่ว่าออกไปแบบนั้นพร้อมมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเหยียดหยาม สายตาคมที่มองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ก่อนจะเอามือมาวางลงไปที่ไหล่ของผมพร้อมๆกับทำท่าทีไม่สนใจใยดีพวกมัน ก่อนจะดันตัวผมให้เดินไปที่รถแบบชิลๆ ... ไอ้ฝ่ายหัวโจกที่เห็นแบบนั้นก็มีสีหน้าบูดเบี้ยวด้วยความโกรธเคืองกับท่าทีไม่เกรงกลัวพวกมันของทัพหน้า มันที่กำหมัดแน่นจนเล็บแทบจะทะลุด้วยความโมโห



“เฮ้ย! จะหยามกันมากไปแล้วนะเว่ย!” 



ตะโกนเสียงดังเอาเสียงเข้าข่มขู่   แต่นั่นไม่มีผลกับทัพหน้าเลยสักนิด เกิดมาคนแบบทัพหน้าไม่เคยกลัวใครอยู่แล้ว  แล้วยิ่งนักเลงปลายแถวแบบนี้ อย่าฝันเลย ยิ่งไม่เคยกลัวและไม่คิดจะกลัวด้วย



“เหอะ”  ทัพหน้าที่แค่นเสียงหัวเราะหน่อยๆ จับข้อมือของเขาให้เดินกลับไปที่รถด้วยกันเหมือนก่อนหน้านี้แบบไม่สนใจ



"ที่แท้คนที่จะกลับไปกินนมนอนตามเวลาก็คือคุณหนูคาราเมลจอมแย่งนี่เอง"



ไอ้หัวโจกประชดเสียงออกมาอีกครั้ง และคำพูดนั่นก็ทำเอาผมกัดฟันแน่น กำหมัดตั้งท่าจะหันกลับแต่ไอ้ทัพหน้าก็รั้งแขนเอาไว้พร้อมกับดึงให้เดินไปที่รถ



"ชอบแย่งของคนอื่นแล้วยังอ่อนด้อยแบบสุดๆ..ฮ่าๆๆๆ"   ทั้งหัวหน้าทั้งลูกน้องพากันหัวเราะเสียงดังเย้ยหยันคนทั้งสอง



"พวกมึง!!"  คาราเมลสุดจะทน..กระชากมือตัวเองออกแรงๆก่อนจะหันกลับมา



"ตาย! "  ตะโกนออกไปแบบนั้นด้วยความโมโห มึงไม่รู้จัดคาราเมลสินะ! แต่ผมก็ต้องชะงักความโกรธของตัวเองเอาไว้ เมื่อเสียงเข้มๆที่ดังออกมา



"มึงอย่าไปยุ่งกับพวกปัญญาอ่อนแบบนั้นสิวะ"   ทัพหน้าถอนหายใจหน่ายๆพร้อมก้าวเท้าออกมาช้าๆนำหน้าเมลมาก่อน คนร่างบางหยุดชะงักมองคนร่างสูงที่เดินตรงไปยังไอ้พวกนั้น



“เฮ้ยพวกมึงจัดการ สั่งสอนไอ้พวกนี้ให้คุณหนูของเรา!”



ลูกน้องทั้งหมดกรูเข้ามาหา ไอ้อ้วนคนแรกวิ่งเข้ามาเร็วแต่ถูกหมัดชกเข้าที่ท้องแรงๆจนจุกล้มลงกับพื้น คนที่สองตัวผอมๆยาวๆวิ่งกราดเข้ามาตั้งใจจะต่อยให้คว่ำ แต่เท้าแกร่งของทัพหน้าก็วาดตวัดเตะกลับหลังเข้าที่ต้นคอจนล้มพับไป อีกสามคนรุมเข้ามาพร้อมกัน ทัพหน้าที่ยกกำปั้นข้างซ้ายขวาต่อยคนละข้าง ส่วนคนตรงกลางกลับหลังหันจระเข้ฟาดหางเข้าที่หน้าจนล้มทับอีกสองคนที่ถูกต่อยเสียหลักไปก่อน  พวกมันทั้งหมดล้มราบไม่เหลือชิ้นดี ร่างสูงเดินตรงเข้าไปหาคาราเมลที่ยืนตัวเกร็งอยู่ห่างๆ จริงๆตั้งใจจะวิ่งเข้าไปช่วย แต่พอเห็นร่างสูงจัดการทีเดียวแบบนั้นขามันก็ก้าวไม่ออก ได้แต่ยืนเกร็งอยู่ตรงนี้  ไอ้หัวโจกที่เห็นแบบนั้นถอยเท้าออกสองสามก้าว  ทัพหน้าเหยียดยิ้มน้อยๆก่อนจะเข้าไปใกล้



"พวกปัญญาอ่อน”   




พูดพรางยิ้มร้ายพร้อมกับเดินเข้าไปหาไอ้หัวหน้าพร้อมมือยกขึ้นมาแตะเข้าที่แก้มของไอ้หัวโจกที่ยืนตัวสั่นอยู่  สายตาคมกริบมองตรงไปยังไอ้หัวโจกราวกับจะเชือดเฉือนไปทั้งร่าง แววตาราวกับปีศาจร้าย สายตาที่ทำเอาผมขนลุกไปด้วยความหวาดกลัวจนไม่กล้าขยับตัวเลยสักนิด



"กลับไปบอกนายของพวกมึง ไม่ว่ามันจะเป็นใคร ถ้ากล้ามีเรื่องกับไอ้เมล ก็ถือว่ามีเรื่องกับเตชะณรงกรค์ เพราะไอ้เมล ตอนนี้มันคือคนของกู"


ไม่มีคำพูดใดเปล่งออกมา มีเพียงเสียงร้องโอดครวญของบรรดาลูกน้องที่ล้มพับอยู่กับพื้น  ทัพหน้าเดินกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มมุมปาก  ดวงตาคมที่มองตรงมาที่ผมก่อนที่ฝ่ามือแกร่งจะดึงมือผมไปกุมไว้ และเอ่ยออกมาสั้นๆ



“กลับ”



...



“เรื่องมันก็เป็นแบบนี้อ่ะมึง”



“เชี่ย สุดยอด พี่ทัพหน้าแม่งเป็นตำนาน มึงจำได้ป๊ะตอนปี1 ที่พี่เค้าเป็นตัวแทนนักกีฬาเทควันโด้ไปแข่งแล้วชนะอ่ะมึง เหยดดด ของจริงมันเป็นแบบนั้น มึงได้เห็นแบบใกล้ชิดเลยนะเว่ยไอ้เมล”



ผมที่กำลังอ้าปากเล่าให้ไอ้กุ๊กฟังถึงเรื่องราวของเมื่อคืนว่าผมไปประสบพบเจอกับอะไรมา และแน่นอนว่า ไอ้กุ๊กก็อินเหมือนพึ่งดูหนังฮอลิวูดจบ



“มึงใจเย็น มึงเป็นแฟนคลับไอ้ทัพมันรึไงวะ”



“แหม หวงหรอจ๊ะน้องเมลจ๋า พอพี่เค้าบอกว่ามึงเป็นคนของเค้านี่หวงๆหรอวะ”  แซ็วกูพร้อมๆกับที่ก็เอาไหล่มาเบียดกระแซะแบบแกล้งๆ  กวนตีนน้อยซะเมื่อไหร่ล่ะไอ้บ้าเนี่ย



“กวนตีน”



“เขินๆ คนเขินมันหน้าตาแบบนี้นี่เอง ...แต่มึง...” 



มันที่ทำหน้าระริกระรี้ก่อนที่จะเปลี่ยนสีหน้าและน้ำเสียงที่ฟังดูจริงจังมากขึ้นจนผมไม่เข้าใจว่าเพื่อนตัวเองเป็นคนอารมณ์สองขั้วหรือเปล่ามันถึงเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแบบนี้ แต่ก็ทำได้แค่เลิกคิ้วแบบถามมันว่ามีอะไรออกไป



“มึงไม่คิดว่าเรื่องนี้มันแปลกๆหรอวะ”



“แปลกอะไรวะ?” 



หันหน้าไปเลิกคิ้วถามมัน ไอ้กุ๊กก็ขมวดคิ้วเข้าหากันแบบเครียดๆ ก็ไม่รู้ว่าเพื่อนตัวเองเป็นอะไรไปอ่ะนะ



“มึงบอกว่าไอ้พวกนั้นมันบอกว่ามึงเป็นพวกชอบแย่ง จริงๆมึงก็ไม่เคยมีเรื่องกับใครไหมวะ แล้วแบบนี้มึงคิดว่ามันเป็นใคร”



“อืม...เอาจริงๆกูก็สงสัยนะ”



“มึงควรจะสงสัยและระวังตัวเอาไว้ไอ้สัด เลิกทำให้กูเป็นห่วง”



“จ้าแม่จ๋า”   พอเห็นว่ามันทำหน้าเครียดแบบนั้น ก็เลยพยายามจะทำให้บรรยากาศมันไม่เครียดมากเกินไป  ถึงแม้ว่าจริงๆผมก็แอบคิดเรื่องนี้มาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วเหมือนกัน



“บางทีนะ...กูคิดว่ามันอาจจะเกี่ยวกับเรื่องของณรา....”



“น้ำมาแล้วจ้า” 



เสียงใสที่ดังมาก่อนตัวของข้าวโพดที่ดังมาพร้อมๆกับใบหน้าที่ยิ้มกว้างๆภายใต้กรอบแว่นหนา  ข้าวโพดที่ถือน้ำมาหลายแก้ว ข้างหลังมันคือไอ้อู๋ที่เดินหน้าบานตามข้าวโพดมาด้วย  ไอ้กุ๊กที่หุบปากฉับเข้าหากัน มันไม่ยอมพูดอะไรต่อออกมาอีก ทำแค่เพียงกรอกตาใส่ข้าวโพดแบบไม่ปิดบัง ข้าวโพดที่กำลังยืนน้ำมาให้มันหน้าเสียหน่อยๆ  ผมเลยเอื้อมมือไปรับมาแทน



“ขอบใจนะโพด”



“อื้ม”  มันที่ตอบรับพร้อมยิ้มอ่อนๆมาให้



“อย่าแดกนะไอ้เมล ไม่รู้แม่งใส่เหี้ยอะไรมารึเปล่า มึงกินไปอาจจะตายห่า”



“เกินไปไอ้กุ๊ก น้ำนี่โพดมันไปอุตส่าห์เดินไปซื้อถึงตึกวิทยานะเว่ย แล้วกูก็ไปซื้อมากับโพด ไม่มีอะไรทั้งนั้นอ่ะ” 



ไอ้อู๋ที่พูดขัดออกมา มองเห็นไอ้โพดที่ก็ยิ้มอ่อนๆหันไปขอบคุณไอ้อู๋



“สาระแน มึงด้วยไอ้อู๋ไอ้ควาย”



“เอ้า มึงเป็นเมนป๊ะวะ หรือผัวไม่เอา ทำไมต้องเหวี่ยงไอ้โพดมันด้วยวะ” 



ไอ้อู๋ที่ชักสีหน้าใส่กับท่าทางของไอ้กุ๊ก  จริงๆผมรู้นะ แค่มองก็รู้แล้วว่าไอ้อู๋คงจะชอบไอ้โพดหน่อยๆ เหมือนมันจะทำคะแนน ไอ้อู๋มันชอบคนเรียบร้อยนิ่งๆครับ



“ผัวพ่อมึงสิ เดี๋ยวกูจะเอาตีนถีบหน้ามึง หน้าไอ้เหี้ยนี่ด้วย!”  ไม่พ้นปรายตาไปจิกใส่ไอ้โพดที่สะดุ้งหลบไปยืนอยู่ข้างหลังไอ้อู๋



“มึงพาลแล้วนะกุ๊ก”



“แล้วมึงจะทำไม”



“พอๆ พวกมึงจะทะเลาะกันทำไมวะ เอามานี่น้ำกูแดกเอง มึงก็พอแล้วกุ๊กไม่ต้องพูดไรแล้ว ไอ้อู๋...ไอ้กุ๊กมันคงร้อนอ่ะ”



“ใช่ กูร้อนใจมากๆเลยล่ะ” 



มันที่ว่าออกมาแบบนั้นแล้วหันหลังให้ไอ้โพดแบบเปิดเผย ไม่เข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร  แต่ก็ยิ้มแหยๆส่งไปให้มันเป็นการขอโทษแทน  จริงๆมันก็ไม่ยุติธรรมเท่าไหร่ เห็นแบบนี้ก็สงสารไอ้โพดมันครับ ปกติก็ไม่ค่อยมีเพื่อน มันตั้งใจไปซื้อน้ำตั้งไกลมาให้ มันก็คงอยากจะเป็นเพื่อนกับเรา



“มึง ไอ้โพดมันก็น่าสงสารนะ แล้วดูเหมือนไอ้อู๋จะชอบมันนะ”  เอียงหน้าไปกระซิบไอ้กุ๊ก มันที่ทำหน้าเบ้ออกมาอีกที



“ตาต่ำ ไอ้ควาย”



“มึงนี่”



“มึงน่ะเงียบไปเลย นู้นๆไอ้บินมาแล้ว”



“สัด กูตั้งใจเรียนก่อน เดี๋ยวมันจะมาถามอะไรกู”



ถือเป็นโชคดีของผมก็ตรงที่วันนี้ไอ้บินมันมาสาย พอมันเดินเข้ามา ตาตี๋ๆของมันก็จ้องตรงมาที่ผมเขม็ง มันที่ตั้งท่าจะปรี่เข้ามาหาผม แต่อาจารย์ก็เข้ามาก่อนพอดี และวันนี้ไอ้กุ๊กก็มานั่งข้างๆผมแทน ไอ้บินที่มาสาย มันไม่มีทางเลือกเลยต้องไปนั่งติดหน้าต่างโชคดีชะมัด



พอเลิกเรียน ผมที่รีบคว้ากระเป๋าแล้วตะโกนบอกว่ามีธุระก็รีบวิ่งชิ่งออกมาจากห้องก่อนที่ไอ้บินจะมีจังหวะได้ถามอะไร จริงๆก็รู้ว่าไม่มีทางหลบไอ้บินพ้นหรอก แต่ว่านะ....ขอกูหนีอีกสักวันละกัน .... ผมเดินลงมาจากตึกเรียนเดินไปตามทางที่นำไปสู่ลานจอดรถ ก่อนหน้านี้พี่ธรส่งไลน์มาบอกว่าวันนี้จอดรถอยู่ที่ลานด้านหลังตึก ผมเลยเดินมาที่นี่ กำลังมองหาพี่ธรแต่ไม่เจอ แต่ดันหันไปเจอเข้ากับกลุ่มคนที่ยืนอยู่ในมุมอับตรงนั้นสองสามคน กลิ่นบุหรี่ที่ลอยครุ้งไปหมดในตรอกแคบๆอับๆ  ผมที่แอบหลบโดยสัญชาตญาตความขี้เสือก ก่อนจะค่อยๆยื่นหัวแอบมอง แล้วก็ต้องเบิกตากว้าง  ผู้ชายที่สูบบุหรี่อยู่ตอนนี้มันคุ้นมากๆ  ปากแหลมๆที่กำลังอ้าออกเพราะพูดไม่หยุด  คุ้นมากเพราะเหมือนพึ่งผ่านตามาเมื่อคืน



ไอ้หน้าจิ้งเหลน...



มันมาทำอะไรที่นี่วะ หรือว่ามึงยังไม่จบกับกูวะไอ้เหี้ย!



แต่เหมือนมันกำลังยืนพูดอยู่กับใครบางคน ใครบางคนที่ผมเห็นหลังแล้วรู้สึกคุ้นๆ และในจังหวะที่คนๆนั้นหันมา ผมก็ต้องนิ่งค้างเหมือนถูกสะกด เพราะผู้ชายที่กำลังยืนคุยอยู่กับไอ้หน้าจิ้งเหลนไม่ใช่ใคร



คนคนนั้นคือคนที่พึ่งซื้อน้ำมาให้พวกเรา มือเล็กๆที่ก่อนหน้านี้ยื่นแก้วน้ำมาให้ผม หน้าตาซื่อๆภายใต้กรอบแว่นที่ผมจำได้ดี



ข้าวโพด...





---------------------



มาแล้วจ้าาาาา แคทมาแล้ววว  เชิญค่ะ เชิญเกรี้ยวกราดกันในตอนนี้เลยจ้าาา อิอิ อะไรยังไง ข้าวโพดอ่ะคุณ

ยังไงๆๆๆๆ อิ๊ๆๆๆ และสำหรับใครที่ถามว่า พี่ทัพลืมแดกยามาหรอทำไมใจดี

แคทอยากอธิบายตรงนี้สักเล็กน้อย อยากจะบอกว่า จริงๆพี่ทัพอยู่ในช่วงที่สับสนนะ เพราะหลักฐานที่มีแต่เวลาอยู่กับน้องเมล น้องก็ไม่ได้เหมือนคนที่จะสั่งฆ่าใครได้ ที่พี่มันใจดีกับน้องขึ้นบ้าง ก็เพราะคำพูดของพี่ปืนและพี่ดาบ เอ๊ย เจ๊ดานี่ของเรานั่นเอง 5555 อยากให้เข้าใจพี่มันนิดนึง คนๆนึงที่มีหลักฐาน จะให้พี่มันใจดีกับคนที่ทำลายครอบครัว มันก็ไม่ได้ใช่ไหมล่า  อิอิ

ส่วนข้าวโพด อะไร ยังไง มะรู้จ้าาาา (คนอ่านเขวี้ยงรองเท้าใส่)

และอีกเรื่อง แคทอยากขอโทษจริงๆที่แคทเขียนนิยายได้ช้า และอาจทำให้คนอ่านไม่สบอารมณ์ที่กว่าจะมาต่อคือก็อาทิตย์นึง แคทขอโทษจริงๆนะคะ แคทพยายามแล้ว แต่อาจจะยังดีไม่พอ แคทต้องขอโทษมากๆ แคทเสียใจจริงๆ

แล้วก็ขอบคุณคนอ่านที่ยังอยู่ด้วยกัน แม้ว่าอะไรหลายๆอย่างแคทยังทำได้ไม่ดีพอ ขอบคุณและขอโทษจริงๆค่ะ



ปล.พึ่งเขียนเสร็จ ยังไม่ได้ดูคำผิดใดๆเลยจ้าาาา


ขอขอบคุณursleepingxd   คุณยูเจ้าเก่า ขอบคุณมากๆที่ยังติดตามแคทและคอยให้กำลังใจแคทเสมอ ไม่ว่าจะคอยคอมเม้นท์ให้กัน หรือแม้แต่คำพูดดีๆที่คอยให้กำลังใจแคทในเพจเสมอ แคทขอบคุณมากๆจริงๆค่ะ ขอบคุณที่อยู่กับแคทมาเสมอๆในทุกเรื่องและยังให้กำลังใจกันอยู่แบบนี้ แคทหวังว่าตอนนี้ ไม่มีน้องหลง คุณยูอาจจะชอบไม่มากก็น้อยน้าาา


ขอขอบคุณคุณkunt  แง้ ปมมันอาจจะเยอะเกินไป อย่าพึ่งเบื่อกันนะคะ ยังไงลองมาอ่านต่ออีกน้าา ตอนนี้อาจทำให้ด่าคนเขียนได้ ฮ่าๆ แต่ขอบคุณมากๆสำหรับที่เปิดเข้ามาอ่านและยังคอมเม้นท์ให้แคทอีก ขอบคุณมากๆนะคะ


ขอขอบคุณคุณblove เข้ามาแล้วได้อ่านคอมเม้นท์คุณbloveคือแคททั้งตกใจดีใจและประทับใจเสมอเลย ขอบคุณมากๆจริงๆนะคะสำหรับคอมเม้นท์ดีๆและยาวมากๆ แคทไม่เคยเบื่อที่จะอ่านเลย ขอบคุณเสมอจริงๆ ขอบคุณที่เปิดเข้ามาอ่านเรื่องนี้ และยังอ่านอยู่จนถึงตอนนี้ อาจมีอะไรผิดพลาดไปบ้าง แคทต้องขออภัยด้วยนะคะ ยังไงถ้ายังชอบ มาอ่านอีกนะคะ จุ๊บๆ


 :3123: :L1:

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
เอาแล้วววววว ข้าวโพด ซื่อๆใสๆแอบมีอะไรในกอไผ่ หึหึ!! นี่หรือป่าวว่ะ ที่รู้เรื่องและอยู่เบื้องหลังทุกอย่าง แล้วคอยปั่นสร้างสถานการณ์ อืมมมม!สงสัยๆ .. อ้าวๆมึง ต้องคิดใหม่ละเมล ว่าคนอย่างนี้จะไปรู้จักมักจี่กับคนพวกนั้นอย่างไร แล้วไหนจะเพื่อนกุ๊กอีก ถ้ารู้ว่าข้าวโพดเป็นคนยังไงแล้วไมถึงไม่บอกเพื่อน หรือว่ายังไง //วันนี้รอด แต่วันหน้าอาจพลาดก็ได้ ถ้าไม่ระวังตัว ควรสืบจริงจังนะเมลเพราะเขามุ่งเป้ามาที่ตัวเองเลย ไม่ใช่ไอ้พี่ทัพ แต่ว่านะ อะไรนะ ไอ้พี่ทัพ พูดอีกทีสิ "เพราะ.....มันคือคนของกู" โว้ๆๆ จร้าๆๆ ชัดๆ อีกทีสิ อัยยะ 555555555 แล้วก็นะ เอาเล้ยยยเอาเลยถ้าใครตามตอแยเมล จัดการมันอย่าให้เหลือ ดูๆไปฝีปากไอ้พี่ทัพมันร้ายใช่เล่น ฮ่าๆ อารมณ์ก็ขึ้นๆลงๆหรอก สเปคเมลมันเป็นแบบนี้หรอวะ  555555 แต่เอาจริงคู่นี้มันก็เหมาะกันนะ ลงตัวแบบพิลึกๆ 55555 คือถ้าคบกันมันไม่น่าจะเบื่อกัน ไม่ #หมดpassion ไรงี้อ่ะ 55555555  //เราก็ยังคงวิ่งวนสงสัยกันต่อไป แต่ก็ได้เบาะแสเพิ่มนิดหน่อยเกี่ยวกับข้าวโพด เดี๊ยะค่อยๆสืบจากไรท์ จากตอนต่อไป เพิ่งอ่านจบตอนก็รอต่อเลยค่ะ ปั่นเสร็จเมื่อไหร่ก็เมื่อนั่นนะคะ ไม่ต้องรีบเร่งมีอารมณ์ค่อยปั่น เพราะยังไงก็รอได้ค่ะ ไม่เทก็พอ 555 ^^ สนุกกกกกกกกกก ชอบๆ

ออฟไลน์ ursleepingxd

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ตอนนี้ไม่มีน้องหลง ชื่อเรื่องก็บอกอยู่ว่าหลงร้าย แปลว่าต้องมีน้องหลงเป็นตัวเอกหรือเปล่าคะ  :katai5:

ล้อเล่นนนนน

นั่น ข้าวโพด มีอะไรรรร แล้วกุ๊กไปรู้อะไรมาน้าาาา เจ้มจ้นนน ติดตามค่ะ

คุณแคทอย่าคิดมาก อย่ากดดันตัวเองนะคะ เราไม่ได้รู้สึกว่าช้าหรืออะไรเลย เขียนแบบที่ตัวเองสะดวกและสบายใจนะคะ สู้ๆค่ะ  :กอด1:

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 918
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +570/-0

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ


บทที่11




ไม่ผิดแน่ๆ ตัวสั้นๆไม่สูงมากแถมใส่แว่นหนา หน้าตาติ๋มๆแบบนั้นมันไม่ผิดแน่ๆ มันจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก ข้าวโพด



ก่อนเลิกเรียนผมเห็นข้าวโพดมันรับโทรศัพท์ แล้วบอกกับพวกเราว่ามีธุระด่วน ผมที่ว่ารีบๆแล้วยังไวไม่เท่า ข้าวโพดออกจากห้องเรียนมาก่อนเลิกประมาณ5นาที  แต่ไม่คิดว่าธุระด่วนที่ว่าจะเป็นธุระกับไอ้พวกนี้  ผมจำได้แม่น ไอ้หน้าจิ้งเหลนเมื่อคืนนี้ยังไงล่ะ



.... ผมหลบอยู่ข้างหลังแท็งค์น้ำดื่มเก่าๆตรงมุมอับแล้วได้แต่อ้าปากค้างกระพริบตาปริบๆแบบไม่เชื่อสายตาตัวเอง พยายามทำตัวให้ลีบแบนแนบไปกับแท็งค์น้ำและถังขยะข้างๆตัวให้มากที่สุดเพื่อที่คนกลุ่มนั้นจะได้มองไม่เห็นผมได้



“คนที่ส่งไอ้หน้าจิ้งเหลนมาทำร้ายผมคือ ข้าวโพด หรอวะ”  ผมได้แต่พึมพำเบาๆกับตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่ออีกรอบ  ผมมั่นใจว่าตลอดเวลาที่เรียนอยู่ที่นี่มา4ปี ผมไม่เคยมีปัญหากับข้าวโพดแน่ๆ แล้วนี่มันเรื่องอะไรกันวะ



‘เพี้ยะ!’



เสียงตบฉาดใหญ่เรียกให้ผมหันไปมองอีกครั้ง  ข้าวโพดที่ทำหน้าตาโกรธๆแล้วกำลังตบไอ้หน้าจิ้งเหลนอีกหนึ่งที เห็นข้าวโพดมันกำลังชี้หน้าพร้อมด่าไปด้วยติดก็ตรงที่ผมไม่ได้ยินว่ามันพูดอะไรกัน  หน้าตาที่ดูไม่สบอารมณ์และโมโหร้ายภายใต้กรอบแว่นแบบนั้น  นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นว่าข้าวโพดมันเกรี้ยวกราดได้ขนาดนี้ เป็นความเกรี้ยวกราดร้ายๆที่ไม่เข้ากับหน้าตาติ๋มๆของมันเลยด้วยซ้ำ  ไม่รอช้าผมรีบหยิบมือถือขึ้นมาทันถ่ายรูปพวกนี้ไว้เป็นหลักฐาน



“ฮ่าๆๆๆ”



เสียงหัวเราะดังลั่นที่ทำให้ผมต้องเบี่ยงสายตาหันไปมอง  และก็ไม่ใช่แค่ผม ไอ้ข้าวโพดและพวกหน้าจิ้งเหลนนั่นก็ด้วย มันที่ชะโงกหน้าออกมาจากซอกตึกตรงนั้น พอเห็นว่ามีคนกำลังมา พวกมันก็พากันหลบเดินหนีกันออกไป ขมวดคิ้วนิดหน่อยเพราะกูยังไม่เรื่องอะไรเพิ่มเติมเลย แม่ง มองตรงไปข้างหน้า ภาพที่เห็นคือเด็กหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มที่สองไม้สองมือกำลังหอบขนมมาเต็มอ้อมแขนและกำลังเดินคู่มากับพี่ธร  ไอ้เวน ไอ้เด็กกุญแจ มึงมาทำอะไรที่นี่ไม่ทราบ!



สิ่งมีชีวิตสองคนที่เดินหน้าระรื่นเข้ามาใกล้ตรงจุดที่ผมแอบอยู่เรื่อยๆ พี่ธรที่หันซ้ายหันขวา คิดว่าน่าจะมองหาผม กูอยู่นี่โว้ยยย มาช่วยกูด้วยจ๊ะ ตะคริวกินขา ลุกไม่ขึ้นโว้ยยย



“พี่ธรโว้ย!”  ตะโกนเรียกออกไปแบบนั้น พี่ธรที่ได้ยินเสียงก็รีบวิ่งเข้ามาหา ก่อนจะมองผมด้วยสายตางงๆ ยัง ... ยังไม่ช่วยกูอี๊ก!



“อ้าวววว พี่เมล สวัสดีครับผม”  ยิ้มกว้างๆปากจะถึงหูตอนที่ไอ้กุญแจนั่นเดินตามหลังพี่ธรเห็นผมนั่งยองๆทำหน้าหงุดหงิดอยู่ข้างๆถังขยะแบบนี้ นี่มึงสะใจกูเรอะไอ้เด็กอ้วน



“คุณเมล ไปนั่งทำอะไรตรงนั้นล่ะครับ” 



พี่ธรที่ถามผมออกมาแบบงงๆ แล้วรีบช่วยดึงผมให้ลุกขึ้นยืนดีๆ อู้วว ร้าวยันปลายนิ้วก้อย อาการที่เรียกได้ว่าใครมาแตะขากูตอนนี้จะด่าไปถึงพ่อ เคยเป็นไหมครับ ขาที่จะรู้สึก วิ้ง วิ้ง วิ้ง วิ้ง



“เรื่องของผมเถอะน่า แล้วพี่มากลับ...”  บู้ยปากไปใส่ไอ้เด็กหน้าตาน่ารักที่ตอนนี้ดึงลูกชิ้นปิ้งออกมากินหน้าตาเฉย

 

“อ่อ บังเอิญวันนี้ผมมาไวครับ เลยไปเซเว่น แล้วเจอคุณกุญแจเข้า”



“กินไหมครับพี่เมล” ไอ้เจ้าของชื่อที่ไม่ฟังฟ้าฟังฝนว่าคนเขาพูดถึงมันยังไง มันที่แค่เงยหน้าขึ้นมาหาผมพร้อมยื่นไม้ลูกชิ้นปิ้งไม้นึงมาให้พร้อมยิ้มปากกว้างตาปิด  นี่มึงกวนตีนกูเรอะ!



หงุดหงิดนะครับแหม่ เห็นแบบนั้นเลยกระชากไม้ลูกชิ้นจากมือมันมากัดเข้าปากแม่ม โอ้โหหหห ใส้กรอกแดงย่างราดน้ำจิ้มเด็ดๆ เคยกินกันไหมคุณ ลูกชิ้นที่ผสมสีแน่ๆและน่าจะมีสารนู่นนี่นั่นแต่ดันเสือกอร่อยจ๊ะ หูย บอกตรงๆฟินจุงเบย~



“อร่อยใช่ม้า แจชอบมักๆ พี่ธรเอาไหมครับ”



“ไม่เอาครับ”



“เนี่ย พลาด คนไม่รู้จักของอร่อย” 



มันที่เบ้ปากใส่พี่ธรแล้วหันมายิ้มให้ผมทั้งตาทั้งปากอีกหนึ่งที  กูนี่เผลอยิ้มตอบเลย ให้ตายเหอะ เคยบอกไปแล้วใช่ไหมล่ะครับว่าไอ้เด็กนี่น่ะ พอมันยิ้มแล้วเหมือนจะทำให้โลกรอบๆนี้สดใสไปหมด และนั่นมันก็คือเรื่องจริง



“พี่เมลทำไมทำหน้าแบบนั้น”



“แบบไหนวะ”  กูไม่หน้าเผลอจ้องหน้าแม่ง เอาจริงๆถ้าไม่มีอคติส่วนตัวจากครั้งที่แล้วที่ไอ้ทัพมันแสดงท่าทางที่ดูจะพิเศษกับไอ้เด็กนี่มากกว่าคนอื่น ผมก็อาจจะชอบมันอ่ะนะ ดูเป็นเด็กร่าเริงสดใส่ และแดกดุ



“แบบนี้ เหมือนมีอะไรอยากจะพูด อยากพูดอะไรกับแจหรอฮะ?”



“เสือกจัง”  บ่นเบาๆพอให้ได้ยินคนเดียว แต่มันก็ขี้เสือกพอที่จะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆหน้าผม มันที่สูงน้อยกว่าผม สูงประมาณคางผมนี่แหล่ะ



“พูดไรนะ แจไม่ได้ยินเลย”



“โว้ยย ถอยไปหน่อยสิวะ จะเข้ามาใกล้ทำไม”  ดันมันออกไปไกลๆตัว แต่อีกคนก็พยายามขืนไว้ มีพี่ธรที่ยืนมองเรานิ่งๆแต่สายตาดูเหมือนจะมีความสุข แม่งเอ๊ย หน้าตายทั้งนานทั้งลูกน้อง



“นี่พี่ธร เมื่อไหร่จะพาผมกลับ”  ดันไอ้ลูกหมูนี่ออกไปไม่ได้ ก็เลยหันไปถามอีกคนแทน



“ต้องขอโทษด้วยครับคุณเมล พอดีผมมีธุระกับอธิการบดีนิดหน่อย ยังไงคงรบกวนคุณกุญแจฝากคุณเมลไว้สักครู่นะครับ”



“ได้เล๊ยครับบบ”



“เห้ยๆๆพี่จะมาฝากผมทำไมวะ ผมดูแลตัวเองได้โว้ย”



“ไม่ได้หรอกครับ ยังไงเดี๋ยวผมจะรับกลับมานะครับ”



“เห้ยพี่! พี่โว้ยยย”



“ไปดีมาดีนะครับพี่ธร พี่เมลลลล เราไปนั่งตรงใต้ต้นไม้นั่นดีกว่า ผมเริ่มหนักแล้ว มีของกินเยอะแยะเลยแน่ะ”   ไอ้กุญแจที่ยืนโบกมือหยอยๆลาพี่ธรอยู่เมื่อกี้ หันหน้ามามองผมผมยิ้มอีกครั้งพรางว่าออกมาแบบนั้น  มองดูของเต็มอ้อมแขนของมัน เออ มึงก็น่าจะหนัก



“นี่มึงมียันถังไก่เคเอฟซีเรอะ”



“ใช่สิ แจอยากกินก็ต้องได้กินดิพี่ ชีวิตเราคือการกิน จะสุขจะเศร้าจะเหงาเราก็ต้องกินนะรู้ยัง ปะๆไปกันเถอะ” 



โยนถังไก่มาให้กูอุ้มไว้ทั้งแบบนั้น ส่วนมืออีกข้างของมันก็ถือวิสาสะเอื้อมมือมาจับมือผมแล้วลากไปในทางที่มันอยากไป  ครับ....ใต้ต้นหูกวางข้างๆลานจอดรถมีโต๊ะม้าหินแบบกลมตั้งเรียงๆไว้อยู่ ไม่ไกลจากรถที่พี่ธรจอดไว้เท่าไหร่นัก ไอ้เด็กกุญแจนี่กระโดดลงนั่งลงที่เก้าอี้ม้าหิน พร้อมๆกับวางถุงของกินลงบนโต๊ะอย่างร่าเริง คือกูกับมึงเราสนิทกันหรอจ๊ะ อยากรู้



“พี่เมลมานั่งๆ เอาไก่ของกุญแจมาด้วย” 



กวักมือเรียกกูเหมือนเรียกหมาเรียกแมวไปอีก แล้วนี่ไม่รู้มันเชิญหรือจริงๆมันอยากได้ไก่เคเอฟซีของมันกันแน่  แต่เมื่อไม่มีทางไป ก็เลยตัดสินใจนั่งลงตรงข้ามมัน มองมันแบบประเมินไว้ก่อน มันจะมาไม้ไหน  ถ้ามาแบบในละครหลังข่าวบอกว่าชอบทัพหน้า พ่อจะโบกหน้าให้



“มองแจแบบนั้นอีกแล้ว เหมือนมีอะไรอยากจะถามแจเลยอ่ะ”  ไอ้เด็กกุญแจที่เงยหน้าขึ้นมาจากถังไก้ทอดของมันพร้อมพูดออกมาแบบนั้น ในมือมันข้างนึงถือน่องไก่ไว้อยู่ด้วย เอื่ม....



“เปล่าหรอก กินไปเหอะ”  ส่ายหน้าหน่อยๆแล้วหันหน้าหนีมัน



“มีอะไรทำไมไม่พูดอ่ะฮะ พูดได้นะ สายตาพี่ดูกังวลตลอดเวลาเลย”



มันบอกแบบนั้นพรางกัดไก่ในมือเข้าปาก มืออีกข้างก็เอาซ้อมจิ้มไก่มาให้ผม มีกล่องที่มันขอมาจากร้านลองมาให้เรียบร้อย



“กินด้วยกันสิฮะ กินคนเดียวมันไม่อร่อยอ่ะ”



“ไม่อร่อยแล้วมึงซื้อมาทำไมเยอะแยะ”  ถามแบบนั้นแต่ก็ลงมือกิน ก็คือกลิ่นมันยั่วยวนมากอ่ะครับ



“นี่ถือว่าปกตินะ เยอะหรอ นี่ๆแจยังมีนี่อีก หนมครกจากหน้าม.แล้วนี่ๆข้าวเหนียวหมูฝอยเจ้านี่อร่อย อ๊ะ น้ำจิ้มหกเลยอ่า”  บ่นงุ้งิ้งๆของมันตอนที่ดึงปลาหมึกไข่ย่างที่ราดน้ำจิ้มแล้วออกมาจากถุงที่มันวางไว้บนโต๊ะก่อนหน้านี้



“นี่คือมึงเอามาแดกคนเดียวหรอกูถามจริงๆ”  มองมันแบบอึ้งๆ ส่วนมันก็ยิ้มกว้างพรางพยักหน้าส่งมาให้ผมแบบหน้าชื่นตาบาน



“ชีวิตคือการแดกนะพี่เมล การแดกทำให้เราหายเครียด แต่ถึงไม่เครียดก็ต้องแดกครับ เอนจอยยย”



“หรอวะ” 



ว่าออกมาเบาๆ แต่ก็นะ ถูกของมันกูเครียดมาก เรื่องข้าวโพดแม่งวนอยู่ในหัวไปหมด ทำไมมันถึงอยู่กับไอ้หน้าจิ้งเหลนนั่น ว่าแล้วก็เอื้อมมือไปหยิบปลาหมึกไข่ออกมาจากถุงแล้วเอาเข้าปาก แค่น้ำจิ้มแตะลิ้นเท่านั้นแหล่ะ โอ้วจอร์จมันยอดเยี่มมากซาร่า!



“เด็ดใช่มะล่า น้ำจิ้มมันเด็ดมากใช่ไหมฮะ” 



ไอ้กุญแจที่เอามือเท้าคางตัวเองมองผมตาแป๋วแบบมีความหวัง ผมที่เบิกตากว้างๆมองมันก่อนจะยกนิ้วโป้งให้ ให้แจที่ตบมือถูกอกถูกใจใหญ่ที่เห็นแบบนั้น  มันยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีและเราสองคนก็เริ่มกินอาหารที่ไอ้แจซื้อมาราวกับคนติดป่าที่หิวโหย



“โว้ยยย อิ่มมากโว้ย”



“ท้องแตกๆ ท้องแจต้องแตกแน่ๆเลย” อีกคนที่ตอนนี้เอาตัวเองไปพิงกับลำต้นของต้นหูกวางพลางลูบท้องตัวเองป้อยๆ



“แม่งแดกดุขนาดนี้ ของที่ซื้อมายังไม่หมดเลยมึง”



“ยังเหลืออีกหรอ หูย สงสัยวันนี้จะซื้อดุไปจริง”



“มึงพึ่งคิดเรอะ”



“ฮ่าๆๆ ตอนนั้นความหิวมันครอบคลุมจิตใจ พี่เมลไม่รู้หรอก ตอนที่แจเดินผ่านรถปลาหมึก ร้านซูชิ น้องๆพวกนี้มันมองแจแล้วบอกแจว่า มามะๆมาแดกกูสิ มึงหิวไม่ใช่หรอ แบบเนี้ย”



“เล่าเป็นเรื่องเป็นราว จริงๆมึงแค่ตะกละ” 



ว่าพลางยื่นมือไปดันหัวมัน อีกคนที่ก็ขำออกมาเอิ๊กอากเหมือนเด็ก เห็นแบบนั้นก็บ้ายิ้มตามมันออกมา จริงๆมันก็ดูน่ารักดี เป็นเด็กคุยเก่งคุยเป็นวรรคเป็นเวนคุยอยู่คนเดียวมันก็เอา



“พี่เมลยิ้มแล้วน่ารักออก ทำไมไม่ยิ้มบ่อยๆยิ้มแล้วสวยมากเลย”  มันที่หยุดขำแล้วหันมามองหน้าผมแบบจริงจัง



“ทำไม?”



“ก็จริงๆนะ พี่เมลยิ้มสวยออก ทำไมชอบทำหน้าเศร้าหน้านิ่งๆเหมือนคนคิดอะไรอยู่ตลอดเวลาเลยอ่ะ”



“ก็ชีวิตกูมันเศร้า”  บอกมันออกไปแบบนั้นพรางหันหน้าหนี จริงๆผมก็อยากเป็นแบบไอ้กุญแจมันนะ มันที่ดูเหมือนไม่เครียดกับอะไร ยิ้มสดใสและมีความสุข



“เศร้ามากแค่ไหน ยังจะมีใครเศร้ากว่าพี่ทัพอีกหรอ”  มันที่บ่นออกมาแบบนั้นทำให้ผมต้องหันไปมองหน้า แต่มันทำเพียงแค่ยิ้ม



“พี่ทัพน่ะ เพราะเป็นคนที่อยู่บนจุดสูงสุดที่พ่อแม่คาดหวัง มันโคตรเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากๆเลยนะแจว่า อยากทำอะไรก็ไม่ได้ทำ จริงๆพี่ทัพนะอยากเรียนวิศวะเท่ๆ แต่คุณลุงก็ไม่ยอมอ่ะ เพราะคุณลุงกลัวไม่มีใครดูธุรกิจของครอบครัว เพราะแบบพี่รบกับพี่รุกที่เมื่อก่อนไม่ลงลอยกันมากๆจนถึงขั้นบอกว่าจะไม่ทำอะไรทั้งนั้นของที่บ้าน คุณลุงก็คงฝากอะไรไว้กลับใครก็ไม่ได้ ถึงต้องบังคับพี่ทัพให้เรียนบริหาร โชคดีนะที่พี่ทัพเรียนเก่ง จะทำอะไรก็เลยดีไปหมด”



“นายนี่ดูจะรู้จักไอ้ทัพหน้ามันดีมากเลยนะ สนิทยันครอบครัวมันด้วย” 



มองหน้าเจ้าเด็กน่ารักที่ลูบท้องตัวเองไปพูดไปแล้วรู้สึกวูบไหวในใจแปลกๆ  กุญแจรู้ทุกเรื่องของทัพ แต่ผมทำอะไรอยู่ล่ะหลังจากที่พี่มันจบไป ก็เป็นแค่คนที่เพ้อๆถึง แต่ไม่เคยได้เข้าใกล้ ไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับมันเลยสักอย่าง



“เอ้า ก็ต้องสนิทสิฮะ ก็เราเป็นพี่น้องกันนะ ลูกพี่ลูกน้องน่ะพี่เมล ญาติอ่ะรู้จักอ๊ะเปล่า”  ไอ้กุญแจว่าออกมาแบบนั้นพร้อมมองผมตาแป๋ว ... อ๋อ ญาติ ... แต่เดียวนะ!



 “ห๊ะ!”



“เหวยย เสียงดังจัง ตกใจหมดเลย”   ผมที่แหกปากใส่หน้ามันจนเจ้าเด็กนี่ตกใจสะดุ้ง แต่ไม่สนหรอก



“ลูกพี่ลูกน้องหรอห๊ะ หมายความว่าไง!”



“เอ้า ทำไมพี่เมลไม่ฉลาด ลูกพี่ลูกน้องก็พี่น้องไงฮะ”  เอียงคอมองกูเหมือนสัปหลาดที่เข้าใจยากไปอีก มันที่ถอนหายใจออกมาหน่อยๆพร้อมส่ายหน้าน้อยๆส่งมาให้ผมแบบระอาใจ เอ๊ะ ไอ้เด็กนี่



“ก็พี่ปืนกับพี่ทัพอ่ะ ถึงจะรุ่นเดียวกัน แต่จริงๆก็เป็นลูกพี่ลูกน้องกันนะครับ ก็พ่อพวกเราเป็นน้องชายพ่อพี่ทัพนี่นา”   



“มะ...ไม่เคยรู้เลย”



“เอ้าหรอฮะ สงสัยพี่ทัพจะอยากเซอร์ไพรซ์”   



เซอร์ไพรซ์กับผีนะสิ! ได้แต่กัดฟันกรอดตอนที่ได้ยินแบบนั้น แบบไอ้ทัพน่ะ มันไม่ตั้งใจจะเซอร์ไพรซ์อะไรหรอก มันน่ะแค่อยากกวนตีนผมเท่านั้นแหล่ะ วุ้ย! นึกภาพตัวเองวันนั้นที่เด้งตัวลุกจากเก้าอี้แล้วกูอยากวิ่งหนี วันนั้นกูปวดฉี่เฉยๆนะ ไม่ได้หึงเลยนะ จริงจริ๊ง!



“ก็ว่า วันนั้นพี่เมลมองแจแปลกๆ คงงงอ่ะดิ๊ว่าทำไมสนิทกับพี่ทัพ ก็ตอนเด็กๆพวกเราชอบมาเล่นด้วยกัน แล้วพี่ทัพก็ใจดีแจเลยสนิท แต่พอม.ปลายแจก็ถูกส่งไปเรียนที่ออสฮะ พึ่งกลับมาเมื่อไม่นานมานี้เอง มาต่อมหาลัยที่นี่ แจไม่ยอมอยู่ต่อล่ะ ทำไมต้องบังคับด้วย”   



ผมไม่ได้ฟังที่ไอ้เด็กนี่มันเจื้อยแจ้วมากนัก ก็เล่นพูดเป็นวรรคเป็นเวรอยู่คนเดียวแบบนั้น  แต่ตอนนี้ผมกำลังคิดถึงใครที่เป็นหัวข้อสนทนาของพวกเราก่อนหน้านี้  ภายใต้กรอบหน้านิ่งๆเหมือนคนไม่รู้สึกอะไร จริงๆมันกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่นะ



“แล้วพี่ทัพนะฮะก็ไม่มีอิสระอะไรนักหรอก ขนาดเรื่องความรักก็ยังเลือกไม่ได้ น่าสงสารรรรร”



“หื้ม มึงว่าไรนะ”



“หื้ม พูดไรอ่ะ แจก็พูดไปเรื่อย”



“อะไรที่บอกว่าเรื่องความรักก็เลือกไม่ได้”



“เอ้า ก็จริงอ่ะ พี่ทัพนะเคยช.....”



“เห้ย!ไอ้เมล!!” 



เสียงเรียกชื่อผมดังสนั่นหวั่นไหวแบบไม่อายใคร ทั้งผมทั้งไอ้กุญแจถึงกับสะดุ้ง พอหันไปด้านหลัง ครับ.....ไม่ใช่ใคร ไอ้สัดอู๋! พ่อเป็นสก๊อตไบร์ทมั้ง ขัดดีจัง  .... ผมถอนหายใจเซ็งๆ เมื่อเห็นไอ้เพื่อนตัวดีที่กำลังเดินเข้ามาหาพรางยิ้มหน้าระรื่นมาเชียว



“ทำไมมานั่งอยู่นี่วะ ไหนบอกมีธุระ”



“เออ ก็....”



“ใครอ่ะพี่เมล”  ในช่วงที่กำลังพยายามหาเรื่องแถ ไอ้กุญแจก็สอดขึ้นมาก่อนทันที ไม่รู้จะขอบคุณมันดีไหม ไอ้อู๋ที่หันไปมองมันแล้วเลิกคิ้วขึ้นข้างนึงเหมือนอยากจะถามว่าไอ้เด็กนี่มันคือใคร



“แล้วเราเป็นใครวะไอ้เด็กแก้มอ้วน”  ไอ้อู๋หรี่ตามองไอ้แจแบบเรียกได้ว่า ถ้าผมเป็นไอ้แจ กูจะเอาเท้าลูบหน้ามึงจ๊ะ กวนตีนอะไรเบอร์นั้นอ่ะเพื่อนกู



“เอ้าลุง ไมปากหมางี้อ่ะ”



“โอ้โหหห เห็นหน้าหล่อๆกูไหมไอ้เด็กอ้วน เดี๋ยวๆมึงโดนเรียกกูลุงเลยเรอะ” 



ไอ้อู๋กับไอ้แจที่จ้องมองกันเขม็ง ถ้าเป็นในการ์ตูน ตอนนี่จะต้องมีไฟฟ้าแลบแปร๊บๆออกมาจากตามันสองคนแน่ๆ มองภาพมันทั้งคู่แล้วกูปวดหัว



“พอๆๆ มึงสองคนอย่าทะเลาะกัน”



“ก็ลุงเค้ามาว่าแจก่อน”  ชี้หน้าแบบไม่ยอม ไอ้อู๋เองก็ ยกมือมาตีเข้าที่มือมันแรงๆทีนึง



“เด็กนิสัยเสีย”



“ไอ้...”



 “พอๆๆๆพวกมึงสองคนคือพอออออ กูขอ จะมาทะเลาะกันทำไมวะ ไอ้อู๋มึงก็อย่าไปแกล้งมัน นี่มันชื่อกุญแจ เป็นลูกพี่ลูกน้องของไอ้...เอ่อ พี่ทัพหน้า”  บอกมันออกไปแบบนั้นไอ้อู๋ก็มองหน้าผมทันที มันขมวดคิ้วหน่อยๆก่อนจะทรุดตัวลงนั่ง



“ลุงงงงง มานั่งได้ไง”



“ยุ่ง กูจะนั่งกับเพื่อนกู ตรงไหนก็ได้”  หันไปเถียงกับไอ้แจแบบนั้น ก่อนมันจะจ้องหน้าผม



“กูไม่อยากยุ่งเรื่องมึงกับพี่ทัพหรอกนะ แต่...ถ้ามีปัญหาอะไร อย่าลืมว่ามึงยังมีเพื่อน ยังมีกู”  จ้องหน้าผมนิ่งๆแล้วบอกออกมาแบบนั้น ผมมองให้มันแล้วยิ้มตอบออกไปแบบขอบคุณ



“แต่มึงรู้ใช่ไหม ว่าไอ้บินมันคงไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆหรอก ยังไงสักวันมันก็ต้องเค้นมึง”



“อื้ม  ถ้ากูพร้อม กูจะเล่าให้พวกมึงทุกคนฟังเอง...แต่ตอนนี้ กู...กูโอเค” 



ตอบออกไปแล้วยิ้มให้มันอีกครั้ง แต่ในใจก็คิดๆว่า ตอนนี้กูโอเคแน่หรอวะ  กูจะทนให้มันทำร้ายหัวใจแบบนี้ต่อไปได้อีกแค่ไหนกัน



“ลุงงงงงงง นั่นซูชิแจนะ”



“เอ้าหรอ” 



สะดุ้งออกจากภวังค์ความคิดก็เพราะไอ้บ้าสองตัวนี้ ไอ้แจที่แหวเสียงดังแหวกอากาศออกมาตอนที่ไอ้อู๋ยื่นมือไปหยิบซูชิในถาดเข้าปากหน้าตาเฉย แถมตอบแบบลอยหน้าลอยตาออกมาแบบไม่สนใจ แถมยังเคี้ยวโชว์ให้ไอ้แจต้องเจ็บใจซ้ำอีก โว้ย กูอยากจะบ้า



“คืนมาเลย”



“ให้ก็คายใส่หน้ามึงหรอไอ้อ้วน”



“ไอ้นิสัยแย่ แย่ๆๆๆ” ว่าแบบนั้นพลางเขวี้ยงทิชชู่ใส่หัวไอ้อู๋  แม่งเอ๊ย มวยถูกคู่ แต่ทำไมกูต้องมาอยู่กลางวงหายนะนี่ด้วยวะ



“คุณเมลครับ เรากลับ...เอ่อ นี่...”



“อ้าวพี่ธรมาสักที ไปๆพี่กลับๆ ผมปวดประสาทกับไอ้สองตัวนี้มาก”



“เอ่อ จะดีหรอครับ”  พี่ธรมองภาพไอ้อู๋กับไอ้แจที่ยังเถียงกันไม่เลิกอย่างเป็นกังวล แต่ก็เข้าใจนะอีกฝ่ายคือลูกพี่ลูกน้องของเจ้านาย



“ดีพี่ ไปๆเถอะ เพื่อนผมไม่ฆ่าไอ้แจหรอก”



“เออ งั้นก็ได้ครับ ...คุณกุญแจ กลับก่อนนะครับ”



“คร๊าบบบ บายพี่ธรพี่เมล แจจะต้องเอาซูชิคืนให้ได้ก่อน เอาคืนมานะลุง!”



“เรื่องไรวะ มาเอาในท้องกูนี่”



“โว้ย ไอ้อู๋ กูกลับแล้วนะ แล้วมึงก็เลิกแกล้งน้องมันสักที”



“เออน่า บายมึง” 



พยังคิ้วให้ผมหน่อยๆ แต่ก็ยื่นมือไปเขกหัวไอ้แจอีกที แอบเห็นหางคิ้วพี่ธรกระตุก เห็นแบบนั้นก็กลัวพี่มันชักปืนมายิงเพื่อน เลยรีบดันหลังพี่ธรขึ้นรถไป  ส่วนไอ้สองตัวนี้ ถ้ามันจะตีกันตายก็เอาเลยจ้า



.

.

.

   
(มีต่อจ้าาา)



CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ

         กลับมาถึงบ้านของไอ้ทัพหน้าในเวลาประมาณหกโมงกว่าๆ รถติดมาก แถมบ้านหลังนี้ของมันก็ไม่ได้อยู่ใจกลางเมือง อยู่ที่นี่มาสักพักจนเริ่มคุ้นชิน และสังเกตว่าที่นี่ค่อนข้างใหญ่และเป็นส่วนตัว เป็นบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ท้ายหมู่บ้านชื่อดัง ตั้งโด่ดเด่นแยกตัวออกจากบ้านหลังอื่นๆค่อนข้างมาก อาณาบริเวณกว้างขวาง คิดว่าบ้านหลังนี้มันเหมาะกับบ้านเจ้าพ่อมาเฟียในหนังมากๆ มองไปทางไหนก็เห็นลูกน้องชุดดำของมันยืนประจำอยู่เป็นจุดๆ  แต่นั่นแหล่ะ ยังไงก็ไม่ต่างจากเงาหรอกคนพวกนี้ ก้าวเท้าลงจากรถด้วยความที่ในหัวมีแต่เรื่องให้คิดเต็มไปหมด อยากเอาไอ้หลงมาฟัดให้ชื่นใจ มองเห็นหลังมันไวๆเกินไปทางสวน



“ไอ้หลง” 



ตะโกนเรียกออกไปแบบนั้นแต่เหมือนเจ้าลูกแมวจะไม่ได้ยิน  มันที่วิ่งกระโดดตามผีเสือของมันไปเรื่อย เห็นแบบนั้นแล้วอดจะยิ้มตามไม่ได้ แค่เห็นตัวขาวๆของมันกระโดดไปกระโดดมาแบบนั้นก็รู้สึกฮีลหัวใจแล้ว เห็นแบบนั้นเลยเดินตามมันไป แต่ลูกแมวเด็กนี่พลังงานมันเยอะเหลือเกิน วิ่งตามมาเห็นหลังไวๆ แต่ตอนนี้ดันไม่เห็นซะแล้ว รู้ตัวอีกทีตอนที่หยุดเดินแล้วต้องชะงักกับภาพตรงหน้าที่ทำเอาเสียวสันหลัง นี่กูมาหยุดอยู่หน้ากรงไอ้เชอร์รี่ได้ยังไง ตั้งแต่วันนั้นก็ไม่ได้ย่างกายมาใกล้ที่นี่อีกเลย



“เอ๊ะ...เฮ้ย!” 



ตะโกนออกมาสุดเสียง เมื่อพอมองเข้าไปในกรงนั่นแล้วมองเห็นไอ้หลงมันกระโดดโลนเต้นวิ่งไล่จับผีเสื้อปีกสวยอยู่ในนั้น



“เข้าไปได้ไงวะ” 



หันซ้ายหันขวา ก่อนจะมองเห็นประตูกรงที่ถูกแง้มไว้ ก็คือปิดไม่สนิท และตัวเล็กๆแบบไอ้หลงก็คงจะวิ่งเข้าไปได้สบาย ใครมันลืมปิดกรงวะ!



“ไอ้หลง เมี้ยวๆๆ”  ร้องเรียกมันพลางทำเสียงมุมิๆไปด้วย แต่ไอ้ลูกแมวที่หันหน้ามามองเห็น ดวงตากลมโตของมันที่ดูสดใสมากขึ้นกว่าเดิม ปากของมันที่ร้องออกมาตอบรับผมหน่อยๆ



“ดีๆ เห็นกูแล้วออกมาเร็วๆ เมี้ยวๆ” 



กวักมือเรียกมัน แต่ไอ้ลูกแมวเด็กเหมือนเห็นว่ากูกำลังเล่นด้วยซะงั้น มันที่โดดไปโดดมาแบบนี้ใจ หัวกลมๆของมันที่เอียงไปเอียงมา ก่อนจะช้อนตาใสๆของมันมองผีเสือที่บินวนอยู่บนหัวมันเหมือนกำลังหยอกล้อ ไอ้ลูกแมวที่ดูจะฮึกเหิมอีกครั้ง ยกขาหน้าขึ้นมากระโดดจะจับผีเสื้ออีกรอบ ลืมกูไปเลยในตอนนี้



“ปัดโถ่เว้ย”  สบถออกมาแบบนั้น หันซ้ายหันขวาไปมองก็มองเห็นตรงมุมกรง ดวงตาซุกใสที่ผมยังจำได้ดี



ไอ้เชอร์รี่



มันที่กำลังนอนอยู่ในผ้าห่มสีแดงๆ มีแค่หัวของมันที่โผล่ออกมาจากผ้าห่มที่มันซุกตัวอยู่ สายตาที่กำลังจ้องมองไปที่ไอ้ลูกแมวตัวเล็กด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ใช่ เห็นแบบนั้นแล้วเสียวสันหลังวาบ... ไม่ผิดแน่ๆ สายตาแบบนั้น  สายตาไม่ต่างจากเวลาไอ้ทัพอยากกินกู เอ่อ...หมายถึงจะทำร้ายน่ะ จริงๆนะ



“แม่งเอ๊ย” 



สุดท้ายแล้วตัดสินใจโยนกระเป๋าและสัมภาระต่างๆของตัวเองกองอยู่ตรงนั้น  เอาวะเป็นไงเป็นกัน  วิ่งเข้าไปในกรง เหงื่อแตกพลักด้วยความกลัว มองตรงไปไอ้เชอร์รี่ที่ยังคงนอนนิ่งๆต่อไปของมัน ผมที่วิ่งไปตะคลุบอุ้มไอ้ตัวเล็กมาไว้ในอ้อมแขน



“เมี้ยววว” 



เสียงใสที่พอโดนผมอุ้มก็ร้องออกมา หัวเล็กๆที่เงยหน้ามองผมตาแป๋ว พอเห็นหน้าผมก็ร้องแง้วๆออกมาอีกครั้งอย่างตื่นเต้น อะ ดีใจที่เห็นกูไปอีก



“เฮ้อ ไอ้ดื้อเอ๊ย ไปๆกลับกัน”  กระชับอ้อมแขนพร้อมๆกับปาดเหงื่อไปด้วย ในช่วงจังหวะที่จะกำลังจะหมุนตัวลุกขึ้นก็ได้ยินเสียงบางอย่างที่ทำเอาขนลุกเสียวไปทั้งสันหลัง



‘สวบ สวบ โฮกกกก’



สะดุ้งตกใจจนต้องหันไปมองตาเบิกกว้าง ไอ้เชอร์รี่ที่ก้าวออกมาพร้อมร้องออกมาเสียงสนั่นหวั่นไหว



“เมี้ยวววว”  เจ้าตัวเล็กในอ้อมแขนผมที่พองขนขึ้นมาอย่างหวาดกลัวพลางซุกตัวเข้าหาผมมากขึ้น รับรู้ได้เลยว่าไอ้หลงมันกำลังตัวสั่น



“อะ...ไอ้เชอร์รี่”



“โคร่งงงง” คำรามออกมาพร้อมๆกับที่จ้องมาที่อ้อมแขนผมตาเป็นมัน  ไม่ได้นะมึง มึงจะแดกไอ้ตัวเล็กไม่ได้นะ ผมเบี่ยงตัวหลบไม่ให้มันเห็นไอ้หลง  พอมันเห็นผมทำแบบนั้น ปฏิกริยาก็ตอบโต้กูแบบอัตโนมัติ ดวงตาคู่คมของไอ้เชอร์รี่ก็เปลี่ยนมามองที่ผมแทนทันที มองกูแบบไม่พอใจไปอีก อะไรวะ!



“ถะ....ถอยไปนะโว้ยยย”



“กรร!! โฮกกกก!!”



“เห้ยยยย!” 



ไอ้เชอร์รี่ที่ร้องคำรามออกมาแบบนั้นพร้อมๆกับขาหน้าสองข้างที่กระโจนเข้ามาเตรียมจะตะปบ รู้สึก วิ้ง วิ้ง วิ้ง วิ้ง บูมเมอร์แรงมากๆเลย ไม่ต่างจากภาพวนลูปที่เหมือนเคยเกินขึ้นไปแล้วครั้งนึง



“เชอร์รี่! หยุด!!”



ผมที่ก้มตัวกอดไอ้หลงไว้แนบอกตัวสั่นไปหมด ก่อนจะค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปมอง เสียงเข้มๆที่มาพร้อมกับเสียงเปิดประตูรั้วดั้งโครมสนั่นหวั่นไหว  ไอ้เชอร์รี่ที่ถ้าเป็นรถคงจะเบรคหัวทิ่มบ่อ มันชะงักแล้วหยุดทันทีที่ได้ยินเสียงของทัพหน้า  คนร่างสูงที่ก้าวขายาวๆเข้ามาในกรง ดวงตาเข้มๆจ้องมองนิ่งๆตรงไปยังไอ้เชอร์รี่อย่างดุร้ายแล้วแฝงไปด้วยการออกคำสั่ง ไอ้เชอร์รี่ที่ดูจะดื้อดึงหน่อยๆ แต่ทัพหน้าที่พอเดินเข้ามาใกล้มันมากขึ้น อีกฝ่ายก็ค่อยๆล่าถอยไปอย่างจำยอม ผมถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ทันที



“โง่!”  เสียงเข้มที่ตะคอกออกมาแบบนั้นเสียงดังสนั่น พร้อมๆกับที่ฝ่ามือแกร่งคว้าเข้าที่แขนของผมเต็มแรงเพื่อดึงให้ผมลุกขึ้นไปยืนข้างๆ



“ตอนเกิดมึงลืมเอาสมองไว้ในท้องแม่รึไงถึงไม่รู้ว่านี่มันกรงสิงโต อยากตายนักรึไงวะ!”



“ก็...”



“รนหาแต่เรื่อง น่ารำคาญ!” 



อีกคนที่ตะคอกออกมาแบบนั้น ไม่เปิดโอกาสให้ผมได้อ้าปากอธิบายอะไรสักคำ อยู่ๆก็รู้สึกน้อยใจมันแปลกๆ ไม่เข้าใจว่ากับผมทำไมถึงพูดจาดีๆด้วยบ้างไม่ได้ ทีกับคนอื่นมันยังพูดได้เลย แบบไอ้กุญแจ พี่ธร หรือใครๆ และที่สำคัญกับณราชาเอง มันคงจะไม่เคยตะคอกสักครั้ง  แต่กับผมไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ไม่เคยที่จะพูดจาดีๆด้วย จริงๆอาจจะไม่ใช่เพราะมันคิดว่าผมเป็นคนฆ่าณราชาหรอก จริงๆแค่เพราะมันคือผม เป็นไอ้คาราเมล มันก็เลยไม่เคยได้เลยสักครั้ง คงเป็นเพราะผม ผมมันเป็นแค่ไอ้เมลไง



“เออ! กูเองแหล่ะที่รนหาที่ตาย กูอยากตายไปจากมึงจะอย่อยู่แล้ว!”



ตะคอกเสียงกลับไปหามัน ทั้งๆที่ตอนนี้ก็รู้สึกแสบร้อนเข้าที่กระบอกตาไปหมด วิ่งชนไหล่มันออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด ทำได้แค่วิ่งอุ้มไอ้หลงหนีออกไป ได้ยินเสียงร้องไม่พอใจของไอ้เชอร์รี่ดังไล่หลังมา มึงจับเจ้านายมึงแดกเลยนะไอ้รี่ เกลียดที่สุด!



“ฮึก...แค่เป็นกู แค่เป็นกูมันก็ผิดแล้วว่ะหลง”



ปิดประตูห้องพร้อมๆกับล็อคกลอนอย่างแน่นหนาแล้วกอดลูกแมวตัวน้อยไว้แน่นๆ ก่อนที่จะร้องไห้ออกมาอย่างไม่อยากจะกลั้น ทุกวันนี้เรื่องที่เจออยู่มันก็หนักมากพอแล้ว ผมไม่ได้สั่งฆ่าณราชา แต่ทัพหน้าไม่เคยเชื่อ ผมคนจ้องจะฆ่ามาครั้งนึง แล้วผมก็ยังพึ่งรู้ว่าคนที่สั่งคือคนที่ผมคิดว่ามันซื่อๆใสๆและเห็นมันเป็นเพื่อนแบบไอ้ข้าวโพด ...



“ฮึก ชีวิตเฮงซวย ฮึก มึงอย่าทิ้งกูนะหลง กูไม่เหลือใครแล้ว”  ปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาช้าๆ ไม่ได้สะอึกสะอื้นเสียงดังแบบที่ควรจะเป็น ก็แค่ปล่อยให้น้ำตามันไหล ปล่อยให้ความรู้สึกกัดกินหัวใจไปเงียบๆ



“เมี้ยวว” 



ไอ้หลงที่ร้องออกมาเบาๆเหมือนกับว่ามันกำลังปลอบใจ ลิ้นเล็กๆของมันที่ค่อยๆเลียเช็ดน้ำตาที่หน้าของผม แต่เห็นแบบนี้แล้วยิ่งรู้สึกอยากร้องไห้ ... อยากจะรู้ว่า ถ้าไม่ใช่ผม ถ้าเป็นคนอื่น มันจะต้องมาเจออะไรแบบนี้บ้างไหม หรือสิ่งที่อยากจะถามจริงๆก็คือ ถ้าไม่ใช่ผม ทัพหน้ามันคงใจดีด้วยมากกว่านี้สินะ ...

เรื่องเดียวที่ผิด คงผิดที่เป็นผม เป็นคนแบบคาราเมล



.

.

.





ตลอดคืนทั้งคืนผมไม่ได้นอนกับมัน มันไม่ได้ขึ้นมานอนที่ห้อง รู้สึกแปลกๆเพราะเตียงอีกฝั่งมันเย็นไปหมด ตั้งแต่รู้ถูกมันจับมา ไม่มีสักวันที่ต้องนอนคนเดียว บางทีก็เหมือนชินกับที่ต้องมีมันนอนด้วยไปซะแล้ว เพราะแบบนั้นเมื่อคืนเลยนอนไม่ค่อยจะหลับ  ผมรู้สึกไม่ดีเอามากๆเพราะนอนไม่พอ ชีวิตมันเศร้าจริงๆ ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะผมรักมัน คนรู้สึกมากกว่าเจ็บกว่าเสมอ ทั้งๆที่เรื่องเมื่อวานผมไม่ได้ผิดสักหน่อย ผมอาจจะโง่ แต่ทำไมไม่คิดจะถามผมบ้างว่าทำไมผมถึงเข้าไปในกรงบ้าๆนั่น แต่ช่างเถอะ ผมจะเรียกร้องเอาอะไรได้ล่ะ  เพราะแบบนี้ วันนี้ผมถึงตื่นแต่เช้า เช้ามากๆกว่าทุกวัน และหลบออกจากบ้านมาในช่วงที่คนเฝ้ายามหน้าประตูเปลี่ยนเวร แล้วขึ้นรถแท็กซี่ไปมหาลัยเองโดยที่ไม่รอพี่ธร ผมเบื่อ ผมไม่อยากยุ่งกับคนบ้านไอ้ทัพหน้าอีกแล้ว!



เดินเข้ามหาลัยด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยวที่สุด ไม่รู้ว่าควรจะจัดการยังไงกับเรื่องของข้าวโพดดี แต่เหนือสิ่งอื่นใด ผมไม่เข้าใจว่ามันทำไปทำไม



“เฮ้ย มาเช้าจังวะไอ้เมล” 



ไอ้กุ๊กที่มาถึงก่อนใคร จริงๆรู้สึกเหมือนว่าอาชีพในฝันของมันน่าจะอยากเป็นยาม น้อยครั้งมากที่มันจะมาสาย กูนึกว่ามารอเปิดตึกให้ป้าแม่บ้านทำความสะอาด



“มึงมาแล้วหรอ”



“เปล่า นี่ไม่ใช่กู กูถอดจิตมา ถุย”  ตบมุกแบบถูกอกถูกใจแล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊ากใหญ่โต อะ ถ้ามึงชอบใจก็แล้วแต่จ้า ขำแห้งๆไปให้มันแล้วทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะม้าหินตรงหน้าอาคารนั่นแหล่ะ ไอ้กุ๊กมองผมแบบไม่เข้าใจ



“เป็นไรมึงวะ หน้าตาไม่ดี”



“มึง...คือกูมีเรื่องอยากเล่าให้ฟัง”



“เรื่องอะไรวะ” 



เสียงเข้มๆที่ดังมาจากด้านหลังทำเอารู้สึกเสียวสันหลัง มองเห็นหน้าไอ้กุ๊กที่ถอนหายใจออกมาหนักแล้วแอบกรอกตาวนไปหนึ่งรอบถ้วนด้วย  ... ไอ้บินที่เดินเข้ามา วันนี้มันยังหล่อเหมือนเดิม แต่หน้าตามันดูจะเคร่งเครียดมากกว่าเดิมหน่อย



“พวกมึงมีเรื่องอะไรปิดบังถึงต้องมาบอกกันสองคน เดียวนี้มึงชักจะปิดบังกูมากไปแล้วนะเมล”  มันที่นั่งลงข้างผมแล้วว่าออกมาแบบนั้นด้วยเสียงเครียดๆ  ใจเย็นเด้อวัยรุ่น



“ไม่ใช่แบบนั้นนะเว่ย”



“งั้นทำไมมึงต้องเล่าให้แต่ไอ้กุ๊กฟัง”



“กูก็จะเล่าทุกคนนั่นแหล่ะ”



“หรอ ถ้ากูไม่เข้ามามึงจะพูดแบบนี้ไหมล่ะ ตั้งแต่ไอ้เรื่องพี่ทัพห่าอะไรนั่น”



“เค้าชื่อทัพหน้า”  ผมแก้ออกมาแบบนั้น แต่มันก็ยังคงจ้องผมเขม็ง ก่อนจะหันหน้าไปจ้องไอ้กุ๊กบ้าง

“มึงก็ด้วย แล้วเป็นห่าอะไรทำไมวันนี้ไม่ไปปลุกกู ทำไมมาม.เอง”



“ปกติกูก็มาเอง”  ไอ้กุ๊กที่ยักไหล่ใส่แบบไม่สนใจตอบออกมาแบบนั้น



“แต่ทุกวันพุธมึงจะต้องมาม.กับกู เป็นเชี่ยไรต้องหนีมาก่อน”



“ก็เปล่า ไม่ได้เป็นเหี้ยไร แต่มึงน่ะเป็นเหี้ยไรมาโวยวายใส่กูทำไมล่ะ Kวยติดกันหรอถึงต้องรอด้วยอ่ะ”



“ไอ้กุ๊ก!”



“อะ ใจเย็นๆนะวัยรุ่นฟังกูก่อนพวกเชี่ย เดี๋ยวผัวเมียแบบมึงค่อยไปทะเลาะกันต่อทีหลังจะได้ไหมอ่ะ”



“ผัวเมียพ่อง!”



“ผัวเมียพ่อง!”   



เกิดความสมัคสมานสามัคคีด่ากูแบบพร้อมใจกันไปอี๊กกก ได้แต่ทำหน้าตาแบบ แน๊ๆๆๆ ล้อพวกมันไป และแน่นอนว่าสิ่งที่ได้กลับมาก็คือนิ้วกลางจากไอ้กุ๊กกระแทกหน้ากูเต็มๆจ้า



“เออๆ พวกมันฟังกูก่อน กูมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง....” 



บอกพวกมันสองคนไปแบบนั้นก่อนที่ผมจะตั้งอกตั้งใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้พวกมันฟังจนหมด พร้อมกับยกหลักฐานรูปถ่ายที่ผมแอบถ่ายเมื่อวานตอนที่ไอ้โพดอยู่กับพวกไอ้หน้าจิ้งเหลนออกมาให้ดูด้วย ภาพชัด แต่ไม่มีเสียง แต่ถึงแบบนั้นก็น่าจะชัดเจนว่ามันคืออะไร  ถ้าไม่จริง ไม่ใช่ แล้วคนแบบนี้จะมารู้จักกันกับไอ้โพดได้ยังไงจริงไหมล่ะ



“เฮ้ย พวกมึงประชุมอะไรกันอยู่วะ” 



เสียงอารมณ์ดีของไอ้อู๋ที่ดังมาก่อนตัว พอพวกเราหันไปก็เห็นมันกำลังเดินหน้ายิ้มแย้มเข้ามากับข้าวโพด ผมที่จ้องโพดอยู่นิ่งๆ มองเห็นมันที่ยังทำหน้าเขินๆอายๆมองมาที่พวกเราพร้อมรอยยิ้มน้อยๆน่ารักแบบเดิม ไม่ต่างจากวันแรกที่มันจะได้มาอยู่กลุ่มเดียวกับเรา พอมองมันแล้วก็ได้แต่คิดในใจเหมือนอย่างเดิมว่า คนแบบนี้หรอวะที่จะสั่งคนมาทำร้ายผม  แต่ถ้าไม่ใช่มันก็ไม่ได้อีกอ่ะ ถ้ามันไม่เกี่ยวมันจะโมโหไอ้หน้าจิ้งเหลนแบบนั้นทำไม ถ้าไม่ใช่ มันจะรู้จักกับไอ้หน้าจิ้งเหลนได้ยังไงจริงไหมล่ะ



“ทำไมพวกมึงหน้าเครียดกันจังวะ”



“ข้าวโพด ถามไรหน่อยดิ” 



ผมพูดออกไปแบบนั้น เมินคำถามของไอ้อู๋ทันที ข้าวโพดที่โดนผมเรียกชื่อมันก็มองมาพร้อมยิ้มน้อยๆ หน้าตาของมันที่ดูไม่รับรู้อะไรเลยด้วยซ้ำ



“อื้ม เมลจะถามไรหรอ แต่เดี๋ยวนะ วันนี้เราซื้อน้ำส้มมาฝากเมลกับบินกับกุ๊กด้วย เราให้อู๋ช่วยจอดรถซื้อตอนอู๋มารับอ่ะ” 



มันที่ว่าออกมาแบบนั้นอย่างกระตือรือร้น พร้อมๆกับเอานิ้วดันกรอบแว่นแล้วยิ้มให้ผมในแบบที่มันชอบทำเสมอ ก่อนจะดึงถุงน้ำส้มคั้นยื่นมาให้ผม



‘พลัก!’



ถุงน้ำส้มถูกไอ้กุ๊กปัดตกพื้นทันที ผมที่เหวอไปเหมือนกัน ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าไอ้กุ๊กมันเดินมาตอนไหน มองเห็นหน้าไอ้โพดที่ดูจะตกใจและเหวอมากๆ มันที่มองมาแบบเสียใจ



“คือ กุ๊ก...”



“เลิกตอแหลสักทีได้ไหมวะมึงน่ะ”



“เห้ยไอ้กุ๊ก มึงจะเกินไปแล้วนะเว่ย”  ไอ้อู๋เองก็เดินออกมากั้นข้าวโพดไว้เหมือนกันในตอนที่มันเห็นไอ้กุ๊กจะเดินเข้าใส่ข้าวโพดมัน ไอ้บินเองก็ดึงแขนไอ้กุ๊กไว้แน่นเหมือนกัน



“ใจเย็นไอ้กุ๊ก”  ได้ยินไอ้บินกระซิบบอกมันแบบนั้น แต่มันแค่สะบัดแขนออกจากมือของไอ้บิน ก่อนจะยกมือขึ้นชี้หน้าด่าไอ้โพดต่อ



“มึงเลิกตอแหล ถอนหน้ากากเน่าๆของมึงออกซะที!” 



ไอ้กุ๊กที่ตะคอกออกมาเสียงดัง จนคนที่เดินเข้าเดินออกที่คณะของพวกเราเริ่มที่จะมองมาแบบสนใจมากขึ้นไปทุกที  เห็นแบบนี้ผมเองก็ไม่ค่อยสบายใจเลย มองไอ้โพดที่หน้าเสีย มันที่เหมือนจะร้องไห้ที่โดนไอ้กุ๊กด่าแรงแบบนั้น



“ไอ้กุ๊ก มากไปแล้วนะเว้ย มึงไม่ชอบโพดแต่มึงก็ไม่น่าจะด่าเค้าแรงแบบนี้นะเว้ย” 



ไอ้อู๋ที่ดูเหมือนจะเริ่มโกรธว่าไอ้กุ๊กออกมาบ้าง ผมได้แต่ถอนหายใจออกมากับภาพตรงหน้า รู้สึกปวดหัวตึบๆมากขึ้นไปอีก อาจเพราะนอนไม่พอแต่แรกแล้วต้องมาเจอเรื่องห่าเหวนี่อีก



“มึงนั่นแหล่ะมากไปไอ้อู๋ มึงจะไปปกป้องไอ้เวรตีสองหน้านี่ทำไมวะ มันน่ะที่ส่งคนมาทำร้ายไอ้เมล ถ้าพี่ทัพไม่ช่วยไว้มันจะรอดไหม!”



“ส่งคนทำร้ายอะไรวะ?”  ไอ้อู๋ที่หันไปมองข้าวโพด มันที่เบิกตากว้างๆอยู่ใต้กรอบแว่นของมัน และยิ่งมากขึ้นไปอีกตอนที่ไอ้กุ๊กหยิบมือถือผมมากดภาพที่ผมแอบถ่ายไว้ได้เมื่อวาน



“คนหน้าซื่อตาใสแต่ตบคนได้ชุดใหญ่เลยนะ มึงจะปฏิเสธไหมล่ะ ไอ้เมลมันจำหน้าคนที่ตั้งใจจะไปกระทืบมันได้ ก็คนที่คุยกับมึงอยู่ไม่ใช่หรือไง ไหนบอกซิว่าคืออะไร” 



ไอ้กุ๊กที่จ้องมันเขม็ง ข้าวโพดที่ทำแค่มองภาพนั้นอย่างตกใจ มันหลุบตาลงต่ำและเม้มปากแน่น



“ถ้ามันไม่ใช่ โพดก็พูดออกมาเถอะ พวกเราจะฟัง”  ไอ้บินมันว่าออกมาแบบนั้นบ้าง แต่โพดมันก็ยังเงียบ



“เหอะ ปฏิเสธไม่ออกน่ะสิ เลิกสักทีเถอะเรื่องตอแหลแบบนี้น่ะ  ไม่มีใครเค้าเชื่อมึงอีกหรอก”



“ถ้ามึงทำจริงๆ กูจะไม่ถือโทษอะไร แต่กูขอแค่ให้มึงออกไปจากชีวิตของกู อย่ามายุ่งอย่ามาให้พวกกูเห็นหน้าอีก และถ้ากูเคยไปทำให้มึงเจ็บใจอะไร กูขอโทษละกันนะ”  เป็นผมเองที่เลือกพูดออกมาแบบนั้น



“โพด พูดออกมาสิ บอกไปสิว่าโพดไม่ได้ทำ”  ไอ้อู๋ที่มองและเดินเข้าไปเขย่าแขนของไอ้โพดแบบนั้น มันที่กำลังมองโพดด้วยแววตาเสียใจ ผมว่ามันน่าจะผิดหวัง โพดที่ไม่ได้ตอบอะไรมันออกมาเลย ทำแค่พูดคำว่า 'ขอโทษนะ' ออกมาเบาๆ



“เหอะ”  ไอ้กุ๊กที่แค่นเสียงหัวเราะออกมาหน่อยๆตอนที่โพดมันพูดออกมาแบบนั้น ไอ้โพดที่กำลังจะเดินเลี่ยงออกไป



“เดี๋ยว! เอาของๆมึงไปด้วย!”



‘พลัก’



“โอ๊ย” 



ขวดน้ำส้มคั้นที่ถูกเขวี้ยงใส่หัวไอ้โพดมันอย่างแรงจากฝีมือของไอ้กุ๊ก แรงจนมันร้องเสียงหลงออกมา ผมมองเห็นมันที่ก้มลงเก็บขวดน้ำส้มที่ก่อนหน้านี้มันบอกว่ามันจะซื้อมาให้พวกเรา มันที่น้ำตาไหลเก็บขวดพวกนั้นที่ตกพื้นต่อไปเงียบๆ เห็นแบบนั้นแล้วผมรู้สึกไม่ดีเอามากๆ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ตั้งท่าจะเดินไปช่วยมัน แต่ไอ้บินก็ดึงแขนผมไว้ก่อน มันที่ส่ายหน้าให้ผมหน่อยๆ แต่ผมเข้าใจนะ....ถ้าโพดเป็นคนสั่งคนพวกนั้นมาทำร้ายผมจริงๆ ผมเองก็ไม่ควรไปสงสารคนแบบนั้น



ไอ้โพดที่เก็บขวดน้ำส้มพวกนั้นเสร็จแล้วลุกตัวเดินออกไป ได้ยินเสียงดังหึ่งๆเหมือนผึ้งแตกรังซุบซิบดังไปหมด เห็นคนที่ชี้ชวนดูไอ้โพดด้วย ในตอนนั้นผมยิ่งทนไม่ไหว ถึงมันจะเลวแต่มันไม่ควรมาโดนแบบนี้



“มึงทำเกินไปนะเว้ยไอ้กุ๊ก! ยังไม่รู้ชัดสักหน่อย”



“กูไม่เกินไป มึงสิเกินไป มันสั่งฆ่าไอ้เมลนะ”



“ใช่หรือเปล่าก็ยังไม่รู้ แม่ง!” 



ไอ้อู๋ที่ตะคอกออกมาแบบนั้นอย่างไม่พอใจ แล้ววิ่งตามหลังข้าวโพดออกไป ผมเห็นแบบนั้นแล้วได้แต่ถอนหายใจหนักๆ  จริงๆบางทีคำว่าเพื่อนมันก็ค้ำคอ ใจหายแปลกๆเหมือนกันที่คนที่เราเคยหยิบยื่นคำว่าเพื่อนให้ แต่เค้าดันถือมีดมาแทง แต่ถึงแบบนั้น....ในใจลึกๆมันก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่า ครั้งนึงมันเคยเป็นคนที่ผมคิดว่าเป็นเพื่อน



“โง่ชิพหายไอ้ควายอู๋...ส่วนไอ้ห่านั่นก็สาระแนตอแหลนัก ดีแล้วไอ้เมล ต่อจากนี้จะได้ไม่มีหมามาขวางทางอีก”



“พอแล้วน่าไอ้กุ๊ก บ่นไรนักวะ”



“มึงก็ขัดอยู่ได้”



ไอ้กุ๊กที่ตั้งหน้าตั้งตาเถียงกับไอ้บินออกมาแบบนั้น ผมไม่ฟังพวกมันสองคนอีก ได้แต่ถอนหายใจหนักๆ รู้สึกเหนื่อยขึ้นมาอีกเป็นเท่าตัว  จะไม่มีคนมาขวางทางอะไรอีกจริงๆน่ะหรอ .... ตอนกลางวันผมเห็นไอ้โพดอยู่ที่โรงอาหาร มันกลับไปนั่งกินข้าวคนเดียวเงียบๆที่มุมนึง เห็นคนเบ้หน้าใส่มันเยอะอยู่ คิดว่าเสียงไอ้กุ๊กเมื่อเช้าคงดังน่าดูจนคนจับใจความได้  เสียงด่าและท่าทางที่ทำใส่มันเยอะเกินไปจนมันคงทนไม่ได้ ผมเห็นมันกินอะไรไปแค่สองสามคำแล้วลุกหนีออกไป เห็นแบบนั้นแล้วยิ่งสงสาร



วันนี้ทั้งวันเลยไม่เป็นอันเรียนอะไรเลยจริงๆ พอคาบบ่ายก็นอนฟุบปล่อยให้อาจารย์บ่นหน้าชั้นไปคนเดียว อีกอย่าง ผมทนเห็นไอ้โพดไปนั่งคนเดียวแอบๆตรงมุมๆนึงของห้องแล้วทุกคนก็พากันนั่งห่างๆมันแบบนั้นแล้วทนไม่ได้  แม่งเป็นการบูลลี่ในสังคมที่มากเกินไปจนผมต้องหลับตาหนี ... เพราะแบบนั้น วันนี้ที่เลิกเรียนออกมาเลยเบลอเกินกว่าจะนึกอะไรออก ... รวมถึงนึกไม่ออกด้วยว่าเมื่อเช้า ผมแอบหนีมามหาลัยเองคนเดียว และเพราะแบบนั้นตอนนี้ ... เลยต้องตัวชาวาบเมื่อมองเห็นมัสแตงสีแดงจอดขวางหน้าตึกพร้อมๆกับที่มีคนร่างสูงในชุดเสื้อเชิ๊ตเนียบๆสีฟ้าอ่อนๆที่ถูกปลดกระดุมไปหลายเม็ดใส่เข้าคู่มากับกางเกงแสลคสีดำและกำลังยืนไขว้ขาเต๊ะหล่อพิงรถอยู่ตอนนี้



‘อึก’



กูถึงกับเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอเลยทีเดียว  มันที่เงยหน้าขึ้นมาจากหน้าจอโทรศัพท์ที่ถืออยู่แล้วจ้องหน้ามาที่ผมนิ่งๆ ก่อนจะเก็บมือถือเข้ากระเป๋าแล้วเดินเข้ามาหาผมช้าๆ  ดวงตาคมที่จ้องมาที่หน้าผมโดยไม่ละสายตาไปไหน แค่หน้าของผม ก่อนที่สุดท้ายจะมาหยุดยืนตรงหน้าผม



“ดื้อจังวะ” สามคำที่หลุดออกมา



“ห๊ะ?”   เออ ห๊ะนี่แหล่ะ อะไรนะ?



“มึงมันดื้อ กลับได้แล้ว”



“ดะ...เดี๋ยว ใครบอกกูจะกลับกับมึง” 



กลั้นใจพูดออกไปแบบนั้น  จ้องตาสู้มัน โชคดีแค่ไหนที่ไอ้บินติดไปซ้อมบาสและลากไอ้กุ๊กไปด้วย ตอนนี้ถึงมีแค่ผม ไม่อยากจะคิดว่าถ้ามีไอ้บินแล้วไอ้ทัพมาบอกว่ากลับบ้านกูจะต้องตอบอะไรมัน



“อยากลองดี?”



“เหอะ”  ใช่สิ กูจะลองดีอ่ะจะทำไม  กอดอกแล้วเมินหน้าหนีแม่ง กูจะไม่สนใจมึงแล้ว มึงจะทำไ.....



“เหวอออ ทัพ!”  ผมที่แหกปากลั้นพร้อมๆกับเอื้อมมือไปคว้าคอมันไว้ได้ทันตอนที่อีกฝ่ายก้มลงอุ้มผมขึ้นมาจากพื้นแล้วออกเดิน เหยดแหม่!! มึงจะมาอุ้มกูแบบนี้ไม่ได้ไอ้บ้า!!!



“ดิ้นสิ มึงล่วงลงไปกลายเป็นปัญญาอ่อนแน่ แต่นะ ตอนนี้ก็ปัญญาอ่อนอยุ่แล้ว”



“โว้ย ไอ้บ้า นี่มันหน้าคณะนะโว้ย ปล่อย”



“แล้วไง ดังดีใช่ไหมล่ะ”  ว่าแบบนั้นพร้อมยกยิ้มมุมปากก้มลงมามองหน้าของผมแบบกวนประสาท ดังพ่อง!


.

.

.




“มึงแม่งโคตรกวนประสาท!”



“แล้วไง ใครมันกวนตีนก่อน ถึงบ้านก่อนเถอะ กูจะจับมึง...”



“จับกูให้ไอ้เชอร์รี่แดกอีกล่ะสิ เอาเลยๆให้มันแดกกูเลย!” 



ด้วยความรู้สึกน้อยใจจากเมื่อวานจนลามเป็นขุ่นมัวในวันนี้ มันเลยทำให้ผมปากกล้ามากขึ้นอีกเลเวล เชิดหน้าแหกปากเถียงมันเสียงดังคับรถไปหมด แต่ไอ้คนข้างตัวที่ตอนนี้กำลังจับพวงมาลัยด้วยมือข้างเดียวแบบเท่ห์ๆ มันที่ค่อยๆหันหน้ามามองหน้าผมช้าๆก่อนจะกระตุกยิ้มร้ายๆให้ผมเสียววาบไปทั่วช่องท้องตอนที่มันค่อยๆตอบออกมาช้าๆ



“เรื่องไรจะจับมึงให้ไอ้เชอร์รี่แดก เสียของ... กูจับมึงแดกเอง มันส์กว่าเยอะ เตรียมใจไว้ล่ะ หึ”



วอท เดอะ ฟาคคคคคคคคค!!!0[]0



-------------------------



ฮัลโหลลลลล สวัสดีจ้าาา แคทมาแล้วจ้าาา หวังว่าอ่านตอนนี้แล้วจะชอบกันนะคะ แคทอ่านคอมเม้นท์คนอ่านทุกคอมเม้นท์จริงๆค่ะ แต่ไม่ได้ตอบ ไม่ใช่ไม่อยากตอบนะคะ อยากมาก แต่ว่าบางคอมเม้นท์ถ้าตอบไปอาจรู้ทั้งเรื่อง เพราะฉะนั้นเราเลยต้องฮึบไว้ จริงๆอยากหวีดไปพร้อมๆคนอ่านมากๆ ขอบคุณคอมเม้นท์ทั้งยาวทั้งสั้นที่ส่งมาให้กำลังใจแคท ดีใจมากๆค่ะ ดีใจเสมอเวลาที่ได้อ่านคอมเม้นท์ที่คนอ่านมีอารมณ์ร่วมไปด้วยกัน หวังว่าตอนนี้จะถูกใจนะคะ

ปล.คุณไว้ใจนิยายไอ้ไรท์แคทบ้าๆนี่มากแค่ไหน เอิ๊วๆๆๆๆ  :hao6: :hao6:


ขอขอบคุณ คุณblove แคทเข้ามาอ่านคอมเม้นท์จากคุณแล้วดีใจเสมอเลยค่ะ ขอบคุณที่เปิดเข้ามาอ่านแล้วอินไปด้วยกันเสมอๆ ได้อ่านคอมเม้นท์จากคุณแล้วมีกำลังใจที่จะเขียนต่อเลย ขอบคุณจริงๆนะคะ ... ชอบในความแซะความปากแข็งพี่ทัพเค้า เราจะร่วมแซะไปด้วยกันนะคะ แต่แหม พี่เค้าบอกรำคาญไง อะๆ เชื่อเค้าหน่อยจ้าาา ส่วนเรื่องถ้าคบกันไปจะpassionไหม โถ่ น่าจะเป็นแบบใครหมดpassionก่อนมึงตายอะไรแบบนี้นะคะ 5555555 และวันนี้แคทมาลงแล้วน้าาา กลับมาอ่านอีกนะคะ :mew1:


ขอขอบคุณ คุณursleepingxd คุณยู เจ้าเก่าเจ้าเดิม ขอบคุณเสมอที่ยังไม่ทิ้งกันไป อยู่กับแคทมาทุกเรื่อง คอยเป็นกำลังใจดีๆให้แคททั้งในเม้นท์และในเพจตลอดเลย แคทขอบคุณมากจริงๆค่ะ ส่วนตอนที่แล้วไม่มีน้องหลง มาๆ ตอนนี้แคทจัดให้น้องมาแล้ว แง้ อย่าตีหนูน้าาา น้องมาแล้วจริงๆ (วิ่งงงงง) 55555  ขอโทษที่เอาลูกรักคุณอยู่ไปเจอความเสี่ยง เสี่ยงโดนขนี้ เอ้ย ขย้ำ 5555555


ขอขอบคุณ คุณกาแฟมั้ยฮะจ้าว   ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้ของแคทนะคะ แถมอ่านแล้วเม้นท์ให้ด้วย แคทหวังว่าจะชอบนะคะ ถ้ายังชอบกันอยู่ ตอนใหม่มาแล้ว มาอ่านอีกน้าาา :man1: :man1:




                         

ออฟไลน์ kunt

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 702
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-1
“ดื้อจังวะ”  เป็นสามคำที่เน้นตัวหนาด้วยนะ แต่เรื่องนี้มีใครไม่ดื้อบ้าง อยากรู้จริงๆ 555

ออฟไลน์ tae1234

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0

ออฟไลน์ Tiffany

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
แต่ละคนดื้อๆทั้งนั้น

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1057
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
ครอบครัวพีืทัพนี่ปากแข็งกันจ๊างงงงง

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
55555 เมลเอ๊ย! งานเข้าเพราะปากแท้ๆ จร้าา โอเคคคคคค นี่เตรียมใจรอเลย ตั้งตารอแล้ว สำรองเลือดไว้ด้วยไหม 555 //กำลังจะยกมือป๊าบไอ้พี่ทัพซักที สักแต่ด่าไม่ยอมฟังกันก่อน แต่พอเจอคำว่า "ดื้อจังวะ" เท่านั้นละ มืออ่อนเลยกู >.< เป็นซะแบบเนี้ย 55555 แล้วไหนจะง้อด้วยการมารับเขาเองอีก หู้ยยยจร้า รำคาญ รำคาญใจยิกๆละสิที่เขางอน หมั่นไส้คนหล่อวะ ทำไรไม่ได้ ฮ่าๆ //โอ้ยยยยยไอ้พี่เชอร์รี่ ไอ้บ้า แกมัน...แกจะทำให้ฉันหวีดแรง อร๊ายยยย ห่วงก็ห่วงอยู่หรอกนะ แต่ใจก็อยากให้หลงมาตะแง่วๆเมี้ยวๆในกรงไอ้พี่โหดอะ 5555 มาเล่นๆซนๆอ้อนๆ อีกตัวก็มองๆเขาแล้วยกยิ้มมุมปากงี้ กรี๊ดดดด ฉันหวีดคู่แก 55555 แต่ก่อนอื่นต้องไปทำความเข้าใจกับเจ้านายน้องก่อนนะ เมลมันคงไม่เข้าใจหรอกว่าไอ้ที่ฮึ่มแฮใส่นั้นเพราะอยากได้อีกตัว 5555 //แล้วก็นะ กุญแจ ตลกมาก ชอบตรรกะแดกแม่งทุกสถานการณ์ 5555 อห มองเห็นเลย ต่อไปเมลกับแจนี้คงกอดคอตบบ่าเรียกพี่รักน้องรักอะ แล้วพอถ้าสองคนนี้มองหน้ากันแล้วแสยะยิ้ม นี่ไม่อยากคิดถึงหายนะ พี่ธรกับไอ้พี่ทัพหน้า เจอป่วนแน่นอน 555555 //บินกุ๊กมีซัมติ้งป่าววะ เฮ้ยๆ *หลีตามอง* 55555 ส่วนอู๋กลัวโดนข้าวโพดหลอกใช้ ไม่ม้างงง เดี๋ยวได้โดนเด็กอ้วนแจด่าให้ 555  โพดแม่งเป็นคนยังไงวะ จะทำตัวน่าสงสารหรือจะร้ายเอาให้แน่ สับสนอีกละกู ฮ่าๆ //ว้อยยยย สนุกกกกกกกกก ทั้งยิ้มทั้งตลกและหมั่นไส้ หลายอารมณ์มาก มาอัพทียาวดีค่ะ ชอบบบบบบบบบบบ รอตอนต่อไปเลยนะคะ ไฟท์ติ้งค่ะ ฮึบ! ^^ รอไอ้พี่ทัพกินเมล อยากถูกแดกดีนักใช่ไหม หึหึ!! 555555

ออฟไลน์ ursleepingxd

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
น้องหลงมาแล้ววว ดีใจ น้อนนนนน เชอร์รีลองทำน้องสิ จะตีให้

ตอนนี้นอกจากน้องหลงแล้วยังชอบน้องแจด้วย เนี่ย เรามีคติประจำใจเหมือนกันเลย ชีวิตคือการกิน (ถึงแม้เราจะไม่น่ารักเท่าน้องแจก็ตาม  555555555555555555555555)

เพื่อนกุ๊กสู้ๆ ทำเพื่อเพื่อนเมลแทนเพื่อนโง่คนอื่นๆด้วย น้องกุ๊กคือความหวังหมู่บ้านนนนนน


 :katai2-1:

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ
บทที่12
               





ในที่สุดรถมัสแตงสีแดงก็เลี้ยวเข้าจอดที่ลานจอดรถของคฤหาสของบ้านไอ้ทัพหน้า หรือเรียกอีกอย่างว่า ที่ๆมันเอาผมมาฆ่านั่นเอง หลังจากที่กูต้องนั่งเกร็งตะคริวกินตูดมาตลอดทาง งานนี้หล่ะ กูจะหนี กูจะวิ่งขึ้นห้องแล้วหนีเข้าห้องแล้วล็อคเหมือนวันก่อนเลยจ๊ะมึงคอยดู ... รถจอดสนิทปุ๊บกูนี่เข้าชาร์ตประตูรถแล้วตั้งท่าวิ่งลงเลย แต่ๆๆๆ กูลงไม่ได้แม่ง คนยิ่งรีบๆติดไรวะ! ...



“มึงดูลกๆนะ ถอดสายคาดเบลล์ก่อนสิวะไอ้โง่” 



ชัด! ชัดเลยว่าทำไมกูออกจากรถไม่ได้ ... เสียงที่ดังไม่ไกลจากริมหู ทำเอาสะดุ้ง ขนนี่ลุกพรึบพรับชูชันขึ้นมาทั่วทั้งตัว พอหันไปหาก็เกิดซีนจังหวะซิสคอมในซีรี่ย์อยู่ตรงหน้า ปลายจมูกของผมกับไอ้ทัพที่เชี่ยวกันเบาๆทำเอาให้รู้สึกร้อนหน้า และที่มากกว่านั้นก็คงจะเป็นจังหวะหัวใจที่เต้นไม่เบาเลยตอนที่ได้ยิน ...



“หึ”  เสียงหัวเราะในลำคอเบาๆของมันที่มาพร้อมรอยยกยิ้มที่มุมปากของมัน สายตาที่ไม่ได้เบือนไปทางไหน มันแค่จ้องนิ่งๆตรงมาที่ผมอยู่แบบนั้น



ตึกตักๆ



โอ๊ยแม่ง อย่าเต้นแรง เดี๋ยวใจกูพัง แรงขนาดนี้เด้งออกจากตัวกูไปเต้นแท็ปเลยไหมล่ะแหม



“เสร็จแล้ว” 



มันที่ว่าออกมาแบบนั้น ก่อนจะค่อยๆถอยตัวออกห่างจากผม ความรู้สึกที่ว่าสายคาดเบลค่อยๆคลายออกจากตัวแล้วไหลไปหยุดอยู่ในที่มันควรจะอยู่ รู้สึกมึนเมากับสายตาของอีกคนจนเบลอแปลกๆ ได้แต่นั่งกระพริบตาปริบๆตอนที่อีกฝ่ายลงจากรถไปแล้ว เวรเอ๊ย! ทำไมใจไม่เคยรักดี ใจไม่ด้านพอๆ ... อะ งานเพลงอริสมันต์ พงศ์เรืองรองก็มา ถามว่าเก่าแค่ไหนก็คือเก่ามาก แม่เปิดบ่อยในจุดๆนี้ ...



‘ก๊อกๆๆ’



เชี่ย ยังมีหน้ามาเคาะกระจกอีก



“ลงมา กูจะล็อครถ” 



แม่งเอ๊ย ถึงไม่ล็อคก็ไม่มีใครกล้าโดดกำแพงบ้านมึงเข้ามาขโมยหรอกจ้า กำแพงสูงยิ่งกว่ากำแพงคุกขนาดนี้ แถมเจ้าที่ก็แรงแบบนี้ใครจะกล้าวะ แต่ถึงแบบนั้นก็ทำใจกล้าๆค่อยๆเดินลงมาจากรถด้วยท่าทางหยิ่งๆ บอกไว้เลยว่า กูจะไม่กลัวมึงอีกแล้ว กูจะทำตามใจชอบแล้วด้วยคอยดู อยากจับตัวกูมาทำลายศักดิ์ศรีมากใช่ไหม ได้! … ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้คิดว่าจะไม่กลับมาที่นี่อีก แต่พอคิดจะหนี ไอ้บ้านี่ก็มารับที่มหาลัยทุกทีเหมือนแม่งรู้ทัน ขอบอกเลยว่านี่ไม่ได้อ่อน แต่ไอ้ทัพมันแค่รู้ทันก่อนเฉยๆเถอะ



“ทำหน้าให้มันดีๆ มึงจะเชิดคออะไรนักหนาวะ”



“เสือกไรด้วยล่ะ หน้ากูอ่ะ ยุ่ง!”  หันไปว่าคนที่เดินตามมาอยู่ข้างหลัง  มันที่ยังทำหน้านิ่งๆในแบบที่ชอบทำอยู่เหมือนเดิม มันไม่ได้พูดอะไรออกมา แค่เดินเข้ามาใกล้แล้ว



‘พรึบ’



“น่ารำคาญ”



“โอ๊ย เจ็บนะเว่ยไอ้ทัพ ไอ้บ้า!”



แม่ง ผลักหน้ากูจนหงายไปข้างหลังเลย เกลียด ฝ่ามือก็ใหญ่อ่ะ ดันหน้าทั้งหน้ากูจนหงาย แม่ง แล้วไง ทำแบบนั้นเสร็จแล้วก็เดินนำหน้าเข้าไปโดยไม่สนใจเสียงโวยวายของกูอีกเหมือนเดิม กวนส้นตีนที่สุดเลย ... เดินตามเข้าไปแต่หาอีกคนไม่เจอ เมื่อกี้เห็นหลังไวๆ ไปไหนวะ แต่ช่างเถอะ แบบนี้ดีเลย ผมจะขึ้นห้องแล้วล็อคแม่ง ยังไม่ลืมประโยคก่อนหน้าที่ขึ้นรถมาใหม่ๆได้นะบอกก่อน



เรื่องไรจะจับมึงให้ไอ้เชอร์รี่แดก เสียของ... กูจับมึงแดกเอง มันส์กว่าเยอะ เตรียมใจไว้ล่ะ หึ



แค่นึกถึงก็ร้อนหน้าไปหมด ไอ้บ้าเอ๊ย



“ไอ้เมล มึงจะไปไหน มานี่”  สะดุ้งสุดตัว ตอนที่ขาขวาก้าวขึ้นบันไดไปแล้ว  ค่อยๆหันหลังกลับมา ก็เห็นร่างสูงของอีกคนยืนกอดอกพิงกรอบประตูของห้องโถงกลางอยู่ตรงนั้น



“เอ่อ...ขึ้นห้อง”



“มานี่”  ยกยิ้มเหมือนรู้ทัน แล้วบอกกันออกมาแค่สองคำ ตั้งใจว่าจะหยิ่งไม่สนใจ



“บอกให้มานี่ มึงอย่าให้กูไปลากมาเองนะ มา!”  สะดุ้งอีกที เวนเอ๊ย ทำไมต้องเสียงดังแล้วจ้องหน้ามาเหมือนแม่งจะเดินเข้ามาตบด้วยวะ ... เพราะแบบนั้นเลยจำใจเดินเข้าไปหา ขี้บังคับ



“ทำหน้าให้มันดีๆ หน้างอแบบนี้มึงคิดว่าน่ารักมากไง”



“ยุ่ง”



“เดี๋ยวมึงนั่นแหล่ะจะยุ่ง มานี่!” 



ว่าแบบนั้นพร้อมกระชากแขนผมให้เข้าไปหาตัวมัน ก่อนที่วงแขนแกร่งจะวางแหม่ะลงมาบนคอของผม อีกคนที่กอดคอผมไว้พร้อมกระชับเข้ามาหาตัว แล้วพาผมเดินผ่านประตูไม้โอ๊คบานใหญ่เข้าไป ก่อนจะปิดประตู  ไม่เคยได้เข้ามาในห้องนี้ เพราะปกติก็เห็นมันปิดประตูเอาไว้เสมอ  พอเดินเข้ามาแล้วได้แต่แอบลอบกลืนน้ำลาย ห้องที่ประดับตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นแต่ยังมีกลิ่นไอของวัฒนธรรมอังกฤษที่เน้นไปในทางหรูหรา ที่บ่งบอกถึงความรวยได้เป็นอย่างดี  กลางห้องโล่งๆมีชุดโซฟาหลุยส์ตั้งตระหง่านเข้าคู่กับแชนเดอร์เลียร์แบบคลาสสิคและพรหมพื้นนุ่มนิ่มสีแดงเลือดหมูตัดทองลายหลุยส์ลองพื้นโต๊ะเข้าชุดอย่างหรูหราจนน่าขนลุก



“นั่ง”



“มึงมีอะไร”



“มี”



“มีอะไรเล่า ลีลา ถ้าไม่พูดกูจะออกไปนอนแล้ว”  ใช่ ข้ออ้างที่ดูเป็นไปได้มากๆ ก็คืออยากนอนในช่วงเวลา6โมงเย็นกำลังจะทุ่ม



“มึงก็ลองไปดูสิ”



“เออ ไปแน่!”  ลุกขึ้นจากโซฟาชุดหรูนี่แล้วหันหลังเดินก้าวฉับๆออกไป ตั้งใจจะเปิดประตูออกจากห้อง ถ้าไม่ติดตรงที่



“แง้ววว เหมียววว”

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ
(ต่อจ้าาา)







“ไอ้หลง!”  หันหน้ากลับมาอย่างไว และพอหันไปก็ต้องตะลึงค้าง เมื่อไอ้หลงกำลังถูกไอ้ทัพหิ้วหลังคอไว้อีกแล้ว ไอ้บ้านี่!



“ปล่อยนะเว่ย ทำแบบนั้นมันเจ็บนะ”  ถลาเข้าไปหา แต่อีกฝ่ายก็ยกไอ้หลงหนี



“ถ้ามึงดื้อ กูจะเขวี้ยงไอ้สั้นนี่ให้ติดกระจกตายเลย”



“ไอ้...”



“ทำไม มึงอย่าคิดว่ากูไม่กล้านะไอ้เมล”  กดเสียงต่ำ พร้อมจ้องผมนิ่งๆ ได้แต่เม้มปากเข้าหากันแน่นๆ แล้วทิ้งตัวลงนั่งกอดอกบนโซฟาราคาแพงนี่อย่างโมโห



“มึงนี่มันดื้อจังวะ”



“ยุ่ง” 



หันไปว่าอีกคนที่ทรุดตัวลงนั่งข้างๆกัน แต่อีกคนเลือกที่จะไม่ต่อปากต่อคำกับผม มันแค่ปล่อยไอ้หลงลงบนพื้น ซึ่งพอไอ้ตัวเล็กถูกปล่อยแบบนั้นแล้ว มันก็รีบกระโดดก้าวเหย่งๆมาหาทันที ไอ้ตัวเล็กที่ร้องแง้วๆ เอาขาหน้าของมันมาเขี่ยขาผมให้ช่วยอุ้มมันขึ้นไปหา



“หยุด อยู่ตรงนั้นแหล่ะมึง” 



ไอ้ทัพที่ชี้นิ้วสั่งมันทันที หัวกลมๆขาวๆกับตาโตๆของมันที่ช้อนตามองไอ้ทัพหน่อยๆ แต่มันก็เลือกที่จะนั่งแหม่ะลงตรงเท้าผมแล้วเอาตัวมาซุกๆเบียดๆ เห็นแบบนั้นเลยเอื้อมมือลงไปลูบหัวมันเบาๆให้มันไม่ต้องกลัว ไอ้ตัวเล็กที่เอาหัวมาถูๆมือผมแบบอ้อนๆ เห็นแล้วก็อดอมยิ้มกับความน่ารักน่าเอ็นดูของมันไม่ได้



“เหอะ”  ไอ้ตัวข้างๆนี่คือมีอะไรคาคอมึงหรออยากจะถาม



“แล้วมึงมีไร เรียกมาไม”



“มีแน่”



“ก็อะไรล่ะว.... เชี่ย!”



‘กรร’ 



ผมที่ร้องออกมาทันทีทั้งๆที่ยังพูดไม่จบประโยคดี จะไม่ให้แหกปากได้ยังไง ในเมื่อเสียงขู่คำรามต่ำๆที่ดังออกมาจากหลังผ้าม่านทำเอาขนลุกขนพอง แค่ได้ยินก็รู้แล้วว่าเสียงของอะไร  ไอ้หลงที่ตกใจมากกระโดดขึ้นมานั่งซุกตักผมแบบขัดคำสั่งไอ้ทัพหน้าตาเฉย



“ไอ้สั้นมึงลงไปเลย” 



อีกฝ่ายที่เห็นแบบนั้นพยายามที่จะเอื้อมมือมาคว้าหลังคอมัน แต่เจ้าหนูนี่มันก็เบี่ยงตัวหลบ รวมถึงผมที่เอาตัวมาบังไอ้หลงไว้ด้วย



“อย่ามายุ่งนะเว้ย แล้วนี่คือเชี่ยไร กูจำได้ว่าคือเสียงไอ้เชอร์รี่”



หันไปตะคอกมันหน้าตาตื่น แววตาของผมสั่น มันไม่ใช่เรื่องที่จะไม่ตกใจ หลังจากที่เผชิญหน้ากับสิงโตเจ้าป่ามาแล้วสองรอบ ไม่มีรอบไหนประทับใจเลยไอ้บ้า นี่มันสิงโตนะเว้ย สิงโตเจ้าป่าจริงๆ สัตว์กินเนื้อที่พร้อมจะแดกเราเข้าไป ไอ้เชอร์รี่มันไม่ใช่ซิมบ้าในไลอ้อนคิงที่จะตะมุตะมิฮุฮิน่ารักไหมอ่ะ



“ก็ใช่ ไอ้เชอร์รี่ไง”  ว่าแบบนั้นออกมาชิลๆเหมือนเล่าให้กูฟังว่าวันนี้อากาศปลอดโปร่งดีนะจ๊ะ พ่อง!



“ไอ้ทัพ มึงจะหลอกกูมาฆ่าจริงๆหรอวะ กูบอกแล้วไงว่ากูไม่ได้ฆ่าณราชาทำไมไม่ฟังกันบ้างวะ!” 



ตะคอกออกไปใส่หน้ามันแบบนั้นพร้อมๆกับอุ้มไอ้หลงไว้แนบอก ก่อนจะยกขาขึ้นมาวางไว้บนเก้าอี้หรูของมันด้วย จ้องตามันแบบอยากจะร้องไห้ ทำไมวะแม่ง ทำไมต้องพยายามจะฆ่ากันตลอดเวลาด้วย ....  ตะคอกออกไปแบบนั้น เห็นตาคมนิ่งๆของมันที่มองมาที่ผมดูวูบไหวไปแป๊บนึง ไม่เข้าใจว่ามันเป็นอะไร แต่ก็เลือกที่จะถดตัวถอยหนีมันให้ออกมาห่างๆ



“เป็นบ้าอะไร มานี่!”  มันที่ดูจะหงุดหงิดใช้มือแกร่งของมันจับเข้าที่ข้อเท้าของผม แล้วลากจะผมถลาหงายหลังเข้าไปหามัน



‘พรึบ’



“อ๊ะ!”  ได้แต่เบิกตากว้างขึ้นตอนที่อีกคนจับไอ้หลงโยนมันลงไปที่พื้นแล้วเจ้าตัวพลิกตัวมาคล่อมผมไว้แบบนี้



“จะอยู่ดีๆ หรือดิ้นแรงๆแล้วให้กูปล้ำมึงตรงนี้ เลือก”



“อะ..ไอ้”



“อะไร ไม่อยากเลือกใช่ไหม  ได้!” 



เสียงเข้มพร้อมดวงตาที่หรี่ลง ก่อนที่ริมฝีปากร้อนจะบดเบียดทาบทับลงมาที่ริมฝีปากของผมอย่างเอาแต่ใจ ได้แต่เม้มปากแน่นๆไว้ไม่ยอมให้ลิ้นชื้นแฉะของอีกฝ่ายสอดแทรกเข้ามาได้ แต่อีกฝ่ายคือใครล่ะ มันคือทัพหน้า ไอ้บ้าหน้านิ่งจอมหื่นไงเล่า! ฝ่ามือหนาที่วางลงมาที่เอวของผม ก่อนจะบีบเบาๆแล้วสอดเข้ามาที่ใต้เสื้อนักศึกษาเนื้อดีของผม ฝ่ามือร้อนๆที่ทำเอาสะดุ้งจนเผลอเปิดริมฝีปาก ลิ้นร้อนของอีกฝ่ายที่แทรกเข้ามาในจังหวะนั้น พอดีกับที่เผลอลืมตา มองเห็นร้อยยิ้มร้ายๆของอีกฝ่ายที่กำลังบอกว่าตัวเองเป็นผู้ชนะ



“อื้มม” 



ริมฝีปากร้อนที่ขบเม้มเบาๆ ก่อนจะกดดูดปลายลิ้นของผมจนรู้สึกขนลุกวาบไปจนถึงปลายเท้า ใบหน้าคมที่เอียงหน้าให้ได้องศาและไล่ต้อนกดจูบอย่างหิวกระหายต่อไปแบบคนเอาแต่ใจ จนเริ่มที่จะรู้สึกหมดลมหายใจจนต้องยกมือขึ้นไปทุบไหล่อีกฝ่ายแรงๆ อีกฝ่ายจึงค่อยๆผละหน้าออกมาอย่างอ้อยอิ่ง สายตาคมที่แฝงความร้อนแรงที่จ้องมารู้สึกเหมือนอีกฝ่ายกำลังจะเผากันให้ตาย เห็นแบบนั้นแล้วได้แต่เสตาหนี เอียงหน้าหลบอีกฝ่ายเพราะมันร้อนๆหน้า เห็นมันแค่ยกยิ้มหน่อยๆ ก่อนจะรู้สึกถึงความนิ่มอุ่นที่กดลงมาที่แก้มข้างขวาของตัวเอง ตกใจจนต้องหันไปมอง แต่อีกฝ่ายที่ก็ทำแค่ผละลุกออกไปนั่งดีๆ



“น่ารำคาญชะมัด”



“มึง...ก็น่ารำคาญเหมือนกันแหล่ะ”  เถียงมันออกมาเบาๆ รู้สึกร้อนๆวูบๆวาบๆที่หน้าคล้ายจะเป็นลม เมื่อกี้มันอะไรกันวะ สัมผัสอุ่นที่ข้างแก้มของผมน่ะ ...



“นอนอ่อยกูทำไม ลูกมึงดิ้นตายกับพื้นแล้ว ลุก” 



มันที่ว่าออกมาอีก ทำเอาสติกลับเข้าร่าง ผมที่เด้งตัวลุกขึ้นมาอย่างไว ตอนนี้ไม่กล้าที่จะมองหน้ามันเลยให้ตาย สุดท้ายเลยลุกจากเก้าอี้ลงไปทรุดตัวนั่งกับพื้นที่ตอนนี้มีไอ้หลงส่งเสียงแง้วๆอยู่ มันที่พยายามจะตพกุยขาโต๊ะด้วย



“กูอยู่นี่ มาแล้วๆ ร้องอะไรหื้ม” ถามมันแบบนั้นแล้วเอามือลูบหัวลูบห้างเจ้าตัวเล็ก มันที่เห็นผมลุกจากเก้าอี้ไปหามันที่นอนดิ้นอยู่กลางห้องก็รีบวิ่งเข้ามาหา ลิ้นเล็กๆที่แลบออกมาเลียนิ้วผมอย่างรักใคร่ มันน่ารักจริงๆนะเนี่ย



“เห้ยๆ เกินไปไอ้สัดสั้น แล้วมึงนะไอ้เมลให้แม่งเลียอยู่ได้ น้ำลายแมว อี๋ สกปรก” เสียงนรกดังมาอีกแล้ว



“น้ำลายมึงสกปรกกว่าอีกเถอะ”  บ่นออกมาเบาๆ ไม่ได้ตั้งใจให้มันได้ยินหรอก



“หรอ แต่กูก็เห็นมึงดูด ดื่ม อยู่นี่”



“เชี่ย”  หันหน้าไปมองทันทีพร้อมๆกับสะดุ้งเมื่อรู้สึกว่าเอวของตัวเองถูกโอบไว้ อีกฝ่ายที่เดินมานั่งซ้อนหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แล้ววันนี้เป็นผีอะไร แว๊บไปแว๊บมา วอแวอยู่ใกล้กูจัง ออกไปไม่อยากใกล้มึ๊ง



“ปะ...ปล่อย”



“กูจะจับจะกอดยังไงมันก็เรื่องของกู อย่ามายุ่ง”



“ไอ้บ้า แต่นี่มันตัวกู ปล่อยเว้ย!”



“มึงนั่นแหล่ะปล่อย ปล่อยมือจากไอ้สั้นนี่ได้แล้ว” 



ไม่ว่าเปล่า ฝ่ามือแข็งแรงนี่ยังเอื้อมมาดึงมือผมให้ปล่อยออกจากไอ้หลงอีก ก่อนที่ผมจะถูกดึงตัวให้ลุกขึ้นยืนทั้งๆที่อีกฝ่ายก็ยังคงกอดเอวซ้อนหลังผมอยู่แบบนี้  ขายาวๆของทัพหน้าที่ยื่นออกไปเขี่ยไอ้หลงให้กระเด็นออกไปไกลๆจากตัวผม  เจ้าตัวเล็กที่กระเด็นไปไกลจนถึงผนังแถวผ้าม่านร้องลั่นทันที



“เมี้ยวว แง้วว”  อยากจะหันไปด่าที่มันทำแบบนั้น แต่กลับทำไม่ได้สักอย่าง จะให้ทำยังไงในเมื่อตอนนี้รู้สึกหายใจติดขัดมากขึ้นไปอีก เมื่อลมหายใจร้อนๆของคนด้านหลังเป่ารดลงมาเบาๆที่ต้นคอกันอยู่แบบนี้



“ปะ...ปล่...”



“ชู่วว ดูนู่น” 



เสียงเข้มทุ้มที่ไม่มีแววเล่นๆอีกต่อไป ทำให้ผมจำใจเลิกเถียงและทำแค่มองตรงไปที่กำแพงที่มีผนังผ้าม่านกั้นอยู่ตามที่อีกฝ่ายบอก แค่ชั่วพริบตาเดียว ผ้าม่านผืนหนาสีแดงที่เคยปิดทึบตรงผนังตรงหน้าก็ถูกกระชากออกลงมาทั้งแถบ ภาพตรงหน้าคือภาพของกระจกใสที่เป็นบานเลื่อนปิดเปิดได้อัตโนมัติ หลังบานกระจกเป็นห้องที่มองออกไปมีต้นไม้หนาทึบ มองดูแล้วคุ้นๆจนหวั่นใจแปลกๆ และก่อนที่คิดออก ก็ต้องเผลอตัวสั่นมากขึ้นไปอีก เมื่อสัตว์สี่เท้าหน้าขนค่อยๆก้าวเท้าเยื้องย่างออกมาอย่างสง่างาม  ... ชัดเลย!



‘โฮกกก’



‘เมี๊ยววว’



ไอ้หลงที่ได้นอนอยู่แถวนั้นหลังถูกเขี่ยจนกระเด็นหันหัวเล็กๆของมันไปมอง ก่อนที่ดวงตากลมโตของเจ้าลูกแมวน้อยจะเบิกกว้างขึ้น และร้องเสียงเล็กดังลั่น



“ไอ้ทัพ! นั่น ไม่ๆ อย่า!”



และเป็นเสียงของผมที่ตามมา เมื่อเห็นไอ้เชอร์รี่เดินเข้าไปใกล้ไอ้หลงที่ผองขนตัวสั่นอยู่ มันที่กำลังจะวิ่งปรู๊ดตรงมาหาผม แต่กลับถูกงับ! แววตาร้ายกาจของสัตว์สีเท้าที่มองร่างขาวๆนั่นเหมือนหิวกระหาย และ ... แดกไอ้หลงไปแล้ว!!



“อย่ากินแมวกู!”  ผมที่ได้พยายามจะดิ้นออกไป แต่ก็ติดวงแขนแกร่งที่โอบเอวผมไว้ ทำให้หนีไปไหนไม่ได้ มันไม่ยอมปล่อยให้หนีออกจากอ้อมแขนของมันได้  ผมรู้สึกตาร้อนผ่าวเมื่อเห็นหัวของไอ้หลงที่หายเข้าไปในปากของไอ้รี่



“ฮึก หลง”  ผมที่พูดออกมาเสียงอ่อย รู้สึกผิดที่ช่วยอะไรมันไม่ได้ รู้สึกเสียใจที่ไอ้หลงต้องถูกทำร้าย มึงมันเลือดเย็นไอ้หน้าเหี้ย!



“ชู่วว มึงร้องทำไม ดูนั่น”  เสียงเข้มที่ว่าออกมาแผ่วๆแต่จริงจัง นิ้วยาวของอีกฝ่ายที่ชี้ไปที่สิงโตเจ้าป่าเพศผู้วัยหนุ่มที่ค่อยๆก้าวเข้ามาใกล้ ผมที่พยายามถอยหลังหนี แต่ก็ติดที่อีกฝ่ายไม่ยอมขยับ



‘พรึบ’



‘มะ...เมี้ยววว’



ไอ้หลงที่ร่างลงมาจากปากของไอ้เชอร์รี่ มันที่ดูจะมึนๆงงๆ มองหน้าไอ้รี่ตาแป๋ว ก่อนจะต้องหลับตาลงอีกครั้ง เมื่อลิ้นร้อนของสัตว์ตัวใหญ่แลบลิ้นออกมาเลียมันไปทั้งตัว



“แง้วววว เมี้ยววว”  ไอ้หลงที่เหมือนพึ่งได้สติ พองขนจะสู้อีกครั้ง แต่กลับวิ่งหน้าตั้งมาทางผมแล้วโดดขึ้นไปนั่งที่โซฟาหรูที่อยู่ห่างจากไอ้รี่มากที่สุด



“หึ ... แค่นี่ก็กลัว สิงโตกูมันเลือกกินน่า มันไม่กินไอ้สั้นมึงหรอก สกปรก”



“มึงเลิกว่าแมวกูนะไอ้บ้า! แล้วก็ปล่อยกูด้วย กูกลัว ไอ้ควาย!” 



หันหน้าไปด่ามันเต็มเสียง ความรู้สึกเหมือนกำลังโดนกลั่นแกล้ง และอยากเป็นลมตายเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า สิงโตเจ้าป่าที่ยืนสง่าจังก้าอยู่ตรงหน้าผม ถึงแม้เจ้าของมันจะยืนกอดเอวซ้อนหลังผมอยู่ตอนนี้ก็เถอะ แต่จะเอาอะไรแน่นอนกับสัตว์วะ เกิดมันหิวยกขาหน้าขึ้นมาจะฆ่าผมอีกล่ะ  ภาพยังติดตามาถึงตอนนี้



“หึ อ่อน”



“เอออ ใครมันจะแข็งเหมือนมึงไอ้โรคจิต”



“ก็ไม่ปฏิเสธนะ กูก็แข็งตลอด”  กดเสียงต่ำ ก่อนจะรู้สึกว่าบางอย่างกำลังดุนดันอยู่ที่ก้นผมตอนนี้จนต้องสะดุ้งตาเหลือก



“อะ ไอ้บ้า มึงแม่ง”



“ชู่ว นิ่งๆน่าอย่าดิ้น...หรือมึงอยากถูกจับเยต่อหน้าไอ้รี่ไอ้หลง เลือก!” ว่าดุๆพร้อมกับให้กูเลือก กูเลิกดิ้นทันทีในตอนนี้ สภาพบัดซบที่สุดในโลกนี้คือกูเอง เสื้อผ้าหลุดลุ่ยแถมน้ำตายังคลอๆเหงื่อก็ออก ยับเยินชิพหาย



“ดี แล้วฟังกู”



“กูไม่ได้แกล้งมึง แต่แค่เห็นว่ามึงกับไอ้แมวสมองน้อยของมึงขยันวอแวกับกรงสิงโตกูดีจัง กูเลยจะสอนให้...”



“ห๊ะ...สอน?”



“อืม เพราะกูไม่ได้อยู่ตามช่วยมึงจากไอ้เชอร์รี่มันได้ทุกครั้งหรอกนะ”



“สอน อะไรวะ?”



“วิธีการเอาตัวรอดจากไอ้เชอร์รี่”



“ห๊ะ”



“เลิกห๊ะเลิกโฮะเป็นไอ้โง่สักที นั่น มองหน้ามัน”



“มึงจะบ้าหรอ!”  กูหันหน้าไปแหวใส่เลย สัตว์เลี้ยงมึงก็ไม่ต่างจากมึงหรอก แค่มองก็เหมือนกำลังจะถูกจับแดก ใครจะกล้าไปมองหน้าแม่ง



“มอง ไอ้เมลอย่าให้พูดซ้ำ”  และไม่มีการพูดซ้ำแบบที่มันว่า เมื่อฝ่ามือหนาเอื้อมมากำรอบหน้าของผมบังคับให้หันไปจ้องตรงๆกับสิ่งมีชีวิตตรงหน้า ทันทีที่ตามองตา ไอ้รี่ก็จิกตาใส่เลยทันที  ดวงตาคมใหญ่ของสัตว์ตรงหน้าแข็งทมึนขึ้นมาทันที มันที่มองมาที่ผมเหมือนกำลังเคลือบแคลงสงสัยในตัวผมจนผมเผลอตัวสั่น



“อย่าไปกลัวมัน มองจ้องตากับมันนิ่งๆ ทำให้มันรู้ว่ามึงคือใคร”  แล้วกูคือใครวะ?



“มองให้มันรู้ว่ามันจะขัดมึงไม่ได้ มึงคือคนที่เป็นใหญ่กว่ามัน” 



เสียงเข้มที่ยังคงบอกผมต่อไป และไม่ยอมให้ผมหนี  สุดท้ายเลยหายใจเข้าลึกๆหนึ่งครั้ง เอาไงเอากันวะ ... ผมที่มองตรงไปที่ดวงตาคมของสัตว์ตรงหน้า มองนิ่งๆแล้วบอกมันในใจว่ากูไม่กลัวมึงหรอก อย่ามาบังอาจแดกกูอีก! ถ้ามึงบังอาจอีก กูจะให้ไอ้หลงแดกมึงคืน!!  ... สายตาของไอ้เชอร์รี่ที่แข็งกร้าวในตอนแรกค่อยๆเปลี่ยนไปนิดหน่อย มันที่เอียงหัวมองผมแล้วมองกลับมาที่ทัพหน้า ร่างสูงที่ยืนซ้อนหลังผมพยักหน้าลงนิดหน่อยไอ้เชอร์รี่ก็ร้องออกมาจนผมใจเตลิด  แดก จะแดกกูหรอ!



‘โฮกกก’



แต่เปล่า ไอ้เชอร์รี่ที่แค่ทิ้งตัวทรุดตัวนั่งลงตรงหน้าของผมนิ่งๆ หันหน้าไปมองไอ้ทัพหน้าแบบไม่เข้าใจ เห็นอีกฝ่ายที่ยกยิ้มมุมปากพอใจอยู่ในตอนนี้



“เอาล่ะ ทีนี้มึงก็ลูบหัวมันได้แล้ว”



“ห๊ะ!”



“ไป อย่าโง่”  ว่าแบบนั้นก่อนจะผละตัวออกจากผม แล้วดันหลังผมแรงๆจนผมถลาไปข้างหน้าเกือบจะเหยียบหัวไอ้เชอร์รี่แล้วแม่ง ดีนะกูเบรคทัน



“ลูบสิ มันไม่แดกมึงหรอกตอนนี้”



กอดอกสั่งกูเก่ง หันไปมองค้อนมัน แต่ก็ค่อยๆทรุดตัวลงนั่งก่อนจะค่อยๆยื่นมือออกไปหามันช้าๆ  ไอ้เชอร์รี่ที่หายใจฟืดฟาดแบบไม่สบอารมณ์เท่าไหร่แต่มันก็ยอมอยู่นิ่งให้ผมลูบหัว  พอลองลูบไปทีแล้วรู้สึกแปลกมากๆ เหมือนได้รับความสบายใจ อาจเป็นเพราะขนนิ่มๆเหมือนไหมเนื้อดีแบบนี้หรือเปล่ากูไม่รู้ ก้มมองหน้าไอ้รี่ที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นหลับตาพริ้มปล่อยให้ผมลูบขนลูบหัวไปแบบชิลๆ มองตอนนี้ก็ไม่เห็นเค้าของสิงโตเจ้าป่า ไอ้บ้านี่มันแมวตัวโตสินะ เห็นแบบนี้แล้วเผลอยิ้มกว้างออกมาอย่างดีใจ เงยหน้าขึ้นไปหาไอ้ทัพหน้าที่ยืนกอดอกมองผมอยู่แบบนิ่งๆ ผมที่ยิ้มกว้างส่งไปให้มัน อีกฝ่ายที่ชะงักหน่อยๆก่อนจะรีบหมุนตัวเดินหนีไปที่โซฟา เป็นห่าอะไรอีกอ่ะ



‘พรึบ’



“เห้ยยยย” 



ผมแหกปากทันที เมื่อไอ้หลงถลาแหมาะมาเกาะอยู่ที่ไหล่ผมในตอนนี้ ดูก็รู้ว่าถูกไอ้ทัพโยนมาอีกแล้ว ไอ้ชั่ว!  ตั้งใจจะหันไปด่า แต่ก็ต้องชะงักเมื่อไอ้เชอร์รี่ที่นอนให้ผมลูบหัวลูบหางอยู่ดีๆก็ทำจมูกฟุดฟิดก่อนจะเด้งตัวลุกขึ้นมาทันที สายตาคมเหยี่ยวแบบผู้ล่ามองตรงมาที่ไอ้ลูกแมวที่ตอนนี้เกาะไหล่ผมเหมือนปลิงแถมยังเอาหัวมุดหลบสายตาไอ้รี่ไปอีก



“หยุด! มึงห้ามแดกแมวกู” 



มองไอ้รี่ไอ้หลงสลับกันไปมา ก่อนจะหันไปจ้องตาดุๆใส่ไอ้รี่พร้อมบอกมันเสียงแข็ง ไอ้รี่ที่เบี่ยงหน้ามามองตาผมหน่อยๆ รู้สึกเหมือนมันพยักหัวให้ กูนี่เบิกตากว้างเลย เดี๋ยวๆ กูตาฝาดไหมวะยังไง



“เอาแมวออกจากหลังมึงได้แล้วไอ้เมล ไอ้รี่มันไม่แดกไอ้สั้นหรอก” 



หันไปมองหน้ามันหน่อยๆ แต่ทัพหน้าที่กำลังนั่งไขว่ห้างมองมาที่ผมแบบกดดัน สายตาที่บอกว่า ถ้าไม่เอาไอ้หลงลงจากไหล่ มันจะลุกมาจัดการเอง ก็ทำให้ผมค่อยๆแงะไอ้ตัวจ้อยนี่ออกมาจากหลัง ไอ้ตัวเล็กที่ดิ้นไปมาพร้อมร้องเสียงแง้วๆ ขาสี่ขาของมันที่ตะกุยพยายามจะเข้ามาหาผม มองแล้วน่าสงสารหน่อยๆ แต่สุดท้ายก็จำไจวางมันลงตรงพื้น พร้อมลูบหัวปลอบเบาๆ



“ไอ้รี่ไม่กินมึงหรอก”  มั้ง  กูนี่มั้งอยู่ในใจเบาๆเลย แต่คิดว่างั้นนะ ไม่รู้ทำไมตอนนี้ถึงรู้สึกวางใจได้ก็ไม่รู้  และทันทีที่ผมดันเจ้าตัวเล็กออกไปข้างหน้าหน่อยๆ ไอ้รี่ก็ตรงมาคาบแมวกูไปต่อหน้าต่อตา



“เห้ยๆ!”   ได้แต่อ้าปากค้าง พร้อมชี้มือตามหลังไอ้สิงโตตัวใหญ่ที่คาบไอ้หลงที่ดิ้นแง้วๆร้องเสียงหลงไปที่ห้องกระจก แล้วเดินหายไปจากสายตา



“หึ มึงน่ะมานี่ มันไม่กินลูกมึงหรอก”



“มึงจะแน่ใจได้ไงไอ้บ้า!”



“มันไม่กินลูกมึงหรอก แต่กูนี่ที่จะกินมึง



“ห๊ะ!”



.

.

.





รู้สึกเหมือนยังไม่ทันได้อ้าปากร้องขัดขืนอะไร อยู่ๆก็ถูกทิ้งตัวลงมานอนที่กลางเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้  อาจเป็นเพราะมัวเมากับรสจูบตอนที่ถูกมันจูบและอุ้มตัวผมเดินขึ้นมาที่ชั้นสองหรือเปล่า ที่ทำให้ผมไม่รู้ตัวได้มากขนาดนี้



“อ๊ะ” 



ผมร้องออกมาตอนที่แผนหลังแนบลงกับเตียงนอนนุ่มๆและเสื้อของผมที่ถูกมันปลดถอดทิ้งไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ ริมฝีปากอุ่นๆของมันที่ก้มลงมาครอบครองอยู่ที่หัวนมของผมอย่างเป็นเจ้าของ สมองเบลอๆที่ทำได้แค่แอ่นอกตอบรับมันอยู่แบบนี้ มืออีกข้างของมันที่เลื่อนไปขยี้หัวนมอีกข้างอย่างกลัวจะเสียเปรียบ



“อ๊ะ อื้อออ”



“อย่าดื้อกับกูอีก”



“อื้อ กู...ป...เปล่า” 



เถียงออกไปแบบนั้นถึงแม้ตอนนี้กำลังจะรู้สึกใจขาด เมื่อทัพหน้าลากปลายลิ้นตวัดเลียไปมาที่ยอดอกสวยก่อนดูดดุนแรงๆจนร่างสั่นสะท้านด้วยความเสียว ก่อนจะลากปลายลิ้นตวัดเลียเบาๆและดูดเม้มหนักๆจนเกิดรอยแดง พรมจูบไปตามหน้าอก รอยแดงช้ำก่อนหน้านี้ที่เคยมีถูกสร้างรอยใหม่ไปตามแนวลำคอและแผ่นอกขาว ข้อมือหนาคว้าข้อมือเล็กเอาไว้และกดลงเตียงไม่ให้อีกคนขัดขืน ลากปลายลิ้นไปที่ยอดอกแข็งชัน กดจูบย้ำๆก่อนลากลิ้นเลียและดูดเม้มอย่างแรงจนเกิดเสียงดังอีกครั้งนึง



“กล้าดียังไงหนีกูไปมหาลัยเอง แล้วยังไม่ให้กูเข้าห้องนอนอีก นี่มันบ้านใครกันแน่ มึงจะดื้อไปแล้วนะไอ้เมล”



“อึก อื้อออ”   



ร้องเสียงหลงเมื่อเข่าแกร่งทิ้งน้ำหนักลงบนแกนกายพอดีมือแล้วบดขยี้เบาๆ ปรือตามองใบหน้าหล่อของคนที่กำลังสนุกอยู่กับการกลั่นแกล้ง มือหนาที่เกี่ยวรั้งกางเกงของผมลงไป รวมถึงเอื้อมมือไปดึงรั้งกางเกงตัวเองให้ลงไปที่หน้าขาแล้วคว้าแกนกายใหญ่ที่เริ่มแข็งตัวขึ้นมารูดรั้งเบาๆ



“อย่าดื้อกับกูอีกจำเอาไว้”  จับแกนกายใหญ่ที่ขยายตัวเต็มที่พร้อมใช้งานจ่อที่ช่องทางรัก ถ่มน้ำลายรดบนส่วนปลายของแกนกายใหญ่ก่อนจะชโลมมันให้ทั่วลำกาย แล้วกดส่วนหัวเข้าไปในช่องทางรักแล้วดันแกนกายพรวดเดียวเข้าไปจนสุด ได้แต่สะดุ้งเฮือก เบิกตากว้างแล้วร้องเสียงดังด้วยความจุกเสียด



“ทะ...ทัพ!”



“อืมมม ซี๊ดด”  คนร่างสูงที่ไม่ได้สนใจเสียงร้องของผม มันที่ขยับเอวดึงกายออกช้าๆ และก้มมองแกนกายที่ถอนตัวออกมาจนเกือบหลุดแล้วกระแทกเข้าไปใหม่จนสุด เสียงเนื้อที่กระทบกันดังลั่นไปทั่วห้องนอน ทัพหน้าดึงกายออกแล้วกระแทกกลับเข้าไปอีกครั้งจนผมได้แต่เงยหน้าสะบัดไปมาอย่างทรมารและปั่นป่วนไปหมด



“อึก อะ มัน...มันจุก อื้ออ ทัพ”



“ดี มึงจุกแต่กูเสียว”



“อ๊ะ อื้อออ ทั...ทัพ”



“พี่ทัพ เรียกกูว่าพี่ทัพ”   



ใบหน้าหล่อที่ก้มลงมองจ้องตากันนิ่งๆ น้ำเสียงเข้มที่พูดออกมาไม่ดังมากแต่กลับทำเอาใจกระตุก ทัพหน้าที่เลื่อนมือไปจับที่ข้อพับแขนแล้ว รั้งร่างบางให้เข้ามาแนบชิดมากขึ้นก่อนขยับเอวถี่รัว กระแทกเน้นๆจนได้แต่ร้องลั่นแทบไม่เป็นภาษา ขาเรียวสั่นระรัว



“อึก อ๊ะ พะ...พี่ทัพ อื้อออ”



“ซี๊ดด ตอดดีจังวะ อ่า”   



ทัพหน้าที่ยกยิ้มร้ายๆตอนที่ผมพูดออกมาแบบนั้น ก่อนจะครางเสียงกระเส่าออกมา ยกยิ้มอีกครั้งก่อนจะกระแทกแกนกายเข้ามารัวแรงจนได้แต่อ้าปากครางเสียงหลงฟังแทบจับใจความไม่ได้ แกนกายใหญ่กระแทกเข้าจุดเน้นๆจนพร้อมร่อนเอวควงสะโพกไปมาก่อนจะดึงกายออกขนเกือบหลุดแล้วกระแทกเข้าไปสุดแรง  ก่อนประกบจูบเบาๆแล้วแลกลิ้นซึ่งกันและกัน ผละจูบออกมาช้าๆแล้วก้มมองด้านล่างของตัวเองที่กำลังกระทำอย่างหนักหน่วงแล้วยิ้มร้ายๆออกมาอีกครั้ง มันทั้งจุก เสียด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันดีมากจริงๆ



เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังตั้บๆลั่นห้อง พร้อมเสียงใสที่ครางออกมาแทบไม่เหลือเสียง ทัพหน้าดันสะโพกเข้าไปจนสุดก่อนดึงออกแล้วเอื้อมมือไปรูดรั้งแกนกายให้เบาๆ จนสุดท้ายผมก็ปลดปล่อยความสุขทั้งหมดออกมา พร้อมๆกับอีกฝ่ายที่ครางเสียงทุ้มแล้วกระแทกแกนกายเข้าไปอีกสองสามครั้งอย่างหนักหน่วงแล้วปลดปล่อยทุกหยาดหยดเข้ามาที่ช่องทางด้านหลังของผม



ร่างสูงที่ทิ้งตัวลงมาทัพผมไว้ทั้งตัวหอบถี่ๆ ทั้งผมและคนบนร่างที่หอบหายใจสะท้อนออกมาดังไปทั่วห้อง ก่อนที่ผมจะรับรู้ว่าแกนกายที่ยังคงอยู่ที่ด้านหลังมันเริ่มแข็งขืนขึ้นมาอีกครั้ง ได้แต่ปรือตาขึ้นมาอย่างหวั่นใจ  เป็นจังหวะเดียวกับที่อีกฝ่าย ดึงตัวขึ้นมาจากหน้าอกของผม มันที่ยกยิ้มร้ายๆพร้อมกับยกฝ่ามือขึ้นไปเสยผมที่ชื้นเหงื่อของมันนิ่งๆ



“เด็กที่ดื้อกับกู อย่าหวังว่ามึงจะได้นอน”



“อ๊ะ อึก...ทัพ ไม่ อื้อออ”



“หึ”



...





เช้าวันใหม่ที่ไม่ไฉไลเท่าที่ควร ผมที่ลุกขึ้นมาจากเตียงนอนในสภาพเปลือยเปล่า มีเพียงผ้าห่มคลุมตัวก็เพียงแค่นั้น มองที่ฝั่งข้างๆตัว ยังคงมีร่างหนาๆของใครบางคนนอนแก้ผ้าโชว์ซิกแพ็คอยู่ตอนนี้



“หน้าไม่อาย” 



ว่าออกไปแบบนั้น แต่คิดว่ามันคงไม่รู้เพราะยังไม่ตื่น  แต่ถึงจะตื่นก็คิดว่าความหน้าด้านเป็นทุนเดิมของมันต้องมีมากโขอยู่จนไม่รู้สึกอะไรหรอก เลื่อนสายตาไปมองที่ผนังห้องนอนของมันบอกเวลา11โมง ... ไม่แปลกใจเท่าไหร่ เพราะกว่าจะผ่านเมื่อคืนนี้มาได้ กูนึกว่ากูซ้อมตาย ...



 ผมที่พยายามดึงแขนของคนข้างๆตัวให้ออกจากเอวอย่างเบาที่สุด แล้วค่อยๆลุกขึ้นนั่ง รู้สึกเจ็บร้าวไปจนถึงก้านสมอง ช่องทางด้านหลังรู้สึกแสบจากการใช้งานมาอย่างหนักหน่วง



“ทำอะไรของมึง”



“เชี่ย” สะดุ้งตกใจเมื่อเสียงเข้มดังขึ้นข้างๆหู อีกแล้ว! รู้สึกขนลุกเกลียวไปหมด



“ตบปาก”  มันที่ว่าแบบนั้นหรี่ตามองผมอย่างไม่พอใจกับคำทักทายตอนเช้าของผม ก่อนจะยกมือขึ้นมาตบปากของผมจริงๆ



“เจ็บนะเว้ย”



“ปากหมา”  ว่ากูออกมาแบบนั้นแล้วเริ่มยกมือบิดขี้เกียจ โอ้โหหหหห อยากจะถามว่าในโลกนี้ยังมีใครที่ปากหมากว่ามึงได้อีกหรอทัพ โหๆๆๆกล้าว่า



“ทำมามองค้อนคิดว่าน่ารัก? ... ขัดตา”  ไม่ว่าเปล่าผลักหัวกูอีก มึงนี่มัน! ไอ้ไร้ซึ่งความอ่อนโยน



“ตื่นแล้วก็ลุก เดี๋ยวกูไปส่ง”



“ห๊ะ?”  เอียงหน้ามองมันที่ลุกขึ้นจากที่นอน เดินโทงเทงโตงเตงไปแบบไม่เชื่อหู เมื่อกี้กูหูฝาดไหม หรืออะไรนะ



“งงอะไรของมึง กูบอกว่าให้ไปอาบน้ำ”



“แล้ว?”



“ไปอาบน้ำ!!”   ทำหน้าหงุดหงิดใส่แบบไม่สบอารมณ์ พรางโยนผ้าเช็ดตัวมาใส่หัวผมแบบเต็มๆ กว่ากูจะมุดหัวออกจากผ้าได้ไอ้ทัพหน้าก็ไปไหนแล้วไม่รู้ แม่ง ไม่มีความอ่อนโยน ใจบาป



“อู้ยย”  ซี๊ดปากออกมาเบาๆตอนที่ลุกขึ้นจากที่นอน ต้องหยุดยืนนิ่งๆสักพักก่อนที่จะค่อยๆพาสารร่างตัวเองพันผ้าเช็ดตัวเข้าไปอาบน้ำ ทำกับกูเหมือนกูเป็นตุ๊กตายาง ใส่เอาๆไม่คิดจะถนอมกูเลย



“ยื่นบ่นห่าไรอยู่ทำปากมุมมิบๆอยู่ได้ รำคาญสายตา”



“เห้ย!”  เงยหน้าขึ้นมองคนที่ยืนพิงกรอบประตูห้องน้ำพันผ้าเช็ดตัวอยู่อย่างตกใจ คือกูก็คิดว่ามึงออกไปข้างนอกหรืออะไร



“เข้ามา ชักช้าจังวะ”  ว่าแบบนั้นพรางดึงมือผมให้เข้าไปในห้องน้ำด้วยกัน



“มะ...ไม่ คือกู”



“ไปอาบน้ำ!”



‘ปัง’



ว่าแบบนั้น ก่อนจะดึงประตูห้องน้ำกดปิด ร่างสูงใหญ่ที่มองตรงมาที่ผมพร้อมยกยิ้มมุมปากแล้วสาวเท้าเข้ามาใกล้ๆ ไอ้เหี้ยๆ ไม่ได้ๆ อย่าเข้ามานะเว้ย



“หึ”



...



(มีต่อจ้า)



ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ


“ทำหน้าให้มันดีๆหน่อย เป็นอะไรของมึง”  คนข้างตัวที่กำลังขับรถด้วยตัวเอง(อีกแล้ว) มาส่งผมที่มหาลัยว่าออกมาแบบนั้น



“ก็มันเจ็บอ่ะ กูแทบจะฉีกขาเดิน ตอนเดินลงมาจากบ้านลูกน้องมึงก็มองกันเต็มเลย กูอายไอ้เชี่ยเอ๊ย”



“แค่นี้ทำมาเป็นอาย ทีเรื่องชั่วกว่านี้ไม่เห็นจะอาย” มันที่หักพวงมาลัยเลี้ยวรถเพื่อจะไปจอดที่คณะของผม พร้อมๆกับที่พูดออกมาแบบนั้น คำพูดของมันที่ทำให้ผมต้องชะงัก รู้สึกหน้าชาไปชั่วขณะ



คุณเคยเป็นไหม ถ้าบ้างครั้ง คุณรู้สึกว่าเรื่องราวมันกำลังจะดีขึ้น



แต่จริงๆเราแค่คิดไปเอง



ความรู้สึกเหมือนกำลังวิ่งๆบนภูเขาที่วิวสวยแล้วอยู่ๆก็ถูกผลักลงมาจากหน้าผาด้วยมือของคนที่เป็นคนจูงคุณขึ้นไปดูวิวบนเขา ตอนนี้ผมเองก็กำลังรู้สึกแบบนั้น เมื่อวานผมยังใจสั่นเต้นรัว เพราะแอบคิดเข้าข้างตัวเองว่า ตอนนี้มันดูแลผมมากขึ้น มันมารับและมันก็ง้อที่พูดไม่ดีกับผม มันให้ผมวุ่นวายกับสัตว์เลี้ยงสุดรักมัน ผมเองกำลังคิดว่ามันจะเป็นเรื่องดีๆ ...



แต่จริงๆมันก็เปล่า จริงๆแล้วทัพหน้าไม่เคยลืม ไม่เคยเลิกรู้สึกเลยว่าผมเป็นคนฆ่าเมียมัน



“เงียบทำเชี่ยไรล่ะ”  มันที่เข้าเกียร์เป็นตัวNแล้วหันมาถามผมแบบนั้น ได้แต่หลบตามันแล้วส่ายหน้าให้ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นทีวีที่ถูกถอดปลั๊กและเครื่องกำลังช็อต



“ปะ...เปล่า กูไปนะ”



“เดี๋ยว”  ผมชะงักมือที่กำลังจะเปิดประตูรถ แล้วหยุดนิ่งรอฟัง



“เย็นนี้ธรจะมารับ” 



มันที่บอกออกมาแบบนั้นแล้วผมก็ทำแค่พยักหน้าหน่อยๆ  เผลอเงยหน้าขึ้นมามองหน้ามันนิดหน่อย อีกฝ่ายที่ขมวดคิ้วมองหน้าผมนิ่งๆ แต่เหมือนอยากจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดมันออกมา ผมเองก็ไม่อยากอยู่ต่อแล้ว ทำแค่รีบร้อนลงไปจากรถแล้วหันหลังเดินหนีมาเร็วๆ  กลัว....กลัวว่าตัวเองจะเผลอร้องไห้ออกมา



“ทำไมไม่รู้จักชินสักทีวะไอ้เมล”  บอกตัวเองแบบนั้นแล้วกระพริบตาถี่ๆ



“พี่เมลลลลล จ๊ะเอ๋!”  ผมที่กำลังดราม่าสะดุ้งตกใจเต็มที่ เมื่อสิ่งมีชีวิตตัวกลมโดดมาขวางทางไว้



“ไอ้แจ”



“จ๋าจ๊ะ ทำไมหน้าซีดจังอ่ะพี่เมล แล้วไอ้รถแดงๆเมื่อกี้คุณมาก แจวิ่งตามรถมา เมื่อกี้แจอยู่ร้านขายหมูปิ้งอ่ะ”  ผมที่พูดออกมาเจื้อยแจ้วพลางชี้ไม้ชี้มือบอกผมแบบนั้น



“คือมึงวิ่งตามรถมาหรอ”  กูต้องกลืนน้ำตาลงไป ต้องเลิกเศร้าในใจก็เพราะไอ้เด็กตรงหน้านี่แหล่ะ คือมึงวิ่งตามรถไอ้ทัพที่ขับ90-100แม้ว่าจะขับในมหาลัยเนี่ยนะ



“ใช่แล้ว แจเก่งใช่ป๊ะ นี่เป็นนักวิ่งนะพี่เมลตอนม.ปลายอ่ะ”  ว่าแบบนั้นพรางยิ้มกว้างภูมิใจ



“ตัวขนาดนี้ไม่น่าจะวิ่งได้ไวอ่ะครับน้อง”  เสียงเข้มๆที่ทำให้ผมและไอ้แจต้องหันไปมอง ก่อนที่รอยยิ้มกว้างๆของไอ้แจจะเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงเมื่อเห็นคนมาใหม่ที่กำลังเดินเข้ามา



“ไอ้อู๋”



“ไอ้ลุง”



“เห้ๆ เรียกใครลุงห๊ะไอ้อ้วน”   ไอ้อู๋ที่เดินเข้ามายืนข้างผม มันที่ยื่นมือไปผลักหน้าผากของไอ้แจทีนึง



“ไอ้ลุงงงง พี่เมลๆๆไอ้บ้านี่แกล้งแจอีกแล้ว”   ไอ้แจที่โวยวายออกมาแล้วก็เอาแขนมันมาเกาะผมไว้พรางฟ้องไปด้วย



“โห ไอ้อ่อน ไอ้เด็กขี้ฟ้อง”



“พอๆ มึงสองตัวเลิกเถียงกันได้ไหมวะ”



“ก็ดูลุงมันดิ”



“มึงดูไอ้อ้วนดิ เรียกกูลุงอยู่ได้ ฟิตปึ๊งปั๊งดึ๋งดั๋งแบบนี้อ่ะ”



“พอๆ กูจะเข้าคณะแล้ว  ไอ้แจมึงจะเข้าไหม หรือมึงจะกลับคณะมึง ว่าแต่มึงเรียนคณะไรวะ”



“แจเรียนอักษร แจขอเข้าไปนั่งกินหมูปิ้งนี่ก่อนได้เปล่า หิวอ่า”



“โหยตะกละตะกลามมูมมามไปอีก”



“ไอ้ลุง!”



“เอ้า พอ! ไปกันหมดนี่แหล่ะ ไปๆ” 



ผมที่ยืนอยู่ตรงกลางตัดสินใจลากแขนซ้ายขวาของไอ้แจและไอ้อู๋ให้เดินตามเข้ามาด้วยกัน กูเหนื่อยใจมาก มีเรื่องให้คิดเยอะแยะ แต่ไอ้สองตัวนี้ก็มาทำให้ปวดหัวเพิ่มไปอีก...พวกเราตัดสินใจนั่งโต๊ะไม้ใต้ตึกคณะเพื่อรอเพื่อนๆที่ยังมาไม่ถึง  ไอ้แจที่นั่งลงข้างๆผมและเริ่มต้นกินหมูปิ้งของมันทันที



“พี่เมลกินไหม”



“ไม...”



“กิน”  ไอ้อู๋ที่เสือกบทสนทนาขึ้นมาแบบนั้น พร้อมยื่นมือไปคว้าหมูปิ้งของไอ้แจขึ้นมากัดไม้นึง



“ไอ้ลุงงงงง หมูปิ้งแจอ่ะ เอาคืนมานะโว้ย ไอ้ไม่มีมารยาท”



“ให้กูอ้วกใส่หน้ามึงไหมอ่ะ กูกลืนไปแล้ว เอาหัวมึงมุดเข้าปากกูแล้วลากเศษหมูตามไรฟันกูคืนไปมะ แค่นี้ก็ต้องหวง”



“อี๋ คนสกปรก ไปไกลๆเลย ชิ่วๆ”



“มาไล่กูนะอ้วน นี่ถิ่นกูครับ เด็กอักษรจะเอาไง บวกได้นะ”



“ไม่อยากคุยกับคนแก่”



 ไอ้แจที่เบ้ปากใส่ไอ้อู๋แล้วกอดถุงหมู ที่ในนั้นมีอยู่อีก9ไม้ไว้แน่นแถมมองไอ้อู๋ตาขวาง ผมรู้ว่าไอ้อู๋ไม่ได้อยากกินหรอก จริงๆมันก็แค่กวนตีน เอาจริงๆไอ้แจมันน่ารักนะครับ แต่หน้าตาที่ดูเป็นคุณหนูของมันก็ค่อนข้างอ้อนตีนอยู่ ไม่แปลกใจที่ไอ้อู๋จะอยากกวนตีน ไอ้แจที่ทำปากมุมมับๆด่าไอ้อู๋เบาๆอยู่ข้างผมทำเอาไอ้อู๋ที่ถือหมูปิ้งที่มันกันไปคำเดียวถึงกับสายหัว ก่อนที่มันจะยื่นหมูปิ้งไปยัดปากไอ้เด็กข้างๆผมนี่ทั้งไม้



“อื้อออ ไอ้สัดลุง”



“ทำปากมุบมิบๆสาปแช่งกูอยู่ได้ แดกไปเลยไอ้อ้วน!”



“หึ้ย!”  มันที่มองไอ้อู๋แค้นๆ แต่ก็แดกหมูที่อยู่ในปากเคี้ยวมุบมับต่อไป ดูเป็นคนรักการกิน เหมือนชีวิตอยู่เพื่อกินจริงๆนะมันน่ะ



“ไอ้เมล เมื่อเช้ากูไปหาโพดมาด้วยว่ะ”  ไอ้อู๋ที่ละสายตาจากไอ้แจแล้วหันมาพูดกับผม ผมที่ชะงักไปนิดหน่อยตอนได้ยินชื่อข้าวโพด



“หรอ”



“อืม โพดน่าสงสารว่ะมึง ตาบวมไปหมด คนอื่นก็จ้องจะด่าจ้องจะว่าอย่างเดียว เหมือนแถวแขนโพดมีรอยทำร้ายด้วย”



“รอยทำร้าย?”



“เออสิวะ”



“ใครจะไปทำวะ” 



ผมเลิกคิ้วถามมันออกไปแบบนั้น ไม่ได้อยากเป็นห่วงโพดมันนะ แต่แค่คิดว่าคนแบบมันจะมีใครทำอะไรได้ด้วยหรอวะ  ผมไม่อยากสงสารมันเลย มันที่อยู่ดีๆก็ส่งลูกน้องจะมากระทืบผม มันใช่หรอวะ



“กูก็ไม่รู้ โพดไม่ยอมบอกอะไรกูเลย ไปถึงก็มีแต่ดันหลังไล่กูออกจากบ้านมา ลุกลี้ลุกลนแปลกๆ แต่น่าสงสารมากๆเลยว่ะ กูว่านะ โพดหรอวะจะเป็นคนทำ คนที่ซื่อๆนุ่มนิ่มแบบนั้นน่ะหรอ”



“แต่มึงก็เห็นหลักฐานไม่ใช่หรือไง ถ้ามันไม่ทำทำไมไม่พูด แล้วกูขอถามหน่อยไอ้อู๋ กูต้องสงสารโพดหรอวะ ทำไมกูต้องสงสารคนที่ส่งคนมาทำร้ายกูด้วยวะ” 



ผมเงยหน้าขึ้นไปจ้องตากับไอ้อู๋ มันที่พยายามจะอ้าปากออกรับแทนโพดในตอนนั้น แต่ก็ต้องหุบปากลงไปอีกครั้ง เพราะมันเองก็หาคำอะไรมาแก้ต่างให้อีกไม่ได้



“ขอแจเสือกหน่อย มีคนจะทำร้ายพี่เมลหรอ ใช่ที่ร้านพี่ดาบวันนั้นไหม”  ผมหันหน้าไปหาแล้วพยักหน้าให้หน่อยๆ



“อื้ม วันนั้นพี่ดาบโทรมากรี๊ดๆหวีดใหญ่เลยว่าพี่ทัพเท่มากๆ สู้มันส์หยดเลยใช่เปล่า แต่ว่านะพี่ดาบบอกว่า เห็นหน้าคนที่บงการล่ะแต่ยังไม่ได้โทรบอกพี่ทัพเลย”



“ห๊ะ! เห็นหรอ ได้ไง ยังไง”  ผมที่เบิกตากว้างๆมากขึ้นตอนที่ไอ้แจเล่าออกมาแบบนั้น



“อื้ม เห็นสิ พี่เมลพี่ดาบเป็นเจ้าของร้านนะ มันรู้มันเห็นทุกเรื่องแหล่ะ เรียกง่ายๆว่าขี้เสือก”  ไอ้แจยิ้มกว้างออกมาภูมิใจในพี่ชายคนที่สองของมัน



“เดี๋ยวแจ พี่ดาบเล่าอะไรให้ฟังอีก”



“รูปร่างหน้าตาคนบงการล่ะ ขอคร่าวๆ”  ไอ้อู๋ที่ดูจะตื่นตัวขึ้นมาหน่อย ลุกขึ้นมาดึงแขนไอ้แจให้รีบตอบคำถามมัน เหมือนน้องมันจะเจ็บจากแรงบีบแขนหน่อยๆถึงกับต้องขมวดคิ้ว



“แจไม่มีรูปเว่ย พี่ดาบบอกจะส่งให้พี่ทัพดู แต่บอกลักษณะมาว่า เป็นผู้ชาย สูงโปร่ง แต่งตัวมั่นๆเปรี้ยวๆเฉี่ยวๆ”



“ห๊ะ”  ผมขมวดคิ้วแน่นตอนที่พูดออกมาแบบนั้น ก็แม่งเล่นตรงกันข้ามกับลักษณะของไอ้โพดมากๆเลยนี่นา



“มึงเห็นไหมไอ้เมล กูบอกแล้วโพดไม่ได้ทำ กูว่าไม่ใช่โพดแน่ๆอ่ะ ... นี่ไอ้อ้วน พี่ดาบพี่แดบไรมึงบอกอีกไหมว่าใส่แว่นรึเปล่า”



“จะใส่ทำเชี่ยไรล่ะลุง พี่ดาบก็บอกอยู่ว่าเปรี้ยวๆเฉี่ยวๆจะมาแว่นเวิ่นไรอีกล่ะ”  ไอ้แจที่ตอบออกมาแบบนั้นทำผมขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น  ถ้าไม่ใช่โพด ผมคงรู้สึกผิดมากๆกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่....มันคืออะไรล่ะวะ



    วันนี้ช่วงบ่ายไอ้กุ๊กไม่ได้มาเรียน มีแค่ผมไอ้อู๋ไอ้บินที่มา ไอ้บินบอกว่าเมื่อเช้าออกไปเคาะห้องไอ้กุ๊กแล้วไม่มีใครอยู่ ลองไขเข้าไปก็ไม่อยู่  พวกมันสองคนอยู่คอนโดเดียวกันครับ ห้องติดกันด้วย เพราะแบบนั้นมันเลยชอบไปไหนมาไหนด้วยกัน แต่ถึงจะแบบนั้น พวกมึงถึงกับมีกุญแจห้องกันเลยหรอวะ ก็นะ...



“เฮ้อออ วันนี้โพดก็ไม่มา” 



ไอ้อู๋บ่นออกมาแบบนั้นตอนที่พวกเราเดินออกมาจากห้องเรียนในช่วงบ่ายสี่โมง เรียนเหมือนชาตินี้ทั้งชาติจะไม่เรียนอีกแล้ว อาจารย์ดูรีบร้อน อาจารย์ดูเหมือนมีธุระ อธิบายเหมือนฟาส8



“กูติดต่อไอ้กุ๊กไม่ได้เลยว่ะ ทำไมมันไม่รับสายกูวะ ไปไหนก็ไม่บอกไอ้Kเอ๊ย”  อะ อีกคนก็ฟึดฟัดๆเหมือนเมียหายออกจากบ้าน  อีกคนก็ครวญครางเหมือนเมียตาย กูเบื่อพวกมึงสองคนมากไอ้บินไอ้อู๋



“พวกมึง กูว่ากูจะไปหาโพดอีก”



“มึงเป็นเหี้ยไรนัก”



“ก็มันไม่ยุติธรรมไหมวะ พวกมึงคิดดูนะ ถ้าโพดไม่ได้ทำ แล้วมึงดูดิ ดูสิ่งที่โพดโดน แม่งโดนบอยคอตจากเพื่อนในคณะเลยนะเว้ย จริงๆก็เป็นเพราะไอ้สัดกุ๊กอ่ะ โวยวายเสียงดัง”



“แล้วมึงจะไปว่ากุ๊กมันทำไมวะ มึงก็รู้ว่ามันรักเพื่อน”



“แหมมมมสัดบิน แตะไม่ได้เลยนะเพื่อนรักมึงเนี่ย” 



ไอ้อู๋จีบปากจีบคอใส่ แต่ก็โดนไอ้บินเอาเท้ายันเข้าให้เต็มๆ  แต่ถึงแบบนั้นพอคิดไปคิดมาผมเองก็อยากรู้ความจริงเหมือนกันว่ามันยังไงกันแน่  ถ้าโพดไม่ได้ทำจริงๆ แล้วคนนั้นมันเป็นใคร



“ไอ้อู๋ กูไปด้วยดิ”



“เห้ยเมล เกิดไปแล้วโพดแม่งทำร้ายมึงอีกอ่ะ”  ไอ้บินที่ดึงแขนผมไว้ตอนที่มันพูดจบ หน้าตาที่ดูเครียดที่ไอ้กุ๊กไม่รับโทรศัพท์ดูเครียดขึ้นไปอีกในตอนนี้



“กูก็อยู่ป๊ะ อีกอย่างโพดตัวเล็กๆจะตาย จะมาทำไรได้วะ”



“แล้วครั้งที่แล้วใครทำล่ะ มีเหตุผลไหมล่ะกับรูปกับคลิปที่ไอ้เมลเอามาให้พวกเราดู มึงว่านั่นร่างอวตารโพดหรอสัด”



“มึงอย่าทะเลาะกัน เอางี้พวกเราไปด้วยกันหมดเลยดีไหม ไปถามโพดให้รู้เรื่อง”



“แต่ไอ้กุ๊กไม่อยู่”



“ห่านี่ พรุ่งนี้ได้เรื่องไงค่อยมาเล่าให้ไอ้กุ๊กฟังก็ได้ไหม” 



ไอ้อู๋ที่ดูจะกระตือรือร้นที่สุดในเรื่องการไปหาโพดว่าไอ้บินออกมาอีกรอบ ตัวมันอยู่มหาลัย แต่ใจแม่งเหมือนไปบ้านข้าวโพดแล้ว ผมหันไปมองหน้าไอ้บินแล้วพยักหน้าบอกมันว่าที่ไอ้อู๋พูดผมเห็นด้วยนะ ไอ้บินที่ก็แค่ถอนหายใจออกมาหน่อยๆ แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะยอมรับเสียงส่วนมากของผมกับไอ้อู๋



   พวกเราที่เดินลงมาจากตึกเรียนแล้วมุ่งหน้าไปบ้านไอ้โพดทันที ผมนั่งรถมากับไอ้บิน แต่ก็ไม่ลืมที่จะส่งข้อความบอกพี่ธรว่าผมจะหาเพื่อน พี่ธรที่ตอบไลน์กลับมาว่าเพื่อนคนไหน ผมก็บอกไปส่งๆว่าข้าวโพด กูก็ลืมไปอ่ะนะว่าพี่แกจะรู้จักข้าวโพดได้ไง แต่เดี๋ยวค่อยกลับมาอธิบายละกัน....ผมกับบินที่ขับรถตามไอ้อู๋มาที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ก่อนที่รถมันจะมาหยุดอยู่ที่รั้วบ้านหลังใหญ่ที่ทำให้ต้องขมวดคิ้ว ผมคุ้นๆกับป้ายนามสกุลที่แปะไว้หน้าบ้านแปลกๆเหมือนได้ยินที่ไหน ‘จันทรพิชิต’



“ข้าวโพดรวยขนาดนี้เลยหรอวะ”  ไอ้บินที่อ้าปากค้างมองบ้านข้าวโพด อย่าว่าแต่มัน กูเองก็ตกใจ ไม่คิดว่าโพดจะรวยขนาดนี้ บ้านหลังนี้มันใหญ่พอๆกับบ้านไอ้ทัพเลย



“พวกมึงมาๆ” 



ไอ้อู๋ที่เดินเข้าบ้านโพดผ่านยามไปอย่างห้าวหาญ มึงมาที่นี่บ่อยสินะ  พวกผมเลือกจอดรถที่ข้างกำแพงรั้วสูงรอบนอกแล้วเดินเข้าไปแทน



“อู๋ มาจริงๆหรอ บอกแล้วว่าไม่ต้องมา”  ผมที่เห็นข้าวโพดวิ่งออกมาจากบ้านของมันด้วยท่าทางตื่นๆ มันยังคงลุกลี้ลุกลนแบบที่ไอ้อู๋เล่าให้ฟังเมื่อตอนเที่ยง



“ทำไมมาไม่ได้ เราห่วงโพด แล้วเราพาไอ้เมลกับไอ้บินมาด้วย”  ไอ้อู๋ที่พูดแบบนั้น แล้วเดินหลบให้ผมกับไอ้บินเดินเข้าไปหา ข้าวโพดที่เบิกตากว้างขึ้นมองมาที่ผมอย่างเสียใจและตกใจไปพร้อมๆกัน



“ข้าวโพด”



“เมล เมลมาทำไม กลับไปเถอะนะ รีบกลับไป”



“ทำไมอ่ะโพด คือกูไม่เข้าใจ กูอยากรู้ความจริงว่ามันคืออะไร กูเคยไปทำอะไรให้มึง มึงถึงส่งไอ้พวกนั้นมาทำร้ายกู แล้วอะไรคือชอบแย่ง กูเคยไปแย่งอะไรมึงหรอวะ บอกกูหน่อยได้ไหม”  ผมที่ถามมันออกไปแบบนั้น มองหน้ามันแบบมีคำถาม ไอ้โพดที่มองตอบผมมาแบบเศร้าๆแต่มันก็ไม่ยอมพูดอะไร



“เมล เราขอโทษ แต่เมลกลับไปก่อนเถอะนะ ... นะ”



“ทำไมวะ มึงมี....”



“ไอ้โพดมึงอยู่ไหน! รีบๆเข้าบ้านมาเลยนะมึง แล้วอย่าไปโง่โป๊ะแตกให้ไอ้กุ๊กมันเสียแผนอีกเข้าใจไหมไอ้โง่! มึงอยู่ไหนห๊ะ รีบเข้ามา ไอ้กุ๊กมันจะคุยด้วย!”  เสียงตะโกนแว๊ดๆของผู้หญิงคนนึงที่ดังออกมาจากในบ้านทำเอาข้าวโพดสะดุ้งตกใจพร้อมเบิกตากว้างอย่างหวาดหวั่น แต่นั่นไม่น่าตกใจเท่าคำพูดที่พวกเราได้ยิน



ไอ้กุ๊ก...กุ๊กไหน?



“คือเมล เราอธิบายได้ คือเรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับกุ๊กนะ”



“กุ๊ก?”  ไอ้บินที่พูดออกมาแบบไม่เข้าใจ มันที่จ้องเขม็งไปที่ข้าวโพดด้วยสายตาดุๆ และตัวผมเองที่ตอนนี้รู้สึกสับสนมากที่สุด หมายความว่ายังไง



“หมายความว่ายังไง”  ผมถามมันออกไปทั้งๆที่หน้าตายังสับสน พยายามควบคุมเสียงของตัวเองไม่ให้สั่น แต่มันก็ยากเต็มทีในตอนนี้



“เมล เราขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ”  ไอ้โพดที่ถลาเข้ามาจับมือผมไว้แน่น มันที่น้ำตาไหลออกมา ผมไม่เข้าใจเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทั้งหมดนี่มันหมายความว่ายังไง ขอร้อง ขออย่าให้มันเป็นแบบที่ผมกำลังกลัวอยู่เลย



“เมล อย่าโกรธกุ๊กเลยนะ คือเรา...”



“เดี๋ยวโพด มึงหมายความว่าไง มึงกำลังจะบอกพวกกูว่าเรื่องที่ส่งคนไปจริงๆคือกุ๊กหรอวะ มึงอย่ามาตลก”  ไอ้บินที่ว่าออกมาแบบนั้น



“อีกอย่าง มึงกับกุ๊กจะมารู้จักกันได้ไง”



“คือ....เรากับกุ๊กเป็นพี่น้องกัน ถ้ากุ๊กนับเราเป็นคนในครอบครัวน่ะนะ”  มันที่ว่าแบบนั้นแล้วขยับกรอบแว่นตานิดหน่อย



“นี่...อย่าบอกว่ามึงเป็นลูกติดเมียใหม่พ่อไอ้กุ๊กหรอ”  ไอ้บินที่พูดออกมาอีก ผมนี่งงยืนใบ้แดกตาแตกไม่ต่างจากไอ้อู๋ที่ดูสับสนไม่ต่างกัน



“ตอนช่วงม.ปลายที่ไอ้กุ๊กย้ายออกมาอยู่คอนโด มันบอกกูแค่ว่าพ่อมันจะหย่ากับแม่แล้วมีเมียใหม่ คือบ้านมึงใช่ไหม”  ไอ้บินที่จี้เข้าไปอีก ทำให้ไอ้โพดที่แค่หลบสายตาพยักหน้าให้พวกเราน้อยๆ



“แล้วยังไง มันเกี่ยวอะไรกับไอ้กุ๊ก มันจะส่งคนมาทำร้ายกูทำไม มึงใส่ร้ายมัน!”  ผมตะคอกมันออกไปแบบนั้น ไม่จริง ไอ้กุ๊กมันเป็นเพื่อนผม พวกเราสนิทกันมา4ปี มันรู้เรื่องราวทุกเรื่องของผม ไม่มีทาง ไม่จริงหรอก



“เราเปล่านะ เราไม่ได้ใส่ร้ายกุ๊กนะ จริงๆนะเมล กุ๊กน่ะชอบพี่ทัพนะ”



“ไม่จริง”  ผมกำมือแน่นมากขึ้นและเถียงออกไปอีกจนไอ้อู๋ต้องจับไหล่ไว้ มันที่ชี้มือไปอีกด้านนึงพร้อมเบิกตากว้างขึ้น ที่ลานจอดรถนั่น มีรถคันคุ้นตาที่เราจำได้ดีว่าเป็นของไอ้กุ๊กจอดอยู่ตรงนั้น



“เรื่องทุกอย่าง เราขอโทษนะเมล ขอโทษที่ห้ามกุ๊กไม่ได้”



“มะ...ไม่”



“ไอ้โพด! ทำห่าไรอยู่ พ่อที่แสนดีของมึงเรียกหามึงอยู่จนกูต้องมาตาม ทำห่าไรอยู่!” 



เสียงตะคอกดังมาจากประตูบานใหญ่ตรงทางขึ้นบ้านของมันเป็นเสียงที่พวกเรายังจำได้ดี  ผมเสียวสันหลังวาบตอนที่ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดีนั่นเรียกข้าวโพดอยู่  และในไม่กี่วินาทีต่อมาร่างสูงโปร่งที่พวกเราคุ้นตาของไอ้กุ๊กที่เดินออกมาทั้งๆที่หน้าถมึงทึงเหมือนมันกำลังจะหงุดหงิดจากอะไรสักอย่าง มันที่เดินออกมาก่อนที่สายตาของมันจะเบิกกว้างขึ้นตอนที่มันมองเห็นพวกเรา มันที่ยืนนิ่งอ้าปากค้างอยู่ตรงนั้น



“ไอ้กุ๊ก”  ไอ้บินเรียกมันด้วยน้ำเสียงที่เบามากๆ ไม่ต่างจากใจผมที่ก็เบาไปหมดเหมือนกัน



“พ...พวกมึงมาที่นี่กันได้ยังไง...พวกมึงรู้เรื่องหมดแล้วหรอวะ”  มันที่ถามพวกเราออกมาเสียงสั่นอย่างตกใจ



 “มึงเป็นคนทำหรอวะ มึงใส่ร้ายโพด แต่จริงๆมึงสั่งเรื่องทั้งหมดหรอวะกุ๊ก”  ไอ้อู๋ที่ถามมันออกไปแบบนั้น ผมมองเห็นไอ้บินกำมือแน่นในตอนนั้น



“อะไรนะ”



“กุ๊ก กูเพื่อนมึงนะ” 



ผมที่ถามมันออกไปแบบนั้นแล้วน้ำตาก็เริ่มไหลลงมา เหมือนความเชื่อใจของผมมันพัง ทุกอย่างมันกำลังพังลงตรงนี้  ทุกวันนี้ไอ้กุ๊กมันเป็นคนที่ผมเชื่อใจยอมเล่าเรื่องทุกเรื่องให้ฟัง ไม่ว่าจะเรื่องอะไร เรื่องพี่ทัพ เรื่องที่ผมกำลังเผชิญ ทุกๆเรื่องผมไว้ใจมัน แต่นี่คืออะไร ... นี่คือผลตอบแทนของความไว้ใจที่ผมมีให้กับเพื่อนหรอ



“เดี๋ยวเมล มึง....”  ไอ้กุ๊กที่วิ่งเข้ามาหาผม แต่ถูกไอ้บินผลักอกมันแรงจนมันเซถอยหลัง  สายตาที่มันมองมาที่เราทั้งตกใจและสับสน  หน้าตาของมันที่ซีดลงมาเหมือนมันกำลังอยากร้องไห้



“บิน มึงไม่ฟังกูหรอ มึงฟั....”



“มึงทำกับเมลแบบนี้ได้ไงวะไอ้สัด!”  ไอ้บินที่กัดฟันแน่นแล้วเดินเข้าหาไอ้กุ๊กพร้อมต่อยเข้าไปเต็มแรงจนไอ้กุ๊กล้มลง มันที่น้ำตาไหลลงมาตอนมองหน้าไอ้บิน มันมองไปรอบๆตัวพวกเรา ก่อนจะมองมาที่ผมแล้วร้องไห้หนักๆไม่ต่างจากผม



“มึงไม่ชอบโพดเพราะโพดไม่ทำตามคำสั่งมึง มึงเลยโยนความผิดให้โพด มึงสั่งคนมาทำร้ายเมล มึงทำได้ยังไง มันเพื่อนมึงนะ! ทั้งๆที่มึงก็รู้ว่ากูห่วงไอ้เมลมากแค่ไหน แต่มึงกลับเป็นคนทำซะเองนี่นะ!มึงแม่งเหี้ย!”



“บินพอ พอแล้วมึง”  ผมดึงแขนของไอ้บินไว้ตอนที่เห็นมันจะตรงเข้าไปต่อยไอ้กุ๊กที่ล้มลงไปนั่งกับพื้นอีกที มันสะอื้นออกมาหนักๆมองมาที่พวกเรา



“กูคิดว่ามึงเป็นเพื่อน แต่ทำไมวะ กูไม่เคยแย่งพี่ทัพนะ ทุกเรื่องมึงก็รู้ แต่ทำไมวะกุ๊ก ทำไมต้องเป็นมึงด้วย ทำไมต้องเกลียดกูขนาดนั้น”



“เมล มึงฟังกูก่อน ฮึก”



“กลับกันเหอะ”  ไอ้บินที่ไม่คิดจะฟังสักคำแก้ตัวของไอ้กุ๊กอีกต่อไป มันที่มองไอ้กุ๊กด้วยสายตาว่างเปล่า และผมเองก็เสียใจมากๆที่เป็นมัน  มันเป็นคนทำ ... ทุกเรื่อง ....



ผมที่เดินตามแรงดึงจากไอ้บินออกมา พวกเราทั้งสามไม่ฟังอะไรอีกแล้ว เรื่องทุกอย่างมันชัดเกินไป ไอ้กุ๊กที่มาอยู่ตรงนี้ มันที่เกลียดไอ้โพดมากๆ และคำพูดของไอ้แจ ที่บอกว่าคนนั้นสูงโปร่งแต่ตัวเฉี่ยว พวกผมไปเที่ยวกับมันบ่อยทำไมจะไม่รู้  แต่แค่ไม่คิด ไม่เคยคิดเลยว่ามันจะชอบทัพ  ไม่เคยคิดเลยว่ามันจะเกลียดผม



“คุณเมลครับ เชิญทางนี้”  ผมที่เดินออกมาจากบ้านของมันทั้งน้ำตา เห็นพี่ธรยืนรออยู่ที่รถ ก่อนจะเดินเข้ามารับตัวผมไว้ ผมที่ทำได้แค่ร้องไห้แล้วเดินตามพี่ธรไปเงียบๆ  น้ำตาของผมไหลลงมาตลอดเวลา รู้สึกเหมือนผมกำลังเสียคนสำคัญไป คนสำคัญที่ทำลายความเชื่อใจของผม ด้วยคำว่า ‘เพื่อน’




-------------------

​มาแล้วจ้าาาา มาช้าหน่อยวันนี้ เพราะเขียนฉากNCไม่เสร็จ  ฉากที่ยากสำหรับแคทก็คือฉากพวกนี้แหล่ะจ้า

แต่มาตอนนี้ อะ...เชิญกรีดร้องงงง อะไรยังไง เรือใครเเล่น หรือใครจะตบแคทไหม

อู้ววววว เนี่ยไง นิยายของแคท อุอิๆ ใสๆ เงิบไหมยังไงน้าาาา เชิญกรีดร้องและเดากันมาเลยจ้าาา55555 :katai1: :katai4:


 :กอด1:ปล. ขอขอบคุณคนอ่านที่เล้าเป็ดด้วยนะคะ ตอนที่11คือคอมเม้นท์เยอะที่สุดเท่าที่เคยลงมาเลย :กอด1:


ขอขอบคุณ คุณkunt ดื้อจังวะ สามคำนี้มอบแก่ทุกคนในเรื่องนี้ได้เลยจ้าาา

ขอขอบคุณ คุณtae1234  ลุ้นๆ มาลุ้นไปด้วยกันอีกนะคะ แคทหวังว่าตอนที่12นี้ก็ยังจะมาลุ้นไปด้วยกันอีกนะคะ

ขอขอบคุณ คุณTiffany  ถูกต้องเลยค่ะ เรื่องนี้คือดื้อๆทั้งนั้นเลยยยย ยังไงแคทฝากคนดื้อเหล่านี้ด้วยนะคะ

ขอขอบคุณ คุณsailom_orn 5555 ความปากแข็งนี่คือซิกเนเจอร์เลยนะคะ แคทขอบคุณมากๆนะคะ

ขอขอบคุณ คุณblove โง้ยยย อ่านคอมเม้นท์คุณbloveทีไรแคทปลื้มใจมาก ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ แคทไม่เคยรู้เลย
ว่าจะมีคนอ่านอินไปด้วยกันแบบนี้ แคทดีใจมากๆและขอบคุณอีกครั้งนะคะที่เปิดเข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้ ส่วนรี่หลงน้านนน
บ้าาา คนอ่านก็คิดมาก จริงๆก็ไม่มีอะไร๊ เปล่ามี๊ เป็นสัตว์เลี้ยงเฉ๊ยเฉยยยย ยังไงตอนนี้ก็มาอ่านอีกน้าาา

ขอขอบคุณ คุณursleepingxd  คุณยูคนเดิน เพิ่มเติมคือความรักน้องหลง ฮ่าาา ยังไงแคทฝากน้องด้วยน้าาา ขอบคุณที่อยู่กับ
แคทและนิยายของแคทมาทุกเรื่องเลย  แล้วยังไงตอนนี้ เรามาลุ้นไปด้วยกันอีกนะคะ  :mew1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-12-2018 21:59:43 โดย Yoghurt »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ ursleepingxd

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
คิดว่าข้าวโพดเป็นคนทำ แล้วกุ๊กเป็นพี่น้องก็เลยรู้ แต่ห้ามไม่ได้ แล้วตอนนี้ก็โดนโยนความผิดให้อีก

นี่ งานโคนันต้องมา

คุณแคทอย่าทำลายความหวังหมู่บ้านเราาา :katai4:

ว่าแต่พวกนายเป็นเพื่อนกันภาษาอะไร ไม่เคยไปบ้านเพื่อนเรอะ แล้วรอบก่อนๆที่อู๋ไปนี่ไม่เคยเจอกุ๊กเลยเรอะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-12-2018 23:02:53 โดย ursleepingxd »

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
นี้มันเรื่องเหี้ยอะไรเนี้ยยยย ว้อยยยยกูงง สับสนไปหมด เขว่ชิบ สรุปใครแม่งร้ายตัวจริงวะ 55555 ด้วยคำพูดของโพดบวกสถานการณ์ที่เพิ่งเจอ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง ถ้าเป็นนี่ก็คงเข้าใจไปแบบนั้นและไม่คิดจะฟังเหมือนกันนะ ^^ แต่พอกลับไปแล้วคิดทบทวนอีกทีสิเมล บิน อู๋ มันใช่หรอ มันใช่จริงๆมะ รอฟังคำอธิบายของกุ๊กก่อน แล้วพิจารณาอีกทีใครพูดจริง อย่าเพิ่งด่วนสรุป สิ่งที่เห็นมันอาจไม่เป็นอย่างที่คิดก็ได้ เพราะอะไรก็เกิดได้ทั้งนั้น กลับไปคิดและใจเย็นไว้ก่อน แล้วค่อยมาคุยกันใหม่ให้เข้าใจ ถามพวกไอ้พี่ดาบนั้นด้วยก็ดีเผื่อได้ข้อมูลเพิ่ม จะได้ไม่ตัดสินผิดพลาด //อยากจะตบปากไอ้พี่ทัพหน้าสักที พูดไม่คิดตอนมาส่งอะ นอยด์เลยเมล กะนะบางทีมันก็เผลอยิ่งเป็นคนปากร้ายอยู่แล้ว ฮ่าๆ แต่ด้วยความที่สอนเมลให้อยู่ร่วมกันได้กับไอ้พี่รี่ขาโหดและแอบทำตัวเป็นพ่อสื่อกลายๆป้อนน้องหลงเข้าปากไอ้พี่รี่ ถือว่าทำดี จะวางมือลงก่อนกะด๊ะ!! 555555555 อร๊ายยยยยปานนี้หลงคงตะแง๊วๆเมี้ยวๆพองขนขู่ฟ่อๆในกรง ไอ้พี่รี่ขาโหดคงขำมากอะ ลากมาเลียซะเลยแม่ง เคลิ้มละสิหลง นึกแล้วตลก (มโนระดับสิบ) 55555 ชอบๆ //อื้อหื้อออบอกว่าจะกินก็คือกินจริงจัง อ๊อยยยย nc ดีมากคร่า แง๊~งื้อ~เขินกับคำเรียก "พี่ทัพ"  >.,<  วุ้ยยยยย >< //ก็ยังตลกจอมตะกละกุญแจ อยู่เพื่อแดกจริงที่เมลบอก 5555555 มวยถูกคู่จริงไอ้พี่อู๋กับแจ เจอหน้ากันเป็นต้องต่อปากต่อคำ วุ่นวายกว่านี้ได้อีก 55555  //เออคิดแล้วก็อาจจะมีคนอยู่เบื้องหลังโพดอีกมะ ว้อยคิดไม่ออกบอกไม่ถูก รอไรท์มาต่อดีกว่า จบ 555 สนุกกกมากๆ ชอบบบบบบ รอepต่อไป จะเกิดไรขึ้นมั้ง มาต่อยาวจุใจดีมากเลย อ่านจบก็เลื่อนขึ้นไปอ่านอีก ยังไม่อยากให้จบตอน 555 ^^ สู่ปั่นตอนต่อไปค่ะ ไม่ต้องรีบ รอได้เสมอ ^^ปากำลังใจ ^_^
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-12-2018 11:37:52 โดย blove »

ออฟไลน์ tae1234

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
มีเรื่องช็อกอีกมั้ย!!!!!

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ


บทที่13




ผมที่กลับมาถึงบ้านของไอ้ทัพแบบงงๆทั้งน้ำตาที่นองหน้า คนในบ้านของมันมองเห็นผมที่เป็นแบบนั้นก็ค่อนข้างตกใจ แต่ถึงแบบนั้นผมก็เลือกที่จะไม่สนใจ เดินตรงไปที่ห้องที่ครั้งที่แล้วไอ้ทัพเรียกเข้าไปเจอไอ้รี่ ตอนนี้ที่มุมห้องที่ติดกับบานกระจกใสที่เอาไว้กั้นระหว่างกรงไอ้รี่กับห้องนี้ ตอนนี้มีคอนโดแมวขนาดสูงสองเมตรและกระบะทรายแมวขนาดใหญ่วางอยู่ตรงนั้น มองมาข้างล่างมีที่นอนฟูๆและโซฟาลับเล็บแมววางอยู่อีกด้วย ยังไม่นับของเล่นอีกหลายสิ่งที่วางไว้จนเต็มมุมในโซนนั้น.... ไอ้ทัพหน้าสั่งให้คนมาจัดไว้ จริงๆไอ้หลงก็มีตัวเดียว แถวตัวเท่าจิ๋มมด มึงจะสร้างให้ใหญ่ไปไหน



“หลง” 



เดินเข้าไปหาไอ้ลูกแมวที่ตอนนี้มันกำลังเอาขาหน้ายกขึ้นมาเขี่ยๆไม้ล่อแมวที่เสียบๆไว้ตามคอนโดแมวเล่นอยู่ พอเรียกชื่อมันแบบนั้น ไอ้ตัวเล็กก็หันหัวกลมๆเล็กของมันมาหา ตากลมโตของมันเบิกกว้างเป็นประกายตอนที่เห็นผม ก่อนมันจะวิ่งดุกๆเข้ามาหา และโดดลงนั่งตักของผมแบบที่มันชอบทำ



“ว่าไง ชอบไหม” 



ลูบหัวเล็กๆนั่นเบาๆ เจ้าตัวก็เอียงหัวเอียงหูเข้ามาอ้อนๆผม เผยรอยยิ้มออกมานิดหน่อยตอนที่เห็นมันแบบนั้น ไอ้หลงเหมือนเป็นสิ่งเดียวที่เยียวยาผมได้ในบ้านหลังนี้  มันที่เงยหน้ามองผมตาแป๋ว ก่อนที่มันจะพยายามตะกุยตัวผมขึ้นมาบนไหล่ ลิ้นเล็กๆของมันที่แลบออกมาเลียตามใบหน้า เหมือนกับว่ามันกำลังเช็ดน้ำตาให้ผม ยิ่งเป็นแบบนี้แล้วผมยิ่งอยากร้องไห้ ดึงตัวเล็กของมันลงมากอดแน่นๆ



ในช่วงเวลาที่เรารู้สึกแย่ อย่างน้อยๆสิ่งที่ควรจะมี...ก็คือคนคอยปลอบใจ หากหาไม่ได้กับคน สัตว์ตัวเล็กๆก็ถือเป็นทางออกที่ไม่แย่ หรือบางทีมันอาจจะดีกว่าคนด้วยกันด้วยซ้ำ



.

.

.





“ได้ข่าวว่ากลับมาถึงก็นั่งซึมเป็นส้วม มึงเป็นเหี้ยอะไร”



เสียงเข้มที่ดังขึ้นพร้อมๆกับแรงเปิดประตูทำให้คนร่างบางที่เอาแต่นั่งนิ่งจ้องคอมมาไม่ต่ำกว่าสิบนาทีสะดุ้งออกจากภวังค์  ทัพหน้าที่ดูเหมือนจะพึ่งกลับมาจากที่ทำงาน เดินเข้ามาในห้องด้วยสภาพเสื้อเชิ๊ตที่ถูกปลดกระดุมและเน็คไทน์ออกแล้ว  เสื้อแขนยาวที่ถูกพับร่นขึ้นไปจนถึงข้อศอก และเสื้อที่ควรจะทับอยู่ในกางเกงก็หลุดลุ่ยออกมาด้วย  สภาพไม่เนี๊ยบแบบนี้หาโคตรยาก



“เปล่า” 



หันหน้าหนีจากมันแล้วกลับไปมองจอคอมเหมือนเดิม ทำทีว่าจะทำงาน แต่ในหัวยังคงมีเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอนเย็นวนเวียนอยู่ในหัวไม่เลิก แต่สักพักก็ต้องสะดุ้งเมื่อรู้สึกว่าฝ่ามืออุ่นๆวางลงมาที่ไหล่มน ก่อนที่ฝ่ามือหนาอีกข้างจะเอื้อมมือด้านหน้าและออกแรงบีบแน่นๆอยู่ที่ปลายคางมน ก่อนที่จะดึงรั้งเบาๆให้เมลต้องเงยหน้าขึ้นไปตามแรงจากฝ่ามือ



“กล้าโกหกกูงั้นหรอ” 



เสียงเย็นที่มาพร้อมกับดวงตาคมและรอยยิ้มร้ายๆของทัพหน้าทำเอาเมลอยากร้องไห้  วันนี้เป็นวันที่หนักหนาอีกวันของเค้า พอมาเห็นหน้าทัพหน้าแบบนี้แล้วยิ่งรู้สึกหนักหน่วงไปหมด ...ทำไมชีวิตกูต้องมาเจอเรื่องเชี่ยแบบนี้ด้วย



“น่ารำคาญ พ่อมึงผลิตน้ำตาหรอ ร้องเก่งนัก” 



พูดออกมาแบบนั้นพร้อมๆกับเสียงที่ไม่ดังไม่เบา แต่ก็ยอมปล่อยมือออกจากปลายคางของอีกฝ่าย ก่อนจะใช้มืออีกข้างดึงเมลให้ลุกเดินตามตัวเองมาที่เตียงนอน ร่างแกร่งที่นั่งลงใช้ดวงตาคมกดมองคนตรงหน้าที่เอาแต่ยืนก้มหน้าอยู่ตอนนี้ คิดว่าเจ้าตัวคงอยากวิ่งหนีออกจากห้อง แต่ติดตรงที่แขนเรียวถูกมือของทัพหน้าจับไว้แน่นนี่แหล่ะ



“มีเรื่องอะไรที่มหาลัยมึง”



“ปะ...”



“มึงพูดว่าเปล่าอีกที กูจะตบให้เลือดกบปาก” 



ไม่ว่าเปล่าแต่ยังบีบแขนอีกฝ่ายให้แน่นขึ้น พร้อมมองตรงมานิ่งๆ คาราเมลที่เม้มปากเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ได้แต่คิดในใจว่าจะมายุ่งกับกูทำไม



“ว่าไง”



“ไม่ว่าไง”



“ไอ้เมล...มึงอย่ามากวนตีนกูนะ  คนยิ่งเหนื่อยๆอยู่นะมึง” 



ร่างสูงที่เริ่มหงุดหงิดขึ้นเสียงใส่อย่างรำคาญ พลางสะบัดมืออีกฝ่ายทิ้ง  เมลที่เม้มปากนิ่งเงยหน้าขึ้นมามองจ้องตาคนตรงหน้าอย่างน้อยใจ



“ก็แล้วจะมายุ่งเรื่องกูทำไมอ่ะ จริงๆกูเจออะไรไม่ดีมึงน่าจะดีใจไม่ใช่รึไงล่ะ ก็กูคือคนที่มึงอยากให้ชิพหายทุกๆวันไม่ใช่ไง จะมาเซ้าซี้ อึก...”



“ถ้ามึงรู้ตัวอยู่แล้วก็ดีกูจะได้ไม่ต้องย้ำมึงบ่อยๆ  ที่กูถามก็ใช่ว่าจะเป็นห่วงมึงนะ กูแค่กลัวมึงคิดทำเรื่องเหี้ยอะไรอีกจนความซวยมันจะมาตกที่กูก็แค่นั้นแหล่ะ!” 



ฝ่ามือหนาที่ตรงเข้าบีบที่ลำคอขาว พร้อมๆกับร่างสูงที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมที่มองตรงมาฉายแววหงุดหงิดและโมโห



“อึก อัก....”   



ความรู้สึกไม่ต่างจากเดิมเลยแม้แต่น้อย ลมหายใจที่ค่อยๆจะขาดห้วง  ดวงตาสวยมองสบกับดวงตาคมเอ่อไปด้วยน้ำตา ทัพหน้าที่มองตรงมานิ่งๆ ก่อนจะคลายแรงออกและปล่อยมือออกจากลำคอขาวอย่างหงุดหงิด



“เฮือก แค่กๆๆ ฮึก”  เมลที่ทรุดตัวลงนั่งที่พื้นพยายามหายใจเข้าปอดอย่างยากลำบาก พร้อมร้องไห้ออกมาหนักๆไปพร้อมๆกัน



“มึงมันน่ารำคาญไอ้ห่าเมล” 



ปรายตามามองคนที่นั่งร้องไห้อยู่ที่ปลายเท้าตัวเองด้วยสายตาขุ่นเคือง ก่อนจะผละตัวหนีออกไป ตั้งใจจะเดินหนีออกจากห้อง แต่ขายาวของทัพหน้าก็ต้องชะงักไปก่อน เมื่อเสียงสะอื้นหนักๆที่มาพร้อมคำถามของฝ่าย



“ฮึก มึงฮึก....ไม่เคยคิดบ้างหรอว่ากูอาจจะไม่ใช่คนทำ อึก มึงไม่คิดบ้างหรอว่ากู ฮึก ไม่ได้เป็นคนวางแผนฆ่าณราชา แล้วถ้ากูไม่ได้ทำจริงๆ วันที่มึงรู้ความจริงมึงจะเสียใจบ้างไหมที่ทำกับกูแบบนี้น่ะ ฮึก”



ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาจากอีกฝ่าย ทัพหน้าไม่พูดอะไร ทำแค่เดินออกไปจากห้องเงียบๆ และปล่อยให้เมลนั่งจมอยู่กับความคิดตัวเองเงียบๆเช่นกัน



...



(กุ๊ก)



“บิน เดี๋ยวมึง บินมึงอย่าพึ่งไป”



ผมที่พยายามวิ่งตามคนร่างสูงที่มีช่วงขายาวต่างจากผมมากๆ  มองเห็นแผ่นหลังกว้างของมันที่จ้ำเดินก้าวยาวๆจากไปแบบไม่สนใจคำร้องขอของผม  แต่ผมก็ไม่ยอมละความพยายาม วิ่งตามมันไปจนคว้าข้อมือแกร่งที่ผมคุ้นเคยดีเอาไว้ได้  ผมไม่ได้สนใจว่าใครจะกลับไปบ้างแล้ว ผมสนใจแค่คนนี้ ตอนนี้



“บิน”  คว้าข้อมือมันไว้ทั้งๆที่หัวใจถูกบีบ มันที่โดนผมจับไว้ได้สะบัดข้อมือออกจากผมทันที  เป็นความรู้สึกเจ็บมากกว่าโดนมันต่อยหน้าเมื่อก่อนหน้านี้  ไม่เคยสักครั้งที่มันจะสะบัดมือผมทิ้งแบบนี้



“อย่ามาจับกู”  คนตรงหน้าที่ปลายตามามองผมด้วยสายตาที่มองผมเหมือนคนไม่รู้จัก  น้ำตาผมไหลออกมาตอนที่มองหน้าอีกฝ่ายอยู่ตอนนี้



“ทะ...ทำไม”  พยายามถามมันอย่างใจเย็น คุมเสียงไม่ให้สั่น แม้ว่ามันจะไม่มีประโยชน์เลยก็ตาม



“มึงทำแบบนี้ได้ไงวะ มึงชอบไอ้เหี้ยทัพแล้วมาทำเรื่องแบบนี้กับเมลอ่ะนะ เชี่ยวะกุ๊ก!”  เสียงตะคอกที่มาพร้อมฝ่ามือหนาที่ผลักเข้ามาที่ไหล่จนผมเซ



“เมลเป็นเพื่อนมึง มึงทำได้ยังไงวะ ส่งคนมาทำร้ายมันได้ยังไง เชี่ยเอ๊ย ถ้ามันเป็นอะไรขึ้นมาแล้วจะทำยังไง! กูอ่ะเป็นเพื่อนมึงแท้ๆ กูคิดว่ากูรู้จักมึงดีนะกุ๊ก แต่ตลอดเวลากูไม่เคยรู้เรื่องเชี่ยไรของมึงเลย แบบบ้านหลังนี้กูก็ไม่รู้ เรื่องน้องมึง เรื่องแม่มึง เรื่องแผนมึงกูไม่เคยรู้ ไม่เคยรู้เชี่ยไรเลยสักอย่าง!”   



เสียงตะโกนของมันที่ดังเข้ามาในโสตประสาท ดังก้องไปทั้งหู ลามลงมาถึงใจที่กำลังรู้สึกอยู่ในตอนนี้  แรงบีบแขนทั้งสองข้างของผมจากฝ่ามือแกร่งของมันที่กระชากตัวผมเข้าไปใกล้และออกแรงเขย่าจนผมตัวสั่นไปหมด  มันเจ็บ...แต่มันก็เจ็บไม่ได้ครึ่งนึงของใจผม



“กูผิดมากหรอวะบิน”



“มึงอย่ากล้าถามอีกนะกุ๊ก ถ้ากูไม่เห็นมึงเป็นเพื่อนกูจะแจ้งความจับมึง!” 



สะบัดมือออกจากตัวผมอย่างรังเกียจ แล้วใช้มือชี้หน้าผมอย่างหาเรื่อง  น้ำตาผมไหลลงมาเต็มหน้า แทบจะมองไม่เห็นหน้าของคนตรงหน้าด้วยซ้ำในตอนนี้ แต่น่าแปลกที่ถึงแม้จะเป็นแบบนั้น ผมกลับยังมีภาพของมันชัดเจนอยู่ในใจ



“ถ...ถ้าแบบนั้น มึงก็อย่าเห็นกูเป็นเพื่อนอีกเลย”



“เออ! กูก็ไม่อยากเห็นคนที่จิตใจอำมหิตแบบมึงเป็นเพื่อนเหมือนกันแหล่ะ”



“อืม...กูก็เหมือนกัน”   ผมน้ำตาไหล สะอื้นออกมาหนักๆตอนที่พูดประโยคต่อมา...ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาแล้วมองหน้ามันอีกครั้งชัด



“กูเองก็ไม่อยากเป็นเพื่อนกับมึง ไม่เคยอยากจะเป็น!...และที่สำคัญ กูอยากจะถามมึงทำไมวะ...ทำไมมึงที่รู้จักกับกูมา7ปี มึงถึงเลือกจะเชื่อคนอื่น ที่มึงไม่ได้รู้จักดีง่ายๆแบบนี้วะ มึงน่าจะรู้ใจกูดีที่สุดสิ แต่เปล่าเลย ... กูเองก็ไม่อยากเป็นเพื่อนกับควายแบบมึงหรอกไอ้เชี่ยบิน!



ตะคอกเสียงลั่นใส่มันพร้อมๆกับน้ำตาที่ไหลลงมาอีกระรอก และผมเองก็เลือกที่จะหันหลังจากมันมาโดยที่มันไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกสักคำ  ไม่ต่างจากผมที่ไม่มีคำใดๆลอดออกมาอีกเหมือนกัน



บางที...สิ่งที่อยากที่สุด ก็คือการที่เราจะเลิกรู้สึกกับคนที่เราไม่ควรรู้สึก



...



‘แอ๊ด’



เสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นในช่วงเวลาประมาณห้าทุ่ม ก็ไม่รู้ว่าใช่ไหมแค่กะเวลาเอา ในตอนที่ได้ยินเสียงลากเท้าดังเข้ามาใกล้ๆก็รีบปิดตาลงแล้วทำเป็นนอนนิ่งๆเหมือนคนที่หลับลึกไปนานแล้ว ความรู้สึกที่รับรู้ได้ถึงแรงยวบลงของเตียงนอน ทำให้ได้รู้ว่าอีกฝ่ายคงเข้ามานอน แต่ที่ไม่เข้าใจมากกว่านั้นก็คือแรงกอดกระชับจากวงแขนแกร่งนี่ต่างหาก



‘หมับ’



แรงกอดกระชับที่มาจากวงแขนแกร่งพร้อมๆกับลงหายใจอุ่นๆที่เป่ารดอยู่ที่ด้านหลังคอทำเอาต้องเผลอเกร็งตัวตามเพราะรู้สึกขนลุกไปหมด ไม่ได้ดิ กูจะเกร็งไม่ได้ กูหลับไปแล้ว นอนหลับจ้าไอ้เมล ต้องทำตัวโอนอ่อนดุจปุยเมฆ หลับๆๆ....หลั...หลับก็เชี่ย!  สะดุ้งขึ้นมาสุดตัวตอนที่ริมฝีปากอุ่นกดจูบเบาๆลงที่ต้นคลอแล้วตอนนี้ก็ยังเอาจมูกมาคลอเคลียกันอยู่อีก



“กูรู้ว่ามึงยังไม่หลับ อย่ามาตอแหล”



“อ๊ะ! เจ็บนะโว้ยยย” 



ร้องออกมาแบบนั้นตอนที่โดนกัดเข้าที่ใบหูจนต้องแหกปากออกมา หันหน้าไปมองค้อนอีกคนผ่านความมืด มองเห็นสายตาวาววับของมัน พร้อมๆกับรอยยิ้มที่ถูกจุดขึ้นที่มุมปากของอีกฝ่าย กวนตีน



“ก็ใครใช้ให้ตอแหล”



“อย่ามาว่ากูนะ!” 



ขมวดคิ้วใส่มันตอนที่ได้ยินมันว่าออกมาแบบนั้น พร้อมกับยกมือขึ้นต่อยเข้าที่อกมันไปทีแรงๆ พูดเลยว่าไม่ออมมือ กูซํดลงไปเต็มแรงเลย



“กล้าทำร้ายกูหรอ”



“เออ กูจะทำแบบที่มึงชอบทำกับกูนั่นแหล่ะ!”



ตะคอกใส่มันไปแบบนั้นเพราะรู้สึกหงุดหงิด หงุดหงิดกับหน้ามันและเรื่องราวที่ผมต้องเจอ ขมวดคิ้วใส่มันอีกครั้งก่อนจะพลิกตัวหันหลังตะแคงตัวไปอีกฝั่ง พยายามดิ้นให้มันปล่อยมือออกจากเอว แต่เหมือนระบบสมองของไอ้ทัพมันจะไม่ค่อยปกติ เมื่อกูยิ่งดิ้นที่จะหนี มันก็เลือกที่จะกระชับวงแขนให้แน่นและดึงตัวผมให้เข้าไปแนบชิดกับมันให้มากกว่าเดิมจนรับรู้ได้ถึงอกแกร่งที่แนบอยู่ที่หลังของผม เอาจริงๆก็แทบจะนับซิกแพ็คมันได้เลยด้วยซ้ำ



“สรุปมึงบอกกูได้รึยังว่ามีเรื่องอะไรที่มหาลัย” 



เสียงเข้มๆกระซิบดังขึ้นที่ริมหู  ผมนิ่งไปนิดหน่อยๆตอนที่ได้ยินมันถามออกมาแบบนั้น ก็ไม่เข้าใจจริงๆว่าจะมาเซ้าซี้อยากรู้ไปทำไม



“เมล”



“......”



“ไอ้เมล”  เมื่อผมเลือกที่จะเงียบใส่ อีกฝ่ายก็ทำเสียงเข้มทุ้มต่ำที่เจือแววรำคาญมาในปลายเสียงส่งมาให้ แถมความกดดันก็รุนแรงขึ้นไปอีกนิดหน่อย ไม่พอยังเอาอกมากระแทกหลังกูอีก แม่ม!



“อะไรเล่า”



“ลีลา กูถามก็ตอบ หรือถ้าไม่อยากตอบมึงเปลี่ยนมาเป็นโยกบนตัวกูก็ได้ เหมือนมึงจะถนัดมากกว่าการตอบคำถามง่ายๆของกูสินะ”



“ไอ้บ้า! ปล่อยมือจากตูดกูนะเว่ย” แหวใส่พร้อมกับเอามือตีลงที่มือแกร่งที่ลูบๆคลำอยู่ที่ก้นผมตอนนี้



“ก็ตอบมา”



“ก็ไม่มีอะไรหรอก”



“ตอแหล” 



ผมถอนหายใจหนักๆใส่มันตอนที่มันว่าออกมาแบบนั้น กูดูเหมือนนางร้ายช่องสามไปเลยตอนมันด่าคำนี้ เกลียด ผู้ชายเชี่ยไรทำไมปากร้ายแบบนี้วะ .... แต่ถึงแบบนั้นผมก็เงียบไปสักพักนึง และมันเองก็เงียบเสียงลงเหมือนกำลังอดทนรอให้ผมพูดต่อ



“ทัพ”



“ว่า”



“มึงเคยโดนเพื่อนหักหลังไหม” 



ผมถามมันออกไปแบบนั้น พร้อมๆกับหลับตาลง ภาพของไอ้กุ๊กกับข้าวโพดยังลอยวนไปวนมาอยู่ในสมอง เป็นความรู้สึกสับสนจนชวนอ้วก ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทำไมถึงยอมถามอะไรแบบนี้ออกไปกับมัน แต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่าผมเหนื่อย ผมอยากระบายกับใครสักคน ถ้าเป็นปกติคงระบายกับไอ้กุ๊ก แต่ตอนนี้มันไม่ได้ ... ผมไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่ามันจะชอบไอ้ทัพ แล้วถ้ามันชอบไอ้ทัพจริงๆ มันทนฟังผมเล่าเรื่องของไอ้ทัพมาตั้งหลายปีได้ยังไงกัน



“ทำไม...เพื่อนมึงหักหลังมึงรึไง สมน้ำหน้า กรรมอาจจะตามสนองมึงมั้ง”



“........” 



ผมเลือกที่จะเงียบไปตอนที่มันว่าออกมาแบบนั้น เม้มปากเข้าหากันจนแน่น รู้สึกห่อเหี่ยวขึ้นมามากกว่าเดิมทันที จริงๆอยากจะร้องไห้ออกมาด้วยซ้ำ นี่ผมคาดหวังอะไรอยู่วะ หวังคำพูดดีที่จะให้ปลอบใจหรอ โคตรหวังสูงเลยกู ...คนแบบทัพหน้า ถ้าเห็นผมเจ็บเจียนตายได้มันคงถือเป็นความสุขใจอย่างนึงของมันสิไม่ว่า ... บางทีผมเองก็ลืมไปว่า ต่อให้มันกอดมันใจดีกับผมมากขึ้นแค่ไหน สุดท้ายแล้วในสายตาของมัน ผมเองก็ไม่เคยเป็นอย่างอื่นเลย นอกจากคนที่สั่งฆ่าเมียของมัน ผมกดหน้าลงกับหมอนเงียบๆ ไม่อยากฟังอะไรจากมันอีกแล้ว รู้สึกเจ็บมากเกินไปกับสิ่งที่กำลังเผชิญ อยากจะผละออกจากวงแขนของมันแต่อ้อมกอดแข็งแกร่งที่กอดผมอยู่กลับกระชับให้แน่นมากขึ้นอีกแล้วเสียงของมันก็ดังแหวกอากาศออกมาต่อ



“มึงถามอะไรปัญญาอ่อน คำว่าเพื่อนน่ะ มันไม่มีคำว่าหักหลังอยู่ในนั้นหรอก



“แล้วถ้ามีล่ะ” 



ผมที่นิ่งไปตอนที่มันบอกออกมาแบบนั้น ก่อนจะค่อยๆพลิกตะแคงตัวหันกลับไปหามัน ก่อนจะค่อยๆช้อนสายตาขึ้นไปมองคนที่นอนกอดตัวผมอยู่ตอนนี้ มันที่ก้มลงมามองหน้าพร้อมยกยิ้มมุมปากส่งมาให้



“ถ้ามี นั่นไม่เรียกว่าเพื่อน ... นั่นเรียกศัตรู



“หรอ.....”



ศัตรูงั้นหรอ



หลุบตาลงต่ำตอนที่มันบอกแบบนั้น ก่อนจะรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาหน่อยๆตรงหัว แรงลูบเบาๆที่ทำให้อยากหลับตาลง ไม่ต่างจากลูกแมวน้อยๆเวลาโดนลูบหัว มันคงรู้สึกแบบนี้สินะ



“แต่ก่อนที่มึงจะตัดสินว่าใครเป็นศัตรูของมึงจริงๆ มึงต้องดูให้ดีซะก่อนนะว่าสิ่งที่มึงกำลังเห็น มันคือเรื่องจริงหรือการสร้างภาพ มองดูให้ชัดว่านั่นมันคือมิตรแท้หรือศัตรูที่ถาวรแต่กำลังสร้างภาพ



คำพูดของมันที่ทำเอาผมใจกระตุกจนต้องกำมือแน่นๆ .... สร้างภาพงั้นหรอ .... ต้องดูให้ดีงั้นหรอ ....



ผมกับมันเลือกจะเงียบใส่กันอยู่แบบนั้น แต่มันก็ยังไม่ยอมปล่อยอ้อมกอดออกจากตัวผม ไม่ต่างจากผม ที่ยังคงซุกหน้าอยู่ที่อกแกร่งของมันในตอนนี้  เหมือนต่างฝ่ายต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเอง ... จนในที่สุดก็เป็นผมที่เลือกจะเอียงหน้าขึ้นไปมองมันอีกที  คนตรงหน้าที่ก็ก้มลงมามองตาผมนิ่งๆ แววตาสีดำสนิมไม่ต่างจากท้องฟ้าตอนกลางคืนของมันไม่มีคำตอบหรืออะไรให้ผมได้เข้าใจมากขึ้น แต่อดคิดกับคำพูดของมันไม่ได้ มันคงจะดี ถ้ามันเองก็พยายามจะมองเห็นในตัวตนของผมบ้าง  ผมอยากให้มันมองเห็น ว่าจริงๆแล้วผมเป็นคนยังไง และความคิดในใจมันอาจจะเก็บเอาไว้ไม่ไหวจนกล้าเอ่ยปากพูดออกไปตามที่ใจผมคิด



“มันคงจะดีนะถ้ามึงมองเห็นความจริงของกูบ้าง ...”



“......กูเองก็กำลังมองมึงอยู่เหมือนกันเมล” 



ฝ่ามือหนาที่เลื่อนขึ้นมาที่หัวของผมก่อนจะออกแรงลูบเบาๆในตอนที่มันตอบออกมา ความอบอุ่นที่เกิดขึ้นที่หัว แต่กลับอุ่นวาบส่งมาถึงหัวใจ



...



(มีต่อจ้า)
   

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ



เช้าวันใหม่เริ่มขึ้นมาอย่างยุ่งเหยิงเมื่อผมเดินลงมากินข้าวแล้วจะออกไปเรียนตามปกติ แต่ผมดันตามหาไอ้หลงไม่เจอ สุดท้ายได้แต่เอะใจแปลกๆเลยวิ่งไปดูที่กรงไอ้รี่



“อย่าบอกว่ามึงแดกลูกกูไปแล้วนะไอ้รี่!” 



ยืนแหกปากอยู่หน้ากรงมันแบบนั้น  ไอ้สิงโตเจ้าป่าที่ตอนนี้ผมยังไม่เห็นหัวมันชัดๆ ได้แต่มองเห็นผ้าห่มสีแดงที่คลุมหัวใหญ่ๆของมันไว้จนเป็นก้อนกลมๆ ผ่านไปสักพักก้อนนั่นจึงค่อยขยับ และขนฟูๆที่ผมเคยจับมาแล้วครั้งนึงก็เลื่อนหลุดออกมาจากกองผ้าห่ม ไอ้รี่ที่หรี่ตามองผมอย่างไม่ชอบใจ แต่ผมที่ถลึงตามองใส่มันอย่างหงุดหงิด มันเลยอ้าปากกว้างๆออกมาเหมือนกำลังหาวโชว์ผมซะแบบนั้น



“เหอะ สบายเลยนะมึง มึงเห็นไอ้หลงไห...เชี่ย!! ไอ้หลงงงงง”   



ยังพูดไม่ทันจบประโยคดี ก็มองเห็นก้อนขาวๆตัวเล็กที่นอนหลับตาปิดแบบมีความสุข ซุกตัวอยู่ในวงแขน เอ่อ น่าจะเป็นวงขามากกว่า ขาหน้าของไอ้รี่อย่างสบายใจ แถมยังไม่ตื่นอีก ไอ้แมวเด็ก!



พอผมตะโกนแบบนั้นอย่างแตกตื่น ไอ้รี่ที่เห็นผมโวยวายอยู่นอกกรงของมัน ก็ไม่ทำอะไร นอกจาก....คาบผ้าห่มสีแดงของมันมาคลุมตัวไอ้หลงและตัวมันเองอีกที พร้อมๆกับที่ไอ้รี่ก็ค่อยๆทิ้งหัวลงนอนกอดไอ้หลงต่อแบบไม่สนใจกูเลย



“ไอ้! ไอ้....”   ได้แต่เข่นเขี้ยวเคียวฟันอยู่แบบนั้น  ไอ้สิงโตไม่มีอะไรจะด่า มึงเอาลูกกูมานอนกกแบบนั้นได้ไงอ่ะ หลงงงงงงงงงง



“คุณเมลครับ ได้เวลาไปมหาลัยแล้วครับ”



“พี่ธร!! แมวผมโดนไอ้รี่คาบมาแดก” 



หันหน้าไปฟ้องคนที่เดินเข้ามาหาพร้อมชี้มือบอกอย่างเป็นกังวล แต่คนตรงหน้าที่ชอบทำหน้าตายไม่ต่างจากเจ้านายก็แค่ปรายตาไปมองนิดหน่อยแล้วหันกลับมายิ้มอ่อนๆให้ผม



“ไม่หรอกครับคุณเมล เชอร์รี่แค่เล่นด้วย”



“เล่นบ้าเล่นบออะไรวะพี่ มันจ้องจะแดกไอ้หลงผมรู้ ผมสัมผัสได้” 



เถียงออกไปแบบนั้นอีกคนก็แค่ยิ้มอ่อนส่งมาให้อีกรอบ เอ๊ะ นี่พี่กวนตีนผมนะเนี่ย



“ไปเรียนเถอะครับคุณเมล และเจ้านาบสั่งไว้ว่าวันนี้คุณเมลห้ามไปไหนโดยพลการอีกนะครับ ไม่งั้นเจ้านายจะกลับมาลงโทษ ”



“พี่ก็อย่าบอกมันซี่”  เดินตามคนร่างสูงที่เดินนำผมให้ห่างออกมาจากกรงของไอ้รี่ และอ้อมมาหน้าคฤหาสของไอ้ทัพจนมาถึงโรงจอดรถ เดินขึ้นรถBMWคันประจำที่พี่ธรชอบขับไปส่งเสมอ



“ไม่แจ้งไม่ได้หรอกครับผม”



“ขี้ฟ้อง พี่อ่ะขี้ฟ้อง”  กอดอกพร้อมเบ้ปากใส่ แต่อีกคนก็แค่หัวเราะหึหึมาให้น้อยๆ ก่อนจะเริ่มต้นขับรถ แหม...ช่างเป็นคนมีอารมณ์ขันมากมายเหลือเกินพ่อคุณเอ๊ย...



“เจ้านายเป็นห่วงคุณเมลนะครับ ผมไม่แจ้งไม่ได้หรอก”



“พี่ฝันอยู่หรอ ผมรู้นะว่าพี่รู้ว่าผมเข้ามาอยู่กับเจ้านายพี่เพราะอะไร” 



ตอบอีกคนออกไปแบบนั้น ผมเห็นว่าพี่ธรก็มองผมผ่านทางกระจกหน้ารถอยู่เช่นกัน อีกฝ่ายเลือกที่จะนิ่งไม่พูดอะไร  พี่ธรเป็นคนที่รู้ว่าอะไรควรไม่ควรพูดเสมอ เป็นคนที่มีบุคลิคดีและน่าเชื่อถือ ผมไม่แปลกใจที่เค้าถือเป็นมือขวาของไอ้ทัพหน้าเลยจริงๆ



“นี่พี่...ทำไมไอ้เชอร์รี่ถึงชื่อเชอร์รี่”   เลือกที่จะทำลายบรรยากาศน่าอึดอัดนี้โดยการเปลี่ยนเรื่องแทน มองเห็นพี่ธรยิ้มเอ็นดูออกมาตอนที่ถามถึงไอ้สิงโตที่คาบแมวผมไปแดก



“ที่ชื่อเชอร์รี่เพราะเจ้านายเป็นคนชอบสีแดงครับ”



“เอ้า งั้นไม่ตั้งชื่อไอ้แดงไปล่ะ”



“ผมก็ไม่ทราบครับ แต่ตอนที่เชอร์รี่เด็กๆนอกจากติดผ้าห่มก็ชอบกินเชอร์รี่ จริงๆเจ้านายอยากให้ชื่อแอ๊บเปิ้ลเพราะสีแดงกว่าลูกเชอร์รี่ แต่ดูเหมือนเชอร์รี่จะไม่ร่วมมือ พอเรียกว่าแอ๊ปเปิ้ล มันก็จะเมินไม่สนใจครับ เจ้านายเลยยอมใช้เชอร์รี่แทน”



“โอ้โห มหากาพย์แห่งการตั้งชื่อ” 



ได้แต่นึกในใจ ถ้ากูเป็นไอ้รี่ก็ไม่ยอมชื่อแอ๊บเปิ้ลเหมือนกันล่ะ แรดมาก ตั้งชื่อได้แรดมาก เซ้นท์ในการตั้งชื่อสิ่งของมึงป่วยมากไอ้ทัพหน้า  หน้าตาอย่างโหด คิดชื่อมาแต่ละอย่างโคตรแอ๊บแบ๊ว กลัวแล้วจ้า



ใช้เวลาบนท้องถนนประมาณสองชั่วโมงในที่สุดผมก็มาถึงคณะ พี่ธรที่ค้อมหัวให้ผมอย่างสุภาพตอนที่มาส่งผมถึงที่ ทำแบบที่ชอบทำประจำแม้ว่าผมจะบอกว่าไม่ต้องแต่เจ้าตัวก็ไม่เคยยอม ผมก็จนใจจะห้าม ...ผมโบกมือบ๊ายบายให้พี่ธรหน่อยๆตอนที่อีกฝ่ายกำลังจะผละตัวกลับไปขึ้นรถ  ในตอนนั้นไอ้อู๋กับข้าวโพดก็เดินเข้ามาพอดี ไอ้อู๋ที่อ้าปากค้างตอนที่เห็นหน้าพี่ธร มันทำปากเป็นตัวโอหน่อยๆมองเค้าตาค้าง  ก็แน่แหล่ะ เอาจริงๆพี่ธรก็ถือว่าเป็นผู้ชายสูงใหญ่ที่หน้าตาดีใช่เล่น แถมมาขับรถยุโรปแบบนี้นะ ยิ่งดูดี ถึงแม้ว่ารถที่พี่ธรขับเจ้าของจะคือไอ้ทัพหน้าก็เถอะนะ



“เหยดดด มึงมีใครมาส่งวะไอ้เมล” 



ไอ้อู๋ที่ถลาเข้ามาหาผมแล้วว่าออกมาแบบนั้น สายตายังคงมองตามพี่ธรไปจนเจ้าตัวเค้ารู้สึกได้  พี่ธรที่มองมาทางพวกผมนิ่งๆ ไม่ได้ยิ้มหรืออะไร พี่ท่านก็แค่มองมานิ่งๆแล้วค่อยๆเปิดประตูเข้ารถแล้วขับออกไป เอ้อ...ก็แปลกดี



“ใครหรอเมล แฟนหรอ?” 



ข้าวโพดถามผมออกมาตอนที่รถของพี่ธรขับออกไปไกลแล้ว มันที่ไม่ได้ยิ้มหรืออะไร แปลกนิดหน่อยที่ผมรู้สึกว่ามันไม่พอใจอะไรสักอย่าง แต่ผมก็เลือกจะปัดเรื่องนั้นทิ้งไป แล้วส่ายหัวตอบมัน



“เปล่าหรอก ลูกน้องไอ้ทัพน่ะ”



“มึงกับพี่ทัพหน้า บุคคลในตำนานนั่นสรุปคือยังไงกันแน่วะเมล กูสงสัยมากในจุดนี้ มึงจะหาว่ากูเสือกก็ได้นะ เพราะจริงๆก็คือเสือก”



“เออมึงขี้เสือกสัดอู๋” 



ด่ามันออกไปแบบนั้นพร้อมๆกับส่ายหน้าแล้วเดินหนีมันเข้ามาที่ตึก มันยังคงตามมาเล้าหรือไม่เลิก เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นในการเสือกเรื่องคนอื่นสุดๆ   ผมที่เลือกจะนั่งลงที่โต๊ะนึงใต้ตึกคณะ เห็นนักศึกษาหลายคนของหลายชั้นปีเดินไปเดินมาเต็มไปหมด ก็แน่หล่ะนี่มันยังไม่ได้เวลาเข้าห้องเรียน แต่สายตาดันไปสะดุดเข้ากับร่างๆนึง



ไอ้กุ๊ก



มันที่เดินก้มหน้าก้มตาเข้ามาในตัวตึก แต่ดันเดินชนเข้ากับคนกลุ่มนึงเข้า และเหมือนมันกำลังจะมีเรื่อง ... พูดตรงๆก็คือ ไอ้กุ๊กเป็นคนที่มีหน้าตาหยิ่งๆดูอ้อนมืออ้อนตีนคนอื่นก็เพราะมันชอบทำหน้านิ่งๆ จริงๆมันแค่ไม่รู้จะทำหน้ายังไงกับคนที่ไม่รู้จัก



“ชนแล้วไม่ขอโทษ มึงจะเอาหรอไอ้สัด!”  เสียงดังจนไอ้อู๋กับข้าวโพดได้ยินต้องหันไปมองตาม



“จำเป็น?”  มองจากตรงนี้เห็นไอ้กุ๊กตอบไปแบบนั้น  นี่แหล่ะคิดว่ามันควรจะโดนตีนก็แบบนี้แหล่ะ



“กวนตีนมากหรอไอ้สัด”  ฝ่ายตรงข้ามที่ตัวใหญ่กว่ามันสามเท่าแล้วเสือกทีสามคน เดินเข้าใส่ไอ้กุ๊ก ผมเห็นว่ามุมปากมันยังเขียว คิดว่าคงเป็นเพราะโดนหมัดของไอ้บิน



“แล้วมึงไม่กวนตีนหรอไอ้สัด” 



ไอ้กุ๊กที่ว่ากลับไปแบบนั้น มันมองพวกนั้นแบบไม่สบอารมณ์ พร้อมๆกับพยายามจะเดินเลี่ยงออกมา แต่ถูกกระชากแขนไว้อย่างแรง ผมที่เห็นแบบนั้นลุกขึ้นยืนอัตโนมัติทันที



“เมล เดี๋ยว” 



ไอ้โพดที่ดึงมือผมไว้ หันไปมองมันที่ส่ายหัวไปมาส่งมาให้ผม สายตาของมันที่มองไปที่กุ๊กแบบเป็นห่วงแต่ก็ไม่ยอมปล่อยมือผม



“ไอ้เมล มึงเข้าไปมึงก็จะเจ็บตัว เดี๋ยวกูเอง”  ไอ้อู๋พูดแบบนั้น และมันเองก็ลุกขึ้นเหมือนกัน



“หยุดทั้งเมลทั้งอู๋นั่นแหล่ะ ขืนเข้าไปก็จะโดนทำโทษกันหมดพอดีสิ โพดไม่อยากให้เมลกับอู๋ต้องโดนทำโทษนะ ปี4แล้วด้วย มีเรื่องตอนนี้ถ้าไม่จบจะทำยังไง”



“แต่ไอ้กุ๊กมัน...” 



ผมที่ขมวดคิ้วอ้าปากเถียงแต่ยังไม่ทันจะจบประโยคดีก็ต้องหยุดปากไว้แค่นั้น เมื่อเสียงหวีดร้องอย่างตกใจของกลุ่มคนที่กรูกันเข้าไปมุงดูตรงที่ไอ้กุ๊กมีเรื่องก็ทำเอาใจเสีย  ผมสะบัดมือออกจากไอ้โพดทันทีแบบไม่คิด แล้ววิ่งตรงเข้าไปในกลุ่มที่ตอนนี้มีคนมุงกันใหญ่อยู่ตอนนี้



อย่ามายุ่งกับมัน! ถ้ามึงไม่จบอย่าหาว่ากูไม่เตือน”  เสียงเข็มที่ตวาดลั่นลานกว้างทำเอาอีกฝ่ายถึงกับผงะ ไม่ต่างจากพวผมที่พอวิ่งเข้าไปดูก็ตกใจไม่แพ้กัน



“อะ...เออ กูเห็นแกมึงนะไอ้บิน ไม่งั้นกูไม่ยอมหรอก” 



ฝ่ายตรงข้ามที่หาเรื่องไอ้กุ๊กเหงื่อแตกพลัก ละล่ำละลักออกมาแบบนั้น ก่อนจะยอมถอยออกไปแต่โดยดี  ไอ้กุ๊กที่ยืนอยู่ข้างหลังไอ้บินเพราะเจ้าตัวถูกฝ่ามือใหญ่ของไอ้บินกอบกุมไว้ไม่ยอมปล่อย  ไอ้กุ๊กที่หันมาเห็นพวกผมยืนมองอยู่ มันก็บิดข้อมือออกจากมือของไอ้บิน ไอ้บินที่มองมันอย่างขัดใจแต่พอมันมองเห็นผมและไอ้อู๋ มันก็ปล่อยมือออกจากแขนของไอ้กุ๊กทั้งแบบนั้น



“คิดว่ากูอยากจับมึงมากนักรึไง เหอะ”



“แล้วมาเสือกเรื่องของกูทำเชี่ยไรล่ะ” 



ไอ้กุ๊กเองก็ไม่ยอม มันเถียงออกมาแบบนั้น มองหน้าไอ้บินตาขวางอย่างไม่ยอมเช่นกัน  เห็นแบบนั้นผมเองเลยเลือกที่จะวิ่งไปขวางพวกมันไว้



“พอเถอะ พวกมึงอย่าทะเลาะกันเลย”



“มึงยังจะปกป้องมันอีกหรอวะ” 



ไอ้บินหันมาถามผม จริงๆกูนี่อยากตอบกลับมากว่า คนที่ปกป้องมันน่ะน่าจะเป็นมึงมากกว่ากูซะอีกนะ แต่ยังไม่ทันจะได้อ้าปากพูด เสียงไอ้กุ๊กก็ดังขัดขึ้นมาซะก่อน



“ใช่ อย่ามายุ่งกับกูเลยเมล อย่ามายุ่งกับคนเหี้ยแบบกูเลย เชิญมึงอยู่กับคนโง่แบบพวกเหี้ยนี่ไปเถอะ” 



มันที่หันมามองหน้าผมแล้วผมออกมาแบบนั้น ก้าวขายาวๆของมันเดินกระแทกไหล่ไอ้บินไปอย่างแรง ก่อนจะหันมาหาผมและไอ้อู๋กับไอ้โพดอีกหน่อย ไอ้กุ๊กที่เหยียดยิ้มร้ายๆออกมาแบบที่ผมไม่เคยเห็น



“เชิญมึงเกาะอยู่ในจุดที่มึงยืนอยู่ให้แน่นๆละกัน วันไหนมึงร่วงลงมาอย่าหาว่ากูไม่เตือน”



“เชี่ยกุ๊ก มึงแม่งเหี้ยว่ะ”  ไอ้อู๋เดินมายืนบังข้างหน้าผมไว้แล้วว่าออกไปแบบนั้น แต่อีกฝ่ายกลับเลือกที่จะไม่สน มันสะบัดหน้าหนีแล้วเดินออกไปโดยที่ไม่สนใจพวกเราอีกเลย



“แม่งพูดงี้กับมึงได้ไงวะเมล อย่าไปสนใจแม่งเลย เพื่อนเหี้ย”  ไอ้อู๋ที่บ่นออกมาแบบนั้น ผมยังคงมองตามแผ่นหลังบางของไอ้กุ๊กที่เดินจากไป ก่อนจะขมวดคิ้วหน่อยๆ



“บินเจ็บมากไหม อะ เอาผ้าเช็ดหน้าเราไปเช็ดนะ”



“อื้ม...ขอบใจ”  ไอ้บินที่ตอบรับข้าวโพดเบาๆแต่มันเองก็ยังดูจะหัวเสียกับไอ้กุ๊กไม่เลิก ไม่ต่างจากไอ้อู๋เช่นกันที่ยืนบ่นหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่ตอนนี้


.

.

.




 ผมที่เข้าเรียนมาในสภาพที่ไม่พร้อมจะเรียนเท่าไหร่  คำพูดและหน้าตาของไอ้กุ๊กยังลอยอยู่ในหัว ผมมองเห็นแผ่นหลังของมันนั่งอยู่แถวๆหน้าห้องเรียนข้างๆหน้าต่าง มันที่มองเหม่อออกไปนอกห้องเรียนแล้วตอนนี้  ผมรู้ดีว่ามันสนิทกับคนยาก และจริงๆเพื่อนสนิทของมันก็คือไอ้บิน ... และมาในตอนนี้มันก็คงไม่มีใคร คงจะไม่แปลกเท่าไหร่ ที่ผมมองมันจากตรงนี้แล้วรู้สึกว่ามันดูโด่ดเดี่ยวมากๆเลย



“เอาล่ะนักศึกษา นั่งที่กันให้เรียบร้อย” 



เสียงเข้มๆของอาจารย์แก่ๆพุงพลุ้ยที่ทำเอานักศึกษาที่กำลังนั่งง่วงหนาวหาวนอนอยู่ตอนนี้ก็ไม่ได้ทำให้นักศึกษาสนใจขึ้นมาแม้แต่น้อยเลย ก็หน้าอาจารย์ไม่ชวนให้สนใจอ่ะครับอยากบอกแค่นี้



“ต่อจากนี้ไป ครูจะมีอาจารย์พิเศษมาสอนนักศึกษาในรายวิชานี้แทนนะ เพราะครูมีภารกิจติดประชุมที่เยอรมันนานหลายเดือน เดี๋ยวยังไงขอเชิญอาจารย์พิเศษมาแนะนำตัวเลยละกัน” 



ได้ยินแว่วๆว่าจะมีอาจารย์พิเศษอะไรสักอย่าง ก็ไม่เห็นแปลก เรียนมา4ปีบางทีก็มีอาจารย์จากที่นู่นที่นี่ หรือคนเก่งๆมาสอนบ่อยๆในฐานะอาจารย์พิเศษ เยอะจนชิน และมันก็ไม่ชวนให้น่าสนใจอยู่ดีอ่ะเอาจริงๆ



“สวัสดีครับนักศึกษา ก่อนที่ผมจะแนะนำตัว ขอให้ทุกคนเงยหน้าขึ้นมามองกันก่อนน่าจะดีนะ” 



เสียงเข้มๆที่ทำเอาผมเสียววาบทั้วสันหลัง บรรยากาศเย็นๆที่แผ่ออกมาทั่วทั้งห้องทำเอาทุกคนเงียบเสียงลงได้ในที่สุด รวมถึงผมด้วยเช่นกันที่เงยหน้าขึ้นมามองพร้อมๆกับต้องอ้าปากค้างตาเบิกกว้างในตอนนี้



“สวัสดี ผมทัพหน้า จะมาเป็นอาจารย์พิเศษในรายวิชานี้ตั้งแต่วันนี้จนจบเทอม ยินดีที่ได้พบ หึ” 



ร่างสูงในชุดสุภาพที่ยืนอยู่ด้านหน้าว่าออกมานิ่งๆแบบนั้นพร้อมสายตาเข้มๆที่มองตรงมาที่ผมเป็นพิเศษพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่บอกได้แค่ว่า



วอท

เดอะ

ฟาคคค!!!

มาได้ยังไงจ๊ะไอ้ชิพหาย!!



------------------



สวัสดีจ้าา .... แคทมาแล้วน้าาา หลังจากตอนที่แล้วยาวมาก คิดว่าคนอ่านน่าจะขี้เกียจอ่าน เพราะงั้นเราเลยลดลงมา เอาแค่10กว่าหน้าพอ คนอ่านลดลง แต่คอมเม้นท์อินขึ้น พูดเลยว่าชอบมากค่ะ อ่านคอมเม้นท์ของแต่ละท่านนี่คือชอบมาก5555 เห็นคนอ่านลงเรือกันไปหลายลำ เอาน่า...ไหนมากระซิบบอกแคทหน่อยเร็วว่าจะลงเรือไหนกันบ้าง อิอิ

ส่วนตอนนี้ ... ขอพูดแค่ว่า พี่ทัพหน้าเป็นคนรว๊ายๆ...พี่เค้าร้ายนะคะหัวหน้า

ส่วนถ้าคนอ่านอยากด่าใคร ตบใคร จัดไปเลยจ้าาา แคทรออ่านคอมเม้นท์ของทุกคนอยู่นะคะ แค่อย่าฆ่าแคทก็พอน้าาา จุ๊บๆ


และขอขอบคุณคนอ่านจากเล้าเป็ดที่มาคอมเม้นท์ให้แคทในตอนที่แล้วด้วยนะคะ


ขอขอบคุณ คุณursleepingxd คุณยู เจ้าเก่าเจ้าเดิม เพิ่มเติมคือตอนนี้หลงน้องหลง 5555 และในจุดๆนี้ ตั้งแต่เขียนนิยายมา3เรื่อง นี่ก็เป็นครั้งแรกที่มีคนบอกว่าจะจ้างโคนันมาสืบ งื้ออ น่ารักจังเลย ถ้าอ่านแล้วรู้สึกอินตามสงสัยตามกันไปแคทก็ดีใจมากๆค่ะ ขอบคุณคุณยูเสมอที่อยู่อ่านกับแคทมาตลอดเลย แคทขอบคุณจริงๆค่ะ ส่วนการทำลายเรือคู่ไหนยังไงไหม บ้าาา คุณยูอ่ะคิดมาก แคทเปล๊าาาา :mew1:

ขอขอบคุณ คุณblove  งื้ออ อ่านคอมเม้นท์คุณbloveแล้วแคทปลื้มมาก คือจะต้องพูดแบบนี้ทุกตอนจริงๆค่ะ คือไม่คิดว่าจะได้คอมเม้นท์ยาวๆกับเค้าบ้าง เวลาอ่านแคทยิ้มไปเสมอเลย ขอบคุณที่ชอบนิยายเรื่องนี้นะคะ แคทขอบคุณจริงๆ ... ส่วนเรื่องความปากหมาของพี่ทัพ อยากบอกว่า ... หยุดปากพี่เค้าไม่ได้จริงๆค่ะ ถ้าจะหยุดได้อาจมีวิธีเดียวคือเอาปากน้องเมลไปหยุด อุ่ยยย :hao7: ส่วนเรื่องพี่รี่น้องหลงนั้นนน บ้าาา คิ๊ดม๊าก ชิปอะไร๊ เปล่าๆๆๆ (ให้มาอ่านตอนนี้อีกที อิอิ) ส่วนเรื่องฉากNCถ้าชอบแคทจะดีใจมากๆๆๆๆค่ะ เพราะในบรรดาฉากที่ต้องเขียน อันที่ยากที่สุดสำหรับแคทก็คือฉากNCนี่แหล่ะค่ะ แคทว่าแคทยังเขียนได้ไม่ดีพอ แต่ถ้าชอบแคทก็อยากจะกราบจริงๆ งื้ออ ได้รับกำลังใจแล้วฮึกเหิม ขอบคุณจริงๆนะคะ ขอบคุณกำลังใจดีๆที่ให้กันค่ะ ยังไงตอนนี้มาอ่านอีกน้าาา

ขอขอบคุณ คุณ tae1234  ถ้าถามว่ามีเรื่องช็อคอีกไหมนั้น 55555 บ้าาา .... เราก็ไม่ได้ให้ช็อคอะไรกันมากมาย อิอิ ว่าแต่ตอนนี้มีช็อคอะไรอีกไหมคะ ฮี่ๆ ยังไงมาอ่านตอนนี้อีกนะคะ จุ๊บๆ และขอบคุณคอมเม้นท์ดีๆที่ให้แคทด้วยนะคะ :L1:


ปล.สำหรับบางท่านที่อาจจะพึ่งรู้จักกันจากเรื่องนี้ สงสัยเรื่องหนังสือNo Limit...แรงรัก และ One Night...คืนเดียวก็เสียวได้  มีสอบถามแคทเข้ามาว่า หนังสือยังหาซื้อได้ไหม ขอพื้นที่ขายของหน่อยค่ะว่า ยังสั่งซื้อได้กับแคทในเพจเช่นเดิมจ้าา ยังมีสต็อคอยู่ค่ะ ^0^    :hao7: :mew1: :pig4:

ออฟไลน์ ursleepingxd

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
เรื่องน้องบินกับน้องกุ๊กน้านนนนน  o22

ยังไงก็เอาใจช่วยน้องกุ๊กน้าาา

ใครไม่รักเรารักเอง ขอเททุกคนในเรื่องยกเว้นน้องเมลกับน้องกุ๊ก

พี่ทัพมาไมอะ ข้าวโพดดีใจจนตัวสั่นเลยสิ หึฟ์

ปล แอบถามหน่อย อันนี้ประมาณกี่เปอร์เซ็นต์ของเรื่องแล้วอะคะ หรือว่าแพลนจะมีทั้งหมดประมาณกี่ตอนก็ได้ เมื่อไรจะคลี่คลายยยย เมื่อไรน้องๆจะได้เอาคืนพวกพี่และเพื่อนง่าวๆซะที  :z6: ตอนนี้เราช่วยตบไปก่อนก็ได้  :beat: :beat: :beat:

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11
อ้าวว จารย์ทัพหน้า

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
เออนั่นดิเมล แม่งมาได้ไงวะ WTF?? 555 ลุคอาจารย์ดาเมจแรงมาก เอาละเว้ยมาคุมเลย จะแอบหลับหรือเหม่อนี่คือไม่ได้ละเมล โดนทำโทษแน่ๆ 5555 //ขาก็ชอบเขี่ยมือก็ชอบขยุ้ม แต่อะไรคือการเปย์คอนโดแมวหรูๆและของเล่นให้เยอะแบบเว่อร์วัง ตล๊กกก 55555 เอาใจสุด โธ่เอ้ย!! และอีกอย่างนะที่วอแวถามเซ้าซี้ๆนี่ไม่ใช่ไรนะ คือรู้ ว่าเป็นห่วงใช่ป่ะ แต่ห่วงแบบสไตล์พี่มันอะ พูดดีๆมันไม่ใช่แนวใช่ม่ะ ต้องปากเสียๆ คือใช่เลย 5555 เออออออจะพยายามทำความเข้าใจนะทัพนะ มันเป็นปกติแก เริ่มชินละ 5555  //ว๊ายยยยยกุ๊กกกกก ชอบบินนนน อร๊ายยยย โหหหห งี้ถ้าคิดย้อนกลับไปคนที่น่าสงสารสุดคือกุ๊กอะ บินนี่ใจร้ายสุดแบบไม่ตั้งใจ คือกุ๊กแอบชอบบินใช่ม่ะ แล้วกุ๊กต้องรู้อะว่าบินแอบชอบเมล ตลอดเวลาที่เห็นบินแคร์เมลอะ โหยยยยยยเจ็บปวดแล้วไหนจะยังมาเจอคนในครอบครัวใส่ร้ายจนเพื่อนๆบอยคอตอีก เหี้ยเถอะจร้าาาา!!! //สรุปแล้วคือโพดร้ายตัวจริงใช่ม่ะ แต่ยังงงอยู่ว่าทำไปเพื่อไรวะ ปั่น??? มีเบื้องหลังยังไงเนี้ย? เอ๊ะหรือว่า......??? ว่าไรวะ คิดไม่ออก 555555555555  กูนี่ก็นะ :) ฮ่าๆ รอสืบจากไรท์ต่อไป แต่คือรู้ละว่าโดนโพดปั่นแล้วป่วน!! เอาไงละที่นี้หะเมล แต่สุดท้ายใจจริงลึกๆก็นะ บิน ยังห่วงเขาอยู่ ก็แหมมมมม! สนิทกันขนาดนี้ บินคงสับสนพอตัวว่ะ จะยังไงกะกุ๊กหรือเมลดี มีแยกคู่ไหมคะ 5555 หลายคู่เลย อยากติดตามเขาไปหมด คึคึ! พี่ธรงี้มีลับลมคมไหนอะ ยังสังสัยและแอบมองจับผิดอยู่นะ 55555 //ส่วนไอ้พี่รี่เรานั้น แสรดดดเอาน้องหลงไปกกตอนไหนวะ ไวไฟมาก กรี๊ดด 5555 เกมนี้ไอ้พี่รี่ชนะ นึกถึงหน้าตอนดึงผ้าห่มมาคลุมให้หลงแบบไม่สนใจเมล ยิ้มแบบเย้ยใส่ๆ อีกคนก็ทำไรไม่ได้ สะใจดีไหมรี่ 5555555 //เอออออออเพิ่งรู้ว่าไอ้พี่ทัพหน้ามันง่อยเรื่องตั้งชื่อ ถ้าไม่ใช่ทัพหน้าคิดไม่ได้นะชื่อนั้น สิงโตหน้าโหดๆจะมาชื่อแอ๊ปเปิ้ล ลำพังชื่อเชอร์รี่มันก็นะ 55555555 ตล๊กกกกก //โอ้ยยยยสนุกกก ชอบค่ะชอบ อร๊ายยยยยยย “......กูเองก็กำลังมองมึงอยู่เหมือนกันเมล” ก็ไม่คิดว่าถึงขั้นจะมามองในห้องเรียนเลย 55555555 เป็นเอามาก ก็นะ คนมันห่วง แต่เสือกปากแข็ง ปากร้ายปากเสีย นี่แน่ะ เอาจริงใครปากเสียกว่ากันวะ กูงง 5555555 โอ้ยยยรอตอนหน้าเลยค่ะ จะเกิดไรขึ้นบ้าง ขอบคุณที่แต่งและมาอัพนะคะ รอๆตอนต่อไป (: (ปล.ขอโทษเถอะค่ะ อ่านแล้วนึกภาพตามพอมันอินก็จะเม้นยาวหน่อย เกรงใจ555555)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-12-2018 13:53:35 โดย blove »

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ

บทที่14



‘ตึก ตึก ตึก’



‘หมับ’



“ดะ...เดี๋ยว ทะ...ทัพ แฮ่กๆ อะ...แฮ่ก ไอ้...ทัพ” 



ผมที่วิ่งออกจากห้องเรียนตามไปอย่างสุดกำลัง ก่อนจะคว้าเอามือคนตรงหน้ามาจับไว้ได้ในที่สุด แต่มันดันต้องแลกมากับความเหนื่อยหอบ คนไม่ชอบเล่นกีฬาและออกกำลังกายแบบกู ทำไมต้องมาวิ่งตามคนขายาวแบบนี้ด้วย กูเหนื่อย!  ได้แต่จับแขนคนตรงหน้าไว้ พร้อมๆกับที่ก้มตัวลงไปเอามืออีกข้างที่เหลือเท้ากับหัวเข่าแล้วหอบออกมาหนัก เหนื่อยชะมัด



“ใจเย็น แล้วก็...นักศึกษาช่วยพูดกับอาจารย์สุภาพหน่อยจะดีกว่านะ”  เอ่อ....ห๊ะ อะไรนะ?



“ว่าไงครับนักศึกษา จะจับมืออาจารย์อีกนานไหม” 



เสียงทุ้มเข้มๆที่ปกติไม่เคยจะสุภาพ แต่ตอนนี้มันกลับเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังตีน ผมที่ลมหายใจเริ่มกลับมาสม่ำเสมอเด้งตัวขึ้นมายืนดีๆ พร้อมจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง



“มึงมาทำอะไรที่นี่ อาจารย์พิเศษเชี่ยอะไร!”



“หักคิรากร 10คะแนน”



“เห้ย!”



“นักศึกษากรุณาพูดจาให้สุภาพด้วย” 



คนตรงหน้าที่ว่าออกมาแบบนั้นพร้อมๆกับใช้สายตาคมมองมาที่ผมนิ่งๆ ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก ในหัวสมองกูนี่เดือดปุดๆยิ่งกว่าภูเขาไฟที่กำลังอยากจะระเบิด 10คะแนนกู๊!~~



ใบหน้าหล่อคมที่ค่อยๆเลื่อนเข้ามาใกล้ๆแล้วเอียงหน้ามากระซิบข้างๆลงหู  ประโยคที่ชวนให้ใจกระตุกและขนลุกซู่ดังชัดเจนไปทั้งสมอง



“ถ้าอยากจะไม่สุภาพค่อยกลับไปพูดกับกูบนเตียงที่บ้าน หึ” 



พูดจบแค่นั้น ก็ผละหน้าออกพร้อมยักคิ้วให้ ก่อนที่คนร่างสูงจะกลับหลังหันแล้วขายาวๆนั่นก็ค่อยๆก้าวจากผมไปเหมือนไปมีอะไรเกิดขึ้น มีแต่กูที่ยืนอ้าปากค้างยืนหน้าแดงแปร๊ดอยู่คนเดียวตอนนี้



“ไอ้บ้าทัพ!”



“หักอีก10คะแนน ผมได้ยินนะคุณคิรากร”  ยัง  ... มึงยังจะหันกลับมาหักกูอี๊กกก ได้แต่ยืนกำหมัดแน่นๆมองอีกคนที่เดินผ่านไปพร้อมรอยยิ้มสะใจที่เห็นผมทำอะไรไม่ได้  นี่มันเรื่องเชี่ยอะไรวะเนี่ย



...



‘ปึก’



เสียงวางจานข้าวที่ดังมาจากน้ำมือของไอ้อู๋ มันที่วางจานข้าวลงตรงข้ามผม พร้อมกับหย่อนตูดลงนั่งตรงหน้าผมและหรี่ตาส่งมาให้แบบกวนประสาท



“ตามึงเป็นเชี่ยไรไอ้อู๋”



“นี่คือหน้าตากำลังสงสัยใคร่รู้ของกู”



“มึงอย่ามาทำพูดดี แบบมึงไม่มีทางใคร่รู้ แบบมึงมันเรียกขี้เสือกเถอะ อะ แล้วเอาข้าวมาให้กูสักที”



“เอ๊ะๆ เสือก อันนี้ของโพดโว้ย ของมึงนู้น ไอ้ห่าบินถือมาให้ละ...อะนี่ของโพดน้า” 



บุ้ยปากใส่ผมหน่อยๆแล้วหันไปยิ้มตอแหลพร้อมเลื่อนจานข้าวส่งไปให้ข้าวโพด เห็นมันทำแบบนั้นแล้วก็อดขมวดคิ้วไม่ได้เลยจริงๆ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกไป ไอ้บินก็หย่อนตูดลงนั่งข้างๆผมพร้อมจานข้าวของมันและของผมเรียบร้อย



“อะ ผัดไทยกุ้งสด มึงโอเคไหม”



“โอเคหมดแหล่ะ กูแดกได้หมด” บอกมันพร้อมเลื่อนจานจะเอามากิน



“เดี๋ยวๆ มึงยังแดกไม่ได้ไอ้เมล กูยังไม่ได้รู้เรื่องเลย สรุปพี่ทัพ เอ้ย อาจารย์พี่ทัพนี่มาสอนได้ยังไง อะไร แล้วก็ทำไม”



“แล้วมึงมาถามกูทำเชี่ยไรล่ะ ใครจะไปรู้”  ผมที่ก้มหน้าหลบสายตาจับผิดของมันแล้วตักผัดไทยกิน ส่วนไอ้อู๋ก็ยังไม่เลิกเสือกอ้าปากถามออกมาอีก



“คนอื่นไม่รู้ไม่แปลก แต่มึงนี่สิจะไม่รู้ได้ไง เดี๋ยวนี้กูรู้นะว่ามึงไม่ได้นอนคอนโด เมื่อไหร่มึงจะอธิบายกับพวกกูสักทีวะ ว่ามึงกับพี่ทัพนี่มันคือยังไง...โอ๊ย”



ไอ้อู๋ที่แหกปากลั่นออกมาเพราะแรงเตะขามันจากใต้โต๊ะเอง เสือกอยู่ได้  บรรยากาศแปลกๆบนโต๊ะก็เริ่มมาตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ อาจจะเป็นตอนที่ข้าวโพดกับไอ้บินตั้งใจฟังที่ไอ้อู๋ถามกันแบบเงียบๆล่ะมั้ง



“พูดอยู่ได้คนจะแดกข้าว”



“ว่าแต่ ทำไมอู๋ต้องคิดว่าเมลจะรู้เรื่องอาจารย์ด้วยล่ะ”  โพดที่พูดออกมาตอนที่ทุกคนเลิกสนใจไปแล้ว มันที่ถามออกมาเสียงใส พร้อมเอียงหน้ามองอู๋พร้อมส่งยิ้มให้หน่อยๆ



“เอ้า ถ้ามันไม่รู้แล้วใครจะรู้ล่ะครับ โพดไม่เคยได้ยินข่าวตอนปี1หรอ ไอ้เมลนี่ยิ่งกว่าแฟนคลับอาจารย์พี่ทัพอีกนะ น่าจะเป็นแฟนครับมากกว่าโน๊ะเพื่อนโน๊ะ”  ไอ้อู๋ว่าออกมาขำๆ แต่กูนี่อยากลุกเอาตีนขยี้หน้ามันสักที



“เอ๋...เพราะแบบนี้เมลก็เลยรู้เรื่องอาจารย์มากหรอ แบบนี้เมลก็ต้องเคยเห็นภรรยาอาจารย์สิใช่ไหม เห็นว่ากำลังจะแต่งงานเพราะว่าภรรยาอาจารย์ท้องแล้วนี่” 



ข้าวโพดที่พูดออกมาแบบนั้น ทำให้ผมรู้สึกว่าหน้าชา เหมือนโดนลากไปตบหน้าที่กลางสี่แยก ใช่...ทำไมผมจะไม่รู้ล่ะว่าไอ้ทัพมันกำลังจะแต่งงาน ถ้าไม่มาเกิดเรื่องที่ผมกับณราชาซะก่อน ป่านนี้มันคงมีครอบครัวที่มีความสุข และคงกลายเป็นพ่อและนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่เพอร์เฟ็คที่สุดเลย



“ว่าแต่ทำไมโพดรู้เรื่องเมียอาจารย์ด้วยล่ะ นี่ก็แอบเป็นแฟนคลับอาจารย์ด้วยหรอครับ แบบนี้อู๋เศร้าเลยนะ”



“อ่ะ ฮ่าๆ อู๋ก้อ...จริงๆเรารู้เพราะกุ๊กชอบเล่าให้ฟังน่ะ”



‘ปึก’



“เมื่อไหร่จะแดกกันวะ พูดเรื่องไร้สาระกันอยู่ได้” 



ไอ้บินที่เอาซ่อมกระแทกกับถ้วยพร้อมจ้องหน้าไอ้อู๋กับข้าวโพดตาขวาง มันที่บอกออกมาแบบนั้นทำเอาทุกคนเงียบเสียงลง อืม...ขอบใจ จะได้เลิกเซ้าซี้กันสักที



ผมที่เหลือบไปมองข้าวโพดที่แค่ยิ้มอ่อนตอบกลับบินนิดหน่อย มันที่ไม่พูดอะไรออกมาอีก แล้วเริ่มลงมือกินข้าวเงียบๆกันได้สักที ... ไม่รู้ทำไม แต่ผมเองก็เหมือนจะเริ่มไม่พอใจข้าวโพดเหมือนกัน อาจเป็นเพราะความนิสัยไม่ดีของผม ที่พอมันพูดเหมือนตอกย้ำว่าผมไม่รู้หรอว่าทัพมันมีเมีย ผมเองก็รู้สึกเจ็บและไม่ชอบใจขึ้นมาหน่อยๆ  ... เลิกคิดอะไรไม่ดีกับเพื่อนได้แล้วมึง มันเป็นคนที่เคยห้ามไม่ให้ไอ้กุ๊กทำร้ายกูนะ...หรอวะ?



.

.

.



ออกจากห้องเรียนมาตอนเย็นเวลาเดิมสี่โมง เพิ่มเติมคือพี่ธรส่งไลน์มาบอกว่าอาจจะมาถึงช้าเพราะรถติดมาก จ๊ะ...ผมที่เดินออกไปมานั่งรอพี่ธรใต้ต้นไม้ต้นเดิมที่เคยรอพี่ธรพร้อมไอ้แจตอนนั้น ส่วนไอ้บินแยกไปชมรมบาส ไอ้อู๋บอกจะไปส่งข้าวโพด และนั่นทำให้ผมต้องกรอกตาเป็นรอบที่สิบของวัน



“พี่เมลลลลล ต๊ะเอ๋คร๊าบบบบ”   เสียงใสๆที่ทำให้ผมต้องหันไปมอง และร่างกลมๆอวบอิ่มที่ช่วงนี้จะคุ้นหน้าคุ้นตาดีก็วิ่งเข้ามาหา ในมือของมันยังคงมีของกินเหมือนทุกทีที่เคยเห็น ...



“คิดถึงแจไหมมมม แจนั่งด้วย ขอบคุณคร๊าบ” อะ...ไม่ได้ปล่อยให้กูอ้าปาก และมันก็นั่งลงตรงหน้าด้วยหน้าตาร่าเริงของมัน ดูเป็นเด็กที่ไม่ค่อยเครียดเอาซะเลย  เหมือนชีวิตเกิดมาเพื่อแดกแล้วตายไป



“กูอนุญาตมึงยังแจ”



“ยัง แต่พี่ดาบสอนว่าถ้าขอแล้วก็นั่งได้ไม่ต้องรอใครตอบรับหรอก”  ว่าแบบนั้นแล้วยิ้มกว้างๆออกมา ... เออ พี่มึงนี่สอนมาดี แต่พอพูดถึงพี่ดาบ เอ้ย เจ๊ดานี่แล้วนึกขึ้นมาได้



“ไอ้แจ พี่ดาบส่งรูปคนที่เป็นคนสั่งคนมาทำร้ายกูไปให้ไอ้ทัพยัง”



“อ่า แจไม่รู้ดิ แต่คิดว่าน่าจะยังนะ”



“แล้วอิพี่ตุ๊ดนั่นมันทำห่าไรอยู่ มั่วแต่งหน้าเรอะ ช้าชิพหาย”  โมโหเลยแม่งๆๆ



“พี่เมลอย่าว่าพี่ดาบเป็นตุ๊ดนะ!” 



มันที่ตะโกนบอกออกมาแบบนั้น หน้าตาน่ารักของมันที่ง้ำงอลงตอนที่มองหน้าผม ...อ่า กูดูเหมือนคนเหยียดเพศไปเลยแม่ง ทั้งๆที่ตัวเองก็ชอบผู้ชาย แต่ไปเรียกพี่มันว่าตุ๊ดน่าตาเฉย อยากจะตบปากตัวเองจริงๆ



“อ่า แจ กูขอโ...”



“ถ้าพี่ดาบได้ยินมันจะต้องกรี๊ดดีใจแน่เลย! เพราะงั้นพี่เมลห้ามเรียกแบบนั้นนะ แจไม่ชอบเลย เมื่อไหร่พี่ดาบจะกลับมาเป็นพี่ดาบสักทีก็ไม่รู้ งุ้ย หงุดหงิดเลย” 



ว่าแบบนั้นแล้วเริ่มแกะถุงลูกชิ้นออกมาแล้วยัดเข้าปากตัวเอง เคี้ยวหยับๆแบบเกรี้ยวกราดไปอีก ... เอ่อ มึงโกรธเพราะแบบนี้หรอ



“เออ กูจะไม่พูดอีก โทษทีนะๆ” 



ยื่นมือไปตบๆบ่ามัน แก้วตากลมๆของมันที่ก่อนหน้านี้มองผมอย่างขุ่นเคืองก็ค่อยๆกลับมาใสแจ๋ววิบวับเหมือนเดิม พร้อมรอยยิ้มสดใสที่คุ้นเคยดี...อะ ไอ้เด็กนี่เปลี่ยนอารมณ์ไว



“แล้วนี่มึงโผล่มาทำไรที่นี่วะ ช่วงนี้กูรู้สึกเจอมึงบ่อยมากๆ”



“ต้องเจอซี่ ก็พี่ทัพอ่ะนะให้แจ อุ้ย อุ๊บ เปล่าๆๆๆๆ ไม่มีไรเลยจ้า” 



กูนี่หรี่ตามองหน้ามันเลย มึงพิรุธน้อยมากๆไอ้เด็กกุญแจ หน้าตาเลิกลักร้อนรนไปอีก  มันที่ไม่กล้าสบตาผม เอามือขึ้นมาปิดปากแล้วส่ายหัวไปมา ...จ้า เป็นคนที่ดูไม่ค่อยจะมีพิรุธเลยจริงๆ ถ้าอยู่ในวงไผ่ตำรวยก็จับมึงก่อนอ่ะไอ้แจเอ๊ย



“บอกมา ถ้ามึงไม่บอกกูจะเอาของกินมึงโยนทิ้งเดี๋ยวนี้ล่ะ”  ว่าแบบนั้นแล้วคว้าถุงผ้าที่มันวางไว้บนโต๊ะมาไว้ในมือ  แอบแง้มๆดู ในถุงผ้าแม่งคืออาหารนานาชาติ นี่มึงมาเรียนหรือมาตะลอนถามกูถามจริง?



“โง้ยยย พี่เมลลลล อย่าทิ้งถุงสมบัติแจ แจหิวโหยยย ไม่สงสารแจหรอฮะ แจขอๆๆ” 



ไม่ว่าเปล่ามันทำตาละห้อยมองถุงอย่างน่าสงสาร แต่มือก็พยายามจะเอื้อมคว้ามาเอาคืนไป ดีที่นั่งอยู่กันคนละฝั่ง ฝันไปเถอะว่าจะได้เอาคืนไปง่ายๆน่ะไอ้หนู



“บอกมา อย่าคิดว่ากูไม่กล้าทำนะ กูรวย กูจะทิ้งขนมมึงยังไงก็ได้!”  ประกาศกร้าวออกไปพร้อมสายตาเหี้ยมโหด เป็นไงล่ะ ใจบาปไหมล้า กลัวกูแล้วใช่ไหมไอ้ลูกหมู หึหึ



“ยัง ยังอีกกก” 



โชคดีที่ข้างๆโต๊ะเรามีถังขยะอยู่ ผมก็เลยลุกขึ้นไปยืนเอาถุงผ้ามันจ่อลงถังขยะ หึ เอาแจแทบจะร้องไห้ มันนั่งปากเบะตาละห้อย พร้อมทำท่าเอื้อมมือมาห้ามจากตรงนั้น สงสารนะ แต่กูตลกมากกว่า และอีกอย่างคืออยากรู้มาก!



“นับ1 ....”



“ง่ะ พี่เมลอย่า”



“นับ2แล้วนะโว้ย”



“งื้ออพี่เมลลลล”



“อะ นับ2กับอีกครึ่ง...”



“แจ...แจ”



“นับสา....”



“แจบอกแล้วๆๆๆ ก็พี่ทัพอ่ะเป็นห่วงเลยวานแจมาวนเวียนใกล้ๆคอยเป็นหูเป็นตาแต่แจก็อยากมานะพี่เมลน่ารัก แต่ตอนนี้ไม่แล้ว! อย่าทิ้งของกินแจจจจจจจจ แจหิวววววววว งื้อออ”   



ไอ้แจที่หลับหูหลับตาพ่นทุกอย่างออกมารัวๆเพราะกลัวว่าผมจะเอาของกินมันไปทิ้ง แต่สำหรับผมตอนนี้ สิ่งที่ตกใจที่สุดน่าจะเป็นประโยคของมันนี่แหล่ะ



พี่ทัพอ่ะเป็นห่วงเลยวานแจมาวนเวียนใกล้ๆ



บ้าน่า ... คนแบบมันเนี่ยนะ ...เป็นห่วงผม



“เอามาเลย อย่ามาแกล้งแจแบบนี้อีกนะ ไม่งั้นจะฟ้องพี่ทัพจริงๆด้วย” 



มันที่ลุกขึ้นจากโต๊ะมาบ่นงุ้งงิ้งใกล้ๆผม แล้วหยิบเอาถุงของกินของมันกลับไป ริมฝีปากบางๆของมันยังยื่นออกมาบ่นมุมมิบไปเรื่อย แต่กูเนี่ยยังสตั้นอยู่ตอนนี้



“ม...มึงพูดจริงหรอวะ”



“พูดไรจริง”  เงยหน้าออกมาจากถุงผ้าของมัน แล้วหยิบขนมครกออกมาเข้าปาก



“เรื่องไอ้ทัพ”



“อื้ออ จริงดิ วันนั้นที่พี่ทัพพาพี่เมลไปร้านพี่ดาบไง ที่พี่เมลเจอแจครั้งแรกไง จริงๆครั้งนั้นพี่ทัพให้แจไปจำหน้าพี่เมลไว้ แต่ยังดูไม่เท่าไหร่พี่เมลก็หายไปเฉยเลย ลุกหนีไปห้องน้ำเฉ๊ย” 



มันที่ว่าออกมาแบบนั้น แต่กลับทำให้ผมร้อนหน้าแปลกๆ วันนั้นที่รีบลุกออกไปก็เพราะหงุดหงิดที่ไอ้ทัพดูแลมึงเป็นพิเศษเนี่ยแหล่ะ แต่ไม่คิดว่าจุดประสงค์ที่ไปร้านไอ้พี่ดาบวันนั้นคือเรื่องนี้



“พี่เมลร้อนหรอ หน้าแดงๆน้า อะๆ...กินเป๊บซี่ดับร้อนน้า แต่ว่า เรื่องที่แจหลุดเล่าไปอย่าบอกพี่ทัพน้า ไม่งั้นแจโดนแน่เบย” 



แบ๊วมากมั้งมาบงมาเบย แต่ถึงแบบนั้นก็เลือกพยักหน้ารับให้สัญญากับอีกฝ่าย มันที่ฉีกยิ้มออกมากว้างๆ แล้วเอื้อมมือไปหยิบลูกชิ้นมากินต่อ ... เดี๋ยวนะ เมื่อกี้มึงแดกหนมครกอยู่ไงแจ



“เห้ย เพื่อนนนนนน ทำไมยังไม่กลับบ้านครับ ส่วนหลังไม้กระดานนี้มองจากดาวอังคารก็รู้ว่าต้องเป็นไอ้หมูแน่ๆ”



ไอ้อู๋ที่โผล่มาพร้อมเสียงร้องทักทาย ที่ผมมั่นใจว่าต้องเป็นเสียงที่ไม่พึงปรารถนาของไอ้แจแน่ๆ เห็นมันถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งแบบหนักๆแถมกรอกตาอีกหนึ่งที สงสารมันเลย เพราะเวลาไอ้แจมาหาผมทีไร มันจะต้องเจอไอ้อู๋ที่ชอบกวนประสาทมันทุกที



“ทำไมมึงมาอยู่นี่วะ ไหนบอกจะไปส่งโพดไง”



“ตอนแรกกูก็ว่าจะไปนั่นแหล่ะ แต่โพดไม่ให้ไปว่ะ เซ็งชิพ”  มันบ่นออกมาแบบนั้นพร้อมๆกับหย่อนตัวลงนั่งข้างๆไอ้แจ ไอ้แจที่เห็นแบบนั้นก็รีบเขยิบหนีทันที



“นี่อ้วน มึงไม่ต้องทำท่าทางรังเกียจกูขนาดนี้ก็ได้ไหมครับ แหม่ สวยมากมั้งน่ารักมากไง๊ต้องมาทำขยับหนี โทษนะหนูแบบพี่อู๋นี่มีแต่คนอยากเข้าใกล้นะครับ”



“ก็ไปหาคนที่เค้าอยากเข้าใกล้ลุงดิ แต่ไม่ใช่กับนี่แน่นอนอ่ะครับ ถอยๆอย่ามาใกล้ ชิ่วๆ กลัวคันอ่ะครับ”



“สัดนี่ กูคนไม่ใช่หมามุ่ย”



“อ่อ หรอๆ”



“กวนตีนจังวะมึงเนี่ย”



“พอๆ มึงก็ชอบไปแกล้งมัน”  ผมที่ยกมือห้ามศึกของไอ้สองคนนี่ไว้อีกแล้ว เจอกันทีไรมันเถียงกันได้เถียงกันดี



“แล้วทำไมโพดไม่ให้ไปส่งวะ”



“ไม่รู้ดิ โพดบอกว่าที่บ้านมารับ เค้าคงหวงของเค้าอ่ะมั้ง ก็โพดมันน่ารักนี่หว่า”



“ทีไอ้กุ๊กทำไมกลับเองได้วะ ที่บ้านมันไม่คิดจะห่วงมันบ้างรึไง”



“ก็มึงดูไอ้กุ๊กดิ แข็งเป็นไม้แบบนั้นยังจะน่าห่วงอีกหรอวะ แต่ไอ้เมลกูถามจริง ตอนนี้มึงก็ยังห่วงไอ้กุ๊กหรอวะเมล เอาจริงๆกูตกใจที่รู้ว่าไอ้กุ๊กเป็นคนวางแผนทำแบบนั้นกับมึงมากอ่ะ มันเป็นเพื่อนเรา มันจะทำได้หรอวะ”



“มึงยังคิดว่าไอ้กุ๊กจะทำได้หรอ แล้วทำไมมึงถึงเชื่อว่ามันเป็นคนทำจริงๆวะ”



“ก็เพราะโพดบอก”



“พี่นี่หูเบาเนอะ หน้าตาก็ดูไม่น่าโง่ แต่จริงๆเป็นคนโง่นี่นา”  ไอ้แจที่กลืนลูกชิ้นลงท้องไปคำ มันที่เอียงหน้ามามองไอ้อู๋แล้วพูดขึ้นมา



“มึงด่ากูหรอไอ้อ้วน เดี๋ยวนะมึง”



“เอ้า...ก็จริงนี่หว่า แค่คนๆเดียวบอกว่าคนๆนึงผิดพี่มึงก็เลือกเชื่อแบบนั้นได้เลยหรอวะ ไม่คิดจะหาความจริงหน่อยหรอ หูเบาเอาต่างหูไหม เดี๋ยวซื้อให้”



“ไอ้เด็กนี่”



“แต่ก็จริงแบบไอ้แจมันว่านะ พวกเราทำไมเชื่อโพดง่ายแบบนั้นวะ ไอ้กุ๊กมันเป็นเพื่อนเรานะ”



“ถึงจะแบบนั้นก็เถอะ มึงว่าโพดจะโกหกพวกเราใส่ร้ายไอ้กุ๊กมันทำไมล่ะ เพื่ออะไร แล้วถ้าไม่จริงทำไมไอ้กุ๊กมันไม่เถียงล่ะ”



คนเรามันก็มีเหตุผลของตัวเองทั้งนั้นแหล่ะพี่มึง แค่บางคนเค้าจะเลือกพูดออกมาหรือเปล่าต่างหาก อย่าโง่ดิลุ๊ง”



“ไอ้เด็กนี่มันจะอยู่ร่วมโลกกับกูไม่ได้แล้ว ด่ากูจั๊ง มานี่เลยมึง ตายเพราะลูกชิ้นจุกปากหน่อยเป็นไง”



“อ๊ากก ช่วยด้วยยย อึกๆ อุกๆ” 



ไอ้อู๋ที่พุ่งเข้าไปกอดรัดไอ้แจจากทางด้านหลังด้วยแขนข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างก็เอาลูกชิ้นมายัดปากไอ้แจรัวๆ เห็นแล้วก็สงสาร แต่ก็ปล่อยให้พวกมันตีกันต่อไปก่อน เพราะคำพูดที่ค่อนข้างสะกิดใจของผมใจตอนนี้...



แต่ละคนก็มีเหตุผลเป็นของตัวเอง แล้วทำไม...ทำไมพวกเราถึงไม่เลือกที่จะเชื่อหรือฟังเพื่อนตัวเองกันเลยสักครั้งล่ะ?



.

.

.





“พี่ธร เจ้านายพี่อ่ะ วันนี้อยู่ๆก็โผล่ไปเป็นอาจารย์พิเศษของผมเฉยเลย ผีมาก”



“อ่อ เจ้านายได้รับเชิญจากอธิการน่ะครับ เป็นปกติมากที่โดนเชิญให้ไปสอน แต่ไม่มีครั้งไหนที่จะตอบรับเลย จนมาครั้งนี้นี่แหล่ะ วันนั้นที่ผมมารับคุณเมลแล้วไปคุยกับอธิการก็เพราะเรื่องนี้นี่แหล่ะ จริงๆก็ค่อนข้างแปลกใจอยู่เหมือนกันครับ ถ้าคุณเมลสงสัยไม่ลองถามเจ้านายดูล่ะครับ”



“เจ้านายพี่อ่ะปากหนักยังกับหิน ใครจะไปถามอะไรมันได้ล่ะ ถามไปก็ไม่ตอบหรอก” 



ผมที่ตอบพี่ธรออกไปแบบนั้น แล้วหันหน้าออกไปนอกรถ ได้แต่คิดตามในใจว่า...ปกติก็โดนเชิญให้ไปสอนบ่อยแต่ไม่ยอมไป แต่ทำไมครั้งนี้ถึงยอมวะ?



หรือจะเป็นเพราะผม



บ้าน่า...นี่คือการมโนยิ้มคิดเข้าข้างตัวเองชิพหายของกูเองจ้า ... ใช้เวลาบนท้องถนนนานไม่ต่างจากวันก่อนๆ ผ่านไปสองชั่วโมงก็กลับมาถึงบ้านไอ้ทัพ และแน่นอนว่า ผมต้องตรงไปหาไอ้ลูกแมวของผมทันที ยังไม่ลืมว่าเมื่อเช้าไอ้ลูกแมวของผมถูกไอ้รี่คาบไปแดก ฮื่อ แค่คิดก็ใจเสีย อย่าแดกแมวกูนะไอ้รี่ ถ้ามึงแดกแมวกู กูจะเรียกมึงว่าไอ้แอ๊บเปิ้ลตลอดไป กูจะล้อให้เสียสิงโตเลย!



“ไอ้หลงงงง กูกลับมาแล้ววว” 



วิ่งเข้าไปพร้อมกับร้องเสียงหลง บอกให้รู้ว่าเจ้านายมึงอยู่นี่นะ แต่พอเปิดประตูไปก็ต้องชะงัก เหยดแหม่  ไอ้รี่!! ใครเปิดประตูกระจกให้มึงเข้าม๊า!



ภาพตรงหน้าคือไอ้หลงที่เอามือวิ่งไล่ตะปบผีเสื้อปลอมที่ไอ้ทัพให้คนมาจัดไว้ มันก็ตะคลุมเล่นไปอย่างสนุกสนาน แต่อีกมุมนึงของห้องก็มีขนฟูๆของไอ้สิงโตขี้เกียจนี่นอนมองอยู่ มันที่ลากผ้าห่มสีแดงๆของมันมาปูนอนอยู่ที่มุมห้องอีกด้านนึงอย่างสบายใจ สายตาที่มองตามลูกแมวน้อยของผมนั้นคมกริบ ... ไม่นะ!



“มึงเข้ามาได้ไงไอ้รี่!”  ชี้หน้าด่ามัน แต่ไอ้สิงโตตัวใหญ่ทำแค่หรี่ตามองผม เหมือนมันจะขัดใจหน่อยๆที่ผมมาขัดอารมณ์สุนทรีย์ของมัน เดี๋ยวนะ ทำหน้าตาแบบนั้นใส่กูหมายความว่าไงห๊ะ



“เมี้ยววว เมี้ยวๆ”   



ว่าจะไปจัดการไอ้ยักษ์นั่นสักหน่อย โชคดีที่ไอ้หนูน้อยของผมมันมาตะแง้วๆอยู่ที่ขาซะก่อนเลยหยุดชะงัก ก้มหน้าลงไปยิ้มให้มัน ลูกแมวขาวๆที่ตอนนี้ยืนสองขา แล้วใช้ขาหน้าตะกุยเรียกผม เห็นแล้วก็อดเอ็นดูไม่ได้  คิดไม่ผิดจริงๆที่วันนั้นเสี่ยงตายช่วยมึงให้อยู่ในบ้านนี้ได้อ่ะ ไม่งั้นวันนี้กูคงอยู่ที่นี่อย่างแห้งเหี่ยว



“ว่าไงไอ้หนู เล่นคนเดียวสนุกไหม”



“เมี้ยววว”  อุ้มมันขึ้นมา แล้วพาไปนั่งที่โซฟาหลุยย์ หนีไอ้รี่ที่มองตามาตาไม่กระพริบ



“กูไม่อยู่มึงโดนล่อลวงไปไหนเปล่า ไม่ได้นะเว่ย มึงจะไปนอนที่อื่นไม่ได้นะ นั่นที่นอนมึง เห็นไหมมีหลายห้องนุ่มฟูเบอร์นั้นอ่ะ”  ว่าแบบนั้นแล้วชี้ไปที่คอนโดแมวของมัน



‘โฮกกก’



ผมกรอกตาทันทีที่อยู่ไอ้เชอร์รี่ตัวดีก็ส่งเสียงออกมา  นี่มึงประท้วงอะไร



“หยุด มึงประท้วงอะไร มึงนะมึง อย่ามาล่อลวงแมวน้อยกูไป กูรู้นะว่ามึงอยากกินมัน ทำไมวะ ไอ้ทัพไม่ให้เนื้อมึงแดกหรอ จะมากินแมวกูอ่ะ แมวกูไม่ใช่ของกินนะเว้ย” 



ชี้หน้ามองมันดุๆ ไอ้รี่ที่มองตรงมาด้วยแววตาดื้อดึง ไม่เข้าใจหรอกว่ามันหมายความว่าไง แต่สายตามันเป็นแบบนั้นจริงๆ



“เข้าใจไหมไอ้หลง อย่าไปนอนมั่วๆซี่ ที่นอนมึงก็มีตรงนั้นๆ จำไว้นะไอ้หนู” 



ก้มลงไปบอกมันแบบนั้น เจ้าตัวจ้อยของผมก็เงยหน้าขึ้นมามองพร้อมก้มหัวรับ หัวกลมๆของมันที่เอียงมาถูไถกับมึงของผม พร้อมร้องออกมาเบาๆ



“เมี้ยว”   น่าเอ็นดูไปหมด



‘โฮกกกก’ 



เสียงร้องดังๆส่งท้ายที่ทำให้ไอ้หลงกับผมต้องหันไปมอง ก็คือเสียงร้องเหมือนจะหงุดหงิดของไอ้รี่ หันไปไม่เห็นมันแล้ว เห็นแต่ตูดใหญ่ๆของมันที่หันหลังเดินผ่านกระจกไปที่กรงของมัน พร้อมคาบผ้าห่มแดงของมันไปด้วย เอาเว้ย จะชอบอะไรเบอร์นั้น แต่นั่นแหล่ะ ไปได้ก็ดี แมวกูจะได้ปลอดภัย ก้มลงไปมองไอ้ตัวเล็กที่มองตามไอ้รี่ไปจนลับสายตา ตากลมๆของมันที่ใสแจ๋ว ก่อนมันจะเอียงหัวทำหน้างงๆส่งมาให้ผม เหมือนมันจะถามผมว่าไอ้รี่เป็นไร



“กูก็ไม่รู้มันเหมือนกันไอ้แมวเด็ก” 



บอกมันไปแบบนั้น แล้วไม่ลืมที่จะยื่นมือไปเกาคาง มันที่หลับตาปี๋ทำหน้าฟินแบบมีความสุขทันที  ... เฮ้อ เป็นแมวมันดีจังวะ กูอยากเป็นมึงมากๆเลยไอ้หลงเอ๊ย


.

.

.





“ขอโทษนะครับป้า มีอะไรทานบ้างไหม เมลหิว” 



โผล่หน้าเข้าไปในครัว เจอป้าแม่บ้านที่กำลังจะเดินออกไปจากครัวพอดี เลยได้จังหวะถามซะเลย เล่นกับไอ้หลงจนเหนื่อยเลยต้องมาหาของกินซะหน่อย



“มีขนมจีบกุ้งค่ะคุณเมล ทานลองท้องก่อนนะคะ เดี๋ยวป้าอุ่นให้”



“ไม่เป็นไรครับป้า เดี๋ยวผมทำเอง ป้ามีไรจะทำก็ไปทำเถอะครับ” 



บอกออกไปแบบนั้นแล้วป้าแกก็ยิ้มตอบรับแล้วเดินหนีออกไป ผมที่พุ่งเข้าไปหาขนมจีบกุ้งในตู้เย็นทันที  แน่นอนว่าไม่ได้ซื้อหรอก ป้าต้องทำไว้เองแน่ๆ และแบบนี้มันถึงน่าอร่อยกว่าของซื้อไงล่ะครับ กุ้งตัวเบ้งๆที่ดูแล้วเนื้อค่อนข้างจะดึ๋งดั๋งๆน่ากินวางโปะอยู่บนแต่ละชิ้น แค่เห็นก็กลืนน้ำลาย ผมหยิบออกมาเท่าที่ตัวเองอยากจะกินใส่ลงไปในจานแก้ว แล้วเอาหม้อนึ่งมาใส่น้ำแล้วเริ่มตั้งเตา เอาจานลงไปวางในนั้นแล้วเริ่มอุ่น ถ้าเอาไปเวฟคงจะได้กินง่ายกว่า แต่ถ้าเอาไปอุ่นในหม้อนึ่งแบบนี้ ขนมจีบจะไม่แห้งแกรนแล้วแข็งๆ จะทำให้กินอร่อยกว่าครับ โถ่ๆ....คาราเมลไม่ใช่คนไก่กานะครับ มีความรู้นะเออ อย่างน้อยๆตอนเด็กๆแม่ผมก็เคยสอนอะไรแบบนี้มาเยอะมากๆเลยล่ะ



“ว้าววว โคตรน่ากิน กูจะแดกมึงให้เรียบ” 



พูดกับตัวเองตอนที่เปิดฝา ควันห้องฟุ้งทะลักทะลวงออกมา กลิ่นหอมๆของขนมจีบกุ้งที่ทำเอาผมต้องยิ้มอย่างอารมณ์ดี  ใช้ส้อมจิ้มมันขึ้นมาชิ้นนึงเป่าๆให้หายร้อนแล้วเอาเข้าปาก



“โง้ยย อาย่อยยยย”



‘หมับ’



“อร่อยขนาดนั้นเลยหรอวะ” 



เสียงเข้มที่ดังข้างๆหูมาพร้อมๆกับวงแขนแกร่งที่โอบเอวผมมาจากทางด้านหลังทำเอาสะดุ้งขึ้นมาในตอนนั้น ทำอะไรไม่ถูกจนต้องยืนตัวเกร็ง ...



“อะ...เอ่อ...”



“ว่าไง ถามทำไมไม่ตอบ”  ใบหน้าหล่อที่วางลงมาที่ลาดไหล่ของผม แล้วเอียงหน้ามาถามแบบนั้น  เชี่ย!



“อะ...ไอ้ทัพ”



“เรียกชื่อบ่อยกูจะคิดเงิน ว่าแต่มึงทำอะไร ทำไมหอมๆ”



“หนม...หนมจีบกุ้ง” 



บอกอ้อมแอ้มออกไปแบบนั้น ได้แต่กดหน้าลงต่ำ รู้สึกร้อนหน้าแปลกๆ ร้อนหน้าที่ไม่ใช่เพราะว่าร้อนจากควันของขนมจีบ แต่ร้อนเพราะไอ้คนที่อยู่ๆก็โผล่มาจากด้านหลังแล้วกอดกันไว้แบบนี้



“หรอ หอมดีนะ”



“อ๊ะ!”



ร้องออกมาพร้อมๆกับสะดุ้งเมื่อริมฝีปากอุ่นกดจูบลงมาที่ลำคอของผม แรงกดจูบหนักๆที่ทำเอาขนลุกไปทั้งตัว  พอหันตัวกลับหลังไปมอง คนที่ก็ผละตัวออกจากผมแล้ว  มันที่เดินหนีออกไปที่ประตู ก่อนจะหันมาสั่งกันสั้นๆพร้อมรอยยิ้มที่จุดอยู่ที่มุมปาก



“ตักออกมาให้กูกินด้วยล่ะ มันน่าอร่อยดี หึ”



อะ...อร่อยเชี่ยไรล่ะไอ้บ้า!



หน้าร้อนที่ไม่ใช่ฤดูร้อน เออ...หน้ากูเนี่ยแหล่ะจ้า~~~~~



...


(มีต่อจ้า)


ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ

(บิน)



‘แกร๊ก’



เสียงประตูห้องข้างๆที่ดังขึ้นตอนที่ผมกำลังบิดลูกบิดออกไปจากห้อง มองไปแล้วก็ต้องชะงักเมื่อคนที่ยืนเซๆเอียงๆพิงกำแพงแล้วพยายามแหย่กุญแจรถเพื่อเปิดประตูห้อง ก็ทำเอาต้องส่ายหัว  ตั้งใจว่าจะเดินหนี แต่ยืนมองอยู่ประมาณห้านาที มันก็ยังเข้าห้องไม่ได้



“ควายเอ๊ย”  ว่าออกไปแบบนั้นแล้วก้าวยาวๆเข้าไปหามัน



“ทำเชี่ยไรของมึง นี่มันกุญแจรถไอ้สัด ที่สำคัญ คอนโดเรามันใช้การ์ด มึงเอากุญแจมาไขแบบนี้จะแหย่รูอะไรเพื่อเข้าห้องล่ะไอ้โง่”   



ว่ามันออกไปแบบนั้นอย่างหงุดหงิด ยิ่งได้กลิ่นเหล้าโชยมาจากมันก็ยิ่งหงุดหงิด ต้องแดกมากมายแค่ไหนถึงจะได้กลิ่นแรงขนาดนี้  ไอ้คนที่ดูจะไม่ได้สติอะไรเท่าไหร่ยังคงไม่สนใจผม มันยังเอาหัวแนบกำแพง แล้วเอากุญแจรถแหย่รูประตูต่อไป สัด



“ไอ้กุ๊ก!”  กดเสียงเรียกมันดังๆ และครั้งนี้ได้ผล มันที่เงยหน้าออกมาจากกำแพง ปรือตามองผมน้อยๆแบบงงๆมึนๆ



“สัด บิน”



“เป็นห่าอะไรทำไมเมาขนาดนี้วะ แล้วมึงกลับมานี่ทำไม ทำไมไม่ไปอยู่บ้านมึง” 



ถามออกไปแบบนั้น ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไม ในเมื่อมันก็กลับไปบ้านมันแล้วนี่ ถึงแม้เมื่อก่อนตั้งแต่ม.ปลาย มันจะไม่เคยอยู่บ้านเลยก็เถอะ แต่หลังจากวันที่พวกผมไปเจอมันที่บ้าน ก็คิดว่ามันคงจะไม่กลับมาที่นี่อีก



“เอิ๊ก เสือก”  สัด



“กูก็ไม่อยากเสือกกับมึงหรอกไอ้ขี้เมา”



เก่งนักมึงก็หาทางเข้าห้องเองละกัน เดินหนีมันออกมาจากตรงนั้น ก็ได้ยินเสียงตุบ หันกลับไปมองก็เห็นไอ้ห่ากุกไถตัวลงไปนั่งกับพื้นเรียบร้อยแล้ว แม่งเอ๊ย ตั้งใจจะลงไปหาอะไรกินที่เซเว่น ทำไมต้องซวยมาเจอมันด้วยวะแม่ง



“ไอ้กุ๊ก ตื่นไอ้สัด” 



เอาเท้าเขี่ยๆ แต่มันก็ตอบกลับมาแค่ อื้อๆอืมๆ พูดแม่งไม่รู้เรื่อง เลยทรุดตัวลงไปพยุงมันขึ้นมายืนดีๆ แต่อีกฝ่ายก็ทำตัวเป็นของเหลวทิ้งตัวพิงผมแบบเต็มที่



“สัด ไอ้ภาระ” 



บ่นมันออกไปแบบนั้นพร้อมส่ายหัว ตัวมึงเบาเหมือนปุยนุ่นมากมั้ง ตบๆไปตามตัวมันเพื่อหาการ์ดเข้าห้อง แต่หายังไงก็หาไม่เจอ ปกติมันจะชอบเอาไว้ที่กระเป๋ากางเกงด้านหลัง แต่ลองล้วงดูแล้วก็ไม่มี



“เอ้ย กุ๊ก....เอ่อ” 



ผมที่เลิกคิ้วหันหน้าไปมองคนมาใหม่ที่พูดออกมาแบบนั้น ผู้ชายหน้าหล่อแต่เตี้ยกว่าผมเยอะ สูงประมาณไอ้กุ๊กนี่แหล่ะ มันยืนมองผมกับไอ้กุ๊กแบบงงๆ ว่าแต่มึงเป็นใครไอ้สัด อยากจะถามออกไปแบบนั้นแต่ก็ทำแค่เลิกคิ้วมองมันแบบกวนตีนแทน



“เอ่อ รู้จักกุ๊กหรอ” 



กูเนี่ยต้องถามว่ามึงรู้จักมันได้ยังไง ในโลกนี้กูแทบจะรู้จักคนในชีวิตมันหมดนั่นแหล่ะ มีแต่มึงนี่ที่กูไม่รู้ไอ้แป๊ะเตี้ย



“อืม”



“คือ เมื่อกี้เหมือนกุ๊กจะลืมนี่ไว้ในรถ ผมเลยเอาขึ้นมาให้”  มันที่ว่าแบบนั้นพร้อมยื่นของนั่นมาให้เห็น ชัดเลย การ์ดเข้าห้อง



“ขอบใจ” 



กอดเอวไอ้กุ๊กไว้แน่นๆ  แล้วเอื้อมมือไปกระชากการ์ดนั่นมาถือไว้เอง ไอ้แป๊ะเตี้ยนั่นหน้าเหวอหน่อยๆ แต่ทำไมกูต้องสนวะ มึงเป็นใคร สะเหร่อ



“มึงกลับไปได้แล้วไป เดี๋ยวกูดูมันเอง”



“เอ่อ...”



“กลับไป”



หันกลับไปมองมันอีกที แล้วพูดแบบชัดถ้อยชัดคำพร้อมมองมันแบบนิ่งๆ  ไอ้แป๊ะนั่นก็ฉีกยิ้มบางๆออกมาแล้ว หันหลังกลับไป ไปสักที เสือก



“อื้ออบิน”



“เออ กูเนี่ยแหล่ะ มึงนะไอ้สัดเดี๋ยวจะโดนไอ้ห่ากุ๊ก ไปกินเหล้ากับใครก็ไม่รู้ไอ้เหี้ย บอกว่าไม่ให้ไปเวลาไม่มีกูไง ทำไมไม่ฟังวะ” 



บ่นมันยาวๆ พร้อมลากตัวเก้งก้างของมันเข้ามาในห้อง ได้ยินเสียงงึมงำอยู่ข้างๆหูเพราะมันเอียงหน้ามาซุกซอกคอกันอยู่แบบนี้ ลากเข้ามาแต่ละทีก็คือลำบากชิพหาย



‘พลัก พรึบ’



จังหวะที่โยนตัวมันลงไปบนที่นอน แต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่ให้ความร่วมมือ มันที่ดึงตัวผมลงไปพร้อมๆกับมันด้วย ตอนนี้ไอ้คนเมามันเลยนอนปรือตามองหน้าผมอยู่ใต้ตัวผมแบบนี้



“บิน”



“ว่า...”  รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกตอนที่มันเรียกชื่อผมออกมาด้วยน้ำเสียงแบบนี้ สายตาแบบนี้ และมันที่นอนอยู่ใต้ตัวผมแบบนี้



“บิน”



“เรียกทำไมวะกุ๊ก”



ถามมันออกไปแบบนั้น เอื้อมมือขึ้นไปลูบกรอบหน้าของมันตอนที่มันหลับตาลงช้าๆพร้อมปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมาเงียบๆ ภาพตรงหน้ามันบีบหัวใจของผมมากเกินไป จำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่เห็นมันร้องไห้คือเมื่อไหร่ อาจเป็นตอนที่พ่อกับแม่มันเลิกกันหรือเปล่าที่ผมเห็นน้ำตาของมัน แล้วอีกครั้ง...ก็คงจะเป็นครั้งนี้



“อย่าร้อง” 



บอกมันไปแต่เหมือนอีกฝ่ายที่พอได้ยินเสียงของผมมันจะยิ่งร้องมากขึ้นอีก เสียงสะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสารของมันทำให้ผมยิ่งทำอะไรไม่ถูก ค่อยๆลูบน้ำตาออกจากหน้าของมันแต่เหมือนยิ่งเช็ด น้ำตาของมันก็จะยิ่งไหล ไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้เลยจริงๆ ทำไมเราถึงต้องกลายมาเป็นแบบนี้วะ



“ทำไมมึงต้องเป็นคนที่ทำร้ายเมลด้วยวะ”



“นั่นสิ...ฮึก...ท...ทำไมมึงต้องเป็นคนที่รักเมลด้วยวะ อึก”



และนั่นคงเป็นความจริงที่ผมไม่อยากได้ยินจากปากของมันที่สุด ก้มหน้าลงไปพร้อมๆกับที่แนบริมฝีปากลงไปแนบกับอวัยวะเดียวกันกับของมัน รสสัมผัสที่ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้น ไม่ต่างจากสมัยม.ปลาย และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ผมได้จูบมัน ถามว่าเลิกจูบมันตอนไหน ก็คงเป็นตอนที่ผมเจอกับเมลล่ะมั้ง ... ความรู้สึกตื่นเต้นและหอมหวานแบบนี้หายไปนานจนใจสั่น ลิ้นร้อนที่ค่อยๆละเลียดเลียกรีบปากสวยของมัน แล้วซอกซอนสอดแทรกเข้าไปในโพรงปาก กดจูบหนักๆอย่างเอาแต่ใจ .... และผมยิ่งเอาแต่ใจมากแค่ไหน อีกฝ่ายก็ยิ่งร้องไห้หนักมากขึ้นเท่านั้น



“ขอโทษ”  ผละหน้าออกมาตอนที่มันยังนอนหอบหลับตา ลูบข้างแก้มมันช้าๆพร้อมบอกคำนั้น



“มึงนอนเถอะ” 



ผละลุกออกจากตัวของมันแล้วเอื้อมมือดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวของมันให้ ได้ยินเสียงสะอื้นของมันดังแว่วมาตอนที่ปิดประตู แล้วได้แต่กำมือแน่น ... ความรู้สึกสับสนแปลกๆตีรวนในอกจนอยากจะทุบทิ้ง เหลือบมองไปเห็นการ์ดคอนโดเข้าห้องของไอ้กุ๊กแล้วยิ่งหงุดหงิดเข้าไปอีก และไม่รู้ว่าเพราะอะไร ผมเอื้อมมือไปหยิบมันมาถือไว้ และสอดใส่ลงไปในกระเป๋า เพราะอย่างน้อยถ้ามันอยู่กับผม ไอ้กุ๊กก็จะได้ไม่เสร่อเอาไปให้ใครถือไว้มั่วๆก็แค่นั้นแหล่ะ ... จริงๆ



...

               

 เช้าวันใหม่ของผมเริ่มมาแบบขุ่นมั่วไม่ต่างจากเมื่อวานเลย จะไม่ให้หงุดหงิดได้ไงล่ะ ก็แมวของผมหายออกไปจากในกระบะที่นอนอีกแล้ว แม่ง ผมอุตส่าห์ตื่นเช้าตั้งใจจะเอาข้าวมาป้อนก่อนออกมาเรียน แต่แล้วไง...แมวผมหายอีกแล้ว!! ฆาตกรไม่ใช่ ชื่อที่วาบขึ้นมาในใจมีเพียงหนึ่งเดียว ‘ไอ้รี่’ เพราะคิดแบบนั้นเลยวิ่งมาดูที่กรงของมัน และแน่นอนว่า



“ไอ้รี่!! มึงเอาแมวกูมาแดกเรอะ!” 



ตะโกนเสียงดังอยู่นอกกรง และเหมือนเดจาวู วิ้ง วิ้ง วิ้ง วิ้ง บูมเมอแรง!!  ไม่ต่างจากเมื่อวานก่อน ไอ้รี่ที่นอนเอาผ้าคลุมโปงไว้ มันโผล่หัวออกมาจากผ้า แล้วในอ้อมอกมันเช่นเดิม พี่เมลน้ำตาจะไหล มีหัวกลมๆขาวๆที่นอนหลับตาสนิทดูพริ้มฝันหวานอยู่ตรงนั้น กูนี่ตะกุยกรงเลย



“เอาแมวกูคืนมาเลยนะไอ้รี่!!”



แหกปากออกไปแบบนั้น แต่มันก็ดูไม่สะท้านอะไรทั้งนั้น มันเอาหน้าขนฟูของมันก้มลงไปดมๆหอมๆไอ้หลงแบบสบายอารมณ์ หัวจิตหัวใจของคนเป็นพ่อแบบผมไหวหวั่นกันเลยทีเดียว



“มึง จะแดกลูกกู๊!”



โวยวายอยู่หน้ากรง ไอ้รี่ที่ทำแค่เงยหน้าขึ้นมามองผมอีกหนึ่ง รู้สึกเหมือนเห็นมันยักคิ้วใส่เลย นี่มึงวอร์กับกูเรอะ ... แต่สิงโตมันไม่มีคิ้วนะ ยังไง



“คุณเมลครับ ลงมาจากกรงเถอะครับ จะสายแล้วนะครับ”



“พี่ธร ไอ้รี่มันเอาแมวผมไปแดกอีกแล้วพี่ ดูๆๆๆ” 



เขย่าลูกกรงให้พี่ธรดู แต่อีกฝ่ายดูจะไม่เข้าใจผม พี่ธรที่ทำแค่ยิ้มแห้งๆ แล้วพยายามแงะตัวผมออกมาจากกรงก็แค่นั้น งุ้ย หงุดหงิดโว้ย หันกลับไปมองไอ้รี่อีกรอบ มันที่คาบผ้าห่มมาปิดไอ้หลงแล้วหรี่ตามองผมแบบเย้ยๆ ไอ้สาดดดดดดด นี่กูคิดไปเองหรือมันเรื่องจริ๊ง โกรธๆๆๆๆ ไอ้รี่! มึงมันเหมือนเจ้าของมากเกินไปแล้วววว



...





“ทำไมมึงมาช้าวะเมล” 



ไอ้อู๋ที่เอียงหน้ามากระซิบถามผม ตอนที่เดินเข้ามาในห้องเรียนแบบเฉียดฉิว เกือบสายแล้วกู มองไปหน้าห้องเรียนแล้วกูต้องสะดุ้งเฮือกเลย สายตาคมกริบจากคนที่นั่งอยู่หน้าห้องเตรียมตัวรอสอน มันค่อนข้างจะคุ้นมาก



“มีเรื่องนิดหน่อย แต่...”



“อ่อ อาจารย์พี่ทัพมาถึงคนแรก มึงเชื่อไหม มาก่อนพวกเราทั้งเซคอีก โคตรฟิต”



“กูนึกว่าเค้าจะมาสอนอาทิตย์หน้า”   



เมื่อวานพอรู้สึกว่าหน้าจะระเบิดก็เลยพยายามหนีหน้ามัน สุดท้ายเลยลืมถามว่ามันจะมาสอนเมื่อไหร่อะไรยังไง แล้วเมื่อคืนก็เห็นว่าอีกฝ่ายดูจะยุ่งๆอยู่ในห้องทำงาน คิดว่ามันต้องทำแผนการสอนวันนี้แน่ๆเลย



“หิวไหมเมล กูซื้อนี่มาฝาก”  นั่งลงแล้วไอ้บินก็เอียงหน้ามากระซิบถามข้างๆหู



“ขอบใจมึง”  เอื้อมมือไปรับถุงเซเว่นมาจากมัน มองดูแล้วเห็นแซนวิสกับนมอยู่ในนั้น ยังไม่คิดจะกินอะไรหรอกรอพักก่อน แต่ว่านะ ...



“เอาล่ะนักศึกษา จะเริ่มสอนแล้วนะครับ ขอความกรุณาโฟกัสอยู่ที่ผม และเก็บของกินลงด้วยถ้ายังมีมารยาทพอนะครับ” 



เสียงเข้มที่ดังมาจากหน้าห้องทำเอากูสะดุ้ง นี่มันด่ากูไหมยังไง มองตรงไปที่มัน ก็เห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่จ้องหน้าผมด้วยสายตานิ่งๆอยู่ตอนนี้ ... ชัด ด่ากูนี่แหล่ะสาดดดดด



เก็บขนมแทบไม่ทัน



“เหอะ” 



หันไปมองไอ้บินงงๆ อยู่ๆแม่งก็แค่นเสียงแบบไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ แต่อีกฝ่ายไม่พูดอะไร เพราะแบบนั้นผมก็เลยเลือกที่จะไม่ถาม ....



เวลาผ่านไปราวๆ2ชั่วโมง ความรู้อัดแน่นจนสมองเบลอ แต่ก็ต้องยอมรับในจุดๆนี้เลยว่า ไอ้ทัพมันเก่งมากๆ อธิบายด้วยเสียงนิ่งๆที่ทำเอานักศึกษาทั้งห้องเงียบฟังอย่างตั้งใจได้ แล้วก็ค่อยๆอธิบายอย่างละเอียดและเข้าใจง่าย เอาจริงๆในวิชานี้ผมแค่หวังว่าจะไม่Fก็พอ เพราะตั้งแต่เรียนมาก็งงแม่งทุกคาบ แต่ตอนนี้ที่ไอ้ทัพเป็นคนสอน มันก็ดูจะเข้าใจมากขึ้นอ่ะนะ



“เอาละครับ พักสิบนาที”



เหมือนเสียงสวรรค์เลยโว้ยยยย ผมที่ยกแขนขึ้นบิดขี้เกียจทันที นักศึกษาคนอื่นๆก็เริ่มทยอยกันออกไปดื่มน้ำปัสสาวะกัน และเพราะเป็นเวลาพักแบบนี้ ผมเลยหยิบแซนวิสของไอ้บินขึ้นมากิน



“บิน มึงซื้อใส้ทูน่ามาให้กูอ่ะ กูไม่ชอบนะโว้ย”



“เอ้า กูซื้อทูน่าหรอวะ โทษที มึงกินได้ไหม”



“ได้ๆ ไม่เป็นไร” 



บอกมันแบบนั้นแต่ก็หยิบมากิน จริงๆไม่ใช่กินไม่ได้แต่แค่ไม่ค่อยชอบครับ...แต่ผมจำได้นะว่าใครชอบใส้นี้...ก็ไอ้คนที่นั่งอยู่หน้าห้อง คนที่ไอ้บินมันขมวดคิ้วมองมาทั้งคาบนั่นไงที่ชอบ ... ไอ้กุ๊กชอบใส้ทูน่าจะตาย กูนี่ชอบใส้แฮมชีสเถอะ



‘ตื่อดึ้ง’



กัดไปได้ไม่กี่คำ เสียงไลน์ของผมก็ดังขึ้นจนต้องยกขึ้นมาดู แล้วก็ต้องขมวดคิ้วหนักกว่าเดิมไปอีก



ทัพหน้า: [[แดกอร่อยมากไหม ทำไม ของแดกที่บ้านกูมันไม่อร่อยรึไง ]] 



อ่านข้อความตรงหน้าแบบไม่เข้าใจ ได้แต่กระพริบตาปริบๆ แล้วเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอ มองตรงไปที่หน้าห้อง อาจารย์รูปหล่อในเสื้อเชิ๊ตสีขาวพับแขน เป็นลุคอาจารย์ที่โคตรแบด แต่หล่อมาก มันที่ขมวดคิ้วมองหน้าจอมือถืออยู่ในตอนนี้ และข้อความต่อมาก็ปรากฏอยู่ที่หน้าจอของผม



ทัพหน้า: [[อ่านแล้วไม่ตอบ หัก10คะแนน]]



คาราเมล: [[เดี๋ยวๆเห้ยๆๆ ใช้อำนาจทางไม่ชอบแบบนี้ได้ไงวะ]]



ทัพหน้า: [[พูดวะกับอาจารย์ หัก10คะแนน]]



คาราเมล: [[เห้ยยย ไม่ได้ดิ]]



ทัพหน้า: [[กูว่าได้ กูสดวกแบบนี้]]



ไอ้ ไอ้....ได้แต่กัดฟันกรอดเลย รู้สึกเหมือนแม่งกำลังกวนตีนกัน  แม่ง! ไม่รู้จะมาสอนกันทำไม แบบนี้เหมือนเป็นนักโทษอยู่ในสายตามันตลอดเวลาเลยอ่ะ



“อาจารย์ทัพหน้ายิ้มแล้วดูดีจังเลยนะ พึ่งจะเคยเห็นล่ะ” 



เสียงใสๆของข้าวโพดที่ดังขึ้นมาในตอนนั้น ผมเลยต้องหันหน้าไปมองบ้าง ไอ้ทัพที่ยกยิ้มมุมปากออกมาหน่อยๆและกำลังมองหน้าจอโทรศัพท์ หน่อยแน่ะ แกล้งกูนี่มันมีความสุขมากสินะ



คาราเมล: [[ไอ้โรคจิต!]]



“เอาละนักศึกษา หมดเวลาพักแล้ว” 



โว้ยย พอส่งไปด่าแบบนั้นมันก็โยนโทรศัพท์ทิ้งแล้วประกาศออกไมค์มาแบบนั้น ขนมปังยังคาปากคามือกูอยู่เลยโว้ยยย



“ตรงนั้น ผมบอกว่าหมดเวลาพักแล้วไงครับ ทำไมยังกินขนมในห้อง แบบนี้ไม่ดีมากๆ ขอเชิญคิรากรมานั่งข้างหน้าด้วยครับ คิดว่าเราน่าจะได้รับการสอนที่พิเศษมากหน่อยนะ”



เหยียดเป็ด!



มองหน้ามันที่พูดแบบนั้นออกมานิ่งๆแบบสบายๆ เพื่อนๆในเซคที่หันมามองผมเป็นตาเดียว และความผิดก็ซัดโครมมาที่ผม และเพราะมันผิด อาจารย์จะลงโทษก็ไม่แปลก แต่จะมีใครรู้ไหมว่ามันตั้งใจแกล้งโผ้มมมม แค่เห็นสายตาวิววับและรอยยิ้มมุมปากที่ถูกจุดอยู่ตอนนี้ก็รู้แล้ว ไอ้บ้าเอ๊ย!



เวลาเดินไปเรื่อยๆ จนมันให้พวกเราทำแบบฝึกหัดไปเรื่อย ไอ้อาจารย์บ้าหน้าหล่อแต่ใจโฉดนั่นก็เดินดูไปเรื่อย จนอยู่ๆผมก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ เมื่ออีกฝ่ายเดินมาหยุดยืนอยู่ที่ด้านหลังโต๊ะ ฝ่ามือหนาที่วางไว้ที่พนักพิงของผมแล้วโน้มตัวลงมาหา ท่าทางที่ทำให้ผมโดนกักตัวไว้ไม่ต่างจากโดนกอดเลยในตอนนี้ทำเอาร้อนหน้า และยิ่งร้อนขึ้นไปอีกเมื่ออีกฝ่ายพูดออกมาว่า



“คิรากร ข้อนี้ตอบผิด แบบนี้สงสัยต้องติวตัวต่อตัวหน่อยแล้วมั้ง”



ช้อนตาขึ้นไปมอง มันที่แค่ยักคิ้วส่งมาให้ กดยิ้มมุมปากร้ายๆแล้วผละตัวเดินออกไปนิ่งๆ มีแต่ผมที่ร้อนหน้าและใจสั่นอยู่ตรงนี้



นี่มัน...นี่มันบ้าอะไรวะเนี่ย



What the heck?!!



----------------------------

แคทมาแล้วจ้าาาา  ส่วนตอนนี้น้านนน มีอะไรเซอร์ไพรส์กันอีกไหมหว่าา อิอิ  เราก็จะมาหย่อนระเบิดเวลาไว้ตอนละนิดตอนละหน่อย

และสำหรับตอนนี้วันนี้มาลงไวนะคะ เห็นคอมเม้นท์คนอ่านท่านนึงบอกว่าหวังว่าจะได้อ่านวันนี้เพื่อเยียวยาหัวใจให้วันนี้เป็นวันดีๆบ้าง แคทอยากบอกว่าแคทมาลงให้แล้วนะคะ

แด่คนอ่านทุกๆท่านที่มีเรื่องไม่สบายใจ แคทหวังว่านิยายเรื่องนี้จะทำให้คนอ่านยิ้มมีความสุขไปกับมันไม่มากก็น้อย และหวังว่า วันนี้จะเป็นวันที่ดีขึ้นอีกหน่อย เมื่อได้มาอ่านนิยายของแคทนะคะ ขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี แคทและพี่ทัพน้องเมล บินกุ๊กอู๋แจน้องหลงพี่รี่ เป็นกำลังใจให้ทุกคนเลยนะคะ

-รักน้า-


ปล. ขอเชิญทุกท่านคอมเม้นท์และปลดปล่อยอารมณ์มาได้เล๊ยยย แคทรออ่านอยู่น้า จุ๊บๆ

ขอขอบคุณ ursleepingxd คุณยู ขอบคุณเสมอน่ารักกับแคทแบบจริงจัง แม้ว่าเราจะผ่านเรื่องไหนไป แต่เรื่องที่ตราตรึงใจคุณยูที่สุดต้องเรื่องที่ผ่านมาของพี่เหลืองแน่นอน 55555 คิดถึงมาก เดี๋ยวพี่แกก็โผล่มานะพูดเลย ของเค้าแรงมาก5555 ส่วนที่คุณยูถามแคทว่านี่กลางเรื่องยัง มีประมาณกี่ตอนจบ จริงๆที่แคทตั้งไว้คิดว่าประมาณ30-35ตอนจบค่ะ แต่ว่า...แคทก็ตั้งแบบนี้ไว้ทุกเรื่องนะ แต่พอเขียนจริงๆน้านนน ก็จะปาไป40 แต่ว่าเรื่องนี้อาจเป็นเรื่องแรกที่ไม่ยาวก็ได้ เนอะ (เหรอ?)

ขอขอบคุณiceman555  จารย์ทัพมาแล้วจ้ารู้ยังงง เข้ามาอ่านตอนนี้อีกนะคะ แล้วจะพบกัน อ.ที่ใช้หน้าที่การงานในทางมิชอบแน่นอน ฮ่าาาาา


ขอขอบคุณblove  ตามที่คุณbloveบอกแคทว่าเม้นท์ยาวแล้วเกรงใจ คือแคทอยากบอกตรงนี้เลยว่า ไม่ค่ะ...ไม่ต้องเกรงใจแคทในเรื่องนี้เลยค่ะ สาดมาค่ะ แคทรออ่านคอมเม้นท์ยาวๆของคุณเสมอเลย แคทดีใจที่มีคนอินและชอบนิยายของแคทแบบนี้ จริงๆแทบจะไม่ค่อยได้รับคอมเม้นท์ยาวๆแบบนี้เท่าไหร่ด้วย รู้สึกประทับใจมากๆค่ะ ขอบคุณจริงๆ ... ส่วนผัวพี่ทัพหน้านั้น ตอนนี้มาในลุก อื้มมมม เป็นคนรว้ายๆ เป็นครูรว๊ายๆ แคทหวังว่าจะชอบนะคะ แล้วมาอ่านน้าาา จุ๊บๆ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด