Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย...ครั้งที่35* บทส่งท้าย {07.05.19}
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย...ครั้งที่35* บทส่งท้าย {07.05.19}  (อ่าน 73776 ครั้ง)

ออฟไลน์ tae1234

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
ไม่ชอบข้าวโพดเลย

ออฟไลน์ ursleepingxd

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ยาวสะใจมากเลยค่ะ ชอบบบบ

น้อนเมลก็โดนประกบทุกวิถีทาง พี่เฝ้าขนาดนี้ก็ล่ามไว้ที่บ้านมั้ย แมวก็โดนแย่ง ไม่ร้องนะน้องนะ เพื่อนบินตัดใจเถอะ ไปดูน้องกุ๊กโน่น น้องเมลอุตสาห์ได้ย้ายมานั่งหน้าแต่ไม่ได้คุยกับน้องกุ๊ก เสียดาย น้องหลงพี่รี่น่ารักเหมือนเดิม น้องแจก็น่ารักเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือใช้ถุงผ้า รักษ์โลกดีมากน้อง นังอู๋ก็โง่เหมือนเดิม ส่วนนังโพด ไปทอแลไกลๆนะ  :katai3:

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1057
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
 :laugh: อีพีทัพชอบแกล้งน้องเมล :ruready

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
โว้ยยยยยยยยยย!! ไอ้พี่ทัพบ้าเอ้ยยย ตรูอมยิ้มจนปวดแก้มไปหมดแล้ว แกล้งกันไปมาทั้งตอน อ่านละแม่มมม >..< เอออออนั่นละเหมือนกันเลยแกล้งเขาแล้วก็อมยิ้ม ชอบนักสินะ นี่ก็ชอบบบบบบ 55555 อห.ต่างคนก็ต่างแบบจะขาดกันไม่ได้แล้ว ดูจะติด+ชินที่จะได้อยู่ด้วยกันแกล้งกันไปมา ถ้าว่าแยกกันคือขาดใจตาย แต่ไม่รู้ใครจะตายก่อนนะ 5555 เอะอะหักคะแนนๆ แหมมมมมม!เดี๋ยวได้คะแนนพิเศษเพิ่ม ฮ่าๆ และดูเหมือนจะทำตัวกุ๊กกิ๊กมากขึ้นนะ ชอบทำให้เมลเขินบ่อยๆ นัวเนียวอแวตัลลอด คิดว่าหล่อมากสินะ เอออออก็หล่อจริง 555555 //ต่อไปไม่แน่นะเมล อาจจะได้เป็นหมาหัวเน่า ดูน้องหลงจะฟินเหลือเกินตอนนอนในอ้อมกอดไอ้พี่รี่  5555 ว้อยยยยชอบ กกน้องตลอด ให้มันได้อย่างนี้ นี่ใครๆ แย่งมาเล้ยยย ต่อไปคงไม่ต้องละเดี๋ยวน้องเดินไปหาเอ๊ง อร๊ายย >.,<  555 //อะไรอะบิน แกไปจูบกุ๊กทำม่ายยยย สับสนเลยดิ เอ้ยยกุ๊กๆหากิ๊กด่วน ไอ้คนที่มาด้วยกันก็ได้แค่คบกันเป็นเพื่อนทำเหมือนเป็นแฟน กูอยากรู้นักจะมีคนบางคนตาขวางหวงเขาบ้างไหม? เห๊อะ!! หาตัวเร่งให้รู้ใจตัวเองสักที ชิ!! สงสารกุ๊กอ่าาา ): มากุ๊กมา เราปลอบเอง (: แต่ก็นะ มีเผลอซื้อของกินที่เขาชอบมาให้อีกคน เหอะๆ หึหึ!! ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ววววววว  //โพดแกเป็นอะไรกับเมียทัพหน้าอ่ะเป่า ดูแกอยากพูดและอยากโยงเข้าหาตลอดอะ มีเรื่องไร๊ ห๊ะ!! รอสืบต่อไปจากไรท์ คึคึ!! //เอ้ออออออออออไอ้น้องแจพูดดีม๊วกกกกกก สั่งสอนพวกนี้หน่อยดิ หัวสมองคิดเยอะๆหน่อย สงสัยได้แดกเยอะถึงมีหัวคิดได้ดี แบ่งๆรุ่นพี่พวกนี้มั้งก็ดี เสริมอาหารหน่อย 55555 //โอ้ยยยยยยสนุกกกกกมากกกกกกค่า ชอบๆ อ่านจุใจ รอตอนต่อไปเล้ยย ขอบคุณและดีใจทุกครั้งมาอัพ ^_^ อินทุกตอน 5555

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ

Inside Story



“รี่...รี่ ตะไมเดินหนีเยา”



เสียงเล็กใสแจ๋วที่ถามออกมาเป็นรอบที่สิบ หลังจากที่เจ้านายที่น่ารักของตัวเองเดินออกไปแล้ว แต่ผิดกลับเจ้าสิงโตตัวใหญ่ตัวนึง ที่ตั้งแต่ตอนนั้น ... ตอนที่เมลสั้งห้ามไม่ให้หลงไปนอนด้วย เจ้าตัวก็ไม่ยอมพูดกับหลงอีกเลย ... ตะไมไม่พูดกับหลงง่า



“...................”



“งื้อ รี่ ... รี่โกรธอะไรเยา”



ขาสั้นๆที่ค่อยๆวิ่งตามหลังอีกตัวที่เดินนำหน้า แถมยังไม่ยอมตอบอะไรกันออกมาอีก



“ ...................”



“ฮึ่ย มะเอาาา รี่พูดกับเยาจิ”



สี่ขาสั้นๆที่ออกแรงวิ่งไวมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะใช้แรงทั้งหมดที่มี วิ่งโผเข้าไปขว้างทางด้านหน้าของสัตว์สี่ขาตัวใหญ่ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าป่าอย่างไม่กลัวโดนเหยียบ ดวงตาคมกริบที่ก้มหน้าลงมามองเจ้าตัวจ้อยตรงหน้าด้วยสายตาติดจะเย็นชา ขายาวกว่าหยุดชะงักก้าวของการเดินทันที



“มีอะไร”



“กะ...รี่มะยอมคุยกับเยาอ่า ตะไมโกรธหยอ”



“เหอะ หลบไปไอ้สั้น เกะกะ”



ใบหน้าน่ารักก้มลงต่ำพร้อมๆกับดวงตากลมใสที่หลุบต่ำลงทันทีตอนที่ได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยเสียงเย็นชาออกมาแบบนั้น ใบหน้าน่ารักฉายแววเสียใจให้ฝ่ายตรงข้ามได้เห็น



“ตะไม...ไม่อยากยุ่งกะเยาแล้วหยอ”



เสียงเล็กที่ว่าออกมาทำเอาสี่ขาแข็งแกร่งที่กำลังก้าวเดินหนีเจ้าแมวน้อยหยุดชะงักลงในตอนนั้น น้ำเสียงใสๆที่ทำให้เจ้าตัวต้องชะงักไปเมื่อได้ฟัง



“ใครกันแน่ที่ไม่อยากยุ่งกัน ถ้าไม่อยาก มึงก็ไปให้พ้นหน้ากู!”



เสียงเข้มของเชอร์รี่ที่ดังก้องกังวาล ทำเอาเจ้าตัวจ้อยตัวสั่นอย่างตกใจ แต่ถึงแบบนั้น เจ้าตัวก็ยังทำใจกล้า ก้าวขาสั้นๆของตัวเองเข้าไปหา ขาหน้าสั้นๆสีขาวสว่างค่อยๆยื่นไปแตะขาหน้าของเจ้าป่าผู้ยิ่งใหญ่นั้นน้อยๆ



“หลง...หลงอยากยุ่งกะรี่น้า มะโกรธหลงดั้ยเป่า ดีกันดั้ยเป่า อย่าทำหน้าดุงี้ดั้ยเป่า”



เชอร์รี่ปรายตาคมกริบลงมามองเจ้าตัวเล็กที่ทำใจกล้ายื่นขามาแตะกันไว้ด้วยท่าทีนิ่งๆ ก่อนจะถามต่อ



“ทำไมกูต้องทำ”



“กะ...กะหลงชอบรี่ รี่อย่าดุหลงดั้ยเป่า หลงน่ายักน้า รี่มะยังหลงหยอ”



ดวงตากลมใสของเจ้าตัวเล็กที่ช้อนมองตาคนตัวโตกว่า ก่อนจะกระพริบปริบๆพร้อมถามคำถามออกมาแบบใสซื่อ ซึ่งผิดกับคนฟังที่ริมฝีปากของเจ้าป่าตัวใหญ่ถึงกับกระตุกขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนที่เจ้าตัวจะแสร้งทำเป็นหน้านิ่งๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น



หลังจากนั้นไม่นาน ศีรษะใหญ่โตของสิงโตเพศผู้ก็ค่อยๆยื่นเข้าไปใกล้ใบหน้าน่ารักของเจ้าลูกแมวเด็กที่ก็ช้อนตากลมโตมองกันอยู่ก่อนแล้วตาปริบๆแถมยังไม่ถอยหนี .. เสียงเข้มที่ถามต่ออีกดังสะท้อนขึ้นมา เหมือนเป็นการย้ำชัดๆกับเจ้าตัวจ้อยตรงหน้าอีกที



“มึงพูดแล้วนะ”



“งื้ออ หลงพูดแย้วว หลงพูดเองหมดเยย เก่งๆมะ”



“อืม...มึงเก่ง” เก่งที่มึง ........ หึ



“เย้ หลงเก่งๆ หลงน่าย้ากชะมะ”



“หึ งั้นๆแหล่ะไอ้สั้น”



“งื้ออ มะสั้น หลงน่าร้ากกก รี่อย่าเดินหนีกันจิ ตอบหลงก่อนน้าา”



ขาสั้นที่ก้าวตามไปพร้อมส่งเสียงร้องเเง้วๆดังตามไปตลอดทาง เพราะมัวแต่เอ่ยปากถาม เจ้าตัวเล็กเลยลืมไปสนิทว่าเจ้าตัวกำลังเดินทางเข้าถ้ำสิงโตอีกครั้งแล้ว ... และดูท่าว่าถ้าได้เข้าครั้งนี้ คงจะยากเต็มที่ ที่เจ้าของถ้ำ...จะยอมปล่อย



.

.

.





"หึ ตอนนอนก็น่ารักจริงๆนั่นแหล่ะ"



ว่าออกมาเบาๆ ก่อนจะกระชับเจ้าตัวเล็กที่เผลอนอนหลับตาพริ้มพร้อมกับขยับตัวเข้ามาซุกอกกันน่าตาเฉย แล้วแบบนี้...ฝันไปเถอะว่าจะปล่อย



ต่อให้คาราเมล เจ้านายติ๊งต๊องของเจ้าเด็กนี่จะมาบ่นแง้วๆที่หน้ากรงทุกเช้าก็ช่างประไร ยังไงก็เอาเจ้านี่ไปจากอกเขาไม่ได้อยู่แล้ว หึ



ฝันเอานะคาราเมล




------------



เห้ยย๊ะ มาด้วยความคิดถึง พาInside Story​มาเสริฟจ้าาาา นี่คือที่ไปที่มาที่น้องหลงของเราถูกหิ้วไปนอนกกตลอด  เอาจริงๆพี่รี่ก็คือไม่ได้หิ้วน้องไป แต่น้องวิ่งตามไปแบบงงๆ แล้วโดนไม่ให้ออกมานั่นเอง คิกค้าก

พี่รี่นางร้าย ร้ายเหมือนเจ้าของ ส่วนน้องหลง หลงลู๊กกกกก หนูต้องหนีสิลูกกกกกก

เอ็นดูน้องเด้ออออ

ฝากนิยายเรื่องนี้ด้วยนะคะ แคทหวังว่าคนอ่านจะรักจะชอบนิยายเรื่องนี้น้าาา แคทฝากด้วยนะคะ จุ๊บๆ :mew1: :3123:



หลง: ง้อๆรี่น้าาาา



ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1057
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
 o18 รี่ๆ อยากกินเยาเปล่า....หลงไม่ได้กล่าว แต่คนอ่านคิดไปแล้ว  :hao7:

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11
อีเมล ติด F ไปละ อีพี่ทัพหักคะแนนหมดละ 5555
ส่วนพี่รี่ เจ้าเลห์เหมือนเจ้าเลยเลย อิอิอิ

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
555555 กร๊ากก โอ๊ยยไอ้พี่รี่มันร้ายย เอออจริ๊งงงง เจ้านายเป็นไง สัตว์เลี้ยงเป็นงั้น เหมื๊อนกันจริง ทัพหน้า/เชอร์รี่ vs คาราเมล/หลง 55555 //แกล้งงอนให้เขาง้อ หลงง้อได้น่าร๊ากกกกกก น่ารักชิบหาย ฮึ่ยยยย ตะแง้วๆ 5555 สนุ๊กกกกกกชอบๆๆๆคู่นี้ ตลก อ่านละยิ้มตามได้ไม่ยาก ^_^ มาอีกน้าหลง ไอ้พี่รี่อย่าแกล้งน้องเยอะ ก็เข้าใจนะว่ามันน่าแกล้งมากๆใครจะอดใจไหววะ ใช่ปะ 555555 ขอบคุณณณณณค่าาสำหรับตอนพิเศษน่ารักๆแบบนี้ รอต่ออีกนะคะ ^_^

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ


บทที่15




กวนประสาท!




ผมได้แต่นั่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟันมองตรงไปที่กระดานหน้าห้องอย่างเคืองๆเป็นรอบที่หนึ่งร้อย ตั้งแต่ไอ้อาจารย์คนใหม่มาสอน รู้สึกประสาทจะแดกทุกครั้งที่ต้องเข้าเรียนในวิชาของอาจารย์ทัพหน้า เวนเอ๊ย ชอบหาเรื่องมาแกล้งกันอยู่ได้ ... อาทิตย์แต่ละอาทิตย์หมดไปไวจนเวียนมาบรรจบใหม่ไวเหลือเกิน แป๊บๆต้องกลับมาเรียนวิชาแม่งอีกแล้ว



“วันนี้ทำไมมาเช้าจังวะไอ้เมล กูก็นึกว่ามึงหาของแดกอยู่ข้างล่าง” 



ไอ้อู๋ที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับกระเป๋าของข้าวโพดที่มันถือมาให้ ร่างเล็กๆในแว่นตาหนาๆเดินตามหลังมันเข้ามา หน้าตาดูจะสดใสเป็นพิเศษในวันนี้



“กูไปรับโพดมา”



มันที่กระซิบบอกผมแบบตื่นเต้นพร้อมขยิบตาให้ มองดูจากดาวเสาร์ก็รู้ว่าไอ้อู๋ชอบข้าวโพดและกำลังทำแต้มจีบอยู่  กูหวังว่ามึงจะไม่ผิดหวังนะ



“หรอ ดีนี่”



ตอบไปแบบนั้น แต่ก็ไม่ได้คิดว่าดีอะไรมากเท่าไหร่อ่ะ เหลือบสายตาไปที่หน้าห้อง ไอ้บินที่เปิดประตูเข้ามาเสียงดังโครมคราม หน้าตาของมันบอกอารมณ์ได้ดีว่ากำลังหงุดหงิด แต่คือจริงๆก็ไม่รู้ว่ามันหงุดหงิดเรื่องอะไร



‘ปึก’



มันที่โยนกระเป๋าข้ามหัวข้าวโพดมาไว้ที่โต๊ะเสียงดังจนข้าวโพดสะดุ้ง ไอ้อู๋เองก็ตกใจจนต้องมองไอ้บินแบบพร้อมด่า



“เป็นเชี่ยไรวะ ดูดิมึงทำข้าวโพดตกใจเลย เคไหมโพด โอ๋ๆนะ”



ว่าแบบนั้นก่อนลูบหัวลูบหาง ไม่รู้ทำไมอยู่ๆกูก็อยากกรอกตาซะงั้น หรือเพราะตลอด4ปีที่ผ่านมา ผมชินกับความป่าเถื่อนของกลุ่มเรา ถ้าเป็นไอ้กุ๊กมันคงไม่ตกใจ แต่คงด่าไอ้บินเข้าให้แทนแล้วล่ะ



“เหอะ”



ไอ้บินไม่ได้พูดขอโทษอะไรออกไป มันที่แค่กระแทกตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างๆตัวผมพร้อมแค่นเสียงหงุดหงิดออกมาหน่อยๆ



“มึงเป็นไรไปวะบิน ดูหงุดหงิดนะ”



หันไปถามมันแบบนั้น อีกฝ่ายก็แค่ถอนหายใจออกมาหนักๆพร้อมส่ายหน้าส่งมาให้



“ไม่มีไรมากหรอกมึง” 



ไม่มากเท่าไหร่ แต่หน้าตาดูเหมือนพร้อมแดกอะไรสักอย่างเข้าไป พอดีกับที่หันไปเห็นไอ้กุ๊กที่เดินเข้ามาพอดี มันทีเดินเข้ามาพร้อมกับเพื่อนร่วมเซ็คที่เคยเห็นหน้าอยู่ แต่ไม่รู้จัก คือถึงจะเป็ยเพื่อนร่วมเซ็คก็ไม่จำเป็นต้องจำชื่อกันได้นะครับผม ... ไอ้กุ๊กที่กำลังยิ้มขำกับไอ้นั่น ไม่รู้ว่ามันตลกเรื่องอะไรอยู่ แต่คิดว่าคงจะตลกเพราะเรื่องที่ไอ้ตี๋นั่นเล่าให้มันฟังแน่ๆ



“นั่นกุ๊กนี่นา กุ๊กยิ้มกับผู้ชายคนนั้นด้วย ถ้ายิ้มได้แบบนี้กุ๊กคงจะมีความสุข แบบนี้เราก็ค่อยสบายใจ” 



เสียงของโพดที่ทำให้ผมต้องหันไปมอง มันที่หันมายิ้มให้พวกเราพร้อมพูดออกไปมาแบบนั้น



“โพดน่ารักจัง เป็นห่วงไอ้กุ๊กมันด้วย”



“อื้มม อย่างน้อยกุ๊กก็ถือว่าเป็นพี่เรานะ แล้วอีกอย่าง ถ้ากุ๊กไปได้ดีกับผู้ชายคนนั้น แบบนี้ก็คงแสดงว่ากุ๊กเลิกชอบอาจารย์ทัพหน้าแล้วด้วย แบบนี้ดีจังเลย เพราะยังไงอาจารย์ทัพหน้าก็มีเมียอยู่แล้วด้วยอ่ะ ชอบไปก็คือผิดจะตายอ่ะน้า”



มันที่พูดออกมาแบบนั้นแล้วยิ้มกว้างจนตาปิด ขนาดมันใส่แว่นอยู่ยังมองเห็นได้ชัดจากตรงนี้ว่ายิ้มซะกว้างขนาดไหน



“เป็นคนดีจังเลยน้า” 



ไอ้อู๋ที่ว่าแบบนั้นพร้อมยกมือขึ้นลูบหัวมันเบาๆ สองคนที่ยิ้มให้กัน ดูน่ารักน่าชังจากตรงนี้ ... แต่น่าแปลกที่ผมเป็นคนนึงที่ไม่อินกับความสัมพันธ์ของไอ้อู๋กับข้าวโพดเท่าไหร่  และไม่ว่าเมื่อไหร่ที่โพดพูดออกมาแบบนี้ ผมเองก็เป็นคนที่มีชนักติดหลัง เป็นความผิดที่ไปชอบคนแบบทัพหน้าแล้วยังมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคนที่มีครอบครัวแล้ว คำพูดของมันไม่ต่างจากโดนน้ำเย็นๆที่สาดใส่หน้าของผมเลย ถอนหายใจออกมาหนักๆออกมาแล้วเงียบเสียงลง มองไปที่หน้าห้อง ไอ้กุ๊กนั่งอยู่ตรงนั้นกับไอ้ตี๋นั่น มันดูมีความสุขดี ไม่เหมือนคนที่จะชอบทัพหน้าสักนิด



“เหอะ ขอให้แม่งสุขจนตายเถอะสัด” 



ไอ้บินที่ว่าแบบนั้นออกมา แล้วหยิบสมุดหนังสือออกมาวางบนโต๊ะเสียงดังโครมคราม ก็ไม่เข้าใจว่าวันนี้มึงจะตั้งใจเรียนอะไรเบอร์นี้ ถามว่าเสียงดังมากแค่ไหน ก็ดังพอให้ไอ้กุ๊กที่นั่งอยู่หน้าห้องหันมามองได้ก็แล้วกัน



.

.

.




“เอาล่ะครับ หลังจากที่ผมได้สอนพวกคุณไปแล้วในคาบก่อน วันนี้จะมีเทสนะ แยกที่นั่งด้วยครับ” 



อะไรนะ!!



ผมที่เบิกตากว้างขึ้นพร้อมกับอ้าปากค้าง และคิดว่าไม่น่าจะใช่ผมคนเดียวหรอก เพราะเสียงโห่ร้องหึ่งๆแบบอยากขาดใจตายก็ดังมาจากปากของเพื่อนๆร่วมเซคไม่ต่างกัน ไอ้ทัพหน้าที่ยืนอยู่หน้าห้องด้วยชุดเสื้อเชิตดูดีไม่ต่างจากเดิม มันที่ทรุดตัวลงนั่งบนโต๊ะของอาจารย์มองจ้องมาที่นักศึกษาในชั้นเรียนที่กำลังรู้สึกอยากตายนิ่งๆ เสียงประท้วงโอดครวญของนักศึกษายังดังออกมาให้ได้ยินเรื่อยๆ



“ถึงพวกคุณจะโอดครวญไปก็ไม่ได้ทำให้ผมสงสาร ..แล้วอีกอย่าง ถ้าพวกคุณไม่พอใจก็แค่เดินออกไปแล้วไปขึ้นทะเบียนดรอปซะ การเรียนของพวกคุณ เป็นเรื่องที่ใครต้องรับผิดชอบ ผม หรือคุณ อย่าโทษมันสมองหรือรอยหยักที่มีน้อยในเมื่อพวกคุณไม่เคยคิดจะเพิ่ม ก็จงโทษความไม่รู้จักหน้าที่และไม่มีความรับผิดชอบของตัวเองซะ เงียบเสียงแล้วย้ายโต๊ะเพื่อสอบ ถ้าใครยังฟังไม่เข้าใจ ผมจะให้เอฟโดยไม่มีข้อยกเว้น”



ทัพหน้าที่พูดออกมาด้วยเสียงเรียบนิ่ง ไม่ดังไม่เบา แต่ทำเอาทั้งห้องเงียบเสียงทันที  สายตาคมที่มองจ้องหน้านักศึกษาไปทีละคนจนเด็กนักศึกษาต้องเป็นฝ่ายหลบหน้า  บรรยากาศในห้องที่รู้สึกหนาวขึ้นมาทันทีแม้ว่าตอนนี้จะเปิดแอร์ด้วยอุณหภูมิ 25องศาเท่าเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือคำว่า ไม่ได้ล้อเล่น



และผมเอง ที่เป็นคนที่รู้ดีกว่าใคร ... คนแบบทัพหน้า ไม่เคยล้อเล่นอยู่แล้ว



“คิรากร มานั่งข้างหน้าด้วย” 



เสียงเข้มที่ดังมาทำเอากูเลิกลัก อาจารย์ทัพหน้าที่ยกยิ้มมุมปากชี้มือไปที่โต๊ะว่างที่ตั้งอยู่ตรงหน้าโต๊ะของอาจารย์ สัด... ไปทำตรงนั้น กูจะมีสมาธิห่าอะไรล่ะครับ คิดสิคิด



“ที่นั่งตรงนี้ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรนี่ครับ...อาจารย์” 



เงยหน้าขึ้นมาตอบกลับมันไปแบบนั้น เน้นย้ำชัดๆหนักๆตรงคำสุดท้าย หึ ไอ้อาจารย์ที่เคารพ ... อีกฝ่ายที่หรี่ตามองผมหน่อยๆ ก่อนจะตอบกลับมาช้าๆ



“ย้ายมานี่”



สามคำสั้นๆพร้อมนิ้วแกร่งที่ชี้ลงไปที่โต๊ะตัวที่ต้องการจะให้ผมนั่ง จ้องตาสู้กับอีกฝ่ายที่แค่มองกลับมา สายตาที่แข็งขึ้นของมันอ่านได้ว่า ‘ถ้ายังไม่ลุกไปดีๆมึงมีปัญหาแน่ๆ’ ได้แต่เม้มปากแน่นแล้วเก็บของอย่างฮึดฮัดขัดใจ ในจังหวะที่กำลังจะลุกขึ้น ไอ้บินก็ลุกมาจับแขนผมไว้ซะก่อน ได้แต่หันไปเลิกคิ้วมองมันแบบไม่เข้าใจ



“นั่งตรงนี้ก็ได้นี่ครับอาจารย์” 



ไอ้บินที่พูดออกมาแบบนั้น ทั้งห้องที่ตกอยู่ในความเงียบจนผมไม่กล้ากลืนน้ำลาย ไอ้ทัพหน้าที่ยืนกอดอกพิงโต๊ะอาจารย์มองจ้องตากับไอ้บินนิ่งๆ แต่ผมรู้นะ ว่าตอนนี้ถ้ามันไม่ได้อยู่ในฐานะอาจารย์ มันคงเรียกลูกน้องมากระทืบไอ้บินแล้ว ก็ดูแม่งทำหน้าดิ หน้าตามึงโคตรวอนโดนตีนอ่ะบินเอาจริงๆ



“หรอ ...” 



ทัพหน้าที่ว่าออกมาสั้นๆ ก่อนสายตาคมจะหันกลับมามองที่ผม ก่อนที่สายตาคมจะเลื่อนลงไปมองที่แขนของผมที่ไอ้บินจับไว้อยู่ รับรู้เหมือนงานจะเข้ากูแล้ว



“คิรากร เธอว่าตรงนั้นนั่งได้แน่หรอ” 



สายตานิ่งๆที่เปลี่ยนเป็นเข้มมากขึ้นตอนที่มองหน้าผม ได้แต่แอบลอบกลืนน้ำลายตอนที่สบตากับมัน รู้สึกมือเท้าเย็นแล้วเสียวสันหลังวาบ เลยค่อยๆแกะมือของตัวเองออกจากมือของไอ้บิน มันที่หันมามองหน้าผมแบบไม่เข้าใจ แต่ผมก็แค่ส่ายหน้าแล้วส่งยิ้มไปให้บางๆ เก็บของที่อยู่บนโต๊ะแล้วเดินไปนั่งตรงข้างหน้าตามที่ๆมันบอก เผลอเงยหน้ามองหน้าใส่อีกคนบึ้งๆ แต่มันกลับไม่ได้มองหน้าผม สายตาคมของมันที่มองตรงไปที่หน้าไอ้บิน มองเห็นทัพหน้าที่ยกยิ้มมุมปากร้ายๆพร้อมยักคิ้วส่งไปให้ไอ้บินอีกที .... เดี๋ยวๆ นี่มึงกำลังกวนตีนเพื่อนกูนะทัพ!



“เอาล่ะ เตรียมตัวสอบได้” 



พูดออกมาแค่นั้น ทุกๆคนก็เข้าที่นั่ง พร้อมๆกับกระดาษข้อสอบที่ถูกแจกจ่ายไปเรื่อยๆ  ผมที่เขียนชื่อและรหัสตัวเอง เอาปากกาออกมาเตรียมตอบคำตอบเต็มที่ แต่พออ่านข้อสอบกูก็อ้าปากค้างไปเลยในตอนนั้น เคยเป็นไหมที่ว่ากูอ่านมาแบบนี้ แต่อาจารย์ก็ยังมีคำตอบที่ดีกว่ากู ใช่จ้า...กำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้



ร่างบางที่ได้แต่นั่งเอาปากกาเคาะกับโต๊ะไปมา ก่อนจะเอามาจิ้มๆเขี่ยๆแถวปากตัวเองเล่นแบบใจลอย อาจเป็นเพราะพยายามจะนึกคำตอบให้ออก แต่ภาพตรงหน้ามันกลับทำให้ใครบางคนคิดอกุศลได้ซะแบบนั้น  รอยยิ้มมุมปากที่ยกยิ้มมาจากอาจารย์ทัพหน้าที่นั่งทำหน้านิ่ง มองตรงมาตรงหน้านิ่งๆ สายตาคมที่ไล้ไปตามกรอบหน้าใส ขนตายาว ริมฝีปากอิ่มอมชมพูนั่นอีก ทำเอาสายตาคมหยุดที่จะมองไม่ได้ จนคาราเมลที่เริ่มจะรู้สึกถึงสายตา เงยหน้าขึ้นไปมอง ก่อนจะต้องสะดุ้งน้อยๆเมื่อเห็นคนตรงหน้าจ้องกันอยู่ด้วยสายตายังไง ริมฝีปากอิ่มได้แต่ขมุบขมิบเบาๆ อ่านปากได้ว่า ‘เลิกมองสักที’ พร้อมถลึงตาใส่ และอีกฝ่ายก็แค่กดมุมปากยกขึ้นน้อยๆแล้วทำปากพงาบๆเบาๆแบบไม่ออกเสียงตอบกลับมาเช่นกันว่า



‘เรื่องกู’



แม่งเอ๊ยยย น่าเบื่อๆๆๆ เบื่อคนแบบไอ้ทัพหน้าที่สุดเลย เล่นจ้องกันแบบนี้ ใครแม่งจะคิดคำตอบออกกันวะ!


.

.

.




“เอาล่ะ เรื่องคะแนนสอบผมจะมาแจ้งให้ทราบในคาบหน้า แต่ตอนนี้ผมจะสั่งงานพวกคุณ สมาชิกในกลุ่มกลุ่มละ6คน เดี๋ยวช่วยเขียนรายชื่อมาส่งผมท้ายคาบด้วย”



แม่งเอ๊ย! นอกจากสอบเทสเมื่อกี้แล้วยังจะมามีงานกลุ่มอีก เหนื่อยยยย ไอ้อาจารย์โรคจิต



“เอาไงดีวะ พวกเรามีกันอยู่4คนยังขาดอีก2ว่ะ”  ไอ้อู๋ที่ถามออกมาแบบนั้น พร้อมๆกับมองไปรอบๆห้องก็เห็นคนอื่นเริ่มจับกลุ่มกันได้แล้ว



“โทษนะครับ มีกลุ่มไหนว่างบ้าง เรามีกัน2คนน่ะ” 



เสียงๆหนึ่งที่ดังขึ้นมาจากทางหน้าห้อง พอหันไปมองก็เจอเข้ากับผู้ชายคนที่เดินเข้ามาในห้องกับไอ้กุ๊กเมื่อเช้ากับไอ้กุ๊กเมื่อเช้ากำลังยืนโบกมือส่งยิ้มไปรอบๆห้องอยู่ จริงๆก็ดูเป็นคนอัธยาศัยดี



“จริงๆเอาพวกมันก็ได้นะมึง ขาด2คนพอดี”



“ไม่ กูไม่เอา!”



 ไอ้บินที่พูดตอบออกมาเสียงเข้ม มันที่มองตรงไปที่ไอ้ตี๋กับไอ้กุ๊กแบบเอาเรื่อง หน้าตาพร้อมหาเรื่อง ทั้งๆที่พวกมันก็ไม่ได้ทำอะไรให้



“ทำไมวะมึง”



“มึงลืมหรือไง มันทำไรมึงบ้าง ถ้าเอามาอยู่ใกล้ตัวก็อันตรายน่ะสิวะ” 



ไอ้บินที่ว่าแบบนั้นคิ้วยังคงผูกโบว์ใส่กันแบบหงุดหงิด จริงๆก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่ามันหงุดหงิดเรื่องนี้แน่หรอวะ



“ไอ้กุ๊กมันเป็นเพื่อนเรานะ”



“แล้วมันเห็นมึงเป็นเพื่อนไหมล่ะ”



“แต่ก็ถูกของบินนะ ถึงกุ๊กจะMove onได้แล้ว แต่ระวังไว้ก็ดีนะเมล” 



ไอ้โพดที่ว่าออกมาแบบนั้นทำเอาผมขมวดคิ้ว ถึงมันจะดูเป็นความหวังดีก็เถอะ



“กูไม่ระวังเชี่ยไรแล้วทั้งนั้นแหล่ะ เฮ้ย กลุ่มกูว่าง มาอยู่ด้วยกันไหม”



ผมที่ลุกขึ้นยืนแล้วตะโกนถามออกไปแบบนั้น ไอ้ตี๋นั่นที่หันมายิ้มอย่างดีใจแล้วรีบพยักหน้าตอบตกลงกับผม ก่อนที่ไอ้กุ๊กจะอ้าปากห้ามทัน



“พวกมึงไม่ต้องห่วง ถ้ากูตายเพราะมันจริง กูคงตายนานแล้วล่ะ” 



ผมที่หันหน้ามาบอกไอ้บินไอ้อู๋ ก่อนจะคว้ากระดาษจากมือข้าวโพดแล้วลุกออกมาจากโต๊ะ เดินเอากระดาษไปยื่นให้พวกไอ้กุ๊ก



“กูเมล มึงชื่อไร”



“กูชื่อเบน ส่วนนี้....”



“ไอ้กุ๊ก กูรู้จัก” 



ผมที่พูดขัดไอ้เบนออกมาแบบนั้น จ้องมองหน้ามันที่ก็มองสบตาตอบกับผมเหมือนกัน ไอ้เบนกับไอ้กุ๊กเขียนชื่อเสร็จแล้ว ผมเลยใช้ไอ้เบนให้เอาไปส่งให้ไอ้ทัพ ไม่อยากไปเอง เดี๋ยวแม่งก็กวนประสาทกันอีก  ผมที่ทรุดตัวลงนั่งข้างๆไอ้กุ๊ก เราสองคนที่เงียบใส่กัน ต่างฝ่ายต่างหันไปมองกระดานกันอยู่แบบนั้น



“มึงทำแบบนี้ไม่กลัวกูรึไง”



“ทำไมกูต้องกลัวมึงวะ”



“ไม่รู้สิ...มึงก็อาจจะกลัวกูฆ่ามึงมั้ง” 



มันที่ตอบออกมาแบบนั้น และเป็นผมที่หันไปมองหน้ามันตรงๆในตอนนี้



“ถ้ามึงจะฆ่ากู...มึงคงฆ่านานแล้ว” 



ตอบมันออกไป ไอ้กุ๊กเองที่ในที่สุดก็หันมามองผมตรงๆสักที  สายตาของมันที่มองมาที่ผมในตอนนี้ ไม่ได้ต่างจากเมื่อก่อนเลยสักนิด...คำพูดของไอ้แจในวันก่อนมันย้อนมาในหัวชวนให้คิด คำพูดของไอ้ทัพเองก็ไม่ต่างกัน ถ้าจะดู...ก็ต้องดูให้ออก



“ไอ้เมล”



“ว่า”



“มึงระวังตัวมึงไว้..” 



มันที่ขมวดคิ้วมองหน้าผมแบบนั้น ทำท่าทางเหมือนอยากจะพูดอะไรต่อออกมาอีก แต่ไอ้บินไอ้อู๋และข้าวโพดก็เดินมาขัดขึ้นซะก่อน



“ไปกันเหอะไอ้เมล เลิกคลาสแล้ว” 



ไอ้บินที่เดินมาจับแขนผมแล้วดึงให้ลุก ในมือของมันมีกระเป๋าของผมด้วย มันคงเก็บมาให้แล้ว ผมถอนหายใจหนักๆแล้วยอมลุกขึ้นยืนตามแรงดึงของไอ้บิน  ไอ้เบนที่เดินกลับมามองพวกผมสลับกันไปมาแบบไม่เข้าใจ



“กูไปก่อนล่ะ” 



บอกพวกมันไปแบบนั้น แล้วเดินตามแรงดึงของไอ้บินออกไป ไอ้กุ๊กที่ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา มันแค่พยักหน้าน้อยๆ ผมเองที่เดินผ่านไอ้ทัพหน้าที่กำลังเก็บของอยู่เหมือนกัน  มองเห็นมันที่มองผมนิ่งๆอยู่ แต่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ได้พูดอะไรกัน จะต้องพูดอะไรล่ะ ในรั้วมหาลัย เราเป็นแค่ลูกศิษย์และอาจารย์  ส่วนนอกรั้ว เราเองก็เป็นได้แค่คนฆ่าเมียมันเท่านั้นแหล่ะ



“เที่ยงนี้ไปกินข้าวที่ไหนกันดีวะ”



“กินนอกม.ไหมล่ะ โคตรเบื่อโรงอาหารคณะ” 



ไอ้อู๋ที่ตอบกลับออกมาแบบนั้น ผมไม่ได้ว่าอะไร ก็แค่พยักหน้าตอบกลับไปแบบส่งๆ ในหัวมีเรื่องให้คิด คำพูดของไอ้กุ๊กหมายความว่ายังไง



จะบอกว่ามันขู่ผม หรือ จะบอกว่ามันกำลังเตือนให้ผมระวัง ... ระหว่างสองอย่างนี้ จะเป็นอย่างไหนกันแน่นะ?



“ไอ้บิน มึงหยิบสมุดใต้โต๊ะมาให้กูเปล่าวะ”  อยู่ๆก็นึกขึ้นได้ เพราะต้นคาบผมวางหนังสือคาบบ่ายไว้ที่พื้นใต้เก้าอี้ ไม่รู้มันหยิบมาให้เปล่า



“เอ้า กูไม่รู้อ่ะ”



“ไม่เป็นไรๆ พวกมึงไปกันก่อนเลย เดี๋ยวกูวิ่งไปเอาแป๊บเดียว”



“ให้กูไปเป็นเพื่อนไหม”



“ไม่ต้องๆ ไปกันเลย”  บอกปัดไอ้บิน แล้ววิ่งกลับมาที่ห้องเรียนที่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ในห้องแล้ว เดินกลับไปที่โต๊ะนั่ง ใต้เก้าอี้ยังมีหนังสือวางอยู่ตรงนั้น



“อยู่นี่เอง”



‘คลิ๊ก’



เสียงล็อคประตูห้องที่ได้ยินทำเอาสะดุ้ง พอหันกลับไปมองก็ยิ่งสะดุ้งมากกว่าเดิม เพราะคนที่พึ่งกดล็อคประตูก็คือ...



“ตกใจทำไมวะ เห็นหน้ากูนี่มันช็อคมากรึไง หรือมึงคิดจะอ่อยรอไอ้บินเพื่อนมึง”



“พูดบ้าไรของมึงวะ” ขมวดคิ้วใส่แม่งเลย ไอ้บ้า...มาไม่ให้สุ้มไม่ให้เสียงแล้วยังมีหน้ามากอดอกมองผมด้วยใบหน้าถมึงทึงอีก เป็นบ้าไรอีก หิวข้าวก็ไปกินสิ



“กูเคยบอกมึงว่าไง”  ว่าไงวะ มึงบอกตั้งเยอะ



“หน้าโง่”



“เอ้า!” คือกูผิดอะไรก่อน ทำไมต้องมองมาหน้านิ่วคิ้วขมวด หงุดหงิดอะไรขนาดนั้นถามก่อน....



“น่ารำคาญ”



“ห๊ะ อะ...เหวออออ”  ร่างสูงที่ก้าวยาวๆเข้ามาหา ก่อนจะดันตัวผมไปติดกับกำแพงห้องเรียนโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว โดยที่ตัวเองตามไปยืนคร่อมไว้



“ดะ...เดี๋ยวๆ ที่นี่มหาลัยนะเว้ย จะ...จะทำบ้าอะไรของมึงเนี่ย”  ยกมือขึ้นดันอกแกร่งของอีกคนอย่างตกใจ ช้อนตามองหน้าอีกฝ่ายเลิกลัก คนตรงหน้าที่ก้มลงมองหน้า



“ถ้ามหาลัย แล้วมึงปล่อยให้ไอ้โย้งนั่นมาจับมือถือแขนมึงทำไม!”



เสียงเข้มที่ดังลอดริมฝีปากออกมาอย่างหงุดหงิด ฝ่ามือร้อนๆที่เลื่อนไปโอบที่เอวบาง ลูบไล้เบาๆสลับหนักไปตามเอวคอดผ่านเสื้อนักศึกษาเนื้อดี



“อะ...ทะ..ทัพ”



“กูบอกว่าไม่ชอบ ทำไมไม่จำใส่สมองน้อยๆของมึง”



“กะ....กูเปล่า คือ..คือมันไม่ใช่แบบนั้น”



“กูเห็น” 



ว่าลอดไรฟันออกมาเบาๆ แต่กลับหนักแน่น พร้อมๆกับที่ใบหน้าหล่อเลื่อนเข้ามาใกล้ สายตาคมที่จ้องตรงมาที่ริมฝีปากของผมแบบไม่กระพริบตา ดวงตาสีเข้มที่ดึงดูดให้ไม่กล้าหันหน้าหนี อยู่ใกล้กันจนผมขนลุก ผมกำลังทั้งกลัวทั้งตื่นเต้น ไม่รู้ว่ามันจะทำอะไร แต่ดูจากสายตาคงไม่ใช่เรื่องดี



“กูเปล่.....” 



คำพูดของผมถูกกลืนหายไปเมื่อริมฝีปากของอีกฝ่ายประกบจูบลงมา ดวงตาของผมเบิกกว้างอย่างตกใจ ที่นี่มันห้องเรียนนะ ถ้ามีใครเห็นล่ะ ... ในขณะที่ในหัวกำลังคิดสะเปะสะปะขาแข็งแกร่งก็แทรกเข้ามาที่กลางหว่างขา



“อ๊ะ อื้ม” 



ลิ้นร้อนที่สอดแทรกประกบจูบเข้ามาอย่างหนักหน่วง บดเบียดเคล้าคลึงหนักเบาสลับกันไป ฝ่ามือหนาของทัพหน้าที่ยกขึ้นมาแนบแก้มของผม จับใบหน้าของผมให้เอียงให้ได้องศาในการจูบแล้วขบเม้มหนักๆลากลิ้นร้อนไปตามกลีบปาก และดูดดุนปลายลิ้นเล็กจนรู้สึกเสียววาบไปทั้งตัว ต้นขาแข็งแกร่งที่จงใจถูไถส่วนกลางลำตัวของกันผ่านเนื้อผ้าของกางเกงชั้นดี ได้แต่ส่งเสียงอื้ออึงไปในลำคอ ได้แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายทำตามใจกวาดต้อนลิ้นร้อนไปทั้วโพรงปาก ผละออกบ้างเล็กน้อยแล้วก็กดจูบลงมาแนบชิดและร้อนแรงมากยิ่งกว่าเก่า ซ้ำไปซ้ำมาอย่างร้อนแรงจนรู้สึกว่าเริ่มจะหายใจไม่ทัน ก็ค่อยๆเลื่อนมือขึ้นไปดันอกแกร่งของอีกคนไว้  ทัพหน้าที่ค่อยๆถอนริมฝีปากออกมาอย่างอ้อยอิ่ง ผมที่ได้แต่หลับตาเอนหัวพิงกำแพงไว้ พร้อมกับหอบหายใจอย่างหนัก ฝ่ามือหนาที่ยังไม่ละออกไปจากใบหน้าของผม สัมผัสแผ่วเบาจากปลายนิ้วยาวที่ลูบใล้แก้มผมเบาจนต้องลืมตาขึ้นมามอง ดวงตาเข้มที่จับจ้องผมอยู่ก่อนแล้วยิ่งทำให้รู้สึกร้อนที่ใบหน้า



“ทัพ...”



“อย่าให้มันมาจับอะไรมึงได้อีก จำไว้ว่ามีแค่กูที่จะทำทุกอย่างกับมึงได้...แค่คนเดียว



.

.

.




ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ

พวกเรามากินข้าวกันที่ห้างไม่ไกลจากมหาลัยเท่าไหร่ เพราะคาบบ่ายยังมีวิชาเรียนอยู่  ไอ้บินที่ดูจะหงุดหงิดกับอะไรหลายสิ่ง อันนี้คือผมเดาเอา เพราะตั้งแต่ในห้องเรียน ยันผมกลับมาจากไปเอาของ...เอ่อ อันนั้นล่ะ พอกลับออกมาก็เจอไอ้บินยืนรออยู่ที่หน้าลิฟ ทั้งๆที่ก็บอกว่าให้ลงไปรอข้างล่างเลย แต่ก็เจอมันยืนรออยู่ที่ลิฟ สถานการณ์หน้าอึดอัดนิดหน่อยในตอนที่ผมกับไอ้ทัพเดินออกจากห้องเรียนมาเจอมัน แต่มันก็ไม่ได้พูดอะไร ไอ้ทัพเองก็ไม่ได้พูดอะไร นอกจากส่งยิ้มให้ แต่กูว่ามันไม่ใช่ยิ้มที่เป็นมิตรเท่าไหร่น่ะนะ



“มึงเหม่อไรวะบิน แดกดิ สเต๊กอร่อย” เลือกกินซิสเลอร์กันเพราะข้าวโพดอยากกินและไอ้อู๋ก็ตามใจ ส่วนผมไม่ได้อะไรกินได้หมด



“อืม ก็อร่อยดีนะ”  มันที่ตอบออกออกมาแบบเนือยๆ สีหน้าของมันที่ดูจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่



“โพด อะเราหั่นให้นะ”  ไอ้อู๋ที่ว่าแบบนั้น ทำหน้าทำตาตอแหลแปลกๆประจบข้าวโพด อยากจะตบมันให้หัวโยก ดูแลดีจนน่าหมั่นไส้ครับเอาจริงๆ



“ชอบคุณนะ”   โพดยิ้มรับน้อยๆพร้อมว่าออกมาด้วยเสียงน่ารักๆ แต่ยังไม่ทันที่จะมีใครได้พูดอะไรออกมาใหม่ เสียงสดใสเสียงนึงที่ผมจำได้ดีก็ทักดังขึ้นซะก่อน



“พี่เมลลลลลลลล”



“ไอ้แจ อ๊ะ...”



“พี่เมลแจนั่งด้วยคนได้ไหม เนี่ย โต๊ะเต็มไปหมดเลยแล้วแจหิวมากๆ อยากกินตอนนี้ขอนั่งด้วยสัก2ที่จะได้ไหมครับ”



“ไอ้หมู มาไมใครเชิญ”



“รำคาญลุง ว่าแต่ได้ไหมฮะ”



“เออเอาดิ นั่งเลยๆ”  ผมบอกแบบนั้น ไอ้บินเองก็เห็นด้วย ไอ้แจที่นั่งลงข้างๆผมแล้วยิ้มร่าเริงสั่งเมนูอีกหลายสิ่งให้พนักงาน



“แล้วนี่มึงมากับใคร”



“แจมากับ...”



“แจ”



“พี่ทัพ มาๆๆนั่งๆแจหาโต๊ะได้แล้ว” 



ไอ้แจที่ตะโกนออกไปแบบนั้นอย่างร่าเริง มันที่ยิ้มกว้างๆให้กับผู้ชายคนนึงที่กำลังเดินเข้ามาหน้านิ่งๆ สายตาคมๆที่มองตรงมาที่ผมก่อนจะกระตุกยิ้ม และภาพร้อนแรงในห้องเรียนไม่กี่ชั่วโมงก่อนก็แล่นเข้ามาในหัวรู้สึกร้อนหน้าแปลกๆ ...



“ขอนั่งด้วยคนนะ” 



ทัพหน้าที่ว่าออกมาแบบนั้น มันที่นั่งลงข้างๆกับผม เพราะไอ้แจขยับให้ มันที่เปลี่ยนที่ย้ายโต๊ะไปนั่งอีกฝั่งข้างๆไอ้อู๋แทน เพราะงั้นฝั่งขวาของผมจึงเป็นไอ้บิน และแน่นอนว่าด้านซ้ายคือทัพหน้า ร้อนๆหนาวๆจนเหงื่อจะตก ตรงข้ามไอ้ทัพคือข้าวโพด ถัดกันมาคือไอ้อู๋และไอ้แจ ที่เริ่มต้นแดกสลัดบาร์ที่ไปตักมาอย่างอร่อย ไม่สนถึงความอึดอัดบนโต๊ะเลยแม้แต่น้อย



“ไอ้หมู น้ำสลัดเลอะแก้มแล้วมึง”



“ไย”



“โวะ หันมานี่ สกปรก”  ไอ้อู๋ที่ยื่นทิชชู่ไปเช็ดข้างแก้มให้ไอ้แจที่วันนี้ดูจะตะกละมากกว่าทุกวัน แรงเช็ดที่ไม่เบาเลยทำให้ไอ้แจต้องโวยวายเสียงหลง



“อาจารย์ทัพหน้าสอนเก่งมากๆเลยครับ ผมเข้าใจมากขึ้นเยอะเลย” 



เสียงของข้าวโพดที่ทำให้ผมละความสดใจจากไอ้อู๋กับไอ้แจ หันไปมองข้าวโพดที่ยิ้มกว้างๆมองคนตรงหน้ามันด้วยสายตาชื่นชม  ทัพหน้าที่นั่งหั่นสเต๊กข้างๆผมด้วยท่วงท่าคุณชาย มันที่เงยหน้าขึ้นมามองหน้าข้าวโพดนิ่งๆ ก่อนจะพยักหน้าลงหน่อยๆ



“หรอ เข้าใจมากขึ้นก็ดีแล้ว”



“ถ้าผมมีอะไรไม่เข้าใจ ผมรบกวนถามอาจารย์อีกได้ไหมครับ”



“อืม”



“เย้ ขอบคุณครับ อุ้ย...ผมเผลอทำอะไรเปิ่นๆออกมาอีกแล้ว ขอโทษอาจารย์ด้วยนะครับ” 



ไอ้โพดที่ยกมือขึ้นชูพร้อมร้องดีใจออกมาแบบนั้น  ทำเอาทุกๆคนที่นั่งกินกันอยู่เงียบๆต้องหันไปมอง มันที่ค่อยๆเม้มปาก ก้มหน้าหน่อยๆพร้อมยกมือขึ้นเกาท้ายทอย หน้าของมันที่แดงออกมาในตอนนั้น  ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกตากระตุกที่เห็นแบบนั้น



“หึ ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้นอกเวลางานแล้ว เรียกพี่ก็ได้”   หรืออาจจะเป็นเพราะคำพูดของไอ้ทัพที่ทำให้ผมรู้สึกคันยุบยิบๆที่หัวใจอยู่แบบนี้



“จริงหรอฮะ” 



ไอ้โพดที่ถ้าในการ์ตูนคงเห็นตามันเป็นประกายวิบวับๆไปแล้วตอนที่ถามออกมา ผมเลือกจะเมินภาพตรงหน้ามามองสเต็กในจานตอนนี้แทน รู้สึกอึดอัดและไม่โอเคที่สุดกับสถานการณ์ในตอนนี้



“อืม ได้สิ...ขนาดคาราเมล ปกติก็เรียกว่าพี่ทัพ ใช่ไหมเมล” 



สะดุ้งตกใจตอนที่ได้ยินมันพูดออกมาแบบนั้น เงยหน้าหันไปมองทันที และอีกฝ่ายก็แค่ส่งยิ้มเป็นมิตรกลับมาให้ ไอ้ชิพหาย!



รอยยิ้มแบบนี้กูรู้เลยว่าไม่ใช่เป็นมิตร นี่มันรอยยิ้มเคลือบยาพิษน่ะสิไม่ว่า  ไอ้ทัพหน้าที่หันมายิ้มให้ผม แต่สายตามันกลับมองเลยไปที่อีกคนที่นั่งอยู่ติดกับผม ... ไอ้บิน



อ๊ากกกก มึงจะหาเรื่องอะไรมันนักหนาเนี่ยทัพ



“อะ เลิกทำหน้างง กินได้แล้ว” 



ไอ้ทัพที่ตักเนื้อในจานที่มันหันแล้วเรียบร้อยส่งมาให้ผมในจาน  ได้แต่อ้าปากค้างตอนเห็นมันทำแบบนั้น และแน่นอนว่ามันไม่รอช้าให้ผมได้พูดอะไรต่อ มันที่ยื่นส้อมมาจิ้มเฟรนฟรายในจานผมไปกินหน้าตาเฉย



ทุกคนที่อยู่บนโต๊ะมองมาที่ผมอ้าปากค้าง และแน่นอนว่ายกเว้นไอ้แจ มันที่หันมายิ้มแล้วหัวเราะน้อยๆ แล้วตักซุปเห็ดเข้าปากหน้าตาเฉย



“อ่อ โทษทีพอดีชิน อยู่บ้านก็ทำแบบนี้กันปกติน่ะ”



ไอ้ทัพหน้าที่ว่าออกมาแบบนั้น แล้วยักไหล่หน่อยๆแบบไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร มันที่กินต่อไปหน้าตาเฉย จ๊ะ....ยกเว้นกูที่ไม่เฉยเนี่ยไอ้บ้า!



“เห้ย พวกเรา ไอ้นูส่งไลน์ห้องมาว่ะ มันบอกว่าจารย์ยกคลาสว่ะ”  พวกเราที่เดินออกมาจากร้านซิสเลอร์หลังจากกินกันเสร็จแล้ว และแน่นอนว่ามื้อนี้คนจ่ายคือไอ้ทัพหน้า



“จริงหรอ เราอยากดูหนังอ่ะอู๋” 



ไอ้โพดที่หันไปบอกอู๋อ้อนๆ แอบเห็นไอ้แจที่เดินลูบท้องปรอยๆออกมา มองไปที่ไอ้อู๋กับข้าวโพดหน่อยๆ มันที่กรอกตาส่งไปจนทำให้ผมหลุดขำออกมา



“ขำอะไร”



“เปล่าสักหน่อย ว่าแต่ทำไมไม่กลับไปทำงานสักทีเล่า”



“ทำไม กูอยู่แล้วมึงเจ๊าะแจ๊ะชู้มึงไม่ได้รึไง”



“เป็นบ้าหรอ” 



ผมที่พูดลอดไรฟันกับไอ้ทัพให้มันได้ยินแค่คนเดียว วันนี้ดูเหมือนมันจะเป็นหมาบ้ามากกว่าทุกวัน ก็ไอ้พฤติกรรมแปลกๆพวกนี้ตั้งแต่ห้องเรียนยันที่ห้างเนี่ยนี่ไง  มันคืออะไร...ถ้าหลงตัวเองมากหน่อย ผมจะเริ่มคิดว่ามันตามมาเฝ้าผมแล้วนะ



“กูจะบ้าไม่บ้าก็เรื่องของกู กูไม่ปล่อยของๆกูไปให้เห็บหมาแทะเล็มหรอก”



“พูดว่าไรนะ”



“เสือก”  หันมาด่าผมทั้งแบบนั้น แล้วผลักหัวผม มันที่เดินเข้าไปหาเข้าโพดแล้วพูดกับไอ้โพดกับไอ้อู๋



“ขอดูด้วยได้ไหม พอดีวันนี้พี่ว่าง”



“ได้สิครับ ดีใจจังที่พี่ทัพจะดูด้วย งั้นพี่ทัพอยากดูเรื่องอะไรครับ โพดอยากดู...” 



บลาๆ  รู้สึกตาพร่าและสมองเบลอ จับใจความอะไรไม่ได้เท่าไหร่ รู้แต่ตอนนี้เหมือนข้าวโพดกับไอ้ทัพกำลังทำโลกส่วนตัวกันสองคนอยู่ตรงนั้น



“พี่ข้าวโพดข้าวแพดอะไรนี่พูดมากจังวะ”



“ชู่ว อย่าพูดแบบนี้น่าไอ้แจ ไม่น่ารักเลย”  หันไปดุมันที่เดินมายืนอยู่ข้างๆผม ไอ้อู๋เองที่ก็เดินทำหน้ามึนๆเข้ามา



“โพดไปซื้อตั๋วกับอาจารย์พี่ทัพเฉยเลยว่ะ ฮ่าๆ” 



มันที่ว่าออกมาแบบนั้นแล้วหัวเราะแห้งๆ  ไอ้แจที่ปรายตามองมันแล้วส่ายหัวหน่อยๆ



“แจไปซื้อป๊อบคอนดีกว่า เดี๋ยวมานะพี่เมล”



“นี่ไอ้หมู มึงส่ายหัวใส่กูแล้วจะเดินหนีแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย เห้ยๆ รอกูด้วย มึงพึ่งแดกสเต็กมานะโว้ย”   



ไอ้อู๋ที่เดินตามไอ้แจไป จริงๆมันก็คือคนที่ชอบกวนประสาท หรือในสายตาของผมก็คือ มันแค่กวนไอ้แจกลบเกลื่อนความรู้สึกไม่ดีของตัวเองล่ะมั้ง ผมที่หันไปมองไอ้ทัพกับข้าวโพดที่ต่อแถวรอซื้อตั๋วอยู่ตรงนั้น จริงๆผมเองก็เป็นคนนึงที่รู้สึกไม่ดีเหมือนกันนั่นแหล่ะ



“เมล”



“หื้ม”



“มึงกับอาจารย์นี่มันยังไง” 



ไอ้บินที่เงียบมานานมาก มันที่ยืนอยู่ข้างผมตั้งนานแต่ไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักคำ มันที่รอจนไม่มีใครอยู่ถึงถามผมออกมาแบบนั้น



“คือกู....”



“มึงกับอาจารย์ กูว่า...มันดูแปลกๆอยู่นะ”



“คือ....ไม่มีไรหรอกมึง”  เลือกที่จะโกหกมันออกไปแบบนั้นแล้วยิ้มให้ ถึงแม้ว่าไอ้บินจะไม่ได้ทำหน้าตาเชื่อเลยก็ตาม...



“เห้ยพวกมึง เมื่อกี้กูเห็นไอ้กุ๊กเดินเข้าไปในโรงว่ะ สงสัยแม่งจะมาดูหนัง” 



ไอ้อู๋ที่เดินกลับมาพร้อมไอ้แจ ในอ้อมแขนของมันมีป๊อบคอนถังละ300อยู่ในอ้อมแขน



“นี่มึงซื้อมาแดกหรอ?”



“มึงถามน้องรักมึงนู่น” 



ไอ้อู๋ที่บุ้ยปากไปทางไอ้แจ มันที่ยืนดูดน้ำจุ๊บๆอยู่ยิ้มออกมากว้างๆ แล้วให้เหตุผลสั้นๆว่า



“แจซื้อมาเผื่อคนอื่นด้วย”  อ่อ....หรอจ๊ะ กูเชื่อตายยยยยยยย



“ทุกคนนนนน ตั๋วมาแล้ว ไปดูกันเถอะ”  ข้าวโพดที่ว่าออกมาแบบนั้น มันที่ยิ้มร่าเริงในตอนนั้น ทำเอาผมขมวดคิ้ว เพราะเห็นตั๋วในมือมัน



“หนังผีหรอวะ”



“ทำไม กลัว?...”



“เปล่าเถอะ”  หันไปแยกเขี้ยวใส่ไอ้ทัพแม่ง กวนประสาทจริงๆ



“ก็ดี เพราะมึงหน้ากลัวกว่าผีอีกเมล”



“ไอ้....”



“ไปกันเถอะ”   



ไม่รอให้กูด่าซ้ำ มันที่หันหลังเดินหนีเข้าไปในโรงก่อนทั้งแบบนั้น มีไอ้โพดที่เดินตามหลังไอ้ทัพเข้าไปติดๆ  รู้สึกเจ็บแปร๊บๆแปลกๆตอนที่เห็นภาพนั้น



“เลิกเซ้าซี้ถามกูสักทีน่าไอ้บิน กูจะไปรู้ได้ไงว่าไอ้กุ๊กมันนั่งตรงไหน”



“ไม่ได้เรื่องเลยไอ้สัด”



“มึงนี่วอแว เหี้ยเอ๊ย ข้าวเดินเข้าไปแล้วเนี่ย” 



ข้างหลังของผมเป็นเสียงของไอ้อู๋กับไอ้บินที่ดังมาแว่วๆ ข้างๆตัวผมคือไอ้แจที่ก็แค่เดินดูดน้ำมีความสุขของมันไป  และแน่นอนว่าข้างหน้าเราก็คือทัพโพด  คู่ชิปคู่ไหมหรอไอ้สัด!

               

พวกเราดูหนังผีที่กำลังฮิตๆกันในช่วงนี้ ก็คือผีแม่ชีฝรั่ง หนังน่ากลัวสมคำล่ำลือ ไอ้บ้าเอ๊ย คนยิ่งกลัวๆ แล้วมันเพราะอะไรกูถึงต้องมานั่งริมอยู่คนเดียวด้วยวะ ข้างซ้ายของผมคือทางเดิน ข้างขวาของผมคือไอ้ทัพหน้า ถัดจากมันไปคือไอ้โพด ต่อด้วยไอ้อู๋และไอ้แจ มันต้องนั่งข้างไอ้อู๋เพราะถังป๊อบคอนอยู่ตรงนั้น แล้วถัดจากไอ้แจคือไอ้บิน มันที่ไม่ได้สนใจจะดูหนังเท่าไหร่ เหมือนพยายามจะสอดส่ายสายตามองคนทั่วโรงมากกว่า



แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือทำไมกูต้องมานั่งตรงนี้  เหตุผลมีอยู่สั้นๆมีอยู่แค่ประโยคเดียวจากข้าวโพดคือ



“ให้พี่ทัพนั่งข้างเรานะ แล้วก็อู๋ เพราะทั้งคู่ตัวใหญ่เราจะรู้สึกอบอุ่นเหมือนมีคนปกป้อง คือ...พอดีเรากลัวผีน่ะ เมื่อกี้เมลบอกว่าเมลไม่กลัวนี่นา”



ว่าแบบนั้นพร้อมรอยยิ้มน่ารัก แล้วที่นั่งมันก็ออกมาเป็นแบบนี้



“เป็นอะไรนั่งยุกยิกๆ”



“หนาว”



“เหรอ กูนึกว่ากลัว” 



ไอ้ทัพหน้าที่หันหน้ามาถาม เสียงทุ้มเข้มๆของมันที่ดังอยู่ข้างๆหูของผม สะดุ้งหน่อยๆแล้วหันไปมอง ในช่วงจังหวะที่ในโรงแสงมืดมากขึ้นก็รู้สึกถึงความอุ่นนิ่มหยุ่นที่แนบมาที่ริมฝีปากของผม



“แต่ถ้าแบบนี้ ก็ไม่ต้องกลัวแล้ว”  มันที่ว่าออกมาแบบนั้น ในความมืดยังมองเห็นสายตาล้อเลียนของมันที่เป็นประกายวิบวับอยู่ในตอนนี้ โว้ยยย....



“หึ”



“อ๊ะ...น่ากลัว” 



เสียงของข้าวโพดที่ดังออกมาขัดผมกับไอ้ทัพ จนไอ้ทัพต้องหันไปมอง ข้าวโพดที่เอียงหัวลงมาซุกไหล่ไอ้ทัพหน่อยๆ ทั้งๆที่ฉากนี้แม่งโคตรจะไม่มีห่าไร หรือถ้าพูดง่ายๆก็คือ ผีเผออะไรก็ยังไม่ออก มึงกลัวอะไรกูถามแค่นี้ ... ไอ้ทัพหน้าที่หันไปมอง มันที่แค่ยกยิ้มมุมปากน้อยๆ



“ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัว”



“แต่ผมกลัวนี่ครับ”



“ใจเย็นน่า”  มันที่บอกไอ้โพดแบบนั้น ก่อนจะยกมือลูบหัวไอ้โพดที่เอาแต่หน้าซุกไหล่ไอ้ทัพอยู่แบบนั้น



ทำไมอยู่ๆผมก็รู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมาก็ไม่รู้...ถ้าผมร้องไห้ออกมา คนในโรงจะหาว่ากูบ้าไหม ดูผีแม่ชีแต่กูจะร้องไห้



เป็นความรู้สึกที่โคตรคิดถึงไอ้กุ๊ก



ถ้ามันอยู่วันนี้ ผมจะไม่ห้ามมันเลยถ้าวันนี้มันอยากจะเอาน้ำส้มเขวี้ยงหัวข้าวโพด กูจะไม่ห้ามไอ้กุ๊กเลยสักคำเดียว



...



มาแล้วจ้าาาาา

แคทขออนุญาตกรีดร้องงงงง ตกใจกับคอมเม้นท์ถล่มทลายจากตอนที่แล้วมากๆ เกิดอะไรขึ้นนนนน ลงไปวันเดียวคอมเม้นถึง100แล้ว แคทตกใจมากจริงๆ ในใจคือคิดว่าคนอ่านชอบหรือยังไง แต่แคทจะมโนว่าคนอ่านชอบจ้าาา

ส่วนตอนนี้ขอโทษจริงๆที่มาได้แค่15หน้า พอดีแคทเป็นผู้หญิงแล้วปวดท้องมาก เลยต้องขอโทษจริงๆที่มาได้แค่นี้

ตอนหน้าจะพยายามมายาวกว่านี้นะคะ ส่วนตอนน้องหลงพี่รี่ที่ผ่านมา เหมือนมีคนอ่านโดดลงเรือกันเยอะมาก

มาค่ะ เราจะพายไปด้วยกันอิอิ

ส่วนตอนนี้น้านนนน เชิญกรีดร้องงงงงงง ตบไม่ตบ อุ้ย โทษๆ

ปล.พี่ทัพหน้านางรว้ายยยยเด้อออออออออ   :hao7: :mew1:


ขอขอบคุณคนอ่านจากเล้าเป็ด คอมเม้นจากตอนที่14และตอนInside


ขอบคุณ คุณtae1234  ใครๆก็ไม่ชอบข้าวโพด คนเขียนก็ด้วย เอ๊ะ หยอกๆจ้าาาา 55555

ขอบคุณ คุณursleepingxd  คุณยู ในจุดๆนี้คุณยูต้องดูแลน้องหลงให้ดีแล้วนะคะ คุณยูอาจจะยังไม่ได้อ่านตอนInside  ถ้าได้อ่านแล้ว มากรีดร้องให้แคทฟังหน่อยน้าาา 5555555 ขออนุญาตขำล่วงหน้า ทีมแม่น้องหลงจะว่าไงเนี่ย อิอิ

ขอบคุณ คุณ sailom_orn  พี่ทัพคนบ้า จริงๆก็คือเป็นคนรว้ายๆ มาอ่านตอนใหม่นี้อีกนะคะ มาดูกันว่าอิพี่ยังตามแกล้งน้องต่อไปหรือไม่ยังไง อิอิ  ส่วนพี่รี่น้านนน บ้าๆๆ คิดมาก พี่รี่ไม่อยากกินน้องหร๊อกกก (เหรอ) 555555

ขอบคุณ คุณblove  โอ้วมายก็อต แคทยังคงดีใจเสมอที่เห็นคอมเม้นท์ยาวๆของคุณblove แบบดีใจที่มีคนกรีดร้องไปกับเราค่ะ แคทไม่เคยรู้สึกรำคาญเลยค่ะ ยังไงแคทขอฝากเรื่องนี้ไว้ด้วยน้าา ส่วนที่บอกว่าพี่รี่เหมือนพี่ทัพ บ้าาาาา คิ๊ดม๊ากกก พี่รี่เค้าไม่อยากกินน้องหร๊อก จริ๊งจริ๊ง(เสียงสูงไม่หยุด ไปสุดที่ไฮโน๊ด 55555)  แล้วมาอ่านตอนใหม่นี้อีกน้าาา

ขอบคุณ คุณiceman555 เห็นด้วยค่ะ นี่ก็กลัวน้องติดFมากๆ อิพี่ทัพหักคะแนนเก่ง ในจุดๆนี้ก็คือหักคะแนนยิ่งกว่าศาสตราจารย์สเนปหักกริฟฟินดอร์กันไปจ้าาา ฮ่าๆๆ ขอบคุณนะคะ มาอ่านต่ออีกน้าาา

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ tae1234

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
เมลออกจากโรงหนังกลับเลยดีกว่า  รำคาญข้าวโพดจัง

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11
อีนังข้าวโพดคือคนร้ายตัวจริงแน่ๆ

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
โว้ๆๆๆๆข้าวโพดลุคน่ารักแสนดี กำลังจะดีแตกละเว้ยยย ออกลายมาเล้ยออกมาให้เห็น เหมือนว่ายิ่งเห็นทัพหน้ามาวอแวเมลเท่าไหร่ ยิ่งกระตุ้นความรู้สึกโพดให้ร้อนดังไฟเอ่อร์ 5555555 เอาซี้งานนี้ กุ๊กเตือนแล้วนะ หึหึ!! ทัพหน้าจะรู้เปล่าวะว่าข้าวโพดน่าสงสัยตัวอันตราย หรือจะไม่รู้จริงๆ แต่ถ้ารู้แล้วทำไม... หรือว่าแกล้งเนียนไปกับโพด แผนซ้อนแผนงี้ แถมยังได้เห็นคนหน้าซีดๆอีก แกล้งให้เขาหึงไง ไม่รู้ใจพี่แกจริงว่าคิดไรอยู่ เดี๋ยว!!!!!!!กูควรพักก่อน คิดมากไปแล้วววว 5555555 แต่ที่รู้ๆคือหึงหวงออกหน้ามากจร้า 5555 ฉากแอบในห้องเรียนนี่ >.,< ฟินเบาๆ ฮ่าๆ //เออละดูข้างหน้าเหมือนจะวุ่นๆวายๆมากขึ้นแหะ ดูท่าแล้วการที่โพดป่วนในวงนี่มีผลกระทบกับทุกคน หึหึหึ!! บันเทิงละ กูขอนั่งดูอยู่วงนอกกับแจ เนอะ!!  555555  //เอาแล้วไงบิน เขาเมินไหมละ หงุดหงิดงุ่นง่านใจลอยอยากรู้เรื่องเขาตลอดเวลา วะฮะๆ สะจายยยนิดนุง 555 เนาะกุ๊กต้องอยู่เป็น คบเพื่อนคนอื่นมั้งก็ได้ เพื่อนดีๆยังมี ดีใจที่เห็นกุ๊กยิ้มได้หัวเราะออก ถึงแม้เห็นอะไรบางทีมีเจ็บแปลบๆบ้าง แต่ก็เอาเถอะ ยิ้มสู้เว้ยกุ๊ก (:  //ผลสอบเทสย่อยออกมา ต้องติวเพิ่มโดนด่าว่าโง่หรือจะให้รางวัล รอดูจะผ่านไหม เสียวคะแนนแทนเลย 5555 //ค่อยๆอ่านนะ เลื่อนลงช้าๆ กลัวจบเร็ว มันอ่านเพลิน 555555 ดีใจและขอบคุณมากที่มาอัพให้อ่านอย่างต่อเนื่องค่ะ ดีมากๆ ริมฝีปากยิ้มๆหุบๆแล้วแต่ฉาก 555555 สนุกจริงๆ ขอรอตอนต่อไปเล้ยยย :)

ออฟไลน์ ursleepingxd

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ตอนนี้ไม่มีน้องหลง  :katai4:

อ้าว เราอ่านตอนน้องแล้วลืมคอมเมนท์หรอคะ งั้นเมนท์รวบเลย เชอรี่มันร้ายนะคะหัวหน้า แต่น่ารักทั้งคู่เลย น้องแตงโม น้องหลง  :hao7:

ส่วนคอมเมนท์ตอนนี้ ก็อย่างที่บอกไปตอนแรก ตอนนี้ไม่มีน้องหลงงงง  :ling1:
พี่ทัพปั่นเยอะๆค่ะ น้องกุ๊กก็ไปกับเพื่อนใหม่เลย ไม่ต้องสนเพื่อนโง่เลย เย้ แฮปปี้ ว่าแต่พี่ทัพจะดูโพดออกมั้ยน้า ถ้านังโพดสั่งเก็บณราชาแล้วยังมาเล่นงานเมลอีก นี่เท่ากับนังทำร้ายเมียพี่ถึงสองคน พี่ยอมได้หรอคะ อย่าโง่เหมือนแก๊งเพื่อนนะพี่ พี่คือความหวังหมู่บ้านนนนนน

ออฟไลน์ labelle

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2685
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-0
ซับซ้อนซ่อนเงื่อนไปอีกค่ะ ทำไมดูมีอะไรมากกว่าที่ควรจะเป็น

เมลน่าสงสารนะ ทั้งรักทั้งชัง แต่เกลียดก็ไม่ได้ เพราะรักไปแล้ว
ทัพจะร้ายก็ไม่แปลก แต่ดูจะรักจะหวงมากกว่าจะเกลียดนะ
ทำเป็นพูดว่าไม่ชอบ สับสนหรอ พี่เป็นไบโพลาร์ตลอดเวลา

งงใจ เรื่องทุกอย่าง ทำไมมันพอดีแบบนี้
กุ๊กทำไมไม่พูดให้ชัดไปเลย แล้วทำไมกลับไปที่บ้าน
ข้าวโพดคือคนร้ายที่แท้จริงหรอ คิดใหญ่ไปมากนะ

ตลกบ้านปืน ดาบ กุญแจ ทำไมบ้าบอ รั่ว และอารมณ์ดีกันขนาดนี้
กุญแจน่ารักนะ น่าจับฟัดที่สุด เจื้อยแจ้วมาก

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ


บทที่16


ในที่สุดหนังก็จบสักที



นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ผมนั่งอยู่ในโรงหนังเป็นเวลาสองชั่วโมงกว่าๆ แต่รู้สึกเหมือนนั่งมาสองทศวรรต แถมถามว่ารู้เรื่องไหม ก็คือพูดเลยว่าไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่าง หนังผีที่ผมเองก็กลัว แต่ตอนนั่งอยู่นั่นไม่ได้กลัวอะไรเลย กลัวแค่อย่างเดียว



คือกลัวร้องไห้



“วันนี้หนังน่ากลัวมากๆเลยครับ ข้าวโพดกลัวจัง กลัวว่าคืนนี้จะนอนไม่หลับมากๆเลยครับ” 



เสียงใสที่เดินนำอยู่ด้านหน้าของผมกับชายร่างสูงคนที่ผมรัก กับเพื่อนที่เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน เขาสองคนที่คุยกันอย่างออกรสออกชาติอยู่ตอนนี้



“ไม่เห็นจะน่ากลัว”



“น่ากลัวสิพี่ทัพอ่ะ”  ว่าแบบนั้นก็ยื่นมือไปตีแขนแกร่งนั่นหน่อยๆ



“โอ๊ะ ขอโทษครับ โพดชิน” 



มันที่ว่าแบบนั้นแล้วก้มหน้าลงต่ำเม้มปากหน่อยๆ ไอ้ทัพหน้าที่หันมามองหน้ามันนิ่งๆ  ผมที่กำลังรอดูว่ามันจะทำอะไรต่อ จริงๆผมอยากให้มันด่าโพด ต่อยโพดไปซะที่อยู่มาตีมันแบบนั้น ดูเลวไหม แต่ใจผมก็อยากให้มันทำแบบนั้น แต่ความจริงกับความฝัน ก็มักจะสวนทางกันเสมอ



“ไม่เป็นไร ไม่เจ็บ”



“เหอะ”  ข้าวโพดกับไอ้ทัพที่หยุดเดินแล้วหันมามองทางด้านหลัง หลังจากที่ได้ยินเสียงนั้น แต่โทษทีผมไม่ได้ทำนะ



“โทษทีพี่ทัพ แจรู้สึกคันคออ่ะ อยากจะอ้วก”  ไอ้แจที่ว่าออกมาแบบนั้น สายตามันที่ดูจะหงุดหงิดหน่อยๆมองไปที่พี่ของมัน



“พี่เมลรู้สึกอยากจะอ้วกเหมือนแจไหม สงสัยหนังหน้าผีทำพิษ ไปหาซื้อน้ำกันดีกว่าฮะ” 



มันที่หันมาถามผมด้วยน้ำเสียงร่าเริง ก่อนที่ฝ่ามือน่ารักของมันจะตรงมากอดแขนผมแล้วลากออกไปจากตรงนี้ด้วยกัน...ก็ดีนะ ผมไม่รู้สึกอยากจะอยู่ตรงนี้ต่อไปอีกแล้ว เพราะแบบนั้นเลยเดินตามแรงดึงของมันมาแบบไม่อิดออด



“เหอะ”



“เป็นไรไอ้แจ ฟึดฟัดจังวะ”  ผมถามมันตอนที่เรานั่งลงในโต๊ะหลังจากที่สั่งน้ำกันไปแล้วคนละแก้ว



“แจน่าจะถามพี่เมลมากกว่าไม่ใช่หรอ ว่าทำไมถึงยังทำหน้านิ่งไม่ติงไหวแบบนี้ได้อีกอ่ะ” ผมเงียบตอนที่น้องมันถามออกมาแบบนั้น มันที่จ้องผมนิ่งๆอย่างรอคำตอบ



“แล้วพี่จะทำอะไรได้ พี่ไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ” 



เงียบไปหลายนาทีก่อนจะยอมพูดออกไป และสิ่งที่ได้ตอบกลับมาก็คือเสียงติ๊ปากแบบขัดใจของไอ้เด็กข้างๆ



“ทำไมจะไม่มีอ่ะ ขัดใจจริงๆเลย”



“จริงๆพี่ว่าแจก็น่าจะรู้ว่าพี่มาอยู่กับไอ้ทัพเพราะเรื่องอะไร”



“แจรู้”



“แล้วถ้ารู้ ทำไมถึงยังมาถามอะไรแบบนี้ล่ะ เราไม่เกลียดพี่รึไง”



“ทำไมแจต้องเกลียดด้วย แจไม่คิดว่าพี่เมลเป็นคนวางแผนฆ่าพี่ณราชาหรอก”  มันที่ใช้ดวงตากลมโตของมันจ้องมองมาที่ผมแล้วพูดออกมาอย่างจริงจัง



“ทำไมล่ะ?” 



ผมถามมันกลับออกไปอย่างไม่เข้าใจ  ไม่ใช่ว่าผมเป็นคนทำ แต่แค่สงสัย ว่าทำไมเด็กแบบไอ้แจ คนที่ไม่ได้ใกล้ชิดกับผมมากมายเท่าไหร่ ทำไมมันถึงมีความคิดแบบนั้น



“แจมั่นใจ ว่าพี่เมลไม่ได้ทำหรอก ... เอาจริงๆไหม คนที่กล้าทำเรื่องแบบนั้นที่ไหนเค้าจะมาทนอยู่กับคนใจร้ายแบบพี่ทัพได้กันล่ะ ถ้าคิดวางแผนทำนู่นนี่นั่นได้ขนาดนั้น ก็คงไม่ยากหรอกถ้าคิดจะหนีคนแบบพี่ทัพ”



“.....บางทีมึงก็ฉลาดกว่าไอ้ทัพเยอะเลยนะ”  ผมเงียบไปสักพักก่อนจะว่ามันออกมาแบบนั้น



“ไม่หรอก ผมว่าพี่ทัพก็ไม่ได้โง่ขนาดนั้นหรอก”



“ห๊ะ  มึงว่าอะไรนะ...”  หันไปถามมันแบบงงๆเพราะเมื่อกี้ไม่ได้ฟังมัน จริงๆคือสายตาก็ยังพยายามมองออกไปนอกร้าน แต่ดันมองไม่เห็นพวกไอ้ทัพ



“เปล่าหรอก แจไม่ได้พูดอะไรนี่นา เอ๊ะ มาแล้วนี่นา เค้กแจจ้า”  ร่าเริงทันทีทั้งที่เมื่อกี้มันยังหน้าบูดหน้าเบี้ยวอยู่เลย พอเห็นเค้กเท่านั้น สีหน้าเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังตีนกันเลยทีเดียวครับ



“ไอ้แจ”



“ว่างายครับบบบบบ”



“กูถามจริงๆนะ”



“ได้เลยถามจริง ตอบจริงจ้า”



“นี่มึงมีกระเพราะหรือมึงมีหลุมดำอยู่ในร่าง” 



ถามออกไปแบบนั้น จากหน้าตาร่าเริงก็เปลี่ยนเป็นหงิกทันที ปากเล็กๆของมันยื่นออกมา ก่อนจะมองค้อนผมหน่อยๆ เอ้อ...ไอ้เด็กนี่มันก็น่ารักดีนะ เห็นแบบนี้ก็อดที่จะยื่นมือไปหยิกแก้มมันไม่ได้



“งื้ออออ เจ็บๆน้า”



“ฮ่าๆๆๆ”



“โอ๊ะ...อยู่นี่กันนี่เองฮะพี่ทัพ ดูสิๆ เมลเล่นกับน้องน่ารักมากๆเลยฮะ”   



เสียงใสๆที่ทำให้ทั้งผมและไอ้แจหยุดแกล้งกันแล้วหันไปมอง ไอ้โพดที่ลากแขนไอ้ทัพเข้ามาใกล้ วงแขนแข็งแกร่งที่ครั้งนึงมันเคยโอบกอดตัวผมไว้ ตอนนี้มันกลับให้ไอ้โพดที่มันพึ่งเจอกันไม่เท่าไหร่แตะต้องได้โดยไม่บ่นสักคำ  ผมมองหน้ามันที่อีกฝ่ายก็จ้องตรงมาที่ผมเช่นกัน



“โอ๊ะน่ากินจัง เรากินกันได้ไหมฮะพี่ทัพ” 



ไอ้โพดที่มองจานเค้กของไอ้แจพร้อมเกาะแขนไอ้ทัพแล้วว่าออกมาแบบนั้น  ทัพหน้าที่ไม่ได้หันไปมองข้าวโพดอะไร สายตาของมันที่จ้องตรงมาที่ผม มันที่แค่เดินนำเข้ามาแล้วลากโต๊ะมานั่งด้วยกัน  ไอ้อู๋กับไอ้บินไม่ได้ตามมาด้วย ไม่รู้หรอกว่ามันหายกันไปไหน แต่นั่นไม่สำคัญเท่าไหร่



“น่ากินจัง อยากกินอันนี้จังฮะ”



“ก็กินสิ”



“ไม่ได้ อันนี้ของพี่เมล”  ไอ้แจที่ว่าออกมาแบบนั้นแล้วว่าตาขวาง



“อ่า .... น้ำนี่ใช่ชานมเผือกไหม น่ากินจัง”



“อันนี้ก็กินไม่ได้ของพี่เมล”



“อ่า...เมล เราขอกินด้วยได้ไหมอ่า”  ไอ้โพดที่ว่าออกมาแบบนั้นแล้วยื่นมือมาจับที่แก้วขานมไข่มุกเผือก จริงๆแล้วของพวกนี้ผมไม่ได้เป็นคนสั่งหรอก ไอ้แจมันก็แค่พูดไปแบบนั้น แต่ไม่รู้ทำไม พอไอ้โพดมันบอกว่ามันอยากกิน มันอยากได้ มือของมันเอื้อมมาแตะแก้วนั่น ไม่รู้ทำไม...จริงๆมันก็เป็นแค่น้ำแก้วเดียว เป็นแค่น้ำแก้วเดียว



แก้วเดียวก็ไม่ได้!



ผมที่เอื้อมมือไปคว้าแก้วน้ำแก้วนั้นแล้วกระชากกลับมา สายตาที่มองมันแบบไม่ยอม แว๊บนึงที่ผมเห็นมันชักสีหน้า แต่ไม่กี่วินาทีต่อมามันก็ปล่อยมือออกจากแก้วของผมพร้อมกับสีหน้าที่เปลี่ยยนเป็นตกใจก่อนจะยิ้มแหยๆออกมา ก้มหน้าหน่อยๆก่อนจะเงยหน้าไปมองหน้าไอ้ทัพหน้าแล้วยิ้มบางๆให้



“อ่อ เดี๋ยวโพดไปสั่งใหม่ก็ได้ เมลคงชอบมาก”



ใช่ กูชอบ ของบางอย่างอ่ะนะไอ้โพด มันก็แบ่งกันแดกไม่ได้ มึงจำเอาไว้” 



ไม่รู้เพราะอะไรผมถึงพลั้งปากออกไปแบบนั้นพร้อมจ้องหน้ามันเขม็ง  ไอ้โพดที่เม้มปากน้อยๆ พยักหน้าให้ผมพร้อมทำหน้าสลด



“อ่า งั้นเดี๋ยวเราไปสั่งใหม่เองก็ได้” 



มันที่ว่าแบบนั้นพร้อมๆกับเตรียมลุกออกจากเก้าอี้เดินไปสั่ง แต่ก็ต้องชะงักเมื่อคนร่างสูงที่ก่อนหน้านี้นั่งมองเหตุการณ์อยู่เงียบๆพูดขึ้น



“จะสั่งใหม่ทำไม ของตั้งเยอะตั้งแยะ แบ่งกันก็ได้”  มันที่ว่าออกมาแบบนั้น ไอ้โพดที่หันมามองหน้าผมสลับกับหน้าไอ้ทัพ



“ไม่เป็นไรครับพี่ทัพ เดี๋ยวโพดไปซื้อเองดีกว่า” 



บอกออกมาแบบนั้นแล้วยิ้มหน่อยๆ ไม่รู้ทำไมผมถึงรู้สึกว่ามันเป็นยิ้มตอแหล ในจังหวะที่มันก้าวออกจากโต๊ะ ขาของผมก็ยื่นไปคั่นมันไว้ซะก่อน ไอ้โพดที่สะดุดแล้วล้มหน้าคมำไปข้างหน้า ไอ้ทัพที่เบิกตากว้างขึ้นหน่อยแบบตกใจนิดๆแต่ก็ยังไม่หลุดมาดของมัน  แต่ฝ่ามือหนาที่หากอยากจะคว้าแขนข้าวโพดไว้หน้ามันก็คงไม่ถลาไปหาอีกโต๊ะ แต่ทัพหน้าก็แค่ปล่อยเฉย ได้แต่มองแบบไม่เข้าใจเท่าไหร่ แต่ก็เลือกจะปัดทิ้ง



‘พลัก’



แก้วชานมเผือกที่กระจายเกลื่อนไปตามพื้นเพราะแรงปัดแก้ว คาราเมลที่ลุกขึ้นยืนพร้อมๆกันในจังหวะนั้น สร้างความตกใจให้กับคนทั้งสามไม่น้อย



“โอ๊ะ”



“เมล”



ทัพหน้าที่เรียกชื่อร่างบางออกมาแบบนั้นติดด้วยเสียงดุๆ ก่อนฝ่ามือแกร่งจะเอื้อมไปจับแขนเรียวไว้ด้วยแรงไม่น้อย สายตาคมที่จ้องคาราเมลดุๆ แต่คนตรงหน้าแค่บิดมือออกจากวงแขนแกร่งแล้วพูดออกมาว่า



“โอ๊ะ โทษทีนะโพด พอดีลุกไวไปหน่อย จะคว้าแก้วน่ะ ขาเลยไปเตะโดนมึง โทษที” 



ว่าออกมาแบบนั้นด้วยสีหน้านิ่งๆ ก่อนที่จะบิดข้อมือเล็กออกจากฝ่ามือของคนตัวหน้านิ่งๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกมาจากตรงนั้นเอาดื้อๆ



ร่างบางที่เดินออกมายกยิ้มกับตัวเองหน่อยๆ...ใครว่าผู้ชายตอแหลไม่ได้ ไม่เคยเห็นผู้ชายตอแหลเมียหรอ เยอะแยะ...แล้วผมนี่ไง หนึ่งในการตอแหลก็พึ่งทำสดๆร้อนๆเลย ใครว่าจะลุกไว กูตั้งใจขัดขามึงเลยนี่แหล่ะอิเหี้ย



คิดแบบนั้นในใจแล้วก้าวเดินไวๆจ้ำพรวดๆออกมา ใจนึงก็เหมือนจะสะใจ แต่อีกใจกลับตรงกันข้ามสะเหลือเกิน ได้แต่กำมือแน่นๆ ความรู้สึกน้อยใจที่มีต่อทัพหน้าแล่นขึ้นมากระแทกใจไปหมดแล้ว


.

.

.





‘ผลึบ’



“เป็นบ้าอะไร ทำบ้าอะไรของมึง” 



เสียงเข้มที่มาพร้อมฝ่ามือแกร่วที่ไม่รู้ว่าเจ้าตัวตามมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทัพหน้าที่ตอนนี้เดินเข้ามาประชิดตัว พร้อมฝ่ามือแกร่งที่กอบกุมต้นแขนของผมอยู่  ได้แต่เสตาหลบหน้าอีกฝ่าย ไม่อยากพูดอะไรด้วยแล้วในตอนนี้ ไม่อยากทำแม้กระทั่งมองหน้าของมัน



กลัว



กลัวจะเผลอร้องไห้ออกมาอีก



ยิ่งคำพูดของมันที่กำลังต่อว่าผมในตอนนี้ด้วยแล้ว ได้แต่เม้มริมฝีปากแน่นๆจนมันเจ็บ  อย่าร้องนะมึง ทุกวันนี้มึงก็เหมือนตัวตลกมากพอแล้ว



“ไอ้เมล กูรู้นะว่ามึงตั้งใจสกัดขาโพด แล้วยังปาแก้วน้ำนั่นอีก”  มันที่ว่าออกมาแบบนั้น แต่ผมก็ยังเงียบ



“แล้วนี่มึงคิดจะเดินไปไหน กล้าดียังไงเดินหนีกูห๊ะ มึงคิดจะหนีกูรึไง” 



คนตรงหน้าที่ว่าออกมาด้วยน้ำเสียงติดจะโมโห และคาดว่าจะโมโหจริงๆ เมื่อแรงบีบมือเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนเมลรู้สึกเจ็บ ได้แต่นิ่วหน้าเพราะความเจ็บแต่กลับไม่ปริปากบอกแม้แต่น้อย เป็นนิสัยที่ต่อให้เจ็บแค่ไหนก็จะร้องไห้อยู่เงียบๆคนเดียว ก็เป็นแบบนี้มาตลอด



“ไอ้เมล อย่ากวนกูนะมึง”



“กูทำอะไรก็ไม่ถูกใจมึงไปหมดนั่นแหล่ะ ใครมันจะไปถูกใจมึงเหมือนไอ้โพดวะ แล้วปล่อยกู กูคงบินหนีเงากรรมแบบมึงได้หรอกนะ เพราะไม่ว่ายังไง มึงก็ไม่คิดจะปล่อยเชลยแบบกูอยู่แล้วนี่”



“หึ ดีรู้ตัวก็ดี แล้วนี่เป็นเหี้ยอะไร ทำหน้าตาให้มันดีๆ ทำนิสัยเสียชิพหาย รู้ตัวบ้างไหมวะ” 



เมลที่ช้อนตามองคนร่างสูงที่ว่าออกมาแบบนั้นด้วยความน้อยใจ น้ำตาจะไหลอยู่ร่อมรอ  ทัพหน้าที่พอจะจับสังเกตได้ หันมองคนที่จ้องตัวเองอยู่ก่อนแล้ว แล้วก็ต้องชะงักไปหน่อยนึง



“มองอะไร แล้วมองกูแบบนั้นทำไมวะ”



“เปล่า”  เลือกที่จะเบือนหน้าหนีแล้วตอบกลับเสียงเบา  พยายามกระพริบตาถี่ๆเพื่อไม่ให้น้ำตาที่เอ่ออยู่ตรงหน่วยตาไหลออกมาในตอนนี้



“ทำไม...อย่าบอกว่ามึงน้อยใจกู?”



“เหอะ กูมีสิทธิ์รึไง”



“ก็ฉลาดดีนี่ที่รู้” 



“........อืม” 



ได้แต่แค่นเสียงตอบรับออกมาน้อยๆอย่างยากลำบาก ได้แต่ก้มหน้าลงต่ำไม่มองหน้าคนร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างตัว คิดว่าในตอนนี้มันรับไม่ไหวจริงๆ น้ำตาใสที่พยายามแล้วพยายามอีกที่จะไม่ยอมให้มันไหลออกมา ในที่สุดก็ไหลลงมาอย่างไม่อาย ทั้งๆที่ตอนนี้เจ้าตัวยืนอยู่ในลาดจอดรถที่พลุกพล่านแท้ๆ



“แล้วนี่เงียบทำไม เป็นเหี้ยอะไรอีก” 



ทัพหน้าได้แต่ถามออกมาแบบนั้นอย่างไม่เข้าใจ มองมาที่คนข้างๆตัวที่ตอนนี้เอาแต่ก้มหน้า หากแต่พอมองดูดีๆ ไหล่บางนั่นกลับสั่นเทา



“นี่มึง...ร้องไห้หรอวะ”



“อึก มึงจะมาตามกูกลับไปขอโทษโพดก็ ฮึก ไปสิ จะมา...ฮึก ถามเหี้ยอะไร อึก” 



ว่าออกมาแบบนั้นพร้อมๆกับพยายามจะกลั้นสะอื้น แต่ยิ่งพยายามก็ยิ่งร้องไม่หยุด ก็ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้



“ใครบอกว่ากูจะมาตามมึงไปขอโทษมัน นี่น้อยใจคิดเหี้ยไรอีกล่ะ”



“ฮึก...”



“หยุดร้องไอ้ห่า คนมองหมดแล้ว”



“ฮึก ฮื่ออ กูมันหยุดไม่ได้นี่ กูเสียใจไอ้เหี้ย ฮึก ฮื่อออ” 



ในที่สุดเขื่อนก็แตก เงยหน้าขึ้นมาเถียงคนร่างสูงตรงหน้าทั้งน้ำตา ได้แต่ร้องไห้ออกมาแบบไม่อาย มองเห็นร่างสูงจากม่านน้ำตาที่พล่าเบลอ เหมือนมันจะตกใจไม่น้อยที่เห็นผมเป็นแบบนี้ คิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันจนเป็นปมแน่น



“ฮื่ออ มึงก็รู้ว่ากูชอบมึง ฮึก ก็ใจร้ายจังไอ้เหี้ย ฮื่ออ อะไรที่กูไม่ได้ทำ ฮึก ก็โยนให้อยู่ได้ ฮึก แล้วยัง...ฮึก ฮื่ออ”



“พอๆๆ ร้องเหี้ยไรเนี่ย หน้าเละหมด”  มันที่ถอนหายใจออกมาหนักๆ ก่อนจะดึงตัวผมเข้าไปกอดไว้แนบอก ฝ่ามือหนาที่ยกขึ้นมาตบหัวผมปุๆ



“ชู่วว เงียบน่า จะน้อยใจเหี้ยอะไรเนี่ยเมล”



“น้อย ฮึก ใจ แล้วไง ฮึก มึง มึงก็ไม่ได้ง้อนี่ ฮึก” 



ว่าออกมาด้วยเสียงขาดห้วงแต่ก็ยังคงเอามือกอดคนตรงหน้าแน่นๆ หัวทุยเล็กซุกลงไปที่อกแกร่งแล้วสะอื้นฮัก ทัพหน้าที่ถอนหายใจหน่อยๆแต่ก็ไม่ยอมปล่อยอ้อมกอดคนตรงหน้า



“แล้วที่กูทำอยู่นี่เรียกว่าอะไร อย่าโง่ให้มาก”



“เอ๊ะ พี่ทัพฮะ”



“อ้าวพี่ทัพ พี่เมลของแจเป็นอะไรไปอ่า” 



เสียงสองเสียงที่ผมจำได้ดีว่าคือเสียงของใครดังขึ้นมา คาดว่าไอ้โพดกับแจน่าจะตามมา ผมพยายามที่จะดันตัวออกในตอนที่เริ่มมีสติกลับมาหลังจากที่ร้องไห้ไปหนักพอสมควร เลยปล่อยมือจากเอวแกร่งและพยายามดันออกมา แต่ติดตรงที่ว่าฝ่ามือแกร่งที่โอยเอวผมไว้แน่นข้างนึง ส่วนมืออีกข้างก็กดหัวผมไว้แน่นๆไม่ยอมให้เงยหน้าขึ้นมาจากอกแกร่งนี่สิ



“ไม่มีไรหรอก เด็กมันงอแง”



“ห๊ะ เมล...เอ่อ หมายความว่าไงหรอฮะ”



“พี่ทัพแกล้งพี่เมลของแจหรอ ตีนะ”



“หึ เด็กมันดื้อ พี่กลับก่อนนะแจ จะพาเด็กไปนอน”



มันที่พูดออกไปแบบนั้น และไม่ได้ตอบกลับข้าวโพด ผมไม่แน่ใจว่ามันต้องใจเมินคำถามของข้าวโพด หรืออะไรกันแน่ แต่มันที่ไม่ตอบโพดแต่เลือกที่จะตอบไอ้แจแทนแบบนั้น ไม่เข้าใจจริงๆว่ามันกำลังทำอะไร  รู้ตัวอีกทีฝ่ามือใหญ่ก็ดันผมให้ยืนดีๆ มันที่เอื้อมมือมาจับมือผมแล้วดึงให้เดินไปขึ้นรถด้วยกันซะแล้ว  แว๊บนึงที่ผมหันกลับไปมองข้าวโพด ไม่รู้ว่าตาฝาดหรือเปล่า แต่สายตาของมันที่มองมาที่ผม ไม่ได้เรียกว่าเป็นมิตรเหมือนเก่าแน่ๆในตอนนี้



...





“อย่าทำตัวแบบวันนี้อีก มึงเป็นเด็กมีปัญหาหรือไง” 



ร่างสูงที่ค่อยๆปลดกระดุมเสื้อเชิ๊ตออกที่ละเม็ดช้าๆ ว่าพรางมองคนร่างบางที่พึ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ ดวงตาใสบวมช้ำหน่อยๆเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักตั้งแต่อยู่ที่ห้าง จนขึ้นรถกลับมาที่บ้านมันก็ยังเอาแต่ซึม ไม่รู้จะเศร้าเหี้ยอะไรนักหนา



“ยัง ยังจะมาค้อนกูอีก เดี๋ยวกูตบนะเมล”



“ไม่ต้องมายุ่ง”  มันที่ว่าออกมาแบบนั้น จ้ำพรวดๆเดินไปที่เตียง  นี่คือฤทธิ์ของลูกชายคนเล็กของบ้านหรเวชภูวดลสินะ



“เดี๋ยวมึงจะโดนดี ไม่ต้องมามุดผ้าห่มหนีเลยนะมึง วันนี้มึงทำนิสัยแย่มากนะเมล” 



ทัพหน้าที่เดินเข้าไปยืนใกล้ๆข้างเตียง คนร่างบางที่เห็นแบบนั้น ก็หดตัวลงไปนอนในผ้าห่มนวมแล้วพลิกตัวหันหน้าหนี



“ทำไมอ่ะ กูไม่ได้ปาชานมเผือกใส่หัวเด็กมึงนี่” 



ว่าออกมาแบบค่อนขอดแบบนั้น พรางยื่นปากเล็กออกมาอย่างเอาแต่ใจ ทัพหน้ารู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นอะไร แต่ถึงแบบนั้นก็ยังว่าต่อ



“ยังพูดไม่รู้เรื่องอีกนะ นิสัยเสีย”



“แล้วจะว่าอะไรนักหนาอ่ะ ว่าอยู่ได้!” 



กระชากเสียงใส่พร้อมกระชากผ้าห่มออกจากตัวแล้วคนร่างบางก็เด้งตัวลุกขึ้นมานั่งทั้งๆที่หัวฟูจากการมุดผ้าห่ม หน้าตาที่ตอนนี้ติดจะหงุดหงิดบึ้งตึงมากเป็นพิเศษ มองมาที่ทัพหน้าอย่างเอาแต่ใจติดจะปนน้อยใจอยู่ในที



“แล้วมึงทำมันถูกไหม”



“เอ้อ กูจะทำถูกได้ไง ก็กูมันนิสัยเสียนี่”



“ไอ้เมล!” 



ทัพหน้าที่ตะคอกออกมาดุๆเพราะคนตรงหน้าเริ่มจะงอแงและดื้อดึงขึ้นมาแล้วในตอนนี้ ฝ่ามือแกร่งกระชากแขนเรียวให้หันไปมองหน้าตนเอง   เมลเองที่พอโดนตะคอกออกมาแบบนั้นก็เม้มปากเงียบในทันที



“กูไม่ได้ว่าที่มึงจะสกัดขามัน แต่กูว่าที่มึงปาแก้วน้ำลงไปบนพื้นแบบนั้น”



“กูเป...”



“กูไม่โง่” 



จ้องตาดุกับเด็กตรงหน้าที่ตอนนี้พยายามจะเถียงออกมา คาราเมลที่โดนจ้องตาดุแบบรู้ทันก็ได้เม้มปากหลบสายตา

 

“มึงทำแบบนั้น รู้บ้างไหมว่าพนักงานในร้านเค้าเดือดร้อน ตอนที่มึงเดินตัวปลิวออกไปคนอื่นๆเค้าก็ต้องวิ่งมาเก็บมาเช็ด หัดใส่ใจซะบ้าง การกระทำแบบไม่คิดของมึงมันทำให้คนทำมาหากินคนอื่นเค้าเดือดร้อน และยังไปเพิ่มภาระให้กับเค้าอีก” 



ทัพหน้าที่ว่าออกไปแบบนั้น กอดอกแน่นมองเด็กดื้อที่ตอนนี้ทำหน้าสลด เค้ารู้หมดนั่นแหล่ะว่าเมลมันคิดมันรู้สึกอะไร แต่การกระทำของมันทำให้คนอื่นเดือดร้อน เพราะความเป็นเด็กคิดน้อยของมัน และเขาเองก็ไม่อยากให้มันกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจไม่น่ารักแบบนั้นด้วย



“มึง...”



“อะไร” 



“มึงไม่ได้โกรธที่กูทำโพดหรอ” 



ดวงตาใสช้อนตาขึ้นมามองหน้าเขา มันที่ถามออกมาแบบนั้น ทำเอาทัพหน้าต้องถอนหายใจหนักๆ ก่อนนิ้วเรียวแกร่งจะจิ้มผลักไปกลางหน้าผากจนคนร่างบางหงายลงไปนอนแผ่ที่เตียงอีกครั้ง



“ได้ฟังที่กูพูดไปไหม หูมึงนี่มีไว้แค่ประดับรึไงไอ้โง่ กูพูดถึงเพื่อนมึงสักคำรึยัง” 



จ้องมันกลับไปดุๆแบบไม่พอใจ  แต่พอบอกออกไปแบบนั้น คนที่นอนแผ่หัวกระเซิงอยู่กลางเตียงก็หลุดยิ้มออกมาแบบไม่มีสาเหตุซะงั้น



“ไอ้เมล”



“รู้แล้วน่า ดุจังเลย” 



ว่าออกมาเสียงอ่อน แต่ก็ยิ้มกว้างๆส่งมาให้คนร่างสูงที่ยืนมองอยู่ข้างเตียง ก่อนจะรู้สึกว่าหน้าใสเริ่มขึ้นสีแปลกๆ คนร่างสูงกระตุกยิ้มร้ายๆเมื่อก้มมองสภาพตัวเอง  อกแกร่งที่เผยให้เห็นพร้อมๆกับซิกแพคหกลูกที่กระแทกสายตาเพราะตอนนี้ทัพหน้าถอดเสื้อออกหมดตอนเดินมาคุยกับคนร่างบาง  ก่อนหน้านี้เหมือนว่าจะไม่สนใจเพราะมัวแต่เถียง แต่ตอนนี้คนร่างบางดูเหมือนจะอารมณ์ดีขึ้นแปลกๆจึงพึ่งเห็นสภาพของทัพหน้า



“หึ”



“ขะ...ขำไร รู้แล้วน่าว่าทำไม่ดี กูจะไม่ทำอีกแล้วน่า ไปไหนก็ไปไป๊” 



ว่าออกมาแบบนั้นพรางยกมือขึ้นไล่ร่างสูงเพราะเหมือนเห็นสายตาร้ายๆของอีกคนเข้าให้  คาราเมลที่เริ่มจะรู้สึกไม่ปลอดภัยเลยพยายามจะหนี



“เดี๋ยว มึงคิดว่ากูจะไม่ลงโทษคนในปกครองกูรึไง”



“ห๊ะ อะ...อะไรเล่า”



“มานี่”



“อ๊ะ ทัพพพพพ” 



ร้องออกมาเสียงหลงตอนที่ถูกจับข้อเท้าเอาไว้ แล้วดึงให้นอนหงายแผ่หลาอยู่กลางเตียง คนร่างสูงที่กระโจนขึ้นมาคล่อมทัพกันเอาไว้  ความรู้สึกไม่ต่างจากตอนที่โดนไอ้เชอร์รี่กระโจนใส่สักนิดเดียว  ดวงตาสวยที่ช้อนตามองคนบนตัวของตัวเอง  ดวงตาวาววับแสนเจ้าเล่ห์ของทัพหน้าที่ก้มมองลงมาทำเอาใจสั่น



“ทะ...ทัพ”



“ดื้อนัก ดื้อเก่ง”



“กู  กูเปล่า”



“จำเอาไว้ว่าอย่าทำแบบนี้อีก”



“รู้แล้วไง บอกแล้วไงว่าจะไม่ทำอ่า ปล่อยดิ”



“กูหมายถึงจะไม่เดินหนีกูอีก เพราะมึงควรรู้เอาไว้ ว่ามึงหนีกูไปไม่พ้น...และที่สำคัญ มึงหนีใจตัวเองไม่พ้นหรอกเมล”



“อ๊ะ...อื้มมม” 



ดวงตากลมโตที่เบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจเพราะคำพูดของคนตรงหน้า คนตรงหน้าที่ว่าจบก็ประกบจูบลงมาพร้อมๆกับขบเม้มอย่างหนักหน่วงสลับหนักเบาลงมาอย่างคุ้นชิน ฝ่ามือหนาที่เลื่อนขึ้นมาลูบไล้ไปที่ลำคอขาว หัวแม่มือที่ลูบไล้เบาๆทำเอาขนลุกซู่จนต้องจิกปลายเท้า



“อื้มม” 



ครางออกมาเบาๆเมื่อมืออีกข้างของอีกฝ่ายลากไล้ไปตามลำตัวของร่างบาง  ทัพหน้าที่ถอนจูบออกมาก่อนจะผละไปขบเม้มตามลำคอขาว  ลิ้นร้อนลากไล้ตวัดเลียไปมาจนคนร่างบางขนลุกซู่  คนตัวสูงที่ค่อยๆจัดการแหวกสาบเสื้อชุดนอนเนื้อบางเบาของคาราเมลออก ก่อนริมฝีปากร้อนจะตรงไปครอบครองตุ่มไตสีชมพูที่ล่อตาล่อใจ ขบเม้มเบาๆ มืออีกข้างก็เลื่อนไปลูบและบีบดึงเบาๆอีกข้างอย่างเท่าเทียม



“อ๊ะ ทัพ”



“นมมีแค่นี้ก็ดูดมันดีนะ”



“อ๊ะ อื้อออ” 



ได้แต่ร้องครางออกมาอย่างอายๆ พร้อมทั้งสะดุ้งแอ่นอกขึ้นมา ตอนที่ถูกร่างสูงว่าแบบนั้นแล้วขบกัดดึงหัวนมสีสวยเล่นอย่างตั้งใจแกร่ง  ทัพหน้าที่เห็นแบบนั้นก็ยกยิ้มชอบใจที่ได้แกล้งอีกฝ่ายได้



ฝ่ามือร้อนที่สอดเข้าไปใต้กางเกงตัวบาง เลื่อนมือไปลูบไล้แกนกายน่ารีกที่ตอนนี้เริ่มจะสู้มือ ไม่ต่างจากร่างสูงที่ตอนนี้ก็เริ่มแข็งชันอึดอัดไปหมด  ในจังหวะที่เลื่อนมือลงไปที่กางเกงเตรียมจะดึงรั้งให้หลุดลงไปกองที่ข้อเท้า



‘แกร๊ก’



“เฮียยยยยยย หายไปไหนคนที่บ้านเป็นห่ว....เชี่ย! โคตรขาว!!”



เสียงของผู้มาใหม่ที่ทำเอาทั้งผมและไอ้ทัพหน้าสะดุ้ง  คนร่างสูงที่ชะงักฝ่ามือแต่ยังคล่อมทับบังตัวผมไว้แบบนั้น ก่อนจะหันหน้าไปมองคนมาใหม่ที่ยืนมองตาเหลือกเกาะประตูอยู่ตรงนั้น...



ตรงนั้นในชุดเสื้อคลุมอดิดาสสีเหลือง



“มองเหี้ยอะไรไอ้สัดรบ!”



‘พรึบ’



‘ปัง’



เสียงเข้มที่ตะคอกออกไปแบบนั้นพร้อมหมอนที่ถูกขว้างออกไปอย่างแรง และตามมาด้วยเสียงปิดประตูจากคนที่เราไม่ได้รับเชิญ



ฉิพหาย!



กูอายโว้ยยยยยยย



---------------

มาแล้วจ้าาาา คิดว่าจะมาไม่ได้ซะแล้ว แต่คนอ่านบอกว่า ยังไงก็ต้องลง เพราะฉะนั้นเลยมาลง ถ้าตอนนี้ไม่สนุกแคทขออภัยด้วยนะคะ แคทหวังว่าคนอ่านจะชอบไม่มากก็น้อย แคทดีใจมากๆกับคอมเม้นท์ในตอนที่ผ่านมา

มันเยอะมากจนแคทตกใจ ไม่รู้ตอนนี้คนอ่านจะยังอยู่ไหม แต่หวังว่าทุกคนจะชอบและตบไปด้วยกัน แค่กๆๆ

ไม่แน่ใจว่าอ่านตอนนี้คนอ่านจะอยากตบใครระหว่างข้าวโพดกับอิพี่รบ

จ้าาา พี่นักรบจากNo Limitแรงรัก มาแล้วจ้าาาาาาา


ขอขอบคุณ คุณtae1234 น้องเมลออกจากโรงหนังมาแล้วนะคะในตอนนี้ โง้ววววว มาอ่านอีกน้าาาา

ขอขอบคุณ คุณiceman555 ใครรร ใครเป็นตัวร้ายที่แท้จริง ในจุดๆนี้คิดว่าพี่รบค่ะ ฮ่าาาาา

ขอขอบคุณ คุณblove งื้อออ คอมเม้นท์ยาวๆสะท้านอารมณ์ แคทหวังว่าจะมาอ่านตอนนี้อีกนะคะ หวังว่าจะชอบนะคะ ส่วนในตอนนี้ยังไม่มีบินกุ๊ก แต่มีพี่ทัพคนรว๊ายยยๆ เอิ๊ก ฝากพี่เค้าไว้ในหัวจิตหัวใจด้วยจ้าา ส่วนในตอนใหม่นี้แคทให้เลือกว่าจะตบใครระหว่างข้าวโพดและอิพี่รบจ้า 55555 แคทหวังว่าจะชอบนะคะ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ

ขอขอบคุณ คุณursleepingxd คุณยู คุณยูผู้หลงรักน้องหลง ขอเก็บน้องไว้สักตอน2ตอน เอาให้น้องไปร่าเริงกับผู้ เอ้ย กับพี่รี่ก่อน จริงๆปล้วน้องค่อนข้างโดนล่อลวงไปหนักมาก น้องเลยยังไม่ได้ออกมาในจุดๆนี้ ก๊ากกกกก

ขอขอบคุณ คุณlabelle ขอบคุณมากๆนะคะที่เข้ามาอ่านงานของแคท เปิดเข้ามาก็ดีใจแล้วค่ะ ขอต้อนรับสู้ความบ้าบอจ้า ชอบคอมเม้นท์ที่ว่าพี่ทัพจะร้ายไม่แปลก คือดีใจจังเลยที่มีคนมองในมุมพี่ทัพบ้าง ขอบคุณคอมเม้นท์ดีๆที่ให้แคทด้วยนะคะ แคทหวังว่าจะชอบไม่มากก็น้อยนะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-12-2018 22:23:46 โดย Yoghurt »

ออฟไลน์ ursleepingxd

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ดีใจที่พี่ทัพไม่โง่วววว สมแล้วที่เป็นความหวังหมู่บ้านหมายเลขสอง

เย้ สนามอารมณ์มาแล้วววว นังพี่เหลืองงงงงง มาขัดจังหวะคนอื่น บาปกรรมนะพี่ โดนน้องฝาไล่ออกจากบ้านมาหรอจ้ะ งี้แหละน้า คนเหลืองๆ ฝาคงจะเบื่อแล้วใช่ม้าา มามะ มาให้พี่ทัพตบหัวสักป้าบสองป้าบโทษฐานขัดจังหวะนะพี่

อ้อ ตอนนี้ไม่มีน้องหลง อีกแล้วนะคะ

ออฟไลน์ nuum

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 254
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
สนุกครับ สนุก


           :bye2:

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
โว้ยยยยละตะไมไม่ล็อคประตูก๊อนนน มาๆต่อๆยังค้างกันอยู่คือตรูเนี่ย! 55555 เออออเกือบจะฟาดไอ้พี่ทัพไปอีกละ ทำเมลนอยล์แต่พอได้ฟังเหตุผลของพี่เขามันก็เข้าท่าดี เออนะเมลอย่าทำอีกละ วุ่นวายพนักงานเขากัน! แหมมมนังโพด นับวันนี่คือออกมากจร้า ลูกเล่นความสะตอ รอความร้ายๆแสดงออกมา //ใช่ไหม ไอ้พี่ทัพคงไม่โง่เนาะ แจยังดูออกเลย //ว้อยยยยสนุกกกกกกกกกก (เลิกจากปาร์ตี้HnYแว่บมาอ่าน555555) รอตอนต่อไปเลยค่ะ จะเกิดไรขึ้นมั้ง (ปล.มาฉลองปีใหม่ด้วยกันนะคะไรท์555)

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ

บทที่17



ผมกับไอ้ทัพที่ชะงักมองหน้ากันนิ่งๆหลังจากเสียงปิดประตูดังขึ้น และคนที่พึ่งโผล่พรวดพราดเข้ามาหายหน้าออกไปแล้ว  และตอนนี้สภาพทั้งผมและมันเรียกได้ว่าไม่สู้ดี ผมที่นอนแผ่ในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย กางเกงยังอยู่ดีแต่ดันมีมือข้างนึงของไอ้ทัพยังคาอยู่ในนั้น เหยด สภาพกู๊



“อะ...ไอ้ทัพ” 



เรียกมันเบาๆแบบทำหน้าไม่ถูก พร้อมกับดันอกแกร่งให้ลุกออกจากตัวผม แต่อีกฝ่ายดันอยู่นิ่งๆหายใจฟึดฟัดเหมือนควายป่า ใจเย็นนะพี่มึง



“ละ..ลุกก่อนสิวะ” 



ว่าออกไปแบบนั้น และดันตัวมันหนีออกเป็นครั้งที่สอง มันที่ยอมถอยออกไปแบบไม่เต็มใจ ท่าทางที่ดูฟึดฟัดฮึดฮัดแบบนั้น  .... ค้างมากหรืออะไร โวะ



ผมรีบคว้าเสื้อผ้ามาสวมให้ดี และติดกระดุมกางเกงใหม่ ถอนหายใจหนักๆทั้งๆที่หน้าก็ยังแดง  หันไปมองอีกคนที่ทำหน้านิ่งเหมือนทุกที แต่นัยตาของมันกลับมีแววหงุดหงิด มือแกร่งของมันที่ยกขึ้นไปเสนผมลวกๆ มันที่ไม่พูดอะไร เดินปึงปังออกจากห้องไปทั้งแบบนั้น คือมึง...เสื้อมึงยังใส่ไม่ดีเลยไอ้บ้าเอ๊ย



‘ครืด ครืด’



เสียงโทรศัพท์ที่ดังมาจากกลางเตียงทำให้ต้องหันไปมอง และพอเห็นก็รู้เลยว่ามันเป็นของไอ้ทัพหน้า สงสัยจะทำตกไว้ก่อนหน้านี้ ตอนที่กำลังชุลมุนถอดเสื้อผ้า เอ่อ นั่นแหล่ะ.... ตั้งใจว่าจะปล่อยผ่านไป เพราะไม่รู้ว่าถ้าเกิดไปยุ่งกับของส่วนตัวของมันแล้วจะโดนอะไรบ้าง แต่ผ่านไปสักพักก็ยังคงดังไม่หยุด มองมือถือที่นอนอยู่กลางที่นอนอย่างโดดเดี่ยว ...แม่ม เอาวะ ถือลงไปให้มันเลยละกัน ทำหน้าด้านๆแล้วเดินออกจากห้องไป  จะฮึบไว้ จะไม่อายครับผม แมนๆหน้าด้านกันไป



.

.

.





“สัด กูเจอเฮียแล้ว แต่กูอยากบอกว่าช็อคมากๆ เปิดประตูเข้าไปโอ้แม่เจ้าโว้ย ขาวมาก โอโม่สุดๆครับ”



“เหอะ ถ้ามึงได้เห็นจะตกใจไอ้สัดรุก เฮียมึงไม่ได้เศร้าหงอยเหงาเลยโว้ย ดึ๋งดั๋งปึ๋งปั๋งกับน้องขาวโอโม่อยู่ต่างห....”



“ไอ้สัดรบ”



“เชี่ย! ชิพหาย จ้าฝา เดี๋ยวกลับๆ โอเค รักนะจุ๊บๆ ตู๊ดๆสายตัดแล้ว วางน้า” 



ผมที่เดินลงมาจากบันได้บ้านลงมา มองเห็นร่างสูงที่อยุ่ในเสื้อชุดกีฬาแบรนด์ดังสีเหลืองกำลังยืนคุยโทรศัพท์อย่างออกรสออกชาติ จะไม่อะไรเลยถ้าคำว่าขาวโอโม่ไม่ได้กระแทกหูกู  ตัวสูงๆของมันที่กดๆโทรศัพท์ยิกๆก่อนจะเก็บมือถือเข้ากระเป๋า หน้าหล่อๆของน้องชายคนรองหันมามองหน้าผม ก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง หรือเรียกอีกอย่างได้ว่ายิ้มตอแหล



“เฮียทัพ สบายดีนะเฮีย คิดถึงนะรู้ยัง”



“หน้ากูเหมือนไอ้ฝา?”



“โอ้โหหหห ขึ้นเลย อย่าเอาไอ้ฝามาล้อเล่นนะโว้ย ห้ามแตะไอ้จืดกูนะเฮีย กูแหย่เล่นได้คนเดียว”



“เดี๋ยวกูถีบไปนู้น มาทำเหี้ยไร กลับไป รำคาญ!” 



บอกออกไปเสียงแข็ง พร้อมยกมือชี้ไปทางประตู บอกให้รู้ว่าให้ไปให้พ้นหน้า  มันทำหน้าเหวอออกมาตอนที่เห็นผมทำแบบนั้น  รำคาญไอ้สัด



“นี่น้องไง น้องนักรบคนใสๆของเฮียไงครับ”



“K”



“เจ็บกระดองใจมากๆ แต่หน้าด้านพอ กูจะอยู่”



“รำคาญไอ้เหี้ยรบ”



“กูเป็นห่วงมึงนะเนี่ยเฮีย แม่ใหญ่ก็ถามหา ป๊าก็รุงรัง กูนี่นึกว่าเฮียหายสาบสูญไปแล้ว นึกว่าตามเรื่องพี่ณราชาจนเครียดตายไปแล้ว ที่ไหนได้....”   



มันที่ร่ายออกมายาวๆ ก่อนท้ายประโยคจะว่าออกมาแบบมีเลศนัย ตาคมๆของมันที่ว่ากันว่าพี่น้องครอบครัวเราได้รับมาจากคนเป็นพ่อ ตาคมของมันหรี่ลงมองผมแบบเจ้าเล่ห์ ก่อนที่สายตาจะตวัดไปที่ด้านบน มองตามสายตาพราวระยับของมันไป ก่อนจะต้องขมวดคิ้วหนักไปใหญ่



“ลงมาทำเหี้ยอะไร!”  



ตวาดลั่นจนคนมาใหม่สะดุ้ง  ไอ้เมลที่ยังอยู่ในเสื้อนักศึกษา ตัวที่ผมพึ่งปลดกระดุมไปทั้งแถบ มันที่เดินลงมาทั้งๆที่หน้าขึ้นสี



หันไปมองไอ้นักรบ  สายตาคมๆของมันที่มองไอ้เมลตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า  สายตาที่ผมอ่านออกทำเอารู้สึกหัวอุ่นๆ มันที่กอดอกพร้อมๆกับกระตุกยิ้มนิดๆ ผมเห็นไอ้เมลสะดุ้งกับสายตาของมัน เลยเลือกจะเดินไปยืนต่อหน้าไอ้รบมันให้จบๆไป มองเหี้ยอะไรนักหนา ไม่เห็นมีไรหน้าสนใจ



“โอ๊ะ เฮีย เฮียบังโลเคชั่น”



“สนตีนกูรึไง โลเคชั่นที่มึงอยากมอง”



“คนไม่อ่อนโยน ว่าแต่นั่น...ใคร”



“เสือก”   แค่คิดในใจก็ไม่ได้คิดว่าจะพลั้งปากพูดไปได้ขนาดนั้น



“หึ สวัสดีครับ ชื่อนักรบนะ เป็นน้องชายเฮียทัพ” 



มันที่เมินหน้าผมแล้วเดินเข้าไปหาไอ้เมลที่ยังยืนเอ๋ออยู่ตรงนั้นอย่างหน้าด้านๆ  น่ารำคาญชิพหาย มือแกร่งของไอ้รบที่ยื่นออกไปหวังจะจับมือทักทายกับไอ้เมลถูกปิดทิ้งออกไปโดยผมเอง



‘พลัก’



“มึงมาทำไม”  ถามออกมาแบบนั้น  ไอ้รบที่ยกยิ้มมุมปากหันมาทางผม สายตาของมันที่แฝงแววเจ้าเล่ห์และทำให้ผมเริ่มจะรำคาญใจถูกส่งมาให้ในตอนนี้



“เป็นห่วงเฮียไง”



“เสือก กลับบ้านมึงไปเลยไป”



“ตอนแรกว่าจะมาไม่นาน แต่ตอนนี้ชักอยากอยู่แฮะ” 



มันที่จ้องตากับผม แล้วยกยิ้มมุมปาก สายตาของมันที่มองเลยไปทางไอ้เอ๋อที่ยังยืนนิ่งๆอยู่ด้านหลัง  ถอนหายใจออกมาหนักๆทีนึง ก่อนจะหันไปหาไอ้เมลแทน



“มายืนทำเหี้ยอะไร ไปไหนก็ไป” 



กดเสียงต่ำบอกมันแบบไม่สบอารมณ์ มันที่มองหน้าผมฉายแววน้อยใจหน่อยๆ ก่อนมันจะยื่นมือถือส่งมาให้



“กูก็ไม่ได้อยากมานักหรอก แต่มีคนโทรมาไม่หยุดเหมือนมีใครตายกูเลยเอามาให้” 



ว่าออกมาแบบฉุนๆก่อนจะดันมือถือมาไว้ในมือผม เจ้าตัวที่ว่าออกมาแบบนั้นโยนมือถือส่งมาให้แล้วก็กลับหลังหันเดินปึงปังขึ้นห้องไปในทันที  ไอ้สัด เดินลงส้นเท้าหาพ่อง เห็นแล้วอยากตีน่องแตก ไอ้เด็กเอาแต่ใจ



ละสายตาออกจากไอ้เมลกลับมา  ก็เห็นไอ้รบเอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้มเล่นมองมาที่ผมด้วยสายตาล้อเลียน



“เป็นฆวยอะไร”



“จุ๊ๆ ปากร้าย”



“อย่ามากวนตีน กลับบ้านไปแดกกล้วยเลยไป เกะกะ”



“ไล่จริ๊ง ว่าแต่คนนั้นใคร...”



“เสื....” 



‘ครืดๆ’



ยังไม่ทันจะด่ามันจบคำดี มือถือที่ถืออยู่ในมือดันสั่นขึ้นมาซะก่อน  ปลายสายเรียกเข้าที่ผมจำได้ดีว่าเป็นเบอร์โทรมาจากไหนแม้ไม่ได้เมมเบอร์ไว้ทำเอาต้องขมวดคิ้ว  ก่อนจะกดรับสายก็ไม่ลืมชี้หน้าไอ้น้องเวรที่ยืนหน้าสลอนอยู่อย่างคาดโทษ มันที่แค่ยักไหล่ส่งๆมาให้แค่นั้น ก็กวนตีนดี  ... ครั้งก่อนเรื่องมึงกูไม่น่าช่วยเลยไอ้ควายเหลือง!



“สวัสดีครับ”



“ครับ ... ว่าอะไรนะครับหมอ โอเค! ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้!!”



“เฮีย เป็นไรวะ เกิดไรขึ้น”  ไอ้รบที่เดินเข้ามาหา หน้าตาเลิกกวนตีน อาจเพราะมันเห็นหน้าผมในตอนนี้



“กูจะไปดูณราชา อาการไม่ดีอีกแล้ว แม่งเอ๊ย!”



“เฮ้ยเฮีย ใจเย็นๆ พี่ณราชาไม่เป็นไรหรอก”



“จะไม่เป็นได้ยังไงล่ะ! กูจะไปเดี๋ยวนี้ ถอย กูจะไปเปลี่ยนชุด! ส่วนมึง...กลับไป!!”


.

.

.




เสียงดังโวยวายที่ดังมาจากด้านนอก ทำให้ต้องขมวดคิ้วหันไปมอง  เสียงที่ได้ยินชัดๆ จำได้แม่นว่าเป็นเสียงของไอ้ทัพ ไม่รู้ว่าเป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีก ก่อนหน้านี้ก็ทีนึงแล้ว แค่กูลงไปเฉยๆ ก็ไม่รู้ว่าจะโมโหห่าอะไรนักหนา หรือว่าแค่เป็นกูก็โมโหแล้ว ... บางทีก็ลืมตัวชิพหาย พอมันดีด้วยก็นึกว่าอะไรจะดี แต่จริงๆก็มีค่าแค่ตอนมันอยากเอา เหอะ



‘แกร๊ก’



เสียงประตูที่เปิดออก และตามมาด้วยเสียงดังปึงปังทำเอาต้องเด้งตัวลุกออกจากเตียง  มองไปที่ไอ้ทัพหน้าที่เปิดประตูเข้ามาก่อนจะเดินลุกลี้ลุกลนไปทั่วห้อง



“มึง...มึงเป็นเหี้ยอะไรเนี่ย” 



เดินไปถามมันแบบไม่เข้าใจ  ไม่รู้ว่ามันหาอะไรอยู่ด้วยซ้ำ  มันที่ชะงักเหมือนพึ่งรู้ตัวว่าผมอยู่ที่นี่ มันที่หันหน้ามามองผม  สายตาคมที่มองมาที่ผมทำเอาใจหาย  สายตาที่ไม่ต่างจากวันแรกที่มันจับตัวผมมา สายตาที่ทั้งเย็นชาและว่างเปล่า



“ทะ...ทัพ”



“เพราะมึง เพราะมึงที่ทำให้กูต้องมาเจอมารู้สึกกับความรู้สึกนี่ซ้ำๆ เรื่องทุกเรื่องก็เป็นเพราะมึงไอ้เหี้ยเมล!” 



มันที่ตะคอกออกมาเสียงดังลั่น พร้อมกับที่มือของมันก็กระชากไหล่ของผมไปจับไว้แน่นๆและเริ่มเขย่าจนตัวผมสั่นคลอน  มองสบสายตากับมันที่กำลังบอกว่ามันทั้งเจ็บทั้งเกลียดผม



“มึงรู้ไหม ณราชากำลังจะตาย! เขากำลังจะตายแบบที่มึงต้องการไง!”



“กู...กูเปล่...”



“เมียกูกำลังจะตาย มึงมันเหี้ยไอ้เมล!”



‘พลัก’



“กูไม่ได้ทำ กูไม่เคยทำเลย ทำไมมึงไม่เชื่อบ้างวะทัพ!” 



ผมที่ผลักอกมันให้ถอยหลังไปห่างตัว ก่อนจะกำมือแน่นแล้วตะโกนใส่หน้ามันไปแบบนั้น ผมเจ็บแต่ความเสียใจมันมีมากกว่าแขนที่โดนมันบีบ มันที่บอกว่าพยายามจะมองเห็นผม แต่เปล่า ... ไม่ว่าเมื่อไหร่ ผม...ผมก็ยังคงเป็นคนที่ทำลายครอบครัวมัน เป็นคนที่มันเกลียดเพราะฆ่าเมียมันอยู่เหมือนเดิม



“......หลบไป!” 



มันที่นิ่งไปสักพักนึง ก่อนจะดันตัวผมหนีให้พ้นทางของมัน  มือหนาที่หยิบกุญแจรถขึ้นมาอย่างรีบร้อน  ถึงผมจะเสียใจแต่ผมก็ยังห่วง  ผมที่เดินตามมันไปแบบสับสน ก่อนจะยื่นมือไปดึงแขนมันไว้



“ทัพ...มึงจะไปไหน”



“ไปดูณราชา”  



มันที่ว่าออกมาแบบนั้น มือของผมที่จับแขนมันไว้ปล่อยออกแบบอัตโนมัติ  แผ่นหลังกว้างที่ค่อยๆเดินหายลับไปจากสายตาของผม  น้ำตาของผมไหลลงมาพร้อมๆกับประตูที่ปิดลง ก่อนจะค่อยๆทรุดตัวลงนั่งแล้วเอามือปิดหน้าร้องไห้เงียบๆ ...อีกแล้ว ไอ้เมล มึงไม่เคยเข้มแข็งเลยจริงๆ



“ฮึก อึก...” 



ผมก็แค่หวังว่าสักวัน ผมจะเข้มแข็งได้ด้วยตัวผมเอง ... หลายครั้งที่เมื่อก่อนเห็นนางเอกในทีวีทั้งโง่ทั้งอ่อนแอ ได้แต่คิดว่า ทำไมถึงโง่แบบนี้วะ ทำไมไม่สู้ เอาคืนพระเอกสิ ผู้ชายควายๆแบบนี้จะไปรักมันทำไม คนดีเยอะแยะ ... ผมเคยคิดแบบนั้น แต่พอมาวันนี้ ตอนนี้ผมเองก็ไม่ได้ต่างจากนางเอกทีวีโง่ๆที่เอาแต่ร้องไห้และทำอะไรไม่ได้เลย ผมพึ่งมารู้วันนี้ว่า ถ้าเรื่องมันไม่ได้เกิดกับเรา จะพูดอะไรมันก็ง่ายดายซะเหลือเกิน แต่ลองได้มายืนในจุดๆนี้ พอเป็นเรื่องของตัวเอง บางทีสิ่งที่เราเคยคิดว่ามันเป็นเรื่องง่ายๆ มันกลับกลายเป็นเรื่องที่ทำไมเคยได้เลยสักทีพอมาเป็นเรื่องของตัวเอง



‘แกร๊ก’



เสียงเปิดประตูที่มาพร้อมๆกับขายาวๆที่ผมมองเห็นผ่านม่านน้ำตา ภาพพล่าเบลอแต่ก็ยังชัดเจนแม้จะไม่รู้จักคนที่พึ่งเดินเข้ามาก็ตาม  ผ้าเช็ดหน้าสีเหลืองอ่อนๆถูกยื่นมาให้ผม



“รับไปสิ ร้องแบบนี้หน้าดีๆก็ทุเรศทุรังตายเลย” 



ว่าออกมาแบบนั้นพร้อมกระตุกยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ผมค่อนข้างจะคุ้นเคยเหมือนเคยเห็น ผมรับมาแล้วยกขึ้นซับน้ำตาให้ออกจากหน้าลวกๆ การร้องไห้ต่อหน้าคนอื่นมันไม่ใช่เรื่องหน้าอภิรมณ์สำหรับผมเท่าไหร่



“ข...ขอบคุณ”



“หึ”  คนตรงหน้าไม่ว่าอะไร ทำแค่กอดอกมองหน้าผมนิ่งๆ แต่แววตากลับกำลังเจ้าเล่ห์และครุ่นคิดอยู่ในที่



“เอ่อ....” 



เจอคนตรงหน้าเข้าไป ความเศร้าก็เหมือนจะถูกพับเก็บไว้ชั่วคราว ก็ไม่รู้ว่าเค้าเข้ามาทำไม แต่ก่อนหน้านี้ได้ยินว่าเป็นน้องชายของไอ้ทัพ



ขายาวๆก้าวตรงไปที่โซฟาสีแดงกลางห้องแล้วตวัดขาขึ้นไขว่ห้าง ก่อนจะจ้องมองผมนิ่งๆและถามคำถามตรงๆที่ไม่เคยมีใครถาม คำศัพท์ที่เรียกขานผมไม่ได้สุภาพเหมือนก่อนหน้าที่เจอกันอีกต่อไป



“มึงคือคนวางแผนฆ่าพี่ณราชางั้นหรอ”



“เปล่า”



“หึ คนทำที่ไหนจะบอกว่าทำล่ะ”  มันว่าก่อนจะหยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วจุดสูบ ... คือ...



“แต่กูไม่ได้ทำ” 



บอกมันแบบนั้นแล้วขมวดคิ้วมอง พี่น้องแม่งพอกัน ผมไม่ชอบสายตาของไอ้เหลืองบ้านี่ มันที่มองผมตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า แล้วมองย้อนกลับขึ้นไป สายตาไม่ต่างจากเครื่องแสกน สายตาที่ไม่เหมือนทัพหน้าที่อ่านไม่เคยออก แต่คนตรงหน้า...ผมรู้ว่ามันกำลังประเมินผม



“พิสูจน์สิ”



“ห๊ะ?”



“รออะไรล่ะ หาข้อพิสูจน์มาลบล้างความผิดของมึง แล้วเข้าหาพี่ชายกูแบบดีๆ มันน่าจะดีกว่าการมาเป็นเฉลยให้มันตั้งศาลเตี้ยตัดสินมึงอยู่แบบนี้นะ ... ดูๆไปแล้ว ถ้าเรื่องมันดีกว่านี้ มึงเองก็อาจจะมีหวังก็ได้”



มันที่ว่าออกมาประโยคยาวๆ ก่อนจะยกบุหรี่ขึ้นสูบ แล้วพ่นควันสีเทาๆปล่อยออกมาให้คลุ้งรอบห้อง ผมได้แต่ขมวดคิ้ว...พูดตรงๆว่าไม่เข้าใจที่ไอ้นี่มันพูดสักนิด นอกจากที่มันบอกให้พิสูจน์.....พิสูจน์งั้นหรอ



“อย่าช้า” ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ๆตัวผม ใบหน้าเรียวคมที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าหล่อถูกยื่นเข้ามาใกล้ๆหน้าผมจนผมผงะ



“กูเอาใจช่วยอยู่นะโอโม่



ช้อนตามองคนตรงหน้าที่หล่อ เอ้ย ไม่ใช่ มันที่ขยิบตาให้ผมทีนึงก่อนจะผละถอยห่าง มือหนาที่ยัดการดาษแผ่นนึงมาใส่กระเป๋าเสื้อนักศึกษา มองหน้าอีกคนงงๆ มันก็ทำแค่ยกมือโบกบ๊ายบาย ก่อนจะเดินออกจากห้องไป



“เจอกันโอโม่”



โอโม่เชี่ยอะไร๊!



.

.

.



(มีต่อจ้า)

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ



“คุณเมลครับ ขึ้นไปนอนข้างบนเถอะครับ”  เสียงปลุกที่ทำให้ต้องลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย ค่อยๆยกมือขึ้นขยี้ตาช้าๆ สายตาตรงหน้าค่อยๆโฟกัสผู้ชายร่างสูงที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล



“พี่ธร...”



“ผมว่าคุณเมลมานอนตรงนี้มันไม่น่าจะสบายนะครับ ขึ้นห้องไปนอนดีกว่า”



ผมหันซ้ายหันขวามองไปรอบๆอย่างงงๆ ก่อนจะค่อยๆนึกขึ้นได้  ... ตั้งแต่น้องชายของไอ้ทัพหน้ากลับไป ผมก็ลงมาอยู่กับไอ้หลงไอ้รี่ที่ห้องนั่งเล่นนี่ จริงๆแล้วก็แค่...อยากรู้ว่าไอ้ทัพจะกลับมาไหม



“ไม่เป็นไรพี่ ผมโอเค” 



ตอบออกไปแบบนั้น ก่อนจะหันไปมองนาฬิกาลูกตุ้มตั้งพื้นที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง มันบอกเวลาว่าตี2กว่าๆ ... ตี2กว่าแล้ว แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าคนที่ออกจากบ้านไปตั้งแต่ช่วงเย็นๆจะกลับ จริงๆก็แค่หวังว่ามันจะกลับมานอนด้วยกัน



“พี่ไปพักเถอะ เดี๋ยวผมจะขึ้นไปนอนแล้ว”



“...ครับ” 



อีกฝ่ายที่ทำท่าเหมือนอยากพูดอะไร แต่สุดท้ายก็ไม่พูดออกมา ตอบรับด้วยคำสั้นๆก่อนจะโค้งตัวแล้วถอยออกไป



“เมี้ยวววว”  เสียงใสๆที่ค่อยๆปรือตาขึ้นมามองผม อุ้งเท้าเล็กๆของมันที่ยกขึ้นมาเลียขนแล้วเอามาขยี้แถวๆตา เป็นภาพที่น่ารักน่าเอ็นดู ไอ้หลงที่นอนหลับซุกขาผม มันกระโดดขึ้นมานั่งบนตักแล้วเอียงคอมอง



“ไอ้หลง...วันนี้อ่ะ ทัพคงไม่กลับแล้วล่ะ” 



บอกมันออกไปแบบนั้น รู้สึกอิจฉาผู้หญิงที่ชื่อณราชาไม่ได้ ไม่ว่าเมื่อไหร่ เธอก็เป็นที่หนึ่งของทัพหน้าเสมอ



“มันจะมาห่วงกูทำไมจริงไหม ... มีแต่กูนี่สิ ที่ไม่เลิกห่วงมันสักที”  อุ้มเจ้าลูกแมวตัวเล็กขึ้นมากอดแน่นๆ ชันขาขึ้นมาแล้วเอาหน้าซบลงที่หัวเข่า



“หลง มึงอย่าทิ้งกูนะ...กูไม่มีใครแล้วว่ะ”



“เมี้ยวว เมลลล” 



กอดมันแน่นๆอยู่แบบนั้น มีไอ้หลงที่เอาหัวเอียงซบอยู่ตรงไหล่พร้อมๆขาหน้าของมัน ไม่รู้ทำไม ทั้งๆที่มันก็ตัวเล็กแค่นี้ แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนไอ้ตัวเล็กนี้มันกำลังกอกผมไว้แน่นๆอย่างปลอบโยน



“เมลไม่มีใครเลยจริงๆ ฮึก”



“เมี้ยววว”



“โฮกกก” 



เงยหน้าขึ้นมาช้าๆ ไอ้รี่ที่เอาอุ้งเท้าหน้าดันประตูกระจกบานเลื่อนแล้วเดินเข้ามาใกล้ผมที่นั่งอยู่ที่โซฟา ก่อนจะเอาหัวใหญ่ๆของมันพาดวางลงที่โซฟาข้างๆผม ดวงตาคมๆของมันมองมาเหมือนเป็นห่วง ผมยิ้มแล้วลูบหัวมันน้อยๆ



“อย่างน้อยกูก็ยังมีพวกมึงสินะ”



“เมี้ยววว / โฮกกก”



...



                เช้าวันใหม่เริ่มขึ้นด้วยความเฮงซวย ทำไมชีวิตกูถึงเฮงซวยแบบนี้นะ



“ไข้ขึ้นสูงนะครับคุณเมล ผมบอกแล้วไงว่าให้ขึ้นไปนอนดีๆ จะมานอนทรมารอยู่ข้างล่างทั้งคืนทำไม ผ้าหงผ้าห่มก็ไม่มี คุณก็น่าจะรู้ดีว่ายังไงเจ้านายก็ไม่มีทางกลับ...”



ผมยกมือขึ้นห้ามพี่ธรที่บ่นรัวๆออกมาแบบไม่หยุด และคำพูดจริงจังแบบนั้นก็เหมือนมันวิ่งมาตบเข้าหน้าผมฉาดใหญ่ ทนฟังไม่ได้จนได้แต่ยกมือขึ้นห้าม  พี่ธรหยิบปรอทขึ้นมาดูแล้วขมวดคิ้วแบบไม่สบอารมณ์ เส้นสีแดงพุ่งปรู๊ดขึ้นไปที่39 เลขสวยเชียว



“ผมว่าวันนี้พักอยู่ที่นี่ไม่ต้องไปมหาลัยหรอกครับ ถ้าเจ้านายรู้เจ้านายจะ...”



“ช่างหัวเจ้านายพี่สิ ผมจะไป”



ผมไม่สนใจเสียงพี่ธร ลุกขึ้นจากโซฟาที่ผมนอนร้องไห้อยู่กับไอ้รี่ไอ้หลงเมื่อคืน และแน่นอนว่าตอนนี้ ไอ้พวกสัตว์เลี้ยงสองตัวก็ยังนั่งอยู่ข้างๆ จ้องผมกับพี่ธรหน้าสลอน ทำหน้าทำตาเป็นห่วงกันสุดๆ ผมยิ้มให้พวกมันหน่อยๆ



“ให้อาหารไอ้รี่ไอ้หลงด้วยนะพี่” 



บอกแบบนั้น ก่อนจะเดินขึ้นข้างบนเพื่อไปอาบน้ำ ... ผมที่เดินโซซัดโซเซเข้าห้องน้ำไป มองหน้าตัวเองในกระจกแล้วรู้สึกอยากร้องไห้ออกมาอีก โถะ พ่อนายเอก กูล่ะเบื่อตัวเอง...นี่โทรมได้ขนาดนี้เลยหรอวะ แค่โดนไอ้ทัพหน้ามันด่า มันบอกว่าจะไปหาเมียมัน มึงโทรมได้ขนาดนี้เลยหรอวะเมล ... เมื่อวานทั้งวันก็เอาแต่ร้องไห้จนตาบวมไปหมด ขอบตาดำและคล้ำ หน้าก็ซีดเพราะมีไข้



“น่าสมเพชจริงว่ะ”  บ่นออกมาแบบนั้น แล้วรีบตรงไปอาบน้ำ ทั้งๆที่ตอนนี้หัวเริ่มปวดตุบๆเหมือนมีใครเอาค้อนมาทุบลงที่หัวของผมเหมือนอยากให้มันแตกออกเป็นเสี่ยงๆ



ผมมาถึงมหาลัยก่อนเวลาเข้าเรียนครึ่งชั่วโมง วันนี้ถือว่ามาสายเป็นพิเศษ ก็เพราะว่าทั้งมีไข้ทั้งมีเรื่องเครียด มันทำให้ผมกินอะไรไม่ลง และพาลให้ทำอะไรช้ากว่าปกติ มองไปรอบๆไม่เห็นกลุ่มเพื่อนอยู่ข้างล่างแล้ว คิดว่าพวกมันคงขึ้นห้องไปรอแล้ว เดินขึ้นตึกเรียนไป ลิฟก็เสือกเสียเลยต้องเดินขึ้นบันไดไปเองคนเดียว แล้ววันนี้เรียนชั้น6 กูอยากนอนตายอยู่ข้างล่าง ชีวิตเฮงซวยกว่าที่คิดจริงๆ  เดินขึ้นมาถึงชั้นสองเหงื่อแตกพลักไปหมด พร้อมๆกับที่หัวเริ่มรู้สึกปวดตุบๆขึ้นมาอีกแล้ว ตาพล่าๆแบบบอกไม่ถูก ผมที่ก้าวขาขวาขึ้นไปแล้วข้างนึง แต่เหมือนจะก้าวไม่ถึงขั้นที่ต้องการ รู้สึกเหมือนหงายท้องลงไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก ผมได้ยินเสียงหวีดร้องดังไปหมด แต่ผมมองไม่เห็นอะไรนอกจากความมืด  และสัมผัสแข็งแกร่งจากอ้อมอกของใครสักคน และนั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ผมรู้สึกตัว



.

.

.





                ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่รู้สึกไม่ปวดหัวเท่าเมื่อก่อน ผมที่ค่อยๆปรือตาขึ้นช้าๆ แสงสว่างจากหลอดไฟที่ทำให้ต้องกระพริบตาถี่ๆ ก่อนจะหันไปมองรอบๆห้องนี้



“ตื่นแล้วหรอวะ”   เสียงที่ดังอยู่ข้างๆเตียงทำให้ผมสะดุ้งก่อนจะหันไปมองคนที่ตอนนี้นั่งไขว่ห้างพร้อมกดเกมส์ในโทรศัพท์ไปด้วย



“ม...”



“อยากแดกน้ำไหม อะ” 



มันที่ว่าออกมาแบบนั้น ก่อนจะลุกขึ้นแล้วหยิบน้ำเทใส่แก้ว แล้วเอาหลอดเสียบส่งมาให้ผม ชะงักมองหน้ามันแว๊บนึง อีกฝ่ายก็คงรู้ มันขมวดคิ้วนิดหน่อยก่อนจะถอนหายใจหนักๆ



“กูไม่ฆ่ามึงหรอกเมล ถ้ากูจะฆ่า กูฆ่ามึงตั้งแต่ปี1ไม่ดีกว่ารึไง”  มันที่ว่าออกมาแบบนั้น ผมพยักหน้าให้มันก่อนจะ ก้มหน้าดูดน้ำจากแก้วของมันแต่โดยดี



“มึง...มึงช่วยกูไว้หรอ”



“เปล่า”



“ใครไม่รู้มันช่วยมึงไว้ แต่กูเห็นพอดี..ก็เลย...ก็เลยวิ่งตามมาดู”



“ห่วงกูล่ะสิ”



“สัด ต้องโง่กันทั้งกลุ่มเลยสินะ ไม่เว้นแม้แต่มึงเลยใช่ไหม”



มันขมวดคิ้วมองหน้าผมแบบไม่สบอารมณ์ ผมยิ้มออกมาตอนที่เห็นมันเป็นแบบนั้น  มันก็แบบเดิม ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ไม่เคยประดิษฐ์หรือแกล้งทำ



“มึงไปด่าไอ้บินเถอะกุ๊ก”



“กูไม่เสียปากไปด่าควายแบบมันหรอก” 



หน้าของมันที่งอเข้าหากันทันทีตอนที่พูดออกมาแบบนั้น  ผมดันตัวลุกขึ้นจากที่นอน ก่อนจะยื่นมือไปจับมือมัน  ไอ้กุ๊กสะดุ้งหน่อยๆ ก่อนจะหันมามองหน้าผมแบบงงๆ



“กูขอโทษ ขอโทษที่ไม่ยอมฟังมึงวันนั้น” 



ไอ้กุ๊กที่ชะงักนิดหน่อย ก่อนสายตาแข็งๆของมันจะอ่อนลงจนกลายเป็นสั่นไหว มองเห็นน้ำตาของมันที่ลื่นขึ้นมาที่หน่วยตาหน่อยๆ แต่มันก็เลือกจะกระพริบตาปริบๆไม่ยอมให้ไหลออกมาอยู่ดี



“ตอนที่พวกกูไม่เชื่อมึง มึงเสียใจมากเลยสินะ”



“ควาย พวกมึงมันควาย”



“ขอโทษนะ กูขอโทษ”



ลุกขึ้นยืนก่อนจะดึงมันมากอดไว้แน่นๆ ไอ้กุ๊กที่ยืนตัวแข็งเหมือนต้นไม้ที่ตายแล้ว เห็นแบบนั้นแล้วผมก็ขำออกมา



“มึงชินแต่กอดของไอ้บินหรือไงวะ”



“สัด หุบปากนะไอ้เมล ไอ้เพื่อนเวน”



“ฮ่าๆ โอ๋ๆนะน้องกุ๊กของพี่”  กอดมันแน่นๆ ก่อนที่มันจะยกมือขึ้นมากอดผมไว้ ตัวของมันสั่นหน่อยๆ รับรู้ว่ามันคงเสียใจไม่น้อยกับเรื่องที่ผ่านมา กอดมันแน่นๆแทนคำขอโทษ  ผมเข้าใจความเจ็บของมัน จริงๆน่าจะเข้าใจมาตั้งนานแล้วด้วยซ้ำ



“มึงเล่าให้กูฟังได้ไหม เรื่องจริงๆ เรื่องจริงๆที่มึงไม่ยอมพูด ถือว่าช่วยกูจะได้หรือเปล่า”  ผละตัวออกมาจ้องตามองมันนิ่งๆ ... ผมนึกถึงคำพูดของนักรบ  ผมต้องพิสูจน์ตัวเอง



“มึงจะพิสูจน์ตัวเองได้ไหม ว่ามึงเองก็คือผู้บริสุทธิ์”  รวมถึงไอ้กุ๊กด้วย...มันเองก็ต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยเหมือนกัน



มันที่ถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตามเดิมแบบเหนื่อยๆ



“กูไม่ได้เป็นคนสั่งให้ใครมาทำร้ายมึง ถ้าจะทำ ก็คงมีแต่ห้าม”



“ยังไง?”



“เฮ้อ...มึงคงรู้แล้วสิ ว่าไอ้โพดกับกูเป็นอะไรกัน” 



ผมพยักหน้าตอบไปหน่อยๆ “รู้...แต่ก็ยังไม่เข้าใจทั้งหมด ขนาดไอ้บินที่สนิทกับมึงเรียนมากับมึงตั้งแต่มัธยมมันยังไม่เข้าใจเลย แล้วกูจะเข้าใจได้ยังไง”



“ไอ้บินมันไม่เคยไปที่บ้านหลังนั้น มันเลยไม่รู้ว่าเป็นบ้านของกู เพราะจริงๆตั้งแต่ที่พ่อกับแม่กูหย่ากัน กูก็ย้ายออกมาอยู่คอนโดที่แม่กูซื้อให้ นามสกุลกูมึงก็คงรู้ว่ากูใช้เตชาธิปกร ไม่ใช่จันทรพิชิต เพราะกูเปลี่ยนมาใช้นามสกุลแม่ กูไม่ถูกกับพ่อก็เพราะเมียใหม่พ่อ กูไม่ชอบ มันเลว เลวเหมือนกันทั้งแม่ทั้งลูกนั่นแหล่ะ แต่เรื่องพวกนี้กูก็ไม่ได้เล่าให้ใครฟังมาก จริงๆมึงว่ามันเป็นเรื่องน่าเล่าหรอวะ เพราะงั้น ไอ้บินมันจะไม่รู้ก็ไม่แปลก”



“มึงบอกมึงย้ายออกมาจากบ้านนั้น แล้ววันนั้นมึงกลับไปทำไม”



“ถ้ากูบอกมึงว่า กูจะกลับไปจัดการไอ้โพดมึงจะเชื่อไหมล่ะ”  มันที่ว่าแบบนั้นแล้วกำมือแน่น พอพูดถึงข้าวโพดไม่รู้ทำไม ในแววตาไอ้กุ๊กก็เหมือนจะมีไฟขึ้นมาทันที



“โพดมันบอกกู...ว่ามึงชอบไอ้ทัพ”



“ทัพ?...พี่ทัพหน้าของมึง อาจารย์ทัพหน้าอ่ะนะ”



“อืม”



“สัด!”  มันที่ด่าออกมาแบบนั้น ก่อนจะยกเท้าไปถีบเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆดังโครมใหญ่  เดี่ยวมึง มึงใจเย็นโยม



“มึง...”



“นี่มึงคิดว่ากูชอบพี่ทัพของมึงหรอวะ ประสาท ฆวย! นี่คือเหตุผลที่มึงไม่ถามกูใช่ไหม ฟังปุ๊บเชื่อปั๊บ โอ้โหหห อารมณ์หึงช่างรุนแรง กูตบหัวมึงได้ไหมเมล”



“อย่าทำร้ายหนูเลยจ้า”



“ฆวยเถอะ ถ้ากูจะชอบนะ กูชอบไปนานแล้วเหอะ ประสาทชิพหาย พวกเพื่อนเฮงซวยนั่นก็คงเชื่อด้วยล่ะสิ”



“ไอ้อู๋มันชอบข้าวโพด มันก็เลย...”



“สัด หลงหลี โอ๊ะ ไม่สิ ไอ้โพดไม่มีหลีมีแต่ฆวยเล็กๆของมัน”



“ปากมึงเนี่ย”  ปากคอเราะร้ายเหลือเกิน แต่ไอ้กุ๊กก็คือไอ้กุ๊ก มันที่ทำแค่กอดอกแล้วยักไหล่ใส่แบบไม่สนใจอะไรเท่าไหร่



“ก็มันจริง ไอ้เวนนี่ตอแหลเก่งจะตาย พูดแล้วอยากเอาตีนขยี้หน้า กูบอกให้มึงระวังตัวตั้งกี่ครั้ง บอกไม่ให้เอามันมาอยู่ในกลุ่มพวกมึงก็ไม่ยอมเชื่อ”



“ก็มันน่าซื่อๆ เอ๊ะ....แต่ที่มึงพูดแบบนี้มึงหมายความว่าไง มึงจะบอกว่าโพด โพดเป็นคนส่งลูกน้องพวกนั้นมาทำร้ายกูหรอ”



“ยัง....ยังไม่รู้อีก มองจากดาวอังคารก็รู้แล้วไหม”



“ไม่อ่ะ ใครจะไปรู้ นี่มันชีวิตจริงนะมึง กูไม่ได้อ่านนิยายอยู่ กูจะได้เดาล่วงหน้าได้อ่ะ”



“กูอยากจะเขวี้ยงหนังสือนิยายใส่หัวมึง โง่นัก”



“แต่มึง เจ้าของร้านเค้าบอกว่าคนที่จ้างอ่ะ แต่งตัวเปรี้ยวๆลุคมั่นใจๆ คือมันเป็นไปแทบจะไม่ได้ที่ไอ้โพด....”



“มึงบอกให้กูพิสูจน์ตัวเองใช่ไหม กูจะพามึงไปพิสูจน์เอง ว่าไอ้โพดไม่ได้ใสขนาดนั้น”



“และที่สำคัญ....มันนั่นแหล่ะที่ชอบอาจารย์พี่ทัพหน้า



“มึง....”



“กูมั่นใจล้านเบอร์เซ็น มึงอาจจะว่ากูน่าสงสัยที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยบอกอะไรมึงเลย แต่เมล...การที่กูไม่เคยบอกอะไรมึงเลย กูเองก็ไม่เคยเอาเรื่องของมึงไปบอกที่บ้านกูเหมือนกัน มึงเชื่อกูเถอะ ไอ้โพดน่ะ...มันทำอะไรได้อีกเยอะ”



ผมจ้องตากับไอ้กุ๊กนิ่งๆ ก่อนจะพยักหน้าตกลงกับมัน



“คืนนี้กูจะไปพิสูจน์กับมึง”



“แล้วพี่ทัพจะอนุญาตหรอวะ? มันดึกนะ”



“เหอะ มันไม่สนใจไรกูหรอก มันมีคนที่น่าสนใจกว่ากูเยอะ คนที่สำคัญกับมัน แตกต่างจากกูน่ะ”



“นี่ซีนดราม่าใช่ไหม?”



“กูถีบมึงได้นะ”



“แหม่ เก่งขึ้นมาเชียวจ้า ตาบวมยังกับลูกมะนาว...กูพูดจริงๆนะเมล ออกมาเหอะว่ะ อย่าอยู่เป็นตัวเลือกที่เค้าไม่เลือกเลย” ผมฟังคำพูดของมันแล้วต้องเสตาหลบ ถอนหายใจหนักๆหนึ่งครั้งก่อนจะจ้องตามัน



“นี่ไง กูกำลังทำเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ... เรื่องบ้าๆนี่มันจะได้จบลงสักที”



หรืออย่างน้อย กูจะได้ไปจากมันได้สักที



...TBC...



สวัสดีปีใหม่ค่ะ ปี2019 ฮัลโหลลล


ขอเสียงคนอ่านหน่อยเร๊ววว ปีใหม่มาถึงแล้วคนอ่านเก่าๆของเรายังอยู่ไหมหว่า (เกาะขา) อย่าจากแคทไป!!

เปิดปีใหม่มา รู้สึกตัวเองไฟมอดจุงเบย ไม่รู้ว่าจะถูกใจแม่ยกคนอ่านทีมไหนๆไหม แคทรู้ว่าไม่สามารถทำให้

คนอ่านทุกท่านถูกใจได้ แต่แคทหวังว่าทุกท่านจะชอบไม่มากก็น้อย และอยู่ด้วยกันไปจนถึงตอนจบนะคะ

ปล. แม่น้องโอโม่ เอ้ย แม่น้องเมลคัมแบล็คคคค

ปล.2 อิพี่รักรบต้องโดนแล้วล่ะ ฉันจะฟ้องน้องฝาว่าเธอมาแทะโลมน้องเมล แหมมมมมมมม  :mew1: :pig4: :call:


ออฟไลน์ ursleepingxd

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
น้องฝาบอกว่าไม่สนใจเพราะไล่พี่รบออกจากบ้านแล้วจ้าาา 5555555555555 :hao7:

เนี่ยสิ ถึงจะสมเป็นน้องกุ๊ก ความหวังหมู่บ้านอันดับหนึ่งของพรี่

ออกมาทั้งหมดเลย ทั้งกุ๊กทั้งเมล ปล่อยพวกโง่ให้โง่กันต่อไป

ขอให้ณราชาฟื้น ทัพหน้ากลับไปอยู่กับเมีย จบปิ๊ง น้องเมลน้องรี่น้องหลง มาหาพี่มา พี่จะดูแลเอง

ตอนนี้มีน้องหลงแล้วววว  :katai2-1:

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
เอาาาแล้วววเริ่มภารกิจพิชิตความจริง เออออเอาให้หงายเงิบกันไปให้หมดเลยไม่ว่าใคร หึ!! ขพ.ร้ายกาจมากทำได้ทุกอย่างขัดขวางทุกคนสินะที่เขาชอบ เมลก็ดันมาได้จังหวะผิดพอดี เพราะงี้สินะ หรือป่าว? ต้องสืบๆ แต่ระวังตัวกันหน่อยนะเมล โรคจิตด้วยรึป่าวก็ไม่รู้ เอาใจช่วยพร้อมกับพวกไอ้พี่รี่และน้องหลง คึคึ! //"อย่าอยู่เป็นตัวเลือกที่เค้าไม่เลือกเลย" ชอบประโยคนี้หวะ กระแทกใจเมลสุด จะรอดูความสายเกินไปของไอ้พี่ทัพ จะได้เห็นหรือป่าวก็ไม่รู้นะเพราะนี่ก็รักเขามากมาย อยากให้ณราชาฟื้นจนหายดี เอาสิทัพ เอาสิ จะเลือกยังไง หึหึ!! อีกคนรับความเจ็บปวดมาตลอด รับอีกแล้วแยกจาก หากว่าเลือกเขา จะเป็นไรไป แต่แกนะสิ หึหึ ขาดเขาได้หรออออ 555555555 เอาเด่ แต่ก็นะอาการณราชาแย่แบบนี้ จะรอดไหมเนี้ย!! รอดูๆ //คนแบบนักรบน่ากลัวที่สุดแล้ว ใช้สมองมากกว่าอารมณ์ สแกนแปปเดียว แม่งเข้าใจและรู้เลยอะไรเป็นอะไร ฉลาดชิบหายแต่กวนตีนโคตรๆ 5555 //ดีแล้วปรับความเข้าใจกัน คืนดีกัน รักษามิตรภาพเพื่อนไว้ให้ดีนะเมล-กุ๊ก พวกนั้นก็รอให้ความจริงปรากฎค่อยหายโง่ ชิ!! //ไปเลยจร้า จัดไปคืนนี้ไปพิสูจน์กันว่ามันเป็นคนยังไงกันแน่ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนละเรื่องนี้ สืบเองนักเลงพอ 5555555 //ว๊ายตายแล้วไอ้พี่รี่คือสนิทกันแล้วใช่ไหม ญาติดีกันแล้วสินะ ถึงมาเป็นห่วงเมลแบบนี้ น่ารักหวะ ทั้งคู่เลย 5555 โอ้ยยยยยอ่านจบปุบก็อยากอ่านต่อแล้วววว สนุกกกกกกกกกก รอดูตอนหน้าจะเกิดไรขึ้นบ้าง ไอ้พี่่ทัพไพโบล่าร์จริง เดี๋ยวๆรอเดี๋ยว ไม่นาน(มั้ง) เกลียดกันมากใช่ไหม หึหึ 555555 //ขอบคุณนะคะที่แต่งและอัพเรื่อยมา แต่งดีแล้วค่ะ รอรอรอรอตอนหน้า :) ปากำลังใจ ^____^
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-01-2019 04:45:03 โดย blove »

ออฟไลน์ Piggyyoungy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 22
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
อยากรู้กุ๊กจะพาเมลไปพิสูจน์ที่ไหน
ทัพหน้ากลับมาไม่เจอเมลจะเป็นไง
ลงตอนต่อไปเลยได้ไหม...ของขวัญปีใหม่ 555

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ



บทที่18.1
               



สรุปแล้ววันนี้ผมก็ไม่ได้เข้าเรียน ผมชวนไอ้กุ๊กออกมาจากมหาลัยหลังจากที่เราตกลงกันได้  และโดดขึ้นรถของไอ้กุ๊กมาโผล่ที่คอนโดของมันแทน รีบออกมาจากมหาลัยไวยิ่งกว่าคนหนีหนี้ ขืนอยู่รอจนเลิกก็ต้องเจอพี่ธรกันพอดีน่ะสิ



“หาชุดให้กูด้วยไอ้กุ๊ก”



“เออๆ จริงๆมึงอยากใส่ตัวไหนก็หยิบไปใส่เลย แต่อย่าเอาชุดที่แรดมาก กูไม่อยากถูกพี่ทัพฆ่า”



“มันจะมาฆ่ามึงทำห่าไรล่ะ พูดไปเรื่อย”



“แหม่ๆๆ ก็อาจจะมาฆ่ากูในฐานะที่พาเมียเค้าหนีเที่ยวไงไอ้สาด” 



หันไปมองหน้ามันที่ยิ้มร่าเริงมาให้ ยกนิ้วกลางใส่แม่ง ไอ้กุ๊กที่แค่หัวเราะเอิ๊กอ๊าก แล้วเดินไปหาอะไรกินในตู้เย็นต่อ   



“กูไม่ใช่เมียมัน”



“แล้วที่มึงโดนเยอยู่ทุกวันนี่คือ”



“ตุ๊กตายาง”



‘พรูด’



ตอบมันออกไปแบบนั้น ไอ้กุ๊กก็สำลักน้ำพ่นออกมาทันที หันไปมองมันพร้อมทำหน้าเหยเกใส่ สกปรกจริงๆ



“แค่กๆ พูดเหี้ยอะไรเนี่ยไอ้เมล”



“ก็แค่พูดเรื่องจริง กูไม่เคยเป็นอะไรสำหรับมันอยู่แล้ว หรือถ้าเป็น มากสุดก็แค่ตุ๊กตายางที่มีไว้ให้มันปล่อยน้ำใส่ก็แค่นั้นแหล่ะ”



ไอ้กุ๊กที่มองมาทางผมแล้วถอนหายใจออกพรืดใหญ่  มันที่มองมาทางผมด้วยสายตาเป็นห่วงปนสงสาร แต่ผมไม่อยากจะเห็น ก็แค่ลุกแล้วเดินเข้าไปในห้องนอนมัน  คอนโดไอ้กุ๊กอยู่ถือได้ว่าราคาแพงพอสมควร มีห้องรับแขกแยกส่วนกับห้องครัวชัดเจน มีพื้นที่ตรงระเบียงที่เอาโต๊ะไปตั้งนั่งเล่นตรงนั้นได้ และมีห้องนอนสองห้อง ห้องนึงมันเอาไว้เก็บหนังสือการ์ตูน ผมที่ถือวิสาสะเปิดตู้เสื้อผ้ารื้อหาชุดของไอ้กุ๊ก ไอ้กุ๊กเป็นคนรสนิยมดีและรวยมาก ถึงพ่อแม่มันจะหย่ากันแต่แม่ของมันก็เป็นเจ้าของร้านเพชร เพราะฉะนั้นเรื่องการแต่งตัวก็คือน้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ ดูดีจนสาวเหลียว ผู้ชายมองก็ยังเสียว ผมพูดเลย



หยิบเสื้อเชิ๊ตสีครีมอ่อนๆเนื้อผ้าสบายๆออกมาใส่เข้าคู่กับกางเกงยีนส์ขาเดฟขาดเข่าของมันตัวนึง ตั้งใจจะปิดตู้เสื้อผ้ามันแล้ว แต่สายตาดันไปสะดุดกับอะไรสักอย่างตรงชั้นบนของตู้ที่ยื่นๆออกมา  ไม่ได้อยากเสือกแต่มันเตะตามากจนต้องดึงลงมาดู  ...



มันคือรูปภาพสมัยไอ้กุ๊กอยู่ม.ปลาย เป็นรูปของไอ้กุ๊กกับไอ้บินที่กอดคอกันถ่ายรูป ดูเหมือนจะเป็นรูปตอนวันปัจฉิมนิเทศน์ตอนม.6 พวกมันสองคนยิ้มกว้าง ต่างกันตรงที่ไอ้บินยิ้มกว้างๆใส่กล้อง แต่ไอ้กุ๊กหันไปยิ้มกว้างๆให้ไอ้บิน มันไม่ได้มองกล้องด้วยซ้ำ แต่นั่นกลับเป็นรอยยิ้มที่มันยิ้มทั้งหน้าทั้งปาก เหมือนว่ามันกำลังมีความสุขมากๆ เป็นความสุขในแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน พลิกรูปไปด้านหลัง มีข้อความสั้นๆเขียนไว้ด้านหลังด้วยลายมือที่ผมจำได้ดี



‘ถ้ากูได้เป็นรอยยิ้มของมึง แบบที่มึงเป็นรอยยิ้มของกูมันก็คงดี ถ้ามีสักวันที่มึงหันมามองกูบ้าง...มันก็คงจะดีเหมือนกัน’



ลายมือไอ้กุ๊ก



เชี่ย!



อยากอุดปากแล้วกรี๊ดดังๆ อยากจะโทรไปครวญคร่ำกับไอ้อู๋เดี๋ยวนี้ อยากยกมือขึ้นทาบอกแล้วตะโกนออกมาว่าแม่ย้อย!! นี่ไอ้กุ๊กชอบไอ้บินหรอวะ ใจผมสั่นตึกตักๆเลยตอนนี้ ไม่คิดว่าที่ผมกับไอ้อู๋ชอบล้อพวกมันมาตลอดสี่ปีว่าผัวเมีย ไม่คิดว่ามันจะมีความเกินเพื่อนกันเกิดขึ้น โอ้วมายก็อต!!



“ไอ้เมล เสร็จยังวะ!”



“เชี่ยๆๆๆ” 



รีบโยนรูปมันเข้าไปในตู้ทันทีเลยตอนนั้น ต้องทำตัวนิ่งๆไม่ติงไหว จะมีพิรุธไม่ได้ จะให้ไอ้กุ๊กรู้ไม่ได้เลยว่ากูรู้แล้ว



‘แกร๊ก’



“ทำไรอยู่วะ ได้ชุดที่ไม่แรดยัง”



“ได้แล้วๆๆๆๆ”  ไม่ๆ กูจะไม่มีพิรุธ อย่าเหล่ซ้ายมองขวา ฮึบไว้ไอ้คาราเมล



“เป็นห่าอะไรของมึงวะ ลอกแล่กจังเลย”   ไอ้กุ๊กที่มองมาที่ผม มันกอดอกพร้อมหรี่ตามอง



“บ๊า มึงอ่ะคิดมาก”   ชิพหาย กูลอกแล่กหรอวะ นิ่งสิๆๆๆ เสียงสูงเกิ๊น



“ไหนหันมาดิ๊ เออ ชุดไม่แรด แต่มึงแรด”



“มึงสิแรดไอ้เพื่อนเหี้ย” 



อยากจะด่าออกไปว่ามึงสิแรดมึงรักไอ้เหี้ยบิน แต่คือเบรคไว้สุดตีน นิ้วจิกพื้นกันไปเลย ห้ามพูดออกไป พูดออกไปไม่ได้...เพราะอะไรน่ะหรอ ไอ้บินกับไอ้กุ๊กแม่งเป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน และถ้าเข้าอิหลอบนี้คือไอ้บินไม่รู้แน่นอน เกิดแม่งรู้แล้วไม่โอเค ตัดเพื่อนกันไป มึงเอ๊ยยยย



“แล้วนี่มึงเป็นไรไอ้เมล หลุกหลิกจังวะ”



“เปล่าเว้ยยยย กูปวดฉี่”



“มึงก็ไปเข้าห้องน้ำสิวะ หรือมึงจะให้กูไปช่วยถือให้ ได้นะ” 



ว่าแบบนั้นก่อนจะเดินเข้ามาใกล้แล้วยื่นมือเข้ามาหาเมลน้อยๆของผม  กูนี่ผวาเอามือยกขึ้นปิดนมกันเลยทีเดียว เดี๋ยวนะ กูควรปิดข้างล่าง



“โว้ยย พอ มึงนี่เป็นรับแต่ออกผัวหรอวะ”



“รับพ่อง เดี๋ยวกูเสียบให้”



“เชี่ย! น่ากลัวววววว”



“ไปๆ จะไปดื่มน้ำปัสสาวะอะไรของมึงก็รีบไป แล้วนี่โอเคขึ้นไหม ไข้มึงอ่ะ”



“ดีขึ้นแล้ว กูไม่ปวดหัวแล้วอ่ะ สงสัยเพราะได้นอนแถมอาจารย์หมอยังฉีดยากูด้วย เจ็บชิพ”  มันพยักหน้าตอบรับหน่อยๆ ก่อนจะหันดูเสื้อผ้าของมันที่อีกตู้แทน  ผมถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะปิดตู้เสื้อผ้าตรงหน้าเบาๆ ทำไมชีวิตกูมันมีเรื่องราวซับซ้อนจังวะ เรื่องตัวเอง แล้วก็เรื่องเพื่อนอีก



...



“ทำไมถึงเป็นผับวะ”



“ก็มันชอบไปแรดที่ผับไง มึงอยู่ใกล้ไอ้บินมากมึงเลยโง่ตามหรอวะ” 



ไอ้กุ๊กปลายตามาด่าผมตอนที่มันตบไฟเลี้ยวรถเข้าไปในผับแถวทองหล่อ เป็นผับชื่อดังที่คนดังชอบมาเต้นสีๆกัน



“แล้วทำไมมึงรู้”



“ก็เพราะกูเคยมาไงเลยเคยเจอมัน แถมที่บ้านพ่อกูก็รู้กันดีว่าอิคุณโพดชอบเที่ยวกลางคืนจะตาย จ่ายนิดจ่ายหน่อยก็รู้แล้วว่ามันจะไปไหนมาไหน”   จ้า พ่อคนมีเงิน....ไอ้กุ๊กว่าแบบนั้นทำจีบปากจีบคอตอนที่พูดถึงไอ้โพด



“มึงมากับใครวะ ทำไมกูไม่ได้มา”



“มากับ...ไอ้บิน”



มันตอบออกมาแบบนั้นด้วยเสียงที่ไม่ดังมาก ติดจะชะงักหน่อยๆตอนบอกว่าเป็นไอ้บิน อ๋ออออออออ  กูนี่อยากจะร้องอ๋อออกมาดังๆแบบล้อเลียน แต่ทำไม่ได้ต้องฮึบไว้ในใจ ที่แท้พวกมึงก็เคยแอบมาเที่ยวกันแบบไม่ชวนกูสินะๆๆๆ อยากล้อมัน แต่แค่เรื่องของตัวเองตอนนี้ก็กำลังซีเรียสเลยต้องเงียบปากไว้ก่อน ... ผมพยักหน้าให้มันแบบเข้าใจ พวกเราลงจากรถแล้วเดินเข้าไปด้านใน  ไอ้กุ๊กที่เป็นคนเดินนำขึ้นไปที่ชั้นสอง



“มานั่งตรงมุมนี้ ไอ้โพดมันไม่มีปัญญาขึ้นมานั่งบนนี้หรอก”



“มึงรู้ได้ไง”



“ก็เพราะมันไม่มีเงินพอจะจ่ายโซนวีไอพีไง ปกติถ้ามันมามันก็จะไปยืนแรดอยู่ตรงหน้าเวทีนู้น” 



ว่าแบบนั้นพร้อมทำปากยื่นปากยาว ไอ้กุ๊กหันไปสั่งคอกเทลง่ายๆมาสองแก้ว เพราะพวกเราไม่ได้กะมาเมาแต่กะมาจับผิดคน วันนี้เลยขอเบาๆให้พอไม่เป็นที่สงสัยก็พอ



“มึงชัวร์? คนแบบมันเนี่ยนะจะมาเที่ยวแบบนี้”  จริงๆก็ยังสงสัยว่ามันจะเป็นไปได้หรอวะ



“มึงรอดูละกัน อย่าตกใจจนช็อคไปล่ะ กูล่ะอยากจะฉีกกระชากไอ้เวรนี่มานานละ” 



ไอ้กุ๊กที่พูดแบบนั้นพร้อมหักข้อนิ้วตัวเองเตรียมพร้อม  เดี๋ยวนะ คือมึงดูเกลียดมันมากกว่ากูไปอีกนะ



จังหวะดนตรีหนักๆที่ดังเร้าใจขึ้นเรื่อยๆตามเวลาที่เดินไปเรื่อยๆ จนเวลาประมาณห้าทุ่มได้ ไอ้กุ๊กที่นั่งอยู่ข้างๆก็ถองสีข้างผมจนต้องนิ่วหน้า



“อะไรวะ”



“นั่นๆๆๆ แหกหนังตามึงดูไอ้เมล นั่นๆ” 



มันที่ว่าแบบนั้นพลางผลุบหัวลงแนบโซฟาแต่มือก็ยังชี้ไม่หยุด เห็นแบบนั้นเลยต้องทำตามมันบ้าง มองลงไปที่ชั้นล่างฝั่งด้านข้างของเวที มีคนกลุ่มใหญ่ที่รวมตัวกันอยู่ตรงนั้น ร่างเล็กๆในเสื้อกล้ามสีขาวด้านข้างผ่ายาวจนกูคิดว่ามึงควรถอด ใส่คู่กับกางเกงขาสั้นและโยกย้ายส่ายเอวไปตามเสียงเพลง มือเล็กที่ปกติผมจะคุ้นเคยเห็นมันมักจะเอามือดันกรอบแว่น แต่ตอนนี้มันกลับกำลังชูแก้วเหล้าขึ้นสูงและส่งเสียงโห่แซวร้องไปกับเสียงเพลง ด้านหลังของมันมีผู้ชายตัวสูงๆที่ผมไม่รู้ว่าเป็นใครกำลังกอดเอวบางๆที่ร่อนไปมาเพื่อสีกับหรรมของไอ้นั่นอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ คือ เอ่อ...



“อึ้งไหมล่ะมึง หึ”



“เชี่ย จริงหรอวะ”



“ไม่จริงมั้ง นั่นคงเป็นผีไอ้โพดมั้ง ผีแรดผีตอแหลไง” 



หันไปมองหน้าไอ้กุ๊กก่อนจะกระพริบตาปริบๆแบบอึ้งๆ ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองกับภาพที่เห็นในตอนนี้ นี่มันไอ้โพดจริงๆหรอวะ ไอ้แว่นที่ชอบทำตัวติ๋มๆยิ้มน้อยๆเดินไปเดินมากับกลุ่มพวกเราจริงๆหรอวะ



“มึงยกมือถือมาถ่ายเร็วๆเลย” 



ไอ้กุ๊กที่สะกิดบอกยิกๆ กูนี่หยิบมือถือรุ่นแพงมาซูมแล้วถ่ายไว้รัวๆเลย มันคงจะดีกว่านี้อ่ะถ้ามือถือมันดักฟังเสียงจากระยะไกลๆได้ แต่ก็นั่นล่ะ มันไม่ได้เลยไม่รู้ว่าไอ้โพดมันคุยระริกระรี้อะไรอยู่ตรงนั้น



“โอ๊ะ...” 



เสียงร้องที่ดังขึ้นมาจากด้านหลังของพวกเราทำเอาผมต้องขมวดคิ้ว ก่อนจะค่อยๆหันไปมองและต้องค่อยๆเบิกตากว้างขึ้น

“ตั๊ยแหล่วว คุ๊นจุงกะเบย น้องหวานๆคนนั้น น้องเมลนี่นา” 



เสียงจีบปากจีบคอที่มาพร้อมสายตาพราวระยับจากร่างใหญ่ร่างโตที่ผมไม่ได้เจอหน้ามาซักพักแล้ว



“ฮายค่าาา”  ฉีกยิ้มหวานๆพร้อมโบกมือทักทายกูไปอีก  ชัด...ชัดเลย



“อิพี่ดาบ!”



“ดานี่ค่ะอินี่!”


...

50%


ก่อนอื่นแคทขอโทษที่มาลงได้เพียงเท่านี้ คนอ่านอาจจะอยากด่า อาจจะอยากเท อาจจะรำคาญ อาจจะโมโห อาจจะไม่อยากเม้นท์ อาจจะไม่อยากอ่าน และอาจจะอีกหลายๆเหตุผล จริงๆแคทพยายามแล้วที่จะเขียนให้ได้มากกว่านี้ แต่ว่า...ตอนนี้สภาพจิตใจแคทไม่สู้ดีเท่าที่ควร

แคทต้องขอโทษจริงๆนะคะ .... บางครั้ง การเจอสถานการณ์ที่อยู่ๆเราก็ต้องจบความสัมพันธ์กับคนที่เป็นเหมือนครึ่งชีวิตเรามาตลอด8ปี มันก็เกินกว่าจะทำใจให้ดีได้จริง

แต่แคทสัญญาว่าจะไม่ทิ้งนิยายเรื่องนี้ ในอาทิตย์หน้าแคทก็จะยังมาต่อ แต่ขอโทษมากๆจริงๆที่มาน้อยแบบนี้

ขอโทษและขอบคุณมากๆค่ะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-01-2019 18:43:34 โดย Yoghurt »

ออฟไลน์ Piggyyoungy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 22
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
รอค่ะ ดานี่จะโทรไปฟ้องทัพหน้าไหม

ออฟไลน์ ursleepingxd

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ีไม่เป็นไรค่ะคุณแคท พักผ่อนนะคะ เรารอได้ ขอโทษที่มาอ่านแล้วก็ตอบช้านะคะ ระหว่างนี้คุณแคทไปพักทำใจให้สบายนะคะ แงงง ไม่รู้จะช่วยยังไงดี ; - ; ,แต่เรารอได้จริงๆนะคะ

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
5555555 พี่ดานี่ค่ะพี่ดานี่ อุต๊ะ! เมลอย่าเผลอเรียก พี่ดาบแบบนั้น ไม่งั้นจะโดนแข้งฟาดคอ ขอบอกเลย 55555 นี่ไงสืบจากพี่ดานี่เลย เขาต้องรู้อะไรบ้างละ ยกเว้นก็แต่อีพี่ทัพห้ามบอกใครไว้อะนะ //เห็นชัดแล้วไหมละ ตัวจริงไม่อิงสแตนอิน ข้าวโพดไงจะใครละ ร่อนพลิ้วเชียว อยากให้ไอ้พวกอู๋+บินมาเจอเด้ คือสิช็อค หึหึ ฮ่าๆ //อ่าาาาาในที่สุดเมลก็รู้ว่ากุ๊กแอบรักบิน ก็รอแต่เจ้าตัวละที่ไม่รู้อะไรเลย ไม่ยอมรับใจตัวเอง ชิ!! สายไปจะไม่ว่าเลย!!! //เอาละเริ่มแผนการสืบเลยต่อจากนี้ ลุ้นๆ ขอนั่งจับตามองใกล้ๆนะ 555 มา 50% ก็ยังสนุกกกกกกกกก ขอบคุณมากที่แต่งและมาอัพนะคะ ในส่วนที่เหลือและตอนต่อไปก็รอเหมือนเดิม แค่รู้ว่าไม่เทก็พอแล้วค่ะ จะนานเท่าไหร่ไม่ว่า เพราะยังไงก็รอติดตามเหมือนเดิม ชอบไปแล้ว ^____^ //ใจเย็นๆนะคะคุณแคท ไม่ว่าจะเจอกับอะไรมา รีดเดอร์คนนี้ก็เชื่อมั่นว่าคุณผ่านมันไปได้แน่นอน เพียงแต่ต้องใช้เวลาเป็นธรรมดา จะนาน/สั้น ก็แล้วแต่คน ไม่วอรี่ แต่ยังไงซะเราก็ต้องผ่านมันไปแน่น๊อน อ่อนแอไปบ้างแล้วก็ขอให้เข้มแข็ง ฮึบสู้ ฮึบๆไว้นะคะ ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ  มาๆกอดๆค่าา (:

ออฟไลน์ maxtorpis

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1442
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-4
หนุกมาก

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ

บทที่18.2


​(ต่อ)


ร่างสูงที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ๊ตสีขาวธรรมดาๆปลดกระดุมคอลงมาจนเห็นแผงอก และใส่กางเกงยีนส์เข้ารูปธรรมดา เซ็ตผมและแต่งหน้ามาไม่หนักแบบทุกครั้งที่เคยเห็น โอ้พระเจ้า...นี่มันผัวพี่ดาบแล้วโว้ย



“พี่ดาบ”



“ยังอีกอิเด็กนี่ เอ๊ะ...” 



ว่าออกมาแบบนั้นแล้วยกมือขึ้นเท้าสะเอว หน้าตาพร้อมด่ามากๆ แถมเสียงสองก็แว๊ดมาอีกจนผมและไอ้กุ๊กต้องเบ้หน้า แต่เสียงแว๊ดๆนั่นก็ต้องเงียบเสียงไป เมื่อเสียงของผู้มาใหม่ทำให้พี่ดาบต้องชะงักปากและหดมือออกจากการเท้าสะเอว



“เห้ยไอ้ดาบ ทำไรอยู่วะ” 



ผู้ชายรูปหล่อขาวตี๋หน้าตาดีจนคิดว่าเป็นบอยแบรนด์เดินเข้ามาตบไหล่พี่ดาบ และมีอีกสองสามคนที่เดินตามเข้ามาด้วย มองเห็นไอ้พี่ดาบที่ตอนนี้ลอบกลืนน้ำลายนิดๆก็จะหันไปตอบ



“โอ๊ะ ... พวกมึงไปก่อนเลย กูเจอน้องขอทักแป๊บ”



“น้องไหนอยากใส่ใจครับเพื่อน แหม่ะ ไอ้เสือ”



“ไม่เสือกกับกูไอ้เอิร์ธ ไปๆไอ้มีนไอ้เอิร์ธไอ้จินมึงกลับโต๊ะมึงไปก่อนไป เสือกเก่ง”



“หวงว่ะ”



“ไป เดี๋ยวกูถีบยอดหน้าให้ไอ้พวกสัด” 



พี่ดาบที่ว่าแบบนั้นออกมาเสียงดุ สายตาคมที่ปลายตามองแรงใส่เพื่อนๆที่ตอนนี้ทำแค่ยกมือยอมแพ้แล้วยิ้มขำๆแล้วพากันเดินหนีออกไป  ผมมองพี่ดาบแล้วอ้าปากค้างอย่างอึ้งๆ เหยดโด้โคอาร่ามาร์ช ... นี่ไม่ใช่ตุ๊ดแล้ว ผัวมากๆ ผัวแน่ๆไอ้บ้าเอ๊ย



“เฮ้อออ ต๊าย กูจะตายเอาอิพวกเพื่อนสาระแน๊”  อะ....กูหมดฟิลลิ่งมากๆ



ตอนที่พี่ท่านยืนเก๊กหน้าเข้มใส่เพื่อน พอเห็นเพื่อนเดินออกไปแล้วยกไม้ยกมือกรีดกรายเอามือลูบอกแบบขวัญเสีย ... อะ กูเนี่ยที่จะประสาทเสีย คืออะไร๊



“อะ หนูๆลุกขึ้นนั่งเก้าอี้กันดีๆจ๊ะ พวกผู้แร้งทึ้งมันไปกันแล้ว ว่าแต่น้องเมลๆของพี่มาทำอะไรที่นี่คะ เฮียทัพปล่อยมาได้ยังไงอยากจะทราบ” 



ว่าจีบปากจีบคอกรีดกรายเบอร์ใหญ่ก่อนจะทรุดตัวใหญ่ๆลงนั่งที่โซฟาอย่างเป็นกันเอง คือเมื่อกี้มึงแมนมาก เหมือนผีพี่ดาบอกจากร่างไป



“ไม่เจอกันนานเลยนะพี่ดา เอ่อดานี่”



“ใช่สิจ๊ะ ก็ไอ้สัดพี่ปืนมันส่งคนสวยๆแบบเจ๊ไปต่างประเทศ เหยดครก พูดแล้วกูขึ้นอยากกระทืบแม่ง โอ๊ะ อุ้ย คนสวยๆจะไม่อาฆาตอ่ะโน๊ะ” 



ผมกับไอ้กุ๊กมองหน้ากัน สายตาของมันที่ผมอ่านได้ว่า ไอ้พี่บ้านี่สติดีใช่ไหม จริงๆกูเองก็ไม่คิดว่ามันสติดีเท่าไหร่หรอกนะเอาจริงๆ



“ว่าแต่ยังไงจ๊ะน้องหนูเมลหวานๆของพี่ดานี่ สรุปมาทำอะไรที่นี่ อ๊ะ อย่าโกหกนะ จะโทรหาเฮียทัพบัดเดี๋ยวนี้เลย”



 จีบปากจีบคอมองหน้าผมพร้อมหรี่ตาเจ้าเล่ห์ สายตาคมๆของพี่ดาบที่มองมาแล้วยกยิ้มมุมปาก แม่ง รู้สึกร้อนหน้าจนต้องเสหน้าหลบ



“ผมแค่มาตามหาความจริง”



“ความจริงอะไรจ๊ะหนู บอกๆอยากรู้ๆจ๊ะ”



“อยากรู้หรืออยากเสือก” 



ไอ้กุกที่ว่าออกมาแบบนั้น ทำเอาพี่ดาบหันหน้าไปมองแรงทันที สายตาคมๆของพี่มันที่พร้อมจะอ้าปากด่า แต่ก็ไม่ยอมด่าออกมา พี่ดาบที่แค่มองไล่สายตาจากหน้าผากมาที่ตาจมูกและปากของไอ้กุ๊กช้าๆ



“มองเชี่ยไรแบบนี้เนี่ยพี่!”



“เปล๊า เพื่อนน้องหนูเมลหรอคะ มีเพื่อนน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนตัวเองเลย ชื่ออะไรเอ่ย?”



“สาระแน” 



ไอ้กุ๊กที่ว่าออกมาแบบนั้นเบาๆให้ผมได้ยินคนเดียว แล้วมันก็เลือกที่จะเบี่ยงตัวหลบหลังสิงผมแทน เอาเว่ย ครั้งแรกเลยที่กูได้เห็นไอ้กุ๊กหนีแบบนี้ มองไปที่พี่ดาบที่ยังมองมันไม่เลิก ริมฝีปากของอีกฝ่ายที่ยกยิ้มเหมือนถูกใจหน่อยๆ เดี๋ยวๆๆ...ไอ้พี่! ไอ้ตุ๊ดปลอม!



“พี่ดาบ เลิกมองเพื่อนผมแบบนั้นนะ”



“กรี๊ดดด ถ้าไม่ใช่น้องเมลพี่ตบนะคะ ดานี่ๆๆๆอิพวกนี้นี่ จำ! ชิ”



“ครับๆรู้แล้วๆครับเจ๊ดานี่”



“ค่อยยังชั่ว”  ว่าแบบนั้นแล้วทำมือกรีดกราย แต่สายตาแม่งอย่างเสือ โว้ย



“ว่าแต่จะมาตามหาความจริงอะไรคะ ช่วยไหมๆ”



“ผมมาตามหาความจริงว่า วันนั้นใครมันส่งคนมาทำร้ายผม เอ๊ะ...จริงสิ ไอ้แจบอกว่าพี่เห็นหน้าคนบงการ”  เหมือนสมองถูกเปิดไฟสว่าง



“ใช่ค่ะ เจ๊รู้เจ๊เห็นนะคะ หน้าแรดมากหน้าตบสุด แต่วันนั้นพุ่งออกไปจับไม่ทันมันไปก่อน ไวนัก” 



ว่าแบบออกรสออกชาติ แล้วผมก็ต้องหันไปมองทางไอ้กุ๊กอีกครั้ง ถ้าพี่ดานี่จำได้ แล้วไม่พูดว่าเป็นไอ้กุ๊ก ... แสดงว่า



“ไม่ใช่ไอ้นี่ใช่ไหมพี่” 



เบี่ยงตัวหลบแล้วชี้ไปที่ไอ้กุ๊ก มันที่ตาเบิกกว้างมองผมอย่างตกใจนิดหน่อยก่อนจะกรอกตามองผมแล้วถอนหายใจหนักๆ



“หื้มมมม ไหนๆ ขอดูชัดหน่อยได้ไหมคะ” 



ว่าแบบนั้นแล้วก็ก้าวพรวดมาใกล้ทันที ผมที่ลุกขึ้นไปนั่งที่โซฟาอีกตัวแทน ไอ้กุ๊กผวาเฮือกเลยในตอนนั้น เห้ยๆ มึงจะตกใจทำไมวะเพื่อน



“เชี่ยเมล กูจะฆ่ามึงงงง กูบอกว่ากูไม่ได้ทำๆไง เห้ยๆไอ้เชี่ยเจ๊ มึงเอามือออกจากเอวกูนะสัด”



“เงียบๆสิคะ ไหนขอเจ๊ดูหน้าหน่อยเร๊ว ต้องมองชัดๆค่ะ มองไม่ชัดมันไม่แน่ใจ๊ หึ”



หึเดียว เสียวไปยันสันหลัง



พี่ดาบที่เสือกตัวเข้าไปนั่งใกล้ไอ้กุ๊กพร้อมเอื้อมแขนไปดึงเอวของไอ้กุ๊กเข้ามาใกล้ ฝ่ามืออีกข้างที่เอื้อมไปจับปลายคางของไอ้กุ๊กให้ช้อนมามองหน้าตัวเอง  คำพูดคำจาเสียงสองสวยๆ แต่สายตาคมที่มองจ้องไปที่เพื่อนผมในตอนนี้วาววับแปลกๆ ริมฝีปากหยักที่กระตุกยิ้มมุมปากแบบชอบใจ  เอ่อ...



“หึ น่ารักดี”



“เชี่ยพี่มึง!”



‘พลัก’



“อ๊ายยย เจ็บนะคะ เจ๊เจ็บๆ งื้อ” 



ไอ้กุ๊กที่ยกตีนขึ้นยันพี่มันออกไปไกลๆ แล้วกระโดดพรวดมานั่งข้างตัวผมทันที  เอิ่ม...



“สัดเมล ไอ้เพื่อนเชี่ย”



“ก็แบบต้องการความแน่ใจไงมึง ก็มึงบอกจะพิสูจน์ตัวเองไง แหะ” 



ยิ้มอ่อนให้แม่งเลย พี่ดาบที่ลุกขึ้นจากพื้นมองตรงมาด้วยสีหน้าโกรธๆ  ผมนี่รีบลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปหาเลย



“เพื่อนผมมันขี้ตกใจไงพี่ ขอโทษทีนะๆ” ว่าแบบนั้นพร้อมตบอกแกร่งไปที สายตาคมที่ดูจะหงุดหงิดก่อนหน้านี้เปลี่ยนเป็นอ่อนทันที



“ก็ได้ ถือว่าเห็นแก่น้องเมลคนสวยๆของเฮียทัพนะคะ ไม่อย่างงั้นล่ะก็ หึ”   



ว่าแบบนั้นออกมาแล้วมองเลยไปที่ไอ้กุ๊กอีกหนึ่งที กูนี่เผลอกลืนน้ำลายเลย กลัวแล้วจ้า ไอ้พี่แม่งร้ายกันหมดตระกูลเลยไหมวะ



“แต่ว่า เจ๊จำได้นะจ๊ะ ไม่ใช่น้องคนนี้หรอก คนที่สั่งอ่ะเหมือนสก๊อยหน่อยๆ เจ๊นี่จำหน้าได้แม่นเลย ไม่ใช่มันสวยนะคะ มันแรดจ้า แต่ลูกน้องเยอะ สั่งเก่ง น่าโมโหที่สุดก็ตรงกล้ามาสั่งการในร้านกูค่ะ แถมยังจะมาจัดการพี่น้องกูอีก พูดแล้วเลือดมันขึ้น” 



กำมือแน่นแล้วพูดแบฮึกเหิม เลือดสายรุกมันขึ้นสินะพี่มึง แต่ไม่พูดออกไปหรอก กลัวพี่มันจับตี



“เจ๊ดานี่ ช่วยอะไรผมหน่อยได้ไหม”



“หื้ม ช่วยอะไรคะน้องเมล”



“เอาหูมานี่”



“หื้ม อ่อยหรอวะคะ”



“สักที!”



“ดุจุง กลัวจัง มามะๆ” 



ว่าแบบนั้นแล้วก็เลื่อนหน้าไปกระซิบข้างๆหูของคนร่างสูงที่แค่นั่งนิ่งๆแล้วรับฟัง ... หวังว่าแผนนี้จะกระชากหน้ากากของคนบางคนออกมาได้บ้างล่ะนะ



.

.

.




“ไอ้เมล มึงแน่ใจจริงๆนะว่าจะให้ไอ้พี่บ้านั่นไปจัดการ” 



ไอ้กุ๊กที่กระซิบข้างหูผมเบาๆ พวกเราที่นั่งยองๆแอบอยู่ข้างๆถังขยะหลังร้านในตอนนี้ คอยแอบมองแล้วตั้งกล้องพร้อมในตอนนี้



“ถ้าไม่ให้พี่ดาบไปล่อมันออกมา มึงจะให้กูไปหรอ”  หันไปถามมัน ไอ้กุ๊กก็เบ้หน้าทันที



“มันก็ใช่แหล่ะ แต่มึงคิดว่ามันจะตามมาหรอวะ”



“ไอ้เหี้ยพี่ดาบหล่อจะตาย  มึงก็เห็น”



“ก็หล่ออยู่หรอก” 



ไอ้กุ๊กที่ตอบรับกลับมาเบาๆ แต่หน้าออกจะแดงๆหน่อยๆ ไม่รู้ว่าโมโหหรือมันนึกถึงสายตาพี่ดาบกันแน่ คิดมาถึงตอนนั้นก็ตลก  ไอ้กุ๊กที่ไปไม่เป็นแบบนั้นหายากจะตาย จริงๆอยากจะถามออกไปด้วยซ้ำว่า พี่ดาบที่ว่าหล่อ หล่อกว่าไอ้บินในใจมึงเปล่าว้า อรุ่กๆ แต่ว่าไม่ได้ครับ เดี๋ยวโดนมันฆ่าเอา



“ชู่ววว มึงดูนั่น” 



ไอ้กุ๊กที่สะกิดผมให้มองคนที่กำลังเดินออกมาที่หลังร้านในตอนนี้  ร่างสูงๆของพี่ดาบที่เดินนำมาก่อน ก่อนจะไปหยุดยืนอยู่ที่กำแพง แผ่นหลังกว้างๆของพี่มันที่พิงกำแพงไว้พร้อมไขว้ขาไว้เท่ๆ สายตาคมที่จ้องมองไปที่ประตูหลังร้านอย่างไม่เร่งรีบ ก่อนที่เวลาจะผ่านไปไม่เท่าไหร่ ประตูบานนั้นก็ถูกเปิดออกช้าๆ พร้อมๆกับร่างของไอ้โพดที่เดินถือแก้วคอกเทลเข้ามา มันที่มองตรงไปที่พี่ดาบ ก่อนจะยิ้มน้อยๆ



“นายหรอที่เรียกเราออกมา”



“อื้ม ก็สนใจ” 



ว่าออกไปแบบนั้นด้วยใบหน้านิ่งๆ สายตาของผู้ล่าที่มองตรงไปที่ไอ้โพดแบบไม่ปิดบัง ริมฝีปากของพี่มันที่ยกยิ้มขึ้นมาที่มุมปากทำเอาผมขนลุก  อิเจ๊ดานี่หายไปไหนแล้วกูถามจริง



“ทำไมถึงสนใจล่ะ”



“หึ...ไม่รู้สิ เห็นร่อนเอวเก่งดี” เชี่ย โอ้แม่เจ้าโวย เหตุผลพี่มันโคตรเถื่อน



“หรอ แล้วอยากลองให้เราไปร่อนบนตัว....”



“ชื่อดาบ”



“งื้อ ฟังชื่อแล้วอยากโดนดาบแทงจัง” 



มันที่ว่าแบบนั้นแล้วเดินเอาตัวเข้าไปชิดพี่ดาบ คนร่างสูงที่มองตรงไปนิ่งๆยกยิ้มพร้อมๆกับที่วงแขนแกร่งจะวาดออกไปดึงรั้งเอวเล็กให้เข้ามาชิดตัวมากขึ้น  ใบหน้าหล่อที่ทำมุมเอียงหน้าเข้ามาใกล้กับอีกฝ่ายที่ก็ช้อนตามองอยู่ก่อนแล้ว



“หึ อยากให้แทง...หนูไหวหรอ พี่ดุนะ



“คิกๆ ข้าวโพดไหว”



“ชื่อน่ากินเหมือนกันนี่นา” 



กระซิบลงข้างๆหู พร้อมๆกับที่นิ้วยาวค่อยๆยกขึ้นเกลี่ยผมข้าวโพดช้าๆ  ร่างกายที่เบียดเข้าหากันแนบชิดมากขึ้นเรื่อยๆ หันหน้าไปหาไอ้กุ๊กที่เบ้ปากไปแอบถ่ายคลิปไปไม่ยอมหยุดอยู่ข้างๆ



“ไม่ได้น่ากินแค่ชื่อนะ จริงๆโพดก็อร่อยๆ” 



มันที่เอื้อมมือไปลูบไล้อกแกร่งของพี่ดาบพร้อมว่าแบบนั้น ผมกับไอ้กุ๊กที่ทำท่าอยากอ้วกออกมาพร้อมๆกันในตอนนั้นทันที



“หรอ แบบนี้ก็อยากชิมซะแล้วสิ ว่าแต่...บ้านเราอยู่ไหนล่ะ” 



เอียงหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะกระซิบถามมันออกไปแบบนั้น แต่เสียงพี่ดาบก็ยังดังพอให้พวกเราได้ยินอยู่



“บ้านโพดหรอ ไม่สดวกหรอก”



“ทำไมล่ะครับ ไม่อยากให้พี่รู้หรอ” 



ยกยิ้มมุมปาก ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะยกขึ้นเกลี่ยๆใบหน้าของข้าวโพด สายตาคมของพี่ดาบที่พราวระยับมองมันเหมือนจะกินเข้าไปทั้งตัว



“เปล่าครับ แต่บ้านโพดอ่ะคุณพ่อกับคุณแม่ดุมาก แถมยังมีลูกเลี้ยงที่ชอบแกล้งโพดอีกอ่ะ ถ้าโพดพาพี่ดาบไปต้องโดนแกล้งอีกแน่ๆเลยครับ” 



มันที่ว่าออกมาแบบนั้นแล้วเอาหน้าลงไปซบอกแกร่งของพี่ดาบแบบน่าสงสาร มือแกร่งที่ยกมือขึ้นลูบหัวมันเบาๆแบบปลอบ ผมเห็นพี่ดาบทำหน้าเบ้ในตอนนั้น ท่าทางดูอยากจะกรี๊ดออกมาเต็มที  ฮึบไว้นะพี่มึง อย่ามาสาวแตกตอนนี้นะโว้ย



ผมที่หันหน้าไปหาไอ้กุ๊ก มันที่ยกมือขึ้นชี้หน้าตัวเองพร้อมทำหน้างงๆ



“ลูกเลี้ยงที่มันว่าคือกูหรอ อิเวน” 



มันที่กระซิบถามผมแบบนั้นพร้อมทำหน้าหงุดหงิดเต็มที  ก็แน่ล่ะ คนที่เป็นลูกเลี้ยงน่ะมันไอ้โพดไม่ใช่หรอวะ อยู่ๆโดนย้ายตำแหน่งเฉย



“น้องโพดน่าสงสารจังเลยครับ”



“ใช่ไหมล่ะครับ ลูกเลี้ยงคุณพ่อน่ะชอบรังแกโพดเลยไปที่บ้านไม่ค่อยสดวกน่ะครับ”



“แต่น้องโพดน่ารักแบบนี้ ยังไม่มีแฟนจริงๆหรอครับ”



“ไม่มีหรอกฮะ โพดไม่ได้สนใจใคร แต่ตอนนี้สนใจพี่ดาบที่สุดเลย” 



มันที่ว่าออกมาแบบนั้นแล้วช้อนตามองพี่ดาบอ่อยๆ เอาจริงๆหน้าไอ้อู๋ลอยมาเลยตอนนี้  กูสงสารมึงสุดๆเลยไอ้อู๋เอ๊ย



“แน่ใจหรอว่าเราไม่ได้สนใจใคร” 



พี่ดาบที่ว่าแบบนั้น ก่อนที่มือหนาจะวางลงที่กลางหลังแล้วลากไล้แผ่วๆยาวลงไปถึงช่วงเอว



“จริงๆก็มีนะ แต่....ดูไปดูมาเคร้าโครงหน้าเค้าคนนั้นก็คล้ายดาบเหมือนกันน้า”



“หรอครับ เศร้าเลยเนี่ย ดาบเป็นตัวแทนงั้นสิ”



“ไม่เศร้าสิ ใครจะไปคิดแบบนั้นกัน ยังไงตอนนี้ก็มีแค่โพดกับดาบนี่นา”



“หึ”   



พี่ดาบที่ยกยิ้มมุมปากแล้วพยักหน้าน้อยๆ เป็นอันรู้กันกับเราว่าเรียบร้อย พี่ดาบที่มองตรงมาที่ผมกับไอ้กุ๊ก พวกเราพยักหน้ารับให้พี่แกรู้ว่าเรียบร้อยแล้ว .... ผมกับไอ้กุ๊กที่กำลังจะย่องแอบออกไปทางลานจอดรถก็ต้องสะดุ้งในตอนนั้น



“พวกมึงเป็นใครวะ มาแอบซุ่มอะไรกันอยู่ตรงนี้” 



เงยหน้าขึ้นไปมองก่อนจะต้องเบิกตากว้างกับผู้ชายกลุ่มใหญ่ที่ล้อมพวกเราไว้ในตอนนี้



“หน้ามึงคุ้นจังวะ หน้าคล้ายๆเด็กไอ้ทัพหน้าจัง หึ”



ซวยแล้วไอ้ชิพหาย!




--------------TBC-------------





แคทมาลงครบ100เปอร์เซ็นแล้วนะคะ ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงบ้าง แต่สิ่งที่อยากพูดที่สุดคือ ขอบคุณกำลังใจจากคนอ่านทุกๆท่านจริงๆที่ทั้งคอมเม้นท์มาให้กำลังใจ วาดภาพมาให้ รวมถึงคำปลอบใจดีๆอีกมากมาย แคทไม่คิดว่าคนอ่านจะมาให้กำลังใจแคทเยอะขนาดนี้ ขอบคุณจริงๆค่ะ

เรื่องบางเรื่องไม่สามารถจะหายดีได้ในเวลาไม่กี่วัน แต่แคทจะพยายามให้มากๆ และสัญญาว่าจะไม่ทิ้งงานไปไหน

ยังจะมาต่อพี่ทัพน้องเมลต่อไป หวังว่าทุกคนยังจะอยู่ด้วยกันนะคะ

ขอบคุณมากๆ มากจริงๆค่ะ




 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด