Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย...ครั้งที่35* บทส่งท้าย {07.05.19}
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Mistakes หลงร้าย [**อัพ**หลงร้าย...ครั้งที่35* บทส่งท้าย {07.05.19}  (อ่าน 73891 ครั้ง)

ออฟไลน์ ursleepingxd

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
น้องเมลกับน้องกุ๊กไปทำบุญล้างซวยมั้ยคะ

ส่วนพี่ดาบไปรดน้ำมนต์ล้างเสนียดนะ

เลิฟฟ <3

พี่ดาบรุกแน่ๆ แต่ออกสาวทำไม

แต่เราชอบค่ะ ออกสาวแต่เป็นรุก 55555

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
อ้าวววชิบหายยยย!!! แผนกำลังจะเสร็จลุล่วงอยู่แล้วเชียว จะรอดไหมมม! ถามใจไอ้พวกนั้นดู 55555 กรี๊ดนังโพดแกโคตรร่านนนนน อร๊ายย *กรี๊ดแทนพี่ดานี่ค่ะ เห็นว่าตอนเหยื่อตอแหลใส่ละอยากจะกรี๊ดแต่กรี๊ดไม่ได้ ต้องฮึบลุคไว้ 55555* อยากให้ทุกคนรู้เร็วๆเด้ ทั้งสงสารและสมน้ำหน้ารอเลยที่เลือกเชื่อใจผิดคน หึ! ชิ! เชอะ! //อมก! โอ้มายก็อด! ความเป็นผัวของพี่ดาบในคราบชะนีดานี่ เชรดด! กระแทกใจรัวๆ ลุคนี้ดูน่าสนใจไปอีกแบบ ชอบบบหวะ กุ๊กยังมีแอบเขินอะ 5555 พี่ดานี่เล่นละครเก่งเว้ย เอ้ยยยนี้ไงบางทีอาจจะช่วยหลอกๆเพื่อให้อีกคู่รู้ใจตัวเองสักทีก็ดะ คึคึ!! พี่ดาบหล่อง่ะ ฮ่าๆๆ //จบละมาลุ้นกันตอนต่อไปต่อเลย เมลกุ๊กจะรอดไหมงานนี้ วิ่งหนีให้เร็วเลยเมล 5555 ว้อยยสนุกกกกก อ่านเพลินมาก ขอบคุณที่แต่งและมาอัพต่อนะคะ ตอนใหม่มาเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ให้ผ่อนคลาย สบายใจ ยังไงก็รออ่านอยู่ค่ะ (: ^_^

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ
**เนื้อหาในตอนนี้มีฉากที่แสดงออกถึงความรุนแรง เด็กอายุต่ำกว่า18ปีควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน




บทที่19




นี่มันวันซวยอะไรของกูกันวะ!



ได้แต่สบถประโยคนี้อยู่ในหัวไม่หยุด มันจะไม่น่าตกใจเลย ถ้าไม่ใช่พอเงยหน้าขึ้นไปก็เจอเข้ากับรอยยิ้มที่ค่อนข้างคุ้นๆแบบนี้



“อ...ไอ้หมิง



“โลกกลมหรือพรหมลิขิตกันวะเนี่ย สวัสดีจ๊ะเด็กไอ้ทัพ หึ พวกมึงจับมัน!



“ปล่อยนะเว้ย!”



“เห้ยๆ จะทำอะไรกันวะ!”



เสียงร้องของผมและไอ้กุ๊กที่ร้องประสานเสียงกันขึ้นมา มันดังพอที่จะทำให้ทั้งพี่ดาบและไอ้โพดที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลได้ยินและหันมามอง ไอ้โพดที่เบิกตากว้างตอนหันมาเห็นผมที่กำลังถูกจับตัวและโดนลากออกมาจากถังขยะพร้อมๆกับไอ้กุ๊ก  พี่ดาบเองก็ไม่ต่างกัน สีหน้างงงั้นมองมาที่ผมแบบปิดไม่มิด



“มีเรื่องอะไรกันน่ะ!”  ไอ้โพดที่ดันพี่ดาบออกห่างจากตัวแล้วตะโกนออกมาในตอนนั้น มันที่รีบเดินเข้ามาหาพวกผม สายตามันมองมาทางผมอย่างตกตะลึงไม่เลิก



“เมล กุ๊ก”  มันที่เรียกผมสลับกับมองหน้าพวกไอ้หมิงที่ยังจับตัวผมล็อคเอาไว้อยู่ตอนนี้



“มากันได้ยังไง”



“แล้วทำไมพวกกูจะมาไม่ได้ ผับนี่มึงเป็นเจ้าของหรือไง” 



ไอ้กุ๊กที่ขนาดโดนจับอยู่แบบนั้นแต่ก็ยังไม่วายตะโกนแขวะกลับไปใส่ข้าวโพด มันที่ทั้งดิ้นไปด้วยและมองแรงใส่ไอ้โพดไปด้วยในตอนนี้



“ก็เปล่า แค่ไม่คิดว่าจะเห็นเมลมากับกุ๊ก”



“ทำไมไอ้เมลมันจะมากับกูไม่ได้ ถ้ามากับคนตอแหลแบบมึงน่ะสิถึงจะแปลก เพื่อนกูไม่ได้โง่ตลอดไปหรอกนะ เลิกแอ๊บใสสักทีคนเค้ารู้กันหมดแล้วเถอะ!” 



ไอ้กุ๊กที่สวนออกไปอีกแบบไม่ยอมแพ้ มันที่ยกเท้าพยายามจะถีบทั้งคนที่จับมันไว้ และยกเท้าส่งมาทางข้าวโพดเหมือนอยากจะถีบด้วยไปพร้อมๆกัน  ผมที่ไม่พูดอะไร แค่พยายามมองซ้ายมองขวาหาทางรอด ก่อนจะเผลอไปสบตากับพี่ดาบที่ตอนนี้ยืนนิ่งเป็นหุ่นเหมือนพยายามเบลอตัวเองไปกับกำแพงอยู่ตอนนี้ ..  เจริญล่ะกู



ก็ไม่รู้ว่าซวยอะไรถึงต้องมาเจอไอ้หมิงที่นี่ ครั้งก่อนที่ไปร้านพี่ดาบแล้วถูกมันจับไปก็ทีนึงแล้ว ถ้าทัพหน้าไปตามช่วยผมไม่ทันในตอนนั้นก็คงไม่รอด แล้วชีวิตจริงมันจะมีความบังเอิญแบบนั้นได้บ่อยๆหรอวะ แม่งเอ๊ย ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย บัดซบจริงๆ



“มึงมาจับกูทำไม ปล่อย!”  ผมที่เงยหน้าตะคอกใส่ไอ้หมิกเสียงดัง มันก้มหน้าลงมามองพร้อมยิ้มเหี้ยมๆ



“มึงทำกูไว้แสบมากนะครั้งก่อน”



“ก็มึงเสือกอยากมาจับตัวกูทำไมล่ะ กูเคยไปทำอะไรให้มึงรึไง!”



“มึงทำ!” 



ไอ้หมิงที่ตะคอกผมเสียงดัง พร้อมๆกับฝ่ามือแข็งที่ตรงเข้ามาบีบคอผมไว้แน่นๆ ตาของมันที่มองมาที่ผมอย่างเจ็บแค้น สายตาที่กำลังบอกว่าทั้งโกรธแค้นทั้งเกลียด ... ไม่ ผมไม่เคยทำอะไรให้มันเลยสักนิด



“อึก อ่อก” 



ลมหายใจที่เริ่มติดขัด ผมที่พยายามดิ้นหนี แต่แขนทั้งสองข้างก็ถูกลูกน้องของมันล็อคเอาไว้อยู่ ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ยิ่งพยายามดิ้นเท่าไหร่ แรงที่ใช้ไปก็ยิ่งทำให้ลมหายใจค่อยๆจะหมดลง



“ปล่อยเพื่อนกูนะไอ้เหี้ย ปล่อย!”   เสียงตะโกนดังไปมาพร้อมๆตัว ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคือเสียงใคร รู้สึกแค่ว่ามันสับสนและวุ่นวายไปหมด ความตายใครบอกว่าไม่ทรมารไง ช่วงจะหมดลมมันทรมารจะตาย



“อึฮึ่มๆ”



“เหอะ” 



เสียงกระแอมไอที่มาพร้อมๆกับอากาศหายใจ  มือของไอ้หมิงที่สะบัดออกจากรอบคอของผม มันที่ทำท่าฮึดฮัดในตอนนั้น ผมที่ทำได้แค่ไอออกมาหนักๆ พร้อมๆกับพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดให้มากที่สุด  ไม่รู้ว่าผ่านไปกี่นาทีกว่าลมหายใจจะกลับมาปกติได้ แต่รู้แค่ว่าตอนนี้เจ็บที่ลำคอไปหมด เจ็บจนน้ำตาซึมออกมา มองไปรอบๆมองเห็นไอ้หมิงที่มองหน้าข้าวโพดนิ่งๆ ก่อนที่ข้าวโพดจะก้าวถอยหลังไปจับมือกับพี่ดาบไว้ ผมเห็นมันทำหน้านิ่งๆในตอนนั้นทันที



“ไปกันเถอะค่ะพี่ดาบ ไม่ใช่เรื่องของเราสักหน่อย”



“ไอ้สัดโพด มึง!”  เสียงของไอ้กุ๊กที่ตะโกนด่าไอ้โพดที่เดินไปจับแขนพี่ดาบไว้ในตอนนั้น



“พี่! ช่วยพวกเราด้วย!!” 



ไอ้กุ๊กยังคงตะโกนต่อไปแบบนั้น ผมที่มองหน้าพี่ดาบนิ่งๆแว๊บนึง พี่มันที่มองมาทางเราด้วยสายตาว่างเปล่า ในตอนนั้นที่ไอ้โพดเงยหน้าไปมองพี่ดาบด้วยเช่นกัน



“เรื่องไรวะ กูไม่รู้จักพวกมึง” 



พี่มันที่ว่าออกมาแบบนั้นแล้วจับแขนไอ้โพดให้เดินออกไปพร้อมๆกันอย่างรีบร้อน ผมแทบจะสบถออกมาในตอนนี้  ต่างจากไอ้กุ๊กที่สบถยาวด่าพ่อไปแล้ว   ... ประตูหลังร้านที่ปิดลงไปพร้อมแผ่นหลังกว้างๆของพี่ดาบที่หายไป หัวใจผมเองก็หายตามเหมือนกัน  หันไปมองไอ้กุ๊กที่ตอนนี้แววตาของมันมีแววตื่นตกใจ  เข้าใจได้ครับ เป็นใครก็น่าจะสติแตกทั้งนั้น นี่ไม่ใช่ละครหลังข่าวที่นางเอกถูกจับตัวบ่อยๆกันแทบทุกเรื่อง  นี่คือชีวิตจริง ...



ชีวิตจริงที่เรามีแค่ชีวิตเดียว



“จับพวกมันมานี่!”



‘พลัก ผลั้ว’



และนั่นคือเสียงสุดท้ายที่ผมได้ยิน ก่อนที่ความรู้สึกเจ็บแปร๊บจะแล่นมาที่ท้ายทอย และทุกอย่างก็ค่อยๆมืดดับลงไปในวินาทีต่อมา



.

.

.





“มึงมั่นใจใช่ไหมว่าคือมัน”



“ก็แน่นอนสิ”



“แล้วไอ้อีกคน”



“อีกคนไม่เกี่ยว แต่จริงๆกูก็แค่เกลียดมัน ถ้าจะจัดการ ก็จัดการมันด้วยเลย”



เสียงสองเสียงที่ดังเข้ามาในประสาทหูทำให้คิ้วเรียวสวยค่อยๆขมวดเข้าหากันช้าๆ เปลือกตาหลักอึ้งที่ค่อยๆขยับหน่อยๆ กลิ่นพื้นปูนชื้นๆสกปรกๆตีเข้าหน้าอย่างชัดเจน ก่อนที่ดวงตาจะค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆ ได้แต่กระพริบตาปริบๆในตอนนี้ ภาพตรงหน้าคือข้อเท้าของคนสองคนที่ตอนนี้ตัวเขายังไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ตอนนี้รู้ตัวแล้วว่ากำลังนอนคุดคู้เอาหน้าแนบอยู่ที่พื้นปูนสกปรก และแขนทั้งสองข้างยังคงถูกมัดเอามือไพล่หลังอยู่ในตอนนี้



“หึ ยืมมือกู?”



“ก็เปล่า แต่ถ้ามันรอด มันก็สาวทุกอย่างมาหามึงอยู่ดีนะ คิดดูดีๆ”



“ฉลาดนัก”



เสียงของคนสองคนที่ผมรู้สึกว่าคุ้นมากๆทำเอาต้องขมวดคิ้ว แกล้งหลับตาลงทำเป็นยังคงสลบต่อไป หนึ่งในเสียงของผู้ชายสองคนนี้ คนนึงผมมั่นใจมากๆว่าคือไอ้หมิง ส่วนอีกคน....



“ว่าแต่มึงเอาเรื่องมันมาบอกกูแบบนี้ต้องการอะไร”



“ก็ไม่เห็นจะต้องการอะไรนี่ แค่ทำตามที่พ่อต้องการเฉยๆเอง”



“หึ อยากจะเชื่อ แต่หน้าตาตอแหลเกินกว่าที่จะเชื่อได้ แต่ไม่เป็นไร กูจะแกล้งทำเป็นเชื่อมึงก็ได้ไอ้โพด



ไอ้โพด...ไอ้ข้าวโพดงั้นหรอ!



ผมเบิกตาขึ้นเลยในตอนนั้น แผ่นหลังเล็กๆที่คุ้นเคย เห็นบ่อยๆจนชินตาทำเอาผมขนลุกไปทั้งแผนหลัง ไอ้โพด...ไอ้โพดรู้จักกับไอ้หมิงงั้นหรอ ไอ้หมิงที่เป็นศัตรูของไอ้ทัพนั่นน่ะนะ ... คำถามในหัวของผมตอนนี้ก็คือ



พวกมันไปรู้จักกันตอนไหน?



“เอาเป็นว่าจะจัดการยังไงก็ตามสบายเลยละกันนะ”



“หึ แน่นอน...กูจะทำให้มันเจ็บที่สุดเลยล่ะ” 



หมิงที่พูดออกมาด้วยเสียงเหี้ยมๆ เมลที่ได้แต่นอนแกล้งทำเป็นหลับตานิ่งๆอยู่ตอนนี้รู้สึกเสียววาบไปทั้งตัว รับรู้ได้เลยว่าตอนนี้มีสายตาคมกำลังทิ่มแทงไปทั่วร่างของเค้าอยู่



.

.

.




‘ผลั้ว ผลัก!ตุบ!’



เสียงหมัดเท้าเข่าศอกที่ประโคมเข้ามาตามร่างกายดังต่อเนื่องมานาน นานจนคนที่โดนกระทำไม่สามารถรู้ได้เลยว่ามันผ่านเวลามานานเท่าไหร่  ดวงตาปูดบวมกำลังพยายามจ้องมองภาพตรงหน้าให้ชัดเท่าที่จะสามารถทำได้ แต่ในตอนนี้ก็ดูเหมือนมันจะยากเต็มที เปลือกตาที่บวมช้ำจนแทบจะปิดทำให้มองแทบจะไม่เห็นอะไร กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งจนชวนอ้วก รู้สึกเจ็บช้ำจนขาล้าแทบจะพยุงตัวไว้ไม่ไหว อยากจะทิ้งตัวลงไปนอนฟุบกับพื้นก็ทำไม่ได้ เพราะแขนเรียวทั้งสองข้างที่ถูกตรึงไว้กับโซ่ห้อยลงมาจากเพดานยึดเอาไว้อยู่แบบนั้น  พยายามปรือตาที่ปูดโปนและบวมช้ำมองไปรอบๆ มองเห็นเพียงแค่ความมืดและแสงสลัวๆที่ลอดผ่านซี่ลูกกรงเหล็กเข้ามาให้พอให้ได้เห็นแสงรำไร



“อ๊ากกกกกกก อั๊ก อ๊ากกกกก”   



เสียงร้องอย่างเจ็บปวดที่ดังลอดมาเป็นระยะๆจากอีกห้องหนึ่ง ทำเอาต้องกำมือแน่นทุกครั้งที่ได้ยิน รู้สึกผิดกับเพื่อนที่ต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้เพราะตัวเอง ...



“หึ เจ็บมากสินะมึง” 



เสียงเข้มที่ดังมาจากมุมห้องชวนให้ขนลุก เพียงแค่ได้ยินก็ทำเอาเมลสะดุ้งเฮือก ใบหน้าปูดบวมช้ำค่อยๆหันคอไปมองอย่างยากลำบาก คนที่ยืนอยู่ในเงามืดค่อยๆก้าวเท้าออกมาช้าๆ



‘ตึก ตึก ตึก’



จังหวะก้าวที่หนักแน่นมั่นคง ยิ่งทำให้หัวใจของคนที่ยืนอยู่สั่นคลอน มีดปลายแหลมวาววับที่สะท้อนกับแสงไฟอ่อนๆถูกถืออยู่ในมือของไอ้หมิง มันที่แสยะยิ้มร้ายๆมองมาที่ผมอีกครั้ง



“กลัวหรอ”



“มะ...มึง...”



“ทำไมตอนนี้มึงกลัวล่ะ กูอยากถามว่าทำไมถึงพึ่งมากลัว....” 



มันที่ว่าออกมาแบบนั้นด้วยสายตาเย็นๆที่ดูเหมือนจะเหม่อลอยหน่อยๆนั่นยิ่งทำให้ผมหวาดกลัว ไอ้หมิงที่แสยะยิ้มมุมปากแล้วเอียงคอมองมาที่ผมในตอนนี้ทำเอาผมพูดไม่ออก แค่รู้สึกว่ากำลังตัวสั่น



กลัว



เสียงในใจกระซิบบอกว่าผมกำลังกลัว



“ทำไมถึงกลัววะ ทีมึงจะลงมือสั่งฆ่าคนอื่น มึงไม่เห็นจะกลัวเลยล่ะ” 



ดวงตาคมของมันที่จ้องมองผมเขม็ง ตาที่ค่อยๆเบิกกว้างมองผมอย่างมุ่งร้าย แตในแววตาของมันกลับมีความเสียใจเจอปนอยู่ในนั้น มันที่ดูทั้งเสียใจและโกรธเคือง แต่ผมไม่เข้าใจ ผมไม่เคยทำอะไรให้มันเลย เราไม่เคยรู้จักกันเลยด้วยซ้ำ



มันที่เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผม ยกยิ้มเหมือนคนโรคจิตที่เสียสติ ก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบใบหน้าผมช้าๆ อยากจะสะบัดหน้าหนีแต่ผมก็ทำไม่ไหว



“หน้าตาแบบนี้ใช่ไหม ที่ทำให้ไอ้ทัพไม่กล้าลงมือ”



“อั๊ก อึก” 



ฝ่ามือหนาที่เลื่อนลงมาจนถึงลำคอ ก่อนที่มันจะกำรอบลำคอของผมแล้วบีบจนสุดแรง ผมได้แต่ดิ้นอึกอักเพราะหายใจไม่ออก แต่ยิ่งดิ้นอีกฝ่ายยิ่งลงน้ำหนักมากขึ้นๆไปอีก นิ้วหัวแม่โป้งของมันที่กดลงมาที่หลอดลมของผมแรงๆแบบไม่ยั้งมือ ผมเจ็บ และลมหายใจเริ่มติดขัด ... หัวใจผมสั่น ดวงตาที่บวมช้ำเบิกกว้างมากขึ้นเหมือนคนที่กำลังจะตาย ผมรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ



“อึก อัก...”



“กูจะฆ่ามึงให้ตาย ให้สมกับที่มึงทำร้ายณราชา



‘ฉึก’



“เฮือก อึก อัก อะ อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก” 



เสียงหวีดร้องโหยหวนดังออกมาเมื่ออีกฝ่ายปล่อยมือออกจากลำคอ แล้วเปลี่ยนเป็นยกมีดปลายแหลมขึ้นมา แล้วกรีดลงมาที่ลาดไหล่ขาวแบบไม่ออมแรง มีดปลายแหลมที่วาววับและคมกริบค่อยๆกรีดช้าๆลงมาที่ผิวเนื้อ ช้าๆ กรีดลากยาวเป็นทางลงมาอย่างใจเย็น เลือดสีแดงสดพุ่งออกมาทันทีตามแรงกรีด



“อ๊ากกกกกกกก”



“หึหึ สะใจเป็นบ้า ฮ่าๆๆๆๆ”   หมิงที่ยืนมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มสะใจ สมควรแล้ว คนแบบคาราเมลสมควรตาย



“อย่าพึ่งตาย มึงจะตายง่ายๆไม่ได้!”



‘ซ่า!’



“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก อย่า...อ๊ากกกก”



“ฮ่าๆๆ สะใจจริงโว้ย”



ผมได้แต่หวีดร้องนับครั้งไม่ถ้วน ความเจ็บปวดตามเนื้อตัวทำให้น้ำตาของผมค่อยๆไหลลงมาอาบแก้ม ร่างกายกระตุกสั่นไหวอย่างน่ากลัวแบบที่ตัวเองควบคุมไม่อยู่ รู้สึกเจ็บแสบไปทั่วทั้งตัวจากน้ำเกลือที่ถูกอุ่นมาอย่างดีที่สาดใส่บาดแผลสดเมื่อกี้ยิ่งทำให้เจ็บปวดมากขึ้นอีกเท่าทวีความรู้สึกที่เหมือนโดนใบมีดเล็กๆค่อยๆเฉือนลงไปตามเนื้อตัวซ้ำๆ เหมือนโดนฉีกกระชากผิวหนัก กรีดซ้ำๆวนไปอยู่แบบนั้น ความรู้สึกทั้งเจ็บทั้งแสบกัดกร่อนไปทั่วตัว



ผมอยากตายไปในตอนนี้ ไม่อยากทรมารแบบนี้อีกแล้ว  ผมกลัว ผมหวาดกลัว ปลายมีดแวววาวที่ผมกำลังมองเห็นไอ้หมิงถืออยู่ในมือ เลือดสีสดของผมที่ไหลลงมาจากปลายมีด ... มันกำลังมา มันกำลังเข้ามาใกล้อีกแล้ว ...ช่วยด้วย....ใครก็ได้



“ฮึก ได้...ได้โปรด...”



“คนแบบมึง ไม่สมควรได้รับการให้อภัย ในเมื่อไอ้เวรทัพหน้าไร้น้ำยานัก กูก็จะจัดการมึงด้วยตัวกูเอง”



“อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”



เสียงร้องโหยหวนดังแล้วดังอีกอย่างทรมาร พัดผ่านไปในยามวิกาล ก้องกังวาลอย่างเจ็บปวดและทรมารอย่างน่าสงสารที่สุด



ขอเพียงแค่ใครสักคนที่จะนำร่างผมไปทอดยาวเพื่อพักผ่อน ผมเหนื่อยเต็มทน



ใครก็ได้ช่วยผมออกไปที...



“ท...ทัพ ฮึก”



...





“มันเกิดเรื่องขึ้นได้ยังไง” 




เสียงเข้มของคนที่เอาแต่จ้องออกไปที่นอกหน้าต่างว่าออกมานิ่งๆไม่ต่างจากปกติที่เคยเป็น ถามออกมาเหมือนกับถามเรื่องดินฟ้าอากาศ แต่คนที่อยู่ภายในห้องประชุมตอนนี้รับรู้ได้ว่า มัจจุราชบนดิน กำลังจะปรากฏตัว



“ผมขอโทษจริงๆครับนาย”



“ถ้าคำขอโทษของมึงใช้ได้ผล มันคงจะมีประโยชน์นะไอ้ธร”



ฝ่ามือแกร่งของทัพหน้ากำเข้าหากันจนแน่นตอนที่พูดจบประโยคนั้น คนร่างสูงที่ค่อยๆหันหน้ากลับมาช้าๆ ดวงตาคมที่หันมองไปรอบๆทำเอาบรรดาลูกน้องต้องรีบก้มหน้าหลบสายตา



ไม่รู้ว่าครั้งสุดท้ายที่รู้สึกแบบนี้มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ความรู้สึกที่กลัวจนสั่นไปทั้งตัวและหัวใจแบบนี้  ภายใต้บ่ากว้างที่นิ่งเสมอไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไร หากแต่ครั้งนี้ตัวเขาเองกลับแทบจะทนไม่ไหว อยากจะเขวี้ยงข้าวของให้แตกกระจายให้สมกับใจที่มันกำลังร้อนรุ่มอย่างทรมาร



แต่เขา ทัพหน้า เตชะณรงกรค์...คนที่นิ่งเงียบ สุขุมและฉลาดอยู่เสมอ จะเป็นแบบนั้นไม่ได้



“ไอ้ดาบ มึงเล่ามาให้หมดว่ามันเป็นพวกไหน หน้าตา ท่าทางยังไง เล่ามา”



“ผมจำได้ดีเฮีย พวกมันคือพวกไอ้หมิง



“ไอ้สัด” 



ดวงตาวาวโรจน์ขึ้นมาตอนที่ได้รู้ ได้แต่กัดฟันกรอด สบถรอดไรฟันออกมาเบาๆ ดวงตาคมที่มักนิ่งสนิทอยู่เสทอ ตอนนี้กลับเหมือนมีลูกไฟดวงใหญ่กำลังแผดเผาอยู่ในนั้น ใบหน้าหล่อคมค่อยๆหันกลับไปหาลูกน้องคนสนิทอีกครั้ง ก่อนจะสั่งออกมาด้วยเสียงเด็ดขาด



“ไอ้ธรมึงไปหาที่อยู่ที่มันจับไอ้เมลมา กูให้เวลาสิบนาที ถ้าช้ากว่านี้ มึงตาย” 



ดวงตาคมที่จ้องมองลูกน้องนิ่งๆ ไม่มีแววล้อเล่นเจืออยู่ในตอนนี้  คำพูดที่ทำเอาลูกน้องคนอื่นๆถึงกับสะดุ้ง



“ค...ครับนาย”



ลูกน้องคนสนิทที่โค้งตัวลงต่ำแล้วรีบถอยหลังออกไปทันทีในตอนนั้น  ร่างสูงที่ทรุดตัวนั่งลงที่โซฟาสีแดงเพลิงของตัวเองนิ่งๆอย่างใช้ความคิด ก่อนจะพูดต่อกับญาติผู้น้องที่กำลังจ้องมาที่ตนอยู่ในตอนนี้ 



“มึง ไปตามไอ้ปืนมา”



“ได้เฮีย”



“อีกครึ่งชั่วโมงพวกมึงต้องเตรียมตัวให้เรียบร้อย รู้ที่อยู่แล้วกูจะบอก”



“ได้ครับ” 



ดาบที่ทำแค่ตอบรับนิ่งๆ แตกต่างจากปกติที่จะชอบร้องวี๊ดว๊ายกรีดกรายไปเรื่อย หากแต่ครั้งนี้ทำแค่ก้มหน้ารับคำก่อนจะลุกเดินหายออกไปคุยโทรศัพท์เพื่อเตรียมตัว ทัพหน้าที่ยกบุหรี่ขึ้นจุด ก่อนจะพ่นควันสีหม่นออกมาช้าๆ



“มึงจะไม่เป็นอะไร มึงต้องไม่เป็นอะไร



“นายครับ”



“ว่าไง”



“ได้เรื่องแล้วครับ”



“หึ ...ดี”  พูดออกมาแค่นั้นก่อนที่ทัพหน้าจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง  สายตาคมที่จ้องมองธรนิ่งๆก่อนจะกดยิ้มมุมปากร้าย 



...





ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ
(ต่อ)



“พี่หมิง พี่ว่าพวกไอ้ทัพหน้ามันจะเอายังไง”



“หึ ก็อาจจะเดินมาขอบคุณกูมั้ง”



หมิงหัวหน้าใหญ่แห่งแก๊ง และถือเป็นหนึ่งในผู้มีอิทธิพลมืดยุคใหม่ที่กุมอำนาจไว้ในมือไม่น้อย เพราะ ณ ตอนนี้เจ้าตัวเป็นคนดำรงค์ตำแหน่งดูแลคาสิโนแห่งนี้แทนพ่อของตน



หมิงที่นั่งอยู่บนโซฟาที่ห้องโถงกลางของคาสิโนตอบลูกน้องของตัวเองออกไปนิ่งๆ ก่อนจะแสยะยิ้มร้ายๆ ... วันนี้ตัวเขาปิดคาสิโนเพื่อชำระแค้นโดยเฉพาะ เพราะฉะนั้นในวันนี้เลยไม่มีบรรดาลูกค้าที่แวะเวียนมาที่นี่ มีเพียงตัวเจ้าของและลูกน้องอีกเป็นร้อยก็แค่นั้น



“ลูกพี่ไม่กลัวไอ้ทัพหน้าบ้างหรอ พี่ก็รู้นี่ว่ามัน...”



“ทำไมกูต้องกลัวมัน! คนแบบมันมีอะไรดีกว่ากู!!” 



ดวงตาวาวโรจน์ขึ้นทันทีตอนที่ได้ยินลูกน้องตัวเองพูดออกมาแบบนั้น คนแบบไอ้หมิง มันมีอะไรที่จะแพ้คนแบบไอ้ทัพหน้ากันวะ หน้าตา ฐานะ ความรวย มีอะไรที่เค้าด้อยกว่ามัน อยากจะรู้ว่าตรงไหนที่เค้าต้องแพ้มัน



“ไม่...ไม่มีครับพี่”



“เหอะ คนแบบไอ้ทัพหน้า ไม่เห็นจะมีอะไรดีกว่ากู กูไม่เข้าใจว่าทำไมทุกๆอย่างที่มันควรจะเป็นของกู มันถึงได้ไปตลอด ....”   



หมิงว่าออกมาแบบนั้นพร้อมกับใช้นิ้วสะกิดมวนบุหรี่เบาๆเพื่อสลัดขี้บุหรี่ทิ้งก่อนจะส่งเข้าพร้อมสูดควันไปด้วยอย่างเหม่อลอย สายตาที่ไม่โฟกัสไปที่ตรงไหน ทำเพียงแค่มองออกไป เหมือนกับกำลังนึกย้อนไปในความทรงจำใดความทรงจำหนึ่งในอดีตของตัวเองก็เท่านั้น



“มันมากันแล้วครับลูกพี่!” 



ลูกน้องที่รับหน้าที่คุ้มกันอยู่ที่ด้านหน้าคาสิโนวิ่งพรวดพลาดเปิดประตูเข้ามาหน้าตาตื่น ยังไม่ทันที่จะมีใครได้พูดอะไรออกมา ประตูบานใหญ่จากอีกฝั่งของห้องก็ถูกเปิดกระชากออกพร้อมๆกับเสียงดังสนั่นหวั่นไหวที่ตามมา



‘ปัง โครม!’



ประตูไม้บานใหญ่พังลงมาต่อหน้าต่อตาทั้งบานและล้มโครมลงมาจนลูกน้องของหมิงต้องรีบวิ่งกรูกันเข้ามาดูอย่างตื่นตะหนก  หมิงที่มองไปด้วยสายตานิ่งๆ ก่อนจะยกมือสะบัดเป็นเชิงให้ลูกน้องของตัวเองเลิกลนลานได้แล้ว



ผู้มาเยือนใหม่ ก้าวเท้าเข้าธรณีประตูมานิ่งๆ ก่อนจะเดินตรงเข้ามานั่งลงบนโซฟาตรงข้ามกับเจ้าของคาสิโนช้าๆแบบไม่สนใจจำนวนคนที่เริ่มกรูกันเข้ามาในห้องมากขึ้น  พวกลูกน้องของหมิงที่คุมอยู่เริ่มเพิ่มจำนวนมากขึ้น



“สวัสดีไอ้ทัพหน้า สบายดีหรอเพื่อน”



“สวัสดี” 



ทัพหน้าที่ตอบรับแบบสบายๆก่อนจะฉีกยิ้มการค้าส่งไปให้ มองเผินๆแล้วดูไม่มีอะไร แต่ถ้ามองดูดีๆจะรู้ว่า มันคือความสงบของคลื่นใต้น้ำที่กำลังจะก่อตัว ความสงบที่รุนแรงไม่ต่างจากคลื่นใต้น้ำที่รอเวลาโหมกระหน่ำแบบห้ามไม่ได้ ท่าทีนิ่งสงบแบบนั้นของทัพหน้าทำให้หมิงต้องขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดหน่อยๆที่อีกฝ่ายดูไม่ดูร้อนใจใดๆ แต่หมิงก็ยังยิ้มตอบกลับไปด้วยท่าทีที่ไม่ต่างกัน



ในเมื่อมันเลือกจะมีมารยาท ก็คงต้องมีมารยาทกันไป  มาดูกันสิว่า ระหว่างเขากับคุณชายทัพหน้า ... ใครจะอยู่ ใครจะไป!



“จริงๆก็สบายดี แต่เคยสบายดีกว่านี้” 



ทัพหน้าว่าออกมาต่อ ก่อนจะค่อยๆเอนหลังพิงพนักพิงของโซฟาแล้วยกเท้าขึ้นนั่งไขว่ห้างแบบไม่ยีหล่ะกับอะไรเท่าไหร่ สายตาคมมองไปรอบๆ ค่อยๆจ้องมองหน้าลูกน้องของหมิงทีละคนๆอย่างตั้งใจ เหมือนจงใจจะจำหน้าเอาไว้ ก่อนที่สายตาคู่คมจะมาหยุดมองตรงๆ จ้องมองลึกเข้าไปที่ดวงตาคมเหมือนจิ้งจอกของเจ้าของคาสิโนนิ่งๆ



“น่าสงสารจังเลยนะ แล้วมาถึงนี่ มีอะไรอยากให้ช่วยงั้นหรอ หรือว่า....อยากจะมาขอบคุณกันล่ะ” 



หมิงที่ทำหน้าเหมือนเห็นอกเห็นใจ ก่อนจะถามเหน็บเข้าไปให้ แล้วก็ต้องยกยิ้มสะใจเมื่อเห็นแววตานิ่งๆของทัพหน้าที่มักจะนิ่งอยู่เสมอ ในตอนนี้กับวาววับขึ้นมา



“ทำไมต้องขอบคุณ”



“ก็ไม่รู้สินะ เผื่อว่าคุณทัพหน้าที่สุดแสนจะยิ่งใหญ่ อาจจะอยากขอบคุณกู ที่ช่วยจัดการคนที่สั่งฆ่าเมียมึงก็ได้ล่ะมั้ง แต่กูอาจจะจัดการเกินเลยไปหน่อย หวังว่ามึงจะไม่ว่ากันนะ”



“ไม่อยู่แล้ว” มือใหญ่ของทัพหน้ายกขึ้นมาโบกปัดแบบไม่คิดอะไร แต่นัยน์ตากลับวาววับขึ้นมาชั่วขณะ



“แต่กูคิดว่า บางทีกูอาจจะต้องทำอะไรสักหน่อยให้ใจกูเย็นลง...” ว่าออกมาแบบนั้นแล้วเหยียดยิ้มหน่อยๆ แต่กลับเป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผู้ที่ถูกจ้องมองสะท้านไปทั้งกาย



“เพราะมึงคงไม่รู้ว่า คนที่มึงตั้งใจจัดการแทนกู มันมีแค่กูที่จะจัดการกับมันได้แค่คนเดียว



“หึ จัดการได้คนเดียว หรือมึงเอาได้คนเดียววะ มันเป็นคนสั่งฆ่าณราชาแต่มึงกลับปล่อยมันไว้ คนที่มึงได้ไปมึงเคยทำอะไรเพื่อเค้าบ้างวะ! ถ้าดูแลไม่ได้ มึงจะเอาเค้าไปไว้กับมึงทำไม!”



“มันไม่ใช่เรื่องของมึง ทั้งณราชา ทั้งคาราเมล มันไม่ใช่เรื่องที่มึงต้องเสือก”



“เหอะ แถไปเถอะมึง เพราะยังไงวันนี้ ไอ้เมลนั่น มันก็จะไม่มีวันได้กลับไปมีลมหายใจกับมึงอีกหรอก ฮ่าๆ”



“มึงทำอะไรมัน”




“ดูเดือดดูร้อนมากๆเลยนะ อาจจะดูเดือดร้อนมากกว่าตอนรู้ว่าณราชารถคว่ำด้วยซ้ำ นี่คงจะเป็นของรักของหวงของมึงสินะ แต่เสียใจ ที่วันนี้มึงจะได้ลิ้มรสของความสูญเสียไม่ต่างจากกูบ้างแล้วไอ้ทัพ”



“ของรักของหวงของมึง ระวังมันจะไม่เหลือ ฮ่าๆ”



“หึ กูก็อยากรู้ ว่าใครมันจะเอาของๆกูไปจากกูได้”



‘หวืดดดด ปัก!’



ร่างสองร่างของใครบางคนลอยละลิ่วเข้ามากระแทกลงบนโต๊ะสนุกข้างๆ กับอีกร่างที่กระแทกเข้ากับโต๊ะจนโต๊ะเก้าอี้ล้มลงไปกองระเนระนาดกับพื้นตามๆกัน  ลูกน้องของหมิงที่ยืนคุมเชิงกันอยู่ในบริเวณนั้นแตกฮือออกทันที ก่อนจะมีร่างของผู้มาใหม่สองสามคนที่ค่อยๆเดินเข้ามาสมทบ



“หึ หมาพวกนี้กากชะมัด”   



ร่างสูงในเสื้อชุดดำกางเกงยีนส์สีดำและมีดวงตาคมเรียวที่เหมือนกับทัพหน้าเด๊ะๆค่อยๆปรายตามองไปรอบๆ ก่อนจะแสยะยิ้มร้ายแล้วว่าออกไปแบบนั้น  คนข้างๆกันที่สูง180เซนติเมตร และมีบ่ากว้างถึง60เซนติเมตรเดินตามเข้ามาสมทบก่อนจะว่าต่อ



“ว้ายยย แพ้นะคะ กระจอกจิ๊บๆมากจ้า อิอิ” 




ในมือหนาก็ควงท่อเหล็กไปด้วย พร้อมๆกับจีบปากจีบคอเยาะเย้ยถากถางออกมา แล้วหัวเราะคิกคักหน่อยๆ ก่อนที่สุดท้ายริมฝีปากหยักจะแสยะยิ้มเป็นการตบท้ายร้ายๆใส่ไปอีกหนึ่งดอก



‘โครม’



“ห้าว เรียบร้อยละเฮีย ไอ้พวกเหี้ยนี่ทำกูเสียเวลากินกล้วยมากๆอ่ะ” 



ร่างสูงในเสื้อแจ๊กเก็ตสีเหลืองที่เดินตามเข้ามาเป็นคนสุดท้ายลากคอเสื้อของใครบางคนติดมือมาด้วย ก่อนจะโยนส่งไปให้มันนอนทับกับไอ้สองคนก่อนหน้าก่อนจะอ้าปากหาวแบบเพลียๆ ว่าออกมาเป็นคนสุดท้าย ก่อนจะหยิบกล้วยออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วค่อยๆปลอกเปลือกออกในตอนนั้น ทัพหน้าที่หันไปมองหน้าของผู้มาใหม่แล้วยิ้มมุมปาก



“ที่กูสั่งว่าไง”



“ได้ตัวโอโม่แล้วเฮีย อยู่กับเฮียปืน”



“ไอ้รุก ไอ้ดาบ ไอ้รบ พวกมึงทำดีมาก”



ทัพหน้าที่หันไปมองคนมาใหม่ทั้งสามแล้วว่าออกมาแบบนั้น ใบหน้าคมหล่อค่อยๆหันหน้ากลับมามองหน้าคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม หมิงที่ก่อนหน้านี้ทำหน้าตาหยิ่งทะนง ตอนนี้กลับเริ่มหน้าซีดลง เมื่อเห็นลูกน้องฝีมือดีของตัวเองที่ถูกสั่งให้เฝ้าเมลกับกุ๊กไว้ถูกทำร้ายจนหมดสภาพ แทบถูกลากมาให้ชมตรงหน้าตอนนี้ด้วย



“พวกมึง!”



“หมดเวลาที่มึงจะเอาอะไรมาขู่กูแล้ว”



“มึง!”  หมิงกำหมัดแน่นถลึงตามองมาด้วยความแค้นเคือง ใบหน้าแดงก่ำบิดเบี้ยวด้วยความโมโห



“หึ ตอนนี้คงได้เวลาที่กูจะต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้กูใจเย็นลงแล้วล่ะนะ”



“คนแบบมึงจะทำอะไรกูได้ ขนาดณราชามึงยังดูแลไม่ได้!”



“กูทำทุกอย่างได้ดีมากกว่ามึงแน่ๆล่ะไอ้กาก”



“ไอ้ทัพหน้ามึง!....โอ๊ยยย!!ตากู!!”   ท่ามกลางความชุลมุล หมิงที่ตั้งใจจะลุกขึ้นถีบหน้าอกทัพหน้า แต่ก็ไม่ทันอีกฝ่าย



“หึ” 



ทัพหน้าที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตัวเอง ก่อนจะชักมือกลับ หลังจากที่ก่อนหน้านี้พึ่งจะหยิบขวดเหล้าบนโต๊ะ ฟาดเข้าหน้าคนตรงหน้าเต็มๆแรง  ทัพหน้ายกยิ้มก่อนจะเสยผมขึ้นแล้วเดาะลิ้นออกมาหน่อยๆ



“จัดการรรรร!!”  นักรบที่ตะโกนลั่นในเวลาต่อมาก็ตามมาด้วยเสียงโฮ่เฮของกลุ่มคนที่วิ่งกรูเข้ามาจากทางด้านหลังของทัพหน้า



“ดั๊ยค่าาาา!!” 



ร่างสูงของดาบที่ควงท่อเหล็กในมืออย่างปราดเปรียวตะโกนเสียงสองออกมาอย่างสนุก ยกยิ้มร้ายแล้วตรงเข้าไปตะลุมบอนด้วยทันที



“ส่วนนี่ ของมึง” 



‘พลัก’



“อุก อัก” 



เรียวขายาวของทัพหน้าเตะตรงเข้ามาที่ท้องน้อยของหมิงที่กำลังยืนตกตะลึงกับเหตุการณ์ชุลมุนตรงหน้าเลยทำให้ตั้งรับทัพหน้าไม่ทัน ทัพหน้าที่ไม่รอช้า เตะอัดหน้าเสยปลายคางเข้าอีกที ก่อนจะกระโดดข้ามโต๊ะกระจกเข้าไปคล่อมทับคนที่มึนจากหมัดและเท้าของทัพหน้า หน้าขาแข็งแรงที่กดทับลงไปที่หน้าอกของหมิง ทัพหน้าที่เทน้ำหนักตัวทั้งหมดลงไปบนตัวอีกฝ่าย ตั้งใจกระแทกหัวเข่าเข้าที่ลิ้นปี่จนอีกฝ่ายทั้งจุกและเจ็บไปหมด



“เฮียยยย ไอ้พวกเหี้ยนี่แม่งกรดแขนโอโม่ด้วย อัก! ไอ้สัดตัวประกอบ บังอาจต่อยกูหรอวะ นี่แน่ะ!” 



นักรบที่ตะโกนมาบอกแบบนั้น ก่อนจะหันไปตะลุมบอมกับลูกน้องของไอ้หมิงอีกครั้ง คำบอกเล่าจากนักรบทำเอาดวงตาคมของทัพหน้าวาววับขึ้นมาในทันที ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะค่อยๆเหยียดรอยยิ้มเคลือบยาพิษส่งให้คนใต้ร่างที่กำลังพยายามดิ้นหนี ฝ่ามือหนาที่เอื้อมไปที่ด้านหลังของกระเป๋ากางเกงด้านหลังของตัวเอง ก่อนจะหยิบบางอย่างออกมา มีดสั้นที่แกะสลักฉลุลวดลายมังกรไว้ที่ตัวด้าม มีความสวยงามและวิจิตประณีตบรรจง ข้างๆตัวด้ามจับ มีคำสลักไว้สั้นๆว่า ‘ทัพหน้า’



“มึงรู้ไหม ของชิ้นนี้มันสำคัญกับกูมากนะ โดยปกติกูจะไม่เอามาใช้กับพวกชั้นต่ำแบบมึง แต่ครั้งนี้กูจะยอม ... เพราะว่าปลายมีดมันคมเป็นพิเศษเลยล่ะ”



หมิงที่ดวงตาเบิกกว้าง สัญชาตญาณบางอย่างร้องเตือนบอกว่าต้องหนี  คนตรงหน้าอันตรายกว่าที่คิดไว้



“อ๊ากกกกกกกกกกกก ปล่อยกู อ๊ากกกกไอ้ทัพ อย่า!! เจ็บ อ๊ากกกกกกก”



ปลายมีดคมถูกกดลงที่ใบหน้าของหมิงช้าๆ ดวงตาคมของทัพหน้ามองภาพตรงหน้านิ่งๆโดยไม่สนใจเลือดสีสดที่ค่อยๆไหลกระเซ็นออกมาอย่างหน้ากลัว ร่างสูงกระตุกยิ้มร้ายพร้อมกับแววตานิ่งๆที่มองภาพตรงหน้าแบบไม่สะทกสะท้าน ปลายมีดคมที่กรีดเข้าที่ผิวเนื้อตั้งแต่ใบหน้าลากยาวลงมาที่ลำคอกรีดลากยาวมาจนถึงปลายนิ้ว  ร่างสูงใหญ่ของหมิงที่ร้องโหยหวนเจ็บปวดทรมารจนสลบไปในที่สุด



“จำเอาไว้ กูจะไม่เอามึงไว้ไอ้หมิง”



นัยน์ตาคมเป็นประกายกร้าวขึ้นมา ในจังหวะที่ลุกขึ้นยืนตัวตรง ขาแข็งแกร่งยกขึ้นกระทืบลงไปตรงกระดูกสีข้างของคนที่สลบลงไปแล้วแรงๆเหมือนตั้งใจให้กระดูกแตก เสียงรอบข้างเงียบลงแล้วในที่สุด ลูกน้องของทัพหน้าล้วนยืนอยู่เกลื่อนห้องพร้อมๆกับซากที่มีลมหายใจบ้างไม่มีลมหายใจบ้างเกลื่อนห้องโถงไปหมด ทัพหน้ามองไปรอบอย่างพอใจ รอยยิ้มของปีศาจร้ายผุดขึ้นมาฉายฉัดทั่วใบหน้าหล่อ



มัจจุราชเดินดิน กำลังออกอาละวาดอีกครั้งแล้วในตอนนี้



“เรียกคนมาเคลียร์!”



“ครับนาย!”



...

               

ความรู้สึกเจ็บร้าวทั่วทั่งร่างทำให้ต้องร้องออกมา ดวงตาสวยปรือขึ้นมาในความมืดพร้อมๆกับกับต้องขมวดคิ้วเพราะความเจ็บที่ถาโถมเข้ามาหนักๆในตอนนี้ ทำได้แต่นอนนิ่งๆเพราะขยับตัวไม่ไหว เจ็บปวดจนน้ำตาไหลลงมาอาบแก้มช้าๆ เจ็บจนต้องหลับตาลงมาอีกครั้ง ก่อนที่ความรู้สึกนิ่มๆหยุ่นๆจะแตะลงที่ข้างแก้ม ทำให้ต้องปรือตาไปมองอีกรอบ ก้อนกลมๆนิ่มๆที่เค้ามองเห็นไม่ชัดว่าคืออะไร ก่อนที่เจ้าก่อนนั่นจะถอยออกไปไกลในระยะสายตาที่มองชัดยิ่งขึ้น ดวงตากลมใสวาววับที่กำลังมองมาที่เค้า



“อะ...ไอ้...”



“เมี้ยวววว” 



ไอ้หลง ....  เจ้าตัวเล็กที่ร้องออกมา เหมือนมันจะดีใจที่เห็นว่าผมตื่นขึ้นมาแล้วในตอนนี้ และเพราะเจ้าตัวเล็กนี่ เลยทำให้เค้ารู้ว่าตอนนี้เค้าอยู่ที่บ้านของทัพหน้า



“เมี้ยววว เมี้ยวววว”



“ไอ้หลง! อย่ามากวนเมล” 



เสียงเข้มที่ดังขึ้นมาใหม่ เป็นเสียงที่เมลจำได้ดีว่ามันคือเสียงของใคร  และในเวลาต่อมา เจ้าของใบหน้าหล่อที่กุมหัวใจของเขาก็เดินมายืนอยู่ข้างเตียง ฝ่ามือหนาที่ยกขึ้นจับหลังคอไอ้หลงในตอนนั้น ก่อนที่จะเบิกตากว้างขึ้นเมื่อเห็นผมตื่นแล้ว



“ท...ทัพ”



“มึงตื่นแล้ว” 



มันที่ว่าแบบนั้น แล้วโยนไอ้หลงลงไปจากเตียง พึ่งสังเกตว่าที่ข้อมือของผมก็มีสายระโยงระยางเสียบอยู่ ตอนนี้ห้องของทัพหน้าไม่ต่างจากห้องในโรงพยาบาลสักนิด แววตาคมของคนตรงหน้าที่ทอดมองมาที่ผมดูสั่นไหวแปลกๆแบบที่ผมไม่เคยเห็น



“ทะ....ทัพ”



“ชู่วว ไม่ต้องพูดแล้วเมล” 



ฝ่ามือหนาที่ยกขึ้นมาลูบเบาๆที่หัวในตอนนั้น  น้ำตาของผมไหลลงมาตอนที่ได้รับสัมผัสอุ่นๆนั่น ทั้งอบอุ่น ทั้งปลอดภัย



“พี่ทัพ...เมล”



“หื้ม เจ็บมากไหมครับ ไม่ร้องนะ พี่อยู่นี่แล้วนะ” 



ใบหน้าหล่อที่เลื่อนเข้ามาใกล้ ก่อนที่จะกดจูบเบาๆลงที่หน้าผากของผม สายตาของผมและอีกฝ่ายที่สบกันตอนที่พี่มันผละออก ผมเจ็บไปทั้งตัว แต่กลับรู้สึกอุ่นวาบไปทั่วทั้งตัว เหมือนกับว่าสัมผัสอบอุ่นของอีกฝ่ายมีฤทธิ์ไม่ต่างจากยาที่ใช้รักษาแผล



“เมล ฮึก เมลเจ็บ”



“พี่ขอโทษนะครับ”



“เมลกลัว ฮึก...มัน ฮึก...”



“พี่ผิดเองนะ พี่ผิดเอง ขอโทษนะครับ พี่ขอโทษที่ตามหาเราช้าไป” 



แววตาคมที่จ้องมาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ฝ่ามืออุ่นที่ลูบไล้ไปตามเส้นผมของผมอย่างปลอบประโลมยิ่งทำให้น้ำตาไหล

 

“มัน ฮึก....”



“พี่ขอโทษ ทุกอย่างพี่ผิดเอง แต่ตอนนี้เมลปลอดภัยแล้วนะ พี่จะไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรเราได้อีกแล้วนะ”



“ฮึก”



“ชู่วว หลับซะนะเด็กดี พักผ่อนนะ พี่สัญญาว่าจะอยู่ข้างๆเมลตรงนี้ไม่ไปไหนเลยนะ”



“สัญญานะ อย่าไปไหน ฮึก นะ”



“ครับ พี่สัญญา” 



ว่าออกมาพร้อมก้มลงพรมจูบที่ศีรษะของคนที่หลับลงไปอีกครั้งอย่างอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้  ฝ่ามือหนาที่จับมือที่มีแต่แผลมากุมไว้อย่างแผ่วเบาอย่างถนุถนอมที่สุด แค่เห็นสภาพของคนตัวบางตอนนี้ก็แทบจะรับไม่ไหว



และแน่นอนว่าต่อจากนี้ ทัพหน้าจะไม่มีทางปล่อยคนที่สร้างเรื่องให้ลอยนวลไปได้แน่นอน  ฝ่ามือหนาเอื้อมไปหยิบมือถือขึ้นมาก่อนกดโทรออก



“จัดการให้พร้อม กูจะไม่เอามันไว้...สักคน!”




-------------------TBC-------------------





สวัสดีค่าาาา มาแล้วน้าาสำหรับตอนที่19 ครั้งนี้มาลงรัวเลย100เปอร์เซ็นเต็ม ยาวๆกันมา15หน้านะคะ

ไม่รู้ว่าคนอ่านจะชอบไหมนะคะ แต่แคทหวังว่าทุกคนจะถูกใจไม่มากก็น้อย ... เรื่องเริ่มจะเฉลยเรื่อยๆ

เดาสิคุณเดาสิ มันจะมีอะไรโผล่มาอีกไหมมมม คิๆๆ ล้วตอนที่ผ่านมา คือคนอ่านลงเรือ ดาบกุ๊ก กันหนักมาก

เดี๋ยวววว ทุกคนต้องใจเย็น ไหนต้นๆเรื่องบอกไม่ให้แคทสละเรือบินกุ๊กไงคะ ยังไงกันเนี่ยคนอ่าน อิอิ

แต่สำหรับตอนนี้แคทหวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ ... ใครเรือไหน ใครหวีดใครยังไง แถลงมาจ้า :hao7:



ปล.เห็นคอมเม้นท์ให้กำลังใจแบบหนักหน่วงมาก ซึ่งแคทประทับใจและขอบคุณมากๆจริงๆค่ะ

และยังมีคอมเม้นท์ถามหานิยาย เห็นคนอ่านหลายท่านมาถามหาว่ามาหรือยังๆ คือดีใจมากๆ ขอบคุณมากๆจริงๆนะคะ ไม่คิดว่าจะมีคนชอบและเอ็นดูนิยายเรื่องนี้เยอะขนาดนี้

ขอบคุณมากจริงๆ มาอยู่ด้วยกันจนจบเลยน้าาาา *0* :mew1: :3123:



ปล2. อาจมีคำที่เขียนผิด ตกหล่น พิมพ์ผิด ต้องขออภัยในความไม่เรียบร้อยด้วยนะคะ


ปล3. สำหรับบางท่านที่งงว่าพี่รุกพี่รบคือใคร พี่รุกพระเอกจากเรื่องOne Night...คืนเดียวก็เสียวได้ ส่วนพี่รบ

ก็คือพี่เหลือง พระเอกจากเรื่องที่แล้ว No Limit...แรงรัก นั่นเองนะคะ ส่วนพี่ดาบ ก็พระเอกเรื่องต่อไป แค่กๆๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-01-2019 18:38:55 โดย Yoghurt »

ออฟไลน์ nuum

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 254
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
โหดมากเลยครับ
อยากอ่านตอนต่อไปเร็ว ๆ
เลยครับ
สนุกมาก
เรื่องนี้

 :ling1: :ling1: :m15: :m15: :ling1: :ling1:


ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1586
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-7
น่านแหละพี่ทัพจัดการให้หมดอย่าให้เหลือ

โดยเฉพาะนังโพดส่วนไอ้หมิวฆ่ามันเลยอย่าให้มันรอด

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11
อีนังข้าวโพดตายไปเลย

ออฟไลน์ ursleepingxd

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
หนูเมลลืมเรื่องที่นังพี่ทัพทำร้ายจิตใจไปเฉย แถมยังอ้อนพี่ทัพอีก แต่ก็ดีแล้วล่ะน้าาา เจ็บมาเยอะแล้ว ต่อไปขอให้เจอแต่เรื่องดีๆนะ ห่วงน้อนโพดอีกคน ไม่รู้เป็นไงบ้าง พี่รุกมาอย่างเท่เลย ส่วนนังเหลืองก็...งั้นๆอะ  :katai3:

ออฟไลน์ LadySaiKim

  • ▫▪□Dezine'Kim□▪▫
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1683
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-0
สงสารน้อง น้องต้องเจ็บมากแน่ๆ :ling3:

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
เห็นเมลเจ็บละแบบโว้ยยยยยยกดโกรธรัวๆตอนนี้บอกเลยพาลหมด พาลแม่งทุกคน แม้กระทั่งไอ้พี่ทัพก็เถอะ ถึงจะช่วยได้ทันก่อนตาย แต่ก็คิดว่าเมลไม่ควรมาเจอเรื่องร้ายแบบนี้ไหม ทั้งๆที่ไม่ใช่คนทำ ไอ้หมิงมึงเข้าใจผิดอะไรไปป่าวว่ะ ไอ้ห่า โดนปั่นมารึเปล่า? ทั้งไอ้หมิงและไอ้พี่ทัพพอกัน เมลไม่โกรธ นี้โกรธเองงงงงงง ฮึ่มมมมม!! ไม่เกี่ยวอะไรกับเมลเลย ความแค้นส่วนตัว+ความโง่ ผลออกมาลงอีกคน มันใช่หรอเมล นี่จะพาลโกรธเมลไปด้วยอีกคนนะ 5555555 เรื่องของพวกมึงทำกูเกือบตายแล้วไหม อะไรๆก็ณราชา ขอให้นางฟื้นทีเถ๊อะอยากรู้จะเอาไง โกรธแทนว้อยยยย 555555 อินนน แต่ก็เอาเถอะ ถ้าเมลมันรักทัพพอจะมองข้ามสิ่งที่ทำมาง่ายๆได้ก็เอา เราจะเข้าใจ ก็นะ เมลเองก็สำคัญกับทัพมากแล้วละ ทัพเองก็คงเจ็บปวดไม่น้อยที่เมลเจ็บแบบนี้ อืมมมมม คิดแบบนี้คลายความหัวร้อนลงหน่อย 5555555 “ครับ พี่สัญญา” พูดแล้วนะ อย่าให้มีอีก ไม่งั้นโกรธระดับ 10 ฮ่าๆ อื้อหื้ออ รุก รบ ดาบ มาอย่างเท่ห์ นึกถึงฉากตะลุมบอนในซีรี่ส์เกาเลย อย่างหล่อ แต่สามคนนี้คือเต็มบาทไหม แต่ละคน ตลก 55555 เออๆไปๆจัดการเรื่องต่างๆ ก็รอดูจะยังไงต่อไป สนุกกกกกกกก บู๊ได้โหด เอาคืนได้สะใจ รอรอรอตอนต่อไปเลยค่า ฮึบๆปั่นๆไฟท์ติ้ง ฮ่ะๆ ขอบคุณที่แต่งและมาอัพนะคะ รอตอนหน้าเลย มันส์มาก

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ nuum

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 254
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
                รออยู่ นะครับ



 :-[ :-[ :L1: :L1: :-[ :-[.    :m15: :m15: :3123:

ออฟไลน์ poohanddew

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 635
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-2
อ่านแบบยาวๆ หลงรักเฮียทัพและนุงเมล
 :mew1: :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ

บทที่20


แอ๊ด



เสียงเปิดประตูเข้ามาในห้องที่เงียบสงัด ภายในห้องนอน มีร่างหนึ่งที่กำลังทอดตัวนอนพักผ่อนอยู่บนเตียง ข้างๆมีสายน้ำเกลือที่ถูกเจาะเข้าที่แขนห้อยระโยงระยางอยู่ตรงนั้น เนื้อตัวถูกพันไปด้วยผ้าทำแผล มองเห็นแล้วช่างน่าสงสารนัก



ฝ่ามือหนาที่เอื้อมลงไปแตะที่หน้าผาก อุณหภูมิที่ไม่ได้สูงเหมือนเมื่อวันก่อนทำให้รู้ว่าตอนนี้คนที่นอนอยู่ไม่มีไข้แล้ว เพราะเป็นแบบนั้นเลยหันหลังกลับไปนั่งลงตรงโซฟาข้างๆที่นอนแทน ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมากดเล่นเกมส์



“อื้อ พะ...พี่ เหี้ย...เจ๊”  เสียงตกใจที่ดังขึ้นทำให้คนที่กำลังเล่นเกมส์ต้องเงยหน้าขึ้นมามอง



“อ๊ะอ้าว ฟื้นแล้วหรอคะหนู ฟื้นมาก็ทักคนสวยๆแบบนี้เลยนะคะ แล้วนี่นอนเหมือนซ้อมตายเลยนะคะเราเนี่ย ยังไงๆ โอเคไหมคะ สวยๆได้เหมือนเดิมไหนคะ แต่อาจจะสวยไม่เท่านี่นะคะ เพราะนี่เป็นคนสวยๆ”



“จิ๊”



ยันตัวขึ้นมาจากเตียงพร้อมๆกับจิ๊ปากใจใส่ไอ้คนที่นั่งทำเสียงเล็กเสียงน้อยที่ไม่เข้ากับหนังหน้าอยู่ข้างๆเตียง แถมยังชมตัวเองสวยแล้วสวยอีกอยู่นั่น ถามว่าตอนนี้ช่วยพยุงกูลุกไหม ก็ไม่อ่ะ เจ๊ดานี่มันแค่ละสายตาจากจอมือถือมาถามกูนิดนึงแล้วก้มหน้าไปกดๆจิ้มๆห่าไรอีกไม่รู้



“แป๊บนะหนู อย่าสาระแนลุกขึ้นมาตอนนี้นะคะ กูไม่ช่วยนะคะ ทีมต้องการกูค่ะ”  ทีมเชี่ยไรมึงอีก



“หึ้ย”  น่ารำคาญชะมัด



“เอ๊ะ อิเด็กกุ๊กๆนี่ไม่ฟังกูเลยนะคะ”  เงยหน้ามามองดุๆ สายตาคมที่ตอนนี้ก็เห็นบล็อคตามาซะแน่น ปากแดงเป็นเอกลักษณ์นั่นก็เหมือนกัน ไม่ชอบเลย



“มอง ไร”  ว่าออกไปแบบนั้นแล้วพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่งอีก แต่พอยังพยายามขยับยิ่งรู้สึกเจ็บแถวสีข้าง เอ๊ะ...จริงสิ



“ไอ้เมลล่ะ!” 



ถามออกไปแบบนั้นอย่างตกใจ เพื่อนผมไปไหน แล้วตอนนี้ผมมาอยู่ที่ไหน  มองไปรอบๆห้องอย่างตื่นตกใจ อิเจ๊ดานี่ถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่เลยตอนนี้



“อิดอกกก ตายหมดๆๆค่ะ ทีมกูตายยย โอ๊ย เซ้าซี้เจ๊าะแจ๊ะอ่ะค่ะอิเด็กกุ๊กๆ”



“กูชื่อกุ๊ก กุ๊กเดียวพอ มึงจะหลายกุ๊กทำไมอิเจ๊”



“ตื่นมาก็ปากดี๊ปากดีอ่ะค่ะ กูน่าจะบอกหมอให้เย็บปากมึงนะคะ จิ๊ ทีมตายเลยแม่ง” ดูหงุดหงิดหัวเสียมากพอดู ขมวดคิ้วจนเสียจริตแรดๆนั่นก่อนจะโยนมือถือไปไว้ที่โซฟาข้างๆตัวแบบรำคาญใจ



‘พลึบ’



“เห้ยๆทำไรวะพี่มึง”



“โอ๊ย โวยวายเหมือนจะโดนเยอ่ะค่ะ กะอิเคช่วยพยุงขึ้นนั่ง กูไม่มาก็เห้นนะคะว่ามองแรงสาปแช่งคนสวยๆแบบกูอยู่เนี่ย หวงเนื้อหวงตัวจังอิขี้ก้าง”



“ไอ้สัดพี่เจ๊!”



“เลือกไม่ถูกเลยว่าอยากจะเรียกกูว่าอะไรนะคะ” 



หรี่ตามองผมพร้อมๆกับจีบปากจีบคอว่าไปด้วย แต่วงแขนแกร่งก็ยังคงโอบอยู่ที่แผ่นหลัง เพราะแบบนั้นเลยทำให้ใบหน้าหล่อๆของอิเจ๊ดานี่ยังอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากใบหน้าของผมมากนัก พอได้มองใกล้ๆแบบนี้ ถ้าพูดตรงนี้ก็ต้องบอกเลยว่า ถ้าลบพวกเครื่องสำอางค์และปากแดงๆเหมือนแดกเลือดนี่ออกไป พี่มันก็คือผู้ชายที่โคตรหล่อคนนึงเลยล่ะ ทั้งหน้าที่โคตรหล่อ หุ่นที่โคตรดี มีกล้ามแขนแต่ไม่ใหญ่เป็นกล้ามปู กล้ามหน้าอกกับไหล่กว้างๆนี่อีก เป็นหุ่นที่ผู้ชายทั้งหลายอิจฉาเลยล่ะ ยกเว้นก็แต่ความแรดของมันนี่ล่ะ พอคิดมาถึงตรงนี้ก็เลยเลื่อนสายตาขึ้นไปจ้องตาพี่มัน และเหมือนอีกฝ่ายก็มองผมอยู่ก่อนแล้ว  อิเจ๊ที่ยกยิ้มมุมปากก่อนจะใช้สายตามองไปทั่วทั้งหน้าจนผมร้อนหน้า



“อ๊ะแน่ะๆ มองหน้าแบบนี้ หลงความสวยของกูสินะคะ อิ๊อิ๊”



“อิพ่องเจ๊!”  ดูแม่ง



“ทำไมหน้าตาก็ดีถึงปากร้ายแบบนี้ล่ะคะ หื้มม”



“โว้ย ปล่อยผมได้แล้ว ปล่อยๆ”



“ดีดดิ้นๆ แหม่ อยากจะให้มาดิ้นบนตัว”



“อะไรนะพี่มึง!”   เบิกตากว้างๆแล้วแหกปากใส่หน้าที่ยิ้มมุมิเหมือนหมาน้อยไม่รู้เรื่องรู้ราวมาให้  ไอ้สัดพี่นี่!



“เปล๊า หูแว่วหูผีจ้าน้องกุ๊กๆกู๋”  กุ๊กกู๋พ่อมึง



“อ๊ะๆ...พอๆเลิกด่าคนสวยแบบกูจ๊ะ ตื่นมาแล้วก็ดีจ๊ะ...ว่าแต่ มึงไม่เจ็บที่อื่นมากกว่าที่พันแผลไว้ใช่ไหม” 



มันที่ทำเสียงตอแหลจนน่าตบในประโยคแรก ก่อนจะผละตัวออกจากผมแล้วทำสีหน้าจริงๆจังตอนถามเรื่องแผล  ผมที่ก้มมองตัวเองแบบสำรวจ ก่อนจะส่ายหน้าเป็นคำตอบไปให้



“จริงๆผมแค่โดนซ้อมซ้ำๆ”



“สัดหมา กูหน้าจะกระทืบแม่งให้ลิ้นปี่กระเด็นออกจากปาก” 



เสียงเหี้ยมพร้อมสายตาจริงจังว่าออกมาจนผมเผลอสะดุ้งเงยหน้ามองพี่มัน พี่มันที่กำมือแน่น ก่อนจะสะดุ้งที่เห็นผมมองมันอยู่



“อุ๊ยตาย เผลอแสดงด้านก้าวร้าวออกไป แย่จัง อิอิ”  กูเกลียดตรงอิอิของพี่มึงนี่แหล่ะ



“สัด กรอกตาใส่เหมือนกูตาบอด มองไม่เห็นเลยค่ะอิเด็กกุ๊กๆกู๋”



“เลิกปัญญาอ่อนสักทีอิเจ๊ดานี่ ไอ้เมลล่ะอยู่ไหน มันเป็นอะไรหรือเปล่า”



“นี่คือคำพูดหลังตื่นนอนที่พูดต่อผู้มีพระคุณแบบกูหรอคะ ชิชะเชอะ ไม่น่าช่วยมึงออกมาให้แขนบอบบางของกูต้องอ่อนล้าเลยจริงเชียว”



“เอ๊ะ?...นี่พี่เป็นคนช่วยผมออกมางั้นหรอ”   ตกใจนิดหน่อย แต่จริงๆก็ลืมคิดไปเลยว่าผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง



“หึ ก็ใช่น่ะสิคะ ทำคุณบูชาโทษโปรดไก่ไม่ได้อะไรจริงๆ” 



คนตรงหน้าที่ว่าออกมาแบบนั้นพร้อมกับกอดอกเชิดหน้าใส่กันแบบหงุดหงิด  พอเห็นแบบนั้นแล้วก็รู้สึกผิดขึ้นมาเลย ได้แต่เม้มปากนิดๆตอนที่โดนมันทวงบุญคุณ แต่จะว่าไป สิ่งที่ผมพึ่งเจอมา แค่หลับตานึกถึงก็รู้สึกขวัญเสียแล้ว  เอาจริงๆถ้าไม่ได้พี่มันไปช่วยไว้ ตอนนี้ก็ไม่อยากคิดสภาพตัวเองเลยล่ะ



“อ่า...ขอโทษทีที่ผมพูดไม่ดีกับพี่ แล้วก็....ขอบคุณมากนะครับ”



“หื้มมม พูดดีๆก็เป็นเหมือนกันนี่คะหนู” 



ฝ่ามือหนาที่เชยปลายคางของผมให้เงยขึ้นไปสบตาคนที่ก้มหน้าลงมามองกัน  ดวงตาคมที่เป็นกระกายวาววับจ้องมองมาที่ผมนิ่งๆหลังจากพูดจบ ริมฝีปากของคนตรงหน้าที่กดยิ้มมุมปาก ไม่ได้มองว่ามันดูร้ายกาจ แต่รู้เลยว่าคนตรงหน้ามันเจ้าเล่ห์ไม่ใช่เล่น



“ถ้าอยากขอบคุณกัน เปลี่ยนเป็นจุ๊บๆสักทีจะได้อ๊ะเป่า”  ออกเสียงแอ๊บแบ๊ววิบัติมากๆพร้อมทำปากจู๋แล้วกระพริบตาปริบๆ  ไอ้เชี่ยพี่แม่ง!



“โว้ยยย ไปไกลๆเลยไอ้ตุ๊ดปลอม!” ตะโกนด่าแม่งแบบนั้นแล้วสะบัดหน้าหนีออกมาจากมือหนาๆใหญ่ๆของไอ้พี่มันทันที



“อั๊ย อยากกรี๊ดๆค่ะ ตุ๊ดปลอมเชี่ยไร ตบปากนะคะ กูตุ๊ดก็คือตุ๊ด เป็นตุ๊ดสวยๆค่ะอิเด็กนี่ หึ้ย”



“ไม่ต้องมาพูดเลยนะ มึงถอยๆเลยไอ้พี่”



“อิ้ววว ยังกับว่าอยากอยู่ใกล้ตายล่ะค่ะ ขมคอ”



“เออ ไปขมไกลๆเลยนะ อย่ามาทำหน้าทำตาเหมือนหิวใส่กูอีกนะโว้ย”



“หวงเนื้อหวงตัว หึ”



“หึอะไร มึงหึอะไร๊!!”



“เปล๊า”   



เสียงมึงสูงมาก ไม่สูงแค่เสียงนะ หน้าตาก็ยังทำท่ายักคิ้วหลิ่วตาใส่ไปด้วย ถ้าไม่ติดว่าเจ็บร้าวไปทั้งตัว ตีนไอ้กุ๊กคนนี้ต้องกระตุกไปฟาดปากพี่มันแน่ๆ ไอ้บ้าเอ๊ย



“พอ เลิกด่ากูในใจได้แล้วจ๊ะหนู นอนพักเถอะ หายดีแล้วจะได้มีแรงไปจัดการเรื่องอื่นๆ” 



สัญญาณสงบสุขดังออกมาจากคนตรงหน้า  พี่ดาบที่ยิ้มมาให้น้อยๆ ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะดึงผ้าห่มที่เลื่อนตกลงไปที่ปลายเท้าขึ้นมาคลุมตัวให้ผม



“แล้วไอ้เมล...”



“น้องคาราเมลหวานๆปลอดภัยดี หนูไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”



“จริงนะเจ๊”



“จริงสิคะ”



“อื้ม...”   ตอบรับพี่มันไปน้อยๆ แค่ได้ยินว่าไอ้เมลไม่เป็นอะไรผมก็ดีใจ  แต่ยังไม่ได้เห็นกับตาตัวเองก็ยังไม่อยากมั่นใจอะไรเท่าไหร่  ผมยังจำเสียงกรีดร้องของมันได้ดีอยู่เลย



‘หมับ’



“อ๊ะ...”



“อย่าคิดมากเลยค่ะหนู น้องเมลไม่เป็นอะไร เราเองก็สภาพไม่ได้ดีนัก พักผ่อนเถอะ ตอนนี้เราปลอดภัยแล้ว” 



ช้อนตามองคนที่วางมือลงมาลูบหัวให้ผมเบาๆ  อยากจะฝืนดื้อต่อ แต่พอสัมผัสอุ่นๆที่ได้รับมาในตอนนี้ ก็ทำได้แค่ทิ้งตัวลงนอนแต่โดยดี  มองคนร่างหนาที่ผละตัวออกจากผมไป แล้วเดินออกไปจากห้อง



“พี่ดาบ...”



“หื้ม?...”



“ขอบคุณนะครับ”



บอกออกไปเบาๆ พร้อมๆกับที่ใบหน้าหล่อๆที่เต็มไปด้วยเครื่องสำอางค์หันกลับมายิ้มอ่อนๆให้ผมพร้อมพยักหน้ารับรู้ และนั่นคือสิ่งสุดท้ายก่อนที่เปลือกตาของผมจะปิดลงอีกครั้งนึง



...



“กูจะไม่ทนแล้วนะโว้ย”



“กูว่ามึงใจเย็นๆก่อนไอ้บิน มึงจะไปแจ้งความให้เป็นเรื่องใหญ่ให้พ่อไอ้เมลมาแหกอกมึงหรือไงวะ”



“แต่มันหายไป มึงเข้าใจไหม ไอ้เมลกับไอ้กุ๊กมันหายไปเป็นอาทิตย์แล้ว!” 



ตะคอกใส่หน้าไอ้เพื่อนที่ดูไม่สนใจอะไรเท่าไหร่ ทั้งๆที่เพื่อนในกลุ่มหายไปจะเป็นอาทิตย์  รู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านอย่างบอกไม่ถูก ร้อนใจไปหมดแล้วในตอนนี้



“ไม่ใช่กูไม่ห่วง แต่กูรู้ดีว่าบ้านไอ้เมลไม่ปล่อยให้ลูกเค้าตายหรอก อีกอย่าง...มันยังมีอาจารย์ทัพหน้า”



“อาจารย์ห่านั่นทำเชี่ยอะไรได้บ้าง ทำได้อย่างเดียวคือทำให้มันเจ็บน่ะสิไม่ว่า!”



“แต่ถึงไอ้เมลมันจะเจ็บ แต่มันก็เต็มใจที่มันจะเจ็บจากมือของคนที่มันรัก มึงเข้าใจไหมว่าไอ้เมลมันรักอาจารย์ทัพหน้า”

ไอ้อู๋ที่จ้องหน้าผมแล้วพูดออกมาแบบนั้น มันไม่ได้ตะคอกเสียงดังใส่หน้า แต่มันแค่กดเสียงอย่างหนักแน่นและชัดเจนที่สุดเพื่อบอกผม  สายตาของมันที่มองหน้าผมนิ่งๆแบบนั้นทำให้ผมยิ่งละอาย



“กูมั่นใจว่าอาจารย์จะไม่ปล่อยให้มันได้รับอันตราย”



“แต่ถ้ามันได้รับอันตรายล่ะ”



“เค้าก็คงไม่ปล่อยคนที่ทำมันไว้หรอก จริงๆคนที่มึงควรจะห่วง ถ้ามึงยังคิดว่านั่นเป็นเพื่อนรักมึง จริงๆมึงน่าจะถามหาไอ้กุ๊กมากกว่ารึเปล่า” 



ผมเสหน้าหนีในตอนนั้น หัวใจเต้นตึกตักตอนที่ได้ยินชื่อนี้ออกจากปากของมัน จริงๆก็เพราะว่าเป็นห่วงไอ้นี่นั่นแหล่ะ ถึงต้องโวยวายถามหาไอ้เมลอยู่แบบนี้



“จริงๆกูมาคิดๆดู กูว่า...พวกเราแม่งไม่ฟังไอ้กุ๊กมันเลยนะ” 



ไอ้อู๋ที่พูดออกมาเบาๆ มันที่เอนตัวเอาหลังพิงกำแพงแล้วหยิบบุหรี่ออกมาจุดสูบ มันที่เงยหน้ามองฟ้าแล้วพ่นควันออกมาในตอนนั้น



“ทำไมต้องฟังวะ”



“แล้วทำไมมึงถึงไม่ฟังมัน”



“ก็หลักฐานมันชัด ถ้าไม่ใช่ มันจะไปอยู่ที่นั่นตอนนั้นได้ไง...กูที่เป็นเพื่อนมันมาตั้งนาน ยังไม่รู้เลยว่านั่นบ้านมัน มันปิดบังกูอย่างตั้งใจ ทุกอย่างมันชัดขนาดนั้น”



“หลักฐานมันชัด หรือคำพูดที่บอกว่ามันชอบอาจารย์ทัพมันทำให้มึงจุกจนเลือกเชื่อกันแน่วะ”



“มึงหมายความว่าอะไร”  หันไปมองหน้าด้านข้างของมัน ไอ้อู๋ที่หยิบบุหรี่เข้าปาก ก่อนจะพ่นควันออกมาช้าๆ มันที่ยกยิ้มมุมปาก แต่สายตาก็ยังคงมองท้องฟ้าอยู่แบบนั้น  หล่อมากมั้งไอ้สัด



“มึงไม่ต้องมาถามกูหรอก ถามใจมึงก็พอ”



“พูดเหี้ยไรไม่เคยรู้เรื่อง” 



บ่นมันออกมาเบาๆ แล้วหันหน้าหนี  .... ทำไมกูต้องถามตัวเองด้วยวะ กูจะไปรู้สึกอะไรที่รู้ว่าไอ้กุ๊กชอบอาจารย์ทัพหน้า  กำมือจนแน่นตอนที่คิดออกมาแบบนั้น



“ไม่รู้เรื่องต่อไปให้ได้ตลอดล่ะ มึงไม่เห็นไอ้เบนหรอวะ ตั้งแต่ไอ้กุ๊กออกจากกลุ่มพวกเราไปมันก็สนิทกับไอ้เบนที่สุด”



“เหอะ ไอ้แป๊ะเตี้ย”



“ปากดี ใครมันจะเป็นไอ้ตี๋โย่งแบบมึงไอ้สัด”



“มึงเข้าข้างมันหรอวะ!” รู้สึกหงุดหงิดแบบบอกไม่ถูก ตวัดสายตาไปมองแรงใส่ไอ้อู๋ที่ดูจะอารมณ์ดีซะเหลือเกิน



“หึ กูพูดแค่นี้มึงก็ขึ้นแล้ว แล้วถ้าเป็นไอ้กุ๊กพูดล่ะมึงจะต้องขึ้นขนาดไหน”



“สัด”



“ใจเย็นๆไว้พ่อหนุ่ม มึงอย่ามารู้ตัวตอนที่สายล่ะ ถ้าแก้อะไรได้ก็รีบแก้ซะ”



“มาบอกแต่กู แล้วมึงเหอะ ตอนนั้นมึงก็เชื่อว่าไอ้กุ๊กทำเหมือนกัน แล้วถ้าตอนนี้มึงบอกว่าไอ้กุ๊กไม่ได้ทำ มึงจะบอกว่าโพดโกหกหรือไง”   



หันหน้ากลับไปมองมัน  ไอ้อู๋ที่เสหน้าไปมองท้องฟ้าอีกครั้ง มันที่ถอนหายใจออกมาหนักๆในตอนนั้น



“บางที...กูก็น่าจะเชื่อคำไอ้อ้วนให้เร็วกว่านี้ กูเองจะได้ไม่ต้องเสียใจ และที่สำคัญ...จะได้ไม่เสียเพื่อนดีๆแบบไอ้กุ๊กไปด้วย”



“ไอ้อ้วน?”



“ไม่เสือกนะหนูบินนี่”



“สัดอู๋ กูจะเหยียบหน้ามึง!”



“ก๊ากกกกกก”   



กวนตีนกูจริง ไม่พอยังหันมายิ้มขำก๊ากใหญ่แถมพ่นน้ำลายใส่หน้ากูอีก มึงต้องโดนตีนกูแล้วไอ้เหี้ยอู๋  วิ่งไล่เตะเพื่อนตัวเองออกมาจากหลังตึก ที่ๆเป็นจุดนัดรวมพลคนชอบสูบบุหรี่จะมาสูบได้ ไอ้อู๋ที่วิ่งนำไปเพราะหนีลูกเตะจากผม แหกปากร้องโวยวายไปตามทาง โคตรหน้าอาย แต่เพราะว่ามันที่ไม่ทันระวัง มัวแต่หันมามองผม เลยชนเข้ากับคนเต็มๆ



‘พลัก’



“โอ๊ยยย”



“เห้ย! อะ...อ้าว โพด”



“อู๋ โพดเจ็บนะ”   



พวกเราต่างมองไปยังร่างเล็กที่ตอนนี้กองอยู่ที่พื้นไปแล้ว ไอ้อู๋ที่มองนิ่งๆ แว๊บนึงผมเห็นมันกรอกตา แต่ไม่น่าจะใช่ ในเมื่อมันก็ก้มตัวลงไปดึงโพดให้ลุกขึ้นมายืนดีๆ



“โทษที”



“อู๋กับบินไปไหนกันมาอ่า เราตามหาตั้งนาน”



“ตามหาทำไม”



“เอ้า ก็จะได้กลับบ้านด้วยกันไง”   



พูดที่ว่าออกมาแบบนั้น ก่อนจะยื่นมือไปเกาะแขนไอ้อู๋เอาไว้ ซึ่งภาพแบบนี้ที่เห็นก็โคตรจะเป็นเรื่องปกติมากๆ แทบจะรู้กันทั้งคณะอยู่แล้วมั้งว่าไอ้อู๋แม่งตามจีบโพด ก็เล่นออกนอกหน้านอกตาขนาดนั้น แต่ในวันนี้ ตอนนี้ เหมือนจะมีบางอย่างที่แปลกออกไป ไอ้อู๋ที่ยืนนิ่งๆไม่กระดี๊ดระด้าเหมือนปกติเวลาที่โพดเข้ามาเกาะแกะ



“เอ้า ลุง หวัดดี โอ้วววว อยู่กันครบเลยเนอะ อิตัวดีทั้งหลาย” 



เสียงใสๆที่เรียกให้พวกผมหันไปมอง และเจอเข้ากับเด็กหน้าเป็นคนนึงที่เดินเข้ามา .... เอ่อ...มันคือใครวะ?



“เอ้า ไอ้อ้วน”



“ปากหมานะลุง! ถ้าไม่ติดว่าหิวจะเขวี้ยงขนมครกนี่ใส่หน้าเดี๋ยวนี้!” 



เด็กตรงหน้าอ้าปากเถียงกับไอ้อู๋แบบจริงจัง ผมกับข้าวโพดได้แต่มองมันเถียงกันแบบงงๆ แต่จริงๆก็ดูเป็นความเถียงในแบบที่ไอ้อู๋ดูจะชอบใจ มุมปากของมันที่ยกยิ้มออกมาตอนว่าเด็กนั่นว่าอ้วน เอาจริงๆผมว่ามันก็ไม่ได้อ้วนนะ น่าจะอวบๆมีแก้มแบบน่ารักนุ่มนิ่ม ที่สำคัญผิวขาวอมชมพูของมันก็ทำให้มันยิ่งดูนุ่มนิ่มเข้าไปอีก



“หึ มึงมาก็ดีเลย ปะ กลับกัน”



“ห๊ะ?” 



ไอ้อู๋ที่ว่าออกมาแบบนั้นพร้อมๆกับไอ้เด็กนั่นที่เอียงคอมองมันงงๆ ตากลมใสเบิกกว้างขึ้นมาตอนที่ไอ้อู๋แกะแขนไอ้โพดออกจากแขนตัวเอง ก่อนจะเดินเข้าไปเอามือคล้องคอไอ้เด็กที่มือข้างนึงล้วงเข้าไปในถุงขนมครกอยู่



“โทษทีนะโพด พอดีวันนี้เรานัดน้องไว้อ่ะ คงไปส่งโพดไม่ได้หรอก”



“ห๊ะ อู๋ไม่ไปส่งโพดหรอ”



“เออ โทษทีนะ” 



มันที่ว่าออกมาง่ายๆพร้อมยักคิ้วใส่ เอาจริงๆโคตรกวนตีน  ผมหันไปมองโพดที่ชักสีหน้าออกมาทันที จริงๆเหมือนเป็นครั้งแรกที่เห็นโพดมันแสดงท่าทีไม่พอใจแบบนี้



“ไปกันเหอะไอ้แจ เดี๋ยวกูเลี้ยงบอนชอน”



“เชี่ย จริงจังไม่จ้อจี้กูนะลุง”



“สัญญา”



“ชิพหาย น่ารักเด้ออ ไปกันจ้า”



“หึ ไวเชียวนะ”



“จะไปไหมไอ้สัด”



“ครับๆ....ไอ้บินกูกลับก่อนนะ ส่วนมึงน่ะ ก็คิดให้ดีๆ กูว่าถ้ามองดีๆจะชัดมากเลยว่ะ”  มันที่กอดคอไอ้เด็กนั่นแล้วเสหน้ามามองผม มันที่กระตุกยิ้มมุมปากหน่อยๆตอนที่ว่าแบบนั้น สายตาของมันมองข้าวโพดนิ่งๆ นิ่งจนผมที่เป็นเพื่อนมันมาสี่ปีรู้ดีว่ามันกำลังหมายถึงอะไร



“อืม มึงกลับดีล่ะ”



“ดีแน่ บาย” 



บอกแบบนั้น ก่อนจะดึงไอ้เด็กที่มันกอดคอไว้ให้เดินตามแรงลากของมันออกไป ไม่คิดแม้แต่จะบอกลาโพด ... ผมรู้ดีว่าจริงๆไอ้อู๋มันก็ร้ายนะครับ จริงๆมันก็เป็นคนหล่อคนนึงเลย และที่สำคัญมันไม่มีแฟน ทั้งหญิงทั้งชายมีเข้ามาให้มันไม่เคยขาด แต่ตั้งแต่ที่เห็นเหมือนมันเริ่มจะจีบโพด ผมก็เห็นมันทุ่มเต็มที่ แต่ถ้าดูจากรูปการณ์ตอนนี้ ถ้าบอกว่ามันได้ฟันโพดแล้ว ภาษาชาวบ้านจะเรียกว่าฟันแล้วทิ้ง แต่ถ้ายัง ก็คงบอกแค่ว่า กูเทแล้ว



“หึ้ย”



“หื้ม?...โพดพูดว่าไรนะ”  ได้ยินไม่ชัดเลยหันไปถามคนที่ยืนทำหน้าหงุดหงิดอยู่ข้าง อีกฝ่ายที่ค่อยๆปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วก็ส่ายหน้า ก่อนจะค่อยๆช้อนตามองหน้าผม



“บิน”



“หื้ม”



“บินช่วยไปส่งโพดหน่อยได้ไหมอ่ะ...อยู่ๆอู๋ก็เทกันแบบนี้ เราไม่ได้บอกที่บ้านไว้อ่ะ”



“อ่า....ก็ได้สิ”



“เย้ น่ารักจัง ขอบใจนะ” 



เมื่อตอบรับ อีกฝ่ายก็ยิ้มกว้างออกมาพร้อมๆกับชูมือขึ้นสองแขนตะโกนดีใจ อืม....ก็น่ารักดี เป็นภาพชินตาที่เวลาใครมองมาที่โพดมันก็คงจะเห็นแว่นตาหนาๆพร้อมกับท่าทางซื่อๆแบบนี้นั่นแหล่ะ



.

.

.




“บินสนิทกับอู๋มานานแล้วหรอ”   เสียงใสๆที่ดังมาจากคนข้างตัว ทำให้ต้องละสายตาไปมองแว๊บนึงก่อนจะหันหน้ามามองถนนเหมือนเก่า



“ก็รู้จักกับมันมาตั้งแต่ปี1แล้ว ก็สนิทกัน”



“อื้มม เราว่า...เหมือนอู๋จะชอบเราเลย”  ผมเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆตอนได้ยินแบบนั้น ก็คือพึ่งรู้หรอวะ คนเค้าน่าจะรู้กันทั้งคณะแล้วมั้ง



“อ่อ ก็นะ”



“แต่เรา...เราคิดกับอู๋แค่เพื่อนนะ”  ห๊ะ! คิดแค่เพื่อน แต่เล่นให้มันไปรับไปส่งไปนู่นไปนี่ไปนั่นตลอดอะนะ อยากจะพูดออกมาแบบนั้น แต่ก็ทำได้แค่นิ่ง



“อ่อหรอ ...”



“แต่เราไม่รู้จะบอกอู๋ยังไงให้เข้าใจดีน่ะสิ เฮ้อ อึดอัดจัง...ถ้าเรากล้าแบบกุ๊กที่กล้าทำตามใจตัวเองก็คงจะดีสิ” 



ชื่อของบุคคลที่สามที่ถูกเอ่ยออกมาจ3ากปากของคนข้างๆ จากที่ตั้งใจว่าจะไม่สนใจ แต่เพราะแบบนี้มันเลยอดไม่ได้ที่จะต้องถามต่อ



“ทำไม ไอ้กุ๊กมันทำไม”



“ก็แบบที่ว่า อยากทำอะไรก็ทำ ชอบใครก็กล้าบอกไง”  มันที่ว่าออกมาแบบนั้นแล้วเอียงหน้ามายิ้มหวานให้ผม



“หรอ”



“อื้มม แบบชอบอาจารย์ทัพหน้างี้ ก็กล้าทำตามใจตัวเองให้ได้มา....แบบที่ทำกับเมล”



“ไอ้กุ๊กมันทำหรอ?”



“ก็ใช่น่ะสิ บินก็เห็นนี่วันนั้นน่ะ วันที่ทุกคนรู้เรื่องว่ากุ๊กสั่งคนมาทำร้ายเมลน่ะ ก็วันนั้นน่ะกุ๊กเข้ามาวางแผนใหม่กับคุณพ่อไง”



“อืม จำได้ มันวางแผนไว้ว่าไงนะ”



“ก็สั่งพวกไอ้กล้าไปดักทำร้ายเมลมันไงล่ะ ตั้งใจจะไปจัดการเมลแต่พี่ทัพน่ะก็ช่วยมันไว้จนได้ เหอะ....อ่า กุ๊กมันคงหงุดหงิดน่าดูเลยนะตอนนั้นน่ะ”



“หรอ มันเป็นแบบนั้นเลยหรอ”



“จริงๆนะบิน กุ๊กน่ะ...”  โพดมันบอกออกมาแบบนั้นตอนที่ผมตบไฟเลี้ยวรถ ก่อนจะค่อยๆชะลอจอดตรงหน้ารั้วบ้านหลังใหญ่ บ้านพ่อไอ้กุ๊ก  ....



“เราไม่รู้ว่ากุ๊กอยู่กับพวกบินเป็นยังไง แต่อยู่กับเรา กุ๊กร้ายมากจริงๆ” 



เสียงเล็กที่ว่าออกมาอีก พร้อมๆกับฝ่ามือบางที่วางลงบนต้นขาของผม สะดุ้งนิดหน่อยแต่ก็หันหน้าไปมองคนข้างๆตัวนิ่งๆ ใบหน้าใสๆน่ารักภายใต้กรอบแว่นตาหนาของมันที่จ้องมองผม



“บินเชื่อโพดไหม โพดไม่ได้โกหกจริงๆนะ” 



ผมใช้สายตามองไปทั่วทั้งหน้าของอีกฝ่ายนิ่งๆ คนตรงหน้าที่เม้มริมฝีปากนิดๆเหมือนเขินอาย สุดท้ายก็ตัดสินใจยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ อีกฝ่ายที่เอนตัวไปพิงกับเบาะรถก่อนจะช้อนตามามองหน้าผม ยกยิ้มนิดๆตอนที่เลื่อนมือเข้าไปวางไว้ข้างๆตัว อีกฝ่ายที่ไม่ได้มีท่าทีตกใจอะไรมองจ้องตาผมอยู่ตอนนี้  เอียงหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจประทะใบหน้าเล็ก



‘แกร๊ก’



“ถึงบ้านพอดีเลย อย่าเสียเวลานั่งอยู่เลย ลงเถอะ”



“เอ๊...” 



ผมที่ผละตัวออกมาตอนที่ปลดสายคาดเบลท์ออกให้ พร้อมๆกับเอื้อมมือไปเปิดประตูรถให้ด้วย คนที่เอนตัวลงแนบกับเบาะเบิกตามองหน้าผมแบบคาดไม่ถึง



“อ่ะ อืม”



‘ปัง’



ข้าวโพดที่พูดแค่นั้น ก่อนจะเดินลงจากรถแล้วปิดประตูซะเสียงดัง



“สัด! รถกูแพงนะแม่ง”  บ่นมันออกไปแบบนั้น แต่แน่ล่ะมันไม่ได้ยินหรอก



“เป็นคนแบบนี้เองหรอวะ เหอะ...สัดอู๋ มึงหลุดพ้นแล้วล่ะ”   



เหลือจะเชื่อ ไม่คิดไม่ฝันว่าโพดมันจะทำแบบนี้ คือไรวะ แค่ลูบต้นขาก็รู้แล้วว่าไม่ใส ... แต่ทำไม ทำไมถึงต้องว่าไอ้กุ๊กแบบนั้นด้วยวะ



ขับรถออกไปให้พ้นจากหน้ารั้วบ้านหลังใหญ่ ขับตรงไปแล้วถอยหลังกลับรถตรงซอยข้างๆบ้านพ่อไอ้กุ๊ก ตั้งใจว่าจะขับกลับเลย แต่สายตามันดันสะดุดตากับรถคันหนึ่งที่เห็นบ่อยๆในช่วงนี้จากทางกระจกมองหลัง เผลอเหยียบเบรคในตอนนี้ มองเห็นผู้ชายร่างสูงคนนึงที่ยืนสูบบุหรี่อยู่นอกรถเหมือนกำลังรอใคร พอเพ่งมองชัดๆก็จำได้แม่น



“นี่มันไอ้คนที่ชอบมาส่งเมลตอนเช้าๆนี่หว่า ทำไมมาอยู่ตรงนี้วะ?” 



ชัดแน่ไม่มั่วนิ่ม ไม่จ้อจี้ใดๆ ไอ้ผู้ชายสูงๆที่ว่าเป็นคนของไอ้อาจารย์ที่ชอบมาส่งเมลตอนเช้าไม่ผิดแน่  ผมรีบถอยรถออกจากซอยแล้วไปแอบจอดที่อื่น ก่อนจะย่องไปแอบดู  ผู้ชายคนนั้นที่จอดรถพิงกำแพงบ้านไอ้กุ๊กอยู่เหมือนรอใคร และในไม่กี่นาทีต่อมา ประตูด้านข้างของบ้านไอ้กุ๊กก็เปิดออกมา และคนที่เดินออกมาก็คือ ‘ข้าวโพด’



“เชี่ย” 



เผลออุทานออกมาเบาๆ มองเห็นข้าวโพดกับผู้ชายคนนั้นกำลังคุยกันหน้าเครียด ผู้ชายร่างสูงที่จับมือไอ้โพดไว้แน่นๆ แต่มันกลับสะบัดมือออก ทำท่าทางรังเกียจก่อนจะผลักอกแกร่งนั่นแรงๆจนเขาเซไปชนรถ  ไม่รู้ว่าทั้งคู่ทะเลาะอะไรกัน แต่เสียงดังน่าดู แต่ผมก็ฟังไม่ได้ศัพท์เพราะระยะที่ไกลพอดู  แต่ก่อนที่ผมจะคิดออกว่าควรทำอะไรต่อไปดี รถตู้สีดำคันใหญ่ก็เลี้ยวเข้าไปในซอย ก่อนที่ชายฉกรรจ์ในขุดดำใส่แว่นหลายคนจะกระโจนลงมาจากรถ พร้อมๆกับล็อคตัวไอ้โพดและผู้ชายคนนั้นอุ้มขึ้นรถไปต่อหน้าต่อตาผม  ในจุดนี้กูมุดหัวลงแนบถังขยะเลย  ไม่กี่นาทีต่อมารถตู้ก็แล่นออกไปแบบไร้ล่องลอย เหลือเพียงแค่กูที่นั่งตาเบิกกว้างมือสั่นอยู่ข้างถังขยะเปียก



“ไอ้ชิพหาย! นี่มันเรื่องเชี่ยไรกันวะ!!” 



โทรบอกตำรวจดีไหม เมื่อกี้โพดโดนจับตัวไปด้วย นี่มันเรื่องอะไรกันวะ ไม่ได้ นี่มันเรื่องใหญ่เกินกว่าผมจะจัดการคนเดียวไหว  เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนกดโทรออก



“ฮัลโหลไอ้สัดอู๋ กูเจอเรื่องใหญ่!!” 



...

               
(มีต่อจ้า)

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ

กลิ่นควันบุหรี่ลอยอ่อนๆอบอวลไปทั่วห้องที่ไม่มีหน้าต่าง ความชื้นแฉะจากพื้นสกปรกยิ่งส่งผลให้กลิ่นบุหรี่และกลิ่นอับผสมปนเปกันไปทั่วจนชวนให้รู้สึกคลื่นเหียนเวียนหัว ร่างสองร่างที่ถูกมัดมือมัดเท้าโดนผ้าปิดตาและมีถุงผ้าดำสวมคลุมทับอยู่อีกที ทั้งคู่ถูกบังคับให้นั่งกองกันอยู่ที่พื้น



“ปล่อยสิ! ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันห๊ะธร!”



“พี่จะรู้ได้ไงล่ะโพด หรือนี่เป็นแผนของโพดอีก”



“อย่ามาพูดหมาๆได้ไหม! เคยทำอะไรได้เรื่องบ้างไหมก็ไม่มี ไร้ประโยชน์สิ้นดี!”



“โพดพูดแบบนี้ออกมาได้ยังไง ทุกเรื่องที่พี่ทำให้โพดไปมันยังไม่พอรึไง”



“พอ...พออะไรของธรห๊ะ! ไม่ได้เรื่องสักเรื่องยังจะมาถามเอาอะไรอีก โอ๊ย ไอ้เชือกบ้านี่ก็มัดแน่นอะไรแบบนี้ เจ็บไปหมดแล้วโว้ย”



“หยุดเสียงดังสักทีเถอะโพด พี่กำลังใช้ความคิด” 



ธรที่ขมวดคิ้วแน่นภายใต้ถุงผ้าดำที่ถูกสวมอยู่  ในความรู้สึกของธรตอนนี้รู้สึกใจไม่ดีเอามากๆ ความรู้สึกที่บอกว่า เรื่องที่เค้าโดนจับอยู่ตอนนี้ มัน....



“ความคิดอะไรอีก น่ารำคาญชะมัด เห้ย ไอ้พวกขี้ข้า จับมานี่คือพวกไอ้หมิงใช่ไหม! ไปเรียกเจ้านายแกมาเลยนะ โง่ โง่ที่สุด!”



“หมิง...หมิงทำไม?”



“โอ๊ย โพดเบื่อความโง่เง่าของธรมากๆเลยรู้ไหม เหอะ พวกไอ้หมิง ก็หมิงที่คุมคาสิโนใหญ่อยู่ไง คนที่เป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของธรไง”



“แล้วโพดไปมีเรื่องอะไรกับเค้า”  ธรถามออกมาเสียงสั่น  โพดไปมีเรื่องกับพวกหมิง ถ้าแบบนั้นมันเป็นไปไม่ได้ที่คนที่ตนจับมาจะเป็นพวกหมิง...ในเมื่อเจ้านายของเค้าพึ่งไปล้างบางคาสิโนนั้นมาเมื่อไม่กี่วันก่อน



หรือว่า...



“หึ ไอ้หมิงก็คนที่แอบรักณราชานักณราชาหนายังไงล่ะ โพดก็แค่ยืมมือมันไปฆ่าไอ้เมลแค่นั้นเอง หายไปตั้ง5วันแล้ว สงสัยมันจะจัดการสำเร็จ แต่มาจับกูทำเชี่ยไรวะ ไอ้หมิง ปล่อยนะโว้ย”



“โพดพอเถอะ พี่ว่าเราหยุดเรื่องนี้เถอะนะ แค่นี้พ่อโพดก็น่าจะพอใจแล้ว”



“ไม่ โพดไม่หยุด! ทำไมโพดต้องหยุดด้วย”



“โพด พอเถอะ ถอยออกมา แล้วเราไปอยู่ด้วยกันที่ไหนก็ได้ พี่ว่าเรื่องนี้....”



“พูดอะไรออกมาอ่ะธร ประสาทป๊ะ ทำไมโพดต้องไปอยู่กับธรด้วยวะ



“โพด...หมายความว่าไง ก็โพดบอกว่าโพดรักพี่ ไหนโพดบอกว่าถ้าพี่ช่วยให้โพดได้เข้ามาสนิทกับคุณทัพได้ โพดจะไม่ช่วยพ่อทำเรื่องใส่ร้ายคุณเมลแล้วไง”



“ตลกหรอธร โพดพูดตอนไหนไม่ทราบ”



“พูดแบบนี้หมายความว่าไง ... ไหนบอกว่ารักพี่...”



“ธร ไม่น่าเชื่อว่าจะทำงานเป็นคนใกล้ชิดของพี่ทัพหน้าได้นะถ้าโง่ขนาดนี้  โพดไม่เคยรักธรเลย!



“โพด!”



“อย่ามาขึ้นเสียงใส่โพดนะ ใครจะไปรักคนแบบธรอ่ะ ทำอะไรก็ไม่ได้เรื่อง เหอะ ใกล้ชิดพี่ทัพหรอ โพดทำเองทั้งนั้นเถอะ”



“แต่...”



“แล้วโพดจะบอกให้เอาบุญ โพดไม่ได้ทำเพราะพ่อเลี้ยงบังคับให้ทำแบบที่โพดบอกธรหรอก ถึงเค้าจะขอให้ทำจริงๆเพราะอยากเอาข่าวคาวๆของไอ้เมลไปแบล็คเมลพ่อมันเพื่อตัดคะแนนเสียงของพ่อไอ้เมลจริงๆ แต่โพดน่ะโคตรเต็มใจเลยรู้ไหมตอนที่เค้าขอให้ทำ โพดเต็มใจวางแผนฆ่าณราชาแล้วโยนความผิดให้ไอ้เมลเองล่ะ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะโพดเกลียดมันไง เกลียดอิณราชานั่นด้วย พอไอ้กุ๊กไม่ยอมทำแล้วพ่อมันมาขอร้อง โพดนี่แทบจะตกลงแบบไม่ต้องคิดเลยด้วยซ้ำ”



“โพด! ทุกเรื่อง เรื่องคุณณราชาโพดก็ทำหรอ”



“แหม ฉลาดแล้วหรอธร แต่โทษทีนะมันช้าไปหน่อย”



“โพด....”



“หึ เลิกทำเสียงเว้าวอนสักที น่ารำคาญ เดี๋ยวโพดจะไปพูดกับไอ้หมิงให้รู้เรื่อง มาจับกันแบบนี้ได้ยังไง” 



ร่างเล็กที่ค่อยๆลุกขึ้นยืนสะเปะสะปะ พยายามค่อยๆเดินฝ่าความมืดไปช้าๆ ตั้งใจจะพยายามเดินไปหาประตู แม้ว่าจะไม่รู้ว่าอยู่ตรงทิศทางไหนก็ตามที



‘แอ๊ด’



‘ปึก’



“อ๊ะ! แกเป็นใครห๊ะ เดินมาชนฉันทำบ้าอะไร แต่มาก็ดีไปตามไอ้ อึก อัก...”



“โพด...เป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น”



“อึก อัก”



“มันไม่ได้เป็นอะไร มันแค่กำลังโดนกูบีบคอ”



“จ...เจ้านาย”



“อึก อัก แค่ก....”



“เก่งนี่ที่ยังจำเสียงกูได้...ไอ้ธร”



‘พลัก’



ฝ่ามือหนาที่โยนร่างของข้าวโพดไปกองที่พื้นอย่างรังเกียจ ก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงเข้มที่ดังสะท้องก้องไปทั่วห้อง



“แกะผ้าเปิดตาพวกมัน!”



“ครับนาย” 



‘พลึบ โครม’



ร่างลูกน้องคนสนิทถูกโยนมากองตรงปลายเท้า  ดวงตาคมปรายตามองนิ่งๆ ยิ่งทำให้ธรตัวสั่น ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวไปทางไหน  ภายในห้องแคบๆที่ไม่มีอากาศลอดผ่าน ตอนนี้ยิ่งชวนให้หายใจไม่ออกเข้าไปอีกเมื่อเจ้าของร่างสูงผู้เป็นนายกำลังนั่งไขว่ห้างแสยะยิ้มมองอยู่ในตอนนี้



“นะ...นาย”



“หึ ว่าไงมึง” หัวเราะออกมาเบาๆพร้อมๆกับเลิกคิ้วถาม



“พะ...พี่ทัพ”



“ว่าไงครับลูกศิษย์ที่รัก”



เสียงอีกเสียงที่ทำให้ต้องหันไปตอบรับแบบอาจารย์ผู้ใจดี รอยยิ้มเสแสร้งถูกส่งออกมาในตอนนั้น ข้าวโพดที่ทำหน้าตาเลิกลักมองไปรอบๆห้องด้วยความหวานผวา ก่อนจะค่อยๆคลานเข้ามาหาทัพหน้าด้วยความรวดเร็ว



“พี่ทัพ โพดไม่รู้เรื่องนะครับ ช่วยโพดด้วย”



“ชู่ววว ใจเย็นๆนะครับเด็กดี”  ฝ่ามือหนายกมือขึ้นลูบผมคนที่เอาหน้ามาวางไว้ที่หน้าขาอย่างใจดี



‘กึก’



“อ๊ะ โอ้ยยยย ผมเจ็บครับ” 



มือหนากระชากเส้นผมที่ก่อนหน้านี้ลูบเบาๆขึ้นมาอย่างแรง ดวงตาอบอุ่นใจดีก่อนหน้านี้เปลี่ยนเป็นสายตาของผู้ล่า แววตาคมดุที่ก้มหน้าลงมองหน้าของคนที่ตัวเองกระชากผมอยู่ก่อนจะแสยะยิ้มร้าย มืออีกข้างเอื้อมไปดึงแว่นตาหนาออกไปก่อนจะปาทิ้ง



“ว่าไง มองเห็นกูชัดรึเปล่า”  เอ่ยถามออกมาเสียงเย็น ข้าวโพดได้แต่ส่ายหน้า พร้อมๆกับนัยน์ตาสั่นระริกเมื่อรับรู้ถึงอันตรายตรงหน้า



“ผะ...ผม อ๊ะ อึก เจ็บครับพี่ทัพ”



“เหรอ แล้วมึงเจ็บเท่าไอ้เมลหรือเปล่า! เจ็บเท่าณราชาหรือเปล่า!” 



ตะคอกถามเสียงดังพร้อมกับเพิ่มแรงจิกลงไปที่เส้นผมมากยิ่งขึ้น ข้าวโพดพยายามส่ายหน้า รู้สึกเจ็บร้าวไปทั่วทั้งหัว พยายามมองหน้าทัพหน้าอย่างอ้อนวอนขอร้อง



“มะ...ไม่นะฮะ ผมไม่รู้เรื่องนะฮะพี่ทัพ โพดไม่ได้ทำอะไรนะฮะ”



“งั้นหรอ”



“จริงๆนะฮะ โพดเปล่าเลยนะฮะ” 



ว่าออกมาอย่างระล่ำระลัก เพราะคิดว่าก่อนหน้านี้ทัพหน้าไม่ได้อยู่ในห้องนี้ จะต้องไม่ได้ยินเรื่องที่ตัวเองคุยกับธรแน่นอน  เรื่องราวมันต้องไม่เป็นแบบนี้ ตัวเค้าสิที่จะต้องได้รักกับทัพหน้า เรื่องราวถูกวางมาดีจะตาย จะมาพังไม่เป็นท่าไม่ได้ ... ข้าวโพดได้แต่บอกตัวเองในใจอยู่แบบนั้น



“เหรอ งั้นไหนเล่ามาสิ ว่าเรื่องมันเป็นยังไง” 



ฝ่ามือหนาที่ค่อยๆปล่อยมือจากการจิกเปลี่ยนกลับไปเป็นลูบช้าๆ รอยยิ้มใจดีถูกส่งกลับไปให้ข้าวโพดอีกครั้ง  ธรที่มองอยู่ก่อนได้แต่ส่ายหน้า ร่างหนาสั่นสะท้านไปทั้งตัว เพราะรู้จักนิสัยเจ้านายตัวเองดี



“โพดไม่รู้เรื่องเมล ไม่รู้เรื่องณราชาอะไรทั้งนั้นนะฮะ อยู่ๆโพดก็ถูกจับมากับผู้ชายคนนี้ ใครก็ไม่รู้ โพดไม่รู้จัก...นี่แก! พูดมาสิว่าฉันกับแกเราไม่รู้จักกันใช่ไหม!”



“ข้าวโพด” 



ธรเอ่ยเรียกคนตรงหน้าด้วยเสียงอ่อย ไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่ตัวเองรักมาตลอด ตอนนี้กำลังหนีเอาตัวรอด ธรที่มองหน้าข้าวโพดอย่างไม่เชื่อสายตา น้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาที่หน่วยตาช้าๆ



“อย่ามาเรียกชื่อฉันนะไอ้บ้า!” 



ว่าออกมาอีก ก่อนจะพยายามเอาเท้าที่ไม่ถูกมัดแล้วยันร่างสูงของธรให้ถอยไปห่างๆตัว  ทัพหน้ายกยิ้มมุมปากมองภาพตรงหน้าด้วยใบหน้านิ่งๆไร้อารมณ์และความรู้สึกใดๆ ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาหน่อยๆ



“หึ”



“พี่ทัพ จริงๆนะฮะเชื่อโพดนะ โพดไม่ได้ตัดสายเบรคคุณณราชา และโพดก็ไม่รู้เรื่องพวกที่ไปทำร้ายเมลด้วย แล้วเรื่องที่พวกไอ้หมิงมาทำเมล โพดก็ไม่รู้จริงๆนะฮะ”



“อื้ม แบบนั้นเองน่ะหรอ”  ตอบรับออกมาด้วยเสียงทุ้มเข้ม ก่อนจะคว้ามวนบุหรี่ออกมาแล้วยื่นส่งลูกน้องให้จุดไฟให้


“นะ...นายครับ ผมขอร้อง” 



ธรเอ่ยออกมาทันทีในตอนนั้น ทัพหน้าหันหน้าไปหาลูกน้องคนสนิทที่ตอนนี้มองมาที่ตัวเองอย่างขอร้อง แขนแข็งแกร่งที่ถูกจับมัดไพล่หลังอยู่เลยไม่สามารถยกมือขึ้นกราบได้ ทำได้แค่เพียงเอาหน้าแนบไปตามพื้นอย่างอ้อนวอน ทัพหน้าทำเพียงมองนิ่งๆอย่างเย็นชา ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าบุหรี่จากลูกน้องแล้วคาบมันเข้าปาก สูดอัดควันเข้าไปจนปลายบุหรี่มีไฟแดงฉานขึ้นมา พร้อมกับผ่อนลมหายใจพ่นควันออกมา และ



‘พรึบ’



“อ๊ากกกกกกก เจ็บ โอ๊ยยยย”



“นะ นาย นายผมขอร้อง ทำผมเถอะครับ นาย”



ปลายบุหรี่ที่มีไฟแดงถูกจี้เข้าไปที่กลางหน้าผากมนของข้าวโพด พวกลูกน้องที่ยืนรออยู่ก่อนหน้าตรงเข้าจับตัวข้าวโพดไว้อย่างแน่นหนา บุหรี่อีกหลายมวนที่ถูกส่งมาใส่ฝ่ามือของทัพหน้า ปลายบุหรี่ร้อนๆที่ถูกกดจี้ไปตามไปหน้าและลำคอขาวอย่างไม่ปราณี ดวงตาคมนิ่งสนิทที่มองคนที่ดิ้นด้วยความเจ็บแสบร้อนอย่างไม่สนใจใยดี ไม่มีความปราณีและสงสาร



“อ๊ากกกกกกก ชะ...ช่วย ช่วย อ๊ากกกก”



“นาย ฮึ ก ผมขอร้อง ทำผม” 



ธรที่พยายามคลานเข้าไปหาทัพหน้า จนหน้าของตัวเองไปแนบอยู่ที่ปลายเท้า ทัพหน้าหยุดหยิบบุหรี่มวนที่ยี่สิบก่อนจะปลายตาไปมองคนที่อยู่แทบเท้า



‘พลัก’



ฝ่าเท้าแข็งแกร่งถีบเข้าที่ยอดหน้าของธรจนกระเด็นหงายออกไปอยู่ที่กลางห้อง



“มึงเจอกูแน่ไอ้ธร มึงรอได้เลย...ส่วนมึง...” 



หันหน้ากลับมามองข้าวโพดด้วยแววตาไร้อารมณ์และเย็นชา  ใบหน้าที่ก่อนหน้านี้ขาวใส บัดนี้กลับมีรอยแผลที่จี้ไปตามใบหน้าและลำคอพลุนไปหมด  น้ำตาใสที่ไหลออกมาอาบหน้ายิ่งทำให้เจ็บแสบระบม



“ถ้ายังตอแหลไม่เลิก กูจะตัดลิ้นมึง มึงจะได้ไม่ได้ต้องอ้าปากตอแหลได้อีกเลย!”



“ฮึก พะ...พี่ทัพหน้า”  ข้าวโพดมองคนตรงหน้าที่ตัวเองรัก ก่อนจะเอ่ยปากเรียกด้วยเสียงเบาหวิว



“ผะ...ผมรักพี่”



“หรอ แต่กูไม่ได้รักมึง!”  คำตอบกลับออกมาที่ไม่มีแม้แต่จะหยุดคิด ไม่แยแสเลยสักนิดกับความรู้สึกของข้าวโพด

 

“ผม ฮึก ผมทำเพื่อพี่ได้...ฮึก ทุกอย่าง”



“ถามกูสักคำไหมว่ากูอยากให้มึงทำอะไรให้ไหม สารภาพมาสักทีไอ้โพด อย่าให้กูต้องหมดความอดทนกับขยะไร้ค่าอย่างมึง”



“ฮึก...พะ....พี่ทัพ” 



ขยะไร้ค่างั้นหรอ   ... คำพูดแทงใจถูกส่งออกมากระแทกหน้าเข้าอย่างจัง ทัพหน้าไม่แยแสว่าคนตรงหน้าจะรู้สึกยังไง  สายตาของมัจจุราชที่จ้องมองมาพร้อมเผาร่างตรงหน้าให้มอดไหม้



“....ใช่ ผมสั่งให้คนไปตัดสายเบรครถของณราชาเอง เป็นผมเองพี่ได้ยินไหม! วันนั้นเป็นผมเองที่บอกลูกน้องให้ไปตัดสายเบรครถอินั่น แต่ไอ้เมลมันก็สาระแน บอกลูกน้องพ่อมันให้เข้าไปดูรถคันนั้น ก็เพราะมันโง่แบบนั้นไง ผมเลยแอบถ่ายรูปแอบอัดเสียงมันส่งให้ธรมันเอามาเป็นหลักฐานมัดตัวไอ้เมล วันนั้นที่ไอ้เมลมันขับรถชนกับณราชาน่ะ ก็เพราะผมวางแผนให้คนไปจับตัวมัน มอมยามันที่ผับไง มันวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนออกมาจากผับทั้งที่มันเบลอยา แล้วก็เป็นเวลาเดียวกันเป๊ะๆกับที่ณราชาขับรถออกมา ผมรู้อยู่แล้วว่าเธอจะขับรถออกมา กะเวลาไว้เป๊ะ แล้วเป็นไงล่ะ ตู้ม!! ฮ่าๆๆๆ”   



เพราะจนมุมบวกกับความเจ็บใจทำให้ข้าวโพดโพล่งออกมาแบบนั้น  น้ำตาใสที่ไหลลงอาบแก้มด้วยความเจ็บใจ



‘ผลั้ว ผลัก’



ใบหน้าเล็กหงายไปพร้อมๆกับแรงหมัดที่ซัดกระแทกเข้าหน้าเต็มๆสองหมัด  .... ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ ไม่มีแม้เสียงดังของลมหายใจของใครสักคน  ร่างสูงของทัพหน้าที่หยัดยืนขึ้นเต็มความสูงในตอนนี้  บทเพลงของมัจจุราชกำลังจะเริ่มบรรเลง



นัยน์ตาคมเป็นประกายกร้าวขึ้นมาตอนที่มองไปที่หน้าของข้าวโพด ร่างเล็กที่กองอยู่ที่พื้นและสำลักเลือดออกมา พร้อมๆกับฟันที่กระเด็นออกมาสองซี่



“แค่กๆ อึก...”



“นาย ผมทำเอง ข้าวโพดไม่ได้ทำครับ ได้โปรด นายฆ่าผมเถอะ ปล่อยข้าวโพดไป...ผม ผมขอร้อง”



เสียงเข้มของธรที่ดังแหวกอากาศออกมา น้ำตาไหลลงมาที่ใบหน้าแกร่ง ธรที่มองไปที่ร่างของข้าวโพดด้วยความสงสาร  ไม่ว่าเมื่อไหร่เขาก็ยังคงรักคนๆนี้ รักเด็กที่ชื่อข้าวโพด



“มึงเป็นคนทำงั้นหรอ”



“ครับนาย ผม ผมทำ”



“หึ งั้นมึงดูนั่น” 



ฝ่ามือแกร่งที่ชี้ไปด้านข้าง หน้าจอทีวีที่ถูกสั่งเปิดสว่างวาบขึ้นมาในตอนนั้น หน้าจอที่ฉายชัดในมุมรั้วมหาลัยที่ทัพให้ธรไปรับคาราเมลทุกวัน เป็นภาพในตรอกแคบที่ธรกับข้าวโพดกำลังแอบคุยกันในหลายๆครั้ง รวมถึงภาพที่ทัพหน้าให้คนสะกดรอยตามธรในช่วงหลังๆ  รวมถึงภาพเหตุการณ์วันที่เมลแอบไปผับกับกุ๊ก คลิปวิดีโอที่โพดเข้าไปนัวกับดาบ ทำเอาธรอ้าปากค้างพร้อมๆกับน้ำตาไหล วิดีโอเล่นไปเรื่อยๆจนถึงช่วงที่พวกหมิงเข้ามา เป็นกุ๊กที่ไม่ยอมกดหยุดคลิปวิดีโอ ถึงจะมองไม่เห็นเหตุการณ์ แต่คำพูดของข้าวโพดก็ดังชัดเป็นหลักฐานแน่นหนา รวมไปถึงคลิปเสียงในห้องที่เมลและกุ๊กโดนทรมารด้วย แต่มีคลิปตรงนั้นไม่นาน เพราะแบตมือถือของกุ๊กหมด แต่นั่นก็มากพอที่จะเป็นหลักฐาน รวมถึงคำพูดเมื่อก่อนหน้านี้ ก็มัดตัวจนดิ้นแทบไม่หลุดแล้ว



“กูสงสัยตั้งแต่ที่เกิดเรื่องที่ร้านไอ้ดาบแล้ว คนของเราตั้งเยอะจะมีคนรอดมาล้อมกูได้ยังไงถ้าไม่มีคนใน แต่กูแค่ไม่คิดว่าลูกน้องคนสนิทที่กูเชื่อใจมากๆจะเป็นคนหักหลังกู”



“นาย...นายครับ ผมขอโทษ”



“กูเคยบอกมึงว่ายังไงตอนที่มึงเข้ามาเป็นมือขวาของกู มึงไม่ต่างจากพี่น้องแท้ๆของกูไอ้ธร ... แต่บางอย่างที่มึงอาจจะลืมไป กฏของกู ไม่ว่าจะคนรู้จัก คนไม่รู้จัก ไม่ว่าจะญาติ พี่น้อง เพื่อนพ้อง ถ้ากูให้ใจ แต่มันกล้าทรยศกู...สิ่งเดียวที่จะได้กลับไป...”



“คือตาย”



“ยังดีที่มึงยังจำได้”



“ผมยอมตายครับนาย...แต่ผมขอ ปล่อย...ปล่อยข้าวโพดไปนะครับ”



“ความรักของมึงมันยิ่งใหญ่ดีนะ แต่ในสายตากู มันน่าสมเพช ... หิ้วมันมานี่!



“จะ จะทำอะไร ปล่อย ปล่อย ฮึก” 



ข้าวโพดที่ดิ้นรนจากแรงจับกุมแต่ก็หนีไม่พ้น ร่างเล็กๆที่ถูกลากมาตรงหน้าทัพหน้า ฝ่ามือหนาก้มลงไปจิกหัวอีกรอบ



“มึงฆ่าลูกกู”



“ฮึก พี่...พี่ทัพ อย่า...อย่าทำอะไรผมเลย ผมกลัวแล้ว” 



นัยน์ตาสั่นละริกอย่างหวาดกลัว น้ำตาไหลอาบหน้าเป็นทาง ข้าวโพดไม่เคยเห็นทัพหน้าในมุมนี้  ผู้ชายที่เจ้าตัวอยากครอบครองมาโดยตลอด เป็นแค่เดือนมหาลัยและลูกชายคนโตของครอบครัวมหาเศรษฐี  ข้าวโพดไม่ได้รู้เลยว่า อีกมุมนึงของชายคนนั้น เขาก็คือมัจจุราชเดินดินดีๆนี่เอง



“กลัวหรอ...หึ”



’ปัก ปัก ปัก’



“อ๊ากกกก ฮึก โอ้ย โอ้ย” 



แรงกระแทกของศีรษะที่กระแทกแรงๆลงบนพื้นปูนแบบไม่ยั้งมือ ดวงตาคมวาววับเหมือนมีกองเพลิงสุมอยู่ในนั้น  เลือดสีสดที่ไหลออกมาจากศรีษะเล็กไหลเปื้อนมือแกร่ง แต่เจ้าตัวไม่สน ข้าวโพดที่อ่อนแรงและบาดเจ็บช้อนตามองหน้าอย่างอ้อนวอน แต่ไม่มีแม้ความสงสารในแววตา



“มึงยังเจ็บ ไม่เท่าที่ใจกูเจ็บ เจ็บไม่เท่าที่คนของกูเจ็บ!



“มาลากตัวมันไป!”



“ไม่ ไม่ จะพาไปไหน ไม่...” 



ข้าวโพดที่พยายามคลานหนีไปตามพื้นอย่างน่าอนาถ  สองขาที่อ่อนล้าพยายามคลานไปหาธรที่ก็พยายามจะคลานมาหาโพดเช่นกัน



“นาย ได้โปรด นายย โพดด ข้าวโพดดดด” 



ธรที่คลานมาตามพื้นร้องอ้อนวอนผู้เป็นนาย สายตาอ่อนที่ไร้ทางสู้มองไปยังคนที่ตนรัก พยายาม พยายามจะคลานไปช่วยเท่าที่กำลังของผู้ชายคนนึงจะมี



“โพดดดด”



“พี่ธรรร ช่วยผม ช่วยผม...”



‘แกรกๆๆๆ’   



เสียงลูกกรงเหล็กบานเลื่อนที่ถูกซ่อนอยู่หลังประตูกลด้านหลังกำแพง ค่อยๆถูกดันขึ้นช้าๆ  หัวใจของธรสั่นไหว เขากำลังจะเสียคนรักไป  เขารู้ดีว่าภายใต้เงามืดนั่นมีอะไรอยู่ และข้าวโพดกำลังจะต้องเจอกับอะไร



“โฮกกกกกกกกกกกก!!”



“มะ...ไม่...อ๊ากกกกกกกกกกกกกก”



“ไอ้รี่! จัดการมัน!”



“โครกกกกก โฮกกกก”



“โพดดดดดดดดดดด ม่ายยยยยยยย”



เสียงร้องอย่างใจสลาย ดังประสานไปพร้อมกับเสียงร้องอย่างเจ็บปวด ภาพคนรักถูกฉีกกระชากตกอยู่ในสายตา ไม่สามารถทำอะไรได้สักอย่าง  ไม่สามารถร้องขอหรือแลกความเจ็บได้ ไม่มีอีกแล้วหัวใจ...



“กูจะทำให้มึงตาย โดยที่กูไม่ต้องฆ่า...เพราะสิ่งที่จะทำให้เสียใจที่สุดในชีวิต ก็คือวันที่มึงไม่มีหัวใจของมึงอีกต่อไป ... มึงโทษกูไม่ได้ เพราะสองครั้งในชีวิตกู กูก็เคยรู้สึกแบบนี้เหมือนกัน”



เสียงเข้มที่กล่าวออกมาอย่างเย็นชา มองภาพตรงหน้าอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะก้าวข้ามร่างบอบช้ำของธรออกไปโดยไม่สนใจใยดีอีก  และปล่อยให้คนหัวใจสลายคนนึง นอนตายอยู่ตรงนั้น



...





‘แกร่ก’



ดวงตากลมใสหันมาพร้อมๆกับใบหน้าน่ารัก แม้ว่าตอนนี้จะมีแผลฟกช้ำอยู่เต็มหน้าก็เถอะ



“มึง...”



“ว่าไง ทำไมยังไม่นอน”



“กูนอนไม่ได้ ตกใจอ่ะ เมื่อกี้เสียงไอ้รี่อ่ะ ไอ้รี่แหกปากไรวะ ตกใจหมดเลย เนอะหลงเนอะ เนอะๆไอ้น่ารักกก”



บอกออกไปแบบนั้น ก่อนจะก้มลงไปถามลูกแมวตัวเล็กที่ขึ้นมานอนอยู่บนตัก หัวเล็กๆขาวๆของเจ้าหลงถูไถไปตามแขนของเมลเบาๆอย่างอ้อนๆ



“ไม่มีอะไรหรอก มันติดสัตว์มั้ง”



“บ้าหรอ มึงจะบอกว่าไอ้รี่ร้องอยากเยหรอ ชิพหาย หลงๆมึงอย่าไปใกล้มันนะ สิงโตหื่นกาม”



“แง้ววว เมี้ยวว”



“เอ๊ะ มึงพูดไร เหมือนมึงเถียงกูอยู่อ่ะไอ้หลง”



นิ้วเรียวจิ้มลงไปที่กลางหัวกลมๆของเจ้าลูกแมวเด็กอย่างแกล้งๆ พร้อมๆกับยิ้มออกมาด้วย  ทัพหน้าที่มองภาพนั้นนิ่งๆ มองอยู่แบบนั้นจนคนโดนมองรู้สึกผิดปกติ



“มึง...เป็น...”



‘พรึบ’



“อ๊ะ” 



วงแขนแข็งแกร่งที่โถมเข้ามากอดรัดตัวบางแน่นๆจนเจ้าลูกแมวตกใจ กระโดดลงจากเตียงมาทั้งแบบนั้น คาราเมลที่ตอนนี้ไม่ต้องใส่สายน้ำเกลือแล้ว ยกมือขึ้นโอบกอดร่างตรงหน้าอย่างเก้ๆกังๆ



“ทั...ทัพ”



“ขอโทษนะ”



“ห๊ะ...”



“กูขอโทษจริงๆ”



“เห๋?” 



คาราเมลที่ได้แต่กระพริบตาปริบๆไม่เข้าใจว่าคนตรงหน้าเป็นอะไร กำลังจะเผลอด่าออกไปแบบทุกที ถ้าไม่ติดที่ความเปียกชื้นที่หัวไหล่ทำให้ต้องชะงักไปในตอนนี้



“ทัพ...พี่ทัพ พี่ทัพร้องไห้หรอ” 



มือเรียวที่ดันอกแกร่งออกห่างจากตัว ก่อนจะค่อยเอามือช้อนใบหน้าคมที่ก้มต่ำไม่ยอมสบตากันขึ้นมามอง ภาพตรงหน้าที่เมลเห็นทำให้เจ้าตัวปวดใจไม่น้อย



ทัพหน้าที่นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหวทุกสถานการณ์ ตอนนี้กำลังร้องไห้อย่างนั้นหรอ



“พี่ทัพ...”



“ขอโทษจริงๆ”



“พี่...”



“ต่อจากนี้ ไม่ว่ากูจะทำเลวกับคนทั้งโลก...แต่กูอยากให้มึงรู้ไว้ ว่ากูจะดีกับมึงแค่คนเดียว”



“พี่ทัพหน้า”



ได้แต่เรียกชื่อคนตรงหน้าออกไปเบาๆ คำพูดที่ดังชัดเข้ามาในหัวใจ ปฏิเสธไม่ได้ว่าใจสั่นไหวอีกครั้ง



ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่ตั้งใจจะตัดใจ



แต่สุดท้าย...หัวใจก็ยังคงตกหลุมรักคนเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกครั้ง และอีกครั้งเสมอ



----------TBC----------



มาจ้าาา มาแล้ววว มาดึกเลย ต้องขอโทษจริงๆค่ะ แคทพยายามเขียนอย่างรัดกุมตามที่ตัวเองได้วางพล็อตไว้

แต่ไม่รู้ว่าคนอ่านจะถูกใจไหม แคทหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคนจะถูกใจไม่มากก็น้อยนะคะ

อย่างแรก...ไอ้บ้าเอ๊ยยย พี่ทัพพพ หลบพระเอกเดี๋ยวนี้ค่ะคุณ พี่เค้าร้ายนะคะ พี่ทัพคือเลวเรายอมรับ

แต่พี่เค้าก็จะดีกับเมลคนเดียวนะคุณ และสำหรับตอนนี้ แคทร้องไห้เพราะพี่ธรเยอะมาก แต่คนที่ทำผิด

ก็ต้องได้รับผล ทั้งพี่ธรและข้าวโพดก็เช่นกัน ... แคทหวังว่าคนอ่าน ถ้าได้อ่านแล้วจะได้มองเห็นในหลายๆมุม

และเติมโตไปพร้อมๆกับตัวละครไปด้วยกันนะคะ

มาจ้า....มากรี๊ดร้องไปด้วยกันน้าาาา อ๊ากกกกกก #ดาบบิน ผ่าม! #ทัพเมล จ้าาาา 555555 :katai4: :mew1:

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11
สมน้ำหน้าอีข้าวโพด

ออฟไลน์ ursleepingxd

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ว้าววว ดำเนินเรื่องเร็วมาก บทจะฉลาดก็ฉลาดขึ้นทันทีเลยนะทุกคนนนน เก่งมากเด็กๆ

ปล. มีคำผิดนิดหน่อยนะคะ รีบแต่งรีบลงใช่มะะ 5555
ปล.2 แปลว่าพ่อน้อนกุ๊กก็เป็นคนไม่ดีหรอคะ แล้วเสียลูกไปแบบนี้จะมาโวยวายมั้ยน้า

เพิ่มเติม พี่รี่กินของไม่ดีระวังท้องเสียนาาา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-02-2019 10:10:18 โดย ursleepingxd »

ออฟไลน์ kunt

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 702
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-1
สงสารรี่ ทำไมนางเป็นสิงโตที่น่าสงสาร โดนใช้เป็นที่กำจัดขยะ โถ่วววววว 55555

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
ทัพหน้า น้ำตาลูกผู้ชายยย TT เมลพร้อมจะให้อภัยอยู่แล้วละฮึ รักเขาไปแล้วนี่ ไม่ต้องไปสงสัยอะไรแล้วนะอู๋บินเพราะตัวต้นเหตุโดนจัดการเรียบร้อยโรงเรียนไอ้พี่รี่แล้ว โหดดดดด ตายง่ายไป อยากจะให้อยู่แบบตายทั้งเป็น คำสารภาพก็มี แจ้งความจับเข้าคุก ทำลายชื่อเสียงงี้ว่ากันไป ไม่ใช่ไรนะ กลัวว่าคนหายพ่อแม่เขาจะเริ่มตามหาหรือเปล่า ถ้ารู้ว่าโดนทำไรจะไม่โดนเอาผิดหรอ ก็แหมมมคนมันมีอำนาจและเงินสินะ คึคึ!! //โคตรรรรรสงสารพี่ธรเลย ถึงพี่จะทำผิดมาก แต่ถ้ารู้ตัวและยอมรับ หนุให้อภัยพี่นะ อึก! พี่ทำไปเพราะรักพี่รู้ตลอดว่ามันผิดก็ยังทำ รู้สึกต่างกันกับทัพนะ คือนั่นไม่รู้แต่กลับยัดเยียด ไม่รักแต่แก้แค้น คิดว่าไม่ผิดเลยทำ หนุให้อภัยพี่ก่อนให้อภัยไอ้พี่ทัพหน้าอีกนะคะ แง๊~~ ): ไว้อาลัยให้คู่นี้3วิ ถึงแกจะร้ายแต่ใจลึกๆก็ไม่ได้ปรารถนาให้แกตายเลย แต่เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว ถือซะว่าชีวิตแลกด้วยชีวิต แกจงใจฆ่าณราชาและลูกในท้อง และไม่สำนึกผิดสักนิดเลย มีแต่ความกลัวตายเท่านั้น หึ ก็รับกรรมนี้ไปซะเถอะนะ เอาละจบเรื่องสืบหาความจริง ทีนี้จะเอาไงต่อกับความสัมพันธ์ของแต่ละคู่ หึหึ!!รอดูเลย ว้อยยยสนุกกกกก ถ่างตารอตอนต่อไปเลยค่ะ 5555 ขอบคุณมากที่แต่งและมาอัพให้อ่านนะคะ ชอบๆ "เลวกับคนทั้งโลกแต่จะดีกับนายคนเดียว" เบ้ยยส์ เป็นคำที่เท่ห์เว้ย 5555 ต่อจากนี้สินะ อิอิ_

ออฟไลน์ LadySaiKim

  • ▫▪□Dezine'Kim□▪▫
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1683
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-0
สะใจมากบอกตรงๆ หึหึ o3 o3

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ

บทที่21




[อู๋]



“เห้ยลุง ทำไมทำหน้างั้นอ่ะ เป็นไรหรอ” 



นิ้วป้อมๆเล็กๆที่สะกิดที่หัวไหล่ทำให้ผมต้องละสายตาจากภาพตรงหน้าเพื่อหันหน้าไปมอง  ภาพตรงหน้าตอนนี้คือใบหน้าของไอ้เด็กที่ชื่อ กุญแจ  มันที่กำลังยืนอุ้มถังป๊อบคอนด้วยมือข้างนึง ส่วนอีกมือก็อุ้มแก้วน้ำอยู่ แล้วมันซื้อมาแต่ไซต์ใหญ่ด้วยนะ คือเมื่อกี้มึงพึ่งกินข้าวมาไง



พวกเรากำลังมาดูหนังผีแม่ชีกันครับ และแน่นอนว่ามีตัวพ่วงมาด้วยถึงสอง นั่นก็คืออาจารย์พี่ทัพหน้า และอีกหนึ่งคือไอ้เด็กตรงหน้านี่แหล่ะ



“นี่มึงซื้อมาแดกหรือถมที่”  มองมันตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วถามมันออกไปแบบนั้น



“ไม่สาระแนได้ไหมอ่ะ”



“ปากมึงนะไอ้หมู”



“ปากลุงก็หมาเหมือนกันอ่ะ เรียกหมูเชี่ยไรนักหนาอ่ะ ที่บ้านเปิดฟาร์มหรอ”  มันที่มองแรงใส่ผม แถมด่าออกมาแบบนั้น ไอ้เด็กนี่แม่ง



“เห้ยๆ เอาไปไหน”  กระชากถังป๊อบคอนมาจกแดกเย้ยแม่งเลย นี่แน่ะ แดกโชว์เลย



‘กล้วมๆ’



“ลุงงงงง ของกู”



“แต่เงินกู กูจะแดกเท่าไหร่ก็ได้ อีกอย่างมึงดูตูดมึง ใหญ่มาก พอ เลิกแดก”



“ไอ้สัด”



“กูได้ยิน”  ด่ากูไม่เบาเลยนะมึง มองหน้ามันที่มองค้อนใส่กูไปอีก จ้า ดื้อเหลือเกินไอ้ห่าลูกหมูเด็ก



“ว่าแต่เมื่อกี้ลุงมองไรอยู่อ่ะ”



อะ เสือกเก่ง แถมเรื่องที่มันเสือกยังเป็นเรื่องที่กูสะกิดใจไปอีก ... ก็จะอะไร ผมก็แค่กำลังมองข้าวโพดที่หัวเราะเกาะแขนอาจารย์พี่ทัพไปซื้อตั๋วหนังอยู่ตอนนี้ไง รู้สึกแปลกใจนิดหน่อยที่เห็นภาพแบบนี้ คือผมไม่ได้คิดไปเองนะครับ ถึงแม้ว่าผมกับข้าวโพดจะยังไม่ได้พูดกันชัดๆว่าเราเป็นอะไรกัน แต่สิ่งที่เราทำๆกันอยู่ทุกวันนี้ มันก็แทบจะเป็นมากกว่าเพื่อนอยู่แล้วไหม แต่ตอนนี้ที่ผมเห็น....มันคืออะไร



“เอ้า เงียบๆ เงียบเหมือนลืมปากไว้บ้านเลย”



“เสือกจะวะไอ้หมู”



“โอ๊ยย เกลียดมึงไอ้ลุง!” 



ได้ยินเสียงไอ้แจไล่บ่นมาตามหลังแบบนั้น ก็ไม่ได้สนใจอะไรมันครับ ปล่อยให้มันโวยวายของมันอยู่แบบนั้นนั่นแหล่ะ เพราะเวลาปากเล็กๆนั่นมันยื่นออกมาบ่นๆ ดูๆแล้วก็ตลกดี



การตัดสินใจมาดูหนังครั้งนี้ของผม ถือเป็นเรื่องเหี้ยที่สุดเท่าที่เคยตัดสินใจมา หรือจริงๆมันอาจจะถือเป็นเรื่องดีที่ทำให้ได้เห็นอะไรในมุมอื่นๆได้ชัดขึ้นหรือเปล่าวะ



“เกิดอะไรขึ้น” 



ผมที่เดินออกมาจากห้าง หลังจากดูหนังจบแล้วตาหาไอ้บินไม่เจอ ไม่รู้มันไปตายห่าที่ไหน ตอนนั่งดูหนังกันยังไม่ถึงครึ่งเรื่องก็เห็นแม่งเดินออกจากโรงไปแล้ว พอดูจบเลยตามหามันแต่ก็ไม่เจอ และแน่นอนว่าตอนนี้กูไม่เจอใครเลย จนต้องเดินออกมาจากห้าง ตั้งใจจะขับรถกลับบ้านแล้ว แต่ก็เจอไอ้แจกับข้าวโพดยืนอยู่ตรงนี้



“อ้าวลุง ไปไหนมาวะ”



“ไปตามหาไอ้บิน แล้วนี่มีอะไรกัน ไอ้เมลกับอาจารย์ล่ะ” 



ผมถามออกไป มองหน้าข้าวโพดที่ยังคงยืนนิ่งๆมองออกไปตรงทางออกที่ให้รถขับออก ร่างเล็กๆที่ผมชอบไม่หันมามองผมเลย ริมฝีปากเล็กๆที่ครั้งนึงผมเคยจูบขบเม้มเข้าหากัน รวมถึงฝ่ามือเล็กๆที่ผมเคยกุมตอนนี้ก็กำมือจนแน่น ...



มีเรื่องอะไร



ตั้งใจจะเดินเข้าไปจับมือถาม แต่ติดตรงที่ไอ้แจเดินเข้ามาขวางไว้ซะก่อน ผมขมวดคิ้วมองหน้ามันในตอนนี้  ไอ้ลูกหมูดื้อที่มายืนตรงหน้าผม



“พอดีเฮียทัพพาพี่เมลกลับบ้านแล้วน่ะ พอดีเกิดเรื่องเพราะความสาระแนเสนอตัวของสิ่งมีชีวิตที่ค่อนข้างจะมั่นหน้ามั่นโหนกน่ะ” 



มันที่ว่าออกมาแบบชิลๆพลางยิ้มกว้าง และแน่นอนว่ากูไม่เข้าใจเลยว่าหมายถึงอะไร นอกจากที่รู้ว่าอาจารย์ทัพหน้าพาไอ้เมลกลับไปแล้ว



“อ่อ งั้น....กลับกันไหมโพด”  ผมถามออกไป ไม่สนใจไอ้ลูกหมูเด็กที่ยืนบังข้าวโพดอยู่จนมิดตอนนี้



“ไม่ อู๋กลับเหอะ เรากลับเองได้” 



น้ำเสียงปั้นปึ่งที่ดูไม่สบอารมณ์มากๆเอ่ยออกมาจากปากข้าวโพดในที่สุด สายตาใสๆที่ผมเคยเห็นมันผ่านแว่นตาหนามองหันกลับมาหาผมด้วยสายตาขุ่นๆ  ก่อนที่ร่างเล็กนั่นจะเดินผ่านผมไปแบบไม่ฟังอะไร



‘หมับ’



“โพด แล้วจะกลับยังไงให้เราไปส่..”



“ก็บอกไม่ต้องไงอู๋!” 



เสียงที่ตวาดใส่ผมพร้อมๆกับสายตาที่หันมามองผมแบบไม่สบอารมณ์ ข้อมือเล็กที่ผมเอื้อมไปดึงมาจับถูกสะบัดออกทันที  นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นโพดเป็นแบบนี้ รู้สึกหน้าชาทั้งๆที่ไม่ถูกตบ แต่เหมือนผมกำลังเสือกทั้งๆที่เค้าไม่ได้ร้องขอ



“เห้ย มารยาทที่บ้านไม่สอนหรอ คนเค้าถามดีๆไหมอ่ะ ก็ตอบดีๆสิเว้ย” 



เสียงไอ้แจที่แทรกเข้ามาในตอนนี้  ไอ้ลูกหมูที่ยืนเท้าสะเอวด่าข้าวโพดอยู่ตอนนี้ เสียงที่ดังของมันทำเอาคนมองมาที่เรา  ข้าวโพดที่หันซ้ายหันขวาเพราะกำลังเป็นเป้าสายตาจากคำพูดของไอ้แจ ทำเสียงฮึดฮัดนิดหน่อยก่อนจะรีบจ้ำเท้าเดินหนีไป



“โอ้โห มารยาทไม่มีแต่มารยาเย๊อะเยอะ”



“นี่ พอแล้วน่า”



“อะไรของลุงวะ นี่โง่จริงหรือโง่จังถามแค่นี่”  มันที่หันมาเท้าเอวว่าผมแทน ก่อนจะกรอกตาวนไปวนมาใส่ผมแบบเอือมๆ  ดูมัน



“ว่ากูนะมึง”



“ก็จริง เหลือจะเชื่อ นี่ลุงดูไม่ออกหรอวะ ว่าไอ้พี่คนนั้นแทบจะแดกร่างเฮียผมเข้าไปทั้งตัวอยู่แล้วไหม นี่โง่ขนาดนี้สอบเข้ามหาลัยได้ไงวะ เซ็งโคตร”  ด่ากูออกมารัวๆแบบไม่หายใจ กรอกตาวนไปแล้วทำหน้าเอือม แม่ง โดนเด็กด่า



“เหอะ” 



ได้แต่แค่นเสียงออกมาตอนที่ได้ยินมันว่าแบบนั้น  ... ทำไมผมจะดูไม่รู้วะ อายุเท่าไหร่ผ่านผู้หญิงผ่านผู้ชายมาตั้งกี่คน แต่แค่อาจจะคิดไม่ถึง ใช่ ผมคิดไม่ถึงเลยจริงๆนั่นแหล่ะ ก็โพดมันไม่ได้มีท่าทีว่าจะสนใจอาจารย์ทัพหน้า แถมยังบอกหน้าตาซื่อๆว่าไอ้กุ๊กต่างหากที่ชอบ แต่... เหอะ กูโดนหลอกสินะ



“หน้าเศร้าๆ เอาน่า คนเราก็โง่ก่อนฉลาดไหมวะลุง อะไรที่ผ่านมาแล้วมันแก้ไม่ได้ ก็ปล่อยให้มันผ่านไปแล้วมาเริ่มใหม่ไม่ดีกว่าหรอวะ ไม่เอาไม่เครียด เราไปหาของแดกปลอบใจกันดีกว่า แฮปปี้!” 



ไอ้ลูกหมูตรงหน้าที่ว่าออกมาแบบนั้น พร้อมมือเล็กๆป้อมๆของมันที่ยื่นมาคว้าเข้าที่มือของผมก่อนจะออกแรงลากให้กลับเข้าไปในห้างด้วยกันอีกรอบ



“แจ ถามจริง มึงจะแดกอีกแล้ว?”



“ช่ายยยย ไปแดกให้มีความสุขกันเถอะจ้า”  ร่าเริงจนกูงง มันที่ยิ้มกว้างๆออกมาจนตาปิด มือที่ยังจับมือของผมไว้ในตอนนี้ ...



เอาวะ โง่ก็ต้องมาก่อนฉลาดแบบที่มันว่าก็ถูกแล้วนี่ ... แล้วกูก็จะไม่โง่ไปมากกว่านี้ รวมถึงไอ้บินด้วย กูจะไม่ปล่อยให้มึงโง่ต่อไปมากกว่านี้แล้วไอ้เพื่อนรัก แก๊งเราต้องฉลาด แสนเท่!



.

.

.



และนั่นก็เป็นเรื่องราวที่ทำให้ผมได้คิดอะไรมากขึ้น  หลังจากวันนั้นก็เจอไอ้กุญแจมากขึ้น เป็นการเจอมันแบบที่ไม่เคยตั้งใจ จะเจอมันตามร้านอาหารหรือร้านของกินไปเรื่อย ยกเว้นวันนี้ วันที่ผมตั้งใจสลัดข้าวโพดออกจากตัว และคว้าไอ้เด็กตรงหน้ามาแบบงงๆ  ... ไม่ได้นัดไรมันทั้งนั้นแหล่ะ แค่...ต้องการทำให้ข้าวโพดเสียหน้าบ้าง และบอกให้รู้ว่าคุณไม่ได้ทิ้งผมนะครับ ผมต่างหากล่ะที่ทิ้งคุณ หึ



“ลุง ไม่แดกล่ะ เหม่อไร นี่กำลังคิดว่าตัวเองติด1ใน11คนได้เดบิ้วเป็นวันนาวันงะ?”   



เสียงใสๆที่ดังมาจากคนตรงหน้า ทำให้ผมหลุดออกมาจากภวังค์  ภาพตรงหน้าคือเด็กหน้าแป้นแล้นที่กำลังนั่งขมวดคิ้วจ้องหน้าผมอยู่ มือสองข้างที่ใส่ถุงมือของมันกำลังถือน้องไก่อยู่  ว่าแต่วันนาวันไหนของมันวะ?   



“พูดมากจังวะอ้วน”



“คือเคยไปนั่งอ้วนในบ้านลุงอ่อวะ ลุงแม่งชอบบูลลี่น้ำหนักกูอ่ะ รำคาญๆอิห่าลุง”



“ก็ถ้าจะด่าแบบนี้มึงไม่ต้องเคารพกูแล้วก็ได้ครับ”



“เอ้าได้หรอวะสัดอู๋”



‘แป๊ะ’



“โอ๊ยยย เจ็บนะ”



“ลามปาม ปากดีนะ” 



กวนตีนเหลือเกินเลยอดใจตบเหม่งมันไม่ไหวครับ ไอ้แจที่โดนตบหน้าผากไปทีได้แต่ทำหน้าตาเหยเกใส่ผม แต่มือมันก็ยังคงฉีกไก่เข้าปากอย่างต่อเนื่อง แถมสาปแช่งกูวนไปด้วย เอากับมันสิ



“ตละกะจังวะ แดกแบบนี้ไงเลยตูดใหญ่”



“ผมเคยเอาตูดไปนั่งทับหน้าพี่มึงหรอ ว่ากูอยู่ได้ แล้วนี่ก็ไม่ได้บอกว่าจะมาแดกเลยนะ พี่มึงลากกูมาเองอ่ะยังจะมาปากดีอีก”



“เออๆ แดกๆไปจะได้หยุดพูด” 



จิ้มกิมจิหัวไชเท้าดองแล้วส่งเข้าปากมัน ไอ้เด็กนั่นที่กำลังจะอ้าปากเถียงเลยโดนหัวไชเท้ายัดเข้าไปแทน มันที่ทำหน้าขัดใจ แต่กลับไปเคี้ยวกิมจิต่อ อะ...เลี้ยงง่ายดี



“นี่พี่ลุงมึง ผมรู้นะว่าวันนี้พี่เอาผมเป็นไม้กันหมาจากข้าวโพดเน่านั่นอ่ะ”



“แสนรู้”



“จะถือเป็นคำชมละกันนะจ๊ะ แต่ถือว่าผมช่วยละถูกป๊ะ เพราะงั้นมื้อนี้....”



“เออ กูเลี้ยงเอง”



“เย้! น่ารักจังวะลุงอู๋ กูสั่งข้าวผัดกิมจิพันสาหร่ายมาอีกดีกว่า”



“ใจเย็นครับไอ้หมู แดกให้หมดนี่ก่อนก็พอ ตะกละจังวะ”



“ไม่ได้หรอก ไม่ได้จ่ายเงินตัวเองทั้งทีนี่นา” 



ว่าแบบนั้นแล้วก็ยิ้มกว้างๆพร้อมตักข้าวเข้าปากไปอีก ผมได้แต่ส่ายหน้าตอนที่มันว่าออกมาแบบนั้น กุญแจแม่งเหมือนเปิดโลกใหม่ให้กับผม เป็นเด็กที่ไม่ซับซ้อน คิดอะไรก็ทำออกมาแบบนั้น แล้วอีกอย่าง เหมือนทั้งชีวิตนี้มันอยู่เพื่อแดก และแดกแบบมูมมามด้วย



“อ๊ะ”



“กินยังไงของมึงวะ”



เอื้อมมือไปหยิบเศษไก่ที่ติดปากมันออกให้ เป็นความรู้สึกที่เหมือนลูกทั้งใบหยุดหมุนไปทันทีตอนที่นิ้วแตะลงบนแก้มใส รู้สึกเหมือนไฟฟ้าแล่นช็อตขึ้นมาจากปลายนิ้วตรงสู่หัวใจในตอนนี้  ตากลมโตของไอ้แจที่จ้องตรงมาที่ผม รู้สึกเหมือนหน้ามันแดงขึ้นมาแปลกๆ เห็นแบบนั้นแล้วมันอดกระตกยิ้มมุมปากขึ้นมาไม่ได้



“อ่ะ..เอ่อ แจทำเองได้ๆ” 



อึกอักๆวนไป ก่อนจะใช้มือป้อมๆของมันขึ้นมาปัดออกเอง ผมที่ถอยหลังกลับมาพิงพนักพิงแล้วยกขาขึ้นไขว่ห้าง เห็นไอ้แจเหลือบมองมานิดหน่อย พอมันเห็นผมที่จ้องอยู่ก็เสสายตาหลบ  เป็นครั้งแรกที่เห็นคนแบบมันเลิ่กลักได้แบบนี้



“กินมูมมามเป็นหมู”



“เรื่องแจน่า”



“หึ แบบนี้จะหาแฟนได้หรอวะ”



“ก็บอกว่าเรื่องของแจไงเล่า”



“กูก็แค่สงสารไง ว่าเป็นแบบนี้จะมีแฟนหรอวะ ตะกละขาใหญ่แดกดุ”



“เอ๊ะ ไม่เสือกสิลุง”



“ก็ไม่ได้เสือก แค่จะบอกว่า เห็นแบบนี้แล้วสงสารจังว่ะ กูเลยกะว่า”



“ว่า?” 



มันที่เอียงบคอพร้อมถามออกมาแบบนั้น ตาใสๆที่จ้องหน้าผมแบบสงสัยมากๆ เห็นแบบนั้นเลยเลือกจะยื่นหน้าข้ามโต๊ะเข้าไปใกล้ๆ ก่อนจะบอกมันออกไปแบบที่ตอนนี้อยากจะทำ



“จะเสียสละจีบหมูเด็กแบบมึงเองไง”



...


(มีต่อจ้า)

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ

[เมล]


หลังจากวันนั้นผ่านมาห้าวันแล้ว วันนั้นถามว่าคือวันไหน ก็วันที่ไอ้รี่โหยหวนยกใหญ่แล้วไอ้ทัพบอกว่ามันอยากเยยังไงล่ะ วันนั้นก็คือวันที่ไอ้ทัพหน้าเหมือนจะผีเข้าเดินเข้ามากอดผมแน่นๆร้องไห้อยู่แบบนั้นแถมยังพูดประโยคแปลกๆกับผมยังไง วันนั้นๆๆก็คือวันนั้นไงเล่า โง่ย ไม่อยากจะพูดถึงแล้ว รู้สึกเหมือนหน้าร้อนที่ไม่ใช่ฤดูร้อนเลยครับ ... และตั้งแต่วันนั้น ก็มีเรื่องมากมายเข้ามาให้ผมแปลกใจได้ไม่หยุด  เริ่มตั้งแต่ไอ้ทัพหน้าเปลี่ยนคนไปรับไปส่งผม ไม่ใช่พี่ธรอีกแล้วที่ทำหน้าที่นี้ ผมพยายามถามมันหลายครั้งว่าพี่ธรล่ะพี่ธรหายไปไหน ทำไมต้องเปลี่ยนคนด้วย แต่คำตอบที่ได้กลับมาก็แค่



“กูสดวกแบบนี้ ถามหามันทำไมนัก ติดใจอะไร มันเป็นผัวมึงหรอ”

“ก็เปล่า”

“เออ ก็ถูก เพราะผัวมึงคือกูนี่”




คำตอบที่ได้มาชวนร้อนหน้าจนไม่คิดจะไปเซ้าซี้ถามมันอีก เพราะถามมาแล้วสองรอบ มันก็ตอบมาให้เขินแบบนี้ตลอด เก็บหน้าไวแดงตอนหน้าหนาวจะดีกว่า



เรื่องที่แปลกเรื่องต่อมาก็คือ หลังจากที่ผมกลับมาเรียนได้ตามปกติ สภาพบาดแผลตามร่างกายหายดีพร้อมๆกับไอ้กุ๊กที่กลับมาอยู่กลุ่มเราเหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือ ไอ้ข้าวโพดได้ลาออกจากมหาลัยแล้ว แถมมีแจ้งว่าจะไปเรียนต่อต่างประเทศทั้งแบบนั้นอีกแน่ะ ผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่กับเรื่องนี้ ถึงแม้ว่าตัวผมจะยังมีคำถามมากมายอยากเคลียร์กับมัน แต่เรื่องกลับเป็นแบบนี้ไปซะได้



“กูยังงงๆว่ะ ที่บ้านมึงไม่ว่าไงบ้างหรอวะ ทำไมอยู่ๆถึงส่งมันไปแบบปุบปับ หรือเพราะเรื่องที่มันทำกับเรา?”



“จะต้องให้กูพูดอีกกี่ทีไอ้สัดเมล กูไม่ชอบพ่อตัวเอง แทบจะไม่อยากเสนอหน้าเข้าไปบ้านนั้นด้วยซ้ำ และกูก็บอกมึงไปเป็นรอบที่สองร้อยแล้วว่า กูก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกันว่ามันไปไหน...แต่เหมือนตอนนี้ที่บ้านนั่นจะยุ่งๆแปลกๆ เหมือนจะมีเรื่องมีราวที่ต้องวิ่งเต้นปิดข่าวอะไรสักอย่าง อันนี้กูฟังจากแม่มาอีกทีนะ”



“แปลกจังวะ”  ผมได้แต่บ่นพึมพำออกไปแบบนั้นพร้อมเท้าคางพยักหน้ารับคำตอบกลับของมันแบบเนือยๆ



ตอนนี้ในเวลาใกล้จะ9โมงแล้ว ผมกับไอ้กุ๊กที่เข้ามานั่งรอเรียนแล้วตอนนี้ และแน่นอนว่าในวันนี้ก็ต้องเรียนวิชาของไอ้อาจารย์ทัพหน้าตัวดีนั่นไงล่ะครับ  เหลืออีกไม่กี่คาบก็จะจบคลาสนี้แล้วล่ะ และแน่นอนว่าช่วงเวลาแห่งการสอบมหาภัยกำลังจะมาถึง แค่นึกกูก็อยากตายแล้วครับ



“พวกมึงมาถึงไวจังวันนี้” 



และนี่ก็คือเรื่องแปลกประหลาดอีกหนึ่งเรื่องหลังจากวันนั้น  ไอ้บิน....ร่างสูงๆของมันที่เดินหน้าหล่อเข้ามาทักผมกับไอ้กุ๊กแบบนั้น จ้า....แต่สายตามึงไม่มองกูเลยอ่ะบิน ฮัลโหล ยู้ฮู้ กูเมลไง มีตัวตนนะมึง



“มาเวลาปกติ มึงต่างหากที่มาสาย ไอ้สัดอู๋ก็อีกคน”



ผมตอบออกไปแบบนั้น เมื่อไอ้กุ๊กไม่มีทีท่าที่จะอ้าปากตอบไอ้บินกลับไปผมเลยตอบแทน มันที่ไม่พูดอะไร เดินเข้ามานั่งลงข้างไอ้กุ๊กหน้าตาเฉยๆ สายตาคมของมันไม่โฟกัสไปที่ไหนนอกจากหน้าของไอ้กุ๊ก ส่วนไอ้กุ๊กเองก็ไม่ทำห่าอะไรนอกจากก้มหน้าจิ้มๆกดๆมือถือแบบไม่สนใจ



นี่ไงที่แปลก



“ไอ้อู๋มันไม่ว่างหรอก ตอนนี้อาจไปส่งเด็กอยู่ล่ะมั้ง”



“ห๊ะ มึงหมายความว่าไงวะ” 



เดี๋ยวนะ มีเรื่องอะไรที่ผมไม่รู้อีกหรือเปล่ะวะแบบนี้  จ้องหน้าไอ้บินแบบคาดคั้นแต่มันกลับแค่ยกยิ้มเจ้าเล่แบบมีเลศนัยส่งมาให้  หึ่ย คิดว่ารู้เรื่องไอ้อู๋แล้วจะเหนือกว่ากูหรอวะไอ้บิน ถ้ามึงรู้ว่ากูรู้เรื่องอะไรมากกว่านี้มึงจะหนาว โด่วๆ



ผมน่ะคือคนที่กุมความลับของไอ้กุ๊กอยู่เลยนะเห้ย ผมรู้ว่าไอ้กุ๊กชอบไอ้บิน แต่ตอนนี้น่ะ ไอ้กุ๊กมันนิ่งมากๆ เอาจริงๆเหมือนมันแทบจะเมินไอ้บินไปเลยด้วยซ้ำ และปกติ ไอ้บินที่เฉยๆเรื่อยๆ แต่เดี๋ยวนี้แม่งเอาแต่จ้องไอ้กุ๊กอยู่แบบนั้น แทบจะตามสิงตามไอ้กุ๊กยิ่งกว่าวิญญาณ กูอึดอัดแทน ส่วนเพื่อนกุ๊กของเรานี่ก็นิ่งเก่ง แหม่ะ ขัดใจเว้ย มึงนิ่งข่มความเขินใช่ไหม ดูออก!



“อะนี่ เอาไป มึงมาแต่เช้าคงยังไม่ได้กินอะไรมาแบบทุกทีใช่ไหมล่ะ” 



ไอ้บินที่วางแซนวิชไส้ทูน่าลงตรงหน้าไอ้กุ๊กพร้อมนมเมจิรสสตอเบอรี่  ไอ้กุ๊กที่ละสายตาออกมาจากมือถือแล้วหันไปมองหน้าไอ้บินนิ่งๆ เชี่ยๆๆ ลุ้นครับ คนในเหตุการณ์แบบผมนี่ลุ้นฉี่จะแตก เค้ามองตากันค่ะพี่ตา นกตื่นเต้นไปหมดแล้ว!!



“ไอ้เมลไม่ชอบไส้นี้นี่ และมันก็ชอบกินนมช็อคโกแลตด้วย”



สัด!



มึงจะพาดพิงถึงกูเพื่อ เค้าซื้อมาให้มึงจ้าเพื่อนกุ๊ก  ไรของมึงวะเนี่ย  มองเห็นไอ้บินที่หน้าถอดสีหน่อยๆในตอนนี้  เห็นพวกมันเป็นแบบนั้นแล้วหัวใจชิปเปอร์อ่อนแรงมากๆ กรอกตาใส่พวกแม่งแล้วละสายตาออกจากเหตุการณ์ตรงหน้าเลยละกัน กูเบื่อที่จะลุ้นครับ



“ก็กูไม่ได้ซื้อให้มัน แต่กูซื้อให้มึง” 



ได้ยินเสียงแว๊บๆมาจากไอ้บินที่ตอบกลับไอ้กุ๊กไป อู้ววว จิกเท้าแล้วจ้า อยากจะหันไปแซวเลยอ่ะ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะเป็นจังหวะเดียวกันกับกับที่มือถือของผมมีแจ้งเตือนข้อความเข้ามาในตอนนี้พอดี



‘ตื่อดึ้ง’



และพอก้มลงไปมองแอพพลิเคชั่นที่ฮิตในประเทศเราก็ต้องกรอกตากันเลยทีเดียว ก็จะอะไรซะล่ะ ถ้าไม่ใช่อีกหนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังจากคืนนั้นไงล่ะครับ เปลี่ยนมากจนกูกลัวเลยล่ะ



ทัพหน้า: [[ทำไรอยู่]]



คาราเมล: [[นั่งหายใจอยู่ รอไอ้อาจารย์พิเศษบางคนที่ไม่ยอมเข้ามาสอนสักที]]



ทัพหน้า: [[คิดถึง พิมพ์งี้]]



เนี่ย! อะไรแบบนี้นี่แหล่ะที่ทำให้ผมต้องสะดุ้งทุกทีที่ได้เห็น นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดอะไรแบบนี้ขึ้นหลังจากวันนั้นมาก็เป็นแบบนี้เรื่อยๆ ผีไม่ได้เข้ามันใช่ไหมหรืออะไรช่วยตอบผมที ชอบมาทำให้ผมร้อนหน้าเรื่อยเลย เวลาที่เราคิดอยากจะตัดใจ สุดท้ายก็เป็นมันทุกทีที่วิ่งเอามือมาคว้ามือผมไว้ แล้วบอกว่าอย่าพึ่งไปอยู่ด้วยกันก่อนเถอะนะ



เป็นแบบนี้ทุกที ...



แล้วคิดว่าคนแบบไอ้คาราเมลจะไปชนะผู้ชายที่ชื่อว่าทัพหน้าหรอครับ ถามจริง!



ทัพหน้า: [[ทำไมเงียบ เขิน ก็พิมพ์งี้นะ]]



คาราเมล: [[โวะ ประสาทอ่ะ ใครจะคิดถึงพี่วะ]]



ทัพหน้า: [[อ่อหรอ ... แต่พี่คิดถึงเมลนะ]]



บึ้ม!



ระเบิดตัวเองให้ตายไปให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยได้ไหม



เนี่ย!!! และนี่เป็นอีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ใจผมไม่อยู่กับเนื้อกับตัวตลอดเวลา ไอ้พี่ๆผมๆเนี่ย เมื่อก่อนมีแต่มึงกับกูใช่ไหมล่ะครับ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับมัน แต่อยากขอร้องให้ช่วยหยุดก่อน ไม่ใช่ไม่ชอบนะครับ แต่กูจะตายเอานี่แหล่ะ



ทัพหน้า: [[อะเงียบอีกละ รู้ว่าเขินไม่ต้องตอบก็ได้ เจอกันในห้องเรียนนะครับ]]



ไม่....มึงไม่ต้องเสนอหน้ามาสอนกูแล้วไอ้เชี่ยพี่ทัพหน้า กูไม่พร้อมจะเจอเมิงงงงงงงงง



“ไอ้เมลทำไมมึงหน้าแดงจังวะ เป็นไรอ่ะ” 



ไอ้อู๋ที่พึ่งเดินเข้ามาในห้องเรียน มันมองหน้าผมแบบงงๆปนจะเป็นห่วง และเสียงของมันก็ทำให้ไอ้บินกับไอ้กุ๊กที่ไม่รู้ว่าตอนนี้คุยงุ้งงิ้งอะไรกันอยู่ แต่เหมือนไอ้บินพยายามจะกุมมือมันไว้ พวกมันสองคนที่หันมามองที่ผมด้วยเช่นกัน



“เปล๊า กูร้อน!”



“เอ้า ถามเฉยๆมึงใส่อารมณ์ทำไมครับเพื่อน”  ไอ้อู๋ที่โดนผมตวาดเข้าให้ตอบออกมาแบบงงๆ  มันที่นั่งลงข้างๆมองผมตาปริบๆ



ไอ้บ้าเอ๊ย



และนั่นก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ร่างสูงๆของอาจารย์พิเศษในวันนี้เปิดประตูเข้ามาในห้องเรียน  ทัพหน้าที่อยู่ในชุดสูธแบบไม่เป็นทางการสีดำทั้งชุด เป็นการออลแบล็คที่ยิ่งทำให้คนตรงหน้าดูดีขึ้นไปอีก ถ้าไม่บอกก็นึกว่าเป็นนายแบบที่พึ่งหลุดออกมาจากนิตยสารยังไงยังงั้น ใบหน้าหล่อที่หันมาทางผมนิ่งๆเหมือนเช่นปกติเวลาที่เค้ามาสอน นักศึกษาที่นั่งอยู่แถวหน้าๆยกมือไหว้กันตามปกติ รวมถึงนักศึกษาสาวๆในห้องที่กรี๊ดพี่ท่านเป็นปกติเหมือนทุกที แต่ที่จะไม่ปกติก็ตรงที่สายตาคมๆที่จ้องมาที่ผม ก่อนจะทำปากขมุบขมิบให้ผมอ่านได้ว่า กระจก ... กระจกไรวะ งงนิดหน่อยแต่ไม่เข้าใจมากๆ แล้วใครจะไปพกกระจกมาครับ ผู้ชายนะเว้ย คิดแบบนั้นเลยเปิดกล้องมือถือยกขึ้นมาดูที่หน้าตัวเองแทน และนั่นก็ทำให้เข้าใจได้แบบชัดๆเลยว่า   



‘ตื่อดึง’



ทัพหน้า: [[หน้าแดงจังเลยคร้าบ]]



ยัง... มึงยังจะส่งข้อความมาขยี้กูอี๊กกกก!



เงยหน้าขึ้นไปมองหน้าอาจารย์ที่เคารพที่ตอนนี้กำลังนั่งเอามือทั้งสองข้างประกอบกันไว้ใต้คาง สายตาคมๆที่มองตรงมาที่ผมแบบตั้งใจไม่มองไปที่อื่น ก่อนที่รอยยิ้มมุมปากจะค่อยๆกระตุกขึ้นมาและแถมด้วยการยักคิ้วส่งมาให้อีกหนึ่งดอก



โว้ยยยย ไอ้ทัพหน้ามันเล่นกูอีกแล้ว!



ทัพหน้า สิบแต้ม!!



.

.

.



“เอาล่ะครับนักศึกษา ชั่วโมงนี้ก็จบที่ตรงนี้นะ แล้วอย่าลืมรายงานกลุ่มที่จะต้องส่งผมก่อนจบคาบสุดท้ายด้วยล่ะ วันนี้เลิกคลาสได้ครับ” 



เสียงเข้มที่ว่าออกมาแบบนั้นทำเอานักศึกษาทั้งเซคร้องโอดโอยตามกันมาแบบติดๆ รวมถึงตัวผมด้วย



“เอาไงกันดีวะพวกเรา”  ไอ้อู๋ที่เอาหัวไถไปตามโต๊ะถามออกมาแบบเหนื่อยๆ



“เดี๋ยวพวกเราค่อยแบ่งหน้าที่กันอีกทีแล้วกันมึง”



ไอ้กุ๊กที่จดเลคเช่อร์ช่วงสุดท้ายเสร็จพอดีเงยหน้าขึ้นมาบอกพวกเราที่พยักหน้าตามมัน ก่อนที่จะเริ่มลงมือเก็บของใส่กระเป๋า



“คิรากร เดี๋ยวคุณช่วยถือของพวกนี้ไปส่งผมที่รถหน่อย” เสียงเข้มๆที่ดังมาจากหน้าห้องเรียนทำเอาผมต้องขมวดคิ้ว แต่นั่นแหล่ะ เคยเลี่ยงได้ที่ไหนวะ



“มึงไปเถอะ อย่าให้ผัวรอนาน”



“สัดกุ๊ก”



“ฮ่าๆ เดี๋ยวกูลงไปรอที่โรงอาหาร เคนะ”



“เออไอ้สัด”   



กวนตีนนัก อย่าให้ถึงคราวกูนะ กูจะล้อมึงยันลูกบวชเลย ... มองตามไอ้อู๋ไอ้บินไอ้กุ๊กที่เดินออกจากห้องไปแบบไม่มีใครคิดจะช่วยอยู่เป็นเพื่อนผม พอพวกมันไปกันหมดเลยเดินเข้าไปหาอาจารย์ที่ยืนหน้านิ่งเหมือนปกติอยู่หน้าชั้น



“อาจารย์จะให้ผมช่วยอะไร”



“ช่วยเอานี่เดินตามผมมาก็พอ”  ว่าแบบนั้นแล้วชี้นิ้วบอก ... ก็คือแค่แม็กบุ๊คเครื่องบางๆ บางยิ่งกว่าผ้าอนานัยแบบสลิมที่ดังๆอยู่ตอนนี้ คือมันถือไปเองก็ได้ไหมวะ!



“ทำไม ไม่พอใจผมหัก...”



“เดี๋ยวผมถือให้ครับ!”



แม่ง เอะอะๆจะหักคะแนนกูอย่างเดียวเลย ถ้าเป็นแต้มบ้านในแฮรี่พ็อตเตอร์ กูคงเหมือนแฮรี่ที่อยู่บ้านกริฟฟินดอร์แล้วถูกศาสตราจารย์สเนปหักคะแนนอ่ะแม่ง



ผมที่คว้ากระเป๋าโน๊ตบุ๊คนั่นมาสะพายด้วยความหงุดหงิดใจ ก่อนจะเดินตามอีกฝ่ายต้อยๆไปเรื่อยๆจนมาถึงลานจอดรถด้านหลังคณะ ไอ้ทัพหน้าที่หยิบกระเป๋าโน๊ตบุ๊คไปจากผมแล้วโยนเข้ารถมัสแตงสีแดงของมันไปแบบไม่สนใจว่าจะแตกจะพังหรือเปล่า ก่อนที่มันจะดันหลังผมพร้อมๆกับเปิดประตูรถด้านหลังและดันผมเข้าไปพร้อมๆกับที่มันก็ตามขึ้นมาด้วย



“เห้ยๆ ทำไรวะอาจารย์! ที่นี่มันมหาลัยนะเว้ย” แตกตื่นตกใจทันทีที่อีกฝ่ายดันตัวผมนอนหงายและมันที่ปิดรถก็ตามมาคล่อมตัวผมไว้ทันที



“แสดงว่าที่บ้านได้ใช่ไหม”



“ที่ไหนก็ไม่ได้ เลิกเล่นสักทีไอ้บ้าทัพ”



“พูดไม่เพราะกับอาจารย์ได้ไง หักคะแนนนะ”  นั่นไง! แม่งอีกละ


“หึ ดูทำหน้าเข้า ขัดใจมากเลยดิ” 



มันที่ว่าแบบนั้นพร้อมยกยิ้มขำๆใส่ผม ฝ่ามือหนาที่เลื่อนมาดึงจมูกของผมอย่างแกล้งๆ  ก่อนมันจะดึงตัวทั้งผมและตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง และจับตัวผมมานั่งคล่อมตักมันเนี่ย หึ่ย



“เลิกเล่นสักที จะไปก็ไปดิทัพ มากวนประสาททำไมเนี่ย” 



ยกมือขึ้นดันอกแกร่งของมันพร้อมจ้องหน้าว่าอีกฝ่าย แต่เหมือนมันจะไม่สนใจเท่าไหร่ มันที่แค่คว้ามือของผมไปจับก่อนจะก้มหน้าลงมาจูบที่ปลายนิ้วเบาๆ สัมผัสแผ่วๆที่ทำเอาผมขนลุกซู่ สายตาคมของคนบนตัวที่มองปลายนิ้วของผมก่อนจะเลื่อนมาที่หน้าทำเอาร้อนไปหมดทั้งหน้า  สายตาร้อนแรงของมันที่ทำให้ผมอยากหายไปในตอนนี้



“เมล”



“อื้อ ทัพ อย่า...” 



ใบหน้าคมที่ซุกไซร้เบาๆที่ลำคอของผม ริมฝีปากอุ่นๆที่กดเบาๆไปตามลำคอลากไล้แผ่วๆจนลมหายใจของผมเริ่มติดขัด และนิ้วเรียวยาวของมันที่เริ่มปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาของผมแหวกออกไปจากสาบเสื้อตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้



“อ๊ะ ท...ทัพ”  ริมฝีปากร้อนๆที่ครอบลงบนหัวนมทำผมสะดุ้งไปทั้งตัว หัวสมองขาวโพลนและตัวสั่น หัวใจเต้นถี่ๆแรงๆเพราะรู้ว่าที่นี่มันที่ไหน กลางมหาลัยและในรถ!



“ทะ...ทัพ อ...อย่า”


“กูอยาก” มันที่หยุดและเอาหน้าฝังลงมาที่หน้าอกของผมนิ่งๆและพูดออกมาแบบหน้าด้านๆ ...อ...ไอ้บ้า



“อยากที่นี่ไม่ได้โว้ย!”


“งั้นกูอยากที่บ้านก็ได้สินะ” 



ใบหน้าหล่อที่ผละออกมาจากหน้าอกของผม ก่อนจะเงยหน้าจ้องตาผม สายตาคมวาววับแบบที่ผมไม่เคยเห็น สายตาของมันที่เหมือนกำลังบอกว่าอยากจะกินผมเข้าไปทั้งตัวแบบนี้มัน....



“เขินก็ไม่ต้องตอบ แต่เดี๋ยวกลับถึงบ้านแล้วจะไปกินนะ”



“โว้ย ไม่เอาเว้ย!”



ทุบเข้าที่อกของมันไปที่ก่อนจะดึงเสื้อที่ตอนนี้ไปกองอยู่ที่ข้อพับแขนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ขึ้นมาใส่ดีๆ พยายามจะติดกระดุมแต่สายตาคมๆก็จ้องมองไม่ว่างตา ทำเอามือสั่นหน้าร้อนไปหมดแล้วตอนนี้



“หึ” 



ได้ยินเสียงหัวเราะร้ายๆมาจากคนที่ผมนั่งคล่อมตักอยู่ตอนนี้ก็ยิ่งร้อนรน ร้อนรนจนคนตรงหน้าต้องเอื้อมมือมาติดกระดุมให้แทนจนเสร็จ  และเมื่อติดมาจนถึงกระดุมเม็ดสุดท้าย หน้าหล่อๆของมันก็เลื่อนเข้ามาใกล้


‘ฟอด’



ก่อนจะหอมลงที่แก้มผมแบบเน้นๆ



“อ๊ะ...”



“มัดจำไว้ก่อน เดี๋ยวคืนนี้จะไปทำให้เสร็จนะ ดูดิ แม่งแข็งไปหมดแล้วเนี่ย”



“อะ...”



“มึงน่ารักว่ะเมล น่ารักแค่กับกูก็พอนะ”  มันที่ว่าออกมาแบบนั้น สายตาของผมและของอีกฝ่ายที่ประสานกันในตอนนี้ทำให้หัวใจสั่นไปหมด ฝ่ามือหนาที่เอื้อมมาเกี่ยวผมของผมทัดลงไปที่หูเบาๆ



“น่ารักแบบนี้ เดี๋ยวอาจารย์เพิ่มคะแนนพิเศษให้นะครับนักศึกษา”



อื้ม....ใครไหวไปก่อนเลยครับ!! โว้ยยยยย จับหน่อยกูจะล้มมมมม




--------------------------------


มาแล้วจ้าาาาาา  พร้อมกับการตะโกนคำว่า จับกูหน่อยจะล้มมมมมมมมม!อรุ่กๆอรักๆ!

ขอเชิญทุกคนมาหวีดในตอนนี้จ้าาา หลบพี่ทัพหน้าเดี๋ยวนี้ เฮียจะเดินจ้าา แม่เจ้าโว้ย

แคทไม่มีอะไรจะพูดมาก ตอนนี้อาจเรื่อยๆไปก่อนน้า และอาจจะไม่ยาวมาก เพราะเหมือนคนอ่านแคทจะไม่ชอบ

อ่านยาวๆเท่าไหร่ เหมือนยาวไปไม่อ่าน เพราะงั้นจัดไป12หน้าเนอะ อิอิ

หวังว่าจะชอบกันนะคะทุกโค้นนนนนนนนน อรุ่กๆอรุ่มๆ :3123: :pig4:

ออฟไลน์ kunt

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 702
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-1
นี่ตอนพิเศษป่ะ โอ้โห แบบอารมณ์พลิก ตลบหลังพลิกกลับกันเลย 555

ออฟไลน์ sarang

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
จับไม่ไหวเขินตายอยู่ :hao6: :กอด1: พี่ทัพพอรู้ชัดว่าเมลไม่ได้ทำก็คือหยอดน้องเมลหนักมากกกกก กรี๊ดดด ไม่ไหวเขิน
ส่วนพี่อู๋ ชอบตรงแก๊งฉลาดแสนเท่ 555555
มาต่อเลยได้ไหมคุณแคทททททท :katai1: :call: :pig4:

ออฟไลน์ fullfinale

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 687
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
เขินมากกกกกก คนละคนเลยพี่ทัพหน้าเรา ไหนคนใจร้ายตอนแรกๆไปไหนแล้ว :o8:

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1057
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
 :laugh:  พี่ทัพเปลี่ยนจนน้องเมลปรับตัวไม่ทันเลย

ออฟไลน์ LadySaiKim

  • ▫▪□Dezine'Kim□▪▫
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1683
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-0

ออฟไลน์ ursleepingxd

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
น้องแจดูสับสนในตัวเองนะลูก จะลุงหรือพี่หรือมึง 555555555555 ลำบากมั้ยเอ่ย

หมดดราม่าแล้วใช่ม้าา โชคดีนะทุกคลล

คนโง่ก็หายโง่ได้ เก่งมากเจ้าอู๋บิน อีกกี่ตอนจบคะ ใจหายย

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
555 ว้อยยยยพ่อคุณเอ๊ยยย บทไม่มีอุปสรรคแล้วอยากจะรักกัน ก็ดันทำซะหวานนน น้ำตาลยังแพ้ เขินนะเนี้ยยถึงจะตั้งตัวไม่ทันกับไอ้พี่ทัพก็เถอะ ไปๆรีบๆกลับบ้าน >.,< 555 //ไอ้เพื่อนอู๋ก็เหมือนกัน ฉันอยากจะแหมมมมมไปถึงดาวอังคาร 555  "....จีบหมูเด็กแบบมึงเองไง" วุ้ยๆ เดี๋ยวจะโดนหมูแจแดกเข้าไปทั้งตัว 5555 แจเองก็คงมีแอบๆคิดอยู่ละมั้ง ไม่งั้นคงไม่มาวอแวด้วยขนาดนี้ รึเปล่า?? คึคึ! กว่าจะจีบติดอู๋นี่เสี่ยงต่อการโดนแดกเข้าไปมาก อย่าปล่อยให้หิว มีเงินก็เปย์ๆนะ วัยกำลังโตกำลังกิน 5555 //ส่วนเพื่อนกุ๊กนั้น เอาละเว้ย มีเมินๆ เมินต่ออีกหน่อยนะ เห๊อะ ไงละเขาเลยคิดว่าซื่อมาให้อีกคน คึคึ! สมน้ำหน้าดีไหมนะ 55555 ง้ออีกหน่อยนะเพื่อนบิน //ว้อยยสนุกค่ะ อ่านไปยิ้มไป ^_^ ขอบคุณนะคะที่มาต่อ รอตอนต่อไปเลยค่ะ ชอบบ

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ


บทที่22


“เลิกเรียนแล้วจะไปไหนต่อป๊ะ”



“กลับบ้านสิวะ กูเหนื่อยมากเกินไป” 



ผมที่เงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะเลคเชอร์อย่างเหนื่อยๆ เพลียหัวใจทุกครั้งที่ต้องเรียนวิชาบรรยาย กูง่วง อยากวอนขอให้อาจารย์เลิกอ่านตามสไลค์สักที ถ้าจะทำแบบนี้ผมกลับไปอ่านเองที่บ้านก็ได้



“ส่วนกูจะไปรับหมูมาให้อาหาร”



“หมูเชี่ยไรวะ”  เอียงหน้าไปหาไอ้อู๋ มันก็แค่ยักคิ้วกวนๆมาให้  คืออะไร เดี๋ยวกูเตะตกเก้าอี้



“แล้วมึงอ่ะกุ๊ก”



“กลับห้องดิ มึงจะอยู่ทำเวรกับป้าภารโรงไง” 



อะ หนึ่งแต้มให้กุ๊กฟินดอร์ บินสลิธีรินมึงจะทำไงครับเพื่อน วันนี้จุกทั้งวันเพราะพอไอ้บินถามอะไรไป ไอ้กุ๊กก็จะสวนกลับมาหน้าตายแบบนี้นี่ล่ะ



“ก็เปล่า แค่ว่ามึงจะกลับกับกูไหม”



“ประสาทหรอวะ กูเอารถมา”   



อะ กูว่างานนี้บินสลิธีรินแพ้ราบครับโผ้มมม  หันหน้าไปหาไอ้อู๋อยากจะขอความเห็นมัน แต่ไอ้นั่นก็ทำแค่ยกยิ้มมุมปากพร้อมว่าออกมาเบาๆ



“อ่อน”



“สัด” 



และมันก็ได้รับคำชมเชยจากเพื่อนบินมาแบบไม่เบาเลยเช่นกัน  ... ผมที่ลุกขึ้นบิดขี้เกียจก่อนจะเก็บหนังสือและชีทเรียนเข้ากระเป๋าเพื่อเตรียมตัวกับบ้าน  วันนี้พี่คนขับรถคนใหม่จะมารับ พอมาคิดๆดูแล้วก็คิดถึงพี่ธรเหมือนกันนะ ผมว่ามันค่อนข้างจะแปลก อยู่ๆพี่แกก็หายไปไหนว้า ไปไม่บอกไม่กล่าวผมแบบนี้ได้ไง ถ้าเจอหน้าพ่อจะฟาดให้ พี่ธรน่ะมือขวาไอ้ทัพเลยนะครับ หายไปได้ยังไงกันวะ



“มึงเหม่ออะไรไอ้เมล”



“เปล่าหรอก กูแค่คิดอะไรนิดหน่อยอ่ะ”



“เออๆ ปะๆกลับกันเหอะว่ะ”  ไอ้อู๋ที่ไม่ซักไซร้อะไรต่ออีก มันที่ดูลุกลี้ลุกลนเหมือนจะรีบร้อนแปลกๆ



“มึงดูรีบนะ”  ผมถามมันออกไปแบบนั้นตอนที่พวกเราก็พากันเดินลงมาจากตึกเรียนพร้อมๆกัน



“รีบนิดหน่อย ไม่อยากปล่อยให้เด็กมันรอ”



“เด็ก?  เด็กไหนของมึงวะ?”



“อันนี้คือขี้เสือกนะครับ”



“เออ กูเสือกนั่นแหล่ะ กูจำได้ว่าล่าสุดมึงจีบข้าวโพด” 



กูงงมาก อะไรยังไง  มองเห็นไอ้อู๋ที่เหลือบสายตาไปมองไอ้บินตอนที่ผมพูดถึงข้าวโพด เป็นงงนะครับ เมลเป็นงง พวกมึงมีอะไรกันที่กูไม่รู้รึเปล่าวะ



“โพดหรอ ... กูจะจีบไปเพื่ออะไรวะคนแบบนั้น”



“หืออออ”   



ทำไมมันพูดแบบนี้วะ ผมกับไอ้กุ๊กน่ะรู้ซึ้งเรื่องนิสัยของไอ้โพดแล้ว แต่เรื่องวันที่พวกเราถูกจับตัวไปยังไม่ได้เล่าให้ไอ้บินกับไอ้อู๋ฟังเลยนะ ถึงแม้จะผ่านมาจะอาทิตย์แล้วก็เถอะ แต่ทำไมอู๋มันพูดแบบเหมือนรู้อะไรเลยวะ  .... ผมที่เลิกคิ้วแบบสงสัยใส่มัน แต่ไอ้อู๋ทำแค่ยักไหล่แบบไม่สนใจและไม่คิดจะอ้าปากบอกกูด้วย คืออยากรู้มากๆ อยากจะเร้าหรือหาความจริงกับมันต่อ แต่มันติดตรงที่เสียงฮือฮาหึ่งๆเหมือนผึ้งแตกรังตอนนี้นี่สิที่ทำให้ผมต้องหยุดปาก



พวกเราที่หยุดชะงักอยู่ตรงบันไดขั้นสุดท้าย มองตรงไปที่โถงกลางที่มีที่นั่งโต๊ะไม้อยู่หลายโต๊ะเพื่อให้เหล่านักศึกษามานั่งพักหรือนั่งทำงานกันได้ มันไม่ได้แปลกหรือแตกต่างจากทุกๆวันตรงไหน  ยกเว้นก็แต่โต๊ะสุดท้าย ใกล้ทางบันไดทางออกของโถงทางเข้าตรงนั้น ... ร่างสูงหนาที่ช่วงนี้ผมค่อนข้างจะคุ้นตา ไหล่หนาๆที่มองดูแล้วกูคิดว่ากำแพงนั่น ใบหน้าหล่อๆที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์จนชินรวมถึงปากแดงๆนั่นด้วย กูคุ้นมาก ... ทุกสายตาจับจ้องไปที่ร่างสูงที่กำลังใส่หูฟังและนั่งไขว่ห้างเอาตีนกระดิกดิ๊กๆไปแบบไม่สนใจใคร หน้าคมบาดจิตบาดใจไม่สนใจสิ่งรอบข้างแม้แต่น้อย  ผมแอบกลืนน้ำลายลงคอหน่อยๆตอนที่เห็นพี่มัน และก็เป็นเวลาเดียวกันที่มันดูจะรู้งานมากๆเพราะเสือกเงยหน้าขึ้นมาได้จังหวะพอดี  ตาสบตา ... ฝ่ามือหนาที่ดึงหูฟังสีขาวออกจากหู ก่อนจะยกมือขึ้นโบกแบบเล่นใหญ่มากๆ และ...



“ยู้ฮู้ๆ!! ทางนี้เด็กๆ น้องคาราเมลหวานๆ น้องกุ๊กๆกู๋ยู้ฮูจ้า!!” 



โบกมือไปมาเล่นใหญ่เหมือนนั่งอยู่ในรัชดาลัยเธียร์เตอร์  ไอ้แม่ย้อย ขอปี๊บด้วยครับ



“พี่ดาบ มาได้ไงวะพี่!”



“เอ๊ะ อิน้อง ตบไหม ลงไปตบกับกูข้างล่างไหม ดานี่ เรียกใหม่เดี๋ยวนี้ อ่านปากตามเจ๊นะคะ ดานี่จ้า”  ว่าแบบนั้นออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้างๆจนตาปิดตอนที่พวกผมเดินไปถึงโต๊ะ ไอ้อู๋ดูจะตกตะลึงกับพี่มันมากๆ ส่วนไอ้บินที่มองมาแบบสงสัยหน่อยๆ



“อะ..เอ่อ พวกมึง นี่พี่ดาบ เอ้ย เจ๊ดานี่ ญาติอาจารย์ทัพหน้า”



“เรียกง่ายๆว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องที่ค่อนข้างสนิ๊ทสนิทชิดเชื้อกันจ้า ว่าแต่น้องกุ๊กๆกู๋ทำไมทำหน้าบึ้งทำไมหน้าบึ้งจังๆคะ เห็นหน้าเจ๊ต้องยิ้มหวานๆก่อนทีนึง” 



เอียงตัวไปหาไอ้กุ๊กก่อนจะยื่นมือไปหยิกแก้มของมันแบบถือวิสาสะ ไอ้บินที่ตอนแรกมองแบบสงสัย ตอนนี้เหมือนเห็นคิ้วและตีนมันกระตุกเลย



“ทำเชี่ยไรวะพี่ดาบ”



“อิน้องกุ๊กๆกู๋เดี๋ยวนะ ถ้าหน้าตาไม่น่ารักนี่กูตบปากแล้วนะคะ” 



พี่ดาบที่ขมวดคิ้วด่ามัน ก่อนจะเอานิ้วชี้ของพี่แกดันหน้าผากไอ้กุ๊กจนหงายหลังไปทั้งตัว ตัวบางๆของมันที่เซไปชนเข้ากับอกของไอ้บินเต็มๆ



“ทำไรวะ” 



เสียงเข้มๆของไอ้บินที่ว่าออกมา พร้อมๆกับสายตาที่ไม่มีความแคลงใจต่อเจ๊ดานี่อีกต่อไป แต่สายตาแม่งเปลี่ยนเป็นพร้อมบวกพี่ดาบเลยทันที



“หื้ม เอ๋....” 



พี่ดาบ ขอเปลี่ยนเป็นเจ๊ดานี่ เพราะเจ๊แกเล่นเอียงคอพร้อมบีบเสียงทำเสียงสองใส่ สายตาคมๆของเจ๊ดานี่ที่วันนี้ปัดอายไลน์เนอร์สีไวน์มาพร้อมกรีดอายพอประมาณนั่นทำให้บอกไม่ถูกว่าจะหล่อหรือสวย เจ๊ดานี่มองไปที่ไอ้บินอย่างประเมิน ไล่มองไปตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ก่อนที่ริมฝีปากจะกระตุกยิ้มมุมปากออกมาในตอนนั้น



“หึ”



“อะไรของมึงวะ มองเชี่ยไร”  ไอ้บินที่หงุดหงิดจนว่าออกมาแบบนั้น เจ๊ดานี่ที่ยกมือขึ้นทาบอกในทันที



“ว๊ายๆ ผู้ชายจะต่อยตี งุ้ยๆ แซ่บๆโน๊ะ”  สายตาของเจ๊แกที่เปลี่ยนเป็นวิววับอีกครั้งแล้วเริ่มวี๊ดว๊าย ไอ้ชิพหาย กูปวดหัวกับสถานการณ์ตรงหน้า



“ไอ้สัดเจ๊นี่!”  ไอ้บินที่ว่าออกมาแบบฉุนๆ มันที่เดินเข้าหาเตรียมบวกเต็มที่ แต่ติดตรงที่ไอ้กุ๊กขวางไว้ซะก่อน



“หยุดนะมึงไอ้บิน”



“ว๊ายๆ น้องกุ๊กๆกู๋ของเจ๊ ช่วยด้วยค่ะๆผู้ชายจะทำร้ายเพราะความสวยๆของเจ๊ค่ะ”  ใครบอกมันแบบนั้นบอกกูมาเดี๋ยวนี้



“มึงปล่อยมือออกจากเอวเพื่อนกูเดี๋ยวนี้ไอ้สัดตุ๊ด”



“ไอ้บิน หยาบคายมากไปแล้วนะไอ้สัด”  ไอ้กุ๊กที่ว่าออกมา พร้อมๆกับผลักอกของไอ้บินเต็มแรง มันที่มองหน้าไอ้บินแบบโกรธๆ



“นี่มึงเข้าข้างมันมากกว่ากูหรอวะ!”



“ก็แล้วยังไงวะ ทีมึงยังเคยเข้าข้างไอ้โพดมากกว่ากูเลย!” 



ไอ้กุ๊กที่ตะคอกมันออกมาแบบนั้น ไอ้บินเองที่ตั้งถ้าจะเถียงและเดินเข้าหา ในตอนนั้นที่มันได้ฟังก็ชะงักไปทันที มองเห็นมันที่จ้องหน้าไอ้กุ๊กอยู่นิ่งๆ สายตาคมๆของไอ้บินที่เหมือนมันจะรู้สึกผิดมากเต็มที่ แต่ไม่แน่ใจว่า ไอ้กุ๊กจะรับรู้ได้ไหมเหมือนกัน



ปลายสายตามองไปที่ข้างหลัง มองเห็นอิเจ๊พี่ดาบแอบยิ้มมุมปากอยู่ตรงนั้น เอ๊ะ ไอ้สัดพี๊มึง!



...



“เดินหน้ามุ่ยเข้ามาแบบนั้นมึงเป็นอะไร” 



เสียงเข้มๆที่ดังมาจากห้องรับแขก หรือตอนนี้เรียกอีกอย่างว่า ที่สิงสถิตของไอ้หลง ผมที่ตกใจจนสะดุ้งหันไปมอง ก็เห็นคุณเจ้าของบ้านนั่งไขว่ห้างเปิดหนังสืออะไรสักอย่างอ่านอยู่  สายตาคมที่มองมาที่ผมพราวระยับ เนี่ย ไอ้ห่านี่อีกคนที่ทำเอาผมอยากกรี๊ดให้สาวแตก



“ทำไมมองหน้ากูแบบนั้น”



“ปะ...เปล่าๆ มึงอะคิดม๊าก เดี๋ยวๆ ขึ้นห้องก่อนนะ”  เลิ่กลักๆ



แม่งเอ๊ย อยากจะหนีมันไปไกลๆ รู้สึกหัวใจจะวายกับไอ้ทัพหน้าโหมดนี้จริงๆ มันมาแบบไม่ทันให้ตั้งตัว มีความพลิกจากหลัง



ตีนเป็นหน้ามือเลยครับ บอกตรงๆว่าอดีตที่ผ่านมาระหว่างผมกับไอ้ทัพหน้า มันก็ทำให้ผมอดระแวงไม่ได้



กลัวครับ



กลัวมันแกล้งทำดี แล้วตลบหลังผม เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่...ผมก็ไม่ลืมว่าในสายตาของไอ้ทัพ ผมเคยเป็นคนที่ฆ่าเมียมันในความรู้สึกของมัน



“เดี๋ยว!”



ชะงักขาที่กำลังจะก้าวขึ้นบันได้ไปในตอนที่ได้ยินเสียงของอีกฝ่าย รู้สึกร้อนวูบไปทั้งแผ่นหลังแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่ได้หันไปมองก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงจ้องกันอยู่แน่ๆ



“มานี่เดี๋ยวนี้ไอ้เมล” 



กดเสียงต่ำดุๆออกมาเป็นคำสั่ง  ได้แต่กลืนน้ำลายหนืดๆลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะค่อยๆหันหลังกลับไปช้าๆ สายตาคมของคนร่างสูงที่นั่งอยู่กลางห้องโถงที่กำลังเอามือข้างนึงวางพาดไปกับพนักพิงและจ้องผมนิ่งๆแบบนั้น ... กูก๊ดดันนนนนนน



“อะ...อะไร คือ...”



“มา นี่”  ก็ทำไมต้องบังคับกันด้วยวะถามแค่นี้



“เร็ว ... มึงอย่าให้กูลุกไปลากมาเองนะ” 



หึ่ย! ชอบสั่ง ชอบดุ แล้วไอ้ตาดุๆที่มองมานิ่งๆนั่นก็ด้วย อย่าคิดว่ากลัวนะครับ! ... เดินเข้าไปหาแม่งเลย หยุดยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลมาก แต่น่าจะไกลเกินไปสำหรับทัพหน้า



“ลีลานักวะ”



‘พลึบ’



“เหวอ อ๊ะ!” 



ร้องออกมาแบบนั้นตอนที่ฝ่ามือใหญ่ของคนที่เอาแต่นั่งจ้องผม คว้าเขามาที่ข้อมือของผมและดึงกระตุกแขนของผมเข้าไปหา สุดท้ายก็นั่งทำหน้าเหมือนเห็นผีอยู่บนตักของมัน



“ช้าดีนัก ... ไหนเป็นอะไรบอกหมอสิ” 



คนตรงหน้าที่ใช้ตาคมจ้องเข้ามาที่ตาของผม ฝ่ามือแกร่งข้างนึงของมันที่ประคองตัวผมไว้วางอยู่ที่เอว รู้สึกร้อนวูบวาบตรงที่โดนสัมผัสอยู่ตอนนี้  ช้อนตามองหน้าอีกคนแบบไม่กล้า รู้สึกร้อนหน้าไปหมด ... คือทำไมต้องมานั่งตักกันกลางบ้านแบบนี้ ถามจริงๆเถอะ



“หมอไรล่ะ มึงไม่ใช่หมอ มึงอ่ะมันมาเฟีย แล้วนี่ก็ปล่อยได้ไหมวะ อายคน”



“ไม่ใช่หมอก็ตรวจได้นะ ว่าไงเป็นอะไร” 



ถามต่อออกมาแบบตาใส หรือเรียกง่ายๆว่าหน้าด้านๆ ทัพหน้าที่ว่าแบบนั้นพร้อมๆกับยื่นหน้าหล่อเข้ามาใกล้ๆมากขึ้นเรื่อยๆ เห็นแบบนั้นก็พยายามที่จะยืดตัวเอนหลังหนี แต่มันเองก็กระชับวงแขนให้ผมหนีไปไหนไม่ได้ สุดท้ายหน้าผากของคนตรงหน้าก็แตะเข้ามาที่หน้าผากของผม



ตึกตักๆ



หัวใจสั่นไหวเป็นสาวน้อยในนิยายแจ่มใส  แต่ทำยังไงได้ ใกล้ขนาดนี้ กูก็เขินนะครับมึง



“หน้าแดงนะ”



“พอ! เงียบไปเลย”



“หึ ขี้เขิน”



ฉ่า!



ไม่ใช่เสียงเนื้อสุกในเตาหมูกระทะ แต่เป็นหน้ากูเองจ้า เขินกว่าหนี ก็มุดอุ้งตีนให้รี่หนีไปแล้วครับ แม่งเอ๊ยๆๆ อยากอุดหมอนกรี๊ด



“เลิกมาแกล้งเล่นแบบนี้ได้ไหมวะ ปล่อยและถอยไปไกลๆเลยไป” 



พยายามตั้งสติให้ได้ ก่อนจะยกมือขึ้นดันอกแกร่งของคนตรงหน้าให้ออกไปไกลๆ และครั้งนี้อีกฝ่ายก็ยอมถอยแต่โดยดี



“ใครบอกกูแกล้ง กูทำจริง”



“ไอ้...”



“เงียบน่า ว่าแต่เป็นอะไร เดินเหมอหน้าเอ๋อเข้ามาเลย” 



ไม่สนใจฟังคำด่าของกู และเปลี่ยนเรื่องถามคำถามใหม่ออกมาซะงั้น แต่พอมันถามออกมาแบบนี้ก็นึกขึ้นได้พอดี เฮ้อ



“อะ ถามแล้วทำหน้าง้ำลงเหมือนไอ้หลงเวลางอน” 



คนตรงหน้าที่จ้องหน้าผมนิ่งๆแต่ในแววตากลับฉายแววเอ็นดูผม นิ้วเรียวของมันที่ก่อนเกลี่ยไปตามแก้มของผมให้ยิ่งรู้สึกขัดเขินแปลกๆ



“ว่าไง ไหนพูดมาสิ ปากไม่ได้อมฆวยกูอยู่นิ พูดมาสักทีกูรอฟังนานแล้วนะ”



“มึงนี่” ดูปากมัน ดูมันเปรียบเทียบนะครับ  มองแรงใส่ แต่อีกฝ่ายก็แค่ยกยิ้มกวนประสาท พร้อมๆกับเขย่าขาที่ผมนั่งทับอยู่เป็นการเร่งแทน



“ก็ไม่มอะไร แค่เพื่อนทะเลาะกัน”



“ใคร”



“ไอ้บินกับไอ้กุ๊ก”



“อ๋อออ ไอ้โย่งชู้รักกับเพื่อนตัวบางๆหน้าหมวยๆนั่นนี่เอง”  การเปรียบเทียบของแม่งคืออะไรครับ



“ชู้พ่อง อ๊ะ... เจ็บนะโว้ย”   ผมที่ตะโกนว่ามันแบบนั้นตอนที่มันยกมือขึ้นดีดปากล่างผม เจ็บจริงๆนะครับ ก็ดีดปากกูแบบไม่ออมแรงเลยอ่ะ จิตใจ



“อย่าพูดหยาบคายกับกู มึงเด็กกว่ากูเยอะนะ ถ้าได้ยินอีก กูจะไม่ยอมให้มึงพูด”



“จะให้กูนั่งอมลิ้นไงเล่า หึ่ย”  เถียงมันออกไปพร้อมมองแรงใส่  แต่อีกฝ่ายกลับทำแค่ยกยิ้มมุมปาก แล้วเอียงหน้าเข้ามาหอมแก้ม ลมหายใจอุ่นๆที่ไล้ไปตามใบหน้าทำให้ขนลุกจนต้องดันอกของมันเอาไว้



“ไม่ได้จะให้อมลิ้น แต่จะให้อม...”



“พอ! ไม่ต้องพูดเลยนะมึง ลามก!”



“คิดอะไรอ่ะครับคุณคาราเมล มาว่าผมลามกอะไร ผมหมายถึงจะให้อมยิ้ม จุ๊บๆจิ๊บๆน่ะ ทะลึ่งนะเราเนี่ย”



“ว้อยยย จุ๊บๆจิ๊บๆเชี่ยไรล่ะ ไม่คุยด้วยแล้วแม่ง ดีแต่แกล้งกูอยู่ได้ โรคจิต”  ผลักอกมันแรงๆจนอีกฝ่ายหงายหลังไปชนพนักพิง ผมเลยรีบกระโดดลงจากตักมันซะเลย



“หึหึ”



หันหลังเดินหนีขึ้นห้องแต่ก็ยังไม่วายได้ยินเสียงหัวเราะถูกอกถูกใจดังตามมาหลอกหลอนอีก แม่ง ช่วงนี้ไม่รู้เป็นบ้าอะไรถึงอารมณ์ดีมากนัก



‘ตึกตักๆๆ’



 “อ๊ะ”



“เมี้ยวววววว” 



เสียงวิ่งกระทบกับพื้นหินอ่อนที่ทำให้ผมต้องหยุดเดิน พอหันไปมองก็เห็นไอ้ตัวเล็กที่ตอนนี้ดูจะเริ่มโตขึ้นมามากกว่าแต่ก่อนนิดหน่อย ไอ้น้องหลงตัวสีขาวสะอาดสะอ้าน แถมกลิ่นยังหอมฉุยวิ่งตามผมมาแบบติดสปีท พอเห็นแบบนั้นแล้วมันอดที่จะยิ้มกว้างๆออกมาไม่ได้



“ไอ้น้องหลง” 



ทรุดตัวลงไปรับเจ้าตัวเล็กขึ้นมาอุ้มไว้แนบอก ไอ้หลงเองที่ก็รีบตรงเข้าซุกกับอกผมทันทีอย่างอ้อนๆ หัวกลมๆบวกกับขนนุ่มๆของมันที่ถูไถไปมาตามคอของผม มันน่ารักจริงๆนะครับ



“เมียววว”



“ว่าไงไอ้ตัวดื้อ อยู่บ้านวันนี้ไปวิ่งเล่นกวนตีนไอ้รี่มันหรือเปล่า”



“งื้อ เมี้ยวว”  เจ้าตัวเล็กงับปากเล็กๆใส่กันก่อนจะส่ายหัวไปมาพร้อมกับช้อนตามองผมตาใสแจ๋ว



“อะไรเรา ฟังกูรู้เรื่องด้วยหรอ ฮ่าๆ แต่มึงยังหลบไอ้รี่อยู่อีกหรอวะ หลายวันแล้วนะที่ไม่เห็นไปวอแวไอ้รี่เนี่ย” 



พูดกับไอ้ตัวเล็กพร้อมๆกับเดินขึ้นไปด้านบนไปด้วย ไอ้ตัวเล็กที่แสงในตาดูวูบไหวแปลกๆ ไม่สดใสเหมือนก่อนหน้านี้ มันเป็นอะไรของมัน จะเป็นอาทิตย์แล้วที่ผมเห็นมันนอนอยู่แต่กับคอนโดแมวที่ทัพหน้าซื้อมาให้ ไม่เหมือนแต่ก่อนที่ผมจะต้องไปโวยวายหน้ากรงไอ้รี่ ที่มันจ้องแต่จะคาบลูกผมไปกก น่ากลัวมากๆ ไอ้สิงโตนี่มันโหด โฉด หื่น ไม่ต่างจากเจ้านายมันหรอก ดูออก! แต่นี่เป็นอาทิตย์แล้วครับหลังจากวันที่ไอ้ทัพบอกว่าไอ้รี่ติดสัตว์ ไอ้หลงก็ไม่ไปวอแว ดีแต่นั่งหัวเล็กหน้ามุ่ยอยู่ตัวเดียวกับของเล่นของมัน ผิดกับไอ้รี่ ที่โวยวายเกรี้ยวกราดทุกวัน คิดว่ากระจกกันกระสุนที่กั้นระหว่างกรงไอ้รี่กับห้องไอ้หลง ไม่รู้วันไหนจะพังเพราะฝีมือไอ้รี่ เห็นมันมาตะกรุยกระจกเป็นอาทิตย์แล้วเหมือนกัน มีแต่เรื่องแปลกๆจริงๆเลย



“ไม่เอาๆไม่ทำหน้ามุ่ย เดี๋ยววันนี้เอาแซลม่อนให้กินดีไหม หื้ม”



“เมี้ยวๆๆๆๆ”  ไม่รู้มันบ่นอะไรของมัน แต่จากหน้าตาซึมๆหางลู่หูตก ก็กลายเป็นกระตือรือร้นขึ้นมาทันที ตาเศร้าๆของมันที่ช้อนมองหน้าผมด้วยประกายวิบวับแถมร้องเสียงเล็กไม่หยุดเลยเชียว



“ฮ่าๆ โอเคๆ เลิกดิ้นได้แล้ว กูจะไปอาบน้ำ นอนเล่นอยู่นี่ดีๆ อย่าซนนะไอ้เด็ก”



“เมี้ยววว” 



วางมันลงบนพื้นพรหมสีแดงภายในห้องไอ้ทัพ เจ้าตัวเล็กก็หงายท้องนอนกลิ้งเล่นทันที มองมันที่เอาอุ้งเท้าเขี่ยพรหมเล่นไปเรื่อยแล้วยิ้มออกมา



“เฮ้อ กูล่ะอยากเป็นแมวเด็กแบบมึงบ้างจังเลย”   



เมื่อก่อนที่ได้ยินพวกผู้ใหญ่บอกว่า อย่ารีบอยากโตเลย เป็นเด็กน่ะสบายที่สุดแล้ว ในตอนนั้นที่ผมยังเด็กกว่านี้ ผมก็เถียงออกไปว่าผู้ใหญ่จะไปเข้าใจอะไร เรียนก็เครียด คุณครูก็ดุ รายงานก็เยอะ เหนื่อยจะตาย ไม่อยากเรียนแล้วอยากรีบโต ... แต่มาวันนี้ ผมถึงได้พึ่งรู้ว่า คำพูดของผู้ใหญ่เหล่านั้นมันไม่ผิดเลย เพราะยิ่งโต เราก็จะหาความสุขได้น้อยลง อาจไม่ใช่เพราะตัวเราเอง แต่มันเป็นเพราะเรื่องราวต่างๆมากมายที่มีเข้ามาให้ได้รับผิดชอบในฐานะของผู้ใหญ่ที่มีความคิดมากกว่าเด็กตัวเล็กๆที่ต้องกังวลแค่เรื่องของคุณครูจะดุ ... ถ้าย้อนกลับไปได้ ผมจะขอนอนซ้อมตายไม่ต่างจากที่ไอ้หลงทำอยู่ตอนนี้ เพราะอย่างน้อยตอนเด็ก เรื่องที่กังวลมากที่สุด อาจเป็นแค่โดดหนังยางแพ้เพื่อนๆ และพรุ่งนี้เราก็จะมาแก้ตัวใหม่ได้  แต่โลกของความจริงที่โหดร้าย เราไม่มีทางได้แก้ไขอะไรได้ใหม่ ถ้าเราเริ่มและทำมันผิดพลาด ไม่ต่างจากผมในวันนี้ ที่ต้องคอยรับผิดชอบในสิ่งที่ผมทำ แม้ว่าผมจะไม่ได้ฆ่าณราชา แต่การที่เอาตัวมาผูกกับเรื่องนี้เอง ผมเองก็ต้องคอยรับผลของมันเช่นกัน



.

.

.





‘แกร่ง’



“เห้ย!” 



เดินออกมาจากห้องน้ำแล้วต้องสะดุ้งตกใจยกใหญ่ กูนึกว่าจะเจอไอ้หลงน้อยนอนเล่นพรหม แต่ทำไมมันกลายเป็นไอ้รี่ตัวใหญ่ที่นั่งกระดิกตีนดิ๊กๆอยู่ปลายเตียงได้ล่ะวะ



“ไอ้หลงไปไหน” 



มองไปรอบๆห้อง มองไม่เห็นไอ้ลูกแมวตัวน้อยที่ผมหิ้วขึ้นมาด้วยเลยแม้แต่เงา  ไอ้ทัพหน้าที่ยกยิ้มมุมปาก ก่อนเลิกคิ้วนิดๆทำหน้าคิด .. น่าตบมากกว่าหล่อครับ จะกวนตีนอะไรอีก กูรับมือไม่ทันนะโว้ย



“อืมมม กูเอามันลงไปกินแซลม่อน” 



สาระแน  ไม่ใช่หน้าที่มึงเลยนะ อยากจะว่าแบบนั้นแต่ต้องเงียบปากไว้แทน



“หรอ ... แล้วมึงขึ้นมาทำไมอ่ะ”  รู้สึกร้อนวูบวาบแปลกๆกับสายตาของมันที่มองมา ก็ใครจะรู้ว่ามันจะมานั่งอยู่ตรงนี้วะ กูก็พันผ้าขนหนูออกมาแค่ผืนเดียวโล่งๆเลย ลมมันเย็นจังครับพี่น้อง



“ทำไม นี่มันบ้านกู กูจะอยู่ตรงไหนก็ได้”  มันที่ตอบกลับมาพร้อมยักคิ้วส่งมาให้สองจึก ... กวนตีน ...



กลับหลังหันหนีมันทันที ไม่อยู่แล้วครับ ตอนนี้ต้องการตู้เสื้อผ้า กางเกงและเสื้อนอนมากๆครับ ได้ยินเสียงอีกฝ่ายหัวเราะไล่หลังมายิ่งทำให้ก้าวยาวๆหนีมาที่ห้องแต่งตัวอย่างไว ช่วงนี้ไอ้ทัพแปลกๆ ดูใจดีแต่เจ้าเล่ห์ ไม่อยากอยู่ใกล้ครับ ไม่ชินกับทัพหน้าร่างผัวแสนดี



‘หมับ’



“เชี่ย!”



“เคยบอกว่าไง บอกว่าอย่าพูดไม่เพราะกับพี่ไง” 



เสียงเข้มที่พูดใกล้ๆใบหูทำเอาหูร้อนและขนลุกไปทั้งตัว ฝ่ามือหนาที่วางไว้ที่สะโพกของผมยิ่งทำเอาร้อนวูบวาบไปหมด ว่าแต่มึงตามมาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ!



“เป็นบ้าหรอ ถอยๆ ร้อนๆ” พยายามจะพลิกตัวหนี แต่มันก็ไม่ยอมปล่อย ทัพหน้าที่รวบวงแขนแกร่งโอบกอดเอวของผมไว้อยู่แบบนั้น พร้อมๆกับที่ใบหน้าหล่อคมจะเอียงเข้ามาหาลำคอของผม



“อื้อ ทะ...ทำอะไรวะ”



“วันนี้น้องเมลสัญญา”



“กูเปล่า! แล้วเลิกเรียกน้องอะไรนี่สักที ผีเข้าหรอทัพ ปล่อยๆได้แล้ว”



“สบู่หอมจัง”  สัด! คุยเรื่องเดียวกับกูบ้าง แต่....มือมึงเนี่ย มือออออ!!



‘ฟึบ’



“ผ้าขนหนูเกะกะว่ะ”



“มะ...ไม่”



“เนอะ”  เดี๋ยว มึงเนอะกับใคร กูบอกว่าไม่ไงไอ้สาดดดด”



“อะ อื้อออ ทัพ ปล่อย”



“ชู่ววว เก็บเสียงไว้ครางบ้างก็ได้”



“อ๊ะ ทัพ อย่าจับ”



“ก็กูจับ” 



คนด้านหลังที่ว่าออกมาอย่างดื้อรั้น ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะกอบกุมเข้าที่แกนกายของผมอย่างจาบจ้วง ใบหน้าหล่อที่กดจูบไปตามลาดไหล่ ขบเม้มจนขึ้นรอยฟันไว้ที่ท้ายทอย



“อ๊ะ ทะ...ทัพ ทัพ...”



“เด็กดี”



...


(มีต่อจ้าาาา)


 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด