Love tangled รักยุ่งเหยิงของคุณชายขาโหด (บทที่1 - บทที่ 12 ส่วนที่ 2) อัพ 21 เม.ย. 2562
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: Love tangled รักยุ่งเหยิงของคุณชายขาโหด (บทที่1 - บทที่ 12 ส่วนที่ 2) อัพ 21 เม.ย. 2562  (อ่าน 7286 ครั้ง)

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3090
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +49/-0

ออนไลน์ DrSlump

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2426
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

เอ๋...หรือมายด์จะเข้าใจแผนการของสองคนนั้น?

ออนไลน์ AkuaPink

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 432
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0

ออฟไลน์ papapoope

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 320
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
ขอให้แผนประสบความสำเร็จ งุงิ

ออฟไลน์ Shonennihon

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1

“โหย.....สุดยอดเลยว่ะแก” เมย์ทำเสียงชื่นชมพร้อมยกนิ้วโป้โชว์ขึ้นที่หน้าของมายด์ทั้งสองมือ
“ก็เพราะใครล่ะ!?!” มายด์บ่ายหน้ามาทางชานนท์
“อะไรเหรอ?” ชานนท์ตอบกลับไปอย่างงงๆ
“อย่ามาทำหน้าใสไม่รู้เรื่อง!” มายด์ปรายหางตามาทางชานนท์ที่กำลังแอบตื่นตระหนกข้างในใจ
“นั่นสิ! นนท์ บอกความจริงมาเหอะ!” เมย์เสริมเป็นปี่เป็นขลุ่ย
“เอ่อ.......” ชานนท์รู้สึกจนมุม
“อย่านึกมาเราโง่สินนท์” มายด์ย้ำอีกครั้ง
“เออๆ ขอโทษนะมายด์! ก็รุฒบอกให้ทำแบบนี้เพื่อที่จะได้ตัดปัญหาสองคนนั้นไม่ให้ยุ่งกับพวกเรา อีกอย่าง... จะได้แก้แค้นด้วย ....... แต่เราแทบไม่รู้แผนทั้งหมดเลยนะ โดนใช้ให้มาทำตามแผนเป็นวันๆ ไป......” ชานนท์ตอบกลับไปอย่างลุกลี้ลุกลน
“เฮ้อ...... กะแล้วเชียวว่าต้องเป็นแบบนี้ เราก็นึกว่ายังไงๆ อยู่ ทำไมนายถึงชวนมากินขนมไกลขนาดนี้ ทั้งๆที่ปกติ เราชวนแทบตายยังไม่ค่อยอยากจะมาเลย!” มายด์ยกมือขึ้นมาตบประสานกันกลางอากาศเสียงดังหลังถอนหายใจเสียงดัง
“นั่นสิ เรากับมายด์นะก็คุยกันอยู่ว่ามันแปลก เลยพากันมาพิสูจน์เนี่ยแหละ” เมย์ส่ายหน้าเบาๆ

“อ้าว!! นี่! พวกเธอไม่ได้รู้กันอยู่แล้วเหรอ?” ชานนท์ทำท่าทางเสียจุดศูนย์ถ่วงเซไปพักหนึ่ง
“ก็แค่สงสัยน่ะ แต่เรารู้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็นแผนอะไรสักอย่างก็เลยให้เมย์ผู้รอบรู้ไปสืบมาเรียบร้อย” มายด์พูดถึงตรงนี้ทำให้เมย์ทำท่ายึดอกอย่างภูมิใจ “อีกอย่างเรารู้ว่านายน่ะโกหกไม่เก่งหรอก” มายด์พูดจบก็หันมายิ้มอ่อนๆ ให้ชานนท์ เขาทำได้แค่ยิ้มแห้งๆตอบกลับไป

“ขอโทษนะ..... ที่ไปหลอกเธอมาทำอะไรแบบนี้” ชานนท์พูดพลางคิดว่า มายด์คงจะลงโทษเขาสักหมัดสองหมัด หน้าเขาเลยหลุบต่ำลงหลังจบประโยค
“ไม่เป็นไรหรอก เราให้หลงไปช่วยสืบมาแล้วว่า พี่เขาเป็นคนดีระดับหนึ่งแม้จะดูนักเลงไปหน่อยแต่นิสัยก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรเรื่องผู้หญิงน่ะ” มายด์ดูอารมณ์ดีขึ้น
“แน่ใจนะ ดูท่าทางช่ำชองขนาดนั้น” ชานนท์ทักกลับหลังเห็นท่าทางมายด์ไม่ได้รับเกียจพี่พัฒน์
“อืม.... ไม่เป็นไร  รู้จักไว้ก็ไม่เสียหาย เราก็ยังโสด เปิดโอกาสให้ตัวเองบ้างก็ไม่เห็นเป็นไรนี่!” มายด์พูดออกมาปนกับความเหม่อลอยไปเบื้องหน้าเหมือนคุยอยู่คนเดียว
“อยากจะตัดใจอะไรประมาณนั้น!” เมย์โพล่งขึ้นมาเหมือนทุกที
“ตัดใจ??” เสียงานนท์ทวนประโยคที่ได้ยินเมื่อครู่
“ยัยเมย์ พูดเรื่อยเปื่อยอีกแล้วนะ!! เราจะทำยังไงกับปากเธอดึเนี่ย!!” มายด์หันมาค้อนพร้อมยกมือขึ้นมาบีบปากเมย์จนบิดเบี้ยว
“แหม....ก็ ทำเป็นเขิน จะปิดนนท์ไปทำไมเพื่อนกัน! อ้อ!! เผื่อนนท์เขาจะสนใจดามอกเธอด้วยอีกคนไง!!” เมย์ใช้ทักษะพิเศษในการเบือนหน้าหลบ จับมืออีกฝ่ายให้พ้นจากใบหน้าตนเองและพูดสวนกลับอย่างรวดเร็ว
“เธอนี่มัน!!.....” มายด์พยายามจะคว้าอีกฝ่ายให้อยู่กับที่เพื่อใช้มือบิดปากอีกฝ่ายให้ได้ แต่ด้วยความเป็นนักกีฬาของเมย์ทำให้หลบได้พลิ้วไหวอย่างเหลือเชื่อ ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังวิ่งรอบตัวชานนท์จนเริ่มตาลาย ผู้หญิงสองคนนี้ช่างน่ากลัว คนหนึ่งก็แข็งแรงอึดเกินชาย ส่วนอีกคนก็ยังกับจอมยุทธหญิง ชานนท์รู้สึกว่าเขาได้มาเจอแต่กับคนแปลกๆ จนบางครั้งเขาเผลอคิดไปว่า ‘ตัวเขาเองนั่นแหละที่แปลก!’

“รู้หรือเปล่า? นนท์อาจจะแอบชอบเธออยู่ก็ได้” เมย์พูดขึ้นขณะเริ่มหอบกับการพริ้วหลบมายด์ที่วิ่งไล่ไม่หยุด
“ยังไม่หยุดอีก!!” มายด์ตะโกนตามหลัง
“นนท์! อย่าไปคิดตามยัยปากมอมนี่เลย เราเป็นเพื่อนกันน่ะดีแล้ว ยัยเมย์!! มาให้จับลงโทษเสียดีๆ!!” มายด์หันมาหาชานนท์ขณะวิ่งไล่เมย์อย่างไม่ลดละ

คำพูดเพียงประโยคผ่านๆของมายด์ทำให้ชานนท์รู้สึกหดหู่อย่างประหลาด เขายืนนิ่งๆ ระหว่างที่หญิงสาวทั้งสองวิ่งไล่กันรอบตัวเขาอย่างสนุกสนาน ความรู้สึกเจ็บหน่วงได้คืบคลานเข้ามาที่ข้างซ้าย หญิงสาวสองคนที่เขาแอบมีความรู้สึกดีด้วยต่างปฏิเสธเขาทั้งๆ ที่เขายังไม่ทันได้เริ่มทำตัวขยับความสัมพันธ์ด้วยซ้ำ ความรู้สึกเก่าย้อนกลับมาทำร้ายเขาอีกครั้ง ไม่ว่าเขาจะปรับเปลี่ยนตัวเองแค่ไหน แต่ผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิน เขารู้สึกแสงสว่างรอบๆตัวค่อยจางหายไปพร้อมกับเสียงอื่นๆ โดยรอบ

“นนท์!!” เสียงเมย์เรียกสติเขากลับมาพร้อมโบกมือไปมาเหนือใบหน้าเขาไม่กี่เซ็นติเมตร
“เฮ้ย!!” ขานนท์ร้องเสียงหลง
“นี่นาย! ไม่คิดจะห้ามพวกฉันเลยหรือไง?!” เมย์ส่งเสียงหอบถี่ในประโยค ส่วนมายด์เองก็ยืนหอบอยู่ไม่ไกล
“ก็เห็นพวกเธอสนุกอยู่เลยไม่ห้ามดีกว่า” ชานนท์ตอบด้วยรอยยิ้มผสมขำเพราะสาวน่ารักทั้งคู่ อยู่ในสภาพที่ยับเยินเหมือนแมวตีกัน โชคดีที่ช่วงที่เขายืนอยู่ผู้คนไม่ผลุกผล่านไม่อย่างนั้นคงมีรูปหรือวิดีโอลงโซเซียลเน็ตเวิร์คแน่ๆ

เพียงชั่วแว่บหนึ่งหลังจากการหัวเราะกับทั้งสองคนที่อยู่ชานนท์รู้สึกว่าการมีทั้งสาวเป็นเพื่อนมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ชีวิตในมหาวิทยาลัยยังอีกไกล เขายังมีโอกาสมีความรักอีกเยอะ



.......................

ออฟไลน์ Shonennihon

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1
บทที่ 12

The unexpected consequence


ชานนท์เดินทอดน่องเรื่อยเปื่อยไปจนถึงหอพักของตนเองหลังจากไปส่งสองสาวที่หอพักหญิงที่อยู่ไม่ไกล  อากาศยามหัวค่ำที่มีลมเย็นพัดโชยเอือยเอาความร้อนจากพื้นดินขึ้นมาและกลิ่นหญ้าที่ผ่านการรดน้ำยามเย็นทำให้ชานนท์รู้สึกผ่อนคลายจากเหตุการณ์เมื่อเย็น

สายตาของชานนท์ไปสะดุดกับเงาร่างหนึ่งที่คุ้นเคยนั่งสูบบุหรี่อยู่ที่ม้านั่งด้านหน้าหอพักชาย เขาคนนั้นดูเหมือนจะมองเห็นชานนท์ก่อนและลุกขึ้นเพื่อทักทายชานนท์ทันทีในระยะสายตา

“ไง! ลืมพี่หรือยัง?” พี่เอกทักเสียงดัง จนทำให้สมองของชานนท์ทำงานดึงเอาความทรงจำช่วงเย็นออกมา ที่เขาขอเวลาพี่เอกเพื่อไปร่วมกินของหวานกับมายด์จะตามแผนก่อนที่จะกลับมาเจอพี่เอกเพื่อซักซ้อมเพิ่มเติม

“ไม่ครับ ไม่ลืม” ชานนท์รู้สึกถึงคำโกหกของตนเองเพราะความจริง เขาลืมไปเสียสนิท
“นึกว่าห่วงไปกินข้าวกับสาวจนลืมพี่คนนี้แล้ว”
“เอ๊ะ! พี่รู้ได้ไงว่าผมไปกินกับใคร?”
“เอ่อ...... ไอ้พัฒน์น่ะ มัน...... โทรมาถามว่าเอ็งเป็นอะไรกับสาวๆ กลุ่มนั้น เห็นตัวติดกันตลอด แฟนหรือเพื่อนสาว?” พี่เอกมีอาการอ้ำอึ้ง
“ขอไม่เป็นทั้งคู่ได้ไหมครับ.... แล้วพี่ตอบไปว่าอะไรครับ?”
“เพื่อนสาว” พี่เอกตอบกลับมาหน้าตาย
“พี่เอก!! ผมไม่ใช่แบบนั้น”
“ก็พี่อยากให้เป็นนี่หว่า!”
“อะไรนะครับ!?!”
“ไม่.....ไม่มีอะไร พี่แค่ล้อเล่นนะ” พี่เอกยิ้มแป้นขณะพูดไปด้วยจนตาเกือบจะเป็นเส้นเดียว พี่เอกเป็นคนที่เวลายิ้มแล้วหน้าตาจะสดใสมาก ทำให้ชานนท์มักจะโกรธเขาไม่ลง ไม่แปลกใจที่สาวๆ มักจะใจละลายกับพี่เอก

“พี่ก็ล้อผมเล่นอยู่เรื่อย ทำไมคนต้องมองผมแบบนั้นตลอดเลย ไม่เข้าใจเลยครับ” น้ำเสียงชานนท์เจือความหงุดหงิด
“ก็เอ็ง มันหน้าหวาน ตัวเล็กน่ารัก น่าทะนุถนอมนี่หว่า! ฮ่าฮ่าฮ่า” พี่เอกหัวเราะต่อที่ท้ายประโยคที่มีน้ำเสียงไม่จริงจังเหล่านั้น พรัอมกับยกมือขึ้นขยี้หัวชานนท์อย่างแรง
“พี่เอกล้อผมเล่นอีกแล้ว!” แม้ว่าท่าทางชานนท์จะดูฉุนเฉียวใส่อีกฝ่าย แต่ในใจก็แอบชอบคำชมเหล่าอยู่ไม่เบา แม้จะเป็นการพูดเล่นของพี่เอกก็ตาม

ฟ้าวววว ....... เอี้ยด!!! 

เสียงลมกรรโชกจากอากาศที่เสียดกับรถด้วยความเร็ว ลงท้ายด้วยเสียงล้อบดถนนสไตล์ดิฟท์เลี้ยวเข้าจอดที่จอดรถหน้าหอพัก ทำให้สายของทั้งชานนท์และพี่เอกเหลียวไปมองรถยี่ห้อมินิ รุ่นใหม่ป้ายแดงที่ปาดเข้าจอดได้ต่าหวาดเสียว คนที่ขับรถสไตล์นี้ในมหาวิทยาลัยนี้น่าจะมีแค่คนเดียวเท่า ‘วรุฒ’ เป็นคนเดียวที่ชานนท์นึกถึง

‘แต่... ปกติวรุฒจะขับรถสปอร์ตคันหรูสีแดงนี่นา’ ชานนท์แอบคิดในใจ

และแล้วชานนท์ก็ทายถูกเพราะชายหนุ่มรูปงามที่ลงจากรถมานั่นคือ ‘วรุฒ’ ตามคาด สายตาของเจ้าของรถป้ายแดงมองมาทางเขาด้วยสายตาขุ่นเคือง สิ่งนี้ทำให้ชานนท์รู้สึกเสียวสันหลังวูบแบบไม่มีเหตุผล

“ไม่ต้องกลัว พี่อยู่นี่ มันไม่กล้าทำอะไรเอ็งหรอก!” พี่เอกเดินมาใกล้ชานนท์พร้อมพูดออกเหมือนจะรู้สึกถึงความกลัวในจิตใจของชานนท์ หลายวันมานี่เขากับวรุฒก็มีบรรยากาศที่ดีขึ้นมาก และเขาเองก็ไม่ได้ทำอะไรที่จะไปผิดใจกับผู้ชายเจ้าอารมณ์อย่างวรุฒในช่วงนี้แน่นอน เขามั่นใจแต่ก็อดหวาดหวั่นต่อรังสีอำมหิตที่ส่งมาในระยะไกลไม่ได้ และยิ่งรู้สึกอึดอัดมากขึ้นไปอึกเมื่อวรุฒเดินมาใกล้บริเวณที่เขายืนอยู่อย่างอุอาจ

“มึงคุยกับ ‘พี่ชาย’ ของมึงเสร็จหรือยัง?” วรุฒพูดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองและย้ำคำว่า ‘พี่ชาย’ แบบแสดงอารมณ์หงุดหงิดชัดเจน
“กูเพิ่งคุยกัน มึงจะเอาอะไร?” พี่เอกสวนตอบแทนชานนท์ ในขณะที่เขาแค่ขยับปากจะตอบ
“กูคุยกับมึง มึงก็ตอบสิ! เสร็จธุระของมึงแล้ว กูมีเรื่องจะคุยด้วย!!” วรุฒพูดต่อเหมือนเห็นพี่เอกเป็นอากาศธาตุ

“กูยังไม่เสร็จธุระกับน้องนนท์ มึงขึ้นห้องไปก่อนไป!!”
พี่เอกทำแบบเดียวกันอีกครั้ง! ตอนนี้คิ้วของวรุฒเริ่มขยับเข้าหากันและเริ่มผูกกันเป็นปม
“เฮ้ย!! กูไม่....” วรุฒขึ้นเสียง
“เออ! เราเพิ่งเจอพี่เขาน่ะ เดี๋ยวเสร็จแล้วตามขึ้นไปนะ!!” ชานนท์ร้องตอบด้วยเสียงที่ดังกว่าปกติแทรกประโยคของวรุฒก่อนที่จะมีมวยเกิดขึ้นโดยไม่จำเป็น ชานนท์คิดแค่ว่าหากเกิดวางมวยกันจริงๆ ผู้ชายตัวขนาดเขากับยักษ์ทั้งสองตนนี้ เขาคงไม่สามารถห้ามศึกสองคนนี้ได้แน่ แต่เขาก็รู้ถึงความเสี่ยงนี้ดี เขาอาจจะโดนวรุฒเขม่นใส่และเย็นชาใส่อีกรอบแน่นอน ความสัมพันธ์อันดีที่อุตส่าห์สร้างไว้ได้ล้มครืนเอาวันนี้แน่นอน

แต่แปลก..... หลังจบประโยคของชานนท์ วรุฒกลับนิ่งไปพักใหญ่ เขาถอนหายใจออกเฮือกใหญ่และเอ่ยขึ้นมาเพียงประโยคสั้นๆ
“โอเค.... งั้น..... ตามขึ้นไปนะ” แล้ววรุฒก็เดินจากไป สร้างความงงงวยระหว่างเขาและพี่เอกอย่างมาก วรุฒเป็นผู้ชายที่เดาใจไม่ถูกเลยจริงๆ

........................


หลังจากจบวาระการชวนคุยทุกเรื่องของพี่เอกแล้ว (คำว่า ‘ทุกเรื่อง’ คือ ทุกเรื่องจริงๆ พี่เอกทำเหมือนว่าไม่เคยเจอชานนท์มาหลายวัน ทั้งๆที่เจอกันทุกวัน พูดคุยตั้งแต่เรื่องซ้อม จนไปถึงเรื่องเหตุการณ์ที่พี่เอกเขาเจอมาในวันนี้) ชานนท์รู้สึกอ่อนเพลียสมองอย่างมาก ไหนจะเหตุการณ์การซ้อมที่หนักและอ่อนล้าเหมือนเช่นทุกวัน เป็นสองชั่วโมงที่แทบจะเรียกได้ว่ากินพลังเขามากกว่าการเรียนหนังสือทั้งวัน แล้วมาตื่นเต้นต่อกับเหตุการณ์ในคาเฟ่ที่คณะวิทยาศาสตร์อึก จนมาเจอการซ้อมพิเศษและการที่ชวนคุยด้วยพลังความกระตือรือร้นอันมหาศาลของพี่เอกอีก ชานนท์รู้สึกว่าเขาอาจจะหลับก่อนการทบทวนบทเรียนรอบดึกแน่นอน

โชคดีที่พี่เอกขอตัวไปทำกิจกรรมสันทนาการยามค่ำกับเพื่อนๆของเขาเสียก่อน ไม่อย่างนั้นพี่เอกคงจะตื้อตามมาคุยระหว่างทางมาส่งเขากลับห้องแน่นอน

ชานนท์พยายามลากร่างกายที่แสนอ่อนล้าของเขาขึ้นบันได 5 ชั้นไปถึงห้องของตนเอง สิ่งแรกที่เขาปะทะหลังจากปลดล็อกประตูเข้ามาในห้องคือ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่แรงแทรกจมูกเข้าร่างกายเขาจนเวียนหัว เขามองไปที่ต้นทางของกลิ่นก็พบวรุฒในสภาพเปลือยท่อนบนโชว์สัดส่วนกำยำอย่างคนดูแลตัวเอง และออกกำลังกายมาเป็นอย่างดี เขาใส่กางเกงยีนส์ขาเดฟเข้ารูปที่รับกับรูปร่างของเขาเป็นภาพที่น่ามองเหมือนนายแบบจากนิตยสารเลยทีเดียว

“โห.... จะไปไหนอีกเนี่ย? แล้ว.... เรื่องที่จะคุยด้วยเนี่ยคืออะไร?” ชานนท์ทักและไม่ลืมถามเรื่องที่วรุฒพูดไปก่อนจะขึ้นมาที่ห้องพัก
“อ้อ... คือ.... เรื่องแผนของเราไง” วรุฒทำท่าทางนึกเหมือนเขาจะลืมมันไปแล้ว เขาดูสนใจกับการเลือกเสื้อที่จะใส่มากกว่าตอบคำถามของชานนท์
“เอ่อ... ใช่ ...คือ..... เราว่าจะบอกอยู่....ว่า... มายด์น่ะ”
“ยัยมายด์รู้เรื่องแล้วใช่ไหม?” วรุฒพูดสวนขึ้นมาขณะยกเสื้อยืดสีสวยขึ้นทาบอก
“เออ! ใช่! นายรู้ได้ไง!??” ชานนท์ทิ้งตัวลงนั่งที่เตียงฝั่งตัวเองและทำเสียงตกใจ
“ผู้หญิงฉลาดจนน่ากลัวอย่างยัยนั่น ไม่น่าจะปิดเรื่องแบบนี้ได้นานหรอก!! แล้วก็ยัยนั่นก็โทรมาต่อว่ากูเรียบร้อยแล้ว!!” วรุฒหันมาตอบคำถามเขาพร้อมทั้งหยิบเสื้อเชิ้ตฮาวายแขนสั้นลายสีกรมท่ามาสวมใส่

“อย่างนี้เอาไงต่อ?” ชานนท์ถามอย่างหมดหนทาง แต่อีกใจหนึ่งเขาก็รู้สึกเหนื่อยกับแผนการนี้แล้วเหมือนกัน ในที่สุดจะได้จบๆไปเสียที ที่เหลือก็ค่อยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเอา หากเจอพี่พัฒน์มาระรานอีก

“โชคดีที่ยัยมายด์ยอมร่วมมือด้วย งงเหมือนกัน ปกติเห็นไม่ชอบเรื่องอะไรแบบนี้ เห็นเธอบอกว่าไอ้พี่พัฒน์มันก็น่ารักดี คบไว้ก็ไม่เสียหายแถมได้ของอร่อยกินฟรีด้วย!!” วรุฒพูดกึ่งหัวเราะที่ท้ายประโยค

ชานนท์ได้แต่คิดถึงเรื่องสาวไฮโซตัวจริงอย่างมายด์คงไม่ห่วงของกินฟรีๆ ราคาหลักร้อยแน่นอน แล้วในหัวก็ได้ยินเสียงของเมย์ดังขึ้น “อยากจะตัดใจอะไรประมาณนั้น!!” ชานนท์ได้แต่เก็บความสงสัยต่อประโยคเหล่านั้นไม่กล้าถามออกไปว่าประโยคนั้นหมายถึงใคร มายด์ต้องการตัดใจจากใคร?

“เฮ้ย! ไอ้เตี้ย!! กูเรียกตั้งนาน มึงไปเฝ้าพระเจ้าหรือไง เหม่ออะไรขนาดนั้นวะ!!” เสียงกรรโชกของวรุฒ ช่วยดึงสติของชานนท์กลับมาจากห้วงความคิด
“เอ้อ!! อะไรๆ นายพูดว่าอะไรนะ!?!” ชานนท์ตกใจเมื่อเห็นวรุฒเดินเข้าใกล้เขามากแต่เขากลับเพิ่งรู้สึกตัว
“กูถามว่าพร้อมไหม?”  วรุฒที่แต่งกายเต็มยศเหมือนทุกคืนถามเขาด้วยสีหน้ากึ่งบังคับ
“พร้อมอะไร?” ชานนท์ตามสิ่งที่วรุฒถามเขาไม่ทัน นี่เขาหายเข้าไปในห้วงความคิดตัวเองนานขนาดไหนกันเนี่ย!?
“ก็ไปกับกูไง กูบอกแล้วใช่ไหม? เมื่อถึงเวลาแค่ทำตามที่กูบอกก็พอ!!”
“เอ่อ..... งั้น.... ไปไหนล่ะ?” ชานนท์รู้สึกใจไม่ดีขึ้นมาแบบไม่รู้สาเหตุ
“ไปผับประจำของกูเอง กูจะพาพี่วิไปเลี้ยงขอบคุณเสียหน่อยที่ดูแลกูดีเหลือเกิน ดีจนแทบจะจัดตัวเองใส่พานมาถึงเตียงกูอยู่แล้ว!!” วรุฒพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
“ก็คงนึกว่านายชอบมั้ง” ชานนท์แสดงความเห็นทันที
“แต่กูไม่ชอบ!! กูไม่ชอบเป็นแต้มให้ใครมาเก็บ!!” เสียงวรุฒมีความกราดเกรี้ยวแฝงอยู่
“แต่ชอบเก็บแต้มกับคนอื่นใช่ไหม?” ชานนท์แสดงความเห็นอีกครั้ง
“มึงจะกวนตีนกูอีกนานไหม? ไปแต่งตัวไป!!” ชานนท์นึกว่าเขาจะโดนโกรธมากกว่านี้ แต่วรุฒกลับทำแค่เสียงดังใส่แต่ไม่มีความเกรี้ยวกราดแฝงอยู่ในน้ำเสียงเลย
“เราต้องไปจริงๆเหรอ?”
“เออสิวะ!! มันอยู่ในแผนด้วย เพราะหากนายไม่ไป พี่วิก็จะไม่ไปน่ะสิ มันเป็นเงื่อนไขของพี่วิ!!”
“รู้สึกไม่ดีเลยอ่ะ”
“มึงก็รู้ว่าทำไมพี่วิเขาถึงจะให้มึงไปด้วย!! แต่ไม่ต้องห่วง หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน คืนนี้มึงไม่ต้องเสียตัวให้พี่วิแน่นอน!!” วรุฒตอบกลับด้วยสีหน้ามั่นใจ

“เราว่าแล้ว!! แค่คิดก็หวาดเสียวแล้ว หวังว่าจะเป็นจริงอย่างที่นายว่านะ .... งั้นเราขอไปเลือกเสื้อผ้าก่อนนะ” ชานนท์มีท่าทางลังเลแต่พอได้ยินคำพูดยืนยันจากวรุฒก็ทำให้เขามั่นใจขึ้น ชานนท์ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกเชื่อใจวรุฒ ทั้งๆ ที่เขาเองก็เพิ่งญาติดีกับวรุฒได้ไม่นาน แต่พอได้เห็นสีหน้าและได้ยินน้ำเสียงของวรุฒแล้วทำให้เขารู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ไว้ใจได้ หรือว่ามันเป็นพลังพิเศษของวรุฒที่สามารถชักจูงใครได้ง่ายๆ เขาถึงได้เป็นที่นิยมโดยที่เจ้าตัวไม่ได้ปรารถนาเลย

“ไม่ต้องหรอก!!”  วรุฒทักขึ้น
“หา!! จะให้เราไปชุดนี้เลยเนี่ยนะ ชุดนักศึกษา..... มันจะดีเรอะ?”
“กูไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น! กูจะบอกว่ากูเตรียมไว้ให้หมดแล้ว นั่นไง!!” สิ้นประโยควรุฒก็ชี้ไปทางตู้เสื้อผ้าตัวเองที่มีชุดแบรนด์เนมรูปแบบสีสันต์ดูดีแขวนอยู่ และจากการกะไซส์แล้วไม่น่าจะเป็นไซส์ของวรุฒด้วย มันเล็กเกินไป
“เอ่อ.... เราว่าเรา...... ไม่ไหวน่ะ เดี๋ยวไปทกเลอะเทอะเข้าเราจะไม่มีปัญญาชดใช้”

“กูซื้อให้!! จะทำเลอะเทอะอะไรก็เรื่องของมึง กูไม่เอาคืนหรอก แหกตาดูเอาว่า กูจะใส่ได้เรอะ ยังกับชุดคนแคระ!!”
“เออ!! ขอบใจนะ” ชานนท์คิดว่ามันจะดีมากเลย หากไม่มีประโยคสุดท้ายของวรุฒ พูดจบเขาก็เดินไปหยิบชุดเหล่านั้นมากองที่เตียง ก่อนเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ เขาก็ไม่ลืมที่จะหยิบชุดเหล่านั้นขึ้นมาทาบตัว มันดูพอดีมากๆ สายตาของวรุฒช่างแม่นยำจนน่ากลัว

.......................

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2619
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +85/-0

ออนไลน์ DrSlump

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2426
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

วรุฒ...แกคิดอะไรในใจหนอ?  อยากได้ชานนท์เป็นเพื่อนแท้หรืออยากได้เป็น...

แต่...

ชัวร์เลยว่าพอเจอยัยวิ  แกก็จะบอกและแสดงตนว่าคบหากับชานนท์อยู่  อาจมีฉากดูดปากเพื่อความสมจริง


ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3090
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +49/-0

ออฟไลน์ jinutlove

  • ไม่คิดที่จะรัก
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 83
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Shonennihon

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-1

ณ ผับบนดาดฟ้าตึกสูง ที่ตั้งอยู่ชานเมืองไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก แสงไฟสีฟ้าผสมสีม่วงจากหลอดแอลอีดีที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นกระจกยกสูงและบรรดาโต๊ะเก้าอี้และบาร์น้ำทั้งชั้นยอดสุดของตึก ช่างเป็นภาพที่สวยแปลกตาชานนท์อย่างมาก สายลมเย็นเอื่อยๆ สลับลมแรงที่พัดมาปะทะเขาตลอดเวลาที่นั่งโต๊ะอยู่ในจุดที่มีทิวทัศน์ที่ดีที่สุดในชั้น ทำให้รู้สึกหนาวขึ้นมาจับใจ เสื้อผ้าดีๆที่สวมใส่แม้จะทำให้ชานนท์ดูดีขึ้นมามากแต่ก็ไม่ได้ลดความหนาวเย็นลงไปเลย

ชานนท์หลังจากที่มาถึงที่นี่ เขาต้องนั่งมองออกไปไกลๆที่ปลายขอบฟ้าที่เรืองแสงสีส้มอ่อนตัดกับสีม่านกำมะหยี่สีดำเข้มของท้องฟ้าที่มีดาวส่องแสงอยู่ประปราย เหตุก็เพื่อลดอาการมึนวิงเวียนจากการนั่งรถของวรุฒเพื่อมาที่ผับแห่งนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ชานนท์มีอาการเมารถ เขาพยายามบอกวรุฒแล้วว่าอย่าซิ่งมากเพราะเขาเริ่มรู้สึกไม่ดีแล้ว แต่นอกจากวรุฒจะไม่ลดความเร็วแล้ว เขายังให้เหตุผลง่ายๆ ว่า ‘กลัวมาไม่ทันนัด!’ และ ‘เพิ่งเคยขับรถคันนี้ยังไม่ชิน’

ตอนนี้ชานนท์นั่งอยู่เพียงลำพัง เพราะวรุฒขอตัวไปจัดการธุระตามแผนให้เรียบร้อยเสียก่อน แสงไฟจากเทียนปลอมประดับในโถแก้ววาววับสวยงาม และเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกจัดแต่งให้นั่งสบายๆ ทำให้เขารู้สึกหลุดเข้ามาอีกโลกหนึ่ง วันนี้เป็นวันธรรมดาที่ไม่ได้เป็นวันหยุดพิเศษอะไร ทำให้คนบริเวณพื้นที่นี้บางตาจนแทบจะเรียกได้ว่าเช่าเหมาเป็นพื้นที่ส่วนตัว เสียงเพลงลอยมาตามลมเป็นทำนองสไตล์บอสซ่าบ้าง แจ็สบ้าง ทำให้ชานนท์ที่เพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรกรู้สึกสบายใจจนเผลอปล่อยตัวเอนนั่งอย่างสบายใจ

“สวัสดีครับ”
เสียงบริกรหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีพูดขึ้นอย่างนุ่มนวลไม่ไกล จนชายนท์ตกใจสะดุ้งขึ้นมานั่งตัวตรง
“ครับ!!”
“ขอโทษครับที่ทำให้ตกใจ ไม่ทราบว่าจะรับเครื่องดื่มอะไรก่อนไหมครับระหว่างรอเพื่อน” บริกรหนุ่มก้มตัวโค้งลงขอโทษอย่างสุภาพ
“อ้อ.... เอ่อ......” ชานนท์ยิ้มรับและใช้มือไปหยิบเล่มเมนูเครื่องดื่มจากบริกรที่ยื่นมาให้อย่างลนลาน
“ร้านเราขึ้นชื่อเรื่อง .......... และ................ อีกทั้งยังมี..............” บริกรหนุ่มอธิบายไปเรื่อยขณะที่ชานนท์กำลังอ่านเมนูเครื่องดื่มที่มีแต่เมนูเครื่องดื่มที่เขาไม่เข้าใจ และสิ่งที่บริกรพูดมานั้น เขาก็แทบจะไม่เคยได้ยินเลย อ่านก็ไม่เข้าใจฟังก็ไม่รู้เรื่อง ชานนท์จึงได้แต่พลิกเมนูไปมา

“คุณลูกค้าสนใจเมนูไหนก่อนไหมครับ?” บริการยิ้มจนเห็นฟันเรียงตัวสวยงาม
“เอ่อ..... ขอ....... น้ำเปล่ามาก่อนก็แล้วกัน ผมขอรอสั่งพร้อมเพื่อนก็แล้วกันครับ” ชานนท์ตอบออกไปด้วยสีหน้าเจื่อนๆ
“ได้ครับ งั้นผมขอแนะนำเป็นน้ำแร่ตัวนี้นะครับ มีขายเฉพาะร้านนี้เท่านั้นเหมาะกับคนรักสุขภาพดีนะครับ” บริการแนะนำอย่างสุภาพพร้อมชี้ไปภาพขวดน้ำแร่ที่สวยจนอยากเก็บกลับบ้าน
“เอ่อ....ครับ” ชานนท์แอบมองไปที่ราคาที่แพงเกินไป แพงจนสามารถซื้อน้ำดื่มมาอาบได้ทั้งเดือน หากเขาจ่ายเองคงเดินออกจากร้านไปแล้ว แต่ครั้งนี้วรุฒเป็นเจ้ามืองั้นเขาจะไม่เกรงใจก็แล้วกัน

“อะไรวะ พามาถึงที่นี่แล้วจะกินน้ำแร่เนี่ยนะ!!” เสียงคุ้นหูที่น่าหงุดหงิดดังขึ้นทางด้านหลังบริกรหนุ่ม ชานนท์ได้ยินเช่นนั้นก็รับหันไปทางต้นเสียงเพื่อโต้ตอบเสียหน่อย แต่ภาพที่เขาเห็นคือวรุฒไม่ได้มาคนเดียว เขามาพร้อมกับคนกลุ่มหนึ่งที่มีการแต่งกายแสดงถึงฐานะได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงบุคลิกและรูปร่างหน้าตาที่น่าดึงดูดใจไม่ต่างจากวรุฒทุกคน ทำให้ชานนท์ได้แต่จ้องมองจนพูดไม่ออก เขารู้ว่าตัวเองเป็นลาตัวน้อยๆ ในบรรดาฝูงม้าป่าที่สง่างาม

“เฮ้ย! คนเนี่ยนะ...ที่จะให้พวดกูช่วยจัดการ น่ารักดีนะกูชอบ!” ชายหนุ่มที่สวมเสื้อนอกสีกรมท่าเข้าชุดกับกางเกงผ้าเนื้อเดียวกันเข้าชุดหนึ่งในกลุ่มคนที่มากับวรุฒพูดขึ้นพร้อมยิ้มหวานมาทางชานนท์ ซึ่งทำให้เขารู้สึกขนลุกไม่น้อย

“เชี้ย!! เต๋า ไม่ใช่ๆ คนนี้!!!........ เพื่อนกู!! ไม่ได้ๆ” วรุฒยกมือปรามอีกฝ่ายพร้อมทั้งพูดเสียงขึงขัง
“โห! ขี้หวงว่ะ!” เต๋า ชายหนุ่มในชุดสีกรมท่ามีท่าทีผิดหวังแต่ก็ยังคงยิ้มมาทางชานนท์อย่างตั้งใจ
“แล้วไหนว่ะ?! สาวสวยที่มึงอยากให้กูรู้จัก!!” ชายหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งสวมเสื้อแขนยาวพูดแรกขึ้นมาพร้อมกับเดินแทรกคนในกลุ่มมานั่งฝั่งตรงข้ามชานนท์ โดยแทบไม่มองชานนท์เลย
“เดี๋ยวสิวะ ไอ้บอย กูนัดให้เธอมาช้ากว่าพวกเรานิดหน่อย อีกอย่าง.. มึงก็รู้ผู้หญิงน่ะแต่งตัวนานจะตาย!! พวกมึงนั่งก่อน สั่งอะไรมาแดกก่อน!!” วรุฒพูดกับเพื่อนด้วยท่าทางสนิทสนม และเป็นท่าทางที่ชานนท์เพิ่งเคยเห็น เขาไม่คิดว่าวรุฒจะมีเพื่อนกับเขาด้วย

สิ้นประโยคของวรุฒ คนในกลุ่มที่เหลืออีกสามสี่คนก็ลงมานั่งตามเก้าอี้ว่างที่เหลือ ทำให้ชานนท์ต้องขยับตัวเองไปอยู่ชิดริมระเบียงกระจกขอบตึก วรุฒเหมือนจะรู้หน้าที่รีบเดินมานั่งข้างขานนท์ทันที เพราะอาจจะรู้สึกถึงความอึดอัดของชานนท์ที่ต้องอยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้ามากขนาดนี้

หลังจากทุกคนนั่งประจำที่อย่างลงตัวก็ไม่ลืมสั่งอาหารและเครื่องดื่มกับบริกรอย่างชำนาญโดยไม่ต้องเปิดเมนูเสียด้วยซ้ำ แสดงให้เห็นว่าที่นี่เป็นสถานที่สังสรรค์อย่างเป็นประจำของพวกเขา

“จริงสิ!! สั่งอะไรกินหรือยัง? สั่งเลยครับ” เต๋ายิ้มหวานและยื่นเมนูมาทางชานนท์ที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากเขาเท่าไหร่ ชานนท์รีบรับมาอย่างเกรงใจ ส่วนวรุฒมีท่าทีไม่ค่อยพอใจกับการที่เต๋ายื่นเมนูข้ามหน้าตนเองจนชานนท์สังเกตได้

“เลือกไม่ถูกล่ะสิ?” วรุฒหันไปกระซิบใส่ชานนท์หลังจากที่เห็นเขาทำท่าทางลังเลพลิกหน้าเมนูไปมาหลายรอบ ชานนท์รู้สึกงงกับความหลากหลายของเมนูที่เป็นฟิวส์ชั่นฟู๊ดแบบนี้ บางอย่างเขาก็ไม่รู้จักมันเสียด้วยซ้ำ และที่สำคัญตัวเลขบอกราคาในเมนูมันมีราคาเกินไปมาก บางอย่างเทียบได้กับเบี้ยรายได้เขาทั้งเดือน

“เอ่อ.... โห....แต่ละอัน มันไม่แพงไปหน่อยเหรอ? งั้นเอาอันที่มันดูกินง่ายๆ หน่อยก็แล้วกัน!” ชานนท์กระซิบกระซาบตอบกลับไปพร้อมชี้ไปที่รูปประกอบบนเมนู

“แฮมเบอร์เกอร์เนี่ยนะ?!?  เฮ้อ... มึงเนี่ยนะ!! เดี๋ยวกูจัดการเอง!!” วรุฒพูดด้วยอาการฮึดฮัดแต่ก็ผ่อนเสียงลงจนแทบจะได้ยินกันเพียงสองคน พอพูดจบประโยคเขาก็ดึงเมนูอาหารออกจากมือชานนท์อย่างรวดเร็วและหันไปสั่งอาหารกับบริกรด้วยความคล่องแคล่ว ก่อนจะปล่อยให้บริการไปทำงานของตนเองต่อไป

“ลองกินดู ของที่กูสั่งให้มึงน่ะ ของโปรดกูเลย!!” วรุฒหันมาพูดกับชานนท์พร้อมยกนิ้วโป้งให้เพื่อให้ชานนท์มั่นใจว่าจะไม่ผิดหวัง ส่วนชานนท์ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ตอบกลับไป

เพียงเวลาไม่กี่อึดใจหลังจากการสั่งอาหารเสร็จสิ้น เครื่องดื่มจำนวนหนึ่งก็บรรจงลงมาเสริฟ์ลงที่โต๊ะอย่างสุภาพ การบริการของที่นี่น่าประทับใจมากๆ พร้อมๆ กับการปรากฏตัวของตัวเอกของงาน พี่วิในชุดสวยสีดำ โชว์ช่วงท้องที่แบนราบ ส่วนบนเป็นเสื้อเปิดไหล่หนึ่งด้านอีกด้านเป็นแขนกุดโชว์ช่วงแขนที่เรียวยาวขาวผ่อง เธอสวมพร้อมกับกระโปรงยาวเข้าชุดสีเดียวกันแต่แหวกสูงจนเห็นต้นขาที่เนียนกระชับได้สัดส่วน ใบหน้าที่แต่งเต็มกว่าทุกวัน โดดเด่นด้วยลิปสติกสีแดงเนื้อแมท ขาที่เรียวยาวคู่นั่นเดินมาจนถึงโต๊ะที่พวกเขานั่งอยู่

“สวัสดีจ๊ะ รุฒ” เธอฉีกริมฝีปากสีแดงเผยให้เห็นฟันสีขาวเรียงตัวสวยงาม สายตาที่เย้ายวนมองกราดไปทั่วทั้งโต๊ะ ทำให้ชายหนุ่มทั้งโต๊ะเหมือนถูกมนต์สะกดให้มองอยู่เธอเพียงคนเดียว “ไม่นึกว่าจะพาเพื่อนมาด้วย นึกว่าจะมีแค่เรากับนนท์แค่นั้น” พี่วิจบด้วยรอยยิ้มกว้างเหมือนยืนอยู่บนเวทีประกวดนางงาม
“ผมบังเอิญเจอเพื่อนๆน่ะครับ พวกนี้มาที่นี่เป็นประจำอยู่แล้ว พอรู้ว่าผมจะพาคุณวิมาเลี้ยงตอบแทนที่ดูแลผม ก็อยากมาร่วมโต๊ะด้วยน่ะครับ” วรุฒตอบอย่างฉะฉานลื่นไหลจนไม่เหมือนโกหก
“รุฒรู้จักพวก ‘เดอะสตาร์’ ด้วยหรือจ๊ะ? แหม..... พี่จะขัดข้องได้อย่างไร มีกันเยอะๆ แบบนี้สิดีจะได้สนุกๆ เนอะ?” พี่วิมีท่าทางร่าเริงกว่าปกติเล็กน้อย เดอะสตาร์ที่พี่วิเอ่ยถึงก็หมายถึงคนกลุ่มนี้แหละ เป็นพวกลูกนักธุรกิจชื่อดัง นักการเมือง นายตำรวจ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ทั้งนั้น นอกจากจะรวยกันแล้วทุกคนล้วนมีหน้าตาและบุคลิกภาพที่จัดว่าดีทุกคน เมื่อไม่นานนี้ วรุฒก็เพิ่งถูกจัดเข้าไปอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย ชานนท์ไม่นึกว่าพวกเขาจะรู้จักเป็นเพื่อนกันแบบนี้ หากเป็นแบบนี้พี่วิคงเต็มใจให้โดนหลอกเป็นแน่ เพราะเป็นกลุ่มคนที่พี่วิต้องอยากได้เป็นคอลเลคชั่นแน่นอน!!

และครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ชานนท์เคยเห็นคนกลุ่มนี้ ครั้นพอได้ยินพี่วิพูดทักขึ้นถึงได้มาสังเกตคนกลุ่มนี้ดีๆ นับว่าสมคำร่ำลือ

“คุณวิเชิญนั่งครับ” บอยชายหนุ่มเนื้อแน่นแบบนักกล้ามผิวสองสีลุกขึ้นยืนเพื่อเชื้อเชิญให้พี่วิก้าวเข้ามาในกลุ่มและนั่งใกล้เขา
“ขอบคุณคะ” พี่วิยิ้มหวานพร้อมเดินเข้าไปในวงล้อมชายหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัว ระหว่างทางที่แทรกตัวเข้าไปนั่ง หนุ่มๆ ที่เธอเดินผ่านก็พร้อมที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือในการทรงตัวของสาวสวยกันอย่างพร้อมเพรียง

ตอนนี้พี่วิเหมือนเจ้าหญิงในหมู่เจ้าชายรูปงามที่พร้อมจะปรนนิบัติเธอทุกอย่าง ไม่ว่าจะช่วยเธอในการสั่งอาหาร สั่งเครื่องดื่ม แนะนำการกินอาหารจานต่างๆที่ทยอยมาวางบนโต๊ะสุดหรู สีหน้าพี่วิมีความสุขจนชานนท์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามรู้สึกได้ คนกลุ่มนี้ปฏิบัติกับพี่วิอย่างเป็นธรรมชาติ ดูไม่เหมือนการซักซ้อมหรือไหว้วานให้ทำ มันเป็นความรู้สึกว่าพวกเขาทำแบบนี้เป็นเรื่องปกติเมื่อเจอสาวสวย ชานนท์รู้สึกขนลุกทุกครั้งเมื่อเห็นพวกเขาเหล่านั้นเอาใจพี่วิเพียงเพื่อหวังล่วงเกินเล็กๆน้อยๆ แต่ที่น่าแปลกไปกว่านั้นคือ พี่วิเองก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจอะไร และดูจะพอใจเสียด้วยซ้ำ ภาพทั้งหมดที่เห็นเป็นเวลาหลายนาทีทำให้ชานนท์รู้สึกอยากจะถอยออกมาจากกลุ่มนี้เร็วๆ เสียจริง

ชานนท์เหลือบมองไปทางวรุฒที่นั่งอยู่ข้างเขา วรุฒผู้บงการทุกสิ่งในวันนี้ กลับไม่ได้ร่วมการเอาอกเอาใจพี่วิเลย เขาเอาแต่นั่งมองเพื่อนๆตัวเองปรนนิบัติพี่วิและจิบไวน์ไปเรื่อยๆ ด้วยสายตาที่ชานนท์ก็อธิบายไม่ถูก มันดูทั้งเหงา ทั้งเจ็บปวด ทั้งสับสน ปะปนกันไป

“กูขอไปห้องน้ำหน่อยนะ” เต๋าชายหนุ่มในชุดสูทลำลองสีกรมท่าลุกขึ้นและพูดกับเพื่อนของเขาในโต๊ะ วินาทีนั่นเขาจึงคิดได้ว่า นี่อาจจะเป็นโอกาสที่จะออกจากกลุ่มชายหนุ่มที่แสนวุ่นวายนี้ เขาจึงขอตัวไปห้องน้ำบ้าง โดยที่วรุฒยังคงเหมือนติดอยู่ในวังวนความคิดของตัวเอง จนไม่ได้แม้แต่เหลือบมองชานนท์ที่เบียดตัวออกจากโต๊ะ

หลังจากเข้าไปจัดการธุระในห้องน้ำแบบปลอมๆ (เดินเข้าห้องน้ำทั้งที่ไม่ได้ปวดปัสสาวะแต่ต้องไปเข้าให้สมจริงเสียหน่อย) ชานนท์ก็ถูกดึงดูดโดยวิวทิวทัศน์ของตึกสูงหลายสิบชั้นของที่นี่ เสียงลมหวีดหวิวอย่างแผ่วเบา พัดโพยละเลียดผิวของเขาจนรู้สึกเย็นสบาย ชานนท์พาตัวเองมายืนอยู่ตรงระเบียงทางเดินเพื่อชมวิวไม่ไกลจากทางเข้าห้องน้ำ เขามองออกไปทั่วบริเวณที่มีบางบริเวณเป็นจุดดำมืดเพราะไร้แสงสว่างจากอาคารบ้านเรือน บางจุดมีแสงไฟสีส้มสลับขาวแวววาว เขาเห็นแนวไฟสีส้มที่คาดว่าจะเป็นถนนที่มีดวงแสงจำนวนมากวิ่งไปมาด้วยความเร็ว เขาจ้องมองทิวทัศน์ยามราตรีในที่สูงด้วยความสงบ เขารู้สึกหลุดพ้นจากความวุ่นวาย เขารู้สึกเหมือนเขาลอยอยู่เหนือทุกสิ่ง แม้จะหวาดเสียวที่มองลงไปเบื้องล่างแต่ก็มีความรู้สึกตื่นเต้นแฝงอยู่ มันช่างเป็นความรู้สึกที่แปลกเสียเหลือเกิน ภาพตรงหน้าทำให้เขาลืมภาระกิจในวันนี้ ลืมที่จะกลับไปที่โต๊ะเพื่อล่อลวงให้พี่วิตายใจ ให้พี่วิเบี่ยงเบนเป้าหมายจากเขาและวรุฒไปอยู่กับเหล่าชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลของมหาวิทยาลัย คนที่ซึ่งพี่พัฒน์หากเข้าไปล้ำเส้นคนกลุ่มนี้จะต้องโดนตอกกลับอย่างสาสม!!

“โอ้ย!!” ชานนท์ร้องเสียงหลงหลังจากแก้มของเขาได้สัมผัสกับวัตถุทรงกลมที่เย็นเยียบ
“ใจลอยไปไหนครับเนี่ย?” ชานนท์มองทางต้นเสียงเขาเห็นเต๋ายิ้มแก้มแดงยืนอยู่ข้างเขาพร้อมแก้วไวน์ขนาดใหญ่สองแก้วที่บรรจุของเหลวที่แดงข้นประมาณครึ่งแก้ว
“ตกใจหมดเลยครับ!” ชานนท์พูดพลางยกมือขึ้นมาลูบแก้มที่ยังรู้สึกถึงความเย็นเบาๆ
“ทำไมไม่กลับไปนั่งที่โต๊ะต่อครับ มายืนใจลอยอยู่ตรงนี้ทำไม?” เต่าพูดจบก็ยกแก้วขึ้นมาจิบไวน์เพียงเล็กน้อย มันดูเป็นท่วงท่าที่ดูปราณีตกว่าทุกคนที่เขาเห็นที่โต๊ะ

“เอ่อ...... บรรยากาศมันดีน่ะครับ เลยมาหยุดคิดอะไรเรื่อยเปื่อย....” ชานนท์พยายามคิดหาข้อแก้ตัวดีๆ แต่ก็ทำได้แค่นี้ เขาไม่อยากบอกออกไปตรงๆ ว่า ที่โต๊ะมันวุ่นวาย และการเล้าโลมเอาอกเอาใจสาวสวยแบบคนเจ้าชู้ก็ไม่ใช่นิสัยของเขา เขาไม่อยากกลับไปนั่งอึดอัดอยู่ตรนั้น
“งั้น.... พี่ขออยู่ด้วยได้ไหม? อ้อ!! จริงสิ.....ขอเรียกตัวเองว่าพี่ก็แล้วกัน เพราะเพื่อนเจ้ารุฒก็น่าจะอยู่ปีหนึ่งใช่ไหม?” เต๋าหันมายิ้มให้ ส่วนชานนท์ก็ทำได้เพียงพยักหน้าแบบงงๆ “โอเค พี่ชื่อ ‘เต๋า’ นะ ยินดีที่ได้รู้จัก ไอ้เจ้ารุฒมันก็ยังไงไม่รู้ ทำไมไม่แนะนำเราให้รู้จักทุกคน!! เออ... พี่จะบอกว่าพี่ก็ไม่ชอบบรรยากาศที่โต๊ะตอนนี้เหมือนกัน พอมีสาวสวยเข้ามาทีไรเดี๋ยวได้ทะเลาะกันทุกที!! เฮ้อ...... พี่ขออยู่ตรงนี้ด้วยคนนะ!!” พี่เต๋าหันมายิ้มหวานเพื่อขอคำตอบของชานนท์

“อ่า.... ได้ครับ ผม “ชานนท์’ เรียก ‘นนท์’ ก็ได้ครับ” ชานนท์พยักหน้าตอบไปพร้อมกับแนะนำตัวเองตามมารยาท
“นนท์...... ชื่อน่ารักสมตัวดีนะ” เต๋าพูดจบก็ยื่นแก้วไวน์ให้กับชานนท์ “เอ้า! พี่หยิบมาเผื่อ”

“คือ...... ผม..... ไม่ดื่มครับ” ชานนท์ตอบปฏิเสธพร้อมทั้งใช้มือดันแก้วที่พยายามจะยัดใส่มือเขาออกไปคืนเจ้าของ ส่วนสายตาก็บังเอิญไปประสานกับดวงตากลมโตของฝ่ายตรงข้าม ตาสีน้ำตาลเข้มภายใต้วงหน้าที่ขาวใสจนเหมือนจะเรืองแสงได้เช่นเดียวกับหลอดนีออน แม้จะไม่ใช่คนที่หน้าตาดีมากๆ เหมือนวรุฒหรือพี่เอก แต่ก็ดูสะอาดสะอ้านน่ามอง คิ้วที่เข้ม ผมสีน้ำตาลอ่อน และการแต่งตัวเหมือนหลุดมาจากนิตยสารแถวๆประเทศเกาหลีใต้ ทำให้เป็นที่ดูดีมากๆ คนหนึ่ง แม้เต๋าจะมีความสูงต่างจากชานนท์ไม่มากก็ตาม ไม่แปลกใจที่จะเป็น ‘เดอะสตาร์หรือดาวเด่นของมหาวิทยาลัย’

“เฮ้ย.... มาถึงนี่แล้ว ก็ลองสักหน่อยสิ นี่มันไวน์แดงจากฝรั่งเศสยี่ห้อดังเลยนะ อายุ 20 ปีเชียวนะ ขวดละเป็นหมื่น นี่ก็ขวดสุดท้ายของร้านนี้แล้วนะ!!” เต๋าพยายามขยั้นขยอชานนท์ให้รับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ได้
“เอ่อ.....” สิ่งที่เต๋าพูดได้เพิ่มพูนความอยากลองของชานนท์ขึ้นมา เขามีอาการลังเลที่สีหน้า

เพียงแค่นั้นก็เพียงพอที่จะให้เต๋าพูดเพิ่มข้อมูลของทั้งรสชาติและประโยชน์ของการดื่มไวน์ เต๋าเชิญชวนต่ออีกสองสามนาที แก้วไวน์แก้วนั่นก็ได้มาอยู่ที่มือชานนท์จนได้ ครั้นเมื่อเขาตัดสินใจยกแก้วขึ้นดื่ม ก็โดนมือของเต๋าจับห้ามไว้
“เดี๋ยว! ใจเย็นๆ เวลาดื่มต้องทำแบบนี้!” เต๋ายิ้มอย่างผู้ชนะขณะพูดและได้แสดงตัวอย่างพร้อมคำอธิบายการดื่มไวน์ที่ถูกต้องการชานนท์ ให้เขาค่อยๆ ทำตามอย่างถูกต้อง

แค่ก แค่ก......

ชานนท์รับรู้ความฝาดขมปนเปรี้ยว บวกกับกลิ่นฉุนเฉพาะตัวของไวน์ดังกล่าวเข้าเล่นงาน ความที่เขาไม่เคยดื่มแอลกอฮอล์เลย บวกกับความไม่คุ้นลิ้นของรสชาติ ทำให้เขาสำลักของเหลวที่ยังคงค้างอยู่ที่โคนลิ้น

“ค่อยๆสิ ค่อยๆดื่ม อมไว้ที่โคนลิ้นสักพักก่อนแล้วค่อยกลืน เดี๋ยวก็จะรับรู้ถึงรสชาติที่ดีของมันเอง” เต๋าพูดจบก็จิบไวน์ที่เหลือก้นแก้วต่อจนหมดแก้ว

“อืม! โอเค” ชานนท์พยักหน้าและลองปฏิบัติตามอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เขาไม่สำลักแล้วแต่รสชาติก็ไม่ได้ต่างจากเดิมเท่าไหร่ ที่เพิ่มขึ้นคือรู้สึกถึงของเหลวร้อนแรงค่อยๆ แล่นลึกเข้าไปในทางเดินอาหารจากลำคอไปจนถึงลำไส้เลยทีเดียว
“ความจริงก็ไม่ควรจะเริ่มดื่มจากความแรงระดับนี้เลยนะเนี่ย ฮ่าฮ่าฮ่า” เต๋าพูดขึ้นขณะมองหน้าชานนท์ที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปจนยู่ยี่และใช้มือลูบท้องเป็นจังหวะ จนเต๋าอดที่จะหัวเราะไม่ได้ บรรยากาศเวลาที่ชานนท์อยู่กับเต๋ามันแปลกและแตกต่างจากการอยู่กับวรุฒมากๆ หากเทียบเต๋าเป็นเหมือนแสงยามเช้า วรุฒก็น่าจะเป็นแสงยามพลบค่ำ ส่วนพี่เอกก็น่าจะประมาณแสงจันทร์เพ็ญประมาณนั้น อยู่ๆ พี่เอกก็เข้ามาอยู่ในหัวของชานนท์ขึ้นมาเวลานี้

“แต่ก็ดีกว่าที่คิดไว้นะครับ” ชานนท์ให้ความเห็นพร้อมยกแก้วขึ้นสูงเพื่อแกว่งดูของเหลวในแก้ววิ่งวนไปมา
“งั้นก็ดี เรามาดื่มกันอีกดีกว่า ของดีๆ แบบนี้ปล่อยให้เหลือคงเสียดายแย่ ไวน์น่ะ เปิดแล้วต้องรินให้หมดนะ!” เต๋าพูดจบก็ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณเรียกบริกรที่ยืนอยู่ไม่ไกลได้สังเกตเห็น เพียงอึดใจบริกรคนนั้นก็มาพร้อมรถเข็นที่มีถังน้ำแข็งซึ่งบรรจุไวน์ขวดใหญ่จนปากขวดโผล่พ้นถังน้ำแข็งขนาดใหญ่มาวางไว้ใกล้กับพวกเขา

ออนไลน์ DrSlump

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2426
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

แทนที่จะดึงดูดสาว ๆ กลายเป็นดึงดูดหนุ่ม ๆ ซะงั้น  555

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3090
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +49/-0

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2619
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +85/-0

ออฟไลน์ jinutlove

  • ไม่คิดที่จะรัก
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 83
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด