♪♫~MUSIC BOX ♪♫~ #นิยายกล่องดนตรี EPILOGUE : MUSIC BOX -END- up*9/03/19
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ♪♫~MUSIC BOX ♪♫~ #นิยายกล่องดนตรี EPILOGUE : MUSIC BOX -END- up*9/03/19  (อ่าน 39938 ครั้ง)

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
็HNY 2019 จ้า
ช่วย ๆ กันแต่งสิจ๊ะ ต้องเป็นเพลงรักที่เพราะมาก ๆ เลย

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
MUSIC BOX
#นิยายกล่องดนตรี

ผมเติบโตมาพร้อมกับธุรกิจดนตรี
แต่มีเครื่องดนตรีเดียวที่ผมชอบคือ ไวโอลิน – เบนจามิน เกียรติธนธาดา

ผมเติบโตมาพร้อมกับครอบครัวนักดนตรี ผมเล่นดนตรีได้ทุกอย่าง
ยกเว้น ไวโอลิน – คีตา นันทสกุล

CHAPTER.13 : Spiderman




“เพลงนี้ก็เอาเหรอ เพลงนี้ด้วย แต่มีอีกสองเพลงที่คีย์เลือกไว้แล้วนะ”

“เกินสิบเพลงแล้วเหรอครับ”

“ยังหรอก ทุกทีโปรเจคแบบนี้เราจะเลือกเพลงเป็นสิบยี่สิบเพลงอยู่แล้วเวลาประชุมค่อยมาเลือกทีหลัง”

“ผมมีสิทธิ์ตัดสินใจมากแค่ไหน”

“ที่บริษัทอื่นขึ้นอยู่กับผู้ดูแลโปรเจคนั้นนะ ถ้าเป็น KTD ก็คือเบนแต่ที่นี่น่าจะสิทธิ์เรา100%”

“พี่สองขอแบบตรงๆ นะแบบหมายถึง…”

“หมายถึงไม่เกี่ยวกับที่เรากำลังกุ๊กกิ๊กกับเบนน่ะเหรอ”

“พี่….”

“โอเคเลิกแกล้ง ไม่เกี่ยวจริงๆ  ที่ KTD เราทำงานเหมือนครอบครัวคุยกันได้ทุกเรื่อง คีย์มีสิทธิ์ตัดสินใจเลือกเพลงในโปรเจคได้100%แต่มันก็ต้องเข้าที่ประชุมนะ เราต้องเข้าใจด้วย”

ไม่ได้โกหกเลยสักนิด ที่เขาเลือกทำงานที่ KTD ก็เพราะแบบนี้ครอบครัวสุขสันต์หรรษา คิดดูแล้วกันว่าเขาสามารถเล่นหัวทั้งด่าทั้งตีเบนจามินทายาทหัวแก้วหัวแหวนของ KTD ได้โดยที่เจ้าสัวกรรณไม่ได้ถือโทษโกรธเขาแต่อย่างใด เขามีอิสระในการทำงานไม่ได้ตีกรอบเคร่งครัดจนทำให้เขาอึดอัด

KTD สำหรับเขาดีที่หนึ่งแล้ว

สองหยิบเนื้อเพลงที่นักแต่งเพลงเลือกไว้ขึ้นมาอ่านทีละเพลง ไม่รู้เหมือนกันว่าตั้งแต่วันที่เขาพูดเรื่องนั้นกับเบนทั้งสองคนได้คุยอะไรกันอีกหรือเปล่ามันก็ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว แต่คิดว่าทุกอย่างมันน่าจะดีขึ้นเพราะวันรุ่งขึ้นคีตาก็เดินมาหาแล้วบอกว่าขอโทษ  ตอนแรกสองโคตร งง ว่าเรื่องอะไร

“พี่สองครับผมขอแต่งเพลงที่จะใช้ในโปรเจคสิบเพลงรักใหม่หมดเลยนะครับ”


ได้ยินครั้งแรกนี่อยากเป็นลมล้มตึงไปเลยเพราะคิดว่าโปรเจคนี้ใกล้เสร็จแล้วด้วยซ้ำ เพราะเขาเองก็แก้ไปเกือบสิบๆ เพลงแต่พอเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของนักแต่งเพลง  สองก็มั่นใจว่าเพลงที่ต้องแต่งใหม่มันจะต้องดีกว่าเพลงที่แล้วๆ มาแน่นอน  พอมองเลยไปทางประตูไอ้คนที่กอดอกอยู่ก็ยิ้มจนตาตี่ๆ นั่นตี่ลงไปอีก

เบนจามิน เกียรติธนธาดาเวอร์ชั่นใหม่นี่พึ่งพาได้มากกว่าที่คิด


“เราไม่แก้แล้วแน่นะเพลงนี้”

“ไม่แก้แล้วครับ”

“คีย์…เพลงรักทั้งหมดนี่เกิดขึ้นเพราะใครบางคนหรือเปล่า”

“ก็..ครับผมพูดไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่”

“ก็เลยแต่งเพลงให้ซะเลย”

“พี่สองแค่อ่านก็รู้แล้วเหรอครับ”

“พี่อยู่ในวงการนี้มานานนะคีย์ ก็พอเข้าใจเรื่องแบบนี้อยู่บ้างถ้าเขาได้ฟังเพลงหมดทั้งโปรเจคนี้เขินจนเดินตกคลองแน่นอน”

“หวังว่าเขาจะได้ฟังนะครับ”

“ไม่อยากให้เบนเล่นดนตรีให้บ้างเหรอ เพลงไหนก็ได้สักเพลง”

“เขาดูไม่ค่อยอยากเล่นดนตรีเท่าไหร่เมื่อก่อนเขาเล่นบ่อยเหรอครับ”

“เบนเล่นได้ทุกอย่างแต่ไม่มีเครื่องดนตรีไหนที่เบนชอบเป็นพิเศษมีแค่อย่างเดียว..พี่ไม่รู้ว่าคีย์รู้หรือเปล่าว่าคืออะไร”

“คุณเบนเคยเล่าแต่ไม่เคยบอกว่าเครื่องดนตรีอันไหน”

“เดี๋ยวสักวันคีย์ก็น่าจะรู้พี่อยากให้เบนเป็นคนเล่าเอง”

“แล้วทำไมคุณเบนเขาถึงไม่เล่นแล้วล่ะครับ”

สองถอนหายใจเมื่อนึกไปถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมานานแล้ว ภาพเบนจามินที่เอาแต่กอดเครื่องดนตรีแล้วร้องไห้อยู่อย่างนั้นเป็นภาพเองที่สองเองก็จำได้ไม่ลืม เจ้าสัวกรรณที่เข้มแข็งแข็งแกร่งดั่งหินเห็นลูกตัวเองที่เคยร่าเริงอยู่ตลอดร้องไห้หนักขนาดนั้นใจก็แทบสลายอยู่เหมือนกัน  สองหันมามองนักแต่งเพลงที่ยังรอฟังคำตอบเขาอยู่ก่อนจะยิ้มให้


“คงเป็นเหตุผลเดียวกับตอนที่คิดจะเริ่มเล่นเครื่องดนตรีอันนี้ล่ะมั้ง”




MUSIC BOX


“นั่งจ้องแบบนี้เดินมาจูบกันเลยดีกว่า”

“เรื่อง”

“งั้นก็เลิกจ้องแล้วเดินมาหาพี่”

คีตายังคงเท้าคางนั่งมองคนที่ก้มหน้าก้มตากับงานเอกสารตรงหน้า  แม้เวลาจะล่วงเลยมาถึงทุ่มกว่าๆ แล้วก็ตาม ชีวิตผู้บริหารวุ่นวายคีตาก็พอรู้เขาเห็นคุณเบนทำงานแม้กระทั่งวันหยุด โทรศัพท์ติดต่อคนนู้นคนนี้ทั้งวันเดี๋ยวนี้ก็ขยันจนทำงานแทบจะทั้งวันทั้งคืนอยู่แล้ว คีตาลุกจากเคาน์เตอร์ตรงห้องครัวแล้วเดินมาหาคนที่ยังนั่งทำงานอยู่

“หิวหรือเปล่าพี่ลืมข้าวเย็นไปเลย”

“โทรสั่งเอาก็ได้”

“เดี๋ยวแกงค์ลูกเพื่อนแม่มาหาแล้วเราไปกินข้าวกัน เอาร้านใกล้ๆ แถวๆ นี้”

“ผมไปด้วยเหรอ”

“เอ๊า..อยู่นี่ทิ้งให้กินอาหารอันนานะ”

“ก็นึกว่าคุณเบนอยากอยู่กับเพื่อน”

“ไม้ก็มาจำได้ใช่ไหม”

“จำได้แฟนคุณมิล แล้ววันนี้ทำไมคุณเบนยังทำงานอยู่”

“งานไม่เสร็จไงจ๊ะเจ้าหนู”

“ดูเหนื่อย”

“โคตรเหนื่อยมากอดพี่เร็ว”

คีย์เหล่ตามองคนที่แกล้งทำหน้าอ่อนล้าทั้งๆ ที่เมื่อสักครู่ยังทำหน้าตาทะเล้นอยู่เลย เบนจามินกระเถิบตัวมาพิงโซฟาทำท่าหมดแรงจนคีตาต้องเดินเข้ามาหาตั้งใจจะนั่งลงข้างๆ แต่กลับถูกดึงให้นั่งลงบนตักแถมยังถูกกอดไว้แน่น

“ผมว่าตัวผมไม่ใช่เบาๆ”

“หนักแก้มน่ะสิเรา ทุกอย่างไปอยู่ที่แก้มหมด”

“มีแก้มไม่น่ารักเหรอ”

“เดี๋ยว..ใครให้ถามประโยคแบบนี้กับคนอื่น”

“ก็โดนล้อเรื่องแก้มมาตั้งแต่เด็ก”

“เขาเรียกเอ็นดูไม่ใช่ล้อแล้วห้ามไปถามคำถามนี้กับใครอีก”

“มีแก้มไม่น่ารักเหรอ”

“บอกว่าห้ามถามไงวะ”

“ก็คุณเบนไม่เห็นจะตอบ”

“เราเหมือนทายาทไอ้ทิมเลยเนี่ยพี่กลัวแล้วนะ ถามจริงเคยมีแฟนหรือเปล่า”

เบนจามินขยับตัวแล้วกระชับกอดให้คนบนตักนั่งดีๆ ยิ่งคีตาเงียบอยู่อย่างนั้นเบนก็เขยิบเข้ามาใกล้ๆ
จนคีตาต้องยกมือขึ้นมาวางพาดบนไหล่กว้าง

“คิดว่ามีไหม”

“จากเรื่องที่เราเล่าให้พี่ฟังดูเหมือนเราจะไม่เชื่อเรื่องความรักเท่าไหร่เพราะฉะนั้นเรื่องแฟนน่ะตัดไปได้เลย”

“แน่ใจ?”

“ตอนนี้เริ่มไม่ละหยิบยาดมก่อนดีไหม”

“พี่เบน…ผมก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งเหมือนกันนะ ทั้งผู้หญิงทั้งผู้ชายก็มีเข้ามาบ้าง แต่มีคนหนึ่งเขาเป็นรุ่นพี่ที่คณะความสัมพันธ์ของผมกับเขามันไปไม่ถึงแฟนหรอกสุดท้ายมันก็จบไม่สวยเพราะผม เคยพยายามแล้วแต่ผมก็กลัวว่ามันจะเหมือนที่ผมเคยเจอมา สุดท้ายเขาก็ไป”

ความจริงมันก็อาจจะเป็นความผิดของคีตาเองด้วย เพราะความรักที่เขาเจอมันแย่จนเขาไม่กล้าพัฒนาความสัมพันธ์กับคนอื่น มันเลยหยุดอยู่แค่นั้นพออีกฝ่ายทนไม่ได้ก็ไม่มีใครอยากอยู่ด้วย เขาเองก็ไม่ได้เย็นชาตายด้านเรื่องแบบนี้แต่คิดว่าตอนนั้นมันยังไม่กล้าที่จะเริ่มความรู้สึกกับใครสักคนจริงๆ จัง มันกลัวไปหมด

ก็แค่อยากลอง
ก็แค่อยากรู้
ก็เท่านั้น

"ผมบอกพี่เบนคนแรกพ่อผมยังไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย"

“รักเขาไหม”

“พยายามจะรักมากกว่าแต่มันก็รู้สึกดีตอนที่เขาอยู่ด้วยนะไม่ได้แย่อะไร แต่สุดท้ายมันก็ไม่ใช่รักผมอาจจะแค่เหงาไม่ก็กลัวละมั้ง”

“ถึงขั้นไหน”

“หมายถึง?”

“กอด หอม จูบหรือมากกว่านั้น”

“………………………………………”

เบนจามินบอกตามตรงเขาไม่ได้ถือเรื่องครั้งแรกอะไรแบบนั้นหรอกแต่ไม่รู้ว่าทำไมพอได้รู้เรื่องคีตาแล้ว ระดับคำว่าหวงมันพุ่งขึ้นมาแทบทะลุปรอทแล้วตอนนี้  ยิ่งคีตาเงียบอยู่อย่างนั้นเบนเริ่มหน้ามืดขึ้นมาจริงๆ  เลยเป็นฝ่ายถามเองว่าเคยทำอย่างนั้นอย่างนี้ไหมแล้วให้คีตาพยักหน้า พอถึงคำว่าจูบแล้วคีตาพยักหน้าเบนก็คิ้วขมวดแถมยังเผลอกระชับมือที่กอดเอวแน่นขึ้นมากกว่าเดิม

“มากกว่าจูบถึงขั้นนั้นไหม”

“พูดตรงๆ ได้นะไม่ถือ”

“เซ็กส์”

“ไม่ถึง”

“โอเค”

“แค่เกือบ”

“พี่จะหัวใจวายตายแล้วคีตา”

“โอ๊ยพี่เบนผมยี่สิบห้าแล้วนะ”

“สามสิบห้า สี่สิบห้า ห้าสิบห้าก็ไม่ได้! เนี่ยเส้นเลือดในสมองจะแตก”

ถึงเรื่องที่คุยจะเหมือนเรื่องซีเรียสแต่ก็ยอมรับว่ามันเป็นเรื่องที่ทำให้เราสองคนได้รู้จักกันมากกว่าเดิม คีตามองเบนที่ทำหน้ายุ่งคิ้วขมวดไม่ยอมเลิกเพิ่งเคยเห็นเบนจามินในมุมแบบนี้เหมือนกัน  คีตาก็พอรู้จักเบนจามินจากที่พ่อเคยเล่าให้ฟังอยู่บ้าง ทายาทคนเล็ก KTD เจ้าชู้ เพลย์บอยขนาดไหน

คีตาไม่เคยถามหรอกว่าตอนนี้เบนจามินมีใครหรือยังเจอกับผู้หญิงคนอื่นหรือเปล่า  เขารู้ดีว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวและเขาเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์มากแค่ไหนในตอนนี้  ต่างคนต่างเงียบเมื่อเบนจามินเอาแต่จ้องหน้าอยู่อย่างนั้น ก่อนที่คีตาจะดันไหล่เบนไว้เมื่อเบนก้มลงมาฟัดแก้มที่อยู่ตรงหน้า คีตาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองโดนแกล้งเมื่อเบนยังคงหอมซ้ำๆ ย้ายข้างไปจนคีตาต้องบอกให้หยุดก่อน

“ทีตัวเองยังจีบเขาไปทั่วเลย”

“เฮ้ยไอ้หนูเมื่อก่อนยอมรับว่าแย่ สับรางเก่งชนิดที่เรียกว่าตัวพ่อแต่เออนั่นแหละไม่ใช่เรื่องที่น่าภูมิใจ”

“ผมไม่ถามหรอกนะว่าตอนนี้พี่เป็นยังไงแล้ว…มีใครที่พี่คุยด้วยหรือเปล่าพี่มีสิทธิ์ แต่ถ้าวันไหนที่พี่มีตัวจริงเขาคือคนที่ใช่คนที่พี่รักผมจะไม่อยู่ตรงนี้”

“เหมือนพี่เอาเปรียบเราอยู่”

“ผมตัดสินใจเอง”

“แต่สำหรับพี่ๆ ไม่อยากให้เราคุยกับใครเลยมันดูเห็นแก่ตัวพี่รู้”

“ผมเข้าใจถ้ามันถึงเวลานั้นจริงๆ ผมจะไม่ใช่ตัวเลือก ตัวสำรอง หรือว่าตัวแทนของใครทั้งนั้นถ้าเป็นตัวจริงไม่ได้ ผมก็จะไม่อยู่เข้าใจผมด้วยนะครับ”

“คีตา”

“เอาเป็นว่าตอนนี้ที่พี่เบนอยู่ตรงนี้มันดีมากๆ แล้ว”

เบนเข้าใจที่คีตาต้องการจะบอก สถานะเราตอนนี้เราทั้งสองคนไม่ได้ระบุแน่ชัดว่ามันคืออะไร เราทั้งคู่ก็ยังต้องการเวลาให้ทุกอย่างมันชัดเจนมากกว่านี้ เบนบอกตามตรงยังมีผู้หญิงทักไลน์มาหาตลอดเขาทำงานอยู่ในวงการนี้แน่นอนว่าทั้งนักร้อง นางแบบ นักแสดงต่างเข้ามาหากันให้วุ่นถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงคุยกับทุกคน

เพราะเขาไม่คิดจะจริงจังกับใครอยู่แล้ว

แต่ตอนนี้เขาเองรู้สึกว่ามันเบื่อๆ ไปเองอาจเป็นเพราะเขาเริ่มโฟกัสกับงานจริงจัง ทุกอย่างมันก็เริ่มเปลี่ยนไปหมดแค่เวลาทำงานก็หมดไปแล้วเกือบทั้งวัน ไม่มีเวลาไปหยอดหรือจีบใครต่อใครอีก  เพิ่งรู้เหมือนกันว่าคุยกับคนอื่นหลายๆ คนมันไม่ได้เท่เลยสักนิดเดียว สลับตอบไลน์เกินสามคนเขาก็เริ่มปวดหัวเลยโยนให้มาร์ชเป็นคนจัดการแทน

เขาเคยคิดว่าไอ้รามิลทำได้ไงที่เลิกงานตรงเวลาแล้วตรงดิ่งไปร้าน SECRET GARDEN เพื่อไปหาต้นไม้ จนวันนี้เขารู้แล้วว่ามันเพราะอะไร เบนกลับบ้านพร้อมคีตาทุกวันบนรถเราคุยกันเรื่อยเปื่อย มีแวะกินข้าวบ้างบางวัน ไม่ก็ซื้อของเข้าคอนโดด้วยกัน ทุกอย่างมันธรรมดาแต่เบนก็รู้สึกว่ามันสบายๆ ไม่ต้องพิธีรีตองอะไรมาก 

มันมีความสุขเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันเบนสามารถเล่นๆ บ้าๆ บอๆ ได้พูดจากวนตีนแค่ไหนก็ได้เป็นตัวของตัวเองโดยที่ไม่ต้องรักษาภาพลักษณ์ เป็นเหมือนรามิลเวลาที่มันอยู่กับต้นไม้ เป็นรามิลที่ติงต๊องหัวหน้าแกงค์ลูกเพื่อนแม่ไม่ใช่รามิล เตชนะหิรัญ

ถ้าต้นไม้เป็นเหมือนที่พักพิงให้กับรามิล
คีตาก็เป็นเหมือนเสียงดนตรีให้กับเขาเหมือนกัน




MUSIC BOX


“เป็นครั้งแรกเลยนะที่คุณชายเบนจามินออกจากบ้านมากินข้าวด้วยชุดอยู่บ้านขนาดนี้”

“ร้านห่างจากคอนโดแค่ยี่สิบนาทีต้องแต่งอะไรให้มันมากมาย”

“เมื่อก่อนร้านหน้าปากซอยบ้านมึงยังแต่งซะไปดินเนอร์โรงแรมห้าดาว”

คีตาที่กำลังเลือกเมนูอาหารหัวเราะเบาๆ เมื่อได้ยินประโยคนั้นเพราะตัวเองเคยรอคุณเบนแต่งตัวเกือบสองชั่วโมง ตอนนั้นยังคิดเลยว่าคนบ้าอะไรจะแต่งตัวนานขนาดนี้ จะว่าไปคุณเบนก็แต่งตัวสบายๆ ขึ้น ตอนเจอกันแรกๆ นี่เนี๊ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อ เนคไทด์ นี่ต้องเข้าชุดรองเท้ามันแว๊บ ยังคิดอยู่เลยนึกว่าจะมีแต่ในละครชีวิตจริงก็มีคนแต่งตัวแบบนี้อยู่เหมือนกัน

“หัวเราะอะไรไอ้หนู”

“บีบแก้มนี่ต่อยเลยนะ”

“เนี่ยไอ้ทิมลูกมึงชัดๆ เดี๋ยวนี้พูดอะไรกูกลัวไปหมด”

“คีตาเหมือนกูเหรอ ดีว่ะ”

“แค่คิดว่าบนโลกนี้มีไอ้ทิมสองคนกูร้องไห้รอเลยนะ”

“คนหนึ่งมีกูดูแล ส่วนไอ้ทิมยกให้ไอ้คินดู”

“สัดเอ๊ย กูต้องรีบหาเมียแล้ว”

“พวกมึงทิ้งกูๆ จะเอาคุณไม้กับคีตาไปซ่อนบอกไว้ก่อนเลย”

“คนอื่นพูดกูมองว่าเป็นเรื่องตลกพอเป็นมึงพูดกูกลัวขึ้นมาทันที ไม้ต้องโทรหามิลยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยนะ”

คีตายิ้มออกมาเมื่อคุณไม้เคยบอกว่า คุณรามิลเป็นหัวหน้าแกงค์ที่อยู่ในวงเล็บว่าไม่มีอำนาจเพราะอำนาจอยู่ที่คุณทิมเพิ่งได้เห็นเหตุการณ์จริงๆ ก็วันนี้ นี่ก็ไม่ได้ทานอาหารกับคนเยอะๆ แบบนี้มานานเหมือนกันเพื่อนสนิทคีตาก็มีแค่ชาญเท่านั้น เพื่อนในคณะก็ไม่ได้สนิทถึงขั้นมานั่งเฮฮาหัวเราะได้แบบนี้

“เอาซุปเห็ดไหม”

“อยากกินซุปข้าวโพดมากกว่า”

“สปาเก็ตตี้แบบไหนขี้เมา คาโบ”

“เลือกไม่ได้ผมเลือกอันหนึ่งคุณเบนเลือกอันหนึ่ง”

“อยากกินก็สั่งมาให้หมด”

“เฮ้ย เลือกที่คุณเบนอยากกินซิ”

“กินได้หมดแบบไหนก็ได้ รู้หรือเปล่าว่าพี่ชอบกินอะไร”

“ลองใจเหรอ”

“อยู่ด้วยกันยี่สิบสี่โมงแล้วคีตา มันต้องรู้ใจกันบ้างแล้วพวกมึงสั่ง..เป็นอะไรกันวะ”

เบนเงยหน้าขึ้นมามองเมื่อเห็นว่าทุกคนบนโต๊ะถือเมนูค้างไว้แต่สายตามองมาที่เขาคนเดียว คีตาเห็นแบบนั้นก็เลยขอตัวไปเข้าห้องน้ำคงเพราะเริ่มเขินขึ้นมาเหมือนกันเพิ่งรู้ตัวว่าคุณเบนนั่งอยู่ใกล้มากแค่ไหนก็ตอนจะลุกเลยโดนดันให้เขยิบตัวออกไป

“สนิทกันดีเนอะเมื่อก่อนยังตีกันแทบตายเดี๋ยวนี้ให้เขาเรียกพี่เบนได้เต็มปากเต็มคำ”

“เรียกพี่เบนเฉพาะเวลาที่อยากจะเรียก นอกนั้นคุณเบนทีไอ้มาร์ชเรียกพี่ทุกคำเออ..ทำไมวะ”

“เดี๋ยวนี้คุณเบนไม่สั่งดอกไม้ร้านผมแล้วเหรอครับ SECRET GARDEN เหงาน่าดู”

“ผู้ชายอายุยี่สิบห้านี่เขาจะชอบดอกไม้แบบไหนล่ะครับไม้”

“ดีนะน้องเขายี่สิบห้าแล้วหน้าเด็กนึกว่าอายุสิบเก้า ไม่งั้นขาไอ้เบนเหยียบคุกไปแล้วข้างหนึ่ง”

“ยี่สิบห้านี่ทำใจกูสั่นสะเทือนไปหลายรอบแล้วนะ ถ้าพวกมึงรู้ว่าท็อปปิคที่กูคุยกันก่อนจะมากินข้าวเรื่องอะไรอาจจะช็อค”

“ใครช็อค”

“กูเนี่ยช็อคไปแล้ว เด็กสมัยนี้ไวไฟนัก”

“ไม่คิดไม่ฝันว่าจะเห็นมึงในแบบนี้นะเบน”

“แบบไหน”

“แบบสบายๆ ใส่ชุดอยู่บ้านรองเท้าแตะผมไม่เซ็ทใส่แว่นตา พูดจากวนตีนไม่ใช่คุณชายเบนจามินแต่เป็นเบนจามินไอ้ตี๋แกงค์ลูกเพื่อนแม่”

“กูก็เป็นแบบนี้เวลาที่อยู่กับพวกมึง”

“หมายถึงกับคนอื่นคงรู้นะว่าหมายถึงใคร”

“ดีใจนะที่มึงเลิกคิดถึงเรื่องนั้นสักที กูรู้ว่ามึงยังไม่ลืมพี่เขาหรอกมึงเคยรักเขาขนาดนั้น แต่มึงจะต้องก้าวออกมานะเบนกูยังจำภาพที่มึงร้องไห้จะเป็นจะตายได้อยู่เลย”

“กูก็ไม่เคยลืมตัวเองตอนนั้นเหมือนกัน”

“ เขาอาจะไม่ได้เพอร์เฟค สวย น่ารัก เหมือนกับที่มึงเคยฝันไว้ แต่ถ้าตอนนี้มึงเจอคนที่มึงสามารถเล่นเป็นสไปเดอร์แมนด้วยได้มันก็โอเคแล้วใช่ไหมวะ”

รามิลไม่ได้พูดอะไรต่อเมื่อคีตาเดินกลับมาที่โต๊ะพร้อมกับอาหารที่สั่งไว้ทยอยมาเสิร์ฟ แกงค์ลูกเพื่อนแม่มองตามอาหารที่วางอยู่ตรงหน้าเบนจามิน ทุกคนนึกถึงบทสนทนาก่อนหน้านี้ที่เบนบอกให้คีตาลองสั่งอาหารที่เบนชอบ คีตาน่าจะสอบผ่านแล้วเพราะทุกจานคืออาหารที่เบนชอบทั้งนั้น

คีตาหยิบส้อมขึ้นมาจะจิ้มอาหารแต่ก็หันมามองเบนจามินที่ยังคงมองเขาอยู่อย่างนั้น  กำลังจะเอ่ยถามว่ามีอะไรหรือเปล่าแต่อยู่ดีๆ เบนก็ทำท่ายิงใยแมงมุมแบบสไปเดอร์แมนใส่คีตา

ทุกคนที่กำลังหั่นสเต็กหยุดค้างชะงักเมื่อเห็นเบนทำแบบนั้น แกงค์ลูกเพื่อนแม่คอยลุ้นเหตุการณ์ตรงหน้าว่าคีตาจะทำยังไงต่อเพราะเบนเล่นแบบนี้ใส่คู่ควงคนเก่าๆ แล้วเคยโดนด่าว่าปัญญาอ่อนจนถึงขั้นทะเลาะกันรุนแรงก็มี ทั้งโต๊ะเงียบกริบเมื่อคีตาเริ่มขมวดคิ้วแล้วยกมือขึ้นมาทำท่ายิงใยแมงมุมใส่กลับเบน


“ว่าไงสไปเดอร์แมน”


อยู่ดีๆ ทั้งโต๊ะก็หัวเราะออกมาพร้อมกันจนคีตานึกว่าพูดอะไรผิด แกงค์ลูกเพื่อนแม่เลยต้องยกมือปฏิเสธพร้อมกับแก้สถานการณ์ด้วยการบอกซูเปอร์ฮีโร่ที่ตัวเองชอบกันยกใหญ่ อยู่ดีๆ เบนก็คว้าตัวคีตาให้เอนมาหาก่อนจะจูบตรงข้างขมับแรงๆ หนึ่งทีคีตาตาโตไม่นึกว่าคุณเบนจะทำแบบนี้ต่อหน้าเพื่อนตั้งใจจะทุบให้สำนึกสักที แต่พอเห็นรอยยิ้มกับตาตี่ๆ ของคุณเบน คีตาเลยได้แต่ปล่อยเลยตามเลย

เบนเลื่อนจานอาหารให้ใกล้คีตามากขึ้นก่อนที่คีตาเองก็หั่นสเต็กให้เขาอยู่มันอาจจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่เบนก็รู้สึกดี บอกตามตรงเขาไม่เคยเป็นฝ่ายที่ถูกดูแลมาก่อน ทุกครั้งที่เขาเป็นฝ่ายเอาอกเอาใจมากกว่า คีตากำลังหยิบน้ำขึ้นมาดื่มหยุดชะงักเมื่อมือซ้ายของเขาถูกจับไว้แล้วไปวางบนตักของคุณเบน อยากจะถามเหมือนกันว่ากินมือซ้ายถนัดเหรอ

แต่ระดับเบนจามิน ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
สไปเดอร์แมนเวอร์ชั่นตี๋ๆ ก็น่ารักกว่าที่คิดไว้เหมือนกัน






TO BE CON

PS. HNY2019 นะคะทุกคน
ps2. เป็นโรคติดสัมผัสกันทั้งแกงค์ลูกเพื่อนแม่จ้า

#นิยายกล่องดนตรี  #ซีรีส์ลูกเพื่อนแม่
twitter @ribbinbo














« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-01-2019 22:47:40 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ AeAng11

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 528
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
เบนเอ๋ยตายในกำมือน้องแน่ๆ

ออฟไลน์ Gokusan

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 797
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +269/-1
คือดีย์~~~

คีตาสอบผ่านแล้ว พี่เบนล่ะ จะได้สอบยังคะ ^^

ออฟไลน์ KAZUMA

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 16
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เป็นนิยายที่ชอบมากๆ ฮีลขั้นสุด ออกเป็นเล่มเมื่อไหร่ซื้อเก็บแน่นอน แต่อยากได้เป็นebook มากกว่า

เป็นกำลังใจให้คนเขียน ลงตอนต่อไปเร็วๆนะคะ  :mew3:

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
HNY2019จ้า
งูยยยยย น้องคีย์น่ารักมากกกกก พี่เบนไม่หลงให้มันรู้ไปสิ
แต่ ๆๆๆๆ อดีตของพี่เบนคงไม่หวลคืนนะคะ กลัวใจ

ออฟไลน์ fullmoonny

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 411
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
ฮือออออ พี่เบนนนน น้องคีตาาาา น่ารักทั้งคู่
ชอบมากเวลาอยู่ด้วยกัน บรรยากาศความรักล่องลอย

รอคนเขียนมาอัพต่อนะคะยังคงติดตามอยู่น้าแวะมาเม้นให้กำลังใจค่ะ แล้วก็ยังจะรอติดตามชาวแก๊งลูกเพื่อนแม่ตลอดเลย

ออฟไลน์ Majariga

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 415
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
พี่เบนกับน้องคีตาน่ารักกกกกกกก :hao7:

ตกลงคือใครที่จะเป็นหวานใจของแก๊งส์ลูกเพื่อนแม่ต้องเจอความคลั่งซุปเปอร์ฮีโร่สินะ  :o8:

ออฟไลน์ JokerGirl

  • ∀Σ❤∀ΔΣ Forever^^
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2938
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +128/-3
น่ารักกกกก เบนไม่รอดแน่ๆ คีตาน่ารักขนาดนี้จะไปไหนได้ :กอด1:

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
MUSIC BOX
#นิยายกล่องดนตรี

ผมเติบโตมาพร้อมกับธุรกิจดนตรี
แต่มีเครื่องดนตรีเดียวที่ผมชอบคือ ไวโอลิน – เบนจามิน เกียรติธนธาดา

ผมเติบโตมาพร้อมกับครอบครัวนักดนตรี ผมเล่นดนตรีได้ทุกอย่าง
ยกเว้น ไวโอลิน – คีตา นันทสกุล

CHAPTER.14 : My Story


ประชุมทุกวัน..
ตั้งแต่คีตาบอกว่าจะแต่งเพลงโปรเจคสิบเพลงรักใหม่ทั้งหมด จำได้ว่าหน้าเมธัสช็อคนิ่งสนิทเพราะตอนนั้นโปรเจคนี้เรียกได้ว่าสำเร็จไปแล้ว 70% นี่ก็เหมือนกับต้องกลับไปที่จุดเริ่มต้นใหม่ ถึงแม้ว่าเมธัสจะไม่ได้หาเรื่องเขากับคีตาเหมือนเมื่อก่อน แต่พอมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็คงจะหัวเสียอยู่ไม่น้อย

คีตาเองก็คงรู้สึกผิด แต่พี่เอกกับพี่สองก็คอยช่วยเสริมให้ว่าเพลงที่คีตาแต่งใหม่มันดีกว่าเพลงเก่าแน่ๆ และคงไม่ต้องแก้อะไรมาก พอเป็นผู้ใหญ่ในบริษัทพูดแบบนี้ เมธัสก็เลยอ่อนให้บ้างคีตาน่ะไม่เท่าไหร่ แต่เขานี่ยังโดนมันแขวะไม่เลิก

“ตอนนี้ผมเชื่อในฝีมือคุณคีตานะครับ แต่สำหรับผู้รับผิดชอบโปรเจค..”

ถ้าเป็นเมื่อก่อนนี่ต้องแลกหมัดกันสักหมัดสองหมัด ดีที่ตอนนี้เป็นเบนจามินเวอร์ชั่นใหม่แล้วเลยพยายามยิ้มให้แบบเกร็งสุดชีวิตอยากมีคำพูดในแบบพระเอกๆ ให้ไอ้เมธัสหน้าหงายสักครั้ง แต่คีตาก็บอกว่ารอให้เพลงเสร็จเรียบร้อยก่อนดีกว่าค่อยคิดสุนทรพจน์ยาวสี่หน้ากระดาษเอสี่ยังได้

แปดหน้าเลยดีกว่าเอาสักสามภาษา
ไทย อังกฤษ จีน เอาให้มันเงิบไปเลย

พอเสร็จจากเมธัสเจ้เบอร์ดี้ก็เรียกต่ออีก นั่นแหละเพราะเจ้เบอร์ดี้ล๊อควันไว้แล้วสำหรับโปรเจคสิบเพลงรัก พอมีเรื่องที่คีตาขอแต่งเพลงใหม่หมดก็เลยกลัวว่าจะต้องเลื่อนวันเปิดโปรเจค ยังดีที่ไม่ได้เป็นการประชุมแบบทางการแค่เรียกมาคุยเรื่องรายละเอียดก็เท่านั้นแต่เบนเองรู้สึกว่าเหมือนพาแฟนมาเปิดตัวยังไงไม่รู้ สายตาเจ้เบอร์ดี้เหมือนจ้องจับผิดอยู่ตลอดเวลา

“พี่ถามได้ไหมว่าทำไมคีตาถึงจะแต่งเพลงใหม่หมด”

“อยากแต่งเพลงจากความรู้สึกของตัวเองครับ”

“อธิบายซิ…พี่ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่”

“ผมต้องขอโทษจริงๆ นะครับเรื่องเพลงที่เสร็จไปแล้ว แต่สำหรับผมที่เป็นนักแต่งเพลงถ้ามันยังไม่พอใจผมจะรู้สึกแย่จริงๆ คราวนี้ผมมั่นใจมากว่าจะไม่มีการเปลี่ยนเพลงอีกแล้วแน่นอนครับ”

“หมายถึงคราวนี้จะแต่งเพลงจากความรักของตัวเองใช่ไหมที่พี่เข้าใจ”

“ครับ”

“มีแฟนแล้วเหรอ เบน..เลอะหมดแล้วกินกาแฟยังไงให้สำลักขนาดนี้”

ยังไม่ทันที่จะได้ตอบคำถามไอ้คนรับผิดชอบโปรเจคก็สำลักกาแฟที่เพิ่งดื่มเข้าไป ไอซะจนหน้าดำหน้าแดง คีตาที่นั่งอยู่ข้างๆ เลยยกมือลูบหลังเบาๆ เบอร์ดี้ที่กำลังเอื้อมมือไปหยิบกระดาษทิชชู่ให้น้องชายยกมือค้างอยู่อย่างนั้นเมื่อเห็นว่าทั้งสองคนตรงหน้าที่เคยทะเลาะกันแทบเป็นแทบตายในตอนนั้น แต่ตอนนี้สนิทกันจนเธอเองก็ยังสงสัย

การพูดคุย
การสัมผัสตัวระหว่างทั้งคู่มันดูเป็นธรรมชาติ
ไม่ได้ได้ฝืนหรืออึดอัดอะไร

“เจ้เบอร์ดี้สบายใจได้ไม่ต้องเลื่อนวันเปิดโปรเจคแน่นอน เบนสัญญา”

“เราไปช่วยเขาแต่งเพลงด้วยเหรอไง”

“ไม่แน่”

“รู้เรื่องการแต่งเพลงแบบนี้ด้วยเหรอไอ้ตี๋ เคยลองแต่งเพลงจีบสาวสมัยมัธยมพี่สองกินพาราแทบทุกชั่วโมง”

“เรื่องเก่าเก็บยังจะจำได้เจ้นี่”

“จ้า เจ้ก็อยากฟังเพลงที่เบนจามินแต่งสักเพลงคราวนั้นก็ล่มชาตินี้จะได้สักเพลงไหม”

“คอยดูเลยคอยดูถ้าแต่งได้จริงๆ ไม่แบ่งค่าลิขสิทธิ์นะบอกก่อน หัวเราะอะไรไอ้หนู”

เบนจามินหันมาบีบแก้มคนที่นั่งหัวเราะอยู่ข้างๆ คนโดนบีบแก้มได้แต่ร้องอื้อๆ เพราะทำอะไรไม่ได้ เบอร์ดี้มองสลับไปสลับมาระหว่างน้องชายตัวเองกับนักแต่งเพลง  พอจะเอ่ยปากถามประตูห้องก็ถูกเปิดออกพร้อมกับบีที่โผล่หน้าเข้ามาถามเรื่องประชุมตอนบ่ายสอง

“อ้าวตี๋อยู่นี่เหรอ เย็นนี้ไปตี้ป่ะจ๊ะ”

“ตี้ของเจ้บีนี่คือการกินข้าวกับทีมงานคุณแพรว”

“รู้ทันว่ะ นางแบบเพียบนะงานนี้เจ้แอบไปเห็นรายชื่อมา แซ่บงี้หุ่นใกล้เคียงกับฉัน”

“แบนเป็นไม้กระดานนี่เรียกแซ่บเหรอ”

“ไอ้ตี๋ถึงเป็นน้องสุดที่รักก็ถีบได้นะเว้ย สรุปไปไหมทุกทีบอกมีตี้เอ็งตอบตกลงตั้งแต่ห้าวิแรกแล้ว”

เป็นอย่างที่เจ้บีบอกเมื่อก่อนได้ยินคำว่าตี้นี่พยักหน้าตอบตกลงทันที  ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้นแต่ตอนนี้เบนเองกลับรู้สึกเฉยๆ ไม่ได้มีความรู้สึกว่าอยากไป  พอเบนเหลือบตามองนักแต่งเพลงที่นั่งอยู่ข้างๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคีตาด้วยหรือเปล่าที่ทำให้เขาคิดแบบนี้  คีตาไม่ได้เอ่ยห้ามไม่ได้แสดงออกทางสีหน้าใดๆ ทั้งสิ้น ก็พอรู้ว่าคีตาให้อิสระเขาเต็มที่

จะไปไหน กับใครยังไง ไม่เคยห้ามแต่กลับเป็นเขาเองที่รู้สึกเองว่ามันไม่แฟร์
แค่คิดภาพคีตานั่งเล่นกีตาร์เหงาๆ อยู่คนเดียวที่คอนโดก็รู้สึกแย่แล้ว

“ให้เฮียเบกับเฮียบอลไปเถอะกลัวไปแล้วแย่งซีน”

“สองคนนั้นนี่กลับบ้านไปเตรียมตัวแล้วนะกลัวไม่หล่อ แต่เราไม่ไปจริงๆ เหรอเบนแปลกมาก”

“ไม่ไปเจ้บี ขี้เกียจด้วย”

“ทำตัวเหมือนมีเมียแล้วเมียห้ามไปเที่ยวต้องกลับไปกินข้าวเย็นพร้อมหน้าพร้อมตา ตายแล้วน้องคีตาเป็นอะไรไหมคะ”


บีเดินเข้ามาหาพร้อมกับลูบหลังคีตาเบาๆ เมื่อเห็นว่าสำลักน้ำที่ดื่มอยู่ เบอร์ดี้นิ่งไปสักพักก่อนจะหัวเราะออกมาเพราะเหตุการณ์มันเหมือนฉายซ้ำกับเมื่อสิบนาทีที่แล้ว ทั้งสามคนเลยหันมามองคนที่นั่งขำอยู่เพราะอยู่ดีๆ เจ้เบอร์ดี้ก็หัวเราะออกมาโดยที่ไม่มีสาเหตุ

“เจ้ไม่มีเรื่องคุยแล้วที่เรียกมาก็ไม่ได้จะว่าอะไร ตอนนี้คีตาก็ถือว่าทำงานให้ KTD เจ้ก็เลยอยากรู้จักเราด้วยไว้ว่างๆ มากินข้าวด้วยกันนะที่บ้านใหญ่ก็ได้ คนเยอะสนุกดี”

“เรียกว่าวุ่นวายมากกว่านะ”

เจ้เบอร์ดี้แทบเขวี้ยงปากกาในมือใส่หัวน้องชายที่ชอบขัดไปซะทุกเรื่อง จังหวะที่คีตากำลังหยิบกีตาร์ขึ้นมาสะพายตรงไหล่แต่สัมผัสตรงต้นแขนทำให้คีตาต้องหันมามอง เบอร์ดี้ยิ้มให้แล้วเดินเข้ามาหา

คีตา นันทสกุลเปลี่ยนไปเยอะจากที่เธอได้เจอในครั้งแรก
นักแต่งเพลงทายาทนักดนตรีชื่อดัง  ตอนที่เจอกันท่าทางหยิ่งๆ ดูไร้อารมณ์ ไร้ความรู้สึกไปหมด แต่ตอนนี้ใบหน้าน่ารักนั่นมีรอยยิ้มที่เธอเองไม่เคยเห็น ลักยิ้มข้างแก้มที่บุ๋มลงไป แววตาสดใสไม่ได้อมทุกข์เหมือนเมื่อก่อน

ทุกอย่างในตอนนี้เหมือนคีตา นันทสกุลคนใหม่ในแบบที่ดีกว่าเดิม
ไม่ใช่แต่คีตาที่เปลี่ยน น้องชายเธอเองก็เปลี่ยนไปเช่นกัน เบนจามิน เวอร์ชั่นใหม่ที่ใครๆ ก็ประทับใจ

“พี่เชื่อในฝีมือของคีตานะ เพลงรักครั้งนี้มันจะต้องดีกว่าเดิมมากแน่ๆ ”

“ขอบคุณครับ”

“แล้วก็..เบนน่ะเขาไม่ได้สนใจดนตรีมานานแล้วตั้งแต่…เอาเป็นว่าคีตาจะทำให้เบนกลับมาเล่นดนตรีอีกครั้งได้ไหม”   

คีตาหันไปมองเบนที่ยืนเล่นอยู่กับคุณบีอยู่หน้าประตู  ถึงแม้ว่าจะตัวเขาเองอยากจะรู้เรื่องคุณเบนมากแค่ไหนแต่จะให้ถามตรงๆ ก็คงไม่ได้และมันก็น่าจะเป็นเรื่องใหญ่พอสมควรทุกคนถึงดูเป็นห่วงคุณเบนขนาดนั้น 

“ผมมีแค่กีตาร์และเสียงดนตรีเท่านั้นนะครับ”

เบอร์ดี้วางมือลงบนกลุ่มผมสีน้ำตาลนั่น
ความรู้สึกถูกชะตาและเอ็นดูเด็กคนนี้จนทำให้เธอลูบศีรษะเบาๆ

“แค่นั้นก็พอแล้ว ดนตรีจากคีตาน่ะเยียวยาเบนได้แน่ๆ พี่เชื่ออย่างนั้น”



MUSIC BOX


“คุณเบนจะไปปาร์ตี้ก็ได้นะ ผมกลับเองก็ได้”

“อยากให้ไปเหรอ”

“แล้วอยากไปหรือเปล่า”

“ถ้าตอบว่าอยาก”

“ก็ไปได้”

“เฮ้ย หวงกันหน่อยดิปาร์ตี้แบบสาวสวยเยอะนะ หุ่นแซ่บสะบึ้มๆ ทุกทีไปนี่ไม่เคยรอดเลย”

“ถ้าจะบอกขนาดนี้แล้วก็ไปเถอะ”

“งอนหรือเปล่า”

“งอนไรวะ ผมมีสิทธิ์เหรอ”

“มีซิ คีตามีสิทธิ์ทุกอย่างเลย ห้ามได้ โกรธก็ได้ งอนได้ ”

“ด่าได้ไหม”

“ได้”

“งั้นถ้าไปจะเกลียด”

“ใจกู..ไอ้เด็กยี่สิบห้านี่ถ้าพูดคำว่าเกลียดอีกจะจับจูบจริงๆ ”

เบนหยุดเข็นรถเข็นแล้วจับคนข้างๆ มาบีบปากจนร้องอู้อี้ๆ  วันนี้วิญญาณพ่อบ้านเข้าสิงพอเลิกงานคุณเบนจามินก็พามาที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแถวๆ คอนโดวันนี้เกิดอยากจะทำอาหารชุดใหญ่เลยมาซื้อวัตถุดิบ เป็นภาพที่แปลกตาดีคุณชายเบนยังอยู่ในชุดทำงานเต็มยศ เข้าชุดตั้งแต่เนคไทด์ยันถุงเท้า เอาเถอะสไตล์ใครสไตล์มัน ตอนนี้กำลังเลือกผักตรงหน้าชนิดที่ว่าเคร่งเครียดคิ้วขมวด

ตลกดีเหมือนกัน
คุณชายขนาดนี้แต่ชอบทำอาหาร วันก่อนยังไปซื้อเตาทาโกะยากิมานั่งทำเองเลย
แกงค์ลูกเพื่อนแม่ตื่นเต้นกันใหญ่นั่งทำกันเป็นชั่วโมง นี่ถ้าโทรสั่งจากร้านได้กินแล้วนะ

“เดี๋ยวผมไปดูขนมนะ”

“เอาเลย์รสธรรมดามาสองห่อให้พี่ด้วย”

คีตายืนมองเจ้าเลย์รสที่คุณเบนสั่งตอนแรกจะซื้อสองห่อเล็กๆ แต่คีตาว่าถุงใหญ่ไปเลยน่าจะคุ้มกว่าแต่ไอ้ถุงใหญที่ว่าก็ดันอยู่สูงไปอีก นี่ก็พยายามจะเอื้อมมือไปจนสุดแขนแต่ก็ยังไม่ถึงสักที จนกระทั่งมีใครคนหนึ่งหยิบลงมาให้

“ขอบคุ…กีตาร์”

“พี่คีย์”

คนตรงหน้าคือคนที่คีตารู้จักดี กีตาร์คือลูกติดของคนที่แม่ไปแต่งานใหม่ด้วยเด็กมัธยมปลายไม่แน่ใจว่าม.5 ก็ ม.6 คีตาเองก็จำไม่ได้ คีย์รู้จักเพราะพ่อเป็นคนบอกด้วยตัวเองว่าครอบครัวใหม่ของแม่เป็นใคร จริงๆ แม่ก็เคยจะนัดทานข้าวหลายครั้งแต่เขาเองก็ปฏิเสธตลอด 

เขาไม่ได้เป็นลูกคนเดียวของแม่เพลงอีกต่อไปแล้ว

“พี่จำผมได้ด้วย”

“…………………………………………….”

“เราไม่เคยได้คุยกันเลยแต่ผมเห็นรูปพี่คีย์ตลอดเลยนะ แม่เพลงเอาให้ดู”

“…………………………………………….”

“และผมก็ชอบเพลงที่พี่แต่งทุกเพลง”

“…………………………………………….”

“พี่คีย์..”

“ตาร์จะเอาอะไรอีกไหมลูก แม่จะไปคิดเงินแล้วนะ”

“คีตาเอาซุปเห็ดหรือเปล่า พี่จะได้ทำ”


เสียงคนสองคนที่ดังขึ้นพร้อมกันก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบลงเมื่อผู้หญิงที่คีตาคุ้นเคยปรากฏอยู่ตรงหน้า แม่เพลงยังสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปเลย  คงจะตกใจอยู่เหมือนกันที่เห็นว่าเขายืนอยู่ตรงนี้คีตาทำอะไรไม่ถูกทำได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่ก่อนที่ไหล่จะถูกจับไว้ด้วยมือใหญ่

เบนจามินพอจะเดาเหตุการณ์ตรงหน้าได้และเขาเองก็เคยได้เจอแม่ของคีตาตั้งแต่ตอนที่คีตาเข้าโรงพยาบาล มือที่วางอยู่ตรงหัวไหล่กระชับแน่นทันทีที่คีตาเงยหน้าขึ้นมามองรอยยิ้มกับตาตี่ๆ  นั่นทำให้คีตารู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง

“คีย์..แม่”

“แค่ยิ้มก็ได้ ถ้ายังไม่พร้อมจะพูดอะไรแค่ยิ้มเฉยๆ ”

ความคิดในหัวของคีตาตีกันจนยุ่งเหยิงจนปวดหัว แรงบีบตรงหัวไหล่ทำให้คีตาพยักหน้าก่อนจะเงยหน้ามองผู้หญิงที่คีตาคิดถึงมาตลอด แววตาของแม่ไม่ได้มีความเกลียดชังหรือรำคาญเขาเหมือนอย่างที่คิด คีตาค่อยๆ ยิ้มให้จนลักยิ้มข้างแก้มบุ๋มลงไป และสิ่งที่ได้กลับมาคือรอยยิ้มของแม่ที่คีตาไม่ได้เห็นมานานมากแล้ว

“ขอตัวก่อนนะครับ”

เบนจามินคิดว่าวันนี้คีตาทำดีมากแล้วแต่ให้อยู่ตรงนี้นานๆ ก็คงไม่ไหวเหมือนกันมันคงต้องใช้เวลาอีกหน่อย  เบนหันหลังกลับไปมองภาพที่แม่ของคีตายกมือขึ้นมาปิดหน้าร้องไห้แต่ยังมีรอยยิ้มให้เห็นนั่นก็เพียงพอสำหรับการเริ่มต้น

“อยากร้องไห้ไหมพี่จะได้ไม่สตาร์ทรถ”

“เกี่ยวอะไรกัน”

“เดี๋ยวพี่ต้องกอดปลอบเรานะจะขับรถไปด้วยได้ไง”

“งั้นอย่าเพิ่งสตาร์ทแต่ไม่ร้องไห้หรอกนะ”

“แล้วจะเอาอะไร”

“กอด”

เบนจามินปลดเข็มขัดนิรภัยก่อนจะรับคีตาที่โผลเข้ามาหา คีตาไม่ได้ร้องไห้อย่างที่บอกแต่ก็นิ่งจนน่าใจหายเบนยกมือขึ้นมาลูบหลังปลอบเบาๆ ก่อนจะเอียงศีรษะมาจูบตรงข้างขมับ  คนที่ซบหน้ากับอกกว้างก็ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ขนาดนี้เหมือนกันถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงจะเดินหนีไปไกลๆ ไม่พร้อมเผชิญหน้าแบบนี้ คีตากอดกระชับเบนไว้แน่นๆ

อยากขอบคุณที่คอยอยู่ข้างๆ

MUSIC BOX

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-01-2019 22:17:20 โดย RIBBINBO »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
MUSIC BOX

เสียงไวโอลิน
คีตาได้ยินไม่ผิดถึงจะไม่ได้เล่นเป็นเพลงแต่มันคือเสียงไวโอลิน

“ทำอะไรครับ”

คีตาทักคนที่ก้มหน้ากับเครื่องดนตรีอยู่นานสองนานเบนจามินเงยหน้าขึ้นมามองก่อนจะชูสายไวโอลินที่ขาดให้ดู นี่ก็คงจะนั่งเปลี่ยนสายอยู่ คีตาเดินมานั่งลงข้างๆ นอกจากเปียโนกับกีตาร์แล้วคีตายังไม่เคยเห็นคุณเบนเล่นเครื่องดนตรีอะไรอีก ท่าทางระมัดระวัง และดูทะนุถนอมเครื่องดนตรีตรงหน้าทำให้คีตาได้แต่นั่งเงียบๆ

คงจะเป็นของสำคัญ
และไวโอลินที่เขาเห็นอยู่ตอนนี้ ดูก็รู้ว่าสั่งทำเป็นพิเศษ

“ไม่รู้ว่าเสียงเพี้ยนหรือเปล่าลองเล่นดูไหม”

คีตารับไวโอลินมาถือไว้กับตัว สวย..ไวโอลีนของคุณเบนสวยไม่มีที่ติ สายตาเหลือบไปเห็นบางอย่างที่สลักไว้บนไวโอลิน คีตาค่อยๆ ลูบลงบนตัวอักษร B และรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว

จันทร์เจ้า…


มีแค่คำเดียวที่คีตานึกถึงมือที่ลูบอยู่หยุดชะงักก่อนที่คีตาจะเงยหน้าขึ้นมามองเบนที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาไม่ได้รู้สึกไปเองว่าคุณเบนเงียบผิดปกติทุกทีนี่ต้องคอยแกล้งกวนเขาแล้ว ใบหน้าตี๋ๆ นั่นก็ยังยิ้มให้เขาเหมือนทุกวันแต่วันนี้คีตารู้สึกว่ามันดูเศร้าแปลกๆ

“พี่เบน”

“ครับ”

“เป่ายิ้งฉุบ”

“อะไรนะ”

“เป่ายิ้งฉุบไง ที่ออกค้อน กระดาษ กรรไกร เร็วๆ นับหนึ่ง สอง สาม”

“โอเคๆ เล่นด้วยแล้ว”

ทันทีที่เบนออกกรรไกรแล้วคีตาออกค้อนก็รู้ผลแพ้ชนะตั้งแต่ครั้งแรกเบนได้แต่บอกว่าลืมถามว่าถ้าแพ้แล้วจะต้องทำอะไร คีตาได้แต่ยิ้มๆ ก่อนที่เขยิบเข้ามาใกล้ๆ เบนเลยยกมือขึ้นมากอดเอวเอาไว้ สายตาของคีตาก้มลงมองลายสลักบนไวโอลินก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามอง

“ความรักที่พี่เบนเจอมามันเป็นแบบไหนเหรอครับ เล่าให้คีตาฟังได้ไหม”

“……………………………………………………….”

มันเป็นประโยคเดียวกับที่เขาเคยใช้กับคีตาเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน เบนเงียบลงเพราะไม่คิดว่าคีตาจะใช้วิธีเดียวกันกับเขา มันไม่ใช่เรื่องที่เล่าไม่ได้แต่แค่เขาไม่ได้พูดเรื่องนี้ให้ใครฟังมานานมากแล้ว คีตาไม่ได้เร่งให้เขาเล่าอะไรเพียงแค่นั่งมองเขาเท่านั้นเบนก้มลงมองไวโอลินที่ยังอยู่บนตักคีตาก่อนจะยิ้มออกมา

“เมื่อก่อนพี่เป็นผู้ชายที่อีโก้สูงมาก คิดว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่มีในทุกอย่างเกิดมาบ้านรวยมีกินมีใช้ ไม่ต้องทำงานหนักมากก็ได้ ครอบครัวก็รัก เพื่อนก็ดี”

“…………………………………………………………”

“ที่คิดไว้แฟนก็ต้องสวยมากๆ เอาแบบที่ควงแล้วคนอื่นอิจฉา”

“ครับ..แล้ว”

“ก็อย่างที่เรารู้ครอบครัวพี่ทำธุรกิจบันเทิงมานาน ทุกคนในครอบครัวโดนส่งให้เรียนดนตรีกันหมดทุกคน แต่ละคนก็มีเครื่องดนตรีที่ตัวเองชอบหรือถนัด เฮียเบตีกลองเก่งมาก เจ้บีเล่นเชลโลชนิดที่เรียกว่ามืออาชีพได้เลย”

“พี่เบนก็คือไวโอลิน?”

“ไม่มี”

“…………………………………………………….”

“คงอยู่ในวัยต่อต้าน คิดอยู่ตลอดว่าทำไมต้องชอบดนตรีขนาดนั้นก็คนมันไม่ได้สนใจ ให้เรียนก็เรียนได้ครูที่สอนยังบอกเลยพี่ไม่มีร่วมกับเครื่องดนตรีที่เล่นเลย”

“…………………………………………………….”

“ชีวิตไม่ได้จริงจังอะไรเป็นมาตั้งแต่เด็ก เล่นๆ มาตลอด เรียนก็เฉยๆ งานก็ดีบ้างไม่ดีบ้าง ดนตรีก็ไม่เอาจนวันหนึ่งน่าจะมหา’ลัยปีสามละมั้ง…”

พนักงานของ KTD เอ่ยทักทายาทคนเล็กของ KTD ที่ยังอยู่ในชุดนักศึกษา เบนจามินยกมือไหว้พนักงานที่มีอายุมากกว่าก่อนจะหมุนตัวเข้าลิฟท์ด้วยท่าทางนายแบบ  จนป้าแม่บ้านที่เห็นเบนมาตั้งแต่เด็กอยากจะเอาไม้ถูฟาดใส่ เบนเดินขึ้นมาหาชั้นที่23ตั้งใจจะไปแกล้งเจ้บีก่อนที่จะไปหาเฮียบอล

เสียงไวโอลิน?
ทำไมถึงมีเสียงดนตรีบนชั้นนี้ได้ ชั้นนี้มีแต่ห้องผู้บริหารทั้งนั้น

เบนเดินตามเสียงไวโอลีนที่ได้ยินจนมาหยุดอยู่ที่ห้องประชุม ประตูที่เปิดแง้มไว้ทำให้เบนชะโงกหน้าเข้าไปมอง เขารู้แล้วว่าเสียงไวโอลินมาจากไหน ภาพตรงหน้าที่เขาเห็นทำให้เบนแทบหยุดหายใจ ผู้หญิงคนหนึ่งบอกได้เลยว่าสวยไม่มีที่ติปลายผมดัดลอนสีน้ำตาลพลิ้วไหวไปตามที่เจ้าตัวขยับท่าทาง เสียงไวโอลินที่เล่นเพราะมากจนเบนเองถึงกับไม่ได้ยินเสียงอะไรนอกจากเสียงไวโอลินตรงหน้าเท่านั้น

ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก

“สุดยอดไปเลยจันทร์เจ้า MV นี้ต้องมีคนพูดถึงเยอะมากแน่ๆ เบน..มาตั้งแต่เมื่อไหร่เข้ามาๆ”

เจ้บีกวักมือเรียกให้เขาเข้ามาหาพร้อมกับแนะนำ ผู้หญิงสวยที่ยืนถือไวโอลินว่าเป็นเพื่อนของเพื่อน พอดีกำลังมองหาคนที่เล่นไวโอลินมาแสดงในเอ็มวีแล้วเพื่อนก็แนะนำจันทร์เจ้ามาให้

“อาตี๋น้อยเหรอ”

“เรียกได้มันไม่โกรธหรอก คนทั้งบ้านก็เรียกมันแบบนี้ตี๋น้อยน่ารักของเจ้”

“เบนโตแล้วนะเจ้บีเลิกฟัดได้แล้ว”

“เนี่ย ใจเจ้จะสลายเลี้ยงมาตั้งแต่ตัวเท่าเข่าพอโตก็หอมไม่ได้”

ยิ้มก็สวย
หัวเราะก็สวย
เรียกว่ารักแรกพบได้เลย

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะจันทร์เจ้าหรือเปล่าเบนถึงกับไปรื้อไวโอลินที่เก็บไว้นานแล้วมาเล่นไม่หยุด ขนาดคนในครอบครัวยังตกใจเพราะไม่เห็นว่าเบนจะสนใจดนตรีเลยตั้งแต่เด็ก ถ้าไม่ได้อยู่ในชั่วโมงเรียนก็ไม่เคยจะหยิบเอามาเล่นอีก


“เขาคือคนที่ทำให้พี่เบนชอบไวโอลินเหรอครับ”

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ ครั้งแรกที่พี่เห็นจันทร์ตอนนั้นอาจจะเรียกว่าประทับใจ แต่พอได้คุยได้เจอบ่อยๆ มันก็ค่อยๆ ตกหลุมรัก พี่ไม่เคยเบื่อเลยเวลาที่นั่งมองจันทร์เล่นไวโอลิน จะกี่ครั้งพี่ก็ยังรู้สึกว่ามันเพราะเสมอ”

“……………………………………………………………”

“จันทร์เป็นคนสอนไวโอลินให้พี่ เป็นครั้งแรกที่ครูสอนดนตรีหรือทุกคนที่ได้ฟังยังชมว่าเสียงดนตรีของพี่มันไม่ไร้อารมณ์เหมือนที่ผ่านมา”

“……………………………………………………………”

“เราคุยกันตลอด ไปไหนด้วยกันบ่อย ความรักครั้งนั้นพี่ทุ่มสุดชีวิตเลย ไร้สติ ไม่คิดอะไรทั้งนั้นจันทร์เจ้าโตกว่าพี่สองสามปี พี่โดดเรียนไปเฝ้าจันทร์เป็นว่าเล่น กลัวว่าเขาจะมีคนมาจีบ หวงเขาแทบจะเป็นบ้า ถ้าไม่ได้แกงค์ลูกเพื่อนแม่ก็ไม่รู้ว่าพี่จะเรียนจบหรือเปล่า”

“แล้วมันเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ”

“พี่คิดว่าพี่กับจันทร์เราเป็นแฟนกันแล้ว ถึงจะไม่มีใครพูดเรื่องความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่ จนวันหนึ่งที่จันทร์จะไปเรียนดนตรีต่อที่อเมริกา แค่ไปเรียนต่อพี่ไม่ได้คิดมากเท่าไหร่อาจจะเหงานิดหน่อย แต่บินไปหาก็ได้เรื่องแค่นี้”

“……………………………………………………………”

“เลยสั่งทำไวโอลินเป็นพิเศษให้จันทร์แต่ก็ไม่ได้ให้”

สวยมาก ไวโอลินที่เบนสั่งทำไว้โคตรตรงใจทุกอย่างรวมทั้งลายสลัก ตัวอักษร B และพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว เบนมาหาจันทร์เจ้าเป็นเรื่องปกติ จันทร์ทำงานเป็นครูสอนดนตรีที่สถาบันที่มีชื่อเสียง แผ่นหลังที่เขาคุ้นเคยกำลังเรียงเอกสารอยู่ในห้องทำงานเบนยิ้มนิดๆ จังหวะที่เปิดประตูเข้าไปเสียงพูดคุยที่ดังขึ้นทำให้ต้องหยุดอยู่กับที่

“จันทร์เจ้านี่แกไปเมกากับเฮนรี่เหรอวะ”

“ก็ใช่ เฮนจะไปเรียนเบสต่อพอดี พอคุยกันก็เลยเออ มหา’ลัยเดียวกันก็เลยไปด้วยกันเลย”

“คุยกัน นี่คือแบบไหน”

“ก็คุยกันแบบคุยกันแบบพัฒนาได้”

“เฮ้ยเจ้า แล้วน้องเบนล่ะแกไม่ได้คบกับน้องเขาอยู่เหรอวะฉันเห็นแกไปสอนไวโอลินให้เขาขนาดนั้น”

“ฉันบอกแกตอนไหนว่าคบ ฉันเป็นครูสอนไวโอลินก็ต้องสอนไวโอลินเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วเบนก็เล่นได้อยู่ สอนไม่ยากดูไม่ค่อยชอบดนตรีด้วยแต่ก็ดีที่ยังเล่นได้ไม่งั้นเสียเวลาตาย”

“เขาชอบเพราะแกเป็นคนสอนเขาป่ะเจ้า แล้วที่ผ่านมานี่ไม่ได้ชอบน้องเขาเลยเหรอไง”

“ มีเด็กมาอ้อนมันก็ดีป่ะแต่จะให้ฝากอนาคต ฝากชีวิตไว้กับเด็กขนาดนี้ก็ไม่ไหวป่ะวะ ไม่ได้ชอบเด็กขนาดนั้นด้วย”

“แต่น้องเขารักแกมากนะเจ้า ถ้าเป็นแค่พี่น้องควรบอกน้องเขานะเว้ยสงสารเทียวไปเทียวมาหาแกวันละสามเวลาขนาดนี้ดีนะเนี่ยที่น้องเขาเรียนจบแล้วไม่งั้นโดนรีไทน์แน่”

“เดี๋ยวฉันหายไปเรียนต่อที่เมกาก็คงรู้เองละมั้ง บอกจะบินมาหาบ่อยๆ กลัวจะพูดจริงทำจริง”

“แล้วเฮนรี่นี่ยังไง แฟนไหม”

“95%”

“โหแล้ว 5% จะทิ้…”

“นั่นซิครับ 5%จะทิ้งไว้ทำไม”

เสียงที่แทรกขึ้นมาทำให้คนสองคนที่คุยกันอยู่เงียบลง เบนจามินกำกล่องไวโอลีนไว้แน่นเขาไม่ต้องการคำอธิบายอะไรอีกเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างมันชัดเจนขนาดนี้ จริงๆ จันทร์เจ้าก็ไม่ได้ผิด ใครเขาอยากจะอยู่กับคนที่ไม่เอาไหนขนาดนี้ จะฝากชีวิต ฝากอนาคตไว้ก็ไม่ได้ เด็กที่เพิ่งเรียนจบจะไปสู้กับใครได้ยังไง

“เบน”

“คิดถูกนะที่วันนี้เข้ามาไม่งั้นผมคงโง่อีกนานเลย”

“เดี๋ยวเบน”

“ไม่ใช่ความผิดของพี่จันทร์หรอกครับผมเข้าใจ อย่างน้อยพี่ก็ทำให้ผมรู้ว่าเครื่องดนตรีที่ผมชอบคืออะไร”

“เบนจามิน”

“เดินทางปลอดภัยนะครับ พี่สาว”

วันนั้นเบนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าขับรถกลับมาที่ KTD ได้ยังไง เหมือนทุกอย่างมันมืดสนิทไปหมด ความตั้งใจที่จะทำตัวดีๆ เรียนรู้งานของ KTD มันหายวับไปจากสมองหลังจากที่คิดไว้แล้วว่า หลังจากนี้จะทำตัวให้ดีให้สมกับเป็นทายาท KTD คนหนึ่ง ให้พี่จันทร์ภูมิใจการมีแฟนเด็กกว่าไม่ใช่เรื่องน่าอายตรงไหน แต่ตอนนี้เบนเองก็ไม่รู้ว่าจะทำไปเพื่อใคร

“เบน..”

“พี่สองเพลงอกหักเพลงไหนที่พี่แต่งแล้วมันเศร้าที่สุด”

“เบนจามินเราโอเคหรือเปล่าให้พี่โทรหาเบอร์ดี้ไหม หรือเบ บอย”

“พี่สองผมเจ็บไปหมดเลย”

สองทำอะไรไม่ถูกเมื่ออยู่ดีๆ ทายาทคนเล็กKTD กอดไวโอลินแล้วนั่งลงกับพื้นท่าทางเหมือนไม่ค่อยมีสติเท่าไหร่ ทันทีที่เขาแตะลงบนไหล่เบนจามินก็ร้องไห้ออกมาจนแทบขาดใจ สองทำอะไรไม่ถูกก่อนที่เขาจะโทรหาเบอร์ดี้ที่อยู่อีกห้องให้มาดูน้องชายตัวเอง เพราะมันน่าจะเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร

ไม่ใช่แค่เบอร์ดี้แต่พี่น้องคนอื่นในเกียรติธนธาดามากันหมด ขนาดเจ้าสัวกรรณที่ประชุมอยู่ยังทิ้งประชุมกลางคันแล้วเดินเข้ามากอดลูกชายคนเล็กไว้แนบอก  สองถอนหายใจตระกูลนี้เลี้ยงของเขามาตั้งแต่เล็กคงจะเป็นห่วงกันมาก นี่ก็ยังไม่เคยเห็นเบนร้องไห้ขนาดนี้มาก่อน


“แล้วเขาก็ไปเมกาโดยทิ้งให้ทุกอย่างจบแบบนี้เหรอครับ”

“ก็ถูกของเขาแล้ว วันที่จันทร์ไปพี่ก็ไปที่สนามบินนะยังมีความหวังว่าเขาจะนึกถึงพี่บ้างก็ยังดี แต่ภาพที่เขาเดินควงผู้ชายที่ชื่อเฮนรี่เข้าไปในเกท พี่ถึงรู้ว่าควรเลิกหวังอะไรลมๆ แล้งๆ ได้แล้ว”

“ได้ติดต่อเขาอีกไหมครับ”

“แรกๆ ก็เข้าไปดูในเฟส ไอจี เขาทุกวันแต่ดูจันทร์เขาก็มีความสุขดีมีแต่พี่คนเดียวนี่แหละที่ยังคิดถึงเขาอยู่ พอนานเข้ามันก็ค่อยๆ หายเรียกว่าดีขึ้นแต่มันก็เหมือนกลัวความรักไปเลยไม่ค่อยกล้าจริงจังเท่าไหร่ เดี๋ยวได้เป็นน้องชายพี่ชายเขาโดยไม่รู้ตัวอีก”

“…………………………………………………..”

“จะว่าไปสตอรี่เราสองคนก็คล้ายๆ กันถ้าไม่บังเอิญไปได้ยินคงไม่มีวันได้รู้ความจริง”

กว่าจะฟื้นตัวมาได้ขนาดนี้ก็นานอยู่เหมือนกัน ดีที่ครอบครัวเขากับแกงค์ลูกเพื่อนแม่คอยช่วยเขาทุกอย่าง นั้นแหละเขาถึงทำตัวเล่นๆ ได้ตลอดเพราะครอบครัวก็กลัวว่าเขาจะเครียด เรื่องดนตรีก็อย่าพูดถึงมันเหมือนว่าเบนไม่อยากกลับไปยุ่งกับมันอีกแล้ว เขาไม่ได้เกลียดแต่แค่มันไม่มีความรู้สึกว่าอยากเล่นเหมือนเดิมอีก ภาพที่เขากอดไวโอลีนแล้วร้องไห้ในวันนั้นนึกถึงทีไรก็รู้สึกแย่อยู่ตลอด คีตาเอื้อมมาจับมือของเบนไว้แน่นก่อนที่เบนจะกระชับมือตอบ

“ผมถามได้ไหม”

“ถ้าเป็นคีตาถามได้ทุกอย่าง”

“ยังรักคุณจันทร์เจ้าอยู่ไหมครับ”

“ไม่เหลือความรู้สึกรักแล้วแต่ก็ไม่ได้ลืมไปเลย ยังมีบ้างที่นึกถึงตอนนี้ก็ไม่ได้รู้เรื่องเขาเท่าไหร่มันผ่านมานานแล้ว”

“แล้วไวโอลิน”

“ก็ยังเป็นเครื่องดนตรีที่พี่ชอบอยู่ดีนั่นแหละ ถึงความทรงจำมันจะแย่มากก็ตาม”

“ผมมีความลับจะบอกพี่เบน”

“ความลับ?”

“จำได้ไหมที่ผมบอกว่ามีเครื่องดนตรีเดียวที่ผมเล่นไม่ได้”

“จำได้”

“กีตาร์เป็นเครื่องดนตรีแรกที่พ่อกับแม่ช่วยกันสอนผม ผมก็เหมือนคุณเบนตอนเด็กๆ ผมลองเล่นทุกอย่างเพิ่งรู้ว่ามีแค่อย่างเดียวที่ผมเล่นไม่ได้ พยายามเท่าไหร่ก็เล่นไม่ได้”


คีตาวางไวโอลินคืนให้กับเบนจามิน
พร้อมกับมือที่จับกันไว้ค่อยๆ คลายออกจากกัน

“ผมเล่นไวโอลินไม่ได้ ทำยังไงก็เล่นไม่ได้ผมก็เลยไม่ได้จับมันอีก แล้วก็ไม่คิดจะเล่นไวโอลินอีกไม่ว่ายังไงก็ตาม”

ทุกสิ่งรอบตัวเงียบสนิทเมื่อคีตาพูดประโยคนั้นออกมา เบนจามินเองก็เงียบไปเหมือนกันเบนก้มลงมองไวโอลินที่วางอยู่บนตักแล้วเงยหน้าขึ้นมามองนักแต่งเพลงที่ยังคงนั่งมองเขาอยู่ เบนจะเอื้อมมือไปจับตัวคีตาไว้แต่อยู่ดีๆ คีตาก็ลุกขึ้นแล้วเดินหายไป เบนรู้สึกตัวชาวาบความรู้สึกแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบนี้กับเขามานานมากแล้ว

ความรู้สึกกลัว…กลัวว่าคีตาจะไม่อยู่กลัวว่าคีตาจะไม่อยู่ตรงนี้กับเขาอีกแล้ว เขาไม่คิดมาก่อนว่าจะเป็นไวโอลินที่คีตาเล่นไม่ได้
เบนจามินหลับตาลงเขาไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้

ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ …



แต่สัมผัสตรงแก้มทำให้เบนต้องลืมตาขึ้นมามองอีกครั้ง
คีตากลับมานั่งที่เดิมพร้อมกับกีตาร์ตัวโปรดก่อนจะยิ้มให้จนลักยิ้มบุ๋ม

“แต่ผมเล่นกีตาร์ได้นะแต่งเพลงก็ได้ร้องเพลงได้นิดหน่อยถึงจะไม่ค่อยเพราะเท่าไหร่ ตอบฉันได้ไหมว่าฉันเพียงพอหรือเปล่า~ ”

เนื้อเพลงที่ไม่ได้ยินมานานถูกร้องขึ้นมาอีกครั้งเบนจามินพยายามกลั้นยิ้มเขาพอรู้ว่าคีตาพูดไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่จะปลอบใจเขาเป็นคำพูดยาวๆ เหมือนที่เขาเคยทำตอนที่เจ้าตัวเล่าเรื่องครอบครัวก็คงไม่ได้ แต่คีตามีเสียงดนตรีที่ทำให้เขารู้สึกดีและสบายใจ

“อีกอย่าง..ไม่อยากมีพี่ชายเพิ่มด้วยนะ”

เบนจามินหัวเราะก่อนจะคว้าเอาตัวคีตาให้นอนราบไปกับโซฟาก่อนที่ตัวเองจะนอนตามลงไป อ้อมกอดรัดแน่นหน้าผากและแก้มขาวถูกหอมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนที่ทั้งคู่จะไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีกมีแค่จูบที่ใช้เวลานานกว่าทุกครั้ง ไวโอลินถูกใส่กล่องตามเดิมโดนทิ้งไว้โดยที่ไม่มีใครสนใจ


มีแต่กีตาร์ที่สลักรูปกุญแจไว้วางอยู่ที่พื้นหน้าโซฟา

เบนเหลือบมองกีตาร์เพียงนิดความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว
ก่อนที่จะปลดกระดุมเสื้อคีตาแล้วบรรจงจูบตรงหน้าอก

“ถ้าผมมีคนรัก”

“……………………………………..”

“หมายถึงถ้าวันหนึ่งผมมีคนรักขึ้นมาก็อยากให้เขาสักรูปแม่กุญแจคู่กันแค่คิดไว้เฉยๆ ฟังดูเพ้อเจ้อดีเนอะ”

“……………………………………..”



ตรงนี้น่าจะดีที่สุดแล้ว






*สองคน หนึ่งความรัก
ต่างหลงทางเพื่อมาเจอที่พักพิงอยากเล่าหน่อยไหมเขาทำไงตอนที่ทิ้ง
ใช่อย่างที่คนนั้นของฉันทำไหม

เราเจ็บมาพอแล้วจะใช้คำว่าสองเราอย่างเข้าใจ
เมื่อต่างก็รู้ รักมีค่า มากแค่ไหนไม่มีวันทำร้าย จะอยู่เคียงข้างหัวใจ
ให้โลกมี เรื่องรักดีๆ เพิ่มขึ้นเรื่องหนึ่ง



TO BE CON

PS. เหมือนเป็นนิยายรายปี
หมายถึง 4 คู่นี่ 10 ปี 55555 เฮ้ยเรื่องนี้ใกล้จะถึงฝั่งฝันแล้วจ้า
เตรียมพบกับ ทับทิม นพจินดา Jewelry Design #อัญมณีที่รัก เร็วๆ นี้ (มั้งนะ)

ps.*เจ็บของฉันเหงาของเธอ ตูมตาม The star

#นิยายกล่องดนตรี  #ซีรีส์ลูกเพื่อนแม่
twitter @ribbinbo



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-01-2019 22:21:56 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ KAZUMA

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 16
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ดีจายยยยย อัพแล้วๆ  :mew4: :hao5:

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
โอ๋ ๆ นะพี่เบน
ดีแล้วที่ไม่ได้ลงเอยกับพี่สาวคนนั้น น้องคีย์น่ารักกว่าเยอะ

ทับทิมจะคู่กับใคร

ออฟไลน์ AeAng11

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 528
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
น้องคีย์น่ารักที่สุดแล้วรอฟังเพลงน้องคีย์นะคะ5555

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
MUSIC BOX
#นิยายกล่องดนตรี

ผมเติบโตมาพร้อมกับธุรกิจดนตรี
แต่มีเครื่องดนตรีเดียวที่ผมชอบคือ ไวโอลิน – เบนจามิน เกียรติธนธาดา

ผมเติบโตมาพร้อมกับครอบครัวนักดนตรี ผมเล่นดนตรีได้ทุกอย่าง
ยกเว้น ไวโอลิน – คีตา นันทสกุล

CHAPTER.15 : The Moon



“ทำไมไอ้เบนทำหน้าเหมือนโมโหไอ้คินมาร้อยชาติแบบนี้วะ”

“กูโทรไปขัดจังหวะมัน”

“ขัดจังหวะ?”

“มันฟัดน้องคีตาอยู่กูโทรไปพอดีมันด่ากูสามชั่วโมงแล้ว”

“คือกูไม่รู้จะด่าใครดี”

“ไอ้หัวหน้าด่ามันซิโว้ยมันโทรมาก่อกวนกู”

“กูโทรมาหาเพราะจะชวนกินข้าวต่างหากใครจะรู้ว่ามึงทำอะไรเด็กอยู่”

“25 นี่ไม่เด็กแล้ว”

“วันก่อนมึงยังบอกน้องเขาเหมือนอายุ19อยู่เลยไอ้เบน ทิมมึงจัดการ”

“แล้วสรุปนี่มึงได้ทำอะไรน้องคีตาไหมวะ”

“กูถอดเสื้อน้องถอดเสื้อแต่กูอดทนแบบที่สุดของชีวิตแล้ว เก่งขนาดไหนพวกมึงต้องปรบมือให้กูสามครั้งปั๊มดาวให้ห้าดวงเลย ณ วินาทีนี้”

“ถ้าแค่กูโทรไปขัดจังหวะมันไม่น่าจะใช่กูรู้นิสัยมึงนะเบน อย่างมึงไม่ปล่อยไปหรอก”

เบนจามินนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อวันก่อนมันจริงอย่างที่คินบอก อารมณ์ตอนนั้นบอกตามตรงเขาห้ามใจตัวเองแทบไม่อยู่แล้ว เขาทั้งหอมทั้งจูบคีตาที่นอนหอบหน้าแดงอยู่บนโซฟา เสื้อผ้าของเราทั้งคู่เหลือแค่กางเกงที่ปลดตะขอแล้วเรียบร้อย  เบนไล่จูบมาเรื่อยๆ จนมาถึงหน้าท้องขาวก่อนที่มือของเขาจะดึงกางเกงคีตาออกไปให้พ้นทาง เสียงโทรศํพท์ก็ดังขึ้นพร้อมกับชื่อไอ้คินโชว์เด่นหราอยู่บนหน้าจอ

ตอนนั้นเหมือนสติเราสองคนกลับเข้ามาทันที เบนขยับตัวขึ้นมาพร้อมกับนอนมองหน้าคีตาที่นอนนิ่งๆ แต่คงจะเขินอยู่เหมือนกันเพราะแก้มทั้งสองข้างแดงระเรื่อไปหมด พอเอาแต่มองหน้ากันเงียบๆ ก็หลุดหัวเราะออกมาทั้งคู่ เบนก้มลงมาหาก่อนจะจูบคีตาที่ยกศีรษะขึ้นมาเพื่อรับจูบให้ถนัด มือของเบนประคองกอดให้คีตาขึ้นมาแนบชิดพร้อมกับไล้มือไปตามหลังที่เปลือยเปล่าเบาๆ แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาอีกรอบเบนถอนหายใจก่อนจะก้มลงมาหอมแก้มคีตาที่บอกเบาๆ ว่าให้รับโทรศํพท์คินก่อนเผื่อเป็นเรื่องใหญ่

“แล้วมึงทำไมไม่ทำต่อวะ ระดับมึงแล้วเบน”

“ตอนที่กูคุยโทรศัพท์กับไอ้คิน กูนั่งมองคีตาค่อยๆ ลุกขึ้นมานั่งแล้วหยิบเสื้อมาใส่ตอนนั้นกูคิดว่าถ้าวันนี้กูกับเขามีอะไรกันทั้งๆ ที่สถานะมันยังไม่ชัดเจนแบบนี้มันจะดีแล้วเหรอวะ”

“ปกติมึงไม่แคร์เรื่องพวกนี้อยู่แล้ว”

“นั่นดิ ปกติกูแคร์ที่ไหนสถานะไหนกูไม่สนหรอกวันไนท์ออกจะบ่อยแต่นี่เป็นครั้งแรกเลยที่กูคิดว่า อยากมีเซ็กส์เพราะเราทั้งคู่รักกัน ยังไงดีวะอธิบายไม่ถูกแบบ กูเป็นคนรักเขาเขาเป็นคนรักกู”

“ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้ยินประโยคนี้จากเบนจามิน”

“มือขวากูเป็นผู้เป็นคนแล้วเนี่ยตอนนี้เหลือแต่ลูกกระจ๊อกอย่างมึงแล้วคิน”

“กูเกลียดตำแหน่งตัวเองจริงๆ ให้ตาย”

“แล้วสรุปมึงคุยกับคีตาเรื่องนี้ยัง สถานะพวกมึง”

“กูอยากให้จบโปรเจคสิบเพลงรักนี่ก่อน กลัวคนมองคีตาไม่ดีด้วยคีตาเพิ่งทำงานให้ KTD ครั้งแรกไม่อยากให้โดนนินทาอะไร ด่ากูได้กูไม่เป็นไรแต่ไม่อยากให้คีตาต้องเจอเรื่องแย่ๆ อีก เรื่องครอบครัวก็หนักแล้วว่าเขาจะกลับมาร่าเริงได้ขนาดนี้ก็นานอยู่”

“…………………………………………………………………………………”

“อยากขอแบบดีๆ ด้วยไม่ใช่แค่พูดอยากให้คีตาประทับใจสุดๆ ไปเลยว่ะ กูอยากให้เขารู้สึกว่ากูเป็นเรื่องดีๆ ในชีวิตเขา ตอนนี้กูพยายามจะทำชีวิตตัวเองให้มันดีกว่านี้ด้วย กูเล่นมานานมากเกินไปแล้วปีหน้ากูสามสิบแล้วนะ”

“ไอ้มิลกูจะร้องไห้แล้ว นี่ใช่ไอ้เบนจามินที่กูรู้จักตั้งแต่สามขวบจริงป่ะวะ ไอ้เด็กตี๋ตาเท่าเม็ดก๋วยจี๊ที่แย่งรถบังคับกูเล่นทุกวัน จริงจังกับชีวิตแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ คีตาแม่งโคตรนักดนตรีมหัศจรรย์”

“ถ้ามึงเจอคนที่มึงรักจริงๆ ก็อาจจะเป็นแบบกูก็ได้คิน เมื่อก่อนกูก็ไม่เข้าใจไอ้มิลเท่าไหร่แต่ตอนนี้กูโคตรเข้าใจเลย”

“เข้าใจว่า?”

เบนจามินขยับตัวมานั่งดีๆ พร้อมกับมองหน้าแกงค์ลูกเพื่อนแม่ที่นานๆ ทีจะมานั่งคุยเรื่องชีวิตรักแบบนี้ ล่าสุดที่พวกเขาคุยเรื่องพวกนี้ก็คงจะเป็นตอนที่รามิลอยู่ในช่วงสับสนความรู้สึกกับต้นไม้ พอเคลียร์กันได้ก็กลายเป็นคู่รักที่น่าอิจฉา ตอนนั้นเขาไม่ได้คิดจะจริงจังกับความรักเท่าไหร่และรักที่เขาเจอมาก็มันแย่จนไม่อยากนึกถึง ไอ้ความรู้สึกแบบรักมาก อยากอยู่ด้วยกันตลอดเวลาแบบนั้นเขาเองก็นึกไม่ออกว่ามันเป็นยังไง จนกระทั่ง…

“ก็วันนั้นที่กูคุยโทรศัพท์กับไอ้คิน กูอารมณ์ค้างด้วยมั้งหน้าตากูเลยดูเหมือนหงุดหงิด คีตาใส่เสื้อเสร็จแล้วเขาลุกขึ้นกูนึกว่าเขาจะเดินกลับไปที่ห้องแต่อยู่ดีๆ เขาก็เดินกลับมาหากูอีกรอบแล้วเข้ามาหอมแก้มกูพยายามทำให้กูอารมณ์ดีให้กูยิ้ม ดูก็รู้ว่าเขาโคตรเขินแต่น่ารักฉิบหาย”

“พ้อยของเรื่องคืออะไรวะ”

“พ้อยของเรื่องคือความคิดบางอย่างที่กูไม่เคยคิดถึงมาก่อนอยู่ดีๆ ก็ผุดขึ้นมาในหัว”

“แล้วมันคือ”

“รามิล ภาคิน นพจินดา กูอยากอยู่กับคนนี้ไปตลอดชีวิตเลยว่ะ”



MUSIC  BOX


“สรุปว่าตอนนี้อยู่ในช่วงเลือกเพลง ตอนนี้เรามีครบสิบเพลงแล้วใช่ไหมครับคีตา”

“เหลือเพลงสุดท้ายครับ ผมยังตัดสินใจอยู่”

“ยังแต่งไม่เสร็จหรือว่ายังเลือกไม่ได้ครับ”

“ยังตัดสินใจอยู่ครับว่าอยากให้เพลงนี้เป็นเพลงรักเนื้อหาแบบไหนระหว่าง Happy Ending กับ Sad Story”

“นี่ไม่ใช่โปรเจคสิบเพลงรักเหรอทำไมถึงมีเพลงเศร้า”

“แต่มันก็คือความรักไม่ใช่เหรอครับ”

ทั้งห้องประชุมเงียบกริบเมื่อคีตาพูดประโยคนั้นจบ มาร์ชถึงกับชูนิ้วโป้งอยู่ใต้โต๊ะคีตาเองเหลือบมาเห็นยังต้องแอบยิ้ม วันนี้เบนจามินก็ติดงานกับคุณเบและบาสอยู่อีกห้อง เลยต้องแยกกันประชุม แต่ตอนนี้คีตาก็ดูเก่งขึ้นแล้วสามารถเขาประชุมคนเดียวได้แต่เบนก็ยังห่วงไม่เลิกเลยเลยส่งมาร์ชให้มาเป็นกองกำลังเสริม

“เพลงสุดท้ายของคุณคีย์จะต้องดีมากแน่ๆ”

“ผมก็ยังไม่รู้เลยครับพี่มาร์ชว่ามันจะเป็นแบบไหน”

“แล้วทำไมถึงยังไม่รู้ล่ะครับ”

“มันอาจจะยังไม่ถึงช่วงสุดท้ายจริงๆ ก็เลยยังไม่รู้”

“หมายถึง?”

“ความรักของผม”

“………………………………………..”

“ช่างมันเถอะครับ ว่าแต่คุณเบน”

ยังไม่ทันพูดจบประตูห้องข้างๆ ก็ถูกเปิดออกพร้อมกับเบนกับบาสที่เดินหัวเราะกันออกมา  ท่าทางการประชุมจะราบรื่นเพราะเห็นอารมณ์ดีกันทั้งคู่ พอเห็นคีตากับมาร์ชยืนอยู่เบนเลยเดินเข้ามาหาพอถามความคืบหน้าเรื่องประชุมมาร์ชก็รายงานเป็นปกติใส่อารมณ์และแอคติ้งเกินร้อยจนเบนต้องยกมือบอกให้ลดๆ ลงมาหน่อย

“เดี๋ยวนี้สู้กับเมธัสโดยไม่ต้องมีพี่แล้วซินะ”

“ใช่ ล้มด้วยหมัดเดียวเลย”

“ตัวเท่าลูกหมาทำซ่า”

“เพื่อนรักคุณเบนนั่นแหละชอบมีปัญหา”

“เพื่อนรักใครวะเดี๋ยวจับโยนลงไปข้างล่าง”

พอคุยกันสองคนมาร์ชกับบาสที่ยืนอยู่ด้วยกันได้แต่กะพริบตาปริบๆ เพราะไม่รู้จะแทรกบทสนทนาตรงไหนดี มาร์ชน่ะไม่เท่าไหร่คงจะเห็นจนชินแต่บาสที่ไม่เคยเจอมาก่อนได้แต่มองทั้งคู่ที่ยืนคุยกันไปหัวเราะกันไป ไอ้เบนก็ยกมือลูบหัวเขาบ้างจับแก้มเขาบ้างส่วนคีตาก็ยืนให้จับเหมือนเป็นเรื่องปกติ พอทั้งคู่คุยกันเสร็จบาสเลยแนะนำตัวเพราะเขาเองก็ยังไม่เคยได้คุยกับนักแต่งเพลงลูกชายคุณอคิราห์สักที

“เพลงความรู้สึกสีเทาที่คีตาแต่งเพื่อนพี่ฟังตอนอกหักนี่ร้องไห้เป็นกะละมังเลยนะ ยังคิดอยู่เลยใครแต่งวะสุดยอด”

คีตาหัวเราะเพราะมีแต่คนบอกว่าเพลงนี้ฟังตอนอกหักแล้วร้องไห้กันทุกคน บาสเหลือบตามองเบนจามินที่ยืนยิ้มอยู่ข้างๆ มือก็ยกขึ้นมาจับผมข้างหน้าคีตาให้เข้าที่เข้าทาง สายตาก็มองนักแต่งเพลงที่พูดเรื่องเพลงที่ตัวเองแต่งไปด้วย ถ้าเข้าเรื่องเพลงเมื่อไหร่คีตามักจะมีความสุขเสมอ ตาเป็นประกายปากก็ยิ้มจนเห็นลักยิ้มบุ๋มข้างแก้ม เสียงเรียกคีตาทำให้นักแต่งเพลงหันไปมองพี่สองกับพี่เอกเรียกให้มาดูเพลงที่ต้องแก้  ทันทีที่คีตาเดินไปหาโปรดิวเซอร์ทั้งสองคนบาสก็เอียงหน้ามากระซิบกับเบนที่ยืนอยู่ข้างๆ

“เก็บอาการหน่อยน้องชายมองเขาเหมือนจะแดกเข้าไปอยู่แล้ว”

“เก่งว่ะรู้ด้วย”

“นี่เมียหนึ่งลูกสองแล้วโว้ยแค่นี้ทำไมจะไม่รู้”

“แล้วเป็นไงบ้าง”

“หน้าตาน่าเอ็นดูเต็มสิบส่วนนิสัยคงต้องดูกันก่อนอาจจะเงียบๆ ไปบ้างแต่ก็นะตระกูลเราโวยยายแทบทุกคน ควรมีสะใภ้พูดน้อยน่ารักกุ๊กกิ๊กมิวสิคเทอราพีบ้างก็ดี”

“คีตานี่เป็นฝาแฝดไอ้ทิมได้เลยนะ”

“เหมือนไอ้ทิมนี่เฮียกุมขมับเลย เด็กเวร..ตอนเด็กป้อนข้าวมันพร้อมกับเอ็ง ป้อนไม่ทันใจกระโดดกัดแขนเฮียนี่ จำได้ไม่ลืม ”

“ดีเนอะ เอามันไปเลี้ยงบีมกับแบมบูสักวันสองวัน”

“ห่า..ลูกกูควรเป็นเด็กน่ารักไม่ใช่เด็กแสบแบบมันเหมือนไอ้ทิมนี่เมียกูกรี๊ดวันละแปดรอบแน่”

“เอาเป็นว่าตั้งแต่วันนี้เฮีบบาสอยู่ทีมเบนแล้วนะ ถ้าพ่อหรือคุณนายเจียซินฟาดกระบาลต้องวิ่งมารับแทน”

“กูพูดแล้วเหรอว่าทีมมึงเบน”

“ว่าที่แฟนน้องน่ารักขนาดนี้จะไม่ช่วยเหรอไง”

“กระจอกว่ะเรียกเขาว่าแฟนได้เมื่อไหร่ถึงช่วย”

ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อคีตาก็เดินกลับมาหาเบนทั้งคู่เลยขอตัวไปทำงานต่อ บาสเลยพยักหน้ารับภาพของทั้งคู่ที่เดินข้างๆ กันทำให้บาสยิ้มออกมาเขาก็ไม่เคยคิดหรอกว่าสุดท้ายแล้วเบนจามินจะลงเอยกับเด็กผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่งไม่ใช่สาวสวยเปรี้ยวปรี๊ดอย่างที่คิดไว้ สำหรับเขามันไม่มีอะไรที่ไม่ดีเขาไม่เคยยึดติดกับเพศ ฐานะ หรืออะไรทั้งนั้น เขาเคยเห็นน้องชายร้องไห้แทบขาดใจกับความรักแย่ๆ มาแล้วเบนจามินควรจะได้เจอความรักที่ดีๆ กับเขาสักที

“คุณคีตาอาจจะดูเหมือนนักแต่งเพลงธรรมดาๆ แต่ก็ไม่ธรรมดานะครับ”

“อ้อ มีมึงอีกคนที่รู้เรื่องนี้สินะมาร์ช”

“คุณบาส คุณรู้ใช่ไหมคุณเบนทำงานให้มันผ่านไปวันๆ มาตลอด ยังจำเรื่องที่คุณเบนอนุมัติเอกสารผิดแล้วคุณเบอร์ดี้โกรธมากครั้งนั้นได้ใช่ไหมครับ ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณเบนกับคุณคีตาคุยอะไรกันแต่วันรุ่งขึ้นคุณเบนเดินมาหาผมแล้วก็พูดว่า ขอโทษที่ทำให้ผมเหนื่อยมาโดยตลอด ต่อไปนี้จะทำงานให้รอบคอบขึ้น”

“เบนเนี่ยนะทำแบบนั้น”

“ครับ ทายาทธุรกิจร้อยล้านขอโทษผู้ช่วยอย่างผม วันนั้นผมร้องไห้ยังกะเขื่อนแตก แต่คุณเบนบอกผมว่าคุณคีตาเป็นคนบอกเขาเองว่า ถ้าคุณเบนยังทำงานแบบนี้จะทำให้ผมเหนื่อยไปด้วย เวลาทำงานพลาดไม่มีใครกล้าด่าคุณเบนตรงๆ เพราะเป็นลูกเจ้าสัวแต่คนจะมาด่าผมแทน อยากให้คุณเบนนึกถึงตรงนี้”

บาสยิ้มออกมาเมื่อมาร์ชเล่าเรื่องให้ฟังและมีอีกหลายเรื่องที่บาสไม่เคยรู้มาก่อน ทั้งสายตาและคำพูดดูก็รู้ว่ามาร์ชเองก็คงชอบคีตามากอยู่เหมือนกัน บาสยกมือกอดคอผู้ช่วยของเบนก่อนจะยกมือขึ้นมาชนในฐานะที่อยู่ทีมเบน

“สะใภ้คนเล็กเกียรติธนธาดาเจ๋งดีว่ะ อยากได้แบบนี้แบบไอ้เบนกวนตีนแล้วโดนกีตาร์ฟาดใส่”

MUSIC BOX


“อันนาทำหน้ารำคาญพี่เบนเต็มทนแล้วนะ”

คีตาที่อุ้มเจ้าแมวอ้วนอยู่ในอ้อมแขนบอกกับเจ้าของที่ถ่ายรูปอันนาไปเกือบยี่สิบรูปเพราะน้องอันนาเพิ่งอาบน้ำตัดขนแต่งตัวสวย เจ้าของทาสแมวเลยถ่ายรูปไม่หยุดแล้วดูน้องอันนาก็คงเอือมเจ้านายอยู่เหมือนกันพยายามมุดหน้ากับอกเขาหนีกล้องถ่ายรูปตัวละแสนที่จ่ออยู่ตรงหน้า

 วันนี้เขามีเวลาว่างกันทั้งคู่เลยตื่นเช้าพาน้องอันนามาอาบน้ำอาบท่า ดีที่วันนี้อากาศไม่ร้อนเท่าไหร่เลยเดินเล่นดูของสัตว์เลี้ยงไปเรื่อยเปื่อย เบนจามินได้แต่มองคีตาเลือกผ้าพันคอให้น้องอันนาอยู่อย่างนั้นทุกวันนี้อันนาติดคีตามาก ตัวติดกันยังกะตังเมนอนด้วยกันทุกวัน ห้องนอนนักแต่งเพลงตอนนี้มีคอนโดแมวมาตั้งแล้วนะ เจ้าตัวสั่งมาเองด้วย

“พี่นั่งรอหน้าร้านแล้วกัน”

เบนไม่อยากถือตะกร้าน้องอันนาเข้าไปในร้านขายเครื่องดนตรีเพราะกลัวจะไปชนอะไรเขาพังขึ้นมาเลยเลือกมานั่งรอหน้าร้าน แล้วอุ้มน้องอันนามานั่งลงบนตัก แมวอ้วนขนฟูตัวหอมเรียกความสนใจสำหรับคนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้ดี ยิ่งวันนี้เบนจามินแต่งตัวสบายๆ เสื้อยืดกางเกงสามส่วนไม่ได้เซ็ทผมทำให้ดูเหมือนเด็กวัยรุ่นในวัยยี่สิบต้นๆ

“ชื่ออะไรเหรอคะ”

“อันนาครับ”

“แล้วชื่อเจ้าของล่ะคะ”

มุกจีบเชยมากไม่เล่นด้วยหรอกนะจ๊ะน้องสาว … นั่นคือสิ่งที่คิดในใจเบนไม่ได้ตอบคำถามของกลุ่มนักศึกษาผู้หญิงที่ยืนมุงดูน้องอันนาอยู่ ทำได้แต่ยิ้มๆ แต่ท่าทางจะไม่ยอมแพ้เพราะไม่เห็นจะขยับตัวกันเลยสักคน น้องอันนาเริ่มจะหงุดหงิดเมื่อทุกคนยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปรอบทิศทาง เลยแยกเขี้ยวขู่ไปสองสามที

ใจเย็นอันนาลูกป๊า
รอหม่าม๊าก่อนอย่าเพิ่งโมโหหิว

ภาพตรงหน้าทำให้คีตายืนนิ่งอยู่หน้าร้านเพราะไม่รู้ว่าจะเข้าไปตอนนี้ดีไหม พอพ้นกลุ่มนักศึกษาก็มีผู้หญิงสวยสองคนเดินเข้ามาหาอีก ยืนอยู่ตรงนี้เขามองไม่เห็นว่าพี่เบนเป็นยังไงทำหน้าแบบไหนเขาก็พอรู้ว่า เบนจามิน เกียรติธนธาดา ฮอตพอตัวก็ไม่แปลกหรอกหนุ่มตี๋ไฮโซบ้านรวยนามสกุลดัง หนุ่มโสดในฝันชัดๆ

“คีตา”

เสียงเรียกทำให้คีย์เดินเข้ามาหาอันนาพอเห็นหน้าเขาก็กระโดดเข้ามาให้อุ้ม ผู้หญิงสวยสองคนร้องว๊าวแล้วก็ถ่ายรูปต่อ เบนลุกขึ้นหยิบของที่วางไว้มาถือก่อนจะยิ้มให้คีตา

“ได้ปิ๊กกีตาร์ไหม”

“ปิ๊ก?”

“ไม่เจอที่ถูกใจสินะเดี๋ยวไปร้านอื่นก็ได้”

คีตาไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่าผู้หญิงสองคนหันมามองหน้ากันก่อนจะพยักหน้าเหมือนเข้าใจกันสองคน ตอนที่คุณเบนพูดคำว่าปิ๊กกีตาร์ ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อทั้งสองคนโบกมือให้น้องอันนาแล้วขอตัวคีตาเลยจับมืออันนาโบกคืนเพราะท่าทางสองคนนั้นจะชอบแมวจริงๆ ร้องกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่

“เขามาจีบหรือเปล่า”

“จีบ”

“แล้ว?”

“บอกเขาว่าแฟนเลือกปิ๊กกีตาร์อยู่”

“…………………………………………”

“พี่เบนทำตัวน่ารักใช่ไหมจับหัวใจดูได้ใจไม่เต้นกับสาวสวยเลย สงสัยตายด้านไปแล้ว”

“เสี่ยวจริงๆ”

“นับวันคำพูดคำจายิ่งเหมือนไอ้ทิม”

คีตาหยุดเดินแล้วให้อันนาเข้าไปอยู่ในตะกร้าเหมือนเดิมก่อนที่มือจะจับลงบนต้นแขนของเบนแล้วเดินไปพร้อมกัน เบนได้แต่มองมือที่จับอยู่ที่ต้นแขนเขามันไม่ใช่เรื่องแปลกคีตาทำแบบนี้ออกจะบ่อย  แต่อยู่ดีๆ เบนก็ยิ้มออกมาเมื่อมือของคีตาค่อยๆ เลื่อนลงมาเรื่อยๆ จนมือเราทั้งคู่จับกันไว้แน่น นี่เป็นครั้งแรกในที่คีตาจับมือเขาไว้แบบนี้ในที่สาธารณะ

“สั่งกลับไปกินที่บ้านแล้วกัน ไม่อยากเอาอันนาเข้าร้านอาหาร”

เบนหันมามองคนที่เลือกเมนูอาหารให้พนักงานจด ทุกเมนูเบนแทบจะไม่ต้องเลือกเองด้วยซ้ำคีตาสั่งให้หมดทุกอย่างมีที่หันมาถามว่าอยากกินอย่างอื่นหรือเปล่า เขาเคยสงสัยว่าไอ้มิลมันสามารถยืนมองต้นไม้เลือกต้นกระบองเพชรเป็นชั่วโมงๆ โดยที่ไม่เบื่อได้ยังไง เพิ่งรู้ว่าตัวเองก็ไม่เห็นจะเบื่ออะไรตอนที่เขานั่งรอคีตาลองกีตาร์ที่จะซื้อเป็นชั่วโมงๆ เหมือนกัน 

ความรู้สึกที่ว่าแค่อยู่ด้วยกันก็มีความสุขแล้ว
มันก็คงเป็นแบบนี้

“คีตาวันหลังไปยิงปืนกันไหม”

“ยิงปืน?”

“ใช่ ยิงปืนที่สนามแกงค์ลูกเพื่อนแม่ไปกันบ่อย”

“ชอบเหรอ”

“เมื่อก่อนเล่นเพราะมันคลายเครียดดีเล่นไปเล่นมาก็ชอบ แต่ถ้าคีย์ไม่ชอบพี่ไม่บังคับ”

“ไปซิ”

“ไม่ต้องเอาใจนะ”

“แค่อยากทำอะไรหลายๆ อย่างด้วยกันพี่เบนยังไปดูงานแสดงดนตรีกับผมได้เลย อยากทำอะไรอีกบอกนะ”

เบนจามินไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลยตอนนี้หน้าตาเขาต้องตลกมากแน่ๆ 
มันคงยิ้มจนตาเขาคงไม่เหลือคงเป็นเส้นขีดๆ เบนหันมามองคนที่ยังเปิดเมนูไปมา

“คีตา”

“เอาอะไรเพิ่มไหม”

“อยากแต่งงานแล้ว”

เบนจามินหัวเราะลั่นเมื่อคีตาโยนเมนูที่วางอยู่หน้าร้านใส่เขาเต็มๆ ขนาดพนักงานที่ยืนอยู่ยังกลั้นยิ้ม คีตาไม่ได้โกรธหรอกดูจากหน้าที่แดงก่ำกับอาการทำอะไรไม่ถูกก็คงจะเขินมากกว่า


MUSIC BOX

“กลับกี่โมง ให้พี่มารับไหม”

“ยังไม่รู้เลยเดี๋ยวผมโทรหาแล้วกัน”

“โอเค หอมก่อน”

คีตาที่กำลังเปิดประตูรถหันมามองคนที่ทำหน้าตาอ้อนใส่ จริงๆ ก็เรื่องปกติคุณเบนทั้งหอมทั้งจูบเวลาที่อยู่ด้วยกันคุณรามิลเป็นคนบอกเองว่าเป็นโรคติดสัมผัสกันทั้งแกงค์ลูกเพื่อนแม่ ขนาดคุณไม้แฟนคุณมิลยังบอกให้ทำใจเพราะโดนตลอด คีตาหัวเราะเมื่อคุณเบนยังทำหน้าหงอยทั้งๆ ที่เขาแค่จะมาหาพี่ที่เคยเล่นดนตรีด้วยกันเพื่อถามเรื่องเพลงที่จะแต่งแล้วบังเอิญพี่เขาเพิ่งว่างตอนเย็นพอดี

คีตาเอียงตัวเข้ามาหาก่อนที่แก้มขาวจะถูกหอมทั้งสองข้าง ท่าทางชื่นใจต่างจากเมื่อกี้ลิบลับจนคีตาต้องยกมือขึ้นมาดันหน้าไอ้คนที่ยังจ้องจะหอมไม่เลิกให้พอก่อน ไม่งั้นวันนี้คงไม่ได้ไปไหนกันพอดี  สถาบันสอนดนตรีที่เขาเองเคยมาเมื่อหลายปีก่อนดูเปลี่ยนไปมากเหมือนกันคีตาเดินเข้ามาในห้องทำงานของพี่ที่นัดกันไว้แล้ว

“สวัสดีครับพี่เจมส์”

“คีตา…เฮ้ยไม่เจอกันนานน่ารักเหมือนเดิมขวัญใจเอกกีตาร์ของพี่”

“ผมลืมชื่อนี้ไปนานแล้วเนี่ย”

“แล้วเป็นไง ไหนเพลงที่จะให้พี่ดู”

คีตาวางกีตาร์ที่สะพายอยู่ก่อนจะหยิบเอาโน้ตเพลงที่แต่งค้างไว้ให้พี่เจมส์ช่วยดู มันเป็นเพลงสุดท้ายของโปรเจคแล้ว คีตาอยากให้มันออกมาดีที่สุดเลยตั้งใจเป็นพิเศษ บอกตามตรงว่าเขาเองก็ยังไม่แน่ใจว่าเพลงนี้จบลงแบบไหนเขาลองแต่งมาหลายรอบแล้วแต่ก็ไมได้สักที

“พักหน่อยไหม”

“ก็ดีครับ”

“พี่ก็ช่วยเท่าที่ช่วยได้ รู้ใช่ไหมคีตา เราเองก็ยังไม่รู้เลยว่าจะให้เพลงสุดท้ายมันทางไปไหนเราถึงแต่งไม่ได้สักที”

คีตาถอนหายใจพร้อมกับหลับตาพักก่อนจะขอตัวจากพี่เจมส์ไปห้องน้ำกะจะล้างหน้าให้สดชื่นมากกว่านี้ สถาบันสอนดนตรีมีเด็กมาเรียนเยอะพอสมควรหลังจากออกจากห้องน้ำคีตาเลยเดินดูตามห้องเรียนต่างๆ พอเห็นเด็กตัวเล็กๆ ตั้งใจเล่นดนตรีก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง โทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้คีตากดรับพร้อมกับเดินไปตามทางเดิน

“พี่เบนไม่อยากกินข้าวคนเดียวเลยครับ”

“เดี๋ยวผมก็กลับแล้วครับอย่างอแง”

“แล้วเรื่องเพลงเป็นยังไงบ้าง พี่ไม่อยากให้เราเครียดนะคีตา”

“ผมว่าอีกไม่นานผมน่าจะแต่งเสร็จ รอผมหน่อยนะครับ”

“พี่ไปอุ้มเรามานอนจากสตูดิโอแต่งเพลงทุกวันเลย เราหลับคาโน๊ตเพลงทุกวันถ้าไม่ได้เราเปลี่ยนชื่อโปรเจคเป็นเก้าเพลงรักดีไหม เดี๋ยวพี่บอกเจ้เบอร์ดี้ให้”

คีตาหัวเราะออกมาทันทีที่ได้ยินพอได้คุยกันแบบนี้ก็ทำให้คีตารู้สึกผ่อนคลาย คุณเบนยังคงเป็นพลังด้านบวกให้เขาได้ตลอดทั้งมุขตลกๆ ที่ขุดมาเล่นหรือน้ำเสียงมันทำให้คีตาเผลอยิ้มออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว อยู่ดีๆ คีตาก็หยุดเดินแล้วลดโทรศัพท์ในมือลงเสียงจากเครื่องดนตรีที่เขาเองไม่แน่ใจว่ามันมาจากไหน พอตั้งใจฟังอีกรอบก็ได้ยินจริงๆ คีตารู้ว่าเสียงดนตรีที่เขาได้ยินมันมาจากห้องซ้อมสักห้องในชั้นนี้ 

คีตายกโทรศัพท์ขึ้นมาอีกรอบเขาไม่ได้ฟังเรื่องที่คุณเบนเล่าให้ฟังเท่าไหร่นักได้แต่ปล่อยอีกฝ่ายพูดไปเรื่อยๆ ยิ่งเดินไปตามทางเท่าไหร่เสียงดนตรีก็เริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ที่นี่คือสถาบันสอนดนตรีมันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสักนิดที่จะได้ยินเสียงดนตรี แต่ไม่รู้ว่าทำไมคีตาถึงรู้สึกว่าหัวใจเขาเต้นแรงผิดปกติเมื่อได้ยินเสียงดนตรีนี้


ประตูห้องที่ถูกเปิดทิ้งไว้ทำให้คีตาเดินเข้าไปใกล้ๆ เขารู้แล้วว่าเสียงดนตรีที่ได้ยินมาจากไหน ผู้หญิงผิวขาวผมสีน้ำตาลทองม้วนเป็นลอน ใบหน้าสวยไม่มีที่ติกำลังยิ้มยามที่เจ้าตัวกำลังเล่นไวโอลินไปด้วย เสียงเพลงที่ได้ยินมันเพราะจนคีตาไม่ได้ยินเสียงคุณเบนที่ยังอยู่ในสาย ท่วงท่าสวยงามเวลาที่เจ้าตัวขยับตัวมันทำให้คีตาละสายตาไม่ได้สักวินาที ภาพตรงหน้าคีตาเคยเห็นมาก่อน ผู้หญิงตรงหน้าคือคนเดียวกันกับในรูปวาดที่เขาเคยเห็นในห้องของคุณเบน

จันทร์เจ้า..

“เจ้า คุณธามกำลังมาพี่บอกแล้วว่าเจ้ากลับมาเยี่ยม”

“ขอบคุณค่ะพี่เจมส์นึกว่าจะมาเก้อซะแล้ว”

“นี่คีตารุ่นน้องที่คณะพี่เอง นั่นจันทร์เจ้าเคยเป็นครูสอนไวโอลินที่นี่แต่ตอนนี้ได้ดิบได้ดีอยู่ที่เมกาแล้ว”

“เวอร์ไปแล้วพี่เจมส์ สวัสดีค่ะ”

“………………………………………………”

“คีตา”

“………………………………………………”

“คีย์”

“สวัสดีครับผมคีตา นันทสกุล”

“ค่ะฉันจันทร์เจ้า สุนทรจิรการ ยินดีที่ได้รู้จัก”


เบนจามินขมวดคิ้วเมื่ออยู่ดีๆ สายก็ถูกตัดไปจะโทรกลับก็กลัวว่าคีตาอาจจะติดธุระสำคัญเพราะเสียงสุดท้ายที่ได้ยินเหมือนเสียงเรียกชื่อใครสักคนเขาเองก็ได้ยินไม่ค่อยชัด แต่ที่แปลกใจก็คือเขาได้ยินเหมือนเสียงไวโอลินดังแว่วเข้ามาด้วย เบนเลยตัดสินใจไลน์ไปหาคีตาแทน ทันทีที่กดส่ง  ข้อความจากทิมแกงค์ลูกเพื่อนแม่ก็โชว์ขึ้นมาบนหน้าจอ ทิมบินไปทำงานเยอรมันตั้งแต่เมื่อวานยังบ่นคิดถึงมันอยู่เลยแต่ข้อความที่ทิมพิมพ์มามันทำให้เบนนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นมือที่กำลังจะพิมพ์ตอบหยุดค้าง..

TIM : เบน..เมื่อวานที่สนามบินกูเจอพี่จันทร์เจ้าเขากลับมาจากอเมริกาแล้วเหรอวะ




TO BE CON

PS. โอ๊ะ โอะ โอ,,,

#นิยายกล่องดนตรี  #ซีรีส์ลูกเพื่อนแม่
twitter @ribbinbo


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-08-2020 21:38:22 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ Gokusan

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 797
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +269/-1
น้องคีย์จะได้เพลงสุดท้ายของโปรเจคแนวไหนหนอ...รอลุ้นไปพร้อมพี่เบน อิอิ

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3382
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

ตอนจบของเพลงสุดท้าย 

โอ๊ะโอ  จะแจกมาม่าหรือเปล่า?  แต่คงไม่ใช่หรอกเนอะ

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
MUSIC BOX
#นิยายกล่องดนตรี


ผมเติบโตมาพร้อมกับธุรกิจดนตรี
แต่มีเครื่องดนตรีเดียวที่ผมชอบคือ ไวโอลิน – เบนจามิน เกียรติธนธาดา

ผมเติบโตมาพร้อมกับครอบครัวนักดนตรี ผมเล่นดนตรีได้ทุกอย่าง
ยกเว้น ไวโอลิน – คีตา นันทสกุล

CHAPTER.16 :The last song


“คีตา เรามีอะไรหรือเปล่า”

“ไม่มีนิครับ”

“เรานั่งมองหน้าพี่มาตั้งแต่ตอนตื่นแล้วนะ”

“มองเฉยๆ ไม่ได้เหรอครับ”

“นี่จีบพี่เหรอ”

คีตาแกล้งส่ายหน้าอย่างเอือมระอาเมื่อคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามทำหน้าเขินอายไม่เข้ากับตัวโตๆ สักเท่าไหร่ เขาเองก็ไม่รู้ว่าคุณเบนรู้เรื่องที่คุณจันทร์เจ้ากลับมาหรือยัง และเขาเองก็ไม่แน่ใจว่ามีสิทธิ์ถามเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน  วันนั้นเขาไม่ได้คุยอะไรกับคุณจันทร์เจ้าเท่าไหร่นักส่วนมากพี่เจมส์เป็นคนที่คุยมากกว่า

แต่ยอมรับเลยว่าคุณจันทร์เจ้า สวยมาก..
ไม่แปลกเลยที่คุณเบนเคยรักเธอขนาดนั้น

คุณเบนโทรกลับมาหลายรอบ  แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะรับสายเลยตัดบทไปในไลน์ว่ายังคุยเรื่องเพลงกับพี่เจมส์  แต่พอถึงเวลาที่เขาจะต้องกลับ คีตาเลยโทรหาเบนอีกรอบคนในสายถามเขาอีกครั้งว่าให้ไปรับไหม ตอนนั้นคีตาหันไปมองคุณจันทร์เจ้าที่ยืนคุยกับพี่เจมส์อยู่ ใจหนึ่งเขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าถ้าเขาสองคนกลับมาเจอกันอีกครั้งมันจะเป็นยังไง แต่สุดท้าย..

“เดี๋ยวผมกลับเอง ว่าจะแวะดูกีตาร์สักหน่อย”

เขายังไม่พร้อมจริงๆ



“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

หลังจากที่ทานอาหารเช้าเสร็จคีตาสังเกตหลายรอบแล้วว่าคุณเบนเอาแต่กดโทรศัพท์  มันมีเสียงเรียกเข้าแต่คุณเบนก็ไม่ได้กดรับ แล้วก็มีข้อความที่โชว์ขึ้นมาบนหน้าจอ  ถ้าเป็นเรื่องงานปกติคุณเบนต้องบ่นออกมาแล้ว แต่สีหน้าคุณเบนดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่เหมือนลังเลว่าจะคุยดีหรือไม่คุยดี

“ปัญหาเล็กน้อย”

เบนจามินยิ้มให้คนที่ยังเอาแต่จ้องเขาไม่เลิกท่าทางกังวลเหมือนเด็กคิดมากมันดูน่ารักดี เบนเลยยกมือขึ้นมาบีบแก้มป่องๆ นั่นพร้อมกับบอกว่ามันไม่มีอะไร แต่อยู่ดีๆ คีตาก็เอียงแก้มเข้าหามือแถมยังช้อนตามองอ้อนๆ อีกต่างหากเบนหยุดนิ่งเพราะทุกทีที่เขาบีบแก้มเจ้าตัวต้องร้องโวยายแล้ว

“ทำไมวันนี้อ้อนขนาดนี้”

“.....................................”

“ใจพี่เบนอ่อนยวบยาบเลยนะตอนนี้”

“........................................”

“ยังจะมายิ้มอีกลองในรถไหม  โอ๊ย..เจ็บโว้ย!”

พอจบประโยคก็โดนฟาดลงบนแขนเต็มๆ แต่โดนอ้อนขนาดนี้แล้วมีหรือจะอยู่รอดปลอดภัยเบนเอื้อมมือไปยกตัวให้คีตามานั่งลงบนตักฝั่งคนขับ ท่าทางลำบากเล็กน้อยเพราะพื้นที่ไม่ได้กว้างขวางอะไร เบนกอดเอวคนที่นั่งอยู่บนตักไว้แน่นดีที่จอดรถค่อนข้างเป็นที่ส่วนตัวไม่งั้นยามต้องวิ่งมาหาแน่ๆ

“เสื้อยับหมดแล้ว”

“ความมผิดเราหมดเลยอ้อนพี่ทำไม”

“ยังไม่ได้ทำอะไรเลย”

“พูดใหม่”

“ตั้งใจอ้อนนิดหน่อย”

“เดี๋ยวนี้คำพูดคำจาร้ายมากเลยว่ะ”

เบนแกล้งกอดรัดคนบนตักให้หายใจไม่ออก คีตาเลยต้องยกมือมาดันอกกว้างนั่นไว้ เบนหยุดแกล้งแล้วมองคนที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดแถมตอนนี้หัวก็ยุ่งเหยิงชี้ไปคนละทิศคนละทาง คีตาหลับตาลงเมื่อแก้มโดนคุณเบนหอมเข้าไปเต็มๆ มีการกดย้ำ ๆ ซ้ำๆ พอโดนบ่อนว่าพอแล้วก็ย้ายมาอีกข้าง

“โกนหนวดหรือเปล่าจั๊กกะจี้”

“วันนี้ลืมแก้มแดงเลย”

“มันเป็นรอยต่างหาก”

“คีตา”

“ครับ”

“เราทำแบบนี้กันทุกเช้าเลยนะ”


คีตาเลื่อนมือขึ้นมาวางบนไหล่กว้าง พอเห็นรอยยิ้มกับตาตี่ๆ มันทำให้เขาหลุดยิ้มออกมา เรื่องขุ่นมัวที่ยังอยู่ในใจมันจางหายไปตอนไหนเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เบนก้มลงมาหาก่อนจะจูบเบาๆ หนึ่งทีก่อนจะหยุดมองแต่พอเห็นคีตายิ้มก็ก้มลงไปหาอีกครั้ง มันไม่ได้ลึกซึ้งถึงขึ้นดีฟคิส  แต่มันก็นานจนทำให้คนที่นั่งอยู่บนตักเริ่มหายใจไม่ทัน เบนถอยออกมาให้น้องได้พักแค่ไม่กี่วิแต่พอจะก้มลงมาหาใหม่หลังคีตาก็โดนแตรทำให้เสียงดังลั่นไปทั่วที่จอดรถ

“เราควรทำอะไรแบบนี้ไหมเนี่ย ดีนะไม่มีใครโผล่มา”

“มอร์นิ่งคิสไง”

“เบาๆ หน่อย”

“นี่ยังไม่หนักเลยนะ”

คีตาส่ายหน้าเมื่อเบนทำท่าจะจูบอีกรอบเลยกระเถิบตัวกลับมานั่งที่เดิม  เพิ่งรู้ตัวว่าเวลามันล่วงเลยจนเกือบจะสายอยู่แล้ว เขาทั้งคู่ยังไม่ได้ออกจากคอนโดเลยด้วยซ้ำ  อยู่ดีๆ คีตาก็นึกขึ้นมาได้โปรเจคสิบเพลงรักใกล้จะเสร็จแล้วเขาก็ไม่รู้ว่าเขาจะต้องย้ายออกจากคอนโดที่เราอยู่ด้วยกันเมื่อไหร่ ยังไงที่นั่นก็ไม่ใช่บ้านเขาอยู่ดีจะให้อยู่ไปตลอดก็คงไม่ได้

“พี่เบน”

“เรียกพี่นี่ต้องมีอะไรแน่ๆ”

“...............................................”

“อ้าว เงียบ”

“พรุ่งนี้เช้าเรากินอะไรกันดี”

“ไอ้หนูมื้อเที่ยงมื้อเย็นเรายังไม่ได้กินเลย ใจเย็นๆ ค่ะ”

“ผมอยากคิดมื้อเช้าทุกวัน”

“ก็ให้คิดทุกวันอยู่แล้วหน้าที่ทำคือพี่”

“ตลอดไปเลยนะ”

เบนหันมามองคนที่นั่งอยู่ด้านข้างไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่าคำพูดมันฟังดูเหมือนคีตาไม่มั่นใจเท่าไหร่จริงๆ ก็สงสัยตั้งแต่ทำตัวอ้อนตั้งแต่เช้าแล้ว เบนเลยยกมือวางลงบนกลุ่มผมสีน้ำตาลนั่นเบาๆ ก่อนจะแกล้งยีให้มันไม่เป็นทรง

“ตลอดชีวิตเลยจ้าคีตา ปลุกพี่เบนมาทอดไข่ได้เสมอ”

MUSIC BOX


“คุณคีย์ คุณสองบอกว่าระหว่างเพลงนี้กับเพลงนี้เลือกได้หรือยังครับ”

“.............................................................”

“หรือจะเอาสองเพลงนี้ใส่เข้าไปแล้วตัดเพลงนี้ออก”

“.............................................................”

“คุณเอกให้คุณคีย์ตัดสินใจได้เลย”

“.............................................................”

“คุณคีย์ คุณคีย์ คุณคีตา คีตาครับ!”

“.............................................................”

คนที่นั่งเหม่ออยู่สะดุ้งสุดตัวพร้อมกับหันมามองหน้ามาร์ชที่ทำเสียงปรบมือพร้อมกับเรียกชื่อเขาดังลั่น  ต่างคนต่างเงียบแล้วมองหน้ากันอยู่อย่างนั้น  มาร์ชเลยรู้ว่าคุณคีย์น่าจะไม่ได้ฟังที่เขาพูดตั้งแต่ต้น จะว่าไปวันนี้ทั้งคุณเบนและคุณคียืก็มีอาการแปลกๆ มาตั้งแต่เช้า เหมือนทั้งสองคนมีเรื่องให้คิดอยู่ตลอดเวลา

เอาแต่นั่งเหม่อๆ
เขาพูดอะไรก็ไม่ได้ฟังเขาต้องพูดซ้ำๆ อยู่สองสามรอบ เกิดอะไรขึ้น?

“ไม่ได้ทะเลาะกันใช่ไหมครับ”

“เปล่าครับ ผมคิดอะไรเพลินไปหน่อย”

“ขนาดตอบยังตอบเหมือนกันเลย มีต่างกันนิดนึง”

“คุณเบนบอกว่ายังไง”

“บอกว่าไม่ได้ทะเลาะกัน สวีตกันดีเมื่อเช้าก็ยังฟัดกันอยู่”

คีตารีบยกมือห้ามไม่ให้พี่มาร์ชพูดต่อรู้ว่าพูดจริงแน่ๆ เพราะคำพูดนี่ถอดแบบมาจากเจ้านายเด๊ะๆ ไม่มีผิดเพี้ยน พอสติเริ่มกลับมามาร์ชก็กลับมาตั้งใจทำงานเหมือนเดิม  จนเวลาล่วงเลยไปจนถึงตอนเย็นพี่สองกับพี่เอกมีงานต่อ โปรเจคสิบเพลงรักเลยยกยอดไปพรุ่งนี้ จริงๆ ทุกอย่างเสร็จหมดแล้วเหลือแค่เพลงสุดท้ายเท่านั้น  แต่โปรดิวเซอร์ก็ไม่ได้กดดันนักแต่งเพลงเพื่อให้เสร็จรู้ดีว่างานแบบนี้ต้องให้เวลา

“คุณเบนอยู่ที่ห้องทำงานครับ คุณคีย์ไปหาได้เลยเดี๋ยวผมต้องเอาเอกสารไปให้พี่นุชก่อน”

คีตาถอนหายใจรู้ตัวว่าวันนี้เขาเองไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่ทั้งๆ ที่ควรโฟกัสกับงานตรงหน้าแต่ในหัวเขาเอาแต่คิดเรื่องคุณจันทร์เจ้าไม่หยุด หรือเขาควรจะคุยกับคุณเบนให้มันรู้เรื่องไปเลยดี  มันเหมือนว่าตอนนี้ในหัวของเขามันมีเรื่องให้คิดหลายเรื่องจนน่าปวดหัว ทั้งเรื่องเพลงสุดท้าย  เรื่องของคุณจันทร์เจ้า คีตาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูห้องทำงานมือที่กำลังจะเคาะประตูห้องหยุดค้างอยู่ที่ห้องทำงานเมื่อได้ยินเสียงพูดคุยของคุณเบนกับคุณคินภายในห้อง

“สรุปว่าพี่จันทร์เจ้าโทรมาหามึง แล้วมึงได้รับสายไหม”

“ไม่ได้รับว่ะ พอไม่รับก็ไลน์มาอีกไม่รู้ว่าเอาไลน์กูมาจากไหนกูว่าอันเก่ากูไม่มีชื่อเขาตั้งนานแล้ว”

“ตอบยัง”

“ไม่ได้ตอบ เขาพิมพ์มาว่าอยากคุยกับกู คุยเรื่องอะไรวะไม่เห็นเข้าใจ”

“จริงๆ ตอนนั้นมึงกับเขาก็จบกันแบบไม่ค่อยดีไม่ใช่เหรอวะ”

“ตอนนั้นจะให้กูจบดีได้ยังไงวะเสียใจฉิบหาย”

“แล้วไวโอลินที่มึงทำให้เขามึงยังอยากให้เขาอยู่ไหม เบน”

“.....................................................................”

“กูถามจริงๆ เลยนะเบนจามินมึงยังอยากเจอพี่จันทร์เจ้าอยู่ไหม”

“.....................................................................”

มือที่ยกค้างอยู่ตรงประตูกำแน่น  คีตาเองยอมรับเลยว่าเขากลัวคำตอบที่จะได้ยินเขารู้หมดทุกอย่างว่าคุณเบนมีอะไรอยู่ในใจมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แล้วมันก็เป็นเรื่องที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด  คีตาหลับตาแน่นเพื่อรอฟังคำตอบแต่ยังไม่ทันจะได้ยินอยู่ดีๆ ก็มีมือเอื้อมมือมาปิดหูไว้ทั้งสองข้างเหมือนตั้งใจจะให้เขาไม่ได้ยินในสิ่งที่คุณเบนกำลังจะตอบ พอคีตาเงยหน้าขึ้นมามองคนที่ปิดหูเขาอยู่ก็ยิ้มให้

คุณรามิล...

“เสร็จยังวะแดกข้าวกันเถอะไอ้ทิมโทรตามกูยิกๆ อย่าให้ไอ้ทิมโมโหหิว”

คุณรามิลบอกให้เขารออยู่ที่หน้าห้อง ก่อนที่ตัวเองจะเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานของคุณเบนเอาจริงๆ เขาก็ต้องขอบคุณคุณรามิลอยู่เหมือนกันเพราะเขาเองก็ยังไม่รู้เลยว่า  ถ้าเขาได้ยินคำตอบที่คุณเบนบอกออกมาแล้วเขาจะรู้สึกยังไง พอดีกับที่พี่มาร์ชเดินกลับมาพอดีคีตาเลยเดินเข้าไปในห้องทำงานพร้อมกัน

“เพื่งประชุมเสร็จเหรอเห็นพี่เอกออกมาตั้งนานแล้ว”

“ครับ? เสร็จ..”

“เลิกงานแล้วถือคติห้ามคุยเรื่องงานเอาอย่างกูนี่หกโมงปุ๊บเด้งปั๊บ”

รามิลศอกใส่มาร์ชที่ยืนทำหน้า งง อยู่ข้างๆ ดีที่มาร์ชน่าจะรู้ทันเลยพยักหน้าเออออห่อหมกไปกับเขาด้วย พอมีคนตัดบทเลยไม่มีใครติดใจอะไรเบนลุกจากเกาอี้ทำงานแล้วเดินมาหาคีตา ก่อนที่ทั้งคู่จะคุยกันเรื่องอาหารเย็นที่กำลังจะไปกิน ตามด้วยมาร์ชที่โบกมือลาไปหาแฟนที่อยู่ชั้นสิบห้า

“เมื่อกี้มึงอยู่ข้างนอกกับคีตาใช่ไหมมิล”

“เออ เห็นคีตายืนอยู่นานแล้ว”

“ได้ยินอะไรไหม”

“ประโยคสุดท้ายไม่ได้ยิน”

“ทำหน้าที่หัวหน้าแกงค์ได้ดีมาก วันนี้มึงต้องเลี้ยงข้าวแล้วว่ะ”

“เลี้ยงกูสิวะไม่ใช่กูเลี้ยง”

“แล้วที่ไอ้เบนมันบอก..”

ที่รามิลไม่อยากให้คีตาได้ยินเพราะกลัวว่าจะเข้าใจไปผิดๆ เขาคบกับเบนจามินมานานรู้ดีว่าไอ้เพื่อนเขานั้นจะตอบว่าอะไร แต่เขาก็รู้อีกนั่นแหละว่าความหมายของมัน  ไม่ใช่อย่างที่คีตาเข้าใจเขาเลยเลือกที่จะให้คีตาคุยกับเบนจามินเองจะดีกว่า อย่าเพิ่งฟังอะไรตอนนี้เลย  คินได้ยินที่รามิลถามก็พยักหน้าเพราะสิ่งที่เบนบอกรามิลก็น่าจะคิดแบบเดียวกัน

“อยากเจอ กูอยากเจอจันทร์อยากทำทุกอย่างที่ค้างคาให้มันจบสักที”



MUSIC BOX


นอนไม่หลับ..........คีตาเองก็รู้ว่าอีกฝ่ายที่นอนอยู่ข้างๆ ก็นอนไม่หลับเหมือนกันคุณเบนนอนห้องคีตาตั้งนานแล้วหลังจากที่ตอนแรกทำเป็นเนียนว่า มาตามหาน้องอันนาที่ชอบหนีมานอนที่ห้องบ่อยๆ ไปๆ มาๆ ก็นอนที่นี่ทุกวัน คีตาชะโงกหน้ามาหาและก็เป็นอย่างที่คิดไว้ คุณเบนยังคงนอนลืมตามองเพดานท่าทางเหมือนมีเรื่องให้คิดเพราะคิ้วก็ยังขมวดเป็นปม

“นอนไม่หลับเหรอไง”

“คุณเบนต่างหากที่นอนไม่หลับ”

“แค่นอนลืมตาเฉยๆ ”

“เป็นอะไรครับ”

“มีเรื่องให้คิดเยอะแยะ”

“เรื่องผมด้วยเหรอ”

“…………………………………………..”

เบนเลือกที่จะไม่ตอบและเขาก็คิดว่าระดับคีตาก็คงรู้อะไรมาบ้างเหมือนกันแต่เจ้าตัวก็เลือกที่จะไม่พูด นอกจากเรื่องจันทร์เจ้าที่เขาคิดมากแล้วยังมีอีกเรื่องที่เขายังไม่ได้บอกให้คีตาได้รู้ โปรเจคสิบเพลงรักใกล้จะเสร็จแล้วเบนใช้ชีวิตอยู่กับคีตาจนลืมวันเวลาลืมเหตุผลที่เราต้องมาอยู่ด้วยกันแบบนี้จนกระทั่งบนโต๊ะอาหารที่บ้านใหญ่ของเกียรติธนธาดา เจ้าสัวกรรณพ่อของเขาพูดเรื่องนี้ขึ้นมา

“เบน โปรเจคสิบเพลงรักใกล้เสร็จหรือยัง”

“ใกล้แล้วครับเหลือแค่เพลงสุดท้ายแล้ว อาจจะใช้เวลาหน่อยแต่ผมว่าคีตาต้องแต่งได้แน่ๆ”

“ไหนๆ ก็จะเสร็จแล้วจะย้ายออกเลยไหม”

“ย้าย? ย้ายไปไหนครับ”

“เอ๊า..เราจะไม่กลับมาอยู่บ้านหรือไง คีตาเขาก็มีบ้านเขานะ อคิราห์เขาก็ถามพ่อเหมือนกัน เขาจะได้ให้คนไปดูบ้านไม่มีคนอยู่มาหลายเดือนเขาจะได้ให้คนไปทำความสะอาดที่กรุงเทพคีตาเขาก็อยู่บ้านคนเดียว”

“……………………………………………………………”

“เบน”

“เดี๋ยวผมคุยกับคีตาก่อนแล้วกันครับ”

นั่นคือประโยคสุดท้ายที่เขาตอบพ่อไป หลังจากนั้นเบนก็กินอะไรไม่ลงอีกมีแค่เฮียบาสที่นั่งอยู่ข้างๆ ยกมือขึ้นมาบีบไหล่เขาเบาๆ ตอนนี้มันเหมือนกับว่ามีเรื่องหลายเรื่องถาโถมเข้ามาจนเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำเรื่องไหนให้มันเคลียร์ก่อน เพราะเบนเผลอคิดอะไรนานไปหน่อยเลยไม่เห็นว่าคีตาที่นอนอยู่ข้างๆ ยกตัวขึ้นมามองหน้า หน้าตี๋ๆ ที่ชอบทำหน้าทะเล้นอยู่บ่อยๆ ตอนนี้มีแต่ความกังวลจนคีตาเองก็รู้สึกได้

“จุ๊บเหรอ”

เบนรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อคีตาก้มลงมาจูบที่หน้าผากเบาๆ เบนเลยยกมือขึ้นมาคว้าเอาคีตาให้ขึ้นมานอนทับบนตัว คิดดูว่าคนที่อยู่ด้วยกันมายี่สิบสี่ชั่วโมงอยู่ดีๆ จะให้ย้ายกลับบ้านกลับช่องต่างคนต่างอยู่ได้ยังไงกันเขาขาดใจตายกันพอดี

“พี่เบน”

“ครับ”

“ถ้าพี่เบนอยากทำอะไรทำได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจผม ไปทำทุกอย่างที่มันยังค้างใจอยู่เถอะครับ ถ้าสุดท้ายแล้วไวโอลินยังสำคัญสำหรับพี่เบน ผมก็เข้าใจ”

เบนไม่ได้ตอบรับประโยคที่คีตาบอกเพียงแค่เขาพลิกตัวคีตาให้ลงมานานข้างๆ แล้วกอดไว้แนบอกคนที่นอนกอดอยู่ตบหลังเขาเบาๆ คล้ายปลอบใจ  เบนจามินกังวลเรื่องนี้อยู่หลายวันแต่เพียงแค่ประโยคเดียวทำให้เขาเหมือนยกภูเขาออกจากอก เบนเอื้อมมือไปไขลานกล่องดนตรีรูปกีตาร์ที่วางอยู่บนหัวเตียงแล้วปล่อยให้เสียงเพลงมันดังอยู่อย่างนั้น


“อันนา..”

ไอ้ก้อนขนฟูๆ ที่มานอนทับอยู่ตรงหน้าทำให้คีตารู้สึกตัวตื่นเจ้าแมวอ้วนหันมามองแล้วก็นอนบนหมอนต่อ คีตายกมือลูบขนอยู่สองสามทีก่อนจะขยับตัวลุกขึ้น  คนข้างๆ ที่นอนกอดกันทั้งคืนไม่ได้อยู่ในห้องแล้วคีตาเลยลุกแล้วเดินออกมาข้างนอก ห้องครัวและห้องนั่งเล่นก็เงียบกริบเลยตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนของคุณเบน ทุกอย่างยังคงวางอยู่ที่เดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงยกเว้น

กล่องใส่ไวโอลินที่หายไป..

เขาเองก็ควรจะทำเรื่องที่มันยังค้างคาใจอยู่เหมือนกัน

MUSIC BOX


ประตูรั้วสีขาวที่อยู่ตรงหน้าคือสิ่งที่คีตาเองก็ไม่เคยคิดเลยว่าวันนี้จะมายืนอยู่ที่นี่ มือก็ยกขึ้นๆ ลงๆ ไม่กล้าที่จะกดกริ่ง เขายืนอยู่ตรงนี้มานานแล้วตอนแรกก็คิดมาอย่างดี แต่พอมาถึงจริงๆ เขาก็เกิดกลัวขึ้นมา แค่เพียงไม่นานร่างของผู้ชายดูมีอายุก็ลากสายยางมายังต้นไม้หน้าบ้าน ลุงพิชัย..คือสามีใหม่ของแม่คีตารู้จักแต่ไม่เคยได้คุยกันสักครั้ง  คงเพราะเห็นว่ามีใครมายืนอยู่หน้าบ้านลุงพิชัยเลยเดินมาเปิดประตู

“มาหาใค..คีตา”

“………………………………………….”

“เข้ามาก่อนๆ คีตา”

“………………………………………….”

“เพลง เพลง คีตามา เพลง!”

เพราะเขาเอาแต่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ลุงพิชัยเลยเลือกที่จะตะโกนเรียกคนที่อยู่ในบ้าน คีตาเห็นแม่เพลงวิ่งมาที่หน้าประตูตามด้วยกีตาร์ที่วิ่งตามมาติดๆ คีตายิ้มให้แม่ที่ยิ้มทั้งน้ำตาก่อนจะรีบวิ่งเข้ามากอดเขาไว้แน่น  อ้อมกอดแม่ที่คีตาลืมไปแล้วว่าเป็นยังไงตั้งแต่วันที่แม่ย้ายออกไป  สองมือที่ตกข้างลำตัวค่อยๆ ยกขึ้นมาก่อนที่จะกอดเอวแม่ไว้แน่นเช่นกัน  หยดน้ำตาที่กลั้นไว้ค่อยๆ ไหลลงมาบนแก้มหลังจากนั้นคีตาเหมือนย้อนเวลากลับไปเมื่อตอนเด็ก เขาปล่อยโฮอย่างไม่อายใครโดยมีแม่คอยลูบหลังอยู่ตลอดเวลา


“ผมขอโทษ”

“แม่ต่างหากที่ต้องขอโทษ แม่ทำร้ายคีย์มาโดยตลอดเลยทั้งๆ ที่แม่เป็นแม่แท้ๆ แต่กลับทำให้ลูกเสียใจ แม่เองก็นึกว่าจะไม่มีวันนี้แล้ว วันที่แม่ได้กอดคีย์อีกครั้ง คีย์โตขึ้นเยอะเลยเมื่อก่อนตัวเท่านี้เท่าตุ๊กตาหมี”

“ผมยี่สิบห้าแล้วนะครับ”

“สายตาแม่คีย์ก็ยังแปดขวบ ไหนให้แม่กอดอีก”

คีตาหัวเราะเมื่อแม่เอาแต่พูดสองประโยคแล้วก็กลับมากอดเขาต่อ  กอดๆ ปล่อยๆ อยู่อย่างนั้นคีตาได้พูดทุกอย่างที่ค้างคาใจตั้งแต่วันนั้นและอีกหลายเรื่องในช่วงเวลาที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เราสองคนแม่ลูกสัญญาว่าจะไม่พูดเรื่องอดีตที่ผ่านมานอกจากมันจะย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วมันยิ่งจะทำร้ายเรายิ่งขึ้นไปอีก

“เดี๋ยวแม่จะออกไปจ่ายตลาดจะทำทุกอย่างที่เราชอบเลย แกงจืดเต้าหู้หมูสับ ปลาผัดพริก ผัดผักรวม กุ้งทอดกระเทียม”

คีตาขมวดคิ้วเมื่อรายการอาหารที่แม่บอกมา  แม่ไม่น่าจะรู้ขนาดนี้เพราะมันเป็นสิ่งที่เขาชอบตอนโตแล้วทั้งนั้น พอเห็นเขาทำหน้าสงสัยแม่ก็แกล้งเดินหนีไปเรียกลุงพิชัยให้เตรียมรถ คีตายิ้มนิดๆ เดาได้ว่าพ่อเขานี่แหละที่เป็นคนรายงานทุกอย่างให้แม่รู้ เขารู้ว่าพ่อกับแม่ยังคงติดต่อกันอยู่ถึงแม้จะไม่ใช่ในฐานะคู่ชีวิตเหมือนเมื่อก่อนแล้วก็ตาม คีตานั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นก่อนที่เสียงเรียกชื่อเขาจะดังขึ้น

“พี่คีย์”

“กีตาร์”

“ผมมีอะไรจะให้พี่ดู”

กีตาร์ดึงมือเขาให้ลุกตามขึ้นมาข้างบนแล้วมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องๆ หนึ่งทั้งๆ ที่มันก็อาจจะเป็นแค่ห้องธรรมดาทั่วๆ ไปแต่ไม่รู้ทำไมคีตาถึงรู้สึกตื่นเต้นขนาดนี้ กีตาร์ค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปก่อนจะเบี่ยงตัวแล้วให้เขาเป็นคนเดินเข้ามา ทันทีที่ก้าวขาเข้ามาในห้องบอกได้เลยว่าหัวใจแทบหยุดเต้น

“แม่เพลงเก็บทุกอย่างที่เกี่ยวกับคีตา นันทสกุลไว้ในห้องนี้”

คีตาเงยหน้ามองบรรดาซีดีเพลงที่เขาเคยแต่งเมื่อนานมาแล้ว ชื่อเพลงทุกเพลงที่แต่งโดยคีตา นันทสกุลถูกจดใส่สมุดไว้อย่างสวยงาม หรือแม้แต่รูปภาพเขาในวัยจบมัธยมปลาย จบปริญญาตรีหรือแม้แต่ข่าวเพียงแค่สองสามบรรทัดมันถูกใส่กรอบไว้เป็นเหมือนสิ่งล้ำค่า รูปเขาเล่นดนตรีกับพ่อที่เชียงราย รูปที่เขาไปรับรางวัลเพลง คีตาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าตู้กระจกใบใหญ่แต่สิ่งที่อยู่ในตู้กระจกทำให้คีตายืนนิ่งอยู่อย่างนั้น

“แม่เพลงสั่งทำกล่องดนตรีในวันเกิดพี่ทุกปีแต่แม่ไม่เคยกล้าเอาไปให้”

กล่องดนตรีหลากหลายแบบวางเรียงอยู่ในตู้ ทุกอันมีหลายเซ็นต์ของแม่สลักไว้เหมือนกับกล่องดนตรีรูปกีตาร์ที่วางอยู่บนหัวเตียงเขาตอนนี้ หยดน้ำตาเอ่อล้นอีกครั้งพร้อมกับเสียงสะอื้นที่ดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อกีตาร์พูดประโยคหนึ่งขึ้นมา

“แม่บอกผมเสมอว่าพี่คีตาเหมือนกล่องดนตรีเสียงเพลงจากพี่จะทำให้ทุกคนที่ได้ฟังได้รับพลังและมีความสุขทุกครั้งที่ได้ยิน”



กับข้าวฝีมือแม่เพลงยังคงอร่อยเหมือนเดิมคีตาไม่ได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตามานานแล้ว ลุงพิชัยตอนแรกไม่ค่อยคุยกับเขาเท่าไหร่แต่พอนานเข้าก็เริ่มคุยเล่น ส่วนกีตาร์ก็เป็นเด็กร่าเริงที่พูดไม่หยุดเขาสัญญาว่าจะเอาลายเซ็นต์น้องนีน่าศิลปินที่ KTD มาฝาก เป็นรอบหลายปีเลยนะที่เขาไม่ได้กินข้าวไปหัวเราะไปแบบนี้  คีตาไม่ได้พูดเรื่องห้องที่กีตาร์พาขึ้นไปดูเขาจะรอให้แม่บอกเขาเองหรือไม่บางทีแม่อาจจะอยากเก็บห้องนั้นไว้เป็นความลับของแม่ก็ได้ ก่อนจะกลับแม่เพลงเลยเดินมาส่งที่หน้าประตู

“คีย์คุยกับพ่อบ้างนะลูก แม่หมายถึงคุยกันแบบพ่อกับลูกชาย”

“…………………………………………….”

“เพลงสุดท้ายที่คีย์ยังแต่งไม่ได้ถ้าอยากได้คำแนะนำ เราน่ะลืมอะไรไปแล้วแน่ๆ “

“ลืม? ผมเหรอ?”

“พ่อเราน่ะนักดนตรีในตำนานเลยนะ”



คีตาเดินมาที่ร้านกาแฟใกล้ๆ บ้านแม่ เขาแค่อยากได้ที่เงียบๆ คิดอะไรนิดหน่อยก่อนจะตัดสินใจกดเบอร์โทรหาคนที่ตอนนี้อยู่ที่เชียงราย แค่เพียงไม่นานก็มีคนรับแต่เสียงเพลงดังโหวกเหวกจนคีตาต้องถามซ้ำสองสามรอบ

“พ่ออยู่เชียงรายรำลึกอามินชวนมาเล่นดนตรี เดี๋ยวนะคีย์พ่อหาที่เงียบๆ ก่อน”

“พ่อ”

“ว่าไง”

“วันนี้ผมไปหาแม่มา”

“แล้วเป็นไงบ้าง”

“พ่อต้องรู้อยู่แล้วแน่ๆ ดูไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่”

“เรื่องเกี่ยวกับเราทุกเรื่องแม่เรารายงานพ่อหมด ตอนนั้นที่เราป่วยเข้าโรงพยาบาลไลน์หาพ่อเกือบจะสี่หน้ากระดาษเอสี่บอกให้พ่อส่งกล้วยปิ้งเจ้าโปรดมาจากเชียงรายไปให้ ต้องรีบบอกว่ากรุงเทพก็มีขายกลัวจะนั่งเครื่องบินมาซื้อที่นี่”

อีกหลายเรื่องที่พ่อเล่าเกี่ยวกับแม่ให้ฟังคงเพราะเขาเองได้คุยกับแม่แล้วพ่อถึงยอมเล่าให้ฟัง เขาก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าพ่อกับแม่คุยกันเยอะขนาดนี้คีตาหัวเราะเมื่อพ่อบอกว่าแม่ให้พ่อแอบถ่ายรูปเขาแล้วส่งให้ทุกวันสงสัยเขาต้องเซลฟี่แล้วส่งให้แม่เองแล้ว

“แล้วเป็นไงเรื่องงาน สิบเพลงรัก”

“พ่อ..เหลือแค่เพลงสุดท้ายแต่งยังไงก็แต่งไม่ได้สักทีผมถามคนมาหลายคนแล้ว”

“ยากขนาดนั้นเลย..แล้วเราอยากให้ความรักบทสุดท้ายจบแบบไหน”

“ทุกคนก็อยากให้ความรักจบแบบสมหวังไม่ใช่เหรอ”

“ไม่ใช่ทุกคนที่สมหวังหรอกนะคีตา”

“พ่อยังรักแม่อยู่ไหม”

“รัก..แต่ในฐานะคนที่เคยเป็นสามี ภรรยาของพ่อคนเดียวก็คือแม่เพลงของคีย์ แต่ถึงแม้ทุกวันนี้เราไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วแต่ตอนที่เรายังรักกันตอนนั้นพ่อกับแม่มีความสุขมากนะ ช่วงเวลาตอนจีบ ตอนเป็นแฟน แต่งงานหรือแม้แต่ตอนที่เราเกิด ทุกช่วงเวลามันมีแต่ความทรงจำดีๆ เต็มไปหมด”

“……………………………………………………”

“ถึงแม้สุดท้ายแล้วมันอาจจะไม่ได้จบแบบ Happy Ending เหมือนในนิทานแต่ที่ผ่านมาพ่อก็มีความสุขจริงๆ ทั้งหมดนั่นมันคือความรักของพ่อ คีตา”

“……………………………………………………”

คีตายิ้มออกมาเมื่อได้ฟังสิ่งที่พ่อบอกออกมาเป็นอย่างที่แม่บอก เขาขอคำปรึกษาจากคนรอบตัวหลายคนแต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้นึกถึงคนที่อยู่กับเขามาทั้งชีวิต เขารู้ว่าตั้งแต่พ่อกับแม่เลิกกันเขาเอาแต่โหยหาความรักจากแม่โดยไม่ได้นึกถึงพ่อคนที่อยู่ด้วยกันเลยพ่อที่ทำให้เขาทุกอย่าง

“แม่บอกว่าให้ผมคุยกับพ่อบ้าง คุยแบบพ่อกับลูกชาย”

“ตั้งแต่พ่อกับแม่หย่ากันเราก็เอาแต่เงียบจนพ่อเองก็กลัวว่าจะไปพูดอะไรทำร้ายจิตใจลูกอีก แต่พ่อก็หวังว่าวันหนึ่งเราจะคุยกันได้ทุกเรื่องนะคีย์ ทุกเรื่องที่ลูกอยากจะพูดกินเหล้าไปคุยไปก็ได้”

“ถ้าสมมุติว่าผมอกหัก”

“กับใคร? เบนจามินน่ะเหรอ”

“พ่อ….”

“บางทีเรื่องบางเรื่องผู้ใหญ่เขาก็รู้แต่แค่เขาไม่พูดแต่พ่อยังไม่ได้บอกแม่นะเรื่องนี้ แล้วอกหักอะไรเห็นรักกันดีตัวติดกันยังกะปาท่องโก๋”

“นี่พ่อจ้างคนมาตามผมใช่ไหมยอมรับมาเดี๋ยวนี้”

“ลูกพ่อทั้งคนก็ต้องห่วงสิวะ กับเบนนี่รวยกว่าพ่อไม่สู้นะเจ้าสัวกรรณเอาปืนมายิงทำไง กลับมาซบอกพ่อที่เชียงรายนั่งมองนาฬิกาเปลี่ยนสีเดี๋ยวก็หายเศร้า”

“ผมบอกว่าถ้า..”

“อย่ากลัวเลยคีตาถ้ากล้าจะรักก็ต้องกล้ารับทุกย่างที่ตามมาด้วย โลกนี้ยังมีอะไรให้ลูกได้เรียนรู้อีกเยอะอย่างน้อยเบนจามินก็เข้ามาทำให้ชีวิตลูกได้เจออะไรใหม่ๆ ได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำ ถ้าสุดท้ายแล้วมันอาจจะต้องเจ็บแต่ก็ถือว่าชีวิตหนึ่งคีตาได้รักใครสักคนแล้วนะ

“………………………………………………..”

“เบนทำให้คีย์แต่งเพลงรักได้ เปิดใจในทุกเรื่อง เข้าสังคมที่คีย์ไม่มีมานาน ทำให้คีย์ยิ้ม ได้หัวเราะ ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในช่วงเวลาหนึ่งพ่อว่าสำหรับคีย์มันก็ดีมากแล้ว ส่วนเรื่องความรักเราบังคับใครไม่ได้นะ”

“……………………………………………………”

“ถึงสุดท้ายเขาจะไปแต่ที่ผ่านมาช่วงเวลาที่เขาอยู่ด้วยมันก็เป็นความทรงจำที่ดีสำหรับคีย์แล้วใช่ไหม”

“……………………………………………………”

คีตานึกตามที่พ่อบอกภาพที่เราตื่นนอนพร้อมกัน ทำอาหารเช้า นั่งดูหนังที่ห้องนั่งเล่น เล่นดนตรีกันสองคน มันทำให้คีตาเข้าใจได้ทั้งหมด ไอแพดถูกหยิบขึ้นมาก่อนที่เนื้อเพลงที่อยู่ดีๆ ก็ผุดขึ้นมาในหัวไม่รู้จบถูกเขียนลงไป เขาจมอยู่กับเพลงสุดท้ายมาหลายวันจมอยู่กับมันจนแทบไม่ได้กินไม่ได้นอน ถามหาคำแนะนำจากคนหลายคนและในที่สุดเขาก็แต่งมันได้สักทีคีตาใส่ชื่อเพลงสุดท้ายก่อนจะยิ้มออกมา

เนื้อร้อง : คีตา นันทสกุล
ทำนอง : คีตา นันทสกุล


เสร็จสักทีโปรเจคสิบเพลงรัก

“ผมได้เพลงสุดท้ายแล้วครับพ่อ ขอบคุณครับ”


.....................
.......................................................


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-08-2020 21:40:33 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
........................................
.............................................................


MUSIC BOX


“นึกว่าเบนจะไม่อยากเจอพี่ซะแล้ว”

ร้านอาหารที่คุ้นเคยมันเป็นร้านโปรดที่เขากับจันทร์เจ้าชอบมาทานด้วยกัน อาหารอิตาเลียนหรูหรามีเพลงบรรเลงที่จันทร์เจ้าเคยชอบ จันทร์เจ้าเองรู้สึกว่าเบนจามินเปลี่ยนไปมากเหมือนกัน  คนตรงหน้าไม่ใช่เด็กนักศึกษาที่เอาแต่เล่นไปวันๆ เบนจามินอยู่ในชุดลำลองราคาแพง ทรงผมและหน้าตาไม่ใช่อาตี๋ที่เอาแต่ยิ้มแป้นแล้นเหมือนเมื่อก่อน

“ผมไม่อ้อมค้อมนะจันทร์ ที่ผมออกมาเจอเพราะผมเองก็อยากจะคุยกันให้รู้เรื่อง”

“เราจบกันไม่ค่อยดีเท่าไหร่พี่รู้”

“ผมขอโทษที่เมื่อก่อนทำตัวแย่”

“ตอนนั้นเราก็อาจจะเด็กกันทั้งคู่หมายถึงเรื่องความรัก เราเองก็ทุ่มกับความรักเต็มร้อยพี่เองก็เห็นแก่ตัวรั้งเราไว้ทั้งๆ ที่ไม่ได้รักเราเลย”

“จันทร์ได้ตอบคำถามที่ผมคาใจมาตลอดแล้ว”

“คำถาม?”

“ตลอดเวลาที่ผ่านมาพี่จันทร์เจ้าเคยรักเบนจามินบ้างหรือเปล่า”

“เบน..”

“ไม่เป็นไรหรอกครับถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงโวยวายแล้วลุกหนีไปแล้ว ยังไงเรื่องมันก็ผ่านมาตั้งนานแล้วด้วย ผมแค่อยากทำในสิ่งที่ผมตั้งใจไว้แต่ไม่ได้ทำ”

ไม่มีใครแตะต้องอาหารที่วางอยู่ตรงหน้าไวน์ราคาหลายพันยังคงเทใส่แก้วโดยที่ไม่มีใครคิดจะหยิบขึ้นมาดื่ม เบนหยิบกล่องไวโอลินขึ้นมาถือไว้ก่อนที่จะเปิดมันออกมา สิ่งที่เห็นทำให้จันทร์เจ้าเงยหน้ามองผู้ชายที่เธอเคยทำร้ายจิตใจในวันนั้น ที่เธอกลับมาไทยครั้งนี้เธออยากจะเจอเบนจามินอีกครั้ง เธอเลิกกับเฮนรี่เมื่ออาทิตย์ก่อนเลยอยากจะกลับมาไทยเพื่อพักใจ พอกลับมาเรื่องราวที่เธอเคยทำไว้กับเบนก็ย้อนกลับมาให้คิด

เหมือนกรรมตามสนอง
เฮนรี่ก็ทำแบบเดียวที่เธอทำกับเบน

จันทร์เจ้าเงียบลงเพื่อรอฟังในสิ่งที่เบนจะบอกไวโอลินที่อยู่ในมือเบนสวยงามมาก ในฐานะที่เป็นนักไวโอลินบอกได้เลยว่าเครื่องดนตรีอันนี้สวยจนเธอไม่กล้าที่จะแตะต้อง ยิ่งได้เห็นลายสลักตัวอักษร B และพระจันทร์ เธอเองได้แต่บีบมือตัวเองไว้แน่น

“ผมสั่งทำไวโอลินให้จันทร์ก่อนที่พี่จะไปเรียนต่อที่อเมริกา ผมตั้งใจตั้งแต่ออกแบบลายสลักรวมทั้งเลือกเพลงที่อยากจะให้พี่ฟังเป็นคนแรก”

“…………………………………………………………”

“ถึงวันนี้ระหว่างเราไม่มีอะไรเหมือนเดิมแล้วแต่ผมก็อยากจะให้จันทร์อยู่ดี ถือซะว่าเป็นของขวัญจากน้องชายที่เคยดื้อมากๆ แล้วกันนะครับ”

“…………………………………………………………”

“เราไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว ผมคงไม่ได้ติดต่อหรือพูดคุยกับพี่อีกตอนนี้ผมมีคนที่ผมรักเขาอาจจะไม่สบายใจถ้ารู้ว่าผมยังคุยกับพี่อยู่ เขาเป็นคนปัจจุบันและตลอดชีวิตที่เหลือของผม ผมไม่อยากให้อดีตของผมมาทำให้เขาเสียใจเข้าใจผมด้วยนะครับ พี่จันทร์เจ้า”

จันทร์เจ้ารับไวโอลินมากอดไว้แน่นสิ่งที่ได้ยินทำให้เธอไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้เบนจามินในตอนนั้นผู้ชายที่เธอมองว่าไม่ได้เรื่อง เอาแต่เล่น ไม่เคยจริงจังอะไรแต่ก็ทำเพื่อเธอขนาดนี้คำพูดมากมายที่เธอเตรียมไว้หายไปทันทีมีแค่คำพูดเดียวที่เธออยากจะบอกให้คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามได้ฟัง

“พี่ขอโทษ ขอโทษจริงๆ นะเบนจามิน”


สุดท้ายก็ไม่มีใครได้ทานอาหาร จันทร์เจ้ายิ้มให้เบนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะขึ้นรถที่จอดรออยู่แล้ว เพื่อนที่เคยทำงานโรงเรียนสอนดนตรีด้วยกันหันมามองเมื่อเธอเอาแต่นั่งนิ่งกอดกล่องไวโอลินไม่ยอมปล่อย

“นั่นอะไรเจ้า”

“ของขวัญ”

“ไวโอลินเหรอ”

“โตขึ้นเยอะเลย”

จันทร์เจ้าไม่ได้ตอบคำถามของเพื่อนแต่เงยหน้ามองกระจกหลังเมื่อเห็นว่าเบนยังคงยืนอยู่ที่เดิมบทสนทนาก่อนที่เราจะแยกกันทำให้จันทร์เจ้ายิ้มออกมา

“แล้วเบนไม่เล่นไวโอลินแล้วเหรอ”

“ไวโอลินยังเป็นเครื่องดนตรีเดียวที่ผมชอบครับแต่ตอนนี้ผมมี..”

“มีเครื่องดนตรีที่ชอบใหม่แล้ว?”

เบนจามินส่ายหน้า เขาพูดจริงๆ เขาไม่ได้ชอบเครื่องดนตรีอันไหนเลยนอกจากไวโอลิน เบนนึกถึงคนที่นั่งเล่นกีตาร์อยู่ที่คอนโดโดยมีผู้ฟังคือเจ้าแมวอ้วนสีขาวที่กระดิกหางอย่างสบายอารมณ์ เบนยิ้มให้ผู้หญิงที่เขาเคยรักมากก่อนจะบอก

“ผมมีกล่องดนตรีแล้ว”



เบนไม่ได้ขับรถกลับบ้านอย่างที่ตั้งใจเขาเดินไปตามฟุตบาทไปเรื่อยๆ นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้เดินเล่นแบบนี้ ความรู้สึกของเขาในวันนี้มันเหมือนกับว่าเขาปลดล๊อคทุกอย่างหมดแล้ว ในใจเขามันไม่มีอะไรติดค้างอีก เบนยีผมตัวเองที่เซ็ทไว้อย่างดีดึงเสื้อที่ใส่ไว้ในกางเกงออกมาให้สบายตัวที่สุด เบนกดเบอร์โทรออกแล้วรอให้อีกฝ่ายรับสาย

“คีตา พรุ่งนี้เช้าเรากินอะไรกันดี” / “พี่เบน อยากกินอะไรตอนเช้า”

ประโยคที่พูดออกมาพร้มกันทำให้ต่างคนต่างเงียบก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงรถที่ดังเข้ามาทำให้เบนรู้ว่าอีกฝ่ายก็น่าจะอยู่ข้างนอกเช่นกันเผลอๆ อาจจะเดินเล่นแบบที่เขาทำอยู่ เบนจามินยังคงเดินคุยโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ ก่อนจะหยุดอยู่หน้าร้านขายเครื่องดนตรีกีตาร์หลากหลายแบบทำให้เบนยืนมองอยู่อย่างนั้น

“พี่เบน”

“จริงๆ อยากบอกต่อหน้าแต่ตอนนี้บรรยากาศและความรู้สึกมันได้มาก”

“หืม? บอกอะไรนะไม่ค่อยได้ยินเลย”

“คีตา นันทสกุล”

“ครับ”

“พ่อถามพี่เรื่องที่เราจะต้องย้ายออกจากคอนโดแต่พี่บอกว่าขอคุยกับเราก่อน พี่จะไปบอกพ่อว่าเราจะไม่ย้ายออกไปไหนเราจะอยู่ด้วยกันต่อให้โปรเจคสิบเพลงรักจบไปแล้วหรือสัญญาเรากับ KTD จะสิ้นสุดลงแต่ถ้าพ่อถามว่าเราอยู่ด้วยกันในฐานะอะไรพี่ก็จะตอบไปเลย”

คีตากำโทรศัพท์ไว้แน่นสองขาที่เดินอยู่หยุดเดินเสียงรถที่เคยดังจนฟังอีกฝ่ายพูดไม่ค่อยได้ยินอยู่ดีๆ ก็เงียบลงคล้ายกับว่าตั้งใจให้คีตาได้ยินแค่ประโยคที่เบนจามินบอกให้ฟัง

“อยู่ในฐานะคนรักครับ เบนจามินน่ะโคตรรักคีตาเลยรู้ไว้ซะเจ้าหนู”


และทั้งความรักใจเดียวที่มีนี้ให้เธอไป หมดดวงใจที่รักเธอ
ไม่มีวันทิ้งกัน ไม่หลอกให้ฝันเก้อเลือกแล้วคือ ..เธอคนนี้





TO BE CON

PS. พี่เบนกลับมาแล้วจ้าาาาา
ตอนหน้าตอนจบแล้วเดี๋ยวมาเจอสิบเพลงรักของคีตากันค่ะ
เตรียมพบกับ ทับทิม นพจินดา ใน Jewerly Desing #อัญมณีที่รัก เร็วๆ นี้ค่ะ ^^

Thanks เนื้อเพลงเลือกแล้วคือเธอ เต้กันตะ

#นิยายกล่องดนตรี  #ซีรีส์ลูกเพื่อนแม่
twitter @ribbinbo

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-08-2020 21:41:49 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ Gokusan

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 797
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +269/-1
เป็นช่วงเวลาจัดการความรู้สึก ชัดและเคลียร์ในทุกความสัมพันธ์...มันดีอ่ะ

จบโปรเจคก็ให้พ่อมาขอได้เลยจ้า 555

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3382
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

รอตอนจบ    หวังว่าคงอีกไม่นานนะ

ออฟไลน์ b2friend

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 273
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
อ่านรวดเดียว ขอบอกว่าวางไม่ลงจริงๆ
คอยลุ้นและเอาใจช่วยคู่นี้ เพราะเป็นความลงตัว ที่ไม่ต้องหาอะไรมาเพิ่มเติม

ออฟไลน์ sleepybear

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
อ่านแล้วอิ่มใจมากเลย

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
MUSIC BOX
#นิยายกล่องดนตรี


ผมเติบโตมาพร้อมกับธุรกิจดนตรี
แต่มีเครื่องดนตรีเดียวที่ผมชอบคือ ไวโอลิน – เบนจามิน เกียรติธนธาดา

ผมเติบโตมาพร้อมกับครอบครัวนักดนตรี ผมเล่นดนตรีได้ทุกอย่าง
ยกเว้น ไวโอลิน – คีตา นันทสกุล

EPILOGUE : MUSIC BOX  -END-



“นี่เพื่อนเราขยันตัวเป็นเกลียว หัวเป็นน๊อตตั้งแต่เมื่อไหร่วะข้าวปลาไม่มีเวลาแดกเลยสงสาร”

คินยื่นขนมจากร้านชื่อดังให้มาร์ชที่ท่าทางยุ่งไม่แพ้กัน  ตอนนี้ KTD ฮ็อตมากเพราะเห็นมีโปรเจคเกิดใหม่แทบทุกอาทิตย์ ตอนนี้ได้ข่าวว่ามีศิลปินและดาราในสังกัดเพิ่ม รวมทั้งโปรเจคใหญ่ยักษ์ที่ร่วมทุนกับอเมริกาของมาร์ค มาร์ตินแต่ที่ช็อคกว่านั้นคือคนที่ดูแลโปรเจคอันนี้คือ ทายาทคนเล็กของตระกูล เบนจามิน เกียรติธนธาดา

ได้ข่าวว่าตอนเจ้าสัวประกาศชื่อ  ไอ้เบนช็อคไปเกือบสิบวิก่อนจะวิ่งถลาไปกอดเจ้าสัวไว้แน่น เฮียเบถ่ายรูปมาให้ดูเหมือนตอนนางงามได้มงกุฏไม่มีผิด และแน่นอนว่าโปรเจคสิบเพลงรักก็เสร็จเรียบร้อยแล้วเหลือแค่วันแถลงข่าวที่จะเกิดขึ้นอาทิตย์หน้าและสัญญาของคีตา นันทสกุลกับ KTD ก็สิ้นสุดลงแล้วเช่นกัน  คินหันไปมองเบนที่ใส่หูฟังโทรศัพท์เพื่อคุยงาน มือข้างหนึ่งเซ็นเอกสารอีกข้างหยิบขนมกิน ไม่นึกไม่ฝันเหมือนกันว่าจะได้เห็นภาพนี้เบนจามินโตขึ้นแล้วก็เก่งขึ้นด้วย

“คีตากลับมายังวะ”

“ยัง จะกลับมาก่อนแถลงข่าวโปรเจคสิบเพลงรักหนึ่งวันกูจะขาดใจตายเคยห่างกันนานขนาดนี้ที่ไหน”

“มึงเคยด่าไอ้มิลว่ามันเวอร์เวลามันต้องไปทำงานที่หัวหิน”

“เออ ทุกอย่างที่กูด่าไอ้มิลเข้าตัวกูหมดเลยห่าทำงานหนักๆ ก็อยากเจอหน้าแฟนกูฟัดของกูทุกวัน”

“ คีตาเขาก็แค่กลับไปหาพ่อที่เชียงรายป่ะวะ เชียงรายอยู่แค่นี้เอง”

“ตอนนี้สุขุมวิทไปบางนาก็ว่าไกลสำหรับกู”

“เกลียดพวกมึงจังเลยโว้ยไอ้พวกติดแฟน”

พอพูดถึงคีตาไอ้เบนก็เบะปากทำท่าจะหมดอาลัยตาย อยาก จนมาร์ชต้องเอียงตัวมากระซิบว่าเจ้านายมันเป็นแบบนี้ตลอดเวลาขยันก็ขยันอยู่หรอกนะแต่พอพูดถึงแฟนก็งอแงจนเขารับมือแทบไม่ไหว นี่ขนาดคีตาโทรมาหาทุกวันแล้ว เอาเหอะ..คินเองก็ชินกับนิสัยแบบนี้ของแกงค์ลูกเพื่อนแม่แล้ว

อยากรู้ตัวเองเหมือนกันถ้ามีแฟนเขาจะเป็นแบบไอ้สองคนนี้ไหม อ้อ ข้ามไอ้ทิมไปก่อนถ้าไอ้ทิมติดแฟนแบบนี้พวกเขาสามคนอาจจะหัวระเบิดตายไปก่อน เขาเลี้ยงของเขามากับมือจะไปติดคนอื่นง่ายๆ ได้ยังไงกัน


“วันนี้กลับคอนโด พี่เบนพาทีมงานมาร์คมากินข้าวแถวนี้เลยขี้เกียจกลับบ้าน”

“………………………………………………………………….”

“เราเหอะ คิดถึงพี่เบนไหม”

“………………………………………………………………….”

“คิดถึงก็กลับมาเลย พี่เบนก็อยากไปหาแต่งานกองท่วมโต๊ะแค่พี่เบนลุกไปเข้าห้องน้ำมาร์ชตะโกนเรียกชื่อลั่นบริษัทเลยนะ”

“………………………………………………………………….”

เบนจามินคลายเนคไทน์ให้ผ่อนคลายก่อนจะเดินมานั่งลงบนโซฟา ตอนนี้ของที่คอนโดหายไปเยอะเพราะบางส่วนคีตาก็ขนกลับบ้านไปบ้างแล้ว คีตาไปๆ กลับๆ ระหว่างบ้านตัวเองกับคอนโดเพราะรู้สึกเกรงใจเจ้าสัวกรรณถ้าให้อยู่ที่นี่เลยถึงแม้คอนโดจะเป็นชื่อของเบนก็ตาม   เบนมองไปรอบๆ ห้องรู้สึกว่ามันเหงานิดหน่อยน้องอันนาเบนก็เอากลับไปอยู่ที่บ้านแล้วเพราะช่วงนี้งานเยอะเลยไม่ค่อยมีเวลาดูแล พอหลังเสร็จโปรเจคคีตาก็กลับไปหาคุณอคิราห์ที่เชียงราย

วันนั้น..เขากลับมาที่คอนโดพอเปิดประตูห้องก็เจอคีตานั่งดีดกีตาร์อยู่ที่ห้องนั่งเล่นและผู้ฟังเจ้าประจำก็คือน้องอันนาที่นอนกระดิกหางไปมาอยู่ข้างๆ ทั้งๆ ที่มันเป็นภาพที่เขาเห็นอยู่ทุกวันแต่วันนั้นเบนรู้สึกว่าเขาดีใจมากแค่ไหนที่กลับบ้านแล้วมาเจอภาพแบบนี้

“กินข้าวหรือยังครับ”

เบนไม่ได้ตอบคำถามที่คีตาถามแต่เดินเข้าไปหาแล้วหยิบกีตาร์ตัวโปรดของคีตาวางไว้บนพื้นก่อนที่เขาจะจับคีตาให้รับจูบที่เขามอบให้ ตอนแรกคีตายังคง งง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ทันทีที่หลังสัมผัสกับโซฟาก็พอตั้งสติได้เลยยกมือวางลงบนไหล่กว้างของเบนเมื่ออีกฝ่ายเริ่มจูบจนเขาแทบหายใจไม่ทัน ปลายลิ้นหยอกล้อกันจนคีตาต้องบีบไหล่เบนไว้แน่นก่อนที่เบนจะผละออกมาแล้วแต้มจูบไปเรื่อยๆ พอนานเข้าคนที่นอนหอบหายใจอยู่ก็เริ่มหัวเราะเพราะเบนยังคงแกล้งจูบย้ำๆ ตรงแก้มขาว

“พอแล้ว”

“จูบพี่ก่อน”

“ตรงไหน”

“อยากจูบตรงไหน”

คีตายกศีรษะขึ้นแล้วจูบเบาๆ ตรงปากคนโดนจูบยิ้มจนตาตี่ๆ นั่นตี่ลงไปจนมันเป็นขีดเส้นตรง หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรอีกเบนขยับตัวลงไปนอนข้างๆ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เบนมีเรื่องจะเล่าให้คีตาฟังหลายเรื่องแต่เอาเข้าจริงเขาก็อยากให้ทุกอย่างจบลงไปโดยไม่ต้องพูดถึงอีก คีตาเองก็คงรู้อยู่แล้วเหมือนกันว่าวันนี้เขาไปไหนมา

“วันนี้ผมไปหาแม่มา”

“ไปคนเดียวเลยเหรอ”

“ครับ รู้ตัวอีกทีก็หยุดอยู่ประตูหน้าบ้านแม่แล้ว”

“ทุกอย่างโอเคใช่ไหม”

“ครับ ถึงแม้ผมกับแม่ไม่ได้เหมือนเดิมเหมือนตอนที่เรายังอยู่ด้วยกัน แต่แค่นี้ก็ดีมากแล้วครับ”

“อยากรู้ไหมว่าวันนี้พี่ไปไหนมา”

“ก็พอรู้แต่ถ้าไม่อยากเล่าผมก็ไม่ว่าอะไรถ้ามันทำให้พี่เบนไม่สบายใจ”

“ไม่มีอะไรที่พี่ต้องปิดบังเราหรอกแต่แค่อยากให้เป็นอดีตก็เท่านั้น”

“ไม่เสียดายไวโอลินเหรอครับ”

“มีกล่องดนตรีแล้วพี่จะอยากได้อะไรอีก”

คีตาเหลือบมองคนที่นอนยิ้มอยู่เขาได้ยินทุกประโยคที่เบนจามินบอกเขาก่อนที่จะวางสาย พอพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาคีตาก็ยกตัวขึ้นมามองหน้าคนที่นอนอยู่ข้างๆ พอเจอสายตาแบบนี้เบนก็เริ่มขมวดคิ้วเพราะคีตาเอาแต่จ้องเขาอย่างเดียวไม่ยอมพูดยอมจาอะไร

“ไอ้หนูพี่เบนไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะมานอนจ้องหน้ากันทำไม”

“ลืมแล้วเหรอ”

“ลืมอะไร”

“ก่อนหน้านี้ยังพูดประโยคพระเอกละครอยู่เลย”

“พระเอกไรวะ”

“เฮ้ย แกล้งกันเหรอโปรเจคเสร็จแล้วเพลงสุดท้ายได้แล้วเก็บของกลับบ้านแล้วนะไม่อยู่ด้วยแล้ว”

“อ้อ”

“อ้อไร”

“ได้เพลงสุดท้ายแล้ว”

“ทั้งประโยคที่พูดไปคีย์เวิร์ดไม่ได้อยู่ตรงนั้นเลย”

“ต้องไฮไลท์ตรงไหน”

“ไม่! อยู่! ด้วย! แล้ว!”

“คีตา”

“ทำไม”

“เสียงแข็งเลยนะ”

“เสียงปกติ”

“พรุ่งนี้เช้าเรากินอะไรกันดี”

“ห้ามเปลี่ยนเรื่อง”

“ไข่กระทะใส่ไส้กรอกเยอะๆ”

“ไข่ดาวไม่สุก”

“ไข่ระเบิดใส่หมูสับแล้วกัน”

“ไข่กระทะใส่เบคอน”

“น้ำเต้าหู้ด้วยดีไหม”

“เรามาเรื่องอาหารเช้าได้ยังไง”

“หมูปิ้งใต้คอนโดขายกี่โมง”

“โอเค..เราจะข้ามเรื่องนั้นไปก็ได้ หกโมงเขาก็ขายแล้ว”

“กินไหม”

“ไม่กิน”

“คีตา”

“เรียกแล้วเรียกอีก”
 
“โคตรรักเลยว่ะ ทำยังไงดีวะไม่คิดว่าตัวเองจะรักใครได้มากขนาดนี้เลย”

“………………………”

คนที่นั่งหน้าตูมนิ่งไปสักพักก่อนที่จะอมยิ้มจนเบนที่นั่งจ้องหน้าอยู่หัวเราะออกมา ไม่มีอะไรมีความสุขไปกว่าแกล้งคนที่ตัวเองรักแล้ว มือของคีตาตอนแรกจะยกขึ้นมาทุบคนตรงหน้าเปลี่ยนมาเป็นจับมือเบนเอาไว้แน่นจนเบนประสานนิ้วแล้วเอามาวางไว้บนตัก

“พี่บอกสองรอบแล้วไม่คิดจะบอกอะไรพี่บ้างเหรอ”

“ถามสิ”

“รักพี่เบนไหม”

เบนก้มลงมาถามใกล้ๆ ทุกอย่างรอบตัวเงียบสนิทคีตายิ้มจนลักยิ้มข้างแก้มบุ๋มลงไปก่อนจะบอกคำตอบที่ทำให้เบนหัวเราะแล้วซบหน้าลงกับไหล่เล็กๆ นั่น

“พรุ่งนี้เช้าตื่นไปซื้อหมูปิ้งให้นะ”

ไอ้เด็กยี่สิบห้า..



MUSIC BOX


“เออ เบนโปรเจคของมาร์ค มาร์ตินจะเริ่มอีกทีเดือนหน้าเลยตอนนี้ก็ดูรายละเอียดคร่าวๆ ไป”

“ครับ จอห์นนี่บอกเขาจะไปดูโลเคชั่นไว้เหมือนกัน”

“ตอนนี้เรากลับมาโฟกัสโปรเจคสิบเพลงรักก่อน อาทิตย์หน้ามีแถลงข่าวเปิดโปรเจคแฟนเรากลับมาจากเชียงรายยัง”

“พ่อ..ทำไมไม่เรียกชื่อ”

“แล้วมันต่างกันตรงไหน อาทิตย์ก่อนยังมาคุกเข่ากันอยู่เลย”

“บอลถ่ายคลิปไว้นะพ่อเก็บเอาไว้ดูคลายเครียด”

“บีกลั้นหัวเราะนานมากเจ้เบอร์ดี้แกล้งทำเป็นไอกลบเกลื่อนแต่จริงๆ คือขำไม่คิดว่าเฮียบาสจะเล่นกับเขาด้วย”

“พวกเอ็งรู้เรื่องนี้กันหมดแล้วไม่มีใครบอกเฮียเลย”

“รอทุกวันเลยเนี่ยว่าใครจะเปิดเรื่องไม่มีเลย บีอุตส่าห์ลุ้น”

พอพูดเรื่องนี้เบนต้องรีบยกมือบอกทุกคนให้พอก่อนอายจะตายอยู่แล้ว ก็นั่นแหละหลังจากที่ตกลงเรื่องความสัมพันธ์เรียบร้อยแล้วคีตากลับไปหาคุณอคิราห์ที่เชียงราย และเขาเองก็ยังมีเรื่องครอบครัวของเขาที่ต้องเคลียร์เหมือนกัน เบนจามินบอกกับคุณนายเจียซินก่อน  ถึงเขาจะคุยกับม๊าทุกเรื่องแต่บอกตามตรงเรื่องแบบนี้มันก็พูดยากอยู่เหมือนกัน

“คิดว่าม๊าไม่รู้เหรอคะพี่เบนลูกม๊าทั้งคนเราติดน้องขนาดนั้น ม๊าไปคุยกับบัวมา”

“ผมแสดงออกขนาดนั้นเลย”

“บัวยังบอกว่าเราเหมือนตามิลกับต้นไม้ไม่มีผิด ติดแฟนเป็นตังเม”

“นี่คุยกันขนาดไหนเนี่ย”

“อ้าว ไม่สนิทกันขนาดนี้เราจะมีแกงค์ลูกเพื่อนแม่เหรอคะพี่เบน”

“ผมถามจริงๆ นะม๊าคิดยังไงกับเรื่องผมกับคีตา”

“ตอบตามความจริงก็ไม่คิดว่าพี่เบนจะชอบผู้ชาย…บัวเองเขาก็บอกม๊าว่าไม่คิดเหมือนกันว่ารามิลจะชอบผู้ชายแต่มันก็เกิดขึ้นไปแล้ว”

“แล้ว..”

“ทุกวันนี้ม๊าก็เห็นบัวแฮปปี้ดี รามิลกับต้นไม้ก็มีความสุขดีเราน่ะพี่เบนพาน้องมาหาม๊าบ้าง ม๊าเคยเจอคีตาแค่ไม่กี่ครั้งเอง”

“ผมจะไม่มีลูกม๊าหวังเรื่องนี้ไว้บ้างไหม เรื่องหลาน”

“ตรงๆ ก็หวังไว้บ้างแต่ท้ายที่สุดแล้วความสุขของพี่เบนก็คืออันดับหนึ่ง”

“ใครๆ ก็บอกว่าผมมีครอบครัวที่ดี”

“เกียรติธนธาดาอยู่กับพี่เบนเสมอนะคะ”

เย็นวันนั้นเบนกลับเข้าไปที่บ้านใหญ่ทุกคนในบ้านอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาหลังจากทานอาหารเย็นเสร็จ เบนสบตากับเฮียบาสอยู่นานก่อนจะตัดสินใจลงไปนั่งคุกเข่าตรงหน้าเจ้าสัวกรรณที่นั่งนิ่งมองการกระทำของลูกชายทั้งสองคน

“พ่อครับ ผมกับคีตาเราคบกัน คบกันแบบคนรักที่ผมมาบอกวันนี้เพราะผมไม่อยากมีเรื่องปิดบังครอบครัวของผม ผมจะไม่ย้ายออกจากคอนโด ที่นั่นจะเป็นบ้านของผมกับคีตานะครับ”

“………………………………………………………………….”

ทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นเงียบกริบทุกสายตามองไปยังเบนจามินที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าโซฟาข้างๆ มีบาสที่บอกว่ารู้เรื่องนี้ตั้งแต่ต้น เบนจามินเงยหน้ามองผู้เป็นพ่อ ใบหน้าที่ดูน่าเกรงขามยังคงนิ่งสนิท ทุกอย่างเงียบเกินไปจนเบนเริ่มใจไม่ดีทั้งๆ ที่เตรียมใจมาแล้วแต่เอาเข้าจริงเขาก็อยากให้ครอบครัวเป็นคนที่เข้าใจเขามากที่สุดอยู่ดี

“พวกแกดูละครมากไปเหรอคุกเข่าทำไม ไปนั่งคุยกันดีๆ โซฟาก็มีแล้วเบนพ่อจะหักเงินเดือนเรา”

“หักเงินเดือนผม?”

“คุยกับอคิราห์แล้วค่าตัวคีตาน่าจะแพงอยู่ แต่พ่อคิดว่าเผลอๆ คีตาอาจจะรวยกว่าเราค่าสิขสิทธิ์เพลงเทคโอเวอร์ KTD ได้เลย”

“พ่อคุยกับคุณอคิราห์แล้วหมายถึงพ่อรู้เรื่องผมกับคีตาแล้ว”

“รู้สิวะ”

“ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“แล้วชอบน้องเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะ”

“วันนั้นพ่อยังคุยกับผมเรื่องย้ายออกจากคอนโด”

“ก็แกล้งพูดนึกว่าเราจะบอกเรื่องคีตาตั้งแต่วันนั้น ไม่เห็นพูดอะไร พ่อเลยแกล้งไม่รู้ต่อ”

“พ่อ..คือผม”

“ถ้าจะพูดเรื่องแต่งงานเรื่องลูกเรื่องหลานพ่อมีหลานให้เลี้ยงเยอะแยะอีกอย่างขี้เกียจตั้งชื่อ บ แล้วว่ะคิดไม่ออก”

ทันทีที่พ่อพูดจบเบนกระโดดกอดเจ้าสัวกรรณที่ยกมือขึ้นมาลูบผมลูกชายคนเล็กเบาๆ เขาไม่ได้กอดเบนจามินตั้งแต่เกิดเรื่องจันทร์เจ้าเมื่อคราวก่อน ก็นะพอลูกโตมันก็เขินๆ อยู่บ้าง จะมาแสดงออกว่ารักกันทุกวันมันก็ไม่ใช่แค่เพียงไม่นานเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นเฮียเบคือคนแรกที่บอกว่าขอเถอะกลั้นไว้ไม่อยู่แล้วตามด้วยเจ้บุ๊คที่เข้าไปล้อเฮียบาสเรื่องคุกเข่าเหมือนพระเอกหนังจีนกำลังภายใน

นี่แหละเกียรติธนธาดาที่เขาโคตรภูมิใจ




“เคลียร์ตารางงานของนักร้องทุกคนในโปรเจคสิบเพลงรักหมดแล้วนะครับ ส่วนงานอีเว้นท์ของ Happy girls ที่พารากอนเปลี่ยนตัวจากแก้วเป็น ณิชาแล้ว”

“โอเค..ทุกอย่างลงตัวหมดแล้วคงไม่มีอะไร”

“คุณเบน”

“หืม?”

“ได้ฟังสิบเพลงรักของคุณคีตาหมดหรือยังครับ”

“เห็นแค่ชื่อเพลงแต่ระดับคีตา นันทสกุลมันก็ต้องดีมากอยู่แล้วใช่ไหม”

“ครับ ดีมากนี่เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับสิบเพลงรักที่คุณคีตาฝากไว้ให้เฉพาะคุณเบนครับ แนะนำให้ฟังเพลงไปด้วยทีละเพลง ทั้งสิบเพลงอยู่ในแม๊คบุคคุณเบนแล้วนะครับ”

เบนรับแฟ้มที่มาร์ชยื่นมาให้ก่อนที่มาร์ชจะออกจากห้องมีการย้ำให้เขาเปิดเพลงฟังให้ได้เบนเลยพยักหน้า เพราะมีโปรเจคของมาร์คมาร์ตินเข้ามาเขาเลยบินไปกลับอเมริกาตั้งแต่เดือนก่อน นี่ก็เพิ่งมีเวลาว่างหลังจากทำงานหัวหมุนจนแทบยี่สิบสี่ชั่วโมงเบนเปิดแฟ้มที่มาร์ชยื่นให้แล้วเปิดเพลงให้เล่นตามไปด้วย


Project : สิบเพลงรักสิบนักร้อง KTD ENTERTENMENT 
MUSIC  BOX  BY KEETA NANTASAKUL


1.เพลง : แบบคุณ (Style)
ศิลปิน :  จักรพรรดิ์ พัฒนพิชัย (เจเจ)
เนื้อร้อง : คีตา นันทสกุล
ทำนอง : คีตา นันทสกุล
เรียบเรียง : คีตา นันทสกุล / ศรัณย์ สาธิตพิบูลย์
ทุกคนตกหลุมรักคนแบบไหน?  ผมตกหลุมรักคุณตอนที่ตั้งใจทำอะไรสักอย่างให้ ตอนนั้นน่าจะเป็นครั้งแรกที่ใจเต้นกับคุณ สายตาที่มุ่งมั่นท่าทางตั้งอกตั้งใจทั้งๆ ที่ตรงหน้าเป็นแค่กล่องดนตรีที่เก่ามากแต่ผมละสายตาจากคุณไม่ได้ สเป็คที่คิดไว้คนในฝันทุกอย่างหายวับไปตาเพราะสุดท้ายแล้ว “ผมก็ตกหลุมรักคนแบบคุณ”

เบนจามินนึกไปถึงวันที่เขานั่งซ่อมกล่องดนตรีให้คีตา เพลง “แบบคุณ”ยังคงเล่นอย่างต่อเนื่องทุกประโยคเบนรู้ว่ามันหมายถึงใครเพราะเนื้อเพลงมันเหมือนเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในห้องนั่งเล่นไม่มีผิด

2.เพลง : นาฬิกา (Clock)
ศิลปิน :  ภัทรธิดา จิตตราวรรณ (แก้ว Happy Girls)
เนื้อร้อง : คีตา นันทสกุล
ทำนอง : คีตา นันทสกุล
เรียบเรียง : คีตา นันทสกุล / เอกภพ วิจิตรไพศาล
เคยอยู่ด้วยกันทุกวันยี่สิบสี่ชั่วโมงพอวันหนึ่งไม่เจอกันเจ็ดชั่วโมง….นั่งมองนาฬิกาทุกห้านาทีมันเหงาจนทุกอย่างน่าเบื่อไปหมด เพิ่งรู้ว่าไม่เจอกันแค่เจ็ดชั่วโมงทำเขาเป็นบ้าได้ถึงขนาดนี้ไม่ทำอะไรเอาแต่นั่งมองนาฬิกาเมื่อไหร่คุณจะกลับมาสักที

“ไม่เจอกันเกือบเจ็ดชั่วโมงเหงาไหม”

“ไม่เห็นจะเหงา”


เบนอมยิ้มเมื่อประโยคในเพลง
มันเหมือนบทสนทนาที่เขาเคยนอนคุยกันวันนั้น

“เจ้าเด็กปากแข็งวันนั้นทำเป็นบอกว่าไม่เหงา

3.เพลง : อ่อนแอ (weak)
ศิลปิน :  ดั่งตะวัน  ไรวินท์วิกรณ์ (ตะวัน)
เนื้อร้อง : คีตา นันทสกุล
ทำนอง : คีตา นันทสกุล
เรียบเรียง : คีตา นันทสกุล / เอกภพ วิจิตรไพศาล /ศรัณย์ สาธิตพิบูลย์
ไม่สบายจนปวดหัวไปหมดเจ็บจนทนไม่ไหวเลยร้องไห้ออกมา ขอบคุณที่กอดเอาไว้ในวันที่อ่อนแอมากที่สุด ขอบคุณที่คอยดูแลอยู่ตลอด ถ้าอยากได้ยินผมจะเรียกคุณ “พี่...” ทุกคำ

“โควต้าเรียกพี่เบนนี่มีแค่วันละรอบเหรอ”

“ผมเรียกตอนไหนจำไม่เห็นได้”

“พี่เบน..”


เบนยกมือขึ้นมาลูบหน้าตัวเองเพลงที่สามยังคงเล่นอย่างต่อเนื่อง
เนื้อหาเพลงมันทำให้เบนยิ้มออกมา เจ้าเด็กป่วยในวันนั้น..

4. เพลง :  เมา (Drunk)

ศิลปิน :  Basic
เนื้อร้อง : คีตา นันทสกุล
ทำนอง : คีตา นันทสกุล
เรียบเรียง : คีตา นันทสกุล / เอกภพ วิจิตรไพศาล
อย่าถือสาคนเมา..เคยมีคนบอกอย่างนั้นแต่คุณบอกเองว่าไม่เมาสัมผัสตรงแก้มทำให้ใจสั่นสายตาที่คุณมองทำให้ผมแพ้ทุกอย่าง ตอนนี้เวลานี้ก็มีแค่คุณคนเดียวที่ได้สัมผัส แค่คุณคนเดียวจริงๆ

“เมา…แต่รู้ตัวว่าทำอะไรอยู่และพรุ่งนี้ก็ไม่ลืมด้วย”   

“ก็บอกว่าไม่ได้เมา”


......................
........................................................






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-08-2020 21:39:08 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
...................
...........................................


5. เพลง :  วิตามิน (vitamin)
ศิลปิน :  นรีกุล เรนเดอร์ (นีน่า)
เนื้อร้อง : คีตา นันทสกุล
ทำนอง : คีตา นันทสกุล
เรียบเรียง : คีตา นันทสกุล / ศรัณย์ สาธิตพิบูลย์
คุณไม่เหมาะกับความเศร้าไม่อยากให้เจอเรื่องแย่ๆ ไม่อยากให้รอยยิ้มนั้นหายไป ถ้าเสียงเพลงของผมช่วยคุณได้ก็อยากจะเล่นให้คุณฟังไปตลอดชีวิต ผมอยากจะเป็นทั้งพลังงานและวิตามินที่คอยช่วยคุณในวันที่เจอเรื่องที่แย่ที่สุด

“คีตา”

“ครับ”

“ขอบคุณ..เสียงเพลงจากคีตาเติมพลังให้พี่ได้จริงๆ ”



6. เพลง :  ระยะทาง  (distance)
ศิลปิน :  ธารนที ภัทรกุล (น้ำ the nature)
เนื้อร้อง : คีตา นันทสกุล
ทำนอง : คีตา นันทสกุล
เรียบเรียง : คีตา นันทสกุล / เอกภพ วิจิตรไพศาล
“คิดถึง” เป็นคำเดียวที่นึกออกทั้งๆ ที่คุณไม่อยู่แค่สามวัน อยู่กันคนละประเทศระยะทางไกลกันมาก ไปหาก็ไม่ได้กอดก็ไม่ได้ไม่มีอะไรอยากจะบอกคุณนอกจาก อยากให้คุณกลับมาเร็วๆ

“คีตาต่างหากที่พี่คิดถึง”

“……………………………………………………………”

“พี่เบนกลับมาพรุ่งนี้เลยได้ไหมครับ”



7. เพลง :  สระน้ำ  (Pool)
ศิลปิน : ดั่งฟ้า (ฟ้า) , ดุจดาว (ดาว)  จันทราพิทักษ์  ( The twins)
เนื้อร้อง : คีตา นันทสกุล
ทำนอง : คีตา นันทสกุล
เรียบเรียง : คีตา นันทสกุล / เอกภพ วิจิตรไพศาล /ศรัณย์ สาธิตพิบูลย์
ไม่ใช่แค่สถานที่แต่เป็นครั้งแรกที่เปิดใจกับใครสักคนหมดทุกเรื่อง ไม่มีคำพูดปลอบใจสวยหรูมีแค่อ้อมกอดและจูบ..ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันและคอยรับฟังเรื่องราวในอดีต จากวันนี้คงได้เริ่มใหม่สักที ขอบคุณคุณจริงๆ

 “ผมรู้ว่าที่คุณเจอมันหนักแต่คุณรู้ใช่ไหมถ้าคุณยังติดอยู่กับมันๆ จะทำให้คุณไม่มีความสุข อย่าเอาเรื่องนี้มาคิดว่าความรักมันจะแย่ไปหมด”

“...................................................”



8. เพลง : ของเล่น  (Spiderman)
ศิลปิน :  ณัฐพล  ยามากูจิ  (ณัฐ)
เนื้อร้อง : คีตา นันทสกุล
ทำนอง : คีตา นันทสกุล
เรียบเรียง : คีตา นันทสกุล / เอกภพ วิจิตรไพศาล
อยากให้มุมนี้ของคุณเป็นผมคนเดียวที่ได้เห็น จะชอบซูเปอร์ฮีโร่ จะเล่นเป็นเด็กๆ ผมก็ชอบทั้งนั้น อยากให้ผมเป็นแค่คนเดียวที่คุณสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างสบายใจ

“ว่าไงสไปเดอร์แมน”

9. เพลง : กีตาร์ (Guitar)
ศิลปิน :  ธนดล สุทธิรักษ์พิสุทธิ์  (ดีน)
เนื้อร้อง : คีตา นันทสกุล
ทำนอง : คีตา นันทสกุล
เรียบเรียง : คีตา นันทสกุล /ศรัณย์ สาธิตพิบูลย์
อาจจะไม่ใช่เครื่องดนตรีที่คุณชอบแต่ผมสัญญาผมจะไม่มีวันทำเหมือนที่เขาทำกับคุณ ได้โปรดเชื่อใจผมมีแค่คุณ แค่คุณคนเดียว เสียงกีตาร์ของผมจะลบความเศร้าในใจคุณให้หมด เชื่อผมนะครับ

“แต่ผมเล่นกีตาร์ได้นะแต่งเพลงก็ได้ร้องเพลงได้นิดหน่อยถึงจะไม่ค่อยเพราะเท่าไหร่”


10. เพลง : ทุกช่วงเวลา ( With You B)
ศิลปิน :  ณารา โภคินสุนทร (Venus)
เนื้อร้อง : คีตา นันทสกุล
ทำนอง : คีตา นันทสกุล
เรียบเรียง : คีตา นันทสกุล /ศรัณย์ สาธิตพิบูลย์ / เอกภพ วิจิตรไพศาล
คุณกับผมอยู่ด้วยกันมานานเท่าไหร่แล้วนะ ยังจำวันแรกที่เราเจอกันได้ไหม ? ผมเองก็ไม่คิดมาก่อนว่าสุดท้ายแล้วผมก็จะตกหลุมรักคนอย่างคุณ  ทุกช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกันผมมีความสุขมาก ขอบคุณที่เข้ามาทำให้ผมมีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเราเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของผม ผมเองก็ไม่รู้ว่าเรื่องของเราตอนจบมันจะเป็นแบบไหน แต่ผมจะไม่เสียใจเลยที่จะได้เจอกับคุณ ผมยังไม่เคยบอกคุณใช่ไหมว่า “ผมรักคุณ”

“พี่บอกสองรอบแล้วไม่คิดจะบอกอะไรพี่บ้างเหรอ”

“ถามสิ”

“รักพี่เบนไหม”


เพลงสุดท้ายได้เล่นจนจบแล้วเบนจามินยังคงนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นหยดน้ำตาที่เขาเองก็ไม่รู้ตัวว่ามันไหลออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ สิบเพลงรักของคีตา คือทุกเรื่องราวระหว่างเราทั้งหมดเบนไม่เคยคิดมาก่อนว่าผู้ชายอย่างเขาจะมีใครสักคนทำให้เขาขนาดนี้  จากนักแต่งเพลงที่แต่งเพลงรักไม่ได้สักเพลงแต่ในตอนนี้นักแต่งเพลงคนนั้นกำลังทำให้เขาจะบ้าตายกับเพลงรักสิบเพลง

เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นและคนที่เข้ามาก็คือแกงค์ลูกเพื่อนแม่ ทั้งสามคนดูจะตกใจเมื่อเขายกมือขึ้นมาปิดหน้าแต่ระดับเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กก็คงรู้ว่าตอนนี้เขารู้สึกยังไง รามิลเดินเข้ามาหาพร้อมกับหยิบเนื้อเพลงขึ้นมาอ่านแล้วยิ้มออกมา

“เบน..”

“สิบเพลงรักของคีตา ทุกเพลงทุกประโยคทุกความหมายเขาแต่งให้กู”

“………………………………………………………..”

คินกับทิมพยักหน้าอย่างเข้าใจเบนจามินผู้ชายที่เคยเจอความรักแย่ๆ จนแทบจะไม่จริงจังกับความรัก พอมาเจอแบบนี้ก็คงจะเก็บอาการไว้ไม่ไหว ทิมเดินอ้อมมาตบไหล่เบนเบาๆ พร้อมกับบอกร้องไห้ขนาดนี้อยากจะถ่ายคลิปให้คีตาดูจริงๆ คินวางเนื้อเพลงใส่แฟ้มตามเดิมเมื่อเห็นว่าบรรทัดสุดท้ายเขียนไว้ว่าอะไร

“เพื่อนกูคนหนึ่งเจอการบอกรักด้วยต้นไม้ นี่ก็เจอการบอกรักด้วยเสียงเพลงโคตรประทับใจพวกมึงโคตรโชคดีเลยว่ะ”


กว่าเบนจะหยุดร้องไห้ก็นานอยู่ เขามานั่งฟังเพลงวนไปวนมาอยู่อย่างนั้นก่อนที่ความคิดบางอย่างจะแวบขึ้นมาในหัว เบนลุกจากเก้าอี้ก่อนจะตรงดิ่งไปที่ห้องโปรดิวเซอร์ของ KTD เสียงเปิดประตูดังลั่นทำให้ เอกกับสองสะดุ้งสุดตัวทายาทคนเล็กของ KTD ยิ้มให้ก่อนจะบอก

“พี่เอกพี่สองผมมีอะไรให้ช่วยหน่อยครับ”



MUSIC  BOX

14 Feb
งานแถลงข่าวเปิดโปรเจคสิบเพลงรัก KTD ENTERTENMENT 

“ตื่นเต้นเหรอครับ”

มาร์ชถามคนที่ยืนสะบัดมือไปมาอยู่ด้านหลังเวที  คีตาพยักหน้าเมื่อเขาเองรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ปกติคีตาไม่เคยต้องมางานแบบนี้มาก่อนที่ผ่านมาประวัติส่วนตัวเขาแทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงยังไงเขาก็จะไม่ทำให้ KTD ผิดหวัง คีตากลับมาจากเชียงรายเมื่อวานแปลกใจเหมือนกันเมื่อพี่เบนบอกว่า งานยุ่งมากอาจจะไม่ได้กลับมาที่คอนโด ทั้งๆ ที่ทุกวันพยายามเกลี้ยกล่อมให้เขาบินกลับมาจากเชียงรายแทบทุกวัน คีตาไม่ได้งี่เง่างอแงขนาดนั้นหรอกเขาเข้าใจว่าพี่เบนตอนนี้ก็ขยันมากขึ้นกว่าเดิมเรียกว่าบ้างานได้เลย

“อีกสิบนาทีคุณคีตาต้องขึ้นเวทีแล้วนะครับ”

“ครับ”

“อย่าเป็นลมนะครับ”

“พี่มาร์ช”

ผู้ช่วยมือหนึ่งของ KTD ยิ้มขำก่อนจะบอกให้เขารออยู่ตรงจุดที่ต้องเตรียมตัว จะว่าไปวันนี้เขายังไม่ได้คุยกับพี่เบนสักคำ ทายาทKTDยุ่งจนหัวหมุนวิ่งวุ่นทักคนนู้นคนนี้ทั้งวัน เสียงประกาศของพิธีกรดังขึ้นคีตาหลับตาลงเรียกสมาธิก่อนที่สัมผัสเบาๆ ตรงแก้มจะทำให้เขาลืมตาขึ้นมามอง มือใหญ่ที่วางลงบนแก้มพร้อมกับใบหน้าของเบนที่ก้มตัวลงมามองใกล้ๆ

“พร้อมนะ”

“ครับ”

“พี่เบนจะต้องอยู่ตรงไหน”

“นั่งอยู่ข้างๆ เรานั่นแหละเจ้าหนู”

คีตายิ้มให้ก่อนจะทำมือเรียกพลังเหมือนเด็กๆ เบนได้แต่ยิ้มแล้วมองตามแผ่นหลังที่เดินออกไปด้านหน้าเวที คีตา นันทสกุลมีความกล้าขนาดนี้เขาเองก็ดีใจจากผู้ชายที่มีแต่ความเหงารอบๆ ตัว ไม่เคยหัวเราะ ไม่เคยยิ้ม แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว หลังจากที่เพลงสิบเพลงร้องจบแล้วเบนมองไปที่คีตาที่ตอบคำถามของพิธีกรก่อนที่ตัวเองจะถูกเชิญออกไปในฐานะ ผู้บริหารของ KTD

“คุณเบนบอกว่าโปรเจคสิบเพลงรักมีเพลง Special ด้วยเหรอคะ”

“ครับ”

“แบบนี้ก็เป็นสิบเอ็ดเพลงรักเหรอคะ”

“สิบเพลงรักถูกแล้วครับเพลงที่สิบเอ็ดเป็นเพลงพิเศษไม่ได้อยู่ในอัลบั้ม MUSIC BOX และทุกคนจะได้ฟังจากที่นี่ที่เดียวครับ”

“หูว….พิเศษจริงๆ ด้วยค่ะ”

คีตาขมวดคิ้วหันไปมองหน้าเบนจามิน เพราะไม่คิดว่าโปรเจคสิบเพลงรักจะมีเพลงเพิ่มขึ้นมาอีกแล้วใครเป็นคนแต่งกัน เบนจามินหันมายิ้มให้ก่อนจะกระซิบบอกให้เขายิ้มกว้างๆ เพราะตอนนี้หน้ายุ่งไปหมดแล้ว พิธีกรยังคงถามเรื่องเพลงพิเศษต่อเจ้าสัวกรรณเองก็ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนพอหันไปมองเบอร์ดี้ลูกสาวเองก็แกล้งทำเป็นมองไปที่อื่น แค่นี้ก็รู้แล้วว่าต้องสมรู้ร่วมคิดกันแน่ๆ

“ไม่ทราบว่าชื่อเพลงพิเศษชื่ออะไรคะแล้วใครเป็นคนแต่งเอ่ย”

“ชื่อเพลงว่ากุญแจและเสียงเพลงครับ เพลงนี้ผมเป็นคนแต่งเองมีพี่เอกกับพี่สองคอยช่วย เป็นครั้งแรกที่ผมแต่งเพลงเองทั้งเนื้อร้องและทำนองแต่จะให้ร้องเองคงไม่ไหวเลยให้มาร์คมาร้องให้”

“คุณเบนจามินแต่งเองเลย ขอโทษนะคะขอทราบชื่อเพลงอีกรอบ”

“กุญแจและเสียงเพลงครับ”

“ที่มาของชื่อเพลงนี่มาจากไหนเหรอคะ”

“เป็นชื่อของคนที่ผมรักครับ”


ตุบ!!!


เสียงไมค์หล่นกระแทกพื้นทำให้ทุกสายตามองไปยังนักแต่งเพลงที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น กว่าจะรู้สึกตัวเมื่อเบนจามินเป็นคนก้มลงเก็บไมค์แล้วยื่นให้ ตอนนี้คีตาอยากจะเป็นลมจริงๆ ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เจอเหตุการณ์แบบนี้ เจ้าสัวกรรณได้แต่ส่ายหน้ากับความโอเวอร์ของเจ้าลูกชายคนเล็ก ใบหน้าเกรงขามนั่นมีรอยยิ้มจน ลูกคนอื่นๆ ต้องยื่นหน้ามาล้อเลยต้องแกล้งทำหน้าดุเพราะว่าอยู่ในงาน

“ฉันว่าลูกเรากำลังโดนจีบอยู่นะ”

เพลงที่นั่งอยู่ด้านล่างเวทีเอียงหน้ามากระซิบถามอคิราห์  ที่แกล้งทำเป็นบอกว่าไม่เห็นรู้เรื่องเลยแต่เสียงสูงและท่าทางที่ไม่แนบเนียนทำให้เธอต้องมองอย่างจับผิด  อคิราห์เลยบอกว่านี่เป็นความลับของพ่อกับลูกชายเลยโดนฟาดไปอีกทีกีตาร์ที่นั่งอยู่อีกข้างเลยได้แต่นั่งหัวเราะ

เสียงเพลงดังขึ้นพร้อมเสียงกรี๊ดเพราะมาร์ค มาร์ตินเดินร้องเพลงพิเศษออกมาจากหลังเวที นักข่าวยกกล้องในมือถ่ายรูปกันใหญ่ แกงค์ลูกเพื่อนแม่ทั้งสามคนที่นั่งอยู่ด้านหน้าเวที มองไปยังเบนจามินที่เอาแต่นั่งมองหน้าคีตาเพื่อดูปฏิกริยา นักแต่งเพลงคงจะเขินจัดถึงได้ผลักให้ไอ้เบนหันกลับไปมองที่เวทีตามเดิม

“ทำไมพวกมึงบอกรักแฟนกันยิ่งใหญ่ขนาดนี้วะเหลืออะไรให้กูทำบ้าง”

“ตอนมึงเปิดตัวแฟน มึงต้องโรยตัวมาจากเฮลิคอปเตอร์แล้วตะโกนบอกรักแล้วนะคิน ถึงจะสู้ไอ้เบนกับไอ้มิลได้”

“แต่น้องทับทิมห้ามรักแฟนมากกว่าแกงค์ลูกเพื่อนแม่นะ  รามิล เบนจามิน  ภาคินขาดใจตายแน่นอน”

“กูเกลียดมึงที่สุดในแกงค์เลยคิน”

อายุจะสามสิบแต่ยังตีกันเหมือนเด็กสามขวบ  รามิลเลยต้องพยายามห้ามไม่ให้ไอ้ทิมกระโดดเตะไอ้คินคอหักตายไปซะก่อน จะว่าไปตอนเซอไพร์สต้นไม้เขาก็ว่าตัวเองเวอร์มากแล้วนะ อย่างน้อยก็มีแค่ต้นไม้และพวกมันที่รู้ แต่ไอ้เบนเผลอๆ คนรู้กันทั้งประเทศ ก็พอเดาไว้ว่าเบนเตรียมอะไรไว้ให้คีตาแต่ก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะแต่งเพลงให้แบบนี้

สมกับเป็นคู่ทายาทค่ายเพลงอันดับหนึ่งของประเทศกับทายาทนักดนตรีในตำนาน

มาร์คร้องเพลงใกล้จบแล้วแน่นอนว่าตลอดงานคีตาต้องพยายามกลั้นยิ้มจนเมื่อยแก้ม เดาได้เลยว่าตอนนี้หน้าจะต้องแดงมากแน่ๆ ทันทีที่จบเพลงเบนจามินก็ยื่นกระดาษเอสี่ให้เขา มันคือโน้ตเพลงที่มีลายมือของพี่เบนเขียนไว้ซะเละจนอ่านไม่ออก แต่ถ้าอ่านดีๆ มันก็คือเนื้อเพลงที่มาร์ค มาร์ตินเพิ่งร้องไปเมื่อกี้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในกระดาษแผ่นนี้คือ..

เพลง : กุญแจและเสียงเพลง (KEETA)
ศิลปิน :  มาร์ค มาติน
เนื้อร้อง : เบนจามิน  เกียรติธนธาดา
ทำนอง : เบนจามิน  เกียรติธนธาดา / The record
เรียบเรียง :  ศรัณย์ สาธิตพิบูลย์ / เอกภพ วิจิตรไพศาล

 “ผมก็รักคุณ”



MUSIC  BOX

สิ่งที่รบกวนการนอนในเช้าวันหยุดจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากน้องอันนาเจ้าประจำ  คีตาเอื้อมมือมาจับแมวอ้วนสีขาวมาฟัดสองสามทีก่อนที่น้องอันนาจะหนีไปนอนที่หมอนตามเดิม  คนที่นอนอยู่ข้างๆ ตอนนี้น่าจะอยู่ที่ห้องครัวเพราะได้ยินเสียงหยิบหม้อหยิบกระทะ คีตาลุกออกจากที่นอนแล้วเดินมาหยุดมองแผ่นหลังกว้างที่อยู่ตรงหน้า

เบนจามินในชุดนอนหัวยุ่งไม่เป็นทรง
กำลังยุ่งวุ่นวายกับการเตรียมอาหารเช้า

เมื่ออีกฝ่ายยังทำอาหารไม่เสร็จคีตาเลยมาเก็บของที่ห้องนั่งเล่นแทน ช่อดอกไม้แสดงความยินดีมากมายกับโปรเจคสิบเพลงรักวางเต็มพื้นที่ คีตาหยิบเอาของคุณต้นไม้แฟนคุณมิลมาถือไว้ร้าน SECRET GARDEN ยังคงเป็นร้านดอกไม้ที่เขาชอบมากที่สุดอยู่ดี

“คีตา”

“ครับ”

“น้ำหกใส่เสื้อ ตอนนี้มือเลอะปลดกระดุมเสื้อให้พี่หน่อย”

“ห๊ะ?”

“บอกว่าน้ำหกเสื้อเปียกหมดแล้วช่วยพี่หน่อย”

ถึงจะดู งงๆ ว่าน้ำหกใส่เสื้อได้ยังไงแต่อีกฝ่ายก็เอาแต่เร่งจนคีตาต้องเดินเข้ามาหาคนที่ยืนพิงเคาน์เตอร์หน้าห้องครัว ทันทีที่กระดุมเสื้อถูกปลดออกหมดสิ่งที่อยู่ตรงใต้กระดูกไหปลาร้าทำให้คีตายืนนิ่งอยู่อย่างนั้น..

รอยสักรูปแม่กุญแจ


“พี่อาจจะสักตรงข้อมือไม่ได้แต่คิดว่าตรงนี้ก็โอเคแล้วใช่ไหม อย่างน้อยก็มีแค่คีย์คนเดียวที่เห็น”

“ไหนบอกกลัวเข็ม”

“เป็นลมสามรอบกว่าจะสักเสร็จไอ้ทิมนี่ถึงกับวิ่งไปซื้อยาดมมาให้ คิดดูพี่รักเราขนาดไหน”

คีตายิ้มจนลักยิ้มข้างแก้มบุ๋มลงไปก่อนจะโถมตัวกอดคนตรงหน้าไว้แน่น เบนจามินยกมือกอดตอบ เรื่องที่เขากลัวเข็มไม่ใช่เรื่องโกหก เขาไม่ถูกกับมันจริงๆ แต่อดทนสักได้ขนาดนี้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว เพิ่งรู้ว่าตัวเองเวลามีความรักก็บ้าเต็มร้อยได้ถึงขนาดนี้ เบนก้มลงมามองคนที่ยังมองเขาตาแป๋ว แววตาของคีตาเปลี่ยนไปจนไม่เหลือแววตาเหงาๆ เหมือนตอนที่เราเจอกันครั้งแรกแล้ว

“พรุ่งนี้ผมจะไปดูตึก”

“ตึก? ทำอะไร”

“ดูทำเลไว้ว่าจะเปิดสถาบันสอนดนตรี”

“เอาจริงแล้วนะ”

“เอาจริงไม่กลัวอะไรแล้ว”

“ดีมากเจ้าหนู ขาดเหลืออะไรบอกพี่แล้วกันอย่าลืมว่าแฟนรวยมาก”

“อยากได้พี่มาร์ชมาช่วยขอได้ไหม”

“คนนี้เราต้องต่อยแย่งกันหน่อยแล้ว คีตา..เราจะกอดกันอยู่อย่างนี้ไม่ได้อาหารเช้าไม่เสร็จกันพอดี”

“อยากกอด”

“งั้นข้ามไปมื้อเย็นเลยแล้วกัน”

พอเขาบอกแบบนั้นนักแต่งเพลงก็ผละออกเบนเลยดึงเข้ามาหอมสักฟอดสองฟอดก่อนจะกลับไปทำอาหารเช้าต่อ คีตาเดินหายเข้าไปในห้องนอนแล้วออกมาอีกครั้งพร้อมน้องอันนา
 
คีตาเงยหน้ามองไปรอบๆ คอนโดที่เขาสองคนอยู่ด้วยกัน  นึกถึงเหตุการณ์วันแรกที่เราย้ายเข้ามาที่นี่ เราสองคนต่างคนต่างอยู่ ไม่มีแม้แต่รอยยิ้ม ไม่มีคำทักทาย เดินผ่านกันยังไม่มองหน้ากันเลย  ข้าวของเครื่องใช้ก็แบ่งเขตเหมือนเป็นศัตรูกันแต่ชาติปางก่อน  ข้อห้ามสารพัดที่เขาสองคนตั้งกันขึ้นมา แปลกดีเหมือนกัน…

ตอนนี้….อาหารเช้าสองจานวางอยู่บนโต๊ะ  ตามด้วยกล่องซีเรียลตัวอักษรภาษาอังกฤษ กีตาร์ตัวโปรดของคีตาที่วางอยู่บนเก้าอี้ อุปกรณ์เล่นกีฬาของพี่เบนที่วางอยู่ตรงมุมห้อง กล่องดนตรีของคีตาที่วางไว้ชั้น ข้างๆ มีฟิกเกอร์สไปเดอร์แมนหลากหลายรูปแบบ  น้องอันนาเดินป้วนเปี้ยนอยู่ตรงโต๊ะอาหาร  สุดท้ายสายตาของคีตาหยุดอยู่ที่เบนจามิน เกียติธนธาดาที่กำลังยืนเลือกเพลงในโทรศัพท์

“เอาเพลงอะไรดี”

ผู้ชายตัวสูงผิวขาวตาตี่ผมยุ่งกับชุดนอนสีเข้ม
ทำให้คีตายิ้มออกมาการเริ่มมื้อเช้ากับคนที่เรารักมันดีมากจริงๆ

“เอาสิบเพลงรักของคีตากับเพลงพิเศษกุญแจและเสียงเพลงของพี่เบนครับ”





ให้มันเป็นเพลง บนทางเดินเคียง ที่จะมีเพียงเสียงเธอกับฉัน

อยู่ด้วยกันตราบนานๆ ดั่งในใจความบอกในกวี
ว่าตราบใดที่มีรักย่อมมีหวัง
คือทุกครั้งที่รักของเธอส่องใจ ฉันมีปลายทาง


THE  END


ขอบคุณทุกคนที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เริ่มเรื่อง จนกระทั่งวันนี้ก็เป็นนิยายเรื่องยาวที่นานเหมือนกัน หมายถึงแต่ละตอนมาต่อนานเหลือเกิน 5555  เรื่องราวของซีรีส์ลูกเพื่อนแม่คนที่สองก็จบลงแล้วนะคะ พี่เบนและคีตา ^^ สิบเพลงรักก็คือสิบเพลงรักจริงๆ   นิยายเรื่องนี้จะตีพิพม์กับ สนพ. Hermit นะคะถ้ามีอะไรคืบหน้าจะมาแจ้งให้ทราบตลอดเลยค่ะ  ทุกครั้งที่แต่งนิยายจนจบจะขอบคุณคนอ่านทุกคนและก็นับถือตัวเองที่แต่งจนจบ แบบเฮ้ย..นิยายเราแต่งจบด้วยว่ะจากที่ร่างเป็นพลอตอยู่ในหัว 5555

ต่อไปขอเชิญพบกับลูกเพื่อนแม่คนที่สาม ทับทิม นพจินดาใน Jewelry Design #อัญมณีที่รัก คัมมิ่งซูน เร็วๆ นี้ไม่ติงนัง เพราะพิมพ์ตอนแรกไว้แล้วจ้า!!

ปล.เดี๋ยวนี้แต่งนิยายสี่เรื่องใช้เวลาเกือบสองสามปี  โอ้วมายก็อต..ความแก่นี้


Thanks เนื้อเพลงกันและกัน คิว

#นิยายกล่องดนตรี  #ซีรีส์ลูกเพื่อนแม่
twitter @ribbinbo
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-03-2019 23:49:28 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ titansyui

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2386
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-0

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3382
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
หวานละมุนอบอุ่นหัวใจมาก
น้องคีย์ทำให้พี่เบนไปไหนไม่รอด คนอ่านก็ซึ้งตามไปด้วย
ขอบคุณคนเขียนนะคะ

ออฟไลน์ FanclubPong

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 95
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
หวานละมุนละไมอยู่ในทุกตอน

ออฟไลน์ Gokusan

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 797
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +269/-1
อยากให้มีอัลบั้มจริงเลยทีเดียว
คนฟังคงเขินกันตัวบิด 555

เป็นเรื่องที่น่ารักมาก ต่างเป็นส่วนเติมเต็มของกัน มันดีย์~~~ ^^

รอเล่มและรอเรื่องคุณหนูผู้ทรงอิทธิพลในแก๊งลูกเพื่อนแม่ต่อปายยยย

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด