♪♫~MUSIC BOX ♪♫~ #นิยายกล่องดนตรี EPILOGUE : MUSIC BOX -END- up*9/03/19
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ♪♫~MUSIC BOX ♪♫~ #นิยายกล่องดนตรี EPILOGUE : MUSIC BOX -END- up*9/03/19  (อ่าน 39902 ครั้ง)

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


***************************************************

#ซีรีส์ลูกเพื่อนแม่
ลูกเพื่อนแม่คนที่1 รามิล เตชนะหิรัญ

   - SECRET GARDEN#ความลับของต้นไม้ END


** เนื้อเรื่องไม่ได้ต่อกันอ่านแยกได้จ้า


MUSIC BOX
#นิยายกล่องดนตรี

ผมเติบโตมาพร้อมกับธุรกิจดนตรี
แต่มีเครื่องดนตรีเดียวที่ผมชอบคือ ไวโอลิน – เบนจามิน เกียรติธนธาดา

ผมเติบโตมาพร้อมกับครอบครัวนักดนตรี ผมเล่นดนตรีได้ทุกอย่าง
ยกเว้น ไวโอลิน – คีตา นันทสกุล

-PROLOGUE-

เกียรติธนธาดา ..หรือ KTD [เคทีดี] ENTERTAINMENT เป็นครอบครัวธุรกิจบันเทิงรายใหญ่ในประเทศโดยเริ่มจากค่ายเพลงเป็นธุรกิจเริ่มแรกของตระกูล ซึ่งก็เรียกว่าประสบความสำเร็จมากที่เดียว KTD ผลิต นักร้อง ศิลปิน ชื่อดังระดับซูเปอร์สตาร์ เพลงก็ฮิตติดชาร์ต เรียกได้ว่าเป็นนักร้องแถวหน้าของวงการบันเทิง  และมันก็เป็นแบบนั้นมาตลอดจากรุ่นสู่รุ่น

ปัจจุบันเจ้าสัวกรรณ เป็นหัวเรือใหญ่ของ KTD ENTERTAINMENT  ถึงแม้อายุอานามจะมากแล้วแต่ก็ยังคล่องแคล่วกระฉับกระเฉิง และยังบริหารงานในเครือของ KTD ได้ไม่ขาดตกบกพร่อง และสามารถขยายธุรกิจจากเดิมที่มีแค่ธุรกิจดนตรีไปจนถึงธุรกิจสื่อโทรทัศน์   แต่ที่ทุกคนสนใจมากกว่าธุรกิจก็คือบรรดาทายาทที่จะเข้ามารับช่วงต่อในรุ่นต่อไป  เป็นที่รู้กันในแวดวงธุรกิจ ว่าเจ้าสัวกรรณตอนสมัยหนุ่มๆ ก็เจ้าชู้พอตัว เลยไม่แปลกที่บรรดาทายาทของ KTD เป็นลูกคนละแม่กันทั้งนั้น

แต่ทุกคนรักใคร่กลมเกลียวกันดี
ไม่ตบตีแย่งชิงสมบัติเหมือนในละคร

แต่ที่เห็นจะมีข่าวให้เห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์มากกว่าคนอื่นๆ ก็คงจะมีแค่ เบนจามิน เกียรติธนธาดา ทายาทลูกครึ่งฮ่องกงคนสุดท้ายของตระกูล ภรรยาชาวฮ่องกงของเจ้าสัวกรรณยังคงทำงานที่อยู่ฮ่องกงและไปกลับระหว่างไทยอยู่เป็นประจำ  เจ้าสัวกรรณเลยมักจะออกงานคู่กับเบนจามินสองคนอยู่เสมอแต่ถึงอย่างนั้น เบนจามินก็ยังนับว่าเป็นทายาทนักธุรกิจที่ยังคงทำตัวเหมือนคนธรรมดาทั่วๆไป ถ้าไม่ได้ออกสื่อก็ไม่ได้ทำตัวไฮโซจนดูน่าหมั่นไส้

ด้วยรูปร่างหน้าตาและไลฟ์สไตล์ทำให้เบนจามินถูกบรรดาผู้จัดละครต่างทาบทามให้แสดงละครอยู่บ่อยครั้ง แต่เจ้าตัวก็ปฎิเสธมาตลอดพร้อมกับบอกว่าขออยู่เบื้องหลังดีกว่าไม่อยากออกล้องเพราะแอคติ้งไม่เก่ง และแน่นอนว่าเรื่องความรักก็เป็นเรื่องที่บรรดาแฟนคลับทายาท KTD อยากรู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นตัวจริงของเบนจามินแต่ท่าทางจะยากมากทีเดียวสำหรับตำแหน่งสะใภ้เล็กของ KTD เพราะเห็นว่าเปลี่ยนคนเป็นว่าเล่นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าในที่สุดแล้ว

ตำแหน่งนี้จะเป็นใครกันที่ได้ครอบครองหัวใจทายาทคนเล็กของ KTD


.......................
......................................................

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-08-2020 21:29:18 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
......................................
................................................................


“ตลกว่ะ”

เบนจามินนอนอ่านข่าวซุบซิบไฮโซที่ไอ้ทิมแปะไว้ให้ในกรู๊ปลูกเพื่อนแม่ ตอนแรกไม่ได้จะกดเข้าไปอ่านหรอกแต่ทิมบอกว่าให้อ่านเพราะเขาเขียนสนุกไม่เถียงหรอกว่ามันก็อ่านเพลินดีแต่เบนเองก็รู้สึกว่ามันเวอร์ไปหน่อย สมัยนี้จะมีคนสนใจเรื่องพวกนี้อีกเหรอ ทายาทไฮโซ ตำแหน่งสะใภ้ ไร้สาระฉิบหาย เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า ยังไม่ทันจะได้กดออกไปแอพลิเคชั่นอื่นไลน์กรุ๊ปครอบครัวก็เด้งขึ้นมาพอดี

@BEN : พรุ่งนี้ประชุม 9.30 น. ห้ามสาย ห้ามขาด ห้ามตาย !

นี่มันข้อความเชิญประชุมหรือจดหมายขู่ฆ่า...

เบนจามินเปิดไลน์ครอบครัวแล้วก็เจอข้อความที่ผู้เป็นพ่อเมนชั่นมาถึงเขาโดยตรง รู้เลยว่าภายในห้องประชุมจะต้องมีเฉพาะเขาแน่ๆ  นี่ไปทำอะไรผิดมาอีกวะพักนี้เบนมั่นใจว่าเขาทำตัวดีมากแล้วแท้ๆ งานการที่ต้องทำ (ถึงจะไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเหมือนคนอื่น) แต่ก็ตั้งใจเต็มที่  พูดถึงเรื่องนี้เบนจามินก็คิดว่าเขายังไม่โตพอหรือฝีมือในการบริหารงานเขายังไม่ถึงขั้นพ่อถึงไม่มอบหมายโปรเจคใหญ่ หรือแบ่งงานให้เขาได้รับผิดชอบอย่างเต็มตัวสักที มีแค่โปรเจคเล็กๆ น้อยๆ เพียงเท่านั้นที่เขาจะมีส่วนร่วม

มันเป็นเพราะอะไรเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน
เอาเถอะอย่างน้อยก็มีงานให้ทำไม่โดนไล่ออกจากตระกูลก็พอ


MUSIC BOX


ทำไมทั้งห้องประชุมมีแค่นี้วะ
เบนมองไปรอบๆ ห้องหัวโต๊ะมีพ่อ(เจ้าสัวกรรณ) พี่เบอร์ดี้พี่สาวคนที่สองและสุดท้ายคือผู้ช่วยเขาที่ชื่อ มาร์ช นี่ก็มาแทนคนเก่า เจ รายนั้นขอลาไปเรียนต่อโท แต่ที่สำคัญคือยังมีเก้าอี้ว่างสองตัวที่มีแก้วน้ำวางอยู่สองแก้วเดาว่าจะต้องมีคนเข้ามาประชุมเพิ่มอีกสองคนแน่ๆ แต่ยังไม่มา เป็นการประชุมที่แปลกดีทุกทีเวลาประชุมโปรเจคหรืองานคนเข้าประชุมแทบจะทั้งแผนก แต่วันนี้ไม่มีใครมาสักคน

“ปีนี้เราอายุเท่าไหร่เบน”

“27ครับ”

“โตเร็วเนอะเมื่อก่อนยังวิ่งแก้ผ้าอยู่เลย”

“เจ๊เบอร์ดี้รำลึกความหลังทำไมกัน”

“ตอนเด็กแม่พี่ยังจับเราแต่งตัวเป็นตัวซูเปอร์ฮีโร่อยู่เลย จำได้เราน่ะชอบมากใส่ไม่ยอมถอด”

“ป้าพินบอกว่าผมน่ารักเป็นอาตี๋น่ารัก”

“โตมากวนตีนไง”

“โตมาก็น่ารัก เออ..ผมถามอะไรหน่อยได้ไหมทำไมทั้งห้องประชุมมีแค่เรา นี่เราเริ่มประชุมกันหรือยัง”

เบนถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเวลาเลยมาเกือบสิบโมงแล้วแต่ก็ยังไม่มีหัวข้อประชุมอะไรทั้งนั้น นี่ก็ดื่มกาแฟไปสองแก้วแล้วแต่ก็ยังไม่เห็นจะมีเอกสารสักแผ่น เจ้าสัวกรรณวางโทรศัพท์แล้วขยับตัวมานั่งดีๆ สองพี่น้องที่คุยเล่นกันอยู่เลยหันหน้ามาฟังผู้เป็นพ่อ

“อย่างที่รู้บริษัทเรามีโปรเจคใหม่ที่เพิ่งประชุมไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว จริงๆ ก็ไม่ใช่โปรเจคใหม่อะไรบริษัทเราทำโปรเจคนี้ทุกปี”

“สิบนักร้องสิบเพลงรัก”

“ใช่ ที่ผ่านมาโปรเจคนี้เบอร์ดี้จะเป็นดูแลทั้งหมดแต่คราวนี้พ่อจะเปลี่ยนทุกอย่าง ทั้งแนวเพลง นักร้อง คนแต่งเพลง รวมทั้งคนดูแลโปรเจค”

ทั้งห้องประชุมเงียบสนิทเมื่อเห็นว่าสายตาของเจ้าสัวกรรณมองมาที่ทายาทคนเล็ก เบนจามินรู้สึกว่าใจเขาเต้นเร็วมากเมื่อได้ยินประโยคเมื่อสักครู่ ทั้งๆ ที่พอเดาออกว่าคนที่จะรับผิดชอบโปรเจคแทนพี่เบอร์ดี้จะเป็นใครแต่มันก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้

“คนที่จะมาทำเพลงให้โปรเจคนี้จะไม่ใช่คนในบริษัท พ่อไม่แน่ใจว่าลูกจะรู้จักเขาหรือเคยได้ยินชื่อมาบ้างหรือเปล่าพ่อเองก็รู้จักกับพ่อเขามานานตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง KTD เลยก็ว่าได้”

สายตาเบนมองไปที่ประตูเมื่อเห็นว่ามีเงาคนยืนอยู่ที่หน้าประตูและทันทีที่ประตูเปิดออกก็เห็นว่ามีร่างสูงใหญ่ของชายสูงอายุเดินนำเข้ามาก่อน ตามด้วยคนที่ใส่กางกางแสล็คสีขาวเสื้อเชิ้ตลายทางสีฟ้าพร้อมกับสะพายกระเป๋าใส่กีตาร์ไว้ด้านหลัง ทุกคนในห้องประชุมลุกขึ้นยืนทักทายผู้ที่เดินเข้ามาใหม่

ทำไมเบนจามินจะไม่รู้จัก
อคิราห์ นันทสกุล

มือกีตาร์มือหนึ่งของวงการเพลง
สมาชิกของวง The music box ในตำนาน



“ไม่เจอกันนานเลยเจ้าสัวกรรณ ยังหนุ่มยังแน่นเหมือนเดิม”

“พี่ก็พูดเกินไปแค่เดินไปเดินมาก็เหนื่อยแล้วตอนนี้ แล้วนี่ลงมากรุงเทพเมื่อไหร่นึกว่าเจ้าคีย์จะมาคนเดียวซะอีก”

“แขกระดับ VIP ของ KTDติดต่อมาทั้งทีใครจะพลาด เลยขอลงมาจากเชียงรายมาทักทายด้วยตัวเอง”

“เป็นเกียรติของ KTD ต่างหากที่ร่วมงานกับนักแต่งเพลงระดับมืออาชีพ”

“อย่าไปชมมันมากเดี๋ยวมันเหลิง”

เป็นบทสนทนาที่ฟังแล้ว งงๆ
เบนจามินจับใจความว่าพ่อคงรู้จักกับคุณอคิราห์มานานแล้วเจ้าจิ๋วที่แบกกีตาร์อยู่คือลูก แต่ที่ไม่เข้าใจคือใครแต่งเพลง แล้วนักแต่งเพลงมืออาชีพนี่คือใคร คนลูกหรือคนพ่อ?

“เอ๊า ทักทายกันเพลินนี่แนะนำตัวกันหน่อยเบอร์ดี้นี่รู้จักกันอยู่แล้วใช่ไหม งั้น..”

เจ้าสัวกรรณกวักมือเรียกให้เบนจามินเดินมาอยู่ข้างๆ ส่วนคุณอคิราห์ก็หันไปรั้งคนที่สะพายกระเป๋ากีตาร์ให้เดินออกมาข้างหน้า ต่างคนต่างมองหน้ากันอยู่อย่างนั้นเบนจามินเดาว่าอีกฝ่ายอาจจะอายุน้อยกว่าเขาเยอะพอสมควรเพราะดูแล้วก็ยังไม่โตเท่าไหร่ถ้าแต่งตัวกางเกงยีนส์เสื้อยืดก็วัยรุ่นสยามทั่วๆ ไป ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่เพราะเบนก็เห็นว่าสายตาจากฝั่งนั้นก็มองเขาเหมือนประเมินอะไรสักอย่างอยู่แน่ๆ

“นี่คือนักแต่งเพลงสำหรับโปรเจคนี้ คีตา นันทสกุล และนี่เบนจามิน เกียรติธนธาดาผู้รับผิดชอบโปรเจคของ KTD ครับ”

เบนจามินหันมามองหน้าเจ้าสัวกรรณที่ยิ้มให้พร้อมกับตบลงบนไหล่ลูกชายคนเล็กเบาๆ คิดว่าเจ้าลูกชายก็คงตกอกตกใจพอสมควรเพราะเขาไม่เคยที่จะมอบหมายงานให้เจ้าตัวทำคนเดียวจริงๆ สักทีแต่ครั้งนี้เขาคิดมาดีแล้วว่ามันถึงเวลาที่เบนจามินจะได้เติบโตและเรียนรู้การทำงานของ KTD อย่างจริงจัง อย่างน้อยโปรเจคนี้เบนจามินก็มีเคยมีส่วนร่วมมาบ้าง

“เจ้าสัวกรรณผมว่าเราปล่อยให้เด็กๆ เขาทำความรู้จักกันดีกว่าครับ”

ไปจริงๆ
ทุกคนในห้องประชุมไปหมดขนาดมาร์ชผู้ช่วยยังออกไปด้วย เบนจามินไม่ค่อยชอบบรรยากาศแบบนี้เท่าไหร่เวลาที่เราต้องเริ่มทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ในอายุอานาม27ปีจะเริ่มจะคุยจะทักอะไรยังไงอีกฝ่ายก็ดูติสท์ๆ ชอบกลเอาวะ..ถ้าเด็กกว่าก็น่าจะคุยกันง่าย

“คุณคีตา”

“เรียกผมว่าคีย์ก็ได้ครับ”

“อ้อ..งั้นคุณเรียกผมว่าเบนก็ได้”

เงียบ…ปกติเวลาจะทำงานร่วมกับใครเขาทักทายกันแค่นี้หรือเปล่าวะ
ยังไม่ทันจะได้พูดแนะนำตัวต่อคนที่นั่งอยู่ก็พูดขึ้นมาซะก่อน

“รู้รายละเอียดโปรเจคนี้ไหมครับ ผมเห็นว่า KTD ทำโปรเจคนี้ทุกปีไม่ทราบว่าปีก่อนๆ เป็นแบบไหน”

“ก็สิบเพลงสิบนักร้อง”

“แค่นั้นเหรอครับ…แล้วปกติเพลงเป็นแนวไหนครับ ต้องเป็นเพลงรักอย่างเดียวหรืออกหักก็ได้”

“ก็เพลงรักทั่วๆ ไปครับ”

“แค่นั้น?”

“ก็งานมีแค่นั้น คุณแต่งเพลงเลือกนักร้องก็แค่นั้นมีอะไรที่ยากเหรอครับ”


คีตานั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นเมื่อได้ยินทุกอย่างจากคนที่นั่งฝ่ายตรงข้าม เด็กฉิบหาย..รู้ว่าอีกฝ่ายน่าจะอายุเยอะกว่าเขาแต่เห็นแบบนี้ก็รู้เลยว่าทำงานโคตรไม่เป็นมืออาชีพคีตาไม่เคยรู้จักทายาทไฮโซอะไรทั้งนั้นเขาไม่เคยสนใจแต่ก็คิดไว้ในลึกๆ ว่าจะเป็นแบบนี้ตอนที่ KTD ENTERTAINMENT ติดต่อมาตอนแรกจะปฎิเสธเพราะปกติแนวเพลงที่เขาแต่งไม่ใช่แนวพวกวัยรุ่นป๊อปใสๆ เท่าไหร่แต่พ่อของเขาซึ่งเคยรู้จักกับเจ้าสัวกรรณมาก่อนบอกให้เขาลองดู

ยังไงถือว่าฝึกฝีมือ

นี่ก็ทำใจไว้หลายเรื่องเพราะไม่เคยร่วมงานกับบริษัทใหญ่ๆ มาก่อนแต่ก็ไม่คิดว่าจะเจอปัญหาตั้งแต่เฮดใหญ่ของโปรเจค ทายาท KTD คนอื่นๆ ก็ดูเป็นงานเป็นการยกเว้นไอ้คนที่นั่งตาตี่อยู่ตรงหน้านี่ ใจจริงคีตาไม่สนใจเรื่องเงินเรื่องรายได้อะไรทั้งนั้นแต่ทั้งหมดนี่คือเกรงใจพ่อและเจ้าสัวกรรณเพราะเห็นว่ารู้จักกันมานานไม่งั้นตอนนี้กลับบ้านนอนไปแล้ว

เสียเวลาโคตรๆ
ทำงานกับเด็กไม่รู้จักโตแบบนี้

“คุณเบนมีแผนการทำงานของโปรเจคนี้ยังไงเหรอครับ”

“แผนการทำงาน?”

“เอาแค่คร่าวๆ ก็ได้ครับ”

“ไว้ผมค่อยคิดแล้วกันมันก็ดูไม่ยากเท่าไหร่”

“…………………………………………………….”

“คุณเบนจามิน”

“ครับ?”

“ผมขอพูดตรงๆ เลยนะ ผมเป็นคนแต่งเพลง ทำเพลง ให้กับโปรเจคนี้ของบริษัทคุณถึงแม้ว่าคุณจะไม่มีความรู้ทางด้านดนตรีแต่อย่างน้อยด้านการบริหารคุณก็น่าจะมีความรู้บ้าง”

“ที่คุณพูดนี่หมายความว่าไง”

“ถ้าคุณเบนยังไม่พร้อมที่จะรับผิดชอบงานใหญ่ขนาดนี้ก็ควรจะบอกเจ้าสัวกรรณ”

“คุณ…”

“สำหรับผม ผมว่าคุณยังไม่พร้อมจริงๆ คุณยังดูเล่นๆ อยู่เลย”

“คุณเอาอะไรมาตัดสินผมเหรอครับ”

“แค่ตอนนี้ผมก็รู้แล้ว สิบนักร้องสิบเพลงรัก รักแบบไหน มีอะไรบ้าง แนวดนตรี ทั้งหมดนี่คุณตอบผมได้ไหม มีไอเดียอะไรในหัวคุณบ้าง คุณคิดว่าคนรับผิดชอบโปรเจคมีหน้าที่แค่เซ็นเอกสารงั้นเหรอขนาดผมถามว่าปีที่ผ่านมาโปรเจคนี้เป็นยังไง คุณยังอธิบายให้ผมฟังไม่ได้เลย คุณเบนจามิน”

“………………………………………………………..”

“ผมไม่รู้นะครับว่าคุณเบนทำงานที่ KTD มานานแค่ไหนแต่คิดว่ามันเป็นธุรกิจครอบครัวคุณน่าจะรู้ทุกอย่าง ไม่ใช่ไม่รู้อะไรเลยแบบนี้ ”

“………………………………………………………..”

“เอาเป็นว่าผมจะไม่ถอนตัวจากการแต่งเพลงให้โปรเจคนี้ขึ้นอยู่กับคุณเบนแล้วกันว่าจะเอายังไง”

“………………………………………………………..”

เบนจามินมองไปยังคนที่เพิ่พูดประโยคนั้นจบ คีตา นันทสกุล เขาไม่เคยรู้จักและไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเบนยอมรับว่าถึงแม้ว่าเขาจะอยู่ในแวดวงดนตรีแต่ที่จริงแล้วเขาไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับมันเขาถึงเลือกเรียนบริหารตั้งแต่ตอนเข้ามหา’ลัยและไม่เคยสนใจคณะที่เกี่ยวกับดนตรีเลยสักนิด เขาเล่นดนตรีได้เพราะที่บ้านส่งให้เรียนตามพี่น้องคนอื่นๆ เขาพูดได้ไม่เต็มปากว่าชอบดนตรีที่ยังอยู่ตรงนี้เพราะเป็นธุรกิจของครอบครัวถ้าไม่สานต่อจะให้เขาไปทำงานที่ไหน

ถ้าถามว่าชอบดนตรีไหมเขาจะตอบว่าโอเคเขาอยู่กับมันได้
แต่ไม่ถึงขนาดที่ทำให้เขาทุ่มเททุกอย่างไปกับมัน


คนที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้บอกได้เลยว่ามีความเป็นนักดนตรีเต็มเปี่ยมอย่างน้อยก็มันก็คงอยู่ในสายเลือด  ก็เป็นลูกชายมือกีตาร์มือหนึ่งระดับประเทศ นักแต่งเพลง (คิดว่ามีชื่อเสียงพอสมควรแต่เขาก็ไม่รู้จัก) แถมสะพายกีตาร์ไปไหนมาไหนแบบนี้ดูก็รู้ว่าคงรักดนตรีมาก หน้าตาโคตรเด็กดื้อ ตาก็ไม่ได้โตไปกว่าเขาเท่าไหร่ยกเว้นแก้มที่มีเยอะจนมันล้นออกมา ที่จริงเขาก็ยังไม่รู้อายุคนตรงหน้าเดาไว้ก่อนว่าเด็กกว่าเพราะท่าทางเหมือนเด็กเอาแต่ใจอยู่เหมือนกัน

โดยเฉพาะคำพูดคำจานี่เจ็บแสบไปถึงทรวง
ไอ้เด็กเปรต (ด่าในใจ)


“ถ้าคุณคีตาคิดว่าผมห่วยมากนักผมก็ยังยืนยันคำเดิมว่าผมจะเป็นคนที่รับผิดชอบโปรเจคนี้”

“คุณเบนจะไม่ถอนตัว?”

“ก็ถือว่าเราเสมอกัน เพราะผมเองก็ไม่รู้ว่าคุณแต่งเพลงเก่งแค่ไหน เก่งระดับโลกหรือเปล่า เพลงที่แต่งเพราะไหมหรือว่างั้นๆ คนอื่นอาจจะบอกว่าเพราะแต่สำหรับผมมันอาจจะแย่มากก็ได้ ก็คงต้องลองดูกันสักหน่อยว่าเราสองคนจะทำให้โปรเจคนี้ไปรอดหรือว่าล่ม”

“คุณคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสนุกเหรอครับ”

“ผมไม่เคยคิดว่างานเป็นเรื่องสนุก แต่ผมคิดว่าเราสองคนทำงานด้วยกันอาจจะสนุกมากก็ได้ผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคีตา นันทสกุลจะแต่งเพลงออกมาได้เพราะสมคำร่ำลือหรือเปล่า”

ตีตาลุกขึ้นยืนพร้อมกับจ้องหน้าคนที่ยืนยิ้มอยู่ฝั่งตรงข้ามเขาคิดว่าคนอย่างเบนจามินจะอารมณ์ร้อนปล่อยสักหมัดแล้วเดินไปถอนตัวจากโปรเจคนี้กับเจ้าสัวกรรณแต่เขาคิดผิดยิ่งโดนยั่วโมโหแบบนี้มันเหมือนกับว่าศึกครั้งนี้เขาจะแพ้ไม่ได้

“ถ้าคุณเบนตัดสินใจแบบนี้ผมก็ยินดี หวังว่าคุณจะทำงานแบบมืออาชีพนะครับไม่ใช่ทำงานแบบเด็กประถม”


ตอนนี้ที่หน้าห้องประชุมมีทั้งเจ้าสัวกรรณ คุณอคิราห์ เบอร์ดี้และผู้ช่วยมาร์ชยืนเกาะประตูดูความเป็นไปของทั้งคู่ ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่กล้าผลักประตูเข้าไปแค่รู้สึกว่าเข้าไปตอนนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เจ้าสัวกรรณยืนกอดอกมองเจ้าลูกชายคนเล็กที่ตอนนี้หน้านิ่งสนิทดวงตาเรียวเล็กจ้องหน้านักแต่งเพลงเขม็ง เขาเลี้ยงของเขามาตั้งแต่เล็กแต่น้อยรู้เลยว่าเจ้าเบนจามินกำลังไม่พอใจมากๆ เดาได้เลยว่า

โปรเจคงานครั้งนี้คงจะไม่ราบรื่นอย่างที่คิด
แต่เขาจะไม่เข้าไปยุ่งเด็ดขาดบอกแล้วว่าเบนจามินจะต้องเติบโตขึ้นด้วยตัวเอง

“เราเข้าไปกันเถอะ ยืนกันอยู่อย่างนี้พนักงานมองกันหมดแล้ว”

ทันทีที่ทุกคนผลักประตูเข้ามาเป็นจังหวะเดียวกับที่คีตาถกแขนเสื้อแล้วยื่นมือมาตรงหน้าทายาทคนเล็กของ KTD เบนจามินเหลือบมองมือที่ยื่นมาตรงหน้าสังเกตเห็นว่าตรงข้อมือด้านในของอีกฝ่ายสักลายกุญแจเอาไว้

“ยินดีที่ได้ร่วมงานกับ KTD ENTERTAINMENT นะครับคุณเบนจามิน เกียรติธนธาดา ”

“ยินดีเช่นกันครับคุณคีตา นันทสกุล”

ทุกคนในห้องประชุมมองทั้งคู่ที่จับมือกันอยู่ตรงโต๊ะกลางห้อง ทั้งๆ ที่มันควรเป็นภาพที่น่าชื่นชมที่เห็นทั้งสองคนเริ่มต้นกันด้วยดีแต่ทำไมสายตาของทั้งคู่ที่มองกันอยู่มันฟาดฟันกันจนแทบจะมีสายฟ้าฟาดออกมา แถมมือที่จับอยู่ก็บีบกันแน่นจนขึ้นรอยแดงเหมือนต่างคนต่างไม่ยอมแพ้


ให้ตายเถอะ
นี่ค่ายเพลงหรือค่ายมวย









TO BE CON


MUSIC BOX
ฝากแทก #นิยายกล่องดนตรี
ในทวิตเตอร์ด้วยนะคะ


ทะด้า นี่คือเบนจามิน เกียรติธนธาดา ลูกเพื่อนแม่คนที่สองจาก #ซีรีส์ลูกเพื่อนแม่ ค่ะขอบอกก่อนว่าโดยส่วนตัวแล้วไม่ได้มีความรู้เรื่องดนตรีหรือการแต่งเพลงมาก่อนเลยเลยจะไม่ลงเน้นพวกทฤษฎีการแต่งเพลงอะไรแบบนี้นะคะกลัวผิดเด้อ จะพยายามแทรกอันที่เข้าใจกันได้ง่ายๆ  แต่เรื่องนี้จะเน้นบรรยากาศเวลาที่เขาอยู่ด้วยกันมากกว่า แต่ถ้ามีอันไหนผิดท้วงได้เสมอนะคะ

Ps.กล่องดนตรีนี้มีความหมายนะเออ
ps1 SECRET GARDEN ความลับของต้นไม้ รามิล เตชนะหิรัญจะได้ตีพิมพ์นะคะไว้เดี๋ยวมีอะไรคืบหน้าจะแจ้งข่าวค่ะ ^^

#นิยายกล่องดนตรี  #ซีรีส์ลูกเพื่อนแม่
twitter @ribbinbo

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-11-2018 21:50:25 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ ♥ believeinme

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 88
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
มาเจิมเรื่องใหม่ค่าาา รอติดตามอยู่นะคะ

ออฟไลน์ klongpani

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 6
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ตามมาจาก secret garden ค่ะะะะ มาเจิมไว้ก่อน อิอิ
เรื่องนี้ท่าทางจะเป็นแนวลิ้นกับฟันนะคะเนี่ย น่าสนุก

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
MUSIC BOX
#นิยายกล่องดนตรี

ผมเติบโตมาพร้อมกับธุรกิจดนตรี
แต่มีเครื่องดนตรีเดียวที่ผมชอบคือ ไวโอลิน – เบนจามิน เกียรติธนธาดา

ผมเติบโตมาพร้อมกับครอบครัวนักดนตรี ผมเล่นดนตรีได้ทุกอย่าง
ยกเว้น ไวโอลิน – คีตา นันทสกุล


CHAPTER.1 : Choice



“คีตา นันทสกุล  ลูกชายคนเล็กของอคิราห์ นันทสกุลมือกีตาร์วง The music box  ในวงการใช้ชื่อว่า KEY ในการแต่งเพลงด้วยอายุแค่ 25 แต่แต่งเพลงมาแล้วเกือบร้อยเพลง  แค่นี้…ทำไมประวัติมีแค่นี้วะ”

“เขาก็เขียนอยู่ว่า ขอไม่เปิดเผยประวัติส่วนตัวทิม มึงอ่าน”

“เห็นรูปแล้วเหมือนมีไอ้ทิมสองคน หน้าตาดูกวนประสาทเห็นแล้วปวดหัวจี๊ดแต่แก้มเยอะฉิบหายเลยน่าเอ็นดูขึ้นมาหน่อย”

“อย่าไปเอ็นดูมันคิน มันกวนประสาทจริงๆ โว้ยคุยกับกูนี่ ทุกประโยคบาดจิตบาดใจกูมากไม่ได้คิดว่ากูอายุมากกว่าเลยใส่เอาๆ ตัวเท่าลูกหมาทำเป็นซ่า”

“มึงไปกวนตีนน้องเขาก่อนหรือเปล่าเบน กูรู้นิสัยมึงดี”

เช้าวันอาทิตย์ที่สนามยิงปืนวันนี้ถึงคิวเบนที่คิดกิจกรรม ทุกคนออกจะ งง ๆ เล็กน้อยเมื่อถูกปลุกตั้งแต่เช้าตรู่พร้อมกับโดนลากมาที่สนามยิงปืน ไอ้ทิมนี่ยังหลับตาขี่หลังคินที่ยังดูไม่ตื่นดี ส่วนรามิลก็บ่นเป็นหมีกินผึ้งเพราะบอกว่ายังไม่ทันจะได้ฟัดต้นไม้ก่อนออกจากบ้านไม่รู้ไอ้เบนจะรีบไปไหนทุกทีนี่มันตื่นสิบโมงด้วยซ้ำ พอมาถึงก็เอาแต่ยิงๆ อย่างเดียวไม่พูดไม่จา

กว่าจะรู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้นไอ้เบนก็ยิงปืนซะจนกระสุนแทบหมดสนามพี่แทนเจ้าของสนามแทบจะยกมือไหว้มันให้หยุดยิง พอได้พักไอ้ทิมจัดการค้นหาประวัติคู่กรณีภายในสองวิ ไม่มีใครคุ้นหน้าคุ้นชื่อนอกจากไอ้คินที่ทำงานอยู่ในวงการโฆษณาบอกว่าเคยฟังเพลงที่เขาแต่งมาบ้าง แต่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน
 
“ก็ลองทำงานด้วยกันก่อน เนี่ยเจ้าสัวกรรณมอบโปรเจคใหญ่ขนาดนี้ให้มึงทำแล้วต้องเต็มที่นะเว้ย”

“เรื่องงานกูตั้งใจทำอยู่แล้วแต่ไอ้เพื่อนร่วมงานนี่กลัวว่าจะตีกันตาย”

“น้องเขาเด็กกว่าก็ใจเย็นๆ กับน้องเขาหน่อย”

“กูจะพยายามแล้วกัน”

“เบน โตแล้วนะจะทำอะไรคิดดีๆ”


รามิลบอกทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนที่เบนจะลุกไปยิงปืนต่อ ทั้งสามคนในแกงค์ลูกเพื่อนแม่ได้แต่มองหน้ากันแล้วถอนหายใจ  ถึงแม้จะได้ยินประโยคที่น่าจะทำให้สบายใจแต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกว่าจะต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ ฝ่ายตรงข้ามก็ไม่ใช่ธรรมดาเช่นกันดูจากรูปและสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องประชุมที่เบนเล่าให้ฟัง

ก็ได้แต่หวังว่าคงจะไม่ร้ายแรง
ถึงขนาดเลือดตกยางออก


MUSIC BOX


ผมขอนัดคุยกับคุณเบนจามินเป็นการส่วนตัวได้ไหมครับเรื่องการทำงานของผมกับคุณ


เบนจามินมองข้อความที่เด้งขึ้นมาในไลน์เจ้าเปี๊ยกจอมซ่ามีการไลน์มาหาส่วนตัวอย่างนี้ท่าทางคงอยากจะเคลียร์กับเขาให้มันรู้เรื่อง ตอนแรกเบนจะตอบตกลงแต่อยู่ดีๆ ก็คิดว่าแกล้งเด็กเล่นหน่อยจะเป็นอะไรไปวันนั้นด่าเขาไว้ซะเยอะ สุดท้ายก็พิมพ์ตอบกลับไปว่าพรุ่งนี้ตอนบ่ายเจอกันที่ร้านกาแฟแถวอารีย์เพราะมีนัดลูกค้าที่นั่น

อีกฝ่ายก็ตอบกลับมาว่าขอคุยที่บริษัทได้ไหมแต่เบนจามินก็แกล้งตอบไปว่าเขาไม่ได้เข้ากลัวว่าจะช้าพอตอบไปแบบนั้นทางนั้นก็เลยตกลงเบนจามินกดออกจากไลน์แล้วเสิร์ชหาอินสตาแกรมของคีตา นันสกุลยังดีที่ยังเปิดเป็นสาธารณะ ในไอจีไม่ค่อยลงรูปตัวเองเท่าไหร่มีแต่รูปตอนเล่นดนตรีโดยเฉพาะตอนเล่นกีตาร์แต่ไม่มีรูปไหนเห็นหน้าชัดๆ ขนาดไอจียังดูติสท์ๆ เป็นตัวของตัวเองโคตรๆ นอกนั้นก็มีแต่รูปกล่องดนตรี

ชอบ?
หรือไม่ก็ของสะสม
 
กล่องดนตรีในแบบต่างๆ เห็นแล้วแปลกตาดี
ไม่คิดว่าผู้ชายจะชอบอะไรแบบนี้




15.48 น.

เกือบสามชั่วโมงแล้วที่คีตานั่งอยู่ที่ร้านกาแฟ เขาสั่งเครื่องดื่มไปสองแก้วแต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าไอ้ทายาท KTDจะโผล่หน้ามาคุยล่าสุดไลน์มาบอกว่าใกล้เสร็จแล้วหลังจากนั้นพอไลน์ไปก็ไม่อ่าน ไม่กล้าโทรไปเพราะกลัวว่าจะยุ่งอยู่ คีตาพยายามคิดในแง่ดีว่าอีกฝ่ายคงไม่ปล่อยให้เขาคอยเก้อหรอกในเมื่อนัดกันมั่นเหมาะขนาดนี้


17.34 น.

โอเค..เริ่มไม่มั่นใจละไอ้ตี๋นั่นจะต้องวางแผนแกล้งเขาอยู่แน่ๆ แต่ความดีในตัวก็ยังบอกว่าอีกฝ่ายอาจจะยังคุยกับลูกค้าไม่เสร็จ นี่เขาก็ไม่อยากจะไลน์ไปแล้วเพราะทุกข้อความที่ส่งไปก่อนหน้านี้มันยังไม่ขึ้นว่าอ่านแล้วสักข้อความเลยเลิกส่ง เอาวะ..ไหนๆก็รอมาขนาดนี้แล้ว

20.38 น.

“ผมขอโทษนะครับคุณคีตาผมลืมว่านัดคุณไว้ ผมนัดแฟนผมไว้แล้วคุณช่วยเห็นใจผมนะครับพวกผู้หญิงถ้างอนแล้วง้อยาก”


โอเค..ใจเย็นๆ นะคีตาตอนนี้ร้านกาแฟปิดไฟเป็นที่เรียบร้อยเขานี่แหละลูกค้าคนสุดท้ายของร้าน ทันทีที่ก้าวขาออกมาจากร้านก็เจอกับข้อความที่เด้งมาในไลน์ครั้งแรกที่เห็นนี่ดีใจมากแต่พออ่านข้อความนี่เรียกได้ว่าถ้าตอนนี้มีควันออกจากหูได้คงมีไปแล้วหลังจากที่อ่านจบคีตาก็กำมือแน่น

“จะเอาอย่างนี้ใช่ไหม ไอ้ตี๋รู้จักคีตาน้อยไปมากเบนจามิน”


MUSIC BOX

“อาหารที่นี่อร่อยนะคะเบนแจนไม่เคยรู้เลยว่ากรุงเทพจะมีร้านบรรยากาศดีๆ แบบนี้”

เบนจามินยิ้มให้กับผู้หญิงตรงหน้าวันนี้เลิกงานเร็วก็เลยพาแจนมาทานอาหารอร่อยๆ คิดไม่ผิดที่พามาร้านนี้เพราะขึ้นชื่อว่าบรรยากาศดีรสชาติอร่อย จริงๆ ระหว่างเขาสองคนยังไม่ใช่แฟนกันซะทีเดียวก็เรียกว่าคู่ควงละมั้งเพราะไม่ได้ตกลงกันถึงสถานะตอนนี้ สาวสวยตรงหน้าก็เรียกว่าสวยขนาดผู้ชายทุกคนในร้านให้ความสนใจ ก็ดี..ควงคนสวยก็ต้องภูมิใจเป็นเรื่องธรรมดา

“เฮ้ยไรวะ!”

เบนจามินร้องลั่นเมื่ออยู่ดีๆ ก็มีคนเดินมาชนแล้วเครื่องดื่มในมือของอีกฝ่ายหกใส่เสื้อเต็มๆ แต่พอเงยหน้าขึ้นมามองคนที่เดินเข้ามาชนก็หยุดชะงัก

คีตา..

“อ้าวคุณเบนมาทานข้าวเหรอครับ เมื่อวันก่อนคุณก็มาทานกับคุณจ๋อมที่สวยๆ วันนี้มากับใครครับลูกค้าเหรอครับ ขอโทษด้วยนะครับเรื่องเสื้อพอดีผมไม่ได้ตั้งใจสะดุดเก้าอี้ ไม่ทันได้มอง”

“…………………………………………………..”

“โทรหาคุณจ๋อมด้วยนะครับ ไม่งั้นแฟนคุณเบนจะต้องโกรธมากแน่ๆ อย่ามัวแต่ทานข้าวกับลูกค้า”

“…………………………………………………..”

“เบนคะ”

ยังไม่ทันจะได้คุยกับไอ้คนที่ก่อเรื่องที่พูดเสร็จก็เดินหนีไปทางอื่น แต่เสียงเย็นยะเยือกจากคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามทำให้เบนหันกลับมาหา เสื้อสีขาวก็เลอะเครื่องดื่มสีแดงเต็มเสื้อ คนในร้านก็เอาแต่มองไม่เลิกและท่าทางน้องแจนกำลังจะโกรธแบบไฟลุกภายในห้านาทีนี้ เบนหันไปมองไอ้เปี๊ยกคีตาที่โบกมือลาเขาก่อนจะเดินออกจากร้านไปด้วยท่าทางสบายใจเต็มที่

ไอ้เด็กเปรต!


MUSIC BOX


“ผมจะไปเจอคุณที่บริษัท! เบนจามิน”

“ก็มาสิครับคุณคีตา หาผมให้เจอ”

เบอร์ดี้กำลังยืนมองน้องชายตัวเองที่หัวเราะอย่างอารมณ์ดีก่อนจะหมุนตัวส่งจูบแล้วกดลิฟท์หายไป แค่เพียงไม่นานลิฟท์ตัวข้างๆ ก็เปิดออกพร้อมกับนักแต่งเพลงน้องคีตา ทันทีที่คีตาถามถึงเบนจามินเบอร์ดี้ก็บอกว่าเมื่อกี้ลงลิฟท์ไปแล้ว นี่เธอก็ไม่รู้ว่าตอบอะไรผิดหรือเปล่าเพราะเห็นว่าคีตากำหมัดแน่นๆ ท่าทางเหมือนโมโหมากๆ เบอร์ดี้เลยขอตัวไปทำงานเพราะมีประชุมต่อ คีตายกมือไหว้แล้วกดเบอร์โทรศัพท์ไปหาผู้ช่วยของเบนจามินที่เคยขอเบอร์ไว้

“สวัสดีครับคุณมาร์ช  ผมคีตา นันทสกุล”

“เด็กนรก?”

“ห๊ะ?”

“คือคุณเบนจามินเมมเบอร์นี้ให้ผมว่าเด็กนรกครับ”

“ไอ้เวรเอ๊ย”

“คุณคีตาว่าอะไรนะครับ ผมได้ยินไม่ถนัด”

คีตาพยายามสงบสติอารมณ์พร้อมกับบอกว่าไม่มีอะไรก่อนจะได้คำตอบว่าเบนจามินออกจากบริษัทไปแล้วก่อนที่เขาจะเข้ามาไม่ถึงห้านาที คีตายังไม่อยากให้เรื่องแบบนี้ถึงหูผู้ใหญ่เมื่ออีกฝ่ายตั้งใจจะยียวนกวนประสาทแบบนี้เขาก็พร้อมจะเล่นด้วยจนกว่าความอดทนเขาจะสิ้นสุด

แต่ก็คิดว่าอีกไม่นานแล้วเหมือนกัน


MUSIC BOX


“คิดไงมาทำงานในวันหยุด ปกติไม่เห็นจะมา”

เบอร์ดี้ถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเบนจามินนั่งทำงานอยู่ในห้องทำงานทั้งๆ ที่ปกติน้องชายไม่เคยจะมาทำงานในวันเสาร์อาทิตย์แบบนี้อยู่แล้ว ไม่รู้ว่าอารมณ์ดีอะไรนักหนาเห็นเอาแต่ยิ้มจนตาตี่ๆ นั่นเป็นเส้นตรงพอถามก็บอกว่าไม่มีอะไรเบอร์ดี้เลยเลิกสนใจแต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวขาไปไหน อยู่ดีๆ มาร์ชก็ตะโกนเรียกใครสักคนตรงหน้าห้องทำงานตามด้วยคีตาที่เปิดประตูแล้วเดินตรงดื่งเข้ามาในห้อง

“ไหนบอกว่าวันนี้ป่วยไงครับคุณเบน”

เบนจามินเงยหน้ามองคนที่ทุบโต๊ะทำงานเสียงดังลั่นท่าทางจะโมโหมากเพราะตานี่จ้องเขาเขม็ง หนึ่งอาทิตย์เต็มๆ ที่ต่างฝ่ายเหมือนเล่นไล่จับอีกคนไล่อีกคนหนีจับไม่ได้ไล่ไม่ทันพอเบนได้แต้มคีตาก็จะไม่ยอมแพ้หาทางมาแกล้งคืนสมน้ำสมเนื้อสารพัดวิธีที่ทั้งสองคนผลัดกันเอาคืนไม่หยุด

นัดแล้วไม่ไป
นัดอีกร้านไปอีกร้าน
นัดแล้วเปลี่ยนร้านกระทันหัน
นัดไปเจอร้านที่ปิดแล้ว   
นัดกันที่นู่นโผล่มาที่นี่
นัดกันที่นี่โผล่ไปที่อื่น


แต่สำหรับเบนบอกได้เลยว่าแค่อาทิตย์เดียวไอ้เปี๊ยกแก้มป่องนี่ทำเอาชีวิตเขาแปรปรวนไปหมด อย่างน้อยตอนนี้คู่ควงสาวสวยกระเจิงไปคนละทิศคนละทางเพราะโดนฤทธิ์ของคีตาเด็กเปรตนี่

“ก็หายแล้วไม่ได้เหรอครับ”

“คุณตั้งใจแกล้งผมคุณเบน”

“แกล้งอะไรกันคุณคีตา ผมทำอะไรแล้วที่ผ่านมาอย่าบอกนะว่าคุณไม่ได้แกล้งผมเหมือนกัน”

“ตกลงจะเอายังไง จะเอายังไงพูดสิวะ! ทนไม่ไหวแล้วนะเว้ย!”

เบอร์ดี้ยกมือขึ้นมาทาบอกเมื่อเห็นว่าคีตาผลักอกเบนจามินจนน้องชายเธอเซไปด้านหลัง ก่อนที่เบนกระชากคอเสื้อของคีตาแล้วรั้งให้เข้ามาใกล้ยังดีที่ไม่ได้ยกมือขึ้นมาต่อยกันแต่ต่างคนจ้องหน้ากันไม่เลิกสายตาที่มองกันทำให้เบอร์ดี้บอกให้มาร์ชรีบไปตามผู้ใหญ่มาเพราะกลัวว่าจะเกิดเรื่อง

“ตัวต่อตัวเลยไหมจะได้จบๆ ”

“ก็ได้นะแต่กลัวว่าจะกลายเป็นว่าผู้ใหญ่รังแกเด็ก”

“เด็กประถมยังโตกว่าคุณเลย”

“ก็ไม่ต่างกันหรอกตัวเท่าลูกหมาเตะทีก็กระเด็นแล้ว”

“เสียเวลาว่ะเอาเลยไหม”

"ต่อยถึงก็เอาเลย ไอ้เปี๊ยก"




“เบนจามิน!  คีตา!”

เสียงของเจ้าสัวกรรณและคุณอคิราห์ที่ดังขึ้นทำให้ทั้งสองคนหยุดนิ่ง แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่ยอมแยกออกจากกันจนผู้ใหญ่ทั้งสองคนต้องเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหา เจ้าสัวกรรณรู้เรื่องทั้งหมดภายในหนึ่งอาทิตย์ที่เกิดขึ้น เพราะเขารู้ดีว่านิสัยของสองคนนี้ไม่มีทางที่จะยอมกันง่ายๆ ขนาดนั้นถึงได้ให้คนคอยดูอยู่ห่างๆ  แล้วก็เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิดนี่ก็ตั้งใจจพูดเรื่องนี้อยู่เหมือนกันเพราะกลัวว่าปล่อยไว้จะเป็นปัญหาใหญ่

แต่วันนี้ไหนๆ ก็จะต่อยกัอยู่รอมร่อ
งั้นคงจะต้องจัดการให้มันเด็ดขาดไปเลยแล้วกัน

“ทำงานด้วยกันนี่มันยากมากนักใช่ไหม เบนจามิน..พ่อคิดว่าลูกน่าจะโตพอจนแยกระหว่างเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวออกแต่ท่าทางพ่อจะคิดผิด”

“………………………………………………………………………………………..”

“โปรเจคนี้พ่อตั้งใจให้เบนรับผิดชอบเพราะเชื่อในฝีมือลูก แต่พ่อก็ไม่เริ่มไม่แน่ใจว่ามันจะสำเร็จหรือเปล่าเพราะแค่เริ่มก็เละไม่เป็นท่าแบบนี้ เราอายุมากกว่าคีตานะเบนมีวุฒิภาวะหน่อย”

“………………………………………………………………………………………..”

“เอาเป็นว่าถ้าเรายังไม่พร้อมกันทั้งคู่ พ่อจะเปลี่ยนคนรับผิดชอบโปรเจคหรือไม่ก็เลื่อนโปรเจคนี้ไปก่อน ส่วนเบนจามินถ้าจะพักงานทั้งหมดไปคิดทบทวนกับสิ่งที่ตัวเองทำพ่อก็ไม่ว่า พ่อว่าเรายังไม่พร้อมที่จะทำงานใหญ่ขนาดนี้หรือไม่ก็ไม่พร้อมสำหรับ KTD”

“………………………………………………………………………………………..”

เบนจามินค่อยๆ คลายมือที่จับคอเสื้อคีตาไว้
สายตาของเบนที่มองไปยังเจ้าสัวกรรณทำให้คีตาเองก็ปล่อยคอเสื้ออีกฝ่ายเช่นกัน

“ไม่ใช่แค่เบนจามินหรอกนะ เราก็เหมือนกันคีตา”


อคิราห์เดินเข้ามาหาลูกชายที่ยืนพิงโต๊ะอยู่เขาเองก็รู้นิสัยคีตาดี เพราะเลี้ยงมาคนเดียวตั้งแต่เลิกกับภรรยาถึงได้รู้จักเจ้าลูกชายชนิดที่มองตาก็รู้ใจ เขารู้ว่าเบนจามินก็คงวางแผนแกล้งแล้วเจ้าลูกชายก็ไม่ยอมแพ้หาทางแกล้งกลับ และอคิราห์เองก็รู้ว่าคีตาต้องการคุยกับเบนจามินเรื่องงานเพลงก็คงเหมือนทุกครั้งที่เวลามีงานติดต่อเข้ามาคีตาจะขอทำงานคนเดียวต่างคนต่างอยู่ เจอกันแค่ตอนประชุมก็แค่นั้น

และเขาผู้เป็นพ่อ
ไม่อยากให้ทุกอย่างจบลงเหมือนเดิม

“ที่จริงแล้วที่พ่ออยากให้คีย์ทำงานกับ KTD ไม่ใช่เพราะว่าพ่อรู้จักกับเจ้าสัวกรรณหรอกนะ พ่ออยากให้คีย์ทำงานนี้ก็เพื่อตัวคีย์เอง”

“………………………………………………………………………………………..”

“คีย์ทำงานคนเดียวไม่เคยทำงานร่วมกับคนอื่นเลย ไม่ใช่ว่ามันแย่แต่พ่ออยากให้เราเรียนรู้การเข้าสังคมบ้าง อยากให้เรามีเพื่อนร่วมงาน มีคนที่คอยแชร์ความคิด มีทีมงานคอยให้คำปรึกษา”

“………………………………………………………………………………………..”

“พ่อรู้ว่าการแต่งเพลงและดนตรีคือสิ่งที่คีย์ชอบและก็ทำมันได้ดี แต่ถ้าคีย์ได้ลองแต่งในแบบที่เป็นมุมมองของคนอื่นบ้างมันก็อาจจะทำให้ลูกได้พัฒนา ถ้าได้มีเพื่อนมีพี่มีใครสักคนให้ได้เราได้แชร์เวลาทำงานมันก็อาจจะทำให้เพลงของคีย์ดีกว่าเดิมก็ได้”

“………………………………………………………………………………………..”

“แต่ถ้าคีย์คิดว่าทำงานคนเดียวแบบเดิมมันดีอยู่แล้วพ่อก็ไม่ว่า ยังไงพ่อก็ตามใจเราอยู่แล้ว”

“………………………………………………………………………………………..”

คีตาก้มหน้าลงเมื่อได้ฟังในสิ่งที่พ่อพูดไม่อยากจะยอมรับว่าที่พ่อพูดถูกทุกอย่าง เขารู้มาตลอดว่าเขาเป็นคนโลกส่วนตัวสูง เก็บตัว และไม่ชอบยุ่งกับใครเพื่อนสนิทก็มีแค่ไม่กี่คนคีตาทำงานคนเดียวมาตลอดเพราะคิดว่าทำงานกับคนอื่นมีแต่เรื่องวุ่นวาย เลยเลือกที่จะทำทุกอย่างคนเดียว ถ้ามีคนจ้างเขาก็แค่ทำงานที่บ้านเพียงลำพังพอถึงเวลาก็แค่ไปประชุมไม่ผ่านก็กลับมาแก้ มันเป็นแบบนี้มานานตั้งแต่เขาเริ่มทำงานในวงการนี้ ไม่เคยต้องปรึกษาใคร ไม่เคยต้องคุยกับใคร

จริงๆ เขาก็เริ่มรู้ตั้งแต่ที่เขาฟังเพลงที่ตัวเองแต่งแล้ว
เนื้อหาเพลงมันวนเวียนอยู่แต่แบบเดิมไม่มีอะไรแปลกใหม่ เหมือนงานเพลงเขาย่ำอยู่กับที่


เจ้าสัวกรรณเดินเข้ามาหาทั้งสองคนที่ยืนข้างกันก่อนจะวางมือลงบนไหล่ของทั้งคู่ เขาไม่ได้ตั้งใจพูดให้เบนจามินเสียกำลังใจแต่ถ้าเขาไม่ใช้ไม้แข็งก็คงจะไม่รู้สึกตัว แววตาของลูกชายที่มองเขาอยู่ตอนนี้เขารู้เลยว่าเบนจามินที่เขาเลี้ยงมาไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ และเขาก็ยังเชื่อว่าฝีมือของเจ้าลูกชายก็เก่งไม่แพ้ใคร

“พ่อมีทางเลือกให้สองทางสำหรับเบนจามินและคีตา”

“………………………………………………………………………………………..”

“หนึ่งคือแยกกัน..จะไม่มีใครได้ทำโปรเจคนี้ทั้งนั้นพ่อจะยุบโปรเจคไม่ก็เลื่อนออกไปจนกว่าอะไรจะลงตัว หรือข้อสอง ทั้งสองคนจะทำงานด้วยกันทำให้ทุกคนเห็นว่าเบนสามารถรับผิดชอบโปรเจคนี้ได้และคีตาก็สามารถแต่งเพลงในแบบใหม่ๆ ให้ทุกคนได้เห็นฝีมือและการพัฒนา”


เบนจามินและคีตาหันมามองหน้ากันเหมือนต่างคนต่างใช้ความคิด เบนไม่รู้ว่าไอ้เปี๊ยกคีตานี่คิดอะไรอยู่แต่ท่าทางจะเจ็บปวดกับคำพูดของคุณอคิราห์อยู่ไม่น้อยเพราะแววตาที่ตอนแรกมีแต่ความดื้อรั้นตอนนี้มันอ่อนลงจนเหลือแต่ความไม่มั่นใจจนเขาสังเกตได้ เอาเข้าจริงคีตา นันสกุลเวลาแบบนี้ก็เหมือนเด็กตัวเล็กๆ คนนึงเท่านั้น

ไม่เหมือนเด็กดื้อกวนประสาทที่เขาเคยเจอ

“ตกลงว่ายังไง”

เจ้าสัวกรรณถามซ้ำอีกครั้งก่อนที่เบนจามินจะหันมามองคนเป็นพ่อ
เช่นเดียวกับคีตาที่หายใจเข้าเหมือนเรียกความมั่นใจกลับมาอีกครั้ง


“คือผม….. / ผมคิดว่า…..”



TO BE CON


MUSIC BOX

ไม่ใช่เบนที่มีปัญหา น้องคีตาก็มีปัญหาเหมือนกันนะคะ
และนี่คือคู่ที่มีปัญหา 555555555
Ps.กล่องดนตรีนี้มีความหมายนะเออ

#นิยายกล่องดนตรี  #ซีรีส์ลูกเพื่อนแม่
twitter @ribbinbo

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-01-2019 22:36:54 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 920
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +570/-0
รอติดตามต่อคราบบบ ให้ +1 แต้มนะครับ :a2:

ออฟไลน์ fullmoonny

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 411
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
มาแล้วววววววแก๊งเพื่อนแม่อีกราย จะรอติดตามนะคะ

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
ดี ๆ ต้องโดนซะบ้าง อย่ามัวแต่เล่นเป็นเด็ก

ออฟไลน์ Meen2495

  • is allergic to drama.
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 369
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-4
เป็นแฟนคลับ ... ต้นไม้
เลยตามมาดูแก๊งค์ลูกเพื่อนแม่รายต่อมา
... แต่ ดูเล่นมากไปเนอะ แบบขนมพอสมน้ำยาแหละ


เอาว่าจะลองตามต่อไปอีกสักพักค่ะ

ออฟไลน์ onlyplease

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 317
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
อ่านไปแล้ว ฉันว่าคีตาไม่ผิดนะ โดนแกล้งตลอด แล้วเบนเป็นคนเริ่มและทำมันอย่างนั้นซ้ำๆ ไม่แปลกถ้าคีหมดความอดทน  ผู้ใหญ่ควรให้คีไปทำงานกับคนอื่นก็ได้ เรามั่นใจว่าทำได้นะ เปลี่ยนคนทำก็เหมือนก้าวไปอีกขั้นป่ะ ไม่ใช่ล้มโปรเจค มองดีๆ ตีตีไม่ผิดอ่ะ ทำไมต้องโดนไปด้วย ผู้ใหญ่บางทีก็้หมือนคนโง่อ่ะ ปัญหาแก้ได้นิดเดียวไม่เห็นต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลย 
.
มีปัญหาที่เบน ควรแก้ที่เบน ไม่ใช่ตีตา
#โทษทีอินไปหน่อย #คิดว่าไม่สมเหตุผลเท่าไหร่

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
MUSIC BOX
#นิยายกล่องดนตรี

ผมเติบโตมาพร้อมกับธุรกิจดนตรี
แต่มีเครื่องดนตรีเดียวที่ผมชอบคือ ไวโอลิน – เบนจามิน เกียรติธนธาดา

ผมเติบโตมาพร้อมกับครอบครัวนักดนตรี ผมเล่นดนตรีได้ทุกอย่าง
ยกเว้น ไวโอลิน – คีตา นันทสกุล

CHAPTER.2 :  ANNA



นี่เขาเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า..

วินาทีที่เขาและไอ้เด็กคีตาตัดสินใจว่าทำงานร่วมกันเหมือนเดิมไม่มีใครถอนตัวไปจากโปรเจคนี้  ก็นึกว่าแค่จับมือเซ็นสัญญาสงบศึกแล้วก็ร่วมกันทำงานแบบมิตรไมตรีแค่นั้น แต่ไม่คิดว่าพ่อเขาและพ่อเจ้าเปี๊ยกนี่จะมีข้อตกลงเพิ่มเติมเข้ามาและเหมือนมันจะเป็นข้อตกลงที่เกินคาดคิดมากๆ…

“ของทั้งหมดนี่ให้เอาไว้ห้องไหนครับ”

“วางไว้หน้าโซฟาก่อนก็ได้ครับ”

“เปียโนเจ้าสัวกรรณบอกว่าให้เอาไว้ตรงนี้นะครับ”

“ตามนั้นเลยครับ”

“เดี๋ยวผมจะไปเดินสายไฟในห้องสตูดิโอ มีอะไรเรียกได้นะครับ”

“เอ่อ…ครับ”

ตอนนี้เบนจามินและคีตากำลังยืน งง อยู่กลางห้องคอนโดพร้อมกับมองพนักงานที่ขนของไปมาให้วุ่นวาย ทั้งข้าวของเครื่องใช้และเครื่องดนตรีที่ถูกยกไปวางตรงห้องซ้อมที่ทำขึ้นมาใหม่ รวมทั้งสตูดิโอทำเพลงที่คีตาเห็นครั้งแรกยังยืนช็อคอยู่หน้าประตูเพราะนึกว่ายกจาก KTD แล้วเอามาวางไว้ที่นี่

ทุกอย่างพร้อมมาก
พร้อมสำหรับ..

“อ้อ..พ่อกับคุณอคิราห์คุยกันแล้วจะเป็นอะไรไหมถ้าพ่อให้เราสองคนอยู่ด้วยกัน”

นั่นคือประโยคจากเจ้าสัวกรรณเมื่ออาทิตย์ที่แล้วยอมรับว่าฟังครั้งแรกนี่เหมือนโลกหยุดหมุนไปเกือบสิบวิ..คำว่าอยู่ด้วยกันนี่คิดไปในทางที่ดีก่อนว่าอาจจะแค่ทำงานด้วยกันที่บริษัทเดียวกัน ห้องทำงานเดียวกันแค่นั้นแต่คำว่าอยู่ด้วยกันของเจ้าสัวกรรณไม่ได้คิดมาก่อนว่ามันคือการ

ย้ายมาอยู่ด้วยกัน
แบบใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน!


จะปฎิเสธทันทีก็กลัวว่าจะมีปัญหาเพราะเพิ่งญาติดีกันไปเมื่อห้านาทีที่แล้ว เลยยืนฝืนยิ้มยังไม่ตอบตกลงหรือว่าปฎิเสธ คีตาคิดว่าอีกฝ่ายก็น่าช็อคไม่ต่างจากเขาพอสมควร พอเห็นว่าไม่มีใครตอบรับเจ้าสัวกรรณก็บอกว่าจะได้เตรียมสถานที่ไว้ให้แล้วนี่ก็คิดในใจว่าคงเตรียมการมาอย่างดีแล้วแน่ๆ

“คอนโดจะมีสองห้องนอนสองห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ที่เพิ่มมาคือห้องทำงานของเบนห้องซ้อมดนตรี และสตูดิโอทำเพลงของตีตา”

โอ้โห..พร้อมขนาดนี้
จะให้เขาปฎิเสธยังไงได้กัน

“ผมตกลงครับ”

เบนจามินเป็นคนตกปากรับคำก่อนคีตาเลยหันไปมองหน้าไอ้คนตัวสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ  หน้าตาไม่ได้ล้อเล่นเหมือนที่ผ่านมาเลยสักนิด คีตาเลยเงยหน้ามองผู้ใหญ่สองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมกับตอบตกลงไปเช่นกัน  กว่าจะคุยเรื่องรายละเอียดเสร็จก็ปาไปหลายชั่วโมง และทันทีที่ประตูห้องทำงานถูกปิดลงความเงียบก็เกิดขึ้นอีกครั้ง

คีตาเองก็ไม่รู้จะเริ่มยังไงเบนเองก็ไม่รู้จะพูดอะไร
สุดท้ายก็ปล่อยให้ทุกอย่างเงียบอยู่อย่างนั้น..

MUSIC BOX


“คุณอคิราห์ ผมต้องขอโทษด้วยนะที่ต้องใช้ไม้แข็ง ผมไม่ได้คิดจะถอนตัวคีตาออกจากโปรเจคนี้หรอกผมแค่พูดไปให้เบนสำนึกเท่านั้น เขาจะได้รู้ว่าผลของการกระทำแบบเด็กๆ มันส่งผลกระทบต่อคนอื่นมากแค่ไหน”

“……………………………………………………………………………”

“KTD ยินดีร่วมงานกับตีตาอยู่เสมอ”

“ผมเข้าใจครับเจ้าสัวแต่ที่ผมพูดในห้องทำงานมันคือเรื่องจริงตั้งแต่ผมหย่ากับเพลงคีย์ก็มีแค่ผมมาตลอด  เขาไม่เคยร้องไห้ให้กับเรื่องนี้เลยแต่ผมซึ่งเป็นพ่อเขาแท้ๆ ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกตัวเองคิดอะไรอยู่ ”

“……………………………………………………………………………”

“ตั้งแต่ผมหย่าคีย์ก็ใช้ชีวิตคนเดียวเหมือนไม่อยากผูกพันกับใคร ไม่อยากยุ่งกับใคร เจ้าสัวรู้ไหมผมยังไม่เคยเห็นคีย์มีเพื่อนสนิทหรือคนรักเลยสักคน ผมเหมือนเป็นคนเดียวที่คีย์เหลืออยู่บนโลก”

“แล้วเรื่องที่ให้สองคนนั้นอยู่ด้วยกันมันจะ..”

“จริงๆ ผมก็อยากใช้โอกาสนี้ให้คีย์ได้ลองเปิดใจ ผมเชื่อว่าเบนจามินจะทำให้คีย์ได้รู้จักอะไรใหม่ๆ หรือกล้าพอที่จะเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างอย่างน้อยเจ้าเบนก็น่าจะทำให้คีย์ปวดหัวทุกห้านาทีคงไม่เหงาเท่าไหร่”

“……………………………………………………………….”

“มากกว่าเพื่อนร่วมงานผมก็อยากให้คีย์มีพี่ชายที่คอยดูแลหรือใครสักคนที่เขาสามารถพูดคุยได้ทุกเรื่อง ผมเองก็ไม่ได้อยู่ค้ำฟ้า”

“ผมเองก็หวังว่าความเอาจริงเอาจังในการทำงานของคีย์จะทำให้เบนจามินโตเป็นผู้ใหญ่ได้สักที และเชื่อเถอะไอ้เจ้าเบนเห็นมันบ้าๆบอๆ แต่ก็มีมุมที่จะดูแลใครได้เหมือนกัน ก็ลูกเราทั้งคนคนเป็นพ่อก็ต้องห่วงเป็นเรื่องธรรมดา”

ผู้ใหญ่สองคนมองไปยังแสงพระอาทิตย์ที่กำลังจะละขอบฟ้า
หวังว่าเรื่องที่เขาตัดสินใจในวันนี้มันจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นกว่าเดิม



เสร็จเรียบร้อยสมกับมืออาชีพ
บรรดาช่างไฟและพนักงานขนของกลับไปหมดแล้วพร้อมกับงานที่ได้รับมอบหมายมาจากเจ้าสัวกรรณเสร็จเรียบร้อยชนิดที่ว่าเพอเฟ็คเหมือนย้ายบ้านและที่ทำงานมาอยู่ที่นี่เบนเองก็เพิ่งรู้ว่าคีตาอยู่ที่กรุงเทพคนเดียว ส่วนคุณอคิราห์อยู่ที่เชียงราย และทันทีที่พนักงานคนสุดท้ายออกจากห้องไปแล้วคนสองคนที่ทะเลาะกันมาเกือบทั้งอาทิตย์ได้แต่ยืนมองหน้ากันก่อนที่คีตาจะเป็นฝ่ายเดินไปลากกระเป๋าเข้าห้อง

“เดี๋ยว..ผมว่าเราควรมาคุยกันก่อน”

“ผมก็ว่างั้น”

“ทุกอย่างที่นี่ใช้ร่วมกันได้หมด ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องซ้อมดนตรีผมคิดว่าคุณน่าจะใช้บ่อยมากกว่าผม ส่วนสตูดิโอ..”

“ใช้ร่วมกันได้เผื่อคุณเบนอยากทำงานเพลง”

“ยกเว้นห้องนอนห้องทำงานผมที่เราจะไม่ก้าวก่ายกันและกัน”

“ห้ามสูบบุหรี่ในห้อง ระเบียงได้”

“ห้ามฟาแฟนขึ้นห้อง”

“ข้อนี้ผมควรเป็นฝ่ายบอกคุณมากกว่านะ”

“ดีล ทุกอย่างตกลงส่วนเรื่องงานไว้ค่อยคุยแล้วกัน อย่าเพิ่งด่าว่าผมขี้เกียจของคุณน่าจะเยอะไปจัดก่อนดีกว่า อีกอย่างคุณน่าจะต้องทำความคุ้นเคยกับสตูดิโอที่เพิ่งทำใหม่ คงอยากจะปรับนู่นปรับนี่”

“………………………………………………………………”

“ถ้าโมโหมากตะโกนด่าผมได้ตามสบายห้องเก็บเสียงอย่างดี”

“………………………………………………………………”

กวนตีนไม่มีเปลี่ยนคีตาได้แต่มองตามหลังคนที่ถือกล่องใส่ไวโอลินเดินผิวปากอย่างอารมณ์ดีเลี้ยวเข้าห้องนอนตัวเองไป นี่ก็ถือว่าดีมากแล้วสำหรับคนที่ตบตีถึงขั้นจะลงไม้ลงมือมาเกือบอาทิตย์ เขาเองก็ยังไม่รู้ว่าไอ้การมาอยู่ด้วยกันแบบนี้ไม่รู้จะเรียกว่าดีหรือร้ายแต่ถ้าตัดสินใจไปแล้วเขาเองก็คงต้องทำให้มันดีที่สุด

เขาไม่อยากทำให้พ่อผิดหวัง




ห้องนอนกว้างมากไม่แปลกใจเท่าไหร่ระดับ KTD เหมาทั้งชั้นนี้ก็ยังได้พอจัดของเสร็จเงยหน้ามองนาฬิกาก็เกือบสี่โมงแล้ว จริงๆ ของคีตาไม่ค่อยมีอะไรมากเท่าไหร่ส่วนมากก็เครื่องดนตรี อุปกรณ์ทำงานต่างๆ แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ กล่องดนตรีที่วางอยู่ตรงหัวเตียง มันเป็นกล่องดนตรีหลากหลายแบบ คีตานั่งลงบนเตียงแล้วหยิบกล่องดนตรีรูปแม่กุญแจขึ้นมาถือไว้

“คีตาลูกแม่เหมือนกล่องดนตรี…”

ตั้งใจจะหมุนให้กล่องดนตรีเล่นเพลงแต่อยู่ดีๆ ก็มีเสียงเหมือนมีอะไรมาเกาประตูคีตาพยายามฟังอีกรอบมันก็เป็นเสียงแควกๆ เหมือนใครมาข่วนนี่ก็ไม่ได้นึกถึงเรื่องผีสางนางไม้อะไรหรอกนะแต่ก็ไม่รู้ว่าเสียงที่เกิดขึ้นมันคือเสียงอะไรเลยตัดสินใจเดินไปที่หน้าประตูยิ่งเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็ยิ่งได้ยินเสียงชัดเจนมากขึ้น

และทันทีที่เปิดประตูออก
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าทำให้คีตายืนมองอยู่อย่างนั้น

แมว?
แมวสีขาวขนฟูฟ่องมีสีน้ำตาลพาดหน้านั่งจ้องเขาอยู่ตรงหน้าประตู คีตาไม่เคยเลี้ยงสัตว์มาก่อนเพราะคิดว่าเขาไม่คิดว่าจะดูแลมันได้พอเจอสถานการณ์แบบนี้เลยไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงเจ้าแมวสีขาวคงจะเป็นแมวของทายาท KTD แต่คิดแล้วนะ..โคตรไม่เข้าแมวสวยสง่าขนาดนี้จะมีเจ้าของเป็นไอ้ตี๋โย่งนั้นได้ยังไง

อ้อ..เหมือนกันอย่างหนึ่งคือหน้าตาไม่รับแขก


“ชื่ออะไรเรา ห้องเจ้านายเอ็งอยู่โน่น”

แมวฟังรู้เรื่องป่ะวะแต่ก็คิดว่าไม่..เพราะเห็นว่าไม่หือไม่อือยังคงนั่งจ้องหน้าเขาเหมือนเดิม เดาใจไม่ถูกว่าตอนนี้ไอ้แมวขนฟูนี่คิดอะไรอยู่ไม่รู้ว่าถ้าเอื้อมมือไปจับนี่จะกระโดดกัดหรือเปล่า คีตาเลยนั่งลงตรงหน้าพร้อมกับร้องเหมียวๆ ลองเชิงก่อนแค่เพียงไม่นานเจ้าเหมียวขนฟูก็เดินเข้ามาคลอเคลียเหมือนรู้จักกันมาแต่ชาติปางก่อน

เอ้อ..เป็นมิตรกว่าเจ้าของเยอะ

“ไปเล่นข้างนอกดีกว่าเนอะ”


เผลอหลับ..เบนจามินวางเอกสารโปรเจคงานเก่าๆ ลงบนเตียงก่อนจะลุกขึ้นมาขยับตัวไปมา ตั้งใจว่าอ่านงานเก่าๆ ที่ผ่านมาว่าเป็นแบบไหนแต่สงสัยเขาจะเพลียเพราะเพิ่งจัดของเสร็จ ลองกวาดมือไปข้างตัวหวังว่าจะได้พบกับน้องอันนาที่พ่อเขาส่งมาให้ทีหลัง แต่ก็พบแต่ความว่างเปล่าเบนเลยรีบลุกขึ้นนั่ง มองหาเจ้าแมวที่รักก็ไม่เห็นว่ามันอยู่ในห้องยิ่งเห็นว่าประตูห้องนอนแง้มไว้เลยรีบลุกออกไปหา

“น้องอัน..”

ตอนออกจากห้องนี่ใจร้อนรนมากเพราะปกติน้องอันนาไม่เอาใครหน้าไหนทั้งนั้น สนิทกันก็มีแค่แกงค์ลูกเพื่อนแม่เพราะเลี้ยงกันมาตั้งแต่ตัวเล็กๆ แต่ถ้าคนอื่นเข้าไปเล่นด้วยจะกระโดดหนีไม่ก็ข่วนจนได้แผล นี่ก็กลัวว่าไอ้เปี๊ยกคีตาจะโดนน้องอันนาจัดการแต่พอเดินมาถึงห้องนั่งเล่น ภาพที่เห็นทำให้เบนเลือกที่จะยืนกอดอกพิงกำแพงมองอยู่อย่างนั้น

“หิวไหม ไม่รู้ว่ากินอะไรได้นี่ก็ไม่เคยเลี้ยงแมว”

“………………………………………………..”

“ฟังเพลงมะดีดกีตาร์ให้ฟัง หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว ลูกแมวเหมียว ลูกแมวเหมียว”

“………………………………………………..”

สาบานได้ว่าเบนจามินพยายามกลั้นหัวเราะไว้สุดความสามารถแล้วแต่ไอ้เสียงดีดกีตาร์และเสียงร้องเพลงที่เขาเคยได้ยินในสมัยเด็กทำให้เขาหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ทันทีที่เขาหัวเราะเสียงดีดกีตาร์ก็หยุดลงก่อนที่คีตาจะหันมามอง เบนเลยเดินเข้ามาหาพอแมวขนฟูเห็นเจ้านายก็เดินเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว

“ไม่คิดว่าน้องอันนาจะยอมอยู่เฉยๆ ”

“น้องอันนา?”

“เจ้านี่ชื่อน้องอันนา”

“ก็ไม่เห็นจะดุอะไรนะแต่หน้านิ่งไปหน่อย”

“ไม่แพ้ขนแมวใช่ไหมเป็นภูมิแพ้หรือเปล่า อันนาติดผมมากตอนแรกจะให้อยู่บ้านแต่แม่บ้านบอกว่ามันร้องทั้งวัน พ่อเลยเอามันมาส่งให้ถ้าแพ้จะได้เอากลับไป”

“ไม่แพ้ครับ อยู่นี่ก็ได้อันนาก็น่ารักดี”

“นึกว่าจะบอกว่าน่ารักกว่าเจ้าของ”

“แค่คิดในใจครับ”

“เราจะไม่ต่อยกันตั้งแต่วันแรกใช่ไหมครับ”

เบนจามินนั่งลงบนโซฟาก่อนจะปล่อยให้น้องอันนาเดินเล่นไปมาอยู่ข้างล่าง เป็นแบบนี้ทุกทีเวลาที่อยู่ด้วยกันมันจะเงียบแบบนี้ก็เข้าใจนะว่าคนที่ไม่รู้จักกันแถมยังเป็นคนที่ไม่ชอบหน้ากันมาก่อนมันจะให้มานั่งหัวเราะร่าเริงมันก็คงจะแปลกๆ อยู่พอเห็นว่าถ้าเงียบแบบนี้ต่อไปก็คงจะไม่ดีเบนเลยหยิบเอกสารที่ถือติดมือขึ้นมาอ่าน

ที่เขาตอบตกลงที่จะอยู่ด้วยกันไม่ใช่แค่อยากตัดปัญหาเพื่อให้พ่อสบายใจ  ทันทีที่พ่อพูดมันเหมือนกับว่าเขาเพิ่งรู้สึกตัวว่าที่ผ่านมาเขากำลังทำอะไรอยู่เขาอายุ27ปีแต่ยังทำตัวเหมือนเด็กประถมคอยแกล้งอีกฝ่ายจนน๊อตหลุดขนาดนี้มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยโดนไอ้รามิลหัวหน้าแกงค์อบรมตั้งแต่เช้ายันเย็นให้หันหน้าเข้ากำแพงสำนึกผิดไปแล้ว แต่ก็นะจะให้เขาปรับตัวปุบปับร่าเริงคุยเล่นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อนมันก็ยากอยู่

อย่างน้อยวันนี้ก็วันแรก
มันก็ทำตัวไม่ค่อยถูกกันทั้งคู่

“คีย์การ์ดคุณคีย์วางอยู่บนชั้นนะเผื่ออยากออกไปข้างนอก”

“อ้อ..ครับ”

“โทรหาผมแล้วกันถ้ามีปัญหาอะไร”

“ครับ..จะดีมากถ้าไม่เมมชื่อผมว่าเด็กนรก”

คีตาหยุดดีดกีตาร์แล้วหันมามองหน้าเบนจามินที่ทำท่าเหมือนทำความผิดร้ายแรงแล้วโดนจับได้เลยเฉไฉทำเป็นอ่านเอกสารในมือ เอาเข้าจริงก็ยังไม่มีใครเริ่มทีจะคุยเรื่องงานสักทีคงเพราะต่างคนต่างเลี่ยงที่จะคุยคงกลัวว่าจะลงไม้ลงมือกันอีกอยากจะให้อะไรๆ มันลงตัวมากกว่านี้พอไม่มีอะไรทำเบนจามินก็เลยเรียกน้องอันนาให้เดินเข้ามาหาแต่เจ้าเหมียวขนฟูกลับยืนมองสลับไปมาระหว่างสองคนเหมือนลังเลว่าจะไปหาใคร

“อันนา” / “อันนา”

ไม่รู้ว่านี่เรียกว่าสงครามหรือเปล่าแต่ทั้งคู่เลือกที่จะเงียบรอดูท่าทางของเจ้าแมวขนฟู
ก่อนที่คีตาจะพยายามกลั้นยิ้มอย่างสะใจเมื่อเห็นว่าน้องอันนาเลือกที่จะเดินเข้ามาหาเขาแทนเจ้าของที่เลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก

โธ่…แพ้ว่ะ




BEN : น้องอันนาไม่รักกูแล้ว

แกงค์ลูกเพื่อนแม่กำลังอ่านข้อความที่มันเด้งขึ้นมาไลน์กลุ่มทิมเลยเป็นคนถามว่าเกิดอะไรขึ้นแต่สิ่งที่เบนพิมพ์มาเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทุกคนได้อ่านทำให้คินพิมพ์กลับไปว่า

KIN: ปัญญาอ่อน

แน่นอนว่าไอ้คนที่แมวไม่รักยังคงพรรณาต่ออีกสองสามบรรทัดรามิลเลยจบประโยคด้วยว่ากำลังจะเข้าไปเยี่ยมพร้อมกับคุณนายเจียซินแม่ของเบนที่เพิ่งบินกลับมาจากฮ่องกงไอ้คนที่บ่นตัดพ้อเมื่อกี้เปลี่ยนมาสั่งอาหารยาวเหยียดเหมือนไม่ได้กินอะไรมาสามวัน

นี่มันย้ายไปอยู่คอนโดหรือไปเข้าค่ายดัดนิสัย


“น้องอันนาลูกกูจะมาอยู่ที่นี่เหรอ พ่อมิลคิดถึงตาย”

“เออ แล้วคุณคีตาอยู่ไหนวะไม่เรียกเขาออกมากินข้าวกินปลา”

“นี่มึงอย่าไปแกล้งอะไรน้องเขาอีก คุณนายเจียตีไอ้เบนแรงๆเลยครับ”

“ม๊าจะตีอยู่แล้วค่ะพี่เบนทำตัวไม่น่ารัก พี่ใบบัวโทรมาเล่าเมื่อวันก่อนม๊าอยากจะฟาดสักทีสองที”

เสียงพูดคุยอยู่ตรงห้องนั่งเล่นทำให้คีตาเลือกที่จะหยุดเดินแล้วชะเง้อมองดู ผู้ชายสามคนที่นั่งเล่นอยู่ตรงด้านล่างโซฟาคิดว่าคงเป็นเพื่อนของคุณเบนจามิน ส่วนผู้หญิงที่นั่งอยู่บนโซฟากำลังกอดคุณเบนไว้แน่นท่าทางเหมือนจะดุแต่สายตากลับเต็มไปด้วยความเอ็นดู

“ตีมันเลยครับคุณนาย มัน..อ้าวคุณคีตา”

รามิลเป็นฝ่ายเห็นคนทื่ยืนหลบมุมอยู่เลยเอ่ยทักทุกคนในห้องนั่งเล่นเลยลุกขึ้นยืนทักทายพร้อมกับแนะนำตัว คีตายกมือไหว้หญิงวัยกลางคนที่แนะนำตัวว่าเป็นแม่ของคุณเบนจามินถึงจะพูดไทยไม่ค่อยชัดแต่ก็พอฟังรู้เรื่องอยู่บ้าง

“ทานข้าวยังคะ ม๊าซื้อของมาเต็มเลยพี่เบนสั่งให้ซื้อหมดทุกร้านคีตามาทานด้วยกันสิคะ”

ใบหน้ายิ้มแย้มผิดจากคนเป็นลูกทำให้คีตายิ้มตามแต่สุดท้ายคีตาก็เลือกที่จะปฏิเสธพลางบอกว่าอยากให้ทุกคนคุยกันตามสบายตามประสาคนรู้จักมากกว่าก่อนจะขอตัวไปทำงานเพลงต่อ พอเห็นท่าทางแบบนั้นคุณนายเจียเลยไม่ได้ทักท้วงพร้อมกับบอกว่ายังไงถ้าหิวก็มีอาหารเยอะมากให้ออกมาทานได้เลย

ตามด้วยคุณมิลคุณคินและคุณทิมที่ยั่งอยู่บนพื้นโบกมือให้เขาอีกรอบ

คีตาหันหลังกลับไปที่ห้องนอนตัวเองแต่ก็ยังหันหน้ามามองเสียงโวยวายที่ดังขึ้นมา ภาพผู้ชายสี่คนที่พยายามแย่งอุ้มแมวตัวเดียวมันก็ดูตลกดี ถึงแม้จะมีเสียงของคุณนายเจียซินคอยห้ามปรามทุกห้านาทีว่าแก่แล้วยังเล่นอะไรเป็นเด็กๆ แต่ก็ดูไม่เป็นผลมันนานแล้วนะที่เขาไม่ได้เห็นบรรยากาศแบบนี้

บรรยากาศที่เรียกว่าครอบครัว
นานมากแล้วจริงๆ



“กูต้องกลับบ้านละ คราวนี้อย่าทำตัวแบบเดิมอีกนะเว้ยเบน”

“ถึงกูจะเป็นเพื่อนรักมึงตั้งแต่เกิดก็ไม่ใช่ว่ากูจะเข้าข้างมึง งานนี้มึงผิดเต็มๆ”

“มันขอโทษเขาหรือยังเหอะ”

แกงค์ลูกเพื่อนแม่กลับไปแล้วแต่สิ่งที่ทุกคนพูดมันยังวนเวียนอยู่ในหัวเบนจามินเดินเข้าห้องนอนตัวเอง ล้มตัวนอนกลิ้งไปกลิ้งมาแล้วก็ลุกขึ้นมาใหม่ทำอย่างนี้ซ้ำอยู่สองสามรอบก่อนจะตัดสินใจเดินไปที่หน้าห้องนอนของตีตา ตั้งใจจะยกมือขึ้นมาเคาะแต่เสียงเพลงที่ได้ยินทำให้เบนยกมือค้างไว้แล้วตั้งใจฟัง


เสียงเพลงจากกล่องดนตรี?

มันเหมือนเล่นซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุดเบนจามินยอมรับว่าเขาไม่ได้ยินเสียงเพลงจากกล่องดนตรีมานาน เคยเห็นของเจ๊เบอร์ดี้เมื่อตอนเด็กๆ เป็นรูปตุ๊กตาผู้หญิงกระโปรงบานพอหมุนก็จะเป็นเสียงดนตรีฟังแล้วสดใส เขาก็ไม่รู้อีกนั่นแหละว่าเสียงจากกล่องดนตรีมันจะเหมือนกันหรือเปล่าแต่ที่ฟังอยู่ตอนนี้

ทำไมเสียงเพลงมันถึงฟังดูเหงาๆ
ไม่สดใสเหมือนที่เขาเคยได้ยินมา







TO BE CON

MUSIC BOX
#นิยายกล่องดนตรี  #ซีรีส์ลูกเพื่อนแม่
twitter @ribbinbo




คีตา จะเป็นเสียงเพลงเหงาๆ ส่วนพี่เบนจะเป็นคนขี้เล่นที่อบอุ่น ฟิ้วววววววว นี่คือพระเอกนะคะ
ทั้งหมดนี่คิดเองเออเองอยู่คนเดียว 55555555

และตอนต่อไปจะเป็นการหาแรงบันดาลใจในการแต่งเพลง เราจะมามองหาความรักในหลายๆ มุมมองกันค่ะ
พูดอย่างนี้แล้วสวยขึ้นมาทันที ฮ่าฮ่า และชื่อตอนนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนิยายเท่าไหร่เพราะคิดไม่ออกเอาชื่อแมวไปตั้ง
เลิศมากกก

ปล.ถ้าทฤษฏีเรื่องดนตรีผิดตรงไหนทักท้วงได้ค่ะ

และขอเปิดตัวน้องอันนา นี่คือแมวของเพื่อนที่ยืมมาแต่งนิยาย (มีตัวตนจริงๆ)
ซึ่งชื่อจริงๆ ของอันนาคือ เจ๋อ.. -*-
Ps. เจ๋อจะต้องดีใจที่ได้ชื่ออันนาในเรื่องนี้  :z2:
ขอบคุณทุกคนค่ะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-01-2019 22:37:45 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
ค่อยยังชั่ว เหมือนจะสงบศึกชั่วคราว
เบนเวลาอยู่กับเพื่อนก็โอเค สนุกสนานเฮฮาเป็นปกติ
แต่คีตาเหมือนมีโลกส่วนตัวสูง ใครก็เข้าไปไม่ได้

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 920
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +570/-0
ขอบคุณครับ +1 ให้นะครับ :a2:

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4015
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
ลูกเพื่อนแม่คนที่สองงง ตีกันทุกวันต้องหวั่นไหวบ้างแหล่ะ  :hao7:

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
MUSIC BOX
#นิยายกล่องดนตรี

ผมเติบโตมาพร้อมกับธุรกิจดนตรี
แต่มีเครื่องดนตรีเดียวที่ผมชอบคือ ไวโอลิน – เบนจามิน เกียรติธนธาดา

ผมเติบโตมาพร้อมกับครอบครัวนักดนตรี ผมเล่นดนตรีได้ทุกอย่าง
ยกเว้น ไวโอลิน – คีตา นันทสกุล


CHAPTER.3:  KFC


เบนจามินเคยใฝ่ฝันชีวิตการอยู่หอกับแกงค์ลูกเพื่อนแม่ตอนสมัยเรียนมหา’ลัยและฝันก็ดับลงเมื่อแม่ของทุกคนบอกว่า บ้านห่างกันสองซอยต่างคนต่างสลับบ้านกันนอนตั้งแต่สามขวบ จะไปอยู่หอเพื่ออะไรเปลืองเงิน มนุษย์แม่ไม่เข้าใจเลยว่าการตื่นขึ้นมากินข้าวเช้าส่งเสียงดังเฮฮาปาจิงโกะ หรือจะเล่นเกมด้วยกันจนถึงเวลาตีหนึ่งตีสองพร้อมกับเพื่อนมันสนุกสนานมากแค่ไหน

แต่ทุกอย่างที่คิดไว้ในหัวหายวับไปกับตาเมื่อมาเจอกับความจริง
เบนคิดว่าทุกวันนี้นี่เขาใช้ชีวิตร่วมกับมนุษย์ล่องหนหรือเปล่า?

เกือบสองอาทิตย์แล้วที่เขาตกปากรับคำกับผู้เป็นพ่อว่าจะใช้เวลาอยู่ร่วมกับคีตา นันทสกุล เพื่อให้โปรเจคของ KTD สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีแต่บอกตามตรงว่าตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาเขาไม่เห็นว่าจะมีอะไรที่เรียกว่าการทำงานร่วมกันสักอย่าง เบนรู้อย่างเดียวว่า..

คีตา ตื่นเช้ามากทั้งๆ ที่บางวันก็ทำงานอยู่ในสตูดิโอจนดึกดื่น  พอตื่นขึ้นมาก็มานั่งกินอาหารเช้าคนเดียวไม่มีอะไรมากมายมีแค่ขนมปังปิ้งไข่ดาวแล้วก็นมหนึ่งแก้ว นั่งกินเงียบๆ จนบางวันเบนนึกว่าหลับคาโต๊ะอาหารไปแล้วเพราะไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย จากนั้นก็เดินไปเล่นกับน้องอันนาแป๊บนึง แล้วก็เดินเข้าห้องซ้อมดนตรีไปเล่นกีตาร์ พอเล่นดนตรีเสร็จก็เข้าไปทำงานในสตูดิโอจนเลยเที่ยงคืนทุกวัน

และมันก็เป็นอย่างนั้นซ้ำๆ วนไปทั้งอาทิตย์

ก่อนจะมาอยู่ด้วยกันพ่อก็บอกแล้วนะว่าคีตาเป็นคนเงียบๆ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเงียบขนาดนี้ วันๆ นึงทำหน้าตาไม่แคร์โลกเห็นยิ้มนิดนึงตอนน้องอันนาเดินเข้ามาเล่นด้วย นอกนั้นก็มีหน้าเดียวตลอด เบนจามินพยายามจะหาเรื่องชวนคุยแต่ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง จะให้ทัก

เฮ้ย..ทำไมไม่พูดเลยวะ

ก็กลัวว่าจะกลายเป็นหาเรื่องแทนเบนเลยเลือกที่จะไม่ถามออกไป เพราะพื้นฐานเป็นคนเฮฮาปาร์ตี้เบนเลยมีนัดข้างนอกแทบทุกวันเวลาเลยไม่ค่อยตรงกันเท่าไหร่ พอกลับมาคีตาก็เอาแต่อยู่ในสตูดิโอพอตื่นเช้าอีกฝ่ายก็นั่งกินข้าวคนเดียวเขาก็เลยไม่กล้าทักเลยไปกินข้าวเช้าที่บริษัทแทน


แต่สิ่งที่ได้ยินทุกวันจนเป็นเรื่องเคยชินคือ เสียงเพลงจากกล่องดนตรี

เบนจามินจะได้ยินตอนกลางคืนก่อนนอนอยู่เป็นประจำเหมือนเปิดกล่อมให้นอนหลับ เขาคิดว่าพวกนักดนตรีก็คงชอบอะไรพวกนี้อยู่แล้วเลยไม่ได้เอ่ยถามอะไร

มันก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่เพราะอาทิตย์หน้าพวกเขาต้องเข้าประชุมโปรเจคนี้แล้ว
ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาเขากับคีตายังไม่เคยพูดถึงเรื่องงานกันสักครั้ง …

รู้สึกถึงความฉิบหายเร็วๆ นี้



“มันก็ต้องมีคนปรับ ถ้าต่างคนต่างอยู่แบบนี้กูบอกเลยชาตินี้งานนี้ก็ไม่เสร็จหรอก”

วันนี้เบนจามินมีนัดกับแกงค์ลูกเพื่อนแม่แต่ขาดสมาชิกอย่าง ภาคิน ที่รับงานต่างจังหวัดตั้งแต่มันออกมาทำฟรีแลนซ์ก็ขึ้นเหนือล่องใต้แทบจะทุกอาทิตย์เลยเหลือแค่หัวหน้าแกงค์อย่างรามิล และคุณชายทับทิม หลังจากที่เบนจามินพิมพ์หัวข้อประชุมลงไปในไลน์กลุ่ม

BEN : ประชุมด่วนเย็นนี้ต้องการเพื่อนคู่คิดมิตรคู่เรือนมาให้คำปรึกษา


แน่นอนว่าเจ้าเดิมคือไอ้คินที่อ่านข้อความแล้วตอบกลับมาว่าปัญหาเดิมๆ ชัวร์
แต่จบประโยคด้วยว่าสรุปให้มันรู้ด้วยเพราะไม่อยากตกข่าวแล้วขอตัวไปทำงานต่อ

“เขาโลกส่วนตัวสูงเฉยๆ เปล่าวะ”

“ไม่รู้ว่ะเหมือนเหงาๆ”

“เหงา?”

“เออ..กูก็บอกไม่ถูกรอบตัวเขามันดูเหงาๆ ทำอะไรอยู่คนเดียว กินข้าวคนเดียว ดูหนังคนเดียว เล่นกีตาร์คนเดียว ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมากูยังไม่เคยเห็นเขาออกไปไหนหรือออกไปหาเพื่อนอะไรแบบนี้เลยว่ะ”

“เด็กมีปัญหา?”

“ไม่รู้ว่ะ ใครจะไปถามวะเรื่องแบบนี้”

“ก็อยู่ที่มึงแล้วเบน..ถ้าเขาเงียบมึงก็เอาความบ้าๆ บอๆ พุ่งเข้าใส่เลยคนอย่างมึงทำให้คนหัวเราะง่ายจะตายแค่มึงทำหน้าตาตลกๆ ด้วยตาตี่ๆ ของมึงคนอื่นเขาก็ขำจะเป็นจะตาย”

“วันนี้น้องทับทิมชมกูๆต้องได้เป็นอันดับหนึ่งแทนไอ้มิลแน่ๆ”

“ไอ้มิลเลี้ยงข้าวกูสามวันติดแล้วแถมคุณต้นไม้ยังให้ดอกไม้กูด้วยไอ้มิลยังเป็นอันดับหนึ่งอยู่”

“โหย…งั้นกูต้องแข่งกับไอ้คินเหรอ”

“มันเหงาไงเบน คู่กัดคู่หูข้างบ้านไม่อยู่ไอ้คินไปเชียงใหม่หนึ่งอาทิตย์”

“งั้นมึงไปกวนไอ้มิลถูกแล้วคนหลงเมียอย่างมันต้องเจอก้างซะบ้าง”

เบนจามินหัวเราะลั่นเมื่อรามิลแกล้งทำหน้าเบื่อใส่ทิมที่พอเห็นก็กระโดดเข้าชาร์ตใส่ เกิดการต่อสู้ระหว่างหัวหน้าแกงค์กับคนที่มีอำนาจกว่าหัวหน้าแกงค์ท่าทางตลกๆ ของแกงค์ลูกเพื่อนแม่ทำให้เบนนึกถึงอีกคนที่อยู่ด้วยกัน  คีตาตัวพอๆ กับทิมถ้ายืนด้วยกันนี่ก็น่าจะเท่ากันแต่ที่อีกฝ่ายมีมากกว่าทิมก็คือแก้มที่ป่องออก

เอาจริงๆ หน้าตาก็ดูน่ารักดี
ติดที่เอาแต่ทำหน้าตายตลอดเวลา ไม่รู้ว่ามีอะไรในใจนักหนา

MUSIC BOX


“นี่คือผลงานแต่งเพลงของ KEY ครับคีตา นันทสกุลส่วนมากจะเป็นเพลงช้าเล่นกับกีตาร์ซะส่วนใหญ่”

เบนจามินรับเอกสารที่ให้มาร์ชหาให้มาเปิดดูถือว่าเก่งพอตัวเมื่อเทียบกับอายุ จริงๆ ก็เรียกได้ว่าพรสวรรค์เพราะเห็นเล่นดนตรีได้ทุกอย่างนี่คนหรืออเวนเจอร์ เผลอๆ ดนตรีไทย ขิม ระนาด ซออู้ ซอด้วง ก็อาจจะเล่นได้ เบนจามินไล่ดูเอกสารก่อนจะเสิร์ชหาชื่อเพลงแล้วใส่หูฟัง

แต่งเพลงเก่ง ทุกเพลงทั้งเนื้อเพลงและเมโลดี้ลงตัวหมด
เบนจามินยอมรับแต่…

แค่ฟังติดกันสามเพลงยังรู้สึกได้เลยว่าเพลงมีแต่เนื้อหาที่เกี่ยวกับความรักที่ไม่สมหวัง โดนทิ้ง เจ็บปวดจนไม่อยากเริ่มใหม่ เบนจามินลองฟังทุกเพลงที่มาร์ชหามาให้มันเป็นแบบเดียวกันหมด เนื้อหาไม่ต่างอะไรกันมากนี่เขาก็ไม่รู้เรื่องทฤษฎีการแต่งเพลงนี่มากเท่าไหร่แต่เพราะคุ้นเคยกับวงการนี้มาตั้งแต่เด็กเลยพอมีความรู้อยู่บ้าง แต่เพิ่งเคยเจอคนที่แต่งเพลงเกี่ยวกับความรักที่ไม่สมหวังห้าสิบกว่าเพลง

“หรือว่าโดนแฟนทิ้งมาวะ”

แต่ก็คิดว่าไม่น่าใช่…ถึงใช่เขาก็ไม่กล้าถามเผลอๆ อาจจะโดนต่อยกลับมาไปถามเรื่องละเอียดอ่อนขนาดนั้น ตอนนี้เบนเริ่มนึกถึงโปรเจคสิบนักน้องสิบเพลงรักอีกฝ่ายก็น่าจะเครียดอยู่เหมือนกันเพราะวันก่อนเบนลองเปิดสตูดิโอเข้าไปพบว่าเศษกระดาษที่เขียนทั้งคอร์ดกีตาร์ ทั้งเนื้อเพลง ถูกขีดฆ่าไม่ก็ขยำจนยับยู่ยี่เกลื่อนเต็มห้อง

เบนลองหยิบขึ้นมาอ่าน ..

ฉันไม่เคยเข้าใจคำว่ารักจนมาพบกับเธอ… #$%$^^$##$&&^

ท่าทางคนแต่งจะไม่เข้าใจจริงๆ ถึงได้เขียนไม่จบมีการขีดฆ่าและตัวการ์ตูนทำน้าบึ้งตึงเต็มไปหมด ท่าทางการทำงานกับ KTD จะไม่ง่ายสำหรับคีตา นันทสกุล เบนได้แต่ถอนหายใจเพราะเขาเองก็ผิดที่ไม่ได้เริ่มคุยกับอีกฝ่ายเป็นเรื่องเป็นราวสักที ทั้งๆ ที่พรุ่งนี้จะเริ่มประชุมโปรเจคนี้แล้วแท้ๆ


22.45 น.

เบนลองเอาหูแนบประตูห้องนอนของเจ้าเด็กเปี๊ยกคิดว่าคงยังไม่นอนเพราะวันนี้ยังไม่ได้ยินเสียงเพลงจากกล่องดนตรีเหมือนทุกวัน รู้สึกว่าห้องมันเงียบผิดปกติเบนเลยเขยิบเข้ามาใกล้มากกว่าเดิม

“เฮ้ย!”

เบนจามินเสียหลักเมื่ออยู่ดีๆ ประตูห้องนอนก็เปิดออกไม่ทันตั้งตัวยังดีที่มือพิงผนังไว้ทัน คีตาชะงักเมื่อเห็นว่ามีใครยืนอยู่หน้าห้องปกตินี่ไม่เคยได้เจอหน้ากันเลยสักครั้งต่างคนต่างอยู่ซะจนลืมไปแล้วว่าอยู่คอนโดเดียวกัน

“พรุ่งนี้ประชุมที่ KTD คุณคีย์คงไม่ลืมใช่ไหม”

“ไม่ลืมหรอกครับ”

“ไปรถผมแล้วกัน”

“เจอกันที่ KTD เลยก็ได้นะครับ”

“เราควรเตี๊ยมกันก่อนจะเข้าประชุมกับฝ่ายอื่น”

อ้อ…พอได้ยินแบบนั้นคีตาเลยพยักหน้ารับแล้วก็กลับมาเงียบตามเดิม เบนเลยตัดบทว่าให้รีบนอนพักผ่อนแต่พูดจบก็ไม่เห็นว่าจะเดินไปไหน คีตาเลยนึกว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อแต่ก็เห็นว่าเงียบเหมือนเดิมเลยเอาแต่ยืนมองหน้ากันอยู่อย่างนั้น

“คุณเบนไม่นอนเหรอครับ”

“นอน..พรุ่งนี้”

“ครับ”

“เจอกันพรุ่งนี้เช้าให้ยืมน้องอันนาคืนนึงแล้วกันเผื่อคุณคีย์ตื่นเต้นเรื่องที่จะประชุมจนนอนไม่หลับ”

คีตามองคนตัวสูงที่หายเข้าไปในห้องแล้วอุ้มเจ้าแมวหน้าหยิ่งออกมาอีกข้างก็ถือเอาที่นอนแมวติดมือมาด้วย ท่าทางทุกลักทุเลน้องอันนาห้อยต่องแต่งจนคีตาต้องเข้าไปอุ้มมากอดไว้ พอได้ที่อุ่นๆ อันนาก็ซุกตัวร้องอย่างเอาใจเบนจามินต้องยกมือเขกหัวอย่างหมั่นไส้เพราะทำท่าสนิทสนมเกินหน้าเกินตาคนเป็นเจ้าของ

“เจอกันพรุ่งนี้”

“ครับ เจอกันพรุ่งนี้”

เบนจามินมองตามหลังคนที่อุ้มน้องอันนาเข้าห้องไปแล้วดูก็รู้แล้วว่าคีตากำลังเครียดอยู่ ใบหน้านิ่งสนิทแต่แววตาเต็มไปด้วยความกังวลทำให้เบนเองรู้สึกไม่ดีไปด้วย ถ้าเขาต้องทำงานร่วมกันแล้วปล่อยให้อีกฝ่ายเครียดอยู่อย่างนี้สงสัยงานนี้คงจะล่มไม่เป็นท่า คำพูดของแกงค์ลูกเพื่อนแม่ในวันนั้นย้อนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง

“มันก็ต้องมีคนปรับ ถ้าต่างคนต่างอยู่แบบนี้กูบอกเลยชาตินี้งานนี้ก็ไม่เสร็จหรอก”

เอาวะ..คนอย่างเบนจามิน เกียรติธนธาดาทำไมจะทำไม่ได้
ลองดูสักตั้ง


MUSIC BOX

นึกว่าจะตื่นไม่ทัน
เบนจามินเด้งตัวขึ้นมาทันที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา รีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วออกมาที่โต๊ะอาหาร แน่นอนว่ามีคีตา นั่งรอก่อนอยู่แล้วมองดูบนโต๊ะเห็นว่ามีขนมปังปิ้งเผื่อไว้สองสามแผ่น เบนเลยลากเก้าอี้แล้วนั่งลงทาแยมลงบนขนมปัง

เงียบมาก..
เป็นการกินข้าวเช้าที่เงียบสุดในชีวิต

เขาไม่ชินจริงๆ นั่นแหละเบนเติบโตมาพร้อมกับครอบครัวใหญ่ มีญาติเยอะแยะจนนับไม่หมดมีลูกพี่ลูกน้องต่างวัยและวัยใกล้เคียงจนนับไม่ถ้วน มีเจ๊เบอร์ดี้ บุ๊ค บาส บี เบ บอย บิน โบว์ บอส บอล บิ๊ก แบ ถึงต่างคนต่างแยกย้ายไปอยู่คนละบ้านเล็กที่อยู่ในระแวกเดียวกันแต่ที่เวลาทานข้าวเช้าในวันหยุดก็จะรวมตัวกันที่บ้านใหญ่สนุกสนานครื้นเครงดี เจ๊เบอร์ดี้จะร้องกรี๊ดเวลาเฮียบาสขโมยไส้กรอก หรือเจ๊บุ๊คจะขอกินแต่กาแฟดำเพราะกลัวอ้วนแต่ก็จบด้วยขนมปังทาเนยที่เฮียบอยจับยัดใส่ปาก

ส่งเสียงดังเฮฮา มื้อเช้าโคตรมีความสุข
ไม่ได้การละ..มื้อเช้ามันจะเงียบเหงาแบบนี้ไม่ได้

ไม่แช่แนว!

อยู่ดีๆ เบนจามินก็ลุกขึ้นแล้วเดินหายเข้าไปในห้องครัวแล้วกลับออกมาพร้อมกับกล่องซีเรียลอาหารเช้าที่เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ A-Z สีสันสดใสคุณนายเจียซินซื้อมาตุนไว้ไห้สามสี่กล่อง ตอนแรกคีตานึกว่าเบนจะหยิบออกมาทานเฉยๆ แต่เห็นอีกฝ่ายเทซีเรียลใส่ชามใบใหญ่ตรงหน้าก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

“เรามาทานอาหารเช้าแบบเกียรติธนธาดากัน”

ตอนแรกไม่เข้าใจหรอก
แต่ตอนนี้กำลังเกิดการต่อสู้บนโต๊ะอาหารอย่างดุเดือด

“morning”

“O นี่มันของผมหยิบช้าอย่ามาโวยวาย”

“เฮ้ย! นี่โกงป่ะนี่คุณคีย์กำไว้ใช่ไหม”

“คุณเบนมี N สามตัวเอาให้ผมตัวนึงผมจะครบแล้ว”

“เรื่อง..ใครเขาให้สมบัติคู่แข่งเอา O มาแลก”

“ไม่! ผมมี O ตัวเดียวเอาของคุณเบนมาคำนี้ผมชนะแน่ๆ”

นี่คือสงครามแย่งตัวอักษรซีเรียลภาษาอังกฤษเบนจามินนึกขอบคุณคุณนายเจียชินและบรรดาญาติๆ ที่ชอบให้เขาเล่นหาคำศัพท์จากซีเรียลก่อนไปโรงเรียนทุกเช้า จำได้ว่าถ้าใครสะกดคำและหาตัวอักษรได้เร็วซีเรียลก็จะเต็มชามเมื่อก่อนเขาเป็นน้องคนสุดท้องเลยหาไม่ทันพี่ๆ แหกปากร้องไห้เพราะในชามมีซีเรียลแค่สามตัวสุดท้ายบรรดาพี่ๆ ก็เสียสละแบ่งซีเรียลให้เขาคนละช้อนสองช้อน


ถึงแม้จะโตจนไม่มีเวลาเล่นเหมือนเด็กๆ
แต่ก็นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าจะได้กลับมาเล่นอีกครั้งในวัย 27

“ผมชนะ!”

ไอ้คนที่เอาแต่ปฏิเสธไม่ยอมเล่นด้วยในตอนแรกตอนนี้กำลังยิ้มจนลักยิ้มที่มีตรงแก้มข้างซ้ายบุ๋มลงไป นี่ก็ไม่เคยสังเกตว่าเจ้าเปี๊ยกนี้มีลักยิ้มกะเขาด้วยก็อย่างว่าเคยยิ้มให้เห็นซะที่ไหนทุกทีมองหน้ากันไม่ถึงห้านาที  เบนจามินเท้าคางมองคนที่ตอนนี้อารมณ์ดีเพราะมีซีเรียลเต็มชามก่อนที่เบนจะลุกขึ้นเอาชามไปเก็บเพราะว่าใกล้ถึงเวลาที่ต้องไปประชุมแล้ว

“คุณ..”

“มันต้องเริ่มเช้าวันใหม่แบบนี้สิ ยิ้มซะบ้างทำหน้าตาเบื่อโลกไปทำไมกัน”

เบนขอตัวไปเอาของในห้องนอนทิ้งให้คีตานั่งมองตัวอักษรซีเรียลอาหารเช้าที่คนตัวสูงวางเรียงไว้ให้บนโต๊ะคงตั้งใจให้เขาเห็นก่อนที่จะยกมือขึ้นมาตรงริมฝีปากเพิ่งรู้ตัวว่าตอนนี้เขากำลังยิ้มอยู่จริงๆ

SMILE


MUSIC BOX


“วันนี้คงคุยเรื่องคอนเซ็ปต์อัลบั้ม แนวเพลง แล้วก็คงเรื่องทั่วๆไป”

“ครับ”

“คุณคีย์โอเคนะ”

“ครับ ผมไม่เป็นอะไร”

เบนจามินหันไปมองคนข้างๆ รู้หรอกว่ากำลังกังวลอยู่ตั้งแต่ในรถที่จับมือสงบศึก(ชั่วคราว) คีตาก็ไม่พูดไม่จาเอาแต่ตอบรับแค่คำว่าครับๆ เพียงเท่านั้น ที่เบนกังวลไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องเดียวแต่เห็นรายชื่อคนเข้าประชุมด้วยนี่ถึงกับถอนหายใจ  เมธัส กิจดาการ นี่ก็เป็นไม้เบื่อไม้เมากับเขามาตั้งแต่เด็กยันโตลูกชายของลุงบวรคนที่ทำงานให้กับ KTD มาตั้งแต่เริ่มบริษัท

ไม่รู้ว่าเกลียดอะไรเขานักหนา
ทำงานด้วยกันเมื่อไหร่จ้องจะหาเรื่องตลอด

“จริงๆ โปรเจคนี้ไม่มีอะไรมากและก็ไม่ได้ยากอะไรด้วยครับ แต่เพราะเป็นครั้งแรกที่จ้างนักแต่งเพลงจากที่อื่น และเป็นครั้งแรกที่เปลี่ยนคนรับผิดชอบโปรเจคจากคุณเบอร์ดี้เป็น..”

มันมาละ..

“สิบนักร้องสิบเพลงรักไม่ทราบว่าคุณคีตาได้ลองแต่งเพลงรักบ้างหรือยังครับ”

“………………………………………………………”

“เท่าที่ผมลองฟังเพลงที่คุณแต่ง 95% คือเพลงที่เกี่ยวกับความรักที่ไม่สมหวัง แต่คุณคีตาทราบใช่ไหมครับว่าทุกปีโปรเจคนี้ของ KTD มีแต่เพลงรัก”

“คือผม..”

“ผมเห็น KTD จ้างคุณคีตามาปฏิเสธนักแต่งเพลงที่ผมวางตัวไว้แล้วก็หวังว่าจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ ไม่ใช่เพลงแบบเดิมๆ เนื้อหาเดิมๆ มันฟังแล้วอาจจะน่าเบื่อก็ได้นะครับ”

เบนจามินนั่งกอดอกมองไอ้คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพูดด้วยหน้าตากวนประสาทรู้อยู่หรอกว่าตั้งใจให้เขาโมโหอยู่คงแค้นที่คนของตัวเองโดนปฏิเสธเลยเล่นไม่หยุดแบบนี้ ยิ่งเมธัสถามซ้ำๆ ย้ำๆ อยู่อย่างนั้นความอดทนเบนก็เริ่มจะถึงขีดสุดอยู่เหมือนกัน เขารู้ว่าคีตาก็คงอยากจะลุกขึ้นมาต่อยเมธัสให้ล้มคว่ำแต่เพราะเป็นเรื่องงานเลยได้แต่นั่งนิ่งอยู่แบบนี้แถมที่สำคัญคงเป็นจุดอ่อนของเจ้าตัวด้วยมั้ง…เรื่องแต่งเพลงรักนี่

“คือผมเข้..”

คีตาหันมามามองคนที่นั่งอยู่ข้างๆเมื่อสัมผัสตรงข้อมือ เบนจามินเอื้อมมือมาจับไว้ก่อนที่คีตาจะพูดตอบกลับไปพอเห็นแบบนั้นคีตาเลยเลือกที่จะเงียบลง ก่อนที่เบนจะเป็นฝ่ายเริ่มพูดบ้างหลังจากปล่อยให้เมธัสพูดเองเออเองอยู่คนเดียวตั้งแต่เริ่มประชุม

“อย่างที่คุณเมธัสบอกเพราะว่าปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ในฐานะที่ผมเป็นคนดูแลโปรเจคนี้ผมก็มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนทุกอย่าง”

“………………………………………………………”

“จริงอยู่ที่โปรเจคนี้ของ KTD เป็นสิบเพลงรักแต่ถ้าปีนี้จะเป็นปีแรกที่ผมขอเสนอให้เป็น ความรักหลายรูปแบบ ไม่ใช่แค่เพลงรักเหมือนอย่างเดิมทุกปี”

“………………………………………………………”

“เราไม่ต้องทำอะไรให้เหมือนเดิมทุกปีก็ได้นี่แบบใหม่บ้างก็ได้ ผมต้องการให้ทุกคนได้เห็นว่าความรักไม่ได้มีแค่ความรักที่สมหวัง หรือว่ามีแค่ความรักระหว่างคนรัก อาจจะเป็นพี่น้อง ครอบครัว หรือว่าเพื่อน ผมว่าคอนเซ็ปต์เป็นแบบนี้ก็ดูน่าตื่นเต้นดี คุณเมธัสว่าอย่างนั้นไหมครับ”

“………………………………………………………”

“ถ้ามีอะไรไม่เห็นด้วยขอให้ทำมาเป็นเอกสารในการประชุมครั้งหน้านะครับ ขอบคุณ”

“………………………………………………………”

เป็นการตัดบทประชุมที่ทุกคนในห้องประชุมกลืนน้ำลายกันอย่างยากลำบากและแน่นอนว่าจะต้องมีการแบ่งออกเป็นหลายฝั่ง มาร์ชผู้ช่วยของเบนกำหมัดร้องเยสเมื่อเห็นว่าเขาสามารถโต้คุณเมธัสได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ แต่ก็นะคุณเมธัสเขาก็มีลูกสมุนของเขาตอนนี้คงไปรวมพลังมาสู้ใหม่เพราะเห็นเดินกลับห้องทำงานไปด้วยกัน

“คุณคีย์ไม่ต้องตกใจนะครับ คุณเมธัสเป็นแบบนี้ตลอดสงสัยอิจฉาที่คุณเบนหล่อกว่า”

“สัส หล่อน้อยกว่ากูแล้วยังจ้องจะหาเรื่องอีกเบื่อหน้ามันฉิบหาย”

“แล้วสรุปเพลงในโปรเจคนี้….”

คีตาถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเบนจามินพูดเหมือนสรุปทุกอย่างไปแล้วแต่เขาก็ไม่ได้คิดจะค้านอะไรหรอกเป็นอย่างที่คุณเบนบอกมันก็ดีกว่าสิบเพลงรักอยู่ดี แต่เอาเข้าจริงๆ หัวสมองมันก็ว่างเปล่าไม่ต่างกันเป็นครั้งแรกที่เขานึกอะไรไม่ออกเลยไม่มีแม้แต่เนื้อเพลงหรือเมโลดี้ในหัว

“หิวข้าว กินก่อนค่อยคิดท้องอิ่มหัวสมองแล่น”



นึกว่าจะระดับทายาท KTD จะกินแต่อาหารหรูๆ แต่สุดท้ายก็กลับคอนโดแล้วสั่งเคเอฟซีถังใหญ่ เบนจามินบอกประชุมดูดพลังต่อสู้กับเหล่าวายร้ายเลยอยากพักผ่อนไม่อยากไปนั่งร้านอาหารให้ปวดหัว คีตาเองก็ไม่อยากไปขัดเพราะคิดว่าเรื่องที่ประชุมวันนี้เขาก็มีส่วนเกี่ยวข้องเหมือนกันเลยได้แต่นั่งกินเงียบๆ อยากถามเรื่องงานต่อแต่ตอนนี้เขาเองก็ยังจัดการตัวเองไม่ได้เหมือนกัน

เขาจะต้องแต่งเพลงแบบไหน
แล้วความรักมันมีกี่รูปแบบกัน ความรักสำหรับเขาก็มีแค่ด้านเดียว..

“ผมเปิดทีวีนะ”

“ครับ”

เบนจามินไล่ช่องไปเรื่อยๆ จนมาเจอกับละครที่ฉายช่องเคเบิ้ลเนื้อหาในละครก็เหมือนที่เคยดู นางเอกกำลังจะแต่งงานกับพระเอกพระรองที่เป็นเพื่อนนางเอกแอบชอบนางเอกมาตลอดก็ไม่กล้าจะบอกความในใจเลยเก็บเอาไว้จนถึงวินาทีสุดท้าย คีตาที่นั่งดูอยู่ด้วยก็คิดเหมือนในละคร

ถ้าเขาเป็นพระรองเขาก็จะเก็บความรู้สึกเอาไว้
ไม่บอกให้นางเอกรู้เหมือนกัน

“ทำไมไม่บอกชอบไปวะ”

“อะไรนะครับ?”

“ไอ้พระรองเนี่ยทำไมไม่บอกไปว่าชอบ”

“ก็เขากลัวเสียเพื่อนหรือเปล่าถ้าบอกออกไปแล้วทุกอย่างไม่โอเค”

“ถ้าเป็นผม ชอบใครผมก็จะบอกแล้วก็จะยอมรับผลที่ตามมาด้วย ถือคติบอกให้เขารู้ดีกว่าเขาไม่รับรู้อะไรเลยจะเก็บความรู้สึกนี้ไปจนตายไม่ได้”

“แต่คนส่วนใหญ่ผมคิดว่าเขาไม่บอกกันนะ ผมเองก็คิดแบบนั้น”

“อ้าวคุณ..ก็นี่มุมมองผมคนเราจะคิดเหมือนกันได้ไงถ้าคุณคีย์ไปถามคนร้อยคนเขาก็มีมุมมองความรักร้อยแบบ ทุกคนมีรูปแบบความรักของตัวเอง สำหรับผมจะทำทุกอย่างเพื่อความรักถึงแม้สุดท้ายผมจะไม่ได้อะไรกลับคืนมาก็ตาม”

ถามคนร้อยคนเขาก็มีมุมมองความรักร้อยแบบ
ทุกคนมีรูปแบบความรักของตัวเอง


“จะทำทุกอย่างเพื่อความรักถึงแม้สุดท้ายผมจะไม่ได้อะไรกลับคืนมาก็ตาม”

คีตาพูดประโยคที่ได้ยินจากคนที่นั่งอยู่ข้างๆ วนไปวนมามันเหมือนเพียงเสี้ยววินาทีที่ความคิดวิ่งเข้ามาในหัว เก็บความรู้สึกไว้แล้วไม่พูดออกไปก็คือรักที่ไม่สมหวังแต่ถึงจะบอกทุกอย่างไปแล้วไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงก็เป็นรักที่ไม่สมหวังเหมือนกันแต่ต่างกันตรงที่เลือกที่จะบอกหรือไม่บอก

เขารู้แล้ว..โปรเจคของ KTD

“เดี๋ยว..หยุด!”

เบนจามินกำลังหยิบส้อมจิ้มเฟรนซ์ฟรายเข้าปากตกใจกับเสียงตะโกนของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เลยค้างชะงักอยู่อย่างนั้นไม่กล้าขยับตัวไปไหนก่อนที่คีตาจะลุกขึ้นแล้วหายเข้าไปในห้องกลับมาอีกทีพร้อมกับกีตาร์และแม๊คบุ๊คก่อนจะก้มหน้าพิมพ์อะไรยุกยิกๆ แล้วก็ยื่นกีตาร์ให้เบนจามินที่รับมาถืออย่าง งงๆ

“คุณเบนเล่นกีตาร์เป็นใช่ไหม”

“เป็นครับ”

“คุณลองดีดตามที่ผมบอกหน่อย”

เบนจามินค่อยๆ ดีดกีตาร์ไปตามคอร์ด
เมื่ออีกฝ่ายทำเสียงไล่เมโลดี้ไปเรื่อยๆ

“จะขอทำทุกอย่างเพื่อความรักถึงแม้สุดท้ายจะไม่ได้อะไรกลับคืนมา”

เนื้อเพลงที่คีตาลองร้องออกมาทำให้เบนจามินยิ้มกว้างเมื่อมันคือประโยคที่เขาพูดไปเมื่อสักครู่ ก่อนที่อีกฝ่ายจะก้มหน้ากับแม๊คบุ๊คอีกครั้ง เป็นครั้งแรกที่เบนได้เห็นคีตา นันทสกุลในแบบนักแต่งเพลง คนตรงหน้าเรียกได้ว่าเกิดมาเพื่อดนตรีโดยเฉพาะทุกอย่างมันดูลงตัวไปหมดทั้งการเคาะนิ้วหาจังหวะหรือแม้แต่การฮัมทำนองเพลง

เบนบอกตรงๆ ว่าเขาละสายตาไปไม่ได้

“คุณเบนเรื่องที่ประชุมวันนี้ ผม….ขอบคุณนะครับ”

“ผมไม่อยากให้คุณเสียเวลากับเมธัส ถ้าคุณตอบเขาตอนนั้นรับรองว่าเขาไม่จบแค่นั้นแน่เขาก็จะถามจี้คุณไปเรื่อยๆ อีกอย่างนี่เราเรียกว่าปรองดองสามัคคีกันแล้วใช่ไหมครับ”

“ถ้าเรามีศัตรูคนเดียวกันก็คิดว่าใช่”

เบนจามินหัวเราะคงหมายถึงเมธัส ดีแล้วที่เขาห้ามคีตาเอาไว้เพราะเขารู้ดีว่าเมธัสนิสัยยังไง เพราะโดนแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแน่ล่ะเรียนโรงเรียนเดียวกันตั้งแต่อนุบาลไอ้ทิมนี่หมายหัวเมธัสตั้งแต่ป.3เพราะมันเคยโดนผลักจนหล่นจากชิงช้ามันเลยขึ้นบัญชีไว้เลยว่าโคตรเกลียดแต่จริงๆ เบนก็พอรู้สาเหตุก็คงอิจฉาเขาในฐานะทายาท KTD

ก็ทำได้แค่ปล่อยไปวันๆ ยังไงก็ลูกหลานคนเก่าคนแก่
ไม่อยากให้มันมีเรื่องราวใหญ่โต

“แล้วเรื่องแนวเพลงที่คุณเบนบอก”

“ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ ครับผมไม่อยากให้โปรเจคมันเหมือนเดิมทุกปี ไหนๆ ผมก็ได้ดูแลโปรเจคนี้แล้วก็อยากทำให้แตกต่างจากทุกปีไปเลย ส่วนเรื่องเพลง..”

“ที่คุณเมธัสบอกมันก็เป็นเรื่องจริงเหมือนกัน เพลงที่ผมแต่งเนื้อหามัน….”

“มีแต่เพลงรักที่ไม่สมหวังวันก่อนผมไปหาเพลงที่คุณคีย์แต่งมาลองฟัง ฟังไปสามเพลงถ้าอกหักอยู่ร้องไห้น้ำตาหมดตัวแล้วนะคุณ”

“ผมเพิ่งคิดได้เมื่อกี้ว่าจะลองแต่งเพลงแบบใหม่ ไม่ใช่จากมุมมองของผมคนเดียวเหมือนที่คุณเบนบอก”

“ผม?”

“ถามคนร้อยคนเขาก็มีมุมมองความรักร้อยแบบทุกคนมีรูปแบบความรักของตัวเอง สิบเพลงรักของKTD เรามาแต่งเพลงจากมุมมองความรักของหลายๆ คนกัน ตกลงนะ”

เบนจามินมองคนที่ยิ้มกว้างจนลักยิ้มบุ๋มลงไปท่าทางมีความสุขในแบบไม่เคยเห็นทำให้ไม่ได้ตอบอะไรเพียงแค่พยักหน้าตอบรับไปเท่านั้นพออารมณ์ดีก็ดูเป็นเด็กน่ารักคนนึงเหมือนเด็กที่เพิ่งได้ของเล่น เบนจามินก็ไม่รู้หรอกว่าระหว่างเขากับนักแต่งเพลงตัวเปี๊ยกนี่เรียกว่าญาติดีกันหรือยังแต่ก็ไม่ได้กระชากคอเสื้อเหมือนแต่ก่อนก็โอเคแล้ว

ถึงแม้ว่ารอบตัวของคีตาจะมีบรรยากาศเหงาๆ อยู่บ้าง
แต่เบนจามินก็หวังว่าความเหงาที่คีตามีสักวันมันก็คงจะหายไปก็คงมีสักวัน..

“ห้ามกินน่อง ผมจอง”

“ไม่ได้คุณ..น่องนี่ของโปรดผมคุณคีย์ก็กินนักเก็ตไป”

“ไม่! คุณเบนกินไปแล้วอันนึงอันนี้ของผม”

“ก็ผมจะกินสองอันงั้นผมให้ไก่ป๊อบคุณสองชิ้นแลกกัน”

“ไม่เอาจะกินน่อง”

“มุมมองความรักอีกอย่างนึงคือการเสียสละเอาน่องไก่ให้ผม”

“สำหรับเคเอฟซีไม่เคยมีคำว่าเสียสละ อย่าดันแก้ม! มือมันเลอะเห็นไหมเนี่ย!”

เบนจามินหัวเราะลั่นเมื่อเขาเผลอเอามือที่ถือซองซอสไปโดนแก้มของอีกฝ่ายจนเลอะซอสสีแดงๆ นึกว่าเจ้าเปี๊ยกจะโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงแต่ก็แค่หันมาแยกเขี้ยวใส่แล้วก็พยายามจะแย่งน่องไก่ในกระป๋องอีกครั้ง แต่เบนก็ไวกว่ารีบคว้ากระป๋องมากอดไว้แน่น คีตาเอื้อมมือมาคว้ากระป๋องทำท่าจะแย่งไปให้ได้ท่าทางเอาจริงเอาจังทำให้เบนต้องยอมแพ้ จริงๆ ไม่ได้กลัวว่าจะไม่ได้กินน่องไก่หรอกแต่ท่าทางแบบบนี้ของคีตาเป็นครั้งแรกที่เพิ่งเคยเห็น

ตลกดีน่าเอ็นดูกว่าตอนทำหน้าเบื่อโลกตั้งเยอะ 


เบนจามินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
ก่อนจะพิมพ์ข้อความทิ้งไว้ในกรุ๊ปลูกเพื่อนแม่


BEN : พวกมึงวันนี้กูสั่งเคเอฟซีมากินไม่เคยมีใครแย่งกูกินน่องเลยเพิ่งมีคนแรก…เคเอฟซีอร่อยว่ะวันนี้กูอารมณ์ดีในรอบหนึ่งเดือน คิดถึงนะจ๊ะแกงค์ลูกเพื่อนแม่ จุ๊บ จุ๊บ









TO BE CON

#นิยายกล่องดนตรี  #ซีรีส์ลูกเพื่อนแม่
twitter @ribbinbo

ผู้ชายที่อันตรายคือ ผู้ชายที่หล่อและตลก -*-



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-01-2019 22:38:29 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ fullmoonny

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 411
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
เริ่มจะญาติดีกันแล้วทั้งคู่ คีย์ดูนิ่งๆเงียบๆแต่พอมีเบนเข้ามาก็สดใสขึ้นนะ

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 920
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +570/-0
ขอบคุณครับ กด +1 ให้นะครับ :a9:

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
MUSIC BOX
#นิยายกล่องดนตรี


ผมเติบโตมาพร้อมกับธุรกิจดนตรี
แต่มีเครื่องดนตรีเดียวที่ผมชอบคือ ไวโอลิน – เบนจามิน เกียรติธนธาดา

ผมเติบโตมาพร้อมกับครอบครัวนักดนตรี ผมเล่นดนตรีได้ทุกอย่าง
ยกเว้น ไวโอลิน – คีตา นันทสกุล

CHAPTER.4:  one sided love



ถึงจะคิดออกว่าโปรเจคของ KTD จะแต่งเพลงแบบไหน
แต่เอาเข้าจริงคีตาเองก็ไม่รู้จะเริ่มทำมันยังไง

ตอนนั้นหัวสมองมันแล่นแบบฉุดไม่อยู่เขียนนู่นเขียนนี่เยอะแยะแต่มันก็คิดว่ายังไม่ใช่อยู่ดี พรุ่งนี้มีประชุมโปรเจคนี้อีกรอบลึกๆ ก็กลัวว่าจะไม่มีอะไรไปสู้กับคุณเมธัสรายนั้นเรียกว่าจ้องจับผิดอยู่ตลอดเวลา ขืนพลาดแค่นิดดียวโดนถล่มเหยียบจมดินแน่ๆ

ถึงคุณเบนจะบอกว่าไม่ต้องกลัวก็ตามเถอะ
พูดถึงคุณเบน...ก็ถือว่าดีขึ้นละมั้งก็อัพเกรดจากที่เคยกระชากคอเสื้อในห้องทำงานมาเป็นนั่งคุยกันดีๆ ได้แล้ว แต่พอคุยเรื่องงานมันก็ยังขัดๆ กันอยู่บ้างก็คงเป็นเรื่องปกติเพราะไม่เคยทำงานด้วยกันมาก่อน

“เริ่มยังไงดีวะ”

คีตาขยำกระดาษที่เขียนเนื้อเพลงไว้คร่าวๆ เป็นแผ่นที่สิบหลังจากขีดๆ เขียนๆ มาเกือบครึ่งวันเสียงเกาประตูดังขึ้นอีกครั้งหลังจากที่เงียบไปนานน้องอันนาเจ้าเดิม สิ่งมีชีวิตที่น่ารักที่สุดในคอนโดนี้คุณเบนเคยบอกไว้ว่าไม่อยากให้เอาน้องอันนาเข้ามาในสตูดิโอเพราะกลัวว่าจะวิ่งวุ่นจนข้าวของเสียหาย

พอหันไปมองนาฬิกาเพิ่งรู้เหมือนกันว่าเวลามันผ่านมาจนเกือบจะสามทุ่มแล้ว
ข้าวปลาก็ยังไม่ได้กินงานเพลงก็ไม่มีทีท่าว่าจะสำเร็จ ไม่ได้อะไรสักอย่างเลยวันนี้

คีตาออกมาจากสตูดิโอแล้วอุ้มน้องอันนาขึ้นมากอดไว้เดินตรงไปห้องนั่งเล่น เสียงกุกกักที่ดังขึ้นตรงหน้าประตูเดาได้ว่าคุณเบนอาจจะกลับมาแล้วเสียงแตะคียการ์ดพร้อมกับประตูที่เปิดออก คนที่ก้าวขาเข้ามาในห้องชะงักค้างเมื่อเห็นมีใครยืนอยู่กลางห้อง

ต่างคนต่างมองหน้ากันอยู่อย่างนั้นเหมือนไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มทักยังไง
สุดท้ายคีตาก็เลยเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน

“หิวข้าวไหมครับ”

เป็นคำทักทายที่ฟังแล้วตลกดีเบนจามินหลุดขำออกมาแต่ก็พยักหน้ารับเพราะเขายังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่บ่ายสาม สรุปคีตาก็ทำข้าวไข่เจียวง่ายๆ สองจานบรรยากาศบนโต๊ะไม่ได้ดูน่าอึดอัดเหมือนทุกที

“พรุ่งนี้มีประชุมคุณคีย์พร้อมนะ”

“จริงๆ ก็ยังไม่พร้อมเท่าไหร่”

“อย่าเพิ่งกลัวเมธัสมันบ้า ต่อให้คุณคีย์แต่งเพลงชนิดที่เรียกว่าเพอเฟ็ค เมธัสก็หาเรื่องติจนได้”

“แล้วอย่างนี้ถ้าเพลงผมมันแย่มันจะไม่ยิ่งกว่าเดิมเหรอครับ”

“มีผมอยู่ด้วยทั้งคนไม่ต้องกังวล”

“กังวลกว่าเดิมอีก”

“อ้าวคุณ..เดี๋ยวปล่อยให้ลุยเดี่ยวเลยโดนแกล้งนี่ไม่ช่วยนะ”

เบนจามินวางช้อนลงเมื่อเห็นว่าคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามยิ้มออกมาแก้มที่ป่องอยู่แล้วตอนนี้มันป่องมากกว่าเดิมเพราะมีอาหารอยู่เต็มสองแก้มเหมือนหนูแฮมสเตอร์ เบนรู้สึกว่าบรรยากาศที่ดูเงียบๆเมื่อกี้ค่อยๆหายไปถึงแม้ว่าเรื่องที่คุยกันส่วนมากจะเป็นเรื่องงานแต่ก็ดีกว่านั่งก้มหน้าก้มตาไม่สนใจใคร

คิดซะว่าอย่างน้อยก็มีคนตัวกะเปี๊ยกแก้มบวมนั่งกินข้าวไข่เจียวเป็นเพื่อนล่ะวะ


MUSIC BOX

เริ่มประชุมสิบโมงครึ่ง
แต่วันนี้เบนมาก่อนเพราะนัดกับเจ๊บีไว้

“ไอ้ตี๋ เดี๋ยวจะไปฝรั่งเศสอาทิตย์หน้าจะเอาอะไรไหม”

“พรีออเดอร์หรือของฝาก”

“ราคาคนในครอบครัวบวกค่าหิ้วแบบเต็มหน่วย”

“โว๊ะ..นี่ตี๋ไงตี๋ที่เจ๊เลี้ยงมากับมือ”

“แหมทำเป็นงอนของฝากก็ได้ย่ะ ฉันนี่เจ๊บีผู้ซื้อฟิกเกอร์สไปเดอร์แมนอันละแสนแปดให้แกเป็นของขวัญวันเกิด ต้องไปละมีประชุมกับเฮียบาส ได้ข่าวว่าแกมีประชุมกับเมธัสเพื่อนซี้”

“เจ๊บีไล่มันออกให้เบนหน่อยดิ มันแกล้งเบนตลอดเลย”

“โอ๊ยไอ้ตี๋แกที่ฉันจับมาอุ้มตั้งแต่เกิด ฉันก็รู้นิสัยแกเหมือนกันทำกับเขาไว้ไม่เบารวมพลังกับแกงค์ลูกเพื่อนแม่แกนี่ ขบวนการจูเรนเจอร์ชัดๆ”

“ฟ้องไอ้ทิมแน่”

“เด็กเปรตเปิดกระโปรงนักเรียนฉันตอนป.6 ฉันยังไม่ลืม”

คีตาได้แต่ยืนมองสองพี่น้องกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่ตรงหน้าห้องประชุม ถึงเขาจะไม่รู้จักตระกูลเกียรติธนธาดามากนักแต่พ่อก็เคยบอกว่าตระกูลนี้เป็นตระกูลใหญ่มีพี่น้องมากมายเคยคิดนะว่าถ้าญาติเยอะขนาดนี้จะสนิทกันได้ยังไง แต่วันนี้คีตาก็เริ่มเข้าใจแล้วว่านิสัยขี้เล่น อารมณ์ดีของเบนจามินได้มาจากใคร คีตาเจอทายาทของ KTD มาก่อนหน้านี้บ้างทุกคนมีนิสัยคล้ายๆ กันหมด ยิ้มเก่ง หัวเราะเก่ง แค่อยู่ใกล้ๆ ก็ยังรู้สึกสดชื่นไปด้วย

ขนาดเจ้าสัวกรรณที่ดูหน่าตาดุ
เอาเข้าจริงก็ขี้เล่นเป็นกันเองมากกว่าที่คิด

“ครอบครัวคุณเบนดูสนิทกันมากนะครับ”

“ก็อยู่ด้วยกันตั้งแต่เด็กมีแต่คนแปลกใจทั้งนั้น คุณรู้ใช่ไหมว่าพ่อผมไม่ได้มีภรรยาคนเดียวแต่ลูกทุกคนก็รักกันดี ยังมีคนแซวบ่อยๆ ว่าพ่อผมทำบุญวัดไหนภรรยากับลูกถึงไม่ตีกันเลย”

“ไม่เคยทะเลาะกันเลยเหรอครับ”

“ก็มีแค่ตามประสาเด็กแต่ไม่เคยมีถึงขึ้นแตกหักถ้าคุณคีย์มาเจอญาติผมทุกคน รับรองฟังไม่ทันแย่งกันพูดไม่หยุด”

“คงสนุก”

“คุณคีย์เป็นลูกคนเดียว”

“ครับ”

“จริงๆ ผมก็ลูกคนเดียวแต่บังเอิญพี่น้องเยอะไปหน่อยมีเพื่อนเล่นเต็มไปหมด ตอนเด็กๆ เลยไม่ค่อยเหงา”

“ตอนเด็กๆ ผมก็ไม่เหงาหรอกครับแต่..”

เบนจามินเห็นอีกฝ่ายเงียบไปเลยก้มลงไปมองแววตาที่ดูเศร้าๆ นั่นทำให้เบนคิดว่าท่าทางเรื่องครอบครัวของคีตาคงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เบนเลยเลือกที่จะเปลี่ยนมาพูดเรื่องที่จะประชุมแทน เอาจริงๆ ทั้งคู่ก็กังวลพอสมควรเพราะเมธัสท่าทางเอาจริงไม่ออมมือแม้แต่นิดเดียวยิ่งอาทิตย์ที่แล้วโดนขยี้ขนาดนั้นเดาได้เลยว่าครั้งนี้ต้องเล่นหนักแน่ๆ

“อย่าเครียดขนาดนั้นสิคุณ”

“เครียดสิ”

“ถ้าเกิดอะไรขึ้นให้คุณคีย์จับมือผม”

“เพื่อ?”

“ข้อหนึ่งผมมีพลังด้านบวกเยอะมากถ้าคุณแบตหมดหรือโดนโจมตีจนตอบอะไรไม่ถูกให้จับมือผมเพิ่มพลัง”

“แล้ว?”

“ข้อสองพลังจะบวกคนก็เยอะมากเช่นกันช่วยจับมือผมไว้หน่อยไม่งั้นผมได้กระโดดถีบเมธัสกลางห้องประชุมแน่ๆ”

จากที่เครียดๆ คีตาก็หลุดขำออกมาท่าทางเบนจามินที่มันเหมือนจะจริงจังแต่ก็ยังมีมุมขี้เล่นทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย เอาเถอะก็จริงอย่างที่คุณเบนบอกถ้าเขากังวลมากไปเขาจะยิ่งคิดอะไรไม่ออกมันอาจจะทำให้ทุกอย่างดูแย่ไปหมด

อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
นี่เขาเริ่มทำตัวเหมือนจะไปสู้กับเหล่าวายร้ายในหนังยังไงชอบกล


“แล้วสรุปคอนเซ็ปต์เพลงที่ใช้เราจะใช้เพลงแบบไหนครับ ได้ข้อสรุปหรือยัง”

“……………………………………………………………”

“ยังไงผมก็ยังหวังว่าจะได้ฟังเพลงรักจากนักแต่งเพลงรุ่นใหม่ไฟแรงอย่างคุณคีตา นันทสกุลอยู่นะ และก็หวังเป็นอย่างมากว่าจะไม่ใช่เพลงอกหักรักคุดเนื้อหาโดนทิ้งวนไปวนมาเหมือนที่ผ่านมา”

“……………………………………………………………”

“ได้เริ่มแต่งเพลงบ้างหรือยังครับผมเองก็มีส่วนร่วมในโปรเจคนี้ อย่างน้อยก็ควรจะได้รู้ความคืบหน้าของการทำงานบ้าง อยากรู้ว่าการทำงานของคนที่เล่นเส้น อ้อ..ไม่ใช่สิลูกชายนักดนตรีคนดังจะเป็นแบบไหน”

“……………………………………………………………”

“อย่าหาว่าผมจู้จี้เลยนะครับเพราะปกติโปรเจคนี้ ผมดูแลกับคุณเบอร์ดี้มาโดยตลอดทุกอย่างราบรื่นไม่มีปัญหาอะไร สมกับมืออาชีพมากแล้วมาเปลี่ยนคนรับผิดชอบโปรเจคแบบนี้ผมก็ต้อดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด ยิ่งเป็นคนไม่มีประสบการณ์มาก่อนผมก็ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ”

“……………………………………………………………”

คีตาเหลือบมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ มือของเบนจามินที่วางอยู่บนโต๊ะเริ่มเคาะนิ้วเหมือนกำลังฝึกความอดทน เมธัสยังคงพูดต่อไปเรื่อยๆ และแน่นอนว่าเรื่องที่พูดก็ไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่เหมือนตั้งใจยั่วโมโหให้คนฟังทนไม่ได้มากกว่า คีตาเห็นว่าเบนจามินเอามือลงจากโต๊ะมาวางไว้บนตัก

“ก็ไม่รู้ว่าโปรเจคของ KTD จะกลายเป็นโปรเจคเพลงเด็กประ..”

คีตาเอื้อมมือไปจับมือของเบนจามินที่วางไว้บนตักก่อนจะประสานนิ้วไว้แน่น

แล้วเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้คนที่นั่งหมุนปากกาอยู่ฝั่งตรงข้าม

“ผมว่าคุณเมธัสอย่าเพิ่งด่วนสรุปไปเองดีกว่าครับ ทุกคนก็ควรได้โอกาสแสดงฝีมือให้เห็นกันทั้งนั้น ทั้งตัวผมที่เป็นนักแต่งเพลงกิ๊กก๊อกไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดัง หรือแม้แต่คุณเบนที่รับผิดชอบโปรเจคนี้ทุกคนก็ต้องเริ่มจากศูนย์เพราะไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด”

“……………………………………………………………”

“คอนเซ็ปต์อัลบั้มผมยังยืนยันคำเดิมครับคุณเมธัสไม่ต้องกังวล โปรเจคนี้ของ KTD จะเป็นเพลงรัก แต่มันจะเป็นเพลงรักในแบบคีตา นันทสกุล ในตอนนี้ผมอาจจะยังไม่มีอะไรคืบหน้าให้คุณเมธัสได้เห็น”

“……………………………………………………………”

“แต่ผมบอกได้เลยครับ คุณเมธัสจะไม่ผิดหวังเมื่อได้ฟังเพลงที่ผมแต่งช่วยรออีกหน่อยได้ไหมครับ และผมก็เชื่อว่าคุณเบนเองก็สามารถรับผิดชอบโปรเจคนี้ให้สำเร็จได้เหมือนกันผมเชื่อในความสามารถของทายาท KTD เบนจามิน เกียรติธนธาดา

“……………………………………………………………”

“หวังว่าคุณเมธัสจะไม่มีปัญหาอะไรนะครับ ผมกับคุณเบนจะได้ทำงานกันต่อเสียเวลามามากแล้ว”

“……………………………………………………………”

ทั้งห้องประชุมเงียบกริบเมื่อคีตาพูดจบมาร์ชอ้าปากค้างเมื่อได้เห็นมุมนี้ของคุณคีตาก่อนจะยกนิ้วโป้งขึ้นมาพร้อมพูดไม่มีเสียงว่าเยี่ยมมาก แต่ที่แปลกคือเบนจามินที่นั่งยิ้มมุมปากเพียงเท่านั้นเป็นครั้งแรกที่เบนไม่ได้โต้ตอบกับเมธัส ทุกทีนี่แทบจะเขวี้ยงแฟ้มใส่กัน เมธัสเองก็เงียบมองหน้าคีตาที่ยิ้มตอบกลับไปเช่นกันก่อนที่เมธัสจะขอตัวไปทำงานต่อไม่ได้สนใจคนในห้องประชุมอีก

คีตาเลยหันไปฟังมาร์ชที่บอกเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ รู้สึกตัวอีกทีเมื่อแรงกระชับตรงมือที่โดนจับไว้ คีตาหันไปมองเบนจามินที่หันไปฟังงานจากคุณนีนฝ่ายการตลาดอีกด้านแต่มือที่จับไว้บนตักก็ยังไม่ยอมปล่อยออก ดีที่มันอยู่ใต้โต๊ะพอดีไม่งั้นทุกคนก็ประหลาดใจกันทั้งห้องประชุมว่านั่งจับมือกันทำไม

คีตารู้ว่าคุณเบนเองก็เริ่มทนไม่ไหวกับคำพูดของคุณเมธัสเลยตัดสินใจเอื้อมมือไปจับไว้ก่อนที่คุณเบนเองจะลุกขึ้นมาต่อยคนที่เอาแต่พูดดูถูกไม่เลิกก็ไม่อยากให้มีปัญหาตามมาเลยเลือกวิธีนี้ส่วนเขาน่ะเหรอ..

“ข้อหนึ่งผมมีพลังด้านบวกเยอะมากถ้าคุณแบตหมดหรือโดนโจมตีจนตอบอะไรไม่ถูกให้จับมือผมเพิ่มพลัง”

คิดว่าตอนนั้นเบตใกล้หมดเต็มทนเลยต้องการชาร์ต
แต่มันก็ได้ผลอยู่นะ…

100% เลยตอนนี้


MUSIC BOX


วันนี้วันอาทิตย์
คิวไอ้มิลคิดกิจกรรมแน่นอนว่ามันบอกไว้แล้วว่า คุณต้นไม้มีงานขายต้นไม้ให้ไปช่วยธุรกิจครอบครัวมาอีกแล้ว เบนจามินหนีบโทรศัพท์คุยกับรามิลเรื่องที่จัดงานวันนี้เพราะว่าเป็นสถานที่ใหม่ที่ไม่เหมือนครั้งที่แล้ว นี่คุยไปตาก็เหลือบมองคนที่เดินมาหยิบอาหารเช้าซีเรียลมาเทลงใส่ชาม

ตั้งแต่วันที่ประชุมวันนั้น..เบนก็ไม่คิดว่าคีตาจะจับมือเขาไว้จริงๆ
ยอมรับว่ารู้สึกแปลกๆ มันนไม่ใช่ไม่ดี..วินาทีที่คีตาเอื้อมมือมาจับมือตอนนั้นความอดทนเขาแทบจะเหลือไม่ถึง 3% แล้วเขาโคตรอยากจะลุกขึ้นไปกระทืบไอ้เมธัสให้มันรู้แล้วรู้รอดแต่สัมผัสนั่นทำให้เขายั้งตัวเองไว้ได้ ไม่งั้นต้องเกิดเรื่องทะเลาะวิวาทขึ้นแน่ๆ

จะบอกว่าอะไรดี
นึกไม่ออกแต่ก็คงเหมือนน้ำเย็นที่คอยช่วยเวลาที่เขาใจร้อน

BEN : พวกมึงคือกูอธิบายไม่ถูก..

KIN: เดี๋ยวนี้มึงอยู่ในวัยอยากรู้อยากเห็นเหรอวะเห็นมีคำถามทุกวัน


เบนจามินกำลังจะพิมพ์ต่อในกรุ๊ปลูกเพื่อนแม่แต่สุดท้ายก็ตัดบทว่าไม่มีอะไร ไอ้คินด่าซ้ำอีกว่าทำให้อยากรู้แล้วก็ปล่อยให้คาใจมันก็เป็นที่เขาเองด้วย เพราะเขายังไม่รู้เลยว่าจะอธิบายเรื่องนี้ยังไงเลยข้ามไปเรื่องอื่นแทน

“กูจอดรถฝั่งตรงข้ามได้เลยนะ เออๆ เนี่ยกำลังจะออก”

เบนหันไปมองคนที่นั่งกินซีเรียลอาหารเช้าเงียบๆ
และทันทีที่อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมามอง

“มิล กูเอาเด็กหนึ่งคนกับแมวหนึ่งตัวไปด้วยได้ป่ะวะ”

โดนลากมา..
คีตาสะพายกีตาร์เดินตามหลังเบนจามินที่อยู่ดีๆ ก็บอกให้เขาไปเปลี่ยนชุดเพราะจะออกไปข้างนอก ตอนแรกก็อยากจะถามว่าไปไหนแต่คีตาก็เลือกที่จะเงียบเพราะยังไงแล้วถึงจะปฏิเสธไปคุณเบนก็จะต้องบังคับเขาให้มาด้วยอยู่ดี คีตาหยุดเดินแล้วมองบรรดาต้นกระบองเพชรนับร้อยต้นที่วางเรียงรายอยู่ในถาด

“สวัสดีครับคีตา นันทสกุล”

เสียงเรียกชื่อและนามสกุลเต็มยศที่ดังขึ้นทำให้คนที่ก้มมองดูต้นกระบองเพชรเงยหน้าขึ้นมามองแกงค์ลูกเพื่อนแม่อยู่กันครบ ตอนแรกยังไม่รู้ชื่อแกงค์หรอกแต่ดีที่คุณเบนเล่าให้ฟังก่อนว่าใครเป็นใครไม่งั้นเขาคงหัวเราะกับชื่อแกงค์นี้แน่ๆ ถึงจะเคยเจอกันมาแล้วครั้งนึงแต่มันก็แค่แป๊บเดียวทุกคนเลยแนะนำตัวกันใหม่อีกรอบ

“เนี่ย ทิมน้องเขาตัวเท่ามึงเลย”

“ตัวเล็กแล้วมันทำไมวะ คุณคีตาถ้ารำคาญไอ้คินเตะมันได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจ”

“เจอฝาแฝดแล้วซ่าเหรอ”

“ใครซ่าไม่ทราบครับคุณภาคิน”

“กลัวแล้วจ้า โหดสัสทำไมมึงไม่เป็นหัวหน้าแกงค์ให้มันรู้แล้วรู้รอด”

คีตายืนกอดกระเป๋ากีตาร์มองคุณคินกับคุณทิมตบตีกันมาเกือบห้านาทีก่อนที่คุณเบนจะเข้าไปห้าม ไม่รู้ว่าแกงค์นี้เขามีกิจกรรมอะไรกันแต่ก็น่าแปลกใจดีไม่คิดว่าจะมาขายต้นไม้อะไรกันแบบนี้ คีตามองไปยังหน้าร้านที่มีคุณต้นไม้ยืนขายต้นกระบองเพชรอยู่ สักพักคุณมิลก็เดินเข้ามาหาพร้อมกับแก้วกาแฟในมือ เห็นคุณมิลยกมือขึ้นมาจัดผมม้าที่ตกลงมาปิดตาของคุณต้นไม้ให้ คีตาตาโตเมื่อเห็นว่าคุณมิลก้มลงมาจูบหน้าผากคุณต้นไม้เร็วๆ หนึ่งทีก่อนที่คุณไม้จะไล่ให้ไปที่อื่น

“เขาเป็นแฟนกันไม่ต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้น”

หน้าตาตกใจอ้าปากค้างของของคีตาทำให้เบนจามินหัวเราะออกมายังไงเขาก็ต้องถามไอ้มิลกับคุณไม้ก่อนอยู่ดีว่าสามารถเล่าเรื่องความรักให้นักแต่งเพลงตัวเปี๊ยกฟังได้หรือเปล่า ทันทีที่ทั้งสองคนพยักหน้าเบนจามินก็เลยเล่าให้คนที่นั่งมองเขาตาแป๋วฟัง

“หน้าตาคุณดูอยากรู้เรื่องชาวบ้านมาก”

“ด่าว่าเสือกเลยก็ได้ขนาดนี้ แต่สิบปีเลยเหรอ”

“สิบปี..รักข้างเดียวมาสิบปีไม่น่าเชื่อใช่ไหม”

คีตาหันไปมองคุณต้นไม้ที่นั่งเล่นกับคุณมิลอยู่อีกด้าน มันจะมีคนที่รักใครสักคนโดยไม่หวังอะไรเลยถึงสิบปีเลยเหรอ เขาไม่เคยเชื่อว่ามันจะมีความรักข้างเดียวที่ยาวนานขนาดนี้ แล้วตอนที่รักอยู่จะรู้สึกยังไงท่าทางคีตาจะเหม่อจนไม่รู้สึกตัวว่าต้นไม้เดินเข้ามาหาก่อนจะโบกมือไปมาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่มองเขาค้างอยู่แบบนั้น

“ขอโทษครับ คิดอะไรเพลินไปหน่อย”

“อยู่กับคุณเบนเป็นยังไงบ้างครับ”

“ก็…..ไม่ตีกันเหมือนแต่ก่อนแล้วครับ”

“ถ้าคุณคีย์อยากได้ต้นไม้ หรือต้นกระบองเพชรบอกผมได้นะครับ ผมให้ฟรีๆ เลย”

คุณไม้ยิ้มสวยมากๆ แถมยังใจดีจะให้ต้นไม้มาไว้ที่คอนโดแต่คิดว่าน้องอันนาอาจจะวิ่งชนกระถางต้นไม้ตกแตกแน่ๆ เลยขอเป็นดอกไม้แทน กิจกรรมวันอาทิตย์ของแกงค์ลูกเพื่อนแม่จบลงที่ต้นกระบองเพชรของร้านคุณไม้ขายจนหมดเกลี้ยง ทิมได้ยินเสียงเพลงดังออกมาจากร้านฝั่งตรงข้ามเลยบอกว่าอยากให้ร้านSECRET GARDEN มีเสียงดนตรีบ้างและแน่นอนว่าทุกสายตาหันไปมามองคนที่นั่งกอดกระเป๋ากีตาร์

“คือ..”

“เอาเลยไม่ต้องกลัว”

“แต่ไม่ได้เตรียมตัวมาเลยนะ”

“ไม่ได้สอบวัดคะแนนสักหน่อยไม่เห็นต้องเตรียมอะไรเลย”

“.............................................................”

“คีตา”

“............................................................”

ท่าทางลังเลของคนตรงหน้าทำให้เบนจามินวางมือลงบนไหล่เบาๆ  เขาไม่รู้หรอกว่าอะไรที่ทำให้คีตาเป็นเด็กเก็บตัวขนาดนี้ แต่ถ้าเขาสามารถทำให้คีตาหลุดออกมาจากกรอบที่ตีไว้ได้มันก็เป็นเรื่องดี คีตาพยักหน้าลงก่อนจะหยิบกีตาร์ออกมาแล้วเริ่มเล่นเพลงจากเพลงอะคูสติกธรรมดาเริ่มเป็นเพลงบ้าๆ บอๆ ตามคำของเต้และทิมที่พยายามแข่งกันร้องแล้วเต้นท่าแปลกๆ ไปด้วย

“เมื่อเดือนก่อนยังกระชากคอเสื้อจะต่อยกันอยู่เลยดนตรีแม่งสร้างมิตรภาพจริงๆ”

“ก็บอกแล้วไอ้เบนมันมีข้อดีใครที่ได้อยู่ด้วยจะรู้สึกสบายใจเรื่องฮีลลิ่งคนมันเก่งจะตาย”

“คีตาหน้าตาก็น่าเอ็นดู แก้มเป็นก้อนโมจิเลยว่ะเป็นน้องเป็นนุ่งจับบีบทั้งวัน”

รามิลกับคินหันไปมองภาพที่อยู่หน้าร้านคีตากำลังดีดกีตาร์โดยมีเต้เป็นนักร้องข้างๆ มีเบนจามินกำลังจับน้องอันนาขยับแข้งขยับขาไปตามเสียงเพลงแต่เพราะหน้าตาของอันนาที่ดูไม่รับแขกนิ่งๆ หยิ่งๆ มันก็ดูตลกดีคนรุมถ่ายรูปกันใหญ่ นี่มันเรื่องแปลกอีกเรื่องปกติน้องอันนาเป็นแมวที่ไม่เอาใครหน้าไหนทั้งนั้นนอกจากเบนและแกงค์ลูกเพื่อนแม่ แต่เท่าที่ดูวันนี้อันนาก็ติดคีตาพอสมควรให้กอดให้อุ้มได้โดยไม่ดิ้นหนีก็เรียกได้ว่าสนิทแล้ว

เออ..เห็นแบบนี้ก็ดูเป็นครอบครัวแมวดี


พอถึงตอนเย็นทุกคนจะแยกย้ายเพราะมีธุระต่อ ตอนแรกคีตานึกว่าเบนเองจะแยกไปไหนเหมือนกันแต่สุดท้ายก็ขับรถกลับคอนโดคีตาเลยเข้ามานั่งในสตูดิโอทำเพลง นั่งทำงานอยู่สักพักก็เปิดช่อง youtube ของตัวเอง

เขาไม่ได้อัพคลิปเล่นดนตรีนานมากแล้ว

เพราะมัวแต่ยุ่งกับงานของ KTD คีตาเลยหันไปหยิบกล้องก่อนจะหยิบกีตาร์ขึ้นมาเล่นเพลงที่อยู่ดีๆ ก็นึกถึง จริงๆ คีตามีช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์คหลายช่องทางเป็นเรื่องปกติของคนที่ทำงานทางด้านนี้อยู่แล้ว ทันทีที่เขากดอัพคลิปก็มีโนติแจ้งเตือนกลับมาส่วนมากก็บอกว่าเขาหายไปนานหรือไม่ก็ข้อความเดิมๆ ว่าอัดคลิปเล่นดนตรีไม่เห็นได้เห็นหน้าสักที

คีตาพิมพ์ข้อความทิ้งไว้ในทวิตเตอร์ส่วนตัวรวมทั้งหลังจบคลิปเล่นก็ทิ้งคำถามให้ทุกคนแสดงความคิดเห็น  เป็นครั้งแรกที่เขาทำอะไรแบบนี้..รู้สึกตื่นเต้นเหมือนกันปกติเขาไม่ค่อยคุยกับใครในโลกโซเชียลอยู่แล้ว

Q: ใครเคยมีประสบการณ์รักข้างเดียวเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ


Great : เดี๋ยวนี้มีแบบนี้ด้วย ดีจังอยากระบาย! หายไปนานเลยคีย์เมื่อไหร่จะได้เห็นหน้าเนี่ยถ่ายแต่กีตาร์ตลอด


KaewTa :  รักข้างเดียวเคยมีสมัยม.5 ชอบเพื่อนต่างห้องค่ะแต่ตอนนั้นแค่ปลื้มๆ เลยไม่ได้ออกตัวจีบเลยชอบอยู่หนึ่งปีแล้วขึ้นม.6 เขาก็ไปมีแฟนก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจเท่าไหร่นะคะ แค่รู้สึกโหวงๆ โดยรวมๆ แล้วแฮปปี้


NEENA : อีกอล์ฟวิศวะโยธากูชอบมึงโว้ยยยยยยยยยยย! กูชอบมึง! นี่แหละค่ะรักข้างเดียวทำได้แค่บอกในนี้ชีวิตจริงบอกไม่ได้
 

ATOM : ชอบผู้หญิงที่ทำงานเดียวกันครับ เขาอยู่ฝ่ายบัญชีตอนแรกแค่คิดว่าน่ารักดีแต่พอนานเข้าก็คิดว่าชอบเขา ลังเลอยู่นานว่าจะจีบดีไหมชอบเขามาสี่ปีแล้ว แต่ว่าตอนนี้........เขากำลังจะแต่งงานเขาก็แจกการ์ดให้ผมนะวันที่เขาแต่งงานคงเป็นวันสุดท้ายของการแอบรักข้างเดียวของผมคงถึงเวลาที่ต้องตัดใจสักที

 
PP:  เด็กอัสสัมเรียนอ.อุ๊รอบเสาร์เช้าที่ชอบใส่กางเกงสามส่วนเสื้อยืด ชอบมาก ชอบมากจริงๆ ชอบข้างเดียวมาตั้งแต่ม.4 แล้วทำยังไงดีคีตาแต่งเพลงให้หน่อย!


KRIT: แอบชอบลีดในงานจตุรมิตรตั้งแต่ปีที่แล้วบอกใครไม่ได้เลย โรงเรียนอยู่ใกล้แค่เดินไปสิบนาทีถึงเลยแกล้งไปดักรอทุกวัน เจอบ้างไม่เจอบ้างแต่แค่ได้เห็นหน้าก็ดีแล้วครับ แต่น่ารักจังวะ...


MAY B : บ้านอยู่ข้างๆ หมู่บ้านคนรวยเจอผู้ชายจูงหมาไซบีเรียนฮัสกี้มาเดินเล่นตอนเย็นทุกวัน หล่อและรวยมาก ตลกตัวเองอยู่ดีๆ ก็อยากออกกำลังกายขึ้นมา เลยไปวิ่งทุกวัน สกิลตอแหลทำเป็นโบกมือบ๊ายบายให้หมาเขาแต่จริงๆ อยากรู้จักเจ้าของหมาเป็นอย่างนี้มาสองอาทิตย์ เมื่อวานพัฒนาจากทักหมามายิ้มให้กันแล้ว หัวใจเต้นแรงมาก *Keyพรุ่งนี้ขอเพลงพี่ป้าง นครินทร์ ฉันต้องทำอะไร ทำอะไรสักอย่างแล้ว~


PAT: กดไลค์รูปไอจีเขาทุกรูปส่องมันทุกวันอยากให้รู้ว่าชอบ..แต่เขายังไม่รู้จักเราเลยอ่ะเศร้าแค่ไหน


Lalimnoon: คนที่แอบชอบคือพี่รหัสตัวเอง ใครใช้ให้มันหล่อละวะไม่กล้าบอกอะไรออกไปเลยกลัวทุกอย่างไม่เหมือนเดิมพี่จ๋าอย่าตัดสายหนู T_T


Jahjaaaa : นี่สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารักใช่ไหมคะ ขอเล่าๆประสบการณ์ตรงชอบผู้ชายคนนึงมาตั้งแต่รับน้องอยู่คณะเดียวกันนี่แหละแต่ไม่เคยได้คุยกัน คนละเซ็ค คนละกลุ่ม เดินสวนกันแทบทุกวันแต่ไม่เคยได้คุย ก็แอบมองเขามาตลอดแล้วก็ชอบเขามาเรื่อยๆ จนมาปีสามเขาก็มีคนมาจีบ โห..สวยเช้งระดับดาวคณะเรานี่ *เปิดเพลงเจ้านายรอเลย แล้วก็เป็นอย่างที่คิดเขาเป็นแฟนกันค่ะ ตอนนี้ขึ้นปีสี่แล้วเขาก็ยังรักกันดี ก็เจ็บจี๊ดๆ นะตอนที่เห็นเขาอยู่ด้วยกันแต่ก็นะเข้าใจ บางทีแค่ได้รักก็มีความสุขแล้วคีตา

“บางทีแค่ได้รักก็มีความสุขแล้ว”

จริงอย่างที่คุณเบนบอก
ถามคนร้อยคนเขาก็มีมุมมองความรักร้อยแบบทุกคนมีรูปแบบความรักของตัวเอง

หลากหลายข้อความยังคงส่งเข้ามาเรื่อยๆ คีตาค่อยๆ ลองดีดกีตาร์เมื่ออยู่ดีๆ ทั้งเนื้อเพลงและเมโลดี้มันเริ่มผุดขึ้นมาในหัว
เป็นครั้งแรกที่เลยที่เขียนเพลงรักจนจบเพลงได้  เพราะคีตาใส่หูฟังอยู่เลยไม่ได้ยินเสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นคนที่เดินเข้ามาใหม่เดินมาหยุดอยู่ด้านหลังแล้วมองคนที่กำลังดีดกีตาร์ตามคอร์ดที่เขียนไว้

สงสัยจะอินมากถ้าเป็นโจรนี่คีตาโดนอุ้มไปแล้ว

“จะสั่งข้าวเย็นกินอะไรดีให้เลือกระหว่างพิซซ่ากับพิซซ่า”

พอได้ยินตัวเลือกคีตาก็เลยบอกอยากสั่งอะไรก็สั่งเถอะท่าทางคงอยากกินมากจริงๆ พอถามถึงเรื่องงานคีตาเลยเล่าให้ฟังว่ามุมมองจากหลายๆ คนช่วยให้เขาแต่งเพลงได้ง่ายขึ้น

“มีที่ตรงกับตัวเองบ้างไหม”

“ไม่มีเลยแต่ก็ได้เห็นอะไรหลายๆ มุมมองดี”

เบนจามินหัวเราะคิดว่าวัยอย่างคีตาก็น่าจะมีความรักมาบ้างที่จริงก็ห่างจากเขาแค่สองสามปีแต่ทำตัวเหมือนคนแก่วัยเกษียณอายุท่าทางจริงจังกับงานตรงหน้าทำให้เบนวางมือลงบนกลุ่มผมก่อนจะลูบเบาๆ

“มีความรักน่ะมันดีนะลองดู”

เบนจามินขอตัวออกจากห้องไปสั่งพิซซ่าทิ้งนักแต่งเพลงที่นั่งนิ่งถือกีตาร์ไว้
ข้อความยังคงถูกโพสต์อยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งข้อความสุดท้ายที่คีตาเลือกที่จะอ่าน

Mook : แอบรักข้างเดียวนี่มันตื่นเต้นไปหมดยิ่งตอนที่เขาสัมผัสนี่มันใจเต้นจนแทบระเบิด จับมือ จับแขน ลูบหัว จะตายให้ได้เลยค่ะอยากตะโกนบอกให้เขารู้ว่าชอบ!



ลูบหัว
แล้วใจเต้น…





TO BE CON

#นิยายกล่องดนตรี  #ซีรีส์ลูกเพื่อนแม่
twitter @ribbinbo
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-01-2019 22:39:03 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
เวลาดีกันแล้วมันน่ารักมาก โลกสดใสขึ้นทันตา

ออฟไลน์ Gokusan

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 797
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +269/-1
โง้ยยยย น่าร้ากกกก
นี่ตามมาจากคุณต้นไม้แฟนหัวหน้าแก๊งค์ลูกเพื่อนแม่

ชอบความมีพลังบวกของตาเบน...เติมพลังพร้อมบวกให้น้องคีย์ได้ด้วย 555
จับมือกันไว้นะ เอาไว้ปราบมาร อิอิ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
MUSIC BOX
#นิยายกล่องดนตรี


ผมเติบโตมาพร้อมกับธุรกิจดนตรี
แต่มีเครื่องดนตรีเดียวที่ผมชอบคือ ไวโอลิน – เบนจามิน เกียรติธนธาดา

ผมเติบโตมาพร้อมกับครอบครัวนักดนตรี ผมเล่นดนตรีได้ทุกอย่าง
ยกเว้น ไวโอลิน – คีตา นันทสกุล

CHAPTER.5 :  What's your type?



“อยากกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า”

“มื้อเช้าต้องกินอะไรเป็นพิเศษด้วยเหรอ”

“เฮ้ย กินแต่ขนมปังปิ้งซีเรียลทุกวันน่าเบื่อตาย”

“ไม่นึกว่าคุณเบนจะทำอาหารเป็น”

“ตกใจใช่ไหม ผมมีอะไรให้คุณคีย์คาดไม่ถึงอีกเยอะ”

“ตั้งแต่เจอกันครั้งแรกก็คาดไม่ถึงแล้วครับ”

“ลืมไปหมดแล้วเจ้าแฮมสเตอร์”

อยู่ดีๆ ก็โดนเรียกว่าแฮมสเตอร์มันเกิดจากเขานั่งกินขนมปังแล้วคุณเบนก็มานั่งจ้องพร้อมกับบอกว่าเหมือนหนูแฮมสเตอร์เวลาอมของกินเขาไม่แปลกใจหรอกมีคนบอกเขาอย่างนี้เหมือนกันตั้งแต่เด็กๆ ว่าแก้มเขาเหมือนเจ้าหนูตัวกระจิ๊ดริดนั่น แต่ก็ไม่เคยมีใครคิดจะเรียกว่าเจ้าหนูแฮมสเตอร์จริงจังแบบนี้มาก่อน และก็ดูสนุกมากด้วย

เรียกทุกห้าวิ

นอกจากเรื่องชื่อแล้ววันนี้ก็ยังมีเรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้นอีกเรื่อง ทันทีที่เขาเดินออกมาจากห้องนอนคุณเบนก็ยืนกอดอกพร้อมกับบอกว่าเบื่ออาหารเช้าแบบเดิมๆ แล้ววันนี้จะทำอาหารเช้ากินเอง ตอนแรกคีตาก็ไม่เข้าใจหรอกจนกระทั่งคุณเบนบอกให้เขาไปซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นเพื่อนหน่อยมีเวลาตัดสินใจไม่ถึงสามวิเพราะโดนลากมาเลย

เป็นครั้งแรกเลยนะที่มาซื้อของทั้งชุดนอน
ดีที่ซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่ไม่ไกลจากคอนโดเท่าไหร่

เรื่องทำอาหารนี่คีตาบอกได้เลยว่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวมากๆ ก็ทำได้แค่เมนูทั่วๆ ไป ไข่เจียว ไข่ดาว วันนั้นที่ทำให้คุณเบนทานก็ไม่เห็นคุณเบนบอกว่าทำอาหารเป็นถ้าทำอาหารได้ก็ควรจะทำกินเองดีกว่าต้องมานั่งกินไข่เจียวชืดๆ ที่เขาทำ

“ผมตัดสินใจแล้วผมจะทำไข่เบเนดิกต์”

“ทำเป็นด้วย?”

“คอยดูเลยคีตา เบนจามินคนนี้นี่แหละจะทำให้กินเอง”

“ไข่ยางมะตูมเซเว่นก็พอแล้วมั้ง”

“อร่อยแล้วอย่ามาขอให้ทำอีกบอกไว้ก่อน”

เบนจามิน  เกียรติธนธาดาในมุมแบบนี้ดูแปลกตาดีนึกว่าจะไม่ยอมออกมาข้างนอกถ้าเสื้อผ้าหน้าผมไม่พร้อมทุกทีเห็นแต่งตัวเนี๊ยบตลอด แต่เล่นออกจากคอนโดมาทั้งกางเกงบอลเสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่แว่นตากรอบสีดำคิดว่าเป็นแว่นสายตาและตอนนี้กำลังลังเลระหว่างผักสองชนิด มือซ้ายถือหน่อไม้ฝรั่ง มือขวามีแครรอทท่าทางบ่นงึมงำๆ อยู่คนเดียว

“เอาผักอะไรอีกดี”

“ไม่รู้เหมือนกันครับ”

“ผมให้คุณคีย์เลือก”

“……………………………………………...”

“ตอนนี้เราอยู่ด้วยกันนะคีตาอย่าแล้วแต่ผม ช่วยผมคิด เสนอก็ได้ ชอบอะไร ไม่ชอบกินอะไร คุยกับผมอย่าทำเหมือนอยู่คนเดียวทั้งๆ ที่มีผมอยู่ด้วย”

เบนจามินหยุดเข็นรถเข็นแล้วหันหลังกลับมามองคนที่ยืนนิ่งอยู่ เขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดแรงๆให้อีกคนเสียใจแต่เบนแค่อยากให้คีตาได้ลองเปิดใจ มันอาจจะเป็นใครก็ได้แต่เขาคือคนที่เรียกได้ว่าอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ก็อยากให้เริ่มจากเขานี่แหละ ต่างคนต่างยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นจนเบนจามินเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า คีตาจะโกรธหรือเปล่าที่พูดไปแบบนั้นเลยตัดสินใจหันกลับมาเลือกผักตามเดิม แต่แค่เพียงไม่นานมะเชือเทศก็ถูกวางลงบนรถเข็น

“ผมชอบมะเขือเทศ ไม่ชอบแตงกวา”


เบนจามินพยักหน้ารับก่อนจะหยิบของใส่รถเข็นอีกสองสามอย่าง
คีตาเลยเดินมาอยู่ข้างๆ แล้วช่วยเข็นรถให้

“เอาแซลมอนด้วยได้ไหม ผมเคยเห็นที่มันวางอยู่บนขนมปัง”

“มื้อเช้าเราหรูหราฟูฟ่ามาก”

“อยากกินน้ำเต้าหู้ด้วย”

“นี่มันเข้ากันตรงไหนเนี่ย ไข่เบเนดิกต์ แซลมอน น้ำเต้าหู้”


คุณเบนทำอาหารได้จริงๆ ไม่ได้โกหก คีตาทำได้แค่ล้างผักสองสามชนิดแล้วก็ออกมายืนจัดจานเตรียมไว้เท่านั้น ท่าทางการทำอาหารที่ดูคล่องแคล่วหยิบจับอุปกรณ์เครื่องครัวทำให้คีตาต้องลากเก้าอี้มานั่งดูตรงเคาน์เตอร์ เบนจามินกำลังก้มลงจัดขนมปังในจานพอรู้สึกว่ามีคนมองอยู่ก็เลยเหลือบตาขึ้นมามองก่อนจะหลุดขำเมื่อเห็นว่าคีตานั่งเท้าคางมองเขาตาไม่กะพริบ

“จ้องมากนี่ทำอะไรไม่ถูกนะเดี๋ยวโรยพริกป่นแทนพริกไทย”

“คุณเบนทำอาหารเป็นจริงๆ ”

“เอ๊า ...นี่หลอกอยู่เหรอ”

“คุณดูเป็นแบบ...ที่ผู้หญิงชอบเรียกว่าอะไร”

“ผู้ชายในฝัน”

“ประมาณนั้น”

“อย่างน้อยคุณคีย์ก็คือคนแรกที่ได้เห็นผมในมุมที่คนอื่นไม่ชอบ”

คีตานึกถึงวันแรกที่ได้เจอกันหรือวันต่อๆ มาที่เขากับคุณเบนทะเลาะกันแทบเป็นแทบตาย นี่ก็นึกไม่ถึงว่าวันนี้จะมานั่งทำอาหารด้วยกันได้  เบนจามินวางจานสองจานลงบนเคาน์เตอร์เมื่ออาหารเช้าวันนี้เสร็จเรียบร้อยคีตามองจานตรงหน้าเมื่อเห็นว่ามีมะเขือเทศมากกว่าอีกจานนึง

“ผมชอบมะเขือเทศ ไม่ชอบแตงกวา”

ก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะจำได้..
เอาใจใส่คนเก่งเหมือนกัน

“บอกด้วยว่าอร่อยไหม”

“คนอื่นที่เคยได้กินเขาบอกว่าอะไรกันบ้าง”

“ไม่มี”

“ไม่มีนี่หมายความว่าอะไร”

“ไม่เคยมีใครได้กินฝีมือผมนอกจากแกงค์ลูกเพื่อนแม่ คุณคือคนแรกผมไม่ได้โกหก ผู้หญิงทุกคนที่ผมคบหรือคุยด้วยผมไม่เคยตื่นเช้ามาทำอะไรแบบนี้หรอก จบที่เตียงตอนเช้าก็ต่างคนต่างแยกย้าย”

“.....................................................................”

“ ถ้าไม่ได้คิดจะจริงจังก็อย่าสร้างความประทับใจให้ใคร ผมเทคแคร์ ดูแลได้ในลิมิตที่ผมคิดว่ามันโอเค แค่เรื่องอาหารเช้าคุณคีย์อาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่สำหรับผม มันคือการเริ่มต้นเช้าวันใหม่กับใครสักคน”

“.....................................................................”

“และผมก็ไม่ได้เป็นผู้ชายในฝันของใครด้วยออกจะใจร้ายด้วยซ้ำ ผมพยายามรักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้ใครมาชอบ”


“.....................................................................”

“จะด่าผมว่าน้ำเน่าใช่ไหมเหตุผลจริงๆ อีกข้อคือขี้เกียจตื่นเช้าสภาพตอนเช้ามันไม่ค่อยหล่อเท่าไหร่ เหมือนอาตี๋หน้าจืดเดี๋ยวผู้หญิงตกใจ”

“.....................................................................”

นี่ก็เป็นครั้งแรกเหมือนกันที่มานั่งพูดอะไรแบบนี้ให้ใครสักคนฟัง คีตาหัวเราะกับประโยคสุดท้ายเพราะเผลอไปมองหน้า..จะว่าไปก็เหมือนอย่างที่เจ้าตัวบอกจริงๆ  คีตาจับมีดขึ้นมาหั่นอาหารเช้าที่วางอยู่ตรงหน้าแล้วตักเข้าปาก  เบนจามินที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์โน้มตัวมารอฟังความคิดเห็นจากคนที่นั่งเขี้ยวแก้มตุ่ยอยู่ ยิ่งคีตาไม่พูดอะไรสักทีเบนจามินก็ยิ่งใจเสียนี่คิดว่าฝีมือการทำอาหารก็ไม่ได้แย่ขนาดกินไม่ได้ขนาดนั้น คีตาเหลือบมองคนที่ยืนลุ้นอยู่หลังเคาน์เตอร์ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาแล้วยิ้มให้

“อร่อยครับ”

MUSIC BOX


ทั้งๆ ที่วันนี้เป็นวันเสาร์แต่เบนจามินก็ต้องเข้าบริษัทเพราะมีงานที่ต้องเคลียร์ ตอนแรกก็จะมาคนเดียวแต่อยู่ดีๆ คีตาก็มาบอกว่าขอไปด้วยสะพายกระเป๋ากีตาร์พร้อมร่ำลาน้องอันนาเสร็จสรรพ รู้สึกแปลกใจอยู่เหมือนกันทุกทีวันเสาร์อาทิตย์คีตาจะอยู่ในสตูดิโอทำเพลงทั้งวันไม่เห็นจะออกไปไหน

“ผมมีเพลงที่แต่งเสร็จแล้วหนึ่งเพลงแต่ไม่แน่ใจว่ามันดีหรือเปล่า”

“เพลงรัก?”

“ครับ เพลงรัก”

“ที่คุณบอกผมว่าจะแต่งเพลงรักจากมุมมองของคนอื่น”

“แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่ามันจะโอเคหรือยังเลยว่าจะมาขอความคิดเห็นของพี่ๆ ที่KTD”

เบนจามินเบรกรถซะหัวแทบทิ่มดีที่เข้าตรงที่จอดรถพอดิบพอดีไม่ได้ชนที่กั้นหรือกำแพงแต่อย่างใด เบนรู้สึกตกใจตอนที่คีตาบอกว่าขอความคิดเห็นจากพี่ๆ ที่KTD เพราะตอนแรกโปรเจคนี้ก็มีฝ่ายโปรดิวเซอร์ทำเพลงเตรียมไว้อยู่แล้วแต่พอเกิดเรื่องเบนจามินก็ไม่รู้ว่าคีตา นันทสกุลต้องการคำปรึกษาจากใครหรือเปล่าก็เห็นที่ผ่านมาทำงานคนเดียวมาตลอด

“พี่สอง กับ พี่เอกสุดยอดโปรดิวเซอร์ของ KTD คุณคีย์รู้จักใช่ไหม”

“รู้จักครับ พี่เอกเคยเป็นรุ่นพี่ที่คณะ”

“นึกว่าคุณคีย์อยากทำงานคนเดียวซะอีก”

“มันเป็นงานที่ไม่ถนัดและก็เป็นครั้งแรกที่ผมเขียนเพลงแนวนี้กลัวมันจะออกมาไม่ดี อีกอย่าง ประกาศต่อหน้าคุณเมธัสไว้ขนาดนั้นแพ้ขึ้นมานี่ไม่ไหว ”

เบนจามินนึกไม่ถึงว่าคีตา นันทสกุลก็มีความคิดแบบนี้ด้วย แต่ก็ยังดูออกว่าคงกังวลอยู่เพราะปกติไม่เคยทำงานร่วมกับใคร แต่นี่ก็ถือว่าดีขึ้นมากแล้วที่คีตาเลือกที่จะขอคำปรึกษาจากใครสักคน

“คุณเบนก็ด้วย ห้ามเล่นเหมือนตอนที่เราเจอกันตอนแรกๆ ”

“ผมเล่นมากไปเหรอ”

“ตอนที่เจอกันคุณเบนรู้แค่ว่าต้องรับผิดชอบโปรเจคนี้แต่รายละเอียดงานคุณเบนไม่รู้อะไรเลย คุณทำงานเก่งนะแต่ใส่ใจรายละเอียดงานหน่อยก็ดี คุณอยู่ในฐานะผู้บริหารมันสำคัญนะครับ”

เบนจามินและคีตาหยุดเดินเมื่อมาถึงหน้าห้องทำงานของโปรดิวเซอร์ ท่าทางคีตาจะตื่นเต้นมากมีการถูมือไปมาเหมือนให้กำลังใจตัวเอง เบนเลยหันมาถามว่าพร้อมนะมีการพยักหน้าตอบตกลงอย่างแข็งขันเหมือนจะไปทำอะไรที่มันยิ่งใหญ่ พอเห็นอย่างนั้นเบนเลยเปิดประตูเข้าไปแล้วปล่อยให้คีตาอยู่กับโปรดิวเซอร์ทั้งสองคน

“คุณเบนครับ รายงานการประชุมเมื่อวันศุกร์อยู่ที่โต๊ะเซ็นด้วยนะครับ”

มาร์ชเดินมาข้างๆ แล้วบอกเจ้านายตัวเองที่กำลังยืนพิงประตูมองเข้าไปในห้องทำงาน ลองเรียกสองสามครั้งก็ยังไม่เห็นตอบสนองอะไรเลยชะโงกหน้าเข้าไปดูด้วย  คุณคีตา คุณเอก และคุณสองกำลังดีดกีตาร์กันอยู่ท่าทางสนุกสนานหัวเราะกันใหญ่ มาร์ชมองตามสายตาของคุณเบนเมื่อเห็นว่าเอาแต่จ้องหน้าคุณคีตาไม่ละสายตาไปไหน

มองอะไรของเขา
แต่คุณคีตายิ้มแล้วก็น่ารักดีลักยิ้มบุ๋มเลย เพิ่งเคยเห็นตอนยิ้มเหมือนกัน

“น่ารักดีนะครับ”

“ใช่ น่ารัก”

“…………………………” / “……………………………”

เบนจามินกลับมาเก๊กท่าขรึมตามเดิมเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป พอเห็นท่าทางเจ้านายที่พยายามเฉไฉไปเรื่องอื่นมาร์ชเลยย้ำเรื่องงานอีกครั้งว่ารายงานการประประชุมอยู่บนโต๊ะทำงานเซ็นได้เลย

“อ่านก่อนดิวะ”

“ทุกทีคุณเบนไม่เคยอ่านเลยนะครับ”

“ไม่เคยอ่านเลยเหรอ”

“เกินแปดบรรทัดก็ไม่อ่านแล้ว”

“เฮ้ย ไม่ได้ตั้งแต่วันนี้จะอ่านทุกบรรทัดทุกตัวอักษรใส่ใจรายละเอียดงานหน่อยดิวะมาร์ช เสร็จแล้วเอาโปรเจคซีรีส์ที่ประชุมวันนั้นเอามาให้ด้วยขอรายละเอียดแบบละเอียดยิบ”

มาร์ชรับคำอย่าง งงๆ เมื่อยู่ดีๆ เจ้านายก็ลุกขึ้นมาเป็นคนขยันขึ้นมาหน้าตาเฉย ทุกทีไม่เคยสนใจเอกสารอะไรก็ตามที่วางอยู่บนโต๊ะใดๆ ทั้งสิ้นบางทีเซ็นงานไปยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรื่องอะไรมาร์ชหันกลับไปมองคีตาที่ยังคงเล่นกีตาร์อยู่เหมือนเดิม

อยู่ด้วยกันก็ไม่ได้แย่นะ
อาจจะดีมากด้วยซ้ำไป




“ขอบคุณมากนะครับ ”

“เก่งเหมือนที่คิดไว้คีตา นันทสกุลไว้เจอกันคราวหน้าฝากขอลายเซ็นพ่อเรามาด้วยนะ พี่เป็นแฟนคลับ”

คีตายกมือไหว้โปรดิวเซอร์สองคนที่ขอตัวไปทำงานต่อ นี่ก็เพิ่งรู้ว่าเวลามันล่วงเลยมาเกือบสี่โมงเย็นลืมข้าวเที่ยงไปซะสนิท เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้คีตาหันไปมองมาร์ชเปิดประตูเข้ามาหาพร้อมกับบอกว่าคุณเบนรอทานข้าวอยู่ที่ห้องอาหาร ตอนแรกคีตานึกว่าคุณเบนทำงานมีประชุม หรือไม่ก็มีนัดที่ไหนแล้วเพราะไม่เห็นติดต่อมาหา แต่พอเปิดประตูเข้าไปในห้องอาหารตามที่คุณมาร์ชบอกก็เจอแกงค์ลูกเพื่อนแม่อยู่กันครบแกงค์นี้นี่สนิทกันดีเจอหน้ากันทุกวัน ตรงหน้ามีอาหารหลากหลายชนิดวางอยู่เต็มไปหมด

“ทานข้าวกันครับคุณคีย์”

“นี่ฉลองอะไรเหรอครับทำไมมันเยอะขนาดนี้”

“ไอ้เบนบอกคุณคีย์น่าจะหิวมากเห็นทำงานตั้งแต่เช้าเลยสั่งมาหมดทุกร้าน”

คีตาหันไปมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ มีการเถียงเพื่อนว่าอยากกินหลายอย่างต่างหาก เอาเถอะคนมันรวยสั่งมายี่สิบร้านก็ไม่สะเทือนจะว่าไปนี่มีอาหารแทบทุกประเภทตั้งแต่สเต็กยันส้มตำไก่ย่างน้ำตกสปาเก็ตตี้ เหมือนห้องอาหารนานาชาติในโรงแรม

คินสะกิดให้รามิลดูสองคนที่กำลังเถียงกันเรื่องของกินทั้งๆ ที่ก็เหมือนคุยกันปกติแต่คินเห็นว่าเบนจามินเลื่อนจานผักที่มีแตงกวาเอาออกไปไกลๆ หลังจากที่คีตาทำหน้ายู่ใส่แล้วเบนก็ตักมะเขือเทศมาใส่ไว้ในจานแทน รามิลยิ้มกับภาพที่เห็นก่อนจะส่งสัญญาณให้เพื่อนตั้งใจฟังในสิ่งที่เขากำลังจะถามไอ้คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

“นี่ยังทะเลาะกันอยู่ไหมครับ”

“ก็ยังมีครับ” / “เมื่อวานยังแย่งรีโมททีวีอยู่เลยเว้ย ไอ้มิล”


“แล้วใครเป็นคนเริ่ม”

“คุณเบน” / “เฮ้ย คุณคีย์เป็นคนกดเปลี่ยนช่องก่อน”


“ไม่ได้ลงไม้ลงมือกันใช่ไหม”

“คุณเบนชอบเอามือมาดันแก้ม” / “ใครกันวะที่ชอบมาต่อยแขนผมทุกวัน”


“แต่ก็ดูสนิทกันมากขึ้นนะ”

“ไม่สนิท! ” / “ไม่สนิท!” 

“น่องไก่อร่อยเหรอครับ”

““…………………………” / “……………………………”

คนที่บอกว่าไม่สนิททั้งสองคนหยุดชะงักค้างเมื่อเห็นว่าต่างคนต่างตักน่องไก่ใส่จานของอีกฝ่ายโดยไม่ที่รู้ตัว รามิล คิน และทิมเองก็เงียบลงเมื่อเห็นว่าทั้งสองคนเอาแต่มองหน้ากันอยู่อย่างนั้นก่อนที่คีตาจะเป็นฝ่ายหยิบน้ำขึ้นมาดื่มแก้เก้อ ตามด้วยเบนจามินที่ทำเป็นก้มหน้าเล่นโทรศัพท์

นี่คือไม่สนิทกัน? เหรอวะ


MUSIC BOX


เบนจามินได้ยินเสียงเพลงจากกล่องดนตรีแต่นี่เพิ่งสามทุ่มไม่คิดว่าคีตาจะนอนเร็วขนาดนี้ ทุกทีจะได้ยินเสียงเพลงหลังเที่ยงคืนไปแล้ว แต่เสียงเพลงที่ได้ยินวันนี้เหมือนมันจะขาดๆ หายๆ แปลกกว่าทุกวัน เบนขยับตัวเมื่อก้มหน้าอ่านเอกสารนานเกินไปเลยจะไปดูหนังที่ห้องนั่งเล่นคลายเครียดซะหน่อย พอเปิดประตูออกมาก็เจอคีตาถือกล่องดนตรีรูปกีตาร์ออกมาจากห้อง

“มันเสียเหรอครับ”

เบนถามขึ้นเมื่อเห็นว่าคีตาเอาแต่หมุนเจ้ากล่องดนตรีแล้วมันไม่มีเสียงออกมา เจ้าตัวพยักหน้าก่อนจะพยายามทำแบบเดิมซ้ำๆ ก่อนจะตัดสินใจวางมันลงบนพื้นเบนจามินเลยขอดูเจ้ากล่องดนตรีรูปกีตาร์ใกล้ๆ

“ช่างมันเถอะครับ มันเก่าแล้ว”

ท่าทางจะเป็นของสำคัญ…แววตาที่มองเจ้ากล่องนี้ดูเศร้าจนน่าใจหาย
คีตาเอื้อมมือจะมาหยิบกล่องดนตรีแต่เบนจามินกลับส่ายหน้า

“ผมขอลองซ่อมได้ไหม”

คีตาไม่รู้ว่าคุณเบนนี่เรียนจบอะไรมาแต่ไม่น่าจะใช่วิศวะเพราะตอนนี้เบนจามินกำลังวุ่นวายอยู่กับการซ่อมกล่องดนตรีรูปกีตาร์ พยายามซ่อมมาเกือบสองชั่วโมงแล้วแต่ก็ไม่เห็นว่ากล่องดนตรีจะมีเสียงออกมาเหมือนเดิม ท่าทางตั้งอกตั้งใจของคนตรงหน้าทำให้คีตาไม่กล้าที่จะพูดอะไร ได้แต่ปล่อยให้เบนจามินก้มหน้าก้มตาซ่อมอยู่อย่างนั้น มีการโทรหาเพื่อนอีกต่างหาก

“ไอ้โอ๊ต…ที่กูเอารูปให้มึงดูกูลองเอาไขควงไขตรงนี้แล้ว มันหมุนเว้ยแต่มันไม่มีเสียงทำไงวะ กูอยากให้เสียงมันออกมา เอาไขควงเบอร์หก สี่ หรือสิบ สัส!ไขควงมีเบอร์เยอะขนาดนี้เลยเหรอวะ กูงง ”

ก็นะ..ก็ไม่คิดว่าจะจริงจังขนาดนี้

อยู่ดีๆ คีตาก็เหมือนนึกอะไรได้วิ่งหายเข้าไปในสตูดิโอเพลงแล้วก็หยิบแมคบุ๊คออกมาด้วยตามด้วยกีตาร์และหูฟังพร้อมเสร็จสรรพมานั่งลงตรงข้างๆ เบนจามินที่ยังนั่งซ่อมกล่องดนตรีเจ้าปัญหาไม่เลิก คีตาจัดการเปิดช่อง youtube ของตัวเองแล้วก็กดอัพโหลดคลิปเล่นกีตาร์ที่อัดไว้ก่อนหน้านี้ลงไป ระหว่างที่รอโหลดคีตานึกถึงเรื่องวันนี้ที่ได้คุยกับโปรดิวเซอร์ของ KTD

“พี่เคยฟังเพลงที่เราแต่งนะคีตา ไม่คิดว่าวันนี้จะแต่งเพลงรักได้หวานขนาดนี้”

“หวานเหรอครับ”

“ก็นิดนึง ประสบการณ์ตรงไหมเพลงนี้”

“ไม่ใช่หรอกครับ”

“นึกว่าฟอลอินเลิฟแต่งเพลงได้หวานขนาดนี้ ที่จริงก็มีแค่แก้คำบางคำให้มันลงตัวกว่านี้หน่อย เมโลดี้แบบนี้ก็โอเคแล้วต้องการให้เพลงนี้อะคูสติกใสๆ อยู่แล้วใช่ไหม”

“ครับ มีเสียงกีตาร์กับดอกไม้ผมนึกถึงแบบนั้น”

“เนี่ย ขนาดไม่ได้ฟอลอินเลิฟยังคิดได้ขนาดนี้ถ้ามีแฟนสงสัยเพลงจะหวานกว่านี้แน่ๆ ยังไม่มีแฟนจริงๆ เหรอเนี่ยไม่น่าเชื่อ ”

“ใครจะมาชอบผมกันครับ ไม่น่ามี”

“แล้วคีตาชอบคนแบบไหน แบบไหนที่คีตา นันทสกุลจะตกหลุมรัก”

คีตาไม่ได้ตอบคำถามที่พี่เอกถามไว้เพราะตัวเขาเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน
เขาไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเขาไม่เคยคิดเรื่องความรัก…


อยู่ดีๆ เนื้อเพลงก็วิ่งเข้ามาในหัวแต่มันก็เป็นแค่บางประโยคเท่านั้น
คีตาเคาะนิ้วไปตามจังหวะก่อนจะตัดสินใจพิมพ์บางอย่างลงไป

Q: ตกหลุมรักคนแบบไหนกันครับ

AOMMY : KEY เดี๋ยวนี้มาบ่อยดีจัง..ตกหลุมรักคนหล่อค่ะ หล่อแล้วทำอะไรก็ดีไปหมด

Forestgirl : ขอเล่าๆ แฟนคนปัจจุบันเลยค่ะเพราะว่าเรียนห้องเดียวกัน เขาไม่ค่อยพูดเงียบๆ หน่อยเมื่อต้นเทอมที่ห้องมีงานละครเวทีแล้วต้องทำฉากเยอะมาก แล้วพวกผู้ชายไม่มีใครอยากทำเลยให้แสดงละครก็ไม่ยอมตอนนั้นมีแค่เขาที่ยกมือขึ้นมาแล้วบอกว่าจะทำฉากให้เอง ตอนนั้นประทับใจมากแล้วได้มาเห็นว่าทุกเย็นเขานั่งทำฉากเองทั้งหมด ตกหลุมรักเลยแล้วก็จีบมาเรื่อยๆ เป็นแฟนกันเมื่อเดือนที่แล้ว เขินจังโว้ยคีตา

NJ : เพิ่งตกหลุมรักผู้หญิงคนนึงครับ เราทำงานที่เดียวกันแต่ไม่เคยได้เจอกันเพราะเวลามีโปรเจคแผนกเขาส่งคนอื่นมาตลอด แผนกเขาให้เหตุผลว่าเขายังทำงานไม่เก่งเพิ่งเข้ามา ตอนแรกผมไม่ได้สนใจแต่โปรเจคนี้เราได้มีโอกาสได้ร่วมงานกันหน้าตาก็ธรรมดานะครับ ใส่แว่นตาอันโตๆ แต่ตอนที่ต้องไปพบลูกค้าด้วยกัน ผมทำผิดพลาดลืมเอาไฟล์ที่แก้มา ผมรนมากจนทำอะไรไม่ถูกแต่เธอช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เก่งมากแถมยังบอกผมว่า คนเราพลาดกันได้อย่าคิดมากสู้ๆ ตอนนั้นแบบ มึนไปชั่วขณะตกหลุมรักเขาเลย

Star: ตกหลุมรักคนที่หล่อและรวยมากจ้า!!!!!

OO: เก่งมาจากไหนก็แพ้หัวใจอย่างเธอ~ แพ้คนที่จำทุกอย่างเกี่ยวกับเราได้แต่ไม่พูดแต่แสดงให้เห็นเลยเนี่ย ตกหลุมรักคนแบบนี้

HJU: ตกหลุมรักผู้หญิงที่ยิ้มแล้วตายิ้ม ผู้หญิงที่เวลาเราเล่าอะไรแล้วเขาก็ยิ้มตามเวลาเจออะไรแบบนั้นแล้วยอมแพ้เลย

Rtrt: ตกหลุมรักรูมเมทตัวเองอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ต้นเทอม ประทับใจตอนที่ไม่สบายแล้วมันดูแลดีมาก ทั้งเช็ดตัวทั้งหาข้าวหาน้ำไม่ได้มันนี่ตายห่าไปแล้ว ตอนเอามือมาวัดไข้นี่ไข้ขึ้นเกือบสี่สิบองศาเขินฉิบหาย.. แพ้คนดูแลอยากป่วยต่อไปอยู่ในตู้เย็นดีไหมวะ? KEY

IUUI: บอส วศิน! ผู้ชายใน #เมีย2018 ฉันตกหลุมรักเขาทันทีที่ดูละคร

เวลาเกือบเที่ยงคืนคีตาเริ่มรู้สึกว่าตามันเริ่มหนักๆ เลยขยับตัวนอนคว่ำแล้วอ่านข้อความที่ยังคงส่งมาเรื่อยๆ ก่อนที่สายตาจะหันไปมองเบนจามินที่ยังคงก้มหน้าก้มตาซ่อมกล่องดนตรีไม่เลิก คีตาพยายามลืมตาเพราะอยากจะอยู่เป็นเพื่อนเบนจามินแต่ท่าทางจะฝืนไม่ไหวจริงๆ คีตาเลยหันกลับมาอ่านข้อความต่อแล้วก็เลือกที่จะกดเซฟข้อความนึงไว้

MINNY: ตกหลุมรักผู้ชายที่พยายามทำอะไรสักอย่างเพื่อเราค่ะ ตอนนั้นมันประทับใจมากรายงานที่อาจารย์สั่งเนื้อหาภาษาไทยแทบหาไม่ได้เลย แล้วคะแนนคิดเป็น 60% เลยค่ะตอนนั้นท้อแท้มากแต่มีผู้ชายคนนึงเป็นเพื่อนของเพื่อนรู้จักแต่ไม่ได้สนิทเขาเข้ามาช่วย ทั้งช่วยหา ช่วยแปล ช่วยพิมพ์กลับบ้านดึกทุกวัน เสาร์อาทิตย์เขาก็มาช่วย งานมันยากมากแต่เขาก็พยายามทุกวิถีทางเพื่อช่วยเรา มันอธิบายไม่ถูกเลยค่ะ คีตาคะ..อยากให้มาเห็นตอนที่เขามุ่งมั่นตั้งใจจริงๆ ฉันละสายตาจากเขาไม่ได้สักวินาที ตอนนั้นนั่นแหละค่ะฉันถึงรู้ตัวว่าฉันกำลังตกหลุมรัก

คีตาอ่านประโยคสุดท้ายพร้อมกับเอียงหน้าไปมองคนที่กำลังเอาไขควงไขเจ้ากล่องดนตรีกล่องเดิม ท่าทางตั้งอกตั้งใจแบบนั้นทำให้ข้อความที่เพิ่งอ่านวนเข้ามาในหัวอีกรอบ

อยากให้มาเห็นตอนที่เขามุ่งมั่นตั้งใจจริงๆ ฉันละสายตาจากเขาไม่ได้สักวินาที ตอนนั้นนั่นแหละค่ะฉันถึงรู้ตัวว่าฉันกำลังตกหลุมรัก..

เพราะฝืนความง่วงไม่ไหวเปลือกตามันหนักจนลืมตาแทบไม่ขึ้นก่อนที่จะหลับตาลงคีตาเห็นว่าคุณเบนจามินไขลานกล่องดนตรีแล้วเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าว่าเขาได้ยินเสียงเพลงจากกล่องดนตรีรูปกีตาร์นั่นพร้อมกับสัมผัสเบาๆ ตรงแก้ม

“มันดังแล้วนะคีตา กล่องดนตรีของคุณ”





“มึงแน่ใจว่ามันยังไม่นอน กูโทรหาไอ้เบนเป็นสิบๆ รอบแล้วมันไม่เห็นรับโทรศัพท์กูเลย มันอยู่ห้องเหรอวะกูแวะไปบ้านมันมาคุณนายเจียซินฝากของกินมาให้มันเนี่ยกลัวไอ้เบนอดตาย”

“…………………………………………………………..”

“เออ ดีที่มันให้คีย์การ์ดไว้ กูถึงแล้วกำลังเปิดประตูทำไมมันไม่รับโทรศัพท์วะทำอะไรกัน..”

“……………………………………………………”

คินยืนค้างอยู่หน้าประตูเสียงเรียกของรามิลที่อยู่ในโทรศัพท์ยังคงเรียกชื่อเขาซ้ำๆ แต่คินไม่ได้ตอบอะไรเมื่อภาพที่เห็นตอนนี้ทำให้คินไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อ ตรงกลางห้องนั่งเล่นหน้าทีวีมีคีตา นันทสกุลนอนตะแคงหันซ้ายหลับสนิทมีกีตาร์วางอยู่ใกล้ๆ แมคบุ๊คที่เปิดค้างไว้วางอยู่ด้านบนศีรษะ คงจะทำงานจนหลับไปนั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ไอ้ที่แปลกนี่คือเบนจามินเพื่อนรักของเขาก็นอนหลับตะแคงหันข้างเข้าหาคีตา หัวนี่ชนกันเลยทำเหมือนนอนมองหน้าเขาแล้วเผลอหลับในมือเบนยังคงถืออะไรสักอย่างคินก็ไม่แน่ใจรูปร่างคล้ายกล่องดนตรี

คินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อเห็นว่ารามิลยังถือสายรออยู่


“มิล กูว่าเพื่อนเรากับน้องคีตาไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่เลยว่ะ”




TO BE CON

ps.ไม่สนิทกัน!

#นิยายกล่องดนตรี  #ซีรีส์ลูกเพื่อนแม่
twitter @ribbinbo



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-01-2019 22:39:53 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
เอาแล้ว ๆ เพลงรักของโปรเจคนี้คงกำลังหวานขึ้นเรื่อย ๆ

ออฟไลน์ 19th

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 232
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
เพลงรัก ถ้าไม่รัก ก็เขียนไม่ได้เนอะ พอคีย์ได้รู้จักความรักเดี๋ยวก็แต่งได้เอง  o13

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 920
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +570/-0
ขอบคุณครับ +1 ให้นะครับ :a2:

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
MUSIC BOX
#นิยายกล่องดนตรี


ผมเติบโตมาพร้อมกับธุรกิจดนตรี
แต่มีเครื่องดนตรีเดียวที่ผมชอบคือ ไวโอลิน – เบนจามิน เกียรติธนธาดา

ผมเติบโตมาพร้อมกับครอบครัวนักดนตรี ผมเล่นดนตรีได้ทุกอย่าง
ยกเว้น ไวโอลิน – คีตา นันทสกุล

CHAPTER.6 : Lonely



“ไข่กระทะ”

“ขี้เกียจทำ”

“ไข่ดาว”

“ไข่ต้มง่ายสุด”

“อยากกินไข่กระทะ”

“ไข่ดาวแล้วกัน”

เบนจามินเอี้ยวตัวหลบเมื่อผลส้มที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์โดนคีตาหยิบขึ้นมาทำท่าจะเขวี้ยงใส่เลยเอื้อมมือมาขยี้ผมให้คนที่ตื่นมาก็งอแงจนยุ่งเหยิง เบนจามินเลยไล่ให้ไปล้างหน้าล้างตาเดี๋ยวนี้สนิทกันถึงขั้นต่อล้อต่อเถียงได้แล้ว สุดท้ายมื้อเช้าก็เป็นไข่กระทะที่นักแต่งเพลงต้องการตั้งแต่แรก  เบนจามินนั่งจิ้มไส้กรอกเหลือบตามองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเมื่อคืนหลังจากที่เขาพยายามซ่อมกล่องดนตรีจนสำเร็จเงยหน้าขึ้นมาอีกทีเจ้าเด็กแก้มป่องก็นอนหลับสลบคาพื้นห้องไปแล้ว

เบนจามินก็ไม่รู้หรอกว่ากล่องดนตรีอันนี้มันมีความหมายกับคีตามากแค่ไหนแต่มันก็ทนไม่ได้ที่ต้องมาเห็นหน้าหงอยๆ กับแววตาเศร้าๆ นั่นยอมรับเลยว่าคนอย่างเขาซ่อมของไม่เป็นเท่าไหร่ทำได้แค่เล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นบอกได้เลยว่ากล่องดนตรีอันนี้เป็นของชิ้นแรกที่เบนซ่อมเองกับมือ

ทันทีที่ลองหมุนกล่องดนตรีแล้วเสียงเพลงออกมานี่เขาดีใจนแทบจะลุกขึ้นมาเต้นระบำแต่เสียดายที่เจ้าของรอเขาซ่อมจนหลับไปแล้ว ตอนแรกวาจะแค่พักสายตาเฉยๆ เลยล้มตัวนอนแต่ไม่รู้ทำไมทั้งๆ ที่คิดว่าง่วงแล้วต่าตามันก็ไม่ยอมหลับ เบนนอนมองหน้าคีตาที่หลับสนิทอยู่ตรงหน้า ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนรู้เบนรู้แค่ว่าเขาฝืนตัวเองไม่ไหวอีกแล้วรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ตัวเองกระเถิบตัวมานอนใกล้ๆ

สิ่งสุดท้ายที่สติรับรู้คือ ตัวหอมดี

เสียงกรุ้งกริ้งๆ ที่ดังขึ้นทำให้เบนจามินรู้สึกตัวตื่น พอขยับก็รู้สึกว่าเมื่อยตัวไปหมดคงเพราะนอนบนพื้นแข็งๆ ทั้งคืน พอลืมตาขึ้นมามองก็เห็นคีตาที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงกำลังถือกล่องดนตรีในมือ พอเห็นเขาลืมตาคีตาก็ยิ้มจนเห็นลักยิ้มข้างแก้มพร้อมกับบอก

“ขอบคุณครับ”

เบนจามินเอื้อมมือมาหยิบกล่องดนตรีแล้วลองไขลานเสียงดนตรียังคงเล่นไปเรื่อยๆ ไม่เหมือนเมื่อวานที่หมุนๆ อยู่แล้วก็หยุดๆ ติดๆ พอหันไปมองเจ้าของก็หลุดยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าคีตาเอาแต่ยิ้มค้างอยู่อย่างนั้นเพิ่งเคยเห็นตอนที่ดีใจไม่คิดว่าจะมีท่าทางแบบนี้   

น่ารักดี



KTD ENTERTENMENT 

“เราควรให้เงินเดือนคุณคีตาไหมครับ”

“เอามาทำตำแหน่งมึงอ่ะมาร์ช”

“โหย คุณเบนใครจะทำงานรับใช้คุณเบนได้ดีเท่าผม”

“กาแฟแก้วนี้คีตายังเป็นคนซื้อให้กูเลยมึงอ่ะหายไปไหน ไปจีบคุณจิ๊บชั้น15อยู่ใช่หรือไม่”

พอพูดเรื่องจริงผู้ช่วยมือหนึ่งของเบนเลยได้แต่หัวเราะแต่ที่เขาพูดเรื่องนี้ก็เพราะว่าหลายวันแล้วที่เห็นคุณคีตามาทำงานที่ KTD  แรกๆ ก็มาทำในส่วนของตัวเองแต่หลังๆ นี่เห็นว่าช่วยทุกคนทุกฝ่ายจนเหมือนพนักงานของ KTD ไปแล้วมาร์ชคิดแค่ว่าคงเพราะต้องทำงานโปรเจคสิบเพลงรักถึงได้อยู่ด้วยกันแต่พอมาสังเกต มันไม่ใช่แค่เรื่องงาน ..วันๆ หนึ่งมาร์ชนับได้เลยว่าคุณเบนเรียกหาคุณคีตากี่ครั้ง

“คีตา ตอนนี้อยู่ห้องไหน”

“คีตา ผมอยากกินกาแฟตรงร้านข้างล่าง”

“คีตา คุณว่าเพลงนี้ดีไหม”

“คีตา ได้เวลากินข้าวแล้วหยุดแต่งเพลง”

“คีตา รอผมก่อนมีประชุม”

“คีตา อาหารเม็ดอันนาหมดแล้วขากลับแวะซื้อกัน”


คีตา คีตา คีตา และคีตามาร์ชสาบานได้เลยว่าตั้งแต่ทำงานด้วยกันมายังไม่เคยโดนเรียกชื่อบ่อยเท่าคุณคีตามาก่อน ส่วนนักแต่งเพลงพอคุณเบนเรียกก็จะโผล่หน้ามาหาแล้วก็โดนคุณเบนแกล้งพอเป็นพิธี มาร์ชเห็นคุณคีตาทำหน้าเบื่อแต่ก็ยอมมาหาทุกครั้งที่คุณเบนเรียก ถ้าวันไหนคุณเบนติดประชุมก็จะเห็นคุณคีตานั่งรอทานข้าว มาร์ชเคยบอกเหมือนกันว่าทานก่อนได้เพราะปกติคุณเบนจามินก็ทานข้าวไม่เป็นเวลาอยู่แล้วแต่นั่นแหละ ก็ยังรอเหมือนเดิม

นี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครติดใครกันแน่..


“เอกสารประชุมเมื่อวันอังคารอยู่ในแฟ้มครับ มีนัดทานข้าวกับทีมงานซีรีส์ของคุณเพชรวันเสาร์นี้ คุณบอลส่งการ์ดเชิญงานเปิดตัวน้ำหอมที่น้องนีน่าเป็นพรีเซนเตอร์มาให้แล้ว ตารางานของมาร์ค มาร์ตินมีอัพเดทเพิ่มคุณเบนเช็คได้เลย ตอนนี้มีเวลาพักจนถึงบ่ายสองก่อนจะมีประชุมกับคุณบีอีกรอบ และสุดท้ายคุณคีตาอยู่ที่ห้องอัดกับคุณเอกและคุณสองครับ”

เบนจามินหันมามองผู้ช่วยที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะ
มีการปิดแฟ้มรายงานแล้วเงยหน้าขึ้นมายิ้มหวานให้

“ฉันถามเหรอว่าคีตาอยู่ไหน”

“ตอนนี้ไม่ได้ถามแต่เดี๋ยวก็ถามครับ”

เบนโบกมือไล่ให้ผู้ช่วยไปพักผ่อนหลังจากทำงานวิ่งจนหัวหมุนไม่ได้หยุดพัก พอยกนาฬิกาขึ้นมาก็เห็นว่าใกล้ถึงเวลาพักเที่ยงพอดีเลยเบนเลยลุกขึ้นมาขยับตัวเพราะตั้งแต่เช้ามายังไม่มีเวลาลุกจากโต๊ะไปไหนและทันทีที่เขากำลังจะเปิดประตูมาร์ชก็ถามว่าเขาจะไปไหนถ้ามีใครตามตัวจะได้ตอบถูก

“ห้องอัด!”


MUSIC BOX


เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้คนที่อยู่ในห้องเงยหน้าขึ้นมามองเอกเลยยกมือให้เข้ามาได้ คนที่กำลังก้มหน้าก้มตาแก้เนื้อเพลงอยู่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองว่ามีใครเดินเข้ามาในห้องบนตักมีกีตาร์มือก็เขียนเนื้อเพลงแถมยังใส่หูฟังอีกต่างหาก สองบอกว่าคีตาเวลาตั้งใจทำงานนี่สมาธิไม่มีหลุดไปไหนนี่ก็ไม่เห็นกินน้ำกินท่ามาสองสามชั่วโมงแล้ว เขาสองคนก็ไม่กล้าที่จะเรียกเพราะกลัวว่าจะรบกวนการทำงานแต่เบนจามินกลับลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ แล้วยกนาฬิกาให้คีตาดู

“ไม่หิว”

“ให้อีกแค่สิบห้านาที”

“แต่งเพลงอยู่”

“เหลือสิบสามนาทีแล้ว”

สองกับเอกพยายามกลั้นหัวเราะเมื่อเห็นว่าคีตาขมวดคิ้วแต่ก็หยุดเขียนเนื้อเพลงเมื่อเบนจามินเอาแต่แกล้งบอกเวลาที่มันลดลงไปเรื่อยๆ พร้อมกับบอกว่าคีตาเคยทำงานตั้งแต่แปดโมงเช้าจนถึงสามทุ่มโดยที่ไม่ได้กินอะไรทั้งวัน ตั้งแต่ตอนนั้นเบนเลยต้องไปเคาะให้เรียกกินข้าวเรื่อยๆ ไม่งั้นไม่สบายกันพอดี

“ขอโทษค่ะที่รบกวน พอดีมีเรื่องด่วน คุณเบนยังไม่ได้เซ็นสรุปโปรเจคของคุณแพรวเลยค่ะต้องได้ข้อสรุปภายในอาทิตย์นี้แล้วนะคะ เดี๋ยวทีมงานเตรียมงานไม่ทัน”

“เซ็นๆ ไปเลยได้ไหมประชุมมาร้อยรอบแล้ว โอ๊ย!”

คุณนุชที่ยืนถือแฟ้มอยู่หน้าประตูตาโตขึ้นมาทันทีเมื่อคุณคีตาเอาสมุดเล่มเล็กๆ ฟาดลงบนแขนของคุณเบน ทั้งสองคนเถียงเรื่องอะไรกันก็ไม่รู้ได้ยินแว่วๆ ว่าไหนบอกจะตั้งใจทำงานปรับปรุงตัวอย่าทำงานชุ่ยๆ และอีกหลายประโยคที่ดูท่าจะไม่จบง่ายๆ จนนุชต้องยกมือถามว่าเรื่องโปรเจคนี้อีกรอบ

“เซ็นเลยไหมคะไหนๆ ก็ประชุมมาร้อยรอบแล้ว”

“เฮ้ย ประชุมรอบที่ร้อยหนึ่งร้อยสองจะเป็นอะไรไปเอาไปวางที่โต๊ะผมๆ จะอ่านสรุปอีกรอบ เดี๋ยวให้มาร์ชไปบอกคุณนุชว่าจะประชุมอีกทีเมื่อไหร่”

ทั้งสามคน คุณนุช เอก และสองหันมามองหน้าเบนจามินเหมือนเจอเรื่องประหลาดทุกทีถ้ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เบนจามินจะตัดบทเซ็นๆ ให้มันจบๆไม่ก็ให้คุณเบอร์ดี้เป็นคนตัดสินใจไม่มีหรอกนะมาอ่านเอกสารสรุปแบบนี้ พอเห็นว่าคีตาพยักหน้าคล้ายจะบอกว่าทำดีแล้วทั้งสามคนก็ยิ้มออกมาพร้อมกันแต่พอเบนจามินหันมาถามว่าเป็นอะไรก็รีบส่ายหน้าปฏิเสธ เสียงโทรศัพท์ของคีตาดังขึ้นเลยขอตัวไปข้างนอก

“นักแต่งเพลงเป็นไงบ้างครับ”

“คีย์เก่งอยู่แล้ว นี่ขนาดแต่งเพลงที่ไม่ใช่แนวที่ถนัดยังแต่งออกมาได้ขนาดนี้เบนลองดูไหม แค่อ่านเนื้อเพลงยังเขินเลย”

เบนจามินรับเนื้อเพลงที่ยังคงมีการแก้คำบางคำมาลองอ่าน ไม่คิดเหมือนกันว่าจะใช่คีตา นันทสกุลคนเดียวกับเมื่อหลายเดือนก่อนที่เขารู้จักคนที่แต่งเพลงเศร้าอกหักรักคุดในตอนนั้น ถึงตอนนี้จะมีแค่สองเพลงแต่เบนจามินก็ยอมรับว่าเพลงที่เขาได้ลองอ่านมันเป็นเพลงรักสไตล์ของคีตาแล้ว

“หวานหยดย้อย”

“นั่นสิ ผู้หญิงฟังคงเคลิ้มน่าดูจริงๆ คีตาก็ดูเป็นแบบที่ผู้หญิงชอบ ผู้ชายน่ารักๆ แต่งเพลงเล่นดนตรี”

“ผู้หญิงสมัยนี้ชอบแบบนี้เหรอเนี่ย”

“เราตาตี่เป็นก้านไม้ขีดยังผู้หญิงเข้าคิวรอต่อแถวเป็นร้อยหรือไม่ก็คีย์อาจจะนึกถึงแฟนตอนแต่งเพลง”

“แต่ผมไม่เคยเห็นคีตาคุยกับใครเลยนะจะมีแฟนได้ไง”

“ไม่มีแฟนก็ไม่ได้แปลว่าไม่ได้มีความรักนี่คีย์ก็อาจจะมีคนที่ชอบ”

เบนจามินเงยหน้าขึ้นมามองคนที่เพิ่งคุยโทรศัพท์แล้วกลับเข้ามาในห้องอีกรอบ เอกเห็นว่าถึงเวลาพักเที่ยงเลยบอกให้คีตาไปพักผ่อนกินข้าวกินปลาซะบ้างดีดกีตาร์จนนิ้วเป็นรอยหมดแล้ว ทันทีที่เอกพูดจบก็สะกิดให้สองดูทั้งสองคนที่กำลังเถียงกันเรื่องข้าวกลางวัน ถ้ามองเผินๆ ก็เหมือนคนสองคนที่คุยกันเป็นเรื่องปกติแต่ภาพที่เห็นคือเบนจามินเอากระเป๋ากีตาร์มาถือเองพร้อมกับแกล้งแหย่คีตาไปด้วย

“ก็รู้นะว่าเบนจามินเป็นผู้ชายอารมณ์ดีแต่ไม่คิดว่าจะดีขนาดนี้”

“ถ้าเบนไม่ทำให้คีย์ยิ้มก็ไม่รู้เลยนะว่าคีย์มีลักยิ้มเจอทีไรเห็นทำหน้าเดียวตลอด ไม่เคยยิ้มกว้างๆ ให้เราเห็นเลย”

“ก็บอกแล้วว่าเพลงรัก”

“ถ้าไม่รักก็เขียนไม่ได้”


MUSIC BOX



“ตอนเย็นกินอะไร”

“เราเพิ่งจะกินข้าวกลางวันไปเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว”

“จะพาไปกินก๋วยเตี๋ยวลุงชัยขาโหดแถวมหาลัยที่เคยเรียน”

“นั่นชื่อร้านเหรอ”

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นพร้อมกับรามิลที่โผล่หน้าเข้ามาทักทายหัวหน้าแกงค์ลูกเพื่อนแม่ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าที่โซฟาตัวยาวมีคีตากำลังนั่งดีดกีตาร์อยู่ ปกติเบนจามินไม่ชอบให้ใครเข้ามานั่งในห้องทำงานคนที่เข้าได้ก็มีแค่แกงค์ลูกเพื่อนแม่และมาร์ชที่เป็นผู้ช่วย

“ไง หัวหน้าคิดถึงกูเหรอ”

“กูมาดูโครงการบ้านจัดสรรแถวนี้เลยแวะมาหา”

“รวยขนาดนี้จะเอาเงินไปทำอะไรครับซื้อร้านดอกไม้เหรอ”

“เทคโอเวอร์ค่ายเพลง”

“สัส ตระกูลเกียรติธนธาดากูสู้สุดใจแน่”

“มึงนี่ชวนกูไร้สาระมึงได้ของที่คุณนายเจียซินฝากไปให้แล้วใช่ไหม ไอ้คินมันไปทำงานที่หัวหินกะทันหันเลยไม่ได้ไลน์ถามมึง”

“เออ กูเห็นวางอยู่ตรงเคาน์เตอร์คินมันเอามาให้ตอนไหนวะ”

“ดึกแล้ว มันบอกมึงน่านอนอยู่มันก็เลยไม่อยากปลุก”

รามิลหันไปคุยกับคีตาเมื่ออีกฝ่ายบอกว่าจะไปทำงานต่อแล้ว
เบนจามิลลุกจากเก้าอี้มายืนพิงโต๊ะด้านหน้าเมื่อเห็นนักแต่งเพลงสะพายกีตาร์ไว้ที่ไหล่

“จะไปซื้อกาแฟคุณจะเอาไหม”

“หยุดความคิดนั้นเดี๋ยวนี้”

เบนเอื้อมมือไปรั้งกีตาร์ที่เจ้าตัวสะพายอยู่แล้วดึงเข้ามาใกล้ๆ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นล๊อคแขนไว้ไม่ยอมปล่อย  คีตาพยายามบิดแขนออกแต่เบนก็ไม่ยอมปล่อยรามิลได้แต่ยืนมองทั้งคู่สลับไปมาเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“วันนี้กินกาแฟไปกี่แก้วแล้ว”

“สอง”

“พอแล้ว กินแค่นี้พอคนบ้าอะไรกินกาแฟวันละสี่ห้าแก้วตายพอดี”

“เดี๋ยวมันง่วง”

“ง่วงก็นอน มาร์ชมีหมอนด้วยผ้าห่มก็มีไปขอมันได้”

“สามได้ไหม”

“บอกว่าสองก็สอง ห้ามกินมากกว่าสองแก้วต่อวัน”

“เบนจามิน”

“ไม่ต้องมาเรียกชื่อเต็มแล้วพี่เพ่อก็ไม่เคยจะเรียก จะให้มาร์ชคอยจับตาดูอย่าให้รู้ว่าลงไปซื้อกาแฟอีก”

รามิลพยายามกลั้นยิ้มเมื่อคีตาพยักหน้าส่งๆ แต่ก็แกล้งเหวี่ยงกระเป๋ากีตาร์ซะจนแทบโดนหน้าไอ้เบน พอไอ้เบนจะคว้าไว้อีกรอบคีตาก็รีบวิ่งออกจากห้องจับแขนมาร์ชที่เพิ่งเดินถือแฟ้มเข้ามาให้ออกนอกห้องไปด้วยไอ้เบนตะโกนบอกผู้ช่วยว่าห้ามพาไปซื้อกาแฟอีกรามิลอยากจะอัดคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วส่งให้แกงค์ลูกเพื่อนแม่ดูจริงๆ

“ปวดหัวฉิบหาย”

“เป็นห่วงเขาก็พูดตรงๆ สิวะ”

“ห่วงอะไร”

“ก็ไปห้ามกินเขากาแฟเยอะไม่ได้เป็นห่วงเขาหรือไง”

“กลัวป่วยแล้วงานไม่เสร็จกูรับผิดชอบโปรเจคนี้”

“ปากแข็งไปทำไมวะตอนนี้มึงดูสนิทกับน้องเขาดีนะ”

“เออสนิทมาก เรียกชื่อกูเฉยๆ ตลอดถ้าไม่เรียกคุณก็ไม่เคยเรียกกูว่าพี่”

“เดี๋ยวน้องเขาเรียกพี่เบนขึ้นมาจริงๆ มึงนั่นแหละเบนที่จะไม่รอด”

“ไม่รอด?”

“มึงเป็นผู้ชายประเภทที่พ่ายแพ้สารพัดของกุ๊กกิ๊ก คีตาตัวเล็กๆ แก้มป่องๆ เรียกมึงพี่เบนๆ ทุกวันมึงพร้อมเซ็นยกหุ้นKTDให้น้องเขาได้เลยนะ”

“นี่เราไม่ได้คุยเรื่องกาแฟกันอยู่เหรอ”

“เปลี่ยนเรื่องเร็วตลอดแล้วอยู่ด้วยกันทุกวันแบบนี้ถ้าวันนึงไม่ได้เจอกันไม่เหงาเหรอวะ”

“เหงาบ้าอะไรวะ ก็แค่ต้องทำงานด้วยกันไม่เจอกันกูไม่ได้เหงาอะไรหรอกมึงมันเพ้อเจ้อรามิล”



19.45 น.
ฝนตก..

ก็เป็นเรื่องปกติทุกวันนี้ฝนตกตอนเย็นตลอด คีตาไม่เคยสนใจหรอกว่าฝนจะตกเวลาไหน จนกระทั่งวันนี้..ตอนเกือบๆ ห้าโมงครึ่งหลังจากที่คีตาเดินมาหาเบนจามินที่ห้องทำงาน พี่มาร์ชผู้ช่วยคุณเบนก็บอกว่า เย็นนี้คุณเบนมีธุระด่วนอาจจะไม่ได้กลับคอนโดเดี๋ยวให้คนไปส่ง แต่คีตาก็ปฏิเสธพร้อมกับบอกว่ากลับเองก็ได้ยังไงคอนโดก็ติดรถไฟฟ้าอยู่แล้ว พอหกโมงเย็นก่อนจะเดินออกจาก KTD คีตาเห็นว่ามีผู้หญิงสวยคนนึงนั่งอยู่ตรงล๊อบบี้แค่เพียงไม่นานก็เห็นคุณเบนเดินออกมาจากลิฟท์แล้วทั้งคู่ก็เดินออกไปด้วยกัน

อ้อ..มีนัดกับแฟนนี่เอง

ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้คีตาก็กลับบ้านคนเดียวเป็นประจำอยู่แล้วแต่พอมาอยู่คอนโดก็ไปกลับพร้อมเบนจามินตลอด นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันเลยมั้งที่กลับบ้านคนเดียว คีตาหยิบหูฟังขึ้นมาก่อนจะยืนมองสายฝนที่ยังตกลงมาไม่ยอมหยุด ทั้งๆ ที่เพลงที่ฟังอยู่ก็เป็นเพลงโปรด บรรยากาศรอบตัวก็เย็นดีแต่ทำไมรู้สึกเหมือนว่ามัน

ขาดอะไรไป..

มันเงียบซะจนคีตาได้แต่มองไปรอบๆ ตัวพยายามคิดว่าจะซื้ออะไรกลับเข้าไปกินที่คอนโดดี แต่ภาพของเบนจามินที่เดินออกไปพร้อมกับผู้หญิงสวยก็วนอยู่ในหัวไม่รู้ทำไมเหมือนกัน คีตาได้แต่ยืนมองสายฝนอยู่อย่างนั้นว่าจะรอให้ฝนซากว่านี้สักหน่อยแล้วค่อยเดินไปที่คอนโดแต่ดูท่าทีว่าฝนจะไม่หยุดง่ายๆ เลยตัดสินใจวิ่งฝ่าสายฝนที่ยังคงตกหนัก

“ไง อันนาคิดถึงคีตาหรือเปล่า”

เจ้าแมวอ้วนขนฟูเดินวนรอบตัวคนที่อาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยก่อนที่คีตาจะอุ้มน้องอันนาแล้วเดินมาที่ห้องครัว มาม่ากระป๋องที่เทน้ำร้อนไว้ได้ที่พร้อมแล้ว คีตาเลยนั่งลงตรงเคาน์เตอร์ห้องครัวแล้วนั่งกินมาม่ากระป๋องเงียบๆ เพิ่งรู้สึกว่าคอนโดมันกว้างกว่าทุกวันแล้วก็เงียบกว่าทุกวันด้วย..

ไม่อยากจะยอมรับเท่าไหร่
ว่าตอนนี้เขากำลังรู้สึกว่า เหงา.
.

คีตาวางมาม่ากระป๋องที่กินไปสองสามคำก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบแม๊คบุ๊คออกมาจากห้องนอน จัดการอัดโหลดคลิปที่อัดไว้ก่อนหน้านี้ลงไปพร้อมกับคำถาม

Q: เคยรู้สึกเหงากันบ้างไหมครับ

Noon : นี่คือเหงานี่แหละเหงา ~

YuuRII : เหงามาสี่ปีแล้วค่ะ KEY เคยมีแฟนแล้วก็เลิกกันไปตั้งแต่ตอนนั้นก็ไม่ได้คุยกับใครอีกเลยตอนอยู่กับเพื่อนก็ไม่ได้รู้สึกเหงาอะไรมากมายเท่าไหร่แต่พอกลับบ้านมาอยู่คนเดียวนั่นแหละค่ะที่เรียกว่าเหงา

V : ไม่เหงาเลยเพราะแฟนอยู่ด้วยตลอด 24 ชั่วโมงเลยขออวดหน่อยครับ

ML: หมาที่เลี้ยงไว้เพิ่งตายค่ะทุกทีกลับมาที่หอจะวิ่งออกมารับเลยตอนนี้ไม่มีแล้วเลยรู้สึกเหงานิดหน่อย แต่ก็ไม่คิดจะซื้อตัวใหม่กลัวว่าตายแล้วจะเป็นอย่างนี้อีกเลยลองหาอะไรทำแก้เหงาไปเรื่อย เนี่ยพูดแล้วก็คิดถึง T_T

VIEW : แฟนไปเรียนต่อที่เมกาครึ่งปีแล้วเหงามากเลยโว้ยยยยยยยยย! นี่แค่ครึ่งปีนะแล้วมันไปสองปีขาดใจตายแน่ๆ มึงรีบเรียนรีบกลับมาได้ไหมวะจะขาดใจตายแล้ว อ่ะ!กูแทกด้วยเดี๋ยวมึงไม่รู้ @YOYO

PERTH : กินข้าวคนเดียวก็เหงา ดูหนังคนเดียวก็เหงา  นั่งทำงานคนเดียวก็เหงา แต่ก็ไม่อยากมีแฟนเข้าใจป่ะวะคีตาไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกนี้ยังไง

COCO: เหงาตอนที่บุพเฟต์มีโปรสี่จ่ายสาม สามจ่ายสองแต่อยากกินคนเดียว โคตรเหงาเลย

XX: เวลาที่เราอยู่กับใครแล้วลืมเวลา ลืมสิ่งรอบตัว เขาทำให้มีความสุข ทำให้เรายิ้ม ทำให้เราหัวเราะ เราได้รับสิ่งนั้นทุกวันจนวันนึงเขาหายไป ไม่ได้อยู่ด้วยเหมือนกันทุกวันมันเหงามากเลยนะ เหงาจนอยากร้องไห้เลย จะทำอะไรก็คิดถึงเขา จะกินจะนอนก็คิดถึงเขา ก็อยากให้เขากลับมาอยู่ด้วยกัน อยากเห็นเขาอยู่ในสายตาตลอดไม่อยากอยู่คนเดียว ไม่อยากให้เขาไปอยู่กับคนอื่น เหงาของเราเป็นแบบนี้แล้วเป็นเหมือนกันหรือเปล่า คีตา



23.18 น.

เบนจามินแตะคีย์การ์ดแล้วเปิดประตูเข้ามาในห้องรู้สึกแปลกใจนิดหน่อยที่เห็นว่าห้องมันมืดเหมือนไม่มีใครอยู่ ทั้งๆ ที่เวลาแค่ห้าทุ่มเท่านั้นคีตาไม่น่าจะนอนเร็วขนาดนี้พอไฟสว่างก็เห็นว่าน้องอันนานอนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ห้องครัว เบนเลยเดินไปเคาะประตูตรงห้องสตูดิโอพอไม่มีเสียงตอบรับก็เลยเปิดประตูเข้าไปดู

ไม่ใครอยู่
ห้องนอนก็เหมือนกัน..

“ไปไหนวะ”

เบนหยิบโทรศัพท์ออกมาก่อนจะไล่หาชื่อของคีตาแล้วพิมพ์ข้อความรออยู่สองสามนาทีก็ไม่ขึ้นว่าอ่านแล้วปกติเขาไม่ได้คุยกับคีตาผ่านทางไลน์เท่าไหร่เพราะว่าเจอหน้ากันอยู่ทุกวัน คิดในแง่ดีอาจจะออกไปหาเพื่อนข้างนอกเบนเลยเข้าไปอาบน้ำอาบน้ำท่าเปลี่ยนเป็นชุดนอนแล้วมานั่งดูหนังตรงห้องนั่งเล่น

ทั้งๆ ที่เป็นหนังเรื่องโปรดแต่เบนไม่มีสมาธิดูเท่าไหร่ รู้สึกแปลกๆ อยู่เหมือนกันที่วันนี้มีเขาอยู่คนเดียวที่คอนโด ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรเขารู้สึกโหวงๆ เมื่อไม่เห็นคีตานั่งเล่นกีตาร์เหมือนทุกวันบางทีมันก็อาจจะเป็นแค่ความเคยชิน นี่ก็เงยหน้าดูนาฬิกาทุกสามวิ นั่งเล่นเกมส์ก็แล้ว นอนอ่านเอกสารก็แล้ว แต่ก็ไม่มีสมาธิอยู่ดี

รู้สึกเหงาอย่างบอกไม่ถูก
เขาไม่ชอบความรู้สึกนี้เลยจริงๆ  เขาไม่ชอบที่ไม่เห็นคีตาอยู่ที่นี่




00.14 น.
คีตาถอนหายใจเมื่อเห็นว่าไฟห้องนั่งเล่นมืดสนิททั้งๆ ที่พี่มาร์ชก็บอกไว้แล้วว่าคุณเบนอาจจะไม่ได้กลับมาที่คอนโด แน่สิอยู่กับผู้หญิงสวยขนาดนั้นใครจะเสียเวลากลับมา ทันทีที่คีตาเปิดไฟสิ่งที่เห็นทำให้ยืนนิ่งอยู่กับที่ เบนจามินในชุดนอนลายสไปเดอร์แมนนอนหลับอยู่ตรงโซฟาในมือยังคงถือโทรศัพท์ไว้แน่น คีตาค่อยๆ เดินเข้าไปหาแล้วชะโงกหน้าดูคนที่นอนหลับตาอยู่ แต่อยู่ดีๆ คนที่นอนหลับก็ลืมตาขึ้นมาแล้วคว้าเอาคนที่ยืนอยู่ข้างโซฟาให้ล้มลงมานอนข้างๆ กันก่อนที่เบนจามินนอนตะแคงมองคนที่นอนอยู่
 
“ลุกไหม”

“ไม่ลุกนอนคุยเนี่ยแหละง่วง แล้วไปไหนมา”

“คิดงานไม่ออกเลยไปนั่งร้านกาแฟ24ชั่วโมงตรงข้ามคอนโด”

“สั่งกาแฟ?”

“นมร้อน”

“แล้วโทรศัพท์มีไว้ทำไมไลน์ไปเป็นสิบๆ ข้อความไม่คิดจะตอบรอนานกว่านี้จะแจ้งความแล้ว”

“แต่งเพลงอยู่ไม่ได้จับโทรศัพท์แล้วก็ไม่คิดว่าจะกลับ พี่มาร์ชบอกว่าคุณเบนอาจจะไม่กลับคอนโดคืนนี้”

“ตอนแรกก็จะไม่กลับ”

“แล้วทำไมถึงกลับมา”

“…………………………………………………………………”   

จริงๆ มันก็เป็นแค่คำถามสั้นๆ แต่ไอ้อาการช้อนตารอฟังคำตอบทำให้เบนจามินเลือกที่จะเงียบ เขาก็ตอบตัวเองไม่ได้เขามีนัดกับจี๊ดนางแบบระดับตัวท๊อปตอนที่ทานข้าวด้วยกันเบนกลับรู้สึกว่าเขาไม่ได้สนใจจี๊ดเท่าไหร่พอรู้ว่าข้างนอกฝนตกในหัวเขาก็คิดไปถึงคนที่อยู่ที่คอนโด จะเป็นยังไง จะกินข้าวหรือยัง ทำอะไรอยู่ ขนาดจี๊ดที่นั่งป้อนอาหารให้เขาอยู่ตรงหน้าแต่เขาก็นึกถึงหน้าเด็กแก้มป่องที่คอนโดอยู่ดี

สุดท้ายก็จบตรงที่เขาไปส่งจี๊ดที่บ้าน
แล้วตัดสินใจกลับมาที่นี่

“ไม่เจอกันเกือบเจ็ดชั่วโมงเหงาไหม”

“ไม่เห็นจะเหงา”

เบนจามินก้มลงมองคนที่บอกว่าไม่เหงาแต่มือเอาแต่กำเสื้อนอนเขาไว้แน่นท่าทางเหมือนเด็กนั่นทำให้เบนยกแขนลงกระเถิบตัวลงมานอนบนหมอนใบเดียวกันแล้วมองหน้าอยู่อย่างนั้นมือของคีตาที่กำเสื้อนอนของเบนไว้แน่นค่อยๆ คลายออกแล้วเปลี่ยนมาเป็นวางไว้บนอกกว้างแทน

“ไม่เหงาเหมือนกัน ไม่เหงาเลย”

ทั้งๆ ที่เบนบอกออกไปแบบนั้นแต่คีตาที่นอนมองหน้าอยู่กลับยิ้มออกมาเหมือนรู้ว่าสิ่งที่เบนพูดออกมามันไม่ใช่.. ความรู้สึกก่อนหน้านี้เหมือนหายวับไปตาเมื่อได้อยู่ด้วยกัน คีตานึกถึงข้อความสุดท้ายที่ได้อ่าน



XX: เวลาที่เราอยู่กับใครแล้วลืมเวลา ลืมสิ่งรอบตัว เขาทำให้มีความสุข ทำให้เรายิ้ม ทำให้เราหัวเราะ เราได้รับสิ่งนั้นทุกวันจนวันนึงเขาหายไป ไม่ได้อยู่ด้วยเหมือนกันทุกวันมันเหงามากเลยนะ เหงาจนอยากร้องไห้เลย จะทำอะไรก็คิดถึงเขา จะกินจะนอนก็คิดถึงเขา ก็อยากให้เขากลับมาอยู่ด้วยกัน อยากเห็นเขาอยู่ในสายตาตลอดไม่อยากอยู่คนเดียว ไม่อยากให้เขาไปอยู่กับคนอื่น เหงาของเราเป็นแบบนี้เป็นเหมือนกันหรือเปล่า คีตา


KEY @ XX:  ครับ เป็นเหมือนกัน..





TO BE CON

หายไปนานเหลือเกินกลับมาแล้วจ้า
#นิยายกล่องดนตรี  #ซีรีส์ลูกเพื่อนแม่
twitter @ribbinbo









« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-01-2019 22:40:39 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ สีหราช

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 321
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +200/-1

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
ใจตรงกันขนาดนี้ก็คงไม่เหงาแล้วเนาะ

ออฟไลน์ fullmoonny

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 411
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
ห่างหายไปนานคิดถึงแก๊งลูกเพื่อนแม่มากมาย
ชอบตอนนี้อ่ะ มีความมุ้งมิ้งเวอร์ๆ แล้วก็ปากแข็งมากเวอร์ทั้งคู่เลย

ออฟไลน์ buathongfin

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1251
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-3
สงสารน้องงง

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
MUSIC BOX
#นิยายกล่องดนตรี

ผมเติบโตมาพร้อมกับธุรกิจดนตรี
แต่มีเครื่องดนตรีเดียวที่ผมชอบคือ ไวโอลิน – เบนจามิน เกียรติธนธาดา

ผมเติบโตมาพร้อมกับครอบครัวนักดนตรี ผมเล่นดนตรีได้ทุกอย่าง
ยกเว้น ไวโอลิน – คีตา นันทสกุล

CHAPTER.7 : I’m worried about you.



“มาร์ช วันนี้กูเข้าสายหน่อยเออ..ประมาณสิบโมง”

เบนจามินพยายามหนีบโทรศัพท์ไว้ตรงไหล่มือก็พยายามคนข้าวต้มในหม้อไปด้วย ไม่ใช่ว่านักแต่งเพลงอยากจะกินข้าวต้มเป็นอาหารเช้าแทนพวกตระกูลไข่ทั้งหลาย แต่วันนี้เบนตื่นเช้าขึ้นมาอาบน้ำอาบท่าแต่งตัวมานั่งรอคีตาอยู่ตรงโต๊ะกินข้าว แต่พอรู้สึกว่าวันนี้ทำไมคีตาถึงตื่นสาย ทุกทีนี่มานั่งรอเขาทำอาหารเช้าตรงเคาน์เตอร์แล้ว

เบนตัดสินใจลองเคาะประตูห้องนอนรออยู่นานก็ไม่เห็นมีใครมาเปิด สุดท้ายเลยเปิดประตูเข้าไปคีตายังคงอนนหลับอยู่บนเตียง แต่ท่าทางจะไม่สบายตัวเพราะเห็นว่าคิ้วขมวดพอเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็ไม่เห็นจะมีท่าทีรู้สึกตัวตื่น

“คีย์ คีย์ คีตา”

เบนเอื้อมมือไปแตะแขนอีกฝ่ายแต่พอโดนตัวถึงได้รู้ว่าอุณหภูมิร่างกายของคีตามันร้อนกว่าปกติ พอเลื่อนมาแตะที่หน้าผากก็รู้เลยว่าเจ้าเด็กแก้มป่องนี่กำลังไม่สบายมากแน่ๆ ลองเรียกอีกสักสองสามทีคีตาถึงได้ลืมตาขึ้นมามอง คงปวดหัวน่าดูถึงได้ขมวดคิ้วแล้วพลิกตัวหนีไปอีกทาง

“เป็นหนักหรือเปล่า”

“นิดหน่อย”

“เมื่อวานตากฝนใช่ไหม”

“เจ็บคอไม่อยากพูดแล้ว”

นี่พอไม่สบายคีตาก็ดื้อขึ้นมาเท่าตัว นี่ก็จับตัวพลิกไปพลิกมาหลายรอบไม่ยอมให้เบนวัดไข้สักที สุดท้ายเบนเลยตัดสินใจสอดแขนอุ้มคีตาให้ลุกขึ้นนั่งดีๆ ก่อนจะจับแก้มทั้งสองข้างให้มองหน้ากันตรงๆ

“หยุดดื้อสักที ป่วยขนาดนี้ยังจะงอแงอีก”

“……………………………………..”

“ผมมีประชุมตอนสิบเอ็ดโมงแต่เดี๋ยวจะทำอะไรให้กินก่อนจะได้กินยาด้วย”

คีตาคงไม่อยากพูดเพราะเสียงแหบจนฟังไม่รู้เรื่อง แต่ก็ยอมพยักหน้าตอบตกลง ข้าวต้มหมูง่ายๆ หอมฉุยถูกวางลงตรงโต๊ะหัวเตียงเบนวางยาลดไข้ไว้ข้างๆ กันที่นี่ไม่ได้มียาอะไรมากมายก็มีแค่นี้ที่คุณนายเจียซินเคยซื้อไว้ให้ คนป่วยกินข้าวต้มไปแค่สองสามคำเบนอยากจะฝืนให้กินเยอะกว่านี้หน่อยแต่ก็เข้าใจคนที่ไม่สบายอยู่คงกินอะไรไม่ค่อยลง

“เงยหน้า”

คีตาเงยหน้าตามที่เบนบอกก่อนที่แผ่นลดไข้จะถูกแปะลงมาบนหน้าผาก คนป่วยที่หน้าแดงเพราะพิษไข้ตาก็ฉ่ำไปด้วยน้ำช้อนตาขึ้นมามองคนที่กำลังแปะแผ่นลดไข้ เบนจามินหยุดลูบแล้วมองหน้าคนป่วยที่อยู่ใกล้ๆ เวลาไม่สบายนี่ก็น่าสงสารแก้มป่องๆ สองข้างแดงแจ๋

อยากกอด..มันเป็นคำที่อยู่ดีๆ ก็ผุดขึ้นมาในหัว

“สายแล้ว”

พอคนป่วยบอกแบบนั้นเบนเลยรู้สึกตัวก่อนจะขยับไทด์แก้เก้อเลยบอกให้คีตานอนพักผ่อนถ้ามีอะไรให้โทรมาหาได้ตลอดและก็ย้ำรอบที่สองร้อยว่าห้ามลุกไปที่สตูดิโอทำเพลงหรือแม้แต่จะหยิบโทรศัพท์ แม๊คบุ๊ค ไอแพดขึ้นมาแต่งเพลงเด็ดขาดคีตาชะงักไปนิดนึงเหมือนโดนจับได้ว่าคิดจะทำอะไรเบนเลยดันตัวให้นอนลงตามเดิม ห่มผ้าให้เสร็จสรรพ พอคนป่วยหลับตาไปแล้วเบนเงยหน้าขึ้นมามองห้องนอนของคีตา

มันก็เหมือนห้องเด็กผู้ชายที่ชอบดนตรีทั่วๆ ไปเครื่องดนตรีตรงมุมห้อง โน้ตเพลง แต่ที่เบนสนใจคือกล่องดนตรีรูปแบบต่างๆ ตรงหัวเตียงที่วางอยู่อันสุดท้ายคืออันที่เบนเพิ่งซ่อมไปเมื่อวันก่อน ไม่รู้ว่ามันเป็นของสะสมหรือของขวัญที่ใครให้มา เบนหันมามองคนป่วยที่นอนหลับตาไปแล้วก่อนจะหยิบกล่องดนตรีรูปกีตาร์ขึ้นมาแล้วไขลานให้เสียงเพลงดังแล้ววางไว้ที่เดิม

เสียงเพลงที่คุ้นเคยที่ดังขึ้นมาทำให้คีตาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมามอง
ทั้งๆ ที่ปวดหัวจนแทบระเบิดแต่ตอนนี้ก็อยากจะยิ้มออกมาเหมือนกัน


MUSIC BOX


“ประชุมเริ่ม 11.30 ครับคุณเบน”

“ถามเวลาเลิก”

“อันนี้ขึ้นอยู่กับข้อสรุปในที่ประชุมครับ”

“แล้วมีอะไรต่อ”

“บ่ายโมงครึ่งคุณเบอร์ดี้จะนัดประชุมเรื่องตารางงานต่างประเทศของมาร์คครับ”

“แล้วต่อจากนั้น”

“คุณนีน่าจะเอาผลิตภัณฑ์น้ำหอมที่เป็นพรีเซนเตอร์มาให้ครับ”

“ส่งตารางงานให้เฮียบอล รายนั้นแฟนคลับนีน่า”

“คุณบีฝากถามว่าจะไปงานเปิดตัวซิงเกิ้ลใหม่ของวง Happy Girls ตอนบ่ายสามด้วยกันไหมครับ”

“เจ้บีไปกับเฮียเบเฮียเบส์ทก็พอแล้ว”

“ตอนเย็นหนึ่งทุ่มครึ่งทีมงานคุณแพรวมีนัดทานอาหารฝากชวนคุณเบนด้วย”

“บอกไปว่าไม่สะดวก ติดงาน”

มาร์ชกำลังใช้เม้าส์ปากกาจิ้มตารางนัดตามที่เจ้านายบอกแต่ก็ต้องเงยหน้าขึ้นมามองหน้าเบนอีกทีติดงานอะไรวะนี่เลื่อนตารางงานออกหมดเลยเนี่ย ตารางงานว่างยิ่งกว่าเงินในบัญชีเขาอีกวันนี้คุณเบนดูไม่ค่อยมีสมาธิตั้งแต่เช้า จริงๆ ก็ตั้งแต่บอกว่าวันนี้คุณคีตาป่วยไม่ได้มาที่ KTD ด้วยมาร์ชก็พยักหน้ารับรู้แล้วนะแต่เจ้านายก็มีอาการแปลกๆ ทั้งวัน
   
เอาแต่จ้องโทรศัพท์เหมือนว่าจะมีใครโทรมาหา ถามซ้ำๆ ย้ำๆ ว่าวันนี้เลิกงานกี่โมง เหมือนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอยากจะกลับไปที่คอนโดอย่างเดียว เนี่ย..รู้ตัวไหมเนี่ยว่าเป็นห่วงเขาขนาดไหนนี่มาร์ชคิดในใจนะกลัวบอกออกไปแล้วไม่ได้เห็นท่าทางแปลกๆ ของเจ้านาย

รอเสือกอยู่..

“สรุปว่าเหลือแค่ประชุมกับคุณเบอร์ดี้งานเดียวครับเสร็จแล้วกลับคอนโดได้เลย”

“………………………………………………………….”

“คุณคีตาชอบทานอะไรอย่าลืมซื้อเข้าไปด้วยนะครับ ถึงจะกินอะไรไม่ค่อยลงแต่ของที่ชอบก็อาจจะทานได้เยอะขึ้น”

“………………………………………………………….”

เบนบอกให้มาร์ชไปทำงานทำการต่อได้หลังจากเคลียร์ตารางงานช่วงบ่ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว เบนเอนตัวไปกับพนักเก้าอี้แล้วยกมือขึ้นบีบระหว่างคิ้ว เขายอมรับว่าเขากระวนกระวายแปลกๆ ทั้งๆ ที่รู้ว่าคีตาก็อาจจะป่วยเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดาเผลอๆ กินยาสองสามเม็ดก็ลุกขึ้นมาวิ่งปร๋อได้แต่ก็ยอมรับว่าเขาก็ยังเป็นห่วงมากๆ อยู่ดี 

บอกไม่ถูกเหมือนกันไม่ได้มีความรู้สึกแบบนี้มานานแล้ว




ป่วยหนักกว่าที่คิด
คีตารู้สึกว่าร่างกายมันปวดไปหมดตั้งแต่ศีรษะจนถึงปลายเท้ายาลดไข้ที่กินเข้าไปไม่ได้ช่วยบรรเทาอะไรเท่าไหร่ คีตาพยายามลุกขึ้นมานั่งพิงหัวเตียงเพิ่งรู้ว่าตัวเองนอนหลับไปนานเหมือนกัน เพราะอาการปวดศีรษะมันเริ่มรุนแรงขึ้นจะให้นอนตอนนี้ก็คงนอนไม่หลับเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ขั่งใจอยู่นานว่ะจะเปิดเข้าFacebookดีหรือเปล่าเพราะเป็นแอพที่ไม่ได้เล่นมานานแล้วมันมีบางอย่างที่เขาเองไม่อยากรับรู้

ทันทีที่เลื่อนไปถึงหน้าเฟสของคนๆ นึง มือที่กำลังจะเลื่อนหน้าจอก็หยุดนิ่ง

Guitar taveewattakun
วันนี้ป่วยหนักมากพูดแทบไม่มีเสียงแม่เลยจับเช็ดตัวแถมบ่นอีกสามประโยคจับป้อนข้าวอีกเหมือนกลับไปอายุ 12 เลยแต่ตาร์ก็รักแม่เพลงนะครับ ^^


ทั้งๆ รูปที่ลงมันดูน่ารักดีที่ผู้ชายในวัยมัธยมกำลังนอนหนุนตักผู้หญิงคนนึงอยู่แต่คีตากลับยิ้มไม่ออก มือที่จับโทรศัพท์กำแน่นสายตาเอาแต่จ้องไปที่รูปนั่นก่อนที่หยดน้ำตาจะไหลลงมาจากดวงตาเรียว

ไม่มีเสียงสะอื้น
ไม่มีเสียงร้องไห้
มีแค่หยดน้ำตาที่ไหลลงมาไม่หยุดก็เท่านั้น



MUSIC BOX

16.47 น.
ไม่รู้จะให้มาร์ชเลื่อนตารางงานไปทำไมในเมื่องานไม่เสร็จสักอย่าง พอเซ็นอนุมัติงานนู้นก็มีคนวิ่งมาตามตัวให้เข้าประชุมงานนี้ลงชั้นสิบห้าขึ้นมาชั้นยี่สิบนี่ตอนแรกตั้งใจว่าประชุมงานกับพี่เบอร์ดี้แล้วจะขอตัวกลับเลยสรุปไม่ตรงตามแผนสักอย่าง เบนจามินมาถึงคอนโดก็เกือบห้าโมงไฟที่ห้องนั่งเล่นมืดสนิท ห้องสตูดิโอก็มืดมีแค่น้องอันนาที่นอนอยู่ตรงคอนโดแมว

แสดงว่าคนป่วยยังคงนอนอยู่ที่ห้องนอน

พอเปิดประตูห้องนอนเข้าไปคีตายังคงนอนหลับอยู่ที่เตียงนอนที่เดิม เบนคิดว่าไข้อาจจะลดลงบ้างแล้วแต่เจ้าตัวอาจจะแค่เพลียอยู่เลยไม่ยอมลุกจากเตียงสักที เบนยืนมองคนที่นอนซุกผ้าห่มอยู่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไม่สบายหรือเปล่าตาถึงได้บวมช้ำขนาดนี้เบนลองเอามือแตะลงบนต้นแขนเพื่อวัดอุณหภูมิ

“คีตา!”

พอรู้ว่าอุณหภูมิในร่างกายไม่ได้ลดลงแถมยังเพิ่มขึ้นจนน่ากลัวอีกต่างหาก เขาคงปล่อยให้กินยาเองแบบนี้ไม่ได้แล้วตัวคีตาร้อนจนน่าตกใจเบนพยายามเรียกให้คีตาลืมตาขึ้นมามองไม่รู้ว่าเพราะพิษไข้ที่เพิ่มขึ้นหรือเปล่าดวงตาของคีตาถึงได้ฉ่ำนเหมือนคนเพิ่งร้องไห้หนักขนาดนี้

“คุณตัวร้อนมากผมว่าน่าจะไปโรงพยาบาล”

“ไม่อยากไป”

“ไม่ได้!คีตาผมว่าคุณจะต้องไปหาหมอแล้ว”

“ไม่ไป”

“คีตา ฟังผม!”

“……………………………………………………….”

“ผมเคยบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าตอนนี้เราอยู่ด้วยกัน อย่าทำเหมือนว่าไม่มีผมอยู่ด้วย สบายดีก็บอกผม ปวดตรงไหน เจ็บตรงไหนก็บอกผม อย่าทำเหมือนอยู่คนเดียวได้ทั้งๆ ที่ป่วยขนาดนี้ ผมอยู่กับคุณตรงนี้แล้วไง”

“……………………………………………………….”

ภายในห้องนอนเงียบสนิทคีตาเงยหน้ามองคนที่จับแขนทั้งสองข้างอยู่ ใบหน้าที่เขาเห็นอยู่ทุกวันยุ่งเหยิงเหมือนว่าเรื่องที่เขาป่วยมันเป็นเรื่องใหญ่ คีตาไม่รู้ว่ามันเกิดจากความรับผิดชอบที่อยู่เราอยู่ด้วยกันในฐานะเพื่อนร่วมงานหรือทั้งหมดนั่นเกิดจากความเป็นห่วงจริงๆ

“เดี๋ยวผมโทรหาคุณอคิราห์ให้แล้วกัน หรือมีใครที่อยู่กรุงเทพที่คุณให้ผมติดต่อให้ไหม”

“……………………………………………………….”

“โอเค เดี๋ยวผมจะโทรหาคุณอคิราห์”

เมื่อเห็นว่าคีตาเอาแต่เงียบไม่ยอมตอบอะไรเหมือนเดิมเบนเลยจะลุกออกไปโทรศัพท์ข้างนอก แต่แรงรั้งเพียงน้อยนิดทำให้เบนหันกลับมามอง มือของคีตายกขึ้นมากำเสื้อเขาไว้แน่นเสียงเรียกแผ่วเบาจนเบนต้องเขยิบเข้าไปใกล้ๆ คีตาซบหน้าลงอกกว้างที่อยู่ตรงหน้า

“พี่เบน”

“……………………………………………………….”

“ไม่ไหวแล้ว”

“……………………………………………………….”

“ปวดหัวไม่ไหวแล้วไม่ไหวแล้วจริงๆ เจ็บไปหมด เจ็บไม่ไหวแล้ว”

“……………………………………………………….”


เบนจามินยกมือขึ้นมาแล้วรวบตัวคนตรงหน้าเข้ามากอดไว้แน่นหยดน้ำตาไหลลงจนเสื้อที่เบนใส่อยู่เปียกชุ่ม เขาว่ากันว่าคนไม่สบายจะอ่อนแอมากกว่าเดิมทั้งร่างกายและจิตใจเขาเองก็ไม่รู้ว่าคีตาเจอเรื่องอะไรที่ทำร้ายจิตใจมาหรือเปล่าถึงได้ร้องไห้ขนาดนี้ มือใหญ่วางลงบนกลุ่มผมสีดำเบาๆ พร้อมกับกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น

“พี่เบนอยู่นี่แล้วไงไม่เป็นไรนะไม่ต้องร้อง คีตา”







สรุปเป็นไข้หวัดใหญ่
หมอเลยสั่งแอดมิด

เบนจามินรับสายโทรศัพท์ของคีตาที่โทรเข้ามาเห็นเมมชื่อไว้ว่า ชาญ
พอเบนกดรับอีกฝ่ายก็โพล่งออกมาจนเบนเบรกแทบไม่ทัน

“เฮ้ย ไอ้แก้มมึงจะหายไปจากวงจรชีวิตกูแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย ตอบไลน์กูบ้างคุยกันเป็นประโยคๆ ไม่ใช่แค่สติกเกอร์ แล้วออกมาหากันด้วย แดกข้าว แดกเหล้า แดกเบียร์ ตั้งแต่มึงบอกมึงไปทำงานที่ KTD กูก็เฝ้ารอลายเซ็นของน้องนีน่าทุกวัน แก้ม..ไอ้แก้มคีย์ คีตาโว้ย!!”

เบนจามินเลยบอกความจริงทั้งหมดให้คนที่ชื่อชาญฟังเพราะคิดว่าเป็นเพื่อนสนิท อีกฝ่ายขอโทษขอโพยเขาใหญ่เบนเลยบอกโรงพยาบาลที่คีตารักษาอยู่ให้เผื่อว่าจะมาเยี่ยม

“จ้างพยาบาลพิเศษไหมคะหรือว่าญาติจะเฝ้าเอง”

“ผมเฝ้าเองครับ”

เบนตอบพยาบาลที่เดินเข้ามาถามก่อนจะหันมามองหน้าคนป่วยที่หลับสนิทเพราะฤทธิ์ยา คีตาร้องไห้จนตัวแดงหน้าแดงไปหมดกว่าจะพามาโรงพยาบาลได้ก็ต้องรอให้หยุดร้องไห้ก่อนตอนนั้นถ้ายังไม่หยุดร้องเบนคงต้องอุ้มกันมาโรงพยาบาล ก็คิดไว้แล้วว่าต้องป่วยหนักนึกโกรธความดื้อของคีตาอยู่เหมือนกันป่วยหนักขนาดนี้ไม่โทรมาบอกเขาเลยสักนิด

น่าจับมาตีจริงๆ

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้เบนหันมามองผู้ชายที่ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ขาดๆ เปิดประตูเข้ามาหาคงเป็นคนที่ชื่อชาญเพื่อนของคีตา

“เห็นมันไม่ตอบไลน์ตั้งแต่เช้า บอกแค่ว่าป่วยไม่คิดว่าจะเป็นหนักขนาดนี้”

“ผมเพิ่งรู้ว่าเป็นหนักตอนที่ผมกลับไปที่คอนโดเหมือนกัน ขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคีตามีญาติที่กรุงเทพหรือเปล่า ผมจะได้ติดต่อบอกเขาได้”

“มีแม่ที่อยู่กรุงเทพฯ ครับแต่ผมคิดว่าคีตาคงไม่อยากให้บอก”

“………………………………………………….”

“มันเป็นเรื่องส่วนตัวแต่ผมคิดว่าคุณเบนควรได้รู้พ่อกับแม่ของคีตาเขาหย่ากัน แม่ของคีตาเขามีครอบครัวใหม่ไปแล้วครับ ผมคงบอกได้เท่านี้”

“………………………………………………….”

“ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ ไว้ผมมาเยี่ยมใหม่ขอบคุณนะครับที่ช่วยดูแลเจ้าคีย์ อย่าเพิ่งรำคาญมันนะครับถึงมันจะไม่ค่อยพูดแต่มันน่ารักนะ น่ารักจริงๆ ”

เบนจามินยิ้มขำกับการฝากฝังเพื่อนของชาญมีการย้ำว่าเพื่อนตัวเองน่ารักรอบที่ล้านเบนเลยต้องพยักหน้ารับไม่งั้นไม่ยอมกลับบ้านกลับช่องแน่ๆ เบนเดินมาหาคนที่นอนหลับสนิทบนเตียงมือใหญ่ทาบลงบนแก้มป่องๆ นั่น

“ตัวแค่นี้เจอเรื่องอะไรหนักหนา”


MUSIC BOX


เสียงคนที่พูดคุยกันเบาๆ ทำให้คนที่เพิ่งรู้สึกตัวค่อยๆ ลืมตาขึ้นมามอง พอลองขยับตัวผู้ชายสี่คนก็รุมล้อมอยู่ข้างเตียง คีตาเลยได้แต่นอนกะพริบตาปริบๆ เมื่อเห็นหน้าทุกคนชัดๆ

แกงค์ลูกเพื่อนแม่

“คุณคีย์ฟื้นแล้วโว้ย”

“ทิมเขาไม่ได้สลบเขานอนหลับ”

“ไข้ลดลงแล้วนะครับ หายปวดหัวยังไอ้เบนโทรหาผมร้องกรี๊ดซะจนตกใจ”

“กูแค่บอกเฉยๆ ”

“เป็นห่วงเขาขนาดนี้ยังจะมาปากแข็ง ทับทิมจัดการ”

“สัสคิน บอกว่าอย่าเรียกทับทิม”

แกงค์ลูกเพื่อนแม่ยังสนุกสนานเฮฮาเหมือนเดิม คีตาหันมามองคนที่ยืนกอดอกอยู่ข้างเตียงแล้วเอื้อมมือไปดึงเสื้อเบนจามินให้เดินเข้ามาใกล้ๆ

“นี่ก็ดึงเสื้อตลอดมือเมอก็ไม่ยอมจับ”

เบนนั่งลงตรงข้างเตียงเพราะคนป่วยเอาแต่จับเสื้อไม่ยอมปล่อย แกงค์ลูกเพื่อนแม่ทั้งสามคนหันมามองหน้ากันแล้วหันมาดูเบนที่หยิบน้ำเปล่าให้คีตาดื่มมีการลูบผมที่ชี้โด่ชี้เด่ให้เข้าที่เข้าทางคิดว่าคีตาคงไม่มีเสียงพูดเพราะเอาแค่พยักหน้ากับสายหน้าอย่างเดียว เบนยื่นโทรศัพท์คืนให้คีตาเผื่อจะเอาไว้ตอบไลน์คุณอคิราห์ที่บอกว่าจะบินลงมาจากเชียงรายในวันพรุ่งนี้

“เมมเบอร์ผมไว้ด้วยได้ไหมครับ รามิล ภาคิน แล้วก็ทิมถ้ามีอะไรเร่งด่วนหรือต้องการความช่วยเหลือคุณคีย์โทรมาได้เสมอ เผื่อไอ้เบนมันไม่ว่าง”

คีตาเงยหน้ามองทั้งสามคนที่บอกเบอร์ตัวเองเสร็จสรรพคีตาเลยยกมือขึ้นมทำท่าสัญลักษณ์ว่าโอเคประโยคสุดท้ายจากแกงค์ลูกเพื่อนแม่ทำให้คีตาต้องเงยหน้ามายิ้มให้

“คิดซะว่ามีพี่ชายเพิ่มอีกสามคนแล้วกันนะ”

แกงค์ลูกเพื่อนแม่กลับไปแล้วเหลือแค่เบนจามินที่เปลี่ยนเป็นชุดนอนเรียบร้อย คีตาเอาแต่มองตามคนที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ ห้องที่คีตาพักอยู่หรูหราเหมือนนอนในโรงแรมห้าดาวตอนลืมตาขึ้นมาครั้งแรกนี่ไม่คิดว่าอยู่ในโรงพยาบาลแต่ระดับKTDคงเป็นโรงพยาบาลเอกชนราคาแพงมากแน่ๆ

“คุณเบนจะนอนที่นี่เหรอครับ”

“ผมเปลี่ยนชุดนอนขนาดนี้แล้ว”

“นึกว่าจะเป็นพยาบาล”

“ผมอยู่ทั้งคนจะจ้างพยาบาลทำไมกัน ผมเป็นห่วงคุณขนาดนี้เฝ้าคุณเองจะสบายใจกว่ากลับคอนโดไปผมก็นอนไม่หลับหรอก”

“……………………………………………………………………….”

ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ดีๆ ต่างฝ่ายต่างรู้สึกเขินขึ้นมาซะดื้อๆ คีตาค่อยๆ ล้มตัวลงนอนแล้วดึงผ้าห่มขนเหลือแค่ลูกตา เบนเองก็ได้แต่
มองโน่นมองนี่ในห้องก่อนจะขอตัวไปเคลียร์งานที่ค้างไว้ พอเบนเดินออกจากห้องไปแล้วคีตาเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วพิมพ์บางอย่างลงไป

KEY: เวลามีคนเป็นห่วงมันรู้สึกดีจริงๆ นะครับ

NUTTUN: เฮ้ย! วันนี้ไม่ใช่ประโยคคำถามเว้ย แต่มันก็ดีจริงๆ นั่นแหละอย่างน้อยก็รู้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียว

IOIO: เนี่ย มีแฟนแน่ๆ คีตา มีแฟนใช่ไหมมมมมมมมมมมมมมมมมม!

PP: ใช่ค่ะ ตอนที่เขาบอกว่ามีอะไรบอกได้นะเขาเป็นห่วง โอ้โห..ร้องไห้ยิ่งกว่าเขื่อนแตกเขาไม่ใช่แฟนหรอกค่ะก็เป็นเพื่อนคนนึงตอแรกไม่กล้าจะเล่าให้ใครฟังเลยแต่พอได้ระบายก็รู้สึกโล่งขึ้นมาเขาลูบหลังเรา โอ๊ยตอนนั้นอ่อนแอเกินบรรยาย

99nine: อยากมีบ้างครับ รู้สึกเหนื่อยไปหมดทุกอย่างแค่รู้ว่ามีใครที่เป็นห่วงเราบ้างแค่คนเดียวก็พอแล้ว

POKPAK: คีตาจะมีแฟนแล้วแน่ๆ ไม่ใช่คำถามครั้งหน้าคือพรีเวดดิ้งที่ไหนนะ

Yubinbi: ตอนที่ไม่สบายแล้วเขาเอาแต่ห่วงเรา ทั้งเช็ดตัว เช็ดหน้า หาข้าวหายาคอยลูบหน้าลูบหลังอยู่กับเราตลอดทั้งวันตอนนั่นใจนึงก็คิดว่าอยากหายป่วยเร็วๆ เขาจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงแต่อีกใจก็คิดว่าป่วยแบบนี้ก็ดีเวลาเขาเป็นห่วงเป็นใยดูแลเรานี่ใจฟูไปหมด


“นอนได้แล้ว ถ้าไม่นอนจะยึดโทรศัพท์”

“คุณเบนง่วงแล้วเหรอครับ”

“โควต้าเรียกพี่เบนนี่มีแค่วันละรอบเหรอ”

“ผมเรียกตอนไหนจำไม่เห็นได้”

เสียงแหบๆ เถียงกลับทันทีเบนเลยเดินมานั่งลงตรงเตียงคนป่วย สายตาที่หลบไปหลบมาไม่ยอมมองหน้ากันตรงๆ นี่ทำให้เบนรู้เลยว่าเจ้าตัวไม่ได้ลืมหรอกอาจจะเขินซะมากกว่า เบนจามินยิ้มให้คนป่วยแล้วยกมือขึ้นผลักหน้าผากคนป่วยเบาๆ จังหวะที่หันหลังจะกลับไปนอนที่เตียงคนเฝ้าเสื้อนอนข้างหลังก็ถูกดึงไว้

“เป็นอะไรกับการดึงเสื้อเนี่ย”

เบนกลับมานั่งบนเตียงตามเดิมเพราะนึกว่าคีตาจะเอาอะไรเพิ่ม
คนป่วยยิ้มให้จนเห็นลักยิ้มข้างแก้ม มือก็เอาแต่กำเสื้อไม่ยอมปล่อย
 
“พี่เบน”

“…………………………..”

“พี่เบน”

“…………………………..”

“พี่เบน”

“…………………………..”



คนป่วยหันหลังนอนหลับดึงผ้าห่มคลุมหน้าคลุมตาเรียบร้อยเบนเดินเข้าไปดูสายน้ำเกลือเพราะว่ากลัวว่าจะนอนทับเบนกลับมานอนบนเตียงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไลน์กรุ๊ปลูกเพื่อนแม่กำลังคุยกันอยู่พอดีเบนเลยพิมพ์ข้อความลงไป

แกงค์ลูกเพื่อนแม่

RM : วันนี้กับกูกับไม้กลับไปกินก๋วยเตี๋ยวลุงชัยขาโหดมาอร่อยเหมือนเดิม คิดถึงตอนที่เรียนอยู่

TIM: ลุงชัยเรียกกูเตี้ยตลอดไม่เคยจำชื่อกูได้

KIN : ลุงเขาเรียกกูคนหล่อว่ะ โทษทีทิม

TIM: กูไม่เชื่อมึงหรอกคินโหดขนาดนั้นไม่มีมาเรียกอะไรมุ้งมิ้งแบบนี้เด็ดขาด

KIN: คนหล่อนี่มันมุ้งมิ้งตรงไหนมันคือ fact โว้ย!!

BEN : พวกมึงกูว่ากูป่วยใจกูเต้นไม่หยุดเลยสัสเอ๊ย! แค่คำว่าพี่นี่มันจะอะไรกับกูขนาดนี้วะ

RM : What?

TIM: ไรวะ?

KIN : ห๊ะ?






TO BE CON

ไม่ถึงตอนไวโอลินสักกกกกทีนะคะพี่เบน..


#นิยายกล่องดนตรี  #ซีรีส์ลูกเพื่อนแม่
twitter @ribbinbo

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-01-2019 22:41:37 โดย RIBBINBO »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด