SECRET GARDEN#ความลับของต้นไม้-Epilogue The secret of tree -END P.4 29/07/18 up*
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: SECRET GARDEN#ความลับของต้นไม้-Epilogue The secret of tree -END P.4 29/07/18 up*  (อ่าน 80896 ครั้ง)

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


***************************************************


SECRET GARDEN
คือความลับในใจฉัน..


ไม่ได้อยากปิดบังแต่ยังไม่ถึงเวลา
ทุกเรื่องที่ผ่านมา “ฉันตั้งใจ”




-Prologue-



“ซ้ายหน่อยครับนิดเดียว ขวานิด เฮ้ย!ดูไฟฝั่งนี้หน่อยแสงมันไม่ได้”

“.......................................................”

“สวยครับ ยิ้มครับยิ้มสวยๆ ”

“.........................................................”

“น้องน้ำผึ้งครับช่วยมองมาทางกล้องด้วยครับ น้องน้ำผึ้ง..”

คินเริ่มรู้สึกแปลกใจตั้งแต่เขาเรียกน้องน้ำผึ้งนางแบบที่นั่งอยู่ตรงหน้าเป็นครั้งที่สามเพราะสายตาของน้องนางแบบมันเอนไปทางขวามือเขาอยู่เรื่อย เริ่มจะรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น คินเลยยกมือขึ้นมาบอกให้ทีมงานพักได้ ถ่ายต่อไปก็ไม่ได้รูปอะไรหรอกในเมื่อนางแบบสมาธิแตกกระเจิงขนาดนี้

“ขอโทษนะครับกูบอกมึงกี่ครั้งแล้วว่าห้ามมึงโผล่มาตอนกูกำลังทำงาน ไอ้มิล”

คินวางกล้องลงพร้อมกับหันมามองคนข้างๆ ที่ยืนกอดอกส่งสายตาหานางแบบสาวสวยไม่เลิกแต่ดูจะไม่สะทกสะท้านอะไรทั้งนั้นมีการยักคิ้วหลิ่วตาเหมือนคำพูดที่เขาบอกมันเป็นแค่อากาศเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา จนคินต้องสั่งให้ช่างแต่งหน้าเข้าไปแต่งหน้านางแบบเพิ่มแอบเห็นว่าน้องน้ำผึ้งทำหน้าเซ็งเล็กน้อย


โว้ะ! น้องฮันนี่ที่รักพี่กำลังปกป้องหนูจากไอ้หมาป่าอยู่นะโว้ย!


“มึงลงมาทำไม”

“ทำไมมึงพูดจากับเพื่อนรักแบบนี้วะ กูจะเดินไปเดินมาในตึกกูมันผิดตรงไหน”

“จ้า ไอ้คนรวยมึงไปเดินบนยอดตึกก็ไม่ผิดแต่ห้ามมาเดินตอนที่กูกำลังทำงาน”

“ถ่ายเสร็จยัง”

“ยัง งานกูจะไม่เสร็จเพราะมึงเอาหน้าหล่อๆ มาทำให้นางแบบกูเสียสมาธิเนี่ยไปไกลๆ”

“อย่าโทษความหล่อกูคิน กูอยากกินข้าวกับเพื่อนกูเหงา”

“แบ๊วสัดขนลุก”

ไหนๆ ก็ไม่ได้ทำงานต่ออยู่แล้วถ้าระดับบิ๊กบอสลงมาหาแบบนี้ จริงๆ งานไอ้มิลนี่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาเลยนะเขาแค่เช่าพื้นที่ตึกในเครือตระกูลมันใช้ทำมาหากินก็เท่านั้นค่าเช่าถูกจนน่าใจหาย ตอนนั้นบอกราคาให้แม่รู้แม่ยังหัวเราะพร้อมกับบอกราคาเพื่อนฝูงไง แต่ข้อตกลงของไอ้มิลคือให้มันเดินลงมาหาเมื่อไหร่ก็ได้ถ้ามันเบื่อหรือเหงาหรือต้องการเพื่อนเล่นเวลามันเครียด เออ อยากให้มันกลับไปคิดราคาแพงๆ แทน

พอเห็นว่าคงไม่ได้ทำงานต่อคินเลยบอกให้ทุกคนพักค่อยทำงานต่อตอนบ่ายแล้วกัน ส่วนไอ้มิลเห็นเล่นๆ ส่งสายตาหาน้องเขาแบบนั้นแต่พอน้องเขาจะถลามาหาไอ้นี่ก็ลากเขาวิ่งแถดๆ หนีน้องนางแบบแทบไม่ทันนี่ถ้าไม่ใช่เพื่อนรักตั้งแต่อนุบาลควบตำแหน่งเจ้าของตึกที่เช่าอยู่นี่จับหักคอไปแล้ว

วุ่นวายตั้งแต่เด็กยันแก่รำคาญ!



Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-07-2018 15:36:23 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
************************************


“สรุปมึงมีอะไรมิล”

“กูว่างเฉยๆ เลยมากินข้าวด้วยทุกทีกูยุ่งจะตายห่าวันๆ กูกินข้าวกับกองงานกองเอกสาร”

“เซ็นเอกสารสามสิบแฟ้มไม่เห็นจะยากอะไร”

“มึงลองมาเซ็นเองแล้วจะรู้ตะคริวกินที่มือมันเป็นยังไง”

คินหัวเราะเมื่อเห็นเพื่อนทำท่าซังกะตายเหมือนไปเจออะไรที่หนักหนาสาหัสพร้อมกับบอกว่าห้ามพูดเรื่องงานอีกนี่คือเวลาพักผ่อน จะว่าไปมันก็โคตรแตกต่างจากตอนเรียนยังกะคนละคนตอนเรียนเป็นนักศึกษาเย้วๆ ไปวันๆ พอเรียนจบทายาทธุรกิจอย่างรามิล ก็โดนจับใส่สูทสีดำผูกไทด์เข้ามาบริหารงานของครอบครัว ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์วุ่นวายจนน่าปวดหัวแต่คินก็เชื่อว่าเพื่อนที่อยู่ด้วยกันมาครึ่งชีวิตก็สามารถทำได้อยู่แล้ว ก็แค่บ่นไปตามเรื่องตามราว

คินรู้จักกับรามิลมาตั้งแต่อนุบาลก็นะ..ยอมรับเลยตามประสาลูกคนรวยมีอันจะกินรามิลเป็นลูกของเพื่อนแม่ ตอนเด็กๆ รู้จักกันเพราะพ่อกับแม่นัดเจอกันทุกเสาร์อาทิตย์เขาก็เลยวางแผน (กันเอง)ว่าลูกๆ ก็ควรจะสนิทกันจะได้พึ่งพากันได้ในอนาคตเลยตัวติดกันเป็นตังเมมาตั้งแต่สามขวบและนั่นคือที่มาของแกงค์ลูกเพื่อนแม่(อันนี้ก็คิดชื่อกลุ่มเอง)  เกาะกลุ่มกันมาตั้งแต่อนุบาลจนจบมหา’ลัยคิดว่าเลิกคบกันไปก็คงไม่มีใครอยากคบพวกเราแล้ว ยังดีที่ที่ยังมีแยกกันเรียนคนละคณะไม่งั้นเขาจะคิดว่าเราเป็นฝาแฝดกันสี่คน

รามิล หัวหน้ากลุ่มลูกเพื่อนแม่หน้าตาดีที่หล่อที่สุดเลือกเรียนบริหารและได้ตำแหน่งเดือนบริหารไปครองได้ไม่ยากคะแนนเฉียดฉิวกับไอ้เบน เบนจามินเมมเบอร์ของกลุ่มลูกเพื่อนแม่อีกคน สองคนนี้ตอนเรียนตัวติดกันยังกะฝาแฝดจนทุกคนเรียกแฝดบริหาร ส่วนสมาชิกอีกคนคือ

ทิม ที่เรียนออกแบบเครื่องประดับเพราะที่บ้านทำธุรกิจจิวเวอรี่ ชื่อจริงๆ มันน่ะชื่อ ทับทิม ยายมันเป็นคนตั้งให้ตอนเด็กๆ มันหน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนเด็กผู้หญิงชื่อทับทิมเลยไม่ค่อยแปลกเท่าไหร่ พอโตขึ้นรู้ว่าอะไรเป็นอะไร มันจะโกรธมากถ้าใครเรียกชื่อเต็มเคยล้อครั้งนึงร้องไห้จ้าวิ่งไปฟ้องแม่โดนแม่ด่าเรียงตัวยังจำได้ไม่ลืม 

แต่ไอ้รามิลเป็นนักศึกษาคณะบริหารที่ใช้ชีวิตอยู่ที่คณะนิเทศ วันๆ  หมกตัวอยู่ในสตูดิโอมากกว่าคินที่เรียนนิเทศซะอีก ทุกวันก็เอากล้องมาถ่ายรูปคนนู้นคนนี้ไปเรื่อยเปื่อยแต่มันเพิ่งค้นพบตัวเองว่าถ่ายรูปสวยก็ตอนส่งประกวดแล้วได้รางวัลที่หนึ่ง

ตอนนั้นทั้งกลุ่มคิดว่าไอ้มิลจะเปลี่ยนสายที่เรียนกะทันหัน แต่สุดท้ายมันก็บอกว่า ขอถ่ายรูปเวลาที่อยากถ่ายกับเวลาที่มีประกวดแข่งขันแล้วกันอยากเป็นผู้บริหารที่ถ่ายรูปได้ ดูเป็นคนหล่อที่เข้าใจยากแต่มันก็ทำอย่างที่บอก ทำมาตั้งแต่เรียนอยู่จนกระทั่งเรียนจบมา

ภาพถ่ายที่มีลายเซ็นว่า CUPID มักจะได้รางวัลจากงานประกวดแข่งขันถ่ายภาพอยู่เสมอ
แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่านั่นคือภาพที่ถ่ายโดย รามิล


“กูมีข่าวดีมาบอกมึงด้วยมิล”

คินเลื่อนโปสเตอร์ขนาดเอสี่มาอยู่ตรงหน้าเพื่อนรักก่อนที่รามิลจะหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดูใกล้ๆ ทันทีที่กวาดสายตาอ่านข้อความทั้งหมดก็ยิ้มออกมา

“นี่ช่างภาพมือหนึ่งของประเทศเราเลยคุณสมิทธิ์ กูโคตรชอบภาพที่เขาถ่ายคราวที่แล้วประมูลรูปเขามา กูแทบหมดตัว”

“กูถึงเอามาให้มึงไงงานประกวดภาพถ่ายงานนี้มึงไม่ควรพลาด”

“ตอนนี้กูโคตรยุ่งเพิ่งเคลียร์โปรเจคไปมาต่ออีกสามโปรเจค พี่เทพส่งงานให้กูเหมือนกูมีแปดร่าง”

“งานมันสิ้นปีเว้ยระหว่างนี้มึงก็ลองตัดสินใจดูมีเวลาอีกเยอะ หัวข้อประกวดน่าสนใจดี”

คินชี้ไปตรงหัวข้อที่ใช้ในการประกวดให้เพื่อนรักเห็นชัดๆ
 รามิลเองก็มองตามมือที่คินชี้ก่อนจะอ่านหัวข้อตามช้าๆ

อันตรายแต่สวยงาม..

ก็ถือว่ายากพอสมควรเป็นหัวข้อที่ใครก็ต่างตีความหมายไปคนละทิศละทางขนาดเขาตอนนี้ยังสมองโล่งนึกไม่ออกเลยว่ามันหมายถึงอะไรอ่านวนสามรอบก็ยังไม่มีไอเดียขึ้นมาในหัวเลยสักนิดเขายังไม่เห็นอะไรที่มันสวยและอันตรายไปพร้อมๆ กันทุกทียอมรับเลยว่าเวลาที่เห็นหัวข้อถ่ายรูปเขาจะมีไอเดียผุดขึ้นมาในหัวทันทีแต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกถึงคำว่า



ว่างเปล่า


“กูลุยคนเดียวเหรอวะงานนี้ มึงไม่เล่นด้วยเหรอวะคิน”

“บายว่ะ กูมีงานยาวถึงสิ้นปีหัวข้อกว้างด้วยกูขี้เกียจคิดให้มึงฉายเดี่ยวเลยครับคิวปิด”

“งานยากกูค่อยตัดสินใจแล้วกัน หมายถึงอะไรวะอันตรายแต่สวยงาม”

คินพยักหน้ารับหัวข้อปีนี้ของคุณสมิทธิ์งานหินจริงๆ เห็นเพื่อนที่อยู่ในวงการโอดครวญกันใหญ่  มิน่าล่ะถึงให้เวลาส่งประกวดยาวนานกว่าครั้งก่อนๆ หลังจากทานข้าวเสร็จรามิลก็ขอตัวไปเคลียร์งานต่อคินเองก็ต้องไปแก้งานของน้องน้ำผึ้งต่างคนเลยต่างแยกย้ายก่อนจะกลับรามิลก็ยังโผล่หน้าไปทักทายน้องน้ำผึ้งแต่ก็เหมือนเดิมพอน้องเขาจะเดินเข้ามาหาไอ้รามิลก็ชะแว๊บหายตัวไปเหมือนใช้ผ้าคลุมล่องหน

แล้วไงล่ะงานมาตกที่กูนี่น้องน้ำผึ้งเดือนห้าเกาะติดไม่ห่าง
อยากจะรู้เรื่องมันเต็มทนดีนะที่เขาฝึกวิทยายุทธ์มาอย่างดีเลยเอาตัวรอดได้ทัน



“นี่แฟ้มสุดท้ายแล้วค่ะคุณมิล ไม่เลิกช้าแน่นอนวันนี้ไม่มีประชุมและไม่มีนัดทานข้าวกับลูกค้า”

คุณพิมพ์ดาวเลขาแสนสวยเดาใจเจ้านายได้อย่างตรงใจรามิลหยุดเซ็นเอกสารแล้วยกนิ้วโป้งขึ้นมาพร้อมกับบอกว่ายอดเยี่ยมอยากมอบตำแหน่งเลขาแห่งชาติให้ พิมพ์ดาวเลยทำท่าอ่อนใจดีที่เขาเห็นคุณรามิลมาตั้งแต่เล็กๆ เลยไม่แปลกใจกับไอ้อาการขี้เล่นแบบนี้ พิมพ์ดาวนึกแล้วยังขำเธอทำงานกับเตชนะหิรัญมานาน เคยเป็นเลขาให้กับคุณ สร ปานอัปสรพี่สาวของคุณรามิลบางครั้งก็เคยไปทำงานกับคุณทัดเทพพี่ชายคนโต จนกระทั่งคุณรามิลเรียนจบเข้ามารับตำแหน่งคุณสรเลยให้เธอมาช่วยคุณรามิลเต็มตัว ยังจำวันที่คุณสรมอบหมายงานให้ได้อยู่เลย

“คุณดาวไปช่วยตามิลหน่อยค่ะ กลัวจะตายคากองเอกสารไปซะก่อนคุณดาวเหมือนแม่นมตามิลเลยนะคะ”

ฟังครั้งแรกยังกลั้นหัวเราะแทบตายแต่พิมพ์ดาวก็คิดว่าเธอก็ใกล้เคียงกับคำว่าแม่นมตามที่คุณสรบอก งานก็ช่วย ข้าวก็หาให้ทานแถมยังเคยสลับสับรางรถไฟให้กับผู้หญิงที่เข้ามาหาอีกต่างหากเลขาที่ไหนจะทำได้ขนาดนี้

“คุณมิลทำตัวเหมือนคนแต่งงานแล้วต้องรีบกลับบ้านให้ตรงเวลาเลิกงานช้าก็ไม่ได้”

“คุณดาวก็…เลิกงานเร็วผมก็จะได้ไปหาภรรยามาแต่งงานให้คุณดาวเลี้ยงลูกผมไงครับ จะได้เป็นเพื่อนเล่นกับน้องเดือน”

“ตายละ นี่ยัยเดือนก็เป็นเพื่อนลูกคุณเทพแล้วลูกคุณมิลตามไม่ทันหรอกค่ะ ไม่มีเป็นตัวเป็นตนสักทียังให้พี่รับมือกับคุณผู้หญิงทั้งหลายอยู่เลยโดยเฉพาะคุณวินดี้กรี๊ดใส่หูจนพี่จนปวดหัว”

รามิลหัวเราะเมื่อเลขาคนเก่งเอามือกุมขมับเมื่อเล่าเหตุการณ์ที่หนึ่งในบรรดาคู่ควงที่โทรเข้ามาที่บริษัทเพราะเขาไม่ยอมรับสาย แต่เจอฤทธิ์ของคุณพิมพ์ดาวไปสู้ไม่ได้เลยกรี๊ดใส่ เลขาเห็นเจ้านายหัวเราะก็แทบจะเอาแฟ้มฟาดใส่รามิลเลยหยิบขนมเค้กชื่อดังยื่นให้พร้อมกับบอกว่าฝากให้น้องเดือนลูกสาวเธอ พิมพ์ดาวเลยเอ่ยขอบคุณอย่างที่บอกเธอทำงานกับเตชนะหิรัญมานานเห็นคุณรามิลมาตั้งแต่เล็กๆ ถึงจะเจ้าชู้ ขี้เล่น จอมกะล่อน

แต่เวลาทำงานก็จริงจังและตัดสินใจเฉียบขาดฝีมือบริหารงานไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง และที่สำคัญคุณรามิลนึกถึงและใส่ใจคนรอบข้างเสมอ คนรักกันทั้งบริษัทขนาดเจ้าทองยามหน้าบริษัทยังยกให้เป็นเจ้านายในดวงใจเคยถามทองว่าเพราะอะไร ทันทีทีที่ทองเล่าให้ฟังเธอยังยิ้มตามด้วยความเอ็นดู

“โอ๊ยคุณดาว วันนั้นคุณมิลเลิกดึกเวรผมพอดีคุณเขาเดินลงมาจากตึก ผมก็นึกว่าพวกคุณๆ เขากลับไปหมดแล้วเลยสั่งส้มตำน้ำตกลาบมาเต็มอยู่ดีๆ คุณมิลก็โผล่มาร่วมวงบอกหิวแต่ไม่อยากกินข้าวกล่อง คุณดาวพวกผมนี่เหงื่อแตกเลยนะนึกว่าจะโดนไล่ออก แต่คุณมิลกลับบอกให้ผมสั่งไก่ย่างกับตำแตงมาเพิ่ม นั่งกินกันตรงป้อมยามเลย”


ทองบอกคุณมิลไม่ถือตัวแถมยังบอกว่าถ้ามีปาร์ตี้อาหารอีสานแซ่บๆ ให้เรียกเขาด้วยจะมาร่วมวง คำสัญญาเป็นข้าวเหนียวหนึ่งก้อน พอฟังจบเธอยอมรับว่าทองโดนคุณรามิลซื้อใจไปเต็มๆ แต่ไม่แปลกใจเท่าไหร่คุณมิลเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วเป็นตัวของตัวเองไม่เคยเปลี่ยน เธอเองก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าใครกันที่จะมาอยู่เคียงข้างเจ้านายคนเล็กของเธอ

รามิล  เตชนะหิรัญ


************************************


รามิลยกมือรับไหว้พนักงานที่เดินสวนลงมาจากตึกแน่นอนว่าเขามีความคิดที่แน่วแน่ว่าจะไม่ทำงานหลังหกโมงเย็น นอกจากจะมีงานที่จำเป็นจริงๆ เขาถือคติคนเราต้องทำงานและต้องมีเวลาส่วนตัวด้วยไม่งั้นประสาทแดกแน่นอนถ้าจะต้องมานั่งเซ็นเอกสาร24ชั่วโมง จังหวะที่กำลังจะเปิดประตูรถเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นพร้อมกับชื่อที่โชว์หราทำให้มิลต้องกดรับ

BEN (ลูกเพื่อนแม่)


“สวัสดี รามิลหัวหน้าแกงค์ลูกเพื่อนแม่”

“ทักกูแบบนี้มึงจะต้องมีเรื่องให้กูทำแน่นอน”

“รู้ใจยังกับเมียหลวง”

“มีอะไรให้รับใช้คะสามี หรือจะให้กูไปเป็นพระเอกเอ็มวีนักร้องค่ายมึง”

“กูไม่มีเงินจ้างมึงหรอกครับคุณชายรามิล เออ..มึงเลิกงานยังวะ”

“เลิกแล้วสิวะกูไม่มีนโยบายทำงานถวายหัว”

“มึงคือวันนี้กูมีนัดกับแฟนกู”

“เจนนี่อ่ะนะ”

“จีจี้โว้ย เจนนี่นี่กูเลิกไปเป็นชาติแล้วอัพเดทชีวิตเพื่อนฝูงบ้างวันนี้กูนัดไว้แต่งานแม่งไม่เสร็จ มีโปรเจคใหม่กูรอนักแต่งเพลงในตำนานมาหาอยู่ มึงเอ๊ย..พ่อมอบโปรเจคยิ่งใหญ่ให้กูทำ”

“ไอ้เบนมึงค่อยระบายชีวิตมึงทีหลังเอาสิ่งที่กูต้องทำมาก่อน”

“กูสั่งดอกไม้ไว้มึงไปเอาให้กูหน่อย”

“อะไรของมึงทำไมไม่ให้ที่ร้านไปส่งวะ”

“กูโทรไปแล้วเขาบอกวันนี้คนส่งดอกไม้เหลืออยู่คนเดียว ไม่ว่างมาส่งให้กูให้กูรอก่อนแต่กูรอไม่ได้เดี๋ยวน้องจีจี้งอนกู มึงว่างอยู่ช่วยกูหน่อย ไอ้คินก็ติดงาน ไอ้ทิมก็อยู่เยอรมัน จะให้ลูกน้องไปเอาให้เขาก็ติดแง็กอยู่กับกูเนี่ย”

“พรรณนาโวหารยาวมากใจความสำคัญคือกลัวแฟนงอนอ่อนว่ะ! เออ ดอกไม้ที่ไหนวะบอกชื่อร้านกับแชร์โลมา”

“ร้านชื่อ SECRET GARDEN บอกชื่อกูได้เลย”

“ชื่อร้านดอกไม้แน่เหรอวะฟังดูแปลกๆ เออ เดี๋ยวกูไปเอาให้แล้วกันรอไอ้ทิมกลับมาแล้วนัดกันเว้ย วันนี้กูกินข้าวกับไอ้คินคิดถึงพวกมึงโคตรๆ อาหารอร่อยขึ้นมาทันทีเมื่อกินกับเพื่อนสนิท”

“เหมือนมึงเหงามากฟังแล้วน่าสงสารทั้งๆ ที่กลุ่มลูกเพื่อนแม่เราเจอกันแทบทุกวันบ้านห่างกันสองซอย”

“กูเล่นใหญ่ไปงั้น”

“รำคาญมึงอย่าลืมภารกิจกู”

“ดอกไม้เจนนี่”

“จีจี้โว้ย!!!!”

สรุปวันนี้เลิกงานเร็วเพื่ออะไรวะแผนล่มไม่เป็นท่าว่าจะเข้าฟิตเนตฟิตหุ่นสักหน่อยก็ต้องเลื่อน รามิลเลยกดเข้าแอพพลิเคชั่นแล้วพิมพ์ชื่อร้านดอกไม้ที่เพื่อนให้มาลงไปยังดีที่ไม่ไกลจากบริษัทเขาสักเท่าไหร่แต่อาจจะรถติดเล็กน้อยเพราะนี่เป็นเวลาเลิกงาน  พอเห็นจุดหมายปลายทางรถสีดำก็พุ่งทะยานออกไป




SECRET GARDEN
มาถึงเร็วกว่าที่คิด


รามิลจอดรถตรงลานกว้างข้างๆ ร้านดอกไม้ SECRET GARDEN เป็นร้านดอกไม้ที่ไม่ใหญ่มากแต่พื้นที่ด้านหลังดูกว้างพอสมควร อาจจะปลูกดอกไม้เองด้วยมั้งรามิลไม่เคยมาที่ร้านดอกไม้เองนับเป็นครั้งแรกเลยด้วยซ้ำ ปกติถ้าจะให้ดอกไม้ผู้หญิงสักคนเขาก็แค่โทรไปสั่งดอกไม้แล้วก็ให้ที่ร้านส่งให้ ไม่เคยต้องมาด้วยตัวเองแบบนี้

เงียบ..


ทันทีที่รามิลเปิดประตูเข้าไปในร้านแต่ทั้งร้านกลับเงียบกริบเหมือนไม่มีใครอยู่ ร่างสูงเลยเดินดูดอกไม้รอบๆ ร้านแปลกตาดีเขาเองก็ไม่เคยเห็นดอกไม้นานาชนิดขนาดนี้มาก่อน รูปถ่ายโพลาลอยด์ที่ติดไว้ตรงกระดานทำให้รามิลสนใจ มันก็เป็นรูปดอกไม้ในร้านไม่ก็เป็นรูปลูกค้า แล้วก็ผู้ชายคนนึงซึ่งไม่แน่ใจว่าใช่เจ้าของร้านรึเปล่าเพราะรามิลเองคิดว่าเจ้าของร้านดอกไม้น่าจะเป็นผู้หญิงมากกว่า

“สวัสดีครับ ผมมารับดอกไม้ที่สั่งไว้”

เงียบ…

“สวัสดีครับ มีใครอยู่ไหมครับ”

เงียบ…

“เอ่อ..สวัสดีครับ”

เงียบ…


เอาไงดีวะไอ้เบนก็ส่งไลน์มาเร่งยิกๆ แต่ในร้านก็ไร้วี่แววสิ่งมีชีวิต รามิลเดินไปเดินมาอยู่ในร้านพลางชะเง้อเข้าไปด้านในก็ยังไม่เห็นว่าจะมีใครโผล่หน้าออกมา สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินไปเข้าไปตรงด้านหลังรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นว่ามันเป็นทางเดินโล่งๆ เหมือนเชื่อมต่อไปที่ไหนสักแห่ง รามิลรู้ดีว่ามันเสียมารยาทที่เขาถือวิสาสะเดินเข้ามาในนี้ แต่เขาเองก็บอกไม่ถูกว่าทำไมความรู้สึกมันถึงบอกให้เขาเดินเข้ามา

โรงเรือนขนาดใหญ่ตรงหน้ามองจากตรงนี้มันเห็นไม่ค่อยชัดว่าข้างในโรงเรือนเป็นต้นไม้แบบไหนพอมองซ้ายมองขวาเลยตัดสินใจเดินเข้ามาใกล้ๆ  ม่านพลาสติกที่เหมือนประตูทำให้รามิลยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ความคิดตีกันในหัวจนยุ่งเหยิงเหมือนมีฝั่งเดวิลกับเทวดาความดีมันบอกว่าเขาควรจะหันหลังกลับไปรอตรงร้านดอกไม้ตามเดิมเดินเข้ามาแบบนี้มันเสียมารยาท ส่วนความชั่วก็บอกให้เขาลุยต่อไหนๆ ก็เดินเข้ามาถึงขนาดนี้แล้ว เหมือนสองฝั่งทะเลาะกันไปมาจนสุดท้ายเดวิลก็ชนะ เอาวะ!

ร่างสูงค่อยๆ เอื้อมมือแหวกม่านพลาสติกที่กั้นอยู่ก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าเข้าไปข้างใน ทันทีที่เห็นว่าภายในโรงเรือนคืออะไรรามิลก็หยุดนิ่งก่อนที่จะกวาดสายตามองไปรอบๆ

ต้นกระบองเพชร

ใช่..ทั้งโรงเรือนคือแคคตัสหรือต้นกระบองเพชรนับร้อยๆ ต้นวางเรียงรายอยู่ ทุกต้นมีลักษณะเฉพาะในแบบของตนเอง บางต้นรามิลก็เคยเห็นตามร้านขายดอกไม้ทั่วไป แต่บางต้นเป็นพันธุ์ที่รามิลเองไม่เคยเห็นมาก่อน บางต้นมีหนามแหลม บางต้นออกดอกสีสันแปลกตา รามิลยอมรับว่าเขาไม่เคยสนใจต้นไม้ใบหญ้าเลยสักนิด ชื่อต้นไม้ดอกไม้อะไรเขาไม่เคยรู้ เรียกว่ามันเป็นสิ่งที่อยู่ห่างไกลจากตัวเขาพอสมควร

รามิลค่อยๆ ก้าวเท้าพร้อมกับมองต้นกระบองเพชรที่วางอยู่ทีละต้น  น่าแปลกแทนที่เขาจะออกไปจากที่นี่แต่ทุกความรู้สึกกลับบอกให้เขาอยู่ต่อ  รามิลมองไปยังต้นกระบองเพชรต้นหนึ่งมันมีหนามแหลมจนน่ากลัวเดาได้เลยว่าถ้าเผลอเอามือไปจิ้มจะต้องมีเลือดซิบกันบ้างแต่ถึงจะดูอันตรายอย่างนั้นทั้งลำต้นและหนามแหลมคมก็ยังคงดูสวยงาม

เฮ้ย!

ใช่!

ใช่แล้ว!

รามิลรู้แล้วว่าเขากำลังนึกถึงอะไร


อันตรายแต่สวยงาม..


หัวข้อในการประกวดถ่ายรูปในปีนี้!

รามิลมองไปรอบๆ ต้นกระบองเพชรที่วางอยู่ มันเป็นสิ่งที่เขาไม่ได้นึกถึงมาก่อนเป็นสิ่งที่ไม่เคยอยู่ในหัวเลยสักนิดและไม่รู้ด้วยว่าอะไรที่ทำให้เขาได้มาพบกับเจ้ากระบองเพชรพวกนี้แต่รามิลเชื่อตัวเองว่าเขาไม่เคยคิดผิด เขามั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์และเขารู้แล้วว่าเขาจะส่งรูปอะไรในการประกวดภาพถ่ายครั้งนี้

อันตรายแต่สวยงาม
เหมือนต้นกระบองเพชร





แผ่นหลังกว้างที่อยู่ตรงหน้าทำให้คนที่เดินเข้ามาใหม่หยุดนิ่งอยู่กับที่และเหมือนผู้ชายตัวสูงใหญ่จะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีใครที่เดินเข้ามา ท่าทางเหมือนตกอยู่ในมนต์สะกดไม่สนใจสิ่งรอบข้างทำให้ต้องตัดสินใจเอ่ยทักออกไป


“ขอโทษนะครับที่นี่ไม่อนุญาตให้คนภายนอกเข้ามา”







SECRET GARDEN
#ความลับของต้นไม้


TO BE CONTINUED





talk:
เปิดเรื่องใหม่แฮ่..

จริงๆ เรื่องนี้ตั้งใจให้เป็นซีรีส์แกงค์ลูกเพื่อนแม่สี่คนสี่เรื่องถ้าขยันและสามารถพอ 555
เรื่องนี้ไม่มีดราม่าใสใสไม่มีดราม่าอ่านเพื่อความอารมณ์เฮฮาปาจิงโกะ ฝาก #ความลับของต้นไม้ ด้วยนะคะ โค้งงงง

ความลับ..
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-08-2018 15:40:12 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ winndy

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3
ติดตามค่ะ

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
ติดตามจ้ะ

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1089
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
ติดตาม

ออฟไลน์ Al2iskiren

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1789
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-3
ติดตามค่า

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
SECRET GARDEN
คือความลับในใจฉัน..

CH1 :  CACTUS


“เหมือนกูไหว้วานผิดคน แค่ให้มาเอาดอกไม้ทำไมมึงก่อเรื่อง”

“…………………………………………………………”

“ดอกไม้ก็ไม่ได้ จีจี้ก็งอน กูต้องทิ้งงานกลางคัน เข้ามุมหันหน้าเข้ากำแพงไปสำนึกผิดเลยมึงอ่ะ รามิล”

“…………………………………………………………”

ไอ้เบนบ่นเป็นหมีกินผึ้งแล้วบรรยากาศตอนนี้นี่มันอะไรวะ เขาเหมือนนักโทษทำความผิดร้ายแรงเลยเนี่ยนี่นั่งอยู่บนเก้าอี้กลางร้านรายล้อมไปด้วยคนสามคนที่ยืนกอดอกจ้องหน้าอยู่คนแรกคือคนที่ให้เขาเข้ามุมสำนักผิดไอ้เบนแกงค์ลูกเพื่อนแม่ที่เติบโตมาด้วยกัน ด้านซ้ายคือเพื่อนที่ทำงานของได้เบนชื่อเจท่าทางจะรีบมากหอบมาทั้งแฟ้มเอกสารปากกายังทัดไว้ที่หูส่วนผู้ชายที่ยืนอยู่ทางด้านขวามือคือ

คุณต้นไม้..

ไม่ได้หมายถึงต้นไม้ที่เป็นต้นๆ แต่เป็นชื่อเจ้าของร้านดอกไม้ SECRET GARDEN
สรุปเจ้าของร้านเป็นผู้ชายไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่คิดไว้

“มีอะไรจะแก้ตัวไหม ไอ้มิล”

“ผมยังยืนยันคำเดิมว่าผมอยากถ่ายรูปต้นกระบองเพชรของคุณต้นไม้”


ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้


“ขอโทษนะครับที่นี่ไม่อนุญาตให้คนภายนอกเข้ามา”

ทันทีที่จบประโยครามิลที่ตกอยู่ในภวังค์เริ่มรู้สึกตัว  เลยหันกลับไปมองด้านหลังผู้ชายผิวขาวตัวผอมความสูงน่าจะสักประมาณร้อยเจ็ดสิบห้าเจ็ดสิบหกผมสีน้ำตาลยาวปรกหน้าเป็นหน้าม้าบางๆ บนตัวมีผ้ากั้นเปื้อนที่เป็นสัญลักษณ์ของร้านดอกไม้สวมใส่อยู่

เด็กในร้าน? หรือว่า เจ้าของร้าน?

“ต้องขอโทษด้วยนะครับ คือผมเห็นว่าไม่มีใครอยู่หน้าร้านเลยเดินเข้ามาเรื่อยๆ ”

“มารับดอกไม้เหรอครับ”

“ใช่ครับ ผมสั่งดอกไม้ไว้ชื่อเบนจามิน”

คนตรงหน้าทำหน้าเหมือนไม่เชื่อเลยต้องรีบบอกว่าลูกค้าที่ชื่อเบนจามินให้มารับแทน คงจะรู้จักไอ้เบนแน่ๆ ถึงได้ทำหน้าแบบนั้นพอเจ้าตัวร้อง อ้อ..ก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อยกลัวจะคิดว่าเขาเป็นขโมยขะโจนที่ไหน พอเห็นว่าเขาเงียบไปผู้ชายที่ใส่ผ้ากั้นเปื้อนก็บอกให้เขาไปรอตรงหน้าร้านจะดีกว่าที่ตรงนี้เป็นที่ส่วนบุคคล รามิลมองไปรอบๆ ต้นกระบองเพชรที่วางเรียงรายกันอยู่เขาจะไม่ยอมปล่อยให้มันผ่านไป เขาเจอสิ่งที่อยากถ่ายแล้ว เขาจะปล่อยให้มันหลุดมือไปไม่ได้

“ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าคุณเป็น..”

“ผมเป็นเจ้าของร้านดอกไม้ SECRET GARDEN ผมชื่อพฤกษาเรียกผมว่าต้นไม้ก็ได้ครับ”

“คือผมมีเรื่องจะรบกวนหน่อย”

“ครับ?”

“ผมอยากขอถ่ายรูปต้นกระบองเพชรของคุณ คือผมอยากได้ต้นกระบองเพชรไปถ่ายรูปส่งประกวดภาพถ่ายผมจะอธิบายยังไงดี เอาเป็นว่าผมอยากจะซื้อต้นกระบองเพชรของคุณ”

“คุณจะถ่ายรูปต้นกระบองเพชรของผมส่งประกวดภาพถ่าย”

“อ่า…ใช่ครับ”

“มันสวยเหรอครับ”

“มันตรงตามหัวข้อที่เขากำหนดไว้ที่สุดแล้วครับ”

“คุณอยากได้ต้นกระบองเพชรไปถ่ายรูปเฉยๆ”

“ประมาณนั้นครับ”

“ถ้าผมขายต้นกระบองเพชรให้คุณพอคุณถ่ายรูปเสร็จแล้วพวกกระบองเพชรคุณจะทำยังไงต่อเหรอครับ”

ทำไมอยู่ดีๆ บรรยากาศมันเย็นยะเยือกขนาดนี้วะ..ความรู้สึกเหมือนกำลังเจรจาธุรกิจร้อยล้านอยู่ทั้งๆ ที่คุยกันเรื่องต้นไม้ใบหญ้าเท่านั้น คุณต้นไม้เจ้าของร้านไม่ได้ทำท่าดุหรือทำหน้าไม่พอใจเขาเลยสักนิดแถมยังยิ้มอยู่ด้วยโอเคยิ้มสวยอยู่หรอก..แต่เขารู้สึกเกรงอกเกรงใจไม่กล้าตอบคำถามของคุณต้นไม้เลยสักนิดเขาไม่ได้คิดอะไรต่อทั้งนั้นแหละ เขาแค่อยากจะถ่ายรูปต้นกระบองเพชรเพียงเท่านั้นไม่ได้คิดจะปลูกหรือมานั่งดูแลประคบประหงมอะไร

“ก็..”

“ผมไม่ขายต้นกระบองเพชรให้คุณ ต้องขอโทษด้วยนะครับ”


เออ…


“เฮ้ย เดี๋ยวคุณไม้ผมว่าเรามาคุยกันก่อน”

“ผมยังยืนยันคำเดิมว่าผมไม่ขาย”

“งั้นผมขอแค่ถ่ายรูปได้ไหม แบบเช่ามาถ่ายอะไรแบบนั้น”

“ไม่อนุญาตครับ”

“คุณไม้ เรามาคุยกันสักนิดคุณไม่ต้องห่วงเรื่องค่าเช่าผมรับรองว่าผมไม่เอาเปรียบคุณแน่นอน คุณเรียกราคามาได้เลย”

“ผมว่าคุณเบนจามินรอดอกไม้นานแล้วนะครับ”

รามิลมองเจ้าของร้านดอกไม้ที่ใจเข็งยังกะหินพูดเท่าไหร่ตื้อเท่าไหร่ก็ไม่สนใจเขาเลย แถมยังหยิบดอกไมช่อบะเร่อบะร่าของไอ้เบนออกมาวางตรงเคาน์เตอร์ คุณต้นไม้จะเล่นแบบนี้ใช่ไหมได้..นี่เขารามิลนะเขาไม่มีทางที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆ หรอกรามิลลากเก้าอี้มาตรงหน้าเคาน์เตอร์แล้วนั่งอยู่อย่างนั้นไม่ลุกไปไหน จนเจ้าของร้านต้องหยุดจัดดอกไม้แล้วหันมามองหน้ากันตรงๆ รามิลโน้มตัวพาดไปกับเคาน์เตอร์ก่อนจะบอก

“ถ้าคุณไม่ยอมขายต้นกระบองเพชรให้ผมผมก็จะไม่ไปไหนดอกไม้ไอ้เบนก็เอาไว้ที่นี่แหละ ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น!”



กลับมาปัจจุบัน


“เมื่อไหร่มึงจะกลับบ้านคุณไม้เขาจะปิดร้านแล้ว”

“บอกคุณไม้ยอมใจอ่อนให้กูสิ”

“มึง ที่เขาขายต้นกระบองเพชรมีอีกเป็นล้านแห่งเลยถ้ามึงจะเอา คุณไม้เขาก็คงมีเหตุผลมึงเข้าใจเขาด้วย”

“ไม่ ต้องที่นี่เท่านั้นกูมั่นใจว่าต้องที่นี่เท่านั้น”

ปวดหัวเว้ย! เบนจามินเส้นประสาทในสมองจะแตกแล้วโตจนจะสามสิบแต่ยังมาเคลียร์เรื่องต้นกระบองเพชรอะไรไม่รู้ให้ไอ้รามิล ตอนที่คุณไม้โทรมาบอกให้มาพาตัวเพื่อนกลับนี่ใจตกไปตาตุ่มนึกว่าเกิดเรื่องอะไรร้ายแรงแต่พอมาถึงและทราบที่มาที่ไปนี่ถึงกับกุมขมับ  สงสารคุณเจ้าของร้านที่ต้องมาเจอเรื่องปัญญาอ่อนแบบนี้ ดีที่คุณไม้ไม่ได้โวยวายหรือทำท่ารำคาญแค่นั่งห้อยขามองไอ้มิลนิ่งๆ มีแวบนึงที่เห็นคุณไม้ยิ้มขำๆ เออคงตลกท่าทางเหมือนเด็กแปดขวบของไอ้มิลมัน  เบนเองไม่ได้รู้จักคุณไม้เป็นการส่วนตัวแค่สั่งดอกไม้ร้านนี้บ่อยเพราะไอ้เจที่ทำงานด้วยกันเป็นคนแนะนำ พอเห็นว่าจัดสวยถูกใจเลยใช้บริการเรื่อยมาแต่สงสัยจะแตกหักเพราะไอ้เพื่อนเฮงซวยคนเดียว

“ผมต้องปิดร้านแล้วนะครับ”

“คุณไม้ ขายต้นกระบองเพชรให้ผมเถอะครับ”

“ไม่ครับ ผมยังยืนยันคำเดิม”

ไอ้มิลพุ่งเข้าหาคุณไม้ซะจนคุณไม้แทบจะหงายหลังตกเก้าอี้ เบนจามินถอนหายใจรอบที่สามสิบตั้งแต่เจอเหตุการณ์นี้มา  ท่าทางไอ้มิลจะหมดแรงสู้ถึงได้ยกมือสองข้างยอมแพ้พยักหน้าอย่างเข้าใจ เบนเลยโล่งใจไปด้วยนึกว่าจะจบแบบเจ็บเนื้อเจ็บตัวหรือไม่ก็คุณไม้โทรเรียกตำรวจมาจัดการให้มาลากคอไอ้มิลออกจากร้าน ดีที่มันยังรู้จักเกรงอกเกรงใจเป็นกะเขาบ้าง เบนจามินกับเจเลยเอ่ยลาและขอโทษที่วันนี้ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวาย รามิลเลยเดินตามเบนมาที่หน้าประตูร้าน จังหวะที่กำลังดึงประตูเข้ามาปิดกลับมีมือแทรกเข้ามาพร้อมกับใบหน้าของรามิลที่โผล่เข้ามาอีกรอบ

“เดี๋ยวผมจะมาใหม่เตรียมตัวเจอหน้าผมทุกวันได้เลย คุณต้นไม้”

เจ้าของร้านดอกไม้ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นก่อนจะชะโงกหน้าไปมองคนที่โดนเพื่อนลากตัวออกไป ต้นไม้ก้มหัวให้คุณเบนจามินที่เอ่ยขอโทษแทนเพื่อนเสียงดังลั่น ไม้รอจนคุณนักธุรกิจทั้งสองคนขับรถออกไปแล้วถึงได้กลับมาปิดร้านตามเดิม เสียงไลน์ที่ดังขึ้นต้นไม้เลยเดินมาตรงเคาน์เตอร์แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดข้อความ

ต้นไม้ยิ้มกับข้อความที่ได้รับก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไป

TREE : วุ่นวายดี


************************************


“ทำไมลูกชายคนเล็กของคุณแม่ที่เลิกงานเร็วกกว่าคนอื่นถึงได้กลับบ้านช้ากว่าคนอื่นคะ”

เสียงที่ดังขึ้นมาทำให้รามิลหยุดชะงักแล้วหมุนตัวเปลี่ยนเป้าหมายมาที่ห้องนั่งเล่นแทน ภาพที่เห็นคือคุณแม่ที่ตอนนี้กำลังเอาพวกแจกันเก่าๆ มาปัดกวาดเช็ดถูตามประสาคนที่ละมือจากธุรกิจ หลังจากที่คุณพ่อเขาเสียไปด้วยโรคประจำตัวเมื่อสองปีก่อนคุณแม่ของเขาก็เลยอำลาทุกตำแหน่งในบริษัทแล้วรับตำแหน่งแม่บ้านอย่างเต็มตัว

“ทำไมยังไม่นอนล่ะครับ ดึกแล้ว”

“แม่ยังไม่ง่วงก็หาอะไรทำไปเรื่อยเราเถอะตามิลไปไหนมาค่ำมืดดึกดื่น”

“ธุระนิดหน่อยครับการเจรจาไม่เป็นผล”

“ลูกค้าเรื่องมากเหรอคะ”

“ลูกค้าใจแข็งมากครับ”

รามิลทำหน้าอ้อนก่อนจะค่อยๆ ย้ายตัวลงมานอนหนุนตักคนเป็นแม่เหมือนตอนเด็กๆ คุณใบบัวเห็นเจ้าลูกชายที่ตัวโตเป็นหมีแต่ก็ยังทำท่าเหมือนเด็กสามสี่ขวบก็อดที่จะตีลงบนก้นเบาๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว

“แม่ครับ คนที่เขาชอบต้นไม้นี่เขาจะชอบอะไรครับ”

“แม่ว่าเรามึนๆ นะตามิลก็ลูกเพิ่งบอกว่าเขาชอบต้นไม้”

“หมายถึง คนที่เขาชอบต้นไม้ดอกไม้แบบนี้เขาจะชอบอะไรอย่างอื่นไหมครับ”

“นี่เราไปจีบสาวร้านดอกไม้เหรอคะ”

“เรียกว่าความสัมพันธ์ในทางธุรกิจมากกว่าครับ”

“แม่ก็เลยวัยแบบนี้มานานแล้ว แต่ถ้าลูกจะจีบคนที่ชอบต้นไม้ดอกไม้แม่ว่าลูกก็ต้องชอบต้นไม้ดอกไม้ด้วย”

“แม่ผมไม่ได้จะจีบเขา”

“ประโยคเราเหมือนจะไปจีบเขามากกว่าจะไปเจรจาธุรกิจ”

“ไม่ได้จีบแน่นอน แต่แม่ครับพรุ่งนี้ผมขอกล้วยไม้ของพ่อต้นนึงได้ไหม”


SECRET GARDEN


กล้วยไม้ดอกสีส้มนี่มันอะไรกัน..

ต้นไม้ยืนกอดอกมองกล้วยไม้สีสวยที่อยู่ในกระถางกระเบื้องลายครามที่เดาว่าราคาน่าจะแพงจนไม่กล้าจะแตะ แถมไอ้คนที่เอามานี่ยืนยิ้มแฉ่งในชุดทำงานเต็มยศดูเป็นนักธุรกิจที่ว่างดีเห็นคนอื่นนี่ประชุมกันจนหัวหมุน

“ดอกกล้วยไม้นี่..”

“ผมเอามาฝากครับคุณไม้”

“เอามาฝากผม?”

“ครับ”

“เอาดอกไม้มาฝากผมที่เป็นเจ้าของร้านดอกไม้”

“………………………………………………………………..”

ต้นไม้อยากจะหัวเราะให้ตายเขาจะอยากได้ดอกไม้ไปทำไมกันในร้านเขานี่ดอกไม้ต้นไม้เป็นร้อยๆ ชนิดหรือถ้าอยากได้แบบไหนเขาก็โทรหาไร่ดอกไม้เองก็ได้นักธุรกิจตรงหน้าทำท่าคิดตามก่อนจะพูดเบาๆ ว่าเออว่ะ..แต่ท่าทางจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ มีการอ้อนวอนขอซื้อกระบองเพชรเขาไม่เลิกสี่สิบล้านกลยุทธ์ในการเจรจาถูกงัดมาใช้หมดและแน่นอน

“ไม่ครับ ผมยังยืนยันคำเดิมผมไม่ขายต้นกระบองเพชรให้คุณ”


วันที่หนึ่งไม่ได้ผล…



“สาวเขาไม่ชอบดอกกล้วยไม้ของคุณพ่อเหรอคะ”

คุณแม่ใบบัวคนเดิมตะโกนถามมาจากห้องครัวหลังจากที่เห็นเจ้าลูกชายกลับบ้านมาด้วยสภาพหงอยเหมือนคนหมดแรงแถมในมือยังอุ้มดอกกล้วยไม้กระถางเดิมกับที่อุ้มออกไปตอนเช้า รามิลวางกล้วยไม้ดอกสีส้มไว้บนโต๊ะแล้วชะโงกหน้ามาดูว่าคุณแม่กับแม่ครัวกำลังทำอะไรเพราะเห็นเดินกันให้วุ่น

“ตาเทพกับหลานๆอยากกินขนมไทย แม่ก็เลยเข้าครัวซะเลย”

รามิลมองบรรดาขนมไทยสารพัดชนิดที่วางเรียงรายอยู่ตรงหน้าเชื่อได้เลยว่าเจ้าหลานฝาแฝดลูกพี่เทพบ่นอยากกินแต่คงไม่ได้มากมายขนาดนี้แน่นอนว่าสำหรับหลานสุดที่รักแล้วคุณนายใบบัวไม่เคยขัดนี่อาจจะไปเปิดตำราชาววังมาค้นสูตรทำเลยก็ได้ รามิลมองคุณแม่บ้านที่จัดวางขนมใส่กล่องแล้วนึกขึ้นได้

“พรุ่งนี้ขอผมกล่องนึงนะครับ”


SECRET GARDEN


บรรดาขนมไทยนี่มันอะไรกัน

ต้นไม้มองกล่องขนมแล้วกะพริบตาปริบๆ และแน่นอนว่าคนเดิมเวลาเดิมนักธุรกิจคนเดิมคุณรามิล เตชนะหิรัญที่ยืนยิ้มอยู่หน้าเคาน์เตอร์ประโยคที่พูดซ้ำๆ เหมือนกดอัดเสียงไว้ก็เริ่มเล่นและแน่นอน

“ผมยังยืนยันคำเดิมผมไม่ขายต้นกระบองเพชรให้คุณ และผมขอบคุณสำหรับขนมนะครับ”

วันที่สองก็ยังไม่ได้ผล

ต้นไม้มองแผ่นหลังที่เดินออกจากร้านไปแล้วก่อนจะหยิบโทรศัพท์ถ่ายรูปกล่องขนมแล้วกดส่ง คุณรามิลไม่ได้เอากลับไปบอกว่าคุณแม่เป็นคนทำเองเลยอยากให้เขาชิม ต้นไม้เองก็เอ่ยขอบคุณแล้วก็ไม่รู้นะว่าพรุ่งนี้เขาจะเจอกับอะไรอีก


วันที่สาม

“คุณต้นไม้วันนี้ผมเอาอาหารฝรั่งเศสมาฝากจากเชฟโรงแรมห้าดาวมาฝากคุณด้วยนะครับ”

“คุณรามิลครับ ผมไม่ขายต้นกระบองเพชรให้คุณและคุณไม่ต้องซื้ออะไรมาให้ผมแล้ว”


วันที่สามก็ยังไม่ได้ผล



วันที่สี่

“คุณไม้ไปกินเหล้ากันไหมครับ !”

“…………………………………………………”


วันที่สี่ก็ยังไม่ได้ผล



“รามิลลูกเพื่อนแม่มึงไปจีบใครที่ร้านดอกไม้วะแม่มึงมาบอกแม่กูว่ามึงหอบหิ้วสารพัดอย่างไปฝากเขา”

คินเดินเข้ามาหาคนที่นั่งจิบเบียร์อยู่ตรงโต๊ะในร้านประจำ ทันทีที่ได้ฟังรามิลถึงกับกระดกเบียร์ในมือจนหมดแก้วแล้วเอนศีรษะพิงไปกับโซฟาท่าทางหมดอาลัยตายอยากของเพื่อนในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนทำเอาคินขมวดคิ้วนี่ต้องสั่งเบียร์เพิ่มเพื่อมาปลอบใจ

“มึงจำที่ไอ้เบนเล่าใฟ้ฟังเมื่ออาทิตย์ที่แล้วได้ป่ะวะ”

“ที่มึงไปงอแงที่ร้านขายดอกไม้ต้นไม้อะไรสักที่สรุปมึงไปจีบเขา? ไหนไอ้เบนบอกเจ้าของร้านเป็นผู้ชาย”

“ไม่ได้จีบกูจะขอซื้อต้นไม้เขาแต่เขาไม่ขาย”

ยิ่งฟังคินก็ยิ่งทำหน้า งง มากกว่าเดิมรามิลเลยต้องเล่าเรื่องให้เพื่อนฟังอีกรอบมีการย้ำรอบที่สิบล้านว่า ต้นกระบองเพชรที่ร้าน SECRET GARDEN สวยมากทุกอย่างมันตรงตามคอนเสปสำหรับการถ่ายรูปส่งประกวด คินถามอีกรอบว่าถ้าจะถ่ายต้นกระบองเพชรที่อื่นก็น่าจะมีเหมือนกันอาจจะสวยกว่าที่นี่ด้วยซ้ำ แต่รามิลส่ายหน้าไปมาพร้อมกับบอกว่าต้องที่นี่เท่านั้น


“กูรู้ว่ามึงดื้อมาตั้งแต่เด็กไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ แต่กูกลัวว่าเจ้าของร้านจะแจ้งตำรวจมาจับมึงสักวันข้อหาคุกคาม”

“กูไม่ได้ไปแต๊ะอั๋งเขาสักหน่อย”

“มึงโผล่ไปร้านเขาทุกวันแบบนี้ก็ใกล้เคียงพวกโรคจิตแล้ว เออ..มีคนจะอยากจะสั่งสอนมึงด้วย”

รามิลขยับตัวมานั่งเท้าคางรอเมื่อคินยกโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาแล้วกดวีดีโอคอลหาใครสักคนแค่เพียงไม่นานภาพที่ปรากฏขึ้นมาบนจอโทรศัพท์ทำให้รามิลหลุดขำ คนตัวเล็กตาโตๆ ที่ตอนนี้กำลังทำหน้าบึ้งตึงอยู่ตรงหน้าคือสมาชิกแกงค์ลูกเพื่อนแม่อีกคน

ทิม นพจินดา

“ไอ้เบนรายงานให้มึงฟังแล้วใช่ไหมทิมถึงอยากคุยกับกู”

“งี่เง่า!”

“โห..นี่กูโดนคนที่ได้ตำแหน่งงี่เง่าที่สุดในกลุ่มด่าว่างี่เง่าจะร้องไห้แล้วเนี่ย”

“มึงไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลยไอ้มิล ใครให้มึงไปทำนิสัยป๋าใส่เจ้าของร้านดอกไม้ เขาไม่เอากระถางปาใส่หัวก็บุญเท่าไหร่แล้ว”

“ก็เขาไม่ขายต้นกระบองเพชรให้กูอ่ะทิม”

“เพราะมึงเป็นแบบนี้เขาถึงไม่อยากขายให้มึง ถ้าอยากได้จริงๆ ก็อย่าทำท่าทางเล่นๆ มึงเคยคุยกับเขาจริงๆ จังๆ หรือยังว่าเพราะอะไรทำไมมึงถึงอยากได้ต้นไม้ร้านเขา ไม่ใช่เอะอะก็ใช้เงินฟาด”

รามิลเงียบไปเมื่อฟังเพื่อนสนิทสั่งสอน จะว่าไปมันก็จริงเขาไม่เคยบอกเหตุผลที่เขาอยากได้ต้นกระบองเพชรให้คุณต้นไม้ฟังเลย เขาพอจะดูออกว่าคุณต้นไม้คงไม่อยากจะขายต้นกระบองเพชรที่เฝ้าฟูมฟักเลี้ยงดูให้ใครก็ไม่รู้ที่อยู่ดีๆ ก็โผล่มาบอกว่าอยากถ่ายรูปกระบองเพชรแถมยังเอานู่นเอานี่มาฝากทุกวันหวังผลอีกต่างหาก

“ไปอยู่เยอรมันแล้วดูเติบโตขึ้นเยอะ”

“พวกมึงทุกคนเป็นเหมือนกันหมดเอะอะๆ ใช้เงินฟาดไม่ใช้สมองเลย ไอ้เบน คิน มึงด้วยไม่ต้องมาหัวเราะเดี๋ยวกูต้องไปแล้ว แม่มีนัดกับลูกเพื่อนแม่นอกแกงค์เห็นว่าจะหมั้นเลยให้กูมาออกแบบแหวน”

“เมื่อไหร่จะกลับไทยวะ”

“เดือนหน้าชัวร์ๆ เออ..กูต้องไปจริงๆ แล้วแม่เรียกกูรอบที่สิบ”

“คิดถึงนะจ๊ะทับทิม”

“สัสมิล! ไอ้เพื่อนชั่ว!”

ยังโหดเหมือนเดิมอุตส่าห์หวานใส่รามิลแกล้งส่งจูบโบกมือให้อีกคนที่อยู่คนละฟากโลกแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือคือภาษาไม่สุภาพที่ไม่เข้ากับหน้าตาคนพูดเลยสักนิด ขนาดไอ้คินยังโดนด่าไปด้วยแต่มันก็เป็นเรื่องปกติมาตั้งแต่เด็กนี่มันก็ไปเยอรมันนานแล้วเห็นบอกจะกลับเดือนหน้าดีเหมือนกันแกงค์ลูกเพื่อนแม่จะได้สมาชิกครบสักที

“เดี๋ยวมันก็ไปฟ้องไอ้เบน มึงก็ชอบแกล้งไอ้เบนก็ชอบโอ๋”

“แล้วมึงอ่ะ”

“กูเป็นเบ๊ไงครับ ตั้งแต่อนุบาลกูนี่เป็นคนสะพายกระเป๋าแบกกระติกน้ำส่วนไอ้ทิมเดินแดกอมยิ้มหน้าตาเฉย”

“ก็เห็นบ่นตลอดแต่มีคนมาจีบมันทีไรทั้งไอ้เบนและมึงหวงจนนึกว่าเป็นพ่อ”

“อ้าว..นี่คุณชายทับทิมใครจะให้ไปง่ายๆ ต้องผ่านด่านกูก่อนมึงอ่ะหัวหน้าแกงค์ต้องด่านยากสุด”

“ผ่านมาถึงกูๆจะยกไอ้ทิมฟรีแถมคอนโดริมน้ำบริษัทกูเลยหนึ่งห้อง”

แล้วก็เป็นอย่างที่คาดไว้ไอ้เบนที่เพิ่งมาถึงบอกว่ารับสายจากเยอรมันนึกว่าไอ้ทิมจะโทรมาถามเรื่องของฟงของฝากไรงี้แต่กลับกลายเป็นบ่นเรื่องบ้าบออะไรไม่รู้ จบด้วยคำถามที่ว่าแหวนหมั้นนี่มันต้องเป็นแบบไหน  รามิลไม่ได้ฟังที่เบนพูดเท่าไหร่นักในหัวมันคิดแต่เรื่องที่ทิมบอกซ้ำไปซ้ำมา

พรุ่งนี้เขาจะลองดู



“ผมปิดร้านเลยนะครับพี่ไม้”

พนักงานส่งดอกไม้ที่ชื่อเต้ควบตำแหน่งผู้ช่วยในร้านถามคำถามนี้กับเขาเป็นรอบที่สามแล้วเขาก็พยักหน้าตอบเป็นรอบที่สาม และเหมือนจะถามอีกครั้งเป็นรอบที่สี่ไม้เลยชิงตอบว่าปิดได้เลย

“แล้ววันนี้คุณนักธุรกิจไม่มาเหรอครับ”

“พี่จะไปรู้ได้ยังไงกัน”

“ไม่สนุกเลยยอมแพ้ง่ายเกินไปเห็นมาตื้อพี่ไม้ทุกวัน”

“เขาจะมาซื้อต้นกระบองเพชรต่างหาก”

ไม้เห็นเต้บ่นต่ออีกสองสามประโยคก่อนจะยอมแพ้เลิกถามคำเดิมๆ เป็นรอบที่สี่ ต้นไม้ก้มหน้าเช็คบัญชีของร้านต่อสักพักก่อนจะเงยหน้ามองต้นกระบองเพชรที่วางโชว์ไว้ตรงเคาน์เตอร์แล้วยิ้ม


SECRET GARDEN


“วันนี้มิลของแม่ไม่มีอะไรไปฝากสาวเหรอคะ”

คุณใบบัวเอ่ยทักลูกชายที่วันนี้เดินตัวปลิวลงมาจากบันไดเห็นหลายวันที่ผ่านมาต้องมีอะไรติดไม้ติดมือมาด้วยตลอด ปานอัปสรทำตาโตถามซ้ำว่าน้องชายเธอไปจีบใครแต่คุณใบบัวว่าส่ายหน้าพลางบอกว่าไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ขนาดเลขาอย่างคุณพิมพ์ดาวยังแอบมากระซิบว่าเจ้านายเด้งตัวก่อนเวลาเลิกงานทุกวัน

“ผมบอกว่าผมไม่ได้ไปจีบเขาอันนี้นี่ธุรกิจล้วนๆ ”

“มีโปรเจคใหม่เหรอวะทำไมพี่ไม่รู้”

“ไม่เกี่ยวกับบริษัทพี่เทพอันนี้ธุรกิจผม”

“ทำอะไรระวังไว้ด้วยขาดทุนไปนี่ไม่คุ้ม”

“ระดับผมไม่มีขาดทุนหรอกครับมีแต่ได้กับได้”

“เหรอคะ แต่แม่เห็นมิลเดินคอตกกลับบ้านทุกวันเลยนะ กล้วยไม้คุณพ่อเขาก็ไม่เอา  ขนมที่แม่ทำเขาเอาไปทิ้งหรือเปล่าก็ไม่รู้ อาหารฝรั่งเศสก็ไม่ได้ผล”

ทั้งครอบครับเตชนะหิรัญเห็นท่าทางหน้าแตกเพล้งของคุณชายรามิลก็พากันหัวเราะกันใหญ่ แต่รามิลก็ย้ำให้ทุกคนรับรู้ว่าระดับเขาแล้วไม่มีทางพลาดแน่อนนรับรองได้เลยทุกคนก็ได้แต่อวยพรขอให้โชคดีคุณใบบัวยิ้มขำแต่ก็ยังคงสงสัยว่านี่มันเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจแน่รึเปล่าเพราะไม่เคยเห็นลูกชายเอาจริงเอาจังขนาดนี้มาก่อน

แต่ถ้าจะหาลูกสะใภ้เธอเองก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก
เขาแก่จนปูนนี้แล้วจะมาวางมาดร้ายแบบแม่ผัวในละครก็คงไม่ใช่



ตื่นเต้นเหมือนจะไปสัมภาษณ์งาน
ทั้งๆ ที่ความจริงรามิลไม่เคยไปสัมภาษณ์งาน

วันนี้ลุกลี้ลนทั้งวันจนคุณพิมพ์ดาวแทบจะหยิบไม้เรียวมาฟาดแถมเอาแต่ดูนาฬิกาทุกห้านาทีตาก็เอาแต่มองไปที่ประตูห้องเหมือนจะพุ่งตัวออกไปได้ทุกเมื่อ ทันทีที่นาฬิกาบอกเวลาสิบแปดนาฬิการามิลหยิบกุญแจรถพร้อมแล้วแต่อยู่ดีๆ คุณพิมพ์ดาวก็เปิดประตูพร้อมกับผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่ถือแฟ้มมาพะลุงพะลัง

“คุณมิลคะคุณมานพขอประชุมด่วนค่ะ โครงการคอนโดแถวอ่อนนุชมีปัญหานิดหน่อย”

รามิลหยุดค้างชะงักอยู่หน้าโต๊ะทำงาน
และดูจากหน้าตาตื่นตะหนกของคุณมานพแล้วปัญหาคงจะไม่ใช่แค่นิดหน่อย



23.30 น.

หน้าร้านดอกไม้ secret garden มืดสนิทก็แน่แหละปกติคุณต้นไม้ปิดร้านตอนสามทุ่มครึ่งสามทุ่มสิบห้าก็เริ่มเก็บของแล้วด้วยซ้ำ รามิลซบหน้าลงกับพวงมาลัยหมดแรงจะขยับเขยื้อนตัวไปไหน สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินลงจากรถแล้วไปนั่งตรงหน้าร้าน นี่เตรียมคำพูดมาตั้งแต่เมื่อคืนแต่กลับไม่ได้พูดสักประโยค เขาไม่ชอบให้อะไรมันค้างคาเลยตั้งใจจะบอกคุณต้นไม้วันนี้ทั้งหมด

แต่ก็พังไม่เป็นท่า
ไอ้เบนบอกเหมือนจะไปสารภาพรักแต่จริงๆ นี่คือการเจรเจาขอซื้อต้นไม้

จังหวะที่กำลังจะลุกขึ้นขับรถกลับบ้านอยู่ดีๆ ประตูหน้าร้านก็เปิดออกพร้อมกับไฟสลัวๆ ตรงนอกร้านก็ติดจนสว่างจ้า รามิลหันไปมองที่ประตูใบหน้าของเจ้าของร้านก็โผล่ออกมาพร้อมกับอาวุธในมือคิดว่าเป็นเสียมพลั่วหรือจอบอะไรสักอย่าง

“คุณรามิล”


เกือบโดนฟันหัวแบะ

ดีที่คุณไม้ยังจำหน้าเขาได้เลยได้มานั่งในร้านดอกไม้ตอนเกือบเที่ยงคืน เจ้าของร้านที่อยู่ในชุดนอนสีเขียวอ่อนบอกว่าได้ยินเสียงรถเลยเดินไปเปิดกล้องวงจรปิดเห็นคนมานั่งหน้าร้านเลยนึกว่าโจร รามิลคิดว่านี่เขาทำตัวใกล้เคียงกับพวกโรคจิตตามที่ไอ้ทิมบอกเข้าไปทุกวัน

“วันนี้ไม่มีอะไรมาฝากเหรอครับ”

“ถ้าเวลานี้ผมคงต้องซื้อขนมจีบซาลาเปาเซเว่นมาฝากคุณไม้แล้วล่ะครับ ผมเพิ่งเลิกประชุมเมื่อตอนห้าทุ่มนี่เอง”

“นี่คุณก็เหมือนนักธุรกิจคนอื่นๆ เขาเหมือนกันเนอะ”

“ปกติหกโมงผมเด้งออกจากเก้าอี้ทำงานกดลิฟท์ตรงดิ่งมาที่รถเลย”

ต้นไม้ไม่อยากจะเชื่อแต่ก็นะหลายวันผ่านมาหกโมงกว่าๆ ก็เห็นรามิลโผล่หน้ามาที่ร้านตลอด ก็คงมีวันนี้ละมั้งที่มาเวลาเกือบเที่ยงคืนหายไปวันนึงไม่รู้ว่าไปคิดแผนแบบไหนมาอีก พอต่างคนต่างเงียบก็เลยไม่รู้จะทำอะไรต้นไม้เลยหันไปจับกระถางต้นกระบองเพชรที่วางอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์

“คุณไม้ครับเรื่องต้นกระบองเพชร”

“ผมไม่ขายครับ”

“ผมรู้”

“เอาจริงๆ คุณเห็นพวกต้นกระบองเพชรไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ มันสวยจนถึงขนาดเอาไปถ่ายรูปได้เลยเหรอครับ”

รามิลลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่แล้วเดินมาตรงหน้าเค้าน์เตอร์ เจ้าของร้านดอกไม้ SECRET GARDEN ก็ยังเป็นเหมือนวันแรกที่เขารู้จัก ผู้ชายอารมณ์ดีที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็มีรอยยิ้มอยู่เสมอขนาดวันแรกที่เขางี่เง่าใส่เจ้าตัวก็ไม่ได้เอ่ยปากไล่เป็นคนใจเย็นในระดับนึงไม่ใช่แค่ใจเย็นแต่รามิลรู้สึกว่า

เวลาที่อยู่ใกล้ๆ จะรู้สึกเย็นๆ สดชื่น
เหมือนเวลาที่เราอยู่ใกล้ต้นไม้


“ผมยอมรับนะครับว่าผมไม่เคยสนใจเรื่องต้นไม้ดอกไม้ใบหญ้ามาก่อน เวลาที่ผมเห็นดอกไม้ผมก็แค่รู้สึกว่ามันสวยดีก็แค่นั้น แต่วันที่ผมเห็นต้นกระบองเพชรของคุณครั้งแรก ผมรู้สึกเหมือนตกอยู่ในภวังค์”

“………………………………………………………………….”

“เพียงแค่ไม่ถึงสิบนาทีแต่ผมกลับรู้สึกว่ามันสวยจนอยากจะถ่ายเก็บรูปเอาไว้”

“……………………………………………………………………….”

“ความคิดผมไม่ซับซ้อนเลย เพราะสวยผมเลยอยากถ่ายรูปและผมเองก็รู้สำหรับคุณที่ดูแลต้นกระบองเพชรมาอย่างดี แต่อยู่ดีๆ ก็มีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้มาขอซื้อง่ายๆ เพียงเพราะว่ามันตรงกับคอนเสปของการประกวดรูปถ่าย”

“……………………………………………………………………..”

“ผมมีเวลาให้คุณตัดสินใจอีกนานเพราะกว่าจะส่งผลงานก็ปลายปี แต่อยากที่บอกไปเหตุผลผมมีเท่านี้จริงๆ ครับ”

“……………………………………………………………………..”

“คุณมิลคุณบอกว่าคุณชอบต้นกระบองเพชรเพราะว่ามันสวยดี”

“ครับ”

“แต่คุณยังไม่ได้หลงรักมัน”

“………………………………………………………………..”

“ผมไม่รู้หรอกนะเวลาที่คุณถ่ายรูปคุณถ่ายด้วยความรู้สึกแบบไหน แต่สำหรับผมๆ คิดว่าถ้าเรารักสิ่งที่เราจะถ่ายมันก็คงจะออกมาสวยการที่เราถ่ายไปงั้นๆ ผมยังยืนยันคำเดิมผมคงขายต้นกระบองเพชรให้คุณไม่ได้คุณรามิล”

รามิลหลับตาลงก่อนจะถอนหายใจเขาเข้าใจเหตุผลที่คุณไม้ต้องการจะบอก ยอมรับเลยว่าเขาไม่ได้รู้สึกชอบหรือรักต้นกระบองเพชรเป็นพิเศษก็แค่อยากถ่ายรูปมันก็เท่านั้น นักธุรกิจยกมือยอมแพ้เขาเองก็ไม่มีอะไรจะไปอธิบายให้คุณต้นไม้ฟังแล้วเช่นกันอย่างน้อยวันนี้ก็ควรจะถอยทัพไปก่อน รามิลเอ่ยลาเจ้าของร้านดอกไม้แล้วเดินไปที่ประตู แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินประโยคที่เจ้าของร้านดอกไม้ SECRET GARDEN บอก

“สนใจมาทำ part time ที่ร้านดอกไม้ไหมครับสามเดือนต่อจากนี้ผมจะให้คุณมาอยู่กับต้นกระบองเพชร ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะทำให้คุณรักต้นกระบองเพชรขึ้นมาบ้างหรือเปล่า”

รามิลยังคงยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตูร้านในสมองประมวลคำพูดของคุณต้นไม้วนไปวนมา ความเงียบที่เกิดขึ้นทำให้ต่างคนต่างมองหน้ากันอยู่อย่างนั้นจนรามิลเป็นฝ่ายที่เดินเข้ามาหาก่อนจะยิ้มให้คนที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์



“ฝากตัวด้วยนะครับเจ้านาย ช่วยทำให้ผมหลงรักต้นกระบองเพชรทีนะครับ”









SECRET GARDEN
ความลับของต้นไม้

TO BE CONTINUED






ต่อจากนี้จะเป็นการเวลคัมสู่โลกของต้นกระบองเพชรค่ะ 555
#ความลับของต้นไม้  ฝากด้วยนะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-08-2018 22:52:15 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
เจ๋ง ต้องดัดนิสัยคนรวยที่อยากได้อะไรต้องได้

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
SECRET GARDEN
คือความลับในใจฉัน..


-Prologue-

CH.2 -  Opuntia



รามิล เตชนะหิรัญ
งานหลัก : นักธุรกิจที่เลิกงานตรงเวลา
Part time : ผู้ช่วยดูแลต้นกระบองเพชร (คิดชื่อตำแหน่งเอง)


“กูไม่เข้าใจว่ะ”


เช้าวันอาทิตย์กับแกงค์ลูกเพื่อนแม่เป็นเรื่องปกติที่เขานัดเจอแล้วมาทำอะไรด้วยกันกิจกรรมที่ทำแล้วแต่ว่าถึงคิวใคร อย่างวันนี้ถึงคิวไอ้เบน ไอ้เบนขี่จักรยานมาปลุกทุกคนที่บ้านด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องแปลก อย่างที่บอกแกงค์ลูกเพื่อนแม่บ้านอยู่ห่างกันสองซอยไอ้คินกับทิมนี่บ้านติดกันเลยตีกันมาตั้งแต่เด็ก สรุปวันนี้เบนจามินขอเสนอกิจกรรมที่ต้องการระบายอารมณ์เพราะงานที่เพิ่งได้รับมอบหมายมาปวดหัวจนไมเกรนแทบขึ้น

มันบอกงานไม่ยากแต่คุยกับคนนี่ยากกว่า
สรุปกิจกรรมที่ทำกันในวันนี้คือ ยิงปืน

“มึงไม่เข้าใจอะไรวะเบน”

“ก็กูไม่เข้าใจว่าทำไมมึงต้องไปทำงานที่ร้านดอกไม้”

“เอาจริงๆ นะกูก็ งง เหมือนกันคือมันทำถึงขนาดนี้เลยเหรอวะ ไม่ใช่เจ้าของร้านเขาอยากแกล้งมึงเฉยๆ นะ”

“ใช่! มิลมึงโดนหลอกหรือเปล่า”

เสียงสุดท้ายคือคนที่อยู่ในโทรศัพท์คุณชายทับทิมยังอยู่ในชุดนอนนอนคว่ำกับหมอนตาสะลือสะลือเพราะที่เยอรมันน่าจะเพิ่งตีสี่ตีห้าแต่การประชุมของแกงค์ลูกเพื่อนแม่จะขาดคนใดคนหนึ่งไปไม่ได้เลยต้องมาในสภาพนี้

“กูมั่นใจว่าเขาไม่ได้หลอกกู แต่กูว่าคุณต้นไม้ก็พูดถูก”

“เรื่อง?”

“กูจะถ่ายรูปต้นกระบองเพชรให้สวยได้ยังไงวะ ถ้ากูยังไม่ได้ตกหลุมรักมัน”

“ถึงกูจะเป็นช่างภาพเป็นไดเรคเตอร์ทฤษฏีพวกนี้ก็พอเข้าใจอยู่บ้างแต่ของมึงมันแปลกไปหน่อย มึงจะไปทำอะไรในร้านต้นไม้ดอกไม้วะมิล มึงแยกกุหลาบกับดาวเรืองออกก็บุญแค่ไหนแล้ว”

รามิลยอมรับเลยว่าเขาห่างไกลจากเรื่องธรรมชาตินี่มากอยู่แต่ในเมื่อเขาตัดสินใจไปแล้วเขาก็จะมายอมแพ้ง่ายๆ ไม่ได้ แกงค์ลูกเพื่อนแม่นี่ช็อกตั้งแต่เขาเล่าเรื่องให้ฟังโดยเฉพาะไอ้เบนเพราะอยู่ในเหตุการณ์วันนั้นด้วย เบนจามินถามซ้ำๆย้ำๆ ว่าเขาจะไปทำงานที่ร้านดอกไม้ SECRET GARDEN จริงๆ ใช่ไหม

“คือกูเนี่ยไม่ใช่สายศิลปะฟังแล้วก็ งงๆ แต่มึงแน่ใจแล้วใช่ไหมวะมิลถ้าเขาหลอกเอาเงินมึงรีบออกมาเลยนะ”

“คุณต้นไม้เขาดูไม่เป็นคนแบบนั้นนะมึง”

“ใครจะไปรู้วะ เขามีข้อเสนอให้มึงแบบนี้เขาอาจจะมีอะไรอยู่ในใจก็ได้”

รามิลไม่ได้ตอบเพื่อนเพียงแค่ยิ้มนิดๆ ก่อนจะหยิบกาแฟขึ้นมาดื่ม บอกตามตรงเจ้าของร้านดอกไม้ SECRET GARDEN ก็ดูเป็นผู้ชายธรรมดาๆ ทั่วๆ ไปไม่ได้โดดเด่นถึงขั้นสะดุดตาอาจจะเรียกว่าเป็นผู้ชายเรียบๆ ก็ว่าได้มีรอยยิ้มที่รามิลคิดว่าเป็นผู้ชายที่ยิ้มสวยดีก็แค่นั้นแต่เพิ่งรู้จักกันไม่กี่วันรามิลเองก็บอกไม่ได้ว่าคุณต้นไม้มีอะไรลับลมคมในหรือมีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า

และถ้ามีจริงก็อยากรู้เหมือนกันว่า มีความลับอะไร..



SECRET GARDEN


“สวัสดีครับคุณดาว เจอกันพรุ่งนี้นะครับ”

หกโมงปุ๊บเด้งปั๊บไม่ผิดคอนเสปคุณดาวยังไม่ทันจะได้อ้าปากตอบรับเจ้านายก็พุ่งตัวไปที่ลิฟท์เป็นที่เรียบร้อย พิมพ์ดาวเองก็คิดว่าวันนี้เจ้านายเธอทำตัวแปลกๆ คล้ายเมื่อสองสามวันก่อนที่เอาแต่ดูนาฬิกาตลอดเวลาแถมวันนี้มีการบอกว่าถ้าวันไหนมีตารางานหลังหกโมงให้แจ้งล่วงหน้าเพราะว่าหลังจากนี้เจ้านายของเธอต้องไปทำงานพิเศษ

ทำงานพิเศษ!

ได้ยินครั้งแรกนี่นึกว่าฟังผิดเหมือนหัวสมองประมวลไม่ทันเลยถามซ้ำอีกรอบแต่เจ้านายของเธอก็ยังบอกคำเดิมว่าไปทำงานพิเศษครับนี่มันเกิดอะไรขึ้นธุรกิจที่มีนี่ยังรวยไม่พอหรือไงกันจะไปทำงานพิเศษที่ไหนอีกนี่เธอเองมั่นใจว่าไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเพราะเจ้านายเธอจริงจังมาก

นี่ก็คิดว่าเจ้านายทำตัวแปลกๆ มาทั้งอาทิตย์แล้ว
เกิดอะไรขึ้น?



รามิลไม่เคยผ่านการสัมภาษณ์งานและไม่เคยผ่านการฝึกงานมาก่อนเช่นกันแต่คิดว่ามาเร็วไว้ก่อนเป็นเรื่องดีเลยมาที่ร้านดอกไม้ภายในยี่สิบนาทีหลังจากเลิกงาน เจ้าของร้านดอกไม้กำลังยกกระถางย้ายของถึงกับหัวเราะขำเมื่อเห็นหน้าเขาโผล่มาในเวลานี้

“คุณรามิลดูตื่นเต้นนะครับ”

“ผมไม่เคยทำงานที่อื่นเลยนอกจากบริษัทของครอบครัว คุณไม้คือเจ้านายคนแรกของผม”

“ลูกน้องดูรวยกว่าเจ้านายอีกนะครับขับเบนซ์มาทำงานเลย”

“วันนี้ผมเป็นรามิลผู้ช่วยดูแลต้นกระบองเพชร”

บอกชื่อตำแหน่งเสร็จสรรพขนาดเต้ที่ทำงานมาด้วยกันตั้งแต่เปิดร้านมีการเอียงหน้ามากระซิบถามว่าทำไมถึงไม่มีชื่อตำแหน่งแบบนี้บ้างต้นไม้เลยต้องไล่ให้ไปทำงานทำการ

“ผมจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี”  คำถามแรกจากลูกน้องทำให้ต้นไม้หันมามองรามิลเต็มๆ ตาอีกรอบก่อนจะยิ้มให้

“เริ่มจากเสื้อผ้าคุณก่อนเลยครับ”


ยูนิฟอร์มที่นี่กางเกงขาเต่อมาก
จริงๆกางเกงเป็นของเต้ เด็กส่งดอกไม้ แต่เสื้อนี่จนปัญญาจะเปลี่ยนเพราะใส่ไม่ได้

คุณต้นไม้พามาที่โรงเรือนต้นกระบองเพชรอีกครั้งทันทีที่เข้ามารามิลก็ยังรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งสายตามองไปยังต้นกระบองเพชรที่วางเรียงรายอยู่เขายังยืนยันคำเดิมว่าต้นกระบองเพชรที่นี่สวยงามและอันตรายตรงตามคอนเสปไม่ผิดเพี้ยน  เดาได้เลยว่าทุกต้นนั้นถูกดูแลมาอย่างดีอาจจะประคบประหงมเหมือนลูกเลยด้วยซ้ำไม่แปลกที่จะหวงขนาดนี้

“คุณเพิ่งมาวันแรกผมให้คุณทำอะไรเบาๆ ก่อนแล้วกัน”

ตอนแรกรามิลคิดว่าคุณต้นไม้อาจจะใจดีให้เขาเดินชมต้นกระบองเพชรเพลินๆ อยู่ด้วยกันนานๆ จะได้ตกหลุมรักแต่เหมือนฝันสลายภายในสองวิเมื่อเจ้าของร้านดอกไม้ยื่นอุปกรณ์ทำความสะอาดตั้งแต่ไม้กวาด ถังน้ำ ผ้าขนหนูผืนเล็กๆ ก่อนจะยิ้มให้แล้วบอก

“ช่วยทำความสะอาดบ้านให้ต้นกระบองเพชรหน่อยนะครับ”

เป็นการเริ่มต้นงานพิเศษที่ดีนะว่าไหม



ถ้าคุณพิมพ์ดาวรู้ว่างานพิเศษคืออะไร
คุณพิมพ์ดาวจะต้องช็อกมากแน่ๆ (อยากโทรไปเล่า)

นี่ถึงขั้นปีนบันไดเช็ดเสากันเลยทีเดียว  ยอมรับเลยนะนี่เหมือนถูกส่งมาอยู่ที่โรงเรียนประจำพอหยุดพักกลัวอาจารย์จะจับได้เลยเช็ดๆ ถูๆ มันทุกซอกทุกมุม แต่เจ้านายไม่เข้ามาตรวจงานเลยสักนิดมีแต่เต้ที่โผล่เข้ามาทักทายสองครั้งแล้วก็หายไปส่งดอกไม้

“คุณมิลกินข้าวกันครับ”

พูดถึงก็มาพอดีรามิลวางอุปกรณ์ทำความสะอาดแล้วเดินตามเต้มาที่ห้องด้านหลัง เจ้าเด็กเต้ถามเขาว่าไม่รู้ว่ากินได้หรือเปล่าสั่งกะเพราะทะเลมาเหมือนกันหมดเดี๋ยวร้านตามสั่งตรงหัวมุมจะเอามาส่งเพราะวันนี้ร้านยุ่งมากมีออเดอร์เข้ามาไม่หยุดเลยไม่ได้สั่งข้าวที่ไหนไว้ก่อน

“เรียกพี่ว่าพี่มิลก็ได้ ไม่ต้องคุณมิลหรอกดูทางการ”

“ขอบคุณพี่ผมเกร็งอยู่นาน อ้าวพี่ไม้มานั่งๆ ผมโทรไปสั่งกะเพราทะเลร้านเฮียให้แล้ว”

“สั่งอะไรนะ”

“กะเพราทะเล”

ท่าทางวันนี้ลูกค้าจะเยอะมากคุณต้นไม้ผมยุ่งเล็กน้อยหน้าตาก็ดูเหนื่อยๆ ตอนนี้ก็ลุกหายไปไหนไม่รู้หลังจากเต้บอกว่าสั่งกะเพราะทะเล แค่เพียงไม่นานก็กลับมานั่งที่โต๊ะพร้อมกับจดออเดอร์ลูกค้าไปด้วยก่อนจะชี้ไปที่ประตูเพราะได้ยินเสียงตะโกนคงเป็นเฮียร้านข้าว รามิลได้แต่นั่งนิ่งๆ เพราะไม่รู้ว่าเขาจะพูดอะไรดีตอนนี้เด็กส่งดอกไม้ก็ยุ่ง เจ้าของร้านก็ยุ่ง

มีเขานี่แหละเด็ก part time ที่ว่างที่สุดในร้าน

“เต้ มีออเดอร์ด่วนเดี๋ยวพี่ไปทำก่อน”

เจ้านายกินข้าวสองสามคำก็ลุกไปจัดดอกไม้ต่อเป็นการเริ่มต้นงานวันแรกแบบ งงๆ แต่จะว่าไปคุณต้นไม้ก็งานยุ่งกว่าที่คิด นึกว่าเปิดร้านดอกไม้จะสบายกว่านี้นี่ตั้งแต่เขาก้าวขาเข้ามาในร้านยังไม่เห็นคุณต้นไม้หยุดทำงานเลยโผล่หน้าไปดูก็เห็นก้มหน้าก้มตาตัดกิ่ง ตัดใบ จัดดอกไม้ตลอดเวลา

“พี่มิลทำไมกล่องข้าวพี่ไม่มีกุ้งสั่งทะเลทุกทีมีนะ เฮียลืมเหรอต้องไปทวง”

รามิลก้มลงมองข้าวกล่องของตัวเองเพิ่งเห็นเหมือนกันว่ามันไม่มีกุ้งตัวใหญ่ๆ 
เหมือนกล่องของเต้และคุณต้นไม้

“เฮ้ย ดีแล้วพี่แพ้”

“แพ้?”

“พี่แพ้กุ้งกินแล้วผื่นขึ้นเต็มตัวเลย”

“โห โชคดีว่ะพี่ที่เฮียลืมทุกทีเฮียไม่เคยลืมเลยนะให้เพิ่มด้วยซ้ำ”


SECRET GARDEN

หลังจากกินข้าวเสร็จเรียบร้อยตอนนี้รามิลกำลังถือไว้กวาดยืนพิงเสาในโรงเรือนต้นกระบองเพชร เขาไม่ได้โวยวายคุณไม้นะที่ให้เขามาทำความสะอาดแบบนี้ เขาเข้าใจจะให้คนที่ไม่รู้เรื่องต้นไม้เลยสักนิดมาแตะต้องต้นกระบองเพชรง่ายๆ ได้ยังไง รามิลมองไปรอบๆ โรงเรือน ต้นกระบองเพชรหลากหลายสายพันธุ์วางเรียงรายมุมด้านขวามือคงเป็นต้นกระบองเพชรที่สวยมากเป็นพิเศษ เพราะทุกต้นจัดอยู่ในกระถางที่สวยกว่าต้นอื่นๆ แถมบางต้นยังมีดอกออกสวยงาม ตรงนั้นรามิลอยากเดินเข้าไปถ่ายรูปใจจะขาดแต่จิตใต้สำนึกมันบอกว่า

ไม่ควรทำถ้าเจ้าของยังไม่อนุญาต

นี่ก็กวาดพื้นไปสองสามรอบเช็ดชั้นวางไปอีกสี่โรงเรือนสะอาดหมดจดโผล่หน้าไปมองที่หน้าร้านดอกไม้ท่าทางวันนี้คงยุ่งน่าดู เกือบสามทุ่มแล้วแต่ไม่มีใครเข้ามาดูเขาสักคน  พอเห็นว่าทำงานที่เจ้านายมอบหมายเสร็จสิ้นหมดทุกอย่าง รามิลเลยลากเกาอี้มานั่งตรงหน้าต้นกระบองเพชร

นี่เขาไม่คิดเลยนะว่าต้นกระบองเพชรมันจะมีหลากหลายสายพันธุ์ขนาดนี้ เขาเคยเห็นพนักงานที่บริษัทวางไว้ตรงแถวโต๊ะทำงานบ้างแต่ในตอนนั้นเขาก็เห็นว่ามันเหมือนๆ กันหมดบางต้นเหี่ยวตายไปแล้วด้วยซ้ำแต่พนักงานก็ยังวางไว้หน้าคอม รามิลก้มลงไปมองต้นกระบองเพชรต้นหนึ่งที่อยู่ตรงหน้า

“กลมดิ๊กเลยเราอ่ะน่ารักนะแต่หนามแหลมเหมือนกันนะเนี่ย”

รามิลเห็นว่าตรงที่วางต้นกระบองเพชรมันยังเลอะอยู่เลยหยิบผ้ามาเช็ด แต่ไอ้แขนเสื้อที่พับไว้ลวกๆ ก็คลายตัวจนตอนนี้จะเลอะดินเลอะฝุ่นอยู่รอมร่อมืออีกข้างก็เปื้อนอีกรามิลเลยสะบัดมือไปมาท่าทางยุ่งวุ่นวายทำให้คนที่ยืนมองอยู่ตรงประตูเดินเข้ามาหาแล้วค่อยๆ พับแขนเสื้อเชิ้ตสีฟ้าขึ้นมาจนถึงข้อศอกรามิลก้มลงมองคนที่ตั้งใจพับแขนเสื้อให้ทั้งๆ ที่มันก็เป็นเรื่องธรรมดาทั่วๆ ไปแต่รู้สึกแปลกๆ อยู่เหมือนกัน

“…………………………………………………..”

“เงียบทำไมครับ”

“คุณพับแขนเสื้อให้ผม”

“แค่พับแขนเสื้อให้นี่ซึ้งเหรอครับ”

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันแต่ไม่มีใครทำแบบนี้ให้มานานมากแล้ว”

ต้นไม้เงยหน้าขึ้นมามองเมื่อจบประโยคก่อนจะยิ้มขำๆ แล้วหันไปมองรอบๆ โรงเรือนต้นกระบองเพชร โห..สะอาดหมดจดเลยทีเดียวพอเห็นเขามองคุณรามิลก็กอดอกยิ้มอย่างภาคภูมิใจแถมยังบอกว่าตัวเองทำอะไรบ้างทำท่ากวาดพื้นให้ดูด้วยนะ มันเป็นภาพที่ดูตลกเหมือนกัน จากวันนั้นนักธุรกิจที่อยู่ในชุดสูทราคาแพงตามตื้อขอซื้อต้นกระบองเพชรไม่เลิกแล้วดูวันนี้เสื้อเชิ๊ตเลอะฝุ่นกางเกงเอวยางยืดขาเต่อแถมผมที่เซ็ทไว้เรียบแปล้ก็เริ่มหลุดออกมา

“คุณเก่งนะเนี่ยตอนแรกผมนึกว่าคุณจะไม่ยอมทำซะอีก”

“บอกตามตรงผมก็ไม่ได้ทำความสะอาดอะไรแบบนี้มานาน ไม่ใช่กระแดะหรือเป็นคุณชายหรอกนะแต่เพราะมีคนทำให้ผมมาตั้งแต่เด็กจนเป็นเรื่องเคยชิน แต่สำหรับผมมันก็ไม่ใช่งานที่จะทำไม่ได้ ผมไม่อยากให้คุณมองผมสูงส่งหรือถือตัวอะไร”

“คุณทำความสะอาดเก่งกว่าเต้อีก”

“แกงค์ลูกเพื่อนมาเห็นผมทำอะไรแบบนี้จะต้องดีใจ”

“แกงค์ลูกเพื่อนแม่”

“นี่คุณไม้แอบหัวเราะชื่อแกงค์ผมเหรอฟ้องไอ้ทิมแน่มันเป็นคนคิดชื่อเองมาตั้งแต่หกขวบ”

“หัวหน้าแกงค์เหรอครับ”

“ผมต่างหากหัวหน้าแกงค์”

“แล้วทิมล่ะครับ”

“คนที่มีอำนาจกว่าหัวหน้าแกงค์”

“เหมือนผมดูหนังเรื่องแฟนฉันอยู่เลย”

ต้นไม้หัวเราะออกมาเหมือนคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ยกมือร้องเพลงโอ้เย้เหมือนในหนังที่เคยดู มีการบอกจะพาสมาชิกแกงค์ลูกเพื่อนแม่มาให้รู้จักอย่างน้อยเขาก็รู้จักเบนจามินพ่อหนุ่มตี๋ลูกครึ่งฮ่องกงแล้วเพราะใช้บริการดอกไม้ร้านเขาอยู่บ่อยๆ

“วันนี้ต้นกระบองเพชรจะต้องดีใจมากแน่ๆ มีคนมาทำความสะอาดบ้านให้ใหม่เอี่ยม หาว่าผมเพ้อเจ้ออยู่ล่ะสิ”

“ไม่หรอกครับ พ่อผมก็คุยกับกล้วยไม้อยู่บ่อยๆ สงสัยเหมือนกันว่ามันรู้เรื่องไหม”

“ผมก็ไม่รู้หรอกแต่คิดว่ามันก็เหมือนคนถ้าได้อยู่บ้านสะอาดๆ มันก็คงจะดีใจแล้วคุณล่ะครับ หลงรักต้นกระบองเพชรขึ้นมาบ้างยัง”

“มันต้องใช้เวลากันบ้างแต่วันนี้ผมก็สนุกดีถึงจะยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับกระบองเพชรก็ตามเถอะ”

“ไม่น่าเบื่อเหรอครับมีแต่คนบอกผมว่าวันๆ ผมอยู่แต่กับต้นไม้ดอกไม้น่าเบื่อจะตาย”

“ไม่ครับ เหมือนเป็นชีวิตอีกด้านที่ผมไม่เคยเจอและผมเต็มใจที่จะค่อยๆ เรียนรู้”

รามิลพูดจริงๆ เขาไม่เคยสัมผัสชีวิตแบบนี้มาก่อนและมันก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไรที่จะก้าวเข้ามาและเรียนรู้ คุณต้นไม้พอฟังจบก็หันมายิ้มให้แล้วลุกเดินหายไปสักพักแล้วกลับมาพร้อมกับต้นกระบองเพชรต้นเล็กๆ ในมือ

“คุณไม่ยอมรับค่าจ้างจากผมงั้นผมให้ต้นกระบองเพชรเป็นการตอบแทน”

รามิลรับต้นกระบองเพชรต้นสีเขียวแบนๆ ลักษณะรูปทรงเหมือนหูมิกกี้เม้าส์อยู่เหมือนกัน แต่พอยกขึ้นมาดูใกล้ๆ จะเห็นว่ามีหนามเล็กๆ กระจายอยู่รอบๆ

“โอพันเทีย”

“…………………………………………”

“ต้นกระบองเพชรต้นนี้อยู่ในสายพันธุ์โอพันเทีย หรือคุณจะเรียกว่าเสมาทองก็ได้ครับ คนส่วนมากก็จะเรียกหูกระต่าย มิกกี้เม้าส์แล้วแต่จะเรียกเห็นน่ารักแบบนี้หนามที่อยู่บนต้นอย่าเผลอไปแตะมันนะครับ มันเจ็บๆ แสบๆ อยู่เหมือนกัน”

“…………………………………………..”

“ ผมก็ใช้ชีวิตอยู่กับต้นไม้ดอกไม้ไม่รู้เหมือนกันจะให้อะไรคุณดี มันอาจะดูธรรมดาสำหรับคุณแต่มันเป็นของคุณมิลแล้วนะครับ ช่วยดูแลมันหน่อย”


“……………………………………………………”

รามิลยังคงมองต้นกระบองเพชรต้นแรกในชีวิตไม่วางตาเขาเคยได้รับของขวัญมามากมายหลายชนิดแต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกตื่นเต้นกับของที่ได้ขนาดนี้มันอาจจะไม่ได้ราคาแพงอะไรมากมายแต่เขารู้สึกตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก รามิลเงยหน้าขึ้นมามองเจ้าของร้านที่นั่งอยู่ข้างๆ ก่อนจะบอก

“ครับ ผมจะดูแลอย่างดี”



คุณต้นไม้ขอตัวไปปิดร้านนานแล้วแต่รามิลยังคงนั่งอยู่ที่เดิมนี่ก็นั่งมองเจ้าต้นกระบองเพชรในมือไม่เลิกเพิ่งเห็นว่าตรงกระถางมีคำภาษาอังกฤษเขียนอยู่ด้วยคิดว่าเป็นลักษณะเฉพาะของร้าน SECRET GARDEN เพราะมันเป็นสีที่เหมือนเพ้นท์เอง

True love


งั้นต้นกระบองเพชรต้นแรกในชีวิตให้ชื่อว่า รักแท้ แล้วกัน



SECRET GARDEN
คือความลับในใจฉัน..





#ความลับของต้นไม้
ทุกการกระทำมีเหตุผลและมีความลับ ^^



***************************************

ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP END
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-08-2018 15:44:01 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ winndy

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3
คุณต้นไม้ ต้องรู้จักรามิลมาก่อนแน่เลย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
แอร๊ยยย แม้แต่กระถางก็บอกเป็นนัย ๆ
คุณรามิลน่ารักกว่าที่คิดไว้เยอะ

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
SECRET GARDEN
คือความลับในใจฉัน..


-Prologue-

CH3.LOBIVIA



“ตามิลไปไหนแม่เห็นว่าตื่นแล้วนะ”

“เห็นคุณมิลอยู่ตรงสวนกล้วยไม้ค่ะ ตอนเดินออกมาเห็นกำลังเก็บเศษใบไม้อยู่พอบอกว่าเดี๋ยวป้าทำเองคุณมิลก็บอกว่าไม่เป็นไร”

“นี่ฉันได้ยินไม่ผิดใช่ไหมร้อยวันพันปีตามิลไม่เคยจะเดินไปที่นั่นเลยนะ”

“ยิ่งกว่าไปสวนกล้วยไม้คือตื่นเช้าในวันหยุดป่วยหรือเปล่าคะแม่สรโทรถาม เบน คิน ทิม ดีไหม”

“ได้ยินนะ”

คนที่กำลังถูกพูดถึงเดินกลับเข้าบ้านมาพอดีรามิลยังอยู่ในชุดนอนแต่ใบหน้าก็ไม่ได้ดูง่วงนอนแต่อย่างใดดูกระปี้กระเป่าเกินไปด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะทุกทีวันเสาร์นี่คุณชายรามิลยังไม่ยอมตื่นขึ้นมาง่ายๆ สิบโมงก็แล้วเที่ยงก็แล้วไม่เคยโผล่หน้าลงมาจากห้องนอนกว่าจะลงมานู่น บ่ายสามบ่ายสี่

“จีบสาวร้านดอกไม้ติดแล้วเหรอถึงได้ตื่นมารักธรรมชาติขนาดนี้”

“ธุรกิจครับธุรกิจ จีบเจิบอะไรกัน”

“เดี๋ยวจะรอดูว่ามิลจะพาลูกสะใภ้มาหาแม่หรือเปล่า”

รามิลส่ายหน้าพร้อมกับบอกว่าไปกันใหญ่แล้วพอดีกับที่แม่บ้านเริ่มตั้งโต๊ะอาหารเช้าเสร็จพอดี รามิลรู้สึกตลกเมื่อบรรดาคนในบ้านต่างตกตกอกตกใจกันใหญ่เมื่อเห็นว่าเขานั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร ไม่เห็นจะเป็นเรื่องแปลกอะไรเขาก็แค่บังเอิญตื่นขึ้นมาแต่นอนไม่หลับก็เท่านั้นเลยลุกออกจากที่นอนพอไม่มีอะไรทำก็เลยนึกถึงต้นกระบองเพชรที่เพิ่งได้มา

เรียกว่าบ้าเห่อก็ได้เลยเดินไปดูซะหน่อยเจ้าทรูเลิฟตั้งอยู่บนชั้นรวมกับต้นไม้ต้นอื่น คิดไว้ว่าถ้ามีเวลาจะจัดชั้นให้มันดีกว่านี้นี่ก็เชื่อตามที่คุณต้นไม้บอกต้นกระบอกเพชรก็คงอยากจะอยู่บ้านที่ดีๆ  เหมือนกับคน หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จก็ดูว่างขึ้นมาซะเฉยๆ ปกติรามิลไม่เคยตื่นเช้าขนาดนี้นอนเล่นเกมอยู่สักพักเลยตัดสินใจลุกขึ้นอาบน้ำแล้วออกจากบ้าน


ร้านดอกไม้ SECRET GARDEN
รู้ตัวอีกทีก็โผล่มาที่นี่หลังจากขับรถไปหาแกงค์ลูกเพื่อนแม่ไอ้เบนยังไม่ตื่นมันไล่ให้ออกไปจากห้องนอนมันด้วยหลังจากไปนอนเล่นกับน้องอันนา(แมวบ้านมัน)อยู่นานไอ้เบนบอกรำคาญคนจะหลับจะนอนไอ้คินก็มีงานเช้าออกจากบ้านไปตั้งแต่ไก่โห่คิดถึงทิมขึ้นมาทันทีถ้ามันอยู่ป่านนี้มันเป็นคนเดียวที่ตื่น

“เอาไงดีวะ”

รามิลนั่งอยู่ในรถมาเกือบยี่สิบนาทีไม่รู้จะเอายังไงดีเขาไม่ได้มาที่ร้านดอกไม้สองสามวันแล้ว คุณไม้เป็นคนบอกเองว่าไม่ต้องมาทุกวันเพราะกลัวว่าเขาจะเหนื่อยเกินไปตอนแรกเขาเป็นคนบอกเองว่าไม่เป็นไรแต่คุณไม้ก็ย้ำว่าไม่ให้มา ท่าทางไม่ได้ดูน่ากลัวเลยนะยิ้มใส่อีกต่างหาก

โอเค..ยอมก็ได้แต่วันนี้วันหยุดจะเรียกว่ามาเที่ยวได้ป่ะวะพอเห็นว่านานเกินไปแล้วรามิลเลยตัดสินใจลงจากรถแล้วเดินไปที่หน้าร้าน ไม่รู้ว่าเพราะเช้าไปหรือเปล่าร้านดอกไม้ถึงดูเงียบๆ พอเปิดประตูเข้าไปก็เจอเต้ก้มหน้าอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ เจ้าเด็กเต้ดูแปลกใจที่เห็นเขาโผล่มาในเวลานี้

“พี่มิลมาทำงานวันนี้เหรอครับ”

“พี่แวะมาหา”

เต้ทำหน้า งง อีกรอบแต่ก็บอกว่าพี่ไม้อยู่ในโรงเรือนกระบองเพชรให้เข้าไปหาได้เลย สงสัยวันนี้เขาจะมาเช้าไปจริงๆ คุณเจ้าของร้านถึงไม่ได้ออกมาอยู่ตรงหน้าร้าน ทางเดินไม่ได้ไกลจากตัวร้านมากนักแค่ไม่กี่ก้าวรามิลก็หยุดอยู่ตรงหน้าประตู ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าทำให้สองขาที่กำลังจะก้าวเข้าไปหยุดชะงัก

เป็นครั้งแรกที่เห็นคุณต้นไม้อยู่กับต้นกระบองเพชรเพิ่งรู้ว่าเวลาคนที่รักต้นไม้รักธรรมชาติสายตาเวลาที่มองมันต่างจากคนอื่น รามิลไม่ได้เอ่ยทักหรือเดินเข้าไปหาเลือกที่จะยืนกอกอกมองเจ้าของร้านดอกไม้ถือต้นกระบองเพชรออกดอกสีสวยไว้ในมือแสงแดดที่ส่องเข้ามากระทบกับดอกของต้นกระบองเพชรยิ่งทำให้มันดูสวยมากยิ่งขึ้น

เขาบอกแล้วต้นกระบองเพชรที่นี่ตรงตามที่เขาต้องการทุกอย่าง

รามิลยังคงยืนอยู่ตรงนั้นไม่ได้ขยับตัวไปไหนบอกไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงเลือกที่จะยืนมองคุณต้นไม้ถือกระถางต้นกระบองเพชรหมุนไปหมุนมาอยู่อย่างนั้นจะเรียกว่าอะไรดี เพลิน..เพลินตา แต่แค่เพียงไม่นานเหมือนคุณต้นไม้จะรู้ตัวว่ามีใครยืนมองอยู่เลยหันมามองก่อนจะยิ้มให้ แสงแดดที่ลอดเข้ามามันสว่างจนเห็นรอยยิ้มนั่นชัดเจน รามิลขมวดคิ้วเพราะรู้สึกคุ้นๆ

เหมือนเคยเห็นที่ไหน?

“มานานแล้วเหรอครับ”

“สักพักแล้วครับเห็นคุณยืนถือกระถางต้นกระบองเพชรเต้นรำอยู่เลยไม่กล้าทัก”

“ผมไม่ได้เต้นรำ แค่จะเปลี่ยนที่ให้ต้นกระบองเพชรได้รับแสงแดดแต่ยังจัดหาที่ลงไม่ได้”

“ทำไมคุณไม่เรียกผมๆ เป็นเด็กฝึกงานนะ”

“นี่ไงคุณก็โผล่มาแล้ว”

“ผมมาเองต่างหาก”

“แล้วทำไมถึงมาที่นี่ล่ะครับ”

เออ..นั่นสิคงเพราะเขากำลังบ้าเห่อต้นกระบองเพชรละมั้งมีอะไรใหม่ๆ ให้ทำก็อยากจะทำมันตลอดเวลา คุณต้นไม้เงยหน้าขึ้นมารอฟังคำตอบแต่พอเห็นเขาเงียบไปก็ก้มหน้าไปสนใจต้นกระบองเพชรต่อ วันนี้ต้นกระบองเพชรที่วางเรียงรายอยู่รอบตัวคุณต้นไม้มีรูปร่างแปลกดีมันมีรูปร่างกลมๆ มีหนามอยูรอบตัวและที่สำคัญทุกต้นออกดอกสีสันสวยงามแปลกตา มีทั้งสีขาว สีชมพู สีเหลือง

“เจ้าต้นนี้ชื่อว่าโลบิเวีย เป็นต้นกระบองเพชรที่ออกดอกตลอดทั้งปี ดอกของโลบิเวียมันมีหลายสีถ้าคนที่ชอบต้นกระบองเพชรที่มีดอก ก็จะชอบต้นนี้ครับ”

“ผมไม่เคยรู้ว่าต้นกระบองเพชรมันจะออกดอกได้ขนาดนี้”

“ผมเอามันมาตากแดดเพราะแดดช่วงนี้เหมาะกับมันมากกว่า ถ้าเที่ยงหรือตอนบ่ายมันจะแรงเกินไปต้นกระบองเพชรอาจจะไหม้ได้ครับ”

“นี่คุณมีเจ้าโลบิเวียเยอะขนาดนี้เลยเหรอครับ”

“อันนี้มีคนสั่งไว้ครับเดี๋ยวเขาจะมารับ”

“.........................................................................”

“ทำไมคุณมิลทำหน้าแบบนั้นล่ะครับ”

ต้นไม้เงยหน้าขึ้นมาถามเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายดูเงียบๆ ไปพอเห็นหน้าก็อดที่จะขำไม่ได้ นักธุรกิจในชุดอยู่บ้านทำหน้าบึ้งดูก็รู้ว่าไม่ชอบใจอะไรสักอย่างก็ไม่ได้ถึงกับโกรธหรอกแต่นั่งนิ่งเป็นหุ่นแถมยังวางกระถางต้นกระบองเพชรไว้ตรงพื้นด้านหน้า

“คุณไม้ขายต้นกระบองเพชรให้คนอื่น”

“อันนี้เขาสั่งไว้นานแล้วครับคนนี้คือเพื่อนผมเอง”

“คุณต้นไม้”

“ผมมีต้นกระบองเพชรอีกเยอะเลยแล้วก็คุณก็ยังไม่ผ่านการฝึกงานด้วยผมอาจจะไม่ขายให้คุณก็ได้”

“...........................................................”

“อีกอย่างคุณยังไม่หลงรักต้นกระบองเพชรเลยด้วยซ้ำ”

รามิลยกมือพร้อมกับบอกว่าขอยอมแพ้นี่คุณต้นไม้ไม่เคยใช้คำพูดแรงๆ หรือหยายคายเลยนะแต่เขาแพ้ตลอดเลย พอเห็นเขายิ้มให้เหมือนเดิมคุณต้นไม้ก็เลยหันมาสนใจต้นกระบองเพชรโลบิเวียที่วางอยู่รามิลยกกระถางที่อยู่ตรงหน้าแล้วยื่นให้แต่รามิลกลับไม่ยอมปล่อยมือออก

“อย่าเพิ่งให้กระบองเพชรให้ใครง่ายๆนะครับรอผมก่อน รอให้ผมหลงรักต้นไม้ก่อนนะ”

ทันทีที่จบประโยคเจ้าของร้านดอกไม้ก็หยุดชะงักมือที่จับกระถางต้นกระบองเพชรหยุดค้างแล้วเงยหน้ามองคนพูดประโยคที่ได้ยินเต็มๆ ตา รามิลเองก็เงียบไปสักพักเหมือนเพิ่งรู้ว่าตัวเองพูดอะไรผิดออกไปเลยแกล้งกระแอม

“ผมหมายถึงตกหลุมรักต้นกระบองเพชร”

คุณต้นไม้ดูจะไม่ติดใจอะไรเลยหันไปจัดเรียงต้นกระบองเพชรให้อาบแสงแดดต่อผ่านไปสักพักก็ให้เขาเป็นคนทำเองเพราะมีลูกค้ามาซื้อดอกไม้ โลบิเวียตรงหน้าตอนนี้ออกดอกสีสันสวยงามแปลกใจเหมือนกันนึกว่าดอกของต้นกระบองเพชรจะเป็นดอกไม้อันเล็กๆ ไม่นึกว่าจะออกดอกได้ใหญ่โตขนาดนี้ รามิลรู้สึกว่าเหมือนเขากำลังมานั่งเฝ้าลูกเรียนพิเศษอยู่

ละสายตาก็ไม่ได้กลัวว่าจะเป็นอะไรไป ขยับนิดขยับหน่อยให้ได้รับแสงแดดทั่วถึง
แต่เขาไม่เบื่อเลยนะนั่งมองดอกของเจ้าโลบิเวียเพลินๆ ก็สดชื่นดี


“เดี๋ยววันนี้ผมจะปิดร้านครึ่งวันผมต้องไปร้านลุงชม คุณมิลมีธุระไปไหนต่อหรือเปล่าครับ”

“ก็ไม่ได้ไปไหนหรอกครับ ผมว่าง”

“งั้นไปร้านลุงชมด้วยกันไหมครับ”


ลุงชมพันธุ์ไม้
ตอนแรกนึกว่าร้านลุงชมนี่เป็นร้านอาหารแต่พอเห็นทางเข้าร้านที่มีต้นไม้มากมายหลายพันธุ์ก็เริ่มรู้ คุณต้นไม้ให้เขาจอดเวสป้าของเต้ไว้ใกล้ๆ ตื่นเต้นมากตอนที่ได้ขับใฝ่ฝันมานานเต่เต้ย้ำรอบที่ล้านว่าห้ามขี่ไปชนที่ไหนมีเบนซ์ SLKของเขาที่จอดไว้ที่ร้านดอกไม้เป็นตัวประกัน

“วันนี้ไม้พาเพื่อนมาด้วยครับลุงชม”

“ท่าทางดูรวยหน้าตาก็หล่อๆเหมือนพระเอกละครนี่เพื่อนหรือเจ้าหนี้”

ลุงชมอารมณ์ขันกว่าจะแนะนำตัวอย่างเป็นทางการก็ปาไปหลายนาที จากนั้นคุณต้นไม้ก็พาไปตรงสวนด้านหลังมีต้นไม้หลากหลายพันธุ์จนนับไม่ถ้วน ไม่น่าเชื่อว่าต้นไม้ดอกไม้เยอะขนาดนี้ลุงชมจะดูแลทั้งหมดคนเดียว

“ลุงชมเป็นเพื่อนกับแม่ผมครับ แกไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเปิดร้านขายต้นไม้มานานแล้วพอแม่ผมย้ายกลับไปเชียงใหม่ผมก็เลยมาช่วยแกบ่อยๆ ”

“แล้วร้านนี้..”

คุณไม้คงรู้ว่าเขาหมายถึงอะไรลุงชมแกก็ดูอายุมากแล้วแถมญาติพี่น้องก็ไม่มี รามิลเห็นคุณไม้เงียบไปแป๊บเดียวก่อนจะยกกระถางต้นไม้ตรงหน้ามาใส่ปุ๋ยพรวนดินต่อ

“ผมว่าจะซื้อร้านนี้ไว้เองครับ ลุงชมจะยกให้ผมฟรีๆด้วยซ้ำแต่ผมเกรงใจ ลุงชมบอกถึงผมจะซื้อไว้แกก็จะเอาเงินไปคืนแม่ผมอยู่ดีผมเลยไม่รู้จะทำยังไงลุงชมดื้อ”

รามิลกลั้นยิ้มตอนที่เจ้าของร้านดอกไม้บอกลุงชมดื้อแต่ที่ฟังก็ดูจะดื้อกันทั้งคู่เชื่อได้เลยว่าลุงชมพูดจริงทำจริงแน่นอน คนเปิดร้านขายต้นไม้คงดูออกว่าใครที่รักที่ชอบต้นไม้จริงๆ  ดูอย่างตอนนี้ยกกระถางนู้นกระถางนี้ไปมาใส่ปุ๋ยพรวนดินอย่างคล่องแคล่วเพิ่งได้เห็นคุณไม้ในมุมแบบนี้เหมือนกัน อากาศตอนเที่ยงร้อนจนเหงื่อออกเหนียวตัวไปหมดแต่คุณไม้ก็ดูสนุกเห็นยิ้มตลอดเวลาไม่รู้ว่าอยู่กับต้นไม้ดอกไม้ด้วยรึเปล่าถึงได้ดูมีความสุข

“คุณมิลเบื่อหรือเปล่าครับถ้าร้อนไปนั่งรอในบ้านลุงชมก็ได้นะครับ”

“ผมขอลองทำบ้างได้ไหม”

“ใส่ปุ๋ยต้นไม้เนี่ยนะครับ”

พอเขาพยักหน้าคุณไม้ก็เลยยื่นเสียมมาให้เออ..เป็นกิจกรรมที่แปลกใหม่ในชีวิตดีวันหลังจะชวนแกงค์ลูกเพื่อนแม่มาทำอะไรแบบนี้บ้างนึกภาพไอ้เบนถือจอบขุดดินไม่ออกเลย เพิ่งรู้ว่าปุ๋ยใส่ต้นไม้ใบหญ้ามีประมาณแปดล้านชนิดคุณต้นไม้อัจฉริยะมากจำแนกแยกออกได้หมดเห็นมันก็เป็นเม็ดสีๆ เหมือนกันหมด นั่งขุดดินอยู่ดีๆ ลุงชมเรียกให้ไปหาพร้อมกับหมวกแก๊ปหนึ่งใบคงเห็นเขาร้อนมากเหงื่อออกจนเสื้อเปียกชุ่ม  ตอนแรกจะใส่เองแต่พอมองไปที่คุณไม้รายนั้นเดินไปเดินมาไม่หยุดรามิลเลยตัดสินใจเดินไปหาแล้วใส่หมวกแก๊ปให้

คุณไม้เหลือบตาขึ้นมามองคงอยากจะเอาหมวกออกแต่มือเลอะดินอยู่เลยทำได้แค่ขยับหัวไปมารามิลเลยจับให้หยุดพร้อมกับจับที่ล้อคหมวกด้านหลังให้แน่นขึ้นกว่าเดิม

“คุณใส่น่ะดีแล้วผมยังไม่ได้ทำงานอะไรเลยใส่ปุ๋ยไปสองสามต้นเอง คุณไม้เดินไปนู่นมานี่เดี๋ยวก็เป็นลม”

คุณต้นไม้ยอมใส่หมวกแต่ก็ยังเถียงว่าชินแล้วไม่เป็นลมแน่นอนแปลกดีตากแดดขนาดนี้ผิวก็ยังขาวไม่ได้ดูคล้ำอย่างที่ควรจะเป็น ผ่านไปสักพักลุงชมก็เอาน้ำมะพร้าวมาให้ ลุงชมแกก็นั่งคุยนั่นคุยนี่เรื่อยเปื่อยมีมุขมาตบมาหยอดตลอดเป็นผู้สูงอายุที่อารมณ์ดี เล่าเรื่องไปชมคุณต้นไม้ไปเล่าหนึ่งเรื่องชมคุณต้นไม้สองเรื่องแกคงเอ็นดูเหมือนลูกเหมือนหลาน

“ลุงชมครับปุ๋ยสูตรนี้อยู่ไหนครับ ไม้ว่าจะใส่เพิ่ม”

“อยู่ในโรงข้างหลังเหมือนเดิมนั่นแหละ”

คุณไม้เดินไปตามทางเดินเล็กๆ ลุงชมเลยบอกให้เขาไปช่วยเพราะมีลูกค้าเข้ามาติดต่อขอซื้อต้นชวนชื่น โรงเก็บอุปกรณ์เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไรดีลุงชมคงเอาไว้ขายด้วยถึงมีทั้งปุ๋ยทั้งดินกากมะพร้าวเรียงเป็นชั้นๆ รามิลเห็นคุณไม้พยายามจะหยิบถุงปุ๋ยเล็กๆสามสี่ถุงอยู่ตรงชั้นเลยจะเดินเข้าไปช่วยสักหน่อย

รามิลยืนพิงโต๊ะด้านหลังรอคุณไม้หยิบถุงปุ๋ยให้เสร็จทีเดียวจะได้ช่วยถือนี่เขาก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าคุณไม้รู้ตัวหรือเปล่าว่าเขาเดินตามเข้ามาเผลอๆ อาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขายืนพิงโต๊ะอยู่ข้างหลังนี่ เห็นยืนพูดสูตรปุ๋ยอยู่คนเดียว

“คุณไม้ผมช่ว…”

รามิลยังไม่ทันจะพูดจบประโยคคุณไม้ที่หอบถุงปุ๋ยไว้เต็มอ้อมแขนหันหลังกลับมานี่คงตกใจที่เห็นเขาอยู่ด้านหลังแบบนี้เลยชะงักรามิลกลัวว่าอีกฝ่ายจะถอยหลังไปชนกับชั้นด้านหลังเลยเอื้อมมือไปจับข้อศอกไว้แต่สงสัยจะดึงแรงไปหน่อยคุณไม้เลยเซเข้ามาหาทั้งตัวถุงปุ๋ยที่ถือไว้หล่นกระจายเต็มพื้น

หอม..
หอมเหมือนกลิ่นดอกไม้


รามิลรู้สึกนานแล้วคุณไม้มีกลิ่นเฉพาะตัวอาจจะเป็นน้ำหอมที่เขาไม่รู้ว่ายี่ห้ออะไรหรือมันเป็นกลิ่นดอกไม้ที่เจ้าตัวสัมผัสอยู่ทุกวันมันเลยติดตัวจนกลายเป็นกลิ่นเหมือนน้ำหอมไปแล้ว รามิลก้มลงมองเจ้าของร้านดอกไม้ที่ดูจะมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเพิ่งรู้สึกตัวกันทั้งคู่ว่าอยู่ใกล้กันขนาดไหน เพียงเสี้ยววินาทีที่คุณไม้เงยหน้าขึ้นมาจากอกกว้าง สายตาที่มองมามันเหมือนมีอะไรบางอย่างทำให้รามิลเผลอกระชับมือที่วางอยู่บนแผ่นหลังเล็กนั่นให้แนบชิดมากขึ้น


ใกล้เกินไป..


“คุณไม้เราเคยเจอกันมาก่อนไหมครับ”

“____________________”


รามิลเห็นอีกฝ่ายหัวเราะเบาๆ ก่อนจะผละตัวออกไปก้มลงเก็บถุงปุ๋ยที่ตกอยู่ รามิลได้แต่ยกมือลูบหน้าตัวเองไปมานี่คิดว่าคุณไม้คงจะตลกกับประโยคที่เขาถามมันเหมือนประโยคเอาไว้เต๊าะผู้หญิงเวลาที่เจอกันครั้งแรก ถึงเขาจะคิดอย่างนั้นแต่ความรู้สึกลึกๆ มันบอกว่าเขาคิดอย่างนั้นก่อนจะถามออกไป

“หรือจะคิดมากเกินไปวะ”



ไม่มีใครพูดถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่คิดว่ามันก็เป็นแค่อุบัติเหตุธรรมดาๆ รามิลก็เลยเลือกที่จะไม่พูดอะไร อยู่ช่วยงานลุงชมแค่เพียงไม่นานลุงชมก็ไล่ให้กลับบ้านกลับช่องคุณไม้บอกลุงชมชอบเป็นแบบนี้พอเห็นทำงานหนักก็จะไล่กลับบ้านเออ..เป็นคนแก่ที่น่ารักดีไอ้คินไลน์มาบอกว่าเย็นนี้มีปาร์ตี้เพราะพรุ่งนี้วันอาทิตย์เป็นคิวของคินที่คิดกิจกรรมของแกงค์ลูกเพื่อนแม่ซึ่งมันก็บอกว่ากิจกรรมที่จะทำคือ

นอน

สั้นๆ ง่ายๆ คงเพราะมันทำงานหนักติดกันหกวันวันนี้เลยจะขอปาร์ตี้ให้สุดเหวี่ยงไอ้เบนคือคนแรกที่ตอบรับเรื่องปาร์ตี้เมาหัวราน้ำเบนจามินไม่เคยพลาดอีกอย่างมันบอกพรุ่งนี้จะได้เดทกับน้องจ๊ะจ๋า ไอ้นี่เปลี่ยนแฟนอีกแล้วเหรอวะสองอาทิตย์ก่อนยังใช้ให้เขาไปเอาดอกไม้ให้น้องเจนนี่จีจี้อยู่เลย กว่าจะกลับมาถึงร้านดอกไม้ SECRET GARDEN ก็เกือบห้าโมงคุณไม้บอกจะเปิดร้านต่อถึงสามทุ่ม โห..โคตรขยัน

“วันนี้พี่มิลกลับก่อนนะน้องๆ ต้นกระบองเพชรเดี๋ยววันหลังมาใหม่”

รามิลเริ่มเข้าใจเวลาที่เห็นพ่อคุยกับดอกกล้วยไม้ที่เลี้ยงไว้เป็นเรื่องเป็นราว พอกลับมาที่ร้านดอกไม้เขาเองก็รีบเดินมาที่โรงเรือนต้นกระบองเพชรพอเห็นแล้วมันก็รู้สึกดี กระถางต้นกระบองเพชรสะอาดใหม่เอี่ยมเพราะเขาเช็ดเห็นแล้วก็ชื่นใจนี่ก็คงต้องขอตัวกลับเพราะเดี๋ยวต้องไปเปลี่ยนชุด

“คุณมิลจะกลับเลยไหมครับ”

“ครับ วันนี้แกงค์ลูกเพื่อนแม่มีปาร์ตี้ต้องกลับไปแต่งหล่อสักหน่อย”

“อ้อ แกงค์แฟนฉัน”

รามิลหัวเราะเมื่อคุณไม้ยืนยันจะเรียกชื่อแกงค์เขาแบบนั้น อยู่ดีๆ คุณไม้ก็ยื่นต้นกระบองเพชรเหมือนที่เขาเห็นเมื่อเช้ามาให้ตรงหน้ารามิลเลยรับมันมาถือไว้กับตัว

“โลบิเวีย ผมเองก็ไม่รู้ว่าต้นนี้ดอกมันเป็นสีอะไรฝากคุณมิลช่วยเลี้ยงด้วยนะครับ”

“พนันกันไหมครับ”

“ครับ?”

“ผมคิดว่ามันเป็นสีขาวถ้ามันเป็นสีอื่นแสดงว่าผมแพ้ผมจะทำตามที่คุณไม้บอกอะไรก็ได้ตามที่คุณต้องการ”

“งั้นผมว่ามันเป็นสีเหลือง”

“ถ้าผมชนะคุณจะต้องทำตามที่ผมบอกเหมือนกันนะครับ”

“อย่าให้เจ้าต้นโลบิเวียตายก่อนแล้วกันไม่ได้เลี้ยงกันง่ายๆ นะครับ”

มีขู่ซะด้วยบอกตามตรงนี่ก็กลัวเหมือนกันนะชีวิตนี้ไม่เคยปลูกต้นไม้เลยด้วยซ้ำล่าสุดคงเป็นปลูกต้นถั่วงอกบนกระดาษทิชชู่ตอนปอห้า พอเห็นว่าถึงเวลาที่ต้องกลับแล้วคุณไม้เลยเดินมาส่งที่รถเสียงเคาะกระจกที่ดังขึ้นทำให้รามิลต้องลดกระจกลง

“อย่าเมามากนะครับ”

“ผมไม่ดื่มขนาดนั้นหรอกครับ”

“ถ้าเมาแล้วห้ามขับรถเลยนะครับ”


รามิลยิ้มให้คนที่ย่อตัวอยู่ตรงกระจกรถทั้งๆ ที่คุณไม้ก็พูดไปตามมารยาทแต่เขาเองไม่ได้ยินประโยคในทำนองนี้มานานแล้วบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไร

“ครับ ผมจะไม่เมาหรือถ้าเมาจะไม่ขับรถครับ”


SECRET GARDEN


“รามิลลูกเพื่อนแม่ แม่มึงมาบอกแม่กูอีกแล้วว่าวันนี้มึงตื่นเช้ามากเพื่อไปเดินชมดอกไม้ในสวนบ้านตัวเอง”

รุ่นลูกอย่างพวกเขานี่เรียกว่าสนิทกันมากแล้วแต่รุ่นแม่นี่ยิ่งกว่า มีอะไรผิดแปลกนี่โทรหากันปั๊บไอ้เบนมีการเสริมด้วยว่าตื่นเช้ามานอนบ้านมันอยู่นานสองนานก่อนจะไล่ออกจากบ้านจบประโยคด้วยคำถามที่ว่าแล้วมึงไปไหนต่อ

“ทำงานพิเศษ”

“ร้านดอกไม้เหรอวะ”

“เออสิ”

“ทำงานวันสองวันทำให้มึงกลายเป็นคนรักธรรมชาติได้ขนาดนี้เลยเหรอวะ”

“ก็สนุกดีนะ กูเคยคิดว่ามันน่าเบื่อถ้าต้องให้กูอยู่กับต้นไม้ใบหญ้านานๆ แต่พอได้ลองทำมันก็โอเคผ่อนคลายดีด้วยว่ะ”

“รามิลเพื่อนรักจากวันนี้แม่มึงโทรมาหาแม่กูทุกวันแน่”

“ดีใจนะที่เห็นมึงเป็นแบบนี้ตั้งแต่เลิกกับฝ้าย มึงก็เล่นๆ ไปวันๆ ตอนนี้ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้น”

รามิลจิบเหล้าในมือเมื่อเบนพูดถึงเรื่องอดีตขึ้นมาเขาไม่ได้เจ็บปวดหรือยังรักแฟนเก่าอยู่หรอก เพียงแค่รู้สึกว่ามันก็ผ่านมานานมากแล้วเหมือนกันยอมรับว่าบางวันก็ยังนึกถึงแต่พอมีเรื่องต้นกระบองเพชรเข้ามาเขาก็ไม่ได้นึกถึงเรื่องที่ผ่านมาอีกทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เขาฝังใจกับฝ้ายมากขนาดที่ว่าตั้งแต่เลิกกันเสียศูนย์ไปหลายเดือน

“อย่าพูดเรื่องซีเรียสคุยกับน้องทับทิมดีกว่า”

หน้าจอโทรศัพท์คินปรากฏหน้าของคุณชายทิมที่ใส่หูฟังเตรียมพร้อม ไอ้เบนยกแก้วเหล้าโชว์ไอ้ทิมที่โวยวายว่าไม่ยอมถ้ากลับไปจะแดกเหล้าสามวันสามคืนเพราะตั้งแต่ไปเยอรมันยังไม่ได้ลิ้มรสแอลกอฮอล์สักแอะโถ..สงสาร

“ไม่ต้องมาหัวเราะรามิลกูไม่รักมึงแล้วอาทิตย์หน้ากูกลับไทยไม่มารับกูที่สนามบินกูรักไอ้เบน”

“ลำเอียงว่ะ ไอ้คินก็ไม่ได้ไปรับมึงเนี่ย”

“ไอ้คินอยู่ข้างบ้านกูไหมเปิดหน้าต่างก็เจอหน้ามันแล้ว”

“น้อยใจหัวหน้าเหรอจ๊ะทับทิม”

“กลับไปมึงไม่ได้เป็นหัวหน้าแกงค์ลูกเพื่อนแม่หรอกไปเป็นลูกกระจ๊อกเลย”

“โห..นั่นตำแหน่งกูเลยนะอย่างนี้กูก็ได้เป็นหัวหน้าแทนไอ้มิลสิวะทิม”

“มึงอ่ะเป็นลูกกระจ๊อกเบอร์สองคิน”

ไอ้เบนขนาดมันคุยไลน์กับน้องจ๊ะจ๋าอยู่ยังต้องขอเวลานอกมาหัวเราะกับตำแหน่งของคนในแกงค์ลูกเพื่อนแม่ ไอ้เบนรีบถามว่ามันเป็นตำแหน่งอะไรคุณชายทับทิมเลยบอกว่าเบนจามินเด็กตี๋ลูกครึ่งฮ่องกงเป็นมือขวาของมันตั้งแต่อนุบาลสองห้องทานตะวัน เออ..ชื่อตำแหน่งดีกว่าลูกกระจ๊อกหน่อยนึง

ตอนแรกว่าจะไม่ดื่มเยอะแต่พอตกดึกทั้งบรรยากาศในผับบวกกับไอ้เบนก็ชงเหล้าไม่หยุดสุดท้ายก็ดื่มจนมึนหัวไปหมด แม่ไอ้เบนเตรียมการไว้อย่างดีเพราะคิดว่าลูกชายคงเมาหัวทิ่มถึงได้ส่งรถมารับ รามิลเป็นคนเดียวที่มีสติเลยบอกให้คนขับรถไปที่บ้านเขาแทน

บ้านเตชนะหิรัญ
มีห้องนอนรองรับแกงค์ลูกเพื่อนแม่ตั้งแต่เด็ก

ไอ้คินเดินเข้าห้องนอนอีกห้องพร้อมกับแบกไอ้เบนไปนอนด้วย รามิลเลยเข้าห้องนอนตัวเองล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนชุดนอนแล้วล้มตัวนอนคว่ำบนเตียงเพราะหัวมันเริ่มหนักๆ สายตาที่พร่าเบลอมองเห็นต้นกระบองเพชรโลบิเวียที่คุณไม้ให้มาตอนเย็นตั้งอยู่บนชั้นตอนกลับมาเปลี่ยนชุดเขาคงลืมเอาลงไปไว้ตรงสวนข้างล่างเพิ่งเห็นว่าตรงกระถางก็มีตัวอักษรเขียนไว้เหมือนกัน

is like

ไม่รู้คืออะไรแต่คิดว่าคงเขียนไว้ที่กระถาง
ให้เป็นลักษณะเฉพาะของร้านดอกไม SECRET GARDEN เฉยๆ

รามิลเป็นคนขี้เห่อเขารู้ตัวถ้าเขากำลังสนใจอะไรมากๆ เขาก็จะหมกมุ่นอยู่อย่างนั้นอย่างตอนนี้เขาสนใจต้นกระบองเพชรไม่แปลกที่เขาจะนึกถึงมันตลอดเวลาขนาดตอนนี้เขายังนอนมองต้นโลบิเวียอยู่เลยทั้งๆ ที่มึนหัวจะแย่

“ถ้าเมาแล้วห้ามขับรถเลยนะครับ”

ภาพที่แวบเข้ามาในหัวคือรอยยิ้มและประโยคเมื่อตอนเย็น
ขี้เห่อต้นกระบองเพชรนี่ไม่แปลกหรอกแต่เจ้าของร้านดอกไม้นี่มาได้ยังไงกัน




SECRET GARDEN
คือความลับในใจฉัน..











TO BE CON


พระเอกไม่ได้ความจำเสื่อมนะคะ 55
ข้อมูลต้นกระบองเพชร อ้างอิงจากหนังสือ Cactus Lover "แด่เธอผู้หลงรักแคคตัส"
#ความลับของต้นไม้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-08-2018 15:47:08 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
SECRET GARDEN
คือความลับในใจฉัน..

CH4.DISCOCACTUS



พรุ่งนี้อย่าลืมมางานเปิดตัวร้านเสื้อของเบลนะคะ หนุ่มหล่อแกงค์ลูกเพื่อนแม่~

เป็นการเปิดร้านห้องเสื้อที่เหมือนงานเลี้ยงรุ่นดูวุ่นวายและสนุกสนานเบลเป็นเพื่อนร่วมรุ่นตอนเรียนปริญญาตรีนี่ก็หายไปเรียนด้านแฟชั่นที่อังกฤษแล้วก็กลับมาเปิดแบรนด์ของตัวเอง เป็นผู้หญิงสวยที่กระโหลกโปกฮาถูกไอ้เบนจามินเต๊าะมาตั้งแต่ปีหนึ่งจนเรียนจบป.โทแล้วก็ยังได้แค่เต๊าะอยู่เพราะสาวสวยประกาศลั่นกลางห้องเรียนตอนปี.1


“กูเกลียดผู้ชายเจ้าชู้! โดยเฉพาะแบบมึงเบนจามิน! ”


หูว..ไอ้เบนบอกเด็ดสะระตี่แต่ขี้เกียจสู้ต่อ
เลยถอยทัพไปจีบคนอื่น

ส่วนเขาที่สนิทกับเบลก็เพราะว่า   

“ฝ้ายมาไม่ได้เห็นบอกบินไปทำงานสิงค์โปร์”

เพื่อนของแฟนเก่ารามิลรู้ดีว่าตอนที่เขากับฝ้ายเลิกกันแรกๆ เบลเองก็ทำตัวไม่ถูกเพราะเป็นเพื่อนของทั้งสองฝั่ง  เขายังจำได้ว่าวันที่กินเหล้าจนเมาหัวทิ่มเบลก็ยังมาปลอบไปๆ มาๆ ก็กอดคอแหกปากร้องเพลงเมาสลบไปด้วยกันไอ้ทิมยังถ่ายรูปเก็บไว้เลย

“เฮ้ย ดอกไม้สวยช่อใหญ่เวอร์ขอบใจมากไม่เคยผิดหวังกับแกงค์ลูกเพื่อนแม่หล่อและรวยสมคำร่ำลือ”

“ไอ้มิลแหกขี้ตาตั้งแต่เช้าไปซื้อให้มึง กราบมันซะเบล”

พอคินบอกอย่างนั้นเบลเลยเดินเข้ามาหาทำท่ากราบลงตรงอกพร้อมกับบอกว่า ขอบคุณป๋ามิลนี่เป็นช่อดอกไม้ที่สวยที่สุดตั้งแต่ได้มาวันนี้ พอไอ้เบนเห็นแบบนั้นเลยบอกให้เบลทำบ้างแต่โดนสาวสวยเมินพร้อมกับบอกให้มันไปไกลๆ

“ประทับใจจริงๆ นะเนี่ยของร้านอะไรอ่ะเผื่อจะใช้บริการบ้างเปิดเช้าขนาดนี้เลยเหรอ”

“ ร้านชื่อSECRET GARDEN ”


รามิลอยากจะบอกว่าร้านดอกไม้ไม่ได้เปิดเช้าขนาดนี้หรอกแต่เขาไปปลุกเจ้าของร้านมาจัดดอกไม้ให้มันต่างหาก ก็ใครใช้ให้ไอเบลไลน์มาบอกตอนห้าทุ่มห้าสิบห้านาทีเขาจะไปเตรียมพวกช่อดอกไม้อะไรที่ไหนทัน พอนึกถึงดอกไม้ก็เลยไลน์ไปหาเจ้าของร้าน SECRET GARDEN ชั่งใจอยู่นานเพราะมันเป็นเวลาที่ดึกมากแล้ว

ปกติเขาไม่ได้คุยไลน์กับคุณต้นไม้สักเท่าไหร่คุยกันทีก็ประโยคพื้นๆ ทั่วๆไป ไม่ก็แค่ไลน์ไปบอกว่า วันนี้จะเข้าไปทำงาน แต่พอเขาไลน์ไปหาเรื่องดอกไม้คุณต้นไม้ก็บอกว่า เดี๋ยวจัดการให้ ร้านดอกไม้ SECRET GARDEN นี่บริการยอดเยี่ยมทุกระดับประทับใจจริงๆ รามิลแค่บอกคร่าวๆ เพียงเท่านั้นว่าต้องการดอกไม้แบบไหนเพราะเขาเองก็ไม่ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับดอกไม้เท่าไหร่ แต่ข้อความที่ได้รับต่อมาทำให้รามิลถือโทรศัพท์ค้างอยู่อย่างนั้น

TREE  : คุณมิลจะให้เต้ไปส่งดอกไม้ที่ไหนครับ

ที่จริงเขาก็แค่พิมพ์ชื่อสถานที่ให้คุณต้นไม้ไปมันก็จบแล้ว
ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาลังเลอะไรนักหนาสุดท้ายก็ตัดสินใจพิมพ์ลงไปว่า

RM: ผมเข้าไปรับเองได้ไหมครับ

TREE: ผมแล้วแต่ลูกค้าอยู่แล้วครับ แต่ผมเห็นว่ามันเช้ามากผมให้เต้ไปส่งที่บ้านคุณมิลได้นะ

RM: ผมเข้าไปรับเองดีกว่าครับ

พอเขาพิมพ์ตอบไปแบบนั้นคุณไม้ก็หายไปนานก่อนจะตอบมาว่าได้ครับ..เออแปลกใจตัวเองเหมือนกันว่าจะต้องตื่นเช้าไปเอาดอกไม้ช่อนึงทำไมกันวะพอคุยกันเรื่องดอกไม้เสร็จรามิลก็กลัวว่าจะรบกวนเวลาพักผ่อนของคุณต้นไม้เลยจะพิมพ์ขอโทษที่รบกวนตอนดึกๆ แต่ข้อความจากอีกฝั่งเด้งขึ้นมาก่อน

TREE  : งานหนักไหมครับช่วงนี้

ทั้งๆ ที่มันเป็นประโยคธรรมดาแต่รามิลรู้สึกว่าปากเขามันยิ้มโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว  รามิลเอนตัวลงบนหมอนก่อนจะตอบข้อความของเจ้าของดอกไม้ว่าตอนนี้ทำงานหนักมากเพราะกำลังจะปิดโปรเจคใหญ่เขานึกว่าข้อความมันจะสิ้นสุดแค่นั้นแต่ก็ยังมีข้อความส่งกลับมาเรื่อยๆ บางครั้งรามิลก็เป็นฝ่ายพิมพ์ถามก่อน

ไม่รู้ตัวว่าเวลามันผ่านไปนานเท่าไหร่
รู้แค่ว่านานมากแล้วที่รามิลไม่ได้มีช่วงเวลาที่ได้คุยกับใครสักคนก่อนนอน

RM: ฝันดีครับพรุ่งนี้เช้าเจอกันคุณต้นไม้


SECRET GARDEN

มาเช้าไปเหรอวะ..
พอมองนาฬิกาก็คิดว่าเช้าไปจริงๆ  งานเปิดร้านเบลไม่ได้ซีเรียสว่าต้องไปกี่โมงไปสักบ่ายสามมันก็ไม่ด่าไม่รู้ว่าเขาจะตื่นมาตั้งแต่ตอนนี้ไปทำไมกันเดินวนเวียนไปมาอยู่หน้าร้านนานสองนานไม่รู้ว่าทักไปตอนนี้คุณต้นไม้จะตื่นรึยังกลัวว่าจะเสียมารยาทด้วยเลยตั้งใจจะไปนอนรอที่รถ แต่อยู่ดีๆ ประตูร้านก็เปิดออกมาใบหน้าของเจ้าของร้านที่ยังไม่ตื่นดีทำให้รามิลต้องยิ้มกว้าง

“ขอโทษนะครับไม่คิดว่าคุณมิลจะมาเช้าขนาดนี้”

“ผมต่างหากที่ต้องขอโทษ”

คุณต้นไม้ยังอยู่ในชุดนอนหน้าตาดูก็รู้ว่าเพิ่งตื่นลุกออกมาจากที่นอนไม่ถึงห้านาทีแน่ๆ เลยขอตัวไปจัดการตัวเองรามิลนั่งมองคนที่เดินงัวเงียเดินโซเซไปชั้นบน เพิ่งเคยเห็นในลุคแบบนี้ผมยุ่งๆ กับชุดนอนตัวใหญ่ก็ทำให้คุณไม้ดูเด็กลงไปเยอะ ผ่านไปสิบนาทีเจ้าของร้านดอกไม้ก็เดินกลับเข้ามาคงไม่ทันได้อาบน้ำแต่ล้างหน้าล้างตาเรียบร้อยแล้วแปลกตาที่วันนี้ใส่แว่นตาสีกรอบสีดำอันโต

“คุณมิลอยากได้ดอกไม้แบบไหนครับ”

“ตามใจคุณไม้เลยผมไม่ค่อยรู้เรื่องนี้เท่าไหร่”

รามิลนั่งตรงหน้าเคาน์เตอร์พร้อมกับมองคุณต้นไม้หยิบๆ จับๆ ดอกไม้ออกมาหลายชนิด ท่าทางคล่องแคล่วจนนั่งมองเพลินๆ คุณต้นไม้ถามซ้ำว่าดอกไม้ที่ให้จัดจะนำไปใช้ในงานแบบไหนจะได้เลือกได้ถูกคงเพราะเห็นเขานั่งเหม่อๆ คุณต้นไมเลยโบกมือไปมาตรงหน้าเรียกสติ

“งานแสดงความยินดีครับ คุณมีการ์ดใช่ไหมผมอยากผูกติดกับดอกไม้เลย”

“ได้ครับ คุณมิลจะเขียนการ์ดเองไหม”

“คุณไม้เขียนให้ผมเลยได้ไหมครับ ลายมือผมค่อนข้างจะอ่านยากนิดนึงกลัวว่าเบลจะอ่านไม่ออก”

ไม่รู้ว่าเขาพูดอะไรผิดคุณต้นไม้ที่กำลังจัดช่อดอกไม้หยุดชะงักเงยหน้าขึ้นมามองเขาแป๊บนึงก่อนจะหันหลังไปหยิบการ์ดมาให้เขาเลือกไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่าบรรยากาศมันดูตึงๆ เย็นๆ ชอบกลทั้งๆ ที่คุณไม้ก็ก้มหน้าจัดดอกไม้ตามเดิมแต่ไม่พูดอะไรสักคำจนกระทั่งเขาเลือกการ์ดได้แล้วถึงได้เงยหน้าขึ้นมาอีกรอบ

“เขียนว่าอะไรครับ”

“Congratulations ขอให้กิจการรุ่งเรืองจากแกงค์ลูกเพื่อนแม่ มิล เบน คิน ทิม”

สงสัยเขาจะคิดไปเองว่าเมื่อกี้บรรยากาศตึงๆ เพราะทันทีที่เขาบอกประโยคที่จะเขียนในการ์ดจบคุณต้นไม้ก็หัวเราะเบาๆ อาจจะตลกกับชื่อแกงค์ลูกเพื่อนแม่ตามเคย แต่รามิลก็รู้สึกดีกว่าเมื่อกี้เยอะ คุณต้นไม้เงียบไปนี่ใจไม่ดีเลยเหมือนทำอะไรผิดร้ายแรงถึงแม้ทุกทีคุณต้นไม้จะเงียบๆ อยู่แล้วก็ตามเถอะแต่มันต่างกับบรรยากาศเมื่อสักครูลิบลับ พอเขาอธิบายเพิ่มว่าจะไปงานเปิดตัวเพื่อนที่เปิดร้านคุณต้นไม้ก็พยักหน้าพร้อมกับจัดดอกไม้ต่อ

“ปกติคุณมิลตื่นเช้าไปทำงานแบบนี้ทุกวันเหรอครับ”

“ถ้าบอกว่าวันนี้เป็นวันแรกในรอบหลายปีคุณไม้จะเชื่อผมไหม”

“ก็วันนี้คุณจะมารับดอกไม้นิครับ”

“ที่จริงผมอยากมาเจอ..”

เจ้าของร้านดอกไม้เหลือบตาขึ้นมามองเมื่อเห็นว่าเขาไม่พูดต่อ
รามิลขยับตัวเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์มากขึ้นก่อนจะยิ้ม

“อยากเจอต้นกระบองเพชรก่อนไปทำงานไม่เจอมาหลายวันน้องๆ คิดถึงผมแย่”

รามิลเห็นคุณไม้อมยิ้มก่อนจะบอกว่าไม่เคยมีลูกค้าคนไหนมาเช้าขนาดนี้เหมือนกันเขาเป็นคนแรกที่มาปลุกเจ้าของร้านและก็เป็นครั้งแรกที่จัดดอกไม้ให้ลูกค้าทั้งชุดนอน เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นรามิลเห็นว่าเป็นชื่อเต้คุณต้นไม้คุยสองสามประโยคก่อนจะกดวาง ช่อดอกไม้ตรงหน้าเริ่มเป็นรูปเป็นร่างและคิดว่าเบลเห็นจะต้องกรี๊ดดังมากแน่ๆ ขนาดเขาเป็นผู้ชายยังคิดว่ามันสวยเลย

“ผมได้กลิ่นหอมอ่อนๆ มาจากต้นไหนครับ”

“อาจจะเป็นจากต้นกระบองเพชรที่ตั้งอยู่หน้าคุณมิลก็ได้ครับ”

รามิลหันไปมองต้นกระบองเพชรที่ตั้งอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์รูปทรงมันเป็นทรงกลมมีหนามรอบตัวแต่ตรงกลางมีดอกสีขาวโผล่มากลางต้น แปลกดีถึงแม้ดอกมันจะเหี่ยวร่วงโรยไปบ้างแล้วก็ตามไม่เคยรู้ว่าดอกของต้นกระบองเพชรจะมีกลิ่นหอมด้วยรามิลเอื้อมมือจะไปแตะแต่ก็โดนคุณต้นไม้เอากิ่งไม้ตีไว้ทัน

“ห้ามจับต้นกระบองเพชรแบบนั้นครับ”

“ผมอยากได้ต้นกระบองเพชรต้นนี้ไปตั้งที่หน้าโต๊ะทำงานผมบ้าง”

“ไม่ให้ครับ”

“ผมขอซื้อได้ไหมครับ”

“ไม่ขายครับ”

“ถ้าต้นกระบองเพชรไม่ได้ต้นไม้ได้ไหมครับ”

“………………………………….”

เพิ่งรู้ว่าแกล้งแหย่คนในตอนเช้ามันสนุกขนาดนี้และเหมือนเขาจะชนะเพราะคุณต้นไม้ไม่ยอมเถียงเขาต่อ นี่เตรียมจะบอกว่าขอพลูด่างไม่ก็ต้นไม้ปลอมมาวางไว้ก็ได้ ช่อดอกไม้เสร็จเรียบร้อยแล้วแต่รามิลยังไม่อยากลุกไปไหนเวลาอยู่กับดอกไม้ต้นไม้เยอะๆในยามเช้ามันก็สดชื่นดีมั้ง ได้นั่งคุยกับคุณต้นไม้หลายเรื่องแค่เพียงไม่นานประตูร้านก็เปิดออกพร้อมกับเต้ที่อยู่ในชุดนักศึกษาโชว์ถุงน้ำเต้าหู้สามถุงในมือขึ้นมา

กินน้ำเต้าหู้ในรอบห้าปี
ทุกทีรามิลหล่อเลี้ยงชีวิตในตอนเช้าด้วยกาแฟดำ

พอเขาบอกอย่างนั้นคุณต้นไม้ก็บอกว่าชีวิตเขาเหมือนนักธุรกิจในละครยกเว้นที่เลิกงานตรงเวลาไม่ได้ทำงานข้ามวันข้ามคืน เด็กเต้ยกมือไหว้เขาก่อนจะขอตัวไปเรียนคุณต้นไม้เลยเดินออกไปปิดประตูหน้าร้านเพราะยังไม่ถึงเวลาเปิดก่อนจะกลับมานั่งตรงหน้าเคาน์เตอร์ข้างๆ เขา

“อร่อยไหมครับ เต้ชอบซื้อมาฝากผมบอกว่าเป็นเจ้าดังแถวบ้าน”

“ผมไม่ได้กินน้ำเต้าหู้นานมากแล้วครับ”

“ถ้าไม่ชอบไม่เป็นไรนะครับ”

“ผมดื่มได้”

ไม่มีบทสนทนาอะไรต่อทั้งเขาและคุณต้นไม้นั่งดื่มน้ำเต้าหู้เงียบๆ แต่บรรยากาศตอนนี้ไม่ได้อึดอัดอะไรเลย รามิลรู้สึกว่ามันผ่อนคลายเสียด้วยซ้ำทั้งๆ ที่ปกติเวลาที่เราต้องอยู่กับคนที่เพิ่งรู้จักมันก็คงจะกระอักกระอ่วนพอสมควร แต่กับคุณต้นไม้รามิลไม่ได้รู้สึกแบบนั้น คนที่นั่งตรงข้ามเขาตอนนี้อยู่ในชุดนอนสีเข้มตัวใหญ่แว่นตากรอบสีดำสองมือจับแก้วน้ำไว้ มีบ้างที่เงยหน้าขึ้นมาแล้วยิ้มให้

ถ้าที่นี่ไม่ใช่ร้านดอกไม้แต่เป็นบ้าน
คงเป็นบรรยากาศของคนที่เพิ่งแต่งงานแล้วมานั่งทานอาหารเช้าด้วยกันก่อนไปทำงาน


เฮ้ย..นี่คิดอะไรอยู่วะ?


รามิลเหมือนเพิ่งรู้สึกตัวว่าเขาคิดอะไรเรื่อยเปื่อยเกินไปเลยขอตัวจากเจ้าของร้านดอกไม้ไปทำงาน ก่อนไปนี่ขอไปดูเจ้าพวกกระบองเพชรในโรงเรือนสักหน่อย พอชะโงกหน้าไปมองเห็นว่ามีใหม่เข้ามาหลายต้นเหมือนกัน เออ..แค่เห็นรามิลก็รู้สึกชื่นใจมองชื่นชมอยู่นานจนคุณต้นไม้ต้องมาตามเพราะกลัวว่าสายกว่านี้รถจะติด

“เพื่อนผมจะต้องดีใจมากแน่ๆ ดอกไม้สวยขนาดนี้”

“ถ้าชอบมาใช้บริการ SECRET GARDEN ได้อีกนะครับ”

คุณต้นไม้ยื่นช่อดอกไม้ช่อใหญ่มาให้เขาถือเอาไว้เอ่ยลาอีกครั้งแต่รามิลกลับหยุดชะงักเมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วเอื้อมมือมาจัดเนคไทด์เขาที่ตอนนี้มันเบี้ยวไปเบี้ยวมาคงเพราะช่อดอกไม้มันบังอยู่คุณต้นไม้ถึงกระเถิบเข้ามาใกล้จนรามิลได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคย ใบหน้าที่ยุ่งอยู่กับการจัดเนคไทด์ทำให้รามิลมองไม่วางตาคิ้วเล็กๆ นั่นขมวดเมื่อยังจัดไม่ได้ดั่งใจดวงตากลมโตหลังแว่นตาอันใหญ่คือสิ่งที่รามิลสนใจ

บอกตามตรงว่าบางครั้งแววตาของคุณต้นไม้มองเขาเหมือนต้องการจะบอกอะไรสักอย่าง
แต่เขาก็ไม่รู้ว่าสิ่งนั้นมันคืออะไร? บางทีเขาอาจจะคิดไปเอง

“ไทด์เบี้ยวเดี๋ยวลูกน้องจะว่าเอานะครับ”

“………………………..”

คุณต้นไม้เงยหน้าขึ้นมามองเมื่อเห็นว่ารามิลไม่ได้ตอบรับอะไร ต่างคนต่างมองตากันอยู่อย่างนั้นเมื่อไม่มีใครเริ่มพูดหรือหลบสายตาไปก่อนรามิลยิ้มให้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าก่อนจะก้มลงมาบอก

“ขอบคุณครับต้นไม้”



SECRET GARDEN


งานยุ่งจนหัวหมุน
เกือบสองอาทิตย์แล้วมั้งที่ทำงานจนหมดสภาพเพราะใกล้ถึงวันเปิดตัวโปรเจคที่รามิลรับผิดชอบเองทั้งหมด ทันทีที่เขาเซ็นปิดโปรเจคเหมือนยกภูเขาออกจากอก อยากจะลุกขึ้นมาเต้นแต่กลัวว่าคุณดาวจะตกใจเลยได้แต่เก๊กขรึมทำท่าเซ็นแบบเท่ๆ แทนแต่ในใจนี่เริงระบำมาก นี่เขายุ่งจนไม่มีเวลาไปร้านดอกไม้ SECRET GARDEN เลยเอาตรงๆ เวลานอนยังไม่ค่อยจะมีขนาดกินข้าวยังทำงานไปด้วย แต่คุณไม้ก็บอกเองว่าช่วงนี้ให้เขาทำงานที่บริษัทให้เรียบร้อยก่อนยังไม่ต้องมาที่นี่ก็ได้

RM: ผมคิดถึงต้นกระบองเพชร

TREE: เดี๋ยวผมถ่ายรูปให้คุณมิลดูทุกวันดีไหมครับ


แน่นอนว่าเขาตอบว่าดี และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ หลังจากที่เขากลับมาจากทำงานแน่นอนว่าดึกมากบางครั้งก็เลยเที่ยงคืนไปแล้ว เป็นช่วงที่รามิลขอใช้ประโยคขัดนโยบายชีวิตที่จะเลิกงานตรงเวลา แต่ไม่ว่าเขาจะกลับดึกมากแค่ไหนเขาก็จะเปิดไลน์ขึ้นมาอ่าน รูปต้นกระบองเพชรถูกส่งให้เขาดูวันละสองสามรูป ถ้าคุณต้นไม้ยังไม่หลับเราจะคุยกันจนคนใดคนหนึ่งง่วงนอน แต่ถ้าวันไหนหลับไปแล้วรามิลจะทิ้งข้อความเอาไว้แล้วคุณไม้ก็จะมาตอบในวันถัดมา

มันเป็นอย่างนี้ตลอดช่วงเวลาที่เราไม่ได้เจอกันรามิลเองยังแปลกใจที่ตัวองสนิทกับใครที่เพิ่งรู้จักเร็วขนาดนี้ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องแย่เพราะเขาเองก็รู้สึกสบายใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนตั้งแต่เลิกกับฝ้ายเขาก็ค่อนข้างปิดตัวเอง เพื่อนใหม่ก็ไม่อยากรู้จักวันๆ ก็คุยแต่กับลูกค้าส่วนเรื่องผู้หญิงก็ไม่ได้จริงจังรามิลคิดว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้มันดีมากแล้ว

ทั้งเรื่องที่ได้คุยกับคุณต้นไม้หรือที่ได้เรียนรู้ต้นกระบองเพชร




“ยินดีด้วยนะครับคุณรามิล”

รามิลยิ้มรับทุกคนที่มางานเปิดตัวโปรเจคใหญ่ของบริษัท คุณแม่ใบบัวของเขาแวะมางานตอนเช้าก่อนจะขอตัวกลับเพราะบอกว่าแก่แล้วยิ้มนานๆ แล้วเมื่อยหน้าเพิ่งรู้ว่าคุณแม่เขาเองมีอารมณ์ขันที่จริงคือกำลังหลบหนีคุณหญิงคุณนายที่เข้ามาประจบ พอเขาแกล้งถามมีใครมาฝากตัวลูกสาวมาเป็นลูกสะใภ้ไหม คุณแม่ใบบัวทำมือผายออกพร้อมกับบอกว่าเยอะเป็นกระบุงโกยแทบจะให้ส่งใบสมัครเข้ามาในไลน์ จะได้มีเวลาพิจารณา

นี่แม่วัยรุ่นมากแต่เขาก็รู้เรื่องความรักชีวิตคู่
แม่เขาไม่ได้บังคับฝืนใจอยู่แล้วไม่งั้นไม่หนีกลับไปก่อนแบบนี้หรอก คงเฟ้นหาลูกสะใภ้ให้เขาจากงานนี้

ตอนนี้รามิลก็เริ่มเมื่อยขาเมื่อหน้าอยู่เหมือนกันเมื่อต้องยืนรับแขกมาตั้งแต่เช้า บรรดาเพื่อนๆ แวะมาหาบ้างแล้วเหลือแต่เบลที่ไลน์มาหาบอกว่าจะมาแสดงความยินดีจริงๆ รามิลบอกเบลแล้วว่าไม่ต้องมาก็ได้เพราะไม่ว่ายังไงเขานัดนอกรอบกับเพื่อนสนิทได้อยู่แล้ว ส่วนแกงค์ลูกเพื่อนแม่นี่ไม่มาสักคนมันบอกเจอกันที่บ้านเตรียมเหล้าฉลองไว้พร้อม ไอ้คินขี้เกียจเจอคนเยอะส่วนไอ้เบนบอกเผื่อเจอกิ๊กเก่าลูกสาวคุณหญิงคุณนายสักคนที่มันหยอดไว้ ส่วนทิมเพิ่งกลับมาจากเยอรมันเลยขอนอน

นี่แหละแกงค์ลูกเพื่อนแม่ที่คบกันมาเกินสิบปี น่าประทับใจจริงๆ

รามิลขอตัวจากคุณดาวไปห้องน้ำสักพักเพราะเขาเองก็ยืนคุยกับแขกมานานแล้ว แต่ทันทีที่เปิดประตูห้องประชุมออกไปคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าทำให้รามิลยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น

“มาส่งดอกไม้ครับจากแกงค์ลูกเพื่อนแม่”

คุณต้นไม้ยืนถือดอกไม้สีขาวช่อใหญ่พร้อมกับส่งยิ้มมาให้ไม่รู้ว่าเพราะเขาไม่เจอคุณต้นไม้นานเกินไปหรือเปล่าถึงรู้สึกว่าเจ้าของร้านดอกไม้ถึงดู…น่ารักขึ้นไม่รู้ใช้คำนี้กับผู้ชายได้หรือเปล่าแต่เขาก็นึกคำอื่นไม่ออกจะบอกว่าหล่อก็รู้สึกมันแปลกๆ พอเห็นเขายิ้มรับคุณต้นไม้ก็ยิ้มกว้างขึ้นอีกจนตาหยีพร้อมกับยื่นช่อดอกไม้ให้ เออ..มันมาจากแกงค์ลูกเพื่อนแม่จริงๆ ด้วยว่ะ

“คุณเบนจามินโทรมาสั่งไว้ครับ ผมเลยเอามาส่งให้เอง”

“แต่ตัวพวกมันไม่มีใครมาสักคน”

“หัวหน้าแกงค์ไม่น้อยใจสิครับผมจัดดอกไม้สุดฝีมือเลยนะ ยินดีด้วยครับ”

รามิลได้ยินประโยคนี้เป็นร้อยๆ ครั้งแล้วในวันนี้
แต่พอได้ฟังจากปากของคุณต้นไม้มันก็รู้สึกดีไปอีกแบบไม่รู้ทำไม..

“อันนี้ของแกงค์ลูกเพื่อนแม่แล้วของคุณไม้ไม่มีให้ผมเหรอครับ”

“อยากได้อะไรเหรอครับ”

“ต้นกระบองเพชร” /ต้นกระบองเพชร

คุณต้นไม้คงรู้ว่าเขาอยากได้อะไรถึงได้พูดออกมาพร้อมกัน เจ้าของร้านดอกไม้กอดอกส่ายหน้าพร้อมกับบอกว่าเด็กฝึกงานหายไปนานมากไม่ยกต้นกระบองเพขรให้ง่ายๆ ต้องกลับมาทำงานที่ร้านก่อนรามิลเลยรีบบอกว่าตั้งแต่พรุ่งนี้จะกลับสู่โหมดเลิกงานตรงเวลาแล้วไม่มีเลทแน่นอนเจอกันที่ร้านดอกไม้ทุกวันตอนเย็น

“ผมต้องไปแล้วนะครับให้เต้เฝ้าร้านคนเดียว”

“ขอบคุณนะครับที่เอาดอกไม้มาให้ผมด้วยตัวเอง”

“เจ้านายมาตามให้กลับไปทำงานที่ร้านดอกไม้ต่างหาก”

ยืนคุยกันอยู่สักพักคุณไม้ก็ขอตัวกลับจังหวะเดียวกับที่ลิฟท์อีกตัวเปิดออกพร้อมกับสาวสวยเจ้าของห้องเสื้อชื่อดังหอบของขวัญมาพะลุงพะลังรีบเดินจ้ำอ้าวมาหาเขา รามิลได้แต่มองสาวสวยอย่างขำๆ คงจะรีบเต็มที่เพราะเห็นไลน์มาตั้งแต่เช้าว่าอยู่ดีๆ ก็มีงานเข้ามาด่วนจริงๆ มันไม่ได้รีบมาหาเขานะมันบอกว่าอยากเจอลูกค้าเขาหล่อๆ รวยๆ เลยลุกขึ้นมาแต่งหน้าตั้งแต่เช้าตรู่ เออ..ขอคาราวะผู้หญิงในเรื่องนี้ รามิลโบกมือลาคุณต้นไม้ที่ลงลิฟท์ตัวข้างๆ เบลเลยหันกลับไปมองแต่เห็นหน้าเพียงแค่แป๊บเดียวเท่านั้นเพราะประตูลิฟท์ปิดไปแล้ว

“เพื่อนเราเหรอ”

“เจ้าของร้านดอกไม้เขาเอาดอกไม้มาส่งให้”

“แต่เบลคุ้นมากเลยนะเหมือนเคยเห็นที่ไหนนึกว่าเพื่อน”

“จะคุ้นได้ยังไงเบลเพิ่งกลับมาไม่กี่เดือนเอง”

“ก็จริง”

รามิลเลยบอกให้เบลเข้าไปรอข้างในเพราะเขาจะไปห้องน้ำก่อน เบลหยักหน้าพร้อมกับรับช่อดอกไม้จากรามิลมาถือไว้ให้ ภาพของคนในลิฟท์ยังติดอยู่ในหัวแต่ก็คิดว่าเขาอาจจะจำคนผิดสาวสวยก้มลงมองช่อดอกไม้ในมือการ์ดที่มีสัญลักษณ์ของร้านทำให้เบลมองอย่างสนใจ

“เจ้าของร้าน SECRET GARDEN งั้นเหรอ”   




ในที่สุดก็จบวัน
รามิลเอนตัวไปกับเก้าอี้ทำงานเขาเพิ่งได้พักหลังจากที่ต้องยืนยิ้มมาทั้งวัน พอเหลือบมองนาฬิกาก็เห็นว่าสามทุ่มครึ่งแล้วนี่เพิ่งรู้ตัวว่าเขานั่งพักนานขนาดนี้ รามิลลุกขึ้นขยับตัวไปมาก่อนจะปิดไฟห้องทำงานแล้วเดินไปที่ลานจอดรถ นิ้วเรียวเคาะพวงมาลัยอยู่นานเพราะเขาตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปไหน

ระหว่างกลับบ้านไปนอน หรือ ร้านดอกไม้

หลังจากที่นั่งคิดอยู่นานสุดท้ายเขาก็หักพวงมาลัยมาอีกทางที่ไม่ใช่ทางกลับบ้าน ไฟร้านดอกไม้ยังเปิดไว้อยู่ทั้งๆ ที่คิดว่าคุณต้นไม้จะปิดร้านไปแล้ว รามิลเปิดประตูเข้าไปในตรงเคาน์เตอร์หน้าร้านไม่มีใครอยู่สักคนชั่งใจอยู่นานว่าจะเดินเข้าไปข้างในดีไหม แต่คิดว่าอย่างน้อยตอนนี้เขาก็ไม่ใช่ลูกค้าทั่วๆ ไปแล้วเลยเดินเข้าไปตรงโรงเรือนกระบองเพชร

คิดอยู่แล้วว่าคุณต้นไม้ต้องอยู่ที่นี่  ต้นกระบองเพชรพันธุ์เดียวกับที่เขาเห็นมันวางอยู่ตรงเคาน์เตอร์หน้าร้าน ตอนนี้รามิลเห็นว่ามันวางอยู่บนชั้นสวยงาม บางต้นออกดอกบางต้นยังไม่มีดอกรามิลเลยค่อยๆ เดินเข้าไปหาคนที่กำลังจัดต้นกระบองเพชรอยู่เงียบๆ ตั้งใจจะเข้าไปแกล้งให้ตกใจเล่นแต่พอเขาเข้าไปใกล้ๆ

“ผมรู้นะว่าใคร คุณรามิล”

“คุณไม้นี่ผมเดินย่องๆ เหมือนโจรเลยนะครับยังจะรู้ตัวอีก”

“ตัวใหญ่ขนาดนี้ผมเห็นตั้งแต่คุณอยู่หน้าประตูแล้ว”

รามิลช่วยยกกระถางต้นกระบองเพชรมาวางลงกับพื้นก่อนที่คุณเต้นไม้จะนั่งลงแล้วยกต้นกระบองเพชรขึ้นมาดูทีละกระถาง รามิลพับแขนเสื้อขึ้นแล้วนั่งลงข้างๆ คุณต้นไม้ที่นั่งพิงเสาอยู่ ต้นกระบองเพชรที่เห็นอยู่ตอนนี้มีหนามแหลมรอบตัวแต่คุณไม้บอกว่าหนามมันไม่ได้แหลมคมอย่างที่เห็น

“เจ้าต้นนี้เรียกว่า Discocactus  มันมีดอกด้วยนะครับเขาจะออกดอกก็ต่อเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูอุณหภูมิ อากาศ อย่างที่คุณมิลถืออยู่ตอนนี้มันมีจุกสีขาวๆ เรียกว่า เซฟาเลียม แสดงว่าต้นนี้โตพร้อมจะออกดอกแล้วครับ”

“…………………………………………..”

“ที่ผมมาดูแลเจ้าต้นนี้ตอนกลางคืนเพราะดอกของเจ้า Discocactus  จะบานเต็มที่ในตอนกลางคืนแล้วก็คืนเดียวด้วยนะครับอย่างที่คุณมิลเคยเห็นที่ตรงเคาน์เตอร์หน้าร้านตอนเช้ามันก็เหี่ยวแล้วแล้วก็ดอกของต้นนี้มีกลิ่นหอมๆด้วย ”

“ถึงจะมีหนามรอบตัวแต่ก็ออกดอกให้สวยงามได้”

รามิลมองต้นกระบองเพชรที่วางอยู่รอบๆ ตัวเขาคิดไม่ผิดจริงๆ ที่คอนเซ็ปถ่ายรูปจะเป็นต้นกระบองเพชร ทุกครั้งที่ได้เรียนรู้เรื่องราวของต้นกระบองเพชรมันมีอะไรให้เขาได้แปลกใจอยู่เสมอ เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณต้นไม้ถึงอยากให้เขาได้ใช้เวลาอยู่กับมันก่อนที่จะถ่ายรูปส่งประกวด

“ดึกขนาดนี้ทำไมคุณมิลไม่กลับบ้านพักผ่อนล่ะครับ เหนื่อยมาทั้งวัน”

“เพราะผมคิดถึงต้นกระบองเพชรเลยอยากมาหา”

“ถ้าคุณคิดถึงแสดงว่าคุณกำลังค่อยๆตกหลุมรักต้นกระบองเพชร”

เจ้าของร้านดอกไม้ยังคงยิ้มไม่เลิกตากลมๆ หยีลงเหมือนเด็กๆ รามิลคิดว่าคุณไม้คงดีใจที่ทำให้เขาค่อยๆ ชอบต้นกระบองเพชรได้จากคนที่ไม่เคยสนใจต้นไม้ใบหญ้าแต่วันนี้กลับขับรถมาที่นี่เพียงเพราะอยากเจอต้นกระบองเพชรเขาก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าเป็นเอามากขนาดนี้ รามิลเห็นว่าแก้มของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ มีรอยเปื้อนน่าจะเป็นคราบดินมือใหญ่เลยยกขึ้นมาแล้วค่อยๆ ปาดมันออกเบาๆ คุณไม้สะดุ้งในตอนแรกแต่ก็ไม่ได้เอ่ยว่าอะไรปล่อยให้เขาเช็ดต่อไปเรื่อยๆ

“คุณไม้รู้ตัวไหมเวลาที่คุณมองผมผมรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคืออะไร”

“แล้วมันเป็นแบบไหนเหรอครับ”

รามิลชะโงกหน้ามาใกล้ๆ จนอีกฝ่ายต้องถอยจนชิดกับเสาด้านหลังไม่มีทางหนีได้อีกรามิลยังคงมองตาเจ้าของร้านดอกไม้อยู่อย่างนั้นและคุณต้นไม้เองก็ไม่ได้หลบสายตาไปไหนมีเพียงมือที่ก่อนหน้านี้วางอยู่บนตักถูกยกขึ้นมาดันไหล่ไว้แต่ก็ไม่ได้ผลักไสให้ออกห่างเพียงแค่สัมผัสให้เว้นระยะไว้เท่านั้น

“เห็นอะไรไหมครับ”

“เห็นผม”

รามิลไม่ได้โกหกแววตาทั้งสองข้างคนตรงหน้าสะท้อนภาพเขาเต็มๆ ตา มันเป็นคำถามที่ติดค้างอยู่ในใจเราเคยเจอกันมาก่อนไหมแต่รามิลก็นึกไม่ออกว่าเขาจะเคยเจอคุณต้นไม้ได้ที่ไหน บางครั้งเขาก็เหมือนว่าคุณต้นไม้รู้จักเขาอยู่แล้วแต่บางครั้งก็เขาก็คิดว่าเขาคิดไปเองทั้งหมดมันไม่ได้มีอะไร

สายตาทั้งสองคนยังคงมองกันอยู่อย่างนั้นยังไม่มีใครหลบสายตาไปไหน
จนกระทั่งมือของคุณเต้นไม้ที่ดันไหล่ไว้ค่อยๆเลื่อนมาตรงอกกว้างข้างซ้ายของรามิลแล้วยิ้มให้

“ก็ตรงนี้มีแค่คุณนิครับ”

โอเค..ยอมแพ้
ขอยอมแพ้ ยอมแพ้จริงๆ

รามิลหลับตาลงพร้อมกับถอยออกไปนั่งพิงชั้นต้นกระบองเพชรตามเดิม นี่เขาเลยวัยกุ๊กกิ๊กวัยหวานมานานมากแล้วไอ้คำพูดที่เคยหยอดผู้หญิงสวยๆ ในมหา’ลัยนี่ลืมไปหมดเลยนะ แล้วไอ้ประโยคธรรมดาๆ ของคุณต้นไม้เมื่อกี้มันทำให้เขาใจเต้นจนอยากจะเอาหัวโขกต้นกระบองเพชรตายซะให้มันรู้แล้วรู้รอด

ทั้งๆ ที่รู้ว่าคุณต้นไม้อาจจะหมายถึงว่าในนี้มีแค่เราสองคนจะให้ไปเห็นใครที่ไหน
แต่ทั้งสายตาเสียงพูดหรือแม้แต่การสัมผัสมัน

ยอมรับเลยว่าคุณต้นไม้เป็นผู้ชายคนแรกที่ทำเขาเขินได้ขนาดนี้

“ผมยังไม่ได้ให้ของขวัญแสดงความยินดีกับคุณมิลเลย”

คุณต้นไม้หันไปหยิบต้นกระบองเพชร Discocactus มาถือไว้ก่อนจะยื่นให้มันเหมือนต้นที่เขาเคยบอกว่าอยากเอามาตั้งตรงโต๊ะทำงานแต่รามิลคิดว่าเขาเอาไปตั้งรวมกับสองต้นที่ได้มาก่อนหน้านี้จะดีกว่ามันจะได้อยู่ด้วยกัน เจ้าดิสโก้กลมดิ๊กมีหนามรอบตัวแต่ขนาดมันแตกต่างจากที่วางอยู่ตรงเคาน์เตอร์เจ้าต้นนี้คงจะเป็นเด็กน้อยเบบี๋อยู่

“ถ้าคุณมิลเลี้ยงเจ้าต้นดิสโก้ต้นนี้จนออกดอกแล้วอย่าลืมตื่นมาดูดอกมันด้วยนะครับ แล้วก็ยินดีอีกครั้งสำหรับโปรเจคใหญ่คุณมิลเก่งมาก”

คุณต้นไม้ขอตัวไปปิดร้านก่อนแต่รามิลยังคงนั่งอยู่ที่เดิม
ในมือถือกระถางต้นกระบองเพชรไว้ตรงขอบกระถางมีอักษรภาษาอังกฤษที่เขียนไว้เหมือนทุกครั้งที่ได้มา

a jigsaw puzzle


จิ๊กซอว์?

แผ่นหลังเจ้าของร้านดอกไม้ที่เพิ่งผ่านพ้นประตูโรงเรือนต้นกระบองเพชรไปทำให้รามิลยิ้มบางๆ เหมือนความเหนื่อยที่สะสมมาทั้งเดือนมันหายไปตั้งแต่เขาก้าวเข้ามาที่นี่ทั้งๆ ที่เขายังไม่ได้นอนพักหรือพักผ่อนอะไรเลยด้วยซ้ำ รามิลยกกระถางต้นกระบองเพชรในมือขึ้นมามองใกล้ๆ

“เจ้าดิสโก้เจ้านายเอ็งนี่เป็นต้นไม้แบบไหนกันนะ”






TO BE CON
#ความลับของต้นไม้


ข้อมูลต้นกระบองเพชรจาก
http://chowcactus.blogspot.com/2016/09/discocactus-sp_23.html
หนังสือ Cactus Lover แด่เธอผู้ตกหลุมรักแคคตัส





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-08-2018 15:48:54 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3105
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
ต้นไม้คือใครกันน๊า~

ออฟไลน์ yamapong

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 199
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-0
เธอๆๆ มันดีมันละมุนมากเลยยยน เราชอบบบบบบบบบบ ขอเดาว่าต้องเรียนที่เดียวกันแน่เลย คุณต้นไม้นี่ชอบพระเอกอยู่แล้วรึเปล่านะ แต่ทำไมคุณต้นไม้ดูไม่เขินเลย หรือแค่เก็บอาการเก่งกันนะ

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2224
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
คุณต้นไม้หยอดรามิลแบบละมุนละม่อมมาก. อยากรู้จังว่าไปแอบชอบรามิลตั้งแต่ตอนไหน.  :hao4:

ออฟไลน์ uyong

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 362
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-1
ตามจ้า น่าจะมีเงื่อนงำบางอย่างเกี่ยวกับแก๊งค์ลูกเพื่อนแม่ เบลและต้นไม้ น่าจะรู้จักกันมาก่อน :pig4:

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
SECRET GARDEN
คือความลับในใจฉัน..
CH5. Mammillaria Plumosa



“พี่มิลขยันกว่าผมอีก ผมจะโดนลดเงินเดือนไหมเนี่ย”

เต้ถือดอกกุหลาบบ่นเบาๆ เมื่อเห็นอาทิตย์ที่ผ่านมาพี่รามิลมีชีวิตยุ่งเหมือนนักธุรกิจคนอื่นๆ นี่ก็หายหน้าหายตาไปนานเพราะติดงานที่บริษัท แต่พอหลังปิดโปรเจคก็เหมือนโยนงานประจำทิ้งแล้วมาทำงานพิเศษแทน เต้เห็นนักธุรกิจใส่ผ้ากั้นเปื้อนที่ร้านดอกไม้ทุกวันบางวันนี่มาก่อนหกโมงอีก ไม่รู้ว่าว่างหรือโดดงานมาตอนแรกเต้คิดว่าพี่มิลคงอยากจะได้ต้นกระบองเพชรเร็วๆ ถึงได้ขยันขนาดนี้ แต่หลังๆ นี่เริ่มไม่แน่ใจ

ว่าอยากได้ต้นกระบองเพชร
หรืออยากได้ต้นไม้ ?


ต้นไม้นี่หมายถึงคนนะไม่ใช่ต้นไม้ที่เป็นต้นๆ ก็เจ้าของร้านดอกไม้ของเขานั่นแหละ ถ้าไม่ติดว่าเต้รู้มาก่อนว่าการที่พี่มิลเข้ามาที่ร้านเพราะจุดประสงค์อะไรคงคิดว่าเข้ามาจีบพี่ต้นไม้แน่ๆ ทั้งท่าทาง สายตา คำพูด หรือบรรยากาศมันต่างจากเจ้านายและลูกน้องที่มาฝึกงานลิบลับ ถึงจะเป็นผู้ชายทั้งคู่ก็ตามเถอะ เต้ไม่ได้อะไรกับเรื่องแบบนี้อยู่แล้วเขายินดีหมดไม่ว่าความรักจะเป็นเพศอะไร เต้เองก็ไม่รู้ว่า คุณรามิลจะรู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวเองแสดงออกมากแค่ไหน หรือปกติเป็นคนอัธยาศัยดีแบบนี้อยู่แล้ว แต่สำหรับพี่ต้นไม้..

เต้บอกได้เลยว่าตั้งแต่ทำงานกับพี่ไม้มาเจ้าของร้าน SECRET GARDEN เป็นคนที่เข้าใจยากมากถึงมากที่สุด พี่ไม้เป็นคนไม่ค่อยพูดแต่เต้ก็รู้ว่าพี่ไม้เก็บทุกรายละเอียดไว้ในใจ และในความคิดเต้ส่วนมากคนที่ไม่ค่อยระบายความรู้สึกมักจะแสดงออกด้วยการะกระทำและสายตาแทน

ทุกครั้งที่เต้เห็นแววตาของพี่ไม้มองคุณรามิล
มันไม่ใช่แววตาของคนที่เพิ่งรู้จักกันแต่มันเป็นแบบไหนเต้ก็ใช้คำพูดไม่ถูก

เอาเป็นว่า มันเหมือนแววตาเวลาที่พี่ต้นไม้มองต้นกระบองเพชรที่เขารักมาก
นั่นแหละมันเป็นแบบเดียวกัน


SECRET GARDEN


“ต้นกระบองเพชรนี่เราต้องรดน้ำด้วยเหรอครับ”

“ก็ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ บางต้นรดมากรดน้อยแต่ถ้าต้องรดก็อย่างน้อยอาทิตย์ละสองครั้งก็พอครับ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับสถานที่ที่เราเลี้ยงเขาด้วย มันมีหลายปัจจัยอย่างเช่นอากาศหรือดินที่ปลูก”

“ผมเข้าใจมาตลอดว่าต้นกระบองเพชรไม่ต้องรดน้ำปล่อยให้มันตากแดดเดี๋ยวมันก็โตเอง”

“ส่วนใหญ่ก็เข้าใจแบบนั้นกันครับ บางต้นถึงกับไหม้แดดไปเลยก็มี”

“ฟังแล้วเศร้า เหมือนฆาตกรรมต้นกระบองเพชร”

เจ้าของร้านดอกไม้หัวเราะกับประโยคของเด็กฝึกงานที่ตอนนี้กำลังนั่งมองเขาเตรียมน้ำไว้รดต้นกระบองเพชรสำหรับเช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งๆ ที่เลยเวลาปิดร้านจนเกือบจะห้าทุ่มอยู่แล้วแต่รามิลก็ไม่ขยับย้ายตัวไปไหนเจ้าตัวบอกเองว่าจะทำงานชดเชยที่หายหน้าหายตาไป  และก็ทำอย่างที่บอกจริงๆ ทั้งทำความสะอาดโรงเรือน เช็ดกระถาง กวาดพื้น มีนั่งคุยกับต้นกระบองเพชรด้วยนะ  ตลก

ขนาดเต้ยังบอกว่า บางทีคุณรามิลอาจจะทำงานหนักเกินไป
อาการดูน่าเป็นห่วง


“โอ๊ะ! เจ้าต้นนี้เหมือนขนพุดเดิ้ลเลย”

ต้นไม้ที่กำลังถือกระถางต้นกระบองเพชรหยุดค้างแล้วก้มลงมอง เจ้าต้นกระบองเพชรทรงกลมมีหนามสีขาวปกคลุมไปทั้งต้น ท่าทางนักธุรกิจร้อยล้านจะตื่นเต้นกับเจ้าต้นนี้มากมองซ้ายมองขวาไม่หยุดจนต้นไม้ต้องเดินเอามาให้ดูใกล้ๆ

“เป็นคนแรกเลยนะครับที่บอกเจ้านี่เหมือนขนพุดเดิ้ลคนอื่นเขาบอกว่าเหมือนขนนกกันทั้งนั้น”

“เหมือนออกครับขนพุดเดิ้ลสีขาว”

“เจ้านี่ชื่อว่า Mammillaria Plumosa (แมมมิลาเรีย พลูโมซา) หรือจะเรียกว่าแมมขนนกก็ได้ครับ”

ท่าทางชื่อเรียกจะยากไปสักนิดเพราะรามิลบอกให้ต้นไม้บอกชื่อเจ้าพุดเดิ้ลนี่อีกรอบพอบอกรอบที่สามก็ขออีกรอบ พลางย้ำว่าชื่อพันธุ์ต้นกระบองเพชรเริ่มยาวเหมือนชื่อไดโนเสาร์แล้ว ต้นไม้เลยอธิบายเพิ่มเติมว่าเจ้าแมมขนนกถ้าเลี้ยงไปเรื่อยๆ จะแตกหน่อออกมาได้ด้วยอีกอย่างเป็นต้นกระบองเพขรที่ออกดอกได้เหมือนกันแต่อาจจะไม่ใหญ่โตเท่าโลบิเวีย

“พวกผู้หญิงชอบต้นนี้กันมากครับ มันดูน่ารักเพราะเหมือนมีขนฟูๆ”

“ผมเป็นผู้ชายผมชอบได้ไหมครับ”

“ถ้าจะชอบจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ไม่แปลกหรอกครับ”

“___________________________”


ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ดีๆ ถึงเงียบกันทั้งคู่หลังจากจบประโยคนั้น คนพูดเหลือบตามองอีกฝ่ายที่กำลังยิ้มอยู่เลยต้องทำเป็นสนใจต้นกระบองเพชรต้นอื่นแทน รามิลมองแผ่นหลังของคนที่ทำเป็นหยิบนู่นหยิบนี่แล้วยิ้มบางๆ  ไม่รู้ว่าเขาจะยิ้มทำไมเหมือนกันก็คุณต้นไม้บอกเองว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ไม่แปลกที่จะชอบเจ้าพุดเดิ้ลนี่เพราะฉะนั้นเขาก็จะชอบเจ้าต้นนี้ด้วย

“ขอเจ้าแมมขนนกคืนด้วยครับ”

“อ้าว คุณไม้ไม่ให้ผมเหรอ”

“ผมไม่ให้คุณมิลง่ายๆ หรอกครับ”

“ผมชอบเจ้าพุดเดิ้ลนะยกให้ผมเถอะ”

“มาเรียกชื่อต้นกระบองเพชรผมตามใจชอบได้ยังไงกัน”

จริงๆ รามิลไม่ได้จะเอาเจ้าพุดเดิ้ลตอนนี้หรอกแต่อยากแก้ลงคนตรงหน้ามากกว่า รู้ว่าหวงต้นกระบองเพชรนี่มากเลยขอแหย่สักหน่อยรามิลแกล้งยื่นกระบองเพชรไปตรงหน้าพออีกฝ่ายจะเข้ามาหาเลยชักมือหนี รามิลหลุดขำเมื่อคุณเต้นไม้เงยหน้ามามองเขาพร้อมกับจ้องตาเขม็งคราวนี้เลยแกล้งหนัก ถ้าเจ้าพุดเดิ้ลเป็นสุนัขจริงๆ ตอนนี้มันคงจะเวียนหัวตาลายไปแล้วเพราะรามิลแกล้งยกหนีไปมาซ้ายขวาล่างบนไม่หยุด จนสุดท้ายรามิลต้องเอาไปซ่อนข้างหลังตัวเอง เจ้าของร้านดอกไม้ก็ยังไม่ยอมแพ้พยายามคว้าจะเอาเจ้าพุดเดิ้ลให้ได้

ตอนแรกรามิลก็สนุกอยู่นะ
แต่ตอนนี้ท่าทางคุณต้นไม้คงไม่รู้ตัวว่าตอนนี้แก้มตัวเองมันเฉียดกับแก้มของของเขาไปมา เพราะเจ้าตัวมุ่งมั่นเอาแต่จะคว้ากระถางต้นกระบองเพชรให้ได้เลยไม่ได้สนใจอย่างอื่น มารู้ตัวอีกทีตอนที่ได้ยินเสียงหัวเราะใกล้ๆ ตอนนั้นนั่นแหละที่เจ้าตัวเพิ่งรู้สึกว่าแก้มตัวเองแนบกับแก้มของเขาอยู่

“ผมได้ยินเสียงเหมือนหัวใจเต้นของคุณหรือของผม”

รามิลถามขึ้นเบาๆ คนที่ยังค้างอยู่ท่าเดิมก็ตอบกลับมา

“เวลาที่เหนื่อยๆ หัวใจมันก็เต้นแรงเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วนิครับ”

เจ้าของร้านผละตัวออกไปหันหน้าเขาชั้นต้นกระบองเพชรตามเดิม รามิลหัวเราะเบาๆ กับคำตอบนั่นโอเค..เขาไม่เถียงหรอกนะว่าทฤษฏีที่เจ้าตัวบอกมานั้นก็จริงอยู่แต่ก็อาจจะไม่ใช่ทั้งหมดสำหรับเขาตอนนี้ รามิลเลิกแกล้งเจ้าของกระบองเพชรเพราะเห็นว่าแกล้งอีกฝ่ายจนหนำใจแล้วเลยเดินไปใกล้ๆ คนที่ขยับต้นกระบองเพชรบนชั้นเป็นรอบที่ร้อยทั้งๆ ที่มันก็เรียบร้อยดีอยู่แล้ว รามิลเอนตัวมาวางกระถางเจ้าพุดเดิ้ลไว้บนชั้นแน่นอนว่ามันเฉียดแก้มของคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ไปนิดเดียวรามิลเลยกระซิบบอก

“ผมได้ยินเสียงหัวใจเต้นแล้วก็เห็นว่าเวลาที่คุณไม้เขิน…..หูจะแดงด้วย”


SECRET GARDEN


“แต่งตัววัยรุ่นมากมีนัดกับแกงค์ลูกเพื่อนแม่เหรอมิล”

พี่สรทักดังลั่นเมื่อเห็นน้องชายเดินลงมาจากบันไดบ้านด้วยชุดที่ไม่เห็นเจ้าตัวใส่มานาน เสื้อยืดกางเกงสามส่วนรองเท้าผ้าใบมีการแซวว่านี่ยังกลับไปใส่กางเกงนักเรียนสีน้ำเงินได้อยู่ รามิลเลยเต๊ะท่านายแบบอยู่สักพักก่อนที่ทั้งคุณแม่คุณพี่คุณหลานจะเดินมาดูกันทั้งบ้าน

“อามิลจะไปเที่ยวเหรอครับ”

“ใช่ครับคฑาอามิลจะไปสวนจตุจักรถ้าเจอของเล่นอาจะซื้อมาฝากทั้งคฑาและกายสิทธิ์”

เจ้าหลานฝาแฝดปรบมือชอบใจใหญ่เดาได้เลยว่าไม่เข้าใจที่เขาบอกหรอกแต่ได้ยินคำว่าของเล่นก็คงดีใจไปตามประสาเด็ก คุณหลานนี่ไม่เท่าไหร่หลอกล่อด้วยของเล่นก็หายสงสัยหนีไปวิ่งเล่นกันต่อเหลือแต่บรรดาผู้ใหญ่ที่ยืนมองหน้ากันอย่าง งงๆ จนเขาต้องถามว่าเป็นอะไรกัน

“วันนี้ลาหยุดที่ทำงานแล้วมิลตื่นเช้าเพื่อจะไปสวนจตุจักรเหรอ”

“ผมไม่ได้ลาหยุดแต่ผมเคลียร์งานหมดแล้ว เซ็นงานให้คุณดาวเรียบร้อยโทรศัพท์เปิดไว้ตลอดมีงานด่วนนี่พร้อมพุ่งไปเลย”

“พี่ไม่ได้ว่าเรื่องงานหรอกหยุดๆ บ้างก็ได้ไม่ต้องไปเครียดมากแล้วนี่ไปกับเบน คิน ทิม?”

“ไม่ใช่ เฮ้ย..พี่สรผมก็มีเพื่อนคนอื่นนอกจากไอ้แกงค์ลูกเพื่อนแม่ไปละครับ เดี๋ยวสาย”

ยังไม่ทันจะได้ถามอะไรต่อรามิลก็โบกมือลาออกจากบ้านทิ้งทุกคนโบกมือลาตอบแบบ งงๆ ปานอัปสรเอนตัวมากระซิบบอกคุณแม่ใบบัวว่าอาการแบบนี้หนีไปกับแฟนแน่ๆ คุณใบบัวพยักหน้ารับนานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้เห็นลูกชายกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหลังจากที่เลิกรากับหนูฝ้าย


ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นใครคุณใบบัวก็อยากขอบคุณที่ทำให้ลูกชายของเธอ
กลับมามีความสุขและยิ้มแบบนี้ได้อีกครั้ง




“มันร้อนหน่อยนะครับ”

รามิลยิ้มให้คุณต้นไม้พร้อมกับหยิบหมวกแก๊ปขึ้นมาสวมบ้างหลังจากที่เห็นเจ้าของร้านดอกไม้หยิบมาสวมก่อน วันนี้วันพุธคุณไม้ไม่ได้เปิดร้านจริงๆ ร้านดอกไม้จะหยุดวันไหนก็ได้ตามใจชอบของเจ้าของร้าน เมื่อวานคุณไม้บอกว่าจะปิดร้านบอกไว้ก่อนเพราะกลัวว่าเขาจะมาเก้อคุณไม้ยังบอกว่าร้านปิดเพราะจะไปเที่ยว

ตอนแรกนึกว่าเจ้าตัวมีนัดกับใครที่ไหน
แต่คุณต้นไม้ก็บอกว่า แค่ปิดร้านไปเที่ยวสวนจตุจักรเองครับ

ตอนที่ได้ยินนี่ลังเลอยู่นานว่าจะขอไปด้วยดีไหมอึกๆ อักๆ จนคุณต้นไม้ต้องเป็นฝ่ายชวนรามิลเลยตกปากรับคำ นี่ก็ไม่ได้มาสวนจตุจักรนานแล้วครั้งสุดท้ายคือกินเบียร์กับไอ้คินแต่ก็มาตอนกลางคืนเขาไม่เคยจะมาเดินตอนกลางวันแดดเปรี้ยงขนาดนี้ แน่นอนว่ามากับเจ้าของร้านดอกไม้เราจะหนีไปไหนพ้นนอกจากมาดูต้นไม้



.................................
....................................................................
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-08-2018 15:50:24 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
...............................................
.................................................................................


ต้นไม้หลากหลายพันธุ์ละลานตาไปหมด ตั้งแต่ทำงานกับเจ้าของร้านดอกไม้มาก็เริ่มซึมซับเรื่องต้นไม้ใบหญ้ามาบ้างแล้ว ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาก็คงแค่มองแล้วก็เดินผ่านไปแต่เดี๋ยวนี้เขากลับชอบที่จะเห็นสีเขียวเยอะๆ แบบนี้คุณไม้สนใจต้นไม้อยู่สองสามต้นแต่ก็ไม่ได้ซื้อแล้วไปซื้อกระถางเปล่าๆ แทนเดาได้เลยว่าคงเอาไปเปลี่ยนให้เจ้ากระบองเพชรที่เลี้ยงไว้ รามิลนั่งลงมองต้นกระบองเพชรที่วางเรียงรายอยู่หน้าร้าน เขาพอรู้ว่าที่นี่ก็มีขายต้นกระบองเพชรเหมือนกัน คุณต้นไม้ที่เพิ่งคุยกับเจ้าของร้านกระถางเสร็จเลยมานั่งมองข้างๆ

“เจ้านี่พันธุ์อะไรครับ”

“โลบิเวียครับ”

“เก่งนะเนี่ย”

“คุณอยากได้ต้นไหนไหมครับ”

“ผมอยากได้เจ้าพุดเดิ้ลที่ร้านคุณมากกว่า”

“ที่นี่ก็มีเจ้าพุดเดิ้ลนะครับตรงนู้นมีเป็นสิบๆ ต้นเลย”

“นั่นคือแมมขนนกไม่ใช่เจ้าพุดเดิ้ลครับเจ้าพุดเดิ้ลมีต้นเดียวที่ร้านคุณไม้อย่ามาหลอกให้ผมซื้อเลย”

ต้นไม้หัวเราะเพราะตอนนี้คุณรามิลนักธุรกิจเหมือนเด็กๆ ที่อยากได้ของเล่นพอดีกับเจ้าของร้านโผล่หน้าออกมาถามพอดี ต้นไม้เลยบอกว่าขอดูก่อนรามิลไม่คิดว่าคุณต้นไม้จะซื้อต้นกระบองเพชรที่นี่ด้วยเพราะที่โรงเรือนก็มีเป็นร้อยๆ ต้นแล้ว พอเห็นเขามองแบบนั้นคุณต้นไม้ก็บอกว่า ผมซื้อได้หมดไม่ว่าที่ไหนบางทีก็รู้ว่าบางต้นมีการตัดต่อดอกหรือพันธุกรรมหรือไม่บางต้นก็ใกล้จะตาย ซึ่งเขาก็จะเอามาเลี้ยงเองจนมันเติบโต้เหมือนที่อยู่ในโรงเรือน

“คุณไม้จบด้านนี้โดยตรงแน่ๆ ถึงรู้รายละเอียดขนาดนี้ผมโคตรไม่มีความรู้เรื่องนี้เลยสักนิด”

“ก็บริหารที่คุณเรียนมันต่างจากที่ผมเรียนเลยนิครับ”

“คุณไม้รู้เหรอครับว่าผมจบบริหาร”


รามิลหันมามองคนข้างๆ
ที่นิ่งไปแป๊บเดียวก่อนจะยิ้มให้

“ผมหมายถึงงานที่คุณทำมันเป็นการบริหารงานต่างกับงานของผมที่เกี่ยวกับพวกต้นไม้ดอกไม้”

รามิลพยักหน้ารับแต่ก็ยังคงมองเจ้าของร้านดอกไม้ที่ตั้งใจเลือกต้นกระบองเพชรอยู่ทั้งๆ ที่เข้าใจว่าคุณไม้หมายถึงอะไรแต่เขาก็ยังสงสัย กำลังจะอ้าปากถามอีกรอบแต่เจ้าของร้านขายต้นกระบองเพชรคิดเงินเสร็จพอดี รามิลเลยได้แต่ปล่อยเลยตามเลยสวนจตุจักรตอนบ่ายพอมีลมบ้างหลังจากที่ตอนเที่ยงร้อนจนรามิลต้องหยุดพัก

ทุกทีก็ทนไม่ได้กับอากาศร้อนๆ แบบนี้นะ

แต่พอหันไปมองคนข้างๆ ที่ยกมือขึ้นมาพัดให้ก็เออ..อากาศก็แค่ร้อนป่ะวะมันเป็นเรื่องธรรมชาติ รามิลเลยอารมณ์ดีนี่ก็เดินมองต้นไม้เพลินๆ คุณต้นไม้ซื้อพวกอุปกรณ์มากกว่าต้นไม้มีต้นกระบองเพชรที่ซื้อเยอะหน่อย จนกระทั่งกลับมาที่ร้านรามิลรู้สึกว่าตัวเองร้อนๆ หนาวๆ จริงๆ ก็เป็นมาตั้งแต่หลังปิดโปรเจคแล้วคิดเองว่าเขาคงแค่พักผ่อนไม่พอเฉยๆ แต่มันก็เป็นๆ หายๆ มาทั้งอาทิตย์คงเพราะเขาต้องทำงานต่อด้วยเลยไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ สุดท้ายก็ต้องขอตัวจากคุณไม้เพราะเริ่มมึนๆ ก่อนกลับคุณไม้ยังบอกว่าให้เขานอนพักผ่อนอาจจะเพลียเพราะอากาศร้อน




ยิ่งกว่าเพลียเพราะอากาศร้อน
ตอนนี้รามิลนอนเดี้ยงอยู่บนเตียงโดยมีคุณป้าแม่บ้านเอาแผ่นลดไข้มาแปะตรงกลางหน้าผาก

“หมดสภาพเลย”

คุณใบบัวเดินมานั่งลงข้างเตียงพลางจับตัวลูกชายที่ตัวร้อนยังกับไฟนี่ก็ป่วยหนักมาสามวันแล้วหลังจากกลับมาบ้านวันนั้นรามิลก็ขอตัวไปพักผ่อนเพราะปวดหัวพอถึงเวลาอาหารเย็นก็ยังไม่เห็นลงมาเลยให้แม่บ้านไปตามสุดท้ายก็แตกตื่นกันทั้งบ้านเมื่อแม่บ้านบอกว่าคุณมิลไม่สบายมากหน้าซีดเหมือนไก่ต้ม

ตอนแรกนึกว่าจะต้องพาไปโรงพยาบาลแต่เจ้าตัวบอกเองว่าแค่ไข้หวัดธรรมดา คุณใบบัวเลยยอมตามใจเจ้าลูกชายคนเล็กดีที่ไข้ลดลงมาหน่อยวันแรกที่จับตัวทีเธอเองยังตกใจแต่ก็ยังดูไม่มีเรี่ยวแรงอยู่ดีจะหยิบจะจับอะไรก็มือไม้อ่อนแรงไปหมดพอป่วยก็นอนซึมเหมือนตอนเด็กๆ อ้อนนู่นอ้อนนี่ไม่หยุดขนาดตาเทพยังบอกว่า

“อายุป่านนี้ก็ควรจะไปอ้อนเมียแทนอ้อนแม่ได้เล้ว”

เลยโดนคนป่วยไล่ออกจากห้อง

รามิลเพิ่งมีแรงจับโทรศํพท์เขาบอกคุณดาวไว้แล้วว่าขอลาป่วยปกติพี่สรเป็นคนทำเรื่องลาไว้ให้ถ้ามีงานด่วนจริงๆ พี่สรกับพี่เทพก็เซ็นแทนได้อยู่แล้ว ไอ้แกงค์ลูกเพื่อนแม่มาเยี่ยมสองวันก่อนไม่รู้เรียกมาเยี่ยมหรือแค่แวะมากินข้าวบ้านเพื่อนเฉยๆ เพราะมันสามคนมานอนเล่นเกมเสียงดังเจี๊ยวจ๊าวจนต้องไล่ให้ไปเล่นที่อื่นขนาดเขาไม่มีแรงขนาดนี้มันยังบอกให้เขาลุกมาเล่นเกมเพราะคนขาด จากนั้นมันก็ไปกินข้าวฝีมือแม่แล้วก็ลากลับบ้าน

ไม่รู้ว่าเรียกว่ามาเยี่ยมไข้ได้ไหม..

รามิลไล่รายชื่อไปเรื่อยๆ จนเห็นว่า
มีไลน์จากเจ้าของร้านดอกไม้


TREE : คุณมิล…วันนี้เข้าร้านไหมครับ

TREE : งานยุ่งเหรอครับ

TREE : วันนี้ก็ไม่เข้าร้านเหรอครับ

TREE : คือถ้าผมรบกวนคุณต้องขอโทษด้วย ถ้าวันนี้คุณจะเข้าร้านบอกผมด้วยนะครับเพราะวันนี้ผมปิดร้านเร็ว

TREE : คุณมิลโกรธผมเหรอครับ..



รามิลลุกขึ้นนั่งเมื่อเห็นข้อความของเจ้าของร้านดอกไม้แต่สงสัยจะลุกเร็วไปหน่อยถึงได้ปวดหัวจี๊ดกล้ามเนื้อก็ปวดตุบๆ คงเพราะเขาไม่ได้ขยับตัวอยู่หลายวันแต่รามิลก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่นักทั้งๆ ที่สายตาแทบจะไม่โฟกัสตัวอักษรบนแป้นพิมพ์เลยด้วยซ้ำ

RM: คึรไม่ครีล

รามิลพยายามจะพิมพ์ให้ถูกแต่เขาต้องตั้งสติใหม่
เพราะพิษไข้ที่ยังไม่หายดีมันทำให้เขาเริ่มปวดหัวขึ้นมาอีกรอบ


RM: ต้นไม้ครับ

TREE: คุณมิล? เป็นอะไรหรือเปล่าครับคุณไม่ตอบข้อความผมเลยตอนแรกจะโทรไปถามแต่กลัวว่าจะรบกวน

RM: ขอโทษด้วยนะครับ ผมไม่สบายหนักมาสามวันแล้วขอโทษที่ไม่ได้ตอบไลน์คุณเลย ผมไม่มีแรงจริงๆ ครับ

TREE: ผมตกใจแทบแย่แล้วตอนนี้ดีขึ้นหรือยังครับ

RM: ก็ดีขึ้นครับแต่ยังไม่หายดี คุณไม้ผมคอลได้ไหมพิมพ์แล้วผมตาลายมาก


รามิลเงยหน้าขึ้นมองเพดานแล้วยกมือขึ้นมาบีบขมับเบาๆ ก่อนที่โทรศัพท์จะขึ้นชื่อเพื่อบอกว่าอีกฝ่ายกำลังโทรหารามิลกดรับก่อนจะเอนตัวลงนอนอีกครั้งคุณไม้ดูตกใจเมื่อได้ยินเสียงเขาชัดๆ มันแหบแห้งจนเขาเองก็ยังรู้สึกรำคาญคุณไม้มีไล่ให้เขาไปพักผ่อนแต่เขาก็บอกว่านอนนิ่งๆ บนเตียงมาสามวันแล้วเบื่อจะแย่ พอคุยไปสักพักฤทธิ์ยาที่เพิ่งกินไปก็เริ่มออกฤทธิ์รามิลเริ่มรู้สึกตาจะปิดนี่ก็จับใจความเรื่องที่คุยกันไม่ได้แล้วรู้แค่ว่าประโยคสุดท้ายที่เขาพูดคือ

RM: ต้นไม้มาหาผมหน่อยได้ไหมครับ

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้รามิลรู้สึกตัวพอเงยหน้ามองนาฬิกาก็เห็นว่าเขาหลับไปนานเหมือนกันเพราะตอนนี้มันเกือบจะเย็นแล้ว โทรศัพท์ที่ตกอยู่ข้างตัวทำให้รามิลต้องพยายามนึกเรื่องราวก่อนที่เขาจะหลับไปอีกรอบนี่เขาคุยกับคุณไม้จนเผลอหลับไปซะได้ เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับป้าแม่บ้านที่เข้ามาหาพร้อมกับบอก

“มีเพื่อนมาเยี่ยมคุณมิลค่ะรออยู่ข้างล่าง”

“เบน คิน ทิมเหรอครับ”

“ไม่ใช่ค่ะ คุณคนนั้นบอกว่าเขาชื่อ ต้นไม้”

รามิลไม่ได้ตาฝาดคุณป้าแม่บ้านไม่ได้อำด้วยตอนนี้รามิลพยายามรวบรวมกำลังเดินลงบันได ด้านหลังของคนที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ห้องรับแขกทำให้รู้ว่าใครกันที่มาหาเขาคุณแม่ใบบัวที่นั่งอยู่ด้วยพอเงยหน้าขึ้นมาเห็นเขาก็รีบเรียกให้คนในบ้านมาช่วยพยุงกันให้วุ่นวายทั้งๆ ที่เขาเองแค่เป็นหวัดเท่านั้น รามิลเงยหน้ามองคนที่ลุกขึ้นยืนแล้วยิ้มให้

“หายรึยังครับ”

ก็คิดว่าใกล้จะหายแล้ว

ตอนแรกจะนั่งตรงห้องรับแขกแต่รามิลบอกว่าอยากพาคุณต้นไม้มาที่สวนด้านหลังคุณแม่ใบบัวจับเขาห่อตัวเหมือนดักแด้เพราะกลัวว่าโดนลมแล้วไข้เขาจะกลับ ขนาดคุณต้นไม้ยังอมยิ้มขำเมื่อเห็นว่าแม่บ่นเหมือนเขาเป็นเด็กสองสามขวบ

“คุณไม้มาบ้านผมถูกได้ไงครับ”

“ถามคุณเบนเอาน่ะครับ ผมกลัวว่าคุณจะไม่สบายเพราะผมคุณทำงานที่บริษัทก็หนักแล้วยังมาที่ร้านดอกไม้ทุกวันอีก อีกอย่างเพราะคุณไปกับผมวันนั้นใช่ไหมครับถึงได้ป่วยขนาดนี้”

“คุณไม้อย่าพูดแบบนั้นสิครับ”

“แต่มันเป็นความจริง”

“ต้นไม้ฟังผม”

เจ้าของร้านดอกไม้เงียบลงเมื่อคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เรียกชื่อเขาห้วนๆ รามิลถอดเสื้อคลุมที่ใส่อยู่ออกเพราะเริ่มร้อนก่อนที่ขยับมาใกล้ๆ คนที่นั่งอยู่ด้วยคุณต้นไม้ไม่ได้พูดอะไรต่อแต่แววตาที่มองเขาอยู่ตอนนี้ดูก็รู้ว่ารู้สึกผิด

“ผมเลือกที่จะให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้เอง ผมเต็มใจที่ไปหาคุณที่ร้านดอกไม้ทุกวันยอมรับว่าที่ผมป่วยตอนนี้คงเพราะผมทำงานหนักจนไม่ได้พักผ่อน แต่อย่าโทษตัวเองเลยนะครับว่าเป็นเพราะคุณ”

“___________________________”


“ผมมีความสุขที่ได้ไปที่ร้าน SECRET GARDEN ดีใจที่ได้เห็นเจ้าต้นกระบองเพชรได้รู้จักต้นไม้ดอกไม้หลายชนิด แล้วก็รู้สึกดีที่ได้ทำอะไรหลายอย่างไปพร้อมๆ กับคุณ”

รามิลหยิบเศษใบไม้ที่ปลิวลงมาบนผมของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ออกให้ เส้นผมลื่นมือทำให้รามิลไม่อยากจะยกมือออก เลยถือโอกาสลูบผมอีกฝ่ายเบาๆ ไม่มีใครพูดอะไรออกมาแต่รามิลก็คิดว่าคุณต้นไม้เข้าใจแล้วเพราะแววตาที่มองเขาตอนนี้มันไม่ได้มีความรู้สึกเหมือนสักครู่ เจ้าของร้านดอกไม้จับมือคนที่ยังลูบผมให้หยุดรามิลเลยมองหน้าตรงๆ เพราะคิดว่าคุณต้นไม้จะบอกอะไรสักอย่างแรงบีบที่มือพร้อมกับสายตาอ้อนๆ ในแบบที่รามิลไม่เคยเห็นทำให้รามิลต้องตั้งใจฟัง

“อย่าป่วยอีกนะครับหรือถ้าป่วยอย่าหายไปแบบนี้อีก สัญญากับผม”


โอเค..ไข้ขึ้นอีกรอบแน่ๆ
หน้าเน้อนี่ร้อนไปหมด

นั่งชมสวนกันอยู่สักพักคุณต้นไม้ก็จำดอกกล้วยไม้สีส้มได้เลยหัวเราะไม่หยุดเพราะยังจำภาพที่อุ้มกระถางไปหา  ไปๆ มาๆ ก็บอกว่าวันหลังจะมาจัดสวนให้เองเพราะตั้งแต่คุณพ่อเขาเสียก็ไม่ได้มีใครมาจัดการส่วนนี้เท่าไหร่นัก รามิลเห็นคุณต้นไม้เดินไปดูต้นไม้ดอกไม้หลายต้นส่วนมากก็เป็นกล้วยไม้ซะส่วนใหญ่ มีมุมบางมุมที่เขาเองยังไม่เคยเข้าไปแต่คุณไม้ก็มุดเข้าไปดูซนจริงๆ เหมือนเล่นของเล่นอยู่ มุดนู่นโผล่มานี่บางทีก็ตื่นเต้นที่เห็นกล้วยไม้พันธุ์แปลกๆ ตอนนี้กำลังหายไปเข้าไปสักมุมนานแล้วเขาเลยต้องตะโกนเรียก ไม่นานเจ้าตัวก็โผล่หน้าออกมา

“คุณมิลเคยเข้าไปตรงนั้นไหมครับ”

“ผมไม่ค่อยมาที่นี่หรอกครับ”

“ตรงนั้นมีต้นไม้อยู่ด้วย”

“หืม? ตรงนั้นมีต้นไม้ด้วยเหรอครับนึกว่าเป็นชั้นโล่งๆ”

“ถ้าคุณมิลหายดีแล้ววันไหนอยากเห็นก็เข้าไปดูนะครับ”

รามิลพยักหน้ารับเพราะคิดว่าคงเป็นกล้วยไม้ของพ่อที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน แค่เพียงไม่นานคุณป้าก็มาบอกว่าเตรียมอาหารเย็นเสร็จแล้วพร้อมกับบอกว่าแกงค์ลูกเพื่อนแม่แวะมาเยี่ยมเลยต้องเดินกลับมาที่บ้าน คุณไม้ทักทายไอ้เบนเพราะรู้จักกันดีอยู่แล้ว พอเขาแนะนำให้รู้จักกับทิมคินคุณไม้ก็บอกว่า

หัวหน้าแกงค์ป่วยได้เวลายึดอำนาจ

ไอ้ทิมนี่ตาวาวมีการจับมือชอบอกชอบใจบอกคุณต้นไม้นี่เจ๋งมาก
เพราะคิดเหมือนกันเด๊ะ ไอ้นี่..

“เออ ไอ้มิลแล้วนี่มึงหายเฮ้ยๆ ”

 เบนจามินร้องลั่นเมื่อเห็นรามิลเริ่มเซดีที่เขารับไว้ทันคงเพราะพิษไข้ที่ยังไม่หายดีเลยเริ่มมึนๆ ตัวก็เริ่มกลับมารุมๆ คุณใบบัวเลยบอกให้เจ้าลูกชายขึ้นไปนอนเดี๋ยวให้แม่บ้านยกข้าวต้มขึ้นไปให้ข้างบน

“งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับคุณมิลจะได้พักผ่…”

เงียบ..

กริบ..



ทุกคนที่ยืนอยู่ทั้งคุณแม่ใบบัว ป้าแม่บ้านรวมถึงแกงค์ลูกเพื่อนแม่ที่ยืนนิ่งอยู่กับที่ เพราะทันทีที่คุณต้นไม้พูดยังไม่ทันจบไอ้คนที่ป่วยหนักก็ยื่นมือมาจับข้อมือเจ้าของร้านดอกไม้ไว้แน่น มันก็ไม่ได้พูดอะไรหรอกนะแต่สายตากับท่าทางแบบนั้นทุกคนก็คิดแบบเดียวกันหมด

ไม่อยากให้ไปไหน

คุณไม้เองมองข้อมือตัวเองที่ถูกจับไว้แน่นก่อนจะเงยหน้ามองคุณหญิงใบบัวที่ตอนนี้ก็นิ่งไปเหมือนกัน พอเห็นแบบนั้นต้นไม้เลยพยายามจะบิดข้อมือตัวเองออกแต่คุณใบบัวกลับเดินเข้ามาแตะลงบนข้อมือของลูกชายตัวเองเพราะเห็นว่าไปกำมือข้อมือต้นไม้เขาแน่นขนาดนั้นไม่รู้ว่าจะเป็นรอยแดงหรือเปล่าก่อนจะบอก

“งั้นก็ขึ้นไปพักทั้งคู่นั่นแหละลูกชายแม่ดื้อมากถ้าไม่ยอมกินข้าวกินปลาต้นไม้ก็ฟาดเลยนะ”

คุณใบบัวบอกให้ทุกคนแยกย้ายคุณป้าแม่บ้านหัวเราะขำกับท่าทางของแกงค์ลูกเพื่อนแม่ที่ยังมองคนที่เดินขึ้นบันไดด้วยท่าทางแบบเดียวกันเด๊ะๆ ทั้งสามคน คินคือคนแรกที่ได้สติก่อนจะบอกว่าไว้ค่อยประชุมเรื่องนี้ทีหลัง ทุกคนหันมามองหน้ากันและแน่นอนว่าคบกันมานานขนาดนี้ต่างคนต่างรู้ว่าคิดอะไรอยู่




“ไม่นอนเหรอครับ”

“ผมนอนจนเบื่อไปหมดแล้วครับ”

“ตอนคุณรับปริญญาหน้าคุณก็ยังเด็กอยู่นะเนี่ย”

ต้นไม้เดินมานั่งลงตรงข้างเตียงพร้อมกับมองไปยังรูปรับปริญญาที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ รามิลเขยิบตัวมานั่งพิงหัวเตียงดีๆ ก่อนจะบอกว่าพอทำงานได้เดือนเดียวหน้าแก่เลยเพราะงานหนักดีที่ตอนนี้ปรับตัวได้งานก็เลยเบาขึ้นมาหน่อยกลับมาหล่อเหมือนเดิม

“ตอนเรียนคุณไม้เป็นแบบไหนเหรอครับ”

“ผมเหรอ..เป็นคนจืดๆ วันๆ ไม่ค่อยไปไหนอยู่แต่ที่คณะตัวเอง”

“ขนาดนั้นเลย”

“ครับ คุณมิลเคยดูหนังเรื่องเมย์ไหนไหม”

“ผมไม่เคยดูหรอกครับแต่ผมพอรู้นะว่าเรื่องมันเกี่ยวกับอะไร”

“ผมเป็นแบบนั้น ถ้ามีใครถามว่าใครคือต้นไม้เขาก็ถามต่อว่าต้นไม้ไหนมีคนชื่อต้นไม้ด้วยเหรอ”

“แล้วมีนี่ไหมครับชื่ออะไรนะพี่แฟม? พี่เฟรม? คนที่นางเอกชอบ”

“พี่เฟรมก็เป็นแฟนกับต้นไม้ที่เป็นดาวคณะ ไม่ใช่ต้นไม้ไหนแบบผม”

รามิลไม่รู้ว่าคุณต้นไม้แค่รับมุขเขาหรือว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ เพราะเจ้าตัวก็เล่าไปยิ้มไปไม่ได้ทำหน้าเศร้าอะไร ถ้ามันเป็นเรื่องจริงก็คงเป็นการแอบชอบเขาข้างเดียวที่เจ็บปวดน่าดูแต่มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวเกินไปที่จะไปถามพอเห็นเขาเงียบไปคุณไม้ก็เลยเรียกอีกครั้ง

“น่าเสียดายนะครับผมน่าจะเจอคุณไม้ตั้งแต่ตอนนั้น”

“ถ้าเราเจอกันตอนนั้นทุกอย่างมันอาจจะไม่เป็นแบบตอนนี้ก็ได้นะครับ”

“________________________________”

คุณต้นไม้มองหน้าเขานิ่งๆ แล้วหันไปหยิบบางอย่างขึ้นมาถือไว้บนตัก เห็นตั้งแต่ครั้งแรกที่ห้องรับแขกแล้วพอคุณต้นไม้เอาออกมาจากกล่องรามิลก็ยิ้มกว้างเจ้าพุดเดิ้ลที่รามิลเรียกวางอยู่บนตักตอนนี้มันมีดอกสีขาวเล็กๆ อยู่ด้วย

“ของเยี่ยมไข้ครับเจ้าพุดเดิ้ล”

“อันนี้ให้ผมจริงๆ แล้วใช่ไหม”

“ให้จริงครับคุณมิลป่วยเลยไม่ได้ไปดูแลต้นกระบองเพชรที่ร้าน ผมว่าคุณมิลต้องคิดถึงมันแน่ๆเลยเอาให้ดูถึงที่ แต่สัญญานะครับต้องหายป่วยก่อนถึงจะไปทำงานที่ร้านดอกไม้เหมือนเดิม”

“____________________________”

“อย่ารดน้ำมันเยอะเกินไปขนของเจ้าพุดเดิ้ลมันเก็บความชื้นไว้มันอาจจะเน่าตายได้นะครับ”

รามิลรับต้นกระบองเพชรเจ้าพุดเดิ้ลมาถือไว้เอง ขนปุกปุยสีขาวเห็นกี่ครั้งก็รู้สึกว่ามันน่ารักดี รามิลมองไปที่กระถางของต้นกระบองเพชรและมันก็เหมือนกับทุกครั้งที่ได้มามันมีคำภาษาอังกฤษเขียนไว้คิดว่าคุณไม้น่าจะเปลี่ยนกระถางเพราะก่อนหน้านี้เจ้าพุดเดิ้ลยังเป็นกระถางธรรมดาๆ

The 

คืออะไร?


เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นต้นไม้คิดว่าคงเป็นป้าแม่บ้านที่เอาข้าวต้มมาให้จังหวะที่กำลังลุกขึ้นรามิลกลับรั้งแขนของอีกฝ่ายไว้ก่อนคุณต้นไม้เลยเซกลับมานั่งบนเตียงตามเดิมแถมยังใกล้กับคนป่วยที่มองเขายิ้มๆ มากกว่าเดิมอีกต่างหาก รามิลยกตัวขึ้นมาก่อนจะบอก


“ผมว่าผมอาจจะหายเร็วขึ้นเพราะว่าได้ต้นกระบองเพชรมา แต่จะหายสนิทแน่ๆ เพราะว่าผมมีต้นไม้อยู่ใกล้ๆ”




SECRET GARDEN


“มันทำอะไรอยู่วะทิม”

“กูมองไม่ค่อยเห็น เห็นแว๊บๆ ว่าคุณไม้กำลังวัดไข้ไอ้มิลเอามือแตะหน้าผากแตะแก้ม แต่ไอ้มิลทำหน้าตาตอแหลมากดูก็รู้ว่ากำลังอ้อนอยู่มันหายป่วยแล้วเหอะ”

เบนจามินประคองถาดข้าวต้มพยายามจะชะเง้อดูตามช่องประตูนี่อุตส่าห์บอกป้าแม่บ้านว่าจะยกขึ้นมาให้เองเอาง่ายๆ คือจะเสือกเรื่องหัวหน้าแกงค์ พอลองเคาะแล้วไม่มีใครเปิดประตูให้ไอ้ทิมเลยจัดแจงแง้มประตูเพื่อแอบดูความเป็นไป ไอ้คินเห็นนิ่งๆ ที่พอไอ้ทิมแง้มประตูนี่มุดหัวเข้ามาดูด้วยตัวเองทั้งสามคนเงียบไปก่อนจะยิ้มออกมาพร้อมกันเมื่อเห็นรามิลหัวเราะเต็มที่ ท่าทางที่มีความสุขไม่ได้เห็นมานานมากแล้วหลังจากเลิกกับแฟนไปคราวนั้นทิมเลยตัดสินใจปิดประตูตามเดิม

“ตอนนี้ท่าทางเพื่อนเราคงไม่ได้อยากได้แค่ต้นกระบองเพชรแล้วว่ะคงอยากได้ต้นไม้ด้วยแน่ๆ ”





SECRET GARDEN
คือความลับในใจฉัน..

#ความลับของต้นไม้
^_________________^

PS, ถ้าใครไม่ได้ดูเมย์ไหน คือสถานะนางเอกคือไม่มีตัวตนในโรงเรียน ไม่มีใครรู้จัก
แล้วพี่เฟรมก็คือ หนุ่มสุดฮอตในโรงเรียนประมาณพี่โชนในสิ่งเล็กๆ เป็นคนที่นางเอกแอบชอบค่ะ
นี่ไม่เรียกว่าสปอย์นะ หนังมันฉายนานแล้ว 55

ข้อมูลต้นกระบองเพชรจาก
หนังสือ Cactus Lover แด่เธอผู้ตกหลุมรักแคคตัส


TO BE CON







« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-07-2019 20:00:33 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ alternative

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2317
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +285/-3
น่ารัก อ่านแล้วสบายใจ

มิลต้องมีความหลังกับต้นไม้แน่เลย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2224
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
หรือต้นไม้จะแอบชอบรามิลตั้งแต่ตอนเรียนมหาลัยแล้ว   :hao4:

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1868
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
อยากได้ต้นไม้มากกว่ากระบองเพชร ว้าวๆ ชอบที่เพื่อนบอกว่ามิลหน้าตอแลมาก

ออฟไลน์ uyong

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 362
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-1
อยากรู้มีอะไรอยู่ในสวน :pig4:

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
ต้นไม้แอบชอบรามิลตั้งกะสมัยเรียนแน่ ๆ

ออฟไลน์ yamapong

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 199
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-0
รอเฉลยปม ติดตามๆๆค่า น่ารักมาก

ออฟไลน์ Al2iskiren

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1789
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-3
ยิ่งอ่านยิ่งชอบ
 :-[

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3105
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
รามิลคือคนที่ต้นไม้แอบรักสินะ

ออฟไลน์ onlyplease

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 317
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
อยากอ่านอีก ดำเนินเรื่องละมุนมากกกก งื้อออ
 :mew2: :mew2:

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
SECRET GARDEN
คือความลับในใจฉัน..
CH6. MAMMILLARIA BOCASANA


หายป่วยเป็นปลิดทิ้ง
กลับมาทำงานวันแรกคุณดาวแทบวิ่งเข้ามากอดใจจริงคงอยากให้เซ็นเอกสารสามร้อยแฟ้มที่วางอยู่ใจจะขาด แต่คุณดาวก็เหมือนแม่คนที่สอง มีเตรียมน้ำซุปมาให้เขาด้วยอีกนิดนึงจะทาวิคส์วาโปรับพร้อมกับผูกผ้าพันคอให้เหมือนตอนที่คุณแม่ใบบัวทำให้ตอนแปดขวบ

“คุณมิลไม่ค่อยป่วยแต่ป่วยทีหนักเหมือนกันนะคะเนี่ย”

“ตอนนี้จะเพิ่มอีกโรคคือเอ็นข้อมืออักเสบ ผมเซ็นเอกสารไม่หยุดเลยคุณดาว”

“ช่วยไม่ได้ค่ะเดี๋ยวให้พักห้านาทีมีอีกสองแฟ้มแล้วก็ประชุมเรื่องรีโนเวทรีสอร์ทที่หัวหินตอนบ่ายค่ะ”

รามิลหันไปมองคุณเลขาทันทีที่บอกงานวันนี้ที่ต้องทำแต่พอแกล้งมองนานไปหน่อยคุณดาวก็เอาแฟ้มมาตีบอกนี่เลื่อนประชุมมาสามรอบแล้วถ้าไม่ประชุมรอบนี้จะส่งคุณมิลไปรีโนเวทรีสอร์ทเอง หลังจากถกเถียงตามประสาเจ้านายและเลขาพอหอมปากหอมคอแต่พอมีเสียงข้อความดังขึ้นมารามิลก็พุ่งถลาเข้าไปหาโทรศัพท์หน้าตายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ พอเธอเอนตัวแกล้งทำเป็นแอบดูข้อความคุณรามิลก็เอนตัวหนีมีการเอามือมาปิดอีกต่างหาก

“แน่ะ มีแฟนแล้วเหรอคะท่าทางแบบนี้”

“เฮ้ย..แฟนไรครับเจ้านายที่ทำงานพิเศษ”

“เขาไลน์มาตามให้ไปทำงานเหรอคะ”

“เขาไลน์มาบอกว่าอย่าทำงานหนักมากร่างกายผมยังอ่อนแออยู่ควรพักผ่อนเยอะๆไม่ควรเซ็นเอกสารเกินสามหน้า”

แฟ้มที่อยู่ในมือฟาดใส่แขนอีกรอบเบาๆ เพราะมั่นใจว่าประโยคนั้นคุณมิลจะต้องเป็นคนเติมแต่งขึ้นมาเองแน่ๆ  พิมพ์ดาวเห็นเจ้านายตอบข้อความแล้วยิ้มแก้มปริเลยไม่อยากจะกวนอะไรอีก จนกระทั่งคุณมิลวางโทรศัพท์แล้วหยิบปากกามาเซ็นงานต่อ

“นานแล้วนะคะที่ไม่ได้เห็นคุณมิลเป็นแบบนี้ ตั้งแต่เรื่องคุณฝ้ายท่าทางคนนี้จะจริงจังเป็นผู้หญิงคนไหนกันคะ”


รามิลหยุดเซ็นเอกสารแต่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาตอบคำถามของคุณดาว เหมือนคำถามที่คุณดาวถามมันสะกิดบางอย่างที่เขาคิดมาตลอด..คุณพิมพ์ดาวเห็นเขาเงียบไปเลยหันกลับไปเตรียมเอกสารตามเดิมข้อความในไลน์ขึ้นโชว์ที่หน้าจออีกครั้งแต่ครั้งนี้รามิลกลับปล่อยให้ข้อความขึ้นโชว์อยู่อย่างนั้น





“พี่มิล หายแล้วเหรอครับ”

เสียงเจ้าเต้ทักเขาดังลั่นเมื่อเขาเปิดประตูเข้ามาในร้าน SECRET GARDEN ขนาดเจ้าของร้านที่ก้มหน้าอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีใครเดินเข้ามารามิลยิ้มให้เจ้าของร้านที่เงยหน้าขึ้นมามองถึงแม้ว่าสองสามวันก่อนคุณไม้จะไปเยี่ยมที่บ้านแล้วแต่ก็ยังห้ามไม่ให้เขามาทำงานที่ร้านดอกไม้อยู่ดี บอกให้เขาพักผ่อนให้เพียงพอก่อน

“หายแล้วแน่นะครับ”

“สนิทเลยครับเนี่ยผมโดนคุณดาวบังคับเซ็นเอกสารเกือบสิบแฟ้ม”

“ก็คุณมิลป่วยหนักทั้งอาทิตย์เลยนิครับ”

“ผมอยากเจอต้นกระบองเพชรใจจะขาด”

คุณต้นไม้บอกว่าตอนนี้กำลังย้ายบ้านให้ต้นกระบองเพชรโรงเรือนมันเลยดูรกไปหน่อย แต่พอรามิลเดินเข้ามาคำว่าหน่อยของคุณไม้นี่..รอบๆ โรงเรือนมีต้นกระบองเพชรที่กำลังจะย้ายกระถางวางเกลื่อนไปหมด มีถุงดิน ถุงหิน อุปกรณ์ต่างๆ วางเต็มทุกพิ้นที่

“คุณไม้ทำคนเดียวหมดนี่เลยเหรอครับ”

“ปกติผมก็ทำคนเดียวอยู่แล้วครับ เต้ไม่ถนัดงานแบบนี้เลย”

“ตอนนี้มีเด็กฝึกงานชื่อรามิลเตรียมแสตนบายแล้วครับ”

“นี่ไม่ใช่งานง่ายๆ ทำต้นกระบองเพชรตายนี่ผมว๊ากเลยนะ”

“จะน่ากลัวขนาดไหนเชียว”

รามิลแกล้งยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ คนที่บอกว่าจะว๊ากใส่ บอกตามตรงเขานึกหน้าคุณไม้ตอนโมโหไม่ออกเลยสักนิด  เจ้าของร้านดอกไม้ที่รามิลรู้จักมีแต่ใบหน้านิ่งเฉยแล้วก็รอยยิ้มที่เขาเห็น ขนาดตวาดหรือขึ้นเสียงรามิลยังไม่เคยได้ยินตอนดุเจ้าเต้ก็เป็นการดุที่ดูอ่อนโยนเรียกว่าเป็นการสั่งสอนมากกว่า พอเห็นเขาแกล้งแบบนี้คนที่โดนจ้องหน้าเลยมีการบอกว่าเอาจริงไม่เล่นด้วย แต่รามิลก็ยังเห็นว่ามันเหมือนลูกแมวตัวเล็กๆ ขู่ฟ่อๆ อยู่ดี

ย้ายบ้านให้ต้นกระบองเพชรนี่ไม่ง่ายอย่างที่คุณไม้บอก
ตอนนี้เหมือนเล่นระบายสีเลอะดินเลอะน้ำไปทั้งตัว

“วันนี้เจ้าแมมขนแมวจะได้บ้านใหม่ไหมครับ”

“ผมกลัวนี่เดี๋ยวมันตาย”

ถ้าใครได้มาเห็นรามิลตอนนี้คงต้องหัวเราะให้ตายไปข้างแน่ๆ นักธุรกิจสุดหล่อกำลังพยายามจะแซะเอาต้นกระบองเพชรที่มีขนฟูฟ่องไปทั้งต้นออกมาจากกระถางอันเก่าตอนแรกที่เห็นเจ้านี่รามิลนึกว่ามันคือเจ้าพุดเดิ้ลที่คุณไม้เคยให้เขาไว้แต่คุณไม้กลับบอกว่ามันคนละสายพันธุ์กัน เจ้าขนฟูฟ่องนี่ชื่อว่า MAMMILLARIA BOCASANA หรือว่า แมมขนแมวมันมีมีหลายชื่อ หลายคนก็เรียกแมมขนแกะ แต่คุณไม้บอกว่าขนแมวน่ารักกว่า

รามิลมองว่ามันน่ารักดีอยากได้ไปไว้กับเจ้าพุดเดิ้ลที่บ้านเลยอ้อนวอนขอคุณไม้ แต่เจ้าของร้านดอกไม้ก็ยังใจแข็งเหมือนเดิมบอกว่าไม่ยอมให้ง่ายๆ แน่นอนต้องรอดูพฤติกรรมเขาก่อนเลยอย่างแรกเลยให้เขาลองย้ายกระถางของเจ้าแมมขนแมว นี่ก็กล้าๆ กลัวๆ มาเกือบสิบนาทีแล้วโดยมีเสียงหัวเราะจากคุณต้นไม้ผู้เชี่ยวชาญในการเปลี่ยนกระถางเป็นเสียงประกอบ

“ค่อยๆ ดึงมันออกครับอย่าดึงแรงเดี๋ยวรากมันจะขาดแต่ไม่ต้องเบาแรงขนาดนั้นก็ได้คุณมิล”

รามิลยอมรับว่าตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนเซ็นอนุมัติโครงการคอนโดแปดหมื่นล้าน  มันกลัวไปหมดตอนนี้กลัวจะบีบเจ้าขนแมวแรงไปแล้วต้นจะช้ำกลัวว่าจะดึงแรงแล้วรากมันจะเป็นอะไรอีกท่าทางเก้ๆ กังๆ ตลกน่าดูคุณไม้ถึงกลั้นหัวเราะซะจนหน้าดำหน้าแดงกว่าจะทำสำเร็จรามิลนึกว่าตัวเองจะกลับไปป่วยอีกรอบดีที่คุณไม้บอกว่ามันโอเคแล้ว

“หัวเราะผมนักใช่ไหม”

รามิลเห็นเจ้าของร้านดอกไม้ยังคงหัวเราะอยู่อย่างนั้นเลยเอื้อมมือที่เลอะดินไปป้ายแก้มคนที่นั่งอยู่ข้างๆ คุณไม้ตาโตขึ้นมาทันทีเลยจะเอาดินมาป้ายคืนบ้างแน่นอนเรื่องอะไรจะยอมนี่เขาก็เลอะดินเต็มตัวไปหมดแล้ว รามิลเลยหลบพัลวันพอเห็นว่าสู้ไม่ได้คุณไม้ก็บอกว่ายอมแพ้พร้อมกับบอกเป็นการเปลี่ยนกระถางที่เลอะที่สุดตั้งแต่ทำมา จังหวะที่คุณไม้หันหลังเพื่อจะเปลี่ยนกระถางต่อรามิลตั้งใจจะแกล้งไปป้ายดินที่แก้มอีกข้างแต่เหมือนคุณไม้จะรู้ทันเลยรีบหันตัวมาก่อนคงเพราะต่างคนต่างไม่ทันตั้งตัวรามิลเลยเสียหลักหงายหลังนอนไปบนพื้นพร้อมกับดึงข้อมืออีกฝ่ายให้ล้มลงมาด้วย

 “เจ้าของแมมขนแมวเหมือนแมวแล้วตอนนี้”

“หน้าคุณมิลเลอะกว่าผมอีก”

ก็จริงอย่างที่ว่าหน้าคุณต้นไม้มีแค่รอยดินเป็นหนวดแมวสองข้างแต่รามิลนี่เลอะดินจนแทบทั้งตัว ต้นไม้ขยับตัวจะลุกขึ้นเพราะล้มลงมาทับรามิลแทบทั้งตัวแต่มือใหญ่ที่วางพาดอยู่ตรงเอวกลับกระชับแน่นขึ้นมากกว่าเดิมคล้ายจะบอกว่าให้หยุด คนที่กำลังขยับตัวเลยเงยหน้าขึ้นมามอง

“ผมรู้สึกว่าผมจะป่วยอีกรอบ”

“ไหนคุณมิลบอกว่าคุณหายสนิทแล้ว”

“ผมไม่ได้เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ตอนเรียนมหา’ลัยปีสอง”

“ป่วยเป็นไข้หวัดเนี่ยนะครับ”

“ไม่แน่ใจอาการคล้ายๆ แต่ครั้งนี้เหมือนหนักกว่า”

“แล้วตอนนั้นรักษายังไงเหรอครับ”

“ครั้งนั้นไม่หนักเท่าตอนนี้อาจเพราะตอนนั้นผมยังเด็กด้วยก็เลยมั่นใจว่าตัวเองป่วยเป็นอะไรและอาการก็ไม่ซับซ้อนเท่าไหร่ แต่ตอนนี้มันมีอะไรหลายอย่างที่ผมไม่มั่นใจวิธีการรักษา”

“มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอครับ”

“เพราะมันดีมากต่างหากผมเลยไม่มั่นใจ”

ต่างคนต่างเงียบรามิลไม่รู้ว่าเราสองคนคุยกันเรื่องเดียวกันอยู่หรือเปล่าแต่คิดว่าคุณต้นไม้ก็คงเข้าใจอยู่บ้างเดาจากมือที่วางอยู่บนอกเขาตอนแรกคุณไม้แค่วางไว้เฉยๆ แต่ตอนนี้มันกลับกำเสื้อยืดที่เขาใส่อยู่ไว้แน่นสายตาที่มองเขาตอนนี้รามิลเองก็เดาไม่ออกว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ รามิลเคยบอกแล้วว่าคุณต้นไม้เหมือนมีความลับบางอย่างที่เขาไม่รู้ หลายเรื่องเกี่ยวกับตัวเขาที่คุณไม้รู้ทั้งๆ ที่ไม่เคยบอกเขาเคยคิดว่ามันแค่บังเอิญแต่พอหลายเรื่องเข้ารามิลก็ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ

คิดว่าเมื่อถึงเวลาเขาก็คงจะรู้มันเอง

“คุณมิลจำ..”


เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้ทั้งสองคนผละออกจากกันทั้งๆ ที่ต้นไม้ยังพูดไม่จบประโยค เต้กระแอมสองสามทีก่อนจะบอกว่าคุณเขมเจ้าของไร่ดอกไม้แวะมาหา ต้นไม้เลยต้องขอตัวไปล้างหน้าล้างตาเพราะเลอะไปทั้งตัว รามิลเห็นเจ้าเต้ยังยืนอยู่ที่เดิมไม่ได้เดินออกไปรามิลเลยลุกขึ้น

“พี่มิลไปอยู่เป็นเพื่อนพี่ไม้หน่อยก็ดีนะครับ”

“หืม?”

“ไปอยู่ตรงหน้าร้านก็ดีครับ ไปแกล้งๆ ยกกระถางจัดดอกไม้ไปมา”

ตอนแรกรามิลไม่ค่อยเข้าใจที่เต้ต้องการจะสื่อ
แต่ตอนนี้เริ่มเข้าใจขึ้นมานิดๆ ละ

“ไม้ไม่สนใจดอกไม้เพิ่มเหรอครับ ผมเลือกพิเศษมาให้เฉพาะไม้เลยนะครับ”

เสี่ยวมาก..

รามิลยกกระถางต้นนี้เป็นรอบที่สิบแต่หูก็ฟังประโยคเสี่ยวๆ ไอ้เจ้าของไร่ดอกไม้อะไรนี่มานานเกือบสิบนาที เต้บอกว่าคุณเขมเป็นเจ้าของไร่ดอกไม้ที่ร้านทำธุรกิจด้วย ที่ทำด้วยกันมานานก็เพราะว่าพ่อของคุณเขมรู้จักกับแม่ของคุณต้นไม้ที่อยู่เชียงใหม่ก็ไม่ได้สนิทกันอะไรขนาดนั้นแต่ที่ตกลงปลงใจทำสัญญาเพราะความเกรงใจล้วนๆ

บวกกับไอ้ท่าทางของลูกเจ้าของไร่นี่ก็คงจะติดใจเจ้าของร้านดอกไม้ SECRET GARDEN ด้วย
ถึงได้ไม่ยอมไปไหนง่ายๆ

“เอาเท่าที่สั่งไว้ก็พอครับคุณเขม”

“เรียกพี่เขมก็ได้ครับ ไม้ไม่ยอมเรียกพี่สักที เรารู้จักกันมานานแล้วนะครับ”

เสี่ยวรอบสอง

รามิลกลั้นขำกับประโยคที่ได้ยินขนาดเต้ยังต้องขอตัวไประเบิดหัวเราะหลังร้าน และท่าทางเจ้าของดอกไม้ถึงได้รู้ตัวถึงได้ทำท่าดุเขาแต่รามิลก็ยักไหล่แล้วแกล้งยกกระถางต้นอะไรไม่รู้รอบที่ยี่สิบเอ็ด แต่สายตานี่เอาแต่มองไปที่หน้าเคาน์เตอร์ทุกสองวิเห็นคุณต้นไม้ทำท่าทางเหนื่อยใจเมื่อไอ้ลูกเจ้าของไร่นี่พูดไม่หยุดแถมยังชวนไปกินข้าวรอบที่สองร้อยแต่แอบได้ยินคุณไม้ตอบเลี่ยงๆ ตลอดเด็กแปดขวบแค่มองก็รู้แล้วว่าโดนปฏิเสธ

รามิลเห็นว่าเจ้าของไร่คงจะไม่กลับง่ายๆ 
และคุณไม้ก็เกรงใจที่จะไล่ให้ไปพ้นๆ รามิลเลยตัดสินใจเดินเข้าไปหา

“ผมลืมบอกมีช่อดอกไม้ที่สั่งไว้อีก 5 ช่อนะครับคุณไม้ลูกค้าบอกว่าให้คุณไม้โทรกลับไปหาด้วยครับ”

รามิลไม่เคยรู้ขั้นตอนในการทำงานของร้านดอกไม้หรอกปกติก็ให้คุณดาวเป็นคนจัดการนี่ก็คิดเองทั้งประโยค ตอนแรกคุณไม้ทำหน้า งง อยู่เกือบสองวิดีที่รับมุกเขาทันเลยแกล้งทำเป็นบอกว่าจะทันไหมยังไม่ได้เตรียมดอกไม้เลยแกล้งลุกลี้ลุกลนจนเต้ต้องเข้ามาช่วยให้สมบทบาทตอนนี้ตรงเคาน์เตอร์เลยวุ่นวายมากจนเจ้าของไร่ดอกไม้ต้องขอถอยทัพกลับไปก่อน

“พี่มิลยอดเยี่ยมมากไม่งั้นคุณเขมอยู่จนพี่ไม้ปิดร้านแน่ๆ”

“เป็นแบบนี้ทุกครั้งเลยเหรอครับ”

“ทุกครั้งครับมาก็ตื้อพี่ไม้ตลอดชวนไปเที่ยวบ้าง กินข้าวบ้าง ดูหนังบ้างดีที่พี่ไม้หาทางเลี่ยงได้ตลอด ดอกไม้ก็ขายแพงบอกให้พี่ไม้ดีลกับเจ้าอื่นพี่ไม้ก็เกรงใจเขาอีก”

พอเข้าเรื่องธุรกิจรามิลก็ขมวดคิ้วขึ้นมาทันที จากตอนแรกนี่ไม่ชอบหน้าไอ้คุณเขมอะไรนั่นอยู่แล้วนะแต่ตอนนี้เริ่มเกลียดขี้หน้าจริงจังมาเต๊าะเจ้าของร้านดอกไม้ไม่พอเรื่องธุรกิจยังมาเอาเปรียบอีกเลือดนักบริหารมันพลุ่งพล่านมาก เจ้าเต้ขอตัวไปหลังร้านเพราะทำงานค้างไว้คุณไม้เลยเรียกรามิลสองสามรอบเพราะเห็นว่าอยู่ดีๆ เขาก็เงียบไป

“เขาขายดอกไม้แพงเหรอครับ”

“ก็เรียกว่าแพงกว่าเจ้าอื่นครับแต่อยู่ดีๆ ให้ไปยกเลิกก็เกรงใจเขา”

“อย่างนี้คุณไม้ไม่ขาดทุนเหรอครับถ้าเรารับดอกไม้มาแพง”

“มันก็มีบ้างครับแต่..”

“ไม่ได้ครับ นี่มันธุรกิจคุณไม้จะใจอ่อนเพราะรู้จักกันไม่ได้เขาสนิทกับครอบครัวคุณไม้ขนาดไหนครับ”

“ก็พอรู้จักครับไม่ได้สนิทอะไร แม่ผมก็เคยบอกให้อยู่ห่างๆ คุณเขมหน่อยก็ดีเขาดูไม่ค่อยน่าไว้ใจแต่ผมสั่งดอกไม้กับคุณเขมมานานอยู่ดีๆ จะไปยกยกเลิกก็รู้สึกเกรงใจคุณลุงขามผมเองก็รู้จัก”

“คุณไม้รู้ใช่ไหมครับในโลกธุรกิจจะต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ต้องเสียเปรียบอยู่เสมอ เขารักธุรกิจของเขาคุณไม้ก็ต้องรักธุรกิจของคุณไม้เหมือนกัน”

“ครับ..ก็จริงอย่างที่คุณมิลว่า”

“คุณไม้สอนเรื่องต้นกระบองเพชรให้ผม ผมก็จะสอนเรื่องธุรกิจให้คุณไม้เองเริ่มจากคุณเอารายชื่อของไร่ดอกไม้ใหม่ทั้งหมดที่คุณมีมาให้ผมแล้วผมจะเปรียบเทียบราคาให้คุณไม้ตัดสินใจ ส่วนไร่คุณเขมคุณไม้ก็เริ่มจากลดจำนวนดอกไม้ที่สั่ง ค่อยๆ ลดจะได้ไม่ผิดสังเกตมากเกินไป รอเราดีลกับไร่อื่นให้ได้ก่อนแล้วค่อยยกเลิก”

รามิลเห็นคุณไม้ทำท่าทางคิดหนัก เขารู้ดีว่าคนที่ไม่ได้บริหารงานมาก่อนมันก็เป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจแต่รามิลมั่นใจว่าทางที่เขาเสนอให้มันดีต่อร้าน SECRET GARDEN ที่สุดแล้ว ทันทีที่คุณต้นไม้พยักหน้ารามิลก็ชูนิ้วโป้งให้พร้อมกับบอกว่าเชื่อมือรามิล เตชนะหิรัญได้เลย

“ปกติคุณเขมเขาพูดจาแบบนั้นอยู่แล้วเหรอครับ”

“แบบไหนครับ”

“แบบที่เขาพูดกับคุณไม้”

“ก็…ทุกครั้งที่เจอเขาก็ชอบพูดทำนองนั้น”

“ผมเพิ่งเคยอยู่ในสถานการณ์แบบนี้มาก่อน”

“คุณมิลไม่เคยโดนผู้ชายจีบเหรอครับ”

“เคยบ้างแต่ไม่เคยเจอตรงๆ แบบนี้อีกอย่างผมเองก็จีบแต่ผู้หญิงมาตลอด”

มือที่กำลังตัดกิ่งกุหลาบอยู่หยุดชะงักหนามกุหลาบที่ไม่ทันได้มองตำเข้าไปที่ปลายนิ้ว ต้นไม้เลยต้องรีบกดปากแผลไว้ที่จริงเขาโดนหนามกุหลาบตำมานับครั้งไม่ถ้วนแต่ครั้งนี้ต้นไม้กลับรู้สึกว่ามันเจ็บกว่าทุกครั้งที่โดนมา เจ้าของร้านดอกไม้เงยหน้าขึ้นมามองคนที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์ก่อนจะยิ้มให้พร้อมกับตอบรับประโยคที่ทิ้งท้ายไว้

“ครับ ผมรู้”



บรรยากาศแปลกมาก
รามิลไม่ได้รู้สึกไปเองว่าหลังจากที่เคาน์เตอร์คุณไม้ก็ขอตัวไปเปลี่ยนกระถางต้นกระบองเพชรต่อ แต่ครั้งนี้มันต่างจากตอนแรกลิบลับไม่มีเสียงพูดคุย ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีบทสนทนา รามิลเงยหน้ามองเจ้าของร้านดอกไม้ที่นั่งเปลี่ยนกระถางต้นกระบองเพชรเงียบๆ ไม่รู้ว่าเหนื่อยหรือว่าอะไรเพราะใบหน้าของคุณไม้ไม่มีรอยยิ้มเหมือนเดิม

นี่ก็ตั้งหน้าตั้งตาเปลี่ยนกระถางดอกไม้อย่างเดียว
ไม่พูดไม่จากับเขาสักคำ ส่วนรามิลทำได้แค่เช็ดกระถางต้นไม้รอเพราะไม่กล้าทำอะไร

รามิลขอตัวจากคุณต้นไม้ไปห้องน้ำแต่เจ้าตัวก็แค่พยักหน้ารับรามิลเลยเดินออกมานอกร้านดอกไม้ เพราะรู้สึกว่าบรรยากาศมันดูน่าอึดอัดจนหายใจไม่ออกเดินวนไปวนมาก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น สุดท้ายรามิลก็ตัดสินใจกดเข้าไลน์กลุ่มลูกเพื่อนแม่แล้วพิมพ์ข้อความทิ้งไว้

RM: วันนี้ประชุมด่วนบ้านกูหัวข้อเดี๋ยวบอกความร้ายแรงระดับ 9.5 จาก 10 ห้ามใครขาด!



SECRET GARDEN


“มึงพูดวนไปวนมาอยู่คนเดียวมาครึ่งชั่วโมงแล้วไอ้มิล กูยังไม่เห็นเข้าใจเรื่องที่เรียกประชุมวันนี้เลย”

เบนจามินเอ่ยถามคนแรกหลังจากที่ฟังรามิลพูดประโยคที่จับใจความไม่ได้มาเกือบชั่วโมง ไอ้ทิมที่นอนเล่นเกมบนตักเบนอยู่ยกมือขึ้นมาพร้อมกับบอกว่าขอสรุปแบบรวบทีเดียวเพราะฟังแล้ว งง มาก

“คือกูไม่รู้ว่ากูทำอะไรผิดหรือเปล่าคือคุณไม้เขาก็ตึงๆ ใช้คำว่าอะไรดีวะเงียบไปเลยไม่คุยกับกูสักคำ”

“สรุปคือมึงทะเลาะกับคุณไม้”

“ไม่ใช่ไม่ได้ทะเลาะว่ะเบน”

“สัสมิล! กูงงไปหมดแล้วหัวหน้ากลุ่มเรียกประชุมด่วนกูนึกว่ามีอะไรร้ายแรง”

“เนี่ยร้ายแรงสำหรับกูก็กูไม่รู้ว่าคุณไม้เขาเป็นอะไรขนาดตอนกลับบ้านเขายังไม่ยิ้มให้กูเลย”

แล้วก็วนเข้าสู่ประโยคเดิมไม่รู้จบคินที่นั่งฟังอยู่นานเลยเดินมานั่งตรงโซฟาไม่งั้นคงเถียงกันไม่จบไม่สิ้น คินมองไปยังหัวหน้ากลุ่มที่ตอนนี้นั่งกุมขมับอยู่ตรงที่นั่งอีกด้านบ่นพึมพำกับตัวเอง ไอ้อาการแบบนี้คินเห็นครั้งสุดท้ายสมัยเรียนมหา’ลัยตอนที่ตัดสินใจจะจีบฝ้ายดาวอักษรปีสอง

“กูไม่รู้หรอกนะว่าคุณไม้เขาเป็นอะไรแต่ที่กูรู้คือมึงแคร์เขามากเลยว่ะไม่งั้นมึงไม่เป็นแบบนี้กูถามตรงๆ เลยนะมึงชอบคุณไม้เหรอวะมิล”

“_______________________________”

พอจบคำถามของคินทุกอย่างรอบตัวก็เงียบสนิทเสียงเกมของทิมที่เล่นอยู่ก็เงียบไปด้วย ทั้งสามคนลุกขึ้นมานั่งจ้องรอคำตอบของรามิลที่เงียบไปเหมือนกัน  มันคือคำถามที่รามิลกลัวมาตลอดรามิลยอมรับว่าเขาไม่เคยคิดจะชอบผู้ชายมาก่อนแต่เขาไม่ได้รังเกียจเรื่องแบบนี้แต่มันก็แปลกใจตัวเองที่อยู่ดีๆ จะมารู้สึกดีกับผู้ชายด้วยกันไอ้เรื่องนี้ที่กังวลใจมาตลอดทั้งอาทิตย์

“กูไม่แน่ใจ”

“เรื่อง?”

“พวกมึงรู้ใช่ไหมว่ากูรักฝ้ายมาตั้งแต่กูเรียนปีสองและเพิ่งเลิกกันเมื่อปีที่แล้วและตอนนี้คุณต้นไม้ก็เข้ามาทำให้กูรู้สึกดี”

“มึงกลัวว่ามันเป็นแค่ความหวั่นไหวเพราะตอนนี้มึงไม่มีใคร”

“แล้วมึงรู้ไหมว่าคุณไม้รู้สึกยังไงกับมึง”

“กูไม่ใช่เด็กๆ ป่ะวะก็..พอเดาได้อย่างน้อยเขาเองก็น่าจะรู้สึกดีกับกูในระดับนึงแต่พวกมึงกูไม่เคยชอบผู้ชายพวกมึงก็รู้ กูไม่แน่ใจ กูสับสบฉิบหายเลยว่ะคิดจนปวดหัวไปหมดอายุขนาดนี้คือกูจะรักใครกูไม่เล่นแล้วแต่แบบแม่ง..”

เบนจามินเอื้อมมือมาบีบไหล่เพื่อนเบาๆ เพราะไม่เคยเห็นรามิลเป็นแบบนี้มาก่อน ทุกคนเข้าใจก็รู้จักรามิลมาตั้งแต่เด็กและที่ผ่านมารามิลก็ชอบผู้หญิงมาตลอดถึงจะมีผู้ชายเข้ามาหาบ้างแต่รามิลก็ไม่เคยเล่นด้วย ตอนที่ป่วยแล้วเห็นเพื่อนทำท่าทางอ้อนเจ้าของร้านดอกไม้แบบนั้นถึงจะบอกว่ามันดีที่รามิลยิ้มได้เต็มที่แต่ลึกๆ ทั้งสามคนก็รู้สึกกังวลใจอยู่เหมือนกัน

“มึงลองห่างจากคุณไม้สักพักไหม ลองดูว่าช่วงเวลาที่ไม่เจอกันมึงรู้สึกยังไงลองไปเจอคนอื่นจะได้รู้ว่าคนอื่นทำให้มึงรู้สึกดีเท่าคุณไม้หรือเปล่า ความรู้สึกตอนที่ไม่ได้เจอกันมันก็น่าจะเป็นคำตอบที่มึงหาอยู่”

รามิลไม่รู้ว่าวิธีของเบนมันจะดีจริงหรือเปล่า
แต่มันก็ดีกว่าที่เขาจะต้องอยู่กับความสับสนแบบนี้ไปตลอด

ลองห่างกับคุณต้นไม้..
ก็หวังว่ามันจะช่วยอะไรเขาได้บ้าง


__________________
_____________________________________________
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-08-2018 20:30:21 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
_____________________
______________________________________


“วันนี้คุณมิลไม่รีบไปทำงานพิเศษเหรอคะ”

พิมพ์ดาวเห็นว่านาฬิกาบอกเวลาหกโมงตรงแล้วแต่เจ้านายเธอยังนั่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อนตัวไปไหนทุกทีนี่พุ่งไปหน้าประตูแล้ว นี่ก็ไม่รู้ว่าพูดอะไรผิดหรือเปล่าคุณรามิลถึงกับถอนหายใจแล้วนั่งพิงเก้าอี้ทำงานแล้วก็บอกให้เธอไปหยิบเอกสารเรื่องรีโนเวทรีสอร์ทที่หัวหินมาให้ พิมพ์ดาวยกมือทาบอกนอกจากจะไม่ไปทำงานพิเศษแล้วยังนั่งทำงานหลังเลิกงานต่ออีกต่างหากแต่เพราะท่าทางเจ้านายไม่มีการล้อเล่นเลยสักนิดเลยไปหยิบเอกสารมาให้ตามคำสั่ง

“คุณดาวกลับได้เลยครับเดี๋ยวผมก็กลับแล้ว”

ทันทีที่ประตูปิดลงรามิลก็โยนปากกาในมือทิ้งพร้อมกับเอนศีรษะไปกับเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ สามวันแล้วที่เขาไม่ได้ไปที่ร้านดอกไม้ SECRET GARDEN เขาแค่ไลน์บอกคุณไม้ไว้เมื่อสามวันก่อนว่าช่วงนี้เขายุ่งๆ อาจจะไม่ได้เข้าไปทำงานที่ร้านคุณไม้ก็บอกให้เขาไม่ต้องห่วงแล้วก็ชวนคุยเรื่องอื่นตามปกติ แต่ที่ผิดปกติคือเขาตอบกลับไปแค่คำว่า

RM: ครับ

คุณไม้ชวนคุยต่อสองสามประโยคพอเห็นเขาไม่ตอบก็เลยเงียบไปถึงแม้คุณไม้จะทักมาใหม่ทุกวันแต่เขาก็ปล่อยให้ข้อความผ่านตาไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่คิดจะตอบข้อความสุดท้ายที่เขาเห็นเมื่อวานคือ

TREE: คุณมิลคงทำงานหนักมากแต่อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยอย่าป่วยอีกนะครับ

รามิลยกมือขึ้นมาลูบหน้าลูบตาก่อนจะกดเข้าไลน์

RM: พีชครับวันนี้ไปดูหนังกันไหมเลิกงานยังเดี๋ยวมิลไปรับ




กากบาทสีแดงถูกกาลงบนปฏิทินที่ตั้งอยู่ตรงเคาน์เตอร์
ครบสองอาทิตย์ที่คุณมิลไม่ได้มาที่ร้าน ต้นไม้ไม่ได้รู้สึกไปเองว่าคุณมิลตั้งใจจะไม่มาที่นี่ปกติถ้างานยุ่งคุณมิลบ่นไลน์ยาวเป็นบรรทัดแล้ว ทุกอย่างที่เคยมีมันค่อยๆ หายไปไม่มีข้อความที่ส่งกลับมา ไม่มีเรื่องราวที่ได้คุยกัน ข้อความสุดท้ายที่ส่งไปมันขึ้นว่าอีกฝ่ายอ่านเรียบร้อยแล้วแต่ก็ไร้การตอบรับ

ต้นไม้เดินไปที่โรงเรือนกระบองเพชรเจ้าแมมขนแมวต้นเดิมยังคงวางอยู่ที่เดิมหลังจากคนที่บอกว่าอยากได้เปลี่ยนกระถางให้เรียบร้อยก็ไม่เคยกลับมาดูผลงานอีก โรงเรือนกระบองเพชรดูเงียบเหงาทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็มีแค่เขาคนเดียวมาตั้งนานต้นไม้ได้แต่ยิ้มบางๆ แต่ก็อย่างที่บอกคนที่อยู่กับดอกไม้ต้นไม้น่าเบื่อจะตายใครเขาอยากจะอยู่ด้วย ต้นไม้ค่อยๆ หยิบอุปกรณ์ขึ้นมาวางก่อนจะลากเก้าอี้มานั่งลงแล้วหยิบพู่กันมาจุ่มสีแล้วค่อยๆ เขียนคำบางคำลงบนกระถางต้นกระบองเพชร

สุดท้ายมันก็เหมือนเขาเดินวนกลับมาที่เดิม
ไกลเท่าเดิมไม่เคยเปลี่ยน

 


“สภาพเป็นแบบนี้มันจะรอดเหรอวะ”

ทิมกระซิบถามคินเมื่อเห็นสภาพเพื่อนตัวเองที่กระดกแก้วเหล้าในมือเป็นว่าเล่นทั้งๆ ที่ข้างๆ ก็มีลูกพีชจำได้ว่าเป็นสาวสวยบริษัทโฆษณานั่งอยู่ข้างๆ แต่ดูท่าทางไอ้มิลจะไม่ได้สนใจเท่าไหร่แต่ทั้งอาทิตย์ก็เห็นควงคนนี้อยู่แค่คนเดียว ลูกพีชก็สวยเฉี่ยวเปรี้ยวปรี๊ดดีแต่ไม่รู้ว่าไอ้มิลรู้สึกยังไงควงสาวสวยระดับตัวท๊อปแต่ทำท่าทางเหมือนคนป่วยหนักใกล้ตาย

“มิลอย่าเอาแต่ดื่มสิคะ”

“โทษครับคิดอะไรเพลินไปหน่อย”

รามิลกดวางโทรศัพท์แล้วหันมาคุยกับลูกพีชที่นั่งอยู่ข้างๆ ท่าทางที่ดูฝืนๆ ทำให้แกงค์ลูกเพื่อนแม่ได้แต่ถอนหายใจ ผ่านมาสองอาทิตย์กับวิธีห่างกันสักพักตามที่ไอ้เบนแนะนำตอนแรกก็คิดว่ามันดีจะได้เห็นชัดๆ กันไปเลยแต่ที่ผ่านมาสองอาทิตย์อาการไอ้รามิลนี่ไม่ใช่เล่นๆ ถ้าเป็นหุ่นยนต์นี่เรียกว่าระบบเจ๊งไปแล้ว

มันร้ายแรงขนาดที่คุณดาวโทรมาหาคินแล้วถามว่าเจ้านายตัวเองเป็นอะไรกินข้าวก็กินน้อย ทำงานก็เบลอๆ เหม่อแล้วเหม่ออีกจนต้องเรียกสองสามรอบ อ่านเอกสารแผ่นนึงเป็นชั่วโมงหนักสุดคือเซ็นลายเซ็นตัวเองผิด แล้วก็เอาแต่จ้องโทรศัพท์ตลอดเวลาเหมือนรออะไรสักอย่าง

“ขนาดนี้นี่มันยังไม่รู้คำตอบอีกเหรอ”

“กูกลัวมันน๊อคคาโต๊ะทำงานไปซะก่อน”

คินมองไปยังรามิลที่สั่งเหล้าเพิ่มทั้งๆ ที่ลูกพีชก็เล่าเรื่องอยู่ข้างๆ แต่ไอ้มิลดูจะไม่สนใจฟังเท่าไหร่มือก็เอาแต่เลื่อนดูข้อความในโทรศัพท์พอเหลือบไปมองก็เห็นว่าชื่อว่า TREE เดาได้เลยว่าใครมันไม่ได้มีข้อความเข้ามาใหม่หรอกแต่ไอ้มิลก็ย้อนอ่านข้อความเก่าๆ ไปจนสุดเห็นว่ามีรูปกระบองเพชรมากมายหลายชนิดอยู่ในข้อความด้วย คินได้แต่ถอนหายใจก่อนจะบอก

“คนเราแม่งตายเพราะความคิดถึงได้ป่ะวะ”



SECRET GARDEN


“ทำไมตามิลเมาขนาดนี้คะเนี่ย”

“คุณแม่ครับมันซัดเหล้ายังกับน้ำเปล่า”

คุณใบบัวร้องลั่นเมื่อเห็นเจ้าลูกชายถูกหิ้วปีกมาส่งที่ห้องนอนแกงค์ลูกเพื่อนแม่พอส่งเพื่อนถึงที่นอนก็ขอตัวกลับ คุณใบบัวไม่เห็นลูกชายคนเล็กมีสภาพที่เรียกว่าเมาจนไม่ได้สติแบบนี้มานานครั้งสุดท้ายก็ตอนที่เลิกกับหนูฝ้ายทั้งๆ ที่คิดว่ากลับมายิ้มได้อีกครั้งแล้วแท้ๆ สัมผัสบนใบหน้าทำให้คนที่หลับตาอยู่ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาก่อนยิ้มให้

“ไม่ต้องมายิ้มเลยค่ะทำไมเมาขนาดนี้”

“นิดหน่อยเองครับ”

“มิลมีเรื่องไม่สบายใจเหรอคะ”

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ”

“เกี่ยวกับต้นไม้ที่เขามาบ้านเราวันนั้นไหมคะ”

“______________________________”

พอเห็นลูกชายคนเล็กไม่ยอมตอบคำถามคุณใบบัวก็ยกผ้าในมือขึ้นมาซับหน้าให้เจ้าลูกชายให้สร่างเมา นี่คงไม่รู้ตัวว่าเผลอทำหน้าตากังวลแค่ไหนเธอเองเลี้ยงลูกทุกคนมากับมือปัญหาแค่นี้ทำไมเธอจะไม่รู้ ยอมรับว่าตอนแรกตกใจอยู่เหมือนกันที่อยู่ดีๆ เจ้าลูกชายจะมาชอบพอกับผู้ชายด้วยกัน แต่เธอก็ไม่ใช่คนแก่หัวโบราณที่จะขัดขวางความรักของใครสายตาและท่าทางของทั้งคู่ในวันนั้นมันบอกทุกอย่างไว้หมดแล้วเธอเองก็เอาไปปรึกษาลูกชายคนโตกับลูกสาวด้วยซ้ำก็เล่าคราวๆ แต่ทั้งสองคนก็เข้าใจพร้อมกับบอกว่า ไม่ว่าจะเป็นยังไงรามิลและคนที่รามิลรักก็จะเป็นครอบครัวของเราด้วย

แต่ทุกความรักมีบททดสอบ
สงสัยเจ้าลูกชายของเธอคงต้องโดนทดสอบอยู่แน่ๆ ถึงได้มีสภาพเป็นแบบนี้

“วันนี้เพื่อนแม่ที่สมาคมลูกเขาเปิดร้านอาหารแม่ก็เลยหาดอกไม้ไปแสดงความยินดี พอดีนึกถึงต้นไม้โทรหาเราคุณดาวบอกมิลติดประชุมเลยถามร้านมาจากเบน ต้นไม้จัดดอกไม้สวยนะแม่ชอบแล้วเขาก็ฝากเจ้านี่มาให้ลูกด้วย”

รามิลมองกล่องกระดาษที่คุณแม่ใบบัวยกขึ้นมาวางไว้บนตักก่อนจะยื่นมันให้กับลูกชายตัวเอง เธอบอกรามิลแค่นั้นทั้งๆ ที่ตอนไปถึงร้านเธอกับต้นไม้พูดคุยกันตามปกติแต่พอเข้าเรื่องลูกชายเธอต้นไม้ก็เงียบไป

“คุณมิลสบายดีไหมครับ”

“แม่ก็เห็นว่าเลิกงานก็ไปตะลอนๆ กับแกงค์ลูกเพื่อนแม่ ตอนนี้ก็มีแค่โปรเจครีโนเวทรีสอร์ทที่หัวหินที่หนักหน่อยนอกนั้นก็ไม่มีอะไรนะ อาทิตย์หน้าเห็นว่าจะไปดูงานที่หัวหินนี่ตามิลบอกต้นไม้หรือยัง ไปเที่ยวไหมรีสอร์ทที่นั่นสวยนะคะ”

“คุณมิลไม่ได้บอกผมหรอกครับผมเองก็ไม่ได้สำคัญขนาดนั้นด้วยผมเป็นแค่คนรู้จักเฉยๆ แค่เห็นว่าคุณมิลไม่ว่างมาที่นี่เลยคิดว่างานยุ่งถ้าคุณมิลสบายดีไม่ได้ป่วยผมก็จะได้สบายใจ”

คุณใบบัวรู้สึกว่าได้ว่าเจ้าของร้านดอกไม้ฝืนกำลังฝืนยิ้มดวงตากลมๆ นั่นมัวหมองจนเธอสังเกตได้ก่อนจะกลับต้นไม้ถือกล่องกระดาษกล่องหนึ่งมาให้เธอพร้อมกับบอกว่าฝากให้เจ้าลูกชาย ไม่ได้ถามว่าสิ่งที่อยู่ในมือคืออะไรแต่คิดว่ามันน่าจะเป็นสิ่งที่เขารู้กันแค่สองคน

“รามิล”

คุณใบบัวเอื้อมมือไปบีบมือเจ้าลูกชายเบาๆ ไม่รู้ว่าทั้งสองคนคิดอะไรอยู่ถึงได้อยู่ในอาการแบบเดียวกันดูก็รู้ว่าอาการแย่กันทั้งสองฝ่ายเธอเป็นผู้ใหญ่เธอดูออกว่าเจ้าของร้านดอกไม้คิดยังไงกับลูกชายของเธอแค่คุยด้วยสองสามประโยคก็รับรู้ได้แล้วลูกชายเธอก็ไม่ต่างกันไม่ป่วยก็สภาพเหมือนป่วย

“อย่าทำร้ายความรู้สึกตัวเองและความรู้สึกของคนที่ตัวเองรัก”

คุณแม่ใบบัวออกจากห้องนอนไปแล้วรามิลยังคงนั่งมองกล่องกระดาษที่คุณต้นไม้ฝากไว้ให้ น่าแปลกที่อาการมึนหัวหายเป็นปลิดทิ้งรามิลค่อยๆ แกะกล่องกระดาษออกก่อนหยิบบางอย่างออกมา

เจ้าแมมขนแมว

ต้นกระบองเพชรที่มีขนฟูฟ่องที่เขาเคยอยากได้ตอนนี้มันอยู่ในมือเขาแล้ว
รามิลหยิบกระดาษโพสต์อิทที่อยู่ในกล่องขึ้นมาอ่าน

ผมไม่รู้ว่าคุณมิลจะยังคิดถึงต้นกระบองเพชรอยู่หรือเปล่า
ผมเลยส่งเจ้าแมมขนแมวที่คุณย้ายบ้านมาให้ ที่จริงผมอยากให้คุณ
ด้วยตัวเองแต่ผมก็ไม่รู้ว่าเราจะได้เจอกันอีกไหม..

ถ้าทำงานหนักพักผ่อนบ้างนะครับผมเป็นห่วง
ต้นไม้

รามิลหลับตาลงคล้ายกับว่าโลกทั้งใบมันหนักอึ้งจนเกินจะรับไหว ที่กระถางต้นไม้ยังคงมีคำที่เขียนไว้เหมือนทุกครั้ง pieces มันเป็นคำสั้นๆ ที่ไม่มีประธานกริยากรรมอะไรทั้งนั้น รามิลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตั้งใจจะพิมพ์ข้อความแต่ก็หยุดอยู่แค่นั้นแล้วตัดสินใจวางลงที่เดิม

ความรู้สึกอยากกอดแน่นๆ
นี่มันต้องทำยังไงถึงจะหาย







TO BE CON


SECRET GARDEN
คือความลับในใจฉัน..
ฝากแทก #ความลับของต้นไม้
ในทวิตเตอร์ด้วยนะคะ

ข้อมูลต้นกระบองเพชรจาก
หนังสือ Cactus Lover แด่เธอผู้ตกหลุมรักแคคตัส

PS พระเอกต้องมีช่วงสับสนในชีวิตสักแป๊บ..










« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-07-2019 20:01:27 โดย RIBBINBO »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด