[ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* END +แจ้งข่าวตีพิมพ์: 1/05/18 PAGE.4
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* END +แจ้งข่าวตีพิมพ์: 1/05/18 PAGE.4  (อ่าน 49668 ครั้ง)

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


***************************************************
COFFEE SHOP '
ทุกอย่างเกิดขึ้นที่ร้านกาแฟ
รู้ไหมว่าเราเจอกันครั้งแรกตอนไหน..


ร้านกาแฟพี่กัลป์
ไม่ใช่ชื่อเรียก แต่ เป็นชื่อร้านจริงๆ


ร้านกาแฟหน้ามหาวิทยาลัย A เป็นร้านกาแฟขนาดใหญ่ที่ตกแต่งแนววินเทจและเจ้าของร้านก็เป็นศิษย์เก่าของคณะนิเทศที่ชื่อกัลป์ตั้งแต่เรียนจบก็ไปทำงานเบื้องหลังในวงการบันเทิงอยู่เกือบสามปีแต่พอถึงจุดอิ่มตัวก็หอบเงินที่เก็บหอมรอมริบจากการทำงานมาเปิดร้านกาแฟซึ่งเจ้าของเดิมยกเลิกกิจการไปเนื่องจากจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศถาวร

บอกได้เลยว่ากว่าจะลงตัวก็นานอยู่ หลากหลายปัญหาที่ต้องเจอตัวกัลป์เองก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าร้านกาแฟมันจะยากขนาดนี้  แต่ตอนนี้เรียกว่าทุกอย่างมันเริ่มเข้าที่เข้าทางร้านกาแฟพี่กัลป์เปิดมาได้ 5 ปีแล้ว บรรดาลูกค้าส่วนมากก็เป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัย  น้อยครั้งที่จะเป็นลูกค้าขาจรไปมา ลูกค้าบางคนนี่เขาสนิทจนแทบจะมาให้ชงกาแฟเองได้แล้ว

นอกจากรสชาติกาแฟและขนมแล้วยังมีบรรยากาศในร้านที่กัลป์พยายามจะแต่งให้มันรู้สึกสบายๆ มากกว่าที่จะเป็นร้านกาแฟปกติทั่วไปรวมทั้งยังมีการแบ่งโซนให้ติวหนังสืออีกด้วยเพราะเคยเป็นนักศึกษาที่นี่มาก่อนถึงได้รู้ว่าเวลานักศึกษาที่ต้องสอบกลางภาคและปลายภาคทุกคนมีสภาพเหมือนซอมบี้ขนาดไหน 

เพราะใช้เวลาที่ร้านแทบจะ 24 ชั่วโมงเลยเป็นเรื่องธรรมดาที่จะชอบสังเกตพฤติกรรมคนในร้าน  กัลป์ไม่อยากจะบอกว่ามีหลายคู่เหลือเกินที่มาพบรักที่ร้านกาแฟร้านนี้ แถมบางครั้งเขายังเป็นกามเทพให้อีกด้วยก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีเลยทีเดียว

และตอนนี้มีหลายคู่ที่กัลป์กำลังแอบมองความเป็นไปอยู่
 ก็ลุ้นอยู่เหมือนกันว่าจะลงเอยกันเมื่อไหร่


Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-05-2018 21:17:13 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
Re: ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP * 01:MIlK 3/9/17
«ตอบ #1 เมื่อ03-09-2017 21:57:58 »

01: MILK
รู้ไหมว่าเราเจอกันครั้งแรกตอนไหน...
ตะวัน –เมษา



“อ้าว มึงยังไม่เลิกเหรอวะไอ้เมษา เดี๋ยวกูต้องไปแล้ว”

“..........................................................................”

“ให้กูฝากพี่เขาไว้พี่เจ้าของร้าน? พี่ที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์อ่ะนะ”

“..........................................................................”

“เออโอเคๆ ”

“พี่ครับ ฝากชีทไว้ให้เพื่อนหน่อยได้ไหมครับชื่อเมษาอยู่นิเทศปีหนึ่งเดี๋ยวเย็นๆ มันเข้ามามันมากินนมที่นี่ทุกวัน”


กัลป์พยักหน้าพร้อมกับรับชีทมาไว้ในมือก่อนจะวางมันตรงชั้นด้านหลัง เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่มักจะมีนักศึกษามาฝากของให้เพื่อนหรือรุ่นพี่รุ่นน้อง  เพราะร้านกาแฟที่นี่เหมือนเป็นจุดศูนย์กลางของมหาวิทยาลัยและเขาเองก็เป็นที่ไว้ใจนักศึกษาเลยไม่แปลกที่จะมีคนมาฝากของอยู่เป็นประจำ

วันนี้ตอนเย็นที่ร้านกาแฟก็ยังมีนักศึกษาเข้ามาอุดหนุนจนเต็มร้านเหมือนเดิม   กัลป์ยืนพิงเคาน์เตอร์ก่อนจะโบกมือลานักศึกษาผู้หญิงที่ชอบแกล้งเข้ามาแซวเขา กัลป์เองยังหัวเราะกับท่าทางตลกๆ ของรุ่นน้องที่บอกว่าจะเข้ามาจีบจนกว่าเขาจะใจอ่อน รู้อยู่หรอกว่าแค่แซวเล่นเพราะเห็นวันต่อมาทุกคนก็ไปกรี๊ดรุ่นพี่ผู้ชายหล่อๆ คนอื่น  จังหวะที่กำลังจะผละตัวไปอีกด้านแขนกลับไปโดนแผ่นชีทตกลงมาที่พื้นทำให้นึกขึ้นได้

คนที่ชื่อเมษานิเทศยังไม่มาเอาชีทอีกรึไง

กัลป์รวบรวมแผ่นชีทที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นขึ้นมาก่อนจะเดินมาอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ พยายามมองหากลุ่มนักศึกษาที่นั่งอยู่ ชื่อเมษาก็คงจะเป็นชื่อผู้หญิงสักคนพอมองอยู่นานก็คิดว่าควรจะบอกให้มาเอาเพราะกลัวว่าคนที่ชื่อเมษาอาจจะลืมเรื่องชีทนี้ไปแล้วเหมือนกัน

“ขอโทษนะครับ น้องผู้หญิงคนไหนชื่อเมษาครับ”

“......................................................................”

“น้องเมษาที่อยู่นิเทศปีหนึ่งเพื่อนน้องฝากชีทไว้ที่พี่นะครับ”

“......................................................................”

กัลป์โบกชีทในมือไปมาสายตาก็มองไปทั่วร้านเพื่อดูว่าน้องผู้หญิงคนไหนจะลุกขึ้นมาเอา แต่ทุกคนที่นั่งอยู่ในร้านก็แค่เงยหน้าขึ้นมามองแล้วก็หันไปคุยกับเพื่อนต่อหรือไม่ก็อ่านหนังสือตามเดิม ไม่เห็นมีใครลุกขึ้นมาที่เคาน์เตอร์เลยสักคน  สงสัยน้องเมษาคงจะไม่ได้มากินนมที่นี่วันนี้

“เอ่อ ขอโทษครับ”

กัลป์หันไปตามเสียงเรียกเมื่อเห็นว่ามีผู้ชายตัวเล็กๆ ผิวขาวยังกับแสงไฟนีออนยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ กัลป์หันมายิ้มให้พร้อมกับตั้งใจฟังคนตรงหน้าเพราะนึกว่าลูกค้าจะสั่งเครื่องดื่ม

“รับอะไรดีครับ”

“ผมมาเอาชีทครับ”

“เพื่อนเราเหรอน้องเมษา”

“เปล่าครับผมเอง เมษา”

กัลป์ยืนมองคนตรงหน้าที่ดูจะทำตัวไม่ถูกเมื่อทุกสายตาในร้านมองมาที่หน้าเคาน์เตอร์เป็นจุดเดียว คงเพราะเขาถามน้องเสียงดังไปหน่อย กัลป์หัวเราะตัวเองเมื่อเผลอคิดว่าเมษาจะเป็นชื่อของผู้หญิงซะอีก กลับกลายเป็นผู้ชายหน้าตาน่ารักยังกะตัวการ์ตูนญี่ปุ่น  น้องเมษาคงกลัวว่าเขาจะไม่เชื่อถึงได้พยายามจะหยิบบัตรนักศึกษามาให้เขาดูซึ่งเขาก็รับมันมา

เมษา  วรโชติธนัน
แปลกดี ชื่อจริงกับชื่อเล่นชื่อเดียวกัน

“เกิดเดือนเมษาสินะเราถึงชื่อนี้ พี่นึกว่าเราเป็นผู้หญิงซะอีก”

“จริงๆ มีคนแย่งชื่ออีกชื่อไปครับ

กัลป์ไม่ได้ถามอะไรต่อก่อนจะยื่นชีทให้เมษา
พอรับมาก็เอ่ยขอบคุณแล้วรีบเดินกลับมาที่โต๊ะ 


“เพิ่งเคยเจอผู้ชายชื่อเมษา”

“หน้าตาก็ดูเหมาะกับชื่อดีนี่หว่าแล้วมึงไปยุ่งอะไรกับชื่อเขาวะ ไอ้ตะวัน”

กลุ่มเด็กวิศวะที่นั่งอยู่อีกฟากมองตามผู้ชายตัวเล็กที่ชื่อเมษาเดินกลับไปที่โต๊ะ ตะวันรู้สึกว่าตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยได้ยินผู้ชายชื่อเหมือนผุ้หญิง เห็นตั้งแต่เดินไปที่หน้าเคาน์เตอร์ตอนแรกนึกว่าลูกค้าทั่วไปแต่เห็นว่าคุยกับพี่เจ้าของร้านที่ประกาศหาเจ้าของชีท ตอนนั้นถึงได้รู้ว่าไอ้คนที่ยืนตาแป๋วอยู่ตรงนั้นเป็นคนชื่อ เมษา  ตะวันมองตามคนตัวเล็กที่นั่งดื่มนมจนเลอะปากบางๆ นั่น อยู่ตรงโต๊ะของกลุ่มนิเทศแล้วยิ้มออกมา

เมษา


วันที่1

“รู้จักเมษานิเทศไหมวะที่หน้าตาน่ารักๆ หน่อย ”

“ใครวะ ไม่เคยได้ยินผู้หญิงชื่อเมษามาก่อน”

“ผู้ชายเว้ยน่ารักดี กูใจเต้นกับผู้ชายเป็นไรป่าววะ สาดดดดด”

ตะวันก็หันไปมองคนที่พูดกันอยู่ตรงหน้าร้านขายน้ำ รู้สึกแปลกๆ กับคำพูดของคนทั้งคู่ ปกติตะวันไม่เคยสนใจเรื่องแบบนี้เลยด้วยซ้ำ แต่ทำไมพอได้ยินชื่อเมษาร่างกายมันถึงเป็นไปเองไปตามอัตโนมัติ


วันที่2

“คนนั้นน่ารักว่ะอยู่นิเทศป่ะ”

“แฝดไอ้เมษไงพี่มันหวงยังกะมีน้องสาว”

“หน้าแบบนี้กูก็หวงวะ”

“เออ กูก็หวง”   ตะวันมองตามคนที่นักศึกษากำลังนั่งกินข้าวพูดถึง ก่อนจะตอบตัวเองในใจ พอรู้สึกตัวก็ได้แต่นั่งกุมขมับตัวเอง


วันที่ 3

“เมื่อกี้เจอเมษาแฝดเมษบริหารโคตรน่ารักเลยว่ะ เพิ่งเคยเห็นตัวจริง”

“อยู่ไหนวะอยากเห็นบ้างได้ยินแต่ชื่อมาตั้งแต่รับน้อง”

“ตรงนู้นนนน ตรงร้านป้าเพ็ญฐา”

“ตะวันมองหาอะไรวะ” 

เพื่อนที่นั่งอยู่ตรงข้ามถามขึ้นเมื่อเห็นว่าชะเง้อซะจนคอยืดคอยาว เดือนวิศวะชะงักไปนิดนึงก่อนจะส่ายหน้าแต่ก็ยังไม่วายหันไปมองตรงร้านป้าเพ็ญฐาอีกรอบ


วันที่4

“มีใครว่างป่ะวะฝากเอาหนังสือไปให้ไอ้ปาล์มหน่อย มันไปหาอาจารย์ที่นิเทศเรื่องแข่งบาส”

“กูว่าง!”

“เฮ้ยตะวันรายงานกูล่ะไปไหนวะ! กลับมาก่อน”

วันที่ 5

“ไอจีเมษาเหรอวะนานๆ จะลงหน้าตัวเองถ่ายแต่แก้วนมร้านพี่กัลป์หมาแมวและไอ้เมษ”

“คนน่ารักเขาก็ต้องเล่นตัวหน่อยสิวะลงบ่อยๆ คนเบื่อหมดแล้วดูมัดจุกแบบนี้โคตรเด็กญี่ปุ่น”

ตะวันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะเข้าแอพที่ทุกวันเขาก็เข้าเป็นปกติอยู่แล้ว  มือนี่พิมพ์ชื่อไอจีของบางคนที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีเขาไม่ได้กดติดตามเลยนะไม่ได้อะไรขนาดนั้นสักหน่อย ก็แค่เห็นว่าน่ารักดี (พิมพ์ชื่อไอจีแม่นและเร็วมาก)

วันที่ 6

“เฮ้ย เมษา”

หันขวับ!

โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

วันที่ 7

วันนี้ตะวันมีเรียนที่ตึกเรียนรวม เขาสายมาเกือบสิบนาทีแล้วดีที่เป็นวิชาที่ไม่เช็คชื่ออาจารย์เลยไม่ค่อยเข้มงวด ตะวันเดินเข้าไปในลิฟท์นักศึกษาบางคนยิ้มให้เขาเขินๆ เพราะจำได้ว่าเขาเป็นเดือนคณะวิศวะที่เพิ่งได้รับตำแหน่งมาหมาดๆ จังหวะที่เอื้อมมือไปกดปุ่มปิดกลับมีมือของใครสักคนมากั้นไว้

“ไปด้วยครับ”

ตะวันกดเปิดประตูลิฟท์อีกครั้งก่อนจะหยุดนิ่งเมื่อเห็นว่าเป็นใครยืนอยู่ตรงหน้าลิฟท์ท่าทางหอบน้อยๆ คงเพราะวิ่งมาจากที่ไหนสักที่สองแก้มนี่แดงเหมือนมะเขือเทศ ตะวันยอมรับเลยว่า ผู้ชายที่ชื่อเมษาขาวซะจนแสบตา เพราะพื้นที่ในลิฟท์ค่อนข้างมีจำกัดทำให้เมษาต้องพยายามยืนตัวลีบกลัวว่าจะไปโดนตัวใครเข้า แต่เมื่อมีคนเข้ามาในลิฟท์อีกเมษาก็ขยับตัวมาใกล้ตะวันมากขึ้น 

เดือนคณะวิศวะเอาแต่มองคนที่สูงแค่ไหล่เขาขนาดมองด้านข้างยังเหมือนผู้หญิงมากกว่าผู้ชายซะอีก ตะวันพยายามยืนนิ่งๆเมื่ออีกฝ่ายโดนเบียดจนแทบจะชิดกับอกเขาอยู่รอมร่อ จนถึงชั้นสามทุกคนในลิทฟ์ค่อยๆ ทยอยออกจนกระทั่งคนตัวเล็กที่ยืนเบียดเขาอยู่กำลังเดินออกเป็นคนสุดท้าย

“เมษา”


ตะวันเผลอเรียกชื่ออีกคนโดยไม่ได้ตั้งใจคนตัวเล็กที่ออกจากลิฟท์ไปแล้วหันกลับมามองพร้อมกับประตูลิฟท์ที่ปิดพอดี ตะวันยืนพิงผนังลิฟท์อยู่อย่างนั้น เขารู้สึกว่าความรู้สึกเขามันไม่ธรรมดาซะแล้ว นี่รู้สึกว่าผู้ชายที่ชื่อเมษาทำให้เขาไม่เป็นตัวของตัวเองเลยสักนิด

“เอาแล้วไงไอ้ตะวันเกิดมาแพ้ผู้ชายน่ารักที่ชื่อเหมือนผู้หญิงเหรอวะ”


MILK


“ใครๆ ก็รู้จักน้องเมษาทั้งนั้นแหละ”

“เมื่อเช้ามีคนเรียกชื่อกูจากในลิฟท์กูมองไม่ทัน”

“แฟนคลับมึงเปล่า”

“แฟนคลับอะไรของมึงแล้วนั่นเขามุงอะไรกันวะ”

“เดือนวิศวะมากินข้าวที่โรงอาหารคณะเรา ตะวัน นายหนึ่งตะวัน มึงไม่รู้จักอีกล่ะสิ ”

กลุ่มเมษาเดินแหวกฝูงชนที่กำลังมุงดูอะไรสักอย่างอยู่ตรงกลางโรงอาหารมาที่โต๊ะนั่งประจำ เมษามองไปยังผู้ชายหน้าตาดีที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างผู้หญิงสวยสองคน  ด้วยบรรดาไทยมุงที่ยืนอยู่เต็มโรงอาหารทำให้เด็กนิเทศไม่กล้าที่จะลุกไปสั่งอาหารเลยนั่งมองเหตุการณ์ตรงหน้าไปพร้อมคนอื่นด้วย เมษานั่งกินไอศครีมที่ซื้อตรงร้านค้าแถวคณะก่อนจะมองไปยังรักสามเศร้า? ที่อยู่ตรงหน้า

“ตะวัน ไม่รับโทรศัพท์ฝนเลยนะคะ”

“นี่น้อยๆ หน่อยตะวันเขาคุยกับฉันอยู่ ยัยหน้าเทา!”

เสียงถกเถียงกันไปมาของทั้งคู่ทำให้ตะวันต้องถอนหายใจเพราะผู้หญิงทั้งสองคนนี้คิดเองเออเอง เขาไม่เคยให้เบอร์ใครและไม่เคยคุยกับใครเป็นเรื่องเป็นราวเลยสักนิด มีแต่คนที่ไปหาเบอร์เขามาเองหรือไม่ก็แอดไลน์มาคุยด้วย ตอนนี้บรรดานักศึกษามุงเพิ่มจำนวนขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ตะวันไม่ได้สนใจใครที่ไหนหรอก

ยกเว้น

คนที่นั่งกินไอศกรีมตาแป๋วอยู่ตรงโต๊ะตัวนั้น

“ขอโทษนะครับผมไม่ได้เป็นแฟนใครและก็ไม่ได้คุยกับใครที่ไหนสักคน”

“แต่ตะวันคะ..”

“ผมมีคนที่ชอบแล้วครับและกำลังคิดว่าจะจีบเขายังไงดี”

ตะวันพูดเสียงนิ่งๆ แต่สะกดให้ทุกคนที่กำลังมุงอยู่เงียบสนิทได้ สายตามองไปยังคนที่ตักไอศครีมค้างไว้และเหมือนเมษาเองก็รู้ตัวเพราะทุกสายตาของบรรดานักศึกษาที่ยืนอยู่มองมาที่จุดเดียวจนเจ้าตัวกับกลุ่มเพื่อนรีบสุมหัวเข้าหากันโดยอัตโนมัติ

“ทำไมไอ้เดือนวิศวะมองหน้าไอ้เมษาแบบนั้นวะ”

“นั่นดิหรือว่าที่มันพูดจะหมายถึงมึงวะ เมษา”

“กูยังไม่รู้จักเขาเลย เพิ่งเห็นหน้าก็วันนี้”

“โดนแน่ๆ เพื่อนเขยกูเป็นถึงเดือนวิศวะกูไปฟ้องไอ้เมษดีกว่า”

เมษาขมวดคิ้วมื่อฟังสิ่งที่เพื่อนพูดก่อนจะหันไปมองคนที่โดนผู้หญิงสองคนฟาดใส่แขนคนละทีก่อนจะเดินสวยๆ ออกไปจากโรงอาหาร ส่วนเดือนวิศวะก็กลับไปนั่งที่กลุ่มเพื่อนตามเดิม เมษาไม่ได้คิดไปเองว่านายตะวันคนนั้นกำลังยิ้มให้พร้อมกับผองเพื่อนกลุ่มวิศวะต่างพร้อมใจกันหันมามองเขากันทั้งกลุ่ม ตามด้วยเสียงไชโยโห่หิ้ว เมษาเลยรีบหันกลับมาที่โต๊ะตามเดิม

ทำไมมันรู้สึกแปลกๆวะ


“จะกลับก็โทรมาบอกแล้วกัน เดี๋ยวกูมารับ”

เมษาพยักหน้าหงึกหงักใส่ฝาแฝดที่หน้าตาไม่เหมือนกันเลยสักนิด เมษเรียนอยู่บริหารรูปร่างหน้าตาก็ไม่ได้น่ารักบ๊องแบ๊วเหมือนเมษาแถมร่างกายก็สูงใหญ่จนความสูงเกือบถึง 183 ชอบมีคนมาเข้าใจผิดว่าเขาเป็นแฟนกับแฝดตัวเองไม่ก็บอกว่าเขาเป็นน้องสาว

นี่กระโดดถีบเป็นนะเว้ย
เรียนเทคควอนโดมา สายดำด้วย

เมษาสั่งนมร้อนแบบเดิมที่กินทุกวันก่อนจะจัดแจงเอารายงานออกมาทำ ตอนนี้มีควิซเกือบทุกวันแล้วรายงานที่อาจารย์สั่งก็ยังไม่เสร็จหนังสือก็ต้องอ่านอีก เมษาก้มหน้าก้มตาพิมพ์รายงานจนเวลาผ่านเลยไปเกือบสามชั่วโมงพอรู้สึกว่าดวงตาเหนื่อยล้าเกินจะทนไหวก็เลยฟุบหน้าลงกับโต๊ะ ตอนแรกตั้งใจจะแค่พักสายตาแต่ไปๆ มาๆ ก็หลับคากองหนังสือ

กลิ่นนมที่ลอยเข้ามาทำให้เมษาเริ่มรู้สึกตัวเด็กนิเทศผงกหัวขึ้นมาเมื่อเห็นแก้วสีขาวมีควันลอยขึ้นมา นมสดร้อนๆ อีกแก้วนึงวางอยู่ตรงข้างๆ แก้วที่เขาดื่มหมดไปแล้ว เมษาหันไปมองรอบๆ ตัวแต่ก็ไม่เห็นใครที่มีท่าทางผิดสังเกตทุกคนก็ยังคงนั่งคุยหรือไม่ก็อ่านหนังสือตามปกติ

“ใครวะ ใส่อะไรลงไปป่ะเนี่ย”

เมษาพูดเบาๆ เมื่อยกแก้วนมขึ้นมามองใกล้ๆ เสียงหัวเราะจากด้านหลังทำให้เมษาหันไปมองแต่ก็มองได้ไม่เต็มตาเพราะกลัวว่าจะเสียมารยาทเลยเห็นแต่กลุ่มผมสีดำเท่านั้น  พอสำรวจแก้วนมตรงหน้าอย่างจริงจังก็เห็นว่าไม่ได้มีอะไรผิดปกติ ก็จัดการดื่มนมในแก้ว

อย่างน้อยก็ฟรีไม่เสียตังค์

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้เมษารีบรับเพราะเห็นว่าชื่อที่ขึ้นนี่เป็นฝาแฝดตัวเอง ท่าทางจะอารมณ์ไม่ดีมากถึงได้พูดเสียงห้วนๆว่าให้เขาเก็บของแล้วมารอตรงหน้าร้านได้แล้ว นี่โมโหอะไรมาอีกแล้วล่ะสิ  ประสาทแดก  เมษากวาดของลงกระเป๋าพร้อมกับหนีบโทรศัพท์ไปด้วย ท่าทางเหมือนตัวการ์ตูนตัวจิ๋วแบกของทุกลักทุเลมันดูน่ารักสำหรับหลายคนรวมทั้งเดือนวิศวะที่นั่งยิ้มอยู่

“ตะวัน มึงเอาจริงเหรอวะเรื่องเมษา”

“ทำไม”

“ถามจริงๆ มึงเป็นเกย์เหรอวะคือกูไม่อะไรนะกูก็เห็นมึงมีแฟนเป็นผู้หญิงมาตลอด”

“ไม่รู้เหมือนกันว่ะกูก็เพิ่งเคยเป็นแบบนี้เหมือนกัน”

“ถ้าจะจีบก็ลุยเลยดิมัวแต่หลบเดี๋ยวก็มีคนมาแย่งไปกูว่าไม่ใช่แค่มึงแน่ๆ ที่ชอบน้องเมษาคนน่ารัก”

ตะวันหัวเราะเพื่อนในกลุ่มที่ทำมือสู้ๆ แบ๊วๆขัดกับหน้าตา เขาก็บอกไม่ถูกว่าทำไมพอเป็นเมษาเขาก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปหาเหมือนผู้หญิงคนอื่นที่เขาเคยจีบ คงเพราะอีกฝ่ายเป็นผู้ชายด้วยจะเข้าไปทำความรู้จักมันก็แปลกๆ อยู่เหมือนกัน ถ้าอีกฝ่ายไม่ชอบผู้ชายด้วยกันยิ่งแล้วใหญ่ เขาควรจะทำยังไงดี

จีบผู้ชายน่ารักมันยากกว่าจีบผู้หญิงสวยสิบคนซะอีก!


หนึ่งอาทิตย์
หนึ่งอาทิตย์ที่เมษาหอบเอารายงานมาที่ร้านกาแฟพี่กัลป์

เพราะทั้งรายงานและการสอบย่อยยุบยิบไหนจะกิจกรรมของคณะอีก  เมษาเลยหอบเอารายงานมาที่ร้านกาแฟกว่าจะกลับบ้านก็ดึกมากแล้วคงสลบคาเตียง และที่สำคัญทุกครั้งที่เขามานั่งทำรายงานที่นี่เวลาที่เขาฟุบหลับหรือลุกออกไปเข้าห้องน้ำ มักจะมีนมร้อนๆ มาวางไว้ให้ที่โต๊ะทุกครั้ง

นี่ไม่ใช่เด็กๆ หรอกนะ รู้อยู่หรอกว่าถูกจีบ
แต่ใครวะ! จะมาซื้อนมให้กินฟรีๆแบบนี้ไม่ได้เว้ย

เกรงใจ (แต่ก็กิน)


“เขาหลับแล้วว่ะ”

ตะวันหันไปมองคนที่นอนฟุบหน้าก่อนจะวางนมอุ่นไว้บนโต๊ะ ตะวันยิ้มนิดๆ เมื่อได้เห็นคนที่นอนหลับสนิทใกล้ๆ  จังหวะที่กำลังชักมือกลับอยู่ดีๆ คนที่นอนอยู่ก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกับมือที่เอื้อมมาจับแขนเขาไว้

“นายนั่นเองเดือนวิศวะ”

ตะวันรู้สึกว่าตัวเองเหมือนนักเรียนที่ทำอะไรผิดแล้วโดนจับได้ เมษาคนน่ารักกำลังกอดอกจ้องเขาไม่วางตา ทำท่าทางขึงขังจริงจังคล้ายจะขู่ให้เขากลัวแต่ตะวันไม่อยากจะบอกว่ามันดูน่ารักมากกว่าอีก แถมไอ้กลุ่มเพื่อนเขาข้างหลังก็ชูไม้ชูมือพร้อมกับบอกว่า สู้ๆ แบบไม่มีเสียงแต่พอเมษาหันไปมองกลุ่มลิงวิศวะก็ทำเป็นอ่านหนังสือเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“มีอะไรจะพูดไหม”

“ผมจะจีบคุณ”

“เฮ้ย ไม่ใช่อย่างงี้ดิ”

“แล้วแบบไหน”

“เราเป็นผู้ชาย”

“แล้วไง”

เมษาถอนหายใจอย่างปลงๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนผู้ชายจีบแต่ก็เป็นครั้งแรกที่คนตรงหน้าเป็นถึงเดือนวิศวะคนดังในมหา’ลัย แล้วดูทำท่าทางกอดอกยักไหล่เหมือนเรื่องดินฟ้าอากาศธรรมดาๆ และก็คงไม่แปลกอะไรถ้าไอ้คนหล่อลากดินแห่งวิศวะจะจีบใครสักคน แต่ดันเป็นเขาที่เป็นผู้ชาย ไม่ใช่ดาวคณะสักคณะ

“นี่แกล้งเล่นป่ะไม่สนุกเลยนะ”

“จริงจังที่สุดในชีวิตแล้วเนี่ย”

“โว้ย! อย่าตอบแต่อะไรแบบนี้สิวะ”

ตะวันนึกขำคนตรงหน้าก็เขาเล่นหยอดมุขจีบให้เขินเล่นแต่อีกคนกลับเหมือนลูกแมวตัวจิ๋วที่พร้อมจะกางเล็บข่วนเขา เมษาเด็กนิเทศจ้องเขาไม่วางตาก่อนจะถอนหายใจคล้ายจะปลงตกกับเหตุการณ์ตรงหน้า พอเห็นว่าทำอะไรไม่ได้ก็ลุกขึ้นเก็บของลงกระเป๋าซะดื้อๆ จังหวะที่กำลังลุกดินผ่านเขาไปตะวันตัดสินใจคว้าข้อมือเมษาไว้แล้วดึงเข้าหาตัว

“ต่อจากนี้ ผมจะจีบคุณอย่างเปิดเผยแล้วนะ เมษา”

ตะวันตั้งใจพูดเสียงดังให้คนอื่นที่อยู่ในร้านได้ยินแน่นอนว่ามันได้ผลเพราะทุกคนในร้านจากที่คุยกันเสียงดังเจี้ยวจ้าวเงียบลงทันควันก่อนจะตามด้วยเสียงโห่ร้องพร้อมคำแซวที่ดังลั่นจนเมษาที่มองไปรอบๆ ร้านรีบกระตุกๆ ข้อมือให้อีกฝ่ายปล่อยออก ตอนแรกตะวันก็ไม่อยากปล่อยอีกฝ่ายหรอกแต่พอเห็นแก้มที่แดงแจ๋คงเพราะเขินเสียงที่ยังแซวอย่างต่อเนื่องเลยตัดสินใจปล่อยมือ คราวนี้เมษาเลยรีบวิ่งออกจากร้านท่ามกลางเสียงหัวเราะของตะวันรวมทั้งเจ้าของร้านอย่างกัลป์ที่ยืนหัวเราะอยู่ตรงหลังเคาน์เตอร์

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-09-2017 22:47:31 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
Re: ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP * 01:MIlK 3/9/17
«ตอบ #2 เมื่อ03-09-2017 22:02:00 »

:: MILK ::


“เฮ้ย! มึงนั่นไงคนที่ชื่อเมษาที่ตะวันเดือนวิศวะจีบอยู่”

“นั่นเหรอเมษาน่ารักนี่หว่า”

“เป็นฝาแฝดที่โคตรไม่เหมือนกันเลยว่ะเมษาแบ๊วจังวะ”

เสียงพูดคุยในร้านอาหารที่ดังขึ้นตั้งแต่เมษาเดินเข้ามาในทำให้คนตัวเล็กต้องหลบอยู่หลังเพื่อนที่พยายามกลั้นหัวเราะ พร้อมกับแกล้งเดินหนีให้ไอ้คนที่โดนซุบซิบยืนเอ๋ออยู่ตรงกลางร้าน พอเห็นเพื่อนทิ้งเลยรีบเดินตามเลยไปชนกับใครคนนึงเข้ากระดาษวาดรูปรวมทั้งไม้ไอศรีมหล่นลงพื้นเมษาเอ่ยขอโทษแต่พี่ (คิดว่าน่าจะเรียนสถาปัตย์) บอกว่าไม่เป็นไรแถมยังยิ้มให้อีกด้วยเมษาเผลอมองดวงตาสีเขียวนั่นจนอีกฝ่ายยังแอบหัวเราะ ยังไม่ทันจะได้สั่งอาหารเสียงกระดิ่งหน้าประตูทำให้เมษาหยุดชะงักพร้อมกับเสียงซุบซิบดังขึ้นมาอีกรอบ

“อ้าว ตะวันมาว่ะ”

“นี่ไงมึงคนที่จีบเมษาเดือนวิศวะ”

“เขาดูเหมาะสมกันนะ ฉันยอมแพ้เมษาก็ได้”

ตะวันได้ยินเสียงซุบซิบที่ดังอยู่ใกล้ๆ เลยหันไปมองรอบๆ ร้านเห็นคนตัวเล็กที่หยิบเอาเมนูของร้านอาหารขึ้นมาบังหน้าเหลือแต่ลูกตากลมๆ แต่พอเขาหันไปมองเจ้าตัวก็หันไปมองทางอื่น ก่อนที่เสียงแซวจากกลุ่มเพื่อนของเมษาที่พยายามจะดึงเมนูที่บังหน้าให้พ้นทาง ตะวันส่ายหน้าอย่างขำๆ เลยตัดสินใจเดินเลี้ยวไปอีกโต๊ะเพราะเขาก็กลัวว่าเมษาจะโดนคนทั้งร้านแซวจนไม่ได้กินข้าวกินปลา

ตั้งแต่เขาประกาศจีบเมษาคณะนิเทศกลางร้านกาแฟ
เวลาก็ล่วงเลยมาสองสามอาทิตย์แล้ว  เขาได้ทั้งเบอร์ทั้งไลน์ของเมษาในวันต่อมา รวมถึงไอจี เฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ด้วย อันนี้ต้องขอขอบคุณบรรดาแฟนคลับ?ของเขา บางทีตะวันก็รู้สึกว่าแฟนคลับเขานี่อาจจะเก่งกว่าโคนัน


ยอมรับเลยว่าตัวเองป๊อดมากแค่กดเบอร์โทรศัพท์ยังไม่กล้าแต่พอฮึบสุดท้ายในการกดโทรออกคนที่รับกลับไม่ใช่เมษา แต่บอกว่าชื่อเมษเป็นพี่ชายฝาแฝด โอ้โห..ใจนี่ตกไปอยู่ตาตุ่มเรียบร้อยเพราะคิดว่าฝาแฝดจะไม่ชอบขี้หน้าเขา ก็เลยเงียบไปกว่าอึดใจพูดตะกุกตะกักว่าขอสายเมษาครับ

 ฝาแฝดที่ชื่อเมษหัวเราะออกมาก่อนจะบอกว่า มันไม่ยอมรับนั่งกอดอกส่ายหน้าอยู่นี่ พอได้ยินแบบนั้นตะวันก็ใจห่อเหี่ยวขึ้นมาทันที จนเขาได้ยินเมษบอกว่า ไลน์ๆ มันไม่ชอบพูด ตะวันเอ่ยขอบคุณนี่ถ้าเขากระโดดออกจากโทรศัพท์ไปกอดเมษได้คงทำไปแล้ว ได้ยินเสียงฝาแฝดเมษาบ่นเบาๆ ว่า นี่กูไม่เคยคิดจะช่วยใครมาจีบ น้องชายตัวเองเลยนะเว้ย

ตะวันมารู้ทีหลังว่าเมษให้คนมาสืบประวัติเขาซะละเอียดยิบแทบจะย้อนกลับไปสมัยอนุบาล (ก็ยังคงสงสัยว่าทำไมคนรอบข้างถึงได้มีแต่คนตามสืบเรื่องของเขาได้อย่างง่ายดาย ) ยังดีหน่อยที่เขายังเข้าข่ายเป็นผู้ชายแสนดี(ในระดับนึง)ประวัติถึงไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่นอกจาก ตำแหน่งเกี่ยวกับหน้าตาที่เขาเองก็ไม่ได้เป็นคนผลักดันตัวเองก็มีแต่คนรอบข้างที่ขอให้ช่วย เขาก็ปฏิเสธคนไม่เป็นเท่าไหร่ ก็เลยตอบตกลงไป

ตอนแรกตะวันลองส่งสติกเกอร์ไปทักทายเมษาก่อน มุ้งมิ้งกุ๊กกิ๊กจนตัวเองยังคิดว่าจีบผู้ชายนี่มันจะน่ารักไปป่ะวะ สารภาพเลยว่าเขานั่งจ้องหน้าจอค้างอยู่อย่างนั้นเกือบสิบนาทีหลังจากที่มันขึ้นว่า read แล้วแต่ก็ไม่เห็นว่าอีกฝ่ายจะมีอะไรตอบกลับมา นอนจ้องต่ออีกห้านาทีก็ว่างเปล่าก็เลยจะตัดใจ เอาวะ ..พรุ่งนี้ค่อยเริ่มใหม่  จังหวะที่กำลังจะกดออกอยู่ดีๆ ก็มีข้อความเด้งกลับมา

“อะไร”

ไม่ได้โกหกแต่อย่างใด เมษาตอบกลับมาแค่นั้นจริงๆ สิบห้านาทีที่รอคอย แต่ตะวันก็คิดว่ามันก็ดีกว่าที่เมษาจะไม่สนใจ หลังจากนั้นเขาก็เนียนคุยต่อไปเรื่อยๆ ถามเรื่องนู้นเรื่องนี้ไปเรื่อยเปื่อย แต่พอหยอดอะไรไป เมษาจะหายไปแป๊บนึงและกลับมาพร้อมกับสติกเกอร์เตะกระเด็น ต่อยคว่ำ  ไม่ก็สติกเกอร์หน้าตาไร้อารมณ์

ในฐานะที่เป็นคนหยอดจะขอเดาว่านั่นคือ อาการเขินแล้วกัน

กลับมาปัจจุบัน
ตะวันเหลือบมองไปยังโต๊ะข้างๆ ที่ทำเป็นไม่สนใจเขาแต่พอหันไปก็เห็นอยู่ว่าแอบมองอยู่เหมือนกัน ตะวันรู้สึกดีที่ความสัมพันธ์ของเราค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ตะวันยังคงเอานมไปให้เมษาที่มานั่งอ่านหนังสือที่ร้านกาแฟเหมือนเดิม ถึงตอนนี้จะกล้าเอามาให้ต่อหน้าต่อตาก็ตามเถอะ พอเขาวางแก้วนมเมษาก็จะไลน์มาทันที

“เมื่อไหร่จะเลิกซื้อนมมาให้”

“เมษาจะได้สูงๆ ไง”

“นี่นายด่าเราเตี้ยอยู่”

“หมายถึงตัวเล็ก น่ารัก”

“บายนะ”

เป็นการตัดบทที่ดูตลกดี แต่ถึงอย่างนั้นตะวันก็เห็นว่าเมษาก็ยังคงดื่มนมที่เขาซื้อให้จนหมดแก้ว ขนาดพี่กัลป์ยังเคยแซวเมษาว่าไม่ต้องซื้อนมแล้วเดี๋ยวก็มีคนเอามาให้ จำได้ว่าเมษาหน้าแดงแปร๊ดก่อนจะบอกพี่กัลป์ว่าห้ามแซว ตะวันไม่รู้นะว่าเขาจะคิดเข้าข้างตัวเองได้รึเปล่าว่าเมษาก็ไม่ได้เฉยชาอะไรกับเขามากนัก  เพราะคนรอบตัวมักจะบอกว่าเขาได้สิทธิ์เข้าใกล้เมษามากกว่าคนอื่นที่เข้ามาจีบ เพราะเห็นว่าบางคนนี่โดนเมษาเมินเหมือนไม่มีตัวตน แต่ถ้าตื้อหนักเข้าก็โดนเมษมาจัดการให้ นี่เขาเรียกว่า ผ่านด่านพี่ชายฝาแฝดแล้วใช่ไหมวะ ถึงไม่โดนด่าเปิงเหมือนคนอื่น


“จีบติดยัง”

เพื่อนในกลุ่มถามเดือนคณะที่เอาแต่มองเด็กนิเทศข้ามโต๊ะพอส่ายหัวก็โดนโห่พร้อมกับเสียงแซวว่า อ่อนว่ะ ไม่ได้เรื่อง แน่นอนว่าโต๊ะอีกฝั่งก็คงได้ยินเหมือนกันถึงได้หันไปมองเมษาที่กำลังตั้งใจม้วนเส้นสปาเก็ตตี้หยุดชะงักก่อนจะแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงเพื่อนแซว 

“กลับบ้านเลยป่าววะ”

“เออ กูโคตรอยากนอน ง่วงตั้งแต่เก้าโมงเช้าแล้วกูเนี่ย”

“กูว่าจะไปร้านกาแฟพี่กัลป์”

“จ้า พ่อหนูติดนม”

คนถูกหาว่าติดนมยกมือต่อยแขนเพื่อนทันที จะให้ทำไงล่ะก็ตั้งแต่เด็กเขาตัวเล็กกว่าฝาแฝดตัวเองมาโดยตลอด แถมหน้าตาก็แตกต่างกับเมษราวกับไม่ใช่ฝาแฝดกันเลยโดนแกล้งตั้งแต่เข้าโรงเรียน  ยิ่งตอนเด็กแม่จับมัดจุกเหมือนเด็กผู้หญิงเลยโดนเพื่อนผู้ชายในห้องดึงจุกอยู่บ่อยๆ  ตัวก็เล็กกว่าเมษตั้งครึ่งนึงพ่อก็เลยบอกว่าเมษาต้องกินนมเยอะๆ ถึงจะตัวสูงทันเมษ นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เมษาดื่มนมทุกวัน  ถึงแม่ว่าตอนนี้ความสูงเขาจะหยุดไปนานแล้วก็ตาม

“เดี๋ยวกูวนไปส่งไอ้เตี้ยที่ร้านพี่กัลป์ก่อนแล้วกัน”

“เดี๋ยวกูไปเองมึงไม่ต้องวนไปหรอกเสียเวลา”

“อย่าลีลาเดี๋ยวน้องเมษาก็โดนเต๊าะอีก”

“เดี๋ยวกูเตะ..”

“เดี๋ยวเราไปส่งให้เอง”

ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นหันไปมองคนที่อยู่ดีๆ ก็โผล่เข้ามาใหม่ ยืนเงียบกันอยู่สองสามนาทีก่อนที่กลุ่มเพื่อนต่างบอกให้ทุกคนแยกย้ายเพราะเห็นว่ามีคนไปส่งไอ้เตี้ยแล้ว พอทุกคนในกลุ่มทำท่าจะขึ้นรถหนีไปซะดื้อๆ  เมษาเลยทำท่าจะคว้าเสื้อคนที่ใกล้ที่สุดไว้แต่ไม่วายหลบทันวิ่งขึ้นรถไปอย่างรวดเร็ว

“ไรวะ”

“โดนทิ้งแล้ว”

“เพราะใครล่ะ”

พอโดนทิ้งเมษาก็หันมาเอาเรื่องกับคนที่ยืนเป็นแป๊ะยิ้มอยู่ พอจะเดินหนีไปทางอื่น ข้อมือก็ถูกจับไว้พร้อมกับโดนลากมายังรถที่จอดอยู่ไม่ไกล เมษาขืนตัวไว้สุดกำลังตะวันก็พยายามรั้งไว้ท่าทางมันดูตลกจนคนที่เดินผ่านไปมายังหัวเราะขำกับท่าทางของคนทั้งคู่

“แค่ไปส่งเองกลัวไรเนี่ย”

แล้วก็กลับมายื้อยุดฉุดกระชากกันอีกรอบจนตะวันต้องบอกว่ายังไงเขาก็ไปร้านกาแฟของพี่กัลปเป็นเรื่องปกติทุกวันอยู่แล้ว ทางเดียวกันไปด้วยกันช่วยชาติประหยัดพลังงาน ข้ออ้างประมาณแปดร้อยเหตุผลถูกยกขึ้นมาอ้างจนคนฟังตอนแรกทำหน้าบูดยังหลุดขำออกมา

“ใช้มุขนี้บ่อยป่ะผู้หญิงเชื่อได้ไง”

“เชื่อเถอะ ยังไม่เคยตื้อใครเท่านี้เลย”

“เลิกพูดอะไรแบบนี้เลยนะ”

เมษาตัดบทเมื่อเห็นสายตาวิบวับนั่นเลยตัดสินใจเปิดประตูรถเข้าไปนั่ง ตะวันยิ้มอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับเดินควงกุญแจรถไปยังที่นั่งคนขับ  พอเมษาเห็นเขายิ้มหน้าตาประหลาดๆ ก็ทำเป็นกระเถิบหนีไปติดประตูรถวันนี้ตะวันตั้งใจจะขับรถช้าๆ เอาให้สัก 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

“นี่ถามจริงชอบเราตรงไหน”

“อย่างแรก น่ารัก อย่าทำหน้างั้นดิ”

เมษาทำหน้าตาเบื่อโลกขึ้นมาทันทีที่ได้ยินจนตะวันหัวเราะพร้อมกับบอกว่าตอนแรกที่เห็นคือน่ารักจริงๆ ก็ไม่ใช่น่ารักแบบที่ผู้หญิงอะไรแบบนั้น  จะมองว่าหล่อก็หล่อแบบจะเรียกว่าอะไรแบบผู้ชายญี่ปุ่นละมั้งก็น่ารักเหมือนตัวการ์ตูน

“ตอนแรกก็คิดว่าน่ารักเฉยๆ ตั้งแต่วันที่เจอเมษาที่ร้านกาแฟพี่กัลป์วันนั้นก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากเจออีก”

“.....................................................................................”

“คิดว่าเดี๋ยวสักพักก็หาย แต่มันก็ไม่หายว่ะยิ่งเห็นหน้านี่ยิ่งไปกันใหญ่”

“.....................................................................................”

“ยิ่งเจอกันที่ร้านกาแฟพี่กัลป์ทุกวัน คิดว่า เอาวะ! เป็นไงเป็นกัน นี่คิดอยู่นานนะเว้ยไม่ใช่วันสองวันแล้วจีบ”

“....................................................................................”

“ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน นี่พูดจริงๆ ตอนรับน้องไปอยู่ไหนมาทำไม่เจอกันเร็วกว่านี้”

“......................................................................................”

เมษารู้สึกว่าแก้มตัวเองมันจะต้องแดงมากแน่ๆ ไม่ก็แดงมันไปทั้งหน้าแล้วตอนนี้  เดือนวิศวะหันมามองแถมยังยิ้มปิดท้าย  ยอมรับเลยว่าใจเต้นแรงมาก ตั้งแต่มีผู้ชายมาจีบทุกคนที่ผ่านมาก็แค่บอกว่าเขาน่ารักดี แต่ก็ไม่เคยมีเหตุผลอื่นพอเขาไม่คุยด้วยอีกฝ่ายก็เบื่อและก็หายไปเองง่ายๆ แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่แบบนั้น...

“นี่เขิน?”

“ร้อนเฉยๆ เร่งแอร์หน่อยก็ดี”

ตะวันหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันไปมองทางข้างหน้าตามเดิมแต่ก็ยังไม่วายเห็นเมษาอมยิ้ม แต่พอโดนเขาจ้องก็กลับไปนั่งหน้านิ่งตามเดิม  เขาอยากจะนั่งมองหน้าเมษาทั้งวันเป็นคนที่แสดงออกทางสีหน้าได้น่ารักดี เหมือนมีหลายล้านอารมณ์ภายในไม่กี่นาที

“เราไม่ได้เป็นคนน่าสนใจเท่าไหร่หรอกเอาจริงๆ ถ้านายไม่เบื่อเราไปซะก่อน ก็คง.. ”

“เป็นแฟนกัน”

“ยังไม่ได้พูดสักคำ”

ตะวันยิ้มจนแก้มแทบแตกก่อนจะคว้ามือเมษาที่วางอยู่บนตักขึ้นมาจับไว้พอจับนานไปหน่อยก็โดนมองตาขวางจนต้องยอมปล่อย ท่าทางเหมือนลูกแมวเลยต้องยอมเขาหน่อย  จริงๆ นี่เขาสามารถขับรถมือเดียวได้อย่างสบายๆ เลยนะเพราะฉะนั้นจะจับมือเมษาไว้ก็ยังได้

(แต่เมษาไม่ยอม)

เมษาหันมามองหน้าเดือนวิศวะ ผู้ชายหน้าตาดีที่โผล่เข้ามาป้วนเปี้ยนในชีวิตเขา ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ผู้ชายที่โคตรป๊อปในมหา’ลัยมาสนใจผู้ชายอย่างเขากัน  หน้าตาระดับเดือนคณะขนาดนึ้ควรจะไปสนใจดาวคณะสวยๆ ไม่ใช่ผู้ชายแบบเขา ตอนแรกเมษาคิดว่านายตะวันอะไรนี่แค่เข้ามาจีบเล่นๆ ผ่านไปสองสามวันก็คงจะเบื่อไปเอง

แต่ไม่ใช่

ผ่านไปเดือนนึง
ก็ยังเห็นหน้าตะวันเกือบ 24 ชั่วโมง 
และยังทำตัวเหมือนเดิมเสมอต้นเสมอปลาย

ปกติเวลามีผู้ชายเข้ามาจีบเมษจะช่วยกันให้มีระดับตั้งแต่ขั้นหนึ่งถึงสิบ แต่ครั้งนี้ไม่ได้จัดการเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา และเหมือนจะสนับสนุนด้วยซ้ำ (มารู้ทีหลังว่าตะวันแทบจะก้มหัวคุกเข่าขอจีบเป็นตายร้ายดีก็จะไม่ลุกขึ้น) ไอ้เมษถึงกับยอมแพ้กุมขมับด่าตะวันว่ามึงเป็นพระเอกหลุดออกมาจากละครเหรอวะ

เมษาก็เคยถามเมษเหมือนกันนะว่าทำไม

“แววตา”

“……………………………………”

“แววตาของตะวันโคตรจริงใจและจริงจัง ถ้ามันยกขันหมากมาขอมึงได้คงทำไปแล้ว”

ตอนแรกก็ไม่เชื่อหรอกนะ
ผู้ชายอย่างหนึ่งตะวันเนี่ยนะจะมาจริงจังขนาดนี้ แต่วันนั้น..

“ตะวัน มึงยังไม่เบื่อเมษาอีกเหรอวะจีบยังกับเด็กประถมเอานมไปให้โคตรแบ๊ว”

ปลายเท้าที่กำลังจะเหยียบเข้าห้องน้ำหยุดชะงักเมื่อได้ยินบทสนทนา เมษาไม่ได้ชะโงกหน้าไปดูว่าใครกันที่พูดอยู่แต่ก็พอรู้ว่าหนึ่งในนั้นคือตะวันเดือนวิศวะ

“ทำไมกูต้องเบื่อด้วย”

“เห็นมึงจีบมานานแล้วมีอะไรคืบหน้าบ้างไหมวะ คนอื่นน่ารักกว่าเมษาเยอะแยะ”

“ก็จริงอย่างที่มึงพูดคนน่ารักกว่าเมษาเยอะแยะ”

คนที่ยืนพิงผนังอยู่ด้านนอกได้แต่ถอนหายใจบอกแล้วว่านายหนึ่งตะวันจะมาจริงจังอะไรกับผู้ชายคนนึงก็คงแค่หลงชั่วครั้งชั่วคราว ยังไงก็มีสาวสวยวนเวียนอยู่รอบตัวอยู่แล้วเมษากำลังจะเดินออกไปจากตรงนี้แต่คำพูดต่อมาทำให้ต้องยืนอยู่ที่เดิม

“กูรู้ว่ามีคนน่ารักกว่าเมษาแต่สำหรับกูยังไงเมษาก็น่ารักที่สุดอยู่ดี”

“……………………………………………………………………..”

“และกูจะไม่มีวันเบื่อเขาด้วยคนนี้กูจริงจังถวายหัวเลยอ่ะ ยกให้ทั้งเกียร์ ทั้งตัว ทั้งใจ”


“ไอ้ตะวันมึงนี่มัน..กูยอมแพ้เลยว่ะสู้ๆ แล้วกันขอให้เมษาใจอ่อนเร็วๆ  ”

ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนั้นความรู้สึกมันคืออะไรแต่เมษายอมรับว่าเขารู้สึกดีกับคำพูดของเดือนวิศวะ  น้ำเสียงที่ได้ยินมันฟังดูจริงใจกว่าครั้งไหนๆ แต่ก็ไม่รู้หรอกนะว่าคำพูดในวันนี้จะเชื่อได้แค่ไหนก็คงต้องให้เวลาเป็นตัวพิสูจน์

แล้วเราจะคอยดู นายหนึ่งตะวัน



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-09-2017 22:31:02 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
Re: ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP * 01:MIlK 3/9/17
«ตอบ #3 เมื่อ03-09-2017 22:04:15 »

:: MILK ::


“จีบมาจะสองเดือนยังซื้อนมให้อยู่เหรอ อ่อนจังวะ”

กัลป์วางนมร้อนลงบนถาดให้เดือนวิศวะที่บอกว่าไม่ดีเหรอไงร้านพี่จะได้รวยๆ เพราะค่านมร้อนที่เขาจ่ายให้พี่กัลป์ตั้งแต่จีบเมษานี่ไม่ใช่น้อยๆ  กัลป์ได้แต่บอกว่าดีๆ ทำดีแล้วขอให้เสียตังค์ต่อไปเรื่อยๆ สักปีนึงแล้วกัน พอโดนแซวแบบนั้นก็ทำท่ายกมือบอกว่าจีบปีนึงนี่ท้อแท้มากนะ

ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยจีบใครเกินสามเดือนเลย
นับว่านานที่สุดในประวัติศาสตร์การจีบคน

นี่เขาคุยกับเมษาทุกวันเลยนะเว้ยมีหยอดบ้างตามปกติคนจีบกัน แต่เดี๋ยวนี้เมษามีลูกเล่นขึ้นเยอะสามารถตบมุขเขาเวลาที่เขาหยอดได้หมดแล้วไม่ใช่แค่การส่งสติกเกอร์ เตะต่อยหรืออะไรก็ตาม

แถมเดี๋ยวนี้มีการทักมาก่อนด้วยเห็นครั้งแรกน้ำตาแทบไหล เมื่อวันก่อนเขามีติวจนเลยเวลาและไม่ได้บอกเมษาว่าหายไปไหนเพราะรุ่นพี่ค่อนข้างเข้มงวดจะหยิบเอาโทรศัพท์ออกมาก็ยังไม่กล้า จนต้องรอรุ่นพี่ติวเสร็จถึงได้แตะโทรศัพท์ในรอบห้าชั่วโมงโอ้โห..จากที่ตาปรือแทบจะหลับในตอนแรกตอนนี้ตาโตเป็นไข่ห่านเมื่อเห็นว่าชื่อใครที่โชว์เด่นหราบนหน้าจอ

m.sa : นายตะวันป่วยเหรอไง หรือไปไหน? ทำอะไรอยู่อ่ะ นี่ถามเฉยๆ นะ

ประโยคมีแค่นั้นแหละแต่รัวสติกเกอร์บ่งบอกอารมณ์ตั้งแต่ตัวที่ทำหน้า งง ยันหน้าโมโหมาเกือบยี่สิบตัว นั่งมองอยู่นานก่อนจะตัดสินใจโทรไปหาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะรับรึเปล่าแต่ดังอยู่สองสามทีอีกฝ่ายก็รับแต่ก็ไม่ยอมพูดอะไร

“เมษา พอดีเพิ่งติวเสร็จรุ่นพี่โหดมากไม่ยอมให้แตะโทรศัพท์เลยไม่ได้ไปไหน ไม่ได้ไปหาใครเลยนะ สาบานได้ ไม่ได้โกหก”

ตะวันเงียบบ้างเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไมได้พูดอะไรออกมา ไม่รู้ว่าเมษาโกรธรึเปล่าหรือเกิดอะไรขึ้น แต่อยู่ดีๆ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังลั่นออกมาจากในสายจนตะวันขมวดคิ้ว

“ตลกว่ะเรายังไม่ได้ว่าอะไรสักคำ พูดไม่หยุดเลย”

“นี่แกล้งเหรอกลัวโดนงอนจริงๆ นะเนี่ย”

“งอนเงินอะไรวะแล้วนี่กินข้าวกินปลายัง เลิกดึกขนาดนี้จะเอา 4.00 ว่างั้น”

“ผ่านโปรก็หรูหราแล้ว เมษาอยากเจอว่ะ”

“ตอนนี้? กี่โมงแล้วครับคุณ”

“เดี๋ยวเลี้ยงน้ำเต้าหู้ มาให้เห็นหน้าหน่อย”

เมษาโวยวายหาว่าเขาประสาทนี่มันกี่โมงกี่ยามแต่พอขับรถมาที่หน้าบ้านก็เจอเมษาที่ใส่ชุดอยู่บ้านยืนรออยู่แล้วแถมยังมีฝาแฝดอย่างเมษที่ยืนกอดอกทำหน้ายักษ์อยู่ข้างๆ กำชับว่าต้องพากลับมาก่อนเวลาที่กำหนด ห้ามให้เมษามีแม้แต่รอยขีดข่วน ห้ามทำอะไรเกินเลยอย่างที่คิด ตะวันเห็นเมษาถอนหายใจแล้วถอนหายใจอีกพร้อมกับบอกเมษว่า

นี่กูเป็นผู้ชายนะ ผู้ชาย !



ตะวันที่พยายามกลั้นหัวเราะแต่ก็ยังพยักหน้ารับคำกับเมษที่ผลักเมษาให้มาขึ้นรถก่อนที่ตัวเองจะโบกมือลาแล้วเดินเข้าบ้านไป วันนั้นบอกเลยโคตรดีใจ เอาแต่ยิ้มจนเมษาบอกว่ายังกะคนบ้า น้ำเต้าหู้แถวๆ นั้นก็อร่อยขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกทั้งๆ ที่ทุกวันรสชาติเหมือนกินน้ำเปล่า  ตอนที่มาส่งต่างคนต่างนั่งเงียบกันอยู่บนรถไม่มีใครพูดอะไรจนเมษาเป็นฝ่ายหัวเราะขึ้นมาก่อนแล้วบอก

“ไปละ กลับบ้านไปนอนไป”

พอเมษาทำท่าจะเปิดประตูรถลงไปอยู่ดีๆ ตะวันก็เอื้อมมือไปคว้าต้นแขนไว้ก่อนจะรั้งเข้ามากอด คนโดนกอดตัวแข็งทื่อขึ้นมาก่อนจะยกมือขึ้นมาวางลงบนหลังตบเบาๆ สองสามทีแล้วผละออก ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรก็รีบเปิดประตูรถเดินฉับๆ ผ่านเมษที่กำลังยกมือเรียก  ตะวันรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไลน์หาคนที่เพิ่งเดินเข้าบ้านไป

TAWAN:  เมษาโกรธเราป่ะวะ เฮ้ย! ขอโทษ

M.S.A : ไม่ได้โกรธเว้ย

TAWAN:  เราอยากกอดเมษาจริงๆ ว่ะ

M.S.A : เออ อยู่ดีๆ ก็มากอด นี่ก็เขินเป็นนะเว้ย

TAWAN:  งั้นพรุ่งนี้กอดใหม่อีกรอบ

M.S.A : ไอ้เลวววววววววววววว!  เลิกคุย

เขานั่งหัวเราะอยู่ในรถจนเมษเดินเข้ามาเคาะกระจกพร้อมกับชี้นิ้วขู่เพราะคงเห็นฉากที่เขาดึงเมษาเข้ามากอด  ตะวันเลยได้แต่ทำท่าทางเจี๋ยมเจี้ยมก่อนจะขับรถกลับบ้าน วันนั้นอารมณ์โคตรดีเดินเข้าบ้านนี่แทบหมุนตัวแบบเต้นบัลเลต์ แม่ที่นั่งดูทีวีอยู่ยังมองอย่างกลัวๆ

“ตะวัน ตะวัน เฮ้! ตะวัน ” 

เมษาพยายามเรียกคนที่ยืนถือแก้วนมและเอาแต่ยิ้มอยู่ ตะวันรู้สึกตัวเพราะเผลอคิดอะไรนานไปหน่อย พอก้มลงมองเมษาที่ตอนนี้กำลังเงยหน้าขึ้นมามอง ตาแป๋วๆ กับท่าทางสงสัยแบบนั้นตะวันอยากจะตะโกนให้ดังลั่นร้าน 

น่ารักฉิบ-หาย

แต่ก็กลัวว่าคนในร้านจะตกใจตะวันเลยตัดสินใจวางแก้วนมร้อนไว้ตรงหน้าเมษาตั้งใจจะผละออกไปนั่งที่โต๊ะตามเดิมแต่อยู่ดีๆเมษาก็เอื้อมมือไปจับข้อมือเดือนวิศวะที่หยุดเพื่อรอฟังว่าเมษาจะพูดอะไร แต่พอได้ยินประโยคสั้นๆ นั้นตะวันยิ้มแก้มแทบปริจัดแจงหอบของจากโต๊ะของกลุ่มตัวเองก่อนจะเลื่อนเก้าอี้นั่งลงข้างๆ เมษาจนกลุ่มเด็กวิศวะที่นั่งอยู่ส่งเสียงโห่แซวกันดังลั่นขนาดกัลป์ที่ยืนมองอยู่ยังอดที่จะยิ้มไปด้วยไม่ได้





“นั่งด้วยกันได้แล้ว”







TBC**  02 GREEN TEA



ขออนุญาตรวมทุกคณะอยู่ในมหา'ลัยเดียว
แล้วก็ทุกคู่เป็นฝาแฝด และทุกเรื่องเกิดที่ร้านกาแฟค่ะ ^^   #นิยายร้านกาแฟ

twitter : @ribbinbo
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-09-2017 15:58:43 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
02: GREEN TEA
รู้ไหมว่าเราเจอกันครั้งแรกตอนไหน...
เมษ – กรีน





“เหลือชาเขียวแค่แก้วเดียว ต้องมีคนที่เสียสละแล้วล่ะ”

“ผมมาก่อน!”

“มือผมแตะเคาน์เตอร์ก่อน”

“ขาผมก้าวเข้ามาในร้านก่อน”

กัลป์มองสลับไปสลับมาระหว่างคนสองคนที่ยืนเถียงกันอยู่หน้าเคาน์เตอร์  คนนึงด้านซ้ายเขาจำได้ว่าเป็นฝาแฝดของเจ้าเด็กเมษาที่เดือนวิศวะตามจีบ ส่วนข้างขวานี่คือใครเขาก็ยังไม่รู้จักชื่อแต่ก็เห็นมาซื้อชาเขียวที่ร้านอยู่บ่อยๆ ท่าทางจะมีเชื้อสายจีนอยู่ในตัวเพราะตานี่เล็กเป็นอาตี๋เลย ตอนนี้พยายามเบิ่งตาทะเลาะกับเมษที่เหมือนทำเป็นไม่ได้ยินเสียงคนที่เตี้ยกว่า มือใหญ่ผลักหัวอีกคนไปให้พ้นทางก่อนจะสั่งเครื่องดื่มต่อ

“พี่กัลป์ผมมาก่อน! ผมมาก่อน ”

กัลป์เองก็ยังไม่กล้าที่จะยกชาเขียวแก้วสุดท้ายให้กับเมษเพราะน้องตี๋ตรงหน้าก็ทำท่าไม่ยอม และเขาเองก็ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่มาก่อน ถกเถียงกันแล้วอีกเกือบห้านาทีสุดท้ายกัลป์ก็ให้ทั้งคู่เป่ายิ้งฉุบ วิธีปัญญาอ่อนแต่ก็คิดหาวิธีที่ดีกว่านี้ไม่ออก เด็กมหาลัยปีหนึ่ง มองหน้ากันอยู่อย่างนั้น กัลป์นึกว่าทั้งคู่จะต่อยกันแย่งชาเขียวซะอีกเพราะทั้งคู่ถกแขนเสื้อขึ้นมาก่อนจะ..

เป่า

ยิ้ง

ฉุบ!


“ช้าไปไอ้น้องกรีน กินอย่างอื่นไปก่อนแล้วกัน”

เมษหัวเราะใส่คนที่ออกค้อนแต่เขาออกกระดาษ คนที่กำลังโมโหได้แต่ยืนด่าสาปแช่งเขาไม่เลิกไอ้เขียวหน้าตี๋ที่เขาชอบเรียกเอ่ยขอโทษพี่กัลป์พร้อมกับบอกว่าพรุ่งนี้ต้องได้กินชาเขียวคนแรกของร้านไม่งั้นไม่ยอม พี่กัลป์ก็ได้แต่เอออกห่อหมกเพราะกลัวจะเสียลูกค้า แต่จริงๆก็คงจะขำกับความบ้าของมัน

“ทำไมไปแกล้งเขาแบบนั้น”

“มันตลกดี ตอนไอ้เขียวโกรธพยายามลืมตาให้โตๆ แต่ได้แค่นี้ ตี๋เอ๊ย”

“ถ้าน้องเขาเป็นผู้หญิง พี่จะคิดว่าเราชอบเขาอยู่”

“มั่วแล้วพี่”

“เอ๊า! เด็กผู้ชายยิ่งชอบยิ่งแกล้งไง”

เมษส่ายหน้ากับคำพูดของพี่กัลป์แล้วมองตามหลังคนที่เดินออกนอกร้านไป ท่าทางจะโมโหมากมีการชี้เข้ามาในร้านกาแฟนี่ก็คงด่าให้เพื่อนฟังอยู่ แต่ท่าทางเพื่อนคงเห็นเป็นเรื่องตลก เพราะเห็นทุกคนเดินหนีไปคนละทาง เมษสั่งเครื่องดื่มกับกัลป์เรียบร้อยก่อนจะเดินไปหาเมษาฝาแฝดตัวเองที่กำลังนั่งทำงาน มองเลยไปโต๊ะด้านหลังก็เห็นท่าทางแปลกๆ ของเดือนวิศวะที่เมษเองก็รู้จัก  ท่าทางลุกลี้ลุกลนเหมือนจะกล้าๆ กลัวๆ ทำให้เมษนึกตลก 

รู้หรอกว่าจีบไอ้เมษาอยู่

“นี่มึงไปแกล้งกรีนอีกแล้วล่ะสิ เป็นอะไรกะเขานักหนา”

“ก็แค่แกล้งแล้วสนุกดี”

“มึงมันนิสัยไม่ดี เลววว”

พอโดนฝาแฝดด่าแบบนั้นก็เลยเอื้อมมือไปขยี้ผมให้ฟูฟ่องจนเมษาร้องโวยวาย  เมษนั่งลงดื่มชาเขียวที่ได้ตัดหน้าจากใครสักคนขึ้นมาดื่มอย่างสบายใจ  นึกถึงตรงนี้แล้วตลกเมษรู้จักกรีนมาตั้งแต่เปิดเทอมปีหนึ่ง จริงๆ ก็เห็นตั้งแต่รับน้องแล้ว คนหน้าตี๋ดัดฟันยืนกลางแดดกำลังส่ายหน้าปฏิเสธรุนพี่ที่พยายามชวนให้ตกลงมาเป็นเชียร์ลีดเดอร์ของคณะ

ตอนนั้นเขากอดอกมองไอ้ตี๋ที่ห้อยป้ายชื่อว่า “กรีน” ส่ายหน้าอย่างเอาเป็นเอาตายมองซ้ายมองขวาพยายามหาเพื่อนช่วย ท่าทางจะไม่ชอบอะไรแบบนี้ จนรุ่นพี่ยกมือยอมแต่ก็ยังไม่ยอมแพ้คนที่เดินไปแล้วก็ยังวกกลับมาพร้อมกับบอกว่าเปลี่ยนใจได้เสมอ เมษไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่าว่ารุ่นพี่คนนั้นสายตามันมากกว่าการชวนไปเป็นลีดคณะธรรมทั่วๆ ไป  แต่ก็นะมันจะต้องมีซัมติงละว้า เขาคุ้นเคยกับเรื่องแบบนี้ดี ไอ้แฝดเมษาเจอเรื่องแบบนี้มาตั้งแต่ขึ้น ม.3

หลังจากนั้นเขาก็ร่วมกิจกรรมรับน้องตามปกติ จนถึงตอนเย็นเมษเดินมาที่ร้านกาแฟพี่กัลป์  ร้านกาแฟที่เมษาบอกว่าร้านน่ารักและนมสดอร่อยมาก เขาเคยมาครั้งนึงก่อนหน้านี้จำได้ว่าชาเขียวที่นี่รสชาติกลมกล่อมเลยทีเดียว

“เมษ!”

เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้เมษหันไปมองก่อนจะหัวเราะออกมาเมื่อเห็นหน้าฝาแฝด เมษรู้มาตลอดว่าเมษาหน้าตาค่อนข้างไปทางแม่ มีแต่คนบอกว่าเราเป็นฝาแฝดที่หน้าตาแตกต่างกันมากแต่ไม่คิดว่าคนอื่นจะแกล้งคนที่หน้าตาน่ารักได้ขนาดนี้ เมษาถูกมัดจุกเป็นน้ำพุแก้มสองข้างเป็นหนวดแมวตรงจมูกมีจุดหนึ่งจุด แถมยังยืนทำหน้ายุ่งเป็นแมวพร้อมขู่อีก

“ตลกว่ะใครทำกับมึงได้ลงคอ”

“กูจะกินนมแล้วกลับบ้านแล้ว!”

“โถ น้องเมษา”

เมษหัวเราะก่อนจะคว้าคอฝาแฝดที่กำลังยกมือบังหน้าตัวเองเพราะหนวดแมวที่รุ่นพี่วาดไว้มันเช็ดไม่ออก ไม่รู้ว่าใช้หมึกอะไรนี่ก็เดินปิดหน้ามาตลอดทางที่ออกจากมหา’ลัย เพราะเอาแต่เอามือบังหน้าเลยไม่มองไม่เห็นว่าใครที่เดินสวนมา

“ขอโทษครับ”

เมษาเอ่ยขอโทษก่อนจะเดินต่อคนที่ถูกชนไม่ได้ตอบอะไรเพียงแค่หันไปหยิบนมร้อนตรงเคาน์เตอร์แล้วรีบเดินออกจากร้าน เพราะกลุ่มเพื่อนที่ยืนรออยู่ด้านหน้า

“ตะวัน เสร็จยังวะไอ้โอ๊ตรออยู่ที่ร้านข้าวแล้ว”


ร้านกาแฟตอนเย็นดูครึกครื้นมากคงเพราะบรรยากาศและรสชาติที่อร่อยถูกใจ ตอนแรกเมษและเมษาตั้งใจจะซื้อนมแล้วกลับบ้านแต่เพราะทำกิจกรรมมาทั้งวันเลยเลือกที่จะนั่งพักที่ร้าน เมษรู้สึกว่าคนในร้านหันมามองที่โต๊ะเขาแล้วก็หันไปอมยิ้ม นี่เขาก็ไม่รู้ว่าทุกคนเห็นไอ้หน้าแมวที่นั่งดื่มนมอยู่มันน่ารักดี หรือคิดว่าเขากับไอ้เมษาเป็นแฟนกัน  เมษเลยเงยหน้ามองไปรอบๆ ร้านก่อนจะหยุดมองโต๊ะด้านหน้า

กรีน ไอ้ตี๋คนนั้น

“เฮ้ย ไอ้เมษ”  คนที่นั่งอยู่ในโต๊ะกวักมือเรียก เมษเห็นว่าเป็นเพื่อนที่มาจากโรงเรียนเดียวกันแต่เรียนคนละคณะเมษเลยลุกออกจากโต๊ะแล้วเดินมาหา เมษเห็นไอ้คนหน้าตี๋ดื่มชาเขียวอย่างเอร็ดอร่อยแต่พอเห็นเขามาหยุดอยู่ตรงหน้าก็เหลือบตาเล็กๆนั่นขึ้นมามอง

“เออ รู้จักกันยังวะมึงเรียนคณะเดียวกันนิ ไอ้กรีนนี่ไอ้เมษเรียนบริหารเหมือนมึงอ่ะ”

“หวัดดี”

“มองเห็นเหรอวะ”

“ อะไรนะ”

“ตาตี่ขนาดนี้มองเห็นด้วยเหรอวะ”

นั่นคือครั้งแรกที่ได้รู้จักกัน เมษไม่ได้ตั้งใจจะกวนตีนแต่พอเห็นหน้าไอ้ตี๋กรีนมันอดที่จะแหย่ไม่ได้ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ตั้งแต่วันนั้นเวลาเจอหน้ากันทีไรเมษกับกรีนก็เถียงกันตลอด ไม่มีสักครั้งที่จะพูดดีๆ  เรื่องที่เถียงกันบ่อยสุดคือเรื่องชาเขียวร้านพี่กัลป์ทั้งสองคนชอบมาที่ร้านพร้อมกัน  สั่งเครื่องดื่มเหมือนกัน และก็แย่งกันตลอด ขนาดพี่กัลป์ยังเคยบอก

“ทะเลาะกันแบบนี้อย่าให้เห็นว่าเป็นแฟนกันนะ”


: :Green tea ::

“พิมพ์หัวข้อนี้แล้วกัน”

“เอาอันนี้เพิ่มเข้าไปด้วยมันน้อยไป”

“นี่ก็เยอะแล้วเว้ย”

“คะแนนจะเอาไหมนี่เวรกรรมอะไรกูเนี่ย”

“ใครควรเป็นคนพูดประโยคนนั้นกันแน่วะ”

เพื่อนในกลุ่มเมษพยายามจะแยกทั้งคู่ออกจากกันเพราะการทำรายงานคู่ดูโอ้จะวางมวยกันอยู่รอมร่อ พอเห็นว่าท่าจะไม่ดีกรีนก็หยิบแก้วชาเขียวขึ้นมาดื่มอึกๆ ระงับอารมณ์  กลัวว่าจะเป็นสงครามในร้านกาแฟของพี่กัลป์ เพราะวันนั้นดันป่วยหยุดเรียนไปแค่วันเดียวแต่เปลี่ยนชีวิต อาจารย์ที่อยู่ดีๆ ก็สั่งงานให้จับคู่กันซะดื้อๆ แถมบังคับให้จับคู่กันเดี๋ยวนั้น ส่วนคนที่ไม่ได้เข้าหรือลา ให้มาจับคู่กันเอง แต่วันนั้นดันมีแค่กรีนกับเมษที่ไม่ได้เข้าเรียน

นั่นแหล่ะถึงได้เถียงกันอยู่นี่..

“พวกกูกลับก่อนนะเว้ยพวกมึงก็ค่อยๆ ทำอย่าเพิ่งฆ่ากันตาย”

บรรดากลุ่มเพื่อนโบกมือลาทั้งคู่ก่อนที่สองคนจะหันมามองหน้ากันแล้วก็ก้มหน้าก้มตาทำงาน กว่าจะตกลงกันได้ก็แทบจะต่อยกันพอเห็นว่าโอเคแล้วก็ตกลงแยกย้ายแล้วพรุ่งนี้ค่อยมาทำงานกันต่อ  เมษหยิบกุญแจรถก่อนจะรับโทรศัพท์จากเมษาว่ากำลังจะกลับ กรีนยกมือพร้อมกับบอกว่า บาย~  แต่อยู่ดีๆ ก็มีผู้หญิงคนนึงตัวเปียกฝนเล็กน้อยวิ่งเข้ามาหากรีนที่ยังคงนั่งอยู่

“ตี๋ ทำอะไรอ่ะ”

 เพราะเสียงเรียกชื่อที่รู้ว่าใคร น้ำตาลดาวคณะอักษรที่เคยเรียนที่โรงเรียนเดียวกันกรีนชวนอีกฝ่ายนั่งลง น้ำตาลบอกรอเพื่อนสั่งเครื่องดื่มอยู่เห็นกรีนอยู่ในร้านเลยแวะเข้ามาทัก กรีนรู้สึกว่าไอ้คนที่บอกลาเมื่อสามนาทีที่แล้วก็ยังอยืนอยู่ที่เดิม จนกรีนต้องเงยหน้าขึ้นมามองรวมทั้งน้ำตาลที่นั่งอยู่ด้วย

“เมษ เมษ!”

กรีนลองเรียกคนที่ยืนนิ่งเป็นหุ่นให้รู้สึกตัวคนที่ยืนอยู่เลยนั่งลงอีกครั้ง สายตาที่เอาแต่มองน้ำตาลอยู่อย่างนั้น ทำให้กรีนต้องมองสลับกันไปมาระหว่างทั้งคู่

“นี่เมษเพื่อนในคณะ”

“แฝดเมษานี่เดือนวิศวะจีบอยู่ใช่ป่ะ”

ทั้งสองคนคุยกันโดยที่กรีนเองไม่ต้องแนะนำอะไรต่อ เลยต้องหยิบชาเขียวขึ้นมาดูดแก้เก้อท่าทางเขินๆ อายๆ ของไอ้แฝดเมษที่ไม่เคยจะเห็นมาก่อนทำให้กรีนต้องขมวดคิ้วก่อนที่น้ำตาลจะลุกขึ้นโบกมือลาเมื่อเพื่อนได้เครื่องดื่มครบแล้วกรีนยกมือโบกตอบสาวสวยแล้วหันมามองหน้าเมษที่มองตามน้ำตาลไปด้วย

“ไม่กลับบ้านเหรอวะ”

“มึงเป็นเพื่อนกับน้ำตาลอักษร?”

กรีนพยักหน้าก่อนจะเขยิบตัวหนีจนแทบจะตกเก้าอี้เมื่อเมษโน้มตัวเข้ามาหาพร้อมกับบอกว่าจะไปส่งที่บ้านให้ท่าทางฝนจะยังไม่เลิกตกง่ายๆ ตั้งใจจะส่ายหน้าปฏิเสธเพราะท่าทางไม่น่าไว้ใจนั่นแต่พอมองออกไปนอกร้านสายฝนยังคงเทลงมาไม่หยุดและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลยสักนิดแถมข้อมือก็ยังถูกจับไว้แน่นคล้ายจะบอกว่า

มึงต้องไปกับกูเดี๋ยวนี้!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-09-2017 22:47:53 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 02: GREEN TEA 6/9/17
«ตอบ #5 เมื่อ06-09-2017 20:16:12 »

พอขึ้นมาบนรถแทนที่เมษจะขับรถไปตามทางที่กรีนบอกแต่กลับเลี้ยวไปทางลัดโผล่มาหน้าร้านโจ๊กที่ตอนนี้คนในร้านไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่คงเพราะว่าฝนที่กำลังตกอยู่ เอาเหอะมาถึงร้านโจ๊กแบบนี้ก็คงต้องลงไปกินแน่นอนว่าจะต้องให้มันเลี้ยงด้วยจะไม่จ่ายสักบาทเดียว 

“นี่มึงแปลกๆ นะ”

“กูปกติ”

“ปกติอะไรปกติมึงเอาแต่แกล้งกูทั้งวี่ทั้งวัน”

“วันนี้กูหล่อและใจดีมาก”

ท่าทางประหลาดๆ ของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามทำให้กรีนทำหน้าไม่ไว้วางใจก่อนจะเลิกสนใจเมื่อพนักงานเอาโจ๊กมาเสิร์ฟ  กรีนกินโจ๊กไปมองหน้าไอ้แฝดเมษไปด้วยพอเห็นเขามองแบบนั้นอีกฝ่ายก็จับช้อนที่เขาถือค้างไว้ใส่ปาก พอกินจนอิ่มหนำสำราญเมษก็บอกว่าจะไปส่งให้ถึงที่ ทันทีที่รถจอดอยู่หน้าบ้านเมษก็ชะเง้อมองเข้าไปท่าทางจะเป็นเด็กอนามัยกันทั้งบ้านเพราะว่าตอนนี้ก็ยังไม่ดึกเท่าไหร่แต่ไฟกลับปิดจนมืดสนิท

“ไปนะ ขอบใจที่มาส่ง”

“เดี๋ยวดิจริงๆ มีเรื่องให้ช่วย”

“กูว่าแล้วว่ามึงต้องมีอะไรไม่งั้นไม่มาทำดีกับกูแบบนี้หรอก เอาอะไรว่ามาให้กูทำรายงานคนเดียวใช่ไหม หรืออะไร”

“กูชอบน้ำตาล”

“................................................”

“มึงช่วยกูหน่อยดิ”

“................................................”

“แบบช่วยให้กูได้คุยกับเขาหน่อย อะไรแบบนี้”

“................................................”

“กรีน กรีน เฮ้ย ไอ้ตี๋ ตี๋เว้ย”

“................................................”

อาการนั่งนิ่งจนไม่ขยับของอีกคนทำให้เมษต้องเอื้อมมือไปเขย่าแขนเบาๆ กรีนถึงได้รู้สึกตัวก่อนจะยกมือขึ้นมาตบหูคล้ายจะบอกให้เมษพูดเรื่องเมื่อกี้อีกรอบ เมษเลยคว้าคอคนที่นั่งอยู่ให้เข้ามาใกล้อีกครั้ง

“กูชอบน้ำตาล! น้ำตาลเพื่อนมึงอ่ะช่วยกูหน่อย”

เมษไม่รู้ว่าอีกคนจะช็อคเพราะเขาพูดใกล้หูมากหรือว่าอะไรถึงเอาแต่มองหน้าเขาอยู่อย่างนั้นแถมเสื้อนักศึกษาที่ใส่อยู่ตอนนี้ก็โดนขยำซะจนยับยู่ยี่ ท่าทางแปลกๆ ของคนตรงหน้าทำให้เมษต้องยกมือตบแก้มเบาๆ

“กรีน...”

“ได้ยินแล้ว”

กรีนเป็นฝ่ายดันให้เมษออกห่างก่อนจะหันหน้าออกไปที่หน้าต่างรถเมษพยายามจะถามซ้ำๆ ว่าช่วยไหม จะช่วยไหมเห็นแก่ที่เรารู้จักกันมาตั้งแต่รับน้องเป็นเพื่อนที่ทะเลาะตบตีกันมาตั้งแต่เจอหน้ากัน เมษพยายามชะโงกหน้าไปดูคนที่ไม่ยอมหันมาสักที

“ชอบน้ำตาลจริงๆ ใช่ไหม”

“จริง”

“’งั้นก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนว่ะ”

“อะไร”

“เลี้ยงชาเขียวร้านพี่กัลป์กูเลย”

“ทุกวันเลยก็ได้”

“งั้นเริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้ จะจับตาดูเผื่อมึงทำตัวไม่ดีอย่าหวังว่าจะได้คุยกับน้ำตาลยัยนั่นคนจีบเยอะมากนะอย่าหาว่ากูไม่เตือน”

เมษขยี้ผมคนข้างๆ พร้อมกับบอกเห็นแก่กินจริงๆ ดีที่มันเป็นชาเขียวไม่ได้ราคาแพงอะไรมากมาย เขาเลี้ยงไปจนเรียนจบเลยก็ได้ กรีนได้แต่ร้องโวยวายเพราะผมยุ่งเหยิงเพราะตอนนี้ผมชี้โด่ชี้เด่ไม่เป็นทรง เมษหัวเราะกับคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เพราะเหมือนเด็กเพิ่งตื่นนอนไม่มีผิด กรีนได้แต่มองคนที่เอาแต่หัวเราะอยู่อย่างนั้นก่อนจะบอกดึกแล้วควรไปนอน  เมษเลยนึกขึ้นได้ว่าจอดรถอยู่หน้าบ้านมานานมากแล้ว

“เจอกันพรุ่งนี้ กูเตรียมเลี้ยงชาเขียวมึงเต็มที่”

กรีนไม่ได้ตอบอะไรเพียงแค่พยักหน้าเท่านั้นทันทีที่ท้ายรถพ้นสายตาไปแล้ว กรีนได้แต่ถอนหายใจเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ตอนนี้หลังจากฝนหยุดตกก็มืดมิดจนมองอะไรไม่เห็น

มันมืดจนอึดอัดไปหมด
เหมือนกับใจเขาตอนนี้


Green Tea

“วันนี้ไม่ต่อยแย่งชาเขียวกันเหรอ”

“ต่อยแย่งอะไรกันพี่วันนี้ผมป๋าสุดๆ ”

กัลป์เห็นว่าเมษยื่นเงินสำหรับชาเขียวสองแก้วพร้อมกับหยิบแก้วชาเขียวแก้วนึงยื่นให้คนหน้าตี๋ที่ยืนยิ้มเป็นอาแป๊ะอยู่ด้านหลัง  กัลป์มองอย่างแปลกใจเมื่อเห็นว่าเด็กบริหารที่เคยทะเลาะตบตีแย่งชาเขียวกันทุกวันแต่วันนี้จับมือสามัคคีกันมากๆ  เมษดึงแขนเสื้อให้กรีนเดินมานั่งลงที่โต๊ะก่อนจะเริ่มเข้าเรื่อง

“ไหนมึงบอกเรื่องน้ำตาลให้กูฟังเลย”

“ไม่ กูต้องแน่ใจว่ามึงจริงจังกับเพื่อนกูจริงๆ”

“เฮ้ย ลีลาว่ะ”

“งั้นเชิญมึงช่วยตัวเอง”

กรีนทำท่าจะลุกออกจากเก้าอี้แต่เมษคว้าข้อมือไว้ทันพร้อมกับบอกยอมแล้วนี่ยอมให้ทำอะไรก็ยอม มีการเอาหัวมาดันไหล่ท่าทางแอ๊บแบ๊วที่ขัดกับใบหน้าและท่าทางทำให้กรีนต้องหัวเราะออกมา หัวเราะจนตาตี่ๆ หยีลงไปอีก เมษตั้งใจจะหันมาเล่นงานคนที่เอาแต่หัวเราะไม่เลิก แต่พอเงยหน้าขึ้นมามองไอ้ตี๋ที่เขาเห็นมาตั้งนานแล้วหัวเราะจนตายิบหยีแบบนี้ อยู่ดีๆ คำๆ นึงก็ผุดขึ้นมาในหัว

น่ารัก...



“มึงเป็นไรวะ”

“อ้อ เปล่าทำงานกันเถอะ”

เมษเปิดคอมขึ้นมาก่อนจะหยิบเอกสารที่รวบรวมไว้ขึ้นมาพิมพ์ต่อ กรีนหยิบแก้วชาเขียวขึ้นมาดูดพร้อมกับมองคนตรงหน้าที่ตอนนี้กำลังใส่แว่นสายตาท่าทางเอาจริงเอาจังทำให้กรีนมองอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้น

“เมษ มึงชอบน้ำตาลมานานยังวะ”

“จะเริ่มสัมภาษณ์กูแล้วเหรอ”

“ตอบมาดิ”

“ก็เห็นมานาน น่ารักดี”

“จริงจังมากป่ะ”

“ก็ตอนนี้กูชอบเขา”

“ไม่หวั่นไหวกับใครเลยเหรอคนเข้ามาจีบมึงนี่ระดับคนสวยเน็ตไอดอล”

“กูไม่ได้เจ้าชู้ขนาดนั้น ไม่เหมือนมึงหรอก”

“กูออกจะรักเดียวใจเดียว”

“มึงชอบใครอยู่เหรอไง”

เมษเงยหน้าขึ้นมามองคนที่กำลังถามเขาอยู่ ต่างคนต่างนิ่งอยู่อย่างนั้นเมษเองก็ไม่รู้ว่าเขาจะถามคำถามแบบนี้กับไอ้ตี๋ตรงหน้าไปทำไมแต่ปากมันดันถามไปก่อน กรีนแค่ก้มลงดูดชาเขียวตรงหน้าก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาอีกรอบ

“มันก็ต้องมีป่ะวะคนที่ชอบ”

“เฮ้ยใครวะ ให้กูช่วยไหมแลกกันไง”

กรีนมองหน้าเมษที่ถามเขายิ้มๆ ท่าทางกระตือรือร้นเหมือนเรื่องเขามันน่าสนใจมากนักทำให้กรีนส่ายหน้าจนเมษต้องตื้อแล้วตื้ออีกแต่กรีนก็ยังไม่ยอมบอกก่อนจะตัดบทด้วยประโยคที่ทำให้เมษต้องขมวดคิ้ว

“มึงช่วยไม่ได้หรอกกูว่ากูอกหักแล้ว”




“น้ำหนักมึงขึ้นบ้างไหมเนี่ย กินชาเขียวทุกวันแบบนี้”

กรีนส่ายหน้าไปมาพร้อมกับบอกว่าต่อให้กินสิบแก้วต่อวันก็ไม่มีทางที่น้ำหนักจะขึ้นเพราะน้ำหนักเท่าเดิมมาตั้งแต่อายุ18 เมษได้แต่มองอีกฝ่ายอย่างไม่เชื่อเพราะไม่คิดว่าคนที่กินเยอะขนาดนี้จะไม่มีทางที่จะน้ำหนักจะคงที่ได้  เพราะตั้งแตไอ้ข้อตกลงชาเขียวนั่น  เมษก็ตัวติดกับไอ้ตี๋กรีนนี่ตลอดเวลาบวกเรื่องรายงานที่จะต้องทำร่วมกันอีก 


กรีนเป็นคนที่เอนจอยอีทติ้งมากทั้งๆ ที่ตัวก็พอๆ กับไอ้เมษา (ดีที่ยังสูงกว่าไอ้แฝดเตี้ยของเขา)  วันๆ เมษเห็นกรีนเสริชหาร้านอาหารอร่อยๆ แคปร้านแล้วก็ไลน์มาหาเขาบอกว่าร้านนี้ต้องไปกิน  ตอนแรกเมษก็คิดว่า ใครจะไปกินได้หมดทุกร้านได้วะ เยอะขนาดนี้ แต่ไปๆ มาๆ เมษก็กินได้หมดทุกร้านตามที่กรีนแคปมาให้ดู  จนมันเป็นเรื่องปกติในทุกๆวันที่เราจะคุยกันเรื่องแบบนี้

“มึง น้ำตาลชอบช็อกโกแลตไหมวะ”

“ผู้หญิงก็ชอบขนมทุกอย่างแหละ”

“มึงเป็นผู้ชายมึงก็แดกทุกอย่าง”

“ก็กูชอบ”

“มึงชอบรสไหน”

“ดาร์กช็อกโกแลตถามไมวะจะซื้อให้น้ำตาลไม่ใช่เหรอ ”

เมษไม่ได้ตอบอะไรเพียงแค่หยิบช็อกโกแลตออกมาสองรสแล้วเดินไปจ่ายเงิน
 มันเป็นเรื่องปกติที่เมษจะถามเกี่ยวกับน้ำตาล

“น้ำตาลชอบอะไรวะ”

“น้ำตาลเกิดวันไหน”

“ตอนอยู่โรงเรียนน้ำตาลเป็นไงบ้าง”

“มึงรู้จักแฟนเก่าน้ำตาลป่ะ”

“ตอนนี้มีใครจีบน้ำตาลบ้างมึงรายงานมาให้หมดเลย”


กรีนก็ตอบบ้างไม่ได้ตอบบ้างเพราะบางคำถามเขาก็ไม่รู้จริงๆ ยังไงเขาก็เป็นผู้ชายเรื่องบางเรื่องผู้หญิงใช่ว่าจะบอกหมด อย่าง
น้อยเขาก็เป็นผู้ชายคนเดียวที่น้ำตาลมาสนิทถึงขนาดเล่นหัวตบหลังอะไรแบบนี้ได้ น้ำตาลชอบบอกว่ากรีนเหมือนเด็กประถมแม้อายุและความสูงจะเลยวัยนั้นมานานมากแล้วก็ตาม

“มึงได้เกริ่นๆ เรื่องกูกับน้ำตาลบ้างยัง”

กรีนหยุดเดินเมื่อถึงหน้าบ้าน คำถามง่ายๆ ที่เมษถามขึ้นมาแต่กรีนกลับเงียบไป  ร่างสูงที่ยืนทำหน้าคิ้วขมวดอยู่ทำให้กรีนรู้สึกอึดอัดขึ้นมาหน้าตาของเมษไม่ได้มีแววล้อเล่นเหมือนอย่างที่เคยเป็น กรีนเองก็รู้ว่ามันก็นานเกือบเดือนแล้วที่เมษมาบอกให้เขาช่วยเรื่องน้ำตาล

เขาเข้าใจดี
แต่..


ยังไม่ทันจะได้ตอบอะไรเสียงโทรศัพท์ของเมษก็ดังขึ้น กรีนคิดว่าน่าจะเป็นฝาแฝดเมษา เพราะได้ยินเสียงแง๊วๆ นั่นดังออกมาจากสายท่าทางจะมีเรื่องเดือดร้อนอะไรสักอย่างทำให้เมษเอ่ยขอตัวพร้อมกับบอกเจอกันพรุ่งนี้ที่ร้านพี่กัลป์ที่เดิม กรีนยกแก้วชาเขียวในมือขึ้นมามองใกล้ๆ พร้อมกับถอนหายใจ

“กรีน เดี๋ยวนี้กินขนมเยอะขนาดนี้เลยเหรอ เดี๋ยวก็อ้วนตาย” 

พี่บลูพี่สาวของกรีนถามถึงขนมในตู้เย็นเมื่อเห็นว่าน้องชายคนเล็กเปิดตู้เย็นแล้วโยนช็อกโกแลตสองอันที่ได้มาจากเมษเข้าไป  ขนมทุกอย่างมีสองอันเสมอ ไม่ว่าจะเป็นช็อกโกแลต คุกกี้ เค้กหรือแม้แต่ขนมทั่วๆ ไป เมษใจดี กรีนรู้ว่าขนมทั้งหมดเมษฝากเขาให้น้ำตาล แต่ก็ซื้ออีกอันให้กรีนด้วย มันก็เหมือนน้ำใจที่กรีนทำตัวเป็นบุรุษไปรษณีย์คอยส่งของ แต่เขาก็นิสัยแย่เกินไป ของทุกอย่างที่เมษฝากให้น้ำตาลแต่กรีนก็ไม่ได้เอาไปให้….เลยสักชิ้น

เขาแค่กลัว
ไม่สิ เขาก็แค่อยากจะต่อเวลาระหว่างเขากับเมษ
ไว้ให้นานที่สุดก็เท่านั้น


“เฮ้ย ตี๋ไม่เจอกันเลยวะนี่เราอยู่มหา’ลัยเดียวกันป่ะเนี่ย” 

กรีนสะดุ้งเมื่ออยู่ดีๆ แทมเพื่อนที่รู้จักกันตั้งแต่เด็กเพราะบ้านอยู่ใกล้กันเรียกว่าเพื่อนกันตั้งแต่เกิดก็ว่าได้ เสียดายที่เรียนกันคนละคณะไม่งั้นกรีนเองก็คิดว่าเขาคงจะทำตัวติดกับแทมไปจนจบปีสี่เพราะเรียนโรงเรียนเดียวกันมาตั้งแต่อนุบาล  ท่าทางสะดุ้งจนตัวโยนทำให้แทมยกมือขยี้หัวเพื่อนไปมาพลางถามว่านั่งรอใคร

“รอเพื่อน มึงมาทำอะไรวะปกติไม่เห็นจะมาที่ร้านนี้ทุกทีเจอมึงร้านเหล้าตลอด”

“กูสนใจกาฟงกาแฟบ้างไม่ได้เหรอไง”

“หน้าอย่างมึงสนใจคนกินกาแฟมากกว่า”

“รู้ทันจังเลยครับเพื่อน มึงดูคนข้างล่างที่นั่งอยู่ตรงเสานู้นน่ารักฉิบหาย”

“ท่าทางติ๋มๆ แบบนั้นมึงอย่าไปหลอกฟันเขาล่ะ เขาไม่เหมาะกับมึงเลย”

“แล้วว่าที่แฟนกูควรเป็นคนแบบไหน”

“ร้ายๆ แสบๆ จัดการคนกะล่อนแบบมึงให้อยู่หมัด”

“โห กูปวดหัวตายว่าแต่มึงเถอะเป็นไงบ้างวะกับคนนั้น…..ยังเหมือนเดิม”

กรีนหุบยิ้มแล้วส่ายหน้าดีที่วันนี้เขาเลือกที่จะนั่งชั้นบนที่เป็นโซนอ่านหนังสือ คนเลยไม่ค่อยมีเท่าไหร่มีแค่รุ่นพี่วิศวะใส่เสื้อช็อปนั่งวาดรูปอยู่ไกลๆ ตรงชั้นหนังสือพอเห็นท่าทางแบบนั้นแทมเลยนั่งลงตรงเก้าอี้ที่ว่างเพื่อนสมัยเด็กที่รู้เรื่องทุกอย่างได้แต่บอกให้อีกฝ่ายเล่าเรื่องให้ฟัง กรีนพยักหน้ายอมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้ ยังไงความลับนี้แทมก็เป็นคนเดียวที่รู้มาโดยตลอด

“กูว่ามันไม่แฟร์สำหรับมึงเลยว่ะ”

“กูถึงบอกว่าตัวเองนิสัยแย่กูยังไม่เคยพูดเรื่องเมษกับน้ำตาลเลย ขนมทุกชิ้นกูก็ไม่เคยเอาไปให้ มึงเข้าใจกูป่ะวะ กูจะเริ่มพูดทีไร กูก็…”

“กูเข้าใจเว้ย ก็มึงชอบไอ้เมษมาตั้งนานแล้วจะให้หน้าชื่นตาบานช่วยคนที่ตัวเองชอบให้ได้กับคนอื่นง่ายๆ ได้ไงวะ คนนะไม่ใช่ก้อนหิน”

“มันเหมือนกับว่ากูหลอกเมษอยู่เลยว่ะทั้งๆ ที่กูชอบมันมาโดยตลอด”





“ที่แท้มันเป็นแบบนี้นี่เอง”




เสียงที่ดังขึ้นจากด้านหลังพร้อมกับร่างสูงของเมษยืนถือชาเขียวสองแก้วอยู่ในมือ  ใบหน้าที่นิ่งสนิทและประโยคเมื่อกี้ที่ได้ยินทำให้รู้ว่าเมษได้ยินทั้งหมดแล้ว กรีนกับแทมลุกขึ้นยืนดีที่ตอนนี้บริเวณชั้นอ่านหนังสือนี้ไม่มีใครอยู่พี่วิศวะที่นั่งก่อนหน้านี้ลุกไปตอนไหนไม่รู้

“สรุปที่ผ่านมาคือมึงไม่ได้ช่วยเรื่องน้ำตาลคือมึงชอบ….โธ่เว้ย!”

“………………………………………………………………………………..”

“กรีน กูไม่คิดว่ามึงจะทำแบบนี้”

“………………………………………………………………………………..”

“ตลอดเวลาที่ผ่านมาคืออะไรวะมึงแม่ง!”

“แล้วจะให้ทำยังไง”

กรีนเงยหน้าขึ้นมามองเมษ ยังไงวันนี้มันก็มาถึงแล้วจะหาข้อแก้ตัวไปอีกฝ่ายก็คงไม่เชื่อ แทมถอนหายใจก่อนจะค่อยๆเดินเลี่ยงออกไปรู้ดีว่าเรื่องแบบนี้คนนอกอย่างเขาไม่ควรจะอยู่ตรงนี้  ดวงตาเล็กๆ ที่เมษเคยถามว่ามันมองอะไรเห็นด้วยเหรอตอนนี้กลับสะท้อนภาพเมษเต็มๆ ตา

“เคยคิดว่าจะเก็บมันเป็นความลับไปจนจบเรียนจบ เพราะไม่ว่ายังไงกูก็เป็นผู้ชายมึงก็เป็นผู้ชายที่ชอบผู้หญิง ก็เลยคิดว่าเป็นเพื่อนกันไปอย่างนี้ก็ได้”

“……………………………………………………………………………………….”

“แต่ลืมนึกถึงตอนที่มึงชอบคนอื่นเลยว่ะแล้วยังเป็นน้ำตาลเพื่อนตัวเอง”

“……………………………………………………………………………………….”

“บอกว่าชอบมึงก็ไม่ได้แถมยังต้องช่วยเรื่องน้ำตาลอีกตอนนี้ก็อยู่ข้างๆ มึงไม่ได้เหมือนเดิมอีกแล้วกูต้องทำยังไงวะ”

“……………………………………………………………………………………….”

กรีนพยายามกลั้นน้ำตาทุกทีก็ไม่ได้เป็นคนร้องไห้ง่ายหรอก เขาก็ผู้ชายคนนึงตั้งแต่เกิดเรื่องแบบนี้มาเขาไม่ร้องไห้เลยสักครั้งคิดว่าตัวเองเข้มแข็งพอ แต่วันนี้มันสุดจะทนจริงๆ กรีนเดินมาหาเมษพร้อมกับมองชาเขียวสองแก้วก่อนจะดึงเอาแก้วนึงออกมา

“ขอนะไหนๆ ก็เป็นแก้วสุดท้ายมึงเป็นคนดีเดินเข้าไปจีบน้ำตาลเลยกูคงช่วยอะไรมึงไม่ได้แล้ว”

ชาเขียวในมือกรีนเอาไปแล้วพร้อมกับเดินออกจากร้านไปด้วย ภาพสุดท้ายที่เมษได้เห็นคือน้ำใสๆ ที่คลออยู่ตรงดวงตาเรียวเล็ก เขาไม่ใช่ผู้ชายประเภทที่แพ้น้ำตาอะไรเท่าไหร่ แต่ครั้งนี้บอกตรงๆ ว่ารู้สึกแปลกๆ มันเหมือนมีเข็มมาทิ่ม บอกไม่ถูกว่าตอนนี้รู้สึกยังไง ผิดหวัง? เสียใจ? เสียความรู้สึก?  ตลอดเวลาเกือบเดือนที่อยู่ด้วยกันกับกรีนไม่เคยรู้เลยว่ากรีนคิดยังไงกับเขา

โง่จนมองไม่เห็น
หรือ เป็นอีกฝ่ายที่เก็บความรู้สึกเก่งกันแน่


เขาชอบน้ำตาล
เขาคิดมาตลอดว่า เขาชอบน้ำตาล


:: GREEN TEA ::


“กรีนมึงไม่ได้ทะเลาะกับไอ้เมษใช่ป่ะวะ”

“ก็...ไม่ได้ทะเลาะถามไม”

“ก็ตอนนี้พวกมึงสองคนแปลกๆ ก่อนหน้านี้ตัวติดกันยังกะปาท่องโก๋ เห็นไอ้เมษที่ไหนเห็นมึงที่นั่น    ตอนแรกกูยังนึกว่ามึงสองคนกำลังจีบกันอยู่ซะอีก เห็นท่าทางแฮปปี้ปรีดาทั้งคู่”

“ก็ตอนนั้นมันต้องทำรายงานด้วยกัน มันก็ต้องคุยกันเป็นเรื่องปกติป่ะวะ”

“ไม่ว่ะ ผิดปกติพวกมึงดูมีความสุขยังกะแฟนมากกว่าคู่หูทำรายงาน”

กรีนได้แต่ส่ายหัวกับความคิดของเพื่อนในกลุ่ม หลังจากเหตุการณ์นั้นก็ผ่านมาเกือบอาทิตย์แล้ว เราไมได้เจอกันอีกตั้งแต่วันนั้น  ดีที่รายงานมันเหลือแค่ตรวจคำผิดแล้วเย็บเล่มแค่นั้นไม่งั้นก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน  กรีนยืนมองโทรศัพท์อยู่นานกว่าจะกดส่งข้อความไปในไลน์ว่ารายงานเสร็จแล้วเดี๋ยวเอาไปส่งอาจารย์ให้เอง  ทั้งๆ ที่มันเป็นข้อความปกติแต่กรีนกลับจ้องหน้าจออยู่อย่างนั้นโดยที่ไม่ละสายตาไปไหน เพราะอยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะตอบว่าอะไร

สุดท้ายข้อความที่ส่งไป
มันก็แค่ขึ้นว่า read แต่อีกฝ่ายไม่ได้ตอบอะไรกลับมา
ทั้งที่ในใจก็คิดว่ามันก็ต้องเป็นแบบนี้อยู่แล้วแต่พอมาเจอจริงๆ ในใจกลับรู้สึกเจ็บมากกว่าที่คิด

ไม่มีเรื่องราวก่อนนอนที่คุยกันทุกวัน
ไม่มีร้านอาหารอร่อยๆ ที่ต้องไปด้วยกัน
ไม่มีชาเขียวร้านพี่กัลป์
ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป





“ตี๋ เดี๋ยวนี้ไม่เจอกันเลย คิดถึง”

น้ำตาลสาวสวยอารมณ์ดีวิ่งเข้ามาหาแล้วเข้ามากอดจากด้านหลัง มันเป็นเรื่องปกติทุกทีที่เจอกันน้ำตาลชอบที่จะทักทายแบบนี้ เสียงงุ้งงิ้งบ่นเรื่องนู้นเรื่องนี้ของน้ำตาลทำให้กรีนต้องหัวเราะไปด้วย น้ำตาลน่ารักเป็นดาวคณะที่ร่าเริงจนเป็นที่ชื่นชอบของทุกคน

ไม่แปลกเลยที่คนนั้นจะชอบด้วย

“เฮ้ย ไอ้เมษ”

เสียงเรียกชื่อคนที่กำลังเดินเข้ามายังโต๊ะที่นั่งกันอยู่ทำให้กรีนหยุดชะงักพร้อมกับมองคนที่พยายามหลบหน้าหลบตามาทั้งอาทิตย์ เขาคิดเองว่าถ้าเราไม่เจอกันหน้ากัน ไม่ได้คุยกันเหมือนที่ผ่านมา มันก็คงจะตัดใจกันได้ง่าย แต่วันนี้ทันทีที่เจอหน้ากันกรีนรู้เลยว่า

เขายังชอบเมษอยู่

ท่าทางปกติของอีกฝ่ายทำให้กรีนต้องแกล้งกลบเกลื่อนหัวเราะไปกับมุขเพื่อนที่ถกเถียงกันเรื่องไม่เป็นเรื่อง น้ำตาลยังคงกอดคอเขาหัวเราะไปประโยคบ้าๆ บอๆ ของไอ้มอสที่แกล้งเลียนแบบอาจารย์

“เออ เมษขอบใจเรื่องคุกกี้นะอร่อยดี”

“อ๊ะแหมๆๆๆ คุกกี้อะไรกันวะคู่นี้นี่ยังไง”

“เฮ้ย เมษมึงจีบดาวเลยเหรอวะน้ำตาลนี่คู่แข่งมึงยาวเป็นหางว่าวเลยนะเว้ย”

เสียงแซวของเพื่อนดังยิ่งกว่าเดิมทันทีที่น้ำตาลพูดประโยคนั้นจบ มันดังจนทุกคนในบริเวณนั้นหันมามองเป็นจุดเดียว กรีนเงยหน้ามองเมษที่ทำหน้าเขินๆ เมื่อเพื่อนเอาแต่แซวไม่หยุด กรีนพยายามยิ้มไปกับเพื่อนก่อนจะค่อยๆ ยกมือของน้ำตาลที่ยังคงกอดคอเขาอยู่ให้ยกออก ก่อนจะบอกเบาๆ ว่า หัวเราะเหนื่อยขอไปซื้อน้ำหน่อย

กรีนคิดว่าคงไม่มีใครมาสนใจอะไรเขาเท่าไหร่แต่พอลุกขึ้นสายตาก็เจอกับเมษที่กำลังมองเขาอยู่  กรีนคิดว่ามันคงเป็นเรื่องบังเอิญที่เขากำลังลุกขึ้นพอดี กรีนไม่ได้หลบสายตาไปไหนแต่กลับเป็นเมษที่เมินหน้าหนีไปก่อนกรีนเลยได้แต่บอกเพื่อนว่าไปซื้อน้ำเดี๋ยวกลับมา ดีที่ทุกคนมัวแต่สนใจเรื่องเมษกับน้ำตาลอยู่เลยไม่มีใครติดใจถามอะไร

กรีนเดินย้อนไปยังสวนด้านหลังคณะนั่งลงตรงม้านั่งแล้วหลับตาลงเงยหน้าพิงกำแพง  เขารู้ว่าจะลืมเรื่องอะไรแบบนี้มันไม่ง่ายเลยสักนิดมันต้องใช้เวลา  และถ้าเขาเลือกที่จะให้มันเป็นแบบนี้ก็ต้องรับทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้ได้ ต่อให้เมษและน้ำตาลจับมือกันอยู่ตรงหน้าเขาก็ต้องรับให้ได้

ต้องทนให้ได้
ต้องผ่านมันไป
ก็ดีแล้วนี่ที่เป็นแบบนี้





“ก็มันเป็นแบบนั้นล่ะมึง เมษ.. เมษ ไอ้เมษ ฟังกูพูดอยู่ป่ะเนี่ย”

เมษาชะโงกหน้าลงมาจากเตียงชั้นบนเมื่อเห็นว่าคนที่เล่าเรื่องให้ฟังเป็นชั่วโมงอยู่ดีๆ ก็เงียบไปซะเฉยๆ เอาแต่นอนเอามือท้าวศีรษะทำหน้าเคร่งเครียดเหมือนมีเรื่องไม่สบายใจทำให้เมษาต้องปีนลงมาจากเตียงชั้นบนมุดเข้ามานั่งประจันหน้ากับฝาแฝดตัวเอง

“เป็นไรวะพักนี้มึงแปลกๆ ”

“สบายดี”

“กรีนอ่ะ”

“ถามไมวะ”

“อยู่ดีๆ เขาก็หายไปทั้งๆ ที่เมื่อก่อนมึงยังพาเขามาที่บ้านเกือบทุกวัน”

เมษาใช้ตาโตๆ จ้องเมษเขม็งเมื่อเห็นว่าไอ้ฝาแฝดที่อยู่ด้วยกันมาทั้งชีวิตมีอาการผิดปกติเมื่อพูดถึงกรีนเพื่อนร่วมคณะ ท่าทางเหมือนลูกแมวขู่แถมยังยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนเมษต้องดันหน้าให้หงายไปด้านหลัง

“เมษา ... กูมีเรื่องจะเล่าให้ฟังว่ะ”

เมษรู้สึกสบายใจขึ้นเยอะเมื่อเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้เมษาฟัง เมษเองก็ไม่เคยมีความลับกับฝาแฝดตัวเองอยู่แล้ว เพียงแค่จะเล่าเมื่อไหร่ก็เท่านั้น ตอนนี้กลายเป็นเมษาที่นั่งหน้าเครียดแทนจนเมษต้องเอ่ยเรียก

“มึงแม่งใจร้าย”

“อ้าว ไอ้แฝดเตี้ยนี่”

“ที่มึงไม่สบายใจอยู่ตอนนี้ มึงอาจจะแค่รู้สึกผิดก็ได้ว่ะ”

“................................................................”

“หรือ..อาจจะมากกว่ารู้สึกผิดถ้ารู้สึกผิดก็ไปคุยกับเขาดีๆ จบแบบนี้ไม่โอเคเลย”

“มากกว่ารู้สึกผิดคืออะไรวะ”

“แบบมึงอาจจะไม่รู้ตัวว่าจริงๆ แล้วมึงก็ชอบกรีนแต่โง่ไงเลยไม่รู้”

“กูชอบน้ำตาล”

“มึงคิดว่ามึงชอบน้ำตาลต่างหาก กูแค่เดานะ...มึงอยู่กับกรีนแล้วมีความสุขดีออก มึงโคตรเป็นธรรมชาติเลยรู้ป่ะ ตอนมึงสองคนคุยกัน ถามจริงๆ มึงไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอวะ แบบอยู่กับคนนี้แล้วสบายใจจังอยากอยู่ด้วยกันนานๆ”

เมษไม่อยากจะยอมรับว่าที่เมษาบอกมันตรงทุกอย่างกับที่เขาเป็น  เขาชอบที่อจะยู่ใกล้ๆ กรีน  เวลาไอ้ตี๋นั่นยิ้มหรือหัวเราะเขาเองก็เผลอมองบ่อยๆ เพราะกรีนตาตี่อยู่แล้วพอยิ้มหรือหัวเราะมันก็เลยหยีลงไปอีกจนเป็นเส้นขีดๆ ตอนได้กินอาหารหรือขนมอร่อยๆ ก็ดีใจเหมือนเด็กๆ

ทั้งๆ ที่รู้ว่าเราสนิทกันเพราะเขาเองอยากให้ช่วยเรื่องน้ำตาล
แต่เมษเพิ่งจะรู้ว่าเขาแทบจะไม่ได้คุยเรื่องน้ำตาลเวลาที่อยู่กับกรีนเลย

เราคุยกันเรื่องอย่างอื่นไม่ว่าจะเป็นวิชาที่เรียน เพลง อาหาร หรือ เกมคอมพิวเตอร์ ทั้งที่เขาควรจะสืบเรื่องน้ำตาลให้มากที่สุด แต่กลายเป็นว่า เขาไม่อยากเริ่ม อยากจะคุยเรื่องอะไรเรื่อยเปื่อยกับกรีนมากกว่า กรีนเคยบอกให้เขาแกล้งนัดน้ำตาลมาที่ร้านกาแฟของพี่กัลป์ให้ไหมจะได้คุยกันแบบจริงจังสักที  ตอนนั้นจำได้ว่าอยู่ดีๆความคิดมันก็แวบขึ้นมาในหัวว่า

ไม่อยาก..
เขาอยากมาร้านพี่กัลป์แล้วกินชาเขียวกับกรีนแค่สองคน
ตอนนั้นเขาก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงมีความคิดแบบนี้

“เมษ ..ไอ้เมษ”

เสียงเรียกของเมษาทำให้เมษรู้สึกตัวอีกรอบ  เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้เมษต้องเบ้ปากอย่างหมั่นไส้เมื่อเห็นว่าชื่อที่โทรเข้ามาเป็นเดือนวิศวะที่กำลังตามจีบไอ้แฝดเตี้ยของเขาอยู่ แต่ท่าทางจะมาวินชนะทุกคนที่เคยมาจีบเพราะเห็นว่าเมษาแทบจะกดรับทันทีที่ตะวันโทรเข้ามาแต่เพราะว่ากำลังคุยกับเขาอยู่ถึงได้ถึงได้ออกอาการลังเลแบบนี้ จนเขาต้องบอกว่า ไปคุยกับผัวเถอะ ถึงได้โดนถีบเต็มแรงพร้อมกับหนีขึ้นบนเตียงชั้นบน ก่อนจะไปเมษายังชะโงกหน้ามาบอกบางอย่างที่ทำให้เมษต้องหลับตาลง

“ถ้ากรีนชอบมึงมาตั้งนานแล้วตอนที่มึงบอกให้เขาช่วยเรื่องน้ำตาลนี่เขาต้องอดทนแค่ไหนวะ”




:: GREEN TEA ::


วันนี้เลี้ยงสายรหัส ปกติก็แค่นัดกินข้าวกันตามร้านอาหารแต่บางครั้งที่มีวันหยุดยาวติดกันหรือพี่ที่จบไปแล้วเกิดรวยอยากจะเลี้ยงแอลกอฮอล์ขึ้นมา อย่างเช่นวันนี้

เมษคิดว่ารุ่นพี่ที่เรียนจบไปแล้วทุกคนคงจะว่างมากถึงได้รวมตัวนัดกันเลี้ยงรวมหลายสายรหัสขนาดนี้  มันก็สนุกครื้นเครงดีถ้าไม่นับว่ารุ่นพี่สายรหัสเขากับไอ้ตี๋กรีนจะสนิทกันปานจะกลืนกิน ถึงได้นัดมาเลี้ยงพร้อมกัน  ทั้งๆ ที่บรรดารุ่นพี่ก็สนิทสนมกันดีกอดคอดื่มเหล้าจนหัวแทบจะทิ่มอยู่แล้ว แต่สายรหัสรุ่นเฟรชชี่ปีหนึ่งอย่างเขากับกรีนได้แต่นั่งตรงข้ามกันแบบเงียบๆ  บางทีก็ต้องแกล้งหัวเราะไปกับมุขฝืดๆ ของรุ่นพี่บ้างแก้เก้อ

เมษสังเกคว่าไอ้คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพยายามหลบตาไม่มองหน้าเขา บางครั้งที่เผลอสบตากันกรีนจะแกล้งทำเป็นมองผ่านไปรอบๆ หรือไม่ก็ยกแก้วเหล้าในมือขึ้นมาดื่ม เมษเดาได้เลยว่าอีกไม่นานกรีนจะต้องเมาแบบสุดๆ แน่ๆ เพราะเห็นเอาแต่ดื่มเหล้าไม่หยุดพอหมดแก้วรุ่นพี่ก็เติมให้อีกเรื่อยๆ

“ไอ้กรีนได้ข่าวว่าไอ้เบสปีสี่ที่เคยตื้อมึงให้ไปเป็นลีด มันกลับมาตื้อมึงอีกแล้วเหรอวะ”

ทันทีที่รุ่นพี่ที่จบไปแล้วเอ่ยถามขึ้นทุกคนที่ตรงนั้นก็เลยหยุดบทสนทนาที่คุยค้างไว้แล้วมาคุยกันเรื่องนี้แทน  พี่ผู้หญิงบางคนที่เพิ่งเคยรู้เรื่องก็ร้องว๊าวออกมา เพราะพี่เบสที่เป็นลีดคณะก็หน้าตาระดับคิวท์บอยของมหาลัยอยู่เหมือนกัน  เมษแกล้งหยิบเครื่องดื่มในมือขึ้นมาแต่สายตาก็มองไปยังคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม

รู้สึกแปลกๆ เมื่อได้ยินประโยคเมื่อกี้

“ก็ไม่มีอะไรหรอกพี่เขาก็คุยเล่นๆ”

“ไม่เล่นแล้วมั้งกูเห็นทั้งในเฟสในทวิตเพ้อถึงมึงยังกะอะไร”

“พี่อย่าพูดแบบนั้นดิ”

“มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรลองคุยกับมันไปก่อนก็ได้มึงก็ยังไม่มีแฟนไม่ใช่เหรอวะ หรือมึงมีคนที่ชอบอยู่แล้ว?”

ทันทีที่จบประโยคกรีนก็เงยหน้าขึ้นมามองเมษที่ยังจ้องตาไม่ได้หลบสายตาไปที่ไหน  ทั้งสองคนมองหน้ากันอยู่แบบนั้นจนเมษเป็นฝ่ายที่หลบตาไปก่อน

“บางทีผมก็คิดแบบนั้น พี่เขาก็โอเค”

ปัง!

เสียงกระแทกแก้วดังลั่นจนทุกคนที่อยู่ตรงนั้นหันมามองอย่างพร้อมเพรียง  เมษเอาแต่จ้องคนที่นั่งทำหน้า งงๆ เพราะท่าทางปึงปังก่อนที่เสียงผิวปากพร้อมกับแซวดังลั่นเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังพูดถึงเดินเข้ามาในร้านพอดี  มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรผับที่นี่ส่วนมากก็เป็นนักศึกษามหาลัยนี้อยู่แล้ว พี่เบสเดินเข้ามาหาพร้อมกับนั่งข้างกรีนที่ตอนนี้เริ่มมึนเล็กน้อยเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์

“เมาแล้วเราหน้าแดงแจ๋เลย”

“ห้ามจีบกันที่นี่ถอยเลยไอ้กรีนเวลาเมานี่น่ารักดีเหมือนกันว่ะ”

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-09-2017 21:56:21 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 02: GREEN TEA 6/9/17
«ตอบ #6 เมื่อ06-09-2017 20:23:17 »

รุ่นพี่เข้ามาขยี้ผมบ้างดึงแก้มรุ่นน้องตาตี่ที่ตอนนี้ตรงแก้มเป็นสีแดง โดยเจ้าตัวที่เริ่มไม่ได้สติหัวเราะใส่คนนนู้นคนนี้อย่างไม่รู้เรื่องแถมยังยกเครื่องดื่มในมือซดเอาๆ ไม่เลิก  เมษนั่งมองคนที่เอาแต่ยิ้มอะไรไม่รู้เมื่อไอ้รุ่นพี่ลีดยื่นบางอย่างในโทรศัพท์ให้ดูก่อนที่จะมีใครไม่รู้อีกโต๊ะมาเรียกพี่เบสไป  ท่าทางโอเวอร์ของไอ้พี่เบสนี่ทำให้เมษอยากจะหัวเราะให้ตายแต่เดินไปคุยกับคนอื่นแปบเดียว แต่ทำท่างเหมือนจะเป็นจะตายซะให้ได้

ทันทีที่รุ่นพี่ลุกไป ไอ้คนที่นั่งตัวโงนเงนก็เริ่มยกมือขึ้นมาลูบแก้มตัวเองเบาๆ  พอเห็นท่าทางที่จะล้มฟุบไปกับโซฟาเมษเลยเลือกที่จะลุกไปนั่งลงข้างๆ  พอเขานั่งลงไอ้คนที่กำลังเมาได้ที่ก็เงยหน้าขึ้นมามอง เมษไม่รู้ว่ากรีนมองเห็นหน้าเขาเป็นไอ้รุ่นพี่คนนั้นรึเปล่าเพราะเอาแต่จ้องอยู่อย่างนั้น

“หน้าเหมือน..”

“เหมือน?”

“เหมือนไอ้คนเฮงซวย ไอ้แฝดไม่ได้เรื่อง”

“....................................................”

รู้แล้วว่าด่าใครอยู่ …. แต่เมษกลับเห็นเรื่องตลกซะมากกว่าเมื่อเห็นไอ้คนตาตี่พยายามจะลืมตาขึ้นมามองเต็มๆ ตาแต่ท่าทางจะเป็นเรื่องยากเกินไป ตัวผอมๆ นั่นก็เอนไปเอนมาจนเมษต้องเอื้อมือไปจับไว้เพราะว่าหน้าหัวจะทิ่มลงพื้น แต่ท่าทางกรีนเองก็เริ่มทรงตัวไม่อยู่ถึงได้เอนตัวมาซบคนที่นั่งอยู่ข้างๆ

“ปวดหัวว่ะ”

เมษเหลือบมองคนที่กำลังนอนซบอยู่ยกมือขึ้นมาบีบขมับตัวเอง เป็นจังหวะเดียวกับที่พี่เบสเดินกลับมาพอดี  พอเห็นท่าทางเมาของกรีนก็เอื้อมมือมาหาแต่อยู่ดีๆ ข้อมือก็ถูกจับไว้แน่นก่อนที่รุ่นน้องปีหนึ่งซึ่งเขาเองก็พอรู้จักเพราะว่าดังพอตัว เบสมองไปยังข้อมือตัวเองที่ถูกจับไว้ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองรุ่นน้องคล้ายจะถามว่า มีอะไร?

“ผมว่ากรีนเมามากแล้วผมขอตัวกลับก่อนแล้วกัน แล้วเจอกันครับพี่ๆ”

เมษค่อยๆประคองคนที่เมาไม่รู้เรื่องขึ้นมา รุ่นพี่บางคนจะเอ่ยรั้งไว้แต่สายตาของเมษกับเบสที่ต่างคนต่างมองกันอย่างไม่ยอมแพ้โดยมีร่างของคนเมาไมได้สติอยู่ตรงกลาง  พี่รหัสเมษมองภาพนั้นก่อนจะหัวเราะเพราะดูยังไงก็เหมือนผู้ชายสองคนกำลังจะต่อยแย่งผู้หญิงคนที่ตัวเองชอบเพราะท่าทางจ้องตากันจนอยากจะใส่เอฟเฟคประกายไฟให้ทั้งคู่

“พี่ว่าพี่พากรีนกลับเองดีกว่า เราอยู่สนุกต่อเถอะ”

“ผมพากลับเองดีกว่าครับนี่เพื่อนผม ผมดูแลเอง”

“เพื่อนงั้นเหรอ”

“…………………………………………………………….”

“เมษ”

ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรกันต่อคนที่เมษประคองอยู่ก็เอ่ยชื่อออกมาทำให้เจ้าของชื่อเงยหน้าพร้อมกับยิ้มให้อีกฝ่าย แน่นอนว่ามันเป็นรอยยิ้มที่กวนบาทารุ่นพี่มากกว่ายิ้มธรรมดาทั่วไป เมษเอ่ยขอตัวอีกรอบมือก็กอดเอวคนที่เมาไม่รู้เรื่องไว้แน่น พาเดินออกจากวงของสายรหัสที่ต่างพากันตะโกนบอกลารุ่นน้อง

“ทำใจเถอะว่ะ ท่าทางครั้งนี้มึงคงจะแห้วของจริง”

เบสได้แต่มองทั้งคู่ที่พากันประคองออกไปนอกร้านพร้อมกับโทรศัพท์ที่มีเสียงเรียกเข้า ร่างสูงรู้สึกหงุดหงิดจนกดวางสายที่โทรเข้ามาไม่ว่าอีกฝ่ายจะโทรมาอีกสักกี่ครั้งก็ตาม



GREEN TEA

เหนื่อยฉิบหาย..
เห็นตัวเล็กๆ แบบนี้ก็หนักเอาเรื่องเหมือนกัน

ตอนแรกเมษตั้งใจจะพาไอ้ตี๋ไปส่งที่บ้านแต่ก็กลัวปะป๊ามะม๊าตกใจกับสถาพลูกชายที่เมาจนไม่ได้สติ จะพากลับบ้านตัวเองก็มีไอ้แฝดเตี้ยเมษาอยู่อีก เขาก็ไม่เข้าใจหรอกทำไมจะพากรีนไปที่บ้านตัวเองไม่ได้เขาแค่รู้สึกว่าอยากจะเคลียร์อะไรกับคนเมาสักหน่อย หลอกคุยตอนเมาๆ นี่แหละ จริงใจดีเขาบอกคนเมาจะไม่โกหก

สุดท้ายก็ต้องพามาที่คอนโดที่พ่อกับแม่ซื้อไว้ให้นานแล้ว
นานๆ ทีที่เขากับเมษาจะมาอยู่เพราะตอนจะสอบเข้ามหาลัยเรียนเลิกดึกกันทั้งคู่และบ้านก็อยู่ไกลจากที่เรียนพิเศษมาก

เมษมองคนที่ขยับตัวไปมาอยู่ตรงโซฟาคงเพราะไม่สบายตัวคิดว่ายังมีสติอยู่ยังพอส่งเสียงโต้ตอบเขาได้บ้างแต่คงไม่รู้ว่าเขาเป็นใครเมษเลยรับโทรศัพท์จากพี่บลูพี่สาวของกรีนที่โทรมาถามเพราะเห็นว่าดึกแล้วแต่น้องชายก็ยังไม่กลับสักที เมษเลยบอกว่ากรีนอยู่กับเขาเดี๋ยวพรุ่งนี้จะพาไปส่งที่บ้านให้

“ร้อนอ่ะ”

“ก็มึงกินเหล้าเข้าไปขนาดนั้น”

“กูไม่ไหวแล้วว่ะ”

“มึงอย่าบอกนะว่ามึงจะอ้ว…”

“กูคิดถึงเมษไม่ไหวแล้วว่ะ”

คนที่กำลังมองหาภาชนะเตรียมพร้อมสำหรับคนเมาหยุดชะงักเมื่อได้ยินประโยคต่อมา กรีนไม่ได้ลุกขึ้นมานั่งจ้องหน้าเขาหรือรู้สึกตัวอะไรก็ยังนอนพิงโซฟาตาตี่ๆ นั่นก็ยังหลับเหมือนเดิม  เมษแค่นั่งลงบนโซฟาหันมามองคนเมาที่เงียบลงอีกครั้ง

“กูคิดว่า…กูจะทนได้ตอนเห็นเมษกับน้ำตาล แต่มึงรู้ป่ะกูโคตรเจ็บเลยว่ะ ตอนนี้กูยังอดทนได้และถ้าต่อไปกูทนไม่ได้ กูจะทำยังไงวะ”

“……………………………………………………………………………….”

“ไม่น่าเลย….มันไม่น่ารู้เลยว่ากูชอบมันมาตั้งนานแล้วน่าจะเก็บเป็นความลับไปตลอด”

“……………………………………………………………………………….”

“ไอ้เมษดันฉลาดขึ้นมาอีกโง่มาตั้งนาน …เสือกมารู้ทำไมวะ”

“……………………………………………………………………………….”

ทั้งๆ ที่มันเป็นคำพูดตัดพ้อแต่เมษกลับยิ้มอย่างเอ็นดูก่อนจะเขยิบเข้ามาใกล้คนเมาที่พูดอะไรงึมงำไม่เลิกคาดว่าคงจะด่าเขาอยู่ แค่เพียงไม่นานกรีนที่นอนเอียงไปเอียงมาก็เอนมาซบไหล่คนที่นั่งอยู่ข้างๆ พอเห็นว่าสบายก็ค้างไว้อย่างนั้น เมษหันมามองกลุ่มผมนั่นทีนึงก่อนจะปล่อยให้คนเมาซบไหล่ต่อ

“ทำไมกูต้องมาชอบคนเฮงซวยแบบนี้ด้วยวะคนอื่นมีตั้งเยอะกูจะไปชอบคนอื่น!”

เมษเผลอขมวดคิ้วเมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายอยากจะจับไอ้คนเมาขึ้นมาเขย่าๆ แล้วให้พูดใหม่อีกรอบ แต่ก็ได้แต่ถอนหายใจพร้อมกับบอกตัวเองว่าอย่าถือสาคนเมา

“แต่ก็ทำไม่ได้ว่ะรู้ป่ะตอนอยู่กับมันกูโคตรมีความสุข ถ้ารู้ว่าจะเป็นอย่างนี้กูจะอยู่กับมัน24ชั่วโมงเลยแถมตอนนี้มันเกลียดกูไปแล้วด้วยทำไมวะกูก็แค่ชอบ”

“……………………………………………….”

“กูชอบเมษจริงๆว่ะ”

“……………………………………………….”

“กูชอบเมษ”

“……………………………………………….”

“ชอบเมษ”

“……………………………………………….”

“ชอบ”


เสียงเงียบลงไปแล้วคาดว่าคนที่เมาคงจะหลับไมได้สติของจริงเมษยกไหล่ดันๆ แต่พอดันแรงไปหน่อยอีกคนก็ทำท่าจะเอนไปอีกด้านเมษเลยต้องรีบคว้าตัวอีกคนเข้ามาอีกรอบ คราวนี้เมษจับหัวกลมๆ ของอีกคนให้ซบลงมาตรงอก เมษนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น  ทบทวนทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเอง
 
ตั้งแต่วันแรกที่เขาเจอกับกรีน
วันที่เราอยู่ด้วยกัน  ทุกที่ ทุกความทรงจำ  จนถึงวันนี้
เมษเองก็เริ่มรู้ตัวเองว่าเขาไม่ชอบใจไอ้รุ่นพี่เบสเพราะอะไร ไม่ใช่ที่พี่เขากวนตีน หรืออะไรทำนองนั้น
แต่เขาไม่ชอบที่พี่เบสคนนั้นมายุ่งวุ่นวายกับคนที่นอนซบเขาอยู่ตอนนี้ เรียกง่ายๆ แบบไม่โง่ ก็คือ หวงนั่นแหละวะ

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาชอบให้มีไอ้ตี๋ตัวขาววนเวียนอยู่ใกล้ๆ อยากให้อยู่ด้วยตลอดเวลา อยากให้ยิ้มจนตานั่นหยีๆ อยากให้หัวเราะ ไม่อยากเห็นหน้าเศร้าๆ หรือร้องไห้สักครั้งเดียว เขาคิดว่าควรามรู้สึกของเขากับน้ำตาลมันเหมือนความประทับใจแรก แต่พอใช้เวลาอยู่ด้วยกันแล้วเมษกลับรู้สึกว่ามันไม่ใช่…

เขาโคตรฝืนตัวเอง  เวลาจะคุยจะทำอะไรเขาต้องคิดและวางตัวให้ดีอยู่ตลอดเวลา
มันกลายเป็นต่างคนต่างเกร็งจนไม่เป็นตัวของตัวเองเลย ขนาดน้ำตาลสาวสวยยังหัวเราะพร้อมกับบอกว่า

เป็นเพื่อนกันดีกว่าเนอะ ..

ถึงจะเป็นประโยคสั้นๆ แต่เมษเองกลับรู้สึกโล่งใจตอนนั้นยังจับมือตกลงกับน้ำตาลเป็นที่เรียบร้อยและเหมือนสาวสวยจะรู้เรื่องระหว่างเขากับกรีนอยู่บ้าง อาจเป็นเพราะสัญชาติญาณผู้หญิงอะไรสักอย่าง น้ำตาลเลยบอกเขาว่า กรีนน่ารักจะตายถ้าหลุดมือนี่มีคนมาจีบเยอะแน่ๆ

พอคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาเมษก็อยากจะขอบคุณน้ำตาลสักครั้งเพราะไม่งั้นตอนนี้เขาคงไม่ได้กอดไอ้คนที่เรียกว่าสารภาพรักจนสลบไว้ในอ้อมแขนแบบนี้  พอกอดไว้แบบนี้เมษก็เพิ่งรู้ว่ากรีนเองตัวผอมมากแค่ไหน เมษหันมามองคนที่ยังนอนหลับสนิทรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ตัวเองก้มลงไปจูบหน้าผากขาวๆ ที่อยู่ตรงหน้านั่น


“ตื่นมาช็อคตายแน่ๆ ไอ้ตี๋”

 

:: GREEN TEA::



แสงแดดที่ลอดเข้ามาตรงรอยแยกของผ้าม่านทำให้คนที่นอนหลับอยู่บนเตียงค่อยๆ รู้สึกตัว ถึงแม้ว่าหัวยังจะมึนๆ จนไม่อยากจะลุกแต่อยู่ดีๆ ก็นึกขึ้นได้ว่า ภาพสุดท้ายที่จำได้คือรุ่นพี่พามาเลี้ยงเหล้าแต่หลังจากนั้นเขาก็จำอะไรไม่ได้อีก

แล้วตอนนี้กูอยู่ที่ไหนวะ?

“เฮ้ย!”  เสียงร้องดังลั่นพร้อมกับลุกขึ้นมานั่งบนเตียงสายตาก็มองไปรอบๆ ห้องที่รู้สึกว่าไม่คุ้นเลยสักนิด เสียงร้องที่ดังขึ้นทำให้คนที่ทำอะไรอยู่ในห้องครัวต้องรีบวิ่งเข้ามาดู แต่พอคนบนเตียงเห็นหน้าเขาเต็มๆ ตา กรีนก็นั่งนิ่งตาค้างมากกว่าเดิม

“เป็นอะไรรึเปล่า”

“เมษ..”

“ไง ปวดหัวไหม”

“เมษ”
 
เมษหัวเราะกับท่าทางของคนที่นั่งอยู่บนเตียงเพราะไม่ว่าจะถามอะไร ไอ้ตี๋ก็เอาแต่เรียกชื่อเขาไม่ยอมหยุดจนเมษต้องยื่นผ้าเช็ดตัวให้พร้อมกับบอกว่าให้ไปอาบน้ำก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน กรีนรับผ้าเช็ดตัวก่อนจะเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเมื่อเมษบอกว่าให้เลือกเสื้อผ้าได้ตามสบายแต่มีไม่ค่อยเยอะเพราะไม่ได้มาที่นี่นานแล้ว 

บนโต๊ะอาหารกรีนเอาแต่นั่งเงียบไม่ได้พูดอะไรเมื่อคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามบอกว่าเมื่อคืนเขาเมามากเลยขอตัวพากลับบ้านมาก่อนแต่กลัวพากลับบ้านป๊ากับม๊าจะตกใจเอาเลยพามาที่นี่แทน  เมษพยายามกลั้นยิ้มเมื่อกรีนทำหน้าคล้ายจะบอกกับตัวเองว่า ไม่น่าดื่มเยอะเลย

“เมื่อคืนตอนที่กูเมากูไม่ได้ทำหรือพูดอะไรแปลกๆ ใช่ป่ะ”

“หืม? จะเรียกว่าทำก็ได้นะ”

“จริงอ่ะกูทำมึงลำบากป่ะ”

“อืมมมมมม”

เมษแกล้งลากเสียงคล้ายจะแกล้งอีกฝ่าย กรีนหน้าตาตื่นเพราะกลัวว่าจะทำให้อีกฝ่ายไม่ชอบเขามากกว่าเดิม ตอนนี้ก็ งง จะตายอยู่แล้วว่าทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้ ถึงเขาเมามากยังไงพี่รหัสเขาก็อยู่ ไม่น่าเป็นเมษที่มาต้องมาดูแลเขาแบบนี้ กรีนจ้องหน้าเมษเขม็งตั้งใจฟังเต็มที่ว่าเขาทำอะไรไว้ท่าทางเหมือนลูกแมวแต่ตาตี่ไปหน่อยทำให้เมษต้องหัวเราะออกมา

“เมษนี่กูเครียดนะเนี่ย”

“ก็มึงเมามากไม่ได้สติ แล้วก็พูดไม่หยุด”

“พูดว่าไรบ้างวะ”

“บอกว่ามึงชอบกู บอกว่าชอบเมษ ชอบ ชอบ พูดอยู่แบบนี้”

“..........................................................................”

“กรีน”

“กูกลับล่ะขอบคุณมาก”

กรีนที่นั่งตะลึงอยู่อย่างนั้นพอรู้สึกตัวก็ลุกขึ้นแบบรวดเร็วท่าทางหันซ้ายหันขวาเหมือนกับว่าทำอะไรไม่ถูกก็เอ่ยขอลาซะดื้อๆ ดีที่เมษเอื้อมือมาจับข้อมือนั่นไว้ทันพร้อมกับบอกว่าให้นั่งลงก่อน  กรีนหันมามองคนที่จับเขนเขาไว้นึกว่าจะเจอกับสีหน้าและท่าทางแบบที่เคยเจอมาแล้ว แต่กลับเป็นว่าเมษกำลังยิ้มอยู่ไมได้มีท่าทีเหมือนในตอนนั้น

“ไม่โกรธกูเหรอ”

“เรื่อง?”

“ก็เรื่องที่กูเมาแล้วบอก...”

“กูเหมือนโกรธอยู่เหรอไง”

“มึงยิ้มอยู่แล้วก็ทำท่าแปลกๆ ด้วย”

เมษรั้งให้กรีนนั่งลงตรงเก้าอี้ส่วนตัวเองก็ลากเก้าอี้มานั่งอยู่ตรงหน้ากลัวว่าอีกคนจะวิ่งหนีออกจากห้องไปอีก กรีนมองข้อมือตัวเองที่ถูกจับไว้แน่นพอจะบิดออกเมษก็จับเอาไว้ทั้งสองข้างแถมยังมองหน้าไม่เลิก

“กรีน”

“อะไร”

“กูคิดว่า...กูชอบมึงแล้วว่ะ”

เป็นอย่างที่คิดไอ้ตี๋กรีนตาโต(มากกว่าเดิม)ขึ้นมานิดนึงมือที่เขาจับอยู่เหงื่ออกจนเขาต้องจับเอาไว้หลวมๆ แทน  เมษรู้ดีว่าถ้าบอกแบบนี้เป็นใครก็งงทั้งนั้น  และเขาก็พูดไม่ค่อยเก่งด้วยจะให้อธิบายทั้งหมดมันก็เขินจนเกินไป สุดท้ายก็บอกเท่าที่อยากจะบอก แต่เมษก็ไม่รู้ว่ามันดีหรือไม่ดีเพราะเห็นหยดน้ำตาที่ไหลลงมาตรงแก้ม

“ไม่แกล้งกูแบบนี้นะเรื่องนี้กูไม่เล่น”

“กูไม่ได้แกล้ง”

“เมษกูไม่ไหวกับเรื่องนี้นี่กูร้องไห้จริงๆ แล้วด้วย”

สงสารก็สงสารจะตลกก็ตลกไม่ว่าจะทำยังไงกรีนก็ดูไม่เชื่อเขาเลยสักนิด เมษเลยกระเถิบเข้าใกล้มากกว่าเดิมแก้มขาวตรงหน้านี่ก็ล่อตาล่อใจเขาดีเหลือเกินใช้ภาษาพูดก็ดูไม่เชื่องั้นขอใช้ภาษากายเลยแล้วกัน เมษก้มหน้าลงไปหอมแก้มกรีนข้างไว้ก่อนจะเลื่อนไปกระซิบเบาๆ ที่ข้างหู

“เชื่อเถอะนะเรากลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมได้ไหม ให้โอกาสกูหน่อยอย่าไปชอบคนอื่นเลยนะ”

เมษเอื้อมมือไปปาดน้ำตาออก ไม่รู้ว่ากรีนรู้ตัวรึเปล่าว่ากำลังร้องไห้อยู่เพราะมองหน้าเขาไปก็น้ำตาไหลไป พอหนักเข้าเมษก็คว้าคนตรงหน้ามากอดไว้พร้อมกับลูบหลังเบาๆ รู้สึกว่ามันเป็นการสารภาพรักที่ตลกดี ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ แต่เมษคิดว่ามันก็โอเคแล้ว เมื่อสองมือของกรีนที่ตอนแรกดูกล้าๆกลัวๆ เลือกที่จะยกขึ้นมากอดเอวเมษไว้แน่นเช่นกันและเมษยิ้มกว้างมากกว้าเดิมเมื่อได้ยินสิ่งที่กรีนบอก


“ไม่เคยคิดจะไปชอบคนอื่นเลย”






“ว่าไง หายไปนานทั้งคู่เลยนะพอมาพร้อมกันก็เหลือชาเขียวแก้วเดียวทุกที”

กัลป์เอ่ยทักกรีนและเมษที่เดินเข้ามาในร้านกาแฟพร้อมๆ กัน กัลป์นึกว่าทั้งคู่จะเถียงกันแย่งชาเขียวอย่างที่เคยเป็น แต่กลับเป็นว่าเมษเดินมาสั่งชาเขียวที่เหลือแค่แก้วเดียวแก้วนั้น กัลป์หันไปมองหน้ากรีนที่ยืนรออยู่ข้างๆ โดยที่ไม่เถียงไม่โวยวายอะไร พอเมษเห็นท่าทางแบบนั้นก็หัวเราะออกมาก่อนจะดึงข้อศอกกรีนให้มายืนข้างๆ

“เหลือแก้วเดียวก็ไม่เป็นไรหรอกครับ เรากินด้วยกันก็ได้”

กัลป์เงียบไปแปบนึงก่อนจะมองสลับไปสลับมาระหว่างทั้งคู่พอรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ส่ายหน้าอย่างเอ็นดูพลางบอกเห็นไหมว่าเดาผิดซะที่ไหน สุดท้ายก็ลงเอยกันจนได้ กรีนได้แต่ยิ้มให้กัลป์ที่หันไปสั่งออเดอร์กับลูกน้องที่ทำเครื่องดื่มยังมีแกล้งบอกอีกว่า ไม่ต้องหวานมากลูกค้าหวานจะตายอยู่แล้ว

กรีนหันไปมองรอบๆ ร้านก่อนจะหันมามองหน้าเมษ มองค้างอยู่อย่างนั้นจนเมษต้องถามว่าเอาอะไรเพิ่มไหม กรีนส่ายหน้าก่อนที่เมษจะรับเครื่องดื่มจากกัลป์พร้อมกับคว้าข้อมือกรีนให้เดินตามมา กรีนมองข้อมือตัวเองที่ถูกจับไว้แน่นเลยเปลี่ยนมาเป็นจับมืออีกฝ่ายไว้แทน กรีนยิ้มนิดๆ เมื่อเมษกระชับมือให้แน่นขึ้นมากกว่าเดิม


ไม่คิดว่าว่าจะมีวันนี้
ทั้งๆ ที่ตอนนั้นคิดแค่ว่าถ้าได้เจอกันอีกครั้งก็คงดี




Flash back




“ร้านอะไรของมึงวะเมษา”

เมษที่อยู่ในชุดนักเรียนมัธยมปลายบอกให้ฝาแฝดตัวเองที่อยู่ในชุดเดียวกันรีบเข้าไปในร้านกาแฟที่ตั้งอยู่หน้ามหาลัย วันนี้เขาทั้งคู่มีสัมภาษณ์ที่มหา'ลัยนี้ กว่าจะเสร็จเรียบร้อยก็เที่ยงกว่าไปแล้วเมษางองแง อยากจะกินนมร้านที่มันตั้งอยู่หน้ามหาลัย การยืนเถียงเรื่องนมแก้วเดียวอยู่หน้าร้านทำให้ผู้คนต่างพากันมองอย่างสนใจ

เสียงที่ดังขึ้นทำให้คนที่ยืนถ่ายรูปดอกไม้แห้งที่วางอยู่หน้าร้านหันมามองก่อนจะเบนกล้องในมือมาที่ทั้งคู่ คงไม่ใช่คู่รักอาจจะเป็นพี่น้องไม่ก็ฝาแฝด พอเห็นว่าทุกอย่างลงตัวก็เลยกดปุ่มซัตเตอร์

“เมษ ให้กูไปซื้อแปบเดียวนะเดี๋ยวกูเลี้ยงนมมึงด้วยก็ได้”

“กูสูงจะชนเพดานอยู่แล้วให้เตี้ยๆ อย่างมึงกินไปคนเดียวเถอะ”

เมษาต่อยลงไปบนแขนฝาแฝดตัวเองชกต่อยตบตีกันอยู่อย่างนั้น จนเมษเห็นว่ามันเลยเวลามานานมากแล้วก็เลยตัดสินใจลากคอไอ้แฝดน้องที่เตี้ยกว่าหลายเซนให้เข้ามาในร้าน  ทันทีที่เห็นหน้าคนที่รับออเดอร์อยู่ตรงเคาน์เตอร์เมษได้แต่คิดในใจว่าคงจะเป็นเจ้าของร้านด้วย

“รับอะไรดีครับ”

“นมสดแก้วนึงครับ”

“แล้วก็ชาเขียวแก้วนึงครับ”

“ไหนมึงบอกไม่กินไง”

“กูบอกกุไม่กินนมแต่กูจะกินอย่างอื่นมึงจ่ายเลย”

ท่าทางของทั้งคู่ทำให้กัลป์ต้องกลั้นยิ้มไม่รู้หรอกว่าทั้งคู่เป็นอะไรกันแต่มันก็ดูน่ารักดี นอกจากกัลป์ที่เห็นว่าภาพตรงหน้าน่ารักแล้วยังมีอีกคนที่ใส่ชุดนักเรียนถือแก้วชาเขียวยืนค้างอยู่ตรงหน้าประตูร้าน กรีนมองคนที่ตัวสูงกว่ากำลังแกล้งแหย่คนตัวเล็กที่โมโหฟึดฟัด ทั้งรอยยิ้มและท่าทางทั้งหมดนั่นเป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าหยุดมองไม่ได้

และก็เป็นครั้งแรกเช่นกันที่หัวใจเต้นขนาดนี้

ทันทีที่มือใหญ่จับลงบนกลุ่มผมของคนตัวเล็กพร้อมกับขยี้เบาๆ อย่างเอ็นดู กรีนก็ได้แต่มองภาพนั้นก่อนจะยอมตัดใจเดินออกไปนอกร้านเพราะเพื่อนเรียก คนน่ารักที่ยืนอยู่ตรงนั้นกรีนก็ไม่รู้ว่าจะใช่แฟนเขารึเปล่าแต่มันก็คงไม่แปลกอะไรที่เขาจะมีแฟนแล้วก็หน้าตาดีขนาดนั้น



ก็ได้แต่หวังว่า
เราคงจะได้เจอกันอีกสักครั้งนึง






#นิยายร้านกาแฟ


TBC* 03 AMERICANO  เบส - โฟกัส




Twitter : @ribbinbo
ขอบคุณค่ะ ^^
 




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-09-2017 00:22:04 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ P_Methayot

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +92/-0
Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 02: GREEN TEA 6/9/17
«ตอบ #7 เมื่อ06-09-2017 20:30:14 »

สนุกๆ
รอตอนต่อไปนะครับ  :3123: :pig4:

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 03: AMERICANO 13/9/17
«ตอบ #8 เมื่อ13-09-2017 22:01:58 »

03:AMERICANO
รู้ไหมว่าเราเจอกันครั้งแรกตอนไหน...
เบส – โฟกัส




“พี่เบส!”

“เฮ้ย! กูไปก่อนนะ”

เบสเก็บหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะเมื่อได้ยินเสียงเรียกก่อนที่ตัวจะมาถึง รุ่นพี่ปีสี่สุดฮ็อตของคณะบริหารรวบของไว้ในอ้อมแขนแต่ยังไม่ทันที่จะออกตัววิ่งไปไหนคนตัวเล็กที่วิ่งมาอย่างรวดเร็วกระโดดมาจับแขนเบสไว้ได้อย่างแม่นยำ

“จะไปไหนอ่ะ กินข้าวยัง”

“จะไปเรียนกินแล้ว”

“พี่ไม่มีเรียนตอนเช้านี่ กัสจำได้”

“มีเรียนเพิ่มไม่อยู่ตารางปล่อยได้แล้ว”

บรรดาเพื่อนเบสที่นั่งอยู่พยายามกลั้นหัวเราะกับภาพตรงหน้าเบสพยายามจะแกะมือที่จับเขนไว้ไม่ปล่อยพอแกะได้ก็จับใหม่แกะๆ จับๆ  จนสุดท้ายคนที่ยอมแพ้ก็คือแบสที่ต้องปล่อยให้อีกคนจับอยู่อย่างนั้น เพราะไม่ว่ายังไงก็คงไม่มีทางที่จะปล่อยง่ายๆ  เบสได้แต่ถอนหายใจก่อนจะเดินไปตามแรงลากของรุ่นน้องปีสอง

“โฟกัสโคตรอึดอ่ะ โดนไอ้เบสเมินมาตั้งนานยังไม่ยอมแพ้”

“เบสมันชอบคนตี๋ๆ ไงลูกครึ่งฝรั่งมันไม่ใช่สเป็ค”

“แล้วน้องเขาจะชอบไอ้เบสไปจนถึงเมื่อไหร่วะสงสารเหมือนกันนะ”

“คนเรามันก็คงมีวันที่ทนไม่ไหวเหมือนกันละวะ”


กลุ่มเพื่อนมองตามหลังไปยังภาพที่เห็นจนเคยชินเด็กสถาปัตย์ลูกครึ่งตาโตสีเขียวกำลังเดินวนไปวนมารอบตัวพี่เบสบริหารปีสี่ มันเป็นภาพเดิมๆ ที่ทุกคนเห็นกันทุกวัน บางคนก็เห็นมันเป็นเรื่องสนุกเพราะคุ้นเคยกับสองคนนี้ดี บางคนก็ได้แต่เห็นใจเพราะมันไม่ใช่เรื่องดีเลยสักนิดที่จะต้องมาเดินตามตื้อคนที่ตัวเองรักแต่โดนเมินทุกวัน




“แล้วไงวะสรุปว่าน้องกรีนมีแฟนแล้วคือไอ้เมษแฝดน้องเมษาอ่ะนะ”

“เออ มึงก็แห้วอ่ะดิ เฮ้ยไม่เป็นไรเว้ยมึงยังมีน้องโฟกัสอยู่ทั้งคน”

“มึงอย่าพูดได้ไหม เดี๋ยวก็โผล่มา”

“พี่เบส”

นั่นไง เบสส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจเมื่อเห็นหน้าเด็กสถาปัตย์ที่แบกหนังสือและอุปกรณ์มาเต็มสองแขน เพื่อนในกลุ่มเบสได้แต่หัวเราะออกมามันเหมือนกดปุ่มเรียกปุ๊บโฟกัสก็จะโผล่มาปั๊บโดยที่ไม่ต้องรอเวลา ทุกคนต่างขยับพื้นที่ให้โฟกัสได้นั่งลงข้างๆเบสและเมื่อได้ที่นั่งเจ้าตัวก็ยิ้มเผล่ออกมาอย่างดีใจ ยกเว้นร่างสูงของลีดบริหารที่ยกมือขึ้นมากุมขมับ แก้วกาแฟร้อนๆ ถูกวางไว้ตรงหน้าเขาหนึ่งแก้วแล้วก็ตรงหน้าตัวเองหนึ่งแก้ว

“อันนี้อเมริกาโน่ของพี่เบส อันนี้อเมริกาโน่ของกัส”

“แล้วของพี่ปอนด์ไม่มีเหรอครับ”

“พี่ปอนด์ต้องซื้อเอง”

เสียงโหยหวยพร้อมกับอาการแอบงอนของปอนด์ทำให้ทุกคนต่างหัวเราะรวมถึงเบสที่นั่งอยู่ด้วยแต่พอโฟกัสหันกลับมามองเบสก็นั่งนิ่งตามเดิม กลิ่นกาแฟหอมๆ ทำให้เขาพอจะผ่อนคลายได้บ้างเมื่อกี้ที่เข้ามาในร้านของพี่กัลป์เขายังไม่ได้สั่งกาแฟเพราะเห็นคนต่อคิวค่อนข้างเยอะ

เบสยกแก้วกาแฟขึ้นมาดื่มพลางเหล่มองเด็กสถาปัตย์ที่หยิบกาแฟสีดำขึ้นมาดื่มก่อนจะหลับตาปี๋แล้วแลบลิ้นแผลบๆ ท่าทางตลกๆ ของโฟกัสทำให้เบสเผลออมยิ้มโดยที่ไม่รู้ตัว ก็พอรู้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่ชอบอเมริกาโน่มันทั้งขมทั้งเฝื่อนแถมไอ้เด็กลูกครึ่งตาสีเขียวนี่ก็ไม่ได้ชอบดื่มหรอก พอเห็นว่าเขาสั่งก็เลยสั่งตามบ้างแต่ตอนนี้ก็คงชินแล้วเห็นครั้งแรกตอนดื่มทำหน้าเบ้ตลอด

“ปอนด์มึงคุยกับใครวะ”

“กลุ่มน้องลีดอ่ะมึง เออไอ้น้องที่ชื่อวินถามถึงมึงด้วยเบสคนที่ตาตี่ๆ อ่ะ ตี่เหมือนน้องกรีน”

“ตี่อีกแล้วเหรอวะสเป็คมึงเลยนะไหนๆ ก็อกหักละหาเด็กตี๋มาดามใจใหม่เร็ว”

อาจเป็นเพราะทุกคนคุยกันเป็นเรื่องปกติถึงได้ลืมว่ามีคนอื่นนั่งอยู่ในกลุ่มด้วย โฟกัสไม่ได้โวยวายหรือพูดแทรกพี่ทุกคนที่ยังคงแซวเพื่อนตัวเองอยู่ กาแฟดำที่วางอยู่ตรงหน้าถูกหยิบขึ้นมาดื่มครั้งแล้วครั้งเล่า เขารู้จักน้องวินที่ทุกคนพูดถึงลีดบริหารปีหนึ่งที่มีเชื้อสายจีนและนั่นมันเป็นสเป็คที่เบสชอบมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว โฟกัสรู้ตั้งแต่เรื่องน้องกรีนที่ตอนนี้เหมือนจะเป็นแฟนคนชื่อเมษ 

ทั้งๆ ที่รู้ทุกอย่างแต่โฟกัสก็ยังคงอยู่ที่เดิม 
ไม่เคยไปไหนสักที

“มึงก็..น้องเขาก็ดูจะชอบไอ้เบ..ไรวะ”

ปอนด์ทำท่าจะพูดต่อแต่เพื่อนอีกคนที่นั่งข้างๆ สะกิดให้เงียบลงเมื่อเห็นว่าโฟกัสเอาแต่ก้มหน้าดื่มกาแฟเงียบๆ เบสเองก็หันไปมองบ้างก่อนจะถอนหายใจท่าทางแบบนั้นทำให้โฟกัสต้องเงยหน้าขึ้นมาทั้งๆ ที่เขาไม่ได้พูดอะไรสักคำด้วยซ้ำ เบสมองน้องปีสองที่เอาแต่ตามจีบเขาต้อยๆ มานาน ยอมรับเลยว่าคนตรงหน้าไม่ใช่สเป็ค เขาไม่ชอบพวกฝรั่งลูกครึ่งตาสีฟ้าสีเขียว  ไม่ใช่ถึงขนาดไม่ชอบหน้าอะไรแบบนั้นแต่ถ้าเป็นเรื่องความรักเขาก็เฉยๆ กับคนที่หน้าตาลูกครึ่งอะไรแบบนี้ มันเหมือนกับก็ไม่ชอบก็ไม่คิดจะสานอะไรต่อ

“พรุ่งนี้ว่างเปล่าไปดูหนังเป็นเพื่อนกัสหน่อย”

มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่โดนชวนด้วยประโยคนี้โฟกัสเคยชวนเขาแบบนี้หลายรอบแล้วก็มีบ้างที่เขาตอบตกลงหรือบางครั้งก็ปฏิเสธ ถึงแม้ว่าเขาจะรำคาญเจ้าเด็กฝรั่งนี่แต่ก็ยอมรับว่าพอเห็นเจ้าตัวทำหน้าหงอยๆ มันก็รู้สึกไม่ดีเท่าไหร่และมันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่เขาจะไปเที่ยวกับน้องคนนึง

ถึงแม้ว่าคนรอบข้างชอบบอกว่า
มันเป็นเหมือนการให้ความหวัง...

“เย็นๆ แล้วกันพี่มีเรียนถึงบ่ายสาม”

“โอเคครับ! กัสจะรอ ”

เบสเผลอยิ้มออกมาเมื่อโฟกัสยกมือตะเบ๊ะรับคำเหมือนทหารแถมยังยิ้มแป้นเหมือนถูกรางวัลอะไรใหญ่โต เด็กนี่แสดงความรู้สึกออกมาง่ายๆ ดีใจก็ยิ้ม งอนก็หน้าบึ้ง พอโดนเขาเมินขึ้นมาหน่อยก็เบะหน้าเบะตาเห็นแล้วรู้สึกเหมือนตัวการ์ตูน



19.45

“ฝนตกว่ะ หนักขนาดนี้กลับหอยังไงวะ”

“ไอ้เบสไม่กลับง่ายๆ หรอกมั้ง ฝนตกทั้งคืนยังได้”

“น้องวินรอพี่เบสไปส่งก็ได้ไม่ต้องรีบกลับติดฝนแบบในซีรี..มึงน้องกัสมาว่ะ”


เสียงกระดิ่งหน้าร้านที่ดังขึ้นพร้อมกับผู้ชายตัวเล็กที่ตัวเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนจนไม่กล้าเดินเข้ามาในร้าน ถึงแม้พี่กัลป์จะบอกว่าไม่เป็นไรให้เข้ามาได้แต่เจ้าตัวก็ส่ายหน้าเพราะกลัวว่าจะทำเลอะพื้นจนพี่กัลป์เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่แล้วนำมาคลุมตัวโฟกัสก่อนจะดันตัวให้ไปนั่งรอที่โต๊ะ

โฟกัสก้มหน้ามองพื้นเพราะตอนนี้ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมามองใคร
ก็เล่นตัวเปียกเป็นลูกหมาตกน้ำขนาดนี้ พอถึงโต๊ะที่ว่างก็เลยเงยหน้าขึ้นมา…

แต่ภาพที่เห็นทำให้มือที่กำลังเลื่อนเก้าอี้หยุดชะงัก

พี่เบส

กับ

วิน



ทั้งสองคนเงยหน้าขึ้นมามองแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา โฟกัสยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นไม่ได้ขยับตัวไปไหน บรรดาเพื่อนของเบสต่างหันมามองหน้ากันว่าควรจะทำยังไงกับสถานการ์ณแบบนี้ดีปอนด์เห็นทุกคนทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเลยอาสาเป็นหน่วยกล้าตายทักน้องโฟกัสที่ยืนอยู่ตรงหน้า

“น้องกัส ไปไหนมาตัวเปียกเชียวแล้วมาหาเบสเหรอ”

กัสหันหน้าไปมองพี่คณะบริหารปีสี่ที่กำลังสบตาเขาอยู่เช่นกัน

“เย็นๆ แล้วกันพี่มีเรียนถึงบ่ายสาม”

“โอเคครับ! กัสจะรอ ”



กัสยิ้มให้พี่ปอนด์ด้วยใบหน้าที่อ่อนล้าใบหน้าน่ารักส่ายหน้าไปมาก่อนจะบอก..

“มารอโฟโต้ครับ”


โกหก..

เบสรู้ว่าเจ้าเด็กโฟกัสโกหกเดาได้เลยว่าโฟกัสต้องนั่งรอเขาอยู่ใต้ตึกคณะแน่ๆ
พอเห็นเขาคงไม่มาแล้วคงวิ่งตากฝนมาที่นี่ ..

พนักงานในร้านนำกาแฟอเมริกาโน่มาเสิร์ฟโฟกัสยิ้มให้บรรดาให้พี่ปีสี่ของบริหารอีกทีก่อนจะขอตัวนั่งลงตรงเก้าอี้ด้านหน้า ผิวขาวตรงท้ายทอยนี่ดูจะซีดเซียวกว่าทุกครั้งที่เจอทำให้ทุกคนตรงนั้นได้แต่หันหน้ามามองเบสที่นั่งอยู่ริมสุด ต้นแขนยังมีมือของวินที่ที่ยังกอดไว้แน่น เบสก้มลงมองก่อนจะขยับตัวให้หลุดจากการเกาะกุมนั่น

ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันแต่แค่รู้สึกไม่ดี


“กลับหอ รอนานเกินไปแล้วนะ”

เสียงที่ดังขึ้นอีกรอบทำให้เด็กบริหารเงยหน้าขึ้นมามองทุกคนในร้านกาแฟเองต่างหันมามองเป็นจุดเดียวเพราะนานๆ ทีจะเห็นฝาแฝดลูกครึ่งแห่งสถาปัตย์อยู่พร้อมกันทั้งสองคน คนตรงหน้าตาสีเขียวผิวขาวผมสีน้ำตาลทองสะพายกระเป๋าใส่กล้องไว้ที่ไหล่กอดอกมองคนที่นั่งดื่มกาแฟเงียบๆ พอเห็นแฝดพี่ไม่หือไม่อือก็ผลักหัวเบาๆ ก่อนจะดึงข้อมือโฟกัสให้ลุกขึ้น

“หนาวจนสั่นขนาดนี้ยังจะรออีกเหรอ”

“......................................................”

“รู้จักเหนื่อยบ้างนะ”

“..........................................................”

“เห็นแล้..”

“โต้ พอเถอะกลับหอกัน”

โฟกัสวางแก้วกาแฟแล้วลุกขึ้นพร้อมกับดึงแขนแฝดตัวเองที่กำลังมองไปทางด้านหลัง  โฟกัสมองไปยังอเมริกาโน่ของร้านพี่กัลป์กลิ่นหอมและรสชาติอร่อยเหมือนเดิม เขาไมได้ชอบ...มันเป็นเครื่องดื่มที่พี่เบสชอบและเขาก็แค่อยากรู้ว่าทำไมพี่เบสถึงได้ชอบดื่มมันนักก็เลยลองสั่งตาม

ทั้งๆ ที่เป็นคนไม่ดื่มกาแฟแท้ๆ

ช่วยแรกเขาฝืนกินเพราะรสชาติที่ไม่คุ้นเคยและขมจนติดลิ้น
จนวันนี้มันกลายเป็นเครื่องดื่มที่เขาต้องดื่มทุกวัน

เขาชินกับรสชาติของมันแต่ก็ลืมไป...ว่าเขาเองไม่ได้ชอบตั้งแต่แรก
เหมือนฝืนดื่มเพื่อใครสักคน


“เพิ่งเคยเจอน้องโฟโต้ใกล้ๆ น่ากลัวกว่าโฟกัสเยอะเลยว่ะสายตาเหมือนอยากกระโดดถีบไอ้เบสให้ตายคาที่”

“มีแต่คนบอกโฟโต้ตรงกันข้ามกับโฟกัสกูเชื่อก็วันนี้”

เสียงพูดคุยของเพื่อนที่ดังขึ้นทำให้เบสขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว เขาไม่เคยเจอโฟกัสในเวอร์ชั่นแบบนี้มาก่อน ยอมรับว่าตัวเองรู้สึกผิดที่ปล่อยให้กัสรอโดยที่ไม่ได้บอก เบสได้แต่ส่ายหน้าไปมาเพราะคิดว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้เจ้าเด็กลูกครึ่งนั้นก็กลับมาร่าเริงแล้วตามตื้อเขาเหมือนเดิม


: AMERICANO


“พี่เบส!”

นั่นไง... เจ้าเด็กตาสีเขียววิ่งมาหาชนิดสี่คูณร้อยเรียกว่าวิ่งหน้าตั้งมาหาเขาที่โต๊ะมือก็ดึงแขนเสื้อเหมือนกลัวว่าจะเขาจะหนีหายไปไหน ครั้งนี้เบสไม่ได้วิ่งหนีเหมือนทุกครั้งทุกคนในกลุ่มกำลังคุยกันเรื่องเรียนเรื่อยเปื่อยก่อนที่ใครสักคนจะพูดถึงวันเกิดของเบสในวันมะรืนขึ้นมา

“จัดงานป่ะวะ ต้องจัดนะเว้ยปีสุดท้ายแล้วที่จะอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา”

“ชวนแฟนคลับมึงมาให้หมดเลยเชิญน้องโฟกัสด้วยนะครับแฟนคลับนัมเบอร์วันขนาดนี้”

“ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของวันเกิดเขาอยากให้มาหรือเปล่า”

“เดี๋ยวให้มันสับรางรถไฟก่อนนะจะได้ไม่ชนกัน”

โฟกัสได้แต่ยิ้มให้เพราะรู้ดีว่าเพื่อนพี่เบสแค่พูดเล่นๆ ส่วนเจ้าของวันเกิดก็ไม่ได้ตอบอะไรได้แต่มองตามมือของเจ้าเด็กลูกครึ่งที่ค่อยๆ ละมือจากแขนของเขามาวางบนตักตัวเอง



……..
………………………………………..



วันนี้วันเกิดพี่เบสและฝนกำลังตกอย่างหนัก
อากาศเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยดี เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวแดดออก


โฟกัสกอดอกยืนมองสายฝนที่กำลังเทลงมาอย่างหนักตอนนี้ตรงหน้ามีกล่องสีน้ำเงินเรียบๆ ที่ข้างในใส่ของอะไรหลายอย่างเอาไว้ มันเป็นของขวัญวันเกิดที่เขาเตรียมไว้ให้พี่เบส

ตอนแรกตั้งใจจะวาดการ์ดให้พี่เบสเองแต่โฟกัสก็คิดว่าอยากได้แบบแปลกใหม่มากกว่าเลยตั้งใจไปซื้อร้านประจำของโฟโต้ ร้านโปสการ์ดจากรูปถ่ายมีให้เลือกเยอะมาก เดินเลือกจนตาลายไปหมดเห็นว่ามีรูปถ่ายของโฟโต้วางอยู่อีกด้าน มีบางอันที่พี่เจ้าของร้านบอกว่ามีคนจองแล้ว พอตอนจะจ่ายเงินโฟกัสยังแอบหัวเราะกับสองคนที่ยืนเถียงกันอยู่ตรงหน้าไม่รู้ว่าเป็นอะไรกันแต่คงไม่ใช่แฟนเพราะหน้าตาดูคล้ายกันมากหมือนพี่น้องมากกว่า สุดท้ายก็เห็นว่าทั้งคู่หยิบโปสการ์ดรูปท้องฟ้ากับทะเลคนละใบ

โฟกัสเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว

แต่เจ้าของวันเกิดกลับหายเงียบไปซะเฉยๆ  มันก็ไม่ใช่ความผิดของพี่เบสเลยสักนิด เขาไม่ใช่คนที่พี่เบสจะต้องไลน์มาบอกว่าวันนี้พี่จัดงานวันเกิดกัสมาให้ได้นะ ไม่ใช่คนสำคัญอะไรเลย กลุ่มพี่ๆ บริหารปีสี่ก็หายเงียบไปทั้งกลุ่มคงกลัวว่าเขาจะไปโผล่กลางงานแล้วทำให้งานกร่อยแน่ๆ แต่โฟกัสก็ยังอยากเจอพี่เบสพร้อมกับบอก Happy Birthday

วันนี้มันเป็นวันของพี่เขา
โฟกัสก็แค่อยากให้คนที่ตัวเองรักมีความสุข


“วันนี้ไม่ไปร้านพี่กัลป์เหรอวะ กัส”

“ร้านปิดว่ะ เห็นเพื่อนบอกว่าวันนี้มีคนเหมาร้านจนถึงเที่ยงคืน”

เพื่อนในคณะพยักหน้าพร้อมกับบอกว่าฝนซาแล้วให้รีบกลับบ้านเดี๋ยวฝนก็เทลงมาอีก โฟกัสพยักหน้าก่อนจะยกกล่องสีน้ำเงินขึ้นมากอดไว้ ตลอดทางกลับบ้านเอาแต่กดโทรออกเบอร์เดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่มันก็เหมือนเดิมติดแต่ไม่มีคนรับสายไม่รู้ว่าพี่เบสไม่ได้ยินเสียงเรียกเข้าหรือ
จงใจไม่รับโทรศัพท์เขากันแน่

เดินอยู่หน้ามหา’ลัยดีๆ เม็ดฝนก็หล่นลงมาตรงแก้มและท่าทางคงจะตกหนักเพราะเสียงฟ้าร้อง โฟกัสก้มลงมองกล่องของขวัญที่กอดอยู่ก่อนจะร้องเฮ้ย!ออกมาดังลั่นเพราะกลัวว่าของขวัญที่ถือไว้จะเปียก เพราะคิดอยู่เรื่องเดียวสายตาเลยมองไปยังร้านกาแฟของพี่กัลป์ที่อยู่ไม่ไกล เอาเถอะ..ไปขอหลบฝนหน่อยเขาจัดงานอะไรอยู่คงไม่ว่าหรอกมั้ง

มันช่วยไม่ได้จริงๆ 


โฟกัสกอดกล่องของขวัญไว้แนบอกก่อนจะวิ่งไปที่ร้านกาแฟพอถึงหน้าร้านก็รีบผลักประตูเข้าไปเมื่อฝนเริ่มตกหนักมากขึ้น

“พี่กัลป์ ผมขอหลบฝน….”

ทุกคนในร้านหยุดนิ่งเมื่อเห็นใครเปิดประตูเข้ามา ขนาดกัลป์ที่เพิ่งเดินออกมาจากเคาน์เตอร์ยังหยุดชะงัก  โฟกัสไม่ได้ก้าวขาเข้ามาในร้านอย่างที่ตั้งใจมันหยุดนิ่งอยู่ที่หน้าประตู ภาพตรงหน้าทำให้โฟกัสก้าวขาไม่ออก

พี่เบส..


โฟกัสพอจะเข้าใจแล้วว่าที่ร้านพี่กัลป์ปิดเพราะมีงานเลี้ยง
ไม่ได้โกรธพี่เบสเลยนะที่ไม่ได้ชวนหรือแม้แต่ส่งข้อความมาบอก มันก็เป็นสิทธิ์ของพี่เขา
แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกอยากร้องไห้ในตอนนี้คือ …

คนที่ยืนอยู่ข้างๆ พี่เบส คือ วิน ลีดหน้าตี๋คนนั้นที่โฟกัสเคยเจอมาแล้ว
ตรงหน้าพี่เบสมีเค้กที่กำลังจะเป่าแถมวินก็ยังถือโทรศัพท์เตรียมพร้อมถ่าย

“โฟกัส…”

ส่วนเกิน..
คนไม่สำคัญ 

“ขอโทษครับผมแค่จะเข้ามาหลบฝน…ขอโทษด้วยครับ”

โฟกัสค่อย ๆ ถอยหลังออกจากร้านก่อนจะเปิดประตูร้านแล้ววิ่งออกไปทั้งๆ ที่ฝนตกหนักจนมองไม่เห็นทาง  ทุกคนในร้านเงียบสนิทไม่มีใครพูดอะไรออกมาเบสคือคนแรกที่ได้สติแล้ววิ่งออกมาตรงประตูหน้าร้าน

เขาไม่รู้ว่าโฟกัสวิ่งไปทางไหนเพราะเขาไม่เห็นน้องแล้วและฝนก็ตกหนักมากด้วย กำลังจะก้าวขารู้สึกว่ามีบางอย่างตกอยู่ที่พื้นพอก้มลงมองก็เห็นว่ามีกล่องสีน้ำเงินตกอยู่ ฝากล่องที่เปิดออกทำให้เห็นขวดน้ำหอม นอกจากนั้นยังมีสมุดหนาๆ เล่มนึงที่อยู่ในกล่อง เบสก้มลงไปหยิบมันขึ้นมาดูใกล้ๆ การ์ดสีขาวที่อยู่ในกล่องมีลายมือที่เขียนไว้ให้เห็นเด่นชัด เป็นครั้งแรกที่เบสรู้สึกว่าหัวใจเขามันถึงเจ็บขนาดนี้
Happy Birthday 
                                  FOCUS

ว่างเปล่า
ไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกตอนนี้ยังไง

โฟกัสเดินตากฝนมาตั้งแต่ร้านกาแฟ มันนานเท่าไหร่แล้วนะเขาชอบพี่เบสมานานเท่าไหร่แล้ว ชอบทั้งๆ ที่พี่เบสก็บอกตั้งแต่แรกแล้วนะว่าไม่ชอบลูกครึ่ง สเป็คพี่เบสคือคนตี๋ๆ ตาตี่ๆมองแล้วน่ารักกว่าแต่เขาก็พยายามมองข้ามเรื่องนั้นมาโดยตลอดแต่..

ท่าทางครั้งนี้
มันอาจจะถึงเวลาสักที

โฟกัสหยุดเดินแล้วยิ้มออกมาเมื่อถึงหน้าหอตัวเอง เจ้าแฝดหน้าตายโฟโต้ยืนกางร่มเหมือนรอเขาอยู่ เขาว่ากันว่าฝาแฝดอาจจะมีเซนส์อะไรสักอย่างที่สื่อถึงกัน โฟกัสเดินมาหาโฟโต้ที่พอเห็นเขาเปียกฝนจนตัวเปียกชุ่มก็เอียงร่มมาบังให้จนหลังตัวเองเปียกฝนแทน

“เหนื่อยมากเลยอ่ะโต้เราไม่ไหวแล้วว่ะ”


โฟกัสเดินไปเข้าไปซบหน้าลงกับไหล่ฝาแฝดตัวเองปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาเงียบๆ ร่มในมือถูกปล่อยให้ร่วงลงพื้นก่อนที่โฟโต้จะยกมือขึ้นมากอดโฟกัสไว้แน่นๆ ใครๆ ก็บอกว่าโฟโต้เป็นเจ้าชายน้ำแข็ง เย็นชาจนไม่อยากเข้าใกล้แต่ก็มีแค่ไม่กี่คนที่จะรู้ว่าจริงๆ แล้วมันไม่ใช่เลยสักนิด

อบอุ่นขนาดนี้จะเป็นเจ้าชายน้ำแข็งได้ยังไง


americano


ป่วยหนัก
ปวดหัว ตัวร้อน เจ็บคอ ไม่มีเสียง หายใจไม่ออก

“ดีนะวันนี้วันเสาร์พอดี อ่อนแอจังเลยวะ”

คนที่ไม่มีเสียงจะพูดได้แต่จ้องเขม็งไปยังฝาแฝดตัวเองที่ตอนนี้กำลังแปะแผ่นลดไข้ลงบนหน้าผากเหม่งๆ มีการย้ำด้วยฝ่ามือจนหัวสั่นหัวคลอน พอเห็นผมข้างหน้าตกลงมาปรกหน้าก็จับมามัดจุกเป็นน้ำพุ  โฟกัสตอนป่วยหน้าตาดูน่าสงสารมากๆ ผิวที่ขาวอยู่แล้วตอนที่ซีดเหมือนกระดาษน้ำตาก็คลออยู่ตลอดเวลา

“นอน กูจะออกไปถ่ายรูปแล้วไอ้เบียร์รออยู่”

“โต้..แอ้วอูอะอู่อังไอ”

“นอนไง”

ฝาแฝดหน้าตายจับยัดยาอมแก้เจ็บคอใส่ปากก่อนที่โฟกัสจะพูดจบแถมยังกำชับว่าห้ามพูดห้ามใช้เสียงก่อนจะเดินไปหยิบกล้องตัวโปรดขึ้นมาเช็ค รูปถ่ายที่ร่วงลงมาจากโต๊ะเขียนหนังสือทำให้โฟโต้ก้มลงไปหยิบขึ้นมาดูแล้วมองไปยังโฟกัสที่ตอนนี้ยังคงนั่งเล่นโทรศัพท์ทั้งๆ ที่บอกให้นอนพักแล้วแท้ ๆ โฟโต้เปิดลิ้นชักแล้ววางรูปลงไป

ถ้าเขามีความกล้าสักครึ่งนึงของโฟกัสก็คงจะดี


นอนไม่หลับ
ขนาดกินยาไปแล้วก็ไม่ง่วง ทุกอย่างเหมือนเดิม เงียบสนิท ไม่มีการติดต่อจากพี่เบส

โฟกัสถอนหายใจเมื่อเผลอนึกถึงพี่เบสอีกแล้วเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นหน้าห้องทำให้โฟกัสหันไปมอง ใครมาหาเขากัน? ร้อยวันพันปีไม่เคยจะมีใครมาหาเขาที่หอหรือว่าเป็นเพื่อนโฟโต้ พอคิดได้อย่างนั้นโฟกัสก็เดินโซซัดโซเซไปที่หน้าประตูพอเสียงเคาะดังขึ้นอีกรอบก็เลยรีบเปิด

คนที่อยู่ตรงหน้าเป็นคนที่เขาไม่คิดว่าจะมายืนอยู่ตรงนี้

พี่เบส

แก้วกาแฟสองแก้วที่มีตราของร้านพี่กัลป์วางไว้ตรงพื้นระเบียงด้านนอก
โฟกัสได้แต่นั่งกอดเข่าไม่มีเสียงพูดคุยมีเพียงความเงียบเท่านั้น

“ไม่สบายหนักเหรอ”

“ก็แค่ไข้หวัดนิดหน่อยครับ ไม่ได้เป็นอะไรมาก”

“โฟกัส เรื่องเมื่…”

“ผมขอโทษครับ”
“……………………………………………………”

“ทั้งเรื่องที่เปิดประตูเข้าไปแล้วก็ทุกเรื่องที่ผ่านมา ผมคงทำให้พี่รำคาญมากแน่ๆ พอมาคิดดูแล้วผมทำอะไรแย่ๆ กับพี่ไปตั้งเยอะ ผมเป็นเด็กไม่ดี เอาแต่ใจ เอาแต่ตามตื้อพี่”

“……………………………………………………”

“ทั้งๆ ที่พี่ก็บอกผมตั้งแต่แรกแล้วว่าผมไม่ใช่สเป็คและพี่ก็ไม่มีวันที่พี่จะชอบผมบางทีเรื่องเมื่อวานก็ทำให้ผมรู้ตัวว่าต่อจากนี้ผมควรทำตัวแบบไหน”

“……………………………………………………”

“ขอบคุณสำหรับที่ผ่านมานะครับและก็…ตั้งแต่วันนี้ผมคงไม่ไปยุ่งกับชีวิตพี่ให้พี่รำคาญอีกแล้วผมขอโทษอีกครั้งครับ”

“……………………………………………………”


ตัวชาเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น
เบสยังคงนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นเมื่อน้องถึงกับยกมือขึ้นมาไหว้เหมือนทำความผิดร้ายแรง โฟกัสไม่ได้ร้องไห้แต่ก็ดูรู้ว่าฝืนตัวเองมากแค่ไหนแถมน้ำเสียงที่แหบแห้งจนดูน่าสงสาร มันจุกจนพูดอะไรไม่ออกเบสไม่ได้คิดว่าทุกอย่างจะเป็นแบบนี้เขาตั้งใจจะมาขอโทษน้องที่ไม่ได้บอกเรื่องวันเกิด ตามที่เขาคิดโฟกัสก็คงเข้าใจเขาเจอหน้าก็ยิ้มแฉ่งให้เหมือนทุกวัน

ดวงตาสีเขียวว่างเปล่าจนน่าใจหายมันไม่ได้สะท้อนภาพเขาเหมือนที่ผ่านมา
แก้วกาแฟที่วางอยู่ถูกดันกลับคืนมาเหมือนกับว่าโฟกัสไม่ได้ต้องการมันอีก


“อเมริกาโน่นี่พี่เบสเอากลับไปเถอะครับ ผมคงไม่ดื่มแล้ว”


americano


“เบส”

“………………………”

“เบส”

“………………………”

“ไอ้เบสโว้ยยยยยยยยย”

“อะไรวะ”

“กูเรียกมึงสามสี่รอบแล้วไม่ได้ยินเหรองไง ฝ่ายเสื้อผ้าอีเจ๊ปลามาตามมึงให้ไปแก้ชุดต้องเอาเข้าฝากถามมึงด้วยผอมลงขนาดนี้ตรอมใจอกหักเมียทิ้งหรือไง”

“เออ เดี๋ยวกูไป”

“กูถามเรื่องน้องโฟกัสได้ไหมวะ”

“เรื่องอะไร”

“อยู่ดีๆ น้องเขาก็หายไปแล้วมึงก็มีอาการแบบนี้ ในฐานะที่กูเป็นเพื่อนสนิทมึงมาสี่ปีกูไม่เคยเห็นมึงเซื่องซึมขนาดนี้มาก่อนขนาดตอนเรื่องกรีนมึงยังโอเคกว่าตอนนี้เลยกูถามจริงๆ นะ มึงชอบโฟกัสแล้วใช่ไหม”

“กูก็ไม่รู้จะบอกมึงยังไง กูเคยคิดว่าถ้าวันนึงโฟกัสเลิกยุ่งกับกูก็คงจะดีแต่มาถึงวันนี้….”

“แล้วตอนนี้มึงรู้สึกยังไงวะ”

“…………………………………………………..”

ปอนด์เห็นเพื่อนยังคงนั่งนิ่งอยู่แบบนั้นเลยตบไหล่เพื่อนตัวเองเบาๆ พร้อมกับบอกให้ไปแก้ชุดก่อนที่เจ๊ปลาจะแดกหัวเอา เบสพยักหน้าแล้วมองไปยังแก้วกาแฟอเมริกาโน่ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ โฟกัสหายไป ไม่มาหาที่คณะ ไม่ไปที่ร้านกาแฟพี่กัลป์ ไม่ไลน์มาหา ไม่ติดต่อ เหมือนอยู่ดีๆ ก็หายไปจากโลกซะเฉยๆ

“แล้วมึงรู้สึกยังไงวะตอนนี้”


คิดถึง
บอกได้คำเดียวว่า คิดถึง เป็นคำเดียวที่เขาคิดออกตอนนี้


งานมหา’ลัยวันนี้เป็นครั้งสุดท้ายในฐานะเชียร์ลีดเดอร์ของคณะบริหาร เบสบูมคณะก่อนที่คณะกรรมการจะประกาศให้บริหารเป็นฝ่ายได้ถ้วยรางวัลเบสไม่ได้สนใจรางวัลอะไรนี่เท่าไหร่เขาแค่คิดว่าแสดงให้เต็มที่ก็พอ พอมองไปที่คณะสถาปัตย์ก็ไม่เห็นโฟกัสจะอยู่แถวนั้นเห็นแต่โฟโต้ฝาแฝดที่เดินถ่ายรูปอยู่

เบสยอมรับว่ารู้สึกไม่ชินเลยทุกครั้งที่คณะมีงานและเขาต้องแสดงลีด โฟกัสจะมานั่งดูพร้อมกับขวดน้ำเย็นเจี๊ยบเตรียมพร้อมไม่พลาดสักงาน จังหวะที่กำลังหมุนตัวกลับสายตาก็เหลือบไปเห็นคนที่ยืนอยู่ไกลๆ จากสนาม ตัวเล็กๆ นั่นพยายามชะเง้อมองหาใครสักคนอยู่

โฟกัส..

ทันทีที่สายตานั่นมองมาที่เขาน้องก็สะดุ้งเหมือนโดนจับได้ ท่าทางลุกลี้ลุกลนทำให้เบสตั้งใจจะเดินเข้าไปหาแต่โฟกัสกลับหันหลังแล้วรีบเดินออกไปจากตรงนั้น เสียงเรียกจากเพื่อนร่วมคณะที่ตะโกนเรียกให้เข้าไปถ่ายรูปเบสเลยต้องเดินกลับไปที่สแตนด์ของคณะ

เกือบไปแล้ว…
ไม่ได้ตั้งใจจะให้พี่เบสเห็นเลยก็แค่อยากเห็นหน้า ดีนะที่พี่เขาไม่ได้วิ่งตามมาด่า โฟกัสเดินไปใต้ตึกของคณะบริหารตรงกำแพงมีบอร์ดให้เขียนข้อความถึงพี่ลีดปีสี่ที่กำลังจะจบการศึกษาในปีนี้  โฟกัสหยุดอยู่ตรงหน้าบอร์ดที่มีรูปแปะไว้ตรงกลาง

บัญญวัต อชิระวรกุล (เบส)

เด็กสถาปัตย์มองซ้ายมองขวา
ก่อนจะหยิบโพสท์อิทออกมาเขียนแล้วติดลงบนบอร์ดนั่น

ยินดีด้วยนะครับสำหรับรางวัลวันนี้


เป็นแค่ข้อความสั้นๆ เหมือนที่ทุกคนเขียนไม่มีคำพูดสวยหรู
ไม่มีถ้อยคำพิเศษและไม่มีการลงชื่อ

ก็ทำได้เท่านี้


................................
........................................................

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-09-2017 00:08:48 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 03: AMERICANO 13/9/17
«ตอบ #9 เมื่อ13-09-2017 22:10:48 »

............................
........................................................


AMERICANO


“มึงเป็นไรวะเบสทำท่ายังกะต้นไม้ตายมาหลายวันแล้ว”

เบสส่ายหน้าเพราะไม่รู้ว่าจะตอบเพื่อนว่าอะไรเหมือนกันนี่ก็มานั่งร้านกาแฟพี่กัลป์คนเดียวมาเป็นอาทิตย์เขาคิดว่าน่าจะได้เจอโฟกัสที่นี่บ้างแต่ไม่เลย…นั่งมันตั้งแต่เช้าจนถึงหกโมงเย็นก็ไม่เคยได้เจอ อย่างวันนี้ขนาดเจ้าของร้านอย่างพี่กัลป์ยังถามว่าทำไมเขาถึงมานั่งที่ร้านคนเดียวทุกวันตัดสินใจอยู่นานว่าถามเรื่องโฟกัสดีไหมแรกๆ ก็ฟอร์มจัดแต่พอนานเข้ามันก็เริ่มทนไม่ไหว

“พี่กัลป์รู้จักน้องที่อยู่สถาปัตย์ไหมที่เป็นลูกครึ่งมีฝาแฝด”

“โฟกัส?  หรือ โฟโต้?”

“กัส....”

“ถามไมวะ เมื่อก่อนเห็นเอาแต่หนีน้องเขา”

“รู้ด้วยเหรอพี่”

“พี่อยู่หลังเคาน์เตอร์ตรงนี้มันก็ทำให้พี่มองเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นในร้าน ไม่เชื่อวันนี้เราลองมาอยู่จนถึงสามทุ่ม”

“ทำไมต้องสามทุ่ม?”

“เอาน่าเดี๋ยวให้เป็นเจ้าของร้านวันนึง”

สรุปวันนี้พี่กัลป์ก็ให้เขาลองเป็นเจ้าของร้าน บอกตามตรงว่าไม่เคยรู้เลยการเป็นเจ้าของร้านยืนกอดอกเท่ๆ จะเหนื่อยมากขนาดนี้ด้านหลังเคาน์เตอร์มีคนเรียกพี่กัลป์ทุกๆ ห้านาที


น้ำไม่ร้อน
กาแฟหมด
นมข้นไม่พอ
นมสดไม่มี
เครื่องชงกาแฟเสีย

ปัญหาอีกประมาณล้านแปดที่พี่กัลป์ต้องเป็นคนจัดการทั้งหมด
โห...ซุปเปอร์ฮีโร่ยิ่งกว่าเอ็กซ์เมน


“เป็นไง อยากเปิดร้านกาแฟไหม”

“เหนื่อยกว่าที่คิดนี่พี่ไม่หัวหมุนบ้างเหรอเป็นผมนี่เป็นลมแล้วเฮ้ย!”

เบสร้องอย่างตกใจอยู่ดีๆ พี่กัลป์ก็บอกให้เขานั่งลงตรงพื้นเอามือมากดหัวให้มุดไปอยู่ข้างใต้เคาน์เตอร์แถมยังบอกว่าอย่าส่งเสียงอะไรอีก เบสรู้สึกงง ๆ กำลังจะอ้าปากถามแต่ก็ต้องเงียบลงเมื่อได้ยินเสียงพูดคุยที่ดังขึ้น

“วันนี้มาเร็วจังนะโฟกัสยังไม่สามทุ่มเลย”


โฟกัส...


“ผมเขียนแบบไม่ค่อยออกเลยว่าจะมาซื้อกาแฟสักหน่อย”

“กินกาแฟเวลาแบบนี้ทุกวันนี่นอนหลับได้ไงกัน อเมริกาโน่ด้วยนะ”

“ผมชินแล้วล่ะถ้าไม่ได้ดื่มนะหลับแน่นอน”

“เดี๋ยวนี้ทำงานหนักไปไหมผอมจะแย่อยู่แล้ว”

“ก็อยู่ว่างๆ แล้วมันจะฟุ้งซ่าน พี่กัลป์ก็รู้ว่าที่ผ่านมาผมเอาแต่..”

“ตามจีบเบสบริหาร”

คนที่นั่งอยู่ตรงพื้นด้านล่างรู้สึว่าพี่กัลป์พยายามจะบอกให้โฟกัสพูดอะไรบางอย่าง
ถึงได้ส่งสัญญาณให้เขาตั้งใจฟัง

“พี่กัลป์ว่าพี่เบสจะรำคาญผมมากไหมผมตามตื้อเกาะพี่เขาเป็นปลิงเลย”

“แล้วตอนนี้โฟกัสไม่จีบเบสแล้วเหรอพี่ไม่เห็นเรามาหาเบสเลยจะเลิกชอบเแล้วสินะ”

เบสไม่เคยรู้ว่าเขากลัวคำพูดของโฟกัสมากขนาดนี้ทั้งๆ ที่เขาเคยอยากให้น้องมองเขาเป็นแค่พี่ชายคนนึงมาโดยตลอด แต่ถ้าตอนนี้โฟกัสตอบออกมาว่าไม่ได้ชอบเขาแล้วหรือพยายามที่จะตัดใจจากเขาอยู่เขาจะทำยังไง ความรู้สึกกลัวมันตีตื้นขึ้นมาจนเผลอกำมือแน่น

“ผมชอบพี่เบส ชอบจนมันกลายเป็นความรักไปแล้วผมตัดใจจากพี่เขาไม่ได้หรอกครับ ก็คงชอบต่อไปเรื่อยๆ จะทำยังไงได้ผมรักของผมไปแล้ว”


ปึก!

“โอ๊ย!”

เสียงกระแทกที่ดังขึ้นมาทำให้โฟกัสจะชะโงกมาดูแต่กัลป์รีบบอกว่าไม่มีอะไรของใต้เคาน์เตอร์อาจจะหล่นลงมา ดีที่เจ้าแฝดลูกครึ่งไม่ได้สนใจอะไรมากรับกาแฟจากพนักงานแล้วเดินออกไปจากร้าน  พอพ้นหลังไปแล้วกัลป์ย่อตัวลงมาคุยกับคนที่เอามือจับศีรษะตัวเองอยู่จากเสียงที่ได้ยินก็น่าจะกระแทกแรงอยู่เหมือนกันแต่ใบหน้าของเบสก็ไม่ได้แสดงอาการเจ็บปวดอะไรยิ้มอยู่ด้วยซ้ำ

“ไง”

“พี่กัลป์นี่ร้ายเหมือนกันนะเนี่ยแต่ก็ขอบคุณพี่มากว่ะ รู้สึกโล่งขึ้นเยอะ”

“จากนี้ก็เรื่องของเราละพี่ช่วยได้เท่านี้”

กัลป์ดึงมือเบสให้ลุกขึ้นมายืนดีๆ ก่อนจะยื่นแก้วกาแฟอเมริกาโน่หอมฉุยมาให้
รสชาติกาแฟที่คุ้นเคยทำให้เบสยิ้มออกมาก่อนจะนึกถึงคำพูดที่ได้ยินจากโฟกัส


ทำยังไงได้ผมรักของผมไปแล้ว


americano

“ถามให้กูหน่อยพรุ่งนี้สถาปัตย์ปีสองเรียนอะไรบ้าง เดี๋ยวกูเลี้ยงข้าวมึงสามมื้อเลยไปถามจากรุ่นน้องมึงมาให้กูเดี๋ยวนี้”

“..........................................................................”

“ เออ..ถามมากจริงเว้ยไปง้อเด็กแฝดอ่ะ เออโว้ยโฟกัสไงกูบอกหมดแล้วมึงไปสืบมาให้กูเลยว่าตอนเย็นโฟกัสอยู่ที่ไหน  ”

“..........................................................................”

เบสวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือเสียงของหล่นทำให้ก้มลงมองไปที่พื้นก็เห็นว่ามีสมุดเล่มนึงตกอยู่ มันเป็นสมุดที่อยู่ในกล่องของขวัญวันเกิดของโฟกัสตอนแรกนึกว่าเป็นสมุดโน๊ตเปล่าๆ ธรรมดาไม่ได้มีอะไรเขียนไว้

แต่มันไม่ใช่..

เบสเพิ่งเห็นว่ามันเป็นเหมือนรูปวาดเลยเลือกที่จะหยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมาแล้วเดินมาที่เตียง  เบสพอรู้ว่าโฟกัสวาดรูปเก่งแต่ก็ไม่รู้ว่าเก่งถึงขนาดที่จะวาดเป็นการ์ตูนได้ หน้าแรกของสมุดโน๊ตเป็นรูปเด็กผู้ชายตาโตนั่งอยู่ในร้านกาแฟของพี่กัลป์ บนโต๊ะมีแก้วกาแฟตั้งอยู่แต่ตัวการ์ตูนเด็กผู้ชายกลับมีเครื่องหมายคำถามอยู่บนศีรษะแถมรูปต่อมายังเป็นรูปเด็กผู้ชายหันซ้ายหันขวาทำท่าทาง งงๆ

สองสามหน้าแรกๆ เบสไม่ค่อยเข้าใจว่ามันเกี่ยวกับอะไรเพราะโฟกัสไม่ได้เขียนคำพูดหรือตัวอักษรอะไรไว้เลย แต่พอหลังจากนั้นสองสามหน้าเบสก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องระหว่างเขากับโฟกัส ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ เหตุการณ์ หรือสิ่งของ โฟกัสถ่ายทอดออกมาเป็นรูปภาพ เบสยิ้มนิดๆ เมื่อเห็นว่ามีรูปที่เขานอนหลับตรงโต๊ะใต้ตึกบริหาร

เด็กนี่วาดเขาซะหล่อเวอร์เหมือนพระเอกการ์ตูน
ทั้งๆ ที่เวลาเขานอนหลับหน้าตาเขาน่าเกลียดจะตาย

เบสยังจำวันแรกที่เจอโฟกัสได้ ก็เจอที่ร้านกาแฟพี่กัลป์เจ้าเด็กนี่ถือแก้วกาแฟอเมริกาโน่มานั่งที่โต๊ะข้างๆ วันต่อมาจากโต๊ะข้างๆ ก็กระเถิบมานั่งโต๊ะเดียวกัน พอถัดมาอีกวันก็ชวนเขาคุยดูก็รู้ว่าคงอยากรู้จักเขาง่ายๆ ก็เข้ามาจีบนั่นแหละเจ้าเด็กลูกครึ่งตื่นเต้นใหญ่ตอนที่เขาคุยด้วยครั้งแรก

หน้าสุดท้าย...
เป็นรูปกล่องของขวัญที่ตอนนี้มันตั้งอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือของเบส 
เป็นหน้าเดียวที่มีข้อความเขียนไว้

HAPPY  BIRTHDAY

และหน้าต่อไปเป็นกระดาษเปล่าจนจบเล่ม
ไม่รู้ว่าน้องตั้งใจให้มันเป็นแบบนั้นหรือหลังจากวันเกิดของเขา น้องจะกลับมาวาดอีก

แต่ความรู้สึกเบสในตอนนี้เขาอยากให้น้องวาดรูปเรื่องของเราต่อไปเรื่อยๆ
เบสปิดสมุดโน้ตในมือแล้วยิ้มออกมา สงสัยต้องเริ่มปฏิบัติการง้อเด็กให้เร็วที่สุดแล้ว




เพิ่งเคยมาคณะสถาปัตย์ครั้งแรก

เวลามาคณะอื่นที่ไม่ใช่คณะตัวเองก็รู้สึกแปลกมากอยู่แล้วแถมวันนี้มีภารกิจที่ยิ่งใหญ่มันเลยรู้สึกประหม่ามากกว่าเดิม จะเดินจะเลี้ยวไปทางไหนก็เหมือนมีคนจ้องมองตลอดเวลา เบสเดินขึ้นไปชั้นสองที่เป็นห้องทำงานของชั้นปีสอง เพราะว่าเย็นมากแล้วเลยไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่พอลองชะโงกหน้าเข้าไปดูในห้องก็เห็นโฟกัสที่นั่งอยู่ตรงหน้าโต๊ะเขียนแบบ เพื่อนในห้องสองสามคนเก็บของลงกระเป๋าแล้วโบกมือลาโฟกัส

เบสยืนชิดติดกำแพงเพราะกลัวว่าใครจะมาเห็นว่าเขามาทำท่าทางแปลกๆ พอลองชะโงกหน้าเข้าไปห้องอีกครั้งก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อยที่เหลือโฟกัสแค่คนเดียว เลยหลับตาเรียกกำลังใจแต่พอลืมตาขึ้นมาก็สะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นว่าใครมายืนอยู่ตรงหน้า

โฟโต้..

“ผมไม่รู้หรอกนะว่าพี่มาทำอะไรแต่ถ้าทำกัสร้องไห้อีกผมไม่ปล่อยพี่ไว้แน่”

“พี่ไม่ได้มาทำให้แฝดเราร้องไห้รับประกันได้เลย”

“แล้วผมจะคอยดู”

โฟโต้ไม่ได้พูดอะไรต่อนอกจากเดินเลี้ยวไปอีกทางเบสมองตามหลังเด็กที่มีฉายาว่าเจ้าชายน้ำแข็ง เพราะบุคลิกที่ดูนิ่งๆ และเย็นชาต่างจากโฟกัสโดยสิ้นเชิงทำให้ใครๆ มอบฉายานี้ให้แต่ดูจากวันนี้ก็ดูน่ารักดีก็แค่ไม่ค่อยยิ้มเท่านั้น

แต่ก็รู้สึกเย็นๆ นิดนึง -*-



“เฮ้ย ใครอ่ะมาอยู่เป็นเพื่อนหน่อยดิวันนี้ทำไมใครๆ ก็กลับเร็ววะเงียบจนผีจะออกมาหลอกกูแล้วเนี่ย”

เพราะเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นโฟกัสเลยเอ่ยทักโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากงานที่ทำเลยสักนิด เบสหยุดชะงักไปเพียงนิดนึงก่อนจะเดินมาตรงหน้าโต๊ะเขียนแบบตัวใหญ่พร้อมกับวางแก้วกาแฟอเมริกาโน่หอมฉุยไว้ที่โต๊ะข้างๆ คนที่ก้มหน้าก้มตาได้กลิ่นกาแฟที่คุ้นเคยเลยเงยหน้าขึ้นมามอง

พี่เบส..

พี่ปี่สี่จากบริหารลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ ทั้งๆ ที่เตรียมคำพูดมาเยอะมากแต่พอถึงเวลาจริงๆ กลับพูดอะไรไม่ออกสักคำ โฟกัสเองก็หยุดวาดแบบแปลนตรงหน้าแล้วนั่งหมุนดินสอในมือไปมาคล้ายกับว่าทำอะไรไม่ถูก พอต่างคนต่างเงียบโฟกัสเลยเป็นฝ่ายถามขึ้นมาก่อน

“พี่เบส..มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“เราไม่ได้เจอกันนานเลยนะเดือนกว่าแล้วมั้ง”

“ก็….ครับ”

“เราไม่คิดถึงพี่เลยเหรอ โฟกัส”

“……………………………………………………………”

โฟกัสหยุดหมุนดินสอในมือแล้วหันมามองตรงๆ สายตาของพี่เบสไม่ได้ฉายแววล้อเล่นเลยสักนิด พอเห็นน้องเอาแต่จ้องอยู่อย่างนั้นเลยขยับตัวเข้ามาใกล้มากกว่าเดิมโฟกัสเป็นคนหน้าตาน่ารักใครๆ ก็บอกจริงๆ นี่เขาไม่เคยปฏิเสธเลยนะแต่อาจเป็นเพราะอคติหรือความคิดตอนนั้นมันต่อต้านถึงได้เอาแต่บอกน้องว่าไม่ชอบลูกครึ่ง

“เรื่องวันเกิดพี่ พี่ไม่ได้ตั้งใจทำให้เราเสียใจนะงานวันเกิดเพื่อนเป็นคนจัดให้ตัวพี่เองก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย เลิกเรียกแก้โปรเจคจบก็ดึกมากคิดด้วยซ้ำว่าเป็นวันเกิดที่โคตรเฮงซวยเพราะวันทั้งวันยังไม่ได้ทำอะไรก็หมดวันแล้ว อยู่ดีๆ ก็โดนลากมาที่ร้านพี่กัลป์อย่าง งงๆ มาถึงก็ตัดเค้กไม่มีเวลาโทรไปบอกใครที่ไหนเลย”

“……………………………………………………………”

“ส่วนเรื่องวิน เพราะเขาเป็นน้องในคณะแถมยังสนิทกับกลุ่มลีดเขาก็มาด้วย พี่ไม่ได้ชอบเขา พี่เองก็เห็นเขาเป็นน้องคนนึง ไม่ได้พิเศษไปกว่าใครเลย ตอนที่เราวิ่งออกไปพี่ก็ตามเราไปนะแต่ก็หาไม่เจอวันนั้นพี่ทำให้เราเสียใจมากใช่ไหม”


“……………………………………………………………”

 
“มากจนเราไม่ชอบพี่แล้วใช่ไหม”

“ผมไม่เคยคิดจะเลิกชอบพี่เลย ต่อให้พี่ทำผมเสียใจมากขนาดไหนผมก็ยังจะชอบพี่อยู่แต่ผมก็รู้ตัวเหมือนกันว่าที่ผมเอาแต่ตามตื้อพี่มาตลอดมันก็ไม่ดีเหมือนกัน”

เบสรู้สึกใจชื้นขึ้นมาหน่อยนี่เขาก็กลัวว่าโฟกัสจะไม่ฟังที่เขาพูด
กลัวว่าน้องจะบอกให้เขากลับไปแล้วไม่ต้องมาให้เห็นหน้าอีก

“พี่ยอมรับว่าเมื่อก่อนพี่ไม่คิดจะชอบเราเลย…ฟังพี่ก่อน”

“………………………………………………………………………”

“หลังจากเรื่องกรีนพี่ก็ไม่ได้สนใจใครที่ไหนอีก จริงๆ พี่ก็อาจจะแค่ปลื้มๆ น้องเขาก็ได้ ตอนที่รู้เรื่องเมษพี่ก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไรมากมาย ไม่เท่ากับที่เป็นอยู่ตอนนี้”

“………………………………………………………………………”

“วันนั้นที่เราพูดกับพี่ที่หอ พี่คิดว่านี่คือสิ่งที่พี่รอมาตลอดแต่มันไม่ใช่…ช่วงที่เราหายไปพี่เหมือนคนไม่มีสติเลยตอนแรกแค่คิดว่าพี่อาจจะไม่ชินเฉยๆ เพราะเห็นหน้ามาเราทุกวัน แต่พอนานเข้าความรู้สึกของพี่ก็ชัดเจนมากขึ้น”

“……………………………………………………………”

“มันไม่ใช่แค่ไม่ชิน พี่ทั้งคิดถึง ทั้งเป็นห่วง อยากเจอหน้า อยากกอด อยากพูดอะไรกับเราตั้งมากมาย นั่นคือเหตุผลที่วันนี้พี่มานั่งอยู่ตรงนี้ เพราะพี่รอไม่ได้ มันนานเกินไปแล้ว”

“พี่บอกว่าพี่คิดถึงผม”

“ใช่”

“เป็นห่วง”

“ก็ใช่นะ”

“อยากเจอหน้า”

“อาฮะ”

“อยากกอดด้วย”

เบสไม่ได้ตอบรับคำพูดของโฟกัสเพียงแค่กางแขนออกทั้งสองข้างแต่ท่าทางจะยังคงช็อคอยู่เลยนั่งนิ่งเป็นหุ่นมีแค่ตาที่กะพริบปริบๆ พอเห็นท่าทางแบบนั้นเบสเลยเป็นฝ่ายรั้งน้องเข้ามากอดไว้เองคนโดนกอดตัวแข็งทื่อจนเบสนึกขำเลยยกมือขึ้นมาลูบหลังเบาๆ  เบสกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นเมื่อโฟกัสยกมือขึ้นมากอดเขาตอบแล้วซบหน้าลงตรงอกเสื้อนักศึกษา

“เหมือนฝันเลย ผมคิดว่าต่อให้พี่เรียนจบไปแล้วผมก็ยังคงจะเป็นแค่คนที่ชอบพี่ข้างเดียวต่อไปเรื่อยๆ”

โฟกัสผละตัวออกมาแล้วลองตบแก้มตัวเองเหมือนเรียกสติ เบสเลยยกมือขึ้นมาจัดผมให้เข้าที่เข้าทางโฟกัสถามว่าผมต้องเริ่มจีบพี่ใหม่รึเปล่าจะได้เตรียมตัวแน่นอนว่าเขาเองหัวเราะดังลั่นขยี้ผมน้องจนยุ่งเหยิง

“เราคุยกันแบบนี้ไปก่อนก็ได้สาบานว่าพี่จะไม่คุยกับใครที่ไหนอีก ถ้าวันไหนอยากเป็นแฟนพี่เบสลีดบริหารปีสี่ก็บอกมาเลย แต่เร็วหน่อยก็ดีเดี๋ยวปีหน้ารับปริญญาจะได้แนะนำตัวกับพ่อแม่ถูก อีกอย่างพี่หล่อมากขนาดนี้คนให้ของรับปริญญาเยอะแน่ๆ ต้องการแฟนช่วยถือของด้วย”

แล้วโฟกัสก็ช็อคไปอีกรอบคราวนี้มีการเอามือจับที่หัวใจตัวเองพร้อมกับบอกว่าหัวใจเต้นเร็วแบบไม่เคยเป็นมาก่อนท่าทางตลกๆ ของโฟกัสทำให้เบสต้องคว้าตัวมากอดอีกครั้ง

เสียงหัวเราะของทั้งคู่ทำให้คนที่อยู่ตรงประตูหน้าห้องถอยหลังมายืนพิงกำแพงแล้วยิ้มออกมา
โฟโต้ยกนาฬิกาขึ้นมาดูเวลาก่อนจะหันหลังเดินลงบันไดไป

ก็ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว



americano


“รับอะไรดีครับ”

“อเมริกาโน่สองแก้วครับ”

กัลป์เงยหน้าขึ้นมามองเมื่อรู้สึกว่าเสียงคุ้นๆ ทันทีที่เงยหน้าก็เห็นว่าเป็นลีดบริหารคนดังข้างๆ มีเด็กสถาปัตย์ลูกครึ่งยืนยิ้มแฉ่งกัลป์หัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่ามือทั้งสองคนจับกันไว้แน่นคงจะรักกันแล้วถึงได้มาด้วยกันแบบนี้ เบสเลยให้โฟกัสไปจองโต๊ะก่อน ที่เบสจะเอ่ยขอบคุณพี่กัลป์ที่เคยช่วยเมื่อวันนั้นกัลป์ก็แค่ตบไหล่เบาๆ คล้ายจะบอกว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย

“อยากรู้มานานแล้วว่าหน้าแรกของสมุดนื่คืออะไร”

เบสยกกาแฟมาวางบนโต๊ะแล้วหยิบสมุดโน้ตที่โฟกัสให้ไว้ตอนวันเกิดมาวางไว้บนโต๊ะ โฟกัสเลยหยิบมาเปิดหน้าแรกภาพตัวการ์ตูนที่เห็นทำให้หัวเราะออกมาก่อนจะบอก


“วันแรกที่ผมเจอพี่ที่ร้านกาแฟพี่กัลป์”




Flash back


“โต้ เราอยู่ที่ร้านกาแฟพี่กัลป์ถ่ายรูปเสร็จโทรมาแล้วกัน”

โฟกัสกดวางโทรศัพท์แล้วสั่งเครื่องดื่มตรงเคาน์เตอร์ พนักงานแจ้งว่าเดี๋ยวจะเอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟพร้อมขนมให้ที่โต๊ะเลยหอบของพะรุงพะรังมานั่งที่โต๊ะทั้งๆ ที่เพิ่งเปิดเทอมปีสองวันแรกแต่งานที่ต้องทำยาวไปถึงสามปีข้างหน้าแล้ว แค่เพียงไม่นานพนักงานก็ยกเครื่องดื่มมาให้ กัสเงยหน้าขึ้นมามองถาดที่วางอยู่ขนมที่เขาสั่งน่ะใช่แต่เครื่องดื่มน่ะผิด

“พี่ครับ ผมไม่ได้สั่งอเมริกาโน่”

“อ้อ ขอโทษด้วยนะคะของโต๊ะนู้นเดี๋ยวพี่เอาเครื่องดื่มของน้องมาให้ใหม่”

โฟกัสหันไปมองโต๊ะข้างหลังตามที่พนักงานบอก กลุ่มนักศึกษากลุ่มใหญ่กำลังนั่งเหมือนประชุมอะไรกันอยู่มือไม้ขยับไปมาคงจะเป็นกลุ่มลีด เด็กสถาปัตย์เห็นว่าพี่คนเสิร์ฟเอาแก้วกาแฟอเมริกาโน่วางตรงหน้านักศึกษาคนนึงที่ขยับตัวออกมารับแก้วพอดื่มกาแฟอเมริกาโน่ก็ยิ้มออกมาทั้งๆ ที่รสชาติของอเมริกาโน่น่าจะขมฝาดลิ้นมากกว่า


ไม่รู้ว่าทำไมโฟกัสที่มองอยู่ถึงยิ้มตาม
แค่รู้สึกว่าเจ้าของกาแฟแก้วนั้นน่ารักดี

ลองดื่มอเมริกาโน่ดูบ้างดีไหมนะ



..................
.........................................................


*TBC 04:LATTE

ps.ทุกตอนมีตัวละครซ่อนอยู่เสมอ 55 โฟกัสเคยโผล่มาแล้ว

#นิยายร้านกาแฟ
twitter @ribbinbo










« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-09-2017 00:22:49 โดย RIBBINBO »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 03: AMERICANO 13/9/17
« ตอบ #9 เมื่อ: 13-09-2017 22:10:48 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ yunnutjae

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 655
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-2
Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 03: AMERICANO 13/9/17
«ตอบ #10 เมื่อ14-09-2017 14:11:50 »

สนุกมากค่ะะะ  o13 ฟีลกู้ดมากๆๆ น่ารกทุกคู่เลย.... :hao7:
จะมีตอนต่อไปไหมอะ ขอคู่ของโฟโต้  :call: :call: :call:
พี่กัลป์นี่อยู่เบื้องหลังของทุกคู่เลยนะ อยากอ่านเรื่องของพี่กัลป์มั่งๆๆๆ  :katai1:

ออฟไลน์ arjinn

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1377
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +180/-1
Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 03: AMERICANO 13/9/17
«ตอบ #11 เมื่อ14-09-2017 17:42:25 »

สนุกมากๆ ค่ะ

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 03: AMERICANO 13/9/17
«ตอบ #12 เมื่อ20-09-2017 21:49:55 »

04: LATTE
รู้ไหมว่าเราเจอกันครั้งแรกตอนไหน..
แก๊ป –โฟโต้



~ กลัวจะมีอาการให้เธอรู้แค่เจอก็ยังสั่น~
~ ทำได้เพียงหลบตาเธอเท่านั้น กลัวจะมีอาการให้เธอเห็นแล้วเธอนั้นรู้ทัน~


กัลป์อมยิ้มเมื่อได้ยินเสียงเพลงในร้านวันนี้ไอ้แพทผู้ช่วยชงกาแฟย้อนวัยไปฟังเพลงสมัยมัธยมขาสั้นคอซองมากๆ พอได้ยินเพลงก็รู้สึกตัวเองแก่ขึ้นมาทันทีเขาเลยวัยแอบรักรุ่นพี่ รุ่นเพื่อนมานานมากแล้วแต่ฟังไปฟังมามันก็น่ารักดีเหมือนดูหนังสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก เสียงกระดิ่งหน้าร้านที่ดังขึ้นทำให้กัลป์เงยหน้าขึ้นมามองภาพที่เห็นจนชินตาคือผู้ชายที่ตัวไม่ค่อยสูงเท่าไหร่ผมสีน้ำตาลสว่างตาสีเขียวสะพายกระเป๋าใส่กล้องไม่ก็กระบอกใส่แบบอยู่เป็นประจำ

โฟโต้ สถาปัตย์ปีสอง
ฝาแฝดโฟกัสทั้งๆ ที่เป็นฝาแฝดกันแท้ๆ แต่บุคลิกต่างกันชนิดตรงข้าม

ใครๆ ก็รู้ว่าโฟกัสเป็นเด็กร่าเริง ยิ้มง่าย หัวเราะเก่ง
แต่โฟโต้เป็นเด็กเงียบๆ หน้าไม่ค่อยยิ้มสายตานิ่งๆ คนในสถาปัตย์เลยมอบฉายาให้ตั้งแต่ปีหนึ่ง

เจ้าชายน้ำแข็งแห่งสถาปัตย์ 

แต่ทุกคนในสถาปัตย์พร้อมใจกันยืนยันว่า โฟโต้นิสัยดี ไม่ได้มีนิสัยแปลกประหลาดอย่างที่ทุกคนเข้าใจอาจจะแค่ยิ้มยาก ไม่ก็แสดงความรู้สึกไม่ค่อยเก่งเท่านั้น แถมฝืมิอถ่ายรูปนี่ระดับมืออาชีพรูปภาพของโฟโต้ได้รับรางวัลจากชมรมถ่ายภาพครั้งแล้วครั้งเล่า แน่นอนหน้าตาลูกครึ่งฝรั่งแบบนี้คนมาชอบโฟโต้มีแทบทุกคณะ แต่ส่วนมากก็จะล่าถอยกลับไปเองประโยคที่ทุกคนได้รับเหมือนกันหมดคือ

เราไม่คิดจะชอบใครเลย ขอโทษนะ
ใส่อารมณ์เย็นชาหน้านิ่งเข้าไปด้วย = กูไม่ชอบมึงหรอกนะ ขอโทษ

กลับมาที่ร้านกาแฟพี่กัลป์

“ลาเต้เหมือนเดิมใช่ไหม”

“ครับ”

“ไม่ลองอย่างอื่นบ้างเหรอ”

“ผมชอบลาเต้ครับ”

เด็กตรงหน้าพูดน้อยแต่สายตาบอกว่าชอบเจ้ากาแฟลาเต้นี่จริงๆ เพราะไม่เคยเห็นสั่งเมนูอื่นเลย โฟกัสกับโฟโต้เรียนสถาปัตย์แต่คนละสาขา ตอนอยู่ที่มหา’ลัยนานๆ ครั้งถึงจะเห็นทั้งคู่เดินด้วยกัน  เวลามาที่ร้านกาแฟก็สลับกันมาน้อยครั้งที่จะเห็นทั้งคู่นั่งดื่มกาแฟพร้อมหน้าพร้อมตา

โฟโต้รับแก้วกาแฟมาจากพนักงานแล้วมองหาที่นั่ง
ดีที่ตอนนี้นักศึกษาไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ สุดท้ายโต๊ะริมกระจกก็เป็นโต๊ะที่โฟโต้จับจอง

“งานนี้อาจารย์สั่งตั้งนานแล้วโว้ย”

“ทำไมกูเพิ่งรู้มึงมั่วป่ะวะไอ้โอม”

“งั้นมึงก็ไม่ต้องทำให้อาจารย์เพ็ญศรีแจกเอฟมึงไปเลย”

“ไอ้เพื่อนชั่ว! ห้ามพูดตัวอักษรนี้ออกมาเออ..ไอ้แก๊ปไปไหนวะ”

“นั่นไงมาพอดี”

บทสนทนาที่ได้ยินทำให้โฟโต้เงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์ ผู้ชายตัวสูงกำลังเอาชีทในมือตีลงบนหัวเพื่อนทั้งสองคนแล้วนั่งลงตรงเก้าอี้ที่ว่างน้องผู้หญิงโต๊ะข้างๆ โบกมือให้รุ่นพี่ปีสามคงจะเป็นรุ่นน้องในคณะรัฐศาสตร์

“ได้รูปมาอีกแล้วเหรอวะ”

โอมทักขึ้นเมื่อเห็นว่านอกจากชีทเรียนที่เจ้าตัวถือมายังมีรูปถ่ายวิวที่แก๊ปได้มันมาตั้งแต่เปิดเทอม ส่วนวิธีที่ได้ก็มีคนเอามาเสียบไว้ตรงล็อคเกอร์ของนักกีฬาบาส มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะแก๊ปมักจะได้พวกของขวัญ ขนม อยู่เป็นประจำถ้าไม่ให้ต่อหน้าก็จะเอามาวางไว้ในล็อคเกอร์นักกีฬา

ไม่เคยล็อคหรอก
ถึงล็อคก็มีคนเปิดได้อยู่ดี เลยเลือกที่จะไม่ใส่ของมีค่าเอาไว้

“รูปก็ยังสวยเหมือนเดิมโคตรอยากรู้เลยว่ะใครเป็นคนส่งให้มึง”

“จีบไอ้แก๊ปมาเป็นเดือนแล้วไม่เปิดเผยตัวสักที มึงสงสัยใครบ้างป่ะวะ”

มือที่จับโทรศัพท์กำแน่นเพราะกลัวคำตอบที่ได้ยิน
โฟโต้รู้สึกว่าหัวใจเขาจะหยุดเต้นได้เลย

“กูก็อยากรู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่เขาจะแสดงตัวสักที”

“รูปนี่ถ่ายเองป่ะสวยขนาดนี้กูว่าจะต้องเป็นผู้หญิงที่หน้าตาดีมากแน่ๆ”

“ต้องน่ารักและโรแมนติกด้วยจีบด้วยรูปถ่ายแบบนี้”

แก๊ปนั่งมองเพื่อนที่ทำท่าประหลาดๆ มีการเอามือมากุมตรงหน้าอกคล้ายกับผู้หญิงเฟ้อฝัน  ทั้งกลุ่มยังคงบรรยายถึงคนที่เอารูปมาจีบเพื่อนตัวเองไปเรื่อยๆ มีการวาดใส่ชีทอีกต่างหากว่าหน้าตาจะเป็นแบบไหนแก๊ปส่ายหน้าไปมาเมื่อเห็นว่าทุกคนวาดรูปผู้หญิงตาโตสวยผมยาวเป็นลอนแถมยังบอกอาจจะเป็นดาวคณะสักคน

“โต้….โฟโต้ครับ”

เสียงเรียกชื่อที่ดังขึ้นทำให้คนที่นั่งเหม่อหันมามองคนที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะน่าจะเป็นรุ่นพี่สักคณะคงจะวิทยาไม่ก็วิศวะถึงมีเสื้อช็อปสวมอยู่ โฟโต้ไม่ได้ตอบรับหรือยิ้มให้คนที่ฉีกยิ้มจนแทบเห็นฟันครบ 32 ซี่เพียงแค่ใช้สายตาถามว่ามีอะไร?

“พี่ขอไลน์โฟโต้หน่อยได้ไหมครับ”

“……………………………………………………”

ทุกอย่างรอบตัวเงียบลงอัตโนมัติ
ทุกโต๊ะที่รายล้อมอยู่ต่างพากันลุ้นว่าเจ้าชายน้ำแข็งแห่งสถาปัตย์จะตอบว่าอะไร

“ขอโทษครับคงไม่ได้ขอตัวก่อนนะครับ”

รุ่นพี่ตรงหน้าดูจะเก้อๆ ไปสักหน่อยกว่าจะรู้สึกตัวก็ผ่านไปประมาณสองสามนาทีเลยได้แต่บอกว่าไม่เป็นไรแล้วเดินกลับโต๊ะไปด้วยท่าทางเซ็งๆ โฟโต้รู้เริ่มรู้สึกว่าตัวเองจะเป็นเป้าสายตาของคนทั้งร้านเลยค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาดีที่ให้พี่กัลป์ใส่แก้วพลาสติกไว้ให้จังหวะที่กำลังเดินผ่านโต๊ะของพี่ๆ รัฐศาสตร์กลับมีคำพูดที่ดังขึ้นมาทำให้โฟโต้ต้องหยุดเดิน

“หยิ่งเย็นชาสมคำร่ำลือโฟโต้สถาปัตย์”

“ไอ้โอมเบาๆ ดิวะน้องเขาได้ยินนะเว้ย”

โฟโต้หันไปมองบรรดาพี่รัฐศาสตร์โต๊ะนั้นอีกครั้งสายตาหยุดอยู่ที่คนที่นั่งเคาะนิ้วอยู่ไม่รู้ว่าบังเอิญรึเปล่าที่พี่แก๊ปก็สบตาเขาอยู่เหมือนกัน และแน่นอนว่าคนที่หลบสายตาก่อนคือเขาเองใครจะสบตากับคนที่….

ตัวเองแอบชอบได้นาน
แค่หนึ่งวิก็ทนไม่ได้แล้ว


พอออกจากร้านกาแฟพี่กัลป์ โฟโต้ก็ยืนพิงกำแพงก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองท้องฟ้ารูปถ่ายรูปเดียวกับที่ให้พี่แก๊ปยังอยู่ในมือต่างกันแค่ข้างหลังรูปมีลายเซ็นและวันที่เขียนกำกับไว้ ถูกแล้วล่ะ..เขาเองที่เป็นคนเอารูปไปใส่ไว้ในล็อคเกอร์พี่แก๊ปประมาณสองสามเดือนแล้วมั้งตั้งแต่เปิดเทอมปีสองอย่าถามเลยว่าเมื่อไหร่เขาจะแสดงตัว

“กูก็อยากรู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่เขาจะแสดงตัวสักที”

“รูปนี่ถ่ายเองป่ะวะสวยขนาดนี้กูว่าจะต้องเป็นผู้หญิงที่สวยมากแน่ๆ”

“ต้องน่ารักและโรแมนติคด้วย จีบด้วยรูปถ่ายแบบนี้”

“หยิ่งเย็นชาสมคำร่ำลือ โฟโต้สถาปัตย์”


 
แล้วอย่างนี้จะให้เขาบอกความจริงกับพี่แก๊ปได้ยังไง
ถ้าพี่เขารู้ว่าเจ้าของรูปคือเด็กผู้ชายหน้าตายนิสัยก็ไม่ได้น่ารักเหมือนคนอื่น
ถ้าเขามีความกล้าสักครึ่งนึงของโฟกัสบ้างก็คงจะดี


:: LATTE ::


เพราะสาขาที่โฟโต้เรียนมีกิจกรรมที่ต้องออกไปถ่ายรูปข้างนอกอยู่บ่อยๆ และปีนี้ได้ไปต่างจังหวัด แต่อาจารย์ประจำวิชาก็บอกว่า เนื่องจากคณะรัฐศาสตร์ก็มีวิชาที่ต้องออกนอกสถานที่เหมือนกันเรียกว่าซ้อมปกครองดูแลประชาชนก่อนเรียนจบเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกปีให้คนนอกคณะไปได้แต่จำกัดจำนวน

เหตุผลจริงๆ ก็คือ ไปพร้อมกันทั้งสองคณะซะจะได้ประหยัดงบ

ถือว่ามีแต่ได้กับได้ นอกจากจะได้ไปถ่ายรูปฝึกฝีมือแล้ว
ยังได้ช่วยเหลือสังคมอีกต่างหากหาโอกาสแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว (อันนี้อาจารย์บอกมา)

“มึงดูผู้ชายคณะอื่นที่จะไปพร้อมกับเรา โต้เตรียมถ่ายพรีเวดดิ้งให้กูเลยนะ”

โฟโต้มองยูกิที่ตอนนี้กำลังแอบมองผู้ชายคณะวิศวะ ขนาดนั่งกันอยู่คนละฟากขนาดนั้นยังจะมองเห็นคนหล่อได้ ยูกิกรี๊ดกร๊าดน้องเดือนปีหนึ่งของวิศวะมากๆ จำได้ว่าชื่อหนึ่งตะวันแต่ก็เหมือนจะอกหักภายในสองวันหลังจากเห็นตะวันวิศวะนั่งอยู่กับน้องเมษานิเทศปีหนึ่งที่ร้านกาแฟพี่กัลป์ท่าทางสวีทวี๊ดวิ้วของทั้งคู่ทำให้ยูกิถึงกับน้ำตาตก

“มึงให้กูเตรียมถ่ายพรีเวดดิ้งมาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้ว กูว่าปีสี่กูก็ยังคงได้ยินประโยคนี้อยู่”

“นานๆ จะพูดอะไรยาวๆ แต่พูดทีเจ็บมากๆ เบียร์ดูเพื่อนมึงเลย”

คนที่นั่งอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมครั้งนี้อยู่ยกมือขึ้นมาดันหัวยูกิไว้เมื่อเห็นเจ้าเพื่อนกำลังจะถกกระโปรงพลีทกระโดดบีบคอโฟโต้เพราะเจ้าตัวกำลังโชว์รูปยูกิตอนนอนน้ำลายยืด เสียงปรบมือเรียกให้ทุกคณะที่มารวมตัวกันหันมาฟังรุ่นพี่ที่อยู่บนเวทีก่อนที่ทุกสายตาจะมองไปยังประตูที่เปิดออก

“รัฐศาสตร์ปีสามเร็วๆ หน่อยลูกเขารอกันนานสามชาติจะเป็นคุณอุบลรอผัวแล้วค่า”

พี่กุ๊กไก่ประกาศใส่ไมค์เมื่อเห็นว่านักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ยังเดินกันเข้ามาในห้องไม่ครบ โฟโต้เลยหันไปมองที่ประตูคิดไว้แล้วว่าจะต้องมีพี่แก๊ปอยู่ในกลุ่มนั้นเพราะมีเสียงแซวออกไมค์ว่ากิจกรรมปีนี้เรามีคนหล่อเยอะมาก ถึงแม้พี่แก๊ปไม่ใช่เดือนคณะรัฐศาสตร์แต่ก็ดังพอตัว

เพจคิวท์บอยของมหา’ลัยชอบลงรูปอยู่บ่อยๆ

“เดี๋ยวกูไปถ่ายรูปก่อนนะ พี่ขวัญบอกให้ช่วยถ่าย”

โฟโต้ถือกล้องคลานออกไปจากตรงที่นั่งรวม พี่ขวัญเป็นพี่ที่เรียนรัฐศาสตร์และเป็นพี่ห้องตรงข้ามที่หอ อดีตดาวรัฐศาสตร์ปีสามสวยสดงดงามถึงขนาดมีคนมาจีบไม่เว้นวันแถมยังนิสัยดีที่หนึ่งชอบเอาขนมมาให้เขากับโฟกัสอยู่บ่อยๆ พี่ขวัญพอเห็นเขาถือกล้องเดินมาหาก็โบกมือเรียก

“นี่น้องโฟโต้สถาปัตย์ ขวัญให้น้องเขามาช่วยถ่ายรูปให้รับรองกิจกรรมเราปีนี้รูปสวยจนอาจารย์ต้องตะลึง”

“เวอร์แล้วพี่ขวัญ”

“ไม่เชื่อพวกแกดู ถ่ายฉันสวยยังกะนางสาวไทย”

พี่ขวัญเปิดโทรศัพท์ให้เพื่อนดูกลัวเพื่อนไม่เชื่อว่าโฟโต้ถ่ายสวยจริงๆ แต่พอทุกคนเห็นรูปถ่ายก็ร้องกันอย่างตื่นเต้นแถมยังโพสท่ากันตลกๆ จนพี่ขวัญต้องไล่ให้ไปทำงานโฟโต้เลยเดินถ่ายรูปไปรอบๆ จนสุดท้ายเดิยมาถึงตรงเวทีพอเงยหน้าขึ้นไปมองตัวแทนคณะรัฐศาสตร์กำลังพูดอยู่และจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก

พี่แก๊ป กวินท์ เดชาหิรัญ

ตอบคำถามทีนึงคนก็แซ็วทีนึง
คนโดนแซ็วก็เขินได้แต่ยืนหัวเราะ

โฟโต้เดินขึ้นไปอยู่ตรงริมเวทีแล้วยกกล้องในมือขึ้นมาถ่ายไว้ เพราะอยากจะหามุมให้เหมาะมากที่สุดเลยขยับตัวเปลี่ยนตำแหน่งไปมาเลยไม่รู้เลยว่าถอยหลังมาจนสุดเวทีกว่าจะรู้ตัวก็ตอนที่ถอยหลังแต่พบว่ากำลังจะตกลงไปบนพื้นด้านล่าง โฟโต้หลับตาปี๋มือกอดกล้องมือไว้แน่นคิดว่ายังไงจะต้องกระแทกกับพื้นแน่ๆ  แต่อยู่ดีๆ กลับมีใครสักคนคว้าเอวไว้แล้วดึงกลับขึ้นมาบนเวทีพร้อมกับอ้อมแขนกอดรัดช่วงเอวไว้แน่น

ไม่เจ็บ
ไม่กระแทก
หัวไม่แตก
กล้องไม่เป็นอะไร

เสียงหัวเราะที่ดังขึ้นทำให้โฟโต้ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมามอง
ใกล้…ใกล้เกินไป

คนตรงหน้าคือพี่แก็ปไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้คิดว่าพี่เขาคงหันมาเห็นพอดีจังหวะเดียวกับที่กำลังจะตกเวทีถึงได้ช่วยไว้ทัน โฟโต้ขยับตัวไปมาเมื่อรู้สึกว่าพี่แก๊ปยังไม่ปล่อยแขนออกก็แค่กลัวพี่เขาเห็นอาการมีพิรุธไปมากกว่านี้ดีที่ตอนนี้ทุกคนกำลังสนใจคนอื่นพูดอยู่ไม่งั้นจะต้องโดนแซ็วแน่ๆ

“คือ..”

“ตาสีเขียวด้วยโคตรเท่เลย”

นอกจากจะไม่ปล่อยแล้วยังมีการกอดให้แน่นขึ้นชะโงกหน้ามาดูสีตาชัดๆ อีกต่างหากตอนนี้ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้พี่แก๊ปได้ยินเสียงหัวใจเต้นเลยใจจริงก็ดีใจอยู่ลึกๆ นะที่พี่เขากอดอยู่อย่างนี้ชาตินี้คงหาโอกาสแบบนี้ไม่ได้แล้วแต่เข้าใจความรู้สึกไหม ตอนนี้กลัวเขาจะรู้มากกว่าว่าเรารู้สึกยังไงกับเขา

“พี่ปล่อยผมก่อนก็ได้ครับ หายใจไม่ออก”

“โอเค เมื่อกี้อีกก้าวเดียวนี่เราตกลงไปข้างล่างเลยนะ”

เด็กสถาปัตย์เอ่ยขอบคุณเบาๆ ตั้งใจจะเดินลงไปจากเวทีไปถ่ายที่อื่นแต่จริงๆ ก็หนีพี่เขานี่แหละ
แต่อยู่ดีๆ กลับมีมือที่วางลงบนกลุ่มผมทำให้เท้าที่กำลังก้าวลงบันไดหยุดชะงัก

“ระวังหน่อยถ่ายรูปก็ต้องมองทางด้วย โฟโต้”
 
รู้สึกได้ว่าพี่เขาลูบผมเบาๆ ก่อนจะผละออกไป
เหมือนสติหลุดกระจาย…


โครม!


“เฮ้ย น้องโฟโต้เป็นอะไรไหมเดินชนเสาเต็มๆ เลยเจ็บเปล่า”

 



ฝนฟ้าอากาศตอนนี้นี่มันอะไรกัน
เดินอยู่ดีๆ ฝนก็เทลงมาจนต้องวิ่งหาที่หลบฝน  ร้านกาแฟพี่กัลป์เลยคึกคักเป็นพิเศษเพราะทุกคนติดฝนอยู่ที่นี่ ลาเต้ร้อนๆ ยังคงวางอยู่บนโต๊ะส่วนเจ้าของก็นั่งเช็ครูปในกล้องไปเรื่อยๆ โฟกัสโทรมาหารอบที่สามถามเป็นร้อยครั้งว่าให้ไปรับไหมแต่ไม่อยากจะให้ไอ้แฝดออกมาตากฝนเท่าไหร่มันป่วยง่ายเลยบอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวฝนก็คงหยุด

แต่ท่าทางจะคิดผิด
ยิ่งผ่านไปนานเท่าไหร่ฝนก็ตกหนักมากขึ้นจนตอนนี้ในร้านพี่กัลป์แทบไม่มีที่นั่งแล้ว

“ขอนั่งด้วยได้ไหมครับโต๊ะมันเต็มแล้ว”

โต๊ะที่โฟโต้นั่งอยู่เป็นที่นั่งสำหรับสองคนเลยมีคนมาขอนั่งด้วยเพราะมัวแต่ดูรูปในกล้องเลยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาแต่ก็พยักหน้าตอบคนที่มาขอแล้ว มือละจากกล้องตัวโปรดจะหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาดื่มแต่ก็จับผิดจับถูกจนคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเลื่อนแก้วให้ตรงกับมือเสียงหัวเราะที่คุ้นเคยทำให้โฟโต้เงยหน้าขึ้นมามอง

“พี่แก๊ป”

“รู้จักพี่ด้วยเหรอ”

“ก็……รู้จักครับ”

“รู้จักได้ไง”

“ใครๆ ก็รู้จักครับพี่ก็เป็นคนดังในมหา’ลัยคนนึงเหมือนพี่เบสบริหาร พี่ไฟวิศวะ พี่..”

“โอเคๆ นี่พี่หล่อเท่าคิวท์บอยเลยเหรอเนี่ยเพิ่งรู้”

โฟโต้ไม่ได้ตอบกลับเพียงแค่ยิ้มให้เท่านั้นจากนั้นบรรยากาศก็กลับมาเงียบสนิทตามเดิม เขารู้ว่าเขาคุยไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่แต่ระหว่างเขากับพี่แก๊ปตามความเป็นจริงก็ไม่ได้รู้จักกันถึงขนาดมานั่งคุยเรื่องอะไรเรื่อยเปื่อยได้ คิดว่าพี่แก๊ปก็คงรู้จักชื่อเขาเหมือนกันแล้วก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรหรอกเรื่องชื่อ

ยอมรับว่าตัวเองก็เป็นที่รู้จักในมหา’ลัย
แต่อาจจะในทางที่ไม่ดีสักเท่าไหร่ (มั้ง)

 
“ท่าทางเราจะชอบถ่ายรูปมากเลยนะ”

“ผมเรียนสาขานี้โดยตรง”

“ก็ต้องชอบใช่ไหมล่ะถึงเลือกเรียน”

“พ่อของผมเป็นช่างภาพอาชีพครับผมก็เลยคุ้นเคยกับกล้องมาตั้งแต่เด็กโตมาก็เลยชอบ”

“นี่จะต้องเป็นที่มาของชื่อโฟกัสกับโฟโต้แน่ๆ”

“ครับ”

“นอกจากโฟกัสกับโฟโต้มีอีกไหม”

“ฟิมล์”

“น้องคนเล็ก?”

“หมา”

แก๊ปหัวเราะเพราะเขาคิดเองว่าอาจจะเป็นลูกคนเล็กของครอบครัวเห็นชื่อคล้องกัน  โฟโต้ไม่ได้ยิ้มหรือเอ่ยแก้อะไรที่เขาเข้าใจผิดมีแค่มุมปากที่ยกขึ้นมานิดนึงเพียงเท่านั้นไม่รู้ว่าเส้นอารมณ์มันลึกมากหรือเป็นคนหน้านิ่งแบบนี้อยู่แล้ว แต่ก็อยากเห็นหน้าในแบบอื่นๆ เหมือนกันนะ

แก๊ปเลยยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ จนอีกคนก็กระเถิบถอยเช่นกันพอเห็นว่าอีกฝ่ายถอยจนจะชิดกำแพงก็เลยเลิกแกล้งแล้วกลับมานั่งบนเก้าอี้ตัวตามเดิม เพิ่งเห็นว่าน้องเจ้าชายน้ำแข็งของสถาปัตย์ดื่มกาแฟแบบเดียวกับเขา


ลาเต้
จากบุคลิกก็ไม่น่าจะชอบกาแฟใส่นม



“โฟโต้ชอบถ่ายรูปแบบไหนเหรอ”

“ชอบถ่ายรูปวิวครับ”

กึก..

มือที่กำลังกดปุ่มเลื่อนดูรูปหยุดชะงักเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเมื่อกี้ตอบพี่เขาไปว่าอะไร โฟโต้เลยเงยหน้าขึ้นมามองคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามเพราะเห็นว่าเงียบไปเหมือนกันตั้งแต่เขาตอบคำถาม พี่แก๊ปยิ้มนิดๆ แล้วหยิบกาแฟลาเต้ขึ้นมาดื่มก่อนจะบอก

“พี่ก็ชอบรูปวิวนะชอบทุกรูปเลย”

ก็รู้ว่าพี่เขาหมายถึงรูปวิวทั่วๆ ไปไม่ใช่รูปวิวที่เขาเอาไปใส่ในลอคเกอร์สักหน่อยแต่ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงดีใจอย่างบอกไม่ถูกอย่างน้อยวันนี้ก็ได้คุยกับพี่เขาแล้วไม่เหมือนทุกวันที่เราสองคนเป็นแค่คนไม่รู้จักเจอพี่แก๊ปที่ร้านกาแฟพี่กัลป์ทีไรเขาก็ทำได้แค่แอบมองเท่านั้น

 
:: LATTE ::

 
“อยากไปด้วยอ่ะ”

“ตัดโมเดลไปเถอะ”

“ซื้อขนมมาฝากด้วยนะโต้”

“เอาตังค์มาดิ”

บทสนทนาของฝาแฝดสถาปัตย์ทำให้คนยืนอยู่รอบๆ รสบัสพากันอมยิ้มเพราะหลายคนไม่เคยเห็นทั้งคู่อยู่ด้วยกันเพิ่งเคยเห็นชัดๆ ก็วันนี้ โฟกัสยังอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงนอนเดาว่าคงมาส่งโฟโต้ไปทำกิจกรรม แค่เพียงไม่นานก็เห็นพี่เบสลีดบริหารปีสี่เดินมาหาก่อนที่โฟกัสจะเอียงตัวเข้าหาพี่เบสแล้วยืนพิงอยู่อย่างนั้น

โฟโต้ยกมือไหว้พี่เบสพร้อมกับยกขาเตะฝาแฝดตัวเองอย่างหมั่นไส้คนโดนเตะโวยวายแต่ก็ยกมือโบกหยอยๆ มองโฟโต้จนลับตาทำท่าเหมือนจะจากกันไปนานสักสิบปี

โฟกัสต้องอยู่ทำโมเดลถ้าไปด้วยกลัวว่าจะทำไม่ทัน
เดาได้เลยว่าระหว่างที่เขาไม่อยู่หอรกยิ่งกว่ารังหนูแน่ๆ


“มึงไปนั่งกับยูกิเถอะเดี๋ยวกูจะถ่ายรูป”

โฟโต้ดันเบียร์ให้ไปนั่งกับยูกิที่ตอนนี้หลับคอพับคออ่อนไปกับเบาะทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ยังแอบกรี๊ดน้องตะวันเดือนวิศวะปีหนึ่ง วันนี้น้องตะวันหล่อมากเพราะไม่ได้ใส่ชุดนักศึกษาเหมือนทุกวันและ....แฟนเขาน่ารักมากเช่นกันทุกคนได้แต่เช็ดน้ำตากระซิกๆ เมื่อเห็นว่าน้องตะวันแบกประเป๋ามาสองใบและคนที่วิ่งตามมาทีหลังคือ น้องเมษานิเทศ

จบลงที่น้องเมษาป้อนนมร้อนให้ตะวันดื่ม
แล้วทั้งคู่ก็คุยเล่นกันอยู่สองคน อกหักกันทั้งค่าย สงสาร

เพราะเริ่มออกต่างจังหวัดวิวข้างทางเลยเปลี่ยนไปเป็นทุ่งหญ้าโฟโต้เลยหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายเก็บไว้ พอจะรู้สึกตัวว่าเบาะข้างๆ มีคนมานั่งด้วยจากที่ตอนแรกเบาะมันว่างแต่คนที่กำลังจับโฟกัสรูปไม่ได้สนใจเท่าไหร่จนกระทั่งได้กลิ่นหอมๆ ของกาแฟเลยหันตัวกลับไปมอง

“ลาเต้ร้านพี่กัลป์” พี่แก๊ปคนดังของรัฐศาสตร์ชูแก้วกาแฟสองแก้วขึ้นมาพร้อมกับยิ้มให้

“วันนี้พี่กัลป์เปิดร้านเร็วเหรอครับทุกทีเห็นเปิดเจ็ดโมงตลอด”

“ก็...วันนี้พี่กัลป์เขาเปิดเช้าพี่ก็เลยสั่งกาแฟซะเลย”

“พี่แก๊ปกินกาแฟสองแก้วอย่างนี้จะนอนหลับเหรอครับ”

แก๊ปชะงักไปนิดนึงเด็กที่ถือกล้องตรงหน้าก็ยังหน้าทำหน้านิ่งตามสไตล์ตามเดิมดวงตาสีเขียวใส่แจ๋วไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร อาจจะดูเย็นชาไปบ้างแต่เอาจริงๆ ก็ใกล้เคียงกับคำว่าซื่อๆ ละมั้งพอเขาหัวเราะออกมาโฟโต้ก็ทำหน้า งง หนักเข้าไปอีก

“งั้นพี่ให้เราแก้วนึงแล้วกัน”

โฟโต้ก็ยังทำท่างงๆ อยู่เอาแต่ก้มลงมองแก้วกาแฟในมือแล้วก็เงยหน้าขึ้นมามองแก๊ปที่ยื่นแก้วกาแฟมาตรงหน้า กว่าเด็กสถาปัตย์จะรับแก้วกาแฟก็เกือบหลายนาทีพอดื่มกาแฟรสชาติที่ชื่นชอบก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวดวงตายิบหยีลงเหมือนเจอของที่ถูกใจ

“เวลายิ้ม..”

“ครับ?”

“เวลาโฟโต้ยิ้มก็น่ารักนิหน่า”

ทันทีที่จบประโยคคนที่กำลังดื่มกาแฟอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมามอง แก๊ปยังไม่ได้ลุกไปไหนแถมยังมองอีกฝ่ายยิ้มๆ อีกต่างหากเดาได้เลยว่าโฟโต้กำลังเขินมากๆ ตอนนี้แก้มแดงแจ๋จนแทบจะแดงไปทั้งหน้าแล้วพอหนักเข้าก็หันหน้าหนีออกไปมองวิวที่กระจกแต่คงเพราะมัวแต่เขินหัวเลยโขกกระจกดังโป๊ก! แก๊ปหัวเราะกับท่าทางนั่นเลยยกมือขยี้ผมน้องทีนึง

เด็กตลก


กิจกรรมที่มาในปีนี้ค่อนข้างไกลพอสมควร ชนิดที่ว่าก้าวขาไปอีกก้าวนึงนี่ไปโผล่ประเทศเพื่อนบ้านได้แล้วมองรอบตัวก็ งง อยู่ว่าอาจารย์จะให้ถ่ายรูปอะไรนอกจากต้นไม้ใบหญ้าหุบเขา

บรรดานักศึกษาต่างสูดอากาศบริสุทธิ์ที่หาไม่ได้จากในกรุงเทพ โฟโต้ลูบหน้าลูบตาหลังจากที่เพิ่งตื่นนอนแล้วพบว่าตัวเองกำลังนอนซบไหล่พี่แก๊ปอยู่ ไม่รู้ว่าเขานอนท่านี้มานานเท่าไหร่แล้วแต่เขาไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะเขานึกว่าพี่แก๊ปจะลุกออกไปนั่งกับกลุ่มเพื่อนรัฐศาสตร์ที่อยู่ด้านหน้าแต่พอถึงค่ายรู้สึกตัวตื่นก็เห็นว่าพี่เขายังนั่งอยู่ที่เดิม พอเดินผ่านกลุ่มพี่รัฐศาสตร์ปีสามบรรดาเพื่อนพี่แก๊ปก็มองหน้าเขากับเพื่อนตัวเองสลับไปมาเหมือนจะ งง ๆ

“มึงหายไปนั่งไหนมาวะแก๊ป”

“แถวๆ นี้แหละกูเห็นไอ้โมมันหลับอยู่เลยขี้เกียจปลุก”

“แน่ใจว่าแค่นั้น?”

พอเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยปกติโฟโต้เลยเอ่ยขอทางกับพี่ๆ รัฐศาสตร์แล้วรีบวิ่งลงไปจากรถ จากนั้นได้ยินเสียงโวยวายของพี่แก๊ปและบรรดารุ่นพี่ปีสามรัฐศาสตร์ส่งเสียงโห่ดังลั่นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น


ที่นี่เป็นโรงเรียนมีพี่ทหารชายแดนคอยดูแลรักษาความปลอดภัย ปีนี้รัฐศาสตร์จะมาสร้างห้องสมุดและซ่อมแซมโรงเรียนที่มีแค่ไม่กี่ห้องให้น้องๆ พี่ทหารบอกว่าโรงเรียนมีนักเรียนแค่ไม่กี่คนครูที่ประจำอยู่ก็มีแค่สองสามคนเท่านั้น บางครั้งพี่ทหารก็มาช่วยสอนบ้าง

นานๆ ครั้งถึงจะมีใครมาช่วยปรับปรุงอาคารเรียน
และของบริจาคส่วนมากก็มีมาแค่เดือนละครั้ง

โฟโต้ยกกล้องในมือถ่ายรูปบรรดาเด็กๆ ที่เอาแต่วิ่งรายล้อมรอบตัว ถึงแม้เสื้อผ้าจะเก่ามอมแมมไปบ้างแต่ใบหน้าทุกคนก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม โฟโต้ยิ้มนิดๆ เมื่อเห็นว่ายูกิเปิดกล่องอุปกรณ์ทำผมแล้วเปิดร้านเสริมสวยย่อมๆ ให้บรรดาเด็กผู้หญิงที่กรี๊ดกร๊าดเมื่อได้ทำทรงผมน่ารักๆ

“ทำไมพี่ตาสีเขียว”

“เพราะพี่เป็นลูกครึ่งพ่อพี่เป็นฝรั่งตัวโตๆ ตาสีนี้เหมือนกัน แล้วพ่อของพี่ก็ให้พี่มา”

โฟโต้เลือกที่จะใช้คำง่ายๆ ให้เด็กเข้าใจถ้าจะให้อธิบายเรื่องพันธุกรรมเชื้อชาติมันก็คงจะยากไปหน่อย เด็กผู้ชายตรงหน้าพยักหน้าตามประสาเด็ก ขวดน้ำเย็นเจี๊ยบแตะลงบนข้างแก้มทำให้โฟโต้สะดุ้งพอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นพี่แก๊ปที่ถือขวดน้ำอยู่เหมือนกัน

“คุยอะไรกันอยู่ครับ”

“คุยเรื่องพี่คนนี้ตาสีเขียวครับ”

“เท่เนอะตาสีเขียวไม่เหมือนใครดี”

“พี่ชายตัวโตก็แต่งงานกับพี่คนนี้สิครับ ลูกพี่ก็จะได้ตาสีเขียว”

เอ่อ….ท่าทางจะไปกันใหญ่

โฟโต้เริ่มอยากจะอธิบายถึงโครโมโซมเลยคราวนี้ ไม่รู้ว่าน้องผู้ชายตรงหน้าไม่รู้ว่าผู้ชายกับผู้ชาย……มีลูกไม่ได้หรือคิดว่าเขาเป็นผู้หญิงนี่ก็กลัวว่าพี่แก๊ปจะโกรธแต่พอหันไปก็เห็นว่าพี่เขาหัวเราะเสียงดังมีการยกมือขึ้นมาแทกมือกับน้องผู้ชายอีกต่างหาก

“คือพี่..”

“ก็ดีเหมือนกันเนอะแม่ตาสีเขียวลูกก็ตาสีเขียว”

โฟโต้นั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นทั้งๆ ที่พี่แก๊ปกับน้องผู้ชายเดินจูงมือไปเตะบอลกันตั้งนานแล้วแต่เขายังได้ยินประโยคของพี่แก๊ปวิ่งวนอยู่ในหัวไม่รู้จบ กว่าจะรู้ตัวอีกทีตอนที่ไอ้เบียร์เตะบอลใส่หัวเขาเต็มๆ

 
 .............................

.....................................................................
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-09-2017 15:58:23 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 04: LATTE 20/9/17
«ตอบ #13 เมื่อ20-09-2017 22:00:18 »

............................
.....................................................................

“เนื่องจากวันนี้เราเพิ่งมาถึงกันเหนื่อยๆ เราเลยจะเริ่มทำงานกันในวันพรุ่งนี้ แล้วก็พี่จะจับฉลากเตนท์นอน”

“จับฉลาก?”

“อ้าว พี่ลืมบอกว่าปีนี้เราจะไม่ได้นอนตามใจฉันนะจ๊ะ เราจะจับฉลากให้ทุกคนกระจัดกระจายไปตามเตนท์ ห้ามแลกเบอร์ห้ามแอบหนีไปนอนกันเองตามใจชอบ จับได้พี่จะทำโทษ ไหนๆ สถาปัตย์ก็มาด้วยแล้วเลยรวมหมดทุกคณะเลยแล้วกันสนุกสนานฮาเฮ”

เสียงร้องดังลั่นตรงลานกว้างแน่นอนว่าทุกคนไม่เคยมีใครรู้เรื่องนี้มาก่อน พวกผู้หญิงรีบยกมือถามว่าแยกชายหญิงไหมคะแน่นอนว่าพี่กุ๊กไก่ประธานค่ายประกาศดังลั่นว่าแยกแน่นอนอย่าหวังว่าจะได้มาแต๊ะอั๋งคนหล่อ โฟโต้ยู่หน้านิดหน่อยเพราะคิดว่ายังไงเขาก็คงนอนกับเบียร์แต่พอเป็นอย่างนี้ก็ไม่รู้ว่าจะได้นอนกับใคร

เขายิ่งเป็นคนมนุษย์สัมพันธ์แย่อยู่ด้วย
คนอื่นก็คงไม่อยากจะอยู่ใกล้เท่าไหร่

“มึงได้เบอร์อะไรวะโต้”

“10 มึงอ่ะ”

“5 เฮ้ยไม่ต้องเบะ”

เบียร์หัวเราะพร้อมกับจับแก้มเพื่อนตัวเองให้ยืดออกเมื่อเห็นว่าทำท่าจะเบะปากร้องไห้ ตอนนี้ทุกคนได้เวลาฟรีสไตล์หลังช่วงอาหารเย็น ต่างจังหวัดมืดเร็วเป็นเรื่องปกติพี่ๆ ทหารเลยพาทุกคนมานั่งตรงลานพร้อมกับบอกว่าตรงนี้จะเห็นท้องฟ้าชัดทันทีที่ทุกคนเงยหน้าต่างก็ร้องโอ้โหกันไม่หยุด

เพราะว่าท้องฟ้าชัดมากจริงๆ มีดวงดาวระยิบระยับ โฟโต้ยกกล้องในมือขึ้นมาถ่ายรูปใจจริงอยากจะอัดรูปนี้แล้วให้พี่แก๊ปแต่เขาก็คงรู้แน่ๆ ว่าคนที่ให้รูปก็มาที่นี่ด้วย


“ตะวัน มองไม่เห็นเลย”

เสียงแง๊วๆ ของเมษาที่เอาแต่กระโดดโหยงเหยงทำให้ทุกคนหันไปมอง พอเห็นท่าทางเหมือนเด็กตัวเล็กๆ กระโดดโลดเต้นไปมาก็พากันอมยิ้มแต่แค่เพียงไม่นานก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นเสียงโห่แซ็วเมื่อตะวันย่อตัวให้เมษาขี่หลังจะได้เห็นท้องฟ้าชัดๆ พี่กุ๊กไก่นี่ถึงกับตะโกนบอกว่าคู่ไหนสวีทเกินหน้าเกินตาจะไล่ให้ไปนอนในป่า

โฟโต้หันมามาถ่ายรูปตะวันกับเมษาไว้ภาพที่ทั้งคู่เงยหน้ามองท้องฟ้าจากนั้นก็หันมามองหน้ากันแล้วยิ้มออกมาทำให้โฟโต้ลดกล้องในมือลงโฟโต้เลยหันไปมองพี่แก๊ปที่เงยหน้ามองท้องฟ้าอยู่อีกด้าน

ถ้าเขากับพี่แก๊ปเป็นแบบตะวันกับเมษาบ้างก็คงจะดี
ไม่รู้เลยว่าจะมีวันนั้นไหม


ตอนนี้โฟโต้กำลังนั่งอยู่ในเตนท์เบอร์สิบตามกฎคือนอนเตนท์ละสองคน ยอมรับเลยว่าตื่นเต้นมากไม่รู้ว่าใครที่จะโผล่หน้าเข้ามาในเตนท์เลยได้แต่นั่งดูรูปในกล้องไปเรื่อยเปื่อยอยากโทรมาโฟกัสมากแต่สัญญาณที่นี่ไม่ดีเลยไม่รู้ว่าป่านนี้ หอจะรกขนาดไหนไลน์ที่คุยกันครั้งสุดท้ายคือรูปที่โฟกัสส่งมาเป็นรูปพี่เบสที่นั่งหน้ายุ่งคิ้วขมวดทั้งๆ ที่แค่ตัดกระดาษเท่านั้น

ท่าทางพี่บริหารจะไม่เข้าใจศิลปะเท่าไหร่


ตุบ!


กระเป๋าที่โยนเข้ามาในเตนท์ก่อนจะเห็นตัวทำให้โฟโต้เงยหน้าขึ้นมามอง
หัวใจเต้นเร็วมากเมื่อเห็นคนที่แหวกเตนท์แล้วโผล่หน้าเข้ามา


พี่แก๊ป..


ไอ้เบียร์! ช่วยด้วย!!!!

เวลาที่อยู่กับคนที่ตัวเองแอบชอบนี่มันใช้พละกำลังมากทีเดียว
โฟโต้รู้สึกเหนื่อยมากทั้งๆ พี่แก๊ปไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด เขาก็ทำอะไรเรื่อยเปื่อยไปตามเรื่องตามราวหลังจากไปอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยก็นั่งๆ นอนๆ กันอยู่ในเตนท์ มีชวนคุยบ้างกันตามประสาแต่ก็ไม่ได้ยืดยาวอะไร

คงเพราะต่างคนต่างเหนื่อยแถมพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าอีกเลยล้มตัวลงนอน
แต่โฟกัสก็ยังลืมตาแป๋วใครมันจะไปหลับลงวะ

“ถ่ายรูปเยอะเลยสิวันนี้”

“ก็เยอะครับนานๆ จะได้มาที่แบบนี้ทุกปีคณะเราจะไปพวกวัด ไม่ก็สิ่งก่อสร้างสวยๆ ตลอดเลย”

“เราถ่ายรูปเก่งแบบนี้มีคนมาจ้างไปถ่ายรูปบ้างไหม”

“ยังไม่เคยโดนจ้างแบบจริงจังหรอกครับส่วนมากก็ถ่ายให้แต่รุ่นพี่ที่รู้จัก แล้วก็มาขอให้ไปถ่ายอะไรแปลกๆ”

“ที่ว่าแปลกๆ นี่มันแบบไหน”

“ก็จ้างให้ไปถ่ายคนที่เขาแอบชอบ”

พี่แก๊ปหัวเราะทันทีที่ได้ฟังประโยคนั้นจบ โฟโต้เองก็เงียบลงเช่นกันเสียงขยับตัวจากคนข้างๆ ทำให้โฟโต้หันมามองคนดังของรัฐศาสตร์ตะแคงตัวหันหน้ามามองแต่เพราะมันมืดมากโฟโต้เลยมองไม่เห็นหน้าอีกฝ่ายชัดๆ เห็นเป็นแค่เงาลางๆ เพียงเท่านั้น

“แล้วเราล่ะ…เคยถ่ายรูปคนที่แอบชอบรึเปล่า”


เพียงแค่คำถามเดียวแต่โฟโต้กลับไม่สามารถตอบได้จะให้เขาตอบคนตรงหน้าว่ายังไง ถ้าบอกว่าไม่เคยมันก็พูดได้ไม่เต็มปากจะให้บอกว่าเคยมันก็เหมือนยอมรับว่าเขามีคนที่ชอบ กลัวว่าอีกฝ่ายจะถามไปจนถึงว่าใครคือคนที่เขาแอบชอบ โฟโต้เลยเลือกที่จะเงียบแล้วหลับตาลงแกล้งหลับคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้

พอเห็นน้องเงียบไปนานแก๊ปก็เขยิบเข้ามาใกล้ๆ เพราะมันมืดมากเจ้าเด็กลูกครึ่งสถาปัตย์หลับปุ๋ยไปแล้ว ไม่รู้ว่าเพราะเหนื่อยมากหรือไม่อยากตอบคำถามเขากันแน่ แก๊ปกระเถิบหมอนเข้ามาใกล้มากกว่าเดิมมือใหญ่ยกขึ้นมาทำท่าจะลูบแก้มเบาๆ แต่ก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะตกใจตื่นเลยได้แต่นอนมองคนที่หลับตาอยู่อย่างนั้น


:: LATTE ::

 
“ทำไมพี่โฟกัสไม่มาด้วยล่ะครับ”

“ต้องทำงานตัดโมเดลเป็นร้อยๆ ชิ้นเลยแล้วแฝดเราล่ะไม่มาด้วยเหรอ”

“เมษบอกว่ามีสอบครับแต่จริงๆ อยากอยู่กับแฟนมากกว่า”

เมษาที่นั่งวาดรูปอยู่ข้างๆ ทำหน้าตาเบื่อโลกขึ้นมาทันทีเมื่อพูดถึงแฝดตัวเอง วันนี้ทุกคนเริ่มทำงานกันอย่างจริงๆ จังๆ พวกผู้ชายตัวโตๆ ก็ไปทำงานที่ใช้แรงงานส่วนที่เหลือก็ไปรับผิดชอบตามงานที่ได้รับมอบหมาย

โฟโต้หลังจากไปถ่ายรูปมาครึ่งวันอาจารย์ก็ให้มาช่วยค่ายของรัฐศาสตร์ เลยมาช่วยน้องเมษานั่งวาดรูปอยู่ตรงกำแพงด้านนอก เพราะอากาศที่ร้อนอบอ้าวทำให้เมษาแก้มแดงแจ๋เหมือนเด็กๆ ขนาดโฟโต้ยังมองว่าน่ารักเลยไม่แปลกที่น้องตะวันเดือนวิศวะจะหลงหัวปลักหัวปำขนาดนี้

“แก้มแดงเป็นมะเชือเทศ”

พอพูดถึงก็มาพอดีตะวันโผล่เข้ามาพร้อมกับจิ้มแก้มแดงๆ นั่น แทนที่เมษาจะโกรธกลับยิ้มแฉ่งใส่สดใสเจิดจ้าจนบรรดาผู้ชายที่เดินตามมาเอาน้ำเปล่าส่งเสียงร้องวี๊ดวิ้ว ตะวันดึงหนังยางตรงข้อมือเมษาออกมาก่อนจะจัดแจงมัดจุกให้เพราะผมตกลงมาคราวนี้เป็นมะเขือเทศของจริงเพราะเหมือนมีก้านอยู่บนหัว

คนน่ารักนี่มันทำอะไรก็ดูน่ารักไปหมด

 
“นี่มันกิจกรรมของคณะกูนะไม่ใช่ที่ฮันนีมูน หมั่นไส้”

เสียงแซ็วของรุ่นพี่รัฐศาสตร์ทำให้บรรดาเด็กวิศวะพากันสมทบร่วมกันด่าเพื่อนตัวเอง กลายเป็นทั้งวิศวะและรัฐศาสตร์รวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ โฟโต้ได้แต่อมยิ้มเมื่อเห็นว่าน้องเมษาโดนแซวจนหน้าแดงตัวแดงไปหมด เพราะเหงื่อที่เข้าตาแถมผมข้างหน้าก็ตกลงมาตรงหน้าผากทำให้โฟโต้เริ่มรำคาญพยายามจะสะบัดผมไปมาแต่มือก็เลอะสีอีก แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรกลับมีมือใครสักคนรวบผมข้างหน้าขึ้นมาพร้อมกับจับมัดให้เป็นทรงจุกน้ำพุ

โฟโต้มองค้างเมื่อเห็นว่าใครที่มัดผมให้
รวมถึงทุกคนที่อยู่ตรงนั้นนิ่งค้างเหมือนกดปุ่มหยุดเวลาไว้

“เอามาจากเพื่อนผู้หญิงอีกทีมันมีแต่อันนี้ใช้ไปก่อนแล้วกัน”

แก๊ปจับจุกคนตรงหน้าให้เข้าที่เข้าทางก่อนที่จะยื่นโทรศัพท์ให้โฟโต้ดูถ้ามันเป็นจุกผมแบบน้องเมษามันก็คงจะไม่แปลกอะไรแต่ไอ้ยางรัดผมที่มัดอยู่ตอนนี้มันเป็นรูปตัวการ์ตูนที่เขาเห็นมาตั้งแต่เด็ก

“คิตตี้?”

“น่ารักออก”

เด็กสถาปัตย์จุกคิตตี้เงยหน้ามองคนพูดรวมทั้งทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น
ทั้งรัฐศาสตร์และวิศวะหันมามองแก๊ปกันอย่างพร้อมเพรียง

“หมายถึงคิตตี้มันน่ารักออก”


อ้อ….

โฟโต้เอาแต่จับผมจุกของตัวเองอยู่แบบนั้นเจ้าคิตตี้เบี้ยวไปมาพอจับให้มันตรงได้ก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว รุ่นพี่ที่ยืนรายล้อมอยู่ถึงกับยิ้มตามเพราะว่านานๆ ทีเจ้าชายน้ำแข็งแห่งสถาปัตย์จะยิ้มให้เห็นทุกทีเห็นเอาแต่ทำหน้าตายไร้อารมณ์ถึงตอนนี้จะยิ้มแค่นิดเดียวก็ตามเถอะ

“กูเหนื่อย กูไม่ไปไหนละกูจะอยู่ตรงนี้ ตรงนี้สดชื่นรื่นรมย์กว่าเยอะ”

“น้องโฟโต้มีอะไรให้พี่ช่วยไหมครับ เอาแค่ป้ายๆ สีลงพื้นอะไรแบบนี้”

“ไอ้โมมึงนี่เนียนมากมึงถอยออกมาจากน้องคิตตี้ของกูเดี๋ยวนี้”

เกิดการแย่งแปรงทาสีกันเกิดขึ้นพอรุ่นพี่ถามว่าทาตรงไหนได้บ้างโฟโต้ก็ชี้ไปตรงพื้นที่ว่างๆ ท่าทาง งงๆ กับจุกน้ำพุคิตตี้ทำให้ดูน่ารักมากกว่าเดิมดวงตากลมโตสีเขียวกะพริบปริบๆ หันหน้าไปมาเมื่อรุ่นพี่รัฐศาสตร์เอาแต่เรียกชื่อรอบตัว ตะวันกับเมษาส่ายหน้าอย่างขำๆ เมื่ออยู่ดีๆ พี่โฟโต้ก็ฮอตขึ้นมาซะดื้อๆ

แต่ยังไม่ทันจะร่วมด้วยช่วยแซ็ว
พี่แก๊ปสถาปัตย์ก็ยกมือขึ้นมาทำท่าคล้ายจะบอกว่าอย่าส่งเสียง
เมษากับตะวันเลยพยักหน้าอย่าง งง ๆ เพราะไม่รู้ว่าพี่แก๊ปจะทำอะไร

แต่ก็ต้องอมยิ้มเมื่อพี่แก๊ปเอื้อมมือมาจับต้นแขนพี่โฟโต้พร้อมกับบอกให้ลุกออกมา โฟโต้ค่อยๆ กระเถิบตัวออกมาจากกลุ่มก้อนรัฐศาสตร์ที่ยังคงแย่งกันทาสี เมษามองตามมือของพี่แก๊ปที่ละจากต้นแขนพี่โฟโต้มาที่มือแล้วจับอยู่อย่างนั้น เมษาหันมามองหน้าตะวันแล้วเอ่ยถาม

“เขาจีบกันอยู่เหรอ”

ตะวันส่ายหน้ายิ้มๆ ยกมือขึ้นมาจุกบนหัวของเมษาเบาๆ

 

:: LATTE ::



กิจกรรมทุกอย่างผ่านไปด้วยดีคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่ได้อยู่ที่นี่
พี่กุ๊กไก่เลยจัดกิจกรรมรอบกองไฟให้ก็เหมือนเลี้ยงฉลองปาร์ตี้ย่อมๆ แบบไร้แอลกอฮออล์
มีแค่น้ำผลไม้เพียงเท่านั้น

“ความลับที่ผมอยากจะบอกคือ ผมเคยจีบน้องเมษานิเทศแต่โดนไอ้เมษแฝดน้องเขาเล่นงานจนยอมแพ้ ที่สงสัยคือทำไมไอ้ตะวันมันอยู่รอดจนครบ 32 ประการมามีชีวิตได้ถึงทุกวันนี้ มึงมีของดีอะไรวะบอกกูหน่อย”

ทุกคนในค่ายหัวเราะออกมาเมื่อพี่จากคณะศิลปกรรมปีสองพูดออกมาขนาดตะวันหัวเราะจนตัวงอแถมเมษายังบอกอีกว่าจำพี่ศิลปกรรมคนนี้ได้เพราะเอาแต่เล่นมุขเสี่ยวๆ จนอยากจะอ้วกทุกคนในค่ายเลยหัวเราะกันไม่หยุด แน่นอนว่าพี่ศิลปกรรมคนนี้ไม่ได้คิดอะไรแล้วมีการงอนเล็กน้อยเพราะมุขเสี่ยวนี่คิดมาเป็นเดือน


ตอนนี้พี่กุ๊กไก่ให้เล่นเกม
ซึ่งมันก็คือเกม ความลับในใจ


กติกาก็แค่ง่ายๆ ให้คนที่โดนจับชื่อออกมาพูดสิ่งที่อยู่ในใจและไม่มีใครรู้มาก่อนแต่ทุกคนก็เล่นเอาฮาๆ ขนาดพี่กุ๊กไก่ยังแกล้งทำท่าเขินอายแล้วบอกว่า ชอบน้องเบียร์สถาปัตย์ปีสองมานานแล้วไอ้เบียร์ถึงกับชูท่าหัวใจ ให้พี่กุ๊กไก่แน่นอนว่าพี่กุ๊กไก้ร้องกรี๊ดแล้วทำท่าหัวใจกลับมาไม่หยุด

“มาแล้วค่าคนนี้ที่เรารอคอย น้องแก๊ปรัฐศาสตร์ปีสาม”

เสียงกรี๊ดของผู้หญิงดังลั่น
พร้อมกับเสียงเป่าปากดังไปทั่ว โฟโต้นั่งเท้าคางมองคนดังของรัฐศาสตร์ที่ไปยืนอยู่กลางวง

“ถ้าความลับของน้องแก๊ปคือแอบชอบพี่กุ๊กไก่ พี่ขอบอกก่อนว่าพี่ไม่ปฏิเสธ”

“โอ๊ย อีกัมปนาถอย่าละเมอให้มันมากนัก”

“อีพวกบ้าบอกว่ากูเปลี่ยนชื่อเป็น กวินตาแล้วอย่ามาเรียกชื่อนี้”

ทุกคนหัวเราะเมื่อเห็นพี่กุ๊กไก่ทำท่ารับไม่ได้เมื่อได้ยินชื่อเก่า พี่แก๊ปเองได้แต่ยืนนิ่งเหมือนไม่แน่ใจว่าจะพูดหรือไม่พูดเรื่องนี้ดี ทุกคนในค่ายเงียบกริบเมื่อเห็นว่าแก๊ปยังคงเงียบอยู่แบบนั้น โฟโต้เองก็มองคนที่ยืนอยู่ไม่วางตาอยากรู้เหมือนกันว่าพี่แก๊ปจะพูดเรื่องอะไร

“จริงๆ เรื่องนี้มันก็ไม่ได้เป็นความลับเท่าไหร่ เพื่อนผมทุกคนก็รู้แต่ที่มันเป็นความลับเพราะคนที่ส่งรูปให้ผมเขาไม่ยอมบอกสักทีว่าเขาเป็นใคร”

โฟโต้เผลอกำมือแน่นเมื่อได้ยินที่พี่แก๊ปบอก
ทุกคนในค่ายเองก็เงียบกริบตั้งใจฟังเรื่องราวที่คนดังของรัฐศาสตร์กำลังจะเล่า

“ผมได้รูปวิวมาประมาณสองสามเดือนแล้วตั้งแต่เปิดเทอม ทุกครั้งที่ผมเปิดล็อคเกอร์จะมีรูปวิววางไว้หนึ่งรูปทุกวัน”

“……………………………………………………………………………………………..”

“ตอนแรกผมก็คิดว่าเป็นแค่ของแฟนคลับทั่วๆ ไปอาจจะซื้อมาจากสักที่หรือไม่ก็เซฟมาจากอินเตอร์เน็ต”

“……………………………………………………………………………………………..”

“แต่ผมคิดว่ามันไม่ใช่ รูปวิวที่ผมได้มาผมมั่นใจว่าเขาเป็นคนถ่ายเองทุกรูป จากที่ตอนแรกผมไม่ได้สนใจอะไรแต่พอหลังๆ ผมกลับรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้เห็นรูปวิวทุกวัน ผมจะรออยู่เสมอว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นรูปอะไรแบบไหน”

“……………………………………………………………………………………………..”

“ผมได้รูปทุกวันแบบนี้ผมก็คิดว่ามันดีมากแล้ว แต่ผมก็ไม่รู้ว่าเขาคนนั้นจะให้รูปผมไปจนถึงเมื่อไหร่ เขาไม่เคยแสดงตัว ไม่เคยทำอะไรนอกจากแอบชอบผมเงียบๆ”

“แล้วพี่แก๊ปคิดว่าคนที่ส่งรูปให้พี่แก๊ปเป็นคนแบบไหนคะ”


โฟโต้ใจเต้นเร็วเมื่อได้ยินคำถาม
ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่าว่าสายตาพี่แก๊ปตั้งใจมองมาที่เขา

“พี่รู้แค่ว่าเขาต้องเป็นคนที่น่ารักมากๆ และที่สำคัญต้องเป็นคนอ่อนโยนถึงได้ถ่ายรูปวิวธรรมชาติได้สวยขนาดนี้”


โฟโต้ก้มหน้าลงเมื่อได้ยินในสิ่งที่พี่แก๊ปบอก…….
เขาไม่ได้เป็นแบบที่พี่แก๊ปพูดเลยสักนิดเขาไม่ได้น่ารักและไม่ได้อ่อนโยนด้วยไม่งั้นคงไม่ได้ฉายาเจ้าชายน้ำแข็งแห่งสถาปัตย์มาหรอก เขาเย็นชาจนไม่อยากจะมีใครเข้าใกล้ขนาดนี้ เขาจะเป็นคนที่แก๊ปชอบได้ยังไงกัน

โฟโต้บอกเบียร์ว่าจะไปห้องน้ำ
เพราะเขาเองไม่อยากจะอยู่ตรงนี้แล้ว

โฟโต้เดินเลี่ยงมาทางเนินเขาแล้วนั่งเงยหน้ามองท้องฟ้าอยู่แบบนั้น สมุดเล่มเล็กที่ติดตัวอยู่เสมอวางอยู่บนตักก่อนที่โฟโต้จะเปิดมันออกหน้าแรกคือรูปครอบครัวของเขา เพราะพ่อชาวอิตาเลียนของเขาเป็นช่างภาพเลยต้องเดินทางรอบโลกเพื่อไปทำงานและแม่ก็ไปกับพ่อด้วย ตอนนี้น่าจะอยู่ประเทศแถบอเมริกาใต้ เขาชินซะแล้วแหละเพราะพ่อกับแม่ก็โทรหาส่งเสียงส่งรูปที่พ่อถ่ายมาให้ดูบ่อยๆ

พอเปิดไปถึงหน้าที่ต้องการ
รูปถ่ายโพลารอยด์ที่เสียบไว้ทำให้โฟโต้หยิบรูปขึ้นมาดูใกล้ๆ

รูปพี่แก๊ป..และมันคือจุดเริ่มต้น


ร้านกาแฟพี่กัลป์

อาจเป็นเพราะตอนนี้อยู่ในช่วงปิดเทอมขึ้นปีสองนักศึกษาเลยไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ โฟโต้ไม่ได้กลับบ้านเพราะพ่อกับแม่ยังเดินทางรอบโลกอยู่เลย คิดว่าปิดเทอมก็อยู่หอมันนี่แหละขี้เกียจกลับ พอเดินมาถึงหน้าเคาน์เตอร์ก็สั่งเครื่องดื่มกับพี่กัลป์ที่ยังทำหน้าที่เจ้าของร้านไม่ขาดตกบกพร่อง

โฟโต้ประคองแก้วลาเต้มาวางลงบนโต๊ะแล้วหยิบกล้องโพลารอยด์ออกมา กล้องนี้เป็นของโฟกัสแต่ก็ไม่ได้ใช้มานานแล้วเมื่อกี้ถือออกมาลองถ่ายเด็กฝาแฝดชายหญิงหน้าร้านกาแฟพี่กัลป์ไปสองสามรูปมันก็ยังโอเคอยู่  เพราะไม่ได้ใช้งานนานมากโฟโต้เลยหยิบกระดาษมาเช็ดกล้องไปมา ลองเอาตาส่องเช็คจุดโฟกัสดูอีกรอบก่อนที่มือจะเผลอกดถ่ายโดยไม่รู้ตัว

รูปถ่ายค่อยๆ เลื่อนออกมา
โฟโต้คิดเองว่ามันคงจะเป็นรูปบรรยากาศในร้านทั่วๆ ไป..แต่ไม่ใช่

มันเป็นรูปผู้ชายคนนึงที่นั่งอยู่โต๊ะด้านหน้า กำลังยกแก้วกาแฟขึ้นมาดื่ม ภาพที่เห็นเหมือนรูปวาด เพราะทุกอย่างในรูปลงตัวไม่ว่าจะแสงหรือสิ่งรอบข้าง โฟโต้มองรูปในมือแล้วเงยหน้าขึ้นมามองผู้ชายคนนั้นที่ยังคงนั่งดื่มกาแฟอีกครั้ง

เป็นครั้งแรกที่ตกหลุมรักใครสักคนจากรูปถ่ายทั้งๆ ที่ตัวจริงนั่งอยู่ตรงหน้า

และผู้ชายคนนั้นคือ พี่แก๊ปรัฐศาสตร์


เพราะตอนนี้ความรู้สึกมันอ่อนไหวจนอยากจะร้องไห้โฟโต้เลยนั่งชันเข่าฟุบหน้าลงไปแต่อยู่ดีๆ โทรศัพท์ที่อยู่ในมือก็สั่นชื่อที่โชว์บนหน้าจอคือโฟกัส โฟโต้ปาดน้ำตาพยายามทำเสียงให้เป็นปกติพร้อมกับกดรับ

“ว่าไง”

“……………………………....................”

“กัส ได้ยินไหมทำไมเงียบวะ”

“โต้..ร้องไห้เหรอ”

“……………………………....................”

“ร้องไห้ทำไม”

“ไม่ได้ร้องเว้ย!”

“ร้องอยู่แน่ๆ ไม่ร้องดิ”

“ก็บอกว่าไม่ได้ร้องไง ฮึก..”

คนที่บอกว่าไม่ได้ร้องกลับปล่อยโฮออกมาซะดื้อๆ มือก็ยกขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลไม่หยุดปากก็บอกคนในสายว่าไม่ได้ร้อง ไม่ได้ร้องโฟกัสเงียบไปแป๊บนึงก่อนจะหัวเราะเสียงดังเลยโดนโฟโต้ด่าว่าคนร้องไห้อยู่หัวเราะทำไม สรุปกว่าจะคุยกันรู้เรื่องก็เถียงกันเรื่องร้องไม่ร้องกันอยู่นาน

“แล้วโทรมามีอะไร”

“ไม่รู้แค่รู้สึกว่าอยากโทรมาตอนนี้ก็เท่านั้น”

“เพราะเราเป็นฝาแฝดกันแน่ๆ ถึงมีเซนส์อะไรแบบนี้”

“ใช่ แต่กูน่ารักกว่าไปละงานยังไม่เสร็จเลยไม่ต้องร้องล่ะแล้วก็…จีบๆ พี่แก๊ปให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยดิกลัวไรวะ”

“โฟกัส!”

เขาคิดอยู่แล้วว่ายังไงโฟกัสต้องรู้เรื่องพี่แก๊ป แค่ไม่พูดออกมาเท่านั้น วันนี้ไม่รู้เลยว่าเจอหน้าพี่แก๊ปจะต้องทำหน้าแบบไหนแถมตอนนี้ร้องไห้ซะตาบวมขนาดนี้พี่เขาต้องสงสัยแน่ๆ  วันนี้ไปขอนอนกับเบียร์น่าจะดีกว่ายังไงก็คืนสุดท้ายแล้วพี่เขาคงไม่ลงโทษแล้ว


LATTE

 
“ทำไมเป็นมึงวะ ไอ้โม”

“อ้าว เป็นกูแล้วทำไม”

“โฟโต้ไปไหน”

“เบียร์สถาปัตย์บอกว่าน้องโฟโต้ไม่ค่อยสบายเลยต้องดูแลเพื่อน ขอสลับเตนท์กับกู”

“เป็นไรมากเปล่าวะ”

“ไม่รู้ว่ะก็เห็นนิ่งๆ ปกติน้องเขานิ่งๆ อยู่แล้วเลยดูไม่ค่อยออกเท่าไหร่ท่าทางซึมๆไปนิดนึงอาจจะแพ้อากาศ”

แก๊ปยังคงนั่งอยู่ที่เดิมหลังจากที่โมโผล่หน้าเข้ามาในเตนท์แทนที่จะเป็นโฟโต้ ไอ้คนที่เข้ามานอนแทนจัดแจงผ้าห่มตบหมอนให้เข้าที่เข้าทางพลางถามเพื่อนที่ยังนั่งอยู่ที่เดิมว่าไม่นอนหรือไง แก๊ปได้แต่ถอนหายใจแล้วล้มตัวลงนอนบ้างยังไงพรุ่งนี้ก็เจอกันอยู่ดีเพราะเป็นวันเดินทางกลับแล้ว

แต่ก็ไม่ใช่อย่างที่คิด

โฟโต้หลับพิงไหล่เพื่อนสนิทบนหน้าผากมีแผ่นแปะลดไข้ แก๊ปได้แต่ยืนมองอยู่นานเพราะนึกว่าน้องจะนั่งคนเดียวเหมือนตอนขามาสรุปแล้วเขาก็เดินกลับไปนั่งตรงกลุ่มรัฐศาสตร์ตามเดิมหลังจากวันที่เล่าเรื่องความลับในวันนั้นเขาก็ยังไม่ได้คุยกับโฟโต้อีกเลยไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าเหมือนน้องจงใจหลบหน้าเขา

 “มหา’ลัยที่รักกลับมาแล้วโว้ยยยยย”

ทันทีที่ทุกคนลงจากรถก็ขยับตัวไปมาเพราะนั่งรถนานหลายชั่วโมง โฟโต้รู้สึกว่าคราวนี้เขาคงจะไม่สบายหนักอาจเพราะนั่งตากน้ำค้างนานไปหน่อยตอนนี้หัวหมุนติ้วๆ พอลงมาจากรถก็เห็นโฟกัสยืนโบกมือเรียก พอเดินเข้าไปหาพี่เบสผู้ชายที่เคยใจร้ายอันดับหนึ่งเมื่อเดือนที่แล้วตอนนี้กลายมาเป็นแฟนดีเด่นเลิศเลอของเจ้าแฝดก็ช่วยถือกระเป๋าให้

“โต้ไปหาหมอไหมหน้าแดงมากเลยนะ พี่จะได้แวะก่อนกลับหอ”

“ไม่เป็นไรครับแค่กินยาเดี๋ยวก็หาย”

“ไปเลย ไปหาหมอเลยโดนจับฉีดยาแน่”

“ฉีดยาแล้วไง ไม่ใช่เอ็งนะที่โดนฉีดยาแล้วร้องแหกปากลั่นโรงพยาบาล”


เบสหัวเราะแล้วจับฝาแฝดให้อยู่กันคนละฝั่งซ้ายขวาสองคนนี้เถียงกันได้ทุกเรื่อง
และส่วนใหญ่โฟโต้จะชนะหลังจากนั้นโฟกัสก็จะไม่ยอมแล้วก็จะเถียงแง๊วๆ ไม่หยุด

แก๊ปยืนกอดอกมองเจ้าชายน้ำแข็งสถาปัตย์ขึ้นรถพี่เบสลีดบริหารปีสี่ไปแล้ว ทั้งๆ ที่ตั้งใจจะคุยกับโฟโต้สักหน่อยกลายเป็นว่าไม่ได้คุยกันอีกจนได้ แต่ถึงยังไงเดี๋ยววันจันทร์ก็คงเจอกันตอนนี้น้องไม่สบายก็คงอยากจะพักผ่อน


…………..
………………………………………….



“ครั้งนี้มึงไม่ค่อยถ่ายรูปเลยนะเบียร์”

“ก็มันมีแต่ภูเขาต้นไม้ใบหญ้าเลยไม่ค่อยได้ถ่ายเท่าไหร่”

“ไม่ชอบเหรอไง”

“กูชอบทะเลมากกว่า”
 
“.......................................................”

ทั้งยูกิและโฟโต้กำลังหนีบรูปกับแนวเชือกหันมามองคนที่ก้มหน้าล้างรูปอยู่ พอเห็นเพื่อนเงียบไปเบียร์ก็เงยหน้าขึ้นมามองสายตาล้อเลียนพร้อมกับรอยยิ้มเหมือนรู้ทันทำให้เบียร์ต้องเอ่ยถามเพื่อน

“อะไรของพวกมึง”

“ยังไม่ลืมน้องเขาอีกเหรอวะ”

“กูหมายถึงทะเล ทะเลที่มีคลื่น ซีอ่ะ เอสอีเอ”

“พวกกูยังไม่ได้พูดอะไรสักคำมึงอ่ะร้อนตัว”

พอเถียงสู้เพื่อนไม่ได้ก็เลยหันหนีไปทำงานทางอื่นโฟโต้เลยดึงรูปวิวออกมาหนึ่งใบมันเป็นรูปพระอาทิตย์ตกดินแสงสีส้มสวยดีเขาเลยถ่ายมันไว้ตั้งใจจะเอาไปให้พี่แก๊ปและเขาก็จะไม่แสดงตัวด้วยจะเอาไปไว้ในล็อคเกอร์ตามเดิม

จนกว่าพี่แก็ปจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตน
เขาถึงจะเลิกทำพอคิดแบบนี้ใจก็ห่อเหี่ยวขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าถึงวันนั้นเขาจะทนได้แค่ไหน


“โฟโต้ พี่ขวัญโทรมาบอกว่าเอารูปค่ายรัฐศาสตร์ไปให้พี่ขวัญด้วยเดี๋ยวพี่เขาจะเอาไปติดบอร์ด”

โฟโต้พยักหน้าพร้อมกับเอารูปใส่ซองให้เรียบร้อยมีอีกซองเป็นรูปที่เขาถ่ายไว้เพื่อส่งให้กับร้านโปสการ์ดเจ้าประจำตอนแรกเขาแค่ลองส่งเล่นๆ แต่รูปกลับขายได้พี่เจ้าของร้านบอกว่ามีคุณหมอกำลังเรียนอยู่ที่อเมริกาเป็นลูกค้าประจำร้านชอบโปสการ์ดของโฟโต้ทุกรูป เวลาลงของทีไรคุณหมอก็ขอจองก่อนทุกครั้ง ส่วนกล่องกระดาษที่วางข้างๆ คือกล่องที่ใส่รูปวิวที่ให้พี่แก๊ปพอยกนาฬิกาขึ้นมาดูก็เห็นว่าถึงเวลาที่ต้องไปแล้วเลยเอ่ยลาเพื่อนทั้งสองคนมือก็หยิบของทั้งหมดหอบพะรุงพะรังไปด้วย


“น้องโฟโต้มายังวะ อาจารย์โทรจิกกูทุกสามวิอยากดูรูปกูไปโม้ไว้เยอะว่าน้องเขาถ่ายรูปสวย”

“ขวัญโทรไปบอกเพื่อนน้องเขาไว้แล้วนะโทรไปน้องไม่รับสายน่าจะไม่ว่าง”

ห้องเรียนรัฐศาสตร์ตอนนี้ทุกคนกำลังนั่งรอน้องโฟโต้อย่างใจจดใจจ่อ  เสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาทำให้ทุกคนชะเง้อมองแต่ก็ต้องโห่ร้องเมื่อเห็นว่าเป็นแก๊ปที่ถือรูปใบนึงเดินเข้ามาในห้อง

“นี่เหรอรูปที่บอกว่าได้ทุกวัน ขอดูบ้างดิแสงอาทิตย์โคตรสวยเลยว่ะถ่ายยังไงให้ได้แบบนี้วะ”

“เขาอาจจะให้คนหล่อทุกคณะก็ได้มึงอย่ามาหลงตัวเอง ไอ้แก๊ป”

“กูมั่นใจว่ากูได้คนเดียว”

พอเห็นเพื่อนเริ่มจะตีกันโอมเลยบอกให้พอก่อนจังหวะเดียวกับที่ประตูห้องเปิดออกอีกครั้ง โฟโต้หอบหายใจเมื่อเขาสายมากแล้วนี่ก็วิ่งมาจากตึกสถาปัตย์จริงๆ แวะไปวางรูปในล็อคเกอร์พี่แก๊ปก่อน เพราะวิ่งไปวิ่งมาเลยทำให้มาสาย พี่ขวัญรีบเดินเข้ามายกมือพัดให้หายเหนื่อย

“ขอโทษครับนี่รูป”

รุ่นพี่เห็นน้องสถาปัตย์หน้าแดงแก้มแดงท่าทางจะเหนื่อยมากจริงๆ เลยบอกให้ไปนั่งพักก่อน โฟโต้เหลือบมองพี่แก๊ปที่ถือรูปถ่ายไว้ในมือ จังหวะที่กำลังหันหลังโอมเอื้อมมือไปจับแขนโฟโต้ไว้เพื่อจะถามเกี่ยวกับรูปในซองแต่อาจจะเผลอจับแรงไปหน่อยทำให้กล่องในมือของโฟโต้หล่นลงพื้นพร้อมกับ..

รูปถ่ายนับสิบใบกระจายอยู่รอบตัว

“เฮ้ย โฟโต้พี่ขอโทษเดี๋ยวพี่ช่ว..”

รูปถ่ายพระอาทิตย์ตกดินที่เพื่อนสาบานได้เลยว่าเพิ่งเห็นจากแก๊ปเมื่อไม่กี่นาทีมานี้ต่างกันแค่รูปในมือโอมตอนนี้มีลายเซ็นและวันที่เขียนกำกับไว้หลังรูป ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นชะงักค้างอยู่กับที่โดยเฉพาะกลุ่มรัฐศาสตร์ที่มองรูปถ่ายบนพื้นทีละรูป

สาบานได้เลยว่ามันคือรูปเดียวกับที่แก๊ปได้ทุกวัน


“โฟโต้..รูปวิว”

“……………………………………………”

“ทั้งหมดนี่เป็นของโฟโต้เหรอ”

“ขอโทษครับ”

ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรโฟโต้ก็วิ่งออกจากห้องไปแล้ว
ทุกคนยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ก่อนจะหันไปมองแก๊ปที่ก้มลงเก็บรูปบนพื้นใส่กล่องตามเดิม

“แก๊ปรูปวิวที่มึงได้ทุกวันนี่น้องโฟโต้เป็นคน..”

“กูรู้”

“..........................”

“กู้รู้ตั้งนานแล้วว่าโฟโต้เป็นเจ้าของรูปวิวทั้งหมดที่กูได้”

แก๊ปถือกล่องใส่รูปแล้ววิ่งตามหลังโฟโต้ไปทิ้งทุกคนมองตากันปริบๆ  ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจน งง กันไปหมดขวัญยกมือจับแก้มตัวเองทั้งสองข้างพลางบอกน่ารักมากคู่นี้ จีบกันด้วยรูปถ่าย กลุ่มรัฐศาสตร์เองก็พยักน้าอย่างเห็นด้วย

เจ้าชายน้ำแข็งสถาปัตย์ก็โรแมนติกเหมือนกันนิหน่า

 ...............
................................................................
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-09-2017 23:02:07 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 04: LATTE 20/9/17
«ตอบ #14 เมื่อ20-09-2017 22:07:56 »

.....................
..........................................................


“โฟโต้!”

“…………………………………….”

“โฟโต้! หยุดก่อน”

“…………………………………….”

“โฟโต้ถ้าเราไม่หยุดเมื่อไหร่เราจะได้คุยกันสักทีหยุดเดี๋ยวนี้เลย! โอ๊ย”

แก๊ปร้องลั่นเมื่อเขาเอามือไปกั้นประตูห้องเรียนสถาปัตย์ไว้จังหวะเดียวกับที่โฟโต้รีบปิดประตูพอดี แต่คิดว่าก็ดีเหมือนกันเพราะโฟโต้เปิดประตูดึงมือเขาไปดูทันทีโอเค..เพิ่มสกิลแอคติ้งเข้าไปหน่อยกว่าโฟโต้จะรู้ตัวก็ตอนได้ยินเสียงปิดประตูอีกครั้ง

“พี่ว่า..”

“พี่ผิดหวังใช่ไหมที่เป็นผม”

“เป็นเราแล้วมันทำไม”

“พี่ก็รู้ผมไม่ได้น่ารักไม่ได้อ่อนโยนด้วยผมเย็นชาจะตายเหมือน..”

“เจ้าชายน้ำแข็ง”

แก๊ปเป็นคนพูดต่อเองสายตาเหลือบมองไปยังรูปถ่ายโพลาลอยด์ในมือของโฟโต้ พอเห็นว่าเขามองน้องก็เอารูปไปซ่อนไว้ด้านหลังแต่ว่าเขาก็เร็วกว่าดึงรูปมาไว้กับตัวได้  รูปถ่ายโพลารอยด์มันเป็นรูปตัวเขาเองก็พอรู้อยู่แล้วล่ะว่ามันเป็นรูปใคร

“ผมเจอพี่ที่นี่…ที่ร้านกาแฟพี่กัลป์”

“พี่ก็เจอเราที่นี่ที่ร้านกาแฟพี่กัลป์คือครั้งแรกที่พี่เริ่มสนใจคนที่ชื่อโฟโต้”



คนที่กำลังก้มหน้ามองพื้นรีบเงยหน้าขึ้นมามอง
แก๊ปเอารูปโพลารอยด์ในมือเคาะหน้าผากเจ้าเด็กสถาปัตย์เบาๆ ก่อนจะเล่า


วันนั้นเพิ่งสอบเสร็จและเขาก็บอกกับแม่ไว้ว่าจะกลับบ้านอาทิตย์หน้า พอตื่นมาก็บ่ายแล้วหลังจากที่นอนหลับไปเกือบสิบชั่วโมง พอเดินมาถึงหน้าร้านกาแฟพี่กัลป์ก็เห็นผู้ชายคนนึงกำลังก้มหน้าทำอะไรสักอย่างกับสิ่งที่อยู่ในมือคงไม่รู้ตัวว่ากำลังยืนขวางประตูหน้าร้าน  ข้างๆ มีเด็กประมาณสามขวบคาดว่าจะเป็นฝาแฝดชายหญิงยืนเงยหน้ามองท่าทางเดียวกันเด๊ะๆ

“ถ่ายแย้วรูปออกมา ออกมา”

“ใช่ครับ ถ้ากดปุ่มตรงนี้รูปก็ออกมาทันทีเลยไหนๆ ยืนชิดๆ กันหน่อย”

เจ้าเด็กฝาแฝดยืนตัวตรงเหมือเคารพธงชาติแต่ก็ฉีกยิ้มแต็มที่ แก๊ปกอดอกยืนมองคนต่างวัยสามคนมะรุมมะตุ้มกับกล้องโพลารอด์กันอยู่สักพักก่อนที่ผู้ชายคนนั้นจะยื่นรูปให้เด็กแฝดคนละใบ เจ้าเด็กยกมือไหว้แล้ววิ่งไปตามเสียงเรียกของแม่ แก๊ปมองเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่นาน

และเขาก็รู้ด้วยว่าผู้ชายคนนั้นคือใคร
โฟโต้ สถาปัตย์ปีสองฉายาเจ้าชายน้ำแข็ง

โฟโต้ยกมือโบกลาเจ้าเด็กแฝดทั้งสองคน
แล้วยิ้มจนตาหยีเมื่อเด็กแฝดส่งจุ๊บคืนมาให้

แก๊ปยังคงยื่นนิ่งอยู่อย่างนั้นเท่าที่ได้ยินมาโฟโต้สถาปัตย์ หน้านิ่ง หยิ่ง เย็นชา ไร้อารมณ์ ตายด้านถึงได้ตำแหน่งเจ้าชายน้ำแข็งแห่งสถาปัตย์ แก๊ปรู้แค่ว่าคนนี้ชื่อโฟโต้แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เวลาบังเอิญเจอกันในมหา’ลัยโฟโต้เดินอยู่กับกลุ่มเพื่อนสองสามคน แต่หน้าจะนิ่งๆ หน่อยแต่ก็ยอมรับนะว่า

โฟโต้หน้าตาน่ารัก
แต่สิ่งที่ชอบที่สุดคงเป็นสีตาที่เป็นสีเขียว

“ก็ไม่ได้เป็นน้ำแข็งอย่างที่คนอื่นเขาบอกนิอ่อนโยนจะตาย”

แก๊ปเดินเข้าไปในร้านกาแฟพี่กัลป์สั่งกาแฟลาเต้ที่ชอบแล้วมานั่งที่โต๊ะแค่เพียงไม่นานโฟโต้ก็เดินมานั่งตรงโต๊ะข้างหน้าเช็ดๆ ถูๆ กล้องในมือไม่รู้ว่าตกอกตกใจอะไรถึงได้มองรูปที่เพิ่งออกมาแล้วเงยหน้าขึ้นมามองเขาทำซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น

เจ้าเด็กตลก

 
กลับมาปัจจุบัน

“พี่แก๊ป..”

“ไง....เราเจอกันตั้งนานแล้วนะ”

“แล้วพี่แก๊ปรู้ได้ยังไงครับว่าผมคือคนที่ส่งรูปให้พี่”

โฟโต้ยืนพิงโต๊ะถามขึ้นแก๊ปยิ้มออกมาก่อนจะพลิกตัวมายืนคร่อมโฟโต้ไว้ เด็กสถาปัตย์สะดุ้งสุดตัวเมื่อแก๊ปยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ แถมตอนนี้ก็หนีไปไหนไม่ได้อีกแล้ว

“เวลาที่เราสนใจใครคนนั้นก็จะอยู่ในสายตาเราตลอดเวลาใช่ไหม”

ทันทีที่เขาบอกโฟโต้ก็เงยหน้าขึ้นมามองทันทีสายตาที่คาดไม่ถึง
ทำให้แก๊ปยิ้มอย่างเอ็นดูเลยก้มหัวชนหน้าผากเหม่งๆ เบาๆ

“ไม่รู้ว่าทำไมตั้งแต่วันนั้นพี่ถึงเอาแต่มองหาเรา พี่เจอเราบ่อยมากเจอกันกี่ครั้งก็เห็นเอาแต่ถ่ายรูป”

“.............................................................”

“มีครั้งนึงพี่เห็นเราเอาแต่ถ่ายรูปต้นไม้หลังคณะสถาปัตย์อยูนานสองนาน นั่งมองเกือบสิบนาทีเราไม่ขยับเขยื้อนยังกะตุ๊กตา แล้วพอวันต่อมาพี่ก็ได้รูปต้นไม้ต้นเดียวกันมาวางไว้ในล๊อคเกอร์”

“.............................................................”

“ตอนแรกพี่คิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญแต่ในวันต่อมาไม่ว่าพี่เจอเราที่ไหนวันต่อมาพี่ก็จะได้รูปวิวจากที่นั่น”

“.............................................................”

“เซนส์มันบอกว่าเราแน่ๆ ที่ส่งรูปให้พี่ทุกวัน พี่คิดว่าเราจะส่งรูปให้พี่แค่สองสามอาทิตย์แต่กลับเป็นเดือนเลย พี่ก็รออยู่ว่าเราจะเริ่มจีบพี่วิธีอื่นไหมนอกจากเอารูปมาให้แต่ก็ไม่มี”

“ผมไม่ได้จีบสักหน่อย”

“อ้าว..อย่าบอกนะว่าชอบพี่แบบพี่ชายนี่พี่ไม่ยอมจริงๆ นะเว้ย”

“ผมไม่ได้ชอบพี่แก๊ปแบบพี่ชายแล้วก็ไม่ได้อยากเป็นน้องชายด้วย!”

โฟโต้เงยหน้าขึ้นมาเถียงทันควันหน้าตาจริงจังเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่พอเห็นหน้าพี่แก๊ปที่ตอนนี้อมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เลยรู้ว่ากำลังถูกหลอกให้พูด

“พี่ถามจริงว่าเราไม่คิดจะเปิดตัวเลยเหรอ จะให้รูปพี่จนพี่เรียนจบเลยเหรอไง”

“เพราะผมไม่น่ารักนิสัยก็ไม่ค่อยจะดีทุกคนบอกว่าผมหยิ่ง”

แก๊ปเลยกมือทั้งสองข้างแนบแก้มป่องๆ นั่น
คนโดยจับแก้มตัวแข็งทื่อกะพริบตาปริบๆ

“ก็ไม่เห็นจะเย็นตรงไหน แล้วก็เราน่ะน่ารักจะตายไม่ได้หยิ่งด้วยก็แค่ไม่ค่อยพูดเวลายิ้มก็ดูอ่อนโยน แต่อย่างน้อยตอนที่เรากำลังจะเป็นแฟนกันก็ควรจะยิ้มและยื่นแก้มมาให้พี่หอมสักทีก็ดี”

“พี่แก๊ป!  อืออออออออออออ เอ็บๆๆๆๆ”

โฟโต้ยกมือตีมือคนที่ดึงแก้มจนยืดออกทั้งสองข้างแก๊ปหัวเราะเพราะมันเหมือนตัวการ์ตูนร้องแง๊วๆ กว่าจะยอมปล่อยออกแก้มก็เป็นรอยแดงทั้งสองข้างเลยเปลี่ยนมาเป็นลูบแก้มเบาๆ แทน

“แล้วตอนนี้..”

“ถ้าพี่แก๊ปว่างเราไปถ่ายรูปด้วยกันนะครับ”

ดูเป็นคำพูดที่น่าพอใจแก๊ปก็ยิ้มกว้างก่อนจะคว้าตัวน้องเข้ามากอด ที่จริงแล้วคนที่ไม่กล้าก็คือตัวเขาเองนั่นแหละอย่างน้อยโฟโต้ก็ยังเลือกที่จะเอารูปวิวมาให้เขา แต่เขาเองกลับไม่ได้ทำอะไรสักอย่างทั้งๆ ที่ก็ชอบน้องเหมือนกัน แต่มันก็คงไม่เป็นไรเพราะไม่ว่ายังไงมันก็ลงเอยแบบนี้อยู่ดี

ไว้ชดเชยให้โฟโต้หลังจากวันนี้แล้วกัน


:: LATTE ::

 
“ลาเต้สองแก้วครับพี่กัลป์”

กัลป์เงยหน้าขึ้นมามองลูกค้าที่รู้จักเป็นอย่างดีดื่มมันอยู่เมนูเดียวตั้งแต่ปีหนึ่งยันปีสามพอมองไปข้างๆ ก็เจอเจ้าเด็กลูกครึ่งเจ้าชายน้ำแข็งของสถาปัตย์ยืมก้มหน้าก้มตาดูรูปในกล้องอยู่ กัลป์เหล่มองน้องที่ยืนอยู่ด้วยทำให้แก๊ปยิ้มรับพร้อมกับพยักหน้าแถมยังมีการยกมือลูบหัวคนที่อยู่ข้างๆ โชว์อีกต่างหาก เจ้าเด็กโฟโต้ก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับเขามีการเงยหน้าขึ้นมามองด้วยท่าทาง งงๆ กัลป์ได้แต่ทำท่าทางหมั่นไส้รีบไล่ให้ทั้งคู่ไปนั่งรอที่โต๊ะ

“มาแล้วจ้าคู่รักภาพถ่าย”

เสียงเพื่อนกลุ่มรัฐศาสตร์ที่นั่งกันครบทั่งกลุ่มส่งเสียงดังจนคนในร้านต่างหันมามองกันหมด โฟโต้ยังคงหน้านิ่งตามสไตล์  ถึงแม้ว่าโฟโต้จะคุ้นเคยกับเพื่อนของแก๊ปบ้างแล้วโฟโต้ก็ยังคงเขินและพูดน้อยเหมือนเดิม แต่ทุกคนก็เข้าใจดีแถมตอนนี้มีตำแหน่งเป็นแฟนกับแก๊ปคนดังรัฐศาสตร์ก็คงทำตัวไม่ถูกอยู่เหมือนกัน

“พี่ขอโทษนะที่เคยว่าเราวันนั้นเราได้ยินใช่ไหม”

“ไม่เป็นไรหรอกครับพี่โอม ผมไม่ได้โกรธ”

“เอางี้เพื่อเป็นการไถ่โทษ พี่จะให้ดูคลิปไอ้แก๊ปใส่กระโปรงสีบานเย็นเต้นเพลงเมียงูตอนปีหนึ่ง”

“เฮ้ย! ไอ้โอมทำไมมึงยังมีคลิปนี้อยู่อีกวะเดี๋ยวๆๆ โฟโต้หยุดๆ ”

แก๊ปโวยวายดังลั่นพยายามจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ของโอมแต่ก็ช้าไปเมื่อโมที่นั่งข้างๆ ล็อคตัวแก๊ปไว้ทัน  เสียงเพลงที่ยังจำได้ไม่มีวันลืมถูกเปิดอีกครั้ง เพื่อนในกลุ่มพากันรำลึกความหลังกันอย่างสนุกสนาน โฟโต้ที่กำลังดูคลิปอยู่ค่อยๆ ยิ้มก่อนจะหัวเราะออกมาจนตายิบหยี ทุกคนในโต๊ะหยุดชะงักขนาดกัลป์ที่เดินเอากาแฟลาเต้มาเสิร์ฟเองยังหยุดค้างไปกับเขาด้วย แก๊ปมองไปยังโฟโต้แล้วหันไปมองหน้าเพื่อนทีละคน

“กูรู้นะว่าพวกมึงคิดอะไรอยู่หยุดเดี๋ยวนี้!”

โฟโต้ยังคงดูคลิปตามเดิมก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเมื่อรู้สึกว่ามันเงียบๆ ไปสายตาทุกคนที่มองอยู่ทำให้โฟโต้หันมามองหน้าแก๊ปเหมือนจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แก๊ปยังไม่ทันจะได้พูด..

“พี่แก๊ปตลกอ่ะพี่เต้นแบบนี้เป็นด้วย”

แล้วโฟโต้ก็หัวเราะตาหยีอีกรอบ

“น่ารัก น่ารัก น่ารัก ”

“เข้าใจละว่าทำไมไม่ค่อยยิ้มยิ้มแล้วทำลายล้างโลกแบบนี้นี่เอง”

“นอกจากโฟกัสโฟโต้แล้วมีโฟอะไรอีกป่ะ ขอพี่คนนึง”

“พี่โอมผิดไปแล้วที่เคยบอกว่าน้องหยิ่ง”


แก๊ปรีบคว้าตัวโฟโต้เข้ามากอดไว้เอามือจับหัวน้องให้ซบลงตรงอกพร้อมกับโวยวายว่าอย่ามายุ่ง โฟโต้เองก็ยกมือขึ้นมาตบๆ หลังแก๊ปเบาๆพร้อมกับหัวเราะไปด้วยเมื่อเพื่อนในกลุ่มแกล้งเอื้อมมือจะมาจับตัว

กัลป์อมยิ้มแล้ววางแก้วกาแฟลาเต้สองแก้วไว้คู่กัน
พร้อมกับนึกถึงเรื่องราวที่เขาเคยพูดไว้กับแก๊ปคิดว่าเจ้าตัวก็อาจจะลืมไปแล้ว

“รู้ไหมแก๊ป พี่คิดว่ามีแค่เราที่สั่งแต่ลาเต้ตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงตอนนี้ แต่ว่าพี่เจอน้องคนนึงสั่งลาเต้เหมือนเราเลยสั่งอยู่เมนูเดียวเชียร์ให้ลองชิมเมนูอื่นก็ไม่ยอมเปลี่ยนจะกินแต่ลาเต้”


ตอนนั้นจำได้ว่า
แก๊ปยังหัวเราะไปตามประสาก่อนจะบอก


“ไม่แน่สักวันผมอาจจะมานั่งกินกาแฟลาเต้พร้อมน้องเขาก็ได้นะ”

 

 

 
*TBC 05 CAPUCHINO
 

#นิยายร้านกาแฟ

ps, ยาวจัง 55555
Twitter @ribbinbo
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-09-2017 22:43:41 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ yunnutjae

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 655
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-2
Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 04: LATTE 20/9/17
«ตอบ #15 เมื่อ20-09-2017 22:35:19 »

 :katai1: :katai1: :katai1: พี่แก๊ปไม่บอกน้องงงงง
.....นึกว่าโฟโต้เป็นเมะ 55555555555 รอตอนจบค่า

ออฟไลน์ arjinn

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1377
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +180/-1
Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 04: LATTE 20/9/17
«ตอบ #16 เมื่อ20-09-2017 22:47:03 »

โอ๊ยยยย สนุก สนุกทุกตอนเลยค่ะ

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4994
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-7
Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 04: LATTE 20/9/17
«ตอบ #17 เมื่อ21-09-2017 13:41:01 »

  :m1: :m1: :m1: :m1: :m1:
แต่ละเรื่องน่ารักอ่ะ

:pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 04: LATTE 20/9/17
«ตอบ #18 เมื่อ27-09-2017 20:25:06 »

:: 05 : CAPUCHINO ::
รู้ไหมว่าเราเจอกันครั้งแรกตอนไหน..
เบียร์ – อันดา



ฟองนมสีขาวนุ่มฟูถูกเทลงบนแก้วกาแฟอย่างปราณีต บุคลิกท่าทางที่ดูคล่องแคล่วทำให้บรรดานักศึกษาผู้หญิงที่รุมกันอยู่หน้าเคาน์เคอร์เอาแต่มองด้วยความชื่นชมบางคนส่งเสียงแซ็วจนกัลป์ต้องหลุดยิ้มแต่ก็ยังรักษามาดไว้อยู่ แต่สุดท้ายเสียงกระดิ่งหน้าร้านก็เรียกความสนใจจากบรรดานักศึกษาที่มุงอยู่ไปจนได้ ภาพที่เห็นคือนักศึกษาที่หน้าตาอิดโรยแต่ก็ยังคงความหล่อไว้อยู่เดินโซซัดโซเซเข้ามาในร้าน

“ตาเป็นหมีแพนด้ามาเชียว ทำงานหนักสินะ”

“อีกยี่สิบนาทีจะครบ 45 ชั่วโมงที่ผมไม่ได้นอน”

“เฮ้ย ไหวป่ะเนี่ย”

“เดี๋ยวส่งงานนี่ก็เสร็จแล้วครับ แต่ตอนนี้ขอคาปูแก้วนึงก่อนตาจะปิด”

กัลป์ถามย้ำแน่ใจว่าต้องการกาแฟแค่หนึ่งแก้วเพราะสภาพใกล้เคียงกับซอมบี้ในซีรีส์ที่เคยดู แต่ก็ยอมรับว่าเด็กตรงหน้าที่ไม่ได้นอนมาเกือบสองวันยังหน้าตาดีอยู่มีแค่ท่าทางที่ดูอ่อนล้าไปบ้าง กัลป์รู้จักเบียร์ตั้งแต่เจ้าสุดหล่อนี่อยู่ปีหนึ่งสถาปัตย์ ปีที่แล้วก็ยังเห็นว่ารับติวน้องอยู่เหมือนกัน

“น้องเบียร์ของเจ๊ คิดถึงจังเลยค่า”

เบียร์แกล้งส่งจูบไปให้เจ๊กุ๊กไก่ที่ถลาเข้ามาหาพอเห็นสภาพน้องรัก? ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้แต่ก็รู้ดีว่าสถาปัตย์เรียนหนักขนาดไหนเคยเจอเพื่อนสลบไปสามวันหลังจากส่งโปรเจคเสร็จเลยไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ เพราะเป็นเวลาเที่ยงกว่าๆ โต๊ะทุกโต๊ะถูกจับจองจนไม่เหลือโต๊ะว่างและบรรดานักศึกษาเลยเยอะเป็นพิเศษคนเข้าออกร้านกาแฟเป็นว่าเล่น

ปึก!

“เฮ้ย!”

เบียร์ร้องลั่นเมื่อแก้วคาปูชิโน่ที่ถืออยู่ถูกชนจนหกใส่เสื้อนักศึกษาเป็นคราบสีน้ำตาล เจ๊กุ๊กไก่ก็ร้องกรี๊ดตามจนกัลป์เองต้องเดินมาดูตรงหน้าเคาน์เตอร์อีกรอบ เบียร์ถอนหายใจเพราะคราบที่เลอะนี่มันไม่ใช่น้อยๆ มันแทบจะทั้งตัวเลยด้วยซ้ำ ตั้งใจจะหันไปมองหน้าคนที่เดินชนให้เห็นเต็มๆตาแต่พอหันไปมองก็ต้องหยุดชะงัก

“คือขอโท..”

อีกฝ่ายก็หยุดค้างตกตะลึงไม่แพ้กันท่าทางของทั้งคู่ทำให้เจ๊กุ๊กไก่กับกัลป์กระเถิบตัวเข้าหากันโดยอัตโนมัติ ยิ่งตอนนี้น้องนักศึกษาอีกคนเดาว่าปีหนึ่งเพราะแต่งตัวเรียบร้อยแม้กระทั่งผูกไทด์ กำลังยืนนิ่งเหมือนถูกสาปเมื่อเห็นหน้าน้องเบียร์สถาปัตย์

“เอ่อ…รู้จักกันเหรอ”

เจ๊กุ๊กไก่เป็นหน่วยกล้าตายยกมือถาม
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนยังคงยืนอยู่ท่าเดิมๆ จ้องหน้ากันเกือบสิบวิ

“แฟนเก่า” / “ไม่รู้จัก”

ยิ่งได้ฟังคำตอบกุ๊กไก่กับกัลป์ก็ตาโตหูผึ่งมากกว่าเดิมน้องเบียร์บอกเต็มปากเต็มคำว่าแฟนเก่า แต่น้องปีหนึ่งก็บอกน้ำเสียงหนักแน่นว่าไม่รู้จัก เบียร์ที่ได้ยินคำตอบของอีกฝ่ายก็ขมวดคิ้วก่อนจะเอื้อมมาจับข้อมือแล้วลากมายืนตรงหน้าเคาน์เตอร์อีกครั้ง

“เราทำกาแฟหกใส่พี่ซื้อให้พี่ใหม่เลย”

“ก็ยืนเกะกะขวางทางคนอื่นทำไมนี่มันทางเดิน”

“อันดา!”

ท่าทางจะกลายเป็นเรื่องใหญ่กัลป์เลยตัดบทว่าเดี๋ยวทำคาปูชิโน่ให้ใหม่แก้วนึงเดี๋ยวคิดครึ่งราคาก็ได้ เพราะตอนนี้ลูกค้าในร้านก็เริ่มจะตาโตหูผึ่งตามเขากับเจ๊กุ๊กไก่คงอยากจะรู้เรื่องกันทั้งร้านแล้ว พอตกลงกันได้เบียร์ก็ยืนซับเสื้อที่กาแฟหกใส่สายตาก็เหลือบมองคนที่ยืนกอดอกอยู่ข้างๆ

อันดาโตขึ้นเยอะเมื่อเทียบกับปีที่แล้วอาจจะไม่ได้สูงมากแต่ก็ผอมลงเยอะเหมือนกัน
ผิวสีแทนเป็นเอกลักษณ์เขาไม่มีทางที่จะลืมได้ง่ายๆ เขาจะลืมมันได้ยังไงกัน

“ไม่เห็นบอกพี่เลยว่าเรียนที่นี่เหมือนกัน”

“พี่เป็นใครทำไมผมต้องบอกพี่ด้วย”

“เราจะคุยกันดีๆ ไม่ได้เลยใช่ไหม”

“เราไม่มีความจำเป็นต้องคุยกันด้วยซ้ำ”

อันดาวางเงินบนเคาน์เตอร์เมื่อกัลป์ยื่นคาปูชิโน่แก้วใหม่ให้ ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรต่ออันดาก็เดินออกไปจากร้านแล้ว ทั้งเจ๊กุ๊กไก่และกัลป์หันมามองหน้าเบียร์ที่มองตามน้องปีหนึ่งจนลับตา แววตาที่ดูเจ็บปวดทำให้ทุกคนเงียบกริบ

“ท่าทางจะจบไม่สวยนะ”

กัลป์ตบไหล่เบียร์เบาๆ เรียกขวัญกำลังใจสักหน่อยเพราะเบียร์เองก็เงียบไปนานเหมือนกัน

“ผมมันโคตรแย่เลยพี่”

:: CAPUCHINO ::


“อันดา!”

“น้องอันดา!”

“มึงเจอน้องอันดาที่นี่!”

“น้องอันดาเรียนที่นี่!”

เบียร์พยักหน้าตอบรับทุกคำถามเมื่อโฟโต้และยูกิถามกันคนละที โฟกัสที่นั่งอยู่ด้วยแต่ไม่รู้เรื่องอะไรกับเขาเลยชะโงกหน้ามาถามว่าใครคืออันดา โฟโต้เลยรวบรัดเล่าย่อๆ ให้แฝดตัวเองฟังโฟกัสหน้ายุ่งขึ้นมาทันทีเมื่อฟังจบ

“เบียร์นิสัยไม่ดีเลยอ่ะ”

“อ้าว! ไอ้โต้มึงเล่าอะไรให้กัสฟังวะ”

“ก็เล่าตามความจริงทุกประการ”

“กูเบื่อฝาแฝดจริงๆ ให้ตาย”

“กูขอให้ฝาแฝดอันดาตามมาฆ่ามึงถึงคณะ ชื่ออะไรวะอะไรฟ้าๆ ”

“ฟ้าคราม”

เบียร์จำได้อยู่แล้ว อันดามีฝาแฝดชื่อฟ้าครามตอนอีกฝ่ายเป็นเด็กม.6 เห็นหน้าอยู่บ่อยๆ ฟ้าครามตัวสูงกว่าอันดาเยอะเหมือนกันแต่ทรงผมสีผิวนี่เหมือนกันมากและตัวก็ไม่ได้ผอมเหมือนอันดามีกล้ามพอประมาณเมื่อเทียบกับผู้ชายทั่วไป

“แล้วนี่มึงไปอยู่ไหนมาวะถึงเพิ่งรู้ว่าน้องเขาเรียนที่นี่เปิดเทอมมาจะสามเดือนแล้วนะ”

“ไอ้เบียร์มันจะไปไหนนอกจากคณะ หอ แล้วก็ร้านกาแฟพี่กัลป์ไม่งั้นจะได้ฉายานี้มาเหรอ”

“เออ..มึงก็รู้ว่ากูไม่ได้เล่นพวก เฟส ทวิตเตอร์ ไอจี ขนาดไลน์กูยังไม่ค่อยตอบเลยกูว่าน้องเองก็กันกูทุกวิถีทาง”

“โคตรประหลาดไม่เคยบังเอิญเจอกันจนถึงวันนี้ ร้านกาแฟพี่กัลป์ที่โคตรอาถรรพ์พบรักกันที่นั่นทุกคู่”

ยูกิเป็นจริงเป็นจังได้แค่แป๊บเดียวก่อนจะบอกว่าไม่ได้การจะต้องไปกินกาแฟร้านพี่กัลป์บ่อยๆ ซะแล้ว ทุกคนเลยส่ายหน้าโฟโต้ตบๆ ลงบนหัวเพื่อนตัวเองเบาๆ เมื่อเห็นเบียร์เองก็ดูจะคิดมากเรื่องนี้อยู่เหมือนกันไม่งั้นคงจะนั่งกังวลขนาดนี้หรอก  โฟโต้เหลือบมองโทรศัพท์ที่เบียร์เปิดค้างไว้มันเป็นรูปคู่ที่เขาเองก็ไม่เคยเห็น น้องอันดายิ้มมีความสุขข้างๆคือเบียร์ที่ยื่นหน้ามาจนชิดแก้มแนบแก้ม

“เบียร์ มึงยังชอบน้องเขาอยู่เหรอวะ”

“………………………………………………………..”

“แต่กูมั่นใจว่ามึงไม่เคยลืมน้องเขาเลย ไม่งั้นป่านนี้มึงมีแฟนใหม่ไปนานแล้ว”

“………………………………………………………..”

“ถ้าไม่อะไรกับน้องเขาก็ปล่อยน้องเขาไปเถอะ มันคงต้องใช้เวลากันบ้างเดี๋ยวน้องเขาก็คงมีแฟน หน้าตาดีแบบนี้โดนจีบแน่นอน”

เหมือนคำพูดของโฟโต้สะกิดต่อมอะไรสักอย่างทำให้เบียร์เงยหน้าขึ้นมามองจ้องหน้าเพื่อนเขม็ง คิ้วก็ขมวดแล้วขมวดอีก ท่าทางดูเคร่งเครียดมากกว่าเมื่อกี้อีก

“อันดาแม่งจะมีคนจีบเยอะป่ะวะ”

“แล้ว?”

“แฟนกูไหม”

“แฟนเก่าเว้ยตอนนี้ มึง  ไม่ ได้ เป็น อะ ไร กับ น้อง เขา!”

โฟโต้ย้ำทีละคำก่อนจะโดนเบียร์จิ้มหน้าผากจนแทบหงายหลัง ท่าทางยอมไม่ได้ของเพื่อนทำให้โฟโต้ต้องแอบอมยิ้ม ดูก็รู้ว่ายังรักน้องอันดาอยู่พูดกระตุ้นนิดหน่อยก็ไฟติดขึ้นมาเลย เบียร์ลุกขึ้นจากเก้าอี้หลังจากที่นั่งหมดอาลัยตายอยากมาเป็นชั่วโมง ท่าทางมุ่งมั่นผิดกับเมื่อกี้ลิบลับก่อนจะขอตัวจากเพื่อนไปนอนชาร์ตพลัง

พรุ่งนี้ค่อยเริ่มใหม่

“เรื่องคนอื่นนี่เก่งเชียวนะของตัวเองนี่ไม่เอาไหนเลย”

โฟกัสยิ้มแฉ่งใส่โฟโต้เมื่อพูดจบเลยโดนสมุดในมือตีหัวเข้าให้ เกิดการต่อสู้ระหว่างฝาแฝดและคนห้ามก็คือยูกิที่ต้องจับทั้งคู่แยกออกจากกันพอเห็นว่าไม่มีทางจะหยุดง่ายๆ เลยกรี๊ดใส่ไอ้แฝดจนโฟโต้และโฟกัสกลายเป็นจูงมือวิ่งหนีคนบ้าแทน


คณะเศรษฐศาสตร์
มิน่าล่ะถึงไม่เคยเจอกันตึกคณะอยู่คนละฟากโลกขนาดนี้  ฝั่งนี้เป็นของคณะที่เกี่ยวกับวิทย์ทั้งหมดนี่คงมีแค่วิศวะเท่านั้นที่กระเด็นไปอยู่ฝั่งนู้น  เบียร์รู้สึก งงๆ มองซ้ายมองขวาก็พอมีเพื่อนเรียนคณะนี้บ้างแต่ก็ไม่ได้คุยกันบ่อย เดินวนอยู่นานสองนานก็เห็นตรงลานกว้างใต้ตึกมีน้องนักศึกษาคิดว่าปีหนึ่งนั่งกันอยู่เต็มลานก็คงจะประชุมอะไรสักอย่าง

“เบียร์! เบียร์!  ไอ้เด็กสถาปัตย์คนนั้น”

ตอนแรกก็คิดว่าเขาเรียกคนอื่นแต่พอได้ยินคำว่าสถาปัตย์เท้าก็หยุดเดินโดยอัตโนมัติ แต่เหมือนคิดผิดเพราะทันทีที่หันหน้าไปบรรดาน้องเศรษฐศาสตร์ปีหนึ่งก็หันมามองกันทั้งชั้นปีก่อนที่ผู้ชายคนนึงจะกวักมือเรียกให้เดินเข้ามาหา

“มึงมาทำไรที่คณะกูวะร้อยวันพันปีไม่เคยจะเห็นหน้ามาก่อน”

“กูก็…มาหาน้อง”

“น้อง?”

“ก็น้อง”

“เออไหนๆ มึงก็มาแล้วมานี่เลย น้องเศรษฐศาสตร์ทุกคนพี่จะขอพราวลี่พรีเซนต์ฉายาหนุ่มหล่อลึกลับแห่งสถาปัตย์ พี่เบียร์ จิรันดน์  เมธาดนัยพัฒน์ หน้าตาดีแต่ไม่ยอมเป็นเดือน หาตัวไม่ค่อยเจอวันๆ เอาแต่อยู่ที่คณะ วันนี้เราได้เห็นหน้าเขาถือเป็นบุญยิ่งนัก”

“ไอ้นิว มึงก็เวอร์กูก็อยู่ในมหา’ลัยนี่แหละแค่ไม่ค่อยเดินออกไปไหน”

“คณะมึงมีแต่ฉายาแปลกๆ เจ้าชายน้ำแข็งงี้ หลุ่มหล่อลึกลับงี้”

“เออ คณะกูคนปกติเขาไม่เรียนกันไง”

“กูก็ว่าจริงแล้วเมื่อกี้มึงบอกกูว่ามาหาน้อง น้องไหน? น้องใครวะ?”

เบียร์ไม่ได้ตอบแต่พยายามมองหาคนที่เขาต้องการเจอหน้าในวันนี้ บรรดาเด็กปีหนึ่งเศรษฐศาสตร์ต่างพากันซุบซิบก่อนที่สายตาเบียร์จะหยุดอยู่ที่คนๆ นึงที่กำลังจ้องตาเขาอยู่

“อันดามัน”

ทันทีที่เบียร์พูดจบทุกคนที่นั่งอยู่ก็หันหน้ามามองอันดาที่ตอนนี้ทำหน้าตาเหลอหลาเพราะไม่คิดว่าอีกคนจะเรียกชื่อเขาออกมาดังขนาดนั้นขนาดนิวยังถามซ้ำๆ ว่าคือมึงมาหาน้องอันดาเหรอวะนิวถามย้ำแล้วย้ำอีกจนเบียร์เป็นฝ่ายถามกลับว่าตอนนี้มึงทำกิจกรรมอะไรอยู่สำคัญมากไหม

“ก็ไม่เท่าไหร่แค่บอกเรื่องงานในคณะท่านั้น”

“งั้นขอยืมตัวน้องในคณะหน่อยแล้วกัน”

นิวยังไม่ทันตอบรับเบียร์ก็เดินตรงไปยังแถวที่อันดานั่งอยู่ก่อนจะคว้าข้อมือให้น้องลุกขึ้นแต่มันก็คงไม่ง่ายที่อยู่ดีๆ จะมาดักฉุดเด็กคณะอื่นอันดาเองก็ยื้อแขนไว้เต็มที่ดึงกันไปดึงกันมาอยู่สักพักสุดท้ายอันดาก็ร้องลั่นเมื่อเบียร์ตัดสินใจอุ้มอีกฝ่ายพาดบ่าเดินออกไปจากตรงนี้

“เฮ้ยๆ ไอ้เบียร์! เดี๋ยวนะนี่มันอะไรกันวะเนี่ย”

นิวมองซ้ายมองขวาทำอะไรไม่ถูกร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นไอ้เบียร์ทำอะไรแบบนี้มาก่อน จะเรียกว่าเป็นพวกติสท์ๆ หน่อยมันไม่ค่อยยุ่งกับใครทำตัวลึกลับซับซ้อนเหมือนฉายาที่มันได้มาแล้ววันนี้นี่มันคืออะไร เพื่อนอันดาที่นั่งตะลึงอยู่กระเถิบตัวเข้ามาหาเพื่อนอีกคนที่กำลังนั่งนิ่งช็อคไม่ต่างกัน

“กูควรโทรบอกไอ้ฟ้าไหมวะ”


:: CAPUCHINO ::

 
“ทำอะไรวะ! ปล่อย!”

“เดี๋ยวนี้พูดกับพี่แบบนี้เหรอ”

“ไม่นับถือไม่รู้จักปล่อย!”

“ถ้าเราบอกว่าไม่รู้จักพี่เป็นครั้งที่สามพี่จะโยนเราลงพื้นตรงนี้เลยนะ”

พอโดนขู่เวอร์ชั่นจริงจังอันดาก็หยุดดิ้นแต่มือก็ยังคงกำเสื้อนักศึกษาของอีกคนไว้แน่น เบียร์อมยิ้มที่จริงก็คงจะกลัวเหมือนกันพอเห็นเขานิ่งไปอันดาก็ดิ้นใหม่อีกรอบพอเขาทำท่าจะโยนลงพื้นอีกครั้งคราวนี้อันดาเลยรีบตะโกน

“พี่เบียร์!”

“ก็ยังจำกันได้นิ”

เบียร์วางน้องลงกับพื้นที่จริงอันดาก็หนักเหมือนกันไม่ใช่ตัวเล็กๆ เหมือนไอ้โฟโต้แถมตอนนี้ยังดิ้นไม่เลิกแขนก็เริ่มล้า ทันทีที่เท้าสัมผัสพื้นอันดาก็ถอนกรูดไปติดเสา

“ต้องการอะไร”

“พี่แค่อยากคุย”

“เรามีอะไรต้องคุยกันอีกเหรอในเมื่อวันนั้นพี่เป็นคนบอกเองว่าพี่เหนื่อย…พี่ขอเวลา”

“อันดา ฟังพี่ก่อนได้ไหม”

“ผมไม่อยากฟังอะไรอีกแล้ว”

ทั้งที่อยากจะดึงดันพูดทุกอย่างให้มันเคลียร์วันนี้แต่พอเห็นอันดาปฏิเสธที่จะฟังเขาทุกวิถีทางเบียร์ก็เลือกที่จะเงียบลงคำพูดที่เตรียมมากลับไม่ได้ใช้สักประโยค เบียร์เอื้อมไปจับมือมากุมไว้แต่อันดาทำท่าจะสะบัดหนีแต่พอเห็นว่าเขาไม่ได้ทำอะไรนอกจากกุมมือไว้เฉยๆ ก็ยอมให้เขาจับ

“พี่ขอโทษทุกเรื่องที่ผ่านมา”

ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นแน่นอนว่าไม่ใช่แค่คนเดียวแน่ๆ และก็เป็นอย่างที่คิดพอหันไปมองก็เจอทั้งไอ้นิวและเพื่อนของอันดาที่เห็นมาตั้งแต่สมัยตอนอยู่ม.6 และที่สำคัญ..

“อันดา”

ฟ้าคราม…ตัวโตขึ้นเยอะแถมหล่อขึ้นด้วยแต่ท่าทางกวนตีนเหมือนเดิมทันทีที่ได้ยินเสียงฝาแฝดตัวเองอันดาก็สะบัดมือแล้วรีบวิ่งไปหลบด้านหลัง เบียร์ถอนหายใจเพราะคิดว่ายังไงวันนี้ก็คงจะคุยกันไม่รู้เรื่องยิ่งมากันพร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้รู้เลยว่าวันนี้คงต้องถอยไปก่อน ฟ้าครามหันมามองหน้าเบียร์ก่อนจะกอดคออันดาเดินกลับไปด้วยกันแต่เสียงเรียกชื่อทำให้ทั้งสองคนหันกลับมามอง

“อันดา พี่จะไม่ยอมให้เรื่องของเรามันจบลงแบบนี้หรอกนะ”

น้ำเสียงหนักแน่นและท่าทางเอาจริงเอาจังของเบียร์ทำให้ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นเงียบกริบ ก่อนที่ฟ้าจะดึงมืออันดาให้เดินออกไปจากตรงนี้นิวผู้ซึ่งไม่รู้เรื่องราวอะไรทั้งนั้นได้แต่ยืนบีบไหล่เพื่อนตัวเองเบาๆ เพราะตอนนี้ทำหน้าตาหมดอาลัยตายอยาก

ฟ้าครามหยุดเดินเมื่อมาถึงหน้าคณะมือใหญ่ยกขึ้นวางลงบนกลุ่มผมฝาแฝดตัวเองก็พอรู้ว่าตอนนี้อันดารู้สึกยังไงดีแค่ไหนที่ไม่ร้องไห้ออกมาต่อหน้าพี่เบียร์นี่ก็คงกลั้นไว้เต็มที่แล้ว

“กูเข้าใจนะว่าเจ็บแล้วจำมันก็ดี แต่ถ้าให้โอกาสพี่เขาอธิบายสักนิดกูก็คิดว่ามันก็ไม่ได้แย่อะไรแค่รอให้มึงพร้อม”

“กูแค่กลัว..”

“กูถึงบอกว่าให้มึงพร้อมมากกว่านี้ค่อยฟังพี่เขาอธิบายไม่งั้นกูไม่ลากมึงออกมาหรอก”

“กูไม่อยากเสียใจอีก”

“แต่มึงยังรักเขาอยู่”

“………………………………………………….”   

เพียงประโยคเดียวเป็นบทสรุปทุกอย่างน้ำตาที่กลั้นไว้มานานไหลลงมาตรงแก้มแต่ฟ้าครามไม่ได้ตกอกตกใจอะไรหรอกเห็น อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เกิดขี้แยขนาดไหนเขารู้ ไม่ได้ปลอบไม่เช็ดน้ำตาให้ด้วยได้แต่ปล่อยให้อันดาร้องไห้เงียบๆ มือก็ยกปาดน้ำตาไปพอสะอึกสะอื้นฟ้าครามก็หัวเราะคว้าหัวโตๆ นั่นมาซบตรงอก

ขี้แยตั้งแต่เด็กยันโต



ร้านกาแฟพี่กัลป์

“ถึงทุกคนจะบอกให้มึงสู้แต่ไม่ใช่ให้มึงบุกไปถึงคณะเขาแบบนี้นะเว้ยปวดกบาลทำไมมึงเกิดมาเป็นคนหล่อที่โง่”

ยูกิแทบจะเอาสตอเบอรี่ปั่นราดหัวเพื่อนตัวเองเมื่อเล่าให้ฟังว่าสองวันที่แล้วไปทำอะไรมา เบียร์ยกมือยอมแพ้ยอมให้เพื่อนด่าจนหนำใจก็ตอนนั้นมันคิดอยู่อย่างเดียวว่าจะต้องคุยกับอันดาให้รู้เรื่องเอาเข้าจริงก็ยังไม่ทันจะได้เริ่มพูดกันสักประโยคและดูเหมือนจะแย่มากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

“แล้วไงต่อไม่ใช่ว่าบุกไปคณะเขาอีกนะ”

“ถ้ามันจำเป็นจริงๆ ก็ต้องไปคณะไกลฉิบหาย”

“แค่นี้ท้อเหรอ”

“ไม่ได้ท้อกูแค่บ่นที่เศรษฐศาสตร์มันอยู่ไกลทำไมไม่มาสร้างข้างๆ สถาปัตย์นี่”

แก๊ปที่นั่งฟังเรื่องราวของเด็กสถาปัตย์อยู่ถึงจะไม่ค่อยรู้เรื่องแต่ก็พอประติดประต่อได้สรุปสั้นๆ ได้ไจความว่าน้องเบียร์หนุ่มหล่อลึกลับแห่งสถาปัตย์กำลังปฏิบัติการณ์

ขอแฟนเก่าคืนดี

“พี่ว่าเราค่อยๆ คุยจะดีกว่าถึงพี่ไม่ได้รู้รายละเอียดอะไรมากแต่ถ้าเราทำผิดกับอีกฝ่ายไว้ มันก็ไม่แปลกที่เขาจะไม่ยอมเราง่ายๆ และที่สำคัญเราต้องไม่ใช้กำลังด้วย”

ยูกิยกนิ้วโป้งทั้งสองข้างพร้อมกับบอกว่าดีเลิศนี่แหละตัวอย่างของคนหล่อและมีสมอง แก๊ปถึงกับหลุดขำออกมา นั่งคุยกันอยู่สักพักก็ต่างคนต่างแยกย้ายเหลือแต่เบียร์ที่นานๆ ทีจะนั่งดื่มกาแฟที่ร้านพี่กัลป์เพราะทุกทีจะแวะมาซื้อคาปูชิโน่แก้วโปรดแล้วก็กลับคณะไม่ก็ไปถ่ายรูปที่อื่น

ไม่ค่อยมีใครเจอเขาข้างนอกเท่าไหร่
นี่แหละที่มาของฉายา

เวลาใกล้ๆ หกโมงเย็บรรดานักศึกษาที่เลิกเรียนต่างทยอยเดินเข้ามาในร้านกาแฟพี่กัลป์ เบียร์ก็พอรู้อยู่บ้างว่าร้านกาแฟพี่กัลป์ลูกค้าเยอะขนาดไหน อย่างน้อยในตอนปีหนึ่งเขาก็เคยมานั่งติวให้น้องมัธยมที่อยากจะเข้าสถาปัตย์

และนั่น
ทำให้เขาได้เจอกับอันดา

เหมือนฟ้าประทานสวรรค์ได้ยินพอนึกถึงเบียร์ก็เห็นว่ามีนักศึกษาเข้ามาในร้านสองสามคนหนึ่งในนั้นมีอันดาที่หอบชีทกองใหญ่โบกมือลาเพื่อนแล้วเดินไปสั่งกาแฟที่หน้าเคาน์เตอร์ เบียร์ไม่ได้ลุกไปหาเขาก็แค่อยากจะมองอยู่อย่างนี้ 

“คาปูชิโน่ครับ”

กัลป์ยิ้มรับลูกค้านักศึกษาปีหนึ่งเขาจำได้นะว่าเด็กตรงหน้าคือคนที่เบียร์สถาปัตยบอกว่าแฟนเก่า..แฟนเก่า..แฟนเก่ามันเหมือนกับม้วนหนังที่ฉายย้อนขึ้นมากัลป์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้อันดาที่มองหน้า งงๆ ไม่รู้ว่าพี่กัลป์เจ้าของร้านกาแฟอยู่ดีๆ ทำไมถึงมาจ้องหน้ากันแบบนี้ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากถามกัลป์ก็ดีดนิ้วเหมือนนึกอะไรขึ้นได้

“พี่ว่าพี่จำเราได้ปีที่แล้วเราใส่ชุดนักเรียนสาธิตที่นี่ใช่ไหม”

“ครับ ผมชื่ออันดามันเรียกว่าอันดาก็ได้ผมจบสาธิตที่นี่”

“ยินดีด้วยนะตอนนี้เป็นเฟรชชี่แล้วก็…ปีที่แล้วเรา…เรา…เราพี่ว่าพี่เห็นเราชอบมาที่นี่กับนักศึกษาสักคนที่หน้าตาดีๆ”

“ผมว่าพี่กัลป์คงรู้จักพี่เบียร์”

“เออใช่! เบียร์สถาปัตย์ปีสอง”

กัลป์รู้สึกว่าเขาจบนิเทศโฆษณามาแต่แอคติ้งตอนนี้เขาชนะเลิศเอกการแสดงแน่นอน  โอเคยอมรับว่าอยากรู้เรื่องชาวบ้านแต่จากเหตุการณ์วันนั้นที่เกิดขึ้นที่ร้านมันทำให้กัลป์ที่เป็นผู้ใหญ่กว่าพอจะมองออกว่าทั้งคู่คงเลิกลากันไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่ลึกไปกว่านั้นเขาดูรู้ว่า

ทั้งคู่ยังรักกันอยู่

“ไม่ได้คุยกันแล้วครับ”

พอเห็นน้ำเสียงเศร้าๆ กับรอยยิ้มฝืนๆ กัลป์เลยยื่นคุกกี้สไมล์ลี่ที่เอาไว้ตกแต่งน้ำแข็งใส่ให้คนตรงหน้า อันดารับคุกกี้มาถือไว้ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองกัลป์ที่เรียกชื่อเบาๆ

“พี่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเราทั้งสองคน แต่ถ้ายังมีโอกาสอย่าปล่อยความรักไปง่ายๆ เลยนะ”

อันดาไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่าแววตาพี่กัลป์ดูเจ็บปวดเหมือนมีอะไรในใจแต่มันก็เป็นเพียงแค่แวบเดียวเท่านั้นก่อนที่พี่กัลป์จะกลับมายิ้มให้ตามเดิม

“คาปูชิโน่มีแก้วนี้มีคนจ่ายให้แล้ว”

กัลป์ยื่นกาแฟแก้วโปรดให้ อันดาเลยหันไปมองข้างหลังก็เห็นว่าเบียร์ยืนถือแก้วคาปูชิโน่อยู่พอหันกลับมาที่เคาน์เตอร์พี่กัลป์ก็เดินหนีไปที่อื่นและคนในร้านก็เยอะเกินกว่าจะโวยวายออกมา อันดาเลยคว้าแก้วคาปูชิโน่บนเคาน์เตอร์แล้วเดินออกมาหน้าร้านพอหยุดเดินก็เห็นว่าอีกฝ่ายเดินตามมาจริงๆ

“เดี๋ยวพี่ช่วยถือชีท”

“ไม่ต้อ…”

ยังไม่ทันจะได้ปฏิเสธชีทในมือก็ทำท่าจะร่วงลงพื้นแต่เบียร์คว้าไว้ทันก็เลยถือให้ซะเลยมีการแย่งที่เหลือไปถือให้อีก ปีหนึ่งก็ชีทเยอะอย่างนี้แหละทั้งจากอาจารย์ทั้งจากรุ่นพี่ อันดาเองได้แต่ปล่อยเลยตามเลยขี้เกียจจะพูดอะไรมาก

“เรียนหนักไหม”

“ก็หนักกว่าที่คิด”

“ท่าทางเราดูเหนื่อยๆ”

ตอนแรกอันดาเลือกที่จะไม่สนใจจะยืนรอฟ้าเงียบๆ แต่เพราะพี่เบียร์ดูท่าทางอ่อนลงกว่าเมื่อวันนั้นและดูตอนนี้ยืนห่างซะจนจะต้องตะโกนคุยกันไอ้โกรธมันก็โกรธนะแต่ตลกมันก็ตลก พอเขาเดินหนีก้าวนึงพี่เบียร์ก็กระเถิ บเข้ามาก้าวนึงแต่พอเขาลองกระเถิบเข้าไปหาพี่เบียร์ก็จะถอยออกไปอีกยึกๆ ยือๆ ยังกะหนังอินเดีย

“ชอบกินคาปูชิโน่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ปีที่แล้วเรายังไม่กินกาแฟเลย”

“ก็ปีนี้จะกินคาปูชิโน่มันผิดกฎหมายข้อไหนเหรอ”

โอเค..
เบียร์คิดว่าคงผิดเองที่ไปถามแต่ขอคิดเข้าข้างตัวเองนิดนึงว่าอันดาก็คงคิดถึงเขาบ้างแหละ คาปูชิโน่นี่เครื่องดื่มสุดโปรดของเขาเลยนะไม่ได้กินนี่นอนไม่หลับ ตอนที่เป็นแฟนกันก็เคยบอกอันดาว่ารอให้เข้ามหา’ลัยถึงจะให้กินกาแฟได้

“ผมถามจริงๆ นะว่าพี่เบียร์ต้องการอะไรจากผม”

“ขอโอกาสให้พี่อีกครั้งได้ไหม”

“ถ้าพี่ไม่บังเอิญเจอผมที่ร้านกาแฟพี่ก็จะไม่คิดจะตามหาผมอยู่แล้ว”

“เพราะพี่ไม่กล้าจะเจอหน้าเรา....อยากเป็นคนที่ดีกว่านี้ในทุกๆ เรื่องตอนเป็นแฟนเราพี่คงเป็นแฟนที่แย่มากจริงๆ”

“ก็ไม่ถึงขนาดนั้น”

เบียร์คิดว่าตัวเองหูฝาดหรือฟังผิดก็นะ…ตอนนี้ก็ยืนอยู่ไกลจากอันดาพอสมควรก็ทุกคนเอาแต่บอกว่าให้คุยกับน้องดีๆ ไม่ใช้กำลังแล้วนี่ก็ไม่อยากทำให้น้องลำบากใจด้วยกลัวใกล้เกินไปจนอึดอัด เสียงกริ่งที่ดังขึ้นทำให้อันดาเห็นฟ้าขี่จักรยานมาแต่ไกลมองอยู่นานว่าใช่รึเปล่าแล้วไปเอาจักรยานใครเขามาพอเห็นชัดๆ มันก็ดูตลก

“ตอนที่มึงบอกจะมารับกูไม่นึกว่าเป็นจักรยานนะของใครวะ”

“ของพี่ในคณะ เดี๋ยววนไปคืนเขาในมอก่อนกูขี่ออกมาซื้อของให้พี่เขาเลยมารับมึงทีเดียว”

ฟ้าครามมองเลยไปยังคนที่หอบชีทอยู่ด้านหลังพอหันมามองแฝดตัวเอง
อันดาก็ยักไหล่ขี้เกียจตอบคำถามก่อนจะเดินเข้าไปหาเบียร์ที่ยืนกองชีทมาให้

“พักผ่อนบ้างนะปีหนึ่งมันหนักทั้งกิจกรรมไหนจะสอบอีก”

เบียร์ไม่ได้คาดหวังว่าอันดาจะตอบรับอะไรเขานี่ก็แย่งชีทไปถือไว้มือเดียวเพราะอีกมือก็ยังถือแก้วกาแฟอยู่ อันดาหันหลังจะเดินไปหาฟ้าครามที่ยังคงรออยู่แต่ก็เปลี่ยนใจหันกลับมาผลักไหล่เบียร์เบาๆ

“บอกตัวเองเถอะใต้ตายังกะคนอดนอนมาเป็นเดือนเดี๋ยวก็ป่วยหรอก”

เบียร์ยิ้มกว้างคราวนี้เขาได้ยินไม่ผิดแน่นอนมันดีใจจนคว้ามืออันดามาจับไว้ทันแต่พอเขาจับไว้นานอันดาก็บิดมือหนี แถมยังหอบชีทเดินฉับๆ ไปหาฟ้าครามที่กอดอกมองอยู่คิดว่าโดยแฝดล้ออะไรสักอย่างเห็นอันดาทุบหลังฟ้าครามดังปั๊ก! วันนี้ก็ถือว่าก้าวหน้าขึ้นมานิดนึงละว้า


“ขอโทษนะครับ ร้านกาแฟร้านนี้เจ้าของยังชื่อกัลป์หรือเปล่า”

เบียร์หันไปตามเสียงเรียกเห็นว่าเป็นพนักงานออฟฟิต? คิดว่าอย่างนั้นนะคนตรงหน้าใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้ากางเกงสแล็คสีดำรองเท้าหนังมันแวบแต่หน้าตาก็ไม่ได้แก่อะไรยังดูวัยรุ่นอยู่ อยู่พอเห็นเขาเงียบไปอีกฝ่ายก็ถามย้ำอีกรอบเบียร์เลยพยักหน้ารับพร้อมกับบอกว่าพี่กัลป์ก็อยู่ในร้าน

“ขอบคุณครับ”

พี่พนักงานออฟฟิตยิ้มรับแต่ไม่ได้เดินเข้าไปในร้าน
แต่กลับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาใครสักคน

“อีกสองเดือนกูจะย้ายมาสาขาตรงข้ามมหา’ลัยร้านกาแฟก็ยังอยู่ที่เดิมมึงเถอะรีบกลับมาสักที”


เบียร์เดินกลับเข้ามาในร้านกาแฟพี่กัลป์อีกครั้ง
ท่าทางที่ผิดกลับเมื่อกี้ลิบลับทำให้กัลป์ที่ยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ต้องเอ่ยถาม

“น้องเขายอมคุยด้วยแล้วเหรอไง”

“ก็ทั้งคุยทั้งด่าไปด้วยก็ถือว่าดีแล้วนะพี่เมื่อวันก่อนยังบอกว่าไม่รู้จักผมอยู่เลย”

“ปีที่แล้วตอนเราอยู่ปีหนึ่งพี่เพิ่งนึกออกว่าเรากับเขาก็รักกันดีนี่”

“ทั้งๆ ที่ผมเป็นคนบอกให้เราห่างๆ กัน ”



ปีที่แล้ว..

เบียร์สอบติดสถาปัตย์ตามที่ตั้งใจได้สำเร็จ ตอนแรกเกือบจะได้เป็นเดือนคณะแต่ขอพี่ๆ ในสถาปัตย์ว่าไม่ไหวจริงๆ เลยรอดตัวไปยอมรับว่ามีคนมาจีบเยอะพอสมควรแต่ตอนนั้นมันไม่ได้สนใจใครเลยอยากจะเรียนอย่างเดียว พออะไรมันเข้าที่เข้าทางก็เลยรับติวให้น้องที่อยากเข้าสถาปัตย์

คิดว่าอันดาคือน้องที่จะมาติวใช่ไหม
ไม่ใช่เลยล่ะรายนั้นน่ะสายวิทย์จ๋าไม่สนอะไรทั้งนั้น

“มานั่งติวกับพี่เบียร์ทีไรเพื่อนผึ้งนะอิจฉาผึ้งทุกคนเลย”

“หมดคอร์สนี้พี่เบียร์ก็ไม่อยากติวให้มึงละมึงเอาแต่นั่งมองหน้าพี่เขาทั้งวันเปลืองตัว”

“ให้มันน้อยๆ หน่อยบาสพี่เบียร์คือกำลังใจของผึ้งนะคะ”

“พี่เบียร์เบื่อมันบ้างไหม  อันดา!อันดา! อันดามัน ทางนี้ๆๆ”

เพราะเบียร์ติวน้องอยู่ที่ชั้นสองของร้านกาแฟพี่กัลป์เวลาที่ใครเดินขึ้นมาตรงบันไดก็จะเห็นตอนแรกเบียร์ไม่ได้สนใจที่น้องๆ คุยกันมากนักแค่ขำๆ ซะมากกว่าแต่ชื่อของคนที่น้องบาสเรียกมันน่าสนใจจนต้องหันไปมอง

อันดามัน..
ชื่อแปลกดีเพื่งเคยได้ยิน

น้องที่ชื่ออันดามันใส่ชุดนักเรียนสาธิตที่เขาเองก็คุ้นเคยดีผมซอยสั้นผิวสีแทนตาโตหน้าตาก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรขนาดนั้นแต่ก็เรียกว่าหน้าตาดี

“ทำอะไรกันวะ”

“ติวไงนี่ๆ พี่เบียร์ที่เคยเล่าให้ฟังหล่อใช่ไหม”

ผึ้งผายมือไปยังพี่ปีหนึ่งที่นั่งอยู่ด้วยอันดายกมือไหว้ได้ยินมานานเหมือนกันไอ้ผึ้งชอบมาเล่าให้ฟังว่าพี่ที่ติวเข้าสถาปัตย์หล่อมากกกกกลาก ก ยาวไปอีกสามบรรทัดอยากให้ไปเห็นกับตาพอเจอจริงๆ ก็คิดว่าเออ ก็หล่อดีแค่นั้น

ตอนเจอกันครั้งแรกไม่ได้คุยอะไรกันสักคำต่างคนต่างแยกย้าย
พอวันต่อมาก็เจอกันอีก


....................
...............................................................................
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-09-2017 10:36:09 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 05: CAPUCHINO 27/9/17
«ตอบ #19 เมื่อ27-09-2017 20:32:51 »

......................................
..........................................................................


“นั่งด้วยได้ไหมพอดีโต๊ะเต็ม”

อันดาเงยหน้าขึ้นมามองเมื่อเห็นว่าคนที่มาขอนั่งด้วยคือพี่เบียร์ที่เจอเมื่อวานพอพยักหน้าพี่เบียร์ก็ยิ้มแฉ่งวางแก้วกาแฟคาปูชิโน่แล้วหยิบกล้องขึ้นมาดูรูป อันดาคิดว่าพี่เบียร์ก็คงดังพอสมควรเขาแอบเห็นบรรดาคนที่นั่งติวหนังสืออยู่เงยหน้าขึ้นมามองหลายรอบมีแอบถ่ายรูปด้วยนะไม่รู้ว่าเจ้าตัวรู้หรือเปล่าเห็นเอาแต่ดูรูปในกล้อง

“ไม่อยากเข้าสถาปัตย์เหรอ”

“ผมเหรอ?”

“เรานั่นแหละอยากเข้าคณะอะไร”

“ไม่บริหารก็เศรษฐศาสตร์ครับ”

“สายบริหารวิเคราะห์นี่เองชื่อเราแปลกดีนะ”

“อันดา? แปลกเหรอครับ”

“ก็แปลกนะชื่อจริงก็แปลกอันดามันเกิดที่ใต้แน่ๆ”

เบียร์มองไปที่เสื้อนักเรียนที่ปักชื่อเอาไว้อันดาก้มมองชื่อตัวเองแล้วพยักหน้าตอบคำถามพร้อมกับบอกว่าบ้านเกิดจริงๆ อยู่ทีใต้และพ่อแม่ก็ทำธุรกิจรีสอร์ทที่นั่นตอนนี้อยู่กรุงเทพกับฝาแฝด

“มีฝาแฝดด้วย? ชื่ออะไร ทะเล เหรอ”

“ชื่อฟ้าครับ ฟ้าคราม”

จากตอนแรกที่นั่งโต๊ะเดียวกันแต่ไม่พูดอะไรกันสักคำเดียว กลายเป็นตอนนี้ต่างคนต่างเล่าเรื่องกันไม่หยุด เบียร์ลองให้อันดาลองถ่ายบ้าง รูปแรกที่อันดาถ่ายเลยเป็นรูปเบียร์ครึ่งหน้ากับแก้วกาแฟคาปูชิโน่

ตั้งแต่วันนั้น
ก็เริ่มสนิทกันมากขึ้นอันดาคิดว่าระหว่างเขากับพี่เบียร์คงสนิทกันในแบบพี่น้องแต่พอนานเข้าเป็นเขาเองที่แปลกไป มันจะเขินๆ ทุกครั้งที่พี่เบียร์จับมือหรือแตะต้องตัว ดีใจและก็ยิ้มจนปากแทบฉีกตอนพี่เขาตอบไลน์ก็พี่เบียร์เป็นมนุษย์ประเภทไม่สนใจโซเชียลเน็ตเวิร์ค ขนาดเฟสหรืออินสตาแกรมยังก็มีไว้เฉยๆ ไม่ได้อัพหรือลงรูปอะไร

ก็ยอมรับว่าคงชอบพี่เขาแล้ว
อันดาคิดว่าคงไม่ไปบอกพี่เบียร์หรอกอยู่ไปอย่างนี้แหละ…จนมีวันนึงมีผู้หญิงสวย(มาก)เดินเข้ามาหาพี่เบียร์ที่นั่งกินกาแฟอยู่ด้วยกันจริงๆ มันก็เป็นเรื่องปกติพี่เบียร์โดนจีบทุกที่ทุกเวลาแต่ครั้งนี้พี่เบียร์กลับทำท่าเขินจนดูออกมือไม้นี่เลิกลักไม่รู้จะวางตรงไหนพอเห็นแบบนั้นอันดาเลยลุกขึ้นยืน

“เดี๋ยวพี่นั่งนี่ก็ได้ครับเดี๋ยวผมก็กลับแล้ว”

ตอนนั้นยอมรับเลยว่าสติกระเจิงตั้งใจจะเก็บอาการแต่มันทำไม่ได้คิดว่าทุกคนก็คงเป็น อันดาเก็บหนังสือการบ้านที่ทำอยู่ลงกระเป๋ายกมือไหว้เบียร์กับพี่ผู้หญิงสวย แล้วเดินลงบันไดไปอย่างรวดเร็วพอเดินออกมานอกร้านกาแฟพี่กัลป์อันดาก็เพิ่งคิดได้ว่าทำแบบนี้พี่เบียร์ต้องสงสัยแน่ๆ เลยนั่งลงหลับตาตั้งสติแต่พอลืมตาก็เห็นเบียร์ยืนกอดอกอยู่ตรงเสา

“อันดาพี่ขอถามอะไรหน่อย”

“ไว้วันหลังแล้วกันพี่ตอนนี้ผมรีบมาก นัด  นัด นัดฟ้าไว้เดี๋ยวมันรอ”

“อันดา”

“เอ้ยพี่ถึงเวลานัดแล้วต้องไปแล้..”

“เราชอบพี่ใช่ไหม”


แฟ้มที่ใส่ชีทอยู่ตกลงบนพื้นชีทการบ้านต่างๆ กระจายรอบตัวอันดาไม่ได้ตอบคำถามเบียร์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองด้วยเอาแต่ก้มลงเก็บชีทที่ตกอยู่เบียร์กลั้นยิ้มก่อนจะนั่งลงช่วยเก็บชีททีละแผ่นแต่พออันดาเอื้อมมือมารับเบียร์กลับจับข้อมือไว้แน่นแอบขำเมื่ออันดาสะดุ้งสุดตัวแถมยังหลบตาไม่ยอมมองหน้ากันตรงๆ

“ถ้าเราชอบพี่ก็มีอะไรจะบอกเราเหมือนกัน”

“………………………………………………………”

“ไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่ากำลังโดนจีบอยู่หรือว่าพี่จีบคนไม่เป็นวะ เราถึงไม่รู้อะไรเลยเนี่ย”

“พี่เบียร์”

“เจ้าเด็กซื่อบื้อ”

เบียร์หยิบชีทในมือตีลงบนหัวอันดาเบาๆ ยิ่งเห็นอันดาไม่กระดุกกระดิกมีแค่ตาที่กะพริบปริบๆ เลยยื่นหน้าเข้าไปหาใกล้ๆ พร้อมกับพูดชัดๆ ให้น้องได้ยินว่าเขาเองก็ชอบอันดาเหมือนกันนั่นแหละถึงได้รู้เรื่องกันสักที

ตอนนั้นทุกอย่างมันดีไปหมดบอกได้เลยว่าช่วงเวลาโคตรมีความสุข จนกระทั่งเบียร์เริ่มเรียนหนักขึ้นและอันดาเองก็เครียดเรื่องเข้ามหา’ลัยเวลาของทั้งเราไม่ค่อยตรงกันพี่เบียร์ทำงานแทบจะยี่สิบสี่ชั่วโมงอันดาก็ติวหนักแต่ก็ยังโทรหาเบียร์อยู่ตลอด เราทะเลาะกันบ่อยขึ้นเจอหน้ากันน้อยลงหลายต่อหลายครั้งที่นัดกันแล้วแต่พี่เบียร์ไม่มาเพราะต้องแก้งาน

จนครั้งสุดท้าย..

“พี่เบียร์..เราไม่เจอกันเกือบเดือนแล้วนะเจอกันบ่อยกว่านี้หน่อยมหา’ลยพี่อยู่แค่นี้เองผมคิดถึง”

“งานพี่เยอะมากแก้แล้วก็แก้อีก นี่ยังแก้ไม่เสร็จเลย”

“อย่าบอกนะว่าพี่จะต้องไปแล้วเรายังเจอกันไม่ถึงห้านาทีเลยนะ”

“งานพี่รีบจริงๆ ”

“ถ้าพี่ไปตอนนี้ เราคงไม่ต้องเจอกันอีกจะดีกว่า”

“อันดา”

“เหมือนมีผมคนเดียวเลยที่อยากจะเจอพี่”

“มันไม่ใช่..”

“ผมเป็นภาระให้พี่หรือเปล่าถ้างานมันสำคัญมากก็ไม่จำเป็นต้องมีผมก็ได้”

“อันดาเราควรโตได้แล้วนะ พี่เหนื่อยมากพออยู่แล้วถ้าเราอยากได้เวลามากนักก็ไปหาจากคนอื่น พี่คงให้เราตามที่ต้องการไม่ได้จริงๆ ถ้ามันเป็นแบบนี้ยิ่งคุยยิ่งทะเลาะกันเปล่าๆ”


“………………………………………………………………………………………”


“เราเองก็จะเข้ามหา’ลัยแล้วเอาเวลาที่ตามพี่ไปอ่านหนังสือเถอะ”

อันดาไม่ได้เงยหน้ามองเบียร์เลยสักนิดขอบตาร้อนจนรู้สึกว่าอีกไม่นานน้ำตาก็คงไหล น้ำแข็งในแก้วคาปูชิโน่ของพี่เบียร์ละลายเดาได้ว่ารสชาติคงจืดจนพี่เบียร์ไม่อยากกินมันแล้ว

“นี่เราจะเลิกกันเหรอ ไม่ได้เตรียมใจไว้เลย”

“พี่ขอเวลาหน่อยแล้วกันตอนนี้พี่เหนื่อยมากจริงๆ”

อันดาคว้าข้อมือคนตรงหน้าไว้ก่อนที่ตัวเองจะเป็นฝ่ายลุกขึ้นอันดาไม่ได้ร้องไห้แต่ก็พยายามกลั้นไว้จนถึงวินาทีสุดท้าย ถุงผ้าในมือที่อันดานั่งกอดมาตลอดถูกยัดใส่มืออีกฝ่ายก่อนที่อันดาจะยอมแพ้กับทุกอย่างตรงหน้าและมันไม่มีประโยชน์อะไรทั้งนั้นที่จะพูดต่อ หยดน้ำตาที่หยดลงบนหลังมือเบียร์ทำให้เพิ่งรู้สึกตัว อันดาพูดแค่ว่าขอบคุณที่วันนี้ยอมมาเจอแล้วก็เดินออกจากร้านกาแฟพี่กัลป์โดยไม่ได้หันหลังกลับมามองอีก

เบียร์นั่งลงตรงที่เดิมถุงผ้าที่อยู่ในมือเต็มไปด้วยขนมที่เขาชอบและขวดวิตามินบำรุงร่างกายหลายอย่างมีโพส์ทอิทแปะไว้ว่าให้เขาดูแลตัวเองอย่าทำงานหนักมากนักจบลงด้วยคำว่าสู้ๆ เหมือนเดิม เบียร์ยกมือขึ้นมาบีบตรงขมับเหมือนเขาทำเรื่องที่ผิดที่สุดในชีวิตไปแล้ว


ตั้งแต่นั้นทุกอย่างก็เปลี่ยนไปขนาดบาสกับผึ้งก็ไม่กล้าเอ่ยถามเรื่องพี่เบียร์กับอันดาที่อยู่ดีๆ ก็หันมาตั้งใจเรียนตั้งใจอ่านหนังสือเป็นบ้าเป็นหลังแถมไม่ยอมไปนั่งติวที่ร้านกาแฟพี่กัลป์อีกต่างหากก็พอรู้ว่าทั้งคู่คงเลิกกันแล้วเพราะอันดาเองก็ซึมลงไปมากบางครั้งก็นั่งเหม่อจนต้องสะกิดเรียก วันๆ เอาแต่นั่งมองรูปพี่เบียร์ในโทรศัพท์ ตอนนี้ทั้งคู่ทั้งบาสและผึ้งก็เลิกติวกับพี่เบียร์ไปนานมากแล้วเพราะพี่เขางานเยอะขึ้นจนไม่มีเวลาก็เดาได้อยู่หรอกว่าเลิกกันเพราะอะไร

ปัญหาอันดับหนึ่งของคนเรียนสถาปัตย์


กลับมาปัจจุบัน

“แล้วตอนนี้เรามั่นใจแล้วเหรอไงว่าจะไม่กลับไปเป็นแบบเดิมยิ่งเรียนสูงขึ้นงานมันก็เยอะขึ้นไม่ใช่เหรอเดี๋ยวก็ทะเลาะกันอีก”

“มันแย่มากนะพี่กัลป์ช่วงเวลาที่ไม่มีอันดา ผมอาจจะไม่แสดงออกให้ใครรู้แต่ผมไม่อยากทนอีกต่อไปแล้ว ยิ่งเห็นหน้าน้องผมก็ได้แต่คิดว่าตอนนั้นผมทำให้อันดาร้องไห้ได้ยังไง”

“ถ้ารู้สึกผิดก็ขอโทษน้องเขาแต่เราก็ปรับตัวด้วยนะ คนรักกันเขาก็ต้องอยากอยู่ด้วยกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วทำงานหนักก็เข้าใจแต่ก็ต้องเอาใจใส่แฟนด้วย”

“ครับ ผมสัญญาเลยว่าจะไม่ให้เป็นแบบเดิมอีกพี่กัลป์นี่หล่อ รวย แสนดีเลิศเลอขนาดนี้โสดได้ไงเนี่ย”

กัลป์ได้แต่หัวเราะพร้อมกับบอกว่าว่าที่คุณนายเจ้าของร้านกาแฟอาจจะไม่มีเพราะเอาเวลามาฟังนักศึกษาบ๊องๆ ปรึกษาความรัก เบียร์โบกมือลาพี่กัลป์ที่อวยพรขอให้เขาโชคดีมีชัย พอพ้นหลังเจ้าเด็กสถาปัตย์ไปแล้วกัลป์ก็ยกนาฬิกาที่ใส่ติดตัวมาตลอดขึ้นมาดูใกล้ๆ

ก็ไม่ได้อยากจะโสดหรอกนะ
แต่ความรักใช่ว่าจะสมหวังกันทุกคนนี่


:: CAPUCHINO ::


“อันดาพี่ที่อยู่สถาปัตย์มาอีกแล้วอ่ะ”

เพื่อนที่นั่งกินข้าวอยู่สะกิดแขนอันดาให้มองรุ่นพี่ที่เคยได้ยินว่ามีฉายา คนหล่อลึกลับแห่งสถาปัตย์ แต่ตอนนี้คงจะไม่ลึกลับอีกต่อไปเพราะเดี๋ยวนี้เบียร์เดินเข้าออกเศรษฐศาสตร์เป็นว่าเล่น ก็เพิ่งรู้ว่าตัวเองดังในมหา’ลัยพอสมควรตอนที่เพจของมหา’ลัยลงรูปเขากับอันดาติดกันสองสามวันแถมไอ้ข้อความที่บอกว่าเขากำลังตามจีบน้องเฟรชชี่เศรษฐศาสตร์ทำให้คนสนใจมากขึ้นกว่าเดิม

น้องเบียร์สมบัติของสถาปัตย์ที่เมื่อก่อนต้องรอให้คณะมีงานน่ะเหนอถึงจะโผล่หน้ามาให้เห็น

ฉันเห็นเขามาเศรษฐศาสตร์ทุกวันเลยเคยได้ยินแต่ฉายาตัวจริงหล่อฉิบหาย

น้องอันดานี่แฟนเก่าพี่เบียร์! ไปสืบมาแล้ว! ชัวร์! ไม่มั่วนิ่ม!

ก็ดูน่ารักดีทั้งคู่อยู่ด้วยกันแล้ว สิบ สิบ สิบไปเลยจ้า!

พี่เบียร์ไม่ได้มาจีบอันดาเขามาง้อโว้ย! มาง้อ!  มาขอคืนดีเขาเคยเป็นแฟนกันนี่วงในสุดๆ


เดาว่าข้อความล่าสุดคือน้องผึ้งที่ในที่สุดก็สอบเข้าสถาปัตย์อย่างที่หวังแถมยังได้เป็นดาวคณะด้วย เบียร์เองก็เคยแอบถามเรื่องอันดาจากน้องผึ้งอยู่เหมือนกันแต่ตอนนั้นน้องผึ้งคงโกรธเขาหนักมากมีเมินแถมยังบอกว่าสบายดีดีสุดๆ อันดาอาจจะมีแฟนใหม่ไปแล้ว  เขาเลยต้องรับน้องผึ้งเป็นน้องเทคขนมนมเนยขนมาแทบหมดห้างน้องผึ้งก็เลยยอมบอกเรื่องอันดาให้ฟังบ้าง

ตอนนี้ก็ง้อน้องมาเกือบเดือนแล้ว
ไม่รู้ว่าตอนนี้น้องจะใจอ่อนบ้างรึยัง

เอาหน้ามาให้เห็นทุกวัน ทำงานดึกแค่ไหนก็ยังส่งไลน์ไปหาจริงๆ อยากโทรแต่น้องไม่ค่อยรับสาย ก็ถือว่าก้าวหน้าในระดับนึงตอนนี้อันดายอมให้เขาไปรับไปส่งที่คอนโดได้แล้วแต่ไปกินข้าวด้วยกันทีไรต้องมีฟ้าครามไปด้วยทุกครั้งกลายเป็นเราสองสามคนตลอด


เงียบ..วันนี้เงียบมาก
ทุกทีต้องมีคาปูชิโน่ร้านพี่กัลป์มาวางพร้อมกับรอยยิ้มพี่เบียร์แล้วแต่วันนี้ไม่มีแม้แต่ข้อความหรืออะไรทั้งนั้น อันดาพลิกโทรศัพท์ไปมาเพราะไม่รู้จะทำอะไรยอมรับเลยว่าใจอ่อนเพราะเขาเองก็ยังรักพี่เบียร์อยู่ตั้งแต่เลิกกันก็ไม่เคยลืมได้เลย เขาหมดหวังเรื่องที่เราจะกลับมาคบกันแล้วด้วยซ้ำแต่สุดท้าย

พี่เบียร์ก็กลับมา
ใจนึงยอมรับว่าเขาก็กลัวกลัวว่าจะกลับไปเป็นแบบเดิมอีกแต่อีกใจก็บอกว่า มันก็ต้องยอมเสี่ยง


“อันดา! น้องอันดา!”

คิดอะไรเพลินๆ ก็สะดุ้งเมื่อพี่ยูกิเพื่อนพี่เบียร์วิ่งมาหาหน้าตาตื่นพอมาถึงก็ไม่ได้พูดอะไรเอาแต่พยายามลากให้เขาเดินตามมา พี่ยูกิไม่ได้อธิบายอะไรมากมายแค่บอกว่าช่วยเบียร์หน่อย ไม่รู้ว่าป่านนี้เป็นตายร้ายดียังไงพอได้ยินแบบนั้นก็ยอมวิ่งตามพี่ยูกิมาจนถึงหน้าห้องนอนของพี่เบียร์ที่มีคนอยู่เต็มไปหมด

“ไม่ยอมออกมาเลยเหรอครับ”

“ก็ตั้งแต่ไปพบอาจารย์ก็ไม่ออกมาอีกเลย”

“ไอ้เบียร์ เป็นอะไรมากไหมวะมึงเปิดประตูออกมาคุยกับกูหน่อย”

“……………………………………………………….”

“พวกกูเป็นห่วงมึงนะมึงไม่กินข้าวกินปลาตั้งแต่เที่ยงแล้วนะ”

“กูไม่เป็นไรพวกมึงกลับไปเถอะ”

ถึงเบียร์จะตะโกนออกมาอย่างนั้นแต่ทุกคนก็มองหน้าว่าจะเอายังไงกันดี
อันดาเลยตัดสินใจเคาะประตูอีกครั้ง

“พี่เบียร์ครับ เปิดประตูให้ผมหน่อย”


“……………………………………………………….”

ทุกคนถอยจากหน้าประตูห้องนอนมายืนรอตรงด้านหลังเหลือแต่อันดาที่ยังคงยืนอยู่หน้าประตูคนเดียวไม่มีเสียงตอบรับเหมือนครั้งที่แล้วมีเพียงแค่ความเงียบเท่านั้นอันดาตั้งใจจะลองเคาะอีกรอบแต่ประตูตรงหน้าเปิดออกก่อนอันดาเลยเดินเข้าไปในห้องพร้อมกับปิดประตูให้


ทันทีที่เข้ามาสายตาก็มองไปยังพื้น มีรูปถ่ายวางอยู่กระจัดกระจายบางรูปมันยับเหมือนโดนขยำทิ้ง แถมยังมีใบงานที่มีลายมืออาจารย์เขียนไว้จนดูยุ่งเหยิงก็เริ่มจะเดาได้แล้วว่าเรื่องอะไร

“ขอโทษที่วันนี้ไม่ได้ไปหาทั้งๆ ที่พี่บอกไว้เองว่าจะไปหาทุกวัน”

อันดามองไปยังเบียร์ที่นั่งก้มหน้าอยู่บนเตียงสองมือเอาแต่บีบกันแน่น ท่าทางที่ดูอ่อนแอมันทำให้อันดารู้สึกไม่ดีเลยเดินเข้าไปหาแล้วจับมือเอาไว้ก่อนที่เบียร์จะซบลงตรงหน้าท้องอันดาที่ยืนอยู่

“เป็นครั้งแรกเลยนะที่โดนด่าว่างานไม่ได้เรื่องเหมือนถ่ายรูปไปงั้นๆ คะแนนมันน้อยจนอาจารย์เองก็ไม่คิดว่าพี่จะได้ ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองห่วยขนาดนี้เลยว่ะ”

“……………………………………………………………………..”

“เพราะผมรึเปล่า”

อันดากลัว..กลัวว่ามันเป็นเพราะเขาพี่เบียร์บอกว่าจะปรับตัวและที่ผ่านมาพี่เบียร์ก็เอาแต่มาง้อเขาตลอดไม่รู้ว่าที่งานออกมาไม่ดีมันอาจจะเป็นเพราะพี่เบียร์ไม่มีเวลาทำมันอย่างเต็มที่

เบียร์ส่ายหน้าไปมาพร้อมกับกระชับกอดอันดาให้แน่นขึ้นอาจารย์ให้หัวข้อมาแค่คำเดียวแต่เป็นเขาเองที่ตีโจทย์ไม่แตกขนาดตอนส่งงานตัวเองก็ยังไม่มีความมั่นใจอย่าพูดถึงตอนพรีเซนท์ในหัวมันโล่งไปหมดมันแย่ถึงขนาดอาจารย์เรียกมาคุยเป็นการส่วนตัว

“คนเรามันก็ต้องมีบ้างใครมันจะไปเก่งหมดทุกเรื่อง”

“แต่มันรู้สึกแย่ไม่มีแรงจะทำอะไรเลย”

“ไม่เป็นไรนะคราวหน้าพี่อาจจะได้เอบวกๆๆๆเลยก็ได้”

ก็ไม่รู้ว่าคำปลอบใจจะได้ผลหรือเปล่าแต่ก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ จากคนที่ซบหน้าอยู่ เบียร์เงยหน้าขึ้นมามองอันดายังเป็นคนเดียวที่เห็นเขาเวลาร้องไห้ตอนที่เป็นแฟนกันและเขาเคยทะเลาะกับพ่อและนั่นเป็นครั้งแรกที่เขาร้องไห้คนปลอบก็คืออันดาตอนนั้นร้องหนักกว่านี้ร้องเป็นเด็กๆ สะอึกสะอื้นจนอันดาต้องกอดเอาไว้

“ถ้ารู้สึกดีขึ้นก็ปล่อยมือด้วยอย่ามาเนียนนะเว้ย”

“ไม่ปล่อยนี่เศร้าอยู่”

“แล้วอยู่ห้องแบบไหนเนี่ยรกขนาดนี้ไม่มีหนูออกมาหรือไ..”

อันดาชะงักไปเมื่อมองไปรอบๆ ห้องฝาผนังตรงมุมโต๊ะเขียนหนังสือมีกระดานไม้วางไว้มันมีโพทส์อิทที่มีลายมือคุ้นตาแปะอยู่แต่ที่ทำให้อันดาละสายตาไปไม่ได้คือรูปทะเลนับสิบรูปที่แปะอยู่ตรงฝาผนัง อันดาผละจากเบียร์แล้วเดินมายืนมองรูปทะเลและรูปที่อยู่ตรงกลางคือรูปพี่เบียร์ครึ่งหน้ากับแก้วกาแฟคาปูชิโน่ร้านพี่กัลป์จำได้ว่ามันคือรูปแรกที่อันดาได้ลองถ่าย

“พี่ไม่เคยลืมเด็กใส่ชุดนักเรียนชื่อแปลกๆ อันดามัน”

“...................................................”

“จริงๆ รูปทะเลมีเป็นร้อยๆ ใบเลยถ้าเราอยากจะเห็น”


“ผมคิดถึงพี่..คิดถึงมาตลอดตั้งแต่วันที่เราเลิกกัน ผมเลิกชอบพี่ไม่ได้แต่ก็ไม่กล้าจะมาหาผมกลัวว่าพี่ไม่เหมือนเดิมแล้ว”

“.............................................................”

“ผมกลัวว่าพี่จะเจอคนที่ดีกว่าผม คนที่เข้าใจพี่ คนที่ไม่งี่เง่าเอาแต่ใจ”

อ้อมกอดจากด้านหลังพร้อมกับเสียงกระซิบข้างหูเบียร์ว่าเขาไม่มีใครเลยที่ผ่านมาถึงจะมีคนเข้ามาจีบแต่เขาไม่ได้สนใจใครทั้งนั้นวันๆ ก็เอาแต่ถ่ายรูปว่างๆ ก็ไปทะเลคนเดียวนั่งถ่ายรูปมันทั้งวัน เบียร์หัวเราะเมื่ออันดาจะร้องไห้แต่ก็ฮึบไว้เพราะบอกว่าโตแล้วจะไม่ร้องไห้แต่พอหันมากอดเขาไว้ซบหน้าลงตรงไหล่ก็ร้องไห้อีก

“โตแล้วก็ดีจะได้ทำอะไรที่ผู้ใหญ่เขาทำกันสักที”

“อะไร”

“ปีที่แล้วเรายังใส่ชุดนักเรียนจะทำอะไรทีนึงก็รู้สึกผิด”

“ทำไมเป็นคนแบบนี้วะเนี่ย”

อ้อมแขนเริ่มรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ ไอ้ท่าทางซังกะตายเป็นหมาหงอยเมื่อกี้หายเป็นปลิดทิ้ง สองมือนี่กอดแน่นจนอันดาแทบจะหายใจไม่ออกแววาเจ้าเล่ห์แถมตอนนี้ยังก้มหน้ามาเรื่อยๆ อีกต่างหากอันดาหลับตาปี๋ก่อนที่จมูกจะชนแก้ม..

“ก่อนที่พวกมึงสองคนจะทำอะไรกันช่วยตอบกูหน่อยว่าสบายดี หรือว่าฆ่ากันตายไปแล้ว แต่ถ้าถอดเสื้อผ้าอยู่แล้วกูขัดจังหวะไม่ขอโทษหรอกนะ หมั่นไส้”

เสียงยูกิที่ตะโกนเข้ามาทำให้ทั้งสองคนหยุดชะงักพอจังหวะที่เผลออันดาเลยมุดใต้วงแขนแล้วรีบวิ่งไปที่ประตู ทันทีที่เปิดออกก็ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นเมื่อเห็นว่าประชากรทิ่อยู่หน้าห้องมันเยอะจนยืนล้นไปหน้าห้องอื่นแล้ว เบียร์ที่เดินตามมาทีหลังเองยังหยุดชะงัก

“คนเป็นห่วงมึงกันทั้งเอกแล้ว ไอ้เบียร์”

“เบียร์มึงโดนอาจารย์บุญสมด่าใช่ป่ะ ไม่ต้องขวัญเสียมึงไม่ใช่คนแรกกูเคยโดนด่าแบบไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดมาแล้ว”

เพื่อนในเอกเดินเข้ามาตบหัวคนละทีสองที อันดาเลยกระเถิบตัวออกแต่เบียร์ก็ดึงมือไว้แถมยังจับไว้น่นไม่ยอมปล่อย ถึงแม้ว่าเพื่อนจะอิจฉาจนอยากจะถีบตกตึกแต่เห็นเพื่อนเพิ่งผ่านเรื่องจิตใจอ่อนไหวมาเลยได้แต่ปล่อยเลยตามเลย



ร้านกาแฟพี่กัลป์

“คาปูชิโน่สองแก้วครับ”

กัลป์เงยหน้าขึ้นมาจากเคาน์เตอร์เมื่อเห็นว่าลูกค้าสองคนตรงหน้าคือคนที่เคยเถียงกันว่าไม่รู้จักกันแล้วดูตอนนี้..เจ้าของร้านรับออเดอร์ลูกค้าเสร็จสรรพก่อนจะหันไปหยิบรูปถ่ายโพลาลอย์ที่วางเกลื่อนอยู่ตรงโต๊ะด้านหลังยื่นให้ทั้งคู่

“เมื่อวานเก็บของแล้วเจอรูปพวกนี้ในกล่อง คงเป็นช่วงปีที่แล้วที่ร้านให้แปะรูปตรงกระดาน”

อันดาเป็นคนรับรูปมาดูใกล้ๆ พอเห็นตัวเองในชุดนักเรียนหน้าตาเด๋อด๋าก็รับไม่ได้แต่ที่ต้องอมยิ้มเพราะคนที่อยู่ข้างๆ ก็คือพี่เบียร์ที่ยื่นหน้ามาจนแก้มแนบแก้มเบียร์ชะโงกหน้ามาดูแล้วเปิดโทรศัพท์ตัวเองให้ดูว่ามันเป็นรูปเดียวกัน

“พี่กัลป์ผมหารูปจริงตั้งนานว่ามันอยู่ไหนมิน่าถึงหาไม่เจอผมถ่ายมาจากร้านพี่นี่เอง”

“อันดาโตขึ้นเยอะเหมือนกันเนอะปีที่แล้วยังดูเด็กๆ”

“ไม่อยากให้โตเลย”

“เอ๊า ทำไม?”

“โตแล้วน่ารักขึ้นอ่ะ”

“โอ๊ย...เสี่ยวว่ะ”

อันดาทำท่าอ้วกใส่ก่อนจะขอตัวไปหาโต๊ะนั่งเดาได้ว่าก็คงเขินอยู่เหมือนกันเพราะเห็นว่าหูนี่แดงแจ๋ กัลป์วางแก้วคาปูชิโน่สองแก้วให้เบียร์ที่ยิ้มกว้าง คงเป็นรอยยิ้มที่ดูมีความสุขในรอบหลายเดือน กัลป์ยืนกอดอกมองเด็กสองคนกินกาแฟคาปูชิโน่แล้วหยอกล้อไปตลอดทาง และยิ่งขำมากขึ้นเมื่ออันดาเจอเจ้าแฝดตัวเองฟ้าครามเดินสวนลงมาจากชั้นสอง ฟ้าครามคงหมั่นไส้เลยแกล้งผลักอันดาซะจนแทบตกบันไดก่อนที่จะวิ่งหนีลงมาทันเมื่ออันดาโมโหแทบจะยกขาถีบ


เบียร์มาเล่าทีหลังว่าเห็นฟ้าครามเป็นผู้ชายอารมณ์ดี เฟรนลี่
 มนุษย์สัมพันธ์ดีขนาดนี้ก็มีมุมที่น่ากลัวเหมือนกัน..

“ในฐานะที่ผมเป็นน้องชายอันดาหนึ่งนาทีสองวินาทีผมเป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์ทำให้อันดาร้องไห้ได้ และถ้าพี่ทำให้อันดาร้องไห้อีกเป็นครั้งที่สอง....”

โอเค..ไอ้แฝดฟ้าครามพูดไม่จบประโยคแต่เบียร์ก็พอรู้ว่าต้องเจอกับอะไรตอนนั้นตกปากรับคำอย่างดีโคตรแมนมีจับไม้จับมือกันด้วยแต่ยอมรับว่าในใจก็กลัวๆ อยู่เหมือนกัน (พระเอกก็กลัวได้ป่ะวะ..ดูมันขู่)



“พี่กัลป์ครับ มีโพท์สอิทไหมขอผมยืมหน่อย”

กัลป์หันไปหยิบโพท์สอิทสีฟ้ามาให้เจ้าฝาแฝดของอันดาพร้อมกับบอกว่าเอาไปเลยก็ได้ยังไงที่ร้านก็มีเยอะอยู่แล้ว ฟ้าครามเอ่ยขอบคุณก่อนจะบอกว่าจะมาซื้อคาราเมลแมคมัคคิอาโต้ทุกวันเพราะชอบมาก แล้ววิ่งกลับขึ้นไปบนชั้นสองของร้านเห็นหัวแวบๆ อยู่ตรงชั้นหนังสือกัลป์ยกนาฬิกาข้อมือที่ใส่ติดตัวอยู่ขึ้นมาดูใกล้ๆ

พวกฝาแฝดนี่ตลกดี



*TBC 06 CARAMEL MACCHIATO
 #นิยายร้านกาแฟ


ps,ขอบคุณค่ะ
Twitter @ribbinbo



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-09-2017 21:12:22 โดย RIBBINBO »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 05: CAPUCHINO 27/9/17
« ตอบ #19 เมื่อ: 27-09-2017 20:32:51 »





ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 761
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 05: CAPUCHINO 27/9/17
«ตอบ #20 เมื่อ27-09-2017 21:27:51 »

โอยย น่ารักทุกเรืองเลยค่ะ ตอนจบจะมีตอนของพี่กัลป์บ้างมั้ยน้าา

ออฟไลน์ arjinn

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1377
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +180/-1
Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 05: CAPUCHINO 27/9/17
«ตอบ #21 เมื่อ27-09-2017 22:29:53 »

พี่กัลป์เคยอกหักแหงๆ
หาคู่ให้พี่กัลป์ด้วยนะคะ
งวดหน้า ต้องฟ้าคราม ชัวร์
ว่าแต่หนุ่มออฟฟิตปริศนานั่นใครคะ

สนุกดีค่ะ

ออฟไลน์ m.starlight

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 76
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 05: CAPUCHINO 27/9/17
«ตอบ #22 เมื่อ27-09-2017 23:50:52 »

พี่กัลป์ดูเหมือนมีอะไรในใจ แต่เดี๋ยวต้องมีคนมาจีบพี่กัลป์แน่เลย พี่กัลป์ก็เหมือนกำลังรอใครบางคนอยู่

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4994
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-7
Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 05: CAPUCHINO 27/9/17
«ตอบ #23 เมื่อ28-09-2017 08:52:37 »

ร้านกาแฟพี่กัลป์ทำคนสมหวังมาหลายคู่ แต่ที่รอลุ้นอยู่คือคู่ของพี่กัลป์เนี่ยแหละ

 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 05: CAPUCHINO 27/9/17
«ตอบ #24 เมื่อ28-09-2017 19:35:17 »

ร้านกาแฟพี่กัลป์ ทำคู่รักสมหวังหลายคู่และ  :o8:
คู่แฝดก็มีถึงสามคู่ที่มาร้านนี้ เมษ-เมษา,โฟโต้-โฟกัส,อันดา-ฟ้าคราม
มีคนน่ารักเมษา , กรีน , อันดา  คนหล่อตะวันเดือนวิศวะ พี่เบสคนดังบริหาร 
พี่แก๊ปคนดังรัฐศาสตร์ เบียร์หนุ่มหล่อลึกลับฐาปัตย์

รอหนุ่มออฟฟิซ มาง้อเจ้าของร้านกาแฟ
พี่กัลป์  & ____  :กอด1: :กอด1: :กอด1:

รอคู่ฟ้าคราม  &  ____  :กอด1: :กอด1: :กอด1:
      :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-09-2017 19:42:26 โดย ♥►MAGNOLIA◄♥ »

ออฟไลน์ __puppy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 70
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 05: CAPUCHINO 27/9/17
«ตอบ #25 เมื่อ29-09-2017 21:12:21 »

 :hao5: ชอบบบบบบ ทุกเรื่องเลยยย

แต่ที่ชอบสุดก็เป็นน้องกัสส ฮือ มีความหน่วง สงน้องงง

ออฟไลน์ aeiou_376

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 6
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 05: CAPUCHINO 27/9/17
«ตอบ #26 เมื่อ03-10-2017 16:10:00 »

น่ารักทุกเรื่องเลยค่ะ จะรอตอนต่อไปนะคะ

ออฟไลน์ nung

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 38
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 05: CAPUCHINO 27/9/17
«ตอบ #27 เมื่อ03-10-2017 16:41:39 »

น่ารักมากกก ชอบทุกตอนเลย รอคู่ต่อไปอยู่นะ  :mew1:

ออฟไลน์ namngern

  • Flowers need to bloom
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1848
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +200/-2
Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 05: CAPUCHINO 27/9/17
«ตอบ #28 เมื่อ04-10-2017 17:28:57 »

อ่าวววว เราเพิ่งรู้ว่าคนแต่งลงนิยายในนี้ด้วย
ไปเห็นในทวิตมาค่ะ5555555
เดี๋ยวเราจะมาอ่านในนี้ดีกว่า
ปกติมักสิงที่นี่ เป็นกำลังใจให้นะคะะะ
 :กอด1:

ออฟไลน์ fullfinale

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 687
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 05: CAPUCHINO 27/9/17
«ตอบ #29 เมื่อ04-10-2017 20:56:21 »

มันดีมากค่ะ ฟินจริง ละมุนมากกกกกกกกก o13 o13

ชอบทุกคู่เลย อยากทำงานร้านพี่กัลป์จังเจอแต่คนหล่อ  :z2:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด