[ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* END +แจ้งข่าวตีพิมพ์: 1/05/18 PAGE.4
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* END +แจ้งข่าวตีพิมพ์: 1/05/18 PAGE.4  (อ่าน 49713 ครั้ง)

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 05: CAPUCHINO 27/9/17
«ตอบ #30 เมื่อ05-10-2017 20:51:31 »

0ุ6::CARAMEL  MACCHIATO  ::
รู้ไหมว่าเราเจอกันครั้งแรกตอนไหน..
ฟ้าคราม –สตางค์


เคยได้ยินคณะที่ไม่ถูกกันในมหาวิทยาลัยมาก็เยอะอยู่นะ
ส่วนมากก็จะเป็น วิศวะ – สถาปัตย์ ไม่ก็วิศวะ – วิทยาแต่มหา’ลัยที่เรียนอนยู่ตอนนี้มีสองคณะที่ไม่ถูกกันคือ..

บริหารคณะตัวเอง และ คณะที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาหลายปีคือ  คณะวิศวะ..
ทุกวันนี้ก็ยังแปลกใจทะเลาะกันเรื่องอะไรวะ กูงง..

ตั้งแต่วันรับน้อง
ฟ้าครามกับเมษที่บังเอิญรหัสนักศึกษาติดกันเลยตกลงปักหลักเป็นเพื่อนร่วมเป็นร่วมตายในมหา’ลัยนี้ ไอ้เมษมีฝาแฝดคือน้องเมษาคนน่ารักแห่งนิเทศ ก็รู้นะว่าอายุเท่ากันแต่ทุกคนจะเรียกเมษาว่าน้องเหมือนเป็นสิ่งมีชีวิตที่ดูตัวเล็กๆ นุ่มๆ น้องเมษาน่ารักมากกกกกยังกะตัวการ์ตูนญี่ปุ่นถ้าไอ้อันดาน่ารักอย่างเมษาเขาคงหวงมากยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม และดูไอ้อันดา...ดื้อ กวนตีน และยุ่งวุ่นวายที่หนึ่ง(แต่ก็รักมัน)

เพราะสายรหัสเขากับเมษค่อนข้างที่จะสนิทกันตั้งแต่สายรหัสปีสี่ยันปีหนึ่งเวลาที่นัดกันเลี้ยงสายก็นัดพร้อมกันตลอด  ถ้านัดกันเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสุขภาพก็จะนัดกันที่ร้านกาแฟพี่กัลป์ และครั้งนี้ที่นัดกันแล้วบังเอิญเจอกลุ่มวิศวะนั่งอยู่บริเวณชั้นสองแต่อยู่กันคนละฝั่งตอนแรกฟ้าครามไม่รู้เรื่องอะไรกับเขาหรอกปีหนึ่งใสใสก็เดินตามพวกพี่ๆ แต่แอบเห็นเหมือนกันว่าพี่ตั้งแต่ปีสี่จนถึงปีสองชะงักไปเหมือนกันเมื่อเห็นกลุ่มวิศวะนั่งกันอยู่อีกด้าน

โดยเฉพาะพี่ปีสี่ท่าทางเหมือนจิ๊กโก๋เจอคู่อริ

“โอ๊ะโอ พวกคุณชายมาว่ะ”

ไม่แน่ใจว่าใครพูดแต่มั่นใจว่ามาจากสักคนที่ใส่เสื้อช็อปสีเทาตรงกลุ่มที่นั่งกันอยู่ เมษบอกว่าพวกวิศวะเรียกบริหารว่าคุณชายมันก็ไม่ได้แย่ฟังดูดีอยู่นะ พี่นทเป็นพี่รหัสปีสามของเมษบอกว่าวันนี้ไม่อยากมีเรื่องให้นั่งห่างๆ กันไว้ฟ้าครามเองก็ไม่รู้ว่าปกตินี่เขามีเรื่องกันยังไงแต่ก็คงไม่ถึงกับเอาไม้ทีฟาดใส่กันหรอกนะ

“ผมขอถามได้ไหมทำไมเราถึงไม่ค่อยถูกกับวิศวะ”

พี่นทเขยิบตัวเข้ามาในวงพร้อมกับบอกว่าไม่เคยมีใครรู้ต้นเหตุที่แท้จริงแต่เห็นฟาดฟันกันมาหลายรุ่นไม่ใช่ต่อยกันในแบบนักเลงที่ยกพวกมากระทืบอะไรแบบนั้น แต่เวลาที่มหา’ลัยมีการแข่งขันไม่ว่าจะเป็นด้านกีฬา วิชาการ หรือแค่ชิงตำแหน่งถือธง ถือป้ายวิศวะเวียนมาเจอกับบริหารทีไรกลายเป็นสงครามกลางมหา’ลัยทุกที

“แต่มีข่าวลือที่เขาเล่ากันมานานแสนนานว่าเพราะรุ่นพี่วิศวะกับรุ่นพี่บริหารเคยแย่งกันจีบผู้หญิงคนเดียวกัน”

“แล้ว?”

“ผู้หญิงคนนั้นเรียนอยู่วิศวะแต่คนที่จีบชนะคือ รุ่นพี่บริหารคราวนี้เลยกลายเป็นความแค้นฝังหุ่นตั้งแต่นั้นมา”

“ไร้สาระว่ะอย่างนี้ถ้าชอบผู้หญิงวิศวะทำไงอ่ะ”

“ชอบไปเหอะมึงถ้ามึงไม่ได้เล่นตัวท็อปก็คงไม่เป็นปัญหา อย่างกลุ่มนั้นอย่าได้ไปยุ่งเกี่ยวด้วยมันบ้า”

ฟ้าครามมองไปยังกลุ่มวิศวะที่นั่งอยู่อีกด้านยอมรับว่าทุกคนในกลุ่มนั้นหน้าตาดีเหมือนผ่านการคัดสรรกันมาแล้วยิ่งหัวหน้ากลุ่ม (?) ที่ชื่อพี่ไฟนี่ดูดียังกะพระเอกละครใส่เสื้อช็อปเซ็ทผมเท่ๆ ยิ่งหล่อเข้าไปใหญ่แต่ท่าทางจะไม่ถูกกับพี่นทสายรหัสปีสามของเมษเห็นสายตาที่มองกันเหมือนโกรธกันมาร้อยล้านปี

ยิ่งฟังแล้วยิ่งปวดหัว
ฟ้าครามเลยหยิบคาราเมลมัคคิอาโต้ขึ้นมาดื่ม

นั่งคุยเล่นกันอยู่สักพักฟ้าครามเห็นว่าชั้นสองของร้านกาแฟพี่กัลป์มีหนังสือเยอะมากเหมือนเป็นห้องสมุดย่อมๆ เลยลุกจากที่นั่งเดินดูหนังสือไปเรื่อยๆ มีเขียนไว้ว่าหนังสือทั้งหมดนี่สามารถยืมกลับบ้านได้ร้านกาแฟพี่กัลป์นี่มีทุกอย่างครบครัน จังหวะที่ฟ้ากำลังจะเดินเลี้ยวไปอีกช่องกลับมีคนตัวเล็กผมสีน้ำตาลโผล่พรวดออกมาดีที่เขาจับแขนอีกฝ่ายไว้ทันไม่งั้นหน้าคว่ำลงกับพื้นไปแล้ว

“เป็นอะไรไหมครับ”

ฟ้าครามรั้งแขนให้คนตัวเล็กกว่ายืนทรงตัวดีๆ แต่พอเห็นหน้าอีกฝ่ายชัดๆ ก็นิ่งไปเหมือนกัน  น่ารัก น่ารักว่ะ! เป็นผู้ชายที่หน้าตาจิ้มลิ้มมากปากนิดจมูกหน่อยแขนก็เล็กนิดเดียวแต่พอฟ้าครามเห็นชุดที่คนตรงหน้าใส่อยู่ก็ขมวดคิ้ว

“สตางค์ เป็นอะไรวะ”

พี่ไฟแห่งวิศวะเดินเข้ามาดึงแขนคนตัวเล็กให้มายืนอยู่ฝั่งตัวเองคราวนี้มากันหมดทั้งวิศวะบริหารเหมือนกำลังจะมีเรื่องกันจริงๆ พี่วีพี่รหัสปีสามเลยดึงเขาให้มายืนฝั่งบริหารทุกคนลุกจากที่นั่งเตรียมพร้อมกันเต็มที่ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจน งง ไปหมด

“เฮ้ย ไม่มีอะไรกูแค่จะล้มแล้วเขาก็แค่จับไว้มามุงกันทำไมวะแยกย้ายๆ”

ขนาดเสียงยังน่ารักเลย

“อย่าให้รู้ว่ามันทำอะไรมึงนะสตางค์”

“ใครจะทำอะไรกูวะไอ้ไฟนี่ก็..ป่ะๆ แดกข้าวกันกูหิวแล้ว”

สลายโต๋
ทุกคนแยกย้ายเมื่อเห็นว่าไม่มีเรื่องอะไรร้ายแรง ฟ้าครามกอดอกมองพี่ที่ชื่อสตางค์เดินไปหยิบกระเป๋าหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาดื่ม มีแวบนึงที่พี่สตางค์หันมามองก่อนจะเดินลงบันไดไปฟ้าครามยืนยิ้มอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งหันหน้ามาทางขวาเจอเมษที่มองเหมือนรู้ทันพอหันหน้ามาทางซ้ายก็เจอพี่นทที่จ้องเขม็ง

“กูบอกไว้ก่อนว่ามึงจะชอบใครในวิศวะก็ได้แต่ต้องไม่ใช่ไอ้สตางค์”

“คือผม”

“มึงตายแน่ๆ ถ้ามึงคิดจะจีบสตางค์นั่นลูกรักของคณะหวงกันทั้งวิศวะโดยเฉพาะไอ้ไฟ”

“แฟน?”

“เพื่อนสนิท”

“ค่อยยังชั่ว”

“ไอ้น้องเวรนี่มึงคิดจะจีบสตางค์จริงๆ เหรอวะ!กูเพิ่งบอกมึงหยกๆ ว่าอย่าเล่นตัวท็อปนี่มึงเล่นอันดับหนึ่งของวิศวะเลย โอ๊ยน้องกู!”

พี่นทโวยวายเหมือนคนสติแตกก่อนจะเดินไปดูดชาเย็นที่สั่งไว้อึกใหญ่ดับอารมณ์ บอกตามตรงว่าเขาไม่ได้กลัวพี่ไฟอะไรนั่นหรอกไม่สนเรื่องที่สองคณะไม่ถูกกันด้วยถ้าเขาจะชอบเขาก็จะชอบต่อให้โดนกระทืบตายก็ยอม ฟ้าครามเดินไปตรงชั้นหนังสือเอามือไล่ดูก็เห็นหนังสือไปเรื่อยๆ เล่มนึงที่สันหนังสือเด่นกว่าเล่มอื่นฟ้าครามเลยดึงออกมาดู

เจ้าชายน้อย..

เคยเห็นอันดาอ่านอยู่เหมือนกันแต่ก็ไม่เคยสนใจพอเปิดไล่ไปเรื่อยๆ ก็เห็นว่ามีหน้านึงที่มีโพสต์อิทแปะอยู่

คาราเมลมัคคิอาโต้ร้านพี่กัลป์อร่อยมาก
แล้วก็ขี้เกียจอ่านหนังสือโว้ย!


ฟ้าครามหัวเราะออกมาใครมาเขียนระบายความเครียดไว้ในหนังสือเจ้าชายน้อยวะ อ่านแล้วก็ตลกตอบเขาหน่อยแล้วกันอย่างน้อยเขาจะได้มีเพื่อนคุยพอคิดอย่างนั้นก็หยิบปากกามาเขียนลงไปบนโพสต์อิท

ผมก็ชอบคาราเมลมัคคิอาโต้ร้านกาแฟพี่กัลป์เหมือนกัน
ตั้งใจอ่านหนังสือนะครับ สู้ๆ


รู้สึกเหมือนมีเพื่อนทางจดหมาย
ย้อนวัยดีวันนี้นี่มันมีแต่เรื่องดีๆ เจอคนน่ารักแห่งวิศวะและใครก็ไม่รู้ในหนังสือเจ้าชายน้อย


CARAMEL MACCHIATO


“สตางค์มีคนฝากให้”

“พี่กัลป์ไม่เห็นจะต้องรับฝากอะไรแบบนี้เลยเกรงใจพี่”

“ก็เขาไม่กล้าเข้าไปจีบตรงๆ น่ะสิเพื่อนเราน่ากลัวจะตาย”

กัลป์หยิบเอาบรรดาขนมที่มีรุ่นพี่รุ่นน้องฝากไว้ให้สตางค์วิศวะปีสามเพราะไม่เคยมีใครกล้าเอาไปให้กับตัว นี่ก็คงไปสืบกันมาว่าสตางค์มาซื้อคาราเมลมัคคิอาโต้ที่ร้านเขาทุกวันถึงได้ฝากของไว้ กัลป์เองก็เห็นสตางค์อยู่บ่อยๆ เป็นเด็กวิศวะที่หน้าตาน่ารักเห็นคนรุมจีบมานานเหมือนกันแต่แน่แหละ สตางค์อยู่ในกลุ่มตัวท็อปวิศวะที่ใครๆ ต่างก็รู้จักยิ่งมีเพื่อนสนิทอย่างไฟเฮดว๊ากปีสามที่หวงเพื่อนขนาดนี้บอกเลยว่าจีบสตางค์มันไม่ง่าย และยังไม่มีใครกล้าเลยสักคน

“ปีสามแล้วมีแฟนได้แล้วมั้ง”

“ผมจะรอพี่กัลป์เปิดตัวแฟนก่อนแล้วค่อยมี”

กัลป์ได้แต่ส่ายหน้าพร้อมกับบอกว่าเราอาจขึ้นคานถ้ารอพี่มีแฟน เจ้าเด็กวิศวะเดินหอบขนมกับกาแฟออกไปแล้วกัลป์เลยก้มหน้าเช็คบัญชีตัวเลขต่อแต่อยู่ดีๆ ก็มีผู้ชายคนนึงโผล่พรวดมาตรงเคาน์เตอร์กัลป์เองก็ตกใจสะดุ้งโหยงจำได้ว่าเจ้าเด็กตัวสูงผิวสีแทนคือฟ้าครามฝาแฝดของอันดา

“พี่กัลป์พี่สตางค์เขามาซื้อกาแฟพี่ทุกวันเลยเหรอครับ”

“ก็ทุกวันนะบางวันก็มาแต่เช้าบางวันก็มาตอนสายบางทีก็ขึ้นไปอยู่ตรงชั้นหนังสือเดี๋ยวนะ..นี่เราถาม”

“แล้วมีคนฝากของให้พี่เขาเยอะอย่างนี้ทุกวันเหรอครับ”

“บางวันเยอะกว่านี้อีกเดี๋ยวๆ นี่เราถามทำไม?”

“เป็นผมจีบใครสักคนก็เดินเข้าไปหาเขาเลยสิวะกลัวอะไรนักหนา ขอบคุณมากครับพี่กัลป์”

กัลป์รับไหว้เจ้าเด็กฟ้าครามที่โผล่เข้ามาถามแถมยังพูดเองเออเองอยู่คนเดียว พอพ้นหลังไปแล้วกัลป์ได้แต่ยืนหัวเราะเออเว้ย เพิ่งบอกไปเมื่อกี้ว่าให้เจ้าสตางค์หาแฟนไม่คิดว่าจะได้เจอคนจีบสายฟ้าแลบขนาดนี้

“พี่ พี่สตางค์”

สตางค์หยุดเดินเมื่อได้ยินชื่อตัวเองพอหันหลังไปมองก็เห็นเด็กบริหารจำได้ก็เพิ่งเจอเมื่อวานวิ่งมาหา วิ่งมาขนาดนี้ก็พอรู้นะว่าจะทำอะไรนี่เขาไม่ใช่เด็กๆ แล้วด้วยแค่มองก็รู้จุดประสงค์ไอ้คนตรงหน้า สตางค์ถอนหายใจแล้วหันกลับไปเดินต่อแต่ไอ้เด็กบริหารปีหนึ่งก็วิ่งมาดักอีก

“ถอยไป”

“จำผมได้ไหม”

“จำไม่ได้”

“ลืมง่ายขนาดนี้ได้ไง”

“จะเอาอะไร”

ฟ้าครามยิ้มให้พี่วิศวะปีสามที่ตอนนี้ดูก็รู้ว่าหงุดหงิดน่าดูแต่ดูท่าทางแล้วคงรู้แล้วสินะว่าเขาต้องการอะไร พี่สตางค์ไม่ได้ใส่เสื้อช็อปเหมือนเมื่อวานใส่แต่ชุดนักศึกษาปกติแต่งตัวไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่แต่ก็ดูน่ารักดี

“ผมชื่อฟ้าคราม อยู่บริหารปีหนึ่ง”

“บอกทำไมวะ”

ฟ้าครามเดินเข้ามาหาสตางค์ที่ถอยหลังไปหนึ่งก้าวเมื่อเห็นว่าเจ้าเด็กบริหารเดินเข้ามาใกล้จนเกินไป สตางค์เพิ่งเห็นว่าบรรดานักศึกษาที่เดินไปมาแถวหน้ามหา’ลัยเริ่มมองมาที่เขาและจำนวนไม่ใช่น้อยๆ เลยทีเดียว ฟ้าครามหยุดเดินก่อนจะบอกเสียงดังฟังชัดให้ได้ยินกันทุกคน

“เพราะว่าผมจะจีบพี่ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป”

แน่นอนว่าข่าวนี้
ดังไปทั่วทั้งมหาวิทยาลัยภายในสิบวินาที


“ตาย! ตายแน่ๆ มึงตายแน่ๆ ไอ้ไฟฆ่ามึงตายแน่ๆ”

รู้สึกเหมือนเป็นนักโทษกำลังโดนสอบสวนถ้ามัดมือไพล่หลังนี่ใช่เลยไม่รู้ว่าทุกคนมารวมตัวกันได้ยังไง ไอ้อันดาคือคนแรกที่โทรมาแหกปากตามด้วยพี่นทพี่รหัสปีสามของไอ้เมษพอวางสายปุ๊ปพี่วีพี่รหัสปีสามของตัวเองก็โทรมาบอกให้มาเจอกันเดี๋ยวนี้ พี่วีเป็นคนนิ่งๆ ท่าทางดุนิดๆ แต่หน้าตาน่ารักนะใส่แว่นด้วยฉายานี่เทวดาประจำบริหารพี่เขาเป็นคนไม่ค่อยพูดแต่ถึงกับโทรมาหาด้วยตัวเองแบบนี้

คาดว่าเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร

“แล้วทุกคนมาอยู่ที่นี่ได้ไง”

นอกจากอันดาฝาแฝดสุดที่รัก ไอ้เมษ กรีน (ที่ตัวติดกับไอ้เมษตลอดเวลา)  พี่นท พี่วี  ยังมีน้องเมษาและข้างๆ น้องเมษายังมีเดือนวิศวะที่ชื่อตะวัน ฟ้าครามหันไปมองหน้าตะวันที่ยิ้มให้แถมยังชูนิ้วโป้งบอกว่าประกาศจีบคนได้ยอดเยี่ยมมาก น้องเมษาดึงแขนเสื้อตะวันให้ตอบคำถามที่ถามค้างไว้

“ตะวันรู้จักพี่สตางค์ใช่ไหม”

“รู้แค่ว่าอยู่ปีสามสาขาโยธากลุ่มเขาดังในวิศวะ มีคนแต่หล่อๆ แต่พี่สตางค์น่ารักมาก น่ารักกว่าดาวคณะอีก น่ารักจนไม่คิดว่าพี่เขาจะเรียนวิศวะ ตัวเล็กหน้าก็เล็กตาก็สว….แต่เมษาน่ารักกว่านะครับ”

ไอ้ตะวันหยุดการพรรณนาถึงพี่สตางค์เมื่อเห็นเมษากอดอกจ้องตาไม่กะพริบคิ้วก็เริ่มขมวดท่าทางโคตรน่ารักและแน่นอนว่าเดือนวิศวะก็คิดเหมือนกันถึงได้ก้มลงมาจุ๊บเหม่งเร็วๆ ไอ้เมษแทบจะถีบเก้าอี้ที่ตะวันนั่งอยู่กระเด็นติดกำแพงดีที่กรีนจับแขนเมษไว้ทัน

“นี่มึงเอาจริงเหรอวะฟ้า”

“กูประกาศไปซะขนาดนั้นล้อเล่นมั้ง”

อันดาถอนหายใจแล้วถอนหายใจอีกพี่วีที่ยืนกอดอกหน้านิ่งเลยลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้าพอพี่วีทำท่าจะเริ่มพูดทุกอย่างรอบตัวก็ดูเป็นงานเป็นการขึ้นมาทุกคนเงียบสนิทพี่วีขยับแว่นที่ใส่อยู่เล็กน้อยก่อนจะมองหน้าเขาตรงๆ

“บริหารกับวิศวะไม่ถูกกันมานานมึงรู้ใช่ไหม แต่กูก็เข้าใจคนมันจะชอบห้ามกันได้ที่ไหน”

“ครับ”

“บอกไว้ก่อนนะถ้ามึงเล่นๆ กับสตางค์ไอ้ไฟเอามึงตายแน่”

“พี่หมายถึง”

“ถ้ามึงไม่โง่ก็คงจะดูออกว่าไอ้ไฟคิดยังไงกับสตางค์”

“ดูจากท่าทางผมก็พอรู้นะ”

“กูถึงเป็นห่วงมึง มันไม่ใช่แค่คณะเราไม่ถูกกันแต่นี่มันเป็นความรู้สึกล้วนๆ ถ้ามึงยังไม่จริงจังก็พอแค่นี้”

“………………………………………………………………………………”

พี่วีพูดเสร็จลุกขึ้นกำลังจะเดินไปที่ประตู
แต่ประโยคที่ได้ยินจากน้องรหัสปีหนึ่งทำให้มือที่กำลังเอื้อมไปเปิดประตูหยุดชะงัก

“อาจจะเรียกว่าบ้าก็ได้ที่ผมอยากจีบคนที่เพิ่งเจอกันแค่วันเดียวแต่พี่เชื่อไหมตั้งแต่ผมเจอพี่สตางค์ผมยังไม่ลืมหน้าพี่เขาเลยจนถึงตอนนี้ ”


“………………………………………………………………………………”

“บอกไม่ถูกว่าชอบเขามากหรือเปล่าแต่เมื่อเช้าเห็นหน้าพี่เขาอีกทีก็อยากจะเจอพี่เขาอีก ตอนนี้โคตรอยากจะบุกไปวิศวะให้มันรู้แล้วรู้รอด”


“มึงนี่มันคนบ้าของแท้เอาเถอะไม่เคยเจอคนแบบนี้เท่ดีว่ะ ไอ้ไฟทำอะไรมึงบอกไอ้นทแล้วกันกูเอาใจช่วย”

พี่วีหัวเราะแล้วโบกมือลาขอตัวไปเรียนทิ้งพี่นทวิ่งตามไปร้องโวยวายว่าอย่าให้กูไปยุ่งกับไอ้ไฟแค่เจอหน้าก็ไม่อยากจะเจอ ดีที่พี่ปีสี่กับสองติดเรียนไม่งั้นคงยุ่งวุ่นวายกันทั้งสายรหัส พอรุ่นพี่ไปแล้วคราวนี้ก็เหลือแต่รุ่นเดียวกันทุกคนเอาแต่จ้องเขาเป็นจุดเดียวเหมือนเจอเรื่องประหลาด

“เคยคิดว่ากูมีฝาแฝดเป็นคนสติไม่ดีแต่เพิ่งรู้สึกจริงๆ ก็วันนี้”

“แค่กูชอบพี่สตางค์มันจะอะไรขนาดนี้วะ”

ทุกคนถอนหายใจท่าทางเครียดยิ่งกว่าเขาซะอีก ฟ้าครามยังคงทำท่าทางสบายๆ  ทั้งๆ ที่ทุกคนปวดหัวจนแทบจะระเบิดอยู่แล้ว เมษกับตะวันเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฟ้าครามแล้วพูดประโยคเดียวกัน

“มึงกำลังเล่นอยู่กับไฟนะ ฟ้าคราม”


CARAMEL MACCHIATO


“มันเป็นใคร”

“ไม่รู้จัก”

“แล้วที่มันพูดหมายความว่าไง”

“ก็บอกว่าไม่รู้จักไงไฟอย่ามาถามเซ้าซี้ได้ป่ะวะ”

กลุ่มวิศวะเริ่มเห็นท่าไม่ดีเลยจับไฟให้แยกออกมาจากสตางค์ พีคือคนที่บอกให้ไฟใจเย็นกว่านี้อย่าเพิ่งโวยวายไปไอ้เด็กบริหานั่นอาจเป็นแค่คนที่เข้ามาเต๊าะสตางค์เล่นๆ ก็ได้ไม่ได้เอาจริงเอาจังพอเห็นเหตุการณ์สงบลงก็เลยพากันไปที่โรงอาหาร โรงอาหารมหา’ลัยคนเยอะวุ่นวายเหมือนเดิม

แต่พอเดินมาถึงร้านน้ำทั้งกลุ่มก็ต้องหยุดเมื่อเห็นเด็กบริหารยืนกันอยู่

“พี่สตางค์”

ฟ้าครามคือคนแรกที่เดินออกมาจากกลุ่มผู้คนรอบข้างต่างพากันถอยออกไปยืนดูอยู่ไกลๆ แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรต่อคนที่เดินมาเผชิญหน้ากับฟ้าครามคือ ไฟ มือใหญ่ยกขึ้นมาดันหน้าอกเด็กปีหนึ่งไว้

“กูจะบอกว่ามึงให้รู้เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายอย่ายุ่งกับสตางค์”

“พี่มีสิทธิ์อะไรเหรอครับ”

“ไอ้..”

ฟ้าครามไม่ได้มีท่าทีเกรงกลัวพี่ไฟเฮดว๊ากผู้โด่งดังเลยสักนิด ขนาดกรีนยังบีบแขนเมษไว้แน่นเพราะกลัวว่าฟ้าครามจะโดนทุ่มลงกับพื้น สตางค์เองยังขมวดคิ้วกับท่าทีของไอ้เด็กกล้าบ้าบิ่นทุกทีไม่ว่าใครเจอกับไฟในแบบนี้ก็กลัวหัวหดวิ่งหางจุกตูดกันทั้งนั้น ฟ้าครามกระเถิบเข้าใกล้พี่ไฟมากกว่าเดิมตั้งใจจะพูดให้ได้ยินแค่สองคน

“ผมพอจะมองออกนะผู้ชายเหมือนกันแล้วก็ท่าทางเราจะชอบผู้ชายคนเดียวกันซะด้วย”

“มันจะมากเกินไปแล้วนะมึง!”

ไฟกระชากคอเสื้อนักศึกษาฟ้าครามจนคนรอบข้างเริ่มส่งเสียงกรี๊ดเพราะว่ากลัวว่าจะมีเรื่องหลังจากที่ไม่ได้เห็นวิศวะกับบริหารต่อสู้กันแบบจริงๆ จังๆ กันมานานแล้วพี่วีกับพี่นทเดินเข้ามาแทรกกลางวงตามด้วยรุ่นพี่บริหารอีกสามสี่คน เพราะผู้คนเริ่มมุงกันเยอะขึ้นไฟเลยตัดสินใจปล่อยคอเสื้อไอ้เด็กปีหนึ่งก่อนจะผลักให้ถอยออกไป

“ผมไม่ยอมแพ้หรอกนะต่อให้ใครจะมาพูดอะไรก็ตาม ผมชอบพี่สตางค์ผมรู้แค่ว่าผมชอบพี่สตางค์”

กลุ่มวิศวะที่เดินหันหลังไปแล้วหยุดชะงักพร้อมกับทุกคนที่มุงกันอยู่ช็อคตาค้าง ไม่มีใครพูดอะไรออกมาสตางค์แค่หันมามองเด็กบริหารปีหนึ่งที่ประกาศดังลั่นกลางโรงอาหารก่อนจะก้าวท้าวเดินออกไปพีคือคนแรกที่เดินตามมาก่อนจะเอามือพาดลงมาบนไหล่เพื่อนตัวเล็ก

“กูเห็นมึงยิ้มนะ”

คนที่ถูกกล่าวหาไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ
เพียงแค่เดินต่อไปเรื่อยๆ 


ร้านกาแฟพี่กัลป์

“วันนี้ได้ข่าวว่าเป็นพระเอกกลางโรงอาหาร”

“พี่กัลป์ก็รู้เรื่องกับเขาด้วยเหรอเนี่ย”

“ทุกเรื่องในมหา’ลัยพี่รู้หมดแหละแล้วเราว่าไงเอาจริงเหรอวะเรื่องสตางค์”

“เอาหน้าหล่อๆ ไปเสี่ยงหมัดพี่ไฟขนาดนั้นยังไม่เรียกว่าจริงจังอีกเหรอพี่”

กัลป์หัวเราะกับประโยคนั่น เด็กฟ้าครามเป็นผู้ชายหน้าตาดีที่นิสัยกวนๆ  แต่ก็ดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบได้ข่าวว่านี่ก็ฮ็อตพอตัว ทันทีที่พนักงานเอาคาราเมล มัคคิอาโต้มาวางตรงเคาน์เตอร์แต่พอฟ้าจะเอื้อมมือมาหยิบกัลป์กลับคว้าแก้วเอาไว้แล้วชี้มือไปยังชั้นสองของร้านที่เป็นโซนอ่านหนังสือ เด็กบริหารฉลาดดีเข้าใจที่เขาต้องการจะสื่อฟ้าครามเอ่ยขอบคุณเจ้าของร้านคว้าแก้วกาแฟแล้วเดินขึ้นไปชั้นสอง

โซนอ่านหนังสือเงียบดีวันนี้ไม่ค่อยมีใครใช้บริการเท่าไหร่มองหาอยู่นานไม่เห็นจะมีพี่สตางค์ นี่พี่กัลป์หลอกเขาป่ะวะ ตรงที่นั่งไม่เห็นจะมีใครอยู่เลยแต่พอฟ้าครามหันกลับไปมองตรงช่องหนังสือก็เห็นคนใส่เสื้อช็อปนั่งจุ้มปุ๊กอ่านหนังสือนิทาน? สำหรับเด็กหกขวบอยู่บนพื้น ข้างๆ มีแก้วกาแฟคาราเมลมัคคิอาโต้วางอยู่ใกล้ๆ

ฟ้าครามไม่ได้เดินเข้าไปหาแค่ลากเก้าอี้มานั่งมองคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่เงียบๆ

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงไม่เดินเข้าไปมันก็ดูเป็นภาพที่แปลกตาดีนึกว่าจะห้าวกว่านี้ซะอีก นี่นั่งอ่านนิทานเหมือนมันสนุกอะไรมากมายอยู่ปีสามจริงป่ะวะ มองจากมุมนี้พี่สตางค์โคตรน่ารักผมปรกหน้าหน่อยๆ แก้มขาวๆ ก็ดูนุ่มนิ่มเหมือขนมมาร์ชเมลโล่พอรู้สึกตัวว่าเขาจะแค่มานั่งมองแบบนี้ไม่ได้มันเสียเวลา ฟ้าครามเลยลุกขึ้นแล้วเดินไปนั่งลงข้างๆ

ทันทีที่เขานั่งลงพี่สตางค์ก็หันมามอง
ฟ้าเพิ่งเห็นว่าพี่สตางค์กำลังวาดรูปตัวการ์ตูนนิทานลงสมุดเล่มเล็กๆ อยู่

“มึงอีกแล้วเหรอ”

“อยู่คนเดียวป่ะเนี่ยไม่ใช่พี่ไฟซ่อนอยู่มุมกำแพงนะ”

“กลัว?”

“เปล่า จะได้เขยิบไปนั่งใกล้พี่มากกว่านี้”

พูดจริงและทำจริงฟ้าครามเขยิบเข้ามาใกล้หันหน้าฝั่งตรงข้ามหลังพิงชั้นหนังสือเพื่อที่จะเห็นหน้าพี่สตางค์ชัดๆ  สตางค์หยุดดินสอที่ขีดๆ เขียนๆ แล้วเหลือบตามองเด็กบริหารที่ทำท่าทางสบายๆ นับเป็นคนแรกเลยนะที่เจอไอ้ไฟแล้วยังมานั่งเสนอหน้าอยู่นี่

“ไม่กลัวไอ้ไฟเหรอไง”

“ทำไมต้องกลัวถ้ามัวแต่กลัวแล้วเมื่อไหร่จะจีบพี่ติด”

“คิดดีแล้วเหรอไงจะจีบกู”

“จะบอกว่าผมคิดผิด?”

“มาก”

“พี่ยังไม่มีแฟนใช่ไหม”

“มึงควรจะถามคำถามนี้ก่อนจะมาประกาศจีบใครตรงหน้ามหา’ลัย”

ฟ้าครามไม่ได้ตอบอะไรแต่เดาว่าพี่สตางค์ยังไม่มีแฟนแน่ๆ เพื่อนหวงกันทั้งชั้นปีขนาดนี้
แล้วก็ไม่มีบทสนทนาอะไรต่อทุกอย่างเงียบสนิท

“มึงจีบคนด้วยการนั่งเงียบๆ เหรอวะ”

“ตอนที่พี่วาดรูปพี่ดูมีความสุขยิ้มด้วยอ่ะ น่ารัก”

ปลายดินสอที่กำลังลากเส้นชุดชะงักสตางค์เงยหน้าขึ้นมามองเด็กปีหนึ่งที่ชะโงกหน้ามาดูรูปที่เขาวาด  พอเห็นว่าเขาจ้องหน้านานไปหน่อยก็เลยเอ่ยถามว่าเป็นอะไร

“มึงไม่คิดว่ามันไร้สาระเหรอ”

“วาดรูปนี่มันไร้สาระตรงไหน พี่วาดสวยออกไม่บอกว่าเรียนวิศวะจะคิดว่าเรียนนิเทศศิลป์”

“คนเราบางทีมันก็เลือกไม่ได้ป่ะวะ”

น้ำเสียงและท่าทางที่ดูฝืนยิ้ม ฟ้าครามคิดว่าพี่สตางค์คงมีอะไรฝังใจเกี่ยวกับการวาดรูปไม่ก็เกี่ยวกับเลือกเรียนวิศวะแต่เขาก็ไม่ได้สนิทถึงขั้นจะไปถามไถ่หรือปลอบใจอะไรขืนพูดจาอะไรไม่เข้าหูคะแนนอาจติดลบ

“พี่วาดรูปสวยนะผมชอบ วาดให้ผมก็ได้”

พี่สตางค์ยิ้มมุมปากนิดนึงก่อนจะก้มหน้าก้มตาวาดรูปมีการหลบไม่ให้เขาเห็นแค่เพียงสักพักก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกับฉีกกระดาษที่มีรูปวาดเด็กผู้ชายวาดเขาใส่หางเหมือนตัวเดวิลยื่นให้เขา ท่าทางพี่สตางค์จะชอบอกชอบใจมากมีการยิ้มตบท้ายพร้อมกับบอกเหมือนมึงสุดๆ พอเห็นเขาไม่หือไม่อือพี่สตางค์เลยเขิน?  คิดเองเพราะเห็นทำตาหลุกหลิกลุกหนีไปเลย

“ลืมกาแฟ ..พี่ชอบกินเหมือนผมเลย”

“พรุ่งนี้กูจะสั่งอย่างอื่น”

สตางค์รับแก้วกาแฟจากฟ้าครามมั่นใจได้เลยว่าพี่สตางค์ไม่มีทางสั่งเมนูอื่นแน่นอนเพราะพี่กัลป์ย้ำรอบที่ห้าร้อยว่าสตางค์วิศวะปีสามสั่งคาราเมลมัคคิอาโต้ทุกวัน  เด็กวิศวะตัวเล็กเดินไปสองก้าวแต่ก็หยุดหันมามองแป๊บนึงฟ้าครามนึกว่าพี่สตางค์ลืมของแต่พี่สตางค์กลับยิ้มให้หนึ่งทีแล้วเดินควงกุญแจรถลงบันไดไป

“อยู่รอดแบบไม่มีแฟนมาได้ไงวะน่ารักขนาดนี้”

ฟ้าครามนั่งพิงชั้นหนังสืออยู่อย่างนั้นพอมองหนังสือไปเรื่อยๆ อยู่ดีๆ ก็นึกถึงหนังสือเจ้าชายน้อยเลยลุกขึ้นเดินไปยังชั้นหนังสือช่องถัดไปหนังสือเจ้าชายน้อยยังอยู่ที่เดิมและข้างในมันมีโพสต์อิทสีฟ้าเพิ่มมาอีกหนึ่งแผ่น

ไม่คิดว่าจะมีคนมาตอบยินดีที่ได้รู้จัก
PS.วันนี้มีคนบ้ามาจีบด้วยว่ะ ตลก


ฟ้าครามอ่านจบแล้วต้องพยายามกลั้นขำเพราะเริ่มมีคนมาใช้บริการชั้นนี้เยอะพอสมควรมองซ้ายมองขวาก่อนจะเขียนข้อความลงในโพสต์อิทสีฟ้าอันเดิมเพราะเห็นมีที่ว่างเหลืออยู่

ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณโพสต์อิทสีฟ้า
PS.วันนี้เพิ่งเป็นคนบ้าไปจีบคนน่ารักมาเหมือนกัน


ก็ไม่คิดนะว่าตัวเองจะมาคุยกับคนที่ไม่รู้จักเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้อีกหน่อยคงต้องสอดสมุดโน๊ตไว้คุยกันท่าทางโพสต์อิทจะไม่พอฟ้าครามเก็บหนังสือเจ้าชายน้อยไว้ตามเดิม ขออย่าให้คนอื่นมาเปิดอ่านหนังสือเล่มนี้เลยเขาอยากจะให้มีแค่เขากับคุณโพสต์อิทสีฟ้าคุยกันแค่สองคน


CARAMEL MACCHIATO


“ฟ้า...ถ้ามึงโดนกระทืบกูจะบอกพ่อแม่ให้ว่ามรดกในส่วนของมึงมึงยกให้กูแล้ว”

อันดากระซิบบอกฟ้าครามเมื่อเห็นว่ามีใครยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่หน้าคอนโด  รูปร่างสูงโปร่งเสื้อช็อปบวกกับหน้าตาโคตรหล่อเขาจำไม่ผิดแน่นอน พี่ไฟวิศวะเฮดว๊ากปีสามไอ้อันดากระตุกแขนเสื้อเขายิกๆ เลยไล่ให้ไปยืนรอไกลๆ เพราะคิดว่าพี่ไฟคงอยากคุยกับเขาแค่สองคน

“มีอะไรกับผม”

“กูมาคุยเรื่องสตางค์”

“ถ้าพี่จะมาห้ามเรื่องผมจีบพี่สตางค์ ผมขอไม่ฟัง”

“กูจะไม่ห้ามมึงแต่กูก็จะไม่สนับสนุนมึงเหมือนกัน มึงมันดูไม่น่าไว้ใจถ้ามึงมาจีบสตางค์เล่นๆ กูไม่ปล่อยมึงไว้แน่”

“ถ้าผมต้องแข่งกับพี่ไม่ใช่ผมเหรอที่น่าจะแพ้”

ถ้ากูชนะคงชนะไปตั้งนานแล้ว......ไฟคิดในใจไม่ได้พูดออกไปแต่จับมือทำข้อตกลงเรียบร้อยฟ้าครามก็คิดว่าแมนๆ ดีจะได้ไม่มีการขัดขากันภายหลังรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในหนังที่คู่อริปรองดองกัน ไอ้อันดารีบปรี่เข้ามาหาคงอยากรู้เรื่องแต่ฟ้าครามแกล้งไม่บอกพยายามเดินหนีไปทางอื่น ไฟหันไปมองคู่ฝาแฝดที่ดูไม่ค่อยจะเหมือนกันสักเท่าไหร่อันดาเศรษฐศาสตร์ดูตัวเตี้ยกว่าไอ้ฟ้าครามหลายเซ็น ท่าทางตบตีของฝาแฝดมันดูน่ารักดีแต่พอเดินมาถึงมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ของตัวเองก็หันไปเห็นคนที่เพิ่งเดินออกมาจากคอนโดข้างๆ

“นี่มึงมาทำอะไรน้องในคณะกูป่ะเนี่ย!”

นท บริหาร

“ไอ้เปี๊ยกไปด้วยกันไหม”

“มึงจะแกล้งกู กูรู้ทัน”

“เร็ว! ขาสั้นขนาดนี้เดินไปเมื่อไหร่จะถึง”

“ไม่ไปโว้ยยย”

เห็นนทแล้วมันน่าแหย่คนบ้าอะไรเวลาเจอหน้าชอบทำหน้าเหมือนโกรธกันมาร้อยปี ก็พอรู้ว่าวิศวะกับบริหารไม่ค่อยถูกกันแต่เขาก็แยกแยะออกว่าใครเป็นใครไม่ใช่ว่าจะต้องเกลียดคนที่เรียนบริหารไปหมดทุกคน แล้วดูไอ้เตี้ยลักยิ้มนี่ทำ…อยากจะให้สะดุดหน้าคว่ำตกท่อจริงๆ

“อย่าเล่นตัวขึ้นมาเดี๋ยวไปส่ง”

“ไม่ไป! ก็บอกว่าไม่ไปไงวะ ยุ่งจริง”

“ขี้โวยวายจังวะ”

“เรื่องของกูมึงไปไกลๆ กูเลย”

นี่ปี 3 หรือ ป.3


 ………………………………….
………………………………………………………………………….

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-10-2017 22:23:13 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
 ………………………………….
………………………………………………………………………….


“คาราเมลมัคคิอาโต้ร้านพี่กัลป์มาแล้วครับ”

“มึงนี่ซื้อกาแฟให้เพื่อนกูทุกวันไม่ขาดตกบกพร่องเลยนะ”

“หายไปวันนึงเดี๋ยวพี่สตางค์คิดถึงผมแย่”

สตางค์ทำท่าจะอ้วกเมื่อรุ่นน้องบริหารหยอดมุขจีบไม่เลิกไม่รู้ว่ามันไปสรรหาคำพูดแบบนี้มาจากไหนนี่จีบมาสองสามอาทิตย์คำพูดเลี่ยนๆ ยังไม่ซ้ำกันเลยแน่นอนว่าไฟที่นั่งกินข้าวอยู่ด้วยถึงกับวางช้อนเบือนหน้าหนี อย่าคิดว่าหลังจากจับมือตกลงกันเรียบร้อยในวันนั้นสองคนนี้จะกอดคอปรองดอง เรียกว่าต่างคนต่างเลี่ยงไม่เจอกันจะถูกกว่า

แต่จะให้ทำยังไงได้ในเมื่อสตางค์ก็เป็นเพื่อนไฟมาตั้งแต่ปีหนึ่งจะให้เดินหนีเวลาฟ้าครามมาหาก็ใช่เรื่อง ก็ถือว่าทนได้ทนไปอาทิตย์ที่แล้วกวนตีนกันไปมาเลยต่อยกันคนละหมัด โอ้โห..คราวนี้มากันทั้งคณะบริหารวิศวะทุกคนเลยรู้เรื่องที่ฟ้าครามบริหารปีหนึ่งตามจีบสตางค์วิศวะปีสามกันถ้วนหน้า รุ่นพี่ปี่สี่ปี่สามวิศวะมากันเกือบหมดก็ไอ้ฟ้าเล่นไปจีบลูกรักสุดหวงของคณะเขาเขาประคบประหงมมาตั้งแต่ไอ้สตางค์อยู่ปีหนึ่ง ดีที่ยังปิดข่าวเงียบเรื่องไม่ถึงหูอาจารย์

และแน่นอนว่าคนที่สงบศึกได้คือ สตางค์ ที่ลั่นวาจาไว้ว่าถ้าต่อยกันอีกจะเป็นคนกระทืบทั้งสองคนเอง
ประกาศิตยิ่งกว่าอธิการบดีไฟกับฟ้าครามจากที่เหมือนเสือกับสิงห์ทะเลาะกันอยู่ดีๆ ก็กลายร่างทำท่าหงอยเป็นลูกแมว

คนน่ารักเวลาโมโหน่ากลัวฉิบหาย

แต่ก็คงเป็นเรื่องของลูกผู้ชาย พอทะเลาะกันเสร็จก็มานั่งทำแผลฟ้าครามได้ทีอ้อนสตางค์ให้ทำแผลที่มุมปากให้เพราะไฟเป็นคนนเริ่มก่อนสตางค์ก็เลยต้องรับผิดชอบในฐานะรุ่นพี่วิศวะ แต่เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้ไฟได้เห็นอะไรหลายอย่างฟ้าครามเป็นผู้ชายขี้เล่น อารมณ์ดีกวนๆ แต่แฝงไปด้วยความจริงใจ

และจริงจัง
ที่โดนเด็กปีหนึ่งต่อยกลับมาหนึ่งหมัดเพียงเพราะเขาพูดว่า

“มึงชอบสตางค์จริงเหรอวะมึงอยู่แค่ปีหนึ่งไม่ใช่เจอใครน่ารักกว่ามึงก็จะไปจีบเขา”

หมัดหนักๆ ที่ต่อยลงบนมุมปาก
พร้อมกับมือที่กระชากเสื้อช็อปให้เงยหน้าขึ้นมา

“อย่าดูถูกความรักของผม”

เด็กสมัยนี้กล้าบ้าบิ่นดีและเขาก็ดูออกว่าสตางค์เองก็เปิดใจกับฟ้าคราม รอยยิ้มที่เขาเองไม่เคยได้แต่ฟ้าครามเป็นคนได้มันไป อย่างตอนที่ไอ้เด็กนั่นแกล้งร้องโอดครวญทำยังกับเจ็บแผลซะมากมายทั้งๆ ที่มันต่อยกลับมานี่แรงกว่าที่เขาต่อยมันอีก ดูก็รู้ว่าแกล้งแต่สตางค์กลับหัวเราะชอบใจมีการเทแอลกอฮอล์ใส่สำลีซะชุ่มแล้วป้ายๆ ลงบนแผลแน่นอนว่าไอ้ฟ้าครามแหกปากดังลั่นแต่สุดท้ายสตางค์ก็ทายาให้ฟ้าครามอยู่ดี

ส่วนเขาน่ะเหรอ
แผลแค่นี้ไม่เป็นอะไรหรอกไม่เห็นจะต้องทำอะไรเลย

“นี่”

ก้อนสำลีพร้อมกับยาทาแผลถูกยื่นมาให้พอเงยหน้าขึ้นมามองก็เจอไอ้เตี้ยนทบริหารที่มีลักยิ้มสองข้างเป็นเอกลักษณ์ แต่ไฟก็ส่ายหน้าไปมาแถมยังดันออกให้ห่างตัว

“เดี๋ยวก็ตายหรอก”

“แผลแค่นี้จะตายได้ไง”

“หนักอยู่นะ”

จะว่าไปก็เจ็บอยู่เหมือนกันยิ่งตอนพูดนี่เจ็บจี๊ดขนาดไฟเดินหนีเตี้ยนี่ก็ยังเดินตามมา เลยยืนพิงมอเตอร์ไซค์ตัวเองยกมือยอมแพ้เพราะเสียงที่เอาแต่โวยวายไม่หยุดแน่นอนว่าแผลแบบนี้เขาเองก็คงมองไม่เห็นเลยให้นทใส่ให้ตอนแรกไม่คิดอะไรหรอกแค่ใส่ๆ ให้มันจบคงเพราะความสูงกับเขากับนทต่างกันมากไอ้เตี้ยเลยกระเถิบเข้ามาหาแถมยังยื่นหน้ามาจนชิด

ได้ยินมาเยอะว่าผู้ชายบริหารน่ารัก
หน้างี้ใสกิ๊กฉายา คุณชาย ทีได้มาก็ดูเหมาะสมดี


“มึงจะกินข้าวได้เหรอวะปากแต..”

คงไม่รู้ตัวว่าหน้าเราอยู่ใกล้กันขนาดนี้ เป็นครั้งแรกที่ไฟคิดว่าไอ้เตี้ยลักยิ้มจอมโวยวายนี่น่ารักดีดูก็รู้ว่าตอนนี้เขินแก้มแดงหูแดงไปหมด พอรู้สึกตัวก็เลยยัดสำลีใส่มือเขาแล้วทำท่าจะเดินหนีไปซะดื้อๆ ไฟเลยต้องคว้าข้อมือไว้

“ขอบใจ”

นทพยักหน้าส่งๆ พอจะเดินหนีไปทางอื่นไฟก็ไม่ยอมปล่อยท่าทางเหมือนกระต่ายตื่นตูมของนทมันดูตลกทั้งๆ ที่เราไม่เคยจะพูดกันดีๆ เลยสักครั้งแต่ก็พอรู้ว่าคนอย่างนทไม่ได้มีอะไรหรอกโวยวายไปงั้นแต่การกระทำนี่ตรงข้ามเลย คำพูดของสตางค์ที่เคยบอกในวันที่เขาสารภาพความรู้สึกย้อนกลับเข้ามาอีกครั้ง

อย่ายึดติดกับกูเลยไฟกูอยากให้มึงได้เจอคนที่ทำให้มึงมีความสุขสักวันมึงก็จะเจอ
กูเชื่อนะว่าอีกไม่นานมึงจะเจอเขา



กลับมาที่โรงอาหาร

“มึงทะเลาะกับพ่ออีกแล้วเหรอวะสตางค์ พี่เหรียญโทรมาหากูบอกมึงไม่รับโทรศํพท์”

“เรื่องเดิมๆ”

“พ่อมึงนี่ทำไมไม่ชอบให้มึงวาดรูปขนาดนี้วะไอ้สตางค์นี่จิตรกรมาเกิดชัดๆ”

ฟ้าครามนั่งฟังเงียบๆ แต่สายตามองไปยังพี่สตางค์ที่เอาแต่ถอนหายใจเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นสตางค์เลยขอตัวออกไปคุยอีกทาง พีเลยตบลงบนไหล่รุ่นน้องเบาๆ พร้อมกับบอกคร่าวๆ ว่าพ่อสตางค์ไม่ชอบให้สตางค์วาดรูปอยากให้เรียนทางด้านวิทย์ๆ มากกว่าตอนเลือกคณะสตางค์เลยต้องตัดคณะศิลปกรรม สถาปัตย์ ออกทั้งหมด

มิน่าล่ะ
ถึงต้องแอบมาวาดรูปที่ร้านพี่กัลป์บ่อยๆ



พี่สตางค์หายไป
หายไปหลังจากที่คุยโทรศํพท์ พี่ไฟบอกว่าสตางค์ไม่ได้กลับไปเรียนแค่ส่งไลน์มาบอกว่า ไม่เข้า

“ร้านพี่กัลป์”

เสียงกระดิ่งที่ดังขึ้นหน้าร้านทำให้กัลป์เงยหน้าขึ้นมามองท่าทางเหนื่อยหอบของฟ้าครามทำให้กัลป์เอ่ยถามว่ามีเรื่องอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นหรือเปล่าเด็กบริหารส่ายหน้าก่อนจะถามถึงพี่สตางค์

“มาตั้งแต่บ่ายแล้วเห็นเงียบๆ เลยไม่ได้ถามอะไรแต่ยังไม่ลงมาเลย ที่เดิมชั้นสอง”

อยู่นี่จริงๆ ด้วย
ที่เดิมท่าเดิมสมุดวาดรูปเล่มเดิมฟ้าครามเดินมานั่งลงข้างๆ พี่สตางค์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองหรือหยุดวาดรูปคงรู้ว่าเขาเป็นใคร ต่างคนต่างเงียบอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งฟ้าครามวางมือบนเข่าของอีกฝ่ายเบาๆ พี่สตางค์ถึงได้หยุดเพิ่งเห็นว่ามือแดงไปหมดไม่รู้ว่าวาดมามานานเท่าไหร่แล้ว

“พี่อยากวาดรูปจริงๆ ไหมแบบเอาสีระบายๆ ในกระดาษ”

สตางค์เองก็ไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอะไรแต่เห็นว่าฟ้าครามโทรหาอันดาฝาแฝดพูดเรื่องอะไรเขาก็ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง เจ้าเด็กปีหนึ่งตัวสูงรั้งแขนให้เขาลุกขึ้นตามแต่สิ่งที่ร่วงลงมาตรงพื้นทำให้ฟ้าครามหยุดชะงัก

โพสต์อิทสีฟ้า…

“อันนี้ของพี่เหรอ”

“ใช่..ทำไมวะ”

“เอามาทำอะไร”

“มันติดมากับสมุดวาดรูปกูก็ใช้ทุกวัน”

“ตอนที่พี่นั่งอยู่มีคนมาอ่านหนังสือบ้างไหมมีคนมาหยิบหนังสือตรงล๊อคถัดไปหรือเปล่า”

ฟ้าครามก้มลงเก็บโพสต์อิทแล้วคืนให้
แต่พอสตางค์หยิบมันไว้กลายเป็นฟ้าที่ไม่ยอมปล่อยเหมือนว่ารอเขาตอบคำถามก่อน

“คนเดินไปเดินมาเยอะแยะกูไม่ได้มองว่าใครเป็นใคร ”

อาจเป็นเพราะสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้มันไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักฟ้าครามเลยไม่ได้ถามอะไรต่อเลือกที่จะเดินลงไปข้างล่าง ไม่มีคำถามจากพี่สตางค์ว่าเขาจะพาไปไหนทำอะไรจนมาถึงหน้าตึกที่สตางค์เองก็ไม่เคยมาเลยสักครั้ง

คณะสถาปัตย์

พอขึ้นบันไดมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องเรียนสตางค์เห็นอันดาฝาแฝดของฟ้าครามยืนรออยู่แล้ว นอกจากอันดาแล้วยังมีเบียร์สถาปัตย์ปีสอง กำลังจะอ้าปากถามแต่ฟ้าครามก็พาเข้ามาในห้องก่อนเบียร์ซึ่งเป็นเจ้าถิ่นเลยอธิบายว่ามันเป็นห้องทำงานของสถาปัตย์บางทีคณะศิลปกรรมก็มาใช้บ้างแต่ไม่ค่อยมีใครมาใช้แล้วแต่ก็พอมีอุปกรณ์อยู่บ้างใช้ได้ตามใจชอบ

ยืนเหม่ออยู่นานจนฟ้าครามพามานั่งตรงหน้ากระดานวาดรูป เด็กบริหารเลยหยิบพู่กันมาจุ่มสีแล้ววาดลงบนกระดาษสีขาวสกิลเรื่องศิลปะทิ่ติดลบทำให้รูปที่วาดออกมาหน้าตาประหลาดจนสตางค์เองยังแอบหัวเราะก่อนที่ตัวเองจะหยิบพู่กันมาวาดบ้าง

“แม่บอกผมว่าตอนที่ผมยังเด็กอันดาแม่งแหกปากร้องไห้ตลอดเวลา แต่ผมกลับไม่ร้องสักแอะเอาแต่ยิ้มทั้งวัน พ่อบอกว่าโตขึ้นผมจะต้องเป็นผู้ชายที่อารมณ์ดีใครอยู่ใกล้ผมก็จะมีความสุข”

“……………………………………………………………..”

“พ่อผมถึงตั้งชื่อผมว่าฟ้าคราม เหมือนสีของท้องฟ้าที่เวลามองแล้วสบายใจ”

“……………………………………………………………..”

สตางค์มองไปยังสีฟ้าที่เจ้าตัวกำลังระบายอยู่สตางค์รู้ว่าเจ้าเด็กบริหารนี่เป็นผู้ชายสบายๆ เจอกันกี่ทีก็เอาแต่ยิ้มทั้งวันเหมือนคนบ้า ทุกอย่างมันไม่ใช่สิ่งที่ปั้นแต่งขึ้นมามันเป็นตัวตนของผู้ชายคนนี้ ตั้งแต่วันแรกที่เดินเข้ามาบอกชื่อและคณะตามด้วยถ้อยคำที่ประกาศต่อหน้าไฟว่าหมายมั่นจะจีบเขาให้ได้ ยอมรับว่าตอนแรกไม่เชื่อหรอกคิดว่าสองสามวันก็หายไปเอง (ยังคิดอยู่เลยว่าอาจโดนพี่ในคณะสั่งมาให้ทำ ) แต่วันนี้วันที่เจอเรื่องแย่ๆ กลับกลายเป็นเจ้าเด็กคนเดิมที่ยังอยู่ข้างๆ จนถึงตอนนี้

สตางค์สะดุ้งเมื่อคนที่นั่งวาดระบายสีอยู่เอาพู่กันมาป้ายตรงแก้ม

“ผมไม่อยากให้พี่เลิกวาดรูปนะ ผมรู้ว่าบางทีเราก็เลือกไม่ได้พี่ยังคงต้องเรียนวิศวะแต่ผมก็ไม่อยากให้พี่ทิ้งสิ่งที่พี่ชอบทำให้ครอบครัวพี่เห็นว่าพี่ทำทั้งสองอย่างพร้อมๆ กันได้พี่จะเป็นวิศวกรที่วาดรูปเก่งที่สุดในประเทศ”

เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าอยากจะยิ้มไปด้วยร้องไห้ไปด้วย
สตางค์ค่อยๆ ยิ้มออกมาก่อนจะซบหน้าลงกับอกกว้างของเด็กบริหาร

“ฟ้าคราม”

“ครับ”

“อยู่ใกล้แล้วมีความสุขจริงๆ ด้วย”

พู่กันในมือตกลงบนพื้นเมื่อฟ้าครามยกมือขึ้นมากอดสตางค์ไว้เต็มอ้อมแขนมันไม่มีคำพูดอะไรต่อ สตางค์หัวเราะออกมาเมื่อมองไปยังกระดานวาดรูปของฟ้าครามถ้าใครเห็นคงจะบอกว่านี่ผลงานของเด็กอนุบาลหรือเปล่า บ้านหนึ่งหลังเบี้ยวๆ ต้นไม้หนึ่งต้นพระอาทิตย์หนึ่งดวงมีนกขีดๆ สามตัว

แต่สิ่งที่สวยที่สุดในรูปคือสีของ
ท้องฟ้า.........ฟ้าคราม



“ทำไมมันเงียบๆ วะหรือเขากลับกันแล้ว”

อันดากับเบียร์พยายามเปิดประตูให้เบาที่สุดเมื่อเวลาล่วงเลยมาหลายชั่วโมงแต่ฟ้าก็ยังไม่เห็นติดต่อกลับมา ตอนแรกที่ไอ้ฟ้าโทรมาหาให้บอกพี่เบียร์ว่าขอยืมห้องที่วาดรูปได้หน่อย งง อยู่หลายนาทีกว่ารู้เรื่องทั้งหมด ไม่รู้ป่านนี้พี่สตางค์จะอารมณ์ดีขึ้นหรือยัง เสียงกระแอมจากข้างหลังทำให้อันดายิ้มแหยๆ

เด็กวิศวะบริหารปีสามมากันครบยืนกอดอกหน้านิ่งเลยต้องรีบเปิดประตู
เพราะกลัวว่าจะโดนพี่ๆ กระทืบตายคาตีน

ทุกคนที่เดินเข้ามาในห้องหยุดชะงักกับภาพตรงหน้าสตางค์นอนซบไหล่ฟ้าครามอยู่ตรงพื้นที่แก้มของทั้งสองคนมีแถบสีฟ้าเหมือนเด็กประถมที่ไปเข้าค่ายแล้วเอาสีมาทาหน้าแต่สิ่งที่ทุกคนยิ้มคือมือของทั้งคู่ที่เลอะไปด้วยสียังคงจับกันไว้แน่นข้างๆ มีพู่กันและภาพวาดที่ดูไม่ค่อยเป็นรูปวางอยู่ใกล้ๆ

“กลับเถอะ ปล่อยมันไว้งี้แหละ”

ไฟคือคนแรกที่เดินออกจากห้องพร้อมกับลากเอานทมาด้วย เด็กวิศวะยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปพร้อมกับบอกว่าเก็บเอาไว้แกล้งไอ้สตางค์เด็กแสบเวลามันงอแงจะได้มีอะไรไว้จัดการมันไม่ต้องเป็นทาสมันแล้ว มันโดนรุ่นพี่รุ่นเพื่อนโอ๋ตั้งแต่ปีหนึ่งจนเคยตัวต้องมีอะไรไปต่อรองมันบ้าง พี่วีส่ายหน้าอย่างขำๆ เมื่อเห็นแกงค์วิศวะที่ท่าทางเถื่อนๆ ทำท่าทางปัญญาอ่อนก่อนจะโบกมือลาเพราะต้องไปทำเรื่องฝึกงานในเทอมหน้า

อันดากับเบียร์เลยปิดประตูไว้ตามเดิม
เมื่อเห็นว่าทุกคนออกจากห้องจนหมดแล้ว

สุดท้ายแล้ววิศวะกับบริหารก็ลงเอยแฮปปี้เอนดิ้งกันสักที



ร้านกาแฟพี่กัลป์

“คาราเมลมัคคิอาโต้สองแก้วเครื่องดื่มแห่งการปรองดองสองคณะ”

กัลป์ยื่นเครื่องดื่มให้ทั้งสองคนที่วันนี้หน้าตาสดใสกันทั้งคู่มีการแซ็วสตางค์ว่าเพิ่งบอกไปหยกๆ ว่าให้หาแฟนมาดูแลแต่ไม่คิดว่าจะได้เร็วขนาดนี้สตางค์รีบส่ายหน้าพร้อมกับบอกว่ายังไม่ใช่แฟนต้องใช้เวลาดูก่อนเผื่อยังไม่ออกลายตอนนี้เลยเห็นฟ้าครามทำหน้าตาน่าสงสารเพราะทุ่มเทขนาดนี้ยังไม่ยอมเรียกว่าแฟนสักที

ฟ้าครามกับสตางค์เดินขึ้นมาบนชั้นสอง วันนี้ฟ้าครามตั้งใจจะมาบอกคุณเจ้าชายน้อยสักหน่อยว่าตอนนี้เขาโคตรมีความสุขที่ผ่านนี่เขาคุยกับเจ้าชายน้อยอยู่บ่อยๆ ถามเรื่องทั่วไปกินข้าวยังเรียนหนักไหมบางวันก็แค่วาดอีโมชั่นระบายความรู้สึก พวกเรื่องประวัติส่วนตัวเรียนคณะไหนชั้นปีอะไรเขาไม่คิดจะถามคุยกันแบบนี้ก็สนุกดี

“เดี๋ยวผมมาพี่ดูหนังสือไปก่อน”

ฟ้าครามบอกสตางค์ที่พยักหน้ารับแต่สตางค์ก็หยิบโพสต์อิทสีฟ้ากับปากกาขึ้นมาแล้วเดินเลี้ยวไปตรงช่องหนังสืออีกด้านเดินไล่ดูชื่อหนังสือก่อนจะเจอเล่มที่ต้องการพร้อมกับอีกคนที่หยิบหนังสือออกมาจากชั้น สตางค์หันมามองตั้งใจจะเอ่ยปากขอหนังสือคืนแต่ก็ต้องยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น

ฟ้าคราม

“เจ้าชายน้อยไม่สิพี่คือคุณโพสต์อิทสีฟ้า?”

“อย่าบอกนะว่านายคือคนที่เขียนตอบ”

สตางค์เองก็ไม่เชื่อว่าเรื่องตรงหน้าคือเรื่องจริงแต่ฟ้าครามกลับหัวเราะออกมาพร้อมกับคว้าคนที่ยืนทำหน้าตาช็อคสุดขีดเข้ามากอดไว้ สตางค์ทุบหลังเด็กปีหนึ่งเบาๆ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ฟ้าครามเลยก้มหน้าลงมาจนหน้าผากชิดกัน

“ไม่อยากจะเชื่อเลย”

“โคตรดีใจที่เป็นพี่”

“ไม่คิดว่าจะมีคนตอบด้วยซ้ำ”

“ห้ามไปเล่นอย่างนี้ที่อื่นแล้วนะ”

ฟ้าครามเปิดหนังสือเจ้าชายน้อยที่ถืออยู่ก่อนจะเขียนบางอย่างลงบนโพสต์อิทสีฟ้า เบี่ยงตัวหลบพี่สตางค์ที่พยายามจะมุดหน้าเข้ามาดูแต่เรื่องอะไรที่จะให้ดูง่ายๆ เด็กวิศวะเลยนั่งลงกับพื้นรอจนฟ้าครามเขียนเสร็จแล้วยื่นให้คนที่นั่งอยู่บนพื้นอ่าน

คุณโพสต์อิทสีฟ้าผมชอบพี่วิศวะปีสามที่ชื่อสตางค์มากครับ
เขาจะชอบผมบ้างไหม เป็นแฟนกับผมได้รึยัง ช่วยตอบผมหน่อย

Ps.ยินดีจะเลี้ยงคาราเมลมัคคิอาโต้ร้านพี่กัลป์ตลอดชีวิต

ฟ้าคราม ปิยภูวดล บริหารปีหนึ่ง

สตางค์หัวเราะก่อนจะก้มหน้าก้มตาเขียนลงบนโพสต์อิทสีฟ้าอีกแผ่น ฟ้าครามรู้สึกว่าตัวเองเป็นสาวน้อยวันแรกแย้มที่เพิ่งสารภาพรักและกำลังรอคอยคำตอบถ้ายืนบิดมือเขินนี่ใช่เลย ทันทีที่หนังสือเจ้าชายน้อยถูกยื่นกลับมาฟ้าครามก็ยิ้มแป้นเมื่ออ่านข้อความในโพสต์อิทแล้ววิ่งไปชะโงกหน้าตรงระเบียงเรียกพี่กัลป์เสียงดังลั่นพร้อมกับทำท่าโอเค กัลป์กระแอมเสียงเล็กน้อยก่อนจะตะโกนลั่นร้าน

“น้องคนไหนที่ฝากของให้สตางค์วิศวะปีสามตอนนี้พี่ไม่รับฝากแล้วนะครับเพราะสตางค์มีแฟนแล้วเกรงใจแฟนเขาหน่อย”



คำตอบข้ามไป PS เลยแล้วกัน

Ps. เตรียมเงินไว้เลี้ยงคาราเมลมัคคิอาโต้
ร้านพี่กัลป์ตลอดชีวิตเลย

คุณาสิน อัครโชติ
วิศวะโยธาปีสาม







*TBC 07 MOCHA
 #นิยายร้านกาแฟ

ps,ขอบคุณค่ะ
Twitter @ribbinbo


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-10-2017 21:07:33 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4994
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-7
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ fullfinale

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 687
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
 :mew1: :mew1: :mew1:

ขอบคุณค่ะ ละมุนเหมือนเดิมม ^^

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 05: CAPUCHINO 27/9/17
«ตอบ #34 เมื่อ05-10-2017 22:37:06 »

น่ารักทุกคู่เลย

ออฟไลน์ seaz

  • รักอยู่ไหน...ใจเรียกหา
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5386
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +381/-9
รอคู่พี่กัลป์ ^^

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 761
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
ไฟกับนท ยังไงนะ

ออฟไลน์ Wereena

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 283
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-1
    • facebook
เจอเรื่องนี้ในทู้นิยายแนะนำ อ่านรวดเดียวจบ น่ารักมาค่ะแต่ละคู่ ความยาวและเนื้อเรื่องไม่สั้นไป อ่านจบแบบไม่ค้างคาทั้งที่เป็นตอนเดียวจบ ติดตามตอนต่อไปเรื่อยๆนะคะ

ออฟไลน์ monoo

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1960
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +101/-4
 :-[

ออฟไลน์ namngern

  • Flowers need to bloom
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1848
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +200/-2
ชอบที่มาของชื่อฟ้าครามมากเลย
คุณพ่อน่ารักมาก เข้าใจตั้งชื่อ
ลงเอยกันอีกคู่ อยากรู้มากว่าคู่ต่อไปคือใคร
ตอนนี้เชียร์ ไฟกับนทอยู่555

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: [ร้านกาแฟ ' COFFEE SHOP ]* 06: CARAMEL MACCHIATO 5/10/17 PAGE.2
« ตอบ #39 เมื่อ: 06-10-2017 15:46:33 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ MyLavenderLand

  • ฉันสุขใจ เมื่อได้ Log in เล้า
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1582
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-1
โอ๊ยยยยยยย อ่านเรื่องนี้แล้วเบาหวานจะขึ้นเอา ทั้งกลิ่นกาแฟ #ข้าคือทาสร้านกาแฟ ทั้งกลิ่นความหวานของแต่ละคู่ อบอวลไปหมด ฟีลกู้ดมากกก ส่วนตัวชอบตอน americano เบส-โฟกัส ที่สุด มีหน่วงนำมาก่อนค่อยหวานตาม กลมกล่อมดีแท้  :o8:

ลุ้นพี่กัลป์ด้วยคน เป็นคิวปิดให้หลายคู่แล้ว จะมีคิวตัวเองมั่งไหมน้าา??

ออฟไลน์ wichiwiwie

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 72
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
งื้อออ คือชอบมากกกกกกก น่ารักมากกกกกกก  :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
ชอบทุกคู่ ทุกตอนเลยอ่าาา

รอติดตามตอนต่อๆ ไปนะคะ
^___________________^

ออฟไลน์ Haruya

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 105
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
ปกติเราไม่ค่อยชอบอ่านเรื่องสั้น เพราะรู้สึกว่าไม่จุใจ
แต่เรื่องนี้เป็นอะไรที่กลมกล่อม พอดี
ละมุนน
น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

มีผลงานอะไรให้เราติดตามอีกไหม
สมัครตัวเป็น FC นะ

ออฟไลน์ Dezzerr

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 550
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-1
โอ๊ย อ่านรวดเดียวจบ น่ารักมาก ชอบมากเลยค่าาาาา
ขอมอบตัวและหัวใจให้เลย

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
SPECIAL DRINKS : SODA VS ICED TEA
โซดากับชาเย็น
รู้ไหมว่าเราเจอกันครั้งแรกตอนไหน
ไฟ – นท



“บอกวาอย่าขยี้หัวไงวะ มากับมึงทีไรผมยุ่งตลอด”

“กูบอกว่าจะพาไปซื้อหมวกกันน็อคให้ใหม่ไง อันนี้ของเพื่อนกูมันไม่พอดีกับหัวมึงเนี่ย”

“อันไหนก็ไม่เอาทั้งนั้นแหละ”

“มึงอยากได้แบบที่มีหูแมวเหรอ”

“ไอ้เวรไฟแบ๊วสัสกูไม่ใส่”

“โน่นก็ไม่เอา นี่ก็ไม่เอาเรื่องมากจังวะ”

กัลป์ยืนรอทั้งคู่เถียงกันอยู่หน้าเคาน์เตอร์นี่ยืนมองอยู่นานเกือบห้านาที แต่ถึงจะเถียงกันทุกประโยคแต่มือไฟก็ยกขึ้นช่วยนทจัดผมให้เข้าที่เข้าทางมีลูบหัวตบท้ายอีกต่างหาก นี่แหละคู่รักเฮดว๊ากวิศวะปีสี่และหนุ่มน้อยลักยิ้มบริหารในตำนาน?ก็คงเรียกว่าคู่รักอ่ะนะทั้งๆ ที่กัลป์เองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นแบบไหน แต่หลังจากที่ไปฝึกงานที่เดียวกันเมื่อตอนปีสามเทอมสองพอขึ้นปีสี่ก็เหมือนทุกอย่างจะดีขึ้น

เรียกว่าดีขึ้น (มั้ง)
ปีที่แล้วยังมีเรื่องดราม่าน้ำตานองหน้าอยู่เลย
หมายถึง ไฟนะ ที่น้ำตานองหน้าไม่ใช่นท

“พี่กัลป์”

“เอาแบบเดิมใช่ไหมทั้งคู่เลย”

“ครับ แบบเดิม”

“ไปจองโต๊ะนะ”

“เดี๋ยวตามไป”

พอไม่เถียงกันก็ดูรักกันดีกัลป์สังเกตเห็นว่าเดี๋ยวนี้รุ่นน้องคณะวิศวะเริ่มจะสนิทและทักทายไฟก่อน ทุกทีนี่น้องผู้ชายในวิศวะแทบจะก้มลงไปกราบเบญจางคประดิษฐ์เวลาที่เจอหน้าพี่ไฟเฮดว๊ากสุดโหด
“ดูเป็นที่รักของรุ่นน้องนะเดี๋ยวนี้”

“เพราะใครล่ะพี่”

“น้องไฟแพ้น้ำตาแฟน”

“ถ้าไม่ใช่พี่กัลป์นี่ผมจับทุ่มแล้วเนี่ย”

กัลป์หัวเราะชอบใจเมื่อสามารถแกล้งไฟได้สำเร็จ
ตอนนี้เขินจนหน้าแดงหูแดงไปหมด รู้จักกันมาสามสี่ปีนี่ไม่เคยจะเห็นไฟในมุมแบบนี้เลยสักครั้ง

“คิดแล้วก็แปลกไฟกับนททำไมมาลงเอยกันได้”

ไฟหันไปมองคนที่กำลังพูดถึงเพราะต้องทำโปรเจคจบนทเลยเอางานมาทำที่ร้านกาแฟพี่กัลป์ทุกวัน ตอนนี้ก็ยุ่งวุ่นวายกับการเรียงชีทเห็นท่าทางแบบนั้นมันก็ดูน่ารักดีเหมือนเด็กๆ เฟรชชี่ทั้งๆ ที่เรียนอยู่ปีสี่แล้วแท้ๆ ไฟหันกลับมาตรงเคาน์เตอร์อีกครั้ง

“ผมก็ไม่คิดเหมือนกันว่ามันจะเป็นแบบนี้”


Flashback



“นี่สรุปมึงฝึกงานที่นี่เหรอวะ นท”

“เออ ที่นี่แหละกูมั่นใจมากว่าที่นี่ดีที่สุดในแปดบริษัทที่กูตัดทิ้ง”

“เออ ไอ้คนเก่งเจออะไรมาอย่าวิ่งร้องไห้มาหากูนะแล้วนี่ไอ้ไฟรู้ยังว่ามึงเลือกบริษัทนี้”

“ทำไมกูต้องบอกมันวะ”

“อ้าว ก็มึงกับมันดูมีซัมติงเห็นมันมาหามึงบ่อยๆ กูก็นึกว่ามึงกิ๊กกั๊กกับเฮดว๊ากสุดโหด”

“ซัมติงบ้านมึงสิ กูก็แค่ไม่อยากจะซ้ำเติมคนอกหักทั้งๆ ที่ใจจริงกูอยากจะสมน้ำหน้ามันใจจะขาด”

“ระวังเถอะ”

“อ้าว เพื่อนวี”

วียกมือขึ้นมารับหมัดจากไว้ทันก่อนที่นทจะต่อยลงมาเลยผลักหัวเพื่อนตัวเองออกไป นทเป็นพวกปากแข็งแต่ไม่ยอมรับ ขี้โวยวายแต่ใจอ่อน ส่วนไอ้ไฟไอ้โหดวิศวะคนนั้นก็ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ทำไมถึงเอาแต่ตาม นท แบบนี้ ก็พอรู้ว่านทมันเป็นคนน่ารัก ง๊องแง๊ง งอแงเหมือนเด็กไม่รู้จักโตที่สำคัญใจดีที่หนึ่ง ใครมาขออะไรก็ช่วยหมด

อย่างตอนไฟมีเรื่องกับฟ้าคราม
ก็ยังเห็นว่าเอาสำลีชุบยาไปทำแผลให้ไฟ ทั้งๆ ที่ตอนนั้นไม่มีใครกล้าเข้าไปหาไฟเลยสักคน

แต่ที่ทุกคนรู้ไฟชอบสตางค์…ชอบมานานถึงจะไม่เคยมีใครพูด
รู้ว่าการตัดใจสักคนมันไม่ง่ายถ้าไฟแค่ต้องการใครสักคนคอยปลอบใจในช่วงเวลาที่แย่ เขาก็เป็นห่วงนทอยู่เหมือนกัน


นทกำลังตื่นเต้น..
มือไม้นี่ไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน ทั้งๆ ที่ตอนจะก้าวขาเข้ามาที่บริษัทนี่เตรียมตัวเตรียมใจมาอย่างดีแล้วแท้ๆ  ถึงแม้ว่าพี่ๆ ในบริษัทจะส่งยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตรแต่ในใจมันก็กลัวอยู่ดี เสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นนทเลยลุกขึ้นมานั่งหลังตรงตัวตรงเพราะพี่ผู้จัดการเดินเข้ามาในห้องแล้ว

“คุณนวันธรใช่ไหมครับ”

“ใช่ครับเรียกผมว่า นท ก็ได้ครับ”

“แล้วนักศึกษาอีกคนล่ะมาพร้อมกันไหม”

“ครับ?”

นทเองก็ไม่เข้าใจคำถามสักเท่าไหร่หรือว่าจะมีนักศึกษาจากมหา’ลัยอื่นมาฝึกงานที่นี่ด้วย แต่เพื่อนร่วมคณะมหา’ลัยเดียวกันนี่ไม่มีแน่นอนเขามั่นใจเช็คมาแล้วยังไม่ทันจะได้คุยอะไรต่อเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับพี่พนักงานคนนึงแต่คนที่เดินตามมาด้านหลังทำให้นทต้องนั่งนิ่ง..

“ผมพาน้องนักศึกษาฝึกงานไปฝ่ายวิศวะมาครับ นี่อัคนี”

ตัวจริงเสียงจริง
นทรู้ว่าไม่ใช่คนเดียวที่จะชื่ออัคนีแต่ไอ้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าในชุดนักศึกษาเรียบร้อยในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนกำลังยืนมองเขายิ้มๆ และไม่ได้มีท่าทีตกอกตกใจที่เห็นเขานั่งหัวโด่อยู่นี่ เป็นคนเดียวกับที่กวนประสาทเขามาตลอดสามปี

ไฟ เฮดว๊ากวิศวะปีสาม

“คุณอยู่มหา’ลัยเดียวกันรู้จักกันไหม”

“ก็พอรู้จักครับ”

“เอาเป็นว่าชื่อแซ่ก็คงรู้จักกันแล้วสินะ เออ..เดี๋ยวอาร์ตามภาคย์ให้พี่หน่อย”

พี่ผู้จัดการอธิบายเกี่ยวกับบริษัทคร่าวๆ  ดีที่บริษัทไม่ได้เคร่งครัดอะไรนี่ก็บอกให้เขากับไฟทำตัวสบายๆ  โดยเฉพาะไฟที่ต้องไปทำงานนอกสถานที่ให้แต่งตัวอะไรมาก็ได้ ยังไงฝ่ายวิศวะก็ไม่ได้แต่งตัวแบบพนักงานออฟฟิตยู่แล้ว แค่เพียงไม่นานคิดว่าพี่ตัวสูงคงเป็นพี่ภาคย์ก็เดินเข้ามาในห้องทำงาน

ไม่แก่อย่างที่คิด
หน้าตารูปร่างยังกะนายแบบสูงจนหัวเกือบชนโคมไฟ

“นี่ภาคย์เขาจะดูแล นท ส่วนอัคนี ชื่อไฟใช่ไหมเดี๋ยวไปกับอาร์นะมีเพื่อนอยู่ด้วยจะได้อุ่นใจดูท่าทางนทจะตื่นเต้น”

พี่ผู้จัดการตบๆ ไหล่ให้กำลังใจนทที่เงยหน้าขึ้นมายิ้มให้มีการร้องโอ๊ะ..บอกว่าเขามีลักยิ้มสองข้างน่ารักดี พี่อาร์พี่ภาคย์ก็เลยชะโงกหน้ามาดูกันใหญ่ทำเหมือนไม่เคยเจอใครที่มีลักยิ้มมาก่อนพี่ภาคย์เจ้านาย(ในตอนนี้) ไม่ดุด้วยท่าทางใจดี ทุกคนที่นี่อารมณ์ดีไม่เครียดอย่างที่คิดยกเว้น....นักศึกษาฝึกงานจากวิศวะที่นั่งหน้านิ่งทำท่าทางเหมือนกำลังว๊ากน้องที่คณะอยู่

น่ากลัว (เล็กน้อย)


“นท”

“ทำไมมึงฝึกงานที่นี่วะ กูเห็นวิศวะเพื่อนมึงไปต่างจังหวัดกันหมด”

“กูไม่บอกมึงหรอกไอ้เด็กหัวสมองช้า”

“นี่กูคุยกับมึงดีๆ นะรู้งี้กูจะบอกพี่ภาคย์ว่าไม่รู้จักมึงน่าจะดีกว่า”

“ก็มึงเป็นซะแบบนี้ แล้วก็ไอ้พี่ภาคย์อะไรนั่น...”

“พี่ภาคย์ห้ามไอ้”

“เออ..พี่ภาคย์”

“พี่ภาคย์ทำไมวะ”

“เคยรู้อะไรบ้างไหมวะเนี่ย ช่างเหอะยังไงกูก็อยู่กับมึงอยู่แล้วมันไม่ง่ายหรอกกูบอกไว้ตรงนี้”

ไฟถอนหายใจเมื่อไอ้เตี้ยลักยิ้มทำหน้า งง ระดับสิบคูณแปดล้านและเขาก็จะไม่อธิบายอะไรด้วยให้มันบื้อๆ ไปอย่างนี้แหละ จะบอกไว้ก่อนแล้วกันว่าที่เขามาฝึกงานที่นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเขาตั้งใจ..ตอนแรกจะขึ้นเหนืองลงใต้ออกตกแต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจอยู่กรุงเทพตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน

ว่าทำไมทันทีที่เห็นชื่อ นท ในรายชื่อนักศึกษาฝึกงานที่บริษัทนี้
เขาถึงเลือกโดยไม่ลังเล

นท บริหาร
จะเรียกว่าเพื่อนใหม่ก็ไม่ใช่ เพื่อนกันก็ไม่เชิง สถานะตอนนี้ก็รู้สึกแปลกๆ อยู่เหมือนกันไม่เรียกว่าคนคุยกันเรียกว่าคนตีกันซะมากกว่า ไม่เคยจะได้คุยกันดีๆ เจอหน้าก็ทะเลาะกันทุกประโยคคุยในไลน์ก็เถียงกันจนพิมพ์แทบไม่ทัน

หลังจากเรื่องสตางค์กับไอ้เด็กฟ้าครามจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งเป็นที่เรียบร้อย เขาเองก็ไม่ใช่พวกแพ้แล้วพาล เขารู้ตัวว่าควรอยู่ตรงไหน ทำตัวยังไง เขายังคุยกับฟ้าครามเลยว่าเขาเข้าใจและจะไม่เข้าไปยุ่งกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แต่ถ้าวันไหนเขาทำอะไรที่มันเกินเลยหรือทำอะไรที่มันไม่เหมาะสมให้ฟ้าครามเตือนสติเขาได้เลย

มันต้องใช้เวลาเขาเองก็รู้ไฟยอมรับว่าชอบสตางค์มานาน และเขาก็เริ่มทำใจ
ตั้งแต่วันที่เขาตัดสินใจบอกความรู้สึกกับสตางค์บางทีมันก็คงต้องถึงเวลาที่...ต้องเริ่มใหม่กับใครสักคนบ้างเหมือนกัน

“น้องนท”

สงสัยคงเพราะทั้งคู่หายตัวนานไปหน่อยภาคย์เลยเดินมาตามถึงหน้าห้องน้ำ นทเลยผละตัวออกมาแต่ข้อมือกลับถูกไฟจับไว้แน่นเลยเงยหน้าขึ้นมาจะถามว่ามีอะไรแต่สายตาไฟไม่ได้มองหน้าเขาเลยมันเลยไปมองที่พี่ภาคย์ ส่วนพี่ภาคย์ก็มองกลับมายิ้มๆ ก็ไม่ได้มีอะไรนะ

“ไฟ”

“ไม่มีไร”


…………….
……………………………………………



“เลี้ยวซ้ายไปจะเป็นฝ่ายบัญชี ส่วนตรงนั้นฝ่ายคอมมีปัญหาอะไรก็ไปเรียกพี่เขาได้”

“แล้วฝ่ายวิศวกรนี่อยู่ไกลจากตึกเราไหมครับ”

“ติดเพื่อนเหรอเรา”

ภาคย์ถามเล่นๆ นึกว่าน้องฝึกงานจะแก้ตัวแต่อีกฝ่ายเล่นไม่ตอบ นทเองก็หัวเราะตามมันก็ต้องป้องกันไว้ก่อนเผื่อเขาทำตัวเซ่อๆ ซ่าๆ ทำอะไรพังขึ้นมาหรือทำงานพลาดจนหัวหน้าอยากฆ่าเขาตายเขาจะได้วิ่งไปหาไอ้ไฟทันอย่างน้อยก็เป็นคนเดียวที่รู้จักในเวลานี้ พี่ภาคย์ชี้ไปตรงตึกถัดไปพร้อมกับบอกว่านั่นล่ะเพื่อนเราอยู่นั่น

โอเคค่อยสบายใจ
หมายถึงก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจะได้วิ่งไปที่ไหน

การทำงานนี่มันไม่ง่าย
แตกต่างจากตอนเรียนราวฟ้ากับดินคิดถึงเพื่อนเทวดาวีขึ้นมาทันทีคิดว่ารายนั้นคงไปฝึกงานแบบสบายๆ เอฟวี่ติงไอแคนแน่นอน เลยเวลาพักเที่ยงมาเกือบสิบนาทีแล้วเพราะพี่ภาคย์ติดลูกค้าและเขาก็ไม่กล้าจะลุกไปกินข้าวคนเดียวแคนทีนของบริษัทอยู่ชั้นล่างสุดของตึกเดินไม่ไกลมากเลยคิดว่าไปกินข้าวพร้อมพี่ภาคย์น่าจะดีกว่า

สรุปได้กินข้าวเที่ยงครึ่งดีที่พี่ภาคย์บอกว่าไม่ต้องซีเรียสเข้าเลทได้นิดหน่อย พอมาถึงแคนทีนพี่อาร์คนที่เจอเมื่อเช้าก็เรียกให้มานั่งด้วยกัน แน่นอนว่าไฟก็นั่งอยู่ด้วย บรรดาพวกพี่ๆ มองหน้าพี่ภาคย์แล้วยิ้มยิ่งตอนที่พี่ภาคย์แตะข้อศอกให้เขาเดินมาที่โต๊ะนี้ทุกคนก็ส่งเสียงฮิ้วๆ เหมือนอยู่สมัยประถมที่ชอบส่งเสียงแซ็วเพื่อน

ก็พอรู้นะว่าเรื่องอะไรแต่เขาไม่ได้คิดจริงจัง
คิดว่าพวกพี่เขาคงแค่เล่นๆ

“น้องนทพี่ภาคย์ดูแลดีไหมครับ”

“ครับ ดูแลดีครับ”

“อ้าวไอ้ภาคย์กูฟ้องแฟ…”

“พวกมึงนี่ก็....แกล้งกูตลอดนทอย่าไปฟังพวกมันมาก”

“ขอกูนำเสนอน้องไฟว่าที่วิศวกรของกู มาวันแรกสาวๆ ที่บริษัทเราจ้องตาเป็นมัน”

ไฟยกมือพร้อมกับบอกว่าเวอร์ไปพี่อาร์แต่ก็ดูท่าจะจริงอย่างที่อาร์บอกนทเงยหน้าขึ้นมามองๆ รอบแคนทีนมีพนักงานผู้หญิงบางคนมองมาทางนี้มีการยิ้มกรุ้มกริ่มอีกต่างหาก นี่เขากับไฟก็ยังไม่ได้คุยอะไรกันสักคำยังไม่ทันจะได้เริ่มพูดไฟก็ลุกขึ้นหายไปแล้วกลับมาพร้อมกับเครื่องดื่มสองแก้ว

“มองอะไรชอบไม่ใช่เหรอ อาจจะไม่อร่อยเท่าร้านพี่กัลป์กินไปก่อนแล้วกัน”

นทมองชาเย็นที่วางอยู่ตรงหน้าก่อนจะคว้ามาดูดอึกใหญ่พอได้กินเครื่องดื่มสุดโปรดก็ยิ้มอย่างอารมณ์ดี ไฟอมยิ้มก่อนจะหยิบมะนาวโซดาของตัวเองขึ้นมาดื่มบ้าง

“รู้ป่ะมึง ไอ้วีเพื่อนเทวดากูฝึกงานบริษัทที่อยู่ตรงข้ามมหา’ลัยมันเดินไปซื้อกาแฟที่ร้านพี่กัลป์ได้ทุกวันเหมือนเดิม”

“เดี๋ยวตอนเย็นค่อยกลับไปกินร้านพี่กัลป์ก็ได้พี่เขาไม่ได้ย้ายร้านหนีไปไหนมึงก็เวอร์”

“กูกินชาเย็นสองแก้วกูอ้วนตายพอดี”

“ตอนอยู่มหา’ลัยมึงกินวันละสามแก้วด้วยซ้ำ ไอ้อ้วน”

“มึงจะตีกับกูทุกประโยคเลยใช่ไหมวะ”

“นี่กูกับมึงไม่ได้คุยกันปกติเหรอ”

“กวนตีน”

ไฟเลิกเถียงเพราะเห็นว่าถ้ามัวแต่คุยกันอยู่แบบนี้ข้าวปลาไม่ได้กินกันพอดี เลยพักยกแล้วก้มหน้ากินข้าว อาร์กับภาคย์หันมามองหน้าทั้งสองคนที่ตอนนี้เลิกเถียงแล้วต่างคนต่างกินข้าวมันก็เป็นบทสนทนาธรรมดาทั่วๆ ไปแต่ฟังไปฟังมาก็เหมือนว่าทั้งคู่คุ้นเคยกันมานานทั้งๆ ที่เมื่อเช้ายังทำท่าไม่รู้จักกันแท้ๆ


SODA & ICED TEA


“เหนื่อยไหมวันนี้”

“ไม่เหนื่อยครับ ผมยังไม่ค่อยได้ทำอะไรเลย”

“เดี๋ยวอยู่ไปจะให้ทำงานจนหัวหมุนแล้วเรากลับไงพี่ไปส่งไหม”

“เกรงใจครับ เดี๋ยวผมกลับเองได้”

ภาคย์กำลังจะเอ่ยบอกว่าไม่ต้องเกรงใจแต่แต่อยู่ดีๆ ไฟนักศึกษาฝึกงานฝั่งวิศวะก็เดินเข้ามาหายกมือไหว้ยืนถามไถ่เกี่ยวกับงานวันนี้อยู่สักพักก่อนที่ไฟจะขอตัวกลับภาคย์ยืนมองทั้งคู่เถียงอะไรกันอยู่ได้ยินบ้างไม่ได้ยินบ้างได้ยินแต่คำว่าพี่กัลป์ๆ แล้วทั้งคู่ก็ขอตัวกลับ เป็นเพื่อนร่วมมหา’ลัยที่ดู งงๆ

“กูไม่นั่งมอเตอร์ไซค์มึงนะ หัวฟู”

“ขามึงเหยียบไม่ถึงมากกว่า”

“ทำไมกูถึงต้องมาเจอกับมึงที่นี่ด้วยวะ”

“แต่กูดีใจนะ”


คนที่กำลังเดินเลี้ยวไปอีกทางหยุดชะงักมีการเหล่มองคงรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร นทบริหารเก่งเรื่องแกล้งทำเป็นไม่รู้เวลาที่เขาพูดอะไรทำนองนี้เก่งที่สุด บางครั้งก็เปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉยพออีกฝ่ายหยุดเดินไฟก็จัดการลากให้ตามมารถยนต์สีดำที่จอดอยู่

“หัวมึงไม่ฟูแน่นอน”

“กูบอกเหรอว่าจะกลับกับมึง”

“อย่าเล่นตัวแก่แล้ว”

“กูไม่อยากไปกับมึงเพราะแบบนี้แหละ กูกลับเอง”

“กูบอกแล้วไงว่าจะแวะไปร้านพี่กัลป์..”

ยังไม่ทันจะพูดจบไอ้คนที่ตอนแรกไม่ยอมขึ้นก็เปิดประตูรถขึ้นไปนั่งเรียบร้อย ซื้อได้ด้วยของกินจริงๆ  ตอนแรกก็แกล้งพูดไปงั้นแต่มาแบบนี้สงสัยคงต้องแวะไปที่ร้านกาแฟพี่กัลป์ก่อนกลับบ้านพอขึ้นมาบนรถไฟเลยต้องหาเรื่องคุยสักหน่อยเดี๋ยวมันจะเงียบเกินไป

“ฝึกงานเป็นไง”

“ก็ดี ยังไม่ค่อยได้ทำอะไรมึงอ่ะโดนพี่ผู้หญิงจีบไปกี่คน”

“คิดแต่เรื่องนี้นะมึงกูไม่สนใจใครทั้งนั้น”

“เพราะสตางค์เหรอ”

“..............................................................”

“ไม่ขอโทษหรอกนะ ตั้งใจถาม”

ถามตรงยิ่งกว่าไม้บรรทัดไฟยอมรับว่าสตางค์เป็นแค่ส่วนนึงจะให้ปุบปับแล้วลืมไปเลยมันก็คงไม่ได้ ระดับไฟวิศวะเฮดว๊ากสุดโหดแต่หล่อมากหน้าตาดีขนาดนี้มีคนเข้ามาหาไม่เว้นวันอยู่แล้วหลังจากเรื่องสตางค์กับฟ้าครามเขาไม่ได้คุยกับใครที่ไหนอีกมีอยู่คนเดียวที่เขาเป็นฝ่ายชวนคุย

ไอ้คนที่นั่งมองหน้าเขาอยู่ตอนนี้

“นี่จะกินชาเย็นร้านพี่กัลป์อีกแก้วจริงดิ”

“มึงเปลี่ยนเรื่อง”

“มึงทำออกจะบ่อย”

“กูจะกินถึงอ้วนกูก็จะกิน”

“นท ตอนนี้กูมีแค่มึงนะ”

“ชาเย็นร้านพี่กัลป์อร่อยที่สุดในโลกแล้วเว้ย เหมือนกูกับมึงคุยกันคนละเรื่องแต่เสือกเข้าใจ”

ไฟแค่อมยิ้มไม่ได้ตอบรับอะไรต่อแต่คิดว่ามันก็ดีมากแล้ว เขาจะรอให้มันค่อยเป็นค่อยไปไฟบอกตัวเองไว้ตลอดว่าเขาจะไม่เอานทเข้ามาเพื่อลืมสตางค์เราจะเรียนรู้กันไปเรื่อยๆ ถึงการคุยของเรานั่นคือการเถียงทุกประโยคก็ตามแต่คิดว่ามันก็มีความสุขดี คิดไม่ออกเหมือนกันว่าเวลาเราสองคนพูดกันเพราะๆ มันเป็นแบบไหนคงตลกน่าดู


ฝึกงานมาสองสามอาทิตย์...
รู้สึกตัวเองเติบโตขึ้นเยอะ นทได้เรียนรู้จากพี่ๆ ที่บริษัทหลายอย่างโดยพาะพี่ภาคย์ พี่ภาคย์ทำงานเก่งมากเก่งจนเขาเองยังยกให้เป็นไอดอล อาทิตย์ก่อนมีปัญหาใหญ่แต่พี่ภาคย์สามารถแก้ปัญหาได้หมดทุกอย่างแทบจะเอาพวงมาลัยไปถวายเก่งกว่าอเวนเจอร์อีกแน่นอนยืนยัน..ส่วนเรื่องไฟพี่ภาคย์เคยถามตรงๆ ว่าเขากับไฟเป็นอะไรกัน

“เพื่อนที่มหา’ลัยครับ”

“เพื่อนที่คุยกันอยู่ทำนองนั้น พี่พูดถูกใช่ไหม”


คิดว่าพี่ภาคย์รู้อยู่แล้วแต่แกล้งถามไปงั้นจำได้ว่าพี่ภาคย์หัวเราะเสียงดังพร้อมกับบอกว่าเพื่อนเราโคตรโหดเวลาที่มองพี่ทีเหมือนจะเข้ามากระชากคอเสื้อให้มันรู้แล้วรู้รอด พอได้ยินแบบนั้น นท ก็เลยไม่กล้าแก้ตัวอะไรพี่ภาคย์เลยบอกอีกอย่างที่เขาแซ็วๆ กันก็อย่าไปสนใจมันแซ็วอย่างนี้กับทุกคนที่เข้ามาใหม่ในบริษัท

แถมพี่ภาคย์บอกว่าตัวเองมีแฟนแล้วเป็นคุณหมอ
มิน่าล่ะ พี่เขาถึงไปโรงพยาบาลบ่อยๆ นึกว่าป่วย

ส่วนไฟ...เจอบ้างไม่ค่อยได้เจอบ้างไฟต้องออกไปทำงานข้างนอกตลอด กลับมาทีก็มอมแมมคงไปกลิ้งวัดพื้นวัดถนนมาแต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังเจอกันที่ร้านกาแฟพี่กัลป์เหมือนเดิมทุกวัน มันคงเป็นความเคยชินไปแล้วถ้าไม่ได้กินชาเย็นร้านพี่กัลป์เขาคงนอนไม่หลับ บอกตามตรงสถานะระหว่างเขากับไฟมันเรียกว่าอะไร ยัง งง ตัวเองไม่คิดไอ้คนที่ไม่ชอบหน้ามาตั้งแต่ปีหนึ่งจะกลายมาเป็นแบบนี้ได้ พอได้คุยกันใช้เวลาอยู่ด้วยกันมันทำให้เห็นอะไรหลายๆ อย่างไฟไม่ได้มีแค่ความโหดอย่างเดียว มีมุมหลายมุมที่เขาเพิ่งเคยเห็น อย่างน้อยก็ชอบดูแลคนอื่นอยู่กับมันเหมือนคุณชายเลยทำให้ทุกอย่างไม่ต้องกระดิกตัวไปไหนมันคงไม่แปลกที่เขาจะหวั่นไหวเหมือนกัน

แต่มันก็ยังมีเรื่องที่เขายังไม่แน่ใจ
แน่นอนว่ามันก็คงไม่พ้นเรื่องสตางค์...เป็นใครก็คงคาใจเรื่องนี้
เขาชอบของเขามาตั้งนานมันก็กลัวว่าเขาจะไม่ยอมลืม


“ติดต่อไฟไม่ได้เหรอ นท”

กัลป์เห็นนทกดโทรศัพท์ย้ำๆ อยู่อย่างนั้นตอนแรกเห็น นท มานั่งที่ร้านเป็นเรื่องปกติเพราะเห็นมาทุกเย็น แต่วันนี้ท่าทางจะเกิดเรื่องขึ้นเพราะทุกทีจะเห็นไฟตามมาทีหลังแต่ตอนนี้ใกล้จะปิดร้านแล้วก็ยังไม่เห็นไฟเดินเข้ามาในร้านสักที ฝนก็ตกหนักด้วย นทเองก็ส่ายหน้าเพราะในไลน์ไฟก็ไม่ได้ตอบ โทรไปก็เหมือนปิดเครื่อง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรร้ายแรงขึ้นรึเปล่า

“พี่กัลป์จะปิดร้านหรือยังครับ”

นทถามขึ้นเพราะเห็นว่าพี่กัลป์เริ่มเก็ของที่ร้านแล้ว แต่พี่กัลป์ก็บอกให้นั่งรอได้ยังไงฝนตกหนักขนาดนี้คงกลับบ้านลำบาก ชาเย็นและน้ำมะนาวโซดาตรงหน้าละลายจนหยดน้ำหยดลงบนพื้น นทนั่งมองมันอยู่อย่างนั้นเพราะเขาไม่รู้จะทำอะไรได้อีกเสียงกระดิ่งหน้าร้านที่ดังขึ้นทำให้นทหันไปมอง

ไฟ ในชุดที่เปื้อนไปด้วยคราบดำๆ ผมเปียกจนแนบไปกับใบหน้า
หยดน้ำฝนหยดลงพื้นจนกัลป์ต้องยื่นผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ให้ซับ

“นท”

“..........................................................”

“ขอโทษที่ไม่ได้ตอบไลน์ โทรศัพท์แบตหมดพอดีสตางค์โทรมาบอกว่ารถเสีย ฟ้าครามติดเรียนกูเลยไปดูให้ซ่อมอยู่นานสุดท้ายก็ซ่อมไม่ได้ ต้องรอช่างมาลากแล้วตรงนั้นมันเปลี่ยวก็เลยยืนรอเป็นเพื่อนฝนตกหนักอีกนี่รีบไปส่งสตางค์ที่บ้านแล้วรีบมาที่นี่เลย รอนานมากไหม”

“..........................................................”

ไฟตั้งใจจะยื่นมือไปจับข้อมืออีกฝ่ายไว้
แต่นทเป็นฝ่ายที่ก้าวถอยหลังหนีจากการสัมผัส

“กูนึกว่าเกิดอะไรขึ้นกับมึง มึงหายไปเลยกลัวว่ามึงจะขับรถชนหรือเกิดอะไรขึ้นตอนมึงไปทำงานข้างนอก กูเกือบจะโทรหาพี่อาร์แล้วด้วยซ้ำว่ามึงเป็นอะไรรึเปล่า”

“นท คือสตางค์โทรหากูกูคิดว่ามันซ่อมแปบเดียว รถสตางค์มันเป็นแบบนี้บ่อย”

“..........................................................”

“นท”

“..........................................................”

“ไฟถ้ามึงยังชอบสตางค์หรือมึงยังลืมเขาไม่ได้มึงทำกับกูเหมือนเพื่อนคนนึงหรือแค่คนรู้จักกันก็พอ”

“..........................................................”


นทกลับบ้านไปแล้ววีเป็นคนมารับใจจริงอยากจะคุยกับนทให้มันรู้เรื่องแต่เขารู้อารมณ์ตัวเองดี
เขาเป็นคนใจร้อน กลัวว่าถ้ายิ่งคุยจะกลายเป็นการทะเลาะกันมากกว่านี้

“ตอนนี้นทอาจจะโกรธพี่เห็นมานั่งรอเราตั้งแต่เย็นแล้ว รอให้อารมณ์ดีกว่านี้หน่อยแล้วค่อยไปคุย”

กัลป์บอกให้ไฟนั่งอยู่ที่ร้านก่อนเพราะเห็นว่าทำท่าลังเลว่าจะวิ่งตามนทไปดีไหม สุดท้ายไฟก็นั่งลงพร้อมกับถอนหายใจเขารู้เขาเองก็ทำไม่ถูกอย่างน้อยเขาควรจะบอกให้ นท รู้ไม่ใช่ปล่อยให้รอจนถึงป่านนี้ 

“พี่ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม”

“ครับ”

“เรายังชอบสตางค์อยู่เหรอ”

“ผมยอมรับนะพี่มันก็มีบ้างที่คิดถึง แต่ไม่เท่าเมื่อก่อนตอนนี้ผมกับสตางค์เป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ นท เป็นคนเดียวที่ผมคุยด้วย ผมไม่มีใครคนอื่นเลย ยิ่งเราอยู่ด้วยกันทุกวันคุยกันทุกวันมันยิ่งใช่ว่ะพี่”

“..........................................................”

“แม่งเป็นคนเดียวที่กวนตีนผมแล้วผมมองว่ามันน่ารัก”

“เราก็มุมมนี้เหมือนกันเนอะเห็นโหดๆ มาตั้งแต่ปีหนึ่ง”

“เรื่องความรักผมอ่อนแอนะจะร้องไห้แล้วเนี่ย”

กัลป์หัวเราะเพราะท่าทางหงอยๆ มันไม่เข้ากับไฟเลยสักนิดกะจะปล่อยให้นั่งสงบสติอารมณ์สักพักแต่ตาก็เหลือบไปเห็นว่ามือซ้ายของไฟมีแผลถลอกอยู่เลยลุกขึ้นไปหยิบพลาสเตอร์มาให้ปิดแผลชั่วคราวไว้ก่อน แต่พอกัลป์ยื่นพลาสเตอร์ให้ ไฟกลับหยุดชะงักแล้วนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นจนกัลป์ต้องถามว่าเป็นอะไร

“พี่กัลป์รู้ไหมผมเจอนทไอ้เตี้ยที่มีลักยิ้มสองข้างที่นี่”

“ร้านกาแฟพี่? ”

“ร้านกาแฟพี่กัลป์นี่แหละครับ”

ไฟจำได้เพราะว่าวันนั้นตอนอยู่ปีหนึ่งเป็นวันที่เขาเองก็ลืมไม่ลงเช่นกันที่จำได้ไม่ใช่เพราะนทหรอกแต่เป็นวันแรกที่โดนรุ่นพี่ต่อยเหตุผลน่ะเหรอรุ่นพี่บอกว่าเขาหน้าตากวนตีนเวลาถามอะไรก็ตอบแบบไม่เต็มใจเลยโดนซัดมาสองหมัด ที่จริงเขาไม่ได้ตั้งใจจะยั่วโมโหรุ่นพี่เลยสักนิดแต่บุคลิกเขาเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว

เขาไม่ได้โกรธรุ่นพี่
คิดว่าพรุ่งนี้จะเข้าไปอธิบายแล้วขอโทษ

วันนั้นยังไม่อยากกลับบ้านเพราะกลัวว่าแม่จะเห็นแผลเลยมานั่งที่ร้านกาแฟพี่กัลป์ พยายามก้มหน้าหลบบรรดานักศึกษาในร้านพอนั่งลงที่โต๊ะไม่ถึงสิบนาทีก็มีบางอย่างยื่นมาตรงหน้าพอหันไปมองก็เห็นเป็นคนตัวเล็ก (เตี้ยเลยล่ะ) จริงๆ ก็คงไม่เตี้ยแต่สำหรับเขาที่สูง183 ต่ำกว่า 180 ก็ถือว่าเตี้ยหมด คนตัวเล็กยื่นพาสเตอร์ลายเบนเทนสีเขียวมาให้พร้อมกับชี้ที่มุมปาก

ตอนนี้ไฟบอกได้เลยว่า หน้าเขานิ่งมาก นิ่งชนิดที่ไม่มีใครกล้าเข้ามาคุยด้วยแน่นอนแต่ไอ้เตี้ยนี่ดูจะไม่กลัวเขาเลยสักนิดแถมยังใจดีให้พลาสเตอร์ลายตัวการ์ตูนเขียวอี๋นี่อีกต่างหาก ไฟไม่ได้พูดอะไรแค่เอื้อมมือไปรับมาถือไว้เขาไม่คิดจะติดหรอกนะลายเด็กอนุบาลขนาดนี้

ตั้งใจจะเอ่ยขอบใจใครก็ไม่รู้ไม่รู้จัก
แต่พอเห็นอีกฝ่ายยิ้มจนลักยิ้มบุ๋มลงทั้งสองข้าง ไฟก็เลือกที่จะเงียบ ไอ้เตี้ยมีลักยิ้มสองข้าง..

“ทำไมตอนนั้นไม่ตกหลุมรัก นท ล่ะซีนนิยายมาก”

“มันเป็นแค่ความประทับใจเองพี่ ผมลืมไปแล้วด้วยซ้ำนึกขึ้นได้ตอนที่นทมาทำแผลให้ผมตอนมีเรื่องกับฟ้าคราม ไอ้พลาสเตอร์เบนเทนยังอยู่ในลิ้นชักที่บ้านผมอยู่เลย โยนไว้ตั้งแต่ตอนนั้น”

ลายมันเด็กเกินไปใครจะไปกล้าติดเขียวอี๋ซะจนน่ากลัว เสียงไอ้แพทผู้ช่วยตะโกนถามว่าจะทำอะไรอีกไหมเพราะจะเก็บของแล้วกัลป์มองไปยังมะนาวโซดาที่วางอยู่ตรงหน้าไฟพร้อมกับถามว่าจะให้ทำให้ใหม่รึเปล่าเพราะแก้วนี้ นท สั่งไว้ให้นานแล้วแต่ไฟส่ายหน้าพร้อมกับหยิบแก้วมะนาวโซดาที่คิดว่าตอนนี้คงจะจืดเหมือนน้ำเปล่าขึ้นมาดื่ม

“ผมจะกินแก้วนี้แหละ พี่กัลป์ไม่ต้องชงใหม่แล้ว”

กัลป์ไม่รู้ว่าเฮดว๊ากวิศวะสุดโหดตั้งใจจะสื่ออะไร
แต่คิดว่าต่อให้น้ำมะนาวโซดาแก้วนี้น้ำแข็งละลายจนแทบไม่มีรสชาติไฟก็ยังคงจะดื่มมัน

SODA & ICED TEA


นทใจแข็งมาก
ไลน์ไปไม่ตอบ โทรไปไม่รับ ไปหาที่หน้าบ้านก็ไม่ยอมลงมาหา เจอที่บริษัทก็เอาแต่เดินหนี ดีที่วันนี้ไม่ต้องออกไปทำงานข้างนอกขนาดพี่อาร์ยังถามว่าเล่นไล่จับกันเหรอไงหนีกันข้ามตึกเป็นหนังอินเดียเลย ตอนพักกลางวันนั่งโต๊ะเดียวกันแท้ๆ แต่ไม่ได้พูดอะไรสักคำนทเอาแต่ก้มหน้าก้มตากิน

“ไฟ ว่างเปล่าวะไปช่วยเช็คของในโรงงานหน่อย”

“ได้ครับ”

อย่างน้อยมีอะไรให้ทำบ้างก็ดีไม่งั้นฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้แน่ๆ

.....................................
.....................................................................
..............................................................................................

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
.............................
..............................................
.......................................................................


“เกิดอะไรขึ้นวะเสียงโวยวายดังมาถึงนี่”

“ได้ยินว่าตรงโรงงานของที่วางบนชั้นอยู่ดีๆ ก็หล่นลงมาเห็นว่าหล่นใส่น้องนักศึกษาฝึกงานด้วยไอ้อาร์เรียกหมอบีมาแล้ว”

“นท!”


ภาคย์ตะโกนเรียกชื่อคนที่วิ่งลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว
เลยต้องโทรไปถามที่มาที่ไปก่อนจะบอกให้เพื่อนในแผนกไปดูนทก่อน


ไฟบาดเจ็บตรงแขนด้านซ้ายมีรอยแผลถลอกเลือดซึมตอนนี้หมอกำลังทำแผลให้อยู่ ตรงข้างศีรษะก็มีรอยกระแทกเป็นรอยแดงไม่รู้ว่าตรงอื่นมีอีกรึเปล่าแต่เจ้าตัวก็ไม่ได้ร้องหรือทำหน้าเจ็บปวดเท่าไหร่ยังบอกคนอื่นว่าไม่ได้เจ็บอะไรมากแค่แสบๆ เท่านั้นแต่พอไฟหันมาเจอหน้านทก็เงียบลง ไม่รู้ว่าทำไมทุกคนที่อยู่ในห้องพยาบาลของบริษัทพากันถอยออกไปเหลือแค่คุณหมอที่กำลังทำแผลให้อยู่

“ตรงแขนอาจะลำบากหน่อย แผลมันจะตึงทำอะไรก็ระวังหน่อยแล้วกัน”

หมอแอบอมยิ้มเมื่อเห็นว่าคนไข้ที่เพิ่งทำแผลให้ไม่ได้สนใจฟังที่เขาพูดเลยสักนิด ตาเอาแต่มองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างเตียงส่วนน้องคนนั้นก็เอาแต่ยืนจ้องแผลแล้วขมวดคิ้วสังเกตว่าพอเขาใส่ยาคิ้วก็ขมวดหน้าตาดูเจ็บปวดกว่าคนที่บาดเจ็บซะอีก น่ารักชะมัด

“ไม่เป็นอะไรมากแล้ว แต่ถ้าอยากอ้อนแฟนก็แกล้งทำเป็นเจ็บมากๆ หน่อย”

ประโยคหลังหมอก้มลงมากระซิบเบาๆ แน่นอนว่าไฟเพียงยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็ว แกล้งร้องเมื่อทำเป็นขยับแขนไม่ถนัด และมันก็ได้ผลเพราะนทรีบก้มลงมาดูมือก็จับแขนเสื้อไฟไว้

เออมุขแกล้งเจ็บนี่มันได้ผลตลอดกาล
คุณหมอเอ่ยขอตัวเพราะเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้น

“เสร็จแล้วพี่ภาคย์ น้องที่ชื่อไฟไม่เป็นอะไรมากน้องลักยิ้มก็อยู่ด้วย เดี๋ยวบีต้องกลับไปที่โรงพยาบาลจะต้องไปย้ายห้องพักเดี๋ยวเขาจะรีโนเวทเห็นพยาบาลบอกว่าจะมีหมอคนใหม่อิมพอร์ตจากอเมริกามาประจำที่โรงพยาบาลอยู่ตรงไหนเดี๋ยวบีเดินไปหา”



เงียบสนิท...
รู้สึกแปลกมากทุกทีเถียงกันตายไปข้าง

“ไปข้างนอกไหมกูไม่ชอบห้องพยาบาลเท่าไหร่”

สุดท้ายก็มานั่งม้านั่งตรงด้านหน้าบริษัทดีที่ตอนนี้ไม่มีแดดลมพัดเย็นสบาย แต่ก็ไร้ซึ่งบทสนทนาอยู่ดี ไฟขยับแขนไปมาเพราะเริ่มรู้สึกตึงๆ พอขยับทีก็ร้องทีเห็นว่านทเหล่มองอยู่เหมือนกันแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร

“เรื่องเมื่อวานกูขอโทษ นท ”

“จริงๆ กูงี่เง่าเอง”

“ไม่เว้ย กูผิดเองที่ไม่ได้โทรบอกมึงก่อนปล่อยให้คอยมึงไม่ได้งี่เง่า”

“กูจะงี่เง่ากับคนที่กูแคร์มากๆ”

“เออ มึงนี่งี่เง่ากูอธิบายเป็นฉากๆ ยังจะโกรธกูอีก”

สงสัยจะกวนมากไปนทเลยหันมามองตาขวางเลยเอื้อมมือไปขยี้ผมสักหน่อย แต่ไอ้เตี้ยก็ขยับหนีไปอีกเลยต้องดึงให้กลับมานั่งที่เดิมพอได้จับก็เลยถือโอกาสคว้าข้อมือไว้กลัวว่านทจะลุกหนีไปไหนเขาจะต้องเคลียร์ทุกอย่างให้จบวันนี้

“นท กูยอมรับว่าบางครั้งกูยังคิดถึงสตางค์อยู่บ้างแต่มันไม่ได้เหมือนเมื่อก่อน กูคิดกับสตางค์แค่เพื่อนคนนึงเท่านั้น มึงเป็นคนเดียวที่ตอนนี้กูโคตรแคร์ โคตรเป็นห่วง อยากอยู่ด้วย อยากคุย อยากกวนโมโห อยากแกล้งทุกวัน”

“………………………………………………………………………………”

“อย่าเพิ่งเบื่อกูเลยนะเวลากูรักใครกูทุ่มสุดตัวจริงๆ ไม่เหลืออะไรไว้เลย”

“ขอโทษเรื่องเมื่อวานขาดสติไปหน่อยก็อย่างที่บอก งี่เง่ากับคนที่แคร์”

“มึงแม่งเวลาจะพูดตรงๆ ก็ตรงซะ..เวลาจะเปลี่ยนเรื่องก็เปลี่ยนหน้าตาเฉยเอาจริงมึงก็แปลกตั้งแต่ยื่นพลาสเตอร์ลายเบนเทนให้กูแล้ว ลืมเรื่องนี้ไปแล้วสินะ”

“พลาสเตอร์มันของน้องกูเว้ยเห็นคนปากแตกหน้าช้ำกูก็สงสาร”

“นี่มึงจำกูได้ด้วยเหรอวะ”

“คนหน้าโหดแต่ปากแตกแก้มก็ช้ำแต่ดันมานั่งกินมะนาวโซดาร้านพี่กัลป์หน้าตาเฉยกูไม่ลืมมึงหรอกไฟ”

“เสียดายว่ะน่าจะจีบมึงตั้งแต่ตอนนั้น”

“มึงมันหัวสมองช้าตาไม่ดีไงกูหล่อกว่าไอ้สตางค์ตั้งเยอะ”

ไฟหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินเขาจะไม่เถียงเรื่องใครหน้าตาใครดีกว่าหรอกนะ มันเป็นเรื่องอ่อนไหว ตอนนี้บรรยากาศดีกว่าเมื่อเช้าเยอะโคตรรู้สึกแย่ที่นทไม่ยอมคุยด้วยกระวนกระวายจนแทบไม่มีสมาธิ ก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่ามันเป็นยังไงเวลาที่ไม่มีนททั้งๆ ที่เวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

เรียกว่าโชคดีในโชคร้ายแล้วกัน
เจ็บตัวแต่สบายใจ

“นท อยู่กับกูได้ไหมเราไม่ต้องพูดเพราะๆ เถียงกันทุกวันก็ได้ถ้ามึงอยากเถียงชนะกูจะยอมแพ้ให้ ขอแค่มีมึงแค่มึงคนเดียว”

“……………………………………………………………….”

“ตอบตกลงกูหน่อย อย่าเขินจนไม่ตอบอะไรเลยดิมองหน้ากูด้วยมองไปที่ไหนวะ”

“ไม่ได้เขิน กูมองโตเกียวที่มาจอดขายหน้าบริษัทน่าจะอร่อยคนลงมาซื้อเต็มเลย”

ไฟยกมือขึ้นมาลูบหน้าตัวเองไอ้คนที่บอกไม่ได้เขินแต่หน้าแดงหูแดงไปหมด แล้วไอ้นิสัยชอบเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉยนี่รู้เลยว่ากำลังทำตัวไม่ถูกพอเห็นแบบนั้นไฟเลยยกมือขึ้นมาดึงแก้มจนยืด

“มึงแม่งน่ารักจังวะ ตอบกูก่อนถ้ามึงบอกว่าอยากอยู่กับกูเดี๋ยวกูเลี้ยงโตเกียวมึงเลย”

“…………………………………………………………………”

“ไฟ”


“…………………………………………………………………”



“ไส้กรอกสองไส้ไข่สามไส้ครีมหก”



วิศวะกับบริหารก็ลงเอยแฮปปี้เอนดิ้งไปอีกคู่
แต่นั่นไม่ได้ทำให้เฮดว๊ากวิศวะเป็นตำนานเท่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนัดประชุมรวมพลของวิศวะ

เรื่องมันเกิดขึ้นหลังจากที่ทั้งคู่ฝึกงานเสร็จแล้วคิดว่าบรรดานักศึกษาในมหา’ลัยยังไม่มีใครรู้เรื่องไฟกับนทเท่าไหร่ และทั้งคู่ก็ไม่ได้เปิดตัวว่าเป็นแฟนกันแบบยิ่งใหญ่อลังการ หลายคนเลยเข้าใจว่าพี่ไฟเฮดว๊ากวิศวะปีสามยังโสดและโคตรโหดมากเหมือนเดิม  รุ่นน้องต่างกลัวกันหัวหดเวลาที่เข้าประชุมซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติของเฮดว๊ากอยู่แล้วที่จะมีภาพลักษณ์น่าเกรงขาม

แต่สุดท้าย…


วันนั้นเป็นวันประชุมของวิศวะก็มีปีหนึ่งปีสองเป็นเรื่องปกติ และพี่ปีสามก็มาคุมน้องเหมือนเดิมแต่วันนี้มีพี่ปีสี่มายืนคุมด้วยไฟยืนกอดอกอยู่ตรงด้านหน้า ถึงแม้ว่าหน้าตาไฟจะหล่อแค่ไหนแต่ความโหดที่ได้ยินกันมาเป็นรุ่นๆ ก็ทำให้บรรดาน้องๆต่างนั่งนิ่งๆ เหมือนรูปปั้นไม่มีใครกล้าขยับตัว ไฟรู้สึกแปลกๆ ตั้งแต่ไอ้พีกับไอ้โซ่รับโทรศัพท์แล้วลุกลี้ลุกลนเหมือนเกิดเรื่องร้ายแรงแล้วก็รีบวิ่งออกไปทั้งคู่ เกือบครึ่งชั่วโมงแล้วก็ยังไม่กลับมา

แค่เพียงไม่นานประตูก็เปิดออกแต่คนที่เดินตามมาท้ายสุดกลับเป็น นท ที่ก้มหน้าก้มตาเดินไม่เงยหน้าขึ้นมามองใครทั้งนั้นไฟขมวดคิ้วกำลังจะเอ่ยถามแต่ก็อยู่ในช่วงคุมน้องแล้วพี่ปี่สี่ก็อยู่ด้วยเลยทำอะไรไม่ได้ พีกับโซ่บอกแค่ว่าให้นทมานั่งรอที่นี่..

โคตรแปลกใจปกตินทไม่เคยมาที่วิศวะเลยสักครั้ง
ยิ่งตอนนี้มีนัดประชุม นท ไม่มาหาเวลาแบบนี้อยู่แล้ว

“ไอ้พีถ้านทร้องไห้น้ำตาหยดลงมาแม้แต่หยดเดียวมึงปิดตำนานเฮดว๊ากสุดโหดรุ่นเราได้เลยนะ”

“กูบอกไอ้นทแล้วว่าให้ฮึบไว้สุดความสามารถ”

“แต่ก็สงสารกลั้นน้ำตาหน้าแดงหูแดงไปหมดผู้ชายมีลักยิ้มนี่มันน่ารักดีว่ะ”

“นั่นเมียเพื่อนไหมไอ้โซ่”

“นอกจากไอ้สตางค์ที่หน้าตาน่ารักแต่นิสัยเด็กเปรตแล้วกูก็ไม่เคยชมผู้ชายคนไหนอีกเลยนะเว้ย มึงถ้าไอ้ไฟรู้เรื่องมันไม่โมโหตายเหรอวะ”

พีได้แต่ยกมือขึ้นมากุมขมับชั่วโมงที่แล้วเพิ่งรับโทรศัพท์จากเพื่อนที่เรียนวิศวะบอกว่าไปกินข้าวแล้วกลับทางลัดที่เป็นซอยเล็กๆ ปกติซอยนี้จะค่อนข้างเปลี่ยวไม่ค่อยมีใครผ่านเท่าไหร่เพราะมีคดีเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ เพื่อนบอกว่าเห็นรถสีขาวจอดอยู่ริมถนนตอนแรกจะไม่สนใจอยู่แล้ว แต่สายตาเหลือบไปเห็นคนใส่ชุดนักศึกษากำลังโดนแกงค์มอเตอร์ไซค์ยืนล้อมอยู่ เดาว่ารถน่าจะเสียแต่ท่าทางมันไม่เหมือนผู้ประสงค์ดีสักเท่าไหร่เหมือนกำลังโดนรุมมากกว่า

พอขับเข้าไปใกล้ๆ ถึงเห็นว่าเป็น นท บริหาร แฟนไอ้ไฟเลยโทรมาหาพีเพราะโทรหาไอ้ไฟแล้วแต่มันไม่รับสาย ให้เรียกตำรวจมาด้วย ดีที่ไปทันเวลา นท ไม่โดนทำอะไรพวกนั้นเอาเงินสดไปจำนวนนึงแต่คงขวัญเสียน่าดูสรุปคือ นท รถเสียเลยลงมาดูจะเรียกช่างแต่เจอพวกแกงค์มอเตอร์ไซค์มารีดไถซะก่อน ถนนก็เปลี่ยวแล้วยังมาเจออะไรแบบนี้อีก

ตอนนี้จิตใจคงแย่

“กูว่านทมันไม่ไหวแล้วว่ะไอ้ไฟก็หันไปมองบ่อยขนาดนี้พี่ปีสี่เริ่มคุยกันแล้วมึงสายตาไอ้ไฟห่วงซะขนาดนั้น”

“มึงนับหนึ่งถึงสามเลยนะถ้าไอ้ไฟเรียกชื่อคำเดียว จบสิ้นเฮดว๊ากสุดโหดรุ่นเรา”


1



2



3


“นท”

จบสิ้นจริงๆ ทั้งรุ่นน้องปีหนึ่งและปีสองแถมรุ่นพี่ปีสี่ที่มองกันตาค้างเหมือนเจอสิ่งมหัศจรรย์อันดับแปดของโลก ไฟยื่นมือมาดึงนทที่เดินเข้ามาหาพร้อมกับร้องไห้ นทคงทนไม่ไหวแล้วจริงๆ เรื่องที่เพิ่งเจอมาก็เรื่องใหญ่พอสมควร พอเจอหน้าไฟก็เลยปล่อยหมดทุกอย่างไฟกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นมือก็ลูบหลังคนที่ซบหน้าลงกับอกพร้อมกับบอก

“ไม่มีอะไรแล้วไฟอยู่นี่แล้วไงเกิดอะไรขึ้นร้องไห้ทำไม”


รุ่นน้องผู้หญิงที่นั่งอยู่ถึงกับเอามือกุมแก้มบางคนหันไปทุบเพื่อนข้างๆ เสียงดังปั๊ก!
ส่วนผู้ชายได้แต่นั่งมองตาไม่กะพริบอยู่อย่างนั้นสายตาทุกคนแทบไม่เชื่อว่าพี่ไฟที่เคยว๊ากในวันนั้นจะอ่อนโยนได้ถึงขนาดนี้

นั่นแหละไฟกับนทถึงเป็นตำนานวิศวะ-บริหาร 
ปิดตำนานเฮดว๊ากวิศวะสุดโหด แต่เปิดตำนานเฮดว๊ากวิศวะสุดอ่อนโยนแทน



กลับมาปัจจุบันร้านกาแฟพี่กัลป์

“พี่กัลป์ครับผมกลับแล้วนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้มาใหม่”

“แล้วเจอกันครับ”

กัลป์โบกมือให้ไฟกับนทหลังจากทั้งคู่นั่งทำงานอยู่นาน เพิ่งรู้สึกตัวเหมือนกันว่าใกล้จะหกโมงเย็นแล้วเวลาคิดอะไรเพลินๆ เวลาผ่านไปเร็วดีเสียงถกเถียงดังขึ้นอีกครั้งตรงหน้าเคาน์เตอร์คู่นี้นี่มัน..

“ไฟวันนี้กินซูชินะ”

“นี่มึงแดกซูชิทุกวันจนหน้ากูจะเป็นแซลมอนอยู่แล้ว”

“จะไม่กินเหรอวะ”

“เออๆ เลือกร้านมาแล้วกันเอาที่มีชาบูด้วยก็ดี”

“ไฟพรุ่งนี้ก็กินซูชินะ”

“พรุ่งนี้ก็ส่วนพรุ่งนี้ พรุ่งนี้มึงมาอ้อนกูใหม่”

“กูพูดปกติอ้อนตรงไหน”

“มึงพูดเพราะเสมอเวลามึงอยากแดกอะไร”

กัลป์ได้ยินเสียงทั้งคู่เถียงกันไม่หยุดถึงแม้จะเดินออกนอกร้านไปแล้ว ก็คงจะเป็นสไตล์ของคู่นี้ละมั้ง กัลป์กำลังจะเดินไปที่อื่นแต่เสียงเรียกตรงหน้าเคาน์เตอร์ทำให้กัลป์ต้องเดินกลับมาอีกรอบเพราะบรรดาน้องนักศึกษาผู้หญิงต่างรุมถามว่าพี่ไฟกับพี่นทสั่งเครื่องดื่มอะไรอยากจะรู้เพราะเป็นแฟนคลับของทั้งคู่ กัลป์อมยิ้มก่อนจะบอก


“มะนาวโซดากับชาเย็นสองคนนั้นไม่เคยสั่งอย่างอื่นเลยครับ”



THE END SPECIAL PART
SODA VS ICED TEA

TBC * MOCHA



ps,ขอบคุณค่ะ
Twitter @ribbinbo

สวัสดีค่ะ คู่นี้เป็นคู่พิเศษนอกรอบแต่เขาเจอที่ร้านกาแฟพี่กัลป์เหมือนกัน 5555
ตอนนี้นิยายร้านกาแฟเหลืออีกแค่ 2 เครื่องดื่มก็จะจบแล้วนะคะ

แน่นอนว่าตอนสุดท้ายเราต้องให้ซีนเจ้าของร้าน พี่กัลป์มีคู่นะคะทุกคนนนนนนน เขามีคู่
และก็ขอแจ้งข่าวหน่อยค่า นิยายเรื่องนี้จะตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ รักคุณนะคะ ฝากไว้ด้วยนะคะ ^^ โค้ง

 :impress2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-10-2017 15:59:57 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4994
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-7
 :-[ :-[ :-[ :-[ :-[
อยากให้มีอีก เครื่องดื่มเหลืออีก 2 มีขนมหวานหรืออาหารอะไรมาแทนไหม

:pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ MyLavenderLand

  • ฉันสุขใจ เมื่อได้ Log in เล้า
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1582
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-1
โง้ยยยยยย เบาหวานจะขึ้นทุกคู่เลย อ่านแล้วชื่นนนนใจดีจัง  :mew1:

ออฟไลน์ Dezzerr

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 550
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-1
ไม่อยากให้จบเลยค่า ละมุนมากกกก

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
โอ๊ย.........น่ารักมาก ไฟ เฮดว้ากสุดโหด
เจอนท บริหาร ลักยิ้มสองข้าง
ไฟ ก็อ่อนแสงละมุนตา ไม่ลุกโชนเหมือนเคย
ไฟ นท  :กอด1: :กอด1: :กอด1:
       :L1: :L1: :L1:
  :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ fullfinale

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 687
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
ชอบมากๆค่ะ
มีเรื่องอื่นที่แต่งไว้ก่อนหน้านี้บ้างไหมคะ
จะตามไปอ่านให้หมดเลยย :z3: :z13:

ออฟไลน์ monoo

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1960
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +101/-4

ออฟไลน์ namngern

  • Flowers need to bloom
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1848
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +200/-2
ฮื่อออ เขินไฟตอนปลอบนทมากเลย
ไฟอยู่นี่แล้วไง .. นี่เขิลตัวม้วน :hao5:
นทน่ารักมากเลย เราแพ้คนมีลักยิ้มเป็นพิเศษ55
เหลืออีกสองตอนจริงหรอคะ
เสียดายจัง อยากอ่านอีกเยอะๆเลย
รออ่านตอนต่อไปค่าาา
สู้ๆน้า เป็นกำลังใจให้ค่า
ปล.คุณหมอที่เพิ่งมาใหม่นี่ขอเดาไว้ว่าคู่พี่กัลป์รึเปล่าคะ555555 ถ้าไม่ใช่ก็จะเขินๆหน่อย55

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1509
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
น่ารักจริงงงงง

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 761
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
ไฟอ่อนโยน นทน่ารักกก

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
กับคนอื่นอย่างโหด กับแฟนล่ะตามใจกันสุด

คุณหมอคนนั้นกับพี่กัลป์คนนี้หรือเปล่านะ

ออฟไลน์ lovewannabe

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
สนุกมากๆเลยค่ะ เดี๋ยวขอย้อนอ่านแบบละเมียดละไมอีกรอบ รอคู่พี่กัลป์อยู่น้า

ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 778
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4111
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-8
เข้ามาอ่านครั้งแรกเลยค่ะ น่ารักทุกคู่เลย
อยากรู้พิกัดร้านพี่กัลป์จังหนอ จะแอบไปส่องคู่รัก ฮา
ว่าแต่คุณหมออิมพอร์ตจากต่างประเทศคนนั้นจะมาแนวน่ารักหรือหล่อเหลาตัวโตกันหนอ

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
07 :MOCHA
รู้ไหมว่าเราเจอกันครั้งแรกตอนไหน
เวลา – วี


“พี่กัลป์ปิดเทอมไปคิดถึงพี่กัลป์มากเลยค่ะ กาแฟร้านไหนก็ไม่อร่อยเท่าร้านพี่กัลป์”

“ไม่ใช่ว่าไปเจอเจ้าของร้านกาแฟหล่อๆ ที่อื่นแล้วเหรอครับ”

“ไม่มีใครหล่อเท่าพี่กัลป์หรอกค่ะอ้าว..พี่วีสวัสดีค่ะ”

เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นพร้อมกับนักศึกษาคนนึงที่เดินเข้ามาพอเห็นรุ้นน้องยกมือไหว้ก็ยกมือรับไหว้ก่อนที่จะมานั่งจุ้มปุ้กอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ท่าทางที่ดูซีเรียสมากกว่าทุกวันที่เคยเจอกัลป์เลยเดินมาเข้าหาขนาดเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าก็ยังไม่ขยับเขยื้อนนั่งนิ่งเป็นหุ่นจนต้องเอามือไปโบกผ่านหน้าไปมา

“ทำหน้าตาเครียดเชียวเรียนหนักเหรอ”

“ก็ไม่หนักเท่าไหร่ครับอาทิตย์หน้าต้องไปฝึกงานแล้ว รู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อยแต่ก็กลัวๆ อยู่เหมือนกัน”

“ที่ไหนล่ะเราเก่งจะตายไม่ต้องกลัว”

“บริษัทเฟอร์นิเจอร์อยู่ตรงข้ามมหา’ลัยนี่เองผมยังมากินมอคค่าร้านพี่กัลป์ได้เหมือนเดิม”

กัลป์ชูนิ้วโป้งกับเด็กที่เห็นมาตั้งแต่ปีหนึ่งชื่อของนักศึกษาคณะบริหาร วิวิศน์  เดชะไพศาลกุล เป็นที่รู้จักเพราะคะแนนสอบเข้าวิชาคณิตศาสตร์เกือบเต็มร้อยเรียกว่าเด็กเรียนเต็มขั้น ผิวขาว ใส่แว่น พูดน้อย วันๆ เอาแต่อ่านหนังสือนิสัยดีใครให้ช่วยติวอะไรก็ช่วยไม่มีปฏิเสธไม่หวงวิชาความรู้  ค่อนข้างเคร่งครัดเรียกว่าเจ้าระเบียบนิดนึง

ฉายา เทวดาประจำคณะบริหาร

กัลปจำวีได้เพราะเป็นเด็กปีหนึ่งที่สั่งแต่มอคค่าตั้งแต่ครั้งแรกที่เดินเข้ามาในร้านทั้งๆ ที่บุคลิกไม่น่าจะชอบเครื่องดื่มแบบนี้หลังจากนั้นก็มาซื้อมอคค่ามาตลอดสามปี พอขึ้นปีสองปีสามก็มีน้องๆ ผู้หญิงมาเต๊าะๆ จีบๆ บ้างแต่ก็เห็นว่าวีไม่ได้สานต่ออะไรอยู่มาสามปีก็ยังไม่เห็นจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนเห็นจะมีแต่ ณัฐ ที่อยู่เภสัชปีสี่คอยเทียวไล้เทียวขื่ออยู่

เห็นว่าจบมาจากโรเงรียนเดียวกันวีก็คงเกรงใจตามพี่น้องร่วมสถาบัน

วีสั่งมอคค่าเหมือนที่สั่งทุกวันแต่กัลป์บอกว่าวันนี้รอคิวนานหน่อยเพราะว่ามีพนักงานออฟฟิตโทรมาสั่งกาแฟหลายแก้ว คาดว่าอาจจะเลี้ยงทั้งแผนก วีพยักหน้ารับยังไงวันนี้ก็ไม่ได้ไปไหนอยู่แล้วกัลป์เลยหันไปช่วยพนักงานชงกาแฟต่อ เวลาผ่านไปเกือบยี่สิบนาทีออเดอร์เครื่องดื่มครบตามจำนวนที่สั่ง กัลป์บอกตามตรงเป็นยี่สิบนาทีที่หัวหมุน

ไม่รู้ว่าจะเลี้ยงทั้งบริษัทรึเปล่าสั่งเยอะขนาดนี้

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นกัลป์เลยหยิบออกมาดูว่าใครโทรมาหาแต่พอเห็นเบอร์ที่โชว์อยู่ก็แปลกใจเพราะเป็นเบอร์ที่ไม่รู้จักมันไม่ขึ้นชื่อ แต่ก็คิดว่าอาจจะเป็นลูกค้าถึงจะไม่เคยให้เบอร์ส่วนตัวใครก็ตามเถอะ

“สวัสดีครับ”

“สวัสดีครับเจ้าของร้านกาแฟ”

กัลป์ขมวดคิ้วเพราะเสียงที่ตอบกลับมาไม่ใช่เสียงที่ดังออกมาจากโทรศัพท์เหมือนมันดังอยู่ใกล้ๆ เลยหันหลังกลับไปมองตรงหน้าเคาน์เตอร์ มือที่ถือโทรศัพท์ค้างอยู่อย่างนั้นเมื่อภาพตรงหน้าคือสิ่งที่ไม่เคยคิดมาก่อน

“ไง มารับกาแฟที่สั่งไว้”

เวลา ....ไม่ได้ถามว่ากี่โมงแล้ว
แต่คนที่ใส่ชุดทำงานผูกไทด์สีน้ำเงินเข้มตรงหน้าชื่อเวลา   เวลา ภัทรนิติกุล

“กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ”

“สี่ห้าเดือนแล้วแต่เพิ่งย้ายมาสาขามาตรงข้ามร้านกาแฟมึงนี่เมื่ออาทิตย์ก่อน”

กัลป์มองไปยังตึกออฟฟิตที่สูงเสียดฟ้าบริษัทนำเข้าส่งออกเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ของประเทศ ไม่แปลกหรอกที่เพื่อนเขาจะมีโอกาสได้ทำงานที่นั่นผลการเรียนที่ได้เกีรยตินิยมแถมตอนนี้จบจากมหาลัยชื่อดังจากอเมริกาอีกต่างหาก กัลป์รู้จักกับเวลาตอนเรียนปีสี่ก็เหมือนทั่วๆ ไปเป็นเพื่อนของเพื่อนพอเจอกันในร้านเหล้าคุยกันคลิกก็ติดต่อกันเรื่อยมาแต่ที่เขาสนิทกับเวลาก็เพราะ

“กัลป์ ทีจะกลับมาแล้วนะ”

เจ้าของร้านกาแฟเพียงแค่ยิ้มให้บางๆ เขาเองก็บอกไม่ถูกว่าตอนนี้รู้สึกยังไง เวเห็นเพื่อนเงียบไปก็เลยเปลี่ยนเรื่องคุยพลางถามกิจการร้านกาแฟว่าเป็นยังไงแน่นอนว่าจากที่เห็นไปได้ดีเลยทีเดียวกัลป์พยักหน้าพร้อมกับบอกว่าก็พอไปได้ลูกค้าส่วนมากก็เป็นนักศึกษามือก็ชงกาแฟไปด้วยทันทีที่วางแก้วกาแฟลงบนเคาน์เตอร์

เวลาเอื้อมมือมาหยิบแก้วกาแฟที่วางไว้พร้อมกับอีกคนที่เอื้อมมือมาหยิบเช่นกัน
ต่างคนต่างมองหน้ากันอยู่อย่างนั้นไม่มีใครยอมปล่อยแก้ว

“กัลป์”

“พี่กัลป์ครับ”

เวลาหันมามองเด็กนักศึกษาที่กำลังแย่งแก้วกาแฟมอคค่าที่กัลป์วางลงบนเคาน์เตอร์ ไม่รู้ว่าอยู่ปีอะไรหน้าเด็กอยู่เหมือนกันแต่คงไม่ใช่ปีหนึ่งหรอกดูจากการแต่งตัวที่ไม่ได้ผูกไทด์ดวงตาโตๆ หลังแว่นกลมๆ นั่นจ้องเขาเขม็งถึงจะทำหน้านิ่งมากก็ตามเถอะนี่คงด่าเขาอยู่ในใจแน่ๆ

“แย่งกันเป็นเด็กๆ เดี๋ยวชงให้ใหม่ดื่มมอคค่าเหมือนกันใช่ไหม เวมึงให้น้องไปก่อน”

พอกัลป์บอกแบบนั้นเวแอบเห็นเด็กแว่นยิ้มมุมปากแบบผู้ชนะ แต่พอเขาแกล้งไม่ยอมปล่อยมือก็หันมามองเลิกคิ้วขึ้นเหมือนจะถามว่ามีอะไร? ท่าทางจะเป็นคนที่ไม่ชอบพูดถึงชอบสื่อสารทางหน้าตาและแววตามากกว่า เอาเถอะไม่อยากจะแกล้งเด็กไปมากกว่านี้เลยยอมปล่อย

“พี่กัลป์ สวัสดีครับ” 

เด็กในชุดนักศึกษายกมือไหว้เจ้าของร้านกาแฟ
ก่อนจะเหลือบมองเขานิดนึงแล้วเดินออกไปจากร้าน

“เด็กสมัยนี้….”

“ก็มึงไปแย่งกาแฟน้องเขาไหม”

“ก็กูเห็นมึงชงมอคค่าของโปรดกูก็คิดว่าของกูสิ ใครจะรู้ว่าเจ้าเด็กแว่นนั่นรออยู่”

“ไปเรียกเขาแบบนั้นได้ไงน้องวีน่ารักจะตาย”

“น้องวี? ”

เวลากอดอกท่าทางขึงขังจริงจังขึ้นมากจนกัลป์ต้องถามว่ามึงเป็นอะไร
แต่ใบหน้าหล่อนั่นไม่ได้เล่นตามไปด้วยเลยถามซ้ำอยู่สองสามรอบ

“กูจะฟ้องทีว่ามึงนอกใจ”

“ห๊ะ?”

“น้องวีอะไรนั่นไม่เห็นน่ารักตรงไหน หน้าตาจืดชืดยังกะน้ำเปล่า”

“ไปกันใหญ่แล้ว”

กัลป์ส่ายหัวพร้อมกับบอกว่ามึงเพ้อเจ้อก่อนจะช่วยเวลาถือกาแฟที่สั่งไว้เกินสิบแก้ว ได้ข่าวว่าวันนี้เป็นป๋าเลี้ยงเครื่องดื่มพนักงานทั้งแผนกแต่แค่นี้เงินในกระเป๋าป๋าเวไม่สะเทือนหรอก กัลป์โบกมือไล่เพื่อนตัวเองขนาดเดินออกไปนอกร้านยังมีการทำท่าขู่ไม่เลิกพอพ้นหลังแล้วกัลป์เลยยกนาฬิกาที่ใส่อยู่ขึ้นมาดู

“กูจะฟ้องทีว่ามึงนอกใจ”

นอกใจอะไรวะ แฟนยังไม่ได้เป็นเลย


MOCHA


เมื่อก่อนไม่ค่อยเชื่อเรื่องทฤษฏีโลกกลมสักเท่าไหร่
แต่ตอนนี้ไม่คิดว่าจะได้เจอน้องแว่นมอคค่าที่นี่ในฐานะ..

นักศึกษาฝึกงาน

มาฝึกถูกแผนกซะด้วยพยายามกลั้นขำอย่างสุดชีวิตตอนนี้วางมาดเจ้านายอยู่จะหลุดหัวเราะออกไปไม่ได้ ก็ตั้งแต่เลขาสาวสวยอย่างคุณปิ่นมุกพานักศึกษาสองคนจากคณะบริหารมหา’ลัยชื่อดังมาแนะนำตัว  ตอนแรกเขายังไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากแฟ้มที่วางกองท่วมหัวเลยด้วยซ้ำจนกระทั่งได้ยินเสียงของเลขา

“น้องฝัน น้องวีทางนี้เลยค่ะ”

น้องวี? ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงฝังใจกับชื่อน้องวีนี่นักหนามือที่กำลังเซ็นชื่อหยุดชะงักพอเงยหน้าขึ้นมามองนักศึกษาสองคนที่ยืนเรียบร้อยอยู่ตรงหน้า เจ้าเด็กแว่นตาโตขึ้นมาทันทีคงช็อคอยู่เหมือนกันที่เห็นว่าไอ้คนที่แย่งแก้วกาแฟในวันนั้นกลายมาเป็นเจ้านายในวันนี้

“พี่ชื่อเวลาเรียกพี่เวเฉยๆ ก็ได้งานที่นี่มันค่อนข้างยุ่งพี่อาจจะไม่ค่อยมีเวลาสอนงานเราเท่าไหร่แต่พี่ก็จะพยายามให้เราเรียนรู้งานจากที่นี่ให้มากที่สุด พี่ก็จบเศรษฐศาสตร์มหา’ลัยเดียวกับเรานับว่าเป็นรุ่นพี่พวกเราแต่ก็หลายปีอยู่จบมานานแล้ว”

ก็เหมือนด็กฝึกงานทั่วๆ ไปเรียบร้อยสงบเสงี่ยมรับคำเสร็จก็เดินตามเลขาคุณปิ่น เวคิดอะไรขึ้นมาได้เลยเรียกทั้งสามคนไว้ก่อน  คุณปิ่นทำหน้าสงสัยเล็กน้อยแถมยังมองด้วยสายตาที่ไม่น่าไว้วางใจอีกต่างหาก

“คุณพาฝันเดี๋ยวให้นั่งกับขวัญการตลาดนะครับส่วนน้องวี ผมอยากให้เข้ามาช่วยผมในห้องทำงานนี่ตอนนี้มีโปรเจคจากสิงคโปร์เข้ามาพอดีจะให้เรียนรู้งานตรงนี้เลย เป็นผู้ชายทั้งคู่จะได้ดูไม่น่าเกลียด”

คุณพาฝัน กับ น้องวี?

ทั้งสามคนเงียบกริบคุณปิ่นเลขารับคำสั่งจากเจ้านายอย่าง งงๆ เพราะก่อนหน้านี้ตั้งแต่ทราบว่าจะมีนักศึกษามาฝึกงานก็ไม่เห็นคุณเวจะให้จัดการอะไรก็แค่ อือๆ ตอบรับไปตามเรื่องตามราวและปกติก็มีโต๊ะสำหรับเด็กฝึกงานอยู่แล้วไม่ก็ให้พนักงานคนอื่นดูแลถ้าระดับคุณเวออกปากเองแบบนี้ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่….พาฝันกับเลขาเลยหันไปมองหน้าวีที่ตอนนี้เองก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน

มาฝึกงานวันแรกก็ตื่นเต้นจะตายอยู่แล้ว
และยังต้องมานั่งในห้องเจ้านายอีก โอ้โหขอให้พระคุ้มครอง


“คุณชื่อน้องวี?”

“เรียกผมว่าวีเฉยๆ ก็ได้ครับ”

พอพ้นหลังสองสาวไปแล้วเวลาก็ลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานตัวใหญ่มากอดอกยืนพิงโต๊ะสัมภาษณ์เด็กแว่นตรงหน้าอีกรอบ คราวนี้ถามถึงเรื่องทั่วๆ ไปส่วนมากก็เกี่ยวกับการเรียนการใช้ชีวิตในมหา’ลัยแต่วีรู้ดีว่าเจ้านาย(ในตอนนี้)ถามไปตามมารยาทมากกว่าเรื่องที่อยากถามคงไม่ใช่ชีวิตประจำวันเขาหรอก

“คุณรู้จักกัลป์ใช่ไหม”

นั่นไง…


“พี่กัลป์..เจ้าของร้านกาแฟตรงหน้ามหา’ลัย? ก็รู้จักครับ”

“สนิทกันระดับไหน”

คำถามนี้มันอะไรวะ? วีรู้สึก งงๆ กับท่าทีของคนตรงหน้าไม่รู้ว่าเขาไปทำอะไรให้ไม่พอใจนักหนาถ้าเรื่องที่แย่งกาแฟเขาเองก็ลืมไปแล้วด้วยซ้ำมานึกได้ก็ตอนที่เห็นหน้านี่แหละ และดูยืนกอดอกจ้องเขาเขม็งเหมือนทำอะไรผิดร้ายแรงแล้วสรุปต้องตอบว่าอะไรถึงจะเรียกว่าเป็นคำตอบที่ดี

“ก็รู้จักพี่กัลป์ตั้งแต่ผมอยู่ปีหนึ่งไปซื้อมอคค่าที่ร้านพี่เขาทุกวัน”

เหมือนตอบผิด..
วีก้าวเท้าถอยหลังไปหนึ่งก้าวเมื่อเวลาเดินเข้ามาหาแถมคิ้วก็ยังขมวดขึงขัง

“คุณรู้ไหมว่ากัลป์มีคนที่ชอบแล้ว”

“ไม่ทราบครับคือผม..”

“กัลป์กับนาที เขาชอบกันมาตั้งนานแล้วผมจะบอกให้คุณรู้เอาไว้”

ใครคือนาทีวะ?
เหมือนมีคำถามล้านคำถามวิ่งวนไม่รู้จบในฐานะเด็กฝึกงานที่อยากจะผ่านมิชชั่นนี้ไปด้วยดีเลยพยักหน้าตอบรับไปก่อน พอเห็นท่าทางแบบนั้นเวลาก็ยักไหล่ก็ถือว่าบอกแล้วล่ะวะก่อนจะปล่อยตัวให้วีไปนั่งที่โต๊ะงานตัวเล็กที่ตั้งอยู่ วีถอนหายใจท่าทางการฝึกงานครั้งนี้จะไม่ง่ายซะแล้วทำเจ้านายไม่ชอบหน้าตั้งแต่แรกแบบนี้

โครม!


เสียงโยนโทรศํพท์ที่กระแทกกับโต๊ะทำให้วีหันไปมองแต่พอเห็นสายตาที่จ้องเขม็งกลับมามาก็เลยหันหน้ามาหน้าจอคอมตรงหน้าตามเดิม เวยอมรบว่าโคตรหงุดหงิดหลังจากที่เขาไลน์หาไอ้กัลป์บอกเรื่องน้องวีสุดน่ารักของมันว่าตอนนี้มาเป็นเด็กฝึกงานกับเขาที่นี่

น้องวีเด็กแว่นของมึงเป็นเด็กฝึกงานบริษัทกู

จริงดิ! น้องวีน่ารักเก่งด้วยมึงดูแลน้องเขาดีๆ

ประโยคแรกก็คิ้วกระตุกนิดนึง
น้องวีแว่นมอคค่านี่เลิศเลอมาจากไหนวะ

ดูมึงอวยน้องเขาจังนะ

อ้าว! คนน่ารักและฝีมือดีก็ต้องสนับสนุนมาหากูที่ร้านเลยเดี๋ยวกูเลี้ยงมอคค่าคนละแก้ว

กูประชุมละเดี๋ยวค่อยคุยกัน


อยากรู้เหมือนกันว่าน้องวีของไอ้กัลป์จะเก่งสักแค่ไหน!


วิวิศน์  เดชะไพศาลกุล  คณะบริหารธุรกิจปี 3 ชื่อเล่น วี
มีพี่น้องสี่คนเป็นคนที่สาม 
สีที่ชอบ : สีขาว
สัตว์เลี้ยง :  แมว (สีขาวชื่อแว่น)
เครื่องดื่ม : มอคค่า
ความรัก : ไม่มีแฟนแต่คิดว่าความรักคือการดูแลซึ่งกันและกัน

ตลกว่ะเพิ่งรู้บริษัทให้เขียนประวัติส่วนตัวอนุบาลแบบนี้ด้วย (จริงๆ มีแบบทางการอีกแผ่นฉบับนี้เฉพาะ HR อ่านเล่นๆ ) เวพยายามกลั้นขำกับคำตอบที่บอกว่าแมวชื่อแว่นแต่ก็แอบร้องหูวเบาๆ ตรงหัวข้อความรักไม่รู้ว่าไอ้คำตอบที่บอกว่าไม่มีแฟนนี่เรื่องจริงหรือตอบไปตามมารยาท เลขาคุณปิ่นคนสวยทำหน้า งงๆ เมื่อเห็นว่าเขาขอดูประวัติเด็กฝึกงานทั้งสองคนมีการปิดท้ายว่าห้ามจีบน้องพาฝันเขานี่หัวเราะออกมาเลย โอเค น้องฝันนี่สวยเลยแหละแต่เขาสนใจอีกคนมากกว่า  น้องวี

พออ่านประวัติส่วนตัวเสร็จก็เงยหน้าขึ้นมามองคนที่หายไปกับกองเอกสารที่เขายกออกมาให้ จากที่อ่านมาก็คงเป็นเด็กเรียนพอสมควรตั้งหน้าตั้งตาอ่านเคร่งเครียดเหมือนสรุปงานประจำปีทั้งๆ ที่เขาเองก็สั่งให้อ่านเฉยๆ ไม่ได้แกล้งนะก็แค่อยากให้เข้าใจงานของบริษัท

“วี”

“ครับ”

“ช่วยไปซื้อมอคค่าร้านกัลป์ให้ผมหน่อยได้ไหมครับ”

“ได้ครับ”

เด็กแว่นว่าง่ายดีก็นะเด็กฝึกงานจะมีอำนาจไปหือไปอืออะไร
และแน่นอนไหนๆ ก็เดินแล้วเลยฝากงานนิดหน่อย

“ผมฝากเอกสารให้ฝ่ายบัญชีหน่อยนะ”

โดนแกล้ง...นี่เขากำลังโดนแกล้งอยู่แน่ๆ เจ้านายฝากเอกสารถึงฝ่ายบัญชีก็นึกว่าแฟ้มสองแฟ้มแต่นี่มันกองแทบจะท่วมหัว กลัวว่าเอกสารมันจะหล่นตลอดเวลาประคับประคองมาอย่างสุดความสามารถ ทันทีที่ถึงแผนกบัญชีพี่สาวคนนึงก็ร้องลั่นเมื่อเห็นเขาแบกเอกสารมาด้วยท่าทางทุลักทุเล

“ทำไมคุณเวให้น้องเอามาให้เองล่ะทุกทีก็มีพนักงานมาส่งอยู่แล้วนิคะ”

จะให้เขาตอบอะไรได้ทำได้แต่ยิ้มไปตามเรื่องตามราว
ตอนนี้ปวดแขนมากด้วยเกร็งมาตลอดทางโดนเจ้านายแกล้งนี่ทำอะไรได้บ้างวะ!



ร้านกาแฟพี่กัลป์

“งานหนักเหรอ”

กัลป์ทักรุ่นน้องบริหารที่ตอนนี้สลบสไลไปกับเคาน์เตอร์ท่าทางอ่อนล้าหมดอาลัยตายอยากจนต้องเอ่ยถามอีกรอบวีเลยฮึบเอาแรงเฮือกสุดท้ายขึ้นมากำลังจะอ้าปากเล่าชีวิตฝึกงานที่พบเจอมาแต่พอนึกขึ้นได้ว่าพี่กัลป์กับเจ้านายหน้ายักษ์เป็นเพื่อนกันเลยได้แต่บอกว่าไม่มีอะไรแค่ยังไม่ชินกับชีวิตฝึกงานก็เท่านั้น

เจ้าของร้านกาแฟเลยได้แต่บอกโถๆ ตอนทำงานมันก็เป็นแบบนี้แหละมันไม่เหมือนกับตอนเรียนหรอกนะ กัลป์หัวเราะเมื่อเห็นว่าเทวดาของบริหารยังไม่ยอมยิ้มเลยยกมือลูบหัวให้กำลังใจรุ่นน้องที่เห็นมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยเป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูหน้าร้านกาแฟเปิดอีกครั้ง

“ก็ว่าหายไปนานไอ้เราก็นึกว่าเป็นอะไรที่แท้…”

ทั้งสองคนหยุดค้างท่าเดิมมองเวลาที่เดินล้วงกระเป๋าเข้ามาในร้าน กัลป์เอ่ยทักเพื่อนด้วยความเคยชินก่อนขยี้ผมสีดำของวีให้ยุ่งเหยิงพร้อมกับบอกให้สู้ๆ วีได้แต่ดันแว่นที่ร่วงลงมากลับเข้าที่เดิมก่อนจะยิ้มให้พี่กัลป์แต่ในใจคิดว่าตอนนี้จ้านายเขาคงคิดอะไรแปลกๆ อีกแน่ๆ เขาไม่ใช่เด็กอายุ14-15 ที่ไม่รู้ว่าคุณเวเข้าใจผิดเรื่องเขากับพี่กัลป์เดาได้จากคำถามที่เคยถามเมื่อตอนเช้าแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะต้องไปอธิบายเรื่องส่วนตัวให้ใครฟัง

ก็อยากเข้าใจผิดเอง…

“กัลป์กูเอาเครื่องดื่มเพิ่มว่าจะเลี้ยงฝ่ายการตลาดสักหน่อย”

“ว่ามาเลยครับคุณลูกค้าวีไอพี”

“ชาเขียว 5 ชานม 4  เพิ่มชามะนาวอีก 2  แล้วก็น้องวี…ถือไปหมดนี่ได้ไหมครับผมต้องมีประชุมต่อ”

โดนแกล้ง
วีรู้แล้วว่ากำลังโดนแกล้งแต่ในฐานะเด็กฝึกงานเขาจะตอบอะไรได้นอกจาก…

“ได้ครับคุณเวลา”


MOCHA


NANOTE :วี มึงรู้ป่ะว่ากูฝึกงานบริษัทเดียวกับใคร

VEE :ใคร?

NANOTE :ไฟ วิศวะ

VEE :โคตรพรหมลิขิต แล้วเป็นไงมึงเจอมันไหม

NANOTE :มันอยู่ฝั่งวิศวกรคนละแผนกมันบอกว่าห้ามกูไปกินข้าวกับพี่ภาคย์พี่ที่ดูแลกูด้วย เป็นบ้าอะไรของมัน

VEE :ไอ้ไฟมันชอบมึงไง

NANOTE :มันจะแกล้งกูต่างหาก

VEE :คอยดูเถอะมึงเสร็จมันแน่ไอ้ไฟหล่อซะขนาดนั้น

NANOTE :พี่ผู้หญิงในบริษัทจะงาบมันก่อนน่ะสิแล้วมึงเป็นไงวะเจ้านายโอเคป่ะ

VEE :ก็โอเค…


นี่คือสิ่งที่พิมพ์แต่ในใจนี่อยากตอบไอ้นทว่ามันไม่โอเคเลยเว้ย! วีมั่นใจในตัวเองระดับนึงไม่ว่างานจะหนักหนาสาหัสแค่ไหนเขาจะต้องทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยชนิดที่เรียกว่าเพอเฟ็คแต่สองอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาโดนคุณเวสั่งให้แก้งานแล้วแก้งานอีกและงานที่สั่งแต่ละอย่าง

รื้อแฟ้มเอกสารตั้งแต่ปี 2010 ออกมาเรียงใหม่
ทำลายเอกสารที่ไม่ได้ใช้ประมาณ 20 ลัง
หอบเอกสารกองเท่าบ้านไปส่งตามแผนกต่างๆ
รวมไปถึงซื้อกาแฟมอคค่าร้านพี่กัลป์ทุกวัน
ขนาดเลขาพี่ปิ่นคนสวยยังบอกว่า  “คุณเวลาให้น้องวีทำงานแปลกๆ นะคะ”

อย่างตอนนี้คุณเวให้เขานั่งตัดกล่องกระดาษพร้อมกับห่อของขวัญไปให้ลูกค้าซึ่งจำนวนมันไม่น้อยเลยไม่รู้ว่าจะเสร็จกี่โมงอุปกรณ์มีแค่กล่องสีน้ำตาล กระดาษห่อของขวัญ คัตเตอร์ และแก้วกาแฟหรูหราที่มีตราบริษัทพาฝันจะขอมาช่วยแต่เจ้านายก็บอกให้ฝันไปช่วยคุณปิ่นเรื่องเอกสารประชุม

ตั้งแต่มาที่นี่เขายังไม่เคยได้เรียนรู้งานอะไรของบริษัทสักอย่าง..
นี่โกรธเกลียดเขามาตั้งแต่ชาติปางไหนกัน

น้องวีของไอ้กัลป์อดทนเก่งกว่าที่คิด นึกว่าสองอาทิตย์ที่ผ่านมาจะขอย้ายบริษัทไปฝึกงานที่อื่นแต่วันนี้ก็ยังอยู่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่สายตามักจะมองไปยังเด็กแว่นฝึกงานที่นั่งอยู่ไม่ไกล ท่าทางจริงจังเวลาตั้งใจทำงานมันก็น่ารักดีหน้าดูเด็กกว่าอายุจริงเยอะเหมือนกันแถมตอนนี้ใส่ชุดนักศึกษาผูกไทด์เป๊ะนึกว่าน้องเฟรชชี่ปีหนึ่ง

“โอ๊ย..”

เสียงร้องที่ดังขึ้นทำให้เวลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานเดินมาหาคนที่นั่งตัดกล่องกระดาษอยู่พื้นหน้าโซฟายืนมองอยู่นานเห็นเจ้าเด็กแว่นก้มหน้ามองนิ้วตัวเองจนหน้าแทบจะชิดกับนิ้วนั่น

“เป็นอะไรไหม”

“เปล่าครับ”

ดูมีพิรุธยิ่งพอเขาถามวีก็เอามือไปซ่อนเหมือนกลัวเขาเห็นพอเห็นท่าทางแบบนั้น เวเลยนั่งลงแล้วดึงมือเด็กแว่นตรงหน้าให้หยุดทำงานพอเผลอบีบแรงก็ร้องอีกพอดึงมือมาดูใกล้ๆ ก็เห็นบาดแผลที่โดนคัตเตอร์บาดถึงจะไม่ลึกมากแต่เลือดก็ยังไหลอยู่ เวผ่อนแรงที่บีบมืออีกฝ่ายไว้ให้เบาลง เหมือนสติกลับมาอยู่กับตัวหลังจากทำอะไรบ้าๆ มาตั้งนานที่ผ่านมาเขาทำอะไรอยู่วะมือของวีที่จับอยู่มีรอยถลอกและแดงก่ำคงเพราะนั่งตัดกล่องตัดกระดาษเป็นเวลานาน

วีพยายามดึงมือให้หลุดออกจากการเกาะกุมแต่ก็ไม่เป็นผล เวลาเป็นฝ่ายกระชับจับให้แน่นขึ้นพร้อมกับมองหน้าเด็กแว่นที่โดนเขาแกล้งสารพัด จากประวัติที่เขาได้อ่านวีเป็นเด็กเรียนเก่งระดับเกียรตินิยมรออยู่ตรงหน้าไม่ใช่แค่วิชาการแต่กิจกรรมในมหา’ลัยก็เข้าร่วมเรียกว่าเรียนเด่นกิจกรรมได้ รางวัลจากการแข่งขันก็มากมายจนนับไม่ถ้วนไม่แปลกเลยที่ได้มาฝึกงานที่นี่ บริษัทที่มีมาตรฐานสูงขนาดนี้

ทำไมเขาถึงเป็นคนแบบนี้ไปได้วะ
ถ้าไอ้นาทีรู้นี่โดนจับสั่งสอนเป็นชั่วโมงแน่ๆ ที่เอาเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวมาปนกันแบบนี้

“พี่ขอโทษนะครับ”

เพียงประโยคเดียวทำให้วีที่นั่งก้มหน้าอยู่เงยหน้าขึ้นมามอง เขาไม่รู้ว่าเจ้านายขอโทษเรื่องอะไรแต่แววตาที่มองมายอมรับมันทำให้เขารู้สึกแปลกๆ และก็ไม่รู้ด้วยว่าจะต้องตอบรับคำขอโทษไหมตอนนี้สมองเขามึนงงไปหมดแถมยังเจ็บแผลมากกว่าเดิมอีกต่างหากพอเห็นเด็กฝึกงานนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นเวเลยลุกขึ้นพร้อมกับดึงมือให้วีลุกตามมาด้วย

“แต่..”

“ไม่ต้องทำแล้ว”

เห็นคนมือเจ็บยังคงห่วงงานที่กองอยู่เลยส่ายหน้าแล้วย้ำอีกครั้งว่าไม่ต้องทำสุดท้ายเวก็ลากเก้าอี้มาวางไว้ตรงข้างๆ โต๊ะทำงานตัวเองกำชับให้วีนั่งรอ ทุกอย่างมันลำบากนิดหน่อยเพราะว่าเวเองก็ยังไม่ยอมปล่อยมือวีที่โดนคัตเตอร์บาดพอขยับมืออกก็โดนสายตาปรามว่าให้หยุด

แค่เพียงไม่นานวีก็เห็นเลขาคนสวยถือกล่องยาเดินเข้ามาในห้อง พี่ปิ่นร้องลั่นเมื่อเห็นแผลบนนิ้วเลยจะเข้ามาช่วยทำแผลให้แต่เวกลับเป็นคนบอกว่าจะทำเองคราวนี้ งง กันทั้งเลขาและเด็กฝึกงาน ทั้งสองคนหันมามองหน้ากันเหมือนเจอตัวประหลาดแต่พอเจ้านายเรียกชื่อคุณปิ่นก็รับคำแต่ก็ยังไม่วายส่งสายตาล้อเลียนก่อนจะเดินยิ้มๆ ออกไป คราวนี้ก็ถึงเวลาทำแผลกันจริงๆ จังๆ สักที

“เจ็บไหม”

“ไม่เจ็บเท่าไหร่ครับจริงๆ คุณเวผมทำเองก็ได้”

“พี่เว”

“หืม?”

“เรียกผมว่าพี่เวก็ได้”

“ครับ”

ถึงวีจะขอทำแผลเองแต่เจ้านายอารมณ์แปรปรวนก็ทำแผลเสร็จเรียบร้อยมีการแปะพาสเตอร์ให้เสร็จสรรพ วียกมือตัวเองขึ้นมาดูใกล้ๆ เป็นคนที่ทำแผลได้เรียบร้อยมากคนปกติก็แค่ใส่ยาแปะๆ ให้มันเสร็จๆ นี่ประณีตเหมือนไปโรงพยาบาลเวเห็นคนหมุนนิ้วดูแผลอยู่อย่างนั้นก็คิดว่าคงสงสัยเรื่องที่เขาทำแผลให้

“พี่มีฝาแฝดชื่อนาที ทีเป็นหมอพี่ก็เลยคุ้นเคยกับเรื่องพวกนี้”

นาที…คนที่เคยสงสัยว่าเป็นใคร

เจ้านายขยับเก้าอี้พร้อมกับขยับแมคบุ๊คบนโต๊ะทำงานให้วีได้มองเห็นงานในจอด้วย เป็นครั้งแรกที่วีได้เห็นงานกะเขาสักที เวเห็นเด็กแว่นตาเป็นประกายเมื่อเขาค่อยๆ อธิบายงานตรงหน้าให้ฟังรวมทั้งลูกค้าที่ดูแลอยู่ การเซ็นสัญญา ข้อตกลง รวมทั้งปัญหาที่เคยเกิดขึ้น วิธีการแก้ไข ท่าทางกระตือลือร้นของวีทำให้เวยิ้มนิดๆ วีเป็นคนหัวไวเรียนรู้ก็ไวนี่ขนาดให้ลองคิดงานเล่นๆ ยังคิดได้เร็วขนาดนี้ทั้งๆ ที่เขาอธิบายงานไม่ถึงสิบนาทีเลยด้วยซ้ำน้องวีเก่งสมคำร่ำลือ


เท่มาก
รู้อยู่แล้วว่าเจ้านายเป็นคนเก่งแต่พอได้เจอกับตัวแบบนี้มันเลยปลื้มมากกว่าเดิม เห็นพนักงานในบริษัทเอาแต่ชมคุณเวลาอยู่บ่อยๆ แถมตอนนั้นเขาโดนแกล้งเลยไม่ได้เห็นในมุมทำงานแบบนี้สักเท่าไหร่เห็นแต่คนทำหน้ายักษ์สั่งให้เขาทำอะไรแปลกๆ มาทั้งอาทิตย์ วีหันไปมองเจ้านายที่ยังคงอธิบายงานตรงหน้าก่อนจะหันมายิ้มให้เขาพร้อมกับถามว่ามันไม่ยากไปใช่ไหม

“พี่เวครับ”

“ครับ”

“ผมกับพี่กัลป์เราไม่ได้เป็นอะไรกัน”

“……………………………………………………………….”

“แค่รู้จักกันเฉยๆ เป็นแค่เจ้าของร้านกาแฟกับนักศึกษาทั่วๆ ไปคนนึง”

“……………………………………………………………….”


วีไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงพูดเรื่องนี้ออกมาแต่ก็คิดว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาโดนเจ้านายไม่ชอบหน้า จากสัญชาตญาณเดาได้ว่าฝาแฝดพี่เวคุณนาทีคงเกี่ยวข้องกับพี่กัลป์แน่ๆ ไม่งั้นเจ้านายไม่ระแวงเขาแบบนี้หรอก วีเริ่มใจไม่ดีเมื่อเห็นว่าคนที่อธิบายงานให้ฟังเงียบไปเฉยๆ ไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรผิดไปรึเปล่าแต่เขาก็พูดความจริงไปหมดแล้วก็แล้วแต่อีกฝ่ายว่าจะคิดยังไง

“พี่เชื่อ…..ไว้ตอนบ่ายเราไปซื้อมอคค่าร้านกัลป์ด้วยกันนะ”

วีเงยหน้าขึ้นมามองก่อนจะพยักหน้ารับแถมตบท้ายด้วยการยิ้มเต็มแก้มเพราะมันเหมือนยกภูเขาออกจากอก ชีวิตการฝึกงานจะได้ราบรื่นสักทีแต่พอนานเข้าก็เริ่มเขินเหมือนกันเมื่อสายตาของเจ้านายเอาแต่มองหน้าอยู่อย่างนั้นเลยชี้ไปที่หน้าจองานพี่เวถึงรู้สึกตัวกระแอมสองสามทีกลับมาเป็นงานเป็นการเหมือนเดิม

“เขาดีกันแล้วเหรอคะพี่ปิ่น”

“คงไม่ตีกันแล้วมั้งคะ”

ปิ่นมุกร้องกรี๊ดเบาๆ เอามือจับแก้มทั้งสองข้างพาฝันเลยเป็นกับเขาด้วยตอนแรกก็เป็นห่วงน้องวีเห็นบอสให้เอากล่องยามาให้นึกว่าจะตีกันจนเลือดตกยางออกเลยลากน้องพาฝันมาแอบดูเพราะกลัวว่าเกิดอะไรขึ้นจะได้เข้าไปช่วยห้ามทัน แต่สงสัยจะคิดผิด

บรรยากาศมันแปลกๆ มันเหมือนคู่รักมากกว่าเจ้านายและเด็กฝึกงาน มีการหัวเราะคิกคักกันสองคนทั้งๆ ที่ปกติเวลาคุณเวทำงานนี่บรรยากาศเหมือนอยู่ในห้องสอบพอเห็นแบบนี้ก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาหน่อย


…………………………………………


“รักกันแล้วเหรอ”

กัลป์เอ่ยทักเพื่อนตัวเองและรุ่นน้องแต่ไม่รู้ว่าตัวเองถามอะไรผิดรึเปล่าเพราะเห็นว่าต่างคนต่างสำลักกาแฟมอคค่าที่เพิ่งกินเข้าไปแถมยังมองกันไปคนละทางแก้เก้ออีกต่างหากแต่สังเกตเห็นว่าที่แก้มของน้องวีกับใบหูของเพื่อนนี่แดงแจ๋เหมือนโดนจับได้ กัลป์อมยิ้มที่จริงเขาไม่ได้หมายถึงอะไรทำนองนั้นเลยนะ เขาหมายถึงรักกันแบบเจ้านายและลูกน้องเพราะเห็นก่อนหน้านี้เกือบเดือนไม่ค่อยจะลงรอยกันเท่าไหร่

ช่วงแรกๆ เขาเห็นน้องวีโดนไอ้กัลป์สั่งให้มาซื้อกาแฟวันละหลายๆ แก้วบางวันก็โดนให้มาซื้อกาแฟเช้าสายกลางวันเย็น ตอนแรกเขาก็อยากจะช่วยวีอยู่เหมือนกันไอ้เวอายุตั้งเท่าไหร่แล้วยังจะมาแกล้งเด็กอายุยี่สิบต้นๆ แบบนี้อีกยังกับเด็กประถม แถมยังชอบพูดจาประชดประชันหมือนน้องวีไปทำอะไรให้มันโกรธสักร้อยชาติ แต่น้องวีก็เทวดามาเกิดบอกว่าไม่อยากให้มีปัญหาเพราะฝึกงานอยู่กลัวว่าเรื่องราวมันจะใหญ่โต ตอนนั้นก็ได้แต่ภาวนาให้ทั้งคู่ฝึกงานให้จบครบหลักสูตรอย่างราบรื่นโดยที่ไม่ตีกันตายไปซะก่อน

แต่อยู่ดีๆ ก็กลับมาดีกันแฮปปี้ปรีดา กัลป์เองยัง งง ไปหมดวันที่น้องวีมีพลาสเตอร์แปะที่นิ้วและเดินมาซื้อมอคค่าพร้อมกับไอ้เว วันนั้นนั่นแหละเขารู้สึกแปลกๆ ทุกทีจะเห็นเวบอสใหญ่ยืนกอดอกนิ่งๆ ส่วนน้องวีก็จะยืนกุมมืออยู่ด้านหลังแต่วันนั้นมีการเดินข้างๆ กันหัวเราะคิกคักแถมวันนี้ยั่งนั่งดื่มกาแฟมอคค่าที่ร้านก็นั่งคุยกันปกติแต่บรรยากาศมันดูไม่เหมือนเจ้านายลูกน้องเท่าไหร่

โดยเฉพาะสายตาไอ้เว..
เกินเลยไปมาก



.....................
................................................
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-10-2017 21:44:01 โดย RIBBINBO »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด