[เรื่องสั้น] วิถีคนรวยกับนิสัยรวยๆ (?) ตอนที่ 11 : คอร์สติวภาษาไทย p.4 25/5/62
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: [เรื่องสั้น] วิถีคนรวยกับนิสัยรวยๆ (?) ตอนที่ 11 : คอร์สติวภาษาไทย p.4 25/5/62  (อ่าน 15799 ครั้ง)

ออฟไลน์ AeAng11

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 432
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
อย่าดองน้องเลยนะคะผิวน้องทอมจะเสียหมด

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4395
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-6
โหหหห มิสเตอร์ต้นฉวยโอกาสทำประตู โซคูลมากๆ ค่ะ  :hao7:

ออฟไลน์ skies

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 100
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
มิสเตอร์ต้นเป็นหมูแดดเดียวไปแล้วววว

ออฟไลน์ Majariga

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 267
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
หืมมมม มิสเตอร์ต้น รีบจองเลยนะคะ

ออฟไลน์ TrebleBass

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 186
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ได้โอกาสสสส  ขอเป็นบอยเฟรนแล้วอ่ะ

ออฟไลน์ Foggy Time

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 844
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +192/-1
ตอนพิเศษ : นั้มตาของน้องทอม


 “ฮึก มิสเตอร์ต้น ผมไม่อยากสอบแกทไทยเลย!”

ทอมซึ่งหลบมุมมานั่งงอแงกับมิสเตอร์ต้นกันสองคน งอแงออกมาอย่างน่าสงสาร รู้สึกเสียใจเหลือเกินที่ไปรับปากแด๊ดว่าจะมาสอบแกทไทยให้ได้คะแนนเกินครึ่งแลกกับการที่มิสเตอร์ต้นจะไปทริปในวันหยุดด้วย

“ผม ผมลองฝึกทำมาเป็นเดือนแล้ว ผมยังทำไม่ได้เลย ฮืออ มิสเตอร์ต้นต้องอดไปทริปกับผมแน่เลย ผมขอโทษนะมิสเตอร์ต้น ฮึก ทั้งๆ ที่ผมวางแผนไว้แล้วแท้ๆ ”

“เฮ้ๆ ต่อให้ไม่ได้ไปทริปกับแด๊ดนาย เราก็ยังไปเที่ยวกันเองได้นะ ทอม”

ต้นลูบหัวทอมด้วยความสงสาร กับคนที่พูดยังพูดผิดๆ ถูกๆ ยังจะเอาปัญญาไหนไปทำแกทไทยเชื่อมโยงที่มีภาษาทางการยากๆ เต็มไปหมด ซึ่งถ้าเป็นคนทั่วไปก็คงจะอ่านผ่านๆ แล้ววิเคราะห์เอาเพลินๆ แต่คงไม่ใช่กับทอมที่เวลาเจอภาษาไทยที่ไม่เคยเห็นยังต้องมานั่งสะกดทีละคำ ไหนจะต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษให้ตัวเองเข้าใจมากกว่าเดิมอีก

เรียกได้ว่าการตัดสินใจลงสอบแกทของทอมครั้งนี้เป็นการฆ่าตัวตายชัดๆ

“ฮึก แต่ว่าครั้งนี้แด๊ดบอกว่าจะพาไปอังกฤษ”

ทอมเงยหน้ามองมิสเตอร์ต้นทั้งน้ำตา

“ผมอยากพามิสเตอร์ต้นไปหาครอบครัวของผม”

ต้นชะงักมือที่ลูบหัวทอมและพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่จับทอมกินซะตอนนี้ เพราะไอ้ลูกหมาแม่งโคตรน่ารักเลย

“นายทำได้อยู่แล้ว ทอม”

สุดท้ายต้นอดไม่ได้ที่จูบหน้าผากเด็กอนุบาลเบาๆ เป็นการให้กำลังใจ

“ขอบคุณที่เชื่อใจผมนะ มิสเตอร์ต้น”

ทอมยิ้มจนตาหยี รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาทันที

“ผมจะพยายามอย่างสุดความสามารถเลย!”




“……”

ทั้งๆ ที่ตอนยืนหน้าห้องสอบนั้น ทอมยังยืนอยู่อย่างมั่นใจด้วยกำลังใจเต็มเปี่ยมและเอ่ยทักทายเพื่อนร่วมชั้นบางคนที่มาสอบเหมือนกันด้วยความกระตือรือร้นล้านแปด

หากแต่เมื่อได้ลองเปิดชุดข้อสอบดู ทอมก็เริ่มหน้าซีดเหมือนกับทุกครั้งที่ต้องอ่านข้อความภาษาไทยยาวๆ และมีศัพท์ทางการและอะไรไม่รู้ยากๆ เต็มไปหมด

การรณรงค์ลดการกินเค็ม..? การบริโภคอาหารเค็ม???

เพียงแค่ข้อความแรกๆ น้ำตาของทอมก็แทบจะแตกอีกรอบ เหมือนกับตอนอ่านกลอนคาบมิสซิสสมศรีที่ทอมไม่เคยอ่านได้คล่องสักที กระตุกทุกคำคล้ายกับพวกแผ่นเล่นเพลงตกร่อง

แต่พอนึกถึงหน้ามิสเตอร์ต้นทอมก็มีกำลังใจในการทำมากขึ้นก็เลยสามารถประคับประคองตัวเองให้อ่านข้อความต่อไปได้ ก่อนที่จะมาสะดุดกับเหล่าบรรดาโรคในข้อความ

มือขาวของทอมที่จับดินสอสำหรับร่างแผนภาพสั่นระริกไม่หยุด

มีไม่กี่ครั้งในชีวิตที่ทอมรู้สึกว่าการมีชีวิตอยู่เป็นเรื่องที่ยากและหนักหนาสาหัสเหลือเกิน

ซึ่งนี่ก็คือช่วงเวลานั้นของทอม

ทอมพยายามอย่างยิ่งในการค้นหาศัพท์ภาษาไทยในหัวว่ารณรงค์กับบริโภคคืออะไร ไหนจะไตอีก แน่นอนว่าทอมนึกไม่ออกเลยมองข้ามความหมายของมันไปและลองวาดแผนตารางภาพคร่าวๆ ดู ตามที่มิสเตอร์ต้นเคยสอน

“…….”

ทอมมองสิ่งที่ตัวเองวาดด้วยความห่อเหี่ยวเพราะมันเชื่อมโยงกันน้อยมาก ทั้งๆ เป็นเรื่องเดียวกันเขากลับสามารถแตกออกมาได้ไม่กี่เส้นและยังไม่สามารถเชื่อมกลับไปได้ด้วย

ซึ่งทอมก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่นักเนื่องจากนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทำและเขาอ่านบทความไม่แตก เขามักจะพลาดอะไรบางอย่างในบทความเสมอเพราะแปลไม่ออก

ทอมจึงได้แต่ปลงและฟุ้งซ่านพักสมองสักพักไว้อาลัยให้กับคะแนนของตัวเอง

ทำไมถึงไม่มีให้สอบเขียนชื่อจริงมิสเตอร์ต้นนะ ถ้ามีเขาคงจะเต็มไปแล้ว!

ทอมแอบยิ้มในใจเพราะอย่างน้อยๆ ถึงแม้ภาษาไทยของเขาจะห่วยแตกแต่เขาก็สามารถเขียนชื่อมิสเตอร์ต้นที่สะกดยากๆ ได้ครบทุกคำและไม่ผิดสักตัว

ฟุ้งซ่านได้สักพักทอมก็กลับมาสู่โลกความจริงเพื่อที่จะพบกับสิ่งที่น่ากลัวกว่าเดิม

“!!!!!!”

กิจกรรมของธนาคารปูม้า????

ทอมตาโตกับคำว่าปูม้าเพราะไม่รู้จัก เดามั่วในใจว่าอาจจะเป็นปูที่หน้าตาเหมือนม้าแล้วธนาคารก็จับมาขายให้กับคนที่มาธนาคารเพื่อฝากเงิน

ป่าชายเลน?  ศูนย์การศึกษาพัฒนา?????

“ก็อด”

ทอมสบถกับตัวเองเสียงเบาซบหน้ากับฝ่ามือ น้ำตาคลออย่างท้อแท้ใจ

มิสเตอร์ต้นคงไม่ได้อังกฤษกับเขาแล้วจริงๆ


=========================

เห็นมีสอบแกทเชื่อมโยงแล้วอดแกล้งน้องทอมไม่ได้จริงๆ ค่ะ 555555555555

เอาจริงน้องคงไม่สอบเพราะเรียนภาคอินเตอร์รอดกว่าไทย Xd

สามารถไปเล่นแท็ก #มิสเตอร์ต้นโซคูล กันได้นะคะ  :กอด1:

ปล ตอนนี้มาให้อ่านขำๆ ก่อนตอนหน้าที่น่าจะ  :o8:








   





ออฟไลน์ MeiHT

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 67
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
อยากหอมหัวน้องทอม คิดถึงเรื่องนี้มากๆนะคะ xoxo

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3601
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +131/-4

ออฟไลน์ Foggy Time

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 844
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +192/-1
ตอนที่ 10

   
“วิน นายว่าช่วงนี้ทอมทำตัวแปลกๆ ไหม”
   
แจนนี่ป้องปากกระซิบกับวินซึ่งกำลังนั่งทำการบ้านคณิตในช่วงเวลาพักเบรก ขณะเดียวกันก็แอบมองทอมที่ตอนนี้นั่งทำหน้าประหลาดกับโทรศัพท์ของเจ้าตัว
   
แน่นอนว่าด้วยความที่ทอมก็คือทอม ไม่ว่าใครก็สามารถอ่านสิ่งที่ทอมคิดจากสีหน้าของทอมได้ ( ซึ่งก็มีกรณียกเว้นเฉพาะช่วงที่ทอมต้องแสดงอะไรสักอย่างซึ่งทอมก็มักจะแสดงออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ) แต่ถ้าเป็นช่วงเวลาปกติแล้วการอ่านความคิดทอมสำหรับทุกคนในกลุ่ม ‘รวยแล้วรักดอรี่’ ถือเป็นเรื่องง่ายมากเพราะรู้จักกันมานานพอสมควร แค่ทอมทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ทุกคนก็พอจะเดาได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
   
“แปลกยังไง”
   
วินวางมือจากดินสอกดทันทีเมื่อได้ยินชื่อทอม
   
“ช่วงนี้ทอมตื่นเช้ากว่าปกติ”
   
“ก็ทอมมันจะมาหามิสเตอร์ต้นไง” วินหน้าหงิก “เด็กทุนนั่นมาโรงเรียนเช้าจะตาย ไม่รู้ว่ากลัวโรงเรียนหายหรืออะไร”
   
“นั่นแหละ ที่ฉันว่าแปลก” แจนนี่ยิ้มมีเลศนัยใส่วินที่ยังอารมณ์บูดและช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย “แล้วช่วงนี้ทอมยิ่งผิดสังเกตตอนที่เล่นโทรศัพท์แล้วหน้าแดงมาก ฉันไม่รู้หรอกนะว่าทอมดูอะไรอยู่ แต่ฉันก็มั่นใจว่าคนอย่างทอมคนไม่ดูอะไรลามกแน่ๆ ”
   
วินดันแว่นที่ตกลงจากสันจมูกขึ้นและมองแจนด้วยความหงุดหงิดมากขึ้น
   
“เธออยากบอกอะไรฉันกันแน่ แจน”
   
“นายคิดว่าไงล่ะ ช่วงนี้ทอมมาโรงเรียนเช้าทุกวันแล้วก็ไปอยู่กับมิสเตอร์ต้นอะไรนั่นทั้งวัน เวลาอยู่กับพวกเราก็พูดถึงแต่มิสเตอร์ต้น กลัวมิสเตอร์ต้นแดดเดียว คือบอกตามตรงว่าฉันรู้สึกว่ามันมีซัมติงระหว่างสองคนนี้ว่ะ วิน”
    
“เธอกำลังจะบอกว่าทอมกับไอ้เด็กทุนนั่น…?”
   
วินค่อยๆ คิดตามก่อนจะเบิกตากว้าง
   
“นายเชื่อเซนส์ผู้หญิงไหมล่ะ วิน”
   
“เรื่องนี้เรื่องใหญ่เลยนะ! ทำไมทอมถึงไม่ยอมบอกฉันวะ!” วินแทบจะโยนโจทย์คณิตในมือทิ้ง และลากเก้าอี้ตัวเองไปนั่งข้างทอมที่ตอนนี้อ้าปากค้างเพราะตกใจกับอะไรในโทรศัพท์สักอย่าง
   
“โอมายก็อด ผม ผมกับมิสเตอร์ต้นต้อง ต้องแบบนั้นเหรอ!!”
   
ทอมพึมพำกับตัวเองอย่างตื่นตระหนกเมื่ออ่านกระทู้พันทิป และมีคนพิมพ์ถึงเรื่องอย่างว่าเต็มไปหมด แน่นอนว่าถึงแม้ทอมจะใช้เวลาส่วนใหญ่กับการดูดอรี่และหนังที่ตัวเองชอบ แต่ทอมก็ไม่ได้ใสซื่อถึงขั้นไม่รู้ว่าที่คนพิมพ์คุยกันหมายถึงอะไร
   
“แต่ผมกับมิสเตอร์ต้นเคยนอนด้วยกันแล้วนะ มันก็ไม่เห็นจะมีอะไรเกิดขึ้นเลยนี่นา”
   
ทอมยังคงคุยกับตัวเองเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก
   
สำหรับทอมแล้วการที่ได้เป็นบอยเฟรนด์กับมิสเตอร์ต้นนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญพอๆ กับการที่ดอรี่ได้ออกเป็นภาคแยกของตัวเองเลยทีเดียว
   
“อะไรนะ!!” วินกระชากไหล่ของทอมให้หันมาหาตัวเองทันที “เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ ทอม”
   
“วิน! ผมกำลังใช้เวลาส่วนตัวของผมอยู่นะ!!”
   
ทอมขมวดคิ้วใส่วินอย่างไม่พอใจ
   
“เมื่อกี้นายพูดอะไรนะ ทอม”
   
วินยังคงถามด้วยสีหน้าร้อนรน เพราะนี่มันข้ามขั้นเกินไปมากๆ เขาเพิ่งรู้ว่าทอมอาจจะเป็นแฟนกับมิสเตอร์ต้นเมื่อนาทีที่แล้ว และนาทีถัดมาคือรู้ว่าสองคนนี้นอนด้วยกันแล้ว!
   
ใบหน้าของวินซีดเผือด เมื่อนึกถึงหน้าพ่อของทอมที่หวงลูกชายตัวเองมาก เขาไม่อยากจะคิดเลยสักนิดว่าถ้าพ่อของทอมลูกว่าไอ้เด็กทุนนั่นงาบตัวเองแล้วจะเกิดอะไรขึ้น
   
แย่ มันต้องแย่มากแน่ๆ !!!
   
“ผมจำไม่ได้แล้ว ก็วินมาขัดผมนี่นา” ทอมบ่นและหน้าบูดกว่าเดิมเมื่อถูกวินแย่งมือถือไปอ่านอย่างไร้มารยาท “วิน! ทำไมถึงทำตัวไร้มายาแบบนี้! ผมจะโกรธวินจริงๆ แล้วนะ!”
   
“ใจเย็นๆ นะทอม อีกอย่างนะนายด่าผิด ต้องด่าวินว่ามันไร้มารยาท”
   
แจนนี่รีบเข้ามาหาศึกทันที ดึงโทรศัพท์ทอมจากวินคืนให้ทอมและลูบหัวลูบหางทอม ที่ถ้ามองว่าเป็นลูกหมาโกลเด้นตอนนี้คงโกรธจนเห่าบ็อกๆ ไม่หยุด
   
“วินไร้มารยาท!”
   
คราวนี้ทอมสามารถพูดได้อย่างชัดเจน
   
“เออ ฉันขอโทษๆ ฉันตกใจมากไปหน่อย”
   
วินกระพริบตาปริบเหมือนเพิ่งได้สติ และพยายามง้อทอมที่ขึ้นชื่อว่าถ้างอนแล้วจะง้อยากมาก ซึ่งวินก็เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนและการง้อแต่ละครั้งล้วนแต่ใช้เวลาหลายอาทิตย์
   
แน่นอนว่าปกติแล้ววินจะหลีกเลี่ยงการทำให้ทอมงอนแบบสุดๆ แต่นี่มันเหตุสุดวิสัยจริงๆ ยิ่งกว่าตอนที่รู้ว่าทอมได้เป็นตัวแทนขับเสภาให้ห้องอีก
   
“ทอมคือตอนนี้นาย.. นายเป็นแฟนกับมิสเตอร์ต้นแล้วใช่ไหม”
   
“ใช่ ผมกับมิสเตอร์ต้นเป็นบอยเฟรนด์กันแล้ว” ทอมหน้ายังคงหน้าบูด “แล้ววินก็อย่าเพิ่งเอาเรื่องนี้ไปบอกใครด้วย ไม่อย่างนั้นผมจะโกรธวินมากๆ ”
   
สาเหตุที่ทอมยังคงเก็บเรื่องนี้เป็นความลับเพราะมิสเตอร์ต้นขอเอาไว้ เอาเข้าจริงแล้วทอมมองว่าการได้เป็นบอยเฟรนด์กันแบบลับๆ ก็ดูน่าสนุกดีเหมือนกัน
   
ใบหน้าของทอมขึ้นสีนิดๆ เมื่อนึกถึงตอนที่มิสเตอร์ต้นพยายามกินปากตัวเองในห้องสมุด ตอนที่ไม่มีใครมองและมืดมากๆ  ( ปกติแล้วทอมจะไม่เข้าห้องสมุดตรงมืดๆ เด็ดขาดเพราะกลัวผี )
   
“เออฉันไม่บอกใครหรอก ที่ฉันอยากรู้คือนายกับมิสเตอร์ต้น.. นอนด้วยกันแล้วงันเหรอ”
   
วินถามเสียงเบาในประโยคหลัง

“ใช่”
   
ทอมพยักหน้ายอมรับง่ายๆ แล้วยิ้มจนตาหยี
   
“เตียงมิสเตอร์ต้นไม่ค่อยนุ่มมากเท่าไหร่ แต่หมอนข้างมิสเตอร์ต้นอุ่นสุดๆ ไปเลย!”
   
ได้ยินทอมตอบแบบนั้นสีหน้าของวินก็ดีขึ้นมาทันตาเห็น เพราะพอจะสรุปได้ว่ามันยังไม่เกิดอะไรขึ้นกับทอมน้อยๆ ที่น่ารักของเขา
   
ซึ่งมันก็คงแค่ตอนนี้น่ะนะ
   
วินคิดด้วยความหดหู่ เพราะเขาพอจะมองมิสเตอร์ต้นอะไรนั่นออก มันต้องจับทอมกินสักวันเนี่ยแหละ ขนาดเขาที่พยายามจะเป็นพ่อทอม ยังอดคิดไม่ได้เลยว่าทำไมทอมมันถึงได้น่ารักขนาดนี้ ถึงทอมจะพูดภาษาไทยได้ห่วยแตก ความคิดตรรกะดูประหลาด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทอมโคตรจะน่ารัก
   
บางทีนั่งๆ อยู่เขายังอยากเอามือไปขยำแก้มทอมเลย
   
“แล้วเมื่อกี้นายเข้าไปอ่านกระทู้ดันทิปทำไม”
   
วินถามอย่างสงสัย เพราะปกติทอมไม่ค่อยอ่านอะไรที่เป็นเว็ปบอร์ดภาษาไทยเท่าไหร่ ล่าสุดที่มิสซิสสมศรีให้ไปหาข้อมูลเกี่ยวกับกลอนแปดในกูเกิ้ล ก็โทรมาร้องไห้ใส่เขาเพราะแปลภาษาไทยเป็นไทยไม่ได้
   
“อ๋อ ผมหาข้อมูลเกี่ยวกับการเป็นแฟนกันน่ะ” ทอมตอบด้วยความกระตือรือร้นสุดๆ “ผมแอบได้ยินพวกชมรมข้าวสารคุยกันว่าถ้าอยากรู้อะไรให้ถามดันทิป ผมก็เลยไปลองหาดู ซึ่งมันก็เวิร์คสุดๆ ไปเลย!”
   
“ทอม นายต้องอ่านดีๆ นะ เพราะในดันทิปน่ะ ชอบมีคำตอบแปลกๆ ด้วย”
   
หน้าวินเริ่มกลับมาซีดอีกรอบเพราะจำได้ว่าเมื่อกี้หัวข้อกระทู้ดันทิปชื่อว่า ‘เป็นแฟนกันนี่ต้องทำอะไรบ้างครับ ถามผู้ชาย 18+’
   
“แปลกตรงไหน ผมว่าคำตอบดีจะตายนะ วิน” ทอมพูดอย่างตื่นเต้น “ผมกับมิสเตอร์ต้นน่ะ ทำเกือบครบหมดแล้ว ทั้งจับมือ หอมแก้ม จูบ เหลืออันสุดท้ายคือผมกับมิสเตอร์ต้นต้องนอนโป๊ด้วยกัน”
   
ทั้งวินทั้งแจนนี่ตาโตก่อนที่แจนจะรีบล้วงเอายาดมยี่ห้อดังมาแบ่งให้ทั้งตัวเองและวินดมเป็นการด่วน
   
เพราะนี่เป็นวาระสำคัญของกลุ่ม ‘รวยแล้วรักดอรี่’ มากจริงๆ
   
“นาย นายแน่ใจเหรอ ทอมว่าอ่านถูกแล้ว”
   
แจนนี่เป็นคนคุยต่อเพราะวินทำท่าจะเป็นลมไปแล้ว เนื่องจากเรื่องในวันนี้มันถาโถมใส่วินมากเกินไป วินคนที่เคยเป็นหัวหน้าห้องคนคูลตอนนี้เลยมีสภาพไม่ต่างจากปลาตากแห้งย่านบางแสน
   
“ถูกสิ แจนนี่” ทอมพยักหน้าหงึกๆ ด้วยสีหน้ามั่นอกมั่นใจ “ผมรู้นะว่าจุดจุดจุดที่ทุกคนพิมพ์ในกระทะหมายถึงอะไร”
   
“กระทู้ ทอม กระทู้”
   
หนึ่งในหน้าที่สำคัญของสมาชิกกลุ่มนี้คือต้องคอยแก้ภาษาไทยให้ทอมที่ไม่เคยดีขึ้นสักที
   
“นั่นแหละ” ทอมรับคำเขินๆ “แต่ผมแอบไม่เข้าใจนะแจนนี่ ว่าทำไมทุกคนถึงบอกให้ไปเตะบอลก่อนที่เราจะโป๊ด้วย”
   
หญิงสาวหนึ่งเดียวในกลุ่มกระแอมหนักๆ ด้วยความเขินที่ต้องมาเป็นคนอธิบายเรื่องนี้ให้ทอมฟัง “ไอ้เรื่องเตะบอลน่ะ ช่างมันเถอะ ทอม แต่ทำไมนายถึงคิดว่าไอ้จุดจุดจุดเนี่ยถึงหมายถึงนอนโป๊ด้วยกัน”
   
“ก็ผมดูหนังรักแล้วมันชอบมีฉากแบบนั้นนี่นา” ทอมหน้าแดง “พวกเขากินปากกันเสร็จแล้วภาพก็ตัดมาที่โป๊เลย”
   
“…”
   
อยู่ๆ แจนนี่ก็รู้สึกอิจฉาวินเหลือเกินที่กลายเป็นของดีบางแสนไปแล้ว ซึ่งเธอก็ต้องยอมรับว่าตอนแรกเธอก็ไม่ได้ชอบมิสเตอร์ต้นอะไรมากมาย ออกจะอคติด้วยซ้ำ แต่ยังไงก็ตามเธอก็รักทอมของเธอมากกว่า
   
ฉะนั้นถ้าทอมชอบมิสเตอร์ต้นอะไรนั่นมาก เธอก็จะพยายามทำใจยอมรับมิสเตอร์ต้นเหมือนกัน แม้ว่ามิสเตอร์ต้นจะไม่มีอะไรเข้าข่ายคอนเซ็ปต์กลุ่มตลอดกาลอย่าง ‘รวยไม่เลิก’ เลยก็ตาม
   
“แล้วนายอยากจะจุดจุดจุดกับมิสเตอร์ต้นไหมทอม”
   
ถ้านี่เป็นการ์ตูน แจนนี่ค่อนข้างมั่นใจว่าตอนนี้จะมีขีดสามขีดประดับอยู่บนหัวเพราะเธอไม่เข้าใจสักนิดว่าทำไมตัวเองต้องมาเป็นที่ปรึกษาด้านเพศให้กับทอมด้วย!
   
“แจนนี่! ถามแบบนี้กับผมไม่ได้นะ” ทอมตาโตหน้าแดงเถือก “ผมไม่บอกหรอก”
   
“อยากสินะ” แจนพยักหน้าง่ายๆ ด้วยสีหน้าปลงตก “แต่ฉันอยากจะเตือนนายหน่อยนะว่าอย่าให้แด๊ดนายรู้เรื่องนี้เด็ดขาด”
   
“เรื่องที่ผมอยากจุดจุดจุดกับมิสเตอร์ต้นน่ะเหรอ”
   
“ไม่ใช่! ฉันหมายถึงเรื่องที่นายเป็นบอยเฟรนด์กับมิสเตอร์ต้นต่างหากล่ะ”
   
แจนนี่กุมขมับ พยายามดมยาดมที่ไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นสักนิดเพราะเรื่องนี้มันเกินเบอร์ที่เธอรับได้ไปมากจริงๆ ถึงเธอจะพอเดาได้ก็เถอะว่าทอมกับมิสเตอร์ต้นเป็นแฟนกัน แต่ก็ไม่คิดว่าทอมก็ไม่ใช่เล่นเหมือนกัน  เห็นน่ารักไปวันๆ แบบนี้ก็รู้จักทำอะไรแบบนั้นด้วย
   
“พ่อนายรู้ มิสเตอร์ต้นตายแน่ทอม”
   
แจนนี่จับไหล่ทอมและพูดช้าๆ ชัดๆ พยายามย้ำเตือนคนที่ให้ความสำคัญกับดอรี่แทบจะมากที่สุดในชีวิตให้ใส่ใจชีวิตของนักเรียนทุนที่น่าสงสารนั่นด้วย
   
“ผมรู้หรอกน่า” ทอมหน้ายู่ เพราะทุกคนเอาแต่คิดว่าเขาไม่รู้นิสัยแด๊ดตัวเอง ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วของรู้จักแด๊ดของตัวเองเป็นอย่างดี อย่างแรกเลยคือแด๊ดของเขาเป็นคนหวงลูกมากโดยเฉพาะกับเขาที่เป็นลูกคนสุดท้อง แด๊ดกับพี่ชายแย่งกันตามใจเขาเพราะอยากให้เขาโตมามีความสุขที่สุด
   
ซึ่งทอมก็ยอมรับว่าตัวเองโตมาด้วยความสุขดีและความรักที่ล้นเหลือ จนทอมรู้สึกว่าตัวเองนั้นสมควรที่จะส่งมอบความรักของตัวเองให้กับคนอื่นบ้าง แต่น่าเสียดายที่แด๊ดของทอมนั้นไม่ใจดีขนาดนั้น เพราะทุกครั้งที่รู้ว่าทอมมีคนที่ชอบหรือจะมีแฟนก็จะเรียกไปรับประทานอาหารดินเนอร์สุดหรูกับครอบครัว
   
แต่สำหรับคนทั่วไปก็รู้กันดีว่ามันคือการเรียกไปเชือดที่คฤหาสน์หลังงาม
   
แน่นอนว่าไม่มีใครหน้าไหนทนแรงกดดันจากนักธุรกิจหมื่นล้านกับนักศึกษาปริญญาโทได้ ทำให้ทอมถึงไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนสักที
   
“ยังไงซะ ครั้งนี้ผมจะไม่ยอมให้แด๊ดกับพี่มารังแคมิสเตอร์ต้นแน่!”
   
“แต่ฉันจะรังแกเธอแน่ ทอม ถ้าเธอกับเพื่อนๆ ของเธอยังไม่เลิกคุยกัน”
   
น้ำเสียงเย็นเยือกเอ่ยที่แสนคุ้ยเคยทำเอาทอมที่นั่งดี้ด้าเผลอสะดุ้งสุดตัวและนั่งหลังตรงตามสัญชาตญาณ ใบหน้าค่อยๆ ซีดเผือดลงอย่างน่าสงสาร
   
เพราะคนที่พูดภาษาไทยด้วยอักขระชัดเจนราวกับหลุดมาจากพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถานในชีวิตทอมนั้นมีอยู่ไม่กี่คนหรอก!
   
“ขอโทษครับ อาจารย์สมศรี”
   
ทอมนวดมือตัวเองด้วยความกลัวและประหม่า สำหรับทอมแล้ววิชาภาษาไทยนั้นเป็นวิชาที่น่ากลัวยิ่งกว่าหนังผีเรื่องดังซะอีก ซึ่งด้วยความที่ทอมค่อนข้างวิตกวิชานี้มากทำให้ทอมมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตก่อนที่จะมาเรียนวิชานี้ในการเตรียมตัวภาษาไทย
   
แต่แน่ล่ะ วิชาที่ทอมไม่ถนัดก็คือวิชาที่ทอมไม่ถนัด
   
นอกจากคำว่าอาจารย์สมศรีที่ทอมใช้เวลาจำเป็นอาทิตย์ ทอมก็ไม่สามารถจำอะไรได้แล้ว
   
ส่วนวินและแจนนี่ก็รีบพากันเรียกวิญญาณกลับเข้าร่างไปนั่งที่ตัวเอง ซึ่งทั้งสามคนก็เพิ่งรู้ตัวว่าหมดเวลาเบรกไปได้สักพักแล้ว ฉะนั้นการนั่งคุยเล่นเกินเวลาเมื่อกี้จึงถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตายมาก
   
เพราะมิสซิสสมศรีนั้นเป็นคนที่เจ้าระเบียบและเคร่งครัดเรื่องเวลาที่สุด!
   
“ทอม ในเมื่อเธอคุยเล่นจนไม่รู้เวลา อาจารย์ก็คงต้องทำโทษเธอตามบทลงโทษที่อาจารย์เคยพูดไว้นะคะ”
   
มิสซิสสมศรีดันแว่นขึ้นและใช้สายตาคมกริบมองทอม
   
“เริ่มท่องได้ค่ะ”
   
“..ครับ”
   
ถ้าหากมิสเตอร์ต้นมาเห็นทอมตอนนี้ก็คงจะจำไม่ได้ เพราะทอมที่มักจะดี้ด้าล้านแปดนั้นตอนนี้คือซีดมาก กลายเป็นลูกหมาที่หมดอาลัยตายอยากและใกล้ตายเต็มทน
   
“..ว่าพลางทางชมคะน้านก”
   
“คณาค่ะ ทอม อาจารย์ว่าอาจารย์กำชับให้ทอมกลับไปท่องมาแล้วนะคะ” แน่นอนว่ามิสซิสสมศรีไม่ค่อยพอใจกับผลการเรียนภาษาไทยของทอม เพราะมันแย่และต่ำกว่าเกณฑ์ไปมาก เธอจึงพยายามเร่งรัดให้ลูกศิษย์คนนี้ตั้งใจอ่านหนังสือวิชานี้มากขึ้นเพื่อที่เกรดเทอมนี้จะไม่แย่เกินไปนัก
   
“ครับ ขอโทษครับ”
   
ทอมสะดุ้งและพยายามท่องใหม่อีกสองสามรอบ ซึ่งก็ยังผิดอยู่ดีจนมิสซิสเริ่มสมศรีสงสารและยอมปล่อยไปเพื่อที่จะได้เริ่มต้นเรียนบทใหม่ที่มีความยากมากกว่าเดิม
   
“..วิน”
   
หลังจากเริ่มเรียนไปได้ไม่ถึงสิบนาที ทอมก็เอ่ยเรียกเพื่อนสนิทของตัวเองด้วยสีหน้าเหมือนจะร้องไห้
   
“ถ้าผมตาย.. ฝากบอกมิสเตอร์ต้นด้วยว่าผมอยากเป็นสมานของมิสเตอร์ต้น”
   
“สมร ทอม สมร”
   
วินที่นั่งเหม่อมาได้สักพักถึงกับหลุดขำออกมา
   
“นายอยากเป็นนางอันเป็นที่รักว่างั้น”
   
“ผมจะตายแล้ว วิน ฮึก ผมจริงจังนะ ถ้าผมตายช่วยบอกมิสเตอร์ต้นด้วยว่าผมชอบมิสเตอร์ต้นมาก”
   
“ทอม ดูเหมือนว่าคุณจะสามารถตอบคำถามนี้ได้นะคะ เดี๋ยวอาจารย์รบกวนลุกขึ้นตอบด้วยค่ะ”

   
ใบหน้าน่ารักของทอมซีดกว่าเดิมจนวินแทบจะมองทอมผิดว่าเป็นวิญญาณมาเรียน เพราะกายหยาบของทอมนั้นได้ตายไปตั้งแต่ที่อาจารย์สมศรีเข้ามาในห้องแล้ว
   
“ครับ”
   
ทอมรับคำเสียงแผ่ว
   
มั่นใจว่าถ้าคาบหน้ายังต้องเรียนภาษาไทยอีกต้องเผลอร้องไห้ออกมาแน่ๆ


   

“เอ่อ ทอม ไปทำอะไรมาน่ะ”
   
ต้นถามทอมที่ตอนนี้ยังนั่งซึมไม่หาย ทั้งๆ ที่เขานั้นลุกไปหยิบเอาไอศครีมรสช็อกโกแลตที่ทอมชอบมาแล้ว ทอมก็ยังไม่ยอมกิน ดูน่าสงสารจนต้นทนแทบไม่ได้
   
ใครมันทำอะไรเด็กอนุบาลของเขาวะเนี่ย
   
“..ฮึก มิสเตอร์ต้น ผมว่าผมกำลังจะตาย”
   
ทอมฟูมฟายออกมาอย่างน่าสงสาร แต่ก็ยอมตักไอศกรีมเจ้าดังยี่ห้อโปรดของตัวเองเข้าปากโดยหวังเล็กๆ ว่าความหวานจะช่วยให้อารมณ์ที่เศร้านี้ดีขึ้นได้บ้าง
   
แต่ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรสักนิด
   
เพราะหัวใจน้อยๆ ของทอมก็ยังเศร้ามากๆ อยู่
   
“เป็นอะไร” ต้นขมวดคิ้วเริ่มรู้สึกเป็นห่วงลูกหมาของตัวเองอย่างจริงจัง “อย่าบอกนะว่านายไปใจแตกอะไรมาอีก”
   
“ผมไม่ได้ใจแตก มิสเตอร์ต้น” ทอมสูดหายใจฟึดฟัด นัยน์ตาสีฟ้าสดใสแดงก่ำอย่างน่าสงสาร “อาทิตย์หน้ามีสอบภาษาไทยอีกแล้ว แต่ผมไม่เข้าใจมันเลย”
   
เห็นสีหน้าลูกหมาหาแม่ไม่เจอของทอม ต้นก็อดไม่ได้ที่จะลูบหัวทุยๆ ไม่ได้
   
“งั้นให้ฉันติวให้ไหม”
   
“จริงเหรอมิสเตอร์ต้น!”
   
ทอมเงยหน้ามองมิสเตอร์ต้นอย่างมีความหวังทันทีด้วยความกระตือรือร้นสุดๆ ดีใจมากที่จะได้ใช้เวลาอยู่กับมิสเตอร์ต้นจนลืมไปแล้วว่าตัวเองเพิ่งเศร้ามากเมื่อกี้
   
“จริงสิ เกรดฉันมันก็ไม่ได้แย่ทุกวิชาหรอกน่า ทอม”
   
ต้นหลุดยิ้มเมื่อทอมกลับมาดี้ด้าเหมือนเดิม
   
“งั้นผมไปติวที่บ้านมิสเตอร์ต้นได้ไหม ผมอยากไปเที่ยวบ้านมิสเตอร์ต้นอีก”   
   
“ติวน่ะติวได้ แต่นายต้องไปขอพ่อนายก่อนที่จะมาบ้านฉัน”
   
สุดท้ายต้นก็อดไม่ได้ที่จะดึงแก้มทอมเบาๆ
   
น่ารักว่ะ..
   
ทำไมเด็กอนุบาลมันน่ารักได้ขนาดนี้วะ
   
“ผมเป็นลูกสิงโตที่โตแล้วนะ มิสเตอร์ต้น ผมสามารถออกจากฝูงของผมมาใช้ชีวิตอย่างสันดารได้แล้ว!”
   
“สันโดษ ทอม สันโดษ”
   
ต้นหลุดหัวเราะ รู้สึกหมั่นเขี้ยวทอมมาก นึกเสียใจที่ตัวเองพาทอมมานั่งไอติมซะกลางโรงอาหาร ไม่อย่างนั้นคงจะได้ ‘กิน’ ปากทอมแน่นอน
   
“นั่นแหละ” ทอมพยักหน้าหงึกๆ ก่อนที่ใบหน้าจะค่อยๆ แดงเถือก เมื่อนึกถึงกระทู้ที่ตัวเองเพิ่งอ่านไปตอนเช้า “มิสเตอร์ต้น”
   
“ครับ”
   
“ถ้าผมไปบ้านมิสเตอร์ต้น มิสเตอร์ต้นจะจุดจุดจุดกับผมไหม”   
   
“…”

ต้นกระพริบตาปริบ ไม่แน่ใจว่าตัวเองฟังผิดไปรึเปล่า

“อะไรนะ ทอม”

“ผมถามว่ามิสเตอร์ต้นจะจุดจุดจุดกับผมไหม”

ต้นขมวดคิ้วมุ่น

“จุดจุดจุดของนายนี่หมายถึงอะไร”

ทอมหน้าบูด เพราะเขาเขินจะตายอยู่แล้ว แต่มิสเตอร์ต้นกลับไม่ยอมเข้าใจสักทีว่าเขาหมายถึงอะไร!

“ก็นอนโป๊กับผมไง! ผมไปอ่านมาในกระทะ เขาบอกว่าถ้าเป็นบอยเฟรนด์กันแล้วต้องจุดจุดจุดกัน”

“นอนโป๊?” ต้นทวนคำพูดทอมก่อนจะพยายามอย่างยิ่งไม่ให้ตัวเองหลุดขำออกมา เนื่องจากสิ่งที่ทอมเข้าใจกับความเป็นจริงนั้นคนละเรื่องกันเลย

“แล้วนายอยากจุดจุดจุดกับฉันไหมล่ะ ทอม”

ต้นเลือกที่จะถามเด็กอนุบาลกลับ แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองกำลังล่อลวงทอมอยู่ อย่างไรก็ตามต้นก็ยังจำได้ว่าล่าสุดตัวเองต้องสวดมนต์ทั้งคืน เพราะมือของทอมนั้นซนมากเกินไปจริงๆ

“ฮื่อ ถึงมันจะน่าอาย แต่ถ้าเป็นมิสเตอร์ต้น ผมยอมก็ได้”

ทอมหน้าแดงก่ำขณะที่พูดโดยที่ไม่รู้ตัวสักนิดว่าตัวเองนั้นได้ก้าวเข้าถ้ำเสือเข้าไปครึ่งก้าวแล้ว

“งั้นวันศุกร์นี้ก็ไปค้างที่บ้านฉันแล้วกัน”

ต้นคลี่ยิ้มออกมาขณะที่วางแผนลางานพิเศษวันศุกร์และเสาร์ในใจ

“อย่าลืมขอแด๊ดของนายด้วยล่ะ”

“ผมบอกแล้วไง มิสเตอร์ต้น ว่าผมเป็นลูกสิงโตที่แสนอบอาบ” ทอมยิ้มจนตาหยี “ผมโตแล้วมิสเตอร์ต้น และผมก็ไปบ้านมิสเตอร์ต้นเพื่อติวภาษาไทยของมิสซิสสมศรีด้วย แด๊ดต้องภูมิใจในตัวผมมากแน่ๆ ที่ผมรักในการเรียนภาษาไทยขนาดนี้”

“ใช่ แด๊ดต้องภูมิใจในตัวนายมากแน่นอน”

ต้นลูบหัวทอมอย่างเอ็นดู

ยังไงซะต่อให้วันศุกร์ที่จะถึงนี้ไม่เกิดอะไรขึ้น

ขอแค่เขาได้ ‘กิน’ ปากทอมมากปกติหน่อย

เขาก็พอใจมากๆ แล้ว!


======

แอบมาอัพ  :m7:

ตอนนี้มีแท็ก #มิสเตอร์ต้นโซคูล  แล้ว สามารถไปคุยเล่นกันที่นั่นได้นะคะ  :z10:
   

   


ออฟไลน์ GBlk

  • ขอให้สรรพสัตว์จงมีความสุข
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1360
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +75/-43
กรี๊ดดดด มาในสัปดาห์เดียวกันสองตอน พร้อมระเบิด

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ นลิน

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
 :hao3:มิสเตอร์ต้นชัดเจนมากนะคะ ชอบน้องก็ต้องรีบเนอะ อยากจะคีสบอยเฟรนด์ คนมองน้องเยอะแต่น้องไม่รู้แค่นั้นเอ้งงงง ดีที่พ่อวินไม่ม่านานนะคะ พ่อหวงลูกแต่ทนเห็นลูกไม่กินข้าวไม่ได้นะคะ

ออฟไลน์ didididia

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 379
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
เธอมันร้ายมิสเตอร์ต้น  ล่อลวงเก่งงงมากคุณแม่หวงน้องจังเลยค่ะโดนหลอกกินปากไปกี่ครั้งแล้วลูกกกกกก :ซูโม่: : :hao3::

ออฟไลน์ labelle

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2953
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-0
มิสเตอร์ต้นทำไมต้องหลอกล่อน้องด้วย
ไปนอนรอบนี้จะได้ติวจริงไหมล่ะนั่น

ทอมน่ารักจริงเลย ทำไมซื่อแบบนี้นะ
ชอบความคิดซื่อๆ เด๋อๆ ที่บ้านก็สอนโอเคเลยค่ะ
แล้วเป็นคุณหนูน่าถนอมด้วยไง อยากจะจับฟัด

ทอมไปชวนต้นจุดจุดจุด ไปจุดประกายเค้าทำไม คนเรา

ชอบที่เพื่อนในกลุ่มเอ็นดู และเข้าใจความเป็นทอม

ออฟไลน์ mellowshroom

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1037
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
ชั้นหลงรักน้องทอมมากๆๆ

 :o8: ถ้าชั้นเป็นมิสเตอร์ต้น

จะไม่แค่กินปากน้องหรอกกก  :hao7:

ออฟไลน์ AeAng11

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 432
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
มิสเตอร์ต้นไปวิ่งเล่นที่ไหนน้าพาทอมกลับมาเร้ววว

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3601
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +131/-4

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6975
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-2

ออฟไลน์ Majariga

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 267
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
น้องทอมลูกกกกกกกก คือหลังจากตัดฉากเข้าโคมไฟ และก่อนฉากนอนโป๊ด้วยกัน

มันมีช่วงเวลามิติลี้ลับอยู่ลูกกกกกก :z3:

ไม่ชวนผู้ชายจุดจุดจุดนะลูก  :katai1:

ออฟไลน์ GBlk

  • ขอให้สรรพสัตว์จงมีความสุข
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1360
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +75/-43
นานจนเผลอคิดไปว่า ทอมกับต้นเรียนจบมหาลัยไปแล้ว 555555

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4395
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-6
นอนโป๊อย่างเดียวเนี่ยนะทอมมมม  :hao7:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Foggy Time

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 844
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +192/-1
ตอนที่ 11 : คอร์สติวภาษาไทยกับมิสเตอร์ต้น


เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหกเพราะเพียงแค่ชั่วพริบตาก็เป็นวันศุกร์ซะแล้ว หนำซ้ำทอมยังมาถึงบ้านมิสเตอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย
   
“นี่เป็นครั้งที่สองแล้วสินะ ที่ผมได้มาบ้านมิสเตอร์ต้น!”
   
ทอมเคยตื่นเต้นยังไงตอนนี้ก็ยังตื่นเต้นยังงั้น ดีใจสุดๆ ที่ได้มาเยี่ยมเยียนบ้านมิสเตอร์ต้นอีกแม้ว่าจุดประสงค์ของการมาครั้งนี้จะคือการติววิชาที่ทอมเกลียดที่สุดก็ตาม
   
และแน่นอนว่าการมาครั้งนี้ทอมมาด้วยสถานะที่เปลี่ยนไป
   
จากเบสเฟรนด์เป็นบอยเฟรนด์…
   
ทำให้มิสเตอร์ต้นได้ตระเตรียมอะไรบางอย่างไว้ให้ทอมด้วย
   
“โด่ง!! บ้านมิสเตอร์ต้นมีโด่งแล้ว!!” ทอมตาโตพูดออกมาด้วยความดีอกดีใจ “ผมจะได้แช่โด่งแล้ว!”
   
“โอ่ง ทอม อีกอย่างเขาไม่ได้ให้แช่ เขาให้ตักอาบ”
   
ต้นแก้ให้ทอมยิ้มๆ รู้สึกหายเหนื่อยที่อุตส่าห์ไปขอมาจากลุงข้างบ้านที่รู้จัก ซึ่งมันก็หนักมากแต่ก็ช่วยไม่ได้ อยากเอาใจเด็กอนุบาลก็เลยยอมทนเหนื่อยดู ดีหน่อยที่โอ่งอันนี้ไม่ใหญ่มาก
   
“งั้นอันนี้ก็คือคันใช่ไหมมิสเตอร์ต้น!”
   
ทอมหยิบขันสีฟ้าขุ่นๆ ขึ้นมาอย่างตื่นเต้น
   
“ขัน” ต้นพยายามแก้ให้แต่ทอมก็ไม่สนใจอยู่ดี ถ่ายรูปโอ่งไปอวดพ่อไม่หยุดราวกับว่ามันเป็นสมบัติล้ำค่าในพิพิธภัณฑ์ ทั้งๆ ที่มันเป็นแค่โอ่งที่เคยใช้เลี้ยงปลาหางนกยูงเท่านั้น
   
“มิสเตอร์ต้น ผมดีใจมากๆ เลยที่มิสเตอร์ต้นใจดีกับผมขนาดนี้”
   
ทอมน้ำตารื้นถลาวิ่งเข้ากอดมิสเตอร์ต้น รู้สึกดีใจเหลือเกินที่ตัวเองได้รู้จักกับมิสเตอร์ต้น ไม่อย่างนั้นโอกาสที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างสามัญชนทั่วไป เขาคงจะหาจากที่ไหนไม่ได้แล้วจริงๆ !
   
“อย่าเวอร์น่า ไปเปลี่ยนชุดไป เดี๋ยวพาไปกินขนม”
   
ต้นหัวเราะแล้วแย่งกระเป๋านักเรียนทอมมาถือ และลากเด็กอนุบาลไปปล่อยไว้ในห้องน้ำให้เปลี่ยนชุด ส่วนตัวเองก็มาเปลี่ยนข้างนอกโดยหยิบเสื้อสีดำที่ตากๆ ไว้มาใส่
   
รออยู่สักพัก ทอมก็เปลี่ยนเสื้อเสร็จ เป็นชุดเสื้อกางเกงขาสั้นที่แค่เห็น ต้นก็เผลอกลืนน้ำลายเอือก
   
เด็กอนุบาลนี่แต่งตัวเก่งเป็นบ้า
   
“ไปกันเถอะ มิสเตอร์ต้น! ผมพร้อมจะผจญภัยแล้ว!”
   
ทอมตอนนี้แทบอยู่ไม่สุข ตื่นเต้นขั้นสุดที่จะได้ไปเที่ยวกับมิสเตอร์ต้น ถึงจะไม่รู้ว่าที่ไหนก็เถอะ แต่เขาก็สัมผัสได้ว่ามันต้องสนุกและน่าตื่นเต้นมากแน่ๆ
   
“ทอม”
   
“อะไรเหรอ มิสเตอร์ต้น” ทอมเอียงคอเดินไปหามิสเตอร์ต้นงงๆ ก่อนที่จะหน้าแดงเถือก ตอนที่มิสเตอร์ต้นก้มลงมาหาตัวเอง และ ‘กินปาก’ อีกแล้ว!
   
“อื้อ”
   
ทอมหลับตาหยีไม่กล้าลืมตามองมิสเตอร์ด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่ได้ขัดขืน เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มิสเตอร์ต้นทำ และมันก็ทำให้เขารู้สึกแปลกมากๆ ด้วย
   
“..มิสเตอร์ต้น”
   
ทอมที่โดนมิสเตอร์ต้นกินปากจนแข้งขาอ่อน พึมพำเรียกมิสเตอร์ต้นเสียงแผ่ว
   
“ว่า”
   
ต้นตอบ ทั้งๆ ที่ยังคลอเคลียอยู่ซอกคอทอม ยังคงติดใจสัมผัสนุ่มนิ่มของเด็กอนุบาลที่โคตรจะเชิญชวนให้เขาลองชิมทอมทั้งตัว แต่ติดที่ว่าเขากลัวจะทำเด็กอนุบาลร้องไห้ตอนช่วงหลังนอนโป๊เนี่ยแหละ
   
เพราะเขาโคตรจะมั่นใจเลยว่าทอมมันต้องตกใจมากแน่ๆ
   
“คราวหลังถ้ามิสเตอร์ต้นจะคิสผม มิสเตอร์ต้นต้องขออนุญาตผมก่อนนะ”
   
ทอมก้มหน้างุดหน้าแดงก่ำ ไม่กล้าสบตากับมิสเตอร์ต้นด้วยความขวยเขิน
   
ทั้งๆ ที่เคยคิดว่าการกินปากนั้นจะน่ากลัวมาก แต่ความเป็นจริงแล้วกลับไม่ใช่แบบนั้นเลยสักนิด  หนำซ้ำมันยังทำให้หัวใจเขาเต้นแรงมากๆ ด้วย
   
“ทำไม?”
   
ต้นถามด้วยความงุนงง เพราะปกติทอมก็ยอมง่ายๆ ทุกครั้ง ถึงจะขัดขืนนิดๆ ก็เถอะ แต่นั่นก็ไม่นับว่าเป็นการขัดขืนหรอก ในเมื่อสุดท้ายทอมก็ดูจะแฮปปี้กับมันอยู่ดี
   
“มันทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ ”
   
“ปกติน่า นายก็แค่เขิน”
   
“แต่ แต่ผมรู้สึกแปลกมากเลยนะ มิสเตอร์ต้น” ทอมพยายามอธิบายอาการแปลกๆ ของตัวเองให้มิสเตอร์ต้นฟังด้วยความจริงจัง ราวกับว่ามิสเตอร์ต้นนั้นเป็นแพทย์สักคนที่สามารถวินิจฉัยอาการของตัวเองได้  “ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อนเลย! มันหวิวๆ แปลกๆ เหมือนกับตอนที่ผมเล่นโรลเลอร์โคสเตอร์เลย แล้วหัวใจผมก็เต้นแรงมากๆ ด้วย ผม ผมไม่สบายรึเปล่า มิสเตอร์ต้น”
   
หลังจากพูดจบทอมก็พยายามเค้นข้อมูลทุกอย่างในหัวออกมา แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิด เพราะในหัวทอมช่วงนี้ก็มีแต่เรื่องมิสเตอร์ต้นกับภาษาไทยของมิสซิสสมศรีเท่านั้น ทอมจึงคิดอะไรไม่ออก แล้วคิดเองเออเองว่าตัวเองอาจจะไม่สบาย แล้วที่สำคัญคือตรงนั้นของเขาก็รู้สึกแปลกๆ ด้วย!
   
แน่นอนว่าทอมไม่ได้บอกอาการทั้งหมดของตัวเองออกไป เพราะยังรู้สึกเขินมิสเตอร์ต้นอยู่ ถึงจะได้เป็นบอยเฟรนด์กันแล้วก็เถอะ แต่เขาก็ไม่กล้าบอกทุกเรื่องกับมิสเตอร์ต้นหรอก
   
“..ฉันว่าฉันรู้นะ”
   
ต้นกระพริบตาปริบงุนงงอยู่สักพักก่อนจะเข้าใจสถานการณ์ของทอมอย่างรวดเร็ว ว่าทอมนั้นเป็นอะไรกันแน่ และมันก็ยังเป็นอาการเดียวกับเขาซะด้วย
   
“จริงเหรอ มิสเตอร์ต้น! ผมเป็นอะไรเหรอ”
   
“…เดี๋ยวฉันบอกตอนดึกๆ แล้วกัน”
   
เห็นหน้าซื่อๆ ของทอม ต้นก็พูดอะไรไม่ออก ทั้งๆ ที่มันเป็นเรื่องที่โคตรธรรมชาติเลย แล้วเขากับทอมยิ่งเป็นวัยกลัดมันด้วย นิดๆ หน่อยก็ขึ้นแล้ว แต่ทอมมันเด็กอนุบาลไง จะให้เขาพูดตรงๆ ก็กระดากปาก
   
ให้รู้ทีเดียวตอนดึกเลยดีกว่า
   
“แต่ผมอยากรู้เลยนี่นา”

ทอมบ่นอุบ

“ถ้าบอกตอนนี้ ไม่พาไปกินขนมนะ”

แน่นอนว่าพอมาคบกันได้สักพัก ต้นก็เริ่มจับทางทอมได้ว่าทอมชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไร ซึ่งของหวานก็เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของทอมที่จะขาดไปไม่ได้เลย จนเขาแอบกลัวว่าทอมอาจจะได้ตัดขาก่อนเรียนจบม.ปลาย เพราะกินหวานมากเกินไป

“มิสเตอร์ต้นขี้โกง!”

ทอมโวยวายหน้ายู่

“เดี๋ยวคืนนี้ก็รู้เองน่า ทอม เชื่อฉันเถอะว่านายยังไม่อยากรู้ตอนนี้หรอก”

ต้นพยายามตะล่อมทอมให้ออกไปกินข้าวกินขนมก่อน อย่างไรก็ตาม ถ้าคืนนี้เกิดอะไรขึ้นจริงๆ แล้วทอมร้องไห้ เขาจะได้ไม่รู้สึกผิดเกินไปนัก

“ยิ่งพูดอย่างนี้ ผมก็ยิ่งอยากรู้สิ”

ทอมบ่นกระปอดกระแปด แต่ก็ยอมเดินแถ่ดๆ ตามหลังมิสเตอร์ต้นไปซ้อนบนเศษเหล็กวิ่งได้ที่ทอมตื่นเต้นจนเลิกตื่นเต้นแล้ว เพราะมันเป็นเศษเหล็กที่สามารถปั่นได้จริงๆ

“มิสเตอร์ต้นๆ ”

“อะไร”

“ผมซื้อจักรยานให้ใหม่เอาไหม”

“มันยังปั่นได้น่า” ต้นขมวดคิ้วมุ่น อย่างไรก็ตามถึงแม้ไอ้จักรยานนี่จะกรังไปหน่อย แต่มันก็เป็นจักรยานคู่บุญเขามาได้สองสามปีแล้ว ก็ต้องผูกพันก็เป็นธรรมดา

“แต่มันใกล้จะเป็นเศษเหล็กแล้วนะ มิสเตอร์ต้น” ทอมพูดด้วยสีหน้าจริงจัง เพราะจักรยานของมิสเตอร์ต้นนั้นส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่าขนลุกไม่หยุดเลย แม้แต่ตอนนี้ก็ยังส่งเสียงน่ากลัวอยู่ “ผมยังไม่อยากให้มิสเตอร์ต้นได้รับเอ่อ.. อุบาสิกา? ใช่ อุบาสิกา!”

ทอมพูดเสียงดังลั่นด้วยความมั่นใจ เพราะคุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินแม่ตัวเองพูดมาก่อน

ต้นที่ปั่นๆ อยู่แทบจะชนกับต้นไม้ข้างทาง

“อุบัติเหตุก็พอ ทอม ตอนนี้ฉันจะได้ตายเพราะนายแทนเนี่ยแหละ” ต้นหลุดขำพรืดใหญ่ออกมา เพราะรอบนี้คำผิดของทอมคือไปไกลมาก แล้วเป็นคำผิดที่อาจจะทำให้เขาไม่ได้ขึ้นสวรรค์ซะด้วย

“มิสเตอร์ต้น! ไม่ตลกเลยนะ ผมพูดเพราะเป็นห่วงมิสเตอร์ต้นนะ”

คนโดนขำหน้าเสียและน้ำตาคลอด้วยความน้อยใจ

“โอเคๆ เดี๋ยวเงินเดือนออกรอบหน้า ฉันไปซื้อใหม่ก็ได้ พอใจนายไหม ทอม”

“ให้ผมซื้อให้ใหม่ให้ก็ได้ ผมอยากซื้อทุกๆ อย่างให้มิสเตอร์ต้นเลย ทั้งจักรยาน ทั้งชุดนักเรียน ถ้ามิสเตอร์ต้นอยากได้อะไร มิสเตอร์ต้นบอกผมได้นะ”

แน่นอนว่าทอมไม่เข้าใจความลำบาก เพราะไม่เคยสัมผัสความลำบากมาก่อน ตลอดชีวิตอยู่แต่ในสังคมที่ร่ำรวย พ่อแม่เลี้ยงดูด้วยความพรั่งพร้อมมากที่สุดเท่าที่จะสามารถปรนเปรอให้กับทอมได้ หนำซ้ำยังเป็นลูกคนเล็กอีก ทอมจึงโดนโอ๋สุดๆ เมื่อเทียบกับพี่ชายคนโตที่ถูกเลี้ยงอย่างเคี่ยวเข็ญเพื่อที่จะประธานบริษัทต่อจากพ่อในอนาคต

การที่ได้มารู้จักมิสเตอร์ต้นสำหรับทอมก็เหมือนกับการเรียนรู้โลกใบใหม่อีกใบ ที่ทอมคงไม่มีวันได้โอกาสลงมาสัมผัสมันง่ายๆ
ทอมจึงพยายามอย่างที่สุดเท่าที่ตัวเองจะคิดออก ใจจริงแล้วเขาอยากให้แบ่งเงินค่าขนมของตัวเองให้มิสเตอร์ต้นด้วยซ้ำ มิสเตอร์ต้นจะได้ไม่ต้องมาทำงานเหนื่อยๆ ทุกวัน

“ขอบใจนะ ทอม” ต้นเว้นจังหวะไปสักพักเพื่อควบคุมอารมณ์และพูดประโยคต่อไป “แต่ไม่เป็นไร”

“ทำไมล่ะ มิสเตอร์ต้น มิสเตอร์ต้นไม่ต้องเกรงใจนะ เพราะผมเต็มใจให้ ผมมีเงินเก็บเยอะแยะเลยที่ไม่ได้ใช้ ผมสามารถแบ่งมันให้กับมิสเตอร์ต้นได้นะ! ถ้ามิสเตอร์ต้นต้องการ”

“ก็บอกว่าไม่เป็นไรไง ทอม”

ต้นพยายามอย่างยิ่งที่ในการตอบทอมด้วยน้ำเสียงปกติ ซึ่งก็โชคดีที่ถึงร้านนมปั่นหน้าปากซอยพอดี ต้นจึงพา ทอมมานั่งโต๊ะว่างที่เหลืออยู่โต๊ะนึงพอดีโดยไม่ลืมที่จะสั่งเมนูหวานๆ ที่ทอมน่าจะชอบสักสองสามเมนูกับป้าเจ้าของร้าน

“ทำไมถึงไม่เป็นไรล่ะ มิสเตอร์ต้น”

ทอมเท้าคางบนโต๊ะพับสีแดงสดขณะเดียวกันก็มองทิชชู่สีชมพูที่อยู่บนโต๊ะอย่างสนใจ เพราะไม่เคยเห็นมาก่อนและอดใจไม่ได้ที่จะหยิบมาเล่น

“ฉันไม่ใช่ขอทาน”

“ผมก็ไม่ได้มองว่ามิสเตอร์ต้นเป็นขอทานซะหน่อย” ทอมละสายตาจากกระดาษมามองมิสเตอร์ต้นทันที ก่อนที่จะพบว่ามิสเตอร์โซคูลของตัวเองนั้นมีสีหน้าไม่ปกติอย่างเห็นได้ชัด

มิสเตอร์ต้นกำลังโกรธ..

ทอมกระพริบตาปริบไม่เข้าใจสถานการณ์เท่าไหร่

“แต่ที่นายกำลังทำอยู่คือทำเหมือนกับฉันเป็นขอทาน”

ต้นรู้ว่าตัวเองกำลังพาลใส่ทอม แต่เขาก็อดไม่ได้จริงๆ เพราะเรื่องนี้ก็เหมือนแผลในใจมาตลอด ไม่ว่าใครมาสะกิดมันก็ทำให้เขาโกรธทั้งนั้น ต่างกันแค่โกรธมากโกรธน้อยก็เท่านั้น

“ผม ผมขอโทษ มิสเตอร์ต้น ผมไม่ได้ตั้งใจ”

ทอมลนลานพูดก้มหน้างุด เผลอขยำทิชชู่สีชมพูในมือจนยับยู่ยี่โดยไม่รู้ตัว

“ร้องไห้ทำไม เดี๋ยวพ่อนายก็ส่งคนมาฆ่าฉันหรอก”

“..ฮึก ก็ผมทำมิสเตอร์ต้นโกรธ”

ทั้งๆ ที่พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ แต่ท้ายที่สุดแล้วทอมก็กลั้นไม่ได้อยู่ดี เมื่อมิสเตอร์ต้นแย่งทิชชู่ในมือมาซับน้ำตาให้กับตัวเอง

“ผมขอโทษนะที่ทำให้มิสเตอร์ต้นคิดแบบนั้น แต่ผมหวังดีกับมิสเตอร์ต้นจริงๆ นะ”

ทอมฟูมฟาย เพราะเขาก็แค่อยากให้มิสเตอร์ต้นมีเหมือนที่ตัวเองมีก็เท่านั้นเอง ไม่ได้อยากอวดรวยหรือเห็นมิสเตอร์ต้นเป็นอะไรทั้งนั้น

“ฉันรู้น่า ทอม เด็กอนุบาลหัวใจดอรี่อย่างนาย คิดร้ายกับใครไม่เป็นหรอก”

ต้นลูบหัวทอม และถอนหายใจเหนื่อยๆ ก่อนที่จะหันไปรับนมชมพูสีหวานจ๋อยที่เดาเอาเองว่าทอมน่าจะไม่เคยกินมายัดปากทอม
“กินซะ สั่งมาให้”

“ฮื้อ อร่อยจัง มันคืออะไรเหรอ มิสเตอร์ต้น”

ทอมที่เป็นคอของหวานถึงกับลืมไปสักพักว่าตัวเองเพิ่งร้องไห้ไปเมื่อกี้ เมื่อค้นพบว่าตัวเองได้เจอของหวานชนิดใหม่ที่อร่อยมากๆ แล้ว

“นมเย็นไง”

ต้นบอกยิ้มๆ ไม่แปลกใจนักที่ทอมไม่รู้จัก ขนาดหมูปิ้งห้าบาทข้างทางทอมยังไม่รู้จักเลย นับประสาอะไรกับเครื่องดื่มสีหวานแบบนี้

“ทอม”

“อะไรเหรอ มิสเตอร์ต้น”

ทอมถามด้วยน้ำเสียงหวานจ๋อย เพราะนมชมพูหวานมาก

“นายอยากรู้เรื่องครอบครัวฉันรึเปล่า”

“ถ้ามิสเตอร์ต้นไม่สบายใจที่จะเล่า ไม่ต้องเล่าก็ได้นะ ผมเข้าใจ”

นัยน์ตาสีฟ้าสดใสของทอมหม่นลงนิดๆ

“ผมไม่อยากทำให้มิสเตอร์ต้นโกรธอีก”

“ใครจะไปโกรธเด็กอย่างนายลงวะ ทอม” ต้นหยิบนมปั่นตัวเองมาดูดบ้าง และตัดสินใจเล่าเรื่องที่ไม่เคยเล่าให้ใครมาฟังมาก่อนให้กับทอมฟัง

เอย่างน้อยๆ เขากับทอมก็เป็นแฟนกัน และเขาก็อยากให้ทอมรู้จักตัวเองมากกว่านี้ด้วย ไม่ใช่รู้แค่ว่าบ้านเขาจนที่สุดในโรงเรียนไฮโซนี่

“จริงๆ บ้านฉันก็ไม่ได้จนมาตั้งแต่แรกหรอกนะ ทอม”

ทอมตาโตด้วยความตื่นตระหนก

“แต่ชมรมข้าวสารเขียนว่าบ้านมิสเตอร์ต้นจนมาเป็นร้อยปีแล้วนะ!”

“แล้วนายก็ไปเชื่อไอ้ชมรมบ้านั่นเนี่ยนะ ไอ้เรื่องล่าสุดที่เขียนว่าฉันเป็นเจ้าชายขี้เหงาเอาแต่ใจแม่งก็โคตรไม่จริงเลย!”

ต้นขบกรามกรอดๆ ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดีที่ทอมไปเชื่อไอ้ชมรมบ้าๆ ที่ชอบทำตัวเป็นปาปารัซซีนี่

“ตอนแรกผมก็นึกว่ามิสเตอร์ต้นโดนคำสาปความจนซะอีก”

ทอมพูดงึมงำคนเดียว แต่ต้นก็ไม่วายแอบได้ยินอยู่ดี ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ได้บ่นอะไรทอมต่อ เพราะรู้ดีว่าเปล่าประโยชน์ ที่จะไปเอาอะไรกับเด็ก ม.5 ที่ยังร้องไห้จะเป็นจะตายตอนดอรี่หลงทาง

“เอาเป็นว่าไอ้เรื่องเกี่ยวกับฉันที่นายเคยได้ยินมา ก็โยนๆ มันทิ้งไปก่อนแล้วกัน”

ต้นรู้ดีว่าในโรงเรียนชอบมีข่าวลือแปลกๆ เกี่ยวกับเขา จึงดักทางทอมไว้ก่อน พอเห็นทอมพยักหน้าด้วยความเชื่อฟังจึงพูดต่อ “เมื่อก่อนบ้านฉันก็พอมีเงินบ้างแหละทอม ฉันก็พอได้เรียนโรงเรียนดีๆ บ้าง จนสองสามปีที่แล้วพ่อฉันเผลอไปค้ำประกันเพื่อนแล้วเขาหนีไม่ยอมจ่าย หนี้พวกนั้นก็ตกลงมาที่พ่อฉันแทน”

ถึงแม้จะเล่าถึงเรื่องที่น่าคับแค้นใจจนน่าร้องไห้ แต่ต้นก็สามารถเล่าด้วยสีหน้าปกติจนต้นก็อดแปลกใจไม่ได้ที่ตัวเองสามารถใจเย็นได้ขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ปกติจะหงุดหงิดแทบตายเมื่อนึกถึงเรื่องพวกนี้

“เรื่องหลังจากนี้นายก็คงจะพอเดาได้”

ต้นหัวเราะเสียงแผ่ว

“เจ้าหนี้พวกนั้นมายึดทรัพย์สินบ้านฉันหมดเลย ฉันไม่รู้หรอกนะว่าพ่อสนิทกับไอ้เพื่อนบ้านั่นขนาดไหน แต่มันไล่ยึดจนฉันแทบจะไม่มีบ้านอยู่ด้วยซ้ำ จนพ่อกับฉันต้องแบกหน้าไปขอยืมเงินคนอื่นมาโปะ แล้วบางคนนอกจากจะไม่ให้ยืมเงินแล้วยังด่าฉันว่าขอทานอีก”

“..มิสเตอร์ต้น”

“ฉันโอเค ทอม มันผ่านมาสักพักแล้ว”

ต้นยิ้มจางๆ ให้ทอมที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ซ้ำอีกรอบ

“ตอนนี้ไอ้หนี้พวกนั้นก็หมดแล้วล่ะ แต่พ่อฉันไม่เหลืออะไรแล้ว พวกบ้านที่ซื้อไว้ให้เช่าก็โดนยึดไปหมดแล้ว เหลือแต่บ้านหลังนี้แหละที่ยังพอเหลือให้ฉันซุกหัวนอนบ้าง”

“แล้วตอนนี้แด๊ดของมิสเตอร์ต้นอยู่ไหนเหรอ ผมไม่เคยเจอเลย”

“ไม่รู้สิ คงจะหางานทำอยู่มั้ง” ต้นใช้หลอดคนนมปั่นในแก้วเล่น เมื่อทอมพูดถึงคนที่หายหน้าหายตาไปเลยตั้งแต่ที่ใช้หนี้หมด “แต่ก็ยังส่งเงินมาให้ฉันใช้เรื่อยๆ ”

เอาเข้าจริง แค่พ่อของเขายังไม่เป็นบ้าเพราะเรื่องนี้ไปซะก่อน เขาก็พอใจมากๆ แล้ว เพราะคนที่สูญเสียและเจ็บปวดกับเรื่องบ้านี่ที่สุดก็คือพ่อ

จากที่เคยมีทุกอย่างกลายเป็นสูญเสียทุกอย่างในระยะเวลาไม่กี่ปี มันก็นับเป็นเรื่องที่ค่อนข้างรุนแรงจริงๆ ไหนจะพิษเศรษฐกิจที่กำลังดาวน์ในช่วงห้าปีนี้อีก ทำให้การใช้จ่ายทุกอย่างนั้นต้องคิดแล้วคิดอีก

แต่อย่างไรข้อตามข้อดีที่สุดของเรื่องนี้ก็คือทำให้เด็กม.ปลาย อย่างเขาต้องโตขึ้นภายในชั่วพริบตา ไม่มีเวลามาเรียนๆ เล่นๆ ในแต่ละวันอีกต่อไป

วันเวลาในแต่ละวันเขาจึงพยายามใช้ให้คุ้มค่าที่สุดไปกับการทำงานพิเศษ เพื่อเก็บเงินไว้เป็นทุนในการเรียนในอนาคต และค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับเขา ทั้งเรื่องอุบัติเหตุ การเจ็บป่วย ค่าใช้จ่ายยิบย่อยที่เขาไม่รู้ว่าคืออะไร

“มิสเตอร์ต้น ผมพูดจริงๆ นะ”

ทอมพูดด้วยสีหน้าจริงจัง แม้ว่าปากตัวเองจะเลอะสังขยาที่มิสเตอร์ต้นป้อนให้กินเมื่อกี้

“ถ้ามิสเตอร์ต้นมีปัญหาเรื่องเงินให้บอกผม ผมพร้อมที่จะช่วยจริงๆ นะ”

“รู้แล้วน่า ไอ้เด็กบ้านรวย” ต้นหัวเราะและหยิบทิชชู่มาเช็ดปากให้ทอมอย่างเอ็นดู “แค่ที่นายทำให้ฉันตอนนี้ มันก็มากพอแล้วจริงๆ ”

สารภาพตามตรงว่าที่ผ่านมาเขาแทบลืมวิธีการยิ้มด้วยซ้ำ เพราะเรื่องทุกอย่างประดังประเดมาหาเขาเต็มไปหมด จนเขาไม่มีเวลาว่างพอที่จะไปทำอะไรทั้งนั้น นอกจากตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดจากเรื่องบ้าๆ พวกนั้นให้ได้

ฉายาเจ้าชายน้ำแข็งของเขาก็อาจจะได้มาช่วงนั้น แต่แย่หน่อยที่เจ้าชายอย่างเขาปล่อยน้ำแข็งแบบเอลซ่าอย่างที่ทอมหวังไว้ไม่ได้

หลังจากที่น้ำตาแตกไปหลายรอบ พอได้รับคำชมบ้างทอมก็ยิ้มกว้าง ซึ่งต้นก็คล้ายกับเห็นหูกับหางน้อยๆ ของทอมที่กระดิกไม่หยุด และยิ่งไปกว่านั้นคือทอมกำลังทำหน้าเหมือนลูกหมาที่ชอบทำหน้าทำนองว่า ‘ชมผมอีกสิ เจ้านาย ชมผมอีก!’

“ผมเป็นบอยเฟรนด์ที่ดีใช่ไหมล่ะ มิสเตอร์ต้น!”

“ดีที่สุดในโลกเลย ทอม ฉันมั่นใจว่ามีการจัดอันดับนายต้องได้ที่หนึ่งแน่”

ต้นยอทอมโดยพยายามที่จะไม่หลุดขำ และแน่นอนเด็กวิจารณญาณน้อยอย่างทอม ได้ยินแบบนั้นก็ดีใจจนแทบจะร้องไห้อีกรอบ

“มิสเตอร์ต้น ผมอยากพามิสเตอร์ต้นไปรู้จักกับแด๊ดผมจัง”

ทอมหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับหางตาตัวเอง

“แน่ใจเหรอว่า ฉันจะไม่ตาย”

ต้นถามหวั่นๆ เพราะหลังจากคบกับทอม ก็ไปสืบๆ มาบ้าง และพบว่าไอ้คนที่มาเจ๊าะแจ๊ะกับทอมมากๆ มักจะถูก ‘เชิญ’ ไปดินเนอร์ที่คฤหาสน์ราคาร้อยล้านนั่น

แน่นอนถึงจะกลับครบสามสอง แต่สภาพจิตใจคือคาดการณ์ไม่ได้ พวกนั้นคือเลิกคุยกับทอมไปเลยแถมยังเข็ดขยาด ถึงขนาดขั้นที่ว่าย้ายโรงเรียนหนีเลยทีเดียว

“ไม่ตายหรอก มิสเตอร์ต้น แด๊ดใจดีจะตาย!” ทอมประท้วง

“ฉันไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมโรงเรียนอื่นหรอกนะ”

“มันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก รอบนี้ผมจะเป็นคนปกป้องมิสเตอร์ต้นเอง! ” ทอมยืดตัวและแตะอกตัวเองด้วยสีหน้ามั่นอกมั่นใจราวกับว่ามาตราการที่ตัวเองจะเอามาช่วยมิสเตอร์ต้นนั้นสามารถไปช่วยกลุ่มแอดเวนเจอร์กู้โลกได้  “ถ้าแด๊ดกล้าว่าอะไรมิสเตอร์ต้น ผมก็จะงอนแด๊ด!”

“…”

ต้นขมวดคิ้ว เพราะการช่วยของทอม มันดูเหมือนจะช่วยอะไรเขาไม่ได้สักนิด หนำซ้ำยังทำให้แอบรู้สึกไว้อาลัยตัวเองด้วย

ถ้าพ่อทอมรู้เรื่องที่เขาจะทำ ‘จุดจุดจุด’ กับทอม เขาไม่โดนบอดี้การ์ดพวกนั้นจับไปถ่วงน้ำเลยเรอะ จะจับไปเรียกค่าไถ่ พ่อเขาก็คงจะจ่ายได้โทรมาอ้อนวอนให้ไว้ชีวิตเขาอีก

ทำไมชีวิตถึงได้เศร้าแบบนี้วะ

ร่างสูงคิดอย่างหดหู่แล้วเรียกให้ป้ามาเก็บเงิน เนื่องจากบนโต๊ะไม่เหลืออะไรให้กินแล้ว

“ผมจ่ายเอง มิสเตอร์ต้น”

ทอมปัดมือที่ต้นพยายามจะจ่ายเงิน และยื่นเงินตัวเองให้ป้าไป ซึ่งต้นก็ยอมเพราะเห็นแก่ทอมที่ดูอยากจะเปย์เขาเหลือเกิน จนอดคิดไม่ได้ว่าทอมนั้นโคตรเหมือนพวกเด็กแก่แดดที่พยายามเลี้ยงผู้ชายไว้เลย

ซึ่งผู้ชายที่ว่าก็คือเขานะ

ต้นคิดเรื่อยเปื่อย และขึ้นขี่จักรยานที่คงได้ฤกษ์เปลี่ยนเร็วๆ นี้

“รีบกลับกันเถอะ มิสเตอร์ต้น ผมอยากรู้จะแย่แล้ว!”

ทอมไปซ้อนท้ายจักรยานของมิสเตอร์ต้นอย่างรู้งาน และกอดเอวมิสเตอร์ต้นหมับ

“นายมาให้ฉันติวภาษาไทยไม่ใช่เหรอ ทอม”

ต้นพยายามชวนคุย เพราะมือเล็กๆ ของทอมนั้นวางในตำแหน่งที่ซุกซนซะเหลือเกิน หนำซ้ำยังวนกลับไปคุยเรื่องนั้นอีก ทั้งๆ ที่เขาคิดว่าทอมนั้นลืมไปแล้ว

“ยังไงผมก็เกรดหนึ่งอยู่แล้ว มิสเตอร์ต้น ไม่ต้องติวหรอก”

ทอมที่นั่งซ้อนหลังมิสเตอร์ต้นอยู่นั้นหน้าแดงก่ำ

“ที่ผมมาวันนี้ก็จะมาจุดจุดจุดกับมิสเตอร์ต้นนั่นแหละ!”

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-05-2019 09:34:43 โดย Foggy Time »

ออฟไลน์ Foggy Time

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 844
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +192/-1
“มิสเตอร์ต้น มิสเตอร์ต้น!”

ทอมป้องปากตะโกนเรียกมิสเตอร์ต้นที่ตั้งแต่มาถึงบ้าน ก็เอาแต่นั่งหน้าเครียดอยู่บนเตียงในห้อง ไม่รู้ว่าตกใจอะไร ทั้งๆ ที่เขาก็แค่บอกมิสเตอร์ต้นว่านอนโป๊กับมิสเตอร์ต้นแค่นั้นเอง

ถึงมันจะอายมากๆ ก็เถอะ แต่เพื่อมิสเตอร์ต้นแล้ว สุภาพบุรุษอย่างมิสเตอร์ทอมทำได้เสมอ!

“..ทอม”

“มิสเตอร์ต้นพูดแล้ว! มิสเตอร์ต้น มิสเตอร์ต้นเป็นอะไร ต้องการพยายมไหม เดี๋ยวผมเรียกให้!”

ทอมลนลานพูดแตกตื่น

“พยาบาลก็พอทอม ฉันยังไม่อยากตาย”

ต้นลูบหน้าตัวเองพยายามสงบสติอารมณ์ที่ตอนนี้คือแตกซ่านมาก ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าตัวเองพาทอมกลับถึงบ้านได้ยังไงโดยที่ไม่เผลอกินปากทอมไปก่อน

ไอ้เด็กอนุบาลนี่น่ารักก็จริง แต่ก็โคตรน่าตีเลย

ถ้าเกิดคนที่ฟังไม่ใช่เขา ทอมก็คงจะโดนจับไปจุดจุดจุดตามที่เจ้าตัวต้องการตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว เพราะเด็กนี่มันยั่วมาก ถึงจะยั่วด้วยสีหน้าเหมือนลูกหมาหิวนมก็เถอะ

“ก็มิสเตอร์ต้นทำตัวแปลกๆ นี่นา” ทอมบ่นอุบ “ผมก็แค่อยากนอนโป๊กับมิสเตอร์ต้นเหมือนคนที่เป็นบอยเฟรนด์ทำกันเท่านั้นเอง”

“ทอม” ต้นจับไหล่ทอมจนเด็กอนุบาลสะดุ้ง และมองหน้ามิสเตอร์ต้นงงๆ “ห้ามไปคุยเรื่องแบบนี้กับคนอื่น นอกจากฉันนะ”

ทอมเอียงคอ “พิมพ์ถามในดันทิปก็ไม่ได้เหรอ มิสเตอร์ต้น”

“ไม่ได้ ที่ไหนก็ไม่ได้ทั้งนั้น เรื่องจุดจุดจุดนี่นายคุยกับฉันคนเดียวก็พอ แค่ฉันนายก็น่าจะเข้าใจแล้วล่ะว่ามันคืออะไร”

“ก็นอนโป๊ไง มิสเตอร์ต้น มันแปลกตรงไหน” ทอมหน้าแดง เมื่อลองคิดดูดีๆ ถึงการมาเที่ยวบ้านมิสเตอร์ต้นรอบก่อน “แล้วผมก็เคยโป๊ให้มิสเตอร์ต้นเห็นไปแล้วด้วย”

“ก็มันไม่ใช่แค่นอนโป๊ไง”

ในที่สุดต้นก็อดใจไม่ไหวก้มลงไปจูบทอมอีก และอุ้มทอมมานั่งบนตักตัวเอง

ทอมตัวโคตรเล็กเลย..

ต้นขมวดคิ้วเพราะเพิ่งจะรู้สึกชัดๆ ว่าทอมตัวเล็กและผอมกว่าตัวเองมาก ไหนจะเอวบางๆ นี่อีก โอบแค่มือเดียวก็รอบแล้ว หรืออาจจะเป็นเขาเองที่ตัวใหญ่เกินไป

“กินนมบ้างรึเปล่า ทอม”

เจ้าของส่วนสูงเกือบร้อยเก้าสิบอดไม่ได้ที่จะถามทอม ตอนที่ปล่อยให้ทอมพักหายใจเข้าใจปอด นัยน์ตาสีฟ้าที่ปกติมักจะสดใสเสมอตอนนี้ฉ่ำคลอด้วยน้ำตา ผิวสีขาวซีดขึ้นสีแดงก่ำ

“ฮื่อ กินสิ มิสเตอร์ต้น อย่าเพิ่งชวนผมคุย ผม ผมจะหายใจไม่ทันอยู่แล้ว”

“นี่แค่เพิ่งเริ่มต้นเองทอม จุดจุดจุดของนายน่ะ”

ต้นหัวเราะเบาๆ แล้วถอดเสื้อตัวเองออก อวดแผงกล้ามซิกแพคที่แม้แต่ตอนนี้ทอมก็ยังมองมันด้วยความอิจฉา

“ผมก็อยากมีบ้างนะ”

ทอมบ่นอุบก่อนจะขยับตัวให้มิสเตอร์ต้นถอดเสื้อตัวเองออกอย่างว่าง่าย และแน่นอนว่าเมื่อถอดเสร็จทอมก็เปรียบเทียบพุงตัวเองกับซิกแพคสุดเท่ของมิสเตอร์ต้นทันที

“เท่จัง” ทอมพูดหงอยๆ ก่อนจะร้องหวาตอนที่มิสเตอร์ต้นจับมือตัวเองให้ไปลูบซิกแพคนั่น

ใบหน้าของทอมแดงก่ำกว่าเดิม เมื่อมิสเตอร์ต้นจงใจบังคับให้มือของตัวเองล้วงเข้าไปในกางเกงบอลของมิสเตอร์ต้น และไปแตะโดนอะไรสักอย่างที่แข็งมากๆ เข้า

“มิส มิสเตอร์ต้น!”

ทอมหน้าแดงเถือกแทบจะลืมวิธีพูดไปด้วยซ้ำ

“ตกใจอะไรนักหนา ทอม ไอ้ที่นายโดนมันก็ไอ้หางหมาที่นายพูดถึงวันนั้นนั่นแหละ”

ทอมทำหน้าตกใจกว่าเดิมจนต้นเริ่มงงว่าทอมมันตกใจอะไรกันแน่

“มิสเตอร์ต้น โกหก! ที่ผมมาวันนี้ ผมตั้งใจจะมานอนกอดหมอนข้างมิสเตอร์ต้นเลยนะ!”

“บอกไม่มีก็ไม่สิ ทอม” ต้นหัวเราะแล้วก้มลงไปกอดทอม ปล่อยเด็กอนุบาลจมไปกับตัวแข็งๆ ของตัวเองที่ไม่รู้ว่าวันนั้นทอมมันเอาอะไรมานุ่ม

“ไม่นุ่มเลย! ปล่อยผมนะ” ทอมบ่นเสียงอู้อี้พยายามดันอกมิสเตอร์ต้นออก สีหน้าผิดหวังสุดๆ พอๆ กับตอนที่รู้ว่าชมรมข้าวสารไม่มีรูปหลุดมิสเตอร์ต้นที่เท่ๆ บ้างเลย

“คนที่นุ่มจริงๆ ก็คือนายต่างหากล่ะ ทอม”

ไม่ว่าเปล่าต้นฉวยโอกาสที่ทอมเผลอ ชิมยอดอกสีชมพูของทอมที่เตะตาเขามาตั้งแต่ครั้งที่แล้วด้วยความตะกละตะกลามอย่างอดไม่ได้

“อื้อ! มิส มิสเตอร์ต้น ทำอะไร”

ความรู้สึกประหลาดๆ จู่โจมทอมอีกครั้งจนทอมรู้สึกตกใจ แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั้นคือความเสียวซ่านที่ทำเอาสมองน้อยๆ ของทอมคิดอะไรไม่ออก และมือขาวก็เผลอขยำหัวมิสเตอร์ต้นโดยไม่รู้ตัวตอนที่มิสเตอร์ต้นล้วงเข้าไปเล่นกับทอมน้อยของตัวเอง จนในที่สุดทอมก็เผลอปลดปล่อยออกมา

“พอ พอแล้ว มิสเตอร์ต้น ไม่เอาแล้ว”

ทอมหอบหายใจหน้าแดงก่ำ สภาพดูไม่ได้เท่าไหร่เมื่อเทียบกับตอนปกติ เนื้อขาวซีดแดงก่ำไปทั้งตัวอย่างน่าสงสารโดยเฉพาะบริเวณหน้าอกที่เป็นรอยฟันอย่างเห็นได้ชัดเจน จนมิสเตอร์ต้นมั่นใจว่าถ้าพ่อทอมเปิดเจอ ตัวเองคงโดนยิงตายตั้งแต่ตอนนั้น
“แน่ใจเหรอทอม”

ต้นหัวเราะ จัดท่าทางทอมใหม่ให้นอนราบไปกับเตียง และถอดปราการสองชั้นสุดท้ายของทอมออกให้เหลือเพียงร่างเปลือยเปล่าให้เขาฟัดได้ถนัดกว่าเดิม

“มิสเตอร์ต้น จุดจุดจุดมันแค่นอนโป๊ไม่ใช่เหรอ”

ทอมถามเสียงแผ่วอย่างอ่อนแรง ยกมือปิดหน้าด้วยความขวยเขิน เพราะเพิ่งจะถูกมิสเตอร์ต้นทำอะไรที่ลามกมากๆ ให้

“ก็บอกแล้วไง ทอม ว่านายเข้าใจผิด”

ต้นว่าขณะที่ปลดกางเกงของตัวเองออกบ้าง ปล่อยให้ ‘หางหมา’ ที่ทอมจับเล่นวันนั้นได้ออกมาทักทายที่ทอมที่ตอนนี้ยังบ่นหงุงหงิงอะไรกับตัวเองไม่หยุด

“มิส มิสเตอร์ต้น โซสแครี่!”

ทอมสะดุ้งเมื่อเห็นสิ่งนั้นของมิสเตอร์ต้นชี้หน้าตัวเอง จากที่คิดว่าตัวเองเขินไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว ตอนนี้คือเขินกว่าเดิม จนทอมหยิบหมอนมาปิดหน้าตัวเอง

“ฮึก ผม ผมไม่อยากจุดจุดจุดแล้ว มิสเตอร์ต้น มัน มันน่าอายมากเลย”

“ไม่น่าอายหรอกน่า”

ต้นหยิบขาเล็กๆ ของทอมมาไล่พรมจูบอย่างเอ็นดู โดยพยายามอย่างยิ่งในการหักห้ามใจตัวเองไม่ให้เผลอเคี้ยวทอมแล้วกลืนลงท้องไปซะก่อน

เด็กอนุบาลมันน่ารักเป็นบ้าเลย

“มิส มิสเตอร์ต้นจะทำมิดิมิร้ายผมใช่ไหม”

ทอมยกหมอนออกช้อนตามองมิสเตอร์ต้นตาแป๋ว

“นายรู้เหรอทอมว่ามิดิมิร้ายคืออะไร”

ต้นถามเสียงพร่า และนึกตอนที่เจอทอมช่วงแรกๆ ที่ทอมเคยโวยวายว่าเขาจะทำมิดิมิร้ายตัวเอง แล้วเขาก็ตะโกนตอบไปอย่างโคตรมั่นใจเลยว่าไม่มีวันทำแบบนั้น

ตอนพอตัดภาพมาวันนี้คือเขาเป็นหมาเลย

อยากทำเรื่องบ้าๆ กับทอมใจแทบขาด

“ไม่รู้หรอก แต่ผมเคยได้ยินนางเอกในละครชอบโวยวาย ผมก็เลยลองอยากพูดบ้าง” ทอมจ้อขณะเดียวกันก็ขยับเนื้อตัวอย่างไม่สบายใจตัว เพราะอารมณ์ที่เริ่มก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง

“ที่มิสเตอร์ต้นจะทำผมตอนนี้คือมิดิมิร้ายใช่ไหม”

ทอมถามด้วยความอยากรู้ ทั้งๆ ที่โคตรผิดเวลา และนี่ก็ไม่ใช่ช่วงติววิชาภาษาไทยภาคปฏิบัติซะด้วย

“ใช่”

ต้นยอมรับง่ายๆ

“แล้วนายยอมรึเปล่าล่ะ ทอม”

ทอมหน้าแดงแจ๋กว่าเดิม พยายามไม่สบตากับมิสเตอร์ต้นก็ไปเจอมิสเตอร์ต้นที่คุยยากกว่าเดิมแทน จนได้แต่ยกมือปิดหน้าไม่กล้ามองอะไรอีก

“อื้อ ถึงผมจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ถ้าเพื่อมิสเตอร์ต้น ผมทำได้ทั้งนั้น”

“นายแน่ใจนะ ทอม เพราะมันอาจจะเจ็บ”

ต้นถามแต่มือก็เอื้อมไปหยิบถุงยางกับเจลที่เพิ่งซื้อไปเมื่อวานมาเตรียมรอไว้จัดการเด็กอนุบาลแล้ว

“มันจะเจ็บมากไหม มิสเตอร์ต้น”

ทอมน้ำตาคลอเริ่มกลัว ตอนที่มิสเตอร์ต้นแทรกตัวไปอยู่ระหว่างขาให้กางขาออก

“ไม่มากหรอก”

ต้นพูดเสียงเรียบเรื่อยขณะเดียวกันก็เทเจลหล่อลื่นใส่นิ้ว และลองสอดเข้าไปในช่องคับแคบของทอม

“!!!”

ทอมสะดุ้งสุดตัวกับสัมผัสแปลกปลอมที่รุกรานเข้ามาในร่างกายตัวเอง และขยำผ้าปูที่นอนแน่นตอนที่มิสเตอร์ต้นสอดมันเข้ามาลึกขึ้นจนหลุดครางออกมา

“ตรงนี้เหรอ?”

ต้นถามและแกล้งกดย้ำๆ

“ฮึก มิส มิสเตอร์ต้นพอแล้ว ไม่เอาแล้ว”

ทอมหอบหายใจจนตัวโยน น้ำตาคลอเบ้าจนน่าสงสารเมื่อตกอยู่ในการควบคุมของมิสเตอร์ต้น ในหัวว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกนอกจากครางเสียงน่าอายออกมา

“ฮื่อ แด๊ดต้องว่าแน่ๆ เลย”

“ถ้าแด๊ดนายไม่รู้ เขาก็ไม่ว่านายไง ทอม”
   
ต้นจูบหน้าผากทอมอย่างเอ็นดู และแอบรู้สึกผิดนิดๆ ตอนที่ดันเข้าไปในตัวทอมแค่นิดเดียวแล้วทอมรีบผลักอกเขาให้หยุดทันทีด้วยสีหน้าเจ็บปวด
   
“มิสเตอร์ต้น ฮึก มันเจ็บมากๆ เลย”
   
“ผ่อนคลายหน่อย ทอม”
   
ต้นจูบซับน้ำตาทอม ไม่ได้ขยับเพราะกลัวว่าจะทำเด็กอนุบาลที่ใจแตกไปแล้วเจ็บกว่าเดิม
   
“..มิสเตอร์ต้นชวนผมคุยหน่อย”
   
ทอมขยับตัวอย่างอึดอัดขณะที่หอบหายใจจนตัวโยน นัยน์ตาสีฟ้าปรือปรอยมองมิสเตอร์ต้น เส้นผมสีบรอนด์ทองเปียกชื้นจนแนบไปกับลำคอขาว
   
ซึ่งมันก็น่าหลงใหลจนมิสเตอร์ต้นแทบทนไม่ไหวเลยทีเดียว
   
“..ติวภาษาไทยไหม?”
   
ต้นหัวเราะหึๆ ตอนที่เห็นสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ของทอม
   
“ไม่เอา คิดเรื่องมิสซิสสมศรีตอนนี้ทำให้ผมเครียดกว่าเดิมอีก” ทอมบ่น “เดี๋ยวผมชวนคุยเองก็ได้”
   
“ขอเรื่องที่คุยแล้วไม่ทำให้ฉันหมดอารมณ์นะ”
   
ต้นดักคอไว้ทันที ในขณะที่ก็เริ่มช่วยทอมอีกทางด้วยการเข้าไปคลอเคลียกับของหวานสีชมพูน่ากัดที่สีหวานพอๆ กับนมเย็นที่เพิ่งกินเมื่อกี้ไปเลยทีเดียว ซึ่งตอนนี้มันก็น่าสงสารนิดหน่อยเพราะมันเป็นสีแดงก่ำและบวมเป่งนิดๆ เนื่องจากถูกมิสเตอร์ต้นรังแกด้วยการกัดและเลียไม่หยุด
   
“..มิสเตอร์ต้นชอบผมไหม”
   
ทอมที่คิดอะไรไม่ออกเหมือนกัน ถามไปมั่วซั่ว
   
“ชอบสิ ถ้าไม่ชอบ ฉันตัดหางปล่อยลูกหมาหัวใจดอรี่อย่างน้อยไปตั้งนานแล้ว ทอม”
   
“ผม ผมไม่ใช่ลูกหมาซะหน่อย! ผมเป็นสิงโตต่างหาก”
   
ทอมเถียงอย่างจริงจัง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญกับทอมมาก จะเรียกได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจของทอมเลยก็ว่าได้
   
“สิงโตจุดจุดจุดบ่อยนะ ทอม นายไหวเหรอ?”
   
ต้นถามยิ้มๆ และแทรกตัวเข้าไปได้ลึกขึ้นตอนที่ทอมเผลอคิดตาม
   
“อ๊ะ มิส มิสเตอร์ต้นฉวยโอกาสนี่นา!”
   
ทอมโวยวายพยายามผลักอกมิสเตอร์ต้นออก แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะคราวนี้มิสเตอร์ต้นเข้ามาลึกมาก จนมันเข้าไปโดนจุดอะไรสักอย่างในร่างกายเขา ทำให้เรี่ยวแรงหายไปหมด
   
ทำได้เพียงกุมผ้าปูที่แน่นตอนที่มิสเตอร์ต้นกระแทกเข้ามาจนตัวโคลง
   
“ฮึก มิสเตอร์ต้นเบาๆ หน่อย ผม ผมเป็นผู้เสียดายนะ”
   
“เสียหาย”
   
ต้นหัวเราะแล้วจูบปิดปากทอมไม่ให้พูดอะไรแปลกๆ ออกมาอีก


==============


แอบมาลง 55555555 เขิน  :o8:

ปล ตอนนี้มีแต่มุกบาปๆ  :mew5:

#มิสเตอร์ต้นโซคูล

ออฟไลน์ Philosophy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 43
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
โอ๊ยค้างงงงงง นุ้งทอมโดนมิสเตอร์ต้นทำมิดีมิร้ายเข้าให้แล้ว :o8:

ออฟไลน์ GBlk

  • ขอให้สรรพสัตว์จงมีความสุข
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1360
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +75/-43

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6975
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-2

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3601
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +131/-4

ออฟไลน์ TrebleBass

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 186
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
 :jul1:  คะ คะ ค้างงงงงง   จุดจุดจุด ยังไม่ถึงไหนเลย

ออฟไลน์ angelninae

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 169
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
เด็กพวกนี้ไวไฟกันจริงๆ อิอิ น้องทอมหนูโดนกินแล้วน้าาาร

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด