♧♣Touch Love♣♧ สัมผัสรัก ด้วยหัวใจ {♧สัมผัส{❤}ส่งท้าย♣+แจ้งข่าว}13/01/61 P.16 จบ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ♧♣Touch Love♣♧ สัมผัสรัก ด้วยหัวใจ {♧สัมผัส{❤}ส่งท้าย♣+แจ้งข่าว}13/01/61 P.16 จบ  (อ่าน 142301 ครั้ง)

ออฟไลน์ jaokhwan

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 425
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เข้ามาจองที่นั่ง  :mew3:

ออฟไลน์ reverofjs

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 382
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
แค่เห็นหน้าแพนครั้งแรกก็ถึงกับใจเต้นเลยนะตินนนนน :impress2:

ออฟไลน์ nicedog

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 588
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +366/-0
สัมผัส{❤}ครั้งที่6



ตั้งแต่ตื่นเช้ามาเทพอย่างผมก็นั่งมองตินที่นอนหลับสบายอยู่ตลอดจนกระทั่งอีกฝ่ายตื่นแต่ท่าทางแปลกๆที่เห็นตอนนี้ทำให้ผมขมวดคิ้วพร้อมกับเอียงคอเล็กน้อยด้วยความสงสัย...


คิดไปเองรึเปล่านะที่เหมือนถูกตินจ้องอยู่


แถมพออีกฝ่ายเรียกชื่อผมเสร็จก็นิ่งไปไม่พูดอะไรต่อด้วย


“ติน”ผมลองเรียกคนตรงหน้าดูอีกครั้ง


“...”ความเงียบที่มีทำให้ผมขยับเข้าใกล้อีกฝ่ายมากขึ้นโดยการขึ้นไปนั่งบนตักเหมือนอย่างทุกครั้งแต่ครั้งนี้ดวงตาสีฟ้านั้นหันมามองผมที่ขึ้นมานั่งบนตักด้วยความตกใจ


การกระทำนั่นทำให้ผมเริ่มเอะใจ...ทั้งที่ยังไม่ได้พูดอะไรแต่เขากลับหันมาตามที่ผมขยับราวกับว่ามองเห็นผมเลย...


มองเห็นเหรอ?


“นี่ติน”ผมไม่รอช้ารีบหาคำตอบในสิ่งที่คิดโดยขยับเข้าไปใกล้แล้วสบตาเข้ากับดวงตาสีฟ้าตรงหน้า...


ภาพของตัวเองที่สะท้อนอยู่ในดวงตานั่นทำให้คนมองอย่างผมยิ้มกว้างออกมา


ตินมองเห็นผมแล้ว


“มองเห็นผมใช่ไหม”ผมถามออกไป


“...รู้ได้ยังไง”คำถามนั้นก็เหมือนกับเป็นคำตอบให้ผมนั่นแหละ


“ดวงตาคุณสะท้อนภาพผม”นี่เป็นคำตอบง่ายๆ


“...แพน”


“อะไร”


“นายไม่ได้ปรากฏตัวให้ฉันเห็นใช่ไหม”จากคำถามที่ได้ยินคงคิดได้อย่างเดียวว่าตินยังไม่แน่ใจในการมองเห็นของตัวเองเท่าไหร่


“เปล่า...คุณมองเห็นผมได้ด้วยตัวเอง...สุดยอดเลยเนอะ”


“...อืม”ตอบเสร็จตินก็ยกมือขึ้นจะสัมผัสกับใบหน้าผมแต่มือนั่นกลับผ่านไปโดยไม่อาจแตะต้องอะไรได้ คิ้วทั้งสองข้างของตินขมวดเข้าหากันทันทีที่เป็นแบบนั้น


“อะไรกันติน...พึ่งมองเห็นกันก็อยากสัมผัสแล้วเหรอ”ผมถามพร้อมยกยิ้มขึ้น


“แล้วไม่ได้?”


“ก็อย่างที่เห็น...คิดว่าได้ไหมล่ะ”ผมย้อนถามด้วยใบหน้าสะใจเล็กๆ


“ทำหน้าสะใจเกินไปแล้ว”


“ผมก็ทำแบบนี้ตลอดอยู่แล้ว”


“...ทำไมพอเห็นแล้วรู้สึก...”


“รู้สึกอะไร ผมหล่อ หน้าตาดี ผิวขาวอมชมพู...รูปร่างเหมือนนายแบบใช่ไหมล่ะ”ผมรีบถามก่อนจะลุกยืนแล้วหมุนตัวให้คนตรงหน้าเห็นชัดๆ


“ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนนัก”อีกฝ่ายถามกลับ


“ก็ความจริงนี่”


“หลงตัวเอง”


“ห๊ะ?...นี่จะกวนกันใช่ไหมติน”พูดว่าผมหลงตัวเองแบบนี้มันน่าโดนนัก


“เอาที่ท่านสบายใจเลยครับท่านเทพ”


“อะ...”มันมาอีกแล้วไอ้เสียงไม่จริงใจนั่น


“ฉันไม่คุยกับเทพที่หลงตัวเองแล้ว...ต้องเตรียมตัวไปข้างนอกอีก”พูดจบตินก็ลุกจากเตียงเดินเข้าห้องน้ำไปปล่อยให้ผมยืนอ้าปากพะงาบๆอยู่แบบนั้น


ให้ตายเถอะ


น่าหงุดหงิดชะมัด


ผมลอยตัวอยู่หน้าห้องน้ำรอคนข้างในออกมาด้วยใบหน้าตึงๆ...คอยดูนะถ้าตินไม่ขอโทษผมจะไม่คุยด้วยไปตลอดชีวิตเลย


แกร็ก!


ร่างสูงโปร่งของตินเดินออกมาจากห้องแต่งตัวหลังอาบน้ำเสร็จด้วยชุดทางการที่ไม่เคยเห็นมาก่อน...เขามองซ้ายขวาเหมือนหาอะไรก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองผมที่ลอยตัวอยู่ด้านบน ผมรีบยกมือกอดอกแน่แล้วทำหน้าโกรธเพื่อให้คนด้านล่างรู้ว่าผมโกรธอยู่นะ


“ทำหน้าแบบนั้นอยากเข้าห้องน้ำรึไง”


“ห๊ะ?”ผมถึงกับร้องเสียงหลง


“อยากเข้าก็ตามสบาย”เป็นอีกครั้งที่อีกฝ่ายไม่สนใจสิ่งที่ผมต้องการจะสื่อ


“นี่คุณอยากโดนสาปมาใช่ไหมที่ทำกันแบบนี้น่ะ!”ผมตะโกนกลับพร้อมลอยตัวลงมาหาคนด้านล่าง


“ทำแบบไหน”ตินหันมาถาม


“ก็ที่ทำอยู่นี่ไง...ขอโทษที่บอกว่าผมหลงตัวเองเลยนะ”


“ฉันพูดความจริงทำไมต้องขอโทษด้วย”


“ผมไม่ได้หลงตัวเองสักหน่อย...คุณเห็นผมแล้วไม่คิดว่าหน้าตาดีหรือหล่อบ้างเลยเหรอ”ผมลอยไปด้านหน้าตินแล้วถามอีกรอบ
คนถูกถามมองจ้องมาอย่างสำรวจ ท่าทางแบบนั้นทำให้ผมหมุนตัวให้อีกฝ่ายดูก่อนจะหันกลับมาขอคำตอบด้วยความตื่นเต้น


“นายควรทำความเข้าใจซะใหม่เกี่ยวกับคำว่าหล่อ”


“ผมไม่เข้าใจ”


“จริงอยู่ที่หน้าตานายดีแต่ไม่ใช่หล่อ...ถ้าจะให้พูดคือค่อนไปทางน่ารักมากกว่า”


“ใครน่ารักกัน!”ผมตะโกนสุดเสียง


อีกแล้วนะไอ้คำว่าน่ารักเนี่ย


ได้ยินมาจนเอียนแล้ว


“ไม่เอาน่ารักก็สวย”


“หนักกว่าเดิมอีกเฟ้ย!”ผมตะโกนแล้วคิดจะชกอีกฝ่ายแรงแต่กลับถูกอ่านทางได้ตินเลยหลบหมัดผมได้สบายๆ ผมที่หยุดหมัดตัวเองไม่ทันก็ได้แต่พุ่งลงพื้นทั้งๆแบบนั้น...โชคดีที่ไม่เจ็บมาก


“คิดว่าจะชกกันได้ตลอดรึไงครับท่านเทพ”ใบหน้ากวนๆหันกลับมาเย้ยก่อนจะเดินออกจากห้องไป


“อะ...ตินคนขี้แกล้ง”


ผมพาร่างในชุดยูกาตะสีเขียวอ่อนออกมาจากห้องแล้วหันซ้ายขวาเพื่อมองหาเข้าของห้องก่อนจะเจอตินที่พึ่งเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าเสื้อ...


“ทำอะไรอยู่น่ะติน”


“หายงอนแล้วเหรอ?”


“ไม่ได้งอนแต่โกรธต่างหาก”


“ก็นั่นแหละ...หายโกรธรึยัง”


“ยัง”ผมตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ


“ถ้าฉันพาไปเที่ยวจะหายโกรธไหม”คำถามนั่นทำให้ผมตารุกวาวทันที


“หายสิ”ผมตอบกลับด้วยรอยยิ้มกว้าง


ไปเที่ยว


อยากไปสุดๆเลย


“หึ...หายง่ายไปแล้ว”


“ไม่ดีเหรอ”ผมย้อนถาม


“เปล่า...ดีแล้ว”


ก๊อก ก๊อก ก๊อก


เสียงเคาะประตูด้านหน้าเรียกความสนใจของเราทั้งคู่ให้หันไปมอง ตินเองก็เดินไปยังประตูแต่ก่อนที่จะถึงเขาก็หันมาหาผมที่ลอยตามมา...


“อยู่ข้างนอกฉันคุยกับนายไม่ได้”


“อืม”เรื่องนี้อยู่แล้ว


“ขอบอกไว้ก่อนว่าที่ที่จะพาไปอาจทำให้นายหลงได้เพราะงั้นห้ามห่างจากฉันเข้าใจนะ”ตินพูดย้ำ


“เราจะไปไหนเหรอ”


“รอดูเองดีกว่า...คำตอบล่ะ”


“เข้าใจแล้ว...ถึงจะหลงผมก็กลับมาหาคุณได้อยู่แล้วน่าไม่ต้องห่วงหรอก”


“จะลอยหาฉันรึไง”


“เปล่า...จำได้ไหมที่ผมเคยบอกว่าพลังของผมตอนนี้อยู่ในตัวคุณ”


“อืม”


“พลังของผมมันจะเรียกร้องหาเจ้าของทำให้ผมสามารถรู้ได้ว่าคุณอยู่ที่ไหน...ดังนั้นถึงจะหลงผมก็จะกลับมาหาคุณได้...ไม่ต้องห่วงหรอก”ผมอธิบาย


“ใครห่วงกัน”พูดจบตินก็เปิดประตูออก


ผมอมยิ้มกับคนปากไม่ตรงกับใจนั่น...


“ห่วงก็บอกว่าห่วงสิ...ผมยังบอกว่าห่วงคุณตามตรงเลย”ผมตะโกนไล่หลังก่อนจะตามตินออกไป


คนที่มาเคาะประตูคือกายและจิมตามที่คิดไว้...ทั้งคู่ทักทายตินเล็กน้อยก่อนที่พวกเราจะพากันลงไปยังรถยนต์คันสีดำสนิทด้านล่าง ผมลอยทะลุกระจกรถเข้าไปภายในท่ามกลางความอึ้งของตินที่มองมาอย่างไม่เชื่อสายตา


สิ่งที่ตินอยากถามแสดงออกทางสายตาจนผมต้องยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วตอบคำถามนั้นกลับไป...


“เทพอย่างพวกเราเมื่อยู่ในสภาวะที่ลอยตัวแบบนี้จะสามารถทะลุผ่านของได้ทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่มนุษย์...สะดวกดีไหมล่ะ”


“...”ใบหน้าที่คลายความสงสัยลงหันมามองเพียงเล็กน้อย


รถยนต์คันสีดำแล่นไปตามถนนใหญ่แล้วเลี้ยวเข้าไปยังตึก...ไม่สิ...ที่เห็นนี่มันห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ตามทางที่เลี้ยวเข้ามาต่างมีรถจอดอยู่จนแทบไม่มีที่ว่าง


“ตินพาผมมาเที่ยวห้างเหรอ”ผมหันไปถามเสียงใส


ห้างสรรพสินค้าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่อยากไปมากที่สุด


“รู้ใจจังเลยติน”


“...”อีกฝ่ายไม่ตอบทำเพียงแค่ยกคิ้วขึ้นข้างนึงอย่างไม่เข้าใจ


“จะว่าไปคนเยอะสุดๆเลยนะ...แบบนี้ไม่มีที่จอดแน่”ผมพูดต่อโดยมองไปนอกหน้าต่าง


ขนาดที่จอดรถด้านนอกยังเต็มแล้วที่จอดด้านในจะเหลือเหรอ


ผมคิดเมื่อรถที่นั่งอยู่ขับเข้าไปยังที่จอดรถในร่ม ที่จอดที่ว่างอยู่เพียงที่เดียวถูกกั้นไว้ด้วยราวเหล็กเหมือนจะบอกว่าเป็นที่จอดสำหรับคนพิเศษเท่านั้น...ทันทีที่พนักงานเห็นรถคันนี้ก็รีบแสดงความเคารพก่อนจะเลื่อนราวเหล็กออกให้เลี้ยวรถเข้าไปจอดได้ง่ายๆ


“ทำไมเขาถึงให้จอดได้ล่ะ”ผมหันไปถามติน


“...”ตินไม่ตอบแต่ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น


ผมได้แต่งงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแต่พอได้ยินคำพูดของพนักงานที่เปิดประตูให้ตินผมก็ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน...


“สวัสดีครับท่านประธาน”


“ประ...ประธานเหรอ?!”


อย่าบอกนะว่าประธานที่พูดคือเจ้าของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่แบบนี้น่ะ


“อืม”ตินตอบรับเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปภายในห้างโดยมีกายและจิมเดินตามหลัง


ตลอดทางที่เดินมีเจ้าของร้านค้าหลายคนที่เข้ามาทักทายแต่ก็มีอีกมากที่มองมาอย่างงๆว่าตินเป็นใคร...ส่วนมากที่งงคือลูกค้าที่เข้ามาเดินเที่ยว


“ตินๆๆ...ที่นี่คุณเป็นเจ้าของเหรอ”ผมถามพร้อมกับลอยไปขวางหน้าอีกฝ่ายจนตินต้องชะงักเท้าที่กำลังก้าวอยู่ คนด้านหลังสองคนเองก็ชะงักตามก่อนจะมองมาอย่างสงสัย


“...”ดวงตาสีฟ้าเงยขึ้นมาสบอย่างไม่พอใจนัก


“แล้วคุณจะหยุดเดินทำไมเล่า...ก็บอกอยู่ว่าไม่ชนอยู่แล้ว”ผมแก้ตัว


“เอ่อ...มีอะไรรึเปล่าครับ”กายที่เดินตามถามขึ้น


“...เปล่า”พูดจบเขาก็เดินเลี่ยงไปอีกทาง


บันไดเลื่อนที่สูงกว่าทุกห้างที่เคยเจอทำให้ตื่นตาตื่นใจสุดๆ...ปกติบันไดเลื่อนจะเลื่อนขึ้นเพียงชั้นเดียวแต่นี่กลับเลื่อนขึ้นไปถึงประมาณชั้นที่10ได้


“สุดยอดๆๆๆ...สูงมากเลย”ผมพูดด้วยเสียงตื่นเต้น พอมองลงไปแล้วรู้สึกเสียวหน่อยเหมือนกันแฮะ


“อย่าเหม่อจนตกลงไปล่ะ”เสียงทุ้มพึมพำเสียงเบาแต่ผมกลับได้ยินมันอย่างชัดเจน


“ไม่อยู่แล้ว”


พวกเราเดินขึ้นต่อแล้วขึ้นลิฟต์ที่อยู่ด้านหลังมาถึงชั้นบนสุดที่ติดป้ายว่าห้ามบุคคลภายนอกเข้า...สำนักงานขนาดใหญ่ถูกจัดสรรอย่างเป็นระเบียบ พนักงานทุกคนที่เห็นตินเดินเข้ามาต่างก็ลุกขึ้นทำความเคารพอย่างพร้อมเพียง


“สวัสดีครับ/ค่ะ...ท่านประธาน”


“อืม...กานต์บัญชีของเดือนนี้ไปถึงไหนแล้ว”ตินหันไปถามหญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่อีกฝั่ง


“ใกล้เสร็จแล้วค่ะตอนนี้เหลือแค่ตรวจทานอีกรอบเท่านั้น”


“ดี...เสร็จแล้วเอาไปให้ฉันที่ห้องด้วย”


“ได้ค่ะ”เธอพยักหน้าแล้วนั่งลงจัดการงานต่อ


พอเดินเข้าไปจนเกือบสุดก็พบกับห้องขนาดเล็กที่เหมือนเป็นห้องส่วนตัว


“ไม่ต้องตามมา”ตินหันไปบอกคนสนิททั้งสองคน


“ครับ...ถ้าอย่างนั้นผมขอไปจัดการงานของแผนกบุกคลที่ยังไม่เรียบร้อยนะครับ”กายขออนุญาต


“ผมด้วยครับ...ฝ่ายขนส่งก็เหมือนยังไม่เรียบร้อยเหมือนกันครับ”จิมขอบ้าง


“อืม...ไปจัดการให้เรียบร้อยซะ”


“ครับ”ทั้งคู่รีบออกไปทันทีเมื่อได้รับอนุญาต


“คุณเหมือนเป็นประธานจริงๆเลย”ผมบอกพลางเข้ามาภายในห้องส่วนตัวนี่ด้วย มองจากข้างนอกเหมือนจะไม่ใหญ่แต่พอเข้ามาแล้วใหญ่น่าดูเหมือนกัน


“ไม่ใช่เหมือน...ฉันนี่แหละประธาน”ตินแก้


“จริงอ่ะ...ไม่ใช่ว่าเป็นพ่อแม่คุณเหรอ”นึกว่ามาสืบทอดกิจการซะอีก


“ไม่ใช่...ครอบครัวฉันมีธุรกิจเป็นของตัวเองพ่อกับแม่ทำธุรกิจเสื้อผ้า”


“อ้อ...เข้าใจล่ะ...แล้วคุณต้องนั่งทำงานใช่ไหม”ผมถามต่อ


“ใช่...คงหลายชั่วโมงกว่าจะเสร็จ”ตินตอบก่อนจะเปิดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะออก


“งั้นผมขอไปเที่ยวข้างล่างได้ไหม”


“...ห่างขนาดนั้นไม่เป็นไร?”เขาเงยหน้าขึ้นมาถามเสียงเครียด


“ไม่เป็นไรหรอก...อยู่นี่เบื่อจะตาย...ขอไปข้างล่างนะ”


“ถ้าไม่ให้ล่ะ”


“ก็จะหนีไปเลย”ผมสวนกลับอย่างไม่กลัว


“หึ...ฉันให้แค่สามชั่วโมง”


“ทำไมต้องสาม”


“ฉันจะทำงานเสร็จในสามชั่วโมง”


“ดูมั่นใจจังนะ...งานออกเยอะขนาดนี้”ผมพูดโดยมองไปยังแฟ้มเอกสารที่วางทับกันจนแทบมองไม่เห็นหน้าเจ้าของโต๊ะ


“แน่นอน”


“งั้นก็ได้...สามชั่วโมงจะกลับมา”


เมื่อตกลงกันได้ผมก็ลอยตัวออกไปด้านนอกสำนักงานโดยเริ่มจากชั้นบนสุดเป็นส่วนของสำนักงานเนื่องจากไม่มีอะไรน่าสนใจผมเลยลงไปยังชั้นก่อนหน้านี้ซึ่งเป็นโรงหนังขนาดใหญ่หลายโรง จำนวนผู้คนที่เดินไปมามากมายจนเรียกว่าเดินเบียดกันเลยทีเดียว
จะว่าไปก็ไม่ได้ดูหนังมานานแล้วนี่นะ


ร่างผมในชุดยูกาตะหันกลับไปยังโรงหนังอันแออัดไปด้วยผู้คนก่อนจะลอยเข้าไปดูว่ามีเรื่องไหนที่น่าสนุกบ้าง หลังจากที่หาอยู่นานในที่สุดก็เจอหนังเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจเลยหาที่นั่งว่างๆนั่งดู...หนังที่เลือกเป็นเรื่องเกี่ยวกับการต่อสู่ด้วยเวทย์มนต์และศึกชิงอำนาจของสองอาณาจักร


“สุดยอด...จัดการเลย!”ผมตะโกนอย่างไม่กลัวใครรำคาญเพราะไม่มีใครได้ยินเสียงเทพได้อยู่แล้ว


กว่าหนังจะจบก็กินเวลาไปพักใหญ่...การที่ดูหนังฟรีไม่เสียเงินแบบนี้ก็ดีเหมือนกันถึงจะรู้สึกผิดที่ทำให้ห้างของตินเสียรายได้แต่ก็คิดได้ว่าคนเยอะขนาดนี้ยังไงก็มีกำไรอยู่แล้ว ความคิดนั่นทำให้ผมยกยิ้มขึ้นแล้วเปลี่ยนหนังดูในอีกโรงแทน


ไหนๆก็เข้าฟรี...ขอดูให้คุ้มหน่อยละกัน


หนังหลายต่อหลายเรื่องที่ดูทำเอาตาแทบแฉะ...ผมเลยหยุดหลังจากดูเรื่องที่3จบแล้วลอยออกมาด้านหน้าโรงหนังอย่างเหนื่อยๆ ทันใดนั้นดวงตาสีเขียวอ่อนของผมก็เบิกกว้างขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าต้องกลับไปก่อนสามชั่วโมง


จะว่าไปผมก็ไม่มีนาฬิกาเลยไม่รู้ว่าตอนนี้เวลาผ่านนานแค่ไหนแล้ว


เทพอย่างพวกเราไม่ค่อยสนใจเรื่องเวลาเหมือนอย่างมนุษย์เพราะพวกเรามีเวลามากมายที่จะค่อยๆทำในสิ่งที่อยากทำ...ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบหรือตรงต่อเวลา


แค่รู้ว่าทุกครั้งที่พระอาทิตย์ขึ้นหมายถึงการขึ้นวันใหม่เท่านั้น


“ติน...”ผมพึมพำชื่อของอีกฝ่ายเบาๆก่อนจะขึ้นไปหาบนห้องแต่ภายในห้องนั้นไม่มีตินอยู่ นั่นยิ่งทำให้ผมขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม...
อย่าบอกนะว่ากลับไปโดยไม่รอผมน่ะ


ไม่...ตินไม่ใช่คนแบบนั้น


แปลว่าลงไปหาผมแน่ๆ


“คุณอยู่ไหนกัน...ติน”ดวงตาสีเขียวอ่อนหลับลงอย่างช้าเพื่อตั้งสมาธิในการหาพลังของตัวเองที่อยู่ในร่างของติน แม้ว่าระยะห่างของเราจะกว้างมากแต่ผมก็สามารถหาตินเจอในที่สุด


ผมไม่รอช้ารีบลงไปหาตินที่เดินเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆโดยไม่หยุดพักมาตั้งแต่เมื่อครู่...จากที่อยู่ชั้น4ตอนนี้ขึ้นมาชั้น5แล้ว


ชุดยูกาตะสีเขียวอ่อนปลิวเล็กน้อยเมื่อผมตัดสินใจทิ้งตัวลงมาจากชั้น10ไปยังชั้น5ที่ตินอยู่...ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้มีตรงกลางห้างที่เปิดโล่งในทุกชั้นทำให้มองเห็นรอบๆได้อย่างทั่วถึง


“เจอล่ะ”ร่างของตินที่ก้าวยาวๆผ่านร้านหนังสือที่เรียงรายอยู่อย่างเร่งรีบโดยที่ดวงตาสีฟ้านั้นมองเข้าไปแทบทุกร้าน ผู้คนที่ทั้งรู้จักและไม่รู้จักต่างมองไปยังตินอย่างสงสัย


ท่าทางแบบนั้นคงเป็นอะไรไม่ได้นอกจากหาผมอยู่


ให้ตายสิ...ผมทำให้เขาห่วงอีกแล้ว


“ติน!”ผมตะโกนเรียกสุดเสียงจะคนที่กำลังก้าวเร็วๆหยุดชะงักแล้วหันมามองตามเสียงเรียก ดวงตาคมที่เห็นผมหรี่ลงอย่างโกรธๆจนคนมองอย่างผมต้องทำหน้าสำนึกผิดลอยเข้าไปหาอีกฝ่ายช้าๆ


“แพน!”เสียงตะโกนของตินไม่ได้แค่ทำให้ผมสะดุ้งเท่านั้นแต่ยังทำให้คนที่อยู่รอบๆสะดุ้งไปด้วย เขาก้าวเข้ามาหาผมที่ลอยลงมาตรงหน้าโดยไม่สนคนอื่นที่มองมาอย่างสนใจสักนิด


นี่เป็นครั้งแรกที่ตินตะโกนเรียกผมต่อหน้ามนุษย์มากมายแบบนี้


“ติน...ใจเย็นๆก่อน...คนอื่นมองอยู่นะ”ผมรีบเข้าไปหาพร้อมกับบอกสถานการณ์ ถ้าตินยังคงพูดมากกว่านี้คงได้มีข่าวลือไม่ดีเกิดขึ้นแน่


“...”คนฟังหันไปมองรอบก่อนจะทำหน้าไม่พอใจ ใบหน้าที่เงยขึ้นมามองไม่จำเป็นต้องมีคำพูดอะไรผมก็รู้สิ่งที่เขาต้องการจะสื่อได้ทันที...


‘ตามฉันมา’


นั่นเป็นสิ่งที่รับรู้ได้ทางสายตา ผมเลยต้องลอยตามหลังท่านประธานหนุ่มหน้าหงิกเดินไปยังทางหนีไฟที่อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่


“ไปอยู่ไหนมา”คำถามแรกดังขึ้นทันทีที่ประตูหนีไฟปิดลง


“...ไปดูหนังมา”


“แค่ดูหนังมันนานเกือบ6ชั่วโมงเลยรึไง”


“ก็...ไม่ได้ดูเรื่องเดียว”ผมตอบกลับเสียงอ่อย


“สัญญาว่าไง”ตินถามเสียงเข้ม แววตาที่มองมานั้นทำให้ผมรู้สึกกลัวอยู่นิดๆ


“...จะกลับมาในสามชั่วโมง”


“เทพทุกองค์ไม่รักษาสัญญาแบบนี้เหรอ”


“ไม่ใช่นะ...ผมขอโทษที่ดูหนังจนลืมเวลา...ความจริงผมก็ไม่รู้ว่าสามชั่วโมงมันนานขนาดไหน”


“ก่อนหน้านี้ยังปลุกฉันได้นี่”


“ก็นั่นมีนาฬิกาอยู่นี่...ผมไม่มีนาฬิกาเลยไม่รู้ว่าเวลามันผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว”ผมตอบพร้อมยกมือทั้งสองข้างให้ตินดูว่าไม่มีนาฬิกาจริงๆ


“...”


“ติน...ขอโทษจริงๆนะ...ผมทำให้คุณเป็นห่วงจนต้องเดินหาแบบนี้”พูดจบผมก็ขยับเข้าไปใกล้พร้อมกับปาดเหงื่อที่ไหลลงมาให้ด้วยใบหน้าสำนึกผิด


“...ใครเดินหากัน”


“คิก...เป็นห่วงกันก็บอกตรงๆสิ”ผมหลุดขำออกมาเล็กน้อยเพราะตินไม่ยอมรับทั้งที่ตอนนี้เสื้อเชิ้ตสีฟ้าชุ่มไปด้วยเหงื่อแถมยังหอบอยู่หน่อยๆด้วย


“ถ้าบอกตรงๆจะไม่ทำให้เป็นห่วงอีกไหมล่ะ”คนตรงหน้าถามกลับด้วยใบหน้าจริงจัง


“...จะไม่ทำแล้ว...ครั้งนี้สัญญาจริงๆ”ผมนิ่งไปสักพักก่อนจะตอบกลับ


“ฉันไม่เชื่อเทพที่ไม่มีนาฬิกาหรอกนะ”


“เดี๋ยวไปหาใส่ก็ได้”ผมพึมพำ


แค่ไม่มีนาฬิกานี่ถึงกับไม่เชื่อกันเลยเหรอ


“ไปหาจากไหน”


“...ไปแอบหยิบของตินมาใส่”ผมตอบไปตรงๆ


“ทำไมไม่ไปหยิบเอาตามร้านล่ะ...ไม่มีใครเห็นอยู่แล้วนี่”


“จะให้ไปขโมยตามร้านผมไม่เอาด้วยหรอกถึงจะไม่มีคนรู้แต่ผมรู้...อีกทั้งถ้ามีของหายก็ต้องมีคนต้องลำบากเพราะงั้นผมจะไม่ขโมยเด็ดขาด”แต่ถ้าเป็นของตินแค่แอบไปใช้สักเรือนคงไม่รู้หรอกมีตั้งเยอะขนาดนั้นนี่...”เมื่อวานตอนที่สำรวจห้องนอนก็ไปเจอกับห้องแต่งตัวที่มีทั้งเสื้อผ้า กางเกง ถุงเท้า รองเท้าและพวกนาฬิกาอยู่เต็มห้องขนาดใหญ่นั่น แค่นาฬิกาที่เห็นก็ไม่ต่ำกว่า20เรือนแล้วแค่แอบหยิบมาสักเรือนคงไม่รู้หรอก


“ไม่ขโมยแต่เลือกจะแอบหยิบของฉัน?”


“อืม...ตินใจดีไม่ว่าผมอยู่แล้ว”


“หึ...ตามมา”ตินพูดก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้างอีกครั้ง


“เราจะไปไหนเหรอ”ผมถามบ้างแต่ตินไม่ตอบคำถามนั้นทำให้ผมตามตินไปเงียบๆจนถึงชั้น6ที่มีเสื้อผ้าขายอยู่มากมายและมีโซนหนึ่งที่มีร้านนาฬิกาหลายร้านอยู่ติดๆกัน


“ร้านไหน”


“อะไร”ผมถามตินกลับเพราะไม่เข้าใจคำถามสั้นๆนั่น


“อยากได้นาฬิการ้านไหน”


“จะซื้อให้ผม?”ผมพูดด้วยเสียงตื่นเต้น


เกิดมาก็พึ่งจะมีคนซื้อของให้นี่แหละ ปกติอาจมีแต่คนถวายให้


“อืม...เร็วๆ”ตินเร่งเพราะแถวนี้มีผู้คนพลุกพล่านทำให้มีหลายคนเริ่มมองมายังตินที่ยืนพูดคนเดียวอยู่


“ผมไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้หรอก...ตินเลือกให้ผมเลยก็ได้”ไม่ว่าจะได้แบบไหนมาสำหรับผมก็ไม่ได้ต่างเพราะใช้แค่ดูเวลาเท่านั้น


ตินขมวดคิ้วเล็กน้อยกับสิ่งที่ผมบอกก่อนจะเดินตรงเข้าไปในร้านนาฬิกาที่ตกแต่งอย่างหรูหราร้านหนึ่งด้วยท่าทางนิ่งๆ...พนักงานร้านที่เห็นก็รีบเข้ามาทำการต้อนรับกันอย่างพร้อมเพรียง


“สวัสดีค่ะคุณคณาธิป...วันนี้อยากได้นาฬิกาแบบไหนคะ”พนักงานคนหนึ่งทักทายด้วยรอยยิ้ม


“ตอนนี้มีนาฬิกาแบบที่คุณคนาธิปชอบออกใหม่ด้วยจะลองดูสักหน่อยไหมคะ”พนักงานสาวอีกคนก็ไม่ยอมน้อยหน้าเข้ามาทักทายด้วยเช่นกัน


“พ่อคนเนื้อหอม”ผมพูดยิ้มๆ


ไม่แปลกหรอกที่ตินจะเนื้อหอม...หน้าตาขนาดนี้ไม่เนื้อหอมสิแปลก


“ไม่ล่ะ...เดี๋ยวฉันเดินดูเองไม่ต้องตามมา”ตินบอกปัดพนักงานสาวทั้งสองคนก่อนจะเดินไปตามตู้โชว์ที่เต็มไปด้วนนาฬิกาหลายหลายรูปแบบตามความต้องการที่แตกต่างกันออกไป...


สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือนาฬิกาพวกนี้มีดีไซน์ที่เรียบหรูมาก


ผมเองก็มองตามตู้โชว์ด้วยความสนใจก่อนดวงตาสีเขียวอ่อนจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นราคาที่ห้อยตัวเล็กๆเอาไว้


“ตะ...ติน”ผมลอยไปสะกิดอีกฝ่ายที่กำลังเลือกนาฬิกาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด


“...”คนถูกเรียกเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อยเป็นเชิงถามว่ามีอะไร


“ราคานาฬิกาพวกนี้มัน...มัน...แพงไปนะ...แบบว่าแค่เรือนเล็กๆก็หลายหมื่นเข้าไปแล้ว...เอ่อ...ไปซื้อเอาตามตลาดก็ได้นะติน”ผมบอกคนตรงหน้า ราคาสูงลิ่วแบบนี้ผมก็เคยเห็นมาบ้างตอนที่อยู่ประเทศญี่ปุ่นแม้ค่าเงินจะต่างกันแต่ราคานั้นสูงลิ่วไม่ต่างกันเลย


ผมใช้แค่นาฬิการาคา199บาทก็หรูแล้ว


“...”คนฟังทำเพียงสบตาผมก่อนจะหันกลับไปมองตู้โชว์นาฬิกาตามเดิม


นี่เขาไม่ฟังผมเลยสินะ


“เฮ้อ...ก็ได้ๆ...ยังไงก็เงินคุณนี่”เมื่อรู้ว่าพูดไปก็ไม่ฟังผมก็ไม่อยากเสียแรงพูดหรอกนะ


จะว่าไปตินก็ยินนิ่งอยู่ที่ตู้นี้มาสักพักแล้ว...หรือว่ามีเรือนที่ถูกใจ


ผมรีบหันไปมองตู้โชว์ตรงหน้าด้วยความอยากรู้ก่อนจะเบิกตากว้างขึ้นอีกรอบเพราะความสวยงามของนาฬิกาเรือนเงินออกเขียวหม่นตรงหน้า หน้าปัดสี่เหลี่ยมผืนผ้าดีไซน์อออกมาอย่างเรียบง่ายแต่ดูหรูหรามาก ส่วนสายก็เป็นหนังสีเทาซึ่งเข้ากับหน้าปัดสีเงินปนเขียวสุดๆ


“...สวยจัง”ผมหลุดปากออกไปเบาๆแต่นั่นทำให้ตินที่อยู่ข้างๆยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย


“เอาเรือนนี้”ตินหันไปบอกพนักงานที่ยืนอยู่ไม่ไกลพร้อมกับยื่นบัตรสีทองออกไปให้ ถ้าให้เดาคงเป็นบัตรเครดิตแน่ๆ นาฬิกาที่เขาเลือกเป็นเรือนเดียวกับที่ผมมองอยู่พอดี


“ทำไมรู้ว่าผมชอบเรือนนี้”มีนาฬิกาหลายเรือนที่โชว์อยู่ตู้เดียวกันแต่ตินกลับเลือกนาฬิกาเรือนนี้


“ไม่รู้สักหน่อย”


“แล้วเลือกเรือนนี้ทำไม”ผมหันไปมองหน้าตินอย่างไม่เข้าใจ


“...เรือนนี้เหมาะกับนายที่สุดแล้ว”คำตอบดังขึ้นเบาๆก่อนที่ตินจะเดินไปเซ็นบัตรที่หน้าเคาน์เตอร์ทำให้มองไม่เห็นว่าผมยิ้มกว้างออกมาแค่ไหนตอนที่ได้ยินคำพูดนั่น


“ติน...ขะ...”คำขอบคุณที่กำลังพูดชะงักแทบจะทันเมื่อเห็นราคาของนาฬิกาเรือนสวยนี้


แน่นอนว่าไม่ใช่หลักพัน...


และไม่ใช่หลักหมื่นด้วย...


ตัวเลขบนใบเสร็จทำให้ผมอ้าปากค้าง...แค่หลักหมื่นก็ถือว่าแพงสุดๆแล้วแต่นี่...


สามแสนหกหมื่นสามพันเก้าร้อยบาท


ได้ยินไหมว่านาฬิกาเรือนเดียวราคาสามแสนหกหมื่นสามพันเก้าร้อยบาทถ้วน!


“ตินนนน!!”ผมตะโกนเรียกจนคนได้ยินนิ่วหน้า เขาพยายามไม่แสดงออกอะไรเพราะมีพนักงานอยู่พอได้รับของก็เดินออกจากร้านอย่างไม่รีบร้อน


“ตินๆๆๆ...เอาไปคืนเลยนะราคามันแพงไป...แพงไปจริงๆนะ”ผมไม่รอให้ไปไกลกว่านี้เพราะอาจคืนไม่ได้


จะให้เทพอย่างผมใส่นาฬิกาเรือนหลายแสนนี่ไปทำไมกัน...ยังไงก็ไม่มีใครเห็นอยู่แล้ว


ฝ่ายตินที่ได้ยินก็ยังทำหน้านิ่งแล้วกลับขึ้นไปที่ห้องทำงานเหมือนเดิมโดยไม่สนใจเสียงผมที่ตะโกนไม่หยุดตั้งแต่ออกจากร้านเลยสักนิดเดียว


“ติน...ผมขอเถอะ”สุดท้ายผมก็ลอยมานั่งบนโซฟาในห้องทำงานของตินด้วยใบหน้าเหนื่อยๆ


ทำไมไม่ยอมฟังกันเลยนะ


“ไม่ต้องขอให้อยู่แล้ว”ตินตอบพร้อมกับยื่นนาฬิกาที่พึ่งซื้อมาให้


“...มันแพงไปนะ”


“ฉันอยากให้...รับไว้แพน”สายตาที่มองมานั่นทำให้ผมเม้มปากอย่างช่างใจก่อนจะแบมือของตัวเองให้ตินวางนาฬิกาลงมา


นาฬิกาเรือนเงินค่อยถูกใส่ที่ข้อมืออย่างไม่รีบร้อนและเมื่อใส่เสร็จผมก็ตัดสินใจได้ว่าจะรับของชิ้นนี้ไว้ ของชิ้นแรกที่ตินให้...


“ติน”


“อะไร...ไม่รับคืนหรอกนะ”


“รู้แล้วน่า”


“งั้นจะบอกอะไร”ตินถามพร้อมยกคิ้วขึ้นข้างนึง ท่าทางของเขาทำให้ผมยิ้มก่อนจะลอยตัวเข้าไปใกล้ติน ผมยกมือลูบใบหน้านั้นเบาๆแล้วโน้มไปกระซิบข้อความบางอย่างด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความดีใจ...


“ขอบคุณนะ...จะรักษาอย่างดีเลย”

.........................................................................................

มาอัพแล้วค่า

มีใครรอกันอยู่ไหมมม

ก่อนจะพูดอะไรขอตอบคำถามของ 'เป็ดอนุบาล' ว่าด้วยเรื่องอายุของแพนหน่อยนะคะ

สำหรับอายุของเทพแน่นอนค่ะว่ามากกว่ามนุษย์มากกก(ก.ไก่อีกล้านตัว) แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องแพนจะเหงาหรือโดดเดี่ยวตอนไม่มีตินนะคะ(ทำไมคิดไปไกลจัง555) เพราะเราวางพล๊อตสำหรับส่วนนี้ไว้แล้ว

ซึ่งไม่อยากสปอยดังนั้นจะพูกแค่ว่าไม่ต้องห่วงเรื่องนี้นะคะเรามีทางออกอยู่ค่ะแค่ยังดำเดินเรื่องไปไม่ถึงเท่านั้นเอง แฮะๆ

เห็นแบบนี้เราอ่านทุกคอมเม้นท์ในทุกเว็บเลยนะคะ แอบปลื้มบางตอนที่คนเม้นท์เยอะด้วยๆ

ขอบคุณมากๆค่ะ แค่เห็นว่ามีคนสนใจเรื่องนี้เราก็ดีใจสุดๆเลย

ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้าน้า

บ๊ายบายยย

nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪

ออฟไลน์ reverofjs

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 382
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
แอร๊ยยยยย ตินสายเปย์
ตอนนี้มีความละมุนนนนน
รออ่านตอนต่อไปนะคะ  :mew1: :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ เป็ดอนุบาล

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1402
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
          ขอบคุณที่มาตอบคำถามนะค่ะ :mew1: :mew1:
รออ่านตอนต่อไปนะค่ะ
ยิ่งอ่านแพนยิ่งน่ารักยิ่งอยากได้ไว้สักตัว555 :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ Babelilong

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 305
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
    • Facebook  เข้ามาขอเป็นเพือนได้เลย
ทำไมเราเขินตอนแพนกระซิบข้างหูตินอ่ะ
 :ling1: :ling1: :ling1: :ling1: :ling1:
 :katai5: :katai5: :katai5: :katai5:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ maekkun

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 223
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3437
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ MmBb

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 180
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
หลงรักเทพแพนหนักมากๆๆอ่านทีเดียวหกตอนเลยทพแพนมีความเป็นเด็กน้อยมากๆอยากรู้อยากเห็นตินก็นิ่งๆแต่มีความใจดีอยู่ชอบตอนที่ตินได้เห็นแพนครั้งแรก จะรอทุกวันจันทร์เลยค่ะ เหมือนจะต้องมีดราม่าแต่ขออย่าหนักหน่วงเลยนะคะ

ออฟไลน์ ่jum

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3709
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-4

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ double9JH

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1810
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-7
มีซื้อของให้ด้วย

อยากรู้จังว่ากระซิบไรกันน้ออ

 :mew1:

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
หล่อสายเปย์จริงๆเลยพ่อคู๊ณณณณ

ออฟไลน์ aiyuki

  • รักแท้ไม่แบ่งแม้เพศพันธุ์
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2637
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-6
น่ารักจังเลยยยย

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2598
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ КίmY

  • BJYX♥
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1715
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-3
อูยยย นี่มันพี่ตินสายเปย์ที่แท้จิง  :hao6:

ออฟไลน์ Matia

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 18
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ชอบนิยายมากๆๆๆค่ะ ติดตามทุกเรื่องเลย
รอติดตามต่อไปนะคะ อย่าจบเศร้านะคะกราบบบT^T

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4015
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
สนุกมากเลยค่ะ เราชอบบบบ แพนน่ารัก  :hao5:

ออฟไลน์ nicedog

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 588
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +366/-0
สัมผัส{❤}ครั้งที่7



หลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเทพอย่างผมก็ตามติดท่านประธานใหญ่ของห้างสรรพสินค้าอันดับหนึ่งมาที่ทำงานด้วยทุกวันเพราะเวลาที่ตินทำงานก็จะมีเวลาว่างให้แอบไปเดินเที่ยวได้แม้ในวันแรกๆตินจะไม่ไว้ใจนักแต่พอผมกลับมาตรงเวลาตามที่บอกช่วงหลังๆเขาก็ปล่อยให้ผมไปเดินเที่ยวได้ตามสบาย


ห้างขนาดใหญ่มีทั้งหมด10ชั้นไม่นับชั้นบนสุดที่เป็นสถานที่ทำงานนะ ในแต่ละชั้นก็จะแตกต่างกันออกไปเริ่มตั้งแต่ชั้น1และ2ที่เป็นซุปเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่ ชั้น3เป็นพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆรวมถึงร้านซ่อมด้วย ต่อมาคือชั้น4เป็นศูนย์รวมของคนผู้ชื่นชอบการออกกำลังกำลังกายเพราะนอกจากจะมีฟิตเนสแล้วยังมีอบไอน้ำด้วย พอออกจากโซนออกกำลังก็จะเป็นโซนเสริมสวยที่อยู่ในชั้นเดียวกันทั้งร้านตัดผม ร้านทำเล็บหรือพวกเสริมความงามต่างๆ


ในชั้น5เป็นร้านหนังสือและร้านอินเตอร์เน็ตเหมาะสำหรับเด็กที่โดดเรียน...เอ้ย...เด็กที่มาทำรายงาน ส่วนชั้น6นั้นอย่างที่รู้ๆกันคือร้านเสื้อผ้าและพวกนาฬิกา เครื่องเพชรต่างๆ


สองชั้นต่อมาเป็นร้านอาหารต่างๆที่มีให้เลือกกว่า100ร้าน...เรียกว่ามาชั้นนี้อาจทำให้น้ำหนักเพิ่มได้หลายสิบกิโลกรัมในวันเดียว สำหรับคนที่มองหาความบันเทิงก็ต้องชั้น9ที่มีทั้งคาราโอเกะ เกมเซนเตอร์และยังมีโบว์ลิ่งให้โยนคลายเครียดด้วย


และชั้น10หรือชั้นสุดท้ายก็เป็นโรงหนังขนาดใหญ่ที่มีโปรแกรมการฉายตั้งแต่เปิดห้างจนถึงปิดห้างเลยทีเดียว


ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่นี่จึงเป็นสถานที่ที่ดึงดูดผู้คนมาได้ทุกวี่วัน...ผมเองก็ตื่นเต้นมาที่ได้เห็นสิ่งแปลกใหม่เหล่านี้...เรียกว่าสนุกไม่รู้เบื่อแต่พอเข้าสัปดาห์ที่4หรือครบหนึ่งเดือนความเบื่อหน่ายก็เข้าโจมตีอย่างรุนแรง ไม่ว่าไปทางไหนก็มีแต่สิ่งที่เคยเห็นมาแล้วทั้งนั้นอย่างโรงหนังที่มีภาพยนตร์ฉายตลอดนั้นพอมาดูทุกวันก็มีแต่เรื่องเดิมๆ ไม่ตื่นเต้นหรือน่าสนใจเหมือนตอนแรกแล้ว


“นั่งทำหน้าเบื่อแต่เช้าเลยนะ”เสียงทุ้มดังขึ้นจากโต๊ะของท่านประธาน งานที่วางอยู่ตอนนี้มีเพียงแฟ้มเอกสารอันเดียวเท่านั้นถือว่าทำงานเร็วมากเพราะตอนแรกที่มาแฟ้มมีอยู่ถึง5แฟ้ม


“ก็มันเบื่อนี่”


“ไม่ไปดูหนังล่ะ”ตินเสนอ


“ดูหมดแล้ว...เรื่องที่เข้าล่าสุดพึ่งไปดูมาเมื่อวาน”ผมตอบกลับเสียงเซง


“ไปร้องคาราโอเกะไป”


“เดี๋ยวก็ได้ออกข่าวเครื่องคาราโอเกะเปิดเองโดยไม่มีใครอยู่หรอก”


“ก็ดีสิจะได้เรียกลูกค้า”


“เรียกหรือไล่ลูกค้ากันแน่”ผมสวนกลับ


“ไม่มีอะไรทำเลยมาลอยอยู่บนหัวคนอื่นงั้นสิ”ตินพูดขึ้นพร้อมเงยหน้าขึ้นมาร่างของผมที่ลอยอยู่บนหัว


“คนอื่นที่ไหน...ลอยอยู่บนหัวตินต่างหาก”


“จะกวนให้เหนียวเลยใช่ไหม”


“แล้วตินจะคิดมากให้หัวหงอกเลยใช่ป่ะ”ผมเองก็ไม่ยอมแพ้เรื่องนี้หรอก


กวนมาก็กวนกลับ


จะเอาให้เคี้ยวไม่ได้เลย


“ลงมานี่เลย...”พูดจบเขาก็เอื้อมมือหมายจะจับแขนผมแต่ก็อย่างที่รู้ๆกันว่ามือนั้นทะลุไปจนไม่สามารถสัมผัสกับอะไรได้ ตินก้มหน้ามองมือตัวเองเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างไม่นานก็เงยขึ้นมามองผมอีก


“จะถามอะไรล่ะ”


“นายมีชีวิตแน่ใช่ไหม”


เพี๊ยะ!


“โอ๊ย...”คนถามถึงกลับสะดุ้งเมื่อถูกผมตีเข้าที่ไหล่แรงๆ


“ถ้าไม่มีจะตบคุณเจ็บไหมล่ะ”


“มือหนักชะมัด...ทำไมนายแตะฉันได้แต่ฉันทำไม่ได้กัน?”ตินถามต่อ


“อืม...เพราะนายยังไม่อยากพอมั้ง”เรื่องนี้ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน...การที่ลอยตัวอยู่นี่เป็นเหมือนสภาวะโปร่งใสทำให้สามารถทะลุได้ทุกอย่างแต่ถ้าอยากสัมผัสตินทั้งที่ยังลอยก็ทำได้เพียงแค่ตั้งสมาธิว่าอยากสัมผัสเท่านั้น


“อยากอีกแล้ว...ตอนที่มองไม่เห็นก็พูดว่าอยากมากไปก็ไม่ทำให้เห็น...ครั้งนี้จะบอกว่าที่จับไม่ได้เพราะอยากมากไปอีกรึไง”


“เรื่องนี้ผมก็ไม่แน่ใจ”


“ทำไม”


“ก็...พึ่งเคยมีตินคนแรกที่บอกว่าอยากสัมผัส”ผมบอกไปตามตรง


“...ไม่เคยให้มนุษย์คนอื่นแตะเลย?”


“อืม...ก็บอกว่าไม่ชอบ...ความจริงแค่ให้เห็นก็ไม่ค่อยชอบแล้ว”ถึงจะมียกเว้นอยู่บางคนก็ตาม


“งั้นฉันเห็นไม่เป็นไรเหรอ”


“กับติน...ไม่เป็นไร”


“ทำไม”


“...เพราะพิเศษมั้ง”ผมตอบไปอย่างไม่แน่ใจ


มนุษย์คนแรกที่ทำให้ผมอยากช่วย


แค่นั้นก็เพียงพอที่จะใช้คำว่าพิเศษแล้ว


“ไม่เกินชั่วโมงฉันจะทำงานเสร็จ”


“หื้ม?”ผมงงเล็กๆที่ตินเปลี่ยนเรื่องเอาดื้อๆ


“อยากไปไหน”


“จะพาไป?”ผมถามเสียงใส แค่คิดว่าจะได้ออกไปที่อื่นก็ตื่นเต้นไปหมดแล้ว


“ขอดูสถานที่ก่อน”


“งั้นๆๆ...ไปตลาดนัดกันเถอะ”ผมตอบอย่างไม่ต้องคิด


ตั้งแต่มาประเทศนี้สิ่งที่อยากไปมากที่สุดคือตลาดนัดที่เปิดในช่วงเย็นจนถึงดึก...เห็นว่ามีของมาวางขายมากมายแถมมีคนเดินกันเต็มไปหมด


น่าสนุกสุดๆ


“ไม่”เสียงทุ้มดังขึ้นทันทีที่ได้ยิน ดวงตาสีฟ้าสดนั้นจ้องมาอย่างจริงจังว่าไม่มีทางไปแน่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม


“ทำไมล่ะ?”ผมถามเสียงเศร้า


“คนเยอะ! เสียงดัง! น่ารำคาญ!”


“...”คำตอบที่ได้ทำให้ผมพองลมในแก้มอย่างไม่พอใจ


ขึ้นชื่อว่าตลาดก็ต้องเสียงดังและมีคนเยอะทั้งนั้นแหละ ตลาดที่เงียบไม่มีคนใครจะอยากไปเดินกัน


“...อย่าให้แตะได้นะ”ตินพูดพลางหรี่ตามองมา


“ทำไม...แตะได้แล้วจะทำไม”


“จะจิ้มแก้มพองๆนั่นให้แตกเลย”คำพูดนั้นทำให้ผมกลืนลมที่อมไปลงคออย่างรวดเร็ว


“ไม่ต้องแตะได้ไปตลอดชีวิตเลย”คนชอบแกล้งเอ้ย


“หึ...ไม่มีที่อื่นที่อยากไปแล้วรึไง”ตินวกกลับมาเรื่องเดิม


“ไม่มี...ตอนนี้อยากไปตลาดนัด...นี่ก็ห้าโมงแล้วเป็นเวลากำลังดีเลยที่จะไปเดิน...แดดก็ไม่ร้อนด้วย...นะนะนะนะ...ไปกันนะ”ผมลอยลงไปหาพร้อมกับเขย่าแขนข้างที่ถือปากกาอยู่แรงๆ


“ทำไมฉันต้องตามใจ”


“ก็เพราะตินเป็นคนใจดีมากๆๆๆ...เพราะงั้นพาผมไปเดินตลาดนัดหน่อยนะ ถ้าพาไปผมจะบอกวิธีที่จะสัมผัสผมได้ให้เลย”


“พูดแล้วนะ”อีกฝ่ายย้ำอีกรอบ


“แน่นอน”ผมพยักหน้าตอบ


“...ตลาดนัดที่ไหน”


“เยส...ตินใจดีที่สุดเลย”มือทั้งสองข้างชูขึ้นด้วยความตื่นเต้นและดีใจสุดๆ


“ถ้าไม่ตอบภายใน3วิก็ไม่ต้องไป...3...2...”


“ที่ไหนก็ได้ขอเป็นใหญ่ๆแล้วก็ของเยอะๆ”ผมรีบตอบก่อนจะหมดเวลา


“ที่ไหนก็ได้แปลว่าก็ไม่รู้สินะว่ามีที่ไหนบ้าง”ตินถามอย่างรู้ทัน


“...ก็ผมพึ่งมาที่ประเทศนี้นี่นา”ไม่รู้ไม่เห็นแปลกตรงไหนเลย


“เอาเถอะ เสร็จงานแล้วจะพาไป...ระหว่างนี้อยู่เงียบๆอย่ากวนล่ะ”


“ได้เลยติน”จะไม่กวนแน่นอน


หลังจากที่ตกลงกันเสร็จผมก็เปลี่ยนมานอนรอบนโซฟานุ่มๆริมห้องแทนเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนการทำงานของติน...ยิ่งเขาทำเสร็จเร็วเท่าไหร่ก็จะยิ่งไปตลาดนัดเร็วขึ้นเท่านั้น


ราวหนึ่งชั่วโมงเป๊ะๆที่ตินใช้จัดการเอกสารบนโต๊ะ...จากที่อยู่ด้วยกันมาทำให้รู้ว่าตินรักษาคำพูดของตัวเองเสมอถ้าเขาบอกว่าจะทำเสร็จใน1ชั่วโมงก็คือ1ชั่วโมงจริงไม่มีเสร็จช้าหรือก่อนเวลาที่พูดไว้


“ไปกัน”ตินหยิบเสื้อนอกที่วางพาดไว้สวมใส่เหมือนเดินก่อนจะเดินออกจากห้องไปโดยมีผมลอยตามไปติดๆ


เมื่อเปิดประตูออกไปก็มีกายและจิมยืนรออยู่เหมือนกับรู้เวลาที่ตินจะทำงานเสร็จ...รถยนต์สีดำเงาแล่นไปตามถนนใหญ่ที่เริ่มแออัดไปด้วยรถมากมาย...


“กาย”


“ครับ”คนถูกเรียกขานรับทันที


“แวะตลาดมืด”


“...”ทั้งรถถึงกลับเงียบกริบ จิมที่นั่งฝั่งข้างคนขับหันกลับมามองนายตัวเองที่นั่งนิ่งอยู่ด้านหลังอย่างไม่แน่ใจกับสิ่งที่ได้ยินเท่าไหร่


“เอ่อ...คุณตินบอกให้แวะไหนนะครับ”


“ตลาดมืด”


“คุณตินไม่ชอบสถานที่ที่คนแออัดแถมเสียงดังแบบนั้นนี่ครับ”จิมพูดต่อ


“ใช่...ไม่ชอบ”ตินตอบกลับ


“เอ่อ...แล้วทำไม...”


“ทำตามที่บอก”


“ครับ”ทั้งคู่ได้แต่ขานรับเมื่อตินไม่ให้คำตอบอะไรเลย


ผมที่ฟังบทสนทนาอยู่ก็รู้สึกผิดเล็กๆที่ให้ตินพาไปในสถานที่ที่เขาไม่ชอบแต่ผมอยากลองไปสักครั้งนี่นา...


ขอแค่ครั้งเดียวแล้วพอเลย


“ขอโทษที่ต้องให้พาไปในที่ที่ไม่ชอบนะ”ผมบอกตินที่นั่งอยู่ด้านข้าง


“...”ใบหน้านั้นไม่ได้ดูหงุดหงิดหรือโกรธผมเลยสบายใจขึ้นมาหน่อย


“ขอบคุณนะติน”ผมบอกก่อนจะส่งยิ้มไปให้ ตินเองก็แค่เหล่มามองเล็กน้อยแล้วหันกลับไปมองอีกฝั่งตามเดิมจนรถยนต์สีดำสนิทเลี้ยวเข้ามาบริเวณหน้าตลาดนัด


ขนาดยังไม่ถึงการจราจรยังติดขัดขนาดนี้...ไม่อยากคิดเลยว่าจะมีที่จอดไหม


“ขอให้มีที่จอดเถอะ”ผมภวนาแบบนั้น


อยากไปจริงๆนะ


“กายจอดรถ”คำสั่งจากเจ้าของรถทำให้คนขับทำตามอย่างรวดเร็ว


“คุณตินจะลงไปคนเดียวเหรอครับ ถ้ายังไงให้จิม...”


“ไม่เป็นไร...หาที่จอดได้แล้วโทรมา”ตินพูดแทรกสิ่งที่กายกำลังพูด


“แต่ว่าช่วงนี้มันอาจจะ...”


“ฉันดูแลตัวเองได้”ตินตัดบทโดยการลงจากรถแล้วเดินเข้าไปภายในตลาดยามมืดด้วยใบหน้านิ่งๆ ผมเองก็ตามตินลงไปจนถึงเขตของตลาด...เสียงพูดคุยและเสียงตะโกนดังขึ้นทันทีที่ก้าวเข้ามา


“...ติน”ผมแอบมองตินที่ทำหน้าเหมือนยากุซ่าที่จะมาไถ่เงินคนไม่จ่ายค่าเช่า


ใบหน้าแบบนี้เดินไปไหนคงเป็นจุดสนใจแน่


“อยากไปทางไหน”ตินหยุดเดินแล้วเงยหน้าขึ้นมาถาม อาจเพราะบริเวณนี้มีเสียงดังมากทำให้ไม่มีใครสนใจตินเลยสามารถพูดกับผมได้


“ได้หมดเลย...ผมอยากเดินให้ทั่ว”


“...เดินให้ทั่วทั้งวันก็ไม่หมดหรอก”


“เหรอ...งั้นก็ให้ตินนำเลย”ผมตอบกลับ


“อย่าหลงก็พอ”พูดจบตินก็เดินต่อผ่านร้านค้ามากมายที่ขายของคล้ายกันบ้างต่างกันบ้างแต่พอเลี้ยวเข้าไปตามทางร้านขายของก็เปลี่ยนเป็นร้านอาหารที่ยาวสุดลูกหูลุกตา


ร้านแรกที่เห็นคือร้านก๋วยเตี๋ยวที่มีควันจากน้ำซุปร้อยๆลอยขึ้นโดยที่ลึกเข้าไปด้านในเป็นเก้าอี้ไม้ให้นั่งกิน...เชื่อไหมว่าโต๊ะทุกตัวเต็มหมดเลย ไม่ใช่แค่ร้านนี้ร้านเดียวแต่ร้านอาหารส่วนมากที่เดินผ่านก็มีคนเข้าเกือบเต็มทั้งนั้น


“...น่ากินจัง”ผมลอยไปหยุดอยู่หน้าร้านไอศกรีมขนาดเล็กที่มีให้เลือกหลากรสชาติด้วยความหิวที่เพิ่มขึ้นอย่างหยุดไม่อยู่...
ยิ่งเห็นสาวๆที่ต่อแถวอยู่ถือไอศกรีมรสต่างๆออกมาผมก็กลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่


“น้ำลายจะไหลแล้ว”เสียงของตินทำให้ผมยกปลายยูกาตะขึ้นมาเช็ดที่มุมปากเบาๆก่อนจะหันไปส่งยิ้มบางๆให้


“โทษที...แค่เห็นว่ามันน่ากิน”


“...รสอะไร”


“หื้ม?”


ถามแบบนี้หมายความว่าจะซื้อให้เหรอติน


“อยากกินรสอะไร”


“จะซื้อให้ผมจริงเหรอ”ผมไม่ตอบแต่ถามกลับด้วยเสียงเริงร่า


“คิดว่าไงล่ะ”


“ไม่คิดแล้ว...ผมอยากกินรสชาเขียวกับรสนม...แต่รสที่ผู้หญิงคนนั้นกินก็น่าอร่อย...แต่รสอะไรไม่รู้”จำนวนรสของไอศกรีมมีเยอะเกินไปจะให้เลือกแค่ไม่กี่รสช่างยากจริง


แถมบางรสที่เห็นยังไม่รู้ว่าเป็นรสอะไรด้วย


“ชาเย็น”


“...ชาเย็น?”


“ก็ไอศกรีมที่ผู้หญิงคนนั้นกินไงที่รสชาเย็น”ตินพูดอีกรอบ


“อ๋อ...งั้นเอาชาเย็นกับรสนมละกัน”ผมตัดสินใจเลือกสองรสที่คาดว่าจะอร่อยที่สุด


จะว่าไปก็ยังไม่เคยกินชาเย็นเลยนี่นะ


“ไม่ต้องรีบ...ดูแถวซะก่อนกว่าจะถึงคิวเดี๋ยวก็ได้เปลี่ยนอีก”ตินบอกก่อนจะเดินไปต่อแถวกลุ่มหญิงสาวในชุดนักเรียน เหล่าสาวๆเองก็หันมามองตินกันเป็นแถวไม่นานก็หันกลับไปซุบซิบกันด้วยใบหน้าแดงๆ


“เนื้อหอมจังนะติน”ผมลอยมาหยอกล้อด้วยรอยยิ้ม


ผมว่าที่หันไปซุบซิบกันต้องกำลังพูดถึงตินแน่...ลุคของตินดูเหมือนคนไม่ชอบของหวานซึ่งก็จริงอย่างที่ว่า ถ้าไม่ใช่เพราะผมอยากกินคงไม่มีทางที่จะเห็นคนเกลียดของหวานมายืนต่อแถวซื้อไอศกรีมแบบนี้หรอก


“คุณนี่ใจดีจริงๆนะ”ผมรับไอศกรีมมาเมื่อพวกเราเดินเข้ามาอยู่ท่ามกลางฝูงคน...คนเยอะแบบนี้ไม่มีใครมองหรอกว่าของหวานในมือของผู้ชายคนหนึ่งจะหายไป


“...นายเป็นคนแรกที่พูด”ตินพึมพำเสียงเบา


“เพราะคุณไม่แสดงมันออกมาน่ะสิ”ผมสวนกลับ ถ้าตินแสดงความอ่อนโยนและใจดีเหมือนอย่างที่ทำกับผมคงมีผู้หญิงมากมายเข้ามาห้อมล้อมแน่


“ไม่จำเป็นต้องแสดงนี่”


“คุณไม่อยากให้ใครชอบเหรอ?”


“ไม่นี่”ตินตอบทันที


พวกเราเดินดูร้านสองข้างทางไปเรื่อยๆจนถึงบริเวณสวนหย่อมขนาดกลางที่มีทั้งเก้าอี้ โต๊ะและห้องน้ำไว้บริการคนที่มาเดินเที่ยว แสงไฟที่ประดับเป็นรูปสัตว์ต่างๆเรียกความสนใจจากผมได้ดีจริงๆ


“สวยจัง...”ผมพึมพำแล้วลอยเข้าไปใกล้ไฟดวงเล็กที่ถูกดัดเป็นรูปกระต่าย


ในประเทศญี่ปุ่นก็มีคล้ายๆแบบนี้เหมือนกันแต่จะเป็นตามเทศกาลมากกว่าจะจัดให้เห็นทุกวันเหมือนที่นี่


“อย่าไปไหนโดยไม่บอกสิ...ถ้าหลงจะทำยังไง”ตินที่ก้าวตามมาทำหน้าตึงส่งมาให้


“ทำไมชอบทำเหมือนผมเป็นเด็กนักนะ...บอกแล้วไงว่าผมไม่หลงหรอก”


“ตื่นเต้นเหมือนคนไม่เคยมาแบบนี้จะเชื่อได้รึไง”


“ได้สิ...อ้อ...ถ้าตินหลงไม่ต้องห่วงนะเพราะเดี๋ยวผมจะพาตินกลับเอง”คำพูดของเหมือนจะทำให้อีกฝ่ายถึงกับคิ้วกระตุก


“ฉันดูเหมือนคนที่จะหลง?”


“เปล่า...ก็แค่เผื่อไว้เอง”ผมตบกลับเสียงเบา


“ต่อให้หลงก็ไม่คิดจะให้เทพที่พึ่งเคยมานำทางหรอกนะ”


“ถึงจะพึ่งมาครั้งแรกแต่ผมก็พอรู้นะว่าอะไรอยู่ตรงไหน”ผมถียงขาดใจ แม้ตลาดนัดที่นี่จะขนาดใหญ่มากแต่ถ้าลอยขึ้นมองจากที่สูงๆการจะหาทางออกก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย


“งั้นตอนนี้พวกกายอยู่ไหน”


“แล้วผมจะรู้ไหม”ผมสวนกลับทันที


“ไหนบอกว่ารู้ไง”


“ใครบอกว่ารู้ถึงขนาดนั้นกัน...มนุษย์ที่ผมสามารถหาเจอได้มีแค่ตินคนเดียวเท่านั้น”ผมบอกออกไปตามตรง


การจะให้หามนุษย์คนอื่นแบบนั้นผมทำไม่ได้หรอกแถมยังให้หาจากคนหลายพันคนแบบนี้ด้วย


“...เพราะฉันมีพลังของนายอยู่ในตัวสินะ”ตินถามพร้อมเงยหน้าขึ้นมาจ้อง


“อืม...ช่างเรื่องนี้เถอะ คุณไปหาอะไรกินไหมมื้อเย็นยังไม่ได้กินอะไรเลยนี่”ผมเปลี่ยนเรื่อง ตอนนี้ก็เกือบสองทุ่มเข้าไปแล้วแต่ตินยังไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องเลย


มนุษย์ที่ควรกินอาหารให้ครบสามมื้อกลับไม่กินคอยแต่ซื้อของกินให้เทพที่ไม่จำเป็นต้องกินอะไร...


ดีจริงๆ


“ฉันไม่หิว”


“ไม่หิว?...จำว่าตอนกลางวันคุณก็ยังไม่กินอะไรนะ”ผมพูดต่อ ทั้งวันที่อยู่กับตินในห้องเขาไม่ได้แม้แต่สั่งของว่างมากินด้วยซ้ำ


“ก็มันไม่หิว”


“คุณนี่น่าจะมาเป็นเทพแทนผมเนอะจะได้ไม่ต้องกินอะไร”ผมพึมพำพร้อมลอยลงมาอยู่ด้านหน้าของติน


“แล้วนายก็จะกินให้หนำใจสินะ”ตินพูดต่อพร้อมยกยิ้มขึ้น


“รู้ทันจริงๆ...ไปซื้อข้าวเย็นได้แล้ว”พูดจบผมก็ผลักไหล่ตินเบาๆ


“...ก็ฉันบอกแล้วไงว่า...”


“ถ้าไม่ทำตามที่บอกผมจะไปหยิบของกินจากร้านข้างๆมายัดใส่ปากจริงๆด้วย”ผมพูดขู่แทรกสิ่งที่ตินกำลังพูดโดยที่ชี้นิ้วไปยังร้านขายแมลงทอดที่อยู่ไม่ไกล


ใบหน้าของตินที่หันไปมองตามนิ้วผมแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่มีทางกลืนแมลงเหล่านั้นลงท้องไปแน่ๆ...น่าแปลกเนอะที่ตินไม่ชอบกินแมลงทั้งที่เป็นหนึ่งในอาหารรสเลิศของโปรดผมเลย


“...แค่ไปซื้อก็พอใช่ไหม”


“ไม่พอ”


“...”คำประชดของตินถูกผมสวนกลับจนคนถามถึงกับคิ้วกระตุก


“แค่ไปซื้อไม่พอหรอกต้องกินให้หมดด้วย”


“...แม่ยังไม่บังคับฉันขนาดนี้เลย”


“ที่บังคับเพราะเป็นห่วงหรอก”


“...รอยู่นี่นะ”ตินสั่งด้วยใบหน้าจริงจังก่อนจะกลับไปยังโซนขายหารที่พึ่งเดินมาอีกครั้ง


ผมที่มองแผ่นหลังนั้นเดินห่างไปก็หลุดยิ้มกว้างออกมาเพราะความน่ารักที่ไม่มีใครรู้นั่น...ตินมีปฏิกิริยากับคำว่าเป็นห่วงมาก ทุกครั้งที่ผมพูดท่าทางของเขาจะอ่อนลง ไม่รู้ว่าเจ้าตัวรู้เรื่องนี้ไหมแต่ผมสัมผัสถึงมันได้อย่างชัดเจน


ร่างผมในชุดยูกาตะสีส้มเหลืองลอยขึ้นไปด้านบนเพื่อมองดูตลาดนัดแห่งนี้ในมุมสูง...บรรยากาศมืดๆของยามราตรีไม่ได้ทำให้ตลาดด้านล่างเงียบเหงาเลยสักนิด แสงสีเสียงยังคงดังขึ้นจะทุกทิศทางไม่ว่ามองไปทางไหนก็เห็นแต่มนุษย์เดินเบียดเสียดกันด้วยรอยยิ้มที่ดูมีความสุข


ทั้งที่มีอายุไขเพียงไม่นานแต่กลับทำให้ทุกวันของตัวเองมีแต่ความสุขซึ่งมันคุ้มค่ามากแล้วล่ะที่ทำแบบนี้ ถ้ามัวแต่จมอยู่กับความทุกข์ก็มีแต่จะทำให้เรื่องทุกอย่างแย่ลงไปมากกว่าเท่านั้น


เมื่อมีชีวิตก็จงทำให้ตัวเองมีค่าและมีความสุขที่สุด


อย่าได้รอเวลาเพราะเวลาของเราจะหมดลงเมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้


มันอาจจะเป็นอีกหนึ่งนาทีต่อจากนี้ก็เป็นได้


ดวงตาสีเขียวอ่อนของผมมองลงไปด้านล่างเมื่อสังเกตเห็นร่างโปร่งสูงที่คุ้นเคยเดินเข้ามาโดยในมือถือถ้วยพลาสติกและห้อยถุงบางอย่างไว้ที่ข้อมือด้วย


“ตะ...”เสียงเรียกของผมหยุดชะงักเมื่อหันไปเห็นแสงสว่างเหมือนแสงจากกระจกสะท้อนอยู่ไม่ไกล มันจะไม่น่าแปลกใจถ้าบริเวณนั้นไม่ใช่ซอกของร้านค้าร้านหนึ่ง


ด้วยความที่ค่อนข้างมืดผมเลยเห็นไม่ชัดแต่ถ้าให้เดาก็ไม่อยากหรอก...


“ติน!...หมอบลง!!”


ปัง!


ผมตะโกนบอกพร้อมๆกับเสียงปืนที่ดังขึ้นหนึ่งนัด


ว่าแล้วเชียวว่าต้องเป็นปืน


“ติน!!”ผมตะโกนเรียกคนที่ตอนนี้ทรุดลงไปกับพื้นปูนตรงหน้าอย่างร้อนรนแล้วรีบเข้าไปใกล้


ตินที่ทรุดตัวอยู่บนพื้นขนมือขึ้นมากุมบริเวณหัวไหล่ที่ถูกยิง เลือดสีแดงที่ไหลออกมาไม่หยุดทำให้ผมถึงกับทำอะไรไม่ถูก


ปัง!


กระสุนนัดที่สองตามมาในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำขนาดนี้แปลว่าต้องการเอาชีวิตตินแน่


แต่คิดเหรอว่าผมจะยอมง่ายๆแบบนั้น


ชีวิตที่ผมช่วยเอาไว้จะไม่ยอมให้มาจบลงตรงนี้หรอก


“...แพน...ถอยไป!”ตินตะโกนเพราะเห็นผมยืนขวางทางกระสุนอยู่ด้านหน้า


ผมไม่สนใจเสียงของติน ที่ทำตอนนี้คือนั่งลงกับพื้นโดยที่วางมือทั้งสองข้างลงบนพื้นปูก่อนจะหลับตาเพื่อตั้งสมาธิ...


“ผมขอยืมพลังของพวกคุณหน่อยนะ”สิ้นคำพูดรากไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านใต้ปูนก็โผล่ขึ้นมากันกระสุนที่พุ่งตรงเข้ามาหา แม้กระสุนจะมีความรุนแรงแต่เพราะถูกรากไม่ซึ่งเป็นของแข็งทำให้ไม่สามารถทะลุมาถึงอีกด้านได้


“คุณติน!”เสียงตะโกนของบอดี้การ์ดคนสนิททั้งสองคนดังขึ้นพร้อมวิ่งเข้ามาหา จิมประคองตินที่ทรุดอยู่โดยมีกายหยิบปืนขึ้นมาเตรียมจัดการกับศัตรูที่อยู่ไม่ไกล


“...แฮ่ก”ตินหายใจแรงพลางเงยหน้าขึ้นมามองผม ดวงตาสีฟ้าที่มองตั้งแต่หัวจรดเท้าทำให้รู้ว่าเขากำลังสำรวจว่าผมได้รับอันตรายอะไรไหม


“ติน...”ผมขยับเข้าไปใกล้ด้วยสายตาสำนึกผิด


การที่เกิดเรื่องนี้ขึ้นเป็นความผิดของผมเอง...


เพราะผมดึงดันที่จะมาตลาดนัดนี่


ผมทำให้ตินต้องได้รับบาดเจ็บเพราะความอยากของตัวเอง


“ขอโทษนะ...ติน”

..........................................................................................

มาต่อแล้ววว

ซึ่งตอนนี้อาจทำให้หลายคนค้าง?

หรือความจริงค้างทุกตอน 555

ตอนนี้มีคนใช้ฉายาตินว่า 'ตินสายเปย์' ได้ยินแล้วเอาหลุดขำพร้อมพยักหน้ารัวๆเลย

ก็เป็นสายเปย์จริงๆนี่นะ ให้นู่นให้นี่เรียกว่าภายใต้หน้าตาตึงๆปนหงุดหงิดนั่นตามใจแพนแทบทุกอย่าง555

มีหลายคนบอกว่าไม่ชอบเรื่องนี้อย่างนึงคือกว่าจะอัพค่อนข้างนานอยากอ่านเร็วๆ

อ่านแล้วเราดีใจจัง อิอิ

เราเองก็อยากจะอัพบ่อยๆแต่เราก็ไม่ใช่คนที่สามารถแต่งได้ลื่นไหลขนาดนั้น บางทีก็มีไม่อยากแต่งบ้าง แต่งไม่ออกบ้าง การวางกรอบเวลาไว้อาทิตย์ละตอนเหมือนเป็นการให้กรอบตัวเองว่าจะทำอะไรก็ได้แต่ต้องแต่งให้ได้สักตอนใน1อาทิตย์

เพราะงั้นก็ช่วยรอกันหน่อนน้า เราสัญญาว่าจะแต่งให้ยาวๆเท่าที่ทำได้

ขอบคุณทุกๆคนสำหรับกำลังใจและคอมเม้นท์

ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ

บ๊ายบาย

nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪

ออฟไลน์ maekkun

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 223
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3437
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Readyaoi

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 212
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1

ออฟไลน์ เป็ดอนุบาล

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1402
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2

ออฟไลน์ ่jum

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3709
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-4

ออฟไลน์ badbadsumaru

  • ♡ caramel macchiato
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2461
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-2
อยากให้ตินสัมผัสแพนได้เร็วๆจัง

ออฟไลน์ hoshinokoe

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1042
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-0
หลงเข้ามาอ่าน 5555
แบบอ่านแล้วชอบอ่ะ มันละมุนน่ารักๆ(ยิงเลือดสาดเนี่ยนะ?) หมายถึง ตินกับแพนอ่ะ เขาจีบกันแบบเบาๆ
แต่ เรื่องแนวแบบนี้ ไม่อยากตอนจบเลย มันจะต้องเสียน่ำตาแน่ๆ งานหลั่งน่ำตาจะมีไหม จะได้เตรียมผ้าไว้ข้างๆตัวตอนอ่าน 5555
ใกล้ดราม่า เศร้าละบอกนะ จะได้เตรียมผ้าไว้ อิอิ
มารอตอนต่อไปนะคะ อยากอ่านต่อมากๆเลย
อาจมีพิมคำผิด ตกหล่นไปบ้างก้อพออ่านเข้าใจอยู่. รอน้าาา ห้ามลืมมมมม

ออฟไลน์ double9JH

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1810
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-7
ตินสายเปย์จริงๆแหละ

แค่เเพนบอกเป็นห่วงก็พร้อมทำตามทุกอย่างเลยย :hao3:

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
ใครตามเก็บตินเนี่ยยยยย

ออฟไลน์ silverrain

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 50
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
เทพแพนน่ารักมาก
เด็กน้อยมากเลย

ออฟไลน์ SaJung13

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1062
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +76/-1
สู้ๆนะ ทำไมตินไม่ทำอะไรกับพวกที่ตามฆ่าซะที

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4015
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
โอ้ยสงสารติน จบเรื่องนี่ต้องโดนอีกกี่รูกระสุน  :hao5:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด