♧♣Touch Love♣♧ สัมผัสรัก ด้วยหัวใจ {♧สัมผัส{❤}ส่งท้าย♣+แจ้งข่าว}13/01/61 P.16 จบ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ♧♣Touch Love♣♧ สัมผัสรัก ด้วยหัวใจ {♧สัมผัส{❤}ส่งท้าย♣+แจ้งข่าว}13/01/61 P.16 จบ  (อ่าน 142217 ครั้ง)

ออฟไลน์ nicedog

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 588
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +366/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับ

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น 

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้   

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว  ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


**********************************************


สวัสดีค่า

วันนี้มาเปิดนิยายเรื่องใหม่

หลายๆคนอาจเคยเห็นผลงงานของเรามาบ้างแล้ว

อยากขอบคุณทุกๆคนที่คอยติดตามมาเสมอ

สำหรับนักอ่านหน้าใหม่ก็ขอฝากตัวและผลงานด้วยนะคะ

เรื่องใหม่นี้เป็นแนวแฟนตาซีที่ไม่ได้แต่งมาสักพักใหญ่ค่ะ

เป็นเรื่องราวระหว่างมนุษย์และเทพในความคิดเรา

ซึ่งเราอยากสื่อว่าแม้จะมองไม่เห็นแต่ไม่ได้แปลว่าสิ่งนั้นจะไม่มีอยู่

ขอฝากผลงานเรื่องใหม่ไว้ด้วยนะคะ ^^


*ผลงานที่ผ่านมา*

   ✉ CorrespondencE สื่อรักทางจดหมาย!✉

    ◣♥◥ Precinct ►◄ อาณาเขตรักของหัวใจ ◣♥◥

   ✥ Jurassic Heart ✥ดวงใจ กลายพันธุ์รัก


   ✣Jurassic Confidant✣ คู่หู กลายพันธุ์รัก


   ❣Secret heart❣ หัวใจ แอบรัก


    Find Love  ▪พบรัก▪


.。.:*・ ۩ Creative สรรค์สร้างรัก۩・*:.。.

สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของนิยายได้ในเพจนะคะ>>nicedog<<

ขอบคุณทุกที่ติดตามค่ะ

*นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคล สถาบันหรือสถานที่ใดทั้งสิ้น*


สารบัญ

*เริ่มสัมผัส**สัมผัส{❤}ครั้งที่1*
*สัมผัส{❤}ครั้งที่2**สัมผัส{❤}ครั้งที่3*
*สัมผัส{❤}ครั้งที่4**สัมผัส{❤}ครั้งที่5*
*สัมผัส{❤}ครั้งที่6**สัมผัส{❤}ครั้งที่7*
*สัมผัส{❤}ครั้งที่8**สัมผัส{❤}ครั้งที่9*
*สัมผัส{❤}ครั้งที่10**สัมผัส{❤}ครั้งที่11*
*สัมผัส{❤}ครั้งที่12**สัมผัส{❤}ครั้งที่13*
*สัมผัส{❤}ครั้งที่14**สัมผัส{❤}ครั้งที่15*
*สัมผัส{❤}ครั้งที่16**สัมผัส{❤}ครั้งที่17*
*สัมผัส{❤}ครั้งที่18**สัมผัส{❤}ครั้งที่19*
*สัมผัส{❤}ครั้งที่20**สัมผัส{❤}ครั้งที่21*
*สัมผัส{❤}ครั้งที่22*
*สัมผัส{❤}ครั้งสุดท้าย*
*สัมผัส{❤}ส่งท้าย*





มีข่าวดีสำหรับทุกคนที่สนใจเรื่อง♧♣Touch Love♣♧ สัมผัสรัก ด้วยหัวใจ

ตอนนี้กำลังเปิดพรีออเดอร์อยู่ค่ะ

สามารถกดเข้าไปสั่งจองกันได้นะคะ



เรื่อง : ♧♣Touch Love♣♧ สัมผัสรัก ด้วยหัวใจ

คนแต่ง : nicedog

สำนักพิมพ์ที่ออก : Onederwhy

ราคา : 380 บาท

จำนวนหน้า : 350+

ตอนพิเศษในเล่ม : ภายในเล่มจะมีตอนพิเศษ 7 ตอนยาวๆ อาทิเช่น การไปสวีทหวานๆกันที่ประเทศญี่ปุ่น, เมื่อแพนที่กลายมาเป็นมนุษย์เกิดป่วยขึ้นมาครั้งแรกจะเป็นยังไง?รวมไปถึงการเซอร์ไพสน์วันเกิดแพนและตอนพิเศษอื่นๆอีกหลายตอน

พิเศษสำหรับรอบพรีออเดอร์ : จะได้รับMini Novel พิเศษที่รอบปกติไม่มีด้วยนะคะ และหากสั่งซื้อพร้อมกับเรื่องอื่นๆที่ออกจะได้รับโปรสการ์ดเพิ่มด้วยค่ะ

สั่งจองกันได้ที่ : http://onederwhy-preorder.lnwshop.com

ระยะเวลาในการพรี : วันนี้ถึง 29 มกราคม 2561

ฝากทุกคนอุดหนุนผลงานของเราด้วยนะคะ

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามมาถึงตอนนี้ด้วยค่า

nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-01-2018 14:30:52 โดย nicedog »

ออฟไลน์ nicedog

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 588
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +366/-0
♧เริ่มสัมผัส♣



ในโลกใบนี้มีหลายสิ่งที่ไม่อาจพิสูจน์ได้ด้วยความรู้ด้านวิทยาศาสตร์...หลายๆสิ่งเป็นเพียงความเชื่อของมนุษย์ที่ต้องการสิ่งพึ่งพาทางใจ...


เทพเจ้าเองก็เป็นหนึ่งในความเชื่อที่มนุษย์ต่างยึดถือมาตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบันแม้มีวิทยาการอันก้าวหน้าความเชื่อเหล่านี้ก็ยังไม่หายไปจากโลก...


เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมความเชื่อเหล่านี้ถึงยังไม่หายไป


การขอพรที่เกิดขึ้นซ้ำในทุกวัน ทุกเดือน และทุกปีจนเหมือนเป็นสิ่งที่มนุษย์ถ่ายถอดสู่ลูกหลายมานานนับพันปี...ทั้งที่เป็นแบบนั้นแต่มีเพียงมนุษย์ส่วนหนึ่งที่ได้สมปรารถนานั้นซึ่งมันอาจได้มาด้วยความพยายามของตัวเองก็ได้...


เมื่อมีส่วนน้อยที่สมปรารถนางั้นทำไมมนุษย์ถึงยังเฝ้าขอพรกันอยู่อีกล่ะ


ทำไมถึงยังยึดติดอยู่กับการพึ่งพาสิ่งที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้...


เคยคิดไหมว่าทำไมในหมู่มนุษย์ที่มาขอพรจึงมีเพียงหยิบมือที่ความปรารถนาเป็นจริง...


ถ้าความปรารถนาของคนเหล่านั้นไม่เป็นจริงเทพเจ้าที่ต่างถูกเคารพคงจะสูญหายไปตามเวลาไม่มีทางอยู่มาถึงยังยุคปัจจุบันนี่
คำถามง่ายๆที่คงมีมนุษย์มากมายคิดแต่เพราะไม่มีใครรู้คำตอบที่แท้จริงคำถามนี้จึงได้เป็นเพียงคำถามที่ไม่มีคำตอบเท่านั้น...
ใช่มนุษย์ไม่สามารถตอบได้


แต่สำหรับสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์อย่างพวกเราสามารถตอบได้โดยไม่ต้องคิดเลยล่ะ...


คำตอบง่ายๆเพราะมันไม่ได้เป็นเพียงความเชื่อยังไงล่ะ


คำขอพร คำวิงวอนรวมถึงความปรารถนาอันแรงกล้าของมนุษย์นั้นถูกส่งมาหาเทพแต่ละองค์ที่สถิตอยู่ตามแต่ละสถานที่ เพียงแต่เราไม่สามารถทำความปรารถนาของทุกคนเป็นจริงได้จึงจำเป็นต้องมีการเลือกมนุษย์ที่จะทำความปรารถนานั้นให้เป็นจริง ซึ่งการเลือกนั้นก็อยู่ที่เทพแต่ละองค์ว่าจะให้ใครสมหวัง


เทพบางองค์สถิตอยู่ตามสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แต่ก็มีอีกหลายองค์ที่เปลี่ยนสถานที่อยู่ไปเรื่อยๆไม่มีหลักแหล่งเป็นของตัวเองอย่างผม...


เสียงของใบไม้พลิ้วไหวไปตามสายลมที่พัดมา เหล่าดอกไม้ ต้นหญ้าและพืชต้นเตี้ยๆเองก็เอนไปมาสร้างความสำราญแก่ผู้ที่พบเห็น สำหรับมนุษย์อาจเห็นภาพแบบนั้นแต่ในสายตาของเทพแห่งต้นไม้หรือเทพแห่งพฤกษาอย่างผมเห็นเหล่าใบไม้ ดอกไม้ ต้นหญ้ารวมทั้งพื้นต้นเล็กๆเหล่านั้นส่งเสียงพูดคุยกันอย่างสนุกสนานแม้พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าไปแล้วก็ตาม


การเดินทางมายังประเทศแห่งนี้ดูจะน่าผิดหวังอยู่พอสมควร ทั้งที่คิดว่าที่นี่จะเต็มไปด้วยต้นไม้มากกว่านี้ซะอีก...


ผมสวมชุดยูกาตะของประเทศญี่ปุ่นสีขาวปนเทาเดินไปตามถนนที่มีต้นไม้ปลูกอยู่ตลอดทางที่ผ่าน มนุษย์หลายคนเดินผ่านไปมาโดยไม่มีการเหลียวมองชุดอันแปลกตานี้...


ก็แน่ล่ะ


มนุษย์มองไม่เห็นผมนี่นา


จะบอกว่าไม่เห็นก็ไม่ใช่ซะทีเดียวต้องบอกว่ามนุษย์ทุกคนสามารถมองเห็นเทพอย่างพวกเราได้เพียงแต่ต้องมีความปรารถนาอันแรงกล้าที่อยากจะเห็นไม่ใช่แค่ความเชื่อหรือความอยาก


ในอดีตมีมนุษย์หลายคนที่สามารถมองเห็นเทพอย่างพวกเราได้ สมัยนั้นรู้สึกจะเรียกว่ามิโกะ...ไม่ต้องแปลกใจที่คำแต่ละคำจะเป็นของประเทศญี่ปุ่นซะส่วนมาก ก่อนจะเดินมายังประเทศนี้ผมได้อาศัยอยู่ประเทศญี่ปุ่นมาประมาณ100ปีได้...


เป็นช่วงเวลาที่ยาวสำหรับมนุษย์แต่สั้นมากสำหรับเทพอย่างพวกเรา


ปริ๊น! ปริ๊นน!


เสียงบีบแตรของรถหลายคันดังขึ้นพร้อมๆกันก่อนที่รถยนต์ทั้งสามคันจะแล่นด้วยความเร็วสูงผ่านหน้าผมไปในพริบตา จากที่มองรถคันแรกดูเหมือนจะถูกอีกสองคันตามอยู่แปลว่าคงมีเรื่องใหญ่อะไรเกิดขึ้นสินะ


โคร่ม!!


ยังไม่ทันได้คิดอะไรรถทั้งสามที่ขับผ่านไปก็ชนกันจนเละอยู่ถัดออกไปไกลพอสมควร ด้วยความอยากรู้ทำให้ผมในชุดยูกาตะตัดสินใจวิ่งไปดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนจะพบภาพของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ตัวโชกเลือดเดินโซเซออกมาจากรถโดยที่มีคนอีกกลุ่มวิ่งตามมาพร้อมกับอาวุธปืนครบมือ


อย่าบอกนะว่าจะยิงคนที่บาดเจ็บขนาดนั้นน่ะ?


ปัง!


กระสุนหนึ่งนัดถูกยิงเข้าที่หน้าอกของชายด้านหน้าจนร่างนั้นทรุดฮวบลงกับพื้นพร้อมกองเลือดสีแดงฉานที่ไหลออกมาจากแผลบริเวณหน้าอก


“แบบนี้ไม่รอดแน่...รีบไปก่อนที่จะมีใครเถอะ...ต้องไปรายงานให้นายรู้ด้วย”มนุษย์ที่ลั่นไกปืนหันไปบอกเหล่าสหายเกือบสิบคน


“ยิงอีกนัดดีไหมลูกพี่”อีกเสียงพูดต่อ


“ไม่จำเป็นหรอก...ฉันยิงโดนหัวใจแน่ๆถ้ายังรอดก็แปลว่ามันดวงแข็ง...ไม่สิ...ดวงซวยที่ต้องตื่นมาพบกับความตายอีกรอบ”พูดจบกลุ่มคนเหล่านั้นก็กลับขึ้นรถพร้อมขับออกไปอย่างรวดเร็ว


ดวงตาสีเขียวอ่อนของผมมองไปยังรอบกายที่ไร้ซึ่งผู้คนอาจเป็นเพราะช่วงเวลาดึกดื่นแบบนี้ทำให้มนุษย์กลับไปอยู่บ้านกันหมดแล้ว


“...อึก...แฮ่ก...”ชายที่จมกองเลือดขยับร่างเล็กน้อย มือของคนตรงหน้าพยายามจะยันตัวเองขึ้นทั้งๆที่บาดแผลสาหัส


นี่ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่เทพอย่างพวกเราได้เจอมานักต่อนัก...


ขึ้นชื่อว่าเป็นมนุษย์เหมือนกันแต่กลับทำสงคราม เข่นฆ่ามนุษย์ด้วยกันโดยไม่เกรงกลัวต่อบาปที่จะตามมาเมื่อวิญญาณกลับไปสู่เบื้องบน


“...โธ่เว้ย!...อึก!...”


ผมก้าวเดินเข้าไปใกล้มนุษย์ตรงหน้าก่อนจะนั่งลงด้านข้าง...ยูกาตะสีขาวปนเทาถูกย้อมเป็นสีแดงด้วยเลือดของมนุษย์ตรงหน้าอย่างเชื่องช้า


‘จงหลับอย่างสงบเถอะนะ’รู้ว่าเสียงของเทพไม่อาจไปถึงมนุษย์ที่ไม่มีความศรัทธาอย่างแรงกล้าได้แต่ก็อดที่จะช่วยไม่ได้


การตายแบบนี้คงทรมานมากแน่


“...อึก...ไม่ยอม...จะไม่ยอมตายแน่...”เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกับดวงตาสีฟ้าสดที่ทอประกายไม่ยอมแพ้ในการมีชีวิตรอด


นั่นทำให้ผมที่มองอยู่นิ่งไปเพราะมนุษย์ส่วนมากที่จะตายมักวิวอนต่อทุกๆอย่างเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอดโดยไม่พยายามอะไรเลยแต่ชายคนนี้กลับพูดว่าจะไม่ยอมตายเหมือนจะบอกกับตัวเองว่ายังก็จะมีชีวิตรอดไปให้ได้ต่อให้ต้องเจอกับอะไรก็ตาม


‘น่าสนใจ’ผมพึมพำพร้อมรอยยิ้มก่อนจะวางฝ่ามือลงบนบาดแผลสาหัสที่เต็มไปด้วยเลือดแล้วหลับตาลงช้าๆ


การขัดขืนต่อความตายที่กำหนดไว้เป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่อาจทำได้ต่อให้พยายามสักแค่ไหนแต่ถ้าเป็นเทพอย่างพวกเราก็ไม่ยากอะไรเลยที่จะช่วยต่อชีวิตมนุษย์คนหนึ่ง...


เพียงแต่การจะทำแบบนั้นก็ต้องแลกกับบางสิ่งบางอย่าง


เรื่องนั้นผมรู้...


แต่ก็ยอมเพื่อจะช่วยชายตรงหน้านี้ให้รอดพ้นจากความตาย

.....................................................................................

เปิดฉากสำหรับเรื่องใหม่แนวแฟนตาซีที่อยากลองแต่งดูสักครั้ง

เราอยากลองแต่โดยสื่อความรู้สึกของมนุษย์และเทพ สองสิ่งมีชีวิตที่โอกาสจะได้รู้จักและสานสมพันธ์กันแทบจะเป็น0

ซึ่งจะสื่อให้คนอ่านสัมผัสถึงคำว่า "การที่เรามองไม่เห็นใช่ว่าสิ่งนั้นจะไม่มีอยู่" และ "หากไม่สามารถมองเห็นด้วยตาก็จงสัมผัสด้วยหัวใจ"

ขอฝากผลงานเรื่องใหม่ด้วยนะคะ

จะมาอัพต่อหลังจากเรื่องเก่าจบค่า  ^^

nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-05-2017 20:53:08 โดย nicedog »

ออฟไลน์ harumi

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1188
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +156/-33
รอค่ะ
เรื่องนู้นก็ด้วย

ออฟไลน์ oilzaza001

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 619
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1

ออฟไลน์ เป็ดอนุบาล

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1402
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
แค่เปิดมาก็สนุกมากละรอนะค่ะ :mew1: :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8900
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ reverofjs

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 382
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0

ออฟไลน์ Readyaoi

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 212
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1

ออฟไลน์ double9JH

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1810
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-7

ออฟไลน์ เสพศิลป์

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 278
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1
แค่เห็นชื่อคนแต่ง ก็กรีดร้องละ  ชอบในภาษาที่ไช้มากกกก
ติดตามตั้งแต่เรื่อง จดหมายรัก อาณาเขตหัวใจ แล้วก็พบรัก

ชอบเพราะคนเขียนมีรสนิยมคล้ายๆเราคือ ชอบเคะแก่กว่า ไม่หวานดูแมนๆ  ฮ่าๆๆๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Twinrainbow

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 6
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
โอ้ เปิดมาตอนแรกทำเราค้างเติ่ง
น่าสนุกดีนะคะ ภาษาสวย ที่สำคัญพลอตเป็นแบบที่ชอบด้วย ไม่รู้ทำไมมันหายากเหลือเกิน(หรือตูหาไม่เก่งกันแนฟะ?)
จะรอดูค่า :bye2:

ออฟไลน์ nicedog

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 588
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +366/-0
สัมผัส{❤}ครั้งที่1



ร่างอันรวยรินที่โชกไปด้วยเลือดถูกเข็นเข้าไปยังห้องผ่าตัดทันทีเมื่อมาถึงโรงพยาบาล เหล่าทีมแพทย์กว่า6คนได้ทำการผ่าตัดบาดแผลบริเวณหน้าอกก่อนเป็นอันดับแรก...กระสุนสีเงินอยู่ใกล้หัวใจมากจนทีมแพทย์หลายคนพูดว่ามันเป็นปาฏิหาริย์ที่รอดมาได้แต่ในความจริงกระสุนสีเงินนั่นทะลุหัวใจแล้วอย่างแน่นอน...


การที่ยังหายใจอยู่ได้นี่เป็นเพราะได้เทพแห่งพฤกษาอย่างผมช่วยยื้อชีวิตมาให้จนถึงโรงพยาบาลนี่หรอก


ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่ตัวเองยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือมนุษย์ที่กำลังจะหมดอายุไขแบบนี้...


ยอมกระทั่งแบกรับความเจ็บปวดยามมีดสีเงินกรีดลงบนหน้าอก


ขืนปล่อยให้เจ้าของร่างรับความเจ็บปวดนี้คงได้สิ้นชีพในทันทีแน่


แต่ถ้าจะทำให้หายสนิทพวกที่ตามฆ่าคงได้ตามมาอีกในไม่ช้า...ทางเดียวที่จะช่วยทั้งชีวิตของชายตรงหน้าและยื้อเวลาไม่ให้พวกนั้นตามมาเจอก็มีแค่ทางนี้


‘...อึก...หมอคนนี้ก็มือหนักจริง’ผมที่รับความเจ็บปวดไว้แทนถึงกับนิ่วหน้าเมื่อแรงเย็บแผลของทีมแพทย์ตรงหน้าดูจะหนักจนทำให้ต้องเม้มปากแน่นข่มความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น


ผมพาร่างที่ไม่มีใครสามารถเห็นได้ค่อยๆลอยลงมานั่งบนหน้าท้องของคนพึ่งผ่าตัดเสร็จอย่างอ่อนแรงปล่อยให้พยาบาลเข็นเตียงไปตามทางเดินทั้งๆแบบนั้น


เทพอย่างพวกเรามีน้ำหนักเหมือนมนุษย์เพียงแต่เราสามารถควบคุมมันได้ มีหลายคนที่เคยได้ยินเรื่องเทพเจ้าชอบเดินทางโดยการเหาะซึ่งนั่นก็เป็นความจริง...


จะให้เดินเท้าก็คงใช้เวลาสักเดือนกว่าจะถึงจุดหมาย


หรือจะให้ขับรถไปเองคงจะเกิดปัญหาแน่ถ้ามีมนุษย์เห็นรถเคลื่อนที่ได้โดยไม่มีคนขับ


จะให้ปลอมเป็นมนุษย์เข้าไปโหนรถเมย์นี่ก็แลดูไม่ดีต่อภาพพจน์


ดังนั้นการเดินทางที่เหมาะสมที่สุดคือการลอยไปนี่แหละ


ร่างของชายหนุ่มบนเตียงถูกเข็นมาไว้ยังห้องพักพิเศษที่มีอุปกรณ์ความสะดวกสบายครบครันไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์ ห้องครัวเล็กๆ มีแม้แต่โน้ตบุ๊กวางไว้ให้บนโต๊ะหน้าโซฟาชุดสุดหรู


การที่ดูแลขนาดนี้แปลว่าชายคนนี้คงจะมีเงินพอดูสินะ


ถือเป็นโชคของคนบนเตียงที่มีมนุษย์ขับรถผ่านมาทำให้ส่งโรงพยาบาลได้ทัน...ถ้าช้ากว่านี้หน่อยต่อให้ผมช่วยก็คงไม่รอดง่ายๆแบบนี้หรอก...


‘คุณนี่ดวงดีจังนะ’พูดจบก็ส่งยิ้มไปยังชายตรงหน้า ทั้งที่ดวงตาสองข้างยังคงหลับสนิทอยู่แต่คิ้วกลับขมวดแน่นเหมือนกำลังฝันอะไรแย่ๆ


‘อย่าขมวดคิ้วสิคุณ’เส้นผมสีดำสนิทของคนบนเตียงถูกลูบเบาๆเป็นการกล่อมให้นอนหลับฝันดี


เมื่อคิ้วทั้งสองข้างคลายลงผมที่นั่งอยู่บริเวณหน้าท้องก็เปลี่ยนไปนั่งอยู่ปลายเตียงแทน...หน้าต่างบานใหญ่ถูกเปิดทิ้งไว้ทำให้เห็นท้องฟ้าที่มืดสนิทปราศจากดวงดาวมีแค่แสงจากดวงจันทร์ที่ส่องสว่างเข้ามาภายใน


ระหว่างที่มองไปยังท้องฟ้าภายในหัวก็คิดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น...


การที่เทพช่วยมนุษย์ต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนอันทัดเทียมกับการกระทำของตัวเอง


ตัวผมเลี่ยงที่จะช่วยเหลือมนุษย์มาตลอดเพราะเมื่อช่วยแล้วก็ไม่อาจแยกจากคนคนนั้นได้จนกว่าอีกฝ่ายจะตายไป...ว่าง่ายๆก็คือต้องอยู่กับมนุษย์ที่ถูกช่วยไปจนกว่าจะหมดอายุไขอีกรอบนั่นเอง


ถึงจะบอกว่าอยู่แต่ก็ไม่จำเป็นต้องใกล้กันตลอดเวลาแต่การที่อยู่ห่างร่างกายจะอ่อนแอลงเพราะพลังชีวิตของที่อยู่ภายในตัวเทพอย่างผมย้ายไปอยู่ในร่างของมนุษย์คนนั้นแล้ว...


ยิ่งอยู่ห่างเท่าไหร่ก็ยิ่งอ่อนแอลงเท่านั้น


‘เฮ้อ...พึ่งมาประเทศนี้ครั้งแรกก็ทำเรื่องซะแล้วสิ’ถึงจะบ่นไปแต่ก็ไม่เสียใจเลยได้ช่วยชีวิตผู้ชายคนนี้ไว้


ดวงตาสีฟ้าสดที่ทอประกายอย่างกล้าหาญยังคงติดตามาจนถึงตอนนี้...


‘รีบๆลืมตาขึ้นมาได้แล้ว’


หลายวันผ่านไปร่างบนเตียงก็ยังคงนอนหลับสนิทอยู่เหมือนเดิมแม้จะมีแพทย์มาตรวจก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจนผมที่ได้แต่นั่ง นอน ลอยอยู่ภายในห้องพักสี่เหลี่ยมเบื่อจนไม่รู้จะเบื่อยังไงแล้ว


ถ้าอยู่เงียบๆอาจจะรู้สึกดีขึ้นแต่หลังจากผ่านวันแรกไปห้องอันเงียบสงบก็ไม่สงบเหมือนเดิมเพราะมีมนุษย์ผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามากวนกันได้ทุกวี่ทุกวัน


แกร็ก


“ตินคะ!...อีฟมาเยี่ยมแล้วนะคะ!”เสียงสูงอันแสบแก้วหูตะโกนลั่นพร้อมกับประตูที่เปิดขึ้นอย่างแรง


“คุณอาริศาผมบอกแล้วไงว่าห้ามเข้ามาน่ะ”หนึ่งในชายที่เฝ้าอยู่หน้าห้องรีบเดินเข้ามาห้ามหญิงสาวที่เข้ามาเขย่าร่างคนป่วยบนเตียงแรงๆ


คนที่คอยเฝ้าอยู่หน้าห้องเหมือนจะเป็นบอดี้การ์ดของคนบนเตียงแถมไม่ได้มาแค่หนึ่งแต่ถึงสอง...บางวันก็เห็นมีมากกว่านั้นอีก


“ทำไมฉันจะเข้าไม่ได้ล่ะ นายคงไม่ลืมว่าฉันเป็นคู่หมั้นของตินหรอกนะ!”เธอหันไปตะโกนใส่คนด้านหลังเสียงกร้าว


“ผมไม่ลืมหรอกครับแต่ตอนนี้คุณตินต้องการพักผ่อน...ดังนั้นเชิญคุณออกไปเถอะ...จิมมาช่วยฉันหน่อย!”พูดจบก็ตะโกนชายอีกคนให้เข้ามาช่วยลากแขกไม่ได้รับเชิญออกไป


“ไม่นะ...ตินคะ...ไว้พรุ่งนี้อีฟจะมาหาใหม่นะคะ”นั่นคือประโยคสุดท้ายที่ได้ยินก่อนที่ทั้งห้องจะกลับมาสงบอีกครั้ง


‘ไปซะที...เล่นมาทุกวันไม่เบื่อบ้างรึไงนะ’


เมื่อห้องกลับมาสงบผมที่หลบอยู่มุมเพดานก็ลงมานั่งบนร่างของชายผมดำตามปกติ


สำหรับชื่อของผมนั้นมีมากมายจนไม่รู้ว่าชื่อไหนเป็นชื่อจริงกันแน่...ในแต่ละพื้นทีก็จะมีชื่อเรียกของเทพแห่งพฤกษาที่แตกต่างกันออกไปอย่างประเทศญี่ปุ่นผมถูกเรียกขานในชื่อของคุคุโนจินเทพแห่งต้นไม้ นอกจากชื่อนี้ก็ยังโอโรเมเทพแห่งผืนป่าหรือแพนก็เป็นอีกชื่อที่รู้จักกันในเทพแห่งธรรมชาติของชาวกรีกนั่นเอง


โดยส่วนตัวผมชอบให้เรียกว่าแพนด้วยเหตุผลง่ายๆคือสั้นกว่าชื่ออื่น


แม้เทพแพนของชาวกรีกจะให้คำบรรยายไว้ว่าเป็นครึ่งแพะครึ่งมนุษย์แต่ในความเป็นจริงก็อย่างที่เห็นเทพอย่างพวกเราก็มีรูปร่างเหมือนมนุษย์มีเพียงสีตาและสีผมที่ดูจะแปลกออกไปสักหน่อย


จากการที่เดินทางไปในหลายประเทศก็ได้พบเจอเทพเหมือนอย่างตัวเองมามากและมีหลายองค์ที่ถูกเรียกในชื่อเดียวกัน...พวกเราก็ไม่รู้หรอกว่าเกิดขึ้นมาได้ยังไง ที่รู้คือการดำรงอยู่ของเราคือการช่วยเหลือโลกใบนี้ด้วยพลังที่ได้รับมาตั้งแต่จำความได้


‘นี่ติน...ยังไม่ตื่นอีกเหรอ’พูดจบก็เอื้อมมือไปลูบใบหน้าคนป่วยอย่างเชื่องช้า


จากที่ฟังผู้หญิงที่ชื่ออีฟตะโกนเรียกทุกวันก็ทำให้รู้ว่าชายบนเตียงชื่ออะไร


ไม่แปลกที่ผู้หญิงคนนั้นจะดูตามติดอีกฝ่ายขนาดนี้...บอกว่าไม่มีใครติดก็คงแปลก ด้วยใบหน้าอันหล่อเหลานี่ไม่ว่าใครเห็นต่างก็หลงชอบกันทั้งนั้น


ตินอาจหล่อมากเมื่อเทียบกับมนุษย์ที่เคยเจอแต่สำหรับเทพหน้าตาจัดอยู่ในขั้นธรรมดา...ขอเติมค่อนไปทางหล่อหน่อยก็ได้


‘ทำไมยังไม่ตื่นอีกนะ’


นี่ก็ผ่านมานานแล้ว...ชักเป็นห่วงนิดหน่อยแล้วสิ


คงไม่ได้จะเป็นเจ้าชายนิทราหรอกใช่ไหม


“...อึก...”เสียงครางเบาๆนั่นทำให้มือที่กำลังสัมผัสใบหน้าอีกฝ่ายอยู่ชะงักก่อนจะชักมืออกแล้วมองดูดวงตาสีฟ้าสดที่ค่อยๆปรือลืมขึ้น


‘ตื่นแล้วๆ...’ผมถึงกับยิ้มกว่างทันทีที่เห็นเขาขยับร่างกาย


“...ที่นี่...”


‘ไม่ได้นะอย่าพึ่งลุกสิ!’แม้จะบ่นอีกฝ่ายแต่เพราะคนถูกบ่นไม่ได้ยินตอนนี้ผมเลยดูเหมือนกำลังพูดกับตัวเองอยู่


ร่างของคนบนเตียงลุกขึ้นมานั่งอย่างยากลำบาก มือข้างหนึ่งถูกยกขึ้นจับบริเวณหน้าอกที่มีบาดแผลเฉียดตายมาอยู่ เพียงแค่แตะดวงตาสีฟ้าก็หรี่ลงเพราะความเจ็บปวดทันที บริเวณบาดแผลที่ถูกพันผ้าไว้เริ่มมีเลือดไหลซึมออกมา


‘ก็บอกอยู่ว่าอย่าฝืนไง...คุณนี่ดื้อชะมัด’เป็นอีกครั้งที่เสียงบ่นดังขึ้น ดวงตาสีเขียวอ่อนของผมหรี่ลงอย่างใช้ความคิดก่อนจะได้ข้อสรุปง่ายๆออกมา


ปุ่มสีแดงที่มีไว้กดเรียกพยาบาลถูกกดโดยที่เจ้าของห้องไม่รู้ตัว เทพอย่างเราอาจเหมือนเป็นสิ่งโปร่งใสแต่ความจริงนั้นไม่ใช่ อย่างที่เคยบอกว่าพวกเรามีร่างเนื้อจริงๆเพียงแค่มีน้อยคนที่สามารถมองเห็นได้


ในความเป็นจริงเทพทุกองค์สามารถปรากฏตัวต่อหน้ามนุษย์ได้แต่ไม่มีใครหรอกที่อยากให้มนุษย์เห็น...


ถ้าอยากรับรู้ถึงเราก็จงศรัทธา เชื่อมั่นและปรารถนามันจากใจจริง


แกร็ก


“คุณติน!”เสียงเรียกของชายหนุ่มทั้งสองคนที่เฝ้าห้องอยู่ดังขึ้นทันทีเมื่อเปิดประตูเข้ามา คนที่เดินตามหลังทั้งคู่เข้ามาคือพยาบาลสองคน


“...กาย...จิม...”คนบนเตียงเรียกทั้งคู่


“คุณติน...เป็นยังไงบ้างครับ”ชายหนุ่มผมสีดำหน้าออกตี๋คนแรกเข้ามาถามอาการชิดขอบเตียง รู้สึกว่าคนนี้จะชื่อจิมนะ


“...ก็ดี”


‘ก็ดีที่ไหนกัน?!’ผมตะโกนแทรกประโยนนั้นสุดเสียง


คนที่ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงในการพยุงตัวขึ้นนั่งมีสิทธิพูดว่าก็ดีรึไง


ห่วงร่างกายตัวเองบ้างสิ!


“คุณกดเรียกพยาบาลใช่ไหมคะ”พยาบาลอายุมากคนหนึ่งถามพลางเดินเข้ามาใกล้เตียง


“...กด?...ฉันไม่ได้กดเรียก”คนถูกถามตอบกลับโดยที่คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากัน


“มือคุณตินอาจไปโดนก็ได้”บอดี้การ์ดอีกคนที่ชื่อกายบอก


“ไม่น่าใช่...ฉันยังไม่ได้เอื้อมมือไปแถวนั้นเลย”ตินตอบกลับ


อย่าพูดว่าไม่ได้เอื้อมมือเลย...แค่ขยับมือยังทำแทบไม่ได้ด้วยซ้ำ


“ยังไงก็ตามเดี๋ยวเราจะตามหมอมาตรวจร่างกายกับเตรียมอุปกรณ์ล้างแผลก่อนนะคะ...รอสักครู่ค่ะ”พูดจบพยาบาลทั้งสองคนก็เดินออกไป


“คุณติน!”เสียงทุ้มของชายทั้งสองคนดังขึ้นพร้อมกัน


“ว่ามา”


“ขอโทษด้วยครับที่พวกเราไร้ความสามารถ!”ทั้งคู่ตะโกนพร้อมกับก้มหัวขอโทษ


“...เงยหน้าเถอะมันไม่ใช่ความผิดของพวกนาย...คนที่ผิดคือฉันที่ประมาทจนเกิดเรื่องขึ้น”


“แต่ยังไงพวกเราก็มีส่วนที่ยอมให้คุณตินขับรถออกมาตามลำพังโดยไม่มีการอาลักขา”คนชื่อกายตอบ


“ฉันผิดเองที่อ่อนแอ...นี่ฉันหลับไปกี่วัน”


“เกือบสองอาทิตย์ได้ครับ”


“เหรอ...แล้วมีใครมาไหม?”ตินยังคงถามต่อ


‘มีสิผู้หญิงที่ชื่อีฟน่ะ!...รู้ไหมว่าเธอตะโกนเสียงดังขนาดไหนน่ะ!’พูดถึงเรื่องนี้แล้วยอมไม่ได้


เวลาสงบๆของผมถูกทำลายเพราะผู้หญิงเสียงเสียงแหลมคนนั้น


“มีครับ...คุณอาริศามาหาคุณตินทุกวันเลย”กายตอบด้วยใบหน้าเอือมๆ


“...ครั้งหน้าไม่ต้องให้เข้ามา”คนบนเตียงยื่นคำขาด


“ครับ”


“ช่วงนี้มีอะไรเกิดขึ้นไหม”


“ไม่มีครับ...ตอนนี้ทุกอย่างปกติมาก”ระหว่างพูดดวงตาสีน้ำตาลของกายสบเข้ากับดวงตาสีฟ้าที่มองไป


“จะบอกว่าปกติเกินไปสินะ”


“ครับ”


“...”คนบาดเจ็บหรี่ตาลงราบกับกำลังครุ่นคิดกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น


“คุณตินอย่าพึ่งคิดมากเลยครับ...ตอนนี้ควรพักผ่อนให้หายดีก่อน”คนชื่อจิมบอก


“ใช่ครับ...บาดแผลของคุณสาหัสมานะครับคุณทางทีมแพทย์ยังบอกเลยว่าที่รอดมาได้นี่คือปาฏิหาริย์น่ะ”กายพูดสมทบ


“ปาฏิหาริย์เหรอ...หึ...ไม่ใช่หรอก”


“...”คำพูดนั่นทำให้มนุษย์ทั้งสองคนยืนนิ่งไป


“ฉันไม่คิดจะตายแต่แรกแล้ว”


‘กล้าพูดเนอะคุณ!...ถ้าผมไม่ช่วยไว้ป่านนี้ได้ไปพบพระเจ้าแล้ว!’เป็นอีกครั้งที่ผมพาร่างลอยลงมาจากด้านบนเพื่อบ่นคนที่ไม่คิดสำนึกบุญคุณ


“คราวนี้พวกเราจะปกป้องคุณอย่างสุดความสามารถครับ”


“อืม...”พอพูดจบประตูห้องพักก็ถูกเปิดออกโดยมีหมอและพยาบาลอีกสองเดินเข้ามาทำการตรวจเช็คร่างกายคร่าวๆพร้อมจัดการเปลี่ยนผ้าพันแผล เห็นพูดว่าถ้าอยากให้แน่นอนก็ต้องรอให้ฟื้นตัวกว่านี้ก่อนถึงจะสามารถสแกนหรือเอ็กซเรย์ได้


หลังจากที่ทุกอย่างเสร็จสิ้นทั้งห้องก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้งผมเลยพาร่างตัวเองลงมานั่งบนตัวของคนบนเตียงเหมือนอย่างทุกทีเพียงแต่ครั้งนี้ดวงตาสีฟ้านั่นไม่ได้ปิดอยู่เหมือนเคยซึ่งก็ดีแล้ว...


ก็คิดแบบนั้นจนอีกฝ่ายเอาแต่นั่งทำหน้าเครียดมาเกือบสองชั่วโมงตั้งแต่ที่หมอและพยาบาลออกไป


ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่...


ที่รู้แน่ๆเลยคือเรื่องที่คิดอยู่นั้นเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ผมเจอเขาโดนยิงจนเกือบตายแน่ และจากที่ฟังบทสนทนาเหล่านั้นก็ยิ่งสันนิษฐานง่ายขึ้น


ตินกำลังถูกคนเอาชีวิตอยู่


‘อย่าทำหน้าเครียดแบบนั้นสิ’ผมพึมพำเสียงเบาโดยที่มองไปยังคนตรงหน้าที่นั่งขมวดคิ้วอยู่


มือของผมเอื้อมไปสัมผัสบริเวณคิ้วทั้งของข้างที่ขมวดเข้าหากันแน่แล้วลูบเพื่อคลายคิ้วพวกนั้น...เหมือนการกระทำนั้นจะยิ่งทำให้อีกฝ่ายขมวดคิ้วมากกว่าเดิมแถมยังยกมือขึ้นมาแตะบริเวณที่ถูกลูบด้วย


หรือว่าตินจะรู้ว่าผมสัมผัสเขากันนะ


ไม่หรอก...คนที่ดูไม่เชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติแบบนี้ไม่มีทางรู้ได้แน่


‘นอนได้แล้ว...ติน’แค่พูดอย่างเดียวคงไม่สามารถสื่อให้เข้าใจได้ผมเลยจัดการลอยไปดับไฟให้ทั้งห้องนั้นถูกล้อมด้วยความมืด
“...ไฟดับ...ไม่สิ...ข้างนอกยังติดนี่”เสียงทุ้มพึมพำอย่างสงสัย


‘หมดเวลาสงสัยแล้ว’ผมไม่ยอมให้เขาฝืนร่างกายไปมากกว่านี้แน่ดังนั้นผมเลยจัดการขึ้นไปนั่งบนตัวอีกฝ่ายแล้วผลักจนร่างนั้นนอนราบลงที่เตียง


“ใครน่ะ?!”ตินตะโกนพร้อมกับเด้งตัวขึ้นมาอีกรอบ


ให้ตายสิ


แบบนี้เมื่อไหร่จะได้นอนสักทีล่ะ


‘นอนได้แล้วพ่อคนขี้สงสัย’เป็นอีกครั้งที่ผมค่อยๆผลักเขานอนลงกับเตียงก่อนจะใช้มือลูบเส้นผมสีดำสนิทตรงหน้าเหมือนอย่างทุกวัน


“...ใครกัน?”อีกฝ่ายยังคงพึมพำอย่างระแวงแต่เมื่อผ่านไปสักพักดวงตาสีฟ้าสดก็ค่อยๆปิดลง


‘ผมชื่อแพน’ถึงจะบอกแบบนั้นก็คงไม่ได้ยินอยู่ดี


ผมได้แต่ลูบเส้นผมสีดำสนิทนั่นเรื่อยๆจนเสียงของลมหายใจเริ่มเปลี่ยนไป...เสียงแบบนี้คงจะหลับสนิทแล้วสินะ


‘ทำให้เหนื่อยตลอดเลยนะ’


วันรุ่งขึ้นตินก็ถูกเหล่าหมอและพยาบาลเข้ามาตรวจอีกครั้ง...จากที่ฟังวันนี้จะให้น้ำเกลือเป็นวันสุดท้ายพรุ่งนี้จะเริ่มให้กินอาหารเหลวได้แล้ว ทั้งที่กำลังพูดเรื่องสำคัญอยู่คนป่วยก็เอาแต่ทำหน้านิ่งพยักหน้าตอบไปบ้างเป็นบางครั้งราวกับไม่ได้สนใจเรื่องที่หมอพูดเท่าไหร่นัก


“กาย”ตินเรียกหนึ่งในบอดี้การ์ดให้เข้ามาหาหลังจากที่หมอออกไปแล้ว


“ครับ...มีอะไรรึเปล่าครับ”


“เมื่อคืนมีใครเข้ามาไหม”คำถามนั้นทำให้ผมที่นั่งอยู่ปลายเตียงหันไปมองคนถามอย่างรวดเร็ว


นี่คิดว่ามีคนย่องเข้าห้องเหรอ


“ไม่มีครับ”กายตอบกลับด้วยความแน่ใจ


“งั้นเหรอ...”


“เอ่อ...มีอะไรเกิดขึ้นเหรอครับ”คนสนิทถามต่อ


“...ห้องนี้เคยมีอะไรเกิดขึ้นไหม”นิ่งไปสักพักตินก็ถามออกไป


“อะไรนี่คือ”


“พวกคนตาย”


‘อุ๊บ...ฮะฮะฮะ...นี่คิดว่าผมเป็นผีเหรอติน’ผมถึงกับหัวเราะเสียงดังลั่นเมื่อรู้ความหมายของคำถามเหล่านั้น


เอาผมไปรวมกับวิญญาณที่ยังมีห่วงพวกนั้นก็แย่สิ


“...”คนที่ถูกถามถึงกับอึ้งไปราวกับไม่คิดว่าจะได้ยินคำถามนี้ออกมาจากเจ้านายของตัวเอง


“ว่าไงล่ะ”ตินยังคงถามย้ำ


นี่ท่าจะระแวงผมมากอยู่แฮะ


“...ผมขอไปสืบสักครู่นะครับ”พูดจบกายก็ขอตัวออกไปนอกห้อง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคงไปหาสืบเรื่องของห้องพักนี้แน่ๆ


คำตอบที่ตินต้องการผมสามารถตอบได้ทันทีว่าถึงจะมีคนตายแต่ไม่มีวิญญาณอยู่หรอก...


ที่มีก็แค่เทพองค์หนึ่งที่จะอยู่ด้วยกันไปตลอดอายุไขเท่านั้นเอง


‘ในช่วงบ่ายนั้นช่างเงียบสงบซะจริงๆ’ผมพึมพำพลางลอยตัวไปมาภายในห้องสีขาวแห่งนี้


“...ทำไมฉันถึงเข้าไม่ได้ล่ะ?”


‘เสียงนั่นมัน...’ดวงตาสีเขียวอ่อนหันไปมองยังประตูห้องพักอย่างรวดเร็วเมื่อรู้ว่าเสียงแหลมๆข้างนอกห้องนั่นเป็นใคร


ไม่นะ...ความสงบของผม


“ตอนนี้คุณตินกำลังพักผ่อนอยู่ครับ...แล้วเขาก็สั่งมาว่าไม่ให้คุณเข้าไปเยี่ยม...”


“ว่างไงนะ...ตินฟื้นแล้ว”


“เดี๋ยวครับคุณอาริศา”



ปัง!


“ตินคะ!”ดูเหมือนบอดีการ์ดทั้งสองคนจะห้ามไม่อยู่สินะ


“...มาทำไม”คำทักทายแรกทำให้คนที่เดินเข้ามาถึงกับชะงักก่อนจะยิ้มกว้างออกมา


‘จัดการเลยติน’เอาความสงบของผมคืนมา


“อีฟคิดถึงตินนี่คะ”เธอไม่พูดเปล่า สองขานั้นก้าวเข้ามาตินในชุดรัดรูปกระโปรงสั้นกุด...ไม่นานเธอก็นั่งลงบนเตียงข้างติน
ส่วนผมนั้นลอยขึ้นไปอยู่ที่มุมเพดานแล้ว


“กลับไปซะ”คนป่วยบนเตียงพูดเสียงห้วน


“แต่อีฟพึ่งมา...”


“ฉันบอกให้กลับไป”ฝ่ายหญิงถึงกับตัวสั่นเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรำคาญและหงุดหงิดนั่น


“...ไว้อีฟจะมาใหม่นะคะ”เธอพูดเสียงสั่นก็จะเดินคอตกออกไป


เยส...ความสงบกลับมาแล้ว


“ขอโทษครับที่ให้เธอเข้ามาได้”กายรีบเข้ามาเอ่ยขอโทษ


“พวกเราไม่ชินกับการใช้กำลังกับผู้หญิงเท่าไหร่...แต่ครั้งหน้าจะไม่ให้เข้ามาได้ครับ”จิมพูดต่อ


“ก็ดี...กายเรื่องที่ให้หาล่ะ”ตินเปลี่ยนหัวข้อการสนทนา


“ครับ...จากที่ไปถามพยาบาลมาเห็นว่าห้องนี้เคยมีคนเสียชีวิตแต่ก็นานหลายปีแล้วครับ”


“ตายเพราะอะไร”


“...เอ่อ...รู้สึกว่าจะโรคชราครับ”แม้กายจะรู้สึกสงสัยแต่ก็ตอบกลับไป


“แปลว่าไม่มีห่วงอะไรสินะ”เสียงพึมพำของตินทำเอาผมยกยิ้มขึ้นมา


ใจหนึ่งก็อยากจะเปิดเผยทุกอย่างให้ตินรู้ไปเลยเพราะการอยู่ด้วยกันยาวๆแต่ไม่สามารถคุยกันได้นี่ทำให้ผมเหงาอยู่พอสมควร


“คุณติน...มีเรื่องอะไรกันแน่ครับ”กายยังคงตื้อถาม


“เปล่า...ออกไปได้แล้ว”


“...ครับ”ทั้งคู่เหมือนไม่ได้เชื่อคำโกหกนั้นแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลยต้องเดินออกจากห้องไปเงียบๆ


พอทุกอย่างกลับมาเงียบสงบตามเดิมผมก็ลอยตัวลงมามองหน้าคนบนเตียงที่ตอนนี้ขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันแน่นกว่าเมื่อคืนซะอีก...


‘เครียดอะไรอีกล่ะ...นอนพักดีกว่ามั้ง’ผมบอกพลางนั่งทับบริเวณขาแล้วมองไปยังด้านนอกที่ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าสวยคล้ายกับดวงตาของติน


มองออกไปสักพักก็หันกลับไปมองยังหัวเตียงแต่คิ้วทั้งสองข้างก็ยังขมวดเข้าหากันอยู่


‘เฮ้อ...ต้องให้ช่วยอยู่เรื่อย’ผมขยับเข้าไปใกล้ตินมากขึ้นแล้วเอื้อมมือไปลูบระหว่างคิ้วทั้งสองข้างที่ผูกกันเบาๆ เพียงแค่นั้นคนบนเตียงก็เบิกตากว้างพร้อมหันมองซ้ายขวาด้วยความระแวง


การกระทำนั้นทำให้ผมรู้ว่าเขาสามารถรับรู้ถึงสัมผัสของตัวเองได้


“...สัมผัสนี่อีกแล้ว”


‘ติน...อย่าได้กลัวเลย...ผมไม่ได้ทำอะไรคุณหรอกนะ’มือที่ชักกลับมาถูกเอื้อมไปสัมผัสใบหน้าของคนบนเตียงเบาๆอีกรอบ


“...ใครกัน...ทำไมฉันมองไม่เห็น”


‘ที่มองไม่เห็นเพราะคุณไม่ได้อยากจะมองผมจริงๆไง’ผมตอบคำถามนั่นโดยที่ยังคงลูบใบหน้าตินอยู่


“...”มือของอีกฝ่ายยกขึ้นแล้วทาบลงบนมือผมแต่เพราะไม่มีความคิดอันแรงกล้าทำให้ไม่สามารถแตะผมได้อย่างที่ต้องการ


‘คุณควรนอนพักได้แล้วนะ’


มือที่ลูบถูกชักกลับก่อนจะดันร่างของตินให้นอนแผ่ลงบนเตียงแล้วเปลี่ยนมาลูบเส้นผมสีดำสนิทนั่นเหมือนทุกครั้ง...ทันทีที่ถูกลูบดวงตาสีฟ้าสดที่ระแวงสงสัยก็กลายเป็นความผ่อนคลายในไม่ช้า คิ้วที่ขมวดเข้าหากันก็เริ่มคลายตัวบ้างแล้ว


‘ดูจะชอบให้ลูบสินะ’


“...มันเป็นแค่ความเพ้อของฉันรึเปล่า”ริมฝีปากขยับถามเสียงแผ่ว


‘ไม่เลย...มันเป็นความจริง’


“นี่...ถ้ามันเป็นเรื่องจริง...”


“...ช่วยพิสูจน์ให้ฉันรู้ที”ประโยคนั้นดังขึ้นพร้อมกับดวงตาที่ปิดลง


พิสูจน์เหรอ


นั่นสินะ...


เอายังไงดี


จะให้เผยตัวออกไปตรงๆก็คิดว่ายังไม่เหมาะ


ผมไม่ชอบการให้มนุษย์เห็นตัวนัก...จะพูดให้ถูกก็ไม่ใช่แค่ผมหรอกเทพทุกองค์ต่างก็ไม่ชอบเผยตัวตนต่อหน้ามนุษย์ทั้งนั้นแหละ
ดวงตาสีเขียวอ่อนของผมมองไปยังคนที่นอนหลับตาอยู่บนเตียงอย่างใช้ความคิดก่อนจะเลื่อนมามองยังมือที่แบอยู่ด้านข้าง มือข้างนั้นทำให้ผมคิดอะไรดีๆขึ้นมาได้...


ในเมื่อตินรับรู้ถึงสัมผัสของผมได้ก็ลองใช้วิธีนี้ดูละกัน


มือที่ลูบเส้นผมสีดำสนิทอยู่เปลี่ยนมาจับมือข้างหนึ่งให้ยกขึ้น การกระทำนั้นทำให้ดวงตาสีฟ้าสดที่ปิดเปิดขึ้นพร้อมเด้งตัวลุกอย่างรวดเร็ว


“...มือมัน...”เขามองมายังมือของตัวเองที่ถูกจับยกขึ้นอย่างอึ้งๆ


ผมปล่อยให้ตินหายตกใจสักพักก่อนจะใช้มือที่เหลืออีกข้างเขียนสัญลักษณ์ง่ายๆลงไปเพียงตัวเดียว...แต่แค่ตัวเดียวก็สามารถใช้สื่อทุกอย่างที่เขาอยากรู้ได้แล้ว


/


เครื่องหมายถูกเขียนตัวใหญ่ลงไปอย่างเชื่องช้า...เป็นการแทนคำพูดที่บอกว่าสิ่งที่อีกฝ่ายสงสัยมันเป็นความจริงที่มีคนอยู่ข้างๆ


“...เครื่องหมายถูก...หมายถึงถูกต้องสินะ”คนบนเตียงพึมพำ


‘ฉลาดดีนี่’ผมเอ่ยชม


“นายเป็นใคร”คำถามต่อมาทำเอาคิดหนัก


ถ้าจะให้อธิบายทั้งหมดคงจะยาวจนจับใจความยากแน่


งั้นก็ขออธิบายสั้นๆละกัน


นิ้วเรียวเขียนไปบนฝ่ามือของตินอีกครั้ง...


P A N


ตัวอักษรทั้งสามตัวถูกเขียนตามลำดับอย่างชัดเจน...อีกฝ่ายคงจะเข้าใจสิ่งที่ผมต้องการจะสื่อนะ


“...พี...เอ...เอ็น...ตัวย่อของอะไรสินะ”


‘บู้ๆ...ผิดแล้วติน’


ผมรีบแก้ความเข้าใจโดยจับมือข้างเดิมขึ้นมาแล้วเขียนสัญลักษณ์ลงไปอีกหนึ่งตัว


X


“...เอ็กซ์...ไม่สิ...กากบาทสินะ...จะบอกว่าที่ฉันพูดผิดละสิ”


‘เยี่ยมมาก...เดาถูกแล้วติน’ผมละอยากชูนิ้วโป้งให้อีกฝ่ายจริงๆ


“ถ้าไม่ใช่ตัวย่อก็คงเป็นชื่อของนาย...พี...เอ...เอ็น...แพน”เสียงทุ้มพูดชื่อของผมขึ้นมาพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมาจนดวงตาของเราประสานกัน จะให้พูดคงมีแค่ผมที่เห็นว่าดวงตาของเราประสานกัน


รอยยิ้มของผมปรากฏขึ้นก็จะเขียนตัวอักษรอีกตัวลงบนฝ่ามือของตินอีกครั้ง...


/


เครื่องหมายถูกที่แสดงถึงความถูกต้อง


นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้ถูกมนุษย์เรียกชื่อว่าแพน


รู้สึกดีนิดหน่อยแฮะ


การที่ช่วยมนุษย์คนนี้อาจจะเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วก็ได้

..................................................................................

มาต่อแล้วกับตอนแรกของเรื่อง

สำหรับตอนนี้รู้สึกขำเวลาแต่ง นายเอกของเราพูดบ่นเรื่อยเปื่อยแต่ไม่มีใครได้ยินสักคน

ส่วนพระเอกที่มองไม่เห็นแต่สัมผัสได้ว่ามีอะไรอยู่ข้างๆคงหลอนไม่น้อย555

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะค่อยๆอัพขึ้นทีละน้อย

เราจะมาอัพทุกวันจันทร์นะคะ

ฝากผลงานเรื่องใหม่ของเราด้วย

และช่วยติดตามเพจเราหน่อยน้า >>nicedog

เราจะอัพเดทการอัพผ่านทางเพจค่ะ

ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้า

บ๊ายบาย :bye2:

nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪

ออฟไลน์ J029

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-1
ติดตามจ้า นายเอกแลดูน่ารักน่าเอ็นดู

ออฟไลน์ double9JH

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1810
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-7
ตินมีความระแวง  5555

ส่วนแพนพูดคนเดียวทั้งตอน :laugh:

อยากให้เห็นกันเร็วๆจังง~

 :mew1:

ออฟไลน์ เป็ดอนุบาล

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1402
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
อยากอ่านต่อมากกกกกก
มีความลุ้นอ่ะว่าจะออกมาในทิศทางไหน :mew1: :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ mochimanja2

  • มึน
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 137
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
น่าสนุก มาต่อไวๆน๊า  :L2:

ออฟไลน์ nicedog

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 588
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +366/-0
สัมผัส{❤}ครั้งที่2



ช่วงเช้าของวันต่อมาอาหารอ่อนๆถูกยกมาเสิร์ฟถึงบนเตียงคนป่วย...สีหน้าของคนป่วยที่เห็นอาหารเหลวๆราวกับถูกจับทุกอย่างที่มีใส่เข้าเครื่องปั่นดูตลกมากจนผมที่มองอยู่ถึงกับหัวเราะลั่นอย่างไม่กลัวใครได้ยิน


‘อย่าเลือกกินนะ’ถึงจะบ่นแต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ยินอยู่ดี


เมื่อวานนี้พวกเราไม่ได้คุยอะไรกันมากนักหลังจากที่ถูกรับรู้ตัวตน ร่างกายของตินยังอ่อนแอและคงรับเรื่องพวกนี้ยังไม่ค่อยได้ผมเลยให้เวลาเขาได้พักผ่อนโดยทำเพียงลูบเส้นผมสีดำสนิทเหมือนอย่างทุกคืน


แม้ตินจะรู้ว่ามีผมอยู่แต่ก็ไม่ได้มีท่าทีเปลี่ยนไป...ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม


ไม่มีคำพูดคุยระหว่างเรา


ไม่แน่นะ...เขาอาจจะคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นแค่ความฝันก็ได้


จึก จึก จึก


ผมในชุดยูกาตะสีเหลืองเข้มลอยลงมาอยู่ข้างเตียงก่อนจะจัดการใช้นิ้วชี้จิ้มไปยังแก้มสีขาวของคนตรงหน้าอย่างนึกแกล้ง
นั่งอยู่มาจะสิบนาทีแล้วยังไม่กินสักทีเดี๋ยวพยาบาลก็มาเก็บไปหรอก


“...อะไร”เสียงทุ้มถามพลางหันมามองยังแก้มข้างที่ถูกจิ้ม แม้จะหันมาแต่ดวงตาสีฟ้าสดนั่นก็ไม่ได้สะท้อนภาพของผมอยู่


แปลว่ายังมองไม่เห็นสินะ


มองไม่เห็นแต่สามารถรับรู้ถึงสัมผัสได้


น่าน้อยใจนิดๆแฮะ


จึก จึก จึก


‘พยายามอีกหน่อยสิติน’ในเมื่อรับรู้ได้อีกไม่นานต้องมองเห็นแน่


ตั้งใจกว่านี้หน่อย...รู้ไหมว่าการไม่มีใครพูดด้วยมาหลายอาทิตย์นี่มันรู้สึกแย่มากนะแถมห้องก็อยู่ตั้งชั้น10เกือบบนสุดทำให้ไม่มีพวกต้นไม้เป็นเพื่อนคุยเลย


จึก จึก จึก


‘เหงาจังติน’ผมยังคงจิ้มแก้มข้างเดิมพลางบ่นเสียงเบื่อออกไป


“...จะจิ้มอีกนานไหม”เสียงทุ้มดูจะเริ่มหงุดหงิดแล้วแต่มีเหรอที่ผมจะกลัว


จึก จึก จึก


‘นี่ติน...เบื่อจังเลย’


“แพน!”นิ้วที่จิ้มแก้มถึงกับชะงักเมื่อถูกอีกฝ่ายตะโกนเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด


นี่ผมทำให้เขารำคาญสินะ


นั่นสิ...โดนสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้คอยแกล้งไม่ว่าใครก็คงรู้สึกแย่กันทั้งนั้น


‘ขอโทษนะ...จะไม่แกล้งแล้ว’ผมบอกก่อนจะใช้มือข้างเดิมสัมผัสใบหน้าอีกฝ่ายเบาๆแทนคำพูดก่อนจะลอยตัวขึ้นไปอยู่แถวเพดานสีขาวสะอาดตาอีกรอบ


ห้องสี่เหลี่ยมแคบๆแบบนี้ไม่มีอิสระเอาซะเลย...


‘อยากออกไปข้างนอกจัง’ผมพึมพำกับตัวเองเบาๆ


อยากไปก็จริงแต่ถ้าออกห่างมากไปคงแย่...


งั้นก็ไม่ต้องห่างมากสิ


เมื่อคิดได้แบบนั้นผมก็ลอยออกจากกระจกหน้าต่างลงไปยังสวนด้านล่างที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่เล็กและดอกไม้บานหลากสีสัน...ภาพที่เห็นเรียกร้อยยิ้มให้กลับมาอีกครั้ง


‘นั่นท่านเทพนี่นา’ต้นไม้ใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง


‘ไหนๆ...ฉันหันไปมองไม่ได้ท่านเทพหน้าตาเป็นยังไง’ดอกไม้สีฟ้าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามถามด้วยน้ำเสียงอยากรู้


‘บอกหน่อยๆ’เสียงเอ็กโค่ของดอกอื่นๆดังตามมาติดๆ


‘สวัสดี’ผมไม่รอให้ต้นไม้นั้นบอกแต่ลอยไปอยู่ตรงกลางระหว่างดอกไม้หลากสีสันที่อยากเห็นผมแทน


ในเมื่ออยากเห็นก็จะให้เห็นจนพอใจเลย


‘ว้าว...ท่านเทพน่ารักจัง’คำชมจากนกกระจอกตัวหนึ่งทำเอาผมหันควับไปมองอย่างเคืองๆ


‘ไม่ได้น่ารักนะ...บอกว่าหล่อสิ’ผมเถียงนกตัวเดิมกลับไป


คำว่าน่ารักเหมาะจะใช้กับผู้หญิงมากกว่าผู้ชายแบบผม


‘ไม่หล่อๆ...ท่านเทพน่ารัก’


‘จริงด้วย...น่ารักๆ’นกกระจอกตัวเดิมพูดอีกรอบก่อนจะตามด้วยเหล่าดอกไม้และต้นไม้นับร้อย


‘ไม่ได้น่ารักนะ!’แม้ว่าจะเถียงกลับไปแค่ไหนคำว่าน่ารักก็ยังไม่เปลี่ยนไปจนผมได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเซงๆ แค่มีรูปร่างที่ดูบอบบางกว่าเทพองค์อื่นนิดหน่อยกับผิวสีขาวอมชมพูแค่นี้ก็ทำให้ดูน่ารักซึ่งในความจริงเทพที่เป็นผู้หญิงน่ารักกว่านี้ตั้งเยอะ


ถ้าให้เทียบก็พอๆกับจินตนาการของมนุษย์ที่วาดภาพของนางฟ้าล่ะนะ


‘นี่ๆท่านเทพ’ดอกไม้สีชมพูสวยเรียก


‘อะไรเหรอ’


‘ท่านช่วยแบ่งพลังสักนิดให้พวกเราหน่อยได้ไหม’


‘เกิดอะไรขึ้น?’ผมถามกลับด้วยความสงสัย


‘ช่วงนี้ฝนไม่ค่อยตกพวกเราเลยรู้สึกไม่ค่อยสดชื่นเท่าไหร่’ดอกไม้สีชมพูดอกเดิมตอบ


‘แถมแดดตอนกลางวันก็แรงมาจนพวกเราแห้งเหี่ยวไปหมดแล้ว’ดอกสีเหลืองพูดบ้าง


‘ช่วยพวกเราหน่อยนะท่านเทพ~’ประโยคนี้เหล่าต้นไม้เล็กใหญ่ต่างประสานเสียงกันจนคนฟังอย่างผมหลุดหัวเราะออกมา


‘ไม่ต้องขอขนาดนั้นก็ได้...เดี๋ยวจะแบ่งพลังให้นะ’ผมบอกพลางลอยลงมานั่งอยู่บริเวณพื้นดิน มือทั้งสองข้างวางทาบลงด้านบนหน้าดินก่อนจะหลับตาตั้งสมาธิ...


แสงสีเขียวที่มีเพียงพวกเราที่สามารถมองเห็นปรากฏขึ้นพร้อมๆกับพลังของผมไหลลงไปยังผืนดินของสวนแห่งนี้...เทพอย่างพวกเราต่างมีหน้าที่เป็นของตัวเองซึ่งหน้าที่นั้นก็จะสอดคล้องกับพลังที่มี


อย่างผมมีพลังในการฟื้นฟูและเสริมกำลัง


ไม่ว่าจะเป็นพืช สัตว์ ต้นไม้ ดอกไม้หรือแม้แต่มนุษย์ผมก็สามารถรักษารวมถึงฟื้นพลังให้ได้


ตอนอยู่ญี่ปุ่นการมอบพลังให้แก่ผืนดินเพื่อช่วยเหล่าพืชพรรณเป็นสิ่งที่ทำอยู่เป็นประจำ


‘ขอบคุณท่านเทพ’น้ำเสียงของพวกต้นไม้ดูสดชื่นกว่าเดิมมาก


ผมเองก็ยิ้มรับด้วยความดีใจที่ได้ช่วยเหลือพวกเขา...ตลอดช่วงบ่ายผมอยู่คุยกับพวกเขาจนลืมเวลาไปเลยรู้ตัวอีกทีพระอาทิตย์ก็กำลังจะตกดินซะแล้ว


‘ไว้เจอกันใหม่นะ’


บอกลาเสร็จผมก็ลอยขึ้นไปยังชั้น10ซึ่งเป็นห้องพักของมนุษย์ที่ได้ช่วยเหลือไว้ จากการช่วยเหลือเหล่าพืชพรรณผมได้รับดอกกุหลาบสีชมพูดอกหนึ่งมาเป็นของตอบแทนด้วยถึงจะไม่อยากรับแต่เพราะถูกคะยั้นคะยอเลยต้องรับไว้อย่างเสียไม่ได้


‘หวังว่าจะกินข้าวแล้วนะ’เป็นอีกครั้งที่ผมพึมพำ


“...แพน”เสียงเรียกชื่อนั้นดังขึ้นพร้อมกับผมที่กลับเข้ามาในห้องพอดี


ภายในห้องตอนนี้เหมือนตอนก่อนออกไปทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นตินที่นั่งอยู่บนเตียงหรือถาดอาหารที่วางอยู่โดยไม่ถูกแตะ จากที่มองคงเป็นของมื้อเย็นแล้ว ที่เหมือนไม่เหมือนเดิมมีแค่ตอนนี้คนบนเตียงแบมือออกมาพร้อมเอ่ยเรียกผม


“...แพน”


นี่เป็นครั้งแรก...ที่ถูกอีกฝ่ายเรียกหาแบบนี้


ผมอมยิ้มเล็กก่อนจะลอยไปข้างเตียงช้าๆ


“นี่ไม่อยู่หรือไม่อยากยุ่งกับฉันแล้วกันแน่”ตินยังคงพูดโดยที่มองไปยังฝ่ามือของตัวเอง


‘ติน...’อย่าบอกนะว่าเรียกผมตลอดน่ะ


“...แสดงตัวออกมาหน่อยสิ...แพน”


หมับ!


สิ้นคำพูดนั่นผมก็กุมมืออีกฝ่ายไว้แน่นจนดวงตาสีฟ้าสดเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย จากที่มองใบหน้าที่ตรึงเครียดเริ่มผ่อนคลายลงทีละน้อย


“...ขอโทษที่ตะโกนใส่”


‘ติน...’ผมถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินคำว่าขอโทษนี่


“โกรธรึเปล่า”อีกฝ่ายยังคงถาม


ฝ่ามือของตินถูกจับให้แบบออกก่อนที่ผมจะไล่นิ้วเขียวตัวอักษรเพียงตัวเดียงลงไปเหมือนเมื่อวาน...


X


‘ไม่โกรธ’อยากจะบอกแบบนั้น


หวังว่าจะเข้าใจนะ


“ถ้าไม่โกรธแล้วหายไปไหนมา”


คำตอบของคำถามต่อมาทำเอาผมคิดหนักว่าจะย่อเขียนลงฝ่ามือว่ายังไงดี...


ไปคุยกับต้นไม้และดอกไม้ข้างล่างมา


ออกไปสูดอากาศข้างนอกมาก


อยู่ในห้องเบื่อเลยออกไปเที่ยว


ไม่ว่าจะเป็นประโยคไหนที่คิดได้ก็ยาวเกินกว่าจะเขียนลงไปได้


มีอะไรที่พอจะสื่อข้อความเหล่านั้นออกไปในไม่กี่ตัวอักษรไหมนะ


“...ตอบไม่ได้เหรอ”


‘นี่ก็เร่งจริง’ผมบ่นออกไป


ขอเวลาคิดหน่อยสิ


ดวงตาสีเขียวอ่อนของผมหันซ้ายขวาเพื่อหาตัวช่วยก่อนจะนึกได้ว่ามีของที่พึ่งได้รับมานี่นา...


มือข้างที่ว่างเอื้อมไปคว้าดอกกุหลายสีชมพูที่ถูกเหน็บไว้ตรงสายคาดเอวด้านหลังมาแล้ววางดอกไม้ดอกนั้นลงบนฝ่ามือของติน พอผมปล่อยมือที่จับก้านไว้ออกดอกกุหลาบสีชมพูก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าตินทันที


วัตถุที่ถูกเทพอย่างพวกเราสัมผัสจะไม่สามารถมองเห็นได้มีเพียงมนุษย์ที่สามารถมองเห็นพวกเราเท่านั้นที่จะมองเห็นวัตถุเหล่านั้นได้


“...ดอกกุหลาบ?”


‘ใช่ๆ...ผมให้คุณละกัน’ผมตอบพลางพยักหน้าขึ้นลง


“ไปขโมยมา?”


ผั๊วะ!


‘บ้าสิ’คำพูดนั่นทำให้ผมง้างมือตบที่ไหล่อีกฝ่ายแรงๆเป็นการลงโทษ


“...ขอบคุณ...”เสียงพึมพำนั้นดังขึ้นโดยที่ดวงตาสีฟ้าสดนั้นมองมายังกุหลาบสีชมพูหนึ่งดอกด้วยแววตาที่ไม่สามารถบอกได้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่


‘ติน...’


“มีเรื่องอยากถามหน่อย”นิ่งไปสักพักตินก็พูดขึ้นอีก


‘อะไร’


“นายเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย”


‘จะว่าไปยังไม่ได้บอกนี่นะ...แล้วคุณคิดว่าผมเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะ’ผมถามแม้จะไม่ได้คำตอบแต่ก็เรียกรอยยิ้มออกมาได้
ถ้าให้เดาก็ไม่อยากหรอก...ผู้ชายทุกคนมักจะชอบให้มีผู้หญิงมาอยู่ข้างๆอยู่แล้ว


ผมจับฝ่ามือของตินให้ยกขึ้นก่อนจะเขียนสัญลักษณ์ไปหนึ่งตัว...


?


เครื่องหมายคำถามถูกส่งกลับไปด้วยความอยากรู้


“เครื่องหมายคำถามเหรอ...ให้ฉันทายใช่ไหม”


ครั้งนี้ผมเขียนเครื่องหมายถูกเป็นการบอกว่าใช่แล้ว


“...นั่นสิ...นิสัยขี้แกล้งน่าจะเป็นผู้หญิง...”


‘เข้าใจผิดแล้วติน...ไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่ชอบแกล้งหรอกนะ’


“แต่มาคิดอีกที...เป็นผู้ชาย...”คำตอบที่เปลี่ยนไปนั้นทำให้คิดทั้งสองข้างของผมขมวดเข้าหากัน


นิ้วชี้กดเขียนเครื่องหมายเดิมลงไปด้วยความสงสัย...


?


‘ทำไมถึงคิดว่าเป็นผู้ชายล่ะ’


“...เครื่องหมายคำถามอีกแล้ว...นี่ฉันต้องมานั่งทายอะไรเนี่ย...”แม้จะมีเสียงรำคาญส่งมาแต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไรเพราะอีกฝ่ายยังขมวดคิ้วเพื่อคิดข้อความแทนเครื่องหมายนั้นอย่างเต็มที่


‘พยายามหน่อยติน’ขอให้กำลังใจหน่อยละกัน


“ให้เดาคงถามว่าทำไมคิดว่าเป็นผู้ชายใช่ไหม”


‘ถูกต้องนะครับ’ผมจับมือของตินขึ้นลงเร็วๆเป็นการบอก


“...หยุดเขย่าน่า”มือที่เขย่าอยู่หยุดทันที


“...ถ้าถามว่าทำไม...ก็คงบอกได้แค่รู้สึกแบบนั้น”


‘...’ผมที่รอฟังรู้สึกเหมือนใบหน้าร้อนขึ้นเล็กน้อยก่อนจะยิ้มกว้างออกมา





สัญลักษณ์แสดงถึงเพศชายได้ถูกเขียนลงบนฝ่ามือเป็นคำตอบสุดท้าย


“ฉันทายถูก”คนทายถูกยิ้มมุมปากเล็กน้อย


ถ้าพวกเรามองเห็นกันได้คงจะได้เห็นภาพที่ทั้งผมและเขาต่างยิ้มออกมาแน่ๆ


หลายวันผ่านไปร่างกายของตินที่ไม่สามารถขยับได้มากก็ค่อยๆฟื้นตัวขึ้นจนตอนนี้สามารถลุกขึ้นเดินได้แล้วแต่ยังไงก็ยังต้องพักรักษาตัวไปอีกหนึ่งอาทิตย์ คำพูดของหมอที่บอกแบนั้นก็ได้รับแววตาเชือดเฉือนไปเป็นการตอบแทน


จากที่ดูตินอยากจะรีบออกจากโรงพยาบาลด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง อย่างแรกคือเพื่อตัดปัญหาเวลาคู่หมั้นมาเยี่ยมแม้จะไม่ได้เข้ามาในห้องแต่ด้วยเสียงแหลมๆอันเป็นเอกลักษณ์เลยลอดเข้ามาได้


อีกอย่างคืออาหารเหลวๆที่ทางโรงพยาบาลจัดมาให้ ถึงเขาจะไม่ได้บอกว่าไม่ชอบแต่แค่เห็นใบหน้าตอนฝืนกินก็รู้ได้ไม่ยาก ตินมักจะตักกินแค่สองคำก่อนจะเรียกบอดี้การ์ดหน้าห้องให้มายกออกไปเหมือนกับว่าไม่อยากเห็นมันอีกแล้ว


ตอนนี้เองก็เหมือนกัน ช้อนสีขาวถูกวางลงไปในชามที่ยังเต็มไปด้วยโจ๊กหมูอุ่นๆทั้งที่พึ่งตักไปได้เพียงสองคำเท่านั้น


‘ไม่กินอีกแล้วเหรอติน...เดี๋ยวก็ป่วยอีกหรอก’ผมบ่นออกมาเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้


ขืนยังกินอยู่แค่นี้ร่างกายคงไม่ฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์สักที


พรึ่บ!


ผมคว้ามือของตินขึ้นมาก่อนจะขยับให้ไปจับช้อนสีขาวตรงหน้าอีกครั้ง


ในเมื่อไม่ยอมกินเองผมจะบังคับให้กินเอง


“ปล่อย”คนถูกบังคับบอกเสียงเข้ม


‘ไม่ๆๆๆ...ถ้าจะให้ปล่อยก็กินให้หมดสิ’ผมยังคงขืนให้มือนั้นกำช้อนไว้แม้จะลำบากมากก็ตาม


“...นายอยากให้ฉันกินอีก?”คำถามนั่นทำให้ผมเขย่ามืออีกฝ่ายแรงๆ


“...ทำไม”อีกฝ่ายยังคงถามต่อ


‘จะทำไมอะไรเล่า!...ที่ให้กินก็เพราะเป็นห่วงไง!’ผมตะโกนขึ้นอย่างหมดความอดทนกับคนป่วยที่แสนดื้อนี่


แค่กินให้หมดมันจะยากอะไร


“...จะบอกว่าเป็นห่วงกันรึไง”


‘ก็ใช่น่ะสิ!’ตะโกนบอกเสร็จผมก็จัดการเขียนเครื่องหมายถูกลงบนฝ่ามือนั่นทันที


“...”ฝ่ายที่สัมผัสได้ถึงข้อความที่ถูกส่งไปก็นิ่งไปเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้านั้นสั่นระริกเพียงครู่เดียวก่อนจะกลับมาเป็นปกติ


“ปล่อยมือฉัน...”แม้จะเป็นคำพูดแบบเดิมแต่ผมสัมผัสได้ว่ามันต่างเพราะน้ำเสียงนั่นดูอ่อนลงมาก


“ไม่ปล่อยแล้วฉันจะกินต่อได้ยังไงกัน”


ผมถึงกับยิ้มแล้วปล่อยมือมองอีกฝ่ายค่อยๆจับช้อนแล้วตักโจ๊กเข้าปากคำแล้วคำเล่าจนเกือบหมดถ้วยเลยทีเดียว...ผมที่เห็นแบบนั้นก็ตบมือเสียงดังเป็นการชมเชยถึงตินจะไม่ได้ยินก็ตาม


‘แบบนี้สิเด็กดี’ถ้าฟังกันแต่แรกก็จบแล้ว


“แค่นี้พอใจรึยัง”คนบนเตียงพูดพร้อมเงยหน้าขึ้นเพื่อถาม


แต่ผมไม่ได้อยู่ข้างบนนะติน


อยู่ข้างๆต่างหาก


ถึงจะเดาผิดแต่ก็ถือว่ามีความพยายามในการเดา...มือของตินถูกผมแบบออกอีกครั้งก่อนเครื่องหมายถูกจะถูกเขียนส่งไปให้ช้าๆ...


‘หวังว่ามื้ออื่นจะกินหมดแบบนี้อีกนะ’


ในช่วงเย็นก็มีหมอและพยาบาลเข้ามาตรวจอีกรอบพร้อมกับฉีดยาบำรุงกับอะไรไม่รู้อีกสองเข็มรวมเป็นสาม...แค่เห็นขนาดของเข็มเทพแห่งพฤกษาอย่างผมก็เบือนหน้าหนีด้วยความขยาด


จะเรียกว่ากลัวเข็มก็ไม่ผิดซะทีเดียว


ใครจะเหมือนกับตินที่ยังคงหน้านิ่งได้ตลอดแบบนั้นล่ะ


หลังจากการฉีดยามื้อเย็นก็ถูกวางลงบนโต๊ะเตี้ยตรงหน้าติน...ของเหลวสีขาวขุ่นที่เจอมาเกือบอาทิตย์ทำเอาผมหลุดขำออกมาเมื่อเห็นใบหน้าเอือมๆของอีกฝ่าย...


อย่าว่าแต่ตินเลย


ไม่ว่าใครที่ถูกบังคับให้กินอาหารเดิมๆเหมือนกันเกือบอาทิตย์ก็มีต้องเซงกันบ้าง


‘ห้ามกินเหลือนะติน...อุ๊บ...คิก...’สุดท้ายผมก็หลุดหัวเราะออกมาอีกจนได้


“...รู้สึกว่ามีคนกำลังหัวเราะอยู่”เสียงทุ้มนั่นดังขึ้นพลางขมวดคิ้ว


‘ไม่ใช่คนสักหน่อย...มีเทพองค์นึงกำลังหัวเราะคุณอยู่ต่างหาก...คิก’ตินดูเหมือนเป็นมนุษย์ที่มีเซ้นส์ดีพอตัว


แต่แค่นั้นยังไม่มากพอที่จะให้เห็นตัวผมได้หรอก


“หัวเราะเหรอครับ? ผมไม่เห็นได้ยินอะไรเลย...เนอะกาย”บอดี้การ์ดหน้าตี๋พูดก่อนจะหันไปขอความเห็นเพื่อน


“นั่นสิ...คุณคิดมากไปแล้วครับ”กายบอกกับตินที่ยังคงขมวดคิ้วโดยไม่ยอมตักอาการขึ้นมากิน


“...อาจใช่...ออกไปได้แล้ว”ตินสั่งลูกน้องทั้งสองคน


“ครับ...มีอะไรเรียกพวกเราได้ทุกเมื่อนะครับ”


“อืม”ทั้งคู่โค้งให้ตินก่อนจะเดินออกไปเฝ้ายังหน้าประตูเหมือนเดิม


บรรยากาศเงียบๆในห้องทำให้ผมที่ลอยอยู่แถวเพดานลอยลงมาข้างๆตินอีกครั้ง...


ผมไม่ค่อยชอบพวกมนุษย์นักดังนั้นเวลาที่มีมนุษย์มาผมเลยมักจะขึ้นไปอยู่แถวเพดาน


แต่กับตินมันต่างออกไป...


ทั้งที่เป็นมนุษย์เหมือนกันแต่กลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างอยู่มาก


“แพน”


‘อะไรเหรอ’ผมถามพรางเข้าไปใกล้มากขึ้น


“นายหัวเราะสินะ”คำพูดนั่นไม่ใช่ประโยคถามแน่นอน


ดูเขาจะมั่นใจมากกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าผมหัวเราะ


ฝ่ามือของตินยื่นออกมาพร้อมกับแบออกให้ผมได้เขียนคำตอบลงไป


X


เครื่องหมายกากบาทถูกเขียนลงไป...ใครจะกล้าบอกว่าเป็นคนหัวเราะกัน


“...ฉันให้โอกาสอีกรอบ”เสียงทุ้มดูเข้มขึ้นกว่าเมื่อครู่พอสมควร


‘ให้ตายสิ...’เมื่ออีกฝ่ายปักใจเชื่อแบบนั้นก็ไม่ต้องโกหกกันแล้ว


/


เครื่องหมายถูกถูกเขียนทับลงบนฝ่ามืออีกครั้ง


“ว่าแล้วเชียว”รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นทันทีที่ผมเขียนเสร็จ


‘ยอมรับก็ได้ว่าหัวเราะ!...แล้วหัวเราะมันผิดตรงไหนล่ะ!...ชิ!’ตะโกนเสร็จผมก็สะบัดมือนั่นทิ้งอย่างงอนๆ


เป็นแค่มนุษย์แต่กล้ามาคาดคั้นเอาความจริงจากเทพ


มันน่าโดนนัก


“งอนที่โดนรู้ทันรึไง”


ผั๊วะ!


ฝ่ามือของผมตบเข้าที่บาดแผลตรงหน้าอกที่ยังไม่หายดีจนคนบนเตียงนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดก่อนจะก้มหน้าลงจนคนตบอย่างผมเริ่มใจไม่ดี...


‘ติน!’


‘นี่...ไม่เป็นไรนะ’


ผมลอยลงมาก่อนจะลูบบริเวณไหล่ของตินเบาๆเป็นการปลอบและขอโทษที่รุนแรงเกินไป


“...มือหนักชะมัด”ตินพึมพำพร้อมกับเงยหน้ามา


‘เฮ้อ...ดีจังที่ไม่เป็นอะไร’นึกว่าแค่โดนนิดโดนหน่อยจะแย่ซะแล้ว


คราวหน้าจะเบามือละกันนะติน


หลายวันผ่านไปทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิมยกเว้นโจ๊กที่เป็นอาหารสามมื้อของตินกลายเป็นข้าวต้มรสต่างๆไปแล้วทั้งที่เป็นแบบนั้นผมก็ยังต้องมานั่งยื้อมือให้อีกฝ่ายจับช้อนอยู่ทุกมื้อไป...


ไม่รู้ว่าไม่ชอบจริงหรือแกล้งทำกันแน่


นอกจากเรื่องนี้ก็ไม่มีอะไรที่น่าห่วงอีกไม่กี่วันก็จะได้เวลาที่ตินจะออกจากโรงพยาบาลแล้ว


ช่วงก่อนมื้อเย็นผมหลบออกมาสำรวจภายในโรงพยาบาล สองสามวันมานี่การได้ออกมาข้างนอกห้องถือเป็นสีสันของชีวิตอีกอย่างหนึ่ง


ผมในชุดยูกาตะสีฟ้าซึ่งผมสามารถเปลี่ยนสีได้ตามใจของตัวเองลอยผ่านทางเดินไร้ผู้คนจนมาถึงเคาน์เตอร์ประจำชั้นที่มีไว้สำหรับจ่ายยาหรืออุปกรณ์พยาบาล


“หัวหน้าคะ...เตรียมเข็มฉีดของห้อง1012รึยังคะ”พยาบาลคนหนึ่งถาม


‘หื้อ...’ผมที่กำลังจะลอยผ่านไปถึงกับหยุดนิ่งเมื่อได้ยินหมายเลขห้องนั้น


ถ้าจำไม่ผิดห้อง1012ที่ว่าคือห้องของตินนี่นา


“เรียบร้อยแล้ว...เอาวางไว้นี่ละกันเดี๋ยวหมอคงมาแล้ว”หัวหน้าพยาบาลตอบพร้อมกับยกถาดให้เข็มฉีดยาทั้งสามอันขึ้นมาวางบนเคาน์เตอร์โดยที่มีกระดาษหมายเลข1012ติดไว้


“โอ้ย...”เสียงร้องจากผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น พอหันไปมองก็เจอเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งทรุดตัวลงบนพื้น


“ว้าย...หัวหน้าคะเธอดูเหมือนจะสลบไปแล้วนะคะ”


“รีบไปดูอาการเร็ว”พูดจบทั้งคู่ก็วิ่งไปดูอาการของผู้หญิงตรงหน้าก่อนจะช่วยพยุงไปยังห้องตรวจ


เคาน์เตอร์ที่ไร้คนดูแลมีชายท่าทางหน้าสงสัยคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ก่อนที่เข็มฉีดยาอันหนึ่งจะถูกสับเปลี่ยนกับอีกอันที่อยู่ในกระเป๋าเสื้ออย่างรวดเร็วแล้วเดินจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


‘...นั่นมัน...’ผมมองยาหลอดสีเหลืองที่พึ่งถูกสับเปลี่ยนด้วยความระแวง


แบบนี้มันต้องมีอะไรแน่ๆ


“อ้าว...พยาบาลหายไปไหนล่ะ...ดีนะที่วางยาที่ต้องฉีดไว้แล้ว...พวกเธอไปเปลี่ยนผ้าพันแผลก่อนเดี๋ยวฉันตามไป”หมอหน้าเดิมที่เจอกันทุกวันเดินมาพร้อมกับพยาบาลหน้าใหม่อีกสองคน


“ค่ะหมอ”


‘เดี๋ยวนะหมอ...ยาสีเหลืองนั่นมีคนแอบเปลี่ยนนะ!’ผมตะโกนเสียงดังลั่นก่อนจะนึกได้ว่ามนุษย์ไม่สามารถได้ยินเสียงได้นี่


เอายังไงดี...หมอก็เดินไปแล้วเนี่ย!


ติน


ชื่อของมนุษย์เพียงคนเดียวที่รับรู้ถึงตัวตนผมได้ผุดขึ้นมานั่นทำให้ผมรีบกลับไปยังห้องนั้นเพื่อจะได้บอกเรื่องนี้ให้ตินรับรู้...
ผมรู้สึกได้เลยว่ามันต้องมีอะไรบางอย่างแน่...และต้องเป็นสิ่งที่ไม่ดีด้วย


ผมกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งทันก่อนหมอจะฉีดยาแต่เพราะมือทั้งสองข้างของตินถูกพยาบาลจับไว้ ข้างหนึ่งทำแผลบริเวณข้อศอกที่บาดเจ็บเล็กน้อยอีกข้างก็เตรียมตัวที่จะฉีดยา


‘ซวยแล้ว...ทำไงดี’


จะให้เข้าไปดึงแขนตินขึ้นก็คงน่าสงสัยเกินไปเพราะมีบอดี้การ์ดทั้งสองคนประกบอยู่ทั้งสองด้าน


หรือจะให้ตะโกนโดยให้ตินได้ยินเสียงนั้นก็ไม่ได้เพราะถ้าตินได้ยินคนอื่นก็จะได้ยินไปด้วย


เอาไงดีๆ


“หมอจะฉีดยาบำรุงนะครับ”


‘ห้ามฉีดนะ!’ผมตะโกนเสียงดังลั่น


‘ติน!...ห้ามให้ฉีดนะ!’


ทำไงดีเนี่ย?!


‘ขอล่ะได้ยินสียงของผมที!’


“ติน!!!”


เคร้ง!!


เสียงตะโกนของผมดังขึ้นเป็นรอบสุดท้ายพร้อมๆกับบานกระจกที่แตกละเอียดด้วยฝีมือของผมเอง...


ในเมื่อไม่ได้ยินก็ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อดึงดูดความสนใจ


“...แพน”เสียงพึมพำนั่นทำให้ผมหันไปมองคนบนเตียงที่บัดนี้เงยหน้าขึ้นมาเหมือนกับรู้ว่าผมอยู่ตรงไหน


“ห้ามฉัดยานะ!...มีคนเปลี่ยนยาข้างใน!”แม้ว่าผมจะรู้ว่าเสียงของตัวเองไม่สามารถไปถึงอีกฝ่ายได้แต่ก็มีแต่ต้องพยายามให้ตินรับรู้เท่านั้น


“...ว่าไงนะ”


“...”ผมถึงกับนิ่งเมื่อคำตอบกลับนั้นราวกับตินได้ยินสิ่งที่ผมพูด


“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย พวกเธอไปเรียกแม่บ้านมาทีสิ”หมอคนเดิมหันไปบอกกับพยาบาลด้านข้างที่ดูจะตกใจกับสถานการณ์อยู่พอสมควร


“ได้ค่ะ”


“งั้นเรามาฉีดยากันต่อดีกว่า...”


“ตินไม่ได้นะ!...ห้ามฉีดเด็ดขาดเลย!!”ผมตะโกนบอกอีกรอบ


“...ไม่ต้องฉีด”เสียงทุ้มของตินบอกกับหมอก่อนจะยกแขนตัวเองขึ้น


การกระทำนั้นทำให้หมอและเหล่าบอดี้การ์ดมองมาอย่างไม่เข้าใจ


“กาย”


“ครับคุณติน”คนถูกเรียกรีบขานอย่างรวดเร็ว


“เอายาพวกนี้ไปตรวจ”คำสั่งที่ได้รับทำเอาลูกน้องถึงกับอึ้งไปแต่ไม่นานยาทั้งสามหลอดก็ถูกหยิบขึ้น


“ถ้าจะตรวจก็สีเหลืองนะติน...ที่ถูกเปลี่ยนมีแค่สีเหลืองอันเดียว”ผมบอกอีกรอบ


“...สีเหลือง”


“ครับ?”กายชะชักก่อนจะหันมาหาตินอีกรอบ


“ตรวจแค่สีเหลืองพอ”คำสั่งของตินนั้นทำให้ผมเอะใจมากขึ้น


นี่เขาได้ยินเสียงผม?


ได้ยินจริงเหรอ


หรือว่าแต่เซ้นส์ดี


ยังไงกันแน่เนี่ย


“ติน!...ติน!...ติน!...”ผมตะโกนเรียกอีกฝ่ายพร้อมขยับเข้าไปนั่งบนตักอีกฝ่าย


“หมอก็ออกไปได้แล้ว”


“เอ่อ...แต่ยายังไม่ได้...”


“ออกไป”ตินย้ำอีกครั้งด้วยเสียงที่กดดันมากขึ้น


“...ได้ครับ”หมอลุกออกไปตามคำสั่งนั้น


“นี่ติน!...ไม่ยินผมจริงๆเหรอ?!!!”ผมยังคงตะโกนแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายยังทำหน้านิ่งเหมือนเดิม


หรือว่าไม่ได้ยิน


“จิม...นายก็ออกไปด้วย”ตินหันไปบอกบอดีการ์ดด้านข้าง


“แต่การที่กระจกแตกแบบนี้อาจเป็นฝีมือของ...”


“ไม่ใช่หรอก...ไปเฝ้าด้านนอกเถอะ”ตินตัดบทสิ่งที่จิมกำลังจะพูด


“...เข้าใจแล้วครับ”


“นี่ๆๆๆ...ติน...ติน...นี่คุณไม่ได้ยินผมจริงเหรอเนี่ย...แต่เมื่อกี๊ยังเหมือนได้ยินนี่...”


“นี่ตินนนน!!!!”ผมตะโกนลากเสียงยาวจนดวงตาสีฟ้าสดนั่นหรี่ลงเล็กน้อย


“...เสียงดังน่าแพน”คำตอบสั้นๆที่ได้ยินเรียกรอยยิ้มกว้างจากผมได้ในทันที


“คุณได้ยินผมแล้วนี่”ผมพูดด้วยความดีใจ


สุดยอดเลยๆๆ


ในที่สุดก็ได้ยินเสียงแล้ว


“อืม...เสียงเหมือนเด็ก”


“เด็กที่ไหนผมอายุมากกว่าคุณไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่านะรู้ไหม”ผมตอบกลับ


“แปลว่าแอ๊บเสียงเด็ก?”


“บ้าสิ...สื่อสารกันได้หน่อยนี่ก็จิกกัดกันเลยนะ”


“เปล่า...งั้นก็บอกเรื่องของนายมาสิ”


“บอกเหรอ...ก็ได้อยู่หรอกว่าแต่ไม่ตกใจเลยเหรอที่พูดคุยกับสิ่งที่มองไม่เห็นแบบนี้น่ะ”ผมถามกลับ


ที่รู้ว่าตินยังมองไม่เห็นผมก็เพราะว่าดวงตาสีฟ้าตรงหน้ายังไม่สะท้อนภาพผมเหมือนเดิม


“มันเลยคำว่าตกใจมาแล้ว...แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีวิญญาณที่พูดมากแบบนี้นะ”


“ผมไม่ใช่วิญญาณนะ”นี่ยังคิดว่าเป็นวิญญาณอีกเหรอเนี่ย


“ถ้าไม่ใช่แล้วเป็นอะไรล่ะ”อีกฝ่ายถามต่อ


เอาล่ะ...นี่ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้อธิบายเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น


ก่อนจะเข้าเรื่องคงต้องแนะนำตัวกันหน่อย...


“ผมชื่อแพนเป็นเทพแห่งพฤกษาพึ่งเดินทางมาจากประเทศญี่ปุ่น...ยินดีที่ได้รู้จักนะติน”

...........................................................................................

สวัสดีค่า

มาต่อแล้ววว

พึ่งแต่งเสร็จสดๆร้อนๆเลยค่ะ

ในที่สุดพระเอกเราก็ได้ยินเสียงของแพนสักที

ตอนแรกกะจะยังไม่ให้ได้ยินแต่มือดันแต่งออกมาแบบนี้เลยเอาตามนี้ละกัน55

มีคอมเม้นท์บอกว่าอยากให้มาอัพอาทิตย์ละ2ตอน เราก็อยากอัพบ่อยแต่ประเด็นคือแต่ละตอนก็ค่อนข้างใช้เวลา เอาเป็นว่าหากแต่งเสร็จเร็วจะรีบมาอัพให้นะคะ

ขอบคุณสำหรับทุกๆกำลังใจและทุกๆคอมเม้นท์

หวังว่าทุกคนจะชอบความน่ารักของแพนนะ

บ๊ายบาย

 :mew1:

nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪

ออฟไลน์ โอ

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 141
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
ชอบแนวนี้มากเลยมาต่ออีกไวๆนะคะจะรออ่าน o13

ออฟไลน์ double9JH

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1810
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-7
ในที่สุดตินก็ได้ยินเสียงแพนแล้ววว

ถึงจะยังไม่เห็นกันก็ตาม เย้ๆ :mew1:

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ เป็ดอนุบาล

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1402
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
น่ารักมากจริงๆแพนน่ารักที่สุด
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ tonnum18

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 83
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
อ่านแล้วลุ้นตั้งแต่ต้นจนจบตอนค่ะ  ว่าตินจะได้ยินเสียงแพนมั้ย

เพราะแพนลงทุนขนาดนี้ น่าสงสารแย่ไปไหนจากตินไม่ได้เพราะแบ่งพลังให้

เรื่องนี้ก็ยังน่ารักมุ้งมิ้งอ่านแล้วยิ้มตามได้ เหมือนกับสรรค์สร้างรักนะค่ะ

จะรออ่านตอนต่อไปนะค่ะ

ออฟไลน์ Babelilong

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 305
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
    • Facebook  เข้ามาขอเป็นเพือนได้เลย
ท่านเทพแพนน่ารักมากกกกกกกก :katai2-1: :katai2-1:
รอตอนต่อไป
 :katai5: :katai5: :katai5: :katai5:
 :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ เสพศิลป์

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 278
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1
น่ารักมาก เทพแพนน่ารัก

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3437
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ penneeamoon

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 259
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
อืออออ  แพนน่ารัก  มาต่อด่วนค่ะ

ออฟไลน์ nicedog

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 588
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +366/-0
สัมผัส{❤}ครั้งที่3



หลังจากแนะนำตัวเสร็จตินก็ดูมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยแต่ยังไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไรประตูห้องก็ถูกเปิดออกพร้อมกับแม่บ้านสองคนเดินเข้ามาทำความสะอาดเศษกระจกโดยมีพยาบาลสองคนเดินตรงมาหาตินที่มีสีหน้าไม่พอใจนัก


การถูกขัดบทสนทนาคงทำให้อีกฝ่ายหงุดหงิดล่ะมั้ง


“ขอโทษด้วยนะคะที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น...เดี๋ยวเราจะย้ายคุณไปอีกห้องค่ะ”เมื่อพูดจบพวกเธอก็เตรียมจะเข็นเตียงไป


“ไม่ต้อง...ฉันเดินไปเองได้”ตินพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืนแล้วก้าวไปยังประตูแต่ในจังหวะที่จะออกไปดวงตาสีฟ้าสดหันเข้ามามองในห้องอีกครั้ง ริมฝีปากนั้นขยับเบาๆทำให้ผมสามารถอ่านได้ไม่ยาก...


‘แพน’


คือสิ่งที่ตินพึมพำ


ทำไมเรียกผมล่ะ


“เป็นอะไรติน”ผมไม่รู้ว่าตินเรียกทำไมแต่ก็ตัดสินใจลอยไปใกล้อีกฝ่ายแล้วยกมือลูบใบหน้านั่นเบาๆ


“...ตามมา”คำพึมพำดังขึ้นพร้อมกับตินที่ก้าวเท้าออกจากห้อง


ถึงไม่บอกก็ตามอยู่แล้วน่า


บอดี้การ์ดสองคนที่เฝ้าอยู่หน้าห้องตอนนี้เหลือแค่จิมคนเดียว พวกเราเดินตามพยาบาลที่นำไปจนถึงห้องบริเวณมุมตึกหมายเลข1020 พยาบาลเองก็เข้ามาทำแผลที่ยังไม่เสร็จจนเสร็จโดยมีเทพอย่างผมคอยมองอยู่ทุกการกระทำ


จากที่ดูปากแผลบริเวณหน้าอกสมานกันดีแล้วแม้จะมีแผลเป็นอยู่นิดหน่อยก็ตาม


“ถ้าเสร็จแล้วก็ออกไปสักที”เสียงทุ้มของตินดังขึ้นพลางจ้องไปยังพยาบาลสาวสองคนที่ไม่ยอมออกจากห้องทั้งๆที่ทำแผลเสร็จแล้ว


“เอ่อ...ถ้าคุณคนาธิปมีอะไรเรียกแจนได้นะคะ”พยาบาลคนแรกหันมาบอกเสียงใส


“เดี๋ยวสิ...แย่งกันแบบนี้ไม่ได้นะ...ถ้าชอบแบบเร้าใจเรียกออยได้นะคะ”พยาบาลคนที่สองเองก็ไม่น้อยหน้ารีบพูดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน


“คิก...พ่อคนเสน่ห์แรง”ผมพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะออกมาดังๆ


การกระทำของผมทำให้คิ้วสีดำนั่นกระตุกทันที


“ออกไปเดี๋ยวนี้”น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดและโมโหทำเอาพวกเธอรีบก้มหัวขอโทษแล้ววิ่งออกจากห้องไป


“เกิดอะไรขึ้นครับคุณติน”บอดี้การ์ดหน้าตี๋หรือจิมเดินเข้ามาหาเจ้านายตัวเอง


คงจะเห็นพวกพยาบาลวิ่งไปเลยเป็นห่วงล่ะมั้ง


“ไม่มีอะไร...อย่าให้ใครเข้ามาจนกว่าฉันจะสั่ง”


“ครับ”ขานรับเสร็จจิมก็กลับออกไปตามเดิม


บรรยากาศเงียบๆยิ่งเงียบขึ้นเมื่อผมไม่พูดอะไรเลยอย่างที่ทำเป็นประจำ การที่รู้ว่าตินได้ยินเสียงผมแล้วนั้นทำให้เวลาจะพูดอะไรต้องระวังหน่อย ไม่งั้นอีกฝ่ายคงรำคาญเพราะได้ยินเสียงผมจ้อไม่หยุดแน่


“แพน”


“...หื้ม?”ผมในชุดยูกาตะสีฟ้าลอยลงมานั่งบนตักตินเหมือนอย่างทุกครั้ง


“...”นอกจากจะเงียบแล้วยังจะขมวดคิ้วอีก


“มีอะไรเหรอติน”


เล่นเงียบแบบนี้ก็น่าสงสัยน่ะสิ


“ทำไมฉันได้ยินเสียงนายข้างหน้าล่ะ”


“ห๊ะ...ก็ผมนั่งอยู่บนตักคุณไง”ผมตอบกลับไป


แค่นี้น่าจะคิดได้นะ...ไม่เห็นต้องให้บอกเลย


“บนตัก?...ไม่เห็นรู้สึกเลย”


“ก็ไม่แปลกหรอกที่จะไม่รู้สึก...ผมทำให้ตัวเองไร้น้ำหนักเองแหละ”


“ทำได้?”


“ได้สิ...สำหรับเทพอย่างพวกเราไม่ใช่เรื่องอยากเลย”


“นี่ฉันต้องเชื่อนิทานหลอกเด็กพวกนั้นเหรอ”อีกฝ่ายยังคงถามกลับ


“หลอกเด็กที่ไหนกัน...เทพเจ้ามีอยู่จริงๆนะ”ผมเถียงขาดใจ


“งั้นก็ลองพิสูจน์หน่อยสิ”


“จะให้พิสูจน์อะไรนักหนาเล่า...แค่สิ่งที่ผมช่วยยังไม่พออีกรึไง”เอะอะก็เอาแต่ให้พิสูจน์ราวกับไม่เชื่อว่าผมมีตัวตน


น่าโมโห


“นายช่วยอะไรฉันกัน”


“เหอะ...นี่ไม่รู้รึไงว่าถ้าไม่ได้ผมช่วยยื้อชีวิตของคุณไว้ตอนนี้คุณได้ไปพบกับพระเจ้าแล้ว”ผมบอกออกไปอย่างไม่ปิดบัง


“ช่วยชีวิตฉัน?...นายเหรอ”ตินทำหน้าเหมือนไม่เชื่อซะทีเดียว


“ก็ใช่น่ะสิ...คุณคิดว่ามีมนุษย์คนไหนถูกยิงทะลุหัวใจแล้วยังมีชีวิตรอดได้รึไงถ้าไม่ได้เทพอย่างผมช่วยเอาไว้น่ะ”


“...ฉันไม่ขอให้ช่วย”


“ผมรู้”เรื่องนั้นผมรู้ดีเลยล่ะ


เพราะเขาไม่ขอผมถึงได้ช่วยไง


“งั้นทำไม...”


“...?”


“ทำไมต้องช่วยฉันด้วย”คำถามนั้นดังขึ้นพร้อมดวงตาสีฟ้าสดที่จ้องมา แววตานั่นสั่นระริกเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเป็นปกติเหมือนกับกำลังเก็บซ่อนความรู้สึกบางอย่างเอาไว้จนผมอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าของตินเบาๆ


ผมไม่รู้ว่าเขามีเรื่องหรืออดีตอะไรในใจ...


แต่ที่สัมผัสได้คือเขาไม่ชินเวลาที่มีใครมาทำดีหรือห่วงแบบนี้


“เพราะคุณไม่ร้องขอที่จะมีชีวิตแต่กลับพูดว่าจะมีชีวิตอยู่...ดวงตาสีฟ้าของคุณมันตรึงให้ผมรู้สึกอยากช่วยเหลือในความกล้าและบ้าบิ่นนั่น...เหตุผลที่ช่วยก็มีเพียงแค่นี้”


“...นายช่วยทุกคนด้วยเหตุผลบ้าๆพวกนั้นเหรอ”ตินถามอีก


“อืม...ไม่รู้สินะ”


“หมายความว่ายังไง”


“ก็...คุณเป็นคนแรกที่ผมช่วยนี่นา”เป็นมนุษย์คนแรกที่ทำให้อยากช่วยจริงๆ


“...”ได้ยินแบบนั้นตินก็นิ่งไป


“เทพอย่างพวกเราไม่ได้ช่วยมนุษย์ไปซะทุกคนหรอกนะ”


“...ทำไม”


“เพราะการช่วยมนุษย์มันต้องแลกด้วยบางสิ่ง”ถึงตอนนี้ก็ไม่มีอะไรต้องปิดแล้ว


“แลกด้วยบางสิ่ง...จะบอกว่าการที่นายช่วยฉันก็ต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนงั้นสิ”


“เข้าใจถูกแล้ว”ผมตอบเบาๆ


“...สิ่งที่แลกคืออะไร”


“...”จะบอกดีไหมนะ


มาคิดอีกทีก็ไม่อยากให้ตินต้องมารับรู้ว่าผมต้องอยู่กับเขาไปตลอดอายุไข


มีเทพคอยตามติดจนกว่าจะตายคงไม่มีใครดีใจหรอก


“บอกมาแพน”อีกฝ่ายย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจัง


“...อิสระ”คิดอยู่สักพักผมก็บอกออกไป


“คืออะไร”


“ผมไม่บอกได้ไหม...ถ้ารู้มันอาจทำให้คุณไม่สบายใจนะ”อย่างที่พูดไปว่าไม่มีใครดีใจหรอกที่ทุกการกระทำของตัวเองมีคนมองอยู่น่ะ


ดีไม่ดีตินอาจจะไปจ้างหมอผีมาจัดการผมก็ได้ใครจะรู้


“ไม่สบายใจ...หมายความว่าเป็นสิ่งที่เกี่ยวกับตัวฉันสินะ”


“...”คำพูดนั่นทำให้ผมเงียบไป


จะจับใจความได้ดีเกินไปแล้วนะติน


“อย่าเงียบแพน...บอกมาก่อนที่ฉันจะหามันด้วยตัวเอง”


“คุณพูดเหมือนจะหาได้ง่ายๆงั้นแหละ...ผมบอกเลยว่าไม่มีทางที่จะหาได้ถ้าผมไม่ได้เป็นคนบอกเอง”เรื่องการแลกเปลี่ยนนี้มีแค่ในหมู่เทพอย่างเราเท่านั้นที่รู้เรื่องดังนั้นไม่มีทางที่ตินจะหาความจริงนี้มาได้แน่ๆ


ผมขอฟันธงให้ขาดเป็นร้อยท่อนเลย


“...ในเมื่อมันเกี่ยวกับตัวเองฉันก็สิทธิที่จะรู้ไม่ใช่?”คนบนเตียงยังคงพยายาม


“ก็ใช่...แต่ว่านะ...นี่อยากรู้ขนาดนั้นเลยเหรอติน”ผมถามกลับ


“ไม่อยากแล้วจะถามทำไม”


“แล้วจะย้อนทำไมผมแค่ถามดีๆ”ผมย้อนกลับบ้าง


“ถ้าไม่ย้อนแล้วจะยอมบอกไหมล่ะ”


“...ชิ...อยากรู้นักจะบอกก็ได้”ถึงจะไม่แน่ใจแต่ก็คงไม่เป็นไร


“ว่ามาเร็วๆ”


เพี๊ยะ


“เร่งอะไรนักเนี่ย”ผมบ่นก่อนฟาดมือลงบนหน้าขาของตินแรงๆ


“...เจ็บนะ”คนบนเตียงบอกด้วยสายตาโกรธๆ


“สมควร...เอาล่ะ...เข้าเรื่องเลยละกัน...ที่บอกว่าแลกเปลี่ยนกับอิสระคือผมต้องอยู่กับคุณไปจนกว่าจะหมดอายุไข”


“...แค่นี้เหรอ”


“ห๊ะ?!”คำถามนั้นเหมือนกับจะบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กๆที่ไม่ได้สร้างความลำบากใจให้สักนิด


“ถ้าแค่นั้นก็ไม่เป็นปัญหา”


“ไม่เป็นปัญหาเหรอ นี่ไม่รู้สึกไม่พอใจบ้างเลยเหรอ แบบว่าอยู่ๆก็มีอะไรก็ไม่รู้ มองก็ไม่เห็นมาบอกว่าจะอยู่ด้วยกันไปจนกว่าจะตาย...จนกว่าจะตายนะตินไม่ใช่วันพรุ่งนี้! คิดหน่อยสิว่าผมสามารถมองคุณได้ตลอดไม่ว่าจะเป็นเข้าห้องน้ำ ช่วยตัวเอง แคะขี้มูกหรือเกาตูดน่ะ!”ผมตะโกนออกไปอย่าลืมตัว


“...เป็นโรคจิตงั้นสิ”


“ไม่ใช่เฟ้ย...แค่พูดให้เห็นภาพเฉยๆ”


“เห็นภาพเลยล่ะ...แต่ไม่ห่วงฉันไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอกและถึงทำคนที่มองคนอื่นทำก็ดูแย่กว่าคนถูกมองนี่นะ”


“...อะ...”เทพอย่างผมถูกมนุษย์สวนกลับจนพูดไม่ออก


ให้ตายสิ


พึ่งพูดกันได้ไม่ถึงวันก็ดูจะคุยกันถูกคอซะเหลือเกิน!


“สรุปง่ายๆคือการที่ช่วยชีวิตมนุษย์ทำให้นายต้องอยู่กับฉันไปตลอดจนกว่าจะตายสินะ”นอกจากจะไม่สนใจกันยังสรุปเอาเองอีก
ถึงจะสรุปถูกก็เถอะ


“เฮ้อ...ตามนั้นแหละ...คุยกับคุณแล้วเหนื่อยชะมัด”ผมพูดพลางยกมือขึ้นเสยเส้นผมสีเขียวเข้มของตัวเองขึ้นอย่างลวกๆ


“คิดว่าฉันไม่เหนื่อยรึไงล่ะ...ตั้งแต่ตื่นมาก็ถูกอะไรก็ไม่รู้ป่วนกันได้ทุกวี่วัน”ไม่ต้องถามก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังพูดถึงผมอยู่แน่นอน


“ก็มันเบื่อนี่นา...การอยู่คนเดียวโดยไม่มีใครคุยด้วยมันเหงานะ”


“...มันก็แค่ความรู้สึก”


“ติน...”ผมมองคนตรงหน้าที่มองมาด้วยสายตาเย็นชาเหมือนมีอดีตอะไรสักอย่าง


หลังจากนั้นตินก็เงียบไปผมเลยได้แต่มองหน้าเขาเงียบๆแบบนี้มาหลายชั่วโมงแล้ว...ชามข้าวต้มร้อนๆถูกวางไว้จนเย็นชืดโดยไม่มีการแตะแม้แต่ช้อน


ใบหน้านั้นดูเครียดมาก...คำพูดผมมันปลุกอดีตอะไรขึ้นมากันนะ


“ติน...กินอะไรหน่อยเถอะ”ผมบอกเสียงเบา


“...ยังนั่งอยู่ตรงนี้อีกเหรอ”อีกฝ่ายตอบก่อนจะหันหน้ามามองตามเสียง


“อืม...อย่าเครียดสิเลย”พูดจบผมก็เอื้อมมือไปลูบระหว่างคิ้วทั้งสองข้างที่ขมวดติดกัน


การกระทำของผมดูเหมือนจะทำให้ตินผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อยเพราะคิ้วที่ขมวดชิดกันค่อยๆคลายตัวออก...เห็นแบบนั้นผมก็ยิ้มออกมาบ้าง


ดีแล้ว


อย่างทำหน้าเครียดแบบนั้นเลย


“ไม่กินเดี๋ยวหิวนะ”ผมบอกอีกรอบ


“แล้วนายไม่หิวรึไง...จะว่าไปเทพนี่กินอะไรล่ะ”


“อืม...ก็กินอาหารมนุษย์ได้ปกตินะแต่ถึงไม่กินก็ไม่หิวหรอก”ผมตอบไป


“ไม่กินแล้วเอาพลังงานมาจากไหนกัน”


“เอามาจากการอาบแสงอาทิตย์ในทุกๆเช้าไง”ยิ่งเช้าบางวันที่อากาศดีๆนะพลังจะเต็มเปี่ยมเลย


“สังเคราะห์แสงสินะ”ตินสรุปตามที่ตัวเองเข้าใจ


“ประมาณนั้นแหละ...ผมน่ะไม่เป็นไรถ้าไม่กินแต่คุณน่ะต้องกินนะ”


“ทำไมต้องเป็นห่วงด้วยถ้าฉันไม่กินก็จะได้ตายเร็วๆนายจะได้เป็นอิสระเร็วไง...ไม่ดีรึไง”


เพี๊ยะ!


“ถ้าผมอยากให้คุณตายก็ปล่อยคุณจมกองเลือดไปตั้งนานแล้ว!!”ผมตะโกนกลับไปพร้อมกับตบที่แก้มของตินจนเกิดรอยแดง


“ตบทำไม...ฉันก็แค่พูดเล่น”คนถูกตอบถึงกับส่งสายตามาอย่างเคืองๆ


“ถึงแบบนั้นก็ห้ามพูด”


“รู้แล้ว...ฉันไม่คิดจะตายอยู่แล้ว”


“งั้นก็กินข้าวต้มสิ”สุดท้ายผมก็วกมาเรื่องนี้จนได้


“...”คนบนเตียงทำหน้าบึ้งแสดงความไม่พอใจอย่างรวดเร็ว


“ถึงเบื่อก็ต้องกิน”พูดจบผมก็จัดการคว้ามือของตินไว้แล้วดึงให้มาจับช้อนแต่คนถูกดึงก็ไม่ยอมง่ายๆแถมยังยื้อแขนตัวเองไว้จนสุดความสามารถจน...


เพร้ง!


ระหว่างที่ยื้อแขนกันไปมาศอกของตินก็ปัดไปโดยชามข้าวต้มจนตกลงไปแตกละเอียดด้านข้างเตียงเสียงดังลั่น ดวงตาสีฟ้าสดของเขาหรี่ลงอย่างไม่พอใจนัก


“ไม่ใช่ความผิดผมนะ”ผมรีบพูด


“จะบอกว่าความผิดฉันงั้นสิ”


“ก็...คนที่ทำตกมันคุณนี่”


“ถ้าไม่ดึงแขนฉันไว้ก็คงไม่ตกแตกหรอก”


“ก็ถ้ายอมกินแต่แรกผมก็ไม่ดึงแขนคุณหรอก”


“แพน...”


แกร็ก


“คุณตินเกิดอะไรขึ้นครับ”เสียงเปิดประตูดังขึ้นขัดบทสนทนาของพวกเรา บอดีการ์ดหน้าตี๋เดินเข้ามาภายห้องคนและขมวดคิ้วเมื่อเห็นชามข้าวต้มตกแตกอยู่ข้างเตียงโดยที่ใบหน้าของเจ้านายตัวเองมีรอยฝ่ามือแดงๆประทับอยู่


“จัดการเองละกัน”ผมพูดพร้อมยกยิ้มขึ้นก่อนจะเลยไปตบไหล่ของคนบนเตียงเป็นการปิดท้าย


“...”ตินถึงกับส่งสายตาเคืองๆมาให้แต่ผมไม่สนใจเสียงนั่นลอยขึ้นมาอยู่มุมบนของเพดานคอยสังเกตเหตุการณ์ข้างล่างว่าเขาจะทำยังไงกับสถานการณ์นี้กัน


“คุณติน...เกิดอะไรขึ้นครับ”จิมถามย้ำโดยมองไปยังชามข้าวตกที่ตกแตกอย่างระแวง


“ไม่มีอะไร”


“คิก...ใครจะเชื่อคำโกหกนั่นกัน”ผมถึงกับหลุดขำออกไป นั่นทำให้ดวงตาสีฟ้าเงยขึ้นมามองเล็กก่อนจะหันกลับไปตามเดิม


“แต่ชามนั่น...”


“ฉันทำตกเอง”ตินยอมรับด้วยใบหน้านิ่งๆ


“คุณตินไม่ใช่คนไม่ระวังแบบนั้นนี่ครับ”


“...เรียกแม่บ้านมาเก็บกวาดก็พอ”ดูเหมือนตินไม่รู้ว่าจะพูดอะไรแล้วเลยรีบเปลี่ยนเรื่อง


“แต่ว่า...”


“ทำตามที่บอกจิม”เมื่อตินเอ่ยเสียงสั่งคนที่ฟังก็คงตอบอะไรไปไม่ได้นอกจาก...


“...ครับ”


จากนั้นไม่นานแม่บ้านหน้าเดิมที่พึ่งกวาเศษกระจกแตกก็เข้ามาทำความสะอาดพลางเหล่มองเจ้าของห้องซึ่งก็คือตินด้วยสายตาเคืองๆ...ก็นะในวันเดียวเล่นสร้างความเสียหายสองครั้งติดไม่เคืองก็แปลก


เช้าวันต่อมาอาหารคนป่วยถูกนำมาเสิร์ฟเหมือนอย่างปกติแต่ครั้งนี้ไม่ใช่ชามข้าวต้มอย่างที่เจอมาตลอด...ข้าวสวยร้อนๆกับต้มจืดหมูสับที่วางอยู่บนโต๊ะทำให้ตินดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาก


“ดีใจด้วยที่วันนี้ไม่ใช่ข้าวต้ม”ผมพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มกลั้นขำ


ถ้าวันนี้ยังเป็นข้าวต้มอีกผมรู้เลยว่าตินจะทำหน้าหงิกแน่


หงิกอย่างเดียวยังไม่พออาจต้องเพิ่มคำว่าสุดๆเข้าไปด้วย


“เสียงเหมือนกำลังกลั้นขำนะแพน”ตินตอบกลับ


“รู้ทันจริงนะ”


แค่ได้ยินเสียงยังรู้ขนาดนี้ถ้ามองเห็นขึ้นมาคงไม่มีอะไรต้องปิดบังแล้วล่ะ


“เดาไม่อยากนี่”


“พูดเหมือนเรารู้จักกันมานานงั้นแหละ”ผมย้อนถาม


พึ่งคุยกันได้แค่วันเดียวเองนะติน


“ฉันมันพวกมองคนเก่ง”


“ยังมองไม่เห็นกันสักหน่อย”


“ก็ทำให้เห็นสิ”


“อย่าพูดอะไรง่ายๆน่าติน...ถ้าอยากเห็นก็...”


แกร็ก


“คุณตินครับ”เสียงของบอดี้การ์ดหน้าเข้มชื่อกายเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเครียดๆ


ผมที่เห็นมนุษย์เดินเข้ามาก็ลอยไปอยู่ด้านบนพลางแอบฟังบทสนทนาด้านล่างด้วยความสนใจ


“เรื่องยาที่ให้ไปตรวจสินะ”ตินไม่ถามแต่พูดขึ้นเหมือนรู้อยู่แล้วว่าบอดี้การ์ดตัวเองจะมารายงานเรื่องอะไร


“ครับ...ยาสีเหลืองถูกเปลี่ยนจากวิตามินเป็นพิษชนิดร้ายแรงที่แค่ฉีดเพียงนิดเดียวก็สารมารถฆ่าคนได้ทันทีครับ”คำอธิบายนั้นทำให้ผมที่ฟังถึงกับอ้าปากค้าง


ก็รู้ว่ามีคนคิดฆ่าตินแต่ถึงขนาดต้องใช้พิษร้ายแรงเลยเหรอ


“ตินนี่มันเรื่องอะไรกัน”ผมถามทั้งที่รู้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายไม่มีทางบอกอะไร


“หึ...เล่นกันแบบไม่เลือกวิธีการเลยสินะ”แทนที่ตินจะตกใจกลับมีท่าทางที่ดูสนุกมากกว่ากลัว


“ครับ...ช่วงนี้คุณตินต้องระวังตัวนะครับ...อีกไม่กี่วันก็จะออกจากโรงพยาบาลแล้วด้วย”


“อืม...คงต้องระวังให้มากหน่อย”


“แล้วก็คุณหญิงกรรณิกาโทรมาถามอาการคุณตินด้วยครับ”ชื่อของผู้หญิงที่ไม่เคยได้ยินทำให้ผมรู้สึกสนใจเป็นพิเศษ


ถ้าเป็นคุณหญิงแปลว่าคงเป็นแม่ของติน


“เหรอ”


“ครับ...คุณหญิงบอกว่าเป็นห่วงคุณตินมากแต่เพราะติดภารกิจกับคุณชายอยู่เลยไม่สามารถกลับมาเยี่ยมได้”


“อืม...เห็นว่าอยู่ฝรั่งเศสนี่”


“ใช่ครับ...จะกลับในอีกสองวันเพราะงั้นคุณหญิงกรรณิกาเลยบอกว่าถ้าคุณออกจาโรงพยาบาลแล้วให้กลับบ้านด้วยน่ะครับ”กายพูดต่อ


“ให้กลับแปลว่าคินกลับมาด้วยสินะ”


“ใครคือคินเหรอติน?”ปากผมพูดออกไปโดยไม่รู้ตัว


“ครับ”


“เข้าใจแล้ว...ออกไปได้กาย”


“ครับ”กายขานรับก่อนจะเดินออกไปเฝ้าหน้าห้องตามเดิม


“มีอะไรอยากถามก็ว่ามา”ตินเหมือนจะรู้ทันเพราะทันทีที่ประตูปิดผมก็เตรียมจะอ้าปากถามแต่ถูกอีกฝ่ายตัดหน้าพูดก่อน


“ถามได้หมดเลยเหรอ”ผมถามพลางนับนิ้วตัวเอง


มีเรื่องอยากถามอยู่เยอะไปหมดเลย


“ลองพูดมาก่อนละกัน”


“งั้นๆ...คุณรู้ไหมว่าใครเป็นคิดจะฆ่าตัวเองน่ะ”


“รู้สิ”ตินตอบพร้อมกับหรี่ตาลง


“ใครเหรอ”ผมถามต่อด้วยความอยากรู้


“ไม่บอก”พูดจบตินก็ยกยิ้มขึ้น


คิดจะแกล้งกันสินะ


“ชิ...”


“คำถามต่อไป”


“ไม่บอกแล้วจะให้ถามทำไมกัน”ผมบ่นอุบอิบ ถ้าตินสามารถเห็นได้คงจะเห็นผมนั่งเบะปากอยู่แน่นอน


“งั้นจะไม่ถาม...”


“ถามสิ”ผมรีบตอบทั้งที่อีกฝ่ายยังถามไม่จบ


“ก็ว่ามา”


“ใครคือคิน”นี่ก็เป็นอีกคำถามที่ผมอยากรู้


“น้องชายฉัน”


“มีน้องชายด้วย...หน้าตาเหมือนคุณไหม”


“ไม่รู้สิ...อยากเห็นก็ไปดูเอง”


“โหย...ขี้งก”สรุปที่ถามมานี่ผมได้คำตอบอะไรกลับมาบ้างเนี่ย


“ยังไงนายก็ตามฉันกลับบ้านอยู่แล้วนี่...หรือไม่ใช่”ตินถามกลับ


“ก็รู้คำตอบอยู่แล้วนี่”


“...ฉันไม่ใช่พวกคุยเก่ง”อยู่ๆตินก็เปลี่ยนเรื่อง


“อืม...จากที่มองก็ใช่”


“แต่ถ้าแค่ฟังเทพองค์นึงพล่ามก็ไม่มีปัญหา”


“ห๊ะ?...ใครพล่ามกัน”นี่กำลังพูดถึงผมอยู่สินะ...


ผมเข้าใจถูกแล้วแน่ๆ


“ไม่อยากคิดเลยว่าตลอดหลายอาทิตย์ที่ฉันไม่ได้ยินเสียงนายจะพูดมากขนาดไหน”


“มากกว่าที่ตินคิดละกัน”ผมตอบพร้อมยกยิ้มขึ้น


รับรองว่าถ้าตินสามารถได้ยินสิ่งที่ผมพูดได้เขาไม่มีทางพักผ่อนจนหายในไม่ช้าแบบนี้แน่นอน


ขนาดผมยังรู้เลยว่าตัวเองพูดมากขนาดไหน


“...ดีแล้วที่พึ่งได้ยิน”


“แต่หลังจากนี้คุณจะได้ยินไปตลอดชีวิตเลยนะ”ผมย้ำอีกรอบ


“อืม...การได้ฟังเสียงนายก็ไม่ได้แย่อะไร...”ตินพึมพำเสียงเบาแต่ก็ไม่อาจเล็ดรอดหูผมไปได้


“จริงเหรอ”ผมถึงกับยิ้มหน้าบานที่ได้ยิน


แบบนี้หมายความว่าผมสามารถพูดได้ตลอดเวลาใช่ไหม


“...ถ้าไม่พูดทั้งวัน”ประโยคสุดท้ายทำเอารอยยิ้มที่มีหุบลงอย่างรวดเร็ว


“ติน!”


“หึ...ใบหน้าตอนนี้ถ้าให้เดาคงกำลังอมลมอยู่ในแก้มแน่ๆ”ตินพูดพร้อมยกยิ้มขึ้น


“...ผิดแล้ว”ลมที่อมอยู่เป่าทิ้งก่อนจะตอบกลับไป


ขนาดไม่เห็นยังทายถูก...จะเก่งเกินไปแล้ว


“เอาที่สบายใจเลยครับท่านเทพ”น้ำเสียงไม่จริงใจนั่นทำให้ผมถึงกับคิ้วกระตุก


“น้ำเสียงหาเรื่องกันนี่”


“เปล่า”


“คุณนี่นะ”


“...นายควรดีใจนะ”


“ดีใจอะไร”ดีใจที่ถูกมนุษย์กวนโอ๊ยงั้นรึไง


“อีกไม่กี่วันนายก็จะได้เห็นที่อื่นที่ไม่ใช่โรงพยาบาลแล้ว”


“...จริงด้วย”อีกไม่กี่วันแล้วนี่นา


ถ้าตินออกจากโรงพยาบาลผมก็จะได้เห็นสิ่งต่างๆที่อยากเห็นมากมาย


แค่คิดว่าจะได้เดินอยู่ท่ามกลางแสงแดดตามถนนก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา


อีกไม่กี่วันเท่านั้น


รอหน่อยนะ

...

สวัสดีค่า

มาอัพต่อแล้วว

มีใครรออ่านอยู่บ้างไหมเนี่ยยย

วันนี้เราพึ่งกลับจากอบรมเลยมาอัพดึกไปนิด ตอนแรกเลยกะจะอัพวันจันแต่คิดไปคิดมาอัพเลยดีกว่า

ยิ่งแต่งยิ่งรู้สึกเหมือนเทพองค์นี้ช่สงเด็กซะเหลือเกิน 55

เป็นคาแรกเตอร์แบบที่ไม่เคยแต่งมาก่อน

ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้าน้า

บ๊ายบาย

nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪

ออฟไลน์ aiyuki

  • รักแท้ไม่แบ่งแม้เพศพันธุ์
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2637
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-6
เทพแพนน่ารักจัง

ออฟไลน์ Babelilong

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 305
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
    • Facebook  เข้ามาขอเป็นเพือนได้เลย
เรารออยู่ อยากให้ถึงวันจันทร์เร็วๆอีกจัง  :katai1: :katai1:
เทพแพนน่ารัก
 :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ maekkun

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 223
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด