...วาระซ่อนเร้น...ตอนพิเศษ บนสุดของห่วงโซ่อาหาร (31/07/2020) หน้า 53
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ...วาระซ่อนเร้น...ตอนพิเศษ บนสุดของห่วงโซ่อาหาร (31/07/2020) หน้า 53  (อ่าน 702073 ครั้ง)

ออฟไลน์ askmes

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 183
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-2
รอติดตามมมม

ออฟไลน์ Ryoooo

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3146
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +288/-2
แอบมองยังไงไม่รู้ว่าเค้าไม่กินของทอดนิห่ะโจ๊ก
แต่เรื่องคนละภาคอะเนอะ
เราจะสงสารนายตอนหน้าแล้วกันนะ
ตอนนี้ขอบอกว่าน่ากวนตี-อีกครั้ง

ออฟไลน์ alternative

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2317
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +285/-3
โถววววววว โจ๊กเอ๊ยยยย ทำเป็นเด็กน้อยริรัก แกล้งดึงผมคนที่ชอบ เพราะไม่รู้จะแสดงออกอย่างไร

โซ่ก็อาการหนักยิ่งกว่า เด็กน้อยไร้เดียงสาของแท้

มันจะรักกันได้ใช่ไหม?

ออฟไลน์ Dezair

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1543/-8
NOV: วาระซ่อนเร้น
By: Dezair
…………………..
ตอนที่ 3


เจียระไนเหลือบตามองโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่วางอยู่ข้างกายอย่างหงุดหงิด ในขณะที่เสียงอาจารย์จากหน้าห้องยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ทว่าเขาไม่มีกระจิตกระใจจะฟังเลยสักนิด ในหัวคิดแต่หาเหตุผลว่าทำไมคนที่ได้เบอร์เขาไปหลายวัน ถึงยังเงียบเป็นเป่าสากแบบนี้?


...เอาเบอร์กูไปบูชารึไงวะ?!! ทำไมไม่โทร.มาสักที!!!!...


“ทักไปก่อนสิมึง” เสียงกระซิบของเพื่อนซี้นามว่าปราการดังขึ้น ชายหนุ่มเหลือบตาไปมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ไอ้หมอนี่ตอนแรกมันก็ตั้งใจเรียนหรอก แต่ช่วงสิบนาทีให้หลัง รู้สึกมันจะเสนอหน้ามาสอดส่องเรื่องของเขาตลอด


“ไม่”


“เอ้า! แล้วมึงจะรอให้มันโทร.หามึงก่อนเนี่ยนะ?!”


“ใช่”


“เอาความมั่นใจมาจากไหนว่ามันจะโทร.หามึงก่อนวะ ไอ้โจ๊ก”


“ถ้ามันไม่โทรมาหากูก่อน กูก็ไม่โทรไป”


“เชี่ย! เล่นตัว!!” ปราการด่าเพื่อนไปที แล้วหันไปสนใจอาจารย์ที่สอนต่อ ปล่อยให้เจียระไนนั่งมองโทรศัพท์มือถือต่อไป ทว่าก็ยังไร้วี่แววใดๆจากคนที่เขารอ


คาบเช้าของภาควิชาการปกครองเลิกตอนเที่ยง และแน่นอนว่าไม่มีการติดต่อใดๆจากคนที่ร่างสูงรอ ใบหน้าหล่อเหลามีแววหงุดหงิด หัวคิ้วขมวดมุ่น ในขณะที่ดวงตาคมเรียวสะท้อนความไม่พอใจเมื่อตัดสินใจเก็บโทรศัพท์ที่จ้องมาตั้งแต่เข้าเรียนลงในกระเป๋ากางเกงแล้วเดินตามเพื่อนสนิทออกจากห้อง


...เรื่องอะไรจะโทรไปก่อน...


... ‘ไอ้โซ่’ ต่างหากที่ต้องโทรมา!...


“เฮ้ย กูว่าไม่ต้องรอโทรศัพท์แล้วว่ะ” เสียงของปราการดังขึ้น ทำเอาเจียระไนต้องหันไปมอง เพื่อนซี้เลยโบ้ยไปที่ชายหนุ่มร่างผอมโปร่งที่กำลังเดินลงมาจากชั้นสองของอาคารเรียน


...อ้อ...วันนี้มันก็มีเรียนคาบเช้านี่เอง แถมเรียนตึกเดียวกันด้วย แต่มันอยู่ชั้นบน ส่วนเขาเรียนชั้นล่าง...


เจียระไนจับจ้องไปที่ร่างขาวในชุดนิสิตเรียบร้อย ผิวขาวๆของมันขาวจัดชนิดที่แทบจะกลืนไปกับสีเสื้อด้วยซ้ำ แล้วไหนจะผมสีน้ำตาลที่ตัดละต้นคอและพลิ้วไปมายามก้าวลงบันไดนั่นอีก แค่เห็นก็อยากยื่นมือไปจับผมมันดูสักที


...ผมมันจะนิ่มมั้ยนะ? ถ้าเอามาพันนิ้วเล่นจะสนุกรึเปล่า? แล้วถ้าไล้นิ้วมาที่แก้มมันล่ะ จากแก้มขาวๆ มาที่ริมฝีปากแดงๆนั่น...กดนิ้วลงบนกลีบปากเบาๆให้เผยอออก จากนั้นก็...ค่อยๆสอดนิ้วเข้าไปในโพรงปาก...


“หน้ามึงหื่นมากอ่ะไอ้โจ๊ก” เสียงของเพื่อนซี้ ทำเอาคนที่เอาแต่จับจ้องดวงหน้าขาวๆของคนที่กำลังลงบันไดต้องหันมามองเพื่อน แล้วกดเสียงต่ำ


“เสือก”


“อ้อ ไม่ให้กูเสือก งั้นกูไม่ช่วยมึงปิดล่ะ เดินไปบอกมันเลยดีกว่า”


“เสือกมาก” มือใหญ่คว้าคอเสื้อเพื่อนเอาไว้ แม้พวกเขาจะยุกยิกอยู่ไม่สุข แต่แถวนี้เต็มไปด้วยนิสิตที่เพิ่งออกจากห้องเรียน จ้อกแจ้กจอแจและเซ็งเเซ่จนแทบไม่มีใครสนใจคนอื่นเสียเท่าไหร่ รวมถึงคนที่เดินลงมาจากชั้นสองก็คงไม่ทันสังเกตเจียระไนและปราการด้วย ทว่า...ใครบางคนเห็น...


“ไอ้โจ๊กนี่หว่า” พฤกษาเพื่อนสนิทของสิตางศุ์ชี้นิ้วมาที่พวกเขาแล้วโบกมือทักทาย สิตางศุ์เลยพลอยหันมามองด้วย และได้สบตากับดวงตาคมกริบคู่นั้นพอดี


“หมู่นี้เจอมันบ่อยแหะ” แม้จะพูดแบบนั้น แต่พฤกษาก็เดินนำฝ่าฝูงชนเข้าไปหา


สามนิสิตแห่งภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศซึ่งมีเรียนคาบเช้าที่ชั้นสองเดินแหวกฝูงชนมาหาสองเพื่อนร่วมรุ่นแห่งภาควิชาการปกครองซึ่งเรียนคาบเช้าที่ชั้นหนึ่ง


“ไง เชี่ยปาร์ค ตั้งแต่น้องเบลล์ไม่ได้เป็นผู้จัดการชมรมกู มึงก็หายหัวไปจากสนามเลยนะ” อลงกตซึ่งเป็นสมาชิกชมรมฟุตบอลหันมาทักทายปราการอย่างสนิทสนม แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้อยู่ชมรมเดียวกับเขา แต่สามารถพบหน้าค่าตามันได้บ่อยๆ เนื่องจากก่อนหน้านี้น้องเบลล์ปีสามซึ่งเมื่อปีที่แล้วอยู่ปีสองมาเป็นผู้จัดการชมรมให้ มันก็เลยถลามาเฝ้าข้างสนามดูหน้าน้องเบลล์บ่อยๆ แต่ปีนี้น้องเบลล์ขึ้นปีสามแล้ว ก็เลยขอถอนตัวเพราะเรียนหนัก ปราการก็ขอถอนตัวจากข้างสนามเช่นกัน


“ที่ไหนไม่มีผู้หญิงสวย ที่นั่นไม่ต้องถามถึงกู”


“แล้วเสือกเรียนปกครอง อยากเจอของสวยๆงามๆมึงต้องมาภาคฯกูครับ ไออาร์ปีหนึ่งแจ่มทุกคน!!” พฤกษาหนึ่งในสมาชิกเพื่อนร่วมอุดมการณ์ชอบสาวสวยรีบออกตัวอวดภาควิชาตัวเอง ปราการหัวเราะเบาๆ เหลือบมองเพื่อนสนิทที่ยืนเงียบๆ แต่เหมือนจะเห็นมุมปากมันยกยิ้มเล็กน้อย


“กูก็ว่างั้นล่ะ ไออาร์มีแต่ของสวยๆงามๆ จริงมั้ยไอ้โจ๊ก”


“กูหิวข้าว” เจียระไนไม่ได้ตอบคำถามเพื่อนแต่พูดเรื่องอื่นแทน ไม่ได้สนใจว่าก่อนหน้านี้ใครจะคุยประเด็นอะไรกับใคร วงสนทนาเกิดเดธแอร์ชั่ววูบ ก่อนที่อลงกตจะพูดขึ้นมา


“เออ พวกกูก็กำลังจะไปโรงอาหาร ไอ้แพทบ่นหิวตั้งแต่สิบโมงครึ่ง” แล้วสามเพื่อนซี้แห่งภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็ก้าวเท้าเดินนำออกจากตึกไปยังโรงอาหาร พฤกษาเดินเถียงคอเป็นเอ็นว่าเมื่อเช้ากินน้อยเลยหิวไว ส่วนสิตางศุ์เดินเงียบๆตามหลัง เจียระไนปล่อยให้พวกนั้นเดินนำ ก่อนจะหันมาทางปราการแล้วขู่เรียบๆแต่เสียงจริงจัง


“ถ้ามึงเสือกมากแบบเมื่อกี้นี้ล่ะก็...” คนเป็นเพื่อนสนิทที่รู้หัวรู้หางกันดียกยิ้มกวนประสาทแล้วยักไหล่ให้ดูทีหนึ่ง


“กูไม่อยากจะบอกมึงเลย โจ๊ก ว่ากูทำตัวเสือกได้มากกว่านี้อีก” แล้วมันก็หันไปตะโกนเรียกเพื่อนร่วมคณะสามคนที่เดินนำอยู่ข้างหน้า “...ไอ้กต ไอ้แพท ไอ้โซ่ กูไปด้วยดิ!” จากนั้นก็ถลาไปกับเพื่อนต่างภาควิชาให้ดูเป็นขวัญตา เจียระไนนึกเข่นเขี้ยว แต่ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าก้าวเท้าเดินตามไปแล้วคำรามในใจ


...ถ้าความแตกเพราะมึงนะไอ้ปาร์ค กูตัดลิ้นมึงแน่!!...

..........................

ภายในโรงอาหารตอนเที่ยงเต็มไปด้วยนิสิตจำนวนมาก ไม่ว่าจะร้านไหนๆก็มีแต่คนเต็มไปหมด สิตางศุ์เดินดูแต่ละร้านเพื่อตัดสินใจ ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่หน้าร้านอาหารตามสั่ง


...จะกินตามสั่ง หรือข้าวราดแกงดีล่ะ...ราดแกงก็ไวดี ง่ายด้วย แต่ตอนบ่ายไม่มีเรียน ไม่ต้องรีบก็ได้ ถ้าต้องรอตามสั่งก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง...


“แดกไร” เสียงทุ้มดังขึ้นใกล้ๆ ทำเอาดวงตาคู่สวยต้องหันมอง แล้วก็ถึงได้เห็นว่าเจียระไนมายืนอยู่ข้างๆตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ มือหนึ่งถือปากกา อีกมือถือเศษกระดาษเตรียมจดอาหารที่จะสั่งเพื่อส่งให้แม่ครัว


“เอ่อ...เอา...ข้าวผัด” พอดีหันไปเห็นข้าวผัดของใครสักคนที่สั่งเอาไว้ และวางรอให้คนสั่งมารับ ก็เลยตัดสินใจขึ้นมาเดี๋ยวนั้น ดวงตาคมมองตาม แล้วก็พอจะรู้ว่าอีกฝ่ายตัดสินใจสั่งแบบง่ายไว้ก่อน


“ร้านนี้ข้าวเป็นก้อน ผัดข้าวไม่อร่อยหรอก มักกะโรนีมั้ย”


“เพิ่งกินไปอ่ะ”


เจียระไนทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้เลยเสนอขึ้นมาใหม่


“สปาเก็ตตี้ผัดปลาหมึกไข่เค็มล่ะ”


“ทำได้ด้วยเหรอ ปกติมีแต่ผัดปลาหมึกไข่เค็มราดข้าว”


“ทำได้ มึงเอามั้ย กูจะสั่งสอง”


“อือ”


“เดี๋ยวกูสั่งให้ มึงไปซื้อน้ำให้กูที เอา...” กำลังจะเอ่ยปากบอกเมนูน้ำที่อยากได้ แต่เสียงของสิตางศุ์ดังขึ้นมาก่อน


“น้ำกระเจี๊ยบ” ดวงตาคมเหลือบมอง พวกเขาสบตากัน และนั่นทำเอาคนพูดแทรกนึกเขิน


“เอ่อ...ก็...คราวก่อนมึงบอกกูว่ามึงชอบ...” เหมือนจะเห็นแววยิ้มในดวงตาคมที่มองมา สิตางศุ์รู้สึกแปลกๆ จนต้องมองเมินไปทางอื่น


“อือ เอาน้ำกระเจี๊ยบ” หูได้ยินแต่เสียงเพราะไม่ยอมหันกลับไปสบตาอีก แต่ทั้งอย่างนั้นใบหน้าขาวก็พยักหน้าสั้นๆเป็นอันว่ารับรู้ ก่อนจะหมุนตัวเดินไปร้านขายน้ำ


เจียระไนมองตามแผ่นหลังของร่างสูงโปร่งนั้น รอยยิ้มที่มุมปากปรากฏขึ้น แม้จะรู้ตัวว่าตัวเองกำลังยิ้ม แต่คราวนี้ยากกว่าเดิมหลายเท่าที่จะเก็บมันลงไป จะยกมือขึ้นมาปิดก็ไม่ทัน ได้แต่ปล่อยเลยตามเลยยืนยิ้มกลางโรงอาหารที่เต็มไปด้วยผู้คน ทว่า...สายตาคมกลับจับจ้องไปที่คนเพียงคนเดียว


...ไอ้ฉิบหาย น่ารักเหี้...เอ้ย...มากๆเลย!!...

......................

เจียระไนส่งออเดอร์ให้แม่ครัว ก่อนจะเดินกลับมาที่โต๊ะที่อลงกตและพฤกษานั่งทานข้าวอยู่ สองคนนั้นเลือกข้าวราดแกงเลยได้เร็ว เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ม้านั่งยาว จงใจเว้นที่ว่างริมสุดข้างกายตัวเองเอาไว้


อึดใจต่อมา ร่างโปร่งบางของสิตางศุ์ก็เดินกลับมาที่โต๊ะ ในมือมีน้ำเก็กฮวยแก้วนึง น้ำกระเจี๊ยบแก้วนึง เขาวางลงตรงหน้าเจียระไนที่ขยับตัวให้เห็นที่ว่างริมสุดข้างกาย


ไม่มีการชี้ชวนหรือสั่งให้นั่ง แต่เหมือนเป็นการบอกกลายๆว่าให้อีกฝ่ายนั่งลงข้างเขา สิตางศุ์เหลือบตาไปมองเพื่อนสนิทสองคนของตัวเอง แต่สองคนนั้นเอาแต่ก้มหน้าก้มตากินข้าวไม่ทันได้สนใจอะไร แถมฝั่งพวกมันก็ไม่มีที่นั่งแล้วด้วย เลยตัดสินใจนั่งลงข้างเจียระไน


ร่างสูงล้วงเอาเศษเหรียญมาส่งให้เป็นค่าน้ำ แต่คนที่เดินไปซื้อมาให้กลับส่ายหน้าเล็กน้อย


“ไม่เป็นไร มึงเลี้ยงกูหลายครั้งแล้ว” คิ้วเข้มเลิกขึ้นนิดหน่อย แต่ไม่ค้านอะไร เก็บเศษเหรียญใส่กระเป๋ากางเกงตามเดิมแล้วยกน้ำกระเจี๊ยบขึ้นดูดก่อนที่จะกลั้นยิ้มไม่ไหว


...ปกติก็เปรี้ยวดีนี่หว่า ทำไมวันนี้น้ำกระเจี๊ยบแม่งโคตรหวานเลยวะ...


พอคนข้างกายไม่พูดอะไรอีก สิตางศุ์เลยไม่รู้จะพูดอะไรเช่นกัน ได้แต่หยิบน้ำเก็กฮวยของตัวเองมาดูด ดวงตาคมเหลือบมองตามมือขาว


“มึงชอบน้ำเก็กฮวยเหรอ” เจียระไนถาม แต่เพราะในโรงอาหารเสียงดังเกินไป คนที่นั่งข้างๆเลยได้ยินไม่ชัดจนต้องเอียงหน้ามาใกล้ การเข้าใกล้อย่างกะทันหันทำเอาร่างสูงชะงัก กลิ่นหอมอ่อนๆจากคนที่ขยับเข้ามาทำเอาต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่


“เมื่อกี้ว่าอะไรนะ” สิตางศุ์หันมาถามซ้ำ คนตั้งคำถามเมื่อครู่เริ่มอึกอัก กลิ่นอ่อนๆจากกายคนที่นั่งข้างๆทำเอาลืมไปชั่วขณะว่าเขาถามอะไรไป เลยต้องคิดคำถามขึ้นใหม่


“เอ่อ...ถามว่า...คอมึงไปโดนอะไรมา เป็นรอยแดงๆ” แล้วนิ้วแข็งๆก็จิ้มลงที่ลำคอขาวที่อยู่เหนือปกเสื้อขึ้นมาเล็กน้อย แน่นอนว่านอกจากความขาวแล้ว ไม่มีรอยแดงใดๆทั้งสิ้น


มือขาวๆของสิตางศุ์ลูบที่คอตัวเอง ก่อนจะส่ายหน้า


“เป็นรอยเหรอ ไม่รู้สิ แต่ไม่คันนะ”


“คันบ่อย?”


“อืม บางทีเจอฝุ่นก็จะคันน่ะ อย่างตึกกิจฯ เข้าไม่ได้เลย” ตึกกิจฯที่ว่าคือตึกกิจการนิสิตคณะรัฐศาสตร์ ฟังจากชื่อแล้วน่าจะเป็นแหล่งอุดมสมองของคณะ แต่เปล่าเลย ในความเป็นจริงแล้วมันคือห้องเก็บของจำนวนมากที่ใช้ในกิจกรรมต่างๆจนเป็นแหล่งซ่องสุมของฝุ่นมากมาย


“แล้วมึงจะเข้าไปทำไมล่ะ”


“ก็แต่ก่อน เคยช่วยเขาแบกของเข้าไปเก็บ แต่เข้าไปทีเดียวแล้วต้องออกมากินยาแก้แพ้” สิตางศุ์เล่าความหลังสมัยเรียนปี 2 อาศัยว่าตัวเองอยู่ในภาควิชาที่มีผู้ชายน้อยเท่าหยิบมือ เลยอาสาช่วยขนของชิ้นใหญ่ๆ แต่...ก็อย่างที่บอกว่าเขาแพ้ฝุ่น พอขนของเข้าไปเก็บครั้งที่ 1 ก็ต้องให้คนช่วยกันวิ่งหายาแก้แพ้จ้าละหวั่นเพราะทั้งจาม ทั้งคัน นอกร่มผ้ามีแต่ผื่นแพ้ขึ้นจนแดงไปหมด


“โชคดีว่ามีคนพกยาแก้แพ้มา...”


“...กู...ไปซื้อ...” เจียระไนพึมพำเบาๆ แต่เพราะเสียงเซ็งแซ่ในโรงอาหารกลบจนฟังไม่รู้เรื่อง คนข้างกายเลยทำคิ้วขมวดหันไปถามซ้ำ


“เมื่อกี้ว่าอะไรนะ”


“เปล่า” ร่างสูงบอกปัดอย่างรวดเร็ว เสียงเรียกของแม่ครัวร้านที่เขาสั่งอาหารดังขึ้น พาให้บทสนทนาจบลงอย่างรวดเร็วเมื่อเขาลุกจากโต๊ะ ทว่าเมื่อสิตางศุ์จะลุกตาม เขากลับหันมาสั่ง

“มึงนั่งจองที่ไป”


“งั้นเอาเงิน...” มือขาวกำลังจะหยิบเงินค่าอาหารของตัวเองให้ แต่ไม่ทันจะส่งให้ มือใหญ่ๆก็วางลงบนศีรษะของเขา


“มึงเลี้ยงน้ำกูแล้วไง” แล้วมือนั้นก็ผละจากไปเมื่อเจ้าของเดินไปรับอาหารพร้อมกับจ่ายเงิน ดวงตาคู่สวยได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างของเพื่อนร่วมคณะแต่ต่างภาควิชา


...แปลก...จากเพื่อนที่แค่เห็นหน้าค่าตาแต่คุยกันนับครั้งได้มาตั้งแต่ปี 1 แต่จู่ๆ...ก็กลายเป็นเพื่อนที่นั่งกินข้าวด้วยกัน...ทำไมอยู่ดีๆ หมอนี่ก็มาวนเวียนรอบตัวเขาแบบนี้...


“โซ่” เสียงของอลงกตที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามดังขึ้น ปลุกคนที่ตกอยู่ในภวังค์ให้เงยหน้ามอง


“มึงถามไอ้โจ๊กได้เรื่องรึยัง ที่จะจีบนิตาน่ะ” ประโยคหลังมาแบบเบาลงเล็กน้อย ให้พอได้ยินกันแค่ในกลุ่มพวกเขา


ใช่...ที่หมอนั่นเข้ามาวนเวียนรอบตัวเขา เพราะเขาต้องการถามเรื่องของนิตา...


สิตางศุ์ไม่ทันได้พูดอะไร ร่างสูงใหญ่ที่เดินไปรับอาหารก็เดินกลับมาที่โต๊ะแล้ววางจานสปาเก็ตตี้ผัดปลาหมึกไข่เค็มลงตรงหน้า ร่างโปร่งไม่ได้พูดอะไรอีก หยิบช้อนส้อมมาลองตักเข้าปาก


“อร่อยมั้ย” คำถามของคนที่ทรุดนั่งลงข้างๆและเป็นคนแนะนำเมนูนี้ดังขึ้น ดวงตาคู่สวยสีน้ำตาลเข้มเหลือบไปมอง


“อื้ม...” คำตอบเป็นที่น่าพอใจของคนแนะนำ เจียระไนเลยก้มลงตักเข้าปากตัวเองบ้าง ทว่าประโยคเบาๆถัดมาของคนที่นั่งข้างๆกลับทำให้เขาชะงัก


“โจ๊ก...นิตาชอบทานอะไร”


วูบหนึ่งดวงตาคมกริบมีแววบางอย่าง แต่เพราะยังก้มหน้าอยู่กับจานของตนเองจึงไม่มีใครเห็น และเขาก็เจือจางมันให้หายไปอย่างรวดเร็วก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเจ้าของคำถาม แล้วปรายตามองไปยังสปาเก็ตตี้ผัดปลาหมึกไข่เค็ม


“ไม่ใช่ของที่มึงแดกก็แล้วกัน!”


น้ำเสียงแข็งกร้าวบอกให้รู้ว่าหงุดหงิด สิตางศุ์เลยไม่กล้าถามอะไรอีกได้แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายหันไปจัดการอาหารกลางวันอย่างรวดเร็ว และพอปราการกลับมาพร้อมอาหาร มันก็ถูกเพื่อนสนิทบังคับให้กินเร็วๆ ไม่ถึงสิบนาทีหลังจากนั้น สองเพื่อนซี้แห่งภาควิชาการปกครองก็ขอตัว คว้ากระเป๋าออกจากโรงอาหารไปอย่างรวดเร็ว


“เชี่ยโจ๊กแดกไวฉิบหายเลย แม่งเคี้ยวก่อนกลืน หรือกลืนก่อนค่อยเอากลับมาเคี้ยวใหม่วะ” พ้นหลังสองคนนั้นแล้ว พฤกษาก็ถึงกับพูดออกมาอย่างอดไม่ไหว สิตางศุ์ไม่พูดอะไร  ก้มหน้ากินอาหารของตัวเองจนเพื่อนหน้าทะเล้นต้องเหลือบตามามอง


“มึงก็แปลกไปนะไอ้โซ่ ปกติแดกอะไรที่ไม่คุ้นแบบนี้ซะที่ไหน ไอ้โจ๊กสั่งให้ล่ะสิ ถึงเหมือนของมันเปี๊ยบ”


“ก็...สปาเก็ตตี้ผัดปลาหมึกไข่เค็มธรรมดา”


“ธรรมดาตายห่าล่ะ กูไม่เห็นเคยมีใครสั่ง” ...ใช่...สิตางศุ์ก็ไม่เคยเห็นใครสั่งเหมือนกัน แถมคนอย่างเขาซึ่งมีเมนูประทังชีวิตไม่กี่อย่าง ก็ดันตามน้ำกินอาหารแปลกๆที่ไม่เคยเห็นใครสั่งแบบนี้ได้เสียด้วย...


แต่...จะว่าไปแล้วมันก็เริ่มมาจาก...


...น้ำกระเจี๊ยบที่เขาแทบไม่ทานเพราะมันเปรี้ยว พอลองวันนั้นก็พบว่ามันยังเปรี้ยวจนไม่น่าลองเหมือนเดิม...


...อาหารเวียดนามนั่นก็ด้วย...ก็อร่อยดี ทั้งๆที่ไม่คิดว่าจะอร่อยขนาดนั้น...


แล้ววันนี้ก็อีก...สปาเก็ตตี้ผัดปลาหมึกไข่เค็ม...เมนูแปลกๆที่ไม่เคยเห็นใครสั่ง ก็ถูกปากมากเช่นกัน...


อย่าว่าแต่พฤกษาว่าเขาแปลกเลย เขาเองก็คิดว่าตัวเองแปลก...เพราะเจียระไน


“แล้วเมื่อกี้มึงถามอะไรมัน ทำไมอยู่ดีๆมันรีบแดกรีบไป” พฤกษาถามต่อ


“ถามว่านิตาชอบทานอะไร” สองเพื่อนซี้นิ่งไปเล็กน้อย ก่อนที่อลงกตจะยักไหล่


“มันคงไม่รู้มั้ง เรื่องทำมึนหนีไปนี่ก็ทางมันอยู่”


สิตางศุ์ได้แต่เงียบ ก้มหน้าก้มตาตักสปาเก็ตตี้ผัดปลาหมึกไข่เค็มในจานเข้าปากตัวเอง แล้วก็พบว่าผัดปลาหมึกไข่เค็มที่ปกติร้านนี้มักจะใส่ต้นหอม กลับไม่มีต้นหอมเลยสักต้น


ร่างโปร่งหวนนึกถึงตอนที่ไปทานอาหารเวียดนามด้วยกัน และเขาไม่ยอมใส่ใบสะระแหน่ตามที่อีกฝ่ายแนะนำ


‘กูไม่ชอบผักที่มีกลิ่น’ เขาท้วง ตอนที่คนพามาทานเด็ดใบสะระแหน่ใส่จานเขา


‘ผักไหนมันก็เหมือนกันแหละ’


‘ไม่เหมือน สะระแหน่ โหระพา กระเพรา มีกลิ่น ต้นหอมด้วย’


‘ที่มึงพูดมานี่คือไม่กินเลยสักอย่างใช่มั้ย แล้วเวลาสั่งผัดกระเพราะทำไง อย่าบอกนะว่าสั่งผัดกระเพราไม่ใส่ใบกระเพรา?’


‘กูไม่เคยสั่งผัดกระเพรา มีอาหารตั้งหลายอย่างที่ไม่ต้องใช้ผักมีกลิ่นนี่นา’


และสปาเก็ตตี้ผัดปลาหมึกไข่เค็มจานนี้ก็ไม่มีผักที่มีกลิ่นเลยแม้แต่นิดเดียว


สิตางศุ์เม้มปากกับตัวเอง เจียระไนไม่ใช่คนที่ไม่สนใจใครหรอก มันรู้ว่านิตาชอบทานอะไร ไม่ชอบทานอะไร...พอๆกับที่มันจำได้ว่าเขาไม่ทานต้นหอม


...มันจำ...เรื่องของเขาได้...


ร่างโปร่งรู้สึกไหววูบอย่างประหลาด เหมือนมีอะไรบางอย่างก่อตัว ทว่า...มันยังเบาบางเกินไปที่จะรู้ว่าคืออะไร

........................

ออฟไลน์ Dezair

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1543/-8


“จะรีบไปไหนของมึงวะไอ้โจ๊ก กูยังเคี้ยวไม่หมดเลย” คนถูกเร่งให้กินข้าวไวๆ เดินบ่นกระปอดกระแปดตามหลังทั้งๆที่ข้าวยังเต็มปาก ร่างสูงที่เป็นคนพาเขาออกมาจากโรงอาหารตวัดสายตามามอง


“กูหงุดหงิด!”


“เอ้า! มึงหงุดหงิดใครมึงก็ลงกับคนนั้นสิ! ไม่ใช่มาเร่งกู!” บ่นไปก็เท่านั้น เพราะยังไงก็ออกมาแล้ว ปราการยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา “...อื้อหือ กูแดกข้าวแค่ห้านาที กูเป็นคนหรือควาย กลืนๆไปก่อนแล้วค่อยขย่อนมาเคี้ยวใหม่วะเนี่ย นี่ถ้าแม่กูรู้ว่ากูแดกข้าวแบบนี้ กูโดนด่าแน่”


“แม่มึงด่าก็เรื่องของมึงสิ!” เจียระไนไม่ได้สนใจ เขาหมุนตัวจะเดินต่อเพราะไม่อยากปรายสายตาไปเห็นโรงอาหารให้หงุดหงิดคนที่ยังอยู่ข้างใน


...บรรยากาศกำลังดีๆ ไอ้ฉิบหาย!! เสือกพูดถึงคนอื่นให้อารมณ์เสีย!!...


“เดี๋ยวววว” ปราการรีบวิ่งไปดักหน้าเอาไว้


“มึงเป็นอะไรของมึงวะโจ๊ก อุตส่าห์ได้นั่งกินข้าวด้วยกัน จะรีบออกมาทำไม”


“ก็กูบอกแล้วว่ากูหงุดหงิด”


“แล้วมึงหงุดหงิดเรื่องอะไร” คนหงุดหงิดถอนหายใจแรงๆทีนึงแทนคำตอบ ก่อนจะพูดประเด็นที่ทำให้อารมณ์ของเขาดิ่งฮวบจากดินแดนแห่งความสุข


“มันถามกูว่านิตาชอบกินอะไร”


“ก็ถูกแล้วนี่ ก็มึงบอกมันเองว่าจะช่วยมันจีบนิตาไม่ใช่เหรอ ไม่ให้มันถามเรื่องนิตาแล้วให้ถามเรื่องมึงรึไง” คนถูกย้อนเอาลิ้นดุนข้างแก้มอย่างไม่สบอารมณ์ ก็รู้อยู่หรอกว่าเขาเป็นคนสร้างเงื่อนไขนี้ขึ้นมาเอง แต่...ไอ้โซ่ก็ควรรู้เวล่ำเวลา รู้จักกาลเทศะ ไม่ใช่อยู่ๆก็โพล่งพรวดถามถึงผู้หญิงที่มันชอบขึ้นมาแบบนี้


...เห็นใจกันบ้างสิวะ กูตามไม่ทัน!...


“นั่น พวกนั้นออกมาแล้ว มึงเข้าไปคุย...เฮ้ย!” ปราการชี้ไปที่โรงอาหารซึ่งอลงกต พฤกษาเดินคุยกันออกมา ตามหลังด้วยสิตางศุ์ เจียระไนเหลือบมองวูบเดียวก็รีบกระชากร่างเพื่อนสนิทหลบไปทางมุมตึก


“ทำเชี่ยอะไรของมึงอีกเนี่ย?!” คนถูกดึงมาหลบร้องถามด้วยความไม่เข้าใจ


“กูไม่อยากเจอมัน”


“วุ้ย! มึงนี่แม่งเอาใจยาก!! เมื่อเช้าก็อยากให้มันโทร.มาจนหงุดหงิด ตอนนี้เสือกจะมาหลบหน้าทั้งๆที่ได้เจอกัน กูว่าก่อนที่มึงจะได้มันนะ ประสาทคงแดกก่อน!” เจียระไนทำเสียงฮึดฮัดในลำคอ แต่แล้วจู่ๆโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของเขาก็สั่น ชายหนุ่มยิ่งหงุดหงิดหนักกว่าเดิมที่ใครสักคนโทร.มากวนใจเวลานี้ ทว่าเมื่อหยิบขึ้นมาดู ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอก็ทำเอาชะงัก


“อะไรวะ ใครโทร.มา ทำไมทำหน้างั้น” เพื่อนขาเผือกอย่างปราการเห็นอีกฝ่ายจ้องมือถือที่กำลังสั่นตาค้างก็เลยต้องชะโงกหน้าเข้าไปดูสักหน่อย แต่บนหน้าจอไม่ปรากฏชื่อ มีแต่ ‘…’ ขึ้นแทน


“ห๊ะ...มึงเซฟชื่ออะไรของมึง จุดจุดจุด”


ดวงตาคมมีแววพออกพอใจเมื่อเหลือบมองเพื่อนสนิท มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย ดูก็รู้ว่าอารมณ์หงุดหงิดเมื่อครู่นี้ของมันหายวับไปแล้วเรียบร้อย


“คนที่กูรู้ว่าใคร” มีเพื่อนกวนส้น ปราการก็ย่อมต้องมีเลเวลในการเข้าถึงตรรกะของเพื่อน เขาชะโงกหน้าพ้นมุมตึก กวาดสายตาหาเพื่อนร่วมคณะสามคนที่เมื่อครู่นี้ร่วมโต๊ะกันในโรงอาหาร และนั่น...คนที่เดินรั้งท้ายกำลังเอาโทรศัพท์แนบหู แสดงว่า...คนที่ถูกไอ้โจ๊กเซฟเป็นชื่อ ‘…’ คือคนผิวขาวร่างโปร่งนั่นเอง


ปราการไม่ทันได้หันกลับมาล้อ เพราะเจียระไนกดรับสายแล้ว


“อือ...” เขาส่งเสียงสั้นๆเข้าไปในโทรศัพท์ พยายามทำน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด ทั้งๆที่ในใจเต้นเร็วและแรงจนแทบจะกระโจนออกมาจากอกอยู่แล้ว


...ไอ้โซ่โทร.มา ไอ้โซ่โทร.มาจริงๆ...


‘เอ่อ...โจ๊กใช่มั้ย...’


“อือ มีไร”


‘อ่า...วันนี้มีเรียนอีกมั้ย’


“ไม่มี”


‘…เอ่อ...งั้น...ว่างรึเปล่า’


“มีอะไร”


‘ก็...ก็...ก็ที่มึงบอกว่าจะสอนวิธีจีบนิตา...’ ประโยคจากปลายสายทำเอาชายหนุ่มดุนลิ้นกับข้างแก้มทันที อารมณ์กำลังจะดีตกฮวบลงเหวจนกลายเป็นเริ่มอารมณ์เสียอีกแล้ว


...ไบโพลาร์แล้ว ไบโพลาร์อีกก็คือเจียระไนคนนี้นี่แหละ!!!...


“มึงรอได้มั้ยล่ะ! กูมีธุระ!”


...ธุระห่าธุระเหวอะไรที่ไหน ไม่มีสักอย่าง จริงๆแล้วตอนบ่ายว่างสุดๆ แต่เพราะไอ้โซ่แม่งไม่รู้จักกาลเทศะ คนหงุดหงิดฉิบหายยังจะเสือกโทร.มาเรื่องเดิมๆอีก!!...


‘ได้ๆ มึงเสร็จกี่โมง โทร.มาแล้วกัน เดี๋ยวกูรอห้องสมุด จะได้ช่วยน้องที่ภาคฯติวหนังสือ’


...อ้าวเชี่ย!!...มีกิจกรรมทำรอกูด้วย?!!!...


“เฮ้ยๆ!! ธุระกูทำทางมือถือได้!” เขารีบแทรก ถึงจะหงุดหงิดยังไงก็อยากให้มันอยู่ในสายตาไว้ก่อน ไอ้นี่มันไม่น่าไว้ใจ ป็อปปูลาร์ตลอดเวลาแถมปล่อยเคมีเรี่ยราด มันเดินไปทางไหน รุ่นน้องในคณะมองตามเหมือนจะสูบเข้าปากกลืนลงกระเพาะทุกวินาที!


“เอางี้! อีกสิบห้านาทีเจอกันที่ห้องสมุด เดี๋ยวกูจะไปนั่งทำธุระที่ร้านกาแฟ มึงก็รอกูที่ร้านด้วยเลย”


‘โอเค งั้นกูไปรอที่ห้องสมุดนะ’ แล้วปลายสายก็ตัดไป เจียระไนสูดลมหายใจลึกก่อนจะถอนหายใจยาวๆเพื่อระงับอารมณ์ ปราการมองหน้าเพื่อนด้วยสายตารู้เช่นเห็นชาติ


“ช่วยบอกกูหน่อยซิ ธุระอะไรของมึงทำทางมือถือได้?”


“เสือก”


“แล้วสรุปคือบ่ายนี้มึงกับมันจะออกไปนั่งดูดกาแฟกัน? แล้วหายอารมณ์เสียแล้ว?”


“ถ้ากูหายแล้ว กูจะให้มันรอสิบห้านาทีทำไม?” แล้วเจียระไนก็หมุนตัวเดินไปอีกทาง


“อ้าว แล้วมึงจะไปไหน นั่นไม่ใช่ทางไปห้องสมุดนะเว้ย” ปราการตะโกนถาม


“ดูดบุหรี่!!!” คำตอบแข็งโป้กบอกอารมณ์หงุดหงิดสุดๆ คนเป็นเพื่อนได้แต่โคลงศีรษะไปมาอย่างนึกระอาใจ


“ทีข้อสอบยากๆเสือกทำได้ ทีเรื่องง่ายๆเสือกทำให้ยาก ขอกูสมน้ำหน้ามึงสักสามทีเถอะ...สมน้ำหน้า! สมน้ำหน้า! สมน้ำหน้า!!” 

...............................

หลังจาก ‘ดูดบุหรี่’ ดับอารมณ์ร้อนรุ่ม เจียระไนก็พาคนผิวขาวจัดมานั่งทำธุระที่ร้านกาแฟ


ร่างสูงสั่งเอสเปรสโซ่ตั้งใจเอาความขมกดเส้นประสาทตัวเอง ส่วนสิตางศุ์สั่งลาเต้เย็นตามประสาคนไม่ชอบทานขม พอได้เครื่องดื่มแล้ว คนพามาก็ทำ ‘ธุระ’ ทางโทรศัพท์ของตัวเองอย่างขยันขันแข็ง ในขณะที่คนที่มาด้วยกัน ได้แต่นั่งดูดลาเต้ของตนเองอย่างเงียบๆ


‘เชี่ย ทำหน้าสำนึกผิดตลอดเวลา แต่แม่งไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าทำผิดอะไร’


เจียระไนพิมพ์ข้อความอย่างรวดเร็วลงในหน้าแชทบนมือถือของตนเอง ตาเหลือบมองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเป็นระยะ ใบหน้าขาวๆ ดวงตาคู่สวยที่หลุบต่ำจนเห็นขนตาเป็นแพ ยิ่งมองก็ยิ่งไม่อยากละสายตาไปไหนเลยด้วยซ้ำ


...ยิ่งมอง...ก็ยิ่งอยากเก็บเอาไว้คนเดียว ไม่ให้ใครหน้าไหนได้เห็นอีก...


‘มึงก็บอกมันสิ ว่ามันทำอะไรผิด’ อีกฝ่ายพิมพ์ตอบกลับมา


‘ไม่’


‘งั้นอย่าโวยครับมึง’ ร่างสูงจิ๊ปากอย่างหงุดหงิด และเสียงแห่งความหงุดหงิดนั้นก็ดังพอที่จะทำให้คนที่นั่งใกล้ๆได้ยินแล้วเงยหน้าขึ้นมามอง นัยน์ตาสีน้ำตาลที่มีประกายซื่อบริสุทธิ์นั้นทำเอาเจียระไนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโกรธคนไร้เดียงสาที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว โกรธคนแบบนี้ก็เหมือนโกรธคนเมา เพราะมันไม่มีทางรู้ตัวแน่นอน เขาถอนหายใจอีกทีก่อนจะเก็บมือถือลงกระเป๋ากางเกง


“อ่ะ ว่ามาสิ เรื่องของมึงน่ะ” หมดใจจะหงุดหงิดมันต่อไป แถมหมดความอดทนจะยื้อเวลาให้อีกฝ่ายมานั่งรอแบบนี้ เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้เหมือนเหนื่อยหน่าย ซึ่งสิตางศุ์ไม่รู้ว่าท่าทางแบบนั้นเป็นความเหนื่อยที่เกิดจากเขาหรือเกิดจากเรื่องอื่น


“เอ่อ...ถ้ามึง...ไม่สบายใจจะพูดถึง...กูไม่ถามก็ได้นะ” เพราะสถานะแฟนเก่า ก็พอจะเข้าใจอยู่หากว่าร่างสูงไม่อยากพูดเรื่องนิตาขึ้นมา


“มึงไม่ถามกูแล้วมึงจะไปถามใคร”


“ก็...” สีหน้าของใบหน้าขาวมีแววคิดไม่ตก เท่าที่รู้ นิตามีแฟนแค่คนเดียวคือเจียระไนซึ่งในเวลานี้เป็นแฟนเก่า ส่วนเพื่อน...นิตาก็มีแต่เพื่อนผู้หญิง จะให้เขาเข้าไปถามพวกนั้น...ก็ไม่กล้า


“จีบก็จีบไม่เป็น ชอบจริงรึเปล่าก็ไม่รู้ โซ่ มึงน่ะทั้งใจดีทั้งใจอ่อน ใครเข้ามาพึ่งมึงหน่อย มึงก็เอ็นดูเขาไปหมด กับนิตาก็เหมือนกัน มึงเคยช่วยนิตาทำกีฬาเฟรชชี่ตอนปี 1 มึงจะชอบก็ไม่แปลก แต่จะคบใครสักคนเป็นแฟนมันไม่ใช่แค่นั้น ไม่อย่างนั้นสามวันก็เลิกกัน” คนถูกตราหน้านิ่งงันพูดไม่ออก สีหน้าตะลึงงันเหมือนถูกตีแสกหน้าทำเอาคนพูดต้องพ่นลมหายใจแรงๆดับอารมณ์คุกรุ่นในใจ


“เอาเถอะ กูพูดไปก็เท่านั้น...”


“งั้นมึงก็สอนสิ...ทำยังไง ให้กูรู้ว่ากูคิดกับนิตาแบบไหน” ดวงตาคมกริบเหลือบมองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม


“แน่ใจเหรอว่ามึงจะทำตาม”


“อือ กูจะพยายาม”


“แน่ใจนะ?”


“อือ!”


“งั้น...หัดคิดว่ามึงไม่ได้ชอบนิตาสิ”


ดวงตาคู่สวยกะพริบปริบๆด้วยความงุนงง แล้วความเงียบก็โรยตัวระหว่างพวกเขาทั้งๆที่ภายในร้านเต็มไปด้วยเสียงผู้คนมากมาย ทว่าภายใต้ความเงียบของพวกเขาคือการเดิมพันของเจียระไน


...เป็นการเดิมพัน...ที่ความสำเร็จและความเจ็บปวดมีสิทธิ์พลิกผันทุกวินาที!!...

............................

“ไม่มีทาง กูทำไม่ได้หรอก กูคิดมาตลอดว่ากูชอบนิตา”


แล้วการเดิมพันของร่างสูงก็พลิกคว่ำในวินาทีนั้นเอง สิตางศุ์ปฏิเสธทั้งคำพูดทั้งการกระทำ ไอ้อาการสั่นหน้าไปมาแรงๆนั่นบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวปักใจอย่างหนักว่าไม่มีทางทำข้อแรกของเจียระไนได้


   ร่างสูงรู้สึกเหมือนอารมณ์จะเสียขึ้นมาอีก


   ...ไอ้ฉิบหาย!!...แม่งไม่เคยรู้จักกาลเทศะจริงๆ!!!...


   “มึงไม่มีวิธีอื่นเหรอ”


...ยังมีหน้ามาขอวิธีอื่นอีก?!!...ร่างสูงยอมรับตรงๆว่าถ้าคนตรงหน้าไม่ใช่สิตางศุ์แล้วล่ะก็ เขาลุกขึ้นชกปากแตกตั้งแต่มันปฏิเสธแล้ว!! ไม่ปล่อยให้ลอยนวลหน้าใสมาเรียกร้องหาช้อยส์อื่นหรอก!!


   “ไม่มี! ถ้ามึงไม่ทำกูก็ไม่ช่วยอะไรทั้งนั้น!”


   “อ้าว ไม่เอาอย่างงี้สิ”


   “ก็กูบอกให้มึงทำตามที่กูพูด! เสือกมาบอกว่าทำไม่ได้หรอก! แล้วจะให้กูพูดอะไรอีก?!!”


   “ก็วิธีมึงมันทำไม่ได้จริงๆนี่นา” สิตางศุ์เถียง แม้สุ้มเสียงจะไม่แข็งกร้าวเหมือนร่างสูง แต่แววตาของนัยน์ตาสีน้ำตาลคู่นั่นบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวดื้อแพ่งใช่ย่อย


   เจียระไนเริ่มหมดอารมณ์ อยากจะลุกหนีออกจากร้านแล้วทิ้งคนตรงหน้าเอาไว้ตรงนี้ ทว่าอยู่ดีๆ ดวงตาคู่สวยของสิตางศุ์ก็เบิกโต ร่างสูงชะงัก รีบหันมองตามสายตาของคนตัวขาว


   ...นิตา!!...


   …มาที่นี่ทำไมวะเนี่ย?!!!...


   “โซ่!” เขารีบหันกลับมาที่คนที่นั่งร่วมโต๊ะ สิตางศุ์สะดุ้งจนทำให้สายตาเหลือบกลับมาสบกับตาคนกริบของเจียระไน


   “ถ้าเมื่อกี้มึงทำไม่ได้ งั้นมึงก็มองกู!” ร่างสูงสั่งเสียงเข้ม


   “หะ!”


   “กูบอกให้มองกู! มองกูคนเดียว!!” ทั้งน้ำเสียงเข้มงวด ทั้งดวงตาคมกริบที่จ้องมองมาในระยะใกล้ ก็ทำเอาสิตางศุ์เลี่ยงไปไหนไม่ได้


   “มองกู...ไม่ต้องมองใครทั้งนั้น...ทำเป็นไม่เห็น...” ต่อให้ไม่บอก แต่สิตางศุ์ก็ไม่อาจละสายตาไปจากดวงตาของคนสั่งได้เลย ดวงตาคมกริบคู่นี้ นัยน์ตาสีดำสนิท ทรงพลัง ลึกลับเหมือนถูกดูดให้จมดิ่งเข้าไปภายในลึกขึ้นเรื่อยๆ...เรื่อยๆ...


   “มองกู...คนเดียว...” เสียงทุ้มดังแผ่ว ทว่าน่าแปลกที่ได้ยินชัดเหมือนดังอยู่ในหัว ร่างโปร่งรู้สึกเหมือนหมดสิ้นการควบคุมใดๆ ราวกับตกอยู่ภายในภวังค์ ภวังค์ที่มีเพียงเขา...และ ‘โจ๊ก’...


   “โซ่ โจ๊ก” เสียงหวานของหญิงสาวดังขึ้น นัยน์ตาสีน้ำตาลมีแววไหววูบ เจียระไนใจหาย รู้ตัวว่าเขากำลังจะเสียสิตางศุ์ไปจากสายตาแน่แล้ว ชายหนุ่มเอื้อมมือมาจับหน้าขาวเอาไว้ บังคับไม่ให้หันไปมองใครทั้งสิ้น ดวงตายังมองสบกัน แต่ร่างสูงเอี้ยวหน้าเล็กน้อยไปพูดกับหญิงสาวที่หยุดอยู่ข้างๆ


   “อย่าเพิ่งยุ่ง!” นิตาชะงัก หล่อนมองเพื่อนผู้ชายร่วมคณะสองคนที่ไม่รู้เล่นเกมอะไรกัน เพราะเจียระไนจับหน้าสิตางศุ์ไม่ให้หันมองใคร และพวกเขายังคงมองตากันอยู่อย่างนั้นชนิดที่หล่อนไม่กล้ารบกวนอีก แม้จะงุนงง แต่หญิงสาวก็ยอมเดินเลี่ยงไปมุมอื่นของร้านแทน


   เมื่อคาดว่าอดีตคนรักเดินพ้นไปแล้ว เจียระไนถึงได้ยอมปล่อยมือตัวเองออกจากใบหน้าของร่างโปร่ง แล้วเป็นฝ่ายถอนสายตาหนีไปทางอื่นก่อน นัยน์ตาสีดำที่ดึงดูดให้ด่ำดิ่งจากไปแล้ว เหมือนปลดปล่อยให้สิตางศุ์หลุดจากการพันธนาการนั้น


   ริมฝีปากสีแดงจัดเม้มเข้าหากันอย่างตกประหม่า ได้แต่กะพริบตาถี่ๆเพื่อเรียกสติให้กลับมา


   ...เมื่อกี้เขาเป็นอะไรไป...เขาตกเข้าไปในความดำมืดนั่น เสียงรอบตัวกลายเป็นเสียงแว่ว แต่พอเป็นเสียงของเจียระไน ต่อให้เบาแค่ไหนกลับได้ยินชัด...


   ...ทำไม...


   ...เพราะอะไร...


   สิตางศุ์รู้สึกว่าร่างของตัวเองสั่นไหวเหมือนมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นในใจ แต่เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร...ไม่รู้...จนเกิดเป็นความกลัว...


   “ก...กู...กูกลับก่อนแล้วกัน” เพราะยิ่งไม่รู้ก็ยิ่งกลัว ร่างโปร่งคิดว่าวิธีที่ดีที่สุดคือถอยออกไปจากตรงนี้ เขาลุกขึ้นคว้ากระเป๋าตัวเองแต่ยังไม่ทันจะเดินออกจากโต๊ะ แขนกลับถูกรั้งเอาไว้ สิตางศุ์ชะงักเหลือบตาลงมองมือใหญ่ที่จับแขนเขาอยู่ ไอร้อนผ่าวจากฝ่ามือนี้จู่โจมไปทั้งร่างจนเหมือนชาดิกไปหมด


   เจียระไนลุกขึ้นยืนแล้วปล่อยมือจากท่อนแขนขาวจัด


   “ไปดูหนังกัน” เขาชวนทั้งๆที่ไม่ยอมมองหน้า ร่างโปร่งได้แต่อ้าปากค้าง จะค้านก็ไม่รู้จะค้านยังไง ที่สำคัญคือค้านไม่ทันเพราะเจียระไนก้าวเท้าเดินนำออกจากร้านแล้ว ดวงตาคู่สวยมองตามแต่ยังยืนอยู่กับที่ ทว่าเมื่อคนที่เดินนำออกไปไม่เห็นว่าเขาเดินตาม ดวงตาคมคู่นั้นก็หันกลับมามอง และเป็นอีกครั้ง...ที่สิตางศุ์หมดแรงต้านทาน


   ปลายเท้าก้าวออกจากโต๊ะช้าๆไปยังร่างสูงที่ยืนรออยู่ ก่อนที่พวกเขาจะเดินเคียงกันหายลับไปจากหน้าร้านกาแฟ


   ‘ไปดูหนังกัน’


   ตัวเลือกที่เจียระไนมอบให้ ยื้อเวลาให้สิตางศุ์ยังอยู่กับเขา แม้จะอยู่ในที่มืด แม้จะมองไม่เห็นกัน แม้จะไม่ได้พูดคุยกัน แต่แค่เพียงเขายังได้รู้ว่าอีกฝ่ายยังอยู่ข้างๆ ยังไม่ไปไหน...ก็พอ...


...พอเชี่ยอะไรล่ะ! วันนี้แม่งทำหงุดหงิดตั้งหลายรอบ!! ปล่อยกลับง่ายๆก็อย่าเรียกกูว่าเจียระไนอีกเลย!!...


ติดตามตอนต่อไป (วันพฤหัสค่ะ)
โจ๊กน่าสงสารรรรรรรร (จะย้ำจนกว่าทุกคนจะสงสารโจ๊กเหมือนที่บัวสงสาร) ตอนนี้โจ๊กแทบจะเป็นไบโพลาร์แล้วนะคะ ส่วนแสนซื่อและบื้ออย่างโซ่ก็ยังคงซื่อและบื้อต่อไป ถ้าถามว่ามันจะรักกันได้ใช่มั้ย ก็คิดว่ารักกันได้...มั้งคะ ฮา (ถ้าโจ๊กไม่บ้าไปซะก่อนนะ)

ตอนที่แล้วมีคนคอมเม้นท์เรื่องภาษาด้วย ขอบคุณมากๆเลยค่ะ ในช่วงที่บัวพิมพ์เรื่องนี้อยู่ บัวก็พิมพ์อีกเรื่องไปด้วย บางทีมันทับกันไปมา แบ่งสมองไม่ทัน ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ บัวจะนำมาปรับปรุงต่อไปค่ะ

ขอบคุณคนอ่าน คนเม้นท์ คนติดตามและทุกกำลังใจเช่นเคยค่ะ ขอบคุณพื้นที่บอร์ดด้วยค่ะ
เจอกันพฤหัสหน้านะคะ วันพุธบัวกลับมาไม่ทันอ่า


ออฟไลน์ anntonies

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 847
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
ผีบ้าที่แท้จริง โจ๊กเอ๊ยยย
อารมณ์เจ้านี่ต้องปรับโหมดหน่อยละ
อ่านยังตามไม่ทัน
ถามว่าคนซื่ออย่างโซ่นี่จะรอดมั้ย  :katai5: :katai5:

ออฟไลน์ pearlypear

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 71
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
โซ่ คนซื่อ  :hao7: :hao7: :hao7:

ออฟไลน์ aiyuki

  • รักแท้ไม่แบ่งแม้เพศพันธุ์
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-6
โจ๊กผู้น่าสงสาร

ออฟไลน์ G-NaF

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 820
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-1
เริ่มเห็นใจโจ๊กขึ้นมาเบาๆแล้วคับ

ออฟไลน์ monkey_saru

  • ทำไมหัวใจถึงเอียงซ้าย...*
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 155
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 :angry2: :angry2: อิโจ๊ก ไอ่บ้าา ไบโพลาร์จริงๆเลย  อย่ามาทำงี้กับโซ่นะ

เราหวง ฮ่าๆๆๆๆๆๆ โซ่น้อยของเราเองง  น่ารักอะไรอย่างนี้ :z2: :z2:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6283
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
โจ๊กร้ายยยยยย

ออฟไลน์ we.jinkyu

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 108
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-1
ชอบประโยคนี้   :katai2-1:
" ...พอเชี่ยอะไรล่ะ! วันนี้แม่งทำหงุดหงิดตั้งหลายรอบ!! ปล่อยกลับง่ายๆก็อย่าเรียกกูว่าเจียระไนอีกเลย!!... "

ออฟไลน์ shoi_toei

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4359
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +222/-26
55555 เราสงสาร และ ก็ขำด้วย ผิดมั้ยเนี่ย

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7208
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
อิโจ๊กนี่เล่นสะกดจิตน้องโซ่เลยเหรอ น้องยิ่งเป็นคนใสซื่อบริสุทธิ์ จะทันเกมไหมนี่
สงสารนิตา บางตอนก็มาแต่ชื่อ พอวันนี้มีบทก็ถูกอิโจ๊กไล่ไปอี๊ก

ออฟไลน์ ดาวโจร500

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 643
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-3
ชอบบบบ หลงรักพี่โซ่

ออฟไลน์ Bronc

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 374
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0
เอิ่ม โจ๊กทำไรให้ยากไปนะ แผนซ้อนแผน จนตัวเองหงุดหงิด โซ่ซื้อขนาดนั้น ทำใจหน่อยนะ

ออฟไลน์ moonjelee

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 6
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ผีเข้าผีออกที่แท้จริง แต่ก็อยู่ในระดับน่าเอ็นดูอะ
คุณโจ๊ก (เปลี่ยนสรรพนามทันที) หงุดหงิดอะเนอะ!
ชอบเค้าแต่เป็นคนซึนๆคูลๆอะ คีพลุคต่อไป555555
ไม่นกเถ้อะ

ออฟไลน์ masochism2018

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 428
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-1
คุณโจ๊กจะเกรี้ยวกราดอะไรเบอร์นั้น!!!!!!!!!
ยิ่งกว่าผู้หญิงเป็นประจำเดือนอีก!!!! อารมณ์ขึ้นลงเป็นหุ้นเลยค่ะ!!!!
 :laugh:

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2383
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1180/-5
นิตงนิตาอะไร ผู้ชายเขาจะจีบกันค่า

ตอนนี้อ่านแล้วหลุดขำหลายรอบนะคะ คิดว่าโจ๊กน่ารักน่าเอ็นดู(อย่าสลับตำแหน่งคำ)จริงๆ ดิฉันรู้สึกว่าเขาตรงข้ามกับบุคลิกในช่วงตอนแรกๆ ที่ออกมา ตอนนั้นเขาดูขรึม...ลึกลับ...น่าค้นหา...ดูน่าเกรงขาม...อะไรประมาณนั้น แต่ตอนนี้ตบมุกเอย หักมุกตัวเองเอย แหม...พ่อคุณ...กลายเป็นน่ารักไปซะงั้น น่าเห็นใจกับความพยายามอยากอยู่กับโซ่ให้มากกว่านี้

แอบเอาใจช่วยโจ๊กค่ะ ขอบคุณสำหรับตอนนี้นะคะ รอตอนหน้าเช่นเดิมค่ะคุณบัว

ออฟไลน์ wikawee

  • มีชีวิตอยู่เพื่อทำฝันให้เป็นจริง
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1185
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-7
อืมมมมมมม โจ๊ก สู้ๆนะ  :oo1: :oo1: :oo1: ต้องเข้าใจว่า คนเค้าสอบมาตั้งนาน จะให้เปลี่ยนใจง่ายๆคงไม่ได้หรอก

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ pamhicc

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 264
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
โซ่น่ารักมากกกกกก
รอดูต่อไปว่าโจ๊กจะทำยังไงต่อ ลุ้นๆๆ

ออฟไลน์ NUTSANAN

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1031
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +92/-3
โจ้กตอนนี้ไบโพลาร์กพเริบบบต้องไปหาหมอออด่วนจ้าาา ว่าแต้น้ำกระเจี๊ยบนี่หวานจริงๆเนาะ

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1509
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
บ้าไปอีกก5555 สงสารโซ่

ออฟไลน์ Starry[Blue]

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 178
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
โจ๊ก5555555555555น่าสงสารเด้อ
โซ่นี่ใจร้ายกับโจ๊กมากจริงๆ *กัดฟันพูด*

ออฟไลน์ kinjikung

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2940
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +163/-8
งานยาก งานหนัก โกรธเองก็ต้องหายเองอีก 5555
สู้ ๆ นะโจ๊กถ้าไม่ประสาทกินไปซะก่อน โซ่คนซื่อก็ยังคิดว่าตัวเองชอบนิตาต่อไป

ออฟไลน์ saccarrum

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 142
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
โจ๊กตล๊กกกกกกกก สงสารโจ๊กนะ แต่ก็สงสารโซ่อ่ะ เหมือนถูกหลอก

ออฟไลน์ punthipha

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1478
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +200/-0
ซ โซ่ ซื่อซื่อ จโจ๊ก น่าสงสาร

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7518
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
แหมๆ........โจ๊ก หงุดหงิดโซ่ ที่ถามแต่เรื่องนิตา
ก็โจ๊กตั้งเงี่ยน เอ๊ย...เงื่อนไขเองนี่นา
ว่าจะช่วยสอนโซ่ จีบนิตา
โจ๊ก จะหงุดหงิดทำไม ก็โซ่ ไม่รู้นี่ว่าโจ๊กชอบโซ่
เอาแต่ใจตัวเองปะโจ๊ก อยากจะเก็บโซ่ ไม่ให้ใครมอง
อูยย.....เป็นเอามากนะ โจ๊กเป็นโซ่ลิสสึม แล้ว
โทษโซ่เรื่องทำให้ตัวเองหงุดหงิดเฉยเลย  :เฮ้อ: :เฮ้อ: :เฮ้อ:
'...พอเชี่ยอะไรล่ะ! วันนี้แม่งทำหงุดหงิดตั้งหลายรอบ!!
ปล่อยกลับง่ายๆก็อย่าเรียกกูว่าเจียระไนอีกเลย!!...'
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-03-2017 12:49:43 โดย ♥►MAGNOLIA◄♥ »

ออฟไลน์ imymild

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 354
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
โจ๊กผีเข้าผีออกมาก สงสารเบาๆ

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด