❤ Inside love: เปลี่ยนยังไงสุดท้ายก็มึง ❤ Special Valentine's Day #คินโซ่ ❤
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ❤ Inside love: เปลี่ยนยังไงสุดท้ายก็มึง ❤ Special Valentine's Day #คินโซ่ ❤  (อ่าน 114432 ครั้ง)

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
***************************************************************************************
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

*****************************************************************************************


นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน
ตัวละครและสถานที่ในเนื้อหาไม่มีอยู่จริง

:a11:

พูดคุยกับเราได้ที่
Twitter


:pig2:

สารบัญ

★☆★☆★☆★☆★☆★☆★☆★



☼ ☀ ☼ ☀ ☼ ☀ ☼ ☀ ☼ ☀ ☼ ☀ ☼ ☀ ☼ ☀ ☼ ☀ ☼ ☀ ☼ ☀ ☼ ☀



บทนำ



โทรศัพท์เครื่องหรูสั่นครืดคราดอยู่ในกางเกงยีนส์เนื้อดีของผม ชื่อของคนปลายสายปรากฏพร้อมกับใบหน้าไร้อารมณ์เช่นเคยทำให้ผมต้องหัวเราะออกมานิดๆ ก่อนจะกดรับสาย คินมันเป็นคนแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่นะ


(มึงอยู่ไหนแล้ว) ฟังเสียงหงุดหงิดก็รู้ มันคงกำลังหัวเสียที่ผมยังไม่ถึงที่หมายสักที


“ติดไฟแดงอยู่เนี่ย จะเร่งอะไรนักหนา แหกโค้งขึ้นมามึงจะรับผิดชอบไหม” ผมตอบเสียงเรียบพลางควงกุญแจรถไปมา ตอนนี้เดินอยู่ในบ้านครับ โกหกมันไปอย่างนั้นแหละ


(เออ รีบๆ มา ไอ้พวกนี้อยู่กันครบเลยเหลือมึงคนเดียวเนี่ย...เอามาให้กูคุยดิ๊...โหลรีบมาเลยครับคุณชาย ถ้ามึงยังช้าจ่ายค่าเหล้าให้พวกกูด้วยเลย) เอ็มพูดแทรกขึ้นมา มันเป็นเพื่อนสนิทอีกคนของผมครับ รายนี้พูดมากเรียกว่าพูดไม่หยุดเลยก็ว่าได้


“เออ กูป๋าพอ อยากแดกอะไรสั่งเลยครับเดี๋ยวป๋าจ่ายเอง” ผมตอบกลับไปพลางโบกมือไล่สาวใช้ที่กำลังจะอ้าปากพูดกับผม เดี๋ยวพวกมันได้ยินพอดีว่าผมยังอยู่บ้าน


(มันต้องอย่างนี้เซ่...เห้ยพวกมึง! คืนนี้เสี่ยโซ่เลี้ยงโว้ย สั่งบลูมาเลยกูอยากแดก) ผมหัวเราะนิดหน่อย ไอ้พวกนี้ไม่เคยเกรงใจผมเลยจริงๆ ซึ่งผมก็ไม่แคร์อะนะ รวยอะเข้าใจปะ


“งั้นแค่นี้นะพวกมึง ไฟเขียวล่ะ” พูดจบผมก็ตัดสาย กดรีโมทปลดล็อกรถหรูคันใหม่ล่าสุดที่พ่อซื้อให้เป็นของขวัญเรียนจบ คันนี้หลายสิบล้านครับตั้งใจจะเอาไปอวดพวกนั้นสักหน่อย


ผมขับรถมาตามทางปกติ แต่รอแล้วเล่ารถก็ติดไม่ขยับไปไหนสักที ชั่ววินาทีนั้นผมคิดว่าหากรอต่อไปคงไม่ทันการ เลยเลี้ยวรถไปยังทางลัดที่จำได้ว่าเคยมากับคิน ถนนเส้นทางนี้ยังคงเปลี่ยวเหมือนเคย รอบข้างมืดไปหมดเพราะรัฐบาลไม่มาสร้างเสาไฟริมถนนสักที ผมยังสงสัยอยู่เลยว่าคนแถวนี้เขาอยู่กันไปได้ยังไง


เหลือบมองทางไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเห็นใครบางคนวิ่งเข้ามาตัดหน้ารถผม ผมเบรกเอี๊ยดเกือบจะชนเขาแล้ว ชายคนนั้นสะดุ้งเฮือกก่อนจะยืนโงนเงนแล้วล้มลงไป  ด้วยความเป็นคนดีไงผมจึงลงจากรถไปดูอาการเขา


โอ้ย ผมจะไปสายแล้วเนี่ย ลากไปวางข้างทางก่อนแล้วกัน


ผมพยุงเขาคิดจะทำอย่างที่ตั้งใจไว้แต่เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาหลายคู่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ไม่ทันได้หันไปดูว่าเป็นใคร ท้ายทอยผมก็ถูกกระแทกอย่างแรงก่อนสติของผมจะค่อยๆ ดับลง
.
.
.
.
.
.
.
เฮื้อก


“แค่กๆ” ผมรู้สึกคอแห้งทันทีที่มีสติ เอื้อมมือไปคว้าน้ำจากเหยือกข้างเตียงแต่ไม่รู้ทำไมมันอยู่ไกลจังวะ


แอด


“นี่ หยิบน้ำให้ทีสิ” ผมบอกคนที่เข้ามาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง โห เสียงหล่อหายหมด ผมหลับตาลงอย่างมึนงง รู้สึกว่าร่างกายไร้เรี่ยวแรงเหลือเกิน แต่ไม่เจ็บท้ายทอยแล้วครับ สงสัยหมอที่นี่เขาจะรักษาดี อย่างนี้คงต้องบริจาคให้โรงพยาบาลมากหน่อยแล้ว


“ตื่นมาก็เรียกหาน้ำเลยนะที่รัก เมื่อคืนยังดื่มไม่พอเหรอไง” หืม กูไปมีที่รักที่ไหน ผมลืมตามองคนที่ยกเหยือกน้ำเทใส่แก้ว ผมสีทองของเขาดูเข้าใบหน้าเกลี้ยงเกลานั่นมาก รวมถึงดวงตาสีฟ้าใสสะกดให้คนมองได้ดีจริงๆ


แต่มันเป็นใครวะ


“มึงเป็นใคร” ผมถามพลางรับแก้วน้ำมาจากมันแล้วดื่มอย่างกระหาย ฮ้า ชื่นใจ


“อะไร แค่นี่ทำลืมเหรอ กูก็ผัวมึงไง”


“หะ?” ผมจ้องหน้ามันแล้วส่ายหน้า “กูไม่รู้จักมึง มึงจะมาเป็นผัวกูได้ไง อีกอย่างกูเนี่ยผู้ชายทั้งแท่งครับ” ผมตบอกตัวเองดังพลั่ก ยันยันว่าผมแมนจริงๆ


“ฮ่าๆ มึงเล่นมุกอะไรเนี่ยไอ้แรด อย่างมึงเป็นได้แค่เมียเท่านั้นแหละ” นั่นปากเหรอวะ ถ้าผมมีแรงนะจะต่อยหน้ามันให้ยับเลย แต่ตอนนี้ปวดฉี่ครับ ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะเดี๋ยวค่อยมาเคลียร์


“จะไปไหนละนั่น” ไอ้หัวทองเข้ามาประคองผมอย่างรวดเร็ว แต่ผมก็สะบัดมันออกด้วยท่าทางเหยาะแหยะ


“ฉี่ ปล่อยกูเลย” มันปล่อยให้ผมเดินเข้าห้องน้ำเอง พอทำธุระเสร็จแล้วผมก็ล้างมือตรงอ่างล้างหน้าพลางวักน้ำลูบหน้าไปด้วย พอเงยหน้ามองกระจกผมก็ตกใจ


“เฮ้ย! มึงเป็นใคร!” ไอ้เด็กหน้าตุ๊ดตะมุตะมินี่มาจากไหน ผมเอามือแตะกระจกก็ไม่เห็นจะทะลุไปอีกด้าน เลยยกมือลูบหน้าพลางสำรวจร่างกายไปด้วยว่าทำไมมันหดเล็กลง บอบบางและผอมแห้งแรงน้อยอย่างนี้


“เกิดอะไรขึ้น” เสียงจากคนข้างนอกเรียกสติผม


“ไม่มีอะไร เจอแมลงสาบน่ะ ตีตายไปแล้ว” ผมพูดพลางจ้องใบหน้าในกระจกอย่างพิจารณา โห ผิวเนียนมาก สิวไม่มีเลยสักเม็ด ดวงตาเรียวรี ขนตางอนเด้งกว่าผู้หญิงอีก ปากชมพูระเรื่อรับจมูกโด่งเชิดรั้น นี่ผู้ชายจริงปะเนี่ย ผมเปิดกางเกงดูก็เห็นเหมือนๆ กับของตัวเองแต่ขนาดเล็กกว่า แล้วกูมาอยู่ในร่างไอ้เปี้ยกนี่ได้ไง จำได้ว่าโดนตีหัวนะ ผมกอดอกเดินวนไปวนมาอย่างคิดไม่ตกจนกระทั่งคนข้างนอกตะโกนเข้ามาอีก


“นี่ เป็นลมไปแล้วเหรอ” ไอ้หัวทองนี่น่ารำคาญจริงๆ


“กูขี้อยู่โว้ย!” หลังจากนั้นก็ไม่มีเสียงตอบกลับมาอีกเลย





:bye2:
-------------------------------------------------
ฝากติดตามผลงานแรกด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

*เพิ่มเติม 09/09/17
จบแล้ว
◮เซ็ตผิดแผน◮  (เรื่องสั้น)
║.♪.เสียงของคุณ.♪.║ (เรื่องสั้น)
At Night in the Rain (เรื่องสั้นตอนเดียวจบ)
☂เหตุเกิดเพราะชอบคุณ☂(นิยาย)
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-02-2018 23:11:41 โดย janeta »

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
1
☷ ร่างใหม่ ☷





กว่าผมจะออกจากห้องน้ำได้ก็เกือบครึ่งชั่วโมง ไอ้หัวทองที่ผมไม่ทราบชื่อกำลังนั่งอ่านข่าวสารบ้านเมืองอยู่บนโซฟา มันเงยหน้ามองผมแล้วพับหนังสือพิมพ์ลงวางข้างตัว

“ไง หมดไส้หมดพุงแล้วล่ะสิ” ทักทายด้วยคำไพเราะเพราะพริ้งจริงๆ ผมไม่ตอบอะไรแล้วขึ้นไปนั่งบนเตียงพลางมองหน้าไอ้หัวทองไปด้วย

“ตรงๆ เลยนะ ขี้เกียจอ้อม กูชื่ออะไร มึงชื่ออะไร เกิดอะไรขึ้นกับกู” ผมจ้องตาคู่สนทนาหวังว่ามันจะเล่าให้ฟังว่าทั้งหมดนี่มันเกิดอะไรขึ้น

“เซียไง เล่นอะไรของมึง” มันมองอย่างกังวล

“กูไม่รู้จักมึง มึงจะให้กูพูดอีกทีกูก็พูดได้แค่นี้ กูเป็นใครยังไม่รู้เลย” ใช่ นอกเหนือจากนายศรัลย์หรือโซ่ ซึ่งก็คือตัวผมนั่นเอง ไอ้เด็กนี่ใคร ไม่เคยรู้จักอะ

 “กูว่าต้องเรียกหมอแล้วล่ะ” มันลุกขึ้นแล้วรีบออกจากห้องไปตามหมอ ไม่นานหมอกับพยาบาลก็เข้ามา สอบถามอาการผมเล็กน้อยแล้วหันไปคุยกับไอ้หัวทอง

“เป็นไปได้ว่าคนไข้ความจำเสื่อมชั่วคราว แต่จากผลซีทีแสกนไม่มีสิ่งผิดปกติ คาดว่าอีกไม่นานความทรงจำจะกลับมาครับ” ผมเปล่าความจำเสื่อมนะหมอ แต่บอกไปคงไม่มีใครเชื่อหรอก ผมเอนหลังลงนอนแล้วเอามือประสานกันไว้ที่ท้ายทอยมองไอ้หัวทองพูดกับคุณหมออย่างสุภาพ ทีกับกูนี่คนละเรื่อง

“เฮ้อ มึงเนี่ยนะ ภาระกูจริงๆ” มันผลักหัวผมไม่แรงนัก “ความจำเสื่อมอย่างนี้กูจะทำอะไรได้” มันพึมพำกับตัวเองแล้วเปิดกระเป๋าเป้ ยื่นสมุดเล่มเล็กมาให้ผมมีแม่กุญแจล็อกไว้

“อะไร”

“กูจะเล่าเท่าที่รู้ นอกนั้นมึงอ่านไดอารี่เอาเอง” ผมก้มมองสมุดไดอารี่ เอิ่ม แล้วกูจะไขยังไงครับคุณหัวทอง

“กูไม่รู้ว่ากุญแจอยู่ไหน ไม่ต้องมามอง ฟังที่กูเล่าให้ดี” ผมตั้งใจฟังมันเล่าอย่างดี

เจ้าของร่างชื่อว่าเต้ เป็นนักเรียนชั้นม.หก เช่นเดียวกับผม ส่วนไอ้หัวทองชื่อเซียเป็นลูกครึ่งไทย-จีน-สวีเดน นักเรียนต่างชาติที่ย้ายเข้ามาเรียนที่โรงเรียนเดียวกับเต้และมีเต้เป็นเพื่อนคนแรก ทั้งสองคนตัวติดกันตลอดเวลาที่อยู่โรงเรียน เต้เป็นนางฟ้าประจำโรงเรียน เป็นที่หมายปองของคนทั้งโรงเรียน คบกับคนนั้นคนนี้ไปเรื่อยแต่ไม่เคยจริงจังกับใคร และเพิ่งเลิกคบกับหนุ่มนักศึกษาคนหนึ่งที่เซียไม่รู้จัก

“แล้วเกิดอะไรขึ้นกับไอ้เปี๊ยก เอ้ย หมายถึงกู ทำไมกูมีสภาพแบบนี้”

“พลเมืองดีบอกว่ามึงกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย โชคดีที่เขากระโดดลงไปช่วยทันมึงถึงรอดมาได้”

“ฆ่าตัวตายทำไมวะ เท่าที่มึงเล่าชีวิตก็แฮปปี้ดีนี่”

“กูจะไปรู้เหรอครับ ช่วงหลังมึงตั้งใจเรียนมาก เอาแต่ยิ้มเป็นคนบ้า นี่ยังงงอยู่เลยว่ามึงฆ่าตัวตายได้ยังไง”

“ไม่รู้ จำไม่ได้ เรื่องนี้ต้องมีเงี่ยนงำ”

“เงื่อนงำเถอะครับ มุกอะไรเนี่ย ไม่เอาๆ อย่าเล่นอีกนะ” เซียยกนิ้วชี้ส่ายไปส่ายมา เห็นแล้วหมันไส้ ตบกะโหลกมันไปทีเหมือนที่ตบเพื่อนซี้ นึกถึงพวกมันแล้วคิดถึงแฮะ แล้วร่างของผมจะเป็นยังไงบ้างเนี่ย ผมขอโทรศัพท์จากมันเมื่อรู้ว่าโทรศัพท์ของเต้จมหายไปในน้ำแล้ว ค่อยซื้อใหม่ก็ได้

“โทรหาใคร”

“ไม่เสือกครับ” ผมกดเบอร์เพื่อนซี้อย่างไอ้คินก่อนเลย ก่อนจะนึกได้ว่ามันไม่รู้จักร่างนี้นี่หว่า ผมรีบกดตัดสายทันที

“กูว่ามึงเปลี่ยนไปมากนะเต้ มึงไม่แรด ไม่อ้อน นั่น ถลึงตาใส่กูอีก เสียดายความน่ารักที่กูเห็นมาตั้ง 3 ปี” ผมปัดมือมันที่จะเอื้อมมาจับแก้ม ขนลุกโว้ย

กูแมน

กูแมนนนนนนนนนนนนนนนนนน

เซียอยู่คุยกับผมจนถึงเย็น ตอนแรกมันจะค้างด้วยแต่ผมขอร้องให้มันกลับไป ผมรำคาญ มานั่งระลึกความหลังความน่ารักของไอ้เปี๊ยกอย่างนั้นอย่างนี้อยู่ได้ ผมถามถึงครอบครัวเต้ว่าทำไมไม่มีใครมาเยี่ยม ไอ้เซียก็แค่บอกว่าพวกเขาไม่ว่าง ทั้งยังกำชับให้ผมโทรหาทันทีถ้ารู้สึกไม่สบาย

มึงเป็นเพื่อนหรือพ่อครับ

ผมก็กดเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ ไม่มีอะไรน่าสนใจเลยกดปิดซะเลย

“มันเป็นความผิดกู กูไม่น่าไปโทรเร่งมันเลย” เสียงคุ้นหูจากหน้าประตูเรียกให้ผมลงจากเตียงแล้วเดินไปดูทันทีว่าเป็นเสียงใคร ใบหน้าคร่ำเคร่งของเพื่อนสนิทพูดตอบเพื่อนอีกคนอย่างเหนื่อยล้า

“มันไม่ใช่ความผิดมึง” เอ็มตบบ่าปลอบใจ

“ทางที่มันไปมีแค่กูกับมันที่รู้นะโว้ย มันรีบมาเลยใช้ทางนั้น ไอ้พวกเหี้ยนั่นก็สมควรตาย”

“ใจเย็นมึง ให้กฎหมายจัดการไปนั่นแหละดีแล้ว รถก็ได้คืน ไอ้โซ่ก็ยังไม่ตาย”

“ไม่ตายก็เหมือนตายปะวะ มันนอนเป็นเจ้าชายนิทรานะโว้ย หมอยังไม่รู้เลยว่ามันจะฟื้นหรือเปล่า” ไอ้คินตะโกนเสียงดังจนเอ็มต้องลากเข้าไปในห้องตรงข้าม หืม ร่างกูอยู่ใกล้แค่นี้เองเรอะ เออดี ไว้พวกมันเผลอผมจะเข้าไปยลโฉมตัวเองสักหน่อย สภาพคงไม่แย่เท่าไหร่มั้ง

คิดได้อย่างนั้นผมก็กลับมานอนและวางแผนต่างๆ ไปด้วยจนหลับไป

✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣

“ตื่น!” เสียงแสบแก้วหูและแรงเขย่าปลุกผมจากการหลับใหล

“มึงจะลุกไม่ลุกไอ้เต้” เสียงกระโชกโฮกฮากทำให้ผมต้องฝืนลืมตาขึ้นมา

“ใคร” ผมขยี้ตาสงสัย ฉับพลันหัวผมก็ถูกตบอย่างแรงจนรู้สึกวิ้งไปหมด ตาสว่างเลยกู ผมมองลุงแก่กับป้าหน้าวอกที่มายืนทำหน้ายักษ์อยู่ข้างเตียง

“กูก็พ่อกับแม่มึงไง” หะ กูจำได้ว่าพ่อแม่เป็นผู้ดีกว่านี้นะ อ่อ ลืมไป ตอนนี้กูคือเต้ ผมตบหน้าตัวเองเบาๆ เรียกสติ แต่เหมือนเจ๊หน้าวอกจะคิดว่ามันเบาไปเลยตบแก้มซ้ายผมจนหน้าชา

มันจะมากไปแล้วนะโว้ย มาถึงก็ตบเนี่ย

“จะตายทำไมไม่ตายให้มันจริงฮะ แล้วนี่อะไร กระแดะมาอยู่โรงพยาบาลเอกชนค่ารักษาแพงหูฉี่ มึงรวยนึกรึไงฮะ” ได้ทีตบหัวผมอีก ผมยกแขนขึ้นป้องกันตัว นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย

“ค่ากินค่าอยู่กูก็แทบจะไม่พอใช้ ยังจะมาผลาญไปกับเรื่องโง่ๆ อีก มึงมีเงินซ่อนนักใช่ไหม เอามาให้กูเดี๋ยวนี้เลย” ยัยป้าหน้าวอกค้นลิ้นชักข้างเตียงลื้อเสื้อผ้าออกมาสะบัดหาของมีค่า ส่วนลุงแก่เข้ามาค้นตัวผมทั้งๆ ที่ก็น่าจะรู้ว่าชุดคนไข้มันไม่มีอะไรนอกจากเสื้อกับกางเกง

เฮ้ยๆ มึงล้วงไปไหนวะนั่น 

ผมผลักลุงแก่ทันที มองหน้าหื่นๆ ของมันก่อนที่จะหันไปยังป้าหน้าวอก พออ้าปากจะฟ้องก็โดนตบอีก กู-ไม่-ทน-แล้ว!

“โว้ย! เลิกยุ่งกับกูสักที”

ผมตะโกนลั่นพลางเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ของเซีย ตั้งใจจะโทรเรียกให้มันมาช่วยแต่ยัยป้าหน้าวอกคว้าจากมือไปพร้อมกับตบผมอีกฉาด

“หุบปากมึงไปเลยไอ้เต้! แหมๆ มีไอโฟนเครื่องละหลายหมื่น มึงไปอ้อนผัวมึงมาละสิ คนที่เท่าไหร่แล้วล่ะเปย์ดีนี่ กูขอก็แล้วกันแลกกับที่กูต้องเสียเวลามาหามึง” พูดจบหล่อนก็เดินสะบัดก้นออกไป ส่วนไอ้แก่หน้าหื่นก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้แล้วเลียริมฝีปาก

“แล้วกูจะมาเยี่ยมใหม่ลูกรัก” แล้วไอ้แก่นั่นเดินตามเมียมันออกไป

ผมกุมแก้มอย่างเจ็บปวด คิดว่าอีกไม่นานคงบวม ผมก้มลงเก็บเสื้อผ้าที่คาดว่าน่าจะใส่ตอนมา พอคลี่ออกก็เจอสร้อยเงินเส้นหนึ่งมีจี้รูปกุญแจดอกหนึ่ง ผมรีบหยิบไดอารี่มาปลดล็อกทันที อ่านเรื่องราวน้ำเน่าของเต้ เด็กน้อยผู้อาภัพ
ครอบครัวที่น่าจะเป็นที่พึ่งเดียวของเขากลับทำร้ายเขามาตลอดหลายปี แม่ขโมยเงินเก็บของเขาไปเล่นพนัน ส่วนพ่อก็พยายามจะข่มขืนเขาตั้งแต่ขึ้นชั้นประถม โชคดีที่เขารอดมาได้ทุกครั้ง ไม่สงสัยแล้วว่าทำไมเขาถึงคิดสั้น ขนาดผมเจอไปแค่ไม่กี่นาทียังเจ็บขนาดนี้ สิ่งที่เขาเจอมาทั้งชีวิตจะขนาดไหน

ผมพลิกกระดาษทีละหน้า แต่ละหน้าบอกเล่าเรื่องราวของชีวิตเขาในแบบที่ต่างจากที่เซียเล่าอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ได้มีชีวิตสวยหรูกับบรรดาคนที่เขาคบ เขาก็แค่หลอกเอาเงินคนพวกนั้นแลกกับการคบกัน ของขวัญที่เขาได้ก็ถูกพ่อกับแม่เอาไปขายและจำนำทั้งนั้น เขาไม่อยากทำแต่เพราะถูกบังคับให้ใช้ใบหน้าสวยๆ หลอกคนอื่นเรื่อยมา คนที่คบกับเขาก็รู้ดีว่าถ้าจะคบกันก็ต้องเงินหนามากพอ ส่วนใหญ่จึงได้แค่เมียงมอง เขาเองก็ไม่เคยให้ใจกับใครไปจนกระทั่งได้พบกับ ‘ภู’ นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดัง เต้ชอบเขาและไม่อยากหลอกเขาด้วยตัวตนจอมปลอม

เต้กับภูเจอกันที่ผับแห่งหนึ่ง เต้เป็นลูกค้าประจำอยู่แล้วเพราะแฟนของเขาพาเข้ามาบ่อย การ์ดจำหน้าเขาได้จึงปล่อยให้เข้ามา ช่วงนั้นเต้ไม่ได้คบใคร เขาอยากจะพักสักระยะที่ต้องเสแสร้งตบตาคนอื่น ภูเป็นหนุ่มหล่อและอัธยาศัยดีที่มาดื่มคนเดียว ทั้งสองคุยกันในเรื่องที่สนใจทั้งภาพยนตร์ เพลง กีฬา และได้รู้ว่าทั้งคู่ชอบอะไรคล้ายๆ กัน ภูชวนเต้ไปเที่ยวที่ต่างๆ ทำให้เต้ได้ห่างหายจากบ้านในช่วงศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์โดยบอกว่าจะไปเที่ยวกับแฟน ซึ่งหมายความว่าพวกเขาจะได้เงินและไม่ต้องทุบตีเต้อีก

นานวันเข้าภูก็ชวนเต้ไปอยู่ด้วยกัน เต้ไม่ปฏิเสธเพราะอยากฝากใจให้เขาดูแล และมอบครั้งแรกให้เขาโดยที่ไม่รู้ว่าต่อมาจะถูกทิ้งเหมือนหมาข้างถนนเพราะภูมีคนใหม่ เป็นสาวสวยที่คู่ควรกับเขา แต่นั่นยังไม่เจ็บเท่าคำสารภาพจากภูที่บอกว่าไม่เคยรักเต้เลย ที่ทำไปก็แค่อยากรู้ว่าดอกไม้งามของโรงเรียนมัธยมจะมีรสชาติยังไง

นั่นเป็นบันทึกหน้าสุดท้ายที่เต้เขียน

ผมรู้แล้วว่าทำไมเขาถึงอยากตาย ผมล็อคบันทึกไว้เหมือนเดิม ผมไม่รู้ว่าตอนนี้วิญญาณเขาอยู่ในร่างของผมหรือเปล่า แต่ก็อาจจะดีกว่าถ้าเขาไม่ต้องตื่นมาเจ็บปวดอย่างที่ผมโดนเมื่อกี้นี้

ผมหยิบเสื้อผ้าเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำ ตอนนี้ผมต้องหาที่หลบภัยก่อน ถ้าต้องเจอยัยป้าหน้าวอกกับสามีตัณหากลับของเขาแล้วล่ะก็ ผมคงไม่รอด

ผมยืนมองช่องประตูห้องพัก เห็นไอ้คินเดินออกไปข้างนอก จำได้ว่ามันกับเอ็มสลับกันเฝ้าผม แต่ผมรู้ว่าวันนี้ไอ้เอ็มไม่อยู่หรอก แม่มันนัดหาหมอวันนี้พอดี ผมรู้เพราะจองคิวอาหมอให้มันเองและมันคงไม่ทิ้งแม่มาเฝ้าเพื่อนอย่างผมหรอก

ทางสะดวกผมก็รีบเข้าไปในห้องทันที มองผู้ชายที่หล่อบรรลัยหลับอยู่บนเตียง อื้อหือ หล่อจริงๆ ครับกูเนี่ย ที่หัวของผมมีผ้าพันแผลอยู่ นอกนั้นก็ดูปกติดีเหมือนกำลังหลับอยู่

เต้ ถ้านายอยู่ในนั้นก็พักผ่อนซะนะ ร่างนี้ ฉันจะดูแลให้

หล่อไหมล่ะครับ

เอาล่ะ ผมจำเป็นต้องมีเงินและที่กบดาน ของน่าจะเก็บอยู่ในลิ้นชักนี่ล่ะ ผมค้นเสื้อออกมาแล้วเอื้อมไปหยิบกระเป๋าสตางค์ที่อยู่ด้านในสุดออกมา พอดีกับที่ได้ยินเสียงเปิดประตู

ไอ้คินกลับมาแล้ววววววววววว




Tbc.


ตอนแรกมาแล้วค่ะ มาลุ้นกันว่าโซ่จะทำยังไง หนีก็ไม่ทันแล้วหุหุ :hao7:
---------------------------------------------------------------------------------------



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-03-2017 16:33:29 โดย janeta »

ออฟไลน์ kyungploy

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 335
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
โซ่นี่ดูไม่เสียใจเลย แกร่งมาก5555555555 แต่แอบคิดว่าโซ่น่าจะบอกให้ใครสักคนรับรู้เรื่องนี้ จะได้มีคนคอยช่วยเหลือ

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
2
☷ ที่กบดาน ☷





“นายเป็นใคร” ผมหันไปหาคินช้าๆ บีบน้ำตานิดๆ หน้าของเต้สวยและน่าสงสารอยู่แล้วยังไงไอ้คินก็ต้องหลงกล

“ผ...ผมเป็นแฟนโซ่ครับ” เออ เอาโว้ย คนอะไรเป็นแฟนตัวเองก็ได้ แต่ผมจำเป็นต้องทำนะ คินมันยึดมั่นในวิทยาศาสตร์ เรื่องประหลาดแบบนี้มันคงมองว่าผมเป็นบ้า

“เป็นไปไม่ได้ ไอ้โซ่ไม่เคยคบใคร กูอยู่กับมันตลอด” คินกอดอกจ้องมาที่ผมด้วยแววตาคมกริบ ไม่มีท่าทีคล้อยตามใดๆ ทั้งนั้น มึงด้านชาไปไหมเพื่อน นี่กูน่ารักมากเลยนะ กูยังหลงตัวเองเลย

“โซ่ไม่บอกก็เพราะผมขอไว้” กระดากปากชิบหาย ทำไมกูต้องมาพูดสุภาพกับมึงเนี่ยคิน “เราคบกันลับๆ แต่เรารู้เรื่องของกันและกันดีที่สุด รวมถึงคนรอบตัวด้วย เรารู้ว่านายคือภาคินหรือคินเพื่อนซี้ของโซ่”

“เรื่องแบบนั้นใครก็รู้” นั่นจ้องเขม็งอีกล่ะ

“นายมีปานที่ก้นซ้าย” เรื่องลับๆ ของมึงเลยนะ เชื่อกูสิ

“กูถ่ายแบบ ใครๆ ก็เคยเห็น” มันทำหน้าเอือม คงนึกถึงตอนที่ผมลากมันไปถ่ายแบบด้วยแน่ ถึงตอนหลังผมจะไม่ได้ถ่ายเลยสักช็อตก็ตาม ส่วนไอ้คิน ก้นซ้ายมันโชว์หราเต็มโซเชียลเน็ตเวิร์กเลยครับ

“อืม...” ผมพยายามนึกเรื่องที่มีแค่เราที่รู้ อันนี้น่าจะเด็ดสุดนะ เพราะจำได้ว่ามันบอกให้ผมเก็บเป็นความลับ “มึงกลัวสายฟ้า” ผมหลุดพูดมึงกูจนได้ เลยรีบตะครุบปากตัวเองทันทีกลัวหลุดปล่อยไปมากกว่านี้

มันทำหน้าอึ้งอย่างคาดไม่ถึงแล้วขมวดคิ้วสงสัย

“มันควรเป็นความลับระหว่างกูกับมัน มึงไปเอามาจากไหน” คินก้าวเข้ามาหาผมเรื่อยๆ ผมก็ถอยสิครับ

“โซ่บอกกู บอกกูทุกอย่างนั่นแหละ เราไม่มีความลับระหว่างกัน ทุกเรื่องที่มันรู้กูก็รู้หมดทุกอย่าง” พอกันทีกับคำว่าผม หลุดแล้วหลุดเลยก็แล้วกัน “แต่กูไม่รู้ว่าทำไมมันเป็นแบบนี้” ผมแสร้งทำหน้าเศร้า

“แล้วมึงรู้ได้ไงว่ามันอยู่ที่นี่ เรื่องนี้กูไม่ได้บอกใครนอกจากไอ้เอ็ม พ่อแม่มันกูก็ยังไม่ได้บอก”

เอาแล้วไง จะแถอะไรได้อีกวะเนี่ย

“ชื่อที่ติดอยู่หน้าห้องไง กูอยู่ห้องตรงข้าม เดินออกมาก็เห็นชื่อแฟนตัวเองนี่แหละ” เอาล่ะกูไปต่อได้ จะถามอะไรว่ามาเลย ผมมองไอ้คินที่เริ่มลังเลเพราะเราไม่ได้ตัวติดกัน ช่องว่างก็มีมากพอที่ผมจะแทรกตัวละครใหม่ลงไปได้

“แล้วทำไมใส่ชุดนั้น ถ้าพักอยู่จริงๆ ก็ต้องสวมชุดคนไข้สิ” โอ้ย มึงจะขยันจับผิดอะไรกูนักหนาครับเพื่อน ร้อยวันพันปีไม่เคยสนใจคู่ขากูสักคน มาสนใจอะไรตอนนี้ กูจะบ้า

“ก็หายแล้ว จะออกจากโรงพยาบาลแล้วไง ก็มาเจอแฟนตัวเองเป็นอะไรก็ไม่รู้เนี่ย” ผมหันไปหาร่างตัวเองแล้วกอดเข้าเต็มรัก ยังฟิตปั๋งเหมือนเดิม บีบน้ำตาต่อ

“ทำไมตัวเองต้องมาเจ็บแบบนี้ ไหนสัญญากับเค้าว่าจะไปดินเนอร์ใต้แสงเทียนที่หาดบาหลีไงครับ” ผมตัดพ้อตัวเอง  ยังไงก็เคยเปรยกับไอ้คินว่าจะไปฮันนีมูนที่บาหลี มันต้องเข้าใจสิ

“เออๆ กูเชื่อก็ได้” มันถอนหายใจแล้วนั่งลงบนโซฟาแล้วเล่าให้ผมฟัง “ไอ้โซ่ถูกพวกโจรดักปล้น ไม่รู้แม่งโง่หรืออะไรลงไปช่วยโจรเลยโดนตีหัวหลับไม่ตื่นสักที”

เสียงของคินแผ่วลง ผมรู้ว่ามันยังคงรู้สึกผิดเลยลุกมานั่งข้างๆ แล้วปลอบใจมัน

“โซ่ไม่โทษมึงหรอก ใครจะไปคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นวะ อีกอย่างก็ความผิดมันนั่นแหละ รอรถติดหน่อยก็ได้แดกเหล้าล่ะ” พูดแล้วเปรี้ยวปาก ชีวิตต้องการแอลกอฮอล์

“มึงพูดเหมือนรู้ว่ามันจะไปทางลัด” เอาอีกแล้ว สงสัยอะไรนักหนาครับเพื่อน

“ก็มันคุยกับกูว่ารถติดเลยจะไปทางลัดที่เคยไปกับมึง นั่นคือครั้งสุดท้ายที่กูคุยกับมัน” อื้อหือ รางวัลแถออสการ์มีไหมครับ กูปะติดปะต่อเรื่องได้ไงเนี่ย

“แต่สายสุดท้ายในเครื่องคือกูนะ” ไปเป็นเชอร์ล็อกไหมมึง ผมได้แต่สายหน้าให้เพื่อนซี้นักสืบอย่างมัน

มึงคิดว่าชนะแล้วใช่ไหม กูจะบอกอะไรให้นะ

“มึงคิดว่ามันมีมือถือเครื่องเดียวรึไง” เกมโอเวอร์ เลิกถามนะไอ้คิน กูไม่มีอะไรจะแถแล้ว

“นั่นสินะ คงโดนขายทอดตลาดไปแล้วล่ะ”

“แล้วมึงจะเอาไงต่อ จะมาเฝ้ามันอย่างนี้ไม่ได้มั้ง อีกสองอาทิตย์ก็เปิดเทอมแล้ว” ผมถามคินเพราะรู้ตารางเปิดเทอมดี ปีนี้คงชวดไม่ได้เรียน หมดความคูลของกูเลย

“ก็ต้องไปเรียน เรียนเสร็จก็กลับมาเฝ้า” มันมองร่างของผมด้วยแววตาเศร้าสร้อย ผมเลยตบหัวมันอย่างที่เคย เพิ่งรู้ตัวหลังจากตบไปแล้วด้วย

“ไม่ต้องเฝ้า ไปทำหน้าที่ของมึงให้ดี มันคงไม่มีความสุขหรอกที่มึงต้องมาเฝ้ามันทุกวัน”

“แต่ว่า...”

“ไม่ต้องมาแต่เลย เดี๋ยวพ่อก็จ้างพยาบาลมาดูแลกูเอง เอ้ย ดูแลโซ่เอง” หลุดปากอีกแล้ว ดูมันไม่ได้สนใจอะไรก็โล่งใจ “ฟังกูนะ ตอนนี้โซ่มันพลาดโอกาสเรียน มึงที่ได้เรียนที่เดียวกับมัน คณะเดียวกับมันต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ดีแล้วมาเล่าให้มันฟังเข้าใจไหม ถ้าไม่ดีมันจะได้ไปเรียนอย่างอื่น ถ้าดีปีหน้ามันอาจเป็นรุ่นน้องมึงและมึงจะได้ช่วยมันอีกหลายๆ เรื่อง แต่ถ้ามึงมัวแต่มาเฝ้ามัน มึงก็ไม่มีอะไรมาเล่าให้มันฟังนอกใจใบหน้ามันตอนหลับ มันคงสนุกหรอก” ผมบอกได้เท่านั้นก่อนจะเดินออกจากห้อง ไม่ใช่อะไร กูต้องรีบเผ่นครับ เดี๋ยวพ่อแม่มหาโหดมาผมจะซวย

“เดี๋ยว” ผมหันไปหาคนเรียก เลิกคิ้วเชิงถามว่ามีอะไร “นายชื่ออะไร จะได้เรียกถูก”

“ชื่อเต้ กูไปล่ะ” พูดจบผมก็เปิดประตู มองซ้ายมองขวาเห็นทางสะดวกก็วิ่งสิครับ

หวังว่าชีวิตต่อจากนี้จะดีขึ้นนะ ผมกำเงินหลายพันไว้แน่น เงินจ๋าป๋ามาใช้แล้ว

✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣

เอาล่ะ เมื่อเรามีเงินจำนวนน้อยอยู่ในมือเราจะเอาไปใช้หมดตอนนี้ไม่ได้ครับ ผมกลัวว่าจะเกิดเหตุฉุกเฉินจากสามีภรรยาคู่นั้น ดังนั้นเงินนี้ควรปลอดภัยในที่ไว้ใจได้ โชคดีที่พ่อกับแม่ชอบให้อสังหาริมทรัพย์เป็นของขวัญ ผมเลยมีบ้านพักตากอากาศและคอนโดหรูหลายแห่งทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

แต่ปัญหาอยู่ที่ปกติผมใช้ใบหน้าผ่านประตูไง ตอนนี้ทำไม่ได้ก็เลยต้องหาตัวช่วยเป็นคีย์การ์ดสำรองซึ่งอยู่ในบ้านของผมนั่นเอง ผมจะใช้วิธีเบสิกนี่ล่ะเอาออกมา

ช่องหมาลอด

ครับช่องหมาลอดนี่แหละ ผมเลี้ยงหมาอยู่ตัวหนึ่งชื่อคุณเด่น ชอบออกไปเล่นข้างนอกแล้วมุดกลับเข้ามาทางนี้ วันนี้ผมจะปลอมเป็นคุณเด่นสักวัน

ผมเดินลัดสวนอย่างเร่งรีบ เมื่อมีคนมาก็หมอบลงกับพื้น คอยหลบกล้องวงจรปิดที่ผมสั่งติดตั้งเอง โชคดีที่เป็นคนบอกช่างด้วยตัวเองก็เลยรู้ว่าอยู่ตรงไหนบ้าง ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่ผมต้องมาย่องเบาในบ้านตัวเอง

ผมหยิบเชือกที่ซ่อนอยู่ตรงไม้เลี้อยเกาะผนังมาจับให้มั่นแล้วค่อยๆ ปีนขึ้นไปบนระเบียงห้อง ต้องขอบคุณความบ้าทาร์ซานเมื่อหลายปีก่อนที่ทำให้ผมต้องไปโรงเรียนด้วยการไต่เชือกลงมาจากห้องแทนการลงบันได

ผมปิดประตูระเบียงเบาๆ ย่องไปที่ตู้เซฟแล้วกวาดเงินทั้งหมดรวมถึงคีย์การ์ดใส่เป้ ทำทุกอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบก่อนจะรีบเดินทางไปยังคอนโดหรูใจกลางเมือง ขึ้นลิฟต์พิเศษของผมคนเดียวไปยังชั้นบนสุดซึ่งเป็นเพนท์เฮ้าส์ โดยต้องใช้คีย์การ์ดพิเศษและรหัสผ่านเพื่อกดชั้นนั้นกันคนอื่นขึ้นไปนั่นเอง

พอวางเป้เสร็จทิ้งตัวลงบนโซฟาหนานุ่มที่ยังไม่เคยได้ใช้ ที่นี่เป็นที่เดียวที่ปลอดภัยจากเพื่อนฝูง ไม่มีใครรู้หรือเคยมาเพราะส่วนใหญ่ผมจะอยู่บ้าน และให้พวกมันไปหาที่นั่น

ส่วนเพนท์เฮ้าส์นี้ผมได้เป็นของขวัญตอนอายุ 16 ที่ได้ตำแหน่งเดือนโรงเรียน พ่อบอกว่านั่นเป็นความภาคภูมิใจของตระกูลเพราะบ้านเราหน้าตาดีทุกคน ผมมองห้องที่ตกแต่งอย่างโมเดิร์น กว้างขวางแต่เงียบเหงา

ไม่เคยชินเลยกับการที่ต้องอยู่คนเดียว นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผมจึงออกเที่ยวบ่อยๆ เพราะพ่อกับแม่อยู่ต่างประเทศไม่ค่อยได้กลับมา จริงๆ ทั้งคู่อยากให้ผมไปเรียนต่อที่อังกฤษแต่ผมไม่อยากไป ไม่ยากจากเพื่อนพวกนี้ไป อย่างน้อยอยู่กับพวกมันผมก็ไม่เหงา

ผมหลับไปหลายชั่วโมง พอตื่นมาก็อ่านไดอารี่ของเต้ซ้ำไปซ้ำมา ชีวิตของเขามีแต่เรื่องแย่ๆ จริงๆ โชคดีที่เขาหาทางไปต่อได้โดยการสอบชิงทุนของมหาวิทยาลัยเดียวกับผม เขาเล่าว่ามันยากมากเพราะแต่แฟนของเขาช่วยติวให้เขาจึงผ่านมาได้ น่าเสียดายที่แฟนของเขาไม่รู้ และทิ้งเขาอย่างไร้เยื่อใย

อยากเห็นหน้าพี่ภูของนายจริงๆ

ผมเก็บไดอารี่ของเต้ไว้บนชั้นหนังสือที่ว่างเปล่าซึ่งอีกไม่นานคงเต็มไปด้วยหนังสือเรียน หยิบคีย์การ์ดและกระเป๋าเงินใบใหม่ลงไปข้างล่าง ตั้งใจจะเข้าร้านอาหารชื่อดังราคาแพงหูฉี่ แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจมาเข้าเซ่เว่นใต้คอนโดนี่แหละ

เงินที่ผมมีอยู่มีค่าเกินกว่าจะสุรุ่ยสุร่าย ก็ไม่เคยคิดหรอกว่าชีวิตจะตกต่ำเร็วขนาดนี้ แต่ใครจะรู้ล่ะว่าผมจะกลับเข้าร่างตัวเองได้เมื่อไหร่

เหอะ จากที่รวยล้นฟ้าสั่งปิดภัตรคารเลี้ยงเพื่อน ตอนนี้แดกข้าวเวฟครับ

ผมจ่ายเงินแล้วยืนรอข้าวระหว่างนั้นก็เหลือบไปเห็นป้ายรับสมัครพนักงาน นี่ชีวิตกูต้องทำพาร์ทไทม์แล้วสินะ

ถามรายละเอียดจากพนักงานหนุ่ม เขาก็ยินดีบอกด้วยใบหน้าแดงนิดๆ ว่าให้เอาเอกสารโน่นนั่นนี่มา อืม ปัญหาคือสำเนาทะเบียนบ้านกับวุฒิเนี่ยแหละ จะไปหาจากไหนครับ บ้านไอ้เปี๊ยกนี่อยู่ไหนยังไม่รู้เลย ผมเลยเดินถือถุงกล่องข้าวออกมา อีกมือมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทุกยี่ห้อหลายสิบซอง เห็นแล้วอยากดราม่า

ผมจะร่วงหมดหัวก่อนไหม

ผมนั่งกินอาหารบนโซฟา เปิดทีวีดูหนังไปเรื่อยจนกระทั่งกินข้าวหมด แล้วเข้าไปอาบน้ำแล้วนอนในชุดคลุมอาบน้ำ ส่วนชุดเก่าก็เอาไปใส่เครื่องซักผ้าแล้วตากกะว่าจะทนใส่พรุ่งนี้ไปอีกวัน

เฮ้อ นี่แค่วันแรกนะ

ผมจะมีชีวิตยังไงในวันที่เหลือเนี่ย






ตอนที่ 2 มาแล้วค่ะ ถ้าเจอคำผิดบอกได้เลยน้า :mew1:
-----------------------------------------------------------------------

ออฟไลน์ allegiant1994

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 116
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-1
น่าสนุกมากๆค่ะ
ลุ้นจังใครจะเป็นพระเอกเนี่ย

ออฟไลน์ astxy_original

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
3
☷ได้แต่มอง☷




[คิน]
ผมมองหน้าเพื่อนที่หลับใหลอยู่บนเตียง ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่ผมปกป้องมันไม่ได้

วินาทีที่รู้ว่ามันถูกทำร้าย ผมสร่างเมาแล้วรีบขับรถมาโรงพยาบาลทันที เหยียบมิดโดยไม่กลัวใบสั่งในใจก็ภาวนาให้มันไม่เป็นอะไรมาก หัวมันแข็งจะตาย โดนตีหัวแล้วก็คงร้องโอดโอยอ้อนตีนผมได้เหมือนเดิม

“ศีรษะของคุณศรัลย์ถูกกระแทกอย่างแรงและเสียเลือดเป็นระยะเวลานานทำให้สมองขาดเลือด...” หมอพูดต่ออีกยาวเหยียดแต่ผมไม่ได้ฟังอีกแล้ว ผมจ้องใบหน้าซูบซีดแล้วน้ำตาไหลอย่างไม่อาจห้ามได้

“เฮ้ย! ไอ้โซ่เป็นไงบ้างวะ” เอ็มถามผมแล้วหันไปหาโซ่ ผมไม่ตอบอะไรรอจนเพื่อนอีกสองคนวิ่งตามหลังมาเกาะข้างเตียงอีกฝั่ง

“มัน...ไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมวะ” โจถาม ตอนนี้โบ๊ทร้องไห้ไปแล้วคงเพราะเห็นผมไม่ตอบอะไร เป็นพวกคิดเองเออเองจนไอ้โจต้องหันไปปลอบ

“กูไม่รู้” เอ็มตอบ ส่วนผมทำได้แค่มองหน้าโซ่อย่างเคย อยากให้มันฟื้นขึ้นมา จะด่าผมที่เอาแต่มองมันก็ได้ ด่าที่พวกเราทำหน้าเศร้าก็ได้ ผมยอมทุกอย่าง

“แม่กูโทรตามแล้วว่ะ” โจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วจะเลี่ยงออกไปรับข้างนอก
“มึงกลับไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวกูกับไอ้คินเฝ้ามันเอง พาไอ้โบ๊ทไปส่งด้วยสภาพอย่างนี้กลับไม่ไหวหรอก” เอ็มตอบแทนเพราะตอนนี้ผมไม่พูดอะไรไม่ออก ความเสียใจมันจุกอยู่ที่คอ

“เออ ได้เรื่องยังไงโทรบอกกูด้วย ไอ้โบ๊ทไป อย่าร้องไห้เดี๋ยวป๊ามึงด่ากูอีก” โจพาโบ๊ทที่เอาแต่ร้องไห้ออกจากห้องไป

“สรุปว่ามันเป็นอะไร มึงไม่ตอบแบบนี้กูเครียดนะ” เอ็มนั่งลงข้างแล้วถามผม เมื่อเห็นว่าผมไม่ตอบอะไรก็เดินออกจากห้องไป คาดว่าคงไปถามหมอนั่นแหละ

‘คิน นายห้ามทำหน้าแบบนั้นนะ ไม่งั้นเราโกรธ’

เสียงของโซ่ในวัยเยาว์ยังคงติดอยู่ในความทรงจำ และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าใบหน้างองุ้มของมันทำให้ผมคลายสะอื้นได้ แม้ว่าผมจะไม่ได้เจ็บตัว แต่คนเจ็บคือโซ่ที่เข้ามาช่วยผมที่ถูกเด็กแถวบ้านแกล้งและถูกต่อยไปหลายหมัด แต่เขาก็ไม่เคยร้องไห้ออกมา กลับเป็นผมที่นั่งร้องไห้เมื่อเห็นรอยช้ำบนเนื้อตัวเพื่อน

‘สัญญากับเราว่าจะไม่ทำหน้าอย่างนั้นอีก เราไม่ได้เจ็บอะไร’ นิ้วก้อยเล็กๆ ยื่นมาหาผม ผมเกี่ยวก้อยสัญญาทันที ผมรู้ว่าโซ่เจ็บแต่เขาก็เข้มแข็งเกินกว่าจะร้องไห้ออกมา เขาบอกว่าการร้องไห้ไม่ช่วยอะไร ตอนนั้นผมก็ไม่รู้ว่าเขาหมายความว่ายังไง และตอนนี้ผมแค่อยากให้เขาเลิกเข้มแข็งแล้วแสดงอาการออกมาบ้าง อะไรก็ได้ที่บอกว่าเขาสบายดี ไม่ใช่นอนนิ่งสงบอย่างนี้

สัมผัสที่ไหล่บอกว่าเอ็มกลับเข้ามาแล้ว มันบีบไหล่ผมแน่น คงรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนรักของเรา

“กูติดต่อพ่อกับแม่มันให้ไหม ถ้ามึงไม่ไหวน่ะ” เอ็มพูดเสียงสั่นเครือ ผมปฏิเสธเพราะเห็นว่าที่โน่นคงเป็นเวลาดึกแล้ว

ผมนอนฟุบหลับอยู่ข้างเตียงโซ่ ส่วนเอ็มนอนบนโซฟา เราสลับกันไปหาข้าวกิน อันที่จริงผมจะฝากมันซื้อขึ้นมา แต่มันทำเมินเพราะอยากให้ผมลุกออกไปข้างนอกบ้าง พอดีกับที่บ้านผมโทรมาเรียกกลับก็เลยจำใจกลับไปก่อนและกำชับกับเอ็มไว้ว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นให้รีบโทรตามผมทันที

แม่ไล่ผมไปอาบน้ำแล้วสั่งให้กินข้าว ส่วนพ่อไปทำงานแล้วแต่ก็ฝากให้แม่ดุผมที่กลับบ้านช้า พอแม่ทราบเรื่องก็ซักถามอาการและกอดปลอบผมเพราะรู้ว่าผมกำลังเสียใจ

แม่เองก็เป็นห่วงโซ่เพราะเอ็นดูมาตั้งแต่เด็ก มาทีไรก็อ้อนขอขนมจากแม่ผมทุกทีจนแม่รักมันมากกว่าผมไปแล้ว ดังนั้นแม่จึงไม่ว่าอะไรถ้าผมจะไปเฝ้ามัน ผมเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าตั้งใจจะไปอยู่โรงพยาบาลตลอดช่วงปิดเทอม

ระหว่างรอรถติดทำให้ผมเผลอมองซอยลัดที่เคยพาโซ่เข้าไป ตำรวจบอกว่าคนร้ายดักซุ่มอยู่ในซอยนั้น เมื่อเห็นรถหรูผ่านมาจึงวางแผนชิงทรัพย์ ส่วนรถที่ขโมยไปเอ็มเพิ่งโทรบอกว่าได้คืน ผมกำพวงมาลัยแน่น น้ำตาเอ่อคลอ

ความผิดของผมเอง

“โทรบอกที่บ้านมันยัง” เอ็มถามผมที่เพิ่งเดินเข้ามา ผมจึงรีบต่อสายพ่อมันแต่ไม่มีคนรับ พอเปลี่ยนไปโทรหาแม่มันก็ปิดเครื่อง ผมจึงไม่รู้จะทำยังไง

“แล้วตำรวจว่าไง จับคนร้ายได้หรือเปล่า” เพราะก่อนหน้านี้เอ็มบอกว่าได้แค่รถคืนเพราะน้ำมันหมดกลางทาง คนร้ายจึงทิ้งรถแล้วหนีไป

“ได้คนเดียว ก็คนที่รับสารภาพว่า...ตีหัวมัน” เอ็มพูดเสียงแผ่วในตอนท้าย

“แม่งเอ้ย!” ผมสบถลั่น เอ็มจึงลากผมออกไปข้างนอก

“ห่า เสียงดังรบกวนไอ้โซ่มัน”

“มันเป็นความผิดกู กูไม่น่าไปโทรเร่งมันเลย”

“มันไม่ใช่ความผิดมึง” เอ็มตบบ่าปลอบใจผม

“ทางที่มันไปมีแค่กูกับมันที่รู้นะโว้ย มันรีบมาเลยใช้ทางนั้น ไอ้พวกเหี้ยนั่นก็สมควรตาย”

“ใจเย็นมึง ให้กฎหมายจัดการไปนั่นแหละดีแล้ว รถก็ได้คืน ไอ้โซ่ก็ยังไม่ตาย”

“ไม่ตายก็เหมือนตายปะวะ มันนอนเป็นเจ้าชายนิทรานะโว้ย หมอยังไม่รู้เลยว่ามันจะฟื้นหรือเปล่า” ผมตะโกนเสียงดังจนเอ็มต้องลากเข้าไปในห้องคงเกรงใจคนไข้ห้องอื่น แต่ผมไม่สนใจแล้ว อยากสาปแช่งให้พวกมันตายไปซะ

“สงบสติอารมณ์ของมึงเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นก็กลับไปอยู่บ้าน ไม่ต้องมาเฝ้ามันแล้ว” เอ็มกอดอก ผมได้แต่ฮึดฮัดแล้วนั่งลงบนโซฟา หายใจเข้าออกช้าๆ จนความรู้สึกผิดเข้ามาแทนที่อีกครั้ง

“กูเข้าใจว่ามึงรู้สึกยังไง พวกกูก็รู้สึกไม่ต่างกัน” มันตบบ่าปลอบใจแล้วเราก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีก

✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣

วันนี้เอ็มต้องพาแม่ไปตรวจสุขภาพประจำปีผมจึงอยู่เฝ้าโซ่คนเดียว และได้เจอแฟนของโซ่ที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน มันเปลี่ยนคู่ควงบ่อยและส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงผมจึงแปลกใจเมื่อมีผู้ชายมาอ้างว่าเป็นแฟนโซ่และรู้จักมันมากกว่าผม

หลังจากที่แฟนมันออกไป ผมก็มองคนไข้บนเตียงอย่างตัดพ้อ เพราะความลับระหว่างผมกับโซ่มีแฟนของมันอีกคนที่รู้

“มึงไว้ใจเขาขนาดที่เล่าความลับของเราเลยเหรอวะ” ผมถามแม้จะรู้ว่าโซ่ตอบไม่ได้

“ถ้ากูรู้ว่ามึงคบกับผู้ชายได้ กูจะไม่ลังเลจีบมึงเลย”

ใช่

ผมชอบมันมานานแล้ว

นานเท่าที่ผมรู้จักมัน

และคงทำได้แค่มองมันไปตลอดชีวิต



เอามุมมองของคินมาเสิร์ฟคั่นก่อนค่ะ ตอนหน้าเซ่โต้ (โซ่ในร่างเต้) จะกลับมา
ขอบคุณคอมเม้นจาก kyungploy, allegiant1994 และ astxy_original ด้วยค่ะ กรี๊ดลั่นบ้านเลยฮ่าๆ
เม้นเป็นกำลังใจให้เราด้วยน้า ขอบคุณค่ะ
:monkeysad:
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-02-2017 22:13:15 โดย janeta »

ออฟไลน์ lnudeel

  • I wanna be a CAT!!
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1466
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-5
น่าติดตามๆๆ :hao7:

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
 
4
☷Boyfriend ☷





หลายวันที่ผ่านมาผมหมดเวลาไปกับการซื้อของเข้าห้องทั้งของใช้และเสื้อผ้า แม้จะทำใจได้แล้วว่าต้องอยู่ในร่างนี้ไปอีกสักพักแต่ก็อดไม่ได้ที่ต้องซื้อเสื้อผ้าแบรนด์มาใส่ อย่างน้อยก็ขอดูดีไว้ก่อน ส่วนอาหารการกินก็หาตามร้านข้างทาง ผมเพิ่งรู้ว่าของถูกก็อร่อยเหมือนกัน ติดใจร้านข้าวมันไก่จนซื้อกินเกือบทุกวัน ป้าก็ใจดีแถมฟักชิ้นโตมาในน้ำซุปด้วย

“ป้า ข้าวมันไก่จานหนึ่งครับ” ว่าแล้วก็ต้องกินอีก

ผมมองไปรอบๆ เห็นนักศึกษาหลายคนนั่งกินกันอยู่ พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ผมเองก็หวังว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันเริ่มต้นที่ดีในรั้วมหาวิทยาลัย สายตาก็เหลือบไปเห็นผู้ชายกลุ่มหนึ่งส่งสายตากรุ้มกริ่มมาให้ ใส่ช็อปสีน้ำเงินทั้งแก๊งเดาว่าคงเรียนวิศวะเพราะผมก็สอบติดคณะนี้

มองอยู่ไม่นานผู้ชายใส่เหล็กดัดฟันที่หน้าตาดีสุดในโต๊ะก็ลุกขึ้นแล้วเดินตรงเข้ามาหาผมแล้วถือวิสาสะนั่งต้องข้ามโดยไม่เอ่ยขออนุญาตใดๆ

“ทำไมน้องเต้มานั่งคนเดียวล่ะ ไอ้พี่ภูไม่อยู่เหรอ” หืม ชื่อภูนี่คุ้นๆ นะ ผมนึกแล้วก็อุทานออกมา

“อ่อ สัดภู เลิกกันไปนานแล้ว” พูดจบก็รับจานข้าวมันไก่จากป้า

“เฮ้ย งั้นข่าวที่เขาลือกันก็จริงน่ะสิ ที่ว่าไอ้พี่ภูมันควงหญิงใหม่” ผมไม่ตอบอะไร ก้มหน้าก้มตากินข้าวอย่างหิวโหย ตั้งแต่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย

เขาเงียบไปนิดแล้วเอ่ยคำที่ทำให้ผมสำลักข้าว

“งั้นมาคบกับพี่ปะ”

“แค่กๆ” ห่า พูดอะไรเนี่ย

ผมรีบคว้าน้ำมาดื่มอย่างรวดเร็วพลางมองคนตรงข้ามอย่างพิจารณา มองๆ ไปมันก็หล่อนะ แต่ไม่เอาครับ ผมชอบผู้หญิง ผู้ชายร่างควายถึกพอๆ กันไม่เคยอยู่ในสายตาผมเลย

“กินช้าๆ สิ จะรีบไปไหนครับ” เขายิ้มขำแล้วลูบหัวผม ผมปัดมือออกอย่างรำคาญ

“ไม่คบกับผู้ชายที่ไหนทั้งนั้นแหละครับ ผมกลับใจชอบแต่ผู้หญิงแล้ว” ผมรีบกินข้าวที่เหลือให้หมดแล้วลุกขึ้น ส่งสายตาบอกคนตรงหน้าว่าผมจริงจัง

แต่เขาหัวเราะ

“ฮ่าๆ น่ารักนะเราเนี่ย ทำหน้าแบบนั้นไม่ได้เข้ากับเราเลย” เขาลุกขึ้นตามแล้วเอื้อมมือมาบีบแก้มผมแล้วละออกไป

“พี่ไม่ถอยหรอกนะ ตราบใดที่เรายังว่างพี่ก็จะเดินหน้าจีบ” พูดจบเขาก็เดินกลับไปหากลุ่มเพื่อนที่นั่งรออยู่ ทิ้งให้ผมฮึดฮัดอยู่คนเดียว

ผมเดินไปจ่ายเงินแล้วกลับขึ้นห้องอย่างหัวเสีย เปิดโน้ตบุ๊กที่เพิ่งซื้อมาแล้วเข้าเฟสตัวเองดูความเคลื่อนไหวในหน้าฟีดข่าว ข้อความตลกของเพื่อนเกรียนทำให้ผมอารมณ์ดีขึ้นมาทันใด ดีที่ผมตั้งค่าปิดแชทไว้จึงไม่มีใครรู้ว่าผมออนอยู่

รูปที่ไอ้เอ็มแท็กผมมาเมื่อไม่กี่นาทีก่อนคือภาพของทุกคนในกลุ่มที่มีสีหน้ายิ้มแย้มยกเว้นไอ้คิน มีแคปชั่นว่า

รีบตื่นมาแดกเหล้ากับพวกกูด่วนครับ พิกัดร้านพี่เอก

ไอ้พวกนี้นี่หาเรื่องแดกได้ทุกวันจริงๆ แต่เห็นทุกคนสบายดีผมก็พอใจแล้วครับ เว้นอยู่คนหนึ่งที่ทำหน้าอมทุกข์ เฮ้อ อุตส่าห์บอกไม่ให้คิดมาก เหมือนเพื่อนซี้จะไม่เข้าใจ ผมออกจากเฟสตัวเองแล้วเข้าเฟสใหม่ที่เพิ่งสมัครไม่นาน

คินรับผมเป็นเพื่อนนานแล้ว เห็นออนอยู่ผมก็ส่งข้อความไปหาทันที

Zeto Techin
ทำไรอยู่

Kinkin Parkinson
แดกเหล้า

Zeto Techin
ยิ้มบ้าง ไอ้โซ่ไม่ชอบให้มึงหน้าบึ้ง

Kinkin Parkinson
มึงรู้ได้ไงว่ามันไม่ชอบ
อ่อ ลืมไปว่าแฟนกัน

Zeto Techin
ยิ้มแล้วถ่ายรูปส่งมา

Kinkin Parkinson
ยุ่งอะไรด้วย

Zeto Techin
เร็วๆ

Kinkin Parkinson
*รูปภาพ
พอใจยัง

รูปคินยิ้มกว้างจนตาหยี เห็นแล้วผมก็หัวเราะ ถึงจะรู้ว่าประชดแต่ก็ดีใจที่มันทำตาม

Zeto Techin
ดีมาก ถ้ากูเห็นมึงทำหน้าบึ้งอีกกูจะบอกโซ่ แล้วมึงจะรู้ว่านรกมีจริง

Kinkin Parkinson
ให้มันฟื้นขึ้นมาเถอะ กูยอมตกนรกเลย


ทำไมผมรู้สึกใจเต้นแปลกๆ ผมสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไป คงเป็นเพราะกาแฟซองที่ชงกินเมื่อเย็นมากกว่า ของถูกก็ไม่ได้ดีเสมอไปสินะ

ผมออกจากระบบโดยไม่ได้ตอบอะไรกลับไป คินเองก็ไม่เคยใส่ใจอะไรคงไม่สนหรอกว่าผมจะตอบกลับหรือไม่ ผมปิดเครื่องแล้วทิ้งตัวลงนอน

พรุ่งนี้ผมต้องออกไปมีชีวิตใหม่ในฐานะเต้เตชินท์

ไม่ใช่โซ่ศรัลย์อีกต่อไป

✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣

“สวัสดีค่ะน้องๆ ยินดีต้อนรับสู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ค่ะ” เสียงกลองรัวสนั่นพร้อมกับรุ่นพี่ที่ส่งเสียงร้องเพลงพร้อมแสดงท่าทางตลกๆ ให้พวกเราดู ผมเองก็หัวเราะอยู่แถวหลังสุด โดดอยู่คนเดียวเพราะทุกแถวเท่ากันหมด มีคนมองมาเป็นระยะทั้งหญิงและชาย

ก็พอรู้ครับว่าตัวเองเป็นจุดสนใจ แต่ไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้

เสียงรองเท้าหลายคู่วิ่งมาทางลานที่พวกเรานั่งอยู่ ผมและคนอื่นๆ หันไปมองอย่างสนใจ ก็ไม่แปลกใจนักเมื่อเห็นว่าใครบ้างที่มาสาย

เดอะแก๊งของผมเอง

สภาพแต่ละคนดูก็รู้ว่าแฮง โบ๊ทหน้าซีดอย่างกับไก่ต้ม โจทำปิดปากทำหน้าพะอืดพะอม ส่วนเอ็มสลึมสลือเหมือนเพิ่งลุกออกจากเตียง ได้แต่ส่ายหน้าอย่างเซ็งๆ เสียชื่อแก๊งคนหล่อหมด มีอยู่คนเดียวนั่นแหละที่หล่อเนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้ว

คิน

ทั้งสาวแท้สาวเทียมต่างวีดว้ายกระตู้วู้ทันทีที่เห็นมัน หมันไส้จริงๆ คนหล่อเซ็งครับ อย่าให้กลับเข้าร่างได้นะ กูจะทวงตำแหน่งคืน ทุกคนจะต้องหลงกู หึ!

“คนที่มาสายอย่าเพิ่งนั่งครับ ออกมานี่ก่อน” พวกมันจำใจเดินไปยืนเรียงแถวหน้ากระดาน พี่ๆ ก็ถามชื่อมันทีละคนก็ได้ยินเสียงกรี๊ดเบาๆ ทุกครั้งที่พวกมันตอบ ดังสุดก็คนสุดท้ายนี่แหละ ยืนล้วงกระเป๋าเท่ๆ แล้วตอบ

“คินครับ”

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดด”

พวกมันรับป้ายชื่อจากพี่สตาฟแล้วเดินกลับมานั่งข้างๆ ผม ตอนแรกก็มีคนมองไม่เท่าไหร่หรอกครับแต่ตอนนี้แทบไม่มีใครไม่มองมาที่พวกเราเลย โดยเฉพาะคนข้างตัวเนี่ย

“ไม่ยักรู้ว่าเรียนที่เดียวกัน” คินถามแต่ไม่มองหน้าเมื่อรุ่นพี่ปล่อยให้เราพัก

“ก็ไม่ได้ถาม” ผมตอบแล้วหันไปหาโจที่สะกิดผมยิกๆ มองจากสายตารู้เลยว่ามันจะถามอะไร

“มีแฟนยังอะ...เต้” มันเหลือบมองไปชื่อผมนิดนึงแล้วส่งสายตาเจ้าชู้มาให้

“ไม่เอามึงแล้วกัน” ผมตัดโอกาสมันแล้วตะโกนในใจว่านี่เพื่อนมึงนะ รู้เช่นเห็นชาติมาตั้งสามปี กูไม่ยอมโดนมึงแทงประตูหลังเด็ดขาด แค่คิดก็ขนลุกแล้ว

“ทำไมอ่า คบกับเราเราเปย์ไม่อั้นนะ” ผมโบกหัวมันไปทีอย่างเคยชิน มันทำหน้าเหวอ พอๆ กับผมที่เพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป

“เออ ขอโทษ เป็นเพื่อนกันดีกว่า กูอะชอบผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชาย” ผมพูดรัว จับมือโจแล้วเขย่าเบาๆ ถือว่าสัญญามิตรภาพเสร็จสิ้น โจยังดูงงๆ แต่ก็พยักหน้าตกลงก่อนจะหันไปหาโบ๊ทแล้วแนะนำผมให้โบ๊ทรู้จัก โบ๊ทก็ชวนคุยเหมือนตอนที่มันเข้ามาคุยกับผมตอนม.สี่ ชุดคำถามเดียวกันเป๊ะ

“นายชอบกีฬาปะ เราอะชอบ...”

“เปตอง” ผมตอบไปอัตโนมัติ มันพยักหน้ารับแล้วก็พูดต่อ ซึ่งไม่ว่าโบ๊ทจะพูดอะไรผมก็ชิงตอบมันก่อนจนมันทึ่งและสลับที่กับโจ โจโวยวายนิดหน่อยแต่ก็ยอมเปลี่ยนไปนั่งริมสุดเพื่อหม้อสาวที่นั่งอยู่ข้างหน้า

“นายรู้ได้ไงอะ เป็นหมอดูเหรอ เฮ้ยเจ๋งอะ เราขอฝากตัวเป็นศิษย์นะ ขอบคุณ” โรคคิดเองเออเองยังรักษาไม่หายสินะเพื่อน โบ๊ทเป็นแบบนี้ล่ะครับ คิดเองสรุปเองจนบางทีก็สงสัยว่าจะถามทำไมถ้าไม่ต้องการคำตอบ ดีที่หน้ามันหล่อน่ารักแบบหนุ่มเกาหลีเลยพอให้อภัยได้ แต่ถ้าไอ้โจผู้มีใบหน้าไทยแท้คมเข้มมาพูดแบบนี้มีถีบครับ

“เฮ้ย เราเอ็มแอนด์เอ็ม” มาล่ะตัวกวนประจำแก๊ง เอ็มยื่นหน้ามาหาผมโดยไม่สนใจสีหน้ายุ่งยากของคินเลยแม้แต่น้อย

“เราเตเต่เต้ หวัดดี” เล่นมาเล่นกลับไม่โกงครับ

“ใช่เต้โรงเรียนYปะ” ผมนึกแล้วตอบ

“ใช่” ถ้าจำไม่ผิดก็น่าจะโรงเรียนนี้นี่แหละที่เซียเล่าให้ฟัง ว่าแล้วก็นึกถึงมัน ไม่รู้เป็นยังไงบ้างเพราะมือถือถูกฉกไปแล้ว เบอร์ก็จำไม่ได้เลยไม่รู้จะติดต่อยังไง

“โอ้ ที่ว่าขายเนี่ย...จริงปะ” มันกระซิบเหมือนต้องการให้ได้ยินกันแค่สองคนแต่ไอ้คินนั่งหัวโด่อยู่นี่ไง คินก็มองมาที่ผมอย่างเข้าใจอะไรบางอย่างและผมก็รู้ว่าขายที่ว่านั่นหมายความว่ายังไง

“ไม่เคยขายโว้ย” ต้องแก้ตัวให้เต้ก่อนเพราะเขาไม่ได้ขายจริงๆ และผมซึ่งสิงร่างเขาอยู่ก็ไม่มีวันยื่นก้นไปให้ใครเสียบง่ายๆ แน่

“แล้วที่คบกับ...” ผมรีบปิดปากคินแล้วส่งสายตาไปห้ามไม่ให้พูด

“คบกับ...” เอ็มถามต่ออย่างคาดหวัง คินดึงมือผมออกแล้วส่ายหน้าปฏิเสธว่าไม่มีอะไรแต่ไม่อาจหยุดต่อมเสือกของคนข้างตัวได้ เอ็มจึงหันมาถามผมต่อ

“คบกับใคร”

“รุ่นพี่คนหนึ่ง แต่เลิกไปนานแล้ว ตอนนี้ไม่ได้อยากคบใคร” ผมจำใจตอบ อย่างน้อยนี่ก็คือเรื่องจริงที่ผ่านไปแล้ว

“นายตัวจริงกับข่าวลือนี่ต่างกันมากอะ นึกว่าจะโผเข้าหาผู้ชายทุกคนซะอีก” ใครมันลือล่ะนั่น แต่ก็ไม่น่าแปลกใจเพราะเต้คนเก่าก็แสดงออกแบบนั้นมาตลอด

“อย่าไปเชื่อข่าวลือมาก อยากรู้ว่าเป็นคนยังไงก็คุยกันตรงๆ”

“นายเหมือนเพื่อนเรามากเลยอะ มันชื่อโซ่ ชอบให้พูดตรงๆ เหมือนกัน แต่ตอนนี้มันยังไม่ฟื้นเลย” เอ็มพูดเสียงแผ่ว ผมสังเกตว่าอีกสามคนก็ไม่ต่างกัน โบ๊ทกับโจเข้ามาฟังตั้งแต่รู้ว่าผมอยู่โรงเรียนYแล้ว พวกมันดูเศร้าทันทีที่เอ็มพูดจบ

“ถ้ากูนิสัยเหมือนเพื่อนพวกมึง สิ่งที่กูไม่ชอบก็คือหน้าเศร้าๆ แบบนี้นี่แหละ...” พวกมันมองผมเหมือนที่เคยมองผมตัวจริง ผมที่ชื่อว่าโซ่ คนที่เกลียดใบหน้าเศร้าของเพื่อนมากที่สุด

“อยากชวดผู้หญิงก็ทำหน้าอย่างนี้ต่อไปเถอะ” พูดจบผมก็ได้รับเสียงหัวเราะจากพวกมัน แม้แต่คินเองก็ยิ้มน้อยๆ

“กูก็นึกว่ามึงจะพูดอะไรซึ้งๆ ห่า นิสัยเหมือนกันจริงๆ ยินดีต้อนรับเข้าแก๊งหล่อครับ” เอ็มเลิกพูดสุภาพและแสดงตัวตนของมันออกมา

“กูว่าต้องเปลี่ยนชื่อกลุ่มล่ะ ดูหน้ามันสิ เข้ากับคำว่าหล่อที่ไหน” โจสะกิดให้โบ๊ทช่วยคิดชื่อ

“boy over flower ไหมครับ” ทั้งหล่อทั้งสุภาพต้องยกให้โบ๊ทจริงๆ

“ชื่อเชยมากไอ้โบ๊ท คิดดิ๊ไอ้คิน”

“Boyfriend” คินพูดเรียบๆ แต่ทุกคนก็ตั้งใจฟัง “เป็นแฟนหนุ่มที่คบได้ทั้งหญิงและชาย” มันจ้องมาที่ผม รู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ  กลัวมันบอกความลับนี่แหละ

“ถึงกูจะไม่เห็นด้วย แต่เพราะคิดไม่ออกก็เอาชื่อนี้ละกัน” เอ็มสรุปแล้วตบไหล่ผมแปะๆ “ยินดีต้อนรับนะมึง”

จริงๆ กูก็อยู่กลุ่มนี้นานแล้วเถอะ





Tbc.



ชื่อกลุ่ม ‘คนหล่อ’ โซ่เป็นคนคิดนะเออ เกิดจากการเอาตัวเองเป็นที่ตั้งแล้วลากคนหน้าตาดีมาเข้ากลุ่มตัวเอง 555
เจอกันตอนหน้าค่ะ
  :hao6:
-------------------------------------------------------

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-02-2017 15:20:40 โดย janeta »

ออฟไลน์ Bronc

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 374
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0
สงสารอดีตเต้นะ แต่ตอนนี้อยากให้โซ่หันมามองคินบ้าง สงสารคินอ่ะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
5
☷ เพราะสำคัญจึงต้องดูแล ☷


ช่วงเช้าก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ก็นั่งละลายพฤติกรรมกับพี่ๆ หัวเราะร้องเพลงกันสนุกสนาน จับกลุ่มเล่นเกมไปตามเรื่อง บางคนก็เข้ามาทักมาเป็นเพื่อนกัน บางคนก็จีบกันตรงๆ ผมก็ปฏิเสธไปอย่างสุภาพ บางคนก็มองผมอย่างหมันไส้โดยที่ผมก็ไม่รู้ว่าไปทำอะไรให้พวกเธอโกรธ แต่สิ่งเหล่านั้นไม่สำคัญเท่าตอนพี่ว้ากมา

ทุกคนถูกทำโทษไปเรื่อยๆ โดยที่ผมเองก็ไม่รู้เหตุผล เราวิ่งไปกลับหลายรอบจนหอบ ร่างกายของเต้บอบบางเกินกว่าจะอดทนไหวต่างจากใจผมที่ยังไม่ล้าเลยสักนิดเพราะชอบออกกำลังกายหนักๆ เป็นประจำจึงอดทนแม้จะเหนื่อยสายตัวแทบขาด หันมองเพื่อนผู้หญิงคนข้างๆ ที่วิ่งอยู่แต่ก้มหน้าลง

“เธอไหวไหม” เธอตวัดสายตามองผมอย่างไม่เป็นมิตรด้วยใบหน้าซีดเซียว ไม่ตอบอะไรผมทั้งนั้น ผมเองก็ไม่อยากยุ่งกับคนอย่างเธอหรอก แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาถือทิฐิ ผมกลัวว่าเธอจะเป็นลมจึงมองตามอยู่ห่างๆ เราวิ่งรอบสนามท่ามกลางแดดร้อน หลายคนทนไม่ไหวก็ยกมือบอกพี่ ส่วนคนที่ยังทนได้ก็ยังวิ่งต่อไป

ฟุบ

ผมคว้าตัวเธอได้ก่อนจะล้มลงไปด้วยกัน ผมล้าไปทั้งร่าง ขาผมแทบขยับไม่ได้แต่ก็ฝืนลุกมาประคองเธอที่สลบไปแล้ว ผู้ชายหลายคนพยายามจะช่วยผมแต่ผมขอให้ช่วยเธอก่อน ก็มีคนหนึ่งอุ้มเธอไปส่งที่เต้นท์พยาบาล ส่วนผมก็พยุงตัวเองขึ้น บอกเพื่อนๆ ว่าไม่เป็นไรแล้ววิ่งต่อ

ทุกคนยังคงวนเวียนอยู่รอบๆ ตัวผม ทำให้การวิ่งช้าลง พี่ว้ากจึงตะโกนสั่งให้เร่งขึ้นอีก หลายคนจึงต้องวิ่งนำไปเพื่อให้แถวเป็นขบวน เอ็มวิ่งมาอยู่ข้างๆ ผมพลางถามว่าไหวไหม ผมก็แค่พยักหน้า ไม่มีแรงพูดแล้วครับ เหนื่อย

แต่แล้วจู่ๆ มีคนอุ้มผมขึ้นแล้ววิ่งออกจากแถว อุ้มท่ายืนนี่แหละครับไม่เห็นว่าใครด้วย

เขาวางผมลงและผมก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นทันที

“ไม่ไหวยังจะฝืนอีก” เสียงนิ่งๆ ตามสไตล์คินเอ่ยขึ้น มันนั่งยองๆ อยู่ข้างหน้าผม ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยเหงื่อ เสื้อนักศึกษาเปียกชุ่มจนเห็นไปถึงข้างใน

“ขอผ้าเย็นด้วยครับ” คินรับผ้าเย็นจากพี่พยาบาลแล้วเช็ดไปตามใบหน้าของผม ความเย็นที่ลากผ่านผิวทำให้ผมสะดุ้งสุดตัว

“หึ” คินยิ้มมุมปากแล้วให้ผมถือผ้าเย็นเช็ดหน้าตัวเอง ส่วนมันก็หันไปแกะขวดน้ำ ใส่หลอดแล้วยื่นมาให้ผม

“ขอบใจ” เสียงผมแหบแห้งจนต้องดื่มน้ำดับกระหาย เหลือครึ่งขวดให้มันดื่มต่อ เห็นว่ามันมีน้ำใจแต่คินส่ายหน้าปฏิเสธ

“กูไม่แดกหลอดเดียวกับคนอื่น” ผมทำหน้างง ปกติผมกินอะไรมันก็แย่งตลอดนะ ทั้งข้าว น้ำ ใช้ทั้งช้อนทั้งหลอดเดียวกัน มากระแดะอะไรตอนนี้

“เรื่องของมึง แล้วนี่อุ้มกูออกมาทำไม กูยังวิ่งไหวอยู่นะ”

“กูขี้เกียจวิ่งเลยหาข้ออ้างออกมา เห็นหน้ามึงดูป่วยๆ ดี”

“เดี๋ยวก็โดนลงโทษหรอก”

“ช่างเถอะ กูก็แค่อยากพัก” พูดจบมันก็เงยหน้ามองท้องฟ้า ผมมองตามก็ไม่เห็นจะมีอะไร

“น้องเต้! เป็นไงบ้าง” เสียงคุ้นหูพร้อมกับหน้าอันคุ้นตาโผล่เข้ามาตัดภาพท้องฟ้าสวยๆ

“ก็ปกติดี” ผมตอบผู้ชายใส่เหล็กดัดฟันที่เคยเจอในร้านข้าวมันไก่ จะว่าไปผมก็ยังไม่รู้ชื่อเขาเลยนะ แต่เห็นคล้องป้ายชื่อแล้วคงไม่ต้องถาม

“ก็อต นายมาทำอะไรตรงนี้เนี่ย พวกพี่ว้ากอยู่โน่นนะ” พี่พยาบาลคนสวยเดินมาถามเพื่อนพลางเพยิดหน้าไปทางฝั่งแสตนที่มีบรรดาพี่ว้ากยืนเอามือไพล่หลังอยู่ ผมหันไปหาเจ้าของชื่อแล้วเขม็งตาใส่ พวกเดียวกันนี่หว่า

“ว้ากเวิกอะไร เราลาออกแล้ว เป็นพี่พยาบาลเท่กว่าเยอะเลย” พี่ก็อตลุกขึ้นแล้วรับขนมมาจากเพื่อนก่อนจะยื่นให้ผมด้วยรอยยิ้ม

“เออๆ ระวังไอ้ต้อมมันโมโหละกัน” พี่ก็อตกลืนน้ำลายดังเอื้อก ท่าทางพี่ต้อมที่ว่าคงโหดไม่เบา

“น้องเต้โอเคไหม ไม่ไหวบอกพี่นะเดี๋ยวพี่พากลับ” ไม่เนียนครับไม่เนียน

“ผมไหวครับ พี่ไปทำหน้าที่ของพี่เถอะ” ผมเหลือบไปเห็นใครบางคนพุ่งมาด้วยความเร็วสูงแล้วตบป้าบเข้าที่หลังพี่ก็อตเสียงดังจนผมเจ็บแทน

“มึงมาสายมาก ไปวิ่งตามน้องๆ เลย” พี่ผู้ชายตาตี่สวมแว่นกรอบเหลี่ยมแขวนป้ายชื่อต้อมลากคอพี่ก็อตเดินห่างจากผมไปทันที

“เสน่ห์แรงจังนะ สรุปว่ากับเพื่อนกูนี่อะไร คบซ้อน?” คินมองผมอย่างเคืองๆ ก็คงจะปกป้องไม่ให้ผมถูกหลอกอีกตามเคย มันคงเข็ดที่ผมเปย์ให้ผู้หญิงหลายล้านโดยที่ไม่เคยได้รับความรักกลับคืนมามั้ง

“เราก็แค่มีความสุขที่อยู่ด้วยกัน แบ่งปันเรื่องราวต่างๆ ของกันและกัน และถ้าต่างคนต่างมีคนใหม่ ก็จะไม่รั้งไว้” ผมพูดเผื่อตัวเองในอนาคต ถ้าผมกลับเข้าร่างได้ ผมกับเต้ก็จะต่างคนต่างมีชีวิตใหม่ ไม่จำเป็นต้องเล่นละครตบตาใครอีก
คินไม่ได้พูดอะไรต่อเพราะพี่ๆ เรียกรวมไปนั่งด้วยกันในโดม

“พรุ่งนี้ผมจะนัดพวกคุณเวลาหกโมงเช้า ใครมาช้า เพื่อนๆ ของคุณจะถูกทำโทษตามจำนวนวินาทีที่คุณสาย เลิกแถวครับ เจอกันพรุ่งนี้” พี่ต้อมพูดจบก็เดินนำขบวนพี่ว้ากรวมถึงพี่ก็อตที่เก็กหน้านิ่งตามหลังไป

ผมรู้ว่าเขาเหลือบมองผมอยู่แต่ผมไม่ได้สนใจ เดินไปรวมกลุ่มกับพวกเอ็มโดยมีคินเดินอยู่ข้างๆ



“ไปหาข้าวกินกันเถอะ หิวจะตายแล้ว” โจโอดครวญ

“ร้านไหนดีวะ” เอ็มถาม

“เจ๊อิมไหม” ผมตอบด้วยความเคยชิน

“กินร้านเจ๊อิมทั้งปีทั้งชาตินะโซ่” โบ๊ทพูดแล้วชะงัก รวมถึงทุกคนที่มองมาที่ผมเป็นตาเดียว

“เต้ มึงก็ชอบกินร้านเจ๊อิมเหรอ”

“อืม เด็กแถวโรงเรียนYก็ชอบกินร้านนั้นทุกคนแหละ” พวกมันไม่เอะใจอะไรมากนักเพราะร้านเจ๊อิมตั้งอยู่ระหว่างสองโรงเรียน ลูกค้าก็เด็กมัธยมหน้าตาเดิมโดยเฉพาะกลุ่มผมที่แวะเวียนไปเป็นประจำ

“เปลี่ยนร้านไหม” ผมถามต่อ ไม่อยากให้พวกมันรู้สึกแย่

“ร้านนั้นนั่นแหละ” คินพูดแล้วเดินนำไป พวกผมจึงไม่มีใครปฏิเสธ

“นายกินอะไร” โบ๊ทถามพลางจดเมนูที่เพื่อนๆ สั่ง แต่ละคนสั่งกับข้าวมาสองสามอย่าง ยังต้องสั่งอะไรเพิ่มอีกเหรอ

“แค่นั้นก็พอแล้ว เดี๋ยวกินไม่หมด” ผมคีบน้ำแข็งใส่แก้วเทน้ำแจกจ่ายให้พวกมันเหมือนที่เคยทำ พวกมันคอยมองผมแต่ก็พยายามไม่ใส่ใจ คงเพราะเราทำทุกอย่างเหมือนเดิมมาตลอด ถ้ามันจะคิดว่าเต้เป็นตัวแทนของผมก็คงไม่แปลก

พวกเรานั่งกินข้าวไปเรื่อยๆ ไอ้โจก็ตักกุ้งแจกจ่ายให้เพื่อนคนละตัวแล้วฮุบที่เหลือเหมือนอย่างเคย พวกเราหัวเราะกันเมื่อเห็นมันทำอย่างนั้น อดไม่ได้ที่จะคิดถึงช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ตอนแรกผมก็คิดว่าพอเป็นคนใหม่แล้วจะต่อไม่ติด เปล่าเลย เหมือนเรากลับมารวมกลุ่มอย่างเคย ไม่มีใครคิดว่าผมแตกต่าง

“ยุงกัดเหรอมึง แขนแดงเลย” โจถามเพราะมันเห็นผมนั่งเกาแขนมาซักพักแล้ว

“คงงั้นมั้ง” ผมเริ่มรู้สึกหายใจไม่ออกจึงคลายเนกไทแต่ก็ไม่ช่วยอะไร

“มึงเป็นอะไร” คินที่นั่งข้างๆ ก้มหน้าลงมาถาม

“ไม่รู้ดิ กู...กูหายใจไม่ออก ฮึก...” ผมจับแขนคินไว้แน่นก่อนสติของผมทั้งหมดจะดับวูบ


✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣



[คิน]

ผมเขย่าตัวเต้ที่ร่วงลงมาซบไหล่ผม หันไปบอกให้เอ็มวิ่งไปเรียกแท็กซี่เพราะถ้าจะไปเอารถตอนนี้คงไม่ทัน

สังเกตตั้งแต่ตอนที่เต้เริ่มเกาแล้ว แต่ผมก็คิดเหมือนโจว่ามันคงถูกยุงกัดเพราะเห็นหัวเราะไปกับเรื่องที่พวกเราคุยอย่างสนุกสนาน

แต่พอเห็นแขนขาวเต็มไปด้วยรอยแดงทำให้ผมนึกถึงอาการแพ้ ยังไม่ทันถามว่าแพ้อะไรหรือเปล่า มันก็กำแขนผมแน่น บอกว่าหายใจไม่ออกก่อนจะทรุดตัวลงไป ผมอุ้มเต้ขึ้นในท่าอุ้มเจ้าสาว บอกโจกับโบ๊ทให้อยู่เคลียร์ค่าอาหารแล้วรีบขึ้นแท็กซี่ไปพร้อมกับเอ็ม

พอส่งถึงมือหมอพร้อมบอกอาการแล้วเราสองคนก็มานั่งกองกันอยู่บนพื้นด้วยความเหนื่อยหอบ

“มันคงไม่เป็นอะไรใช่ไหม” เอ็มถามอย่างกังวล

“มันต้องไม่เป็นอะไร” ผมบอกเพื่อนและย้ำกับตัวเอง

คราวนี้ผมจะไม่ยอมให้เพื่อนคนไหนเป็นแบบโซ่อีก ไม่อีกแล้ว

หมอออกมาจากห้องฉุกเฉินพร้อมเตียงพยาบาล มีร่างซีดเซียวของเต้นอนหลับอยู่

“หมอให้ยาแก้แพ้แล้ว รอให้ฟื้นก็กลับบ้านได้แล้วครับ” เราขอบคุณหมอแล้วเดินตามเตียงพยาบาลไปยังห้องพิเศษ

“เป็นไงบ้างวะ” โจถามทันทีเข้ามา

“ปลอดภัยแล้ว รอฟื้นก็กลับบ้านได้” เอ็มตอบ

“เฮ้อ” โบ๊ทถอนหายใจยาวแล้วนั่งลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ สีหน้าดูดีขึ้น

“เรานึกว่าจะเหมือนโซ่ บอกเลยว่าตอนนี้เราทำใจไม่ได้อีกแล้ว” โบ๊ทมองหน้าพวกเราทุกคน “ห้ามทิ้งเรานะ” โจผละจากเตียงไปลูบหัวโบ๊ท

“ไม่ทิ้งหรอก” โจส่งสายตาสื่อความหมายอีกอย่างออกไปโดยที่โบ๊ทไม่รู้ โบ๊ทเกาะขาโจแน่น และรอให้พวกผมสัญญา

“เราจะดูแลกันและกันไม่ให้เกิดอะไรขึ้นอีก” เอ็มพูด ผมพยักหน้าเห็นด้วย

“จะไม่ให้ใครต้องเป็นอันตราย” เหมือนโซ่อีกแล้ว ผมบอกตัวเองอย่างนั้น เพื่อนทุกคนสำคัญกับผม แม้ตอนแรกจะไม่ได้ใส่ใจว่าใครจะเป็นยังไงเพราะชีวิตเป็นของพวกมันและผมเป็นแค่เพื่อน แต่หลังจากเหตุการณ์ของโซ่ ผมไม่อาจอยู่เฉยได้อีกต่อไปแล้ว



เสียงงัวเงียของคนบนเตียงทำให้พวกเราหันกลับมาสนใจอีกครั้ง ทุกคนยืนล้อมเตียงอย่างเป็นกังวล

“มายืนจ้องกูทำไมเนี่ย” น้ำเสียงงุ้งงิ้งของมันทำให้พวกเราหัวเราะออกมา เต้ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจซึ่งพวกเราก็ไม่แคร์

“ทำพวกกูใจหายหมด แพ้อะไรทำไมไม่บอกวะ” โจผลักหัวเต้ไม่แรงนักเพราะมันดูบอบบางคงกลัวสมองจะบวมช้ำ


“กูจะไปรู้เหรอว่าแพ้อะไร เกิดมาไม่เคยเป็นแบบนี้นี่หว่า” พูดจบเต้ก็ลุกขึ้นแล้วฟาดแขนโจที่ยังไม่หยุดเล่นหัวมัน

“ทีหลังต้องระวังมากๆ นะ” โบ๊ทโถมเข้ากอดเต้ ดูเป็นภาพที่น่ารักดีถ้าไม่ใช่เพราะเต้ยกขาขึ้นถีบโบ๊ทออก

“ขนลุก” แล้วพวกเราก็หัวเราะอีกครั้งกับคำพูดของเต้



เต้เป็นผู้ชายที่จะว่าสวยก็สวยจะว่าน่ารักก็น่ารัก แต่คำพูดคำจาสวนกับหน้าตามาเกินไป บางครั้งก็ทำให้ผมนึกถึงโซ่ แต่ผมคิดว่าคงเป็นเพราะอิทธิพลของคนเป็นแฟนกันที่จะมีอะไรคล้ายๆ กัน พูดถึงตรงนี้ผมก็รู้สึกเจ็บใจ ผมเข้าหาโซ่ช้าไปจนมีใครอีกคนเข้าไปแทนที่


แต่ผมไม่อคติกับเต้แล้วหลังจากได้ยินคำตอบนั้น เพราะหมายความว่าถ้าผมทำให้โซ่รักได้ เต้ก็จะไม่รั้งโซ่ไว้


ปัญหาอยู่ที่ว่า


เมื่อไหร่...โซ่จะกลับมา



รีบมาลงมาก 5555 เม้นเป็นกำลังใจให้เราหน่อยน้าาาา :hao5: เจอกันตอนหน้าค่ะ
-------------------------------------------------------







ออฟไลน์ GuoJeng

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
สนุกมากๆคับ เพิ่งมาอ่าน ลุ้นให้เต้กับคินรักกันเลย
 รออ่านต่อคับ

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11

ออฟไลน์ kyungploy

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 335
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
นี่เชียร์ให้โซ่ในร่างเต้คู่กับคิน แต่ก็แอบเสียดายร่างของโซ่จริงๆ แง

ออฟไลน์ insomniac

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1484
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-3
มีจุดให้ลุ้นมากเลย
อยากให้ทั้งโซ่ทั้งเต้กลับมามีความสุขได้

ออฟไลน์ lnudeel

  • I wanna be a CAT!!
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1466
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-5
แพ้กุ้งหรทอเปล่านะ? :hao4:

ออฟไลน์ เจเจจัง

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 185
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0
อยากให้โซ่กลับเข้าร่าง และรักคิน เพราะคินหล่อและดีมากกก

บอกคินไปเหอะว่าเป็นโซ่ เชื่อไม่เชื่อก็ช่าง รักกันในร่างเต้ไปก่อน ถ้ากลับร่างได้ค่อยว่ากัน

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
อยากให้โซ่กลับเข้าร่าง และรักคิน เพราะคินหล่อและดีมากกก
บอกคินไปเหอะว่าเป็นโซ่ เชื่อไม่เชื่อก็ช่าง รักกันในร่างเต้ไปก่อน ถ้ากลับร่างได้ค่อยว่ากัน
คิดเหมือน รี บน
แม่เต้ ใจร้าย พ่อก็หื่น ไม่ใช่พ่อแท้ๆสินะ
โซ่ ใช้ร่างเต้ทำสิ่งที่ถูกที่ควรไปเลย
ช่วยเต้ และดูแลร่างตัวเอง
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:


ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
6
☷ ตำแหน่ง ☷




“ปีหนึ่ง! วิ่งให้มันเข้มแข็งหน่อยครับ!” เสียงพี่ต้อมยังคงหลอกหลอนพวกเราในเช้าวันต่อมา แม้ทุกคนจะมาครบและไม่สายเลยสักคนแต่พวกเราก็ได้รับคำสั่งให้วิ่งรอบสนามอยู่ดี

“ไหวหรือเปล่าเต้” โบ๊ทวิ่งมาขนาบข้างซ้ายของผม โจอยู่ด้านขวา เอ็มวิ่งนำอยู่ข้างหน้า ส่วนคินตามหลังผมอยู่ ผมมองพวกมันแล้วหัวเราะ เล่นก่อกำแพงสี่ทิศอย่างนี้จึงไม่มีใครเข้าใกล้ผมได้เลย

“พวกนายเล่นอะไรกัน” ถามโบ๊ทแต่ไม่ตอบเลยหันไปหาโจ มันยิ้มกวนๆ แล้วหันไปทางอื่น ผมจึงวิ่งแซงเอ็มไปแล้วหันมาแลบลิ้นใส่พวกมันทั้งสี่

จู่ๆ ผู้ชายคนหนึ่งที่ผมเพิ่งแซงมาก็หยุดวิ่งทำให้พวกที่วิ่งตามหลังล้มลงกันเป็นพรวน

ผมวิ่งกลับไปช่วยพยุง เขาหน้าแดงๆ นิดๆ คงเพราะอากาศเริ่มร้อนแล้ว

“ไม่เป็นไรใช่ไหม” ผมตบหลังเขาเบาๆ แล้วเดินไปช่วยพยุงคนอื่นๆ เห็นแบบนี้ผมก็มีน้ำใจนะครับ

“ทุกคนกลับมารวมแถว!” เมื่อพี่ว้ากตะโกนพวกเราจึงต้องวิ่งกลับไป โชคดีที่วันนี้ใส่ชุดลำลองมาเลยไม่ติดขัดเหมือนตอนใส่ชุดนักศึกษา พวกเราทำกิจกรรมเดิมๆ ต่อไปเรื่อยๆ ทั้งร้องทั้งบูมจนเสียงแหบ พี่ว้ากก็ยังคงให้ทำต่อไป

เวลาดำเนินมาเรื่อยจนถึงช่วงพักกลางวัน สังเกตเห็นว่าวันนี้มีคนมาเยอะกว่าปกติ บางคนก็โบกมือมาให้ ผมหันไปมองแล้วโบกกลับ พวกผู้หญิงก็กรี๊ดลั่นส่วนผู้ชายก็หน้าแดง

ผมหันไปมองข้างตัวเองก็เห็นแก๊งบอยเฟรนด์โบกไม้โบกมือกับเขาด้วย

สรุปไม่ได้กรี๊ดผมแค่คนเดียวสินะ คนหล่อขอเบินปากแป๊บ

ระหว่างเดินเป็นแถวกันออกไปเอ็มก็พุ่งกอดคอผมแล้วขยี้ผมจนยุ่งไปหมด

มันใช่เรื่องไหมหะ กูอุตส่าเซ็ตผมมา

ผมจัดผมใหม่แล้วตบหัวไอ้เอ็มอย่างแรง มันไม่ตอบโต้นะแต่เอาแก้มมาถูกับแก้มผมเลย มึงเป็นบ้าเหรอ

“ปล่อยกูเลย ห่า ขนลุก” ผมสะบัดตัวจากเอ็มแล้ววิ่งหนี แต่มันวิ่งตามครับ โอ้ย อย่ายุ่งกับกูววววววววววววว

เราวิ่งไล่กันไปจนถึงร้านข้าว ผมก็ยืนหอบหายใจอยู่หน้าร้านข้าวแกง
“แป๊บนะป้า” ผมควบคุมลมหายใจจนกลับมาเป็นปกติแล้วหันไปสั่งข้าว พอได้แล้วก็เดินหาเพื่อนๆ แต่ไม่เห็นใครสักคน

“อยู่ตรงร้านน้ำ” ผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้น เธอมีใบหน้านิ่งเฉย แต่ผมจำได้ว่าเธอคือคนที่ผมช่วยไว้เมื่อวาน เธอชี้ไปยังโบ๊ทที่กำลังแย่งขวดน้ำกับโจ ผมกำลังจะเอ่ยขอบคุณแต่เธอเดินหนีไปแล้ว ซึ่งผมก็เป็นพวกทำอะไรแล้วต้องสำเร็จเลยตะโกนลั่น

“ขอบใจนะป่าน!” เธอสะดุ้งแล้วหันมาถลึงตาใส่ผมก่อนจะรีบวิ่งหายไป ผมหัวเราะนิดๆ แล้วเดินไปหาเพื่อนๆ

เรากินข้าวกันไปคุยกันไปปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือมีแต่คนจ้องมาที่พวกเรา

“กูว่าเราย้ายที่ไหม” ผมถามความเห็นเพื่อน แต่ไอ้โจก็หัวเราะแล้วส่ายหัว

“มึงเล่นโซเชียลบ้างปะเนี่ย เออ จะว่าไปกูยังไม่มีเฟซมึงเลยนะ ขอหน่อย” โจยื่นโทรศัพท์มาให้ผม ผมพิมพ์ชื่อตัวเองในช่องค้นหาแล้วกดเพิ่มเพื่อนเสร็จสรรพก่อนหยิบมือถือขึ้นมากดรับพร้อมกับแอดเฟซเพื่อนที่เหลือ

“ไลน์ด้วย” ผมบอกไอดีพวกมันไปแล้วจิ้มลูกชิ้นเข้าปาก เคี้ยวๆ อยู่ก็มีนิ้วโป้งมาปาดที่มุมปากเช็ดคราบน้ำจิ้มให้

“กินเลอะเป็นเด็กๆ” ไม่ต้องคิดว่าคินมันจะโรแมนติกอย่างเอานิ้วที่เลอะเข้าปากตัวเองเลยครับ มันเช็ดนิ้วตัวเองกับทิชชู่อย่างรังเกียจมากมาย

ผมสะดุ้งเมื่อมือถือผมสั่นถี่ๆ ผมหยิบขึ้นมาดูก็เห็นคนแอดเฟซเข้ามาเยอะจนตกใจ มีข้อความทั้งในแชทและหน้าฟีดเต็มไปหมด  เลื่อนหาต้นตอก็พบภาพที่คินเอื้อมมือมาเช็ดมุมปากให้ผม ขณะที่พวกมันทำหน้าสลดใส่กล้องที่เอ็มถ่ายอยู่ แท็กกันครบทุกคนเลยด้วย

แล้วแคปชั่นก็เหี้ยมาก

‘พวกเรามันก็แค่ ก ข ค’

พอเลื่อนดูข้อความใต้ภาพก็เห็นคนมาเม้นกันอย่างล้นหลาม

 ‘อร้ายยยยย คู่นี้นี่ยังไงคะ’

‘เราอยู่ในเหตุการณ์นี้ค่ะ ของจริงไม่อิงนัง’

‘โอ้ย แค่นี้น่ะจิ๊บๆ ตอนเล่นเกมยิ่งกว่านี้อีกค่ะ ’

‘ไอ้เอ็ม ผู้ชายตัวเล็กๆ ชื่ออะไรวะ’

‘อ้าว กอดคอกับน้องเอ็ม สรุปคบกับน้องคินเหรอเนี่ย’

‘เรือลำนี้จะไม่ล่มใช่ไหม ถึงล่มก็ไม่เป็นไรพี่ชิบได้ทุกคน 5555’

‘มีความสุขค่ะ ขออีก ไปตามล่าคู่นี้ให้เราหน่อย แท็กเพจคิวบ์บอย’

“ไปกันใหญ่แล้ว” ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วโบกหัวพวกมันไปคนละที แต่ไม่มีหน้าไหนสลดครับ ยิ้มแผล่มาให้อย่างไม่สะทกสะท้าน

“นี่แค่จิ๊บๆ มึงเข้าไปดูในเพจนี้เลย” ผมรับมือถือของโจมาอ่าน เห็นชื่อเพจแล้วต้องขมวดคิ้ว KinTae Forever ในนั้นมีแต่รูปผมกับคินใส่หัวใจปิ๊งๆ มีทั้งภาพนิ่งและเคลื่อนไหว ผมรู้สึกขนลุกพรึบพรับไปทั้งตัว รีบคืนมือถือแล้วกุมขมับ

เอาชีวิตคูลๆ กูคืนมา

✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣

ผมทนสายตาเหล่านั้นไปจนถึงเย็น ยิ่งคนมายืนดูมากพี่ต้อมยิ่งดูหัวเสีย แต่ก็ทำหน้าที่พี่ว้ากสุดโหดต่อไป พวกเราเริ่มร้องเพลงกันได้แต่เรื่องบูมยังไม่มีความพร้อมใดๆ พี่ต้อมพูดเรื่องนัดหมายอีกนิดหน่อยก็เดินเป็นระเบียบออกไปพร้อมพวกพี่ว้าก

รุ่นพี่ชุดใหม่ก้าวเข้ามาแล้วพูดเกี่ยวกับเรื่องการประกวดดาวเดือน แต่ผมไม่ได้สนใจฟังหรอกเพราะมัวแต่อ่านข้อความที่ส่งเข้ามา บางข้อความก็ถามถึงความสัมพันธ์ของผมกับคิน ผมก็ตอบไปตามความจริงว่าเราเป็นเพื่อนกัน แต่บางคนที่ส่งข้อความร้ายๆ มาด่าผม ผมก็บล็อกครับ เรื่องอะไรจะปล่อยให้มาด่าล่ะ

ผู้หญิงสวยจิตใจดีผมก็รับเป็นเพื่อนหมดนะ ส่วนผู้ชายผมก็ดูที่เจตนาครับ ถ้าเป็นเพื่อนในวิศวะฯ หรือนอกคณะที่พูดจาดีผมก็รับเป็นเพื่อน แต่ถ้าพวกหน้าหม้อขอจีบ บล็อกให้หมดอย่าให้เหลือ

“น้องคิน สนใจเป็นเดือนคณะไหมจ๊ะ” ผมหันไปมองพี่ผู้หญิงที่โน้มตัวลงมาถาม อื้อหือ อย่าให้พูดครับ หน้าอกหน้าใจของพี่เต็มไม้เต็มมือมาก หันมาหาผมบ้างสิครับเอาหน้าไปแนบสักทีสองที

คินส่ายหน้าปฏิเสธแล้วมองไปทางอื่น มึงกล้าเมินคนสวยเหรอไอ้คิน

พี่คนสวยหน้าเจื่อนไปนิดแต่ก็หันมาทางผม

รับครับ อร้ายยยยย นึกว่าตัวเองเป็นเจ้าบ่าวอยู่ในพิธีแต่งงานซะอีก

“น้องเอ็มล่ะ”

หะ พี่เขามองผ่านผมอะ ผมตวัดสายตาไปมองเพื่อนเลวที่บังอาจมามีบทบาทมากกว่าผม มันหัวเราะเยาะเย้ยแล้วส่ายหน้าปฏิเสธอีกคน ดี ตำแหน่งเดือนต้องเป็นของกู

กูจะไฟต์เพื่อนม

เอ้ย ไฟต์เพื่อคณะครับ

พี่คนสวยหันไปถามโจกับโบ๊ทก็ได้คำตอบไม่ต่างกัน เธอจึงหันมาหาผมแล้วยิ้มนิดๆ แล้วเดินกลับไปหาเพื่อนๆ ข้างหน้าเวที

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ”

เสียงหัวเราะจากคนข้างๆ ทำให้ผมต้องทุ้งศอกใส่ท้องมันไปที เอ็มหัวเราะสะใจมากที่ผมไม่อยู่ในสายตาพี่คนสวยเลย เออ ไอ้พวกหน้าตาดี อย่าให้กูกลับเข้าร่างได้นะ กูจะเดินอวดซิกแพ็คให้คนกรี๊ดลั่นมหาลัยเลย

“มึงรู้ไหมว่าหน้ามึงตอนโกรธโคตรน่ารักน่าแกล้งเลย” เอ็มยื่นมือมาบีมแก้มผม ผมปัดมือมันออกอย่างรำคาญ

“กูหล่อเถอะ” ผมตอบ ก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะจากคนข้างหน้า พวกมันก็แอบฟังอยู่สินะ กูจะไล่บล็อกพวกมึงให้หมดเลย ไม่ต้องเป็นแล้วเพื่อนร่วมคณะน่ะ

“มึงเอาความมั่นใจมาจากไหนว่ามึงหล่อ” โจถามแล้วหัวเราะเหมือนเป็นเรื่องน่าขำ

“ก็...” ผมหยุดคิดแล้วก็นึกขึ้นได้ เออ ผมผิดเอง ลืมตัวทุกทีว่าอยู่ในร่างเต้ ผมตบหน้าเบาๆ แล้วเรียกสติ

“มึงพูดถูกแล้ว” ผมเอานิ้วชี้ข้างหนึ่งจิ้มแก้มตัวเองแล้วยิ้มนิดๆ “กูน่ารัก”

ไร้เสียงตอบรับใดๆ จากแก๊งเพื่อน พวกมันทำหน้าเหวอ ส่วนสองสามคนข้างหน้าที่มองมาก็เบิกตากว้าง หน้าแดงแล้วรีบหันกลับไป ไม่หันมาคุยอะไรกับผมอีกเลย

อะไรวะ

ผมหันไปหาคินก็เห็นมันมองอยู่ก่อนแล้ว ด้วยสายตาแบบที่มองผมในฐานะโซ่ มันชะงักไปนิดเมื่อสบตาผมแล้วเลี่ยงไปมองทางอื่น ผมเลยจับหน้ามันให้หันมา

“เป็นอะไร” หน้าคินหันตามมือมาก็จริงแต่สายตามองไปทางอื่น ผมเลยยื่นหน้าไปตามสายตามัน ยังไม่ทันได้ล้วงความลับแสงแฟลชก็เข้ามาแยงตาเสียก่อน

ผมหันไปหาตัวการก็เห็นโบ๊ทถือกล้องคาอยู่ มันรีบเก็บกล้องใส่กระเป๋าก่อนที่ผมจะเอื้อมไปคว้าทัน เอ็มก็คอยขวางผมไม่ให้ถึงตัวโบ๊ททำให้ยิ่งยากเข้าไปใหญ่

“ข้างหลังทำอะไรกันครับ!” เสียงเข้มของพี่ต้อมกลับมาอีกครั้ง “คุณฟังที่รุ่นพี่พูดอยู่หรือเปล่า!” พวกผมกลับมานั่งสงบเสงี่ยมทันทีครับ ก่อนหน้านี้จะมีเรื่องบาดหมางอะไรไม่สำคัญ ตอนนี้ก็ต้องปรองดองกันไว้ก่อน

“ลุกออกมาครับ ทั้งแถวเลย!” พวกเรารีบลุกกันอย่างรู้ตัวแล้วเดินเรียงแถวไปยืนข้างหน้า

“นี่คือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ขณะที่รุ่นพี่กำลังพูดอยู่พวกคุณไม่ฟังกันเลย แล้วอย่างนี้จบไปจะทำงานกันได้เหรอ ไม่สิ แค่ตั้งใจเรียนในคาบคงทำไม่ได้ด้วยซ้ำมั้งครับ” พี่ต้อมพยายามสงบสติอารมณ์ หายใจเข้าออกลึกๆ ก่อนจะยิ้มไม่น่าไว้ใจ

“ผมคิดว่าในเมื่อคุณไม่ฟังก็ไม่จำเป็นต้องถามความคิดเห็นกันแล้ว คิดเหมือนกันไหมครับ” รอยยิ้มของพี่แกทำให้ผมรู้สึกเสียวสันหลังวาบกังวลอย่างไรบอกไม่ถูก

“พี่ถามก็ตอบสิ!”

“ครับ!”

“งั้นภาคินนายเป็นเดือนคณะ” พี่ต้อมพูดจบเสียงเฮและเสียงกรี๊ดจากเพื่อนๆ วิศวะฯ ก็ดังลั่นรวมถึงคนที่มาดูพวกเราด้วย

ผมว่าแล้ว ลางสังหรณ์ผมไม่เคยผิดอะ ใครจะโดนประหารเป็นรายต่อไป

“เต้ นายถือคณะป้ายคณะ” พี่ต้อมฉีกยิ้มพิฆาต ดูสะใจที่เห็นผมตอบโต้อะไรไม่ได้เลย

“เอ็ม นายลงทีมฟุตบอลคณะ” เอ็มไม่มีสีหน้าทุกข์ร้อนอะไรเพราะมันเตะบอลเป็นงานอดิเรกอยู่แล้ว

“โบ๊ท นายเป็นคทากร” โบ๊ทเหมือนจะร้องไห้นะ แต่โจก็ตบบ่าปลอบใจ

“และโจ นายเป็น...” พี่ต้อมแกล้งลากเสียงให้พวกเราลุ้นกัน ผมกำมือคินกับเอ็มแน่น อดลุ้นไปด้วยไม่ได้

“เป็น...หลีดคณะ”

พวกผมหัวเราะก๊ากเลยครับ ไอ้โจเป็นถึงหลีดคณะเลยอะ มันทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะร้องก็ร้องไม่ออก พี่คนสวยรีบจดชื่อยิกๆ แล้วส่งกระดาษแผ่นนั้นให้พวกผมเขียนชื่อ เบอร์โทรและเฟซบุ๊ก

ผมเขียนไปหัวเราะไป ยิ่งมองหน้าโจก็เห็นว่าหน้ามันซีดนำโบ๊ทไปแล้ว โบ๊ทเลยจำเป็นต้องปลอบใจมันแทน ส่วนผมกับเอ็มก็แท็กมือกันอย่างสะใจ


สมน้ำหน้า






Tbc.



เอาแก๊งตลกมาคั่นก่อนหนึ่งตอน ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์ค่ะ  :mew1:

Kyungploy  ต้องรอลุ้นต่อไปค่ะว่าจะลงเอยที่ร่างไหน
Lnudeel ถูกต้องค่ะเต้แพ้กุ้ง แต่โซ่ไม่รู้ตัวเพราะปกติก็กินมาตลอด
เจเจจัง, ♥►MAGNOLIA◄♥ แน่นอนค่ะ จะมีวันที่โซ่บอกคินว่าตัวเองเป็นใคร รอติดตามน้า
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
ปล.ถ้าเม้นตอนนี้เยอะตอนหน้าจะมาเสิร์ฟคืนนี้ค่ะ ฮา 

:katai4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-02-2017 01:30:54 โดย janeta »

ออฟไลน์ angelhani

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 205
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ kyungploy

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 335
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
คินนี่ต้องแอบระแคะระคายบ้างแหละ ฮือ 555555555

ออฟไลน์ GuoJeng

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
   ไม่มีวี่แววของวิญญานเต้เลย หลงทางเดินไปไหนแล้วหรือว่าไม่อย่กกลับมาเข้าร่างเดิมล่ะ
  รออ่านตอนต่อไปคับ

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11
สมน้ำหน้าทั้งแก๊ง  :m20: :m20: :m20:

ออฟไลน์ เจเจจัง

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 185
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0
เต้คงตายไปแล้วมั้ง แต่ไม่อยากให้โซ่อยู่ในร่างเต้ตลอดไปอ่ะ ยังงัยก็ไม่ใช่ร่างตัวเองเนอะ พ่อแม่โซ่อีกหล่ะ ถ้าอยู่ร่างเต้คงติดต่อพ่อแม่ไม่ได้อ่ะ

ออฟไลน์ ♥lvl♀‘O’Deal2♥

  • หานิยายถูกใจยากจัง!
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2665
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-4

ออฟไลน์ lnudeel

  • I wanna be a CAT!!
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1466
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-5
โดนดาเมจเต้กันไปรัวๆๆๆ :hao7: :hao3:

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
7
☷ ข่าวลือ ☷



ช่วงนี้แก๊งเราไม่ค่อยได้เจอกันหรอกครับ เจอกันก็ไม่เคยครบทุกคนเพราะแต่ละคนถูกรุ่นพี่พาไปเทรนตามตำแหน่งต่างๆ ส่วนผมผู้มีหน้าที่ถือป้ายก็มีนัดซ้อมเดินก่อนวันจริงแค่วันเดียว ถือคู่กับป่านด้วยครับแม้เจ้าตัวก็ยังดูไม่สบอารมณ์ทุกครั้งที่เห็นผมก็ตาม


“น้องเต้ มาทำอะไรแถวนี้คะ” รุ่นพี่คนหนึ่งทักขึ้นเมื่อเห็นผมมาด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าห้องสตู ข้างในกำลังถ่ายภาพนักศึกษาตำแหน่งดาวเดือนคณะต่างๆ ก่อนหน้านี้ผมโดดห้องเชียร์มาเดินเล่น ผ่านมาทางนี้เลยเห็นคินเดินกระสับกระส่ายอยู่ไม่สุขจึงออกไปซื้อเค้กเจ้าประจำมาให้มันกิน


คินมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำครับ เขาต้องกินของหวานเพื่อลดอาการหน้ามืด ช่วงมัธยมเคยล้มไปต่อหน้าต่อตาขณะยืนเข้าแถวหน้าเสาธง พอรู้ว่าเป็นเพราะอะไรผมก็ขุนมันด้วยของหวานทุกวัน แต่ช่วงหลังมานี้ไม่ค่อยเห็นมันกินอะไรหวานๆ ก็นึกว่าหายแล้ว


“มาหาคินครับ เอ่อ ผมเป็นคนนอกคงเข้าไปไม่ได้ งั้นฝากพี่เอาไปให้มันหน่อยนะครับ” ผมยื่นถุงเค้กให้แต่พี่เขาไม่รับแล้วดึงแขนผมให้ตามเข้ามาข้างใน


“ให้กับเจ้าตัวดีกว่า” เธอยิ้มแล้วเดินไปเรียกคินที่นั่งอยู่กับเดือนคณะคนอื่นๆ
.
.
.

“คนนี้เหรอที่เขาลือกันน่ะ”


“ใช่ๆ เพื่อนฉันบอกมา เห็นว่าควงแต่ละวันไม่ซ้ำหน้าเลย”


“จริงแก เปย์หนักเท่านั้นที่รั้งไว้ได้ จนๆ น่ะหรือชีไม่เอาจ้า”


“โห เห็นหน้าใสๆ ข้างในคงพรุนหมดแล้วมั้ง”


“คินไม่น่าตาต่ำไปคบเพื่อนแบบนี้เลย”


ผมหันไปมองพวกเธอเล็กน้อยแล้วเดินเข้าไปหา ว่าผมน่ะไม่เท่าไร แต่ถ้าบังอาจมาว่าเพื่อนของผมนี่ยอมไม่ได้ครับ


“ครับ ผมเป็นคนแบบที่พวกคุณลือกัน และผมไม่ปฏิเสธข้อกล่าวหาใดๆ ทั้งนั้น เพราะอย่างน้อย....” ผมไล่มองพวกเธอทีละคน ทั้งสวยและดูดี สเปคผมทั้งนั้น ไม่น่าเลย


“พวกเขาก็เลือกที่จะเสียเงินจำนวนมากเพื่อเอาใจผม...มากกว่าคบกับพวกคุณ” ผมฉีกยิ้มให้พวกเธอแล้วพูดต่อ


“อ้อ แล้วคินเองก็มีสมองมากพอที่จะเลือกคบเพื่อน สอบได้ตั้งที่สองของคณะมันคงแยกแยะเองได้ว่าอะไรดี...หรือไม่ดี” ผมจิกตาใส่สาวๆ พวกนั้นจนพวกเธอรีบเดินเลี่ยงออกไป ผมหันไปหาคินที่เดินมาถึงพอดี


“มานี่มีอะไรเหรอ” วันนี้คินดูหล่อขึ้น ผมคิดว่าคงเพราะแต่งหน้ากับเซตผมเป็นทรงทำให้มันดูดีขึ้นชนิดที่ว่าเดือนคณะอื่นตายเรียบ


“เอาของหวานมาส่ง กินน้ำตาลเยอะๆ จะได้ไม่เป็นลม” ผมยื่นกล่องเค้กให้คิน


“มึง...รู้”


“ของมันแน่อยู่แล้ว” ยัดใส่มือมันเรียบร้อยก็หันไปมองรอบๆ “แล้วนี่ถ่ายรูปเสร็จยัง”


“อีกครึ่งชั่วโมง รอได้ไหม”


“งั้นกูไปรอข้างนอกนะ” ผมหมุนตัวกลับจะออกไปแต่คินรั้งแขนไว้


“อยู่นี่แหละ” คินจูงมือผมไปนั่งเก้าอี้สตาฟแล้วส่งถุงเค้กให้ผมถือ “ดูแลเค้กกูด้วยเดี๋ยวกลับมากิน” พูดจบคินก็เดินกลับไปนั่งที่เดิมพร้อมกับฟังพี่ตากล้องอธิบายคอนเซ็ปต์ก่อนจะถ่ายภาพ


เห็นคินยืนเก็กท่าแล้วหมันไส้ คนอะไรจะดูดีไปหมดขนาดนั้น คงเพราะช่วงม.ปลายเดินสายถ่ายแบบบ่อยๆ จนรู้หมดแล้วว่าจะถ่ายอย่างไรให้ออกมาดูดี


ผ่านไปแค่ 15 นาทีคินก็บอกลาพี่ๆ แล้วเดินออกมา


“ไปกัน” คินดึงถุงเค้กจากมือผมไปคงกลัวผมฮุบไว้กินเอง หวงของเหมือนกันนี่หว่า


ยังไม่ทันที่เราจะออกไปก็มีมือหนึ่งมาคว้าแขนผมไว้


“เต้” ผมหันไปมองคนเรียกก็จำได้ทันที


ไอ้หัวทอง


แต่ตอนนี้มันย้อมผมเป็นสีดำแล้วครับ ดูดีผิดหูผิดตาเชียว หน้าเด็กลงกว่าเดิมครึ่งนึงแหน่ะ


“ไงมึง” ผมทักทาย มันไม่ตอบอะไรนอกจากคว้าผมไปกอดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก เดือดร้อนให้คินต้องช่วยดึงออกไป พอหลุดจากผมเซียก็สะบัดตัวออกจากคินทันที


“มึงไม่เกี่ยว ถอยไป” เซียบอกคินแล้วหันมาทางผม ดวงตาคู่นั้นมีน้ำตาคลอหน่วง ผมทำอะไรไม่ถูกเลย


“มึง เป็นอะไรวะ” ผมถามอย่างไม่เข้าใจ ก็เซียมองผมอย่างนั้นอะ ผมไม่ชอบให้ใครร้องไห้ให้เห็นด้วย


“ฮึก กูนึกว่ามึงตายไปแล้ว” เซียจับไหล่ผมทั้งสองข้างทิ้งน้ำหนักมาจนผมเจ็บไหล่ น้ำตาไหลอาบแก้ม


“มึงหายไปทั้งที่ความจำเสื่อม รู้ไหมว่ากูกลัวแค่ไหน นึกว่าผัวเมียคู่นั้นจับมึงขายไปแล้วด้วยซ้ำ” เซียคว้าผมเข้าไปกอด คินหันมาถามความเห็นว่าควรดึงออกไหม ผมส่ายหน้าแล้วตบหลังเซียเบาๆ


เซียไม่ได้ร้องไห้เสียงดัง แค่ปล่อยให้น้ำตาไหลไปเงียบๆ ผมกระซิบบอกให้มันผละออกเพื่อให้เราไปหาที่คุยที่เป็นส่วนตัวกว่านี้ เพราะยังมีรุ่นพี่และเดือนคณะอื่นๆ มองมาเป็นระยะ เซียยอมผละออกแล้วเดินตามผมออกมา คินตามมาด้วยเพราะไม่ไว้ใจให้ผมอยู่กับเซียลำพัง แม้ว่าผมจะบอกให้มันกลับไปก่อนก็ตาม


“มึงไปอยู่ที่ไหนมา” เซียเริ่มประโยคด้วยคำถาม


“เถอะน่า กูมีที่อยู่ก็แล้วกัน ปลอดภัย ไม่มีใครหากูเจอหรอก” เซียพยักหน้ารับแล้วหันไปมองคินที่กอดอกยืนอยู่ข้างๆ ผม


“แล้วไอ้นี่ใคร”


“เพื่อนกู มันเป็นคนดี ไม่ได้คบอะไรในเชิงชู้สาวอย่างที่มึงคิด” ผมอ่านสายตาเซียออกและเข้าใจว่าตอนนี้มันคงคิดว่าคินคือคู่ขาใหม่ของผม

“เฮ้อ” เซียถอนหายในยาวแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ไม้หินอ่อนหน้าตึกคณะนิเทศ


“มึงนี่มัน...อุตส่าทิ้งโทรศัพท์ไว้ให้ยังปล่อยให้ถูกขโมยไปอีก”


“กูจะไปสู้แรงป้าหน้าวอกได้ไหมล่ะ แล้วทำไมมึงถึงคิดว่ากูตายไปแล้ว”


“ก็เล่นหายตัวไปเฉยๆ ไม่มาหากูที่บ้านด้วย”


“กูไม่รู้จักบ้านมึงนี่” ถ้ารู้ผมคงไม่เข้าไปปล้นเซฟตัวเองหรอก


“แสดงว่าความทรงจำของมึงยังไม่กลับมา แล้วมึงอยู่มาได้ไงวะตั้งเป็นเดือนๆ หรือว่า...” เซียมองผมกับคินสลับกันไปมาผมเลยโบกหัวไปที


“หยุดความคิดของมึงเลย กูอยู่ได้ด้วยตัวเองนี่แหละ”


ทำงานพาร์ทไทม์ล้างจานที่ร้านข้าวมันไก่ รายได้วันละสองร้อยไม่อยากจะอวด ข้าวเช้าไม่กินเพราะตื่นสาย มื้อเย็นส่วนใหญ่ก็มาม่าซอง ประหยัดไปตั้งหลายบาท เพิ่งจะมาเสียดายเงินซื้อเค้กให้ไอ้คินนี่แหละ


“มึงนั่งกินเค้กรอไปก่อนเดี๋ยวหน้ามืด” ผมบอกคินแล้วคุยกับเซียต่อ แต่คินก็ไม่ได้แกะกินแต่อย่างใด


“เพราะงั้นมึงเลิกดรามาได้แล้ว ความจำเสื่อมไม่ใช่ปัญหาสำหรับกู” เพราะปัญหาของกูคือเงินไม่พอใช้ เข้าใจ้

“เห็นมึงสุขสบายก็ดีแล้ว เออ พวกสำเนาเอกสารของมึงอยู่ที่กูนะ ไว้พรุ่งนี้กูเอามาให้” ผมกับเซียแลกเบอร์มือถือกันก่อนที่เซียจะขอกอดผมอีกครั้งให้หายคิดถึงแต่ผมยกเท้ายันตัวมันออกไป ครั้งเดียวก็เกินพอ ขนลุกครับ

.
.
.

ผมกับคินเดินกลับคณะเพราะพวกเอ็มรออยู่ที่นั่น ระหว่างทางผมก็หวังให้คินไม่ถามอะไรแต่มันก็ถามจนได้


“ที่ว่าความจำเสื่อม หมายความว่าไงวะ” คินถามผมด้วยสายตาเคลือบแคลงใจ


“ก็...ความจำเสื่อมไง”


“แต่มึงบอกว่าเป็นแฟนโซ่” ผมเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง อย่าซักมากได้ไหมวะ


“ก็จำได้แค่นั้น ส่วนเรื่องของตัวเองและอดีตที่ผ่านมาจำไม่ได้หรอก” ผมตอบแล้วรีบเดินเร็วไปข้างหน้าจนไม่ได้ยินที่คินพูด


“มึงเป็นใครกันแน่”
.
.
.
เมื่อมาถึงคณะผมก็ปรี่เข้าไปคุยกับเพื่อนๆ ถึงตำแหน่งที่พวกมันได้รับ เอ็มบอกว่าสนุกดีได้โชว์ฟอร์มท้าพวกสถาปัตย์ นำทีมชนะไปหนึ่งต่อศูนย์ ส่วนโบ๊ทโอดครวญว่าเหนื่อยเพราะต้องจำท่าและควงไม้ไปมาเลยโดนโจผลักหัวไม่แรงนัก


“มึงแค่ควงแค่โยน กูนี่ยืนตั้งมือเป็นชั่วโมงจะเอาลงก็ไม่ได้ และถ้าองศาเพี้ยนไปนิดเดียวกูโดนพี่โหดตีมืออีก กูคือคนที่เหนื่อยสุดไม่ใช่พวกมึง”


โจเหวี่ยงเสร็จก็เดินนำพวกเราไป ผมกับเอ็มรีบปลอบใจด้วยการรุมตบหัวมันจากนั้นมันก็วิ่งไล่พวกผมเลยครับ ฮ่าๆ เราวิ่งไล่กันมาจนถึงร้านข้าวหน้ามอ สั่งทุกอย่างที่อยากกินเพราะทั้งเหนื่อยและหิวมาก อาหารเยอะจนต้องต่อสองโต๊ะเลย


“เออเต้ สรุปว่าเกิดอะไรขึ้นวะ มึงกิ๊กกะเดือนคณะบริหารเหรอ” ผมเงยหน้าสบตาเอ็มอย่างไม่เข้าใจ


“เซีย” คินพูดแค่นั้นแล้วตักข้าวกินต่อ


“อ่อ ไอ้เซียเพื่อนกูเอง มันคงคิดถึงไม่ได้เจอกันนานไง” ผมแถไป ได้ยินเสียง ‘หึ’ มาจากคนข้างๆ ด้วย


“โห ข่าวไม่เล็กอย่างที่มึงว่าเลย เขาด่ามึงเต็มโซเชียลเลยเนี่ยว่ามึงอะหักอกไอ้เดือนบริหารแล้วมาคบกับไอ้คิน ดูๆ เขาเขียนไว้ว่าอ้อนวอนเท่าไหร่มึงก็ไม่กลับมา เพราะคินเปย์มึงมากกว่าก็เลยไป โหดสัด เรื่องจริงนี่คนละเรื่องเลย” โจบอก


“พวกมึงเชื่อกูเหรอ” ผมถามเพราะอยากรู้จริง เพราะข่าวของเต้ก่อนหน้านี่ก็ฉาวโฉ่อยู่แล้ว จะใส่สีตีไข่เพิ่มอีกนิดใครๆ ก็คงเชื่อ ผมอยากรู้ว่าพวกมันคิดยังไงกับตัวผมตอนนี้


“ถ้าไม่รู้จักกันมาก่อนก็คงไม่เชื่อ แต่ถ้าเป็นเต้ที่เรารู้จักละก็เราเชื่อสุดใจว่าคงไม่ทำเรื่องหน่อมแน้มแบบนั้นหรอก” โบ๊ทตอบ


“ใช่ อีกอย่างพวกกูก็อยู่กับมึงตลอด ถึงช่วงหลังจะไม่ได้อยู่ด้วยก็ตาม แต่มึงก็ไม่เคยเอาเปรียบให้พวกกูเลี้ยงเลยสักครั้ง” ผมรู้สึกน้ำตาซึมเมื่อได้ยินไอ้โจพูดอะไรดีๆ กับเขาก็เป็น

“และยิ่งความสัมพันธ์ของมึงกับไอ้คิน...” เอ็มลากเสียงยาวและมองเราทั้งคู่

“มึงเปย์ไอ้คินมากกว่ามันเปย์ให้มึงอีก ฮ่าๆ”


“เออ จริงของไอ้เอ็ม ดูแลดีกว่าพวกกูอีก” โจผลักหัวผม


“หรือว่าทั้งสองคนจะกิ๊กกันจริงๆแต่ไม่อยากให้พวกเรารู้ กลัวว่าพวกเราจะรังเกียจ ไม่หรอก เราไม่รังเกียจพวกนายเลย ยินดีกับคู่รักคู่ใหม่ด้วยนะ ทุกคนชีส” ผมยิ้มทันทีที่โบ๊ทยกกล้องถ่ายรูป กว่าจะรู้ตัวว่าทำอะไรลงไปโทรศัพท์ก็สั่นเหมือนเจ้าเข้า


‘ยินดีกับคู่รักคู่แรกของกลุ่มครับ’



โบ๊ท



มึงทำอะไรลงไป




Tbc.




มาต่อแล้วค่ะ ดึกหน่อย ยังมีใครรออยู่ไหมเอ่ย ขอบคุณสำหรับทุกเม้นค่ะ :pig4:
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-02-2017 23:01:31 โดย janeta »

ออฟไลน์ เจเจจัง

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 185
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0
ชอบนิสัยโซ่มาก นางสตรองดี มาเข้าร่างเต้ทำให้ถูกเข้าใจผิดเพราะพฤติกรรมในอดีตของเต้ แต่นางไม่แคร์ นางใช้ชีิวิตได้ปกติมาก ไม่หน่อมแน้มโทษสังคมแบบนายเอกบางคน โอ๊ย ชอบสุด ๆ

ออฟไลน์ angelhani

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 205
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1
ชอบนิสัยนายเอก

ออฟไลน์ GuoJeng

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
   อยากอ่านต่อเยอะๆคับ ชอบโซ่ นิสัยดี รอว่าจะยอมคินยังไง 555

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด