❤ Inside love: เปลี่ยนยังไงสุดท้ายก็มึง ❤ Special Valentine's Day #คินโซ่ ❤
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ❤ Inside love: เปลี่ยนยังไงสุดท้ายก็มึง ❤ Special Valentine's Day #คินโซ่ ❤  (อ่าน 114105 ครั้ง)

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
เง้อออออออ. รู้ว่าเขาจ้องจะทำร้ายแล้วปล่อยให้อยู่คนเดียวได้ไง เฮ้อออิอิิ
จริงด้วย

ออฟไลน์ ah-chan

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-1
ปัญหาคือคนร้ายมีกุญแจนี่สิ อืม....

ต้องเป็นคนในแน่นอนนน!!!

(ใครเขาก็เดาได้ไหมหล่อน :z6:)

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
18
☷ ไอ้โม่งคนนั้นคือ? ☷




ผมรู้สึกตัวอีกทีเมื่อได้ยินเสียงโลหะกระทบดิน ลืมตาขึ้นก็เห็นคนร้ายกำลังขุดหลุมอยู่ วินาทีนั้นผมคิดหาทางรอด มองไปรอบตัวก็เห็นเพียงป่าไม้รกทึบ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยู่ส่วนไหนของเกาะ


ผมค่อยพยุงตัวขึ้นและเดินช้าๆ อย่างเงียบที่สุด



ผมไม่อยากถูกฝังทั้งเป็น


แกรบ



กูเหยียบใบไม้ทำไมเนี่ย


ผมหันไปมองหน้ามันและมันก็หันมามองผม เราจ้องกันอยู่นิ่งๆ ไม่กี่วินาที ผมก็ใส่ตีนหมาวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต เสียงก้าวเท้าของอีกคนไล่หลังผมมาติดๆ และผมก็ไม่กล้าหันกลับไปมอง


วินาทีนี้กูต้องรอด


กิ่งหนามเกี่ยวเสื้อผมจนขาดและบาดผิวจนเลือดซิบ ผมวิ่งต่อไปแม้ขาจะล้าจนอยากยอมแพ้ พยายามนึกถึงหน้าคินเอาไว้ ผมต้องกลับไปหามันให้ได้


รอกูก่อนนะคิน


หัวใจผมเต้นราวกับจะหลุดออกเมื่อสะดุดหินแล้วกลิ้งตกลงมาจากไหล่ทาง เจ็บร้าวไปหมดทั้งตัวและเหมือนว่าขาผมจะหัก


เงยหน้าขึ้นไปก็เห็นไอ้โม่งค่อยๆ ไถลตัวลงมาหาผม ผมรีบตะกายลุกขึ้นเดินกะเผลกหนีไปอีกทาง


ผมเจ็บมากจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ ได้แต่ภาวนาให้ผมหนีไปได้


แต่เหมือนว่าสิ่งที่ผมขอนั้นไม่อาจเป็นจริง


หมับ


มันกระชากหัวผมจนผมล้มลงแล้วลากไปตามทาง ขาผมครูดไปกับหินจนแสบไปหมด


“มึงทำแบบนี้ทำไม” ผมถาม พยายามแกะมือมันออก


“กูเตือนมึงแล้ว” มันจิกหัวผมแรงขึ้น


“กูไม่รู้ว่าความลับที่ว่าของมึงคืออะไร ฆ่ากูแล้วจะไปมีประโยชน์อะไร” ผมจิกผมแรงขึ้น


“อย่างน้อยก็ป้องกันไว้ก่อน” มันพูดเสียงเย็นชาแล้วลากผมต่อไปเรื่อยๆ ผมพยายามจิกมือมันให้ปล่อยแต่มันยิ่งจิกหัวผมแรงขึ้น


“โอ้ย” ผมร้องลั่น


“เสียงใครวะ” เสียงนั่นเหมือนแสงแห่งความหวัง


ผมกำลังจะร้องตะโกนของความช่วยเหลือแต่ก็ถูกปิดปากแน่น แขนสองข้างถูกรวบไพล่หลังไว้


“อ่วยอ้วย” ช่วยด้วย ช่วยผมที


“เงียบ” มันพูดเสียงเย็น แต่ใครจะไปฟังล่ะครับ กูฟังมึงกูก็ตายสิ


ผมพยายามดิ้นให้หลุดจากมัน แต่มันกดเท้าบนขาผมอย่างแรงจนเจ็บไปหมด


“อื้อ” ผมเจ็บ แต่ที่เจ็บกว่านั้นคือ


“สงสัยกูคงหูแว่วไปเอง ไปกันเถอะไอ้คิน” ไอ้คินเหรอ ผมพยายามดิ้นอีกครั้ง


คิน ช่วยกูด้วย


“อืม” แล้วเสียงฝีเท้าสองคู่ก็เดินจากไป ผมได้แต่ร้องไห้อย่างใจเสีย


“ทีนี้ก็เหลือแค่กูกับมึง เรามาจบเรื่องนี้ไปด้วยกันเถอะ” มันพูดเสียงแหบต่ำแล้วลากผมที่ไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้าน พยายามร้องอีกครั้งแม้จะถูกปิดปากเพียงเพื่อหวังว่าใครสักคนจะได้ยิน


แต่ก็ไม่มี


ไอ้โม่งลากผมมาจนถึงริมหน้าผาสูงชัน ข้างล่างเป็นทะเลที่กว้างใหญ่ทอดยาวไปถึงเส้นขอบฟ้า ผมหาทางรอดของตัวเองไม่เจอเลย มันรวบตัวผมไว้ข้างหน้า คงตั้งใจจะผลักผมลงไปยังทะเลเบื้องล่าง ปล่อยให้คลื่นฝังผมไว้ในน้ำ


ผมเหลือบมองมัน


ถ้าต้องตายกูก็ต้องรู้ให้ได้ว่ามึงเป็นใคร


ผมดึงหัวโม่งมันออกแล้วโยนลงทะเลไป เผยให้เห็นใบหน้าที่ผมคุ้นเคยดี


มันสะบัดหัวก่อนจะจ้องผมเขม็ง


“มึงเข้ามาที่นี่ได้ไง” ผมถามนายตำรวจที่เคยรับแจ้งความผม


“จะไปยากอะไร มีเงินซะอย่าง”


“ไหนๆ กูก็จะตายแล้ว บอกให้หายโง่หน่อยว่ากูไปทำอะไรให้มึง”


“มึงไม่ได้ทำอะไรกู แต่มึงทำให้เจ้านายกูเครียด” มันมองผมด้วยแววตาโกรธแค้น


แค่เจ้านายมึงเครียดถึงกับต้องฆ่ากูเลยเหรอ


“เจ้านายมึงเป็นใคร”


มันไม่ตอบแต่ดันผมไปข้างหน้า ผมจับแขนมันไว้แน่นจนขึ้นข้อขาว ถ้าต้องตายผมจะไม่ยอมตายคนเดียวแน่ๆ


มันค่อยๆ แกะมือผมออกช้าๆ เตะขาข้างที่ผมเจ็บจนเผลอปล่อยแขนมัน


มันผลักผมออกห่างจากตัว แม้ผมจะพยายามเอื้อมมือไขว่คว้าเท่าไร ก็คว้าได้เพียงอากาศ และเห็นเพียงแผ่นหลังของคนร้ายเดินจากไป



คิน



ขอโทษนะ



กู...


คงกลับไปหามึงไม่ได้แล้ว




✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣



“ฮือๆ” เสียงร้องไห้ปลุกผมขึ้น ผมค่อยๆ ลุกจากพื้นเย็นเฉียบ มองหาต้นเสียงที่ร้องปานจะขาดใจ และเห็นใครบางคนนั่งชันเข่าหันหลังให้อยู่


“ใครน่ะ” ผมเดินเข้าไปใกล้พอดีกับที่เขาเงยหน้ามองผมทั้งน้ำตา


“เต้” ผมร้องครางเมื่อรู้ว่าเขาเป็นใคร


“นายเป็นใคร ฮึก” เขาเบิกตากว้างแล้วถอยหลังหนี


“เฮ้ ใจเย็น เราชื่อโซ่ เราอาศัยอยู่ในร่างของนาย” เขาเอียงคอสงสัยด้วยท่าทางน่ารักจนผมอยากเข้าไปฟัดสักฟอดสองฟอด


“เราไม่รู้จัก” เต้กอดตัวเองแน่นแล้วถอยหนีเมื่อผมเข้าไปใกล้ ผมจึงต้องหยุดอยู่กับที่ ส่งเพียงสายตาจริงใจให้เขา ให้เขารู้ว่าผมไม่ได้มาร้าย


“งั้นเราจะเล่าเรื่องเราให้ฟังนะ” ผมค่อยๆ นั่งลง เต้มองผมไม่วางตาแต่ก็ยอมนั่งลงตาม เว้นระยะห่างมากพอที่ผมจะเอื้อมไม่ถึงเขา


ผมเล่าเรื่องที่ตัวเองมาอยู่ในร่างนี้ รวมถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผมเผชิญมาตลอด ผมหวังให้เต้บอกว่าใครคือคนร้ายและทำไปเพื่ออะไร


เต้มองผมอย่างระแวงตลอดเวลาที่เล่า มีบางครั้งที่มองผมอย่างเห็นใจ และบางครั้งร้องไห้ออกมาอย่างตอนนี้


“ฮึก เขายังคงล่าเราอยู่สินะ” เต้ฟุบหน้าลงบนเข่าของตัวเอง ตัวเขาดูโปร่งใส่ขึ้นเรื่อยๆ จนผมกังวล


“วิญญาณเต้หดเล็กลงอีกแล้ว คงเป็นผลกระทบจากวันก่อนที่คนร้ายทำร้ายนาย”


ผมเดินเข้าไปกอดเต้ เข้าสะดุ้งขึ้นนิดหน่อยแล้วยอมให้ผมกอดเมื่อเห็นว่าผมไม่ได้มีท่าทีคุกคามเขา


“ไม่เป็นไร เราจะปลอดภัย ฉันจะปกป้องนายเอง” เต้เงยหน้ามองผมอย่างชั่งใจก่อนจะโผเข้ากอดผมแน่น


“ฮือๆ” ผมกอดปลอบเขา รอจนเขาสงบลงแล้วถามสิ่งที่อยากรู้


“นายรู้อะไรมา ความลับอะไรที่ถึงขั้นต้องฆ่าแกงกัน”


เต้มองผมอย่างลังเลก่อนจะยอมเล่าให้ผมฟัง






Tbc.





เต้รู้อะไร คนร้ายที่แท้จริงเป็นใคร ติดตามพาร์ทเต้ตอนหน้าค่ะ :bye2:

ปล. จากตอนที่แล้ว พวกเขาคิดไม่ถึงว่าคนร้ายจะตามมาเพราะที่นี่เป็นเกาะส่วนตัว
คนที่มาที่นี่ก็เพื่อนในคณะและรุ่นพี่ทั้งนั้นก็เลยคิดว่าเรื่องที่ก็อตให้เต้กินซุปกุ้งเป็นเหตุบังเอิญและไม่ตั้งใจให้เกิดค่ะ
อีกอย่างที่นี่มีกล้องวงจรปิดจึงไม่มีใครดาดว่าคนร้ายจะแฮกกล้องทั้งรีสอร์ทได้

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-03-2017 19:32:28 โดย janeta »

ออฟไลน์ GuoJeng

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
   ร่างเต้จะเป็นอะไรมั้ย โดนโยนลงทะเล ตอนนี้ค้างมาก
 รออ่านต่อคับ

ออฟไลน์ mkianit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 301
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-3
 :z6: อยากถื่นหน้าอีเจ้านายตำรวจมาก555555555555 นุ้งเต้ไปรู้ไรมาน้าาา

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
19
☷ เต้(1) ☷




[เต้]

ชีวิตของผมเจอแต่สิ่งเลวร้ายและผมไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่


“มาแล้วเหรอ เงินกูล่ะ!” แม่ของผมไม่เคยถามว่าหิวไหม หรือว่าเรียนวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง


“นี่ครับ” ผมยื่นเงินหลายพันบาทที่ได้จากการจำนำนาฬิกายี่ห้อดังให้แม่แล้วเดินขึ้นห้องเหมือนอย่างเคย ห้องนี้เป็นเพียงโลกใบเดียวที่ปลอดภัยของผม


อย่างน้อยก็ปลอดภัยกว่าพ่อสารเลวนั่น


“เต้ กลับมาแล้วเหรอลูกรัก เปิดประตูให้พ่อหน่อยซิ” เสียงเพราะๆ ไม่ทำให้ผมเปิดประตูให้เขา เพราะผมรู้ดีว่าเขาต้องการอะไรจากผม


“ไปให้พ้น!” ผมตะโกนไล่แต่เขาก็ยังคงบิดกรประตูจะเข้ามาให้ได้


“เอะอะเสียงดังอะไรกัน” แม่พูดขึ้น


“พ่อมาเอาเงินจากมันจ้ะแม่จ๋า”


“ได้มาแล้ว ฉันจะไปบ่อนพี่เองก็ต้องไปด้วย เดี๋ยวมันยั่วอะไรอีก” แม่ไม่เคยรู้เลยว่าสามีของแม่จ้องจะปล้ำผมทุกวัน ยิ่งแม่ไม่อยู่ก็เหมือนเวลานรกสำหรับผม


“ฉันปวดท้อง คงไม่ไปด้วยหรอก เดี๋ยวจะไปอยู่บ้านไอ้มิ่งไม่ให้มันยั่วหรอก เด็กร่านๆ แบบนี้น่ะ”


“เออดี อีเต้! ห้ามยุ่งกับผัวกูนะรู้ไหม ถ้าเห็นกูจะฟาดให้หลังลายเลยเชียว” พูดจบผมก็ได้ยินเสียงเดินลงบันไดไป และเสียงที่ไม่ได้ยินก็ดังขึ้น


“เตรียมตัวเป็นเมียกูได้เลยลูกรัก” เสียงน่าขยะแขยงทำผมขนลุกซู่ วันนี้ผมจะไม่ยอมอยู่บ้านให้มันเอาเด็ดขาด ผมยอมตายดีกว่าเป็นเมียคนอย่างมัน


พอได้ยินเสียงทั้งคู่เข้าห้องไป ผมรีบออกจากบ้านแล้วโบกแท็กซี่ไปยังผับชื่อดัง เดินเข้าไปโดยใช้ใบหน้าเป็นทางผ่านเช่นเคย


เสื้อคอวีที่เว้าลึกและกางเกงขายาวแนบเนื้อขับให้ผมดูเซ็กซี่จนผู้ชายทุกคนต้องเหลียวมอง กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่ผมจะแต่งตัวแบบนี้ไปไหนมาไหน


และมักจะดึงดูดผู้ชายเสน่ห์แรงให้เข้าหาอย่างง่ายดาย


“ขอนั่งด้วยคนนะครับ” เขาพูดยิ้มๆ แล้วนั่งลงโดยไม่สนว่าผมจะอนุญาตหรือไม่ แล้วจะถามทำไมวะ


วันนี้ผมไม่ต้องการเหยื่อคนใหม่ ผมพอแล้วกับการปั้นหน้าใส่ซื่อใส่คนอื่นจึงสั่งมาร์ตินี่มาจิบเรื่อยๆ ไม่สนใจคนข้างๆ ที่พยายามชวนคุยหลายเรื่อง


“นี่ ผมชอบวงโคลด์เพลย์มากเลยนะ” เขาพูดชื่อวงที่ผมรักขึ้นมา ทำให้ผมหันไปมองเขาอย่างเต็มตา


เขาเป็นผู้ชายที่หล่อมากทีเดียว ใบหน้าคมมีหนวดนิดๆ แต่ไม่ดูน่าเกลียด กลับเซ็กซี่และน่าหลงใหลมากกว่าเดิม


ดวงตาของเขาจ้องผมเป็นประกายเมื่อเห็นผมสนใจเขาสักที


เหมือนเด็ก...ที่เรียกร้องความสนใจ


“คุณชอบเพลงไหน” ผมถาม


“The Scientist” เขาตอบด้วยสำเนียงเป๊ะเหมือนเจ้าของภาษา และน่าแปลกที่เพลงนั้นเป็นที่ผมชอบมากเช่นกัน
เพลงมันตรงกับใจผมมาก โดยเฉพาะท่อนที่บอกว่า


Nobody said it was easy

ไม่มีใครบอกหรอกว่ามันง่ายดาย

No one ever said it would be this hard

และก็ไม่เคยมีใครบอกว่ามันจะยากลำบากขนาดนี้

Oh, take me back to the start.

กลับไปเริ่มต้นกันใหม่เถอะนะ


ไม่มีใครบอกว่าการมีชีวิตอยู่มันง่าย แต่ผมก็ไม่รู้ว่ามันจะยากขนาดนี้ และที่ยากไปกว่านั้นคือผมกลับไปเริ่มต้นใหม่ไม่ได้ ผมแค่ต้องดำเนินชีวิตต่อไปแบบเดิมๆ เป็นเครื่องมือหากินของแม่ไปตลอดชีวิต


ผมแค่อยากมีชีวิตปกติเหมือนคนทั่วๆไป


แต่คงยากเกินไปสำหรับคนอย่างผม


เราคุยไปเรื่องทั้งเรื่องภาพยนตร์และกีฬา ผมดีใจที่มีคนชอบทีมเดียวกับผม เราจึงย้ายกันไปที่ร้านเหล้าแห่งใหม่และนั่งเชียร์บอลด้วยกันทั้งคืน


ยอมรับว่าเป็นครั้งแรกที่ผมมีความสุข สุขที่ได้อยู่กับคนแปลกหน้าและเป็นตัวเองของตัวเองได้อย่างอิสระ


“ขอบคุณมากนะ” เขามาส่งผมตอนเช้า และผมคิดว่าแม่คงกลับมาแล้วเพราะเห็นรถจอดอยู่ อย่างน้อยตอนนี้ผมก็ปลอดภัยจากผู้ชายคนนั้น


“ขอไลน์ไว้ได้ไหม ไว้นัดเจอกันอีก” ผมแลกไลน์กับเขาแล้วเราก็เอ่ยลากัน หันกลับไปเห็นพ่อเลี้ยงยืนทำหน้าโหดอยู่ตรงรั้วบ้านผมก็ไม่ใส่ใจ เปิดประตูแล้วเดินเข้าบ้านไป แต่ก็ถูกกระชากเข้าไปหา


“ทีกับกูน่ะไม่ได้ ทีกับผู้ชายคนอื่นนี่แตกไปกี่น้ำ” ผมเกลียดคำพูดของเขาเพราะในหัวเขามีแต่เรื่องต่ำๆ


“จะกี่น้ำก็เรื่องของกู อย่างน้อยก็มีเงินให้มึงไปแดกเหล้าไง” ผมกระชากแขนออกเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู


“แหมกลับเช้าเลยนะอีตัวดี ได้มาเท่าไหร่ล่ะ” ผมอยากร้องไห้ทุกครั้งที่ได้ยินคำนี้ แม่พูดเหมือนกับผมเป็นอีตัว ไม่เคยมองผมเป็นลูกสักครั้ง


“ยังไม่ได้หรอกแม่ เพิ่งคบจะขอเลยได้ยังไง” ผมโกหกแม่แล้วเดินเลี่ยงไปอีกทาง


“มึงจะให้มันฟันโดยที่มึงไม่ได้อะไรไม่ได้นะ เสียทั้งทีก็ต้องให้คุ้มหน่อย ได้ยินไหมอีเต้!” แม่ตะโกนไล่หลังมา


ผมเจ็บ


เจ็บจนแทบทนไม่ไหว


ได้แต่กดโทรศัพท์โทรหาเพื่อนรักที่น่าจะยังหลับอยู่


(โทรมาทำเหี้ยอะไรแต่เช้าห้ะ!) เซียบ่นอย่างหัวเสียที่ผมโทรไปปลุกมัน ผมยิ้ม ทั้งที่เมื่อกี้อยากร้องไห้แทบตาย แต่ความเป็นเซียก็ทำให้ผมยิ้มได้ เป็นสิ่งเดียวที่ผมเหลืออยู่


“...” ผมไม่ตอบอะไร ปล่อยให้เซียโวยวายไปจนกว่ามันจะพอใจและเหนื่อยไปเอง


(กูตื่นล่ะ ยัยป้านั่นด่าอะไรมึงอีก) เซียรู้ทุกเรื่องเพราะผมเล่าให้มันฟังเสมอ และผมดีใจที่มันเชื่อผม


“ก็เหมือนเดิม แต่กูดีขึ้นแล้ว เพราะมึงเลยน้า” ผมพูดเสียงอ้อน เซียหัวเราะในลำคอเมื่อได้ยินผมอ้อนมัน


เซียเป็นคนใจอ่อน แค่ผมอ้อนหรือพูดจาน่ารักใส่มันก็ยอมผมทุกอย่างแล้ว


เป็นเพื่อนที่ดีจนผมไม่อยากเสียไป
.
.
.
ดึ้ง
เสียงไลน์ทำให้ผมละความสนใจจากกระดานดำ เห็นผมอย่างนี้ก็เป็นเด็กเรียนนะครับ ไม่อย่างนั้นจะเป็นนางฟ้าของโรงเรียนได้ยังไง ควงผมมีแต่ได้กับได้ทั้งนั้นแหละ

Pupha ดีคับ

Tete  ใคร?

Pupha  อ่าว ลืมกันซะแล้ว เมื่อคืนเชียร์บอลกับใครล่ะครับ

Tete  อ่อ แล้วไง

Pupha  วันนี้มีรอบชิง ดูปะ

Tete  ที่ไหน

Pupha คอนโดเรา

Tete ร้านเหล้าก็ได้มั้ง

Pupha ไม่ไว้ใจกันสินะ

Tete  อืม

Pupha ก็ได้ๆ งั้นเดี๋ยวตอนเย็นไปรับ


“แหน่ะ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อะไรครับเมีย” เซียถาม ผมจึงรีบเก็บโทรศัพท์แล้วตั้งใจเรียน แม้ว่าเรื่องที่ครูสอนจะไม่เข้าหัวเลยก็ตาม


ก่อนนัดหมายผมยังยืนเลือกเสื้อผ้าอยู่หน้ากระจก คิดไม่ตกว่าจะใส่ชุดอะไรไปดี จะใส่เรียบร้อยไปก็ไม่ใช่สไตล์ผมแล้ว จะใส่ซีทรูก็กลัวว่าเขาจะหาว่าผมอ่อย


แกรก


เสียงไขกุญแจดังขึ้นหน้าห้องผม และกระตุกอย่างแรงเพราะผมล็อกโซ่ไว้ ใบหน้าหื่นกามปรากฏที่ช่องประตู


และผมเพิ่งนึกได้ว่าแม่พูดอะไรก่อนที่ผมจะขึ้นมา


“วันนี้ฉันจะไปบ่อน”


มันกระชากประตูห้องผมอย่างแรง


“อีกเดี๋ยวเดียวเราจะได้ไปสวรรค์กันแล้วนะ” มันผละจากประตูไปหยิบคีมตัดเหล็ก นาทีนั้นผมไม่สนใจแล้วว่าจะถอดเสื้ออยู่ ผมรีบกระโดดหนีทางหน้าต่างอย่างไม่กลัวตาย


ความเจ็บแปลบที่ข้อเท้าแล่นริ้วจนต้องเดินกะเผลกออกจากบ้าน โชคดีที่ห้องนอนของผมอยู่ใกล้ประตูรั้วจึงรีบออกไปได้ทันที


ปี๊มๆ


เสียงแตรเรียกให้ผมหันไปหาเจ้าของรถที่ขับสวนทางกับผม เขาเลื่อนกระจกรถลงแล้วถามผม


“เกิดอะไรขึ้นกับนายน่ะ” ผมรีบเดินกะเผลกขึ้นรถทันทีที่เห็นพ่อเลี้ยงไล่หลังมา


“ช่วยด้วย ชะ...ช่วยพาผมออกไปจากที่นี่ที” เขาถอยเกียร์แล้วพาผมออกจากซอยบ้าน


“อะ” เขาโยนเสื้อกันหนาวแบรนด์ดังมาให้ผม ผมรับมาสวมแล้วหันมองข้างทาง อับอายที่ให้เขาเห็นผมในสภาพนี้


เขาพาผมไปยังโรงพยาบาลเอกชนแล้วส่งผมให้บุรุษพยาบาลพาไปหาหมอ ส่วนเขาก็กลับขึ้นรถไปหาที่จอด


หลังจากที่หมอใส่เผือกให้เรียบร้อยแล้วผมก็มานั่งรอรับยากับผู้ชายใจดี เขาชวนผมคุยโน่นนั่นนี่ไปเรื่อยโดยไม่ถามที่มา เป็นช่วงเวลาดีที่ไม่มีใครคิดจะหาผลประโยชน์จากตัวผม แค่มอบน้ำใจแก่เพื่อนมนุษย์เท่านั้นเอง


เขาอาสาไปส่งผมที่บ้านเซีย และให้ผมโทรศัพท์โทรบอกมันว่าถึงแล้วก่อนจะหยิบเป้จากเบาะหลังแล้วหันมาพูดกับเขาเสียงเบา


“ขอบคุณนะ...พี่ภู” พูดจบผมก็รีบลงจากรถทันที พอดีกับที่เซียเปิดประตูบ้านออกมา พอเห็นสภาพผมมันก็รีบเข้ามาพยุงแล้วพาเข้าบ้านทันที


“เป็นอะไรอะ แล้วใครมาส่งมึงอะ” ไม่เสือกไม่ใช่เซียครับ


“คนที่ช่วยกูไว้” ผมบอกแค่นั้นแล้วนึกถึงเขา คนที่เข้ามาในใจผมอย่างง่ายดาย


ผมคงเป็นคนใจง่ายสินะ


✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣


หลังจากวันนั้นผมก็ไม่ได้เจอเขาอีก ผมบล็อกไลน์เขา คนที่เปรียบเสมือนรักแรกของผม


บางครั้งคนเราก็ตกหลุมรักเพียงเสี้ยววินาที และเสี้ยววินาทีนั้นผมก็ปล่อยให้มันหลุดไปเพียงเพราะตัวผมเอง


ผมไม่อยากให้เขาต้องถูกตราหน้าว่ามายุ่งกับคนอย่างผม แม้ผมจะไม่เคยมีเซ็กส์กับใคร แต่ชื่อเสียงของผมก็ฉาวโฉ่ไปไกลเกินกว่าจะแก้


“เต้เป็นอะไรครับ ดูเงียบๆ กว่าทุกวัน” ผมหันมาสนใจแฟนคนใหม่ นพเป็นลูกของนักการเมืองคนหนึ่งครับ พกเงินวันละเป็นแสนๆ ตอนแรกผมก็ไม่อยากยุ่งกับเขาหรอกครับเพราะเคยได้ยินข่าวลือว่าเป็นคนซาดิสม์


คู่ขาของเขาหลายคนเจ็บตัวจนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล แต่สิ่งที่ได้รับก็คุ้มอยู่ เขาไม่เคยปล่อยให้คนที่คบด้วยต้องอดอยาก ใครอยากได้อะไรเขาก็หามาให้ไม่ขาดตกบกพร่องใดๆ


นั่นจึงเป็นสิ่งล่อใจแม่ผมได้อย่างดี และแนะนำให้ผมลองคบหากับเขา ซึ่งแม้ว่าผมจะปฏิเสธเพียงใดแม่ก็ไม่สนใจ แม่สนแค่เงินที่ผมจะได้รับระหว่างที่เราคบกัน


เพราะแม่คิดว่าการที่ผมคบผู้ชาย หมายถึงผมก็ ‘เสีย’ ให้ทุกคนไปหมดแล้ว ในเมื่อไม่มีอะไรจะเสียอีกแม่จึงประเคนผมให้ทุกคน


และผมก็ปล่อยให้แม่คิดอย่างนั้น เพราะจะมีประโยชน์อะไรล่ะ นอกจากผมจะถูกบังคับให้เสียเวอร์จินจริงๆ แลกกับเงินมหาศาลที่แม่จะได้จากคนพวกนั้น


“เราก็คบกันมาหลายวันแล้ว เต้...คืนนี้ไปค้างบ้านเรานะ” ผมยิ้มอ้อนเขาแล้วตอบปฏิเสธว่ามีรายงานต้องทำ


“รายงานอีกแล้ว ครูคนไหนมันสั่งนักหนา ผมจะให้พ่อบีบมันออกไปเลย” ผมกอดเขาแล้วรีบส่ายหน้า ถึงผมจะเลวที่หลอกคนอื่นแต่ผมจะไม่ยอมให้ครูต้องเดือดร้อนเพราะผมแน่ๆ


“น่านะที่รัก ขอเวลาเค้าสักวันสองวันนะ” ผมหอมแก้มปลอบใจเขาแล้วเบี่ยงประเด็นไปที่เรื่องอื่นที่เขาสนใจ ฟังเขาเล่าเรื่องเทนนิสที่ผมไม่เคยดูและยิ้มเออออไปกับเขา พร้อมกับสัญญาว่าวันศุกร์เราจะไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน
.
.
.
“จำเป็นต้องทำขนาดนี้เลยเหรอวะเต้” เซียถามผมด้วยสายตาเป็นห่วง ผมหลบตามันแล้วพยักหน้า


“กูไม่ทำแม่ก็หาคนอื่นมาให้กูอีกอยู่ดี”


“คบกับกูดิ กูจะไม่ทำอะไรมึงเลย” เซียพูดเสียงจริงจัง ผมรู้ว่ามันห่วงผมแต่ผมก็ส่ายหน้าแล้วเก็บกระเป๋าเพื่อเตรียมที่จะกลับบ้าน


เป็นเซียไม่ได้ การคบกับเซียก็มีแต่จะทำลายมัน แม่จะให้ผมดูดทรัพย์เพื่อนจนกว่ามันจะหมดตัวแล้วให้ผมเลิกไปคบกับคนใหม่


เซียจะกลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับผมเพราะไม่มีประโยชน์อะไรให้กอบโกย ซึ่งผมยอมเสียเพื่อนเพียงคนเดียวไปไม่ได้


ชีวิตผมไม่ค่อยมีเพื่อนนัก เพราะส่วนใหญ่เข้ามาทำความรู้จักผมเพียงเพื่อหวังเซ็กส์ ชีวิตผมหาคนจริงใจยาก และมีเพียงเซียที่เข้ามารู้จักตัวตนของผมจริงๆ


แม้จะรู้เรื่องที่ผมคบกับคนมากมายมันก็เคยไม่รังเกียจ คงเพราะเป็นคนหัวนอกจึงไม่อคติอะไรกับการคบผู้ชายหลายคน และไม่เคยนินทาผมลับหลังแม้ว่าใครจะใส่ความผมก็ตาม


เซียจะปกป้องผมเสมอ และผมหวังให้มันยังคงเป็นอย่างนั้นตลอดไป


“เอาให้คุ้มนะอีเต้” แม่กระซิบบอกแล้วจูงมือผมมาให้นพที่ยืนรออยู่ที่รถ นพยกมือไหว้แม่ผมอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส รับกระเป๋าจากผมไปเก็บที่รถแล้วเปิดประตูให้ผมขึ้นไปนั่ง


“ฝากดูแลเต้ด้วยนะจ้ะนพ” นพพยักหน้าอย่างเขินอายแล้วเดินมาขึ้นรถก่อนจะขับพาเราทั้งคู่ไปยังทะเลแถวบางแสน


“เต้ต้องลองนะ” นพแกะกุ้งล็อปสเตอร์มาให้ผม ผมยกมือปฏิเสธเพราะแพ้ นพก็ลนลานเรียกบริกรมาเปลี่ยนจานเพราะกลัวว่าใช้จานเดิมก็อาจจะแพ้ได้


เว่อร์ซะไม่มี


ผมมองไปยังทะเลที่อ้างว้าง อ้างว้างพอๆ กับใจผมที่ยังเฝ้าคิดถึงใครบางคนตลอด และเมื่อเห็นร่างสูงของใครบางคนเดินอยู่บนหาดทราย ใจผมก็กระตุกอย่างห้ามไม่อยู่ แม้จะเห็นหน้าไม่ชัดแต่ผมก็มั่นใจว่าเป็นเขา


“จะไปไหนครับเต้” นพถามผมมือข้างหนึ่งของเขาถือส้อมค้างอยู่ แต่ผมไม่สนใจเขาแล้วรีบวิ่งออกมาทันที ขอให้ทันทีเถอะ


ผมหอบหายใจเมื่อวิ่งมาถึงหาด มองซ้ายมองขวาเพื่อหาเขา แต่บริเวณนั้นโล่งไปหมด


“เต้เป็นอะไรครับ จู่ๆ ก็วิ่งออกมา” นพวิ่งตามหลังผมมาแล้วจับไหล่ผมถามอย่างไม่เข้าใจ ผมมองเขาอย่างยอมแพ้


ใช่ยอมแพ้แล้ว


ผมจะไล่ตามผู้ชายคนนั้นไปทำไมในเมื่อรู้ตัวดีว่าตัวเองไม่คู่ควร อย่างไรเสียคืนนี้ผมก็ต้องตกเป็นของคนตรงหน้า


“ไปห้องกันเถอะ” แววตาของนพเปล่งประกายอย่างลิงโลด จับมือผมแน่นแล้วจูงผมไปยังรีสอร์ทหรูริมทะเล


“ผมอยากลองอุปกรณ์พวกนี้มานานแล้ว แต่ไม่กล้าลองกับพวกเวอร์จิน สำหรับเต้น่าจะไหวอยู่” นพค้นกระเป๋าสีดำน่าสงสัยของเขา เลียริมฝีปากอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ ผมรู้สึกตื่นกลัวนิดๆ เมื่อเห็นนพในแบบที่ไม่รูจัก


จริงอยู่ที่ผมเตรียมใจมาแล้ว แต่ผมก็ยังหวังว่าเขาจะมอบเซ็กส์ปกติให้ผม ไม่ใช่แซ่ โซ่ กุญแจมือครบครันอย่างนั้น


“เราว่าวันนี้เราลองแบบธรรมดาก่อนไหม” ผมถูหน้ากับแขนของเขา ช้อนตามองอ้อนๆ เพื่อหวังว่าเขาจะใจอ่อน แต่เหมือนจะจุดประกายบางอย่างที่ตรงกันข้ามเสียแล้ว


“อ่า เต้ ผมไม่ไหวแล้ว คุณน่ารักมากจริง น่ารักจนผมอยากทำรุนแรงด้วย อยากเห็นคุณร้องไห้อ้อนวอนให้ผมหยุด” นพผลักผมลงบนเตียง ผมรีบถอยหนีด้วยความกลัว


“ผะ...ผมยังเวอร์จิ้นอยู่” ผมยอมพูดความจริงเพื่ออย่างน้อยผมจะได้หลุดพ้นจากแท่งหรรษาอันน่ากลัว ขนาดมันใหญ่กว่าแขนผมอีก


“ผมไม่เชื่อหรอก อย่าปฏิเสธกันเลย ผมรู้คุณชอบ เพื่อนๆ ผมว่าคุณลีลาเด็ดมาก เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า” นพคลานเข้ามาหาผมช้าๆ เหมือนเสือจ้องตะครุบเหยื่อแล้วกระชากเสื้อตัวบางของผมจนขาดวิ่น


“ช่วยด้วย!” เมื่อการเจรจาไม่ได้ผลผมก็ต้องร้องให้คนช่วย ผมถีบนพแล้วกระโดดลงจากเตียงก่อนจะวิ่งไปที่ประตู นพกระชากแขนผมกลับไปแต่ผมก็เปิดประตูออกได้ทัน


“เอ่อ” คนที่ยืนอยู่หน้าประตูเบิกตากว้างเมื่อเห็นสภาพผม


ผมสะบัดมืออกจากนพแล้ววิ่งไปหลบหลังเขาทันที แม้จะไม่อยากให้เขาเห็นสภาพเช่นนี้ แต่ก็อดดีใจลึกๆ ไม่ได้ที่ได้เจอกันอีก


พี่ภู


“ชะ..ช่วยด้วย เขาจะข่มขืนผม” ผมเกาะแขนพี่ภูแน่น ตอนนี้เขาเป็นที่พึ่งเดียวของผม


“เราเป็นแฟนกัน ทะเลาะกันนิดหน่อย ไม่ใช่เรื่องของคุณ” นพพูดอย่างใจเย็นแล้วเอื้อมมือมาจะคว้าแขนผม


“ดูท่าแล้วเขาไม่ได้อยากกลับไปกับคุณ ผมว่าคุณสงบสติอารมณ์ก่อนดีไหม” พี่ภูดึงผมหลับมือนพที่ยื่นมา


“นั่นเมียกู อย่าเสือก” นพพุ่งตัวเข้ามาจะต่อยคนตรงหน้าผม แต่ถูกสวนด้วยหมัดจนล้มลงไป


“อ่า เจ็บชิบ” พี่ภูสะบัดมือเบาๆ ส่วนนพที่ล้มลงไปก็กุมหน้าร้องโอดโอยมองผมด้วยแววตาโมโห


“มานี่นะอีเต้ กูซื้อมึงจากแม่มึงมาแล้ว!” นพตะโกนลั่นอย่างอารมณ์เสีย


ผมตัวชาวาบ ไม่ได้กลัวที่เขาซื้อผมมาจากแม่ แต่ชาเพราะคนที่ผมแอบชอบรู้เรื่องนี้ต่างหาก เขาจะมองผมยังไง เป็นตัวสกปรกที่หากินกับเรื่องอย่างว่าสินะ


“เขาเป็นคน ไม่ใช่ของซื้อของขาย!” พี่ภูเข้าไปต่อยนพอย่างแรงหลายครั้ง แม้นพจะสลบไปแล้วเขาก็ยังไม่หยุด


“พะ...พอแล้ว” ผมจับแขนพี่ภูไว้ เขาจึงหยุดมือแล้วลุกขึ้นถอดกันหนาวมาให้ผม


“ใส่ไว้” ผมรับมาสวมแล้วเดินตามแรงดึงของเขาออกจากรีสอร์ทไป


ผมอยู่บนรถพี่ภูอีกครั้ง และครั้งนี้ไม่มีคำพูดใดๆ ออกจากปากผม ผมไม่กล้าหายใจด้วยซ้ำเมื่อคิดว่าพี่ภูรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว


ผมมันน่าขยะแขยง น่ารังเกียจ สกปรก ผมจิกเล็บลงบนเนื้อตัวเองแล้วกลั้นใจพูดขึ้น


“ส่งผมลงแถวนี้ก็ได้ครับ” พี่ภูเหลือบมองผมนิดๆ แล้วขับรถต่อไปไม่มีท่าทีว่าจะจอดให้


ผมเริ่มทำตัวไม่ถูกเมื่ออยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ยังไม่ทันได้เอ่ยซ้ำพี่ภูก็จอดรถข้างทาง


“อย่าจิก” เขาดึงมือผมที่จิกแขนอีกข้างออกอย่างอ่อนโยน ผมได้แต่ก้มหน้ากลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล


“เฮ้อ มานี่มา” พี่ภูรวบตัวผมไปกอดไว้ อ้อมแขนอันอบอุ่นทำให้ผมต้องร้องไห้ออกมา


“ฮึก ฮือ”


“ไม่เป็นไรแล้ว นายปลอดภัยแล้ว” พี่ภูลูบหลังผมเบาๆ ปลอบโยนผมที่กำลังขวัญเสีย
.
.
.
พี่ภูคาดคั้นให้ผมเล่าเรื่องทั้งหมดเพราะเขาไม่เชื่อว่าคนอย่างผมจะขายร่างกายแลกเงิน ผมหัวเราะอย่างสมเพชตัวเองเพราะผมทำจริงๆ


แม้จะไม่ได้ขายร่างกาย แต่ระยะเวลาที่ผมคบกับใครก็ไม่ต่างจากปลิงดูดเลือด พอเขาเริ่มหมดตัวก็เปลี่ยนไปดูดเลือดคนอื่นต่อ


พี่ภูฟังอย่างตั้งใจ ไม่ขัดผมเลยสักประโยค ไม่โต้แย้งว่าผมแต่งเรื่องขึ้นมา ซึ่งทำให้ผมรู้สึกสบายใจและเปิดใจเล่ามากขึ้น


ทั้งชีวิตของผมมีแค่เซียที่ฟังเรื่องจริงนี้จากปากผม เป็นคนเดียวที่เชื่อในตัวผม และผมดีใจที่วันนี้คนที่ผมชอบก็เชื่อผมเช่นเดียวกัน


“มาคบกับพี่มา พี่มีเงินมากพอให้เราถลุงเล่นทั้งชีวิตเลยล่ะ”


“อย่าเลยครับ แค่พี่เชื่อที่ผมพูดก็พอแล้ว ให้ในชีวิตผมมีคนที่เชื่อใจได้บ้างก็พอแล้ว” ผมยิ้มให้พี่ภู เขาลูบหัวผมเบาๆ แล้วชวนไปอยู่ด้วยกันในฐานะพี่น้องเพราะเขาถูกชะตากับผมมาก


แต่ผมเกรงใจและกลัวใจตัวเอง ไม่อยากตกหลุมรักเขาไปมากกว่านี้


เพราะกลัวที่จะต้องสูญเสียเขาไป






Tbc.





เปิดตัวพี่ภู หนุ่มปริศนาคนนี้จะเป็นคนร้ายหรือเปล่าน้า  :laugh:

พาร์ทเต้มีสองตอนค่ะ ตอนหน้าเจอกันพรุ่งนี้ ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ค่ะ

---------------------------------------------------------------------------------



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-03-2017 19:32:42 โดย janeta »

ออฟไลน์ tonnum18

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 83
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
น้องเต้ได้ตังค์กับคนที่มาคบ   หลอกเอาเงินเขามาให้แม่ที่เล่นพนัน กับพ่อใหม่ที่กินเหล้าและหวังมีเซ็กส์กับตัวเองนี่นะ  ถ้าหากเต่หาเงินได้เยอะขนาดนั้น น่าจะหอพัก ยังไงก็ส่งเสียตัวเองเรียนอยู่แล้ว   ทีพ่อใหม่กับแม่ไมาดียังทนได้  สามารถหลอกเอาเงินคนมาให่เขาถลุงเล่น    น่าจะรักตัวเองบ้าง ชีวิตยิ่งแย่ยิ่งจะแย่กว่าเดิมเพราะมัวแต่ซ้ำเติมชีวิตที่ครอบครัวที่บัดซบของเต้เอง
ดูอย่างโซ่ขนาดอยู่ร่างเต้ จากเป็นเศรษฐีกลับตาลปัลเป็นยาจกไม่พอ  แม่ก็เลว พ่อใหม่ก็หวังเคลบ  โซ่ยังสู้ใช้ชีวิตให้ดีขึ้น ยอมทำงานหาเลี้ยงตัวเอง    ไม่ใช่โทษแต่ครอบครัว  ตัวเองก็ต้องสู้ด้วยนะเต้

ออฟไลน์ GuoJeng

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
  เต้เกือบจะเป็นทองเนื้อเก้าล่ะ คงเป็นเพราะกลัวที่ถูกคนตามล่าและคิดเรื่องแม่พ่อนี่ล่ะมั้งที่ทำให้ดวงวิญญานเต้เล็กลงๆ
  รออ่านตอนต่อไปคับ

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
20
☷ เต้ (2) ☷




[เต้]
พี่ภูยังคงตามวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ผม ถึงขั้นมารับผมที่บ้านและบอกแม่ว่าเป็นแฟนใหม่ด้วย ตอนแรกแม่ก็ทำอิดออดบอกว่าหวงผม แต่พอพี่ภูยื่นกระเป๋าแบรนด์ดังที่เพิ่งออกใหม่ให้เป็นของขวัญ แม่ก็ประเคนผมไปให้พี่ภูอย่างไม่เสียดาย


“จับให้อยู่นะคนนี้ ของแท้ทุกชิ้นเลยเชียว” แม่บอกอย่างนี้ทุกครั้งที่ผมออกไปไหนมาไหนกับพี่ภู


และผมก็มักจะบอกให้พี่ภูเลิกซื้อของแพงๆ มาให้แม่ผมได้แล้ว แต่พี่ภูก็แค่ยิ้มแล้วพาผมพาผมไปเที่ยวไกลๆ ให้ผมอยู่กับธรรมชาติและไม่ต้องคิดมากว่าจะหาเงินมาให้แม่ยังไงอีก


“ก็เอาตัวลูกเขามาก็ต้องมีของเล็กๆ น้อยๆ ตอบแทน พี่มีความสุขนะที่อยู่กับเราและยิ่งได้ช่วยเราพี่ก็ยิ่งมีความสุข”


ผมไม่รู้จะขอบคุณอย่างไรกับสิ่งที่เขามอบให้มาตลอดนอกจากรอยยิ้มจากใจ


เขาไม่หวังอะไรจากผมเลย ทุกครั้งที่มาเที่ยวกันเราจะนอนแยกห้องกันเสมอ แม้ผมจะบอกว่าเปลืองก็ตาม


“พี่อยากให้เกียรติเรา”


คำพูดของเขามีความหมายต่อผมเสมอ และทำให้ผมยิ่งรักเขามากขึ้นกว่าเดิม


“ไปอยู่กับพี่ได้ไหม ให้พี่ได้ดูแลเราต่อจากนี้ไป”


พี่ภูขอผมเป็นแฟนเมื่อเราคบกันเกือบสามเดือน และผมไม่ลังเลเลยที่จะฝากหัวใจไว้ที่เขา


พี่ภูไม่แตะต้องผมมากไปกว่ากอด หอม หรือจูบแบบที่คนเป็นแฟนทั่วไปทำกัน เพราะเขารู้ว่าผมยังไม่พร้อมที่จะมีอะไรกับเขา และเขาไม่เร่งรัดเลยสักครั้ง


ผมรักในความซื่อสัตย์ของเขาและยอมมอบครั้งแรกให้กับเขาในวันเกิดครบรอบ 18 ปีของผม


“ผมจะเข้าคณะเดียวกับพี่”


ผมตั้งใจไว้ว่าอย่างนั้น เพราะที่โรงเรียนมีทุนเรียนต่อในสาขานี้ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเดียวกับพี่ภู พี่ภูก็คอยสอนในส่วนที่ผมไม่เข้าใจ เขารู้ว่าทุนนั้นยากเกินไปสำหรับผมและอาสาจะออกเงินค่าเรียนให้ทุกบาททุกสตางค์


แต่ผมอยากได้ทุนนี้ด้วยตัวเองจึงเอาแต่อ่านหนังสือ ตั้งใจเรียน และฝันถึงอนาคตที่เราจะอยู่ร่วมกันในรั้วมหาวิทยาลัย


โดยไม่รู้ว่าการตั้งใจเรียนของผมจะส่งผลร้ายตามมา


“เลิกกันเถอะ” พี่ภูบอกผมในวันประกาศผลชิงทุน


วันที่ผมตั้งใจจะบอกเขาว่าผมทำได้แล้ว ความพยายามของผมสำเร็จแล้ว และเราจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป


“ทะ...ทำไม”


“พี่มีคนใหม่แล้ว และที่พี่ตกลงคบด้วยก็แค่อยากรู้ว่าดอกไม้งามอย่างนายรสชาติจะเป็นอย่างไรก็เท่านั้นเอง”


นั่นคือครั้งสุดท้ายที่เราได้พบกัน พี่ภูไม่กลับมาที่ห้องอีกเลย ส่วนผมก็เอาแต่ร้องไห้อย่างคนบ้าตลอดช่วงปิดเทอม ผ่านเดือนแรกไปอย่างยากลำบาก มีเพียงกำลังใจเดียวที่ทำให้ผมเข้มแข็งขึ้นมาได้


เซีย


(โทรหากูอีกล่ะ ให้กูได้นอนบ้างได้ไหม) ผมมักจะโทรหาเซียกลางดึกเพื่อฟังเสียงมันบ่น แล้วบอกให้มันเล่าเรื่องในแต่ละวันของมันให้ผมฟัง ผมให้เหตุผลแค่ว่าผมเหงา เซียก็ยอมเล่าออกมาทั้งหมด


(มาเป็นเมียกูมา โทรจิกยิ่งกว่าเมียอีก) ผมยิ้มให้คำล้อเล่นของเซีย แล้วก็หยอดกลับไป


“กูยอมเป็นเมียมึงก็ได้” ผมหัวเราะนิดๆ เมื่อปลายสายเหมือนจะอึ้งจนพูดไม่ออกไปแล้ว


(เป็นแล้วเป็นเลยห้ามเลิก!) เซียพูดเสียงเข้ม แต่ผมคิดว่ามันตลกดี อันที่จริงก็รู้มานานแล้วว่าเซียชอบผม แต่ผมก็ยกให้มันอยู่ในตำแหน่งเพื่อนมาตลอด


เพราะเพื่อนไม่มีวันทรยศเรา


“กูล้อเล่นบ้างก็ได้มั้ง” ผมพูดพลางหัวเราะ แต่เสียงปลายสายแผ่วลงจนใจผมกระตุก


(อย่าล้อเล่นแบบนี้อีกนะ) แล้วเซียก็กลับมาหยอกล้อกับผมจนเวลาล่วงเลยมาถึงวันใหม่


ผมได้ยินเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอจึงพูดเบาๆ ก่อนจะตัดสาย


“กูรักมึงนะ”


ใช่ ผมรักเซีย


ผมอาจจะรักเซียก่อนพี่ภูแล้วก็ได้ แต่เพราะวางมันไว้ในตำแหน่งเพื่อนจึงไม่คิดจะสานต่อและเก็บงำความรู้สึกนั้นมาจนถึงวันนี้


แต่ผมรักเซียไม่ได้ ตราบใดที่ผมยังตกอยู่ในบ่วงของแม่และพ่อเลี้ยงใจร้าย


การที่ผมรักเขามีแต่ทำให้เราเป็นทุกข์ และเราจะมีความสุขมากกว่าถ้าถอยออกมาเป็นแค่เพื่อน
.
.
.
“ไงมึง ไม่เจอกันตั้งสองเดือนทำอะไรมาบ้าง เอาแต่โทรมาหากูไม่เห็นเล่าอะไรเลย” เซียถามผมเหมือนเช่นเคย


“ก็เที่ยวไปเรื่อย อ้อ กูเลิกคบกับพี่ภูแล้วนะ”


“พ่อหนุ่มมหาลัยน่ะเหรอ” ผมพยักหน้าแล้วบอกมันว่าผมพอแล้ว จะไม่คบใครอีกแล้ว


ตาของเซียดูเปล่งประกายเปี่ยมสุข และผมก็อดที่จะยิ้มตามไม่ได้


“แหน่ะ ยิ้มอะไร มีอะไรดีๆ รึไง” ผมไม่ตอบแล้วตั้งใจเรียนหนังสือมากขึ้น ผมอยากให้เกรดเทอมนี้ดีที่สุด ส่งท้ายชีวิตเฮงซวยของผมและบ้านนรกหลังนั้น

ผมมีเงินอยู่ก้อนหนึ่ง เป็นเงินที่ผมแอบเก็บไว้ตลอดระยะเวลาที่คบหาใครต่อใคร รวมกับเงินที่พี่ภูโอนให้ทุกเดือนก็หลายแสน มากพอที่ผมจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยตัวเอง เพราะหลังจากสิบแปดผู้ปกครองก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็นแล้ว


ผมตัดสินใจกลับบ้านในวันหนึ่งแล้วเอาเอกสารสำคัญทั้งหมดถ่ายสำเนาไว้ แต่จังหวะที่จะออกจากบ้านผมก็ได้ยินแม่คุยกับพ่อเรื่องผม เธอบอกว่าผมไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเธอ


แต่เป็นลูกของเพื่อนที่เสียไปแล้วเพราะโรคร้ายที่มาฝากเลี้ยงไว้พร้อมกับเงินมหาศาล แต่สุดท้ายเธอก็ลงกับบ่อนจนหมดตัว


วินาทีนั้นผมควรจะรู้สึกเสียใจ แต่ไม่รู้ทำไมหัวใจผมกลับลิงโลด ยินดีที่ผมและเธอไม่มีสายเลือดเกี่ยวโยงกัน เพราะนั่นหมายความว่าผมไม่จำเป็นต้องแคร์เธออีกต่อไป


ผมกับเซียไปเที่ยวเล่นด้วยกันสองคนหลังเลิกเรียนทุกวัน เซียดูดีใจที่ผมมีเวลาไปไหนมาไหนกับมันบ้างแล้ว และผมก็มีความสุขจนไม่อยากกลับห้องที่พี่ภูทิ้งไว้ให้เลย


แต่แล้ววันหนึ่งเบอร์แปลกก็ปรากฏขึ้น ผมกดรับเพื่อจะได้รีบคุยเพราะตั้งใจจะชวนเซียไปเดท พูดเองก็เขินเอง เซียไม่ได้รู้เรื่องที่ผมคิดในหัวหรอกครับ


“ฮัลโหล” ผมรับสายด้วยเสียงสดใส


(นี่พี่เองนะ)


“พี่ภู” เสียงที่ผมจำได้ขึ้นใจ พลางนึกไปถึงเหตุผลที่เขาจากผมไป


“พี่มีคนใหม่แล้ว”


“มีอะไรครับ” ผมพูดเสียงนิ่ง เขายังต้องการอะไรจากผมอีก


(มาเจอกันหน่อยได้ไหม) เสียงพี่ภูยานคางเหมือนคนเมาเหล้า


“เราจบกันแล้วทำไมต้องเจอกันอีก” ผมเหลือบมองเซียที่เก็บของใส่กระเป๋าแล้วถามอย่างไม่มีเสียงว่า ‘มีอะไร’


(จะกลับมาหาพี่หรือจะให้พี่ปล่อยคลิปที่เราร่วมรักกันล่ะ) ผมหน้าซีด คาดไม่ถึงเลยว่าพี่ภูจะทำอย่างนี้กับผม


“แค่ไปหาใช่ไหม” จริงๆ ผมจะปล่อยให้เขาปล่อยคลิปนั้นไปก็ได้ แต่ผมไม่อยากให้เซียรู้ ไม่อยากเห็นเซียผิดหวังในตัวผมที่อ้าขาให้คนอื่นไปแล้ว ผมวางสายแล้วหันไปบอกเซีย


“วันนี้...” ผมลังเลว่าจะพูดอย่างไรดี เซียก็แทรกขึ้น


“วันนี้กูไม่ว่างว่ะ ป๊ากลับมาจากสิงคโปร์พอดีเลยเรียกให้ไปกินข้าวพร้อมกัน มึง...โกรธปะวะ” เซียถามด้วยสีหน้าเครียด


“เฮ้ย ไม่เป็นไร ไว้ค่อยไปเที่ยวกันพรุ่งนี้” ผมยิ้มกว้างให้เซียสบายใจก่อนที่จะแยกย้ายกันไป ผมโบกแท็กซี่ไปยังโรงแรมที่พี่ภูนัดเจอ


ผมยืนชั่งใจอยู่หน้าประตูไม่นานนัก คนข้างในก็เปิดประตูออกมารวบตัวผมไปกอดแน่นก่อนจะปิดประตูตามหลัง


“คิดถึง...เหลือเกิน” พี่ภูจูบไปทั่วไปหน้าของผม


“ปล่อยนะ” ผมผลักพี่ภูออกจนเขาเซ เขามองผมด้วยแววตาสั่นๆ เหมือนเสียใจอย่างสุดซึ้ง หึ เขาสะกดคำนั้นเป็นด้วยเหรอ


“รีบคุยแล้วเอาคลิปนั่นมาให้ผม” ผมยืนกอดอกเว้นระยะจากเขาพอสมควร


พี่ภูไม่พูดอะไร แค่เดินไปนั่งที่โซฟาแล้วส่งสายตาเรียกผมเข้าไปใกล้


“พี่ไม่ได้อยากเลิกกับเรา แต่พี่จำเป็น” พี่ภูพูดสั้นๆ ก่อนจะดึงผมให้นั่งลงข้างกัน


“แม่บังคับให้พี่ไปดูตัวกับผู้หญิงคนหนึ่ง” ผมนิ่งฟังเพราะอยากรู้ว่าเขาจะโกหกอะไรให้ผมฟัง


“เธอชอบพี่ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น และแม้ว่าพี่จะบอกเธอแล้วว่ามีคนรัก เธอก็ไม่ฟัง”


“พอพี่ไม่ยอมคบกับเธอเธอก็ขู่ว่าจะทำให้ครอบครัวพี่ล้มละลาย”


“ไม่เห็นจะมีข่าวอะไร” ผมโต้ ตระกูลของพี่ภูดังมากครับ ผมเพิ่งมารู้หลังจากที่เราคบกันหลายเดือนแล้ว และมันคงน่าแปลกใจที่ตระกูลดังอย่างนั้นจะไม่มีข่าวออกมาเลยว่าล้มละลายอย่างที่พี่ภูว่า


“เพราะพี่ยอมคบกับเขาไงล่ะ และเพื่อความปลอดภัยของเต้พี่จำเป็นต้องเลิกกับเรา”


“ครอบครัวเธอใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอครับ” ผมถามอย่างประชดประชัน จริงๆ แล้วเขาอาจจะแค่หมดรักกันเท่านั้นเอง


“ก็ใหญ่พอที่จะอุ้มคนไปฆ่าโดยไม่ผิดอะไร” ผมเบิกตากว้างเมื่อเห็นสายตาจริงจังของพี่ภู


“พี่ไม่อยากให้เต้ตกเป็นเหยื่อ เพราะแฟนเก่าของพี่เธอก็ฆ่ามาแล้ว” ผมพูดไม่ออก พี่ภูโผเข้ากอดผมแน่น ตัวเขาสั่นมากจนผมต้องลูบหลังปลอบใจ


“พะ...พี่ทำอะไรไม่ได้เลย จะขยับตัวกระดิกตัวไปไหนก็มีแต่คนตาม นี่พี่เพิ่งจะหลุดออกจากพวกเขามาได้และตรงมาที่นี่”


พี่ภูเงยหน้ามองผมทั้งน้ำตา ลูบหน้าผมด้วยแววตารักใคร่อย่างที่เคย


“ขอพี่ได้เจอเต้อีกสักครั้งก็ยังดี”


ไม่ทันที่ผมจะชั่งใจว่าจะเชื่อเรื่องที่พี่ภูเล่าหรือไม่ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูอย่างแรง


“ภู! ออกมาคุยกันเดี๋ยวนี้นะ” พี่ภูผวาแล้วเอื้อมมือมาปิดปากผมไม่ให้ส่งเสียง เขาพาผมไปยังห้องนอนของเขาแล้วซ่อนผมไว้ในตู้เสื้อผ้าที่หันหน้าเข้าข้างเตียง


“อยู่ในนี้นะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นห้ามส่งเสียงเด็ดขาด” ผมพยักหน้าแล้วพี่ภูก็ปิดประตูตู้เสื้อผ้าก่อนจะเดินออกไปเปิดประตูห้อง


“มาทำอะไรที่นี่” เสียงผู้หญิงเดินเข้ามาพร้อมกับร้องเท้าส้นเข็ม


“ก็แค่อยากอยู่เงียบๆ คนเดียว” เสียงพี่ภูดูไร้อารมณ์ต่างจากที่พูดกับผมมาก


“อยู่กับฉันไม่มีความสุขเลยสินะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ


“ก็บอกแล้วว่าไม่เคยรัก! คุณจะเอายังไงกับผมอีก!” พี่ภูเถียงด้วยแรงอารมณ์ ผมคิดว่าคงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ทำให้พี่ภูกล้ากว่าที่เคย


“ซ่อนมันไว้ในห้องน้ำสินะ” เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับผู้หญิงตัวหน้าหวานเดินเข้ามาในห้องนอน เธอตรงดิ่งไปยังห้องน้ำที่ปิดไฟไว้ กวาดตามองไปรอบๆ ห้องก่อนจะตวัดสายตามายังพี่ภูที่ยืนอยู่บริเวณเตียง


ไม่รู้ผมคิดอะไรอยู่จึงกดตั้งกล้องถ่ายวีดีโอ อาจเพราะพี่ภูมีคลิปผมอยู่ ไม่ว่าจะจริงหรือไม่ก็ตามผมก็ควรมีอะไรไว้แบล็คเมล์เขาเหมือนกัน


“ผมไม่มีใครทั้งนั้น ผมจะกล้าเข้าใกล้ใครในเมื่อคุณฆ่าเขาหมดทุกคน” เสียงของพี่ภูสั่นมาก และผมเห็นว่าแววตาของผู้หญิงคนนั้นอ่อนลงและดูสับสน


“น้ำตาลไม่ได้ตั้งใจ พวกเธอเข้ามายุ่งกับภูก่อน น้ำตาลรักภูนะ” เธอเข้ามากอดแขนพี่ภูและพยายามจะจูบพี่ภู แต่พี่ภูสะบัดตัวเธอออก


“แต่ผมไม่ได้รักคุณ” สิ้นเสียงพี่ภู สายตาของผู้หญิงคนนั้นก็เปลี่ยนไป เธอเปิดกระเป๋าสะพายข้างและหยิบมีดออกมาจ่อหน้าพี่ภู


“พูดอีกทีซิว่าคุณไม่ได้รักฉัน” เธอก้าวเข้าใกล้พี่ภูจนพี่ภูเสียหลักล้มลงบนเตียง เขาพยายามหาจังหวะเพื่อชิงมีดในมือเธอแต่กลับพลาดเมื่อเธอตกใจแล้วแทงท้องพี่ภูจนมิดด้าม


“ภู” เธอร้องลนลาน เสียงพี่ภูเจ็บปวดจนผมอยากออกไปหา


“อย่า...” ผมรู้ว่าพี่ภูพูดกับผมแม้เขาไม่หันมามองเลยก็ตาม ผมรู้ว่าเขาไม่อยากให้เป็นที่สงสัย


“อย่าอะไรภู ฮือ” ผู้หญิงคนนั้นร้องไห้ปานจะขาดใจรีบควานหาโทรศัพท์ต่อสายหาคนช่วย


“อย่าทำร้ายใครอีกเลยได้ไหม ผมขอ” พี่ภูพูดเสียงเบา


ผมไม่รู้ว่าคำพูดนั้นจุดชนวนอะไร


แต่เมื่อเธอได้ฟังเธอก็หยุดร้องไห้ จ้องพี่ภูนิ่งเหมือนคนที่ไร้ความรู้สึกก่อนจะดึงมีดออกจากท้องพี่ภูแล้วกระหน่ำแทงซ้ำอย่างเลือดเย็น


ผมปิดปากกลั้นสะอื้นไว้สุดความสามารถ ถึงจะรักพี่ภูมากแค่ไหนผมก็กลัวตายเกินกว่าจะออกไปห้าม อีกมือยังคงบันทึกวินาทีเหล่านั้นไว้เพราะไม่กล้าแม้แต่จะเอาลง


กลัวว่าเสียงเพียงนิดเดียวจะทำให้ปีศาจร้ายอย่างเธอเบนมาหาผม และผมจะกลายเป็นเหยื่อรายต่อไป


“ฮึก ฮือ ภู ฮือ” เธอร้องไห้กอดร่างโชกเลือดของพี่ภูเมื่อรู้ว่าทำอะไรลงไป


“หึ หึ ฮ่าๆ มึงไม่รักกูเองนี่ภู ก็สมควรตายแล้วนี่” เธอผละออกจากพี่ภู ชุดสีครีมของเธอเต็มไปด้วยเลือดสีแดงฉาน เธอคว้าโทรศัพท์ที่ตกอยู่ข้างเตียงขึ้นมากดโทรออก


“พี่ธะ...ธาม ช่วยน้ำตาลด้วย ฮึก น้ำตาลเผลอฆ่าภู” เธอบีบน้ำตาแล้วเดินออกไปคุยนอกระเบียง ผมตั้งสติได้จึงรีบออกจากตู้เสื้อผ้า


“ตะ...เต้” เสียงแผ่วหยุดรั้งผมไว้ ผมหันไปมองพี่ภูที่ส่งยิ้มบางๆ มาให้แล้วอยากร้องไห้ ขอโทษที่ผมช่วยอะไรเขาไม่ได้เลย


‘พี่ไม่เป็นไร’ นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาสื่อถึงผมก่อนที่จะหลับตาลง


ผมรีบเปิดประตูออกช้าๆ เพื่อไม่ให้มีเสียง


“ใครน่ะ” เสียงตะโกนดังลั่นพร้อมกับผู้หญิงคนนั้นที่กำลังเปิดประตูระเบียง มือของเธอยังถือโทรศัพท์ค้างไว้อยู่


ผมวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต เปิดประตูห้องแล้วรีบวิ่งออกมา


พลั่ก


ผมชนเข้ากับร่างสูงของใครคนหนึ่งที่สวมชุดสีดำตลอดทั้งตัว ผมมองเขาและเขาก็มองผม ก่อนที่ผมจะวิ่งลงบันไดหนีไฟอย่างตื่นกลัว ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงต้องวิ่งหนีทั้งๆ ที่ควรจะขอให้เขาช่วย


แต่เสียงฝีเท้าที่ไล่ตามมาก็บอกได้ดีว่าเขาเป็นพวกเดียวกับเธอ


ผมโบกแท็กซี่คันหนึ่งแล้วรีบบอกให้เขาไปส่งที่สถานีตำรวจ แจ้งความไว้ก่อนคงดีที่สุด แต่ผมไม่มั่นใจที่จะให้หลักฐานอยู่ในมือผม ผมจึงแกะเมมโมรี่การ์ดออกแล้วเก็บไว้ในล็อกเก็ตรูปกุญแจของผม กุญแจที่ไขบันทึกของผมได้


ขณะที่ผมลงจากรถและจะข้ามถนนไปยังสถานีตำรวจก็มีรถคันหนึ่งขับปาดหน้าแล้วผู้ชายสวมหมวกไอ้โม่งก็ลงมากระชากผมขึ้นรถ ผมดิ้นหนีสุดแรงด้วยความกลัว อ้อนวอนให้เขาปล่อยผมไป เขาไม่พูดอะไรนอกจากเอื้อมมือมาคว้าคอผมเข้าหาตัวแล้วโป๊ะยาสลบ


ผมดิ้นหนีได้ไม่นานสติก็ดับวูบ ไม่รับรู้อะไรอีก








Tbc.





เฉลยแล้วว่าคนร้ายเป็นใคร ตอนหน้าพาร์ทคนร้ายจ้า ทุกเรื่องที่คุณสงสัยมีเฉลย :hao3:
----------------------------------------------------------------------------------------------------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-03-2017 19:32:54 โดย janeta »

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2598
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ tonnum18

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 83
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
คนร้ายนี้เป็นโรคจิตนี้เอง  สงสารภูแฮะที่มีผู้หญิงโรคจิตมารัก

ออฟไลน์ NuNam

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1226
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-3
ภู...ไม่น่าเลย สงสารมาก  :o12:

ออฟไลน์ ตีสี่

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 412
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-5
    • 61'
คนร้ายนี้เป็นโรคจิตนี้เอง  สงสารภูแฮะที่มีผู้หญิงโรคจิตมารัก
กรณีนี้เราศาลคงไม่พิจารณาว่าเธอมีอาการทางประสาทหรอกมั้ง ควรโดนจับเข้าคุกมากกว่า

ออฟไลน์ ♥lvl♀‘O’Deal2♥

  • หานิยายถูกใจยากจัง!
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2665
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-4
อิรุงตุงนังมาก

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11
ง่าา สงสารพี่ภู :hao5: :hao5: :hao5: :hao5:

ออฟไลน์ GuoJeng

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
   เต้ต้องดำเนินต่อไปเพื่อไปรักกับเซีย 555
  รออ่านตอนต่อไปคับ

ออฟไลน์ ah-chan

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-1
โอ๊ยเต้เอ๊ยยย  :katai1:

ไว้อาลัยกับพี่ภู แขกรับเชิญด้วยค่ะ  :ling3:

ออฟไลน์ เจเจจัง

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 185
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0
ว่าแล้ว. ตะหงิดๆตั้งแต่ตอนก่อนว่าดูภูรักเตัจริงๆ ไรท์แต่งให้ภูน่าสงสารไปไหม. ตอนแรกเชียร์เซีย. แต่พออ่านตอนนี้แล้วเชียร์ภูเลยอ่ะ. ถึงตายไปแล้วก็เถอะ. คือภูรักเต้มากอ่ะ. ก่อนคบกันก็ช่วยเหลือ ดูแล ตอนคบกันก็ไม่ล่วงเกิน ปกป้องทุกอย่าง. พอมีคนโรคจิตมาชอบ. ก็ขอเลิกแบบโหดร้ายเพื่อให้เติตัดใจ โฮๆๆ ไม่ยอม จะเอาคนนี้ ทำไมคนดีๆแบบภูต้องเจอเรื่องแบบนี้อ่า

ออฟไลน์ kyungploy

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 335
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
ฮือ สงสารพี่ภู

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
21
☷ ธาม ☷




ความคาดหวังในรักเป็นสิ่งที่กัดกร่อนหัวใจให้เหมือนตายทั้งเป็น


คุณน้ำตาลเป็นลูกสาวของเจ้านายผม พ่อผมเป็นเลขาคนสนิทของท่าน ผมจึงรู้จักคุณน้ำตาลมาตั้งแต่ยังเล็ก เธอเป็นเด็กน่ารัก ร่าเริง และสดใสเหมือนกับคนทั่วไป


“พี่ธามๆ น้ำตาลเจอคนที่ชอบแล้วค่ะ”


ทุกครั้งที่เธอบอกว่าชอบใครบางคนก็มักจะหลงใหลเพียงระยะเวลาสั้นๆ เหมือนที่ชอบดาราทั่วไป ไม่เคยมีใครอยู่ในใจเธอได้นานเลยสักครั้ง จนกระทั่งวันหนึ่งที่เธอเข้ามหาวิทยาลัย


“น้ำตาลชอบคนๆ หนึ่งค่ะพี่ธาม เขาเป็นคนดีมากเลย เป็นเดือนมหาวิทยาลัย แต่อยู่คนละภาคกับน้ำตาล” เธอพูดด้วยน้ำเสียงหงอยๆ เพราะรู้ว่าเธอกับเขาคงไม่ได้พบกันอีก ผมได้แต่ปลอบใจเธอเพราะเชื่อว่าเดี๋ยวเธอก็ลืมใครคนนั้นเอง


แต่แล้ววันหนึ่งคุณผู้ชายก็นัดดูตัวให้คุณน้ำตาล แม้ตอนแรกเธอจะปฏิเสธถึงขั้นขอร้องผมให้หาข้ออ้างให้เธอไม่ต้องไป แต่ผมก็ทำตามหน้าที่และพาเธอไปส่ง โดยไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจครั้งนั้นของผมจะทำให้เกิดปัญหาตามมา


“น้ำตาลรักเขา น้ำตาลจะไม่ยอมเสียเขาไป” คุณน้ำตาลให้ผมหาข้อมูลคนรอบตัวของภู ผู้ชายที่คุณน้ำตาลตกหลุมรัก ทั้งคนรักในอดีตและปัจจุบัน


ขณะที่จัดเตรียมข้อมูล ผมก็ได้รับโทรศัพท์จากคุณน้ำตาลว่าเธอพลั้งมือทำร้ายผู้หญิงคนหนึ่ง ผมเป็นห่วงเธอมากจึงรีบไปหา เมื่อเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นเสียชีวิตแล้วผมก็จัดการกับหลักฐานอย่างเงียบเชียบที่สุด เพราะผมทำงานเบื้องหลังมานาน แม้ฉากหน้าจะเป็นนายตำรวจชั้นผู้น้อย แต่ประสบการณ์เรื่องผิดกฎหมายของผมไม่เป็นรองใคร


“ใจเย็นๆ ครับคุณน้ำตาล ลืมเรื่องพวกนี้ไปซะ” ผมกอดปลอบเธอ แม้จะรู้ว่าไม่สุภาพกับลูกสาวของเจ้านายนักแต่ผมห่วงเธอมาก


และตั้งใจว่าเพื่อตัดปัญหาทั้งหมดผมต้องไปเจรจากับภูด้วยตัวเอง


ภูไม่รู้หรอกว่าครอบครัวของเขาเป็นหนี้ของบริษัทคุณหนูมากเท่าไหร่ แต่ผมที่รู้เรื่องนี้ดีจึงยกมาขู่ให้เขายอมคบกับคุณหนู แลกกับบริษัทของพ่อเขาและชีวิตของผู้ชายที่ชื่อเต้ เขาไม่เชื่อผมในทีแรก แต่เมื่อเห็นภาพศพของแฟนเก่าเขาจึงต้องยอมทำตามที่ผมบอก


ผมหวังว่าการคบกันครั้งนี้จะไม่นานนัก หวังให้คุณหนูเบื่อผู้ชายคนนี้ ทุกอย่างก็จะจบ


แต่ไม่เป็นเช่นนั้น


ผมได้รับโทรศัพท์จากคุณหนูอีกครั้งว่าภูหายไปจากการติดตาม บอดิการ์ดคลาดกับภู ผมได้แต่บอกให้คุณหนูใจเย็น เพราะใจหนึ่งผมก็เห็นใจภู เขาคงอึดอัดที่มีคนตามทุกฝีก้าว ผมแกะรอยมือถือเขาและหาไม่ยากเลยว่าเขาอยู่ที่ไหน


ผมบอกคุณหนูแล้วเก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน ทักทายเพื่อนตำรวจไฟแรงที่ตั้งใจทำงาน เขาเป็นแบบอย่างของตำรวจที่ดี ผมกลัวเหลือเกินว่าเขาจะอายุสั้น เพราะผมก็สังหารคนแบบเขามามากเหลือเกิน


“พี่ธะ...ธาม ช่วยน้ำตาลด้วย ฮึก น้ำตาลเผลอฆ่าภู” ผมเปลี่ยนเสื้อแล้วรีบขับรถไปยังโรงแรมนั้นทันที จอดรถคากุญแจไว้ก่อนจะขึ้นไปยังชั้นที่คุณน้ำตาลบอก


พลั่ก


ผมชนเข้ากับผู้ชายคนหนึ่งที่จำได้ดีว่าเขาเป็นใคร พอเขาวิ่งหนีผมจึงวิ่งตาม อย่างน้อยเขาต้องรู้แน่ว่าคุณน้ำตาลทำอะไรลงไป และผมเสี่ยงให้เขาเอาไปบอกใครไม่ได้


พอเห็นเขาขึ้นรถแท็กซี่ไป ผมจึงวิ่งกลับมาที่รถแล้วขับตามไปทันที ใช้เวลาหาอยู่ไม่นานก็เจอ เดาได้ง่ายว่าเขาจะไปที่ไหนเพราะเป็นคนละทางกับบ้านเขา สถานีตำรวจของผมนั่นเอง


ผมหยิบหมวกไอ้โม่งมาสวม ป้ายทะเบียนรถผมปลอมอยู่แล้ว ไม่มีใครรู้หรอกว่าผมเป็นใคร รอจังหวะที่เต้จะข้ามถนนผมก็ขับปาดหน้าแล้วลงไปจับตัวเขาขึ้นมาบนรถ โป๊ะยาสลบก่อนจะอุ้มเขาไปโยนทิ้งแม่น้ำที่ปลอดกล้องวงจรปิด ทุกคนจะคิดว่าเขาฆ่าตัวตาย


แต่โชคร้ายที่มีคนอยู่ใต้สะพาน พอเต้ตกถึงน้ำก็มีคนก็วิ่งลุยน้ำลงไปช่วย ผมหลบในเงามืดเฝ้ามองร่างไร้สติในอ้อมแขนพลเมืองดี


ฝากไว้ก่อนเถอะ


ผมกลับมาโรงแรม เหลือบไปมองร่างแน่นิ่งบนเตียงก็ได้แต่ถอนหายใจ ผมคิดว่าต้องคุยกับเจ้านายเรื่องคุณน้ำตาล


เธอโผเข้ากอดผมและร้องไห้ ถามถึงผู้ชายอีกคนพี่ผมไปตามล่า ผมบอกแค่ว่าจัดการแล้วเพราะอีกไม่นานเขาก็จะหายไปจากโลกไม่ต่างกับภู


ผมจัดการร่างภู ประกอบพิธีศพแบบลวกๆ และส่งจดหมายถึงครอบครัวภูว่าขอลาออกไปเรียนเมืองนอกไม่มีกำหนดกลับ ครอบครัวภูทำงานหนักจนไม่มีเวลามาสนใจเรื่องนี้อยู่แล้ว จึงไม่พยายามติดต่อภูใดๆ


หลังจากจัดการเรื่องภูผมก็ตรงดิ่งไปหาเต้ที่โรงพยาบาลและพบกับคำตอบว่าเขาหายไปแล้ว ผมตามหาเขาไปทุกที่แต่น่าแปลกที่เขาหายไปอย่างไร้ร่องรอย บ้านก็ไม่ได้กลับ ผมไม่รู้เลยว่าเขาไปอยู่ที่ไหน แต่ที่ทำให้ผมคลายกังวลคือสิ่งที่หมอบอกผม


เขาความจำเสื่อม นั่นหมายความว่าผมไม่จำเป็นต้องจัดการเขาแล้ว และความลับจะยังเป็นความลับ


“วันนี้น้ำตาลเจอเขา” คุณหนูบอกว่าเธอสบตาเต้แต่เขามีท่าทีต่างออกไป ไม่หวาดกลัวเธอ มีแต่ส่งสายตาเจ้าชู้มาให้ เธอบอกว่าผมเก่งมากที่ทำให้เขาความจำเสื่อม


แต่แล้ววันหนึ่งเธอก็บอกว่าพฤติกรรมเต้แปลกไป หรือต้องบอกว่าคือนิสัยของเต้คนเก่าอย่างที่เพื่อนๆ ของเธอเล่าให้ฟัง เต้กลายเป็นผู้ชายที่อ่อยไปทั่ว คุณหนูจึงเริ่มกังวลว่าความทรงจำของเขาจะกลับมา


ผมจึงหากลอุบายหลอกล่อเขาโดยใช้แบรนด์เล็กๆ ของบริษัทติดต่อไปว่าสนใจให้เขาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งบริษัทนั้นก็เล็งเต้คู่กับผู้ชายอีกคนอยู่แล้วจึงไม่ขัดอะไร


ผมลอบสังเกตพฤติกรรมของเขาเช่นเดียวกับผู้หญิงวัยกลางคนโต๊ะข้างๆ ที่วิ่งหลบเจ้าหนี้เข้ามาในร้าน เธอจ้องเด็กหนุ่มคู่นั้นตาไม่กระพริบ ผมคิดว่าคงเป็นพวกบ้าดาราทั่วไปจึงไม่ได้ใส่ใจ


เพิ่งรู้ทีหลังว่าเธอเป็นแม่ของเต้ กล้าเข้ามาถึงบริษัทเพื่อขอเบิกเงินล่วงหน้า คุณแจงที่เป็นผู้ดูแลสินค้าตัวนี้จึงถามผมว่าควรทำอย่างไร ผมก็แค่บอกให้ให้เงินเธอไป แม้จะรู้ว่าข้ออ้างเรื่องลูกชายคนเล็กน่ะไม่จริง


แล้วทำไมผมต้องสนใจชีวิตพวกเขาล่ะ


ผมได้ข้อสรุปว่าเต้ยังจำไม่ได้และตั้งใจว่าจะหยุด แต่คุณน้ำตาลยังกังวลถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับผมก็ต้องจัดการ


ผมส่งของขวัญไปขู่เต้ หวังว่าหากเขาจำได้แล้วก็จงเงียบไว้ให้ลึกสุดหัวใจ แต่เขากลับมาแจ้งความในวันที่ผมเข้าเวร ยิ่งทำให้ผมรู้ว่าเขาจำไม่ได้จริงๆ แต่ก็ยังไม่ไว้ใจจนต้องขับรถตามเขาไป และเผลอปล่อยให้ทั้งคู่คาดสายตา


คุณน้ำตาลบอกว่าเต้มีท่าทางคล้ายเต้คนเก่ามากขึ้นทำให้เธอเครียดจนต้องกินยา เจ้านายจึงสั่งให้ผมรีบจัดการ แต่ผมยังอยากให้โอกาสเต้จึงลอบเข้าทำร้ายแล้วสอดจดหมายเล็กๆ ในสาบเสื้อเขา เพราะนั่นจะเป็นการเตือนครั้งสุดท้ายแล้ว


เพราะครั้งหน้าจะไม่มีการเตือน


แม้จะได้รับจดหมายเตือนเต้ก็ยังคงแสดงพฤติกรรมต่างๆ ซึ่งทำให้คุณน้ำตาลเครียดจนเจ้านายเอาไม่อยู่ เริ่มโมโหร้ายเกินควบคุม


เธอถึงขั้นคิดแผนเพื่อกำจัดเต้ออกไปจากชีวิตโดยรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการอาหารของนักศึกษาทุกคน เพื่อให้ผมได้เข้ามาจัดการปัญหาให้เธอ


คุณน้ำตาลใช้เหตุผลว่าคุณต้อมจัดการเรื่องที่พักแล้ว ดังนั้นเธอจะจัดการเรื่องอาหารเอง คุณต้อมจึงไม่กล้าปฏิเสธความหวังดีของเพื่อน ผมจึงแสร้งเป็นหนึ่งในคณะเชฟที่ได้เข้ามายังเส่วนตัวแห่งนี้


“มันแพ้กุ้ง เมนูวันนี้ต้องมีกุ้งแต่ต้องไม่เป็นชิ้นให้มันสงสัย” คุณน้ำตาลบอกไว้อย่างนั้น ผมจึงทำซุปกุ้งสูตรพิเศษให้คุณน้ำตาลเอาไปเต้กินเพื่อจะได้จัดการอะไรง่ายๆ


“ให้คนอื่นเอาไปดีกว่าครับ จะได้ไม่มีใครสงสัย” คุณน้ำตาลเดินไปหาเพื่อนซื่อๆ คนหนึ่งแล้วฝากไปให้เต้โดยบอกว่าเห็นเต้ยังไม่ได้กินอะไร ได้ซุปร้อนๆ สักถ้วยก็คงดี เขาก็เอาไปให้เต้อย่างง่ายดาย


ผมกับคุณน้ำตาลลอบสังเกตท่าทางของเต้ เขาชะงักเมื่อยกถ้วยซุปกินไปนิดเดียว แต่นิดเดียวของถ้วยเข้าเท่ากับกุ้งทั้งหม้อ


“ที่เหลือจัดดการได้ใช่ไหม น้ำตาลไม่อยากเครียดแล้วนะ” คุณน้ำตาลพูดนิ่งๆ แววตาเธอไร้ความสดใสเหมือนอย่างเคย


“ครับคุณหนู”


ผมจัดการเต้ตามที่คุณหนูสั่ง ร่างของเขาล่วงลงทะเลไปแล้วและคงไม่มีใครหาเจอ ต้องขอบคุณเกาะส่วนตัวของคุณต้อมที่มีพื้นที่กว้างขวางมากพอให้ผมจัดการทุกอย่าง แม้ตอนแรกตั้งใจจะฝัง แต่ทิ้งลงทะเลก็ไม่เลว ไม่มีหลักฐานเอาผิดว่ามีคนฆาตกรรมเขา


ผมจัดการกลบหลุมแล้วเอาไม้มาสุมๆ ไว้ ที่ดินแถบนี้ผมมาสำรวจหลายวันก่อนแล้ว ค่อนข้างเงียบและไม่มีใครผ่านมาจึงเหมาะแก่การลงมือ


ผมกลับลงมาไปข้างล่างก็พอดีกับที่คณะนักศึกษากลับจากกิจกรรม ผมกลับเข้าครัวแล้วตีหน้านิ่งทำอาหารเย็นต่อไป โชคดีที่ผมเตรียมปลาสดไว้จึงหลอกได้ไม่ยากว่าไปตกปลามา


ที่นี่ค่อนข้างวุ่นวายเมื่อมีคนหายตัวไป ผู้ชายหลายคนอาสาไปตามหาเต้ทั่วทั้งเกาะ ผมเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ไปช่วยตามหาด้วย ก็หาไปอย่างนั้น ตีหน้าแสร้งทำเป็นกังวลไม่ได้ยากอะไร


จะมีก็แต่ผู้ชายที่ชื่อคินที่ตะโกนจนเสียงแหบเสียงแห้ง เต้คงเป็นคนรักของเขา แต่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงตะโกนว่าโซ่ ผมได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้


เช้าวันต่อมาตำรวจท้องที่ก็มาแล้วสอบถามพวกเรารายคน โชคดีที่ผมมีบัตรประชาชนปลอมและมีฝีมือการทำอาหารขั้นสูงเขาจึงไม่สงสัยและปล่อยผมไป


ใช้เวลาสอบปากคำนานมากเพราะคนค่อนข้างเยอะ ก่อนจะปิดท้ายด้วยการส่งนักศึกษาทุกคนกลับในบ่ายวันนั้นรวมถึงบรรดาเชฟอย่างพวกผมด้วยเช่นกัน


จะมีก็แต่เจ้าของรีสอร์ทและคินที่ยังคงไม่ยอมไปไหนจนกว่าจะหาตัวเต้พบ


ก็คงเหลือแค่ร่างไร้วิญญาณขึ้นอืดอยู่ที่ไหนสักแห่ง


“ขอบคุณสำหรับทุกอย่างค่ะพี่ธาม” คุณน้ำตาลโผเข้ากอดผม ผมลูบหลังเธอเบาๆ คุณน้ำตาลเปรียบเสมือนน้องสาวของผม และผมดีใจที่เธอกลับมาร่าเริงสดใสเหมือนเดิม







Tbc.






คนร้ายอย่างพวกแกจะสงบสุขไปได้นานสักเท่าไรกันเชียว  :hao7:
ส่วนน้องโซ่ผู้รับเคราะห์ของเราจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น ติดตามตอนหน้าค่ะ
น้องโซ่ของเราจะกลับมา สปอยแล้วว่ายังไม่ตาย 55555

ปล.ตอนแรกไรท์ไม่อยากให้พี่ภูตายค่ะ แต่จากมุมมองคนร้ายจะปล่อยให้รอดก็คงไม่ได้จริงไหม  :hao5:
แม้ว่าตอนนั้นน้ำตาลไม่ได้ทำให้พี่ภูถึงตาย แต่พี่ธามก็จัดการแน่ๆ ค่ะ ฉะนั้นให้เขาตายไปตั้งแต่แรกดีกว่า จบแบบหล่อๆ

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-03-2017 19:33:07 โดย janeta »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ tonnum18

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 83
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
น้ำตาลโรคจิตไม่พอ  ไอ้ลูกน้องชื่อธามยิ่งหนักกว่า  พอดีล่ะสปอยล์กันเข้าไป คนชื่อน้ำตาลพอมีปัญหาเอะอะก็ฆ่า อีกคนก็ตามเก็บ พ่อแม่น้ำตาลคงดีใจเนอะ  มีลูกน้องที่ซื่อสัตย์  มีลูกสาวโรคจิต  เลี้ยงลูกสาวกับลูกน้องได้ดีจริงๆ

ออฟไลน์ โอ

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 141
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
 :z6:โรคจิตพอกันทั้งคู่

ออฟไลน์ Apple_matinie

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1565
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-2
อ่านรวดเดียวจบ ไม่สามารถรอต่อไปได้เเล้ว

ออฟไลน์ เจเจจัง

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 185
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0
เข้าใจเหตุผลของไรท์ที่ต้องให้ภูตาย. แต่เข้าใจไหมว่าเรารับไม่ได้. (นอกใจคินแปบ). ผู้ชายหล่อรวยแสนดี สเปกเรา แต่โดนโรคจิตฆ่า. โฮๆๆๆๆ

แล้วก็นะยัยน้ำตาลอะไรๆ ก็ฆ่า ธามก็สปอยเกินขอให้ทั้งสองคนได้รับกรรมที่สาสม

ออฟไลน์ GuoJeng

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
 พี่ธามมาทำไม ทำอะไรไว้คนเขารู้กันแล้ว
  รออ่านตอนต่อไปคับ

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
22
☷ โต้กลับ ☷




“งั้นหลักฐานก็อยู่ในจี้น่ะสิ” ผมแตะลำคอก็รู้ว่าสร้อยไม่ได้อยู่ที่ผม เต้เองก็แตะลำคอเช่นกัน


“อยู่ในล็อกเก็ตของจริง” เต้ตอบ


“เราต้องช่วยกันเปิดเผยความจริง นายจะช่วยฉันไหม”


“เรา...กลัว” เต้ขดตัวเข้าหากัน ผมจับหน้าเขาให้เงยขึ้นสบตากัน


“เชื่อใจเราดิ” ดวงตาเต้สั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะแทนที่ด้วยความกล้า


“อื้ม!” ผมพยักหน้าแล้วลูบหัวเขาเบาๆ ก่อนอื่นต้องหาทางกลับไปมีสติก่อน ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองตายไปหรือยัง


“แล้ว...เราจะทำยังไงต่อล่ะ”


แสงสีขาวส่องมาจากทางหนึ่ง ผมคิดว่านั่นแหละคือทางออกจึงฉุดเต้ลุกขึ้นก่อนจะพาวิ่งไปด้วยกัน
.
.
.
“หมอๆ ฟื้นแล้วๆ” สำเนียงแปลกๆ ตะโกนลั่นก่อนผมจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ รู้สึกเมื่อยขบไปทั้งตัว กวาดตาไปรอบๆ ก็เห็นเพียงผนังอิฐและหลังคาสังกะสีที่มีรูประปราย


คุณหมอวัยกลางคนเดินเข้ามาในห้องก่อนจะหยิบไฟฉายขนาดเล็กส่องตาผมทีละข้าง


“เป็นยังไงบ้างครับ” ผมเปล่งเสียงอย่างยากลำบากคุณหมอจึงส่งแก้วน้ำให้ผมดื่ม


“ผมหลับไปกี่วันครับ” สิ่งที่ผมสนใจตอนนี้คือผมหายไปนานแค่ไหน


“สองสัปดาห์ครับ” คุณหมอบอกก่อนจะเล่าให้ฟังว่าผมมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร


วันนั้นชาวประมงคนหนึ่งกำลังหาปลาอยู่ ขณะที่เขาแวะพักที่เกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งก็เห็นผมสลบอยู่บนหาด ไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหนจึงพากลับมายังบ้านของเขาที่อยู่อีกเกาะหนึ่งและมีหมอประจำหมู่บ้าน


โชคดีที่ผมแค่หมดสติไปเท่านั้น ไม่ได้บาดเจ็บหรือเกิดภาวะปอดบวมน้ำ หมอจึงปล่อยให้ผมพักผ่อนจนกว่าจะฟื้น


“ที่นี่มีสัญญาณโทรศัพท์ไหมครับหมอ”


“ถึงเกาะเราจะเล็กแต่ก็มีสัญญาณครับ มีอินเทอร์เน็ตด้วย” หมอบอกอย่างขบขันก่อนจะส่งโทรศัพท์ของเขาให้ผมใช้ แม้รุ่นนี้จะเก่าแล้วแต่ก็ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งาน


ผมเข้าอินเทอร์เน็ตเสิร์ชหาชื่อเต้ก่อนเป็นอันดับแรก เห็นข่าวการหายตัวไปอย่างลึกลับมากมาย ทั้งนำเสนอตามความจริงและใส่สีตีไข่ว่าเต้เป็นชู้กับมาเฟีย คงเพราะตอนนี้ผมเองก็เป็นคนดังคนหนึ่งในมหาวิทยาลัยคนเขียนจึงเล่นข่าวได้หลายแง่


‘โห ข่าวเราเต็มเลย’ เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวผม


“เชี่ย!” ผมสบถลั่นจนลุงที่นั่งข้างๆสะดุ้งโหยง


‘เต้เหรอ’ ผมคิดในใจ


‘ใช่ เราเอง แปลกจังทำไมเราขยับร่างกายไม่ได้’


‘อ่า คงเพราะเราใช้ร่างนายอยู่’


‘ดีแล้วล่ะ เรายังไม่พร้อมเผชิญหน้าด้วยตัวเองหรอก’


ผมคุยกับเต้อีกสักพักแล้วถอดสร้อยออก แงะอย่างไรก็เปิดล็อกเกตไม่ออก


‘กดตรงนั้น ข้างบนน่ะ นั่นเป็นตัวเปิด’ ผมทำตามที่เต้บอกแล้วล็อกเก็ตก็เด้งออกเผยให้เห็นเมมโมรี่การ์ดเล็กๆ ข้างใน


“หมอมีโน้ตบุ๊คไหม ที่ใส่เมมโมรี่การ์ดด้วย” ผมถามหมอที่ยกชามข้าวต้มเข้ามาให้พร้อมกับยา


“มีครับ” หมอบอกว่าจะกลับไปเอาโน้ตบุ๊กมาให้ผม ตอนแรกก็สงสัยว่าทำไมหมอใจดีกับผมจัง พอถามก็ได้ความว่าคนที่นี่มีอะไรก็เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันเสมอ หมอเองก็ติดนิสัยนั้นและหลงรักคนที่นี่จนไม่อยากกลับกรุงเทพฯ เลย


ระหว่างรอหมอผมก็ต่อสายหาเซีย ตอนนี้มันเป็นคนเดียวที่ผมไว้ใจ ผมยอมให้พวกเอ็มรู้ไม่ได้เพราะตอนนี้ทุกคนคงจับตามองกลุ่มผมเป็นพิเศษ อีกทั้งถ้าเรื่องพลิกว่าผมยังมีชีวิตอยู่ เพื่อนผมที่เก็บสีหน้าไม่เป็นก็คงเผยความลับให้พวกนั้นรู้ โดยเฉพาะคินที่ค่อนข้างอ่อนไหวมากเรื่องผม ถ้ามันรู้ว่าผมยังอยู่ต่อให้นิ่งยังไงก็หลุดอยู่ดี


(ฮัลโหล) เสียงหมดแรงจากปลายสายเป็นเครื่องยืนยันอย่างดีว่ามันรู้ข่าวของผมแล้ว


“ไง หงอยเลยมึง” ผมแซวเซีย


‘เซีย’ ผมพยักหน้ารับทั้งที่รู้ว่าทำไปเต้ก็ไม่เห็นหรอก


(เชี่ย!) เสียงสบถลั่นจนผมต้องยกโทรศัพท์ห่างหู


“กูโซ่ ไม่ใช่เชี่ย”


(มึงยังไม่ตาย โอ้ย ขอบคุณพ่อแก้วแม่แก้ว ผีสางเทวดานางไม้ ยมบาลทั้งหลายที่ไม่พรากมึงไป)


“เว่อร์ไปล่ะ เออ กูต้องการความช่วยเหลือ โอนเงินมาที่...” ผมบอกที่อยู่บัญชีธนาคารหมอแล้วกำชับไม่ให้เซียบอกใครเด็ดขาดว่าผมยังมีชีวิตอยู่


(รู้ไหมว่าเพื่อนมึงแวะเวียนมาหากูวันละกี่ครั้ง พวกมันเป็นห่วงมึงมากนะโซ่) ผมรู้ แต่ผมเสี่ยงไม่ได้ ไม่ใช่ในตอนนี้


“เอาไว้จบเรื่องนี้เมื่อไหร่กูจะติดต่อพวกมันเอง” ผมวางสายแล้วรับโน้ตบุ๊กมาจากหมอ เปิดเครื่องแล้วเสียบเมมโมรี่การ์ดใส่เครื่องทันที


คลิปนาทีชีวิตของพี่ภูปรากฏขึ้นในสายตาผม หมอเห็นแล้วเบิกตากว้างอย่างตกใจ เขามองผมอย่างเข้าใจเรื่องทั้งหมดว่าทำไมผมถึงลอยคอไปติดเกาะแห่งนั้น


“แจ้งตำรวจไหม มีคลิปหลักฐานด้วยนี่” ผมส่ายหน้าพลางตบอกตัวเองปลอบใจเต้ที่ร้องไห้ในหัวผมอยู่ รู้สึกประสาทหลอนนิดๆ เหมือนตัวเองเป็นบ้าแล้วอารมณ์ตีกันมั่วไปหมด


“ตำรวจมีเอี่ยวครับ ผมเสี่ยงให้หลักฐานถูกทำลายไม่ได้” ผมจัดการส่งวีดีโอไปยังอีเมล์ตัวเองเพื่อเก็บหลักฐานไว้อีกที่ แล้วถามหมอว่าจะกลับกรุงเทพฯ อย่างไรได้บ้าง รวมทั้งขอเงินสดจากหมอจำนวนหนึ่งซึ่งมากพอนั่งรถกลับได้เพราะผมให้เซียโอนให้หมอแล้วรวมถึงค่ารักษาพยาบาลจำนวนหนึ่งด้วย
.
.
.
ผมนั่งรถนานครึ่งวันก็มาถึงกรุงเทพฯ ต่อรถเมล์มายังบ้านหลังเก่าของผมที่ไม่ได้กลับมานาน เพิ่งรู้ว่าบ้านตัวเองโคตรไกลก็วันนี้นี่ล่ะ รถขับเข้ามาใช้เวลาไม่กี่นาที แต่นี่ลงจากป้ายรถเมล์ต่อด้วยเดินเข้าหมู่บ้านอีกเกือบสองกิโลเมตรท่ามกลางแดดประเทศไทยที่คุณก็รู้อยู่ นรกชัดๆ


ผมกดออดและรอลุงยามถามว่ามาหาใคร พอบอกชื่อพ่อลุงยามก็รีบเปิดประตูให้ผมทันที ปกติพ่อไม่ค่อยมีแขกมาหาที่บ้านหรอกครับเพราะไม่รู้ที่อยู่ จะมาบ่อยก็พวกคนใหญ่คนโตที่มีอิทธิพลทัดเทียมกับพ่อผมทั้งนั้น


พ่อของผมมีอิทธิพลค่อนข้างกว้างขวางเพราะคลุกคลีอยู่ในวงการสื่อมาเป็นระยะเวลานาน ช่องทีวีของพ่อไม่เคยถูกซื้อด้วยเงินเพราะยึดถือความถูกต้องมาตั้งแต่รุ่นทวด อีกทั้งยังดำเนินรายการต่างๆ อย่างซื่อตรงจนเป็นที่จดจำของคนจำนวนมากมาตลอดหลายสิบปี


บริษัทของพ่อขยายสาขาไปยังต่างประเทศ หลายรายการของช่องถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปสร้างใหม่ รวมถึงภาพยนตร์หลายเรื่องที่โกอินเตอร์ไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมตระกูลผมถึงร่ำรวยติดหนึ่งในสิบของประเทศ


ผมนั่งรถกอล์ฟเข้าบ้านตัวเอง คิดถึงช่วงเวลานี้จนต้องมองสวนดอกไม้ที่ผมให้คนสวนปลูก ตอนนี้บานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมให้ผมปลื้มใจ ไม่เสียแรงที่จ้ำจี้จำไชให้ลุงๆ ดูแล


“คุณโซ่ชอบดอกไม้มากครับ เมื่อก่อนคนสวนไม่ค่อยอยากดูแลเท่าไหร่เพราะคุณโซ่จู้จี้เกินไป แต่ตอนนี้ลุกขึ้นมาทำสวนทุกวันหวังให้คนโซ่ลุกขึ้นมาเชยชมสักนิดก็ยังดี” ลุงยามมีสีหน้าเศร้าลง


“ผมคิดว่าเขารู้ถึงความตั้งใจของพวกลุง อีกไม่นานก็คงฟื้นครับ” ผมยิ้มให้ลุงยาม เพราะผมเองก็หวังว่าสักวันจะได้เห็นสวนนี้ด้วยตาตัวเองอีกครั้ง


“เชิญค่ะ เดี๋ยวดิฉันไปเรียกคุณผู้ชายให้นะคะ” ป้าแม่บ้านที่มักจะทำอาหารให้ผมกินทุกวันส่งยิ้มให้ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของบ้าน ไม่นานพ่อก็เดินลงมาด้วยสีหน้าถมึงทึง จ้องผมอย่างสงสัยว่าผมเป็นใครและมารบกวนอะไรเขา


“สวัสดีครับ ผมเป็นเพื่อนโซ่ ชื่อเต้ครับ” ผมยกมือไหว้แล้วแนะนำตัว พอเงยหน้าสบตาพ่อก็เห็นแววตาที่เปลี่ยนไป ไม่ทันได้พูดอะไรพ่อก็ก้าวเท้าเข้ามาประชิดผมก่อนจะสวมกอดแน่น ผมสะดุ้งแล้วพยายามผลักพ่อออก เพราะตอนนี้ผมอยู่ในสถานะเต้ไม่ใช่โซ่ลูกชายของเขา


“เต้ พ่อนึกว่าจะไม่ได้เจอลูกแล้ว” ผมชะงักมือที่ดันอกพ่อไว้ มองพ่อที่ส่งสายตาดีใจมาให้


ผมไม่เข้าใจ


นี่มันเรื่องอะไรกัน





พ่อจูงมือผมมานั่งที่โซฟาแล้วยิ้มให้


“พ่อตามหาเรามาตลอดเลยเต้ ไม่คิดเลยว่าลูกจะมาหาพ่อด้วยตัวเอง” ผมสับสนไปหมด ไม่รู้จะตอบคำถามพ่อยังไงก็เลยถามเต้แทน


‘นายรู้ไหมว่าพ่อฉันเป็นพ่อนาย’


‘ฉันเพิ่งรู้ไม่นานนี้เองว่าไม่ได้เป็นลูกของแม่ แต่ไม่รู้หรอกว่าพ่อกับแม่แท้ๆ เป็นใคร’


“คุณรู้ได้ไงว่าผมเป็นเต้ลูกของคุณ ผมอาจจะแค่ชื่อเหมือนหรือเป็นสิบแปดมงกุฎมาหลอกคุณก็ได้”


“แต่ไฝที่ใต้ตาซ้ายเป็นตำหนิเฉพาะตัวหลอกกันไม่ได้หรอกนะ” พ่อเอื้อมมือมาแตะใต้ตาผมแผ่วเบา


‘ไม่เคยเห็นว่ามีไฝตรงนั้นเลยนะ’ ผมคิดในใจ


‘มีสิ นายไม่เคยเห็นเหรอ’ ผมส่ายหน้าทั้งที่ก็รู้ว่าเต้ไม่เห็นหรอก พ่อมองผมอย่างสงสัยนิดๆ ผมจึงชักสีหน้าแล้วถามสิ่งที่สงสัย


“คุณนอกใจแม่ของโซ่เหรอ”


แค่คิดใจผมก็เจ็บไปหมดแล้ว หวังให้พ่อตอบว่าไม่ใช่หรือเป็นความผิดพลาดอะไรก็ได้


“พ่อรักแม่ของลูกก่อนที่จะเจอแม่ของโซ่อีก อีกอย่างการแต่งงานระหว่างพ่อกับแม่ของโซ่ก็ไม่ได้เกิดจากความรัก เรามีโซ่แค่เพื่อสืบสกุลเท่านั้น ต่างจากลูกที่เกิดจากความรักของพ่อกับแม่” พ่อพยายามแก้ตัวให้เต้ฟังแต่พ่อไม่รู้หรอกว่าผมเองก็ฟังอยู่


ฟังความจริงจากปากพ่อแท้ๆ


ความจริงที่กำลังเฉือนหัวใจผมให้ตายอย่างช้าๆและทรมานที่สุด เจ็บอะไรก็ไม่เท่าคำพูดที่ว่าผมเกิดมาเพื่อสืบสกุล เป็นแค่สิ่งที่สร้างมาเพื่อให้ตระกูลยังคงอยู่ เป็นได้เท่านั้น


เจ็บจนพูดไม่ออกเลย


‘ไม่เป็นไรนะโซ่’ เต้ปลอบใจผม แต่ตอนนี้สมองผมไม่รับรู้ความหวังดีใดๆ จากเขา ในหัวเต็มไปด้วยความผิดหวังที่ถาโถมเข้ามาจนแทบทรุด


สัมผัสที่ไหล่ทำให้ผมกลับมาได้สติอีกครั้งและเอ่ยถามบางสิ่งที่สงสัยมาตลอด


“พ่อเคยรักโซ่บ้างไหม” ผมถามเสียงแผ่ว สิ่งเดียวที่ผมอยากรู้จากปากพ่อ สิ่งเดียวที่ผมสงสัยมาตลอดแต่ไม่กล้าถาม


“รักสิ พ่อรักลูกของพ่ออยู่แล้ว ลูกเองก็ด้วย พ่อตามหาลูกมาตลอดสิบเก้าปี ตั้งแต่รู้ว่าแม่ของลูกจากไปพ่อรู้สึกผิดมาตลอดที่ไม่ได้อยู่ดูแลเธอ ยิ่งเธอฝากลูกไว้กับใครก็ไม่รู้พ่อยิ่งตามหาลูกยากเข้าไปอีก รู้เพียงชื่อเล่นของลูกที่อยู่ในบันทึกหน้าสุดท้ายของเธอ”


‘แม่ชอบเขียนบันทึกเหมือนกันเหรอ โซ่ถามให้หน่อยได้ไหมว่าพ่อมีรูปแม่หรือเปล่า เราอยากเห็นหน้าแม่’


แม้ผมจะรู้สึกแย่แต่ก็เอ่ยถามพ่อ พ่อรีบหยิบภาพใบเล็กจากกระเป๋าตังส่งให้ผม ผู้หญิงในรูปดูตัวเล็กและบอบบาง เธอมีผิวขาวซีดเช่นเดียวกับเต้ โครงหน้าก็คล้ายกันจนเรียกได้ว่าถ้าจับเต้ใส่วิกก็คือคนเดียวกับในรูป


ผมยิ้มให้เธอ จะว่าผมเฟลก็ได้ที่รู้ความจริงเรื่องนี้ แต่พ่อก็ตอบในสิ่งที่ผมสงสัยแล้ว


พ่อเองก็รักผม เท่านั้นก็พอแล้ว


ผมรู้ตั้งแต่เด็กแล้วว่าพ่อกับแม่หย่ากัน ผมบังเอิญได้ยินพ่อกับแม่พูดกันในคืนหนึ่ง แม่ออกมาเจอผมก็รีบปลอบใจโดยที่พ่อไม่รู้ แต่ไม่ว่าผมจะร้องไห้อ้อนวอนเท่าไหร่แม่ก็หย่ากับพ่ออยู่ดี


“โซ่ ถึงพ่อกับแม่ไม่ได้รักกัน แต่พวกเรารักลูกนะ อย่าร้องไห้เลยคนดี”


นับตั้งแต่วันนั้นผมก็ไม่เคยร้องไห้อีกเลย เพราะร้องไปก็ไม่ช่วยให้ได้อะไรขึ้นมา อีกทั้งผมยังโกรธมากที่เพื่อนๆ ร้องไห้แล้วได้ทุกสิ่งที่ต้องการอย่างง่ายดายพาลให้ผมไม่พูดกับพวกมัน


เป็นที่เข้าใจกันว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าผมห้ามร้องไห้เด็ดขาดเพราะผมจะโกรธมาก ติดเป็นนิสัยไร้สาระแก้ไม่หายจนถึงวันนี้


แต่ผมไม่จำเป็นต้องโกรธแล้ว ปล่อยให้ทั้งหมดนั่นเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ พวกเขาจะตัดสินใจยังไงก็ไม่เกี่ยวกับผม ผมเองก็มีชีวิตเป็นของตัวเอง และสิ่งสำคัญสำหรับผมตอนนี้คือการเปิดเผยความจริงเรื่องพี่ภูและความปลอดภัยของเต้


‘เราควรเรียกนายว่าพี่หรือน้องดี’ ผมถามติดตลก พอได้รู้เดือนเกิดเต้ กลายเป็นว่าเขามีศักดิ์เป็นพี่เพราะเกิดก่อนผมห้าเดือน


“ที่ผมมาวันนี้เพราะต้องการความช่วยเหลือ” ผมบอกพ่ออย่างจริงจัง


“ลูกอยากให้ช่วยอะไร” ผมส่งเมมโมรี่การ์ดให้พ่อและขอให้ช่วยหาช่องทางกระจายข่าวทั้งโทรทัศน์และโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ ผมรู้ว่ามันอาจดูโหดร้ายกับพี่น้ำตาล แต่ในเมื่อกฎหมายจัดการไม่ได้ผมก็ต้องใช้สื่อเข้าช่วย


ผมต้องคืนความเป็นธรรมให้พี่ภู






Tbc.







 :mc4: โซ่โต้กลับแล้วค่ะ ไม่กระโตกกระตากให้เสียแผน พี่ภูของเราจะต้องไม่ตายเปล่า  :heaven
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-03-2017 19:33:19 โดย janeta »

ออฟไลน์ insomniac

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1484
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-3
เรื่องพลิกไปพลิกมาเร็วมาก
เต้เป็นลูกพ่อโซ่ อึ้งไปเลยนึกว่าอ่านผิด 55

ออฟไลน์ GuoJeng

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
เย้ๆ ต้องแบบโซ่สิถึงจะสูสีกับยัยน้ำตาล มวยถูกคู่ เต้ได้เจอน้องโซ่แล้ว ความจริงถูกเปิดเผยซะที
  รออ่านตอนต่อไปคับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-02-2017 07:07:23 โดย GuoJeng »

ออฟไลน์ tonnum18

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 83
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ดีใจกับเต้นะที่ได้รู้ความจริง

แต่โซ่นี้เสียใจน่าดู เกิดมาเพื่อ

ทายาทเท่านั้น

ออฟไลน์ ♥lvl♀‘O’Deal2♥

  • หานิยายถูกใจยากจัง!
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2665
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-4

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด