❤ Inside love: เปลี่ยนยังไงสุดท้ายก็มึง ❤ Special Valentine's Day #คินโซ่ ❤
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ❤ Inside love: เปลี่ยนยังไงสุดท้ายก็มึง ❤ Special Valentine's Day #คินโซ่ ❤  (อ่าน 114098 ครั้ง)

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
8
☷ สถานะที่เปลี่ยนไป ☷




ผมคาดไม่ถึงเลยว่าแค่ภาพๆ เดียวเมื่อวานจะทำให้ชีวิตของผมพลิกจากหน้ามือเป็นหลังตีนอย่างนี้


“ไอ้โบ๊ท!” ผมตะโกนใส่พ่อหนุ่มเกาหลีที่หลบตาผมเป็นพัลวันแถมยังดึงคนข้างๆ มาเป็นเกาะกำบังอีก


“มึงก็ใจเย็นๆ หน่อย โบ๊ทมันไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นบ้ามึงก็รู้”


“นายว่าเราบ้าเหรอโจ” โบ๊ทตัดพ้อแล้วผลักโจห่างจากตัว


“เอาเลยเต้จะทำโทษอะไรเราก็เชิญ” โบ๊ทหลับตาปี๋


ผมจึงสำเร็จโทษเข้าด้วยวิธี


หมับ


กอดเข้าเต็มรัก หอมแก้มซ้ายแก้มขวาจนโจพุ่งมาดึงผมออกไป


“มึงจะปล้ำไอ้โบ๊ทรึไง” โจโวยวาย ส่วนเอ็มก็กุมท้องหัวเราะร่วน


“ไม่ได้ปล้ำ นั่นคือวิธีแสดงความขอบคุณของกูต่างหาก” ผมบอก ทุกคนจึงมองมาที่ผมอย่างไม่เข้าใจเพราะคิดว่าผมจะโกรธ ผมจึงเฉลยให้พวกมันฟัง


“มีงานติดต่อเข้ามา และกูกำลังจะได้เงินก้อนโต” ผมส่ายหัวดุ๊กดิ๊กไปมาแล้วหันไปสบตาคนที่ประสบชะตาเดียวกับผม คิน ส่ายหน้าแล้วหันไปทางอื่น


“กูไม่ทำ” คำพูดของคินเบรกฝันผมดังเอี๊ยด


“ทำไมอะ เงินดีนะมึง” ผมถามหาเหตุผล เงินอะ เค้าต้องการเงินนนนนนนนน


“กูรวย” กูก็เคยรวยแต่ตอนนี้ไม่ไง


“เถอะนะ มันแค่งาน นะ นะ นะ” ผมจับแขนคินแล้วช้อนตามอง ชนิดที่ว่ามันเห็นแล้วต้องใจอ่อน แต่เหมือนลูกอ้อนผมไม่ช่วยอะไรเลยเมื่อคินแกะมือผมออก


ผมจึงคิดหาวิธีที่มันน่าจะยอมช่วย


“กูยอมเป็นเบ๊มึงหนึ่งอาทิตย์เลย” นี่ผมทุ่มสุดตัวเลยนะ


ตอนม.ปลายผมถูกใช้อย่างเขียด แต่ก็เป็นวิธีเดียวที่ต่อให้คินไม่อยากทำสิ่งนั้นมากแค่ไหนมันก็ยอมทำ เพราะได้ผมเป็นเบ๊แล้วดีมากไง การบ้านไม่ต้องทำครับผมทำให้หมด หิวเมื่อไหร่ก็เรียกใช้บริการได้ทุกเมื่อ เรียกง่ายๆคือเมื่อไหร่ที่ผมเป็นเบ๊ คินไม่ต้องขยับตัวทำอะไรทั้งนั้นเลยครับ ขนาดปีนต้นไม้สอยมะม่วงให้มันกินก็ทำมาแล้ว


“มึงแน่ใจเหรอ” คินถาม แววตานึกสนุก เห็นแล้วก็เสียวสันหลังวาบ คงไม่ใช้ให้ผมทำอะไรประหลาดๆ หรอกนะ


“เออ แต่ห้ามสั่งให้กูทำอะไรแปลกๆ นะ”


“เป็นเบ๊เลือกงานได้ด้วยเหรอ ถ้าไม่อยากเป็นก็ไม่เป็นไรนะ” ผมยังไม่ทันตัดสินใจคินก็ลุกเดินหนี ผมจึงคว้าแขนมันไว้แล้วจำใจตกลง มันลูบหัวผมเบาๆ เหมือนเอ็นดู


เปล่าหรอก มันมองผมเป็นหมาไปแล้ว
.
.
.

เย็นวันนั้นผมกับคินเดินทางมาถึงร้านกาแฟชื่อดังในย่านแหล่งช็อปปิ้ง เราควงแขนเข้าไปทักทายหญิงสาวที่นัดเรามาโดยยิ้มแย้มแจ่มใส เจรจาค่าตอบแทนพร้อมเซ็นสัญญาแต่ผมสะดุดบางข้อจึงต้องเอ่ยถาม


“เอ่อ ขอโทษนะครับ ในสัญญาระบุไว้ว่าเราต้องคงสถานภาพคู่รักจนครบหนึ่งปี ถ้าเลิกกันก่อนจะต้องเสียค่าปรับสองเท่า ข้อนี้แปลกๆ หรือเปล่าครับ”


“ไม่แปลกหรอกค่ะ น้องสองคนเป็นพรีเซนเตอร์ให้สินค้าคู่รักของเรา ถ้าน้องเลิกกันก่อนระยะสัญญาของพี่ก็ขายไม่ได้น่ะสิ” เธอบอกแล้วผายมือไปยังสัญญาสองฉบับส่งสายตาเร่งให้ผมเซ็น คินโน้มลงมากระซิบข้างหูผม


“เบ๊-หนึ่ง- ปี” เน้นทีละคำจนผมเครียด เครียดว่าระหว่างสัญญาทาสกับสัญญาคู่รักอะไรจะเลวร้ายกว่ากัน และเหมือนหญิงสาวตรงข้ามจะรู้ว่าผมลังเลเธอจึงเสนอบางอย่างที่ทำให้ผมจรดปากกาเซ็นโดยไม่คิดอะไรอีก


เพิ่มเงินเป็นสองเท่า


โอเค จะว่าผมโลภก็ได้ แต่ผมจำเป็นต้องใช้เงินอะ


เราตกลงนัดหมายวันถ่ายแบบแล้วเธอก็ขอตัวกลับไป คินหันมามองผมด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ กระตุกยิ้มที่มุมปากแล้วชี้ไปที่เคาน์เตอร์สั่งกาแฟ


“จะกินอะไร” ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสถานะเบ๊มาเยือนแล้ว


“เดาเอง” พูดจบคินก็หยิบมือถือมากดเล่นเกมปล่อยให้ผมยืนเคว้งและคิดเอาเองว่าคินอยากกินอะไร จริงๆ คินก็กินอยู่ไม่กี่อย่างหรอกครับ เขาติดหวาน ไม่ลาเต้ก็ช็อกโกแลตปั่นนั่นแหละ


ผมสั่งน้ำแล้วเดินกลับมาขอเงินจากคิน ยังดีที่มันไม่ให้ผมจ่ายเองทุกอย่าง เพราะไม่อย่างนั้นได้เงินค่าถ่ายแบบมาเท่าไหร่ก็ไม่เหลือให้ผมใช้หรอก


ผมเดินกลับมาพร้อมเครื่องดื่มของมันและอเมริกาโน่ของผม ผมไม่กินหวานครับ ไม่ชอบ เข้มๆนี่แหละกำลังดี คินนั่งคิ้วขมวดมองเครื่องดื่มในมือเพราะมีวิปครีมอยู่ข้างบน


“กินสิ” ผมไม่บอกอะไรปล่อยให้คินดูดเอื้อกๆ แล้วลอบยิ้มเมื่อเห็นคินมีสีหน้าพอใจ


“ไอซ์ ซิกเนเจอร์ ซ็อคโกแลต รู้ได้ไง” คินถาม


“มีเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับมึงแล้วกูไม่รู้บ้าง” ผมดูดกาแฟต่อพลางเลื่อนดูหน้าฟีดจึงไม่เห็นสีหน้าประหลาดของคิน


“เฮ้ย ดูนี่ดิ” ผมเอนตัวเข้าไปหาคินพลางเปิดภาพที่เอ็มสกัดลูกจากคณะวิทย์ฯได้


“โคตรเจ๋งอะ มันเก่งขึ้นกว่าตอนแข่งงานกีฬาสีอีก”


“อืม” คินเอนตัวหลบ ผมเลยผละกลับมานั่งที่เดิม แค่เป็นเบ๊ไม่ต้องรังเกียจขนาดนั้นมั้ง




“เอ่อ พี่ใช่พี่คินกับพี่เต้หรือเปล่าคะ” ผู้หญิงตัวเล็กน่ารักคนหนึ่งเดินเข้ามาถามอย่างไม่แน่ใจ ผมพยักหน้ายิ้มๆ อยากจีบพี่เหรอ ได้สิ พี่ยังว่าง


“ขอถ่ายรูปคู่ได้ไหมคะ” ผมพยักหน้า เว้นที่ให้น้องผู้หญิงมานั่งข้างกันเลยต้องเขยิบเข้าไปใกล้คิน แต่เธอไม่นั่ง ยืนถ่ายรูปรัวจนผมไม่รู้ว่าถ่ายไปแล้วกี่รูป


“ขอบคุณมากค่ะ” แล้วเธอก็เดินจากไป


อ่าว น้องไม่ได้อยากถ่ายรูปคู่กับพี่เหรอ


ผมเงิบได้ไม่นานปีศาจคินก็ลุกจากเก้าอี้แล้วสั่งให้ผมเดินตาม เรามาอยู่ในห้างใจกลางกรุงท่ามกลางวัยรุ่นมากมาย ทันทีที่เห็นมันเข้าร้านเสื้อผ้าแบรนด์ประจำผมก็รู้ว่าต้องทำอะไร


“เลือกเสื้อผ้ามาให้กู” คินนั่งกอดอกบนโซฟาตัวยาวสำหรับนั่งรอ


ผมเดินไปเลือกเชิร์ตคอลเล็กชั่นใหม่ที่เพิ่งผลิตออกมา เห็นเงียบๆ แบบนั้นแต่งตัวเก่งอย่างกับอะไร ช่วงนี้ผมเองก็ตามแฟชั่นอยู่ครับแต่ไม่มีปัญญาใส่ มีเสื้อของฤดูกาลที่แล้วแค่สองสามตัวที่ซื้อตอนมันลดราคาพอดี แต่อย่าให้พูดถึงที่บ้านใหญ่ เซตใหม่เพิ่งมาถึงเองยังไม่ได้ใส่สักตัวก็เกิดอุบัติเหตุก่อน เสียดาย


“อะ” ผมยื่นชุดที่คัดมาแล้วอย่างดี คินกับผมเราใส่สไตล์ไม่ต่างกันมากนักต่างกันที่สี ผมชอบสีเข้มทึบ ส่วนคินจะใส่โทนสว่าง สดใส ที่ผมเลือกให้ก็สีฟ้า สีขาว และก็สีชมพู


“สีชมพู?”


“อืม เข้ากับมึงดี น่ารักๆ” ผมแหย่คางคินเล่น ความจริงคินชอบสีชมพูครับ แต่คนอื่นชอบคิดว่ามันเป็นคนเงียบขรึมน่าจะเหมาะกับสีดำหรือสีเข้มๆ บอกเลยว่าตู้เสื้อผ้ามันไม่มีเสื้อสีดำสักตัว


“มึงนี่มีอะไรให้กูประหลาดใจได้ตลอดเลยนะ” คินรับเสื้อแล้วเข้าไปลองชุด ระหว่างนั้นผมก็นั่งเล่นโซเชียลรอ พอได้ยินเสียงประตูเปิดก็เลยเปลี่ยนเป็นแอพกล้องแล้วถ่ายภาพมันในเสื้อเชิร์ตสีชมพูซะเลย


“เป็นไง”


“ก็ดูดี” ผมกดโพสรูปพร้อมแคปชั่น


‘คินคินมุ้งมิ้ง’


มีคนมากดไลค์และแสดงความคิดเห็นมากมาย แต่ไม่ทันเลื่อนอ่านคินก็ยื่นชุดแบบเดียวกันแต่ขนาดเล็กกว่าให้ผม


“อะไร” ผมถามอย่างไม่เข้าใจ


“ใส่” ผมเบิกตากว้างแล้วผลักมือที่ถือเสื้ออยู่ออกไป


“กูไม่ใส่ สีหวานเป็นตุ๊ดแบบนี้ให้ตายก็ไม่เอา” คินยัดใส่มือแล้วยิ้มเย็นใส่


“เบ๊” สั้นๆ แต่เจ็บไปถึงทรวง เออ ยอมก็ได้ครับ


ผมมองมันอย่างตัดพ้อ รู้สึกเหมือนกินยาขมเมื่อต้องใส่เสื้อสีชมพู ผมดูตัวเองในกระจก จริงๆก็เข้ากับรูปร่างของเต้ครับ ดูน่ารักและสดใส แต่ผมไม่ชอบสีชมพูอะ


“เสร็จยัง”


“อย่าเร่งได้ไหมเล่า” คินไม่รู้หรอกว่าผมทำใจนานแค่ไหนกว่ายอมใส่ ผมสูดหายใจลึกๆ แล้วเปิดประตูออกมา มันมองผมนิดหน่อยแล้วเดินไปจ่ายเงิน


“เฮ้ย กูไม่เอา” ผมร้องทันที แต่คินไม่สนใจมันบอกให้ผมไปเก็บเสื้อผ้าตัวเอง ถ้าช้าอดกินบุฟเฟ่แถมคินเลี้ยงด้วย


ผมจะทำอะไรได้ล่ะ ของกินชนะทุกอย่างอยู่แล้ว



กินจนพุงกางคินก็พาผมกลับ แต่กลับมายังบ้านเก่าของผมไม่ใช่คอนโด ผมกลับมาเยือนบ้านตัวเองอีกครั้งหลังจากผ่านไปเป็นเดือน มองหน้าแม่บ้านที่เข้ามาเสิร์ฟน้ำและมองผมเป็นคนแปลกหน้า มองหน้าพ่อกับแม่ที่กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา ทั่งคู่ดูอิดโรย รอยยิ้มของแม่ที่มอบให้มาไม่สดใสเหมือนอย่างเคย ส่วนพ่อก็ดูเคร่งขรึมไม่เป็นมิตรเท่าไร


“มาเยี่ยมโซ่เหรอจ้ะ อยู่ข้างบนน่ะ เพิ่งพลิกตัวให้เมื่อกี้ แม่กลัวแผลกดทับน่ะ” ขอบตาผมร้อนผ่าว มองแม่ที่ยิ้มมีไมตรีมาให้


“งั้นผมขอตัวขึ้นไปหามันก่อนนะครับ” คินฉุดมือผมให้ลุกขึ้น


เราเดินมาถึงหน้าห้องของผม จู่ๆ ผมก็กลัวที่จะต้องเดินเข้าไป คินกระตุกมือผมให้เดินตามแล้วปิดประตูลง ผมไม่กล้าหันไปมองร่างตัวเอง


“โซ่ วันนี้กูมาเยี่ยม พาแฟนมึงมาด้วยนะ” คินขึ้นไปนั่งบนเตียง ผมเห็นตัวเองดูซูบผอมลงไปมาก ผมไม่เคยป่วยจึงไม่เคยเห็นตัวเองในสภาพนั้น และผมรับไม่ได้จนต้องเบือนหน้าหนี


“กูรู้ว่ามึงอยากมาหามัน แต่เพราะสถานะแฟนลับๆ มึงถึงมาไม่ได้” คินสรุปเอง แต่ผมเล่นตามเกมไม่ไหวแล้ว ผมอยากร้องไห้


ผมที่เคยอยู่ในจุดสูงสุดของชีวิต หน้าตาดีและร่ำรวย เป็นที่เชิดหน้าชูตาของวงศ์ตระกูล เป็นที่รักของเพื่อนฝูง เป็นนักเรียนดีเด่นประจำโรงเรียน มีผู้หญิงมากหน้าหลายตาเข้ามาให้เลือกไม่ขาดสาย แต่ตอนนี้เป็นได้แค่คนที่ขยับร่างกายเองไม่ได้ ต้องให้แม่มาคอยดูแล คินบอกว่าแม่ไม่จ้างพยาบาลเพราะอยากอยู่ดูแลผม สั่งงานทางโทรศัพท์หรือถ้ามีประชุมด่วนก็จะนั่งเครื่องกลับไป ส่วนพ่อที่ไม่เคยมีเวลาให้ผมก็ย้ายกลับมาอยู่สาขาที่ไทยและให้ลูกน้องขึ้นบริหารแทนไปก่อน


ผมอยากร้องไห้ แต่ผมร้องไม่ออก


นานเท่าไรไม่รู้ที่คินคุยกับร่างของผม เล่าเรื่องราวต่างๆ มากมายให้ฟัง ผมไม่ได้ฟังหรอก ผมจมอยู่กับความคิดแย่ๆ ของตัวเองจนกระทั่งคินเดินมาหาผมและพาผมกลับ ผมลาพ่อกับแม่ตัวเองในสถานะอื่น สถานะของคนแปลกหน้า


ระหว่างทางเราไม่ได้พูดอะไรกัน คินขับรถมาจอดที่สวนสาธารณะใกล้ๆ คอนโดผม ผมเดินตามคนตัวสูงไปนั่งลงข้างกัน


ผมจำที่นี่ได้ ที่ที่ผมเจอคินครั้งแรก มันถูกเด็กคนอื่นที่ตัวใหญ่กว่ารังแก และผมนี่แหละที่ช่วยมันออกมา


“มึงคงรู้สินะว่าที่นี่คือที่ไหน”


“อืม”


“มึงรู้ทุกอย่างจริงๆ เหรอ หึ” คินส่งเสียงในลำคอ


“ก็...คงงั้น”


“ไม่หรอก...ยังมีสิ่งหนึ่งที่มึงไม่เคยรู้ เพราะถ้ามึงรู้มึงจะไม่มีวันปล่อยให้กูอยู่ใกล้โซ่”


“อะไร...”


คินเงียบไปหนึ่งอึดใจแล้วเฉลยคำที่ทำให้ผมตัวแข็งทื่อ




“กูชอบโซ่”




Tbc.





 :mc4: ในที่สุดโซ่ก็รู้ความในใจคินแล้ว แต่จะทำอย่างไรนั้นติดตามตอนหน้าค่ะ 
--------------------------------------------------------------------------------------

ออฟไลน์ เจเจจัง

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 185
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0
ทำไมไรท์ทำแบบนี้ ปล่อยให้เราค้างบนต้นไม้ คินสารภาพรักแบบนี้ดีแล้ว เผื่อโซ่มันจะได้รู้สึกอะไรขึ้นมาบ้าง

ออฟไลน์ angelhani

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 205
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1

ออฟไลน์ นางฟ้าเชียงชุน

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 351
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-1
เราว่าคินก็น่าจะเริ่มคิดแล้วนะว่าเต้อาจเป็นโซ่

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
คิน โซ่  :mew1:
คินชอบโซ่ แต่เริ่มสงสัยเต้
เหตุผลเต้แปลกๆ ความจำเสื่อม
แต่จำว่าเป็นแฟนกับโซ่ได้
เต้ สนิท เข้ากับเพื่อนๆโซ่ได้เร็วมาก
เซีย ไม่ใช่แอบชอบเต้นะ
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ lnudeel

  • I wanna be a CAT!!
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1466
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-5

ออฟไลน์ GuoJeng

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
คินสารภาพออกมาแล้ว ดีใจด้วยนะโซ่ 555
 รออ่านต่อคับ

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
9
☷ ความจริง ☷




“มึง...ล้อเล่นใช่ปะ” ผมพยายามค้นหาว่าคินเล่นตลกอะไร


“...” คินไม่ตอบแต่แววตามั่นคงมองตรงมาที่ผมอย่างแน่วแน่ สัมผัสได้ว่ามันจริงจังกับเรื่องที่พูดมากแค่ไหน


“ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ” ผมยอมแพ้สายตานั้นจนต้องเอ่ยถาม


“ม.1 กูรู้ตัวตั้งแต่ตอนนั้น ก่อนหน้านั้นก็คิดว่าชอบแบบเพื่อน แต่เปล่าเลยกูชอบมันไม่ต่างจากมึง”


มันชอบผม


มันชอบผม


มันชอบผม


โอย แล้วทำไมผมไม่เคยรู้เลย ทุกอย่างที่เราทำร่วมกันมาตลอดผมก็คิดว่าเหมือนเพื่อนทั่วๆ ไป ไม่เคยรู้เลยว่าคินจะมาชอบผมในทำนองนี้ได้


“แน่ใจเหรอวะ” ผมถามอีกครั้งเพราะคิดว่ามันอาจจะผูกพันกับผมมากกว่าเพื่อนคนอื่นจึงคิดแบบนั้นไป


“มึงรู้สึกยังไงกับมัน กูก็รู้สึกแบบนั้น กูถึงพามึงไปหามันเพราะมึงคงเข้าไปเองไม่ได้ กูรู้ว่ามึงรู้สึกยังไงที่เห็นมันนอนอยู่บนเตียง กูเจ็บ เหมือนที่มึงเจ็บนั่นแหละเต้”


คือกูไม่เจ็บไง กูรักตัวเอง ฮือ


“แล้ว...มึงมาบอกกูทำไม” นั่นสิ มันจะบอกผมให้ได้อะไรในเมื่อตอนนี้ผมเป็นศัตรูความรักของมัน


“เพราะเราสองคนรักโซ่เหมือนกันไง กูไม่รู้หรอกว่าถ้ามันฟื้นมันจะเลือกใคร แต่ขอบอกไว้เลยว่ากูสู้ไม่ถอยแน่”


ผมนึกว่าเราจะเป็นพันธมิตรเพราะชอบคนคนเดียวกันกัน แต่สายตาคมกริบที่ส่งมานั่นคืออะไร ท้าดวลเหรอ มึงจะท้าดวลกับคนที่มึงรักไม่ได้


พูดเองก็เขินเอง


เดี๋ยวๆ ไม่ใช่ล่ะ สเปคกูต้องสวยอึ้ม ขาว และหุ่นนางแบบเท่านั้น มีดุ้นเหมือนกันจะเอามาทำไม


ผมตบแก้มตัวเองเพื่อเรียกสติแล้วถามคินไปตรงๆ


“มึงคิดว่ามันไม่ประหลาดเหรอ เป็นผู้ชายแถมยังสูงร้อยแปดสิบอัพทั้งคู่นะแล้วมันจะ...” พูดเรื่อง 18+ ไม่ออกเลยครับ กระดากปากยังไงชอบกล แต่คินก็เดาสีหน้าผมออก


“เรื่องแบบนั้นไม่สำคัญหรอก สำหรับกูแค่เรารักกันก็พอแล้ว” คินหันมาพูดกับผมอย่างจริงจังแล้วพูดต่อว่า


“และถ้ากูทำให้โซ่รักกูได้ มึงสัญญาได้ไหมว่าจะไปจากมัน ไม่ใช่ว่ามึงไม่ดีนะ แต่กูรักมันเกินกว่าจะเสียให้ใครได้”


คำพูดของคินทำให้ผมพูดไม่ออก มันไม่หลบตาผม ทุกคำที่คินพูดออกมาจากใจและทำให้ผมรู้ว่ามันรักผมมากแค่ไหน รักในแบบที่ทำให้ผมรู้สึกผิด


ผิดที่ไม่เคยรับรู้ความรักจากมันเลย


ไม่รู้เลยว่าตลอดระยะเวลาที่คินชอบผม มันเจ็บปวดมากแค่ไหนที่เห็นผมไปกับใครคนโน้นคนนี้ มันต้องฝืนยิ้มและยินดีให้ความรักครั้งใหม่ของผมมาแล้วกี่ครั้ง กี่ครั้งแล้วที่ผมให้คินได้แค่คำว่าเพื่อนและปล่อยให้มันต้องทุกข์ทรมานใจเพียงลำพัง


“ถ้ามึงทำทุกอย่างแล้วโซ่ไม่รักมึงล่ะ” ผมอยากรู้ว่าคินจะทำอย่างไรถ้าผมให้รักในแบบที่มันต้องการไม่ได้


“ก็แค่ต้องมีชีวิตอย่างคนไร้หัวใจ”




“เพราะหัวใจกู...อยู่ที่มันนานแล้ว”



✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣



ผมนอนไม่หลับ


เอาแต่คิดทบทวนถึงสิ่งที่คินพูดก่อนหน้านี้ เพราะผมไม่เคยมีความรักจึงไม่รู้ว่าความรู้สึกที่คินมีต่อผมเป็นอย่างไร ค้นหาเท่าไหร่ก็ไม่พบคำตอบจนต้องลุกขึ้นมาจากเตียง ต่อสายหาคนที่ผมคิดว่าน่าจะช่วยได้


(ว่าไงครับเมีย)


“เซีย กูมีเรื่องอยากปรึกษามึงหน่อย”


(อยาก...เหรอ)


“ไม่ใช่เรื่องใต้สะดือโว้ย” ผมโวยแล้วพูดต่อ “คือ...มึงเคยแอบชอบเพื่อนตัวเองหรือเปล่าวะ”


(มึง!)


“อะไร อย่าบอกนะว่ามึงชอบกูน่ะ” ผมถามอย่างระแวง วงจรผมจะหลุดจากเพื่อนรักเพื่อนได้บ้างไหม


(ก็...บอกมาก่อนว่ามึงชอบใคร) แหนะมียื่นข้อเสนอ


“เฮ้อ กูไม่ได้ชอบใคร แต่มีคนชอบกู”


(ใครวะ มีคนชอบมึงนอกจากกูด้วยเหรอ อุ๊ปส์) นั่น ลางสังหรณ์ไม่เคยพลาดครับ


“สรุปว่ามึงชอบกูสินะ”


(...เปล่า)


“มึงหลุดปากมาแล้ว มึงชอบคนไหน กูคนก่อนหรือคนนี้”


(คนก่อนดิวะ มึงที่ไม่เถื่อนแบบนี้อะ รีบเอาหัวโขกโต๊ะให้ความจำกลับมาด่วนๆ เลย)


“งั้นก็คุยกันง่ายหน่อย มึงอยู่ไหนเดี๋ยวกูไปหา”


(อยู่คอนโด กำลังจะไปผับ)


“เออเดี๋ยวกูไปด้วย ร่างกายต้องการแอลกอฮอล์”


(มึงจะบ้าเหรอ มึงกินไม่ได้ มึงแพ้แอลกอฮอล์)


“โวะ ทำไมแพ้เยอะจังวะ คราวก่อนก็แพ้กุ้งคราวนี้ยังแพ้แอลกอฮอล์อีก ชีวิตพลาดของดีๆ ทั้งนั้น”


(ก็ร่างกายมึงอ่อนแอ เออๆ กูไม่ไปผับแล้ว มึงมาหากูที่...) มันบอกที่อยู่ซึ่งก็ไม่ได้ไกลเลยครับ คอนโดเดียวกันนี่แหละ ผมกดลิฟต์ลงไปหามันแล้วเคาะประตูเรียก


“ทำไมมึงมาเร็วจังล่ะ กูเพิ่งวางสายมึงไปไม่ถึงห้านาทีเลย” ผมเดินเข้าไปในห้อง กวาดตามองห้องกว้างที่ตกแต่งโทนสีเข้ม เหมือนห้องผู้ชายทั่วไป ขนาดกางเกงในยังกองอยู่ที่พื้นเลยครับ


“กูอยู่ห้องข้างบน”


“มึงมีปัญญาซื้อคอนโดอยู่เองด้วยเหรอ เอ๊ะหรือว่าเช่า แต่ราคาก็ไม่น่าจะถูกๆ นา”


“นี่แหละคือเรื่องที่กูจำเป็นต้องคุยกับมึง”


ผมเล่าเรื่องที่ตัวเองสลับร่างกับเต้ ระหว่างที่เล่าเซียก็มีสีหน้ากึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อ ส่วนใหญ่ก็โอเวอร์แอคติ้งปิดปากเบิกตากว้างอย่างรับไม่ได้ ผมจึงเปิดรูปตัวเองให้มันดูประกอบว่าผมเป็นใคร มันถอยห่างเลยครับ ก็ผมตัวจริงผู้ชายทั้งแท่งนี่หว่า ตัวใหญ่กว่ามันอีก รวมถึงบอกเรื่องที่คินมาสารภาพรักกับผม และอยากรู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไป


“เหลือเชื่อมาก ไปหาแม่หมอกับกูไหม ท่านมีร่างทรงเผื่อจะช่วยมึงได้ กูรู้จักอยู่คนหนึ่ง”


“มึงเป็นลูกครึ่งไม่ใช่เหรอ เชื่อร่างทรงได้ไง”


“ความเชื่อส่วนบุคคลอย่าลบหลู่ พรุ่งนี้กูจะพาไปเจอเขา” ดูท่าแล้วคงปฏิเสธไม่ได้เพราะเซียต่อสายถึงแม่หมอทันที นัดแนะกันเสร็จสรรพไม่ถามความสมัครใจผมสักคำ


“เรื่องนั้นช่างก่อน กูจะทำยังไงกับเรื่องเพื่อนต่อดี” ผมกุมขมับ เรื่องนี้เครียดกว่าเรื่องสลับร่างอีก


“มึงคิดยังไงกับมันก็บอกไปตรงๆ บอกว่าวิญญาณมึงมาสิงอยู่ร่างนี้ด้วยก็ดีเผื่อมีอะไรจะได้ช่วยเหลือกัน”


“แต่กูไม่อยากให้มันเสียใจ เพราะกูไม่ได้คิดอะไรกับมันเลย”


“แน่ใจเหรอว่าไม่ได้คิด บอกตรงๆ นะ ตอนที่กูเจอมึงเมื่อวันก่อนกูยังเข้าใจผิดว่ามึงสองคนคบกัน ไม่ใช่เพราะข่าวลือด้วย แต่เป็นมึง” เซียชี้หน้าผม “หน้ามึงมันบอกว่ากูกำลังจะเสียเต้ให้คนอื่น”


“หน้ากู” ผมชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง


“เออ มึงชอบมัน ตอนนี้มึงอาจจะยังไม่รู้ใจตัวเอง ค่อยๆ คิดไปก็ได้ พร้อมเมื่อไหร่ก็บอกมันซะ” ผมยังคงสับสนกับสิ่งที่ได้ยิน


ผมชอบคินเหรอ


ผมได้แต่ถามตัวเองอย่างนั้นซ้ำไปซ้ำมา

.
.
.

“มีอีกเรื่องที่กูคิดว่ามึงควรจะรู้” สีหน้าของเซียจริงจังขึ้นจนผมกังวล


“เต้...ไม่ได้ฆ่าตัวตาย”


“หมายความว่าไง” ผมอึ้งเมื่อได้รู้ความจริง


“มีคนพยายามฆ่าเต้ กูไม่รู้ว่าใครแต่ตำรวจว่ามาอย่างนั้น กูเลยอยากให้มึงระวังตัวเพราะกูอยู่ปกป้องมึงไม่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง”


“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ”


“กูคิดว่าที่มึงต้องมาอยู่ในร่างนี้ก็เพราะเหตุผลนั้น มึงต้องปกป้องร่างนี้แทนเจ้าของเดิม”


“โซ่...กูขอร้อง ฝากดูแลเต้ให้กูที”


ผมพยักหน้ารับ ไม่ใช่เพียงเพราะเซียขอแต่ผมอยากปกป้องเต้และจะสืบให้ได้ว่าใครคือคนร้าย



✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣



เซียพาผมมายังห้องแถวแห่งหนึ่ง มีพนักงานชาวพม่าต้อนรับอยู่ที่เคาน์เตอร์ เขาบอกให้เรานั่งรอเพราะตอนนี้แม่หมอติดคิวของลูกค้าวีไอพี อภิสิทธิ์ชนที่มาทีหลังผมแต่ได้รับบริการก่อน เห็นเธอเดินเยื้องย่างตั้งแต่ผมเดินเข้ามาแล้ว ส่องกระจกดูความเรียบร้อยไม่เสร็จสักที จะขึ้นบันได้ก็ค่อยๆ ก้าวทีละก้าว สงสัยว่าชาติหน้าเธอจะได้เจอแม่หมอไหม


ผมพยายามบอกเซียแล้วว่าให้ช่างมัน ผมดูแลตัวเองได้ แต่เซียไม่ยอมท่าเดียว เอาแต่บอกว่าแม่หมอแม่นมากทายอะไรไม่เคยผิด ตอนที่เซียมาถามหาผมคราวที่แล้วว่าจะได้เจอกันไหม แม่หมอก็บอกว่าจะได้เจอทั้งน้ำตา เซียก็เข้าใจไปว่าเมื่อได้เจอผมคงกลายเป็นร่างไร้วิญญาณ


“เชิญค่ะ” เซียลากผมขึ้นไปยังชั้นสอง เซียดึงผมให้นั่งลงบนพื้นพรมหน้าโต๊ะตัวเล็ก ฝั่งตรงข้ามมีหญิงสาวคนหนึ่งหันหลังให้เรา เธอคลี่ผ้าผืนบางคลุมหัวแล้วหันกลับมา


ผมเห็นหน้าเธอไม่ชัดเพราะถูกบังด้วยผ้าโปร่งสีชมพูที่มีลวดลายดอกไม้ปักอยู่บนเนื้อผ้า แต่รูปร่างของเธอดูคุ้นๆ อย่างไรบอกไม่ถูก เหมือนเคยเห็นหน้าที่ไหนสักแห่ง


“เฮ้อ นายอีกแล้ว” เสียงคุ้นหูทำให้ผมถือวิสาสะเอื้อมมือไปเลิกผ้าคลุมขึ้น


“เฮ้ย มึงทำอะไร” เซียคว้าตัวผมกลับมาแล้วรีบกล่าวขอโทษแม่หมอที่ผมรู้จักดี


เธอคือป่าน...เพื่อนร่วมคณะของผมเอง


“มาถึงขั้นนี้แล้วก็ช่างมันเถอะ” ป่านโยนผ้าคลุมทิ้งไปแล้วมองมาที่ผมอย่างไม่เป็นมิตรเช่นเคย


“แสดงว่าที่เธอไม่ชอบใจเราเพราะว่าเรามาอยู่ในร่างนี้เหรอ”


“ใช่ แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยร่างนี้ให้ตายไปโดยที่เจ้าของร่างยังไม่กลับมา”


“หมายความว่าไง”


“เขาอยู่ในนั้น...” ป่านชี้มายังตำแหน่งหัวใจของผม


“เขาตัวเล็กมาก หวาดกลัวและไม่กล้าออกมา ฉันคิดว่านายคุกคามเขา นายควรไปผุดไปเกิดซะ”


“เอ่อ เรายังไม่ตาย แล้วเราก็ไม่ได้อยากมาอยู่ในร่างนี้ เรามาหาเธอเพื่อให้เธอช่วยให้เรากลับร่างเดิม”


“ฉันช่วยไม่ได้”


“ขอร้องเถอะครับแม่หมอ ช่วยเพื่อนผมด้วย” เซียยกมือไหว้อ้อนวอน ป่านจิ๊ปากอย่างขัดใจ


“ใครก็ช่วยไม่ได้ทั้งนั้น มันอยู่ที่เขาล้วนๆ ถ้าใจเขาไม่แกร่งพอก็จะหดเล็กลงเรื่อยๆ แล้วก็หายไป”


“หะ...หายไป” เซียดูช็อกไปแล้ว เขาเขย่าตัวผมและเรียกร้องให้เต้กลับมา


“หาสาเหตุที่ทำให้เขาทุกข์ใจสิ ถ้าแก้ที่ต้นเหตุได้ เขาก็คงสบายใจแล้วยอมกลับมาเอง” ป่านบอกแล้วไล่พวกเราออกไปเพราะเธอมีลูกค้าอีกมาก เซียพยายามจะให้เงินเธอ แต่เธอปฏิเสธเพราะเรื่องนี้เธอไม่ได้ช่วยอะไรเลยนอกจากให้คำปรึกษาในฐานะเพื่อนร่วมคณะ และอย่างน้อยเธอก็จะได้เลิกมองผมเป็นวิญญาณเร่ร่อนสักที


“แล้วจะเอาไงต่อ” เซียถามผม


“ก็ต้องรู้ให้ได้ว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น” ผมตบอกตัวเองเบาๆ


ไม่ต้องห่วงนะเต้


พวกเราจะช่วยนายเอง






Tbc.







ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์ค่ะ เจอกันตอนหน้า   :mew1:
---------------------------------------------------------------------------------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-02-2017 14:36:39 โดย janeta »

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11
ใครฆ่านานะ เอ๊ยใครฆ่าเต้หว่าาาาาา.

ออฟไลน์ kyungploy

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 335
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
อ๋า โซ่คู่กับคิน ส่วนเต้กับเซียใช่มั้ยคะ งือ ดีจัง

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ insomniac

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1484
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-3
สนุกสุดๆ
คนแต่งใจดีมาก ลงทุกวันเลย

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8900
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ GuoJeng

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
 เอาละสิ ช่วยเต้ให้ได้นะ ให้เต้ได้คู่กับเซีย โซ่ก็จะได้กับคินไปด้วย 555
   รออ่านตอนต่อไปคับ

ออฟไลน์ lnudeel

  • I wanna be a CAT!!
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1466
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-5

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
10
☷ แผนล่อเสือออกจากถ้ำ ☷



“มึงจำที่กูบอกได้ไหม” เซียถามย้ำ


“เออ จำได้”


“ให้เนียนนะโว้ย มึงจะมาทำตัวห่ามๆ แบบเดิมไม่ได้”


“กูจะพยายาม” ผมรับคำเสียงเข้ม


“พูดใหม่” เซียกอดอกทำหน้าเคร่งขรึม และคงไม่ปล่อยผมไปตราบใดที่มันยังไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจ


“เค้าจะพยายาม เหี้ย แสลงปากมาก” เซียยิ้มค้างแล้วจะเอื้อมมือมาตีผม แต่เห็นว่าเป็นร่างเต้เลยตีเบาๆ


เบาจนแทบไม่รู้สึกอะไรเลย ตีทำไม


“เกือบดีล่ะ ไม่ต้องพูดเค้าก็ได้แต่ต้องให้เนียน ไหนลองใหม่ซิ”


“เราจะพยายาม” ผมพูดเสียงค่อย บีบเสียงให้น่ารักนิดนึงตามที่เซียสอน


“ดีแล้วๆ ไปได้” เซียดันผมออกจากรถยนต์คันหรูแล้วรีบขับออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ผมยืนเคว้งอย่างไม่มั่นใจในเสื้อฟิตอก กางเกงฟิตก้นจนแทบจะไม่เหมือนชุดนักศึกษา ผู้ชายที่เดินผ่านไปผ่านมามองผมด้วยสายตาหื่นกระหายจนแทบอยากจะถลาเข้าไปต่อยตาแตก


เย็นไว้ไอ้โซ่ ใจเย็นไว้


ผมเดินเชิดหน้าบิดก้นนิดๆ เดินเข้าคณะไป จริงๆ ชุดนักศึกษาที่ผมใส่อยู่ก็ถูกระเบียบครับแต่ปกติผมใส่ไซส์ใหญ่กว่าเดิมเบอร์หนึ่ง พอต้องมาใส่พอดีตัวจึงรู้สึกอึดอัดนิดหน่อยบวกกับสายตาคนรอบข้างที่มองมาทำให้ยิ่งไม่มั่นใจมากขึ้น แต่จำเป็นต้องทำครับเพราะผมกับเซียมีแผนบางอย่างที่จะล่อคนร้ายออกมา


“ทางนี่ไอ้เต้!” โจกวักมือเรียกผม เห็นทุกคนมากันครบแล้วผมก็ดีใจ เพราะผมจำเป็นต้องยืมมือพวกมันมาช่วยเหลือเต้ ส่วนเรื่องของคิน ผมยังไม่ได้ให้คำตอบอะไรเพราะอยากพิสูจน์ก่อนว่าผมรู้สึกอย่างไรกับคินกันแน่


“กูมีเรื่องจะให้พวกมึงช่วย”


“ช่วยระบายความใคร่?” ผมตีปากเอ็มไปหนึ่งทีแล้วขอเสื้อกันหนาวจากโบ๊ทมาใส่


“กูกำลังถูกหมายหัวโดยคนที่กูไม่รู้จัก ช่วงนี้กูอาจทำอะไรแปลกๆ ไปบ้าง พวกมึงสืบให้กูทีว่าเป็นใคร”


“ไอ้เอ็มคือผู้ต้องสงสัยคนแรก มันหมายปองนมมึง” เอ็มผลักหัวโจไปทีหนึ่งแล้วหันถามผมอย่างจริงจัง


“ความจริงกูสืบเรื่องมึงตั้งนานแล้วแหละ” หะ มึงไปสืบมาตอนไหน เอ็มเห็นสีหน้าสงสัยของผมจึงยอมบอกความจริง


“ตอนแรกกูไม่ไว้ใจมึงหรอกนะเต้ มึงคือคนที่มีประวัติฉาวโฉ่ที่สุดในบอร์ดโรงเรียนเขตนี้ กูอยากรู้ว่ามึงเข้าหาพวกกูเพราะอะไรก็เลยสืบดูและก็ได้รู้ว่ามึงความจำเสื่อม ซึ่งอธิบายได้ดีว่าทำไมมึงตอนนี้ถึงต่างจากข่าวลือ”


เอ็ม มึงไปเป็นนักสืบเถอะ ไม่ต้องรงต้องเรียนมันแล้ว ผมอุตส่าห์ซ้อมบทพูดมาเปล่าประโยชน์ไปเลยเพราะเอ็มบอกเรื่องนี้กับทุกคนหมดแล้ว


“ตอนที่ตามเรื่องมึง นักสืบของพ่อกูก็เจออะไรแปลกๆ ไม่ทันได้ถามอะไรก็ขาดการติดต่อไปเป็นอาทิตย์ ล่าสุดออกข่าวว่าแขวนคอตายในบ้านตัวเองพร้อมจดหมายตัดพ้อเรื่องตกงาน แปลกไหมล่ะ”


ขนลุกเกรียว นี่มันเกินกว่าที่ผมจะสู้ไหวหรือเปล่า ได้แต่มองเพื่อนทีละคนอย่างใจเสียแต่ไม่มีใครหวาดกลัวหรือคิดจะทอดทิ้งผมเลย กลับกันผมได้รับสายตาห่วงใยจากทุกคน โดยเฉพาะคินที่มองผมต่างออกไป ผมไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเขามองผมเป็นศัตรูหัวใจ หรือเป็นเพราะผมที่หวั่นไหวกับแววตาคู่นั้นจนคิดว่ามันแตกต่างไปจากเดิม


“แล้วมึงจะทำยังไงต่อไป” โจถาม


“เล่นละครตบตามันไง ถ้ามันรู้ว่าความจำกูกลับคืนมามันต้องรีบมาหากูแน่นอน”


“ทำไมมึงคิดอย่างนั้น” เอ็มขมวดคิ้วสงสัย


“ที่กูมีชีวิตรอดมาจนถึงวันนี้เพราะมันรู้ว่ากูจำอะไรไม่ได้ เลยไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องฆ่ากู”


“แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่พวกเขารู้ว่าเต้จำได้ก็จะมาจับตัวไปเหรอ” ผมยิ้มให้โบ๊ท บทจะเข้าใจก็เข้าใจได้นี่หว่า


“ใช่”


“มึงก็เลยต้องแสร้งทำเหมือนปกติหรือก็คือตัวมึงคนก่อนหน้านี่ อย่างนั้นใช่ไหม” ผมพยักหน้ารับคำคิน


“เพราะฉะนั้นกูต้องขอความร่วมมือจากพวกมึง อ้อ มีเซียอีกคนที่สืบอยู่ลับๆ พวกเดียวกันเข้าใจไหม”


“โอเค แก๊งหล่อ เอ้ย แก๊งบอยเฟรนด์ สู้” เอ็มวางมือไว้บนโต๊ะ พวกเราก็เลยวางมือซ้อนกันแล้วตะโกนพร้อมกัน


“สู้!”


“สู้อะไรกันคะนักศึกษา” อาจารย์ประจำวิชาถามผ่านไมโครโฟน


“สู้เพื่อเกรดครับ!” โจตอบอย่างกระตือรือร้น เมื่ออาจารย์ได้รับคำตอบน่าพอใจก็สอนอย่างอารมณ์ดีตลอดทั้งคาบ
.
.
.
“คิน อยากกินน้ำแข็งไสอะ” ผมทำเสียงเล็กเสียงน้อยขณะควงแขนคินมายังโรงอาหาร เพื่อนคนอื่นๆ รุ่นพี่เรียกไปซ้อมครับเราสองคนก็เลยมาล่อเป้าฆาตกรไปพลางๆ ก่อน ผมเอียงคอไปซบไหล่แล้วช้อนตามองอ้อนๆ เห็นหน้าคินแดงๆ เลยกระซิบถาม


“เขินเหรอมึง” คินเบือนหน้าหนีไปนิดแล้วก้มลงมาหอมแก้มผมแรงๆ


ผมเบิกตากว้างกำหมัดแน่น เกือบจะวางมวยแล้วครับถ้าคินไม่รวบตัวผมเข้าไปกอดเสียก่อน


“เดี๋ยวแผนก็แตกหรอก” คินพูดเสียงเบา ผมได้แต่ฮึดฮัดแล้วยอมเดินตามคนตัวสูงไป


“แล้วมึงจะเล่นใหญ่ทำไมหะ ให้กูเล่นคนเดียวพอ”


“เดี๋ยวไม่สมจริงไง นี่กูช่วยมึงนะ” ผมถอนหายใจแล้วยอมเล่นไปตามน้ำ


“อะ” คินยืนลูกชิ้นปลามาให้ผม แต่ผมเนียนไปมองทางอื่น ความจริงผมเกลียดลูกชิ้นปลาครับแต่เรื่องอะไรจะบอกจุดอ่อนให้คินรู้ล่ะเดี๋ยวมันก็หาเรื่องแกล้งผมอีก พอเห็นดาวคณะบัญชีเดินผ่านมาก็อยากจะเข้าไปขอเบอร์จริงๆ ขาสวยชิบหาย


เธอหันมาทางผมแล้วยิ้มให้ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้โต๊ะพวกเรา หรือว่าเธอจะมีพลังจิตหยั่งรู้ว่าผมอยากได้เบอร์เธอ


“คิน รุ่นพี่ให้มาตามไปซ้อมเดินบนเวทีน่ะ” แป่ว


“เดี๋ยวเราตามไป เต้ อ้าม” ยังมีหน้ามาป้อนลูกชิ้นผมอีก ดีนะมันเปลี่ยนเป็นลูกชิ้นสาหร่ายผมถึงยอมกิน


“เอ่อ งั้นเราขอตัวก่อนนะ” เธอหน้าเจื่อนนิดหน่อย รีบเดินหนีไปทันที


“เดี๋ยวมึงไปกับกูนะ” คินพูดขึ้นหลังจากจิ้มลูกชิ้นสองลูกสุดท้ายเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆจนแก้มป่อง ผมเอานิ้วจิ้มแก้มมันเล่น มันก็ปล่อยให้เล่นไม่ปัดมือออก


“ไปทำไม คิกๆ หน้ามึงตลกอะ” มันยิ้มนิดๆ แล้วขโมยแก้วน้ำผมไปดูด อ่าว ก็แดกได้นี่ แล้วทำไมตอนนั้นแดกไม่ได้


“ไปเป็นเบ๊ให้กูไงครับ” โห่ ผมนึกว่ามันลืมสัญญานั่นไปแล้วนะ


“เออๆ แค่นั่งเฝ้าใช่ไหม” คินพยักหน้าแล้วลุกขึ้นเอาจานไปเก็บก่อนจะตั้งแขนให้ผมควงเดินออกมา รู้หน้าที่ดีจริงๆ


คินฝากกระเป๋าไว้กับผมแล้วมันก็เดินไปรวมกับพวกดาวและเดือนคณะอื่นๆ ผมปีนขึ้นไปนั่งบนแสตนเหลือบไปเห็นเอ็มที่เพิ่งซ้อมบอลเสร็จกำลังวิ่งลัดสนามมาหาผม รับขวดน้ำจากผมไปดื่มเพียงครึ่งขวดส่วนที่เหลือก็ราดหัวดับความร้อน


“เถิบไปหน่อยดิ๊” ผมเขยิบที่ให้มันนั่งทั้งๆที่บนแสตนมีผมกับมันนั่งกันอยู่สองคน จะมาเบียดกูเพื่อ?


“กูได้กลิ่นทะแม่งๆ” เอ็มเข้ามากระซิบใกล้ๆ แต่ผมดันหน้ามันออก


“กลิ่นเหงื่อมึงไง ถอยออกไปห่างๆ กูเลย” ผมยื่นทิชชู่ให้มันเช็ดหน้า มันรับไปซับจนหน้าแห้ง


“ไม่ใช่กลิ่นเหงื่อกู แต่เป็นเรื่องของมึง” เอ็มหันหน้าไปทางเวทีที่ดาวและเดือนคณะกำลังซ้อมเดินทีละคน


“ยังไงวะ”


“พี่ภู แฟนคนสุดท้ายของมึงไง เดือนมหาวิทยาลัยปีสาม”


“เป็นถึงเดือนมหาลัยเลยเหรอวะ” ผมชักอยากรู้แล้วสิว่าหน้าตาเขาเป็นยังไง


“อืม แต่เพิ่งลาออกจากมหาวิทยาลัยทั้งที่อีกปีเดียวจะจบ มึงไม่คิดว่าแปลกเหรอ” ผมคิดตามคำพูดเอ็ม จะว่าไปนั่นเป็นช่วงที่เต้คบหากับพี่ภูพอดี


“หรือว่าพี่ภูเป็นคนร้าย”


“ยังไม่แน่หรอก คนร้ายอาจจะหลอกให้เราคิดไปแบบนั้นก็ได้” ก็จริง ผมกับเอ็มก็ได้แต่เดาไปต่างๆ นานา นั่งดูดาวคณะแจ่มๆ แล้วพูดทะลึ่งกันอยู่สองคน จนกระทั่งโบ๊ทวิ่งหน้าตื่นมาพร้อมไม้คทาแล้วบอกว่าโจเป็นลม ผมกับเอ็มขำก๊ากออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ถึกๆ อย่างไอ้โจก็สู้พี่โหดไม่ได้เหรอเนี่ย


พวกเรารีบไปหาโจที่ห้องพยาบาล ตอนแรกก็คิดว่ามันสำออยครับแต่พอเห็นสภาพก็ได้แต่สงสาร โจนอนหน้าซีดอยู่บนเตียงโดยมีพี่โหดเอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าให้อยู่ ผมหันไปมองโบ๊ทนิดๆ เห็นมันไม่มีปฏิกิริยาอะไรก็เลยเฉยๆ ไว้


“พวกมึง” โจครางเสียงแผ่ว พี่โหดจึงลุกจากเก้าอี้ปล่อยให้พวกเราเข้าไปหาโจ


“เมื่อเช้ายังดีๆ อยู่เลยทำไมตอนนี้ดูโคตรป่วย” เอ็มถาม


“หิวไหม เดี๋ยวเราไปซื้ออะไรให้กิน” โบ๊ทถาม


“ขอน้ำส้มเย็นๆ สักแก้วก็ดี” โบ๊ทฝากคทาไว้ที่ผมแล้วรีบวิ่งออกไปทันที โจมองตามโบ๊ทก่อนจะหันมามองพวกผมด้วยแววตาจริงจัง


“กูโดนวางยา” สิ่งที่โจบอกทำให้ผมกับเอ็มหันมามองหน้ากัน


“ใครทำ” ผมถามกวาดตามองไปรอบๆห้องพยาบาลเผื่อคนร้ายซุ่มดูอยู่


“กูไม่รู้ แต่เป็นของกินที่ฝากมาให้มึง...เต้” ผมรู้สึกชาวาบไปทั้งร่าง นี่มันกะจะวางยาผมเลยเหรอ


ผมมองโจอย่างรู้สึกผิด เป็นเพราะผมโจถึงต้องโดนลูกหลงไปด้วย พอโจเห็นสีหน้าของผมก็เอื้อมมือมาลูบหัวผมเบาๆ แล้วยิ้มเซียวๆ มาให้


“กูไม่เป็นไรแล้ว แดกไปนิดเดียวเอง ไม่สะเทือนกระเพาะกูเท่าไหร่ แต่มึงน่ะ อย่ารับของใครมาสุ่มสี่สุ่มห้านะ”


“เพราะมึงตะกละแดกของเพื่อนไงเทวดาเลยลงโทษ” โจหัวเราะเพราะคำพูดของเอ็มพลอยให้ผมรู้สึกดีขึ้น ถ้าไม่ใช่เพราะของที่โจกินจงใจส่งมาให้ผม ผมก็คงหัวเราะไปด้วยกันอย่างสบายใจ


“น้ำส้มมาแล้ว” โบ๊ทถือน้ำส้มคั้นแก้วใหญ่มาให้โจ แต่พวกเรารู้ว่ามันกินไม่ได้จึงชิงดูดกันเกือบหมด ทิ้งให้โบ๊ทยืนงอนผมกับเอ็ม ไม่พูดไม่จา ทั้งที่โจให้โบ๊ทไปซื้อน้ำก็เพื่อกันไม่ให้โบ๊ทรู้ความจริง คงเพราะกลัวว่าโบ๊ทจะเป็นกังวลเกินเหตุ ยิ่งชอบคิดไปไกลอยู่


“แล้วสรุปใครวางยาโจเหรอ” โบ๊ทถามซื่อๆ เราสามคนเลยได้แต่ถอนหายใจออกมา คิดว่าปิดได้แล้วเสียอีก


“ใครบอกมึงว่าโจโดนวางยา” เอ็มถาม


“พี่โหดไง เห็นตามเรื่องให้อยู่ ทำไม จะเก็บเป็นความลับกันเหรอ” โบ๊ทเข้าโหมดงอนอีกแล้วครับ พวกเราต้องแก้ตัวเป็นพัลวันกว่าโบ๊ทจะหายโกรธ


“แสดงว่าแผนเราสำเร็จ เต้ มึงเล่นใหญ่ต่อไป กูว่าคนร้ายใกล้ตัวพวกเรามากกว่าที่คิด อย่างน้อยก็รู้ว่าอยู่มหาลัยเดียวกัน” ผมพยักหน้ารับคำเอ็มแล้วขอตัวไปเล่นใหญ่กับคินก่อน


กูจะต้องรู้ให้ได้ว่ามึงเป็นใคร
.
.
.
“คินคิน” ผมเรียกคินเสียงหวานทันทีที่เห็นมันซ้อมเสร็จ เดินเข้าไปกอดเอวร่างสูงอย่างอ้อนๆ ส่งสายตาหวานเชื่อมให้คนรอบข้างอิจฉาเล่น ข่าวจะได้แพร่สะพัดไปเร็วๆ ว่าผมกับคินสวีทกันแค่ไหน


คินผงะไปนิดที่เห็นผมเปลี่ยนไปแต่มันก็เข้าใจสถานการณ์ดีเลยตอบกลับไม่แพ้กัน


“ครับ ที่รัก” คินโอบเข้าที่เอวของผม ส่งรอยยิ้มหวานๆ และจมูกโด่งที่เข้ามาคลอเคลียข้างแก้มผมทำให้รู้สึกร้อนหน้าแปลกๆ


“เอ่อ เรามีนัดถ่ายแบบกันนะ ระ...รีบไปกันเถอะ” ผมดันตัวคินให้ห่างออกมาหน่อย แต่มันกระชับตัวผมเข้าไปแนบชิดมากขึ้น


“จะรีบไปไหนล่ะครับ ไปหาข้าวกินกันก่อนดีกว่าโน๊ะ” ผมพยักหน้า รีบไปเถอะกูเริ่มอายนิดๆ ล่ะ


คินพาผมเดินออกจากบริเวณนั้น พอถึงรถผมก็รีบผละจากคินแล้วเปิดเข้าไปนั่งบนรถทันที หลบสายตาใครต่อใครที่เดินผ่านไปผ่านมา ก็รู้ครับว่าต้องล่อคนร้ายออกมาแต่หัวใจผมทำงานหนักเกินไปแล้ว ตอนเข้าไปใกล้คินก็ไม่รู้สึกอะไรนะ เล่นไปตามบทบาทที่วางแผนไว้ในหัว แต่เมื่อไหร่ที่คินเล่นด้วย โอย ทำไมรู้สึกเครียด


“จะกินอะไร” คินถามเมื่อเราออกจากมหาวิทยาลัยมาได้สักพัก


“ใกล้ๆ สตูฯก็ได้” พูดจบก็ไม่มีใครพูดอะไรอีก ความเงียบทำให้ผมอึดอัดจนทนไม่ไหวต้องเอื้อมมือไปเปิดวิทยุฟัง



มันคงเป็นความรัก ที่ทำให้ตัวฉัน
ยังยืนอยู่ตรงนี้
มันคงเป็นความรัก ที่ทำให้ใจฉัน
ไม่ยอมหยุดเสียที



เมื่อได้ยินว่าเป็นเพลงอะไรผมก็ชะงักแล้วเอื้อมมือจะกดเปลี่ยนเพลง แต่คินห้ามไว้มันบอกอยากฟังเพลงนี้ผมก็เลยต้องนั่งฟังไปด้วย แค่ฟังไม่เท่าไหร่ครับจู่ๆ คินก็ร้องคลอไปตามเพลงด้วยนี่สิ โอย เสียงหล่อละลายครับ


แล้วหัวใจผมเต้นตามเสียงคินไปทำไมเนี่ย!


แม้ว่าเหมือนไม่มีโอกาส
แม้ว่าฉันต้องพลาดไปกี่สักที
แต่ว่าความรัก ก็ยังขอให้ฉันทำแบบนี้



ผมหลบสายตาที่มองมา ใจเย็นลูกใจเย็น มึงจะเต้นอะไรนักหนาห้ะไอ้หัวใจบ้า


ที่จะให้เธอจนกว่าเธอจะรัก
บอกรักเธอจนกว่าเธอนั้นจะยอม
เธอคือความสุขของฉัน
ถ้าเธอไม่รับมัน
ให้ฉันเริ่มต้นอีกกี่ครั้งก็พร้อม



ผมนั่งตัวเกร็งอยู่บนรถ ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่าคินร้องเพลงนี้ให้ผม เห็นเหลือบมองผมบ่อยๆ แล้วยิ้มมุมปากผมเลยไม่กล้าสบตามัน ได้แต่หันไปมองวิวข้างทางที่ไม่มีอะไรน่าสนใจ เม้มปากแน่นและพยายามสงบใจตัวเอง


ใจเย็น คินมันคงหมายถึงโซ่


อ่าว โซ่ก็กูไง


หากสุดท้าย เธอไม่เปลี่ยนใจ
ไม่เป็นไรใจฉันก็ไม่ยอม
ถ้ารอให้ฉันหยุดหัวใจ
คงต้องรอให้โลกหยุดหมุนไปก่อน...








Tbc.





ชื่อตอนกับท้ายตอนนี่คนละเรื่องเลย คินคินทำแบบนี้ทำไมนะ 555 :hao7:

ลงบ่อยเพราะเห็นคนอ่านมาเม้นเยอะก็เลยมีกำลังใจเขียนอิอิ เจอพี่คินตอนหน้าค่ะ

มันคงเป็นความรัก-STAMP เนื้อเพลงอ้างอิงจาก http://lyricth.blogspot.com/2014/06/supermarket6.html

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-02-2017 22:48:07 โดย janeta »

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
เหมือนคิน จะรู้เลาๆว่า เต้ คือโซ่
เพราะยอมกินน้ำแก้วเดียวกับเต้

ออฟไลน์ ♥lvl♀‘O’Deal2♥

  • หานิยายถูกใจยากจัง!
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2665
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-4

ออฟไลน์ เจเจจัง

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 185
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0
คินคู่โซ่ เต้คู่เซีย  ดีต่อใจ

อยากอ่านพาร์ทคินแล้วอ่ะ

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
11
☷ ทวงคืน ☷


[คิน]

เห็นคนข้างๆ นั่งตัวเกร็งหันหน้าไปทางอื่นก็ได้แต่หัวเราะในใจ


ความจริงผมรู้ว่าเขาเป็นใคร


รู้มานานแล้ว เพราะทุกสิ่งที่มันทำไม่ใช่เรื่องที่แค่ฟังแล้วจะทำตามได้


ตอนที่เห็นมันพูดเล่นหัวกับคนในกลุ่ม ผมก็แค่คิดว่าเพราะนิสัยแบบนี้สินะที่มัดใจโซ่ได้ คนที่เหมือนกับโซ่ทุกอย่าง จนผมเกือบจะตัดใจยอมแพ้เรื่องโซ่แล้ว


แต่บางอย่างบอกผมว่าสิ่งที่เห็นอาจจะไม่ใช่เรื่องจริง


ผมจึงคอยจับผิดคนข้างตัวมาตลอด จับผิดในสิ่งที่ผมรู้ว่าโซ่ชอบ โซ่ทำ และโซ่คิด


ผมเห็นทุกอย่างในตัวเต้


ทั้งเรื่องเค้กรสโปรดของผม คนนอกอย่างเต้ไม่จำเป็นต้องทุ่มเทถึงขนาดนั้น ยิ่งกับคนที่หารายได้พิเศษด้วยทำไมต้องซื้อเค้กแพงๆ ให้ผมอีก แม้จะบอกว่าซื้อแถวนี้แต่ทำไมผมจะไม่รู้ว่าเค้กนั้นมาจากไหน ร้านอยู่ไกลมากจนต้องนั่งรถไปไกลเพื่อไปซื้อ


เต้จำเป็นต้องทำเพื่อเพื่อนของแฟนขนาดนี้เลยเหรอ ผมคิดว่าเต้ไม่ใช่คนละเอียดอ่อนแบบนั้นหรอก


แล้วยิ่งได้รู้ว่าเต้ความจำเสื่อม ผมยิ่งมั่นใจ


ใครจะไปจำเรื่องราวร่วมกันของคนอื่นได้เกือบทั้งหมดแต่ลืมเรื่องราวของตัวเองทุกอย่างแบบนั้น


ผมแค่ไม่รู้ว่าทำไม่โซ่ถึงไปอยู่ในร่างเต้


และโซ่ทำให้ผมแปลกใจอีกครั้งเมื่อเสนอตัวเป็นเบ๊ให้ผม เบ๊ของผมที่ใครไม่เคยคิดอยากจะเป็น แต่ตำแหน่งที่ผมตั้งขึ้นก็ทำให้เราได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น และเป็นวิธีเดียวที่โซ่รู้ว่าผมจะยอมทำทุกอย่างถ้าเขาเป็นเบ๊ให้ผม


คงไม่มีใครที่ไหนเล่าเรื่องที่ลดศักดิ์ศรีอย่างนั้นให้แฟนฟังหรอกจริงไหม


เขายังจำสีที่ผมชอบ จำรสชาติที่ผมรักได้ ไม่ผิดเพี้ยนเลยแม้แต่อย่างเดียว


ยิ่งทำให้ผมอยากเผยความลับในใจ อยากรู้ว่าเขาคิดยังไงกับผม


ผมบอกว่าชอบเขา


ปฏิกิริยาที่เห็นทำให้ผมรู้ว่าโซ่ไม่ได้รังเกียจที่ผมชอบเขา แต่เขาสับสนเกินกว่าจะเข้าใจว่าผมรู้สึกอย่างไร เขาเหมือนเด็กน้อยที่ยังอ่อนต่อโลกของความรัก เป็นแค่คนที่เล่นสนุกไปวันๆ ไม่เคยรักหรือจริงจังกับใคร


ผมจึงจำเป็นต้องฉุดรั้งเขาไว้ อย่างน้อยให้เขารู้ว่าผมชอบเขาก็ยังดี


“เพราะเราสองคนรักโซ่เหมือนกันไง กูไม่รู้หรอกว่าถ้ามันฟื้นมันจะเลือกใคร แต่ขอบอกไว้เลยว่ากูสู้ไม่ถอยแน่”


ผมพูดไปหมดแล้ว และย้ำให้มึงรู้ว่าครั้งนี้ผมจะเขารุกอย่างจริง ไม่ใช่รุกตอนที่เขาฟื้น แต่รุกตอนที่เขายังเป็นเต้ และถ้าเขามีใจให้ผมบ้างสักนิดเมื่อกลับไปเป็นโซ่คนเดิมผมก็ไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรอีกแล้ว


ผมแค่เดินหน้ารักเขาอย่างเคยก็พอ


เพิ่มเติมคือเขาเองก็รักผม เท่านั้นก็พอแล้ว


“คิน อยากกินน้ำแข็งไสอะ”


ท่าทางน่ารักของโซ่ทำให้ผมเขิน เขินอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเพราะผมไม่เคยชอบใครนอกจากโซ่ ซึ่งคุณก็รู้ดีว่าปกติมันก็เป็นผู้ชายแมนๆ คนหนึ่ง ไม่เคยทำท่าน่ารักเพื่อให้ใครชอบ ผมรู้ว่ามันฝืนแสดงต่อหน้าคนอื่นแต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าน่ารักเหลือเกิน


ถ้ามันอ้อนผมด้วยเสียงและใบหน้าที่แท้จริงของมัน ผมคงทนไม่ได้


ทนไม่ได้ที่จะให้ใครเห็นโซ่นอกจากผม


“เขินเหรอมึง”


ผมอดไม่ได้จนต้องก้มหอมแก้มลงไปแรงๆ โซ่น่ารัก ไม่ใช่แค่ภายนอกแต่ผมรักเขาจากภายใน ผมมองผ่านความน่ารักของเต้เข้าไปถึงโซ่ตัวจริง โซ่ที่ทำตัวไม่ถูกเมื่อผมจู่โจมโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว


ผมแกล้งยื่นลูกชิ้นปลาที่เจ้าตัวเกลียดไปให้ โซ่ก็เมินไปมองทางอื่น แต่พอผมเปลี่ยนเป็นลูกชิ้นสาหร่ายเขาก็ยอมกิน น่ารักจนอยากฟัดสักฟอดสองฟอด แต่กลัวไก่จะตื่นก่อนครับ ฮ่าๆ


ขณะกำลังเคี้ยวลูกชิ้นอยู่โซ่ก็เข้ามาเล่นแก้มผม ผมรู้ว่าเขาจะทำอย่างนี้ เพราะเขาชอบอยู่ใกล้ผมเมื่อผมดูมีอะไรให้สนใจ อย่างเช่นตอนนี้ที่ในปากเต็มไปด้วยลูกชิ้น โซ่ยิ้มน่ารักอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ผมใจกระตุกจนต้องขโมยแก้วน้ำโซ่มาดูดแก้เก้อ


น่ารักชิบหาย


ผมดีใจที่เกิดมาหน้าตาดีก็วันนี้แหละครับ เพราะโซ่ถึงเลือกให้ผมเป็นคู่ควง ซึ่งทำให้ผมได้แทะโลมเขาบ้างเล็กน้อย


ผมชอบให้เขาเรียกคินคิน ชื่อเฟซผมโซ่ก็เป็นคนตั้งให้ตอนที่ผมยังใช้โซเชียลไม่เป็น เคยถามเหมือนกันว่าทำไมต้อง Parkinson เพราะชื่อผมก็แค่ Pakin โซ่บอกว่าตั้งให้ยาวๆ ไปอย่างนั้น


ผมคงหาคนที่คิดแบบนี้ที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ต้องเป็นโซ่คนเดียว


โซ่ดูขัดเขินเมื่อคลอเคลียอยู่ใกล้ๆ เป็นปฏิกิริยาเล็กๆ ที่ทำให้ผมมีความสุขมาก อย่างน้อยก็แสดงให้ผมรู้ว่าเขาเองก็น่าจะมีใจให้ผมอยู่บ้าง ไม่เป็นไรหรอก ผมจะทำให้มันเพิ่มขึ้นด้วยตัวของผมเอง


โชคดีที่เขาเปิดเพลงที่ตรงใจผม ผมจึงได้มีโอกาสบอกเขาอีกครั้ง


ผมจะให้โซ่...จนกว่าโซ่จะรัก

บอกรักโซ่...จนกว่าโซ่จะยอม

เพราะโซ่คือความสุขของผม แม้ว่าโซ่จะไม่รับมัน ผมก็พร้อมจะเริ่มต้นใหม่ไม่ว่าจะอีกกี่ครั้งก็ตาม



✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣




ผมกับคินกินข้าวร้านข้างทางครับ รสชาติเด็ดจนผมต้องกลับมาพูดกับคินเป็นต่อยหอย ลืมความเครียดบนรถก่อนหน้านี้ไปเลย


“โคตรเด็ดอะ มึงลองๆ” ผมฉีกหมึกย่างชุ่มน้ำจิ้มซีฟู้ดให้มันไปหนึ่งชิ้น มืออีกข้างก็จิ้มกินเอง ยังไม่ทันเข้าปากสัมผัสหยุ่นที่ไล้เลียนิ้วผมอยู่ทำให้ต้องเงยหน้าขึ้นมองคนตรงข้ามอย่างอึ้งๆ


มึงทำอะร้ายยยยยยยยย


ฉ่า


ผมชักมือตัวเองกลับแล้วใช้ทิชชู่เช็ดนิ้วที่ถูกกระทำ รู้สึกร้อนหน้าจนอยากเอาปี๊บมาคลุมหัว คงแดงเถือกไปถึงไหนต่อไหนแล้วแน่ๆ คินยิ้มบางๆ กินข้าวต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


กูอยากเป็นบ้า
.
.
.
เมื่อมาถึงเราก็ไปลองชุดและแต่งหน้าบางๆ ใช้คอนเซ็ปต์น่ารักสดใสสไตล์คู่รักวัยรุ่นทั่วไป เสื้อเชิร์ตสีชมพูที่คินเคยให้ลองดูเด็กๆ ไปเลยเมื่อเทียบกับเสื้อฮูดหูกระต่ายที่ผมต้องใส่ ส่วนคินได้เสื้อฮูดหูหมาป่า ผมต้องแสดงท่าทางวิ่งหนีอย่างน่ารัก รวมถึงท่าถูกจับกินที่ค่อนข้างล่อแหลมต่อต้นคอของผม


“ก้มลงไปอีกน้องคินอ้าปากนิดๆ  คิดว่าตัวเองเป็นหมาป่าที่กำลังจะกินเหยื่อนะ” คินก้มลงมาใกล้จนผมเกือบหยุดหายใจ หัวใจเต้นแรงเมื่อลมหายใจร้อนไล้ไปตามซอกคอ


“น้องเต้อย่าเกร็งครับ อยู่นิ่งๆ ไม่ต้องเอียงคอขนาดนั้น” ไม่ให้เอียงหนีได้ไงล่ะพี่ ปากมันเฉียดต้นคอผมหลายรอบแล้วนะ


สยิวกิ้วมากครับ ฮือ


“โอเค ไปพักกันก่อนนะเดี๋ยวมาถ่ายต่อ”


พอพี่ตากล้องพูดจบผมรีบถอดเสื้อออกเลยครับ เสื้อหูกระต่ายก็น่ารักนะแต่ผมไม่ชอบเลย คินเห็นผมอารมณ์ไม่ดี ไม่รู้มันรู้ได้ไงว่าผมไม่ชอบ จู่ๆ ก็ถอดเสื้อฮูดของตัวเองออกแล้วส่งให้ผมใส่


ผมก็รับมาใส่สิครับ ตัวนี้ดูดีกว่าไอ้หูกระต่ายบ้องแบ๊วนั่นตั้งเยอะ วิ่งไปส่องกระจกเห็นว่าโคตรเท่เลย ผมทำหน้าโหด อ้าปากกว้างจนเห็นเขี้ยวเล็กๆแล้วยกมือสองมือขึ้นทำท่าขย้ำเหยื่อ


“ฮ่าๆ”


ผมหันควับไปหาเจ้าของเสียงหัวเราะ เดินตรงเขาไปหาด้วยท่าเดิม ตอนนี้คินสวมเสื้อฮูดของผมอยู่ครับ คงเพราะมันชอบอะไรๆ น่ารักๆ ก็คงดีใจที่ได้ใส่ชุดนั้น


ผมเดินเข้าไปหาคินช้าๆทำท่าเหมือนป่าจ้องตะครุบเหยื่อ มันมองผมอยู่ครับแต่ไม่เห็นจะกลัวอะไร กลับกันยิ่งยิ้มกว้างจนผมแสบตา อยู่กับมันมาตั้งนานไม่เคยคิดว่าแค่รอยยิ้มจะทำให้มันดูดีขนาดนี้นะ


แชะ


เสียงลั่นชัดเตอร์รัวๆ เรียกให้เราสองคนหันไปมองต้นเสียง พี่ตากล้องยิ้มให้เรานิดๆ แล้วบอกว่ารูปที่เพิ่งถ่ายไปดูเป็นธรรมชาติและดีกว่าที่ถ่ายไปทั้งเซ็ตอีก เขาก็เลยให้ผมเป็นหมาป่าและคินเป็นกระต่ายน้อยถ่ายรูปในแบบของเราเอง และภาพที่ได้ก็ออกมาดีมากด้วย


“ขอบคุณน้องทั้งคู่มากนะที่มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้แบรนด์พี่ ชุดนี้พี่ให้เลย ส่วนนี่ค่าตอบแทนของคินจ้ะ” เธอยื่นซองเงินจำนวนหนึ่งให้คิน ผมจึงมองหาของตัวเองก็ไม่เห็นว่ามีในส่วนของผม


“เอ่อ แล้ว...ของผมล่ะครับ”


“อ้าว แม่น้องเต้มาขอเบิกล่วงหน้าไปตั้งแต่เมื่อวันก่อนแล้วจ้ะ เห็นบอกว่าต้องเอาไปจ่ายค่าเทอมน้องชายเราด้วยนี่ เก่งนะ เรียนไปด้วยหาเงินส่งน้องเรียนไปด้วย” ผมยิ้มแหยๆ


เงินกู


ผมยิ้มนิดๆ เออออตามเธอไปแล้วขอตัวกลับ


“คิน มึงกลับไปก่อนเลย กูมีธุระ” ผมกำลังจะผละไปขึ้นรถเมล์แต่ถูกคินรั้งแขนไว้


“กูไปด้วย”


“นี่ไม่ใช่เรื่องของมึง” เรื่องนี้ผมต้องจัดการด้วยตัวผมเองเท่านั้น


“แค่ไปส่งเท่านั้นเอง”


“เออๆ” ประหยัดค่ารถไปได้ตั้ง 20 บาท


ระหว่างที่คินกำลังถอยรถออกจากซองผมก็ต่อสายหาเซีย ถามที่อยู่บ้านของเต้แล้วบอกคินไปตามนั้น


“มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” คินถาม


“ไม่มีอะไร กูแค่คิดถึง ‘บ้าน’ ” ผมเน้นคำท้าย สถานที่ที่เปรียบเสมือนนรกของเต้ วันนี้ผมจะได้เข้าไปเผชิญแล้ว


“จอดหน้าหน้าบ้านนี้แหละ แล้วมึงก็กลับไปได้แล้ว”


“ไม่คิดจะหาน้ำให้กูกินสักแก้วเหรอ อุตส่าพามาส่งถึงบ้าน”


“กูไม่ได้ขอ มึงอาสาเองเพราะฉะนั้นกลับบ้านมึงไปซะ” ผมเปิดประตูลงจากรถ ไม่รอฟังคำตอบของมันเพราะตอนนี้อารมณ์โกรธกำลังพุ่งขึ้นเมื่อเห็นป้าหน้าวอกกำลังนั่งนับเงินเป็นฟ่อนอย่างอารมณ์ดี เงินของผม


“เอาเงินผมคืนมา” ผมแบมือขอหน้าด้านๆ นี่แหละ ก็เงินของผมนี่


“อะไรของมึง นี่เงินกู” ยัยป้าหน้าวอกปกป้องเงินตัวเองอย่างหวงแหน


“นั่นมันเงินถ่ายแบบของผม คนขี้ขโมยอย่างคุณไม่มีสิทธิ์” ผมพุ่งตัวไปดึงปึกแบงค์พันจากมือเธอ


“อร้าย หยุดเดี๋ยวนี้นะไอ้เต้ นี่กูแม่มึงนะ” ผมดึงมาได้จำนวนหนึ่งซึ่งมากกว่าที่หล่อนถืออยู่ก็พอใจนิดๆ ไม่หวังว่าจะได้ทั้งหมดหรอกครับ แต่อย่างน้อยผมก็ต้องได้มากกว่าคนที่ขโมยเงินผมไป


“แม่ที่ดีเขาไม่เอาเปรียบลูกตัวเองหรอก เคยได้ยินไหม แม่ยอมหิวเพื่อให้ลูกอิ่ม อ่อ ผมคิดว่าคุณคงไม่ได้ยินประโยคดีๆ แบบนี้หรอก เพราะคุณไม่มีความเป็นแม่ใดๆ ทั้งนั้น” พูดจบผมเดินถอยห่างมาจากเธอ


แต่ยังไม่ทันก้าวพ้นจากรั้วบ้านหัวของผมก็ถูกกระชากอย่างแรง


“กลับมาแล้วเหรอลูกรัก” เสียงกระซิบข้างหูทำให้ผมขนลุกชันก่อนที่เจ้าของเสียงจะตะคอกเสียงดังกลบเกลื่อนความหื่นกามเมื่อครู่ “เอาเงินคืนมา!”


ผมกำเงินในมือแน่น ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนพรากเงินผมไปอีกแล้ว


“กู-ไม่-ให้” ผมเน้นทีละคำและจ้องกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว ไอ้แก่หื่นโมโหง้างมือขึ้นตบผมอย่างแรง แก้มซ้ายผมชาไปทั้งซีกและปากแตก ผมใช้หลังมือเช็ดเลือดที่มุมปากออก ลุกขึ้นแล้วชกมันกลับไป


ผลัวะ


คงเพราะไม่ทันตั้งตัวว่าผมจะสวนกลับเขาจึงไม่ได้ป้องกันตัวแล้วล้มลงไป ยัยป้าหน้าวอกวี้ดว้ายรีบกุลีกุจอมาช่วยพยุงสามีขึ้นแล้วชี้หน้าด่าผมโดยที่ผมแค่แสยะยิ้มแล้วเดินออกมาจากบ้านหลังนั้น







Tbc.





อย่างที่ทุกคนเดาค่ะ คินรู้ 555 แต่งตอนนี้แล้วสะใจมาก เจอกันตอนหน้าค่ะ  :hao7:
------------------------------------------------------------------------------------------

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
โอ๊ะโอ.......คินรู้เรื่องว่าโซ่อยู่ในร่างเต้ แล้ว  :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
ภาพถ่ายกระต่ายขู่หมาป่า น่าจะน่ารักมักมากกก
ป้าหน้าวอก ทำไมรู้ความเป็นไปของเต้ล่ะ
แถมหน้าด้านรับเงินเต้มาเฉยเลย
เต้ ไม่ใช่ลูกแท้ๆของนางสินะ
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ ♥lvl♀‘O’Deal2♥

  • หานิยายถูกใจยากจัง!
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2665
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-4
เอาไปด้านๆ งี้ก็ได้เหรอ

ออฟไลน์ เจเจจัง

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 185
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0
ป้าหน้าวอกรู้ได้งัยว่าเต้จะถ่ายแบบ ใครเป็นคนจ้าง สงสารโซ่แฮะอุตส่าห์หางานทำหวังมีเงินไว้ใช้ ก็มาโดนเอาไป ดีนะที่แย่งกลับมาได้บางส่วน

ได้อ่านพาร์ทคินแล้ว ชอบ  คินนี่ดูท่าจะรักโซ่มาก แต่แอบเจ้าเล่ห์นะเรา เนียนเต๊าะตลอด

ออฟไลน์ EoBen

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3322
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +150/-6
เราฮามากเรื่องนี้  พยามนึกภาพ ผู้ชายปกติคนนึงที่พยามทำตัวบ๋องแบ๋ว แล้วมันขำอะ ถึงแม้ร่างน้องเต้จะน่ารักน่าหยิกก็เหอะ

ออฟไลน์ tamm8527

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
งื้อ~~~~~~  :ling1: :ling1:
ชอบเรื่องนี้มากค่ะ ชอบเรื่องนี้มากอะ
ทำไงดีๆ :z3: :z3:
นักเขียนรีบมาต่อไวๆนะคะ
เป็นกำลังใจให้ สู้ๆ :impress2: :impress2:

ออฟไลน์ insomniac

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1484
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-3
ลงทุกวันเลย ดีใจจัง
สะใจตอนชกหน้าตาลุงมาก พ่อแม่ไม่แท้เปล่า ทำไมทำกับลูกอย่างนี้

ออฟไลน์ janeta

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +74/-2
12
☷ กล่องของขวัญ ☷



ผมออกจากบ้านมาก็เห็นคินลงจากรถพอดี มันตาโตขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นหน้าผม ผมเดินไปขึ้นรถคินแล้วเร่งให้มันออกรถทันทีที่สองสามีภรรยาคู่นั้นพุ่งจะมาเอาเรื่องเรา


“เกิดอะไรขึ้น” คินถามทำลายความเงียบเมื่อรถขับออกมาถึงถนนใหญ่


“ไปส่งกูที่คอนโดหน่อย” ผมหลับตาเพื่อตัดจบการสนทนาระหว่างเรา


ระหว่างทางคินบอกจะแวะเซเว่นก่อน ผมก็ไม่ว่าอะไรนั่งรออยู่ในรถ จนกระทั่งคินกลับมารถก็ไม่เคลื่อนที่แต่อย่างใด ผมสงสัยจนต้องลืมตาก็เห็นคินถือขวดแอลกอฮอล์ล้างแผลกับถุงสำลีอยู่


“กูจะทำแผลให้” คินพูดแค่นั้นแล้วยื่นสำลีชุบแอลกอฮอล์มาที่แผลบนมุมปากของผม แต่เหมือนจะไม่ถนัดนักจึงรั้งคอผมเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อประจำของคิน กลิ่นที่ผมเลือกให้มันเอง


คินคิ้วขมวดเม้มปากแน่น บรรจงเช็ดแผลให้ผมอย่างตั้งใจ สีหน้าของมันดูเจ็บปวดทุกครั้งที่แต้มสำลีลงมา ขณะที่ผมได้แต่มองใบหน้าของคินอย่างสับสน


ผมเจ็บนิดเดียว แต่คินดูเจ็บมาก


ผมเป็นคนที่ถูกทำร้าย แต่มันเหมือนคนที่โดนทำร้ายมากกว่า


ทำไมถึงดูเจ็บปวดขนาดนี้นะ


ไม่ทันรู้ตัวผมก็โน้มหน้าเข้าไปใกล้คิน และจบลงด้วยสัมผัสแผ่วเบา


ผมจูบคิน


ไม่รู้ว่าเหตุผลอะไรดลใจให้ผมทำอย่างนั้น ที่ผมรู้สึกตอนนี้คือไม่อยากเห็นคินเจ็บปวด


เหมือนคินจะอึ้งไปนิด แต่แล้วมันก็ทำให้สิ่งที่ผมคาดไม่ถึง


คินจูบผมกลับ


คินประคองหน้าผมให้รับจูบดูดดื่มของมัน สอดลิ้นเข้ามาแล้วควานไปทั่วอย่างหิวกระหาย เราจูบกันนานมากจนผมเริ่มหายใจไม่ออกและทุบอกคินให้ผละออกไป คินผละออกมาให้ผมหายใจเพียงไม่กี่นาทีริมฝีปากบางนั้นก็จู่โจมผมอีกครั้ง เราจูบกันอย่างไม่มีใครยอมใคร แม้จะรู้ว่าคินไม่เคยคบใครแต่ไม่เคยรู้ว่ามันจะจูบเก่งอย่างนี้ ผมรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัวและคิดว่าต้องหยุดก่อนที่เราทั้งคู่จะถลำลึกไปมากกว่านี้


“คิน...แฮก...หยุด” ไม่รู้ว่ามันไม่ได้ยินผมหรือไม่คิดจะใส่ใจ ริมฝีปากคู่นั้นถึงเข้ามาประกบปากผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนผมต้องทุบหลังคินแรงๆ มันถึงยอมผละออก ดวงตาฉ่ำเยิ้มเต็มไปด้วยความต้องการหอบหายใจห่างจากหน้าผมเพียงนิดเดียว ผมผลักคินออกห่างเพื่อให้เราทั้งคู่ได้สงบสติอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่าน


เราต่างคนต่างเงียบ ปล่อยให้จังหวะหัวใจค่อยๆ เต้นช้าลงจนกลับเป็นปกติ คินผละไปบังคับพวงมาลัยเพื่อขับรถออกจากที่นี่ ระหว่างทางกลับไปยังคอนโดผม ไม่มีใครพูดอะไร และผมก็ยินดีที่ความเงียบยังคงอยู่แม้กระทั่งถึงตอนที่ผมลงจากรถ


ไม่มีคำบอกลาระหว่างเรา ผมแค่ปิดประตูรถแล้วรีบเดินเข้าไปในอาคาร


“น้องเต้คะ” พี่ประชาสัมพันธ์คนสวยเรียกผม ผมจึงต้องเดินกลับไปหาเธอทั้งที่ร้อนหน้าจนแทบจะระเบิด


“ไม่สบายรึเปล่าคะเนี่ยหน้าแดงเชียว” ผมทำทีเป็นไอแล้วถามเธอว่าเรียกผมมาทำไม เธอก็ส่งกล่องของขวัญให้ผมแล้วบอกว่ามีคนฝากมาให้ แต่พอผมถามว่าใครเธอก็แค่บอกว่าเป็นบริษัทส่งของส่งมา


ผมค่อนข้างไม่ไว้ใจของขวัญชิ้นนี้ก็เลยไปไปเคาะประตูเรียกเซียแล้วปรึกษาว่าควรทำยังไง


“ลองเปิดดูก่อน ไม่ต้องห่วงกูอยู่กับมึง ถ้าเป็นระเบิดเราก็แค่ตายด้วยกัน” ประเด็นคือกูไม่อยากตายไงครับ


ผมแกะกล่องของขวัญออกช้าๆ คิดว่าคงไม่ใช่ระเบิดหรอกเพราะไม่ได้ยินเสียงเวลานับถอยหลัง เดาเอาอะนะ


“เหม็นชิบหาย ซากปลาเน่าเหรอวะ” เซียบ่นแล้วรีบอุดจมูก


ผมเปิดฝากล่องออกก็เห็นจดหมายปักอยู่บนซากหนูตัวเล็ก ข้อความเตือนให้ผมเก็บความลับนั้นให้ลึกที่สุดถ้าไม่อยากมีสภาพเดียวกับหนูตัวนั้น


ท่าทางจะไม่ใช่เรื่องเล็กแล้วครับ


เราสองคนตกลงไปแจ้งความไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัยของผม ตอนแรกเราตั้งใจว่าจะคุยกับตำรวจที่เคยรับคดีผม แต่ตำรวจที่รับเรื่องบอกว่าตำรวจคนนั้นเสียชีวิตในหน้าที่เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน เราเสียดายนิดหน่อยแต่ก็เล่าเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไปตามความจริงรวมถึงเรื่องที่ผมความจำเสื่อมจึงไม่รู้ว่าคนร้ายเป็นใคร ตำรวจก็รับแจ้งครับ แต่ผมรู้สึกว่าสายตาของเขาแปลกๆ มีบางอย่างที่ผมรู้สึกไม่ไว้ใจเท่าไรนัก


“เซีย กูว่าเรื่องนี้ตำรวจอาจมีเอี่ยวว่ะ” ผมเชื่อในลางสังหรณ์ของตัวเอง


“คิดมากไปรึเปล่ามึง” เซียตบไฟเลี้ยวออกจากโรงพัก ผมถอนหายใจหนักๆและรู้สึกกังวลอยู่ลึกๆ


“ไม่รู้ดิ กูไม่รู้สึกสบายใจขึ้นเลยแม้ว่าเรื่องจะถึงตำรวจแล้ว”


“บางทีสัญชาตญาณมึงอาจจะแม่นก็ได้” เซียเพยิดหน้าไปที่กระจกมองหลัง ผมเห็นรถตำรวจคันหนึ่งตามมา ถ้าเดาไม่ผิดก็คงเป็นคนเดียวกับที่รับแจ้งความเรา


“เอาไงต่อ” เซียถามผม เร่งเครื่องเร็วขึ้นเพื่อดูว่าเขาตามเรามาหรือแค่มาทางเดียวกัน


“แวะผับQ หลบไปอยู่ในนั้นก่อน มันคงรออยู่ข้างนอกจนกว่าเราจะกลับ กูมีคนรู้จักอยู่ที่นี่ เดี๋ยวให้เขาช่วยพาเราออกประตูหลังจะได้ขึ้นแท็กซี่หนีก่อน ที่อยู่ของพวกเราไม่ปลอดภัยแล้ว”


“แล้วถ้ามันตามเข้ามาล่ะ”


“ก็คุยกับกู รอจนมันมานั่งใกล้ๆ กูจะแกล้งเมาแล้วเล่าเรื่องให้มึงฟัง เล่าว่ากูจำอะไรได้นิดหน่อยแต่ไม่แน่ใจ”


“เฮ้ย มันอันตรายนะ”


“มาถึงนั้นนี้แล้วนะ ตีเหล็กก็ต้องตีตอนมันร้อนๆ นี่แหละ เอาให้คนที่วางแผนฆ่าเต้เผยตัวออกมาเลย”


“เฮ้อ ก็ได้ แต่มึงสัญญากับกูก่อนว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต้องไม่อยู่คนเดียว”


“ตอนอาบน้ำก็ด้วยเหรอ”


“กูหมายถึงบริเวณโดยรอบน่ะ ต้องมีคนอยู่กับมึงด้วยอย่างน้อยหนึ่งคน”


“เออๆ ” ผมรับคำแล้วเราทั้งคู่ก็เดินเข้าผับ เป็นจริงดังคาดครับเป็นคนเดียวกับที่รับแจ้งความเรา เขาเปลี่ยนชุดเป็นแจ็คเก็ตสีดำ ดูเผินๆ ก็เหมือนนักท่องราตรีทั่วไป พวกเราจึงหาที่นั่งเงียบๆ เพื่อให้การพูดคุยของเราดังไปถึงอีกคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ


เราเดินตามแผนทุกอย่างกินดื่มกันไปเรื่อยๆ เมื่อผมเห็นตำรวจคนนั้นลุกไปทางห้องน้ำเลยรีบฉุดเซียให้ออกทางประตูหลัง เราจำเป็นต้องทิ้งรถไว้ก่อน เพราะอย่างน้อยเขาจะได้คิดว่าเรายังอยู่


“ขอบคุณมากครับพี่ป้อง” ผมไหว้รุ่นพี่ในคณะ ผมเคยเห็นเขาทำงานที่นี่มาตั้งแต่ตอนที่ผมอยู่มัธยมแล้ว จนกระทั่งเห็นเขาเป็นพี่สันทนาการที่คณะ เราคุยกันถูกคอทำให้สนิทกันอย่างรวดเร็ว เมื่อผมขอให้ช่วยเขาก็ไม่ปฏิเสธเลย แก้วเหล้าที่ผมกิน จริงๆ ก็แค่น้ำเปล่าเจือสีผสมอาหาร พี่ป้องพกไว้เผื่อลูกค้าที่ไม่อยากดื่มเหล้าแต่จำเป็นต้องเข้าสังคมก็จะสั่งเหล้าแบบพิเศษนี้เอง


ผมกับเซียเดินทางมายังคอนโดเอ็มที่อยู่ห่างไปไม่มาก ไอ้นี่ก็สายเหล้าครับ คอนโดใกล้มหาวิทยาลัยไม่ยอมอยู่แต่มาอยู่คอนโดใจกลางผับทั้งหลาย ผมโทรบอกเอ็มก่อนหน้านี้แล้วว่าเราจะไปหา มันก็ออกมายืนตบยุงรอเราที่หน้าคอนโด


“ไม่มีใครตามมาใช่ไหม” ผมพยักหน้าแล้วเราก็เข้าไปข้างในด้วยกัน พอเข้าไปในห้องแล้วผมก็เล่าเรื่องที่เกิดให้มันฟังอย่างละเอียด รวมถึงแผนการที่ผมเพิ่งวางหมากไว้


“เรื่องนี้มันเกินกำลังเด็กมหาลัยอย่างพวกเราไปหรือเปล่าวะ” เอ็มพูดขึ้นด้วยสีหน้าเป็นกังวล


“อืม แต่กูจำเป็นต้องรู้ทุกอย่าง ไม่ใช่ถูกปองร้ายโดยไม่รู้เหี้ยอะไรเลย” เซียตบไหล่ผมเบาๆ บอกให้ผมใจเย็นลง


“อย่างน้อยที่เรารู้อย่างหนึ่งตอนนี้คือไว้ใจตำรวจไม่ได้ และมึงห้ามอยู่คนเดียวเด็ดขาด” เอ็มบอกแล้วมองผมอย่างลังเล อ้าปากเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็ไม่พูด


“มีอะไร” ผมถาม


“มึงเหมือน...มีบางอย่างปิดบังพวกกูอยู่ ถ้ามึงอึดอัดใจกูก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ แค่เผื่อว่าสิ่งมึงปิดบังจะมีประโยชน์ต่อการสืบเรื่องนี้” แววตาจริงใจของเอ็มทำให้ผมหันไปหาเซียเพื่อขอคำปรึกษา เซียก็แค่พยักแล้วเดินเลี่ยงไปเข้าห้องน้ำให้ผมคุยกับเอ็มเอง


“บอกไว้ก่อนว่ากูไม่ได้อยากปิดบังพวกมึง ก็แค่...คิดว่าพวกมึงคงไม่เชื่อ คงคิดว่ากูบ้า แล้ว...ก็หนีจากกูไป”


“ทำไม มึงมองเห็นผีเหรอถึงได้คิดว่ากูจะหนีมึงไป”


“เปล่า...” ทำไมความจริงมันพูดยากอย่างนี้นะ


“เออ บอกก็บอก”


“กูคือโซ่...เพื่อนของมึงไง”


ตึง


เอ็มล้มไปแล้วครับ ผมเข้าไปตบหน้ามันเบาๆ เรียกสติซึ่งมันก็เนียนหลับตาปี๋ ปิดหูไม่ยอมรับรู้อะไรทั้งนั้น พอเซียออกมาจากห้องน้ำเอ็มก็วิ่งไปหลบข้างหลังทันที


“เกิดอะไรขึ้นวะ”


“ผะ...ผี”


“ผีอะไร นั่นไอ้โซ่เพื่อนมึงไม่ใช่เหรอ” เซียหันไปถามคนที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างหลัง


“มึงรู้?”


“เออ รีบไปหามันได้แล้วเดี๋ยวมันก็ร้องไห้หรอก” เซียชี้มาทางผมที่เริ่มใจเสีย แต่ผมไม่ร้องไห้หรอกครับ


“คนอย่างไอ้โซ่ไม่มีวันร้องไห้อะ” รู้ใจดีจัง เพื่อนใครเนี่ย เอ็มมองผมเล็กน้อยก่อนจะค่อยเขยิบตัวเข้ามาใกล้ๆ โดยใช้เซียเป็นโล่กำบัง นี่เพื่อนไงจำไม่ได้เหรอ


“มึงมาสิงชาวบ้านเขาทำไมเนี่ย กลับไปเข้าร่างมึงสิ” เอ็มโผล่หัวมานิดเดียวพอสบตาผมมันก็รีบหลบทันที ผมทนไม่ไหวเลยเดินไปกระชากมันลงมานั่งบนโซฟาตัวเดียวกัน


“มองกู!” เอ็มมองผมแล้วครับแต่ตาก็สั่นไหวด้วยความกลัว เห็นมันใจกล้าบุกน้ำลุยไฟได้ทุกที่ ความจริงก็แค่ผู้ชายกลัวผีธรรมดาคนหนึ่ง และคนที่อ่อนไหวกับเรื่องแบบนี้อย่างมันใครจะกล้าบอกความจริงล่ะ


“เพราะเป็นแบบนี้ไงกูถึงไม่อยากบอก” ผมปล่อยแขนเอ็ม หมดความมั่นใจที่จะไปบอกกับคนที่เหลือแล้ว ปล่อยให้พวกนั้นคิดว่าผมเป็นเต้ต่อไปคงดีกว่า อย่างน้อยพวกมันก็ไม่ไปจากผม


“เฮ้ย เปล่านะโว้ย บอกอะดีแล้ว กูขอโทษว่ะโซ่” เอ็มแตะไหล่ผมอย่ากล้าๆ กลัวๆ “แล้วเรื่องเป็นไงมาไงวะมึงถึงมาอยู่ร่างนี้”


ผมเล่าเรื่องแบบเดียวกับที่เคยเล่าให้เซียฟังยกเว้นเรื่องที่คินสารภาพรักกับผม เอ็มตั้งใจฟังอย่างดีไม่ขัดอะไรผมทั้งนั้น พอเล่าจบเอ็มโผเข้ามากอดผมแน่นแล้วร้องไห้ ครับ มันร้องไห้


“ฮึก เหี้ยเอ้ย กูขอโทษนะมึง” ผมตบหลังมันเบาๆ เอ็มร้องไห้หนักมากครับ กว่าจะปลอบให้สงบลงได้ก็นานพอดู นานจนเซียมันเดินไปต้มมาม่า นั่งกิน และล้างจานเก็บให้เรียบร้อยเอ็มถึงหยุดร้อง


“มึงจะโกรธกูก็ได้ ฮึก แต่กูต้องร้อง มึงรู้ไหมว่ากูกลัวแค่ไหนตอนที่รู้ว่ามึงเป็นเจ้าชายนิทราไปแล้วอะ” เอ็มทำท่าจะร้องไห้อีกครั้งแล้วครับ


“แล้วที่สำคัญ ฮึก มึงเจอแต่เรื่องร้ายๆ แบบนี้ได้ไง ฮึก มึงควรบอกกูให้เร็วกว่านี้กูจะได้ช่วยมึงได้”


“กูก็บอกแล้วนี่ไง” ผมกอดปลอบเอ็ม แม้ไหล่ขวาชุ่มไปด้วยน้ำตาแต่ผมก็ดีใจที่ได้เล่าให้มันฟัง ได้รู้ว่าเพื่อนอย่างมันยังอยู่ข้างผมเท่านั้นก็พอแล้ว


“มึงต้องบอกคนที่เหลือด้วย มันไม่แฟร์กับพวกกูเลยนะที่มึงปิดบังแบบนี้ พวกกูเป็นเพื่อนมึงนะ” เอ็มกลับเป็นปกติแล้วครับ ไอ้นี่นี่เปลี่ยนอารมณ์เร็วมาก แม้ตาบวมๆ กับคราบน้ำตาจะยังอยู่บนหน้า แต่สายตามันเปลี่ยนไปแล้วครับ


“เออ ก็คงต้องบอก”


“พรุ่งนี้นะ”


“เฮ้ย เร็วไปเปล่า ขอกูทำใจก่อนดิ” อย่างน้อยก็เรื่องคินแหละ ผมยังไม่รู้เลยว่าตอนนี้คินยังชอบผมอยู่หรือเปล่า หรือเปลี่ยนมาชอบเต้แล้ว


เพราะวันนี้คนที่เขาจูบ...ก็คือเต้







Tbc.








:mew1:
คินเขาจูบถูกคนแล้วค่ะโซ่ ไม่ได้เปลี่ยนใจใดๆทั้งนั้น 5555

ขอบคุณสำหรับทุกเม้นค่ะ คอมเม้นต์ของพวกคุณคือกำลังใจของเรา

ส่วนเรื่องคุณป้าหน้าวอกมาขอเงินเต้ไปได้อย่างไรตอนท้ายๆ มีเฉลยค่ะอิอิ

เจอกันตอนหน้าค่ะ

---------------------------------------------------------------------------------



ออฟไลน์ GuoJeng

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
   สนุกมากๆ ลุ้นด้วยว่าป้ากับลุงรู้ได้ไงว่าเต้รับงานถ่ายแบบ เรื่องเต้เรื่องใหญ่จริงๆ
   รออ่านตอนต่อไปคับ ลุ้นๆ

ออฟไลน์ lnudeel

  • I wanna be a CAT!!
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1466
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-5

ออฟไลน์ ah-chan

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-1
ชอบๆ ต่อบ่อยๆนะคะ  :hao7:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด