นิยายจีน มังกรซ่อนหิมะ ตอนที่41 บทสรุป p15 8/10/60 จบแล้วจ้า
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: นิยายจีน มังกรซ่อนหิมะ ตอนที่41 บทสรุป p15 8/10/60 จบแล้วจ้า  (อ่าน 58445 ครั้ง)

ออฟไลน์ Violasheep

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-0
ตอนที่3



หลังจากถูกพามายังหน้าทะเลสาบแห่งหนึ่ง เสวี่ยหมิงค่อยถูกปล่อยให้เป็นอิสระ เด็กหนุ่มมึนงงไปหมดไม่สามารถปรับตัวได้ทันว่าเพราะเหตุใดตนถึงถูกพวกนายท่านทำร้ายทั้งยังกล่าวหาเป็นโจรราคะ



“เออ...ดูเอาเถอะ หากเราไม่บอกแก่เด็กน้อยคงไม่เข้าใจง่ายๆละมั้ง หมิงน้อยเจ้าจงลองมองดูรูปร่างหน้าตาของเจ้าในทะเลสาบเสียสิ”



 เพราะสงสารท่าทางสับสนงุนงงของลูกศิษย์ใหม่ มันจึงได้เสนอทางออกให้โดยง่าย เสวี่ยหมิงก็ไม่ใช่โง่งมเสียทีเดียว เด็กหนุ่มค่อยๆชะโงกหน้าลงไปมองดูเงาของตนเองในทะเลสาบ



มารดามันเถอะ เสวี่ยหมิงแทบไม่เชื่อสายตา เงาของตนที่ปรากฏในน้ำช่างแตกต่างจากตัวเขาคนเดิมเสียเหลือเกิน โครงหน้ายังมีเค้าของเขาอยู่บ้าง แต่ร่างกายซึ่งประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อสมส่วนกับเรือนกายที่สูงโปร่ง แม้นกล้ามเนื้อและส่วนสูงจะยังไม่อาจทัดเทียมกับโจรอาวุโสได้ แต่จัดได้ว่าเป็นรูปลักษณ์ที่งามสง่าเกินคนธรรมดา



โดยปกติผิวของเสวี่ยหมิงจะขาวซีดราวกับคนป่วยตลอดเวลา ทว่าตอนนี้ผิวเขาขาวอยู่ก็จริง แต่เป็นผิวขาวที่กระจ่างตาบ่งบอกถึงผู้มีพลานามัยสมบูรณ์ โครงหน้าหรือส่วนต่างๆในร่างกายของเขาตอนนี้ราวกับถูกจัดระเบียบเสียใหม่ ส่วนที่โดดเด่นยังคงโดดเด่นเช่นเดิม ในส่วนที่ด้อยถูกเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยจนตอนนี้รูปลักษณ์ของเขากลายเป็นชายงามจนตัวเองยังต้องตกใจ



“นี่เป็นผลจากการฝึกวิชาหนึ่งอสูรพิชิตเทวะ อย่าได้ตกใจไปหมิงน้อย” โจรอาวุโสไขข้อส่งใสก่อนที่จะถามจนกระจ่าง



“ท่านเองก่อนหน้าจะสำเร็จวิชาก็มีสภาพเยี่ยงข้าหรือผู้อาวุโส” เสวี่ยหมิงแววตาเลือนลอย วันนี้เขาพบเจอเรื่องแปลกประหลาดมามาก แต่เท่านี้ก็เข้าใจได้ว่าเหตุใดพวกนายท่านจึงเข้ามาเล่นงานเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย



“ไร้สาระ หน้าตาของเราย่อมดีงามมาแต่กำเนิด เพียงแต่ก่อนสำเร็จวิชาเราไม่ได้มีร่างกายกำยำเท่ากับตอนนี้เพียงเท่านั้นเอง” กล่าวจบมันก็ถอนหายใจ เสวี่ยหมิงไม่เข้าใจว่าเหตุใดผู้อาวุโสถึงทำหน้าผิดหวังเช่นนั้น



“ตามจริงเราคิดว่าเจ้าจะตัวสูงใหญ่น่าเกรงขามมากกว่านี้ ในบรรดาศิษย์เราทั้งหมดเจ้าตัวเล็กที่สุด โอ...เจ้าในตอนนี้ช่างผอมบางไร้เรี่ยวแรงจนเกินจะรับ”



เสวี่ยหมิงไม่เข้าใจว่าตอนนี้ตนเองดูไร้เรี่ยวแรงที่ตรงไหน กลับกันเขาสัมผัสได้ถึงพลังกายอันล้นเหลือที่พร้อมจะระเบิดออกมาตลอดเวลา



“ผู้อาวุโสถ้าอย่างนั้นข้าน้อยขอตัวก่อน”



“เพ้ย...เจ้าจะไปไหน อีกอย่างตอนนี้เจ้าเป็นศิษย์คนเล็กของเรา เจ้าควรเรียกขานเราเป็นอาจารย์ถึงจะถูก”



ผู้อาวุโสหรี่ตามองมาอย่างไม่พอใจ เสวี่ยหมิงอึกอักเหมือนน้ำท่วมปาก พยายามคิดหาทางออกจนสมองพองโต จะทำอย่างไรดีผู้อาวุโสถึงจะยอมปล่อยเขากลับไป



“ข้าจะกลับไปยังจวนตระกูลเสวี่ยครับอาจารย์”



“ดี เห็นแก่เจ้าเรียกขานเราเป็นอาจารย์ เราจะยอมให้อภัยที่เจ้ากล่าวไร้สาระ แต่ถึงกระนั้นเราอยากรู้เสียจริงว่าเจ้าจะกลับไปยังที่อันไม่น่าพิสมัยนั่นอีกทำไม ไหนเจ้าลองบอกให้จูเยว่เสวียนผู้เป็นอาจารย์คนนี้ฟังทีสิ”



ที่แท้แล้วนามของผู้อาวุโสก็คือจูเยว่เสวียน ได้ทราบนามเสียทีถึงแม้จะผิดมารยาทเพราะเขาไม่ได้แนะนำตัวเองก่อนก็ตาม แต่มันจะสำคัญที่ตรงไหนนะ คาดว่าอาวุโสผู้นี้คงรู้นามเขาดีอยู่แต่แรกแล้ว



“ผู้อาวุโสแซ่จู ข้าน้อยคงเป็นศิษย์ให้แก่ท่านไม่ได้ ข้ามีภาระต้องรับผิดชอบมีบ้านที่ต้องให้กลับไป”



“ไร้สาระสิ้นดี”



จูเยว่เสวียนแค่นเสียงดังเฮอะ ถึงไม่พอใจคำกล่าวของเสวี่ยหมิงแต่ยังเปิดโอกาสให้เด็กน้อยได้พูด มันเองก็ใช่จะเป็นคนไร้เหตุผลไปเสียทุกครั้ง ว่ากันตามจริงหากเป็นคนอื่นมาขัดใจบ่อยๆเยี่ยงนี้มันคงฟาดฝ่ามือเข้าใส่สั่งสอนให้รู้สำนึกไปแล้ว นับว่าเด็กน้อยนี่มีบุญวาสนาเสียจริงๆที่มันนึกเอ็นดูถึงเพียงนี้



“ไหนเจ้าบอกเราสิด้วยรูปลักษณ์ใหม่ของเจ้า คนที่ตระกูลเสวี่ยจะไว้ใจเจ้าได้เยี่ยงไร”



“ข้าจะไปอธิบายตามตรงครับ คิดว่าทุกคนคงจะเข้าใจ”



“เจ้าแน่ใจหรือว่าจะเอาอย่างนี้” จูเยว่เสวียนนิ่งขรึมดูจริงจัง เสวี่ยหมิงรู้สึกว่าผู้อาวุโสผู้นี้น่าจะเห็นใจเขาแล้วแน่ๆหากยืนยันความต้องการไปไม่นานคงจะปล่อยเขาไป



“ข้าแน่ใจครับ ได้โปรดเมตตาข้าเถอะ” จูเยว่เสวียนถอนหายใจโดยแรง เมื่อผู้อาวุโสส่งสัญญาณมือบอกให้เขาไป เสวี่ยหมิงดีใจอย่างที่สุดประสานมือโค้งคำนับหลายครั้งก่อนจะหันหลังกลับเตรียมจะจากไป



ทว่าไม่คาดคิดจูเยว่เสวียนคว้าจับเข้าที่หัวไหล่ เสวี่ยหมิงจนใจต้องใช้แรงเข้าสู้ คาดว่าตอนนี้พลังวัตรตัวเองบวกกับกระบวนท่าที่ครูลักพักจำมาคงสามารถช่วยให้ตัวเองเอาตัวรอดได้ ดังนั้นเพื่อให้หลุดจากการจับกุมจึงผ่อนแรงที่หัวไหล่ถ่ายเทไหลลื่นราวกับตัวปลาจนจูเยว่เสวียนมิอาจจับยึดได้



กระนั้นกลับไม่พ้นจากระยะคว้าจับของจูเยว่เสวียน พริบตาที่ออกหมัดหมายจะเล่นงานผู้เฒ่าจอมตื้อกำปั้นของเขากลับถูกปัดออก ด้วยท่วงท่าว่องไวและหนักแน่นฝ่ามือหนักๆกระแทกเข้าที่ท้องน้อยตูมใหญ่ เสวี่ยหมิงชาวาบในตอนแรกก่อนจะรู้สึกเหมือนถูกเข็มทิ่มภายในท้องเสียงจึกๆ



“อ๊ากกก” เสวี่ยหมิงเกลือกกลิ้งลงไปกับพื้นด้วยความทรมาณ นึกไม่ถึงว่าจูเยว่เสวียนจะลงมือด้วยใจอำมหิต เจ็บๆจนเกินที่จะอธิบาย เด็กหนุ่มสลบไปด้วยไม่อาจทนต่อความเจ็บได้อีก



เมื่อลืมตาตื่นขึ้นไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใดแล้ว เวลากลางวันได้เปลี่ยนเป็นค่ำคืน เสวี่ยหมิงยังคงอยู่ที่เดิม เบื้องหน้าเขาจูเยว่เสวียนนั่งขัดสมาธิคล้ายรอการตื่นของเขาอยู่



เหตุใดเขาถึงยังไม่ตายกันนะ ความเจ็บปวดสุดแสนสาหัสแม้นไม่เหลืออยู่แล้ว การที่ยังมีชีวิตอยู่หมายความว่าผู้อาวุโสไว้ไมตรีแก่เขาอย่างนั้นหรือ



“เฮอะ ตัวโง่งม หากเราไม่อธิบายคงไม่เข้าใจที่เราไว้ชีวิตเจ้าสินะ”                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                ถูกด่าเป็นตัวโง่งมหาได้โกรธไม่ ขอเพียงผู้อาวุโสยอมไปเขาไปทุกอย่างย่อมไม่มีปัญญา ทว่าครานี้คงไม่ถูกปล่อยไปง่ายๆกระมัง



“ฝ่ามือที่เราซัดใส่เจ้าคือฝ่ามือเกล็ดหิมะ หนึ่งกระบวนท่าที่เราชำนาญที่สุด มีไว้ใช้กับพวกโกหกจอมปลิ้นปล้อนที่คิดหักลังเราโดยเฉพาะ”



จูเยว่เสวียนยิ้มละเมียดละไม เสวี่ยหมิงรอฟังคำกล่าวต่อไปด้วยความกังวล เกรงว่าฝ่ามือนี้คงมีตื้นลึกหนาบาง เขาในตอนนี้จึงไม่กล้าแม้แต่จะขยับ



“ฝ่ามือนี้เป็นกระบวนพิษแขนงหนึ่งผู้ถูกฝ่ามือไม่มียารักษา มีแต่ต้องให้ผู้สำเร็จวิชานี้ขจัดเกล็ดหิมะในกายออกให้ ทุกๆหนึ่งเดือนหากไม่ได้ยาบรรเทาอาการ จะรู้สึกหนาวราวกับอยู่ท่ามกลางหิมะ ทั้งยังปวดในท้องน้อยราวกับเข็มทิ่มแทง หากไม่ได้รักษาหรือยาบรรเทาอากาศ จะรู้สึกเจ็บปวดจนแสนสาหัสเมื่อทนไม่ได้ก็จะตายไปเอง”



“เหตุใดผู้อาวุโสต้องลงมืออำมหิตกับผู้น้อยอย่างนี้” เสวี่ยหมิงปากคอสั่น เป็นครั้งแรกในชีวิตที่รู้สึกถึงความน่ากลัวของยุทธภพ เคยได้ยินนักบู๊ในสำนักคุ้มภัยเล่ามาบ้างว่าผู้คนในยุทธภพล้วนเจ้าเล่ห์ ไม่คิดว่าวันนี้เขาจะโดนเข้าเสียเอง



“เจ้าเด็กบัดซบ ใครใช้ให้เจ้าผิดสัญญากับเราก่อน เจ้าเคยลั่นสาบานว่าจะเป็นศิษย์เราเมื่อเราช่วยเจ้าสำเร็จยุทธมิใช่หรือ”

ในที่สุดเสวี่ยหมิงก็ระลึกขึ้นมาได้เป็นเขาจริงๆที่ลั่นสัญญากับผู้อาวุโส ทว่าเป็นมันเองที่ไม่คิดจะทำตามสัญญา



“ถ้าอย่างนั้นท่านทำลายวรยุทธข้าทิ้งเสียเถอะ ข้าจะได้กลับไปยังตระกูลเสวี่ยของข้า”



ลองยืนกรานความดื้อแพ่งของตนเองดู จูเยว่เสวียนขมวดคิ้วเข้าหากันตีหน้าขึงเครียดราวกับพญามารก็ไม่ปาน มันไม่เข้าใจเสียจริงๆว่าเพราะอะไรตัวโง่งมผู้นี้ถึงได้อยากกลับไปยังสถานที่นั้นนัก ชั่วขณะหนึ่งพลันคิดแผนการดีดีได้ เฒ่าจูผิวปากอารมณ์ดีขึ้นทันตา



“เจ้าอาลัยอาวรณ์ต่อนางมารน้อยนั่นหรือ เอาอย่างนี้ให้เราลักพาตัวนางมาแต่งงานกับเจ้าดีหรือไม่”



“หากท่านกล่าวไร้สาระเช่นนี้อย่าได้พูดกับข้าเลยดีกว่า ท่านก็รู้นี่ว่าข้าไม่มีอะไรเหมาะสมกับคุณหนูถิง”



“เจ้าเต่าโง่ เราอุตส่าห์เสนอหนทางแห่งสวรรค์ให้ดีดีกลับไม่ชอบ เอาอย่างนี้ไหม เรามาพนันกันซักหน่อย เจ้ากล้าไหมล่ะ”

จูเยว่เสวียนยิ้มเจ้าเล่ห์ เสวี่ยหมิงไม่มั่นใจเลยว่าผู้เฒ่ามีอุบายอะไรกับเขาอีก



“ท่านพูดมาเถอะ ข้าไม่มีอะไรจะเสียอีกต่อไปแล้ว”

เสวี่ยหมิงตัดสินใจที่จะฟัง เพราะรู้ดีแก่ใจว่าไม่อาจต่อต้านจูเยว่เสวียนได้ หากยอมผ่อนปรนอาจมีทางรอดให้เลือกก็เป็นได้



“การพนันครั้งนี้เรียกว่าเป็นการทดสอบจิตใจของพวกตระกูลเสวี่ยก็เป็นได้ เรามาคิดตรึกตรองดูแล้ว การที่เจ้ายึดติดกับคนเหล่านั้นเพราะคิดว่าพวกเขารักและเมตตาต่อเจ้า เราอยากรู้เหลือเกินว่าหากเจ้ากลับไปทั้งที่เป็นโรคร้ายคนพวกนั้นจะยังเมตตาต่อเจ้าหรือไม่”



โรคร้ายรึ เสวี่ยหมิงลังเลเล็กน้อย แต่ว่าเขาเชื่อมั่นในความดีงามและมีน้ำใจของนายท่านและคนตระกูลเสวี่ย จึงตกปากรับคำท้าของจูเยว่เสวียนโดยง่าย



“ได้ ถ้าหากพิสูทธิ์แล้วว่าพวกเขาดีจริงท่านต้องปล่อยข้าไปตามทางให้ข้าได้อยู่ตระกูลเสวี่ยต่อไปอย่าได้ตอแยข้าอีก”



“แน่นอน ทว่าหากพวกมันเป็นผู้ดีจอมปลอมหรือเจ้าเกิดความผิดหวังในใจขึ้นมาแม้เพียงนิด เจ้าจะต้องกลับมาที่นี่แล้วยอมเป็นศิษย์ที่ดีงามเชื่อฟังคำสอนของเราต่อไป”



“ได้ เสวี่ยหมิงรับคำท้า”



“เยี่ยม อย่างนั้นเรามาเริ่มเรียนวิชาปลอมแปลงตัวเสียดีกว่า รูปร่างของเจ้าตอนนี้ไม่คล้ายกับเจ้าคนเดิมแม้เพียงนิด เราจะสอนวิชาหดกระดูกผลัดหนังให้แก่เจ้า”

ตอนนี้เองที่เสวี่ยหมิงเกิดความลังเล หากว่าเอาแต่ฝึกวิชาเกรงว่าจะกินเวลายาวนาน หายไปนานถึงเพียงนั้นมันจะดีจริงๆนะหรือ



“ผู้อาวุโสเกรงว่าหายไปนานคนในตระกูลอาจจะ....”



“เพ้ย หรือว่าเจ้าจะยอมแพ้พนันกลับไปในสภาพที่ผู้คนจำไม่ได้อย่างนี้ คิดดูสิเจ้าจะถูกจัดการอย่างไรหากคนพวกนั้นคิดว่าเจ้าแอบอ้าง”

เสวี่ยหมิงคิดตาม ไม่นานนักก็กระจ่างใจ เขาจำได้ดีตอนที่ถูกนายท่านกับนายน้อยซานไล่ทุบตีจนต้องหนีออกมา



“ไม่ต้องกลัวไป เจ้ามีพลังวัตรจากวิชาหนึ่งอสูรพิชิตเทวะอยู่แล้วการที่จะฝึกหดกระดูกเปลี่ยนหนังย่อมง่ายดายยิ่ง ตามจริงด้วยพลังวัตรเช่นเจ้าไม่ควรใช้เวลาฝึกเกินหนึ่งเดือน”



หากว่าเจ้าใช้เวลาฝึกมากกว่านั้น เจ้าก็เป็นตัวโง่งมที่สุดในบรรดาศิษย์ของเราทั้งหมดแล้ว จูเยว่เสวียนในใจคิดอย่างแต่เบื้องหน้ากลับอมยิ้มเยินยอเอาใจเสวี่ยหมิงเต็มที



“เอาน่าเรามองคนไม่ผิดเพียงเดือนเดียวเจ้าก็ฝึกวิชาแปลงโฉมสำเร็จแล้ว ไม่ยากถึงเพียงนั้น”



“ข้าเขาใจแล้วครับ ข้าจะตั้งใจฝึกท่านผู้อาวุโส”



“ดีมาก เรามาเริ่มฝึกกันเสียทีเถอะ อย่าให้เนินช้าไปเลย ยิ่งเร็วยิ่งดี”



ดังนั้นเสวี่ยหมิงจึงใช้เวลาทั้งหมดฝึกปรือวิชาหดกระดูกเปลี่ยนหนังกับจูเยว่เสวียนอย่างมุ่งมั่นภายในใจหวังว่าการพนันครั้งนี้เขาจะเป็นผู้ที่กุมชัยชนะเอาไว้



 :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4:


ตอนใหม่มาแล้วจ้า ค่อยๆกระดืบไปเรื่อยๆ55555 



อนึ่งชื่อวิชาขอเปลี่ยนนะจ๊ะน้องสาวเรามันบอกว่ามันนารูโตะเกินไป เปลี่ยนจากเดิมเป็นหนึ่งอสูรพิชิตเทวะนะจ๊ะ



ขออภัยในความมักง่ายของเราตอนคิดชื่อวิชาไอ้ชื่อเดิมมันติดหูเราจริงๆ ขอโทษด้วยค๊าบบบบบบบ

 เม้นเป็นกำลังใจกันบ้างนะ

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4549
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
ได้มาเป็นศิษย์อาจารย์กยาว ๆ แน่นอน

ออฟไลน์ shiroinu

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 309
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
ตกลงเป็นพระเอก ? นายเอก? กล้ามแค่ไหนกันล่ะนี้โอยยย

ออฟไลน์ Violasheep

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-0
ตกลงเป็นพระเอก ? นายเอก? กล้ามแค่ไหนกันล่ะนี้โอยยย

ไม่กล้ามมากจ้าสมส่วนคือเหมาะสมสำหรับผู้ฝึกยุทธ เอาเป็นว่าตัวเล็กกว่าในบรรดาศิษย์ของจูเยว่เสวียนทุกคนเลยจ้า

อ่าสวนสูงประมาณ177เองนะจ๊ะไม่ต้องกลัว555555

ออฟไลน์ แมวดำ

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 786
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-2
ชอบที่เสวี่ยหมิงดูแมนนะไม่กล้ามมากก้อดี

ออฟไลน์ ♥lvl♀‘O’Deal2♥

  • หานิยายถูกใจยากจัง!
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2721
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-4
ไม่ชอบที่พอได้วิชาก็จะหนี ตอนแรกไปรับคำ สมควร - -

**สงสัย พิมพ์แบบนี้นะ

ออฟไลน์ Minty

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 746
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
ในหัวเราตอนนี้คือเสวี่ยหมิงหล่ออ่ะ :mew1:

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4162
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
หมิงน้อยโดนอาจารย์หลอกให้อยู่ฝึกวิชา (แผนหน่วงตัวระยะสั้น) แถมดูท่าการพนันก็น่าจะแพ้อีก (แผนหน่วงตัวระยะยาว) เจ้าพลาดตั้งแต่เจอหน้ากันแล้วล่ะ ฮา

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7620
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
เสวี่ยหมิง ไม่รักษาคำพูดที่ให้ไว้กับอาจารย์
ไม่เข้าใจเสวี่ยหมิง เห็นดีอะไรในตระกูลนี้
ถึงได้กตัญญู ติดใจอยากอยู่
ให้อาหาร เสวี่ยหมิงก็ทำงานแลกอาหาร
ฐานะ ความเป็นอยู่ก็คนรับใช้
ที่หลับที่นอน ก็แยกส่วน นายส่วนนาย บ่าวส่วนบ่าว
เอาเถอะ แล้วก็จะรู้ว่า จิตใจมนุษย์ยากแท้หยั่งถึง
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ พิศตะวัน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 496
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-3

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9082
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ Violasheep

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-0
ตอนที่4



ความทรงจำที่เสวี่ยหมิงมีต่อพ่อนั้นมีน้อยมาก เท่าที่พอระลึกได้บ้างคือท่านพ่อมักจะออกไปกับสำนักคุ้มภัยครั้งละหลายๆเดือน สิ่งที่จำได้ชัดเจนคือการที่นายท่านนำเขามาเลี้ยงดูที่ตระกูลเสวี่ยหลังจากพ่อของเขาตายไป ตอนนั้นเขาอายุได้หกขวบหากว่าไม่มีนายท่านปานนี้ไม่รู้ตนเองจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไรท่ามกลางสังคมอันโหดร้าย



เสวี่ยหมิงซึ่งสำเร็จวิชาหดกระดูกเปลี่ยนหนังแล้วใช้วิชานี้หดกระดูกของตนให้ย่อส่วนลงมาจนมีรูปร่างใกล้เคียงเดิม หน้าตาหรือก็ถูกจูเยว่เสวียนแต่งเติมให้ใหม่ ดังนั้นตอนนี้เขาจึงมีสภาพย่ำแย่ ตามร่างกายมีแผลผุพองเป็นด่างดวง รูปกายซูบผอมดูอิดโรยอย่างยิ่ง



เสวี่ยหมิงแสร้งเป็นเดินกระเพลกๆไปตามทางมุ่งหน้าไปยังจวนตระกูลเสวี่ย ผู้คนที่ได้พบระหว่างทางต่างแสดงทีท่ารังเกียจจนเขาเองนึกสมเพชตัวเองเป็นล้นพ้น แต่ยังมีความหวังว่านายท่านตระกูลเสวี่ยจะไม่เป็นเช่นชาวบ้านร้านตลาดซึ่งขับไล่เขาอย่างหมูหมามาตลอดทาง

เมื่อไปถึงหน้าจวน เสวี่ยหมิงตีกลองเรียกให้คนในจวนออกมา ผู้ออกมาคือพี่ฮุ่ยหนิง เสวี่ยหมิงดีใจจริงๆที่ผู้ออกมาคือนาง



“พี่ฮุ่ยหนิง นี่ข้าเอง เสวี่ยหมิงอย่างไรเล่า ช่วยไปแจ้งให้นายท่านทราบทีว่าข้ากลับมาแล้ว”

รู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกแม้แต่พี่ฮุ่ยหนิงที่แสนดียังแสดงท่าทางรังเกียจเขาอย่างชัดแจ้ง



“เจ้า...เสวี่ยหมิงจริงๆด้วย เจ้าไปทำอะไรมา”



“ข้าถูกทำร้ายพี่ฮุ่ยหนิง รีบเถอะช่วยแจ้งนายท่านให้ที”



หลังจากฮุ่ยหนิงกลับเข้าไป เสวี่ยหมิงก็คล้ายกับมีกลองรัวในหัวใจ ใจเขาเต้นระทึก ยอมรับว่าทั้งกลัวทั้งตื่นเต้นหากนายท่านพบเขาจะมีปฏิกริยาเช่นไร ไม่นานนักพวกนายท่านก็ออกมา ทุกคนมากันพร้อมหน้าทีเดียว



“เจ้าหมิงหรือนี่ เจ้าไปทำอะไรมา” นายท่านแม้ไม่เข้ามาพยุงแต่ไม่มีสีหน้ารังเกียจ ทว่าคุณหนูถิงและนายหญิงกลับต่างกันออกไป ทั้งคู่เมื่อเห็นเขาก็เบือนหน้านี้ โดยเฉพาะคุณหนูถิงนางร้องยี้ทันทีที่พบเห็นเขา



“ท่านพ่อคุยกันตรงนี้เห็นจะไม่งาม พาเจ้าหมิงเข้าจวนเราก่อนเถอะครับ”



นายน้อยซานเสนอ ดังนั้นเสวี่ยหมิงจึงได้รับการต้อนรับจากตระกูลเสวี่ยอีกครั้ง เด็กหนุ่มถูกพาเขาไปนั่งในห้องรับแขก เพื่อให้สมเหตุสมผลเสวี่ยหมิงแกล้งร้องโอดโอยไปตลอดทางเขาแสร้งเจ็บแผลทีทั้งเป็นหนองและพุพอง



“นั่งก่อนเถอะเจ้าหมิง” นายท่านสั่งอย่างมีเมตตา เสวี่ยหมิงค่อยๆนั่งลงยังคงแสร้งเจ็บปวดแม้แต่แค่การนั่ง



“เจ้าไปทำอะไรมาไหนเล่าให้พวกเราฟังที่ซิ เจ้าหายไปเกือบสองเดือนเชียวนะ”



“ข้าน้อย แค่กๆ....” แสร้งไอเพื่อให้สมจริงที่สุด



“ข้าน้อยจำได้ว่าระหว่างเข้าไปทำความสะอาดอาวุธในห้องลับพบเจอคนแปลกหน้ากบดานอยู่ในนั้น ตอนแรกมันจะฆ่าข้าแต่ว่ากลับจับข้าไว้ทดลองพิษบางอย่าง มันบอกว่าเป็นพิษที่ชื่อหิมะโปรยขอรับ”



ตอนนี้เองที่นายหญิงเอามือทาบอกแล้วร้องอุทานออกมา นายหญิงส่งสายตาไปให้นายท่านราวกับมีเรื่องที่ต้องพูดกันอีกมาก เสวี่ยหมิงยอมรับว่าท่าทางของนายหญิงทำให้จิตใจของเขาไม่สงบ



“เอาเถอะ เสวี่ยหมิง นี่มันก็ดึกมากแล้ว ข้าจะจัดห้องให้เจ้าพักผ่อนเสียก่อน ไปพักผ่อนเสีย เจ้าไปพักที่เรือนไม้หลังจวนเถอะนะ ห้องเดิมของเจ้าเราให้คนอื่นพักไปแล้วเพราะไม่คิดว่าเจ้าจะกลับมา”



เจ็บปวดที่ใจเล็กน้อย เมื่อได้ยินนายท่านพูดว่าเขาอาจจะไม่กลับมา แต่ถ้าคิดให้ดีแล้วหายออกไปเกือบสองเดือนใครๆก็คงคิดเช่นนั้นกระมัง



“ฮุ่ยหนิง เจ้าพาเจ้าหมิงไปยังห้องพักที”



พี่ฮุ่ยหนิงพาเขาไปยังห้องพักตลอดระยะทางนางระแวดระวังไม่ยอมเข้าใกล้เขาเลยแม้เพียงนิด เสวี่ยหมิงเจ็บที่ใจแปลบๆ การที่เขาเป็นโรคร้ายทำให้ผู้คนนึกรังเกียจได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ



“พี่ฮุ่ยหนิงท่านอยู่คุยกับข้าสักพักได้ไหม เราไม่ได้พบกันนานข้าคิดว่า.....”



“ขอโทษนะเสวี่ยหมิงพี่มีงานต้องทำอีกมาก”



กล่าวจบพี่ฮุ่ยหนิงก็รีบร้อนจากไป เสวี่ยหมิงถอนหายใจออกมาอย่างแสนเศร้า พี่ฮุ่ยหนิงเคยดีกับเขามาก พอมาป่วยเช่นนี้ก็ตีตัวออกห่างด้วยความกลัว นับว่าได้เห็นน้ำใจกันก็คราวนี้



แล้วพวกนายท่านล่ะ เสวี่ยหมิงอยากรู้เสียเหลือเกิน อยากไปพบนายท่านพูดคุยปรับความทุกข์ให้มากกว่านี้ คิดดังนั้น เสวี่ยหมิงก็ออกจากห้อง คาดว่าเวลานี้นายท่านยังคงอยู่ในห้องหนังสือ ตามปกติเวลานี้ทุกวันเขาจะเอาชาร้อนๆไปให้นายท่านที่นั่น



เมื่อไปถึงที่หน้าห้อง เสวี่ยหมิงยังไม่ทันเคาะประตูก็ได้ยินเสียงโวยวายของนายหญิงจากด้านใน เสวียหมิงถอยห่างจากประตูห้องด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบได้ เขาเกิดความคิดประหลาด โดดขึ้นไปบนหลังคาอย่างเงียบเชียบ ถอดกระเบื้องหลังคาออกแล้วลอบฟังคนด้านล่างอย่างตั้งใจ



“ที่เจ้าหมิงมันโดนคือพิษหิมะโปรยของมารร้ายจูเยว่เสวียนไม่ใช่หรือคะท่านพี่ พิษตัวนี้มีฤทธิ์คล้ายโรคติดต่อ ผู้โดนสามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้ เหตุใดท่านพี่จึงยังรับมันเข้ามาไว้ในจวนเราอีก” นายหญิงร้องโวยวายเสียงเกรี้ยวกราด คุณหนูถิงเมื่อรู้ความจริงว่าเป็นเช่นไร ก็ร่วมด้วยช่วยกันบอกให้นายท่านรีบขับไล่เขาออกไป



“ท่านพ่อ รีบไล่เจ้าหมิงโง่ออกไปสิคะ โรคร้ายแรงนี่ดูท่าว่าจะไม่มียารักษาใช่หรือไม่แถมติดต่อกันได้อีก ยี้ ไม่รู้ว่าฮุ่ยหนิงจะติดโรคไปด้วยแล้วหรือยัง ไล่มันไปพร้อมกันเสียทั้งคู่เลย”



“เฮ้อคิดว่าข้าไม่อยากไล่ไปรึ” นายท่านถอนหายใจ “แต่ว่าเพราะมโนธรรมที่ยังเหลืออยู่ข้าเลยไล่มันไปไม่ลง อย่าลืมสิว่าสำนักคุ้มภัยเราอยู่มาได้เพราะเงิน5000ตำลึงทองที่เราแย่งมาจากเจ้าหมิงหลังอาจ้าวตายไปนะ”



เสวี่ยหมิงตกใจกับเรื่องราวใหม่ที่ไม่เคยได้ยิน อาจ้าวน่าจะหมายถึงท่านพ่อไม่ผิด เงิน5000ตำลึงทองนับเป็นเงินมหาศาลที่สร้างเนื้อสร้างตัวได้ทีเดียว นายท่านแย่งเงินเหล่านั้นไปจากเขาอย่างนั้นหรือ



“แต่มันก็เป็นหนี้เราไม่ใช่หรือคะ เราอุตส่าห์เลี้ยงดูมันมา น่าจะมากกว่า5000ตำลึงทองเสียแล้วด้วยซ้ำมั้ง”



ตอนนี้เองที่นายท่านครุ่นคิดเงียบๆ ท่ามกลางเสียงโวยวายของคุณหนูและนายหญิง เสวี่ยเจ็บปวดที่ท้องน้อยราวกับเข็มทิ่มแทง ไม่ทราบว่าตัวเองต้องการอะไร แต่อยากให้นายท่านปฏิเสธข้อเสนอของนายหญิงและคุณหนู ยอมให้เขาอยู่ต่อไป ถ้าเป็นเช่นนั้นยังพอทำใจได้บ้างเรื่องที่ถูกโกงเงินทั้งหมดที่ควรเป็นของเขา



ทว่าในความเป็นจริงเสวี่ยหมิงไม่อาจปฏิเสธลึกๆแล้วเขาเกิดความผิดหวังในใจ เป็นความรู้สึกเฉียบพลันเนื่องจากรับรู้เรื่องราวอันไม่คาดคิด ตามจริงแล้วเท่ากับว่าเขาแพ้พนันแก่ผู้เฒ่าจู แต่แค่เล็กน้อย เสวี่ยหมิงยังเหลือความอาลัยอาวรณ์อีกนิด เมื่อนึกถึงความเมตตาเก่าๆที่ได้รับมาถึงแม้จะเป็นเพราะว่าคนตระกูลนี้ได้แย่งชิงสมบัติไปจากเขาก็ตาม



“เจ้าเองก็พูดถูกนะ เราเลี้ยงดูเจ้าหมิงมาก็มากหมดเงินกับยารักษาโรคของมันไปมากก็ไม่น้อย มันน่าจะหักลบเงินทองที่เราเอาจากมันมาทั้งหมดได้แล้วกระมัง”



“ถ้าอย่างนั้นข้าก็ไม่ต้องแสร้งทำดีกับมันแล้วสิท่านพ่อ บอกตามตรงข้าล่ะรำคาญความโง่และอ่อนแอของเจ้าหมิงเต็มทน”



แม้แต่นายน้อยซานผู้เมตตาเขาอยู่เสมอยังแสดงธาตุแท้ เสวี่ยหมิงหัวเราะเบาต่อความจริงที่ได้รับมา คนพวกนี้ล้วนเห็นแก่ตัว ที่สำคัญกว่านั้นไม่มีใครเลยที่ทำดีต่อเขาจากใจจริง แล้วผู้เฒ่าจูล่ะ ท่านดีต่อเขาจริงหรือไม่นะ หากไม่ดีต่อเขาเหตุใดจึงต้องเขามาวุ่นวายกับคนที่ทั้งโง่ทั้งผิดสัญญาอย่างเขาด้วย



อยากกลับไปหาผู้เฒ่าจู เขาไม่อยากอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว อยากไปที่ไหนก็ได้ อยากเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ เขาไม่เหลืออะไรให้ยึดติดอีกแล้ว แปลกเหลือเกินทั้งที่ควรจะโกรธคนตระกูลเสวี่ยแต่เขากลับใจเย็นเสียจนตัวเองยังตกใจ



เสวี่ยหมิงค่อยๆจากไปอย่างเงียบเชียบ เขามุ่งหน้ากลับไปยังทะเลสาบซึ่งผู้เฒ่าจูรออยู่เมื่อไปถึงที่นั่น เขาคุกเข่าแล้วโขกหัวคำนับผู้เฒ่าหลายครั้ง บอกไม่ได้ว่าซาบซึ้งหรืออยู่ในอารมณ์เช่นไร เพียงแต่ได้ลิ้มรสชาติขมปร่าของหยาดน้ำตาที่ไหลรินลงมาจากดวงตา



“เราเดาได้ว่าการที่เจ้าโขกหัวให้เราเช่นนี้ คงพบความจริงอะไรบางอย่างแล้ว เราเองไม่ใช่คนชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านเพราะอย่างนั้นเราจะไม่ถาม เจ้าโขกหัวให้เราหลายครั้งเราจะถือว่าเจ้ายอมรับเราเป็นอาจารย์นับตั้งแต่วันนี้”



เสวี่ยหมิงดีใจเหลือเกินที่อาจารย์ไม่ถามถึงเรื่องตระกูลเสวี่ย ตัวเขาเองอยากจะลืมมันไปให้หมด ไม่อยากจดจำวันเก่าๆอันไม่น่าพิสมัยอีกต่อไป



“ศิษย์คนเล็กของเราเอ๋ย จากนี้เจ้าจะเป็นคนใหม่ จงลืมวันคืนเก่าๆไปเสียให้หมด มาไปกับเรา เราต้องหาที่กบดานกันใหม่ ปานนี้พวกตระกูลเสวี่ยคงส่งหนังสือแจ้งให้ชาวยุทธธรรมะจอมปลอมมาเพื่อสืบเสาะหาเราที่นี่แล้วกระมัง”



คืนนั้นเสวี่ยหมิงกับอาจารย์ออกเดินทางไปจากเมืองเดิมมุ่งสู่ขุนเขาใหญ่ในป่า ที่นั่นนับเป็นสถานที่เร้นลับที่หนึ่ง เสวี่ยหมิงกับอาจารย์เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการสร้างกระท่อมเพื่ออยู่อาศัย หนึ่งเดือนผ่านไปผู้เป็นอาจารย์ยังปล่อยให้เขาเป็นอิสระ ไม่มีวี่แววว่าจะสอนสั่งสิ่งใดทั้งนั้น ทว่าเสวี่ยหมิงไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไร ตามจริงได้ใช้ชิวิตราบเรื่อยเช่นนี้ก็ดีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน



“หมิงน้อยเจ้ามานี่”



เช้าวันหนึ่งหลังจากทานอาหารเสร็จ อาจารย์เรียกเขาให้ไปยังลานกว้างหน้ากระท่อม เสวี่ยหมิงประหลาดใจวันนี้อาจารย์ดูขึงขังจริงจังกว่าทุกที อาจเป็นเพราะว่าหนึ่งเดือนที่ได้อยู่ด้วยกัน เขาสัมผัสได้ถึงลักษณะนิสัยขี้เล่นเสียเป็นส่วนใหญ่ของอาจารย์ก็เป็นได้ พอท่านเคร่งขรึมจริงจังก็เหมือนได้พบมุมมองใหม่ๆ



“เรารู้มาว่าเจ้าฝึกกระบวนท่ามาจากพวกคนในสำนักคุ้มภัยตระกูลเสวี่ย ไหนลองแสดงให้เราดูหน่อยสิ”



เมื่อถูกสั่ง เสวี่ยหมิงก็ออกไปแสดงกระบวนวิชาที่ตนครูพักลักจำมา ท่าแล้วท่าเล่ากินเวลานานหมายชั่วโมงเสวี่ยหมิงจดจำสิ่งไหนได้เขาแสดงออกมาทั้งหมด ด้วยนึกอยากให้อาจารย์เห็นความสามารถที่เขาพอจะมีอยู่บ้าง เด็กหนุ่มไม่อยากให้ท่านอาจารย์รู้สึกผิดหวังที่มาทุ่มเทอบรบสั่งสอนคนแบบเขา



หลังจากแสดงกระบวนท่าทั้งหมดที่จำมาจนหมด เสวี่ยหมิงก็จรดท่ายืนตัวตรงน่าแปลกเขาออกแรงมากถึงเพียงนี้ แต่ไม่มีอาการเหนื่อยหอบแม้แต่น้อยทั้งที่กินเวลาหลายชั่วโมงกว่าจะแสดงกระบวนวิชาจนครบหมด



“เฮอะ วิชาแมวสามขา พอจะเอาไปจัดการกับพวกขี้เมาในโรงเตี๊ยมได้บ้าง หาได้เทียบกับวิชาที่เรามีได้ซักกะผีก”



ยอมรับว่ามีความกังวลใจเล็กน้อยที่ท่านอาจารย์แสดงสีหน้าผิดหวัง หากว่าอาจารย์กล่าวคำเบื่อหน่ายที่จะสอนสั่งเขาแล้วเสวี่ยหมิงคงเศร้าใจ หนึ่งเดือนมานี้ความสนิทสนมที่อาจารย์มีต่อเขาช่วยหล่อเลี้ยงทั้งยังกำหนดเป้าหมายบางอย่างให้เขาก้าวต่อไป



ช่างน่าสมเพชตัวเองนัก เสวี่ยหมิงนับจากรู้ความจริงตนเองก็เคว้งคว้างราวกับอยู่ในห้วงอากาศอันปรวนแปรไม่รู้จบ เพราะแต่ไหนแต่ไรตนเป็นคนน่าเบื่อที่ไม่เคยคิดถึงอนาคตและความฝัน เป็นเพราะว่าอยู่แบบปลิดปลงต่อร่างกายอ่อนแอไร้พลังมานาน ดังนั้นจึงไม่เคยทะเยอทะยานอยากได้สิ่งใดนอกจากสถานที่อันสงบสุข



กระนั้นตอนนี้กลับมีเป้าหมายใหม่ เขาอยากฝึกยุทธให้สำเร็จอยากเป็นศิษย์อันดีเลิศในสายตาอาจารย์ อยากออกท่องไปในยุทธภพพบผู้คนมากมาย ใช้ชีวิตเยี่ยงจอมยุทธผู้หนึ่ง หากเป็นเช่นนั้นได้คงดีไม่ใช่น้อย



“เอาเถอะก่อนจะสอนกระบวนท่า เราจะสอนการเดินลมปราณและพื้นฐานของวรยุทธให้เจ้าก่อน หวังว่าคงใช้เวลาไม่นานมากเหมือนตอนฝึกวิชาหดกระดูกเปลี่ยนหนังนะ เจ้าศิษย์หน้าโง่”



เสวี่ยหมิงห่อไหล่ เริ่มจะสำนึกได้ว่าความจำดีเลิศแค่ไหน หากไม่มีความเข้าใจก็ไม่สามารถฝึกให้สำเร็จโดยง่าย ระหว่างที่ฝึกวิชาหดกระดูกเปลี่ยนหนัง ท่านอาจารย์แสนจะใจเย็นต่อเขามาก เป็นเรื่องดีงามที่ได้พบอาจารย์ที่ดีเช่นนี้จนเกลียดตัวเองไม่น้อยนที่ก่อนนั้นเล่นตัวทั้งยังไม่สำนึกบุญคุณใหญ่หลวงที่อาจารย์มีต่อตน



“มาที่ตรงนี้หมิงน้อย เราจะเริ่มสอนวิธีเดินลมปราณให้แก่เจ้า”



“ครับอาจารย์” เสวี่ยหมิงไม่รอช้ารีบปฏิบัติตนเป็นศิษย์ที่ดีเชื่อฟังคำสั่งสองของอาจารย์ ในใจคาดหวังว่าซักวันหนึ่งตนจะเป็นจอมยุทธที่เก่งกาจดังเช่นอาจารย์ของตนเอง



 :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4:


จริงๆอยากจะขยี้มากกว่านี้ แต่ไอ้เราไม่ถนัดเขียนดราม่าเอาเสียเลย5555 ได้แค่นี้แหละ ตอนหน้าจะเริ่มมีอะไรใหม่มาให้เสวี่ยหมิง ไม่สปอยน้า



เม้นเป็นกำลังใจกันบ้าง 

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4549
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
หมิงน้อยน่าสงสาร

ออฟไลน์ แมวดำ

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 786
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-2
จะเป็นไงต่อน้ารีบมาต่อนะ

ออฟไลน์ พิศตะวัน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 496
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-3

ออฟไลน์ Minty

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 746
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
สงสารเสวี่ยหมิงที่เพิ่งรู้ความจริงว่าโดนขโมยเงิน

แล้วยังโดนปฏิบัติไม่ดีใส่อีก :katai1:

ออฟไลน์ saradino1

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 330
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1
ติดตามหมิงน้องต่อครับ. สงสารจัง. ต้องมาเจออะไรแบบนี้

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4162
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
รอตอนต่อไปค่ะ

ออฟไลน์ Kei

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 478
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1
ชอบท่านจูมากเลยจ้า พระเอกเมื่ิอไหร่จะโผล่อ่ะจ๊ะ

ออฟไลน์ Celestia

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 837
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
เป็นเราจะจุดไฟเผาพวกบ้านั่น

ฮึ่ยยยยย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Violasheep

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-0
ตอนที่5



หนึ่งปีผ่านไปอย่างช้าๆสำหรับการเคี่ยวกรำเสวี่ยหมิงให้ฝึกวรยุทธ ในบรรดาศิษย์ทั้งหมดจูเยว่เสวียนนึกรักเสวี่ยหมิงมากกว่าใคร อาจเป็นเพราะว่ามันชมชอบความซื่อสัตย์ที่ค่อนไปทางซื่อบื้อของศิษย์ผู้นี้ก็เป็นได้



แม้ว่าในการสอนสั่งแต่ละครั้งจำเป็นต้องใช้ความใจเย็น ทว่าเสวี่ยหมิงไม่เคยทำให้มันผิดหวัง ถึงทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความเชื่องช้า กระนั้นความรู้จริงในวิชากลับหนักแน่นปานหินผา พื้นฐานของเสวี่ยหมิงแน่นหนาเสียยิ่งกว่าตัวมันเองในวัยหนุ่มเสียอีก



นอกจากนั้นการที่มันมุ่งมั่นต้องการให้เสวี่ยหมิงเป็นศิษย์ของตนให้ได้ อาจเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ฟ้าลิขิต เสวี่ยหมิงมีคุณลักษณะดีงามที่หาได้ยากในรอบหลายร้อยปี กล่าวคือเป็นภาชนะที่มีความลึกและกว้างในการฝึกปรือพลังวัตร ในบรรดาศิษย์ทั้งหมดหากให้ฝึกฝนพร้อมกันเสวี่ยหมิงอาจจะสำเร็จวิชาได้ช้า ทว่าความกว้างของการบรรจุเหนือล้ำกว่าย่อมเพิ่มพูนพลังวัตรได้มากกว่าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด



นั่นหมายความว่าเสวี่ยหมิงเป็นผู้เหมาะสมที่จะรับถ่ายพลังวัตรจากมันเป็นแม่นมั่น ซึ่งหากคนที่มันพบเป็นคนอื่น พลังวัตรในกายมันอาจจะถ่ายเทออกได้ไม่หมด ถ้าฝืนท่ายเทไปซ้ำๆอาจมีผลให้ผู้รับพลังวัตรร่างระเบิดออกเพราะพลังวัตรล้นทะลักก็เป็นได้



ในขณะเดียวกันถ้ามันถ่ายพลังวัตรไม่หมดในครั้งเดียวตามที่เคล็ดวิชาได้บอกไว้ มันเองก็จะถูกลมปราณตีกลับไม่รู้ว่าต้องพักรักษาตัวนานเท่าใดถึงจะหายดี ผลเสียนั้นหรือนอกจากจะศูนย์พลังวัตรไปเปล่าๆยังได้รับบาดเจ็บหนัก ไม่มีเรื่องดีเลยแม้เพียงนิด



ระยะหลังมานี้จูเยว่เสวียนมุ่งมั่นกับการสอนเสวี่ยหมิงเพราะรู้สึกสนุก จนหลงลืมการฝึกปรือลมปราณขั้นสุดยอดของตัวเองไป ดังนั้นพลังวัตรของมันจึงมิได้ก้าวหน้าหยุดนิ่งอยู่เช่นนั้นราวแปดเดือนได้



เวลานี้มีความคิดอยู่ในใจสองประการ ประการหนึ่งคือต้องการเร่งฝึกปรือพลังวัตรของตนเอง ประการที่สองคือสืบให้รู้แน่ชัดว่าผู้ใดเป็นศิษย์ทรยศแพร่งพรายที่กบดานลับฝึกวิชาของมันให้ผู้อื่นล่วงรู้



“อาจารย์อาหารพร้อมแล้วครับ” เบื้องหน้าของจูเยว่เสวียนคือไก่ย่างทั้งตัว นับตั้งแต่มันอยู่กับเสวี่ยหมิงมาต้องยอมรับว่าศิษย์ผู้นี้มีฝีมือในการปรุงอาหารที่ใช้ได้ มันไม่เคยได้ทานอาหารที่ไม่ถูกปากเลยซักครา



“ยังก่อนหมิงน้อย เรามีเรื่องจะพูดกับเจ้าซักหลายคำ”



เสวี่ยหมิงไม่ทราบว่าอาจารย์จะพูดอะไรด้วย แต่เขาหาได้กังวลไม่เพราะเข้าใจว่าเรื่องที่อาจารย์จะสอนสั่งล้วนเป็นเรื่องดีสำหรับเขา หลายเดือนที่อาศัยอยู่ด้วยกันมา อาจารย์ช่างมีเมตตาต่อเขาประหนึ่งบิดาคนหนึ่ง ต้องยอมรับคงไม่มีผู้ใดอดทนต่อการสอนสั่งตัวโง่งมอย่างเขาได้ดีเท่าอาจารย์อีกแล้ว



“เราจะมอบหมายงานให้หมิงน้อยทำ” จูเยว่เสวียนเว้นระยะจิบน้ำเล็กน้อยก่อนจะกล่าว



“เราจะเขียนจดหมายให้เจ้าสองฉบับ ฉบับหนึ่งเป็นจดหมายฝากฝังและแนะนำตัวเจ้าแก่ศิษย์ผู้พี่ อีกฉบับเป็นจดหมายลับเจ้าจะเปิดได้ก็ต่อเมื่อเดินทางไปถึงพรรคมังกรพิโรธที่ตั้งอยู่บนหุบเขาหมื่นปีเท่านั้น”



“อาจารย์ท่านคงไม่ได้หมายความว่าจะไล่ข้าไป”



 เสวี่ยหมิงตกใจลนลาน เหตุใดอาจารย์จึงให้เขาไปที่อื่น เท่าที่ทราบมายังมีวิชาอีกมากที่อาจรย์ยังไม่ได้สอนสั่งเขาให้สำเร็จ เกิดเบื่อหน่ายที่จะสอนเขาแล้วหรือ เด็กหนุ่มเกิดความกลัวและน้อยใจขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้



“อาจารย์เบื่อที่จะสอนสั่งข้าแล้วหรือครับ อาจจารย์มักจะพูดบ่อยๆว่าในบรรดาศิษย์ทั้งหมดข้าโง่เขลาที่สุด อาจารย์จะไม่ทนต่อความโง่เขลาของข้าแล้วหรือครับ” ตอนนี้เองที่กระบอกตาเขาร้อนผ่าว ไม่อาจทัดทานต่อความสะเทือนใจได้ เด็กหนุ่มเกือบจะร้องไห้อยู่ร่อมล่อแล้ว



“เพ้ย...ใครใช้ให้เจ้าคิดว่าเราเบื่อจะสั่งสอนเจ้า ในทางกลับกันเราสนุกมากจนลืมเลือนการฝึกปรือฝีมือของเราไป ที่เราต้องการคือให้เจ้าได้รู้จักกับบรรดาศิษย์พี่ของเจ้า นอกจากนั้นยังมีเรื่องสำคัญที่เราจะฝากให้เจ้าทำเป็นเรื่องที่ติดอยู่ในใจเราไม่อาจลบเลือนไปได้”



“เรื่องอะไรหรือครับอาจารย์” เสวี่ยหมิงปาดน้ำตา



“เราระแวงสงสัยว่าในบรรดาศิษย์เรามีผู้แพร่งพรายสถานที่ฝึกลับของเราออกไป เรื่องนี้เราอยากให้เจ้าไปสืบดูว่าใครกันแน่ที่ทรยศเรา นอกจากนั้นเราคิดว่าการที่เจ้าไปที่พรรคมังกรพิโรธเพื่อฝึกปรือวิชาจากพวกศิษย์พี่จะเป็นการสร้างความสนิทสนมเพื่อตัวเจ้าเองด้วยเช่นกัน”



เสวี่ยหมิงไม่เข้าใจว่าการสนิทสนมกับบรรดาศิษย์พี่ทั้งหลายเป็นการสร้างอนาคตที่ตรงไหน แต่ทว่าหากอาจารย์เห็นดีงามเขาก็ไม่ขัด นอกจากนั้นการสืบหาศิษย์ทรยศยังเป็นงานสำคัญทีเขาไม่อาจปฏิเสธได้



“ในบรรดาศิษย์เรา เจ้าเป็นคนที่ซื่อสัตย์ที่สุด หลี่หมู่ไป๋ศิษย์คนโตแม้นเป็นคนจริงใจแต่เป็นประเภทหัวแข็งยึดมั่นอะไรแล้วมักไม่เคยเปลี่ยนแปลงทำให้เราหงุดหงิดอยู่บ่อยครั้ง หลงเยี่ยอิงศิษย์คนรองเป็นคนฉลาดแต่ก็มีนิสัยร้ายๆปลอมปนในสันดารอยู่มากจนบางครั้งเราเหนื่อยใจต่อการคาดเดาพฤติกรรมของศิษย์ผู้นี้ อิงเฟยศิษย์คนที่สามก็แสนจะเหย่อหยิงเอาแต่ใจ มีความทะเยอะทะยานไม่สิ้นสุด ในบรรดาสามคนนี้เราเดาไม่ออกจริงๆว่าผู้ใดทรยศต่อเรา เราก็มีความหวังแค่เพียงเจ้า คาดว่าเจ้าคงไม่ทำให้เราผิดหวัง”



“เหตุใดอาจารย์ไม่ไปด้วยกันละครับ”



“เราเหนื่อยหน่ายต่อการแย่งชิง เราตรึกตรองดูอาจเป็นเพราะบรรดาศิษย์ทั้งสามคงอยากได้ตำแหน่งประมุขพรรคจากเราจนตัวสั่น เรามีความคิดว่าจะยกให้ใครคนใดคนหนึ่ง เวลานี้เราคิดเพียงแต่อยากสำเร็จยุทธขั้นสูงสุดให้ได้ เราต้องการความสงบดังนั้นจึงไม่เดินทางไปกับเจ้า แน่นอนหากเราฝึกสำเร็จคนแรกที่เราจะไปพบย่อมคือเจ้าศิษย์เราที่รักที่สุดเช่นเจ้า”



เสวี่ยหมิงเกิดความซาบซึ้งอย่างหนัก ตัวเขาแม้ไม่อยากจากอาจารย์ไปเลยก็ตาม ทว่าเมื่อฟังเหตุผลของอาจารย์จนเข้าใจดีแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่เขาจะไม่ทำตามที่อาจารย์ต้องการ



“หมิงน้อย ปีหนึ่งที่ผ่านมาเจ้าสำเร็จวิชาใดไปแล้วบ้าง”



“วิชาหดกระดูกเปลี่ยนหนัง เพลงหมัดเกล็ดหิมะ เพลงกระบี่หิมะโปรย ครับ”



“โอ....หนึ่งปีที่ผ่านมาจัดว่าน้อยเหลือเกิน แต่ว่าในบรรดาศิษย์เราผู้ที่ฝึกปรือวิชาเพลงหมัดเกล็ดหิมะและกระบี่หิมะโปรยมีแค่เจ้าเพียงคนเดียว นอกจากนั้นคนที่รู้วิธีปรุงยาพิษและยาแก้พิษหิมะโปรยก็มีเจ้าเพียงคนเดียวเช่นกัน ด้วยวิชาที่มีอยู่นี้ข้าเชื่อว่าเจ้าเองก็สามารถต่อกรกับศิษย์พี่ของเจ้าได้ และไม่ถูกรังแกง่ายๆ”



“ขอบคุณอาจารย์ที่สอนสั่งข้าจนมีทุกวันนี้ครับ”



“แต่อย่าได้หยุดฝึกปรือต่อไปเสียล่ะ จดหมายแนะนำตัวนี้เราได้ฝากฝังให้ศิษย์พี่ของเจ้าช่วยกันฝึกวิชาที่เหลือให้เจ้าตามถนัด ก็หวังว่าคำสั่งเราจะเป็นเกราะกำบังบางอย่างช่วยให้เจ้าสร้างความสนิทสนมต่อศิษย์พี่ของเจ้าได้นะ”



“ท่านอาจารย์ไม่ต้องห่วง ข้าจะตั้งใจฝึกปรือ และไม่ลืมสืบหาศิษย์ทรยศให้อาจารย์ด้วย”



“โอ...ตามจริงเราไม่ถือโกรธเรื่องทรยศเท่าใดแล้ว เพราะเกิดเหตุการณ์นั้นทำให้พลังฝีมือเรารุดหน้า นอกจากนั้นเรายังได้เจอลูกศิษย์ที่ดีงามเช่นเจ้า เราเพียงอยากทราบเท่านั้นว่าผู้ใดทรยศและด้วยสาเหตุที่เราคาดการณ์ไว้หรือไม่”



“ข้าจะไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวังครับ”



“คาดว่าเจ้าคงหิวจนท้องกิ่วแล้วเรามาทานกันเถอะหมิงน้อย”

จูเยว่เสวียนฉีกไก่แบ่งให้เสวี่ยหมิงชิ้นใหญ่กว่าตัวเองเสียอีก มันทำให้เด็กหนุ่มยิ่งซาบซึ้งในความเมตตาของอาจารย์ซึ่งเปรียบประดุจบิดาผู้หนึ่ง



“พรุ่งนี้ให้เจ้าออกเดินทางแต่เช้า เราจะกบดานอยู่ที่นี่ไม่ไปไหน ทว่าเจ้าห้ามแพร่งพรายที่อยู่ของเราให้ใครทราบ เราไม่ต้องการให้ใครมารบกวน”



เสวี่ยหมิงสะดุ้งตัวเบาๆไม่คาดว่าการเดินทางออกไปผจญโลกกว้างจะเร็วเยี่ยงนี้ เขายังเข้าใจว่าจะได้อยู่ดูแลอาจารย์อีกซักเดือนสองเดือน ถูกเร่งให้ไปเร็วเช่นนี้ยอมรับว่าสะเทือนใจจนอยากจะกล่าววาจาซักหลายคำ



“แต่อาจารย์ทำไมถึงให้ข้าไปเร็วถึงเพียงนี้” เขาร้องอุทรเพียงหวังว่าอาจารย์จะยอมใจอ่อนผ่อนปรนเวลาให้เขาบ้าง



“ตัวโง่งม การไปของเจ้าทำให้เราสองต่างมีอนาคต เจ้าไปที่พรรคมังกรพิโรธไม่ใช่แค่เพื่อฝึกวิชา แต่ไปเพื่อไขว่คว้าประสบการณ์อย่างหนึ่ง ส่วนเราเมื่ออยู่อย่างสงบวิชาของเราล้วนรุดหน้าโดยไว อย่าได้หวาดเกรงไปศิษย์เรา เจ้าเองก็เป็นชาติบุรุษผู้หนึ่งคงมีความคิดอยากออกไปท่องโลกหาความก้าวหน้าบ้างกระมัง”



เสวี่ยหมิงมีความคิดเรื่องนั้นอยู่บ้าง หากแต่ก็เป็นห่วงความเป็นอยู่ของอาจารย์เหลือเกิน หากเขาไม่อยู่อาจารย์คงใช้ชีวิตลำบากขึ้นอีกเท่าตัว”



“ตัวโง่งมเจ้าอย่าได้สำคัญตัวผิดไป ถึงแม้เจ้าไม่อยู่เราย่อมดูแลตัวเองได้ เราเคยอยู่ลำพังแบบไหนเราย่อมอยู่ได้เช่นนั้น”



ราวกับอาจารย์เข้ามาอยู่ภายในใจของเขา เมื่อถูกยืนกรานหนักแน่นเช่นนี้ เขาก็ไม่มีข้อโต้แย้งอีก ดังนั้นวันรุ่งเสวี่ยหมิงจึงต้องออกเดินทางจากจูเยว่เสวียนไปมุ่งสู่พรรคมังกรพิโรธที่ตั้งอยู่ในหุบเขาหมื่นปี



 :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4:


ตอนต่อไปมาแล้วน้า หมิงน้อยจะออกเดินทางแล้ว จะมีตัวละครใหม่เพิ่มขึ้นอีก เม้นเป็นกำลังใจกันบ้างน้า

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4549
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
หมิงน้อยเป็นศิษย์ที่อาจารย์รักจริง ๆ

ออฟไลน์ game6969

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 34
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ต่อนะคัฟ

ออฟไลน์ shiroinu

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 309
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
เป็นคนดีไปแล้วหมิงเอ้อร์  :katai1: อยากเห็นอิมเมจของหมิงๆจังเลยจ้าาาา  :ruready  แหมๆ ในหมู่ศิษย์พี่สุดล่ำบึกจะมีพระเอกของเรามั้ยน้าาาา   :hao7: :hao3:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-02-2017 18:01:04 โดย shiroinu »

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4162
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
อ่าน ๆ ไป ทำไมรู้สึกว่าจอมมารเป็นคนดี... ที่แท้ท่านอาจารย์(น่าจะ)ดีกับบางคนสินะ

ออฟไลน์ about

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 263
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0

ออฟไลน์ polkadot

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 54
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
เพิ่งเข้ามาอ่านจ้า ชอบๆๆ สนุก

ออฟไลน์ Minty

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 746
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
หมิงน้อย เตรียมตัวท่องโลกกว้างแล้ววว :katai2-1:

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7620
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
เสวี่ยหมิง รู้เช่นเห็นชาติทั้งตระกูลนายท่านแล้ว
ทั้งโกงเงินพ่อเขา ที่ว่าเมตตาปรานีก็ไม่ใช่
เลี้ยงดูดั่งคนใช้ ทั้งที่เป็นลูกเจ้าของเงินแท้ๆ
กลับไปคำนับอาจารย์ เป็นศิษย์รักคนเล็กมีฝีมือ
เสวี่ยหมิง จะเป็นศิษย์น้องโผเข้าสำนักมังกรพิโรธแล้ว
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ พิศตะวัน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 496
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-3

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด