นิยายจีน มังกรซ่อนหิมะ ตอนที่41 บทสรุป p15 8/10/60 จบแล้วจ้า
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: นิยายจีน มังกรซ่อนหิมะ ตอนที่41 บทสรุป p15 8/10/60 จบแล้วจ้า  (อ่าน 58444 ครั้ง)

ออฟไลน์ karamailpraleen

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 86
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
ทำคะแนนต่อไปเสี่ยวหลง :katai5:

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9082
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ Violasheep

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-0
ตอนที่11



เสวี่ยหมิงสังเกตได้ว่าการมาของลูกค้ากลุ่มใหม่สร้างความหวาดกลัวให้แก่ผู้เฒ่าฮวา ตามจริงเขาเองก็อยากถาม กระนั้นการตั้งหน้าตั้งตาทำงานก่อนย่อมเป็นเรื่องสำคัญกว่า



หลังจากเตรียมอาหารที่สั่งไว้จนหมด เสี่ยวหลงก็ลำเลียงอาหารแต่ละอย่างไปวางลงบนโต๊ะของลูกค้า เสียงคุยกันขโมงโฉงเฉง เสวี่ยหมิงหาได้ใส่ใจต่อเนื้อหาคำพูดไม่ เขาเริ่มเตรียมเก็บข้าวของในครัว เมื่อเก็บส่วนที่ไม่จำเป็นไปได้ครึ่งหนึ่ง ลูกค้ากลุ่มสุดท้ายก็เรียกให้เสี่ยวหลงเข้าไปคุยด้วย



“เสี่ยวเอ้อ ถามหน่อยสิถ้าข้าจะจ้างพ่อครัวที่นี่ไปทำอาหารในวันจัดเลี้ยงของหมู่ตึกพวกข้า ข้าจะต้องติดต่อใคร”



ผู้เฒ่าฮวาได้ยินดังนั้นจึงออกไปรับหน้า ด้วยท่าทางพินอบพิเทามากกว่าปกติของผู้เฒ่าเสวี่ยหมิงเดาว่าคนเหล่านี้อาจจะเป็นผู้มีอิทธิพลไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เด็กหนุ่มสังเกตการณ์แต่งตัวของคนทั้งหมดอย่างละเอียดลออ ทุกคนต่างแต่งตัวด้วยเสื้อสีแดงกางเกงสีดำและมีตรากิ่งเหมยอยู่ที่ด้านหลังเสื้อ ตัวอักษรใต้ดอกเหมยอ่านว่า หมู่ตึกเหมยนิรันด์



“ถ้าอย่างนั้นเจ้าไปถามพ่อครัวของเจ้ามาอย่าให้ข้ารอนานนัก ข้าจะรอคำตอบอยู่ที่นี่แหละ”



เสวี่ยหมิงได้ยินคำพูดของคนด้านนอกชัดเจนทุกคำ ไม่นานนักผู้เฒ่าฮวาก็กลับเข้ามาในร้าน ผู้เฒ่าปาดเหงื่ออยู่หลายครั้งมีท่าทางอึกอักเหมือนน้ำท่วมปาก



“มีอะไรก็พูดมาเถอะครับ ข้ารอฟังอยู่” เสวี่ยหมิงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนทั้ง ผู้เฒ่าฮวาค่อยใจชื้นขึ้นบ้าง



“คุณชายเสวี่ย คนด้านนอกนั่นต้องการจ้างท่านไปทำอาหารที่งานจัดเลี้ยงของหมู่ตึกเหมยนิรันด์ อาจจะดูเป็นการเห็นแก่ตัว แต่ข้าว่าท่านตอบตกลงเถอะ”



“เหตุใดท่านถึงหวาดกลัวคนพวกนั้นถึงเพียงนี้” เสวี่ยหมิงถาม



“หมู่ตึกเหมยนิรันด์เป็นสาขาหนึ่งของพรรคมังกรพิโรธ แม้แต่พวกจอมยุทธฝ่ายธรรมยังไม่กล้าบุกสุ่มสี่สุ่มห้า เกรงว่าท่านไม่ทำตาม ท่านกับครอบครัวข้าคงจะมีภัย”



อย่างนี้นี่เอง เสวี่ยหมิงเพิ่งแจ้งแก่ใจว่านอกจากชื่อเสียงด้านลบพรรคมังกรพิโรธยังมีอำนาจบางอย่างที่สร้างความหวาดเกรงให้คนทั่วไปอีกด้วย อาจารย์นะอาจารย์ ท่านทำอะไรลงไปบ้างกันแน่ คนทั่วไปถึงได้หวาดกลัวพรรคของท่านมากถึงเพียงนี้



“เข้าใจล่ะ ผู้เฒ่าท่านตอบตกลงไปเถอะ ข้าตกลงที่จะไป ท่านไม่ต้องกังวลไปนะ”



ทันทีที่ได้รับคำตอบอันดี ผู้เฒ่าฮวาก็คำนับขอบคุณหลายต่อหลายครั้ง เสวี่ยหมิงตัดสินใจว่าจะถอดแหวนที่อาจารย์ให้มาซ่อนเอาไว้กับตัว ด้วยไม่ต้องการให้คนในพรรครู้ฐานะของเขาให้ยุ่งยาก



หลังจากที่ผู้เฒ่าฮวาคุยกับคนจากหมู่ตึกเหมยนิรันด์เรียบร้อยเสวี่ยหมิงก็เก็บครัวเสร็จพอดี คนจากหมู่ตึกไปแล้วเมื่อเดินออกไปที่ด้านนอก ผู้เฒ่าฮวาฉีกยิ้มกว้างอย่างยิ่ง



“คุณชายเสวี่ย คนจากตึกดอกเหมยนิรันดิ์ให้ค่าจ้างมาเยอะถึง1000ตำลึงเงิน พวกเขาพอใจกับฝีมือทำอาหารของท่านมากเชียวล่ะ” กล่าวจบผู้เฒ่าฮวาก็ยื่นเงินมาให้



“ท่านสามารถนำผู้ช่วยไปได้ด้วยนะ” ผู้เฒ่าฮวากล่าว



“ถ้าอย่างนั้นเสี่ยวหลงเจ้าไปกับข้าไหม” เสวี่ยหมิงแสร้งถามทั้งที่พอจะเดาได้



“ต้องแน่นอนอยู่แล้วพี่ใหญ่ ท่านกล้าไปไหนมาไหนคนเดียวโดยไม่มีข้าอย่างนั้นหรือ”

 เสี่ยวหลงยักคิ้วหลิ่วตามาให้ ชวนให้น่าทุบถองยิ่งนัก



“หวังว่าเจ้าจะไปช่วยข้ามากกว่าไปทำเสียเรื่องนะ”



ตอนนี้เองที่เสี่ยวหลงแสดงท่าทางแง่งอนราวกับผู้หญิงอีกแล้ว เสวี่ยหมิง และตาหลานสกุลฮวาพากันหัวเราะครื้นเครง คืนนี้ก็เหมือนทุกวันเขากับเด็กน้อยพากันฝึกยุทธ ฝีมือของเสี่ยวหลงรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วเสียจนเขาต้องนึกทึ่ง



“แค่ไม่กี่วันเจ้าก็ชำนาญเพลงหมัดกระจกแล้ว หากข้าไม่รู้มาก่อนว่าเจ้ามีพื้นฐานวรยุทธ ข้าคงคิดว่าเจ้าเป็นยอดของยอดอัจฉริยะก็เป็นได้”

เสี่ยวหลงเมื่อจรดเพลงหมัดท่าสุดท้ายกลับมายืนตรง มันก็หัวเราะฮิฮะก่อนจะกล่าววาจาถือดีกับเสวี่ยหมิง



“พี่ใหญ่ใยไม่คิดว่าอันที่จริงข้าเองเป็นยอดของยอดอัจฉริยะมาแต่กำเนิดเล่า”  เสวี่ยหมิงส่ายหน้ายิ้มๆให้กับความหลงตัวเองของมัน



“อัจฉริยะตัวจริงย่อมไม่อวดโม้สรรพคุณตัวเอง เจ้าอย่าได้พูดจาแบบนี้ให้ผู้อื่นฟัง เกรงว่าจะมีแต่คนหัวเราะเยาะเจ้า”



“โถ่พี่ใหญ่ใครจะหัวเราะอย่างไรขอเพียงตัวเองมั่นใจเท่านั้นก็น่าจะเพียงพอแล้วนี่นา”



“เหลวไหลเลอะเทอะ”



“แต่ข้าว่าพี่หลงเก่งมากเลยนะคะ”



เหมยลี่ที่โผล่มาอย่างกะทันหันกล่าวชม เสวี่ยหมิงรู้ตั้งนานแล้วว่าเด็กหญิงผู้นี่แอบมองและแอบฟังอยู่แต่แรก เพียงแต่นางเลือกเวลาเช่นนี้ในการปรากฏตัวพร้อมกับผ้าเช็ดตัวกับตะกร้าบรรจุอาหารและน้ำจำนวนหนึ่ง



“เห็นหรือไม่พี่ใหญ่ เหมยลี่นางยังเห็นด้วยกับข้าเลยนะ”



เสี่ยวหลงพูดด้วยท่าทางลำพองใจ หากหลงตัวเองถึงเพียงนี้เขาคงไม่สามารถจัดการอะไรกับมันได้ คงทำเพียงเดินหนีปล่อยให้มันโอ้อวดกับเหมยลี่ต่อไปเท่านั้น



“อ้าวพี่ใหญ่จะไปไหน” เสี่ยวหลงเมื่อเห็นเสวี่ยหมิงเดินหนีไปก็รู้สึกว่าผิดท่า ไม่นะเจ้าคงไม่คิดทิ้งข้าไว้กับเด็กหญิงคลั่งรักนี่ใช่หรือไม่



“พี่ใหญ่รอข้าด้วยซี้”



มันเตรียมจะเดินตามไป ทว่ากลับถูกเหมยลี่ยื้อยุดเอาไว้ พอหันไปมองนางก็ส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้พร้อมทั้งกล่าวคำชวนให้มันอยู่ชมจันทร์เป็นเพื่อน ช่างแก่แดดนักสำหรับเด็กสาววัยสิบสี่



“เจ้าอยู่เป็นเพื่อนางไปเถอะ”



เสวี่ยหมิงตะโกนบอกกลับมา โถ่เอ๋ยกล่าววาจาบังคับมันเสียอย่างนั้น หากเป็นมันคนเดิมล่ะก็คงไม่จำเป็นต้องเสแสร้งทำดีถึงเพียงนี้ ตัวมันเองเป็นคนที่นึกอยากใจดีก็ดีนึกอย่างเลวร้ายก็ร้าย หาได้คิดถึงจิตใจของผู้อื่นเสียเท่าไหร่ ทว่านับแต่มันมาอยู่กับเสวี่ยหมิง มันกลายเป็นคนใจดีตามพี่ใหญ่ผู้น่ารักคนนี้ไปเสียแล้ว



“ข้าเตรียมขนมกับชามาด้วยนะพี่หลง” เหมยลี่หยิบของออกจากตระกร้า เสี่ยวหลงได้แต่ยิ้มแฮะๆ ไม่ทราบว่าจะจัดการกับเด็กหญิงอย่างไรดี มันจึงเลยตามเลยยอมอยู่ด้วยจนกว่านางจะพอใจ



เช้าวันรุ่งขึ้นเสวี่ยหมิงกับเสี่ยวหลงก็ออกเดินทางไปยังหมู่ตึกเหมยนิรันด์ตามแผนที่ เมื่อไปถึงที่ประตูด้านหน้า เขาก็ยื่นจดหมายแนะนำตัวให้แก่คนเฝ้ายาม



“อ้อ ที่แท้ก็พ่อครัวจัดเลี้ยง แล้วนี่คนข้างหลังใคร”



“นี่น้องชายข้า เขาเป็นผู้ช่วยครับนายท่าน” คนเฝ้ายามทั้งสองคนเข้ามาสำรวจตรวจตราพวกเขา เมื่อพบว่าเสวี่ยหมิงพกกระบี่ก็ทำท่าคับข้องใจ



“เจ้าพกกระบี่ด้วยรึพ่อครัว”



เสวี่ยหมิงไม่คาดว่าจะมีปัญหาเป็นความผิดพลาดของเขาเองที่พกมันจนเคยชิน และเขาเองก็ไม่คิดจะเข้าไปในตึกโดยไร้กระบี่เสียด้วย



“โธ่นายท่านทั้งสอง พวกเราเดินทางมาไกลย่อมต้องกลัวมีภัย การพกกระบี่ไว้เพื่อป้องกันตัวท่านคงไม่คิดว่าพวกเราเป็นคนร้ายกระมัง”



 เสี่ยวหลงอธิบายด้วยท่าทางยำเกรง ท่าทางเช่นนั้นกับวาจาที่สมเหตุผลทำให้คนเฝ้ายามทั้งสองเห็นด้วยไม่มากก็น้อย ดังนั้นพวกเขาสองคนจึงถูกปล่อยผ่านเข้าไปในเวลาถัดมา



“เจ้าพูดมันก็ถูก เอาเถอะ แค่พ่อครัวไร้วรยุทธพกกระบี่ไปก็ไม่เห็นว่าจะทำอะไรใครได้ เข้าไปได้แล้ว”



“ขอบคุณๆๆขอรับ”



เสี่ยวหลงประสานมือคำนับหลายต่อหลายครั้ง มันยังไม่ลืมแทงศอกเข้ามาที่สีข้างของเขา เสวี่ยหมิงแจ้งใจทันทีเขากล่าวขอบคุณทั้งยังคำนับเลียนแบบเสี่ยวหลงก่อนจะพากันผ่านเข้าหมู่ตึกไป



เมื่อเข้าไปด้านในก็มีคนผู้หนึ่งมานำทางให้ เสวี่ยหมิงและเสี่ยวหลงถูกพาไปยังห้องครัวทันที ที่นั่นมีผู้ช่วยอีกจำนวนสี่คนรอเขาอยู่แล้ว



“นายท่านบอกว่าให้เจ้าแสดงการทำอาหารอย่างสุดฝีมือ อย่าได้กักเก็บเอาไว้ วันนี้เป็นวันสำคัญของนายท่าน เป็นงานเลี้ยงวันเกิด หวังว่าเจ้าคงไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”



กล่าวจบผู้นำทางก็จากไป เสวี่ยหมิงมองดูห้องครัวที่หรูหราใหญ่โต คาดว่าเป็นผู้มีอันจะกินยิ่งกว่าตระกูลเสวี่ยเสียอีก เนื่องจากสมัยที่อยู่กับตระกูลเสวี่ยเขาไปช่วยเป็นลูกมือให้พ่อครัวอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นเขาจึงมีฝีมือในการปรุงอาหารมากทีเดียว



“ยินดีที่ได้รู้จักขอรับทุกท่านข้าเสี่ยวหลงฝากตัวด้วยขอรับ”



 เสี่ยวหลงไล่คำนับผู้ช่วยในครัวซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสตรีมีอายุทุกท่าน ด้วยความที่มันตั้งใจทำตัวตลก บรรดาอิสตรีจึงพากันหัวเราะถ้วนหน้า มันยังไม่ลืมแนะนำเสวี่ยหมิงให้ทุกคนรู้จัก



“ส่วนนี่พี่ใหญ่ของข้าเสวี่ยหมิง จะมาเป็นพ่อครัวใหญ่ในวันนี้ พี่ข้าเป็นคนซื่อๆพูดน้อยหวังว่าพวกท่านจะเอ็นดูน้า” กล่าวจบเสี่ยวหลงก็แทงศอกเข้ามาอีก แล้วกระซิบสั่งเขาเสียงเข้ม



“แนะนำตัวสิพี่ใหญ่ยิ้มกว้างๆด้วยนา”



“ข้าเสวี่ยหมิงครับฝากตัวด้วย”



 เขาแนะนำตัวพลางโปรยยิ้มตามที่เสี่ยวหลงบอก คาดไม่ถึงว่าเสียงตอบรับจะดียิ่ง พวกผู้ช่วยพากันเข้ามาแสดงท่าทางสนิทสนมใกล้ฃิดอบอุ่นจนร้อนขึ้นมาทันใด



“ต๊าย....น้องหมิงช่างหล่อเหลานัก ข้าไม่เคยพบพ่อครัวที่ไหนหล่อเหลาเท่าเจ้ามาก่อนเลย”



“อายุขนาดนี้น่าจะเป็นลูกข้าได้ หากข้ามีลูกอย่างเจ้าคงกราบไหว้เทพเซียนทุกค่ำเช้า”



“น้องหมิงเจ้ามีฮูหยินแล้วหรือยัง ข้ามีน้องสาวที่ยังไม่ออกเรือนเจ้าสนใจนางไหม”



“ฮ่าฮ่า น้องสาวเจ้าขี้ริ้วจะตาย หมิงน้อยลูกสาวข้างดงามกว่ามากนัก เจ้าสนใจไหม”



เสวี่ยหมิงถูกรุมล้อมด้วยอิสตรีทั้งสี่ ได้แต่อ้าปากพะงาบๆทำอะไรไม่ถูก เสี่ยวหลงเองก็เอาแต่หัวเราะชอบใจ เขาอดไม่ได้ที่จะถลึงตาให้คนที่เอาแต่ยิ้มอย่างเดียวไม่ช่วยเหลือกันบ้างเลย



“เอ่อ ข้าว่าเริ่มต้นเตรียมอาหารกันเดี๋ยวนี้เลยจะดีกว่าละมั้งครับ”



เสวี่ยหมิงยิ้มแฮะๆ ได้แต่หวังว่าคำขอร้องของเขาจะทำให้พวกสาวๆเริ่มต้นทำงาน แน่นอนว่าพวกนางล้วนเป็นงานพอเขาบอกให้เริ่มต้นทำหน้าที่ทุกคนต่างก็แยกย้ายไปทำงานในส่วนของตัวเอง แต่ก็ไม่วายส่งเสียงจอแจชวนเขาคุยโน้นคุยนี่ไปตลอดการทำงาน



 :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4:



เย้ หมิงน้อยกลายเป็นพ่อครัวเสียแหล่ว 55555 หวังว่าคนอ่านจะติดตามอ่านต่อนะคะ



เม้นเป็นกำลังใจกันบ้าง

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7620
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
เข้าทางเลย อยากเข้าพรรคมังกรพิโรธ
ก็ได้เข้าแล้ว แต่ไปในฐานะพ่อครัว
ก็ดีเหมือนกัน จะได้สืบแบบลับๆไปด้วย
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9082
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ แมวดำ

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 786
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-2
เป็นพ่อครัวซะแล้ว

ออฟไลน์ Kei

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 478
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1

ออฟไลน์ someone0243

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 191
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
ดีมากกกก แบบนี้จะได้สืบก่อนค่อยเปิดตัวแบบปังๆ  :katai2-1:

ออฟไลน์ shiroinu

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 309
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
เสน่ห์ปลายจวักก็มา  :hao6: ใครคือนายท่านนะ ติดตามมม  :katai2-1: :m7:

ออฟไลน์ rutchi

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 122
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ติดเรื่องนี้แล้วสิ่เนี่ย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ wnkth

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-2
ติดตามๆ

ออฟไลน์ Violasheep

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-0
ตอนที่12



หมู่ตึกเหมยนิรันด์เป็นสาขาหนึ่งของพรรคมังกรพิโรธ มีผู้นำนามว่าเยิ่นเสียนฉีตัวมันปีนี้อายุได้ห้าสิบห้าปี และวันนี้มันได้จัดงานเลี้ยงวันเกิดอย่างเอิกเกริกในหมู่ตึกทั้งยังเชิญผู้รู้ใจมาร่วมงาน



วันนี้มันมีความสุขยิ่ง กระนั้นใช่ว่าจะไม่มีเรื่องที่ต้องกังวล มันยังมีงานอีกมากที่ได้รับมอบหมายจากนายน้อยผู้ที่มันสนับสนุนและได้รับสนับสนุนเสมอมา



งานเลี้ยงอันหรูหราดำเนินไปได้สองชั่วยามแล้วบรรดาอาหารเลิศรสต่างถูกนำมาสนองต่อความต้องการหลายต่อหลายจาน ไม่เพียงแค่แขกที่มาในงานเท่านั้น ตัวมันเองยังรู้สึกว่าอาหารเหล่านี้ช่างอร่อยเลิศจนมีความคิดที่อยากจะพบหน้าหัวหน้าพ่อครัวซักครา



มันรู้จากลูกน้องคนสนิทว่าหัวหน้าพ่อครัวเป็นลูกจ้างชั่วคราวที่มาแทนพ่อครัวประจำที่ป่วยกะทันหัน เมื่อได้พบหน้ากันมันนึกทึ่งในความมีสง่าราศรีและรูปโฉมของพ่อครัว



มันผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ตอนนี้จึงเชื่อมันว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าคงไม่ใช่แค่พ่อครัวธรรมดา แล้วความเป็นจริงก็ปรากฏเมื่อความวุ่นวายเล็กๆเกิดขึ้นจากการมาเยือนของจงฮั่นเหลียงคู่อริซึ่งเป็นหัวหน้าหมู่ตึกโบตั๋นสาขาหนึ่งของพรรคมังกรพิโรธ



“ฮ่าฮ่า ใยพี่เยิ่นไม่เชิญข้ามาร่วมงานด้วยเล่า ทั้งที่เขตปกครองของเราก็อยู่ไม่ห่างกันแท้ๆ”



การปรากฏตัวของมันทำให้การสนทนาระหว่างเขากับพ่อครัวเสวี่ยหมิงชะงักงัน ช่างน่าบัดซบนัก มันไม่รู้หรือว่าการไม่เชิญเท่ากับไม่อยากให้มา



แรกเริ่มเดิมทีความบาดหมางของมันกับจงฮั่นเหลียงเริ่มมาจากการชิงดีชิงเด่นกันในพรรค ยิ่งเมื่อพวกมันถือหางหนึ่งในศิษย์ทั้งสามที่มีอนาคตเป็นถึงผู้สืบทอดตำแหน่งประมุขต่างคนกัน ความไม่กินเส้นกันจึงยิ่งรุนแรงขึ้นตามลำดับ



แน่นอนว่าในบรรดาศิษย์ทั้งสาม นายน้อยหลี่มู่ไป๋เป็นคนที่สันโดษและทะเยอทะยานน้อยที่สุด ขุมกำลังและผู้สนับสนุนจึงน้อยกว่าผู้อื่น ผิดกับนายน้อยของมันและนายน้อยที่ตัวบัดซบจงฮั่นเหลียงให้การสนับสนุน นายน้อยทั้งสองต่างโดดเด่นและมีคุณสมบัติที่มองข้ามไม่ได้



“เจ้าช่างโง่นักการที่ข้าไม่ส่งเทียบเชิญย่อมหมายความว่าไม่อยากเชิญเจ้า มาทางไหนไสหัวกลับไปทางนั้น”

เยิ่นเสียนฉีไม่ไว้หน้ามันขี้เกียจอยู่ร่วมหายใจในอากาศเดียวกันกับตัวกลับกลอกดั่งเช่นจงฮั่นเหลียง



“ฮ่าฮ่าท่านจะพูดอะไรก็พูดไป ในเมื่อข้ามาแล้วอย่างน้อยต้องได้ดื่มชาซักนิดไม่อย่างนั้นข้าไม่ไปง่ายๆ”



เยิ่นเสียนฉีรู้ว่ามันคงไม่ไปง่ายๆหากไม่ได้ตามประสงค์ดังนั้นจึงสั่งให้สาวใช้รินน้ำชาให้แก่ตัวบัดซบ สาวใช้รินน้ำชาตามคำสั่งทว่าด้วยการก้าวเท้าอันไม่แข็งแรงทำให้นางสะดุดหกล้มน้ำชาร้อนๆพลันสาดใส่ร่างของจงฮั่นเหลียงสร้างความโกรธาแก่มันยิ่งนัก ในขณะเดียวกันเยิ่นเสียนฉีหัวเราะสะใจยิ่ง



“มันน่านัก นางผู้หญิงต่ำช้า”



จงฮั่นเหลียงเกร็งมือหวังตบหน้าด้วยกำลังภายในเต็มอัตรา เยิ่นเสียงฉีเตรียมรับมือมันจะใช้สาวใช้นางนี้เป็นข้ออ้างสั่งสอนคู่อริซักครา ทว่ากลับมีผู้เคลื่อนกายว่องไวกว่ามันรับฝ่ามือต่ำช้าของจงฮั่นเหลียง



“บัดซบ เจ้าเป็นใครกล้ามาขัดขวางการสั่งสอนนางแพศยานี่”



เสวี่ยหมิงไม่ตอบคำแต่หลังจากปัดฝ่ามือของคนเลวร้ายออกไปเขาก็เข้าไปพยุงสาวใช้โชคร้ายให้ลุกขึ้นยืน ไม่คาดว่าคนเลวร้ายจะซัดฝ่ามือมายังด้านหลัง เสวี่ยหมิงที่ไวกว่าซัดฝ่ามือของเขาไปประทะกับมันด้วยกำลังภายในอันลึกล้ำพิสดาร คนเลวร้ายถูกกระแทกลอยลมไปจนเกือบชนกับกำแพง โชคดีของมันที่เสวี่ยหมิงยังยั้งมือมีไมตรีให้อยู่



“แก.....”



จงฮั่นเหลียงไม่ทราบว่าวันนี้มันเจอกับตัวอะไร เหตุใดจึงมียอดยุทธปะปนอยู่ในคราบคนใช้ของหมู่ตึก มันยิ่งคิดยิ่งสงสัย หรือว่านี่จะเป็นแผนหลอกมันมาฆ่าของตาเฒ่าเยิ่นเสียนฉีกันแน่ มันที่มาวันนี้ตั้งใจจะแกล้งให้ตาเฒ่าคู่อรินี้ปั่นป่วนใจ ไม่คาดว่าจะเหยียบกับดักเข้าเต็มๆ วันนี้มันยังไม่พร้อมจึงได้แต่หาคิดหลบเลี่ยงการปะทะอย่างรวดเร็ว



“ไอ้บัดซบแกกล้าทำร้านนายใหญ่รึ” ลูกน้องที่มาด้วยเตรียมจะล้างแค้นให้ จงฮั่นเหลียงจึงตะคอกห้ามปรามพวกมันด้วยเสียงอันดัง



“ข้าไม่ได้สั่งใครกล้าขยับ” ดังนั้นพวกลูกน้องจึงหยุดการกระทำอันขัดต่อคำสั่งของมัน มันเมื่อตั้งตัวได้จึงรีบสะบัดตัวเดินจากไปไม่ร่ำลาแม้ซักคำ



“เอ้อ...ดีดี ไปได้เสียที....”



เยิ่นเสียนฉีหัวเราะชอบใจก่อนจะใช้สายตามองจ้องพ่อครัวคนใหม่ด้วยมีแผนการ มันเองตอนนี้ได้รับคำสั่งจากนายน้อยให้ไปขโมยสูตรและแปลนสร้างอาวุธจากหมู่ตึกศาตราวุธ แน่นอนว่ามันมีความคิดที่จะใช้คนนอกเผื่อแผนการณ์รั่วไหล่จะได้จัดการกับความผิดพลาดได้ง่ายๆ



วันนี้มันเจอยอดฝีมือลึกลับที่หน่วยก้านใช้ได้ มันจะใช้เงินทองตีหัวจ้างคนผู้นี้ซักครา หวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปได้ด้วยดี



“พ่อครัว อื้อ น้องชาย ข้ายังไม่ได้ทราบนามเจ้าเลยไหนบอกข้าทีสิ”



“เสวี่ยหมิงขอรับ”



“ดีดี น้องเสวี่ยหมิงเชิญเจ้านั่งข้างๆนี่”



เสวี่ยหมิงไม่รู้ว่าหัวหน้าหมู่ตึกเยิ่นเสียนฉีต้องการอะไร แต่เมื่อเขามาในฐานะลูกจ้างจะปฏิเสธคำขอสร้างความบาดหมางก็ใช่ที่ ดังนั้นจึงลดตัวลงนั่งเก้าอี้ข้างๆ



“ข้าจะไม่ขออ้อมค้อมละนะน้องชาย ด้วยฝีมือของเจ้าข้าเห็นแล้วมีความคิดจะจ้างเจ้าด้วยเงินห้าพันตำลึงทองเจ้าเห็นว่าเป็นอย่างไร”



เสวี่ยหมิงใช้สมองครุ่นคิด ด้วยเงินจำนวนที่ตั้งตัวได้เช่นนั้นคาดว่าคงเป็นงานสกปรก ตามจริงการที่เขามามีส่วนเกี่ยวข้องกับคนของพรรคมังกรพิโรธถึงขั้นนี้ก็ไม่ใช้ความต้องการของเขา ตอนนี้กลายเป็นว่าถูกเล็งเห็นความสามารถมากกว่าเก่าคิดใช้สอยเขาให้ทำงานสกปรก



“เป็นงานเล็กๆง่ายๆอย่างการขโมยของบางสิ่งให้กับข้า เจ้าว่าช่างง่ายดายหรือไม่”



“ข้าขอปฏิเสธขอรับ”



ดูจากสีหน้าของเยิ่นเสียนฉีแล้วคงโกรธอย่างหนัก ทันทีที่เขาปฏิเสธ เส้นเลือดบนขมับของฝ่ายนั้นก็ปูดบวม มือหยาบกร้านกำหมัดแน่น คาดว่าคงคิดใช้กำลัง



ตอนนี้บรรยากาศไม่สู้จะดีนัก เยิ่นเสียนฉีแผ่รัศมีคุกคามเห็นชัดเสวี่ยหมิงใช่ว่าจะกลัวทั้งสองจ้องตากันไม่ลดละ ในที่สุดเสวี่ยหมิงก็ลุกขึ้นยืนอย่างองอาจ



“ต้องขออภัยด้วยที่ข้าไม่สามารถรับงานนายท่านได้ หลังงานเลี้ยงจบข้าจะรีบเก็บของจากไปขอรับ”



เสวี่ยหมิงประสานมือเคารพ พริบตาที่หันหลังเดินจากมาเขาได้ยินเสียงทุบโต๊ะดังปัง เขาเตรียมตัวรอรับการปะทะ ไม่คาดว่าจะเกิดเรื่องเสียก่อน



“ว้ากกกกก”



เสวี่ยหมิงได้ยินเสียงร้องของเสี่ยวหลง เมื่อหันไปก็พบว่าเด็กน้อยล้มทับเยิ่นเสียนฉีทั้งร่าง รอบกายของทั้งคู่มีอาหารหล่นเกลื่อนกราด เขาคาดว่าเด็กนี่คงยกอาหารมาแล้วสะดุดล้มทับเยิ่นเสียนฉีก็เป็นได้



เยิ่นเสียนฉีเมื่อถูกล้มทับทั้งตัวก็เต็มไปด้วยความโกรธ มันนึกอยากทุบตีตัวบัดซบนัก ทว่าเมื่อมันปะหน้าในระยะประชิด ก็เห็นเด็กน้อยขยับริมฝีปากพูดโดยไร้เสียง มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่ามันมีวิชาอ่านริมฝีปาก และยิ่งที่เด็กน้อยพูดออกมากลับเป็นรหัสลับที่มีแต่นายน้อยรู้และมักใช้ออกคำสั่งมันทุกครั้งที่นายน้อยปลอมตัวมา

     

          “โอ้...เจ้ามัน....เสี่ยวหลงใช้หรือไม่นี่”

   

           เสวี่ยหมิงยอมรับว่างุนงงต่อท่าทางของเยิ่นเสียนฉี มันไม่เพียงไม่โกรธยังเรียกขานชื่อของเสี่ยวหลงได้ถูกต้อง

 

             “ลุงเองไงเสี่ยวหลง ลุงเยิ่นเสียนฉีเพื่อนสนิทของซือเยว่พ่อเจ้า”

       

       “อ๋อข้าจำได้แล้วท่านลุงนี่เอง ดีใจเหลือเกินข้าไม่รู้เลยว่านี่คือที่อยู่ของท่านลุง”

         

      “วันนี้มันวันดีอะไรกันนี่ ไม่คาดว่าจะได้มาพบหลานชายตัวน้อย”

 เยิ่นเสียนฉีหัวเราะฮาฮา มันมั่นใจครึ่งหนึ่งว่าคนผู้นี้คือนายน้อยของมัน ดังนั้นเมื่อนายน้อยสั่งมันโดยไร้เสียงมันจึงทำตามทุกขั้นตอน

         

      “ท่านลุงเยิ่นนี่คือพี่เสวี่ยหมิงพี่ใหญ่ของข้า พวกท่านรู้จักกันแล้วหรือยัง”



เสี่ยวหลงรี่เข้ามาจูงมือลากเขาไปตรงหน้าเยิ่นเสียนฉี เสวี่ยหมิงนอกจากงุนงงยังเกิดแรงต้านอยู่บ้างดังนั้นจึงขืนตัวนิดๆระหว่างที่ถูกจูงเดิน แต่ใช่ว่าจะขัดขืนไปตลอดทางในที่สุดเขาก็ผ่อนแรงตามเสี่ยวหลงไป



“ดีดี ข้ารู้จักแล้วเสี่ยวหลง จริงๆข้ามีเรื่องจะพูดกับเจ้าอีกมาก ถ้าอย่างไรเชิญเจ้ากับพี่ใหญ่ของเจ้าพักที่หมู่ตึกของข้าเถอะ”



“ขอบคุณมากท่านลุง ข้าดีใจเหลือเกิน”



 เสี่ยวหลงดูยินดีเหลือเกินที่ได้พบกับญาติผู้ใหญ่ ทว่าภายในใจของเสวี่ยหมิงกลับเยือกเย็นอย่างบอกไม่ถูก การที่เด็กน้อยนี่ได้พบคนรู้จักเยี่ยงนี้ ไม่ได้หมายความว่าการเดินทางร่วมกับเขาต้องจบลงอย่างนั้นหรือ



พลันภายในอกกลับเกิดช่องว่างกลวงโบ๋บางอย่าง เป็นความรู้สึกที่รุนแรงและอ้างว้างเกือบเทียบเท่ากับตอนที่เขาจากอาจารย์มา



“ถ้าอย่างนั้นเสี่ยวหลง ข้าว่าข้ากลับไปที่บ้านสกุลฮวาดีกว่าผู้เฒ่าฮวายังต้องการให้ข้าช่วยจนกว่าลูกชายของเขาจะกลับมาที่บ้าน”



ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆเหตุใดจึงใช้ตาหลานสกุลฮวาเป็นข้ออ้าง ทว่าสิ่งหนึ่งที่รู้แก่ใจดี เขาไม่อยากทนต่อความรู้สึกอึดอัดยามที่ต้องแยกจาก หากว่าต้องแยกจากกันสู้แยกกันเสียแต่ตรงนี้เลยน่าจะดีที่สุด



เสี่ยวหลงเมื่อสังเกตสีหน้าของพี่ใหญ่แล้วให้เกิดความแปลกนัก มิใช่ว่าพี่ใหญ่คิดการณ์ไกลอะไรบางอย่างหรอกหรือ จากใบหน้าที่ดูเหงาหงอยอย่างชัดแจ้งเยี่ยงนี้ มันเองยังรู้สึกได้ว่าพี่ใหญ่กำลังเศร้า ดังนั้นมันจึงรี่เข้าไปหากุมมือของพี่ใหญ่เอาไว้พลางใช้เสียงอ่อนหวานกล่าวพูดด้วย



“พี่ใหญ่จะไปรอข้าที่บ้านสกุลฮวาก็ได้ ข้ามีเรื่องจะพูดกับท่านลุงไม่นานนัก ดังนั้นได้โปรดรอข้ากลับไปนะ”



เสี่ยวหลงส่งสายตาอ้อนวอนมา เด็กน้อยนี่ยังคิดจะเดินทางกับเขาต่อไปอีกหรือ การได้เจอญาติสนิทมิใช่จุดจบของการเดินทางกระนั้นหรือ มันยังคิดตามติดเขาต่อไปจริงๆนะหรือ



อา.....แล้วเหตุใดเขาถึงต้องทั้งเศร้าและเหงาหงอยถึงเพียงนี้เมื่อถึงเวลาที่ต้องแยกจากเสี่ยวหลง ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ





 :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4:


ความจริงบางอย่างใกล้เปิดเผย 5555555  รู้สึกตอนนี้กับตอนหน้าจะเขียนยากชอบกล



เม้นเป็นกำลังใจบ้างน้า

ออฟไลน์ donutnoi

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2193
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-7
สนุกค่ะ เพิ่งเริ่มต้นเดินทางแต่ความสัมพันธ์นี่ถือว่าไปไวนะ ชอบค่ะ  :katai2-1:

ออฟไลน์ orange_object

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
ชอบเรื่องนี้มาก อ่านไปลุ้นไปมันจะยังไงต่อ 5555 มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นตลอด ตอนนี้เดาว่าเป็นศิษย์พี่รอง ไม่รู้เรื่องจะเปิดเผยอีท่าไหน แล้วพี่ใหญ่คนซื่อพอรู้แล้วจะเป็นยังไง แกโดนแน่เสี่ยวหลงหลอกเค้ามาเยอะ เงื่อนงำในพรรคก็อีกมากมี ศิษย์พี่อีกสองคนอีก ติดตามค่ะ
 

ออฟไลน์ แมวดำ

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 786
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-2
รอรอว่าจะเปิดเผยอัลไล

ออฟไลน์ Kei

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 478
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1
มารอด้วยคน o13

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7620
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
ความจริงบางอย่างใกล้เปิดเผย  :katai1:
แล้วมันคือความจริงอะไร ของใครล่ะ
ของเสี่ยวหลง ของเสวี่ยหมิง
หรือเรื่องคนทรยศของพรรคมังกรพิโรธ
แหมๆ......เสี่ยวหลง ไม่เบาๆ
เป็นถึงนายน้อยของพรรคเชียวนะ
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:


ออฟไลน์ karamailpraleen

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 86
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
เสี่ยวหลงไม่ธรรมดาจริงๆ  :hao3:

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9082
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ shiroinu

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 309
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
ไม่นานหรอก จากฐานะศิษพี่ใหญ่ก็จะกลายเป็นน้องเล็ก เอ้ะ!!! แต่หรือจะเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่นแทนน้าาาา :hao6: :hao7:   :-[

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Violasheep

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-0
ตอนที่13



ระหว่างทางเดินกลับมาบ้านเสวี่ยหมิงเอาแต่ครุ่นคิดว่าตนเองจะทำอย่างไรต่อไปดีหากว่าต้องเดินทางตามลำพังโดยปราศจากเสี่ยวหลง ตามจริงแล้วเขาไม่ควรยึดติดต่อเด็กน้อยนั่นถึงเพียงนี้ แต่มาบัดนี้เขาทำราวกับว่าเด็กน้อยนั่นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปเสียอย่างนั้น



แต่แรกเดิมทีเขาวางแผนการณ์สำหรับตัวเองและเสี่ยวหลงไว้ประการหนึ่ง เมื่อถึงเวลาต้องแยกจากกันจึงจำต้องเริ่มต้นวางแผนใหม่อีกครั้ง



มันจะยากอะไรเล่าแค่ใช้แผนการเดิมก่อนที่เขาจะพบกับเสี่ยวหลงมันก็เท่านั้น สิ่งที่เขาจะทำก็แค่เดินทางไปให้ถึงหุบเขาหมื่นปีอันเป็นที่ตั้งของพรรคมังกรพิโรธตั้งแต่แรกเริ่มตามคำสั่งอาจารย์



ใช่แล้วเขายังมีเรื่องให้ต้องทำอีกมาก ทั้งฝึกวิชากับศิษย์พี่ตามคำสั่ง ทั้งสืบหาคนที่เปิดเผยสถานที่ฝึกวิชาของอาจารย์ มีเรื่องราวให้ต้องทำมากมายถึงเพียงนี้ ใช่จะมีเวลาจมอยู่กับความรู้สึกโดดเดี่ยวยามต้องแยกจากเสี่ยวหลง



สำหรับกับเสวี่ยหมิงนับว่าการมีอยู่ของเสี่ยวหลงในจิตใจนับเป็นอะไรที่เกินความคาดหมายไปไกล คิดไม่ถึงว่าตนเองจะปวดใจเช่นนี้เมื่อต้องแยกจากเด็กน้อยนั้นจริงๆ



คืนนี้เสวี่ยหมิงนั่งรอเสี่ยวหลงกลับมาจนยามดึก ทว่าเมื่อคิดให้ดีจะช้าหรือเร็วเด็กน้อยก็ต้องไปตามทางของตัวเอง เขาก็เริ่มทำใจกลับเข้าไปนอนในห้องหับ แปลกกลับรู้สึกไม่คุ้นชินที่ต้องนอนเพียงลำพังเช่นนี้ทั้งที่ก่อนหน้านั้นก็เป็นเช่นนี้มาโดยตลอด



ภายในห้องรับรองแขกเยิ่นเสียนฉีได้พาผู้ที่มันคาดว่าจะเป็นนายน้อยของมันมาที่นั่น แต่ถึงจะเชื่อว่าเด็กน้อยเสี่ยวหลงเป็นท่านผู้นั้นมันก็ยังมีความคลางแคลงใจอยู่เรื่องที่เด็กตรงหน้านี่ใช่ตัวจริงหรือไม่



“เอ่อนายน้อยถ้าเป็นไปได้ช่วยใช้วิชาหดกระดูกผลัดหนังกลับคืนสภาพเดิมทีขอรับ”



มันถูมือเข้าหากันแล้วแสร้งหัวเราะ เยิ่นเสียนฉีเตรียมพร้อมที่จะจัดการกับเด็กน้อยนี่หากว่ามันมิใช่ตัวจริง และถ้าสามารถใช้วิชาที่มันกล่าวได้มันย่อมยอมรับโดยดุษฏีว่าเป็นนายน้อย เพราะวิชาหดกระดูกผลัดหนังเป็นวิชาลับที่ประมุขจูสอนให้แค่กับนายน้อยของมันเพียงผู้เดียว เกี่ยวกับข้อเท็จจริงนี้ทำให้มันยิ่งมั่นใจว่านายน้อยของมันเป็นที่เอ็นดูของประมุขมากกว่าใคร



ไม่นานนักที่เบื้องหน้าเยิ่นเสียนฉี ร่างกายของคนที่อ้างว่าเป็นนายน้อยเกิดการเปลี่ยนแปลง เสียงกระดูกลั่นกรอบแกรบรวมถึงสัดส่วนและใบหน้าที่จัดเรียงกันอย่างรวดเร็ว มันยอมรับว่าเคยเห็นนายน้อยในสภาพนี้หลายต่อหลายครั้ง



เมื่อการเปลี่ยนกระดูกจบลงนายน้อยผู้มีรูปลักษณ์หล่อเหลาเหนือผู้คนก็ปรากฏ ไม่ว่าจะเป็นคิ้วที่โก่งโค้งอย่างสวยงาม ดวงตาคมเป็นประกาย ริมฝีปากบางเฉียบ และจมูกโด่งเป็นสันกับร่างกายที่สูงใหญ่กำยำ ในบรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องมันยังไม่เห็นใครรูปงามได้เท่ากับนายน้อยของมัน



“คารวะนายน้อยหลงเยี่ยอิ่ง” มันรีบคุกเข่าให้นายน้อยของมันอย่างนอบน้อม



“ไม่ต้องมากพิธี” หลงเยี่ยอิ่งหรือร่างจริงของเสี่ยวหลงสั่งให้เยิ่นเสียนฉีลุกขึ้นก่อนจะก้าวเดินอย่างเชื่องช้าไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ในห้อง



“ต้องขอโทษด้วยขอรับนายน้อยคำสั่งที่ให้มาข้ายังดำเนินการไปไม่ถึงไหน”



หลงเยี่ยอิ่งเลิกคิ้ว สงสัยนักว่ามันหมายถึงเรื่องใด ตั้งแต่เขาออกมาจากพรรคมังกรพิโรธและทิ้งให้เงาของตนรักษาการณ์แทนตัว มันนอกจากไม่ได้บอกผู้ใด คำสั่งอื่นๆย่อมไม่มีด้วยเช่นกัน



“คำสั่งอันใด ไหนเจ้าบอกมาสิ”



เยิ่นเสียนฉีเมื่อเห็นใบหน้าไม่สบอารมณ์ทั้งยังแสดงท่าทีจำไม่ได้มันก็รู้สึกแปลกพิลึกพิลั่น มันไม่รอช้ารีบหยิบเอาจดหมายคำสั่งลับที่มันรับมายื่นให้นายน้อยดู



หลงเยี่ยอิ่งเมื่ออ่านจดหมายลับก็พบว่า ในจดหมายเป็นลายมือของมันทั้งยังมีตราประจำตัวอีกด้วย นอกจากนั้นที่คาดไม่ถึงคือคำสั่งที่ใช้ให้ไปขโมยแบบแปลนอาวุธชนิดใหม่ที่หมู่ตึกศาสตราคิดค้นขึ้นได้ คำสั่งเหล่านี้มันไม่ได้ออกคำสั่งสั่ง การที่มีการปลอมแปลงจดหมายของมันเช่นนี้ ทำให้มันเริ่มสงสัยในสิ่งที่คนร้ายต้องการ



“ลายมือนี้กับตราประจำตัวเป็นของข้าก็จริง แต่ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นของปลอม ข้าไม่เคยมีความคิดที่จะปล้นเอาสิ่งของจากหมู่ตึกศาสตราแม้เพียงนิด”

เพียงคำพูดเท่านี้ก็ทำให้เยิ่นเสียนฉีลนลานอย่างที่สุด มันรีบโขกศีรษะลงกับพื้นขอความเมตตา



“นายน้อยโปรดให้อภัยด้วยเป็นข้ามีตาหามีแววไม่ไม่รู้ถึงแผนการร้ายอันแยบยลของพวกสวะ นายน้อยได้โปรดเมตตาข้า”



หลงเยี่ยอิ่งไม่ได้ฟังหรือสนใจเยิ่นเสียนฉีแม้แต่น้อย มันตอนนี้เอาแต่ครุ่นคิด ผู้ใดกันที่อ้างชื่อของมันทำเรื่องเยี่ยงนี้ เดิมทีมันไม่ใช่ไม่รู้ว่าตึกศาสตราวุธผลิตอาวุธร้ายกาจขึ้นมา เกี่ยวกับเรื่องนี้มันรู้ดีว่าตึกศาสตราวุธต้องการขายแบบแปลนอาวุธนี้ให้กับราชสำนัก ตัวมันเองทราบเรื่องนี้ได้เพราะมันเองก็เป็นผู้ที่มีฐานะในราชสำนักผู้หนึ่งเช่นกัน



หลงเยี่ยอิ่งรู้แต่แรกว่าแบบแปลนอาวุธเหล่านี้ถูกส่งไปถึงมือของราชสำนักแล้ว แต่ไม่แปลกใจนักที่ตึกศาสตราวุธจะยังผลิตทั้งยังเก็บแปลนอาวุธนี้เอาไว้อยู่ ความลับที่ผู้คนน้อยนักที่จะรู้หากคนในตำหนักศาสตราวุธไม่เกลือเป็นหนอน ก็ไม่รู้ว่าคนร้ายปริศนาทราบเรื่องนี้ได้อย่างไร



มันเองเคยเห็นแบบแปลนนี้ครั้งหนึ่งจากการที่ผู้สูงศักดิ์มอบให้มันดู มันสามารถจดจำรายละเอียดอาวุธนั้นได้ดียิ่ง เป็นอาวุธน่าอัศจรรย์ที่ที่สามารถยิงลูกกลมบางอย่างซึ่งเรียกว่ากระสุนดินปืนออกมาจากปลายกระบอก อาวุธที่ว่ามีทั้งอันใหญ่และเล็ก



หากว่ามันจงใจเขียนสูตรกระสุนดินปืนและแปลนอาวุธจริงบ้างเท็จบ้างผสมกันไปแล้วให้เยิ่นเสียนฉีนำไปส่งมอบให้นายน้อยตัวปลอมเพื่อดูสอดแนมย่อมเป็นแผนการณ์ที่ดีงามประการหนึ่ง



“เอาพู่กันกับหมึกมาให้ข้า”



เยิ่นเสียนฉีร้องเรียกให้สาวใช้นำสิ่งที่นายน้อยของมันต้องการมา หลงเยี่ยอิ่งเมื่อได้รับไปก็เริ่มต้นวาดและเขียนในสิ่งที่คิดเอาไว้ก่อนจะยื่นให้เยิ่นเสียนฉี

เยิ่นเสียนฉีเป็นคนฉลาดมันเข้าใจการกระทำของนายน้อยมันได้ทุกประการ มันเดาว่าคงเป็นแผนการณ์ยื่นของปลอมให้แล้วดักจับ



“ข้าน้อยจะทำงานนี้ด้วยมือตัวเองแน่นอนขอรับนายน้อย”

หลงเยี่ยอิ่งพยักหน้าตอบรับ ทว่าเยิ่นเสียนฉียังมีเรื่องสงสัยประการหนึ่งเกี่ยวกับพี่ใหญ่ของนายน้อยนามเสวี่ยหมิง



“เอ่อนายน้อยแล้วเพราะเหตุใดท่านถึงได้เดินทางมากับหนุ่มน้อยนามเสวี่ยหมิงเล่าขอรับ”



“เรื่องมันยาวเอาเป็นว่า เจ้าเอาแบบแปลนปลอมๆนี้ไปส่งให้คนร้ายก่อนจะตลบหลังจับพวกมันมาเค้นความจริง จะทำยังไงก็ได้ให้มันสารภาพความจริงมา”



“แน่นอนขอรับ ข้าไม่ให้อภัยมันที่แอบอ้างชื่อของนายน้อยแน่นอน”



หลังจากพูดคุยกันเสร็จเวลาก็ผ่านไปมากกว่าหลายชั่วโมง หลงเยี่ยอิ่งผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ก่อนจะใช้วิชาหดกระดูกเปลี่ยนหนังปลอมแปลงกลับเป็นเสี่ยวหลงอีกครั้ง



เมื่อมันกลับมาถึงบ้านสกุลฮวาก็ผ่านไปครึ่งค่อนคืน พี่ใหญ่ของมันคงนอนหลับไปแล้ว เสี่ยวหลงย่องเงียบเข้าไปในห้องแล้วตะกายขึ้นไปนอนเคียงข้างเสวี่ยหมิงบนเตียง



“เจ้ากลับมาแล้วรึ”

ไม่คาดว่าเสวี่ยหมิงยังคงไม่หลับ มันรีบปั้นยิ้มเอาอกเอาใจพี่ใหญ่ของมัน



“พี่ใหญ่ยังไม่หลับอีกหรือให้ข้านวดให้ท่านดีหรือไม่”



“ไม่ต้อง บอกตามตรงตอนนี้ข้าไม่เข้าใจเจ้าจริงๆ เหตุใดเจ้าจึงกลับมาทั้งๆที่พบญาติมิตรของบิดาเจ้าแล้ว”

เสวี่ยหมิงผลิกตัวหันมาพูดคุยด้วย



“เหตุใดพี่ใหญ่ถึงคิดเช่นนั้นเล่า”



“ก็ปกติมิใช่หรือ การได้อยู่กับมิตรสหายของบิดาย่อมอุ่นใจกว่าเดินทางไปไกลกับคนแปลกหน้าอย่างข้า หรือไม่จริง”



เสวี่ยหมิงเกลียดตัวเองนักเหตุใดคำพูดคำจาของเขาถึงคล้ายกับตัดพ้อได้ถึงเพียงนี้ เพราะว่ารู้สึกละอายใจใบหน้าของเขาจึงแดงก่ำโชคดีที่อยู่ในความมืด ความเสียหน้านี้ทำให้เขาต้องชะงักงันไป



“ข้าจะนอนล่ะ” เสี่ยวหลงคล้ายไม่สนใจคำพูดของเขามันลดตัวลงนอนข้างๆ เสวี่ยหมิงนิ่งงันอยู่นานชักสงสัยว่าตอนนี้เสี่ยวหลงรู้สึกอย่างไรและตั้งใจจะทำอะไรกันแน่



“พี่ใหญ่คงรำคาญข้ามากสินะ ถึงได้คิดผลักไสข้า” หลังจากกล่าวเช่นนั้น เสี่ยวหลงก็หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา การถูกจ้องมาด้วยสายตาเจ็บปวดยอมรับว่ามันทำให้จิตใจเขาไม่สงบ



“ไม่ใช่อย่างนั้น ข้าแค่คิดว่าการที่เจ้าอยู่กับลุงของเจ้าน่าจะดีกับเจ้าที่สุด”



“เขาไม่ใช่ญาติข้านะพี่ใหญ่” เสี่ยวหลงเถียงด้วยเสียงที่แผ่วเบา



“จริงๆท่านเองก็ไม่ใช่ญาติของข้าเช่นกัน ท่านคงรู้สึกรำคาญที่ต้องดูแลข้าสินะ”



“ไม่ใช่อย่างนั้น ข้าแค่” เสวี่ยหมิงนึกอยากถอนหายใจแต่ก็กลั้นใจเสียไม่ได้ทำเช่นนั้น ตอนนี้พวกเขาสองคนต่างไรคำพูดใดใดแก่กัน บรรยากาศอึดอัดลอยคว้างอยู่รอบตัว



“ท่านคงแปลกใจหากข้าจะบอกว่าข้าชอบท่านมาก” เสี่ยวหลงเป็นคนเปิดปากพูดก่อน



“ถึงแม้เราจะเดินทางด้วยกันแค่เพียงเดือนเดียวก็ตาม แต่ข้ากลับรู้สึกว่าท่านเอาใจใส่และดีต่อข้ายิ่ง”

               เสวี่ยหมิงรอฟังว่าเด็กน้อยนี่ตั้งใจจะกล่าวอะไรต่อไป

       

        “จริงๆแล้วตอนแรก ข้าก็ไม่คิดว่าจะชอบท่านมากถึงเพียงนี้หรอก แต่พอนานๆไปข้ากลับรู้สึกว่าการได้อยู่กับท่านทำให้ข้าสบายใจ”

     

         นี่เป็นสิ่งที่อยู่ภายในใจจริงแท้ของมัน มันตอนแรกแค่คิดเพียงเข้ามาสอดแนมเรื่องอาจารย์จากเสวี่ยหมิง การที่รูปร่างหน้าตาพี่ใหญ่ของมันถูกใจมันยิ่งนับเป็นผลพลอยได้ ทว่าที่ผ่านมาการได้ชิดใกล้ผัวพันกันเช่นนี้มันไม่ปฏิเสธว่าบ่อยครั้งมันคันที่หัวใจจนอยากจะกล่าว



ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้มหรือท่วงท่าอันเป็นธรรมชาติของพี่ใหญ่ล้วนน่าสนใจและเข้ามาประทับอยู่ภายในใจของมันจนบัดนี้ยากที่จะบอกได้ว่ามันเข้ามาใกล้ชิดเพียงเพราะเป็นเรื่องงานแค่อย่างเดียว



“ข้าชอบท่านอยากจะเดินทางตามหาท่านพ่อไปพร้อมท่านก็ไม่ได้หรือ”



 เสี่ยวหลงจงใจใช้สายตาเว้าวอนช้อนมองพี่ใหญ่ของมันในความมืด เสวี่ยหมิงไม่ทราบว่าตนเองเป็นอะไรไปแล้ว หัวใจเขาเต้นผิดจังหวะไปชั้วเสี้ยว ตึกตักๆ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะเช่นนี้เกรงว่าจะป่วยเป็นโรคอะไรไปแล้ว



“ท่านอย่าไล่ข้าไปเลยนะพี่ใหญ่ ข้าสัญญาว่าจะทำตัวดีดี ไม่ทำให้ท่านเดือดร้อน”



“ตามใจเจ้าสิ”



 เสวี่ยหมิงยอมรับว่าไม่อาจทนมองจ้องตากับเสี่ยวหลงไปได้มากกว่านี้ เด็กหนุ่มพลิกตัวนอนหันหลังให้มัน เสี่ยวหลงไม่มีที่ท่าว่าจะกล่าวอะไรอีก ลมหายใจของเด็กน้อยช่างราบเรียบ คาดว่าคงจะพึงพอใจต่อคำอนุญาตของเขากระมัง



“ขอบคุณนะพี่ใหญ่”



เสี่ยวหลงกล่าวขอบใจ มันยิ้มออกมา มันรู้ตัวว่ามันตอนนี้กำลังยิ้ม ไม่คิดเลยจริงๆว่ามันะจะทั้งโล่งใจและสบายใจถึงเพียงนี้ เพียงแค่เสวี่ยหมิงไม่ขับไล่มันไป มันถึงกับยิ้มกว้างด้วยความดีใจได้ถึงเพียงนี้เชียว



ช่างอันตรายนักนี่มันปล่อยให้ตัวเองถลำลึกลงไปในหลุมรักต่อศิษย์น้องของมันเสียแล้วรึ ทว่าเมื่อมองดูแผ่นหลังของเสวี่ยหมิงมันกลับนึกอย่างโอบกอดขึ้นมา แล้วมันก็ทำอย่างใจนึกสวมรัดพี่ใหญ่ของมันเอาไว้แน่น มันได้ยินเสียงถอนหายใจของพี่ใหญ่หนึ่งเฮือก



เสี่ยวหลงเกรงว่าพี่ใหญ่จะสลัดมันออก ทว่าไม่เป็นเช่นนั้น เสวี่ยหมิงหลับไปในเวลาไม่นาน พี่ใหญ่ปล่อยให้มันกอดรัดดังเช่นคืนก่อนๆที่ผ่านมา เสี่ยวหลงดีใจเหลือเกินที่ความสัมพันธ์ของมันกับพี่ใหญ่ยังคงแน่นแฟ้นดีอยู่



 :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4:

คอนใหม่มาแล้ว รู้สึกว่ามีไรตกหล่นไปหรือเปล่าน้า กำลังคิดว่าถ้ามีอะไรตกหล่นไปอาจมีกลับมาแก้55555



เม้นเป็นกำลังใจด้วยน้า

ออฟไลน์ ♥lvl♀‘O’Deal2♥

  • หานิยายถูกใจยากจัง!
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2721
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-4
ไปกอดเขาทุกคืนจนเขาขาดไม่ได้ ร้ายกาจจริงๆ

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9082
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ alternative

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2705
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +285/-3
รอชมต่อไป

เสี่ยวหลงเป็นใครระหว่าง ศิษย์พี่ใหญ่ กับ ศิษย์พี่รอง

ออฟไลน์ Violasheep

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 194
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-0
รอชมต่อไป

เสี่ยวหลงเป็นใครระหว่าง ศิษย์พี่ใหญ่ กับ ศิษย์พี่รอง

หลงเยี่ยอิ่งเป็นศิษย์พี่รองค่ะ

ออฟไลน์ Kei

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 478
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1

ออฟไลน์ donutnoi

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2193
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-7
เริ่มมีใจต่อกันแล้ว เริ่มขาดกันไม่ได้แล้ว  :katai2-1:

รอตอนต่อไปค่ะ  :pig4:

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7620
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
เสี่ยวหลงมีเงา ที่คอยทำหน้าที่แทน
แล้วเงาเสี่ยวหลง หรือศิษย์พี่ใหญ่หรือเปล่านะ ที่เป็นคนทรยศ

ออฟไลน์ alternative

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2705
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +285/-3
รอชมต่อไป

เสี่ยวหลงเป็นใครระหว่าง ศิษย์พี่ใหญ่ กับ ศิษย์พี่รอง

หลงเยี่ยอิ่งเป็นศิษย์พี่รองค่ะ

ขอบคุณที่มาตอบจ้ะ

พอดีพิมพ์ค้างไว้ พอกดส่งกลายเป็นว่าตอนใหม่มาโพสต์แล้ว

อั๊ยย่ะ! ศิษย์พี่ล่อลวงเด็กน้อยชัด ๆ

ออฟไลน์ JustWait

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3402
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-4

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด