.。.:*・ ۩ Creative สรรค์สร้างรัก۩・*:.。.{{สร้างรักวันสุดท้าย}} 4/05/60 P.7
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: .。.:*・ ۩ Creative สรรค์สร้างรัก۩・*:.。.{{สร้างรักวันสุดท้าย}} 4/05/60 P.7  (อ่าน 100481 ครั้ง)

ออฟไลน์ about

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 254
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0

ออฟไลน์ เสพศิลป์

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 278
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1
 :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[  ชอบมาก เนื้อเรื่องดูอบอุ่น ลงตัว องค์ประกอบดี เหมือนภาพวาดนั้นแหละ


เราชอบมาก ชอบเรื่องที่เรื่อยๆความสัมพัน ค่อยๆขยับ ไม่ต้องมีดราม่า ยิ่งดี


รู้ละทำไมช้อนเก่ง ก็เล่นอยู่แต่ห้อง
 "ศิลปะถ้าไม่ฝึกทุกวัน ไม่ใส่ใจมัน ต่อไห้มีฝีมือดีแค่ไหน พรสวรรค์มาจากไหน ถ้าละเลยมัน สักวันมันจะหายไป"จำคำพูดมาจากอาจารย์ที่วิลัย  5555555

สู้ๆคะคนแต่ง แต่งออกมาอีกนะคะ รอชม

ออฟไลน์ Zetnezz

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0

ออฟไลน์ เป็ดอนุบาล

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1402
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2

ออฟไลน์ MSeraph

  • This too shall pass
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1753
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-3
เป็นคู่ที่เข้ากันอย่างที่ไม่น่าจะเข้ากันได้เลย
กรี้ดมากกก หวีดดดมากกก
อะไรจะหวานกันขนาดนี้!!! คือน่ารักกกอะ
น้ำเปล่าคือน่ารักคือสดใสมากก
ฌอนคือคนที่มีสเน่ห์อะ
บุคลิกมีสเน่ห์มากจนบางทีอ่านๆไปก้ลืมว่าฌอนหล่อหน้าตาดี
แบบว่าเหมือนไปโฟกัสตรงบุคลิกจนลืมไปว่าเออก้หน้าตาดีมากๆด้วย
ชอบมากกก ฌอนนี่หวานขึ้นเรื่อยๆๆๆเลยอะ น่ารักกก
คอนล่าสุดคือหวานลืมมมมเลยยย น่ารักมากกก
น้ำเปล่าก้คืออาการออกชัดมาก แสดงออกอีกต่างหาก แต่ไม่รู้ใจตัวเองนะ55555
ส่วนฌอนนี่แสดงออหขนาดนี้ ทำขนาดนี้ น่าจะรู้ใจตัวเองแล้วแน่ๆอะ
ชอบมากกก รอตอนต่อไปค่าาา

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1509
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5

ออฟไลน์ Toon_TK

  • เ ด็ ก อ้ ว น
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 743
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1

ออฟไลน์ nicedog

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 588
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +366/-0
.:*・สร้างรัก・*:. วันที่7




งานเทศกาลขึ้นชื่อของมหาลัยได้ผ่านพ้นไปพร้อมกับปิดเทอมเล็กๆซึ่งก็ยาวหลายอาทิตย์ไปจนถึงหลังปีใหม่เลยทีเดียว คงมีหลายคนกลับไปอยู่บ้านในช่วงวันหยุดนี้อย่างรูมเมทของผมที่กลับบ้านไปตั้งแต่หลังไปเดินงานเทศกาลของคณะผมจบ


งานแสดงผลงานนักเรียนเป็นหนึ่งในหลายๆสิ่งที่ผมไม่ชอบ


นอกจากจะคนเยอะแล้วยังมีแต่เรื่องน่ารำคาญอีก


ผลงานเพียงหนึ่งเดียวซึ่งเป็นเหมือนตัวแทนการสอบโดยจะมีอาจารย์ประมาณ5คนเดินมาดูผลงานพร้อมประเมินว่าควรจะได้คะแนนเท่าไหร่


ผลงานชิ้นนี้ผมใช้เวลาวาดสองอาทิตย์กว่า เป็นผลงานแรกในรอบสิบปีที่ลงสีสันไม่ใช่เพียงขาวดำเหมือนก่อนหน้านี้ เพราะแบบนั้นจึงทำให้เป็นที่ต้องตาและสนใจของหลายๆคนจนมีคนมาขอซื้อไม่ขาดสายตั้งแต่ช่วงเช้า


แต่แน่นอนว่าผมไม่คิดจะขายและเหตุผลไม่ใช่เพียงสัญญาที่ให้ไว้กับน้ำเปล่าแต่เป็นความรู้สึกตลอดการวาดผลงานชิ้นนี้ขึ้นมาภายในหัวผมมันเต็มไปด้วยภาพความทรงจำที่มีกับเขาตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้


ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าภาพนี้มันคือรูปอะไร สิ่งเดียวที่บอกได้คือความหมายของภาพมันสื่ออกมาอย่างชัดเจนจนคนวาดอย่างผมยังต้องตกใจ


ราวกับเป็นคำสารภาพรัก


โชคดีจริงๆที่ไม่ได้วาดในห้องนี้ ตอนแรกผมก็เพียงแค่อยากทำตามสัญญาที่ให้ไว้คือวาดรูปให้จึงไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้เท่านั้น เพราะแบบนั้นถึงได้ไปหมกตัวอยู่ในห้องส่วนตัวของคณะ แต่สุดท้ายกลับกลายมาเป็นภาพอันเต็มไปด้วยความรู้สึกขนาดนี้
ไม่แปลกใจเลยที่เห็นผู้หญิงหลายคนยืนหน้าแดงตอนมองภาพนี้


ตัวผมเริ่มแน่ใจในความรู้สึกนี้ว่าคืออะไร มันเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน



นี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกอยากจะอยู่กับใครสักคนแบบนี้


เพราะตลอดเทอมมีน้ำเปล่าคอยพูดนู้นพูดนี่ คอยพาไปข้างนอกทำให้ช่วงหยุดยาวหลายวันติดนี่เงียบกว่าปกติ


ทั้งที่ควรจะชอบเพราะจะได้มีสมาธิแล้วทำไมถึงได้รู้สึกไม่มีสมาธิมากกว่าเดิมซะอีก


ครืดดด  ครืดดด


แรงสั่นของโทรศัพท์เรียกสติให้กลับเข้าร่าง ดวงตาสีเทาอ่อนของผมมองไปยังภาพร่างบนกระดาษก่อนจะถอนหายใจออกมายาวๆด้วยความไม่พอใจนัก


จะให้พอใจได้ยังในเมื่อภาพที่ปรากฏเป็นรูปของรูมเมทเพียงคนเดียวของห้อง


ภาพขนาดกลางบนกระดาษขาวมีรูปของน้ำเปล่าตอนยืนมองพระอาทิตย์ตกดินด้วยรอยยิ้มบางๆ


นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่วาดภาพน้ำเปล่า


หลายอาทิตย์นี้ผมเผลอวาดรูปน้ำเปล่าออกมาโดยไม่รู้ตัว


คิดถึงเหรอ


เหงาเหรอ


หรือว่าอยากเจอกันแน่


ไม่แน่มันอาจเป็นทุกอย่างที่ว่ามาเลยก็ได้


ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูข้อความจากเฟสซึ่งเด้งขึ้นมา ก่อนน้ำเปล่าจะกลับบ้านได้ขอทั้งเบอร์โทรและเฟสบุกของผมไว้ทำให้เกือบทุกวันมักจะมีข้อความส่งมาหาเสมออย่าง


‘กลางวันแล้วกินข้าวด้วยนะ’


‘อย่าเอาแต่วาดรูปออกไปเดินเล่นรับลมบ้าง’


วันนี้เองก็เช่นกัน


‘หวังว่ากลับไปจะไม่ต้องช่วยดึงก้นนายออกจากพื้นหรอกนะ’


“หึ...”ไม่รู้ว่าว่างรึไงถึงได้ส่งมาได้ทุกวี่ทุกวัน


ถึงจะได้ข้อความตลอดแต่ความรู้สึกมันก็ยังไม่พอ


แค่ข้อความมันไม่มากพอ


อยากเห็นหน้า


อยากเห็นรอยยิ้มกว้างนั่น


ระหว่างกำลังคิดอยู่น้ำเปล่าก็ส่งรูปถ่ายเซลฟี่ตัวเองตอนยิ้มกว้างโดยมีภาพด้านหลังเป็นบันไดไม้สูงขึ้นไปจนเกือบถึงยอดเขา


“ไปปีนเขาสินะ”ผมพึมพำระหว่างมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มมุมปาก


ชอบรอยยิ้มนี้ที่สุด


ชอบจนไม่เข้าใจว่าทำไมถึงชอบได้ขนาดนี้


ก็แค่รอยยิ้มธรรมดาๆ


ทั้งแบบนั้นกลับทำเอาหัวใจสั่นอย่างไม่เคยเป็น


อาจเพราะมันธรรมดาเลยตราตรึงโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้


อีกสองวันก็จะถึงวันปีใหม่แล้ว


ถ้าถามถึงครอบครัวผมก็พึ่งโทรมาบอกให้กลับบ้านเป็นครั้งที่3ในรอบอาทิตย์ แน่นอนว่าผมก็บอกปัดไปซะทุกครั้งเพราะไม่อยากจะไปทำอะไรวุ่นวายอย่างการร่วมงานเลี้ยงปีใหม่ที่ทางบ้านเป็นคนจัด


ครอบครัวผมจะพูดง่ายๆก็รวยมาก จะเรียกมหาเศรษฐีก็ไม่ผิด


งานเลี้ยงปีใหม่เองก็ไม่ได้จัดประเทศไทยแต่เป็นอังกฤษบ้านเกิดของพ่อ


แค่คิดว่าต้องนั่งนิ่งๆบนเครื่องโดยไม่ได้วาดรูปเป็นเวลานานก็ทำเอาความอยากกลับไปติดลบบวกกับได้ชื่อว่างานเลี้ยงคนก็ต้องเยอะและไม่ใช่เยอะธรรมดาแต่เป็นมหกรรมของคนเกือบร้อยเข้ามากินดื่มอยู่ภายในสวน


ต่อให้พาคนมาลากก็ไม่กลับแน่นอน


กระดาษวาดรูปบนพื้นถูกหยิบพร้อมชูขึ้นเล็กน้อย ปกติผมไม่ค่อยวาดรูปคนเพราะต้องอาศัยการจำลายละเอียดค่อนข้างเยอะทว่ากลับภาพน้ำเปล่าตรงหน้านี่กลับวาดออกมาได้ครบทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นดวงตาเรียวที่กลมโตกว่าปกติเล็กน้อย รอยยิ้มกว้างยามมีความสุขหรือแม้แต่ทรงผมที่พริ้วไปตามแรงลม


แปลกใจตัวเองขึ้นทุกวัน


ความรู้สึกนี่คงปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าคือชอบ


แต่เพียงคำว่าชอบมันอาจไม่เพียงพอที่จะให้บอกออกไปในตอนนี้


ผมไม่อยากมีความสัมพันธ์กับใครเพราะมันจำทำให้ผมเสียเวลาในการวาดรูป


ทั้งที่คิดแบบนั้นแต่น้ำเปล่าก็ลากผมออกไปข้างนอกเกือบทุกอาทิตย์


ถึงจะไม่ค่อยชอบแต่ก็ไม่เคยปฏิเสธอย่างจริงจังสักครั้ง


“เอาเข้าไปสิ ขนาดไม่อยู่ยังเข้ามาอยู่ในหัวอยู่นั่นแหละ”ผมพึมพำพลางสไลด์รูปภาพที่พึ่งวาดเสร็จไปยังใต้เตียง


ใต้เตียงถือเป็นสถานที่เก็บภาพที่ดีเนื่องจากไม่มีใครเห็น ผมไม่อยากให้น้ำเปล่ารู้ว่าผมวาดรูปเขาแบบนี้ ถ้าลองค้นใต้นั้นดูก็คงพบกับภาพน้ำเปล่าไม่ต่ำกว่า10ภาพแล้วมั้ง


อีกแล้ว


เผลอทีไรเป็นอันต้องคิดเรื่องน้ำเปล่าทุกทีสิน่า


หลายวันผ่านไปจนถึงวันสุดท้ายของปีหรือก็คือวันที่31ธันวาคม แม้หลายๆคนจะออกไปเที่ยวหรือทำการฉลองกับครอบครัวแต่ไม่ใช่กับผม


โทรศัพท์ก็ยังถูกโทรตามจากผู้เป็นแม่จนถึงนาทีสุดท้าย ซึ่งผมก็ตอบปฏิเสธเป็นรอบที่ล้านได้แล้ว


ทางครอบครัวดูจะอยากเจอผมมากถึงขนาดบอกจะเปลี่ยนมาจัดงานประเทศไทยแทนแต่มีเหลือผมจะยอมให้พวกเขาทำตามใจ
อย่ามากวนความสงบของผมเลย


กระดาษวาดเขียนตรงหน้าบัดนี้มีรูปของแม่น้ำและบ้านเรือนของเมืองเวนิสประเทศอิตาลี่ที่เคยไปเมื่อตอนยังเด็ก ความทรงจำอาจเลือนรางไปบ้างแต่จุดสำคัญยังพอจำได้


ก๊อก ก๊อก ก๊อก


“...”ผมละมือออกจากกระดาษตรงหน้ามองไปยังประตูห้องที่ถูกเคาะ


คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือ...


ใคร


ช่วงปิดวันปีใหม่นี่คนในหอพักแทบจะกลับกันหมดหอเหลือเพียงคนดูแลที่นานๆครั้งจะมาเคาะประตูเพื่อดูว่าผมยังมีชิวิตอยู่รึเปล่า มีอีกคนที่สามารถมาห้องนี้ได้คือพี่ต้าร์เจ้าของร้านอาหารเจ้าประจำของผมแต่วันนี้ผมไม่ได้สั่งก็เหลือแต่ผู้ดูแลที่ชื่ออะไรสักอย่าง


ก๊อก ก๊อก ก๊อก


“เร่งจริง”บ่นเสร็จผมก็ลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูด้วยอารมณ์ไม่สู้ดีนัก


ครั้งนี้แหละผมจะบอกสักทีว่าเลิกมายุ่งได้แล้ว มาเคาะทีสมาธิแตกยับหมด


แกร็ก


“มีอะ...”


“เมอรรี่คริสมาสแอนแฮปปี้นิวเยีย!!”ยังไม่ทันได้พูดจบประโยคก็ถูกพูดแทรกด้วยเสียงอันดัง น้ำเสียงอันคุ้นเคยที่มักจะได้ยินเสมอไม่ว่าตอนไหน


รูมเมทที่ไม่น่ามาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าได้


“...น้ำเปล่า”ผมเรียกคนตรงหน้าด้วยความสับสนเล็กๆ


“อืม”ใบหน้าของอีกฝ่ายยังคงส่งยิ้มกว้างมาให้


รอยยิ้มที่อยากเห็นมาตลอด


ได้มองตรงๆดีกว่ามองผ่านรูปเยอะเลย


“ทำไมถึง...”มาอยู่นี่


“อยากมาฉลองปีใหม่กับนายน่ะ ฉันอุตส่าหนีออกจากบ้านมาเลยนะ กว่าพ่อแม่จะอนุญาตแล้วขี่รถมาส่งนี่ไม่ง่ายเลย”


คำว่าหนีออกจากบ้านทำเอาผมเริ่มขมวดคิ้วทว่าเมื่อได้ยินประโยคต่อมาผมก็ต้องถอนหายใจยาวๆออกมาแทน


“มันเรียกหนีออกจากบ้านที่ไหนเล่า”


“คิก น่าๆ ฉันเมอรรี่กับแฮปนายแล้ว บอกฉันกลับบ้างสิ”


“อะไรนะ”ผมถามกลับคำพูดแปลกนั่น


“ก็ฉันเมอรรี่คริสมาสแอนแฮปปี้นิวเยียนายแล้ว ฌอนก็บอกฉันบ้างสิ”สำเนียงอังกฤษแปล่งๆขั้นสุดยอดนั่นเรียกรอยยิ้มจากปากผมได้


“ออกเสียงแข็งไป”


“ฮืม? ยังไง”


“merry christmas and happy new year”ผมออกเสียงให้ดูเป็นตัวอย่าง


“คะ...ใครจะออกเสียงเป๊ะเหมือนนายล่ะ ได้แค่นี้ก็เก่งแล้ว ว่าแต่นายเถอะได้ลุกออกไปไหนบ้างรึเปล่าเนี่ย”น้ำเปล่าถามพลางส่งสายตาจับผิดมา


“ไม่ได้ออก”ผมไม่มีความจำเป็นต้องโกหก


“ฌอน ฉันบอกว่าให้ออกไปเดินบ้างไง”คำตอบผมดูจะทำให้รอยยิ้มถูกแทนที่ด้วยคิ้วที่ขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ


“เสียเวลา”เอาเวลาเดินเล่นมาวาดรูปดีกว่า


“เสียอะไรกัน รู้ไหมว่าการออกกำลังมันทำให้ร่างกายแข็งแรงนะ แบบนี้นายสู้แพ้ฉันแน่ๆ”


“แพ้นาย?”ผมถามกลับพลางเลิกคิ้วขึ้น


ผมเนี่ยนะจะแพ้ให้กับน้ำเปล่าที่ตัวเล็กกว่า


“แน่นอน เจอนี่”


ตึง!


น้ำเปล่าตั้งท่าก่อนจะวิ่งเข้ามาหาพร้อมใช้มือกอดเอวผมแล้วใช้หัวดันเข้าบริเวณหน้าท้อง ด้วยความที่ไม่ได้ตั้งตัวเลยเซเข้าไปในห้อง น้ำเปล่าอาศัยโอกาสนั้นดันแรงจนผมก้าวถอยหลังไปจนชนเข้ากับปลายเตียงอย่างจัง


“เฮ้ย!”ทั้งผมและน้ำเปล่าต่างร้องขึ้นเมื่อพวกเราหงายหลังลงบนเตียงพร้อมกันโดยมีน้ำเปล่าอยู่บนตัวผม


ราวกับเวลาถูกหยุดลง ทุกการเคลื่อนไหวต่างถูกยับยั้ง


สิ่งเดียวที่ทำให้รู้ว่าทุกอย่างไม่หยุดนิ่งคือเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นเร็วขึ้น อาจเพราะผมอยู่ข้างล่างเลยสัมผัสถึงความอุ่นและน้ำหนักของคนด้านบนได้อย่างชัดเจน เพราะก่อนหน้านี้น้ำเปล่าใช้มือกอดเอวผมอยู่ทำให้ตอนล้มก็ยังอยู่ในท่าเดิม


เหมือนถูกกอดอยู่เลย


ความอุ่นนี่มันแผ่ซ่านไปจนไม่อยากขยับตัว


อยากอยู่แบบนี้ไปอีกสักพัก


ขออีกสักพักเถอะ


“ฌะ...ฌอน”เสียงอู้อี้ดังขึ้นจากใบหน้าที่แนบชิดกับแผ่นอก


“...อะไร”


“ฉันลุกไม่ได้...”


“ก้มหน้าพูดเสียงมันอู้อี้ฉันฟังไม่ถนัด”ผมบอกไปตามตรง


“ฉันบอกว่าลุกไม่ได้ มือถูกนายนอนทับอยู่”ครั้งนี้น้ำเปล่าเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมจังพร้อมกับพูดเสียงดัง ใบหน้าขาวตอนนี้ปรากฏสีแดงระเรื่อ


เป็นภาพที่น่ามองจริงๆ


“หน้าแดงนะ”


“กะ...ก็เพราะใครเล่า”พอได้ยินคำพูดผมใบหน้าก็ยิ่งเห่อแดงขึ้นกว่าเดิม


“เพราะนายเข้ามากอดฉันไง”ผมตอบให้


ใบหน้าอาจไม่อยู่ในระยะประชิดซึ่งก็ดีแล้วเพราะตำแหน่งนี้ไม่ได้เพียงดวงตาที่สั่นระริกแต่เห็นไปทั้งใบหน้าอันแดงก่ำและริมฝีปากบางๆที่อ้าๆหุบๆ


น่ารัก


ทำไมถึงคิดว่าท่าทางแบบนี้น่ารักกันนะ


เพราะชอบเหหรอ


ก็คงใช่


ผมไม่ปฏิเสธหรอกเพราะตั้งแต่เห็นหน้าน้ำเปล่าหลังจากที่ไม่ได้เห็นมานานความรู้สึกมันก็ชัดเจนขึ้นโดยไม่ต้องอาศัยภาพวาด


“อย่ามาโยนให้ฉันสิ แค่อยากแสดงความแข็งแกร่งให้เห็นเท่านั้นเอง”


“นี่คือความแข็งแกร่งเหรอการลุกไม่ได้เนี่ย”ผมกวนกลับ


“ช้อน พอเลย ลุกนะ”


“จะลุกยังไงนายนอนทับอยู่นะ”ถึงอยากจะลุกก็ลุกขึ้นตรงๆไปได้หรอก น้ำหนักของน้ำเปล่าไม่ใช่จะเบาและผมเองก็ไม่ได้แข็งแรงขนาดจะลุกขึ้นทั้งที่แขนสองข้างถูกรวบกอดไว้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้


“อ่ะ เอาไงดีล่ะ”


“ฉันจะพลิกตัว”


“เดี๋ยว...เฮ้ย”น้ำเปล่าร้องเสียงหลงเมื่อผมพลิกตัวทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้พูด


เมื่อพลิกตัวตะแคงข้างทำให้ผมที่ตอนแรกเป็นฝ่ายถูกกอดตอนนี้กลับเป็นฝ่ายกอดน้ำเปล่าซะเอง เส้นผมสีดำสนิทพริ้วไหวเล็กน้อยจากการขยับตัวและเริ่มขยับตัวมากขึ้นหลังจากรับรู้ว่าตอนนี้เป็นผมที่โอบกอดตัวอีกฝ่ายไว้


“ปะ...ปล่อยนฌอน”น้ำเสียงร้อนรนดังขึ้นพร้อมแรงดิ้น


“ไหนบอกแข็งแรงนี่ ลองหลุดออกไปให้ได้สิ”ผมยังไม่อยากปล่อยน้ำเปล่าตอนนี้


เพราะยังไม่อยากปล่อยเลยเลือกจะหาเรื่องมาเป็นข้ออ้าง


กลิ่นหอมๆนี่คงเป็นแชมพูละมั้ง


ผมคิดพลางก้มหน้าลงจนสัมผัสกับเส้นผมสีดำตรงหน้า


“ฌะ...ฌอน ทำอะไร”


“...ไม่รู้สิ”ไม่รู้ตัวเลยว่าทำอะไรลงไป


“ไม่รู้ได้ยังไง”


“อืม”


“อืมอะไรเล่า ปล่อย”


“ถึงไม่ออกไปไหนแรงฉันก็ชนะนายได้สบายๆ”ผมกระซิบบอกด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะ


“หนอย ช้อน!!”เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมกับหมัดหนักถูกปล่อยเข้าบริเวณลำตัวจนผมนิ่วหน้าเผลอคลายอ้อมกอดออกเพราะความเจ็บปวดที่ได้รับ


“เจ็บ...”เจ็บจริงไม่ได้พูดเล่น


หมัดของน้ำเปล่าหนักมาก


“ก็ทำให้เจ็บน่ะสิ”พูดจบก็ยังใช้เท้ายันหน้าท้องผมให้ถอยออกไปอีก


“นี่ ฉันเจ็บอยู่นะจะถีบให้ตกเตียงเลยรึไง”


“ตกไปเลย แกล้งกันได้ตลอด”


“ไม่ได้แกล้ง”


“ขนาดนี้ยังบอกว่าไม่ได้แกล้งเหรอ นี่แหนะ”และแล้วผมก็ถูกขานั่นถีบอีกรอบทว่าก่อนจะไถลไปไกลกว่านี้ผมก็เอื้อมมือไปคว้าแขนน้ำเปล่าไว้เป็นตัวยึด


“ถีบอีกได้ตกไปพร้อมกันแน่”


“กลัวที่ไหน ยังไงนายก็ตกก่อน”


“น้ำเปล่า เลิกถีบ”


“ก็ปล่อยสิ”


“ก็เลิกถีบก่อนสิ”


“ไม่”


“งั้นฉันก็ไม่”


สรุปวันส่งท้ายปีก็ผ่านไปท่ามกลางเสียงทะเลาะกันจนเข้าวันใหม่ของปี การอยู่กับน้ำเปล่ามีแต่เรื่องถกเถียงกันอย่างไร้สาระทั้งที่เป็นแบบนั้นผมกลับเริ่มรู้สึกสนุกอย่างที่ในชีวิตไม่เคยสัมผัสมาก่อน


ผมหัวเราะ


ผมยิ้ม


ผมพูดคุย


ผมเถียง


ตั้งแต่มีน้ำเปล่าเรื่องที่ผมไม่เคยได้ทำกลับทำราวกับเป็นกิจวัตรประจำวัน


ชีวิตแบบนี้ก็ไม่เลว




ปิดเทอมแรกได้ผ่านพ้นไปเปิดเทอมสองก็ได้มาเยือน สำหรับผมจะยังไงก็เหมือนกันเพราะผมไม่คิดจะเข้าห้องเรียนถ้าไม่จำเป็นอยู่แล้ว พวกวิชาที่ต้องลงก็จัดการตั้งแต่ก่อนปิดเลยไม่ต้องห่วงอะไร


มหาวิทยาลัยนี้ในช่วงต้นปีจะมีการเปิดตลาดสำหรับขายของซึ่งถือเป็นงานขึ้นชื่ออีกงานของมหาลัย ผู้ที่จะเข้าร่วมกันเป็นนักศึกษาทุกคนจะจัดบูธตามวิชาเลือกเสรีโดยให้หาสินค้าทำมือไปขายภายในงานอย่างทำอาหารหรือเย็บผ้าก็ได้ซึ่งจะจัดงานเพียงแค่วันเดียว


นักศึกษาในมหาลัยทุกคนต้องทำสินค้าออกมาคนละ5ชิ้น แน่นอนว่าไม่มีการบังคับให้ทุกคนต้องอยู่เฝ้าบูธใครที่ส่งผลงานแล้วจะเดินเที่ยวหรืออยู่ห้องก็ไม่มีใครว่า ยังไงเรื่องคนเฝ้าคงคุยกันไว้แล้ว


ผมเองก็กำลังวาดภาพเพื่อเป็นสินค้าไปขาย ภาพที่วาดไม่ได้มีขนาดใหญ่เหมือนภาพอื่นๆแต่เป็นภาพเล็กขนาดครึ่งเอสี่เพื่อให้สะดวกในการวางขาย


เรื่องทำสินค้าไม่ได้เป็นปัญหา


ยังไงก็ทำมาสามปีแล้ว


ไม่เหมือนกับอีกคนที่ดูจะไม่ค่อยโอเค


“เปล่า นั่นอะไร”ผมหันไปถามผลงานในมือรูมเมท


“กระต่ายไง ไม่เห็นสีขาวกับมือที่ถือแครอทนี่เหรอ”น้ำเปล่ายื่นดินเหนียวปั้นสีขาวซึ่งถูกทำเป็นรูปสัตว์ที่ไม่อาจบอกได้ว่าเป็นกระต่ายมาตรงหน้าผม จริงอยู่มันอาจเป็นสีขาวแต่หูนั่นมันสั้นไปสำหรับกระต่ายแถมไอ้ยาวๆสีส้มนั่นดูยังไงก็เหมือนแท่งไม้มากกว่าแครอท


“นายควรทำอย่างอื่น อย่างทำอาหารอะไรแบบนนี้”ผมบอกไปอีกรอบ ตั้งแต่รู้ว่าต้องหาสินค้าไปขายน้ำเปล่าก็คิดอยู่หลายวันก่อนจะเลือกทำพวงกุญแจจากดินเหนียว


ก็รู้ๆอยู่ถึงฝีมือด้านศิลปะว่ามีแค่ไหน


ไม่เข้าใจว่าทำไมยังเลือกจะทำอีก


สินค้าที่เอาไปขายและขายได้นั้นจะมีคะแนนพิเศษรายบุคคลให้ สำหรับน้ำเปล่าน่าจะเก็บคะแนนส่วนนี้ไว้ให้มากๆแต่ด้วยผลงานผมว่าน่าจะยาก


“ไม่ วิชาเสรีฉันคือศิลปะสมัยใหม่นะจะให้ทำอาหารได้ยังไง”


“เฮ้อ วิชาเสรีที่นายอยากลงมันเต็มหมดนี่นะ”วันลงทะเบียนเป็นวันที่ได้ยินเสียงโอดคราญเนื่องจากลงวิชาที่อยากเรียกไม่ทัน วิชาเสรีเป็นวิชาที่ต้องแย่งชิงสูงถึงจะได้วิชาง่ายๆ ดังนั้นวิชาที่น้ำเปล่าจะลงเลยเต็มอย่างรวดเร็ว


“ไม่เป็นไร ได้เรียนวิชาเดียวกับนายบ้างก็ดี”น้ำเปล่ายิ้มระว่างลงมือปั้นต่อ


อย่างที่อีกฝ่ายว่า พอวิชาเสรีที่ต้องการลงไม่ทันผมเลยลองเสนอให้ลงวิชาเสรีเดียวกันไหมเพราะยังเหลือที่ว่างอยู่เยอะพอสมควร


“บังคับให้ไปน่ะสิ”วิชาเสรีเองก็เป็นอีกวิชาที่ผมไม่ลงไปเรียน มีหลายครั้งถูกน้ำเปล่าลากให้ไปเรียนด้วย และหลายๆครั้งนั้นผมก็ต้องจำยอมไปอย่างเสียไม่ได้


“ก็บอกดีๆไม่ยอมไปนี่”


“ก็ไม่ได้อยากไป”


“ฉันไม่มีเพื่อน”


“อย่างนายเดี๋ยวก็หาได้แล้ว”ผมบอก น้ำเปล่ามีอัธยาศัยดี สานสัมพันธ์กับคนอื่นได้ง่าย


ต่อให้ผมไม่ไปด้วยก็หาเพื่อนได้สบายๆ


“อยากไปเรียนกับฌอน ไม่รู้ล่ะฉันจะลากไปทุกคลาสเลย”


“เฮ้อ...”ผมได้แต่ถอนหายใจเพราะรู้ว่ายังไงก็คงต้องยอมตามที่อีกฝ่ายว่า


เอาเถอะ


การไปเรียนด้วยกันมันก็ไม่ได้แย่


และแล้ววันจัดงานก็มาถึง สถานที่จัดงานคือถนนสายหลักของมหาลัยตั้งแต่ทางเข้าไปจนถึงทางออก ความครึกครื้นของงานขนาดเปิดหน้าต่างบนชั้น12ก็ยังดังเล็ดรอดเข้ามาได้


สำหรับน้ำเปล่าวันนี้ไม่ได้อยู่ห้องเนื่องจากไปเป็นคนเฝ้าบูธโดยคิดจะลากผมไปด้วยแต่มีเหรอที่ผมจะยอมลงไปยังสถานที่อึกทึกขนาดนั้น ต่อให้จะถูกลากหรือพูดยังไงผมก็ยังคงขืนจนในที่สุดอีกฝ่ายก็ต้องยอมแพ้เพราะถึงเวลาเรียกรวมตัว


การปฏิเสธไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอะไร


ทั้งที่เป็นแบบนั้น...


ทำไมถึงรู้สึกเหมือนทำผิดกันนะ


สายตาวิงวอนนั่นยังติดตาอยู่เลย


“แค่ไปดูคงพอนะ”พึมพำเสร็จผมก็ลุกขึ้นแล้วเตรียมตัวออกไปยังสถานที่ตั้งบูธ


ถนนสายหลักทั้งสองข้างต่างเต็มไปด้วยบูธมากมาย เสียงตะโกนขายสินค้าและผู้คนที่เข้ามาชมงานดังอื้ออึงเรียกความหงุดหงิดให้เริ่มเข้ามา


ผมเลือกที่จะเดินเลาะจากด้านหลังของบูธเพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดบนถนนอันเต็มไปด้วยผู้คน งานวันนี้ทางมหาลัยจะประกาศให้เป็นวันหยุดและห้ามนำรถเข้ามาในช่วงเริ่มงานทำให้ถนนกลายเป็นพื้นที่เดินสำหรับผู้มาเยือน


บูธของศิลปะสมัยใหม่อยู่เกือบตรงกลางของถนนสายหลักซึ่งห่างจากหอพักพอสมควร ทุกก้าวที่เดินผ่านต่างก็มีสายตาจับจ้องมารวมทั้งเสียงซุบซิบด้วย เสียงเหล่านั้นต่างก็สงสัยถึงการมาของผม


ก็แน่ล่ะอยู่มาสามปีก็พึ่งเคยมาเดินงานนี้ครั้งแรก


“สนใจงานศิลปะสวยๆไหมครับ”เสียงอันคุ้นเคยของน้ำเปล่าเรียกให้ผมชะงักพลางมองไปยังภาพตรงหน้า น้ำเปล่ายืนอยู่หน้าบูธกำลังส่งเสียงเรียกลูก้าที่เดินผ่านไปมาด้วยรอยยิ้ม เหล่าคนเดินผ่านต่างก็หยุดนิ่งแล้วมองเข้ามาในบูธ...สินค้าหลากหลายอย่างของคนในวิชาถูกจัดเรียงอย่างสวยงามและเป็นลำดับ


“เธอๆ ดูรูปนี้สิสวยมากเลย”หญิงสาวคนหนึ่งหันไปคุยกับเพื่อนระหว่างยืนมองภาพขนาดครึ่งเอสี่ที่ผมเป็นคนวาด ทั้ง5รูปที่ผมวาดล้วนเป็นรูปง่ายอย่างแจกันดอกไม้ ถนนหรือพวกตึกเพียงแต่ใช้การเล่นสีสันให้ดูมีชีวิตชีวาและน่าสนใจมากขึ้น


ถ้าเป็นตัวผมก่อนหน้านี้คงไม่คิดจะลงสีภาพพวกนั้นหรอก


ทว่าผมในตอนนี้เปลี่ยนไป


“จริงด้วย สวยจัง...เอ่อ รูปนี้เท่าไหร่คะ”เพื่อนอีกคนที่มาด้วยกันหันไปถามน้ำเปล่า


“ครับๆ อ้อ พี่สาวนี่ตาแหลมมากเลยนะครับรูปนี้เพื่อนผมเป็นคนวาดเอง สวยสุดๆเลยเนอะ”


“...ค่า”รอยยิ้มและแววตาของน้ำเปล่าทำเอาสองสาวหน้าแดงขึ้น การกระทำนั่นเรียกให้คิ้วผมกระตุกอย่างไม่พอใจนัก


น้ำเปล่าไม่ใช่คนหน้าหล่อแต่ด้วยท่าทางเป็นมิตร ยิ้มเก่งแถมยังชวนคุยได้อย่างเป็นธรรมชาติเลยดูเหมือนจะเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ใครต่างหลงใหลได้โดยง่าย


“รูปนี้ราคา1200บาทถ้าพี่สาวสนใจซื้ออีกรูปผมจะลดให้เหลือรูปละ1000เลยนะครับ”คำพูดคร่องแค่วนั้นแปลว่าคงทำการบ้านมาดี


ราคาของภาพผมตั้งไว้ให้อยู่900ไม่เกิน1500ซึ่งจะขายเท่าไหร่ก็ตามสะดวก


“แหม พูดแบบนี้พวกเราก็...”


“ผลงานของเพื่อนผมน่ะแบบว่าเป็นที่นิยมมากๆเลย ตอนนี้เหลือแค่3ภาพเท่านั้นเองนะถ้าหมดแล้วหมดเลย”น้ำเปล่ายังคงใช้คำพูดเพื่อนกระตุ้นให้อีกฝ่ายซื้อ


“ถ้างั้น เราขอซื้อสองภาพนี้ละกัน”สุดท้ายก็ทำให้ซื้อจนได้


“ขอบคุณครับ สนใจอย่างอื่นอีกไหมครับอย่างพวกกุญแจนี่”เมื่อขายอย่างนึงสำเร็จน้ำเปล่าก็ชูพวงกุญแจรูปร่างประหลาดขึ้น


“เอ่อ...คือ...”


“ผมทำเองเลยนะ”ถึงแม้จะมีรอยยิ้มการค้าช่วยทว่าลูกค้าทั้งสองกลับซื้อแค่ภาพของผมกลับไป


ตลอดการคิดเงินน้ำเปล่าก็ยังคงยิ้มแต่ผมสังเกตเห็นสายตาเศร้าเมื่อผลงานที่ตัวเองทำไม่ได้ถูกซื้อ ผมว่ามันก็ไม่ได้แย่มากเพียงแต่รูปร่างมันประหลาดถ้ามองเป็นศิลป์ผมว่ามันก็ศิลป์อยู่


“นั่นพี่ฌอนรึเปล่า”


“ฌอน ฮิลลารี่ล่ะ”


“มางานด้วยเหรอเนี่ย”


เพราะมองดูน้ำเปล่าเพลินกว่าจะรู้ตัวก็ก้าวออกจากหลังต้นไม้ซะแล้ว ทันทีที่ทุกคนเห็นผมต่างก็กลายเป็นเป้าสายตาอย่างรวดเร็ว
ไม่ชอบเลยแฮะ


กลับดีกว่า...


“ฌอน!”ยังไม่ทันได้ทำอะไรเสียงของน้ำเปล่าก็ตะโกนเรียกพลางโบกมือมาให้ รอยยิ้มกว้างกับดวงตาอันเป็นประกายยามมองมาทำให้ความคิดกลับห้องถูกล้มเลิกไป


“พักหน่อยก็ได้มั้ง เหงื่อออกชุ่มแล้ว”ผมเดินเข้าไปหาพร้อมกับยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลอาบแก้มอีกฝ่ายอยู่


“ฮิ สินค้าเราขายดีสุดๆเลย โดยเฉพาะภาพของนายตอนนี้เหลือแค่ภาพเดียวเอง”


“แล้วพวงกุญแจของนายล่ะ”ผมถามกลับทั้งที่รู้อยู่แล้ว


“...ก็...ยังขายไม่ได้”


“งั้นเหรอ”


“ว่าแต่จะมาช่วยฉันขายใช่ไหม”


“เปล่า แค่มาเดินซื้อของ”


“ซื้อของ? หิมะจะตกประเทศไทยละมั้งที่นายยอมมาเดินท่ามกลางผู้คนแบบนี้”


“ถ้าตกจริงฉันจะฝังนายในหิมะเลย”


“คิดว่าฉันจะยอมง่ายๆรึไงล่ะ ก่อนนายจะจับฉันได้ก็เตรียมตัวโดนปาหิมะใส่ได้เลย”น้ำเปล่าตอบกลับด้วยรอยยิ้มนึกสนุก


“หึ...พวงกุญแจของนาย”


“ทำไม? พวงกุญแจฉันทำไม?”


“ฉันจะเหมา”


“...”อีกฝ่ายถึงกลับเงียบกริบเมื่อได้ยินสิ่งที่ผมพูด


“เท่าไหร่ล่ะ”


“ฉันไม่ได้ต้องการให้นายมาสงสารนะฌอน!”อยู่น้ำเปล่าก็ตะโกนขึ้นด้วยใบหน้าไม่พอใจ


“ฉันก็ไม่ได้สงสารนี่”ผมตอบไปตามตรง


“ถ้าไม่ได้สงสารนายจะซื้อพวงกุญแจหน้าตาประหลาดแบบนี้ไปทำไม”


“ยอมรับแล้วเหรอว่าหน้าตามันประหลาดน่ะ”ระหว่างทำไม่เห็นยอมรับสักที


“ฌอน”


“ฉันไม่ได้สงสาร แค่อยากได้ผลงานของนายเท่านั้น”


“ทำไม...”


“เวลามองมันทำให้อารมณ์ดีขึ้น”


“ฌอน...”


“ทุกครั้งที่เห็นมันทำให้ฉันยิ้มออก...”ผมยังคงพูดต่อ


“ขะ...เข้าใจแล้ว ถ้าอยากได้ขนาดนั้นฉันจะขายให้ นายจะได้อารมณ์ดีตลอดไง”พูดจบก็ชูพวงกุญแจทั้ง5อันขึ้นตรงหน้าผม


“อึก...คิก”รูปปั้นสิงโตที่รูปคล้ายกับดอกทานตะวันมีหายทำเอาผมอมยิ้มบ้างก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาโดยไม่สนว่าจะมีหลายคนมองมาด้วยสีหน้าตกใจ


“หัวเราะอะไร นี่อย่าบอกนะว่าที่บอกอารมณ์ดีคือเห็นแล้วขำนะ”ดวงตาสีน้ำตาลของน้ำเปล่าเบิกกว้างเมื่อเข้าใจถึงสิ่งที่ผมต้องการจะสื่อ


“ตามนั้นแหละ”ที่ผมขำไม่ใช่พียงเพราะรูปร่างของมันแต่มีภาพของน้ำเปล่าตอนตั้งใจปั้นจนสีเลอะหน้าผุดเข้ามาในความทรงจำด้วย


ทุกครั้งที่นึกถึงผมก็ยิ้มออกมาทุกที


“แกล้งกันได้ตลอด สนุกนักรึไง”


“สนุกสิ การได้อยู่กับนายสนุกว่าชีวิตที่ผ่านมาทั้งหมดซะอีก”นี่คือความจริงที่ไม่เข้าว่าทำไมถึงบอกออกไป


มันไม่จำเป็นต้องบอกให้อีกฝ่ายรับรู้


แล้วทำไมถึงได้เอ่ยมันออกไปกันนะ


“ฌอน...”


“อีกไม่นาน ฉันจะบอกอีกสิ่งที่นายยังไม่รู้”ผมใช้ดวงตาสีเทาอ่อนของตัวมองประสานเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลตรงหน้าก่อนจะเอ่ยสิ่งที่คิดออกไป


คิดเรื่องนี้มานานแต่ยังไม่มีความกล้าและความมั่นใจในการตัดสินใจ


ทว่าตอนนี้ในส่วนลึกของหัวใจมันกลับร่ำร้องและบอกว่าให้บอกออกไป


ความรู้สึกของตัวเอง


และเมื่อบอกออกไปแล้ว


ก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้รอยยิ้มนั้นมาอยู่เคียงข้างตลอดไป

................................................................................

สวัสดีค่า

วันนี้มาอัพเร็วขึ้นเล็กน้อย

ตอนก่อนที่ว่าหวานแล้วยังสู้ตอนนี้ไม่ได้เลย อิอิ

พิมพ์ไปเขินไป อพไรจะน่ารักมุ๋งมิ๋งกันขนาดนี้เน้อออ

ถ้าทุกคนอ่านแล้วยิ้มไปด้วยกันจะดีใจมากๆเลยค่ะ

ไว้เจอกันใหม่ในตอนหน้านะ

บ๊ายบาย

 :bye2:

nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪

ออฟไลน์ farfarneenee

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 365
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-1
งือออออออ ณอนนน เขินนนนนน   :-[ :-[ :-[

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4111
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-8

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ double9JH

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1810
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-7
มุ้งมิ้งสุดๆ  :hao7: :-[ :impress2:

ออฟไลน์ Zetnezz

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0

ออฟไลน์ J029

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-1
ขอบคุณตัวเองที่กดเข้ามาอ่านเรื่องนี้ ดีอะไรเบอร์นี้ ละมุนใจ รอตอนต่อไปนะคะ ปล.คนอะไรชื่อช้อน ขออนุญาตขำ 5555555555555555555

ออฟไลน์ MSeraph

  • This too shall pass
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1753
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-3
งือออออ ณอนนนนน
ละลายยยแล้ววว เขินน

ออฟไลน์ angelhani

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 205
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1

ออฟไลน์ tonnum18

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 83
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ในที่สุดฌอนก็เริ่มจะทำตัวเหมือนชาวบ้านเขาแล้ว

เริ่มเปิดโลกกว้างออกอีก  ถึงแม้จะมาจากน้ำเปล่า

ที่เป็นต้นเรื่องก็เถอะ  ถือว่าพัฒนาการของฌอนดีขึ้นเยอะเลย

ออฟไลน์ wonderbe

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 755
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-2

ออฟไลน์ aiyuki

  • รักแท้ไม่แบ่งแม้เพศพันธุ์
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2637
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-6
โอ้ยยย น้ำเปล่าน่ารักจัง

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4994
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-7

ออฟไลน์ Bronc

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 374
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0
น่ารักมาก ความรักกำลังก่อตัว ขอแบบไม่มีดราม่านะ อยากกินของหวานมากกว่า

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Babelilong

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 305
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
    • Facebook  เข้ามาขอเป็นเพือนได้เลย
ณอนนนน่ารักกกก
 :impress2: :impress2: :impress2:

 :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ colorofthewind21

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8900
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
เขินไปอี๊กกกกกก

ออฟไลน์ เป็ดอนุบาล

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1402
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
 :impress2: :impress2:อ่านไปเขินไปน่ารักไปนะช้อนอิอิ :impress2: :impress2:

ออฟไลน์ Al2iskiren

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1789
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-3
อ่านรวดเดียวเลยค่ะ
อ่านไปก็เขินไป มันดีต่อใจมาก
 :-[

ออฟไลน์ askmes

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 183
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-2
รอติดตามมมมมม

ออฟไลน์ aommyga40

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 99
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0

ออฟไลน์ ketekitty

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 778
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
คือดีมาก จริงๆ นะ

ออฟไลน์ swoooaa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 72
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
งืออออ มันดีมากจริงๆๆ ฟีลกู้ดดแบบสุดๆ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด