[เรื่องยาว] Dear, My customer. รักลับๆ ของช่างตัดเสื้อ บทที่36p.19(15/03/2562)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: [เรื่องยาว] Dear, My customer. รักลับๆ ของช่างตัดเสื้อ บทที่36p.19(15/03/2562)  (อ่าน 47132 ครั้ง)

ออฟไลน์ juon

  • มนุษย์หน้าคีย์บอร์ด
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 941
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +738/-3
    • My novel blog
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้

1.ห้ามละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์  และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

6.อย่าพูดคุย ทักทาย นักเขียน คนอ่่านโดยรีพลายดังกล่าวไม่เกี่ยวพันกับนิยายให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรคอมเม้นต์สักคอมเม้นต์เีดียวก็เพียงพอแล้ว ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และทำลิงค์โยงมายังนิยาย และให้นักเขียนทุกคนทำลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยเกี่ยวกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วย เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-03-2019 05:40:21 โดย juon »

ออฟไลน์ juon

  • มนุษย์หน้าคีย์บอร์ด
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 941
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +738/-3
    • My novel blog
สวัสดีค่ะ :impress2:
.
กรี๊สส ทุกท่านอย่าเพิ่งถีบหน้าอิฉัน :beat: :z6: แม้ดิฉันจะยังเขียนเรื่องเก่าไม่จบ แต่ดิฉันก็กล้าจะเขียนเรื่องใหม่!! (โดนถีบหนักๆ อีกหลายที :z6:)
.
ขาเก่าอย่าเพิ่งท้อใจนะคะ บางเรื่องนายเอกค่าตัวแพง แสดงก็ยาก ถ่ายทำช้าย่อมเป็นธรรมดา (คนอ่านบอกว่า นานเกินไปแล้วว้อย เพี๊ยะๆ  :beat:)
.
อิฉันขอนำเสนอเรื่องใหม่ อบอุ่น เบาสมอง (?) ก่อนค่ะ คั่นเวลา
.
เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับช่างตัดเสื้อที่ทำงานตัดชุดให้กับเหล่าชนชั้นสูงในกรุงลอนดอน และลอร์ดหนุ่ม ว่าที่มาควิส ที่เผอิญมาเจอกันทั้งคู่ เรื่องราวความรัก(?) ระหว่างช่างตัดเสื้อหนุ่ม และท่านลอร์ด (ที่หนุ่มกว่า) จะเป็นอย่างไร เชิญติดตามค่า
.
Dear, My customer.

ตอนที่1 กอร์ดอนเทเลอร์

                กอร์ดอนเทเลอร์ เป็นร้านตัดสูทที่เปิดมานานกว่าห้าสิบปี ตั้งอยู่ใจกลางกรุงลอนดอน ริมถนนบรอมพ์ตัน ผู้ก่อตั้งร้านมีชื่อว่า กอร์ดอน โอเดนเบิร์ก เนื่องเพราะเขาเคยเป็นช่างตัดฉลองพระองค์ของดยุคแห่งยอร์กมาก่อน ดังนั้นลูกค้าส่วนใหญ่ของร้านกอร์ดอนเทเลอร์ จึงเป็นบุคคลในแวดวงชนชั้นสูง สูทของกอร์ดอนมีชื่อเสียงในด้านการทำให้ผู้สวมใส่ดูสูงสง่าขึ้นกว่าเดิม ถึงกับมีคนเปรียบเปรยว่า ต่อให้คนคนนั้นเป็นคนหลังค่อม หากได้ใส่สูทที่กอร์ดอนเป็นคนตัดแล้ว เขาจะดูเป็นคนหลังตรงขึ้นมาทันที

                ปันจุบันกอร์ดอนผู้ก่อตั้งร้านได้เสียชีวิตลงแล้ว ศพของเขาถูกฝังอยู่ในสุสานประจำตระกูลเช่นเดียวกันคนอื่นๆ ผู้ที่รับสืบทอดต่อร้านกอร์ดอนเทเลอร์ต่อจากเขาคือโอเดนเบิร์กผู้เป็นหลาน ซึ่งมีชื่อว่ากอร์ดอนเช่นกัน

                ปีนี้กอร์ดอน โอเดนเบิร์ก (ที่สอง ถ้าจะมีใครอยากเรียกเขาว่าอย่างนั้น) อายุสามสิบหกปีเต็ม เขาอาจจะยังดูอายุน้อยเมื่อเทียบกับอายุของร้าน แต่ประสบการณ์การตัดเย็บและออกแบบสูทของเขาไม่ธรรมดา เขาคลุกคลีและเป็นลูกมือให้กับปู่ของเขาตั้งแต่อายุสิบหก และแสดงพรสวรรค์ในการตัดเย็บออกมาอย่างไม่ปิดบัง ดังนั้นเหล่าบรรดาลูกค้าผู้สูงศักดิ์จึงยังวางใจในร้านกอร์ดอนเทเลอร์เสมอมา

--------------------------------------

                หน้าร้อนของลอนดอนนั้นแสนจะชื้นแฉะ กอร์ดอนก้าวเท้าออกจากร้าน ขึ้นรถม้าที่ให้เด็กรับใช้เรียกมารอไว้ ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมา เขาหยิบสมุดจดรายการผ้าและอุปกรณ์ที่ต้องซื้อออกมาไล่อ่านอีกครั้ง ขณะนั่งโขยกเขยกอยู่บนรถม้า แม้ว่ากอร์ดอนจะเป็นเจ้าของร้านสูทชื่อดัง แต่อย่าคาดหวังว่าตัวเขาจะใส่เสื้อผ้าหรูเนี้ยบอย่างที่เขาตัดให้กับบรรดาลูกค้าผู้สูงศักดิ์ ทั้งตู้เสื้อผ้า กอร์ดอนมีสูทที่ตัดเย็บอย่างประณีตแค่สองชุด ชุดหนึ่งเป็นผลงานที่ปู่ตัดให้เขาเป็นที่ระลึก ส่วนอีกชุดเป็นตัวที่เขาตัดเอาไว้ในตอนที่รับช่วงต่อ สูทสองชุดนี้เขาจะใช้ใส่เวลาต้อนรับลูกค้าคนสำคัญ เพื่อเป็นการให้เกียรติฝ่ายนั้น ส่วนช่วงเวลาอื่นน่ะหรือ...

                “สวัสดีครับคุณโอเดนเบิร์ก ผมคิดว่าคุณจะไม่มาเสียแล้ว” เสียงชายวัยราวๆ ยี่สิบเศษในชุดกะลาสีเอ่ยทักทันทีที่เห็นกอร์ดอนลงจากรถม้าและก้าวเท้าเข้าไปในท่าเรือ กอร์ดอนกระชับเสื้อโค้ทตัวเก่าซึ่งเป็นมรดกตกทอดของ

ปู่ให้เข้ากับตัว ก่อนจะเอ่ยถามฝ่ายนั้น “สวัสดี กัสต๊อง ของล่ะ ลงหรือยัง?”

                “อยู่ในโกดังเรียบร้อยแล้วครับ คุณเข้าไปเลือกดูได้เลย เดี๋ยวผมจะรีบไปตามคุณม็อตให้”

                ชายหนุ่มผงกศีรษะ ก่อนจะยกมือจับหมวกเบเล่ที่เก่าพอๆ กับสูทให้เข้าที่ แล้วเดินฉับๆ เข้าไปด้านใน

                กอร์ดอนไม่เคยไปเลือกซื้อผ้าที่ร้านขายปลีก เช่นเดียวกับปู่ของเขา เขาจะมาเลือกผ้าตั้งแต่มันเพิ่งลงจากเรือ ผ้าที่ใช้ประจำส่วนใหญ่เขาจะสั่งแยกมาต่างหาก แต่หากต้องการดูผ้าแบบอื่นด้วย ก็ต้องมาดูที่ท่าเรือนี่แหละ

                ผู้ดูแลโกดังผ้าซึ่งเป็นชายสูงวัยที่ชอบสูบไปป์คุ้นเคยกับเขาเป็นอย่างดี พอเห็นเสื้อโค้ทเก่าๆ ตัวนั้นก็รีบดับไปป์และนำทางเขาเข้าไปในโกดังทันที

                “วันนี้มีผ้าแบบใหม่ๆ มาเยอะมาก น่าจะถูกในคุณหลายไม้อยู่” ฝ่ายนั้นพูด ก่อนจะชี้ให้ดูแนวม้วนผ้าที่วางเรียงรายกันอยู่ กอร์ดอนพยักหน้า นอกจากเขาจะแต่งตัวไม่ได้เรื่องเวลาไม่ได้อยู่ต่อหน้าลูกค้าแล้ว ทรงผมของเขาเองก็แย่พอๆ กับชุดที่เขาสวมนั่นแหละ กอร์ดอนไว้ผมด้านหน้ายาว (อย่างไม่ตั้งใจเพราะเขาไม่มีเวลาไปตัด) และจะให้ช่างในร้านใช้กรรไกรเล็มปลายของมันออก เวลาต้องพบปะกับสุภาพบุรุษชั้นสูง เขาจะใช้วิธีใส่น้ำมันและหวีจนมันเรียบแปล้ ทำให้เขาดูดีขึ้นมากว่าปกติอีกโข

                ผู้ดูแลโกดังมองชายหนุ่มวัยสามสิบเศษที่กำลังเลือกผ้าอย่างตั้งใจ แล้วหัวเราะออกมา “ให้พูดอีกครั้งหนึ่งนะ คุณไม่มีทางหาแฟนได้แน่ถ้ายังทำตัวเหมือนปู่คุณตอนอายุห้าสิบแบบนี้”

                 “ผมก็ไม่ได้อยากจะทำตัวเหมือนคุณปู่หรอกนะจอร์จ” ฝ่ายนั้นพูด ขณะพยายามยกม้วนผ้าม้วนหนึ่งขึ้นมา “แต่ผมจะเอาเวลาที่ไหนไปทำตัวดีๆ เหมือนที่คุณว่ากันล่ะ ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณปู่ตอนอายุเท่าผมเขามีผู้หญิงมาติดพันมากขนาดไหน แต่เขาคงมีเวลาว่างแต่งตัวกว่าผมแน่ๆ อย่างน้อย เขาก็ตัดเสื้อให้แค่ท่านดยุกคนเดียว”

                ชายที่ชื่อจอร์จหัวเราะจนเห็นฟันที่ดำเพราะคราบเขม่า “ถึงงั้นก็เถอะ ผมยังเห็นว่าปู่ของคุณไม่มีทางใส่หมวกเบเร่แบบนี้ กับเสื้อโค้ทตัวนี้แน่ๆ เขามีอีกตัวที่เข้าชุดกว่า และมันไม่ใช่เสื้อโค้ท”

                “ผมไม่อยากใส่หมวกทรงสูงขึ้นรถม้าเวลาฝนตก” กอร์ดอนว่า “มันลำบากเวลาโดนน้ำฝน และลำบากกว่าเวลาคุณต้องหยิบอะไรขึ้นมาดูในรถ แล้วต้องคอยระวังไม่ให้หมวกหล่นลงมาเวลารถกระเทือน”

                เฒ่าจอร์จหัวเราะดังกว่าเดิม “ให้ตายผมคงไม่มีทางได้ทำแบบนั้นแน่” เขาพูด พลางไล่สายตามองใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม

                “คุณได้เค้าหน้าปู่มาเต็มๆ”

                “คุณพูดเป็นรอบที่ล้านแล้ว ถ้าผมนับไว้นะ” กอร์ดอนพูด แต่ยังคงใช้สายตาจับจ้องม้วนผ้า ขณะที่ลูบคลำดูเนื้อของมัน

                “ส่วนตากับผมนี่ เป็นของคุณย่าคุณแน่นอน”

                กอร์ดอนรู้ว่าย่าเป็นคนสวย แม้ว่าเขาจะไม่เคยเห็นตัวจริงเลยก็ตาม ย่าเสียไปตั้งแต่เขายังไม่เกิด มีเพียงรูปวาดติดเอาไว้ในบ้านให้ระลึกถึง ผมของย่าเป็นลอนสีทองสลวย ดวงตาเป็นสีน้ำเงินใส ปู่เองก็เคยบอกว่าเขาสวยเหมือนย่า แต่กอร์ดอนนึกเถียงในใจเสมอ อย่างน้อยๆ ย่าก็มีผมลอนสวย สวนเขาดันมีผมตรงแด่ว ที่พอไม่ใส่น้ำมันและหวีให้เข้าที่แล้ว ดูแย่ยิ่งกว่าคนเพิ่งตกน้ำมาเสียอีก

                ผ้าม้วนนั้นเป็นสีน้ำตาลเข้ม ทอลายตรงสีน้ำตาลที่อ่อนกว่าเล็กน้อย เนื้อผ้านุ่มลื่น แค่ได้สัมผัสก็รู้ว่ามันต้องเป็นที่ถูกใจสำหรับทุกคน

                “ม้วนนี้แหละ” กอร์ดอนว่า จอร์จมองผ้าม้วนนั้น แล้วพูดออกมา “ผ้าแคชเมียร์ คุณนี่ตาถึงตลอด ได้ของดีไปก่อนใครอีกแล้ว”

                “ผมอยากได้แคชเมียร์อีก ทำไมคุณไม่จัดพวกมันไว้รวมกัน” กอร์ดอนถาม ขณะเลือกดูผ้าม้วนอื่น ได้ยินเสียงจอร์จตอบออกมา “ก็คุณมาเร็วเกินไป พวกผมจัดทันเสียที่ไหน”

------------------------------------------

                หลังจากกอร์ดอนแน่ใจว่าไม่มีผ้าม้วนไหนเล็ดลอดสายตาเขาไปได้อีกแล้ว เจ้าตัวก็จ่ายเงินค่าผ้าที่เลือกไว้ทั้งหมดรวมห้าม้วน ผ้าพวกนี้จะมีคนนำไปส่งให้ถึงร้านของเขา รวมกับผ้าม้วนอื่นที่เขาสั่งเอาไว้

                กอร์ดอนก้มมองนาฬิกาพกที่หยิบออกมาจากอกเสื้อ มันบอกเวลาสิบเอ็ดโมง เขาใช้เวลาเลือกผ้าพวกนั้นไปเพียงแค่สองชั่วโมง ยังมีเวลาอีกโขกว่าจะถึงเวลาน้ำชาช่วงบ่าย ขณะคิดว่าจะไปไหนต่อดี เสียงเอะอะเอ็ดตะโรก็ดังขึ้นข้างตัว

                “เฮ้ย ระวัง!”

                ใครบางคนกระชากตัวเขาออกมา ก่อนที่กอร์ดอนจะทันได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไรเสียอีก เสียงโครมดังขึ้นตรงหน้า ก่อนจะตามด้วยเสียงเอะอะเอ็ดตะโรที่ฟังไม่ได้ศัพท์ ต้องใช้เวลาอีกเกือบครึ่งนาที กอร์ดอนถึงรู้ว่ามีรถม้าคันหนึ่งหลุดออกจากที่เทียม และเกือบจะพุ่งใส่ตัวเขา โชคยังดีที่มันเฉี่ยวเขาไม่ถึงเมตร

                “คุณไม่เป็นอะไรใช่มั้ย?”

                เสียงที่ดังขึ้นข้างตัวทำเอากอร์ดอนสะดุ้ง พอหันไปมองก็เห็นใบหน้าที่เขาไม่คุ้นตาเลยสักนิด “คุณเป็นใคร?”

                ฝ่ายนั้นเลิกคิ้วสีน้ำตาลเข้ม เช่นเดียวกับสีผมที่เป็นลอนของเขาขึ้น ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงไม่เชิงว่าโกรธหรือขบขัน

                “นี่คือคำแรกที่คุณพูดกับคนที่เพิ่งช่วยชีวิคคุณเอาไว้หรือเนี่ย?”

                กอร์ดอนขมวดคิ้วมองคนคนนั้น จำได้ว่าไม่เคยเจอผู้ชายตัวใหญ่ขนาดนี้ที่ไหนมาก่อนแน่ๆ แม้ว่าพวกกะลาสีเรือจะตัวใหญ่ก็เถอะ แต่ต้องไม่โกนหนวดเป็นระเบียบและหวีผมเรียบร้อยแบบนี้แน่ เขาทวนคำว่าช่วยชีวิต ก่อนจะนึกได้ว่ามีใครบางคนดึงเขาออกมา รถม้าคันนั้นถึงได้เฉี่ยวเขาไปแค่นิดเดียว

                “เอ่อ... ขอโทษที ผมตกใจน่ะ” เขาพูดออกมา ก่อนจะผงกศีรษะให้ฝ่ายนั้นหน่อยหนึ่ง “ขอบคุณนะที่ช่วยผมไว้”

                “ไม่เป็นไร” ฝ่ายนั้นตอบพลางยิ้ม ดวงตาสีเขียวของเขาดูมีประกายภายใต้ท้องฟ้าอึมครึม “คุณคงไม่ได้งานล่ะสิ แย่หน่อยนะ ผมว่าคุณคงมาสมัครงานผิดที่ นี่นี่รับแต่ผู้ชายตัวโตๆ มีแรงพอจะขนของหนักๆ พวกนั้นเท่านั้นแหละ คุณอย่าเสียใจไปเลย”

                “ผมเปล่า” กอร์ดอนปฏิเสธ ไม่รู้เพราะอะไร จู่ๆ เขาก็เกิดไม่ชอบขี้หน้าผู้ชายคนนี้ขึ้นมา ใช่ว่าฝ่ายนั้นดูขี้ริ้วขี้เหร่อะไร แต่เขาไม่ชอบใจวิธีการพูดกับคนแปลกหน้าของฝ่ายนั้นต่างหาก

                “ผมเข้าใจ” ฝ่ายนั้นพูดอีก “คุณคงหิว ไหนๆ ผมก็ขี้เกียจจะรอแล้ว คุณไปดื่มชาที่บ้านผมก็แล้วกัน คงพอทำให้อารมณ์ดีมีความหวังขึ้นมาได้หรอก”

                ไม่ทันที่กอร์ดอนจะทันได้อ้าปากพูดอะไร ฝ่ายนั้นก็โบกมือเรียกรถม้าอีกคัน ก่อนจะฉุดเขาขึ้นไป

----------------------------------------

                “อังกฤษนี่ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด” ฝ่ายนั้นพูดหลังมองออกไปนอกหน้าต่าง “พระราชินียังสบายดีอยู่ใช่มั้ย ผมว่าพระนางคงไม่เป็นอะไรง่ายๆ”

                กอร์ดอนลอบกวาดสายตามองคนที่นั่งตรงข้ามเขาอย่างไม่ให้ดูเสียมารยาท ฝ่ายนั้นแต่งตัวภูมิฐาน สวมเสื้อโค้ทสีดำตัวใหญ่ทันสมัย ถือหมวกเดอร์บี้สีดำในมือ ผิวขาวไม่มีรอยเกรียมแดด เขาคงไม่ได้มาจากอัฟกานิสถานหรืออินเดียแน่ๆ

                “พระราชินีทรงสบายดี” กอร์ดอนตอบไปตามมารยาท ก่อนจะถามตามมารยาทเช่นกัน “คุณคงจากบ้านไปนานมาก”

                “ไม่นานนะ แค่สองสามปี” ฝ่ายนั้นตอบด้วยท่าทางสบายๆ “แต่ผมแอบหวังอยู่นิดๆ เหมือนกันว่าพอกลับมาแล้วจะได้เห็นอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ก็อย่างว่า... ที่นี่อังกฤษ”

                “คุณประจำอยู่ที่ไหนล่ะ?” กอร์ดอนถามออกไป เพราะคิดว่าคนคนนี้อาจจะเป็นนายทหารระดับสูง นายทหารพวกนี้เวลากลับมาจะดูภูมิฐาน ต่างจากพวกทหารเล็กๆ ลิบลับ

                คนถูกถามเลิกคิ้วมองเขา แล้วตอบออกมา “อเมริกา”

                “อ้อ...” กอร์ดอนส่งเสียงในคอ รู้แล้วว่าทำไมเขาถึงไม่ชอบใจมารยาทของฝ่ายนั้น เพราะไปอยู่อเมริกามานี่เอง

                “แต่ไม่ได้ไปประจำการหรอก ผมไปช่วยธุรกิจของอาเฉยๆ” เขาตอบ ก่อนจะพูดต่อ “พวกเราคุยกันมาตั้งนานแล้ว คุณยังไม่ได้แนะนำตัวเองเลย”

                “ผมกอร์ดอน” กอร์ดอนพูด พลางนึกสงสัยว่าทำไมเขาจะต้องเป็นฝ่ายแนะนำตัวก่อนด้วย ในเมื่อทางนั้นฉุดเขาขึ้นรถมาแท้ๆ

                “ผมจอห์น เรียกผมว่าจอห์นนี่ก็ได้”

                กอร์ดอนพยักหน้าไปตามมารยาท และภาวนาให้รถม้าหยุดเสียที เขาจะได้หาข้ออ้างแยกตัวออกไป

                “ท่าทางคุณหิวนะ” ฝ่ายนั้นออกความเห็น “ไม่เป็นไร แอนนาคงเตรียมของว่างไว้เยอะเหมือนเคย คุณไม่ต้องเกรงใจผมหรอก”

                “ผมเปล่า” แต่ยังไม่ทันที่กอร์ดอนจะพูดอะไรต่อ รถม้าก็หยุดลง ฝ่ายนั้นรีบยุดมือเขาเอาไว้ “ถึงบ้านผมแล้ว”

------------------------------------------

                สิ่งแรกที่กอร์ดอนคิดคือเขาต้องมาผิดที่ นี่ไม่ใช่บ้าน แต่เป็นคฤหาสน์หลังงามของมาควิสแห่งบาธ เฮนรี่ คาเวดิช หนึ่งในลูกค้าสุภาพบุรุษของเขา กอร์ดอนเคยถูกเชิญให้มาวัดตัวท่านมาควิสที่นี่บ่อยครั้ง มาร์ควิสคาแห่งบาธและภริยาเป็นผู้ดีที่น่านับถือ ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ ที่ผู้ชายตัวใหญ่ไร้มารยาทมาหยุดรถมาลงตรงนี้

                “ผมว่าคุณ...”

                เสียงของเขาถูกเสียงเคาะห่วงเหล็กที่ติดอยู่หน้าประตูรั้วดังกลบหมดสิ้น จากนั้นไม่กี่อึดใจ คนรับใช้ประจำคฤหาสน์ก็วิ่งกระหืดกระหอบออกมา ก่อนจะร้องอุทานด้วยท่าทางเหมือนจะเป็นลม

                “นายน้อย!”

                “ใช่ ผมเอง คุณเปิดประตูได้มั้ย? ผมมีเพื่อนมาด้วย”

                คนรับใช้รีบตะลีตะลานเปิดประตูรั้วทันที “ทำไมมากันแค่สองคนล่ะครับ คุณโอลิเวอร์ล่ะ?”

                “เรือเข้าก่อนกำหนด” จอห์นว่า “ผมขี้เกียจรอโอลิเวอร์เลยนั่งรถม้ามาก่อนน่ะ”

                “โอ๊ย คุณท่านรู้ต้องเล่นงานพวกผมแน่ๆ” ฝ่ายนั้นพูด “แล้วของของคุณล่ะครับ”

                “ยังอยู่ที่ท่าเรือ โอลิเวอร์คงเอากลับมาเองนั่นแหละ”

                อีกฝ่ายพยักหน้า ก่อนจะรีบเดินนำฝ่ายนั้นเข้าไปยังตัวคฤหาสน์ทันที จอห์นก้าวเท้าตามไป แต่พบว่าคนที่มาด้วยกับเขายังคงยืนนิ่งอยู่กับที่

                “นี่ เข้ามาเถอะน่า คนบ้านผมไม่จับคุณโยนออกไปหรอก”

                กอร์ดอนสั่นศีรษะ ให้เป็นให้ตายเขาก็ไม่ยอมให้มาร์ควิสแห่งบาธและภริยาเห็นตัวเองในสภาพแบบนี้เด็ดขาด “ผมเพิ่งนึกได้ว่ามีธุระด่วนที่บ้านต้องกลับไปทำ”

                อีกฝ่ายมองเขาแล้วยิ้มอย่างรู้ทัน “ผมชอบนะที่คุณมีมารยาทขนาดนี้ แต่ไม่ต้องเกรงใจหรอก ยังไงวันนี้ผมก็ไม่มีใครมาเป็นเพื่อนดื่มน้ำชาอีกแล้วนอกจากคุณ”

                พูดจบก็ฉุดมือเขาให้เดินตามไปทันที กอร์ดอนอยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆ

----------------------------------------

                แต่ดูเหมือนโชคยังเข้าข้างเขาอยู่บ้าง เพราะวันนี้ท่านมาควิสและภริยาออกไปสมาคมด้านนอก คงอีกนานกว่าจะกลับ พอรู้ดังนั้นกอร์ดอนค่อยรู้สึกโล่งใจขึ้นมาหน่อย เขาตั้งใจว่าจะดื่มชาแค่แก้วเดียวแล้วรีบลากลับทันที

                “ผมคิดถึงมื้อเที่ยงจัง” จอห์นพูด ขณะที่ทั้งคู่นั่งลงบนโต๊ะสำหรับดื่มน้ำชา ซึ่งตั้งอยู่ตรงปีกหนึ่งของคฤหาสน์ แสงพร่ามัวที่ลอดกระจกหน้าต่างเข้ามาถูกเติมเต็มด้วยโคมไฟขนาดใหญ่ที่ติดเอาไว้ด้านบน

                “เราน่าจะมีเบคอนกับขนมปังด้วย ถึงแม้ว่าผมจะชอบเค้กของแอนนามากๆ ก็เถอะ” จอห์นพูดหลังจิบชาไปได้จิบหนึ่ง กอร์ดอนนั่งฟังอย่างอดทน และคิดว่าเขาควรจะพูดอะไรสักเล็กน้อยเพื่อเป็นมารยาท “ชาดีนะครับ”

                “อือ อันนี้น่าจะนำเข้ามาจากอินเดียล่ะมั้ง หรือว่าจีน... ผมไม่ค่อยสนใจเรื่องชาเสียด้วยสิ”

                กอร์ดอนพยักหน้าตามมารยาท พลางคิดประโยคสวยๆ ที่จะทำให้เขากลับออกไปจากที่นี่ได้โดยไม่ถูกอีกฝ่ายเหนี่ยวรั้งไว้ด้วยเหตุผลไร้สาระ

                “ว่าแต่ก่อนหน้านี้คุณทำงานอะไร ท่าทางไม่เหมือนทหารเพิ่งปลดประจำการเลย คุณคงออกมาจากบ้านตอนฝนตก ผมเห็นรอยโคลนที่รองเท้าคุณ แต่ไม่มาก บ้านคุณคงอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือ คุณคงทำงานเป็นเสมียนร้านขายอะไรสักอย่าง แล้วถูกใช้ให้ออกมาตามของที่ท่าเรือใช่มั้ย? ผมเดาถูกรึเปล่า?”

                กอร์ดอนยิ้มออกมาเป็นครั้งแรก “คุณกำลังพยายามทำให้ตัวเองดูเหมือนเชอร์ลอร์ค โฮล์ม”

                “อื้อ” ฝ่ายนั้นยอมรับ “ผมชอบหนังสือเรื่องนี้ ผมให้ที่บ้านส่งไปให้ทางเรือ กว่าจะได้อ่านก็นานเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน คุณว่าการอนุมานของผมเป็นไง”

                กอร์ดอนอยากจะบอกว่าผิดถนัด แต่เกรงว่าจะเป็นการเสียมารยาท เพราะดูแล้วไม่แน่ว่าผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาอาจจะเป็นลูกชายของท่านมาร์ควิสแห่งบาธ เลี่ยงปัญหาได้ก็เลี่ยงดีกว่า

                “ถูกอยู่ส่วนหนึ่ง ผมออกจากบ้านตอนฝนตก แต่บ้านผมไม่ได้อยู่ใกล้ท่าเรือหรอก”

                “อืม... แต่รอยโคลนบนรองเท้าคุณมันน้อยมาก คุณไม่ได้เดินย่ำโคลนมาแน่ๆ ยกเว้นเสียแต่ว่าคุณถลกขากางเกงขึ้นมา คุณคงทำแบบนั้น เพราะถ้าใส่กางเกงที่ขาเลอะไปสมัครงานคงดูไม่ดี ถูกใช่มั้ย?”

                คราวนี้กอร์ดอนสั่นศีรษะ เขาตัดสินใจยื่นมือออกไปให้ฝ่ายนั้นดู “งั้นคุณดูมือผม มือแบบนี้คุณคิดว่าผมทำงานอะไร”

                จอห์นมองดูนิ้วมือของฝ่ายนั้น มันเรียวยาว ดูแล้วไม่เหมือนมือของคนทำงานหนัก เพียงแต่มีรอยไตนูนๆ อยู่บนนิ้วกลางด้านขวา

                “คุณถนัดขวา”

                “ครับ”

                “ทำงานอะไรสักอย่างที่นิ้วกลางด้านขวาต้องเสียดสีกับอะไรนานๆ งานอะไรนะ”

                กอร์ดอนจิบชาไปพลางแอบสังเกตฝ่ายนั้นไปพลาง นึกสงสัยว่าเจ้าตัวจะทายถูกกับเขาบ้างไหม จอห์นนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโพล่งออกมา “รู้แล้ว คุณเป็นช่างตัดเสื้อ มีแต่มือที่ต้องจับกรรไกรเท่านั้นแหละที่มีรอยแบบนี้ได้ ผมเคยเห็นครั้งนึง ตอนเด็กๆ”

                คราวนี้กอร์ดอนพยักหน้า ฝ่ายนั้นจึงพูดต่อด้วยความดีใจ “คุณต้องทำงานหนักมาก อาจจะเป็นลูกจ้างในร้านเล็กๆ ทำงานหนักแต่ค่าแรงน้อย เลยต้องใช้เสื้อโค้ทเก่าๆ กับหมวกที่ไม่เข้ากันเอาเสียเลย คงยุ่งมากด้วย เพราะผมก็ไม่ค่อยได้ตัด”

                กอร์ดอนคิดว่าเขาควรจะเก็บความไม่พอใจเอาไว้ให้มิดสีหน้า “เสื้อโค้ทตัวนี้เป็นของดูต่างหน้าของคุณปู่ผม”

                “อ้อ... ผมขอโทษด้วย” ฝ่ายนั้นรีบพูด และแสดงสีหน้าเสียใจจริงๆ ชายหนุ่มพยักหน้า แล้วพูดต่อ “ยังไงก็ขอบคุณน้ำใจคุณมากที่อุตส่าห์ชวนผมมาดื่มชาด้วย แต่ผมต้องรีบกลับไปทำงานแล้ว คุณทายถูก งานผมยุ่งมากจริงๆ”

                “ว้าว!” ร่างสูงใหญ่ร้องออกมา “งั้นผมไปส่ง โอลิเวอร์คงกลับมาแล้ว ผมจะให้เขาเอารถม้าไปส่งคุณ”

                “ไม่เป็นไรหรอกครับ” กอร์ดอนปฏิเสธอย่างสุภาพ “ร้านผมอยู่ในตรอกแคบๆ คงไม่สะดวกสำหรับรถม้าคันใหญ่ ผมกลับเองจะดีกว่า ยังไงก็ขอบคุณมากๆ นะครับสำหรับน้ำชา”

                จอห์นทำท่าจะพูดอะไร แต่ฝ่ายตรงข้ามรีบลุกขึ้นและโค้งให้เขาอย่างสุภาพ ก่อนจะสาวเท้าเดินออกไป เขาจึงต้องรีบเดินตามมา

                “เดี๋ยว ร้านคุณชื่ออะไร ผมจะได้บอกให้คุณพ่อไปตัดเสื้อ”

                กอร์ดอนหันมายิ้มให้เขา “ร้านผมไม่มีชื่อหรอกครับ ท่านลอร์ด”

----------------------------------   
(จบตอน)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-02-2017 21:11:15 โดย juon »

ออฟไลน์ Allure-Q

  • Just the way you are
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 275
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
มีความฟิน(ฮา)
อ่านแล้วบรรยากาศแบบลอนดอนลอยขึ้นมาเลย
ว่าแล้วก็ปูเสื่อรอต่อไป  :katai5:

ออฟไลน์ klongpani

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
เห็นแล้วถึงกับต้องเข้ามาสครีมดังๆ
กรี๊ดดดดดดดดด เรื่องใหม่มาแล้วววววว
ชอบพล็อตมากค่ะ ผู้ดีอังกฤษด้วย หุๆๆๆๆๆๆๆๆ
ท่าทางไม่เบาทั้งคู่ เฉือนกันท่าจะมันส์ ฮา
รอติดตามค่ะ

ออฟไลน์ poporimikoru

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 69
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
มาเจิม แอร้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย  บรรยากาศลอนดอน มากค่ะสำผัสได้ถึงความฟรุ้งฟริฟริ้ง รอตอนต่อไป  :katai1:

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3582
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +129/-4
อ๊ากกกกกกกกก ดีใจทุกครั้งที่เรื่องใหม่มาถึงเรื่องเก่าจะยังไม่จบ   :z10: :z10: :z10: :z10: :z10:

ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4633
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +277/-6
บรรยายบรรยากาศแล้วนึกภาพตามออกเลยค่ะ

 :L2: :L2:

ออฟไลน์ Chise

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 494
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
สนุกกก น่าติดตามมากก
มาต่อไวๆนะคะ

ออฟไลน์ hibatsumoe

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 220
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
ท่านลอร์ดแอบปากเสีย 555

ออฟไลน์ Takarajung_TK

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1053
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-2
เห็นชื่อคุณ Juon แทบจะกรีดร้อง ดีใจมาก
รีบตามเข้ามาอ่าน
สำนวนย้อนยุคได้ใจมากค่ะ รออ่านตอนต่อไปนะคะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 14043
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +413/-25
ติดตามๆ เจอหนุ่ม(ใหญ่)อีกแล้ว

ออฟไลน์ alternative

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2880
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +247/-3
นี่ถ้าบอร์ดส่งเสียงได้ เสียงกรี๊ดคงดังระงม

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

เรื่องใหม่!!!!!!

ทันถ่ายทอดสด!

ได้กลิ่นฝนและมองเห็นฟ้าครึ้มหมอกของลอนดอนเลยทีเดียว

ออฟไลน์ magic-moon

  • I belive I can Flyyyyyyyyyyy
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 549
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-2
ง่อววววววว เล่นเป็นโฮล์มซะด้วย ถ้ามีคดีเล็กน้อยๆขึ้นมาคงสนุกหน้าดู

ออฟไลน์ toru10969

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 10
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:กรี้ดดด เห็นชื่อคุณZuonรีบกดมาอ่านแล้วเม้นอย่างไว

รอลุ้นตอนต่อไป คุณช่างตัดเสื้อกับคุณชาย  :-[ :o8: o13

ออฟไลน์ G-NaF

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 914
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-1
ถ้าเจอกันอีกครั้งท่านลอร์ดจะจำได้มั้ยนะ
ติดตามคับ ๆๆ  :L2: :L2:

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4282
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +109/-7
ดูท่าท่านลอร์ดจะเป็นคนตลก(?)
ถ้าเจอกันอีกที (ที่ร้าน) ท่านลอร์ดจะจำช่างตัดเสื้อได้ไหมนะ
รอตอนต่อไปค่ะ

ออฟไลน์ poppycake

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2977
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-4
ชอบความพุดไปเรื่อยของพระเอกจิงๆ
ถึงจะผิดสักครึ่งนึงก้อเหอะ 55555555555

ออฟไลน์ ทั่วหล้า

  • ไม่ช่างพูดแต่ช่างพิมพ์
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1277
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-3
พระเอกนี่จะถูกจัดไปอยู่ในหมวดหมู่คนน่ารำคาญได้ไหมนะ?
ท่านหลอดพูดไม่หยุดพูกได้อีก

ออฟไลน์ juon

  • มนุษย์หน้าคีย์บอร์ด
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 941
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +738/-3
    • My novel blog


Dear, My customer.

ตอนที่2 ลูกค้าสูงศักดิ์ที่ชวนปวดหัว


                โชคดีของกอร์ดอน ที่เขาจับรถม้ามาทันเตรียมชุดลองของเอิร์ลแห่งอัลบานี และมีเวลามากพอจะแต่งตัวใหม่ให้สมกับเป็นเจ้าของร้าน ‘กอร์ดอนเทเลอร์’ ร้านสูทที่ดีที่สุดร้านหนึ่งของลอนดอน

                เขาไปถึงคฤหาสน์ของท่านเอิร์ลตรงเวลานัดเปะๆ ห้าโมงเย็นไม่ขาดไม่เกิน

                เอิร์ลแห่งอัลบานีเป็นชายวัยกลางคนที่มีลำคอสั้น ชุดสูทของเขาจึงต้องทำคอให้ลดลงมาหน่อยหนึ่ง เพื่อให้ดูมีคอขึ้น ท่านเอิร์ลดูพึงพอใจกับสูทชุดใหม่ เขาออกปากชมไม่หยุดปาก และบอกกับกอร์ดอนว่าเขาตัดสินใจจะใส่สูทตัวนี้ไปงานเลี้ยงของมาควิสแห่งบาธที่จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่จะถึง ซึ่งก็คือวันพรุ่งนี้ กอร์ดอนรับปากว่าจะแก้ไขจุดบกพร่องที่มีเพียงเล็กน้อยในชุดสูทตัวหรู และนำมาส่งให้ท่านเอิร์ลก่อนเที่ยงวันพรุ่งนี้

                คืนนั้นกอร์ดอนกลับมาที่ร้าน แก้สูทตัวนั้นจนเกือบสามทุ่ม จึงเข้านอน เขาตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะให้เด็กนำเอาชุดไปส่งตั้งแต่เช้าตรู่ ส่วนตัวเองจะจัดการชุดอื่นที่ยังค้างอยู่ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเร่งงานมากนัก

------------------------------------

                ทว่า เช้าวันรุ่งขึ้น กอร์ดอนถูกปลุกด้วยเสียงออดตั้งแต่เช้าตรู่ เช้าเกินกว่าเวลาที่นาฬิกาปลุกของเขาตั้งไว้เสียอีก เขาลุกขึ้นจากเตียง สวมเสื้อคลุม พลางนึกสงสัยว่าใครที่มากดออดที่ร้านเอาเวลาป่านนี้ บางทีอาจจะเป็นคนมือบอน หรือพวกคนจรจัดที่สติไม่ดีก็ได้

                เด็กรับใช้วิ่งกระหืดกระหอบขึ้นมาหลังจากนั้นไม่นาน “มีคนมาขอพบคุณครับ”

                “ใคร?”

                “เขาบอกว่าชื่อจอห์น”

------------------------------------

                กอร์ดอนเดินลงบันไดมา พลางนึกสงสัยว่าลอร์ดหนุ่มคนนั้นได้อย่างไรว่านี่คือร้านของเขา ครั้นจะไม่ออกไปต้อนรับ ทางนั้นก็อาจเป็นถึงลูกชายของมาร์ควิสแห่งบาธ ถ้าเกิดไม่พอใจอะไรขึ้นมาอาจจะมีผลกับร้านของเขาได้ ถึงแม้กอร์ดอนจะมั่นใจในฝีมือตัดเสื้อของตัวเอง แต่จะให้เขาเอาฝีมือมางัดข้อกับฝีปากของลอร์ดจอมจุ้น เขาไม่ขอลองดีกว่า ดังนั้น ตอนนี้เขาจึงจำต้องเปิดประตูร้านตั้งแต่ยังไม่รุ่งเช้า เพื่อต้อนรับการมาของท่านลอร์ดปากมากคนดังกล่าว

                “ว้าว ผมเดาถูก ที่นี่ร้านคุณจริงๆ ด้วย” นั่นคือคำแรกที่ลอร์ดหนุ่มทักทายเขา กอร์ดอนพยายามทำสีหน้าต้อนรับลูกค้าเต็มที่ “อรุณสวัสดิ์ครับท่านลอร์ด ไม่ทราบว่าคุณมีเรื่องอะไรให้ผมรับใช้”

                “อรุณสวัสดิ์” ฝ่ายนั้นทักทายตอบเขา ก่อนจะพูดต่อ “โทษทีผมมัวแต่ตื่นเต้น ไม่คิดว่านี่จะเป็นร้านคุณจริงๆ เห็นว่าชื่อเหมือนคุณก็เลยลองเรียกดู”

                กอร์ดอนไม่แน่ใจว่านี่เป็นโชคร้ายของเขา หรือโชคดีของลอร์ดหนุ่มกันแน่ที่กดออดเรียกถูกคน

                “เชิญคุณเข้ามาข้างในก่อนดีกว่า” เขาเปิดประตูให้ฝ่ายนั้นตามมารยาท ก่อนจะพบว่านอกจากตัวท่านลอร์ดแล้ว ไม่มีใครตามมาอีก

                “มาคนเดียวหรือครับ” กอร์ดอนถาม ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดสวิตช์ไฟ แสงจากหลอดไฟแบบใหม่สว่างวาบขึ้นขึ้นมาทันที

                “อือ ผมขี้เกียจรอโอลิเวอร์ เลยขับรถออกมาเอง กลัวใช้เวลาหาร้านคุณนาน” ลอร์ดหนุ่มพูด ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้สำหรับรับรองแขกโดยไม่ต้องรอคำอนุญาต

                “คุณขับรถมาเอง?” กอร์ดอนทวนคำ ฝ่ายนั้นพยักหน้า “ใช่ แปลกหรือ? ก็เห็นคุณบอกว่าร้านอยู่ในตรอกแคบๆ ผมเลยคิดว่าเอารถมาดีกว่า ยังไงก็จอดไว้ข้างทางได้”

                กอร์ดอนนึกถึงพาหนะเดินทางรุ่นใหม่ที่ใช้เครื่องยนต์ไอน้ำขับเคลื่อนแทนม้า ก่อนจะพยักหน้า “ผมน่าจะตื่นตั้งแต่ได้ยินเสียงรถคุณแล้ว”

                “ฮ่าๆ ผมว่าวันนี้ทุกคนแถบนี้คงตื่นเช้า” ลอร์ดหนุ่มดูจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับคำเหน็บแนมของฝ่ายตรงข้าม เขาใช้ดวงตาสีเขียวสดใสมองกอร์ดอน ก่อนจะกวาดตามองไปรอบๆ ร้าน

                “ร้านคุณสวยนะ เปิดมานานแล้วหรือยัง?”

                “ประมาณห้าสิบปีครับ”

                “ห้าสิบ? ผมดูยังไงคุณก็น่าจะอยู่ไม่เกินสามสิบ” ฝ่ายนั้นทวนคำด้วยท่าทางพิศวง กอร์ดอนตอบด้วยท่าทางเรียบๆ “ผมรับช่วงต่อมาจากปู่ ปีนี้ผมอายุสามสิบหกแล้ว”

                “ว้าว!” คู่สนทนาของเขาร้องอุทานออกมา “คุณแก่กว่าผมรอบนึงพอดี เหลือเชื่อเลย”

                กอร์ดอนยิ้มและตัดสินใจตัดบท “ว่าแต่ท่านลอร์ดมีธุระอะไรหรือครับ ถึงได้รีบมาแต่เช้า”

                “คุณเรียกผมว่าท่านลอร์ดอีกแล้ว” อีกฝ่ายทักเขายิ้มๆ “รู้ได้ไงผมเป็นลอร์ด”

                “อ้าว ก็เมื่อวานคุณเชิญผมเข้าไปในคฤหาสน์ท่านมาร์ควิสแห่งบาธ แล้วคนรับใช้เรียกคุณว่านายน้อย คุณก็ต้องเป็นลูกชายเขาสิครับ”

                “ว้าว นั่นสินะ เรื่องมันง่ายแค่นี้เอง” ลอร์ดหนุ่มหัวเราะชอบใจ “ถูกของคุณ ผมเป็นลูกชายเขา จอห์น คาเวดิช เอิร์ลแห่งโทรว์บริด ในที่สุดผมก็ได้แนะนำตัวกับคุณอย่างเป็นทางการเสียที”

                กอร์ดอนพยักหน้า “ผม กอร์ดอน โอเดนเบิร์กครับ คุณมีธุระอะไรให้ผมรับใช้หรือครับ?”

                “ผมอยากได้สูทตัวใหม่” เขาตอบ แล้วพูดต่อ “พ่อบ่นว่าสูทที่ผมเอามาจากอเมริกาดูไม่เข้ากับที่นี่ งานก็ไม่เรียบร้อย ผมขี้เกียจรำคาญเลยบอกว่าจะออกมาหาร้านตัดเอง พ่อต้องแปลกใจแน่ๆ ที่ผมรู้จักร้านคุณ เขาเพิ่งบอกว่ามีร้านตัดประจำอยู่ เดี๋ยวผมจะดูว่าสวยสู้ที่คุณตัดได้มั้ย”

                กอร์ดอนยิ้มแบบแบ่งรับแบ่งสู้ แม้อยากจะพูดว่าร้านที่มาควิสแห่งบาธพูดถึงก็คือร้านที่ท่านเอิร์ลกำลังยืนอยู่นี่แหละ

                “แล้วคุณจะใช้เมื่อไหร่ล่ะครับ?”

                “เย็นนี้ พ่อบอกว่าร้านเก่งๆ ทำทัน ผมว่าคุณต้องเก่งแน่ เลยมาตั้งแต่เช้าไง”

                รอยยิ้มของกอร์ดอนค้างอยู่บนใบหน้า เขานึกถึงคำพูดของเอิร์ลแห่งอัลบานี มาควิสแห่งบาธเชิญเขาไปงานเลี้ยงเย็นวันนี้ คงเป็นงานเลี้ยงฉลองการกลับมาของลูกชายนั่นแหละ ทำไมเขาถึงไม่คิดมาก่อนนะ

                “ผมเกรงว่า...” กอร์ดอนพยายามเลือกใช้คำที่ดูเหมาะสมและไม่น่าเกลียดเกินไปนัก เขาไม่อยากตัดชุดให้เอิร์ลคนนี้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม

                “ว่าอะไรล่ะ?”

                “คือมันเป็นงานเร่ง” กอร์ดอนตัดสินใจตอบตามตรง “ผมคงต้องให้คุณอยู่ที่นี่เพื่อวัดตัวตลอด ซึ่งมันคงเป็นไปไม่ได้”

                “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ” อีกฝ่ายตอบ แล้วยิ้ม “ผมอยู่นี่ยันเย็นเลยยังได้ เอางี้ คุณตัดชุดเสร็จก็ไปงานเลี้ยงกับผมเลย ผมเชิญเอง”

                กอร์ดอนอยากจะตบปากตัวเองจริงๆ ทำไมเขาถึงใช้บรรทัดฐานคนทั่วไปตัดสินคนคนนี้กันนะ

                “ถึงอย่างนั้นก็เถอะครับ... คุณอาจจะต้องไปธุระ...”

                “ไม่มีแล้วล่ะ ธุระของผมวันนี้มีแค่เรื่องชุด หรือว่าคุณไม่อยากตัดชุดให้ผม”

                “ผมเปล่าครับ”

                “งั้นเป็นอันตกลงเลย คุณมีผ้าให้ผมดูไหม ผมอยากเลือกผ้าก่อน”

                กอร์ดอนจำใจต้องรับงานเร่งชิ้นนี้ เขาพาลูกค้าใหม่ไปเลือกผ้าที่ด้านในร้าน “คุณอยากได้สูทโทนสีอะไรครับ”

                “พ่อผมอยากให้มันดูเป็นอังกฤษ” ฝ่ายถูกถามพูด ขณะขมวดคิ้วมองม้วนผ้าหลายม้วนที่วางอยู่ “แต่ผมไม่อยากได้สีดำ มันดูเป็นทางการเกินไป นี่เป็นแค่งานเลี้ยงฉลองสนุกๆ เท่านั้น คุณว่าสีน้ำตาลทองเป็นไง”

                “ไม่ดีครับ ผมว่า” กอร์ดอนออกความเห็น “คุณเป็นคนร่างใหญ่ ต้องใส่สีทึบถึงจะดูดี เป็นสีน้ำตาลเข้มดีไหมครับ ผ้าตัวนี้ผมเพิ่งได้มาใหม่” เขาพูดและยกม้วนผ้าแคชเมียร์สีน้ำตาลที่ได้มาจากท่าเรือเมื่อวานออกมาวางบนโต๊ะ “ลองคุณจับดูก่อนครับ”

                ลอร์ดโทรว์บริดลองจับผ้าผืนนั้น หลังลูบคลำอยู่หลายครั้ง เขาก็พูดออกมา “อือ ผืนนี้แหละ ดูแล้วน่าจะใส่สบาย แล้วเสื้อกั๊กด้านในคุณว่าใช้ผ้าอะไรดี ไม่เอาผ้าสีเดียวกับสูทนะ ผมว่ามันน่าเบื่อ”

                “ผืนนี้แล้วกันครับ เข้ากันดี” กอร์ดอนหยิบผ้าสีน้ำตาลแก่ออกมาเทียบกับผ้าม้วนที่วางอยู่บนโต๊ะ เจ้าของชุดเห็นแล้วก็ตอบตกลงทันที “ดี เอาตามนี้เลย”

                “งั้นเดี๋ยวเชิญคุณตรงแท่นวัดตัวเลยครับ” ชายหนุ่มเจ้าของร้านตัดเสื้อเดินนำลูกค้าของเขาไปยังอีกห้องหนึ่ง ซึ่งมีแท่นยืนเตี้ยๆ วางอยู่ พร้อมกระจกเต็มตัวอีกสามบาน แสงสว่างจากดวงไฟที่อยู่ภายในห้องทำให้กระจกสะท้อนภาพคนสองคนออกเป็นสามภาพในมุมต่างกัน

                “ผมต้องขึ้นไปยืนบนนี้หรือ?” เอิร์ลหนุ่มพูดอย่างไม่แน่ใจนัก “คุณไม่น่าจะวัดตัวผมถึงนะ”

                “ผมมีวิธีครับ ไม่เป็นไร คุณขึ้นไปยืนเถอะ” กอร์ดอนพูดด้วยน้ำเสียงใจเย็น จะว่าไปแล้ว นี่คงเป็นลูกค้าชั้นสูงที่มารยาทแย่และพูดมากที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา

                ลอร์ดโทรว์บริดมองเขาอึดใจหนึ่ง ก่อนจะขึ้นไปยืนบนแท่นวัดตัว เขาดูสูงเข้าไปอีกเมื่อทำแบบนั้น กอร์ดอนลากเก้าอี้ตัวเตี้ยที่วางอยู่ตรงมุมห้องมา ลูกค้าสุภาพบุรุษของเขามีจำนวนไม่น้อยที่ตัวสูงมาก ดังนั้นเขาจึงไม่มีปัญหากับการรับมือด้านความสูง แต่ลอร์ดโทรว์บริดนอกจากจะสูงแล้ว ยังตัวหนาอีกด้วย ไม่ใช่อ้วน แต่เพราะกล้ามเนื้อโตๆ พวกนั้นต่างหาก

                “ท่าทางคุณชอบเล่นกีฬานะครับ” กอร์ดอนพูดขณะวัดตัว เขามักชวนลูกค้าพูดคุยบ้างเพื่อไม่ให้เกิดบรรยากาศอึดอัดมากนัก อีกฝ่ายตอบเขา “อือ ผมชอบเล่นทุกอย่างแหละ รักบี้ คริกเก็ต ขี่ม้า ฟุตบอล โปโลผมก็ชอบ”

                กอร์ดอนพยักหน้าไปตามเรื่อง เขาตวัดสายรัดไปรอบลำคอของฝ่ายนั้น เอานิ้วคั่นเอาไว้นิ้วหนึ่ง ดูตัวเลข ก่อนจะปลดสายรัดออกมาพาดเอาไว้กับคอของตัวเอง แล้วหยิบสมุดบันทึกออกมาจากอกเสื้อเพื่อจดขนาด

                “ให้ผมถือสมุดให้คุณมั้ย?” คนที่ถูกวัดตัวอยู่เสนอความช่วยเหลือ กอร์ดอนสั่นศีรษะ ปกติเขาจะมีผู้ช่วยคอยจดให้ แต่เพราะลูกค้ารายนี้มาที่ร้านตั้งแต่ยังไม่มีใครตื่น เขาเลยต้องลงมือจดเองด้วยสภาพอย่างที่เห็น

                “คุณต้องอยู่นิ่งๆ ครับ ไม่งั้นเดี๋ยวเวลาวัดตัวแล้วมันจะพลาดเอา”

                “อ้อ...”

                “ช่วยกรุณายกแขนขึ้นหน่อยครับ ผมจะได้วัดรอบอกคุณ”

                เอิร์ลหนุ่มยกมือขึ้นอย่างว่าง่าย กอร์ดอนเอื้อมมือไปเพื่ออ้อมสายวัดรอบตัวเขา แต่เพราะฝ่ายตรงข้ามตัวใหญ่จริงๆ เขาจึงต้องเอื้อมมากกว่าปกติ แทบจะต้องเอาหน้าแนบไปกับหน้าอกของฝ่ายนั้นเพื่อให้สามารถเอื้อมมือถึงสายวัดที่อ้อมไปด้านหลังได้ ขณะที่ก้มลงจดตัวเลข เสียงของลอร์ดโทรว์บริดก็ดังขึ้น “ผมล่ะคิดว่าคุณจะกอดผมซะแล้ว”

                กอร์ดอนเงยหน้ามองฝ่ายนั้นด้วยความแปลกใจ และได้รอยยิ้มตอบกลับมา “คุณทำท่าอย่างกับจะกอดผมแน่ะ”

                “คุณตัวใหญ่ครับ” อีกฝ่ายตอบ แต่ท่านเอิร์ลดูเหมือนจะมีข้อสงสัยอีก “ผมว่ามีคนอีกหลายๆ คนในลอนดอนที่ตัวใหญ่กว่าผมนะ อย่างน้อยๆ ก็รอบอกใหญ่ นี่คุณทำท่าเหมือนจะกอดเขาทุกคนเลยหรือ?”

                กอร์ดอนคิดว่าเขาต้องพยายามอดทนให้เต็มที่ ชายหนุ่มตอบฝ่ายนั้นเสียงเรียบๆ “ปกติแล้วผมมีผู้ช่วยครับ เพียงแต่ตอนนี้พวกเขายังมาไม่ถึง”

                “อ๋อ... โล่งไปที” ท่านเอิร์ลพูดแล้วหัวเราะ กอร์ดอนมองเขาอีกครั้ง ก่อนจะก้มศีรษะ “ผมต้องขอโทษด้วยนะครับถ้าทำให้คุณอึดอัด”

                “เปล่าเลยๆ” ลอร์ดโทรว์บริดรีบพูด “ผมไม่ได้อึดอัด จะว่าไงดี... ผมแค่คิดว่ามันไม่ดีเลยถ้าคุณจะไปเที่ยวทำท่ากอดใครต่อใคร”

                “ผมไม่ได้ทำท่ากอด... ปกติแล้วผมมีผู้ช่วย เพียงแต่คุณมาเช้าเกินไปเท่านั้นครับ” กอร์ดอนคิดว่าน้ำเสียงของเขาคงฟังดูกระด้างขึ้นบ้างแล้ว ฝ่ายตรงข้ามผงกศีรษะ “เข้าใจล่ะ”

                ชายหนุ่มลงจากม้านั่ง เพื่อวัดรอบเอว และช่วงสะโพก โดยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายใช้สายตาจับจ้องการกระทำของเขาในทุกอิริยาบถ

                “ปลายขากางเกงคุณอยากจะให้กว้างขนาดไหนครับ” กอร์ดอนพูด ขณะอ้อมสายวัดไปรอบช่วงเท้าของอีกฝ่าย “ประมาณนี้ดีมั้ยครับ?” เขาวงสายรัดเอาไว้ แล้วขยับให้อีกฝ่ายดู เอิร์ลหนุ่มก้มมอง แล้วพยักหน้า

                “ช่วงต้นขาให้หลวมหน่อยก็ได้ เข้ารูปเกินไปเวลาเดินมันขยับลำบาก”

                “ครับ”

                “เรียบร้อยครับ” กอร์ดอนพูด และรู้สึกโล่งใจเป็นที่สุด เขาหันหน้ากลับมาหาลูกค้ารายใหม่ “เดี๋ยวผมจะเขียนแบบเสื้อ ระหว่างนี้คุณกลับไปทานมื้อเช้าที่คฤหาสน์ก่อนก็ได้ครับ สักราวๆ สิบเอ็ดโมงค่อยมาอีกที”

                “แล้วคุณไม่ทานมื้อเช้าหรือ?” ฝ่ายนั้นย้อนถาม กอร์ดอนสั่นศีรษะ “ผมไม่เป็นไรหรอกครับ เดี๋ยวช่วงสายๆ จะมีแม่บ้านเข้ามาทำอาหารให้”

                “อ้อ...” ลอร์ดโทรว์บริดส่งเสียงในคอ “งั้น เดี๋ยวผมรีบกลับมาแล้วกัน ขอโทษด้วยนะที่มารบกวน”

                “ไม่เป็นไรครับ หน้าที่ของผมอยู่แล้ว”

----------------------------------

                กอร์ดอนเดินออกไปส่งลอร์ดโทรว์บริดที่หน้าร้าน ก่อนจะสั่งให้เด็กรับใช้ไปตามตัวช่างตัดเสื้อที่ประจำอยู่ที่ร้านของเขาสองคนให้รีบมาก่อนเวลา หลังจากนั้นเจ้าตัวจึงลงมือเลือกผ้าซับในที่จะใช้กับสูท และเขียนแบบลงไปบนผ้าที่ใช้ทำตัวเสื้อ ตอนที่ช่างอีกสองคนมาถึง เขาก็ตัดผ้าเสร็จพอดี

                “งานด่วนของลอร์ดโทรว์บริด” เขาบอกทั้งคู่หลังจากทักทายกันตามมารยาทเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองคนเลิกคิ้ว “ลอร์ดโทรว์บริด? ใครครับ?”

                “ลูกชายของท่านมาร์ควิสแห่งบาธน่ะ” กอร์ดอนว่า “เขาเป็นเอิร์ลแห่งโทรว์บริด”

                “เอ๋? ลูกชาย?” อีกคนทวนคำ ก่อนจะร้องออกมาอย่างนึกได้ “นึกออกแล้ว ลอร์ดโทรว์บริด เขาเคยเป็นนักรักบี้ชื่อดังเมื่อหลายปีก่อน เห็นว่าไปอยู่อเมริกาตั้งแต่เรียนจบจากอ็อคฟอร์ดใหม่ๆ คงสักสามสี่ปีได้แล้วมั้ง”

                กอร์ดอนพยักหน้า ก่อนจะเข้าใจได้เสียทีว่าทำไมเขาถึงไม่เคยเห็นลอร์ดโทรว์บริดมาก่อน เพราะลอร์ดบาธเพิ่งมาตัดเสื้อกับเขาได้แค่สองปี

                อีกสองคนพยักหน้าบ้าง “ว่าแต่ลอร์ดโทรว์บริดจะรีบใช้ชุดไปไหนครับเนี่ย ผมคิดว่าอย่างเขาน่าจะมีชุดเหลือเฟือเลยนะ”

                “เย็นนี้มีงานเลี้ยงต้อนรับ” กอร์ดอนตอบ “เขาอยากจะได้ชุดแบบอังกฤษเพื่อที่จะได้ใส่ไปงานน่ะ”

-------------------------------------------

                ลอร์ดโทรว์บริดกลับมาที่ร้านก่อนสิบเอ็ดโมงเล็กน้อย คราวนี้เขามากับรถม้า ที่มีโอลิเวอร์คนรับใช้ประจำตัวของเขาเป็นสารถี เอิร์ลหนุ่มดูอารมณ์ดีและไม่มีมารยาทเหมือนเดิม เขาออกปากขอเข้าไปดูขั้นตอนการเย็บชุดโดยอ้างว่านั่งรอเฉยๆ นั้นน่าเบื่อ กอร์ดอนเลยสั่งให้เด็กรับใช้ขนหนังสือทั้งหมดบนชั้นของเขาออกมาให้ท่านเอิร์ลอ่าน ส่วนตัวเองขอตัวไปหลังร้าน เพื่อเย็บงานร้อนๆ นั่นต่อ

                นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ร้านของกอร์ดอนทำงานเร่งขนาดนี้ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าของเสื้อนั่งรอลองเสื้อตลอดทั้งวัน ชายหนุ่มยอมรับว่าอย่างน้อยเขาก็ยังโชคดี ด้วยลักษณะรูปร่างของลอร์ดโทรว์บริด ที่คงจะเล่นกีฬามาหลายชนิด จึงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ มันคงดูสวยในสายตาใครหลายๆ คน แต่ในสายตาช่างตัดเสื้อ มันคืองานยาก ด้วยกล้ามเนื้อช่วงไหล่ที่ใหญ่กว่าคนทั่วไป ช่วงหลังหนา ทำให้ต้องคำนวณสัดส่วนตอนที่เขียนลงในผ้าให้ดี ถ้าเขียนแบบลงในผ้าไม่ดีแล้วชุดที่ออกมาจะทำให้คนสวมดูแย่ไปเลย หนำซ้ำยังขยับยากอีกด้วย

                หลังผ่านการลองและแก้อีกหลายครั้ง ในที่สุดชุดสำหรับไปงานเลี้ยงของลอร์ดโทรว์บริดก็เสร็จทันตามกำหนด ก่อนเวลาห้าโมงเย็นไม่กี่นาที ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่สวมสูทชุดนั้นแล้วมองตัวเองในกระจกสามบานที่ตั้งอยู่ ก่อนจะยิ้มออกมา

                “สวยมาก ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองใส่สูทแล้วจะดูดีขนาดนี้มาก่อนเลย”

                กอร์ดอนยิ้มออกมา “ขอบคุณครับ”

                “ผมจะสวมกลับบ้านเลย คุณคิดค่าเหนื่อยมา” เขาพูด แล้วหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา กอร์ดอนเขียนรายละเอียดค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้วยื่นให้ ก่อนจะพบว่าฝ่ายนั้นให้เงินเกินมาอีกเท่าหนึ่ง

                “ค่าที่ผมมาปลุกคุณตั้งแต่เช้าไง” ลอร์ดโทรว์บริดพูดเมื่อเห็นสีหน้างุนงงของอีกฝ่าย กอร์ดอนมองเขา แล้วสั่นศีรษะ “เยอะเกินไปครับ ผมคิดค่าเสียเวลาเพิ่มไปแล้ว คุณจ่ายเท่าที่เห็นนี่ล่ะครับ”

                “ก็ผมอยากจ่ายให้คุณเท่านี้ คุณมาห้ามไม่ให้ผมจ่ายเงินของตัวเองไม่ได้หรอกนะ” เอิร์ลหนุ่มบอกเขา สุดท้ายกอร์ดอนจึงจำต้องรับเงินจำนวนนั้นมา “ขอบคุณนะครับ ขอให้สนุกกับงานเลี้ยง ฝากความห่วงใยถึงท่านมาร์ควิสด้วยครับ”

                ลอร์ดโทรว์บริดพยักหน้า “คุณก็ไปแต่งตัวสิ คุณคงไม่คิดจะไปงานเลี้ยงทั้งสภาพอย่างนี้หรอกนะ”

                “?”

                “อย่าบอกนะว่าคุณไม่มีชุดสูทสวยๆ แบบที่ตัดให้ผมไว้ใส่สักตัว”

                กอร์ดอนอ้าปากค้าง อยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่เสียงไม่ออกจากลำคอ ฝ่ายนั้นเร่งเขาอีก “เร็วสิ ถ้าผมไปสาย ผมจะโทษคุณนะ”

----------------------------------------

                สุดท้ายกอร์ดอนก็ต้องแต่งตัวและขึ้นรถม้ามากับลอร์ดโทรว์บริดอย่างงงๆ พลางนึกสงสัยว่าลอร์ดโทรว์บริดจ่ายค่าตัวของเขารวมไปกับค่าเสื้อผ้าด้วยรึเปล่า

                “คุณดูดีมากเลย ผิดกับที่ผมเจอเมื่อวานลิบลับ สรุปแล้วคุณไปทำอะไรที่ท่าเรือน่ะ?” อีกฝ่ายเอ่ยชมหลังจากที่ทั้งคู่ขึ้นรถม้ามาได้ไม่นาน กอร์ดอนตอบด้วยน้ำเสียงแบบไม่ปิดบังความเหนื่อยล้า

                “ผมไปเลือกผ้า...”

                “อ๋อ”

                “ผืนที่คุณใส่อยู่ตอนนี้แหละ”

                “จริงหรือ?”

                “ครับ”

                “ผมโชคดีจัง แสดงว่าเป็นคนแรกที่ได้ใช้ผ้าผืนนี้”

                “ครับ...”

                “คุณดูเหนื่อยๆ นะ”

                “ครับ” กอร์ดอนจงใจทำเสียงให้เหนื่อยเข้าไปอีก ลอร์ดหนุ่มควรจะรู้ตัวว่าเขาเหนื่อยมากขนาดไหนกับการต้องเร่งเย็บชุดสวยให้ฝ่ายนั้นใส่ไปให้ทันงานเลี้ยง

                “งั้นคืนนี้ค้างที่บ้านผมแล้วกัน เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมมาส่ง”

                กอร์ดอนถลึงตามองฝ่ายนั้นเหมือนเห็นของแปลก แทนที่จะคิดว่าควรจะปล่อยเขากลับไปพักผ่อน ดันบอกให้นอนค้างที่บ้านตัวเองเนี่ยนะ เขารู้สึกว่าคนตรงหน้าต้องมีปัญหาด้านการเข้าใจชีวิตของคนอื่นแน่ๆ

                “ผมต้องการพักผ่อน”

                “ก็นี่ไง... ไปงานเลี้ยงก็เป็นการพักผ่อนไม่ใช่หรือ?”

                ชายหนุ่มใช้ดวงตาสีฟ้าของเขาจ้องใบหน้าฝ่ายนั้นอย่างอ่อนล้า “คุณรู้สึกอย่างนั้นหรือ... โชคร้ายนะที่ผมไม่ได้เกิดในตระกูลสูงศักดิ์แบบคุณ ผมไม่รู้สึกว่ามันเป็นการพักผ่อนหรอกครับ”

                “อืม... อันที่จริงมันก็ไม่ใช่การพักผ่อนเสียทีเดียวหรอกนะ” ลอร์ดโทรว์บริดพูดขึ้นเบาๆ “ผมเองก็ไม่ค่อยชอบเวลาต้องทำตัวมีมารยาทต่อหน้าเพื่อนๆ ของคุณพ่อเหมือนกัน เกิดเป็นคนในสังคมชั้นสูงมันก็ลำบากนะ”

                “อย่างนั้นคุณควรจะให้ผมลงตรงนี้ครับ ผมจะได้กลับไปพักผ่อน”

                แต่ยังไม่ทันที่ลอร์ดโทรว์บริดจะทันได้พูดอะไร รถม้าก็หยุดลง ก่อนที่คนรับใช้จะเดินมาเปิดประตูให้

                “สงสัยไม่ทันแล้วล่ะ” เอิร์ลหนุ่มพูด ก่อนจะดึงอีกฝ่ายให้ลงมาจากรถ “ขอต้อนรับสู่งานเลี้ยงของบ้านคาเวดิช”

-------------------------------------
(จบตอน)

** มาแล้วนิยายรายวัน ฮ่าๆ (อุต๊ะ อิฉันทำด้ายยย :mc4:) สนุกสนานกับการเขียนคาแรคเตอร์ของลอร์ดคาเวดิชมาก สารภาพว่าตอนนี้ในสมองมีแต่เรื่องราวความเพี้ยนของท่านลอร์ด ฮ่าๆๆ ที่จริงแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่พระเอกหล่อนายเอกสวย แต่ว่าพอเขียนมาแล้วเหมือนไม่มีความรู้สึกอย่างนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว ฮ่าๆๆ
.
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ :pig4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-02-2017 21:13:21 โดย juon »

ออฟไลน์ natty.poko

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 38
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
นายเอกยังพอมีฟิล สวยเนือยๆ นะคะ 
//ตาม :katai2-1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3582
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +129/-4
ท่านลอร์ดช่างมึนได้ใจจริงเลยค่ะ   :really2: :really2: :really2:

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4282
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +109/-7
ทำไมรู้สึกว่าพระเอกดูมึนมาก ส่วนนายเอกก็ อืม คงเอือมเต็มที ฮา

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 14043
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +413/-25

ออฟไลน์ poporimikoru

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 69
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
คนนึงก็ด้านๆมึนๆ อีกคนก็ดูมึนๆงงๆตามเขาไป ทำไมมันน่ารักแบบนี้ :z3:

ออฟไลน์ BAKA

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3261
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-10
ทำเสียงเหนื่อยหน่ายใส่ก็แล้ว ท่านลอร์ดก็ยังทำมึนใส่ได้ขนาดนี้

ไม่รู้ว่าจะต้องสงสารกอร์ดอนขนาดไหนดี? ฮาาา

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7584
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +621/-7
กอร์ดอนต้องขัดขืนให้จริงจังกว่านี้นะ เจอกันวันแรกก็ถูกฉุดเข้าบ้านซะแล้ว เจอสองวันพลังงานลดฮวบ ๆ

ออฟไลน์ poppycake

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2977
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-4
สกิลมัดมือชกเอาไปเลย 10 คะแนนเต็มคร้าาาา
กอร์ดอนถึงกับตามไม่ทัน ไหลไปตามทางทางลอร์ดหม๊ด 555555555
ปล. ท่านลอร์ดอายุน้อยกว่านี่เอง พูดมากเชียว อิอิ

ออฟไลน์ Allure-Q

  • Just the way you are
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 275
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
พระเอกหล่อจริงค่ะ..แต่ความมึนๆอึนๆนี่ล้นทีเดียว...อ่านๆไปภาพน้องเพชรก็ลอยขึ้นมา(ฮา)
เอ๊ะ..ทำไมยิ่งอ่านยิ่งค้าง :katai4:

ออฟไลน์ imvodka

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 279
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-4
เขียนได้ดีมาก เหมือนอ่านนิยายแปลหรือนิยายสนุกๆสักเล่มเลย
 :L2:

ออฟไลน์ bobby_bear

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 435
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-5
มากรี๊ดคุณ juon ก่อนอ่านจ้า
คิดถึง ๆ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด