Sugar daddy เด็กเลี้ยง :: ตัวอย่างตอนพิเศษในเล่ม
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Sugar daddy เด็กเลี้ยง :: ตัวอย่างตอนพิเศษในเล่ม  (อ่าน 184121 ครั้ง)

ออฟไลน์ autopilot

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 67
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
เบื่อเสี่ยค่าตัวแพงเหลือใจจ มีความบทพูดน้อยมาก หรือว่าเสี่ยเล่นแข็งคะ บทพูดเรยน้อย ฮ่าๆ

ออฟไลน์ twinmonkey0311

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5480
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +110/-9

ออฟไลน์ BAKA

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3025
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-10
อุ้ยยย เสี่ยเลวนี่ยังไงเนี่ย

ลุ้นๆ

ว่าแต่...เสี่ยนี่ค่าตัวแพงจริงๆด้วยเนอะ

ออฟไลน์ nevergoodbye

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1240
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-2
กรี๊สส 4 เดือนเร็วมากก
ตอนแรกนึกว่าบริษัทเสี่ย แต่ไม่ใช่
ไรต์จะใส่ความเสี่ยว่าเลวได้ไง เราไม่เชื่อหรอกก
เสี่ยออกจะรักเด็กขนาดนี้  :hao7:

ออฟไลน์ anntonies

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 847
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
เสี่ยต้องแอบหลงแน่นอน
วันสุดท้ายถึงได้จัดกันขนาดนั้น ดีนะไม่ฟ้าเหลือง
ว้าย พูดอะไรไปปป

ออฟไลน์ W2P5

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 79
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-1
โอ้ยต้องเจอกับเสี่ยแน่นอน

ออฟไลน์ winndy

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1129
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3

ออฟไลน์ GBlk

  • ขอให้สรรพสัตว์จงมีความสุข
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1431
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +82/-43

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4014
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
เสี่ยอบอุ่น จะเลวได้ยังงายยยย

ออฟไลน์ pigarea

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 748
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด งานนี้มีเตะหมูเข้าปากเสี่ยหรือเปล่าคะ แอบคิดว่าจะไปฝึกงานที่บริษัทของเสี่ยหรือเปล่า
โอ๊ย!! ระดมเงินทุนค่าตัวเสี่ย คนอาร๊ายยยรวยล้นฟ้า แต่ไม่มีบท 555  :hao7:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ teatimes

  • ไม่อยากให้เปลี่ยน...... เพราะแค่นี้ก็ดีพอแล้ว
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 682
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +157/-1
ตอนที่  6



การฝึกงาน  คือการตกนรกขั้นที่ลึกกว่าการเป็นเด็กเลี้ยง

สืบเนื่องมาจากบริษัทที่พี่ธนิตฝากให้ฝึกงานเป็นบริษัทข้ามชาติ  ทุกคนในบริษัทต่างพูดภาษาอังกฤษกันแบบหูดับตับแลบ  เขากับเจ้าแม่  สองทหารเสือผู้คนหนึ่งมีดีกรีเป็นถึงดาวมหาลัย  กับอีกคนที่เป็นว่าที่นักศึกษาเกียรตินิยมอันดับหนึ่งของคณะ  จึงจำเป็นต้องแบกความหวังของคณะ(และของอธิการบดี)ที่ว่า
 
" รุ่นพี่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง  รุ่นพี่เจริญ  รุ่นน้องก็จะเจริญตาม  ถ้าหากฝึกงานที่นี่ผ่านได้  ต่อไปจะเอาไปโม้กับใครที่ไหนก็ได้  บริษัทนี้ขึ้นชื่อว่ารับพนักงานยาก  และพนักงานแต่ละคนก็เก่งระดับประเทศ  ปกติไม่เคยรับเด็กฝึกงาน  พนักงานส่วนใหญ่ต้องจบโทหรือไม่ก็ต้องมีประสบการณ์มาก่อนเท่านั้นถึงจะสมัครงานได้"
    
ดังนั้นเขากับเจ้าแม่จึงถือว่าเป็นรุ่นบุกเบิกของคณะ  หากฝึกงานดี  ปีหน้ารุ่นน้องอาจได้มาฝึกงานที่นี่ต่อด้วย  และอาจจะได้ฝึกงานกันต่อแบบรุ่นต่อรุ่น  เพราะฉะนั้นเพื่อชื่อเสียงของคณะ  เพื่ออนาคตของเหล่ารุ่นน้อง  เขากับเจ้าแม่จึงต้องเตรียมกันซะตั้งแต่เนิ่นๆ  เวลาไปฝึกงานจริงจะได้ไม่ต้องโดนด่ามาก


"  A B C D E F G....   "

" A B C หา  ....มึงเหรอ!  ถ้าว่างมากก็แปลเอกสารในมือเข้า!" 

" ทำไม?  มองหน้าหาเรื่อง?  ไอ้ที่ถืออยู่ในมือน่ะ  แปล!" 

โอ๊ย  ไอ้ผู้หญิงโหด  ไอ้ผู้หญิงสร้างภาพ  ตอนอยู่กับคนอื่นล่ะไม่เห็นมึงจะโหดขนาดนี้  กูเป็นช้างเท้าหลังนะ  มึงต้องดูแลกูเซ่   ไม่ใช่มาตวาดกูแบบนี้!

"ยังจะมอง !?"

กระซิกๆ  เขาก็ได้แต่บ่นในใจไปนั่นแหละ  ใครมันจะไปกล้าบ่นเจ้าแม่ตอนองค์ลง  ขืนบ่นมาก  จากที่โดนด่าจะได้กลายเป็นโดนถีบแทน

เฮ้อ  ตอนนี้เขาต้องมาสิงอยู่ที่คอนโดของเจ้าแม่  กินอยู่หลับนอนมาด้วยกันมาเกือบสองอาทิตย์ก่อนฝึกงาน  อย่างที่บอกไปแล้วว่าพวกเขาต้องเตรียมตัว  และบริษัทที่พวกเขาจะฝึกงานก็เป็นบริษัทข้ามชาติ  เอกสารส่วนใหญ่ก็เป็นภาษาอังกฤษทั้งนั้น  มีส่วนน้อยมากที่เป็นภาษาไทย  เขาที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงเลยต้องระเห็จมาอยู่กับเจ้าแม่  มีรุ่นพี่  รุ่นน้องมาช่วยใดูใจบ้าง  แต่ที่หนักสุดก็คือพี่ภาค  พี่รหัสเขาที่มาพร้อมขนมนมเนย  พอส่งส่วยเสร็จสรรพก็หัวเราะเยาะเขาเป็นการส่วนตัวว่า  “มีเสี่ยดีมีชัยไปกว่าครึ่ง   เสี่ยรวย...  เด็กเลี้ยงก็เจริญ" 

ฮ่วย!  ตกลงนี่เสี่ยเป็นคนฝากงานให้เขาเรอะ  เอ๊ะ  หรือยังไง  เด็กเลี้ยงงงไปหมดแล้ว!

" พี่ธนิตเพิ่งมาสารภาพกับพี่ว่า  เสี่ยแกไหว้วานฝากฝังมาให้  ความจริงจะให้เสี่ยโทรมาบอกเองก็ได้  แต่แกคงกลัวเสียหน้า  ปกติเสี่ยแกไม่ค่อยยุ่งกับพวกเด็กเลี้ยง   ยิ่งกับพวกที่หมดสัญญาแล้วเสี่ยแกยิ่งไม่อยากยุ่งเข้าไปใหญ่  มีแต่แกนี่แหละที่โชคดี  ได้เพชรมาเกือบล้าน  แถมเสี่ยยังฝากฝังหาที่ฝึกงานให้ "

พอพี่ภาคพูดมาแบบนี้เขาก็เพิ่งนึกได้  เมื่อก่อนตอนที่อยู่ด้วยกัน  เสี่ยไม่ใช่คนพูดเยอะ  เขาเองก็ไม่ใช่คนช่างพูด  บทสนทนาส่วนใหญ่เสี่ยก็เป็นคนเริ่มก่อนทุกครั้ง  พอเสี่ยถามมาเขาก็ตอบ  พอเสี่ยไม่พูดต่อเขาก็เงียบ  วนเวียนกันอยู่อย่างนี้จนถึงเวลาเข้าห้อง  แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งเหมือนกันที่เสี่ยถามเขาเรื่องฝึกงาน  ตอนนั้นเขานึกว่าเสี่ยถามไปแกนๆ แบบนั้น  ไม่คิดว่าเสี่ยจะจำได้

" แล้วพี่ว่า....  "

ความจริงอยากถามพี่ภาคว่า  พี่ภาคว่ายังไงกับการที่เสี่ยดูแลเขาดีแบบนี้  แต่ถามไปอาจดูเหมือนหลงตัวเอง  เพราะงั้นเขาปิดปากเงียบไว้ดีกว่า

" ที่จริง...  เสี่ยอธิปเองก็เป็นเสี่ยสายเปย์อยู่แล้วนะ  กับเด็กคนอื่นที่ถูกใจใครขออะไรให้หมด  เด็กบางคนขอรถ  บางคนขอบ้าน  เสี่ยแกก็ทำเรื่องซื้อให้  แต่เสี่ยแกก็ไม่ได้ออกทั้งหมด  ออกให้แค่บางส่วน  ที่เหลือก็ไปผ่อนกับพี่ธนิตเอา  พี่ธนิตนี่โคตรจะเป็นเจ้าพ่อนายหน้า  เด็กคนไหนจ่ายไม่ไหวเป็นยึดหมด  ไม่ก็ต้องเอาตัวเข้าแลก  แกเองก็อย่าไปหลงคารมพี่ธนิตมาก  เห็นแบบนั้น  แต่ความจริงขูดรีดเข้าไส้  นี่แกก็โชคดีแล้วที่ไม่ต้องทำงานต่อ  เพราะเห็นว่าเสี่ยคนใหม่ที่อยากได้ตัวแกไปเป็นสายเอสด้วย  "  สายเอส?  ซาดิสซึ่มน่ะเหรอ?

" แบบโซ่  แส้  กุญแจมือของแท้น่ะ  เสี่ยนั่นยอมจ่ายแบบไม่อั้น  ขอให้เจอเด็กแบบที่ถูกใจ  ประเภทไม่เต็มใจ  ขัดขืนจริง  เจ็บจริง  เลือดออกของจริง  แล้วค่อยพาไปหาหมอรักษาให้"  ....ไอ้พี่  ธนิต!!!!   ไอ้เลวเอ๊ย!

" ก็บอกแล้วว่าแกน่ะโชคดี  เสี่ยอุตส่าห์หาที่ฝึกงานดีๆ ให้  ก็พยายามหน่อยก็แล้วกัน  เพื่อวันหน้าวันหลัง  จะได้เอาตัวไปตอบแทนเสี่ยอีกรอบ  ถ้าเสี่ยยอมน่ะนะ "

แหม่  พูดอย่างกับว่าเขาจะเอาตัวไปอ้อยเสี่ย  ถ้าต้องอ้อยเสี่ยจริง  เขายอมไปเป็นคนขับรถให้เสี่ยดีกว่ามั้ง  เสี่ยมีบุญคุณขนาดนี้  ยอมตายถวายหัวแล้ว

" แล้วตอนนี้...  เสี่ยเป็นไงบ้าง"  เขาไม่ได้ถามเพราะห่วงหรืออะไรหรอกนะ  แค่...  แค่ถามดูไปอย่างนั้น

" ก็คงหาเด็กมาเลี้ยงใหม่นั่นแหละ  แต่เห็นว่าช่วงนี้แกเงียบๆ   ไม่รู้ที่บริษัทเกิดอะไรขึ้น  ปิดข่าวกันให้วุ่นไปหมด  เสี่ยเองก็เกือบอาละวาด  ตอนนี้กำลังวิ่งวุ่น  หาตัวการมาจัดการขั้นเด็ดขาด"

" อ๋อ "  นอกจากอ๋อแล้วเขาจะตอบอะไรได้เรื่องในบริษัทเสี่ย  เขายุ่งได้เรอะ

" แกก็พยายามหน่อยก็แล้วกัน  เสี่ยใจดีขนาดนี้หายาก  แต่ฝึกงานจบก็อย่าไปสมัครงานที่บริษัทเสี่ยก็แล้วกัน"  อ่าว  ทำไมล่ะ

" ทำไมล่ะครับ"

" เสี่ยไม่ชอบให้เด็กไปยุ่มย่าม  มีเด็กคนหนึ่งเคยไปตื้อถึงหน้าบริษัท  เสี่ยไม่จัดการเองแต่..."

" แต่ให้พี่ธนิตจัดการให้  แล้วเด็กนั้นเป็นไงบ้างครับ  สภาพ...  ครบสามสิบสองไหม"

" แกอย่ารู้ดีกว่า  เรื่องโลกหลังม่านน่ะ  ถ้าไม่อำมหิตจริง  ก็ไม่มีใครอยากอยู่กันทั้งนั้น  เอาเป็นว่าตอนนั้นพี่ธนิตกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่พอดี  เด็กนั่นเลยเละไปหน่อย"  โอ้โห  พูดซะขนหัวลุก 

" เอ้าๆ  พี่ก็พูดไปอย่างนั้น  แกก็อย่าคิดมาก  เห็นแกเป็นเด็กดี  พี่เลยอยากช่วย  อะไรที่เตือนได้ก็เตือน  ไปแปลงานต่อได้แล้วไป  แก้วมันจ้องมาตาจะหลุดอยู่แล้ว"  แก้วคือชื่อเล่นของเจ้าแม่  แต่ชื่อจริงน่ะ  เจ้าแม่แก้ว  เจ้าจอมมารดาแห่งดงอสรพิษ

" ไอ้  XXX ! "  แน่ะ  รู้ด้วยว่านินทา  หูดีจริงโว้ย!

" งั้นผมไปก่อนนะพี่  ถ้าพี่เจอเสี่ย  ฝากบอกเสี่ยด้วยแล้วกันว่าผมขอบคุณมาก"

" เออๆ  ถ้าเจอน่ะนะ"

แล้วเขาก็เดินกลับไปทำงานต่อกับเจ้าแม่  ในใจก็มีความรู้สึกอยู่สองอย่างคือ  อึมครึมกับรู้สึกดีขึ้น 

รู้สึกดีที่เสี่ยเป็นคนดีและเอาใจใส่เขา  แต่อึมครึมคือ  เขาก็เป็นแค่เด็กเลี้ยงคนหนึ่ง  ที่ไม่ต่างอะไรกับเด็กที่เสี่ยเคยเลี้ยง 




แต่ชีวิตมันก็ต้องมีแต่เดินต่อและเวลาก็ไม่เคยหยุดนิ่ง  เขาซึมอยู่ได้สองวัน  ในที่สุดก็ถึงวันที่เขาต้องตกขุมนรก  แต่ตกขุมนรกอย่างเดียวยังไม่พอ  ยมบาลท่านยังอุตส่าห์เอาคู่แข่งของเขากับเจ้าแม่ลงมาอยู่ในนรกขุมเดียวกันด้วย  เพื่ออะไรวะ!

" ไง  เบลล่า  ธันวา..."  เบลล่าคือสาวสวยหน้าแฉล้ม  หุ่นเซ็กซี่  สาวเปรี้ยวดาวประจำคณะบริหารภาคอินเตอร์  ส่วนธันวาคือคู่ปรับของเขามาตั้งแต่ปีหนึ่ง   มึงจะเสนอหน้ามาทำเตี่ยอะไรวะ!

" พอดีพ่อกูก็เส้นใหญ่ใช้ได้  กูเลยได้มาฝึกงานด้วย"  ไม่ได้ถาม  ไม่ต้องมาตอบแทรก!

" ไม่ได้เจอกันนานนะเบลล่า  ตกผู้ชายไปถึงไหนแล้วล่ะ"  อันนี้เสียงเจ้าแม่

" ก็ไม่เท่าไหร่หรอก  แต่ก็ว่าจะลองมาตกแถวนี้ดู  แก้วล่ะ  มี......หรือยัง"  จุดที่ละไว้ในฐานที่เข้าใจคือ  อยู่มาจนขึ้นปีสี่เจ้าแม่ยังไม่เคยมีแฟน  ขึ้นคาน...

" พอดีเก็บไว้ให้พ่อของลูกน่ะ  เนอะ"  เนอะ  เน๊อะ  อะไรล่ะ  ตรูไม่ใช่แฟนสมอ้าง!

" ใช่..."  แต่ปฎิเสธได้ที่ไหนกันล่ะ  ฮืออ 

" ถ้าแก้วเปลี่ยนใจ  วายังว่างนะ"  นี่ก็มาหยอดตลอดปีตลอดชาติ  สามปี...  หยอดจนขนมครกยังชิดซ้าย

" คนนี้ก็ดีแล้ว  ขอบใจวานะ  เข้าบริษัทกันเถอะ  เดี๋ยวพี่ๆ เขาจะว่าเอา"


นั่นแหละพวกเขาสี่คนถึงจะได้เริ่มต้นเข้าบริษัทไปฝึกงานได้  ความจริงตอนที่อยู่ปีหนึ่งเขากับธันวาก็ไม่ได้เกลียดกันมาก  แต่ธันวามันเจ้าชู้เที่ยวจีบผู้หญิงไปทั่ว  เจ้าแม่เลยเอาเขามาเป็นเกราะกันหมา  ธันวาเองก็ใช่ว่าจะไม่รู้  มันถึงได้หยอดอยู่ไม่เลิก  ส่วนเขาก็ไม่อยากให้แก้วหลงคารมมันจนเสียท่า  เลยกันท่ามันเอามากๆ  นับจากนั้นมาเราเลยเป็นอริกัน   

ส่วนเบลล่า  ความจริงคุณเธอก็ไม่ได้นิสัยแย่  แต่ก็นะ  เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้  ผู้หญิงสวยจัดสองคนอยู่ด้วยกัน...  ถ้าไม่รวมกลุ่มกันนินทาก็เกลียดขี้หน้ากันไปเลย  ชิงดีชิงเด่นมาตั้งแต่ตอนประกวดดาวมหาลัย  สุดท้ายแก้วได้เป็นดาวมหาลัยด้วยความสวยหวานแบบไทยๆ   ส่วนเบลล่าเป็นขวัญใจช่างภาพด้วยโครงหน้าสวยหวานตาคมเข้ม  แต่ตอนนี้อย่าไปพูดถึงเลย  ลูกกวางน้อยแห่งพ่อบ้านใจกล้าชัดๆ  ใครได้เป็นเมียเตรียมตกอยู่ในโอวาทได้เลย

แต่พอผ่านการฝึกงานไปได้สามสัปดาห์  พวกเขาทั้งสี่จากที่เคยเป็นอริกัน  เวลาเดินผ่านกันก็เริ่มสบตากันมากขึ้น  จากที่เคยหน้าเชิดคอตั้ง  แววตาก็เริ่มหม่นหมองลงแถมคอตกเล็กน้อย  และจากที่เคยจิกกัดกัน  ตอนนี้ก็ได้แต่ส่งสายตาเวทนาต่อกันมากขึ้น  ในที่สุดเจ้าแม่ก็ทนไม่ไหว  วันศุกร์สุดท้ายก่อนฝึกงานครบหนึ่งเดือน  เจ้าแม่ก็ประกาศลั่นว่า

" กูจะออกเที่ยว!" 
   
แล้วมีใครปฎิเสธไหม... 

ไม่มี  เพราะทุกคนแม่งอยากดื่มกันหมด



" นี่มันบริษัทเ..ี้ย  อะไรวะ!"  เสียงธันวา

" ฝึกงานนะ  ไม่ได้มาเป็นทาส!  เดินจนเล็บจะขบแล้ว!"  เสียงเบลล่า

" ใครแม่งเป็นคนหาที่ฝึกงานให้วะ!"  เสียงเจ้าแม่    แต่โปรดอย่ามองหน้าตรู  กูไม่รู้เรื่อง

" ไปด่าพี่ภาคโน่น  กูเองก็เหนื่อยเหมือนกัน"  เขาเปล่าโบ้ยนะ

" เฮ้อออออออออออออออ~ "      อ.อ่างยาวเป็นหางว่าว  พวกเขาสี่คนถอนหายใจออกพร้อมกัน

เฮ้อ~  เหตุผลที่พวกเขาสี่คนกลุ้มจัดจนต้องมาหาอะไรดื่มก็ไม่มีอะไรมาก  แค่การฝึกงานมันโคตรหนักมาก  ถึงพี่ๆ ที่บริษัทจัดให้มาเป็นพี่เลี้ยงพวกเขาจะไม่ได้ดุมาก  แต่พวกรุ่นพี่ที่บริษัทก็เอาการเอางานกันทุกคน  อะไรที่สอนได้ก็สอน   อะไรที่ทำได้ไม่ดีก็ด่าก็ว่า   พวกเขาทุกคนถึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเริ่มฝึกงานทุกครั้ง  แต่ถึงเขากับเจ้าแม่จะเตรียมตัวมาดีมาขนาดไหน  ก็ยังถูกด่าแบบไม่ไว้หน้า  ส่วนธันวาที่พ่อมีเส้นก็ไม่ช่วยอะไรมาก  แค่พร้อมกว่านิดนึง  แต่บางทีก็ไม่รอด  โดนสวดกลับมายับเหมือนกัน  แถมหน้าตาของสาวๆก็ไม่ช่วยอะไรมาก  แค่ถูกด่าน้อยลงด้วยคำพูดที่สุภาพขึ้น  มาถึงตอนนี้ฝึกงานเพิ่งครบหนึ่งเดือน  พวกเขาสี่คนก็เหนื่อยจนหูตกหางลู่  ไม่มีแรงเชิดหน้าคอตั้งใส่กันแล้ว 

" กูก็ว่าแล้วเชียว  ตอนขอพ่อฝึกงาน  พ่อกูดีใจแทบกระโดดโลดเต้น  บอกว่ากูคิดได้แล้ว"

" เบลล่าก็นึกว่าจะได้เจอท่านประธานไม่ก็ CEO  หล่อๆ  เป็นผู้ช่วยเลขาสวยๆ ไม่ต้องทำงานหนักมาก"

" เออ  กู  เอ๊ย  เราก็คิดว่าจะได้ประสบการณ์ดีๆ เหมือนกัน  ไม่คิดว่าจะงานหนักขนาดนี้"  แหม่  เจ้าแม่  แอ๊บไม่ทันแล้วล่ะมึง 

" ไอ้ที่เรียนกับไอ้ที่ใช้นี่มันตรงกันตรงไหนวะ  แค่โปรแกรมที่ใช้คำนวณก็ไม่เหมือนกันแล้ว"  อันนี้เขาเอง  อยากมีส่วนบ้าง

" ก็นี่มันโปรแกรมประยุกต์  ลองมึงเข้าแผนกบัญชีก่อนเถอะ  นรกของจริงแน่" 

ว่าแล้วก็ถอนหายใจกันอีกรอบ 
   
" เฮ้ออออออ~~~~  "

แล้วพวกเขาสี่คนก็นั่งคอตกกันแบบหมดสภาพ   รอจนแอลกอฮอล์ซึมเข้าสู่กระแสเลือด  สาวๆ ที่เหนื่อยจนทนไม่ไหวก็ออกไปเต้นที่ฟลอร์ให้หนุ่มๆ แทะโลมทางสายตาเล่น  เขาที่เต้นไม่เก่งก็นั่งดื่มเหล้าพลาง  เฝ้ากระเป๋าให้พวกนางไปพลาง  ส่วนธันวาก็เดินเข้าๆ  ออกๆ  ระหว่างโต๊ะตัวเองกับโต๊ะผู้หญิงคนนั้นคนนี้  ได้เบอร์ได้จูบมาจนเป็นที่พอใจก็กลับมานั่งพัก  เห็นเขาดื่มอยู่คนเดียวเงียบๆ ก็ชวนคุยบ้าง  ชวนสูบบุหรี่บ้าง  แต่พอเห็นเขาตั้งท่าจะหลับ  มันก็ชวนออกไปสูดอากาศข้างนอกแทน

" เมื่อก่อนที่เขม่นมึง  ขอโทษนะ" 

ธันวาว่าตอนที่พวกเขาออกมาสูดอากาศ  ตอนนี้อากาศกำลังเย็นสบาย  เลยพอทำให้หัวอุ่นๆ ของเขาเย็นขึ้น  พวกเขาบอกเจ้าแม่กับเบลล่าไปแล้วว่าจะออกมาสูดอากาศเล่น  แน่นอนว่าพวกเธอไล่เขาออกมา  แต่ต้องหนีบกระเป๋าของพวกเธอมาด้วย (กันหายน่ะ)

" ไม่เป็นไร  กูเองก็ไม่ดีกว่ามึงเท่าไหร่  แกล้งมึงกับเพื่อนก่อนประจำ"  อันนี้นี่พูดจริงนะ  เมื่อก่อนเขากับเพื่อนชอบแกล้งมันบ่อยๆ  โดยเฉพาะกับเรื่องที่เกี่ยวกับเจ้าแม่  ธันวามันก็พอเข้าใจอยู่บ้าง  เพราะเมื่อก่อนเจ้าแม่มันใสมาก  แต่ตอนนี้...

" กูจริงจังกับแก้วจริงๆ นะ"  แล้วเมื่อกี้ที่ขอเบอร์สาวคืออะไรวะ

" มึงต้องไปบอกแก้วเองว่ะ" 

เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าเขาจะกันท่าหรือไม่สนับสนุนไอ้ธันวาหรอกนะ  แต่จากที่แก้วเคยบอกมาและจากที่สังเกตเอาเอง  ธันวาน่ะ  มันเจ้าชู้มาก  พวกเราเลยกลัวกันว่าแก้วจะคุมธันวาไม่อยู่  ผู้ชายบางคนได้กันไม่กี่ทีแล้วสะบัดตูดหนีไปน่ะมีมานักต่อนัก   เขาเลยไม่อยากให้แก้วพลาดแล้วถูกคนอื่นมาหัวเราะเยาะเอาทีหลัง  ถ้าเป็นแบบนั้นจริง  คนที่โดนหัวเราะเยาะน่ะไม่มีทางที่จะขำออกด้วยแน่

   
" สรุปมึงไม่ได้เป็นแฟนกับแก้วจริงๆใช่ไหมวะ"

"  ทำอย่างกับมึงไม่รู้" 

ว่าจบ  ธันว่ามันก็หัวเราะลั่น  ดึงบุหรี่ออกจากกระเป๋าเสื้อ  จุดไฟ  แล้วส่งมาให้เขาหนึ่งมวน  แต่เขาปฏิเสธเพราะไม่ชอบให้กลิ่นติดตัว  เลยยืนสูบบุหรี่มือสองต่อจากไอ้ธันวาแทน   อาาา   มะเร็ง...

" มึงอยู่กับแก้วมาจะสี่ปีไม่เปลี่ยนใจมั่งเหรอวะ  แบบเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่ออะไรแบบนี้"

" ไว้มึงสนิทกับหมาลอตไวเลอร์จนตกหลุมรักมันได้ก่อนแล้วกัน  แล้วมึงจะเข้าใจความรู้สึกกู" 

พูดจบไอ้ธันวาก็หัวเราะอีกรอบ  ดีนะที่มันไม่กระทืบเขา  ฐานที่ด่าสุดที่รักมันว่าเป็นหมาลอตไวเลอร์ 

พวกเราคุยกันต่ออีกซักระยะรอบุหรี่หมดมวน  มันถามเขาว่าสามปีมานี่ไม่เจอใครถูกใจบ้างเหรอ  แหม  จะให้เขาถูกใจใครล่ะ  หน้าตาเขาเองก็ไม่ใช่จะดีมาก  มีดีแค่หุ่นที่พอจะใช้ได้  ส่วนพวกเพื่อนๆ  อยู่ด้วยกันมาสามปี  แค่เจอหน้ากันก็เห็นไปถึงลิ้นไก่แล้ว  จะให้เอามาเป็นเมียก็เห็นทีว่าจะไปกันไม่รอด   ส่วนเสี่ย....

ไม่รู้ว่าทำไม  แวบหนึ่งเขาถึงนึกถึงเสี่ยขึ้นมา  เสี่ยนี่... ค่อนข้างจะถือว่าเป็นคนที่เขาผูกพันทางร่างกายมากที่สุดแล้ว  แต่ถ้าจะให้คิดว่าเสี่ยเป็นสามี  แค่คิดก็ขนลุก  แถมเสี่ยเองก็คงไม่อยากมีเมียถึกแบบเขาด้วย   เรื่องของเขากับเสี่ย  สุดท้ายมันก็แค่อารมณ์กับความใคร่  หากคิดเกินเลยมากไปกว่านั้นก็เท่ากับเป็นคนโง่แล้ว  ดังนั้นถึงจะผูกพัน  ถึงจะมีอะไรกันแต่มันก็แค่นั้น  เสี่ยเองก็คงจะมีเด็กคนอื่นมาเลี้ยงเพิ่ม  ไม่มีทางที่จะหยุดลงแค่เขา  อีกอย่าง  ดีไม่ดีซักวันเสี่ยก็อาจจะต้องแต่งงาน  มีลูก  แล้วเขาที่เป็นแค่เด็กเคยถูกเลี้ยง  จะเอาอะไรที่ไหนไปสู้กับคนที่มาใหม่ได้ 

ช่างเถอะ  คิดแล้วปวดตับ  สู้เอาเวลาไปปวดหัวกับเรื่องฝึกงานดีกว่า  เพราะฉะนั้นคืนนี้เขาต้องเมาหัวราน้ำให้เต็มที่  ก่อนจะตื่นมาเจอกับขุมนรกและเอกสารฝึกงานอีกรอบ  ส่วนเสี่ย...   เอาเป็นว่าเขาจะจำไว้ทั้งส่วนดีและส่วนแค้นก็แล้วกัน 

ส่วนดีคือเรื่องที่ผ่านมา  ส่วนความแค้น  ถ้าเขาฝึกงานไม่ผ่าน...   

เขาจะทำอะไรเสี่ยได้  ชีวิตเด็กเลี้ยง  มันเศร้าจริงโว้ย!

" ไม่เมาไม่เลิก!"  เขาตะโกน

" ถ้ามึงตะโกนได้ขนาดนี้  มึงเมาแล้วว่ะ"

" .........  "  เหรอวะ  เขานึกว่าตัวเองยังไม่เมานะเนี่ย




และแล้วเวลาสามเดือนอันแสนหฤหรรษ์ในที่สุดก็จบสิ้นเสียที  เขาแทบอยากจะตะโกนต่อฟ้าคาราวะต่อดิน  ในที่สุดเขาก็หลุดออกมาจากขุมนรกแล้วโว้ย!  วู้~~~~~

" พวกคุณทำงานได้ดีมาก  ตอนที่มีคนมาฝากพวกคุณฝึกงาน  ผมนึกว่าจะไปกันไม่รอด  แต่พวกคุณอดทนกันได้ดีมาก"  CEO  คนหนึ่งที่เป็นตัวแทนของบริษัทกล่าวขึ้น  พวกเขาสี่คนนี่ยิ่งกว่าซาบซึ้ง  ไม่ใช่ซาบซึ้งกับคำชมนะ  แต่ซาบซึ้งว่าในที่สุดพวกกูก็เป็นอิสระแล้ว

" คุณแก้ว  คุณเบลล่า  ถ้าคุณอยากทำงานต่อที่นี่  ติดต่อที่แผนก  HR  ได้เลยนะ  พวกเราประชุมกันแล้วว่าจะให้พวกคุณทำงานต่อได้  ส่วนคุณธันวา   คุณคงกลับไปทำงานที่บริษัทคุณพ่อสินะ  ตอนแรกผมนึกว่าคุณจะก่อปัญหาให้มากกว่านี้  ไม่เห็นทำตัวแย่อย่างที่พ่อคุณพูด  คุณก็พยายามหน่อยก็แล้วกัน  อย่าให้พ่อคุณเป็นห่วงมาก  ส่วนคุณ...."  คุณอะไร  ทำไมต้องมีเว้น

" คุณเองก็ขยันฝึกงานมาก  แต่ยังมีปัญหาด้านภาษา  บริษัทของเราต้องใช้ภาษาสากลเยอะ  ถ้าคุณสามารถฝึกภาษาที่สามได้ด้วยก็จะดีมาก   ดังนั้นถึงเราจะไม่ได้ทาบทามคุณให้ทำงานต่อ  แต่เราจะออกเอกสารรับรองการฝึกงานให้  และถ้าคุณอยากไปศึกษาต่อที่เมืองนอก  เรามีบริษัทในเครือที่พร้อมจะให้คุณไปดูงานไและเรียนต่อได้  ผมว่ามันน่าจะดีต่อคุณมากนะ

สุดท้ายในฐานะตัวแทนของผู้บริหาร  ผมขอขอบคุณที่พวกคุณตั้งใจฝึกงานเป็นอย่างมาก  ทางเราเองก็ได้รับประสบการณ์ที่ดีจากพวกคุณเช่นกัน  ในวันสุดท้ายของการฝึกงานนี้  เชิญพวกคุณทานอาหารกันให้เต็มที่  ถือว่าเป็นคำขอบคุณและเป็นการฉลองจากพวกเรา"

" ขอบคุณครับ!/  ค่ะ! ”  อยากจะเย้อยู่หรอกนะ  แต่ชุดนักศึกษาค้ำคอ  ต้องรักษาหน้าสถาบัน

" เอาล่ะเชิญทานได้"

" เย้!"  คราวนี้ไม่มีเหนียมแล้ว  ตรูหิว!  ตรูจะกิน!


วันสุดท้ายของการฝึกงาน  เป็นที่สุดแห่งความทรงจำที่เขารู้สึกดีมากๆ  พวกรุ่นพี่ที่เคยต่อว่าก็มาร่วมวงแสดงความยินดีด้วย  บอกว่าพวกเขาอดทนได้ดีมาก  มีความพยายามและตั้งใจศึกษาเรียนรู้  คาดว่าพวกน้องๆ คงได้มาฝึกงานที่นี่รุ่นต่อทุกรุ่น  ส่วนรุ่นพี่คนหนึ่งที่เป็นฝรั่งหัวทอง  อายุยี่สิบเจ็ด ยี่สิบแปดนิดๆ  พี่เลี้ยงของเจ้าแม่ก็ส่งสายตาเขินอายปนวิบวับ  ล้วงแหวนออกมาจากกระเป๋าแล้วคุกเข่าส่งให้เจ้าแม่   เท่านั้นแหละ  เฮลั่น  เจ้าแม่จะลงจากคานแล้ว!

" หมั้นไว้ก่อนนะครับ  เรียนจบแล้วค่อยแต่งงานกัน"  พี่ฝรั่งพูดออกมาด้วยมาดสุดเท่  โคตรน่าอิจฉาเลยเว้ย!  แล้วเจ้าแม่จะตอบอะไรได้ล่ะครับนอกจาก....

" ....ค่ะ" 

"  วู้~~~~  ดาวมหาลัยได้ลงจากคานแล้ววววว!!!"

ป้าบ!  โอ๊ย!  เขินก็ไปตบว่าที่สามีสิ  ตบกูทำไม!


และแล้วงานเลี้ยงฝึกงานวันนั้นก็จบแบบหน้าชื่นตาบาน  เจ้าแม่ที่โสดมานานก็ได้ลงจากคานเสียที  ไม่รู้ว่าไปแอบสบตาสปาร์คกันตอนไหน  สงสัยอยู่ใกล้กันนานเลยเข้าสุภาษิตที่ว่า  รักแท้แพ้ใกล้  รักเจ้าแม่...ก็เตรียมตัวเป็นพ่อบ้านใจกล้าไปแล้วกันพี่ฝรั่งเอ๋ย  พี่โดนสภาพภายนอกมันหลอกแล้ว  ส่วนไอ้ธันวา...

" กูพลาดไปตอนไหนวะ" 

ธันวาว่าพลางทำท่าน้ำตาตก  มึงพลาดตั้งแต่ที่ไปแอ้มพี่สาวในบริษัทแล้วโว้ย  อย่านึกนะว่าไม่มีใครเห็น  กูนี่แหละที่เห็นตำตาก่อนขึ้นรถไฟฟ้า!

" เมื่อไหร่เบลล่าจะได้แต่งงานบ้างน้า"  คุณเธอเริ่มเพ้อ

" เรายังว่างนะ  " หยอดได้เป็นหยอด  เดี๋ยวเขาจะหาว่าเราไม่มีน้ำยา

แต่คุณเธอเหรอจะสนใจ  ค้อนเขาขวับก่อนสะบัดหน้า  บอกว่าถ้าเขามีเงินเป็นร้อยล้านเมื่อไหร่  คุณเธอถึงจะเริ่มคิด   อ่าว  พูดแบบนี้มาดูลีลากันก่อนไหม  ถึงข้างหน้าจะยังซิง  แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีความสามารถหรอกนะ

พอเถอะ  ยิ่งคิดยิ่งออกทะเลไปไกล  เอาเป็นว่าวันนั้นทุกคนมีความสุขกันถ้วนหน้า (ยกเว้นธันวา)  เขาที่กินจนอิ่มหนำสำราญก็ได้แต่นั่งพึ่งพุงพูดคุยกับพวกรุ่นพี่เล่น  ในตอนที่นั่งว่างไม่มีใครมาคุยด้วย  อยู่ๆ เขาก็นึกถึงเสี่ยขึ้นมา  แต่เสี่ยไม่ชอบให้เด็กเลี้ยงไปยุ่งมาก  เพราะงั้น...

เพราะงั้นเขาก็ได้แต่ส่งเมสเสจไปให้  บอกเสี่ยว่า  " ขอบคุณมากครับ"  ส่วนเสี่ยจะอ่านหรือไม่อ่านเขาไม่รู้  เพราะไอ้ธันวาที่ดื่มหนัก  มันทำท่าจะอ้วกแล้ว...  เฮ้ย!  อย่าเพิ่ง!

" ฮือออ   แก้ว....  "  แก้วบ้าแก้วบออะไรล่ะ  (ว่าที่)สามีเขายืนอยู่โน่น

" ไปมึงกลับบ้าน"

" ฮือออ  แก้ววว    ฮือ   นิกกี้....  "  อ่าว  ไม่ใช่แล้วล่ะมึง  ไอ้เจ้าชู้นี่

" ไป  เดี๋ยวกูเรียกแท็กซี่ให้" 

"  แก้ว...   ฮือๆๆๆๆ" 

" กลับ!" โอ๊ย  น่ารำคาญจริงโว้ย!


สรุปวันนั้นเขาต้องไปส่งไอ้ธันวากลับบ้าน  พอกลับมาถึงหออีกทีแบตโทรศัพท์ก็หมดแล้ว  เขาไม่ได้หวังว่าเสี่ยจะโทรมา  แต่พอเปิดเครื่องเห็นตัวเมสเสจที่ส่งไปขึ้นว่า  "อ่านแล้ว"  เขาก็ใจชื้นเยอะ  อย่างน้อยเสี่ยก็ได้รับคำขอบคุณจากเขาแล้ว  ส่วนอย่างอื่น... 

ไม่สิ  แค่นี้เขาก็พอใจแล้ว  จริงๆนะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-05-2017 17:25:31 โดย teatimes »

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4

ออฟไลน์ anntonies

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 847
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
เสี่ยยยย
ทำไมใจดีขนาดนี้ เอาจริงๆแอบเดาว่าเสี่ยต้องแอบตามเด็กเสี่ยแน่ๆ
ละก็เห็นฉากที่คุยกับธันวา อร๊ายยย
งานนี้มีหึงแน่นอนน
เรื่องมโนขอให้บอก 555555555555555555555555555555

ออฟไลน์ TheWanFah

  • ความใกล้ชิด บางครั้ง ทำให้เราเผลอคิดไปเอง
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1095
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-1
ครึ่งหลังเสี่ยจะมาสินะ
รอๆๆๆ

ออฟไลน์ GBlk

  • ขอให้สรรพสัตว์จงมีความสุข
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1431
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +82/-43
โอ้ยยย อิเสี่ยเงียบมาก หายหน้าหายหไนวด

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-8

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3324
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
เสียมาแบบหลบๆซ่อนๆ รอพาร์ทหลังแบบใจจดใจจ่อ สนุกมากจ้า   :pig4:

ออฟไลน์ Pakeleiei

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 850
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1

ออฟไลน์ autopilot

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 67
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
รอค่ะรออออ
รอเสี่ยมีบทพูดค่ะ

ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6773
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-6
พระเอกค่าตัวแพงเหลือเกิน
เสี่ยคะอย่ามาดราม่า

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ pigarea

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 748
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
ระดมทุนจ้าาาาา ขอระดมทุนให้นักเขียนไปจ่ายค่าตัวเสี่ย ต้องมากขนาดไหนถึงจะได้บทออกมาก
นึกถึงสมัยฝึกงาน นึกแล้วก็เหนื่อยมีคนเดียวทำมันหมดทุกอย่าง แต่ก็ดีนะ ได้อะไรมาเยอะมาก
เสี่ยขา......คิดถึงเสี่ย  :katai2-1:

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4014
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7

ออฟไลน์ บันนีม

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 13
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ชอบเสี่ยจังเลยค่ะะะะ ใจดีอะไรขนาดนี้ รอบทเสี่ยอยู่นะคะ  :katai2-1: :katai2-1: ฝ่ายเด็กเลี้ยงดูมีความหวั่นไหวกับเสี่ยเล็กน้อยถึงปานกลาง ดูคิดถึงเสี่ยบ้างบางครั้ง ไม่ธรรมดาแล้วนาาาา  :hao3:

ออฟไลน์ nevergoodbye

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1240
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-2
โอ๊ย ค้างง
ลุ้นทุกบรรทัดว่าเมื่อไนเสี่ยจะออกมา   :katai4:

ออฟไลน์ teatimes

  • ไม่อยากให้เปลี่ยน...... เพราะแค่นี้ก็ดีพอแล้ว
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 682
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +157/-1
ตอนที่  7
(ครึ่งหลัง  ตอนที่  1)




แต่น แตน แต่น แต๊นนน   

ชีวิตใหม่ของนายพระแพงถือกำเนิดแล้ว


วะ ฮะ  ฮ่ะ ฮ้า  อยู่กันมาตั้งนานเพิ่งทราบชื่อของเขากันล่ะสิ   เอาเป็นว่าสมัยเป็นเด็กเลี้ยงเขาไม่อยากเปิดเผยตัวมาก  แต่ตอนนี้เขากำลังจะเป็นคนใหม่  มีอิสระเตรียมบินขึ้นสู่ท้องฟ้า  เตรียมแสวงหาความก้าวหน้าแล้ว   วู้~

หลังจากผ่านคืนวันอันแสนหฤโหดและการฝึกงานอันแสนหฤหรรษ์  ในที่สุดตอนนี้เขาก็มีงานทำแบบคนปกติเสียที  ถึงจะเสียดายที่ไม่ได้ทำงานต่อกับบริษัทข้ามชาติที่ตนฝึกงาน  แต่ทางบริษัทก็ออกหนังสือยินยอมและใบรับรอบการสมัครงานให้เขาไปฝึกภาษาและดูงานที่ต่างประเทศเพื่อเพิ่มพูนทักษะและความรู้   แน่นอนว่าเขาอยากจะไปแทบขาดใจ  ติดอยู่แต่ที่ว่าตัวเองต้องอยู่ทำงานที่นี่  เพราะลุงเขาอยู่ๆ ก็ดันเป็นโรคหัวใจ  แถมเป็นหนักถึงขนาดต้องผ่าตัดทำบายพาส  ตอนที่รู้ข่าวนี้เขาตกใจหมด  จากที่กำลังเตรียมขอวีซ่าอยู่ที่สถานทูตสหรัฐฯ ก็ต้องบึ่งรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างไปที่โรงพยาบาลที่ลุงถูกส่งต่อมาจากต่างจังหวัดเพื่อทำการผ่าตัดแทน 

ตอนที่เห็นลุงเข้าห้องผ่าตัดด่วน  เขานี่หน้าซีดจนแทบจะไม่มีสีเลือด  เพราะตอนที่แม่เขาเสียชีวิตก็มีอาการคล้ายๆ แบบนี้เหมือนกันคือ  อยู่ๆ แม่ก็ล้มไม่ได้สติ  กว่าจะไปถึงโรงพยาบาลแม่ก็เสียแล้ว  เห็นว่ามีภาวะเลือดออกในสมองเยอะ (Storke)  มันเป็นอาการที่พบได้น้อยในคนที่อายุยังไม่มาก  แต่แม่ของเขาก็เป็น  และเสียชีวิตไปแล้ว  ตอนนี้ยังมาเกิดกับลุงอีก

ยังดีที่ตอนมาถึงโรงพยาบาลอาการลุงไม่หนักมาก  แถมทางโรงพยาบาลประจำจังหวัดก็ส่งต่อเรื่องเร็วด้วย  ลุงเขาที่ป่วยเป็นแค่โรคหัวใจจึงสามารถเข้ารับรักษาและทำการผ่าตัดทันที  แต่ก็ต้องใช้เวลานานอยู่เหมือนกันกว่าลุงจะผ่าตัดเสร็จและออกมาพักฟื้น 

ป้าสะใภ้ที่ติดรถมากับรถพยาบาลสารภาพว่า  ลุงแกป่วยเป็นโรคหัวใจมานานแล้วแต่ก็กินยาอย่างต่อเนื่อง  ส่วนเรื่องที่ไม่ยอมบอกเขา  ก็เข้าใจว่าลุงไม่อยากให้เขาเป็นห่วง  ลุงเลยไม่อยากพูด   ส่วนลูกๆ ของลุงทั้งสองคนรู้เรื่องหมด  แต่ก็ไม่ได้บอกญาติคนอื่นเพราะลุงแกยังดูแข็งแรงดี  แถมชอบแตะปี๊บโชว์เล่น  พวกลูกๆ กับป้าเลยไม่อยากบอกใครและไม่คิดว่ามันเป็นภาระ 

แต่วันนั้นตอนที่ลุงเข้าสวน  อยู่ๆ แกก็ล้ม  ลูกชายลุงคนโตที่อยู่ในสวนด้วยเห็นเข้าพอดีเลยรีบพาแกส่งโรงพยาบาลแถวบ้าน  พอตรวจสอบว่าเป็นโรคหัวใจต้องทำการผ่าตัดก็ส่งเรื่องต่อจนมาถึงกรุงเทพ  ตอนนั้นลูกสาวลุงที่เป็นครูยังไม่รู้เพราะเป็นเวลาราชการ  กว่าจะรู้ก็ตอนเลิกงานหลังกลับถึงบ้าน  พอรู้ข่าวพี่ต้นอ้อ...ลูกสาวลุงก็รีบทำเรื่องลา  และมาติดต่อขอเบิกล่วงหน้าโดนใช้สิทธิข้าราชการในวันรุ่งขึ้น  โชคดีที่การผ่าตัดของลุงในครั้งนี้รัฐออกให้หมด  ไม่งั้นไม่รู้อีกกี่ชาติเขากับพี่ๆ ถึงจะสามารถหาเงินมารักษาลุงได้

ดังนั้นเขาที่เป็นเจ้าถิ่นเลยต้องเป็นคนจัดการเรื่องที่พักให้ป้ากับพวกพี่ๆ  ป้านอนพักที่โรงพยาบาลเลยไม่ค่อยมีปัญหา  แต่พี่ๆ ต้องมาพักกับเขาแล้วนอนเบียดกันจนเตียงแน่น   สุดท้ายเขาต้องเสียสละเพราะทนไม่ไหวเลยหนีไปนอนกับเพื่อนแทน  ความจริงเขาก็ว่าจะนอนพื้นแหละแต่ห้องเขามันแคบ  จะเข้าห้องน้ำแต่ละทีก็ต้องกระโดดข้ามกันให้วุ่นวายไปหมด   แถมพอดีกับที่เพื่อนไม่อยู่ห้อง  เขาเลยขอกุญแจมาจากรูมเมทมันแล้วสวมรอยอยู่แทน  ป้ากับพี่ๆ พักอยู่สองสามวันอาการลุงก็ดีขึ้น  แต่หมอบอกให้ลุงอยู่ดูอาการหลังผ่าตัดต่ออีกหนึ่งสับดาห์  ดังนั้นจึงเหลือแต่เขากับป้า  ส่วนพี่ๆ ก็กลับต่างจังหวัดไปทำงาน  รอจนถึงวันที่ลุงออกจากโรงพยาบาลได้  เขากับป้าก็จ้างรถ  และตัวเขาเองก็ติดรถกลับจันทบุรีด้วย



เรื่องทั้งหมดก็เป็นแบบนี้  เขาที่ห่วงเรื่องของลุงมากเลยตัดสินใจไม่ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ   ทั้งๆที่ลุงก็อยากให้เขาไปและเอกสารก็ขอไว้หมดแล้ว  แต่เขาตัดสินใจแล้ว  แต่เขาเหลือลุงเป็นญาติสนิทอีกแค่คนเดียวเท่านั้น  ดังนั้นถ้าหากลุงเป็นอะไรไป  เขาก็อยากช่วยเหลือทุกอย่างเท่าที่ทำได้  หรือไม่อย่างน้อยๆ  เวลาลุงต้องขึ้นมาตรวจหัวใจประจำปีที่กรุงเทพ  เขาเองก็อยากให้ลุงมานอนพักกับเขาที่ห้อง  หรือถ้าป้ามาด้วย  เขาระเห็จตัวเองไปนอนพื้นก็ได้เพราะมันก็ไม่ได้ลำบากมาก

 และเพราะอย่างนั้นหลังเรียนจบ  เขาจึงเริ่มหย่อนใบสมัครงานในบริษัทที่พอจะสมัครได้  ในขณะที่คนอื่นหย่อนไปแล้วและมีบางคนที่ได้เริ่มฝึกทดลองงานแล้ว  ซึ่งต้องขอบคุณสวรรค์และแม่ที่ช่วยดลบันดาลให้เขาสมัครติดในบริษัทชั้นนำ  และใหญ่พอๆ กับบริษัทตอนฝึกงานได้  บริษัทนั้นชื่อบริษัท “เหม่ยเซียง”  เป็นบริษัทข้ามชาติ  ขายทุกอย่างเกี่ยวกับการก่อสร้าง  นำเข้าและส่งออกอุปกรณ์จำพวกเหล็กเส้น  และถึงคนส่วนใหญ่ในบริษัทจะพูดภาษาอังกฤษ  แต่ก็มีบางส่วนที่ใช้ภาษาไทยเหมือนกัน 

ซึ่งถึงตรงนี้เขาต้องขอบคุณเสี่ยและบริษัทฝึกงานอีกรอบ  เพราะใบรับรองการฝึกงานอันหรูหราและการฝึกงาน(อันแสนโหด)เป็นภาษาอังกฤษมาตลอดสี่เดือน  ทำให้เขาสามารถตอบสัมภาษณ์ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษได้อย่างผ่านฉลุย  ยิ่งรวมกับใบรับรองการเรียนต่อและประกาศนียบัตรเกียรตินิยมอันดับหนึ่งของคณะ  เขาจึงสามารถเตรียมมาเป็นพนักงานใหม่ได้อย่างสบายๆ  แถมบริษัทนี้ก็มีสวัสดิการให้เรียนต่อเหมือนบริษัทที่ฝึกงานด้วย  เพียงแต่หากเราขอทุนแบบเรียนฟรี   ค่าที่พักฟรี  เราต้องติดสัญญาทาสกับทางบริษัทไปอีกห้าปีเป็นอย่างน้อย  ซึ่งเขาว่ามันก็คุ้มค่า  เพราะยังไงหากกลับมาก็ได้เลื่อนตำแหน่งอยู่แล้ว  แถมภายในห้าปีก็ไม่ต้องห่วงที่จะตกงานด้วย 

ดังนั้นเขา  ไอ้ขิม(เพื่อนในกลุ่ม)  และเพื่อนใหม่อย่างไอ้รุต  นักเรียนสัญชาตินอกแต่ชื่อไทยว่ารัตนชาติ  ก็ได้มาฝึกอบรมก่อนเข้าทดลองงานด้วยกันเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์  ซึ่งไอ้รุตน่ะ  เป็นเจ้าพ่อกรมข่าวกรองมาก  มาอบรมไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ก็เที่ยวตีสนิตตีซี้กับคนอื่นไปทั่ว  โดยเฉพาะกับพวกผู้หญิงที่มันถือว่ามันมีหน้าตาเป็นอาวุธ  (ชื่อโคตรไทย  แต่หน้ามันโคตรโกอินเตอร์)  เห็นว่าเป็นลูกครึ่งไทย - เดนมาร์ก   แล้วอย่าไปเล่นมุกนมโคไทยเดนมาร์กกับมันเชียว  เพราะเขาเล่นไปแล้วและมันโคตรแป้ก  ยังดีที่ไอ้รุตมันไม่คิดมาก  แค่ทำท่าฝรั่งงงแล้วหัวเราะ  แต่ฝรั่งงงอะไรวะ  พูดไทยชัดแป๊ะอย่างกับภาษาบ้าน  เห็นว่าเพราะพ่อเป็นคนไทยมั้งมันเลยพูดภาษาไทยได้

ดังนั้นเขาและขิม  กับไอ้รุต  จึงเป็นพนักงานใหม่แค่สามคนที่จะเข้ามาทำงานในบริษัทนี้  เห็นว่าที่ปีนี้รับน้อยเพราะตำแหน่งมันมีไม่เยอะ  อีกทั้งก่อนหน้านี้ยังมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างผังงาน  ตำแหน่งไหนที่ไม่สำคัญก็ตัดทิ้ง  แต่มีข่าววงในบอกว่า(เข้ามาไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์เขามีข่าววงในแล้ว  แจ๋วจริง)  ความจริงแล้วที่ต้องปรับผังงานเพราะมันดันมีการทุจริตเกิดขึ้น  ท่านประธานกับลูกชายท่านประธานที่เป็นผู้บริหารแทน  ต้องสืบหาตัวคนทำผิดกันให้ขวัก  ซึ่งแน่นอนว่าก็จับได้บ้างจับไม่ได้บ้าง  แต่ที่จับได้ก็มีทั้งตัวใหญ่ตัวเล็ก  ซึ่งส่วนนี้เห็นว่าบริษัทต้องปิดข่าวกันระนาวเพราะมันมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้น  คือถ้าบริษัทไม่มีความน่าเชื่อถือ  หุ้นในบริษัทก็อาจจะราคาตกแล้วถูกฮุบ 

ดังนั้นท่านประธานกับลูกชายท่านจึงวิ่งกันให้วุ่นเพื่อสืบดูว่าใครที่เกลือเป็นหนอน  สุดท้ายก็จับกรรมการผู้บริหารได้สามสี่คน  แต่ CEO ที่คาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องยังรอด  ดังนั้นจึงมีมาตรการปลดพนักงานและปรับโครงสร้างให้คนที่ยังจับตัวไม่ได้ให้ทำงานลำบากกันมากขึ้น

และหนึ่งในมาตรการที่สำคัญอีกอย่างคือการทำบัตรเข้าออกระหว่างชั้น  ซึ่งนอกจากท่านประธานและลูกชายแล้ว  ทุกคนรวมถึง CEO  ต้องทำบัตรนี้เพื่อตรวจสอบว่าในแต่ละวันคุณเข้าออกที่ชั้นไหนบ้าง  น่าจะไปทำอะไรที่ชั้นไหนบ้าง  แน่นอนว่าตอนแรกทุกคนก็เกร็งๆ กับมาตรการนี้   แต่พอเวลาผ่านไปทุกคนก็ชิน  เพราะถ้าหากเราไม่ได้ทำผิด  เราจะกลัวอะไรล่ะถูกต้องไหม

ดังนั้นเขากับเพื่อนอีกสองคนที่เป็นพนักงานใหม่จึงได้รับคำแนะนำหลังฝึกอบรมว่า  ถ้าไม่จำเป็นอย่าออกไปยุ่งที่แผนกคนอื่นมาก   และถ้ามีคนใหญ่คนโตมาติดต่อก็ให้อยู่เงียบๆ  ไม่ก็ไปบอกให้ท่านประธานทราบได้  แต่แหม  เรื่องแบบนี้ถ้าไม่มีหลักฐานจริง  ไม่มีใครอยากไปบอกท่านประธานให้หัวเสียเล่นหรอก  แล้วถ้าหากไม่มีหลักฐานและอีกฝ่ายไม่ผิดจริง  มิต้องถูกท่านประธานไล่ตะเพิดเรอะ  หรืออย่างน้อยๆ ถ้าโชคดีก็แค่ถูกด่า  แต่ถ้าโชคร้ายอาจถึงขั้นไล่ออกได้  เขาที่มีความจำเป็นที่ต้องใช้เงินอีกเยอะ  ทั้งเรื่องลุง  เรื่องบ้านที่ว่าจะซ่อม  เลยตัดสินใจจะทำตัวสงบเสงี่ยมไม่พูดคุยกับใครมาก  เพื่อโดนหางเลขจะได้พอเอาตัวรอด

ส่วนเรื่องหน้าตาของท่านประธานบริษัท  เอาเป็นว่าท่านดูดีมากตามมาตรฐานชายวัยกลางคนมากๆ  คือถึงจะแก่ไปหน่อยแต่หัวก็ไม่ล้าน...  แค่กๆ  หมายถึงท่านประธานก็อายุหกสิบเข้าไปแล้วแต่ยังไม่ดูแก่เลยซักนิด  ส่วนลูกชายท่านประธาน  เนื่องจากท่านเป็นคนไม่ชอบถ่ายรูป  ทางบริษัทเลยไม่ได้ติดรูปท่านไว้ให้บูชา  เอ๊ย  ไว้ให้ทำความเคารพแบบรูปท่านประธานที่ค่อนข้างจะอาวุโสหน่อยแล้ว 

แต่ก็มีข่าววงในบอกมาอีกว่า  ลูกชายท่านประธานหล่อมากกกกก  อายุสามสิบต้นๆ  แต่ไม่โสดเพราะมีคู่หมั้นแล้ว  ไอ้ขิมที่หมายมั่นปั้นมืออยากเป็นคุณนายเลยต้องอกหักตั้งแต่ยังไม่เริ่ม  ในขณะที่ต้นตอข่าวลือซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากไอ้รุต   มันบอกว่ามันไปตีซี้กับยามที่โรงจอดรถมาแล้ว  มันมีรูปลูกชายท่านประธานที่แอบถ่ายติดมาด้วย  แต่เขาไม่สนล่ะ  ถ้าไม่ใช่ผู้หญิง  ต่อให้เป็นลูกชายท่านประธาน  เขาก็ยังไม่อยากจะแล  อีกอย่างตอนฝึกทดลองงานสามเดือน  ยังไงเขาก็ต้องได้เห็นหน้าลูกชายท่านประธานซักครั้ง  เพราะงั้นเขาไม่รีบ  สู้เอาเวลาไปส่องรุ่นพี่สาวๆ ดีกว่าเพื่อว่าจะยังมีใครโสดอยู่บ้าง  เขาจะได้จีบ

เอิ่ม  เรื่องส่องสาวน่ะ  ไม่ใช่ว่าเขาจะเจ้าชู้ได้หลังแล้วลืมหน้าหรอกนะ  เรื่องด้านหลังน่ะช่างมันเถอะ  แต่ด้านหน้าน้องน้อยของเขายังชิงนะ  ถ้าหากมีโอกาสได้เริ่มใหม่  เขาก็อยากมีแฟนเป็นสาวๆ ดูบ้าง  อาจจะติดขัดหน่อยตรงที่คนในบริษัทเป็นรุ่นพี่  แต่แล้วยังไงล่ะ  มีให้กินก็ดีกว่าไม่มีให้เลือก  ดังนั้นถึงจะเป็นรุ่นแม่แต่ถ้าเป็นคนดีเขาก็อยากจะเอามาเป็นแม่ของลูก  แต่นั่นหมายถึงว่า  เขาต้องจีบติดด้วยน่ะนะ


และหลังจากผ่านช่วงฝึกทดลองงานไปได้หนึ่งอาทิตย์  เขาก็ได้ฤกษ์ย้ายตัวเองออกจากหอเก่ามายังห้องพักใหม่ที่อยู่ติดกับรถไฟฟ้าเสียที  ระยะทางกะเป็นครึ่งๆ ระหว่างทางไปทำงานกับโรงพยาบาลของลุงเวลาลุงมาตรวจสุขภาพ  สำหรับราคาของห้องเช่ามันอาจแพงไปนิด  แต่ก็ดีที่เดินทางสะดวก  และห้องก็ถือว่าใหญ่ใช้ได้  เขากะว่าถ้าลุงกับป้ามาพัก  เวลานอนกันสามคนก็จะได้ไม่อึดอัดมาก  แถมที่ห้องก็มีโซฟาเบดด้วย  เพื่อพี่ๆ มานอนพักอีกสองคน  เขาก็หนีไปนอนบนโซฟาแทนได้

ส่วนพวกหนังสือเรียนกับสื่อการเรียนหรือเอกสารจำพวกชีต  เขาก็เก็บเอาไว้แต่เล่มที่สำคัญ (แพง) กับบางเล่มที่คิดว่าต้องใช้   ส่วนพวกที่ไม่ได้ใช้ก็เตรียมส่งต่อให้รุ่นน้อง  มันจะเอาไปใช้หรือชั่งกิโลขายก็ช่าง  แต่เขาคิดว่าชีตของเขาค่อนข้างมีราคาอยู่นะ  เพราะอย่างน้อยเขาก็จบเกียรตินิยมอันดับหนึ่งของมหาลัย  และเตรียมรับพระราชทานปริญญาบัตรซึ่งยังไม่สามารถกำหนดวันได้  (น่าเสียดายที่เกิดเรื่องขึ้นก่อน  เขาได้ฟังข่าวแล้วก็ใจหายเหมือนกัน) 

ในตอนที่ขนของย้ายออกจากห้องจนหมด  เขาก็อดใจหายอีกไม่ได้  อยู่มาตั้งสี่ปี  แปบๆ ก็ต้องย้ายออกจากหอแล้ว  แต่ชีวิตก็แบบนี้แหละ  มีแต่เดินไปข้างหน้า  ถึงเขาจะขี้เกียจเดินบ้าง(?)  แต่โลกก็ไม่เคยหยุดนิ่ง  ส่วนกล่องใส่เพชรของเสี่ยเขาก็เอาติดตัวออกมาด้วย  พอถึงห้องใหม่ก็เก็บใส่ลิ้นชักแบบมีตัวล็อก  ส่วนตัวสร้อย...เขาก็ไม่เคยถอดออกจากคอเลยนับตั้งแต่เสี่ยใส่ให้ในวันนั้น 

พอเริ่มต้นขึ้นเดือนใหม่  เขาก็ใส่เสื้อตัวใหม่ที่ผ่านการเจิมมาจากลุงเรียบร้อยแล้ว  หันซ้ายหันขวาดูกระจกอีกนิดเพื่อสำรวจความหล่อ  พอคิดว่าทุกอย่างพร้อมก็ถือกุญแจพร้อมกับเป้เดินออกจากห้อง  และเนื่องจากบริษัทกับที่ทำงานของเขาอยู่กันไม่ไกลมาก  เขาจึงเลือกเดินทางด้วยรถไฟและเดินต่ออีกหน่อยก็ถึงตัววบริษัท  ดังนั้นเรื่องที่จะซื้อรถ  เขาคงรอต่อไปอีกซักระยะเพราะการเดินทางแบบนี้ก็สะดวกดี  ทั้งประหยัดและได้ออกกำลังกาย 

อีกอย่างเขาก็อยากเก็บเงินไว้ใช้ในกรณีที่จำเป็นต้องใช้มากกว่า  อย่างเรื่องของลุง  ถึงลุงจะเบิกสวัสดิการจากลูกสาวได้  แต่เขาก็ยังอยากเก็บเงินไว้เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะจำเป็นต้องใช้เงินก้อนอีกรอบ   แล้วไหนจะเรื่องบ้านที่ว่าจะรีโนเวตไปอีก  เพราะงั้นเก็บเงินสดไว้อุ่นใจกว่า  เพื่อเวลาต้องใช้จะได้ไม่ลำบากมาก



ช่วงทดลองงานสามเดือนแรกเขาผ่านไปแบบไม่มีปัญหามาก  คงเพราะเขามีหน้าตาเป็นอาวุธ....  ไม่ใช่!  คงเพราะเขาตั้งใจทำงานและเข้ากับคนอื่นได้ดีเลยไม่มีปัญหาอะไรมาก  ในขณะที่ไอ้ขิมเองเริ่มมีปัญหากับพวกรุ่นพี่อยู่แผนกประชาสัมพันธ์  ฝ่ายบุคคลจึงย้ายมันมาอยู่ที่แผนกบัญชีและการเงินกับเขาและไอ้รุต 

ชีวิตใหม่ในการทำงานที่บริษัทของเขาถือว่าไม่น่าเบื่อมาก  มีพวกพี่ๆ  คอยฝึกงานสอนงานพวกเขาสามคนเป็นอย่างดี  หัวหน้าแผนกก็ใจดีแบบที่ยอมให้ลูกน้องเล่นเกมส์ยิงนกตกปลาได้  (ถ้าไม่มีงานด่วนมาก)  ส่วนเรื่องอาหารการกิน  เนื่องจากบริษัทที่เขาทำงานเป็นตึกขนาดใหญ่  ตัวตึกจึงมีการแบ่งออกเป็นหลายโซนหลายชั้น  มีทั้งโซนเดินเล่นของลูกค้าที่เข้ามาติดต่องาน  โซนร้านอาหารที่มีคนเข้ามาจองพื้นที่  มีร้านกาแฟ   ร้านเบเกอรี่  หรือแม้แต่สปอร์ตเซนเตอร์ก็มีครบหมด  แต่สำหรับพนักงานที่อยากจะประหยัดงบ  ทางบริษัทเองก็มีโรงอาหารสำหรับพนักงานที่สะอาด  สด  อร่อย  รสชาติใช้ได้  ที่สำคัญคือปริมาณอาหารที่มากกว่าราคา  ซึ่งเหมาะกับคนกระเพาะมารแบบเขา

ส่วนเรื่องการเข้างาน  บริษัทของเขาจะเปิดให้พนักงานตอกบัตรตั้งแต่เจ็ดโมงครึ่งถึงสองทุ่มครึ่ง  ช่วงไหนไม่มีงานด่วนก็ไม่ค่อยมีใครทำงานล่วงเวลามาก   และถึงอยากจะทำงานล่วงเวลาก็ทำได้ถึงแค่สี่ทุ่มแล้วยามก็จะปิดไฟไล่  ไม่รู้ว่าเป็นมาตรการประหยัดพลังงาน  หรือเป็นการป้องกันการโกงกันแน่  เพราะจากที่มีเรื่องคราวก่อน  ก็เห็นว่าเกิดขึ้นในช่วงเลิกงานไปแล้วเหมือนกัน

แต่ถึงอย่างนั้น  การทำงานในแผนกบัญชีก็ค่อนข้างเครียด  เพราะมันเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินและเงินทองของบริษัททั้งนั้น  แค่พิมพ์เลขทศนิยมผิดไปตำแหน่งเดียวก็ต้องหาที่มากันใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบอีกรอบ  และถึงจะมีระบบคอมพิวเตอร์  แต่เวลาพิมพ์ข้อมูลเข้ามันก็ต้องใช้มีคนพิมพ์เข้าอยู่ดี  และจุดนี้แหละที่เป็นจุดอ่อนที่ก่อให้เกิดการทุจริตได้ 

ดังนั้นแผนกบัญชีและการเงิน  จึงเป็นแผนกที่พวกผู้บริหารขั้นสูง โดยเฉพาะท่านประธานเข้ามาตรวจสอบบ่อยมาก  บางทีท่านก็นึกครึ้มอยากมาตรวจสอบบัญชีด้วยตัวคนเดียวบ้าง  บางทีก็มากับสาวสวยหุ่นแฉล้มบ้าง  ซึ่งเขาบอกเลยว่าคุณเธอหุ่นแหล่มมาก  เหมาะที่จะมาเป็นแม่ของลูกเขาสุดๆ  ทั้งสูง  ทั้งผิวขาว  ขายาวแต่ตัวเล็ก  เรียกได้ว่าเป็นสาวในฝันของเขาเลยก็ว่าได้  ถ้าเขามีโอกาสมีแฟน  เขาก็อยากได้แฟนขาวๆ  สวยๆ  เล่นท่าลิงอุ้มแตงถนัดแบบนี้....

เฮ้ยๆๆๆ  อันนี้ไม่ใช่ว่าเขาลามกนะ  ถามผู้ชายทุกคนในแผนกเลยก็ได้  ว่ามีใครไม่คิดเรื่องแบบนี้บ้าง  ผู้ชายถ้าในหัวไม่มีเรื่องงาน  มันก็แต่เรื่องใต้ร่มผ้ากันทั้งนั้น  แถมคุณปุยฝ้าย(ผู้หญิงที่มากับท่านประธานน่ะ)  ก็แต่งตัวยั่วยวนชวนน้ำลายสอมาก  คือคุณเธอไม่ได้แต่งตัวโป๊หรือเปิดนั่นเปิดนี่  แต่เพราะมันปิดมิดชิดนี่แหละมันเลยดูน่าถอด  เอ๊ย  มันเลยดูเหมาะกับหุ่นและรูปร่างเอามากๆ  เขากับไอ้รุตและพวกรุ่นพี่เลยได้แต่มองคุณปุยฝ้ายที่ขาวสวยน่าเจี๊ยะ  เดินโฉบไปโฉบมาโดยมีท่านประธานอยู่เคียงข้าง  (แน่นอนว่าแม้แต่เห่าแซวยังไม่ได้)

แต่มีข่าววงในแว่วมาอีกแล้วว่า (ทำไมต้องเรียกข่าววงใน  เพราะในที่สุดทุกคนก็ต้องรู้เรื่อง  เขาล่ะง๊งงง)  ความจริงคุณปุยฝ้ายนี่แหละคือคู่หมั้นลูกชายท่านประธานตัวจริงที่ท่านประธานหมายมั่นปั้นมือจะจับให้ลูกชายแต่งงานกับคุณปุยฝ้ายให้ได้  เห็นว่าคุณปุยฝ้ายเป็นลูกสาวของคนรู้จักที่เพื่อนสนิทของท่านประธานแนะนำมาอีกที  แต่แหม  อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ  นี่ถ้าเป็นเขานะ  ไม่ต้องบังคับหรอกแค่กระดิกนิ้วหน่อยเดียวเขาก็ยอมเป็นทาสแล้ว 

แต่ก็นะ  ของแบบนี้ลางเนื้อชอบลางยา  เขาชอบคุณปุยฝ้ายที่เป็นแบบนี้  แต่ลูกชายท่านประธานอาจชอบแบบอื่นก็ได้  ประมาณแม่แก่อยากมีชู้...  หรืออะไรแบบนั้น  ใครล่ะจะไปรู้

ส่วนตัวลูกชายท่านประธาน (ที่จนป่านนี้เขายังไม่เคยเห็นหัวเลยซักครั้ง)  ก็เห็นว่าท่านกำลังวางแผนไปบริษัทเปิดใหม่อยู่ที่เมืองนอก  ช่วงนี้เลยหายหน้าเงียบ  แต่ก็มีข่าวแว่วมาอีกระลอกว่า(ข่าวเยอะจริง)  ความจริงลูกชายท่านประธานไม่อยากแต่งงาน  ท่านเลยหนีไปอยู่เมืองนอก  แล้วทิ้งบริษัทไว้แบบนี้  ทำเอาท่านประธานที่แก่แล้วต้องกลับมาลงสนามอีกครั้ง   อายุตั้งสามสิบเข้าไปแล้ว  แต่ยังจะมาหนีปัญหา  เอาแต่ใจแบบเด็กๆ  อย่างนี้อีก  ถือว่าใช้ไม่ได้ 

เพราะงั้น...  เขากับพี่ๆ  ในที่ทำงานเลยถือโอกาสที่หมาไม่อยู่เฝ้ากระดูก  คอยแทะโลมคุณปุยฝ้ายผ่านทางสายตาเล่น  ถึงจะไม่ได้คุยแต่ขอให้ได้มองซักหน่อยก็ยังดี 

ส่วนลูกชายท่านประธานน่ะ  ถ้าหายตัวไปตลอดเลยจะดีกว่ามาก  เพราะเผื่อคุณปุยฝ้ายทนเป็นหม้ายขันหมากไม่ไหว  เขาจะได้มีโอกาสแทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจลูกชายท่านประธานบ้าง

ถ้าเขามีโอกาสน่ะนะ....




>>> ตอนนี้เสี่ยไม่แต่ค่าตัวแพง  แต่เสี่ยหายไปเลย  55555
>>>> ส่วนหนูแพง  จะแทงข้างหลังทะลุหัวใจเสี่ยเหรอจ๊ะ
>>>>>> เรามี  wattpad  ด้วยนะคะ  ค้นหาชื่อ  Teatimes ได้เลยค่ะ  เพื่อให้อยากอ่านในแอป ><

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-06-2017 12:58:49 โดย teatimes »

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4014
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
รอเสี่ยกลับมาก่อนเถอะ ใครจะแทงใครกันแน่  :hao7:

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4

ออฟไลน์ บันนีม

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 13
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
เสี่ยนี่เป็นพระเอกจริงๆใช่ไหม หาตัวยากจริงๆ555555555555

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-8
คราวนี้เป็นบริษัทของเสี่ยจริง ๆ สินะ
เมื่อไหร่เสี่ยจะแสดงตัวเสียที ค่าตัวแพงเหลือเกิน

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7518
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
เย้....ได้รู้ชื่อเด็กเลี้ยงแล้ว
พระแพง เรียนเก่งมากเลย
เกียรตินิยมอันดับหนึ่งซะด้วย
ลูกชายท่านประธาน เสี่ยแน่ๆ
เสี่ย ฉลาดจังรูปก็ไม่ยอมให้แปะ
แล้วจะได้เจอเสี่ยตอนไหนนะ
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด