[END]►East meets North บูรพากับองศาเหนือ◄ ตอนพิเศษ ในวันที่... 28/05/18
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: [END]►East meets North บูรพากับองศาเหนือ◄ ตอนพิเศษ ในวันที่... 28/05/18  (อ่าน 309015 ครั้ง)

ออฟไลน์ เต้าหู้ไข่

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +279/-5
    • twitter
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย bo :ling2:y's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม
____________________________________________________________________________________________




►ในทุกๆ ความบังเอิญ มันอาจเป็นความตั้งใจของโชคชะตา◄


เหมือนที่กูโคจรกลับมาเจอกับมึงเนี่ย ก็เป็นเพราะโชคชะตาว่างั้น?


สารบัญ
บทส่งท้าย
ตอนพิเศษ (ชวนมาตั้งชื่อให้บูรพา)

-------------------------------------------------------------------------

**นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องสมมติที่แต่งขึ้น เรื่องราว บุคคลใดๆ ชื่อ-นามสกุลที่ปรากฏในเรื่องไม่มีอยู่จริง หากบังเอิญซ้ำกับชื่อหรือนามสกุลจริงของท่านใดขออภัยมา ณ ที่นี้**


► TWITTER◄

ฝากติดตาม บูรพากับองศาเหนือด้วยนะคะ  :z2: :z2: :z2:
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-05-2018 20:31:36 โดย รชา »

ออฟไลน์ เต้าหู้ไข่

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +279/-5
    • twitter
บทนำ
การพบกันครั้งแรก


มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งทางบริเวณภาคเหนือตอนล่าง มหาวิทยาลัยที่แดดแรงที่สุดในประเทศ (?)


 
            ผมนั่งอยู่ที่เก้าอี้หน้าหอในของมหาลัย มองดูนิสิตเดินผ่านหน้าไปมา เด็กปีหนึ่งคือพวกที่ห้อยป้ายชื่อตัวเองติดคออยู่ตลอดเวลา ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ทั้งป้ายคณะ ป้ายเอก ห้อยให้มันพันคอตายไปข้าง และป้ายเอกผมนี่ใหญ่มาก ใหญ่ขนาดนี้ว่าฝนตกก็ยกขึ้นมาบังฝนได้ไม่เปียกอะ จะไม่ห้อยก็ไม่ได้ รุ่นพี่เอกมันแฝงอยู่ทุกหย่อมหญ้ามหาลัย เจอที่ไหนมันด่าที่นั่นจริงๆ           

ที่จริงมหาวิทยาลัยก็บังคับให้เด็กปีหนึ่งทุกคนอยู่หอใน แต่ผมแค่มารายงานตัววันแรกแล้วก็จ่ายเงิน จากนั้นก็ไปหาหอนอกอยู่ หอในมีกฎเกณฑ์เยอะแยะ แถมต้องอยู่ร่วมกับรูมเมทที่มาจากการแรนดอมอีกด้วย แถมกีดกันหอชายกับหอหญิงยิ่งกว่าแบ่งแดนนักโทษอีก เพราะงั้นหอในไม่ใช่สไตล์ของผม

หลังจากผ่านช่วงบิกินนิ่งแคมป์ไปแล้วก็มีเวลาอีกสองสามวันก่อนที่จะเปิดเทอม ผมยังไม่ได้เจอหน้าเพื่อนในเอกเลยว่ามีกี่คน ที่จริงยังไม่รู้เลยว่าเอกที่แอดติดมาเนี่ยมันต้องเรียนอะไรบ้าง ผมไม่รู้เหตุผลของบรรดานิสิตปีหนึ่งที่เข้ามาเรียนที่นี่ปีละหลายๆ พันคน ว่าทำไมถึงเลือกเรียนที่นี่ อาจมีคณะที่ใช่ สาขาที่ชอบ มหาวิทยาลัยที่ใฝ่ฝัน

ส่วนเหตุผลของผม ตามแฟนมา

"เหนือ!"

ผมเงยหน้าไปมองเสียงที่เรียก ก่อนจะเห็น แพท ผู้หญิงสวยๆ ที่วิ่งเข้ามาหา

นี่แหละแฟนผม

"รอนานเปล่า"

"ไม่นาน เพิ่งมา"

"ป่ะ กินข้าวกัน"

ผมบอกให้แพทไปอยู่หอนอกด้วยกัน แต่ไม่เป็นผล บอกว่าจ่ายเงินค่าหอในแล้วก็ต้องอยู่ เสียดายเงิน แล้วก็มีรูมเมทน่ารัก สนุกสนาน บลาๆๆ ขี้เกียจจะเถียงด้วยก็เลยปล่อยให้อยู่ที่นี่ แล้วค่อยเข้ามาหาเอา

"อยากกินไรอะ" ผมถาม 

"เออนี่ มีร้านหนึ่งกินเมื่อคืน อร่อยดี ไปลองๆ" แพทว่าแล้วดึงมือผมเข้าไปในโรงอาหารหน้าหอใน

"อ้าว ไม่ไปกินข้างนอกเหรอ"

"จะไปทำไม เสียเวลา นี่มีร้านข้าวเยอะแยะ ถูกด้วย ได้เยอะด้วย มาเร็ว"

ขี้เกียจจะขัด ก็เลยต้องเดินตามเข้าไปในนั้น โรงอาหารหอในที่เต็มไปด้วยเด็กห้อยป้าย ผมเดินตามแพทไปต่อแถวร้านข้าวที่เจ้าตัวพราวทูพรีเซนท์อย่างกับเป็นลูกเจ้าของร้าน นี่เป็นพีอาร์ร้านเขาเหรอแฟน?

ผมพอจะรู้ฐานะทางการเงินของบ้านแพทดี เป็นสาเหตุที่เธอต้องประหยัดนู่นนี่นั่นเพื่อช่วยคนที่บ้าน และมีความหยิ่งในศักดิ์ศรีสูงมาก กินข้าวก็ไม่เคยให้เลี้ยง ซื้ออะไรแพงๆ ให้ก็ไม่เคยรับ แต่เพราะแพทเป็นแบบนี้แหละก็เลยโคตรน่ารัก

"ดูตารางสอนยัง?" แพทเงยหน้ามาถาม

"ยัง เขาดูกันที่ไหนอะ"

"Regไง"

คืออัลไล?

"เกิดมาโง่แล้วก็ตายไปจริงๆ"

ด่าขนาดนี้ก็เอาส้อมในมือแทงกบาลกูเลยเหอะ...แต่เถียงไม่ได้ ที่จริงผมไม่คิดว่าตัวเองจะได้มานั่งอยู่ในมหาลัยด้วยซ้ำ เพื่อจะตามแพทที่ตั้งใจจะเข้ามหาลัยนี้ตั้งแต่แรก ผมต้องใช้ความพยายามอย่าสาหัสเพื่อไปสอบเก็บคะแนนห่าเหวอะไรเอาไว้แอดมิชชั่น แถมต้องออกมาอยู่ไกลบ้านทั้งๆ ที่ปกติติดพ่อเป็นลูกหัวแก้วหัวแหวน ต้องอพยพจากลำปางเมืองหนาวมาก มาสู่พิษณุโลกสองแคว เมืองที่ทำให้ผิวขาวดุจน้ำนมบ่มกลูต้าของผมถูกเผาไหม้เป็นไก่ย่าง แดดแรงเหมือนดวงอาทิตย์อยู่ไกลจังหวัดนี้แค่สองกิโลอะ พยายามขนาดนี้ก็เพื่อผู้หญิงคนนี้คนเดียว

แพทแอดติดสาธารณสุขฯ อย่างที่ตั้งใจ ส่วนผมไม่อาจหาญจะทะเยอะทะยานตามไปเรียนคณะนั้น จึงลงท้ายที่คณะมนุษย์ศาสตร์เอกภาษาอังกฤษ ที่เลือกไว้อันดับสุดท้าย แค่นี้พ่อก็ตามแก้บนไม่ครบล่ะ

"แล้วนี่ใครลงทะเบียนเรียนให้"

"ไอ้หลิว" หมายถึงเพื่อนที่มาจากโรงเรียนเดียวกัน แอดติดเอกเดียวกันโดยบังเอิญ แต่ผมสนิทกับมันอยู่แล้วก็เลยนับเป็นเรื่องโชคดี มันจัดการให้ทุกอย่างตั้งแต่วันแรกเลย

"คิดอยู่แล้วว่าต้องมาเอ๋อ  เลยจดไว้ให้ตั้งแต่วันรายงานตัว นี่เป็นรหัสนักศึกษากับรหัสผ่านเข้าเว็บReg สำคัญมากนะ เอาไว้ลงทะเบียนเรียน ดูตารางสอน ดูเกรดอะไรงี้ เอานี่ แคปตารางให้แล้ว แล้วดูตึกเป็นป่ะ ข้างหน้าเป็นชื่อตึก เลขนี่คือเลขชั้น แล้วก็ห้อง มันจะมีผังตึกอยู่ตรงบันไดอะ หาไม่เจอก็ไปดูตรงนั้น อย่าหลงห้องจนเข้าเรียนสายนะ"

ผมพยักหน้าหงึกๆ

"หัดทำอะไรเองมั่ง จะได้ทำเป็น"

"จ้าแม่"

"เดี๋ยวเหอะ!"

คอนเซ็ปต์แพทคือขี้บ่นได้ทุกเรื่อง ส่วนคอนเซ็ปต์ผมคือหาเรื่องให้แพทบ่นได้ทุกเรื่องเช่นกัน

"อยู่มหาลัยแล้ว เราไม่ได้ตัวติดกันแบบตอนมัธยมแล้วนะ คงได้เจอกันน้อยลงเรื่อยๆ"

ผมเงยหน้าขึ้นไปมอง วางช้อนที่กำลังจะตักข้าวใส่ปากลง

"ทำไมต้องเจอกันน้อยลงด้วยอะ"

"ก็ต้องเรียนหนักขึ้น ไหนจะกิจกรรมอีก ต้องเข้าห้องเชียร์ด้วย เออแล้วนี่อย่าโดดห้องเชียร์นะ อย่าทำตัวมีปัญหากับรุ่นพี่"

"น่าเบื่อจะตาย เราจะเอนตี้โซตัส"

"อย่าเปรี้ยว เขาให้ทำอะไรก็ทำไปเหอะ เดี๋ยวให้หลิวคอยคุม"

"โห่แพทอะ"

"ต้องโตขึ้นแล้วนะเหนือ ทำตัวเป็นเด็กไม่ได้แล้ว"

แพทเป็นคนที่มีความคิดเป็นผู้ใหญ่มากๆ ส่วนผมก็กลายเป็นละอ่อนต่อนแต่น งอแงเหมือนเด็กเอ๋อหัดเข้าเนิร์สเซอร์รี่วันแรก

เออ อยากจะซิ่วไปเรียนอนุบาลใหม่

...

 

ผมเดินเข้ามาใต้โถงคณะมนุษย์ฯ เพราะรุ่นพี่ในเอกเรียกมาพบก่อนวันเปิดเทอม เพื่อจะได้ทำความรู้จักกันอย่างเป็นทางการทั้งนิสิตรอบรับตรงและแอดมิชชั่น จากการสำรวจโดยสายตาคร่าวๆ เอกนี้แม่งแทบจะไม่มีผู้ชายเลย ถึงมีก็จะเป็นผู้ชายแต่ร่างกาย อย่าง ไอ้หนุ่ม คนข้างๆ ที่เพิ่งทำความรู้จักกับผมไป ก็เป็นผู้ชายที่ขนตาเด้งด้วยมาสคาร่าไฮเปอร์วอลุ่มสามชั้น ผู้ชายมันไม่เรียนอังกฤษกันหรือไงวะ สำคัญนะโว้ย   

"เอาล่ะค่ะน้องๆ มากันครบแล้วนะ เอางี้ เดี๋ยวพวกพี่ๆ แนะนำตัวเองให้น้องๆ รู้จักกันก่อน แล้วจำไว้ด้วยนะ ถ้าใครจำชื่อรุ่นพี่ไม่ได้ เดี๋ยวมีทำโทษนะ"

ผมกวาดสายตามองรุ่นพี่หลายสิบคนที่ยืนล้อมอยู่ จะให้จำชื่อพวกพี่ให้ได้จากการแนะนำตัวแค่ครั้งเดียวเนี่ย สมองผมคงต้องฝังไมโครชิปแล้วแหละ ขนาดเพื่อนโรงเรียนเก่า ผ่านไปครึ่งเทอมยังจำไม่ครบเลย ผมไล่สายตามองพวกพี่ๆ ที่กำลังแนะนำตัวทีละคน จนถึงคนสุดท้าย

"พี่ชื่อพี่นิวนะ อยู่ปีสองจ้า"

จ้า...

กว่าจะถึงคนสุดท้าย กูก็ลืมไปแล้วว่าคนแรกชื่ออะไร

"คราวนี้ตาน้องๆ บ้างนะ บอกชื่อแล้วก็บอกด้วยนะว่ามาจังหวัดอะไร อะ เริ่มจากคนแรกก่อนเลย"

ผมนั่งมองเพื่อนที่ลุกขึ้นแนะนำตัวทีละคน เพิ่งเห็นประโยชน์ของป้ายใหญ่ๆ ที่คล้องคออยู่นั่น จำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร จะเรียกใครก็อ่านชื่อเอา

"สวัสดีค่ะ ชื่อหทัยกานต์ ชื่อเล่นชื่อหลิวค่ะ มาจากลำปางค่า" เสียงปรบมือดัง ก่อนรุ่นพี่จะชี้มาที่ผมซึ่งเป็นคนต่อจากหลิว

"อู้ย หล่อ!" เสียงจากรอบข้างดังตอนที่ผมลุกขึ้น ทำยังไงดี เกิดมาเป็นคนหล่อเนี่ย

"ผมชื่อองศาเหนือครับ มาจาลำปาง"

เสียงปรบมือดังพร้อมเสียงหวีดร้องอีกครั้ง ไอ้ขนตาเด้งข้างๆ แถวเนี่ย หวีดดังสุด

"อะคนต่อไปจ้า"

"คนนี้ก็หล่อ" ไอ้หนุ่มดีดขนตามันไปข้างหลังผม เดาว่าไอ้คนข้างหลังนี่ก็คงหน้าตาดีไม่น้อย รุ่นพี่ถึงได้พากันส่งเสียงกรีดร้องไม่ต่างจากตอนที่ผมลุกขึ้น

"บูรพาครับ มาจากกรุงเทพฯ"

ฮึ?

ผมหันขวับไปมองคนข้างหลัง ที่จริงชื่อมันก็ไม่ได้แปลกจนต้องเหลียวหลังไปมอง แต่มีอดีตกับคนชื่อนี้มาก่อนเลยระแวงนิดหน่อย แต่แล้วก็ต้องเบิกตาให้กว้าง กว้างจนหางตาจะแหก เมื่อเห็นว่าเป็นมัน...

ผมนี่ยืนขึ้นเลย!

ยืนขึ้นเพื่อมองหน้าเจ้าของเสียงแนะนำตัวเมื่อกี้ให้ชัดๆ

"ไอ้บูรพา..."

"ไม่เจอกันนานเลยนะไอ้เหนือ"



to be continued.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-12-2018 16:27:26 โดย รชา »

ออฟไลน์ เต้าหู้ไข่

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +279/-5
    • twitter
การพบกันครั้งที่ 1
มันคือความตั้งใจของโชคชะตา

 

"ไอ้บูรพา มึงมาเรียนที่นี่ได้ไง"

"แอดฯ มา"

"กูหมายถึง มึงมาเรียนที่นี่ทำไม"

"ก็กูแอดฯ ติด"

ในความกวนตีนของมันนี้ อยากด่าแรงๆ ว่าไอ้เหี้ยสักที

"คณะมีเป็นสิบ ทำไมต้องเลือกมาเรียนคณะนี้ เอกนี้ด้วยวะ"

"ตอนเลือกไม่ได้คิดว่าจะมาเจอมึงไง"

"ไอ้...!"

"แล้วมึงเป็นไงบ้าง สบายดีเปล่า? แล้วทำไมมาเรียนคณะนี้วะ"     

"เรื่องของกู" ผมพูดแค่นั้นก่อนจะเดินกลับไปหาหลิว ไม่ได้คิดว่าผมกับมันจะสนิทกันขนาดที่มายืนถามสารทุกข์สุกดิบจากที่ไม่ได้เจอกันมานาน ผมกับไอ้บูรพาและแพทรู้จักกันมาตั้งแต่ม.ต้น ผมกับมันนี่เพื่อนสนิทชนิดกอดคอกันเดินเลย จนมาทะเลาะกันหนักๆ  ผู้ชายมันไม่ทะเลาะกันด้วยเรื่องอะไรหรอกนอกจากเรื่องผู้หญิง จากนั้นมันก็หายหัวไปเลย มารู้ทีหลังว่ามันย้ายกลับไปอยู่กรุงเทพฯ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะต้องสนใจ เพื่อนที่คิดจะแย่งแฟนเพื่อนแบบนี้องศาเหนือไม่คบครับ

"เพื่อนเก่ามึงเหรอ"

"แค่เคยรู้จัก"

"แล้วทำไมมึงต้องตกใจตอนเห็นหน้ามันด้วยวะ"

"ไม่คิดว่าจะเจอไอ้นั่นที่นี่ไง"

"มึงไม่ถูกกันมาก่อนเหรอ"

"กูเกลียดขี้หน้ามัน"

"อ้าวเหรอ แต่ขี้หน้านั้นก็หล่อดีนะ"

"วู้! กูกลับล่ะ เดี๋ยวกูไปส่งหอใน"

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวนั่งรถไฟฟ้าไปเอง"

อย่าคิดว่ามหาลัยเรามีการสัญจรกันโดยรถไฟฟ้าที่ลอยอยู่บนฟ้าจริงๆ มันคือรถที่ชาร์ตจากพลังงานไฟฟ้าที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสองกิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งหลิวและแพทต่างใช้มันเป็นพาหนะจากหอในมาอาคารเรียนซึ่งผมเป็นห่วงเหลือเกินว่าสองคนนี้จะมาเรียนทันหรือเปล่า มาเรียนที่นี่มีมอเตอร์ไซค์ไว้แวนซ์ถือว่าดี

"เออไปเหอะ ไปส่ง"

"เออ ใส่กระโปรงก็จะให้ซ้อนมอไซค์เนอะ"

"มึงไม่ต้องมาเป็นกุลสตรีอะไรตอนนี้" ผมว่าขณะเดินไปที่จอดมอไซต์ แต่ก่อนที่จะไปถึงก็เห็นไอ้บูรพากำลังเปิดประตูรถกระบะสี่ประตูสีดำเงาวิ้งที่จอดอยู่ใกล้ๆ

"กูไปส่งหอเปล่า"

"เสือก"

ผมรีบจ้ำอ้าวไปที่จอดมอเตอร์ไซค์

"ไอ้เหนือไม่ไป แต่เราอยากไปนะ"

"ได้ดิ เดี๋ยวเราไปส่ง"

"ไอ้หลิวมานี่!" ผมวิ่งกลับไปกระชากไอ้หลิวที่กำลังเสนอตัวให้ไอ้บูรพาไปส่ง มึงจะทรยศเพื่อนรักสายแวนซ์มึงเพราะเห็นว่าไอ้กระบะสี่ประตูนั่นดีกว่าฟีโน่กูไม่ได้นะ!

"โอ๊ย! เบาๆ แขนจะขาด"

"มึงจะไปกับมันไง๊?"

"ก็มันหล่อ"

"เพื่อนเลว มึงเดินไปรอรถไฟฟ้าหน้าคณะเลย"

"โค๊ะ! มึงนิ บอกจะไปส่งก็ไปเลย!"

"มันหล่ออยู่มั้ย?"

"เออ ไม่หล่อ น่าเกลียดมาก"

เชอะ...ผมได้ยินเสียงหลิวหัวเราะเบาๆ ตอนที่ขึ้นมาซ้อนมอเตอร์ไซค์ ขี่มอเตอร์ไซค์นี่ไวจนมึงต้องก้มกราบฟีโน่กูเลยแหละ ขับรถยนต์มึงก็ไปติดอยู่ตรงทางออก ยิ่งช่วงเย็นๆ รถเยอะๆ นะไม่ต้องพูดถึง จอดรถไว้แล้ววิ่งลงไปซื้อเครปตึกวิทย์แพทย์ฯ กินยังทันเลย ผมขับออกมา เห็นรถไอ้บูรพาจอดติดอยู่ที่ประตูมหาลัย จึงใช้ความคล่องตัวของมอเตอร์ไซค์บิดแซงรถมันไป  เหอะ! อย่ามาแหยมกับสายแวนซ์!

...

 

หลังจากกลับมาหอพัก แถวๆ หลังมอ ผมก็มานอนเล่นแล็ปท็อปอยู่บนเตียงอย่างเปื่อยๆ แพทสั่งผมลบเกมในเครื่องทิ้งหมด เพราะไม่อยากให้หมกมุ่นเหมือนตอนมัธยมต้น เล่นจนไม่เป็นอันเรียนพ่วงมาด้วยความสายตาสั้นชนิดที่ถ้าถอดคอนแทคก็เห็นคนกลายเป็นเงา ลำบากสุดก็จุดนี้

"ตื้ด...ตื้ด..."

ผมคว้ามือถือที่มีสายโทรเข้าขึ้นมาดู ก่อนจะเห็นว่าเป็นแพท วันนี้ไม่ได้ไปหาแพทที่หอในเพราะนางบอกว่ารุ่นพี่นัดน่าจะเลิกช้า ผมรีบกดรับสายทันที

"ฮัล...ตู๊ด...ตู๊ด..."

อ่า...ให้โทรกลับสินะ

ผมหยิบหูฟังมาเสียบ แล้วกดโทรกลับไปหาแพท เพราะปกติจะคุยกันนานๆ  ขี้เกียจถือ

(กินข้าวยัง) เริ่มต้นด้วยเรื่องกิน

"กินแล้ว แพทอะ"

(กินแล้ว ร้านเดิม)

"ชอบจังนะร้านนั้นอะ"

(ถูกและดี เออนี่ พรุ่งนี้เปิดเทอมวันแรก ห้ามสายนะ...)

และต่อด้วยเรื่องบ่น วันไหนไม่บ่นนี่คือแพทตัวปลอม

(เสื้อผ้าเตรียมไว้เรียบร้อยยัง)

"อือ"

(แล้ววันนี้เป็นไงมั่ง รู้จักเพื่อนบ้างยัง)

"ก็รู้จักบ้าง เออแพท มีเรื่องช็อกเล่าให้ฟัง"

(เรื่องไร?)

"เราเจอไอ้บูรพาด้วย"

(ใครนะ)

"ไอ้บูรพา"

(อ้าว...เรียนที่นี่เหมือนกันเหรอ)

"แค่ที่นี่จะไม่เดือดร้อนเลย แต่นี่เรียนคณะเดียวกัน เอกเดียวกันไปอีก"

(อ่อ...)

"โคตรซวยเลยนึกว่าชาตินี้จะไม่ได้เจอมันแล้ว นี่หวังว่าคงไม่ตีกันหน้าแหกอีกรอบนะ"

(เฮ้ย อย่ามีปัญหากันนะ)

"โลกแม่งกลมจนน่ากลัว"

(ก็แค่เรื่องบังเอิญแหละ ต่างคนต่างอยู่ไป เออเหนือ แค่นี้ก่อนนะ เรายังไม่ได้รีดผ้าเลยอะ เดี๋ยวอาบน้ำนอนล่ะ รูมเมทนอนหมดแล้ว)

สี่ทุ่มเนี่ยนะ!

(เดี๋ยวไว้คุยกันพรุ่งนี้นะ)

"โอเค"

ผมมองดูเวลาคุยสายบนหน้าจอหลังจากแพทวางไป ห้าสิบเจ็ดวินาที สั้นทำลายสถิติ ผมดึงสมอลทอร์คออกจากหู รู้มั้ยกว่าจะแกะหูฟังที่มันพันกันเนี่ย มันใช้เวลาขนาดไหน แล้วหยิบมันมาใช้เพื่อคุยกันห้าสิบเจ็ดวินาทีเนี่ยนะ!

วู้! หงุดหงิดแฟน

ผมทิ้งตัวลงไปบนที่นอน แล้วหยิบมือถือมาเลื่อนดูนั่นดูนี่ ก่อนจะเห็นอินสตราแกรมแอคเคาท์หนึ่งที่ติดตามไว้นานมาก เป็นแอคฯ ที่โพสท์รูปสวยๆ กับแคปชั่นกระแทกหัวจิตหัวใจขนาดน้ำตาเกือบไหลออกมาได้เลย ผมมองภาพและแคปชั่นล่าสุดที่ถูกโพสท์

 

 

Sundaynight01 ในทุกๆ ความบังเอิญมันอาจเป็นความตั้งใจของโชคชะตา


 

อย่างที่ผมบังเอิญกลับมาเจอกับไอ้บูรพานี่ก็เป็นเพราะโชคชะตาว่างี้ เหอะ! โชคชะตาผีบ้าอะไรล่ะ เขาเรียกซวยครับ ซวย! แต่ก็เอาเหอะ เพราะชอบแอคฯ นี้ก็เลยจิ้มหัวใจลงไป ถ้าไม่ติดว่าเป็นแฟนกับแพท จะตามจีบไอ้เจ้าของไอจีแอคฯ นี้ล่ะ

"ติ๊ง"

 

ผมกดเข้าไปดูไลน์จากแพทที่ส่งมา

 

แพท: นอนได้ล่ะ เดี๋ยวตื่นสาย


 

โอ้โห...จะตามมาบ่นยันในฝันเลยมมั้ยแม่คุณ ทำเหมือนเป็นเด็กอนุบาลไม่รู้จักเวล่ำเวลาไปได้ ผมจิ้มแป้นพิมพ์มือถืออย่างเดือดนิดๆ ตอบกลับไป

 

องศาเหนือ : นอนแล้วจ้า ฝันดีนะ

 

อย่าริอาจหาญจะเป็นพ่อบ้านใจกล้า จงบูชาแฟนประหนึ่งมารดา นี่คือคาถาเอาตัวรอดที่พ่อสอนมาตลอด แมนๆ เขาไม่เถียงแฟนกันหรอกครับ

...

เปิดเทอมวันแรกบอกแล้วว่าไม่สาย ผมเดินเข้ามาถึงอาคารเรียนด้วยชุดนิสิตถูกระเบียบพร้อมห้อยป้ายใหญ่เท่าผนังบ้าน บรรยากาศวันแรกครึกครื้นอย่างที่คิด เสียงคุยดังลั่นตึกเหมือนไม่ได้เจอกันนานเป็นปี ไอ้หลิวตื่นเต้นกว่าผมไลน์มาบอกว่ามาถึงห้องเรียนตั้งแต่เจ็ดโมง รีบขนาดไหนถามใจหลิวดู ผมกำลังจะหยิบมือถือขึ้นมาดูตารางสอนที่แพทแคปเอาไว้ให้ แต่ก็มีสายโทรเข้ามาซะก่อน

พ่อ

พ่อโทรมาทำไมแต่เช้าเนี่ย ผมหลบมุมมาหาที่เงียบๆ ก่อนจะกดรับสายพ่อ

"ว่าจะใดป้อ" [ว่าไงพ่อ]

สำเนียงท้องถิ่นมาเลยกู สำนึกรักบ้านเกิดขึ้นมาเลย

(เปิดเทอมวันแรกแม่นก่อ)[เปิดเทอมวันแรกใช่มั้ย]

"อื้อ"[อื้อ]

(ชุดนิสิตมันหล่อก่อ ถ่ายฮูปมาฮื้อป้อผ่อกำลุ๊) [ชุดนิสิตมันหล่อมั้ย ถ่ายรูปมาให้พ่อดูหน่อยสิ]

"มะแลงหนาป้อ ต๋อนนี้บ่าได้ คนนัก" [ตอนเย็นนะพ่อ ตอนนี้ไม่ได้ คนเยอะ]

(จะอายอะหยัง ถ่ายมาโวยๆ) [จะอายอะไร ถ่ายมาเร็วๆ]

โอ๊ย! พ่อกู

ผมหันซ้ายหันขวาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ใครมองอยู่ แล้วยกมือถือขึ้นถ่ายรูปตัวเอง ต้องมายืนเซลฟี่ในที่สาธารณะผู้คนพลุกพล่านเนี่ยมันไม่ใช่สไตล์องศาเหนือเลยนะพ่อ

ผมกดส่งไปให้พ่อทางไลน์ ก่อนพ่อจะพิมพ์กลับมา

พ่อ : เอาเต๋มๆตั๋วก่า [เอาเต็มตัวสิ]


ยังไม่สาแก่ใจคุณชายลิปดา แค่นี้ก็อายมากแล้วนะพ่อ แล้วอยู่คนเดียวกูจะไปถ่ายเต็มตัวได้ยังงาย! ผมใช้ความพยายามในการตั้งมือถือเอาไว้บนขอบเสา แล้วกดตั้งเวลาถ่าย ก่อนจะรีบวิ่งมาตั้งท่า

"เชี่ย!"

ผมวิ่งเข้าไปคว้ามือถือที่กำลังจะร่วง ก่อนจะวางมันลงที่เดิม และใช้ความพยายามอีกครั้ง

เพื่อพ่อท้อไม่ได้

ผมเดินกลับไปตั้งท่า ก่อนจะชะงักกึกเมื่อไอ้บูรพาเดินเข้ามาหยิบมือถือของผม

"เดี๋ยวกูถ่ายให้"

"กูไม่..."

"แชะ!"

"ไอ้บูรพา!"

"แชะ!"

"ยิ้มหน่อย"

ผมฉีกยิ้มมองกล้องก่อนมันจะกดถ่าย

"แชะ!"

เดี๋ยว!  นี่ไปบ้าจี้ยิ้มตามมันทำไม มันหัวเราะนิดๆ แล้วยื่นมือถือคืนให้

"เห่อเหมือนกันนะมึง"

"กูส่งให้พ่อดูต่างหาก"

"อ๋อ รูปสุดท้ายหล่อสุด" มันพูดแค่นั้นก่อนจะเดินเข้าตึกไป ผมเลื่อนดูรูปก่อนจะกดรูปสุดท้ายส่งให้พ่อ ไม่ได้เชื่อมันนะ แต่มันเป็นรูปเดียวที่ผมทำหน้าปกติสุด

พ่อ : หล่อแต้ว่า ลูกไผกะบ่าฮู้ ตั้งใจ๋เฮียนหนา [หล่อจริงๆ ลูกใครก็ไม่รู้ ตั้งใจเรียนนะ]

องศาเหนือ : ค้าบ อย่าลืมโอนสตังค์มาเด้อ เยิ๊บๆ [ค้าบ อย่าลืมโอนตังค์มาให้ด้วย เยิ๊บๆ]


ผมกดออกไลน์ และเปิดเข้าไปดูตารางสอน ก่อนจะต้องกระพริบตาถี่ยิบเพราะไม่เข้าใจตัวเลขมากมายบนตารางสอนนั้น

      001211

(3) 49,QS 3204

 

บรรลัยแดก! นี่มันตารางสอนของเอเลี่ยนดาวไหนเหรอ กูจะเข้าใจอะไรจากตัวเลขพวกนี้ เอามาให้แทงหวยหรืองาย! แพทเคยบอกว่าไงนะ

"...ข้างหน้าเป็นชื่อตึก เลขนี่คือเลขชั้น แล้วก็ห้อง มันจะมีผังตึกอยู่ตรงบันไดอะ หาไม่เจอก็ไปดูตรงนั้น..."

ข้างหน้าไหนวะ นี่เหรอ 001211 นี่เหรอ คือตึก00 ชั้น12 ห้อง11 งี้เรอะ จะบ้าเหรอ ตึกมันมีแค่สี่ชั้น หรืออันล่าง (3) 49,QS 3204 ตึก 3 ชั้น 49 ป้อคิงดิ!

เอาแล้วกู จะมาสายเพราะไอ้ตารางสอนต่างดาวนี่แหละ ผมกดมือถือโทรหาหลิวก่อน โทรหาแพทโดนบ่นแน่

(ไอ้เหนือ กูตื่นเต้นขี้แตกอยู่ เจอกันที่ห้อง)

ห้องอะไรล่ะมึง! โอ๊ย ชีวิต

ผมเดินไปที่บันไดก่อน ก่อนจะหันไปเห็นผังตึกอย่างที่แพทบอก แต่ก็ยืนเอ๋ออยู่สามอึดใจ

กูดูผังไม่เป็นจ้า...จ้า...

ขณะที่กำลังยืนไว้อาลัยให้ความโง่เง่าของตัวเอง ก็หันไปเห็นไอ้บูรพาเดินกินแซนด์วิชหน้าตาเฉยผ่านหน้าไป เหมือนมันจะหันมาเห็นผมพอดี

"หาห้องเรียนไม่เจอเหรอ"

"กูรอเพื่อนอยู่" ผมพูดปัดๆ มันพยักหน้าเบาๆ แล้วเดินไป

เพื่อนห่าอะไรล่ะ เพื่อนที่มีก็ขี้อยู่ไหนก็ไม่รู้ตอนนี้ ผมตัดสินใจค่อยๆ เดินตามไอ้บูรพาไป อาศัยความผู้คนพลุกพล่านเดินตามมันห่างๆ จนมาถึงห้องเรียน  ผมรอให้มันเข้าไปก่อน ก่อนจะเดินไปที่หน้าประตู ไม่ทันที่จะถอดรองเท้าไอ้บูรพาก็เดินออกมา ผมตกใจนิดหน่อยแต่รีบถอยออกมาจากหน้าประตู แต่ไม่พ้นสายตามัน

"มึงตามกูมาเหรอ"

"เปล่าซะหน่อย ใครตาม จะตามทำไม กูก็มาเข้าห้องเรียน และมึงจะไม่เรียนหรือไง จะออกไปไหน"

"กูมาห้องผิด"

เชี่ย!

"ห้องอยู่ทางโน้น มานี่" ไอ้บูรพาดึงกระเป๋าผมให้เดินตามมันไปเข้าห้องอีกฝั่ง ไอ้สัด...กวาดหน้าที่แตกละเอียดมาให้กูด้วยนะ

"ไอ้เหนือ มานั่งนี่ๆ"

ผมเดินไปนั่งข้างๆ หลิวที่นั่งอยู่กับเพื่อนๆ คนอื่น ส่วนไอ้บูรพาแยกไปนั่งกับกลุ่มผู้ชายที่มีน้อยนิดเหลือเกิน พอมันรวมตัวกันดูๆ ไปก็คล้ายกับทีมอเวนเจอร์ประจำเอก ผมหันไปมองเพื่อนที่นั่งอยู่แถวเดียวกัน ไอ้หลิว ไอ้หนุ่มขนตาหนาเด้ง น้ำหวาน บีบี เออ...กูคบกับแก๊งชะนีก็ได้เว้ย!

 "ไอ้เหนือ ทำไมมาพร้อมบูรพาวะ"

"บังเอิญ" ผมตอบสั้นๆ

ความบังเอิญที่น่าจะเป็นความตั้งใจของโชคชะตาน่ะ โชคชะตาเลวร้ายมากด้วย!


to be continued.


__________________________________________________________________________________________
ภาษาเหนือที่ปรากฎในเรื่อง ได้เพื่อนพันธมิตรชาวเหนือช่วยแปลให้ ผิดพลาดประการใด ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ค่า

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-12-2018 16:33:38 โดย รชา »

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-8
อ่านสนุกดีค่ะ (ตามเข้ามาอ่านเพราะเห็นชื่อเรื่องจากเด็กดี (แต่ตอนนั้นยังไม่กล้าอ่านอ่ะ กลัวค้างคาใจ) )
เข้ามาให้กำลังใจค่ะ แต่จะรออ่านทีเดียวตอนจบ (ที่จริงเราชอบเรื่องที่คนเขียนเขียนก่อนหน้านี้เกือบทุกเรื่องนะ สำนวนใช้ได้)

ออฟไลน์ magic-moon

  • magKapleVE
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 496
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-2
    • Freedom of meetups, no obligations
ไม่เอาะ ไม่เอานะ ไม่เอามาม่านะ~

ออฟไลน์ continued

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 183
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
เข้ามาอ่านเพราะชอบชื่อเรื่องค่ะ
พออ่านแล้วสนุกดี
ขออนุญาตคอมเมนต์เรื่องบอกสถานที่บอกเวลานิดนึงนะคะ ส่วนตัวเราเองจะรู้สึกแปลกๆ เวลาใช้ #..ที่... หรืออะไรแบบนี้อะค่ะ ชอบให้บรรยายอยู่ในประโยคมากกว่าตัดเป็นฉากๆมาบรรยาย


ออฟไลน์ ▶August5th◀

  • it was fate
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +184/-2
เข้ามาเพราะชื่อเรื่องเลย
น่าติดตามดีนะ เหนือเจอเพื่อนเก่าด้วย หุหุ

มาลงบ่อยๆ นะ อย่าหายไปนะครับ

ออฟไลน์ เต้าหู้ไข่

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +279/-5
    • twitter
การพบกันครั้งที่ 2
เบียบเชียร์

 

ผมต้องเข้าร่วมกิจกรรมห้องเชียร์อย่างหนีไม่ได้ แพทสั่งให้ไอ้หลิวตามติดชีวิตผมหลังเลิกเรียนและตามมาเข้าห้องเชียร์และมันก็ทำหน้าที่ของมันอย่างดีมาก ขนาดเข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดนิสิตเป็นชุดเชียร์มันก็ตามมาเฝ้าถึงหน้าห้องน้ำ กูคงจะเงะฝ้าเพดานหนีไปหรอกนะ

"ไอ้เหนือ! เสร็จยัง!"

"แป๊บหนึ่งโว้ย!" ผมตะโกนกลับไป ก่อนจะยัดเสื้อเข้ากางเกง แล้วเดินออกไปหามันที่เข้ามารอให้ห้องน้ำชาย แล้วหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปผม

"แชะ!"

"อะไรของมึงเนี่ย"

"เอาไว้รายงานแพท"

"วู้ มึงนี่..."

"ไม่ต้องด่ากูเลย ไปได้แล้ว เดี๋ยวสายนะมึง"

ผมกับหลิวและแก๊งชะนีมาที่สนามกีฬากลางซึ่งเป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมห้องเชียร์ นอกจากคณะเราแล้วยังมีคณะอื่นๆ ด้วยแต่คณะของแพทไม่ได้ทำกิจกรรมที่นี่ พวกสายวิทย์สุขภาพจะแยกไปทำกิจกรรมที่ตึกของตัวเอง กิจกรรมห้องเชียร์เริ่มตั้งแต่ห้าโมงเย็นถึงสองทุ่มของทุกวัน ยกเว้นวันศุกร์ อาทิตย์ละสี่วันนี่ไม่น้อยนะฮะ

ก่อนจะเดินขึ้นแสตนเชียร์ รุ่นพี่จัดที่นั่งด้วยการสุ่มจับตัวเลขเขียนตัวเลขเอาไว้ที่ด้านหลังป้ายชื่อห้องเชียร์ อะ นี่ป้ายที่สามล่ะ ที่ต้องเก็บรักษาไว้ให้ดีตลอดปี ดีว่าช่วงขึ้นห้องเชียร์ไม่ต้องห้อยป้ายคณะกับป้ายเอก ผมกับหลิวต้องแยกกันนั่งเพราะเลขที่สุ่มห่างกันหลายแถว ผมเดินขึ้นไปที่แสตนเชียร์เพื่อหาที่นั่งตามเลข

"เบียบเชียร์!"

เชี่ย!

ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อเสียงแสตนข้างๆ ดังขึ้น ก่อนจะหันไปเห็นว่าเป็นคณะวิศวะที่แน่นไปด้วยกลุ่มผู้ชายเสียงกึกก้อง อยู่ในชุดเชียร์สีเลือดหมูกับกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้ม ชุดเชียร์อย่างเท่อะ ถึงกับก้มมองชุดตัวเอง เสื้อเชิ้ตสีดำที่ชายเสื้อต้องยัดเข้าไปในกางเกงวอร์มสีเดียวกัน ถุงเท้าและรองเท้าผ้าใบสีขาวใหม่เอี่ยม  กูมาเข้าห้องเชียร์หรือชั่วโมงพละวะเนี่ย

"น้องคะ หาที่นั่งเจอหรือยัง?" พี่สต๊าฟคนหนึ่งเดินเข้ามาสะกิดผม   

"ยังครับ"

"ไหนเลขอะไร อะนู่น ตรงนู้นเลย ข้างๆ น้องรูปหล่อนั่น"

ผมมองตามนิ้วของพี่สต๊าฟไปก่อนจะต้องเบิกตากว้างเมื่อน้องรูปหล่อที่พี่คนนี้บอกคือไอ้บูรพา

โชคชะตามันจะตั้งใจเกินไปล่ะ

"ตรงนั้นเหรอครับพี่?"

"ใช่จ้ะ"

"ผมขอเปลี่ยนได้มั้ยอะ"

"ไม่ได้ค่ะ"

"แต่ว่า..."

"ไม่ได้ค่ะ" จากสีหน้ายิ้มแย้มเปลี่ยนเป็นนิ่งตึงและยืนยันในคำเดิม ผมจึงต้องพยักหน้าเบาๆ แล้วเดินไปนั่งข้างๆ ไอ้บูรพา อยากเอาเชือกห้อยป้ายไปแอบผูกคอตายใต้ห้องเชียร์จริงๆ

"ซวยชิบหาย" ผมพูดเบาๆ แต่ก็ตั้งใจให้มันได้ยิน

มันจึงหันมามองด้วยหางตา

"มองเหี้ยอะไร"

"อือ มองเหี้ย"

"ไอ้บูรพา ไอ้สัด มึงจะเอาช่ะ!?"

"น้องคะ ไม่เสียงดังแล้วนะคะ" พี่สต๊าฟที่ยืนอยู่ข้างๆ แถวเดินเข้ามาปราม ไอ้บูรพาไอ้แต่ยิ้มมุมปากนิดๆ แล้วหันหน้าไปมองตรง ก่อนรุ่นพี่ที่เรียกว่าพี่เชียร์จะเข้ามาเรียงแถวกัน อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับห้องเชียร์ แจกสมุดเชียร์ที่เอาไว้ล่าลายเซ็นพี่คณะ ผมไม่ได้สนใจคำพูดของพวกพี่เขาเท่าไร เพราะวุ่นวายอยู่กับไอ้กองทัพยุงที่มากัดอย่างกับกระหายเลือดมาทั้งชีวิต ผมเกลียดไอ้สิ่งมีชีวิตชนิดนี้ที่สุด แต่ยกมือขึ้นมาปัดก็ไม่ได้เพราะอยู่ในระเบียบเชียร์ หมายความว่าต้องนั่งตัวตรง ตามองตรงไปข้างหน้า ขยับเขยื้อนอะไรก็ต้องยกมือสุดแขนขออนุญาต เกิดมาก็เพิ่งเคยเจอนี่แหละ

            "ขออนุญาตตบยุงค่ะ"

            "เชิญค่ะ"

อย่างนั้นเป็นต้น...

            กูคิดว่าการสังหารสิ่งมีชีวิตอย่างพวกมึงนี่มันไม่ต้องขออนุญาตใครนะ และถ้ารุ่นพี่มันเสือกไม่อนุญาต ก็ต้องปล่อยให้ยุงมันกัดเฉกเช่นนั่งบริจาคเลือดให้มันถูกมั้ย? อะเมซิ่งห้องเชียร์

"เบียบเชียร์!"

ก็เบียบอยู่นี่งาย...

"เบียบเชียร์!"

คำสั่งเข้าระเบียบเชียร์ดังขึ้นซ้ำๆ คงเพราะมีบางคนในที่นี่ยังนั่งไม่เป็นระเบียบ พี่เชียร์ก็จะสั่งต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเรียบร้อย เรียนรด.ยังเกร็งน้อยกว่านี้อะ สิ้นคำสั่งสุดท้ายของพี่เชียร์ พวกเขาก็เดินแถวกันออกไป ก่อนจะมีพี่อีกกลุ่มเดินขึ้นมาแทน รุ่นพี่หน้าตาเคร่งขรึม แต่งกายถูกระเบียบเป๊ะ สวมปลอกแขนบ่งบอกสถานะ เราเรียกเขาว่าพี่วินัย หรือพี่ว้าก แต่ละคนนี่อย่างกับหลุดมาจากห้องขังคดีฆาตกรรม แฮทแท็กพี่ว้ากหล่อบอกต่อด้วยใช้ไม่ได้กับพี่ว้ากคณะกูครับ

"เบียบเชียร์อยู่ไม่ใช่หรือไง! ขยับทำไม!"

"แค่นั่งนิ่งๆ ยังทำไม่ได้เลย!"

"ก้มหน้าลงไป!"

"พี่บอกให้ก้มหน้าลงไป!"

ผมคิดว่าพรุ่งนี้คำว่าห้องเชียร์อาจจะไม่อยู่ในสาระบบขององศาเหนืออีกต่อไปก็ได้ การมานั่งหลังแข็งให้ยุงกัด ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าวแถมยังต้องมาตัวติดกับไอ้บูรพา นั่งฟังรุ่นพี่แหกปากใส่ ไม่ใช่สไตล์ว่ะ...

"ก้มหน้าลงไป จะเงยขึ้นมาทำไม!"

ก็ก้มจนจะมุดลงไปในถุงเท้าตัวเองแล้วเนี่ย จะให้ก้มไปถึงไหน!!

เสียงพี่วินัยเงียบไปสักพักก่อนจะได้ยินเสียงรัวกลอง พร้อมเสียงหวีดร้อง

"ตึ่งๆๆๆ!!!"

"วี้ดดดด!!!"

"สุขกันเถอะเรา เศร้าไปทำไม!"

เสียงสันทนาการเข้ามาแทนที่พี่วินัยพวกนั้น ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วยกขาขึ้นมานั่งขัดสมาธิหลังจากออกจากระเบียบเชียร์ เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดจากการถูกลงวินัยจึงมีการปลอบใจจากพวกพี่ๆ สันทนาการที่มาร้องเล่นเต้นสนุกๆ แต่ผมไม่บันเทิงด้วย เพราะยุงที่กัดจนอยากจะเสนอตัวเองไปเป็นผู้ป่วยไข้เลือดออกให้รู้แล้วรู้รอดไป

"อะ"

ผมหันไปมองไอ้บูรพาที่ยื่นสเปรย์กันยุงให้

"กูไม่เอา"

"เห็นนั่งหงุดหงิดมานานล่ะ"

"กูไม่ได้หงุดหงิด"

"มึงไม่ชอบยุงไม่ใช่เหรอ เอาไปเหอะ"

"กูไม่เอา"

"ดื้อเหี้ย" มันพูดแล้วฉีดสเปรย์ใส่ผม ฉีดแขน ฉีดขา ฉีดยันหัว

"เข้าตากู!" ผมว่าพลางปัดสเปรย์ที่มันฉีดมาตรงหน้า แต่ใครจะไปรู้ว่าสเปรย์กลิ่นฟลอร่าหอมฟุ้งนี่จะไล่ยุงได้จริงๆ ฝูงไอ้ตัวดูดเลือดจิ๋วได้แต่บินวนไปวนมาแต่ไม่กล้าเข้ามาเจาะผิวหนังผมเลย โอ้โห...นวัตกรรมล้ำสุดยอด

"ไอ้เหนือ"

"อะไร" ผมตอบรับมันตอนที่ยกมือจับยุงที่บินผ่านหน้า พ่อครับ ผมจับยุงด้วยมือเปล่าได้ด้วยแหละ!

"มึงยังโกรธกูอยู่อีกเหรอ"

ผมปล่อยยุงในมือแล้วหันไปมองมัน

"มึงถามทำไม ในเมื่อก็รู้อยู่แล้ว สิ่งที่มึงทำ มันควรหายโกรธง่ายๆ มั้ยล่ะไอ้ควาย"

"โกรธนานขนาดนั้นเลยเหรอวะ"

"ก็มึง..."

"เบียบเชียร์!"

ไม่ทันจะพูดอะไรต่อ เบียบเชียร์นรกก็ดังขึ้นให้หลังแข็งอีกรอบ พี่เชียร์กลับขึ้นมาชี้แจงในช่วงสุดท้ายของกิจกรรม เสร็จจากนี่คิดว่าจะได้กลับไปทิ้งตัวลงที่นอน แต่รุ่นพี่เอกยังนัดไปเจออีกนะ มีปุ่มสคิปไปปีสี่เทอมสองเลยป่ะครับ ขอด่วนเลย

 

            …

 

ผมมานั่งอยู่ที่โถงคณะเพื่อรอรุ่นพี่ที่นัดเอาไว้ ระหว่างนั้นพวกเพื่อนๆ ก็นั่งกินข้าวที่ทางคณะแจกให้ฟรีหลังเลิกห้องเชียร์ แต่ผมมองไม่เห็นความอร่อยจากข้าวผัดไข่แห้งๆ กับเศษแตงกวาเหี่ยวๆ มึงอย่าริอาจเรียกตัวเองว่าข้าวผัดเลย มึงคือวิญญาณข้าวคลุกกับเศษไข่ สำนึกตัวเองเอาไว้ด้วย

"กินดิเหนือ อร่อยนะ" หนุ่มบอกกับผม ขณะที่แก๊งชะนีก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย

"ไม่เอาอะ กูกลับไปต้มมาม่าแดกยังรู้สึกดีกว่านี้"

"ไอ้เหนือมันเป็นคนเรื่องมากอะ" หลิวพูดแทนให้ ซึ่งผมไม่เถียง

"เออ ตอนเราเดินมาที่คณะ ได้ยินพี่เขาคุยกันว่าจะให้เหนือไปคัดตัวหลีดด้วยนะ"

ผมเงยหน้าไปมองบีบีที่พูดขึ้นมา

"หลีดคืออะไรวะ"

"ไอ้ควาย!"

หลิวมันไม่เคยตาย ถึงได้หันมาด่ากันแบบนั้น เดี๋ยวกูโบกให้ข้าวพุ่งจากปากเลย

"เชียร์ลีดเดอร์ไง ผู้นำเชียร์อะ ที่ออกไปโชว์ตอนแรกไง"

"อ๋อ แล้วมันมีเพื่ออะไรวะ"

ผมมีสิทธิ์สงสัยนะ แต่ทุกคนสามัคคีกันกลอกตาขึ้นบนแรงมาก ราวกับว่าที่นั่งอยู่นี่คือตัวโง่

"กูเห็นออกไปยืนแกว่งแขนกันอยู่งั้นอะ ไม่เห็นเกิดไรขึ้นเลย กูไม่เอาด้วยหรอก เมื่อยตายห่า"

"โหย ลองดูดิเหนือ"

"อย่าพยายามกล่อมเลยหนุ่ม ขนาดให้มันถือป้ายงานกีฬาสีที่โรงเรียนเก่ามันยังไม่เอาเลย ตื๊อมากๆ มันกระโดดถีบเลยนะ แถมโดดกีฬาสีสามวันรวด ไม่เลวจริงทำไม่ได้นะ"

"ก็กูไม่ชอบ นั่งหายใจเฉยๆ กูก็เหนื่อยล่ะให้กูไปทำกิจกรรมบ้าบอ กูไม่เอาด้วยอะ"

"น้องเหนือ" เสียงรุ่นพี่คนหนึ่งเรียกผม ขณะที่เดินเข้ามาที่โต๊ะเรา

"ผมไม่เป็นหลีดครับ"

"โอ้โห...ยังไม่ทันเกริ่น"

ผมหัวเราะแห้งๆ กูตัดบทก่อนครับ ถือว่าชนะ

"พี่ไม่ได้มาชวนไปเป็นหลีด แต่จะให้เหนือเป็นตัวแทนเอกไปประกวดเดือนคณะ"

"ไม่เอาอะพี่ ผมไม่ชอบ"

"แต่เหนือหล่อนะ"

"ผมรู้ว่าหล่อ แต่ไม่ชอบอะครับ พี่ไปเอาไอ้บูรพาดิ ไอ้บูรพาอะ มันเล่นกีตาร์ได้ด้วยนะ มีความสามารถๆ" ผมชี้ไปที่ไอ้บูรพาที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอีกตัว

"บูรพาก็บอกให้มาเอาเหนือนี่แหละ"

โยนมาให้กู กวนตีนนะมึง

"หนุ่มไง มึงก็หล่อนะ" ผมหันไปหาไอ้หนุ่ม อันที่จริงมันก็จัดว่าหล่ออะ ขัดใจก็เพียงขนตาหนาเด้งนี่แหละ ใครมีเมคอัพรีมูฟเวอร์เหลือๆ ก็บริจาคมาให้มันล้างมาสคาร่าหน่อยเหอะ

"จะบ้าเหรอเหนือ เราจะลงประกวดดาวเทียม"

"ดาวเทียมคืออะไรวะ?"

"ตำแหน่งของกระเทยอะ เราสวย เราเป็นเดือนไม่ได้" ที่จริงมึงก็ชื่อหนุ่ม มึงไม่ควรโตมาเป็นสาวนะ

"ไม่ต้องซีเรียสหรอกน้องเหนือ เป็นแค่ตัวแทนเอกเอง ถ้าเอกอื่นหล่อกว่าเขาก็ชนะไป"

"โห่พี่ อย่าเอาผมเลย นอกจากหน้าตาดีก็ไม่มีอะไรดีเลย จริงๆ นะพี่" ผมสะกิดหลิวให้มันช่วยพูด เพื่อนรักอย่างหลิวแค่มองตาก็เข้าใจ

"ใช่ค่ะพี่ ไอ้เหนือมันไม่มีความสามารถพิเศษอะไรเลย โง่ด้วย เรียนก็ห่วย นิสัยก็ไม่ดี ควบคุมอารมณ์ก็ไม่เป็น ไอ้นี่มันหล่อไร้สติ ส่งประกวดไปก็อายเขาค่ะ"

ไอ้นี่ก็ใส่เต็มซะผมรู้สึกชีวิตหมดค่าหมดราคา นี่กูเกิดมาทำไม?

"งั้นเดี๋ยวพี่ไปคุยกับเพื่อนอีกที แต่ถ้าไม่มีใครจริงๆ ก็คงต้องเป็นเหนืออะ ถือว่าช่วยเอกหน่อยนะ"

ใครก็ได้เอามีดมากรีดหน้าที อยากเสียโฉม อยากขี้เหร่ เกิดมาหล่อนี่ลำบากใจจริงๆ...

"ปีหนึ่งและรุ่นพี่ เดี๋ยวให้เวลาอีกห้านาทีแล้วมารวมกันตรงนี้นะคะ"

ผมลุกเอาข้าวกล่องไปทิ้งที่ถังขยะหน้าห้องน้ำ แล้วหันไปเห็นเพื่อนร่วมเอกคนหนึ่งที่เดินเข้าห้องน้ำไป โอ้โห...หล่อออร่ามาก มีผู้ชายคนนี้อยู่ในเอกด้วยเหรอวะ ผมเดินตามมันเข้าไปในห้องน้ำ แล้วยืนมองมันผ่านกระจก นี่แหละ โหงวเฮ้งเดือนคณะต้องหน้าตาแบบนี้แหละ

"มึงอยากดูปิ๊กกาจูกูเหรอ"

"พ่อมึงดิ!" ปากไวของผมตอบกลับไปอย่างไวด้วยคำหยาบ ไม่สมควรเท่าไรสำหรับการพบกันครั้งแรกนะ 

"ก็เห็นมึงมายืนมองอยู่ได้"

"พี่ปีสองเขาได้มาขอให้มึงเป็นตัวแทนเอกประกวดเดือนหรือเปล่า"

"เปล่านี่ กูเพิ่งมา เขาหาคนประกวดกันอยู่เหรอ"

"อือ พี่เขาจะเอากูอะ แต่กูไม่อยาก มึงเป็นตัวแทนได้ป่ะ?" ผมไม่รู้ว่ามันชื่ออะไร เพราะไอ้นี่เปรี้ยวไม่ห้อยป้ายชื่อ

"กูก็ไม่อยาก"

"แต่มึงหล่อนะเว้ย"

"ไม่เอาอะ ขี้เกียจ"

"กูกราบล่ะ" ไม่พูดเฉยๆ ยกมือขึ้นมาไหว้มันด้วย ขอร้องกันขนาดนี้ก็ใจอ่อนหน่อยเหอะพ่อคู๊ณ

"ให้กูจูบทีหนึ่งดิ เดี๋ยวกูประกวดให้"

"ฮะ?"

"เอามั้ย?"

ถ้าให้มันจูบ ผมก็ไม่ต้องไปประกวดอะไรนั่นใช่มะ...แต่เดี๋ยวนะ ริมฝีปากกูบริสุทธิ์! ขนาดคบกับแพทมาสามปี ยังไม่เคยแตะปากแพทเลย หวงเนื้อหวงตัวหวงปากมาก หอมแก้มนิดเดียวยังเสี่ยงโดนตบ แล้วอีกอย่าง ไอ้หล่อนี่มันเป็นผู้ชาย เรื่องอะไรกูจะยอมให้ผู้ชายอย่างมึงมาเปิดบริสุทธิ์ปากกู ไม่มีทาง!

"อื้อ!"

ผมกรีดร้องอยู่ในใจเมื่อไอ้หล่อนั้นดันผมติดกำแพงห้องน้ำแล้วประกบปากเข้ามาตอนที่ไม่ทันตั้งตัว ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ สิ่งที่เคลื่อนไหวในวินาทีถัดไปคือลูกกะตาที่กลอกไปมองคนที่เดินเข้ามาในห้องน้ำ 

"เอ๊ย! โทษทีว่ะ"

ไอ้หล่อนี่ถอนจูบออกไปพอดีจังหวะที่ไอ้เจ้าของเสียงขอโทษนั่นเดินเข้ามา

"ไม่เป็นไร เสร็จพอดี"  มันว่าแล้วเดินออกจากห้องน้ำไป

ผมทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นตอนที่สติยังไม่กลับมา 

"ถึงกับทรุดเลยเหรอวะ"

"ฮะ?" ผมเงยหน้าไปมองคนที่เดินเข้ามา

สัด...ไอ้บูรพา

แต่ช่างหัวไอ้บูรพาไปก่อนเหอะ เมื่อกี้คืออะไร โดนขโมยจูบ  จูบแรกกูด้วย! โฮ อุตส่าห์ทะนุถนอม บำรุงริมฝีปากด้วยลิปบาร์มเป็นอย่างดีเพื่อวันหนึ่งกูจะบรรจงจูบแพทด้วยริมฝีปากนิ่มชมพูของกู แล้วมึงเป็นใครเสือกมาเปิดซิงริมฝีปากกูเนี่ย ไอ้เชี่ย!

"ไอ้บูรพา"

"ฮึ?"

"กูโดนข่มขืนอะ!"

"ข่มขืนอะไร แค่จูบเนี่ย"

"ข่มขืนปากกูไง! ไอ้นั่นมันจูบ..." ผมว่าแล้วลุกพรวดไปเปิดน้ำล้างปาก โอ้โห! ใครจะไปรู้ว่าชีวิตต้องมาเสียเอกราชจูบแรกให้ไอ้หน้าหล่อที่ไม่รู้จักชื่อด้วยซ้ำ 

"หึๆ"

ผมหันขวับไปมองไอ้บูรพาที่ยืนหัวเราะอยู่

"มึงขำอะไร!"

"เปล่า"

"มึงอย่าบอกใครนะเว้ย!"

"เออ" มันรับคำสั้นๆ แล้วเดินออกจากห้องน้ำไป ผมเดินตามไปด้วยเพราะไม่ไว้ใจคำรับปากส่งๆ ของมัน

"มึงอย่าบอกใครนะไอ้บูรพา"

"เออ ไม่บอก"

"มึงห้ามเลยนะ ถ้ามึงพูดมึงโดนดีแน่"

"เออ ไม่พูด"

"แน่ใจนะมึง!"

"เอ๊ะ! มึงนี่พูดไม่รู้เรื่อง เดี๋ยวกูก็จับจูบอีกคนหรอก"

ไอ้ห่านี่ก็วิปริตขึ้นมาอีกคน!

 

to be continued.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-04-2020 09:54:22 โดย เต้าหู้ไข่ »

ออฟไลน์ เต้าหู้ไข่

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +279/-5
    • twitter
การพบกันครั้งที่ 3
เป็นการห่างกันทางความรู้สึก
         

ผมเริ่มเข้าใจตารางสอนเอเลี่ยนและหาห้องเรียนด้วยตัวเองเจอ กราบคนวางผังตึกเลย คือแม่งซับซ้อนแบบขึ้นบันไดผิดชีวิตเปลี่ยนกันเลยทีเดียว ผมเดินเข้าไปในห้องตามตารางสอน พอเปิดประตูเข้าไปเห็นสุภาพสตรีนั่งกันอยู่เกือบครึ่งห้อง แถมยังห้อยป้ายคณะอื่นด้วย

เดี๋ยวนะ...

สตรีเยอะจนต้องถอยออกมาดูตารางสอนหน้าห้องกับในมือถือให้แน่ใจว่ามันตรงกันหรือเปล่า ทั้งรหัสวิชากับเลขห้องก็ตรงกันเป๊ะ ไอ้หลิวมันลงทะเบียนวิชาอะไรให้วะเนี่ย

"เหนือ มาแล้วเหรอ"

ผมหันไปมองไอ้หลิวและแก๊งชะนี

"มึง นี่วิชาอะไรวะ ทำไมมีคณะอื่นด้วยอะ"

"วิชาม.อะมึง เป็นวิชาที่ทุกคณะต้องเรียน ก็ต้องเรียนรวมกับคณะอื่นด้วยไม่แปลก ไม่ต้องงง เข้ามา"

ผมพยักหน้าเบาๆ แล้วเดินตามพวกเพื่อนเข้าไป ผมหันไปมองผู้หญิงแถบนั้นที่ห้อยป้ายรูปเข็มฉีดยาบ่งบอกว่าเป็นคณะพยาบาล จึงไม่แปลกที่จะเต็มไปด้วยผู้หญิงแบบนี้ ไหนสแกนซิ มีน่ารักๆ ให้มองให้ชื่นใจหน่อยมั้ย

"มองอะไรไอ้เหนือ"

"เรียนกับพยาบาลนี่ก็น่าสนุกนะ"

"เดี๋ยวกูฟ้องแพท"

"โห่ กูมองเฉยๆ"

"เดี๋ยวกูจิ้มคอนแทคเลนส์หลุดเลย" ผมโยกหัวหนีนิ้วไอ้หลิวที่ทำท่าจะจิ้มเข้ามาจริงๆ ผมไม่ได้เจอแพทมาสองสามวันแล้ว เวลาว่างก็ไม่เคยตรงกัน ตอนเย็นหลังจบห้องเชียร์ก็แยกย้ายกันกลับหอ แถมแพทดูจะมีการบ้านและงานเยอะกว่าผมมาก ก็เลยไม่ค่อยได้คุยกัน

"เฮ้ย นั่งด้วยนะ"

ผมหันไปมองแก๊งอเวนเจอร์ประจำเอกที่เดินเข้ามา ผมพยักหน้าหน่อยๆ ให้บอมบ์ คนที่เอ่ยทักอย่างไม่ได้คิดอะไร เก้าอี้แถวอื่นเต็มหมดแล้วด้วย แต่ก็พบว่าคิดผิดมากที่อนุญาตให้พวกมันมานั่งด้วย เพราะคนที่เดินเข้ามานั่งข้างๆ ผมไม่ใช่ไอ้บอมบ์ คนที่ถาม แต่เสือกเป็นไอ้บูรพา

"เฮ้ย มึงมานั่งนี่ทำไม"

"ก็มึงบอกให้นั่งได้"

"กูบอกให้ไอ้บอมบ์นั่ง ไม่ได้บอกให้มึงนั่ง"

"ก็แถวอื่นมันเต็มหมดแล้ว"

"ไปนั่งกับพื้นไป๊!"

"โอ๊ยๆๆ อะไรของมึงสองคนวะ เจอกันทีไรก็กัดกันทุกที นั่งๆ ไปเหอะ จะได้เวลาเรียนแล้ว ไอ้เหนือมึงก็อย่าเยอะ!"

ผมหันขวับไปหาหลิว มึงเพื่อนใครกันแน่เนี่ย!

ไอ้บูรพายักไหล่หน่อยๆ แล้วนั่งลงข้างๆ ผม และโต๊ะมันติดกันเป็นพรืด ไม่ได้ห่างกันเหมือนโต๊ะสมัยมัธยม เขยิบหนีก็ไม่ได้ ต้องมานั่งไหล่ติดกับมันตลอดคาบ อี๋! รังเกียจ! 

ก่อนจะถึงเวลาเรียน อาจารย์ประจำวิชาก็เดินเข้ามา พร้อมกับไอ้หล่อ ที่มารู้ชื่อทีหลังว่า ไกด์ ไอ้โจรขโมยจูบที่ครองตำแหน่งเดือนเอก มันเดินตามอาจารย์เข้ามาแบบเปรี้ยวๆ ป้ายก็ไม่ห้อยไอ้บ้านั่น

"เรียกผัวมานั่งด้วยมั้ย?"

ไอ้บูรพากระซิบข้างหูผม

"ไอ้สัด!"

ผมตะคอกเสียงดังขณะที่ห้องเงียบกริบ เสียงผมจึงดังกึกก้อง สุภาพสตรีว่าที่พยาบาลหันมามองผมเป็นตาเดียว อะ...เด่นเลยกู

"แหม่...ต้อนรับกันรุนแรงเหลือเกิน" เสียงอาจารย์หน้าห้องดังแทรกความเงียบขึ้นมา ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ ของเพื่อนนิสิต ผมได้แต่ยกมือไหว้และยิ้มแห้งๆ ก่อนจะหันไปมองไอ้บูรพาตาขวาง แล้วสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง

ทันทีที่อาจารย์เริ่มสอน วิญญาณผมก็เริ่มหลุด เปิดชีทตามที่อาจารย์บอกด้วยจิตว่างๆ สักพักทิ่มหัวลงไปบนโต๊ะอย่างเบื่อๆ ไม่ได้ง่วงนะ แต่มันน่าเบื่อ ผมพลิกหน้าไปทางไอ้บูรพา แต่ก็ชะงักนิดหน่อยเมื่อเห็นว่ามันกำลังมองอยู่

"ง่วงเหรอ"

"เสือก" ผมด่าแบบไม่มีเสียง แล้วกำลังจะพลิกหน้ากลับไปทางไอ้หลิวแต่มันยื่นมือมากดหัวผมให้อยู่อย่างนั้น

"อะไรของมึง" โวยวายดังก็ไม่ได้เพราะไม่ประสงค์จะตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งห้องอีกรอบ 

"ไอ้เหนือ"

"เหี้ยอะไร"

"พูดดีๆไม่เป็นหรือไงวะ หยาบสัด"

"อย่ามากระแดะ ปล่อย"

"กูจะง้อมึงนะ"

ผมกระดกหัวขึ้นมา ขมวดคิ้วมองหน้ามัน

"จนกว่ามึงจะหายโกรธ"

"มึงทำไม่ได้หรอก เพราะกูคงไม่หายง่ายๆ"

"ก็ง้อไปเรื่อยๆ ไง"

"วู้" ผมสะบัดหน้าหนีมาอีกทาง ผมก็มีเหตุผลที่จะโกรธ ความโกรธมันยังฝังอยู่ในใจ แล้วก็ไม่มีความเชื่อว่าผมกับมันจะวนกลับไปเป็นเพื่อนสนิทกันได้เหมือนเดิมอีก

...

ท้ายคาบอาจารย์ต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการสั่งงานให้ทำหนังสั้นในหัวข้อ ความรักที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตในมหาวิทยาลัย ผมโง่เกินกว่าจะเข้าใจหัวข้อนั้นแม้จะอ่านวนไปแล้วสองสามรอบ ก็เลยได้แต่นั่งเงียบๆ ปล่อยให้ตัวแทนของเอกผมและฝั่งพยาบาลคุยและออกไอเดียว่าจะนำเสนอหนังสั้นออกมายังไง   

"คณะเราไม่มีผู้ชายเลยอะ งั้นฝั่งเราหานางเอกนะ แล้วฝั่งแกหาพระเอก"

"โอเค"

"แล้วเดี๋ยวเรามาคุยกันเรื่องบท แล้วก็ตัวละครอื่นๆ"

"ได้เลย"

ผมหยิบมือถือขึ้นมาไถเล่น ขณะที่เพื่อนเอกผมมารวมกลุ่มกันหาพระเอก ซึ่งจะเป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่องศาเหนือ...

"มีใครอยากเป็นพระเอกมั้ย?"

"ไอ้ไกด์ไง"

"กูอีกและ?"

"ไกด์มันต้องซ้อมโชว์ประกวด มันยุ่งแล้ว"

"เออ ยุ่งแล้ว กูขอผ่าน"

"เราว่าบูรพาหรือไม่ก็องศาเหนืออะ"

"อย่าวนมาทางกู ขอร้อง" ผมออกตัวก่อน

"มึงนี่ไม่เคยใช้หน้าตาให้เป็นประโยชน์จริงๆ"

"งั้นเรามาโหวตกันดีกว่า"

"เออ คนไทยต้องเคารพประชาธิปไตย ตกลงตามนี้นะ"

ผมไม่มีสิทธิ์เถียงไอ้พวกนี้ที่งัดระบอบประชาธิปไตยขึ้นมาอ้าง เกิดอารยะขัดขืนนี่จะกลายเป็นกบฏทันที เพราะงั้นก็เลยต้องร่วมลงคะแนนเสียงหาพระเอกของหนังสั้นวิชานี้ และผลโหวตก็ออกมาเป็นเอกฉันท์ องศาเหนือเดอะวินเนอร์มากๆ เลยกู

"ทำไมเป็นกูอะ!" ที่ต้องถามเพราะผมไม่ได้มั่นหน้าขนาดที่ว่าตัวเองหล่อที่สุดในปฐพี ถึงผู้ชายในเอกจะน้อยแต่คนหน้าตาดีก็ไม่ได้มีแค่ผมคนเดียว ควรจะเป็นไอ้บูรพามากกว่าด้วยซ้ำ

"ไอ้บูรพามันบอกว่า ถ้าใครโหวตมันมันจะชกหน้าแหก"

ไอ้สันดาน!

"งั้นตกลงเป็นองศาเหนือนะ"

"ม่าย!"

"เคารพประชาธิปไตยหน่อยมึง คนไทยหรือเปล่า ฮะ!"

อยากจะลงไปชักดิ้นชักงอ นี่มันไม่ประชาธิปไตยแล้ว นี่มันคอมมิวนิสต์ แล้วไอ้บูรพานั่นก็คือผู้นำเผด็จการที่นั่งยิ้มกวนตีนอยู่

"ฝั่งนู้นได้พระเอกหรือยัง ฝั่งเราได้นางเอกแล้วนะ นี่ลูกไม้ นางเอกเรา"

ผมหันไปมองคนที่จะมาเป็นนางเอก   

โอ้โห...เหมือนมีแสงสีชมพูประกายออกมาทั่วร่าง แค่มองก็เคลิ้มเหมือนได้วิ่งอยู่ในสวนลาเวนเดอร์ ยิ้มทีเดียวสติหลุด

"ตกลงใครเป็นพระเอกเหรอ?"

ทั้งที่อยากจะขัดขืนตำแหน่งนั้นแต่ไอ้มือทรยศมันก็ยกขึ้นสูงอย่างเสนอสุดตัว เมื่อกี้มึงยังโวยวายอยู่เลยไอ้ฟาย! 

"องศาเหนือใช่มั้ย"

ผมพยักหน้าหงึกๆ

"งั้นตกลงได้พระเอกนางเอกแล้วเนอะ เดี๋ยวไงคาบหน้าเรามาคุยเรื่องบทกัน"

"โอเค งั้นเจอกันคาบหน้านะ"

"เดี๋ยวเราสร้างกลุ่มในเฟซบุ๊คแล้วเดี๋ยวฝากดึงเพื่อนเข้ามาให้ครบหน่อย มีอะไรจะได้คุยกันในนั้น"

"ได้จ้ะ"

ลูกไม้ยิ้มให้ผมอีกทีก่อนจะเดินไปเก็บกระเป๋า กำลังหลงอยู่ในวังวนของนางพยาบาลสาวและเข็มฉีดยาของเธอ

"แพทมา!"

"เชี่ย!" ผมหันขวับไปหาไอ้หลิวที่ปล่อยก๊ากออกมา

"โอ๊ย! ความกลัวเมียนี้!"

"ไอ้บ้า เล่นไรวะ!"

"ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าไป ต้องไปขึ้นห้องเชียร์อีก"

ห้องเชียร์นรกอีกแล้ว ผมพยายามที่จะหลีกหนีการขึ้นห้องเชียร์แต่ก็ไม่เป็นผล ไอ้หลิวตามจิกตามขบหัวให้ไปพร้อมมันแบบหลบไม่ได้หนีไม่พ้น คิดอยู่ว่านี่เป็นแฟนแพทหรือแฟนไอ้หลิวกันแน่ ประกบหนักมาก!

 



 

เมื่อมาถึงห้องเชียร์ ผมเดินไปนั่งข้างๆ ไอ้บูรพาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ที่นั่งนั่นจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจนกว่าจะจบกิจกรรมห้องเชียร์ นั่นแปลว่าต้องนั่งตัวติดมันไปอีกสองเดือน

"มึงได้ลายเซ็นรุ่นพี่เยอะยังวะ" มันชวนคุยก่อนอย่างทุกครั้ง

ผมยื่นสมุดเชียร์ให้มันดูแทนคำตอบ

"ไม่ถึงสิบเนี่ยนะ"

"กูไม่เห็นประโยชน์จากการเดินไปขอลายเซ็นรุ่นพี่" ต้องไปยืนเต้น แหกปากร้องเพลง ทำอะไรขายหน้าเพื่อแลกกับลายเซ็นที่ไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไร

"เอาไว้แลกติ้งไง"

"ติ้งคืออะไรวะ"

"ควาย"

โอ้โห...ชัดถ้อยชัดคำมาก ด่าแบบนี้ไล่กูไปไถนาเลยเหอะ!

"ที่ติดอยู่บนเนคไทรุ่นพี่นั่นไง"

"แล้วมันมีไว้ทำอะไรวะ"

"มึงนี่ไม่ได้เกิดมาเพื่อเข้าใจอะไรเลยใช่มั้ย"

กูก็ไม่ได้เกิดมาเพื่อมานั่งให้มึงด่านะเฮ้ย!

"มันเป็นติ้งคณะ แต่ละคณะมันไม่เหมือนกัน คนที่เข้าห้องเชียร์ ทำกิจกรรมครบถึงจะได้มา"

"อ๋อ แต่กูไม่อยากได้อะ"

"หมดคำจะพูด"

ก็หมดเวลาให้มันพูดเพราะได้เวลาเริ่มกิจกรรมห้องเชียร์พอดี เริ่มต้นจากพี่เชียร์มาสอนร้องเพลงมหาลัย เพลงคณะ และพี่อีกกลุ่มมาสอนการแสดงสปิริตเชียร์ที่จะต้องแสดงในงานพาวเวอร์เชียร์ และตามมาด้วยกลุ่มพี่วินัย กลุ่มบุคคลที่ผมสงสารกล่องเสียงเขาเหลือเกิน...

"ก้มหน้าลงไป!"

ก้มจนตะคริวจะกินคอกูล่ะเนี่ย...

"วันนี้ผมเห็นคนไม่ห้อยป้ายห้องเชียร์มา! มันไม่สำคัญหรือไง!"

แค่ไม่ห้อยป้ายห้องเชียร์ก็ต้องโมโหกันเบอร์แรง ดีนะที่ผมไม่เคย...

"เชี่ย!" ผมหวีดออกมาเบาๆ แล้วเบิกตากว้างเมื่อมองไม่เห็นป้ายชื่อบนคอตัวเอง นึกขึ้นมาได้ว่าถอดแขวนไว้ที่หน้ารถ ชิบหาย! อยากจะยกมือให้สุดแขนและขออนุญาตออกจากห้องเชียร์ตอนนี้เลย เวรกรรม...

"คนที่ไม่ห้อยป้าย รู้ตัวนะ!"

รู้จ้ะ...

"ออกมา!"

ผมกำลังจะเงยหน้าขึ้นหลังสิ้นคำสั่ง แต่ก็ต้องหันขวับไปมองไอ้บูรพาเมื่อมันลุกขึ้นแล้วถอดป้ายตัวเองใส่เข้ามาในคอผมอย่างเนียนๆ

"ใครไม่ห้อยป้าย ลุกออกมาเลย!"

ขณะที่กำลังงงในการกระทำของมัน ไอ้บูรพาก็ออกไปตามคำสั่ง พร้อมกับเพื่อนคนอื่นอีกเกือบๆ สิบคน ท่ามกลางเสียงดุดันของพวกพี่วินัย

"ทำไมไม่ห้อยป้ายมา ขอคนตอบหนึ่งคน!"

"ลืมครับ"

"คุณไม่มีสิทธิ์ลืม! ลงไปวิ่งรอบสนามสิบรอบ ปฏิบัติ!"

"ไป!"

ผมเงยหน้าขึ้นไปมองไอ้บูรพาที่วิ่งลงแสตนไปพร้อมพวกที่ลืมป้ายชื่อ

"พวกที่เหลือก้มหน้าลงไป! เงยขึ้นมาทำไม!"

ผมก้มหน้าลงตามคำสั่ง นั่นทำให้มองเห็นป้ายชื่อของไอ้บูรพาที่คล้องอยู่บนคอผม

ไอ้บ้านั่น...ทำแบบนี้ทำไมวะ

...

หลังเลิกห้องเชียร์ ผมเดินลงมาจากแสตน พวกไอ้หลิวและแก๊งชะนีไปรับข้าวกล่องที่แจกฟรี ส่วนผมขอผ่านแล้วมองหาไอ้บูรพา ที่หายไปในฝูงคนอย่างไว

"เหนือ ไปยัง?"

"พวกมึงกลับไปก่อนนะ"

"โอเค งั้นไว้เจอกันพรุ่งนี้"

ผมพยักหน้าหงึกๆ แล้วหันไปหาไอ้บูรพาต่อ แต่ไม่เจอก็เลยเดินไปที่ลานจอดรถ มองหากระบะสีดำก่อนจะเห็นมันเดินไปที่รถ จึงรีบวิ่งเข้าไปหา

"ไอ้บูรพา!"

"ไงมึง ยังไม่กลับอีกเหรอ"

ผมยื่นป้ายชื่อคืนให้มัน

"เอาไว้คืนในคาบก็ได้นี่"

"มึงต้องการอะไร?"

"ไรนะ"

"มึงต้องการอะไร"

"หน้าตากูเหมือนคนอยากได้อะไรจากมึงเหรอ?"

"แล้วมึงทำแบบนี้ทำไม"

"ก็เห็นมึงกลัว"

"กูไม่ได้กลัว!"

"เออ ไม่กลัวก็ไม่กลัว"

"มึงคิดว่าทำแบบนี้แล้วกูจะหายโกรธเหรอ"

"กูก็ไม่ได้คาดหวังหรอก"

"ดีแล้วที่มึงไม่คาดหวัง เพราะมึงต้องผิดหวังแน่ๆ ไอ้บูรพา กูว่ามึงเลิกวุ่นวายกับกูเหอะ เราต่างคนต่างอยู่ดีแล้ว กูกับมึงกลับไปเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมไม่ได้หรอก"

"มึงก็รีบตัดสินใจไป"

"กูคิดแบบนี้มาตลอดสามปี"

"..."

"อย่าทำแบบนี้เลย เสียเวลา"

"ถ้ากลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้ กูก็จะเริ่มต้นใหม่"

"ไอ้บูรพา มึงนี่มัน..."

"ยินดีที่ได้รู้จักนะเพื่อน เราชื่อบูรพา ไว้เจอกันในห้องเรียน" มันพูดแล้วเคาะหัวผมสองสามทีก่อนจะเปิดประตูรถขึ้นไป

"ยิ่งทำแบบนี้กูยิ่งเกลียดมึงนะไอ้เหี้ย!"

มันเปิดกระจกรถลงมาโบกมือให้ตอนที่ขับออกไป

"บ๊ายบาย"

กวนตีน!

...

 

เป็นอีกวันที่ผมไม่ได้โทรหาแพทเพราะนางไลน์มาตั้งแต่ห้าโมงเย็นว่าวันนี้รุ่นพี่นัดทำกิจกรรม ความเปื่อยจึงบังเกิด กินข้าวคนเดียวมาหลายวันแล้วนะเว้ย! จะให้ไปกินข้าวกล่องฟรีกับแก๊งชะนีก็รับไม่ได้กับข้าวผัดไข่นั่น โอ๊ยเหงา!

ผมหยิบมือถือขึ้นมารูดขึ้นรูดลงเป็นงานอดิเรก แล้วเลื่อนไปเห็นไอจีแอคฯ โปรดที่โพสท์รูปภาพใหม่ และแคปชั่นสะเทือนความรู้สึกอีกแล้ว

 

Sundaynight01 จะพันไมล์หรือแค่สามเซ็นฯ จะคนละซีกโลกหรือแค่ประตูกั้น มันก็ห่างกันอยู่ดี เป็นการห่างกันทางความรู้สึก

 

ผมเหลือบไปมองป้ายชื่อทั้งสามอันที่ห้อยอยู่หน้าประตู เออ...มันห่างกันไปแล้วว่ะ ห่างเกินกว่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้...

 

to be continued.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-12-2018 16:44:21 โดย รชา »

ออฟไลน์ em1979

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 464
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-1
โกธรอะไรกันเบอร์นั้น ถึงกะไม่ยอมยกโทษให้
แล้วไกด์มาขโมยจูบไปนี่ยังไง

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ เต้าหู้ไข่

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +279/-5
    • twitter
การพบกันครั้งที่ 4
พ่อบ้านบูรพา แม่บ้านองศาเหนือ

 

ผมเคยเป็นคนหนึ่งที่ขัดขืนการทำกิจกรรมมาตลอดชีวิตการศึกษา พวกกีฬาสี ค่ายธรรมะ ค่ายลูกเสืออะไรทำนองนั้นเป็นอะไรที่น่าเบื่อมากสำหรับผม แต่พอก้าวเข้าสู่รั้วมหาลัยผมหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะตอนนี้ไม่ใช่แค่หลิวแต่รวมถึงแก๊งชะนี หนุ่ม น้ำหวานและบีบี ต่างพากันไปทำความรู้จักแพทที่เจอกันในหอในบ่อยๆ แพทก็ได้พรรคพวกให้มาคอยตามประกบผมให้ทำกิจกรรมของเอกของคณะอย่างครบถ้วน เพราะงั้นวันนี้ผมเลยต้องลากกายหยาบมาร่วมกิจกรรมค่ายเอก ทั้งๆ ที่มันเป็นวันอาทิตย์ที่ควรจะทิ้งตัวอยู่บนที่นอนมากกว่า

"น้องๆ ได้ป้ายชื่อกันทุกคนแล้วนะ"

ป้ายชื่ออันที่สี่ถูกแจกมาให้ตอนเข้ามาลงทะเบียนเข้าค่าย นี่กะให้เอาไปสะสมหรือว่าไง ขยันทำป้ายแจกจัง

"ตอนนี้ให้น้องๆ แยกไปนั่งตามสีที่ป้ายเลยค่ะ"

"เฮ้ย มึงกับกูสีเดียวกัน มานี่" ไอ้หลิวลากผมไปรวมกลุ่มกับคนอื่นที่ป้ายสีแดงเหมือนกัน ผมนั่งลงท้ายแถวก่อนจะหันไปเห็นไอ้บูรพาที่เดินเข้ามานั่งข้างๆ ไอ้หลิว ป้ายสีแดงเหมือนกันอีก ไอ้ห่ามันเป็นเจ้ากรรมนายเวรหรือไงวะ ตามไปทุกที่เป็นเงาเลย

"โอเค ทุกสีครบแล้วนะ คราวนี้พี่จะให้น้องๆ เลือกตัวแทนสองคนมาเป็นพ่อบ้านแม่บ้านประจำสีนะ แล้วก็ให้ตั้งชื่อบ้านตัวเองด้วย"

"อะ สีแดง ขอตัวแทนสองคน ใครก็ได้" พี่ปีสองที่เป็นสต๊าฟประจำกลุ่มสีเราเข้ามาบอก แต่ทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ก็ยังเงียบ หันมองหน้ากันไปๆ มาๆ

"ฟึ่บ!"

"เชี่ย!" ทั้งผมและไอ้บูรพาร้องออกมาพร้อมกัน เมื่อไอ้หลิวที่นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างผมกับกัน จับมือผมกับไอ้บูรพายกขึ้น

"โอเค น้องบูรพากับน้องเหนือนะ"

เสียงปรบมือของคนมีทีมดังเกรียวพร้อมสายตาที่มองอย่างกดดัน ขนาดที่ว่าหากเอ่ยปากปฏิเสธก็จะกลายเป็นพวกไม่มีสปิริตทันที ผมกับไอ้บูรพาเลยต้องลุกออกไปหน้าแถว หันไปชี้หน้าไอ้หลิวอย่างคาดโทษเอาไว้ก่อน อย่าให้เผลอ กูจะจับมึงโยนอ่างเก็บน้ำหลังหอในให้ตัวเงินตัวทองแดก

"น้องบูรพาเป็นพ่อบ้าน ส่วนน้องเหนือเป็นแม่บ้านนะ" รุ่นพี่ว่าแล้วระบุสถานะลงไปบนป้ายชื่อของผมกับมัน

เป็นแม่บ้านก็หนักใจพอแล้ว ต้องมีไอ้ผีบ้านี่เป็นพ่อบ้านเนี่ยนะ มีผัวอย่างนี้กูลาบวชสักสามพรรษาดีกว่ามั้ง

"คราวนี้พี่จะให้พวกเราจับคู่บัดดี้กัน สองคนจะต้องปั่นจักรยานไปด้วยกันในกิจกรรมแรลลี่รอบมหาลัย และระหว่างทำกิจกรรมอื่นๆ ก็ขอให้พูดคุยทำความรู้จักกันให้มากๆ การพูดคุยของน้องๆ จะเกี่ยวข้องในกิจกรรมสุดท้ายนะคะ เพราะงั้นขอให้คุยกันให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้นะ เอาล่ะค่ะ จับคู่กันเลย ไม่ต้องเลือกนะ ยังไงก็เพื่อนกันทั้งนั้น จะได้ทำความรู้จักกันเข้าไว้"

ผมกำลังจะเดินไปจับคู่กับไอ้หลิว

"อ้อ คนที่เป็นพ่อบ้านกับแม่บ้านก็เป็นคู่บัดดี้กันเลยนะ ไม่ต้องเลือกใหม่จ้า"

จ้า...

ผมหันขวับไปหาไอ้บูรพา

"เศร้าเลย ต้องคู่กับมึงเนี่ย"

"แล้วหน้าตากูเหมือนคนมีความสุขมั้ยล่ะ"

หน้ามึงอย่างนี้ตลอดไม่เคยรู้สึกอะไรอยู่แล้วไอ้ฟาย!

...

กิจกรรมค่ายเอกเริ่มต้นด้วยการที่พวกเราต้องปั่นจักรยานไปรอบๆ มหาลัย จะมีการ์ดโค้ดลับซ่อนอยู่ในหลายๆ จุดและต้องเดาจากคำใบ้นั่นว่าแต่ละฐานที่รุ่นพี่รอเราอยู่นั้นมันอยู่ตรงไหน และใช้การ์ดที่หาเจอเป็นบัตรผ่านเข้าฐาน หมายความว่าต่อให้หาฐานเจอ แต่หาการ์ดไม่เจอก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปเล่นเกมในฐานนั้นๆ และถ้าเข้าไม่ครบฐานก็จะไม่ได้กลับไปที่อาคารกีฬาในร่มที่เป็นจุดรวมตัวในตอนแรก สีไหนไปถึงสีสุดท้ายก็ต้องถูกทำโทษอีก

ผมกับไอ้บูรพาเดินมาที่จักรยานที่รุ่นพี่เตรียมเอาไว้ให้ โอ้โห...อากาศร้อนขนาดนี้ต้องมาปั่นรถถีบ ผิวพรรณอันแสนจะบริสุทธิ์ผุดผ่องของผมต้องมาเริงร่าท้าแสงแดดหรือนี่ กว่าจะจบสี่ปีมะเร็งผิวหนังแดกแน่ๆ

"มึงปั่นนะ"

"เออ" ไอ้บูรพารับคำแล้วไปประจำตำแหน่งคนปั่น ส่วนผมก็โดดขึ้นไปซ้อนก่อนมันจะปั่นตามพวกในทีมที่ปั่นนำไปแล้ว

"มึงปั่นเร็วๆ ได้ป่ะวะ"

"ก็มึงหนัก"

"ไอ้นี่!"

"มึงหนักเท่าไรเนี่ย กูนึกว่าพ่วงกระสอบข้าวสารซักร้อยโล"

"ไอ้ห่า ไม่ได้หนักขนาดนั้นโว้ย!"

ไอ้บูรพาหัวเราะเบาๆ แล้วปั่นจักรยานให้ไวขึ้น

"ปั่นไปหาไอ้หลิวดิ๊!" ผมบอก มันก็เชื่อฟังด้วยการปั่นเข้าไปคู่กับไอ้หลิว ที่จับคู่กับผักกาด ชะนีถึกอย่างไอ้หลิวเป็นคนปั่นให้ผักกาดซ้อน และดูท่ามันจะเหนื่อยตั้งแต่สามเมตรแรกที่ออกตัวเลย

"ไอ้หลิว มึงปั่นจักรยานหรือมึงคลาน กูลงไปเดินจงกลมยังไวกว่ามึงปั่นจักรยานเลย"

"ไอ้บ้า!"

"กูจะตามมาด่ามึงเรื่องที่มึงยกมือให้กูสองคนมาคู่กันเนี่ย"

"ทำไม กูจับคู่ให้พวกมึงกระชับความสัมพันธ์ไง จะได้กลับมาดีกัน"

"กูไม่ได้ขอ!"

"เผลอๆ อาจจะได้กันก็ได้นะ!"

"ไอ้หลิว!"

มันแลบลิ้นให้ทีหนึ่งก่อนจะเร่งปั่นจักรยานให้ไวจนนำไป

"ตามมันไปดิ๊!"

"โห่ กูเหนื่อยแล้ว"

"มึงอย่าอ่อน ตามมันไป กูจะไปด่ามันต่อ"

"เออๆ" ไอ้บูรพารับคำก่อนจะปั่นจักรยานตามไอ้หลิวไป เร็วจนลมตีหน้าเลย เฮ้ย สนุกว่ะ

"เอี๊ยด!"

"เฮ้ย!"

ผมร้องลั่นเมื่อไอ้บูรพาเบรกกะทันหัน เพราะเกือบจะชนกับมอเตอร์ไซค์ที่พุ่งออกมาจากซอยตึกเกษตรฯ จนหน้าผมกระแทกกับแผ่นหลังของมันเต็มๆ สองมือพุ่งไปโอบร่างมันด้วยสัญชาตญาณ ส่วนมันก็ใช้มือหนึ่งเอื้อมมาจับไหล่ผมเอาไว้ สภาพกอดกันกลมนี่ไม่น่าชมเท่าไร ผมจึงรีบปล่อยมือที่เกาะมันอยู่ออก

"เป็นไรป่ะ?"

มันหันมาถาม ผมได้แต่สายหน้าแทนคำตอบ

"กูว่าเราไปช้าๆ เหอะ"

"เออ"

ผมพูดแค่นั้น ก่อนไอ้บูรพาจะปั่นจักรยานต่อในความเร็วที่กำลังดี ผมหันไปมองริมทางเพื่อมองหาการ์ดที่ไม่รู้ว่ารุ่นพี่ซ่อนมันเอาไว้ตรงไหน ปั่นมาได้พักหนึ่งไอ้บูรพาก็จอดแล้วชี้ไปที่พุ่มไม้ริมถนน

"มึงไปหยิบมาดิ๊"

"ไหนวะ"

"นั่นไง มึงตาบอดเหรอ" ผมขมวดคิ้วยุ่งแล้วแหวกลงไปในพุ่มไม้ หยิบแผ่นฟิวเจอร์บอดสีส้มอันเล็กๆ ที่ถูกซ่อนอยู่ในนั้น ซ่อนลึกขนาดนี้ทำไมรุ่นพี่มันไม่ฝังไว้ในดินแล้วแจกพลั่วให้ไปขุดหาเลยวะ แล้วไอ้นี่ก็สายตาเหยี่ยวเหลือเกิน คือตามึงแสกนหาของในดงดอกเข็มได้งี้เหรอ?

"มึงยังสายตาสั้นอยู่ป่ะวะ"  มันหันมาถาม

"อือ" สั้นขึ้นเรื่อยๆ ใกล้บอดล่ะ สมัยที่รู้จักกับมันตอนม.ต้น ผมยังไม่สายตาสั้นจนโลกเบลอขนาดนี้ ใส่แว่นเฉพาะเวลาเรียน นอกเหนือจากนั้นก็ใช้ชีวิตปกติได้ แต่ตอนนี้ถ้าไม่มีแว่นหรือคอนแทคเลนส์ก็ไม่เคยสัมผัสกับโลกHD อีกเลย เคยคิดอยากจะไปทำเลสิกอยู่เหมือนกันแต่เคยดูไฟนอลเดสติเนชั่นฉากทำเลสิกแล้วเลเซอร์มันเผาตาไหม้มั้ยล่ะครับ นั่นทำหลอนจนผมไม่กล้าเสี่ยงกับการรักษาในรูปแบบนั้น เลยปล่อยให้มันสั้นงี้แหละ ถ้ายังไม่บอดก็รับได้อยู่

"ไม่เห็นใส่แว่น"

"มึงรู้จักสิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่าคอนแทคเลนส์มั้ยไอ้ฟาย"

"ไอ้ห่า..."

"เฮ้ยเพื่อน เราเจอการ์ดแล้ว!" ผมเปลี่ยนเรื่องไปตะโกนเรียกเพื่อนก่อนที่ไอ้บูรพาจะเอ่ยปากด่า คนในทีมมารวมกันแล้วไขคำใบ้จนหาสถานที่ที่ต้องไปเข้าฐานเจอ กิจกรรมในฐานก็ก็คือการเล่นเกมทั่วๆ ไป จบฐานด้วยการที่รุ่นพี่ละเลงหน้าให้เละเป็นอย่างสุดท้าย

"อยากเห็นน้องเหนือมีหนวดจัง เดี๋ยวพี่วาดให้สวยๆ เลย"

จ้ะ...

"สักยันต์ให้ด้วย"

เอาเลย...

"ผมหน้ายาวไปนะ เดี๋ยวมัดผมให้"

เอาที่พวกพี่สบายใจเลย!

ผมหันไปมองหน้าไอ้บูรพาที่เละไม่แพ้กัน ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาทั้งคู่ หล่อขนาดไหนเจอละเลงเละขนาดนี้ก็ออกมาทุเรศทุกราย

ทีม Red velvet ของพวกเราค่อยๆ ตามเก็บการ์ดและเข้าฐานไปเรื่อยๆ สภาพตอนนี้ก็อย่าเรียกว่าคนเลยเหอะ เละเป็นขยะเปียกเลย แต่ก็ไม่ได้น่าเบื่อจนเกินไป ผมเองก็เริ่มสนุกจนรู้ตัวอีกทีก็เกือบๆ จะเป็นฐานสุดท้ายแล้ว ผมลงไปเก็บการ์ดเพื่อเป็นบัตรผ่านในฐานต่อไป หันไปเห็นไอ้บูรพากระดกน้ำขึ้นดื่ม สงสัยมันจะเหนื่อย เพราะปั่นจักรยานมาเกือบจะรอบมหาลัยแล้ว

"เฮ้ย ให้กูปั่นบ้างก็ได้"

"ไม่เป็นไร"

"เหอะน่า มากูปั่นเอง"

ผมกลายมาเป็นคนปั่นจักรยานแทนมัน แล้วตรงไปยังสถานที่ต่อไป ระหว่างนั้นก็ปั่นผ่านอาคารพลังงานทดแทนที่ผมไม่เคยผ่านมาแถวนี้เลย มีต้นไม้เป็นร่มอยู่ตลอดทาง อีกฝั่งก็มีบ่อน้ำกับสนามหญ้าที่บรรยากาศดีน่าดู

"กูไม่เคยผ่านมาแถวนี้เลย" ผมบอก ก่อนจะเงยหน้าไปมองต้นไม้ใหญ่ๆ ดอกสีม่วงๆ ไม่รู้ว่ามันคือดอกอะไร แต่ดอกที่ร่วงลงมาเกลื่อนพื้นนั้นสวยจนต้องจอดจักรยานมองเลย 

"กูก็เหมือนกัน"

"ตอนเย็นๆ น่าจะอากาศดีเนอะ"

"นั่นดิ"

"น่ามานั่งปิกนิกไรงี้เนอะ เออ มึงจำตอนไปทัศนศึกษากับโรงเรียนตอนม.สองได้ป่ะ"

"ที่มึงมาสายจนคนทั้งโรงเรียนรออะนะ" ไอ้บ้านี่ก็จำแต่เรื่องชั่วๆ 

"กูไม่ได้ให้โฟกัสตรงนั้น กูหมายถึงบรรยากาศมันคล้ายๆ กัน มีต้นไอ้นี่เหมือนกันด้วย"

"อ๋อ เออ จำได้"

"คิดถึงเนอะ"

"อืม...คิดถึง"

ผมหันไปมองหน้าไอ้บูรพาที่พูดออกมาในประโยคคล้ายๆ กัน กูหมายถึงคิดถึงที่นั่นนะเว้ย ไม่ได้คิดถึงมึง มึงนี่หายไปจากสาระบบองศาเหนือตั้งแต่วันที่หายหัวไปแล้วไอ้พยาธิใบไม้ ไม่ได้สำคัญอะไรขนาดนั้น!

"บูรพา องศาเหนือ!"

ทั้งผมและไอ้บูรพาหันไปมองตามเสียงเรียก ก่อนจะเห็นว่าเป็นรุ่นพี่ที่ขี่มอเตอร์ไซค์ตามเก็บภาพกิจกรรมอยู่

"ยิ้มหน่อย"

"แชะ! แชะ! แชะ!"

"โคตรหล่อ!" รุ่นพี่พูดขำๆ ก่อนจะขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป ผมเองก็ปั่นจักรยานไปต่อเพราะคนในทีมนำไปไกลแล้ว ผมปั่นมาร่วมกิจกรรมในฐานต่อไป ฐานนี้ได้เจอกับทีมสีอื่นด้วยเพราะต้องมาแข่งกัน ไอ้หนุ่มขนตาเด้งอยู่ในสีนั้นด้วย มันเป็นแม่บ้านของสี แล้วสภาพตอนนี้ก็เละไม่ต่างกัน พีคสุดก็ตรงขนตายังหนาเด้ง วอเตอร์พรูฟสุดๆ มาสคาร่ามึงเนี่ย

"โอเค ตอนนี้ทีมRed velvet กับเหลืองอร่าม ก็คงจะพร้อมกันแล้ว เกมนี้ตอนนี้ขอตัวแทนสีละสองคนจ้า"

เมื่อมีการขอตัวแทนเพื่อทำการแข่งกันพ่อบ้านกับแม่บ้านก็ต้องลุกออกไปอย่างช่วยไม่ได้ ผมกับไอ้บูรพาออกมายืนหน้าแถว พร้อมกับไอ้หนุ่มและไอ้บอมบ์

"เกมนี้พี่รู้ว่าหลายๆ คนก็คงจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว น้องๆ เห็นกระดาษนี้ใช่มั้ยคะ น้องๆ ทั้งสองคนจะต้องไปยืนอยู่บนกระดาษนี้ให้ได้ และพี่จะค่อยๆ พับกระดาษให้เล็กลงเรื่อยๆ ทีมไหนยังยืนอยู่ได้ก็ชนะไป เข้าใจเนอะ"

ถ้าบอกว่ายังงงอยู่ นี่โง่มะ...อะ เข้าใจก็ได้

"ถ้างั้น เริ่มเลยนะคะ ไปเลย!"

ผมกับไอ้บูรพาเข้าไปยืนบนกระดาษแผ่นเดียวกันตามเกม ไอ้เลเวลแรกๆ มันก็ไม่ยากหรอก พอเริ่มพับกระดาษให้เล็กลงๆ ก็เริ่มลำบาก ผมต้องเขยิบเข้าไปใกล้มันจนตัวติดกัน

"ใกล้อีกค่ะ ใกล้อีก!"

"วี้ด!!" เสียงหวีดร้องของเพื่อนๆ และรุ่นพี่ดังขึ้นตอนที่ผมแทบจะชิดกับไอ้บูรพาจนแทบจะซบลงไปบนอกมัน

"อะ ต่อไป!"

กระดาษเล็กลงอีก คราวนี้ผมกับไอ้บูรพายืนงงว่าจะต้องยืนท่าไหนดี เพราะกระดาษถูกพับจนเล็กขนาดที่ว่ายืนได้แค่คนเดียว หันไปมองไอ้คู่ข้างๆ ที่ยังตกลงกันไม่ได้เหมือนกัน

"อุ้มกันเลย!"

"เออๆ อุ้มเลย" เสียงคนในทีมสีเหลืองตะโกนออกไป พวกมันสองคนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก่อนไอ้หนุ่มจะเป็นฝ่ายอุ้มไอ้บอมบ์แล้วขึ้นไปยืนบนกระดาษนั่น

"Red velvet ว่าไงคะ!"

"เอางั้นเหรอ?" ไอ้บูรพาหันมาถาม

"ไม่เอาเว้ย มึงนั่งลงดิ!" ผมกดมันให้ย่อตัวลงแล้วปีนขึ้นไปขี่หลังมัน ซึ่งน่าจะดีกว่าท่าที่ถูกอุ้มแบบไอ้คู่นั้น ก่อนเราจะผ่านเลเวลนี้ไปได้

"เอาล่ะ เลเวลสุดท้ายแล้ว!"

"ทีมไหนแพ้เดี๋ยวให้จูบปากกัน!"

"วี๊ด!"

"ยอมแพ้มะ?" ไอ้บูรพาหันมาถามตอนที่ผมยังอยู่บนหลังมันอยู่

"ไอ้เชี่ย! ไม่เอา!"

"กูนึกว่ามึงชอบจูบ"

"ไอ้สาด!"

"โอ๊ยๆๆ!!!" ไอ้บูรพาร้องลั่นเมื่อผมกระชากผมมันแบบหนังหัวเกือบจะหลุดติดมือ

"เอ้าๆๆ พ่อบ้านแม่บ้านไม่ทะเลาะกันนะคะ!"

            ชิ! ผมปล่อยมือออกจากหัวมัน  ก่อนจะเริ่มเล่นเกมในเลเวลสุดท้าย ที่ไอ้บูรพาจะต้องแบกผมอยู่บนหลังแล้วยืนขาเดียว ขณะที่สีเหลืองก็เปลี่ยนจากไอ้หนุ่มอุ้มไอ้บอมบ์ เป็นไอ้หนุ่มขึ้นไปขี่หลังไอ้บอมบ์แทน เพราะถ้าไอ้หนุ่มคุมเกม มันก็คงแกล้งแพ้จะได้จูบปากไอ้บอมบ์ ถือเป็นกำไรมันอีก

"ใครตกก่อนถือว่าแพ้นะคะ!"

"ถ้ามึงแพ้ มึงโดนแน่"

"หลังกูจะหักล่ะเนี่ย ยิ่งกว่าแบกกระสอบทราย"

"ไอ้บูรพา มึงอะหนักกว่ากูอีก เมื่อกี้กูปั่นจักรยานให้มึงซ้อน หัวเข่ากูแทบหลุดออกจากขา มึงมันไม่ใช่คน มึงมันหมูตอน มึงมันกระทิงป่า มึงมัน..."

"นิ่งๆ ดิ อยากแพ้ไง๊!"

"ชิ!" ผมหันไปมองไอ้บอมบ์ที่เริ่มทำหน้านิ่วคิ้วขมวด เพราะไอ้หนุ่มมันตัวใหญ่กว่านิดหน่อย แต่ก็คงหนักขนาดขาสั่นอะ แค่แบกอย่างเดียวก็แทบจะไม่ไหว ต้องมายืนขาเดียวอีก

"ไอ้บูรพา ยอมแพ้ซะ!" ไอ้บอมบ์กัดฟันพูด

"ไม่!" ผมตอบแทนไอ้บูรพา นี่จะไม่ยอมเสียริมฝีปากให้ชายหน้าไหนอีกแล้ว จะรักนวลสงวนปากเอาไว้ให้แพทคนเดียว

"เชี่ย สงสารกูเหอะ!"

"พูดงี้คือไรฮะบอมบ์!"

"เปล๊า!"

"บอมบ์สู้ๆ!"

"บูรพาสู้ๆ!"

"เหลืองอร่ามจะล้มแล้ว จะล้มแล้ว!"

"โอ๊ย!ไม่ไหวแล้ว!"

"ล้มไปแล้ว!"

"เย้!" ผมร้องลั่นแล้วกระโดดลงมาจากหลังไอ้บูรพา

"ชนะแล้ว ไฮไฟว์!"

ไอ้บูรพายกมือขึ้นมาแปะกับมือผมเบาๆ  ก่อนผมจะรู้ตัวว่าไม่ได้สนิทกับมันขนาดต้องมาไฮฟงไฮไฟว์กัน ก็เลยลดมือลงเงียบๆ 

"เหลืองอร่ามแพ้ไปนะคะ"

"จูบได้เลยป่ะคะ! มามะพ่อบ้านขา!"

"อีหนุ่ม!"

คนแพ้ก็ต้องดูแลปากตัวเอง ผมหันสบตากับบูรพาอีกครั้งก่อนเลื่อนมองไปทางอื่น หึ! โชคดีที่ชนะ



to be continued.

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-12-2018 16:47:07 โดย รชา »

ออฟไลน์ เต้าหู้ไข่

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +279/-5
    • twitter
การพบกันครั้งที่ 5
นั่นคือความคิดถึง

 

กิจกรรมดำเนินมาครึ่งวันจนถึงช่วงพักกลางวัน เรากลับมาที่อาคารกีฬาในร่มเพื่อกินข้าวกลางวัน โชคดีหน่อยที่อาหารที่รุ่นพี่เอามาเลี้ยงไม่ใช่ข้าวผัดเศษไข่เหมือนในห้องเชียร์ แต่ที่แย่คือต้องมานั่งหันหน้าชนกับคู่บัดดี้แล้วกินข้าวพร้อมกัน บัดดี้คู่อื่นนั่งคุยกันสัพเพเหระ ส่วนคู่ผมเงียบกริบ ต่างคนต่างตักข้าวใส่ปากไม่พูดไม่จา

"น้องบูรพากับน้องเหนือ ไม่คุยกันเหรอ"

"ไม่รู้จะคุยอะไรอะครับ"

"คุยอะไรก็ได้ คุยกันไปเยอะๆ เลย"

ผมกับไอ้บูรพาเงยหน้าขึ้นมามองกัน แต่ก็ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา ให้เถียงหรือด่ากันทั้งวันก็คงได้ แต่ให้มาชวนคุยเรื่อยเปื่อยผมว่ามันแปลกๆ ไอ้บูรพาไม่ใช่คนพูดเก่งมาแต่ไหนแต่ไร ส่วนผมเป็นพวกพูดมากระดับหนึ่งแต่มันเสือกไม่ได้อยู่ในฐานะที่ผมจะต้องชวนคุยให้เปลืองน้ำลาย เพราะงั้นก็นั่งเงียบๆ ไปมึง

เมื่อกินข้าวเสร็จก็กลับไปรวมตัวกันตามสีเดิม รุ่นพี่ประกาศคะแนนจากการเก็บแต้มแต่ละฐานและสีที่ทำเวลาได้ดี คะแนนรวมสูงสุดจะได้รางวัลไป ผลออกมาเป็นสีเขียวขจี ไอ้ไกด์เป็นตัวแทนออกไปรับรางวัล ท่ามกลางเสียงกรี๊ดกร๊าดของเพื่อนคนอื่น ไม่มีใครรู้หรอกว่าเบื้องหลังใบหน้าหล่อเหลานั่นมันคือไอ้หื่นกามที่พร้อมจะบดปากใครก็ได้ถ้ามันต้องการ 

"เอาล่ะค่ะน้องๆ มาถึงกิจกรรมสุดท้ายของวันนี้แล้วนะ สำหรับวันนี้ก็สนุกสนาน เละเทะกันไปเลยทีเดียว สนุกมั้ยวันนี้"

"สนุกค้าบ/สนุกค่า"

พวกมึงช่วยทำหน้าให้สนุกอย่างที่ปากบอกหน่อยได้มะ แต่ละคนนี่พฤติกรรมย้อนแย้งคำพูดมาก

"โอเค วันนี้ก็ได้อยู่กับบัดดี้กันมาครึ่งวันแล้วเนอะ คงจะสนิทกันขึ้นระดับหนึ่งเลย ที่พี่บอกให้คุยกันเยอะๆ ยังจำได้ใช่มั้ย?"

"ค้าบ/ค่า"

"เพราะฉะนั้น กิจกรรมสุดท้ายของเราวันนี้คือการตอบคำถามทายใจคู่บัดดี้ พี่จะมีคำถามให้สิบข้อ ให้น้องๆ ตอบคำถามของเพื่อน และใส่คำตอบของตัวเองมาด้วยนะคะ ไม่รู้ว่าที่คุยกันจะตรงกับคำถามของพี่หรือเปล่านะ เอาล่ะมาลุ้นกัน แล้วบัดดี้คู่ไหนที่ได้คะแนนเยอะที่สุด พี่มีรางวัลให้ด้วยจ้า!"

จ้า...

ไม่ได้คุยอะไรกันเลยจ้า...

ผมรับกระดาษคำถามมาจากรุ่นพี่ แต่ละคนก้มหน้าลงทำอย่างกับมันคือแบบทดสอบวิชาเอก ส่วนรุ่นพี่ก็กระจายกันเข้ามายืนคุมเพื่อไม่ให้บัดดี้แต่ละคู่แอบถามกัน ต้องจริงจังกันเบอร์นี้เลยใช่มะ...

ผมก้มลงไปอ่านคำถามนั่น

เพื่อนมาจากจังหวัดอะไร

เพื่อนมีพี่น้องกี่คน

เพื่อนสูงและหนักเท่าไร

เพื่อนชอบกินอะไร

เพื่อนชอบสีอะไร

เพื่อนกลัวอะไรมากที่สุด

เพื่อนเกลียดอะไรมากที่สุด

เพื่อนชอบทะเลหรือภูเขา

เพื่อนชอบหมาหรือแมว

ให้เปรียบเป็นสัตว์ตัวหนึ่งจะเป็นอะไร


โด่...เบสิกว่ะ

ผมกรอกคำตอบทั้งของไอ้บูรพาและของผมลงไป ก่อนรุ่นพี่จะเดินมาเก็บในตอนที่หมดเวลาทำ

"เฮ้ยแกชอบกินอะไรอะลืมถาม"

"แกหนักเท่าไรวะ เรากรอกไปห้าสิบ"

"ดีนะจำได้ตอนแกแนะนำตัวว่ามาจากจังหวัดไหน"

เสียงคุยของเพื่อนๆ ดังขึ้นตอนที่รุ่นพี่เอากระดาษคำตอบนั่นไปตรวจ ผมหันไปหาไอ้บูรพา

"มึงเขียนว่ากูเป็นตัวอะไร"

"ควาย"

"ไอ้เหี้ย!"

"ตอนแรกก็จะเอาเหี้ยแหละ เกรงใจ"

"ไอ้สันดาน!" ผมยกมือทุบหัวมัน

"เอาๆ ไม่ทะเลาะกัน"

ใช้เวลาไม่นานพวกพี่ๆ ก็ตรวจคำตอบของพวกเราเสร็จและถึงเวลาประกาศรางวัลของคู่ที่ชนะในกิจกรรมนี้

"ก่อนที่พี่จะประกาศผลคะแนน ก็ขอพูดอะไรเล็กๆ น้อยๆ สักหน่อยเนอะ พี่พี่ให้น้องๆ จับคู่กันแล้วเล่นเกมนี้ เพราะอยากให้พวกเราสนิทกันมากขึ้น ได้ชวนคุยกัน ได้รู้จักกันมากขึ้น คำถามในเกมนี่อาจจะเป็นคำถามง่ายๆ เรื่องทั่วไปแต่บางทีเราก็ไม่ได้นึกถึงเนอะ หวังว่าต่อไปนี้น้องๆ ทุกคนจะได้รู้จักกันมากกว่านี้นะคะ โอเค พูดมากแล้ว ขอประกาศเลยล่ะกัน คู่บัดดี้ที่ตอบคำถามกันได้อย่างรู้ใจก็คือ..."

เว้นช่วงให้ตื่นเต้นนิดหนึ่ง คู่บัดดี้คู่อื่นต่างหันมองหน้ากันอย่างลุ้น

"น้อง...บูรพา กับ น้ององศาเหนือค่า!"

"ขวับ!"

ทั้งผมและไอ้บูรพาหันมองหน้ากันอย่างงงๆ

"ออกมารับรางวัลเลยจ้า"

ผมกับมันออกไปรับของรางวัลที่เป็นขนมถุงใหญ่กับโต๊ะญี่ปุ่นสองตัว รุ่นพี่ที่เป็นตากล้องเข้ามาถ่ายรูปสองสามภาพ เสียงหวีดร้องของไอ้สาววายแถวหลังก็ดังไม่หยุด

เงียบไปเลย เงียบ!

"เป็นเพื่อนที่รู้ใจกันจริงๆ เลยนะคะ หวังว่าน้องๆ ทั้งสองคนจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันไปตลอดนะ"

เพื่อนที่ดีต่อกันเหรอ...อย่าคิดไปถึงขั้นนั้นเลย ให้กลับมาเป็นเพื่อนกันให้ได้ก่อนเหอะ

"นี่เป็นกระดาษคำตอบของน้องๆ นะ ได้คะแนนเกือบเต็มเลย"

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกที่ตอบคำถามตรงกันเกือบหมดขนาดนั้น ผมเป็นเพื่อนมันมาตั้งนาน คำถามแบบนั้นก็ต้องรู้อยู่แล้ว แต่ที่สงสัยก็แค่เรื่องเดียว ทำไมยังจำเรื่องของมันได้อยู่...

หลังเลิกกิจกรรม ไอ้บูรพายกขนมที่ได้เป็นรางวัลให้ผมหมด เพราะมันไม่ชอบกินขนมขบเคี้ยวให้เหตุผลว่าไม่มีประโยชน์ เหอะ ตอนเด็กๆ พ่อแม่ไม่ให้แดกอะดิ ผมหอบขนมไปแบ่งคนในแก๊งชะนี

"กูไปล้างหน้าก่อนนะ ไปป่ะ" ผมหันไปถามพวกที่นั่งอยู่

"กลับไปล้างที่หอดิ"

"กูไม่ได้อยู่หอในอย่างพวกมึงนะ จะให้ขี่มอไซค์ออกไปงี้หรือไง"

"เออๆ รีบไป"

ผมเดินเข้าไปในห้องน้ำหลังตึก เห็นไอ้บูรพายืนล้างหน้าอยู่ตรงนั้นก่อนแล้ว ผมไม่ได้พูดอะไรแล้วเดินเข้าไปที่อ่างล้างหน้าถัดจากมัน เปิดน้ำล้างหน้า แล้วขัดไอ้สีลิปสติกที่รุ่นพี่ใช้เขียนบนหน้าออก

"เอานี่ดิ" ไอ้บูรพาส่งโฟมล้างหน้าให้

"ไม่เอา"

"มึงนี่ดื้อติดใครวะ"

"เรื่องของกู"

"เอาไป ล้างอย่างนั้นจะไปออกได้ไง"

"ไม่เอา!"

"งอนอะไรอีก"

"มึงด่ากูเป็นควาย"

"ก็มึงควาย"

"กูคือโคอาล่ามาร์ช!"

"โคอาล่ามาร์ชมันเป็นขนมเหอะ"

ผมหยุดล้างหน้าแล้วหันไปหามัน

"มันเป็นหมีไม่ใช่เหรอวะ"

"มันคือโคอาล่าเฉยๆ โคอาล่ามาร์ชอะขนมที่มึงชอบแดก"

"อ้าว..."

ทำไมลอตเต้ไม่เคยอธิบายเรื่องนี้ให้กูรู้

"ควายจริงๆ"

"ไอ้ห่า!"

"ทีมึงยังว่ากูว่าเป็นตัวเหี้ยเลยนะ"

"ก็มึงเหี้ยจริง!"

"ไอ้ควายนี่!"

"ไอ้บูรพา!" ผมเปิดน้ำแรงๆ แล้วสาดใส่มัน อยู่ในส้วมหาอาวุธสังหารอะไรไม่ได้ นี่แหละวิธีของนักรบ

"เฮ้ยเปียก!"

"สมน้ำหน้า!"

"มึง!" ไอ้บูรพาเดือดแล้วหันมากดหัวผมลงไปในอ่างขณะที่เปิดน้ำแรงๆ ใส่

"ไอ้บูรพา ปล่อย!"

"ไม่!"

"ปล่อยกู! ยอมแล้ว ยอมๆๆ!"

ไอ้บูรพาหัวเราะเบาๆ แล้วปล่อยผมออก

"คอนแทคกูหลุดเลยไอ้ห่า" นั่นเป็นสาเหตุที่ต้องยอม ผมยกมือขึ้นปาดน้ำที่ไหนนองหน้า ใช้นิ้วเขี่ยหาคอนแทคในตาแต่พบว่ามันหลุดหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้

"หายไปไหนเลย"

"อ้าว จริงดิ"

"เออดิ สองข้างเลยเนี่ย!" ผมยกมือขยี้ตาเบาๆ อีกทีเผื่อว่ามันจะหลบอยู่ในซอกหลืบของเปลือกตาแต่ก็ไม่เจอ แค่นั้นแหละ กูก็คล้ายกับคนตาบอดเลย นี่เอาแผงลอตเตอรี่มาฝากขายได้เลยนะ

"มึงอะ!"

"โทษทีว่ะ มานี่ดิ กูล้างหน้าให้"

"ไม่ต้อง" ผมว่าแล้วหันไปหาประตูห้องน้ำ

"มานี่ เดี๋ยวล้างให้"

มันดึงผมกลับไปแล้วถูหน้าผมด้วยโฟมล้างหน้า ก่อนจะกดหน้าลงไปใกล้ๆ อ่างแล้วล้างน้ำอีกที

"เสร็จแล้ว"

"เกลี้ยงแน่นะมึง"

"เออ มึงนี่โดนหลอกมาตลอดชีวิตหรือไง เชื่อใจกูบ้าง"

"คนอย่างมึงเนี่ยไว้ใจไม่ได้"

"ไปข้างนอกได้แล้ว" มันว่าแล้วจูงมือผมออกไปข้างนอก

"ปล่อย กูเดินเองได้!"

"ตามใจ" มันว่าแล้วปล่อยมือผมออก ผมไม่สามารถบรรยายโลกของคนสายตาสั้นให้ฟังได้ว่ามันเป็นยังไง อารมณ์เหมือนดูยูทูปในคุณภาพต่ำสุด เห็นคนเป็นเงาลางๆ เห็นหมาเป็นก้อนหินได้อะ เห็นกลุ่มคนสี่คนลางๆ เดาว่าเป็นแก๊งชะนีเลยเดินเข้าไปหา

"ไอ้หลิว ไปส่งกูที่หอหน่อยดิ คอนแทคกูหลุดมองไม่เห็นอะไรเลยเนี่ย"

"นั่นไม่ใช่หลิว มานี่!" ไอ้บูรพาเข้ามาดึงผมออกมาจากโต๊ะนั้นที่ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ตามมา ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่โต๊ะไอ้หลิว

"มีอะไรเหรอบูรพา"

"เราเล่นกับไอ้เหนือจนคอนแทคมันหลุดอะ"

"เล่นอะไร มึงแกล้งกู ไอ้หลิว ไปส่งกูที่หอหน่อยดิ"

"เออๆ ได้ๆ"

"เฮ้ยไม่ต้อง เราอยู่หอนอกเหมือนกัน เดี๋ยวเราไปส่งไอ้เหนือเอง ฝากมอไซต์มันไว้ที่หลิวก่อนแล้วกัน"

"ได้ๆ"

"เฮ้ยเดี๋ยว มึงตกลงกันนี่ถามกูยัง กูบอกจะให้มึงไปส่งเหรอ ฮะ!"

"ไปกับบูรพาแหละมึง ไหนๆ ก็ต้องออกไปเหมือนกัน"

"กุญแจรถมึงอยู่ไหน"

"กูไม่ไปกับมึง"

"กุญแจรถมึงล่ะ"

"กูไม่ให้มึงไปส่ง"

"กุญแจอยู่ที่ไหน!"

"ในกระเป๋า!"

ไอ้เผด็จการ! ไอ้คอมมิวนิสต์! ไอ้ตูดหมาขาไก่! ไอ้สันดาน!

"มานี่" มันว่าแล้วดึงมือผมไปอีกทาง

"ขนมกูอะ ขนม"

"ยังจะห่วงแดก"

ผมต้องยอมจำนนขึ้นมานั่งบนรถของไอ้บูรพาเพื่อให้มันไปส่งที่หอ ไอ้บูรพาหันไปหยิบผ้าขนหนูที่เบาะหลังให้

"หัวมึงเปียกอะ"

"ก็มึงแหละแกล้งกู"

"มึงเริ่มก่อน"

ผมได้แต่หันไปคว่ำปากใส่มันทีหนึ่ง

"นึกถึงตอนม.หนึ่ง ที่ทะเลาะกันในห้องน้ำโรงเรียน"

ผมก็คิดถึงตอนนั้นอยู่เมื่อกี้ เคยทะเลาะกันในห้องน้ำตักน้ำสาดกันจนเปียกโชก ตัวเปียกในฤดูหนาวไม่พอ แถมโดนครูตีอีก

"เออ ตอนนั้นทะเลาะกันเรื่องอะไรนะ ไพ่ยูกิ?"

"อือ ปัญญาอ่อนมาก แล้วพวกเพื่อนๆ มันเป็นไงกันมั่งวะ"

"พวกในกลุ่มเรา ไอ้เอ ไอ้ไอซ์ จบม.สามมันไปต่อเทคนิค ไอ้จิ๋วกับไอ้ออมก็ไปต่อโรงเรียนอื่น กูก็ไม่ค่อยได้ติดต่อพวกมันเท่าไร มีแค่กูกับแพทนี่แหละที่เรียนที่เดิม"

ไอ้บูรพาพยักหน้าเบาๆ

ผมลังเลที่จะถามมันว่า แล้วมันล่ะ...ไปทำอะไร อยู่ที่ไหนมา แต่ก็กลืนคำถามกลับเข้าไปเพราะมันพาผมมาถึงหอพักพอดี

"มึงอยู่ตึกไหนเนี่ย"

"นู่น ตึกที่สาม"

ไอ้บูรพาจอดรถที่หน้าหอผม แล้วตามไปส่งถึงในหอ

"มึงส่งแค่นี้ก็ได้นะ กูไปได้"

"เดี๋ยวส่งถึงห้องเลย ห้องไหน" ผมเดินขึ้นบันไดไปที่ชั้นสอง ก่อนจะล้วงหากุญแจขึ้นมา กำลังหรี่ตาดูว่าดอกไหน

ไอ้บูรพาดึงกุญแจไปจากในมือแล้วไขประตูให้

"ต้องส่งถึงเตียงมั้ย"

"พ่อมึงสิ! ไปได้แล้ว"

"ด่าพ่อกูอีก มึงนี่พูดดีๆ กับกูสักครั้งไม่ได้เหรอ"

"กูไม่พูดดีๆ กับตัวเหี้ย"

"ไอ้ควาย"

"มึงไปเลย!"

"เป็นควายไม่พอ เสือกตาบอดอีก"

"ไป๊!"

"เออๆ ไปล่ะ" มันบอกแค่นั้นก่อนจะหันไปไขกุญแจห้องฝั่งตรงข้าม ผมเบิกตาที่เบลอๆ นั้นให้กว้าง แล้วมองมันเปิดประตูห้องตรงข้ามเข้าไป ก่อนจะปิดประตูก็โผล่หน้ามาพูดจากวนตีนใส่

"ยินดีที่ได้รู้จักนะ เพื่อนข้างห้อง"

"ปึง"

เสียงปิดประตูของมันดึงสติผมกลับมา จึงโผเข้าไปที่หน้าห้องมัน

"ไอ้บูรพา!! ทำไมมึงมาอยู่ที่นี่!! มึงย้ายออกไปเลยนะ ไอ้บูรพา!" 

มันเปิดประตูออกมาอีกรอบ

"เบาๆ สิ เกรงใจคนข้างห้องมั่ง มารยาทอะมีมั้ย"

"มึงมาอยู่หอนี้ได้ไง"

"ก็จ่ายค่าเช่าแล้วก็เข้ามาอยู่ ง่ายๆ"

"กูหมายถึงทำไมมึงต้องมาอยู่หอนี้ด้วย"

"กูไม่อยากอยู่หอใน"

"หอมีเป็นร้อย ทำไมต้องเลือกหอนี้!"

"ตอนมาเช่าไม่รู้นี่ว่าจะเจอมึง"

ไอ้สันขวาน! 

เหมือนชีวิตกำลังประสบกับความบังเอิญจนเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า โชคชะตามันใจร้ายกับผมเกินไปไหมวะ!

 

            ...

ผมกลับเข้ามาในห้อง แล้วหยิบแว่นมาใส่ให้โลกสว่างขึ้น โลกสว่างมากแต่จิตใจขุ่นมัวเพราะคิดถึงเรื่องไอ้บูรพา อยู่มหาลัยเดียวกันยังไม่พอ ยังอยู่คณะเดียวกัน เอกเดียวกัน เสือกมาอยู่หอเดียวกันห้องตรงข้ามกันอีก ความบังเอิญนี่มันจะเกินไปแล้วนะ ไม่เป็นไร ใจเย็นๆ คิดว่ามันเป็นแค่อากาศ เป็นแค่แมลงสาบ เป็นแค่พยาธิ เป็นอะไรก็ได้ยกเว้นเป็นไอ้บูรพา...

ผมเข้าอาบน้ำล้างหน้าอีกรอบก่อนจะทิ้งตัวลงที่นอนอย่างเหนื่อยๆ

"ติ๊ง!"

ผมเอื้อมมือไปหยิบมือถือที่ไลน์ดังขึ้น ก่อนจะเห็นว่าเป็นแพทส่งข้อความมา

 

แพท : เลิกยัง?

 

ขี้เกียจพิมพ์ตอบเลยกดโทรกลับไป

(เลิกแล้วเหรอ กินข้าวกันป่ะ?)

"วันนี้ว่างเหรอ?"

(อือ ว่างอยู่)

"มอไซค์อยู่กับไอ้หลิวอะ"

(อ้าวเหรอ งั้นเดี๋ยวไปเอากุญแจที่หลิว ล่ะเดี๋ยวไปหาที่หอ)

"โอเค"

(เสียงเหนื่อยๆ นะหรือว่าจะนอน งั้นไม่ไปนะ)

"เฮ้ย มาๆๆ มาเหอะ ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวันแล้ว"

(เออ โอเค เดี๋ยวซื้ออะไรไปกินที่หอเลยล่ะกัน)

"คร้าบ"

ผมกดวางสายจากแพท แล้วคิดอะไรอยู่ในหัวบางอย่าง ถ้าแพทเจอกับไอ้บูรพา จะเป็นยังไงนะ...มันยังชอบแพทอยู่หรือเปล่า

โอ๊ย! ไม่ต้องไปสนใจไอ้แมลงสาบนั่นหรอก!

ระหว่างที่นอนรอแพท ผมกดเล่นมือถือไปเรื่อยเปื่อยเหมือนเคย ก่อนจะต้องมาหยุดอยู่ที่โพสท์ของไอจีแอคฯ เดิมอีกครั้ง


Sundaynight01 เหตุผลเดียวที่ทำให้เรื่องราวในอดีตวนกลับมา นั่นคือความคิดถึง


 

"คิดถึงเนอะ"

"อืม...คิดถึง"

 

เฮ้ยไม่เกี่ยว! ไม่จรี๊ง!

 

...

 

ผมรอแพทอยู่ไม่นาน ก็มาถึงหอผมพร้อมของกินที่หอบหิ้วมาเยอะแยะ วันนี้แพทของผมก็สวยเหมือนเดิม ถึงหน้าจะไม่เคยแตะเครื่องสำอาง ไม่เคยไว้ผมยาวเกินบ่า แล้วก็มักจะมัดมันไว้แบบลวกๆ ชุดอยู่บ้าน ชุดนอน ชุดออกไปข้างนอกก็ชุดเดียวกันหมด ผมชอบความที่แพทเป็นคนง่ายๆ ไม่ใช่ผู้หญิงงี่เง่า นิสัยแมนๆ คุยกันง่าย ติดตรงที่บ่นหนักไปหน่อย แต่รวมๆ แล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน เห็นบอกว่ารุ่นพี่ที่คณะให้เป็นตัวแทนประกวดดาวด้วย ตอนแรกผมไม่เห็นด้วยเพราะแอบหวงนิดหน่อย เดี๋ยวคนอื่นชอบเยอะ แต่แพทอยากทำก็ต้องปล่อยให้ทำ

"โต๊ะญี่ปุ่นนี่ซื้อมาเหรอ" แพทชี้ไปที่โต๊ะญี่ปุ่นลายลิละคุมะที่วางอยู่

"เล่นเกมชนะเลยได้มา"

"จริงดิ เกมอะไร"

"ก็เกมในค่ายแหละ"

"ดีเลย ได้เอาไว้กินข้าว"

แฟนครับ หอเขามีโต๊ะกินข้าวให้ครับ แต่ความแพทนี้ไม่มีอะไรขัดได้ แพทกางโต๊ะญี่ปุ่นบนพื้นเพื่อใช้มันเป็นที่กินข้าว ผมก็เลยต้องไหลจากเตียงลงไปนั่งที่พื้นกับแพท

"เออ แล้วทำไมมอไซต์ไปอยู่ที่หลิวอะ"

"คอนแทคหลุดหายอะ ก็เลยขี่กลับมาไม่ได้"

"ก็บอกให้พกแว่นติดตัวไว้ไง ชีวิตนี้คอนแทคหล่นหายไปกี่รอบแล้ว พูดไม่เคยฟังเลยนะ..."

ผมหยิบแตงกวาในจานยัดใส่ปากแพทเพื่อให้หยุดบ่น เจ้าตัวหันมามองผมตาขวางแล้วเคี้ยวแตงกวาในปากไปด้วย 

"เออ แล้วกลับมานี่ได้ไง"

"มากับ...ไอ้บูรพา"

"บูรพา?"

"อือ"

"ทำไมมาด้วยกันได้อะ"

"มันอยู่ห้องตรงข้ามเนี่ย"

"บังเอิญไปอีก"

"เออดิ ซวยอะไรขนาดนี้"

"เหนือ เรากลับไปเป็นเพื่อนกันเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้เหรอ...เราสามคน"

ผมนิ่งไปกับคำพูดของแพท ต่อให้ทบทวนอีกกี่ครั้ง...

 

"คงไม่ได้ว่ะ"


to be continued.


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-12-2018 16:56:10 โดย รชา »

ออฟไลน์ ▶August5th◀

  • it was fate
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +184/-2
ก่อนอื่นต้องขอบคุณมากๆ นะครับ ลงให้อ่านหลายตอน จุใจมาก
ลงแบบนี้บ่อยๆก็ดีนะครับ อิอิ


ชอบเวลาเหนือกับบูรพาด่ากัน ฮาดีอ่ะ
ลึกๆ เหมือนทั้งสองก็ยังผูกพันกันอยู่ลึกๆเนอะ
แต่อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมเหนือโกรธนานขนาดนั้น บูรพาไปทำไรไว้นี่

อีกอย่างคนขโมยจูบเหนือนี่ยังไงๆ หลังจากเหตุการณ์นั้นหายไปเลย 555+

ออฟไลน์ เต้าหู้ไข่

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +279/-5
    • twitter
การพบกันครั้งที่ 6
ความโกรธเป็นโรคเรื้อรัง

 

สามปีก่อน
โรงเรียนมัธยม ห้องม.3/5


 

ผมกับไอ้บูรพาและแก๊งอุลตร้าแมนคิงดอมครองพื้นที่แถวหลังตามประสาคนมีสไตล์ ข้างหน้าผมคือเด็กผู้หญิงที่นั่งเรียนคนเดียวมาตั้งแต่ม.หนึ่ง ไม่ใช่ว่าไม่มีเพื่อนแต่แก๊งพาวเวอร์พัพเกิร์ลของพวกเธอมีสามคน แล้วโต๊ะเรียนมันติดกันแค่สองตัว ผู้หญิงคนนี้ก็เลยเสียสละนั่งคนเดียวมาตลอด ผมมองเจ้าของผมสั้นเสมอติ่งหูที่กำลังตั้งอกตั้งใจเรียน วันนี้อากาศหนาวมากสมกับความเป็นลำปาง แต่ผู้หญิงคนนี้ก็สวมแค่เสื้อคลุมบางๆ สีชมพูซีดๆ ที่เห็นมาตั้งแต่ม.หนึ่ง สตรองอย่างมีสไตล์มากจริงๆ

"มึง กลางวันนี้กินอะไรดีวะ"

"ไอ้เอ นี่ยังไม่หมดคาบแรกมึงชวนคุยเรื่องแดก มึงบ้าหรือเปล่า"

"กูหิวอะ"

"ไอ้เหนือ มึงพกอะไรมาแดกป่ะ"

"มีแต่คูก้า" ผมว่าแล้วควักซองลูกอมขึ้นมาให้พวกมัน ปกติผมจะพกขนมติดกระเป๋าเอาไว้แต่วันนี้มาสายก็เลยไม่ได้แวะซื้อเอาไว้

"เฮ้ย" ไอ้ผมติ่งหูหันมาทางพวกเรา

"มีอะไร" ไอ้ไอซ์ถามเสียงหาเรื่อง

"ทำไมกินขนมในห้องเรียนวะ"

"แล้วทำไมวะ จะฟ้องครูรึไง?"

"เปล่า จะกินด้วย เอามาเม็ดหนึ่งดิ"

"อ้าว ไอ้นี่ เอาไปสองเม็ดเลย" ไอ้ไอซ์หัวเราะเบาๆ แล้วส่งลูกอมให้เธอไปสองเม็ด ผมแอบยิ้มออกมานิดๆ ผู้หญิงคนนี้นิสัยไม่เหมือนใคร เป็นคนน่ารักแต่มักจะแต่งตัวมอมแมมเพราะได้ยินว่าฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี ผู้หญิงที่ดูเหมือนทอมเพราะมักจะพูดจาห้วนๆ

ผู้หญิงที่ชื่อแพท

"ยิ้มไรวะ"

ผมรวบปากหุบยิ้มเมื่อไอ้บูรพาหันมาถาม แล้วส่ายหน้าเบาๆ



พวกเราเดินลงมาจากตึกเรียนแล้วตรงเข้าโรงอาหารในตอนพักกลางวัน ผมไม่ค่อยชอบบรรยากาศโรงอาหารในโรงเรียนเท่าไร พักกลางวันทีไรมันจะแน่นขนัดไปด้วยเด็กนักเรียน แค่จะหาโต๊ะกินข้าวทีแต่ให้อารมณ์เหมือนขุดทองในมหาสมุทร กว่าจะมีที่ว่างให้กิน ข้าวในมือกูนี่จะบูดล่ะ

"เฮ้ย ไปนั่งกับพวกไอ้แพทดีกว่า" ผมหันไปมองกลุ่มแพทตามที่ไอ้เอบอก ไม่รอช้าก็รีบเข้าไปก่อนคนแรกเลย

"ขอนั่งด้วยดิ"

"เอาดิ" เมื่อ จิ๋ว หนึ่งในเพื่อนของแพทอนุญาต ผมก็เข้าไปนั่งข้างๆ แพท

"เบียดทำไมวะ" แพทหันมาถามเสียงเรียบ

"เดี๋ยวเพื่อนนั่งไม่พอ"

คนข้างๆ ได้แต่พยักหน้าหน่อยๆ ผมหันไปมองกล่องข้าวตรงหน้าแพท

"แพทเอาข้าวมากินเองเหรอ"

"อือ ไม่มีตังค์ซื้อข้าวกลางวัน" คำตอบที่ดูไม่ได้ใส่ใจอะไรนั่นดูจริงใจสมเป็นแพท ผมแอบมองผัดผักที่ไม่มีเนื้อสัตว์กับไข่ต้มที่กินไปแล้วครึ่งใบ ผมจิ้มชิ้นไก่ทอดในจานตัวเองให้แพท

"เฮ้ย เอามาให้ทำไม"

"กินเหอะ"

"อย่ามาสงสารนะโว้ย ไม่ชอบ"

"เปล่า แต่เราไม่กินอะ"

แพทพยักหน้าอีกที แล้วตักไก่ทอดชิ้นนั้นใส่ปากเคี้ยวตุ้ยๆ ก่อนจะหันมาถาม

"ไม่กินแล้วสั่งมาทำไมวะ"

เออเนอะ...ไม่เนียนเลยกู

...

หลังจากนั้นแก๊งผมกับแก๊งแพทก็เริ่มมาสนิทกันมากขึ้น นั่งเรียนด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน จับกลุ่มกันไปไหนมาไหนตลอด กลายเป็นอุลตร้าแมนคิงดอมแอนด์พาวเวอร์พัพเกิร์ล ผมกับแพทและไอ้บูรพาสนิทกันมากกว่าใคร เพราะเพิ่งมารู้ว่าบ้านเราไปทางเดียวกัน แล้วแพทก็นิสัยแมนๆ เข้ากับพวกเราได้ดีด้วย

"ไอ้บูรพา ไปเยี่ยวเป็นเพื่อนกูหน่อยดิ" ผมหันไปสะกิดบูรพาที่กำลังนั่งลอกการบ้านอยู่

"ไอ้ห่า โตเป็นควายยังไปเยี่ยวคนเดียวไม่ได้"

"เออ ไปเป็นเพื่อนหน่อย"

"ใช้จู๋อันเดียวกันหรือไงวะ ถึงต้องไปด้วยกันอะ"

ทั้งผมและบูรพาหันมองหน้ากันเพราะไม่คิดว่าคำพูดแบบนั้นจะออกมาจากแพท มึงเป็นกุลสตรีนะเฮ้ย!

"ทะลึ่ง" ผมหันไปว่าแพทก่อนจะดึงมือไอ้บูรพาไปห้องน้ำ

"มึงว่าแพทมันเป็นทอมป่ะวะ" ไอ้บูรพาหันมาถามผม

"ไม่รู้ดิ สภาพมันก็เหมือนอยู่นะ"

"และมึงดูมันพูด กูนี่ช็อกเลย"

"กูก็เงิบเลยนะ แต่ก็น่ารักดีว่ะ"

"อะไรนะ"

ผมส่ายหน้าแล้วรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ ฉี่เสร็จก็ออกมาหาไอ้บูรพาที่ยืนรออยู่

"ไอ้บูรพา ไปโรงอาหารกันป่ะ"

"หาไรแดกอีกดิ"

"อือ"

แทนที่จะเดินกลับห้องเรียน ผมกับไอ้บูรพาเดินลงบันไดเพื่อจะไปหาอะไรกินที่โรงอาหาร ระหว่างที่กำลังเดินลงบันได ผมก้มลงไปมองผู้ชายสองคนที่กำลังเดินขึ้นมา มันเป็นเพื่อนในห้องผมเอง และกำลังคุยกันเรื่องที่ผมต้องหันไปสนใจ

"เออ เมื่อกี้กูไปห้องทะเบียนมา เจอแม่ไอ้แพท"

"ไอ้แพทห้องเราอะนะ มาทำไมวะ"

"มาจ่ายค่าเทอม มึงคิดดูเกือบจะจบเทอมแล้วเพิ่งมาจ่ายค่าเทอม"

"กูได้ยินว่าบ้านมันจนมากเลยนะ"

"เออใช่ โคตรจน น่าสงสารจัด มันใส่ถุงเท้าย้วยด้วยนะเว้ย"

"อนาถจัดว่ะ ฮ่าๆ!"

"กูว่าไปเรี่ยไรเงินซื้อถุงเท้าให้มันสักคู่สองคู่เหอะ ถือว่าทำบุญ ฮ่าๆ"

ผมก้าวเท้าไปขวางทางพวกมันเอาไว้ตอนที่เดินสวนกัน ไอ้สองคนนั้นหยุดกึกแล้วมองผม

"อ้าวไอ้เหนือ ไอ้บูรพา ไปไหนวะ"

"เมื่อกี้มึงพูดว่าไงนะ"

"พูดไรวะ?"

"มึงบอกว่าใครน่าสงสาร"

"อ๋อ ไอ้แพทห้องเราอะ มึงสองคนจะบริจาคเงินซื้อถุงเท้าให้มัน..."

"พลั่ก!"

ไอ้เวรนั่นยังพูดไม่ทันจบก็ล้มลงไปกองกับพื้นเพราะหมัดของผม

"ไอ้เหนือ! มึงชกกูทำไม!"

"เผื่อจะหายปากหมาไง"

"มึงจะเอาใช่มั้ย!"

"มาเลยไอ้สัด!"

"ไอ้เหนือไม่เอา" ไอ้บูรพาดึงมือผมเอาไว้ แต่ผมสะบัดมือมันออกแล้วตรงเข้าหาไอ้นั่นอย่างเอาเรื่อง

"แพทมันไปจนบนหัวพวกมึงเหรอ ทำไมต้องดูถูกมันด้วยวะ!"

"แล้วมึงเดือดร้อนอะไร!"

"แพทมันเพื่อนกูเว้ย!"

เกิดสงครามขนาดย่อมบริเวณระหว่างบันได

"ไอ้เหนือ! พอแล้ว!"

"พลั่ก!" ไอ้บูรพาที่เข้ามาห้ามโดนหมัดของไอ้นั่นเข้าไปเต็มๆ จนหน้าหัน

"ไอ้สัด มาชกกูทำไมเนี่ย!"

"ก็มึงเพื่อนไอ้เหนือไง"

"ไอ้ห่าเอ๊ย!"

ไอ้บูรพาผันตัวจากคนห้ามมาเป็นร่วมรบสงครามด้วย ผลัดกันต่อยผลัดกันตีอยู่พักใหญ่จนมีคนพาอาจารย์เข้ามาห้ามถึงได้หยุด สุดท้ายเรื่องจบลงที่ห้องปกครอง และสิ่งที่ตามมาคือจดหมายเชิญผู้ปกครองคนละใบ ผมกับไอ้บูรพาเดินออกมาจากห้องนั่นเงียบๆ

"มึงแหละ กูห้ามไม่ฟังอะ"

"มึงไม่ต้องเลย ไอ้นั่นจะตายเพราะหมัดมึงนั่นแหละ"

"ก็มันชกกูก่อนอะ"

"แล้วยังไงล่ะเนี่ย โดนเรียกผู้ปกครองเลย พ่อกูอะไม่เท่าไร พ่อมึงนี่สิ" พ่อไอ้บูรพาค่อนข้างจะดุ ถ้ารู้ว่าเกิดเรื่องแบบนี้มีหวังมันโดนกักบริเวณเหมือนตอนม.สองที่ผมพามันหนีออกจากบ้านไปเล่นเกมแน่ๆ

"ก็คงต้องบอกแหละ โดนด่าหน่อยไม่เป็นไร ก็กูผิดนี่หว่า"

"เอางี้ ให้พ่อกูเป็นผู้ปกครองมึงด้วย ได้ไม่ต้องบอกพ่อมึง"

"ได้เหรอวะ"

"ได้ดิ ยังไงกูก็เป็นคนเริ่มก่อน คนผิดคือกู ตกลงตามนี้ ไฮไฟว์!"

ไอ้บูรพายกมือขึ้นมาแปะมือผมเป็นสัญลักษณ์ประจำเมื่อเราตกลงเรื่องอะไรกันได้ สมาชิกแก๊งอุลตร้าแมนฯ ต้องไม่ทอดทิ้งกัน โฮะๆ

...

วันต่อมา พ่อผมมาที่โรงเรียนและไกล่เกลี่ยเรื่องให้จบลงด้วยดี ที่จริงผมก็ไม่ได้ผิดซะฝ่ายเดียว เพราะพวกมันพูดจาดูถูกแพทก่อน ผมอธิบายให้พ่อฟังตั้งแต่อยู่ที่บ้าน พ่อก็ไม่ได้ว่าอะไร อาจจะเป็นเพราะผมเป็นลูกคนเดียวแล้วพ่อก็เชื่อใจและตามใจผมมาก ผมกับไอ้บูรพาและพ่อเดินออกมาจากห้องปกครองหลังจบเรื่อง

"หมดเรื่องล่ะ กลับไปเรียนได้แล้วไป" เพราะไอ้บูรพามันเป็นคนกรุงเทพฯ ก็เลยพูดภาษาเหนือไม่ได้ เวลาพ่อคุยกับผมตอนที่มีมันอยู่ด้วยก็เลยต้องใช้ภาษากลาง

"ขอโทษอีกทีนะครับอา" ไอ้บูรพาว่าแล้วยกมือไหว้พ่อผม 

"เฮ้ยไม่เป็นไรน่า"

"พ่อไม่โกรธจริงๆ ใช่ป่ะ" ผมถาม

"จริงดิ ลูกผู้ชายก็งี้แหละ แมนๆ ใช้หมัดคุยกัน งั้นพ่อกลับแล้วนะ แล้วเดี๋ยวเจอกันที่บ้าน"

"ค้าบ"

ผมโบกมือให้พ่อก่อนจะหันหลังเดินกลับห้องเรียน

"ดีนะที่พ่อไม่ได้ว่าอะไร"

"อือ พ่อกูใจดี"

"เขาตามใจมึงอะดิ"

"ก็กูน่ารัก"

"คิดไปเองไอ้ฟาย"

ผมยักไหล่หน่อยๆ

"บูรพา"

"ฮึ?"

"กูว่ากูชอบแพทว่ะ"

มันหยุดเดินแล้วหันมามองผม

"สักพักหนึ่งแล้วที่กูคิดว่าผู้หญิงคนนี้แม่งเจ๋งดีว่ะ กูว่าแพทแม่งใช่อะ"

"นี่ซีเรียส?"

"เออดิ มึงเห็นกูเป็นคนยังไง กูจะจีบแพทล่ะนะ"

"เออ เอาที่สบายใจ"

พูดจบก็ก้าวเท้าเดินออกไป ทิ้งผมเอาไว้ตรงนี้ มัน...ไม่ได้งอนอะไรใช่ไหมวะ



 

หลังเลิกเรียนผมให้ไอ้บูรพากลับบ้านไปก่อน เพราะจะหาโอกาสกลับบ้านกับแพทสองคน ซึ่งไอ้เพื่อนรักนั่นก็เปิดทางให้อย่างเต็มที่ ผมเดินมารอแพทที่ประตูโรงเรียน ก่อนจะเห็นไอ้ผมติ่งหูของผมเดินออกมา แพทไม่ทันมองเห็นผมแล้วตรงดิ่งเข้าไปหาหมาตัวผอมที่นอนอยู่หน้าประตู ก่อนจะหยิบข้าวกล่องในกระเป๋าที่เหลือเทให้มัน แพทไม่ได้กินข้าวไม่หมด แต่ตั้งใจเหลือเอาไว้ให้มันมากกว่า จิตใจดีแบบนี้จะไปหาที่ไหนได้ ผมเดินตรงเข้าไปหาแพท 

"อ้าว เหนือ ไม่กลับอีกเหรอ"

"รอกลับพร้อมแพทไง"

"แล้วบูรพาอะ"

"กลับไปแล้ว"

"อ้าว ปกติเห็นตัวติดกันตลอด นึกว่าเป็นผัวเมียกัน"

"จะบ้าเหรอ!"

แพทหัวเราะเบาๆ ตอนที่เก็บกล่องข้าวใส่กระเป๋า

"ไปดิ กลับบ้านกัน"

ผมนั่งรถมากับแพทแต่ระหว่างไม่ได้พูดอะไร เสือกป๊อดตอนอยู่ด้วยกันสองคน รู้งี้เอาไอ้บูรพามาด้วยก็ดี...

"ลงล่ะนะ เจอกันพรุ่งนี้"

"เฮ้ย ลงด้วย" ผมกระโดดลงรถไปพร้อมกับแพทด้วย

"เฮ้ย จะลงมาทำไม บ้านเหนือต้องไปอีกนะ"

"จะไปส่งแพทที่บ้านไง"

"คิดไงวะ"

"เออน่า ไปเหอะ ไปทางไหน"

แพทเดินนำผมไปก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านชั้นเดียวหลังย่อม  ที่อยู่เกือบท้ายซอย

"เข้าบ้านเปล่า?"

"เฮ้ยไม่เป็นไร ส่งแค่นี้แหละ เออแพท...เรามีอะไรจะบอกอะ"

"ว่า?"

"เรา..."

แพทเลิกคิ้วนิดๆ เพื่อรอให้ผมพูด

เรา..."

"อะไร!"

"ยืมตังค์ค่ารถกลับบ้านหน่อยดิ!"

ป๊อดเหี้ย!

"ฮะ?"

"แหะๆ ยืมตังค์หน่อย" ผมว่าพลางแบมือไปข้างหน้า

แพทส่ายหัวเบาๆ แล้วหยิบเหรียญสิบสองเหรียญส่งให้

"ขอบคุณนะ เจอกันพรุ่งนี้" ผมพูดแค่นั้นก่อนจะหันหลังกลับมา เวรเอ๊ย...ถ้าสมาชิกแก๊งอุลตร้าแมนฯ รู้ว่าผมปอดแหกขนาดนี้มันต้องล้อไม่เลิกแน่ ผมถอนหายใจอีกทีแล้วหันกลับไปหาแพท

"แพท!"

"อะไรอีกอะ? ตังค์ไม่พอเหรอ?"

"แพทเป็นทอมป่ะวะ"

"ฮะ!?"

"แพทชอบผู้ชายป่ะ"

"ก็...ก็ชอบนะ"

"งั้นชอบเราได้ป่ะวะ"

"ฮะ?"

"เราชอบแพทว่ะ..."

ผมเปิดกระเป๋าแล้วหยิบถุงเท้าสีขาวที่ซื้อมาตั้งแต่เมื่อวานส่งให้แพท

"ถ้าแพทคิดเหมือนเรา พรุ่งนี้ใส่ถุงเท้าคู่นี้มานะ" ผมทิ้งคำพูดไว้แค่นั้นแล้ววิ่งสี่คูณร้อยออกมาจากหน้าบ้านแพท ก่อนจะมาหยุดหอบอยู่ที่ริมถนน ริมฝีปากยกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่

กูทำได้เว้ย! ด้วยเกียรติแห่งสมาชิกอุลตร้าแมนคิงดอมแอนพาวเวอร์พัพเกิร์ล ในที่สุดก็บอกรักผู้หญิงได้สำเร็จ! แล้วหลังจากวันนั้นความสัมพันธ์ระหว่างผมกับแพทก็เปลี่ยนไปตั้งแต่วันที่แพทสวมถุงเท้าคู่ใหม่มา ไม่มีแล้วไอ้ผมติ่งหูกับถุงเท้าย้วยๆ แพทถุงเท้าใหม่ไฉไลกว่าเดิม

เป็นแฟนกันแล้วโว้ย!

...

            ผมกับแพทคบกันมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว แต่ความสัมพันธ์ของเราก็ไม่ได้ทำให้สูญเสียความเป็นเพื่อน แพทยังทำตัวเหมือนเดิม พูดจ้าล้อเล่นกับผมได้เหมือนเดิม ตบหัวกันได้เหมือนเดิม เพิ่มเติมแค่ผมโทรไปคุยด้วยตอนเย็นๆ ทุกวัน แต่ก็โทรดึกมากไม่ได้เพราะแพทนอนกับแม่ คุยๆ กันอยู่แม่ตะโกนมาด่าก็มี เพราะว่าเป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว เวลาอยู่ที่โรงเรียนพวกเราก็ยังไปไหนมาไหนกันเป็นกลุ่มเหมือนเดิม คำว่าได้แฟนแล้วทิ้งเพื่อนเลยไม่เกิดขึ้นในกับผม

"พวกมึง วันอาทิตย์วันเกิดกู ใครอยากไปเที่ยวกับกูบ้าง เรียนเชิญนะครับ" ไอ้ไอซ์พูดขึ้นระหว่างที่กำลังกินข้าวกลางวัน

"ไปไหนวะ"

"ดูหนังป่ะ"

"เออ กูอยากดูเรื่องนี้อยู่พอดี" ไอ้บูรพาว่าแล้วโชว์โปรแกรมหนังในมือถือมันให้ดู

"เออเอาดิๆ!"

"ตกลงไปดูหนังกัน ตามด้วยกินหมูกระทะ"

"ตามนั้น ไฮไฟว์!"

หลังเลิกเรียน

"กลับพร้อมกันป่ะวันนี้" ไอ้บูรพาหันมาถาม

"มึงกลับก่อนเลย เดี๋ยวกูไปร้านเน็ตเป็นเพื่อนแพทอะ"

"เออ งั้นเจอกันวันอาทิตย์"

"โอเคมึง"

ผมมานั่งอยู่ในร้านอินเตอร์เน็ตเป็นเพื่อนแพท เพราะบอกว่าจะมาทำรายงาน ผมให้ไปทำที่บ้านผมก็ไม่ยอมไป

"ไหนบอกทำรายงาน ทำไมนั่งเล่นเฟสบุ๊คเล่า" ผมหันไปถาม 

"คุยกับไอ้จิ๋วเรื่องงานนี่ไง"

"อ๋อเหรอๆ" ผมว่าแล้วแกล้งชะเง้อหน้าไปดูหน้าจอคอมฯ นั่นก่อนแพทจะเปลี่ยนหน้าต่างไปเป็นหน้าเวิร์ด แล้วพิมพ์งานต่อ สักพักหนึ่งก็งานก็เสร็จ

"เดี๋ยวไปเอาที่ปริ๊นท์แป๊บหนึ่ง" แพทว่าแล้วกดปิดไฟล์เวิร์ด ก่อนจะลุกไปเอากระดาษที่สั่งปริ๊นท์ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับเครื่องเจ้าของร้านเพื่อจะจ่ายเงินด้วย ผมหันไปเห็นหน้าเฟสบุ๊คที่แพทยังไม่ได้ปิด ไม่ได้อยากจะเสือกเรื่องส่วนตัวแต่แชทหนึ่งมันดันเด้งขึ้นมาพอดี

ไอ้บูรพา?

ผมหันไปมองแพทที่ยังยุ่งกับงานปริ๊นท์นั่นอยู่จึงถือวิสาสะอ่านแชทจากไอ้บูรพา

 

บูรพา : รออยู่หน้าร้านนะ

 

รออะไรวะ? ผมเลื่อนแชทเก่าๆ ที่แพทเคยคุยกับไอ้บูรพาดู ก่อนคิ้วจะขมวดหากันแน่น

บูรพา : แพท เย็นวันศุกร์ว่างป่ะ?

แพท : ว่างอยู่นะ มีไรเปล่า?

บูรพา : มาเจอเราหน่อยได้ป่ะ? มีเรื่องอยากคุยด้วย

แพท :  เรื่องไรวะ

บูรพา : อยากคุยต่อหน้าอะ

แพท : อ๋อ ได้ งั้นเจอกันหลังเลิกเรียนนะ

บูรพา : อย่าบอกไอ้เหนือนะ ว่าเรานัดมาเจออะ

แพท : โอเค

 

ผมเลื่อนแชทกลับมาที่ประโยคสุดท้ายตอนที่แพทเดินกลับมา ยิ้มให้แพทหน่อยๆ แต่ในใจนี่ว้าวุ่นสุด ผมแกล้งมองไปที่อื่น แต่แอบเหลือบไปเห็นแพทอ่านแชทไอ้บูรพาก่อนที่จะกดปิดหน้าจอ

"เหนือกลับบ้านเลยป่ะ"

"อือ"

"งั้นกลับไปก่อนเลยนะ เดี๋ยวเราไปตลาดแป๊บ"

"อ๋อ งั้นก็ไปด้วยกันดิ"

"เฮ้ย ไม่เป็นไร ไปซื้อของให้แม่แป๊บเดียว"

"เอางั้นเหรอ"

"ตามนั้น ไฮไฟว์!"

ผมยกมือขึ้นแตะมือแพทเบาๆ แล้วแยกกันออกไป ผมหยุดเท้าที่กำลังจะเดินไปขึ้นรถ แล้วหมุนกลับไปเดินตามแพทอยู่ไกลๆ ก่อนจะตามมาถึงหน้าร้านขายขนมปัง ไอ้บูรพายืนรออยู่ตรงนั้นแล้ว แพทจึงเดินเข้าไปหา

"รอนานเปล่า"

"ไม่นานๆ "

"ตกลงมีอะไรจะบอกเราเหรอ"

"นั่นดิ!" ผมพรวดเข้าไป ทั้งสองคนหันมามองผมอย่างตกใจนิดๆ

"มีอะไรที่กูรู้ไม่ได้วะ"

"เหนือ มาได้ไง!"

"มีอะไรถึงต้องแอบนัดมาเจอกันวะ!"

"ไอ้เหนือ มึงฟังก่อน"

"มึงก็บอกดิว่ามีอะไร!"

"มึงใจเย็นก่อนดิวะ!"

"มึงชอบแพทใช่ป่ะ?"

ไอ้บูรพาเงียบไป

"จริงอย่างที่กูคิดใช่ป่ะ?"

"ไอ้เหนือ..."

"มึงเพื่อนกูนะเว้ย ทำไมทำกับกูแบบนี้วะ"

"กู..."

"เพื่อนมันจะชอบแฟนเพื่อนไม่ได้นะเว้ย! แบบนี้มันโคตรเหี้ย!"

"ไอ้เหนือ ฟังก่อนดิ!"

"กูไม่ฟัง!"

"มึงก็เป็นซะอย่างงี้อะ!"

"มึงเถียงไม่ได้ก็หุบปากไป! กูนึกว่ามึงจะไว้ใจได้ สุดท้ายก็เพื่อนเหี้ย!"

"พลั่ก!"

"เหนือ!" แพทร้องลั่นตอนที่ผมถูกไอ้บูรพาชกจนล้ม

"มีสติหน่อย"

"มึงกล้าชกกูเหรอ!"

"พลั่ก! พลั่ก! พลั่ก!"

ผมกับไอ้บูรพาเปิดศึกแลกหมัดกันไม่หยุด ท่ามกลางเสียงร้องห้ามของแพทและสายตาของคนอื่นๆ ที่มองอยู่ด้วย แต่ผมไม่สน งานนี้มีแตกหักกันไปข้างแน่!

"บูรพา องศาเหนือ พอได้แล้ว!"

"พลั่ก! พลั่ก! พลั่ก!"

"บอกให้พอโว้ย!"

"พลั่ก!"

แพทยกขาถีบผมที่กำลังคร่อมร่างไอ้บูรพาจนกระเด็น

"พอสักที จะกัดกันทำไม!"

ทั้งผมและไอ้บูรพายันตัวเองขึ้นมาในสภาพสะบักสะบอม  แพทเข้ามาแทรกตรงกลาง แล้วถอนหายใจแรงๆ

"บูรพากลับไปก่อนไป ไปดิ เหนือด้วย ไป!"

"ไอ้บูรพา ตั้งแต่วันนี้กูกับมึงไม่ใช่เพื่อนกัน"

"ไอ้เหี้ย!" มันกระแทกเสียงใส่ก่อนจะหันหลังเดินออกไป แพทดึงผมออกมาจากตรงนั้นเพื่อหลีกสายตาของคนที่มามุงดู

"เป็นบ้าเหรอเหนือ ทะเลาะกันทำไม"

"ก็มันชอบแพท"

"มันยังไม่ได้พูดซักคำ"

"มันดูยากเหรอ ไม่งั้นมันจะนัดแพทมาทำไมสองคน มีเรื่องอะไรต้องคุยกันแล้วบอกเราไม่ได้"

"ก็ไม่รู้ไง มันยังไม่ทันได้พูดอะไรเลย"

"ไม่รู้แหละ เรากับมันไม่ใช่เพื่อนกันแล้ว"

ตั้งแต่วันนั้นผมก็ไม่ได้เจอหน้าไอ้บูรพาอีกเลย ที่นัดกันในวันเกิดไอ้ไอซ์มันก็ไม่มา จากนั้นก็ไม่มาโรงเรียนเลยทั้งอาทิตย์ ทุกคนต่างมาถามหามันกับผม

"ไอ้บูรพามันหายไปไหนวะ"

"กูจะไปรู้ได้ไง"

"ก็ปกติเห็นมันตัวติดกับมึงตลอด"

"กูไม่รู้!"

"ทะเลาะกันเหรอ"

"กูไม่รู้!"

"อะไรของมึง"

"เฮ้ย พวกมึง!" เราทั้งหมดหันไปมองไอ้ออม ที่วิ่งเข้ามาหน้าตาตื่น

"มีอะไรวะออม"

"รู้เปล่าว่าบูรพามันไปแล้วนะ"

"ไปไหน"

"มันลาออกไปแล้ว"

"อะไรนะ!"

"อาจารย์ห้องทะเบียนบอกกูเมื่อกี้ เห็นบอกว่ามันย้ายกลับกรุงเทพฯ ไปอะ มึงไม่รู้เหรอไอ้เหนือ"

ผมนิ่งไปพักหนึ่ง

"กู...ไม่รู้"

"ไอ้ห่า ไปไม่ลากันเลยเหรอวะ"  ไอ้เอพูดเบาๆ

"ไหนโทรหามันดิ"

"เฮ้ย มันอัพเตตัสเฟสบุ๊ค แท็กพวกเราด้วย" ไอ้จิ๋วว่าแล้ววางมือถือลงบนโต๊ะผม ผมอ่านข้อความในเฟสบุ๊คที่มันโพสท์

"กว่าพวกมึงจะได้อ่านข้อความนี้ กูก็คงไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว ดราม่าไปเนอะ 555 โทษทีนะพวกมึงที่ไม่ได้บอกก่อน กูก็เพิ่งรู้เหมือนกัน ว่าต้องย้ายตามพ่อแม่กูกลับไปอยู่กรุงเทพฯ กะทันหันไปหน่อยเลยไม่ได้บอกลาเลย ที่จริงกูอ่อนแหละ ไม่กล้าบอกลาต่อหน้า กลัวร้องไห้ เดี๋ยวเสียศักดิ์ศรีสมาชิกแก๊งอุลตร้าแมนฯ ที่ผ่านมากูสนุกมากจริงๆ ตอนอยู่กับพวกมึง ยังไงก็อย่าลืมกูละกัน คิดถึงกูบ่อยๆ ด้วย มีโอกาสคงได้เจอกัน"

 

แท็กทุกคน ยกเว้นกู...

เออ ก็ไม่ใช่เพื่อนกันแล้วนี่

ผมเงยหน้าไปมองไอ้เอกับไอ้จิ๋วที่ร้องไห้ออกมา

"เฮ้ย มึงจะร้องไห้ทำไม มันไม่ได้ตาย" ไอ้ไอซ์ว่าขณะที่ตัวเองกำลังเบะปาก น้ำตาไหลพราก 

"มึงจะร้องทำไม กูว่าจะไม่ร้องแล้ว" ไอ้ออมก็น้ำตาแตกอีกคน

"ไอ้บูรพา ไอ้บ้า แล้วทีนี้กูจะลอกการบ้านอังกฤษใคร!"

"ไปกรุงเทพฯ กันเหอะมึง ไปหามันกัน! ฮือๆ!"

แพทยกมือขึ้นแตะไหล่ผมเบาๆ

"ไม่เป็นไรนะเหนือ"

"ไม่เป็นไร ก็ไม่ใช่เพื่อนกันแล้วนี่"

ไอ้บูรพา...จำไว้เลยนะ กูไม่มีวันยกโทษให้มึง!

...

to be continued.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-12-2018 17:01:13 โดย รชา »

ออฟไลน์ เต้าหู้ไข่

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +279/-5
    • twitter
การพบกันครั้งที่ 7
เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

 

เช้านี้ผมตื่นสายนิดหน่อย ตอนนี้จึงเตรียมตัวไปเรียนด้วยความเร่งรีบ แต่งตัวเสร็จ ก่อนจะเดินไปเปิดตู้หาคอนแทคเลนส์คู่ใหม่

อ้าวไม่มี!

หมดไปตั้งแต่ตอนไหนวะ ผมถอนหายใจเบาๆ แล้วหยิบแว่นมาใส่เหมือนเดิม ชุดนิสิตถูกระเบียบ ติดกระดุมคอผูกเนคไท ใส่แว่นไปอีก เนิร์ดเลยกู...ถ้าหิ้วกระเป๋าเจมส์บอนด์อีกหน่อยนี่เดินขายเครื่องกรองน้ำได้เลยนะ แต่เอาเหอะ คนจะหล่อมันย่อมหล่อทะลุแว่นอยู่แล้ว มั่นหน้าเข้าไว้ ผมจึงเปิดประตูออกไปนอกห้องเพราะไม่อยากสาย ก่อนจะชะงักกึกเมื่อเห็นไอ้บูรพายืนรออยู่ที่หน้าห้องมัน

"เนิร์ดมาก"

"ไอ้สัด!"

อรุณสวัสดิ์ นอนหลับสบายมั้ย ห่าอะไรก็ทักไปดิ! เริ่มต้นด้วยการแซวภาพลักษณ์ที่ไม่มั่นใจอยู่แล้วเนี่ยมันน่าถีบให้ดั้งหัก

"ไปพร้อมกูป่ะ รถอยู่ที่หลิวไม่ใช่เหรอ"

"แพทเอามาให้เมื่อเย็นวานแล้ว"

"อ๋อ" มันพยักหน้าแล้วเดินไปเปิดประตูหอ

"แปะ แปะ แปะ"

"อ้าว ฝนตกว่ะ!"

ผมออกไปดูข้างนอก ก่อนจะเห็นฝนลงเม็ดมาปรอยๆ อ้าวที่นี่มีฤดูฝนด้วยเหรอ? นึกว่าร้อนเป็นอย่างเดียว

"ไปกับกูเปล่า ขี่มอไซค์เดี๋ยวเปียก"

"ไม่เป็นไรอะ ตกนิดเดียวเอง"

"เดี๋ยวไม่สบายนะมึง"

"เสือกเยอะไปแล้วมึงอะ"

"อ้าว ไอ้นี่"

ผมคว่ำปากใส่มันก่อนจะเดินไปที่มอเตอร์ไซค์แล้วขับออกไป ก่อนจะมาจอดติดอยู่ที่ประตูเข้าม. ฝนตกก็ตามมาด้วยรถติด ขนาดเป็นมอเตอร์ไซค์ยังแทรกเข้าไปลำบาก รถยนต์ก็นู่นแหละ ติดยันหลังม. ก่อนหน้านี้ฝนคงตกหนักเพราะมีน้ำเจิ่งอยู่บนถนน

ผมกำลังขับตามคันหน้าที่เริ่มขยับ

"ซ่า!"

"ว้าย!"

"เชี่ย!" ทั้งผมและมอเตอร์ไซค์อีกสองคันข้างหน้าร้องลั่นเพราะไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้ขับรถเร็วจนน้ำกระเด็นมาสาดพวกเรา

"ไอ้บ้า! รีบไปตายที่ไหนวะ!"

"เออ! พรบ.จราจรเขาอนุญาตให้เหี้ยขับรถตั้งแต่เมื่อไร!"

"ไอ้เวรเอ๊ย! เปียกหมดเลย"

อืม...ผู้หญิงที่นี่น่ากลัวแหะ

ผมก็เปียกนะแต่ตะโกนด่าไอ้รถเวรนั่นไม่ทัน เพราะผู้หญิงสองคนข้างหน้าจัดเต็มให้แล้ว ก่อนจะขับรถเข้าไปถึงลานจอดมอเตอร์ไซค์หน้าตึก ผมก้มมองสภาพตัวเองที่เปียกไปครึ่งซีก กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้วเลยขึ้นตึกเรียนไปทั้งอย่างนั้นเลย

"ว้ายๆ เหนือใส่แว่นน่ารักอะ!"

ผมเหลือบตาไปมองแรงใส่ไอ้หนุ่มที่หวีดร้องขึ้นมา สภาพเหมือนเซลล์ขายเคมีเกษตรนี่น่ารักยังไง?

"ว่าแต่ทำไมมึงเปียกอย่างนี้วะ ฝนตกหนักเหรอ"

"เปล่า มีไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้ขับรถเหยียบน้ำใส่กู เปียกหมดเลยเนี่ย"

"หนาวตายห่า"

"เดี๋ยวก็แห้ง"

ผมบอกกับหลิว ก่อนชั่วโมงเรียนจะเริ่มขึ้น ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงเสื้อไม่ท่าทีจะแห้ง ผมเงยหน้าขึ้นไปมองแอร์ตัวข้างหลังที่ตกลงมาตรงหัวพอดี

อ๊อย...หนาวชิบหาย แม่คะนิ้งจะเกาะหัวกูล่ะครับ

"หนาวเหรอ?"

เพิ่งเห็นว่าไอ้ไกด์นั่งอยู่ข้างหลังผม ก็เลยพยักหน้าตอบแล้วจะหันกลับมา ก่อนจะรู้สึกถึงอะไรบางสิ่งที่โยนเข้ามาบนหัว ผมยกมือหยิบเสื้อที่ถูกโยนมาจากข้างหลังแล้วหันไปหาไอ้ไกด์

"ใส่ดิ" มันบอกสีหน้าเรียบๆ

"ไม่เป็นไร" ผมยื่นเสื้อคืนให้มัน แต่มันลุกจากเก้าอี้มาข้างหลังผม แล้วยัดเสื้อใส่ให้จากด้านหน้า ก่อนจะกระซิบข้างหูเบาๆ

"แลกกับจูบคราวก่อน"

กูจะถอดเสื้อมึงไปเผาทิ้งตอนนี้เลย!

แต่อุ่นดีว่ะ...ไหนๆ ก็เสียจูบให้มันไปแล้ว ยืมเสื้อใส่คาบสองคาบไม่เป็นไรหรอกเนอะ

...

กิจกรรมห้องเชียร์ยังคงดำเนินไปในทุกวันหลังเลิกเรียน ผมคือนิสิตดีเด่นที่ไม่เคยโดดกิจกรรมสักวัน เพราะแก๊งชะนีตามจิกหัวอยู่หน้าส้วมแล้วเรียบร้อย แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าฝืนทำหรืออะไร กลายเป็นความเคยชินมากกว่า ผมเริ่มร้องเพลงที่พี่เชียร์สอนได้โดยไม่ต้องดูเนื้อ จำท่าสปีริตเชียร์ได้แต่เพราะความไร้สติก็หลงๆ ลืมๆ ทำพลาดไปบ้าง แล้วก็ชินกับการที่พี่วินัยขึ้นมาโหวกเหวกใส่ ช่วงสันทนาการก็นั่งผ่อนคลายไปเรื่อยเปื่อย ทุกวันวนไปแบบนั้น แต่วันนี้ไม่เหมือน...

คงเพราะตัวเปียกแล้วก็อยู่ในห้องแอร์มาทั้งวัน แถมตอนนี้ฝนก็ยังลงเม็ดบางๆ อากาศเลยชื้นๆ ตกเย็นร่างกายเลยมีอาการแปลกๆ ผมรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อยเพราะร่างกายมันงอแง ยกมือจับเปลือกตาที่ร้อนๆ แล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ

"เป็นไรวะ" ไอ้บูรพาถาม

ผมส่ายหน้าแทนคำตอบ

"เบียบเชียร์!"

เสียงคำสั่งเข้าระเบียบเชียร์ดังขึ้นก่อนจะยืดหลังตึงแล้วมองตรงไปข้างหน้า ถึงเวลาของพี่วินัยขึ้นมาแผดเสียงใส่

"วันนี้ มากันครบหรือเปล่า!"

ยิ่งเสียงดังๆ กรอกเข้าหูยิ่งทำให้หูอื้อไปหมด

อ๊อย...อะไรเนี่ย ร่างกายจ๋า หนูจะมาอ่อนแอตอนนี้ไม่ได้นะลูก

"ก้มหน้าลงไป!"

ผมก้มหน้าลงไปตามคำสั่ง แต่รู้สึกเหมือนแรงดึงดูดมันทำงานหนักกว่าปกติจนเหมือนหัวจะทิ่มลงไปที่พื้นเลยเสียงพี่วินัยยังคงอบรมไปเรื่อยๆ แต่สมองผมไม่ประมวลผลแล้ว มึงพูดไรพูดเลยพี่ หูตึงมากตอนนี้

"เงยหน้าขึ้นมาในท่าระเบียบเชียร์! เบียบเชียร์!"

ผมเงยหน้าขึ้นมาตามคำสั่งก่อนจะเอนจนไหล่ไปกระแทกไหล่ไอ้บูรพา

"เฮ้ย เป็นไรเปล่าเนี่ย?"

"เปล่า"

ผมตอบแล้วมองตรงในท่าระเบียบเชียร์ ที่จริงอยากจะบอกว่า กูไม่ไหวแล้วตอนนี้ กูไข้แดก! แต่ถ้าลุกออกไปตอนนี้กูจะกลายเป็นไอ้แว่นเนิร์ดที่ถูกลงวินัยจนลมจับแน่ๆ สังคมจะตัดสินกูแบบนั้น แมนๆ อย่างเรารับไม่ด้าย! 

จนถึงตอนจบห้องเชียร์ ผมรีบบอกลากับแก๊งแล้วตรงไปที่มอเตอร์ไซค์เพื่อกลับหอ ทีแรกจะขี่ไปซื้อคอนแทคเลนส์ที่ร้านแว่นหน้าม. แต่เอาไว้ก่อนเหอะ หัวต้องการทิ่มลงหมอนหนักมากตอนนี้

ผมขับมอเตอร์ไซค์ออกมานอกรั้วมหาลัย สิ่งหนึ่งที่ต้องระวังในการขับขี่มอเตอร์ไซค์ในมหาลัยนี้คือคนที่นี่ขับรถกันน่ากลัวมาก ขับไวแถมไฟเลี้ยวมันก็ไม่เปิด อย่างไอ้คันหน้าที่เลี้ยวเข้าซอยไปนี่ก็เหมือนกัน

โค๊ะ! รถบ่ามีไฟเลี้ยวก๋า!

ผมขี่มาเรื่อยๆ จนถึงซอยที่จะเลี้ยวเข้าหอ เปิดไฟเลี้ยวตั้งแต่เมตรที่แล้ว ก่อนจะเลี้ยวเข้าไป แต่มีรถยนต์คันหนึ่งปาดเลี้ยวเข้ามา เสือกมีรถอีกคันสวนเลนส์มาซึ่งหลบผมไม่ทัน ไอ้รถยนต์ก็เบียดจนผมหักหลบไปไหนไปได้

            ชนแม่งเลยล่ะกัน

"โครม!"

จุดจบสายแวนซ์...

"น้องเป็นไรเปล่า!"

ผมยันตัวเองขึ้นมา ที่นั่งเบลอนี่ไม่ได้ใช่อะไร แว่นกระเด็น!

"น้อง โอเคเปล่า!"

"พี่ หาแว่นผมให้หน่อยดิ"

"แว่นๆ ช่วยกันหาแว่นให้น้องหน่อย"

เอาโลกHDของกูคืนมา ไอ้สายตาสั้น กูเกลียดมึง!

"อะนี่น้อง" พี่คนที่เข้ามาช่วยใจดีใส่แว่นให้ด้วย

"เป็นอะไรมากเปล่าน้อง ไปโรงบาลมั้ย"

"ไม่เป็นไรครับ"

"แน่ใจนะ"

"แน่ใจครับ ผมกลับหอก่อนนะ"

ถึงจะล้มไม่แรงมากแต่ศอกและหัวเข่าข้างหนึ่งก็กระแทกไปกับพื้นจนเจ็บเอาการ ผมเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนอนเลยโดยไม่ได้อาบน้ำ ไข้แดกไม่พอดันไปไถลถนนเล่นให้เจ็บตัวอีก โอย...ทรมานอะไรขนาดนี้

...

ผมลุกขึ้นมาเพราะการเจ็บแปลบที่แขนซ้าย แถมหัวยังหนักอึ้งเหมือนจะระเบิดออกมา ร่างกายต้องการโรงพยาบาล ฮือ ผมเหลือบไปดูนาฬิกาที่บ่งบอกเวลาว่าตีหนึ่งกว่า ดึกมากแล้วจะโทรให้ใครมาช่วยก็ไม่ได้ พวกนั้นอยู่หอในจะออกมาก็ไม่สะดวก กูจะต้องตายอยู่ที่นี่เงียบๆ คนเดียวใช่มั้ยเนี่ย!

ใจเย็นๆ องศาเหนือเราเป็นคนมีสไตล์ เราต้องเอาตัวรอดได้ ผมยันกายด้วยสภาพโรยแรงไปคว้ากุญแจรถ แล้วหยิบเสื้อคลุมมาสวมก่อนจะเปิดประตูออกไป คิดจะเป็นสายแวนซ์ตัวจริงก็ต้องดูแลตัวเองได้ รถล้มใกล้ตายก็ต้องขี่ไปโรงพยาบาลเองได้

ผมหันไปเห็นไอ้บูรพาเดินขึ้นมาจากบันไดพอดี

"อ้าวมึง ยังไม่นอนเหรอ"

นอนแล้วกูจะมายืนหน้าซีดอยู่ตรงนี้มั้ยล่ะ! ไม่อยากจะด่าให้เสียพลังงาน

"กูหิวเลยออกไปหาอะไรกินมา ลูกชิ้นหน้าเซเว่นประตูสี่โคตรอร่อยเลยมึง เปิดจนถึงดึกด้วย เอามั้ย?"

กูไม่อยากแดกลูกชิ้น กูอยากได้ยาแก้ปวดโว้ย!

"แล้วนี่มึงจะออกไปไหน"

"เสือก"

จะตายแล้วยังปากดี! แต่นี่แหละองศาเหนือสไตล์

"สัด..." ไอ้บูรพาด่าผมทีหนึ่งก่อนจะเดินไปไขประตูห้องตัวเอง ผมจึงพาขาสั่นๆ ของตัวเองก้าวออกมาจากตรงนั้น

ไม่ไหวว่ะ...เปื่อยเป็นผักเน่าในถังขยะเลยเนี่ย แค่จะเดินลงบันไดยังลำบากเลย ผมหันขวับกลับไปหาไอ้บูรพา

"มึง"

"ฮึ? เปลี่ยนใจอยากแดกลูกชิ้นใช่ป่ะ"

"ไม่ใช่โว้ย"

"แล้วมีอะไร"

"กูเกลียดมึงนะ แต่ยังไม่อยากตาย พากูไปโรงบาลหน่อยดิ"

"มึงเป็นไรวะ"

"กูรถล้ม ไข้แดกด้วย"

"เอ้า! ไอ้ห่า แล้วไม่บอก ไป เดี๋ยวกูพาไป"

ไอ้บูรพาเข้ามาช่วยพาผมลงไปที่รถ

"ตายบนรถกูไม่ได้นะ"

"สัด..."

 

...

 

หลับไปตอนไหนไม่รู้ ตื่นขึ้นมาก็เป็นเช้าอีกวัน ผมกระพริบตาถี่ๆ แล้วมองเพดานสีขาวๆ ที่ลืมตาขึ้นมามองเห็น 

"ร่วมยืนไว้อาลัยแด่ผู้จากไปสามวิค่ะ"

ผมหันไปมองไอ้หลิวที่ยืนอยู่ข้างๆ เตียง เจ็บคอจนไม่อยากจะด่าเลยชูนิ้วกลางขึ้นมาแทนคำพูด

"นึกว่าจะตายแล้ว"

"มึงมาได้ไง"

"แพทโทรบอกอะ"

"แล้วแพทอะ?"

"พอเห็นกับข้าวโรงบาล ก็ลงไปหาอะไรให้มึงกิน เพราะมันรู้ว่ามึงไม่แดกแน่ๆ"

ผมพยักหน้าเบาๆ

"แล้วมึงโอเคมั้ยเนี่ย"

"โอเค ดีกว่าเมื่อคืน"

"ให้กูโทรหาพ่อมึงป่ะ?"

"ไม่ต้องๆ" ถ้าพ่อรู้ว่าลูกชายหัวแก้วหัวเหม่งรถล้มจนต้องเข้าโรงบาลคงรีบมาหาแน่ๆ ไม่ได้มาเพราะเป็นห่วงแต่น่าจะมายึดมอเตอร์ไซค์คืน พ่อมีอดีตนิดหน่อยเพราะแม่ผมเสียไปเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ พ่อเลยฝังใจ ไม่ค่อยอยากให้ผมขับรถ นี่กว่าจะอ้อนเอามอเตอร์ไซค์มาใช้ได้กราบกรานแทบตาย ถ้ารู้ว่าเอามาล้มผมต้องปั่นจักรยานจากหอไปเรียนแน่ๆ

"เออ แล้วมึงมาโรงบาลได้ไงวะ ขี่มอไซค์มาเองเหรอ?"

"ไอ้บูรพามาส่ง"

"บูรพา?"

ผมพยักหน้าหน่อยๆ

"มันก็ดีกับมึงนี่หว่า"

ผมไม่ได้พูดอะไรต่อก่อนแพทจะกลับเข้ามา ไอ้หลิวไปเรียนคาบเช้าส่วนแพทโดดมาอยู่กับผม

"จริงๆ แพทไปเรียนก็ได้นะ"

"ไม่เป็นไร แล้วเหนือจะอยู่กับใครล่ะ"

"อยู่ได้น่า"

"แล้วจะมีแฟนไว้ทำไมวะ"

โห...ไม่เถียงๆ

"เออ แล้วแพทรู้ได้ไงอะว่าเราอยู่นี่"

"บูรพาโทรบอกอะ แล้วรถล้มทำไมไม่บอก"

"ตอนแรกมันไม่เจ็บอะ พอรู้ตัวว่าเจ็บก็ดึกแล้วเลยไม่อยากโทรหา ออกจากหอในตอนกลางคืนมันต้องเซ็นขออนุญาตด้วยไม่ใช่เหรอ?"

"ดึกแค่ไหนก็ต้องมา บูรพาก็พูดเงี้ย บอกว่าไม่กล้าโทรหาเราตอนดึก เพิ่งโทรบอกเมื่อเช้า"

"แพทเพิ่งมาเมื่อเช้าเหรอ?"

"อือ พยาบาลบอกว่าเมื่อคืนบูรพามันเฝ้าเหนือทั้งคืนนะ แต่พอเรามาก็ไม่เจอมันแล้วอะ"

"อ๋อ"

ภาพสุดท้ายที่จำได้คือไอ้บูรพาพามาจนถึงโรงพยาบาลหลังจากนั้นก็ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น แต่มันมาเฝ้าทั้งคืนเนี่ยนะ...

ไม่น่าจะใช่บูรพาสไตล์

...

 

ผมออกจากโรงพยาบาลได้แล้วแต่ยังไม่หายดี แผลที่รถล้มก็ยังต้องทำแผลเรื่อยๆ แต่ขี้เกียจไปโรงพยาบาลเลยให้แพททำให้ มาเรียนก็นั่งไอใส่หน้าเพื่อนจนมันกีดกันเหมือนเป็นตัวเชื้อโรค

ผมเข้ามาเรียนในวิชาทักษะชีวิตฯ ที่มีสาวพยาบาลเยอะๆ งานถ่ายทำหนังสั้นยุติไปก่อนเพราะสภาพของพระเอกอย่างผม ที่จริงแล้วงานมันก็ไม่ได้เร่งส่งจึงไม่เป็นปัญหา  คาบนี้ผมต้องนั่งเรียนกับไอ้บูรพา จริงๆ ยังไม่ได้คุยกับมันเลยตั้งแต่วันนั้น เพราะวิชาอื่นก็ไม่ได้นั่งใกล้กัน แถมผมก็ใช้สิทธิ์ลาป่วยไม่เข้าห้องเชียร์มาสองสามวันแล้วด้วย พูดถึงมันก็เดินเข้ามาพอดีแล้วมานั่งข้างๆ

"เป็นไงมั่ง" มันเริ่มทักก่อน 

"ก็ดี"

"อดแดกข้าวต้มงานศพมึงเลย"

"ไอ้เชี่ย ไอ้...แค่กๆๆ!"

"อี๋ เชื้อโรค!" ผมทำท่าขยะแขยงใส่ เดี๋ยวกูสั่งไวรัสไข้หวัดเข้าไปแพร่เชื้อแม่ง! 

ชั่วโมงเรียนเริ่มไปด้วยเสียงเอื่อยๆ ของอาจารย์จึงทำให้ความน่าเบื่อพุ่งเข้าชน ผมจึงฟุบหน้าลงไปบนโต๊ะ แล้วพลิกหน้าไปหาไอ้บูรพา มันเหลือบตามามองพอดี

"มองไรไอ้เชื้อโรค"

"ไอ้ห่า" ผมด่าแบบไม่มีเสียง

ผมหัวเราะเบาๆ

"ไอ้บูรพา"

"ว่า?"

"วันนั้น ขอบใจนะ"

"เออ กูไม่ปล่อยให้มึงนอนตายอยู่หน้าห้องหรอก กูสงเคราะห์คนใกล้ตายทุกคนแหละ"

สันดาน...

"เออ แต่กูสงสัยเรื่องหนึ่ง"

"เรื่องไร"

"มึงเอามือถือกูโทรหาแพทใช่ป่ะ"

"เออ แค่โทรบอกว่ามึงอยู่โรงบาลแล้วก็วางเลย ไม่ได้คุยอะไรกัน ก่อนแพทจะมากูก็กลับก่อน ไม่ได้เจอ ไม่ได้คุยอะไรกันเลย" ไอ้บูรพาร่ายยาวแบบรัวๆ

"กูยังไม่ได้ว่าอะไรสักคำเลย"

"อธิบายก่อนไง เดี๋ยวก็โมโหกูอีกที่ไปคุยกับแฟนมึง"

"กูไม่ได้ติดใจเรื่องนั้น แต่มึงรู้รหัสผ่านมือถือกูได้ไง"

"อ่อ กูเดา กูคิดอยู่ว่าโง่ๆ อย่างมึงคงไม่ตั้งอะไรที่มันซับซ้อน"

"มึงก็เดาแม่นไป!"

"1010เนี่ยนะไอ้ฟาย ใครๆ ก็รู้มั้ย"

"ไอ้บ้า อย่าเสียงดังสิ คนอื่นก็รู้รหัสผ่านกูหมด!" ผมยกมือไปปิดปากมัน มันปัดมือผมออก

"อี๋ มือเชื้อโรค!"

"ไอ้บูรพา!"

"ไม่คุยเสียงดังนะครับนิสิต เกรงใจเพื่อนด้วย"

ผมได้แต่สะบัดหน้ากลับมา ก่อนจะเห็นไอ้หลิวยิ้มแป้น เป็นรอยยิ้มที่พิลึกน่าดู

"ยิ้มไร"

"เห็นเพื่อนเก่าเขาดีกันก็ปลื้มใจ"

"ไม่ใช่เว้ย!"


ผมเหลือบสายตากลับไปมองไอ้บูรพา มันก็ได้แต่ยิ้มนิดๆ ยิ้มหวานแค่ไหนกูก็ไม่รู้สึกดีด้วยหรอก ไอ้แมลงสาบเอ๊ย


to be continued.


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-12-2018 17:04:59 โดย รชา »

ออฟไลน์ ▶August5th◀

  • it was fate
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +184/-2
ตอนนั้นบูรพาจะบอกอะไรแพทนะ สงสัยๆ เข้าไปอีก
เหนือก็ใจร้อน ไม่ฟังอะไรเลย


แต่ตอนนี้ด่ากันไปมาน่ารักเชียว 555+
จริงๆ บูรพาก็ดูห่วงเหนือมากนะ ดูได้จากที่เฝ้าคนป่วยทั้งคืน
แต่แค่แสดงออกอีกแบบ

ออฟไลน์ ▶August5th◀

  • it was fate
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +184/-2
มารอนะครับ วันนี้จะมาไหมน๊า

ออฟไลน์ mirage

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-1
บูรพาจะสารภาพว่าชอบเหนือแล้วฝากแพทดูแลหรือเปล่า เพราะว่าตัวเองต้องกลับกรุงเทพ แต่ไม่ว่าเรื่องจะไปทางไหนก็น่าลุ้นค่ะ
ติดตามค่ะ

 :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ เต้าหู้ไข่

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +279/-5
    • twitter
การพบกันครั้งที่ 8
เทศกาลหนังเมืองคานส์


สวัสดีวันอาทิตย์สดใส มึงเป็นวันเสาร์อาทิตย์ก็ช่วยทำตัวเป็นวันหยุดจริงๆ หน่อยเหอะ ขอร้อง นี่ต้องงัดตัวเองขึ้นมาจากที่นอนเพราะเพื่อนๆ นัดมาถ่ายหนังสั้น หลังจากผมหายไข้และแผลรถล้มก็เริ่มหายดีเพื่อนก็นัดมาทำงานเลยเพราะไม่อยากดองเอาไว้นาน ผมได้บทละครมาหลายวันแล้วแต่อย่าคาดหวังอะไรมาก ระบบความจำมันเสื่อมตั้งแต่จบป.หกล่ะ ในบทต้องเล่นเป็นนิสิตปีหนึ่งที่โง่ และการเรียนห่วยแตกจนเกือบจะถูกรีไทน์  ผมว่าบทมันไกลตัวไปหน่อยนะ อ่านกี่รอบก็ไม่ค่อยอิน เพราะแถวนี้ไม่มีคนโง่ครับ ส่วนลูกไม้นางเอกของผม รับบทเป็นเด็กเรียนที่ไม่สนใจเรื่องความรักจนได้มาพบกับพระเอกซึ่งช่วยเหลือเธอเอาไว้จากการถูกอันธพาลรังแก พวกเขาตกหลุมรักกันและนางเอกก็ช่วยให้พระเอกเรียนหนังสือ ขณะเดียวพระเอกก็มีแรงบันดาลใจที่จะตั้งใจเรียนเพื่อนางเอก สุดท้ายพระเอกไม่ถูกรีไทน์และได้เป็นแฟนกับนางเอก จบปิ๊ง

กูขอเห็นหน้าคนเขียนบทหน่อยได้มั้ย...พล็อตเรื่องเบสิกมาก นี่สาบานเหอะว่าสร้างสรรค์แล้ว แต่ก็ไม่อยากจะต่อต้าน เพราะเพื่อนต่างพากันบอกกันบอกว่าพล็อตมันตรงคอนเซ็ปต์ ความรักที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตในมหาวิทยาลัย ผมก็เลยต้องโอเค 

"โอเค พวกเรามากันครบแล้วนะ บูรพาจะเป็นคนถ่ายนะ"

"มึงเหรอ?" ผมหันไปหาบูรพาที่เพื่อนบอกว่ามันมาเป็นคนถ่ายงานครั้งนี้

มันยกกล้องขึ้นมาแทนคำตอบ

"ทำไมเป็นมึงวะ"

"เพราะกูมีกล้อง"

โห่...ต้องมาแสดงละครหน้ากล้องก็เกร็งล่ะ ตากล้องเสือกเป็นไอ้บูรพาอีก ขอเปลี่ยนบทไปเล่นเป็นหินได้มั้ย การถ่ายทำเริ่มไปทีละบทๆ เพราะจำกัดความยาวแค่สิบห้านาที ผมคิดว่าถ่ายไม่นานก็คงเสร็จ แต่พอเป็นไอ้ผู้กำกับเผด็จการคนนี้แล้ว ผมว่าคงใช้เวลาถ่ายทำไปสามปี กว่าหนังจะจบ นู่น กูอยู่ปีสี่

"ขออีกรอบ"

"เดี๋ยวขออีกมุม"

"ขอเปลี่ยนมุม แต่บทเดิมนะ"

"กูขอฉากนี้อีกรอบ"

"พูดบทเดิมนะ กูจะถ่ายโคลสอัพ"

"เดี๋ยวๆ แสงไม่สวยว่ะ เปลี่ยนโลดีกว่า"

ไอ้ห่า...มึงจะส่งเข้าประกวดหนังเมืองคานส์หรือไง โปรดักชั่นมึงจะอลังการไปแล้ว ซีนเดียวมึงใช้เวลาสองชั่วโมง เอาไอ้นี่ไปเก็บดิ๊!

"ไอ้เหนือ มึงพูดให้มันสมูทหน่อยได้ป่ะวะ ท่องเป็นสวดมนต์เลย ไดนามิกเสียงมึงอะ ให้มันเป็นธรรมชาติหน่อย"

"กูจำบทได้ก็บุญล่ะ ฟาย"

"ลูกไม้เล่นดีแล้วนะ ขอแบบเมื่อกี้ อารมณ์เมื่อกี้เลย"

"เราว่าเราก็เกร็งๆ นะ"

"ไม่เลย ธรรมชาติมาก"

ไอ้สองมาตรฐาน!

"เดี๋ยวเราขอถ่ายลูกไม้ก่อน ลูกไม้วิ่งไปแล้วหันมายิ้มให้เรา สมมติว่ายิ้มให้พระเอกนะ แต่ว่าหันมามองกล้อง โอเคป่ะ"

"โอเค"

ลูกไม้ทำตามที่ไอ้บูรพาบอก แล้วพอเธอยิ้มโลกสวยขึ้นมาเลยจริงๆ เป็นคนยิ้มสวยมาก

"โอเค สวยครับ อะ ไอ้เหนือ ตามึง ทำแบบที่ลูกไม้ทำอะ"

ดูเหอะ พูดกับลูกไม้ทำเสียงลุลา พอหันมาพูดกับผมอย่างกับครูฝึกทหารเกณฑ์

"ให้กูวิ่งไปแล้วหันมายิ้ม?"

"อือ"

ผมพยักหน้าหงึกๆ รอสัญญาณให้มันบอกว่าเริ่ม ก็ใส่เกียร์หมาวิ่งจ้ำอ้าวไปสุดทางแล้วหันขวับมาฉีกยิ้มแฉ่ง

ชะวิ้ง!

"ไอ้ควาย! ธรรมชาติหน่อยได้มั้ย!"

ธรรมชาติๆๆ อยากได้ธรรมชาติทำไมมึงไปไปถ่ายที่ดงต้นตะขบหลังม.วะ ธรรมชาติมากเลยนั่นอะ!

"ทำดีๆ ดิไอ้เหนือ มันเสียเวลา"

"ก็กูไม่รู้ว่าต้องทำยังไง"

"สมมติว่ามึงวิ่งไล่จับผีเสื้ออยู่ แล้วแฟนเรียกก็เลยหันมายิ้มให้ อยากชวนไปดูผีเสื้อด้วยกันอะ"

ถอนหายใจหนักมาก ก่อนจะตั้งสติอีกครั้ง แล้วทำตามที่ไอ้บูรพาบอก

ผีเสื้อจ๋า อยู่ที่ไหนน้า ตัวเอง มาดูผีเสื้อกันเร็ว!

ผมยิ้มกว้างๆ ให้กล้องในมือไอ้บูรพาอยู่พักหนึ่ง ไม่สั่งคัทสักที ยิ้มจนตีนกากูจะขึ้นแล้วเนี่ย พอยัง!

"ทำดีๆ ก็ทำได้ ไอ้ห่าต้องให้เสียเวลา"

"ถึงกูจะหล่อแต่กูก็ไม่ใช่ดารามืออาชีพไง ยูโน้ว?"

"ไปจำบทฉากต่อไปไป๊!"

การถ่ายทำดำเนินไปเรื่อยๆ จนถึงค่อนวัน เพิ่งผ่านฉากต่อสู้กับแก๊งอันธพาลแล้วคนที่มาเล่นเป็นอันธพาลคือไอ้หนุ่มและไอ้ภัทร เพื่อนในเอกอีกคน ด้วยความหมั่นไส้ขนตาไอ้หนุ่มเป็นการส่วนตัว จึงเล่นจริงถีบจริงเจ็บจริง จนไอ้ผู้กำกับเผด็จการสั่งผ่านอย่างรวดเร็ว ตอนนี้วนมาถึงซีนกุ๊กกิ๊กระหว่างพระเอกกับนางเอกซึ่งเป็นฉากสุดท้าย เป็นฉากที่ผมต้องกินไอติมอันเดียวกับลูกไม้ หมดไอติมไปสามโคนล่ะ ยังไม่ผ่านเลย ผมหลุดบ้าง ลูกไม้หลุดบ้าง ไอ้ผู้กำกับไม่ถูกใจบ้าง

"แบตฯ กล้องกูจะหมดล่ะเนี่ย"

ผมถอนหายใจเบาๆ กินไอติมอันเดียวก็ยากแล้ว นี่ผมต้องเลียไอติมที่ข้างแก้มลูกไม้อีก ใครเขียนบทวะ ใครเขียนบท!

"ลูกไม้ ถ้าไม่เลียจริงก็ใช้มุมกล้องก็ได้นะ เราว่าลิ้นไอ้เหนือมันน่าขยะแขยง"

"ไอ้สันขวาน! กูไม่รู้จะด่ามึงว่าอะไรแล้วนะ!"

"ไม่เป็นไรๆ เลียเลย เดี๋ยวเอาแอลกอฮอล์เช็ดเอา"

"ลูกไม้!"

"เฮ้ย ล้อเล่นๆ!"

เล่นซะกูเจ็บจริง! คือนี่ก็สวยจนกูสั่นเลยด้วยไง

"ไม่ต้องเขินนะเหนือ คิดว่าเราเป็นแพทก็ได้"

"หือ?" ผมหันขวับไปมองลูกไม้ คิ้วขมวดหากันหน่อยๆ

"ลูกไม้รู้จักแพทด้วยเหรอ"

"จริงๆ เราเป็นรูมเมทแพทอะ มาเล่นคู่กับเหนือนี่เราขออนุญาตแพทแล้วนะ แพทบอกว่ายกเหนือให้เราเลย"

"อ๋อ"

"ลองคิดว่าเราเป็นแพทดู"

ผมพยักหน้าเบาๆ ก่อนไอ้บูรพาจะให้สัญญาณเริ่มถ่าย ผมก้มลงไปกัดไอติมโคนเดียวกับลูกไม้ ในฉากเธอต้องตกใจนิดหน่อยจนไอติมเลอะแก้ม ไอ้บูรพาใช้การถ่ายทำแบบลองคัท คือไม่ตัดเป็นฉากๆ แล้วถ่ายซีนนี้รวดเดียว การถ่ายทำคอนทินิวไปเรื่อยๆ จนถึงตอนที่ผมต้องเลียหน้าลูกไม้

สมมติว่าเป็นแพท...

คบกันมาสามปีมากสุดแค่จับมือ ถ้าได้เลียหน้ามันจะฟินแค่ไหนวะ

ผมโฟกัสแค่แก้มขาวๆ ของคนตรงข้ามที่เลอะไอติม ก่อนจะเลียเบาๆ ตรงนั้น ไอ้บูรพาทิ้งช่วงนิดหนึ่งก่อนจะสั่งคัท

"โอเคอยู่"

"เชี่ย! ใจแทบหลุด" ผมยกมือทาบอกที่ใจยังเต้นตึกๆ อยู่

"ทำดีมากๆ วันนี้ทุกคนเก่งมาก ขอบคุณมากที่ร่วมมือกัน" ไอ้หลิวเป็นตัวแทนของเอกพูดขอบคุณคนที่มาช่วยกันในวันนี้ อาจจะไม่มีบททุกคนแต่ก็มากับเกือบครบเซคชั่น  มานั่งมองมาหวีดร้องให้กูเกร็งเล่นๆ ไปงั้นแหละ

"เดี๋ยวเราตัดต่อเสร็จเมื่อไรเดี๋ยวอัพลงยูทูปให้"

ผมหันขวับไปหาไอ้บูรพา

"เดี๋ยวนะมึง อัพยูทูปด้วยเหรอ"

"มึงไม่รู้เหรอ"

ผมส่ายหน้ายิกๆ

"เขาให้อัพลงยูทูป แล้วยอดวิวคือคะแนน แล้วถ้าเซคไหนได้คะแนนสูงสุดจะได้ไปฉายในห้องเรียนรวมห้องใหญ่ด้วย"

"ฮะ!"

"ดังแน่มึง"

หวีด! หมายความว่าไอ้ฉากเลียไอติมเมื่อกี้ ก็ต้องเห็นกันทั้งปีหนึ่งงี้อะนะ! ไม่เห็นมีใครบอกเรื่องนี้เลย!

...

ผมกลับมาที่หอพัก หลังจากคุยไลน์กับแพทเสร็จ ก็ถูกไล่ให้ไปนอน ผมปิดไฟแล้วแต่ยังไม่รู้สึกง่วง จึงหยิบมือถือขึ้นมาทำกิจวัตรประจำวันคือการไถไทม์ไลน์เฟสบุ๊คและฟีดอินสตาแกรมเล่นๆ เห็นไอ้หลิวโพสท์รูปผมคู่กับไอ้บูรพาตอนที่กำลังถ่ายหนังอยู่ ผมกำลังยิ้มหน้าระลื่น ส่วนไอ้บูรพายกล้องขึ้นถ่ายผมอยู่ และแคปชั่นน่าลุกขึ้นไปถีบ

 

LiwwHTK : เพื่อนไม่เคยเก่า #บูรพากับองศาเหนือ

 

ผมเลื่อนลงไปดูคอมเมนท์หนึ่ง

 

BBurapha : มหัศจรรย์ ควายยิ้มได้

 

ไอ้ห่า!

ว่าแต่ ไอ้บูรพามันมีอินสตราแกรมด้วยเหรอวะ ผมกดเข้าไปในแอคเคาท์ของมัน

 

ตั้งไพรเวท ขอบคุณ!

 

ผมไม่ได้คอมเมนท์อะไรในภาพของไอ้หลิว แล้วกดเลื่อนไปดูอย่างอื่น ก่อนจะเห็นไอจีแอคฯ เดิมมีโพสท์ใหม่อีกแล้ว


Sundaynight01 : ชอบเวลาเขายิ้ม แต่น่าเสียดาย เขายิ้มให้คนอื่น


 

อือหือ บาดลึกกินใจ ผมนึกไปถึงสาเหตุของการยิ้มในวันนี้ ยิ้มเพราะกล้องกำลังถ่าย ยิ้มเพราะเสียงชัตเตอร์คล้ายจะเป็นคำสั่งให้ต้องยิ้ม ถ้าอยากให้คนยิ้มให้บ่อยๆ มึงควรไปเกิดเป็นกล้องถ่ายรูป โอเคนะ

...

เป็นอีกวันที่รุ่นพี่นัดมาเจอที่โถงคณะหลังจบห้องเชียร์ ผมเริ่มชินกับชีวิตเฟรชชี่ปีหนึ่ง กิจกรรมห้องเชียร์ไม่ได้น่าเบื่อสำหรับผม สมุดเชียร์สำหรับล่าลายเซ็นรุ่นพี่ของผมก็ไม่ได้โล่งเหมือนตอนแรกๆ แก๊งชะนีมันไปขอลายเซ็นพี่คนไหนก็ลากผมไปด้วย จนได้ลายเซ็นมาเกือบจะครบ มีคนเคยบอกว่าเป็นเฟรชชี่อย่าหลีกเลี่ยงกิจกรรม เพราะมันเป็นประสบการณ์หนึ่งในรั้วมหาลัยที่ไม่ควรพลาด อย่างนั้นผมก็คงเป็นหนึ่งในคนที่ใช้ชีวิตเฟรชชี่คุ้มแล้ว

วันนี้ที่รุ่นพี่เรียกเรามา เพราะว่ามาแจ้งข่าวเรื่อง นิทรรศการมนุษยศาสตร์ ที่ทางคณะมนุษย์ฯ เป็นคนจัด จึงมอบหมายงานให้ทุกเอกจัดบูธของตัวเอง รุ่นพี่จึงยกงานนี้ให้เป็นงานของปีหนึ่งซึ่งถือเป็นงานใหญ่ครั้งแรกที่ต้องร่วมมือกัน หลังจากที่รุ่นพี่กลับไปแล้ว เพื่อนคนอื่นก็เริ่มนำออกไอเดียที่จะนำเสนอผลงานและรูปแบบการจัดบูธ ส่วนมนุษย์รอยหยักน้อยอย่างองศาเหนือนั้น ก็นั่งกินขนมที่พี่เทคหิ้วมาฝากเมื่อกี้อย่างเงียบๆ ผมหยิบขนมอีกซองขึ้นมา แต่เพราะมือลื่นเลยแกะไม่ออก ทำไมซองขนมมันไม่ติดซิปวะ จะกินก็รูดออกงี้ ผมหันไปหาไอ้หลิว ที่จะส่งให้มันแกะให้แต่ไอ้นั่นก็กำลังอธิบายไอเดียของตัวเองให้เพื่อนๆ ฟังอยู่ ทั้งไอ้หนุ่ม น้ำหวานและบีบีก็ดูไม่มีใครว่างมาแกะขนมให้ ไม่มีใครสนใจเลย

"ฟึ่บ!"

ผมหันขวับไปมองไอ้ไกด์ที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ดึงซองขนมไปแล้วแกะให้ ก่อนจะส่งคืนมาให้

"ขอบใจ"

"แกะขนมไม่เป็นด้วย น่ารักนะมึงเนี่ย"

ฮึ?

มันพูดแค่นั้นก่อนจะเดินออกไปนอกตึก ผมแอบชะเง้อออกไปมอง เห็นมันยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงนั้นคนเดียว ยืนดูดบุหรี่หน้าตึกคณะนี่ไม่ชั่วทำไม่ได้นะ ผมหันกลับมาก่อนจะสะดุ้งนิดหนึ่ง เมื่อเห็นไอ้บูรพามานั่งอยู่ตรงข้าม

"มึงมานั่งนี่ทำไม"

"กูมาฟังเพื่อนคุยเรื่องงาน แล้วมึงอะ มันใช่เวลามานั่งแดกมั้ยเนี่ย?"

"เสือก พี่เทคไม่ให้ขนมอะดิ จะมาอิจฉากู"

มันกลอกตาขึ้นบนทีหนึ่ง แล้วก้มลงไปหยิบถุงขนมที่วางอยู่ที่พื้นขึ้นมาวางบนโต๊ะ เชรด! อย่าเรียกว่าถุงขนมเลยเหอะ นี่มันกระสอบ พี่เทคมึงป๋ามากว่ะ!

"ที่มึงชอบเนี่ย เอาไปดิ" มันว่าแล้วหยิบโคอาล่ามาร์ชสองสามกล่องในถุงนั่นให้ผม   

"เฮ้ย พี่เทคมึงให้นะ"

"กูไม่กินไง"

"งั้นเอาเยลลี่ด้วย" ผมมองไปที่จอยลี่แบร์

ไอ้บูรพาหัวเราะหน่อยๆ แล้วส่งขนมพวกนั้นมาให้ 

"แกะให้หน่อย มือเปื้อน"

มันแกะถุงจอยลี่แบร์แล้วส่งให้ ไม่ต้องกินข้าวเย็นแล้วกู...

"ตื้ด...ตื้ด... "

ผมหันไปมองโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะกำลังสั่น เมื่อเห็นว่าเป็นพ่อโทรมาก็เลยปัดมือที่เลอะขนมลวกๆ แล้วเลื่อนหน้าจอเพื่อรับสาย

"ว่าใดป้อ" [ว่าไงพ่อ]

(ยะอะหยังอยู่) [ทำอะไรอยู่]

"กิ๋น" [กิน]

(กิ๋นอะหยัง?) [กินอะไร]

"กิ๋นหลายอย่างป้อ กิ๋นเลย์ โคอาล่ามาร์ช แล้วก่อจอยลี่แบร์" [กินเยอะ กินเลย์ โคอาล่ามาร์ช และก็มีจอยลี่แบร์]

ผมหันไปเห็นไอ้บูรพานั่งหัวเราะ

 

ขำเหี้ยไร ผมถามแบบไม่มีเสียง

 

มันส่ายหน้าเบาๆ

 

(ธัมโมสังโฆ อ้วนเหียแล้วก้า) [โห อ้วนแล้วมั้ง]

"บ่าอ้วนๆ ป้อมีอะหยังก่อ โทรมานิ" [ไม่อ้วน พ่อมีอะไรเนี่ย โทรมาว่าไง]

(บ่ากลับบ้านพ่องก๊ะ กึ๊ดเติงหา) [ไม่กลับบ้านบ้างเหรอ คิดถึง]

"บ่าว่างเลยป้อ วันเสาร์ วันติ๊ด ยังบ่าได้หยุดกำเตื้อ" [ไม่ว่างเลยพ่อ เสาร์อาทิตย์ยังไม่ได้หยุดสักที]

(โอ๊ย กึ๊ดเติงหา) [โอ๊ย คิดถึงมาก]

"ง่อมก๊ะ" [เหงาเหรอ]

(ง่อมก่า ต้องหาเมียใหม่แล้วก้าอี้) [เหงาสิ ต้องหาเมียใหม่แล้วมั้ง]

"เคิ้ววว ถ้ามีเมียใหม่เฮาบ่าต้องมาอู้กั๋นเน้อ" [เฮอะ มีเมียใหม่ไม่ต้องมาพูดกันนะ]

"หึๆ" ผมเหลือบตาไปมองไอ้บูรพาที่หัวเราะออกมา พอผมหันไปมองมันก็หันหน้าไปอีกทางแต่ยังแอบอมยิ้มอยู่

"อั้นต๊ะอี้หนาป้อ เห็บหมามันนั่งฟังอยู่ บ่าฮู้มันไค่หัวหยังนิ" [งั้นแค่นี้นะพ่อ เห็บหมามันนั่งฟังอยู่ ไม่รู้มันหัวเราะอะไร]

ผมกดวางสายจากพ่อแล้วเหลือบไปมองไอ้บูรพาตาขวาง

"มึงไค่หัวอะหยัง เอ๊ย! มึงขำอะไร" ความปรับโหมดไม่ทันของกู

"ไม่ได้ยินมึงพูดภาษาเหนือนานแล้ว"

"ตลกมากมั้ย!"

"เปล่า กูเคยบอกว่าไงอะ"

"ไม่รู้ดิ จำไม่ได้ มึงเคยพูดอะไรด้วยเหรอ"

มันยิ้มแล้วส่ายหน้าหน่อยๆ ผมนึกไปถึงบทสนทนาที่เคยคุยกันเรื่องนี้ตอนม.ต้น

 

"ไอ้เหนือ เวลามึงพูดภาษาเหนือแล้วน่ารักดีว่ะ มึงพูดบ่อยๆ ดิ"

"พูดไปมึงก็ฟังไม่รู้เรื่อง"

"มึงก็สอนกูดิ ถ้ากูเรียกมึงเป็นภาษาเหนือนี่ต้องพูดว่าไง บักหำน้อยเหรอ"

"หำน้อยป้อคิงก๋า!"

"ฮ่าๆ ไอ้สัด น่ารัก"
       

 


หึ! ไม่เห็นจะน่ารักตรงไหนเลย




ภาษาเหนือมาอีกแล้ว ขอบคุณเพื่อนแนน พันธมิตรชาวเหนือสำหรับทรานเสลด ผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ค่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-12-2018 17:09:12 โดย รชา »

ออฟไลน์ เต้าหู้ไข่

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +279/-5
    • twitter
การพบกันครั้งที่ 9
เหตุเกิดหน้าห้องฉุกเฉิน


วันนี้วันศุกร์ เย็นนี้จึงไม่ต้องขึ้นห้องเชียร์ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะว่าง พวกผมหมดคาบเรียนตั้งแต่เที่ยงเพื่อนก็เลยนัดมาเตรียมงานที่จะจัดแสดงในบูธ บางกลุ่มกำลังช่วยกันทำของตกแต่งสถานที่ อีกกลุ่มช่วยกันทำอุปกรณ์ที่ต้องใช้ประกอบกิจกรรมในบูธ บางคนก็ทำงานอย่างสนุกเฮฮา บางคนก็บ่นระงมเพราะเย็นวันศุกร์ทุกคนต่างก็ต้องการจะกลับบ้าน  บางคนก็หนีกลับบ้านไปเลยอย่างไม่สนจะช่วยงาน คนกลุ่มนั้นเลยกำลังถูกพูดถึงอย่างไม่น่าพอใจเท่าไร เริ่มมีความร้าวฉานในหมู่คณะ ส่วนผม ก็ทำงานตามที่ถูกใช้ ส่วนใหญ่จะเป็นงานแบบที่ไม่สะเทือนเซลล์สมองเลย เช่น ตัดกระดาษ พับกระดาษ เอาขยะไปทิ้ง กวาดเศษโฟม

จ้ะ...งานแมนๆ

ผมเดินเอาเศษโฟมมาทิ้งที่นอกตึก ขากลับเดินผ่านเอกญี่ปุ่นที่กำลังเตรียมงานของตัวเองอยู่เหมือนกัน ผมหันไปเห็นเอกนั้นเอากระดาษทิชชูสีชมพูมาม้วนๆ แล้วกลายเป็นดอกซากุระ น่าสนใจเลยเดินเข้าไปดู

"ว่าไงจ้ะ องศาเหนือ" ผู้หญิงคนหนึ่งหันมาทัก ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน แต่เธอหันมาอ่านป้ายชื่อที่คอผม

"นี่ทำมาจากทิชชูเหรอ" ผมพูดอย่างสนใจ พอเอาดอกทิชชูมารวมๆ กันแล้วมองไกลๆ ก็คล้ายจะเป็นต้นซากุระจริงๆ เลย

"ใช่จ้า"

"ทำยากป่ะ"

"ไม่ยากๆ ลองทำดิ"

ผมเนียนไปนั่งกับเพื่อนเอกญี่ปุ่น แล้วให้พวกนั้นสอนทำดอกซากุระจากทิชชู แล้วมันก็ง่ายมาก

"เฮ้ย เจ๋งว่ะ ใครเป็นคนคิดอะ"

"รุ่นพี่เขาทำมาตั้งหลายปีแล้วอะ ก็เลยมาสอนให้"

"สวยดี" ผมมองดอกซากุระทิชชูที่เพื่อนเอกญี่ปุ่นจัดเป็นช่อเล็กๆ แล้วส่งให้

"เอาไปดิ"

"ขอบคุณมาก เออ ต้องไปแล้วอะเดี๋ยวไปช่วยเพื่อนทำงานต่อ" ผมโบกมือลาเพื่อนเอกญี่ปุ่นก่อนจะกลับมาที่เอกตัวเอง

"ไปไหนมาวะนานจัง"

"มึงดูนี่ดิ ดอกซากุระจากทิชชู"

"ไปเอามาจากไหน"

"เอกญี่ปุ่น เขาทำต้นเบอเร่อเลย เหมือนซากุระมากอะ"

“มันคือทิชชู”

“มันคือซากุระ”

“ทิชชูก็คือทิชชู”

"ไรวะ... " ผมพูดเบาๆ แล้วมองซากุระในมือ ก่อนจะหันไปหาไอ้หนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ แล้วส่งให้มันดู

"ทิชชู" มันพูดแล้วพยักหน้านิดๆ

ไอ้ห่า...ซากุระเว้ย!

ผมยัดช่อซากุระนั่นใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วเดินไปหาอะไรทำ ไอ้บูรพาที่กำลังกวาดเศษโฟมหันมามองผม แล้วเหลือบตามามองดอกซากุระในกระเป๋าเสื้อผม

"ซากุระเหรอ"

"เชี่ย! มึงรู้ได้ไง" อะเมซิ่งบูรพา! ผมดึงช่อซากุระขึ้นมาให้มันดูใกล้ๆ

"ทำจากทิชชูเหรอ"

"เออ เจ๋งไปเลยใช่ป่ะ"

"สวยดี"

"มึงนี่ตาถึง ไฮไฟว์!"

มันยกมือแตะมือผม คนอื่นไม่เห็นด้วยแต่ไอ้บูรพานี่ตาถึงจริง

"กูให้มึงดอกหนึ่ง" ผมดึงดอกซากุระยัดใส่กระเป๋าเสื้อมัน

"เฮ้ยเพื่อน มีใครขับรถยนต์ได้บ้าง"

ผมกับไอ้บูรพาหันไปหาบีบีทีเดินเข้ามาถาม

"มีอะไรเปล่าบีบี" ไอ้บูรพาหันไปถาม

"เราสั่งทำป้ายคัทเอาท์เอาไว้ที่นอกเมืองอะ ตอนแรกว่าจะไปเอาพรุ่งนี้แต่เพื่อนบอกให้ไปเอาวันนี้เลยเพราะพรุ่งนี้จะได้มาทำฉากกันเลย แต่เราต้องออกไปซื้อสีกับหลิวอะ ก็เลยจะหาคนไปเอาให้"

"เดี๋ยวเราไปเอาให้ก็ได้"

"มันอยู่ไกลหน่อยนะ เราสั่งไว้ที่นอกเมืองใกล้ๆ บ้านเราเพราะมันถูกกว่าสั่งทำแถวนี้ เดี๋ยวเปิดจีพีเอสไปละกัน"

"ได้"

"งั้นเดี๋ยวเราไปเอากุญแจรถแฟนเราให้แป๊บหนึ่ง"

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวเอารถเราไป"

"โอเค งั้นเหนือไปกับบูรพานะ"

"หะ?"

"จะได้ช่วยกันยก อะนี่ ใบเสร็จรับของ เราจ่ายตังค์ไปแล้ว"

ไอ้บูรพารับใบนั่นมาจากบีบี แล้วหันมาหาผม

"ไปดิ"

"กูไปกับมึงสองคนเหรอ?"

"คนอื่นเขาทำงานกันอยู่ไง"

ผมเดินตามมันไปอย่างช่วยไม่ได้ ต่อต้านเดี๋ยวร้าวฉาน เพื่อนจะหาว่าไม่มีน้ำใจไปช่วยขนของอีก ว่าแต่...

"มึง ป้ายคัทเอาท์คืออะไรวะ"

"แบบนั้นอะ" ไอ้บูรพาชี้ไปที่ป้ายไม้อันหนึ่งที่วางอยู่ข้างตึก เป็นป้ายของชมรมอาสาพัฒนาชนบทที่มาติดเอาไว้เพื่อประชาสัมพันธ์งานค่าย ผมพยักหน้าเบาๆ

"โง่อมตะเลยนะมึงเนี่ย"

"เชี่ย! ก็กูไม่รู้"

"ควายแท้ๆ"

"ไอ้บูรพา ไอ้ห่า"

"ขึ้นรถ"

ผมคว่ำปากใส่มันก่อนจะกระโดดขึ้นไปบนกระบะหลังรถมัน

"มานั่งหน้า"

"กูจะนั่งนี่"

"ร้อนนะมึง"

"กูจะอาบแดด"

"ตามใจ"

มันว่าแล้วขึ้นไปก่อนจะขับรถออกไป ผมเงยหน้ามองดวงอาทิตย์ โอ้โห...ซุปเปอร์ซัน ผมดึงแขนเสื้อนิสิตที่พับแขนเอาไว้ลงมาถึงข้อมือ ร้อนแผดเผามาก ไอ้บูรพาขับรถออกมาถึงหน้าม. พอผ่านเขตมหาลัยไอ้ห่านี่เหยียบมิดไมล์ ขับเร็วขนาดนี้กะจะให้กูปลิวไปแปะหน้ารถบรรทุกที่ขับตามมาเลยมั้ย!

ขับมาสักระยะหนึ่งดวงอาทิตย์ก็หายวับเข้ากลุ่มเมฆนั่นไป ผมเงยมองฟ้าที่เปลี่ยนสีไป เออ ไม่ร้อนล่ะ...ระหว่างที่จอดติดไฟแดง ผมเห็นท้องฟ้าตรงนี้สวยดี จึงหยิบมือถือขึ้นมาถ่าย แต่ก็ต้องชะงักกึกเมื่อเห็นไอ้บูรพาเปิดกระจกรถ ยื่นกล้องออกมาเก็บภาพฟ้านั่นเอาไว้ด้วยเหมือนกัน

ก็มันสวยจริงๆ อะ

ผมไม่รู้เส้นทางในจังหวัดนี้เลย เพราะตั้งแต่มาอยู่นี่ได้เกือบเดือนก็ยังไม่ได้ออกไปไหนนอกจากบริเวณมหาลัย ก็เลยไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ส่วนไหนของจังหวัดแล้ว ตอนนี้ไม่ร้อนเพราะแดดเปรี้ยงๆ นั่นแล้ว แต่กลายเป็นกลุ่มเมฆสีครึ้ม และตามมาด้วย...

ฝน

เวรกรรม...

ผมเงยหน้ามองฝนที่ลงเม็ดบางๆ ตอนนี้เลยทบทวนอยู่ในหัวว่า กูโดดขึ้นมานั่งท้ายกระบะนี่ทำไม ผมแนบหน้าลงไปที่กระจกเพื่อมองไอ้บูรพาที่กำลังขับรถอยู่ รู้ตัวมั้ยน่ะว่าฝนตก กูเปียกแล้วเฮ้ย!

"เอี๊ยด!"

"โป๊ก!"

"เชี่ย"

ผมร้องลั่นเมื่อไอ้นั่นเบรกกะทันหันแล้วหัวก็โขกเข้ากับกระจกพอดี มึงแกล้งกูใช่มั้ยเนี่ย!

"ไอ้เหนือ มานั่งหน้านี่"

ผมมองใส่มันเคืองๆ

"ฝนตก มึงจะอาบฝนหรือไง เดี๋ยวไม่สบายเดือดร้อนกูพาไปหาหมออีก"

"เออๆ"

ผมว่าแล้วกระโดดลงจากกระบะไปนั่งข้างหน้า

"อีกไกลป่ะวะ"

"ยี่สิบโลได้มั้ง"

"โห่ บ้านบีบีมันอยู่พิจิตรหรือไง โคตรไกลว่ะ"

"พิจิตรมันคนละทางเลยไอ้ฟาย"

"ไม่รู้แหละ กูหิวแล้วด้วย"

"ขนมข้างหลังอะ" ผมหันไปมองเบาะหลังตามที่มันบอก ขนมที่มันน่าจะได้มาจากสายเทคหลายถุงอยู่ตรงนั้น โคอาล่ามาร์ชคือสิ่งแรกที่ผมหยิบมาแกะกิน

"กูเคยเห็นคนมันเอาโคอาล่ามาร์ชมาเขย่าห้าพันครั้งกลายเป็นช็อกบอลด้วย มึงเคยทำป่ะ"

"ไม่เอาอะ เสียของ ของมีไว้แดก"

"มึงลองดิ มันทำได้จริงเปล่า"

"ลองแล้วจะได้อะไร" ถึงปากจะพูดอย่างนั้นแต่ผมก็หยิบโคอาล่ามาร์ชอีกกล่องมาเขย่าๆ ดูก่อนไอ้บูรพาจะหัวเราะเบาๆ

"เชี่ย หลอกให้กูทำใช่มั้ยเนี่ย"

"มึงก็เชื่อ"

"ห่า แตกหมดเลยเนี่ย" ผมแกะซองโคอาล่ามาร์ชที่ถูกเขย่าพบว่ามันแตกไม่เป็นชิ้น ก็เลยกรอกใส่ปากเลย ผมหันไปมองไอ้บูรพาที่หัวเราะเบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนไปไอค่อกแค่ก

"สมน้ำหน้า หัวเราะกูมาก สำลักน้ำลายตายไปเลย"

"กูไม่สบายหรอก"

"มึงไม่สบายเหรอ" ผมยกมือแตะหน้าผากมันดูก็รู้สึกว่าตัวอุ่นๆ

"ติดมึงไง"

"ใส่ร้ายกู"

"นั่งเรียนก็นั่งข้างมึง ห้องเชียร์ก็นั่งข้างมึง แถมมึงชอบมาไอใส่หน้ากูบ่อยๆ มึงแหละตัวแพร่เชื้อ"

"อย่ามาโทษกู กูหายไปเป็นอาทิตย์แล้วเว้ย!"

ไอ้บูรพาหัวเราะหน่อยๆ แล้วยกน้ำขึ้นมาดื่มตอนที่ติดไฟแดง พอได้มองหน้ามันชัดๆ ก็สังเกตเห็นว่าสีหน้ามันซีดๆ ไปเหมือนกันแต่ไม่คิดไงว่าเห็บหมาอย่างมันจะป่วยเป็นด้วย

ที่จริงผมก็ไม่เคยได้นั่งมองหน้ามันนานขนาดนี้ เค้าโครงหน้ามันไม่ได้ต่างไปจากตอนเด็กๆ เพียงแค่ดูโตขึ้น แถมสูงขึ้นมาก ผมเคยอิจฉาที่ตามันมีตาสองชั้นคมๆ ด้วย แต่ตอนนี้กูอิจฉาทุกคนที่สายตาไม่สั้นครับ ขณะที่กำลังมองมันอยู่ มันก็ใช้สาตาคู่นั้นเหลือบมามองผม

"มองอะไร?"

"มองเห็บหมา"

"สัด"

"ไอ้บูรพา"

"ฮึ?"

"มึงไปอยู่ที่ไหนมาวะ"

"ก็อยู่บ้านไง"

"ตอนกูอยู่ม.ห้า ไอ้เอมันบอกกูว่ามึงไปอยู่แคนาดา"

"อ๋อ ตอนนั้นกูไปแลกเปลี่ยนอะ พ่อกูให้ลองสอบดู เสือกได้เฉยเลย ก็เลยไปปีหนึ่ง"

"อ๋อ กูคิดว่ามึงย้ายไปอยู่ที่นั่น นึกอยู่ว่าชาตินี้คงไม่ได้เจอมึงแล้ว"

"อยากเจอกูเหรอ"

"ก็กูคิดถึง...เชี่ย! ไม่ใช่ๆ!"

"คิดถึงกู?"

"เปล่า กูพูดผิด! ไม่ใช่เว้ย ไฟเขียวแล้ว ไปดิ!"

ผมรีบหันขวับออกไปมองนอกกระจก ได้ยินแค่เสียงหัวเราะของมันเบาๆ

...

ในที่สุดผมกับไอ้บูรพาก็มาถึงร้านทำป้ายคัทเอาท์ที่อยู่นอกเมือง แถมยังลึกลับซับซ้อน จีพีเอสพาไปมั่วอีก กว่าจะถามทางมาถึงนี่ได้เล่นเอาน้ำมันเกือบหมดถัง เมื่อมาถึงร้านลุงเจ้าของร้านที่กำลังยุ่งอยู่กับลูกค้าคนอื่น ก็ให้ผมกับไอ้บูรพาไปหยิบคัทเอาท์เองที่ด้านหลัง

"มันสั่งไว้กี่อันวะ"

"สองอัน"

"ขับรถมาเกือบชั่วโมงเพื่อมาเอาไอ้ป้ายเนี่ยสองอันเนี่ยนะ"

"มึงไม่ได้ขับอย่าบ่น"

ผมหันไปคว่ำปากใส่ไอ้บูรพา แล้วยกป้ายไม้ที่วางอยู่สองอัน ถึงจะไม่ใหญ่มากแต่ก็หนักอยู่เหมือนกัน นึกว่าจะยกคนเดียวได้ แต่ไม่น่าไหว

"หยิบมาดิ"

"หนัก! กูยกไม่ไหว"

"อ่อนแอ"

"มึงมายกนี่ หนักชิบหาย" ไอ้บูรพาเข้ามาหยิบป้ายนั่นออกไปอันหนึ่งแบบสบายๆ เดี๋ยวนะ...พ่อมึงเป็นกัปตันอเมริกาเหรอ

มันเอาป้ายอันหนึ่งไปวางไว้ด้านนอกก่อน ส่วนผมดึงอีกป้ายที่วางซ้อนเป็นชั้นๆ อยู่ เพราะมันอยู่สูงนิดหน่อย และหนักด้วยก็เลยต้องดึงออกมาทีละนิด แล้วพิงมันไว้ก่อน

"โอ๊ะ!" ผมร้องลั่นแล้วชักมือออกเพราะไปโดนเข้ากับปลายตะปูที่โผล่ออกมา

"เป็นไรวะ"

"โดนตะปู...เชี่ย!"

"เฮ้ย!"

ผมหลับตาแน่นเพราะไอ้ป้ายที่ดึงออกมามันล้มลงมา ไม่ได้ทับผมเพราะไอ้บูรพาเข้ามาจับป้ายนั่นไว้ก่อน

"ออกมาดิ"

ผมออกมาจากตรงนั้นตามคำสั่งของไอ้บูรพา ก่อนมันจะดันป้ายให้กลับไปพิงกับกองไม้เหมือนเดิม แล้วสะบัดมือเบาๆ

"เป็นอะไรกันเปล่าไอ้หนู" ลุงเจ้าของร้านเดินเข้ามา

"ไม่เป็นไรครับลุง" ไอ้บูรพาหันไปตอบ

"งั้นเดี๋ยวลุงขนอันนี้ไปไว้หลังรถเลยนะ"

"ครับ"

ลุงยกป้ายนั่นออกไปอย่างสบาย ขนาดลุงแก่ๆ วัยน่าจะหกสิบแล้วยังยกป้ายนั่นไหว แล้วทำไมกู...ผมสะบัดหัวไล่ความคิดนิดหน่อยแล้วหันไปมองไอ้บูรพาที่ยกมือตัวเองขึ้นมาดู ก่อนจะเห็นเลือดที่มือมันไหลออกมาเพราะคงไปโดนกับขอบป้ายที่ไม่เรียบตอนที่เข้ามาจับป้ายนั่นไว้ให้

"เฮ้ย เลือดเลยอะ เป็นไรป่ะวะ"

"เจ็บดิ มึงดึงเศษไม้นี่ให้หน่อยดิ๊"

ผมค่อยๆ ดึงเศษเสี้ยนไม้ที่ทิ่มเข้าไปในมือมันออกอย่างระวัง เลือดไหลซึมออกมาเพราะแผลลึกพอสมควร มันยืนยันว่าไม่เป็นอะไรก่อนผมกับมันจะช่วยกันยกป้ายอีกอันไปไว้หลังกระบะ  ไอ้บูรพาหยิบน้ำขวดที่กินอยู่เมื่อกี้ออกมาล้างเลือดออก แล้วใช้ทิชชูกดเลือดเอาไว้

"เจ็บมากป่ะวะมึง"

"ไม่เป็นไร กลับเหอะเดี๋ยวมืด"

"มึงเจ็บมือจะขับรถยังไง"

"ขับมือเดียวไง ไม่เห็นยาก ปล่อยมือขับยังได้เลย"

"ไอ้ชิบหาย กูไม่อยากไปเสี่ยงตายกับมึง มากูขับเอง"

"มึงขับรถยนต์เป็นด้วยเหรอ"

"มีอะไรที่คนอย่างกูทำไม่ได้"

"มึงเคยบอกว่าพ่อมึงไม่ให้ขับรถยนต์ไม่ใช่เหรอ"

"ใช่ กูเลยแอบให้เพื่อนสอนให้ มาเหอะ ดีกว่าให้มึงขับอะ เอากุญแจมา"

ผมเข้าไปประจำตำแหน่งคนขับ ตอนฝึกกับเพื่อนมันขับรถเก๋ง แต่ไอ้กระบะนี่มันใหญ่โตมโหฬารน่าดู

"ขับได้แน่นะ"

"เอ๊ะ! มึงนี่ยังไง ไม่ไว้ใจมึงก็เดินกลับไปเลยไป"

ไอ้บูรพาดึงเข็มขัดมาคาดด้วยสีหน้าที่ไม่ไว้ใจกันสุดๆ ผมขับรถมันออกมาจากร้านไม้เข้าสู่ถนนใหญ่เพื่อกลับเข้าตัวเมือง

"หัดขับรถตั้งแต่ตอนไหน"

"ตอนขึ้นม.ห้าอะ กูเห็นเพื่อนมันขับได้กันแทบทุกคนเลย กูเลยให้มันสอนให้"

"แล้วพ่อไม่ว่าเหรอ"

"ก็อย่าให้รู้ดิ กูก็ไม่เห็นว่าขับรถยนต์มันจะยากตรงไหน กูฝึกวันเดียวก็ขับได้แล้ว เห็นมะ สบายมาก"

"เออ ขับไปดีๆ"

ผมหมุนพวงมาลัยในจุดที่ต้องยูเทิร์น

"ครืด... "

ชิบหาย...

ผมหันไปมองหน้าไอ้บูรพา ที่มองมาด้วยสีหน้านิ่งๆ ตอนที่ได้ยินเสียงรถขูดกับเกาะกลางถนน

"สัด"

เสียงเบาๆ เปล่งออกมา เป็นคำด่านิ่งๆ ที่กระแทกหัวจิตหัวใจเหลือเกิน

"รถมึงแหละ รถมึงใหญ่อะ ผิดที่รถมึง"

"ไอ้ห่า"

"เออน่า เดี๋ยวกูจ่ายค่าซ่อมให้" ผมพูดแล้วเหยียบคันเร่งต่อ

"ครืด..."

"ถอยหลังก่อนสิไอ้ฟาย!"

"อ่อเหรอ แหะๆ" ในที่สุดก็ผ่านจุดยูเทิร์นนรกมาได้ ขับทางตรงไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่คนข้างๆ นี่นั่งกุมขมับแน่น เจอ ดอมิเหนือ ทอเร็ตโต้เข้าไป ไข้ขึ้นเลยสิมึง

"ขำชิบหาย อาทิตย์ก่อนกูป่วย อาทิตย์นี้มึงป่วย อ่อนแอกันเหลือเกิน"

"ก็มึงแพร่เชื้อ"

"นี่ก็โทษกูไม่เลิก มึงแวะหาหมอก่อนเปล่า ข้างหน้ามีโรงบาลด้วย"

"ไม่เป็นไร"

"เป็นดิ เลือดก็ไม่หยุดไหล แล้วเผื่อไข้ขึ้นด้วย คืนนี้เป็นอะไรขึ้นมาอย่ามาเรียกกูกลางดึกนะ"

"เอางั้นก็ได้"

"งั้นกูเลี้ยวเลยนะ" ผมกำลังจะหักพวกมาลัยเลี้ยวเข้าโรงพยาบาล

"ก็เปิดไฟเลี้ยวด้วยดิ"

"อ้าว ลืม" ผมว่าแล้วเลื่อนมือไปเปิดไฟเลี้ยว

"เลี้ยวซ้ายโว้ย!"

"เอ้าผิด!" กว่าจะเปิดไฟเลี้ยวได้ถูกทาง ผมก็เลยซอยเลี้ยวเข้าโรงพยาบาลมาแล้ว ก็เลยเบรกแล้วถอยหลังมา

"ถอยหลังเป็นป่ะเนี่ย?"

"ไอ้ห่า มึงก็ใจเย็นดิวะ" ผมถอยรถมาจนถึงทางเลี้ยว ก่อนจะหักพวงมาลัยเข้าซ้าย แล้วเหยียบคันเร่ง แต่รถมันยิ่งถอยหลังไปมากกว่าเดิม

"เปลี่ยนเกียร์ด้วยสิ ไอ้ควาย!!"

"อุ้ย ลืม" ผมใส่เกียร์เดินหน้าก่อนจะค่อยๆ เลี้ยวเข้าไปในโรงพยาบาลอย่างระวัง เกิดขูดอีกรอยนี่คงต้องขายไตมาเป็นค่าซ่อมรถมันแน่

"กูคงไม่ได้ตายเพราะเป็นไข้หรอก ตายเพราะเมารถที่มึงขับเนี่ย! "

"โด่ กูพามึงมาถึงละกัน"

ผมเข้าไปจอดรถหน้าตึก ก่อนจะพาไอ้บูรพาเข้าไปหาพยาบาลที่มารอรับอยู่ด้านหน้า

"ไอ้นี่มันไม่สบายอะครับ แล้วก็มีแผลที่มือด้วย ถ้ารักษาไม่ได้ก็ส่งเข้าห้องชันสูตรศพเลยครับ ฝากโทรบอกญาติด้วยว่ามันจากไปอย่างสงบ"

ไอ้บูรพาหันมายกนิ้วกลางให้แทนทุกคำพูด

"เดี๋ยวกูไปหาที่จอดรถก่อน แล้วเดี๋ยวตามไป"

ผมวนรถออกมาจากหน้าตึกเพื่อหาที่จอดรถ ก่อนจะเห็นช่องว่างริมสุดจึงเลี้ยวเข้าไป สุดหรือยังวะ อีกนิดละกัน...

"ปัง!"

เหยดโด้โคอาล่ามาร์ช! ไฟหน้าแตกไปเลยมั้งนั่น! ผมกำลังจะเปิดประตูลงไปดู แต่...

"ปึก!"

ติดกำแพง เปิดไม่ได้

สันขวาน! นี่เป็นเหตุผลที่กูต้องกลับไปขี่มอเตอร์ไซค์ถูกมั้ย? ผมกระโดดไปอีกเบาะแล้วเปิดประตูลงมาจากฝั่งนั้น ก่อนจะไปสำรวจไฟหน้าปรากฏว่ามันยังอยู่ดี มีแค่รอยถลอกที่พุ่งชนขอบกั้นนั่นนิดหน่อย นิดเดียว คิดซะว่าแมวทำ

ผมเดินกลับเข้าไปในโรงพยาบาล แล้วเข้าไปหาพยาบาลคนเมื่อกี้

"เพื่อนน้องทำแผลอยู่ในห้องERจ้า ไปรอหน้าห้องก็ได้"

ห้องอีอาร์ คือห้องอะหยังก่อคับ?

            ใช้ความพยายามในการตามหาห้องอีอาร์ด้วยตัวเองเพราะไม่ต้องการแสดงความควายให้ใครรู้ผมก็มาถึงหน้าห้องอีอาร์หรือห้องฉุกเฉินที่ผมรู้จัก ฉุกเฉินก็ฉุกเฉิน มาอีองอีอาร์ก็งงสิ ผมนั่งรอไอ้บูรพาอยู่ที่หน้าห้อง กวาดสายตาไปรอบๆ โรงพยาบาลเล็กๆ ในตัวอำเภอที่ดูเงียบๆ อาจจะเป็นเพราะหมดเวลาราชการไปแล้วหรือเปล่า ห้องตรวจส่วนอื่นๆ ของตึกก็เลยยิ่งเงียบเข้าไปใหญ่ สักพักหนึ่งก็มีหมอคนหนึ่งเดินออกมาห้อง ผมจึงลุกขึ้นไปหา

"เพื่อนผมเป็นไงบ้างครับ"

"เป็นเพื่อนกันเหรอครับ"

เออนั่นสิ...เป็นเพื่อนกันเหรอ? เพื่อนกันเฉพาะกิจก็ได้วะ

"ใช่ครับ ต้องแอดมิดหรือเปล่าครับ"

"ไม่เป็นอะไรแล้วล่ะครับ แต่ผู้ป่วยที่อยู่ในระหว่างการทำเคมีบำบัดร่างกายก็อ่อนแอเป็นธรรมดา จึงต้องดูแลเป็นพิเศษนะครับ"

ว้อทเดอะ...เคมีบำบัด?

"ถ้าน้องมีเวลาก็ไปให้พี่ๆ พยาบาลอธิบายเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องรับการทำคีโมก็ได้นะครับ จะได้เอาไว้ดูแลเพื่อนเราด้วย"

"คุณหมอคะ ทางนี้หน่อยค่ะ"

"ครับผม"

หมอเดินออกไปแล้ว แต่สมองผมยังประมวลผมไม่สำเร็จ

ผู้ป่วยมะเร็ง? ทำคีโม? ไอ้บูรพา?

คีย์เวิร์ดทีละคำปะติดปะต่อกันเข้ามาทีละนิด แล้วก็ต้องเซไปทรุดนั่งลงที่เก้าอี้ที่เดิม

 

ไอ้บูรพาเป็นมะเร็งที่กำลังทำคีโม...


to be continued.

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-12-2018 17:15:07 โดย รชา »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ em1979

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 464
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-1
โอ้ย ฮา อะไรจะมึนได้ป่านนี้

ออฟไลน์ brookzaa

  • Chill out
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-6
 :ling3: :ling3: :ling3:

บูรพาไม่ได้เป็นมะเร็งหรอก เราว่า อีองศาเหนือมันโง่ไงไปห้องผิด

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-12-2016 09:30:37 โดย brookzaa »

ออฟไลน์ ▶August5th◀

  • it was fate
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +184/-2
หือ บูรพาเป็นมะเร็งจริงๆหรอ บูรพายังอายุน้อยมันน่าจะเป็นไปได้ยาก
หรือ..ผิดคน  ที่คุณหมอบอกอาจจะผิดคน เอ๊ะๆ ยังไง


ออฟไลน์ เต้าหู้ไข่

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +279/-5
    • twitter
การพบกันครั้งที่ 10
เป็นเพื่อนกัน


"ไอ้บูรพา! มึงเป็นไงมั่งวะ!"

ผมลุกพรวดไอ้บูรพาที่เดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน

"โดนฉีดตูดเลย และพยาบาลอย่างสวย อายชิบหาย"

"แล้วมึงโอเคใช่มั้ย"

"โอเคดิ เดี๋ยวไปรับยาก็กลับได้แล้ว"

ผมพยักหน้าเบาๆ แล้วเดินตามมันไปที่ห้องรับยา ใจผมยังเต้นตึกๆ ตอนที่หมอบอกแบบนั้น ระหว่างที่นั่งรอยา ผมหันไปหาไอ้บูรพาแล้วสูดลมหายใจเบาๆ

"ไอ้บูรพา..."

มันหันมามองแล้วเลิกคิ้วนิดๆ

"หมอบอกกับกูแล้วว่ามึงเป็นโรคอะไร"

"โรค?"

"โรคที่มึงเป็นไง"

"อ๋อ..."

"มึงป่วยมานานยังวะ"

"ก็พักหนึ่งแล้วอะ"

"แล้วมึงทำไมไม่บอกใครวะ"

"ทำไมต้องบอกใครวะ"

"ก็มึงป่วยนะเว้ย อย่างน้อยก็น่าจะบอกรุ่นพี่เวลาทำกิจกรรมอะไร เกิดมึงเป็นอะไรขึ้นมาจะทำไงวะ"

"ทำไมต้องให้เป็นเรื่องใหญ่วะ กูไม่ได้เป็นอะไรมาก"

"ไม่มากได้ไง มึงเป็น..." ผมชะงักไปนิดหนึ่ง

"ไม่ได้หนักหนาอะไรนี่หว่า" มันพูดอย่างไม่ได้คิดอะไร

"แล้วพ่อแม่มึงรู้หรือเปล่า"

มันพยักหน้านิดๆ

"มึงก็ไม่ต้องบอกใครนะ"

"โอเค..."

 

"นายบูรพา สัตยาพิทักษ์ รับยาที่ช่องสองค่ะ"

 

"เดี๋ยวกูไปเอาให้" ผมหยิบใบสั่งยามาจากมือมันแล้วตรงไปที่ช่องรับยา  ไม่รู้ว่าที่ผ่านมามันไปทำอะไรอยู่ที่ไหน แล้วทำไมถึงป่วยเป็นโรคอย่างนั้นได้ คนที่ดูแข็งแรงดี วิ่งรอบสนามสิบรอบได้ ยกป้ายคัตเอาท์คนเดียวได้ แต่เป็นคนเดียวกับคนที่ถูกเรียกว่าผู้ป่วยมะเร็ง

โธ่...ไอ้บูรพา

"สองร้อยห้าสิบบาทค่ะ"

ผมควักเงินในกระเป๋าจ่ายให้พยาบาลก่อนจะรับยามาให้ไอ้บูรพา

"ขอบใจ"

"สองร้อยห้าสิบ"

"สัด นึกว่าจะใจดี"

"พ่อกูให้ใช้อาทิตย์ละพัน จะเอาอะไรมาใจดี"

หลังจากได้ยามาแล้ว ผมกับไอ้บูรพาก็เดินมาที่จอดรถ เจ้าของรถหันขวับมามองผมตอนที่เห็นสกิลการจอดรถของผม

"เอากุญแจมาเลย กูขับเอง"

"แต่มึงป่วย"

"กูขับเอง"

"มึงเจ็บมือด้วยนะ"

"กูขับเอง"

"เอาไป!" ผมโยนกุญแจให้มัน ก่อนมันจะส่ายหัวหน่อยๆ

"จอดงี้ กูจะเข้ายังไง" มันบ่นเบาๆ แล้วเปิดประตูรถอีกฝั่งก่อนจะข้ามไปฝั่งนั้น ผมตามขึ้นไปนั่ง อย่างเงียบๆ ไม่อยากจะเถียงจะด่าอะไรมันแล้ว

ไอ้บูรพา ต่อไปนี้กูจะทำดีกับมึงนะ

...

 

จันทร์ถึงศุกร์อาจไม่ใช่วันธรรมดาฉันท์ใด เสาร์อาทิตย์ก็อาจไม่ใช่วันหยุดฉันท์นั้น เป็นอีกเสาร์ที่ผมไม่ได้หยุดอยู่ที่หอแต่ต้องมาช่วยเพื่อนในเอกทำงานที่ตึกข้างคณะต่อ ป้ายคัตเอาต์ที่ผมกับไอ้บูรพาไปเอามาเมื่อวานกำลังถูกเพื่อนที่มีฝีมือด้านศิลปะวาดรูปเข้าไปเพื่อเป็นฉากหลังของบูธเอกเรา ผมมองดูก้อยที่กำลังวาดเมืองลอนดอนที่เพื่อนๆ ลงมติกันว่าเหมาะจะเป็นฉากของเอกอังกฤษของพวกเรา เห็นฝีมือก้อยแล้วเลยอดที่จะหยุดมองไม่ได้เลย

"เหนือ จ้องเรานานมากอะ มีอะไรเปล่า? " ก้อยหันมาถาม 

"เปล่า ก้อยวาดรูปสวยจัง"

"อ๋อ เราซิ่วมาจากถาปัตย์อะ"

"อ้าวจริงดิ แล้วต้องเรียกพี่ป่ะเนี่ย"

"เฮ้ยไม่ต้อง! เพื่อนกัน เหนือระบายสีได้ป่ะล่ะ"

"ไม่เอาอะ เดี๋ยวเละ"

"ลองดูดิ เอาตรงง่ายๆ ก็ได้ จะได้ช่วยกัน"

ผมรับพู่กันมาจากก้อยแล้วบรรจงระบายรูปรถเมล์สีแดงหนึ่งในสัญลักษณ์ลอนดอน

"อย่าทำของเขาเละนะมึง" ผมหันไปมองไอ้บูรพาที่เดินผ่านมา

"ฝีมือกูยิ่งกว่าลีโอนาร์โด ดิคาปิโอเว้ย"

"เกี่ยวไรวะ?"

"ก็ศิลปินที่วาดรูปโมนาลิซ่าไง"

"นั่นมันลีโอนาร์โด ดาวินชี่ ที่มึงพูดนั่นพระเอกไททานิก ฟาย"

"เอ้าเหรอ"

"โง่อย่างมึงนี่สมควรเรือล่มตาย"

"ไอ้ห่า!"

"ไอ้บูรพา มาช่วยยกนี่หน่อย"

"เออๆ"

ก่อนที่ผมจะด่ามันต่อไอ้บูรพาก็ถูกไอ้บอมบ์เรียกไปช่วยยกโต๊ะที่จะเอามาจัดบูท ผมวางพู่กันแล้วรีบวิ่งเข้าไปที่ไอ้บูรพากับไอ้บอมบ์

"เดี๋ยวกูยกเอง มือมึงเจ็บอยู่นะ"

"เออๆ ตามใจ"

"บูรพา กวาดเศษโฟมนี่หน่อยดิ"

"เฮ้ย เดี๋ยวเราทำเอง!"

"อะไรของมึงไอ้เหนือ"

"มึงป่วยอยู่นะ"

"กูไม่ได้เป็นอะไร"

"เออน่า กูทำตรงนี้เอง"

"บูรพา ออกไปซื้อของให้หน่อยดิ"

"เดี๋ยวเราไปเอง!"         

ไอ้พวกนี้ก็เรียกใช้จัง อย่ามาใช้เพื่อนเราหนักได้ป่ะวะ ขอร้อง ผมกลับมาหลังจากไปซื้อของให้เพื่อน ก่อนจะเห็นไอ้บูรพานั่งระบายสีคัตเอาท์อยู่กับก้อย จึงเดินเข้าไปหา

"เหนือมาพอดี มาช่วยระบายต่อหน่อยดิ"

"ได้ๆ" ผมเข้าไปช่วยก้อยระบายสีส่วนที่เหลือ

"สองคนระบายกันไปก่อนนะ ไม่ต้องกลัวเละเดี๋ยวเรากลับมาเก็บรายละเอียดอีกที"

"ก้อยจะไปไหนอะ"

"ไปตัดต้นตะขบหลังม.มาเป็นหลักตั้งป้ายนี่แหละ"

"เฮ้ย เราไปช่วยเปล่า"

"ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวไปกับหลิว น้ำหวานแล้วก็ผักกาด"

ผมพยักหน้าเบาๆ แล้วมองดูผู้หญิงสี่คนนั้นเดินออกไปด้วย ไอ้หลิวถือมีดอีโต้ไปด้วย นี่มันคอนเซ็ปต์ผู้หญิงตัดต้นไม้ผู้ชายนั่งระบายสีเหรอวะ ไอ้บูรพาหันกลับไปตั้งอกตั้งใจระบายสีหอนาฬิกาบิ๊กเบนต่อ

"ไอ้บูรพา"

"ฮึ?"

"ทำไมมึงมาเรียนเอกนี้วะ"

"กูไม่รู้จะเรียนอะไร"

"ฮะ? มึงก็สุ่มๆ เอางี้เหรอ"

"กูกลับจากแลกเปลี่ยนพอดีไง พูดอังกฤษได้ก็เลยเลือกเลือกเอกนี้เลย"

"อ๋อ"

"แล้วมึงอะ"

"กูตามแพทมา ก็เลยเลือกคณะที่คะแนนไม่สูงมากแบบที่กูพอจะเอื้อมถึงอะ"

มันพยักหน้าหน่อยๆ

"ไอ้บูรพา"

"เรียกจังเลย ก็อยู่นี่แล้วไง"

"กู...หายโกรธมึงแล้วนะ"

มันชะงักการกระทำในมือ ก่อนจะหันมามองผม

"มาดีกัน"

ผมยื่นนิ้วก้อยไปตรงหน้ามัน

"เกี่ยวก้อยด้วย ปัญญาอ่อน"

"เออไม่ต้องดีก็ได้ไอ้ห่า!"

"เออๆ มาๆ เกี่ยวก็เกี่ยว"

มันว่าแล้วยื่นนิ้วก้อยมาเกี่ยวกับนิ้วผม แล้วหัวเราะเบาๆ

"ไอ้เหนือ กูไม่ได้ชอบแพทนะเว้ย"

"..."

"ไม่เคยชอบเลย"

ผมพยักหน้าเบาๆ

"ที่กูนัดแพทไปเจอวันนั้นอะ เพราะกูอยากจะบอกมึงเรื่องที่ต้องย้ายกลับกรุงเทพฯ กูไม่กล้าบอกมึงเลยอยากให้แพทช่วย มึงมาถึงก็ไม่ฟังห่าอะไรเลย กูโมโหด้วยก็เลยไม่ได้อธิบาย"

คำพูดของไอ้บูรพาทำให้ผมนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ในวันนั้น แล้วก็เข้าใจว่าการกระทำของตัวเองในวันนั้นมันงี่เง่าสิ้นดี

"กูขอโทษว่ะ"

"หัดฟังคนอื่นบ้าง จำไว้"

"แต่ที่กูโกรธมึงนานขนาดนี้ ไม่ใช่เพราะคิดว่ามึงชอบแพทนะเว้ย"

"อ้าว"

"แต่โกรธที่มึงไปไม่ลาสักคำ"

"..."

"คำบอกลาผ่านสเตตัสมึงก็ไม่แท็กกูด้วย"

"เฮ้ย กูแท็กแล้วนะ"

“ไม่มี!”

"กูกดแล้วนะ"

"มึงไปย้อนดูเลยไปไอ้ชิบหาย ไม่มีกู"

ไอ้บูรพาควักมือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาแล้วกดเข้าเฟสบุ๊ค เลื่อนให้นิ้วไหม้เลยมึง สามปีที่แล้วอะ ผมปล่อยให้มันขุดอดีตไป แล้วหันกลับมาระบายสีต่อ

ผ่านไปพักหนึ่งไอ้บูรพาก็ร้องออกมา

"นี่ไง"

"มึงหาเจอจริงดิ!"

"เออ กูไม่ได้แท็กมึงจริงๆ ด้วยว่ะ แต่กูว่ากูกดไปแล้ว... "

"ถ้ามึงแท็กกูตั้งแต่วัน กูก็ไม่โกรธยาวนานข้ามศักราชขนาดนี้หรอก"

"แล้วมึงลบเพื่อนกูทำไมอะ"

"โกรธไงไอ้ห่า โกรธ"

"งั้นเอามาแอดใหม่ดิ เฟสบุ๊คมึงชื่ออะไร"

ผมมองเคืองๆแล้วดึงมือถือมันมาแอดเฟซบุ๊คหาตัวเอง ก่อนจะควักมือถือตัวเองขึ้นมากดรับเพื่อนมัน

 

เหนือ องศาเหนือ ได้เป็นเพื่อนกับ บูรพา สัตยาพิทักษ์แล้ว


 

...

 

เพราะเมื่อคืนเร่งทำอุปกรณ์แต่งบูธสำหรับงานวันจันทร์เรียบร้อยไปแล้ว วันอาทิตย์อย่างวันนี้ก็เลยเป็นวันหยุดที่จะได้หยุดอยู่หอจริงๆ จังๆ สักที ผมนอนเหมือนซ้อมตายย่อยแล้วมาตื่นเอาเกือบเที่ยงตอนที่แพทโทรมาชวนกินข้าว จึงลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวแล้วไปหาแพทที่หอใน ผมเปิดประตูออกมาเจอไอ้บูรพาออกมาจากห้องมันพอดี

"ไปไหนวะ" ผมทักมันก่อน

"ไปหาไรกิน มึงอะ"

"แพทชวนกินข้าวที่หอในอะ มึงเคยกินข้าวที่หอในเปล่า ร้านอร่อยเยอะนะเว้ย"

"ไม่เคยว่ะ หอในคนเยอะ"

"มึงต้องไปลอง"

"เออ เดี๋ยวลองไป"

ผมเปิดประตูออกมาก่อนจะหวีดร้องเบาๆ เมื่อเห็นแสงแดดเที่ยงวันรอต้อนรับอยู่

"โห่ ร้อนชิบหาย กว่ากูจะเรียนจบคงดำยันลูกกะตาขาว"

"มึงก็เวอร์"

"ก็มึงดูแดดดิ แค่เดือนเดียวกูคล้ำขึ้นแล้วนะ"

"เป็นผู้ชายจะมากระแดะกลัวดำ แค่นี้มึงก็ขาวจนจะเรืองแสงได้แล้วไอ้ห่า"

ผมคว่ำปากใส่มันหน่อยๆ ก็มึงขับรถยนต์นี่ มึงไม่เดือดร้อนนี่ ผมนึกอะไรขึ้นมาได้ตอนที่ไอ้บูรพาเดินไปเปิดประตูรถที่จอดอยู่ข้างๆ จึงเรียกมันเอาไว้ก่อน

"ไอ้บูรพา"

"ฮึ?"

"ไปกินข้าวด้วยกันดิ"

"อะไรเข้าสิง มาชวนกูกินข้าว"

"เออน่า มึงจะได้ไปคุยกับแพทด้วยไง ไปดิ"

"ก็ได้ ไปกับกูดิ"

"ไม่เอา มึงแหละมากับกู"

"ร้อน เดี๋ยวดำ"

"เมื่อกี้มึงยังด่ากูกระแดะอยู่เลย ฟาย ไปกับกูนี่แหละ หอในไม่ค่อยจะมีที่จอดรถ"

ไอ้บูรพายอมมากับผมแต่โดยดีก่อนจะพามันเริงร่าท้าแดดเข้าไปในหอใน แพทยืนรออยู่ที่หน้าโรงอาหารแล้ว ดูตกใจนิดๆ ที่เห็นผมมากับไอ้บูรพา

"หวัดดีแพท" ไอ้บูรพาเอ่ยทักแพทก่อน

"หวัดดี ไม่เจอกันนานเลยว่ะ สบายดีนะ"

"สบายดี"

ผมหันไปมองไอ้บูรพา กล้าพูดว่าสบายดีทั้งๆ ที่เป็นมะเร็งเนี่ยนะ มึงกล้าหาญมากเพื่อน

"แล้วทำไมมาด้วยกันได้อะ"

"ก็ชวนมากินข้าวด้วยกันไง จะได้คุยกัน"

ทั้งผม แพท และไอ้บูรพานั่งกินข้าวอยู่ด้วยกัน ตลอดเวลาก็พูดคุยกันเรื่องสมัยเรียน ขุดอดีตมาแข่งกันพูดไม่หยุดเลย ทำให้นึกถึงวันเก่าๆ ครั้งนี้ผมกล้าพูดเลยว่าผมคิดถึง

คิดถึงจริงๆ

ระหว่างที่แพทกำลังคุยอยู่กับไอ้บูรพา ผมหันไปเห็นลูกไม้ เพื่อนคณะพยาบาลที่เป็นรูมเมทของแพทกำลังเดินเข้ามาในโรงอาหาร

"ลูกไม้!" ผมตะโกนทัก ก่อนคนถูกเรียกจะเดินเข้ามาหา หน้าสดยังสวยได้ขนาดนี้ เอาแพทไปเก็บดิ๊ จะจีบลูกไม้สักสองวัน

"หวัดดีเหนือ หวัดดีบูรพา"

ผมกับไอ้บูรพาพยักหน้ารับหน่อยๆ

"ทำไมลงมาคนเดียวอะ"

"ทรายซักผ้าอยู่อะ เราหิวเลยลงมาก่อน"

"งั้นมานั่งด้วยกันดิ"

"ไม่เป็นไร กินกันเสร็จแล้วนี่ เดี๋ยวซื้อไปกินข้างบน ซื้อให้ทรายด้วย"

"เออ งั้นเราขึ้นหอพร้อมลูกไม้เลยดีกว่า ต้องไปทำการบ้านต่อด้วย งั้นเดี๋ยวไว้เจอกันวันหลังนะ" แพทหันมาบอกกับพวกเรา

"โอเค เดี๋ยวโทรหา"

แพทพยักแล้วกำลังจะหยิบจานข้าวขึ้น

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวเก็บให้"

"แต้งกิ้ว ไปนะ ไว้คุยกันอีกนะบูรพา"

แพทโบกมือให้หน่อยๆ แล้วเดินออกไปกับลูกไม้ ผมหันขวับไปหาไอ้บูรพา

"มึงกินยาหลังอาหารยัง"

"ไม่ได้เอามา"

"รีบกลับหอไปกินเลย"

"อะไรของมึงเนี่ย?"

"มึงป่วยนะเว้ย มึงต้องกินยาให้ครบดิวะ"

"เออ เดี๋ยวกลับไปกิน"

"ไปเลย รีบไป เอาจานมานี่เดี๋ยวกูไปเก็บให้"

ผมกับไอ้บูรพาเดินออกมานอกโรงอาหาร ไม่มีแดดเปรี้ยงแต่เปลี่ยนเป็นฟ้าครึ้มๆ เหมือนฝนจะตก โอ้โห...อากาศแปรปรวนยิ่งกว่าอารมณ์สตรีมีเมนส์

"ไปเหอะ เดี๋ยวฝนตก" ผมบอกก่อนจะพาไอ้บูรพาขี่รถออกมาจากหน้าหอใน ผมตะโกนไปคุยกับไอ้บูรพาที่นั่งซ้อนท้ายอยู่

"ไอ้บูรพา มึงเคยไปให้อาหารปลาเปล่า"

"ไรนะ"

"อาหารปลา"

"กูไม่กิน"

"ไม่ได้ให้มึงกิน หูหนวกหรือไง"

"ขับช้าๆ สิ"

ผมปล่อยคันเร่งให้ช้าลง ก่อนไอ้บูรพาจะยื่นหน้ามาจากข้างหลัง จนหน้ามันเฉียดกับหูผมเลย

"มึงว่าอะไร"

"มึงเคยไปให้อาหารปลาเปล่า สระใกล้ตึกวิศวะอะ"

"ไม่เคย"

"ไปป่ะ"

"ไปดิ"

ผมแวะซื้ออาหารปลากับขนมปัง ก่อนจะพาไอ้บูรพามาแวะที่สระน้ำใกล้ๆ ตึกวิศวะ เพราะอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนจึงพอที่จะลงไปยืนเล่นอยู่ตรงนั้นได้

"มึงเคยได้ยินความเชื่อที่บอกว่าถ้าใครเจอเต่าแล้วจะติดเอฟเปล่า" ผมหันไปถามไอ้บูรพา

"ไม่เคยอะ"

"เออ มีรุ่นพี่เล่าให้ฟังเว้ย ถ้าเห็นเต่าก็จะติดเอฟ แต่ถ้าเจอตัวเหี้ยก็จะได้เอ"

"จริงดิ"

"กูว่าปีนี้กูได้เอแน่ เพราะกูเห็นเหี้ยแล้ว"

"ไหนวะ"

"ยืนอยู่นี่ไง" ผมชี้นิ้วไปที่มัน

"ไอ้สัด เดี๋ยวกูถีบ"

"เชี่ย!" ไม่เดี๋ยวล่ะ มันถีบเข้ามาเต็มๆ จนผมเกือบจะหล่นลงไปในสระ ถ้ามันไม่ดึงมือเอาไว้ก่อน

"น่าปล่อยให้เหี้ยแดก" มันว่าแล้วปล่อยมือออก

"กูล้อเล่นไม่ได้เลย"

"เออ แล้วมึงเห็นเกียร์วิศวะนั่นป่ะ?"

ผมมองตามนิ้วมันไปที่เกียร์วิศวะที่ตั้งเด่นอยู่

"ทำไมวะ"

"เขาบอกว่า ถ้าเดินหลับตาสวดมนต์รอบเกียร์นั่นสามรอบ แล้วอธิษฐานในใจไปด้วย คำอธิษฐานก็จะเป็นจริง"

"จริงดิ"

"เออ รุ่นพี่บอกกูมา ลองป่ะ?"

"งั้นเดี๋ยวกูไปลอง" ผมว่าแล้วเดินไปที่เกียร์นั่น ก่อนจะหันไปหาไอ้บูรพา

"แล้วมันต้องสวดมนต์บทไหนวะ"

"นะโมก็ได้"

"นะโมนะ"

ไอ้บูรพาพยักหน่อยๆ ผมยกมือขึ้นพนมแล้วหลับตาเดินสวดมนต์รอบเกียร์วิศวะ

"นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต... "

"หึๆ"

กูว่ามันแปลกๆ นะ...

ผมลืมตาขึ้นแล้วหันขวับไปหาไอ้บูรพา ที่ยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปผม

"ไอ้บูรพา มึงหลอกกูใช่มั้ย!"

แค่นั้นแหละไอ้ห่านี่ก็ปล่อยก๊ากออกมาลั่น

"ไอ้บูรพา!"

"ไอ้ควาย มึงก็เชื่อ เอาอีกรอบดิ จะครบสามรอบแล้วอะ"

"มึงถ่ายวีดีโอด้วยใช่มะ"

"โคตรฮา!"

 

ไอ้สันดาน เดี๋ยวกูถีบให้มะเร็งหลุดจากร่างเลย

 

"ลบเลย!"

"ตลกออกมึง เอาไว้ดูขำๆ"

"กูไม่ขำด้วยเว้ย!"

"เหอะน่า กูดูคนเดียว ไม่ให้ใครดูหรอก"

"สัด ถ้าคนอื่นเห็นนะ กูเตะมึงแน่"

"เออน่า เออ แล้วมึงอธิษฐานอะไรวะ"

ผมถอนหายใจเบาๆ แล้วหันไปตอบมัน

 

"ขอให้มึงหายเร็วๆ"

 

ไอ้บูรพาปรับสีหน้าจากยิ้มกว้างๆ เป็นหน้านิ่งแล้วขมวดคิ้วนิดๆ

"กูเป็นห่วงมึงขนาดนี้ ยังจะมาแกล้งกูอีก"

"นี่มึง เป็นห่วงกูขนาดนี้เลยเหรอ"

"เออดิ"

"..."

"ก็มึงเป็นเพื่อนกูนี่"


 

to be continued.

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-12-2018 17:18:56 โดย รชา »

ออฟไลน์ Sky

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 944
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-2
บูรพาอาจจะเป็นโรคโลหิตจางไรงี้มั้ยอ่ะเหนือ ตลก555555555555555555555

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7538
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
องศาเหนือ มีความกาก งี่เง่า มากกกกกก
คิดอยู่เหมือนกันว่าบูรพา ไม่น่าจะชอบแพท
บูรพา ชอบเหนือ
ไกด์ ก็น่าจะชอบเหนือด้วย แล้วไกด์ เอาแต่ใจมาก
เจอหน้าเหนือปั๊บ จูบดีพคิสทันที
เหนือ คงช็อค ไม่งั้นคงต่อยหน้าไกด์ไปและ
ดีแล้วที่เหนือ ทำดีกับบูรพา
ไม่ว่าจะทำดีด้วยเหตุผลใดก็ตาม
ชดเชยกับที่เคยร้ายใส่มาตลอด
เหนือ ชอบแพท แบบแฟนจริงหรือ :katai1:
ไม่น่าใช่ น่าจะชอบแบบเพื่อนหญิงคนแรก
เพราะแพท เข้มแข็ง
ไม่งั้นสามปีไม่แตะต้องแพทเลยนี่นะ  :เฮ้อ: :เฮ้อ: :เฮ้อ:
เหนือ เข้าใจตัวเองผิดมาตลอดมากกว่า
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ เต้าหู้ไข่

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +279/-5
    • twitter
การพบกันครั้งที่ 11
#บูรพากับองศาเหนือ

 

"มึงจะออกไปไหนอีกเปล่า" ผมถามไอ้บูรพาตอนที่กลับมาถึงหอพัก ก่อนที่จะแยกกันเข้าห้อง

"ไม่อะ วันนี้กูจะตัดต่อวีดีโอหนังสั้นอะ"

"อ่อ มึงทำถึงไหนแล้ววะ"

"เพิ่งเริ่มเมื่อเช้า"

"ให้กูช่วยเปล่า"

"มึงทำเป็นเหรอ"

"มึงคิดว่าคนอย่างกูจะทำเรื่องแบบนั้นไม่เป็นใช่มะ"

มันพยักหน้าเบาๆ

"มึงคิดถูก"

กูเปิดคอมฯ เป็นก็บุญล่ะ จะเอาอะไรกับคนที่ใช้พาวเวอร์พอยต์ยังไม่เป็น หลังจากถูกสั่งห้ามเลิกเล่นเกม ผมก็มีคอมฯ เอาไว้ไถดูโซเชี่ยลกับเข้ายูทูปอย่างเดียว 

"เออแต่กูอยากดูอะ กูขอเข้าไปดูนะ"

หลังจากมันอนุญาตผมก็เข้ามาในห้องมัน ห้องที่ไม่มีข้าวของอะไรมาก แถมยังดูสะอาดเหนือความคาดหมาย ผมไล่สายตาไปยังเตียงนอนของมัน ที่ปูด้วยผ้าปูสีดำ กับผ้านวมและปลอกหมอนสีเทา ผ้าม่านก็สีเทาเข้มๆ ผ้าเช็ดเท้าก็สีดำ คุมโทนอะไรขนาดนี้ ผมเป็นคนไม่ชอบสีดำ ผมว่ามันหม่นๆ อะ แต่ไอ้บูรพามันโปรดสีนี้ มันบอกว่าไม่สกปรกดี เข้ามาในห้องมันนี่อยากจะสงบนิ่งไว้อาลัยให้อะไรสักอย่าง ครึ้มไปหมด

ไอ้บูรพาหยิบโต๊ะญี่ปุ่นลายลิละคุมะที่ได้มาคนละตัวตอนเล่นเกมกางที่พื้น แล้วจัดการเปิดแลปท็อปเข้าโปรแกรมตัดต่อวีดีโอที่ทำค้างไว้ ผมลงไปนั่งข้างๆ มันแต่สายตาดันเหลือบไปเห็นรถบังคับสีดำวางอยู่ในชั้นหนังสือที่หัวเตียงมัน

"เฮ้ย มึงมีรถบังคับด้วยเหรอ"

"อือ เอาไว้เล่นแก้เบื่อ"

"กูก็มีนะ"

"จริงดิ"

"มาแข่งกับกูป่ะล่ะ"

"อย่าท้า กูเซียน"

"อย่าดีแต่ปากไอ้หนู เดี๋ยวกูมา"

ผมเปิดประตูเข้าห้อง แล้วหยิบรถบังคับเรซซิ่งคาร์สีแดงคันโปรดที่เอาติดมาด้วย ก่อนผมกับไอ้บูรพาจะลงมาเล่นกันที่หน้าหอ

"กูดริฟท์ได้ด้วยนะ"

"ไหนโชว์"

ผมว่าแล้วบังคับรถดริฟท์โชว์มัน เรามันสายfast and furiousอยู่แล้ว 

"อ่อน ดูของจริงแบบพี่" ไอ้บูรพาว่าแล้วดริฟท์รถเป็นวงกลมไปรอบๆ คันของผม

โอ้โห...จากดอมินิก ทอเร็ตโต้กูตกรุ่นมาเป็นเด็กแวนซ์ข้างถนนเลย มันหันมายักคิ้วให้เหนือๆ

"เออ เทพสัด แต่แม็กซ์มึงสวยว่ะ"

"กูมีร้านประจำอยู่ที่กรุงเทพฯ เดี๋ยวกลับบ้านกูซื้อมาให้"

"จริงนะ"

"อือ ไม่เอาสีดำใช่ป่ะ"

"ไม่เอา"

ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่ไม่มีคนพูดคุยเรื่องความชอบที่เหมือนๆ กัน หลังจากขึ้นม.ปลาย ผมก็อยู่แต่กับแพทแทบจะตลอดเวลา แพทไม่เล่นเกม ไม่เล่นเรซซิ่งคาร์ ไม่อ่านการ์ตูน ไม่ชอบดูหนัง เพราะงั้นก็เลยไม่เคยคุยกันเรื่องแบบนี้ ผมเล่นรถบังคับอยู่กับไอ้บูรพาจนเริ่มจะมืด

"มึง เลิกเหอะ กูไม่ได้ตัดต่อวีดีโอเลยเนี่ย"

"เออๆ"

"ไว้ค่อยมาเล่นใหม่"

ผมพยักหน้าหน่อยๆ ก่อนจะเดินกลับขึ้นหอกัน ไอ้บูรพาเปิดแล็ปท็อปและโปรแกรมนั้นขึ้นมาอีกที ก่อนจะหันมามองผม

"กูหิวว่ะ"

"เออ เหมือนกัน ไปหาไรแดกมะ"

"ไปดิ"

กว่าจะไปหาอะไรกิน กว่าจะไปแรดรอบม. กว่าจะกลับมาถึงหอเกือบสองทุ่ม ไอ้บูรพาบ่นเรื่องที่งานไม่คืบ แต่มันเสือกชวนผมไปนั่งเล่นหน้าลานสมเด็จฯ อันเป็นแลนด์มาร์กของบรรดานิสิตที่ไปรวมตัวกันในตอนเย็นๆ ไปออกกำลังกาย ไปให้อาหารปลา ไปนั่งเล่นกับแฟน โรแมนติกโคตรพ่อ แต่ผมไปกับไอ้บูรพาเลยไม่รู้จะเอาห่าอะไรมาโรแมนติก แถมยุงเยอะจนผมหงุดหงิดเลยลากมันกลับมาหอ มันจะขัดขืนก็ไม่ได้เพราะเอามอเตอร์ไซค์ผมไป เลยยึดหลัก รถกู กูคอนโทรล

ผมกลับเข้ามาในห้องมันอีกที ไอ้บูรพาจัดการเปิดแลปท็อปอีกรอบ ผมควักมือถือที่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากเฟสบุ๊คขึ้นมาดู

 

กลอยใจ ไทยแลนด์ ได้โพสท์ภาพลงใน กลุ่ม English Major

 

เห็นอย่างนั้นก็เลยกดเข้าไปดู ก่อนจะเห็นว่าเป็นภาพจากงานค่ายเอกมากกว่าร้อยรูป

"มึง ดูรูปงานค่ายเอกยัง" ผมส่งให้ไอ้บูรพาดู

"ยัง"

"เปิดในเครื่องมึงดิ"

ไอ้บูรพากดย่อหน้าจอโปรแกรมตัดต่อวีดีโอแล้วเข้าเฟสบุ๊ค ก่อนจะนั่งดูภาพที่รุ่นพี่โพสท์ในกลุ่ม

"นี่ๆ ผัวมึง" ไอ้บูรพากดไปถึงรูปไอ้ไกด์

"ผัวมึงสิ!"

"ไม่เอา กูไม่แย่ง"

"ไอ้ห่า กดรูปต่อไปเลย"

ไอ้บูรพากดไปยังรูปต่อไป ก็ต้องชะงักกึกเมื่อเป็นรูปผมซ้อนจักรยานมันอยู่แต่เอาหัวไปแนบหลังมันแถมสองมือก็กอดเอวมันแน่น ส่วนมันยกมือเอื้อมมาจับไหล่ผม เป็นตอนที่จักรยานเกือบจะล้มเพราะเบรกหลบมอเตอร์ไซค์หน้าตึกเกษตร สถานการณ์จริงค่อนข้างจะเสี่ยงตาย แต่พอมาเป็นภาพนิ่ง ไอ้ชิบหายโรแมนติกยิ่งกว่าพรีเวดดิ้ง และมึงดูคอมเมนท์

Liw HataiKarn :  เพื่อนไม่เคยไม่เคยทิ้งกัน #บูรพากับองศาเหนือ

หนุ่ม นุ่มนิ่ม : ให้เธอได้กับเขา และจงโชคดี #บูรพากับองศาเหนือ

บีบี วายวาย :  ได้กันเหอะค่ะ จะได้เป็นภาระของสาววาย #บูรพากับองศาเหนือ

คำแก้ว ไม่ได้เป็นงู : ชายได้ชาย สาววายนิพาน #บูรพากับองศาเหนือ


 

มึงจะสามัคคีกันติดแฮทแท็กทำมะเขืออะไร?

 

"ดูรูปอื่นเหอะ"

ผมบอก ก่อนไอ้บูรพาจะกดไปรูปถัดไป ก็ต้องมาหยุดชะงักกันอีกรอบเพราะเป็นรูปผมคู่กับมันอีกแล้ว ตอนที่จอดจักรยานชื่นชมบรรยากาศสองข้างทางอยู่ องค์ประกอบภาพดี๊ดี วิวก็สวย ท้องฟ้าเป็นใจ เมื่อกี้พรีเวดดิ้งไปแล้ว ก็ต้องมีรูปหน้าการ์ดงานแต่ง กูเอารูปนี้เลยล่ะกัน ถุย! และไม่อยากจะอ่านคอมเมนท์ให้เสียสติ

"สวยดีว่ะ" ไอ้บูรพาว่าแล้วคลิกขวากดเซฟ

"มึงจะเซฟไว้ทำไม"

"ชอบ"

"โห่ หน้าก็เละขนาดนี้"

"ยังไงมันก็เป็นรูปคู่กูกับมึงนะ" ไอ้บูรพาพูดอย่างไม่คิดอะไร แล้วย้อนกลับไปเซฟรูปเมื่อกี้เก็บไว้ด้วย

 

รูปคู่...กูกับมึง

 

"จะดูต่อมั้ย"

"ไม่ดูล่ะ มึงทำงานเหอะ เดี๋ยวก็ไม่เสร็จกันพอดี" 

 คราวนี้ไอ้บูรพาได้ฤกษ์ทำงานต่อจริงๆ จังๆ  ผมนั่งมองมันคลิกนั่น คลิกนี่ ตัดตรงนั้น แปะตรงนี้ อย่างน่าสนใจ พอทำไปได้สักพักมันก็กดพรีวิวดูงานที่ตัดต่อ ผมตาวาวตรงที่มันออกมาเหมือนภาพในหนังเลย

"มึงทำได้ไงวะ"

"กูฉลาด"

สันดาน กูเกือบจะชมล่ะ

"มึงสอนกูมั่งดิ"

"มานั่งนี่ดิ"

ผมเขยิบเข้าไปใกล้มัน แล้วให้มันสอนตัดต่อวีดีโอ

"มึงก็เลือกไฟล์วีดีโอที่จะเอามาต่อกับไฟล์แรก กูทำถึงอันนี้ล่ะ" มันชี้ไปที่ไฟล์วีดีโอที่เป็นฉากผมวิ่งออกไปแล้วหันมายิ้มพอดี ผมกดวีดีโอนั้นขึ้นมาตามที่มันบอก

"แล้วมึงก็ลากมาต่อตรงนี้"

"นี่เหรอ"

"เออ แล้วก็ตัดเอาเฉพาะส่วนที่มึงจะเอา มึงก็แค่ลากไอ้ตรงดำๆ เนี่ยเข้าหรือออกก็ได้เท่าที่ต้องการ"

"อ่อๆ นี่เอาแค่ไหนอะ"

"ตัดข้างหน้าออกหน่อย แล้วมึงก็ใส่เอฟเฟ็กซ์ให้มันสมูท เนี่ย ลากมาแปะตรงนี้"

"อ่า"

ผมค่อยๆ กดเอฟเฟ็กซ์อันที่มันบอกแล้วลากมาใส่ คลิกตรงนั้นตรงนี้อยู่สองสามครั้ง ก็เป็นอันเสร็จ

"ได้ล่ะ มึงลองกดพรีวิวดู"

"เฮ้ย ก็ไม่ยากนี่หว่า"

"งั้นมึงทำต่อเลย"

"ไม่เอา ขี้เกียจ" ผมเลื่อนแล็ปท็อปคืนไปให้มัน ไอ้บูรพาได้แต่มองตาขวางๆ ก่อนจะกดหยุดไฟล์วีดีโอตรงที่ผมหันมายิ้มพอดี

"มึงดูนี่ดิ ควายยิ้มได้"

"ไอ้สัด!"

"กูแคปภาพไปส่งประกวดของแปลกดีมั้ย ควายยิ้มนี่หาดูยาก"

"ไอ้บูรพา ไอ้หน้าส้นตีน"

"กูหล่อขนาดนั้นเชียว?"

นี่สติปัญญาบกพร่องหรือไงถึงแยกแยะไม่ออก เห็นคำด่าสุดหยาบคายเป็นคำชื่นชมเนี่ย

"กูด่ามึงว่า ไอ้ หน้า ส้น ตีน"

"ก็ส้นตีนกูหล่อ"

ไม่พูดเปล่ามันยังยกเท้าขึ้นมาเกือบจะโดนหน้าผม

"หล่อกว่าหน้ามึงอีกมั้ง"

"ไอ้บูรพา ไอ้บ้า!"

ผมด่ามันแล้วยกมือผลักเท้ามันลงไป คนบ้าอะไรหล่อยันเล็บตีน

ผมนั่งๆ นอนๆ อยู่ในห้องไอ้บูรพาจนเกือบจะตีหนึ่ง หันไปมองมันที่ยังจ้องอยู่หน้าแลปท็อป

"มึง ดึกแล้วนะ นอนก่อนเปล่า พรุ่งนี้เรียนเช้านะเว้ย"

"จะเสร็จแล้วเนี่ย"

"จริงดิ"

"อือ"

ไอ้บูรพาทำต่ออีกพักหนึ่งก่อนจะเสร็จ รอให้แถบบนหน้าจอนั่นแสดงเปอร์เซ็นต์สำหรับการเซฟไปจนสุดแถบก็เรียบร้อย ไอ้บูรพาเอนตัวไปพิงเตียงแล้วถอนหายใจเบาๆ

"เสร็จสักที เมื่อยชิบหาย"

"ไหนกูขอดูหน่อยดิ"

"ไว้ดูพร้อมกันในคาบดิ"

"โห่ ขอดูก่อนไม่ได้ไงวะ กูอยากดูคนแรก"

"ไม่ได้ ค่อยไปดูในยูทูป"

"ขอดูหน่อยน่า"

"ไม่"

"งื้อ"

"งื้อเหี้ยไร"

"กูอ้อน"

"สัด ไม่ต้องอ้อน"

"..."

"ยอมแล้ว"

มันว่าแล้วเลื่อนแลปท็อปมาตรงหน้าแล้วกดเปิดวีดีโอที่ตัดต่อเสร็จแล้วให้ผมดู ผมแอบชื่นชมมันในใจเกี่ยวกับฝีมือการถ่ายวีดีโอของมัน ทั้งมุมกล้อง ทั้งแสง สวยเหมือนภาพในหนังเลย แถมยังตัดต่อออกมาดีอีกด้วย ทั้งหมดนั่นก็เป็นเพราะพระเอกของเรื่องมันหล่อมากจริงๆ

"กูไปเป็นดาราดีมั้ยเนี่ย"

"เล่นเป็นศพยังยากเลยมึงอะ"

"ไอ้บูรพา ไอ้ห่า!"

"แต่ลูกไม้สวยนะ" มันเปลี่ยนเรื่องแล้วชี้ไปที่หน้าจอ

"เออ กูนี่เคลิ้มเลย"

"เดี๋ยวก็โดนแพทตบหรอก"

"เหอะ! ไม่ต้องห่วง แพทแม่งไม่เคยหึงกูอยู่ล่ะ แมนๆ คุยกันด้วยเหตุผล"

"ไม่หึงนี่ไม่รักหรือเปล่า"

"ไอ้บ้า!"

"เออๆ มึงกลับไปนอนได้แล้วไป เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นสายมาโทษกูอีก"

"เออ มึงก็นอนได้แล้วนะ นอนดึกไม่ดี"

"อือ เดี๋ยวอัพลงยูทูปเสร็จล่ะก็นอน"

ผมเดินกลับมาที่ห้องตัวเอง ไม่คิดว่าวันนี้จะใช้ชีวิตอยู่กับไอ้บูรพาได้ทั้งวัน  อยู่ด้วยกันแล้วนึกถึงวันเก่าๆ ตลอด ที่ผ่านมาเสียเวลาโกรธมันไปเพื่ออะไรนะ...

...

วันนี้ทั้งวันการเรียนการสอนถูกงดเพราะต้องเข้าร่วมกิจกรรมนิทรรศการมนุษย์ศาสตร์ที่ใต้ตึกคณะ และในช่วงเย็นก็มีงานประกวดดาวเดือนคณะด้วย  กิจกรรมห้องเชียร์จึงงดไปด้วย หลังจากนิทรรศการในช่วงเช้าเลิกผมก็อยู่ช่วยเพื่อนเก็บของ จากนั้นก็โดนแก๊งชะนีลากมาดูประกวดดาวเดือนต่อ แต่ละเอกก็เกณฑ์คนมาหวีดเพื่อนตัวเองกันเต็มที่ ส่วนผมได้แต่ยืนเอาโคอาลามาร์ชกรอกปากท่ามกลางเสียงกรีดร้องลั่นโถงคณะ คณะนี้ผู้หญิงแม่งเยอะจริง

"ต่อไปเป็นการแสดงของน้องเต้ย ตัวแทนดาวจากเอกดุริยางคศาสตร์สากล! ขอเสียงปรบมือหน่อยค่า! "

ผมเหลือบตาไปมองดาวของเอกดุริยางค์ที่ขึ้นมาโชว์โซโล่กีตาร์ไฟฟ้าจนคนทั้งโถงตะลึงกันไปเลย โอ้โห...ผู้หญิงคนนี้แม่งเจ๋ง ขณะที่กำลังตื่นตาตื่นใจกับการแสดงของเธออยู่ ไอ้บูรพาก็เดินเข้ามา มันถูกใช้ให้ขับรถขนป้ายคัทเอาท์ไปฝากที่ห้องสาขาอีกตึก ตอนแรกผมอาสาจะไปให้แต่ไอ้นี่มันไม่ให้แตะรถมัน รอยเก่ายังไม่ได้เอาไปซ่อมสีเลย

"มาแล้วเหรอ"

มันพยักหน้าหน่อยๆ ก่อนจะส่งน้ำปั่นให้

"ซื้อมาให้กูเหรอ"

"อือ"

ผมรับมาอย่างไม่เกรงใจ เพราะเป็นของชอบ จนถึงตอนนี้มันก็ยังจำได้ว่าผมชอบกินโก้โก้ปั่น

"เอาล่ะค่ะ มาถึงคนต่อไป เป็นตัวแทนเดือนจากเอกอังกฤษ!"

"วี้ด!"

ผมตกใจจนน้ำปั่นแทบพุ่งจากปากเมื่อไอ้หนุ่มที่อยู่ข้างๆ แหกปากลั่นเมื่อได้ยินว่าเป็นตัวแทนจากเอกเรา

"ขอเสียงปรบมือให้กับ น้องไกด์ค่า!"

"ไกด์หล่อมาก!"

"วี้ด!"

"ผัวมึงอะ ผัวมึง"

"ไอ้สัด" ผมหันไปด่าไอ้บูรพาก่อนมันจะหัวเราะชอบอกชอบใจ ผมหันไปดูไอ้ไกด์โชว์เล่นกีตาร์และร้องเพลง เสียงก็ไม่ได้จัดว่าแย่ แถมเล่นกีตาร์ได้ดีเลยเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากคนที่นี่ได้เยอะเลย ไม่ใช่แค่คนในเอก ผู้หญิงเอกอื่นก็ทรยศค่ายตัวเองแล้วมากรี๊ดให้ไอ้นั่นดังมาก ผมคิดว่าโชคดีแล้วที่ส่งมันไปแทนที่จะเป็นผม เพราะผมไม่มีความสามารถแบบนั้น พิเศษสุดก็เป่าขลุ่ยเพลงล่องแม่ปิงได้ เกิดไปโชว์อย่างนั้นขายขี้หน้าเขาตาย

ท้ายที่สุดไอ้ไกด์ก็ชนะการประกวดเดือนคณะเพื่อเป็นตัวแทนเข้าชิงเดือนมหาลัย ส่วนตำแหน่งดาวเป็นของเอกภาษาไทย

"ผัวมึงชนะอะ ไม่ไปแสดงความยินดีหน่อยเหรอ"

"ไอ้บูรพา มึงเคยอยู่เฉยๆ แล้วปากแตกมั้ย?"

"ทำเป็นโหด เออ แล้วตกลงวันนั้นมันจูบมึงทำไมวะ"

"กูไปขอให้มันประกวดเดือนแทน มันบอกว่าขอจูบกูทีหนึ่งแล้วจะประกวดให้ กูยังไม่ทันตกลงเลย มันก็ขืนใจกู"

"พอมึงจูบ มึงก็เคลิ้มตามเลยว่างั้น"

"พ่อมึงดิ! กูไม่ได้เคลิ้ม"

"กูไม่เห็นมึงขัดขืน"

"กูช็อกเว้ย! พูดแล้วกูจะอ้วก!"

"ขนาดนั้นเลย?"

"เออดิ กูเป็นผู้ชายนะ!"

"แต่มึงน่าจับทำเมียมากนะ"

"ฮะ?"

"สภาพมึงอะ น่าจับทำเมียมากกว่า กูเป็นผู้ชายกูยังชอบเลย"

ผมนิ่งไปนิดหนึ่งกับคำพูดของไอ้บูรพา แล้วก้มมองเรือนร่างของตัวเอง กูดูตุ๊ดเหรอ? นมกูใหญ่เหรอ? ถ้าไม่นับผิวขาวแบบคนเมืองเหนือ ผมก็ไม่มีอะไรคล้ายผู้หญิงเลย ตัวก็ไม่ได้เล็ก อาจจะสูงไม่เท่าไอ้ผีเปรตตัวข้างๆ แต่ก็ไม่จัดว่าเตี้ย หน้าก็ไม่ได้ว่าหวานมาก นมก็ไม่ใหญ่ อกสามศอกแมนๆ ที่สำคัญปิ๊กกาจู้ก็มี สารร่างอย่างนี้น่าจับทำเมียตรงไหน กูถามจริงๆ แล้วประเด็นหลักเลยนะ

 

"กูเป็นผู้ชายกูยังชอบเลย"

 

มึงจะมาชอบกูทำไมไอ้เห็บหมาบูรพา!



to be continued.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-12-2018 17:22:57 โดย รชา »

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7538
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
ปิ๊กกาจู้ก็มี ใหญ่ด้วย :เฮ้อ: :เฮ้อ: :เฮ้อ:
เห็นแต่ของตัวเองเลยคิดเอาเอง :katai1: :katai1: :katai1:
"สภาพมึงอ่ะ น่าจับทำเมียมากกว่า กูเป็นผู้ชายกูยังชอบเลย"
อะไรกันเนี่ย ว้ายๆๆ.....พูดแบบนี้
แสดงว่าบูรพาคิดมาตลอดเลยใช่มั้ย :ling1: :ling1: :ling1:
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ เต้าหู้ไข่

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +279/-5
    • twitter
การพบกันครั้งที่ 12
โลกใหญ่ขึ้น แต่ความฝันเล็กลง


วันนี้วันศุกร์ไม่มีห้องเชียร์ แถมเสาร์อาทิตย์ก็ยังไม่มีงานอะไรรอจ่อคิว ตอนแรกผมกะจะกลับบ้านแต่พ่อโทรมาบอกว่าจะไปทำธุระที่ต่างจังหวัดกลับไปก็ไม่เจอใครก็เลยเปลี่ยนแพลนไปชวนแก๊งชะนีไปดูหนังที่เซ็นทรัล อยู่มาเป็นเดือนเพิ่งจะมีโอกาสออกไปเปิดหูเปิดตาในเมืองกับเขาบ้าง ผมหันไปเห็นไอ้บูรพาเก็บกระเป๋าเสร็จ จึงเดินเข้าไปหามัน

"ไอ้บูรพา"

"ฮึ?"

"ไปดูหนังกับพวกกูเปล่า"

"กูกลับบ้านว่ะ"

"กลับกรุงเทพฯ อะนะ"

"อือ"

"ค่อยกลับอาทิตย์หน้าดิวะ หนังมันฉายวันนี้วันสุดท้ายแล้ว ไปดูด้วยกันดิ"

"กูจองเครื่องไปแล้วไง ต้องกลับไปหาหมอด้วย หมอนัด"

"อ๋อ...งั้นเหรอ"

"งั้นกูไปนะ เดี๋ยวไม่ทัน"

"โอเค"

ผมพยักหน้าหน่อยๆ ก่อนไอ้บูรพาจะเดินออกจากห้องเรียนไป มันต้องกลับไปหาหมอที่กรุงเทพฯ เลยเหรอวะ ป่วยขนาดนั้นยังทำตัวปกติอยู่ได้ยังไง เฮ้อ...สงสารมันแต่ทำอะไรไม่ได้

"เป็นไรวะไอ้เหนือ มองตามไอ้บูรพาตาละห้อยเลย"

"เปล่า..."

"แล้วไอ้บูรพามันไปไหน"

"มันกลับกรุงเทพฯ อะ"

"อ๋อ ไม่ต้องเสียใจ เดี๋ยวมันก็กลับมา อย่านอยด์ๆ"

"กูไม่ได้ดราม่าขนาดนั้น!"

"ก็กูเห็นมึงยืนอาลัยอาวรณ์ อย่างกับมันจะไปตาย"

"เฮ้ย! มึงอย่าพูดแบบนั้นนะเว้ย!"

ไอ้หลิวกระพริบตาปริบๆ แล้วพยักหน้าอย่างงงๆ

"มึงห้ามพูดว่ามันจะตาย"

"กูแค่ล้อเล่น"

"ห้ามล้อเล่น!"

"..."

"เพราะมันต้องไม่ตาย"

ใช่ ไม่ตายหรอก ถ้ามันจริงอย่างที่คนบอกว่าคนดีตายเร็ว ไอ้นี่ก็คงอยู่เป็นเห็บไปอีกนาน เผลอๆ เป็นอมตะไปอีก

...

วันเสาร์อาทิตย์ที่ผมหยุดแต่แพทไม่ได้หยุดเพราะมีกิจกรรมกับทางคณะ เสาร์อาทิตย์ของผมก็เลยหมดไปกับการกิน นอน ออนโซเชี่ยล รู้ตัวอีกทีก็เที่ยงคืนของวันอาทิตย์แล้ว โอ้โห อะเมซิ่งวันหยุด มึงมีแค่วันละสองชั่วโมงหรือไง เผลอกระพริบตาแป๊บเดียวหมดไปแล้วครับเสาร์อาทิตย์ที่กูรอมาห้าวัน

"ติ๊ง!"

ผมหยิบมือถือมากดดูไลน์ ก่อนจะเห็นว่าเป็นไอ้บูรพา

 

บูรพา : ถึงแล้ว

 

เพราะเมื่อเย็นผมไลน์ไปบอกมันว่าถ้าถึงแล้วให้บอกด้วย เพราะมันเงียบกริบไปเลยตั้งแต่วันศุกร์ จนได้เห็นไลน์นี้แหละจึงรู้ว่ามันยังมีชีวิตอยู่ ไอ้ห่า นึกว่ามะเร็งกำเริบตายไประหว่างทางแล้ว ผมได้แต่ยิ้มนิดๆ แล้วส่งสติกเกอร์กลับไป

เอาไว้ค่อยเจอกันพรุ่งนี้...

...

ผมเข้ามานั่งรอในห้องเรียนในตอนเช้าของวันจันทร์ สาวๆ คณะพยาบาลไม่เคยมาเลทมาสาย สามัคคีกันมานั่งรออาจารย์อย่างเรียบร้อย แต่ฝั่งคนมีสไตล์อย่างเอกเรา ไม่เป็นอย่างนั้น พอได้เวลาเรียนถึงจะยกโขยงกันเดินตามอาจารย์เข้ามา ผมมองไปยังไอ้บูรพาที่เดินตามหลังแก๊งอเวนเจอร์ประจำเอกเข้ามา ก่อนจะมานั่งข้างๆ ผมเหมือนเคย ผมมองหน้ามันที่แปลกๆ ไป คงเพราะไปตัดผมมาใหม่ หรือว่า...ไปทำคีโมมาผมก็เลยร่วงจนต้องตัดให้สั้น

โธ่...ไอ้บูรพาเพื่อน ไม่น่าเลยเพื่อน

"เป็นห่าไร ทำหน้างั้น"

ผมปรับสีหน้ากลับมาปกติ จากที่เมื่อกี้เบะปากเกือบจะร้องไห้เพราะเห็นหน้ามัน แต่ปากดีอย่างนั้นอาการคงไม่ได้แย่

"มึงเป็นไงบ้างวะ" ผมถาม

"เป็นไงอะไร"

"ก็บอกว่าไปหาหมอมาไม่ใช่เหรอ"

"อ๋อ ก็ดี"

"ดีขึ้นใช่ป่ะ"

"ดีดิ"

"แล้วมัน เจ็บป่ะวะ?"

"ไรนะ"

"ตอนมึงไปหาหมออะ...เจ็บป่ะวะ" ผมไม่อยากจะพูดคำว่าคีโมออกมาเพราะมีเพื่อนคนอื่นๆ นั่งอยู่ตรงนี้ด้วย

"เจ็บดิ ทรมานสัด"

 

โธ่...บูรพาเพื่อน!

 

"สู้ๆ นะมึง อดทนเข้าไว้"

"ไอ้บ้า กูไม่ได้อาการหนักขนาดนั้น"

ผมพยักหน้าหน่อยๆ แอบโล่งใจนิดหน่อยที่มันไม่ได้เป็นอะไร ผมหาข้อมูลในเน็ตมานิดหน่อยเกี่ยวกับผู้ป่วยที่อยู่ในขั้นตอนการทำคีโม บางคนก็ใช้ชีวิตปกติได้ถ้าการรักษาไม่ได้ส่งผลกระทบอะไร แต่อาจจะมีผลข้างเคียงบ้างเช่นผมร่วงหรือร่างกายอ่อนเพลีย แต่หายขาดได้ถ้ารับการรักษาอย่างครบขั้นตอนและดูแลตัวเองให้ดี และหวังว่าไอ้บูรพาจะเป็นหนึ่งในคนที่หายขาดจากโรคนี้ได้

"เออมึง กูซื้อแมกซ์มาให้แล้วนะ อยู่ที่หอ"

"จริงดิ ขอบใจว่ะ"

"ห้าร้อย"

"สัด นึกว่าจะใจดี ห้าร้อยนี่กูต้องอยู่ไปครึ่งอาทิตย์เลยนะ"

"ผ่อนจ่ายมา"

"ไอ้หน้าเลือด เดี๋ยวขอตังค์พ่อจ่ายให้!"

"กูล้อเล่นไอ้บ้า บอกว่าซื้อมาให้ก็ซื้อมาให้ดิ เดี๋ยวกลับหอไปแวะเอาด้วย"

"เออ"

ผมไม่ได้พูดอะไรต่อ ก่อนอาจารย์จะแจกงานให้ทำ เป็นใบงานที่ให้ส่งท้ายคาบ ซึ่งให้เขียนบทความเกี่ยวกับความฝันในอนาคต ผมนี่งัดสกิลการเขียนเรียงความมาใช้อย่างสุดความสามารถ ผ่านไปเกือบชั่วโมง กูได้ห้าบรรทัด หันไปดูไอ้หลิวที่เขียนยิกๆ เหมือนมือมันเป็นเครื่องจักร ก่อนจะหันกลับมาเห็นไอ้บูรพาชะเง้อหน้ามามอง

"เฮ้ย อย่ามาลอกกู"

"ดูหน่อยดิ"

"ฝันใครก็ฝันมันสิวะ ไหนมึงเขียนได้ถึงไหนล่ะ"

มันโชว์กระดาษว่างๆ ให้ดู

"เชี่ย มึงทำอะไรอยู่เนี่ย"

"ก็ไม่รู้จะเขียนอะไร ความฝันคืออะไรยังไม่รู้เลย"

"มึงไม่เคยฝันอะไรหรือไง"

"ก็เคยฝันเปียก"

"ไอ้สัด!"

มันหัวเราะหน้าทะเล้น

"มึงไม่เคยคิดถึงอนาคตเหรอ"

"ไม่ค่อยว่ะ"

"ไม่เคยคิดถึงเรื่องของวันพรุ่งนี้บ้างหรือไง"

"ไม่รู้ดิ...กูก็ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้มันจะมีอีกสักกี่วัน"

ผมชะงักไปตอนที่มันพูดออกมาแบบนั้น

"มึงอย่าพูดแบบนี้ดิวะ อะ ลอกกูเลย ลอกไปเลยจะได้เสร็จๆ"

            อยากยกมือขึ้นไปแตะไหล่มันแล้วปลอบใจ ไม่อยากให้มันคิดในแง่ลบ คนเรามันต้องอยู่ได้ด้วยความหวังสิวะ...

            "อะ ลืมถาม เซคนี้งานที่สั่งไปถึงไหนแล้ว" เสียงอาจารย์หน้าห้องถามขึ้นมา

"เสร็จแล้วค่า"

"อัพลงยูทูปยัง"

"อัพแล้วค่า"

"งั้นมาดูพร้อมกันมั้ย"

"ดีค่า"

 

ค่า...

 

วีดีโอหนังสั้นถูกเปิดที่จอโปรเจกเตอร์หน้าห้องให้เราดูพร้อมๆ กัน พอถึงฉากสวีทหน่อยก็จะได้ยินเสียงหวีดร้องของพวกสาวๆ 

 

"ถ้าเราสอบวิชานี้ได้คะแนนเต็ม เธอจะเป็นแฟนเราป่ะล่ะ"

 

"วี้ด!"

 

"ฮึ? เราไปเกี่ยวอะไรด้วยเนี่ย"

"เราชอบเธออะ"

 

"เนี่ย! "

 

"เอาดิ ถ้าสอบผ่านแล้วมาเป็นแฟนกัน"

 

"วี้ด!"

 

โอ๊ย! มึงเป็นนกหวีดกันหรืองาย! ตอนดูกับไอ้บูรพาสองคนไม่เห็นเขินงี้วะ ผมนี่นั่งตัวหดเป็นผักเหี่ยว ดึงฮู้ดขึ้นมาปิดหน้าแล้วก้มไปเงียบ

"เป็นไรมึง" ไอ้บูรพาสะกิดถาม 

"กูเขิน"

"เขินทำไม"

"..."

"น่ารักดีออก"

 

ฮึ...ดีออก?

            ...

ผมกลับมาที่หอหลังเลิกห้องเชียร์ แวะไปเอาล้อแมกซ์รถบังคับที่ไอ้บูรพาซื้อมาฝากก่อนจะมานั่งเปลี่ยนล้อให้ลูกชายสุดที่รักอย่างเห่อๆ วันนี้ผมนัดแพทไปกินข้าวเย็นด้วยกัน ไม่ค่อยได้เจอกันเลยเพราะแพททั้งเรียนทั้งกิจกรรม พ่วงตำแหน่งดาวคณะไปด้วย ต้องไปซ้อมการแสดงสำหรับประกวดดาวม.ด้วย ที่จริงหวงมาก ไม่อยากให้ประกวดแล้ว แต่ทำอะไรไม่ได้

เวลาเลยมาจนถึงสามทุ่มแล้วแต่แพทยังไม่ทักมา ผมเลยตัดสินใจโทรไปหาแพทก่อน

(ว่าไงเหนือ)

"แพทอยู่ไหนอะ"

(อยู่ในเมืองกับเพื่อนอะ)

"อ้าว วันนี้นัดกินข้าวกับเราไม่ใช่... "

(เออว่ะ! ลืมอะ!)

เวรกรรม...

(โทษทีว่ะเหนือ เราลืมอะ พอดีลูกไม้ชวนมาซื้อของในเมืองก็เลยมาด้วยเลย เดี๋ยวจะกลับแล้วเนี่ย รอเปล่า?)

"ไม่เป็นไรๆ งั้นแพทหาอะไรกินกับเพื่อนเลยล่ะกัน เดี๋ยวเราออกไปหาอะไรกินเอง"

(ขอโทษจริงๆ นะ ลืมอะ อย่างอนนะ)

"ไม่งอนๆ"

(เฮ้ยอย่าทำเสียงงี้ดิ)

"ไม่งอนจริงๆ ค้าบ"

(โอเคๆ งั้นไว้แก้ตัวพรุ่งนี้นะ)

"อื้ม"

ผมกดวางสายจากแพทแล้วทิ้งตัวลงไปบนเตียง เฮ้อ...หิวแต่ไม่อยากกินข้าวคนเดียว

คนมีสไตล์อย่างเราจะมานอยด์เพราะเรื่องแบบนี้ไม่ได้เว้ยองศาเหนือ กินข้าวคนเดียวมันก็อิ่มได้เหมือนกันแหละ คิดได้อย่างนั้นจึงกดปิดหน้าจอมือถือแล้วลุกพรวดไปเปิดประตู ได้ยินเสียงทีวีในห้องไอ้บูรพาเปิดเบาๆ จึงเข้าไปเคาะประตูห้องมัน สองสามครั้งมันถึงออกมาเปิด

"มีไรวะ?"

"มึง กินข้าวยัง"

"กินแล้วดิ"

"อ๋อ งั้นไม่เป็นไร นึกว่ายังไม่ได้กินจะชวนไปกินข้าวด้วย"

"ไม่มีเพื่อนกินข้าวเหรอ"

ผมพยักหน้าอย่างไม่ปฏิเสธ

"เดี๋ยวกูไปเป็นเพื่อนก็ได้"

"เย่!"

ไอ้บูรพาออกมานั่งกินข้าวเป็นเพื่อนผมที่ร้านแถวๆ หอ ส่วนมันนั่งกินไก่ทอดที่แวะซื้อเข้ามา มันยังชอบกินไก่เหมือนเดิม ไม่ว่าจะไก่ย่าง ไก่ทอด ไก่ต้ม สมกับเป็นตัวเหี้ยกลับชาติมาเกิดจริงๆ

ระหว่างกินข้าวผมนั่งเล่นมือถือไปพลางๆ จนคนตรงข้ามหันมาว่า

"จะแดกข้าวหรือจะเล่นมือถือมึงควรเลือกเอาซักอย่าง"

"เรื่องของกูมั้ยล่ะ"

"อุตส่าห์ออกมาเป็นเพื่อนแต่ไม่พูดกับกูสักคำ มึงมาคนเดียวก็เหมือนกันป่ะวะ"

ผมกำลังจะเถียงมัน แต่รูดไอจีไปเจอแอคฯ โปรดที่เพิ่งจะเห็นว่ามีโพสท์ใหม่

 

Sundaynight01 ยิ่งโตขึ้น โลกกว้างขึ้น ความคิดใหญ่ขึ้น แต่ความฝันเล็กลง

 

ผมหาเหตุผลให้ตัวเองไม่ได้เลยว่าทำไมจึงต้องจิ้มนิ้วลงไปบนทุกๆ รูปภาพ ทุกๆ แคปชั่นของแอคฯ นี้ ผมไม่รู้จักเจ้าของไอจี ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย อายุเท่าไร อยู่ที่ไหน มีหนังสือสองเล่มที่ถูกรวมเล่มจากคำพูดในไอจีนี้ ผมยังตามซื้อหนังสือเขาทุกเล่ม ถ้าไอจีและหนังสือนี้เป็นคน ผมคงจีบอะ เพราะหลงรักทุกตัวอักษรและรูปภาพในนั้น

"มึงอ่านนี่ดิ กระแทกใจบ้างมั้ย"

ไอ้บูรพายื่นหน้ามาอ่าน ก่อนจะพยักหน้าหน่อยๆ

"ยิ่งโตขึ้น ความฝันยิ่งเล็กลง นี่โคตรจริงนะ ตอนเด็กๆ กูก็อยากเป็นนั่นเป็นนี่ อยากเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ อยากเป็นนายกฯ คิดไปนู่น แต่พอโตมาก็เลิกคิดอะไรเกินตัวไปเลย"

"พอมึงโตขึ้นมึงต้องอยู่กับความจริงมากกว่าจินตนาการไง"

ผมพยักหน้าเบาๆ อย่างเห็นด้วยกับคำพูดมัน

"ตอนนี้มึงเลิกฝันจะเป็นซุปเปอร์ฮีโร่หรือเป็นนายกฯ เหอะ ขอแค่มึงโตมาเป็นคนก็พอ ตอนนี้ยังเป็นควายอยู่เลย"

"ไอ้บูรพา! มึงอยากตายใช่มั้ย!" ผมยกมือกระชากผมมันสุดแรง ไม่ต้องรอให้ผมร่วงจากทำคีโมหรอก กูจะดึงให้หมดหนังหัวเลย ไอ้สันดาน!

"โอ๊ย! ไอ้เหนือ เจ็บ!"

"แค่นี้ยังน้อยไป!"

"ยอมแล้วๆ"

ผมปล่อยมือออกจากหัวมันอย่างเดือดๆ

"เจ็บเลยมึงอะ"

"สมน้ำหน้า! กูล่ะเกลียดความเป็นมึงของมึงจริงๆ!"

ไอ้บูรพาหัวเราะเบาๆ

"แต่กูชอบความเป็นมึงของมึงนะ น่ารักดี"

"..."

"บักหำน้อย"

"สัด..."

เชี่ยบูรพานี่มัน...บูรพาจริงๆ



to be continued.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-12-2018 17:28:46 โดย รชา »

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด