(เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 25.3 ~ตอนจบ~ (13 สิงหาคม 61)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 25.3 ~ตอนจบ~ (13 สิงหาคม 61)  (อ่าน 50863 ครั้ง)

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4422
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-7
ฮื่ออออ น่ารักละมุนละไม สีรุ้งพาสเทลมากค่ะ เวลาเช่นอยู่กับเป็นหลักก็น่ารัก อยู่สามคนคือความสมบูรณ์แบบ  :กอด1:

ออฟไลน์ treenature

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 457
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +130/-0
เป็นเช่นรัก 16.1


ผู้ชายสองคนในห้อง
เตียงยับย่น
คนหนึ่งนอนหายใจหอบ
อีกคนนั่งอยู่ปลายเตียง
เรื่องราวจบลง ทั้งๆที่เขายังสวมกางเกงสแล็คเนื้อดี

"จะไปงานหรือเปล่า" คนที่ปลายเตียงถามขึ้น

คนบนเตียงไม่ตอบ

"ถ้าไม่ไหว อย่าไป" เขาเอ่ยออกมา มองภาพของชายบนเตียงที่สะท้อนผ่านกระจกเงาของโต๊ะเครื่องแป้ง

"อยากให้ไปหรืออยากให้อยู่บ้าน" ชายหนุ่มบนเตียงที่เปลือยทั้งตัว ขยับตัวลุกขึ้นช้าๆ

คนที่นั่งหันหลัง มองกลับมา

"อย่าถามผม ถามตัวเอง"

สายตาแบบนั้น อาวรณ์แบบนั้น ฆ่ากันเสียดีกว่า

คนบนเตียงหลับตา

"ถ้างั้น อวยพรตรงนี้ก็แล้วกัน" ยิ้มนั้นฝืน แต่เขาก็จะยิ้ม

"ขอให้ถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร"

.
.
.

ข่าวนักธุรกิจเจ้าของค่ายมวยแต่งงาน ฮือฮาและน่าจับตามอง คู่วิวาห์เป็นสาวสวยหาที่ติไม่ได้ ทั้งรูปและทรัพย์ อีกทั้งอิทธิพล

จิณณ์ วางหนังสือพิมพ์ลง มองคู่บ่าวสาวในภาพด้วยหลายความรู้สึก

ภาพนั้นสวย ทำใจแล้วว่าอย่างไรก็ต้องเห็น ถึงแม้ไม่ได้เห็นเหตุการณ์จริง แค่ภาพถ่ายก็ยังทำให้หัวใจของเขาบีบจนเจ็บ

"น่าจะถึงเวลาพอเสียที" เขาคุยกับตัวเอง

ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะปล่อยให้หัวใจตัวเองเลยเถิดมาจนถึงปีนี้ ปีที่หกที่แอบหลบซ่อนเล่นรักกับ"คุณดิษย์" ตั้งแต่ครั้งยังไม่ได้ขึ้นคุมค่าย

หลงอะไรกันนะ หน้าตาที่หล่อเหลา ความเท่เวลายิ้มมุมปาก หรือความนิ่งจนแทบจะเรียกว่าเฉยชา ไม่แน่ใจเหมือนกัน รู้เพียงว่า เมื่อใดที่จิณณ์ตั้งท่าจะถอย คุณดิษย์ที่คิดว่าเฉยชากับทุกสิ่ง กลับมีวิธีมาดึงรั้งเขาไว้ได้เสมอ

คนเฉยชาที่บางครั้งก็เอาใจใส่
คนที่ตัดสินความผิดคนด้วยวิธีเด็ดขาด กลับบอกรักเขาได้น่าฟังที่สุด

คุณดิษย์เลี้ยงเขาไว้ด้วยคำนั้น

ความรักที่เป็นความลับ

จิณณ์เคยพอใจกับมัน เขาจะมาหาเมื่ออยากมา ไม่บ่อย แต่ทุกครั้งตราตรึง
ร้านอาหารของจิณณ์ตั้งอยู่ตรงนี้ ไม่หนีไปไหน จิณณ์ไม่เคยรอคอย แต่ถ้าได้เจอก็ดีใจเสมอ

จนในวันที่คุณดิษย์ยื่นการ์ดใบหนึ่งให้เขา
จิณณ์มองมันนิ่ง
ไม่เอื้อมมือรับ เพราะฉะนั้นอย่าได้คิดถึงการเปิดอ่าน
เขารู้ มาสักพักแล้ว แต่คุณดิษย์ให้เวลาเขาเตรียมใจน้อยเกินไป

"ผมต้องแต่ง"

จิณณ์ยิ้มน้อยๆ "ครับ ในเมื่อคุณดิษย์คิดดีแล้ว"

ดิษย์นิ่งไป "ถ้าคุณโวยวายสักนิด ผมคิดว่าผมจะจัดการได้ดีกว่านี้"

คราวนี้จิณณ์ยิ้มอีก แต่มันขื่น จนริมฝีปากสั่น

"ผมเจ็บ ถ้าหากคุณจะพอใจที่ได้รู้"

"จิณณ์" เสียงเรียกนั้นเบาและเจือความเสียใจ

เท่านั้นเองที่ดิษย์แสดงออกไปได้

.
.
.

หลังแต่งงานสักสองเดือนเขามาหาจิณณ์
แล้วก็เป็นแบบทุกครั้ง เมื่อจิณณ์ตั้งท่าจะจบความสัมพันธ์ ดิษย์ไม่เปิดโอกาสให้จิณณ์ทำสำเร็จ

คำรักของดิษย์ไม่อ่อนหวาน แต่จิณณ์เชื่อ แต่ก็เจ็บมากพอๆกับความเชื่อที่มี

"ถ้ารัก ช่วยให้ผมไปจากตรงนี้" จิณณ์ขอเขาทั้งน้ำตา

ดิษย์เงียบ

จิณณ์ก้าวถอยหลัง

ดิษย์ก้าวเข้าหา

เมื่อจิณณ์ตั้งท่าจะเดินออกไป ดิษย์ก็คว้าตัวไว้ กอดไว้แน่น ซบหน้าลงที่บ่า
ไร้คำพูด แต่มือที่กอดไว้นั้นสั่น

สุดท้ายจิณณ์ก็ไม่เคยไปไหนรอด

วน เวียน ซ้ำ ไม่ดีขึ้นจากนี้



เขามาหาจิณณ์น้อยลง
ทุกครั้งจะบอกล่วงหน้า จิณณ์จะแขวนป้ายปิดร้านหนึ่งวัน
ร้านของจิณณ์มีลูกจ้างเพียงสามคน ร้านเล็กๆที่จิณณ์เป็นคนทำอาหารเอง ดังนั้นหากคุณดิษย์มาหา ร้านจึงต้องปิด


อยู่มาวันหนึ่ง คุณดิษย์มาหาโดยไม่บอกล่วงหน้า
มาพร้อมเด็กทารกตัวแดงๆ

"ลูกของผม"

จิณณ์มองเด็กคนนั้นนิ่ง เขาไม่เคยรู้ว่าคุณดิษย์มีคนอื่นอีก

"เลี้ยงให้ได้ไหม"

"ไม่"

"เด็กคนนี้ชื่อรักแท้"

จิณณ์เหยียดยิ้ม

"รักแท้ระหว่างคุณกับแม่เด็กน่ะเหรอ"

"ไม่ใช่" ดิษย์มองหน้าจิณณ์นิ่ง ประโยคหยุดลงแต่เนื้อความสื่อสารต่อผ่านดวงตา

รักแท้ของดิษย์กับจิณณ์

"ผมไม่เคยเลี้ยงเด็ก" จิณณ์ปฏิเสธ แต่ก็เอื้อมมือออกไปรับเด็กชายมาอุ้ม เจ้าตัวน้อยมองเขานิ่งเหมือนกัน จิณณ์ยื่นนิ้วเข้าใกล้ เด็กตัวน้อยจับนิ้วไว้แน่น

"เจ็ดเดือนแล้ว แม่เด็กยินยอมให้ผมดูแลคนเดียว"

"แล้วผมต้องทำยังไง"

"พรุ่งนี้จะส่งพยาบาลมาสอนการเลี้ยงเด็กเบื้องต้น"

"เอิกเกริกเกินไปหรือเปล่า ภรรยาของคุณล่ะ"

"อย่ากังวลตรงนั้น ให้ผมจัดการ"

จิณณ์พยักหน้ารับรู้ แล้วก้มมอง เด็กชายรักแท้อีกหน

การเลี้ยงเด็กเล็กนั้นยากยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดที่จิณณ์เคยทำมา
เขานอนไม่พอ มีหลายอย่างที่จิณณ์ต้องทำในทุกๆวันที่เลี้ยงรักแท้
ชงนม เปลี่ยนผ้าอ้อม และทุกข์ร้อนยามเด็กน้อยไม่สบาย
ลูกน้องในร้านช่วยเขาได้บ้าง แต่รักแท้ติดเขาน่าดู
จิณณ์เลี้ยงรักแท้ ด้วยความทุ่มเททั้งหมด
เพราะรักแท้สมควรได้รับ ไม่ใช่เพราะรักแท้เป็นลูกของคุณดิษย์

จิณณ์น้ำตาไหลในนาทีที่ได้ยิน รักแท้พูดคำแรก คำสั้นๆ "ป๊ะ"
และลุ้นจนสุดกำลังในช่วงเวลาที่เห็นเด็กตัวป้อมๆ ยืนได้ครั้งแรก ขาสั่น และก้นจ้ำเบ้า

"รักแท้"

จิณณ์มักอุ้มเด็กชายขึ้น มองหน้ากัน และลากเสียงยาวให้รู้จักคำนี้
รักแท้โตมาในครัว ในร้าน กับป๊า
ตลอดเวลาจนรักแท้อยู่อนุบาลสาม เด็กชายรู้ว่าเขามีพ่ออีกคน
ไม่เข้าใจมากนัก แต่พ่อก็มาหา มาอุ้ม จูงมือไปเดินเล่น แต่ไม่เคยไปรับที่โรงเรียน
รักแท้รู้ว่าตนไม่มีแม่ และก็รู้มากพอที่จะไม่ถามหา
เด็กห้าขวบ ไม่ใช่ไม่รู้อะไรเลย ไม่ใช่ยังเด็กอยู่จนไม่เข้าใจอะไร


พ่อมาหาป๊า
ป๊ายิ้ม และพ่อก็ยิ้ม
บางคืนพ่อดิษย์อยู่ค้าง และกล่อมเขานอน
มีนิทานเรื่องหนึ่งที่พ่อชอบเล่า
เป็นเรื่องของหมีตัวหนึ่ง นำลูกของมันมาฝากไว้กับหมีอีกตัวหนึ่งเพราะความจำเป็น
หมีตัวโตรักหมีตัวกลาง แต่อยู่ด้วยกันไม่ได้ เพราะหมีตัวโตต้องอยู่เฝ้ารวงผึ้ง
หมีตัวโตจึงฝากหมีตัวเล็กให้ช่วยดูแลหมีตัวกลาง
หมีตัวเล็กรับปากเป็นอย่างดี
.
.
.
ชีวิตของรักแท้เริ่มเปลี่ยน เมื่อป๊าได้รับโทรศัพท์แปลกๆบ่อยขึ้น บางครั้งป๊าทะเลาะกับคนในโทรศัพท์
สุดท้ายร้านของเราถูกไฟไหม้

พ่อดิษย์มา ในเวลาที่ช้าเกินไป

ป๊าโกรธพ่อจนไม่มองหน้า "ให้เมียของคุณอยู่ห่างจากผม ถ้าคุณทำไม่ได้ คุณก็ควรห่างจากผม"

เด็กชายรักแท้ไม่รู้ว่าเรื่องคืนนั้นจบลงอย่างไร
ตื่นเช้ามา ป๊ากับพ่อก็พูดกันปกติ
ป๊ามีร้านใหม่ ในที่ใหม่ และไม่เคยได้รับโทรศัพท์แปลกๆอีกเลย

เมื่ออายุเจ็ดขวบ รักแท้รู้แล้วว่า ระหว่างพ่อและป๊านั้นคืออะไร
และพ่อเขาเป็นใคร
จิณณ์เลี้ยงลูกด้วยการบอกความจริง อย่างนุ่มนวล เพราะรักแท้ควรรู้เรื่องของตัวเอง หรือแม้กระทั่งเรื่องป๊า และพ่อ

สิ่งที่ป๊าจิณณ์ไม่ได้เล่า แต่เขาสรุปได้เอง ก็คือ
ป๊านั้นน่าสงสาร ที่ต้องติดอยู่ในกับดักของความรัก

"ป๊าทนเพื่ออะไร"

อาจเป็นคำถามที่โตเกินวัยแต่รักแท้โกรธจนต้องถามออกมา เมื่อเห็นพ่อในทีวีกับภรรยา

ความเจ็บปวดของป๊ามันปิดไม่มิด

ป๊าจิณณ์หลับตาลง "อาจจะทนเพื่อ..." ป๊าชี้มาที่เขา "ความรัก"


นั่นเป็นครั้งแรกที่รักแท้ เริ่มไม่ชอบชื่อของตัวเอง
ทั้งๆที่ป๊าจิณณ์ไม่ได้ตั้งใจ แต่เป็นเพราะรักแท้เองที่ดูดซับความรู้สึกต่างๆได้ดีจนเกินไป คิดและสะสมความไม่ชอบใจไว้อย่างเงียบๆ

พ่อยังมาหา แต่ไม่บ่อยเหมือนเดิม บางทีพ่อหายไปนานหลายเดือน
แต่พ่อโทรมาเกือบทุกคืน
รักแท้ถามว่าพ่อไปไหน
พ่อบอกพ่อกำลังหาเสียง

รักแท้รอ ทั้งๆที่ปากแข็งบอกว่าไม่ได้รอ
ที่รักแท้รอ เพราะรู้ว่าป๊ารอ แต่ป๊าก็ไม่พูด
รักแท้อยากให้พ่อมาหา ป๊าจะได้ไม่มีหน้าตาแบบนั้น แววตาแบบนั้น
ในที่สุดพ่อก็มา
พร้อมกับเด็กเล็กๆคนหนึ่ง
ป๊าจิณณ์นิ่ง ในแบบที่รักแท้รู้สึกเย็นไปทั้งตัว

ป๊าร้องไห้เถอะ ดีกว่าแบบนี้

พ่อส่งเด็กคนนั้นให้ป๊า

"ผมเพิ่งได้ตำแหน่ง" พ่อพูดแค่นั้น ป๊าพยักหน้า

ป๊าเข้าใจ แต่รักแท้ไม่เข้าใจ

"ทำไมไม่ให้แม่เด็กเลี้ยง"

"ผมอยากให้ลูกผมโตในมือคุณ" ดิษย์มองจิณณ์อยู่อย่างนั้น

"มันจะเป็นแบบนี้อีกกี่ครั้ง"

"ครั้งนี้ครั้งสุดท้าย"

จิณณ์นิ่ง ปากเม้มแน่น

"จิณณ์" เสียงของดิษย์ทอดยาวแล้วเจือการอ้อนขอ

จิณณ์เคยชนะดิษย์ด้วยหรือ

ไม่เลยสักครั้ง

"เด็กคนนี้ชื่อรักมั่น" ดิษย์ส่งเด็กให้จิณณ์อุ้ม และกล่าวขอบคุณแบบไร้เสียง

จิณณ์ไม่อยากรู้เลยว่า ชื่อนี้มาจากอะไร

แค่นี้ยังผูกเขาไว้ไม่แน่นพออีกหรือ
 
จิณณ์กอดเด็กเอาไว้ อีกมือขยับไปโอบรักแท้ที่นั่งฟังอยู่ตลอด

ความรักอีกแล้ว

เด็กชายรักแท้ไม่ชอบใจเลย
เขาต้องเห็นป๊าร้องไห้เพราะความรักอีกกี่หน

--โปรดติดตามตอนต่อไป--

ตอนนี้ยังไม่ละเอียดนัก รักแท้รู้สึกแรงกว่านี้มาก จิณณ์รักกว่านี้และทุกข์มากกว่านี้ อาจมีรีไรท์บางช่วง แต่ตอนนี้สามารถเขียนได้เท่านี้ค่ะ แย่จัง
ถ้ารีไรท์ตอนนี้จะมาบอกอีกทีนะคะ
ขอบคุณที่อ่านค่ะ
@tonswind

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3051
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1
สงสารรักแท้...ตัวละครทุกตัวมีปมที่หม่นหมอง แต่ขอให้เยียวยากันได้และพบความสุขทั้ง 3 คน  :m15:

ออฟไลน์ LYPO

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ให้ความรู้สึกอึงอลมาก หลังอ่าน 16.1 จบ ความหมายของคำว่ารักในชีวิตของรักแท้ถูกสร้างขึ้นด้วยน้ำตาและความเจ็บปวดของป๊าจิณน์นี่เอง

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4422
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-7
ถ้าเราเป็นรักแท้เราก็ไม่เชื่อเหมือนกัน ได้แต่หวังว่าคิดเช่นกับเป็นหลักจะช่วยรักแท้ได้  :ling3:

ออฟไลน์ joyey6217

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
เพราะเรื่องราวของป๊าจิณณ์กับพ่อของรักแท้ ทำให้รักแท้ไม่เชื่อในความรัก... ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น พ่อดิษใช้ความรักที่ป๊าจิณณ์มีให้เหนี่ยวรั้งไม่ให้จิณณ์จากไป แต่มันเกินจะทนตรงต้องมาก้มหน้าเลี้ยงลูกแถมยังตั้งชื่อตอกย้ำให้ไปไหนไม่ได้อีกน่ะสิ
ลูกกับหญิงอื่น เอามาให้กาฟักแม่กาก็หลงรักราวกับลูกในอุทร
สำหรับ รักแท้มองเห็นตั้งแต่เด็กจนโตได้แต่เฝ้าดูความรัก ของป๊าจิณณ์ที่ต้องทนรอ รอคอยอย่างเจ็บปวด เสียสละ เป็นเมียเก็บ คอยแอบซ่อน อยู่ในเงา
 คนอ่านแอบเห็นเงาการบูชาความรักของป๊าจิณณ์ในตัวของคิดเช่น. นี่อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้รักแท้ชอบคิดเช่น ก็ได้

ออฟไลน์ Fujoshi

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 851
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-2
อยากอ่านต่อ
เพิ่งมาเจอเรื่องนี้
อ่านแล้วรู้สึกหลงรักเลยค่ะ
โดยเฉพาะคิดเช่น รักมากกกกกกกกกกกกก
เป็นตัวละครที่มีเสน่ห์สุดๆ
ชอบมากที่สุดในเรื่องเลย
ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆอย่างนี้ให้อ่านนะคะ

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5952
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +123/-6
ดิษโหดร้ายจัง

ออฟไลน์ Tennyo_Y

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 797
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-2
ของเป็นหลักว่าหนัก และพาช๊อค กับ พ่อเลี้ยงที่ไม่แน่ใจว่าพ่อจริงไหม
มาเรื่องคิทเช่น ที่บูชารัก จนยอมเจ็บ เก็บทุกอย่าง ทนเพราะรัก ก็ว่าเซอร์ไพซ์

เจอเรื่องของรักแท้เข้าไป ไม่แปลกใจแล้วทำไมรักแท้ ไม่เชื่อในความรัก พ่อของรักแท้คงมีอิทธิพลมาก จนต้องยอมแต่งงาน แต่เขาจะห้ามความรักของรักแท้ไหม  ห้ามได้ไหม ลุ้นตรงนี้ แต่ พ่อรักแท้ แม่ง ยอมเลย จิณท์ด้วย ยอมจริง ๆ มันให้ความรู้สึกแบบ ผญ คือเครื่องมือทำลูก ผช คือความรักอันสวยงาม  มันแว๊บขึ้นมาแบบนี้ไม่ได้มองว่ามันผิดนะ มันรู้สึก ก็รักกัน แค่สังคม และวัฒนธรรมบีบบังคับให้ผช ต้องมีลูกเพื่อสืบพันธ์ส่วนผช คือรักแท้ รักมั่น จิ๊ด โคตรจิ๊ด

ออฟไลน์ treenature

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 457
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +130/-0
เป็นเช่นรัก16.2

มันยากมากที่จะเลี้ยงใครสักคนให้เติบโตโดยที่ไม่รัก
ตั้งใจไว้ว่าจะไม่รัก แต่ไม่สำเร็จ
เด็กมีความบริสุทธิ์เป็นของตน
ยามยิ้ม ยามหลับ
ความผูกพันที่เห็นกันมา จากเดือน เป็นปี
จิณณ์ยอมรับในที่สุด เขารักเด็กสองคนนี้
รักแท้ และรักมั่น


ความรักชนะเขาได้  แต่ไม่ได้ชนะทุกสิ่ง
ที่แน่ๆก็ไม่ได้ชนะ รักแท้
ความไร้เดียงสาของรักมั่น ทำอะไรรักแท้ไม่ได้
อย่างน้อย ก็ในแบบที่รักแท้แสดงออก

รักแท้โตพอจะช่วยชงนม เปลี่ยนผ้าอ้อม และทำอะไรหลายอย่างเพื่อให้จิณณ์เหนื่อยน้อยลง ทุกอย่างทำด้วยความเต็มใจ โดยไม่ยินดี

ยินดีกับเต็มใจ ไม่เหมือนกัน


วันคืนผ่าน
ตอนที่รักมั่นเพิ่งเริ่มวิ่งได้ แบบตุปัดตุเป๋ เมื่อรักมั่นล้ม รักแท้ไม่ปลอบ ไม่ดึงให้ลุก เด็กน้อยจะร้องโยเยอยู่จนเหนื่อย โดยมีรักแท้ยืนดูอยู่ข้างๆ ใบหน้าเรียบเฉยเกินกว่าที่จะเชื่อว่าเด็กประถมจะทำได้
รักมั่นต้องลุกขึ้นเอง วิ่งตามรักแท้ที่เดินนำไป
แต่จิณณ์สังเกตเห็น
หรือแม้แต่เด็กเล็กๆอย่างรักมั่นเองก็คงรู้สึกได้
รักแท้ไม่ช่วยแต่ก็ไม่เคยทิ้ง

"เกลียดน้องเหรอ" จิณณ์เคยถาม

"ไม่เคยเกลียด รักมั่นยังไม่โตพอที่จะทำอะไรให้เกลียดได้หรอก"

"ป๊าเห็นเดี๋ยวนี้รักแท้ไม่ค่อยยิ้ม แล้วก็ไม่ค่อยโอ๋น้อง"

"รักจะให้เขาในแบบที่เขาเป็นเด็ก และเป็นน้อง รักช่วย ป๊าจะได้ไม่เหนื่อย"

"ไม่รักน้องเหรอ" จิณณ์เปลี่ยนคำถาม เพราะเกลียดกับรักไม่ได้ตรงข้ามกัน ไม่เกลียดก็ไม่แน่ว่าจะรัก

"ไม่รักครับ" คำตอบของเด็กชายรักแท้สั้น ชัดเจน

จิณณ์นิ่งไปนาน เขารู้ว่ารักแท้เป็นเด็กช่างคิด แต่ที่นึกไม่ถึงคือสิ่งที่รักแท้คิดมันกำลังสะสม พอกพูนเป็นอะไรบางอย่างที่ไม่ดีนัก

"เป็นเพราะป๊าหรือเปล่า" จิณณ์รู้สึกผิด

รักแท้เงียบ

"ป๊าเลี้ยงรักแท้กับรักมั่นเพราะป๊ารัก และทั้งหมดที่ป๊าทำเพราะป๊ารัก..." จิณณ์เว้นประโยคไว้ โดยไม่พูดต่อว่ารักใคร จิณณ์กำลังกลัวว่าสิ่งที่เขาทำจะทำให้รักแท้เป็นคนเย็นชา "รัก ป๊าจะไม่พูดว่าป๊ามีความสุขมาก แต่ป๊าพอใจกับความสุขเท่าที่มี"

รักแท้เงียบอีก

จิณณ์ถอนหายใจ เอาเถอะ รักแท้ต่อต้านแต่จิณณ์จะไม่บังคับให้เชื่อ ให้เปลี่ยนความคิด
ที่ไม่บังคับเพราะจิณณ์รัก รักแท้

จะเป็นแบบไหนก็ได้ทั้งนั้น ก็ยังจะรักอยู่ดี


ยิ่งโตรักมั่นยิ่งเปรียบต่างกับรักแท้ รักมั่นนั้นร่าเริง ยิ้มง่าย ที่สำคัญ รักมั่นติดรักแท้
ติดทั้งๆที่รักแท้เป็นแบบนี้
เฉย เย็นชา รักษาระยะห่าง

"ดึกแล้ว ไปนอนเถอะ" จิณณ์เตือนเด็กๆ

"รัก มั่นอยากดูการ์ตูนต่อ"

"ก็ตามใจ" รักแท้ปิดหนังสือการ์ตูนในมือแล้วลุกขึ้น

เด็กชายรักมั่นแทบไม่ได้ฟังเพราะตาจับจ้องอยู่ที่จอ
หันมาอีกที ก็ไม่เห็นรักแท้แล้ว รักมั่นรีบปิดทีวี วิ่งไปหอมแก้มป๊าจิณณ์ แล้ววิ่งตามขึ้นบันไดไป

"รัก รอมั่นก่อน ห้ามนอนก่อนมั่นนะ"
.
.
.

"รัก" เด็กชายดึงเสื้อคนพี่ "อาทิตย์นี้พ่อจะมาไหม"

รักแท้ก้มมอง รักมั่นก็เงยสบรอคอยคำตอบ

ตากลมโตนั้นทำให้รักแท้ต้องถอนหายใจ "ไม่รอไม่ได้เหรอ"

"ห้ามรอเหรอ"

"ไม่ได้ห้าม แต่ไม่อยากให้รอ"

รักมั่นนิ่วหน้า

มันยาก ที่รักแท้ไม่ให้รอ มันยากมากๆ
.
.
.

"พ่อมาแล้ว" รักมั่นตะโกนลั่น แล้ววิ่งอย่างเร็วเท่าที่ขาสั้นๆจะก้าวได้

ดิษย์ต้องทรุดเข่าลง อ้าแขน ตั้งท่ารับให้มั่นคง เพราะเจ้าเด็กนี่จะโผนเข้ามาหาทั้งตัว

สองคนพ่อลูกหัวเราะกันเอิ้กอ้าก กอดของพ่อกระชับแน่น ลูกคนเล็กเกยคางไว้แล้วยิ้มร่า มืออ้วนป้อมเกาะที่คอ

มองเลยมาตรงที่มีอีกคนยืนอยู่ ดิษย์สบตาจิณณ์ ขยับปากช้าๆไม่มีเสียง

คิดถึง

เท่านั้นจิณณ์ก็ยิ้ม เหมือนต้นไม้ที่ได้น้ำ

ทั้งหมดดูเข้ากันดี

รักแท้หงุดหงิดกับภาพที่เห็น

อย่างับเบ็ด จะกลายเป็นเหยื่อ รักแท้อยากจะเตือนทั้งจิณณ์และรักมั่น
แต่ทำได้เพียงพยายามซ่อนความไม่ชอบใจไว้ใต้ใบหน้านิ่ง
ยกมือสวัสดี แล้วพยายามหลบฉากออกมา

"รัก" แต่ไม่รอด ดิษย์เรียกเอาไว้

"ครับ"

"มากอดที"

"ผมโตแล้ว"

"อะไรกันเพิ่งจะสิบสามเอง"

รักแท้ใช้วิธี ไม่ตอบ แล้วเดินเลี่ยงไป
ดิษย์ถอนหายใจ
จิณณ์เองก็ได้แต่ส่งสายตาปลอบไป
ดิษย์ตามมาเจอรักแท้ที่บ่อปลาหลังบ้าน ปลาตัวโตว่ายในบ่อ ถึงบ่อจะกว้าง แต่ว่าถึงอย่างไรมันก็ว่ายวนกลับมาที่เดิม

รักแท้ยืนหันหลัง

"เอาล่ะ ถ้าหากว่าโตแล้วก็คงจะคุยกันตรงๆได้ พ่อทำอะไรให้รักแท้โกรธหรือ"

รักแท้ไม่ชอบพูด แต่เหมือนถูกดักทางเอาไว้ คราวนี้คงต้องพูด "ผมไม่ชอบวิธีที่พ่อทำกับเรา"

"แบบไหน"

"แบบทุกวันนี้"

"พ่อก็โกรธตัวเองเหมือนกัน"

รักแท้ค่อยๆหันมา เพื่อมองหาความจริงจากดิษฐ์
พบความเสียใจในดวงตานั้น
แต่ก็เท่านั้นเอง ชดเชยกันไม่ได้หรอก

"บางทีป๊าจิณณ์ก็ร้องไห้"

ดิษย์พยักหน้ารับรู้ช้าๆ

"พ่อรักจิณณ์"

รักแท้ขมวดคิ้วแน่น

"ดูเหมือนรักแท้จะไม่เชื่อ"

"บางที เป็นเพราะพ่อชอบพูดคำนี้ ป๊าจิณณ์ถึงเสียใจ"

"ถ้าไม่ได้พูด ก็คงเสียใจมากกว่านี้"

"ไม่จริง ป๊าคงไปจากตรงนี้ได้นานแล้ว"

"รักแท้แน่ใจเหรอว่า การไม่ได้เจอคนที่เรารักอีกเลย มันดีกว่าการได้เห็นกันอยู่อย่างนี้"

"ดีที่สุดคือไม่รักครับ"

ดิษย์พิจารณาเด็กผู้ชายตรงหน้าอย่างละเอียด เขาไม่เห็นความก้าวร้าว รักแท้แค่ยืนนิ่งๆ ไม่มีวี่แววของโทสะ แต่ภายใต้นั้นซ่อนอะไรไว้บ้าง เก็บกดความรู้สึกอะไรไว้กันแน่

"จริงอยู่ หลายคนอยู่ได้โดยไม่ต้องมีความรัก แต่พ่ออยู่ไม่ได้โดยไม่มีจิณณ์" ดิษย์ไม่คิดว่าวันหนึ่งเขาต้องมาสารภาพเรื่องพวกนี้กับลูกชายตัวเอง

"แต่ก็เก็บไว้โดยไม่ถนอม"

ใครรู้เข้าคงนั่งขำว่า นายใหญ่ ของใครๆกำลังถูกลูกชายวัยสิบกว่าๆต่อว่าอย่างเจ็บแสบ

"ขอโทษที่ดูแลได้ไม่ดี แต่ก็ไม่มีทางเลือกมากนัก"

รักแท้มองดิษย์ด้วยแววตาเรียบเฉย ไม่มีความเห็นใจ "ปล่อยสิ"

"ไม่มีวันนั้นหรอกรัก พ่อจะทำทุกทางให้จิณณ์อยู่ตรงนี้"

"พ่อได้ทุกทาง แล้วป๊าจิณณ์ได้อะไร"

"ไว้รอให้รักแท้มีความรักของตัวเอง แล้วจะเข้าใจ"

"ไม่มีวันนั้นหรอกครับ" คล้ายเป็นประโยคที่ลอกกันมา แต่มันปฏิเสธในเรื่องที่ตรงข้ามกันคนละขั้ว

ดิษย์มองรักแท้อีกครั้ง บางอย่างจากเขาหล่อหลอมบางอย่างในตัวรักแท้ ให้มีความคิดที่วิ่งต้านไปอีกทางอย่างสุดกำลัง

"พนันกันไหมล่ะรักแท้"

--โปรดติดตามตอนต่อไป--

วันหนึ่งข้างหน้าอาจรีไรท์ตอนนี้ค่ะ
อ่านแล้วคิดอย่างไร รบกวนด้วยค่ะ
#เป็นเช่นรัก
ขอบคุณค่ะ

@ t o n s w i n d

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Tennyo_Y

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 797
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-2
อ่านแล้วเกิดคำถามคะ รักแท้ ถูกป๊าจิณน์เลี้ยงยังไง ทำไมถึงได้เป็นเด็กที่เฉยชา ต่างกับรักมั่น รักแท้เห็นอะไร แค่เห็นป๊าร้องไห้ เพราะพ่ออย่างเดียวหรอ หรือว่า เห็นตอนที่ บ้านจิณไฟไหม้ด้วยหรือเปล่า เลยฝังใจว่าดิษณ์ไม่ดูแล ไม่ห่วงใย

มันทำให้เราสงสารรักแท้ และเกิดคำถามนี้จริง ๆ นะ รักมั่นกลับร่าเริง น่ารัก ในขณะรักแท้ เย็นชา เฉยเมยกับความรู้สึก สงสัย สงสัย หรือว่ารักมั่นโตมาในช่วงที่ทุกอย่าง ดิษ เอาอยู่แล้วกันแน่

แต่เราก็ทั้งสงสาร ทั้งพูดไม่ออกกับจิณ เพราะรักคำเดียวเลยอะ ก็อยากรู้ว่า รักแท้ คิทเช่น เป็นหลักจะแก้ปมนี้ของรักแท้ยังไง เห้อออ

อยากอ่านตอนต่อไปมากคะ

ออฟไลน์ sukie_moo

  • ปัจจุบัน คือ อดีตของอนาคต
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +457/-14
ถ้าเราเป็นรักแท้ เราก็ไม่ชอบความเป็นมาของชื่อตัวเอง และไม่เชื่อในรักแท้หรอก การที่ดิษย์เปิดเผยตัวตนของจิณณ์ไม่ได้ แล้วต้องแต่งงานกับคนที่เหมาะสมนั้นเราเข้าใจ  แต่ที่ไม่เข้าใจคือเด็กๆเป็นลูกของผู้หญิงคนไหน คิดว่าไม่ใช่ลูกของ "เมีย"ของดิษย์แน่ๆ ฉนั้นที่ดิษย์บอกว่ารักจิณณ์นักหนานั้นแต่ยังไปมีผู้หญิงใหม่อีกเรื่อยๆจนมีลูกมาให้จิณณ์เลี้ยงถึง 2 คนนั้น บ่งบอกว่าดิษย์รักจิณณ์มากๆซินะ

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5952
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +123/-6
มิน่ารักแท้ถึงไม่ค่อยชอบตัวเอง
แต่ก็นะถึงไม่ชอบแต่ก็ไม่เปลี่ยน
ลึกๆทุกคนเห็นแก่ตัวหมดน่ะแหล่ะ
แต่จะหวังมาก หวังน้อยต่างกัน
คนหวังมากก็ใช่ว่าจะได้มาก
คนหวังน้อยมันมีจริงๆน่ะเหรอ

ออฟไลน์ Fujoshi

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 851
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-2
เข้าใจรักแท้เลย
รอจอนต่อไปจ้า

ออฟไลน์ treenature

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 457
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +130/-0
เป็นเช่นรัก 17.1

รักแท้หลีกเลี่ยงการกลับไปบ้าน เพราะรู้ดีว่าช่วงนี้ พ่อของเขาอยู่ที่ไหน
ช่วงสองสามปีหลัง พ่อดิษย์มาที่บ้านบ่อยขึ้น และพักอยู่ครั้งละเป็นเดือนๆ
จิณณ์และรักมั่นมีความสุข ส่วนรักแท้ไม่ชอบความสุขที่ทั้งสองคนมี

หึ มันก็คล้ายการล่อเหยื่อด้วยอาหาร

รักแท้ที่แยกตัวมาอยู่หอตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย จึงกลับบ้านน้อยลงกว่าปกติ
ดิษย์เองก็ไม่ยอมแพ้ หาทางตามเขากลับบ้านอยู่บ่อยๆ คล้ายเป็นเกมที่ดิษย์สนุก ที่จะหาวิธีให้รักแท้จำนนและกลับมาหา
เขาเคยให้รักมั่นโทรตามเพื่อกลับมากินข้าวกันในวันเกิดของดิษย์
นั่นเป็นวันเดียวกับที่รักแท้เจอคิดเช่นเป็นครั้งแรก

ต่อมาจิณณ์เป็นคนโทรมาหาเขาด้วยตัวเอง

"รัก กลับบ้านบ้าง ป๊าคิดถึง"

รักแท้รับปาก และกลับบ้าน แต่อยู่ได้ไม่นาน ก็ผลุนผลันออกไป เมื่อคิดเช่นโทรตาม ด้วยเรื่องของเป็นหลักและนักมวยคนนั้น

และครั้งนี้ รักแท้คงเลี่ยงไม่ได้แล้ว พ่อดิษย์โทรหาเขา พูดเพียงว่า "กำลังคิดว่าลูกชายคนโตไม่กล้าสู้หน้าพ่อของตัวเอง"

น่าหงุดหงิดที่ยกนี้ดิษย์ชนะ

บ้านหลังเล็กๆของเขาเปลี่ยนไปนิดหน่อย เพราะมีคนเฝ้าบ้านมากขึ้น
ไม่ได้ยืนยามอะไรให้ดูเอิกเกริก เพียงแต่มีรถบ้านจอดทิ้งที่หน้าบ้าน เพราะในบ้านจอดรถได้คันเดียว แล้วก็มีคนทำงานเพิ่มมาหนึ่งคน
รักแท้บีบแตร
คนงานที่พอเห็นรถมอเตอร์ไซค์ของรักแท้ ก็เปิดประตูให้เข้ามาโดยไม่กักตัวเอาไว้
มอเตอร์ไซค์คันโตจอดสนิทที่โรงรถ
รักแท้ถอดหมวกกันน็อค หันมองคนงานหน้าใหม่ แล้วเดินเข้าบ้าน
รักมั่นวิ่งกระโดดโลดเต้นเข้ามาหาเขาเป็นคนแรก
ไอ้เด็กคนนี้ไม่เคยเข็ด รู้ดีแก่ใจว่าเขาไม่เคยยอมให้กอด ก็ยังพยายามมาเกาะหน้าเกาะหลังทุกครั้งที่เขากลับบ้าน

"รักกลับมาแล้ว" เด็กวัยรุ่นอายุสิบสี่ ที่ยังคงพยายามนัวเนียรักแท้เหมือนเป็นเด็กไม่กี่ขวบ

เมื่อไม่ได้การตอบรับ ก็เงยหน้ามอง เหมือนลูกหมาลูกแมวไม่มีผิด
รักแท้ถอนหายใจ แล้วลูบหัวเด็กหนุ่มตรงหน้า

"ให้ได้เท่านี้"

เด็กชายวัยสิบสี่ยิ้มจนตาหยี "ก็ยังดี"

แล้วพอรักแท้ออกเดิน เจ้ารักมั่นก็กระโดดเกาะหลังเขาไว้แน่น เด็กอายุสิบสี่ขายาวเก้งก้าง ทำแบบนี้ไม่เห็นจะน่ารักตรงไหน รักแท้ก็ได้แต่ถอนหายใจ แล้วเดินต่อไปทั้งที่มีลิงเกาะหลังอยู่แบบนั้น
ก้าวขาได้ยากลำบาก เพราะต้องลากเอารักมั่นที่ไม่ยอมเดินไปด้วย

"เจ้ามั่น ลงมา" ป๊าจิณณ์ออกปากดุ รักมั่นจึงยอมปล่อยให้รักแท้เดินดีๆ

จิณณ์อ้าแขนกว้าง รักแท้ถอนหายใจอีกที คราวนี้เขาปฏิเสธไม่ได้ ยอมเดินเข้ากอดจิณณ์เอาไว้
จิณณ์กอดเขาแน่น ลูบไหล่ลูบหลังด้วยความคิดถึง

"ป๊าจะกอดผมจนอายุเท่าไหร่"

"จะกอดไปจนกว่าป๊าจะยกแขนไม่ไหว"

"ผมโตแล้ว"

"โตแล้ว แล้วจะทำไม รักก็ยังเป็นลูกของป๊าอยู่ดี"

รักแท้ถอนหายใจไปกี่รอบแล้วนะ

"ป๊ากับพ่อทำเจ้ามั่นติดนิสัย"

จิณณ์เลิกคิ้ว "ที่ชอบพันแข้งพันขาน่ะหรือ"

"น้องมันเป็นผู้ชาย ปีหน้าก็จะสิบห้าแล้ว"

"อายุสิบห้า แล้วแสดงว่ารักกันไม่ได้หรือไงเล่า" จิณณ์กลั้วหัวเราะ "แล้วถ้าจะโทษป๊ากับพ่อ รักก็ต้องโทษตัวเองก่อน"

รักแท้ขมวดคิ้ว เริ่มรู้สึกว่าจะเข้าตัว
แล้วก็จริง

"ที่น้องมันรู้สึกปลอดภัยขนาดนี้ ไม่ระวังระแวงความเจ็บปวดแบบนี้ ก็เพราะรักแท้ไม่ใช่หรือ"

ยิ้มของจิณณ์เปลี่ยนจากล้อเลียนเป็นยิ้มขอบคุณ "พี่ชายที่เป็นเกราะกันให้น้องมาตลอดก็คือรักแท้เองนะ ปากบอกว่า ไม่รัก ไม่ดูแล แต่รักมั่นกลับไม่เคยบอบช้ำเลยสักนิด"

รักแท้เบือนหน้าหนี แค่เห็นว่าเด็กกว่าก็เลยช่วยดูเท่านั้น


ดิษฐ์รอเขาอยู่ที่บ่อปลา นั่งมองฝูงปลาตัวเล็กตัวน้อยที่รอกินอาหารในมือ
รักแท้มองแผ่นหลังของคนเป็นพ่อนิ่ง แผ่นหลังของคนที่เขาต่อต้านตลอดมา แต่รักแท้ก็ไม่ใช่เด็กไม่รู้จักโตที่จะตั้งแง่ คว่ำบาตรกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของตน อย่างไรก็ต้องพูดกัน รับการดูแลที่จำเป็น ไม่อย่างนั้นป๊าจิณณ์คงลำบาก

"ถ้าไม่โทรไปท้าก็คงไม่กลับมาใช่ไหม"

รักแท้ไม่ตอบ แต่พูดไปอีกเรื่อง "เปลี่ยนคนงานใหม่ดีกว่านะครับ"

ดิษย์หันมอง คนงานคนนี้ที่จริงมีหน้าที่อื่น

"ทำไม"

"เขาปล่อยให้ผมเข้าบ้านง่ายเกินไป"

"ก็เขาเคยเห็นรัก และรู้ว่านั่นรถของคุณรักแท้"

"รถของผมแต่คนใต้หมวกกันน็อคอาจไม่ใช่ผม"

ดิษย์นิ่งไปนาน ในแววตามีความภูมิใจ  "พ่อฝากจิณณ์กับน้องไว้กับรักได้แล้วใช่ไหม"

"ผมไม่รับฝาก คนที่เป็นของผมอยู่แล้ว"

"ประโยคนี้หมายความว่า ได้ ใช่ไหม" ดิษย์สนุกเสมอเมื่อได้คุยกับรักแท้

"อย่าตีความหมายเลยครับ ผมไม่รับฝาก ก็เท่านั้น"

ดิษย์พยักหน้า "งั้นเปลี่ยนเป็นขอบคุณก็แล้วกัน ที่ระวังหลังให้ในทุกอย่าง คอยระวังภาพของพ่อในสายตาของรักมั่น ขอบคุณที่โทรตามทุกครั้งที่ถึงวันเกิดไอ้ตัวเล็ก ทุกครั้งที่มันไม่สบายใจ ขอบคุณที่อยู่ข้างๆ มองน้ำตาของจิณณ์ในวันที่พ่อไม่อยู่"

รักแท้เงียบ เถียงไปก็เท่านั้น จะกลายเป็นแก้ตัวแก้ต่างเสียเปล่าๆ เขาแค่ทำเรื่องที่ควรทำ

"พ่อมีเรื่องจะบอกและเรื่องที่จะมาขออนุญาต"

"คุณดิษย์ต้องขออะไรจากผมหรือครับ" รักแท้อดเหยียดยิ้มไม่ได้

ดิษย์ปล่อยถ้อยคำเหน็บแนมให้ลอยผ่านหูไป "พ่อจะมาอยู่กับจิณณ์"

รักแท้ขมวดคิ้ว

"จากนี้จนกว่าจะแก่ตายกันไปน่ะ" ดิษย์ขยายความ

ตาของรักแท้กร้าวแสง "อย่าพูดอะไรง่ายๆทำให้คนตายเพราะความหวัง"

ดิษย์สบสายตาของรักแท้ "ถึงอยากคุยกับรักแท้ก่อนยังไงล่ะ คิดไว้แล้วว่าถ้าไม่ผ่านด่านของรักแท้ คงมาอยู่กับจิณณ์ไม่ได้"

รักแท้นิ่ง แต่ในใจนึกต่อต้านเต็มที่

"พ่อรักจิณณ์"

เขาได้ยินเสียงลูกชายทำเสียงบางอย่างในลำคอ แต่ดิษย์ยังคงพูดต่อไป

"จะยอมรับได้หรือเปล่าว่า มนุษย์ไม่ได้อ่อนโยนและขาวสะอาด
เราต่างเปรอะเปื้อนด้วยความเลวอะไรสักอย่าง ใช่ พ่อก็เป็นแบบนั้นแหละ
พ่อทำให้จิณณ์เสียใจและเหนี่ยวรั้งจิณณ์เอาไว้
เรื่องที่ไปไหนไม่ได้ นั่นพ่อจงใจ แต่เรื่องที่ทำให้จิณณ์เสียใจนั้นพ่อไม่ได้ตั้งใจ
น้ำตาของคนที่รักไม่ได้ทำให้รู้สึกดีเลยสักนิด"

ดิษย์หยุด และทอดมองเข้าไปในตัวบ้าน เห็นจิณณ์กำลังจัดโต๊ะอาหาร โดยมีรักมั่นป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ

เขากลับมามองรักแท้ สบตาอย่างมั่นคง

"แต่พ่อหยุดเห็นแก่ตัวและปล่อยมือจิณณ์ไปไม่ได้จริงๆ
พ่อจะไม่ทำ ต่อให้โลกล่มสลาย ต่อให้อะไรก็ตามมาบังคับ"

"ทำไม?" รักแท้ถามเสียงเครียด

"เพราะจิณณ์คือความรักเดียวที่พ่อมี

ถ้ารอบตัวคือความหนาวเหน็บ จิณณ์คือความอบอุ่น
ถ้ารอบตัวคือความกดดัน จิณณ์คือความผ่อนคลาย
ถ้ารอบตัวคือสีดำ จิณณ์คือสีขาว
พ่อไม่สามารถปล่อยคนเพียงคนเดียวที่มีไปได้
พอจะเข้าใจความเห็นแก่ตัวของพ่อบ้างไหม"


รักแท้อึ้ง เขาไม่เข้าใจ อันที่จริงเขากำลังพยายามจะไม่เข้าใจ หรือทำเป็นไม่เข้าใจ แบบไหนก็ได้ที่แสดงว่าเขาจะไม่มีทางยอมรับเหตุผลแบบนี้ของดิษย์

"ลูกจะไม่เรียกความรู้สึกที่พ่อมี ว่าความรักก็ได้ ดูเหมือนพ่อเป็นผู้แข็งแรงและรังแกป๊าของรักแท้ แต่อันที่จริงแล้ว ในแก่นชั้นในสุดของความสัมพันธ์ จิณณ์ไม่ได้ตกเป็นรอง จิณณ์สำคัญที่สุดสำหรับพ่อ พ่อต่างหากที่ไปไหนจากจิณณ์ไม่ได้"



แต่เมื่อดิษย์ได้เริ่มต้นพูดแล้ว สิ่งที่อัดอั้นก็พรั่งพรูออกมา ความรู้สึกมากมายถูกระบายออกมากราวภาพบนแผ่นฟิล์ม

..........

ชีวิตของดิษย์ ได้รับการผลักและดัน วางกฏ กรอบ ทุกอย่างในชีวิตของดิษฐ์เข้มงวดและเคร่งครัด
เขาคือคนเดียวที่ต้องกุมบังเหียนแห่งอำนาจ นายแม่ฝากความหวังทุกอย่างไว้กับเขา
ธุรกิจของครอบครัว คือค่ายมวย ที่มองจากภายนอกไม่น่าจะเป็นการหารายได้ที่อ่อนไหว แต่อันที่จริงมันเป็นงานที่หาเงินจากการบริหารอำนาจ ต่อรอง และวิ่งเต้น
หน้าที่ของเขาคือ ต้องทะยานขึ้นไปให้สูง ถางทางเพื่อนำทุกคนเบื้องหลังขึ้นสู่ที่ปลอดภัย ไม่ต่างจากหน้าที่ของนายหมู่ในอดีตที่ฟาดฟันคนให้ล้มตายเพื่อดินแดนหรือเพื่อคนข้างหลัง
เมื่อก้าวขึ้นมาแล้ว เลิกล้มได้ยาก เพราะเขาจะไม่ตายเพียงคนเดียว

คนที่เล่นกับอำนาจก็เหมือนคนที่เต้นอยู่บนเปลวไฟ

ในสายตาของคนอื่นคงเห็นความยิ่งใหญ่ของดิษย์ มีทุกอย่างรายล้อม ลูกน้อง คนในอาณัติ นารี และโลกีย์
หลายอย่าง รวมถึงหลายคน เป็นสิ่งบรรณาการ ดิษย์รับของเหล่านั้นไว้ รวมถึงผู้หญิงบางคน
เรียกว่าแลกเปลี่ยนคงจะชัดเจนกว่า เพราะไม่มีอะไรที่ไม่มาพร้อมเงื่อนไข
ผู้หญิงบางคนส่งตัวเองมา บางคนถูกคนอื่นส่งมา
การดองกัน เป็นการผูกไมตรีโดยไม่เสียเลือดเนื้อ หญิงสาวคนอื่นๆก็มาด้วยเหตุนี้
ต่างมีสิ่งที่อยากได้
เอาสิ ดิษย์จะให้
อยากได้อะไรบ้างล่ะ
อยากให้เป็นผู้หญิงของเขาใช่ไหม ได้ ดิษย์นอนกับเธอ จากนั้นเป็นอะไร
อ่อ อยากได้พื้นที่ตรงนั้นไปดูแล ค่าคุ้มครองส่วนนั้นจะขอเก็บไว้เองไม่ส่งต่อ
ย่อมได้ แต่ถ้าใช้อะไรก็ต้องทำ เพราะต่อไปนี้ คนของครอบครัวเธอคือคนของดิษย์
ถ้าสั่ง
ต้องทำ
รวมถึงลูก
เขาไม่ให้พวกเธอเลี้ยง
อย่าเอาเด็กมาต่อรองกับเขา
เขาไม่ไว้ใจให้ใครเลี้ยงลูกของเขา นอกจากจิณณ์
เด็กที่ไม่ได้เกิดจากความรัก อย่างน้อยก็ไม่ควรโตมาท่ามกลาง ความกดดัน และความไม่รัก

คนแบบนั้น เขาคนเดียวก็พอแล้ว

จิณณ์จะเลี้ยงลูกของเขาได้ดีโดยได้เรียกร้องสิ่งใด
จิณณ์คนที่มีความรักที่มั่นคง จิณณ์คนที่มีหัวใจเข้มแข็งกว่าเขามาก
จิณณ์เติมเรี่ยวแรงให้เขาได้ในยามอ่อนล้า
ยามเหนื่อยที่สุด จึงอยากพบหน้า แล้วคว้าตัวมากอดไว้นิ่งๆ

จิณณ์เลี้ยงลูกของเขาได้ดีเกินคาด ลูกชายคนโตของเขาคือรักแท้ ส่วนคนเล็กคือรักมั่น เด็กสองคนที่ต่อมาคือแก้วตาดวงใจ คือคนสองคนที่เขาจะปกป้องไว้ ลูกที่จะปลอดภัยตราบใดที่เขายังอยู่
แม้ว่าลูกชายคนโตจะต่อต้านเขาเท่าไหร่ก็ตาม แต่ดิษย์กลับถูกใจในความพยศของรักแท้ ลูกชายคนนี้มีคุณสมบัติหลายอย่างที่เขาอยากจะมี เพียงแค่หวัง และรอว่าสักวัน รักแท้ที่พยศไปจนสุดทาง จะเข้าใจอะไรๆดีขึ้น
ส่วนรักมั่น เป็นลูกที่ถอดหัวใจของจิณณ์ออกมาไม่ผิดเพี้ยน หัวใจที่ยืดหยุ่น ทนทาน และมั่นคง ยิ้มรับในสิ่งที่มี


ดิษย์กับภรรยาแต่งงานกันด้วยเหตุผลทางการเมืองและธุรกิจ

"น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า" นายแม่ผู้อยู่หลังม่าน บอกเขาแบบนั้น นายแม่คนที่เขาไม่เคยขัดใจ

ภรรยาที่มาจากตระกูลที่มีอิทธิพล ไม่ชอบใจอย่างมากที่พบว่า เธอไม่ได้เป็นที่หนึ่งสำหรับเขา
เธอตามราวี เหล่าผู้หญิงของเขา
ส่งคนไป ตามวิถีนายผู้หญิงที่กุมอำนาจไว้

แต่เธอต้องไม่แตะจิณณ์

ร้านของจิณณ์ถูกเผา จึงถึงเวลาที่ดิษย์คนที่แสนสุภาพ ต้องทำให้ผู้หญิงที่รังแกคนของเขาต้องกลัวกันบ้าง
ภรรยาของเขาฉลาด
พูดกันเพียงครั้งเดียวก็รู้เรื่อง ที่แน่ๆเธอตระหนักแล้วว่า ถ้าดิษย์โกรธ อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง

โรงงานของเธอเกิดเพลิงไหม้

ภรรยาของดิษย์จึงไม่เคยยุ่งกับจิณณ์และลูกของเขาอีกเลย ในข้อแม้ว่าเธอมีสิ่งที่จะขอเขาสามข้อ เป็นสิ่งที่เขาต้องให้เมื่อถึงเวลา
เงื่อนไขแบบนี้ไม่น่าไว้ใจเลย แต่ดิษย์ก็รับปาก ความเสี่ยงเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นนี่นะ



หลายปีที่ผ่านมา ถือว่าดิษย์ประสบความสำเร็จมากแล้ว ในเส้นทางการเมืองและธุรกิจ เขาอายุมากขึ้นแล้ว สมควรรามือเสียที ควรให้เวลาที่เหลือกับจิณณ์และเจ้าสองรักของเขา
แต่การลงจากหลังเสือ ต้องวางเกมให้ดี
เขาเจรจากับภรรยาเมื่อสองสามวันก่อน อย่างที่บอก เธอฉลาดจนน่าชื่นชม ธุรกิจส่วนใหญ่จะเป็นของเธอ ส่วนเขาขอแค่คนบางส่วน และธุรกิจเล็กๆที่บ้านเกิด จังหวัดที่เขาเคยเป็น ส.ส. และปลูกรากวางบารมีจนมั่นคง

"หยกเตรียมใจมาตลอด ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง"

ดิษย์ทอดสายตามองภรรยาของเขา "ขอโทษที่ทำให้ชีวิตแต่งงานของคุณเป็นแบบนี้" อย่างน้อย เขาก็มองเธอเหมือนเพื่อนที่อยู่กันมานาน

ภรรยาของเขายักไหล่ เธอยังสวย แม้อายุจะมากขึ้น "แค่ขัดใจที่ไม่ได้ทั้งหมดน่ะค่ะ หยกรู้ดีว่าการแต่งงานของเรามันเกิดขึ้นเพราะอะไร ในเวลานั้นคุณดิษย์ก็เหมาะสมที่สุด การรวมกันของบ้านเราทั้งสอง ทำให้เราไม่ถูกปราบจนราบ"

เธอเป็นแบบนี้แหละ คุณหยกที่มีสัณชาตญาณของผู้นำ จะว่าไปเธอสนุกกับชีวิตแบบพุ่งไปข้างหน้ามากกว่าดิษย์เสียอีก

"แต่ค่ายมวย คงไม่เหมาะจะให้หยกออกหน้า" คุณหยก เจรจากับเขาอย่างใจเย็น

"คุณหยก คิดไว้ว่ายังไง" ภรรยาของเขาคงวางทุกอย่างไว้ล่วงหน้าแล้ว

"เสียดายที่หยกไม่มีลูก ไม่อย่างนั้นหยกคงยกให้ลูกชายสักคนดูแล"

ดิษย์ยิ้มอย่างคนรู้ทันกัน แล้วรอคอยให้คุณหยกได้ต่อบทที่เธอเตรียมไว้

"หยกจะให้ 'หลานชาย' เข้ามาดู"

"เขาจะยอมหรือ กิจการเขาก็มี และเท่าที่ผมรู้จักเขามาตั้งแต่เด็ก ท่าทางเหมือนสายลม ไม่เหมือนคนที่สนใจเรื่องพวกนี้"

"หยกเลี้ยงเขามา คิดว่าเขาทำได้ อีกอย่างหยกไม่ได้ให้เขาคุมงานทั้งหมด เพียงแต่อยากให้เข้ามาช่วยในส่วนที่หยกไม่เหมาะ" นั่นแปลว่าถึงอย่างไรคุณหยกก็ต้องได้อย่างที่ใจอยากได้

อันที่จริง 'หลานชาย' คนนี้ ดิษย์เองก็เห็นมาตั้งแต่เด็ก คุณหยกอุ้มเด็กตัวน้อยเข้าบ้าน หลังจากที่ได้ทราบว่าดิษย์มีลูกชายคนแรก คุณหยกบอกว่าเป็นลูกของพี่สาว ซึ่งเธอรักมากเป็นพิเศษ
ดิษย์รับรู้ข้อมูลนั้น เปรียบเทียบกับสิ่งที่รู้มาก่อนแล้ว
เอาล่ะ หลานชาย ก็คือ หลานชาย
ดิษย์เองก็มีจิณณ์ และลูก ถ้าคุณหยกจะมี 'หลานชาย' ก็ถือว่าเราเท่าเทียมกัน
หลานชายคนนี้ คุณหยกเลี้ยงมากับมือ วิ่งเล่นอยู่ในค่ายมวยตั้งแต่เด็ก คุ้นเคยและสนิทกับดิษย์ดี เพราะมันขี้อ้อน มีช่วงหลังที่ห่างกันไป ด้วยวัย และดิษย์หันไปใช้เวลาที่บ้านของจิณณ์มากขึ้น ยิ่งช่วงที่มีการเว้นวรรคทางการเมือง ดิษย์ยิ่งไม่ค่อยได้กลับมาที่บ้านบ่อยนัก

เด็กคนนี้ถูกใจดิษย์อยู่มาก เขามีชีวิตวัยเด็กคล้ายกับดิษย์ด้วยมีผู้หญิงที่เก่งยิ่งกว่าใครเลี้ยงมา เด็กชายจึงได้รับการคาดหวังต่างๆนาๆ ทำนายอนาคตของเด็กคนนี้ได้ไม่ยาก ว่าจะถูกปรุงแต่งให้เป็นอย่างไร
ดิษย์จึงเข้าใกล้เด็กชายตัวกระหร่องนั้นมากขึ้น แอบเปลี่ยนส่วนผสมนิดหน่อย สั่งสอนอะไรบางอย่าง จนได้ผลลัพท์เป็นที่น่าพอใจ
เด็กผู้ชายที่คล้ายบอบบางซ่อนอะไรไว้มากมาย
อย่างแรกที่เจ้าเด็กคนนั้นพิสูจน์ฝีมือให้เห็นคือ ร้านอาหาร ที่หน้ามึนและดื้อดึงทำให้มันเกิดขึ้นจนได้
ดูเหมือนเจ้าหลานชายพยายามขยับออกจากเงาปีกของคุณหยกทีละนิด
ดังนั้นเรื่องที่จะให้เจ้าเด็กคนนั้นมาดูค่ายมวย คงไม่ได้รับปากกันง่ายๆ

"ถ้าเขาจะรับไปทำ ผมก็ยินดี ติดตรงบุคลิกท่าทางของเขาเหมาะจะเป็นอย่างอื่นมากกว่าเจ้าของค่าย"

"นี่คือสิ่งแรกที่หยกจะขอคุณค่ะ"

ดิษย์หมุนปากกาในมือไปมา ยิ้มรับกับพรประการแรกที่หยกจะขอ

นี่เขากลายเป็นยักษ์จากตะเกียงไปตั้งแต่เมื่อไหร่

.........

ดิษย์เล่าเรื่องถึงตรงนี้ แล้วหยุดมองรักแท้
คนเป็นลูก คิ้วขมวดแน่น กรามขึ้นสันนูน ดวงตาระริกด้วยความรู้สึกสังหรณ์บางอย่างรุนแรง เรื่องที่ดิษย์จะพูดต่อไปนี้ มันต้องไม่ดีเอามากๆ

"ได้ข่าวว่าช่วงนี้ มีความรัก" ไม่ต้องแปลกใจหรอกที่ดิษย์จะส่งคนตามดูลูกชายของเขาเป็นครั้งคราว

"ไม่ใช่" รักแท้สวนแทบทันที

ดิษย์เลิกคิ้ว รอฟัง

"เราอยู่ด้วยกัน ก็แค่นั้น" รักแท้หงุดหงิดกับท่าทางล้อเลียนของดิษย์

"หนึ่งในนั้นไม่ธรรมดา ความจริงเท่าที่คนรายงานมา พ่อก็เห็นว่าคงจะไม่ธรรมดาทั้งคู่นั่นล่ะ" ที่ดิษย์ไม่ได้พูดออกไป คือตอนแรกที่ได้รับรายงาน เขาหัวเสียเอามากๆ และเกือบไม่ยอมรับว่าลูกชายของเขาจะมีความสัมพันธ์กับผู้ชายสองคนในเวลาเดียวกัน แต่จิณณ์กลับหัวเราะ ชี้หน้าเขาแล้วพูดแค่ว่า

"ลูกไม้นั้นหล่นใต้ต้น"

ได้ยินแบบนั้นเขาก็หัวเราะออกมา แต่หลังจากรู้ประวัติของคนที่รักแท้คบอยู่ ก็หยุดหัวเราะในทันที

"พ่อจะบอกอะไร" รักแท้เริ่มเก็บอาการไว้ไม่อยู่

แต่ดิษย์ยังใจเย็น "เรื่องที่พ่อจะขอ"

"ผมไม่ให้"

"ใจเย็นลูกชาย"

"พ่อจะทำให้ป๊ากับมั่นมีปัญหา พวกเขาจะเสียใจ และไม่ปลอดภัย"

ดิษย์ยิ้มอีกแล้ว รักแท้ทำให้เขาภูมิใจสองครั้งแล้วในหนึ่งวัน รักแท้ผู้แข็งกร้าวแท้จริงละเอียดอ่อน ปกป้องคนของเขาอย่างเต็มที่

ยังจะพยายามปฏิเสธอยู่อีกไหม ว่านี่ไม่ใช่ความรัก เจ้าลูกชายหัวแข็ง
มั่นใจได้เลยว่า คนตรงหน้าต้องปฏิเสธหัวชนฝา
ทั้งที่กำลังเผชิญกับความรักจากทุกทิศทางขนาดนี้


รักของครอบครัว
รักของคนรักถึงสองคน

"คิดไว้แล้ว คงไม่ผ่านด่านของรักแท้ง่ายๆ ก็เลยมีเงื่อนไขมาเสนอ"

รักแท้กำมือแน่น เสียงในหัวของเขากระซิบเตือนให้ระวัง

นี่ไม่ใช่เรื่องดี แต่ยังไงก็ขอให้สิ่งที่เขาสงสัยนั้นไม่ใช่เรื่องจริง

ต้องไม่ใช่คนนั้น

ต้องไม่ใช่


ขณะที่รักแท้กำลังคิดแบบนั้นอยู่

ดิษย์ก็หยิบมือถือขึ้นมา "อยากให้เห็นหลานชายของคุณหยก"

ต้องไม่ใช่

"พ่อเห็นเขาแต่เล็ก แต่ไม่เคยพามาเจอ เพราะคิดว่าไม่จำเป็นต้องรู้จักกัน แต่ว่า..."

มือของดิษย์เลื่อนไปที่ภาพของคนๆหนึ่ง

ผู้ชายผิวขาว แบบที่ไม่เคยโดนแดด ผมยาวถูกมัดไว้ลวกๆ ยิ้มสู้กล้องสดใส

"คิดเช่น"

--โปรดติดตามตอนต่อไป--

ตอนหน้าจะมาบอกเงื่อนไขค่ะ

หวังว่าจะไม่งง กับการตัดฉากแบบนี้ ตรงส่วนที่เป็นบทสนทนาของพ่อลูก แล้วตัดสลับกับโมโนล็อกในความทรงจำของคุณดิษย์น่ะค่ะ

หาก งง รบกวนบอก แต่ก็คงไม่แก้อยู่ดี เอ๋า :z6:
ขอบคุณที่อ่านค่ะ คิดอย่างไรรบกวนด้วยค่ะ
#เป็นเช่นรัก
@t o n s w i n d
ขอบคุณคุณ A_Narciso ที่ไปแนะนำเรื่องนี้ไว้ในกระทู้แนะนำนิยายนะคะ :hao5:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30-01-2017 14:19:24 โดย treenature »

ออฟไลน์ kokoro

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +136/-2
ดูท่าท่านรักแท้คงจะได้สืบทอดกิจการแทนแน่ๆ
เพราะถึงหลานคุณหยกจะได้ไป แต่คงไม่อยากรับ
เพราะงั้นผู้ปกป้องอย่างรักแท้ต้องออกโรงค่ะ 555

รักป๊าจิณณ์จังเลย อะไรทำให้ผู้ชายคนนี้สามารถเลี้ยงเด็กๆเติบโตได้ดีขนาดนี้เนี่ย
ลูกคนแรกกลายเป็นผู้ช่วยป๊าเลี้ยงน้องได้อย่างดี
แถมยังกางปีกขู่พ่อตัวเองฟ่อๆ ตลก 555

คุณดิษย์ถือว่าเลือกคนรักได้ดีนะคะ   แล้วก็ใจแข็ง เหี้ยมขนาดรั้งไว้ทุกทางแถมยังเอาหนามตำใจ(ในช่วงแรก)มาฝากไว้อีกแน่ะ
แต่ถือว่าวัดดวงเจ๋งเลยแหละ สุดท้ายก็ได้โซ่คล้องใจไว้
ยิ่งเจ้าตัวเล็กขี้อ้อนแบบนี้ซะด้วย ชีวิตป๊าจิณณ์ก็ได้มีสิ่งเล็กๆหล่อเลี้ยงหัวใจตัวเอง
โอ่ยยยย อยากดึงป๊าจิณณ์มากอดๆๆ รักตัวละครนี้จัง

เม้นยาวหน่อยนะคะ รวบยอดหลายตอน 555




ออฟไลน์ Tennyo_Y

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 797
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-2
โอ๊ย ไม่นะ ไม่นะ ใจจะวาย ทั้งคิทเช่น ทั้งเป็นหลัก หัวใจจะวายอ่านไปก็แบบ เห้ย ไม่ ไม่สิ นักมวย ค่ายมวย ตัวบาง ฮือออ แล้วมันจะเป็นยังไงกัน อย่าหายไปนานได้ไหมคะ

เรารัก รักแท้มากเลยอะ ผชอะไร โคตรดีอะ

ออฟไลน์ Fujoshi

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 851
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-2
โอ๊ยยยยยยย คิดเช่นของช้านนนนนนน
มาต่อเร็วๆนะคะ ค้างมากอ่ะ

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3051
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1
ชักจะยุ่ง นุงนัง รักแท้จะแก้ปัญหายังไงเอาใจช่วย..ยยย
อยากอ่านพาร์ทของรักมั่นบ้าง spin off เถอะ ขอร้อง..งงงงงงงง   :call:

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4422
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-7
ตบเข่าแรงมาก !! ว่าแล้วต้องคิดเช่น แต่เราเชื่อว่ารักแท้จะผ่านตรงนี้ไปได้แน่ๆ ทั้งสามคนเลย  :mew1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5952
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +123/-6
ยังปักหลักสงสารเป็นหลักอยู่

ออฟไลน์ joyey6217

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
หลังจากที่ไม่ได้อ่านมานาน พอได้ล่วงรู้ว่าคิดเช่นเป็นใครนี่มีอึ้ง เฮ้ย จริงดิ คิดเช่น เนี่ยนะ
แล้วเช่นไม่ได้รู้เรื่องอะไรใช่ไหม ที่เข้าหารักแท้ ตอนแรกเพราะถูกใจกันเลยไปต่อ แค่นั้นใช่ไหม ไม่ได้มีจุดประสงค์แอบแฝงหรือเป็นแผนการ(ที่วางโดยคุณหยก) แน่นะ
พอโลกมันกลมแบบประจวบเหมาะเกินไป มันเลยหวาดระเเวงไปหมด
ยังไงก็ชอบตัวละครที่ชื่อ คิดเช่นมาก แต่คิดเช่นนางก็คงมีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่ใช่ว่าใครจะมาชักจูงได้ง่ายๆ อยากเก็บรักษานาง ให้นางมีรอยยิ้มที่สดใสไปนานๆ มีความสุขกับรักแท้ เป็นหลักไปเรื่อยๆ (ถึงจะดูเหมือนว่าโตในสุดในสามคน แต่กลับเป็นที่อ่อนไหวที่สุด) ไม่อยากให้เป็นหมากตัวหนึ่งให้ผู้ใหญ่  มาใช้ช่วงชิงอำนาจกัน

ฝ่ายรักแท้ เราว่าพ่อก็วางให้เป็นผู้สืบทอด เพราะพ่อลูกคู่นี้เหมือนกันเหลือเกิน จะโดยที่รักแท้รู้ตัวหรือไม่ก็เถอะ แต่ลึกๆแล้ว นายเหมือนพ่อนายมาก ถึงปากจะบอกว่า ไม่ชอบที่พ่อปฏิบัติต่อจิณณ์และรักมั่น แต่บางทีวิธีการที่นายใช้กับเป็นหลักและคิดเช่น ที่ให้ทั้งสองอยู่กับนาย มันก็คล้ายที่พ่อทำให้จิญญ์จากไปไหนไม่ได้เหมือนกัน (ไม่ได้หล่อหลอกมอมเมาด้วยคำว่ารัก แต่ล่อหลอกด้วยเซ็๋๋กซ์)

ปูมหลังของรักแท้ พอได้อ่านเรื่องราวเบื้องหลังที่หล่อหลอมเป็นรักแท้ พอจะเข้าใจว่า ทำไมถึงต้องคอยทำตัวไร้รักไร้หัวใจ เค้าเจอมากะตัว เห็นมาตลอดว่า คนที่เค้ารักที่สุด ตกเป็นเหยื่อของความรัก ถูกความรักกักขังไว้ยังไง
รักแท้เป็นคนที่แข็งนอกอ่อนในนะ จะทำตัวเหมือนไม่สนใจแต่ก็ไม่เคยละทิ้งจริงๆได้สักที ถ้าเรียกหาก็จะมาหาป๋ากับรักมั่นทันที
อยากจะปกป้องให้ห่างจากความทุกข์ทั้งปวง อยากพาหนีไปให้ไกลแต่ก็รู้อีกนั่นแหละว่าทั้งป๋าและน้องมีความสุขมากแค่ไหนเวลาที่พ่อมาหา เลยได้แต่ขัดใจอยู่คนเดียว ได้แต่กลืนเก็บเอาไว้เพื่อให้สองคนนั้นมีความสุขต่อไป รออ่านต่อดีกว่าว่าพ่อจะขอให้รักแท้ทำอะไร

ออฟไลน์ twinmonkey0311

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5964
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +109/-9

ออฟไลน์ treenature

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 457
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +130/-0
เหตุการณ์ในเรื่องต่อจากนี้จนจบ เป็นสิ่งสมมติทั้งสิ้น

เป็นเช่นรัก 17.2

ให้พ่อเอาค้อนมาทุบหัวเขาสักเปรี้ยง ยังดีกว่าทำกันแบบนี้

รักแท้จ้องคนในรูปถ่าย
อยู่ๆก็ไม่ชอบรอยยิ้มนี้ขึ้นมา เขาอาจไม่รู้จักเจ้าของรอยยิ้มนี้เลย

เช่น หลอกกันหรือเปล่า

แค่สงสัยก็เกิดโทสะที่เคล้ากับความเจ็บปวด
เขาโกรธทุกอย่าง
ทั้งคิดเช่น พ่อ และเส้นทางชีวิตบ้าๆ
มากที่สุดคือ โกรธที่ตัวเองเสียใจ
เหมือนโดนคิดเช่นล้วงเข้าในอกแล้วบิดเค้นหัวใจด้วยความหรรษา
เจ็บทำไม เสียใจทำไม
รักแท้ไม่ควรเสียใจแบบนี้
มันหมายความว่า เขาอาจจะ รัก เข้าแล้ว
ไม่ได้
ไม่ใช่

ดิษย์มองลูกชายคนโตที่เก็บอาการไว้ไม่ได้
เขาไม่คาดมาก่อนว่าจะได้เห็นรักแท้ในแบบนี้
มีความโกรธ ผิดหวัง เสียใจ และสับสน อยู่ในสีหน้านั้น

ชักน่าเป็นห่วง

ดิษย์ดันหลังรักแท้ให้เข้าบ้าน
รักแท้ก้าวเดิน
สมองว่างเปล่า แต่หัวใจปั่นป่วน

รักมั่นที่กำลังคุยเล่นกับจิณณ์ หยุดทันทีที่เห็นท่าทางของรักแท้

ที่โซฟา

"มั่นขึ้นข้างบนก่อนนะฮะ" รักมั่นรีบไล่ตัวเองก่อนที่จะถูกไล่

"อยู่เถอะ" ดิษย์คิดว่ารักมั่นโตพอและควรจะรู้เรื่องนี้

"ถ้างั้น..."

รักมั่นขยับเข้าใกล้รักแท้ ท่าทีกล้าๆกลัวๆ แต่ก็เอื้อมไปกอดรักแท้เอาไว้
สองมือโอบรอบตัวพี่ชายแล้วเงยหน้ามอง
รักแท้หลุดจากภวังค์ความคิด ก้มมองตอบ
พี่น้องไม่ได้พูดอะไรกัน รักมั่นแค่มองจริงๆ
สุดท้ายรักแท้ก็พยักหน้า
และคิดได้ว่า การที่รักมั่นชอบนัวเนีย แนบชิด มันมีข้อดีอยู่
หากหนาวจะคลาย หากร้อนจะเย็น

รักมั่นยิ้ม เขาเป็นเด็กสิบสี่ที่มีประโยชน์

"มีอะไรกัน พ่อ ลูก" ป๊าจิณณ์ถาม

"ทำไมป๊าถึงเชื่อใจพ่อล่ะครับ" รักแท้ในเวลานี้ต้องการความช่วยเหลือจากจิณณ์

"ต้องเริ่มจากความเชื่อที่หนึ่งก่อน" จิณณ์ตอบ

รักแท้หันมาและตั้งใจฟัง

"ต้องเชื่อว่าเขารักเรา"

รักแท้ขมวดคิ้ว

"หรือไม่ก็ต้องเชื่อว่า เขาไม่คิดทำร้ายเรา" จิณณ์รีบต่อให้จบประโยค

"ป๊าเชื่อพ่อมาตลอดเลยหรือครับ"

"เชื่อมาตลอด แต่ไม่ได้เชื่อไปทุกเรื่องหรอกนะ บางทีก็อดจะระแวงไม่ได้เหมือนกัน"

"แล้วป๊าทำยังไงครับ"

"ก็ถาม"

"เท่านั้นหรือครับ"

"ใช่ เท่านั้น อะไรที่ คาใจก็ต้องให้เคลียร์กันไป มันต้องถ่วงน้ำหนักดีๆน่ะ ระหว่าง ความเชื่อใจกับความไม่ไว้ใจ"

ก่อนจะจัดการเรื่องต่อๆไป รักแท้คงต้องเคลียร์เรื่องคาใจเสียก่อน
.
.
.
ดึกแล้วที่คอนโดของคิดเช่น
บนเตียงมีคนสองคน
คิดเช่นกอดเป็นหลักเอาไว้

เป็นภาพที่น่ารัก รักแท้ยืนมองมาสักพักแล้ว อยากจดจำมันไว้ เผื่อว่า...

รักแท้เพียงแตะมือเบาๆที่แก้มของคิดเช่น คิดเช่นก็ตื่น

พูดเสียงกระซิบ "รอตั้งนาน"

รักแท้ยิ้ม อย่างน้อยก่อนจะรู้ความจริงแบบไหนก็ตาม สิ่งที่รักแท้รู้ตอนนี้คือ คิดเช่นเป็นห่วง และคิดเช่นน่ารัก คนไม่จริงใจคนไหน จะอดทนรอกันจนดึกดื่นแบบนี้

คิดเช่นเดินตามเขาออกมานอกห้องนอน
รักแท้เปิดไฟให้สว่าง เพราะเขาอยากเห็นความจริงให้ชัดๆ

'เห็น' ไม่ใช่ 'ได้ยิน'

คิดเช่นจะพูดอะไรก็ตาม ขอให้รักแท้ได้เห็น

"มีอะไรก็พูดเถอะ" คิดเช่นไม่มีท่าทางขี้เล่นให้เห็น

นี่ท่าทางของรักแท้ดูออกง่ายมาก หรือเป็นเพราะคิดเช่นรู้จักเขาดีเกินไป

"คุณหยก" รักแท้พูดแค่นั้น

คิดเช่นขมวดคิ้ว "ทำไม"

"เขาเป็นใคร"

"เป็นน้าของผม"

"แล้วเช่นรู้ไหมว่าผมป็นใคร"

ดวงตาคิดเช่นเริ่มไหวริก ความหวั่นไหวบางอย่างฉายชัด "มีอะไรที่ผมควรรู้งั้นหรือ รักแท้"

"ทำไมถึงกลัว"

"คุณจะไม่ถามคำถามนี้ ถ้าคำตอบของคุณมันจะไม่ทำให้ผมตกใจ"

"คุณดิษย์" รักแท้พูดชื่อพ่อของตน

คิดเช่นเม้มปากแน่น ถามเสียงเบาหวิว "เขาเป็นอะไรกับคุณ"

"เป็นพ่อ"

คิดเช่นนิ่งไปเลย
นิ่งจนรักแท้เริ่มกังวล และต้องขยับเข้าใกล้ เมื่อเห็นน้ำตาหยดโต

"นี่มัน...คุณคิดว่า ผมหลอกคุณ หรือ คุณเองเป็นฝ่ายมาหลอกผม อย่าล้อเล่นกับเรื่องนี้นะรัก" คิดเช่นคนคูล ไหวหวั่นจนไม่เหลือมาด

"คุณหลอกอะไรผมอยู่หรือเปล่าล่ะ เช่น" รักแท้จ้องคิดเช่น

คนที่กำลังเหมือนจะถูกสอบสวน เงยสบ นัยน์ตานั้นมีความกลัว

กลัวว่าจะถูกเกลียด

อ่อนไหวจนเกินไป

จนรักแท้คิดว่า เขาไม่จำเป็นต้องรอฟังคำตอบอีกแล้ว

รักแท้คว้าร่างของคนที่เริ่มสะอื้นจนไหล่สั่นเข้าสู่อ้อมกอด

"ไอ้บ้า คิดว่าผมหลอกคุณใช่ไหม ไอ้คนใจร้าย คิดแบบนั้นกับผมเหรอ ใครจะไปทำอะไรแบบนั้นกัน ฮือ รักจะเกลียดเช่นเหรอ รักจะเกลียดคิดเช่นได้ลงคอเหรอ" คนอายุยี่สิบกว่าๆ ยังร้องไห้เป็นเด็กๆได้เหมือนกัน เมื่อสติแตก กับความกลัวเรื่องเดียว กลัวว่ารักแท้จะเกลียด

รักแท้ไม่ตอบอะไรคิดเช่น เขาเก็บคำตอบนั้นไว้ในใจ

เกลียดไม่ลงหรอกคิดเช่น นับตั้งแต่เวลานี้เลย เขาเกลียดคิดเช่นไม่ได้อีกแล้ว


รักแท้เชื่อสิ่งที่เขาเห็น ปฏิกิริยาของคิดเช่นตอนที่เขาถาม

คำพูดปลอมได้ แต่แววตาโกหกได้ยาก

เขาเชื่อคิดเช่น เริ่มต้นด้วย ความเชื่อที่หนึ่ง

และการถามความจริงครั้งนี้ นอกจากเพื่อพิสูจน์คิดเช่นแล้ว รักแท้ยังต้องการให้แน่ใจในบางเรื่องอีกด้วย

ความรู้สึกที่หนีไม่พ้น
.
.
.

ตอนสายๆของวันต่อมา
รักแท้ก็กลับมาที่บ้านของตนเองอีกครั้ง
รถบ้านยังจอดที่เดิม
แต่มีคนเฝ้าบ้านคนใหม่ อายุไม่เกินยี่สิบห้า ผิวคร้ามแดด

"สวัสดีครับคุณรักแท้" ชายหนุ่มที่มาเปิดรั้วเอ่ยทัก

รักแท้จึงเปิดหมวกกันน็อคขึ้น แล้วก้มหัวทักกลับ
มีรถยนต์ขับตามมาจอดต่อจากมอเตอร์ไซค์ของรักแท้
คนเฝ้าคนใหม่ เดินไปตรงฝั่งคนขับ

"เขามากับผม ให้เขาเข้ามา" รักแท้แจ้ง

คนเฝ้ามองรักแท้ ทำท่ารับทราบ แต่ก็ยกมือเคาะกระจกคนขับ
รักแท้ยิ้มมุมปาก

ไม่เลว

"ลดกระจกหน่อยครับ" คนงานคนใหม่ ยืนยันจะขอตรวจค้น

กระจกฟิล์มหนาจึงลดลงครึ่งหนึ่ง

"หวัดดีพี่ฟ้า เลิกชกมวยตั้งแต่เมื่อไหร่"

"อ้าวคุณคิด" คนเฝ้าใหม่ ที่เพิ่งรู้เพิ่มว่า ชื่อฟ้า เคยชกมวยมาก่อน ดูแปลกใจที่เห็นคิดเช่นที่นี่ "นายเรียกมาน่ะครับ" พี่คนงานตอบ

รถยนต์ของคิดเช่นเข้าจอดสนิท
คนผมยาววันนี้รวบผมเรียบร้อย เสื้อเชิ้ตขาว กางเกงยีนส์สีสุภาพ ไม่ขาดรุ่งริ่งแบบที่เคยใส่ประจำ ซ่อนดวงตาบวมช้ำไว้ใต้แว่นกันแดดเคลือบปรอท
เป็นหลักก็มาด้วย แต่งตัวเรียบร้อยกว่าที่เคยด้วยเช่นกัน
เป็นหลักรับรู้ความเป็นพิธีรีตอง และความเคร่งเครียดบางอย่างได้จากรักแท้และคิดเช่น และคิดว่า คงยังไม่ถึงเวลาที่เขาจะรู้ จึงนั่งเงียบๆมาตลอดทาง

รักแท้เดินเข้ามารับคิดเช่นและเป็นหลัก

"รู้จักด้วย"

"อือ นักชกค่าตัวเรือนหมื่นของค่าย พัฒนาฝีมืออีกสักนิดก็ขึ้นไปรับค่าตัวเรือนแสนได้ไม่ยาก"

"ทำไมรู้จัก"

คิดเช่นเหมือนจะค้อนรักแท้เข้าทีหนึ่ง "ทำเป็นลืมว่า ผมโตมาในค่าย"

"ชื่อไม่เห็นหน้ากลัว"

"เขาชื่อ ฟ้าประทาน เพราะแม่คลอดเขากลางท้องนา เงยหน้ามองฟ้า แล้วขอพรให้ลูกปลอดภัย"

"ทำไมรู้ดี" รักแท้ชักไม่ชอบใจ

คิดเช่นไม่ตอบ แลบลิ้น แล้วทำเสียง "บู่ว" ใส่รักแท้

เป็นหลักได้แต่มอง จริงๆเห็นแบบนี้แล้วเขาควรจะหัวเราะ แต่ทำไมวันนี้ถึงขำไม่ออก
.
.
.
ในบ้านมีดิษย์ จิณณ์ และรักมั่นรออยู่

คิดเช่นที่เห็นดิษย์ก็ยิ้มร่า กางแขนกว้างแล้วเดินเข้าไปกอด

"คิดถึงคุณดิษย์ คุณดิษย์ทิ้งผมแล้ว"

ดิษย์กอดตอบ แล้วเขกหัวคิดเช่นไปหนึ่งที

"คุณคิดพูดเหมือน คุณคิดเองก็กลับไปที่ค่ายตลอด"

"แหะ ความจริงคือ ตั้งแต่เผ่นออกมา คุณคิดกลับไปครั้งเดียว"

"นั่นไง"

เมื่อทั้งสองทักทายกันจนพอใจแล้ว จึงหันมาทักทายคนอื่น

"คุณจิณณ์ สวัสดีครับ" คิดเช่นยกมือไหว้ เป็นท่าไหว้ที่สวยงาม แม้แต่รักแท้เองยังแปลกใจ

"ผมชื่อคิดเช่น ส่วนเจ้านี่ ชื่อเป็นหลักครับ ฝากตัวด้วยนะครับ" คิดเช่นคนทะเล้นเหมือนพยายามร่าเริงกว่าขีดปกติของตัวเอง

เป็นหลักเองก็ไหว้ทุกคนอย่างนอบน้อม

"ผมชื่อรักมั่น" รักมั่นยิ้มจนตาหยี

"What's up" คิดเช่นทักทาย ราวกับสนิทกันแล้ว

เป็นหลักเพียงยกมือทักกลับเท่านั้น

คิดเช่น ดูเป็นมิตรมากกว่าแม้ว่าตาจะบวมตุ่ย แต่เป็นหลักกลับเงียบผิดสังเกต

รักมั่นคนชอบสกินชิพ ขยับเข้าใกล้เป็นหลัก เอาไหล่ถูไหล่

"พี่ชื่อเท่มาก มั่นชอบ" รักมั่นชวนคุย

เป็นหลักยิ้มบางๆ "ชื่อรักมั่น ก็เท่"

เจ้าของชื่อย่นจมูก "โดนล้อบ่อยมาก"

"แล้วทำยังไง"

"ก็ยิ้มสู้แล้วบอกพ่อตั้งให้เพราะพ่อรักมาก แถมมีพี่ชายชื่อรักแท้"

"ทำไม ไปบอกชื่อพี่ล่ะ" เป็นหลักสงสัย

"ก็เขาจะได้หันไปสนใจชื่อพี่ รักแท้ แทนไง ชื่อโรแมนติกกว่ามั่นอีก ผู้ชายที่มีรักแท้ ฮ่าๆ"

รักมั่นทำหน้าทะเล้น
เป็นหลักหัวเราะ ชื่อโรแมนติกเกินไปจริงๆ

รักแท้เหล่มอง แต่เห็นกับที่รักมั่นทำให้เป็นหลักผ่อนคลายลงได้ คราวนี้จะยกโทษให้รักมั่นสักครั้ง

ดิษย์ก็กำลังพิจารณาเป็นหลักอยู่เงียบๆ
เป็นหลักเป็นเด็กมัธยมที่ตัวเล็กกว่ามาตรฐานนิดหน่อย ผิวขาว แก้มแดง ท่าทางคล้ายคนที่เก็บอะไรหลายอย่างมาคิดจนปิดตัวเอง
อมทุกข์ แต่ก็ดูไม่หนักหนามากนัก
เด็กคนนี้จะรับมือกับอุปสรรคครั้งนี้ได้หรือเปล่า

"ที่มาวันนี้เพราะได้คำตอบแล้วใช่ไหม" ดิษย์เริ่มเข้าเรื่อง

บรรยากาศเปลี่ยนทันที

คิดเช่นดูจริงจังขึ้นมา พูดให้ถูกคือดูเครียดขึ้นมา

"ครับ ผมไม่ได้ถูกคุณหยกส่งมา ทุกอย่างไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง มันเป็นเรื่องบังเอิญ" คิดเช่นพูดฉะฉาน แสดงความบริสุทธิ์ใจ

"ในโลกนี้อาจไม่มีเรื่องบังเอิญ คนหลายคนถูดจัดมาให้เจอกัน" จิณณ์ยิ้มและกวาดตามอง เป็นหลัก รักแท้ และ คิดเช่น

"แล้วจะถูกจับให้แยกกันด้วยหรือเปล่าครับ" น้ำเสียงของคิดเช่นพยายามจะติดตลก แต่มันกลับฝืดเฝือ

"ยอมเหรอคุณคิด" ดิษย์ถาม

คิดเช่นสบตารักแท้ และเป็นหลัก "นี่คงเป็นอีกเรื่องที่ ผมต้องดื้อกับคุณหยก"

จิณณ์เองยังไม่รู้เรื่องโดยละเอียด หันมองดิษย์เพื่อให้เริ่มเล่าเสียที

ดิษย์วางมือบนหน้าขาของจิณณ์ แล้วเริ่มเล่าถึงเรื่องที่คุณหยกขอ

"แล้วเงื่อนไขของคุณหยกคืออะไร" จิณณ์ถามต่อ น้ำเสียงระแวดระวัง

"คุณหยกก็ให้คนสืบเหมือนกัน และรู้เรื่องระหว่าง รักแท้ คิดเช่น และเป็นหลัก เขาไม่ชอบใจหรอก ยิ่งเป็นความรักระหว่างผู้ชายด้วยกัน แบบที่เขาเคยแพ้ให้ด้วย แต่คุณหยกก็คือคุณหยก ผันทุกอย่างเป็นผลประโยชน์ได้ เขาจึงอยากได้รักแท้"

"ผมไม่ให้"

จิณณ์สวนทันที ค่ายมวยไม่ใช่งานที่ปลอดภัยนัก ลำพังแค่บริหารนักมวย เป็นโปรโมเตอร์มวยก็หนักแล้ว แต่มวยยังมีด้านมืดหลายแบบโอบอุ้มเกื้อหนุนกันอยู่ มันเป็นที่ชุมนุมของคนใจถึงจำนวนมากทั้งนักมวย นักเลง นักพนัน และนักการเมือง ดิษย์โตมาในสิ่งแวดล้อมนั้น แต่รักแท้ไม่ใช่ และจิณณ์จะไม่ให้ลูกชายของเขาไปเสี่ยง

"บางทีคุณก็เหมือน แมวแม่ลูกอ่อน" ดิษย์ยังมีอารมณ์เอ่ยเย้า

"คุณไม่กล้าเปรียบผมเป็นหมาล่ะสิ" จิณณ์ทำเสียงขึ้นจมูก

ดิษย์หัวเราะเบาๆ ก่อนเข้าเรื่อง

"คุณหยกยินดีรับรักแท้ ในฐานะคนรักของคิดเช่น เสนอให้มาอยู่ด้วยกัน แล้วช่วยกันบริหารค่ายมวย"

"มันจะไม่ใช่แค่ค่ายมวยน่ะสิ" จิณณ์กังวล อาจรวมถึง วินรถต่างๆ ธุรกิจเสี่ยงโชคบางจำพวก หรือลูกน้องที่เลี้ยงไว้ ข่าวเจ้าของค่ายมวยถูกยิงถล่มยังมีให้เห็นอยู่บ่อยๆ 

"ไม่ต่างจากตัวประกัน" จิณณ์ไม่ชอบใจ

"ใช่ ถ้ารักแท้อยู่ตรงนั้น คุณหยกรู้ว่า ผมคงไม่ได้วางมือจริงๆ รักแท้จะเป็นตัวแทนของผม"

"เงื่อนไขมีมากกว่านั้นใช่ไหมครับ" รักแท้นั่งฟังอย่างสงบ ถึงแม้จะนึกไม่ชอบใจ ที่ได้ยินคำว่ารัก ที่ดิษย์พูด แต่ก็ยังไม่อยากขัด เพราะมองเห็นว่า นี่ยังไม่ใช่สิ่งที่คุณหยกต้องการทั้งหมด

ดิษย์ทอดมองเด็กที่ก้มหน้ามองมือตัวเอง

"เขามองว่าเป็นหลักคือมือที่สาม"

ทันทีที่ได้ยิน รักแท้และคิดเช่น คว้ามือของเป็นหลักไว้คนละข้าง
เป็นหลักเงยมอง สีหน้าเรียบเฉย แต่แววตาร้าวรานอยู่เล็กๆ

นี่เขาจะหนีจาก การเป็นคนที่ใครๆก็ไม่ต้องการ ไปไม่ได้เลยใช่ไหม

"ไม่ใช่" รักแท้กระตุกมือเป็นหลัก ให้มองหน้ากัน
คิดเช่นเองก็เปลี่ยนมาโอบไหล่ลักกี้ของเขาเอาไว้

"เลยให้พ่อมาพูดกับผม"

"ใช่ ถ้ารักแท้เลือกคิดเช่น ก็ต้องเป็นคิดเช่นคนเดียว"

ที่คุณหยกฝังใจและยึดมั่นในรักเดียวนักหนา ส่วนหนึ่งคงเพราะการกระทำของดิษย์

"ถ้าผมไม่รับเงื่อนไข"

"เขาจะไม่ยกคิดเช่นให้"

"ผมโตแล้ว" คิดเช่นไม่ยอมเด็ดขาด

"ถ้าคุณคิดไม่ยอม ต่อจากนี้ ชีวิตคงไม่สงบสุขเท่าไหร่ คุณหยกคงไม่ปล่อย หลานชายคนเดียวของเขาไปง่ายๆ คุณคิดเดาได้ใช่ไหม"  ดิษย์และคิดเช่นรู้จักเธอดีในส่วนนี้

รักแท้นิ่งไปนาน เพื่อทบทวนหลายอย่าง ต่อสู้กับความสับสนร้อนรนภายในตัวเอง

"แล้วเงื่อนไขของพ่อคืออะไร" รักแท้รู้ว่าพ่อเองก็เตรียมบางอย่างไว้แก้เกมคุณหยก

คราวนี้ดิษย์หัวเราะเสียงดัง
เขาชอบใจมาก แต่กลับพูดว่า "เบื่อลูกชายรู้ทัน"

"พ่อไม่ปล่อยให้ผมลำบากหรอก" รักแท้รู้จักดิษย์ดี แบบที่ดิษย์ไม่คิดมาก่อนว่า รักแท้จะเชื่อใจเขา

"ไม่คิดว่า พ่อจะเห็นด้วยกับการส่งรักแท้เข้าค่ายมวยหรือ"

"เกือบคิดแบบนั้นอยู่เหมือนกัน แต่ผมรู้ว่า พ่อจะไม่ทำร้ายผม"

ดิษย์หันไปมองจิณณ์ คำพูดร้อยพันก็แทนความดีใจนี้ไม่จบสิ้น
ดิษย์เพิ่งรู้ว่า ถึงแม้รักแท้จะต่อต้านเขาในแบบหนึ่ง แต่ก็เชื่อใจเขาในแง่ที่เขาเป็น "พ่อคน" อยู่ตลอด

ถ้าให้ตายตอนนี้ คิดว่าตายตาหลับแล้ว

ยังสิ

รักแท้ยังมีปัญหาอยู่ รักมั่นก็ยังไม่โต เขายังตายไม่ได้หรอก

เอาล่ะ


"พ่อไม่เห็นด้วยกับการจะให้รักแท้หรือคิดเช่นเข้ามาในวงการนี้ อันตรายเกินไปสำหรับเด็กใหม่ แต่การจะขัดขวางคุณหยกก็ทำได้ยาก ปัญหาสำคัญของรักแท้จึงอยู่ที่คุณหยก"

"ผมต้องทำยังไง"

"ทำให้คุณหยก ยอมรับความรักของ รักแท้ คิดเช่น และเป็นหลัก ให้ได้ ที่เหลือต่อจากนั้น เรื่องค่ายมวยพ่อจะช่วยเอง"

"งั้นผมตกลง" รักแท้รับคำ เขาไม่จำเป็นต้องคิดมาก มีทางเลือกแค่ปกป้องคนสองคนนี้ไว้ให้ดีที่สุด

คิดเช่นยิ้ม

แต่เป็นหลักเบือนหลบซ่อนสายตาของตนไว้

ส่วนเกิน ยังไงก็เป็นส่วนเกิน

--โปรดติดตามตอนต่อไป--

ตอนที่คุณsnowboxs คอมเม้นท์ว่า สงสารเป็นหลัก เราแอบเถียงทุกทีเลยค่ะ ว่า ไม่น่าสงสารนะ เป็นหลักดูโอเค แต่ตอนนี้ต้องยอมแพ้แล้วค่ะคุณsnowboxs เป็นหลักน่าสงสารจริงๆ

คุณดิษย์ยังบอกเงื่อนไขของตัวเองไม่หมดนะคะ มันจะไปอยู่ใน 18.1 แต่ก็เป็นเงื่อนไขธรรมดา ที่ทุกคนเดาออก และอันที่จริงดิษย์ก็เคยพูดถึงไปแล้วใน 17.1ค่ะ

ใครทันอ่าน 17.2 เวอร์ชันแรก มันหายไปกับวันวาเลนไทน์แล้วค่ะ  :katai1:
หวานแบบนั้น หาไม่เจอในเวอร์ชันใหม่ ขอเก็บฉากแบบเวอร์ชันแรกไว้ใช้ตอนท้ายเรื่องนะคะ

ตอนที่โพสนี้ เริ่มเขียน 18.1 แล้วค่ะ

ขอบคุณ คุณ Fujishi สำหรับการแนะนำเรื่องนี้นะคะ

ขอบคุณที่อ่านค่ะ

#เป็นเช่นรัก

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-02-2017 19:33:05 โดย treenature »

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5952
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +123/-6
Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก
«ตอบ #144 เมื่อ15-02-2017 09:03:26 »

รอนะคะ

ออฟไลน์ Fujoshi

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 851
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-2
Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก
«ตอบ #145 เมื่อ16-02-2017 02:38:35 »

รอจ้าาาาาา

ออฟไลน์ Ginny Jinny

  • ความเป็นจริงมันวุ่นวาย ก็ขอให้ใจมันสบายๆในความฝัน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2363
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-4
Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก
«ตอบ #146 เมื่อ17-02-2017 16:33:12 »

 :z10: :z10: :z10:

ออฟไลน์ Fujoshi

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 851
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-2
Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก
«ตอบ #147 เมื่อ17-02-2017 21:15:27 »

เข้ามาดูเกือบทุกวันเลยน้าาาาาา

ออฟไลน์ A_Narciso

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1093
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-2
Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก
«ตอบ #148 เมื่อ18-02-2017 13:37:29 »

เข้ามารอค่าาา

ออฟไลน์ poppycake

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2980
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-4
โอ๊ยยยยยย เป็นหลักจะคิดมากไหมเนี่ย ><

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด