พิมพ์หน้านี้ - (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 25.3 ~ตอนจบ~ (13 สิงหาคม 61)

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Boy's love => เรื่องสั้น => ข้อความที่เริ่มโดย: treenature ที่ 20-05-2016 11:52:06

หัวข้อ: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 25.3 ~ตอนจบ~ (13 สิงหาคม 61)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 20-05-2016 11:52:06
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง
เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเว็บบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่าง
ของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิต
ที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่า
เรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็ปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมล์ของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผู้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน
 ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ
เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ Webmaster , administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเว็ป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเว็บอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็ป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณา
เป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่
หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเว็บไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาตเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก
เมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ)
จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย

เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ขอฝากเรื่องสั้นที่เขียนค่ะ
 เรื่องสั้นของพัฒน์กับโอ๊ต   (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=45179.msg2935010#msg2935010)  จบแล้ว
ป๊าครับผมจะไม่ดื้อ ลบแล้ว
 นกขมิ้น   (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=50546.msg3248290#msg3248290) จบแล้ว
 รับจ้าง   (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=51944.msg3307037#msg3307037) จบแล้ว
 วิชารัก101   (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=52313.msg3324640#msg3324640) ยังไม่จบ
 แพ้   (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=53033.msg3354694#msg3354694) จบแล้ว
 เป็นเช่นรัก  (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=53915.msg3383044#msg3383044) ยังไม่จบ
 ❤|ตรรกะ|เวลา|ปูปา|ความรัก|❤  (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=57177.msg3549583#msg3549583) ยังไม่จบ
 April fools me  (http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=59627.msg3623185#msg3623185) จบแล้ว
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก (introduction)
เริ่มหัวข้อโดย: BlueCherries ที่ 20-05-2016 18:43:52
ปัก
หลัก
รอ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 1.1 (24 พค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 24-05-2016 02:18:07
เป็นเช่นรัก ตอนที่ 1.1

ซอกตึกตรงนี้เป็นที่ประจำ
เขาทรุดลงนั่งบนโต๊ะเรียนเก่าๆที่ใครสักคนเอามาทิ้งไว้
จุดไฟ
สูดลึก
แล้วปล่อยควันลอย
ตามองตามกลุ่มควันขาวที่ฟุ้งขึ้นไปในอากาศได้ไม่นานก็จางหายไป
สูดลึกอีกครั้งแล้วกักเก็บมันไว้ให้นาน
อ้าปาก
ควันขาววงใหญ่ลอยเอื่อยออกจากปากเขา
เขายิ้ม
สนุกดี   ควันกลุ่มนั้นเหมือนก้อนอึ
ลองดูใหม่
คราวนี้เหมือนรูปหัวใจ

หึ  ก็แค่เหมือน สุดท้ายก็เป็นแค่ควัน

เขาโบกมือไล่ควันกลุ่มล่าสุด มันกระจายตัว
เขาปล่อยให้บุหรี่ที่สูบจนพอใจแล้วหล่นลงจากมือ ยกเท้าช้าๆ ขยี้มันให้ดับ

“ตัวดิ”   เพื่อนคนหนึ่งเดินตามเข้ามาในซอกตึก

เขาล้วงมือหยิบซองบุหรี่ในกระเป๋าเสื้อนักศึกษา ที่ครั้งหนึ่งมันเคยขาวกว่านี้
เคาะมันใส่ฝ่ามือของเพื่อน บุหรี่ตัวสุดท้ายหล่นออกมา แล้วโยนไฟแช็คให้

“วันนี้ไปป่าววะ”

“ไปไหน”

“บ้านไอ้ต๊อก วันนี้จัดหนัก”

เขาขมวดคิ้ว เพื่อนจึงต้องขยายความ

“หญิง 6 สนป่าว”  เพื่อนยื่นหน้าเข้ามาใกล้ แทบจะปล่อยควันเข้าหน้าของเขา

เขายกชายเสื้อที่อยู่นอกกางเกงขึ้นขยี้จมูก

“ดูก่อน”

“ไปเหอะ อย่าเล่นตัว เพราะไอ้ต๊อกมันบอกว่ามึงจะไป เลยหามาได้ตั้ง 6 “ 

เขาเดาเหตุการณ์ได้ไม่ยาก ไอ้พวกนี้เอาชื่อเขาไปอ้าง เพื่อจัดปาร์ตี้เฉพาะกิจ แล้วค่อยส่งคนมากล่อมเขาอีกที

“ดูก่อน อาจไม่ว่าง”  ยังยืนยันคำเดิม

“โห่...ไรว้า...ไปหน่อยดิ เดี๋ยวคราวหน้าเค้าจะไม่มากัน”

“เออ แล้วเดี๋ยวตามไป”  ในที่สุดก็ต้องพยักหน้าและตอบรับเพื่อตัดรำคาญ

เขาเดินออกจากตรงนั้น หยีตาเล็กน้อยเมื่อพ้นจากซอกตึกออกมาแล้วเจอกับแสงแดดจ้า สาวเท้าให้ยาวขึ้นแต่ยังไม่ไกลพอจนสามารถจะทำเป็นแกล้งไม่ได้ยินข้อความที่เพื่อนตะโกนไล่หลัง

“สามทุ่มเจอกันเว้ย ไอ้รักแท้”
.
.
.
ฝนตก แต่เขาก็ขี้เกียจรอจนกว่ามันจะหยุด
การนั่งอยู่บนอานมอเตอร์ไซค์แล้วนั่งมองน้ำที่พรูลงจากฟ้า สำหรับเขาแล้วไม่โรแมนติกเลยสักนิด เสียงเปาะแปะของฝนนั้นหนวกหู  การรอคอยแบบนี้มันน่าหงุดหงิด 
จริงๆไม่ใช่การรอหรอก ที่น่าหงุดหงิด แต่การกลัวว่าจะเปียกต่างหาก ที่น่าหงุดหงิด
จะกลัวอะไรนักหนา ก็แค่ฝน
คิดพลางสตาร์ทมอเตอร์ไซค์ แล้วเร่งเครื่องฝ่าเม็ดฝนออกมา


นี่ไม่ควรจะเรียกว่าฝนตกแล้ว
ควรเรียกว่า ห่าฝน
เขาชะลอรถ หน้าปัดหมวกกันน็อคพร่ามัว ระหว่างที่ตัดสินใจว่าจะขี่ต่อไปหรือจะหยุด ตาก็เหลือบไปเห็นใครคนหนึ่งที่ตู้โทรศัพท์พังๆ
เด็กมัธยมที่ไหนสักที่ เสื้อขาวเปียกลู่ เพราะถึงแม้ตู้จะคุ้มฝนได้บ้าง แต่ลมก็พัดแรง จนฝนสาดเข้าไปบางส่วน
เด็กมัธยมที่ผิวขาวจัด ยิ่งดูซีดและสั่น   เขาจอดรถหน้าตู้โทรศัพท์พอดี
เจ้าเด็กนี่มองเขาอยู่เหมือนกัน มันคงสงสัยว่า ไอ้บ้าที่ขี่มอเตอร์ไซค์ฝ่าฝนหนักระดับนี้ มันคิดอะไรของมัน
เขาถอดหมวกกันน็อค เพื่อให้ตาสบตา แล้วชี้มือเข้าไปในตู้ แทนคำถาม
เด็กมัธยมเขยิบหลบเข้าไปด้านในตู้ แทนคำตอบ

เขาก้าวเข้าไปในตู้ โดยเลือกที่เอาพิงผนังด้านหนึ่งของตู้ไว้ เพื่อจะได้มองเห็นผู้ร่วมอาศัยในตู้โทรศัพท์เดียวกันได้ถนัด
ตอนแรกเจ้าเด็กนี่ก็มองตอบ ครู่เดียวก็เบือนหน้าหนี แล้วยกกระเป๋านักเรียนขึ้นกอดบังอกไว้ เมื่อเห็นว่าเขามองอะไรอยู่
เขาขยับเข้าใกล้เด็กนี่อีกนิด ทำให้เด็กยิ่งผงะห่าง

สนุกดี 

เขาคิด  ถ้าระหว่างรอฝนมีเรื่องให้ทำ การรอก็ไม่น่าหงุดหงิดเท่าไหร่สินะ
เขาแกล้งมองลงต่ำ แล้วทำเป็นอยากเห็นบั้นท้ายใต้กางเกงน้ำเงินของเด็กมัธยม
แค่นี้ เด็กนี่ก็น็อตหลุด ทำท่าจะเดินผ่านเขาออกไปจากตู้ เขารีบยกมือยันผนังตู้อีกฝั่งเพื่อกั้นทางไว้ แล้วยื่นหน้าเขาไปใกล้
ไอ้เด็กพยายามถอยหนี แต่พื้นที่ก็มีจำกัด

เมื่อเขาทำท่ารุกไล่มากเข้า จู่ๆมันก็ล้วงเอาคัตเตอร์ออกมาจากกระเป๋านักเรียน
เขารีบถอยห่าง แล้วยกมือยอมแพ้ แล้วถอยไปพิงผนังตู้ในตำแหน่งเดิม
เจ้าเด็กตวัดคัตเตอร์ในมือ เป็นทำนองว่าให้เขาออกจากตู้ไป
เขาส่ายหน้า แล้วพูดขึ้น

“หยอกเล่นน่า อย่าใจร้ายดิ เดี๋ยวฝนหยุดก็ต่างคนต่างไปแล้ว”

เด็กมัธยมเม้มปากเหมือนกำลังชั่งน้ำหนักว่าคำพูดเขาเชื่อได้แค่ไหน

“ถอยไปอีกดิ”  มันเปิดปากคำแรก เสียงเพราะแฮะ

เขาเลยเขยิบออกมาอีกหน่อยจนไหล่ข้างหนึ่งโดนฝน

“เก็บเหอะมีดอะ กลัวนะเว้ย”

“เกิดพี่ทำอะไรผมล่ะ”   มันหรี่ตามองอย่างไม่ไว้ใจ

เขาเลยล้วงเอากุญแจรถจากกระเป๋า แล้วโยนให้มันเป็นตัวประกัน

มันรับไว้แล้วทำหน้างงนิดหน่อยในตอนแรก     ไม่นานก็เก็บคัตเตอร์ แล้วเอากุญแจรถของเขาใส่กระเป๋ากางเกงไว้

เขายืนพิงอยู่ท่านั้นสักพัก นึกอยากสูบบุหรี่ แต่มันก็เปียกไปจนหมดแล้ว

นอกตู้แคบๆนี้  ฝนยังเทมาไม่ขาดสาย  ฟ้าคะนองพอควร

และดูเหมือนว่าทุกครั้งที่ฟ้าแลบ ไอ้เด็กนี้จะขยับตัวยุกยิก  และเมื่อจู่ๆฟ้าก็ร้องครืน มันถึงกับยกกระเป๋านักเรียนที่กอดอยู่ขึ้นบังหน้าเอาไว้ หรือจะพูดให้ถูกคือซบหน้าเข้ากับกระเป๋านั่น เพื่อใช้เป็นที่กำบัง

เมื่อฟ้าแลบอีกครั้ง มันก็ทำเนียนขยับเข้าใกล้เขานิดหนึ่ง

เสียงฟ้าผ่าดังสนั่น

คราวนี้มันสะดุ้งโหยง ปล่อยกระเป๋าแล้วคว้าแขนของเขาไว้

เขามองมันด้วยสายตา ที่อ่านได้ว่า “กลัวอะไรกับเรื่องแค่นี้”

เด็กนี่ก้มหน้า แล้วปล่อยแขนของเขา

เมื่อพิจารณาดีๆ เด็กมัธยมนี่หน้าตาดีใช่ย่อย ปากซีดไปหน่อย คงจะหนาว
ตัวและมือขาวๆนั่นก็สั่นอยู่นิดๆ

โฟเบีย(Phobia) สินะ  ถึงได้ตัวสั่นงันงกขนาดนี้

เสียงเหมือนฟ้าผ่าอีกครั้งแล้ว

คราวนี้เด็กยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้าง
ลมกรรโชกแรงมากก็จริงอยู่ แต่มันก็สาดเข้ามาไม่ถึงตรงที่เด็กนี่ยืนอยู่ ถ้าอย่างนั้น น้ำที่กลิ้งอยู่บนแก้มนั่นก็น้ำตาสินะ

เขาจึงโน้มตัวเข้าหา แล้วกดคนที่กำลังตัวสั่นให้จมสู่อ้อมกอด
มือที่ปิดหูอยู่ของเด็กนี่ย้ายมากอดเอวเขาไว้แน่น อย่างสิ้นท่า
.
.
.
.
เขาใช้เท้าถีบประตูห้องให้ปิด แล้วดึงเอาเด็กตรงหน้าเข้ามาจูบต่อจากเมื่อครู่ พวกเขาจูบกันมาตั้งแต่ในลิฟท์โดยไม่สนใจว่ากล้องตัวไหนจะจับภาพได้บ้าง เมื่อคว้ามือเด็กนี่เข้าห้องได้ เขาจึงจู่โจมริมฝีปากของมันอย่างต่อเนื่อง

ทุกอย่างเกินจะหยุดยั้ง 

กองเสื้อผ้าเปียกทำให้พื้นห้องเจิ่งน้ำเล็กน้อย

ร่างเปลือยเปล่า บนเตียงที่ชื้น ผมยังเปียกลู่

ต่างฝ่ายต่างกอดรัด และใช้ปากราวกับต้องการกัดกินเนื้อตัวของกันและกันเข้าไป

เมื่อเขาเลื่อนมือเพื่อสำรวจส่วนนั้นของเด็กนี่

ก็โดนยั้งมือไว้

เมื่อก้มลงสบตา

“จะกอดผมไว้หรือเปล่า”

“หือ”

“ตอนพี่ทำ จะกอดผมไว้ไหม”

“ถ้าอยากให้กอด”

“อยาก...ต้องกอดนะ”

“อือ”  แล้วเข้าก็โน้มตัวลงจูบปากนิ่มนั่น มันไม่ขาวซีดอีกแล้ว ตอนนี้กลับแดง และเจ่อ

เด็กนี่อ้าขาออกเปิดทางให้เขา

แม้จะเตรียมการด้วยนิ้วถึงสาม แต่เพราะไม่มีเจล

ได้แต่อาศัยความลื่นจากผิวของถุงยาง

เขากดเบียดลงไป   แต่ยังไม่หมด

เด็กนี่ผวาเข้าหา

“กอด”  เด็กขอแล้วซบหน้าลงกับไหล่เมื่อเขาดันตัวเข้าอีก   เด็กผละหน้าขึ้นจากไหล่  “กอดสิ เร็วๆกอดผม” 

เขาโอบแขนรอบตัวคนตรงหน้า 

“กอดแน่นๆ”  เสียงนั่นเริ่มหวิว จนไม่แน่ใจว่ามันเป็นคำสั่งหรือคำขอ

เขาเพิ่มแรงโอบกอดตามที่เด็กบอก แล้วกระทุ้งตัวตนเข้าไป

“อื๊อออออออ”  เด็กร้องยาว

เมื่อเห็นว่าเด็กปรับตัวได้แล้ว เขาก็คลายอ้อมแขนออก เพื่อจะให้ตัวของเด็กนี่ราบไปกับเตียง

เจ้าเด็กนี่กลับเหนี่ยวตัวเขาไว้ แล้วเกาะเขาอย่างกับลูกลิง

“ไม่ พี่บอกว่าจะกอดผมไว้”

เขาก้มมองหน้ามัน แล้วขมวดคิ้ว

มันหลบสายตา แต่ขยับส่วนล่าง ให้บีบโอบรอบตัวตนของเขา จนเขาต้องขบกรามแน่น

แล้วมันก็พึมพำกับอกของเขา  ดังพอได้ยินว่า “กอดผมนะครับ ทำอะไรกับผมก็ได้แต่ต้องกอดผมไว้”

สิ้นคำ เขาก็อุ้มเด็กนี่ขึ้น แล้วขยับตัวเข้าออกอย่างหนักหน่วง
เด็กพยายามกลั้นเสียง
จึงได้ยินอะไรอู้อี้ อยู่ในลำคอ

“อื๊อออออออ อื๊อออออ”

ตอนนี้ปากของเขาอยู่ใกล้หูของเด็กตรงหน้า

“เรียกชื่อสิ”

“ช....ชื่อ....อะ..ไร......”

“รักแท้”

“อื๊ออออ.....รัก.....รัก.....รัก.....”

เสียงคำว่า รัก ดังขึ้นตามจังหวะที่เขากระทั้นกาย
.
.
.
เขาบังคับให้เจ้าเด็กนี่เรียกชื่อเขาจนเสียงแหบแห้ง แลกกับการที่ต้องกอดมันไว้ในแทบจะทุกท่า

คุ้มนะ

ก่อนฟ้าสางเขาจึงยอมปล่อยให้เด็กนี่ได้พัก

มันยังไม่ยอมหลับ

“ผมต้องล้างตัวก่อน” ดูท่าก็รู้ว่าง่วงมาก แต่เสียงงอแง

เขาเลยต้องอุ้มมันเข้าไปล้างตัวในห้องน้ำ โดยพยุงมันไว้ตลอดเวลา

เมื่อเนื้อตัวสะอาด เด็กนี้ก็ทำท่าจะหลับลงในทันที
เขาต้องตบแก้มเบาๆ เพื่อเรียกมันไว้ก่อน

“เดี๋ยว ชื่ออะไร”

“ชื่อ.........”   ปลายเสียงแผ่วลงพร้อมสติของเด็กตรงหน้า

---โปรดติดตามตอนต่อไป---

#เป็นเช่นรัก

@ t o n s w i n d
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 1.2 (24 พค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 24-05-2016 21:14:01
เป็นเช่นรัก ตอนที่ 1.2

รักแท้นอนลืมตาฟังเสียงเจ้าเด็กนั่นอาบน้ำ
เด็กที่เมื่อเขาปล่อยจากอ้อมกอดแล้ว ยังไม่ทันได้รู้ชื่อก็ชิงหลับไปเสียก่อน
เขาถอนหายใจ
ไม่ใช่ว่าไม่เคยพาคนมานอนด้วยกันถึงนี่
แต่กับรายนี้ถือเป็นรายแรกที่ พามาโดยขาดความยับยั้งชั่งใจมากที่สุด
พามาทั้งๆที่ไม่รู้ว่าชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ และมีอะไรกันทั้งๆที่ยังคุยกันได้แค่สองสามประโยค
และ
มันเป็นคู่นอนคนแรกที่เขาอยากให้เรียกชื่อ
และ บังคับให้มันเรียกชื่อเขาอยู่ทั้งคืน
ถึงแม้ว่า มันจะเหนื่อยหอบจนเรียกชื่อเต็มๆของเขาไม่ไหวก็เถอะ

รักแท้

ชื่อที่เขาไม่ชอบเอาเสียเลย
ชื่อที่มีคนตั้งให้เพราะต้องการอยากให้เขาได้พบกับรักแท้ รักที่ไม่หลอกลวง
มันมีที่ไหนกัน ความรักน่ะ
เขาไม่เชื่อมันเลยสักนิด
มันก็แค่กลไกอะไรสักอย่างตามธรรมชาติ เซ็กส์ยังทำให้เขาเชื่อได้มากกว่า
คนเราต่างโหยหากันเพราะความอยากและความใคร่ ตามสัญชาติญาณของการสืบพันธุ์นั่นแหละ
เสียงน้ำหยุดลง ไม่นาน เจ้าเด็กนั่นก็เดินช้าๆออกมาจากห้องน้ำ
หยดน้ำพราวตามเนื้อตัว บางหยดไหลเรื่อยลงไปตามหน้าท้องแล้วหายเข้าไปในขอบผ้าขนหนูที่พันท่อนล่างไว้
มันยังคงเดินช้าๆ ไปที่กองเสื้อผ้า และไม่ยอมสบตาเขา
ชุดนักเรียนของมันเปียกชุ่ม จนไม่สามารถใส่ได้แล้ว
ในที่สุดมันก็ต้องหันมาพูดกับเขา

“พี่มีชุดที่ไม่คิดจะใส่แล้วสักชุดไหม”

เขาเลิกคิ้วสูง  มันไม่คิดจะกลับมาเจอกันอีกแล้วสินะ
วันไนท์แสตนด์ที่แท้จริง
รักแท้ไม่ได้หลงตัวเอง แต่คู่นอนที่เขามีส่วนใหญ่ ติดใจเขากันทั้งนั้น ไม่มีใครคิดอยากจะจบความสัมพันธ์ในครั้งเดียว
หงุดหงิดเล็กๆ ที่เด็กตรงหน้าไม่อยากเจอกันอีก
เขาเองต้องเป็นฝ่ายปฏิเสธและยุติความสัมพันธ์สิ ถึงจะถูก

“มีให้ยืม”

เด็กนั่นขมวดคิ้ว
เขาจึงต่อความ

“ก็ต้องกลับมาเอาชุดนักเรียนอยู่แล้วนี่ เดี๋ยวซักไว้ให้ แลกกัน”

“ผมเอากลับไปซักเองได้”

นั่นมันเท่ากับปฏิเสธว่าจะไม่ยอมมาเจอกันอีกไม่ใช่หรือ

ไอ้เด็กนี่

หึ หนีการผูกมัดอยู่เหมือนกันสินะ


เขาคงต้องเปลี่ยนท่าที

รักแท้เดินลงจากเตียง ท่อนบนเปลือยก็จริงแต่ท่อนล่างไม่
เดินเข้าใกล้เจ้าเด็กนี่แล้วพาเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า
เขาคงเดินเร็วไป มันขืนมือไว้

“ช้าๆ ผมเจ็บ”

“อ่อ”

เมื่อเปิดตู้เสื้อผ้า

“เลือกเอา” เขาพูดสั้นๆ แล้วหันไปเปิดลิ้นชัก เพื่อหยิบชั้นในขึ้นมาตัวหนึ่ง

“เอ้า” เขาโยนให้มัน

มันมองกางเกงในตัวนั้นนิ่ง

“คงไม่คิดว่าจะไปโดยไม่ใส่กางเกงในหรอกนะ โล่งแย่”  เขาพูดขึ้น

“ผม ไม่เคยใส่กางเกงในของคนอื่น”

“คนอื่นคือ?”

“ก็พี่ไงคนอื่น”

“รู้จักกันแล้วนี่ ทั่วทุกตารางนิ้ว”

มันเบือนหน้าหนี

“ใส่เหอะ คิดเสียว่าใส่ของผัว”

มันหันขวับมาและตั้งท่าจะโวย
เขารีบจุ๊ปาก

“ล้อเล่นน่า อย่าเสียงดังไป ใส่ไปเหอะ ซักสะอาดแล้ว”
สุดท้ายเด็กนี่ก็ยอมรับมันไป แล้วแต่งตัวจนเสร็จ

“ผมไปล่ะ” มันรวบเอาชุดนักเรียนเปียกใส่ถุง พร้อมคว้ากระเป๋านักเรียน

“เดี๋ยว”
มันชะงักแต่ไม่หันมา

“ชื่อล่ะ”

“เป็นหลัก”
---โปรดติดตามตอนต่อไป---

มันเป็นตอนเติมนะคะ ยังไม่ใช่ตอนสอง มันเลยสั้นๆ 

รอเปิดตัว คิดเช่น นะคะ

#เป็นเช่นรัก

@ t o n s w i n d
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 1.2 (24 พค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: obstacle ที่ 24-05-2016 21:55:22
รอครับ น่าติดตาม เหล่าเด็กมีปัญหา
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 2 (27 พค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 27-05-2016 01:18:56
เป็นเช่นรัก ตอนที่ 2

รักแท้ใช้ชีวิตแบบทุกวัน ตามปกติ จะมีอย่างเดียวที่ไม่ปกติ คือช่วงนี้ฝนตก
ฝนตก นั่นแหละที่ไม่ปกติ
มันพลอยทำให้ความคิดของเขาไม่ปกติ
ชื่อเจ้าเด็กนั่นผุดขึ้นมา และตู้โทรศัพท์นั่นด้วย
เมื่อความคิดของเขาโดนรบกวนมากๆ เมื่อวานตอนฝนตกจึงวนรถไปดูจนได้ แต่ตู้นั่นก็ว่างเปล่า

หึ
ใครมันจะเข้าไปหลบฝนในตู้แบบเดิมวะ


ยิ่งนิสัยแบบมันแล้ว
คงไม่ทำอะไรซ้ำเป็นครั้งที่สอง

นี่เขารู้จักมันดีถึงกับเดานิสัยออกเลยหรือ คงไม่ใช่หรอก
อาจเป็นเพราะ เขาเจอคนที่เหมือนตัวเอง เหมือนมากจนเกินไป
เหมือนแม้กระทั่งหลุมดำที่อยู่ในใจ

ไม่ใช่หรอกน่า
ไม่เหมือนสักนิด
อย่าไร้สาระเลย


รักแท้บิดคันเร่งพาตัวเองออกจากจุดนั้นให้เร็วที่สุด
จุดที่ทำให้เขารู้สึกว่าตกเป็นรอง และมันเป็นการตกเป็นรองที่ไม่ได้อะไรกลับมาด้วย
ครั้งเดียวก็ครั้งเดียวสิวะ

ลืม
มึงต้องลืมให้เร็วที่สุด


เขาไม่ชอบตัวเองในแบบนี้ ในตอนที่หัวใจมันไม่ด้านชาเหมือนเก่า

เมื่อถึงห้อง ถอดเสื้อผ้าที่เปียกกองไว้กับพื้น โยนทุกอย่างไว้บนเตียง โทรศัพท์ไม่เปียก แล้วจุดบุหรี่สูบที่ระเบียงทั้งๆที่ยังไม่เปิดไฟ
เขาไม่ชอบเปิดไฟ มันสว่างเกินไป แสงจากข้างนอกที่สาดเข้ามา มันก็พอแล้ว
บุหรี่มอดไปไม่ถึงครึ่งมวน แสงจากจอมือถือก็สว่างขึ้นเป็นจังหวะ

หน้าจอโชว์ชื่อ แต่ไม่มีรูป

รักมั่น

เขากำโทรศัพท์แน่นขึ้นนิด และระบายลมหายใจก่อนจะกดรับและยกมันขึ้นแนบหู
แค่แนบไว้ ไม่กรอกเสียงใดลงไป

“รัก”

“…”

“กลับบ้านป่าว ไม่ลืมใช่ไหม มานะ ฝากซื้อของที่ซุปเปอร์ด้วย มั่นจะทำเมนูใหม่”

“อือ”

“งั้นเดี๋ยวส่งรายการของไปให้ในไลน์นะ ขอบคุณ รอนะ”

เขากดสายทิ้งโดยไม่พูดอะไรมากกว่านั้น

ปิดเปลือกตาลงครู่หนึ่งเพื่อกลืนความรู้สึกบางอย่าง
เดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วหยิบกุญแจรถ


ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ชั้นวางน้ำตาล
รักแท้หยุดรถเข็นแล้วเดินเข้าไปเลือกของตามที่มีคนสั่งมา ใกล้ๆกันนั้นมีผู้ชายคนหนึ่งกำลังเลือกของอยู่เช่นกัน
พวกเขาเหลือบมองกันนิดหนึ่ง
รักแท้เอื้อมมือหยิบสิ่งที่ต้องการ
หย่อนมันลงรถเข็น แล้วโทรศัพท์ก็ดังขึ้น  เขากดรับ โดยไม่พูดอะไรอีกเช่นเคย
ปลายสายพูดอะไรบางอย่าง เขาตอบกลับว่า

“บางทีอาจจะไม่ว่าง แต่เดี๋ยวจะเอาของที่สั่งไปให้”

มีเสียงจากปลายสายดังลอดออกมาบ้าง แต่ก็ฟังไม่ได้ศัพท์
รักแท้ดูหัวเสียนิดหน่อย

“ไม่ใช่เรื่องต้องรู้ ได้ของที่ต้องการแล้ว ก็ควรจะพอใจแค่นั้น”  แล้วเขาก็กดวางไป

เข็นรถออกไปจากตรงนั้น โดยไม่สนใจชายอีกคน ที่เหมือนจะได้ยินทุกอย่าง
.
.
.

ของที่ใครคนนั้นสั่งซื้อมีไม่มาก
อย่างสุดท้ายคือน้ำปลา
รักแท้วนหามันอยู่สักพัก จึงพบว่ามันอยู่ที่ชั้นวางซอสและเครื่องปรุง

ซุปเปอร์มาร์เก็ตนี้คงจะเล็กไปนิด ถึงได้บังเอิญเจอผู้ชายคนเดิมอีกครั้ง คราวนี้เขากำลังยืนเลือกซอสมะเขือเทศ รักแท้เดินเข้าไปใกล้เพื่อหยิบขวดน้ำปลา

รักแท้กำลังจะหย่อนมันลงในรถเข็น  แต่ชายคนข้างๆก็พูดขึ้นว่า

“ยี่ห้อนั้นหวาน ผมไม่ค่อยชอบ”

รักแท้หันไปสบตา โดยสีหน้าที่ไม่ได้แสดงว่าแปลกใจสักนิด

ผู้ชายคนตรงหน้าก็ไม่ได้รู้สึกสะเทือนอะไรกับความเฉยชาที่ได้รับ กลับต่อความว่า

“เดาจากของในรถเข็นว่า จะทำน้ำจิ้มซีฟู้ด ถ้าหวานไปจะไม่ค่อยอร่อย”

รักแท้ยังคงมีสีหน้าแบบเดิม คือไม่ยิ้มหรือไม่บึ้ง ขณะหยิบเอาขวดน้ำปลาขวดนั้นออกจากรถเข็น แล้ว
ผายมือไปทางชั้นวางขวดน้ำปลาที่เหลือ เพื่อถามว่า ควรจะหยิบยี่ห้อไหนดี

“อันนี้” ชายคนนั้นหยิบให้เสียเลย

 รักแท้กดหน้าลงนิดหนึ่งแทนคำขอบคุณ

ชายคนนั้นยิ้มให้แล้วหันไปเลือกซอสมะเขือเทศต่อ เขาหยิบมันออกมาสองขวดคนละยี่ห้อกัน
แล้วพลิกฉลากอ่านทีละขวด

รักแท้พูดขึ้นว่า “ขวดนั้นเปรี้ยวกว่า แต่ขวดนี้ข้นกว่า”

มนุษย์ซอสมะเขือเทศเลิกคิ้ว แล้วถาม “จะทำสปาเก็ตตี้ เลือกแบบไหนดี”

“ไม่ดีทั้งคู่ “ รักแท้ตอบ แล้วหยิบอีกยี่ห้อหนึ่งส่งให้

“ขอบคุณ”

รักแท้กำลังจะเดินออกห่าง

“แล้วเนื้อล่ะ สำหรับทำสเต็กน่ะ เลือกแบบไหนดี”

รักแท้ไม่ตอบ ไม่หันกลับไป แต่เข็นรถเข็นไปตรงบริเวณที่ขายเนื้อ

แน่นอนว่า เขาคนนั้นตามไปยืนอยู่ใกล้ๆ

“กินกี่คน”

“น่าจะสอง ถ้าเขาตกลง”

มุมปากของรักแท้ยกขึ้นนิดหนึ่ง

“ชวน?”

“ใช้ผมเป็นข้ออ้างก็ได้นี่นา ไม่อยากไปไม่ใช่เหรอ”  ชายคนนั้นหันไปมองรถเข็นของรักแท้ ตีความหมายได้ว่า เขารู้ว่า รักแท้ไม่อยากเจอ คนที่สั่งซื้อของพวกนั้น

รักแท้เริ่มรู้สึกสนุก

ถ้าไม่เพราะเขาบ้า ผู้ชายคนนี้ก็กล้าจนเกินไป  แต่คิดว่าลองดูสักหน่อยก็น่าจะดี

“ไปเลือกแครอทกับมันฝรั่งสิ” รักแท้หันไปสั่งผู้ชายคนข้างๆ แล้วหันกลับไปเลือกเนื้อต่อ

เมื่อจ่ายของเสร็จ
ต่างถือถุงของ ของตนเองออกมา

“รถอยู่ไหน” ผู้ชายคนนั้นถาม 

“มอเตอร์ไซค์”  รักแท้ตอบ แล้วเดินนำไป

ชายคนนั้นยังเดินตามมาช้าๆ ไม่ได้คิดจะเร่งฝีเท้าให้ทันกัน

เมื่อถึงรถของรักแท้   เขาก็ถามขึ้น “รถคุณล่ะ” 

“รู้ได้ยังไงว่าผมมีรถ”

“ขาวจนเหมือนไม่เคยโดนแดดเลยแบบนี้ คงไม่นั่งรถเมล์หรอก”   

ผู้ชายคนนั้นมองผิวที่แขนของตนเอง เหมือนจะบอกว่า มันก็ไม่ได้ขาวมากขนาดนั้นเสียหน่อย

“คอนโดผมอยู่ห่างไปแค่ห้านาที เลยไม่ได้เอารถมา”

“ต้องไปส่งของก่อน” รักแท้หมายถึงพวกของที่มีคนโทรมาสั่งให้ซื้อนั่นแหละ

“ก็ไปสิ ผมไปด้วย”

ผู้ชายคนนี้ ถ้าไม่ใช่คนที่ง่ายเกินไป ก็เป็นคนที่ทำลายตัวตนยากเกินไป ถึงได้ดูสบายๆกับคนแปลกหน้าแบบนี้   รักแท้คิด

มอเตอร์ไซค์จอดลงที่บ้านหลังหนึ่ง
รักแท้แขวนถุงของที่ซื้อมาไว้กับรั้วบ้าน บีบแตรยาวๆทีหนึ่ง แล้วเร่งเครื่องออกมา 
รถกระชากเล็กน้อย คนซ้อนเสียการทรงตัว และโอบรอบตัวคนขี่เอาไว้

ที่คอนโดแห่งหนึ่ง
รักแท้กำลังทำสปาเก็ตตี้และสเต็ก ส่วนผู้ชายคนนั้นกระโดดขึ้นไปนั่งอยู่บนเคาน์เตอร์ของครัว แกว่งขาไปมามองดูรักแท้ทำอาหาร

มีเพียงบางครั้งที่ช่วยหยิบจับ ช้อน ส้อม หรือ จาน ที่รักแท้ไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน

เมื่ออาหารเสร็จ สเต็กถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ  สปาเก็ตตี้ยังอยู่ในชามใบใหญ่ รักแท้พยักหน้าให้คนที่นั่งดูเหมือนแมวขี้เกียจให้เข้ามาใกล้จากนั้นจึงใช้นิ้วก้อยปาดเอาซอสที่ปรุงเสร็จจากในกระทะ ยื่นไปตรงหน้า
ชายคนนั้น ดูดซอสที่ปลายนิ้วก้อยของรักแท้ แล้วทำท่าโอเค  จากนั้นก็ได้ชิมสเต็กที่หันเป็นชิ้นพอดีคำแล้ว
เขาหันไปหยิบส้อม เพื่อจะชิมเพิ่มอีกสักหน่อย
รักแท้ยกจานหนี แล้วพูดว่า

“ชื่อล่ะ”

“ชื่อคิดเช่น”

“ห้องครัวน่ะเหรอ”

“อาฮะ ประมาณนั้น แต่เขียนว่า คิด ที่ต้องใช้หัวสมองน่ะ”   เขาใช้ส้อมชี้ไปที่หัวของตัวเอง

แล้วคิดเช่นก็ได้เนื้อชิ้นเล็กๆเป็นรางวัลในการตอบคำถาม เขาเคี้ยวหยุบหยับ พลางถามว่า

“ชื่อ?”

“รักแท้”

“โอ๊ะ โอ My true love”  คิดเช่น ยิ้มล้อ คราวนี้ใช้มือเปล่าหยิบเนื้อเข้าปากอีกชิ้น จากนั้นยื่นนิ้วมือที่เปื้อนให้รักแท้ดูด

รักแท้เลียนิ้วนั่นจนสะอาด กลายเป็นนิ้วขาวๆอีกครั้ง

คิดเช่นยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพื่อป้อนสเต็กให้อีกฝ่าย การกินเกิดขึ้นสลับกับการจูบ

แล้วการกระทำทั้งสองอย่างก็เริ่มเข้มข้นขึ้น  มีหลายครั้งที่การกินของพวกเขาทำให้ซอสกระเด็นเปื้อนที่คางหรือแก้ม แต่ไม่นานมันก็จะถูกเลียจนเกลี้ยง หรือบางครั้งก็ต่างจงใจป้ายมันลงไปที่เนื้อตัวของอีกคนหนึ่ง จากนั้นก็ทำความสะอาดมันด้วยลิ้น 


ตอนนี้
บนพื้นครัวนั้น
มีเสียงคราง
และคราบซอส

--โปรดติตดตามตอนต่อไป—


@ t o n s w i n d
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 2 (27 พค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: kokoro ที่ 27-05-2016 09:30:23
อื้อ รอติดตามการพบเจอครั้งต่อไปของทั้งคู่นะคะ
ดูเข้ากันแบบนี้น่าจะสานสัมพันธ์กันได้อีกเนอะ
รกแท้ก็อาจจะเจอรักที่แท้จริงเข้าแล้ว
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 2 (27 พค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: BlueCherries ที่ 27-05-2016 23:51:33
งง เงิบ

ในที่สุดสามคนนี้จะเจอรักแท้หรือเปล่านะ???
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 3 (7 มิย 59)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 07-06-2016 21:43:50
เป็นเช่นรัก ตอนที่ 3

ถนนคนเดินงานนี้จัดใหญ่ทุกปี ถนนสองเลนคราคร่ำไปด้วยร้านเล็กทั้งขายอาหาร ของทำมือ วันนี้คนเยอะเป็นพิเศษ เพราะจะมีมินิคอนเสิร์ตของศิลปินดังแนวเพื่อชีวิต

“วันนี้มึงไปกะกูนะ” เพื่อนของเขาชวน ขณะออกมาสูบบุหรี่ในที่ประจำ

รักแท้พยักหน้าเนือยๆ เขาไม่ได้สนใจคอนเสิร์ต แต่ก็ยังไม่อยากกลับเข้าห้องเร็วนัก
ไม่ได้เหงา เขาชอบอยู่คนเดียว มากกว่าต้องคอยพูดคุยต่อบทสนทนากับใครต่อใคร แต่ระยะหลังมานี้ มีชื่อคนสองคนที่เข้ามากวนใจเขามากเกินไป
เป็นหลัก
คิดเช่น
คนสองคนที่เขาติดใจมากกว่ารสรัก มันมีอะไรสักอย่างที่รักแท้ก็หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้
ซึ่งนั่นทำให้เขาไม่ชอบใจ การปล่อยให้คนอื่นมีอิทธิพลเหนือ แม้เพียงแค่ชื่อก็ไม่ควร
มันไม่สมกับเป็นมึงเลย รักแท้
หัวใจที่ไม่รู้สึกรู้สาของมึงหายไปไหน
เขาเสยผม ไล่ความคิดฟุ้งซ่าน

ค่ำแล้ว
เหมาะกับการเดินเล่นเรื่อยเปื่อยไปบนถนนคนเดิน
รักแท้มากับเพื่อนสี่ห้าคน

“มึง กินลูกชิ้นปลาทอดปะ”

รักแท้ส่ายหน้า แล้วทำมือประมาณว่า เชิญตามสบาย

“กูเดินไปเรื่อยๆ เจอกันที่เวที” เขาหันไปบอกเพื่อนที่เหลือแล้วแยกตัวออกมา

ไม่มีใครรั้งเขาไว้ เพื่อนต่างรู้ดีว่า เขาเป็นอย่างนี้ แยกตัวห่าง แต่ไม่ทิ้ง
ร้านข้างหน้าควันโขมง เมื่อเดินเข้าใกล้จึงเห็นว่าขายปลาหมึกปิ้ง เมื่อเดินห่างออกมา ควันที่คลุ้งด้วยกลิ่นค่อยจางลง
และตรงหน้า...
รักแท้หยุดเท้านิ่งอยู่หลายอึดใจ บอกไม่ถูกอีกเช่นกันว่าดีใจที่ได้เจออีกครั้งไหม คล้ายกับเขากำลังทั้งพยายามหนีและทั้งตามหา
ผิวแก้มใสมีเหงื่อซึม ผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลนั่นพอเหมาะพอดี มีรอยยิ้มประดับหน้านิดหนึ่งยามส่งเงินทอนให้ลูกค้า
รักแท้ไม่รู้ว่าตนเองทำหน้าแบบไหนอยู่ยามที่จ้องมองพ่อค้าขายซูชิตรงหน้า
การจ้องมองมันมีกระแสบางอย่างที่ทำให้พ่อค้ารู้สึกตัวและเงยหน้าขึ้น
รักแท้เปลี่ยนริมฝีปากของตัวเองเป็นยิ้มยียวน แล้วเดินเข้าใกล้แผงขายข้าวปั้นหลากรส
วูบเดียวที่เขาเห็นคนตรงหน้า ผงะและเกร็ง จากนั้นสายตาแสดงว่า ไม่รู้จักกัน จึงส่งมา

“สวัสดีครับ รับหน้าไหนบ้างครับ” รอยยิ้มของพ่อค้าใสซื่อนั่นเกือบหลอกเขาได้แล้ว ถ้าไม่เหลือบเห็นมือที่สั่นนิดๆ

อยากแกล้ง

รักแท้คิดได้แค่นั้น ในตอนที่เริ่มต้นชี้ไปที่หน้าซูชิต่างๆ จนพ่อค้าเริ่มหน้าหงิกเพราะคีบไม่ทัน
เบ็ดเสร็จแล้วเขาซื้อซูชิไปห้าสิบชิ้น

“ขอบคุณที่อุดหนุนครับ” ไม่มีรอยยิ้มใดๆแล้วตอนส่งกล่องซูชิทั้งห้ากล่อง

รักแท้อ้าปากนิดคล้ายจะพูดอะไร แต่ก็ไม่
เขาเลือกที่จะผงกหัวนิด แล้วเดินจากมา
เป็นแบบนี้จะดีกว่า

ซูชิเหล่านั้นหายลงท้องเพื่อนของเขาจนหมด

ดนตรีสนั่นและเร้าอารมณ์ จังหวะกลองเร่งให้คุกรุ่น
รักแท้กำลังคิดจะกลับพอดีตอนที่ได้ยินเสียงโวยวายด่าทอ และเสียงระเบิดดังสนั่น


ตูมมม


โชคดีที่กลุ่มของเขาเดินห่างมาพอควรแล้ว
แต่พอเสียงระเบิดลูกที่สองดังตามมาติดๆ ผู้คนก็ตกใจและวิ่งหนีกันอลม่าน
รักแท้ออกวิ่ง ไม่สนใจเสียงเรียกของเพื่อน
เขาวิ่งหลบคนที่วิ่งสวนกันไปมา
แล้วมาหยุดลงตรงซุ้มขายซูชิ
เป็นอย่างที่คิด
ไอ้เด็กคนนั้นทรุดนั่งอยู่กับพื้น มือกุมหู ก้มหน้าต่ำ เนื้อตัวสั่นเทา

เขาทรุดตัวลงใกล้ เจ้าเด็กนี่ยังไม่รู้สึกตัว แม้เมื่อเขาแตะเข้าที่ไหล่เบาๆ
เด็กนี่พึมพำอะไรฟังไม่ได้สรรพ
รักแท้ต้องเรียกชื่อและเขย่าตัวอยู่สองสามครั้ง

“เป็นหลัก”

เจ้าของชื่อจึงเริ่มรู้ตัวแล้วผวาเข้ากอดเขาไว้  เสียงรอบตัวอึกทึก ได้ยินทั้งเสียงกรี๊ดและเสียงตะโกน
แต่รักแท้อ่านปากของเด็กตรงหน้าได้ชัดเจน

“อย่าทิ้ง กลัวแล้ว”


เรื่องราวเกือบคล้ายๆเดิม
รักแท้พาเป็นหลักกลับมาที่ห้องอีกครั้ง
ตลอดทางเป็นหลักเดินตามอย่างเงียบๆ
เมื่อปิดประตูห้อง
เจ้าเด็กนี่ยืนเก้กังอยู่กลางห้องของเขา
ส่วนเขาเดินเลยไปเข้าห้องน้ำ

เจ้าเด็กที่ตอนนี้แก้มมีสีฝาด อาจเพราะหัวใจยังเต้นแรงไม่หาย กำลังเริ่มต้นแกะกระดุมเสื้อตัวเองทีละเม็ด ขณะที่ตาก็จ้องมองเขาไว้
รักแท้จ้องตอบ พูดให้ถูกต้องคือ เขากำลังโลมเลียเด็กนั่นด้วยสายตา
จนคนที่กำลังปลดกระดุมเม็ดสุดท้าย ต้องละสายตาหนี
รักแท้ส่งเสียงหึ
ยกนี้เขาชนะ
เขาเดินเข้าหา มือเอื้อมจับไหล่เปล่าเปลือย
แล้ว…
ออกแรงดึงให้เป็นหลักเดินตามไปที่ห้องน้ำ
เป็นหลักทำหน้างุนงง

“อาบน้ำ เดี๋ยวหาชุดไว้ให้”

“ทำไม” เป็นหลักขืนตัวไว้ แล้วถาม

“อาบน้ำ แล้วมานอน แค่นั้น”

เป็นหลักขมวดคิ้วแน่น

“คุณไม่….”

รักแท้โน้มใบหน้าเข้าใกล้ ให้ปลายจมูกเฉียดแก้ม

“ก็อย่าอ่อยนัก หรือว่าอยาก?”

เป็นหลักถอยเข้าห้องน้ำแล้วปิดประตูแทนคำตอบ

เป็นอีกครั้งที่เป็นหลักออกมายืนเก้กังอยู่กลางห้อง ผมเปียกลู่
รักแท้นอนพิงเตียง มองเจ้าเด็กที่ไม่รู้จะหย่อนตัวเองไว้ตรงไหน แล้วก็ขำ
เขากวักมือ มันก็เดินเข้าหา แล้วนั่งลงตรงปลายเตียง
ยังไกลไป เขาตบที่เตียงข้างตัว
ยังคงนึกขำที่จู่ๆเจ้าเด็กชื่อแปลกนี่ก็เกิดระมัดระวังตัวขึ้นมา ทั้งๆที่ก่อนหน้าไม่นานยังดูเหมือนพร้อมจะนอนกับเขาอยู่เลย

“พี่ เอ่อ คุณ จะเอาไงกับผม” เหมือนเจ้าเด็กนี่ก็รู้ว่าเขาขำอะไร จึงแหวขึ้นมา

รักแท้ยิ้มที่มุมปาก “เรียกพี่”

เป็นหลักสะบัดหน้าหนี

“แล้วก็มานี่”

มันไม่ยอมขยับ

“กูช่วยมึงมา” รักแท้ต้องงัดบุญคุณขึ้นมาอ้าง

มันจึงยอมขยับเข้าใกล้

“นอน” เขาสั่ง

“ผมจะกลับ”

“นอน” รักแท้ย้ำ แล้วจ้องตา

เป็นหลักเบือนหน้าหนีอีกครั้ง
แล้วยอมทิ้งตัวลงนอนข้างเขา ตอนนี้เป็นหลักนอนราบลงเตียง ส่วนรักแท้ยังกึ่งนั่งกึ่งนอนในท่าเดิม

เป็นหลักเงยสบตา “ตกลงพี่จะทำอะไรกับผมไหม”

รักแท้ก้มลงสบตา เอามือลูบหัวของคนที่นอนอยู่

“รอ”

แล้วก็เดินไปอาบน้ำ

รักแท้แน่ใจว่า เมื่อเขาออกจากห้องน้ำ เป็นหลักจะยังอยู่
แล้วก็จริง
อาจเพราะการลูบหัวเมื่อกี้ หรือเพราะบุญคุณอย่างที่เขาอ้าง
เจ้าเด็กเป็นหลักยังอยู่บนเตียง ในมือมีหนังสือการ์ตูนของเขา
เมื่อเขาทิ้งตัวลงใกล้ และใช้หมอนอีกใบ ดึงหนังสือการ์ตูนออกจากมือ
มันตั้งท่าจะโวย
เขาชิงพูดขึ้นก่อน

“ไปปิดไฟแล้วมานอน” รักแท้ชี้มือไปที่สวิตช์

“พี่จะเอายังไงวะ” เป็นหลักหัวเสีย

“ก็บอกไปแล้ว เร็ว” รักแท้ใช้สายตากดดัน จนเป็นหลักต้องไปปิดไฟตามคำสั่ง

มันเดินกลับมาอย่างช้าๆเพราะไม่ชินกับที่ทางยามมืดสลัว
เป็นหลักล้มตัวลงนอนอย่างระมัดระวัง ดูเกร็งไปหมด
ในห้องพอมีแสงสลัว รักแท้ตะแคงหน้ามามอง
เด็กนี่นอนหงายนิ่ง ไม่กระดิก
เขาตวัดมือพาดตัวมัน
มันสะดุ้งและตัวเกร็งยิ่งกว่าเดิม

“นอน คืนนี้จะกอดไว้” รักแท้พูดขึ้นเบาๆ กระชับอ้อมแขน แล้วหลับตาลง เพราะขี้เกียจจะตอบคำถามว่าทำไม

เดาได้เลยว่าเจ้าเด็กเป็นหลักกำลังทำหน้าแบบไหน
มันคงสงสัย และไม่เข้าใจ
เขาเองก็ไม่เข้าใจ
ว่าทำอย่างนี้ไปทำไม


นานพอควร
เป็นหลักก็คงคิดได้ว่า ไม่รู้ต้องสงสัยไปทำไม
มันจึงเบียดเข้าหามากขึ้น ซุกตัวเข้าใกล้

พูดเสียงงึมงำ “กอดผมไว้นะ”

“รู้แล้ว” เขาก็ตอบด้วยน้ำเสียงง่วงพอกัน

--โปรดติดตามตอนต่อไป—

#เป็นเช่นรัก

@tonswind
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 3 (7 มิย 59)
เริ่มหัวข้อโดย: BlueCherries ที่ 08-06-2016 09:42:27
 :m31:

หื้มมมมม แยกไม่ออกก็เหมาสองเลยค่ะรัก แฟนๆแนะนำ  :o8:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 3 (7 มิย 59)
เริ่มหัวข้อโดย: obstacle ที่ 08-06-2016 09:45:43
กับเป็นหลักนี่พูดน้อยน่าดู
รักแท้จะได้สลับกันเจอสองคนนี้สินะ

เหมือนจะยังไม่ได้บอก ชอบชื่อเรื่องและชื่อตัวละครมากครับ
ขอบคุณครับ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 3 (7 มิย 59)
เริ่มหัวข้อโดย: kun ที่ 09-06-2016 21:18:44
ชอบน่ะ รออ่าน
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 3 (7 มิย 59)
เริ่มหัวข้อโดย: NINEWNN ที่ 10-06-2016 14:53:22
ชื่อเรื่องเตะตาเรามาก พอเข้ามาอ่านอ้าว,
งานคุณ treenature นี่เอง
ภาษาเป็นเอกลักษณ์มากเลยค่ะ
ตอนนี้เทใจให้เป็นหลักกับคิดเช่นก่อน
ยังไม่เทใจให้รักแท้ แอบตั้งแง่ไว้มากไปรึเปล่านะ (ฮา)
จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ ♥
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 3 (7 มิย 59)
เริ่มหัวข้อโดย: kokoro ที่ 11-06-2016 17:26:44
คนเชียร์ก็เสียดายทั้งคู่ค่ะ
เพราะงั้นให้รักแท้ได้พิสูจน์ต่อไปเรื่อยๆเนอะ
ว่าจะเลือกแค่คนเดียวหรือจะเหมาทั้งคู่ดี ฮ่าๆ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 4 (11 มิย 59)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 11-06-2016 22:29:11
#เป็นเช่นรัก ตอนที่ 4


“ชุดนี้ต้องคืน”

รักแท้มองดูเป็นหลักที่อยู่ในเสื้อตัวโคร่ง ชวนให้นึกถึงด๊อบบี้ในปลอกหมอนหลวมโพรก
จริงเขามีเสื้อตัวเล็กกว่านี้ แต่ว่า
แกล้งเจ้าเด็กคนนี้แล้วสนุก
เป็นหลักในชุดหลวมๆแบบนี้ก็น่ารักดี
เจ้าเด็กทำหน้าง้ำ

“ผมไม่คืน เสื้อไม่กี่ร้อย พี่คงไม่เสียดาย”

รักแท้เดินเข้าใกล้ แล้วเกี่ยวขอบกางเกงยางยืดของเป็นหลัก พอให้เห็นกางเกงในสีดำมียี่ห้อ

“แต่กางเกงในนี่แพง”

เป็นหลักก้าวถอยและสะบัดตัว แต่ไม่สำเร็จ นิ้วของรักแท้ยังเกี่ยวกางเกงไว้และดึงลงต่ำกว่าเดิม จนเห็นเนื้อขาวเนียนและรอยเว้าของกางเกงใน

เป็นหลักไม่ได้รั้งมือของเขา แต่พูดเสียงห้วน “เดี๋ยวผมเอามาคืน”

“ต้องคืนกับมือ ห้ามมาแขวนไว้” รักแท้ดักทางราวกับเดาความคิดได้

เป็นหลักเงียบ เป็นความเงียบที่เท่ากับความดื้อ
รักแท้ไม่รบเร้าไปมากกว่านี้

เขาแบมือ “มือถือ”

“ไม่”

รักแท้ถอนหายใจ คว้าคอของเป็นหลักเข้าใกล้ คนเป็นเด็กกว่าสู้แรงไม่ได้แม้จะพยายามขืนไว้
รักแท้แทบจะแนบริมฝีปากลงกับหูของคนที่เตี้ยกว่า

กระซิบช้าๆ แต่ชัดถ้อยชัดคำ “0869639xxx” แล้วกดจูบที่ข้างกกหูเบาๆ

เจ้าเด็กเป็นหลักดูหัวฟัดหัวเหวี่ยง เหมือนลูกหมาที่อารมณ์เสีย ยกมือถูไปมาเพื่อลบรอยจูบ

“ถ้ากลัวให้โทรมา” รักแท้ทอดสายตามองเป็นหลักที่ชะงัก ขนตาแผหนากระพริบถี่ๆก่อนเงยขึ้นสบ

“จำได้ไหม” รักแท้ทำเสียงเหมือนกำลังพูดกับเด็กเล็กๆ

เป็นหลักก้มหน้า เอ่ยถามเสียงเบา “ สามตัวสุดท้ายอะไรนะ”
.
.
.
เป็นหลักเปิดรั้วบ้านอย่างใจลอย
เขาพอจะรู้ว่า รักแท้สนใจเขา ไม่สิ พูดให้ถูกคือสนใจร่างกายของเขา
การให้เบอร์มาอย่างนี้คงมีจุดประสงค์จะสานสัมพันธ์เพื่อเรียกหาเขาในยามที่ต้องการ

ถูก “ใช้” อีกแล้วสินะ

ที่ห้องนั่งเล่น มีผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่
เป็นหลักยกมือไหว้อย่างเงียบๆ

“หลักเมื่อคืนไปไหน โทรไปก็ไม่ติด”

“ขายของที่ถนนคนเดินแล้วเลิกดึกครับเลยค้างบ้านเพื่อน”

“คราวหน้าโทรบอกนิดนึงนะ” เขาดุ

“ครับ” แลัวเดินจากมาอย่างเงียบๆ
แต่ถูกรั้งไว้ด้วยคำพูดสั้นๆ

“เดี๋ยวสักสี่ทุ่มมาหาด้วย เพราะจะไม่อยู่อีกหลายวัน”

เป็นหลักนิ่งไปค่อนข้างนาน ก่อนจะตอบรับเบาๆ
.
.
.
การเจอเป็นหลักอีกครั้งยิ่งทำให้ว้าวุ่นมากกว่าเดิม
แบบนี้ไม่ดีแน่
เคยอยากกินแต่อาหารเมนูเดิมๆซ้ำไหม
รักแท้คิดว่าตัวเองกำลังเป็นแบบนั้น เขาอยากเจอเป็นหลักอีกในครั้งที่สาม สี่ หรือ ห้า เฝ้าคิดวนเวียนย้อนนึกถึงหลายกิริยาอาการของเด็กนั่น
ถ้ามันเป็นแบบนี้เพราะเรื่องติดใจในรสสัมผัส หรือรสของกามารมณ์ รักแท้คงไม่รู้สึกสูญเสียการควบคุมขนาดนี้
เขาควรจะมีอะไรกับมันอีกครั้ง ตักตวงจากเนื้อตัวหวานๆนั่น
แต่
เมื่อคืนเขาต้องการแค่กอดมันไว้และเย้าแหย่มันให้อารมณ์เสียเท่านั้น
อาจจะแค่ ง่วงมากเลยไม่มีอารมณ์
ใช่
ต้องเป็นอย่างนั้นแน่ๆ 
ตัวและเสียงครางกระเส่ายามเรียกชื่อของเขาไปด้วยของมันนั่นแหละที่เขาอยากได้ เท่านั้นนั่นแหละ

อย่าโง่นัก รักแท้ อย่าหลงติดกับ ในบ่วงอะไรทั้งสิ้น

รักแท้เร่งความเร็วเพื่อมุ่งสู่ปลายทางให้เร็วขึ้น
.
.
.
เขาอยู่บ้านคนเดียว และต้องเป็นอย่างนี้ไปสักอาทิตย์หนึ่ง
เป็นหลักเดินช้าๆลงมาจากชั้นสอง หลังจากเก็บกวาดทุกอย่างในห้องนอนจนสะอาด
เมื่อคืน…สี่ทุ่มคงช้าไป และตราบรุ่งสางคงเร็วไป
เงินหกพันวางอยู่บนโต๊ะกินข้าว พร้อมถ้วยข้าวต้มที่เย็นชืด
เป็นหลักนั่งอ่านข้อความในกระดาษโน้ตสีฟ้าซ้ำไปมา

“เห็นหลับสบาย ไม่ปลุกนะ ข้าวต้มต้องอุ่นก่อน เงินให้เผื่อไว้ เหลือก็ควรเก็บเข้าบัญชี”

เงินหกพันมันมากไปสำหรับการใช้ชีวิตแค่อาทิตย์เดียว แต่เป็นหลักก็พอรู้ว่า ที่ให้มากขนาดนั้น เพื่อชดเชยอะไรบ้าง และเป็นค่าปลอบใจอะไรบ้าง

เขายิ้มให้ข้าวต้มตรงหน้า แต่มือกำเงินแน่นจนยับย่น
.
.
.
ฝนตกอย่างเดียวไม่ได้หรือไง ทำไมฟ้าต้องร้อง แสงแลบแปลบนั่นอีก
อากาศแปรปรวนบ่อยจนเกินไป
เป็นหลักพยายามเดินช้าๆ เกาะราวบันไดแน่น ปลอบตัวเองไม่ให้ตื่นกลัว

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แกเจอฟ้าฝนแบบนี้เสียหน่อย ก็เจอมาทั้งชีวิตแล้ว น่าจะชินเสียที

เมื่อเดินขึ้นมาที่ชั้นสองได้ ก็ปิดม่าน
สะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียง ฟ้าร้องครืน

“ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวก็หยุดแล้ว”

 เป็นหลักนั่งขดอยู่บนเตียง ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมหัว แล้วท่องคำว่า ไม่กลัว ซ้ำๆ
ถ้าหากเคยได้ยินว่า เกลียดอะไรมักได้อย่างนั้น ก็คงใช้ได้เหมือนกันกับเรื่องความกลัว

ฟ้าผ่าดังเปรี้ยงใหญ่ ตามด้วยหม้อแปลงไฟที่เสาไฟฟ้าระเบิดดังตูม
ไฟดับ
เป็นหลักร้องไห้อย่างหนัก ลนลานและตื่นตระหนก
ผวาไปที่ข้างเตียง มืดจนมองไม่เห็นมือตัวเอง แต่เมื่อในห้องมืด แสงฟ้าปลาบแปลบข้างนอกยิ่งชัดเจน
เป็นหลักได้ยินเสียงฟันของตัวเองกระทบกันดังกักๆ
มือควานเปะปะหามือถือ เมื่อควานเจอ จะหยิบมันขึ้น มือกลับสั่นจนกลายเป็นปัดมันตกลง
เป็นหลักก้าวลงจากเตียง แต่เข่าอ่อนจนเหมือนไหลลงมาจากเตียง
คุกเข่ากับพื้น กดแสงหน้าจอให้สว่าง

ช่วยด้วย

เป็นหลักโทรหาเขา  เขาที่จะไม่อยู่ทั้งอาทิตย์ 
ไม่ติด
เป็นหลักกดโทรซ้ำ
ไม่ติด
เป็นหลักสะดุ้งอีกครั้ง
ตอนนี้แค่ฟ้าแลบ เขาก็แย่แล้ว ไม่ต้องให้ถึงกับฟ้าร้องหรือฟ้าผ่า

“ฮือ” เขาร้องไห้เสียงดัง และเริ่มสะอื้น

หยุดที ช่วยหยุดที กลัวมาก กลัวมากจริงๆ ไม่เอาแล้ว

จู่ๆเป็นหลักก็นึกถึงเสียงของใครอีกคนขึ้นมาได้
คนที่บอกว่า ถ้ากลัวก็โทรมา
เป็นหลักใช้นิ้วสั่นๆกดเบอร์ที่ถูกกระซิบบอก เขาไม่ได้เมมเบอร์ของรักแท้ลงเครื่อง ไม่แน่ใจนักว่าที่จำได้ถูกต้องไหม
ติด
เป็นหลักดีใจ
แต่ รอสัญญาณนานจนเขายอมจำนน คงไม่รับสาย
ไหนว่า ถ้ากลัวให้โทรหาไง

หลอก ทุกคนหลอกเขาหมด


แต่แล้ว เสียงตู๊ดๆ ของการรอสัญญาณก็หยุดลง

“ฮัลโหล” ปลายทางเอ่ยเสียงทุ้ม

เป็นหลักรีบร้อนกรอกเสียงลงไป พยายามก้มตัวต่ำๆ เพื่อไม่ต้องเห็นแสงฟ้าด้านนอก

“พ….พ…พี่….กลัว…กลัว…ฮือ” 

“ใคร? เป็นหลัก?”

“ฮือ” เป็นหลักมัวแต่ร้องจนไม่สามารถตอบคำถามได้

รักแท้ก้าวห่างจากวงเหล้าที่นั่งกันริมหาดทราย
ขาก้าวยาวเพื่อให้พ้นจากเสียงร้องรำทำเพลง

“เป็นหลัก กลัวอะไร” รักแท้กรอกเสียงถาม

“ฮือ” เป็นหลักเอาแต่ร้องไห้

รักแท้ไม่แน่ใจว่าเสียงที่ลอดมาใช่เสียงฟ้าฝนไหม  “ฝนตกใช่ไหม”

“ใช่”

“อยู่ไหน” เสียงรักแท้ค่อนข้างร้อนรน มือควานกุญแจรถในกระเป๋ากางเกง

“บ…บ้าน”

รักแท้ยั้งเท้าและพยายามตั้งสติ เขาพูดกับปลายสายช้าๆ น้ำเสียงปลอบประโลม

“เป็นหลัก อยู่กับใครครับ มีคนอยู่บ้านไหม”

“ไม่มีเลย” เสียงสั่น ของเป็นหลักฟังน่าสงสาร

“ฟังพี่นะ พี่อยู่ไกล มาพัทยา กลับไปไม่ทัน แต่เป็นหลักทำตามที่พี่บอก ตอนนี้อยู่ตรงไหนของบ้าน”

“ห้องนอน ฟ้าผ่า แล้ว แล้ว ไฟดับ”

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว”

เอายังไงดีวะ ปลอบคนกลัวเรื่องพวกนี้ต้องทำยังไง   รักแท้หงุดหงิดตัวเอง

“มีผ้าห่มใช่ไหม”

“อือ”

“ห่มไว้”

มีเสียงกุกกักทางปลายสาย

“ห่มผ้าหรือยัง”

“ห่มแล้ว”

“คราวนี้หลับตา แล้วฟัง พี่อยู่ตรงนี้ กำลังกอดเป็นหลักอยู่ ไม่ต้องกลัว”
รักแท้ได้ยินเสียงฟ้าครืนอยู่ในโทรศัพท์

“ฮือ”  ผสมกับเสียงของเป็นหลักที่ร้องไห้

“เป็นหลักฟังพี่  ฟังแต่เสียงพี่ เข้าใจไหม ไม่ต้องสนใจเสียงอื่น”

“ค..ครับ”

“บ้านอยู่ตรงไหน”

“อยู่ประชาชื่น”

“บอกให้ละเอียดหน่อย ไหนเล่ามา อยู่ซอยอะไร จุดสังเกตเป็นยังไง”

เป็นหลักพยายามบอกที่ตั้งของบ้าน เท่าที่จะอธิบายได้

“เดี๋ยวพี่โทรกลับไป”

“ไม่ ไม่ อย่าวาง ผมกลัว”

“เป็นหลัก” รักแท้พูดเสียงนุ่มแต่จริงจัง  “พี่จะโทรกลับไปจริงๆ ไม่นาน”

“จริงๆนะ”

“ครับ จริงๆ ”



รักแท้ทำอย่างที่รับปาก ไม่ถึงห้านาที เขาก็โทรกลับมา

“นาน”  คำแรกที่เป็นหลักพูดเมื่อรับสาย

“หึ มีแรงบ่นแล้วเหรอ”  รักแท้ล้อ  “ฝนยังตกอยู่ไหม”

“ตกอยู่ เสียงดังผมไม่ชอบ”

“พายุฤดูร้อนน่ะ”  รักแท้เองก็ไม่รู้จะชวนคุยอะไร  ต่างเงียบกันไป

“พี่  ยังอยู่ใช่ไหม”

“อือ ก็ตอบอยู่นี่ แสดงว่ายังอยู่ไหม”

“ผม...พี่อย่าเพิ่งเบื่อนะ” 

“ฟังนิทานไหม”  จู่ๆรักแท้ก็เปลี่ยนเรื่อง

“นิทานเหรอ เล่าเป็นเหรอ”

“อือ อยากฟังเรื่องอะไร”

“แจ็คผู้ฆ่ายักษ์”

“จำไม่ได้แล้ว”

“งั้นเจ้าหญิงนิทรา”

“ที่มีคนแคระเจ็ดคน ใช่ไหม”

“มั่วแล้ว นั่นมันสโนวไวท์”

“หึ หึ มันก็คล้ายๆกัน เลือกเรื่องง่ายๆหน่อยสิ”

“พี่รู้จักเรื่องอะไรบ้างเนี่ย”

“เอาเรื่องเจ้าชายกบก็แล้วกัน”

แล้วรักแท้ก็เริ่มต้นเล่านิทาน เล่าไปก็นึกขำตัวเองไป ที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้ 

เป็นหลักฟังอย่างเงียบๆ ไม่คิดจะขัด แม้ว่ารักแท้จะเล่าผิดไปหลายจุด และเอาตัวละครจากเรื่องอื่นๆมาปนกันให้มั่วไปหมด

จนนิทานจบลง    รักแท้ไม่ได้ยินเสียงฟ้าร้องจากปลายสายแล้ว ลมฝนคงสงบแล้ว  เจ้าเด็กทางปลายสายก็เงียบไปอย่างผิดสังเกต

“หลับแล้วเหรอ”

“ยัง”

ไฟในห้องสว่างขึ้น

“พี่ไฟมาแล้ว”

“ดีแล้ว”

ยังมาทันจะพูดอะไรต่อ  เสียงออดหน้าบ้านก็ดังขึ้น

เป็นหลักชะเง้อมองไปนอกหน้าต่าง

ฟ้าไม่แลบหรือร้องแล้ว แต่ยังเห็นสายฝนโปรยปรายแผ่วเบา

มีรถคันหนึ่งจอดอยู่หน้าบ้าน  ซึ่งเขาแน่ใจว่า ไม่เคยเห็นมาก่อน

“พี่ มีคนมา”

“อือ พี่ส่งไปเอง กะว่าให้ไปอยู่เป็นเพื่อนตอนฟ้าร้อง แต่มาช้าเป็นบ้า”

“ส่งมางั้นเหรอ”

“อือ ลงไปหาเขาหน่อย ไม่ต้องวางสาย เดี๋ยวจะขอคุยด้วย”

เป็นหลักใช้เวลาพอสมควรกว่าจะออกมาที่หน้าบ้าน เพราะไม่รู้ว่าวางร่มไว้ตรงไหน   

เมื่อถึงรั้วบ้าน   พบผู้ชายคนหนึ่งโผล่หน้าออกมาจากกระจกรถ แล้วส่งยิ้มให้

“โอะโอ น่ารักกว่าที่คิดแฮะ”

เป็นหลักหนีบหูโทรศัพท์ไว้ ขณะมือหนึ่งถือร่ม อีกมือเปิดประตูเล็กให้เขาเข้ามา

ผู้ชายคนนั้นลงจากรถแล้ววิ่งเข้ามาหลบในร่มคันเดียวกับเป็นหลัก

ใต้ร่มนั้น ผู้ชายคนนั้นเอียงคอมองเป็นหลัก แล้วยกมือแตะที่ขอบตาบวมๆของคนที่ตัวเล็กกว่าซึ่งหลบไม่ทัน

“ว่าไง เด็กชาย ร้องไห้แงๆเลยเหรอ”

“พี่” เป็นหลักกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์  “พี่ส่งใครมา”

“เขาคือคิดเช่น”

---โปรดติดตามตอนต่อไป--

อาจไม่ใช่รักแท้ที่ต้องเลือก #เป็นเช่นรัก
ขอบคุณที่อ่านนะคะ
@tonswind

หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 4 (11 มิย 59)
เริ่มหัวข้อโดย: NINEWNN ที่ 12-06-2016 00:08:24
เอาล่ะค่ะ รู้จักกันครบวงแล้ว
...ถ้าพายเรือ #เป็นเช่น จะได้ไหมคะ
น้องเป็นหลักขี้กลัวได้น่ารักเกินไปแล้ว โฮ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 4 (11 มิย 59)
เริ่มหัวข้อโดย: kun ที่ 12-06-2016 16:23:14
3P รักแท้ดูแลฝห้ครบเลยน่ะ
แต่เป็นหลักอยู่กับใครที่บ้านน่ะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 5.1 (13 มิย 59)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 13-06-2016 00:54:13
เป็นเช่นรัก ตอนที่ 5.1


หลังจากวันที่เจอคิดเช่นเพียงวันเดียว
รักแท้ก็ได้รับวีดีโอคอลจากคิดเช่น
ตอนแรกเขาเกือบจำไม่ได้ ว่าชายหนุ่มในชุดพ่อครัวสีขาวสะอาด ดูเป็นคนมีระเบียบคนนั้นคือใคร
จนกระทั่งเจ้าตัวเอ่ยทัก

“ปิ๊งป่อง ปิ๊งป่อง เซอร์ไพรส์หรือเปล่า ผมแอบเมมเบอร์คุณไว้ตอนคุณหลับล่ะ”

รักแท้ยิ้มเล็กน้อย

“นิดหน่อย นึกว่าจะเป็นวันไนท์แสตนด์เสียอีก”

พ่อหนุ่มในชุดครัวทำหน้าครุ่นคิด  “ฮืม....เราตกลงกันตอนไหนเหรอ ช่างเถอะๆ ช่วยผมก่อน”

“ช่วยอะไร”

“บอกสูตรทำสเต็กหน่อยสิ”

“หืม?”

“เร็วเถอะน่า ผมรีบแล้วเนี่ย”

คนอยู่ในชุดพ่อครัวแบบนั้น น่าจะทำเสต็กได้เก่งและอร่อยกว่าเขาไม่ใช่หรือไง แต่ก็ช่างเถอะ รักแท้ก็ไม่มีอะไรให้เล่นสนุกในวันนี้อยู่แล้ว การนั่งมองคิดเช่นทำครัวไปเรื่อยๆก็เพลินดี
คิดเช่นหยิบจับเครื่องปรุงตามที่เขาบอกเป็นระยะ หยอกล้อนู่นนี่บ้าง แต่รักแท้ก็สัมผัสได้ว่า บรรยากาศรอบตัวของคิดเช่นระหว่างทำครัว ไม่ได้เป็นแบบสายลมพัดเฉื่อยไร้ทิศทางแบบครั้งที่เจอกัน
นั่นเป็นครั้งที่สองที่รักแท้เจอกับคิดเช่น ถึงจะเป็นการเจอกันผ่านทางสัญญาณดิจิตอลก็เถอะ
รักแท้ต้องห้ามตัวเองอย่างมาก ที่จะไม่เอ่ยชวนอะไรออกไป
เสน่ห์ของคิดเช่นเป็นอันตราย แม้เพียงเห็นผ่านหน้าจอก็ทำให้หลงคิดถึงได้ไม่ยาก

ในคืนที่เป็นหลักหวาดกลัวและโทรหารักแท้
เขาอยู่ไกลเกินไป ช้าเกินไปที่จะไปหา
ต้องหาใครสักคนไปช่วย
ใครล่ะ
มีใครที่อยู่กรุงเทพ และน่าจะจัดการเรื่องนี้ได้
รักมั่น?  ไม่ได้ มั่นจัดการเรื่องนี้ไม่ได้แน่
งั้นก็....
รักแท้ต่อสายทันที

“ฮัลโหล ดาร์ลิ้ง คิดถึงผมเหรอ” 

คิดเช่นทำหน้าเป็นผ่านหน้าจอ  กายท่อนบนขาวและเปล่าเปลือย  ผมเปียกและมีน้ำหยดแหมะๆ ไหลเปียกช่วงบ่า ตรงคอมีรอยแดง

“ช่วยหน่อย” รักแท้สังเกตุเห็นทั้งหมด แต่ร้อนรนกับเรื่องอื่นมากเกินกว่าจะถามไถ่

“อะไรกัน ฮีทหรือไง หือ มายทรูเลิฟ”

“ไม่ใช่เรื่องนั้น”  รักแท้เอ่ยเสียงเข้ม แล้วเข้าเรื่อง   “ช่วยไปที่นึงให้ผมหน่อย”

คิดเช่นมองสีหน้าของรักแท้ แล้วหรี่ตา แกล้งทำหน้าคาดคั้นเหมือนกับตำรวจที่กำลังจับผิดผู้ต้องหา “ใครกัน สำคัญขนาดนั้นเลย”

“เด็กกลัวฟ้าคนนึง”   

“หือ น่าสนใจ นะเนี่ย เด็กงั้นเหรอ เนื้อต้องหวานแบบเกรดพรีเมี่ยมแน่ๆ”

“ให้ช่วย อย่าทำให้ยุ่ง”

“ค่าตอบแทนล่ะ”

“ตามต้องการ”

“งั้นตกลง”

“ด่วน”

“รู้แล้วน่า”  คิดเช่นรับคำแบบเอื่อยเฉื่อย แล้วตัดสายไป

มันจะด่วนอะไรได้กับวันที่พายุเข้าหนักขนาดนี้  รถติดเป็นแพ น้ำก็ท่วมอีกต่างหาก
เร็วสุดที่เขาพยายามจะทำให้ได้ก็ชั่วโมงนิดๆนี่แหละ 
บ้านไม่ได้หายากอะไร
เขากดกริ่งแล้ววิ่งกลับเข้ามาหลบฝนในรถ
คนในบ้านยืดยาดอะไรอยู่หนอ หรือว่ากลัวฟ้ากลัวฝนจนเป็นลมไปแล้ว   คิดเช่นเคาะพวงมาลัยและเริ่มคิดว่า
จริงๆเวลานี้ เขาควรนอนกลิ้งอยู่บนเตียงนุ่มๆของตัวเองไม่ใช่หรือไง
แต่เมื่อเห็นเด็กในร่มคันโต หืมจริงๆก็ไม่เด็กมากหรอกนะ น่าจะสัก ม.ห้า หรือ ม.หก แล้วนะนั่น 
น่าอร่อย น่าอร่อย
คิดเช่นก็บอกตัวเองทันที   เตียงที่บ้านคงรอเขาได้แหละน่า  เพราะคืนนี้น่าจะสนุกกว่าที่คิดไว้

เขาทักทายเด็กน้อยตรงหน้า ด้วยการจิ้มๆไปใต้ดวงตาบวมๆ
และดูเหมือนเด็กน้อยจะไม่เข้าใจวิธีการทักทายของเขา

“พี่ส่งใครมา”  เด็กตรงหน้าตาขวางเชียวน่าจะไม่พอใจที่โดนหาว่า ขี้แง แน่ๆเลยๆ 

คิดเช่นไม่สนใจเด็กที่ยังคงนิ่งฟังโทรศัพท์ในมือ
เขาถอดรองเท้าเปียกๆ แล้วเดินเข้าบ้านหน้าตาเฉย
เข้าห้องน้ำ จัดการธุระ แวะล้างมือที่อ่างล้างหน้า แล้วเหลือบมองตัวเองในกระจก
ผ่อนลมหายใจเมื่อเห็นรอยแดงจางๆที่คอ    น่าจะหยิบเสื้อตัวอื่นมาใส่ แต่ก็ช่างเถอะ

เด็กเจ้าของบ้านนั่งอยู่ตรงโซฟา และจ้องมองเขาอยู่
คิดเช่นเดินเข้าไปนั่งข้างๆ  รู้สึกว่าเด็กระวังตัวมากขึ้นอีกนิดเมื่อเขาเข้าใกล้

“หิว”  คิดเช่นไม่สนใจท่าทางเหมือนกระต่ายที่พร้อมกระโจนหนีนั่นหรอก  เพราะตอนนี้ท้องของเขาร้องประท้วงเกินกว่าจะขำกับท่าทางตลกๆนี่

“อะ...อะไรนะครับ”

“อ้าว กลัวฟ้าจนหูอื้อเลยเหรอ  ก็หิวน่ะ เนี่ยท้องร้อง อยากกินข้าว”  คิดเช่นแกล้งทำท่าทางกุมท้อง และใบ้คำประกอบ

เป็นหลักเม้มปาก   ซึ่งนั่นทำให้คิดเช่นหัวเราะด้วยสายตา   เป็นหลักอ่านสายตาล้อเลียนนั่นออก และยิ่งเม้มปากแน่น

“ว่างาย  มีอารายให้กินหรือป่าว”  คิดเช่นแกล้งพูดช้าๆ ราวกับการพูดกับเด็กที่ยังจับความไม่ได้

“พี่มาช่วยจริงหรือเปล่า”  คิดเช่นไม่แน่ใจว่าคนที่รักแท้ส่งมาจะมาทำให้เขาสงบหรือมาป่วนกันแน่

“เอ๋า ก็ถูกสั่งให้มาก็มานี่แล้วไง แต่คนมันก็หิวนี่นา ขับรถมาตั้งไกล เหนื่อยก็เหนื่อย หิวก็หิว”   

เป็นหลักมีท่าทางอ่อนลง  “งั้น...เดี๋ยวผมไปดูก่อนนะ”

เป็นหลักลุกขึ้นและเดินไปทางหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นห้องครัว  คิดเช่น ที่มองตามไป เปลี่ยนสีหน้าและขมวดคิ้ว

ท่าเดินแบบนี้มัน...

ในครัว คิดเช่นปีนขึ้นไปนั่งบนเคาท์เตอร์ครัว แกว่งเท้ามอง คนที่กำลังต้มมาม่า
เป็นหลักเหลือบตามอง แล้วทำทีเป็นไม่สนใจ
พอเส้นมาม่าเริ่มสุกและน้ำเดือดปุด เป็นหลักก็จะตอกไข่ใส่ลงไป

“เดี๋ยว”  คิดเช่นร้องห้ามแล้วกระโดดลงจากเคาท์เตอร์
เบียดตัวเข้ามาแทนที่เป็นหลัก แล้วจัดการเทน้ำในหม้อต้มออก นำเส้นเทใส่ชามไปผ่านน้ำเย็นแล้วพักไว้จากนั้นค่อยต้มน้ำครั้งใหม่ หันไปถามเจ้าของบ้าน

“มีต้นหอม หรือหัวหอมไหม”

เป็นหลักเปิดตู้เย็นรื้อแล้วได้หัวหอมออกมาหัวหนึ่ง
คิดเช่นรับแล้วไปจัดการต่อจากนั้น  เป็นหลักมองท่าทางการหั่นหัวหอมของเขาอย่างทึ่งๆ
กิริยาทุกอย่างของคิดเช่นหลังจากนั้นทำให้เป็นหลักมองเพลิน รู้ตัวอีกที ก็เห็นมาม่าในน้ำซุปไข่กลิ่นยั่วยวนวางอยู่สองถ้วย
เป็นหลักนั่งลงหน้าชามใบหนึ่ง แน่นอนว่ามันต้องเป็นของเขา   ส่วนคิดเช่นก็ผิวปากไป คีบเส้นขึ้นมาเป่าไป ด้วยท่าทางอารมณ์ดี

หลังมาม่ามื้อนั้น
คิดเช่นออกมานั่งขัดสมาธิดูทีวีอยู่บนโซฟา
เป็นหลักที่พึ่งล้างจานเสร็จ เอามือที่เปียกเช็ดกับเสื้อของตัวเอง

“ขอบคุณครับที่มา แต่ฝนหยุดแล้ว พี่จะกลับเลยไหม”

“ใจร้าย”

“อะไรนะครับ”

“ไล่กันลงคอ ใจร้ายจังเลย”

“เอ่อ...”  เป็นหลักยังไม่รู้จะต่อความว่าอย่างไร เพราะความจริงการที่เขาถามออกไปแบบนั้นก็เพราะเกรงใจคนตรงหน้าต่างหาก  การทำตัวเป็นภาระให้คนอื่นต้องมาดูแลมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่หรอก ถ้าพอจะดูแลตัวเองได้เขาก็อยากจะทำ เท่านั้นเอง

“มานั่งนี่มา”   คิดเช่นตบเบาะข้างตัว

เป็นหลักนั่งลง

“ชื่ออะไร”

“เป็นหลักครับ”

“ชื่อเล่นล่ะ”

“ไม่มีครับ”

“งั้นอยากให้เรียกว่าอะไร”

เป็นหลักนิ่งไป

ต้องอยากด้วยเหรอ เลือกได้เหรอว่าอยากมีชื่อไหน

“ผม…ได้ชื่อนี้เพราะจะได้มั่นคงไม่อ่อนไหว ผมรู้แค่นั้น”

คิดเช่นทอดมองเด็กตรงหน้า ไม่แกว่งไกว ให้หนักแน่น  เป็นหลักคงมีความหมายแบบนั้นล่ะมั้ง

ไหล่นั่นแบกรับความคาดหวังแบบนั้นอยู่สินะ

หนักแน่นหรือหนักหนากันแน่

“ลักกี้”

“หา”

“งั้นเรียกว่า ลักกี้”

“เอ่อ นั่นมันชื่อหมาไม่ใช่เหรอครับ”

“หรือว่าชอบชื่ออื่นล่ะ?”

เป็นหลักนิ่งไป  คิดเช่นก็เหมาเอาเองว่านี่คือการยอมรับ

“พ่อแม่ไปไหน”

“ไม่มี”

“อ้าว กำพร้าเหรอ แล้วนี่อยู่กับใคร”

“อยู่กับ…ผู้ปกครอง”

“เหรอ” ผู้ปกครองงั้นหรือ

คิดเช่นยักไหล่ ก็ไม่ใช่เรื่องอะไรของเขานี่นะ

“ปะ นอนเถอะ ง่วงแล้ว”

“หา”

“นอนไง ปะ พาไปหน่อย ให้นอนไหนล่ะ”

เป็นหลักนิ่งไปอีก ราวกับกำลังประเมินอะไรอยู่

“ปกตินอนบ้านคนแปลกหน้าง่ายๆอย่างนี้เหรอครับ”

“ครั้งแรกเลยล่ะ ปกติมีแต่ล่อคนอื่นไปบ้านตัวเอง”

แล้วคิดเช่นกลับเป็นฝ่ายออกเดินนำขึ้นไปชั้นบนด้วยท่าทางสบายๆ

เป็นหลักมองตาม “นี่มันบ้านผมหรือบ้านพี่กันแน่”

“เอาน่า….มาเร็วลักกี้ คัมม่อน” คิดเช่นทำเสียงแบบที่เรียกหมาจริงๆด้วย

--โปรดติดตามตอนที่5.2--

ช่วงนี้มาถี่หน่อยนะคะ งานมันเครียด
พิมพ์ในแทบเล็ต ผิดพลาดตรงไหนขอโทษด้วยนะคะ

@tonswind
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 5.1 (13 มิย 59)
เริ่มหัวข้อโดย: kun ที่ 13-06-2016 20:40:34
ต่อเลยได้มะ กำลังอมยิ้มกับเรื่องราวอยู่อ่ะ อิอิ ชอบๆๆๆ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 5.1 (13 มิย 59)
เริ่มหัวข้อโดย: NINEWNN ที่ 13-06-2016 21:58:21
ปักธงคู่นี้แล้วค่ะ รักแท้จะเหมาก็โอเค
เราแค่ชอบคนน่ารักอยู่ด้วยกัน อิอิ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 5.2 (14 มิย 59)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 14-06-2016 05:39:22
เป็นเช่นรัก ตอนที่ 5.2

กลางห้องนอน เป็นหลักยืนมองคิดเช่นที่กำลังถอดเสื้อออกเผยให้เห็นผิวตัวขาว
พอเสื้อพ้นจากศีรษะ คิดเช่นก็ยืนนิ่งปล่อยให้เป็นหลักจ้องมองเรือนกาย
เป็นหลักไล่สายตามอง คิดเช่นเป็นคนผอม ขาว ทำให้เห็นรอยนั่นชัดเจน

“ของที่ระลึกนิดหน่อยน่ะ อย่าสนใจมาก” คิดเช่นเอามือที่ยังถือเสื้ออยู่โบกไปมา

เป็นหลักละสายตาจากรอยพวกนั้นไม่ได้แม้จะถูกห้ามแล้ว
มองจ้อง แม้อีกคนจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้
“อยากลองจูบกันหน่อยไหม” คิดเช่นเดินเข้าหา จนปลายจมูกของพวกเขาเกือบแตะกัน

สายตาของเป็นหลักวูบหนึ่งปรากฏความเศร้าหมอง และเฉยเมย

“นี่เป็นสิ่งที่พี่อยากได้ แลกกับการที่พี่จะอยู่ข้างๆผมหรือเปล่า”

“แล้วนายอยากให้หรือเปล่า”

ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงถามคำถามแปลกๆกับเขาอีกแล้ว เขามีสิทธิ์เลือกด้วยหรือ
เป็นหลักหลับตาลงแล้วส่ายหน้าช้าๆ ซึ่งแม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่ามันแทนความหมายว่า ไม่อยากให้ หรือว่า ไม่รู้
คิดเช่นยักไหล่ แล้วผละออก บิดขี้เกียจ และไม่รุกเร้าอะไรไปมากกว่านั้น

“นอนเลยเนอะ ขี้เกียจอาบน้ำแล้ว”

“ไม่เอา”

“อะไรไม่เอา”

“พี่ไม่สะอาด ผมไม่ให้พี่นอนเตียง”

“โหย ลักกี้ใจร้าย”

“อาบน้ำครับ” เป็นหลักกอดอก ยืนยันคำเดิม

คิดเช่นจึงเดินตึงตังเข้าห้องน้ำไป
เป็นหลักถอนหายใจ 
คิดเช่นเองก็ถอนหายใจอยู่ข้างหลังบานประตูห้องน้ำเหมือนกัน



กลางเตียงใหญ่
“พี่”

“นอนน่าลักกี้ อย่ากวน”

“พี่กอดผมไว้ได้ไหม”

“ไม่เอา”

“กอดผมแล้วจะทำอะไรผมก็ได้”

คิดเช่นลืมตาขึ้น เห็นเป็นหลักที่มองอยู่ก่อนแล้ว

“กอดมันมีค่ามากขนาดนั้นเลยหรือลักกี้”

เป็นหลักหลบสายตา

คิดเช่นนอนหงายแล้วพาดขาข้างหนึ่งไปบนตัวของเป็นหลัก

“นอนได้แล้วไป อย่าต่อรอง” คิดเช่นหลับตา

เป็นหลักมองขายาวๆที่พาดทับตัวเขาไว้นี่มันห่างไกลจากกอดอยู่มาก แต่ก็ยังดี

วันนี้ยาวนานเกินไปแล้วสำหรับเขา  เป็นหลักฝืนลืมตาต่อไปไม่ไหว 
ก่อนสติใกล้มอด เป็นหลักก็นึกสงสัย ทำไมคนแปลกหน้าจึงให้ความรู้สึกใกล้ชิดจนเกินไป แต่ก็…ช่างเถอะ…

เสียงหายใจลึกและสม่ำเสมอ ทำให้คิดเช่นลืมตาขึ้น ขายังคงพาดอยู่บนตัวของเป็นหลัก
กล่อมเด็กก็ไม่ยากเท่าไหร่นี่นะ เอาขาพาดแล้วแกล้งหลับก็สิ้นเรื่อง
เหลือบตามองคนที่นอนข้างๆที่ตะแคงแล้วซุกตัวเข้าหา ไม่มีอาการอึดอัดกับท่อนขาที่พาดอยู่
น่าจะเป็นเด็กที่มีรอยเปื้อนๆในชีวิตเยอะน่าดู ถ้าเข้าไปยุ่งล่ะก็….
เขาไม่ชอบอะไรที่ยุ่งยากเสียด้วย

ยังไม่ทันที่คิดเช่นจะคิดอะไรต่อ โทรศัพท์ของเขาก็สว่างวาบขึ้น
ตีสองเนี่ยนะ ใครวะที่โทรมา
อ่อ
มีคนหวงของ
คิดเช่นกดรับสาย แล้วกรอกเสียงลงไป “ยังปลอดภัยดีอยู่น่า”

รักแท้หัวเราะเบาๆ “ใครล่ะที่ยังปลอดภัย”

“ก็ต้องหมายถึงผมน่ะสิ ยังไม่โดนปีศาจล่ากอดล่อลวงไปหรอก ถึงแม้จะเกือบๆแล้วก็เถอะ”

รักแท้หัวเราะเสียงต่ำ หัวใจเต้นตุบ รู้สึกหงุดหงิดมากขึ้น
หวง แต่บอกตัวเองไม่ได้ว่า หวงใคร
แต่ถ้าห่วง ก็ตอบได้ชัดเจนว่าห่วงคนที่เป็นเด็กกว่า

“กำลังกลับ”

รักแท้บอกไปเท่านั้นแล้วตัดสายทิ้ง มุ่งหน้ากลับเข้ากรุงเทพ

กลับไปไหนล่ะรักแท้
กลับไปบ้านที่ยังไม่เคยไปสักครั้งนั่นน่ะหรือ


--โปรดติดตามตอนต่อไป--
#เป็นเช่นรัก
ขอบคุณที่อ่านนะคะ
@tonswind
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 5.2 (14 มิย 59)
เริ่มหัวข้อโดย: sirin_chadada ที่ 14-06-2016 09:16:53
ตอนแรกไม่กล้าอ่าน เพราะเห็นว่าเป็นความสัมพันธ์ของคนสามคน กลัวว่าจะมีประเด็นให้เศร้า
พอหลงเข้ามาอ่านแล้วคงกลับตัวไม่ทันละ ฮา
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 5.2 (14 มิย 59)
เริ่มหัวข้อโดย: kun ที่ 14-06-2016 13:52:39
รอต่อน่ะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 5.2 (14 มิย 59)
เริ่มหัวข้อโดย: obstacle ที่ 19-06-2016 06:46:13
อ้าว เจอกันไวเกินคาด
ขำนิสัยคิดเช่นจริงๆ เป็นหลักมีงง
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 5.2 (14 มิย 59)
เริ่มหัวข้อโดย: NINEWNN ที่ 21-06-2016 18:09:05
มารอตอนต่อไปค่ะ คิดถึงจัง
(ตอนแรกไม่ได้อ่าน 5.2 ด้วย
คิดอยู่เลยว่าหายไปนานจังเลยเนอะ)
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 5.2 (14 มิย 59)
เริ่มหัวข้อโดย: Pittabird ที่ 23-06-2016 18:25:03
กลิ่นมาม่าในเรื่องโชยออกมาเลยค่ะ.  ขอให้จบแบบแฮปปี้นะคะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 6 (29 มิย 59)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 29-06-2016 21:00:09
เป็นเช่นรัก ตอนที่ 6

มาจนได้
รักแท้จอดรถหน้าบ้านหลังหนึ่ง มีรถยนต์จอดอยู่แล้วคันหนึ่ง
ตีสี่สี่สิบห้า รักแท้เงยมองห้องชั้นบนที่คาดว่าจะเป็นห้องนอน มันปิดไฟมืด
เขายืนนิ่ง ข่มขู่ตัวเองไม่ให้พล่านไปกับความคิดบางอย่าง
เขาลองเปิดประตูรั้วเล็ก และพบว่าเจ้าของบ้านไม่ระวังเสียเลย มันไม่ได้ล็อค
ที่นี่เป็นบ้านสองชั้นหลังเล็ก ทรงนิยมแบบบ้านทาวน์โฮมในเมืองทั่วไป
ยังดีที่ประตูหน้าบ้านล็อค รักแท้ล้มตัวลงนอนที่ชานหน้าบ้าน หลับตาและเหยียดขายาวเพื่อผ่อนคลายความล้าจากการขี่รถทางไกล

เขาทำอะไรที่ไม่เข้าท่าอีกแล้ว
เร่งรีบกลับเข้ากรุงเทพ อย่างกับจำเป็นต้องเจอใครบางคนจนทนไม่ไหว
แต่พอมาถึงบ้านเข้าจริงๆ กลับพอใจแค่นอนลงตรงหน้าบ้าน

ไม่ฉลาดเลยรักแท้ คนที่ทำโดยไม่ได้อะไรตอบแทนน่ะโง่ และคนโง่งมงายมักจะกลายเป็นเหยื่อ
ยังหรอกน่า เหยื่อมักไม่รู้ตัวว่ากำลังจะสิ้นท่า แต่เขาไม่ใช่
เขารู้ตัวดี มองเห็นแทบทะลุปรุโปร่งว่ากับดักมันอยู่ตรงไหน
ความรักไม่มีทางจับเขาได้ ก็น่าท้าทายดีไม่ใช่หรือ มาลองเล่นกันดูสักเกมก็แล้วกัน
รักแท้ผู้ไม่เชื่อในรักแม้แต่นิดหลับตาลง


เจ็ดโมง
คิดเช่นนั่งเท้าคางมองผู้ชายที่นอนหลับอยู่ที่ชานบ้าน
เมื่อคืนยุงคงดุน่าดู ถึงได้ทิ้งตุ่มแดงไว้เกลื่อนใบหน้าและแขนขา
คิดเช่นขยับเข้าใกล้
เป่าลมเบาๆข้างใบหูของคนหลับ
เปลือกตาเริ่มขยับยุกยิก
คิดเช่นจึงเลื่อนเข้าชิดอีกนิด
ชักลังเลระหว่างการจู่โจมที่จมูกโด่ง หรือปากที่หยักลึกเป็นทรงนั่น

กัดตรงไหนดีน้า

คิดเช่นอมยิ้ม
แล้วตัดสินใจ
งับลงไปที่ริมฝีปาก ทันทีทีเขาขบฟันลงไปเต็มแรง รักแท้ก็ตะปปเข้าที่หลังคอของโจรที่มาขโมยงับปากชาวบ้าน
รั้งไว้ไม่ให้ดิ้นหนี แล้วป้อนจูบที่ดุดัน  ดูด ขบ กวาดและไล้เลียจนคิดเช่นหอบหายใจหนักหน่วง และทิ้งน้ำหนักตัวลงบนตัวของรักแท้
เมื่อถอนจูบ
ปากคิดเช่นแดงเจ่อ รักแท้เองก็ไม่แพ้กัน

“จูบคนที่มาปลุกแบบนี้ทุกคนหรือเปล่า” คิดเช่นถามทั้งๆที่แก้มข้างหนึ่งยังแนบอยู่กับอกซ้ายของเป็นหลัก

“ใครสอนให้ปลุกคนอื่นด้วยการกัดปากล่ะ”

คิดเช่นยักไหล่

“มาถึงแล้วทำไมไม่เรียก ตั้งใจจะมาขัดจังหวะไม่ใช่หรือ”
รักแท้ขมวดคิ้ว
นี่ก็อีกเรื่องที่กวนใจเขา อีกหนึ่งความรู้สึกที่ผลักดันให้เขามาถึงที่นี่
ความรู้สึกที่ทำให้ลุกลี้ลุกลนอยู่ภายใน คล้ายกับสิ่งที่เขาควรเป็นคนครอบครองกำลังจะหลุดมือไป
ความรู้สึกคล้ายกับเด็กที่ไม่อยากให้ใครเข้าใกล้ของของตน แม้เพียงมือสัมผัส

บ้าฉิบหาย

รักแท้หงุดหงิดตัวเอง เขาควรควบคุมตัวเองได้ดีกว่านี้ไม่ใช่หรือ
ความรู้สึกประเภทที่จะทำให้ตัวเองตกเป็นรองทุกประเภทไม่ควรจะเกิดขึ้นกับเขา
ทั้ง หวง ห่วง หึง หรือ รัก
ความรู้สึกพวกนี้หากเกิดขึ้นกับใคร ไม่ว่าจะมีอำนาจแค่ไหน อำนาจนั้นจะถูกเปลี่ยนมือทันที
เมื่อรู้ตัวว่ากำลังเป็นปลาที่ตามไล่งับเหยื่อและใกล้จะติดเบ็ด เมื่อคืนรักแท้จึงยั้งตัวเองไม่ให้ยอมจำนน ไม่ยอมอ้าปากงับเหยื่อ
เขาจึงตัดสินใจนอนลงตรงหน้าบ้าน ไม่ว่าข้างบนนั้นจะเกิดอะไรขึ้นมาก็ตาม

ช่างหัว


รักแท้จมอยู่กับความคิดของตน ดูเหมือนว่ามีความคิดหลายอย่างวิ่งวนและกำลังเถียงกับตัวเอง
ดวงตาไหวริกแต่ไม่ได้จับภาพด้านหน้า คิ้วขมวดแน่น
คงเป็นเรื่องที่จริงจังน่าดู
คิดเช่นที่จับสังเกตอยู่ จ้องใบหน้านั้นอย่างสนใจ
กรามบดเข้าหากัน คงกำลังไม่พอใจในเรื่องที่ตัวเองคิด
หน้าแบบนี้ก็มีเสน่ห์นะ
แต่ว่า เขาน่าสนใจกว่าตั้งเยอะนี่นา
คิดเช่นจึงเรียกร้องความสนใจของคนที่หมกมุ่นด้วยการตวัดเลียแผล่บตั้งแต่ปลายคางยาวไปถึงปลายจมูกของรักแท้


ได้ผล


“เป็นหมาเหรอ” รักแท้งึมงำถาม ขณะยกมือกดบังคับท้ายทอยของหมาลิ้นยาวให้จูบกันอีกหน
คิดเช่นไม่ได้ตอบ แต่เอียงคอรับการจูบที่ละมุนละไมกว่าครั้งแรก
ชักติดใจการจูบกับรักแท้แล้วสิ จูบที่ไม่เหมือนกันเลยสักครั้ง

“ไปเก็บตัวยุ่งยากอย่างนั้นได้ที่ไหน” คิดเช่นถามรักแท้พลางยกมือขึ้นลูบริมฝีปากที่ตึงและบวมเจ่อ

“ตอนฝนตก”

คิดเช่นพยักหน้าช้าๆ “ตอนนั้นฟ้าร้องด้วยใช่ไหม”

“ใช่ และบางทีไม่ใช่เขาหรอกที่เป็นตัวยุ่งยาก แต่เป็นผม” รักแท้รับคำพลางควานหาบุหรี่

คิดเช่นยิ้มจนตาหยี “โชคดีจังที่ผมไม่ใช่ ว่าแต่ อย่าลืมรางวัลของผมล่ะ”

“เด็กนี่ไง รางวัล” รักแท้ลองแหย่

“ตัวยุ่งยากนี่นับเป็นรางวัลได้ด้วยเหรอ ถึงแม้ว่าหน้าตาจะดูน่ากินอยู่หรอก”

“อร่อยไหม”

คิดเช่นเหล่มอง “หวงก็ยอมรับเถอะน่า ผมจับมันกินขึ้นมาจริงๆ คุณจะยอมเหรอ”

“รู้จักห่วงโซ่อาหารใช่ไหม ผมว่าผมอยู่ข้างบนสุด”

คิดเช่นทำตาโต “โหเจ๋งอ่ะ รวบกินทั้งหมดเลยน่ะเหรอ กลัวแล้วค้าบ”

รักแท้ยิ้มที่มุมปาก เริ่มรู้ตัวว่า เขามักผ่อนปรนกฏและข้อบังคับของตัวเองเมื่ออยู่กับคิดเช่น กับเพื่อนคนอื่นเขาพูดน้อย และไม่มีการล้อเล่นแบบนี้
นี่ก็เป็นอีกคนที่ทำให้เขาเปลี่ยนไป
จริงๆแล้ว คิดเช่นก็เป็นหนึ่งในตัวยุ่งยาก และอาจเป็นตัวที่ป่วนที่สุดเลยก็ได้

เขาไม่ควรปล่อยให้คนสองคนนี้ทำให้การใช้ชีวิตของเขาหลุดออกจากที่ควรจะเป็นไม่ใช่หรือรักแท้

รักแท้ดึงตัวเองกลับมา คาบบุหรี่แล้วจุดไฟ
เมื่อรักแท้เริ่มจุดบุหรี่สูบแล้วพ่นควัน คิดเช่นก็เริ่มทำท่ากลั้นหายใจ แต่ในที่สุดก็สำลักและไอโขลก น้ำตาไหลเป็นทาง
รักแท้รีบดับบุหรี่แล้วปัดมือไล่ควันให้กระจายตัว เข้าประคองคนที่ไอจนน้ำตาเล็ด

“แพ้ควันบุหรี่ทำไมไม่บอก” เขาดุคนที่ยังพยายามกลั้นไอจนยังไม่สามารถเถียงอะไรได้

คิดเช่นโบกมือไปมาพัลวัน สูดหายใจลึก แล้วค่อยพูดว่า “บอกทำไมเดี๋ยวคุณก็เห็น”
รักแท้ส่ายหน้า





เป็นหลักลืมตาตื่น สิ่งแรกที่รู้สึกคือความอุ่น
เมื่อตื่นเต็มตาดีแล้วจึงพบว่ามันอุ่นเพราะอ้อมกอดของคนที่เขานอนหันหลังให้
ทั้งที่เมื่อคืนยืนยันว่าจะไม่กอดนี่
เป็นหลักนอนนิ่งซึมซับไออุ่น พลางทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เรื่องทั้งหมดมันแปลกและไม่ควรเกิด
เริ่มตั้งแต่การโทรไปหารักแท้ การยอมให้คิดเช่นเข้าบ้านและนอนร่วมเตียง
เป็นหลักเรียงลำดับความคิดหรือหาเหตุผลดีๆให้กับการปล่อยให้ทั้งสองคนเข้าใกล้มากขนาดนี้ไม่ได้ แต่รู้ว่า ทั้งสองคนจะทำให้ชีวิตเขาหลังจากนี้ไม่เหมือนเดิม กลิ่นอายของปัญหาลอยฟุ้ง
เป็นหลักเผลอถอนหายใจ
ทำให้คนที่กอดเขาอยู่รู้สึกตัว

“ตื่นแล้วนี่”

เสียงนี่มันไม่ใช่

เป็นหลักพลิกตัวกลับเพื่อมองให้แน่ใจ
และก็พบว่าคนที่กอดเขาอยู่ไม่ใช่คิดเช่นแต่เป็นรักแท้

อีกแล้ว

มีความรู้สึกที่เป็นหลักระบุประเภทชัดๆไม่ถูกเกิดขึ้นอีกแล้ว มันคล้ายกับความดีใจ ผสมด้วยความหวั่นใจ อยากหนีแต่ก็ยินดี หลังจากความยินดีก็เป็นความกลัวและไม่ไว้ใจ แต่ความดีใจก็มีส่วนผสมมากกว่าอยู่ดี

“ผม…คุณ….พี่…เอ่อ…ขอบคุณครับ”  เป็นหลักสู้ตาของรักแท้ได้เพียงชั่วแวบ ก่อนหลบตา โมโหตัวเองนิดหน่อยที่ตะกุกตะกัก

ให้ตายเถอะ เดี๋ยวเค้าก็จับได้หมดว่ารู้สึกยังไง


รักแท้มองแก้มที่ค่อยแดงขึ้นของเด็กตรงหน้า
พอเดาออกว่า สำหรับเป็นหลักแล้ว การกล่าวขอบคุณ ไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย
เขาอมยิ้ม แล้วก้มหอมไปฟอดหนึ่ง
เด็กสะดุ้งแต่ไม่ได้โวยวายอะไร
เขาจึงแตะปากกับหน้าผาก แถมด้วยที่เปลือกตาที่หลงเหลือรอยบวมช้ำ ยิ่งเป็นหลักไม่ห้าม รักแท้ยิ่งไม่ห้ามตัวเอง
แล้วทั้งสองก็จูบกัน มันเป็นจูบที่ผะแผ่วแล้วปลอบประโลม
รักแท้ต้องถอนจูบ เพราะรู้สึกถึงแรงยวบบนที่นอน
แล้วก็เห็นคิดเช่นจ้องตาแป๋วอยู่

“อ้าว ผมมาขัดจังหวะหรือเนี่ย แค่จะขึ้นมาตามว่ากับข้าวเสร็จแล้วนะ จูบกันต่อสิ เดี๋ยวผมปิดตา” แล้วคิดเช่นก็ยกมือขึ้นปิดตาอย่างที่พูด

เป็นหลักหน้าแดงจัดและวางมือไม้ไม่ถูก ส่วนรักแท้กลับจ้องคิดเช่นอย่างพิจารณา
ไม่หึง?
เขาไม่สัมผัสถึงบรรยากาศหรืออารมณ์ขุ่นมัว ไม่ชอบใจ หรืออะไรที่คล้ายๆอย่างนั้นจากตัวคิดเช่นเลย

“ไม่เอาน่า อย่าคาดหวังว่าผมจะเป็นแบบในละครซี่ หรือถ้าคุณอยากได้แบบนั้น เดี๋ยวคุณจูบกันใหม่แล้วผมจะเข้ามากระชากคุณออกจากกัน แล้วร้องไห้โฮๆ ดีมะ”

ทั้งเป็นหลักและรักแท้ยังงงอยู่

“ไม่ดีๆ ต้องกระชากออกมาแล้วต่อยพวกคุณให้คว่ำสิเนอะ” มีคิดเช่นคนเดียวที่ดูสนุกกับฉากละครที่เขาคิดขึ้น

“พี่เป็นแฟนกันเหรอ”  เป็นหลักพยายามปะติดปะต่อเรื่องราว


“เป็นคำถามที่ดี” คิดเช่นทำหน้าราวกับกำลังแถลงข่าวเรื่องสำคัญ

“เออว่าแต่เราเป็นอะไรกันอ่ะคุณ จู่ๆคุณก็มาใช้ให้ผมมาดูแลเจ้าเด็กขี้กลัวนี่” คิดเช่นโยนคำถามกลับไปที่รักแท้

“ผมแค่ไม่ชอบเสียงดัง” มีคนไม่ยอมเสียฟอร์ม

“เมื่อคืนใครกันที่อ้อนว่า กอดผมหน่อย” คิดเช่นยื่นหน้าเข้าใกล้ล้อเลียน

“แล้วพี่กอดผมหรือไง พี่เอาขาหนักๆมาพาดผมไว้”

“แต่ลักกี้ก็หลับปุ๋ยไปเลย”

“นั่นเพราะผมเหนื่อย”

สงครามน้ำลายย่อยๆยังดำเนินต่อไป  แต่รักแท้กลับรู้สึกเพลิดเพลิน เขาเอนตัวพิงหมอนในท่ากึ่งนั่ง แล้วฟังเสียงเถียงกันไปเรื่อยๆ พร้อมกันครุ่นคิดกับคำถามของคิดเช่น ที่เจ้าตัวคงลืมไปแล้ว

เราเป็นอะไรกัน? นั่นสิ

รักแท้หลับตา ได้ยินเสียงทะเลาะกันเบาลงไปเรื่อยๆ เป็นเพราะทั้งเหล้าและการอดนอนเพื่อขี่รถกลับมาทำให้เหนื่อยอ่อน

เจ้าของบ้านคงไม่ว่าอะไรหากเขาจะหลับสักหน่อย

ในภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น คำถามยังลอยวน และได้ยินเสียงของใครบางคนที่คุ้นเคยกระซิบว่า

“ยอมแพ้เถอะ รักแท้”

-โปรดติดตามตอนต่อไป-

ขอต้อนรับสู่ ความสัมพันธ์แบบ3p อย่างเป็นทางการค่ะ (เก็บคำเฉลยไว้ไม่ไหวแล้วค่ะ เพราะเมื่อคุณอ่านตอนนี้แล้ว ก็คงเดาเรื่องได้ปรุโปร่ง)
อ่านแล้วพอจะจับทางได้ไหมคะ ว่าทั้งสามต่างรู้ว่ามันมีแต่ปัญหาทั้งนั้นเลย
เรื่องราวนับจากตรงนี้ จะห่างไกลจากคำว่า “ศีลธรรมอันดี” ไปมากเลยค่ะ
ดังนั้นหากจะเลิกอ่านก็ไม่เป็นไรนะคะ
ความรักแบบหนึ่งต่อหนึ่งอาจเป็นความรักที่ดีที่สุดเลยค่ะ
แต่ถ้ามันไม่ใช่ล่ะคะ ยังพอจะเรียกมันว่าความรักได้อยู่หรือเปล่า

ขอบคุณที่อ่านนะคะ :hao5:
ป.ล. ส่วนเรื่องนกขมิ้นที่รับปากไว้ว่าจะไม่เกินสิ้นเดือน ต้องผิดสัญญาแล้วล่ะค่ะ ยังเขียนไม่ออกจริงๆ
@tonswind
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 6 (29 มิย 59)
เริ่มหัวข้อโดย: BlueCherries ที่ 29-06-2016 21:13:51
กรี้ดดดดด 3p ฟินที่สุดแล้ววววว


กอดๆคุณ Treenature

ขอบคุณนะค้าาาาาา
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 6 (29 มิย 59)
เริ่มหัวข้อโดย: obstacle ที่ 29-06-2016 23:26:48
เห็นแววมาแต่แรกเลยว่าน่าจะ 3p
ปกติก็ไม่ค่อยอ่านแนวนี้เท่าไหร่
แต่นิสัยของทั้งสามคนนี้ดูน่าสนใจดี
เลยจะขอติดตามต่อไปครับ

ส่วนทวิชนี่คิดถึงแล้ว แต่รอได้ครับ สู้ๆ
ที่จริงคิดถึงแจ๊บมากกว่า 555
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 6 (29 มิย 59)
เริ่มหัวข้อโดย: NINEWNN ที่ 30-06-2016 13:34:39
ขอบคุณที่ยืนยันว่าเป็นสามพีค่ะ จะได้ไม่ต้องลุ้น ฮือ55555555555 ขืนลุ้นไปแล้วเรือพลิกเรือคว่ำใจคงสลายแน่
มาชูป้ายไฟ สู้ๆ นะคะ รอตอนต่อไปค่ะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 6 (29 มิย 59)
เริ่มหัวข้อโดย: kun ที่ 01-07-2016 20:49:07
เฉลยแล้ววววว 3p ใช่เลยเหมาะๆๆๆ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 7.1 (3 กค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 03-07-2016 01:37:18
เป็นเช่นรัก ตอนที่ 7.1

วันนั้นจบลงด้วยการแยกย้าย

อาหารที่คิดเช่นทำอร่อยมาก และเป็นหลักคงเผลอแสดงสีหน้าออกไป
ก่อนคิดเช่นกลับจึงทำอาหารที่อุ่นง่ายๆอีกสองสามอย่างทิ้งไว้ให้เขา

“ลักกี้กินแต่มาม่า ขนก็จะร่วงหมดน่ะสิ” คิดเช่นยิ้มเผล่ตอนที่ยกเอากับข้าวที่แพคใส่กล่องวางเรียงบนโต๊ะ

“ต้องสำนึกบุญคุณด้วยนะลักกี้ ของฟรีไม่มีในโลก แล้ววันหลังจะแวะมาเอาค่ากับข้าวนะ”

“ผมไม่ได้ขอให้พี่ทำสักนิด”  เป็นหลักเริ่มระแวงว่าสิ่งตอบแทนที่คิดเช่นอยากได้คงไม่ธรรมดา

คิดเช่นเหล่มองแล้วยิ้ม “ลักกี้ไม่รู้ตัวหรอกว่า พอลักกี้งับไก่ทอดกระเทียมเข้าไปคำแรกแล้วทำตาเป็นประกายขนาดไหน แล้วก็ทำตาละห้อยแบบไหนตอนที่หมูผัดพริกมันหมดน่ะ”

คราวนี้เป็นหลักไม่เถียง เพราะมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ

รักแท้ไม่ได้พูดอะไรเลยหลังจากตื่นนอน สองครั้งก่อน ที่เจอกันเป็นหลักคิดว่ารักแท้ดูขี้เล่นมากกว่านี้  รักแท้มักแหย่ให้เขาหงุดหงิดจากนั้นเจ้าตัวก็จะอมยิ้มชอบใจ   
แต่นี่ รักแท้ไม่ได้เข้าใกล้เขาเลย มีเพียงสายตาที่มักเผลอมองตามความเคลื่อนไหวของเขาอยู่บ่อยครั้ง
คงกลัวแฟนตัวเองจะเข้าใจผิดละมั้ง   เป็นหลักคาดเดา 
ทั้งๆที่เป็นหลักไม่ได้คำตอบชัดๆว่า ทั้งคู่มีความสัมพันธ์กันแบบคนรักหรือเปล่า แต่มันต้องมากกว่าการเป็นเพื่อนกันแน่ๆ 
รู้สึกได้ว่ามีสายสัมพันธ์อันบางเบาลอยอวลระหว่างรักแท้และคิดเช่น

เป็นหลักปวดหนึบๆในอกนิดหน่อยแล้วรีบปัดทิ้งไป เมื่อเช้าเขาเริ่มคิดว่าตัวเองจะพิเศษสำหรับใครบ้างเสียอีก สรุปแล้วก็ไม่ใช่สินะ

อย่าเรียกร้อง เขาด่าตัวเอง  และรีบเก็บงำความเจ็บปวดบางอย่างไว้ในที่ของมัน ซ่อนมันไว้ในใจให้มิดชิด
 
คิดเช่นเป็นคนแรกที่กลับไป เขาถอดผ้ากันเปื้อน บิดขี้เกียจ  แล้วเดินออกจากบ้านไปเสียเฉยๆ
เป็นหลักรีบวิ่งตามไป

“ขอบคุณครับ”  เขาไหว้  ถึงจะไม่ชอบที่ถูกแกล้งและล้อเลียน แต่สิ่งที่คิดเช่นทำตั้งแต่เมื่อคืนก็ควรตอบแทนด้วยคำนี้

คิดเช่นยิ้ม และนี่เป็นยิ้มจริงๆครั้งแรก มันอ่อนโยนและมีเสน่ห์ แต่แค่แวบเดียวเท่านั้น ยิ้มอ่อนโยนนั่นก็เปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์

“แค่คำขอบคุณไม่พอหรอก บอกแล้วไง วันหลังจะมารับสิ่งตอบแทน”

“ครับ”  เป็นหลักกลับรับคำง่ายๆ 

เขาเคยชินกับการต้องแลก เพื่อให้ได้มาอยู่แล้ว  ไม่เคยมีใครที่ให้อะไรเขาฟรีๆ

รักแท้ยืนขึ้นบ้าง เมื่อเป็นหลักกลับเข้ามา

“ปิดบ้านดีๆ”  เขาพูดแค่นั้นแล้วหันหลัง

เขาชะงัก
เป็นหลักสวมกอดเขาจากด้านหลัง

“แทนคำขอบคุณครับ”  เสียงจากด้านหลังค่อนข้างเบา อาจเพราะเขินอายที่ต้องทำอะไรแบบนี้

รักแท้สบถ แกะมือของเด็กนี่
เมื่อหันมาเผชิญหน้ากัน ก็พบว่า เป็นหลักหน้าเสียและซีดเผือด

“ผมขอโทษ พี่กลัวแฟนพี่ว่าใช่ไหม ผมแค่จะขอบ...”

ถ้อยคำที่เป็นหลักพยายามจะอธิบายต้องหยุดลง เพราะรักแท้คว้าตัวเขาเข้าไปกอด

“แย่ นายมันแย่” รักแท้ต่อว่าคนในอ้อมกอดเสียงดัง แต่กลับกระชับวงแขนแน่นเข้า

.
.
.
ฝนตกติดกันมาสามวันแล้ว  คงเป็นพายุฤดูร้อนจริงๆ
ทุกวันเขาจะได้รับโทรศัพท์จากรักแท้

“อยู่ได้ไหม”

รักแท้จะไม่พูดมากเกินกว่านี้ ไม่มีการชวนคุย หรือเล่านิทานใดๆอีก

“ครับ”  เป็นหลักก็ตอบกลับเพียงคำนั้น 

“ถ้าฟ้าร้องก็โทรมา”  แล้วก็วางสายไป

เป็นหลักตั้งใจอย่างแน่วแน่ ที่จะไม่โทรกลับไปหารักแท้ 

ต้องอยู่ได้สิ ฟ้าไม่ได้ร้องในวันนี้เป็นครั้งแรกเสียหน่อย  ผ่านมันไปได้ตลอดนี่นะ อย่าสำออย

แต่อาจเพราะ รักแท้หรือไม่ก็คิดเช่นที่ทำให้เขาอ่อนแอลงกว่าเดิม 
สิ่งที่เคยทนได้ จึงไม่ใช่อีกต่อไป
ครืน! ครืน!
เป็นหลักยกมือปิดหู 

ไม่เป็นไร อดทน อย่าโทรเด็ดขาด อย่าก่อปัญหานะเป็นหลัก

เป็นหลักทั้งขู่ทั้งปลอบตัวเอง 
แต่สุดท้าย

“พี่...”

“อือ...”

ไม่มีบทสนทนาระหว่างกัน ทั้งเป็นหลักและรักแท้ต่างถือสายไว้แบบนั้น ปล่อยให้สายฝนโรยรา ให้ความเงียบทำหน้าที่ของมัน
สายจะถูกตัดไปเมื่อฝนหยุดตกแล้ว

เย็นวันที่สี่
เป็นหลักยืนล้างจานอยู่ในครัว ลมโชยมาวูบหนึ่ง พาเอากลิ่นบุหรี่ยี่ห้อคุ้นเคยมาด้วย
เป็นหลักขมวดคิ้ว ปิดน้ำ แล้วเดินออกมาดู
พบว่า  เขากลับมาแล้ว

“ไวกว่ากำหนดนะครับ”

“เป็นห่วง”

“ครับ?”

“ก็หลักโทรไปไม่ใช่หรือ”

อ้อ คงเป็นคืนนั้น ที่เขากลัวจนเสียสติ

“ปกติหลักไม่เคยโทรไปหา ถ้าไม่ใช่เรื่องจำเป็น ก็เลย...เป็นห่วงนิดหน่อย แล้วก็เลยรีบปิดงานแล้วกลับมา”

เป็นหลักคลี่ยิ้ม ห้ามตัวเองให้ดีใจไม่ไหว  “ครับ วันนั้นฟ้าร้องน่ะครับ หม้อแปลงระเบิดด้วย”

“มิน่าล่ะ  กลัวมากไหม”

“ไม่เป็นไรแล้วครับ” 

เขาพยักหน้า สายตาที่ทอดมองมามีความหมายแบบหนึ่ง เป็นหลักเกลียดที่ตนเองเข้าใจมัน
เขาเดินขึ้นชั้นบน
เป็นหลักเดินไปล็อคประตูบ้าน แล้วเดินตามขึ้นไป

“อยู่กับฉันมากี่ปีแล้ว” เสียงคำถามกระท่อนกระแท่น

“จ..เจ็ด...ปี...ครับ” คำตอบก็กระท่อนกระแท่นพอกัน

“เจ็ดปีแล้วหรือ” เสียงนั้นเหมือนกำลังรำพึงกับตัวเอง แล้วก็เร่งเร็วขึ้น   

มือของเป็นหลักกำผ้าปูแน่นเข้า กลั้นเสียงครางเครือสุดกำลัง  เขาไม่ชอบให้ร้อง
ในจังหวะที่ลอยคว้าง เขาหลุดเรียกชื่อใครคนนั้นที่เป็นหลักรู้จักดี 
เป็นหลักยิ้มขื่น
คนด้านบนทรุดกายลงทาบทับกับแผ่นหลังของเป็นหลัก
เขาหอบ

“รู้ใช่ไหม ว่าฉันไม่เคยอยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้”   เขาซบหน้าแล้วพูดอู้อี้อยู่กับแผ่นหลังขาว

“ครับ”  เป็นหลักรู้สึกได้ว่า หยดน้ำตามากมายไหลลงเปียกแผ่นหลัง   “ทั้งหมดมันเริ่มที่ผม ไม่เป็นไรนะครับ เรื่องทั้งหมดผมเต็มใจ”  น้ำเสียงเป็นหลักปลอบประโลม แม้ตัวของเขาเองก็กำลังร้องไห้อยู่เช่นกัน

“อยากได้อะไรฉันจะให้ ฉันขอโทษ ขอโทษจริงๆ” 

“คุณรู้อยู่ตลอดว่าผมอยากได้อะไร”

กอด แค่อยากให้กอดไว้

-โปรดติดตามตอนต่อไป-
ช่วยกอดเด็กนี่ไว้แน่นๆทีค่ะ
@tonswind
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 7.1 (3 กค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: kun ที่ 03-07-2016 10:11:13
ลุ้นต่อ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 7.2 (3 กค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 03-07-2016 13:43:32
เป็นเช่นรัก ตอนที่ 7.2

รักแท้กดออดหน้าห้องที่เคยมาแล้วครั้งหนึ่ง
เจ้าของห้องต้อนรับด้วยรอยยิ้มโรยๆ ในเสื้อกล้ามขาวและกางเกงนอนขายาว
รักแท้มาที่นี่ เพราะได้รับข้อความสั้นๆ “ผมอยากได้รางวัลแล้ว”
ดูเหมือนคนที่ทวงรางวัลเพิ่งจะฟื้นจากกิจกรรมหนักๆ  เพราะเขาเห็นซองที่ฉีกใช้แล้วหลายซองในถังขยะ ขวดเจลที่หมดแล้วอีกหนึ่งขวด และรอยโหว่ใต้เสื้อกล้ามขาวนั้นปกปิดรอยฟันตรงช่วงอกไม่ได้ ถ้าเขาคิดไม่ผิด รอยจ้ำๆที่แขนขวานั่นน่าจะเกิดเพราะถูกบีบอย่างแรง
คิดเช่นนอนเอนอยู่บนโซฟา ยกมือหนึ่งก่ายหน้าผาก รักแท้ทิ้งตัวลงใกล้ๆ

“เมื่อคืนยังไม่อิ่ม?”

มือของคิดเช่นยังก่ายอยู่ที่หน้าผาก “เมื่อคืนผมเยียวยาคนอื่นจนหมดพลังเลยน่ะสิ เลยอยากให้คุณช่วยเยียวยาผมบ้าง”

รักแท้ถอนหายใจ เขากระตุกขาคนที่ดูเหมือนจะผล็อยหลับในท่านั่งให้นอนเหยียดไปบนโซฟา ถอดเสื้อกล้ามนั่นออก แล้วทาบตัวตามลงไป
คิดเช่นแปลกใจนิดหน่อย ที่รักแท้เริ่มเกมเร็ว
รักแท้เริ่มต้นจูบซับบริเวณรอยฟัน บางรอยนั้นยังมีเลือดซึม
รอยที่หนึ่ง...ตัวของคิดเช่นเกร็ง
รอยที่สอง...คิดเช่นหายใจยาวแล้วแหงนหน้าขึ้น
รอยที่สาม...คิดเช่นคราง
รักแท้สัมผัสทุกรอยอย่างทะนุถนอม ปากจูบแผ่ว ลิ้นลากวนเบาๆ  มันเป็นจูบที่บรรจงเพื่อลบคราบอารมณ์จากบาดแผล

“แสบหรือเปล่า” รักแท้เกลี่ยมือไปบนรอยหนึ่ง ที่ถูกเลียจนชุ่ม

เมื่อสบตากัน  คิดเช่นต้องเบือนหลบ เพราะสายตาของรักแท้อ่อนโยนเกินไป มากจนเกินจะทนไหว 
ความอ่อนโยนนั้นกำลังหลอมความแข็งกระด้างบางอย่างในใจคิดเช่น  ซึ่งมันไม่ควรเกิด  ปมของเขาไม่ควรถูกเปิดออกมา

“จูบของคุณอันตรายจัง” คิดเช่นพูด แล้วแอ่นอกขึ้น เพื่อเชิญชวน  เขาอยากได้รอยจูบแบบนั้นอีกสักที ถึงแม้จะรู้ว่ามันจะทำให้เขาแย่ลงในภายหลัง

“ยาบางอย่างก็อันตราย”  รักแท้เอ่ยโดยไม่เงยหน้าจากผิวเนื้อนิ่ม

“คุณจะรักษาผมใช่ไหม” จู่ๆคิดเช่นก็คาดหวังขึ้นมา

รักแท้เงยขึ้นสบตา  “ผมคงทำได้แค่บรรเทาปวด”

คิดเช่นปิดเปลือกตาลงครู่หนึ่ง  นั่นสินะ เผลอคาดหวังโง่ๆไปได้ยังไง   

เพราะจูบของคิดเช่นนั่นแหละที่ทำให้เขาเผลออ่อนแอ แย่จัง


“จูบของคุณมันอาบยาหลอนประสาท”  คิดเช่นพูดทั้งๆที่ยอดอกข้างหนึ่งตกเป็นตัวประกันอยู่ในปากของรักแท้

“หือ?” รักแท้พูดได้แค่นั้น เพราะกำลังตั้งใจใช้ลิ้นฉกรัวที่ยอดเนินนั้น

รักแท้แหงนหน้าจนสุดและเผยอปากครางเบาๆ  “มันทำให้ผมเห็นซาตานอย่างคุณเป็นเทวดา เผลอคิดไปนิดหน่อยว่า คุณจะมอบพรให้ผมหลุดพ้น....อ๊า” 

ท้ายประโยคของคิดเช่นเป็นเสียงกรีดร้องเพราะรักแท้เม้มริมฝีปากที่ยอดอกอีกข้างแล้วบิดมันเต็มแรง

รักแท้ผละจากยอดอกทั้งสองข้างที่ตอนนี้ปลั่งแดง  “เผื่อคุณจะหลงคิดว่าผมเป็นเทวดาอีก”  แล้วก้มกัดลงตรงซอกคอของคิดเช่น
ตัวของคิดเช่นบิดเกร็ง  ตาหรี่ปรือ ร่างกายของเขากำลังเสพกระแสความเจ็บที่แล่นพล่านทั่วร่างมันปนเปไปด้วยความ...สุข เขาไม่อยากจะยอมรับมันเลย มันแตกต่าง

“เรามาตกนรกไปพร้อมกันเถอะ”  รักแท้กระซิบที่ข้างหู ก่อนลงมือทำทุกอย่างให้จริงจัง
.
.
หลอก

รักแท้หลอกคิดเช่น
พาไปทัวร์นรกที่ไหนกัน  สวรรค์ต่างหากที่คิดเช่นได้ลอยขึ้นไปแตะ
ตลอดรายการทัวร์ รักแท้ปรนเปรอเขา ทำให้เขารู้สึกราวล่อยล่องในปุยนุ่น
รักแท้ขบแต่ไม่กัดเนื้อจนวิ่น บดจูบ กระแทกกาย แต่ไม่ขยี้ เพราะส่วนนั้นของคิดเช่นยังบวมเบ่ง ขั้นตอนการสอดกายเพื่อประสานกันจึงช่างเชื่องช้าและแผ่วนุ่ม
การเคลื่อนกายที่คล้ายการเต้นรำด้วยจังหวะวอลทซ์ แต่กลับสัมผัสจุดอ่อนไหวภายในได้แม่นและเข้าเป้า
คิดเช่นคงไม่รู้ตัวว่า ใบหน้ายามที่ถูกสัมผัสตรงนั้น มันเย้ายวนและเร้าอารมณ์ จนรักแท้อยากยืดเวลาไปให้นานที่สุด
เมื่อทนไม่ไหว คิดเช่นเริ่มเรียกร้องมากขึ้น เร่งเร้ามากขึ้น แต่รักแท้กลับดื้อและไม่ยอมพาเขาไป

“รัก” จู่ๆคิดเช่นก็กระซิบชื่อของเขาเพียงสั้นๆ  “นะ”  ตามด้วยคำเพียงพยางค์เดียวสั้นๆที่ช่างเว้าวอน

“ครับ”  รักแท้พ่ายแพ้ต่อสายตา จับมือทั้งสองข้างของคิดเช่นขึ้นเหนือหัว ปลายนิ้วของทั้งคู่สอดประสานกัน

ร่องนิ้วสัมผัสร่องนิ้ว เนื้อตัวกระทบเนื้อตัว จังหวะเปลี่ยนเร็วขึ้น มันหนัก หน่วง แน่น ประสาทสัมผัสส่วนนั้นของคิดเช่นถูกเสียดสีจนเหมือนร่างกายจะแตกสลาย กระแสที่หวิวโหวงแล่นปราดจนแทบสำลัก
ในขณะที่รักแท้ยังรู้สึกว่า ยังหนักไม่พอ ยังลึกไม่พอ เขาอัดกายเข้าไปอีก อีก และ อีก

ซาตานหรือเทพอะไรบางตนรออยู่ตรงนั้นแล้ว มันโยนทั้งคู่ขึ้นสูงแล้วระเบิดพร่าง

คิดเช่นกรีดร้อง   ใช่ กรีดร้องจริงๆ  เขาส่งเสียงดังลั่นอย่างหักห้ามตัวเองไม่ได้เมื่อเสร็จสม แล้วก็ค่อยๆ สะอื้น เขาร้องไห้ รักแท้ปลดเปลื้องบางอย่างของคิดเช่นเข้าให้แล้ว
รักแท้เองก็ตื่นตระหนกกับความสุขที่เขาได้ตลอดการเดินทางจนจบสิ้น มันคงไม่สามารถเรียกว่า สำเร็จความใคร่ มันห่างไกลจากคำนั้นมาก รักแท้รู้ว่ามันควรเรียกว่าอะไร แต่เขาจะไม่ยอมเรียกมันอย่างเด็ดขาด เขาไม่ควรรู้สึกอย่างนี้ ไม่ควรเลย

แย่แล้ว ตกหลุมพรางเข้าให้แล้ว

“นายมันเหี้ย” จู่ๆสรรพนามที่คิดเช่นใช้เรียกรักแท้ก็เปลี่ยนไป คิดเช่นร้องไห้ ออกอาการฟูมฟาย “ฮือ....พาผมไปรู้จักกับความรู้สึกพวกนี้ทำไมกัน...เหี้ย...เหี้ยมาก ฮือ......” 

น่าตกใจที่คิดเช่นคนที่ดูจะไม่ยี่หระต่อความเจ็บปวดและเสียใจมีอาการถึงขนาดนี้

รักแท้ก็ไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร พาย้อนกลับไปก็คงไม่ได้ เซ็กส์ในครั้งแรกที่เจอกันก็ไม่ได้ส่งสัญญาณเตือนว่าครั้งต่อไปจะเป็นอย่างนี้ ช่วยอะไรไม่ได้แล้วจริงๆ จึงคิดว่า ควรจูบเพื่อกล่อมให้คิดเช่นเลิกร้องไห้
แรกที่เขาประกบปากลง คิดเช่นดิ้น และเบี่ยงหน้าหนี คิดเช่นกลัวใจตัวเองไปเสียแล้ว จึงจะไม่ยอมให้จูบอีก จะไม่ยอมรู้สึกแบบนั้นอีก แต่สุดท้าย...
จูบของรักแท้ก็หลอกล่อคิดเช่นที่ตื่นกลัวให้สงบลงได้
.
.
.
ผ่านไปสักชั่วโมง กว่าคิดเช่นจะหยุดร้องไห้ได้จริงๆ ตาเขาบวม ซุกตัวอยู่กับหมอนอิง
สิ้นสภาพของคิดเช่นจอมยียวนและขี้เล่น
รักแท้เพิ่งปิดประตูระเบียง เขาออกไปสูบบุหรี่ และรอให้กลิ่นควันจางไปจากตัวแล้วจึงเข้าห้อง
แต่มันก็ทำให้คิดเช่นไอโขลกอยู่ดี 
แล้วรักแท้ก็เกิดคิดว่า ควรเลิกบุหรี่เสียที

รักแท้ถอดเสื้อที่อมควันบุหรี่ออก แล้วเดินเข้าไปนั่งใกล้ๆ ดึงคิดเช่นเข้ามากอดแล้วลูบหัว

“เขาเห็นคุณเป็นคนรักหรือเป็นที่ระบายอารมณ์”

คิดเช่นไม่ตอบคำถาม

รักแท้จึงพูดต่อไป 

“อย่าบูชาความรักให้มากนักเลย”

เขาเจอคนที่ยอมเอาหัวใจและร่างกายบูชายัญเพื่อสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงอีกคนหนึ่งแล้ว

-โปรดติดตามตอนต่อไป-

เข้าสู่ช่วงแปดเปื้อนและเว้าแหว่งจริงๆแล้วค่ะ
เปิดปมพร้อมกันสองคนเลย
ขอบคุณในเรื่องเดิมๆค่ะ ขอบคุณที่อ่านนะคะ
#เป็นเช่นรัก
@tonswind
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 7.2 (3 กค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: kun ที่ 03-07-2016 14:06:57
ช่วยกันรักษาน่ะ
ลุ้นต่อ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 7.2 (3 กค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: BlueCherries ที่ 03-07-2016 21:27:55
T  T

แต่ละคนก็มีปัญหา โอยๆ ทำไมมันมาม่าเช่นนี้

 o18

ฆ่าคนอ่านเลย
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 8.1 (3 กค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 03-07-2016 22:37:50
เป็นเช่นรักตอนที่ 8.1

บางทีคนที่เปราะบางมากที่สุดอาจเป็นคิดเช่น
เพียงแต่เขาไม่เคยเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เปราะบางมาก่อน
รักแท้เคยได้ยินวลี numb the pain ซึ่งคิดเช่นเป็นแบบนั้น คิดเช่นไม่เคยเจ็บปวด เพราะเขาทำให้หัวใจของตัวเองเป็นอัมพาตตลอดมา
รักแท้เป็นคนปลดความรู้สึกที่คิดเช่นขังเอาไว้ ทำให้คิดเช่นได้สัมผัสกับความอ่อนโยน
คิดเช่นผ่านการหลับนอนมาไม่น้อย แต่ทั้งหมดทำไปในขณะที่คิดเช่นเองคิดว่าตัวเขาเองมีค่าเพียงน้อยนิด
มันจึงเป็นแค่เซ็กส์
แต่เช้าวันนี้ ในขณะที่เสพเนื้อกายของกันและกันนั้น รักแท้มองเห็นคิดเช่นลึกเข้าไปในตัวของเขา เห็นคนที่กำลังเศร้าอย่างที่สุดคนหนึ่งอยู่ในนั้น รักแท้จึงถนอมเขาอย่างที่สุดเช่นกัน
ครั้งนี้มันจึงไม่ใช่การร่วมประเวณีอีกต่อไป
มันเป็นการที่รักแท้ ใช้เนื้อตัว การสัมผัสและเคลื่อนไหวทั้งหมดแทนคำกระซิบว่า “นี่ต่างหากที่เรียกว่าความสุข คิดเช่น”
ความเจ็บปวด เสียใจ และโศกเศร้าทั้งหมดที่กักเก็บไว้ จึงทะลักทลายออกมา
เขาจึงสะอื้นไห้ไม่หยุด ร้องไห้หนักที่สุดในรอบหลายปี

น่าอาย

คิดเช่นกลัวว่าตัวเองจะกลับไปเป็นคนเดิมไม่ได้อีก

ตอนนี้ค่ำแล้ว คิดเช่นยังยึดเอาโซฟาตัวเดิมเป็นที่ตั้ง
รักแท้ทำอะไรกุกกักอยู่ในครัว

บูชาความรักงั้นหรือ

นี่ก็เป็นเรื่องที่เขามองไม่เห็นตัวเองมาก่อน ที่เขาทำทั้งหมดคือการบูชาความรักงั้นหรือ ทุ่มเทไปมากขนาดนั้นเลยหรือคิดเช่น

คิดเช่นตัดสินใจแตะขาลงกับพื้น เดินลากขาเนือยๆไปในครัว
รักแท้ที่กำลังอยู่หน้าเตาหันมาดูนิดหนึ่ง คิดเช่นยังมีตาบวมแดง ปลายจมูกก็ด้วย

“หิว” เสียงพูดติดอู้อี้และงอแง

“อยากจะกินไวๆก็ต้องช่วยกัน”

“ไม่เอา”

“ทำไม”

“คุณทำผมร้องไห้ คุณต้องรับผิดชอบสิ”

ฟังก็รู้ว่าเป็นเหตุผลข้างๆคูๆ 
คิดเช่นไม่กระโดดขึ้นไปนั่งบนเคาท์เตอร์แบบครั้งก่อน เพราะช่วงล่างยังบอบช้ำอยู่มาก จึงเลือกจะยืนพิง
รักแท้ยักไหล่ แล้วหันกลับไปคนหม้อข้าวต้ม
หยิบเครื่องปรุงบางอย่างใส่เพิ่มเข้าไป
คิดเช่นเริ่มสนใจ แล้วขยับเข้าใกล้
รักแท้เหลือบมอง  คิดเช่นตอนนี้แทบจะมีหูจิ้งจอกงอกขึ้นมาบนหัว ถ้ามีจริงๆ หูนั้นคงกระดิกไปมาอย่างอยากรู้อยากเห็น
รักแท้กวักมือให้คิดเช่นเดินมาใกล้ คิดเช่นกัดปาก ช่างน้ำหนัก ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ คิดเช่นไม่รีรอหรือกังวลที่จะเดินเข้าชนกับคนตรงหน้า แต่เขาในตอนนี้ไม่มั่นใจเอาเสียเลย การเข้าใกล้รักแท้จะทำให้เขาสูญเสียตัวตนเดิมที่อุตส่าห์สร้างขึ้นอีกหรือเปล่า
รักแท้หันมามองอีกหน  “เปลี่ยนเชื่อจากคิดเช่น เป็นคิดมากแล้วหรือยังไง มาเถอะน่า อย่ากลัวมากไป”
คิดเช่นหรี่ตา มุ่ยหน้า  และเดินเข้าไปหา
รักแท้ดึงตัวคิดเช่นให้เข้าใกล้ขึ้นอีก แล้วโอบแขนกักตัวคิดเช่นไว้ กลายเป็นคิดเช่นที่ยืนอยู่หน้าเตาในวงแขนของรักแท้ที่ยืนซ้อนจากด้านหลัง มือของรักแท้ยังคนหม้อข้าวต้มอยู่
ความสูงของทั้งคู่ต่างกันไม่มาก ริมฝีปากของรักแท้จึงกระซิบที่ข้างหูของคิดเช่นได้พอดี

“ผมเห็นมีเผือก ฟักทอง แล้วก็แครอท เลยเอามาใส่ข้าวต้ม” เสียงรักแท้ที่ดังข้างหูทำให้คิดเช่นเข่าอ่อนนิดหน่อย แต่พยายามข่มอาการไว้

“ผมตั้งใจจะเอามาทำขนม”

“เหมือนคุณจะถนัดทำขนมมากกว่า”

คิดเช่นพยักหน้า แล้วไม่ยอมเล่าอะไรอีก
รักแท้ก็คนหม้อข้าวต้มไปเงียบๆ  ลมหายใจของเขารดอยู่ที่หลังคอของคิดเช่น มันทำให้เข่าอ่อนอีกแล้ว คราวนี้ยืนไม่ไหวจริงๆ
คิดเช่นยกมือเกาะแขนรักแท้ไว้
ได้ยินเสียงหัวเราะ หึ ล้อเลียนจากข้างหลัง คิดเช่นจึงจิกเล็บลงบนแขนที่เกาะอยู่

รักแท้สะดุ้ง  “ดุจัง”

“ดุมากด้วย”

“คุณก็เหมือนลูกหมานะ แต่เป็นหมาจิ้งจอก”  รักแท้แหย่อีก

คิดเช่นจึงหันไปงับที่ปลายคางของคนด้านหลัง รักแท้ร้องแต่ไม่สะบัดหนี
พลาด
คิดเช่นบอกตัวเองเลยว่า ไม่ควรหันมา ไม่ควรสบตา และไม่ควรอยู่ใกล้ริมฝีปากของรักแท้ขนาดนี้

“ห้ามจูบผมอีกนะ” คิดเช่นสั่ง ทั้งๆที่ตาของตนเองจ้องอยู่ที่ริมฝีปากของรักแท้ สายตาที่บอกทั้งหมดว่า อยากให้จูบมากแค่ไหน

รักแท้ควรเชื่อสายตา หรือคำพูดนั่นดีล่ะ
เขาโน้มหน้าลง คิดเช่นรีบหันหนี เขาจึงต้องยกมือข้างหนึ่งมาประคองหลังคอของคิดเช่นไว้ บังคับไม่ให้เคลื่อนไหว
กดปากลงไปบนปากที่เม้มแน่น กดซ้ำอีกครั้ง แล้วกลับมาจ้องตา รักแท้ไม่ได้บังคับ แต่กำลังขอ
และแล้ว คิดเช่นก็ปิดตาลง และเผยอปากขึ้น
จูบของรักแท้ครั้งนี้ยิ่งต่างจากทุกครั้งที่จูบกัน มันยิ่งอ่อนหวาน ปลุกปลอบ และอบอุ่น
เมื่อผละออก คิดเช่นซบหน้าลงกับบ่า รู้สึกมั่นใจในตัวเองน้อยลงไปอีก
รักแท้เอาคางวางบนหัวของคนที่เกาะเขาไว้ แล้วคนหม้อข้าวต้มต่อไป


เสียงโทรศัพท์ของรักแท้ดังขึ้น ตอนที่เขากำลังตักข้าวต้มใส่ถ้วย
คิดเช่นที่ตอนนี้หนีออกไปนั่งที่โซฟาจึงทำตัวให้เป็นประโยชน์บ้าง โดยการยื่นโทรศัพท์มาให้
เป็นหลักโทรมา
รักแท้รีบวางทุกอย่างแล้วรับสาย

“ว่าไง”  เขาพูดแค่นั้น

“ผม...ไปค้างกับพี่ได้ไหม” 

รักแท้ขมวดคิ้ว เสียงของเป็นหลักไม่ค่อยดีเท่าไหร่
เขาคงต้องไปหา แต่ว่าก็ละล้าละลัง เพราะเป็นห่วงคิดเช่นอยู่เหมือนกัน
ยังไม่ทันกินข้าวด้วยกันก็ทิ้งไปเสียแล้ว
ถ้าทำอย่างนั้น คิดเช่นก็คงจะกลับไปเป็นแบบเดิมอีก

รักแท้ ผละออกจากโทรศัพท์ หันไปถามคิดเช่นที่จ้องตาแป๋วอยู่ “ให้เป็นหลักมาที่นี่ได้ไหม”

คิดเช่นเอียงคอ “เราจะจัดปาร์ตี้กันเหรอ ก็ดีสิ ห้องผมไม่เคยมีปาร์ตี้มาก่อน ฮัลโหลลักกี้ ซื้อขนมมาด้วยนะ” คิดเช่นตะโกนเข้ามาในสาย
รักแท้ส่ายหน้า ดูเหมือนคิดเช่นหาทางที่จะกลับมาเกเรได้แล้ว จู่ๆก็มีคนมาให้แกล้ง ให้แหย่ถึงที่ จะได้ลืมเรื่องของตัวเองไป

รักแท้กลับมาคุยโทรศัพท์  “อยู่ไหน เดี๋ยวไปรับ”

“พี่อยู่กับแฟนเหรอ งั้นผมไม่ไปดีกว่า”

“เดี๋ยวจะไปรับ เข้าใจไหมเป็นหลัก”

“ผมเพิ่งบอกว่า ผมไม่ไปแล้ว”

“เป็นหลักครับ”

“...”

คิดเช่นคิดว่า เจ้าเด็กคนนั้นคงดื้อและเข้าใจอะไรผิดอยู่ จึงขอเป็นคนคุยโทรศัพท์เอง

“ฮัลโหล ลักกี้ นายติดค่ากับข้าวฉันอยู่นะ มาเป็นของเล่นให้ฉันเสียดีๆ อะไรกัน ไม่ยอมมาเจอผู้มีพระคุณได้ยังไง ตกลงอยู่ไหน”

“เอ่อ...ผมไม่อยากไปแล้ว”

“ไม่ได้ นายต้องมาจ่ายหนี้ ตกลงอยู่ไหน” 

“อยู่หน้าบ้านครับ ผม...เกิดไม่อยากเข้าบ้านตอนนี้”

สีหน้าคิดเช่นเปลี่ยนไปนิดหนึ่ง “อืม”  คิดว่าเข้าใจความรู้สึกของเด็กนั่น
 
ฝนตกอีกแล้ว รักแท้เลยยืมรถยนต์ของคิดเช่น
เขาคว้ากุญแจที่คิดเช่นส่งให้ เดินออกไปจากห้อง แล้วเดินกลับเข้ามาใหม่ คว้ามือของคนที่ยืนงงอยู่

“ไปด้วยกันดีกว่า”

ที่หน้าปากซอยประชาชื่น หน้าเซเว่นอีเลฟเว่น มีเด็กม.ปลายที่ชุดนักเรียนเปียกนั่งอยู่ที่ริมฟุตบาท
รถเคลื่อนเข้าไปใกล้ คิดเช่นชะโงกหน้าออกมาจากหน้าต่าง

“ยู้ฮู หมาหลง”

-โปรดติดตามตอนต่อไป-

วันนี้ทำสถิติ ภายใน 24 ชั่วโมง อัพสามครั้งเลยค่า
ความพอดีไม่มีในตัวดิฉันเลย
ขอบคุณที่อ่านนะคะ

#เป็นเช่นรัก

@ t o n s w i n d
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 8.1 (3 กค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: BlueCherries ที่ 04-07-2016 08:01:42
ทั้งหมาหลงทั้งคิดมาก หอบผ้าผ่อนมาอยู่กับรักเลยค่ะ

เฮ~ แฮปปี้เอนดิ้ง
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 8.1 (3 กค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: kun ที่ 04-07-2016 21:51:20
ทำไมตอนนี้เราอมยิ้มได้น่ะ แบบว่าเขากำลังจะถอด ไม่ใช่ เปิดกันหมดแล้วทุกสิ่ง อิอิ
ดีอ่ะ จะได้ไหลๆๆเยอะๆๆ มาหลายๆๆตอน คิกๆๆ
ลุ้นต่อ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 8.1 (3 กค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: obstacle ที่ 07-07-2016 01:47:04
บรรยากาศเศร้าๆ ทุกคนมีปม แต่อ่านแล้วอมยิ้ม
แล้วอย่างรักแท้นี่เป็นหมาอะไรครับ
เซนต์เบอร์นาร์ด? ฮัสกี้? หมาป่า?

ลงถี่ซะจนคิดว่าตัวเองอ่านช้าไปเลย
ทำลายสถิติตัวเองอีกบ่อยๆ นะครับ
ติดเรื่องนี้มาก
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 8.1 (3 กค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: mi22 ที่ 07-07-2016 03:24:53
อ่านยาวเลยค่ะ
ชอบ ฮรือ
ตอนแรกชอบเวลารักแท้อยู่กับเป็นหลักมาก ตอนนี้ชอบเวลาอยู่กับคิดเช่นมากกว่า
กอดคิดเช่น :man1: ฮรือ เป็นหลักรีบมาทำคะแนนนะ 55
มันลงตัวที่3Pมาก
พบว่ารักแท้ช่างอบอุ่น
รออ่านนะคะ
ขอบคุณค่ะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 8.1 (3 กค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: snowboxs ที่ 07-07-2016 20:45:05
มันจะมีเหรอที่รักเท่ากัน
แล้วแต่ล่ะคนก็ต้องการมันสุดๆ
และเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นด้วยซิ
แถมไม่ใช่แค่สามแต่มันห้าหรือจะหก
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 8.1 (3 กค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: kun ที่ 15-07-2016 21:27:20
จะมายังน่ะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 8.2 (17 กค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 17-07-2016 10:36:56
เป็นเช่นรัก ตอนที่ 8.2

เหล้าแก้วแล้วแก้วเหล้าถูกชงแล้วยื่นให้เขา  เป็นหลักรับมันมา ยกดื่มนิ่งๆ แล้วปล่อยให้ตัวเองจมจ่อมอยู่กับความเงียบ และเรื่องในใจ

“คอแข็งเกินเด็กไปหรือเปล่า” คิดเช่นแอบพึมพำเบาๆ แล้วยกเหล้าของตัวเองขึ้นจิบ ขยี้ผมตัวเองแล้วยกดื่มอีกอึกใหญ่

เหล้าพร่องไปพอควร ตัวของเป็นหลักแดงไปหมด แต่ไม่มีท่าทางอื่น

“เหล้าเค้าต้องกินแล้วเมาหรือเปล่าวะ กินแล้วนั่งนิ่งๆแบบนี้เสียของหมด ไปกินน้ำเปล่านู่นไป”

คิดเช่นได้แต่แอบบ่นงุบงิบ  ไม่พอใจที่เจ้าเด็กไม่เมาเสียทีและเผลอตัวยกแก้วของตัวเองขึ้นดื่มอึกใหญ่อยู่หลายหน

รักแท้นั่งมองทั้งสองอยู่เงียบๆ คนหนึ่งท่าทางอมทุกข์ อีกคนท่าทางอารมณ์ไม่ดีที่ไม่ได้เล่นอะไรสนุกๆ
ไม่เกินชั่วโมง คนที่เริ่มเมาคือคิดเช่น  เหล้าทำให้ร้อน เขาปลดกระดุมเสื้อออกหลายเม็ดแล้วเลื้อยตัวลงไปนอนหนุนตักของเป็นหลัก
เป็นหลักไม่โวยวาย กลับยกมือขึ้นสางผมของคิดเช่น แล้วม้วนกับนิ้วเล่น  จากนั้นก็เพลินจนไล้เรื่อยไปลูบแก้มเบาๆ
คิดเช่นเองก็เอียงหน้าเข้าหาฝ่ามือนั่นแล้วหลับตาพริ้ม

“มือลักกี้อุ่น” คิดเช่นงึมงำ

นี่อาจเป็นท่าทีอย่างเดียวที่แสดงว่าเป็นหลักเริ่มเมา คือ เขาโน้มตัวลงจรดปากกับหน้าผากของคิดเช่น โดยไม่สนใจรักแท้ที่นั่งอยู่บนโซฟาอีกฝั่ง

“ปากผมก็อุ่น”

“อือ อุ่น”    คิดเช่นเห็นด้วย แล้วหลับตาลงพลางคิดว่า เล่นจูบหน้าผากกันแบบนี้ ทำเอาเขาสับสนว่า ตอนนี้ใครกันที่เด็กกว่า
นี่เขากำลังอ้อนมันอยู่หรือเปล่านะ

รักแท้ขมวดคิ้วกับภาพตรงหน้า แต่ยังคงวางเฉยอยู่   เป็นหลักยิ้มนิดๆกับรอยย่นตรงหว่างคิ้วของรักแท้
มือของเป็นหลักไล้เรื่อยไปจนถึงรอยฟันที่หน้าอก

“พี่ทำเขาเป็นรอย” เป็นหลักเงยหน้าขึ้นมาตำหนิรักแท้

รักแท้ไม่ได้พูดอะไรสักคำ มีเพียงสายตาที่สื่อออกไปว่า  “ไม่ได้ทำ”
มันเป็นการสื่อสารที่ยาก แต่ เป็นหลักกลับเข้าใจ

“แต่พี่ก็ไม่ควรปล่อยให้คนอื่นมาทำกับแฟนตัวเองแบบนี้”   เป็นหลักยังคงต่อว่ารักแท้ แล้วหลุบสายตามองมือของตัวเอง ที่ลูบวนแผ่วเบาบนรอยฟันประปรายที่อกของคิดเช่น

“และก็อย่ายอมให้ใครทำกับตัวของพี่แบบนี้สิ” เป็นหลักก้มลงดุคิดเช่น  เขารู้ว่าคิดเช่นยังไม่หลับ

คิดเช่นปรือตาขึ้น

“อย่าซีเรียสน่าลูกหมา นายเองก็น่าจะมีนี่นา”

“นั่นสิ ผมก็มี”

คิดเช่นและเป็นหลักต่างจ้องมองกัน  ดวงตาของเป็นหลักวูบไหว คิดเช่นที่เงยมองอยู่ ยิ้มให้ เป็นยิ้มที่ทำเพียงยกมุมปากทั้งสองข้างขึ้นแต่มันกลับปลอบประโลมได้มาก

“ไม่เป็นไรนะ ฉันเข้าใจ”
รอยยิ้มและสายตาของคิดเช่นมีความหมายแบบนั้น

เป็นหลักรีบปิดเปลือกตา กลั้นเขื่อนน้ำตาไม่ให้ไหล
คิดเช่นและรักแท้เพียงมองดูเด็กคนนี้อย่างเงียบๆ
.
.
.
“พอแล้ว”  รักแท้ดึงแก้วเหล้าออกจากมือของเป็นหลัก ตอนตีหนึ่งกว่าๆ  และเป็นหลักก็ยอมโดยดี

คิดเช่นหลับไปแล้วบนตักของเป็นหลัก

“พี่มานั่งแทนที่ผมที ผมจะไปฉี่ หรือไม่ก็พาแฟนพี่เข้าไปนอนต่อในห้องเถอะ”

“ไม่ใช่แฟน”

“แต่พี่มีอะไรกับเขาใช่ไหม” เป็นหลักเดาเรื่องนี้ได้ไม่ยาก

“ฉันก็นอนกับนายเหมือนกัน”   

เป็นหลักพยักหน้าช้าๆ “นั่นสินะ นอนกันแล้ว ไม่ได้หมายความว่าต้องรักกันนี่นะ” 

เป็นหลักค่อยๆยกหัวของคิดเช่นลงจากตัก แล้วลุกขึ้นยืน เขาเซและกำลังจะล้มลง แต่รักแท้รั้งตัวเอาไว้ทัน
ตอนนี้รักแท้กอดเป็นหลักเอาไว้ เพราะเป็นหลักทำท่าจะล้มลงไปอีก

“ผมเมา” เป็นหลักซบหน้าลงกับอกของรักแท้

“มากด้วย”  รักแท้กระชับอ้อมแขนแน่นเข้า แล้วพาเป็นหลักเดินมาที่ห้องน้ำ  “เข้าห้องน้ำเองได้ใช่ไหม”

เป็นหลักพยักหน้าแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป
เมื่อออกจากห้องน้ำ ก็พบว่ารักแท้นั่งแทนที่เขาแล้วและยกหัวของคิดเช่นมาวางไว้บนตักของตัวเอง

เป็นหลักนั่งลงข้างๆรักแท้ ใกล้จนไหล่เกยกัน แล้วยื่นหน้าเข้าหา  “พี่หวงเหรอ”
รักแท้อยากจะปฏิเสธ แต่...

“อือ หวง”

“หวงคนที่ไม่ใช่แฟนได้ด้วยเหรอ”  เป็นหลักเบียดเข้าใกล้รักแท้อีกนิด ตัวของเขาร้อน แต่รู้สึกว่า ไอผ่าวจากตัวของรักแท้นั้นร้อนกว่า และทำให้รู้สึกสบายจนอยากเข้าใกล้กว่านี้

“ได้สิ คนเรามักอยากได้และหวงของของคนอื่นเสมอล่ะ”  รักแท้เผลอยกมือลูบหัวคนที่นอนบนตัก

“แต่พี่คิดเช่นก็น่าหวงจริงๆนั่นแหละ ผมขอโทษนะ คงเมา เลยเผลอแตะเนื้อตัวพี่เค้ามากไปหน่อย” เป็นหลักยังเบียดเข้าใกล้รักแท้ “เวลาลืมตัว ผมมักจะพาตัวเองเข้าใกล้คนที่มีเจ้าของตลอดเลย”  เป็นหลักซบลงกับบ่าของรักแท้ คู้เข่าขึ้นและกอดมันไว้

“และฉันก็หวงนายด้วย” 

เป็นหลักยกหัวจากบ่าแล้วสบตารักแท้

“ผมไม่เคยเป็นของของใครเลย พี่ไม่ต้องหวงผมหรอก”

“แปลกนะ แต่ฉันยังหวงนายอยู่ดี”   รักแท้ห้ามตัวเองไม่ทันที่พูดออกไปอย่างนั้น คงต้องโทษเหล้าอีกนั่นแหละ

เป็นหลักเงยหน้าขึ้นมองรักแท้  “หวงทั้งสองคนเลยน่ะหรือ”

“อือ ทั้งคู่เลย” รักแท้โน้มเข้าหาแล้วแตะปากกับเป็นหลักทีหนึ่ง

"ทั้งๆที่ไม่มีใครเป็นของพี่เลยน่ะเหรอ” เป็นหลักกระพริบตาไล่ความเบลอที่ได้จากการจูบแผ่วๆนั่น

“หรือนายอยากจะลองมาเป็น ของ ของฉันดูไหมล่ะ”

“พี่จะรักผมหรือ”

“ฉันไม่เคยเชื่อในความรัก”

ในตาของรักแท้ไม่มีวี่แววของการล้อเล่น  เป็นหลักไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรจึงซบหน้าลงกับบ่าของรักแท้อีกครั้ง 

“พี่โลภมากจัง”  เป็นหลักหลับตาลง แต่ยังทันได้ยินเสียงของคิดเช่น ที่ตื่นขึ้นมาตอนไหนก็ไม่รู้

“ใช่โลภมากเกินไปแล้ว”

เป็นหลักหลับสนิทเลย

“แบ่งที่ให้น้องหน่อย” รักแท้บอกคิดเช่นที่นอนมองอยู่ให้ขยับหัวนิดหนึ่ง แล้วเอนตัวของเป็นหลักลงนอนบนตักอีกคน

กลายเป็นตอนนี้ ทั้งคิดเช่นและเป็นหลักนอนอยู่บนหน้าขาของรักแท้คนละด้าน

พอเป็นหลักหลับ คิดเช่นกลับตื่น รักแท้ก้มลงคุยกับคนบนตัก  “แล้วโลภมากได้หรือเปล่าล่ะ”

คิดเช่นยู่ปาก “ผมก็ชักอยากได้ลักกี้ไว้เล่นแก้เหงาเหมือนกันนะ”

“ก็เอาตัวคุณมาแลก แล้วผมจะยอมให้คุณเล่นกับเป็นหลักบ้าง”

“ผมยังไม่ได้ยินน้องมันตกลงจะเป็นของของคุณเลยนะ”

“เค้าไม่มีทางปฏิเสธหรอก”

“หลงตัวเอง”

“แล้วคุณปฏิเสธผมได้หรือเปล่าล่ะ” รักแท้โน้มใบหน้าเข้าใกล้

“ได้” 

“จริงเหรอ”

คิดเช่นเริ่มรู้ตัวว่าอะไรจะเกิดขึ้น และพยายามจะลุกหนี แต่รักแท้กดตัวเขาไว้ แล้วจูบ

มันเป็นจูบที่แย่มาก เพราะมันทำให้คิดเช่นปฏิเสธรักแท้ไม่ได้จริงๆ

“เจ้าเล่ห์” คิดเช่นต่อว่ารักแท้อีก “ห้ามโจมตีจุดอ่อนสิ”

“ผมไม่เคยอยู่ในกติกา”  รักแท้ตอบ แล้วเลื่อนมาจูบที่หน้าผากของคิดเช่น

คิดขมวดคิ้ว  “จูบหน้าผากทำไม”

“ผมบอกแล้วว่า ผมหวง”

“คนไม่เชื่อในความรัก เขาไม่ทำอะไรแบบนี้กันหรอกนะรักแท้”

-โปรดติดตามตอนต่อไป-

ช้าไปมากเลย ขอโทษทีค่ะ เสาร์อาทิตย์ที่แล้วไปเที่ยวมา พอเสาร์นี้จะเขียน ก็เขียนๆลบๆ
ตอน 8.2 นี้เขียนยากค่ะ พยายามจะนำเสนอ 3p แบบที่คิดไว้ไม่รู้พอจะสัมผัสมันได้บ้างหรือเปล่า
ขอบคุณที่อ่านค่ะ
@tonswind
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 8.2 (17 กค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: kun ที่ 18-07-2016 10:09:31
รู้แต่ว่างานนี้รักแท้อ่ะหนักสุด ถอนไม่ขึ้นมีแต่ตอกลึกไปแล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆ
คุ้มอ่ะได้ที 2 เลย รักแท้โลภจริงๆๆแระ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ
รอลุ้นๆๆๆๆ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 8.2 (17 กค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: obstacle ที่ 19-07-2016 04:03:08
ความโลภนี้ ความขี้หวงนี้..
รักแท้ดูน่ารักและน่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกันเลย
เป็นหลักก็มีมุมที่ดูเป็นผู้ใหญ่เนอะ

เราว่าสามคนนี้อยู่ด้วยกันแล้วละมุนดี
เป็นฝูงลูกหมาที่ช่วยกันเลียแผลกันและกัน
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 8.2 (17 กค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: snowboxs ที่ 19-07-2016 15:44:09
รักแท้อยู่ในหลุมลึกสุดเลย
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 8.2 (17 กค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: kokoro ที่ 21-07-2016 19:36:00
ทั้งสามคนก็ต่างมีความต้องการของตัวเนอะ
ถ้าอยู่ด้วยกันแล้วละมุนแบบนี้
สนับสนุนสามพีแบบสุดใจ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 8.2 (17 กค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: monetacaffeine ที่ 21-07-2016 23:59:35
ชอบทุกคนเลย แต่ละคนมีเสน่ห์เป็นของตัวเองจริงๆค่ะ อ่านทีไรก็หลง หลงรักแท้ หลงเป็นหลัก หลงคิดเช่น(ที่สุด)
ชูป้ายติ่งแรง รออ่านต่อไปเรื่อยๆ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 8.2 (17 กค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: -west- ที่ 06-08-2016 10:48:21
ตามมมม
เรื่องมีสเนห์มากเลยค่ะ ชวนลุ้นตลอดเวลา อยากอ่านตอนต่อไปไวๆค่ะ ^^
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 9.1 (14 สค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 14-08-2016 03:47:31
เป็นเช่นรัก ตอนที่ 9.1

เหล้าทำให้เป็นหลักกระสับกระส่าย ใครกันบอกว่าเหล้าทำให้หลับสบาย มันไม่จริงสักนิด
ในห้วงฝัน เป็นหลักเห็น “เธอ” อีกครั้ง เธอคนที่ให้กำเนิด ผู้หญิงคนที่เป็นหลักทั้งโหยหาและต้องการถอยห่าง

“อย่างเรียกฉันว่าแม่”

“ทำไม” เด็กชายเป็นหลักถาม เป็นคำถามที่เด็กตัวน้อยวนเวียนถามซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ฉันมีอะไรเหมาะจะเป็นแม่ให้เธอได้บ้าง” เศษเถ้าบุหรี่ในมือเธอปลิวมาติดใบหน้าของเขา มันร้อนและทำให้เขาร้องไห้

“แต่หนูอยากมีแม่”

เธอเหยียดปาก “แต่ฉันไม่เคยอยากมีลูก”

น้ำตาของเด็กชายร่วงเผาะ
เธอหันมอง ไม่แม้แต่จะเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาให้ ตั้งแต่รู้ความ เป็นหลักรับรู้ว่า เธอไม่อยากแตะต้องเขา
เธอเกลียด
เธอเลี้ยงเขาได้ไม่เดือดร้อน มีพี่ลี้ยงดูแลแบบเช้าไปเย็นกลับ เด็กชายที่มีกิน มีใช้ มีของเล่น  แต่ไม่เคยมีความรัก

เมื่อเธอเมา เธอกลับกอดเขาไว้ แล้วพร่ำคำว่า ขอโทษ อยู่อย่างนั้น 

“ฉันมันสกปรกเกินกว่าจะกอดเธอไว้”

เธอจะเล่าเรื่องราวซ้ำๆ  ผู้หญิงคนหนึ่งเลิกกับสามีทั้งๆที่อุ้มท้องอยู่เพื่อจะรักกับผู้ชายอีกคนหนึ่ง

“ฉันคิดว่า นั่นคือความรัก คือรักแท้ที่เฝ้าค้นหามาตลอด แต่จริงๆแล้วมันเรียกว่าความโลเลต่างหาก เธอถึงชื่อว่า เป็นหลัก ไงล่ะ เพราะฉันหวังให้เธอลบล้างมันให้ฉัน...”

เป็นหลักมักหลับตาลงทุกครั้งที่เธอเล่าถึงตรงนี้ เด็กอย่างเขาไม่เข้าใจนักหรอก แต่ความระทมและบอบช้ำมันกลืนเขาไว้อย่างช้าๆ

ฉันไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่า ผู้ชายคนไหนเป็นพ่อของเธอ เขาคนที่ฉันทิ้งไว้ข้างหลัง หรือเขาคนที่ฉันคิดว่ารักสุดหัวใจ”

เขาคนที่เธอบอกว่ารัก ทิ้งเธอไปในเวลาไม่นาน หลังจากนั้น เธอก็มีผู้ชายมากมายเข้ามาพัวพัน กอดรัดกับผู้ชายคนหนึ่งในช่วงเช้า แล้วเปลื้องกายนัวเนียกับอีกคนในช่วงค่ำ 
ความแหลกเหลวเกิดขึ้นเพราะหัวใจที่แตกสลาย
เป็นหลักเห็นภาพเหล่านี้อยู่บ่อยครั้ง เขาซ่อนอยู่ในซอกมุมใดมุมหนึ่งในบ้าน

ทำไมเธอจึงกอดผู้ชายพวกนั้น แต่ไม่ยอมกอดเขาเลย

ตอนเป็นหลักหกขวบ เด็กชายยิ้มให้คุณอาคนหนึ่งที่เดินออกจากห้องนอนของเธอ
เธอโกรธจนตัวสั่น


เด็กชายตัวเล็กถูกจับใส่ลงในถังน้ำเปล่าๆใบโต เธอปิดฝาแล้วทุบมันอย่างบ้าคลั่ง

“อย่าร่าน อย่าริให้ท่า อย่าคิดจะแย่งของของฉัน”

ดัง
เสียงทุบนั่นดังก้องอยู่ข้างใน

“กลัวแล้ว หนูกลัวแล้ว” เป็นหลักในวัยเยาว์ปิดหูแน่น แล้วร้องไห้อย่างเสียสติ

เป็นหลักถูกช่วยออกมาโดยคุณอาคนนั้นที่ย้อนกลับมาเพราะลืมของ คุณอากอดเขาไว้ เป็นหลักตัวสั่นเทา เขาหนาวและกอดของคุณอาก็อุ่นเหลือเกิน

หลังจากนั้นกลับเป็นเธอเองที่ร้องไห้ราวจะขาดใจ เมื่อรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป

แต่เรื่องยิ่งแย่ลงกว่าครั้งนั้นอีกมาก เธอค้นพบการระบายอารมณ์
ถังนั้นมืด และมันเสียงดังจนเขาผวา
ครั้งสุดท้ายเป็นหลักสลบอยู่ในถัง หลังจากนั้น ถังใบนั้นก็หายไป
เธอทิ้งมัน
.
.
.
ย่างเข้าเก้าขวบ

“ไปทะเลกัน” จู่ๆ เธอก็ชวน

เด็กชายไปเคยไปทะเล เขาดีใจ
เธอเมาอีกแล้ว บนชายหาดที่มืดและเปลี่ยว เธอกอดเขา

“ไหนบอกสิ ทำไมเธอถึงชื่อเป็นหลัก”

“เพราะ...จะได้เป็นคนหนักแน่น ไม่โลเลครับ”

“เก่งมาก” เธอยิ้ม “กอดหน่อย” 

กอดของเธอไม่อุ่นนัก ตัวของเธอสั่นนิดๆด้วยซ้ำ แต่เป็นหลักดีใจที่สุด  “รอแม่ตรงนี้ อย่าไปไหน” เธอก้มมายิ้มให้เขาอีกแล้ว เธอเรียกตัวเองว่า แม่ ด้วย
เป็นหลักยิ้มแล้วพยักหน้า
นานจนอากาศเริ่มเย็น ลมกรรโชกแรง จากนั้นฝนก็กระหน่ำลงมา เป็นหลักวิ่งไปหลบใต้ต้นมะพร้าว ตัวเขาเปียกและหนาวสั่น

แต่แม่บอกให้รอตรงนี้  เขาจะรอตรงนี้ เดี๋ยวแม่หาเขาไม่เจอ

ฟ้าคะนองหนัก แสงแลบแปลบปลาบ  เด็กชายหลับตา
 
ครืน!  เขาสะดุ้งสุดตัว ฟ้าร้องดังเท่าเสียงตอนที่เขาอยู่ในถังใบนั้น

เปรี้ยง! 

เด็กชายตะโกนร้องลั่น ด้วยความตื่นตระหนก
กลัว  เขากลัวจนถึงที่สุด ความกลัวทำให้หนาวเยือกไปถึงกระดูก เขาสั่นและแทบเสียสติ
ตราบจนฟ้าสางจึงมีคนผ่านมาช่วย
เป็นหลักเข้าโรงพยาบาล เขาร้องหาแม่  เขาไม่รู้จักใครนอกจากแม่
สองวันต่อมา มีคนพบแม่ของเขาแล้ว 
เธอลอยอยู่ในทะเล...

เขาร้องไห้ โหยหวนและสะอึกสะอื้น
แล้วผู้ชายคนหนึ่งก็มาหา “ต่อไปนี้เธออยู่กับฉันนะ”
.
.
.
“ชู่ว”   เสียงใครสักคนปลอบเขาอยู่

“ไม่ร้องนะ” ใครคนนั้นกอดเขาไว้ด้วย

“ไม่เป็นไรแล้วนะ เป็นหลักตื่นเถอะ” สองแขนกระชับตัวเขาแน่นเข้าพร้อมๆกับที่เขาเบียดกายเข้าหา
เป็นหลักพยายามลืมตา แต่เปลือกตาหนักเหลือเกิน

ใครกัน ผู้ชายคนนั้นใช่ไหม

“ฝันของนายทำให้ฉันตื่น เพราะงั้นนายก็ต้องตื่นเหมือนกัน” เสียงใครอีกคนโวยวายขึ้นมา

คราวนี้เป็นหลักตื่นเต็มตา และพบว่า เขานอนอยู่บนเตียงเดียวกับรักแท้และคิดเช่น 
เขาอยู่ตรงกลาง รักแท้กอดเขาเอาไว้ ส่วนคิดเช่นกำลังต่อว่าเขาอยู่จากข้างหลัง
เป็นหลักขืนตัวออกจากอ้อมกอด
รักแท้ปล่อยเขาออกโดยดี  ทั้งสองมองตากับแวบหนึ่ง เป็นหลักเป็นฝ่ายเบี่ยงสายตา เพราะมันมีอะไรมากมายในดวงตาของรักแท้ที่เป็นหลักฝืนสู้สบตาไม่ได้  ถ้อยคำปลอบประโลมของรักแท้เมื่อครู่ยังดังก้องอยู่ในใจของเป็นหลัก มันอ่อนโยนจนต้องถอยหนี

“ฝันอะไรของนาย ร้องไห้เป็นวักเป็นเวร”   คิดเช่นที่หัวฟูยุ่ง บ่นเป็นหลักด้วยใบหน้าบึ้งตึง แต่ดวงตาไม่ใช่แบบนั้น มันไม่มีความโกรธหรือหงุดหงิด มันเป็นสายตาที่ทำให้เป็นหลักโผเข้าหา เขารู้สึกหมดแรงและอยากให้คิดเช่นกอดเขาไว้
คราวนี้คิดเช่นไม่ต่อต้านหรือปฏิเสธ นี่เป็นครั้งแรกที่เขากอดเจ้าเด็กนี่

“ถ้าฝันมันแย่ก็ต้องตื่นนะลักกี้”

-โปรดติดตามตอน 9.2-

ขอโทษที่มาได้ทีละครึ่งตอนนะคะ

@ t o n s w i n d
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 9.1 (14 สค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: BlueCherries ที่ 14-08-2016 08:15:29
นี่มันแม่ยอดแย่เลย ตอนที่มีเป็นหลักก็แต่งงานแล้ว แต่ยังร่านไม่เลิก เบื่อผญแบบนี้จริงๆ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 9.1 (14 สค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: snowboxs ที่ 14-08-2016 19:55:20
ร้องไห้หนักมากกับอดีตและปัจจุบันของเป็นหลัก
ทนความเจ็บปวดทรมานของตัวเองไม่ได้
จนต้องทิ้งลูกชายไว้คนเดียวเลยเหรอ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 9.1 (14 สค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: Raina ที่ 15-08-2016 01:37:43
อู๊ยยยย ลุ้น

เรนโอเคกับแนวคิดเรื่อง เราสามคน (3p) ตราบใดที่ทั้ง 3 คนรักและปรารถนาดีต่อกันจากใจจริง ความรักของแต่ละคนแตกต่างกันอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้อง 1x1 เหมือนกันทั้งโลกเสียหน่อย แต่ก็เข้าใจนะว่ามันทำได้ยาก ลึกๆแล้วคนเรามีความเห็นแก่ตัว ต้องการเป็นที่หนึ่งและที่เดียวของอีกฝ่าย เลยไม่ค่อยมีใครใช้ชีวิตแบบ 3p ได้อย่างมีความสุข

ป.ล. ส่วนตัวไม่ค่อยชอบมากกว่า 3p เท่าไหร่ มันมากไป ทำใจเชื่อไม่ค่อยลง แหะๆ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 9.1 (14 สค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: May@love ที่ 15-08-2016 20:57:05
รอติดตามชีวิตของทั้ง 3 คน
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 9.1 (14 สค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: obstacle ที่ 16-08-2016 03:29:00
ใช่ ถ้าฝันมันแย่ ก็ตื่นมาให้คนอื่นปลอบนะ

ตอนนี้เศร้าๆ แต่ตอนท้ายดันแอบขำในใจว่า
สงสัยรักแท้คงจะหวงเป็นหลักกับคิดเช่นอีกแล้ว
ก็ดันโผไปกอดกันแบบนั้น 555

ทีนี้ก็รอติดตาม รอเฉลยปมต่อไป
สู้ๆ นะครับ ขอบคุณครับ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 9.1 (14 สค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: mro ที่ 16-08-2016 21:49:56
เข้ามาเพราะชื่อเรื่อง เก๋มากๆเลยค่ะ เรื่องก็สนุกดี
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 9.2 (22 สค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 22-08-2016 18:27:20
เป็นเช่นรัก 9.2

กอดของคิดเช่นให้ความรู้สึกแตกต่างจากอ้อมกอดของรักแท้ คิดเช่นไม่ได้กระชับอ้อมแขนจนเป็นหลักจมอยู่กับอก เพียงแต่พาดมือไว้หลวมๆ ไม่ได้อ่อนโยนและไม่อุ่น แต่แขนยังคงวางอยู่ตรงนั้นจนเป็นหลักหยุดร้องไห้

“เลิกร้องได้เสียที ฉันง่วงจะแย่แล้ว งั้นนอนละนะ”  คิดเช่นบ่นออดแอดเรื่องที่ต้องนอนกอดเป็นหลักไว้นิ่งๆจนเหมือนจะเป็นเหน็บชา
แต่คนขี้บ่นก็ไม่ยอมยกแขนออกจากตัวเป็นหลัก
เป็นหลักได้แต่นอนนิ่งๆ ฟังเสียงงึมงำของคิดเช่น เรื่องที่เป็นหลักทำให้เขานอนไม่พอ ขี้แย แถมยังหยุดร้องไห้ยาก  เสียงบ่นเบาลงเรื่อยๆ กลายเป็นเสียงหายใจดัง ฟี้ ฟี้

รักแท้พาเป็นหลักลุกจากเตียงอย่างเงียบกริบ
เป็นหลักหยุดร้องไห้แล้วแต่ยังเห็นความเจ็บปวดเจืออยู่ในแววตา  ใบหน้าซีดเซียว
รักแท้ชงนมอุ่นๆ วางมันที่โต๊ะหน้าทีวี แล้วนั่งลงข้างๆกัน จงใจให้ไหล่เกยไหล่ ใช้กายที่แนบชิดแทนคำปลอบ
นาน...กว่าเป็นหลักจะเอ่ยปาก  “อยากฟังเรื่องของผมไหม”

“ไม่”  น้ำเสียงเย็นชา แต่กลับเอื้อมมือมาโอบเป็นหลักไว้ “ฉันไม่อยากรู้ว่าอะไรทำให้นายเป็นแผล เพราะฉันทำให้นายหายเจ็บไม่ได้”

“อย่างนั้นเหรอ” เป็นหลักก้มหน้าลง

รักแท้ไม่อยากรู้ แต่ก็พอจะเดาสถานะของเป็นหลักในบ้านหลังนั้นได้

“แต่ฉันน่าจะทำให้นายอดทนต่อความเจ็บปวดนั้นได้เก่งขึ้น”

เป็นหลักค้นหาความหมายของประโยคนี้จากดวงตาของรักแท้  ท้ายสุดเขาก็ยังไม่เข้าใจมันสักเท่าไหร่

“สกิลการปลอบคนของพี่แย่มาก”  แต่เป็นหลักก็ซบลงบนบ่าของคนที่ปลอบไม่ได้เรื่อง

รักแท้เริ่มรู้ตัวมาสักพักว่า จูบของเขาน่าจะปลอบประโลมคนได้ดีกว่าคำพูด 

ลองพิสูจน์ดูอีกสักครั้งก็แล้วกัน

เขาจึงเชยปลายคางของเด็กข้างๆขึ้น โน้มมือไปนวดหลังคอแผ่วเบา เป็นหลักขัดขืนนิดหนึ่ง รักแท้จึงกระซิบว่า

“ให้ฉันลองปลอบนายดูก่อนสิ”

เด็กตัวขาวตรงหน้าจึงยอมปิดเปลือกตาลง

จูบนี้ไม่ได้อ่อนโยน นุ่มนวล แต่ทุกจังหวะของลิ้นและริมฝีปากที่ตวัดและดุนดัน มันบอกว่า 

ฉันอยู่กับนายตรงนี้ไง ร่วมรับรู้ความเจ็บของนายอยู่ตรงนี้

เมื่อผละออกจากกัน  รักแท้ก็ยิ้ม เพราะผิวของเป็นหลักไม่ขาวซีดแล้ว มันแดงเรื่อ ยิ่งริมฝีปากนั่นกลับเป็นสีแดงเข้มและเจ่อนิดๆ ชวนให้อยากจูบอีกสักหน

“ได้ผลไหม” รักแท้เกลี่ยมือไปตามริมฝีปากนั่น เป็นหลักตวัดลิ้นเลียตามมือของเขาอีกที

แล้วเป็นหลักก็แพ้เกมจ้องตา ซุกตัวเข้าหา “พี่ทำให้หัวใจผมเต้นอย่างกับกลอง”

รักแท้ยิ้ม ก้มมองเด็กที่มุดตัวเข้าหาแบบที่ไม่ยอมให้เห็นหน้า  “พอจะช่วยได้ไหม”

เป็นหลักไม่ตอบแต่ตั้งคำถาม  “คราวต่อไปถ้าอยากให้ปลอบอีก ผมต้องแลกกับอะไร”
ทำไมเป็นหลักถึงมองออกนะว่ารักแท้มีสิ่งที่ต้องการ
ชายหนุ่มไม่เคยเชื่อมั่นในความเสียสละหรืออะไรที่เป็นอุดมคติแบบนั้น
ไม่มีของฟรี ไม่มีการให้โดยไม่หวังอะไร เราอยากได้อะไรเสมอล่ะ อาจไม่ใช่ของ อาจเป็นแค่ความรู้สึก
ทุกการกระทำต้องมีแรงผลักดันทั้งนั้น

“นายใช้อะไรแลกให้กับเขาล่ะ”

“...ผม...เขาไม่ได้บังคับ...แต่ผม...เหลือเขาคนเดียว...แล้ว...เขาเมา...ตอนนั้นผมคิดว่านั่นคือแค่กอด...เขาเองก็เสียใจ” 

รักแท้รับรู้ว่า ตัวของเป็นหลักเริ่มสั่นนิดๆ เขากระชับกอดแน่นขึ้น

“มันเหมือนกับการกำลังถูกรักอยู่ พี่เข้าใจไหม ตอนที่ถูกกอด มัน…”

รักแท้ไม่ได้คิดถึงเหตุผลหรือความถูกผิดใดๆ เขารู้แต่ว่าเขาอยากได้เด็กคนนี้  “ให้ฉันแบบที่ให้เขา ฉันจะให้นายแบบที่เขาให้ แต่นายจะรู้สึกผิดน้อยลง” 

รักแท้ผู้ซึ่งหนีการผูกมัดมาตลอด กำลังจะทำข้อตกลงบางอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
ในบางเรื่องถึงรู้ว่าจะมีปัญหาตามมาแน่ๆ แต่ก็ยังอยากได้มาก จนคิดว่าช่างหัวปัญหามันเถอะ
เป็นหลักเงยหน้ามองรักแท้ มีคำถามอยู่เต็มไปหมด

“พี่ต้องการอะไรจากผม เซ็กซ์เหรอ”

“ใช่หรืออาจมากกว่านั้น”  เป็นคำตอบที่คลุมเครือ  สิ่งที่ไม่ได้พูดออกไปคือ ที่เขาอยากได้มากกว่านั้นคืออยากครอบครอง และมีอำนาจอนุญาตว่าใครบ้างที่จะสัมผัสเป็นหลักได้

“ผม…” แววตาของเป็นหลักสั่นไหว “ผมไม่ได้มั่วนะ ถึงผมมีแนวโน้มจะชอบคนที่มีเจ้าของแล้ว แต่พี่เป็นคนที่สองที่ผมนอนด้วย และผมไม่ได้ตั้งใจ”

รักแท้โน้มตัวเข้าหาอีกครั้ง “นั่นก็พอรู้ ฟ้าฝนทำให้นายอ่อนแอ”

เป็นหลักพยายามถอยห่าง  “ผมไม่อยากแย่งของของใคร”

“ฉันดูเหมือนเป็นคนมีเจ้าของเหรอ”

เป็นหลักถูกกักตัวไว้  “พี่คิดเช่น”

“อืม…ระหว่างฉันกับเขายังไม่มีสถานะ”  เด็กคนนี้หลอกล่อให้หลงเชื่อได้ยากกว่าที่คาดไว้

“ผมคิดว่าผมไม่…” ปลายประโยคของเป็นหลักถูกกลืนเข้าไปในรอยจูบ

รักแท้เจ้าเล่ห์ เขาไม่เปิดโอกาสให้เป็นหลักปฏิเสธ เป็นหลักพยายามบ่ายหน้าหนี รักแท้ไล่ต้อน เป็นจูบที่ชักชวนแกมบังคับ

จูบถูกขัดจังหวะด้วยเสียงโทรศัพท์ที่เป็นหลักวางมันทิ้งไว้บนโต๊ะหน้าโซฟาตั้งแต่เมื่อคืน

“ครับ” เป็นหลักรับสาย

“หลัก กลับบ้านเถอะ”

รักแท้ไม่ได้ยินข้อความแต่เห็นใบหน้าของเป็นหลักที่สับสนและตัดสินใจไม่ได้ เขาจึงจูบลงที่กกหู แล้วกระซิบว่า “บอกเขาว่าเย็นๆจะกลับ”

“ผมจะกลับไปตอนเย็นนะครับ”

เป็นหลักไม่รู้ว่า สายถูกตัดอย่างไร เป็นเขาที่วางสาย หรือ ถูกรักแท้ดึงออกจากมือ เพราะรักแท้ไม่เปิดโอกาสให้เขามีสติ ริมฝีปากและฝ่ามือร้อนๆของรักแท้จู่โจมไปทั่วร่าง
จากครั้งที่แล้วเขารู้ว่ารักแท้เก่งเรื่องนี้ แต่ไม่คิดว่าจะเก่งเท่านี้
รักแท้ทำให้เป็นหลักเลือกไม่ได้ว่าจะต้องหอบหายใจหรือครางออกมา
ความรู้สึกหวิวซ่านเกิดแบบกระชั้นถี่ จนเขาตั้งรับไม่ทัน ท่อนแขนที่รัด กด และผลัก นั่นเต็มไปด้วยแรงที่หนักแน่นและเอาแต่ใจ แต่เป็นหลักกลับเต็มใจที่จะทำตามเสียงสั่ง และเคลื่อนเนื้อตัวไปตามแรงที่ยื้อยึด สัมผัสของรักแท้ทำให้เป็นหลักอิ่มเอม และหัวใจเต้นพล่าน
รักแท้ดึงเสน่ห์ทุกอย่างออกมาใช้ในคราวนี้ มันคล้ายกับเป็นเดิมพัน เขาต้องทำให้เด็กคนนี้ตกหลุมของเขาให้ได้ในครั้งนี้ ไม่อย่างนั้นเด็กคงตื่นกลัวและหลุดหนีไป
ในจังหวะหนึ่งเป็นหลักเอื้อมมือมาค้ำโต๊ะเอาไว้ แรงสะเทือนทำให้แก้วนมบนโต๊ะเอียงหก

น้ำนมสีขาวไหลเจิ่ง


เป็นหลักสิ้นเรี่ยวแรงและหลับในอ้อมกอดของรักแท้ แอร์หนาว ร่างของเป็นหลักเปลือยเปล่าและเบียดเข้าหา รักแท้จึงค่อยๆลุกขึ้นเพื่อไปหยิบผ้าห่ม
แต่ผ้าห่มถูกโยนส่งๆมาคลุมเขาและเป็นหลักไว้เสียก่อน

คิดเช่นยืนด้วยท่าทางสบาย ผิดกับใบหน้าที่เคร่งเครียด “คุณกำลังเพิ่มปัญหาให้ลักกี้”

คิดเช่นห่วงแต่เป็นหลักไม่ห่วงเขาบ้างเลย แล้วนี่หึงบ้างหรือเปล่า

“คุณกับผมต่างหากที่กำลังจะมีปัญหามากขึ้น”

“ผมเกี่ยวอะไร”

“เรื่องนี้คุณไม่ยุ่งไม่ได้หรอก เพราะคุณเองก็ห่วงลูกหมาของคุณ”

-โปรดติดตามตอนต่อไป-

ปกติความยาวประมาณนี้จะใช้เวลาเขียนไม่เกินสี่ชั่วโมง แต่ตอน9.2 เริ่มเขียนมาตั้งแต่วันเสาร์ค่ะ เสียเวลาส่วนใหญ่กับการพิมพ์แล้วลบ

ขอบคุณที่อ่านค่ะ

#เป็นเช่นรัก

@tonswind
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 9.2 (22 สค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: obstacle ที่ 23-08-2016 01:55:15
รักแท้ดูเป็นคนโลภ ขี้หวง และอยากควบคุมทุกสิ่ง
แถมมีมุมแอบน้อยใจเล็กๆ ด้วย ทำไมดูน่ารักดี 555
คิดเช่นก็คงจะพอๆ กัน หวงของเล่น

ปล. ตอนนี้มีพิมพ์ผิดชื่อ เป็นหลัก ว่า เป็นรัก ด้วยครับ
ปล.2 ย้อนกลับไปอ่านตอนก่อนๆ มา
ตอนที่ 6 ก็มี พิมพ์ชื่อ เป็นหลัก แทนที่ชื่อของ รักแท้
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 9.2 (22 สค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: Raina ที่ 23-08-2016 09:16:11
ตอนนี้รักแท้ตั้งใจตั้งใจขุดหลุมดักน้อง ตอนหน้าคิดเช่นจะช่วยจับน้องโยนลงไปอ๊ะป่าวน้าาา  :hao7:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 9.2 (22 สค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 23-08-2016 18:03:59
รักแท้ดูเป็นคนโลภ ขี้หวง และอยากควบคุมทุกสิ่ง
แถมมีมุมแอบน้อยใจเล็กๆ ด้วย ทำไมดูน่ารักดี 555
คิดเช่นก็คงจะพอๆ กัน หวงของเล่น

ปล. ตอนนี้มีพิมพ์ผิดชื่อ เป็นหลัก ว่า เป็นรัก ด้วยครับ
ปล.2 ย้อนกลับไปอ่านตอนก่อนๆ มา
ตอนที่ 6 ก็มี พิมพ์ชื่อ เป็นหลัก แทนที่ชื่อของ รักแท้

ขอบคุณมากเลยค่ะ แก้ในตอนเก้าแล้วนะคะ แต่ในตอนหกยังหาไม่เจอค่ะ :really2: สงสัยตาลาย เดี๋ยวจะหาอีกรอบนะคะ


หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 10.1 (27 สค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 27-08-2016 22:59:21
เป็นเช่นรัก 10.1

เป็นหลักยังหลับสนิท คิดเช่นห่อตัวของเด็กที่สลบไม่รู้เรื่องเสียแน่นเหมือนหนอนดักแด้ คิดเช่นนั่งพิงอยู่กับพื้นไม่ห่างกัน
และแทบจะขู่ฟ่อเมื่อรักแท้จะเข้าไปใกล้

“ไหนเคยบอกว่าไม่หวง”

“เปลี่ยนใจแล้ว คุณมันน่ากลัวกว่าที่ผมคิดไว้”

รักแท้โคลงหัว “ผมน่ากลัวตรงไหน”

คิดเช่นไม่ตอบแต่หรี่ตาลง และมองรักแท้ด้วยสายตากล่าวหา
.
.
.
จากระเบียงห้องของคิดเช่นในคืนนี้ ท้องฟ้ามืดสนิท รักแท้คิดทบทวนสิ่งที่เขากำลังจะทำ
เขาไม่ได้น่ากลัวสักหน่อย เป็นหลักต่างหากที่น่ากลัว รวมถึงคิดเช่นด้วย คนสองคนนี้กำลังจะทำให้เขาเข้าไปพัวพันกับสิ่งที่หนีมาตลอด
เขาคาบบุหรี่ไว้แต่ไม่ได้จุดสูบ แม้ว่าเขาอยากสูดมันให้ลึกและปล่อยมันออกมาช้าๆ ดื่มด่ำกับควันสีขาวอมเทา แบบที่เคยทำมาตลอด
 
แต่เขาจะไม่ทำ เขาต้องชนะ

เพราะวันนี้เขาแพ้มามากพอแล้ว เป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ ต่อหัวใจ ต่อความอยากครอบครอง

เขาละเมิดกฏของตัวเอง

รักแท้ขยี้หัวอย่างหงุดหงิด

เขาแพ้ให้กับความอยากของตัวเองต่างหาก ไม่ได้แพ้ให้กับเป็นหลัก ไม่ได้แพ้ให้กับความรัก

เป็นหลักดึงดูดเขามากจนเกินไป และนั่นคือราคะ  คือความปรารถนา

แต่ไม่ใช่รัก

จะรักได้ยังไงกัน

ในวินาทีที่เขายื่นข้อเสนอให้เป็นหลัก เขามองเห็นแต่สิ่งที่เขาจะได้  เนื้อตัวและสัมผัส ความไม่เดียงสาที่ทำให้ติดใจ และเฝ้าแต่คิดว่า คนที่มีสิทธิ์ทำให้เป็นหลักมีน้ำตา ควรเป็นเขาคนเดียว   
ทั้งหมดเพื่อเขาเท่านั้น ไม่ได้คิดจะทำเพื่อเป็นหลักเลยสักนิด

เพราะอย่างนั้น นี่เรียกว่าความรักไม่ได้หรอก

ระเบียงถูกเปิดออก เป็นหลักเดินมาหยุดอยู่ใกล้ๆ เด็กที่ผมยังฟูกระเซิง เอาแต่ก้มหน้ามองพื้น

รักแท้เอื้อมมือจับมือไว้

แค่นี้ก็สะดุ้ง

“ผมจะกลับบ้านแล้ว”  เป็นหลักกล่าวลาด้วยหัวใจหวิวโหวง เพราะตั้งใจให้มันเป็นครั้งสุดท้าย

“เดี๋ยวไปส่ง”

“ให้มันจบเถอะพี่” เป็นหลักเงยมอง แล้วยิ้มเศร้า

“ได้” รักแท้รับคำง่ายๆ แต่กระชากเป็นหลักเข้าหา ให้นั่งลงบนตัก แล้วกระซิบถาม  “ถ้านายแน่ใจ ช่วยปฏิเสธฉันหลังจากจูบนี้”

มันอาจเป็นมุกเดิมๆ ที่เขาใช้มาแล้วกับคิดเช่น แต่รักแท้เชื่อว่า จูบของเขามีอะไรมากพอ และยังใช้ได้ผล

มันรุกเร้าและออดอ้อน

มันกะเกณฑ์ให้ลิ้นของอีกฝ่ายเคลื่อนไหวตาม

มันร้องขอให้ยินยอม

เป็นหลักขยุ้มผมของรักแท้แน่น เพื่อห้ามและรั้ง

ช่วยหยุดจูบนี่เสียที

เป็นหลักสะบัดหน้าหนี แต่รักแท้กระชากกลับมา มือกุมสองแก้มขาวเพื่อบังคับให้อยู่นิ่ง

“นายอยากได้มันมากกว่านี้”  รักแท้ถอนริมฝีปากเพื่อกระซิบ

“ผมไม่อยากได้จูบของพี่”  เสียงปฏิเสธนั้นสั่นไหว

“โกหก” รักแท้จูบเป็นหลักอีกครั้งอย่างเชื่องช้า คลึงริมฝีปากของอีกฝ่ายด้วยริมฝีปากของตนอย่างแผ่วเบา

จูบครั้งนี้กลับทำเอาเป็นหลักตัวสั่น และหลับตาลงอย่างจำนน

คนที่เป็นเด็กกว่าอ้าริมฝีปากออก เพื่อเปิดรับ รอยจูบ

และข้อตกลง


นาน  กว่ารักแท้จะยอมถอนจูบ เพราะเขาอยากให้แน่ใจอีกนิด และอีกนิด

และเขายังอยากได้อีก ยังไม่อยากพอ ยังอยากจูบตรงนั้น ตรงนี้

ที่ปลายคาง ที่แอ่งชีพจร และตรงซอกคอที่เส้นเลือดเต้นตุบ

เป็นหลักยอมแล้วจริงๆ เพราะทำได้เพียงเอียงคอเข้าหา และครางในลำคอ

คิดเช่นที่ยืนดูอยู่นาน  ถอนหายใจแล้วถอยออกไปเงียบๆ
.
.
.
นาทีที่รถจอดลงหน้าบ้าน
เป็นหลักเครียดอย่างเห็นได้ชัด เขาหันไปหาคิดเช่น ซึ่งนั่งเงียบมาตลอดทาง
คิดเช่นเพียงเหลือบตามอง แล้วเมินออกนอกหน้าต่าง

“คิดเช่น” รักแท้สังเกตมาตลอดว่า คิดเช่นไม่พอใจ  แต่เขามันคนเอาแต่ใจ ดังนั้นความไม่พอใจของคิดเช่นจึงไม่มีผลกับเขามากนัก แต่พอเห็นคนที่เด็กที่สุดเริ่มนั่งไม่ติด จึงจำเป็นต้องง้อเสียหน่อย

“คิดเช่นครับ” รักแท้เรียกเสียงนุ่ม

เจ้าของชื่อยังเงียบและมองออกไปนอกหน้าต่างรถ

“เดี๋ยวค่อยเคลียร์กันได้ไหม เช่น แค่นี้น้องมันก็แย่แล้ว” รักแท้ใช้น้ำเสียงจริงจัง

“ผมชื่อคิดเช่น”  คิดเช่นที่วันนี้รักษาภาพของคน คูล เอาไว้ไม่ได้ หันมาแว้ด  “ผมห้ามแล้วทำไมไม่เชื่อ”

รักแท้ไม่เถียง แต่เอื้อมมากุมมือไว้   “เช่น”  และขอร้องด้วยสายตา  เป็นหลักต้องการให้คิดเช่นอยู่ด้วยในนาทีนั้น ในตอนที่ต้องเผชิญกับความรู้สึกแบบนั้น

คิดเช่นถอนหายใจ แล้วหันไปมองเป็นหลักที่บีบมือตัวเองแน่น ดึงมือตัวเองออกจากการเกาะกุมของรักแท้ แล้วดึงมือของเป็นหลักมาจับไว้แทน

เป็นหลักมองมาอย่างหาที่พึ่ง “ผมทำมันได้ใช่ไหม”

คิดเช่นลูบหัว  “เราจะทำมันด้วยกัน”
.
.
.
เขานั่งรออยู่แล้ว ราวกับรู้ว่า จะเกิดอะไรขึ้น
เป็นหลักไม่กล้าแม้จะมองชายเสื้อของเขา ได้แต่ก้มหน้า มือเย็นเยียบ
รักแท้และคิดเช่นไหว้เขา

รักแท้ไม่ปล่อยเวลาให้เสียไป เขาเข้าประเด็นทันที  “ผมจะมาขอเป็นหลักครับ”  สายตาของรักแท้แน่วแน่

“ผมไม่ให้”

เป็นหลักเงยมองเขาในที่สุด  “ทำไม”  เป็นหลักทั้งดีใจและผิดหวัง

เขามองเป็นหลัก น้ำคลอสองตา

“ฉันยังจำได้ ว่าเคยบอกหลักไว้ว่า ถ้าพร้อมให้ออกไป เพราะฉันคงไม่มีทางจะเข้มแข็งมากพอที่จะเริ่มทำอะไรแบบนั้น”

น้ำตาของเป็นหลักหยดลงก่อนน้ำตาของเขาเสียอีก

“แต่...ขอให้ฉันวางใจสักหน่อยได้ไหม ว่าเขาดีพอ ดังนั้นในฐานะของ...ผู้ปกครอง ฉันยังไม่อนุญาต”

-โปรดติดตาม 10.2-

ขอใช้คำเตือนเดิมค่ะ
เรื่องนี้ห่างจากศีลธรรมอันดีหลายประการ
ขอบคุณที่อ่านค่ะ
อยากให้รู้อะไร  รบกวนใช้  #เป็นเช่นรัก ค่ะ

@ t o n s w i n d
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 10.1 (27 สค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: BlueCherries ที่ 28-08-2016 00:34:22
ม่ายยยยย


ทำไมคะทำไม หนูไม่เข้าใจๆๆๆๆ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 10.1 (27 สค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: snowboxs ที่ 28-08-2016 08:01:04
เศร้าใจ
ไม่รู้ใครได้ใครเสียมากกว่ากัน
ระหว่างเป็นหลักกับคิดเช่น
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 10.1 (27 สค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: Raina ที่ 28-08-2016 10:18:10
ถ้า'เขา'ห่วงเป็นหลักจริงๆก็ดี เพราะอีตารักแท้นี่ยังดูสับสนในชีวิต เกิดเบื่อขึ้นมาแล้วทิ้งน้อง น้องจะทำยังง๊ายยยย
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 10.1 (27 สค 59)
เริ่มหัวข้อโดย: kun ที่ 28-08-2016 11:19:16
ขอลุ้นต่อ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 10.2 (11กันยา59)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 11-09-2016 23:29:02
เป็นเช่นรัก 10.2

ดวงตาแบบนั้นบนใบหน้าที่นิ่งเฉย มากพอแล้วที่จะทำให้รู้ว่ารักแท้ไม่พอใจ รักแท้หันมองเป็นหลักที่มีน้ำตาอาบเต็มหน้า ทั้งหมดที่เห็นคือความสับสน
เขาสบตาผู้ชายที่มีอายุมากที่สุด

"ยิ่งยื้อ แผลยิ่งกัดลึกนะครับ"

ผู้ชายคนนั้น จ้องตากลับแววตาไม่ชอบใจ "หรือไม่อีกทีก็เป็นนายที่ทำให้แผลกว้างขึ้น"
รักแท้ยิ้ม จงใจให้มันดูยียวน

"แต่ผมรับผิดชอบได้"

"นั่นเป็นสิ่งที่ฉันต้องการเห็น" เขาควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่าที่รักแท้คาดไว้

รักแท้ถอนหายใจ เขาเข้าใจแล้ว "จนถึงเมื่อไหร่ครับ"

"จนกว่าฉันจะแน่ใจ ตราบถึงวันนั้น เป็นหลักยังเป็นคนของฉัน"


"ในฐานะไหนครับ ถ้าหมายถึงสถานะนั้น ผมเป็นเจ้าของเขาเท่าๆกับคุณ"

เขานิ่งไปนาน แล้วหันไปมองเป็นหลัก แล้วยิ้มให้ เป็นยิ้มที่เศร้าจนเป็นหลักร้องไห้ออกมาอีก

"ผมขอโทษ" เป็นหลักสะอื้น

"หลักไม่ต้องขอโทษหรอก ฉันต่างหากที่ต้องพูดคำนั้น ทั้งๆที่ไม่ควรจะรู้สึกแบบนี้ แต่ขอสารภาพเลยว่า ตอนนี้ฉันหวงหลักจนแทบคลั่งแล้ว" เขายังยิ้มอยู่ แต่เห็นความปวดร้าวชัดเจนในทุกส่วนของใบหน้า

"ผม..." คำพูดของเป็นหลักมันจุกตันอยู่ที่ลำคอ

เขาเอื้อมมือมาลูบหัวเป็นหลัก "อยู่กับฉันมันแย่มากใช่ไหม"

เป็นหลักส่ายหน้า "คุณรู้มาตลอดว่าผมรู้สึกยังไง"

"ฉันรู้ และรู้ด้วยว่าหลักเจ็บกับความรู้สึกผิดมาตลอด"

"รักผมบ้างหรือเปล่า" แววตาของเป็นหลักวิงวอน

เขาสบตาเป็นหลัก เพื่อให้คำพูดนี้ฝังลึกลงไป

"รัก"

เป็นหลักปล่อยให้น้ำตาไหล มันพรูทะลักเพื่อชะล้างความรู้สึกบางอย่าง

"ทั้งๆที่รักไม่ได้" เขาพูดต่อด้วยเสียงแหบโหย

"แล้ว เธอล่ะครับ คุณเผลอเรียกชื่อเธอบ่อยๆตอนอยู่กับผม"

"นั่นเพราะฉันอยากให้เธอยกโทษให้ฉัน ที่ฉันทำกับลูกของเธอแบบนี้"


ความขมขื่นแผ่จากตัวของเป็นหลัก ทั้งห้องอาบด้วยความรู้สึกนี้

เป็นการสารภาพรักที่เศร้าและทุกข์

"ถ้าคุณรักเป็นหลัก คุณควรปลดเขาออกจากตรงนี้เสียที" คิดเช่นที่เงียบมาตลอดพูดขึ้น น้ำเสียงเคร่งขรึม ผิดจากที่เคย

เขาหันมามองคิดเช่น "คุณเป็นใคร"

"เจ้าของอีกคน"

เขาพิจารณาคิดเช่นอยู่นาน และเห็นแต่ความจริงจัง

"พวกคุณกำลังทำให้เป็นหลักยุ่งยาก ไม่แพ้ที่ผมทำ"

"ผมไม่รับปากหรอกนะว่า เป็นหลักจะมีความสุข เมื่ออยู่กับพวกผม ความสัมพันธ์แบบนี้ก็ไม่ธรรมดานัก แต่ช่วยปล่อยให้เป็นหลักเจอปัญหาที่เขาพอรับมือไหวเถอะครับ เพราะที่ผ่านมาผมว่ามันสาหัสกับเขาเกินไป" คิดเช่นในตอนนี้ไม่เหลือเค้าของความขี้เล่นแม้แต่นิด

เขานิ่ง  ทบทวนและชั่งน้ำหนักระหว่างความรักที่เขามีให้เป็นหลักและความรักที่มีให้ตัวเอง


"หลัก ในวันที่แม่เธอคลอด เขาใส่ชื่อฉัน เพราะอย่างนั้นฉันถึงได้สิทธ์เลี้ยงดูเธอ มีแค่เท่านี้ที่เราเกี่ยวข้องกัน เพราะฉันเป็นหมัน"

ต้องใช้เวลาเป็นนาทีกว่าเป็นหลักจะประมวลผลเรื่องนี้ได้

เด็กอายุสิบเจ็ดคนนี้ปล่อยเสียงร้องไห้โฮลั่น เขาถูกปลดเปลื้องออกจากโซ่ตรวนของความชั่วช้านั้นแล้ว

"ทำไมเพิ่งบอก " เป็นหลักเดินเข้าไปกอดเขาไว้แน่น เขากดหน้าของเป็นหลักแนบอก

"เพราะฉันเห็นแก่ตัว และอยากเก็บเธอเอาไว้ ถ้าฉันบอกเธอคงไปจากฉันทันที"  ชายคนหนึ่งทำเรื่องผิดอย่างที่สุดและแก้ไขมันด้วยการทำเรื่องผิดเพิ่มอีกอย่าง



 มีแต่รักแท้และคิดเช่น ที่เห็นว่าความผิดนั้นคืออะไร


-โปรดติดตามตอนต่อไป-
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 10.2 (11กันยา59)
เริ่มหัวข้อโดย: snowboxs ที่ 12-09-2016 00:58:37
ทำไงดี  เราโง่กว่ารักแท้กับคิดเช่น
อยากรู้มากมายก่ายกอง
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 10.2 (11กันยา59)
เริ่มหัวข้อโดย: Raina ที่ 12-09-2016 08:04:40
อ่าาาา อย่างน้อยตอนนี้ก็เฉลยแล้วว่า'เธอ'คือใคร

โถ น้องเป็นหลัก 'เขา'พูดจริงเท็จแค่ไหนไม่รู้ แต่เชื่อไปอย่างนั้นก่อนนะหนู จะดีต่อสุขภาพจิตมากกว่า

ป.ล. เรนรับ incest พี่น้องได้ ส่วนพ่อลูกนี่...ไม่ค่อยชอบนัก ถ้าไม่ได้แตะต้องเลย รอจนเด็กอายุ 18 ก่อน ให้โอกาสเด็กได้เติบโตและตัดสินใจเอง อันนี้ถึงจะพอไหว
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 10.3 (24 กันยา59)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 24-09-2016 08:42:49
เป็นเช่นรัก10.3

ความอ่อนแอไม่เคยจำกัดอายุ ไม่ว่าจะเป็นเด็กม.ปลายที่ร้องไห้จนหมดแรง และถูกคิดเช่นจับจูงให้ขึ้นนอน หรือผู้ชายวัยกลางคน ที่ผ่อนความเศร้าผ่านควันบุหรี่

บนห้องนอน
คิดเช่นกอดเป็นหลักเอาไว้ ลูบหัวเบาๆ คนที่เด็กกว่าพยายามซุกตัวเข้าใกล้ให้มากที่สุด เนื้อตัวที่อยู่นอกวงแขนของคิดเช่นทำให้เป็นหลักรู้สึกไม่ปลอดภัย ความรู้สึกผิดติดตามเขาจนทำให้หนาวเยือก

"แบบนี้ดีแล้ว" คิดเช่นพูดขึ้น

เป็นหลักพูดตามช้าๆ เพื่อให้ข้อความสลักลงในใจ "แบบนี้ดีแล้ว"

ถ้ามันดีแล้วจริงๆ ทำไมน้ำตาของเขายังไหลอยู่

ที่ห้องชั้นล่าง ควันบุหรี่ลอยต่ำ
ไหล่ของเขาลู่ หลังงองุ้ม เหมือนแบกรับอะไรบางอย่าง
รักแท้ยังนั่งเงียบอยู่ การปลอบคงไม่ช่วยอะไรในสถานการณ์นี้ เรื่องนี้มันหนักหนา ขนาดเขาเองยังรู้สึกตื้อตันไปหมด
เขาขยี้บุหรี่ เพื่อให้ไฟที่ปลายมวนดับลง ควันกลุ่มสุดท้ายยังเจือจางอยู่ที่ปลายจมูก มือของเขายังสั่น ตอนที่ยกมันขึ้นนวดขมับและลูบเปลือกตาที่ช้ำและขนตาเปียกชุ่ม ท้ายที่สุดเขาก็หันมามองรักแท้อย่างเต็มตา


"ผมเลี้ยงเขามาตั้งแต่เด็ก ทุกครั้งผมบอกเขาเสมอว่า ผมไม่ตั้งใจทำให้เรื่องมันเป็นแบบนี้ ซึ่งผมโกหก"

เขาก้มลงมองมือของตัวเอง

รักแท้ขมวดคิ้ว "แย่หน่อยที่ มีเส้นลากกั้นไม่ให้คนเรารักคนที่เลี้ยงมาในแบบนั้น"

เขาส่ายหัวทั้งๆที่ยังมองแต่มือตัวเอง

"ผมรักเขาไม่มากพอที่จะเข้มแข็งกว่านี้ ถ้ารักมากพอผมคงไม่แตะต้องเขา"

"แรงผลักดันบางอย่าง มันมากจนเราต้านทานไม่ไหว แต่ตอนนี้คุณเข้มแข็งขึ้นแล้ว"

เขาเงยมองรักแท้ "ฝากด้วยล่ะ"

"ไม่ต้องห่วง"

รักแท้จะรู้ตัวหรือเปล่า ว่ารับปากอะไรไป

---------
รักแท้นั่งมองคนสองคนที่นอนกอดกันบนเตียง คนที่เด็กกว่าซุกอยู่ หน้าผากแนบกับอกของคิดเช่น และมือกำชายเสื้อของคิดเช่นไว้
คงกลัวจะไม่มีใครอยู่ข้างๆ อารมณ์ทุกอย่างตั้งแต่ที่เกิดเรื่องที่ชั้นล่างคงถาโถมจนเป็นหลักรู้สึกถึงความไม่มั่นคงของทุกอย่างรอบตัว


รักแท้ถามตัวเองอีกครั้ง
แน่ใจนะว่าจะให้มันเป็นแบบนี้ แบบที่จะเข้าไปพัวพันกับคนถึงสองคน จนอาจไม่มีสิทธิ์เป็นอิสระอีก

คำตอบคือ ไม่แน่ใจ
ไม่แน่ใจว่าจะจัดการได้ ไม่แน่ใจว่ามันจะดีไปตลอด และไม่แน่ใจว่าจะหยุดมันได้ในวันที่อยากจะพอ สองคนนี้ไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมให้ควบคุมและชักจูงได้ง่ายๆ
แต่ถึงแม้จะไม่แน่ใจในอะไรเลย ใจของรักแท้ก็เทมาที่ทางเลือกเดียว แบบไม่คิดเผื่อใจ

รักแท้เดินไปแตะแขนของคิดเช่นเบาๆ อีกฝ่ายก็ลืมตาขึ้นมาทันที
เมื่อรักแท้ทำท่าทางว่า ขอคุยด้วย คิดเช่นก็พยักหน้าแล้วลุกขึ้น จัดท่านอนใหม่ให้เป็นหลักอย่างนุ่มนวล เพื่อไม่ให้รบกวนการนอน
รักแท้เลิกคิ้วมองก่อนเดินนำไปที่ระเบียง

"ไม่คิดว่าคนอย่างคุณจะอ่อนโยนแบบนั้น"

"ผมแค่รู้จักถนอมของในเวลาที่มันเปราะบางเสียหาย"

รักแท้เลิกคิ้วอีกครั้ง

"เขาเป็นของๆคุณตั้งแต่เมื่อไหร่"

คิดเช่นยักไหล่ "ไม่เอาน่า คุณดูแลคนเดียวไม่ไหวหรอก แล้วอย่าแกล้งทำเป็นไม่รู้ คุณดึงให้ผมเข้ามาในระบบความสัมพันธ์ป่วยๆนี่ ตั้งแต่คุณพาผมมาที่บ้านหลังนี้แล้วไม่ใช่หรือไง"

รักแท้ยิ้ม เขาอาจชอบคิดเช่นเพราะแบบนี้  แบบที่เป็นคนรู้ทัน หรือถ้าให้เวลามากกว่านี้ คิดเช่นอาจรู้ใจกันโดยไม่ต้องพูดอะไร

ดูเหมือนว่าการเจรจาจะจบลงเร็วกว่าที่คิด รักแท้ไม่ต้องถามอะไรอีก เพราะที่คิดเช่นพูดมา มีความหมายเท่ากับ "ตกลง"

"คืนนี้นอนไหนดี จะนอนที่นี่หรือกลับไปที่ห้องของคุณ"

คราวนี้คิดเช่นเป็นฝ่ายเลิกคิ้วบ้าง เพราะรักแท้ก็เปลี่ยนเรื่องได้หน้าตาเฉย

"ผู้ปกครองเขาอนุญาตแล้วเหรอ"

รักแท้กดหน้าลง " บางอย่างทำให้เขาไว้ใจเราเร็วกว่าที่ตั้งใจไว้"

คิดเช่นยักไหล่แล้วไม่ซักต่อ บิดขี้เกียจแล้วหาว

"นอนนี่แล้วกัน ไม่อยากปลุกมัน"

รักแท้หรี่ตา "ไม่ทันไรก็โอ๋กันแล้วนะ"

คิดเช่นทำหูทวนลมแล้วเดินขึ้นเตียงไป

คืนนั้น  บนเตียงของเป็นหลัก มีคนสามคน น่าอึดอัด แต่ก็...ไม่มากเท่าไหร่...

----------
ต่อไปนี้คงต่อแบบสั้นๆ แต่จะพยายามมาลงให้บ่อยค่ะ
ขอบคุณที่ยังอ่าน ถึงแม้จะไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ เรื่องมันอาจแรงไป แต่เรายังอยากเขียนมันอยู่
ขออภัยในความเอาแต่ใจ
@tonswind
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 10.3 (24 กันยา59)
เริ่มหัวข้อโดย: Raina ที่ 24-09-2016 20:48:58
สั้นจัง เลยไม่รู้จะ comment อะไร 555 รออ่านต่อจ้า  :pig4:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 11.1(28กันยา59)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 29-09-2016 00:28:13
เป็นเช่นรัก 11.1

เป็นหลักกอดลาเขา

 "ผมยังกลับมาที่นี่ได้ใช่ไหมครับ"

เขายิ้ม ไม่ตอบแต่กอดเป็นหลักแน่น

ไม่รู้ว่าอ้อมกอดนั้นแปลว่าอะไร แต่สักวันเป็นหลักจะกลับมา

ไม่มีน้ำตาแล้วในตอนที่เป็นหลักนั่งรถห่างออกมาจากบ้านหลังนั้น แก้มที่แนบอยู่กับหน้าต่างรถนั้นเย็นชืด
รักแท้รับหน้าที่ขับรถ เขาเหลือบตามองเด็กที่นั่งข้างๆ รู้สึกถึงความหม่นหมองเจือจาง อยากจะปลอบจึงเอื้อมมือมากุมมือของคนที่เด็กกว่าเอาไว้
แต่

เพี้ยะ!!

คิดเช่นที่นั่งอยู่เบาะหลัง ตีมือของเขาอย่างแรง
รักแท้สบตาคิดเช่นผ่านกระจกหลัง

"ตีทำไม"

"ห้ามจับ" คิดเช่นทำหน้าดุ

"ขี้หวง"

"ห้ามจับเป็นหลักถ้าผมไม่อนุญาต"

นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆเสียแล้ว
รักแท้ไม่ยอม เขาจึงคว้าหมับเข้าที่มือของเป็นหลัก แล้วยกขึ้นจูบอย่างรวดเร็ว
เป็นหลักทำตาโต ส่วนคิดเช่นหรี่ตา แล้วกัดเข้าที่หัวไหล่รักแท้ รักแท้ไม่ร้องโอดโอยแต่สูดปากดังซี้ด
จังหวะนั้นรถจอดติดไฟแดงพอดี
รักแท้แตะเบรกแล้วหันไปคว้าคอของคิดเช่นเข้าใกล้
คิดเช่นฝืนตัวเต็มที่  แต่สู้แรงรักแท้ไม่ได้
รักแท้บดริมฝีปากลงกับริมฝีปากของคิดเช่นทันก่อนคิดเช่นจะอ้าปากกัดอีกครั้ง
ต้องไม่ลืมว่าคิดเช่นแพ้จูบของรักแท้
จากที่ตั้งใจจะอ้าปากกัดจึงกลายเป็นเผลอเปิดริมฝีปากรับจูบที่หยอกเย้านั้น
เมื่อรักแท้ถอนจูบ
คิดเช่นรีบผละออก ปากแดงเจ่อ ชี้หน้ารักแท้แบบคาดโทษ
รักแท้ยิ้มล้อเลียน

เป็นหลักที่มองอยู่หลุดขำออกมา
รักแท้กับคิดเช่นสบตากันผ่านกระจกมองหลังอีกครั้ง
ในที่สุดเป็นหลักก็ยิ้มได้เสียที
ถึงจะยังเศร้าอยู่แต่ก็ควรจะยิ้มได้บ้าง
คราวนี้รักแท้หันไปหาเป็นหลัก โน้มคอของคนที่นั่งข้างๆเข้าหาอย่างช้าๆและอ่อนโยน ผิดกับคราวของคิดเช่นเพราะเป็นหลักมัวแต่งุนงงจึงไม่ได้ขืนตัว
ริมฝีปากหยุ่นแตะที่กลางกระหม่อม

 "เรียกขวัญ"

รักแท้ช่วยอธิบายให้เป็นหลักที่ทำตาโต ตัวแข็งทื่อ และผิวแก้มร้อนผ่าว

"ชิ" คิดเช่นสะบัดเสียงใส่

"หึง?" รักแท้ติดการสบตาคิดเช่นผ่านกระจกหลังเสียแล้ว

"ป๊าว" คิดเช่นหันมองนอกหน้าต่าง

"เอ่อ...ผม...ขอถามอีกที คือ ตกลง พี่สองคนเป็นอะไรกัน"

ตั้งแต่เริ่มเรื่อง รักแท้อาจจะยังไม่ชัดเจนพอ ใช่เขายื่นข้อเสนอให้กับเป็นหลัก แต่ไม่ได้พูดถึงอีกคน

"เราแค่มาอยู่ด้วยกัน" รักแท้ตอบ

"สามคนเลยเหรอครับ"

"อือ"

"มัน ไม่ดี ไม่ใช่เหรอ"

"ทำไมถึงไม่ดี" คราวนี้คิดเช่นถามขึ้น

"ก็ ใครๆก็คิดแบบนั้น"

"แต่ใครๆ ที่ว่า ไม่ได้มาอยู่กับเรานี่นา ลักกี้ลองถามตัวเองก่อน ว่าอยากมีฉันกับรักแท้อยู่ในชีวิตไหม"

เด็กน้อยเงียบไปเป็นนาที แล้วหันมาสบตาคิดเช่นและรักแท้

"ครับ ผมขออยู่ด้วยนะครับ"

คิดเช่นยิ้มกว้าง ส่วนรักแท้อมยิ้ม

คิดเช่นโน้มตัวจากเบาะที่นั่ง จูบที่หน้าผากของเป็นหลักเบาๆ "รับขวัญบ้าง"

"ผมล่ะ" รักแท้ทวงบ้าง

"ไม่ให้" คิดเช่นทำเสียงสะบัด

"อ้าว"

แต่คนที่เพิ่งบอกปฏิเสธไป กลับกดจูบลงที่ข้างแก้มของรักแท้แรงๆจนแก้มของรักแท้บุ๋มลง แถมด้วยการกัดที่ติ่งหูอีกที

รอบนี้รักแท้หลุดร้องออกมา

"เช่น แบบนี้ไม่เรียกรับขวัญ เรียกทำร้ายร่างกาย"

"โอ๋ๆ เดี๋ยวเลี้ยงหนมนะ" คิดเช่นตบลงบนบ่าของรักแท้ดัง ปุ ปุ

รักแท้แกล้งกัดฟัดกรอด "ฝากไว้ก่อนเถอะ"

เป็นหลักหัวเราะกับภาพตรงหน้าอีกแล้ว

รถออกตัวอีกครั้ง มันแล่นไปบนถนนที่เป็นหลักไม่คุ้นเคย

แต่ไม่เป็นไรหรอก

เป็นหลักยิ้มกับเงาของตัวเองที่สะท้อนจากหน้าต่างรถ

ไม่แย่หรอก ชีวิตนับจากนี้คงได้หัวเราะบ่อยขึ้นแล้ว

---
รถจอดลงที่ห้างหนึ่งตามคำสั่งของคิดเช่น

"เรามีของที่ต้องซื้อเพิ่ม ที่ห้องมีหมอนแค่สองใบ จะให้เอาผ้าห่มมาหนุนนอนแบบคืนก่อนก็คงไม่สบาย"

"เราตกลงกันตอนไหนว่าจะอยู่ที่ห้องคุณ"

"คุณต้องตามใจผม"

"ทำไม"

"เพราะไม่งั้นผมจะไม่ให้คุณกินลักกี้"

รักแท้กดยิ้มที่มุมปาก คำขู่ของคิดเช่นไม่น่ากลัวสักนิด "งั้นก็กินเช่นแทน พอกินจนเช่นหมดแรงจะห้าม ก็ค่อยไปกินลักกี้"

เป็นหลักหน้าแดง ลามไปถึงหูและยืนอึ้งอยู่

ในขณะที่คิดเช่นโวยวายว่า "ชื่อลักกี้ ผมเรียกได้คนเดียว แล้วใครๆก็เรียกผมว่า คิดเช่น ไม่งั้นก็เรียกว่า คิด"

"ผมไม่ใช่คนอื่น และไม่ว่าคุณจะเป็นอะไรสำหรับใครๆ แต่คุณคือ เช่น ของผมไง"

คราวนี้กลายเป็นคิดเช่นที่หน้าแดง แม้แต่เป็นหลักที่ยืนฟังอยู่เฉยๆยังรู้สึกเขินแทน

รักแท้หันมาทางเป็นหลัก สายตาที่มองมาอ่อนโยนทว่าจริงจัง "ส่วนนาย ถ้าเป็นลักกี้สำหรับคิดเช่นแล้ว ช่วยเป็น หลัก ของฉันอีกสักคนได้ไหมลูกหมา"

ก่อนจะทันได้คิดอะไร เป็นหลักก็เผลอพยักหน้าไปแล้ว

"งั้นคุณก็เป็น รัก สำหรับผม"

รักแท้ทำหน้าไม่ชอบใจ "ผมไม่ชอบให้คนเรียกชื่อนี้เท่าไหร่ แต่ถ้าคนนั้นคือเช่น ผมยอมก็ได้"

คิดเช่นต้องเมินสายตานั่น หันไปคว้าคอของเป็นหลัก แล้วลากให้ออกเดิน

"ห้ามสบตาหมอนั่นนะ นอกจากจูบที่โคตรอันตรายแล้ว สายตายังทำให้นายแข้งขาอ่อนได้ง่ายๆ" คิดเช่นกระซิบสอนเป็นหลัก ที่กระซิบตอบว่า "มีแต่พี่นั่นแหละที่เขินจนเข่าอ่อน"
 
"แล้วที่หูแดงๆนี่ไม่เขินเลยเนอะ" คิดเช่นกระซิบกลับ


เสียงกระซิบที่ลอยมาถึงคนที่เดินตามหลัง คงเรียกว่าเสียงกระซิบไม่ได้แล้ว มันเริ่มดังขึ้นจนกลายเป็นเสียงถกเถียงกันตลอดทางเดินของลานจอดรถ

--โปรดติดตามตอน11.2--
@tonswind
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 11.1(28กันยา59)
เริ่มหัวข้อโดย: Raina ที่ 30-09-2016 06:48:01
"ผมไม่ใช่คนอื่น และไม่ว่าคุณจะเป็นอะไรสำหรับใครๆ แต่คุณคือ เช่น ของผมไง"

คราวนี้กลายเป็นคิดเช่นที่หน้าแดง แม้แต่เป็นหลักที่ยืนฟังอยู่เฉยๆยังรู้สึกเขินแทน

รักแท้หันมาทางเป็นหลัก สายตาที่มองมาอ่อนโยนทว่าจริงจัง "ส่วนนาย ถ้าเป็นลักกี้สำหรับคิดเช่นแล้ว ช่วยเป็น หลัก ของฉันอีกสักคนได้ไหมลูกหมา"

ก่อนจะทันได้คิดอะไร เป็นหลักก็เผลอพยักหน้าไปแล้ว

"งั้นคุณก็เป็น รัก สำหรับผม"

เป็น.เช่น.รัก นี่เอง ชวนมาอยู่ด้วยกันสามคน หวานไม่แคร์สื่อเลยจริงจริ๊ง  :hao6:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 11.2. (7 ตุลา 59)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 07-10-2016 18:56:44

เป็นเช่นรัก 11.2

ของที่ซื้อมีไม่มากและทุกอย่างรักแท้ยืนยันที่จะจ่าย


"ยังเรียนอยู่เลยไม่ใช่เหรอ" คิดเช่นเอียงคอถาม


"ก็พอมีรายได้บ้าง"


"จากอะไร"


"ทำไมต้องถาม" รักแท้ถามกลับเสียงนิ่ง


"ก็มันน่าสงสัยนี่นา ยังเรียนอยู่แต่มีรายได้ มันขัดแย้งนะ"


"มีหุ้น"


คิดเช่นทำปากยื่นแล้วพยักหน้า "ไม่ทันไรก็ทำเป็นมีความลับ"


"ไม่ทันไรก็ทำตัวเป็นคุณภรรยาจ้องจับผิด" รักแท้พูดลอยๆ


คิดเช่นเม้มปาก อยากจะเถียงแต่เถียงไม่ออก แถมหน้ายังค่อยๆแดงขึ้น

เป็นหลักอมยิ้ม วันนี้คิดเช่นเขินหลายครั้งแล้ว ดูแปลกๆอยู่เหมือนกัน


"ยิ้มไร ลักกี้" คิดเช่นเหล่มอง ในเมื่อวันนี้คิดเช่นแพ้ทางรักแท้ตลอด เลยหันมาหาเรื่องเป็นหลักแทน


"อย่าเกเรสิครับ สู้พี่รักไม่ได้เลยมาลงที่ผมแทนใช่ไหมล่ะ"


เกลียดเจ้าเด็กรู้ทันคนนี้จริงๆ

คิดเช่นทำเป็นไม่ได้ยินแล้วเดินไปอีกทาง


เป็นหลักขยับเข้าใกล้รักแท้ "ให้ผมช่วยจ่ายบ้างนะครับ"


"ยังเรียนอยู่"


"แต่ก็พอมีเงินเก็บบ้าง"


"จากงานพิเศษน่ะเหรอ"

"อ้อ พี่หมายถึง ขายซูชิน่ะเหรอครับ วันนั้นผมไปช่วยพี่ที่รู้จักกันน่ะครับ ไม่ได้ทำจริงจัง หลังจากวันที่มีระเบิดพี่เค้าก็เปลี่ยนที่ขายแล้วด้วย ผมเลยไม่ได้ไปช่วยอีก" เป็นหลักตั้งใจเล่าเรื่อง

รักแท้มองสีหน้าของเป็นหลักเสียเพลิน เขาเพิ่งเคยเห็นเป็นหลักพูดยาวๆ ตั้งแต่เจอกันครั้งแรกเป็นหลักพูดน้อยมาก  รักแท้คิดว่า เป็นหลักคนที่พูดเจื้อยแจ้วอยู่นี่  น่ารักดี

ตอนแรกรักแท้จะปฏิเสธ แต่ให้เป็นหลักช่วยจ่ายก็น่าจะดีเหมือนกัน


"ได้" รักแท้ตอบรับแล้วก้มลงกระซิบว่า "แต่จ่ายเป็นอย่างอื่นนะ"


เป็นหลักเป็นอีกคนที่เดินหนีไป

รักแท้หัวเราะกับตัวเองเบาๆ
.
.
.

ขั้นตอนของการย้ายมาอยู่ด้วยกันของคนสามคน ไม่ได้ง่าย
แต่ก็ไม่ได้ยากเกินกว่าการปรับตัวระหว่างคนสองคน
มีหลายอย่างที่ยังตกลงกันไม่ได้ แต่อีกหลายข้อที่ยังไม่ได้ตกลงกัน
แต่ก็ไม่ต้องรีบร้อน ควรปล่อยให้มันเป็นไป

ตอนนี้ทั้งสามอยู่ในครัว
คิดเช่นนั่งแกว่งขาไปมา
รักแท้หยิบจับทุกอย่างคล่องแคล่ว ส่วนเป็นหลักนั้นเก้กัง
จนคิดเช่นต้องเอ่ยถาม

"ลักกี้ทำกับข้าวอะไรเป็นบ้าง"

"มาม่านี่นับเป็นกับข้าวด้วยไหมฮะ"

คิดเช่นกลอกตาขึ้นบน ถอนหายใจแล้วกระโดดลงมาจากเคาน์เตอร์

"ไปนั่งไป"

เป็นหลักจะขึ้นไปนั่งบนเคาน์เตอร์บ้างแต่ค้นพบว่า มันสูงเกินกว่าจะกระโดดขึ้นไปได้
ทั้งรักแท้และคิดเช่นหัวเราะ

"ทำไมตอนพี่เช่นนั่ง มันดูง่ายจัง"

"ก็ลักกี้เตี้ยไง"

เป็นหลักรู้สึกเสียหน้านิดหน่อย และตัดสินใจเดินไปที่เก้าอี้ที่ตั้งอยู่ริมครัวพร้อมโต๊ะกินข้าว
แต่ยังเดินไปไม่ถึง ตัวก็ลอยขึ้น
รักแท้ยกตัวเป็นหลักขึ้นนั่งบนเคาน์เตอร์

"ผอมลงนะเรา"

"พี่รู้ได้ไง"

"จำไม่ได้แล้วเหรอ"

เป็นหลักลืมไปแล้วจริงๆว่าครั้งแรกที่เจอกัน ตนเองเป็นคนร้องขอให้รักแท้อุ้มไว้
เมื่อจำได้ คนที่เด็กกว่าก็เขินจนต้องซ่อนหน้าไว้
คิดเช่นเดินทำแก้มป่องเข้ามาหารักแท้

"อุ้มมั่งสิ" แล้วกางมือออกรอให้อุ้ม

รักแท้ขยี้หัวคิดเช่นเสียยุ่ง "ขี้อิจฉา ไปช่วยทำกับข้าวเลย"

คิดเช่นทำหน้าบู้ แล้วเดินไปที่ตู้เย็น
รักแท้กับเป็นหลักสบตากันแล้วยิ้มขำ

"ตอนแรกๆเข้าใจว่าไม่ใช่คนขี้หึงเสียอีก" รักแท้ตามมายืนซ้อนหลัง

"ไม่หึง แต่อยากได้บ้าง"

"เดี๋ยวคืนนี้จะอุ้ม" รักแท้กระซิบที่ข้างหูแล้วหอมแก้มซ้าย

คิดเช่นยิ้มเผล่ทั้งๆที่หน้าร้อนผ่าวและเริ่มแดง

"ขอท่าอื่นด้วย"

"อย่าร้อง ให้หยุดก็แล้วกัน"

คิดเช่นลอยหน้า "จิ๊บจ๊อย"  แต่แก้มแดงปลั่ง


อาหารเย็นมื้อแรกของการอยู่ด้วยกันนั้นเรียบง่าย
ไข่ดาวของรักแท้ต้องกรอบ  เป็นหลักไม่กินไข่แดง ส่วนของคิดเช่นต้องไม่สุก
.
.
.

คืนนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งสามเพียงเข้านอนแล้วหลับไป

แรกเริ่มพวกเขาทำความรู้จักกันด้วยเซ็กส์ แต่ตอนนี้เซ็กส์กลับเป็นเรื่องที่เร็วไปสำหรับการปรับตัว

ในค่ำคืนนี้ พวกเขาเพียงแต่อยากรู้ว่า แต่ละคนถนัดการนอนหันไปฝั่งไหนเท่านั้นก่อน
.
.
.

รุ่งเช้า
ที่นอนข้างๆว่างเปล่า
ได้ยินเสียงเพลงเบาๆจากในห้องครัว
อาหารเช้าสำหรับสามคนและกาแฟหอมกรุ่นวางพร้อมแล้ว

รักแท้ในผ้ากันเปื้อน เหมาะกับคำว่าอะไรดี

น่ารัก? เท่? มีเสน่ห์?

ภาพของผู้ชายตัวสูง ไหล่กว้าง แข็งแรง กำลังก้มล้างจาน เผยผิวช่วงคอที่คร้ามแดด นั้นทำให้ถอนสายตาได้ยาก
เมื่อรักแท้หันกลับมา ปฏิกิริยาแรกคือ การเลิกคิ้วสูง เพราะไม่คิดว่าคิดเช่นจะยืนอยู่ตรงนั้น
ต่อเมื่อเห็นว่าคิดเช่นมองเขาราวกับเผลอไผล รักแท้ก็ยกมือลูบท้ายทอยตัวเองไปมา
คิดเช่นยิ้มอย่างเหนือกว่า มันน่าดีใจจะตายที่ทำให้รักแท้เก้อเขินได้สักหน

"ผมชอบคุณตอนนี้จัง" คิดเช่นเดินเข้าใกล้

"คราวหน้าไม่ใส่แล้วดีกว่า" รักแท้ส่ายหน้าพลางคิดว่าไม่น่าพลาดเลย

"ใส่เถอะ" คิดเช่นยืนประชิด ศีรษะระอยู่ตรงปลายจมูกของรักแท้

"เพราะผมอยากถอดผ้ากันเปื้อนให้คุณ"

พร้อมกับคำพูดนั้น คิดเช่นวางคางบนไหล่แกร่ง เอื้อมแขนโอบรักแท้
ปมของผ้ากันเปื้อนถูกดึงให้คลายออกอย่างเชื่องช้า แล้วคิดเช่นก็ไล้มือไปตามแผ่นหลัง จากล่างขึ้นบน สำรวจกล้ามเนื้อที่แน่นและอุ่น
รักแท้กอดตอบ จูบเข้าที่ข้างขมับของนักสำรวจ

"งั้นผมจะใส่ให้คุณถอดทุกวันดีไหม"

"อือ" คิดเช่นครางยาวแล้วหลับตาลง ถูหน้าไปมาช้าๆกับไหล่


ชุดนอนแขนยาวที่ใหญ่กว่าขนาดตัว ผมที่รุ่ยร่ายอยู่ข้างแก้ม และท่าทางที่ดูยังไม่พร้อมจะตื่นทำให้คิดเช่นดูเหมือนเด็กมากกว่าทุกวัน

คำนิยามสำหรับคิดเช่นในตอนนี้ คิดได้ไม่ยาก มันเหมาะกับคำว่า

น่ารักคล้ายแมวเชื่องๆ

แถมเป็นแมวที่เงยหน้าขึ้นรับจูบของพ่อครัว

แผ่วเบา และล่องลอย


"ผมไม่ได้กลิ่นบุหรี่จากตัวคุณเลย" คิดเช่นกระซิบถามทั้งๆที่ปากยังเกลี่ยไปมาบนริมฝีปากของอีกคน


"ตั้งใจจะเลิก"

"เพื่อใคร"

"แล้วคิดว่าเพื่อใคร"

คิดเช่นเงยสบตารักแท้ ท่าทางตัดพ้อ "อย่าทำกับผมแบบนี้"

"แบบไหน"

คิดเช่นไม่ตอบ กลับคล้องคอคนตรงหน้า โน้มลงมาเพื่อจูบกันอีกหน ก่อนจะงึมงำต่อว่า

"นิสัยไม่ดี ห้ามทำให้หลงสิ"
.
.
.
นี่เป็นไม่กี่ครั้งที่เป็นหลักหลับสนิท
เมื่อคืนเขาไม่ฝันอะไรเลย
แต่เป็นหลักต้องออกจากนิทราอันแสนหวานเสียแล้ว เพราะรักแท้กำลังปลุกเขาด้วยจูบที่หวานกว่า เป็นจูบที่เป็นหลักเลือกการตื่นแทนการหลับต่อ

"ตื่นมากินข้าวกันเถอะ"

เป็นหลักลุกจากที่นอนตามแรงฉุดของรักแท้

คิดเช่นที่นั่งรอที่โต๊ะอาหาร มองปากที่แดงเจ่อของเป็นหลัก "ขอจูบบ้างสิ"

รักแท้จะก้มลงจูบคนที่ร้องขอ

คิดเช่นรีบส่ายหน้า และยังคงจ้องมองริมฝีปากบวมแดงของเป็นหลัก

"เอ่อ..." เป็นหลักหันมองรักแท้ราวกับขอคำปรึกษาและคำอนุญาต

เพราะไม่แน่ใจว่า เขามีสิทธิ์แค่ไหน จูบของเขาเป็นของใคร และใครบ้างที่จูบผู้ชายที่กำลังอ้อนขอตรงหน้านี้ได้บ้าง

รักแท้ถอนหายใจ และหันหลังให้

คิดเช่นจึงดึงเป็นหลักเข้าหา ประกบริมฝีปาก ดูดดึง ล่อหลอกให้เป็นหลักเผยอปาก

เป็นหลักดูตื่นตระหนก แต่เพียงไม่นาน ปราการของความตื่นกลัวก็พังลง คนที่เด็กกว่ายอมจำนนกับรอยจูบที่จัดเจน มันไม่ปลุกเร้าซ้ำยังอุ่นซ่าน

เมื่อละริมฝีปากออกจากกัน

รักแท้จึงหันมา

เขาถอนหายใจ เขาหวงแต่ไม่คิดจะห้าม

ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน

--เข้าสู่กระบวนการของสามพีอย่างจริงจัง--
@tonswind
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 11.2. (7 ตุลา 59)
เริ่มหัวข้อโดย: Raina ที่ 08-10-2016 06:33:44
รู้สึกอบอุ่นละมุนละไม  :-[  ขอให้หวานไปอีกหลายๆตอนน้าาาา  :call:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 11.2. (7 ตุลา 59)
เริ่มหัวข้อโดย: kokoro ที่ 08-10-2016 09:20:37
ไม่ได้เข้ามาอ่านซะนาน...อ่านหลายตอนเพลินเลยค่ะ
ตอนนี้เหมือนช่วงเวลาปรับตัวสำหรับการอยู่ด้วยกัน
ชอบที่บอกว่าหวงแต่ไม่ห้าม...
และคิดเช่นน่ารักกกกกก
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 11.2. (7 ตุลา 59)
เริ่มหัวข้อโดย: May@love ที่ 09-10-2016 16:24:01
รอขบวนการ 3P ค่ะ

รักแท้ดูอบอุ่นมากตอนนี้
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 11.2. (7 ตุลา 59)
เริ่มหัวข้อโดย: kun ที่ 09-10-2016 17:55:43
รู้สึกละมุนๆๆๆ กำลังปรับกัน
3P มาแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 11.2. (7 ตุลา 59)
เริ่มหัวข้อโดย: Ginny Jinny ที่ 15-10-2016 13:26:22
 :pig4: :pig4: :pig4:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 11.2. (7 ตุลา 59)
เริ่มหัวข้อโดย: reverofjs ที่ 22-10-2016 09:36:35
พาเราไปเลยค่ะคุณคนเขียน เราพร้อมเข้าสู่ขบวรการ3Pของพวกเขาแล้ว  o13
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 11.2. (7 ตุลา 59)
เริ่มหัวข้อโดย: Snowermyhae ที่ 26-10-2016 00:54:26
ฮื่อออ ชอบมากเลยค่ะ ดีต่อใจ  :heaven
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 11.2. (7 ตุลา 59)
เริ่มหัวข้อโดย: zaturday ที่ 26-10-2016 19:34:06
เคยอ่านสามพี่มาก็เยอะ แต่ไม่เคยเจอสามพีเรื่องไหนที่ให้ความรู้สึกละมุนละม่อมดีต่อใจเท่าเรื่องนี้ อ่านตอนแรกก็งงๆอยู่บ้างเพราะสับสนทำไมตัวลครหลักถึงมีสามคน แต่อ่านไปเรื่อยๆ มันคือสามพีแบบฟีลกู้ดนี่เอง ปมของเป็นหลักนี้รู้แล้ว แต่เหลือปมของคิดเช่น เจ้าของรอยตามร่างกายนั้นเป็นใครหลังจากมีอะไรกันแล้วถึงเรียกรักแท้ให้ไปหา และปมของรักแท้ ที่กลัวความรัก ไม่อยากกลับบ้าน คิดว่ารักมั่นน่าจะเป็นน้องของรักแท้ แต่เหตุผลคืออะไรที่ทำให้ต้องแยกกันอยู่ อีกอย่างที่สงสัยคือพ่อ(เลี้ยง)ของเป็นหลัก ที่ดูรักเป็นหลักมากจนทำให้เป็นของตัวเอง ทำไมปล่อยเป็นหลักออกมาง่ายๆ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 12 (7 พ.ย. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 07-11-2016 22:05:29
เป็นเช่นรัก ตอนที่ 12

ในช่วงเช้าของวันแรกๆที่อยู่ด้วยกัน ค่อนข้างขลุกขลัก
เป็นหลักต้องถึงโรงเรียนตอนเจ็ดโมงเช้า คาบแรกของรักแท้เริ่มเก้าโมง และคิดเช่นเข้างานสิบโมง

"ผมไปเอง" เป็นหลักยืนยันแบบนี้เป็นรอบที่สิบเห็นจะได้ เมื่อรักแท้เสนอว่าจะไปส่งทุกเช้า

"ทำไมอยากไปเอง" รักแท้ที่เริ่มจะหัวเสียนิดๆ พยายามถามหาเหตุผล

"โรงเรียนผมอยู่คนละทางกับมหาวิทยาลัยของพี่ ถ้าไปส่งพี่จะสาย อีกอย่างผมไม่ใช่เด็กเล็กๆแล้ว"

รักแท้เดินเข้าหา เอื้อมมือเช็ดมุมปากที่มีคราบนม แล้วดูดนิ้วที่เปื้อนนั้น

"ไม่ได้อยากดูแลเพราะเห็นว่าเป็นเด็ก แต่อยากดูแลเพราะเป็นหลักเป็นคนของพี่"

เป็นหลักต้องหลบสายตา และยิ่งเงอะงะเมื่อถูกกระซิบถามที่ข้างหู

"ได้ไหมเป็นหลัก ยอมให้พี่ดูแลเถอะ"

รักแท้คิดว่า มันต้องได้ผล

แต่เปล่า

เจ้าเด็กดื้อยังคงปฏิเสธ "ไม่เอา"

รักแท้เริ่มอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาจริงๆ
คิดเช่นที่มองดูอยู่ตั้งแต่ต้นไถลตัวลงไปกับโซฟา หาวหวอด ก่อนจะพูดขึ้นว่า

"ลักกี้ไปกับรักนั่นแหละ ยอมให้พี่เค้าดูแลเถอะ เขาเต็มใจ อ่อนแอกับรักแท้ได้ไม่เป็นไรหรอก อย่าดื้อเลย นี่ฉันอุตส่าห์ตื่นมาส่งพวกนายเลยนะ ไม่ใช่ตื่นมาดูคนเถียงกัน รีบไปได้แล้ว"

เป็นหลักมองคิดเช่นราวกับจะถามว่า ได้เหรอ
คิดเช่นก็พยักหน้าเป็นคำตอบ
เป็นหลักจึงเดินไปหยิบหมวกกันน็อกอีกใบ
รักแท้ขมวดคิ้วแน่นหน้าตายุ่ง

อะไรกัน คิดเช่นพูดประโยคคล้ายๆกับเขาเลยไม่ใช่หรือ แล้วทำไมเป็นหลักถึงยอมทำตามง่ายๆ

"ทำไมดื้อกับพี่แต่ไม่ดื้อกับเช่น" รักแท้ยื้อมือเป็นหลักเอาไว้

เขาไม่ยอมจริงๆด้วย เจ้าเด็กนี่วางเขาไว้อันดับไหนกัน

คิดเช่นผิวปากหวือ "โอ๊ะโอ มีเด็กขี้อิจฉา"

รักแท้หันไปหรี่ตา คาดโทษคิดเช่น เดี๋ยวก่อนเถอะ ขอจัดการเป็นคนๆไป

"ผมไม่รู้...แค่รู้สึกว่าผมดื้อกับพี่ได้"

เมื่อก่อนคงต้องคอยทำให้ใครต่อใครพอใจสินะ เมื่อคิดตามสักพัก รักแท้ก็เริ่มเข้าใจ

เป็นหลักช้อนตามองเขาอย่างไม่มั่นใจ "พี่โกรธเหรอ"

รักแท้อึ้งไปชั่ววินาทีหนึ่ง อย่ามาทำตัวแบบนี้ตอนเช้าๆสิ ทำให้เขานึกอยากโดดเรียนแล้วลากมันเข้าห้อง

แต่ท้ายสุดก็ได้สติ "เจ้าเล่ห์ไม่เล่นนะเรา รู้ว่าทำแบบนี้แล้วจะรอดใช่ไหม"

รักแท้กดยิ้มลึก มันดูร้าย จนเป็นหลักต้องก้าวถอยหลัง

ผลลัพธ์ของการดื้อกับรักแท้คือ โดนจูบจนหายใจหอบ
รักแท้กอดเป็นหลักไว้ไม่ให้เด็กดื้อดิ้นหนี

"จะยอมให้ดื้อก็ได้"

รักแท้กดจูบที่หน้าผาก "เป็นหลักจะดื้อกับรักคนเดียวใช่ไหม"

คิดเช่นแอบเบ้หน้า ให้คนที่กำลังพยายามทำให้เด็กมันหลง
เชอะ! เรียกตัวเองว่า รัก นี่กะจะอ้อนให้เด็กมันละลายเลยล่ะสิ

ได้ผลเกินคาด เป็นหลักเขินเสียจนต้องซุกหน้าลงกับไหล่ของคนอายุมากกว่า ไม่แน่ใจว่าการที่ถูกจูบ หรือการที่รักแท้แทนตัวเองแบบนั้น อย่างไหนทำให้เขาเขินจนไม่กล้าสู้หน้า

"ฮื่อ" เป็นหลักตอบได้แค่นี้ สมองมันตื้อไปหมด

"อะแฮ่ม" คิดเช่นทำหน้างอน แล้วเดินเข้ามาหา

รักแท้ยิ้ม แล้วอ้าแขนอีกข้างรับเด็กขี้อิจฉาอีกคนเข้ามากอด



รถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่จอดเยื้องประตูโรงเรียนไปนิด
รักแท้เกลี่ยมือเช็ดเหงื่อที่ไรผมให้เป็นหลัก

"ตอนเย็นไปหาเช่นที่ร้านนะ"

รักแท้สั่ง ทั้งๆที่เป็นหลักรู้อยู่แล้ว เพราะคิดเช่นเขียนแผนที่ให้เป็นหลักแล้วตั้งแต่เมื่อคืน
แล้วทำไมรักแท้ยังย้ำอีก
ไม่ใช่เพราะกลัวเป็นหลักดื้อหรอก เจ้าเด็กนี่ไม่ดื้อกับคิดเช่น
แต่รักแท้พยายามยืดเวลาการอยู่ด้วยกันต่างหาก
ให้ตาย!
เขาเป็นหนักแล้ว เสพติด และอาวรณ์การอยู่กับเป็นหลักขนาดนี้ได้ยังไงนะ

"พี่รักจะตามไปใช่ไหม"

"ตอนเย็นมีธุระนิดหน่อย กลับพร้อมเช่นนะ"

"ครับ"

รถมอเตอร์ไซค์กำลังจะเคลื่อนตัวออก

เป็นหลักคว้าแขนเสื้อไว้ "อย่าขี่เร็ว"

"ห่วง?" รักแท้แค่จะแหย่เล่น แน่ใจว่า คนปากแข็งต้องปฏิเสธ

แต่เป็นหลักกลับพยักหน้า "ครับ ห่วง"

มีรอยยิ้มน่ามองอยู่ใต้หมวกกันน็อก





ตอนเย็น
เป็นหลักยืนอยู่หน้าร้าน กำลัง งง กับ "ร้านเล็กๆแถวสาธร" ที่คิดเช่นบอกไว้เมื่อคืน
ร้านไม่กว้างมากก็จริง แต่หรูหราเสียจนเป็นหลักไม่กล้าเข้าไป
คิดเช่นวาดแผนที่ให้เสียละเอียด แต่ดันลืมให้เบอร์โทรศัพท์
ขณะที่ยืนเคว้งอยู่

"นี่"

เป็นหลักหันมอง คิดเช่นที่ดูแปลกตา มัดผมเรียบร้อย
เป็นหลักรู้สึกใจสั่น และมือไม้ก็เกิดเกะกะขึ้นมา

"รู้แล้วน่าว่า เท่มาก ปะ เข้าไปข้างในกัน"

แย่จัง หน้าตาของเป็นหลักคงบอกออกไปหมดเลยสินะ

คิดเช่นคว้าคอคนที่มัวตะลึงให้เดินตามไป

"ร้านปิดสามทุ่ม เข้าไปรอที่โต๊ะนู่นก่อน มีการบ้านไหม ทำให้เสร็จนะ" คิดเช่นสั่งแล้วเดินไปทำนู่นนี่ บางครั้งก็ออกมาคุยกับลูกค้า บางครั้งก็หายเข้าไปในครัว

คิดเช่นคนที่อยู่ในร้านนั้นดูเป็นผู้ใหญ่ ยิ้มที่มอบให้กับลูกค้านั้นแสนสุภาพ แล้วคิดเช่นที่เป็นหลักเห็นก่อนหน้านี้ นั่นมันใครกัน

เป็นหลักมองนู่นนี่อย่างสนใจ แต่ไม่ได้เอ่ยถามอะไร

ราวสี่ทุ่มกว่า เมื่อถึงคอนโด คิดเช่นนั่งหมดแรงอยู่บนโซฟา
เป็นหลักเดินไปมา เอากับข้าวที่คิดเช่นแพ็คมาจากร้านเข้าตู้เย็น เผื่อรักแท้ที่อาจจะหิวกลับมา

"ลักกี้ มานี่เถอะ" คิดเช่นร้องเรียกคนที่ไม่ยอมหยุดเดินไปมาเสียที

เมื่อเป็นหลักทรุดนั่ง คิดเช่นก็ซบหัวลงบนบ่า งึมงำและหลับตา "เหนื่อย"
"อาบน้ำแล้วเข้านอนนะครับ"

"ไม่เอาอ่ะ ขี้เกียจ"

"อาบแล้วจะได้นอนหลับสบายไง"

"อาบให้หน่อย"

คิดเช่นคนเดิมกลับมาเมื่อก้าวเข้าบ้าน งอแง ไม่อยู่ในระเบียบใดๆ

แต่ก็น่าสงสาร คงเหนื่อยจริงๆ

อาบน้ำให้ก็ได้

เป็นหลักจึงเริ่มต้นถอดเสื้อผ้าของคิดเช่น
คิดเช่นมองตามมือที่กำลังแกะกระดุมเสื้อเชิ้ต

คนแกะหรุบตาต่ำ "พี่มองจนผมมือสั่นแล้ว" แต่ก็ยังแกะกระดุมเม็ดถัดไป

คิดเช่นไม่ตอบแต่ก็ไม่เลิกมอง

เสื้อเชิ้ตหลุดจากตัวของคิดเช่นแล้ว และเขากำลังเป็นฝ่ายกดตัวเป็นหลักให้จมลงกับเบาะ
เป็นหลักดูไม่มีสติ ไม่รู้ว่า คิดเช่นขึ้นคร่อมอยู่บนตัวได้อย่างไร แต่ที่แน่ใจคือคิดเช่นไม่ได้ใช้กำลังบังคับ แค่กดเบาๆบนบ่า เป็นหลักก็ยอมเอนตัวลง
อาจเป็นเพราะสายตาที่สะกดให้โอนอ่อน

ซอกคอของเป็นหลักหอม แค่ใช้ปลายจมูกเกลี่ยไปมา คนเป็นเด็กถึงกับสะดุ้ง

รักแท้จะว่าอะไรไหมนะ ถ้าเขาจะชิมเป็นหลักตอนนี้เลย



"เพราะแบบนี้ มึงถึงปฏิเสธกูใช่ไหม"

เสียงนั่นไม่ใช่รักแท้ เป็นหลักขมวดคิ้ว แต่คิดเช่นรู้ว่านั่นคือใคร

คิดเช่นค่อยๆ ผละออกห่างเป็นหลัก

ใครกัน เป็นหลักสงสัย

ผู้ชายตัวสูงใหญ่ ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง

รอยสักที่น่าจะมีตั้งแต่หัวไหล่ขวา พาดยาวมาจนเห็นพ้นแขนเสื้อ

"คืนกุญแจห้องกูด้วย แทน" คิดเช่นพูดเสียงนิ่ง

"มันเป็นของกู รวมถึงตัวมึงด้วย คิด"

เป็นหลักขมวดคิ้ว พยายามเดาเรื่อง

"เคยเป็น" คิดเช่นแก้

"ไม่รักกันแล้วเหรอ" ชายคนนั้นก้าวเข้าหา ไม่มีท่าทางออดอ้อน มันออกจะตัดพ้อ แต่ก็ปนด้วยความไม่พอใจ

คิดเช่นลุกขึ้นจากโซฟาและเดินเข้าหาเช่นกัน พยายามกันผู้ชายคนนั้นออกห่างจากเป็นหลัก

"กูให้มึงแบบเดิมไม่ได้แล้ว แทน"

สิ้นคำ ชายคนนั้นก็เดินเข้าใกล้ช้าๆแต่คุกคาม เขาบีบแขนของคิดเช่นข้างหนึ่งแน่น พูดย้ำทีละคำช้าๆ

"ทำไมล่ะคิดเช่น"

คิดเช่นเจ็บ แต่ใบหน้ายังเรียบเฉย

"ปล่อย" เป็นหลักถลันเข้าไปยื้อตัวคิดเช่นออก  ผู้ชายที่ชื่อแทนเงื้อมือสูง มันยังไม่ทันสะบัดลงมาที่แก้มของเป็นหลัก คิดเช่นก็คว้ามือไว้ได้เสียก่อน

"แทน กูขอ อย่าทำคนอื่น"

"มึงห่วงมันเหรอ" โทสะปะทุขึ้นผ่านสีหน้า

"ห่วง" คิดเช่นรับคำง่ายๆ ซึ่งมันยั่วยุ

"กูไม่ให้มึงห่วงคนอื่น มึงรักกูไม่ใช่เหรอคิด" เมื่อใกล้จะสูญเสีย ชายคนนี้ยิ่งโกรธ แววตาวาวโรจน์

"มีคนบอกให้กูเลิกบูชาความรักเสียที" แต่คิดเช่นไม่ได้กลัวสักนิด ตอบกลับด้วยแววตาแสนเศร้า

ผู้ชายที่ชื่อแทนหันมาหาเป็นหลักอีกครั้ง แต่คิดเช่นก็ขยับตัวมาบังเอาไว้
เป็นหลักกำลังประเมินกำลัง คนที่ใกล้คลั่งตรงหน้าตัวใหญ่กว่าเขามาก แม้แต่คิดเช่นที่จัดว่าสูงแล้ว ยังเทียบไม่ได้ แต่เป็นหลักพร้อมจะสู้ถ้าจำเป็น

อะไรทำให้เป็นหลักคิดแบบนี้

ความโกรธ

เป็นหลักกำลังโกรธคนที่ทำให้คิดเช่นเจ็บ
ไม่ใช่ที่ร่างกาย แต่เขารู้สึกได้ว่าหัวใจของคิดเช่นนั้นร้าวไปหมดแล้ว
อารมณ์ของเป็นหลักในตอนนี้ผลักดันให้พร้อมจะทำอะไรก็ได้เพื่อคิดเช่น เหมือนหมาที่ระวังภัยให้นายของมัน



"คิด" คนที่ชื่อแทน เปลี่ยนท่าที เขากอดคิดเช่นจากด้านหลังเสียแน่น มันทั้งเพื่อเหนี่ยวรั้งและกักขัง
ความหวั่นไหวฉายชัดจากคิดเช่น นี่ก็เป็นคิดเช่นอีกคนที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
อ่อนแอ พร้อมจะปลิดปลิว

"อย่าไป" คำกระซิบข้างหู ทำให้ดวงตาของคิดเช่นไหวริก "ไม่รักแล้วหรือไง"

อย่าบูชาความรักให้มากนักเลย

"รัก แต่กูเป็นของเล่นให้มึงตลอดไปไม่ได้"

"มึงไม่ใช่ของเล่น"

"แต่ก็ไม่เคยจริงจัง"

"มึงไม่เคยบอกกูว่ามึงไม่โอเค"

"กูไม่เคยพูดแต่ใช่ว่ามึงจะไม่รู้"

"มึงรู้ใช่ไหมแทน มึง...รู้ว่ากูเจ็บ"

"..."

"แต่มึงก็ยังใช้ประโยชน์จากการที่กูรัก ใช้ทั้งๆที่กูเจ็บ" ปลายเสียงแหบหาย

"กูรักมึง"

คิดเช่นปิดตาลง มันทรมาน ความเจ็บถาโถม

รักงั้นหรือ ทำไมไม่รู้สึกเลย

เมื่อาทิตย์ก่อน เป็นหลักก็ได้ยินคำนี้เช่นกัน คำรักต้องห้าม แต่ทำไมคิดเช่นรับรู้ได้ถึงความงดงามของคำนั้น

แล้วคำรักนี้ล่ะ คำที่เขาเฝ้ารอ และในที่สุดก็ได้ยินเสียที

ทำไมกลับทำให้หัวใจที่บิ่น เบี้ยว กลับเจ็บร้าวใกล้หลุดเป็นชิ้น

ก็เพราะมันไม่จริงยังไงล่ะ คนโง่ มันแค่เป็นถ้อยคำพล่อยๆของคนเห็นแก่ตัว ไม้ตายสุดท้ายที่จะใช้เพื่อผูกรั้งกัน


"ขอบคุณนะ โชคดีนะมึง"

ขอบคุณที่ทำให้ตัดใจได้เสียที
โชคดีนะ แทนคำลา อย่างน้อย เขาก็เคยรัก และยังหวังให้เจอสิ่งดีๆ
โดยไม่พัวพัน
ไม่ผูกมัด อีกต่อไป

คิดเช่นปลดตัวเองออกจากอ้อมกอดของแทน

ยิ้มให้เป็นหลัก

คิดเช่นหวัง
โดยที่ไม่รู้จะสมหวังไหม แต่คงดีกว่าความเจ็บปวดตลอดเวลาที่ทนมา น่าจะดีกว่าถ้ากล้าเดินออกมาจากตรงนั้น
อย่างน้อยขอเวลาให้บาดแผลทุเลา

แทนก็จับจ้องมาที่เป็นหลัก สายตานั่นราวจะกินเลือดกรีดเนื้อ
เมื่อใช้ไม้อ่อนไม่ได้ผลก็ไม่จำเป็นต้องกดเก็บความเกลียดชังอีกต่อไป
เขากระซิบลอดรอยฟันที่ขบกรอด

"กูจะฆ่ามัน"

สิ้นคำ แทนก็โผนเข้าหาเป็นหลัก
รวดเร็วราวมีสัญชาตญาณสัตว์ป่า
ขึ้นคร่อม มือกำรอบคอแน่น บีบเค้นอย่างไม่ปราณี
เป็นหลักตะกาย
หายใจไม่ออก อึดอัด
คิดเช่นผวาเข้าช่วย
ความกลัวจนเกินขีดที่เคยรู้สึกเกิดขึ้นกับคิดเช่น กลัวจนหนาวเยือก คล้ายหัวใจถูกเหวี่ยงหลุดออกจากอก

กลัวว่าเป็นหลักจะตาย กลัวอย่างที่สุด

เขาสู้แรงของแทนไม่ไหว

"ยอมแล้ว แทน กูยอมมึงทุกอย่าง ยอมจริงๆ" คิดเช่นร่ำไห้ และละล่ำละลัก

แทนคลายมือออก เป็นหลักโกยลมหายใจเฮือกใหญ่ แล้วไอโขลก

"มานี่คิด" เขาคว้าแขนคิดเช่นให้เซปะทะอก กอดรัดเอาไว้โดนยืนซ้อนหลัง "บอกให้มันออกไป"

คิดเช่นหลับตา สะกัดกั้นความขมขื่นลงไป  แล้วหันไปบอกเป็นหลัก

"ไปข้างนอกก่อน"

"ไม่"

"ไป!" คิดเช่นตวาดลั่น



เป็นหลักถูกผลักให้ออกไปนอกห้อง
คิดเช่นถูกล็อกคอให้เชิดสูงขึ้น
แทนกัดลงที่ใบหู ตายังจ้องมาที่เป็นหลักอย่างเยาะเย้ย
สายตาคิดเช่นกำลังปลอบเขา

"ไม่เป็นไร"

ในเสี้ยววินาทีที่ประตูห้องกำลังจะปิดลง
ใจของเป็นหลักกระตุก ภาพบางภาพในวัยเด็กซ้อนขึ้นมา

เด็กน้อยถูกผลักออกนอกห้อง เมื่อมีชายสักคนมาหาเธอ

ไม่

มันไม่เหมือน

ไม่มีความยินดีสักนิด ในแววตาของคิดเช่น

ไม่ใช่เพื่อความพึงใจ แต่มันเพื่อปกป้อง

คิดเช่นกำลังปกป้องเป็นหลักใช่ไหม

ใช่ และเป็นหลักก็จะปกป้องคิดเช่น เหมือนกัน

เป็นหลักกระโจนเข้าหา ดันประตูไม่ให้ปิด แล้วใส่แรงทั้งหมดที่มี

ห้ามแตะคิดเช่นของเขา

--โปรดติดตามตอนต่อไป--
#เป็นเช่นรัก หายไปหนึ่งเดือนพอดี
ขอบคุณที่มาอ่านกันนะคะ เหมือนจะมีคนอ่านเยอะขึ้น ดีใจจัง
คุณzaturday คะ เก่งจังเลย  o13
ขอบคุณค่ะ
@tonswind

หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 12 (7 พ.ย. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: Raina ที่ 08-11-2016 07:35:16
กรี๊ด รักแท้อยู่ไหน กลับมาช่วยลักกี้เร๊วววว  :ling3:  เอ๊ะ แต่รอพึ่งคนอื่นอย่างเดียวก็ไม่เข้าท่า เอาใหม่ๆ คิดเช่นกับลักกี้พึ่งตัวเองก่อน มีช่องปุ๊ปให้ตีเข่าเข้าเป้ามันเลยนะ 2 ต่อ 1 ยังพอลุ้นอยู่ อาจจะหนีได้

มาต่อเร็วๆน้า กำลังมันส์เลย ถ้าต้องรออีก 1 เดือน... ลักกี้ต้องน่วมก่อนแน่เลย  :heaven
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 12 (7 พ.ย. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: kun ที่ 09-11-2016 20:56:31
จะรอดไหมเนี่ย
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 12 (7 พ.ย. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: kokoro ที่ 12-11-2016 11:59:19
น้องเป็นหลักสู้ๆค่ะ เลือกจุดที่ได้เปรียบนะ
อาจจะสะบักสะบอมทั้งคู่ แต่ลองน้องเป็นยอมตายขนาดนี้
คงต้องตายกันไปข้างละมั้ง

แทนต้องเจอของจริง โกรธธธ :z6:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 12 (7 พ.ย. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: janehh ที่ 12-11-2016 22:31:05
ชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ เป็นสามพีที่ดีต่อใจ
แต่ตอนล่าสุดนี่แบบ ห่วงทั้งคิดเช่นทั้งเป็นหลัก ฮืออออ  :sad4:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 13.1 (19 พ.ย. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 19-11-2016 13:34:53
เป็นเช่นรัก ตอนที่ 13.1

คิดเช่นกำลังปกป้องเป็นหลักใช่ไหม
ใช่ และเป็นหลักก็จะปกป้องคิดเช่น เหมือนกัน

เป็นหลักกระโจนเข้าหา ดันประตูไม่ให้ปิด แล้วใส่แรงทั้งหมดที่มี

ห้ามแตะคิดเช่นของเขา

เป็นหลักกระชากคิดเช่นออกจากวงแขนที่เหมือนกรงเหล็ก

ทำได้ยังไง!

แรงมากมายแบบนั้นเกิดขึ้นจากไหน
ขนาดตัวของเป็นหลักเมื่อเทียบกับแทนแล้ว อาจเหมือนหนูกับราชสีห์
ทั้งแทนและคิดเช่นต่างตะลึง คิดเช่นถลาออกจากแทนและล้มลงบนพื้น
เป็นความตะลึงและทำให้หยุดนิ่งได้เพียงเสี้ยววินาที
แทนก็แปรความตะลึงเป็นความโกรธแค้น
คำราม และพุ่งเข้าหา ปล่อยหมัดจนเป็นหลักหน้าหัน
แต่เป็นหลักไม่ถอย เขาโผนเข้าหาแทนเหมือนกัน

หากก่อนหน้านี้ คิดเช่นทำให้เป็นหลักแปลกใจกับหลายๆมุมที่ไม่เคยได้เห็น
ตอนนี้คิดเช่นก็กำลังตกตะลึงกับเป็นหลักเช่นกัน
เด็กตรงหน้ากำลังเผยตัวตนแบบหนึ่ง แบบที่แม้แต่เจ้าตัวเองก็คงไม่เคยรู้จัก
แทนถูกกระแทกจนล้มลง
ความหวั่นเกรงและแปลกใจปรากฏขึ้นในแววตาของคนที่เกรี้ยวกราดมาตลอด

นี่มันอะไรกัน

ทำไมเขาถึงกลัวมัน


ไม่ได้กลัวเรื่องพละกำลังที่จู่ๆก็พุ่งพรวดจนล้มเขาลง
ในดวงตาของมันต่างหาก
มันไม่ใช่ตาของสัตว์ใหญ่ที่คุกคามขย้ำเหยื่อ มันเหมือนอะไรสักอย่างที่จนตรอกและพลิกทั้งชีวิตขึ้นเดิมพัน
ประกายตาแบบนี้มันเกินขีดของคำว่าความรุนแรง
แทนรู้สึกหนาวถึงสันหลัง

มันเอาจริง เป็นความเอาจริงแบบที่เขาก้าวแข่งไม่ถึง

ความคิดและความรู้สึกที่พุ่งเร็วของแทนต้องหยุดชะงัก เมื่อเป็นหลักขึ้นคร่อม สองมือประกบข้างหัวของแทน

อย่า
แทนได้แต่ส่งสายตา
แต่สารที่สื่อจากสายตาไม่มีผลอะไร
เป็นหลักกระแทกหัวของตนเข้าที่หน้าผากของแทน
โดยไม่ยั้งแรง โดยไม่คิดจะหยุด
แทนทำอะไรไม่ได้ ทั้งๆที่ควรทำและมีโอกาส
เขาผลักมันออกได้ แต่กลับไม่มีแรงแม้จะยกมือขึ้น

ทำไมน่ะหรือ

เพราะเขากลัว กลัวมาก
ไออารมณ์ของเป็นหลักทำให้เขาไม่สามารถตอบโต้อะไรได้เลย

เลือดไหลเข้าตา
ทั้งเป็นหลักและแทน
เป็นหลักเจ็บที่หน้าผาก แต่มันไม่สำคัญ
เขาหยุดตัวเองไม่ได้ เขาโขกหน้าผากของตัวเองลงไปอีก

มันจะมาทำอะไรคิดเช่นของเขาไม่ได้
เขาต้องหยุดมันให้ได้ ชดใช้ที่เขาไม่เคยทำมันเลยในเวลานั้น
ในวัยนั้นที่เขาทำได้แต่มอง

ในตอนนี้มันไม่ใช่ความโกรธเสียแล้ว ก้อนความคับแค้นที่มันอัดอั้นกดดันในตัวเป็นหลักกำลังระเบิดออกมา
เป็นหลักไม่รู้วิธีที่จะหยุดมัน และไม่มีสติพอที่จะหยุดมัน

คิดเช่นต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อหยุดเป็นหลักให้ได้
แรกเริ่มคิดเช่นประหลาดใจที่ได้เห็นเป็นหลักโกรธ เรี่ยวแรงระห่ำคลั่งแบบนี้เกิดได้อย่างไร
ตอนนี้คิดเช่นกลัว
กลัวพลังงานงานของเป็นหลัก กลัวอารมณ์ที่ใกล้จะทำให้เกิดเรื่องร้ายแรง

คิดเช่นวิ่งเข้าหา คุกเข่ากอดตัวเป็นหลักเอาไว้
แรงของเป็นหลักมากจนคิดเช่นแทบคุมไม่ไหว
เป็นหลักสะบัดตัว แต่คิดเช่นก็ยังออกแรงเหนี่ยวตัวเอาไว้

"หลัก เป็นหลัก พอแล้ว พอแล้ว"

ดูเหมือนเป็นหลักจะได้ยินแต่ไม่สนใจ

"ลักกี้ คิดเช่นอยู่ตรงนี้นะ คิดเช่นไม่เป็นอะไรแล้ว พอแล้วนะคนดี" คิดเช่นเรียกเป็นหลักอีกด้วยน้ำเสียงปลอบประโลม

คราวนี้เป็นหลักได้สติ ใบหน้าอาบด้วยเลือดแดง หันมาหาคิดเช่น
ตัวหอบโยน ส่วนแทนนั้นนอนนิ่งไปแล้ว

"พี่ไม่เป็นไรนะ ผมจะไม่ให้ทำร้ายคิดเช่น ผมจะไม่ให้ใครมาทำให้พี่เปื้อนเหมือนกับ..." เสียงเป็นหลักหยุดไป

"ไม่เป็นไรแล้ว พอแล้วนะ" คิดเช่นรู้ว่านั่นหมายถึงอะไร

คิดเช่นร้องไห้ออกมา เขากลัว ดีใจ และสงสาร
เขากลัว เป็นหลักกำลังลุแก่โทสะ จนอาจฆ่าคนได้ คิดเช่นรู้ว่าเป็นหลักจะทำมัน โดยไม่รู้ตัว และขอบคุณที่เป็นหลักยอมฟังและหยุดทัน ตัวของเป็นหลักสั่นเกร็ง ร่างกายปรับตามอารมณ์ไม่ทัน เด็กคนนี้น่าสงสาร ถูกทำให้บอบช้ำและเสียใจ

คิดเช่นดึงเป็นหลักออกมาจากตรงนั้น พาเดินมาที่โซฟา ปาดเอาเลือดบางส่วนออกจากใบหน้า มันเลอะเปื้อนมือ เลือดเป็นหลักที่เปรอะอยู่ เพื่อเขา
คิดเช่นกอดเป็นหลักเอาไว้ ให้ซบอยู่ที่อก ลูบหลังแผ่วเบา

"อย่าเอามาปนกันเลย ตอนนี้ลักกี้อยู่ตรงนี้กับฉันแล้ว"

ส่วนหนึ่งเป็นหลักเจ็บเพื่อปกป้องเขา อีกส่วนเกิดจากแรงผลักดันจากอดีตที่หมักซ่อน
ความโกรธของแทนเทียบไม่ได้เลยกับความโกรธของเป็นหลัก เพราะแทนโกรธที่กำลังจะเสียคนที่เคยเป็นของเขา
เป็นความโกรธบนความเห็นแก่ตัว คนเห็นแก่ตัวมากเกินไปมักจะขลาดกลัว เขาเรียนรู้การใช้กำลังข่มเหงเพื่อให้ได้มาแต่จะไม่กล้าแลกจนหมดหน้าตัก
แต่เป็นหลักไม่ได้คิดถึงตัวเองตอนที่โกรธ ต้องการเพียงจะปกป้อง โกรธแค้นคนที่ทำร้าย ความโกรธทำให้เกิดแรงเกินขีดปกติ อาจเป็นแบบเดียวกับคนที่สามารถแบกของหนักหนีไฟไหม้ได้ในเวลาฉุกเฉิน
ถึงอย่างไรเป็นหลักก็ผิด ที่นำเอาความรู้สึกจากเรื่องในวัยเด็กมาเป็นเชื้อเพลิง
คิดเช่นไม่ใช่แม่ แต่กลับนำภาพมาซ้อนกัน

เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้ว คิดเช่นก็ใจหายวาบ เพิ่งเข้าใจว่าเป็นตัวเขาเองที่เปิดปมนั้นของเป็นหลักขึ้นมา การที่คิดเช่นผลักไสเป็นหลักออกไป โดยยอมเอาตัวเข้าแลกนั้น กลับทำให้เป็นหลักเจ็บปวด

คิดเช่นนั่นเองที่ทำร้ายเป็นหลัก ไม่ใช่แทนหรอกที่ทำให้เป็นหลักคลั่ง

"ลักกี้ ฉันขอโทษ"

เป็นหลักไม่เข้าใจว่าคิดเช่นขอโทษทำไม เด็กนี่ยังไม่เข้าใจปมของตัวเอง กลับละล่ำละลักว่า

"ผมขอโทษ พี่กลัวผมใช่ไหม"

เขากลัวว่าคิดเช่นจะกลัว

แปลกใช่ไหม และนี่ไม่ใช่ประโยคตลก ความกลัวมันเกิดขึ้นได้เป็นร้อยเป็นพันแบบ

"กลัวมาก" คิดเช่นยอมรับ

"ผมบ้าใช่ไหม" เสียงของคนที่หวาดหวั่นว่าคิดเช่นจะหนีห่างไป

"ก็ไม่แน่"

"ผม.." เป็นหลักก้มหน้า สับสน ตาแสบและพร่า ทั้งจากเลือดและน้ำตา เขาคงต้องสูญเสียอีกหน คิดเช่นคงกลัวเขาแล้วไม่อยากอยู่ใกล้อีกแล้ว

"แต่บ้าให้น้อยๆหน่อย ฉันก็บ้ามากพออยู่แล้ว คิดว่าพอจะรับมือกับลักกี้ได้ ถ้ามันไม่มากเกินไป" คิดเช่นเชยคางเป็นหลักขึ้น เพื่อให้มองหน้ากัน และเพื่อเช็ดเลือดอีกหน

สงสัยจะมัวเอ้อระเหยไม่ได้แล้ว ต้องหยุดเลือดก่อน

"หมายความว่า พี่จะไม่ไปจากผมใช่ไหม"

"ไม่ไป"

"แล้วถ้าผมเป็นแบบนี้อีก"

"ก็เพิ่งบอกว่า อย่าให้มากเกินไป" เจ้าด็กที่เพิ่งโกรธจนแทบทำคนตายเมื่อกี้กลายเป็นลูกหมาที่นั่งหงอยร้อนรนสำนึกผิด 

"นายต้องรับปากว่าจะคุมมัน และฉันเองก็สัญญาว่าจะไม่สร้างแผลให้นายอีก"

"สัญญาใช่ไหม"

"ใช่สัญญา"

.
.
.


รักแท้ทิ้งธุระสำคัญที่กำลังทำอยู่ทันที เมื่อได้ยินเสียงคิดเช่นทางโทรศัพท์

"รัก" เสียงที่เรียกชื่อเขา สั่น จนรักแท้รู้สึกถึงเรื่องไม่ดี

"ช่วยขับรถหน่อย ผมขับไม่ไหว" คิดเช่นไม่ยอมบอกว่าเรื่องอะไร แต่รักแท้รู้ว่ามันต้องแย่มากๆ เสียงของคิดเช่นไม่ไหวเลย อ่อนแอ และร้องขอให้ช่วย


ตอนนี้ทั้งหมดอยู่ที่โรงพยาบาล
คิดเช่นต้องการให้ เรื่องเงียบที่สุด จึงไม่ยอมเรียกรถพยาบาล
เพราะคิดเช่นรู้ว่า แทนเป็นข่าวไม่ได้  คิดเช่นยังห่วงและยังหวังดี เยื่อใยความรักมันตัดไม่ขาด

เป็นหลักสลบไปแล้วตอนที่มาถึง แต่แทนฟื้นและยังพอรู้ตัวอยู่

"คิด" แทนเรียกคิดเช่น เมื่อทำแผลเสร็จ "แน่แล้วใช่ไหม"

คิดเช่นนิ่งไปนาน "แน่"

แทนรู้สึกปวดในหัวใจ "กูรักมึงนะ"

คิดเช่นฟังอย่างนิ่งสงบ ในเวลานี้คิดเช่นไม่คิดว่าแทนโกหก
นี่คงเป็นความรักในแบบของแทน แบบที่ปะปนด้วยความรักตัวเอง และมองเห็นตัวเองมากกว่าจะมองเห็นคิดเช่น เป็นรักที่อยากได้แต่ไม่พร้อมที่จะให้ เป็นความรักที่ตักตวง โดยไม่คิดที่จะเติม
คิดเช่นเชื่อว่า แทนเสียใจ อาจมากเท่าที่ผู้ชายคนที่เลี้ยงเป็นหลักมา เสียใจ
เขาคนนั้นก็รักเป็นหลัก เป็นความรักที่ตักตวง และเหนี่ยวรั้งคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน เป็นรักบนพื้นฐานคนละแบบ ใครคนนั้นรักเป็นหลักมากพอที่จะยอมปล่อยเป็นหลักออกมา เมื่อรู้ตัวว่าความรักแบบนั้นมันทำร้ายเป็นหลัก เขาสละบางอย่างของเขาให้เป็นหลัก เขายอมเสียใจ

แต่แทนไม่ใช่

นี่ทำให้คิดเช่น ตัดสินใจว่าจะไม่บูชาอะไรให้แทนอีก



คิดเช่นนั่งลงข้างรักแท้บนโซฟาเฝ้าไข้
อ่อนล้าและต้องการพึ่งพิง
รักแท้ให้คิดเช่นยืมไหล่ คิดเช่นเอนซบอยู่สักพัก แต่มันไม่พอ
คิดเช่นขอให้กอด และรักแท้ก็กอด กระชับอ้อมแขนให้รู้ว่า คิดเช่นจะปลอดภัยในอ้อมกอดนี้

"ไอ้เด็กนี่โคตรบ้า มันไม่ยอมให้ผมนอนกับคนอื่น ผมทำเพื่อช่วยมันนะ กลัวมันจะโดนซ้อม แต่ที่ไหนได้ เห็นตัวเล็กแค่นี้ กลับล้มนักชกระดับเหรียญทองได้"

"กลัวไหม"

"กลัว"

"เลิกไหม"

คิดเช่นส่ายหน้าจนผมกระจาย หน้านั้นถูไถไปกับอกของรักแท้

"ผมไม่ปล่อยคนที่บ้าเพื่อผมมากขนาดนี้หลุดมือไปหรอก"

"แล้วผมล่ะ"

"คุณมีหน้าที่กอดผมไว้ ห้ามปล่อยเลยนะ" คิดเช่นเงยหน้าขึ้นสั่งเสียงเข้ม

"ทำไม"

"เวลาผมอ่อนแอ ผมนึกถึงแต่คุณทุกที" คนที่เพิ่งสั่งแบบเอาแต่ใจ สารภาพเบาๆกับไหล่ของรักแท้

--------
ขอบคุณที่อ่านนะคะ
#เป็นเช่นรัก
@tonswind
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 13.1 (19 พ.ย. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: janehh ที่ 21-11-2016 00:47:27
เอ็นดูเป็นหลักมากก
น้องเก่งมาก แต่ก็สงสารร้องด้วย ฮืออ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 13.1 (19 พ.ย. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: Snowermyhae ที่ 22-11-2016 17:52:24
ชอบความรู้สึกของทั้งสามคนที่มีต่อกัน มันละมุนละไมมากกกก  :hao5:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 13.1 (19 พ.ย. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: Raina ที่ 04-12-2016 11:46:13
ลูกหมาของเจ๊หัวแข็งดีจริงๆ 555 สู้ยิบตาเลย เก่งมากจ้ะ ตอนนี้เป็นหลักเคลียร์แล้ว คิดเช่นเคลียร์แล้ว เหลือรักแท้สินะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 13.1 (19 พ.ย. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: snowboxs ที่ 04-12-2016 21:21:38
สงสารเป็นหลัก
ไม่ว่าจะให้หรือจะรับจากรักแท้หรือคิดเช่น
ก็ต้องมากังวล มาถามทุกครั้งว่าได้หรือไม่
ผิดกับรักแท้และคิดเช่นที่จะให้หรือรับกับใครก็ได้
แบบนี้จะดีกับเป็นหลักจริงๆน่ะเหรอ เฮ้อออ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 13.1 (19 พ.ย. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: donutnoi ที่ 05-12-2016 22:26:12
ชอบค่ะ เพิ่งได้มาอ่านเป็นสามพีที่ลงตัวมากเลย

รอตอนต่อไปนะคะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 13.2 (6 ธ.ค. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 06-12-2016 09:51:15
เป็นเช่นรัก 13.2

เป็นหลักนอนมองเพดานห้องอยู่พักใหญ่ ภาพเหตุการณ์ไหลบ่า เขากระพริบตาหลายครั้งเพื่อสลัดภาพที่เห็น แต่ไม่เป็นผล
เป็นหลักคนที่บ้าคลั่งขนาดนั้น มาแอบซ่อนอยู่ในใจเขาตั้งแต่เมื่อไหร่
เป็นหลักคนนั้นน่ากลัว เขากลัวว่ามันจะกินเขาไว้
ปิด ครอบ กลืน จนเขาไม่น่ารักอีกต่อไป
นั่นไง สิ่งที่เขากลัวจริงๆ คือ การที่คิดเช่นจะไม่เห็นว่าเขาน่ารักอีกแล้ว

ลืมมันไปได้ไหม

ลบภาพเป็นหลักคนที่เปรอะเปื้อนเลือดนั่นไปได้หรือเปล่า


"จะจ้องจนเพดานทะลุเป็นรูเลยเหรอลักกี้"

เป็นหลักหลุดออกจากภวังค์ และหันมองช้าๆ
คิดเช่นเดินเข้าไปนั่นข้างเตียง เอื้อมมือแตะ
แต่เป็นหลักชักมือหนี ทำหน้าเฉยชา
คิดเช่นทำหน้าไม่เข้าใจ

"เป็นอะไร"

เป็นหลักยังเงียบแถมหันหน้าหนี

"อย่าให้ต้องดุทั้งๆที่ยังหัวแตกอยู่นะลักกี้"

เพียงเท่านั้นน้ำตาเป็นหลักก็ไหล

เขาก็แค่ ฮึก ก็แค่ ไม่อยากเป็นคนที่น่าขยแขยงสำหรับคิดเช่น

"เกลียดผมแล้วหรือยัง" เสียงนั้นแหบโหย

คิดเช่นนิ่วหน้า "ตื่นมาก็โยเยเลยนะลักกี้"

พอจะเข้าใจกลไกการปกป้องความรู้สึกตัวเองด้วยความแข็งกร้าวแบบนั้น เป็นหลักกลัวปฏิกิริยาต่อต้านจากเขาจึงเลือกที่จะสร้างเกราะบางอย่างขึ้นมาเสียก่อน

"เราคุยกันแล้วก่อนนายเข้าโรงพยาบาลนี่นา"

"แล้วยังเป็นอย่างนั้นอยู่ไหมครับ ผมยังอยู่ตรงนี้กับพี่ได้ใช่ไหม"

คำตอบของคิดเช่นคือการจูบที่ปลายจมูก  ไล่เลยไปที่ข้างแก้ม

"ปกติฉันไม่ใช่คนรักษาคำพูดหรอกนะ แต่ครั้งนี้อยากให้เชื่อ"

ตาสองคู่สบมองกัน คู่หนึ่งแน่วแน่ คู่หนึ่งหวั่นไหว

เสียงของคิดเช่นคนขี้เล่น ครั้งนี้นุ่มนวลแต่จริงจัง

"ฉันอยู่ตรงนี้"

ถ้อยคำสั้น ไม่อ่อนหวาน ไม่ใช่คำปฏิญาณ

แต่เป็นหลักก็ยิ้มในที่สุด ยิ้มทั้งที่น้ำตายังไหล

น้ำตารสเค็มที่ปลดเปลื้องความรู้สึกด้อยค่าของตน

อย่างน้อยก็มี "ใครสักคน" สำหรับเขา

เป็นหลักเอื้อมมือหาเป็นหลัก ปลายนิ้วทุกนิ้วสั่น

คิดเช่นรวบมือทั้งสองข้างขึ้น จูบเบาๆแล้วนวดคลึง ก่อนจะสวมกอดเป็นหลักเอาไว้

ปลายคางต่างเกยอยู่ที่ไหล่ของกัน

"ไอ้ลูกหมา" คิดเช่นงึมงำ

เป็นหลักมองเห็นใครอีกคนจากด้านหลัง
รักแท้ยืนอยู่ตรงนั้น อาจตั้งแต่เริ่มต้น
รักแท้ยิ้ม รู้สึกดีที่ได้เห็นภาพตรงหน้า แปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกันที่ไม่ได้รู้สึกหวง หรือหงุดหงิดใจ

คนที่กอดกันกลมผละออก และรักแท้เดินเข้าหา
เป็นหลักเงยมอง น้ำตายังเอ่อ มือข้างหนึ่งกำชายเสื้อรักแท้ ขยุ้มมันจนยับ

"ผมเกือบทำเรื่องไม่ดี" สารภาพผิดด้วยเสียงเครือ เจือความกังวล แบบที่รักแท้พอเดาได้ว่าเพราะอะไร

"น่าเสียดายที่พี่ไม่เห็นตอนเป็นหลักน้อยแปลงร่างเป็นฮอล์คตัวเขียว" รักแท้ยิ้มมุมปากแล้ววางมือลงบนมือที่กำเสื้อเขาแน่น

เป็นหลักทำหน้าประหลาด มันคล้ายจะยิ้มแต่ก็ติดจะบึ้งแถมตายังเศร้า "ไม่ใช่นะ ผมไม่ได้ตัวเขียวแบบนั้น แล้วผมก็ไม่ชอบเป็นฮอล์คด้วย"

รักแท้เลิกคิ้วล้อ
เป็นหลักทำปากยื่นไม่ชอบใจ

ดีแล้ว อย่างน้อยก็คลายอารมณ์อมทุกข์แบบนั้นได้บ้าง เขาก้มลงจูบที่หน้าผาก ประทับแผ่วเบาบนผ้าก็อซพันแผล

"เรียกขวัญ" รักแท้ปลอบแบบนี้อีกแล้ว

มันทำให้เกิดความรู้สึกซ่านซาในอกของเป็นหลัก คล้ายมีโซดาไหลเวียนไปมาในหัวใจ

ความสุขใช่หรือเปล่านะ ความรู้สึกแบบนี้

"ขวัญผมยังไม่กลับมาเลย"

เงยมองรอคอย และเผยอปากแบบนั้น...

แย่เลยรักแท้

เขาคิดขณะโน้มหน้าลง เรียกขวัญคืนให้เป็นหลักด้วยริมฝีปาก ด้วยปลายลิ้น

แล้วต่อด้วยการเรียกขวัญของอีกคนข้างๆกัน

คิดเช่นเงยรับจูบนั้นเช่นกัน

ขวัญเอย จงกลับมา
.
.
.
แทนกำลังจะออกจากโรงพยาบาล ข่าวในทีวีคือเขาเกิดอุบัติเหตุ และล้มหัวแตก ไม่มีอะไรมากกว่านั้น ต้องขอบคุณคิดเช่น ที่ยังเป็นคนที่ทำดีที่สุดเพื่อเขาเสมอ
แม้ว่าต่อจากนี้จะไม่มีอีกแล้ว ซึ่งเขาไม่ชอบใจนักแต่จำใจต้องหยุดไว้เท่านี้ก่อน การทำให้คิดเช่นโกรธขึ้นมาจริงๆไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ
มันเสี่ยงเกินไป ข้อมูลหลายอย่างที่คิดเช่นรู้อาจทำให้ชีวิตเขาสะดุด รวมถึงอนาคตของเขาที่คิดเช่นมีส่วนตัดสิน

ก่อนคืนห้องพักของโรงพยาบาล มีผู้ชายท่าทางสบายๆเดินเข้ามาหา
ท่าทางเอื่อยๆ ไม่เป็นอันตราย แต่ประกายตาไม่ใช่

"อย่าแตะคนของผมอีก"

"ใคร" แทนคิดว่า เขาน่าจะหมายถึงใครคนใดคนหนึ่งระหว่างคิดเช่นและเจ้าเด็กบ้านั่น

"ทั้งคู่"

แทนยิ้มเยาะหลังอึ้งไปชั่วครู่ "พวกนายมันมั่ว"

รักแท้ยักไหล่ เขาไม่จำเป็นต้องอธิบายการใช้ชีวิตของพวกเขาให้คนๆนี้ฟัง ชายหนุ่มที่ยังอยู่ในชุดนักศึกษาลุกขึ้นจากเก้าอี้ข้างเตียง แล้วโน้มตัวเข้าหา
สายตาของมันทำให้แทนผงะถอย
มันไม่ได้คลั่งแบบเด็กคนนั้น แต่ ดุ

"ถ้ามีครั้งหน้า มึงจะชกมวยไม่ได้อีกตลอดชีวิต"

นั่นไม่ใช่คำขู่ นั่นคือคำสัญญา

.
.
.
เที่ยงคืนนิดๆ ที่คอนโดของคิดเช่น
เป็นหลักหลับสนิท เพราะร่างกายต้องการการพักฟื้น
ห้องนอนของคิดเช่นมีระเบียงกว้าง เขาเอาที่นอนเล็กๆพร้อมหมอนอิงใบโตออกมาวาง
คืนนี้ลมพัดเย็น คิดเช่นนอนมองดาว ผมบางเส้นปลิวไปตามแรงลม
เสียงประตูเลื่อน รักแท้ที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จตามออกมา
คิดเช่นลุกนั่ง แบ่งที่ให้รักแท้
กลายเป็นรักแท้ที่นั่งพิงหมอน ส่วนคิดเช่นพิงอยู่กับอกอุ่นๆของรักแท้อีกที

"เสียใจหรือเปล่า" คนที่ทำหน่าที่ต่างหมอนอิงถามขึ้น

"ไม่เสียใจ แต่ลึกๆก็เจ็บปวด" คิดเช่นเหม่อมองฟ้ามืดๆ ที่ไม่มีทั้งพระจันทร์หรือดาวให้เห็น

"ไม่เข้าใจ"

"ก็ไม่เสียใจ เพราะที่ผ่านมา ผมให้จนมากเกินพอแล้ว ออกจะน่าดีใจด้วยซ้ำที่ต่อไปนี้ไม่ต้องเสียอะไรอีก แต่ก็เจ็บปวดเพราะลึกๆแล้วผมก็แอบหวังให้รักที่ยาวนานครั้งนี้มันสมหวัง"

รักแท้กระชับอ้อมแขน และเกยคางลงบนผมของคนข้างหน้า "ไม่รักก็ไม่เจ็บ"

คิดเช่นเขี่ยมือของรักแท้ที่โอบตนเองอยู่ "บางทีมันก็ยากเกินไปที่จะ ไม่รัก"

"ไม่ยากหรอก" รักแท้จูบเบาๆที่ข้างขมับ แล้ววนเวียนไปมาระหว่างแก้มและซอกคอ

"สอนหน่อย" คิดเช่นเอียงหน้าให้รักแท้ไล้ริมฝีปากได้ถนัด

"ก็ตักตวงไป" เสียงคนข้างหลังคล้ายพึมพำ เพราะริมฝีปากต้องทำหน้าที่อื่นไปด้วย

"แล้วคุณก็จะตักตวงจากผมเหมือนกันใช่ไหม" บนฟ้าไกลๆนั่น คิดเช่นมองเห็นพระจันทร์เสี้ยวที่โผล่พ้นจากก้อนเมฆ

"อือ มากที่สุดที่คุณและผมจะเอาไปจากกันและกันได้" รักแท้หยุดจูบสุดท้ายของเขาที่กลางกระหม่อมก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิด

คิดเช่นยิ้มกับพระจันทร์เสี้ยวนั้น นึกขำ คำของรักแท้ มันช่างเห็นแก่ได้ และตรงไปตรงมา

ตักตวง อย่างนั้นหรือ

"เหนื่อยจัง" จู่ๆคิดเช่นก็ง่วงจนตาจะปิด อาจเพราะวางใจ หรือเพราะได้คำตอบของอะไรบางอย่าง

"เหนื่อยก็นอน"

คิดเช่นทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงที่รักแท้

"ยังอยากมองฟ้านานๆ" คิดเช่นยังอยากจะฝืน ต่อต้านความง่วง และอยากจะดื้อกับรักแท้อีกนิด

ยังไม่นอนตามที่บอกได้ไหม ทำไมต้องทำตามด้วยล่ะ

"นอนเถอะ" รักแท้กระซิบ

สุดท้ายดวงตาก็ปิดลง

นี่ต้องเป็นเพราะกอดอุ่นๆและลมโชย คิดเช่นนึกโทษทั้งสองอย่างที่ทำให้ฝืนสติไว้ไม่ไหว

ไม่รักแต่ตักตวง

คิดเช่นท่องมัน ให้สลักไว้ในฝัน

-โปรดติดตามตอนต่อไป-
คิดยังไงรบกวนบอกค่ะ #เป็นเช่นรัก
ถ้าไม่ผิดพลาดอะไร ตอนหน้าจะมีฉากรักที่แท้จริงของ เป็นเช่นรัก ค่ะ
ขอบคุณที่อ่านค่ะ
@tonswind
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 13.2 (6 ธ.ค. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: autopilot ที่ 06-12-2016 14:26:13
รอค่ะรอออ แบบใจจดจ่ออออิอ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 13.2 (6 ธ.ค. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: Snowermyhae ที่ 06-12-2016 18:49:02
ละมุนละไมดีต่อใจมาก รอตอนต่อไปค่ะ ชอบรักแท้สุดเลย  :L2:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 13.2 (6 ธ.ค. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: janehh ที่ 07-12-2016 14:13:34
ไม่รู้จะเม้นอะไร5555
แต่อยากบอกว่าเรื่องนี้มันดีต่อใจจริงๆ ค่ะ  :3123:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 13.2 (6 ธ.ค. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: kokoro ที่ 07-12-2016 19:45:20
สรุปว่าลักกี้เป็นพระเอกตัวจริง
ไงล่ะคุณพี่แทน...เจอเล็กพริกขี้หนูเข้าไป ถึงกับจอด

นับวันรักเราสามคนนี่ชัดจะลงตัวขึ้นทุกที
รอซีนพระเอกของรักแท้บ้างค่ะ กลับมาเรียกเรทติ้งเร็ว :impress2:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 13.2 (6 ธ.ค. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: kun ที่ 11-12-2016 10:19:49
ดีอ่ะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 13.2 (6 ธ.ค. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 11-12-2016 14:15:35
อยากบอกว่าชอบมาก..รอตอนต่อไปค่า  o13
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 14 (12 ธ.ค. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 12-12-2016 21:27:07
เป็นเช่นรัก ตอนที่ 14

เมื่อคืนรักแท้ลากที่นอนเล็กเข้ามาจากระเบียงทั้งๆที่คิดเช่นนอนอยู่บนนั้น
คนขี้เซาผงกหัวขึ้นมาดูนิดหนึ่งตอนที่รู้สึกว่าถูกเคลื่อนย้าย แต่ไม่คิดจะลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปนอนดีๆ
คิดเช่นนอนตะแคงหลับตาพริ้ม

"เช่น" รักแท้ก้มลงกระซิบที่หู

คิดเช่นยิ่งกดหน้าลงกับหมอนหนีเสียงรบกวน

"ขึ้นไปนอนบนเตียง" รักแท้กระซิบอีก

คนหลับส่ายหน้าจนผมกระจาย

รักแท้ทั้งเอ็นดูทั้งหมั่นไส้ คิดเช่นที่ง่วงนอนนั้นงี่เง่ากว่าที่รักแท้คิดไว้

"เช่น ขึ้นไปนอนบนเตียง น้องนอนคนเดียว ไม่มีใครกอด"

คิดเช่นหน้ามู่ ชี้มือมาที่เขาทั้งๆที่ยังหลับตา

หมายความว่าให้เขาไปนอนกอดเป็นหลักใช่ไหม

"แต่อยากกอดเช่นด้วยเหมือนกัน" รักแท้กระซิบเบาๆน้ำเสียงอ้อน

คนหลับอะไรหน้าแดงได้ด้วย แม้จะพยายามทำหน้าตาหงุดหงิดเพื่อกลบเกลื่อน แล้วเดินตึงๆขึ้นเตียงไป

 

แสงแดดลอดผ่านผ้าม่านสีขาว
มันไล้ไปตามไรผม อาบผิวเนียนให้ชวนสัมผัส
เสียงน้ำไหล เป็นหลักตื่นแล้วและคงกำลังอาบน้ำอยู่
คิดเช่นยังหลับอยู่ ประกายแดดส่อง ทำให้ผมที่รุ่ยร่ายเป็นสีน้ำตาลอ่อน
รักแท้ละสายตาไปจากตรงนี้ไม่ได้ ละมือจากผิวเนียนลื่นนั่นก็ไม่ได้
ใช้เพียงปลายนิ้วลากยาวตามความยาวแขน จากนั้นเปลี่ยนเป็นฝ่ามือร้อนลูบเรื่อยไปตามหน้าท้อง
คนหลับหายใจถี่ขึ้นนิดหนึ่ง รักแท้ยิ้ม สอดมือเข้าใต้เสื้อ ใช้นิ้วเกลี่ยไปมาบนจุดเล็กๆสองข้างที่อก
เจ้าของจุกยกมือขึ้นตะปบ
รักแท้จึงจูบลงที่ซอกคอขาว อ้อนขอให้คิดเช่นปล่อยให้มือเขาได้ซุกซน
เขาอยากสัมผัสเนื้อเนียนนั่นให้ทั่ว
ความจริงแล้ว ก็อยากสัมผัสอยู่เกือบทุกวัน แต่เช้านี้คิดว่าจะไม่อดกลั้นอีกต่อไป
เพราะคิดเช่นหมดพันธะแล้ว ควรเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์
รักแท้ยังคงจูบ และจูบ ไล่ตามซอกคอไปหาท้ายทอย จังหวะการจูบนั้นออดอ้อน
คิดเช่นยังคงห้ามมือของเขาไม่ให้เคลื่อนไหว
แต่หลุดเสียงร้องเบาๆจากลำคอ
รักแท้ยิ้ม เพราะใกล้จะได้รับคำอนุญาตแล้ว

ต้องใช้ไม้ตาย

เขาประคองใบหน้าของคิดเช่นให้หันมา แล้วจูบ
ออดอ้อน และเรียกร้อง

ให้เถอะนะ ผมแทบจะทนไม่ไหว

การจูบของรักแท้ สื่อความได้แบบนั้น

คิดเช่นหายใจถี่ เผลอปล่อยให้มือของรักแท้ลากเรื่อยไปทั่วตัวของเขา มันเป็นเพียงการเล้าโลมที่แสนธรรมดา จับตรงนั้น ลากผ่านตรงนี้ แล้วบิดเบาๆ
แต่คิดเช่นตื่นตัว และตื่นเต้นไปหมด ทุกสัมผัส ทำให้เขาพ่ายแพ้ และต้องการมากขึ้น
เขาบิดตัว  เอียงเข้าหาฝ่ามือร้อน มันเป็นไปเอง ห้ามใจไม่อยู่
จูบของรักแท้ยิ่งหนักหน่วงขึ้น

"เดี๋ยว" คิดเช่นเบี่ยงหน้าออก หอบหายใจ "ลักกี้อยู่ในห้องน้ำ"

รักแท้ยิ้มเจ้าเล่ห์

"เราก็ทำให้เขาออกมาเร็วๆสิ"

"ยังไง อ๊ะ!"  คิดเช่นมาเวลาสงสัยแค่เพียงครู่เดียว

รักแท้กัดเข้าที่เนินอก มันทำให้เขาหลุดร้องเสียงดัง เพราะ เสียว เพราะตกใจ
ตามมาด้วยการถอดเสื้อผ้าของเขา รวดเร็วจนคิดเช่นไม่ทันเอ่ยห้าม
แทบไม่รู้ตัว จนสบตาเข้าให้
รักแท้มองคิดเช่น แบบที่มีกามารมณ์มากมายในตานั้น แบบที่เห็นว่าเนื้อตัวเปล่าเปลือยตรงหน้า ช่างน่าหลงใหล
คิดเช่นเบือนหน้าหนี
แต่ต้องสะดุ้งและหลุดร้องอีกครั้ง เพราะ นิ้วมือที่กรีดลงตรงนั้น อีกมือก็แตะที่ปลายที่ชู และไวสัมผัส
มือของรักแท้ทำงานพร้อมกัน
มือหนึ่งเกลี่ยเบาๆที่ส่วนนั้น นิ้วอีกข้าง นวดวนแล้วค่อยแหวกออก
คิดเช่นแทบหมดแรง ทิ้งศอกสองข้างลงเพื่อพยุงตัว เอนไปทางหัวเตียง แล้วหลุดครางอีก

"ครางอีกครับ"

รักแท้โน้มเข้ากระซิบ พร้อมแหวกทางเพิ่มอีก

"ฮื่อ"

ไม่ จะไม่คราง   คิดเช่นคนดื้อ คิดต่อต้าน พร้อมเม้มปาก

ผลของการดื้อคือตัวกระตุก เพราะ ถูกปลายนิ้วที่วนสำรวจนั่นแตะเข้าที่พื้นที่ข้างใน จุดที่ทำให้ความเสียวซ่านวิ่งพล่าน
และก็หลุดครางออกมาในที่สุด

คิดเช่นโดนจู่โจม จนประคองความดื้อไว้ไม่ไหว
ถูกจัดท่าทางให้พร้อมสำหรับเรื่องนั้น ทุกอย่างดำเนินไปในเวลาไม่นาน แต่พอแล้ว ความปรารถนาที่มีมันจะล้นออกมาแล้ว

เดี๋ยวนี้เลยเถอะ เดี๋ยวนี้

คิดเช่นมองรักแท้ที่ผละออก
ตาจ้องมองชายหนุ่มที่ถอดเสื้อผ้าของตนช้าๆ
คิดเช่นส่งสายตาเร่ง แต่รักแท้ยิ่งลดจังหวะให้เนิบนาบลงกว่าเดิม
เขายิ้มขณะลูบสิ่งนูนเป่งของตนที่เพิ่งพ้นจากชั้นใน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คิดเช่นเห็นมัน แต่ก็อดกลั้นหายใจเมื่อจ้องมองมันไม่ได้
ถุงยางถูกสวม

ช้าเหลือเกิน

คิดเช่นขัดใจ

ต้องเร่งสินะ

เขาจึงยกขาแยกกว้าง ให้ได้เห็นสิ่งที่รอรักแท้อยู่
บังคับให้ช่องทางนั้น
หดและขยาย ตามจังหวะการหายใจกระเส่า สบตามองรักแท้

มาเถอะ

รักแท้บ่นอะไรออกมาคำหนึ่ง แล้วก้าวพรวดเดียวขึ้นเตียง ผลักคิดเช่นให้หงายหลังลง

ดึงเรียวขาสองข้างให้โอบรอบเอว จับส่วนปลายของเขาให้ทักทายกับช่องทาง

คิดเช่นกระตุกอีก ลมหายใจถี่เร็วขึ้น มันตื่นเต้นราวนี่คือครั้งแรก

ไม่เอาน่า คิดเช่น อย่าทำเป็นเด็กตื่นสนาม 

คิดเช่นพยายามปลอบให้ตัวเองหายใจช้าลง เขาควรทิ้งเสน่ห์หรือลวดลายอะไรบ้าง ไม่ใช่ทำท่าทางราวทาสที่รอรับความสุขขนาดนี้

มัวแต่คิดวุ่นวาย จนไม่ทันเห็นว่ารักแท้มองมาด้วยสายตาแบบไหน

รักแท้ใช้นิ้วเกลี่ยเข้าที่หว่างคิ้วที่ขมวดยุ่ง โน้มตัวลงแตะที่สันจมูก ปลายดั้ง แล้วลงมาที่ริมฝีปาก

"ตื่นเต้นหรือ" เขากระซิบถาม

คิดเช่นอยากจะปฏิเสธ แต่คำโกหกคงไม่เนียน เพราะทุกอย่างของเขามันเผยอารมณ์ออกมาหมด

"อือ ยิ่งกว่าตอนเสียครั้งแรก" คิดเช่นสารภาพเสียงเบาหวิว แล้วหลับตาเพื่อซ่อนความอาย

คิดเช่นยิ้มกว้าง เขาชอบคำตอบนี้

"อนุญาตให้ผมทำให้คุณมีความสุขนะครับ" รักแท้แสนสุภาพ เสียงยังทุ้มนุ่มเหมือนกังวานอยู่ข้างหู

น้ำตาคิดเช่นเอ่อ ทำไมต้องอ่อนไหวกับอะไรแบบนี้จากคนๆนี้นะ
คิดเช่นที่โชกโชนกับเกมรัก ตกหลุมเสียแล้ว
อาจเพราะที่ผ่านมา เขาไม่ได้ถูกปฏิบัติแบบนี้ เซ็กส์ของเขากับแทน มันไม่ใช่แบบนี้เลย

คิดเช่นพยักหน้าช้าๆ แล้วโน้มใบหน้าของรักแท้มาจูบ ขณะเป็นฝ่ายกำเข้าที่แท่งอันแข็งและร้อนจัดของรักแท้
รักแท้คราง
คิดเช่นจับมันเบาๆ เกลี่ยมือไปมา อ้าขาของตนออกอีกนิด แล้วค่อยแทรกสิ่งร้อนจัดเข้ากับอวัยวะของตน

คราง

ทั้งเขาทั้งรักแท้ ทำเพียงครางออกมา เมื่อทั้งสองสิ่งค่อยๆแนบสัมผัสกันมากขึ้น แน่นขึ้นและลึกขึ้น

"ร้อน" รักแท้กระซิบบอก ว่ารู้สึกอย่างไรเมื่ออยู่ในตัวของคิดเช่น

"อะไรอีก" คิดเช่นถามด้วยเสียงเบา คล้ายละเมอ

"ตอด" รักแท้ขยับช้าๆ วนหาอะไรบางอย่าง

"อาาาาา" เสียงครางของคิดเช่นลากยาว

ความสุขมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนค่อยๆเติมไซรับกลิ่นหอมลงในขนม ทำให้เซกส์ครั้งนี้เป็นรสหวาน และนุ่มละมุน

"ใหญ่" คิดเช่นให้ฟีดแบคกลับบ้าง เมื่อรักแท้เริ่มขยับลึกขึ้น ใบหน้ายามนี้ของคิดเช่นแสนเย้ายวน

รักแท้ยังคงคุมจังหวะให้เชื่องช้า แต่คิดเช่นก็ยังร้องครวญ

จุดนั้นถูกรักแท้ขยี้ด้วยท่อนเอ็น จนแทบทนไม่ไหว

ปลายของคิดเช่นเริ่มปวดตึง จนเขาต้องเอื้อมมือมาปลอบมัน แต่กลับโดนรักแท้ดึงมือออก

"ชู่ว"

"ฮือ" คิดเช่นร้องประท้วง

"รอก่อน" รักแท้กระซิบ

"รออะไร" แทบแย่แล้ว

"รอเป็นหลัก" รักแท้เฉลย

และคิดเช่นเพิ่งสังเกตว่าเสียงน้ำหยุดไปแล้ว ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่
และ เป็นหลักยืนอยู่ตรงนั้น ผมเปียกลู่ พันผ้าเช็ดตัวครึ่งท่อน
ใบหน้าแดงจัด ตาโตเพราะตื่นตะลึง
รักแท้ไม่เห็นเพราะหันหลังให้ แต่เขาคงรู้ เพราะเริ่มขยับรุนแรงขึ้น รุกล้ำขึ้น
ให้คิดเช่นหลุดร้องอีก เสียงดังขึ้นอีก

"ฮัก ฮัก ช้า ช้า อาาาาา" อีกครั้งที่คิดเช่นประท้วง ความสุขแล่นปราด หายใจไม่ทัน

รักแท้คล้ายจะเชื่อฟัง เพราะหยุดเคลื่อนไหว
แล้ว

เหวอ!

ยกตัวของคิดเช่นขึ้น เปลี่ยนท่าอย่างรวดเร็ว
ทั้งรักแท้และคิดเช่นหันหน้ามาทางเป็นหลัก ที่ยังคงยืนตะลึง ทำอะไรไม่ถูก
รักแท้ซ้อนหลัง ยกคิดเช่นให้รับเขาเอาไว้อีกครั้ง
คราวนี้รวดเดียวทั้งหมด ทั้งยาว ร้อน แล้วแน่น
คิดเช่นห้ามตัวเองไม่ให้กรีดร้องไม่ได้
เหมือนใครทำให้กระแสไฟแล่นไปทั่วร่าง
จังหวะของรักแท้เปลี่ยนไป
มันหนัก หน่วง หุนหัน กระทั้นและกระแทกจนเสียดเสียว

"ครางครับ" รักแท้สั่งเสียงปร่า

คิดเช่นทำตาม
ยิ่งร้องครางยิ่งกระตุ้นให้รู้สึก
ทั้ง รักแท้ คิดเช่น และเป็นหลัก
เป็นหลักรู้ว่าไม่ควรอยู่ตรงนี้ แต่กลับดึงสายตาออกจากภาพตรงหน้าไม่ได้
มันสวย และเร้าทุกอย่างที่เขาเพียรเก็บไว้
คิดเช่นเย้ายวนเหลือเกิน
รักแท้ที่อาบด้วยเหงื่อก็ทรงพลัง

"อา"คิดเช่นครางอีก คราวนี้ยื่นมือมาหาเป็นหลัก เขาเริ่มเข้าใจว่ารักแท้สั่งแบบนั้นทำไม

"ลักกี้" มือที่ยื่นไป พร้อมสายตาเว้าวอน

อยากให้อยู่ด้วยกันตรงนี้ 

ดั่งมนต์สะกด เป็นหลักก้าวเท้าเข้าไปหาคนทั้งคู่ที่ยังคงเคลื่อนไหว

สายตาของรักแท้ทำให้เป็นหลักสั่น

มาเถอะ มารู้สึกถูกกัดกินด้วยความปรารถนาไปพร้อมกัน

สายตานั่นมีบางอย่างที่เรียกร้อง การกระทุ้งกายที่ทำให้เป็นหลักกลัว

กลัวตัวเองจะอยากได้ แบบนั้น อยากจะถูกทำแบบนั้น

อย่าแย่งนะเป็นหลัก อย่าเผลอใช้นิสัยเดิมๆ  เป็นหลักด่าตัวเอง

ถึงจะด่าจะห้ามตัวเอง แต่เขากลับปีนขึ้นเตียงเข้าใกล้คนคู่นั้น

สบตาคิดเช่น  สายตานั้นเหมือนจะร้องหาเขา
มือของคิดเช่นตวัดกอดเขาเข้าแนบตัวทันทีที่อยู่ในรัศมี
กลายเป็น คิดเช่นอยู่ตรงกลาง ระหว่างรักแท้และเป็นหลัก
เป็นหลักพยายามขืนตัวออก แต่กลับถูกกอดแน่น  เนื้อเย็นๆของเป็นหลักแนบชิดกับกายร้อนผ่าว คิดเช่นซบหน้าลงกับหัวไหล่ของเด็กตรงหน้าทันทีที่ถูกรักแท้กระแทกอย่างแรง
เสียงกรีดร้องจึงดังอยู่ที่ข้างหูของเป็นหลัก เป็นหลักตาโตยิ่งแตกตื่นและพยายามจะผละออก

รักแท้ยิ้มมุมปาก กระทั้นกายอีก ถี่และเน้น บดและคลึง

คิดเช่นแทบละลาย เพราะมันเสียวเหลือเกิน

ยิ่งถูกกระทุ้งยิ่งคราง

อารมณ์ไต่ขึ้นสูงเรื่อยๆ และกอดเป็นหลักแน่นขึ้น ครูดปลายนิ้วเข้าที่หลังของเป็นหลัก อย่างห้ามตัวเองไม่อยู่

ท่าทางและน้ำเสียงของคิดเช่นทำให้ความเขินอายและกระดากของเป็นหลักกระเจิงหายไป
เขามีอารมณ์
ถูกกระตุ้นจากทั้งสองตรงหน้า

และสุดท้ายก็ยกแขนกอดคิดเช่นไว้แน่น
เสียงคิดเช่นครวญครางไม่หยุด

รักแท้เร่งแล้ว

จะพาไปแล้ว

เป็นหลักจูบคิดเช่น รับรู้สิ่งที่คิดเช่นกำลังรู้สึก
คิดเช่นตวัดลิ้นปะป่ายไปทั่ว
แล้วครางชื่อเป็นหลัก

"ลักกี้"

"ครับ"

"รู้สึกไหม"

"เหมือนกับผมโดนเอง" เป็นหลักสารภาพ

"ดี" คิดเช่นอยากให้เป็นแบบนั้น รักแท้ก็คงอยากให้เป็นแบบนั้น

รักแท้สบตากับเป็นหลัก เขายิ้ม
แล้วเอื้อมมือหนึ่งไปคว้ามือของเป็นหลัก
ให้มันวางไว้ที่อกซ้ายของเขา
ให้เป็นหลักรู้สึกถึงมัน สิ่งที่เต้นตุบๆอยู่ข้างใต้
เป็นหลักหายใจขัด
ท่าทางของรักแท้แบบนั้นมันอะไรกัน มันทำให้หัวใจของเป็นหลักเต้นเร็วตามไปด้วย
รักแท้จูบเป็นหลักพลางกระทั้นกายเข้าหาคิดเช่น

"ข้างในของเช่นจะทำเอาผมจะบ้าตายแล้ว" รักแท้กระซิบบอกเป็นหลัก แต่คิดเช่นก็ได้ยินด้วย

คิดเช่นเหมือนกำลังถูกจีบ ยิ่งซ่อนหน้าไว้กับไหล่ของเป็นหลัก
เป็นหลักเงอะงะ แต่ก็เงยรับจูบจากรักแท้อีกหน คราวนี้จูบของเป็นหลักเต็มไปด้วยอารมณ์ มันทำให้รักแท้รู้สึกว่ากำลังถูกยั่ว
คิดเช่นก็รู้สึกเพราะตัวตนของรักแท้ในกายของเขา มันขยายขึ้นอีก

"มันจะเป็นแบบนี้นะเป็นหลัก เราจะเป็นแบบนี้ ได้ไหม" รักแท้ถาม แล้วจูบซับเบาๆที่หน้าผากที่ยังมีผ้าปิดแผลไว้

จริงๆไม่ต้องถามก็ได้ หลอกล่อรวบรัดเอาเลยก็ได้
แต่เขาก็ถาม
แต่เขาก็ขอ
และเป็นหลักก็ให้ คนที่เด็กที่สุดพยักหน้า ยินยอมให้บทรักเช่นนี้ดำเนินต่อ
เพราะมันหยุดไม่ได้แล้ว หรือหากหยุดได้ มันก็ไม่ควรจะหยุดลง

รักแท้ไม่ยั้งตัวเองอีกต่อไป เพราะเป็นหลักมาปลดล็อคเข้าให้
เขาเร่ง

"ฮื่อ" คิดเช่นอยากจะหันไปบ่น แต่ไม่ไหว

ไม่ไหว

คิดเช่นกอดเป็นหลักแน่นเข้า เบียดตัวเองเข้าหา ยังไม่พอ ขอแนบชิดกว่านี้อีก

เป็นหลักเองก็กอดตอบแน่นพอกัน คล้ายจะถึงไปพร้อมกัน รับรู้ว่าคิดเช่นกำลังรู้สึกแบบไหน
คิดเช่นกรีดร้องแบบไม่คิดจะยั้งตน
ขณะเดียวกันเป็นหลักก็ครางออกมา

"อ๊า" คิดเช่นถึงแล้ว เสียงนั้นลากยาว และดังลั่น

อีกแล้ว

เขาถูกเหวี่ยงเข้าหาความสุขแบบนี้อีกแล้ว

มันเอม อุ่น

ปลดปล่อย

เบาและปลอดภัย

รักแท้ตามมา พร้อมเงยหน้าคำรามในลำคอ

คิดเช่นอ่อนเปลี้ยและถูกจับให้นอนยาว
เป็นหลักคุกเข่าข้างๆ กวาดตามองร่างกายที่ขึ้นสีเรื่อ และสิ่งที่เปรอะอยู่กลางลำตัว
เอื้อมมือไปเกลี่ยมันให้ติดนิ้วขึ้นมา คิดเช่นปรือตามอง ตัวยังหอบ
รั้งมือของเด็กที่จะยกมันขึ้นแตะริมฝีปาก

"รอก่อน" คิดเช่นปราม

เขายังอยากเคลียร์อะไรๆให้ชัดเจน เห็นทีพรุ่งนี้คงต้องนัดหมอ

เป็นหลักพยักหน้าเข้าใจ แต่เลียริมฝีปาก

"พี่ทำเอาผมเพ้อ" เป็นหลักบอก คิดเช่นในตอนที่ถูกครอบด้วยอารมณ์นั้นสวยมาก

คิดเช่นยิ้ม "มาจูบมา" แล้วเอื้อมมือออกไป

เป็นหลักล้มตัวลงทาบ ตอนนี้ผ้าเช็ดตัวหลุดไปแล้ว
จูบนั้นดูดดื่ม
รักแท้ที่เพิ่งออกจากห้องน้ำอมยิ้ม แล้วเดินเข้าหา ทาบทับอีกคน
กัดเข้าที่หลังคอของเป็นหลัก
ทำเอาสะดุ้ง

"ได้เวลาแล้ว" รักแท้กระซิบ

ซึ่งเป็นหลักไม่คิดขัดขืน

เพราะว่ารู้สึกจนจะแย่แล้ว

ภาพระหว่างคิดเช่นและรักแท้เมื่อครู่ทำเอาเป็นหลักรอคอย
ให้มันเกิดขึ้นกับเขาบ้าง

เร็วๆ 

เป็นหลักหันมองเพื่อบอกแบบนั้น

รักแท้จูบลงที่บั้นท้ายของเป็นหลัก ดึงมันให้ยกสูงขึ้น
เป็นหลักจึงอยู่ในท่าคล้ายหมาหมอบ
ใบหน้าคลอเคลียกับคิดเช่น ส่วนท้ายถูกปลุกเร้าโดยรักแท้
ลิ้นสาก ทำให้ตัวกระตุก
นิ้วที่ชุ่มเจลเย็นทำให้อดจะร้องครางออกมาไม่ได้
ข้างในตอบรับนิ้วที่สองเป็นอย่างดี
เป็นหลักระบายความรู้สึกของตน ด้วยการบดขยี้ริมฝีปากเอากับคิดเช่น
ถูกรักแท้กระทุ้งด้วยนิ้ว เขาก็กัดริมฝีปากของคิดเช่นเข้าทีหนึ่ง

"อยากได้แล้ว ไม่เอานิ้วแล้วได้ไหม" เป็นหลักเผลอเอาแต่ใจออกมาจนได้

เป็นหลักหันบอกรักแท้  เขาถูกปลุกเร้าจากภาพเซ็กส์ระหว่างคิดเช่นและรักแท้จนมากพอแล้ว

ไม่ไหวแล้วจริงๆ อยากให้รักแท้เติมเขาให้เต็มเดี๋ยวนี้ อยากรู้สึกบิดเบี้ยวแบบที่คิดเช่นรู้สึกเมื่อกี้

อยากไต่ขึ้นสูง ดื่มด่ำกับความรู้สึกแบบนั้น มันจะดีเท่าไหนกันนะ แบบที่คิดเช่นรู้สึกน่ะ

รักแท้แทรกตัวเข้าช้าๆ ข้างในตัวของเป็นหลักเต้นตอดด้วยจังหวะที่ต่างออกไปจากของคิดเช่น
โอย เขาต้องทำมันเดี๋ยวนี้ รักแท้เดินเครื่องทันที

เป็นหลักตัวผ่าว และมองคิดเช่นเอาไว้ ดวงตานั้นไหวริก

"มองผมนะ" เป็นหลักเรียกร้องจากคิดเช่น

"ทำไม" คิดเช่นสงสัย

"เพราะ ..." เสียงเป็นหลักขาดห้วง เพราะรักแท้ขยับถี่  "ถ้าพี่มอง ผมยิ่งรู้สึก"

คิดเช่นยิ้ม มองลึกเข้าไปในดวงตาของเป็นหลัก มันมีความกระหายอยาก และกำลังถูกเติมให้อิ่ม มือยกขึ้นลูบไปตามกรอบหน้า เป็นหลักก็เอียงซบลงกับฝ่ามือ

จังหวะรักครั้งนี้ไม่เนิบนาบแบบครั้งก่อน เพราะเป็นหลักตอดรัดเหลือเกิน จนรักแท้ต้องเร่งตาม
เขากระแทกตัวรุนแรง เสียงเนื้อกระทบ เป็นหลักล้มลงกอดคิดเช่นเอาไว้ ครางดังที่ข้างหูแบบเดียวกับที่คิดเช่นเคยทำ

รักแท้กระชากบั้นท้ายให้กลับยกสูงขึ้น และกระทุ้งสุดแรง

หน้าผากเป็นหลักกระแทกกับคิดเช่นทีหนึ่ง

คิดเช่นมองดุ "เฮ้ มันหัวแตกอยู่"

รักแท้ไม่คิดผ่อนแรงแต่รั้งลำตัวเป็นหลักให้ลุกขึ้นนั่ง
กลายเป็นทั้งรักแท้และเป็นหลักนั่งอยู่บนตัวของคิดเช่น ในท่าขี่ม้า โดยที่รักแท้ยังคงเชื่อมต่อกับเป็นหลัก
เป็นหลักแหงนหน้าสูงและบดเบียดเข้าหารักแท้
เขาขยี้หน้าอกของเป็นหลักไม่หยุด ตอกตัวตนเข้าหาช่องทางรัดแน่นอย่างมัวเมา

"กอด" เป็นหลักร้องขอรักแท้ เอื้อมมือโอบศีรษะของรักแท้ลงจูบ รักแท้ก็กอดรัดเป็นหลักแนบแน่น

คิดเช่นเฝ้ามองภาพตรงหน้า ยิ่งมีแสงแดดลอดผ่านเข้ามาเลื่อมพราย ภาพการร่วมรักครั้งนี้ยิ่งสวย มือที่ปักป่ายกันไปมา สีหน้าและแววตาที่ตกในห้วงอารมณ์รัก
รักแท้ดึงดูดเหลือเกิน กลิ่นอายอวลอำนาจ ดึงดูดให้ยากจะปฏิเสธ
เป็นหลักที่ระบายความรู้สึกของตนเองอย่างไม่ปิดบัง ก็เร้าอารมณ์มาก

เขาเองก็ถูกปลุกอีกครั้ง

ชันตัวขึ้น รวบเอาสิ่งนั้นของเขาและเป็นหลักเข้าด้วยกัน
ขยับมือตาม
เป็นหลักถูกทำให้สุขพร้อมกัน
ทั้งข้างหน้าและข้างหลัง

"ผม จะ  จะ " เป็นหลักพูดไม่ทันจบด้วยซ้ำ เนื้อตัวบีบเกร็ง ครางเสียงหลง และตาลอยคว้าง

คิดเช่นยังคงรูดรั้ง และรักแท้ยังคงกระทั้นกาย
ไม่นาน ทั้งสองก็ตามไป

แดดเริ่มสาดแสงสว่างมากขึ้น แต่ทั้งสามยังกกก่าย กอดรั้งและปรนเปรอ

--โปรดติดตามตอนต่อไป--
ขอบคุณที่อ่านค่ะ
เหนื่อยไหมคะ
#เป็นเช่นรัก
@tonswind
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 14 (12 ธ.ค. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 12-12-2016 21:47:43
อ๊าก...กกกกกกกกกกกกกก ตายสงบศพสีชมพู   :jul1:  :haun4:  :jul1:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 14 (12 ธ.ค. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: janehh ที่ 12-12-2016 22:46:01
ร้อนแรง  :m25:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 14 (12 ธ.ค. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: autopilot ที่ 13-12-2016 07:18:02
อู้ววววว
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 14 (12 ธ.ค. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: snowboxs ที่ 13-12-2016 13:35:19
รับรู้ความสุขของรักแท้กับคิดเช่นนะ
แต่ยังไม่รับรู้ความสุขของเป็นหลักเลย
ถ้าพูดถึงแต่ความรู้สึกทางใจอ่ะนะ
แต่ถ้าทางกานก็รับรู้ว่า เป็นเช่นรักอยู่
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 14 (12 ธ.ค. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: joyey6217 ที่ 16-12-2016 17:37:05
เพิ่งเข้ามาอ่าน.  ว้าววววว ถึงกะร้องออกมาแบบนี้หลังจากอ่านรวดเดียวเเบบหยุดไม่ได้ สนุกจัง เป็น 3P ที่ไม่รู้สึกว่าอ่านแล้วต่อต้านหรือขัดแย้งในความรู้สึกเราเลย มันต่างเป็นการเติมเต็มกันและกัน เยียวยาบาดแผล รักษาแผลใจกันและกัน แล้วจะขาดคนใดคนหนึ่งไม่ได้ ด้วยนะ พอดีมาก ชอบบบบมากขอชมในความเอาแต่ใจของคนแต่งเลยนะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 15.1 (19 ธ.ค. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 19-12-2016 11:13:45
เป็นเช่นรัก 15.1

เซ็กส์

เป็นความขัดแย้งที่แสนหวาน ร่างกายถูกเติมจนสุขล้น แต่เรี่ยวแรงถูกสูบจนหมด
เป็นหลักปล่อยให้ร่างกายดูดกลืนให้อิ่ม เขาชอบมัน แต่กลับหลงใหลความรู้สึกยามอ่อนแรง ค่อยๆทิ้งตัวลง แล้วถูกดึงเข้าสู่อ้อมกอดมากกว่าการที่กายสุขสม
กอดหลังการผูกพันทางกาย นั้นทั้งร้อน และเหนอะเหนียว แต่เขาพอใจมันที่สุด
เป็นความอึดอัด ที่อบอุ่น
เป็นหลักชอบที่จะเบียดเข้าหา แม้ว่าจริงๆแล้วแขนนั้นกระชับเขาแน่นดีแล้ว

อยากเข้าใกล้ที่สุดและอยู่ให้นานที่สุด

เซ็กส์ไม่ได้เป็นเรื่องน่าหวาดผวาสำหรับเป็นหลัก มันหอมหวาน

มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่ครั้งแรก

กับเขา

ที่ไม่เคยขืนใจ

เรียกว่าต่างฝ่ายต่างล่อลวงกันและกัน
เขากระหายและเป็นหลักก็โหยหา เพราะมีแต่เงื่อนไขนี้เท่านั้นที่ทำให้เขากอดเป็นหลักเอาไว้
แทบจะทันทีหลังเสียงครางสุดท้าย เขามักดึงเป็นหลักเข้าหา หรือกอดไว้จากด้านหลัง
ในวงแขนที่โอบรอบเป็นหลักไว้ จะได้ยินเสียงหอบ ได้กลิ่นอายของความสัมพันธ์ คาวคลุ้งและมอมเมา

นั่นคงเป็นความสุข ต้องเป็นความสุขสิ ในเมื่อเป็นหลักได้ในสิ่งที่เรียกร้อง ซุกซบอยู่กับสิ่งที่คล้ายกับเกราะอุ่นๆ ปิดกั้นเป็นหลัก จากความ "ไม่รัก"

กอดเถอะ กอดไว้ แม้ต้องแลกกับความเสียใจหลังจากนี้

ทุกเช้าหลังเรื่องราวพวกนี้
เป็นหลักต้องนอนมองที่นอนว่างๆ
มันเย็นชืด
หมดเวลาของความสุข เป็นหลักมักหลับตา ขดตัว และยอมเผชิญกับความผิดบาปเพื่อชดใช้

ดื่มด่ำกับอย่างหนึ่ง แล้วยินยอมให้อีกอย่างหนึ่งกัดกิน

เป็นหลักพอเข้าใจ เขารีบลุกจากไป เพื่อไม่ให้มันเลวร้ายไปมากกว่านี้
เพื่อไม่ให้เป็นหลักต้องตื่นมาพบว่าตัวเองนอนเปลือยกายอยู่กับคนต้องห้าม

คนที่ไม่ควร
ไม่ควรเลย

เขาเองก็คงกำลังยอมทรมาณและเจ็บปวดกับการละเมิดจากศีลธรรมจรรยา อยู่ที่ไหนสักแห่งในบ้าน
กับเด็กที่เลี้ยงมาแต่เล็ก...ถ้าจะรัก รักได้แบบเดียวเท่านั้น และไม่ใช่แบบที่พวกเขาทำอยู่

หลักขอโทษนะครับ ขอโทษจริงๆ




แต่วันนี้ต่างออกไป

เมื่อตื่นเต็มตา เป็นหลักพบว่าร่างกายยังเปลือย แต่ข้างๆกันไม่ว่างเปล่า เสียงหายใจของใครบางคนดังอยู่จากข้างหลัง ลมร้อนเป่าเฉียดปลายหู
แขนหนักๆที่พาดทับตัวของเขาเอาไว้
กายผ่าว และแผ่นอกที่เคลื่อนขึ้นลง
เป็นหลักซึมซับแทบทุกรายละเอียดอย่างช้าๆ

รักแท้

เป็นหลักรู้ว่าเป็นเขา
ค่อยๆแตะมือของตนเข้ากับแขนนั้น เลื่อนมือช้าๆ และหยุดลงที่ฝ่ามือ เป็นหลักกุมมือนั้นไว้

น้ำตาไหล

ร้องไห้ทำไมกัน

เป็นหลักก็บอกตัวเองชัดๆไม่ได้

แต่ไม่ใช่เพราะความเจ็บปวด ความผิดชอบชั่วดีไม่ได้ตามมาเล่นงานเขาในเช้านี้
เป็นการร่วมรักครั้งแรกที่ไม่ต้องนอนสำนึกผิด เพียงลำพัง

ที่นอนอุ่น

เป็นหลักหลุดสะอื้น
เจ้าของแขนหนักๆจึงรั้งตัวเขาให้ยิ่งแนบชิด
จูบเบาๆที่ขมับ

"โอ๋ๆ"

เป็นหลักหัวเราะ ทั้งที่น้ำตายังเปื้อนแก้ม

หมุนตัวเข้าหาคนปลอบ
ยิ้มให้ แล้วเริ่มใช้ริมฝีปากจูบเข้าที่ปลายคาง
จากนั้นประกบปากต่อปาก

จูบกันในตอนเช้า มันดีจังเลย

กลิ่นลมหายใจของเขา ไม่หอมเหมือนกลิ่นยาสีฟัน แต่เป็นหลักคิดว่ามันมีเสน่ห์ อะไรก็ตามของเขา เป็นหลักยินดีเรียนรู้เพื่อรู้จัก

"ร้องไห้ทำไม"

"ที่เราทำนี่ไม่ผิดใช่ไหม" เป็นหลักกลับถามไปอีกอย่าง

"มันแปลก แต่ไม่ผิดอีกแล้ว"

"ทำไมไม่ผิด"

"เพราะเราต่างหมดพันธะกับคนเดิม"

"ถ้าอย่างนั้นผมคงร้องไห้ ให้กับการ 'ไม่ผิด' อีกต่อไป"

"พูดแบบนี้ มาให้จูบอีกที" อีกฝ่ายเชยคางเขาขึ้น กดจูบและซอกซอนด้วยปลายลิ้น

เมื่อรักแท้ค่อยๆถอนริมฝีปากออก เป็นหลักปรือตามอง

"อย่าทำหน้าเคลิ้มอย่างนี้" รักแท้เปลี่ยนเอามือมาขยี้ปากเป็นหลักจนแดงยิ่งกว่าเก่า

ที่ทำแบบนั้นเพื่อเปลี่ยนอารมณ์ของตัวเอง

เป็นหลักหัวเราะเบาๆ แกล้งหลับตาพริ้ม แล้วแลบลิ้นมาเลียปลายนิ้วนั่น

อีกฝ่ายคำราม "แกล้งยั่วกันนี่"

เป็นหลักจึงโดนลงโทษด้วยจูบจนหอบฮัก

เมื่อถอนจูบคราวนี้ เป็นหลักไม่ยั่วแล้ว แต่ยิ้มให้ ไม่รู้อะไรทำให้อยากยิ้ม มันเก็บไว้ไม่ไหว

รักแท้ยิ้มตอบ เป็นยิ้มที่อบอุ่น

เป็นหลักมองอยู่อย่างนั้น นอกจากจูบแล้ว ยิ้มของรักแท้ก็ทำให้หลงได้เช่นกัน

เสียงประตูห้องเปิดออก
มีอีกคนเดินเข้ามา
เป็นหลักหันมอง ยิ้มให้แล้วลุกขึ้น
เมื่อก้าวลงจากเตียงก็นิ่วหน้านิดหนึ่ง เดินช้าๆไปหาคิดเช่น ที่หยุดและรอดูอยู่
เป็นหลักสวมกอดคิดเช่น ซบแก้มลงที่อก ถูมันเบาๆ คล้ายการคลอเคลีย

"ฝากตัวด้วยนะครับ"

คิดเช่นใจเต้นแรง

อ้อนเก่งเกินไปแล้ว

และจูบเบาๆที่หน้าผากแทนคำตอบ

"ห้ามอ้อน"

เดี๋ยวแพ้


ตอนที่ตื่นขึ้นมา เป็นหลักเข้าใจว่าเป็นเช้าของอีกวันเสียอีก

"ลักกี้ นี่มันยังบ่ายสามของวันเดิม" คิดเช่นเอาทัพพีในมือเคาะหัวเป็นหลักเบาๆ

"นี่ไม่ใช่วันอาทิตย์เหรอ" เป็นหลักทำหน้าเหรอหรา ก็เขารู้สึกว่าหลังจากกิจกรรมพวกนั้น เป็นหลักนอนจนอิ่มเลย ถ้านอนได้แบบนั้น มันน่าจะข้ามคืนมาแล้วสิ

ทำไมไม่รู้สึกเพลียนะ เป็นหลักขมวดคิ้ว แล้วลองนึกสังเกตร่างกายตัวเอง มันยังปวดหนึบๆอยู่บ้าง ตอนลงจากเตียงใหม่ๆก็มีอาการขาเปลี้ยบ้างนิดหน่อย
แอบสังเกต คิดเช่น ที่ยืนผิวปาก ปรุงแกงจืดอยู่ใกล้ๆ ก็มีท่าทางปกติ

เอ๊ะ! แต่มีรอยจูบแดงๆที่คอเต็มเลย

อ๊ะ!  พอเห็นรอยจูบของคิดเช่น ก็รู้สึกถึงอาการแสบที่หลังของตัวเอง

จู่ๆ รักแท้ก็เดินมาลูบหลังของเป็นหลัก ทำเอาสะดุ้ง

"แอบมองรอยจูบของคนอื่น" รักแท้ล้อ

"ผมเปล่านะ" เด็กโกหก ก้มหน้าลง และพยายามเถียง "รอยจูบของผมต่างหาก"

ก็เขาเป็นคนจูบ ก็ต้องเป็นรอยจูบของเขาสิ

คิดเช่นเหล่มอง "ลักกี้ต้องรับผิดชอบนะ จูบสูงขนาดนี้ จะให้ใส่เสื้อคอเต่าไปร้านทั้งที่อากาศร้อนๆแบบนี้หรือไง วันนี้ฉันเลยต้องงดเข้าไปดูร้านเลย"

ตอนนั้นมันยั้งไม่อยู่จริงๆ

"ตอนลักกี้จะไปน่ะ บางรอยนี่คือเผลอกัดลงมาด้วยนะ" คิดเช่นเอียงคอให้รักแท้ดู

นี่มันช่างฟ้องนี่นา

แล้วภาพพวกนั้นก็ชัดขึ้นในหัวของเป็นหลัก ตอนที่ถูกรักแท้ทำให้ต้องดิ้นและตะกายไปกอดคิดเช่นเอาไว้ แล้วเผลออารมณ์จูบและกัดคิดเช่นลงไปเต็มๆ

รักแท้มองรอยพวกนั้น ที่จริงแล้วบางรอยก็เกิดจากเขาเอง
เขาอมยิ้ม แล้วจรดปากลงตรงคอของคิดเช่น เบาๆ

"เป็นเหมือนตราประทับไง ว่ามีเจ้าของแล้ว จะได้ไม่มีลูกค้ามาจีบ"

คิดเช่นหน้ายู่แล้วหดคอกลับ

"ไม่เขินหรอกนะ" คิดเช่นงึมงำ แต่หน้าแดง

แล้วหันไปสั่งเป็นหลัก "ไปหยิบยาหลอดสีขาวในตู้ยาให้หน่อย"

"พี่เจ็บตรงไหน" เป็นหลักชักไม่แน่ใจว่าเผลอกัดคิดเช่นเข้าตรงไหนอีกไหม

คิดเช่นไม่ตอบ แต่หันไปหารักแท้

"ทายาให้มันหน่อย"

รักแท้พยักหน้า ยกจานผัดผักไปวางบนโต๊ะ "หรี่ไฟลงหน่อย เช่น เดี๋ยวไก่อบจะกลายเป็นไก่ไหม้"

"รู้แล้วล่ะน่า" คิดเช่นพึมพำแบบคนดื้อ แต่มือบิดปุ่มให้ไฟเบาลง

รักแท้ดึงแขนเป็นหลัก ที่ยังทำหน้าไม่เข้าใจให้เดินตามมา
โดนจับตัวพาดกับตัก แล้วเลิกเสื้อขึ้น
รักแท้ทายาจนทั่ว แผ่นหลังนั้นมีรอยเล็บครูด ซึ่งมันชวนมอง รักแท้ไล้รอยเหล่านั้นอย่างชอบใจ มันเป็นหลักฐานของอารมณ์หวามไหว ทำให้รู้ว่า รักแท้ทำให้คิดเช่นรู้สึกได้มากแค่ไหน จนต้องระบายมันกับเป็นหลักให้เป็นรอยเหมือนแมวตะกุยแบบนี้

"พี่มือเบาจัง"

"เฉพาะกับบางเรื่อง"

"กินข้าวเสร็จแล้วพี่พาผมกลับไปบ้านหน่อยได้ไหม"

รักแท้ขมวดคิ้ว

"ลักกี้จะกลับไปเอาของเหรอ" คิดเช่นถอดผ้ากันเปื้อน แล้วทรุดลงนั่งใกล้ๆปลายเท้าของเป็นหลักที่ยังนอนคว่ำพาดอยู่ รักแท้ยังลูบรอยแผลนั้นไปมา รอฟังคำตอบ

"จะกลับไปไหว้น่ะครับ อยากขอโทษด้วย"

คิดเช่นเหลือบมองปฏิทิน อ้อ นี่ปลายปีแล้วนี่นะ

"มีอีกไหม" รักแท้คิดว่าเป็นหลักยังพูดไม่จบ

"ผม...คิดว่าหลุดออกจากบ่วงบางอย่างได้แล้วน่ะครับ เลยอยากจะกลับไปบอกเขา ให้เขาสบายใจได้เสียที ไม่อยากให้เขาจมกับความรู้สึกแบบนั้นอีก"

คิดเช่นนวดปลายเท้าของเป็นหลัก เท้านั้นเย็นจนเกินพอดี

"ลักกี้ต้องไม่ปล่อยให้เท้าเย็นแบบนี้สิ" คิดเช่นบ่น แล้วนวดมันต่อไป

คิดเช่นบ่น แต่เป็นหลักรู้ว่า นั่นคือการปลอบแบบคิดเช่น มือที่คลึงปลายเท้าให้ มันถนอมเขา พอๆกับที่รักแท้ทำ

ข้าวมื้อนั้น เป็นหลักเจริญอาหารมาก
จริงๆมันเป็นอาหารธรรมดา
แต่เพราะคนที่นั่งกินอยู่ด้วยกัน หรือเพราะคนที่ทำให้กิน หรือเพราะอะไรไม่รู้
ช่างเถอะ
มันอร่อย
เป็นหลักยิ้มให้ข้าวเปล่าในจานของตัวเอง

.
.
.
บ้านไม่เปลี่ยนไปมากนัก
จริงๆมันดูมีสีสันขึ้นนิดหนึ่ง เพราะกระถางดอกไม้หลากสี ที่เพิ่มเข้ามา

เขาอยู่ตรงนั้น กำลังรดน้ำต้นไม้
เป็นหลักมือเย็นนิดหน่อย แต่ก็เปิดประตูรั้วโดยไม่ลังเล

"อ้าว" น้ำเสียงของความแปลกใจ เขาวางบัวรดน้ำช้าๆ

แล้วยิ้มให้ ยิ้มนั้นเศร้า และฝืดเฝื่อนนิดหน่อย "หลักมาย้ายของเหรอ" แล้วมองเลยไปด้านหลัง พยักหน้าให้กับ รักแท้และคิดเช่น แทนคำทัก

"เปล่าครับ ไม่ได้มาย้ายอะไร"

เขามองเป็นหลักนิ่ง "ดูดีขึ้นนะ"

เป็นหลักจับปลายผมตัวเอง

"หมายถึง ดูมีความสุขขึ้นน่ะ"

"ครับ" เป็นหลักยอมรับพร้อมรอยยิ้มจางๆ "ผมมาเพราะเรื่องนี้"

เขาพยักหน้าช้าๆ และยังพิศมองเป็นหลักอยู่อย่างนั้น

.
.
.
โซฟารับแขกถูกจัดใหม่

"จัดบ้านใหม่หรือครับ"

"ลองดูน่ะ ทำนู่นทำนี่ให้มันเปลี่ยนไปบ้าง"

"เหงาหรือครับ"

เขานิ่งไปครู่หนึ่ง  แล้วยิ้ม "แย่จังที่ต้องยอมรับ ใช่ เหงา แต่จัดการได้นะ ไม่เป็นไร"

"ไว้ ผมจะมาหาบ่อยๆนะ"

เขามองเป็นหลักอย่างแปลกใจ  "หลักเปลี่ยนไปนะ ดีขึ้นจริงๆ หมายถึงอารมณ์ความรู้สึกหลายๆอย่างน่ะ"

เป็นหลักยิ้มอีกแล้ว ลงนั่งกับพื้น กราบลงที่ตักของเขา

"หลักไม่มีพวงมาลัย แต่อยากมาขอโทษ เรื่องนั้นหลักมีส่วนทำให้มันเกิดขึ้น คุณคงรู้สึกแย่มาตลอด"

เขาลูบหัวของเป็นหลัก ด้วยมืออันสั่นเทา

"เรียกว่า ขออโหสิกรรม"  เสียงของเขาแผ่ว แต่มั่นคง "ฉันก็ด้วย ขอให้หลักยกโทษให้ฉันด้วย ตอนนี้มีความสุขดีแล้วใช่ไหม"

"ครับ" น้ำตาเป็นหลักไหลเป็นทาง

คิดเช่นกับรักแท้ นั่งดูอยู่เงียบๆ

ใช่ มีความสุขดีแล้ว รวมถึงคิดเช่นและรักแท้ด้วย

--โปรดติดตามตอนต่อไป--

หากคิดเห็นอะไร #เป็นเช่นรัก
ขอบคุณทุกความเห็นเลยค่ะ ช่วยทำให้เขียนตอนต่อๆมาได้ ช่วยทำให้มองให้รอบ ช่วยทำให้ไม่ตกหล่นกับเป็นหลัก

@tonswind
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 15.1 (19 ธ.ค. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 19-12-2016 18:04:34
ยังคงจมกองเลือดเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความอบอุ่น ชอบอ่ะ...จริงๆน๊า     :L1:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 15.1 (19 ธ.ค. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: janehh ที่ 19-12-2016 22:07:04
อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นมาก :กอด1:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 15.1 (19 ธ.ค. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: joyey6217 ที่ 19-12-2016 23:33:24
เป็นหลักหลุดพ้นจากความรู้สึกผิดที่เกาะกินจิตใจได้แล้ว เเม้จะไม่สามารถกลับไปแก้ไขอดีตได้ แต่ให้อภัยได้ย่อมดีกว่าจมกลับความทุกข์และความผิดบาปในใจ ยินดีกับน้องที่ปลดปล่อยตัวเองเสียที ส่วนความสัมพันธ์ใหม่แบบเราสองสามคนที่เป็นอยู่ถ้าทั้งสามคนเค้าโอเคพอใจกะมัน พวกเราคนอ่านก็โอเค  เอาใจช่วยให้อยู่ด้วยกันแบบมีความสุขต่อไ 
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 15.1 (19 ธ.ค. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: Snowermyhae ที่ 20-12-2016 08:33:26
เราโอเคกับความสัมพันธ์แบบนี้มากเลย เป็นหลักหลุดจากบ่วง เช่นไม่มีพันธะ รักแท้จะได้เชื่อในรักซักที  :กอด1:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 15.1 (19 ธ.ค. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: continued ที่ 20-12-2016 09:00:02
ชอบมากๆ เลยค่ะ
สารภาพว่าเป็นสามพีเรื่องแรกที่อ่านได้ คือลองแล้ว ลองมาหลายเรื่องมากๆ แต่ไม่ค่อยเข้าใจกับกระบวนการความสัมพันธ์แบบเราสองสามคนสักเท่าไหร่นัก
พอได้มาอ่านเรื่องนี้ อื้ม บอกไม่ถูก สัมผัสได้ว่าต่างคนต่างโอบกอดซึ่งกันและกัน ซึ่งอบอุ่นมากๆ เลยค่ะ


แอบตามไปอ่านวานคุณ treenature มาทุกเรื่องแล้ว
สนใจทำรวมเล่มเรื่องสั้นบ้างมั้ยคะ ดีมาก ดีทุกๆเรื่องเลยค่ะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 15.1 (19 ธ.ค. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: tipppppp ที่ 20-12-2016 22:30:32
ทำไมเพิ่งได้เจอเนี่ยยยยย โอ๊ยๆๆๆๆๆๆ
สนุกมากมายยยยยยยยยยยยย น่าติดตามทุกตอนเลย
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 15.1 (19 ธ.ค. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: poppycake ที่ 21-12-2016 16:45:51
อ่านรวดเดียวถึงตอนที่ 15 เลย
ตอนแรกคิดว่าจะหน่วง คิดว่าจะดราม่า เพราะเบื้องหลังแต่ละคนดูหนักหน่วง
แต่พออ่านแล้ว คือ ดีต่อใจ!! TvT
ละมุนละไมมากมายยยยย รออ่านต่อคร้า ><
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 15.1 (19 ธ.ค. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: A_Narciso ที่ 23-12-2016 07:15:34
ขอบคุณคนเขียนมากค่ะ...
ปกติเราไม่ค่อยนิยม 3P เท่าไร
แต่สำหรับ   เป็น.เช่น.รัก นี่เป็นเรื่องยกเว้น
ถึงแม้ว่าแต่ละคนจะมีปมที่หนักหน่วง  แต่พอมาอยู่ด้วยคนแบบนี้
คิดว่าเป็นครอบครัวที่ลงตัวแล้วละค่ะ

>>ปล.รอดูปมของ"รักแท้" ว่าทำไมถึงไม่เชื่อในความรัก
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 15.1 (19 ธ.ค. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: snowboxs ที่ 24-12-2016 02:45:32
รอตอนต่อๆไปนะคะ รอดูว่าเราจะรู้สึกอย่างไร
จะเคลียร์ความรู้สึกที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไรได้หรือไม่
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 15.2 (30 ธ.ค. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 30-12-2016 18:56:21
เป็นเช่นรัก15.2

เมื่อเช้าเพื่อนๆแตกตื่นกันนิดหน่อยที่เห็นเขาหัวแตก และใบหน้าช้ำ

เป็นหลักตอบสั้นๆว่า "อุบัติเหตุ"
ไม่มีใครถามอีก แม้ว่าจะสงสัยมากกว่านี้

ความใคร่รู้เป็นของคู่กับมนุษย์ บางทีก็สร้างสรรค์ บางทีก็ไม่

เกราะป้องกันของเป็นหลัก คือการยิ้มน้อยๆ
รอยยิ้มที่ทำให้เพื่อนรู้สึกถึงระยะห่าง
เขาไม่ได้หยิ่ง เพียงแต่ตลอดมา รู้สึกว่าตัวเองนั้นมีความผิดและความลับที่ต้องซ่อนไว้  ไม่ควรคบหากับใคร ไม่อย่างนั้นก็อาจถูกทำร้ายด้วยสายตาของเพื่อนๆถ้ารู้ว่าเขาทำอะไรไว้บ้าง

คนที่มีคราบเลอะในชีวิต คงต้องอยู่ให้ห่างจากคนอื่น
รวมถึง พี่รักและพี่เช่นด้วยหรือเปล่า
ไม่แน่ใจ
เหมือนพี่ทั้งสองจะรู้ดีว่าเขาเปื้อนตรงไหน แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร
ขอบคุณ ที่ส่งสองคนนี้มาให้เขา อย่างน้อยก็ทำให้เวลานี้เขามีความสุข
แต่ความสุขแบบนี้จะมีอยู่นานแค่ไหนกัน

เขาก็เป็นเสียแบบนี้ มีความสุขสลับกับความกลัว กลัวว่าสิ่งที่มีจะหายไป กลัวว่าคนที่มีจะจากไป กลัวว่าเพียงข้ามคืนเราก็อาจกลายเป็นคนแปลกหน้าและห่างเหิน

เด็กมัธยมที่นั่งจมจ่อมอยู่กับความคิดของตน ไม่ทันรู้ตัวว่ามีคนเดินเข้ามาด้านหลัง
เขามองเป็นหลักอยู่นานแล้ว ดูเหมือนกับนั่งนิ่งๆแต่บรรยากาศที่ฟุ้งอยู่รอบๆนั้นไม่นิ่ง
คนที่แอบดูอยู่ เดินอ้อมหลัง
มือคู่นั้นเอื้อมมาปิดตาเป็นหลักเอาไว้
เป็นหลักไม่ตกใจ
คนปิดตาก็ไม่พูดเสียที
รอคอย
เหมือนกำลังเล่นเกม

"พี่จะปิดตาผมไว้ จนมืดค่ำ แล้วค่อยไปปิดร้านตอนสี่ทุ่มก็ได้นะครับ"

"หยุดคิดหรือยังล่ะ"

"ครับ?"

"ปะ ไปกินหนมกัน วันนี้ทำสูตรใหม่" วิธีเปลี่ยนเรื่องคุยของคิดเช่นก็เป็นแบบนี้แหละ เฉไฉไปอย่างอื่นได้หน้าตาเฉย

"ผมคิดอะไร" เป็นหลักยังติดใจ

"อ้าว ลักกี้เองยังไม่รู้เลย"

เป็นหลักถอนหายใจกับมุกกวนโมโห และการทำหน้าตาไม่รู้ไม่เข้าใจของคิดเช่น

"ยังไงก็ขอบคุณที่เป็นห่วงนะครับ"

"แสนรู้" คิดเช่นโน้มเข้าหา งับเบาๆที่ปลายจมูกของเป็นหลัก แล้วตามด้วยจูบ

ดูเหมือนคิดเช่นจะชอบการกัดและจูบเบาๆที่ปลายจมูก ในขณะที่รักแท้ชอบจูบลงมาที่ริมฝีปากเลย

จมูกเป็นของคิดเช่น ส่วนริมฝีปากเป็นของรักแท้

"ไม่รู้หรอกว่าคิดอะไร แค่เห็นนั่งจ๋อง เลยปลอบ บางทีความคิดของเราเองนั่นแหละที่ทำร้ายเรา"

เป็นหลักพยักหน้า การปิดตานั่นคือการปลอบสินะ

จริงๆไม่ใช่การปิดตาหรอกที่คิดเช่นทำ แต่ตั้งใจเอามือมาสัมผัสตัวของเป็นหลักไว้ เพียงแต่คิดเช่นเลือกให้มือของตนแตะเข้าที่ตรงนั้น
ที่ดวงตา ให้มองเห็นแต่มือของเขา ให้หยุดภาพบางอย่างในใจ
มืออุ่น ทำให้ดวงตาอุ่น เยียวยากันด้วยอุณหภูมิ
ไอร้อนจากอีกคนแสดงถึงการมีอยู่

และคิดเช่นอยู่ตรงนี้ ข้างๆเป็นหลัก


"จริงๆตอนนี้มีความสุขขึ้นมากแล้ว แต่บางทีก็เผลอคิดถึงเรื่องเดิมๆแล้วก็รู้สึกว่าตัวผมเปื้อนเกินไป แล้วก็ระแวงว่าความสุขจะอยู่ไม่นาน"

"เปื้อนก็เปื้อนสิ ตอนนี้เป็นหมาเปื้อนๆที่อยู่กับคิดเช่น เดี๋ยวคิดเช่นเลี้ยงหนม กินหนมแล้วจะสบายใจ ไป เร็ว"

คิดเช่นลุกขึ้นแล้วเดินนำไป เป็นหลักมองตามแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ

คิดเช่นปลอบแบบไหนกัน ไม่มีคำพูดตรงไหนที่ละมุนหรือประโลมใจ ทักษะการปลอบคนแย่พอๆกับรักแท้เลย
แต่ก็ทำให้หัวใจเบาขึ้นมานิดหนึ่ง 
'หมาเปื้อนๆที่อยู่กับคิดเช่น'
ตลกดี แต่ก็รู้สึกปลอดภัยด้วย อย่างน้อยก็มีขนมไว้ปลอบหมาตัวนี้สินะ
เป็นหลักรีบลุกขึ้นแล้วเดินตามเจ้าของไป

ครั้งก่อนที่มาร้าน พนักงานหลายคนก็มองด้วยสายตาสงสัย
เด็กคนนี้เป็นใครกัน
คราวนี้มีคนใจกล้าคนหนึ่งถามขึ้น

"คุณคิดเช่นมีน้องชายด้วยเหรอครับ"

พี่เช่นของเป็นหลักที่ตอนนี้เป็น "คุณคิดเช่น" ของลูกน้อง ตอบสั้นๆว่า


"เด็ก"

"อูวววว" เสียงแสดงความแปลกใจ และกึ่งๆล้อเลียนดังมาให้ได้ยิน

"คุณคิดเช่นคงหน้าใสอ่อนวัยไปร้อยปี"

เป็นหลักขยับเข้าใกล้คิดเช่นอีกนิด เริ่มรู้สึกว่า แขนขาเก้งก้างและเกะกะ

คิดเช่นยักคิ้ว แล้วหันมาหาเป็นหลัก "กินไร"

"อะไรก็ได้ครับ"

"งั้นกินล็อตเตอรี่ไหม"

เป็นหลักคิ้วย่นเลยทีเดียว

คิดเช่นขำ "ก็ อะไรก็ได้ของลักกี้คืออะไรล่ะ"

"อะไรก็ได้ ง่ายๆ ไม่รบกวนมากน่ะครับ"

คราวนี้เป็นคิ้วของคิดเช่นที่เริ่มขมวดเข้าหากัน "งั้นตามมา"

ปกติคิดเช่นไม่ลงครัวเอง เขาถนัดทำขนม

"มัดผมให้ใหม่หน่อย"

คิดเช่นสั่งแล้วย่อตัวลง เป็นหลักรวบผมที่รุ่ยร่ายเข้าด้วยกันแล้วมัดให้ตึง ลำคอขาวมีร่องรอยของอารมณ์อยู่ประปราย ยิ่งทำให้อยากเข้าใกล้ อยากดึงตัวเข้าชิดแล้วประทับริมฝีปากลงไปตามรอยเหล่านั้น
เป็นหลักถอนหายใจแรง

เป็นเอามากแล้วเป็นหลัก

"ตอกไข่" คิดเช่นสั่งเป็นหลักสั้นๆ แล้วหันไปตั้งกระทะ

มันก็เป็นแค่ไข่เจียวง่ายๆ แต่ทำไมลูกน้องในร้านถึงดูตื่นเต้น มีซุบซิบกัน บางคนโผล่มาดู
คนที่อายุมากที่สุด กล้าแซวว่า "นานๆทีจะเห็นคุณคิดเข้าครัวนี้ ปกติเข้าแต่ครัวขนม สงสัยน้องคนนี้ต้องพิเศษมากๆ"

คิดเช่นในผ้ากันเปื้อนเหล่มอง ท่าทางแบบ 'อย่าแซวผมน่า'


ไข่เจียวอร่อย 
แค่ไข่เจียวก็ทำให้มีความสุขได้เหมือนกัน

คิดเช่นพาเป็นหลักมานั่งกินข้าวกันสองคนในมุมที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว

"ทำไมพี่เช่นถึงไม่ค่อยเข้าครัวนี้ล่ะ ผมก็เห็นพี่ทำกับข้าวที่บ้านตลอด"

"ทำได้ กับทำอร่อย มันก็ไม่เหมือนกันนี่นาลักกี้"

"อร่อยนะ" เป็นหลักแย้งด้วยหน้าตาจริงจัง

"ไข่เจียวนี่ก็ด้วยเหรอ"

เป็นหลักพยักหน้าแรงๆหลายครั้ง

"ไม่ได้ใส่อะไรเป็นพิเศษสักหน่อย"

"มันอร่อยเพราะพี่ทำ" เป็นหลักพูดเบาๆ

ตึกตัก! คิดเช่นได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นชัดจนเกินไป

เจ้าเด็กนี่ไปหัดอ้อนคนด้วยหน้าตาแบบนี้มาจากไหน

สองครั้งแล้วนะที่คิดเช่นแพ้ทางการอ้อนของเป็นหลัก

.
.
.

"อันนี้ขนม คิดสูตรใหม่ จะเอาไว้ขายช่วงปีใหม่" พออิ่มแล้วคิดเช่นก็ยกขนมออกมาวาง แล้วนั่งตรงพนักเก้าอี้ของเป็นหลัก

หน้าตาคล้ายเค้ก แต่ไส้ข้างในเป็นสลิ่ม ด้านบนเป็นครีมสีหวาน กลิ่นวนิลลา

เป็นหลักตักชิมคำแรกแล้วเงยหน้าขึ้นมายิ้ม จากนั้นก็ตักกินจนหมด

คิดเช่นรู้สึกว่า ตาของเขามัวๆ โดนเจ้าเด็กนี่จู่โจมเข้าอีกแล้ว

กินขนมของเขาด้วยท่าทางแบบนี้มันแย่ยิ่งกว่าการอ้อนเมื่อกี้อีกนะลักกี้

อยากฟัด และจะไม่ทนแล้วด้วย

คิดเช่นเชยคางเป็นหลักขึ้น พร้อมกับโน้มตัวลงต่ำ

"ปากเลอะ"

เสียงกระซิบเบาหวิว ก่อนที่จะใช้ริมฝีปากดูดลงตรงมุมปากของเด็กช่างอ้อน
ดูดแล้วดึงขึ้นนิดๆ ผละห่างเพื่อสบตาแล้วกลับเข้าแนบชิดในเวลาชั่ววินาที

คิดเช่นไล่ดูดริมฝีปากบนล่าง เบาสลับแรง

เป็นหลักส่งเสียงจากลำคอเบาๆ แบบคนเมามายในความหวาน

จูบของคิดเช่นอร่อยกว่าขนม


"ตั้งชื่อให้หน่อย" หลังจากจูบกันจนอิ่ม คิดเช่นก็มอบหน้าที่ให้เป็นหลัก

"ต้องตั้งชื่อด้วยเหรอครับ"

"ของขวัญปีใหม่ก็ควรมีชื่อนะ"

"Sweet Kitchen" เป็นหลักเงยมองด้วยสายตาที่...

"ลักกี้!" เจ้าเด็กนี่ แพรวพราวอย่างเหลือเชื่อ

จงใจให้คิดไปไกลกว่าขนมใช่ไหม ร้าย!

"ก็ผมคิดออกแค่นี้"

"ผมตั้งให้ไหม"

เสียงของรักแท้ดังมาก่อนตัว รักแท้ที่มาทันเห็นการเช็ดปากด้วยปากแบบนั้น เดินยิ้มเข้ามา
หวงไหม ก็ยังหวงอยู่ แต่หลังจากบทรักเมื่อคืนก่อนแล้ว การที่เห็นคิดเช่นกับเป็นหลักจูบกันมันชวนให้คิดถึงบรรยากาศแบบนั้นขึ้นมา
มีเสน่ห์และเย้ายวน

"รักจะตั้งว่าอะไร" คิดเช่นยิ้มให้คนที่เพิ่งมาและเผลอมองอยู่นาน เมื่อเช้ารักแท้กับเป็นหลักออกจากบ้านไปก่อน เขาเลยไม่ทันได้เห็นว่า วันนี้รักแท้ที่อยู่ในเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวนั้นหล่อเอามากๆ

รักแท้ยิ้มตอบ "ขอชิมก่อน"

คิดเช่นจะลุกไปหยิบมาให้อีกชิ้น

รักแท้กดบ่าไว้ "ขอชิมจากตรงนี้" แล้วไล้เลียรสของขนมจากในโพรงปากของคิดเช่น กลิ่นหอมยังอวลอยู่ในปาก บางเบา

"ยังไม่ค่อยรู้รสเท่าไหร่" รักแท้จึงชิมจากปากของเป็นหลักด้วย

คราวนี้ได้รสหวาน เป็นจูบรสขนม

คิดเช่นมองภาพที่รักแท้กำลังชิมเป็นหลัก ไม่ใช่สิ หมายถึงกำลังชิมขนมจากปากของเป็นหลัก ก็นึกออกว่าจะตั้งชื่อเมนูว่าอะไร

"My Luck and Love"

รักแท้หันมองเจ้าของเมนู แล้วโค้งน้อยๆ "Yes, babe. I'm yours."
.
.
.

ล้อเล่นแน่ๆ รักแท้แค่พูดเล่นเท่านั้น
คนแบบรักแท้ จะยอมให้ใครเป็นเจ้าของ ง่ายๆอย่างนั้นหรือ
ไม่ใช่หรอกน่า


รักแท้เก่งจริงๆที่ล้อเล่นได้เนียนจนคนอย่างคิดเช่นยังหวั่นไหว

ช่างมันเถอะ จะเป็นอะไรก็ช่าง บางทีก็เสียเวลามากเกินไปที่จะนิยาม ความสัมพันธ์ของเขา รักแท้ และเป็นหลัก

คิดเช่นยักไหล่ ตายังคงมองตาม รักแท้และเป็นหลักที่เดินคู่กันออกไป เพื่อจะไปซื้อของใช้ที่ซุปเปอรมาร์เก็ตใกล้ๆ
รักแท้ไม่ได้จับมือเป็นหลัก ไม่ได้แตะเข้าที่แผ่นหลัง ไม่ได้แม้แต่ให้ไหล่ชนกับอีกคน แค่เดินไปด้วยกัน ในระยะที่พอดี
ทั้งๆที่ไม่ได้สัมผัสหรือแสดงอะไร แต่ มันดูไม่เหมือน แค่เด็กนักศึกษาเดินกับเด็กมัธยม
คนบางคู่แค่อยู่ใกล้กัน ก็รู้สึกได้ว่า มันมีอะไรมากกว่าแค่ 'มาด้วยกัน'
อาจเพราะสายตาแบบนั้นของรักแท้ก็ได้ หรืออาจเพราะการไม่ยอมสบตาแต่กลับอมยิ้มน้อยๆของเป็นหลักก็ได้

น่ารักดี

น่าขำที่เขาคิดแบบนั้น

"หึงบ้างไหมคิดเช่น"
เขาทบทวนตัวเอง

"ไม่เลย" ความรู้สึกตอนนี้คือ คล้ายๆกับการเก็บของมีค่าไว้ในที่ปลอดภัย

คงเรียกว่า 'วางใจ'

ทำไมถึงวางใจกันนะ

คงเหมือนกับที่จู่ๆเขาก็ตั้งชื่อขนมแบบนั้น

My luck and love - เป็นluck(โชค) เป็นหลัก และเป็น รัก ของเขา

ทั้งสองเป็นของเขา ทั้งคน ทั้งโชค และ...

คิดเช่นนั่งเท้าคาง และยังคงมองตามทั้งสองผ่านกระจกของร้าน วันนี้เขาอารมณ์ดี เพราะอากาศดีและเพราะได้เมนูขนมใหม่ พร้อมชื่อใหม่


ดีจัง

"คุณคิดเช่นๆ น้องผู้ชายที่ตัวสูงๆนั่นเป็นใครเหรอครับ แล้วเค้าเป็นอะไรกับน้องเป็นหลัก" ดูสิ ขนาดลูกน้องยังสงสัย แสดงว่าไม่ใช่เพียงแต่เขาที่สัมผัสได้ถึงบรรยากาศรอบๆสองคนนั้น

"เด็กอีกคน" คิดเช่นตอบแล้วยิ้ม

"หา!" 

"แม่เจ้า!"

"โอ้โห"

พนักงานในร้านฮือฮากันใหญ่

"คุณคิดเช่นจะเป็นอมตะ"

--โปรดติดตามตอนต่อไป--

เป็นหลักยังเผลอไม่มั่นใจกับความสุขที่มี
แต่ตอน15.2 นี่คิดเช่นกลับโดนเป็นหลักจู่โจมไปหลายครั้งเลย
แล้วดูเหมือนคิดเช่นจะพลาดท่าให้กับอะไรบางอย่าง...ไปเป็นคนแรก
น่าเป็นห่วงหรือเปล่านะ
ถึงจะเป็นอมตะก็เถอะ



ขอบคุณที่อ่านค่ะ
สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าค่ะ
ถ้าอยากบอกอะไร #เป็นเช่นรัก ค่ะ
@ t o n s w i n d
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 15.2 (30 ธ.ค. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: joyey6217 ที่ 30-12-2016 21:27:59
คิดเช่นน่ารักจัง หลงรักตัวละครตัวนี้ มีเสน่ห์จังเลย
เหมือนตัวที่สร้างมาเพื่อเยียวยาทุกคน(แบบไม่ตั้งใจ)... และเช่นก็เป็นคนที่ทุ่มให้ความรักเสมอ จึงตกบ่วงของความรักคนเเรก แต่เช่นมีความสุขนี่นา เอาใจช่วยนะ จะใช่ความรักรึไม่ใช่ แต่มีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่ก็พอแล้ว
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 15.2 (30 ธ.ค. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: poppycake ที่ 30-12-2016 21:40:06
จิงๆด้วยยยยย คิดเช่นจะต้องอมตะหมื่นปีไปเลยจร้า
กินเด็ก (ถูกเด็กกิน) ตั้ง 2 คนนนนนนน
ปล.Happy new year 2017 จร้า ^^
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 15.2 (30 ธ.ค. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 30-12-2016 23:05:18
เป็นหลักกับคิดเช่นน่ารัก..ชอบ..บบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ    :katai2-1:
สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าค่า
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 15.2 (30 ธ.ค. 59)
เริ่มหัวข้อโดย: Snowermyhae ที่ 02-01-2017 10:30:44
ฮื่ออออ น่ารักละมุนละไม สีรุ้งพาสเทลมากค่ะ เวลาเช่นอยู่กับเป็นหลักก็น่ารัก อยู่สามคนคือความสมบูรณ์แบบ  :กอด1:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 16.1 (3 มกรา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 03-01-2017 03:43:47
เป็นเช่นรัก 16.1


ผู้ชายสองคนในห้อง
เตียงยับย่น
คนหนึ่งนอนหายใจหอบ
อีกคนนั่งอยู่ปลายเตียง
เรื่องราวจบลง ทั้งๆที่เขายังสวมกางเกงสแล็คเนื้อดี

"จะไปงานหรือเปล่า" คนที่ปลายเตียงถามขึ้น

คนบนเตียงไม่ตอบ

"ถ้าไม่ไหว อย่าไป" เขาเอ่ยออกมา มองภาพของชายบนเตียงที่สะท้อนผ่านกระจกเงาของโต๊ะเครื่องแป้ง

"อยากให้ไปหรืออยากให้อยู่บ้าน" ชายหนุ่มบนเตียงที่เปลือยทั้งตัว ขยับตัวลุกขึ้นช้าๆ

คนที่นั่งหันหลัง มองกลับมา

"อย่าถามผม ถามตัวเอง"

สายตาแบบนั้น อาวรณ์แบบนั้น ฆ่ากันเสียดีกว่า

คนบนเตียงหลับตา

"ถ้างั้น อวยพรตรงนี้ก็แล้วกัน" ยิ้มนั้นฝืน แต่เขาก็จะยิ้ม

"ขอให้ถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร"

.
.
.

ข่าวนักธุรกิจเจ้าของค่ายมวยแต่งงาน ฮือฮาและน่าจับตามอง คู่วิวาห์เป็นสาวสวยหาที่ติไม่ได้ ทั้งรูปและทรัพย์ อีกทั้งอิทธิพล

จิณณ์ วางหนังสือพิมพ์ลง มองคู่บ่าวสาวในภาพด้วยหลายความรู้สึก

ภาพนั้นสวย ทำใจแล้วว่าอย่างไรก็ต้องเห็น ถึงแม้ไม่ได้เห็นเหตุการณ์จริง แค่ภาพถ่ายก็ยังทำให้หัวใจของเขาบีบจนเจ็บ

"น่าจะถึงเวลาพอเสียที" เขาคุยกับตัวเอง

ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะปล่อยให้หัวใจตัวเองเลยเถิดมาจนถึงปีนี้ ปีที่หกที่แอบหลบซ่อนเล่นรักกับ"คุณดิษย์" ตั้งแต่ครั้งยังไม่ได้ขึ้นคุมค่าย

หลงอะไรกันนะ หน้าตาที่หล่อเหลา ความเท่เวลายิ้มมุมปาก หรือความนิ่งจนแทบจะเรียกว่าเฉยชา ไม่แน่ใจเหมือนกัน รู้เพียงว่า เมื่อใดที่จิณณ์ตั้งท่าจะถอย คุณดิษย์ที่คิดว่าเฉยชากับทุกสิ่ง กลับมีวิธีมาดึงรั้งเขาไว้ได้เสมอ

คนเฉยชาที่บางครั้งก็เอาใจใส่
คนที่ตัดสินความผิดคนด้วยวิธีเด็ดขาด กลับบอกรักเขาได้น่าฟังที่สุด

คุณดิษย์เลี้ยงเขาไว้ด้วยคำนั้น

ความรักที่เป็นความลับ

จิณณ์เคยพอใจกับมัน เขาจะมาหาเมื่ออยากมา ไม่บ่อย แต่ทุกครั้งตราตรึง
ร้านอาหารของจิณณ์ตั้งอยู่ตรงนี้ ไม่หนีไปไหน จิณณ์ไม่เคยรอคอย แต่ถ้าได้เจอก็ดีใจเสมอ

จนในวันที่คุณดิษย์ยื่นการ์ดใบหนึ่งให้เขา
จิณณ์มองมันนิ่ง
ไม่เอื้อมมือรับ เพราะฉะนั้นอย่าได้คิดถึงการเปิดอ่าน
เขารู้ มาสักพักแล้ว แต่คุณดิษย์ให้เวลาเขาเตรียมใจน้อยเกินไป

"ผมต้องแต่ง"

จิณณ์ยิ้มน้อยๆ "ครับ ในเมื่อคุณดิษย์คิดดีแล้ว"

ดิษย์นิ่งไป "ถ้าคุณโวยวายสักนิด ผมคิดว่าผมจะจัดการได้ดีกว่านี้"

คราวนี้จิณณ์ยิ้มอีก แต่มันขื่น จนริมฝีปากสั่น

"ผมเจ็บ ถ้าหากคุณจะพอใจที่ได้รู้"

"จิณณ์" เสียงเรียกนั้นเบาและเจือความเสียใจ

เท่านั้นเองที่ดิษย์แสดงออกไปได้

.
.
.

หลังแต่งงานสักสองเดือนเขามาหาจิณณ์
แล้วก็เป็นแบบทุกครั้ง เมื่อจิณณ์ตั้งท่าจะจบความสัมพันธ์ ดิษย์ไม่เปิดโอกาสให้จิณณ์ทำสำเร็จ

คำรักของดิษย์ไม่อ่อนหวาน แต่จิณณ์เชื่อ แต่ก็เจ็บมากพอๆกับความเชื่อที่มี

"ถ้ารัก ช่วยให้ผมไปจากตรงนี้" จิณณ์ขอเขาทั้งน้ำตา

ดิษย์เงียบ

จิณณ์ก้าวถอยหลัง

ดิษย์ก้าวเข้าหา

เมื่อจิณณ์ตั้งท่าจะเดินออกไป ดิษย์ก็คว้าตัวไว้ กอดไว้แน่น ซบหน้าลงที่บ่า
ไร้คำพูด แต่มือที่กอดไว้นั้นสั่น

สุดท้ายจิณณ์ก็ไม่เคยไปไหนรอด

วน เวียน ซ้ำ ไม่ดีขึ้นจากนี้



เขามาหาจิณณ์น้อยลง
ทุกครั้งจะบอกล่วงหน้า จิณณ์จะแขวนป้ายปิดร้านหนึ่งวัน
ร้านของจิณณ์มีลูกจ้างเพียงสามคน ร้านเล็กๆที่จิณณ์เป็นคนทำอาหารเอง ดังนั้นหากคุณดิษย์มาหา ร้านจึงต้องปิด


อยู่มาวันหนึ่ง คุณดิษย์มาหาโดยไม่บอกล่วงหน้า
มาพร้อมเด็กทารกตัวแดงๆ

"ลูกของผม"

จิณณ์มองเด็กคนนั้นนิ่ง เขาไม่เคยรู้ว่าคุณดิษย์มีคนอื่นอีก

"เลี้ยงให้ได้ไหม"

"ไม่"

"เด็กคนนี้ชื่อรักแท้"

จิณณ์เหยียดยิ้ม

"รักแท้ระหว่างคุณกับแม่เด็กน่ะเหรอ"

"ไม่ใช่" ดิษย์มองหน้าจิณณ์นิ่ง ประโยคหยุดลงแต่เนื้อความสื่อสารต่อผ่านดวงตา

รักแท้ของดิษย์กับจิณณ์

"ผมไม่เคยเลี้ยงเด็ก" จิณณ์ปฏิเสธ แต่ก็เอื้อมมือออกไปรับเด็กชายมาอุ้ม เจ้าตัวน้อยมองเขานิ่งเหมือนกัน จิณณ์ยื่นนิ้วเข้าใกล้ เด็กตัวน้อยจับนิ้วไว้แน่น

"เจ็ดเดือนแล้ว แม่เด็กยินยอมให้ผมดูแลคนเดียว"

"แล้วผมต้องทำยังไง"

"พรุ่งนี้จะส่งพยาบาลมาสอนการเลี้ยงเด็กเบื้องต้น"

"เอิกเกริกเกินไปหรือเปล่า ภรรยาของคุณล่ะ"

"อย่ากังวลตรงนั้น ให้ผมจัดการ"

จิณณ์พยักหน้ารับรู้ แล้วก้มมอง เด็กชายรักแท้อีกหน

การเลี้ยงเด็กเล็กนั้นยากยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดที่จิณณ์เคยทำมา
เขานอนไม่พอ มีหลายอย่างที่จิณณ์ต้องทำในทุกๆวันที่เลี้ยงรักแท้
ชงนม เปลี่ยนผ้าอ้อม และทุกข์ร้อนยามเด็กน้อยไม่สบาย
ลูกน้องในร้านช่วยเขาได้บ้าง แต่รักแท้ติดเขาน่าดู
จิณณ์เลี้ยงรักแท้ ด้วยความทุ่มเททั้งหมด
เพราะรักแท้สมควรได้รับ ไม่ใช่เพราะรักแท้เป็นลูกของคุณดิษย์

จิณณ์น้ำตาไหลในนาทีที่ได้ยิน รักแท้พูดคำแรก คำสั้นๆ "ป๊ะ"
และลุ้นจนสุดกำลังในช่วงเวลาที่เห็นเด็กตัวป้อมๆ ยืนได้ครั้งแรก ขาสั่น และก้นจ้ำเบ้า

"รักแท้"

จิณณ์มักอุ้มเด็กชายขึ้น มองหน้ากัน และลากเสียงยาวให้รู้จักคำนี้
รักแท้โตมาในครัว ในร้าน กับป๊า
ตลอดเวลาจนรักแท้อยู่อนุบาลสาม เด็กชายรู้ว่าเขามีพ่ออีกคน
ไม่เข้าใจมากนัก แต่พ่อก็มาหา มาอุ้ม จูงมือไปเดินเล่น แต่ไม่เคยไปรับที่โรงเรียน
รักแท้รู้ว่าตนไม่มีแม่ และก็รู้มากพอที่จะไม่ถามหา
เด็กห้าขวบ ไม่ใช่ไม่รู้อะไรเลย ไม่ใช่ยังเด็กอยู่จนไม่เข้าใจอะไร


พ่อมาหาป๊า
ป๊ายิ้ม และพ่อก็ยิ้ม
บางคืนพ่อดิษย์อยู่ค้าง และกล่อมเขานอน
มีนิทานเรื่องหนึ่งที่พ่อชอบเล่า
เป็นเรื่องของหมีตัวหนึ่ง นำลูกของมันมาฝากไว้กับหมีอีกตัวหนึ่งเพราะความจำเป็น
หมีตัวโตรักหมีตัวกลาง แต่อยู่ด้วยกันไม่ได้ เพราะหมีตัวโตต้องอยู่เฝ้ารวงผึ้ง
หมีตัวโตจึงฝากหมีตัวเล็กให้ช่วยดูแลหมีตัวกลาง
หมีตัวเล็กรับปากเป็นอย่างดี
.
.
.
ชีวิตของรักแท้เริ่มเปลี่ยน เมื่อป๊าได้รับโทรศัพท์แปลกๆบ่อยขึ้น บางครั้งป๊าทะเลาะกับคนในโทรศัพท์
สุดท้ายร้านของเราถูกไฟไหม้

พ่อดิษย์มา ในเวลาที่ช้าเกินไป

ป๊าโกรธพ่อจนไม่มองหน้า "ให้เมียของคุณอยู่ห่างจากผม ถ้าคุณทำไม่ได้ คุณก็ควรห่างจากผม"

เด็กชายรักแท้ไม่รู้ว่าเรื่องคืนนั้นจบลงอย่างไร
ตื่นเช้ามา ป๊ากับพ่อก็พูดกันปกติ
ป๊ามีร้านใหม่ ในที่ใหม่ และไม่เคยได้รับโทรศัพท์แปลกๆอีกเลย

เมื่ออายุเจ็ดขวบ รักแท้รู้แล้วว่า ระหว่างพ่อและป๊านั้นคืออะไร
และพ่อเขาเป็นใคร
จิณณ์เลี้ยงลูกด้วยการบอกความจริง อย่างนุ่มนวล เพราะรักแท้ควรรู้เรื่องของตัวเอง หรือแม้กระทั่งเรื่องป๊า และพ่อ

สิ่งที่ป๊าจิณณ์ไม่ได้เล่า แต่เขาสรุปได้เอง ก็คือ
ป๊านั้นน่าสงสาร ที่ต้องติดอยู่ในกับดักของความรัก

"ป๊าทนเพื่ออะไร"

อาจเป็นคำถามที่โตเกินวัยแต่รักแท้โกรธจนต้องถามออกมา เมื่อเห็นพ่อในทีวีกับภรรยา

ความเจ็บปวดของป๊ามันปิดไม่มิด

ป๊าจิณณ์หลับตาลง "อาจจะทนเพื่อ..." ป๊าชี้มาที่เขา "ความรัก"


นั่นเป็นครั้งแรกที่รักแท้ เริ่มไม่ชอบชื่อของตัวเอง
ทั้งๆที่ป๊าจิณณ์ไม่ได้ตั้งใจ แต่เป็นเพราะรักแท้เองที่ดูดซับความรู้สึกต่างๆได้ดีจนเกินไป คิดและสะสมความไม่ชอบใจไว้อย่างเงียบๆ

พ่อยังมาหา แต่ไม่บ่อยเหมือนเดิม บางทีพ่อหายไปนานหลายเดือน
แต่พ่อโทรมาเกือบทุกคืน
รักแท้ถามว่าพ่อไปไหน
พ่อบอกพ่อกำลังหาเสียง

รักแท้รอ ทั้งๆที่ปากแข็งบอกว่าไม่ได้รอ
ที่รักแท้รอ เพราะรู้ว่าป๊ารอ แต่ป๊าก็ไม่พูด
รักแท้อยากให้พ่อมาหา ป๊าจะได้ไม่มีหน้าตาแบบนั้น แววตาแบบนั้น
ในที่สุดพ่อก็มา
พร้อมกับเด็กเล็กๆคนหนึ่ง
ป๊าจิณณ์นิ่ง ในแบบที่รักแท้รู้สึกเย็นไปทั้งตัว

ป๊าร้องไห้เถอะ ดีกว่าแบบนี้

พ่อส่งเด็กคนนั้นให้ป๊า

"ผมเพิ่งได้ตำแหน่ง" พ่อพูดแค่นั้น ป๊าพยักหน้า

ป๊าเข้าใจ แต่รักแท้ไม่เข้าใจ

"ทำไมไม่ให้แม่เด็กเลี้ยง"

"ผมอยากให้ลูกผมโตในมือคุณ" ดิษย์มองจิณณ์อยู่อย่างนั้น

"มันจะเป็นแบบนี้อีกกี่ครั้ง"

"ครั้งนี้ครั้งสุดท้าย"

จิณณ์นิ่ง ปากเม้มแน่น

"จิณณ์" เสียงของดิษย์ทอดยาวแล้วเจือการอ้อนขอ

จิณณ์เคยชนะดิษย์ด้วยหรือ

ไม่เลยสักครั้ง

"เด็กคนนี้ชื่อรักมั่น" ดิษย์ส่งเด็กให้จิณณ์อุ้ม และกล่าวขอบคุณแบบไร้เสียง

จิณณ์ไม่อยากรู้เลยว่า ชื่อนี้มาจากอะไร

แค่นี้ยังผูกเขาไว้ไม่แน่นพออีกหรือ
 
จิณณ์กอดเด็กเอาไว้ อีกมือขยับไปโอบรักแท้ที่นั่งฟังอยู่ตลอด

ความรักอีกแล้ว

เด็กชายรักแท้ไม่ชอบใจเลย
เขาต้องเห็นป๊าร้องไห้เพราะความรักอีกกี่หน

--โปรดติดตามตอนต่อไป--

ตอนนี้ยังไม่ละเอียดนัก รักแท้รู้สึกแรงกว่านี้มาก จิณณ์รักกว่านี้และทุกข์มากกว่านี้ อาจมีรีไรท์บางช่วง แต่ตอนนี้สามารถเขียนได้เท่านี้ค่ะ แย่จัง
ถ้ารีไรท์ตอนนี้จะมาบอกอีกทีนะคะ
ขอบคุณที่อ่านค่ะ
@tonswind
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 16.1 (3 มกรา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 03-01-2017 09:01:45
สงสารรักแท้...ตัวละครทุกตัวมีปมที่หม่นหมอง แต่ขอให้เยียวยากันได้และพบความสุขทั้ง 3 คน  :m15:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 16.1 (3 มกรา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: LYPO ที่ 03-01-2017 15:57:22
ให้ความรู้สึกอึงอลมาก หลังอ่าน 16.1 จบ ความหมายของคำว่ารักในชีวิตของรักแท้ถูกสร้างขึ้นด้วยน้ำตาและความเจ็บปวดของป๊าจิณน์นี่เอง
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 16.1 (3 มกรา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: Snowermyhae ที่ 04-01-2017 00:13:07
ถ้าเราเป็นรักแท้เราก็ไม่เชื่อเหมือนกัน ได้แต่หวังว่าคิดเช่นกับเป็นหลักจะช่วยรักแท้ได้  :ling3:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 16.1 (3 มกรา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: joyey6217 ที่ 04-01-2017 08:10:53
เพราะเรื่องราวของป๊าจิณณ์กับพ่อของรักแท้ ทำให้รักแท้ไม่เชื่อในความรัก... ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น พ่อดิษใช้ความรักที่ป๊าจิณณ์มีให้เหนี่ยวรั้งไม่ให้จิณณ์จากไป แต่มันเกินจะทนตรงต้องมาก้มหน้าเลี้ยงลูกแถมยังตั้งชื่อตอกย้ำให้ไปไหนไม่ได้อีกน่ะสิ
ลูกกับหญิงอื่น เอามาให้กาฟักแม่กาก็หลงรักราวกับลูกในอุทร
สำหรับ รักแท้มองเห็นตั้งแต่เด็กจนโตได้แต่เฝ้าดูความรัก ของป๊าจิณณ์ที่ต้องทนรอ รอคอยอย่างเจ็บปวด เสียสละ เป็นเมียเก็บ คอยแอบซ่อน อยู่ในเงา
 คนอ่านแอบเห็นเงาการบูชาความรักของป๊าจิณณ์ในตัวของคิดเช่น. นี่อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้รักแท้ชอบคิดเช่น ก็ได้
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 16.1 (3 มกรา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: Fujoshi ที่ 05-01-2017 22:48:53
อยากอ่านต่อ
เพิ่งมาเจอเรื่องนี้
อ่านแล้วรู้สึกหลงรักเลยค่ะ
โดยเฉพาะคิดเช่น รักมากกกกกกกกกกกกก
เป็นตัวละครที่มีเสน่ห์สุดๆ
ชอบมากที่สุดในเรื่องเลย
ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆอย่างนี้ให้อ่านนะคะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 16.1 (3 มกรา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: snowboxs ที่ 06-01-2017 13:36:44
ดิษโหดร้ายจัง
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 16.1 (3 มกรา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: Tennyo_Y ที่ 11-01-2017 11:56:29
ของเป็นหลักว่าหนัก และพาช๊อค กับ พ่อเลี้ยงที่ไม่แน่ใจว่าพ่อจริงไหม
มาเรื่องคิทเช่น ที่บูชารัก จนยอมเจ็บ เก็บทุกอย่าง ทนเพราะรัก ก็ว่าเซอร์ไพซ์

เจอเรื่องของรักแท้เข้าไป ไม่แปลกใจแล้วทำไมรักแท้ ไม่เชื่อในความรัก พ่อของรักแท้คงมีอิทธิพลมาก จนต้องยอมแต่งงาน แต่เขาจะห้ามความรักของรักแท้ไหม  ห้ามได้ไหม ลุ้นตรงนี้ แต่ พ่อรักแท้ แม่ง ยอมเลย จิณท์ด้วย ยอมจริง ๆ มันให้ความรู้สึกแบบ ผญ คือเครื่องมือทำลูก ผช คือความรักอันสวยงาม  มันแว๊บขึ้นมาแบบนี้ไม่ได้มองว่ามันผิดนะ มันรู้สึก ก็รักกัน แค่สังคม และวัฒนธรรมบีบบังคับให้ผช ต้องมีลูกเพื่อสืบพันธ์ส่วนผช คือรักแท้ รักมั่น จิ๊ด โคตรจิ๊ด
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 16.2 (16 มกรา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 16-01-2017 23:01:21
เป็นเช่นรัก16.2

มันยากมากที่จะเลี้ยงใครสักคนให้เติบโตโดยที่ไม่รัก
ตั้งใจไว้ว่าจะไม่รัก แต่ไม่สำเร็จ
เด็กมีความบริสุทธิ์เป็นของตน
ยามยิ้ม ยามหลับ
ความผูกพันที่เห็นกันมา จากเดือน เป็นปี
จิณณ์ยอมรับในที่สุด เขารักเด็กสองคนนี้
รักแท้ และรักมั่น


ความรักชนะเขาได้  แต่ไม่ได้ชนะทุกสิ่ง
ที่แน่ๆก็ไม่ได้ชนะ รักแท้
ความไร้เดียงสาของรักมั่น ทำอะไรรักแท้ไม่ได้
อย่างน้อย ก็ในแบบที่รักแท้แสดงออก

รักแท้โตพอจะช่วยชงนม เปลี่ยนผ้าอ้อม และทำอะไรหลายอย่างเพื่อให้จิณณ์เหนื่อยน้อยลง ทุกอย่างทำด้วยความเต็มใจ โดยไม่ยินดี

ยินดีกับเต็มใจ ไม่เหมือนกัน


วันคืนผ่าน
ตอนที่รักมั่นเพิ่งเริ่มวิ่งได้ แบบตุปัดตุเป๋ เมื่อรักมั่นล้ม รักแท้ไม่ปลอบ ไม่ดึงให้ลุก เด็กน้อยจะร้องโยเยอยู่จนเหนื่อย โดยมีรักแท้ยืนดูอยู่ข้างๆ ใบหน้าเรียบเฉยเกินกว่าที่จะเชื่อว่าเด็กประถมจะทำได้
รักมั่นต้องลุกขึ้นเอง วิ่งตามรักแท้ที่เดินนำไป
แต่จิณณ์สังเกตเห็น
หรือแม้แต่เด็กเล็กๆอย่างรักมั่นเองก็คงรู้สึกได้
รักแท้ไม่ช่วยแต่ก็ไม่เคยทิ้ง

"เกลียดน้องเหรอ" จิณณ์เคยถาม

"ไม่เคยเกลียด รักมั่นยังไม่โตพอที่จะทำอะไรให้เกลียดได้หรอก"

"ป๊าเห็นเดี๋ยวนี้รักแท้ไม่ค่อยยิ้ม แล้วก็ไม่ค่อยโอ๋น้อง"

"รักจะให้เขาในแบบที่เขาเป็นเด็ก และเป็นน้อง รักช่วย ป๊าจะได้ไม่เหนื่อย"

"ไม่รักน้องเหรอ" จิณณ์เปลี่ยนคำถาม เพราะเกลียดกับรักไม่ได้ตรงข้ามกัน ไม่เกลียดก็ไม่แน่ว่าจะรัก

"ไม่รักครับ" คำตอบของเด็กชายรักแท้สั้น ชัดเจน

จิณณ์นิ่งไปนาน เขารู้ว่ารักแท้เป็นเด็กช่างคิด แต่ที่นึกไม่ถึงคือสิ่งที่รักแท้คิดมันกำลังสะสม พอกพูนเป็นอะไรบางอย่างที่ไม่ดีนัก

"เป็นเพราะป๊าหรือเปล่า" จิณณ์รู้สึกผิด

รักแท้เงียบ

"ป๊าเลี้ยงรักแท้กับรักมั่นเพราะป๊ารัก และทั้งหมดที่ป๊าทำเพราะป๊ารัก..." จิณณ์เว้นประโยคไว้ โดยไม่พูดต่อว่ารักใคร จิณณ์กำลังกลัวว่าสิ่งที่เขาทำจะทำให้รักแท้เป็นคนเย็นชา "รัก ป๊าจะไม่พูดว่าป๊ามีความสุขมาก แต่ป๊าพอใจกับความสุขเท่าที่มี"

รักแท้เงียบอีก

จิณณ์ถอนหายใจ เอาเถอะ รักแท้ต่อต้านแต่จิณณ์จะไม่บังคับให้เชื่อ ให้เปลี่ยนความคิด
ที่ไม่บังคับเพราะจิณณ์รัก รักแท้

จะเป็นแบบไหนก็ได้ทั้งนั้น ก็ยังจะรักอยู่ดี


ยิ่งโตรักมั่นยิ่งเปรียบต่างกับรักแท้ รักมั่นนั้นร่าเริง ยิ้มง่าย ที่สำคัญ รักมั่นติดรักแท้
ติดทั้งๆที่รักแท้เป็นแบบนี้
เฉย เย็นชา รักษาระยะห่าง

"ดึกแล้ว ไปนอนเถอะ" จิณณ์เตือนเด็กๆ

"รัก มั่นอยากดูการ์ตูนต่อ"

"ก็ตามใจ" รักแท้ปิดหนังสือการ์ตูนในมือแล้วลุกขึ้น

เด็กชายรักมั่นแทบไม่ได้ฟังเพราะตาจับจ้องอยู่ที่จอ
หันมาอีกที ก็ไม่เห็นรักแท้แล้ว รักมั่นรีบปิดทีวี วิ่งไปหอมแก้มป๊าจิณณ์ แล้ววิ่งตามขึ้นบันไดไป

"รัก รอมั่นก่อน ห้ามนอนก่อนมั่นนะ"
.
.
.

"รัก" เด็กชายดึงเสื้อคนพี่ "อาทิตย์นี้พ่อจะมาไหม"

รักแท้ก้มมอง รักมั่นก็เงยสบรอคอยคำตอบ

ตากลมโตนั้นทำให้รักแท้ต้องถอนหายใจ "ไม่รอไม่ได้เหรอ"

"ห้ามรอเหรอ"

"ไม่ได้ห้าม แต่ไม่อยากให้รอ"

รักมั่นนิ่วหน้า

มันยาก ที่รักแท้ไม่ให้รอ มันยากมากๆ
.
.
.

"พ่อมาแล้ว" รักมั่นตะโกนลั่น แล้ววิ่งอย่างเร็วเท่าที่ขาสั้นๆจะก้าวได้

ดิษย์ต้องทรุดเข่าลง อ้าแขน ตั้งท่ารับให้มั่นคง เพราะเจ้าเด็กนี่จะโผนเข้ามาหาทั้งตัว

สองคนพ่อลูกหัวเราะกันเอิ้กอ้าก กอดของพ่อกระชับแน่น ลูกคนเล็กเกยคางไว้แล้วยิ้มร่า มืออ้วนป้อมเกาะที่คอ

มองเลยมาตรงที่มีอีกคนยืนอยู่ ดิษย์สบตาจิณณ์ ขยับปากช้าๆไม่มีเสียง

คิดถึง

เท่านั้นจิณณ์ก็ยิ้ม เหมือนต้นไม้ที่ได้น้ำ

ทั้งหมดดูเข้ากันดี

รักแท้หงุดหงิดกับภาพที่เห็น

อย่างับเบ็ด จะกลายเป็นเหยื่อ รักแท้อยากจะเตือนทั้งจิณณ์และรักมั่น
แต่ทำได้เพียงพยายามซ่อนความไม่ชอบใจไว้ใต้ใบหน้านิ่ง
ยกมือสวัสดี แล้วพยายามหลบฉากออกมา

"รัก" แต่ไม่รอด ดิษย์เรียกเอาไว้

"ครับ"

"มากอดที"

"ผมโตแล้ว"

"อะไรกันเพิ่งจะสิบสามเอง"

รักแท้ใช้วิธี ไม่ตอบ แล้วเดินเลี่ยงไป
ดิษย์ถอนหายใจ
จิณณ์เองก็ได้แต่ส่งสายตาปลอบไป
ดิษย์ตามมาเจอรักแท้ที่บ่อปลาหลังบ้าน ปลาตัวโตว่ายในบ่อ ถึงบ่อจะกว้าง แต่ว่าถึงอย่างไรมันก็ว่ายวนกลับมาที่เดิม

รักแท้ยืนหันหลัง

"เอาล่ะ ถ้าหากว่าโตแล้วก็คงจะคุยกันตรงๆได้ พ่อทำอะไรให้รักแท้โกรธหรือ"

รักแท้ไม่ชอบพูด แต่เหมือนถูกดักทางเอาไว้ คราวนี้คงต้องพูด "ผมไม่ชอบวิธีที่พ่อทำกับเรา"

"แบบไหน"

"แบบทุกวันนี้"

"พ่อก็โกรธตัวเองเหมือนกัน"

รักแท้ค่อยๆหันมา เพื่อมองหาความจริงจากดิษฐ์
พบความเสียใจในดวงตานั้น
แต่ก็เท่านั้นเอง ชดเชยกันไม่ได้หรอก

"บางทีป๊าจิณณ์ก็ร้องไห้"

ดิษย์พยักหน้ารับรู้ช้าๆ

"พ่อรักจิณณ์"

รักแท้ขมวดคิ้วแน่น

"ดูเหมือนรักแท้จะไม่เชื่อ"

"บางที เป็นเพราะพ่อชอบพูดคำนี้ ป๊าจิณณ์ถึงเสียใจ"

"ถ้าไม่ได้พูด ก็คงเสียใจมากกว่านี้"

"ไม่จริง ป๊าคงไปจากตรงนี้ได้นานแล้ว"

"รักแท้แน่ใจเหรอว่า การไม่ได้เจอคนที่เรารักอีกเลย มันดีกว่าการได้เห็นกันอยู่อย่างนี้"

"ดีที่สุดคือไม่รักครับ"

ดิษย์พิจารณาเด็กผู้ชายตรงหน้าอย่างละเอียด เขาไม่เห็นความก้าวร้าว รักแท้แค่ยืนนิ่งๆ ไม่มีวี่แววของโทสะ แต่ภายใต้นั้นซ่อนอะไรไว้บ้าง เก็บกดความรู้สึกอะไรไว้กันแน่

"จริงอยู่ หลายคนอยู่ได้โดยไม่ต้องมีความรัก แต่พ่ออยู่ไม่ได้โดยไม่มีจิณณ์" ดิษย์ไม่คิดว่าวันหนึ่งเขาต้องมาสารภาพเรื่องพวกนี้กับลูกชายตัวเอง

"แต่ก็เก็บไว้โดยไม่ถนอม"

ใครรู้เข้าคงนั่งขำว่า นายใหญ่ ของใครๆกำลังถูกลูกชายวัยสิบกว่าๆต่อว่าอย่างเจ็บแสบ

"ขอโทษที่ดูแลได้ไม่ดี แต่ก็ไม่มีทางเลือกมากนัก"

รักแท้มองดิษย์ด้วยแววตาเรียบเฉย ไม่มีความเห็นใจ "ปล่อยสิ"

"ไม่มีวันนั้นหรอกรัก พ่อจะทำทุกทางให้จิณณ์อยู่ตรงนี้"

"พ่อได้ทุกทาง แล้วป๊าจิณณ์ได้อะไร"

"ไว้รอให้รักแท้มีความรักของตัวเอง แล้วจะเข้าใจ"

"ไม่มีวันนั้นหรอกครับ" คล้ายเป็นประโยคที่ลอกกันมา แต่มันปฏิเสธในเรื่องที่ตรงข้ามกันคนละขั้ว

ดิษย์มองรักแท้อีกครั้ง บางอย่างจากเขาหล่อหลอมบางอย่างในตัวรักแท้ ให้มีความคิดที่วิ่งต้านไปอีกทางอย่างสุดกำลัง

"พนันกันไหมล่ะรักแท้"

--โปรดติดตามตอนต่อไป--

วันหนึ่งข้างหน้าอาจรีไรท์ตอนนี้ค่ะ
อ่านแล้วคิดอย่างไร รบกวนด้วยค่ะ
#เป็นเช่นรัก
ขอบคุณค่ะ

@ t o n s w i n d
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 16.2 (16 มกรา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: Tennyo_Y ที่ 17-01-2017 04:51:59
อ่านแล้วเกิดคำถามคะ รักแท้ ถูกป๊าจิณน์เลี้ยงยังไง ทำไมถึงได้เป็นเด็กที่เฉยชา ต่างกับรักมั่น รักแท้เห็นอะไร แค่เห็นป๊าร้องไห้ เพราะพ่ออย่างเดียวหรอ หรือว่า เห็นตอนที่ บ้านจิณไฟไหม้ด้วยหรือเปล่า เลยฝังใจว่าดิษณ์ไม่ดูแล ไม่ห่วงใย

มันทำให้เราสงสารรักแท้ และเกิดคำถามนี้จริง ๆ นะ รักมั่นกลับร่าเริง น่ารัก ในขณะรักแท้ เย็นชา เฉยเมยกับความรู้สึก สงสัย สงสัย หรือว่ารักมั่นโตมาในช่วงที่ทุกอย่าง ดิษ เอาอยู่แล้วกันแน่

แต่เราก็ทั้งสงสาร ทั้งพูดไม่ออกกับจิณ เพราะรักคำเดียวเลยอะ ก็อยากรู้ว่า รักแท้ คิทเช่น เป็นหลักจะแก้ปมนี้ของรักแท้ยังไง เห้อออ

อยากอ่านตอนต่อไปมากคะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 16.2 (16 มกรา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: sukie_moo ที่ 17-01-2017 09:45:07
ถ้าเราเป็นรักแท้ เราก็ไม่ชอบความเป็นมาของชื่อตัวเอง และไม่เชื่อในรักแท้หรอก การที่ดิษย์เปิดเผยตัวตนของจิณณ์ไม่ได้ แล้วต้องแต่งงานกับคนที่เหมาะสมนั้นเราเข้าใจ  แต่ที่ไม่เข้าใจคือเด็กๆเป็นลูกของผู้หญิงคนไหน คิดว่าไม่ใช่ลูกของ "เมีย"ของดิษย์แน่ๆ ฉนั้นที่ดิษย์บอกว่ารักจิณณ์นักหนานั้นแต่ยังไปมีผู้หญิงใหม่อีกเรื่อยๆจนมีลูกมาให้จิณณ์เลี้ยงถึง 2 คนนั้น บ่งบอกว่าดิษย์รักจิณณ์มากๆซินะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 16.2 (16 มกรา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: snowboxs ที่ 17-01-2017 12:42:25
มิน่ารักแท้ถึงไม่ค่อยชอบตัวเอง
แต่ก็นะถึงไม่ชอบแต่ก็ไม่เปลี่ยน
ลึกๆทุกคนเห็นแก่ตัวหมดน่ะแหล่ะ
แต่จะหวังมาก หวังน้อยต่างกัน
คนหวังมากก็ใช่ว่าจะได้มาก
คนหวังน้อยมันมีจริงๆน่ะเหรอ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 16.2 (16 มกรา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: Fujoshi ที่ 23-01-2017 10:10:35
เข้าใจรักแท้เลย
รอจอนต่อไปจ้า
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 17.1 (29 มกรา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 29-01-2017 21:54:40
เป็นเช่นรัก 17.1

รักแท้หลีกเลี่ยงการกลับไปบ้าน เพราะรู้ดีว่าช่วงนี้ พ่อของเขาอยู่ที่ไหน
ช่วงสองสามปีหลัง พ่อดิษย์มาที่บ้านบ่อยขึ้น และพักอยู่ครั้งละเป็นเดือนๆ
จิณณ์และรักมั่นมีความสุข ส่วนรักแท้ไม่ชอบความสุขที่ทั้งสองคนมี

หึ มันก็คล้ายการล่อเหยื่อด้วยอาหาร

รักแท้ที่แยกตัวมาอยู่หอตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย จึงกลับบ้านน้อยลงกว่าปกติ
ดิษย์เองก็ไม่ยอมแพ้ หาทางตามเขากลับบ้านอยู่บ่อยๆ คล้ายเป็นเกมที่ดิษย์สนุก ที่จะหาวิธีให้รักแท้จำนนและกลับมาหา
เขาเคยให้รักมั่นโทรตามเพื่อกลับมากินข้าวกันในวันเกิดของดิษย์
นั่นเป็นวันเดียวกับที่รักแท้เจอคิดเช่นเป็นครั้งแรก

ต่อมาจิณณ์เป็นคนโทรมาหาเขาด้วยตัวเอง

"รัก กลับบ้านบ้าง ป๊าคิดถึง"

รักแท้รับปาก และกลับบ้าน แต่อยู่ได้ไม่นาน ก็ผลุนผลันออกไป เมื่อคิดเช่นโทรตาม ด้วยเรื่องของเป็นหลักและนักมวยคนนั้น

และครั้งนี้ รักแท้คงเลี่ยงไม่ได้แล้ว พ่อดิษย์โทรหาเขา พูดเพียงว่า "กำลังคิดว่าลูกชายคนโตไม่กล้าสู้หน้าพ่อของตัวเอง"

น่าหงุดหงิดที่ยกนี้ดิษย์ชนะ

บ้านหลังเล็กๆของเขาเปลี่ยนไปนิดหน่อย เพราะมีคนเฝ้าบ้านมากขึ้น
ไม่ได้ยืนยามอะไรให้ดูเอิกเกริก เพียงแต่มีรถบ้านจอดทิ้งที่หน้าบ้าน เพราะในบ้านจอดรถได้คันเดียว แล้วก็มีคนทำงานเพิ่มมาหนึ่งคน
รักแท้บีบแตร
คนงานที่พอเห็นรถมอเตอร์ไซค์ของรักแท้ ก็เปิดประตูให้เข้ามาโดยไม่กักตัวเอาไว้
มอเตอร์ไซค์คันโตจอดสนิทที่โรงรถ
รักแท้ถอดหมวกกันน็อค หันมองคนงานหน้าใหม่ แล้วเดินเข้าบ้าน
รักมั่นวิ่งกระโดดโลดเต้นเข้ามาหาเขาเป็นคนแรก
ไอ้เด็กคนนี้ไม่เคยเข็ด รู้ดีแก่ใจว่าเขาไม่เคยยอมให้กอด ก็ยังพยายามมาเกาะหน้าเกาะหลังทุกครั้งที่เขากลับบ้าน

"รักกลับมาแล้ว" เด็กวัยรุ่นอายุสิบสี่ ที่ยังคงพยายามนัวเนียรักแท้เหมือนเป็นเด็กไม่กี่ขวบ

เมื่อไม่ได้การตอบรับ ก็เงยหน้ามอง เหมือนลูกหมาลูกแมวไม่มีผิด
รักแท้ถอนหายใจ แล้วลูบหัวเด็กหนุ่มตรงหน้า

"ให้ได้เท่านี้"

เด็กชายวัยสิบสี่ยิ้มจนตาหยี "ก็ยังดี"

แล้วพอรักแท้ออกเดิน เจ้ารักมั่นก็กระโดดเกาะหลังเขาไว้แน่น เด็กอายุสิบสี่ขายาวเก้งก้าง ทำแบบนี้ไม่เห็นจะน่ารักตรงไหน รักแท้ก็ได้แต่ถอนหายใจ แล้วเดินต่อไปทั้งที่มีลิงเกาะหลังอยู่แบบนั้น
ก้าวขาได้ยากลำบาก เพราะต้องลากเอารักมั่นที่ไม่ยอมเดินไปด้วย

"เจ้ามั่น ลงมา" ป๊าจิณณ์ออกปากดุ รักมั่นจึงยอมปล่อยให้รักแท้เดินดีๆ

จิณณ์อ้าแขนกว้าง รักแท้ถอนหายใจอีกที คราวนี้เขาปฏิเสธไม่ได้ ยอมเดินเข้ากอดจิณณ์เอาไว้
จิณณ์กอดเขาแน่น ลูบไหล่ลูบหลังด้วยความคิดถึง

"ป๊าจะกอดผมจนอายุเท่าไหร่"

"จะกอดไปจนกว่าป๊าจะยกแขนไม่ไหว"

"ผมโตแล้ว"

"โตแล้ว แล้วจะทำไม รักก็ยังเป็นลูกของป๊าอยู่ดี"

รักแท้ถอนหายใจไปกี่รอบแล้วนะ

"ป๊ากับพ่อทำเจ้ามั่นติดนิสัย"

จิณณ์เลิกคิ้ว "ที่ชอบพันแข้งพันขาน่ะหรือ"

"น้องมันเป็นผู้ชาย ปีหน้าก็จะสิบห้าแล้ว"

"อายุสิบห้า แล้วแสดงว่ารักกันไม่ได้หรือไงเล่า" จิณณ์กลั้วหัวเราะ "แล้วถ้าจะโทษป๊ากับพ่อ รักก็ต้องโทษตัวเองก่อน"

รักแท้ขมวดคิ้ว เริ่มรู้สึกว่าจะเข้าตัว
แล้วก็จริง

"ที่น้องมันรู้สึกปลอดภัยขนาดนี้ ไม่ระวังระแวงความเจ็บปวดแบบนี้ ก็เพราะรักแท้ไม่ใช่หรือ"

ยิ้มของจิณณ์เปลี่ยนจากล้อเลียนเป็นยิ้มขอบคุณ "พี่ชายที่เป็นเกราะกันให้น้องมาตลอดก็คือรักแท้เองนะ ปากบอกว่า ไม่รัก ไม่ดูแล แต่รักมั่นกลับไม่เคยบอบช้ำเลยสักนิด"

รักแท้เบือนหน้าหนี แค่เห็นว่าเด็กกว่าก็เลยช่วยดูเท่านั้น


ดิษฐ์รอเขาอยู่ที่บ่อปลา นั่งมองฝูงปลาตัวเล็กตัวน้อยที่รอกินอาหารในมือ
รักแท้มองแผ่นหลังของคนเป็นพ่อนิ่ง แผ่นหลังของคนที่เขาต่อต้านตลอดมา แต่รักแท้ก็ไม่ใช่เด็กไม่รู้จักโตที่จะตั้งแง่ คว่ำบาตรกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของตน อย่างไรก็ต้องพูดกัน รับการดูแลที่จำเป็น ไม่อย่างนั้นป๊าจิณณ์คงลำบาก

"ถ้าไม่โทรไปท้าก็คงไม่กลับมาใช่ไหม"

รักแท้ไม่ตอบ แต่พูดไปอีกเรื่อง "เปลี่ยนคนงานใหม่ดีกว่านะครับ"

ดิษย์หันมอง คนงานคนนี้ที่จริงมีหน้าที่อื่น

"ทำไม"

"เขาปล่อยให้ผมเข้าบ้านง่ายเกินไป"

"ก็เขาเคยเห็นรัก และรู้ว่านั่นรถของคุณรักแท้"

"รถของผมแต่คนใต้หมวกกันน็อคอาจไม่ใช่ผม"

ดิษย์นิ่งไปนาน ในแววตามีความภูมิใจ  "พ่อฝากจิณณ์กับน้องไว้กับรักได้แล้วใช่ไหม"

"ผมไม่รับฝาก คนที่เป็นของผมอยู่แล้ว"

"ประโยคนี้หมายความว่า ได้ ใช่ไหม" ดิษย์สนุกเสมอเมื่อได้คุยกับรักแท้

"อย่าตีความหมายเลยครับ ผมไม่รับฝาก ก็เท่านั้น"

ดิษย์พยักหน้า "งั้นเปลี่ยนเป็นขอบคุณก็แล้วกัน ที่ระวังหลังให้ในทุกอย่าง คอยระวังภาพของพ่อในสายตาของรักมั่น ขอบคุณที่โทรตามทุกครั้งที่ถึงวันเกิดไอ้ตัวเล็ก ทุกครั้งที่มันไม่สบายใจ ขอบคุณที่อยู่ข้างๆ มองน้ำตาของจิณณ์ในวันที่พ่อไม่อยู่"

รักแท้เงียบ เถียงไปก็เท่านั้น จะกลายเป็นแก้ตัวแก้ต่างเสียเปล่าๆ เขาแค่ทำเรื่องที่ควรทำ

"พ่อมีเรื่องจะบอกและเรื่องที่จะมาขออนุญาต"

"คุณดิษย์ต้องขออะไรจากผมหรือครับ" รักแท้อดเหยียดยิ้มไม่ได้

ดิษย์ปล่อยถ้อยคำเหน็บแนมให้ลอยผ่านหูไป "พ่อจะมาอยู่กับจิณณ์"

รักแท้ขมวดคิ้ว

"จากนี้จนกว่าจะแก่ตายกันไปน่ะ" ดิษย์ขยายความ

ตาของรักแท้กร้าวแสง "อย่าพูดอะไรง่ายๆทำให้คนตายเพราะความหวัง"

ดิษย์สบสายตาของรักแท้ "ถึงอยากคุยกับรักแท้ก่อนยังไงล่ะ คิดไว้แล้วว่าถ้าไม่ผ่านด่านของรักแท้ คงมาอยู่กับจิณณ์ไม่ได้"

รักแท้นิ่ง แต่ในใจนึกต่อต้านเต็มที่

"พ่อรักจิณณ์"

เขาได้ยินเสียงลูกชายทำเสียงบางอย่างในลำคอ แต่ดิษย์ยังคงพูดต่อไป

"จะยอมรับได้หรือเปล่าว่า มนุษย์ไม่ได้อ่อนโยนและขาวสะอาด
เราต่างเปรอะเปื้อนด้วยความเลวอะไรสักอย่าง ใช่ พ่อก็เป็นแบบนั้นแหละ
พ่อทำให้จิณณ์เสียใจและเหนี่ยวรั้งจิณณ์เอาไว้
เรื่องที่ไปไหนไม่ได้ นั่นพ่อจงใจ แต่เรื่องที่ทำให้จิณณ์เสียใจนั้นพ่อไม่ได้ตั้งใจ
น้ำตาของคนที่รักไม่ได้ทำให้รู้สึกดีเลยสักนิด"

ดิษย์หยุด และทอดมองเข้าไปในตัวบ้าน เห็นจิณณ์กำลังจัดโต๊ะอาหาร โดยมีรักมั่นป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ

เขากลับมามองรักแท้ สบตาอย่างมั่นคง

"แต่พ่อหยุดเห็นแก่ตัวและปล่อยมือจิณณ์ไปไม่ได้จริงๆ
พ่อจะไม่ทำ ต่อให้โลกล่มสลาย ต่อให้อะไรก็ตามมาบังคับ"

"ทำไม?" รักแท้ถามเสียงเครียด

"เพราะจิณณ์คือความรักเดียวที่พ่อมี

ถ้ารอบตัวคือความหนาวเหน็บ จิณณ์คือความอบอุ่น
ถ้ารอบตัวคือความกดดัน จิณณ์คือความผ่อนคลาย
ถ้ารอบตัวคือสีดำ จิณณ์คือสีขาว
พ่อไม่สามารถปล่อยคนเพียงคนเดียวที่มีไปได้
พอจะเข้าใจความเห็นแก่ตัวของพ่อบ้างไหม"


รักแท้อึ้ง เขาไม่เข้าใจ อันที่จริงเขากำลังพยายามจะไม่เข้าใจ หรือทำเป็นไม่เข้าใจ แบบไหนก็ได้ที่แสดงว่าเขาจะไม่มีทางยอมรับเหตุผลแบบนี้ของดิษย์

"ลูกจะไม่เรียกความรู้สึกที่พ่อมี ว่าความรักก็ได้ ดูเหมือนพ่อเป็นผู้แข็งแรงและรังแกป๊าของรักแท้ แต่อันที่จริงแล้ว ในแก่นชั้นในสุดของความสัมพันธ์ จิณณ์ไม่ได้ตกเป็นรอง จิณณ์สำคัญที่สุดสำหรับพ่อ พ่อต่างหากที่ไปไหนจากจิณณ์ไม่ได้"



แต่เมื่อดิษย์ได้เริ่มต้นพูดแล้ว สิ่งที่อัดอั้นก็พรั่งพรูออกมา ความรู้สึกมากมายถูกระบายออกมากราวภาพบนแผ่นฟิล์ม

..........

ชีวิตของดิษย์ ได้รับการผลักและดัน วางกฏ กรอบ ทุกอย่างในชีวิตของดิษฐ์เข้มงวดและเคร่งครัด
เขาคือคนเดียวที่ต้องกุมบังเหียนแห่งอำนาจ นายแม่ฝากความหวังทุกอย่างไว้กับเขา
ธุรกิจของครอบครัว คือค่ายมวย ที่มองจากภายนอกไม่น่าจะเป็นการหารายได้ที่อ่อนไหว แต่อันที่จริงมันเป็นงานที่หาเงินจากการบริหารอำนาจ ต่อรอง และวิ่งเต้น
หน้าที่ของเขาคือ ต้องทะยานขึ้นไปให้สูง ถางทางเพื่อนำทุกคนเบื้องหลังขึ้นสู่ที่ปลอดภัย ไม่ต่างจากหน้าที่ของนายหมู่ในอดีตที่ฟาดฟันคนให้ล้มตายเพื่อดินแดนหรือเพื่อคนข้างหลัง
เมื่อก้าวขึ้นมาแล้ว เลิกล้มได้ยาก เพราะเขาจะไม่ตายเพียงคนเดียว

คนที่เล่นกับอำนาจก็เหมือนคนที่เต้นอยู่บนเปลวไฟ

ในสายตาของคนอื่นคงเห็นความยิ่งใหญ่ของดิษย์ มีทุกอย่างรายล้อม ลูกน้อง คนในอาณัติ นารี และโลกีย์
หลายอย่าง รวมถึงหลายคน เป็นสิ่งบรรณาการ ดิษย์รับของเหล่านั้นไว้ รวมถึงผู้หญิงบางคน
เรียกว่าแลกเปลี่ยนคงจะชัดเจนกว่า เพราะไม่มีอะไรที่ไม่มาพร้อมเงื่อนไข
ผู้หญิงบางคนส่งตัวเองมา บางคนถูกคนอื่นส่งมา
การดองกัน เป็นการผูกไมตรีโดยไม่เสียเลือดเนื้อ หญิงสาวคนอื่นๆก็มาด้วยเหตุนี้
ต่างมีสิ่งที่อยากได้
เอาสิ ดิษย์จะให้
อยากได้อะไรบ้างล่ะ
อยากให้เป็นผู้หญิงของเขาใช่ไหม ได้ ดิษย์นอนกับเธอ จากนั้นเป็นอะไร
อ่อ อยากได้พื้นที่ตรงนั้นไปดูแล ค่าคุ้มครองส่วนนั้นจะขอเก็บไว้เองไม่ส่งต่อ
ย่อมได้ แต่ถ้าใช้อะไรก็ต้องทำ เพราะต่อไปนี้ คนของครอบครัวเธอคือคนของดิษย์
ถ้าสั่ง
ต้องทำ
รวมถึงลูก
เขาไม่ให้พวกเธอเลี้ยง
อย่าเอาเด็กมาต่อรองกับเขา
เขาไม่ไว้ใจให้ใครเลี้ยงลูกของเขา นอกจากจิณณ์
เด็กที่ไม่ได้เกิดจากความรัก อย่างน้อยก็ไม่ควรโตมาท่ามกลาง ความกดดัน และความไม่รัก

คนแบบนั้น เขาคนเดียวก็พอแล้ว

จิณณ์จะเลี้ยงลูกของเขาได้ดีโดยได้เรียกร้องสิ่งใด
จิณณ์คนที่มีความรักที่มั่นคง จิณณ์คนที่มีหัวใจเข้มแข็งกว่าเขามาก
จิณณ์เติมเรี่ยวแรงให้เขาได้ในยามอ่อนล้า
ยามเหนื่อยที่สุด จึงอยากพบหน้า แล้วคว้าตัวมากอดไว้นิ่งๆ

จิณณ์เลี้ยงลูกของเขาได้ดีเกินคาด ลูกชายคนโตของเขาคือรักแท้ ส่วนคนเล็กคือรักมั่น เด็กสองคนที่ต่อมาคือแก้วตาดวงใจ คือคนสองคนที่เขาจะปกป้องไว้ ลูกที่จะปลอดภัยตราบใดที่เขายังอยู่
แม้ว่าลูกชายคนโตจะต่อต้านเขาเท่าไหร่ก็ตาม แต่ดิษย์กลับถูกใจในความพยศของรักแท้ ลูกชายคนนี้มีคุณสมบัติหลายอย่างที่เขาอยากจะมี เพียงแค่หวัง และรอว่าสักวัน รักแท้ที่พยศไปจนสุดทาง จะเข้าใจอะไรๆดีขึ้น
ส่วนรักมั่น เป็นลูกที่ถอดหัวใจของจิณณ์ออกมาไม่ผิดเพี้ยน หัวใจที่ยืดหยุ่น ทนทาน และมั่นคง ยิ้มรับในสิ่งที่มี


ดิษย์กับภรรยาแต่งงานกันด้วยเหตุผลทางการเมืองและธุรกิจ

"น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า" นายแม่ผู้อยู่หลังม่าน บอกเขาแบบนั้น นายแม่คนที่เขาไม่เคยขัดใจ

ภรรยาที่มาจากตระกูลที่มีอิทธิพล ไม่ชอบใจอย่างมากที่พบว่า เธอไม่ได้เป็นที่หนึ่งสำหรับเขา
เธอตามราวี เหล่าผู้หญิงของเขา
ส่งคนไป ตามวิถีนายผู้หญิงที่กุมอำนาจไว้

แต่เธอต้องไม่แตะจิณณ์

ร้านของจิณณ์ถูกเผา จึงถึงเวลาที่ดิษย์คนที่แสนสุภาพ ต้องทำให้ผู้หญิงที่รังแกคนของเขาต้องกลัวกันบ้าง
ภรรยาของเขาฉลาด
พูดกันเพียงครั้งเดียวก็รู้เรื่อง ที่แน่ๆเธอตระหนักแล้วว่า ถ้าดิษย์โกรธ อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง

โรงงานของเธอเกิดเพลิงไหม้

ภรรยาของดิษย์จึงไม่เคยยุ่งกับจิณณ์และลูกของเขาอีกเลย ในข้อแม้ว่าเธอมีสิ่งที่จะขอเขาสามข้อ เป็นสิ่งที่เขาต้องให้เมื่อถึงเวลา
เงื่อนไขแบบนี้ไม่น่าไว้ใจเลย แต่ดิษย์ก็รับปาก ความเสี่ยงเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นนี่นะ



หลายปีที่ผ่านมา ถือว่าดิษย์ประสบความสำเร็จมากแล้ว ในเส้นทางการเมืองและธุรกิจ เขาอายุมากขึ้นแล้ว สมควรรามือเสียที ควรให้เวลาที่เหลือกับจิณณ์และเจ้าสองรักของเขา
แต่การลงจากหลังเสือ ต้องวางเกมให้ดี
เขาเจรจากับภรรยาเมื่อสองสามวันก่อน อย่างที่บอก เธอฉลาดจนน่าชื่นชม ธุรกิจส่วนใหญ่จะเป็นของเธอ ส่วนเขาขอแค่คนบางส่วน และธุรกิจเล็กๆที่บ้านเกิด จังหวัดที่เขาเคยเป็น ส.ส. และปลูกรากวางบารมีจนมั่นคง

"หยกเตรียมใจมาตลอด ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง"

ดิษย์ทอดสายตามองภรรยาของเขา "ขอโทษที่ทำให้ชีวิตแต่งงานของคุณเป็นแบบนี้" อย่างน้อย เขาก็มองเธอเหมือนเพื่อนที่อยู่กันมานาน

ภรรยาของเขายักไหล่ เธอยังสวย แม้อายุจะมากขึ้น "แค่ขัดใจที่ไม่ได้ทั้งหมดน่ะค่ะ หยกรู้ดีว่าการแต่งงานของเรามันเกิดขึ้นเพราะอะไร ในเวลานั้นคุณดิษย์ก็เหมาะสมที่สุด การรวมกันของบ้านเราทั้งสอง ทำให้เราไม่ถูกปราบจนราบ"

เธอเป็นแบบนี้แหละ คุณหยกที่มีสัณชาตญาณของผู้นำ จะว่าไปเธอสนุกกับชีวิตแบบพุ่งไปข้างหน้ามากกว่าดิษย์เสียอีก

"แต่ค่ายมวย คงไม่เหมาะจะให้หยกออกหน้า" คุณหยก เจรจากับเขาอย่างใจเย็น

"คุณหยก คิดไว้ว่ายังไง" ภรรยาของเขาคงวางทุกอย่างไว้ล่วงหน้าแล้ว

"เสียดายที่หยกไม่มีลูก ไม่อย่างนั้นหยกคงยกให้ลูกชายสักคนดูแล"

ดิษย์ยิ้มอย่างคนรู้ทันกัน แล้วรอคอยให้คุณหยกได้ต่อบทที่เธอเตรียมไว้

"หยกจะให้ 'หลานชาย' เข้ามาดู"

"เขาจะยอมหรือ กิจการเขาก็มี และเท่าที่ผมรู้จักเขามาตั้งแต่เด็ก ท่าทางเหมือนสายลม ไม่เหมือนคนที่สนใจเรื่องพวกนี้"

"หยกเลี้ยงเขามา คิดว่าเขาทำได้ อีกอย่างหยกไม่ได้ให้เขาคุมงานทั้งหมด เพียงแต่อยากให้เข้ามาช่วยในส่วนที่หยกไม่เหมาะ" นั่นแปลว่าถึงอย่างไรคุณหยกก็ต้องได้อย่างที่ใจอยากได้

อันที่จริง 'หลานชาย' คนนี้ ดิษย์เองก็เห็นมาตั้งแต่เด็ก คุณหยกอุ้มเด็กตัวน้อยเข้าบ้าน หลังจากที่ได้ทราบว่าดิษย์มีลูกชายคนแรก คุณหยกบอกว่าเป็นลูกของพี่สาว ซึ่งเธอรักมากเป็นพิเศษ
ดิษย์รับรู้ข้อมูลนั้น เปรียบเทียบกับสิ่งที่รู้มาก่อนแล้ว
เอาล่ะ หลานชาย ก็คือ หลานชาย
ดิษย์เองก็มีจิณณ์ และลูก ถ้าคุณหยกจะมี 'หลานชาย' ก็ถือว่าเราเท่าเทียมกัน
หลานชายคนนี้ คุณหยกเลี้ยงมากับมือ วิ่งเล่นอยู่ในค่ายมวยตั้งแต่เด็ก คุ้นเคยและสนิทกับดิษย์ดี เพราะมันขี้อ้อน มีช่วงหลังที่ห่างกันไป ด้วยวัย และดิษย์หันไปใช้เวลาที่บ้านของจิณณ์มากขึ้น ยิ่งช่วงที่มีการเว้นวรรคทางการเมือง ดิษย์ยิ่งไม่ค่อยได้กลับมาที่บ้านบ่อยนัก

เด็กคนนี้ถูกใจดิษย์อยู่มาก เขามีชีวิตวัยเด็กคล้ายกับดิษย์ด้วยมีผู้หญิงที่เก่งยิ่งกว่าใครเลี้ยงมา เด็กชายจึงได้รับการคาดหวังต่างๆนาๆ ทำนายอนาคตของเด็กคนนี้ได้ไม่ยาก ว่าจะถูกปรุงแต่งให้เป็นอย่างไร
ดิษย์จึงเข้าใกล้เด็กชายตัวกระหร่องนั้นมากขึ้น แอบเปลี่ยนส่วนผสมนิดหน่อย สั่งสอนอะไรบางอย่าง จนได้ผลลัพท์เป็นที่น่าพอใจ
เด็กผู้ชายที่คล้ายบอบบางซ่อนอะไรไว้มากมาย
อย่างแรกที่เจ้าเด็กคนนั้นพิสูจน์ฝีมือให้เห็นคือ ร้านอาหาร ที่หน้ามึนและดื้อดึงทำให้มันเกิดขึ้นจนได้
ดูเหมือนเจ้าหลานชายพยายามขยับออกจากเงาปีกของคุณหยกทีละนิด
ดังนั้นเรื่องที่จะให้เจ้าเด็กคนนั้นมาดูค่ายมวย คงไม่ได้รับปากกันง่ายๆ

"ถ้าเขาจะรับไปทำ ผมก็ยินดี ติดตรงบุคลิกท่าทางของเขาเหมาะจะเป็นอย่างอื่นมากกว่าเจ้าของค่าย"

"นี่คือสิ่งแรกที่หยกจะขอคุณค่ะ"

ดิษย์หมุนปากกาในมือไปมา ยิ้มรับกับพรประการแรกที่หยกจะขอ

นี่เขากลายเป็นยักษ์จากตะเกียงไปตั้งแต่เมื่อไหร่

.........

ดิษย์เล่าเรื่องถึงตรงนี้ แล้วหยุดมองรักแท้
คนเป็นลูก คิ้วขมวดแน่น กรามขึ้นสันนูน ดวงตาระริกด้วยความรู้สึกสังหรณ์บางอย่างรุนแรง เรื่องที่ดิษย์จะพูดต่อไปนี้ มันต้องไม่ดีเอามากๆ

"ได้ข่าวว่าช่วงนี้ มีความรัก" ไม่ต้องแปลกใจหรอกที่ดิษย์จะส่งคนตามดูลูกชายของเขาเป็นครั้งคราว

"ไม่ใช่" รักแท้สวนแทบทันที

ดิษย์เลิกคิ้ว รอฟัง

"เราอยู่ด้วยกัน ก็แค่นั้น" รักแท้หงุดหงิดกับท่าทางล้อเลียนของดิษย์

"หนึ่งในนั้นไม่ธรรมดา ความจริงเท่าที่คนรายงานมา พ่อก็เห็นว่าคงจะไม่ธรรมดาทั้งคู่นั่นล่ะ" ที่ดิษย์ไม่ได้พูดออกไป คือตอนแรกที่ได้รับรายงาน เขาหัวเสียเอามากๆ และเกือบไม่ยอมรับว่าลูกชายของเขาจะมีความสัมพันธ์กับผู้ชายสองคนในเวลาเดียวกัน แต่จิณณ์กลับหัวเราะ ชี้หน้าเขาแล้วพูดแค่ว่า

"ลูกไม้นั้นหล่นใต้ต้น"

ได้ยินแบบนั้นเขาก็หัวเราะออกมา แต่หลังจากรู้ประวัติของคนที่รักแท้คบอยู่ ก็หยุดหัวเราะในทันที

"พ่อจะบอกอะไร" รักแท้เริ่มเก็บอาการไว้ไม่อยู่

แต่ดิษย์ยังใจเย็น "เรื่องที่พ่อจะขอ"

"ผมไม่ให้"

"ใจเย็นลูกชาย"

"พ่อจะทำให้ป๊ากับมั่นมีปัญหา พวกเขาจะเสียใจ และไม่ปลอดภัย"

ดิษย์ยิ้มอีกแล้ว รักแท้ทำให้เขาภูมิใจสองครั้งแล้วในหนึ่งวัน รักแท้ผู้แข็งกร้าวแท้จริงละเอียดอ่อน ปกป้องคนของเขาอย่างเต็มที่

ยังจะพยายามปฏิเสธอยู่อีกไหม ว่านี่ไม่ใช่ความรัก เจ้าลูกชายหัวแข็ง
มั่นใจได้เลยว่า คนตรงหน้าต้องปฏิเสธหัวชนฝา
ทั้งที่กำลังเผชิญกับความรักจากทุกทิศทางขนาดนี้


รักของครอบครัว
รักของคนรักถึงสองคน

"คิดไว้แล้ว คงไม่ผ่านด่านของรักแท้ง่ายๆ ก็เลยมีเงื่อนไขมาเสนอ"

รักแท้กำมือแน่น เสียงในหัวของเขากระซิบเตือนให้ระวัง

นี่ไม่ใช่เรื่องดี แต่ยังไงก็ขอให้สิ่งที่เขาสงสัยนั้นไม่ใช่เรื่องจริง

ต้องไม่ใช่คนนั้น

ต้องไม่ใช่


ขณะที่รักแท้กำลังคิดแบบนั้นอยู่

ดิษย์ก็หยิบมือถือขึ้นมา "อยากให้เห็นหลานชายของคุณหยก"

ต้องไม่ใช่

"พ่อเห็นเขาแต่เล็ก แต่ไม่เคยพามาเจอ เพราะคิดว่าไม่จำเป็นต้องรู้จักกัน แต่ว่า..."

มือของดิษย์เลื่อนไปที่ภาพของคนๆหนึ่ง

ผู้ชายผิวขาว แบบที่ไม่เคยโดนแดด ผมยาวถูกมัดไว้ลวกๆ ยิ้มสู้กล้องสดใส

"คิดเช่น"

--โปรดติดตามตอนต่อไป--

ตอนหน้าจะมาบอกเงื่อนไขค่ะ

หวังว่าจะไม่งง กับการตัดฉากแบบนี้ ตรงส่วนที่เป็นบทสนทนาของพ่อลูก แล้วตัดสลับกับโมโนล็อกในความทรงจำของคุณดิษย์น่ะค่ะ

หาก งง รบกวนบอก แต่ก็คงไม่แก้อยู่ดี เอ๋า :z6:
ขอบคุณที่อ่านค่ะ คิดอย่างไรรบกวนด้วยค่ะ
#เป็นเช่นรัก
@t o n s w i n d
ขอบคุณคุณ A_Narciso ที่ไปแนะนำเรื่องนี้ไว้ในกระทู้แนะนำนิยายนะคะ :hao5:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 17.1 (29 มกรา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: kokoro ที่ 31-01-2017 00:59:28
ดูท่าท่านรักแท้คงจะได้สืบทอดกิจการแทนแน่ๆ
เพราะถึงหลานคุณหยกจะได้ไป แต่คงไม่อยากรับ
เพราะงั้นผู้ปกป้องอย่างรักแท้ต้องออกโรงค่ะ 555

รักป๊าจิณณ์จังเลย อะไรทำให้ผู้ชายคนนี้สามารถเลี้ยงเด็กๆเติบโตได้ดีขนาดนี้เนี่ย
ลูกคนแรกกลายเป็นผู้ช่วยป๊าเลี้ยงน้องได้อย่างดี
แถมยังกางปีกขู่พ่อตัวเองฟ่อๆ ตลก 555

คุณดิษย์ถือว่าเลือกคนรักได้ดีนะคะ   แล้วก็ใจแข็ง เหี้ยมขนาดรั้งไว้ทุกทางแถมยังเอาหนามตำใจ(ในช่วงแรก)มาฝากไว้อีกแน่ะ
แต่ถือว่าวัดดวงเจ๋งเลยแหละ สุดท้ายก็ได้โซ่คล้องใจไว้
ยิ่งเจ้าตัวเล็กขี้อ้อนแบบนี้ซะด้วย ชีวิตป๊าจิณณ์ก็ได้มีสิ่งเล็กๆหล่อเลี้ยงหัวใจตัวเอง
โอ่ยยยย อยากดึงป๊าจิณณ์มากอดๆๆ รักตัวละครนี้จัง

เม้นยาวหน่อยนะคะ รวบยอดหลายตอน 555



หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 17.1 (29 มกรา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: Tennyo_Y ที่ 31-01-2017 02:13:47
โอ๊ย ไม่นะ ไม่นะ ใจจะวาย ทั้งคิทเช่น ทั้งเป็นหลัก หัวใจจะวายอ่านไปก็แบบ เห้ย ไม่ ไม่สิ นักมวย ค่ายมวย ตัวบาง ฮือออ แล้วมันจะเป็นยังไงกัน อย่าหายไปนานได้ไหมคะ

เรารัก รักแท้มากเลยอะ ผชอะไร โคตรดีอะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 17.1 (29 มกรา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: Fujoshi ที่ 31-01-2017 10:16:59
โอ๊ยยยยยยย คิดเช่นของช้านนนนนนน
มาต่อเร็วๆนะคะ ค้างมากอ่ะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 17.1 (29 มกรา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 31-01-2017 13:33:10
ชักจะยุ่ง นุงนัง รักแท้จะแก้ปัญหายังไงเอาใจช่วย..ยยย
อยากอ่านพาร์ทของรักมั่นบ้าง spin off เถอะ ขอร้อง..งงงงงงงง   :call:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 17.1 (29 มกรา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: Snowermyhae ที่ 31-01-2017 22:44:36
ตบเข่าแรงมาก !! ว่าแล้วต้องคิดเช่น แต่เราเชื่อว่ารักแท้จะผ่านตรงนี้ไปได้แน่ๆ ทั้งสามคนเลย  :mew1:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 17.1 (29 มกรา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: snowboxs ที่ 01-02-2017 21:24:20
ยังปักหลักสงสารเป็นหลักอยู่
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 17.1 (29 มกรา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: joyey6217 ที่ 05-02-2017 14:45:26
หลังจากที่ไม่ได้อ่านมานาน พอได้ล่วงรู้ว่าคิดเช่นเป็นใครนี่มีอึ้ง เฮ้ย จริงดิ คิดเช่น เนี่ยนะ
แล้วเช่นไม่ได้รู้เรื่องอะไรใช่ไหม ที่เข้าหารักแท้ ตอนแรกเพราะถูกใจกันเลยไปต่อ แค่นั้นใช่ไหม ไม่ได้มีจุดประสงค์แอบแฝงหรือเป็นแผนการ(ที่วางโดยคุณหยก) แน่นะ
พอโลกมันกลมแบบประจวบเหมาะเกินไป มันเลยหวาดระเเวงไปหมด
ยังไงก็ชอบตัวละครที่ชื่อ คิดเช่นมาก แต่คิดเช่นนางก็คงมีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่ใช่ว่าใครจะมาชักจูงได้ง่ายๆ อยากเก็บรักษานาง ให้นางมีรอยยิ้มที่สดใสไปนานๆ มีความสุขกับรักแท้ เป็นหลักไปเรื่อยๆ (ถึงจะดูเหมือนว่าโตในสุดในสามคน แต่กลับเป็นที่อ่อนไหวที่สุด) ไม่อยากให้เป็นหมากตัวหนึ่งให้ผู้ใหญ่  มาใช้ช่วงชิงอำนาจกัน

ฝ่ายรักแท้ เราว่าพ่อก็วางให้เป็นผู้สืบทอด เพราะพ่อลูกคู่นี้เหมือนกันเหลือเกิน จะโดยที่รักแท้รู้ตัวหรือไม่ก็เถอะ แต่ลึกๆแล้ว นายเหมือนพ่อนายมาก ถึงปากจะบอกว่า ไม่ชอบที่พ่อปฏิบัติต่อจิณณ์และรักมั่น แต่บางทีวิธีการที่นายใช้กับเป็นหลักและคิดเช่น ที่ให้ทั้งสองอยู่กับนาย มันก็คล้ายที่พ่อทำให้จิญญ์จากไปไหนไม่ได้เหมือนกัน (ไม่ได้หล่อหลอกมอมเมาด้วยคำว่ารัก แต่ล่อหลอกด้วยเซ็๋๋กซ์)

ปูมหลังของรักแท้ พอได้อ่านเรื่องราวเบื้องหลังที่หล่อหลอมเป็นรักแท้ พอจะเข้าใจว่า ทำไมถึงต้องคอยทำตัวไร้รักไร้หัวใจ เค้าเจอมากะตัว เห็นมาตลอดว่า คนที่เค้ารักที่สุด ตกเป็นเหยื่อของความรัก ถูกความรักกักขังไว้ยังไง
รักแท้เป็นคนที่แข็งนอกอ่อนในนะ จะทำตัวเหมือนไม่สนใจแต่ก็ไม่เคยละทิ้งจริงๆได้สักที ถ้าเรียกหาก็จะมาหาป๋ากับรักมั่นทันที
อยากจะปกป้องให้ห่างจากความทุกข์ทั้งปวง อยากพาหนีไปให้ไกลแต่ก็รู้อีกนั่นแหละว่าทั้งป๋าและน้องมีความสุขมากแค่ไหนเวลาที่พ่อมาหา เลยได้แต่ขัดใจอยู่คนเดียว ได้แต่กลืนเก็บเอาไว้เพื่อให้สองคนนั้นมีความสุขต่อไป รออ่านต่อดีกว่าว่าพ่อจะขอให้รักแท้ทำอะไร
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 17.1 (29 มกรา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: twinmonkey0311 ที่ 09-02-2017 00:59:09
 :pig4: :pig4:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 17.2 (19 กุมภา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 14-02-2017 00:01:51
เหตุการณ์ในเรื่องต่อจากนี้จนจบ เป็นสิ่งสมมติทั้งสิ้น

เป็นเช่นรัก 17.2

ให้พ่อเอาค้อนมาทุบหัวเขาสักเปรี้ยง ยังดีกว่าทำกันแบบนี้

รักแท้จ้องคนในรูปถ่าย
อยู่ๆก็ไม่ชอบรอยยิ้มนี้ขึ้นมา เขาอาจไม่รู้จักเจ้าของรอยยิ้มนี้เลย

เช่น หลอกกันหรือเปล่า

แค่สงสัยก็เกิดโทสะที่เคล้ากับความเจ็บปวด
เขาโกรธทุกอย่าง
ทั้งคิดเช่น พ่อ และเส้นทางชีวิตบ้าๆ
มากที่สุดคือ โกรธที่ตัวเองเสียใจ
เหมือนโดนคิดเช่นล้วงเข้าในอกแล้วบิดเค้นหัวใจด้วยความหรรษา
เจ็บทำไม เสียใจทำไม
รักแท้ไม่ควรเสียใจแบบนี้
มันหมายความว่า เขาอาจจะ รัก เข้าแล้ว
ไม่ได้
ไม่ใช่

ดิษย์มองลูกชายคนโตที่เก็บอาการไว้ไม่ได้
เขาไม่คาดมาก่อนว่าจะได้เห็นรักแท้ในแบบนี้
มีความโกรธ ผิดหวัง เสียใจ และสับสน อยู่ในสีหน้านั้น

ชักน่าเป็นห่วง

ดิษย์ดันหลังรักแท้ให้เข้าบ้าน
รักแท้ก้าวเดิน
สมองว่างเปล่า แต่หัวใจปั่นป่วน

รักมั่นที่กำลังคุยเล่นกับจิณณ์ หยุดทันทีที่เห็นท่าทางของรักแท้

ที่โซฟา

"มั่นขึ้นข้างบนก่อนนะฮะ" รักมั่นรีบไล่ตัวเองก่อนที่จะถูกไล่

"อยู่เถอะ" ดิษย์คิดว่ารักมั่นโตพอและควรจะรู้เรื่องนี้

"ถ้างั้น..."

รักมั่นขยับเข้าใกล้รักแท้ ท่าทีกล้าๆกลัวๆ แต่ก็เอื้อมไปกอดรักแท้เอาไว้
สองมือโอบรอบตัวพี่ชายแล้วเงยหน้ามอง
รักแท้หลุดจากภวังค์ความคิด ก้มมองตอบ
พี่น้องไม่ได้พูดอะไรกัน รักมั่นแค่มองจริงๆ
สุดท้ายรักแท้ก็พยักหน้า
และคิดได้ว่า การที่รักมั่นชอบนัวเนีย แนบชิด มันมีข้อดีอยู่
หากหนาวจะคลาย หากร้อนจะเย็น

รักมั่นยิ้ม เขาเป็นเด็กสิบสี่ที่มีประโยชน์

"มีอะไรกัน พ่อ ลูก" ป๊าจิณณ์ถาม

"ทำไมป๊าถึงเชื่อใจพ่อล่ะครับ" รักแท้ในเวลานี้ต้องการความช่วยเหลือจากจิณณ์

"ต้องเริ่มจากความเชื่อที่หนึ่งก่อน" จิณณ์ตอบ

รักแท้หันมาและตั้งใจฟัง

"ต้องเชื่อว่าเขารักเรา"

รักแท้ขมวดคิ้ว

"หรือไม่ก็ต้องเชื่อว่า เขาไม่คิดทำร้ายเรา" จิณณ์รีบต่อให้จบประโยค

"ป๊าเชื่อพ่อมาตลอดเลยหรือครับ"

"เชื่อมาตลอด แต่ไม่ได้เชื่อไปทุกเรื่องหรอกนะ บางทีก็อดจะระแวงไม่ได้เหมือนกัน"

"แล้วป๊าทำยังไงครับ"

"ก็ถาม"

"เท่านั้นหรือครับ"

"ใช่ เท่านั้น อะไรที่ คาใจก็ต้องให้เคลียร์กันไป มันต้องถ่วงน้ำหนักดีๆน่ะ ระหว่าง ความเชื่อใจกับความไม่ไว้ใจ"

ก่อนจะจัดการเรื่องต่อๆไป รักแท้คงต้องเคลียร์เรื่องคาใจเสียก่อน
.
.
.
ดึกแล้วที่คอนโดของคิดเช่น
บนเตียงมีคนสองคน
คิดเช่นกอดเป็นหลักเอาไว้

เป็นภาพที่น่ารัก รักแท้ยืนมองมาสักพักแล้ว อยากจดจำมันไว้ เผื่อว่า...

รักแท้เพียงแตะมือเบาๆที่แก้มของคิดเช่น คิดเช่นก็ตื่น

พูดเสียงกระซิบ "รอตั้งนาน"

รักแท้ยิ้ม อย่างน้อยก่อนจะรู้ความจริงแบบไหนก็ตาม สิ่งที่รักแท้รู้ตอนนี้คือ คิดเช่นเป็นห่วง และคิดเช่นน่ารัก คนไม่จริงใจคนไหน จะอดทนรอกันจนดึกดื่นแบบนี้

คิดเช่นเดินตามเขาออกมานอกห้องนอน
รักแท้เปิดไฟให้สว่าง เพราะเขาอยากเห็นความจริงให้ชัดๆ

'เห็น' ไม่ใช่ 'ได้ยิน'

คิดเช่นจะพูดอะไรก็ตาม ขอให้รักแท้ได้เห็น

"มีอะไรก็พูดเถอะ" คิดเช่นไม่มีท่าทางขี้เล่นให้เห็น

นี่ท่าทางของรักแท้ดูออกง่ายมาก หรือเป็นเพราะคิดเช่นรู้จักเขาดีเกินไป

"คุณหยก" รักแท้พูดแค่นั้น

คิดเช่นขมวดคิ้ว "ทำไม"

"เขาเป็นใคร"

"เป็นน้าของผม"

"แล้วเช่นรู้ไหมว่าผมป็นใคร"

ดวงตาคิดเช่นเริ่มไหวริก ความหวั่นไหวบางอย่างฉายชัด "มีอะไรที่ผมควรรู้งั้นหรือ รักแท้"

"ทำไมถึงกลัว"

"คุณจะไม่ถามคำถามนี้ ถ้าคำตอบของคุณมันจะไม่ทำให้ผมตกใจ"

"คุณดิษย์" รักแท้พูดชื่อพ่อของตน

คิดเช่นเม้มปากแน่น ถามเสียงเบาหวิว "เขาเป็นอะไรกับคุณ"

"เป็นพ่อ"

คิดเช่นนิ่งไปเลย
นิ่งจนรักแท้เริ่มกังวล และต้องขยับเข้าใกล้ เมื่อเห็นน้ำตาหยดโต

"นี่มัน...คุณคิดว่า ผมหลอกคุณ หรือ คุณเองเป็นฝ่ายมาหลอกผม อย่าล้อเล่นกับเรื่องนี้นะรัก" คิดเช่นคนคูล ไหวหวั่นจนไม่เหลือมาด

"คุณหลอกอะไรผมอยู่หรือเปล่าล่ะ เช่น" รักแท้จ้องคิดเช่น

คนที่กำลังเหมือนจะถูกสอบสวน เงยสบ นัยน์ตานั้นมีความกลัว

กลัวว่าจะถูกเกลียด

อ่อนไหวจนเกินไป

จนรักแท้คิดว่า เขาไม่จำเป็นต้องรอฟังคำตอบอีกแล้ว

รักแท้คว้าร่างของคนที่เริ่มสะอื้นจนไหล่สั่นเข้าสู่อ้อมกอด

"ไอ้บ้า คิดว่าผมหลอกคุณใช่ไหม ไอ้คนใจร้าย คิดแบบนั้นกับผมเหรอ ใครจะไปทำอะไรแบบนั้นกัน ฮือ รักจะเกลียดเช่นเหรอ รักจะเกลียดคิดเช่นได้ลงคอเหรอ" คนอายุยี่สิบกว่าๆ ยังร้องไห้เป็นเด็กๆได้เหมือนกัน เมื่อสติแตก กับความกลัวเรื่องเดียว กลัวว่ารักแท้จะเกลียด

รักแท้ไม่ตอบอะไรคิดเช่น เขาเก็บคำตอบนั้นไว้ในใจ

เกลียดไม่ลงหรอกคิดเช่น นับตั้งแต่เวลานี้เลย เขาเกลียดคิดเช่นไม่ได้อีกแล้ว


รักแท้เชื่อสิ่งที่เขาเห็น ปฏิกิริยาของคิดเช่นตอนที่เขาถาม

คำพูดปลอมได้ แต่แววตาโกหกได้ยาก

เขาเชื่อคิดเช่น เริ่มต้นด้วย ความเชื่อที่หนึ่ง

และการถามความจริงครั้งนี้ นอกจากเพื่อพิสูจน์คิดเช่นแล้ว รักแท้ยังต้องการให้แน่ใจในบางเรื่องอีกด้วย

ความรู้สึกที่หนีไม่พ้น
.
.
.

ตอนสายๆของวันต่อมา
รักแท้ก็กลับมาที่บ้านของตนเองอีกครั้ง
รถบ้านยังจอดที่เดิม
แต่มีคนเฝ้าบ้านคนใหม่ อายุไม่เกินยี่สิบห้า ผิวคร้ามแดด

"สวัสดีครับคุณรักแท้" ชายหนุ่มที่มาเปิดรั้วเอ่ยทัก

รักแท้จึงเปิดหมวกกันน็อคขึ้น แล้วก้มหัวทักกลับ
มีรถยนต์ขับตามมาจอดต่อจากมอเตอร์ไซค์ของรักแท้
คนเฝ้าคนใหม่ เดินไปตรงฝั่งคนขับ

"เขามากับผม ให้เขาเข้ามา" รักแท้แจ้ง

คนเฝ้ามองรักแท้ ทำท่ารับทราบ แต่ก็ยกมือเคาะกระจกคนขับ
รักแท้ยิ้มมุมปาก

ไม่เลว

"ลดกระจกหน่อยครับ" คนงานคนใหม่ ยืนยันจะขอตรวจค้น

กระจกฟิล์มหนาจึงลดลงครึ่งหนึ่ง

"หวัดดีพี่ฟ้า เลิกชกมวยตั้งแต่เมื่อไหร่"

"อ้าวคุณคิด" คนเฝ้าใหม่ ที่เพิ่งรู้เพิ่มว่า ชื่อฟ้า เคยชกมวยมาก่อน ดูแปลกใจที่เห็นคิดเช่นที่นี่ "นายเรียกมาน่ะครับ" พี่คนงานตอบ

รถยนต์ของคิดเช่นเข้าจอดสนิท
คนผมยาววันนี้รวบผมเรียบร้อย เสื้อเชิ้ตขาว กางเกงยีนส์สีสุภาพ ไม่ขาดรุ่งริ่งแบบที่เคยใส่ประจำ ซ่อนดวงตาบวมช้ำไว้ใต้แว่นกันแดดเคลือบปรอท
เป็นหลักก็มาด้วย แต่งตัวเรียบร้อยกว่าที่เคยด้วยเช่นกัน
เป็นหลักรับรู้ความเป็นพิธีรีตอง และความเคร่งเครียดบางอย่างได้จากรักแท้และคิดเช่น และคิดว่า คงยังไม่ถึงเวลาที่เขาจะรู้ จึงนั่งเงียบๆมาตลอดทาง

รักแท้เดินเข้ามารับคิดเช่นและเป็นหลัก

"รู้จักด้วย"

"อือ นักชกค่าตัวเรือนหมื่นของค่าย พัฒนาฝีมืออีกสักนิดก็ขึ้นไปรับค่าตัวเรือนแสนได้ไม่ยาก"

"ทำไมรู้จัก"

คิดเช่นเหมือนจะค้อนรักแท้เข้าทีหนึ่ง "ทำเป็นลืมว่า ผมโตมาในค่าย"

"ชื่อไม่เห็นหน้ากลัว"

"เขาชื่อ ฟ้าประทาน เพราะแม่คลอดเขากลางท้องนา เงยหน้ามองฟ้า แล้วขอพรให้ลูกปลอดภัย"

"ทำไมรู้ดี" รักแท้ชักไม่ชอบใจ

คิดเช่นไม่ตอบ แลบลิ้น แล้วทำเสียง "บู่ว" ใส่รักแท้

เป็นหลักได้แต่มอง จริงๆเห็นแบบนี้แล้วเขาควรจะหัวเราะ แต่ทำไมวันนี้ถึงขำไม่ออก
.
.
.
ในบ้านมีดิษย์ จิณณ์ และรักมั่นรออยู่

คิดเช่นที่เห็นดิษย์ก็ยิ้มร่า กางแขนกว้างแล้วเดินเข้าไปกอด

"คิดถึงคุณดิษย์ คุณดิษย์ทิ้งผมแล้ว"

ดิษย์กอดตอบ แล้วเขกหัวคิดเช่นไปหนึ่งที

"คุณคิดพูดเหมือน คุณคิดเองก็กลับไปที่ค่ายตลอด"

"แหะ ความจริงคือ ตั้งแต่เผ่นออกมา คุณคิดกลับไปครั้งเดียว"

"นั่นไง"

เมื่อทั้งสองทักทายกันจนพอใจแล้ว จึงหันมาทักทายคนอื่น

"คุณจิณณ์ สวัสดีครับ" คิดเช่นยกมือไหว้ เป็นท่าไหว้ที่สวยงาม แม้แต่รักแท้เองยังแปลกใจ

"ผมชื่อคิดเช่น ส่วนเจ้านี่ ชื่อเป็นหลักครับ ฝากตัวด้วยนะครับ" คิดเช่นคนทะเล้นเหมือนพยายามร่าเริงกว่าขีดปกติของตัวเอง

เป็นหลักเองก็ไหว้ทุกคนอย่างนอบน้อม

"ผมชื่อรักมั่น" รักมั่นยิ้มจนตาหยี

"What's up" คิดเช่นทักทาย ราวกับสนิทกันแล้ว

เป็นหลักเพียงยกมือทักกลับเท่านั้น

คิดเช่น ดูเป็นมิตรมากกว่าแม้ว่าตาจะบวมตุ่ย แต่เป็นหลักกลับเงียบผิดสังเกต

รักมั่นคนชอบสกินชิพ ขยับเข้าใกล้เป็นหลัก เอาไหล่ถูไหล่

"พี่ชื่อเท่มาก มั่นชอบ" รักมั่นชวนคุย

เป็นหลักยิ้มบางๆ "ชื่อรักมั่น ก็เท่"

เจ้าของชื่อย่นจมูก "โดนล้อบ่อยมาก"

"แล้วทำยังไง"

"ก็ยิ้มสู้แล้วบอกพ่อตั้งให้เพราะพ่อรักมาก แถมมีพี่ชายชื่อรักแท้"

"ทำไม ไปบอกชื่อพี่ล่ะ" เป็นหลักสงสัย

"ก็เขาจะได้หันไปสนใจชื่อพี่ รักแท้ แทนไง ชื่อโรแมนติกกว่ามั่นอีก ผู้ชายที่มีรักแท้ ฮ่าๆ"

รักมั่นทำหน้าทะเล้น
เป็นหลักหัวเราะ ชื่อโรแมนติกเกินไปจริงๆ

รักแท้เหล่มอง แต่เห็นกับที่รักมั่นทำให้เป็นหลักผ่อนคลายลงได้ คราวนี้จะยกโทษให้รักมั่นสักครั้ง

ดิษย์ก็กำลังพิจารณาเป็นหลักอยู่เงียบๆ
เป็นหลักเป็นเด็กมัธยมที่ตัวเล็กกว่ามาตรฐานนิดหน่อย ผิวขาว แก้มแดง ท่าทางคล้ายคนที่เก็บอะไรหลายอย่างมาคิดจนปิดตัวเอง
อมทุกข์ แต่ก็ดูไม่หนักหนามากนัก
เด็กคนนี้จะรับมือกับอุปสรรคครั้งนี้ได้หรือเปล่า

"ที่มาวันนี้เพราะได้คำตอบแล้วใช่ไหม" ดิษย์เริ่มเข้าเรื่อง

บรรยากาศเปลี่ยนทันที

คิดเช่นดูจริงจังขึ้นมา พูดให้ถูกคือดูเครียดขึ้นมา

"ครับ ผมไม่ได้ถูกคุณหยกส่งมา ทุกอย่างไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง มันเป็นเรื่องบังเอิญ" คิดเช่นพูดฉะฉาน แสดงความบริสุทธิ์ใจ

"ในโลกนี้อาจไม่มีเรื่องบังเอิญ คนหลายคนถูดจัดมาให้เจอกัน" จิณณ์ยิ้มและกวาดตามอง เป็นหลัก รักแท้ และ คิดเช่น

"แล้วจะถูกจับให้แยกกันด้วยหรือเปล่าครับ" น้ำเสียงของคิดเช่นพยายามจะติดตลก แต่มันกลับฝืดเฝือ

"ยอมเหรอคุณคิด" ดิษย์ถาม

คิดเช่นสบตารักแท้ และเป็นหลัก "นี่คงเป็นอีกเรื่องที่ ผมต้องดื้อกับคุณหยก"

จิณณ์เองยังไม่รู้เรื่องโดยละเอียด หันมองดิษย์เพื่อให้เริ่มเล่าเสียที

ดิษย์วางมือบนหน้าขาของจิณณ์ แล้วเริ่มเล่าถึงเรื่องที่คุณหยกขอ

"แล้วเงื่อนไขของคุณหยกคืออะไร" จิณณ์ถามต่อ น้ำเสียงระแวดระวัง

"คุณหยกก็ให้คนสืบเหมือนกัน และรู้เรื่องระหว่าง รักแท้ คิดเช่น และเป็นหลัก เขาไม่ชอบใจหรอก ยิ่งเป็นความรักระหว่างผู้ชายด้วยกัน แบบที่เขาเคยแพ้ให้ด้วย แต่คุณหยกก็คือคุณหยก ผันทุกอย่างเป็นผลประโยชน์ได้ เขาจึงอยากได้รักแท้"

"ผมไม่ให้"

จิณณ์สวนทันที ค่ายมวยไม่ใช่งานที่ปลอดภัยนัก ลำพังแค่บริหารนักมวย เป็นโปรโมเตอร์มวยก็หนักแล้ว แต่มวยยังมีด้านมืดหลายแบบโอบอุ้มเกื้อหนุนกันอยู่ มันเป็นที่ชุมนุมของคนใจถึงจำนวนมากทั้งนักมวย นักเลง นักพนัน และนักการเมือง ดิษย์โตมาในสิ่งแวดล้อมนั้น แต่รักแท้ไม่ใช่ และจิณณ์จะไม่ให้ลูกชายของเขาไปเสี่ยง

"บางทีคุณก็เหมือน แมวแม่ลูกอ่อน" ดิษย์ยังมีอารมณ์เอ่ยเย้า

"คุณไม่กล้าเปรียบผมเป็นหมาล่ะสิ" จิณณ์ทำเสียงขึ้นจมูก

ดิษย์หัวเราะเบาๆ ก่อนเข้าเรื่อง

"คุณหยกยินดีรับรักแท้ ในฐานะคนรักของคิดเช่น เสนอให้มาอยู่ด้วยกัน แล้วช่วยกันบริหารค่ายมวย"

"มันจะไม่ใช่แค่ค่ายมวยน่ะสิ" จิณณ์กังวล อาจรวมถึง วินรถต่างๆ ธุรกิจเสี่ยงโชคบางจำพวก หรือลูกน้องที่เลี้ยงไว้ ข่าวเจ้าของค่ายมวยถูกยิงถล่มยังมีให้เห็นอยู่บ่อยๆ 

"ไม่ต่างจากตัวประกัน" จิณณ์ไม่ชอบใจ

"ใช่ ถ้ารักแท้อยู่ตรงนั้น คุณหยกรู้ว่า ผมคงไม่ได้วางมือจริงๆ รักแท้จะเป็นตัวแทนของผม"

"เงื่อนไขมีมากกว่านั้นใช่ไหมครับ" รักแท้นั่งฟังอย่างสงบ ถึงแม้จะนึกไม่ชอบใจ ที่ได้ยินคำว่ารัก ที่ดิษย์พูด แต่ก็ยังไม่อยากขัด เพราะมองเห็นว่า นี่ยังไม่ใช่สิ่งที่คุณหยกต้องการทั้งหมด

ดิษย์ทอดมองเด็กที่ก้มหน้ามองมือตัวเอง

"เขามองว่าเป็นหลักคือมือที่สาม"

ทันทีที่ได้ยิน รักแท้และคิดเช่น คว้ามือของเป็นหลักไว้คนละข้าง
เป็นหลักเงยมอง สีหน้าเรียบเฉย แต่แววตาร้าวรานอยู่เล็กๆ

นี่เขาจะหนีจาก การเป็นคนที่ใครๆก็ไม่ต้องการ ไปไม่ได้เลยใช่ไหม

"ไม่ใช่" รักแท้กระตุกมือเป็นหลัก ให้มองหน้ากัน
คิดเช่นเองก็เปลี่ยนมาโอบไหล่ลักกี้ของเขาเอาไว้

"เลยให้พ่อมาพูดกับผม"

"ใช่ ถ้ารักแท้เลือกคิดเช่น ก็ต้องเป็นคิดเช่นคนเดียว"

ที่คุณหยกฝังใจและยึดมั่นในรักเดียวนักหนา ส่วนหนึ่งคงเพราะการกระทำของดิษย์

"ถ้าผมไม่รับเงื่อนไข"

"เขาจะไม่ยกคิดเช่นให้"

"ผมโตแล้ว" คิดเช่นไม่ยอมเด็ดขาด

"ถ้าคุณคิดไม่ยอม ต่อจากนี้ ชีวิตคงไม่สงบสุขเท่าไหร่ คุณหยกคงไม่ปล่อย หลานชายคนเดียวของเขาไปง่ายๆ คุณคิดเดาได้ใช่ไหม"  ดิษย์และคิดเช่นรู้จักเธอดีในส่วนนี้

รักแท้นิ่งไปนาน เพื่อทบทวนหลายอย่าง ต่อสู้กับความสับสนร้อนรนภายในตัวเอง

"แล้วเงื่อนไขของพ่อคืออะไร" รักแท้รู้ว่าพ่อเองก็เตรียมบางอย่างไว้แก้เกมคุณหยก

คราวนี้ดิษย์หัวเราะเสียงดัง
เขาชอบใจมาก แต่กลับพูดว่า "เบื่อลูกชายรู้ทัน"

"พ่อไม่ปล่อยให้ผมลำบากหรอก" รักแท้รู้จักดิษย์ดี แบบที่ดิษย์ไม่คิดมาก่อนว่า รักแท้จะเชื่อใจเขา

"ไม่คิดว่า พ่อจะเห็นด้วยกับการส่งรักแท้เข้าค่ายมวยหรือ"

"เกือบคิดแบบนั้นอยู่เหมือนกัน แต่ผมรู้ว่า พ่อจะไม่ทำร้ายผม"

ดิษย์หันไปมองจิณณ์ คำพูดร้อยพันก็แทนความดีใจนี้ไม่จบสิ้น
ดิษย์เพิ่งรู้ว่า ถึงแม้รักแท้จะต่อต้านเขาในแบบหนึ่ง แต่ก็เชื่อใจเขาในแง่ที่เขาเป็น "พ่อคน" อยู่ตลอด

ถ้าให้ตายตอนนี้ คิดว่าตายตาหลับแล้ว

ยังสิ

รักแท้ยังมีปัญหาอยู่ รักมั่นก็ยังไม่โต เขายังตายไม่ได้หรอก

เอาล่ะ


"พ่อไม่เห็นด้วยกับการจะให้รักแท้หรือคิดเช่นเข้ามาในวงการนี้ อันตรายเกินไปสำหรับเด็กใหม่ แต่การจะขัดขวางคุณหยกก็ทำได้ยาก ปัญหาสำคัญของรักแท้จึงอยู่ที่คุณหยก"

"ผมต้องทำยังไง"

"ทำให้คุณหยก ยอมรับความรักของ รักแท้ คิดเช่น และเป็นหลัก ให้ได้ ที่เหลือต่อจากนั้น เรื่องค่ายมวยพ่อจะช่วยเอง"

"งั้นผมตกลง" รักแท้รับคำ เขาไม่จำเป็นต้องคิดมาก มีทางเลือกแค่ปกป้องคนสองคนนี้ไว้ให้ดีที่สุด

คิดเช่นยิ้ม

แต่เป็นหลักเบือนหลบซ่อนสายตาของตนไว้

ส่วนเกิน ยังไงก็เป็นส่วนเกิน

--โปรดติดตามตอนต่อไป--

ตอนที่คุณsnowboxs คอมเม้นท์ว่า สงสารเป็นหลัก เราแอบเถียงทุกทีเลยค่ะ ว่า ไม่น่าสงสารนะ เป็นหลักดูโอเค แต่ตอนนี้ต้องยอมแพ้แล้วค่ะคุณsnowboxs เป็นหลักน่าสงสารจริงๆ

คุณดิษย์ยังบอกเงื่อนไขของตัวเองไม่หมดนะคะ มันจะไปอยู่ใน 18.1 แต่ก็เป็นเงื่อนไขธรรมดา ที่ทุกคนเดาออก และอันที่จริงดิษย์ก็เคยพูดถึงไปแล้วใน 17.1ค่ะ

ใครทันอ่าน 17.2 เวอร์ชันแรก มันหายไปกับวันวาเลนไทน์แล้วค่ะ  :katai1:
หวานแบบนั้น หาไม่เจอในเวอร์ชันใหม่ ขอเก็บฉากแบบเวอร์ชันแรกไว้ใช้ตอนท้ายเรื่องนะคะ

ตอนที่โพสนี้ เริ่มเขียน 18.1 แล้วค่ะ

ขอบคุณ คุณ Fujishi สำหรับการแนะนำเรื่องนี้นะคะ

ขอบคุณที่อ่านค่ะ

#เป็นเช่นรัก

หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก
เริ่มหัวข้อโดย: snowboxs ที่ 15-02-2017 09:03:26
รอนะคะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก
เริ่มหัวข้อโดย: Fujoshi ที่ 16-02-2017 02:38:35
รอจ้าาาาาา
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก
เริ่มหัวข้อโดย: Ginny Jinny ที่ 17-02-2017 16:33:12
 :z10: :z10: :z10:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก
เริ่มหัวข้อโดย: Fujoshi ที่ 17-02-2017 21:15:27
เข้ามาดูเกือบทุกวันเลยน้าาาาาา
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก
เริ่มหัวข้อโดย: A_Narciso ที่ 18-02-2017 13:37:29
เข้ามารอค่าาา
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 17.2 (19 กุมภา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: poppycake ที่ 23-02-2017 16:59:28
โอ๊ยยยยยย เป็นหลักจะคิดมากไหมเนี่ย ><
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 17.2 (19 กุมภา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: jejiiee ที่ 09-03-2017 22:29:39
เราก็สงสารเป็นหลักนะ มันเหมือนว่าคิดเช่นกับรักแท้เป็นคนรู้จัก เป็นคนที่มีความรู้สึกให้กัน มีอะไรบางอย่างเชื่อมกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ แต่เป็นหลักกับเป็นแค่เด็กคนนึงที่ทั้งคู่มีความรู้สึกให้ และยอมรับกันและกัน
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 18.1 และ 18.2. (26 มีนา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 26-03-2017 15:42:57
เป็นเช่นรัก 18.1

ใครคนหนึ่งนั่งเหม่อมองไปนอนหน้าต่างร้าน

เรื่องนี้จะง่ายขึ้นมากถ้าไม่มีเป็นหลัก

ความคิดนี้วนเวียนอยู่ตั้งแต่ออกจากบ้านของจิณณ์
คุณหยกยอมรับความรักของคิดเช่น ที่ไม่มีเป็นหลักอยู่ในนั้น
คิดเช่นจะได้ทำงานที่รัก รักแท้จะไม่ต้องละเมิดความเชื่อของตัวเอง คุณดิษย์ไม่ต้องเดือดร้อนเพื่อออกโรงปกป้อง
เห็นไหมเป็นหลัก ชีวิตทุกคนจะเรียบง่ายและมีความสุขดี
เหมือนเอายางลบ ลบส่วนเกินมาจากภาพวาด
ให้มันสวย ไม่มีที่ติ

เป็นหลักโหยหาการเป็นที่รัก
อยากได้มาตลอด
แต่ตอนนี้คงต้องยอมรับว่า

คนอย่างเป็นหลักไม่สมควรมีใคร คนที่เกิดมาเพื่อเป็นความบกพร่องของชีวิตคนอื่น


เป็นหลักถอนหายใจ

รักแท้ที่นั่งมองอยู่ไกลๆก็ถอนหายใจเหมือนกัน
ยังอีกสักสองชั่วโมงกว่าคิดเช่นจะปิดร้าน รักแท้ตามมาหา หลังจากให้คิดเช่นไปรับเป็นหลักมาก่อน
ช่วงนี้รักแท้ยิ่งติด คิดเช่น และเป็นหลัก อยากเห็นหน้า ไม่อยากให้ห่างไปนาน
เป็นความสั่นคลอนของความรู้สึก
อยากแน่ใจว่าคิดเช่นปลอดภัยดี และ เป็นหลักจะไม่คิดอะไรที่เลยเถิดไป

แต่จากหน้าตาแบบนั้นของเป็นหลัก รักแท้คิดว่าเขากำลังจะเจอปัญหาใหญ่
จริงอยู่ว่า เงื่อนไขของคุณหยกทำให้หลายอย่างยุ่งยาก และรักแท้ไม่ชอบความยุ่งยากแทบทุกประเภท
แต่คุณหยกไม่ใช่ปัญหาเพราะถึงยุ่งยากแต่รักแท้มั่นใจว่าจัดการได้
เป็นหลักต่างหากที่เขากลัว

กำลังคิดว่าจะไป อยู่ใช่ไหม


น่าตกใจกับความรู้สึกนี้ รักแท้กำลังกลัวที่จะสูญเสีย
ความสัมพันธ์ในแบบที่กำลังเกิดขึ้นระหว่าง เขา คิดเช่น และเป็นหลักก็กำลังเกินเลยคำว่า 'ผูกมัด' ไปไกล
รักแท้ควรจะทำให้มันจบลงไป
แต่นั่นมันเมื่อก่อน ตอนที่ยังไม่เจอเด็กมอปลายในตู้โทรศัพท์ และยังไม่เจอผู้ชายผมยาวที่ลังเลกับการเลือกซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ต
โทษอะไรดี โทษฝน หรือว่าซอสมะเขือเทศ?
ต้องโทษใจของตัวเอง
หัวใจที่ดันทุรังต่อไปไม่ไหว

รักแท้มัวแต่คิด เป็นหลักหายไปจากเก้าอี้นั้นแล้ว

รักแท้ลุกพรวดขึ้น "เช่น เป็นหลักล่ะ" คิดเช่นเงยหน้าจากรายการบนโต๊ะ แล้วขมวดคิ้วยุ่ง
เท่านั้น รักแท้ก็เดาได้แล้วว่า เป็นหลักออกไปจากร้านโดยไม่บอกใคร

เขาวิ่งออกจากร้าน คิดเช่นวิ่งตาม

รักแท้มองหา และเริ่มร้อนใจ เขาวิ่งเลยป้ายทางเข้าสวนหย่อมเล็กๆ

"รัก" คิดเช่นร้องเรียก ให้รักแท้ย้อนไปหา

"อาจอยู่ในสวน" คนผมยาวร้องบอกแล้วเลี้ยวเข้าไป

คิดเช่นเป็นพ่อมดหรือเปล่า
เที่ยวเดาอะไรต่ออะไรในใจของเขากับเป็นหลักได้ราวกับมองเห็น

อยู่ที่นี่จริงๆ

ยืนอยู่ตรงนั้น  ทำหน้าเหมือนกำลังกลั้นน้ำตาเอาไว้

รักแท้ก้าวให้เร็วขึ้น กระชากตัวเป็นหลักเข้าหา
แล้วลมก็พัด กิ่งไม้ไหวโยก
จึงได้เห็นภาพคนกอดกันท่ามกลางใบไม้ที่ร่วงหล่น
อ้อมแขนนั้นแนบแน่น เพื่อให้เป็นหลักอยู่ใกล้มากที่สุด


"ไม่ให้ไป"

"ครับ?"

"ไม่ให้ไป ต่อให้ต้องล่ามไว้ก็จะทำ เข้าใจหรือเปล่า"

เท่านี้ก็มากพอแล้วสำหรับคนปากแข็ง

เป็นหลักพยักหน้าไม่หยุด แก้มเปียกน้ำตาจึงถูไปกับอกที่ชื้นเหงื่อ

"ผมอยู่แล้วพี่จะเหนื่อย"

"ยอมเหนื่อย"

"มีแต่ปัญหา" คนที่ถูกกอดจนจมไปกับอกเริ่มโยเยและเปิดเผยความกังวล

"เรื่องใหญ่คือการที่เราไม่มีเป็นหลัก นอกนั้นเป็นเรื่องเล็กทั้งหมด เข้าใจไหม"

เป็นหลักเงยมอง เพื่อให้แน่ใจว่าเข้าใจไม่ผิด

"ที่ รักกำลังจะทำก็เพื่อให้ได้เป็นหลักไว้ คุณดิษย์บอกแล้วว่าจะช่วย ถ้ารักทำให้คุณหยกยอมรับ การที่เราอยู่กันสามคนแบบนี้ได้ ที่เหลือคุณดิษย์จะจัดการให้"

รักแท้เกลี่ยมือรอบดวงตาของเด็กที่ยังสับสน ไล่ปลายนิ้วนวดตรงหว่างคิ้วที่ขมวดยุ่งให้คลายลง "เป็นหลักเป็นคนสำคัญ เข้าใจคำว่าสำคัญหรือเปล่า"

เป็นหลักเบือนสายตาหนี นั่นหมายความว่า อะไรกัน

ไม่รู้? หรือ ไม่เชื่อ?

คิดเช่นที่ยืนมองอยู่ไม่ไกล หัวเราะออกมาเบาๆ

ก็มันตลกนี่นา รักแท้ผู้ไม่เคยเชื่อในความรัก กำลังบอกว่า รัก ด้วยวิธีที่อ้อมโลก แล้วกลับกลายเป็น เป็นหลัก ที่เป็นฝ่ายไม่เชื่อในความรัก เด็กนี่กำลังสับสน ไม่มั่นใจว่าตัวเองมีค่ามากพอจะให้รัก

"ลักกี้" คิดเช่นเรียก เป็นหลักถึงกับสะดุ้ง

"มานี่" คิดเช่นไม่เคยทำหน้าแบบนี้เลย เสียงดุมากด้วย

เป็นหลักเดินไหล่ลู่ไปหา

"เช่น" รักแท้ส่งเสียงปราม แล้วสบตากับคิดเช่น

อย่าดุน้อง
 
สายตาที่ส่งมามีความหมายแบบนั้น

คิดเช่นทำเสียง "จิ๊" อย่างไม่ชอบใจ ดึงเป็นหลักเข้าหา คงแรงไปหน่อย เป็นหลักเลยเซถลา
เด็กมัธยมเงยหน้ามองคิดเช่น สายตาเว้าวอน

อย่าโกรธผมเลย

รักแท้เห็นแบบนั้นก็ก้าวเข้าใกล้ ตั้งใจจะห้าม ไม่อยากให้เป็นหลักโดนดุ แต่ต้องชะงักกึก เมื่อถูกคิดเช่นชี้หน้า

"หยุดเลย อยู่เฉยๆ"

น่ากลัวแฮะ ขนาดรักแท้เองยังไม่กล้าหือกับคิดเช่นในโหมดนี้

คิดเช่นใช้สองมือจับใบหน้าเป็นหลักเงยขึ้น เป็นหลักถึงกับหลับตาปี๋

จะโดนตบหน้าหรือเปล่า

แต่

กลับมีเสียงกระซิบที่ข้างหู

"คิดเช่นรักเป็นหลัก และที่รักแท้พูดอ้อมไป อ้อมมาทั้งหมด เขากำลังหมายความว่า รักแท้ก็รักเป็นหลัก เข้าใจไหมครับ"

เป็นหลักเงยมองคนพูด พยักหน้าอย่างเชื่องช้าและมึนเบลอ
จู่ๆก็ฝันกลางวัน และเป็นความฝันที่มีความสุขที่สุด

คิดเช่นขำ หน้าตาเป็นหลักเหมือนยังจูนไม่ติด จึงจูบลงบนหน้าผากนั้นหนักๆ แล้วเงยหน้าขึ้นยักคิ้วให้รักแท้ คนที่พอสบตาคิดเช่นแล้วรีบเบือนหนี และทำเสียงคล้ายหงุดหงิด

ขี้เก๊ก! คิดเช่นหมั่นไส้

"คิดจะหนีไปไหนอีกไหม" คิดเช่นกลับมาทำเสียงเขียวใส่เป็นหลัก

"มะ ไม่กล้าแล้วครับ" เป็นหลักมีน้ำตาคลอ คนอะไรเดี๋ยวดุ เดี๋ยวโอ๋ แล้วก็เพิ่งจะบอกว่ารักกัน แล้วตกลงจะให้ซึ้งหรือว่าให้กลัว

"ดี อย่าให้เหนื่อยมาก เพราะถึงลักกี้จะหนีอีกกี่ครั้ง เราก็จะตามจนเจอ แต่ช่วงนี้อย่าเพิ่งให้เสียสมาธิ เรากำลังจะรับศึกใหญ่ คุณหยกน่ะไม่ใช่เล่นๆนะ อย่าให้รักแท้กับฉันต้องพะวง"

"ครับ" เป็นหลักอมยิ้ม

เขาเข้าใจแล้วว่าตัวเขาเป็นชิ้นส่วนชีวิตชิ้นหนึ่งของรักแท้และคิดเช่น

"ดีมาก" คิดเช่นยิ้มร่า เหล่มองรักแท้ แล้วกระซิบสั่งเป็นหลัก "จำที่ฉันพูดให้แม่น และตอนนี้ถึงเวลาจู่โจมคนปากแข็งแล้ว"

รักแท้เกร็งตัวตั้งรับ เมื่อทั้งคิดเช่นและเป็นหลักกระโจนเข้าใส่
คนสามคนล้มลงไม่เป็นท่า

รักแท้หัวใจกระตุก เมื่อคนหนึ่งกระซิบที่หูซ้าย อีกคนกระซิบที่หูขวา
คนหนึ่งพูดยาว อีกคนพูดสั้นๆ
หูอื้อหรือเปล่า หรือว่าหูฝาด เพราะในถ้อยคำพวกนั้น

มีคำว่า "รัก" อยู่ด้วย


แย่แล้วรักแท้ นายตายแน่ๆ หัวใจทำงานอย่างหนัก ความรู้สึกหนึ่งฉีดพร่างทั่วเนื้อตัว

ยอมแล้ว

แพ้แล้วรักแท้

เป็นผู้แพ้ที่มีความสุขมากจริงๆ


-โปรดติดตามตอนต่อไป-

สั้นไปเรารู้ แต่มันควรจบเมื่อควรจบ ยาวไปจะเสียอรรถรส
ขอขอบพระคุณที่อ่านค่ะ
#เป็นเช่นรัก
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 18.1 และ 18.2. (26 มีนา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 26-03-2017 15:45:58


เป็นเช่นรัก 18.2

เงื่อนไขของดิษย์คือ ถ้าคุณหยกยอมรัก ความรักของคนสามคนนี้ได้ ดิษย์จะช่วยเรื่องค่ายมวย และรักแท้ต้องไม่มีปัญหากับการย้ายกลับมาอยู่บ้านอย่างถาวรของดิษย์

ถ้าเรื่องนี้สำเร็จ ทุกฝ่ายได้กระโยชน์

ยกเว้นคุณหยก ที่จะไม่ได้ดั่งใจ
.
.
.

"ฮัลโหล คุณหยก"

"ยอมติดต่อกลับมาแล้วเหรอคุณคิด"

"ก็คุณหยกเล่นอะไรล่ะ"

"นั่นสิ คุณหยกเล่นอะไร ไม่เห็นรู้เรื่องเลย"

"คิดบอกคุณหยกแล้ว ถ้าเรื่องความรักของคิด คิดยอมคุณหยกเรื่องแทน เท่านั้น"

"คุณหยกก็ไม่ได้ขัดขวาง ระหว่างคุณคิดกับลูกชายคุณดิษย์"

"เป็นหลักเป็นคนของคิด"

"มือที่สามน่ะเหรอ ปล่อยเด็กคนนั้นเถอะคุณคิด แล้วกลับบ้านได้แล้ว คุณหยกปล่อยให้เที่ยวเล่นมามากพอแล้ว"

.
.
.
คุณหยกเองก็รู้จักคุณคิด ของเธอดี
ถ้าว่าง่าย เชื่อฟัง คงไม่ใช่คิดเช่น
ข่าวจึงถูกปล่อย
โคมลอย ที่มีเค้าของความจริง
ธุรกิจค่ายมวยกำลังจะเปลี่ยนมือ
นายหญิงอย่างคุณหยกจะเข้ามาคุมแทน

วงการมวย กำลังมีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามา ไม่เพียงแต่ก้าวเข้าใกล้ แต่อาจเป็นการเหยียบอยู่บนบ่าของชายหลายคน
คุณหยกเริ่มปรากฏตัวในที่ ที่นายใหญ่อย่างดิษย์เคยไป
มีทั้งการตอบรับและต่อต้าน
จริงอยู่คุณหยกไม่ใช่นายหญิงคนแรกในสนามมวย แต่ที่ผ่านมาทุกคนอยู่หลังม่าน ไม่มีใครแสดงตัวชัดเจน
ไม่มีใครกล้าปรากฏตัวที่สนามมวย เพื่อดูการเจรจาต่อรอง

การเปลี่ยนมือคนคุมค่าย ถือเป็นช่วงรอยต่อที่อ่อนแอมากที่สุด
จริงอยู่ที่ตั้งแต่ดิษย์ได้รับเลือกตั้ง เขาก็คล้ายรามือจากธุรกิจนี้ไป
ตอนนั้น คนยังรู้กันดี ว่านายใหญ่ของค่ายนี้ยังเป็นคนเดิม

แต่ตอนนี้ ไม่ใช่
ถ้าคนคิดจะทำการใหญ่ ต้องชิงลงมือตอนนี้
.
.
.
เตียงนอนนุ่ม ในห้องแอร์เย็นสบาย
แต่คิดเช่นกลับกระสับกระส่าย
สุดท้ายก็ผุดลุกขึ้น ขยี้หัวตัวเองจนผมยาวนั้นยุ่งเหยิง
เมื่อคิดเช่นตื่น อีกสองคนก็ตื่นตาม
เปล่าหรอก ทั้งรักแท้และเป็นหลักไม่ได้ตื่นขึ้นมาเองด้วยความเป็นห่วง
เป็นเพราะคิดเช่นขึ้นไปนั่งทับรักแท้เอาไว้ อึดอัดจนต้องตื่น และเป็นหลักก็ถูกเขย่าตัวจนหัวโยกคลอน คนเด็กที่สุดถูกฉุดมือให้ลุกขึ้นนั่ง แต่มันง่วงมากจึงเอนหัวซบรักแท้เอาไว้ และตายังลืมไม่ขึ้น

"เล่นอะไร" รักแท้ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่เมื่อเจอจอมป่วนเอาตอนตีหนึ่ง

"หิว"

เรื่องแค่นี้เนี่ยนะ มันน่านัก รักแท้ชักอารมณ์ไม่ดี

คิดเช่นรีบยิ้มกระจบ กดจูบรักแท้แล้วผละออก

"นะครับ รักแท้"

"จะกินอะไร" รักแท้ถามพลางคำนวนว่าในตู้เย็นมีอะไรพอทำเป็นมื้อดึกได้บ้าง

"อยากกินก๋วยจั๊บ"

รักแท้เพ่งมอง คนหิวที่เริ่มมีพิรุธ
คิดเช่นเสมองทางอื่นแว่บหนึ่ง แล้วหันกลับมาอ้อนอีกหน

"แถวค่ายคุณดิษย์ ก๋วยจั๊บอร๊อย อร่อยล่ะ"

รักแท้ทำได้แค่ถอนหายใจ จะทำอะไรได้มากกว่านี้ล่ะ กระวนกระวายแบบนั้นจะดุลงได้ยังไง

"ไปแต่งตัว"

"ไม่ต้องหรอกไปชุดนี้แหละ" คิดเช่นลุกออกนอนห้องไปทั้งชุดนอนลายสไปเดอร์แมน

"พี่รัก" เด็กที่คิดว่ายังไม่ตื่น กระซิบเรียกทั้งที่หัวยังเอนซบที่ไหล่

"หือ"

"ทำไมจู่ๆ พี่เช่นเกิดเป็นห่วงคุณหยกล่ะ"

"หิวต่างหาก หิว!" คิดเช่นโผล่หน้ากลับเข้ามาแล้วเถียงเสียงดัง

"ลุกเถอะเป็นหลัก ก่อนที่เราสองคนจะถูกจับกิน" รักแท้รีบฉุดมือเป็นหลักให้ลุกจากเตียง
.
.
.
ร้านก๋วยจั๊บตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับค่ายมวย
คนที่บ่นว่าหิว กินไปได้ไม่ถึงครึ่งชาม เพราะตามัวแต่มองไปทางรั้วของค่าย

"ทำไมยังไม่กลับ"

คิดเช่นบ่นพึมพำ และรักแท้กับเป็นหลักต้องแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน ไม่อย่างนั้นจะมีคนแหวลั่นเพราะกลัวเสียฟอร์ม

หลังมื้อดึก คิดเช่นก็ยังรู้สึกไม่สบายใจ เหมือนสัณญาณเตือนภัยข้างในตัวมันดังไม่หยุด

ทำไม ทำไม คิดเช่นพลิกตัวไปมา จนรักแท้ต้องยึดตัวเอาไว้ให้อยู่นิ่งๆ

แล้วก็ได้คำตอบ


เช้ามืดวันนั้น โทรศัพท์ของคิดเช่นดังขึ้น ไล่ๆกับโทรศัพท์ของรักแท้
ข่าวเดียวกัน
รถของคุณหยกถูกลอบยิง ขณะกลับจากสนามมวย
แต่รถกันกระสุน
คุณหยกปลอดภัย
.
.
.
"เล่นแบบนี้ มันเกินไปนะคุณหยก" คิดเช่นต่อว่าไปตามสาย

"ไม่ได้เล่นอะไรเลย คุณคิด คุณหยกก็แค่ไปทำงานแทนคุณดิษย์ แต่บังเอิญมีคนไม่เห็นด้วย งานบางอย่าง คนก็ยังยึดมั่นถือมั่นว่ามันเหมาะกับผู้ชายเท่านั้น" น้ำเสียงคุณหยกฟังดูสบายๆ ไม่ตกใจกับเหตุที่เพิ่งเจอ

คนไม่เห็นด้วยอาจจะอยากได้ส่วนแบ่งตลาดที่มากขึ้น หรืออาจแค่เพราะความเชื่อที่ต่อต้านผู้หญิง จะยังไงก็แล้วแต่ คุณหยกใช้ประโยชน์จากตรงนี้

คิดเช่นทำเสียงไม่ได้ดั่งใจ "คุณหยก ใช้เรื่องนี้มาบีบคิด"

"ได้ผลไหมล่ะ"

"ได้ผลสิ"  เขาห่วง คุณหยกก็รู้

คุณหยกยิ้มกับโทรศัพท์

คิดเช่นกล่าวเสียงเบา  "คุณหยก"

"คะ?"

"คิดรักคุณหยก คุณหยกรู้ใช่ไหม"

หยดน้ำตาหยาดลงบนแก้มของผู้หญิงที่เข้มแข็งคนนี้ทันที "รู้...คุณหยกขอบคุณ คุณคิดเป็นเด็กดีเสมอ แม้ว่าคุณหยกจะเก็บคุณคิดไว้ข้างหลังมาตลอด"

"ไม่เป็นไร และคราวนี้คิดก็ยอมคุณหยกอีก แต่คุณหยกต้องเหลือที่ว่างให้คิดบ้าง"

คุณหยกนิ่งฟัง รู้ดีว่าคุณคิดกำลังจะพูดคืออะไร

"กับคนที่คิดรัก คิดขอ" มันหมายความว่า อย่าแตะ เป็นหลักและรักแท้

"ถ้าเขาดีพอ เขาจะไม่เป็นอะไร" คุณหยกไม่รับปาก

-โปรดติดตามตอนต่อไป-

สั้นอีกแล้ว แต่ไม่อยากเอา สิบแปดจุดสองไปรวมกับ สิบแปดจุดหนึ่ง เพราะอยากให้เสพความรู้สึกดีๆ ในตอนสิบแปดจุดหนึ่งให้เต็มที่น่ะค่ะ

ขอบคุณที่อ่านนะคะ

#เป็นเช่นรัก

@tonswind
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 18.1 และ 18.2. (26 มีนา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: A_Narciso ที่ 26-03-2017 16:17:41
ขอบคุณมากค่ะ
เป็นเรื่องสั้น(3P)อีกเรื่องที่ชอบมากค่ะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 18.1 และ 18.2. (26 มีนา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: joyey6217 ที่ 26-03-2017 18:11:21
ก้าวเเรกสู่สังเวียนมาแล้วเว้ยยย
สู้ไปด้วยกันเพื่อจะได้คงความเราสามคนเอาไว้
เชื่อว่ารักแท้ คิดเช่น ทำได้ และเป็นหลักหนูอย่าน้อยใจไปเลยนะ
ตอนนี้เป็นหลักคือคนสำคัญมากสำหรับรักแท้และคิดเช่นนะ
ความสัมพันธ์ของคนสามคนนี้เหมือนจะเริ่มต้นง่ายดาย แต่มันกลับผูกพันธ์ลึกซึ้งจนเกินจะบังคับให้แยกจากกันได้
และขาดใครคนใดคนหนึ่งไปไม่ได้
มาถึงตอนล่าสุดคิดเช่นสมกับที่เป็นคนที่โตที่สุดในสามคนจริงๆ กล้าชน เปิดเผย จริงใจ
พร้อมจะปกป้องและรักษาความสัมพันธ์นี้เอาไว้ มีไม้อ่อน ไม้แข็ง  เด็ดขาดแต่ก็อ่อนโยน (อวย)

ต่อไปคิดเช่นกับรักแท้จะเป็นคู่คิดที่เข้าขาได้ดีเเน่ๆ รักแท้เข้มเเข็งเป็นผู้นำเหมือนพ่อ
 ส่วนเช่นมีศาสตร์และศิลปในการประสานงาน
เป็นหลักอย่าน้อยใจ น้องก็สำคัญตรงเป็นคนสำคัญของสองคนนี้ไง
น่ารักจะตายเวลาสามคนนี้มุ้งมิ้งกัน ตอนบอกรักนี่เป็นรักแท้คงใจระเบิด

ชอบมากตอนรักมั่น ป๊าจิณณ์ ปรากฏตัว รักมั่นเป็นเด็กอายุสิบสี่ที่มีประโยชน์ มองโลกในแง่ดี (ป๊าจิณณ์เลี้ยงน้องมาได้ดีจริงๆ)
การสกินชิพของรักมั่นมีประโยชน์กับทั้งรักแท้ (แค่มองก็ปลอบโยนคนได้นะเออ) และสลายความเกร็งของเป็นหลัก
ป๊าจิณณ์มีความอ่อนโยนราวกับแม่แท้ๆ มีความเชื่อและไม่เชื่อ แต่ต้องรู้จักฟังและคิดว่าควรเชื่อดีไหม
มีความยืดหยุ่นแต่มีจุดยืนมีเหตุผล  นี่สิคุณดิษย์แกถึงไปไหนไม่รอด
ดีนะที่รักแท้เชื่อป๊าไปถามคิดเช่นก่อน ... ถอนหายใจ ที่ไม่ดราม่า ทุกปัญหามีทางออกเนอะ
 บางทีในความสัมพันธ์เราก็ต้องการความเชื่อและความไว้วางใจ  ว่าใครคนนั้นที่เรารัก จะไม่มีวันทำร้ายเรา
ทุกตัวละครต่างมีเหตุผลของตัวเอง แม้แต่คุณหยกก็ไม่ได้ร้ายมากมาย แต่แกเป็นนักพลิกวิฤติให้เป็นโอกาสนะ ยอมรับเรื่องนี้

หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 18.1 และ 18.2. (26 มีนา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 26-03-2017 20:57:41
เป็นห่วงทุกคน ขอให้ปัญหาคลี่คลายไปได้ด้วยดี   :call:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 18.1 และ 18.2. (26 มีนา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: Tennyo_Y ที่ 26-03-2017 21:49:05
บีบกันโหดดีแท้ โคตรโหด เชื่อว่ารักแท้ สามารถ ลูกคุณดิษเลยนะนั่น เป็นหลักน่ารัก เราลุ้นมากเลย

 รู้สึก สั้น แต่เราชอบ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 18.1 และ 18.2. (26 มีนา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: Fujoshi ที่ 27-03-2017 10:40:53
แล้วก็รอต่อไป
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 18.1 และ 18.2. (26 มีนา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: makok_num ที่ 27-03-2017 18:12:21
ชอบมากเลยค่ะ เป็นความชอบที่ตื้อตันอยู่ในอก บรรยายออกมาไม่ได้ ฮืออออ ทำไมเขียนดีขนาดนี้คะ เหมือนได้เข้าไปนั่งอยู่ในอกของทุกตัวละคร เค้ารู้สึกอะไรรู้สึกตามด้วยไปหมด ชอบจริงๆ ค่ะ รอนะคะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 18.1 และ 18.2. (26 มีนา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: snowboxs ที่ 27-03-2017 21:09:05
เป็นหลักมีอะไรบ้างนะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 18.1 และ 18.2. (26 มีนา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: Snowermyhae ที่ 30-03-2017 15:06:27
เหมือนเป็นหลักเป็นหลักให้ทั้งสองคนสู้ สงสารน้อง ขอให้ผ่านพ้นไปได้ แล้วทุกคนเติมเต็มส่วนเว้าแหว่งของกันและกัน มีความสุขกันซักทีนะ  :mew1:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 18.1 และ 18.2. (26 มีนา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: PingPong_Hunlay ที่ 21-04-2017 20:00:41
 :pig4:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 18.1 และ 18.2. (26 มีนา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: snowboxs ที่ 27-04-2017 11:20:14
 เข้ามารอค่ะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 18.1 และ 18.2. (26 มีนา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: КίmY ที่ 05-05-2017 22:23:05
โอ้ยย อ่านแล้วติดมากๆ เป็น 3p ที่นานๆจะเจอแบบถูกใจสักที  :m3:
รอคนเขียนมาต่ออีกน้าาา   :mew2:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 18.1 และ 18.2. (26 มีนา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: Raina ที่ 12-05-2017 09:04:47
หายไปเลย รออยู่น้าาาา   :call:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 18.1 และ 18.2. (26 มีนา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: snowboxs ที่ 13-06-2017 04:09:53
หายไปนานเลย
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 18.1 และ 18.2. (26 มีนา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: Raina ที่ 25-06-2017 07:40:25
3 เดือนแล้น กระซิกๆ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 18.1 และ 18.2. (26 มีนา 60)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 25-06-2017 16:23:33
3 เดือนแล้น กระซิกๆ

รออีกนิ้ดดดดนะคะ อย่าเพิ่งลบนะคะ  :m5:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 19.1 (28 ก.ค. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 28-07-2017 22:28:44
ต่อจากนี้ เป็นเรื่องสมมติทั้งหมด

เป็นเช่นรัก ตอนที่ สิบเก้าจุดหนึ่ง

ดูเหมือนคิดเช่นจะตัดสินใจไปแล้วตั้งแต่ได้ข่าว การลอบยิง ดังนั้นการคุยโทรศัพท์กับคุณหยก จึงเป็นการแค่การยื่นเงื่อนไข ก่อนการทำงานเท่านั้น

ในเย็นวันนั้น

“จะไปดูค่ายมวยนะ” คิดเช่นบอกกล่าวง่ายๆ

“เลือกแล้ว?” รักแท้เลิกคิ้ว

“ไม่ได้เลือก แต่เอาไว้ทั้งหมดต่างหาก” คิดเช่นแก้  “ทั้ง เป็นหลัก รักแท้ แล้วก็คุณหยก คุณคิดเช่นคนนี้อยากได้ทั้งหมดเลย”

ทำเป็นกลบเกลื่อนไปอย่างนั้น ทำไมรักแท้กับเป็นหลักจะดูไม่ออกว่า คิดเช่นกำลังเครียดพอสมควร

“อยากให้อยู่ตรงไหน” รักแท้ถาม

“ทุกที่ และทั้งคู่ด้วย” แต่แล้วคิดเช่นก็ยอมรับว่าไม่ได้เข้มแข็งกับเรื่องนี้สักเท่าไหร่ คิดเช่นเอนหัวซบกับไหล่ของรักแท้ แล้วคว้ามือเป็นหลักมาคลึงเล่น

“เด็กกตัญญู” รักแท้เย้า

คิดเช่นหันไปงับหัวไหล่ของรักแท้

“ต่อไปนี้คุณคิดเช่นต้องออกศึกแล้ว รบกวนคุณๆทั้งสอง ทำหน้าที่แฟนกตัญญูด้วย”

ในประโยคนั้นมีคำว่า “แฟน”  ในแบบทีเล่นทีจริง

“ให้พูดใหม่” รักแท้ขมวดคิ้ว

คิดเช่นก็ขมวดคิ้ว หันหน้าไปปรึกษาเป็นหลักว่าเขาพูดผิดตรงไหน

จริงๆเป็นหลักก็อยากได้ยินอีกสักครั้งเหมือนกัน “ พี่เช่นแค่พูดประโยคเดิมอีกทีก็พอ”

คิดเช่นนึกทวนอีกที ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า นี่เป็นครั้งแรกที่คิดเช่นใช้คำว่า “แฟน”

จะให้พูดอีกทีก็เขินอยู่นิดหน่อย “ก็ แฟนไง แฟนน่ะ แฟน แฟน แฟน” มีปัญหาตรงไหน

ไม่มีหรอก แต่แก้มแดงน่าดูเลย
นี่เป็นครั้งแรกอีกนั่นแหละที่เห็นคิดเช่นเขิน

“ผมจะไม่เป็นปัญหาใช่ไหม” เป็นหลักอยากได้ความมั่นใจอีกสักนิด

และคิดเช่นก็ไม่เบื่อที่จะทำให้น้องเล็กที่สุดมั่นใจ “ไม่เป็น ห้ามไปไหน ลักกี้มีหน้าที่สำคัญ”

“หน้าที่อะไร”

“ทำให้คุณหยกรัก”

นี่ก็พูดเล่นใช่ไหม
.
.
.
คุณหยก ทำอะไรว่องไวเสมอ เช้าวันต่อมา ก็ส่งคนมาเชิญคิดเช่นไปหาที่ค่าย
แน่นอนว่า รักแท้กับเป็นหลักก็ตามมาด้วย แต่ไม่ยอมนั่งรถคันใหญ่ของคุณหยก
รักแท้ขี่มอเตอร์ไซค์โดยมีเป็นหลักซ้อนท้าย
มันมีเหตุผล
รักแท้อยากให้ คุณหยกเห็นเขาในแบบที่เขาเป็น และอยากยืดเวลาให้ได้คิดนั่นนี่ระหว่างทาง ก่อนจะได้เจอกัน
เป็นหลักมือเย็น รักแท้จึงขี่รถด้วยมือข้างเดียว ใช้อีกมือกุมมือเป็นหลักเอาไว้
บ้านหลักใหญ่ ที่มีอาณาเขตเดียวกับค่ายมวย
ที่ๆคุณดิษย์เคยอยู่ ค่ายที่คุณดิษย์เคยเป็นเจ้าของ
รักแท้ยืนมองมันทั้งหมดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสืบเท้าเดินนำเป็นหลักเข้าไป
คิดเช่นอยู่ตรงนั้น ท่าทางสบายๆ แต่รักแท้สัมผัสได้ว่านี่เป็นคิดเช่นที่ไม่ปกติเท่าไหร่ และเป็นหลักเองก็รู้สึกเช่นเดียวกัน
คิดเช่นไม่ได้ชอบค่ายนี้ ไม่อย่างนั้นคงไม่เลือกออกไปทำร้านอาหารตั้งแต่แรก
อะไรกันแน่ที่คิดเช่นไม่ชอบ มวย? คือ คนในค่าย?  รักแท้สังเกตุ สงสัย แต่คงยังตอบอะไรไม่ได้ในตอนนี้
คุณหยกหันมาสนทนากับเขา

“สวัสดีค่ะรักแท้ ขอเรียกแบบนี้แทนการเรียกว่าคุณลูกเลี้ยงก็แล้วกัน”

รักแท้เพียงก้มหัวเล็กน้อย ปล่อยให้ถูกเหน็บแหนมโดยทำทีว่าไม่รู้สึก นี่ยังเป็นขอบเขตที่เขาพอรับได้ ตราบใดที่ยังไม่เลยเถิดไปจนทำให้ป๊าจิณณ์ของเขาระคายเคือง

“ขอคุณคิดคืนนะคะ”

“คุณหยก!!”

ทันทีที่คุณหยกพูด คิดเช่นก็ปรามเสียงดัง
รักแท้ยิ้ม สบตาคิดเช่นนิดหนึ่ง ส่งสัญญาณบอกว่า เขารับมือได้

“ขอบคุณคุณหยกที่ยอมรับนะครับ”

“คะ?” ยอมรับอะไรกัน

“ก็ที่ คุณหยกมาขอคิดเช่นคืน แสดงว่าคุณหยกยอมรับไปแล้วว่า คิดเช่นเป็นของผม ผมมีสิทธิ์ตัดสินใจ ให้หรือไม่ให้คืนไงครับ”

คุณหยกนิ่งไป มันซับซ้อน แต่ตรรกะนี้ถูกต้อง  ถ้าของไม่ได้เป็นของเขา เราไม่จำเป็นต้องขออนุญาต
คุณหยกตกหลุมความคิดของตนเอง นี่เผลอคิดว่า คุณคิดเป็นของผู้ชายคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
แล้วเธอก็ยิ้มและกล่าวชมสั้นๆ 

“ฉลาด”

รักแท้เพียงยิ้มรับ

“คงต้องขอให้เลิกใช้มอเตอร์ไซค์” คุณหยกเข้าเรื่อง หมดเวลาลองภูมิกันแล้ว

“ขอเหตุผลครับ”

“ภาพลักษณ์ก็ส่วนหนึ่ง ความปลอดภัยก็ส่วนหนึ่ง”  นี่คือเหตุผลของคุณหยกซึ่งรักแท้ยอมรับ

“ครับ”

“พร้อมที่จะขนของกลับมาได้เมื่อไหร่คะ” คุณหยกใจร้อน

“คุณคิดจะอยู่ที่เดิม” คิดเช่นเริ่มออกอาการดื้อให้เห็น

“ทำไมล่ะคุณคิด”

“คุณคิดจะต้องดูร้านด้วย แล้วเป็นหลักยังต้องไปโรงเรียนทุกวัน ถ้าให้ตื่นไปจากที่นี่ คงไม่ไหว”

เป็นครั้งแรกที่คุณหยกมองหน้าเป็นหลักตรงๆ เด็กน้อยค่อนข้างเกร็ง มือประสานไว้ที่หน้าตัก วินาทีที่สบตา เหมือนเป็นหลักจะกลั้นหายใจไว้นิดหนึ่ง คิดเช่นเห็นอยู่ตลอด เป็นหลักดูจะมีความกดดันมากเป็นพิเศษกับผู้หญิงอายุประมาณนี้
คิดเช่นจึงคว้ามือของเป็นหลักมากุมเอาไว้ ใช้นิ้วหัวแม่มือลูบนิ้วมือสั่นๆนั่นไปมา
สายตาของคุณหยก ตกลงมองมือทั้งสองนั่น แล้วสบตากับคิดเช่น

“ที่คุณหยกเคยแนะนำ...” เธอพูดยังไม่จบดี

“คุณคิดไม่ตกลง” คิดเช่นก็สวนขึ้นมาก่อน  คำแนะนำที่จะให้ทิ้งเป็นหลักไว้ข้างหลัง ใครจะไปยอม

คุณหยกเลือกที่จะไม่ทำให้ประเด็นนี้แตกหักกันในวันนี้  จึงหันไปพูดเรื่องอื่น

“แต่ร้านก็ควรจะปิดไปก่อน” 

“คุณคิดทำมันได้ทั้งสองอย่างนั่นแหละ คุณหยกเชื่อเถอะ”

“ทำให้เห็นจะดีกว่า” คุณหยกไม่ชอบอะไรที่มันลมๆแล้งๆ
.
.
.
ไม่ได้มีการจัดแถลงข่าวให้เอิกเริกเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้บริหารค่าย แต่ระยะหลัง กล้องต่างๆ จับภาพของ ชายหนุ่มผมยาวที่เดินยิ้มละไมอยู่ในสนามมวยได้บ่อยๆ ข้างกายมักมีผู้ชายอีกสองคน คนหนึ่งเคร่งขรึม อีกคนยังเด็ก ทั้งสามมักปรากฏตัว ในมวยคู่สำคัญ และต้องมีบทบาทอะไรสักอย่างในค่ายมวยของคุณดิษย์
ความอยากรู้มีอยู่ในทุกวงการ ไม่นาน นักข่าวสายกีฬา ก็พาดหัวในบอร์ดยอดนิยมว่า

“เปิดตัวทายาทค่ายมวยใหญ่”

เนื้อข่าว เอ่ยทำนองว่า เป็นการจับมือกันระหว่าง ลูกชายที่ไม่เคยเปิดเผยกับหลานชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณดิษย์ โดยการเข้ามาบริหารค่ายของทั้งคู่ นั้นอาจเป็นดวงที่เกื้อหนุน เพราะระยะหลัง มวยฝีมือดีของค่ายชนะแทบทุกนัด แต่เด็กที่เดินตามหลังอีกคนนั่นล่ะ เป็นใคร
รักแท้หัวเสียนิดหน่อย ทั้งๆที่เคยเตรียมใจไว้แล้ว เขาไม่ชอบให้ใครยุ่งเรื่องส่วนตัว ไม่ชอบให้ใครแตะไปถึง ป๊าจิณณ์และรักมั่น ซึ่งในตอนนี้มีแนวโน้มว่า เขากำลังจะปกป้องคนทั้งสองจากความอยากรู้ของมนุษย์ไม่ไหว
คุณดิษย์เหมือนจะเดาได้ จึงโทรหารักแท้

“ไม่ต้องห่วง” เมื่อคุณดิษย์พูดอย่างนั้นเขาก็เบาใจ เพราะอิทธิพลของคุณดิษย์ยังใช้การได้ดี

หมดกังวลไปหนึ่งเปราะ ต่อมาก็คือเป็นหลัก
รักแท้ห่วงความรู้สึกของเป็นหลัก ห่วงว่าจะคิดมากที่ถูกลุกล้ำและขุดคุ้ย ห่วงว่าจะน้อยใจในหลายๆเรื่อง แต่ดูเหมือน เป็นหลักจะไม่ได้บอบบางขนาดนั้น

“ผมไม่เป็นไร” เป็นหลักบอก “เรามีเรื่องที่สำคัญกว่า” เป็นหลักเตือน

รักแท้พยักหน้า
เรื่องที่เป็นหลักพูดถึง เป็นปัญหาที่ต้องแก้ในแต่ละคืน ที่นักมวยขึ้นชก
การชกแต่ละครั้ง มีธุรกิจอื่นแฝงอยู่ด้วย มูลค่าสูงลิบ การแพ้หรือชนะแต่ละครั้งจึงเป็นมากกว่า ศักดิ์ศรีและเงินรางวัล
ฝีมือ อาจไม่พอสำหรับวงการนี้ ไหวพริบและเล่ห์เหลี่ยมก็สำคัญมาก
ไม่กี่อาทิตย์หลังจากที่คิดเช่นเข้าคุมค่าย ก็ได้สายข่าวรายงาน ว่า มวยในคืนนี้ ต้องระวังเป็นพิเศษ
ในคืนนั้นจึงเป็นคืนแรกที่ คิดเช่น รักแท้ และ เป็นหลัก ปรากกฏตัวพร้อมกันที่สนามมวย
มีคำสั่งจากคิดเช่นให้เข้มงวดกับน้ำและเครื่องดื่มต่างๆของนักมวยเอกเป็นพิเศษ
มีบางคนลงทุนกับคู่ตรงข้าม และนักมวยของเขาอาจถูกวางยา
ช่วงสองนัดแรก พวกเขายังพลาด นักมวยของเขาถูกวางยาถ่ายครึ่งหนึ่ง ครั้งต่อมาเป็นยานอนหลับ ทั้งๆที่ น้ำนั้นเตรียมมาจากค่าย

พลาดตรงไหน  ใต้รอยยิ้มละไมของคิดเช่น ที่แท้กลับกำลังเดือดปุด หรือว่า มีใครสักคนหนึ่งในค่ายที่เป็นหนอน
ในนัดที่สาม หลังนักมวยชั่งน้ำหนัก มักจะดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ชดเชยเหงื่อที่รีดออกไป ภาพสนามมวยอันวุ่นวาย มีผู้คนโหวกเหวก ทุกอย่างดูสับสน แต่เป็นหลักกลับเห็นรายละเอียดต่างๆชัดเจนกว่าคนอื่นๆ  มีผู้ชายคนหนึ่งเพิ่งไปช่วยจัดร้านขายน้ำตรงนั้น จากนั้นคนของคิดเช่นก็ไปซื้อเครื่องดื่มเกลือแร่มาจากร้านนั้น เปิดตู้แช่ และหยิบขวดหนึ่งออกมา ไม่มีพิรุธอะไร
แต่คืนนั้น นักมวยของเขาถูกวางยา ขึ้นชกและแพ้ไม่เป็นท่า
เมื่อกลับถึงคอนโด เป็นหลักจึงบอกเรื่องที่สงสัย ว่าอาจมีคนพยายามเอาเครื่องดื่มที่มียา ไปวางปะปนในร้านค้าที่สนามมวย
ในนัดถัดไป เครื่องดื่มต่างๆจึงถูกเตรียมไปจากค่าย คิดเช่นเป็นคนไปซื้อจากร้านสะดวกซื้อและยื่นให้นักมวยด้วยตนเอง

นักมวยจึงได้ใช้ฝีมือของเขาอย่างเต็มที่

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม ระยะหลังๆ ค่ายของคุณดิษย์ถึงเป็นที่สนใจขึ้นมาอีกครั้ง
ไม่ใช่ดวงเกื้อหนุนที่ไหนหรอก

--โปรดติดตามตอนต่อไป—

หายไปนานนนนนนเลยค่ะ สี่เดือนกับอีกสองวัน
มันหลุดๆ ไปตรงไหนบ้างหรือเปล่าคะ น่าจะหลุดมู้ดเดิมไปพอสมควรเลย  :sad4:
รบกวนด้วยค่ะ ที่ #เป็นเช่นรัก
ขอบคุณที่รอ ขอบคุณที่ยังกลับมาอ่านกันนะคะ
@tonswind
 
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 19.1 (28 ก.ค. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 28-07-2017 22:47:01
หายไปนานเลย..คิดถึง   :m17: :m17: :m17:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 19.1 (28 ก.ค. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: A_Narciso ที่ 01-08-2017 21:18:33
 o18 คิดถึงเรื่องนี้มากค่ะ....รอมาตลอดเลย  ขอให้ตอน 19.2 ไม่นานจนเกินไปนะคะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 19.1 (28 ก.ค. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: MorethanMore ที่ 02-08-2017 04:31:57
นานมาก คิดว่าไม่หลุดนะคะ แต่อารมณ์ พลิกพอสมควรอยู่ 5555

รอเสมอ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 19.2 (28 ก.ค. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 05-08-2017 22:17:58
เป็นเช่นรัก ตอนที่ 19.2

ถ้าหาคิดเช่นไม่เจอที่ร้านอาหาร ก็แสดงว่าคิดเช่นอยู่ที่ค่ายมวย คิดเช่นไม่เคยกำหนดวันที่แน่นอนว่าในหนึ่งอาทิตย์ จะเข้าร้านวันไหน เข้าค่ายวันไหน
เพื่อไม่ให้ทุกอย่างเป็นระบบ คาดการณ์ไม่ได้ ดักเจอไม่ได้
เพราะค่ายมวยที่คิดเช่นดูแลอยู่กำลังจะเปลี่ยนไปช้าๆ หลายครั้งแล้วที่คิดเช่นทำให้การขึ้นชกมวยพลิกไปจากที่บางคนวางไว้
คนกลุ่มนั้นสูญเสียรายได้ คิดเช่นถูกเขม่นเสียแล้ว
ดังนั้นต้องระวังตัว

คุณหยกไม่ชอบใจเรื่องนี้สักเท่าไหร่

“คุณคิดกำลังจะทำปัญหาหรือเปล่า” วันหนึ่งคุณหยกเข้ามาเตือน

“คุณหยกดูบัญชีอยู่นี่นา คุณหยกก็น่าจะเห็นว่าคุณคิดไม่ได้ทำรายได้หายไปเลยสักบาท”

คุณหยกถอนหายใจ “แต่คนพวกนั้นอยู่กับมวยมานาน คุณคิดไปขัดรายได้เขา”

“เปล่าสักหน่อย ใครจะเล่นอะไร คุณคิดไม่ได้ขวาง คุณคิดก็ไม่ได้เกิดมาเพื่อพิทักษ์โลก ขนาดนั้นหรอก แต่มันต้องไม่ตุกติกไง”

“บางกลุ่ม เป็นกลุ่มที่เราใช้งานอยู่”

“ก็ถึงเวลาที่เราต้องคัดคนที่เราทำงานด้วยแล้วล่ะคุณหยก คนที่พร้อมจะโกงได้ตลอดนี่ ก็ตัดๆทิ้งไปเถอะ คุณหยกเคยได้ยินไหม คบคนพาลพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปกินแมคโดนัลด์”

คุณหยกทำหน้าเหมือนอยากจะตีคิดเช่นแรงๆสักป้าบ “ยังจะมาทำเป็นเล่นมุก คุณหยกไม่เล่นด้วยหรอกนะ”

“อ้าว ไม่แก้สำนวนนี้ให้คุณคิดหน่อยเหรอ”

คุณหยกไม่สนใจ

“มันไม่ได้ง่ายๆเหมือนกับการยื่นซองขาว ให้คนออกจากงานหรอกนะ เราพึ่งพากันมานาน ไม่มีธุรกิจพวกนี้ คนพวกนี้ ใครจะอยากดูมวย”

“มีสิคุณหยก ดูมวยเพียวๆให้มันเป็นกีฬา สนุกจะตาย”

“ไหนคุณคิดบอกว่า ยอมไม่ได้แค่เรื่องล้มมวย” ฟังดูแล้วเหมือนจะล้างบางมากกว่า

หยกเริ่มไม่แน่ใจว่า คิดถูกหรือเปล่าที่ให้คิดเช่นมาคุมค่ายมวย
เหมือนคิดเช่นทำเป็นไม่อยากจะยุ่งกับวงการนี้ แต่พอสบโอกาสก็เข้ามาเปลี่ยนมัน ในทิศทางที่อยากให้เป็น
การกระทำหลายอย่างสัมผัสได้ว่า นี่เป็นสิ่งที่คิดไว้นานแล้ว
คุณหยกมองดูผู้ชายที่เธอเลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อย

ซ่อนอะไรไว้เยอะแยะเชียว

คุณหยกหรี่ตามองคิดเช่น

“คุณคิดหลอกคุณหยก”

“อารายกัน ไม่เห็นรู้เรื่อง” คิดเช่นยิ้มเผล่

“คุณคิด คุณหยกเริ่มเป็นห่วงจริงๆแล้วนะ”

“คุณคิดไม่เป็นอะไรหรอก คุณหยก”

ขอให้เป็นอย่างนั้น


คิดเช่นเอนตัวพิงกับเก้าอี้หนานุ่มในห้องทำงาน หลับตาเพื่อผ่อนคลายอย่างเหนื่อยล้า
การดูแลกิจการสองอย่างพร้อมกันทำเอาหมดแรง
จับปลาสองมือมันเหนื่อยจริงๆด้วย ดีที่ รักแท้กับเป็นหลัก ไม่ได้กลายเป็นปลาที่ดิ้นขลุกขลักจนจับตัวยากไปด้วย
ไม่อย่างนั้นคิดเช่น อาจไม่มีแรงจะทำอะไรพวกนี้
‘อะไรพวกนี้’ ที่คิดเช่นไม่ยอมรับกับคุณหยก

บางทีคุณคิดก็อยากเล่นบทผู้พิทักษ์บ้างนะคุณหยก


ประตูเปิด แต่คิดเช่นไม่แปลกใจอะไรกับการถือวิสาสะนี้
ยังคงพักสายตาอยู่แบบนั้น
พอใกล้ ก็รู้ได้เอง ว่านี่คือ รักแท้

คนที่เดินอ้อมมาหยุดหน้าเก้าอี้ทำงาน โน้มตัวเข้าหา เคาะเบาๆที่หน้าผากของคิดเช่น แล้วปล่อยให้คนผมยาวซุกหน้าลงบนตัวของเขา

“เรียนเหนื่อยไหม” เสียงคำถามอู้อี้ เพราะคิดเช่นซุกหน้าอยู่อย่างนั้น เพื่อสูดดมกลิ่นของรักแท้

ตัวของรักแท้ตอนนี้ไม่มีกลิ่นไอแดด

“พาไปขี่รถเล่นหน่อย” คิดถึงกลิ่นแบบนั้นจัง กลิ่นของความอุ่นร้อนที่เคล้ากับกลิ่นเหงื่อของรักแท้

หนีไปเที่ยวเล่นสักสองสามชั่วโมงน่าจะดี

รักแท้โอบคนที่ยังคลุกหน้าไปมากับพุงของเขาให้แนบชิดมากขึ้นอีกนิด

ช่วงหลังมานี้รักแท้ได้ข้อสรุปว่า เวลาคิดเช่นเหนื่อย จะอ้อนมากเป็นพิเศษ

ซึ่งมันน่ารักดี

เขาจับปลายผมของคิดเช่นเล่น สะบัดมันไปมา

ที่จริงก็คิดถึงมอเตอร์ไซค์ของตัวเองเหมือนกัน แต่…

“นั่งรถเล่นแทนแล้วกัน”

มันเป็นรถนำเข้าที่คุณดิษย์หาให้เขาสามวันหลังจากที่ยกหูไปขอ
รักแท้ไม่เคยขอของอะไรจากคุณดิษย์เลย แทบจะเพิกเฉย ไม่ยินดีกับทุกอย่างที่คุณดิษย์ซื้อให้

แต่ครั้งนี้

“พอขอทีก็เล่นของหายากเลยนะเจ้าลูกชาย” คุณดิษย์ทำเหมือนจะบ่น แต่น้ำเสียงกลบความปลื้มใจไว้ไม่มิดเพราะในที่สุดก็สามารถจะเป็นพ่อที่ลูกชายพึ่งพาได้


BMW X5 คันนี้เทอะทะไปสักหน่อยสำหรับรักแท้ แต่พอรู้ว่าคุณดิษย์ตั้งใจอย่างมากที่จะหามาให้
รักแท้จึงไม่คิดจะเปลี่ยน

“ปกติมันใช้เวลาติดตั้งกันเป็นเดือน แต่พอรักโทรมาเท่านั้น คุณดิษย์ โทรไปเร่งลูกน้องทันทีเลย ถามแค่ว่า ‘ที่สั่งไว้ได้หรือยัง’ ป๊าเดาว่า พ่อเขาคงเตรียมการณ์ไว้ให้รัก มาสักพักแล้วล่ะ” ป๊าจิณณ์โทรมาเล่าให้ฟัง

ตอนนี้รักแท้จึงกลายเป็นหนุ่มหล่อน่าจับตามองที่สุดคนหนึ่งในมหาวิยาลัย

“โอโห ไอ้รัก แม่ง ปกติก็หล่อแบบสาวยอมให้ฟันไม่มีข้อแม้อยู่แล้ว ตอนนี้เปิดตัวว่าทั้งรวยทั้งดัง มึงเหลือที่ให้พวกกูยืนบ้าง”

“เออ ทำไมมึงไม่เคยบอกเลยวะ ว่าพ่อมึงรวยขนาดซื้อรถคันหลายล้านให้มึงขับ แถมยังเป็นคนใหญ่คนโตซะด้วย”

รักแท้แทบไม่ตอบอะไร ได้แต่โบกมือไล่ไอ้เพื่อนทั้งหลาย ที่บ่นอะไรห่ามๆไปตามเรื่อง พวกมันก็พูดมากอย่างนี้เป็นปกติอยู่แล้ว แค่เขาขับรถอีกแบบ คงไม่ได้ทำให้ความเป็นเพื่อนเปลี่ยนไปมากนัก

รักแท้ไม่ชอบถูกจับตามอง การเป็นนักศึกษามอซอแบบเดิมก็ดีอยู่แล้ว แต่ที่เขายอมตกเป็นเป้าความสนใจขนาดนี้

ก็เพราะมอเตอร์ไซค์มันติดตั้งอุปกรณ์กันกระสุนไม่ได้

และเพื่อให้คนที่อ้อนกอดเขาอยู่ตรงนี้ปลอดภัย

“ช่วงนี้ฝนตกทุกเย็น ขับมอเตอร์ไซค์ไม่สนุกหรอก” รักแท้กล่อม

คิดเช่นที่รู้เหตุผลดีว่าทำไมรักแท้จึงเลิกขับมอเตอร์ไซค์ เงยขึ้นจากหน้าท้องแน่นๆของรักแท้แล้วปากยู่ๆ

เป็นห่วงใช่ไหมล่ะ

“ก็ได้” เขาไม่ดื้อหรอก ก็รู้อยู่ว่า มันเสี่ยงไป เกิดโดนดักตีหัวล่ะก็ เสียโฉมแย่เลย อีกอย่าง ถ้าเป็นมอเตอร์ไซค์ เป็นหลักจะไปด้วยไม่ได้

เอาไว้หลังจากนี้อีกสักพักก็แล้วกัน เขาคงได้ชีวิตชิลๆแบบของเขาคืนมา

“ลักกี้ไปไหน”

ก็รักแท้ไปรับเป็นหลักจากโรงเรียน แต่ทำไมเข้ามาคนเดียว

“ชวนแล้ว แต่ไม่เข้ามา”

“ทำอะไร” คิดเช่นสงสัย เป็นหลักที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับที่นี่สักเท่าไหร่ ไม่น่าจะคุยกับใครข้างนอกจนติดลมไม่ยอมมาหาเขา


ข้างนอกนี่มีเสียงครึกโครม เพราะนักมวยหลายคู่กำลังลงนวม

เป็นหลักยืนอยู่ข้างเวทีมวยดูนักมวยเด็กสองคนกำลังซ้อม

คิดเช่นเดินไปข้างๆ พาดมือบนไหล่

เป็นหลักหันมายิ้มให้นิดหนึ่ง แล้วกลับไปตั้งใจดูคู่ชกบนเวที
เด็กชายคนหนึ่งเพิ่งจะตัวสูงเลยขอบเชือกมานิดเดียว

“เด็กพวกนี้อายุเท่าไหร่” เป็นหลักถาม

“อืมมม โก้ อายุสิบสองมั้ง อีกคนชื่อ เหม่ง อายุสิบสี่”

เป็นหลักหันมามองหน้าของเขา “มันเจ็บไม่ใช่เหรอ ทำไมให้เด็กชก”

“ลักกี้ เป็นห่วง เจ้าเปี๊ยกสองตัวนี้เหรอ เด็กพวกนี้ตามญาติ ตามพี่ มาอยู่ที่ค่ายนี้ คนไหนมีแวว ก็ถูกจับมาปั้นมาฝึกฝีมือ เผื่อเป็นมวยเอกได้ในอนาคตน่ะ”

“แต่มันผิดกฎหมาย” ลักกี้ท้วง

“ลักกี้รู้เรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ”

เป็นหลักล้วงเอามือถือขึ้นมา เปิดให้คิดเช่นเห็นหน้าเว็บหนึ่งที่อ่านค้างไว้

“พระราชบัญญัติกีฬามวย”

คิดเช่นอึ้งไปนิดหน่อย โอโหเขามีแฟนเป็นเด็กมัธยมที่สนใจอ่านพระราชบัญญัติด้วยอ่ะ เท่ห์สุดๆ

“ยังไม่ได้ให้ขึ้นชกสังเวียนจริงเลยลักกี้ ต้องรออายุสิบห้าก่อน”

เป็นหลักเม้มปากนิดหนึ่ง “แต่ผมว่า เด็กพวกนี้ควรสวมเฮดการ์ด อีกอย่าง ควรถามความสมัครใจของเขาด้วย อย่าเอาเงินไปล่อ”

คิดเช่นมองดูเป็นหลักให้ถ้วนถี่อีกครั้ง แล้วยิ้มออกมา
ในขณะที่เขามัวแต่ตะลุยไปข้างหน้า โดยไม่สนใจรอบข้าง เป็นหลักกลับช่วยเก็บรายละเอียดในส่วนนั้นให้
คิดเช่นอยากจะคว้าคอของเป็นหลักเข้าใกล้แล้วจูบขอบคุณเสียตรงนี้เลย
แต่ดูเหมือนเป็นหลักจะรู้ทัน และอีกคนที่ยืนด้านหลังก็รู้ทัน
รักแท้ส่งเสียงกระแอม แล้วกระตุกทรงผมหางม้าของคิดเช่น แทนการเตือนสติ

“เช่น ไว้ค่อยไปรักกันในห้อง”

เป็นหลักหน้าแดง ลามไปตลอดลำคอและคาดว่าใต้คอเสื้อนักเรียนนั่นก็คงจะแดงไปด้วย

ก็เป็นเสียแบบนี้ น่าขย้ำที่สุด

รักแท้แอบดึงหางม้าของเป็นหลักให้แรงขึ้น จนหน้าหงาย ด้วยความหมั่นไส้ กับสายตาแบบนั้นของคิดเช่น
ก่อนผละไปหาครูมวยที่ยืนพิงอยู่มุมเวทีแล้วกระซิบอะไรกันนิดหน่อย

ครูมวยก็ตะโกนสั่งว่า “ไอ้โก้ ไอ้เหม่ง วันนี้พอแค่นี้”

นักมวยเด็กหยุดตามคำสั่งด้วยความงง แต่หลังจากนั้นถอดนวมเก็บของเสร็จ ก็กระดี๊กระด๊า เข้ามาหาเป็นหลัก

“พี่เป็นหลัก ไปกินติมกัน”

เห็นไหมล่ะ เด็กก็ยังเป็นเด็ก

“ไอติมไร ไหน ไม่เห็นรู้เรื่อง” คิดเช่นถามเสียงเข้ม

ทำเอาเจ้าโก้กับเหม่ง หดหัวกลับไป ลดความร่าเริงลงนิดหน่อยแล้วตอบเสียงอ่อย

“พวกผมชวนพี่เป็นหลักเอาไว้ ว่าปากซอยมีไอติมตักเจ้าอร่อย”

“ลักกี้ไม่เห็นขอเค้าเลย” คิดเช่นหันกลับมาทำเสียงง้องแง้งใส่เป็นหลัก

เป็นหลักหัวเราะเบาๆ คิดเช่นไม่เคยปกปิดอะไรเลย คนในค่ายมองกันใหญ่แล้ว

จะมองด้วยสายตาแบบไหนก็ตาม การเปิดเผยนี้ก็เท่ากับการยกย่อง

คนที่นี่ยอมรับรักแท้ได้ไม่ยาก เพราะเป็นลูกของคุณดิษย์ แต่กับเป็นหลักนั้นเป็นอีกแบบหนึ่ง
สายตาหลายคู่ เคลือบแคลง ทิ่มแทง บางคู่ดูหมิ่น

ตอนนี้ ลูกค่ายน่าจะเข้าใจชัดขึ้นแล้วว่า เป็นหลักคนนี้สำคัญระดับไหน

เป็นหลักเอียงตัวเข้าใกล้ พูดเบาๆว่า

“พอแล้วครับ ได้ผลแล้ว”

“คราวหน้าถ้ามีใครมองลักกี้ของเค้าแบบนี้อีก คุณคิดเช่นจะประกาศออกโทรโข่ง ว่านี่แฟนผม”

เป็นหลัก กระเด้งตัวออกห่าง ใบหน้าที่เริ่มเป็นปกติ กลับมาร้อนวูบวาบ

เป็นหลักรู้ว่า คิดเช่นจะทำจริงๆ

“และเป็นแฟนของรักด้วย”

เพราะมัวแต่เขินคิดเช่นจึงโดนรักแท้ที่ปกติปากแข็งยิ่งกว่าใครกระซิบข้างหูแบบนั้น


เดินหนีเลยก็แล้วกัน



ท้ายสุดคณะที่เดินมากินไอติมก็พ่วงเอาคิดเช่นกันรักแท้มาด้วย

เจ้าโก้กับเหม่งดูจะเข้ากันดีกับเป็นหลัก

พูดให้ถูกคือ โก้กับเหม่ง มาวอแวล้อมหน้าล้อมหลังเป็นหลัก

“พี่เรียนโรงเรียนนั้นจริงอ่ะ มันโคตรไกลเลยนะ”

“จริง”

“สาวสวยป่ะ”

“ก็ธรรมดา”

“แล้วเรียนยากป่ะ แล้วพี่จะเรียนต่อที่ไหนอ่ะ”

“พี่เล่น rov ป่ะ”

.
.
.
และอีกหลายคำถามตลอดทาง จนไปถึงร้านไอติม

“อยากกลับบ้านไหม” เป็นหลักถามเด็กสองคนที่กำลังจ้วงไอติม

“หึ” เพราะคาบช้อนไอติมอยู่ โก้เลยส่งเสียงปฏิเสธ

“ไม่อยากหรอกพี่ ที่นี่สบายกว่ากันเยอะ อยู่บ้านผมต้องหาขุดของกินในป่า ลำบาก บางทีก็หิว”

“แล้วพ่อแม่ไม่ได้ทำงานเหรอ”

“มันไม่พอกินหรอกพี่ ลูกตั้งเจ็ดคน ผมนี่คนที่ห้า”

“คล้ายกันพี่ อยู่นี่ดีกว่า” เหม่งเสริม


อยู่ค่ายมวย อย่างน้อยก็ได้เรียน มีข้าวกิน แต่ก็ต้องซ้อมมวย ถึงจะเจ็บและต้องฝึกหนัก

“ชอบชกมวยเหรอ”

“ไม่รู้อ่ะพี่”

“อ้าว ทำไมไม่รู้”

“มันดีที่สุดตอนนี้แล้วอ่ะพี่ ผมก็ต้องทำ มันเลือกไม่ได้ว่า ชอบหรือไม่ชอบ”

เป็นหลักมองเด็กชายทั้งสอง แล้วได้คิดว่า คนเราเติบโตมาต่างกัน มีความทุกข์ติดตัวมาต่างกัน

บ้างขาดรัก บ้างขาดสิ่งดำรงชีวิต

คิดเช่นกับรักแท้ นั่งมองเด็กมัธยมคุยกัน และสังเกตเห็นว่า เป็นหลักกำลังดำดิ่งอยู่ในความคิดของตัวเอง

รักแท้แตะไหล่ของเป็นหลักและลูบมันไปมา

เป็นหลักยิ้ม “ไม่เป็นไรครับ แค่คิดอะไรนิดหน่อย แต่ว่า พรุ่งนี้ พี่เช่นซื้อเฮดการ์ด ให้เจ้าโก้กับเหม่งใส่ซ้อมได้ไหมครับ”

“ย่อมได้”

มีงานวิจัยว่า นักมวยเด็กได้รับความกระเทือนที่สมองอยู่จำนวนหนึ่ง เป็นหลักเป็นห่วง

เลิกหมกมุ่นกับความทุกข์ของตนเอง เพื่อออกมามองเห็นหัวใจของคนอื่นได้แล้ว

เก่งมากเป็นหลัก


นี่เป็นการมากินไอติมด้วยกันครั้งแรกของ เป็นหลัก รักแท้ และคิดเช่น
ถึงแม้จะมีก้างมาด้วยถึงสอง ถึงแม้จะไม่ได้คุยอะไรกันเป็นการส่วนตัว

แต่วันนี้ ก็ได้รู้ว่า คนที่กินไอติมเก่งที่สุดคือคิดเช่น

ที่บอกว่าตามมาคุมเป็นหลัก นั่นน่ะมันข้ออ้างชัดๆ

การบอกว่า ตัวเองชอบกินของหวาน มันไม่เสียฟอร์มหรอกนะ



ระยะทางจากปากซอยกลับมาค่ายไม่ไกลมาก คิดเช่นกำลังคิดจะชวน รักแท้กับเป็นหลักค้างที่นี่สักคืน แต่ว่า

“คิด”

“แทน”

นักมวยสากลคนเดียวของค่ายที่เพิ่งกลับจากการป้องกันเข็มขัดรุ่นมิดเดิ้ลเวท

“ดีใจที่ได้เจอคิดอีก”


—โปรดติดตามตอนต่อไป—
ข้อมูลเรื่องมวย ค่ายมวย หรือศัพทเทคนิคบางคำ หากผิดพลาดขออภัยด้วยนะคะ ชี้แนะได้ค่ะ
#เป็นเช่นรัก
ขอบคุณเช่นเดิมค่ะ
ตอนนี้มาเร็ว  :katai2-1:
@tonswind
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 19.2 (5 ส.ค. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 05-08-2017 22:50:08
ก็เป็นเสียแบบนี้ น่าขย้ำที่สุด... :z1: :z1: :z1:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 19.2 (5 ส.ค. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: MorethanMore ที่ 05-08-2017 23:59:49
เหอะ แทน เหอะ แทน เป็นหลักน่าขย้ำ จริง ๆ ควรให้หลักกับเช่นขย้ำกันเองบ้างเราจะนิพพานเลยคร่า555555 หลักน่ารัก
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 19.2 (5 ส.ค. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: Ginny Jinny ที่ 06-08-2017 18:49:46
แทนคือ... :hao4: :hao4: :hao4:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 20.1 (18 ส.ค. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 18-08-2017 18:10:21
คำเตือน มันสั้นมาก แต่ อ่านเถอะนะคะ :m5:

เป็นเช่นรัก ตอนที่ 20.1



ดีใจอะไรกัน

คิดเช่นมีท่าทางเปลี่ยนไปจากเดิมจนทุกคนรู้สึกได้

ยิ้มแบบนั้นมัน…

บอกไม่ได้ว่าเป็นยิ้มจริงๆหรือเปล่า นี่เป็นคิดเช่นแบบที่รักแท้ไม่เคยเห็น รักแท้ค่อนข้างตกใจ จนอยากจะกระชากตัวมากอดไว้แน่นๆ
เป็นหลักขยับตัวมาบังสายตาของแทนไว้

หึ! ตัวเท่าลูกหมา บังยังไงก็ไม่เป็นผล

แทนยังมองเห็นคิดเช่น เขาเห็นความหวั่นไหวเล็กๆอยู่ในนั้น เท่านั้นก็พอให้ในใจโห่ร้อง

รักแท้ก็อยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นเช่นกัน
รักแท้พยายามเข้าใจ ว่าสำหรับคิดเช่นแล้ว มันคงยากที่จะเปลี่ยนความรักเป็นหมดรัก
แต่อย่างน้อย ในแววตานั้น ก็ไม่ใช่แบบที่คิดเช่นใช้มองเขา หรือมองเป็นหลัก

น่าจะไม่ใช่

รักแท้คิดว่า ไม่มีความจำเป็นที่ต้องแสดงตัวในตอนนี้ ทำอย่างนั้นมันดูร้อนรนเกินไป ทำแบบนั้นจะทำให้เข้าใจได้ว่า เขาเองก็รู้สึกถึงความคลอนแคลนทันทีที่แทนก้าวเข้า
แต่นักมวยคนนั้นกลับหันมองเขา แล้วคล้ายๆจะ ผงะ เล็กน้อย
รักแท้จึงยิ้ม และมองกลับ โดยใช้สายตา แบบในวันนั้นที่เจอกันที่โรงพยาบาล วันที่เขาไปเตือน ไม่สิ ไปสัญญาเอาไว้

ในทันที แทนก็จำเขาได้
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ นักมวยต้องสัมผัสกับความรู้สึกประเภทนี้อยู่บ่อยๆ จนตรวจจับกันได้ง่ายๆ หรือเป็นเพราะว่า การสื่อสารทางสายตาของรักแท้มีประสิทธิภาพมาก
แต่จะด้วยแบบไหน
มันแสดงว่า แทนยังไม่ลืมสิ่งที่รักแท้พูดในวันนั้น

รักแท้ยิ้มอีก อย่างเย็นเยียบ
ภาพของเป็นหลักในวันนั้น ทำให้เขานึกถึงมีดสักเล่ม
แต่ถ้านี่เป็นเกมต่อสู้ แทนไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่สมศักดิ์ศรี ถึงแม้จะเป็นนักมวยมีชื่อ ถึงแม้จะดูยิ่งใหญ่ แต่สำหรับรักแท้แล้ว วิธีคิด การเอาเปรียบ ทำให้รักแท้จัดแทนไว้ในลำดับที่น่ารังเกียจเกินกว่าจะทะเลาะด้วย

ถ้าไม่จำเป็นน่ะนะ


ระหว่างรักแท้ กับ เป็นหลัก อะไรบางอย่างบอกแทนว่า คนไหนคือลูกชายคุณดิษย์ ไอ้ตัวเล็กนั่นไม่อยู่ในสายตาของเขาด้วยซ้ำ ที่แพ้ลูกบ้าของมันไปคราวก่อนเพราะเขาไม่ทันได้ตั้งตัวหรอกนะ

แทนเอ่ยทักขึ้นก่อน “ได้ยินว่าลูกชายคุณดิษย์เข้ามาช่วยดูค่าย ไม่คิดว่าจะเป็นคุณ” ในประโยคนี้ แฝงอะไรบางอย่าง

“ครับ” รักแท้รับคำสั้นๆ

“แต่คุณหยกไม่มีลูก…” แทนทอดเสียงยาว ทำนองว่า ไม่กล้าพูดสักเท่าไหร่

สิ่งที่แทนเว้นไว้ นั้นเดาไม่ยาก

ลูกเมียน้อย

คราวนี้รักแท้ขำเบาๆ


“ครับ ไม่มี และผมเป็นลูกชายคนโตของคุณดิษย์”


ข้อความนี้ คิดว่าคงไม่ซับซ้อนเกินไปสำหรับแทน


“ค่ายไม่น่าสนใจเท่าคนของผมอยู่ที่นี่” รักแท้มองไปที่เป็นหลักและคิดเช่น


ดูเหมือนแทนจะเข้าใจแล้วว่า รักแท้ครอบครองอะไรบ้าง

ทั้งค่ายทั้งคน

กรามบดแน่นจนเป็นสันนูน แต่ทำได้เพียงเท่านั้น


รักแท้ไม่ได้ลำบากใจอะไร ที่ต้องอ้างสิทธิ์ความเป็นพ่อลูก ระหว่างเขากับคุณดิษย์
ก็สิทธิ์นี้เขาได้มาอย่างชอบธรรมตั้งแต่เกิด นานๆทีจะหยิบมาใช้ให้เป็นประโยชน์บ้างคงไม่เป็นไร
แต่ก็อย่าให้คุณดิษย์รู้เลย คงยิ้มแก้มปริ

แทนหันไปหาคิดเช่นอีกครั้ง

“สบายดีไหม” น้ำเสียงนั้นมากกว่าการถามทุกข์สุข มันเจือความคิดถึงกึ่งอาวรณ์

ไม่ให้คิดถึง!!

เป็นหลักถอยอีกก้าวให้หลังแนบไปกับตัวของคิดเช่น

สัมผัสกันเพื่อจะบอกว่า ผมอยู่ตรงนี้ อย่าคิดถึงเขา อย่าเจ็บอีกเลย

“รู้แล้ว” คิดเช่น ลูบบ่าของเป็นหลัก

คำตอบรับนี้ สำหรับใครกัน

แทน? หรือ ว่า เป็นหลัก?
หรืออาจหมายความว่า รู้แล้วทั้งสองอย่าง

รู้ว่าคิดถึง และ อย่าคิดถึง

ถ้ารับรู้แล้วจะเชื่อคนไหน

ได้โปรด พี่เช่น

“คราวนี้ TKO ด้วย เทคนิคดีขึ้นมากเลยนะ” คิดเช่นมองข้ามบ่าของเป็นหลักเพื่อคุยกับแทน

“ดูอยู่ใช่ไหม”  เห็นไหมล่ะ ไอ้ลูกหมาบ้า แทนส่งยิ้มยินดีให้คิดเช่น แล้วส่งสายตาเยาะให้เป็นหลัก

คิดเช่นยิ้มบาง มือที่ยังวางบนตัวของเป็นหลัก บีบไหล่นั้นนิดหนึ่ง

“อือ ดูอยู่ เหมือนจะปล่อยหมัดซ้ายได้เร็วขึ้น”

แทนยิ้มกว้าง ยืดตัวขึ้นจนผึ่งผาย เขายังเป็นคนคนนั้นสำหรับคิด

“พักให้พอแล้วกลับมาซ้อมนะ กำลังคิดว่าจะหาเทรนเนอร์มาช่วยเรื่อง การฉากตัวหลบขวา มันช้าไปหน่อย โดนหมัดฮุคง่ายเกินไป”

คล้ายๆจะเป็นการพูดจาระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง แต่…คงไม่ใช่

“ขอบคุณที่ห่วง”

“ไม่มีเจ้าของค่ายที่ไหน อยากเห็นนักมวยค่ายตัวเองแพ้”

ยิ้มของแทนเจื่อนลงไปนิด แค่นิดเดียว

ไม่เอาน่า คิด อย่ากลบเกลื่อนเลย

รักแท้เริ่มหงุดหงิดกับสายตาแบบนั้นของแทน

คิดเช่นก็เริ่มรู้สึกว่า บรรยากาศมาคุจนเกินไป ปล่อยไว้คงไม่ดี


“ไปเถอะ” คิดเช่นก้มลงกระซิบข้างหูเป็นหลัก พร้อมจูบใบหูนั้นเบาๆ


ที่จริงก็ไม่อยากทำะไรแบบนี้ต่อหน้าคนอื่นบ่อยๆ แต่นี่น่าจะเป็นวิธีหยุดอาการที่ใกล้ระเบิดของคุณแฟนๆได้ดีที่สุด

ได้ผลแหละนะ

เป็นหลักกับรักแท้ดูอารมณ์ดีขึ้นทันตา

คิดเช่นเดินออกไปจากแทน โดยไม่สบตา

—โปรดติดตามตอน 20.2 และ 20.3—

กราบงามๆ หวังว่าจะอภัยที่มันสั้น

กอดแข้ง กอดขา

อย่าเพิ่งหงุดหงิดกันเลย

ถ้าอยากจะบ่นอะไร  #เป็นเช่นรัก ในtwนะคะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 20.1 (18 ส.ค. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: Ginny Jinny ที่ 18-08-2017 19:41:41
ถึงจะสั้นแต่ก็..

 :pig4: :pig4: :pig4:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 20.1 (18 ส.ค. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 18-08-2017 20:24:04
 :impress2 :impress2: :impress2:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 20.1 (18 ส.ค. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: Snowermyhae ที่ 24-08-2017 00:17:49
จบค้างทุกตอนเลยค่ะ 55555 แต่ไม่เป็นไร ค่อยๆเขียนไม่ต้องรีบค่ะ รออ่านอยู่ตลอด

แอบอยากเห็นฉากกุ๊กกิ๊กของเช่นกับหลักสองคน ไม่มีรักแท้งี้ โอ้โหหห เห็นสวรรค์เลย  :hao7:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 20.1 (18 ส.ค. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: MorethanMore ที่ 24-08-2017 01:55:59
รักแท้คือผู้อยู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่ ได้โปรดให้เช่นกับหลักได้สวีทกันสองคนบ้าง เราอยากเห็น น่ารักอะหลัก
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 20.1 (18 ส.ค. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: myapril ที่ 25-08-2017 21:39:49
สนุกมากเลยค่ะ ติดตามๆ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 20.2 (26 ส.ค. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 26-08-2017 18:14:30
เป็นเช่นรัก 20.2

ในรถนั้นเงียบ
ต่างจากบรรยากาศในร้านไอติมแบบสุดขั้ว จนไม่ควรเกิดขึ้นพร้อมกันในวันเดียว
รักแท้มีสมาธิอยู่กับการขับรถแค่เพียงกึ่งหนึ่ง ในใจคิดถึงเรื่องในวันนี้แบบไม่สามารถทำให้มันสงบได้  ส่วนเป็นหลักนั่งนิ่งคู่กับคนขับเหมือนเป็นตุ๊กตาตัวหนึ่ง
คิดเช่นไถลตัวไปกับเบาะหลัง มองแสงไฟนอกรถที่วิ่งเป็นเส้น หัวใจเต้นเหมือนบรรทุกหิน มันหนัก ถ่วง และปวด
แทน ยังเป็นคนที่มีผลกับคิดเช่น แม้ไม่มากเท่าเมื่อก่อน แต่ก็ทำให้กำแพงที่ชื่อว่า’ความร่าเริง’พังลง

ความรักที่คิดเช่นมีให้แทนมันเหมือนสีน้ำจางๆ
เบาบาง แต่ก็ยังทำให้เปื้อนได้
อาจเป็นเพราะรักมานานมากเกินไป ทุกอย่างในตัวคิดเช่นถึงยังจดจำแทนได้
มันขัดแย้ง ยังรักอยู่ แต่ก็ไม่อยากย้อนกลับไป

ทำยังไงดี

“รัก” คิดเช่นพูดขึ้นเบาๆ ตายังมองเหม่อออกไปนอกรถ

เสียงเรียกเบาหวิว ไม่ได้เพียงเอ่ยคำว่า รัก เล่นๆ ลอยๆ แต่กำลังเรียกหาเขา

“ครับ” เสียงตอบรับอ่อนโยน รักแท้พร้อมจะถนอมทุกอย่าง เยียวยาทุกอย่างให้คิดเช่น

“เคยมีแฟนเก่าไหม”

“ไม่มี” ไม่รู้คิดเช่นแกล้งลืมไปหรือเปล่า รักแท้ไม่เคยเชื่อในความรักมาก่อน

“สมมติว่าถ้ามี จะยังรักเขาอยู่ไหม” เสียงคิดเช่นเบาลงไปอีก เจือความรู้สีกผิดและสับสน

รักแท้ไม่รู้จะตอบอะไรดี รู้แต่ว่าควรหยุดรถ แล้วเปิดประตูหลัง คว้าเอาคิดเช่นมากอดไว้แน่นๆ

แต่ก็ช้าเกินไป

เสียงปลดล็อคเข็มขัดนิรภัย ดัง คลิ้ก!
เป็นหลักปีนจากเบาะหน้า ไปหาคิดเช่น
นั่งลงบนตัก โน้มคอลงจูบ

รุนแรงและเกรี้ยวกราด

คิดเช่น ตั้งตัวไม่ทัน
แต่ก็แค่ชั่ววินาทีเท่านั้น
ดวงตาของคนสับสนสงบลง มันหรุบต่ำ ยอมจำนนต่อการจูบของเป็นหลัก ด้วยการเอียงใบหน้าให้ได้องศา
จูบของเป็นหลัก ทั้งกระชาก และบดขยี้

รักทำไมกัน คนแบบนั้นมีอะไรให้ไปรัก

คิดเช่นรู้สึกแสบ แต่ยังยินดีเผยอริมฝีปากรับจูบนั้น
เป็นหลักสอดแทรกนิ้วผ่านกลุ่มผมของคิดเช่น แล้วกระตุกมันให้ใบหน้าของคนผมยาวเชิดขึ้นสูง

คิดเช่นเผลอคราง “อื้อ” เบาๆในลำคอ ไม่ใช่ด้วยความตกใจ ไม่ใช่ด้วยความไม่พอใจ

เมื่ออารมณ์เย็นลง เมื่อดุดันจนพอใจ เป็นหลักจึงเปลี่ยนเป็นค่อยๆไล้เล็มและกดริมฝีปากแผ่วเบาใบทั่วใบหน้าของคิดเช่น

น้ำตาเค็มปร่ายังไหลเลอะตามแก้ม แม้จะเพียรจูบซับไม่รู้กี่หน


จูบของเป็นหลักต่างจากรักแท้

จูบของรักแท้ทำให้หลงได้ทุกครั้ง หลอกล่อ ให้เผลอไผลไปกับมันอย่างช้าๆ
จูบครั้งนี้ของเป็นหลักเอาแต่ใจมากกว่า เจ้าอารมณ์มากกว่า เหมือนถูกโจมตีด้วยเหล้าดีกรีแรง

เป็นหลักไม่คิดปิดบัง ความหึงหวงของตนเอง
จูบนี้ไม่ได้เพื่อปลุกเร้า เป็นหลักแค่คิดวิธีทำโทษคิดเช่นไม่ออก หาวิธีแสดงความเป็นเจ้าของไม่ได้
มันบังเอิญที่จูบนี้ไปปลดล็อคความกดดันของคิดเช่นเข้า
ที่น้ำตาไม่แห้งเสียที เพราะสิ่งที่เก็บไว้ทะลักทลาย
นี่ไม่ใช่จูบเพื่อปลอบประโลม  มันกลายเป็นจูบเพื่อปลดปล่อย

คิดเช่นคนคูล เก็บอะไรไว้ในใจเสียมากมาย



ที่เบาะหลัง พายุของความหึง หวง โกรธ สงบลงแล้ว
ไม่มีคำพูด ไม่มีการเปิดใจเคลียร์อะไรกัน
เป็นหลักทำแบบนั้นไม่เป็น ปากหนักอึ้ง เรียบเรียงความรู้สึกออกมาไม่ได้
แต่จูบเมื่อครู่ก็ได้ผลอยู่บ้าง ปากเจ่อแดง และตาบวมๆ ของคนผมยาว ดูไม่แย่เท่าก่อนถูกจูบ

คิดเช่นยังนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนเดิม แต่ไถลตัวไปกับเบาะไม่ได้แล้ว
เพราะเป็นหลักยังนั่งหันหน้าเข้าหา ไม่ยอมลงจากตักของคิดเช่น
มือสองข้างกอดแน่นหนึบ เอียงคอซบอยู่กับไหล่ ไม่ยอมปล่อย ไม่ยอมเลิกกอด
คิดเช่นลูบแผ่นหลังของเด็กมัธยมไปมา เชื่องช้า แผ่วเบา ระหว่างนั้นก็ค่อยๆคิดและตกตะกอนอะไรบางอย่าง

รถ BMW X5 ยังคงแล่นต่อไป
รักแท้ถอนหายใจ
มันโล่งขึ้นมานิดหน่อย ห่วงน้อยลงมานิดหนึ่ง
เป็นหลักได้พยายามทำให้คิดเช่นเลิกจมจ่อมกับความไม่สบายใจในแบบของเป็นหลัก
ถือว่าทำได้ดี สมกับที่เป็น ลักกี้ ของคิดเช่น
ถึงแม้การมองผ่านกระจกมองหลัง เห็นทั้งสองจูบกันอยู่หลังรถจะรบกวนสมาธิอย่างมาก

เอาเถอะ

รักแท้เหยียบคันเร่งให้หนักลงไปอีก

อยากกลับถึงบ้านเร็วๆ


เมื่อถึงที่พัก
รักแท้และเป็นหลักไม่เปิดโอกาสให้คิดเช่นได้มีเวลาคิดถึงเรื่องของแทนแม้สักนาที
ทั้งสองเบี่ยงเบนความสนใจและปลอบคิดเช่นในแบบของพวกเขา

จะอ่อนโยนก็ไม่เชิง จะรุนแรงก็ไม่ใช่

คิดเช่นถูกเร้า จนต้องพักความไม่สบายใจ แล้วตักตวงเอาอย่างอื่นไป
ถ้าทุกอย่างในตัวคิดเช่นยังจำคนรักเก่าได้ รักแท้กับเป็นหลักกำลังลบมันออกไปจากทุกผิวสัมผัส จากทุกซอกหลืบของใจ

รุ่งเช้า รักแท้โทรไปหาคุณหยก ลางานแทนคิดเช่นหนึ่งวัน



เป็นหลักยังไปโรงเรียนได้ตามปกติ
ก่อนออกไปเรียน ทั้งสองจูบลาคิดเช่นที่ยังหลับตาพริ้ม หายใจลึก ไม่รู้เรื่องราว

รักแท้มาส่งเป็นหลัก หลังเพลงชาติดังนิดหน่อย


“สายแล้ว เป็นอะไรไหม” รักแท้ในเช้านี้ใส่ชุดนักศึกษาแขนยาว ละมือข้างหนึ่งจากพวงมาลัย มาไล้ไปตามแก้มของเป็นหลัก


“ต้องเข้าแถวพิเศษ แต่ไม่เป็นไรครับ” เป็นหลักเอียงใบหน้าไปตามมือของรักแท้


“ง่วงไหม?” สายตาของรักแท้ทำให้เป็นหลักร้อนวูบ


“พี่รักง่วงไหม” เป็นหลักหลบสายตาแล้วโยนคำถามกลับไป ก็หลับไปในเวลาไล่เลี่ยกันนี่นา


“อิ่ม” รักแท้ยังแกล้งเป็นหลักไม่เลิก ตอบไปคนละทางแบบนี้ มันกวนเกินไปแล้ว


เป็นหลักเผลอทำกิริยาแบบหนึ่ง คงไม่รู้ตัวว่าตอนนี้ทำหน้ายังไง

รักแท้อดใจไม่ไหว คว้าตัวเข้ามาใกล้

เด็กมัธยมดิ้น แต่ไม่นานก็อ่อนยวบลง

“ถ้าหลักไม่ไหว โทรหารักนะ”  รักแท้กดจูบที่ขมับเป็นครั้งสุดท้าย

จะไม่ไหวก็เพราะจูบเมื่อกี้นี่แหละ

.
.
.
คิดเช่นตื่นแล้ว ร่างกายอ่อนล้า แต่กลับรู้สึกได้ว่า หัวใจที่เคยแหว่งๆกลับถูกซ่อมแซมจนดีขึ้นมาก
อยากงอนทั้งรักแท้และเป็นหลักเหมือนกัน เล่นเอาคุณคิดเช่นหมดแรงขนาดนี้ รุมกันนี่นา
แต่ก็งอนไม่ได้หรอก เพราะความจริงแล้วก็ชอบมากๆ พอใจกับการที่รักแท้และเป็นหลักต่างพยายามเรียกร้องความสนใจจากเขา ไม่ได้พอใจแค่เพียงสัมผัสทางกาย แต่อิ่มเอมกับความรู้สึกในใจของรักแท้และเป็นหลักที่พยายามสื่อออกมาให้คิดเช่นได้รู้
อาจดูเหมือนมากเกินไป เสี่ยงที่จะสำลัก แต่คิดเช่นเป็นคนโลภมาก จะดื่มกินความรักที่รักแท้และคิดเช่นมีให้ไปเรื่อยๆ

ยอมตายเพราะสำลักความรักดีกว่าตายเพราะขาดความรัก

คิดเช่นอมยิ้ม
มีความสุขเมื่อย้อนนึกถึงเมื่อคืน
จากนั้นก็ควานหาโทรศัพท์ เขามีเรื่องต้องจัดการ
.
.
.
พักกลางวัน

โทรศัพท์ของเป็นหลักดังขึ้น

“ครับ” เป็นหลักกรอกเสียงสั้นๆ

นิ่งฟังไม่เกินนาที ก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป

“ครับ” เป็นหลักตกลงอะไรสักอย่างกับปลายสาย

มือที่เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าสั่นนิดหน่อย

พลางคิดว่าเย็นวันนี้ จะบอกรักแท้ว่าติดธุระอะไรดี

—โปรดติดตามตอนต่อไป—

มันค้างใช่ไหมคะ
เราก็ค้าง แต่เรามาเร็วนะ

ขอบคุณที่อ่านค่ะ

มันยังโอเคอยู่ไหม รบกวนด้วยค่ะ ที่ #เป็นเช่นรัก

@tonswind
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 20.2 (26 ส.ค. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: ้sripaerrr ที่ 26-08-2017 19:04:37
ระเบิดตู้มมม เป็นโกโก้ครันซ์ >///< :กอด1:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 20.2 (26 ส.ค. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: Ginny Jinny ที่ 26-08-2017 19:42:48
จะเกิดอะไรกับเป็นหลักเปล่า?  :m15: :m15:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 20.2 (26 ส.ค. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: myapril ที่ 26-08-2017 21:56:41
ฟินๆอยุ่แต่พอมาช่วงท้าย
เหมือนจะเกิดเรื่องอะไรกับเป็นหลักอ่ะ
บวก1ค่ะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 20.2 (26 ส.ค. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 26-08-2017 23:01:20
ชักจะห่วงเป็นหลัก..อย่าให้ใครรังแกน้องนะ  :impress: :impress: :impress:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 20.2 (26 ส.ค. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: dekfad ที่ 07-09-2017 00:06:34
ชอบนิยายบรรยากาศแบบนี้มากเลย ไม่ได้สีชมพูแต่ก็ไม่ใช่สีดำ บรรยากาศของตัวละครดีมากเลยค่ะ คาแรกเตอร์ของทั้งสามคน เหมือนจะเข้ากันไม่ได้ แต่ลงตัวมาก คุณทำให้เรารู้สึกได้ว่าเค้ารักกันจริงๆไม่มีใครเป็นส่วนเกินเลย
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 20.2 (26 ส.ค. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: Snowermyhae ที่ 07-09-2017 11:17:02
ชอบเป็นหลักกุ๊กกิ๊กกับคิดเช่นจังเลยฮื่ออ เหมือนแมวน่ารักสองตัวเล่นกันนนน อยากน้วยยย
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 20.3 (10 ก.ย. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 10-09-2017 08:09:58
เป็นเช่นรัก 20.3

รักแท้ รู้สึกว่า ตนเองเป็นคนรักที่ไม่ดีเลย
เมื่อเป็นหลักบอกว่าจะกลับบ้าน เพราะ “เขา” ป่วย รักแท้กลับไม่ไว้ใจ
อันที่จริงควรเชื่อใจ และหนักแน่น แต่ข้างในบอกว่า อาจมีบางอย่างที่ไม่ใช่
รักแท้ใช้ผ้าเช็ดเตาในครัว ลงแรงให้หนักๆ ให้เตาสะอาด พร้อมหวังว่ามันจะช่วยให้จิตใจเขาหมดคราบบางอย่างอีกด้วย

การกินข้าวเย็นกันแค่สองคน ก็เหงาได้เหมือนกัน หลายเดือนมานี้ พวกเขากินข้าวพร้อมหน้าสามคนทุกวัน
วันนี้ แม้ว่ารักแท้จะทำแค่แกงจืดถ้วยเล็กๆ แต่มันก็ไม่หมด
คิดเช่นพยายามจะไม่หงอย แต่ก็เหลือบมองประตูและโทรศัพท์อยู่บ่อยๆ

คนผมยาวลากตัวเองไปนั่งดูทีวีอยู่ที่โซฟา รักแท้นั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าวกับหนังสือเล่มหนึ่ง
แล้วประตูก็เปิดออก
เป็นหลักเดินเข้ามา
ดูเหมือนทุกคนพยายามทำตัวเป็นปกติ
คิดเช่นและรักแท้ สนใจสิ่งที่ตนทำค้างอยู่

ไม่ได้รอสักหน่อย

กลิ่นบุหรี่เจืออยู่ในอากาศรอบตัวเป็นหลัก
มันไม่ฉุน แต่สำหรับคนที่แพ้บุหรี่แบบคิดเช่น แค่เล็กน้อยก็ได้กลิ่นแล้ว
คิดเช่นกัดริมฝีปากตัวเองเอาไว้ ยั้งไว้ไม่ให้ไอ และยั้งใจไม่ให้ถามอะไรออกไปมากไปกว่า…

“ลักกี้กินไรมายัง”

เป็นหลักพยักหน้าเบาๆ เดินเลี่ยงไปเข้าห้องน้ำ

“เดี๋ยวอาบน้ำก่อนนะฮะ” ไม่สบตากันสักนิด

คิดเช่นกดมือลงบนหมอนอิงที่กอดอยู่

ไม่มีอะไรหรอก

รักแท้เดินตามเป็นหลักเข้าไปในห้อง

“เป็นยังไงบ้าง”

“ครับ? อ๋อ ไม่แย่เท่าไหร่ครับ แต่พรุ่งนี้ ขอไปดูอีกทีนะครับ”

คนตัวเล็กกว่าหันไปหยิบผ้าเช็ดตัว
รักแท้เดินเข้าใกล้
เป็นหลักกอดผ้าเช็ดตัวในมือแน่นเข้า
ดูดีๆ มันเหมือนกอดตัวเองมากกว่ากอดผ้าเช็ดตัว

ระวังตัว ระวังภัย

เมื่อแตะลงที่ไหล่ ก็รู้ได้ว่าเป็นหลักเกร็งตัวขึ้น

การกลับไปที่นั่น มันทำให้เป็นหลักแย่ลงขนาดนี้เลยหรือ

“อาบให้เอาไหม” รักแท้ตั้งใจจะแหย่เพื่อให้เป็นหลักคลายจากความเครียด

แต่เป็นหลักกลับปฏิเสธเสียงแข็ง

“ไม่”

แล้วก็รู้ตัวว่า มันมากเกินไป

“พี่รัก” เสียงเรียกนั้นเบา ลากยาว และสั่นพร่า มันแทนการกล่าวขอโทษ รู้สึกผิดโดยไม่ต้องให้เตือน ไม่ต้องให้บอก ทั้งๆที่สีหน้าของรักแท้ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม

ถ้ารักแท้จะแสดงความโกรธหรือเสียใจออกมาสักนิด เป็นหลักคิดว่ายังดีเสียกว่า

เป็นหลักผ่อนลมหายใจพรู กล่าวคำนั้นออกมาในที่สุด “ขอโทษครับ”  พร้อมเดินเข้าหา กอดคนที่ทำหน้านิ่งได้เก่งที่สุดในโลกเอาไว้
สอดมือเข้าที่หลังแล้วขยุ้มเสื้อของรักแท้จนยับ

“กอดผมหน่อยเถอะ” เสียงกระซิบวิงวอน

รักแท้ทำตามคำขอ อ้อมกอดหลวมๆ โยกตัวไปมา

“ขอกอดแน่นๆได้ไหม”

ย่อมได้ตามคำขออยู่แล้ว รักแท้กดเป็นหลักให้แนบเข้ากับตัวของเขา

รัดตัวคนที่ร้องขอ แน่นยิ่งกว่าแน่น
ให้รู้สึกถึงหัวใจของอีกคนที่เต้นตุบๆคนละฝั่งของกันและกัน

รักแท้กดจมูกเบาๆที่หัวของเป็นหลัก

ใช่ รักแท้รักษาสีหน้าให้นิ่งได้เก่ง อีกอย่างที่เป็นหลักไม่เห็น คือแววตาที่วาววับ



เป็นหลักหลับไปสักพัก
เหลือคนที่หัวใจร้อนผ่าวไว้สองคน
คิดเช่นออกมานอนดูดาว ท่าทางเหมือนปกติแทบทุกอย่าง เหมือนกำลังดื่มด่ำกับแสงวิบวับบนฟ้า กำลังปล่อยใจสบายๆ ไม่คิดอะไร
เกือบจะเชื่อแบบนั้นแล้วล่ะ ถ้าหากเอาปลายผมบางส่วนออกจากปาก
คิดเช่นอมปลายผมของตัวเองเล่น จนมันเปียกชุ่ม

ที่ทำอยู่นี่มันไม่ปกติ

รักแท้เดินมาใกล้ ยีหัวคิดเช่นจนยุ่งก่อนนั่งลงซ้อนหลัง

คนผมยาวทิ้งน้ำหนักลงกับรักแท้เต็มที่ รักแท้ดึงปลายผมเปียกๆออกจากปากของคิดเช่น แล้วโอบรอบเพื่อจับมือคนอยู่ไม่สุขเอาไว้ ทั้งสองข้าง

“ตั้งแต่เมื่อไหร่” คิดเช่นถาม

“เช้าเมื่อวานไปส่งแล้วยังดูโอเคอยู่เลย” รักแท้ตอบ

“ใครอ่ะ” คิดเช่นถามลอยๆอีกแล้ว

“เป็นหลักบอกแบบไหนล่ะ”

คิดเช่นจะดึงมือที่โดนกุมไว้ออก แต่รักแท้ก็ยื้อไว้ ไม่ให้เอาผมเข้าปากอีก

“สกปรก”

คิดเช่นเหล่มองรักแท้ “รังเกียจน้ำลายเหรอ”

รักแท้เลยเชยคางคิดเช่นให้แหงนมองแล้วจูบปากคิดเช่นหนักๆ เคล้าลิ้นพัวพัน พิสูจน์ว่ารังเกียจกันหรือเปล่า

เมื่อผละออก เลียที่มุมปาก แล้วค่อยอธิบาย

“ผมน่ะสกปรก อมเอาขี้ฝุ่น เชื้อโรคอะไรเข้าไปบ้างไม่รู้”

“รักว่า ใคร” คิดเช่นก้มเช็ดปากเปียกๆกับแขนของรักแท้ที่โอบรอบตัว

“ใคร อะไร?” รักแท้ทำเป็นไม่เข้าใจว่าคิดเช่นถามว่าอะไร

คิดเช่นจิ๊ปาก จะมากวนตีนอะไรกันตอนนี้

“ลักกี้ไปหาใครมา”

“ไม่เชื่อใจหรือ ก็เป็นหลักบอกว่ากลับบ้าน”

“เชื่อว่ามีเหตุผลดีๆของการโกหก”

“รู้ได้ยังไงว่าโกหก”

“ก็เขาไม่ป่วย”

“รู้ได้ยังไงว่าไม่ป่วย”

“ก็…” คิดเช่นลากเสียงเสียยาว ก่อนยอมสารภาพ ด้วยน้ำเสียงที่ไม่รู้สึกผิดสักนิด “โทรหาคุณดิษย์ แล้วคุณดิษย์ก็ส่งพี่ฟ้าไปดู”

รักแท้ขมวดคิ้ว เขาลืมไปว่า คิดเช่นกับคุณดิษย์นั้นก็ไม่ต่างจากพ่อลูก อีกอย่างที่คาดไม่ถึงคือ คิดเช่นรู้สึก ‘ไม่วางใจ’ เร็วกว่าเขามาก ตัวรักแท้ ยังพยายามเชื่อ และพยายามรอ ให้เห็น ‘อะไรๆ’ ให้ชัดเจน

แต่คิดเช่นไม่รอ

“ทำไมเลือกจะไม่เชื่อ” ทั้งๆที่รักแท้เลือกที่จะแกล้งเชื่อ

“นี่มันใช่เรื่องที่จะมาพิสูจน์ใจกันที่ไหนเล่า คุณรักแท้ ถ้าช้าไปจะแก้ไม่ทัน คุณคิดเช่นขี้เกียจแก้ปัญหายากๆ”

“แล้วเป็นหลักไปหาใคร” คราวนี้รักแท้ถามบ้าง

คิดเช่นจิ๊ปากอีกครั้ง “ถ้าคุณคิดรู้ คุณคิดจะถามพี่รักแท้ทำไมตั้งสองรอบล่ะ”

“ก็เห็นส่งคนตามไปที่บ้าน สรุปว่าไม่รู้ แล้วทำไมไม่ส่งคนตามเป็นหลัก”

“อ๊าว” คิดเช่นอุทานเสียงสูง

ไหงเป็นเขาที่โดนบ่น

รักแท้ก็บ่นไปอย่างนั้น รู้ว่าบางเรื่องมันมีขีดจำกัดของมัน

“มีเหตุผลของการทำแบบนี้ใช่ไหม” รักแท้กระซิบถาม ย้ำความมั่นใจกับคิดเช่น

“มี เชื่อว่า ต้องมี หวังว่าจะเป็นเหตุผลที่ไม่งี่เง่ามากนะ”
.
.
.
.
เป็นหลักหายไปเป็นวันที่สอง
เย็นนี้ คิดเช่นกับรักแท้อยู่ที่ค่าย
คิดเช่นออกมาเดินดูการซ้อมของนักมวย ในมือ ถือโทรศัพท์เอาไว้

มันก็ดูเหมือนเจ้าของค่ายมาเดินดูนั่นนี่แบบทุกวัน ไม่มีใครผิดสังเกตอะไร
รักแท้คนเดียวที่รู้ ว่าคิดเช่นกำลังรอโทรศัพท์
เพราะปกติคิดเช่นไม่ชอบถือโทรศัพท์เดินไปมา หลังๆมานี้ถ้าอยู่ด้วยกัน คิดเช่นไม่พกโทรศัพท์เองด้วยซ้ำ มักจะฝากเป็นหลักหรือรักแท้เอาไว้

รักแท้ยืนมองคิดเช่นอยู่ไกลๆ ต่างเก็บความกังวลและกระวนกระวายไว้อย่างเงียบเชียบ
ไม่ได้ปรึกษากันว่าต้องทำตัวแบบไหน แต่ทั้งรักแท้และคิดเช่นรู้ได้เองว่า
ต้องนิ่ง ให้มากที่สุด

จังหวะนั้น แทนก็เดินเข้ามาในค่าย
เป็นนักมวยที่โดดเด่นจริงๆ
ช่วงนี้แทนยังได้เวลาพักอยู่ ไม่แปลกที่จะออกไปไหนต่อไหนได้ตามสบาย

คิดเช่นรู้แล้วว่าแทนเดินเข้าใกล้  ไม่ได้สนใจอะไร
ถ้า…
จะไม่ได้กลิ่นนั้นจากตัวแทน

กลิ่นบุหรี่ แบบเดียวกัน

“แทน” คิดเช่นเรียกก่อนที่แทนจะเดินผ่านไป

แทนค้อมหัวนิดหนึ่ง เป็นทีว่ากำลังฟัง
หน้าตาสื่อความในเชิงเหนือกว่า อมยิ้มเหมือนมีอะไรดีๆซ่อนไว้

คิดเช่นแค่อยากแน่ใจว่าใช่

“ไปไหนมา”

“ไปผ่อนคลายมาตามเรื่องตามราว”

“เหรอ…อือ ไปพักเถอะ” 

คงไม่ต้องรอโทรศัพท์แล้วล่ะ

แทนเดินผิวปากจากไป

เหลือบมองรักแท้นิดหนึ่งตอนเดินผ่านกัน

รอยยิ้มเยาะ ที่ทำให้รักแท้ขบกรามนูน

คิดเช่นเดินกลับเข้าออฟฟิศ มีรักแท้เดินตามหลัง

ต่างนั่งอยู่คนละที่ มีอารมณ์ขุ่นมัว

ทำแบบนี้ทำไมเป็นหลัก

กลับมาโดนแน่ๆลักกี้

—โปรดติดตามตอนต่อไป—

ตัดค้างแบบนี้ประจำเล้ย
แย่จริง
#เป็นเช่นรัก
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 20.3 (10 ก.ย. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 10-09-2017 09:53:10
ไม่อยากให้เป็นอย่างที่คิด..งือๆๆๆ  :m15:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 20.3 (10 ก.ย. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: myapril ที่ 10-09-2017 14:41:34
ไม่นะ ไม่นะไม่ใช่อย่างที่คิดนะ ฮือออ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 20.3 (10 ก.ย. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: Ginny Jinny ที่ 10-09-2017 17:42:40
ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยย นะ  :serius2: :serius2: :serius2: :serius2:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 20.3 (10 ก.ย. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: Tennyo_Y ที่ 10-09-2017 20:29:14
เป็นหลักไปนอนกับแทนมา??? อะไรหว่า มาก็พางงเลย
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 21.1 (20 ก.ย. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 20-09-2017 23:20:55
เป็นเช่นรัก 21.1

ในรถ
มีก้อนอารมณ์หนักอึ้งของคนสองคน
มันฟุ้งเหมือนควันไฟ มืดทึม กดอัด
บางขณะก็เหมือนจะมีฟ้าผ่า
ฝนตกหนักภายใต้หลังคารถคันนี้หรืออย่างไรกัน

ไม่มีใครสนใจจะทำอารมณ์ของอีกคนให้คลายลง
คิดเช่นเป็นคนขับรถ เหยียบคันเร่งจนจมมิด
วิ่งไปให้สุดขอบถนน
ดีว่าดึกมากแล้ว
รักแท้เองก็ไม่คิดจะห้าม

ไปเลย


ไม่อยากนึกภาพ ว่าปลายทางจะเป็นแบบไหน


เป็นหลักกลับมาก่อนแล้ว
รีบอาบน้ำชำระความสกปรก
กลิ่นสบู่หอมอวลติดกาย

แต่บางอย่างยังไม่สะอาด

เป็นหลักบอกตัวเองให้สงบที่สุด

อย่าลน ไม่มีอะไรเลย
ไม่มีอะไรเลย


แต่กลับสะดุ้งสุดตัวเมื่อประตูเปิดออก
ระยะจากโซฟาถึงประตูห้อง ไกลกันพอสมควร
แต่ไกลแค่ไหนก็รับรู้ได้

ความโกรธ

ที่ทำให้เป็นหลักกลืนน้ำลายอึกใหญ่
เยือกเย็นจากกระดูก

คิดเช่นเดินลากเท้าช้าๆ
สองมือล้วงกระเป๋า
ท่าทางคุกคามในแบบที่ดูสบายๆ

แค่ดูเหมือนอย่างนั้น

มีแต่คิดเช่นเท่านั้นที่รู้ ว่าข้างในนั้นมันไหม้จนเหลือแต่เถ้าผง

“ไปไหนมา” คำถามนั้น แฝงกระแสอารมณ์อันเขม็งเกลียว

ทั้งๆที่เตรียมคำตอบไว้แล้ว แต่พอถึงเวลา กลับไม่สามารถพูดมันออกมาได้

ระฆังในหัวใจ สั่นเตือนเสียงระรัว

ปิดบังไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว มากกว่านี้ต้องแย่แน่ๆ

เป็นหลักหันมองรักแท้ หวังจะขอความช่วยเหลือ

แต่รักแท้เฉยชา เสียจนเป็นหลักเข้าใจอย่างถ่องแท้ ว่า การเปรียบเทียบว่าเหมือนมีใครล้วงเข้ามาบีบหัวใจ นั้นมันเป็นแบบไหน

คิดเช่น เดินมาหยุดตรงหน้า

เป็นหลักเงยมอง

พูดสิ อยากโกหกอะไร

สายตาของคิดเช่นแปรความได้แบบนั้น

เป็นหลักเงยมอง
เม้มปากแน่น
ส่ายหน้าไม่หยุดและเริ่มต้นร้องไห้
น้ำตาร่วงราวทำนบ ทลาย

เด็กน้อยเอื้อมมาจับขากางเกงของคิดเช่นเอาไว้
คิดเช่นยังยืนล้วงกระเป๋าและมองนิ่งอยู่ ไม่สะบัดตัวหนี แต่ก็ไม่เข้าใกล้

การยืนมองน้ำตาโดยไม่มีน้ำตา

เขาเองเจ็บปวดไม่แพ้คนที่ร้องไห้

เป็นหลักยังคงวิงวอนผ่านม่านสายตา

อย่ามองผมอย่างนั้น

อย่ารู้สึกแบบนั้นกับผม


คนหักหลังไม่ใช่ว่าไม่เจ็บปวด

การถูกเกลียด ก็เหมือนถูกกรีด ถูกเฉือน

เมื่อเบือนสายตามองมาที่รักแท้

ความว่างเปล่าในดวงตาคู่นั้นก็ทำให้เป็นหลักหลุดสะอื้นฮัก

“รัก” คิดเช่นหันไปเรียกคนที่ยืนมองอยู่ห่างๆ

เจ้าของชื่อไม่ขยับเขยื้อน

นิ่ง จนกลัวใจ

“มาฟัง”

ความเงียบแทนการปฏิเสธ

“เป็นหลักจะอธิบาย” คิดเช่นสบตาคนที่นั่งอยู่ต่ำกว่า

เป็นหลักหลับตา

ไม่ใช่ลักกี้อีกแล้ว

กลายเป็น เป็นหลัก ไม่ใช่หมาน้อยน่ารักตัวเดิม


“มา” คิดเช่นหันไปบังคับรักแท้

ซึ่งยังคงยืนอยู่ที่เดิม

แว่บหนึ่ง ที่ตาของเป็นหลักและรักแท้สบกัน

ความเจ็บเหมือนมวลคลื่นมหาศาลซ่อนอยู่ใต้ความเฉยชานั่น

พลาดเสียแล้วเป็นหลัก
ทำลายอะไรไปบ้างเป็นหลัก


คนที่ไม่เคยเชื่อในการฝากใจ และไว้ใจมาก่อน
คนที่ยอมยกหัวใจให้กับคนแย่ๆอย่างเขา

ตอนนี้ยังพอมีโอกาสอยู่ไหม
เป็นหลักคิดน้อยเกินไป
คิดว่าสิ่งที่ทำมันดีแล้ว

ไม่เลย

ถ้ารู้ว่า รักแท้และคิดเช่นจะรู้สึกยังไง
แค่เสี้ยวเดียวของความเสียใจ ที่รักแท้และคิดเช่นรู้สึก ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าจะทำให้สองคนรู้สึกอะไร

เป็นหลักจะไม่ทำ

ไม่ทำจริงๆ

ยอมก้มหัวลงอย่างยอมจำนน
ไหล่ลู่ลงและสั่นตามแรงสะอื้น
มันสั่นแบบคนที่พยายามกลั้นไว้
เป็นหลักคิดว่าเขาไม่สมควรร้องไห้
ไม่เหมาะสมที่จะรู้สึกอะไรเลย

รักแท้เป็นคนแรกที่ทนเห็นภาพแบบนั้นไม่ได้
ใช่ เขาเจ็บปวด และคิดไว้ว่า การเห็นเป็นหลักเจ็บปวดให้มากเท่าๆกัน
มันคงจะสะใจดี

ไม่ใช่เลย
หัวใจมันปวดแบบแปลกๆ เมื่อเห็นเป็นหลักในสภาพนี้
คนละอย่างกับความโกรธแค้นที่รู้ว่าเป็นหลักไปกับใคร
คนละแบบกับความเจ็บเพราะความผิดหวัง ถูกหักหลัง และอาจรวมถึง

ถูกนอกใจ

ความรู้สึกด้านลบมากมายที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่รู้เรื่อง
มันมาก แต่ไม่ชนะน้ำตาของเป็นหลัก

รักแท้นั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม
คิดเช่นนั่งลงข้างๆเป็นหลักบนโซฟาตัวยาว
ไถลตัวและพิงหัวไว้กับพนัก
เลือกที่จะไม่สบตา

เอาสิ พูดไป

“แทน” เป็นหลักสารภาพสั้นๆ

คิดเช่นหลับตาซ่อนความร้าวราน
ทั้งๆที่รู้อยู่แล้ว
ไม่ควรจะเจ็บมากไปกว่านี้
แต่ก็เจ็บ
แบบไม่เหลือที่ว่างตรงไหน ข้างใน
ไม่มีตารางนิ้วใดที่ไม่รู้สึก

“ทำไม” เสียงถามแหบโหย แบบที่ไม่เหลือความเป็นคิดเช่น

รักแท้แลบลิ้นเลียสิ่งที่หยดลงมาที่ข้างมุมปาก

มันเค็มปร่า

เขาไม่เป็นอะไร

มันชาๆ



“เพื่อให้เขาไม่สามารถเข้าใกล้คิดเช่นของผมได้อีก”

เลยต้องเอาตัวเข้าแลกแทนอย่างนั่นหรือเป็นหลัก

“มีอะไรกับเขาหรือยัง” คิดเช่นไม่อยากรู้แต่ต้องรู้

ว่ามันร้ายแรงในระดับไหน

“ยัง” เสียงปฏิเสธเบาหวิว

“แต่ก็เกือบไป” ประโยคต่อมา ยิ่งเบายิ่งค่อย

รักแท้ลุกพรวด

หิ้วคอเสื้อยืดของเป็นหลัก

ยกมันสูงขึ้น ลากแล้วยก ก้าวยาวและเร็วตามอารมณ์

เป็นหลักถลาตามแรงกระชาก คอเสื้อบาดผิวจนเจ็บ
ปล่อยโฮด้วยความตระหนก

เหมือนลูกแมวถูกหิ้วด้วยถุงใบใหญ่

รักแท้ในตอนนี้เหมือนพายุหมุน
ในขณะที่คิดเช่นเหมือนน้ำแข็งขั้วโลก
คนผมยาวก้าวตาม ยังไม่ห้าม

ถึงห้ามไปก็ยังเอาไม่อยู่

รักแท้โยนเป็นหลักเข้าห้องน้ำ เปิดฝักบัวแล้วราดไปบนตัวทั้งๆที่เสื้อผ้ายังอยู่ครบ
แรกๆเป็นหลักพยายามปัดป้อง เพื่อหาจังหวะเงยขึ้นหายใจ
สักระยะหนึ่งก็กลับคิดได้

สมควรแล้ว
ก็โสมมขนาดนี้
ที่รักแท้จะพยายามล้างเขาให้สะอาด


จากที่ดิ้น จึงเหลือแค่การร้องไห้เงียบๆ ปล่อยให้รักแท้ขยี้ไปตามเนื้อตัว
เสื้อยืดถูกฉีก แผ่นอกแบนถูกถูจนแดง
นิ้วโป้งลูบแรงๆที่ริมฝีปากล่างและบน

รักแท้วนเวียนทำแบบนั้นจนเหนื่อย ตัวของเขาก็เปียกไปหมดแล้ว
สุดท้ายก็ขว้างฝักบัวในมือกระทบผนังห้องน้ำสุดแรง
เป็นหลักสะดุ้งสุดตัว ก้มหน้ามองพื้น กัดปากไม่ให้เสียงร้องเล็ดรอด

คิดเช่นเดินออกไปหยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ เดินเข้ามาปิดก๊อกน้ำ
ฝักบัวแตกออกเป็นสองเสี่ยง
ส่งผ้าเช็ดตัวให้รักแท้

ก็เป็นคนล้างจนสะอาด ก็ควรต้องเป็นคนเช็ดให้แห้ง

เท่านี้ เป็นหลักก็ตกใจ และกลัวลาน
พอแล้วล่ะ


คิดเช่นยื่นผ้าเช็ดตัวแล้วถือมันนิ่งอยู่แบบนั้นสักพัก
กว่ารักแท้จะยอมคว้ามันไป กระชากเป็นหลักให้ลุกยืน
บังคับให้ชูมือสูง เพื่อถอดเศษเสื้อยืดขาดๆออกทางหัว
รูดกางเกงและชั้นในลงจากสะโพก
ห่อผ้ารอบตัว แล้วลากตามแรงอารมณ์ออกมาจากห้องน้ำ
ตัวเขาก็เปียกเกินกว่าจะนั่งลงบนเตียง จึงต้องถอดทั้งหมด เหลือเพียงชั้นใน
ให้คนทำผิดนั่งลงที่พื้นหน้าเตียง ส่วนเขานั่งที่ปลายเตียง
เป็นหลักทำตามทุกอย่างไม่กล้าขัดใจ
นั่งลง แล้วปล่อยให้รักแท้ใช้ผ้าเช็ดตัวถูแรงๆไปทั่ว
ทั้งเส้นผมและเนื้อตัว
คิดเช่นถือผ้าเช็ดตัวอีกผืน มานั่งซ้อนข้างหลักรักแท้อีกทอดหนึ่ง
ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วค่อยๆเช็ดผมของรักแท้อย่างแผ่วเบา

ถ้าในยามอารมณ์ปกติ ภาพนี้จะเป็นภาพตลก
แต่ตอนนี้มันตรงกันข้าม

จู่ๆมือถือของเป็นหลักก็ดังขึ้น
มันวางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง

เป็นหลักสะดุ้ง
คิดเช่นเป็นคนหยิบมันขึ้นมา
จ้องมองเบอร์ที่หน้าจออยู่หลายอึดใจ

ก่อนจะกดรับ
นิ่งฟังเสียงปลายสายให้แน่ใจ
แล้วแผดเสียงดังลั่น

“คุณหยกไม่มีสิทธิ์ทำกับคนของคิดแบบนี้”

--โปรดติดตามตอน21.2--

ในทวิตเตอร์มีคนเดาถูกด้วย
ไม่หนุกเลย

ขอบคุณที่ช่วยลุ้นค่ะ

#เป็นเช่นรัก นะคะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 21.1 (20 ก.ย. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 20-09-2017 23:36:01
เฮ้อ..อออออออออ โล่งอก แต่ก้อยังหน่วง  :เฮ้อ: :เฮ้อ: :เฮ้อ:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 21.1 (20 ก.ย. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: Snowermyhae ที่ 21-09-2017 00:58:46
สงสารเป็นหลัก  :ling1:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 21.1 (20 ก.ย. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: kokoro ที่ 21-09-2017 09:55:10
สงสารเป็นหลัก
แต่ชอบที่ความรู้สึกของทั้ง3คน เติบโตพอที่จะเล่าอะไรบอกกัน ไม่ต้องโกหก
ชอบความดิบเถื่อนของรักแท้จัง 55555555555555555
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 21.1 (20 ก.ย. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: A_Narciso ที่ 21-09-2017 20:43:26
 :sad4: โอ๊ยย บีบหัวใจ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 21.1 (20 ก.ย. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: MorethanMore ที่ 27-09-2017 07:52:53
อ่านตอนแรกงงมากเลย เป็นการอ่านที่คาใจหนักมาก
ตอนนี้คุณหยกกำลังพยายามกำจัดเป็นหลักไปให้พ้นทาง และถ้าหลักพลาด ก็วิน

แอบอยากให้รักแท้จัดการให้เด็ดขาด แทนกล้ายุ่ง นั่นหมายความว่ามีคนถือหาง คุณหยกเองก็น่าจะมีชู้จนมีคิทเช่น?? เดาล้วน ๆ พ่อรักแท้ก็น่าจะคานอำนาจกันไหม

ส่วนเป็นหลัก ไม่มีอะไรในกอไผ่จริงหรอ?

เป็นหลักสภาพจิตใจน่าสงสารสุด ไม่ใช่ด็กสุดนะ แต่ไม่มีอะไรเลยที่จะช่วยให้รอดไปได้อะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 21.1 (20 ก.ย. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: myapril ที่ 12-10-2017 21:20:56
เป็นหลักน่าจะปรึกษาพี่ๆเขาก่อน
ตัวเองยังเด็กนัก เฮ้ออออ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 21.1 (20 ก.ย. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: sweetyswtcou ที่ 16-10-2017 00:00:11
ตามมาจากกระทู้แนะนำค่ะ เขียนได้ดีนะคะ สนุกดี หลากหลายอารมณ์ทีเดียว
รอตอนต่อไปนะคะ  :pig4: :pig4: :pig4:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 21.1 (20 ก.ย. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: nlygust13 ที่ 25-10-2017 23:22:17
จงมา จงมา จงมา  :hao7:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 21.1 (20 ก.ย. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: nlygust13 ที่ 25-10-2017 23:23:18
เรารออยู่นะคะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 21.1 (20 ก.ย. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: nlygust13 ที่ 25-10-2017 23:24:06
เรารออยู่นะคะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 21.1 (20 ก.ย. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: JanJanIsHappy ที่ 28-10-2017 21:40:40
 :z13: :z13: :z13:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 21.1 (20 ก.ย. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: poommy_TY ที่ 04-11-2017 11:04:11
เพิ่งได้มาอ่าน ปกติจะอ่าน 3p ไม่ไหว ไม่เข้าใจว่าคนสามคนมันจะรักกันยังไง

แต่เรื่องนี้ ดีมากกกิเปิดตาเปิดใจเรากับความรักแบบนี้เลย นัวมากๆ ลงตัว ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกก

ฮืออออ มาต่อเร็วๆนะคะ รอคอยมากๆ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 21.1 (20 ก.ย. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: JanJanIsHappy ที่ 29-11-2017 08:10:05
รออยู่นะคะ :mew2: :mew2:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 21.1 (20 ก.ย. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: Kimigari ที่ 06-12-2017 16:28:17
ยังคอยนะคะ
สนุกมากกกกกกก
สงสารเป็นหลักมากๆ โถ่วว ตะหนูวววว
เเต่ในตัวละครทั้งหมด เราชอบเป็นหลักนะ น้องน่าร๊ากกกกก

มาต่อไวไวนะค๊าาา <3 :mew6:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 21.1 (20 ก.ย. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: dekying kukkig ที่ 13-12-2017 09:06:36
มานั่งลุ้นด้วยคนค่ะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 21.1 (20 ก.ย. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: Ginny Jinny ที่ 11-01-2018 07:14:04
 :z10: :z10: :z10:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 21.1 (20 ก.ย. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: dekying kukkig ที่ 30-01-2018 15:55:51
รอคุณหยกโดนจัดการอยู่น้า  :mew2:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 21.1 (20 ก.ย. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: dadt ที่ 21-02-2018 06:02:45
5 เดือนแล้ว ไม่เขียนต่อแล้วเหรอคะ?
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 21.1 (20 ก.ย. 60)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 21-02-2018 18:37:57
5 เดือนแล้ว ไม่เขียนต่อแล้วเหรอคะ?

ยังเขียนค่า กะลังเขียนค่า
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 22.1 (23 กุมภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 23-02-2018 18:35:13
เป็นเช่นรัก 22.1

คุณหยกรู้มาสักพักแล้วว่าเกลือเป็นหนอน
นักมวยถูกทำให้แพ้บ่อยเกินไป
การหาว่าใครหักหลังก็ไม่ยากจนเกินไปแต่ถ้าจะให้สาวไปจนถึงตัวบงการใหญ่ ก็ต้องลงแรงมากหน่อย

มีหมากให้ใช้อยู่หลายตัว
แต่คุณหยกเลือก เป็นหลัก
มันคุ้ม ในหลายเรื่อง
เธอจึงโทรไป
เด็กคนนั้นพูดง่ายกว่าที่คาดไว้

ช่างไม่ระวังตัว

คุณหยกไม่ได้โกหกสักคำ ในตอนที่เธอบอกเป็นหลักว่า

“เรื่องพวกนี้ทำเพื่อปกป้องคิดเช่น”

เป็นหลักเห็นแค่การปกป้องคิดเช่นจาก แทน นักมวยที่โตแต่ตัว
แต่คุณหยกเห็นไกลกว่านั้น

แทนคิดว่าตัวเองฉลาด คนที่คิดอย่างนี้มักติดกับดักได้ง่าย
วันแรกที่ส่งเป็นหลักไปล่อ แทนก็ตะครุบทันที
แม้จะสงสัยแต่ความลำพองตนมีมากกว่า
เมื่อแทนถามว่า เป็นหลักทำแบบนี้ทำไม

“ให้คุณปล่อยคิดเช่น”

แทนยิ้มและรับข้อเสนอ
อยู่ๆก็มีของหวานยื่นมาตรงหน้า เขาก็จะรับเอาไว้
ส่วนคิดเช่น ยังไงก็ไปจากเขาไม่ได้หรอก
แทนมั่นใจ
สุดท้าย คิดเช่นก็จะตัดไม่ขาด

ในวันแรกที่เจอ แทนพาเป็นหลักไปในที่แห่งหนึ่งเพราะมีนัดคุยธุระนิดหน่อย และที่สำคัญ ที่นั่นมีห้องวีไอพี ที่สามารถช่วยให้จัดการ “อะไร อะไร” ได้ง่ายหน่อย

แทนค้นพบว่า เป็นหลักน่ารักกว่าที่คิดไว้มาก เนื้อตัวหวานหอม จนแทบทำให้ลืมภาพเจ้าเด็กบ้าคลั่งที่ทำเอาเขาเกือบตาย
แต่วันนี้จะยอมปล่อยไปก่อน

ไม่นานหรอก

คุณหยกสั่งให้ขับตามรถของแทนไป
จริงๆงานซุ่มติดตามนี่ ไม่ต้องถึงมือคุณหยกก็ได้
แต่ก็นะ…
ยังไงเด็กนั่นก็ยังเด็ก

คืนนั้นหลังจากแทนส่งเป็นหลักเรียบร้อย
รอให้แน่ใจ แล้วคุณหยกก็โทรให้เป็นหลักที่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ขึ้นมาที่รถตู้ของเธอ

ตัวสั่น หน้าซีดขาว

“กลัวหรือเปล่า” เธอถาม

แต่เด็กนั่นกลับตอบว่า “ไม่ครับ”

ยังทำเป็นเก่ง

ถ้าอย่างนั้นก็เข้าเรื่องกันเถอะ


“เห็นอะไรบ้าง”

“ข้างในนั้นเป็นบ่อน”

คุณหยกพยักหน้า ไม่ได้ผิดจากที่คาดไว้

“เห็นใครบ้าง”

“ผม…ไม่รู้จัก มีคนที่แทนเรียกว่าเฮียสองคนและมีคนอื่นๆอีกพอสมควร ตอนแรกเขาไม่ไว้ใจผม แต่แทนบอกว่าแค่พาผมมาสนุกด้วยกัน”

คนพวกนั้นคงคิดว่าเป็นหลักขายตัว

“พรุ่งนี้จะให้ดูรูปคนในวงการทุกคน จำให้ได้” คุณหยกสั่ง

“ครับ” เป็นหลักรับคำสั้นๆ ท้ายเสียงยังสั่น

น่ารำคาญจริง คุณหยกถอนหายใจ

“เป็นหลัก”

“ครับ”

“ฉันจะมาด้วยทุกครั้ง”

“ครับ?”

คุณหยกไม่พูดซ้ำ เพียงปรายตามอง

“ครับ ขอบคุณครับ” คนอายุน้อยกว่าเข้าใจในที่สุด

เป็นหลักคิดว่า สิ่งที่คุณหยกจะบอกคือ คุณหยกจะคอยช่วยอยู่ตลอด

.
.
.

วันนี้เกิดเหตุการณ์คล้ายเดิม

แทนพาเป็นหลักมาที่บ่อนที่ด้านนอกเป็นเหมือนสปอร์ตคลับธรรมดา
แทนเริ่มต้นด้วยการพาเป็นหลักเข้าใช้ฟิตเนส
เป็นหลักไม่เคยรู้สึกอึดอัดเวลาที่อยู่ใกล้ใครเท่านี้มาก่อน
เหมือนกับการต้องกล้ำกลืนกับของมีกลิ่นเหม็น
ไม่รู้ว่าจะซ่อนความรังเกียจนี้ไว้ได้อีกนานเท่าไหร่

“ทำไมเลิกวิ่งแล้วล่ะ”

“ผมเหนื่อย”

“เหรอ งั้น อาบน้ำนะ”

สายตานั่นโลมเลีย
เป็นหลักกลั้นหายใจ
ก่อนพยักหน้า

เป็นหลักหวังให้มีคนอื่นอยู่ในห้องน้ำด้วย
แต่มันเงียบเชียบเหลือเกิน

เป็นหลักอาบน้ำ
แม้เพียงเปิดก๊อกน้ำ ก็ยากมาก มือสั่นจนจับอะไรแทบไม่อยู่
เป็นหลักรู้ หลังจากนี้ เรื่องนั้นอาจเกิดขึ้น
เขาควรยินยอม ไม่อย่างนั้นความแตกแน่ๆ
ตอนนี้ยังสาวไปไม่ถึงคนบงการ
เรื่องนี้ล้มเลิกไม่ได้
ถ้าหากหาเจอว่าใครที่คอยสร้างปัญหาให้คิดเช่น และบอกให้คุณหยกจัดการมันเสีย
ต่อไปคิดเช่นจะปลอดภัย
จะไม่เหนื่อย


เสียงเคาะประตูห้องน้ำ
เป็นหลักสะดุ้ง
ข้างในใจนั้นทั้งเศร้าทั้งกลัว

เอาเถอะ อย่างน้อยเนื้อตัวของเขาก็มีประโยชน์
ของไม่มีค่า ได้ใช้เพื่อปกป้องใครบางคน
มันดีมากๆแล้ว


คนตัวเล็กปิดน้ำ พร้อมปาดน้ำตา

“ครับ?”

“เปิดประตูหน่อย”

เป็นหลักไม่ถาม
เจตนานั้นชัดเสียจนไม่ต้องย้ำอีก

แทนต้องการมีอะไรกับเขา
ที่นี่
ตอนนี้

หยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่พันรอบกาย
ปราการด่านสุดท้าย
ที่คงแทบป้องกันอะไรไม่ได้

เมื่อประตูเปิดออก
แทนหายใจแรง
เมื่อวานว่าน่ารักแล้ว แต่เป็นหลักในวันนี้มีอะไรมากกว่าคำนั้นมาก
ดึงดูด บอบบาง น่าขย้ำให้ช้ำ น่ากัดเนื้อตรงนั้นตรงนี้
รอยฟันของเขาบนตัวของเป็นหลักคงจะสวยมากๆ
เสียงยามที่ถูกบีบเค้นเนื้อตัวคงเหมือนแมวที่เจ็บปวด
น่าฟัง
กระตุ้นอารมณ์

ไม่ควรรออีกต่อไป แทนหยุดคิดถึงภาพในอากาศ แล้วลงมือทำให้เกิดขึ้นจริง
เขาผลักเป็นหลักกระแทกผนังห้องน้ำ
เด็กมัธยมดูตระหนก สั่นเทา

กลัวอีก
เขาชอบ


เขาตะโปมจูบไปทั่วทั้งใบหน้า
เด็กนั่นเบือนหน้าหลบ แต่ทำอย่างไรก็ไม่พ้น
น้ำตาไหลเป็นทาง

ดี
สนุกเหลือเกิน


เขาเริ่มใช้ปากสำรวจเนื้อตัวส่วนอื่นๆ
ขบต่ำลงมาที่หัวไหล่กลม
เป็นหลักสะอื้น แต่ไม่ดิ้นรน

เขากระตุกผ้าผืนล่างทิ้ง ขณะสำรวจผิวเนื้อส่วนบน
เป็นหลักหลับตาลง
หมดหวังว่าจะรอดจากตรงนี้

นึกถึงคนสองคนเป็นที่สุด

ขอโทษนะครับ

เด็กคนนี้มันไม่เคยสะอาด

แต่นี่เป็นสิ่งที่ผมทำได้

เพื่อคนที่ผมรัก




แทนกำลังกลัดมันอย่างที่สุด
ขณะที่กำลังจะเกิดขั้นต่อไป

จู่ๆก็มีเสียงเหมือนคนหลายคน เดินเข้ามาในห้องน้ำ
ทุกคนพูดคุยเฮฮา คงเป็นเพื่อนกัน

แทนชะงัก และสบถเบาๆอย่างหัวเสีย

“เฮ้ยมึง ห้องน้ำมีสามห้องเองว่ะ”

“เออ กูเข้าห้องซ้าย มึงใช้ห้องขวา ส่วนไอ้เล็กรอต่อห้องกลางแล้วกัน เดี๋ยวเขาก็ออกแล้วมั้ง”

เสียงคุยกันดังก้อง
แทนยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่
ไอ้บ้าที่ไหนแห่มาใช้ห้องน้ำกันเวลานี้
ทุกอย่างต้องหยุดลง เขาต้องพาเป็นหลักออกจากตรงนี้

แทนใช้ผ้าผืนเล็กคลุมศีรษะออกมา เขาไม่เสี่ยงให้คนจำเขาได้
เมื่อเดินผ่านคนที่รอคิวห้องน้ำอยู่ก็ก้มหน้าแล้วเร่งฝีเท้า
จึงไม่ได้เห็น
ว่าคนที่มารอต่อห้องน้ำ ส่งกระดาษใบหนึ่งให้เป็นหลัก

ข้อความเขียนว่า

“กลับเดี๋ยวนี้”

เป็นหลักอ่าน แล้วหันมองหน้าคนส่งสาร

เขาพูดแบบไร้เสียง อ่านปากได้ว่า

“ผมถ่วงไว้ คุณไปเลย”

เป็นหลักมีเวลา งง แค่ชั่ววินาทีเท่านั้น เพราะคนส่งสาร ที่แสดงบทบาทเป็นคนรอคิว สาวเท้าผ่านหน้าไป ร้องทักแทนเสียงดัง

“โทษนะครับ ผมคุ้นหน้าคุณมาก คุณใช่คุณแทน แชมป์มวยโลกหรือเปล่าครับ”

เป็นหลักไม่ทันฟังว่า แทนแก้ตัวว่าอย่างไร รีบเดินออกไปจากห้องน้ำ

.
.
.
.
ทีมของคุณหยกไม่ได้มีแค่สามคนในห้องน้ำ
เมื่อหลุดออกจากหน้าสปอร์ตคลับ ต้องไม่ให้มีพิรุธ
พอผ่านสายตาของยามแล้ว
ก็มีคนอีกคน นำเป็นหลักไปยังรถตู้ที่จอดอยู่ในมุมอับ

เมื่อขึ้นรถ
เป็นหลักพยายามระงับอาการของตัวเอง
ไม่อยากใ้ห้คุณหยกเห็นว่าอ่อนแอ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรก
แต่ไม่มี เพศสัมพันธ์ ครั้งไหน ที่รู้สึกสกปรกและถูกคุกคามมากเท่านี้มาก่อน
แม้ว่าจะรอดมาได้
แต่มันทิ้งแผลร้ายแรงเอาไว้
เมื่อย้อนเห็นภาพตัวเองและแทนในขณะนั้น
ความขยะแขยงกลับทบทวี รู้สึกถึงความสาก กักขฬะ ชัดเจน เหมือนมันเกิดขึ้นซ้ำๆ

ตอนนั้นสมองสั่งให้เป็นหลักปิดการรับรู้ให้มากที่สุด

ไม่รู้สึก
ต้องอดทน


แต่ในตอนนี้ สัมผัสเหล่านั้นกลับคืนมาทั้งหมด
ทุกการเคลื่อนไหวเหล่านั้นเลวร้าย

ไม่อยากเห็น
ไม่อยากจำมัน
ไม่เอา


ตัวเป็นหลักเริ่มสั่น ควบคุมไม่ได้
คุณหยกสังเกตอยู่ตลอด
เริ่มจากมือที่จิกลงกับแขนของตัวเอง
ตัวเริ่มสั่นเทิ้ม
หายใจหอบ
คุณหยกเคลื่อนตัวเข้าประชิด
ได้ยินเสียงฟันกระทบกันดังกึกๆ

“เป็นหลัก” เสียงนั้นปลอบประโลม “เธอปลอดภัย ไม่เป็นอะไรแล้ว”

เด็กมัธยมหันมองเธอ น้ำตานอง ท่าทางเสียขวัญ

“เขา เขาจะ เขาจะ” เด็กพยายามจะฟ้องเธอว่าเขาทำอะไรบ้าง แต่ถ้อยคำกลับติดอยู่แค่นั้น เขาหายใจไม่ทัน

คุณหยกกอดเป็นหลักไว้แน่น

เด็กน้อยปล่อยโฮ
.
.
.
เป็นหลักอาเจียนจนแทบไม่เหลือแรง นึกเสียใจที่ทำรถคุณหยกเลอะเทอะ

เขามันสร้างแต่เรื่องสกปรก

เมื่อกลับถึงคอนโด รีบอาบน้ำ ขัดถูเอาคราบต่างๆออกไป
ออกแรงขัดจนแสบ

ไม่สะอาดเสียที

ภาพเหล่านั้นยังวนเวียน
มันดีกว่าเดิมนิดหน่อย ที่เขาเห็นภาพอ้อมกอดของคุณหยกด้วย
กอดนั้นอุ่น
เป็นหลักรู้ คุณหยกไม่ได้แค่ปลอบใจแบบส่งๆไปอย่างนั้น เธอพูดความจริง

“เธอจะปลอดภัย ฉันไม่ปล่อยให้เธอเป็นอะไร”

ยังไม่ทันได้คิดอะไรไปมากกว่านี้
ประตูคอนโดก็เปิดออก

คิดเช่นและรักแท้อยู่ตรงนั้น

เป็นหลักกลืนน้ำลายอึกใหญ่
เยือกเย็นจากกระดูก

คิดเช่นเดินลากเท้าช้าๆ
สองมือล้วงกระเป๋า
ท่าทางคุกคามในแบบที่ดูสบายๆ

แค่ดูเหมือนอย่างนั้น

มีแต่คิดเช่นเท่านั้นที่รู้ ว่าข้างในนั้นมันไหม้จนเหลือแต่เถ้าผง

“ไปไหนมา” คำถามนั้น แฝงกระแสอารมณ์อันเขม็งเกลียว

-ขอขอบพระคุณ-

พยายามเล่าเหตุการณ์ส่วนของเป็นหลักค่ะ  ส่วนท้ายๆ เป็นรอยต่อของตอนที่ 21.1 ค่ะ

ตอนนี้ฝืดมาก ภาษาและวิธีเล่าเรื่องยังไม่เข้าที่ ขออภัยจริงๆค่ะ จะพยายามให้มากกว่านี้
กำลังเขียน 22.2 นะคะ น่าจะไม่นาน

ขอบคุณที่ยังรอค่ะ

รบกวนบอกกล่าว ที่ #เป็นเช่นรัก นะคะ

treenature
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 22.1 (23 กุมภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: moosawvans ที่ 23-02-2018 19:11:36
เป็นหลัก ลูกรักของแม่ ทุกอย่างจะดีขึ้น  :sad11:
รักแท้ กับคิดเช่น ต้องเข้าใจแน่ๆ  :mew4:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 22.1 (23 กุมภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: jajah_s.amp ที่ 23-02-2018 20:11:51
ฮรือออออ อย่างแรกเลยขอบอกว่าดีใจมากๆที่คุณไรท์กลับมาอัพต่อให้ได้อ่านหลังจากห่างหายไปนาน ขอบคุณคุณไรท์ที่ไม่ทิ้งให้เรารอเก้อ แม้นานๆจะมาอัพเราก็จะรอค่ะ
อย่างที่สอง การได้อ่านพาร์ทนี้เรามองคุณหยกในแง่ดีกว่าเดิมเยอะเลยค่ะ .. จริงๆคุณหยกก็ไม่ได้ร้ายไปซะทุกเรื่อง หลังจากพาร์ทก่อนหน้านี้เราเคืองคุณหยกไปซะเยอะ
ส่วนเป็นหลัก .. เราเป็นกลจ.ให้น้อง เราไม่อยากให้น้องมองว่าตัวเองไม่มีค่าเลย(ช่วงนี้น้องบอกว่าตัวเองสร้างแต่เรื่องสกปรก) ToT  และเราเชื่อว่าคิดเช่นกับรักแท้จะเข้าใจน้อง
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 22.1 (23 กุมภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 23-02-2018 21:08:17
สงสารน้อง..กราบคุณหยกที่ดูแลไม่ให้เลยเถิดไปมากกว่านั้น  :katai1: :katai1: :katai1:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 22.1 (23 กุมภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: ้sripaerrr ที่ 23-02-2018 21:44:21
มาถึงก็ทำให้ร้องไห้เลยอะคุณต้นนนนน

"เอาเถอะ อย่างน้อยเนื้อตัวของเขาก็มีประโยชน์
ของไม่มีค่า ได้ใช้เพื่อปกป้องใครบางคน
มันดีมากๆแล้ว"

เป็นประโยคที่โคตรจะไม่ไหวเลยอะ :m15: :m15: :m15:
ถ้าพวกพี่ๆรู้ นี่เรื่องใหญ่เลยนะ เฝ้ารอดูพลังทำลายล้างของคุณคิดเช่นเลยครัชชชช
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 22.1 (23 กุมภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: MorethanMore ที่ 24-02-2018 16:34:58
สงสารเป็นหลักมันโหดร้ายมากเลยอะ โดนทำแบบนี้ เหมือนเอาความรักของเป็นหลักมาข่มขู่เพื่อให้เป็นหลักทำทุกอย่างให้ รู้สึกช็อคกับความดาร์กของคุณหยก ไม่แปลกที่พ่อรักแท้ไม่รักคุณหยก รักไม่ลง
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 22.1 (23 กุมภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: Ginny Jinny ที่ 24-02-2018 19:09:48
เป็นหลักสู้ๆ  :katai2-1: :katai2-1:


หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 22.1 (23 กุมภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: Snowermyhae ที่ 25-02-2018 00:58:30
พอมาอ่านตอนนี้แล้วสงสารน้องมากๆเลยค่ะ อดทนอะไรขนาดนี้ ทำไมต้องคิดว่าตัวเองไม่มีค่าด้วย กอด  :L2:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 22.1 (23 กุมภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: AeAng11 ที่ 25-02-2018 13:20:01
สงสารเป็นหลักใจหนูต้องบอบช้ำแค่ไหนถึงคิดว่าตัวเองไม่มีค่าขนาดนี้คุณหยกอย่าปล่อยให้น้องเป็นอะไรนะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 22.1 (23 กุมภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: A_Narciso ที่ 25-02-2018 13:52:41
รออยู่เสมอนะคะ ชอบ3P เรื่องนี้มากก
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 22.1 (23 กุมภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: dekying kukkig ที่ 02-03-2018 09:30:50
 :hao5: สงสารน้องจัง รอตอนต่อไปค่ะ ได้แต่หวังว่าพี่ๆ จะทำให้รอยในใจน้องหายไป
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 22.1 (23 กุมภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: nittanid33333 ที่ 03-03-2018 22:53:48
 :hao5: :hao5: :hao5: :hao5: :hao5: :hao5: :hao5: :hao5:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 22.1 (23 กุมภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: kokoro ที่ 07-03-2018 14:15:57
ตอนนี้เป็นหลักเหมือนเด็กตัวน้อยๆที่มีความรักอยู่เต็มเปี่ยมและเติบโตไปอีกขั้น
เด็กน้อยที่อยากจะทำอะไรให้กับคนที่รักโดยไม่ห่วงตัวเอง ถึงแม้จะกลัวสักแค่ไหนก็ตาม
สงสารน้องเลย มันจะเป็นความทรงจำที่ไม่โอเคมากๆ แอบโกรธคุณหยกนิดๆ  o18
น้องไม่โอเค คนรอบตัวอย่างคิดเช่น รักแท้ก็ต้องไม่โอเคด้วย คราวนี้หละ เยียวยาทั้ง 3 คน
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 22.1 (23 กุมภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: uyong ที่ 11-03-2018 22:42:05
สงสารเป็นหลัก :sad4: :m15:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 22.2 (13 มีนาคม 61)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 13-03-2018 01:21:09
“คุณหยกไม่มีสิทธิ์ทำกับคนของคิดแบบนี้”

บางอย่างภายในแล่นพล่าน
ตั้งแต่เด็ก คิดเช่นรู้สึกน้อยใจคุณหยกในหลายเรื่อง
แต่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้

เพราะไม่มีสิทธิ์

แต่ครั้งนี้คุณหยกทำเกินไป
มวลอารมณ์ก้อนมหึมาทำเอาคิดเช่นสะกดตัวเองไม่อยู่

“อย่าเล่นกับเป็นหลักแบบนี้ เขาเป็นของคิด คุณหยกส่งเขาไปให้แทนได้ยังไง”


เขาตะเบ็งเสียงลั่น บ้าคลั่ง ยิ่งกว่าตวาด มากกว่าตะโกน
เป็นความโกรธคนละแบบกับที่รู้สึกกับเป็นหลัก นั่นมันเป็นสีดำและหนาวเยือก
เพราะคิดเช่นมีเวลาตั้งตัวหลายวัน จึงสะกดความเจ็บปวดเปลี่ยนมันเป็นความเจ็บแค้น

แต่ครั้งนี้เป็นระเบิด
ตูม
แหลกลาญ
ไม่ใช่อย่างอื่น

หัวใจของเขานี่เอง

สิ่งที่ยึดมั่นถล่มลง
เขารัก
ไม่สิ
ภักดี มาตลอด
ยอมอยู่ในที่ที่จัดไว้
เขารู้ดี สำหรับคุณหยกแล้ว อยากได้อะไรก็ต้องได้
แต่ไม่เคยนึกมาก่อน
ว่าจะไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

ไม่เคยเรียกร้อง
เพราะรู้ว่าคุณหยกรัก
รักในแบบของผู้หญิงเก่ง
แต่ตอนนี้ คิดเช่นไม่แน่ใจ
ว่า เขาเป็น อะไร สำหรับคุณหยก
หัวใจของคิดเช่นมีค่าเท่ากับอะไร
ค่ายมวย?
อำนาจ?
ชัยชนะ?

ความเสียใจปนเปทำให้ในประโยคถัดไปกลับดังเท่ากระซิบ
ทว่าฟันขบกรอด ทุกถ้อยคำสั่น

“เขาเป็นคนของคิด”

สามครั้งแล้วที่คิดเช่นย้ำเรื่อง “ความเป็นเจ้าของ” ประโยคคล้ายข่มขวัญ แต่น้ำตาไหลพราก

คุณหยกตกใจ คิดเช่นไม่เคยเป็นแบบนี้

แต่ยังทำนิ่งไว้

“แต่เด็กคนนั้นก็ยังปลอดภัยดีไม่ใช่หรือ”

“ต้องรอให้มันเกิดขึ้นก่อนใช่ไหม”

ตอนที่เป็นหลักสารภาพ คิดเช่นโกรธ แต่ไม่นึกห่วง
แต่ในนาทีนี้ พอรู้ว่าเป็นหลักไม่ได้เข้าไปเอง
คิดเช่นรู้สึกอย่างอื่น

นี่ต้องไม่ใช่งานธรรมดา คุณหยกไม่เคยจับงานเล็ก

กลัวจริงๆ
เป็นหลักอาจตาย
งานเสี่ยงมากเกินไป

อารมณ์หลายแบบเกิดขึ้นพร้อมกันจนแทบรับไม่ไหว
โกรธคุณหยกมากเท่าไหร่ ไม่เท่ากลัวว่า คุณหยกจะเอาเป็นหลักไปทำอะไร

ร่างทุกส่วน สั่น ขณะกรอกเสียงลงไป

“คุณหยก สองคนนี้คิดขอจริงๆ”

ทุกอย่างทะลัก ควบคุมสิ่งใดไม่ได้เลย มือ เสียง ตัว และน้ำตา

รักแท้นั่งลงข้างๆคิดเช่น ตกใจกับคิดเช่นในแบบนี้
แตะมือเข้าที่บ่า

ใจหายวาบ

“เช่น เช่น” รักแท้รีบเรียกสติ

ไม่ได้ผล

คิดเช่นแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย กระเจิดกระเจิง

“คุณหยก แม่ อย่าทำ คิดขอ ลูกขอ คิดรัก อย่าเอาเขาไปเสี่ยง” แต่ละพยางค์ยากลำบาก มันเครือ เบา แทบฟังไม่รู้เรื่อง

คิดเช่นสิ้นท่าแล้ว ยอมงัดเอาทุกเงื่อนไขออกมาใช้

“คิด” คุณหยกพูดได้แค่นั้น

นึกไม่ถึง
มากเกินกว่าจะทำเป็นเย็นชาต่อไปได้

ความเจ็บปวดแบบหนึ่งเกิดขึ้นกับคุณหยก

ผิดจริงๆ
แย่จริงๆ


“คิด ม…ขอโทษ”

คำนั้นจางหาย ไม่คุ้นปาก เพราะไม่เคยใช้มัน

แต่คิดเช่นกลับเรียกเธอว่า แม่ และเรียกตัวเองว่า ลูก

รู้สึกแบบนั้นอยู่ตลอดใช่ไหม สายสันพันธ์แบบนั้น คิดเช่นยึดมั่นมันไว้ตลอดเลยหรือ

ไม่รู้ว่าคุณหยกพูดอะไรกับคิดเช่นอีก

น่าจะเป็นข้อความสั้นๆ ที่ทำให้คิดเช่นสงบลงได้

เมื่อวางสาย
คิดเช่นเหลียวมองหาเป็นหลัก
ที่ตอนนี้ตัวเล็กยิ่งกว่าเล็ก หน้าซีด พะว้าพะวง
เป็นหลักตกใจไม่แพ้รักแท้ อยากกอดปลอบเหมือนที่รักแท้ทำ
แต่ไม่กล้าเข้าไป
คิดเช่นอาจไม่อยากให้ลักกี้คนนี้เข้าใกล้อีกต่อไปแล้ว
จึงได้แต่นั่งมองอยู่ที่พื้น
ร้องไห้เงียบๆ

“เป็นหลัก” คิดเช่นเรียก

เป็นหลักเจ็บ เพราะยังแอบหวัง ว่าเขาจะสามารถกลับไปเป็น ลักกี้

ทั้งๆที่เป็นแบบนั้นก็ยังขยับเข้าหา ตามคำเรียก

อะไรก็ได้ ขอให้คิดเช่นยังเรียกหาเขา

ไม่รู้ใครตัวสั่นมากกว่ากัน

คิดเช่นกอดเป็นหลักไว้แน่น

——โปรดติดตาม 22.3——-

ใจหนึ่งก็รู้สึกว่า นี่ไม่ใช่
อีกใจก็อยากอัพโหลดทั้งแบบนี้
หลุดไปไกลไหมคะ

ขอบคุณที่อ่านนะคะ

#เป็นเช่นรัก
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 22.2 (13 มีนาคม 61)
เริ่มหัวข้อโดย: Lalinnovel ที่ 13-03-2018 01:32:22
มาแล้วววว ขอบคุณมากนะฮะะ  :mew1:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 22.2 (13 มีนาคม 61)
เริ่มหัวข้อโดย: oki ที่ 13-03-2018 02:51:48
ถ้าถามว่าแปลกหรือเปล่า เราชอบนะ มันสับสนและแหลกสลายดี เข้ากับตอนนี้ของทั้งสามมากเลย
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 22.2 (13 มีนาคม 61)
เริ่มหัวข้อโดย: AeAng11 ที่ 13-03-2018 06:40:38
เข้าใจคิดเช่นนะมันกลัวคนที่ตัวเองรักจนใจสลายอ่ะกลัวกังวลเป็นห่วงถ้าเป็นหลักเป็นอะไรไป
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 22.2 (13 มีนาคม 61)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 13-03-2018 07:08:45
รักมาก ห่วงมาก แหลกสลายมาก  :hao5:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 22.2 (13 มีนาคม 61)
เริ่มหัวข้อโดย: moosawvans ที่ 13-03-2018 09:05:22
เราคิดว่า ต่างคนต่างกลัว
แต่เป็นความกลัวที่มาจากความรัก รักมาก กลัวอีกฝ่ายจะเป็นอะไรไป
กลัวจะสูญเสียอีกฝ่าย ทุกเหตุ มันเกิดจากการรักมากๆๆ
อีกคนอยากทำอะไรเพื่อนคนรักบ้าง อีกคนก็ไม่อยากให้คนที่รักมาเสี่ยง
ไปกับเรื่องอันตรายนี้
คุณต้นเขียนได้ดีเสมอ บอกมุมมองของแต่ละฝ่าย เราโอเคกับตอนนี้ รอตอนต่อไปเด้อออ  :mew1:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 22.2 (13 มีนาคม 61)
เริ่มหัวข้อโดย: CLShunny ที่ 13-03-2018 16:41:26
น้องรู้ว่ามันจะผ่านไป สู้ๆๆนะะพวกเทอออ เรารีกกกเรารอองื้ออหน่วงงเว้ยยยย สงสารรนอ่ะะ มันระเบิดเป็นจุ้นจุกแบบใฟ้ทำอะไรก้ได้แต่อย่าทำร้ายคนของเราอ่ะ สงสารมากๆๆๆจะร้องงงงงง
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 22.3 (14 มีนาคม 61)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 14-03-2018 00:49:25

ตอนที่ 22.3

คุณหยกยกเลิกแผนนั่นแล้ว
ทั้งๆที่อีกนิดก็จะสำเร็จ
บอกตัวเองไม่ได้ชัดๆว่า เป็นเพราะเป็นหลักหรือคิดเช่น
แรกทีเดียว เธอไม่สนใจว่าใครจะรู้สึกอย่างไร
แต่เด็กนั่นเปราะกว่าที่คิด
เรื่องเซ็กส์สำหรับผู้ชาย ไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้

แต่เด็กกลับสั่นงันงก

เธอจึงได้คิดว่า
การถูกคุกคาม ลวนลาม ไม่ว่ากับใคร หรือเพศไหน ก็ไม่ควรจัดเป็นเรื่องธรรมดาสินะ
คิดเช่นก็ไม่เห็นจะต้องเดือดเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนั้น
และคำว่า “แม่” นั่นด้วย

ที่ผ่านมาคุณหยกไม่เคยสะทกสะท้านกับการเหยียบย่ำ
มันเป็นกฏการอยู่รอดพื้นฐาน
ถ้าอ่อนแอกว่า ก็ต้องถูกคัดออก
คุณหยกผ่านมาทุกยก สำเร็จมาแทบทุกอย่าง
ถ้าไม่แน่จริง คงอยู่ในวงการนี้ไม่ได้
ถ้าเปรียบเทียบด้านมูลค่า ธุรกิจอื่นทำกำไรให้มากกว่าหลายเท่า
แต่มันเป็น ศักดิ์ศรี
เป็นการเล่นกับอำนาจ
ที่คุณหยกสนุก
และปรารถนาจะขึ้นไปยืนบนยอดสูงสุด

แต่เพียงข้ามคืน
การร้องไห้ของผู้ชายสองคน กลับทำให้คุณหยกหันกลับมามอง
อะไรบางอย่างยิ่งใหญ่กว่าอำนาจ
ละเอียดอ่อน เหนียวแน่น
สิ่งที่เป็นหลักมี คิดเช่นมี แต่คุณหยกไม่มี

ครั้งนี้เธอยอมถอย
แต่ยังไม่แพ้หรอกนะ

คุณหยกแค่ตั้งใจจะโทรไปถามอาการ ว่าดีขึ้นหรือยัง
และสั่งให้ชะลอเรื่องนี้ไว้ก่อน
แต่คิดเช่นกลับเป็นถึงขนาดนั้น
อะไรกันนักหนา

คืนให้   
คนของคิดเช่นน่ะ
คุณหยกจะไม่ยุ่งอีกก็ได้
.
.
.
คิดเช่นกลายเป็นแม่แมวที่หวงลูกหมาอีกครั้ง
คืนนั้นเขานอนกอดเป็นหลักไว้ทั้งคืน
แถมยังละเมอเรียกชื่อออกมาเบาๆ

รักแท้คิดไม่ถึงว่า
การหลบฝนในตู้โทรศัพท์กับเด็กคนหนึ่ง
และช่วยเลือกซอสมะเขือเทศให้กับคนอีกคนหนึ่ง
จะพาเขามาถึงจุดนี้
กลายเป็นคนยอมทำเรื่องยุ่งยากตั้งแต่เมื่อไหร่

ความรัก ที่เคยคิดว่าเป็นภาระ
วันนี้เขารู้แล้วว่าไม่ใช่
เพราะคนเราไม่ปกป้องภาระหรอก เราปกป้องของสำคัญ
และเมื่อเขายอมรับว่าเขารัก มันก็เป็นหน้าที่ของเขาโดยอัตโนมัติ ที่จะต้องปกป้องสองคนนี้

ตัวปัญหาเอ้ย
ร้องไห้กันขนาดนั้น เห็นใจเขาบ้าง
แทบทำอะไรไม่ถูก แต่ต้องนิ่งไว้

รักแท้ถอนหายใจ
นวดคลึงรอยช้ำที่หน้าแข้งของเป็นหลักไปเรื่อยๆ ตอนที่กระชากเข้าไปอาบน้ำคงใช้แรงมากไปหน่อย เป็นหลักคงตามไม่ทัน เดินชนอะไรเข้าสักอย่าง

เขาทอดสายตามองสองคนที่หลับสนิท
ชั่งใจอีกครั้ง ก่อนหยิบมือถือ เดินออกไปนอกห้อง โทรหาใครคนหนึ่ง
ต้องพึ่งพาอีกครั้ง
ไม่ชอบใจตัวเองนัก แต่รักแท้ก็ต้องยอม
เพื่อสองคนในห้องนอนนั่น
ทำให้ได้มากกว่านี้ด้วยซ้ำ
เชื่อเถอะ
รักแท้จะทำให้ ทุกทาง ทุกอย่าง

คุณดิษย์เข้าใจอะไรง่ายเสมอ ไม่ซักถามมากความ ไม่ย้อนถามหรือล้อให้รักแท้รู้สึกเสียฟอร์มไปมากกว่านี้

“จะดูให้”

นั่นคือการรับปาก
.
.
.
ทั้งสามตื่นสายเอาการ
กว่าจะได้เข้าไปที่ค่ายมวยก็เกือบบ่าย
มีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นที่ค่ายแน่ๆ
คนในค่ายทุกคนมองมาด้วยสายตาแปลกๆ

เป็นหลักรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย

มีคลิปหนึ่งส่งมาในมือถือของคิดเช่น
คนที่ไม่ค่อยชอบจับโทรศัพท์
กำมันแน่น

~โปรดติดตามตอนต่อไป~
 :mew1:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 22.3 (14 มีนาคม 61)
เริ่มหัวข้อโดย: moosawvans ที่ 14-03-2018 01:30:55
ค้างงงงงงงงค่า. จิล้องไห้เด้อค่าเด้อ  :z3: :katai5:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 22.3 (14 มีนาคม 61)
เริ่มหัวข้อโดย: didididia ที่ 14-03-2018 03:58:38
แทนส่งคลิปอะไรมารึเปล่า ฮื่อสงสารทุกคนเลย ผ่านมันไปให้ได้นะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 22.3 (14 มีนาคม 61)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 14-03-2018 06:58:07
โว๊ะ...คลิปอะไร ดูมั่งจิ???
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 22.3 (14 มีนาคม 61)
เริ่มหัวข้อโดย: kokoro ที่ 14-03-2018 09:41:49
เป็นเช่นรัก 22.2
พาร์ทนี้ได้เห็นความคิดของเช่นที่ผ่านมาทั้งหมด
เป็นเด็กดีจังเลยน้า ยอมคุณหยกมาตลอด
แต่ใครจะรู้ว่าวันนึงคิดเช่นจะมีคนที่อยากปกป้องถึงขนาดออกปากขอร้อง
เป็นความกลัวที่ทำให้คิดเช่นก้าวผ่านความคิดทุกอย่าง
จากตอนก่อนที่สงสารเป็นหลักแล้ว พาร์ทนี้สงสารคิดเช่นหนักเข้าไปอีก ฮื่ออออ


เป็นเช่นรัก 22.3
ตอนนี้ได้อ่านความรู้สึกของคุณแม่สายสตรองด้วยแฮะ
ความรัก ความเสียสละที่คุณแม่ไม่เข้าใจ ...หรือจริงๆเข้าใจแต่ไม่อยากยอมเราเพราะเรามันคนสตรอง 5555
และพาร์ทนี้เอ็นดูรักแท้คนกากแบบไม่เปิดเผย 5555

ทั้ง 3 คนนี้เหมือนกันตรงที่รักกันมากๆ และอยากปกป้องคนรักในแบบของตัวเอง ความรักนี่ดีจังเลยนะ

ีรออ่านดราม่านะคะ  :katai5:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 22.3 (14 มีนาคม 61)
เริ่มหัวข้อโดย: mayyiyi ที่ 14-03-2018 10:00:23
เย้!! มาต่อแล้วดีใจมากเลย  :impress2:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 22.3 (14 มีนาคม 61)
เริ่มหัวข้อโดย: CLShunny ที่ 16-03-2018 01:29:21
โอเยยยยยยยยยยยยตายยย ยังไม่จบบบบเรื่องร้ายๆๆๆๆ กุตายยยยยยยย หื้ออแแ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 23.1 (17 มีนาคม 61)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 17-03-2018 07:28:34
เป็นเช่นรัก 23.1

แทบทุกคนในค่ายเห็นคลิปนั่นหมดแล้ว
มันถูกส่งต่อ
แต่ไม่มีใครกล้าส่งให้คิดเช่นหรอก
นอกจากเบอร์ลึกลับ
ไม่ทราบจุดประสงค์แน่ชัด แต่คงไม่ได้หวังดี

กล้องมุมสูงที่ไม่น่าจะอยู่ในห้องน้ำ
ทำให้ผู้ชมเห็นชัดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ขณะที่คิดเช่นและรักแท้นั่งดูคลิปนั้นในห้องทำงาน
เพียงไม่กี่วินาทีแรก แค่เห็นว่ามันแตะตัวเป็นหลักยังไง
รักแท้ก็โกรธจนจะปาโทรศัพท์ทิ้ง
แต่คิดเช่นห้ามไว้
สบตา แล้วกล่าวว่า

“ดูให้จบ” คิดเช่นอยากให้รักแท้ได้รับรู้ว่า เป็นหลักรู้สึกแบบไหน

ตลอดเวลานั้น เป็นหลักนั่งอยู่ที่มุมหนึ่ง
หน้าขาวซีด ใจสั่นรัว เหงื่อเปียกชุ่มมือและตัวเย็นเฉียบ
ไม่กล้าลุกหนีไปไหน ไม่กล้าวอนขอ

ว่า อย่าดูเลย อย่าเห็นผมในสภาพนั้น

รักแท้รู้สึกโกรธมากกว่าครั้งใดที่เคยเกิดขึ้นกับเขา

ตาย

คำนั้นดังลั่นในตัวเขา
บางจุด คนธรรมดาก็อาจเป็นฆาตกรกันง่ายๆด้วยเหตุนี้

ลุแก่โทสะ

เขารู้ว่าปืนถูกเก็บไว้ในลิ้นชักไหนที่ห้องนี้
เขาเตือนตัวเองว่า

อย่า

บอกตัวเองพร้อมๆกับ คำว่า ฆ่า ผุดขึ้นนั่นแหละ

คิดเช่นเป็นคนแรกที่เริ่มเอะใจว่ารักแท้กำลังคิดอะไร
เขาผวาเข้ากอดรักแท้เอาไว้แน่น ก่อนจะทันเปิดลิ้นชักนั่น
แต่เอาไม่อยู่
เพราะรักแท้เลือดขึ้นหน้าเสียแล้ว ถูกครอบงำด้วย คำว่า ทำลาย
คิดเช่นถูกรักแท้เหวี่ยงกระเด็น
ลิ้นชักถูกเปิดในที่สุด
เป็นหลักวิ่งเข้าหา
เป็นห่วงคิดเช่น
ปืนที่อยู่ในมือคนไม่มีสติ อาจทำให้เกิดเรื่องร้ายแรง

“พี่” เป็นหลักยืนเผชิญหน้ากับรักแท้

วิงวอนด้วยสายตา

เป็นหลักรู้ รักแท้ไม่ได้หยิบปืนขึ้นมาเพื่อยิงเขา

พี่รักไม่มีวันทำกับผมแบบนั้น

รักแท้ตาพร่า มองคนตรงหน้า ภาพตัดสลับกับร่างขาวในคลิปที่ถูกกระทำ

แค้นจนจุกอก

มันทำให้เป็นหลักแปดเปื้อน มันเลว

“พี่” เป็นหลักเรียกอีก แล้วขยับเข้าใกล้ “เดี๋ยวปืนลั่น วางก่อน”

เป็นหลักพยายามโน้มน้าว ให้รักแท้ได้สติ ทั้งๆที่ตัวเขาแทบไม่มีพลังใจเหลืออยู่

รักแท้มองคนตรงหน้า สงสารเหลือเกิน

เขาพยักหน้า แล้วเก็บปืนกลับคืนลิ้นชัก

หันกลับมามองเป็นหลักอีกครั้ง
น้ำตาไหล
ขณะยกมือลูบหน้าคนเก่ง

“เจ็บตรงไหน” รักแท้ถาม

นั่นยิ่งทำให้เป็นหลักร้องไห้

รักแท้กอดเป็นหลักเอาไว้ อย่างถนอมที่สุด

เป็นหลักร้องไห้อย่างขวัญเสียอีกหน

ต้องร้องอย่างนี้อีกกี่หนกัน กว่าจะลืม

คิดเช่นมองคนทั้งสอง

ตัวเขาเองก็เคียดแค้นไม่ต่างจากรักแท้

คิดเช่นเคยนอนกับแทน
จึงรู้
แต่เพราะรัก เขาทนได้
แต่สำหรับเป็นหลักแล้ว มันคงหลอกหลอน

เป็นหลักไม่ปริปากบอกสักคำ ว่าเพิ่งเจอกับอะไรมา

หลับตากี่ครั้งก็ยังเห็นใช่ไหม
พยายามลืมเท่าไหร่ ยิ่งฝังแน่น ใช่หรือเปล่า


คิดเช่นเดินเข้าไปกอดรักแท้และเป็นหลักเอาไว้
ทุกคนร้องไห้อย่างหนัก
คนถูกกระทำบุบสลาย คนที่รู้ว่าคนรักตกเป็นเหยื่อแต่ไม่สามารถช่วยไว้ได้ก็เจ็ปปวด

นี่มันอะไรกัน

~โปรดติดตามตอนต่อไป~

ขอบคุณที่อ่านค่ะ

#เป็นเช่นรัก

ช่วงนี้จะมาสั้นๆ แต่ (น่าจะ) มาบ่อย นะคะ
@tonstreenature
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 23.1 (17 มีนาคม 61)
เริ่มหัวข้อโดย: AeAng11 ที่ 17-03-2018 10:00:56
ไหนคุณหยกดคยบอกว่าจะไม่ทำให้เป็นหลักบอบช้ำไง
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 23.1 (17 มีนาคม 61)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 17-03-2018 10:09:38
งื้อ..อออออ ปวดใจ  :hao5:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 23.2 (17 มีนาคม 61)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 17-03-2018 22:37:10
เป็นเช่นรัก 23.2

ที่ร้านอาหารของคิดเช่น
ถึงแม้จะมีปัญหา แต่ก็ทิ้งร้านไม่ได้
คิดเช่นต้องเข้ามาดู
ลูกน้องในร้านรู้สึกถึงความผิดปกติ แต่ไม่กล้าถาม

รักแท้นั่งอยู่ท่านั้นนานนับชั่วโมง คลึงไฟแช็กในมือไปมา
เขาเลิกบุหรี่มาได้พักหนึ่ง
ไม่คิดจะกลับไปหามัน แต่ยังเก็บบุหรี่ไว้กับตัวเสมอ
เก็บไว้เอาชนะใจตัวเอง
เห็น แต่จะไม่แตะ
ต่อให้มันล่อตากี่ครั้งก็ตาม
ตอนนี้เขามีสติดีแล้ว
ไม่วู่วามเหมือนเมื่อเช้า
เมื่อทุกอย่างตกตะกอน
จึงหยิบโทรศัพท์
ช่วงนี้เขาคุยกับคุณดิษย์บ่อย
ครั้งนี้คุยกันนาน จนได้ข้อสรุป และเข้าใจตรงกัน

“ส่วนอีกคน ผมขอจัดการเอง”

.
.
.

จิณณ์ไม่เคยคิดอยากพบคุณหยก
แต่หลังจากเห็นคลิปนั่น
คิดว่า ถึงเวลาต้องเจอกันสักครั้ง

รถตู้คันหนึ่งจอดลงที่หน้าค่ายมวย
คนในค่ายดีใจที่ได้เจอนายเก่าอีกหน

“คุณดิษย์สบายดีไหมครับ”

“สบายดี ครูล่ะ”

“ยังแข็งแรงดีครับ”

“ดีแล้ว ฝากค่ายด้วยนะครู”

“ครับ”

ครูมวยรับคำ แล้วหันไปหาอีกคน

“สวัสดีครับคุณจิณณ์“

“สวัสดีครับครู เจอกันอีกแล้วนะครับ”

“ครับ ดีใจที่ได้เจอกันในค่ายนะครับ” ครูกลั้วหัวเราะ

ครูเคยพบจิณณ์มาก่อน เคยได้รับคำสั่งให้ ‘ไปอยู่เป็นเพื่อน’ และ ‘สอน’ ในหลายอย่าง
รักมั่นก็มาด้วย
ไหนๆก็จะมาแล้ว คุณดิษย์ก็ถือโอกาสเปิดตัวทุกคนเสียเลย

คุณหยกมีเวลาเตรียมตัวตั้งรับไม่มากนัก
การมาของจิณณ์เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย

หลังจากทุกคนนั่งลง
โดยรักมั่นรู้ควรไม่ควรและขอรอยู่ข้างนอก

“เข้าเรื่องเถอะค่ะ” คุณหยกเอ่ยเสียงเรียบ

“ผมจะมาเอาเรื่องคุณ” จิณณ์ก็ปล่อยหมัดตรงในทันที

“คุณไม่มีสิทธิ์อะไรจะมาเอาเรื่องกับฉัน”

ก็ได้คุณดิษย์ไปแล้วไม่ใช่หรือ

“มี” จิณณ์ยืนยัน “ผมถือว่าเป็นหลักเป็นคนในครอบครัว ไม่ใช่คนที่คุณจะมาเหยียบย่ำหรือใช้เป็นเครื่องมือ”

คุณหยกไม่เข้าใจ

“ก็แค่เด็กที่ไหนไม่รู้”

พอเข้าใจหรือยังว่าทำไมต้องเป็นจิณณ์ ทำไมจึงไม่มีทางเป็นคุณหยก

“ที่มีหัวใจ” จิณณ์สบตาคุณหยก

สุดท้ายคุณหยกก็เป็นฝ่ายไม่กล้าสู้สายตา

“เรื่องคลิปนั่น ไม่ใช่ฝีมือฉัน” จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม

“เรื่องนั้นผมรู้ แต่คุณหยกก็ผิดตั้งแต่ส่งเป็นหลักเข้าไป”

“แต่ฉันก็ช่วยไว้ทัน”

“เป็นหลักไม่ใช่คนที่คุณจะส่งเขาไปเสี่ยงที่ไหนก็ได้” ดิษย์เอ่ยขัด หลังจากที่นั่งฟังอยู่ครู่ใหญ่ “คุณหยกควรถือว่าเด็กทั้งสามคนนั้นคือลูก”

คุณดิษย์รู้มาตลอด

“ในฐานะแม่ ถ้าทำให้เขามีความสุขไม่ได้ ก็ไม่ควรนำความทุกข์มาให้”

ใช่ว่าคุณหยกจะไม่รู้ไม่เห็นว่า
คิดเช่นเจ็ปปวดแค่ไหน
ใช่ว่าจะลืมได้ ว่า บนรถตู้ในวันนั้น เป็นหลักสั่นกลัวอย่างไร

เธอไม่คิดว่า ฝ่ายตรงข้ามจะตลบหลัง ไม่คิดว่าจะรู้ตัว แล้วตอกกลับในแบบนี้

และไม่คิดว่าจะทำให้คนเสียใจมากเท่านี้

“คุณหยก ไม่เชื่อสักนิดเลยหรือครับว่าพวกเขารักกัน” จิณณ์

ไม่มีคำตอบ

“เอาเป็นว่า ฉันยกเลิกงานนั่นแล้ว และจะหาคนที่กล้าทำแบบนี้ให้เร็วที่สุด”

นั่นแทนคำขอโทษหรือเปล่า



แทนเพิ่งออกจากบ่อน เขาเสียจนต้องยอมเลิก
คืนนี้หมดไปหกล้าน
แบตหมดตั้งแต่ตอนตีสองตีสาม และไม่สนใจจะชาร์จมัน
จึงไม่รู้ความเป็นไปภายนอก

เขากลับเข้าห้องนอน
เปิดไฟ
และพบใครคนหนึ่งนั่งรออยู่

คำสัญญาหนึ่ง ผุดขี้นมาทันที

“มึงจะชกมวยไม่ได้อีกตลอดชีวิต”


หนาวเยือก
ทั้งๆที่ฝ่ายนั้นตัวเล็กกว่า และเขาเป็นนักมวย
รักแท้แทบไม่มีอะไรสู้ได้

แต่ความแค้นเป็นพลัง

ต้องสาสม
ต้องสำนึก
ต้องไม่มีโอกาสแตะต้องคนของเขาได้อีก
.

.
.


เป็นหลักกระวนกระวาย

พี่รัก เล่นบ้าอะไร

“คุณดิษย์ครับ เปิดประตูเถอะ” เป็นหลักขอร้องอีกครั้ง

คุณดิษย์ไม่ยอม

“รอ”

เขาพูดแค่นั้นและนั่งลงที่เก้าอี้นวม

ครั้งนี้เด็ดขาด จนใครก็ไม่กล้าขัด
จิณณ์เองก็ห่วงลูกชายคนโตไม่น้อย
แต่รักแท้เข้ามาคุยกับจิณณ์แล้ว

“ให้ผมทำ” รักแท้ต้องการทำอะไรสักอย่างเพื่อคนรักของเขา

ตอนนี้ทุกคนจึงได้แค่รอ

ในห้องมีเสียงดังโครมคราม

ในขณะที่เป็นหลักนั่งไม่ติด คิดเช่นกลับนั่งนิ่ง

ฝากด้วยนะรัก

.
.
.
ไม่นาน
เสียงแทนร้องลั่นราวสัตว์เจ็บ
รักแท้เปิดประตูออกมา
เลือดอาบหน้า
คนแรกที่มองหาคือเป็นหลัก

เดินเข้าใกล้ สบตา แม้จะมองไม่ค่อยชัดนัก

“ขอให้หยุดมันตรงนี้ พี่ล้างให้แล้ว ช่วยพยายามลืมมันไป”

“ขอบคุณ” เป็นหลักจะพยายาม

คนที่สองที่มองหาคือคิดเช่น

“กลับบ้านกัน” คิดเช่นลุกขึ้นยืนและบิดขี้เกียจเล็กน้อย

“ที่บ้านมีกล่องปฐมพยาบาลไหม” รักแท้ถามเสียงเรียบเรื่อย

“มีนะ แต่เดี๋ยวแวะโรงบาลก่อนก็ได้” คิดเช่นก็ตอบราวกับมันเป็นเรื่องดินฟ้าอากาศ

“ลาครับ” รักแท้ปาดเลือดบางส่วนที่ไหลเข้าตา แล้วไหว้ลาผู้ใหญ่

“กินไรดี” คิดเช่นหันไปถามรักแท้ คงต้องเอาใจคนเก่งเสียหน่อย

“สปาเกตตี้”

“ยากอ่ะ”

“เดี๋ยวให้เป็นหลักทำให้ก็ได้”

“มาม่าแล้วกันฮะ”

~โปรดติดตามตอนต่อไป~

ขอบคุณที่อ่านค่ะ

#เป็นเช่นรัก
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 23.2 (17 มีนาคม 61)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 17-03-2018 22:43:57
ตาต่อตา..ฟันต่อฟัน  o13 o13 o13
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 23.2 (17 มีนาคม 61)
เริ่มหัวข้อโดย: oki ที่ 17-03-2018 23:31:28
 :hao5: เยียวยาน้องด้วยย
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 23.2 (17 มีนาคม 61)
เริ่มหัวข้อโดย: AeAng11 ที่ 18-03-2018 06:05:58
สงสารน้องฮือออเมื่อไหร่จะลบมันออกไปได้เป็นเรื่อง3Pเรื่องเดียวที่เราอ่านรู้สึกได้ถึงความรักและหวังดีที่พวกเขามีต่อกัน
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 23.2 (17 มีนาคม 61)
เริ่มหัวข้อโดย: ้sripaerrr ที่ 18-03-2018 09:19:16
มันคือความรัก ที่ไม่ได้มาจากแค่ เป็นหลัก คิดเช่น รักแท้ แต่มันมาจากทุกคน
ไม่ว่าจะรักในรูปแบบไหน เรารู้ได้เลยว่าพวกเขารัก แม้ว่าจะต่างวิธีกันก็ตาม
 :hao5: :hao5: :hao5: :hao5:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 23.2 (17 มีนาคม 61)
เริ่มหัวข้อโดย: dekying kukkig ที่ 19-03-2018 16:55:57

 :hao5:  :hao5: นี่อ่านแล้วรูสึกว่ามันกำลังดุเดือด ทั้งจากจิตใจและการกระทำจริงๆ แต่ชอบนะตาต่อตาฟันต่อฟัน ไม่รู้หรอกว่าวิธีนี้จะช่วยเยียวยาจิตใจน้องได้ป่าว แต่ถึงขนาดทุกคนก็ได้มีส่วนร่วมมาแก้ไขแบบนี้ ขอให้ผ่านเรื่องร้ายๆแบบนี้ไปเร็วๆเถ่อะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 23.2 (17 มีนาคม 61)
เริ่มหัวข้อโดย: Lalinnovel ที่ 16-05-2018 09:48:50
รอนะค้าบบบบบย  :mew1:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 23.3 (16 พฤษภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 16-05-2018 18:22:06
เป็นเช่นรัก 23.3

รุ่งขึ้นมีข่าวดัง

“ฉาว นักมวยดัง นัวเนียหนุ่มในห้องน้ำ พร้อมพัวพันการพนัน
นักข่าวรุดตรวจสอบความจริง
พบ ยังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์
ทางสมาคมตั้งกรรมการสอบ
มีสิทธิ์หมดอนาคต”


ข่าวอีกแบบถูกส่งถึง รักแท้และคิดเช่น

“มีปัญหาที่กระดูกหลังมือ ต้องรักษากันอีกยาว ต่อไปจะมีปัญหาเรื่องการกำมือ เล่นหนักเหมือนกันนะลูกชาย ”

“ผมแค่ทำตามที่เคยบอกมันไว้” รักแท้คิดว่านี่ยังน้อยไปด้วยซ้ำ

คลิบนั่นเกินความสามารถของคุณดิษย์
มันแพร่กระจายเร็วยิ่งกว่าเชื้อโรค
เป็นหลักต้องเผชิญกับอะไรอีกมาก จากเรื่องที่ไอ้เลวนั่นก่อไว้



คิดเช่นไม่ไปที่ค่ายมวยหลายวันแล้ว
เหตุผลแรกคือ เพราะคนที่ยืนยันว่าตัวเองเป็นนิดเดียว มีอาการแผลอักเสบและเป็นไข้
เหตุผลที่สองคือ คิดเช่นกำลังประท้วงคุณหยก นี่มันมากเกินไป คุณหยกต้องได้รู้ว่า คิดเช่นไม่สามารถพูดว่า “ไม่เป็นไร” ได้ในทุกเรื่องที่คุณหยกทำ
บางกรณีมันมากเกินกว่าจะทำเป็นไม่ถือสา

ตอนนี้คิดเช่นกำลังต้มข้าว ใส่ฟักทองคล้ายกับที่รักแท้เคยทำ ปรับสูตรนิดหน่อย คือใส่ถั่วเหลือง ถั่วแดง และถั่วเขียวลงไปด้วย
ต้องคอยคนเป็นระยะ ถั่วต่างๆสุกยาก ทิ้งไว้ข้าวจะติดหม้อ แล้วไหม้ไปเสียก่อน

เป็นหลักกลับมาแล้ว เด็กนักเรียนแนบหน้ากับหลังของคิดเช่น
โหยหาพลังกาย พลังใจ
ไม่ว่าคิดเช่นจะขยับไปทางไหน เป็นหลักก็เกาะติดอยู่อย่างนั้น

รักแท้เบื่อการนอนเฉยๆ จึงออกมาจากห้อง
ทันได้ถ่ายรูป แม่ลิงมีลูกเกาะที่หลัง
จากนั้นจึงเดินไปซ้อนหลังของเป็นหลักแล้วกอดรวบไว้ทั้งสองคน
เขาชะโงกหน้าไปดูหม้อข้าวต้ม

“พอแล้วล่ะ”

“ยังไม่เปื่อยเท่าไหร่เลย”

“ไม่ชอบแบบที่เละจนเกินไป”

คิดเช่นปิดเตา

“เลิกเกาะได้แล้วน่า” คิดเช่นเริ่มรำคาญ

ที่ใครๆก็ดูออกว่าแกล้งทำ

แต่ก็ยอมผละออกโดยดี


เป็นหลักไถลตัวไปกับโซฟาสีหน้าไม่ดีนัก
รักแท้เลยรวบตัวมาใกล้ๆ

“เป็นไงเรา”

“วันนี้เพื่อนถามเรื่องคลิปหลุด”

รักแท้ยกเป็นหลักขึ้นนั่งตัก กอดไว้ให้แน่นเข้า

“ผมไม่เป็นไร”

เป็นหลักรีบพูด ทั้งๆที่รักแท้ยังไม่ทันปลอบอะไร

“เพื่อนหลายคนมาถามผม”  ปลายเสียงเครือ

ไหนบอกว่าไม่เป็นไร

“แล้วตอบไปว่ายังไง”

ยังไม่ทันจะตอบอะไร โทรศัพท์ของเป็นหลักก็ดังขึ้น
คิดเช่นโผล่มาจากในครัวเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แย่งโทรศัพท์ไปรับเอง
ช่วงนี้ คิดเช่นระแวงภัยให้เป็นหลักเป็นพิเศษ

ไม่ได้หรอก เดี๋ยวโดนหลอกล่ออะไรอีก

“ฮัลโหล”

เพื่อนทางปลายสาย ไม่เอะใจว่าคนรับไม่ใช่เป็นหลัก

“ไอ้หลัก ถึงกูไม่ค่อยได้คุยกับมึง แต่กูสงสัยฉิบหาย มึงแม่งเอากับผัวในห้องน้ำจริงเหรอ”

คิดเช่น หรี่ตา ไอ้เด็กเวรนี่หยาบคายไปหน่อย

“ผัวมันหล่อกว่านั้นมาก มันไม่ได้มั่ว มึงดูไม่ออกหรือไงว่ามันไม่เต็มใจ”

“เฮ้ย นั่นใครวะ”

“ผัวมัน“

เป็นหลักรีบเกาะแขนคิดเช่นไว้

รักแท้หัวเราะหึ

มีคนขี้โม้

“พรุ่งนี้มึงเจอกู”

ทำไมพี่คิดเช่นขู่อะไรแบบนั้น

เพื่อนคนนั้นตกใจ วางสายหนีไปแล้ว เป็นหลักยังไม่ทันได้แก้ตัวอะไรเลย

เพิ่งเคยเห็นคิดเช่นเวอร์ชั่นหัวร้อน

รักแท้หัวเราะ

“หัวเราะอะไร” คิดเช่นตาเขียวปั๊ด

“ไหนผัว” รักแท้ล้อเลียน

“เดี๋ยวรีบเป็นเลย จะได้สมจริง”

เป็นหลักทำหน้าตาตื่น

รีบหาตัวช่วย  “พี่รัก”

คิดเช่นเคลื่อนเข้าหาเป็นหลัก ที่ยังคงนั่งอยู่บนตักรักแท้

“จับไว้ให้แน่นๆนะ จะกินตับเด็กตรงนี้แหละ”

รักแท้ก็นึกสนุก ยอมเล่นไปกับคิดเช่นด้วย ล็อคตัวเป็นหลักไว้แน่น

คนที่เด็กที่สุดพยายามดิ้น แต่ก็ไม่สามารถหลุดไปจากอ้อมแขนนี้ได้

จึงร้องโวยวาย

“พี่อย่ารุมผมสิ”

ไม่ทันเสียแล้ว คิดเช่นกระโจนเข้าใส่ ขย้ำพุงเป็นหลัก
เด็กร้องอุทธรณ์ และหัวเราะจนน้ำตาเล็ด

คิดเช่นไต่จมูกขึ้นตามลำตัวของเป็นหลัก งับตรงนั้นตรงนี้
เสียงโวยวายเริ่มแผ่ว กลายเป็นเสียงแบบอื่น

คนที่ช่วยล็อคตัวเริ่มขัดใจ อยากมีส่วนร่วมมากกว่านี้
แต่เรื่องทั้งหมดจบลงแค่จูบ

“พรุ่งนี้มีเรียนไหม” คิดเช่นถามรักแท้

“มี”

“งั้นโดด”

คำบัญชาง่ายๆ

“ไปไหน”

“โรงเรียนเป็นหลักไง”

“นี่เอาจริงหรือเนี่ย”

คิดเช่นทำหน้าตามุ่งมั่น “ก็บอกเพื่อนเฮงซวยของเป็นหลักไปแล้ว ว่าพรุ่งนี้ ผัวจะไปหาที่โรงเรียน”

“พูดไม่เพราะ” รักแท้ดุ

คิดเช่นกรอกตาขึ้นบน ก่อนถาม “ตกลงจะไปหรือเปล่า”

“ไป”

เป็นหลักนั่งหน้ามุ่ย

“ผมไม่ให้พวกพี่ไป”

“ทำไม”

“ทำไมผมต้องพาพวกพี่ไปเปิดตัว”

“เรียกว่า ยุทธการมาเฟีย” คิดเช่นไขว่ห้าง แล้วกระดิกเท้าไปมา

“เดี๋ยวชวนคุณดิษย์ไปเที่ยวโรงเรียนเป็นหลักดีกว่า”

“เฮ้ย” เป็นหลักเริ่มตระหนก จู่ๆก็จะยกขบวนกันไปที่โรงเรียนแบบนี้ จากที่คนสนใจเขาอยู่แล้ว จะยิ่งสนใจมากขึ้นไปอีก

รักแท้ไม่กังวลเท่าไหร่ เพราะคุณดิษย์คงไม่ว่างมาทำอะไรพวกนี้ พรุ่งนี้เขากับคิดเช่นก็แค่ขับรถไปส่งเป็นหลัก แบบที่เคยทำอยู่บ่อยๆ

รักแท้คิดผิด

เช้าวันต่อมา
มีคนไปส่งคิดเช่น 7 คน รักแท้ คิดเช่น คุณดิษย์ คุณจิณณ์ และชายใส่สูทอีก 3

เล็กๆไม่ ใหญ่ๆต้องคิดเช่น

“คุณจิณณ์ครับ” เป็นหลักเรียกเสียงอ่อน นาทีนี้ต้องพยายามคุยกับคนที่น่าจะสามารถหยุดเรื่องนี้ได้

“ว่าไงเป็นหลัก”

“ส่งแค่นี้ก็พอครับ ไม่ต้องเข้าไปหรอกครับ ใกล้เวลาเข้าแถวแล้ว” มันเป็นช่วงเวลาที่มีนักเรียนเกือบทั้งโรงเรียนยืนเตรียมตัวเข้าแถวที่สนาม

คุณจิณณ์หัวเราะ “สงสัยจะห้ามยาก คุณดิษย์เขามีเรื่องจะคุยกับผู้อำนวยการโรงเรียนนิดหน่อย”

“ปะ” คุณดิษย์ ลงจากรถเป็นคนแรก

เป็นหลักหมดปัญญาจะทัดทาน

ไม่มีใครจัดคิวให้ ว่าใครต้องเดินตรงไหน
แต่นี่มันขบวนของเจ้าพ่อชัดๆ
คุณดิษย์เดินนำหน้า
ถัดไปก็เป็นคุณจิณณ์
ตามด้วยรักแท้กับคิดเช่นซึ่งเดินประกบเด็กนักเรียนคนที่ก้มหน้ามองพื้นตลอดเวลา
ปิดท้ายด้วยบอดี้การ์ดอีกสาม

ไม่นานก็มีคนเดินออกมาต้อนรับ

“ผมเป็นผู้ปกครองของเป็นหลักครับ กำลังคิดอยากบริจาคเงิน เพื่อสนับสนุนการศึกษา”

นั่นมันข้ออ้าง
คุณดิษย์เพียงต้องการบอก ว่า เป็นหลักเป็นใคร แตะต้องได้มากน้อยแค่ไหน

เราไม่สามารถห้ามความคิดคนได้ แต่อำนาจบางอย่างก็สามารถทำให้คนเหล่านั้นสงบปาก ระวังคำมากขึ้น

คุณดิษย์เองก็กำลังปกป้องเป็นหลัก
จริงๆแล้วทุกคนที่มาวันนี้กำลังปกป้องเป็นหลัก

เช้าวันนี้เป็นหลักไม่ได้ยืนในแถว เพราะต้องเข้าไปนั่งฟังคุณดิษย์คุยเรื่องบริจาคทุนทรัพย์

เมื่อถึงเวลาเรียนคาบแรก
รักแท้และคิดเช่นเดินมาส่งเป็นหลักถึงหน้าห้องเรียน

“มึงงงงงง” มีเด็กร่วมชั้นคนหนึ่งกระซิบกับอีกคนหนึ่ง “กูเคยเห็น คนที่ผมยาวแม่งเป็นโปรโมเตอร์มวยเว้ย กูว่า กูเคยเห็นไอ้หลักแว่บๆในทีวี ยืนข้างพี่คนนี้แหละ”

คิดเช่นได้ยินและหันมายิ้มเผล่ให้คนพูด

กระซิบอะไรของมึง ดังจนคนสนใจทั้งห้อง

“ฝากแฟนพี่ด้วยนะน้อง”

~ฮือฮา~

เป็นหลักอาย แบบที่แก้มสุก ร้อนผ่าว
ส่วนรักแท้ ไม่พูดอะไรสักคำ
แค่ยกมือหนึ่งวางเบาๆบนหัวของเป็นหลัก แค่นั้นก็แสดงความเป็นเจ้าของได้แล้ว
คิดเช่นจิ๊ปาก

รู้สึกว่าแพ้

จะเท่ไปไหน

เป็นหลักเข้านั่งประจำที่
คิดเช่นยังไม่ยอมกลับ ชะโงกหน้ามาที่ประตู

“เป็นหลักครับ เดี๋ยวตอนเย็นพี่มารับนะครับ”

เป็นหลักพยักหน้าส่งๆ แล้วบอกด้วยสายตาว่า

พี่ไปซะทีเถอะ ผมอายจะแย่แล้ว

คิดเช่นส่งยิ้มจนทั่วห้องอีกหนึ่งรอบ แล้วยอมกลับไป

ต่อจากนี้ เป็นหลักคงกลายเป็นที่สนใจมากขึ้น แต่ในลักษณะที่เปลี่ยนไป

ในความสนใจ จะมีความเกรง ปะปนอยู่ด้วย

ข่าวลือใหม่จะช่วยกลบข่าวลือเดิม


หลังจากแยกกับคุณดิษย์และคุณจิณณ์
ถึงเวลาที่รักแท้จะถามเรื่องที่คาใจ

“เรื่องที่พูดเมื่อวาน ตั้งใจแบบนั้นหรือเปล่า”

คิดเช่นยักไหล่ แล้วซบแก้มลงกับบ่าของรักแท้

“หึงเหรอ”

รักแท้ก็ไม่รู้ว่าควรรู้สึกแบบไหน “ทำเป็น?”

“คืนนี้เลยไหมล่ะ” คิดเช่นรู้สึกว่าถูกหยาม เดี๋ยวจะรวบหัวรวบหางเป็นหลักให้ดู

“งั้นเดี๋ยวช่วงกลางวันนี้ รักทำให้ดูเป็นตัวอย่างก่อนก็แล้วกัน” ไหนๆเขาก็โดดเรียนแล้ว ควรใช้เวลาให้เป็นประโยชน์

ยังไม่ทันได้ปฏิเสธ คิดเช่นก็ถูกจูบปิดปาก คนผมยาวร้องอู้อี้ประท้วง

ไม่นานก็พ่ายแพ้ อารมณ์แล่นปราดจนเกินหักห้าม

รักแท้เจ้าเล่ห์ หาเรื่องตัดกำลังคิดเช่น

ไม่หมดแรงไม่เลิก

—โปรดติดตามตอนต่อไป—
ขอบคุณที่อ่านค่ะ
#เป็นเช่นรัก
@tonstreenature

หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 23.3 (16 พฤษภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 16-05-2018 19:50:17
ว้าวๆๆๆๆ..โทนสีเริ่มสดใสแล้ว.. :L2: :L2: :L2:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 23.3 (16 พฤษภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: AeAng11 ที่ 16-05-2018 21:30:31
งุ้ยยน่ารัก..ขอบคุณนะคะ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 23.3 (16 พฤษภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: ้sripaerrr ที่ 16-05-2018 21:49:45
กรี๊ดดดดดดดดดด คุณคิ๊ดดดด กลับมาพร้อมกับออร่าที่เปล่งประกายเกินหน้ารักแท้ไปแล้ววววว ใจบางเหลือเกินกับตอนนี้ :hao7: :hao7: ///เกาะขอบเตียง
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 23.3 (16 พฤษภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: Tennyo_Y ที่ 17-05-2018 01:48:19
ฮรือออ คิทเช่นนี่อุตส่าห์เชียร์ให้เป็นได้นะ 555 สงสัยจะโดนตัดกำลังจนหมดแรง คิคิ

คุณดิษย์ นี่ที่เคยว่ามาแต่แรกเรากลับใจ คุณดิษย์เท่ห์มากกก แง๊ เกลียดคุณป้าหยกจังไร้หัวใจจริง ๆ สินะ ดีละคุณดิษย์ทิ้งไปเลย

อยากให้รักแท้มีลูกจัง ไปอุ้มบุญเด็กแฝดไหม 5555
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 23.3 (16 พฤษภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: oki ที่ 17-05-2018 03:42:43
เอ็นดูเป็นหลัก ชอบตอนเข้ามาเกาะหลังคิดเช่น น่ารักมากเลย คนขี้อ้อนนี่เนอะ พี่ๆเลยหลงกันขนาดนี้
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 23.3 (16 พฤษภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: dekying kukkig ที่ 17-05-2018 09:26:00
 :katai2-1:  :katai2-1: โอ้ยยยย คู่พ่อๆออกโรงก็ว่าเท่ มาเจอคู่ลูกๆๆทำตัวน่ารัก ตายๆๆๆๆๆๆๆ ตอนนี้ทำไมดี๊ดี
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 23.3 (16 พฤษภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: A_Narciso ที่ 17-05-2018 14:25:13
 :o8: แหมมมม ละยังงี้ คิทเช่นก็หมดแรงพอดีน่ะสิ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 23.3 (16 พฤษภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: joko ที่ 17-05-2018 21:24:41
บางครั้งมันก้อต้องแลกเลือดเนื้อกันบ้าง มันถึงจะได้ผล ยังคิดอยู่เลยว่าสองหนุ่มนี้จะมีทางออกของเรื่องนี้ยังงัย ดีเลยคนเลวก้อต้องโดนอย่างนี้แหละนะ ไม่อยากบอกว่าเราสะใจ
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 23.3 (16 พฤษภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: CLShunny ที่ 19-05-2018 01:35:34
มารอบนี้เครียมากกกกก  แฮปปี้ขึ้นมากกกก  แอบหวานฟ้ละมุนใจฟน่อยๆๆ5555. ชอบความหวงและปองกันของบ้านนี้เค้าไปรร.นะคะ. ไปเกือบสิบแฟน่ะ  กลัวแล้วววว5555. ชอบบบจังง
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 23.3 (16 พฤษภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: Ginny Jinny ที่ 19-05-2018 20:28:51
ไม่ได้เข้ามานานได้อ่านยายจุใจ  :katai2-1: :katai2-1:

เป็นหลักน่ารักน่าหยิก  :กอด1: :กอด1:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 23.3 (16 พฤษภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: Lalinnovel ที่ 20-05-2018 14:09:29
น้องต้องได้อ่านตอนคิดเช่นเป็นผัว น้องต้องได้อ่านนนนนนน แง :katai5: :hao7:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 23.3 (16 พฤษภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: Ti0590 ที่ 25-05-2018 16:01:15
เราชอบเป็นหลัก แต่ก็ิยากให้เป็นหลักหลุดจากวังวน 3p. ให้ความรู้สึกเหมือนน้องยังเด็ก เลยหาที่พึ่ง  หรือหึงรักแท้แทนเป็นหลักก็ไม่รู้เหมือนกัน 5555555 :z3:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 23.3 (16 พฤษภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: waiieiei ที่ 30-05-2018 23:49:36
คิดเช่นจะลองรุกหรอ ว้าววววว
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 23.3 (16 พฤษภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: Lalinnovel ที่ 07-06-2018 16:04:21
แวะมาบอกว่ารออยู่นะคร้าบบบ รอได้เสมอเลย  :mew1:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 23.3 (16 พฤษภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: ดาวลูกไก่ ที่ 14-06-2018 21:34:31
 เป็นหลักกก เราชอบน้อง ดีใจที่น้องได้รับความรักมากขนากนี้ ผ่านเรื่องร้ายๆมาแล้ว ก็อยากให้มีความสุขมากๆนะ ลักกี้
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 23.3 (16 พฤษภา 61)
เริ่มหัวข้อโดย: peemai.pmz ที่ 17-06-2018 15:50:18
 :pig4: :pig4:
หัวข้อ: Re: (เรื่องสั้น) เป็นเช่นรัก ตอนที่ 24 (17 มิถุนายน 61)
เริ่มหัวข้อโดย: treenature ที่ 17-06-2018 18:40:41
เป็นเช่นรัก 24

ปีกว่าๆหลังจากนั้น
ทุกอย่างเป็นปกติ
จนกระทั่งวันนี้

เป็นหลักหายไปจากโรงเรียนโดยไม่บอก
รักแท้กำพวงมาลัยแน่น
ความเป็นไปได้ทุกทางผุดขึ้นในหัว
ไปเอง
โดนหลอก
โดนจับ
เป็นไปได้ทั้งนั้น

สามชั่วโมงแล้วที่หาเป็นหลักไม่เจอ
โรงเรียนตอนพลบค่ำร้างคน
รักแท้และคนอีกจำนวนหนึ่งเดินหาแล้วทุกซอกมุม
คุณดิษย์รู้เรื่องแล้ว

ตอนนี้ที่ค่ายมวยค่อนข้างตึงเครียด
คิดเช่นอยู่ที่นั่น
โทรเข้ามาแค่ครั้งเดียว

“หาอีกที”

เป็นการแบ่งงานกัน
คิดเช่นน่าจะถนัดวางแผน และคุมสติได้ดีกว่า
รักแท้ตัดสินใจเข้าค้นโรงเรียนอีกครั้ง
ผู้อำนวยการทราบเรื่องแล้ว ยินดีให้เข้าค้นและช่วยปิดเรื่องไม่ให้เป็นข่าว

เขาหวัง...ทุกประตูที่เปิดเข้าไป ทุกซอกมืดหรือมุมตึก
เป็นหลักอาจแค่นึกอยากอยู่คนเดียวเงียบๆสักพัก

รักแท้หมดแรง
ไม่เคยเหนื่อยเท่านี้มาก่อน
แทบไม่รู้ตัว
ว่านี่คือความกลัวต่างหาก
ความกลัวนี้มีตัวตน
มันกำลังไล่ล่ารักแท้จากข้างใน
ทุกอย่างในตัววิ่งพล่าน
วนเหมือนหนูที่ตะกายหนีตาย

ในที่สุดก็ต้องไถลตัวลงกับประตูรถที่ปิดสนิท ไม่สนใจว่าพื้นจะเปื้อนสักแค่ไหน
ในนาทีที่ไม่มีเป็นหลัก รักแท้เข้าใจตัวเองแล้ว
ไม่ควรลังเลใจอะไรอีก
เขารักเด็กคนนี้จริงๆ
กระวนกระวายจนแทบไม่เป็นตัวเอง

อย่าเป็นอะไร มาฟังสิ่งที่พี่รู้สึกให้ชัดๆก่อน


คิดเช่นโทรเข้ามา
รักแท้หวังในวินาทีที่กดรับ ว่าจะได้ยินข่าวดี

“ว่าไง” เสียงคิดเช่นเหนื่อยพอๆกับเขา จับได้ถึงความพยายามจะทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย

“ว่าไง” เขาถามกลับ เชื่อว่าคิดเช่นมีอะไรจะบอก

“เซอร์ไพรส์นิดหน่อย”

รักแท้ไม่ชอบเรื่องเซอร์ไพรส์เลย

“คุณหยกหายไปไหนไม่รู้ ระยะเวลาไล่เลี่ยกัน”

“ไอ้แทนล่ะ” รักแท้นึงถึงอีกคนแทบจะทันที

“หาไม่เจอเหมือนกัน”

รักแท้หลับตา พยายามให้ร่างกายไม่สั่น ทั้งๆที่นี่เป็นหนึ่งในสิ่งที่คิดไว้ แต่ก็ยังควบคุมอาการไม่ได้อยู่ดี

“ตามจีพีเอสหรือยัง”

“ยังหาไม่เจอ”

รักแท้ถือโทรศัพท์ไว้เงียบๆ หากพูดอะไรออกมาสักหนึ่งคำ คิดเช่นต้องรู้แน่ๆว่าเขากำลังแย่แค่ไหน

“รัก” เสียงเรียกเจือความเป็นห่วง

”ไม่เป็นไร”

คิดเช่นรู้ว่านี่คือคำโกหก “กลับมาที่ค่ายก่อน”

ให้คิดเช่นได้เห็นหน้ารักแท้ ให้ได้อุ่นใจในอะไรสักอย่างก็ยังดี

ขณะที่รักแท้กำลังขับรถกลับ
เป็นหลักก็โทรมา
ความรู้สึกรักแท้เหมือนจรวดที่พุ่งขึ้นสูง

“อยู่ไหน” รักแท้รีบถาม

“มันอยู่กับกู”

 จรวดนั้นระเบิดกลางอากาศ

รักแท้ใจสั่นรัว เหงื่อซึมขมับ เรื่องที่กลัวเกิดขึ้นแล้วจริงๆ

“มึงมาคนเดียว” แทนไม่ได้เรียกร้องเงิน

มันโง่เกินไปที่จะไปคนเดียวตามสั่ง
แต่ก็เสี่ยงเกินไปที่จะให้แทนรู้ว่าเขาไม่ได้มาคนเดียว
ทำอย่างไรดี

รถของรักแท้จอดลงที่ค่ายมวยหนึ่ง มันอยู่ห่างจากกรุงเทพพอควร
คิดไว้เหมือนกันว่าแทนคงไม่ฉลาดพอจะทำเรื่องใหญ่แบบนี้เพียงลำพัง
ในที่สุดก็เจอคนที่ชักใยอยู่เบื้องหลังเสียที
รักแท้อ่านป้ายชื่อค่าย นี่คงเป็นค่ายเดิมก่อนที่จะมีอิทธิพลของเซียนมวยคนหนึ่งที่ตอนนี้ส่งนักมวยขึ้นชกเวทีระดับประเทศหลายคน และมีค่ายซ้อมใหญ่อยู่ในกรุงเทพ
แต่ที่นี่คงยังใช้เพื่อเป็นแหล่งซ่องสุมกำลังคน
ไม่แน่ใจว่าข้างในนั้นจะมีคนรอเขาอยู่กี่คน

ก่อนลงจากรถ รักแท้หลับตาลง
ถามตัวเองว่า เขากำลังทำอะไร
ตอบได้ไม่ยาก
เขากำลังพร้อมจะทำทุกวิธีเพื่อรักษาชีวิตของเป็นหลัก
คนที่รัก
ดังนั้นจึงพลาดไม่ได้

เมื่อลืมตาขึ้น ใจที่เคยลุกลนกลับเยือกเย็น
เมื่อถึงคราวคับขัน รักแท้ก็สามารถดึงเอาสติและทักษะในการคุมเกมขึ้นมาใช้
สิ่งเหล่านี้หลับไหลอยู่ในตัวเขา
พูดให้ถูกต้องคือมันหล่อหลอมเป็นเนื้อเดียวกับเขา
รักแท้นึกขอบคุณพ่อ
เพิ่งคิดได้ตอนนี้อีกเช่นกัน ว่าคุณดิษย์ไม่เคยละทิ้ง
สิ่งที่พ่อให้ทีละเล็กละน้อย จะถูกใช้ในวันนี้

รักแท้ลงจากรถแล้ว
แผ่นหลังนั่นผึ่งผาย
ไร้วี่แววของความลังเล

คิดเช่นถอนสายตาจากกล้องส่องทางไกล
แม้แต่การมองรักแท้ด้วยตาเปล่าก็ยังสัมผัสชัดถึงบางอย่าง
สิ่งใดที่เคยสะเปะสะปะไร้ทิศทาง ขณะนี้มีการไหลเวียนกลับมาสู่วิถีที่ควรเป็น
นี่อาจเป็นตัวตนที่ซ่อนสุดลึกของรักแท้
องอาจ ไม่ปรากฏความขลาด เขลา
สิ่งใดก็ตาม รักแท้จะจัดการมันทั้งหมด

คิดเช่นอดไม่ได้ที่จะหันไปมองคุณดิษย์ ที่ซุ่มอยู่ด้วยกัน
ตอนนี้หน้าอันเคร่งเครียดคลายลงบ้างแล้ว

คิดเช่นรู้จักคุณดิษย์ดีพอๆกับที่รู้จักคุณหยก จึงรู้ว่า  “เขาเหมือนคุณดิษย์”
คุณดิษย์พยักหน้า ต่างเข้าใจตรงกันว่าคิดเช่นไม่ได้หมายถึงหน้าตาหรือรูปลักษณ์

ปกปิดไม่มิดว่า คุณดิษย์ภูมิใจมากแค่ไหน

หากไม่นับเงินทอง นี่อาจถือได้ว่าเป็นสิ่งเดียวที่พ่ออย่างเขาให้กับลูกชายคนโต
เวลาทั้งชีวิตที่ได้ใช้กับลูกชายมีไม่มาก แต่ถึงจะน้อยอย่างไรก็ไม่เคยละเลย
ไม่ได้สอนด้วยการพูด คุณดิษย์ป้อนรักแท้ด้วยวิธีอื่น อย่างค่อยเป็นค่อยไป


วันนี้ สถานการณ์จะพิสูจน์คน


ข้างในนี้มีแสงสลัว
มีคนในนี้ราวสิบสองคน

เป็นหลักอยู่ตรงนั้น สงบนิ่ง แม้จะเห็นคราบน้ำตาเปียกหน้า
รักแท้ไม่ก้าวเข้าใกล้ ทั้งที่อยากทำ
เขาสบตาเด็กน้อยของเขา
บอกทุกอย่างเท่าที่รู้สึก
เป็นหลักตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางๆบนใบหน้าอันซีดเซียว
คุณหยกนั่งอยู่ที่เก้าอี้อีกตัว
ทั้งคู่ไม่ถูกมัด
แสดงว่าคนที่คุมอยู่มั่นใจว่า ตัวประกันของมันจะไม่สามารถหนีรอดไปจากวิถีการยิงของมัน

”มึงไม่ได้มาคนเดียว” แทนดูหัวเสียที่รักแท้ไม่ทำตามที่มันบอก

นี่แปลว่า มีการจับตามองอยู่รอบๆค่ายนี้ ด้วยกำลังที่เหนือกว่าที่ประเมินไว้

รักแท้หวังว่าคนข้างนอกนั่นจะระวังให้มาก

“แต่กูเข้ามาในนี้คนเดียว” รักแท้ไม่ได้พูดกับแทน แต่หันไปสบตากับชายอีกคนในห้องนั้น

ในสนามมวย ไม่มีใครไม่รู้จัก ป่อง หรือ ปองพล ชัยบาดาล
นักมวยในค่ายของเขาชกฉลาด คล่องแคล่ว มีชั้นเชิง
สมกับเป็นมวยสายลพบุรี

ปองพลไม่ใช่คนกร่าง และไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันในสนามมวย
รักแท้จึงยังคิดหาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไม ปองพล จึงเข้ามาสนับสนุนไอ้แทนในเรื่องนี้

“ผมขอตรวจอาวุธ” น้ำเสียงนั่นสุภาพ

ซึ่งรักแท้ถือว่าเป็นสัญญาณอันตราย คนที่ดูสบายๆในสถานการณ์แบบนี้ จะทำให้ล้มได้ยาก

รักแท้ชูมือขึ้น
แทนปราดเข้าค้นตัวเขา ด้วยท่าทีเยาะหยัน และอยู่เหนือกว่า
ก่อนผละออก มันเหยียบบดเท้าซ้ายของรักแท้ ดึงคอเสื้อเขาให้เขาใกล้ ตาจ้องหวังข่มขวัญ
แล้วพูดรอดไรฟัน “วันนี้มึงจะคลานอย่างหมา กูจะเก็บทุกบัญชีกับมึง”

รักแท้เลิกคิ้ว ยิ้มบ่งบอกความสมเพช
นั่นยิ่งทำให้แทนฮึดฮัด และเงื้อหมัดจะต่อยเขา

“มึงถอยออกมา” ปองพลเอ่ยห้าม

แทนทำตามอย่างไม่เต็มใจ

รักแท้หันไปเจรจากับคนที่คุยกันรู้เรื่อง “ต้องการอะไร”

ปองพลหัวเราะเบาๆ “ทำไมถามผมล่ะ แทนต่างหากที่เป็นคนจับคนของคุณมา”

“แต่คนที่ออกคำสั่งปล่อยตัวได้ คือคุณ”

ปองพลหัวเราะอีกแล้ว ดูสนุกกับการคุยครั้งนี้ “นั่งก่อน ดื่มอะไรไหม”

รักแท้นั่งลง แต่ปฏิเสธเครื่องดื่ม

เมื่ออยู่ในตำแหน่งนี้ทำให้มองเห็นหน้าเป็นหลักชัดขึ้น
รักแท้ห้ามตัวเองไม่ให้สบถออกมาเมื่อเห็นรอยเลือดที่มุมปากนั่น
แม้เป็นหลักพยายามเก็บอาการ แต่ในระยะใกล้เท่านี้ ความสั่นกลัวนั่นปิดไม่มิด

รักแท้ส่งสายตาปลอบ พร้อมพูดว่า “รอนิดนะ”

เป็นหลักเชื่อในคำของรักแท้ “ผมไม่รีบ”

ส่วนคุณหยกนั้นไม่ตื่นกลัว แต่เห็นชัดว่าเครียดมาก

“ต้องการอะไร” รักแท้ถามคำเดิมอีกครั้ง อยากจบเรื่องนี้ให้ไว้ อยากกอดปลอบเป็นหลักเต็มที

“ผมไม่มีเรื่องคาใจกับคุณหรอก คุณคงต้องคุยกับแทน ส่วนผม อยากคุยกับพ่อของคุณ”

ปองพลใช้เขาเพื่อต่อรองกับคุณดิษย์
นี่ก็เท่ากับว่า เขาตกเป็นตัวประกันอีกคน

ให้ตาย!
เขาไม่ต้องการทำให้พ่อลำบากขนาดนั้น


รักแท้พยายามควบคุมอารมณ์

“ไม่เห็นต้องทำให้เรื่องมันยากขนาดนี้ คุณจับผมมาคนเดียวก็พอ”

“ไม่พอ” ปองฟลเหยียดริมฝีปาก ตาเป็นประกายกร้าวขึ้น “แค่คุณคนเดียว ไม่พอที่จะสะสางเรื่องนี้หรอก”

คุณหยกเครียดมากขึ้น มือทั้งสองบีบกันแน่น

เธอลืมเขาไปแล้ว เพราะคิดว่าฝังกลบทุกอย่างจนเรียบเนียน
แต่เขาไม่ตาย ใช้ชื่อและใบหน้าที่เธอจดจำไม่ได้

“เด็กพวกนี้ไม่เกี่ยว แค่ฉันกับคุณดิษย์ก็น่าจะพอ” คุณหยกเอ่ยปาก

“คุณดิษย์คงไม่ยอมคุยกับผมหรอก ถ้าผมไม่เชิญลูกชายของเขามา”

“ตอนนี้ผมอยู่ที่นี่แล้ว เป็นหลักคงไม่จำเป็นสำหรับเรื่องนี้” รักแท้เริ่มต่อรอง

“จำเป็นสิ” แทนสวนขึ้นมา

ปองพลปรามแทนให้หยุดพูด

“เรื่องของมึง กูจะให้มึงจัดการตามที่ตกลงกัน แต่ต้องหลังจากนี้”

แทนพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้

“งั้นเข้าเรื่องเถอะ” รักแท้เริ่มทนไม่ได้กับบทสนทนาที่ยืดเยื้อ

ปองพลยิ้มขื่นดูออกว่ารักแท้ห่วงเด็กที่เขาจับมามากแค่ไหน

“ความรักมันก็แค่นั้นแหละคุณ อย่างมงายเลย”

นั่นมันเหมือนสิ่งที่รักแท้เคยเชื่อ ก่อนจะเจอกับเป็นหลักและคิดเช่น

รักแท้ยิ้มตอบ “เสียใจด้วยที่ความรักของคุณเป็นเรื่องงมงาย แต่ของผมไม่ใช่”

ปองพลดูเจ็บ

“อยากได้เท่าไหร่ ฉันพร้อมจะชดเชยให้”

ปองพลหันมองคุณหยก โดยไม่ปิดบังความอาฆาตแค้น  “คุณต้องชดเชยแน่ ไม่ต้องรีบร้อนไป”

“โทรหาเขา” ปองพลไถลโทรศัพท์เครื่องหนึ่งมาให้รักแท้ “ให้เขาเข้ามาพร้อมผู้ชายผมยาวคนนั้น”

รักแท้ข่มความโกรธ จนสันกรามขบกัน
มันฉลาดเกินไป ดึงคนที่จะสามารถบัญชาและแก้เกมได้เข้ามาอยู่ที่นี่จนหมด

“มากเกินไป ผมไม่ทำ”

ทันทีที่รักแท้ปฏิเสธ ปองพลจับหัวของเป็นหลักโขกลงกับโต๊ะ และขยี้แก้มไปกับพื้นโต๊ะ
เป็นหลักร้อง รักแท้ถลันเข้าหาหมายจะช่วย แต่กระสุนปืนจากมุมอับหนึ่ง พุ่งเจาะกลางโต๊ะ ก่อนที่รักแท้จะเอื้อมไปถึงเป็นหลัก
มันเป็นปืนเก็บเสียง
แต่ดินปืนส่งกลิ่นคลุ้ง
รักแท้สูดลมหายใจลึก เตือนตัวเองว่าอย่าวู่วาม
เขานั่งลงตามเดิม
หยิบโทรศัพท์ขึ้น กดเบอร์ที่คุ้นเคย
เขาจำเบอร์พ่อได้ เป็นเบอร์ลับ ที่ใช้ติดต่อกันตั้งแต่ยังเด็ก
เบอร์นี้รู้เฉพาะในครอบครัว ดังนั้นคุณดิษย์จึงรู้ทันที ที่เห็นหมายเลขแปลกๆขึ้นที่หน้าจอ

เกมนี้ต้องมีเขาสินะ

“พ่อ”

“ครับ” ถ้าเขาไม่ได้ตื่นเต้นจนสติฟั่นเฟือนไป เจ้าลูกชายจอมหยิ่งกำลังเรียกเขาด้วยคำนั้น

“มีคนอยากเจอ”


คุณดิษย์และคิดเช่นถูกบังคับให้ถอดเสื้อออก เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอาวุธและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใดๆ
ก็นายใหญ่ทั้งหมดอยู่ที่นี่แล้ว ปองพลก็ต้องป้องกันไว้ก่อน ไม่ให้มีลูกเล่นหรือตุกติก
รักแท้โมโหยิ่งขึ้นที่เห็นท่อนบนเปลือยเปล่าของคิดเช่น
แต่คนผมยาวไม่สะทกสะท้าน ยังเดินยิ้มเผล่เข้ามาหา

“หนาวเหมือนกันแฮะ” คิดเช่นบ่น

ก็ที่นี่ติดริมแม่น้ำ อากาศจึงเย็น
รักแท้ถอนหายใจแล้วเริ่มต้นปลดกระดุมเสื้อ

“มึงจะทำอะไร” แทนทักทันทีที่เห็นรักแท้ขยับ ราวกับกลัวว่า รักแท้ยังมีอาวุธซ่อนอยู่ในตัว
รักแท้ไม่ตอบ หันมองปองพล ชี้มือไปที่คิดเช่น ทำนองว่า ก็เขาหนาว
ปองพลไม่ว่าอะไร รักแท้จึงถอดเสื้อของตัวเองโยนให้คิดเช่น

“ขอบคุณฮะ แหมรู้สึกถูกทะนุถนอม”

ยังจะเล่นอีก รักแท้ปรามด้วยสายตา

คุณดิษย์นั่งลง โดยไม่รอคำเชิญ

“ผมทำอะไรให้คุณติดใจ”

เปิดการเจรจาเร็วเหมือนกันทั้งพ่อทั้งลูก

“บางที ผมก็นึกอยากขอบคุณคุณนะ” ปองพลเริ่มเรื่อง “ที่ทำให้ผมถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้”

“ปิยะ หยุดเถอะ” จู่ๆคุณหยกก็เอ่ยชื่อใครก็ไม่รู้

ปองพลหันมองคุณหยกเต็มตา “ยังดีที่จำกันได้”

คุณดิษย์ถอนหายใจ สงสัยว่าเขาจะเจอกับผู้ชายที่ตกเป็นเหยื่อของพิษรักเข้าอีกคน

“คุณคือผู้ชายที่อยู่ในกองไฟ ในค่ายมวยที่เชียงใหม่ใช่ไหม” ข่าวที่คุณดิษย์ได้รับตอนนั้นคือ เขาตายเพราะถูกไฟคลอก ไม่นึกว่าจะรอดมาได้ ด้วยใบหน้าใหม่ คนที่ช่วยเอาไว้ต้องใหญ่โตไม่ใช่เล่น

คุณหยกตกใจ ใบหน้าเธอเริ่มซีดขาว
นี่คุณดิษย์รู้มาตลอดเลยหรือ

“สมกับที่เป็นคุณดิษย์ ดูเหมือนกองไฟที่คุณหยกพยายามจะเผาอดีตของเธอ จะไม่ได้ผล”

ปองพลจ้องหน้าคุณหยก ที่ขณะนี้หลับตาลงและร้องไห้เงียบๆ
ในสายตาของปองพลปรากฏแต่ความชิงชัง
ความเคียดแค้นที่เพียรเก็บมาตลอดยี่สิบกว่าปีกำลังทำเขากระอักเช่นกัน

“ผมเกี่ยวข้องกับความแค้นของคุณยังไง” คุณดิษย์ถาม

“คุณมีส่วนทำให้ชีวิตผมพังพินาศ คุณทำให้เธอถีบหัวผมทิ้งเหมือนหมูหมา”

คุณดิษย์พยักหน้าช้าๆ “คุณเลยพยายามวิ่งตามรอยของผมในทุกทาง”

นี่มันตรรกะอะไร จู่ๆคุณดิษย์ก็กลายเป็นเป้าหมายของการแก้แค้น ทั้งที่คนก่อเรื่องคือคุณหยก

คุณหยกชอบความสมบูรณ์แบบ เธอถึงพยายามทำให้ตัวเองไม่ด่างพร้อย

เป็นความเข้าใจผิด
สิ่งภายนอกไม่ใช่สรณะ
คุณดิษย์สงสัยว่า จนถึงนาทีนี้ คุณหยกจะเข้าใจหรือยังว่าสิ่งที่ทำไม่มีวันทำให้เธอขาวสะอาด

“ไม่ว่าเรื่องในอดีตระหว่างคุณสองคนจะเป็นยังไงก็ตาม แต่ผมเข้ามาที่นี่วันนี้ เพื่อให้ลูกและคนของผมปลอดภัย” นั่นหมายถึงคุณดิษย์พร้อมจะแลกทุกอย่าง

“ดี” ปองพลหันมาสนใจผลประโยชน์ที่กำลังจะได้ “ผมอยากได้ธุรกิจของคุณในกรุงเทพทั้งหมด”

“ตกลง” “ไม่ได้”

เสียงคุณดิษย์และคุณหยกดังขึ้นพร้อมกัน

อำนาจเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณหยกหวงแหน

ธุรกิจที่ว่าหมายถึงทั้งบนดินและใต้ดิน นั่นมันคือร้อยละ 80 ของรายได้ทั้งหมด และคุณดิษย์เคยเอ่ยปากยกให้เธอแล้ว

คิดเช่นที่ยืนนิ่งมาตลอด เรียกแม่ของเขาเพื่อเตือนสติ “คุณหยก”

คุณหยกลืมไปเสียสนิท ว่ามีเด็กคนนี้อยู่ตรงนี้ด้วย เธอเบิ่งตาโต ป่านนี้คนฉลาดอย่างคิดเช่นคงปะติดปะต่อเรื่องได้ทั้งหมด

เธอได้แต่ส่ายหน้าไปมา ขอร้องไม่ให้คิดเช่นพูดออกมา

คนเป็นลูกรู้ คนเป็นพ่อต้องไม่รู้

คิดเช่นไม่ได้เอ่ยอะไรมากไปกว่านั้น ยังรู้สึกตื้อไปหมด

ปองพลเพ่งมองคิดเช่น เด็กหนุ่มคนนี้เก่ง นักมวยที่เด็กคนนี้ดูอยู่มีอนาคตไกลทั้งนั้น
นี่เป็นอีกคนที่ปองพลต้องเขี่ยออกไปให้ไกล
เป้าหมายของเขาในตอนนี้
คือการเป็นหนึ่งในวงการนี้

คิดดูสิ คนที่คว่ำเจ้าพ่ออย่างคุณดิษย์ได้ คือปองพลคนนี้

ความยิ่งใหญ่ เรืองอำนาจที่เขาต้องการมาตลอดยี่สิบกว่าปีกำลังจะตกอยู่ในกำมือ


ปองพลเลิกสนใจคุณหยกและคิดเช่น เขาสั่งความบางอย่างกับลูกน้อง เขาจะบังคับให้คุณดิษย์เซ็นยินยอม มีที่ดินบางผืนที่เขาอยากได้ รวมถึงการเข้าไปยึดอำนาจในถิ่นเดิมของคุณดิษย์ก็ต้องมีหลักประกัน ว่าคนในถิ่นนั้นจะยินยอมจ่ายแต่โดยดี

“นาย” แทนเรียกขึ้น เพื่อทวงสิ่งที่ปองพลตกลงกับเขาไว้
คิดเช่นหันมองแทน จ้องเสียจนแทนต้องหลบสายตา
คิดเช่นรู้สึกว่าถูกหักหลัง สิ่งที่เขาให้แทนมาตลอดเวลาหลายปี มันไม่มีค่าบ้างเลยหรือ
แทนเคยเป็นทั้งหมดที่คิดเช่นมี เป็นคนเดียวที่คิดเช่นรัก
ไม่นึกว่าจะทำกันแบบนี้
ในวันนี้กลับเรียกคนอื่นว่า ‘นาย’ ได้เต็มปาก

“กูไม่ลืม” ปองพลหันไปหาคุณดิษย์อีกครั้ง “ผมอยากได้ค่ายมวยของคุณด้วย”

“ผมให้ไม่ได้” คุณดิษย์ไม่ยอม ในค่ายมีคน ทั้งครูมวย นักมวยและเด็กฝึก

“เรามาพนันกัน ให้ลูกชายของคุณขึ้นชกกับไอ้แทน ถ้ามันชนะ ค่ายจะเป็นของผม ถ้ามันแพ้คุณจะได้คนของคุณคืน”

นี่คือสิ่งที่แทนตกลงไว้กับปองพล คือช่วยลากรักแท้ออกมาให้มันได้แก้แค้น
โชคดีที่มือของมันหายดีแล้ว และการที่มันพลาดท่าให้รักแท้ในวันนั้นยังเป็นเรื่องที่ฝังใจ

มันเป็นแชมป์โลก ครั้งที่แล้วมันแค่ประมาทเกินไป

ปองพลเองมองเห็นแต่ทางที่มีแต่ได้ไม่มีเสีย หากแพ้ ก็แค่ไม่ได้ค่ายมวย
ไม่เห็นเป็นไร เล่นสนุกดูสักหน่อย ยังไง ตอนนี้ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ก็ตกเป็นของเขาแล้ว

“ตกลง” คุณดิษย์สบตารักแท้ “แต่ให้ชกมวยไทย และชกในกติกา”

คิดเช่นอยากจะแย้งเหลือเกิน คุณดิษย์ไม่ควรรับข้อเสนอ นั่นมันนักมวยอาชีพ เขาเห็นฝีมือแทนมาตลอด แทนเป็นนักมวยฝีมือดีมากคนหนึ่ง

แล้วรักแท้น่ะ เป็นใคร แค่ชกมวยได้ไม่ได้หมายถึงชกเป็น คราวก่อนที่จัดการแทนไป นั่นเพราะรักแท้กำลังโกรธ ถ้าสู้กันจริงๆ โอกาสชนะน้อยมาก

คิดเช่นเริ่มกังวล

“คุณดิษย์ เปลี่ยนใจเถอะ”

“ไม่มีทางเลือกหรอกคุณคิด เราต้องสู้เท่านั้น” ชายที่สูงวัยกว่า มองออกว่า ถึงอย่างไร แทนก็ไม่มีวันปล่อยรักแท้ไปทั้งๆที่ยังไม่ได้พิสูจน์ฝีมือ


“รัก” คิดเช่นอยากเตือน

แต่รักแท้ดึงเขาเข้าไปกอดเสียก่อน
แผงอกของรักแท้เริ่มเย็น “หนาว ขอกอดหน่อย”

รักแท้ไม่ยอมให้คิดเช่นพูดอะไร หากจูบปิดปากได้ตรงนี้คงจูบ