<< รักกลางใจ >> [MPREG]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: << รักกลางใจ >> [MPREG]  (อ่าน 107098 ครั้ง)

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1221
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +701/-2
    • ฺBelove
<< รักกลางใจ >> บทที่ 17 [26/04/59]
«ตอบ #90 เมื่อ26-04-2016 20:12:03 »




                                             รักกลางใจ

                                             บทที่ 17



“ถ้าคุณจะถามชื่อผม ผมชื่อคิดดี”


ลูกชายร้านบะหมี่เกี๊ยวเบ้ปาก


“ใครถามวะ”


คิดดียักไหล่


“ถ้าคุณไม่ถาม ก็เอาเป็นว่าผมแค่อยากให้คุณรู้ บางคำตอบก็ไม่จำเป็นต้องมีคำถาม”


“โอ๊ย…พูดบ้าอะไรของนายวะเนี่ย ยิ่งพูดยิ่งงง” สมหวังยกมือเกาหัว


ไอ้หมอนี่มันเต็มบาทหรือเปล่า ทำไมยิ่งพูดยิ่งเหมือนกำลังคุยอยู่กับศาสตราจารย์สติเฟื่องหลุดโลก

คิดดีหัวเราะเบาๆเมื่อเห็นท่าทีของผู้ชายตรงหน้า แหย่เล่นก็สนุกดีนะ แต่พอแค่นี้ก่อนดีกว่าเดี๋ยวจะอารมณ์เสียไปยิ่งกว่านี้


“คุณเป็นอะไรกับเด็กคนนั้น”


“เด็กคนไหน”


“ก็คนที่คุณมาหา ชื่ออะไรนะ อ้อ..โก๋น่ะ”


“เราโตมาด้วยกัน”


คิดดีพยักหน้าหงึกหงัก


“มิน่าล่ะ ถึงได้ดูสนิทสนมกันมาก แต่ว่า…เด็กคนนั้นก็สนิทสนมกับรุ่นพี่มาร์คด้วยนี่นา”


“ว่าไงนะ”


สมหวังหูผึ่ง เขาหันขวับไปมองหน้าคิดดีอย่างเอาเรื่อง


“นายบอกว่าโก๋สนิทกับไอ้มาร์คงั้นเหรอ”


“ก็เห็นนั่งรถมาด้วยกันทุกวัน”


“นาย…”


“คิดดีครับ”


ส่ายหน้าอย่างละเหี่ยใจกับความจำอันแสนสั้นของผู้ชายเถื่อนๆตรงหน้า


“นั่นแหละ นาย...คิดดี นายต้องเป็นสายให้ผม”


“สาย?” คิดดีเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ


“ใช่ คอยสอดส่องความสัมพันธ์ระหว่างโก๋กับไอ้มาร์คแล้วบอกผมทุกระยะ”


“ทำไมผมต้องทำ”


คิดดียังไม่วายสงสัย


“เพราะว่าผมอยากรู้ บางคำถามก็ต้องการคำตอบที่ชัดเจน เอามือถือมาซิ เร็วเข้า”


คิดดีงงงันกับเสียงเข้ม เขาควักโทรศัพท์มือถือออกมาส่งให้อีกฝ่ายอย่างไม่รู้ตัว 

สมหวังรับไปกดปุ่มอยู่พักหนึ่งก่อนส่งคืนให้เจ้าของที่นั่งงงมองการกระทำนั้น


“ตอนนี้นายมีเบอร์ผม ผมก็มีเบอร์นาย อย่าลืมนะถ้าไอ้มาร์คมีท่าทีผิดปกติกับโก๋นายต้องรีบโทรมาทันที”


ผู้ชายดิบเถื่อนขี่มอเตอร์ไซค์ที่มีเสียงแสบแก้วหูจากไปแล้ว แต่คิดดียังนั่งจ้องโทรศัพท์ของตนเองไม่เลิก

เขามีเบอร์โทรศัพท์ของผู้ชายคนนั้น

ชื่ออะไรเขาก็ยังไม่รู้เลย

ปลายนิ้วเลื่อนหาเบอร์ใหม่ที่เพิ่งบันทึก

สุดหล่อสมหวัง

หึหึ…หลงตัวเองชะมัด

คิดดียิ้มกับโทรศัพท์ก่อนผิวปากวืดออกมา

บางทีชีวิตช่วงนี้อาจจะมีอะไรสนุกๆกว่าที่คิดนะคิดดี






กว่าที่รถคันหรูของภูเมธจะขับเข้ามาจอดในมหาวิทยาลัยเวลาก็ผ่านการเรียนคาบแรกมาแล้ว

เขาหันไปมองซีกหน้าด้านข้างของคนที่นั่งคู่กันมาในรถ พวงแก้มนุ่มสีชมพูเรื่อชวนให้โน้มตัวไปใกล้แล้วฝังจมูกโด่ง

ลงไปอย่างมันเขี้ยว


“อ๊ะ! คุณมาร์ค”


การันต์อุทานพลางเอียงหน้าหนี


“พี่มาร์ค” มาร์คแก้คำผิด


“ถ้าเรียกผิดอีกก็จะถูกทำโทษ เข้าใจไหมกระต่ายน้อย”


“คะ ครับ เข้าใจแล้วครับพี่มาร์ค แต่ว่าอย่าทำอย่างนี้เลย เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”


“ทำยังไง อย่างนี้น่ะเหรอ”


ภุเมธตีหน้าตายแล้วเอียงหน้าไปหอมแก้มอีกข้างหนึ่ง จนการันต์หน้าร้อนเห่อไปหมด


“ฮื้อ พี่มาร์ค พอเถอะครับ”


ภุเมธยิ้มกริ่ม ดวงตาวาววับเมื่อมองใบหน้ารูปไข่ที่ก้มหน้างุด


“เย็นนี้มารอที่รถ จะพาไปดูหนัง”


หนุ่มน้อยรับคำอุบอิบอยู่ในลำคอก่อนที่จะลงจากรถยนต์แล้วก้าวยาวๆ ไปที่ตึกเรียน

เขามองเห็นร่างสูงของแอนดี้นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะประจำใต้ต้นไม้ใหญ่ การันต์รีบสืบเท้าเข้าไปหา

แล้วทรุดตัวลงนั่งตรงกันข้ามกับเพื่อน


“ทำไมมาช้าอะ โดดคาบแรกเลย อะนี่เลคเชอร์”


“อืม…มีธุระนิดหน่อย”


การันต์รับสมุดโน้ตจากแอนดี้มานั่งจด จริงๆเขาไม่อยากจะโดดหรอก แต่เป็นเพราะคนเจ้าอารมณ์นั่นแหละ ที่มัวแต่…


“โก๋ โก๋ เป็นอะไร”


“ฮะ อะไรเหรอ” สะดุ้งเมื่อแอนดี้เรียก


“ก็เห็นนั่งใจลอยแถมยังหน้าแดงอีก เป็นอะไร อากาศร้อนเหรอ”


“เปล่านี่”


การันต์พยายามวางสีหน้าให้ปกติ เขาหลบสายตาแอนดี้ด้วยการก้มหน้าไปจดงาน


“แล้วที่คอน่ะ ไปโดนอะไรมาถึงได้แดงขนาดนั้น”


คราวนี้สะดุ้งเฮือกจนปากกาหล่นจากมือ


อุตส่าห์ใส่เสื้อเชิ้ตปกใหญ่ปกปิดแล้วผลงานของภูเมธก็ยังหลุดรอดโผล่มา การันต์ฝืนยิ้มหน้าแดงก่ำ


“มดกัดน่ะ เราเกาแรงไปหน่อยเลยเป็นรอย”


แอนดี้พยักหน้ารับก่อนจะเงียบไปพักใหญ่


“โก๋”


เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมาจากสมุดโน้ต แต่กลับพบแต่แอนดี้ที่เป็นฝ่ายก้มหน้าอยู่กับหนังสือทั้งที่เป็นฝ่ายเรียกเขาไว้


“กับประธานภูเมธน่ะเป็นไงบ้าง เขาแกล้งอะไรนายอีกหรือเปล่า”


แอนดี้พูดทั้งๆที่ยังก้มหน้า


“เอ่อ ก็ไม่แล้วล่ะ”


“ถ้าเขาแกล้งนายอีก มาบอกเรานะ ถึงเราจะไม่ใช่คนเก่งแต่เราก็อยากปกป้องโก๋”


หนุ่มน้อยนิ่งงันกับสิ่งที่แอนดี้เพิ่งจะพูดออกมา การันต์กำลังงงว่าแอนดี้ต้องการจะสื่ออะไรกันแน่

แต่แอนดี้ก็ไม่ปล่อยให้การันต์งงอยู่นานนัก เมื่ออยู่ๆเขาก็เงยหน้ายิ้มแย้มเป็นปกติ


“ไปกินข้าวที่ห้องอาหารกันเถอะ เราไม่ได้กินข้าวเช้ามา หิวแล้วล่ะ”


ร่างสูงลุกขึ้นยืนคว้าข้อมือเล็กให้ลุกขึ้นตาม การันต์รีบเก็บของแล้วก้าวตามเพื่อนไปทางห้องอาหาร





ภูเมธตบบ่าเตชิตเป็นการทักทาย เขาทรุดตัวลงนั่งข้างๆเตชิตในมุมส่วนตัวภายในห้องอาหารของมหาวิทยาลัย

เตชิตยกกระป๋องน้ำอัดลมขึ้นดื่มแล้วมองอย่างแปลกใจ


“อารมณ์ดีนะวันนี้”   


ภุเมธยกคิ้วสูงมุมปากยกยิ้มเล็กน้อย


“ชัดขนาดนั้นเชียวหรือ”


“มาก” เตชิตยืนยัน


ภูเมธหัวเราะเบาๆ และไม่ได้โต้ตอบเรื่องนี้อีก เขาคุยกับเตชิตเรื่องงานในมหาวิทยาลัยพักใหญ่ก่อนที่

เตชิตจะพยักเพยิดให้เขาหันไปมองทางเข้า


“นั่นเด็กนาย มากับเพื่อน โอ๊ะโอ จูงมือกันมาด้วย”


เป็นเพราะมุมนี้เป็นมุมส่วนตัวเฉพาะประธานนักศึกษาและรองประธาน โดยรอบโต๊ะจึงตกแต่งด้วยไม้กระถาง

จนมองแทบไม่เห็นจากโต๊ะตัวอื่น แต่คนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะจะมองเห็นคนอื่นอย่างชัดเจนและภูเมธก็เห็นแอนดี้กับการันต์

ใบหน้าที่โปรยยิ้มจึงหุบลง

จงใจชัดๆ

สายตาคมจ้องมองแอนดี้ที่ยืนบังการันต์ให้เยื้องไปทางด้านหลัง การันต์จึงมองไม่เห็นเขา แต่ร่างสูงของแอนดี้

กลับมองเลยมาสบตาภูเมธ รวมถึงมือใหญ่ที่เกาะกุมมือของการันต์ก็ไม่ยอมปล่อย

แอนดี้ไม่หลบสายตา เขาจ้องกลับดวงตาของภูเมธพลางค้อมศีรษะลงเพียงแค่เล็กน้อย แล้วจึงจูงมือการันต์ไปอีกมุมหนึ่ง

ภูเมธได้แต่กัดฟันมองดวงตาวาวโรจน์


“พอไหม”


แอนดี้ถือถาดอาหารที่ซื้อมาวางจนเต็มโต๊ะ แล้วชักชวนการันต์ให้ลงมือกิน


“จะกินกันหมดไหมนี่”


การันต์ส่ายหน้าเมื่อเห็นเพื่อนซื้อของกินมาเยอะเกิน ทั้งสองนั่งอยู่พักใหญ่จนเวลาผ่านไปเกือบเที่ยงวัน

เสียงอื้ออึงในห้องอาหารก็เงียบลงทันทีเมื่อประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมกับการปรากฏกายของคนที่ก้าวเข้ามาใหม่

สายตาแทบทุกคู่จับจ้องไปยังร่างโปร่งที่เดินเฉิดฉายเข้ามาเป็นตาเดียว ดูเหมือนเจ้าตัวจะพอใจที่เป็น

เป้าสายตาด้วย เพราะใบหน้าที่ผ่านการเสริมแต่งอย่างดีเชิดสูงอย่างไว้ตัว


“ใครน่ะสวยจัง”


การันต์มองอย่างชื่นชมกับรูปร่างระหงที่ใส่กระโปรงสั้นอวดขาสวย แอนดี้ปรายตามองแวบหนึ่ง จากนั้นก็ถอนหายใจเบาๆ


“อยากรู้เหรอ ตามมาทางนี้สิ”


แอนดี้เรียกให้การันต์เดินตามจนมาหยุดอยู่ในมุมที่มองเห็นชัดๆกับตา รอยยิ้มชื่นชมของการันต์จึงค่อยๆเลือนหาย

เมื่อเห็นสาวสวยคนนั้นเดินตรงเข้าไปที่โต๊ะของประธานนักศึกษา ปากแดงยิ้มเยื้อนสองแขนโอบไปรอบคอของภูเมธ

จมูกที่โด่งด้วยฝีมือแพทย์บรรจงแนบไปที่ใบหน้าของภูเมธจนหัวใจของการันต์หน่วงขึ้นมา


“ไฮ..มาร์ค”


เสียงหวานทักทายพลางเบียดร่างชิดใกล้ การันต์คอแห้งผากเมื่อไม่เห็นภูเมธปฎิเสธความใกล้ชิดนั้นดวงตาเรียวของการันต์

ร้อนผ่าวไปหมด


“ผู้หญิงคนนั้นเขาเป็นพี่สาวเราเอง แต่ว่าคนละแม่กัน”


เสียงแอนดี้ดังอยู่เบื้องหลังนี่เอง แต่ดูเหมือนจะไกลแสนไกลอยู่ในความรู้สึก


“พี่สาวเราชื่อแอลลี่”


แอลลี่!


“แอลลี่เป็นคู่หมั้นของประธานภูเมธ”




tbc


 :ling2: :ling2:





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-04-2016 20:16:42 โดย Belove »

ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-6
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 17 [26/04/59]
«ตอบ #91 เมื่อ26-04-2016 20:35:51 »

อ้าววว. แอนดี้นี่นายคิดไม่ซื่อนี่หว่า
ยัยแอลลี่มาแล้ว จะยอมถอยไหมนะ

ออฟไลน์ natsikijang

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 541
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-4
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 17 [26/04/59]
«ตอบ #92 เมื่อ26-04-2016 23:04:14 »

แอนดี้ร้ายนะเนี่ย  มดแดงแฝงมะม่วงชัดๆ แอลลี่มาใงล่ะเนี่ย บทนางร้าย แต่นางจะร้ายตามบทหรือเปล่าต้องรอดีลู ส่วนมาร์คช่วยทำอะไรๆให้มันชัดเจนหน่อยสิ จะยอมคู่หมั้นตามคำสั่งพ่อ หรือจะตามใจเมียอย่างน้องโก๋

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6606
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 17 [26/04/59]
«ตอบ #93 เมื่อ26-04-2016 23:44:59 »

กำ ดีกันได้แป้บๆ มีเรื่องให้โก๋เสียใจอีกแล้ว

ออฟไลน์ farfarneenee

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 368
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-1
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 17 [26/04/59]
«ตอบ #94 เมื่อ26-04-2016 23:53:41 »

ต้มน้ำรอม่ามา  :ling1: :ling1: :ling1: :ling1:

ออฟไลน์ Al2iskiren

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1830
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-3
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 17 [26/04/59]
«ตอบ #95 เมื่อ27-04-2016 09:17:40 »

หวานกันแป๊บๆ กลิ่นมาม่าโชยมาแล้ว :hao5:

ออฟไลน์ seaz

  • รักอยู่ไหน...ใจเรียกหา
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +381/-9
    • GIFFARINE ORDER สั่งง่าย ส่งฟรี
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 17 [26/04/59]
«ตอบ #96 เมื่อ27-04-2016 13:07:07 »

ต้มน้ำรอเลยจ้า ท่าทางจะดราม่าหนักหน่วง

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1221
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +701/-2
    • ฺBelove
<< รักกลางใจ >> บทที่ 18 [28/04/59]
«ตอบ #97 เมื่อ28-04-2016 20:48:47 »





                                                รักกลางใจ

                                                บทที่ 18


รถบิ๊กไบค์แต่งเครื่องใหม่กำลังเร่งความเร็วอยู่บนท้องถนนที่เปียกชื้นจากสายฝนพรำ

เจ้าของรถพลังขับเคลื่อนชั้นยอดนึกหงุดหงิดที่การจราจรบนท้องถนนหนาแน่นเกินความพอดี

จนเขาทำความเร็วได้ไม่เท่ากับสมรรถนะของรถที่อุตส่าห์ไปดัดแปลงมาใหม่


ความเร็วของเครื่องจักรมันสู้ความเร็วของความรู้สึกในตอนนี้ไม่ได้ ถ้าหากติดปีกบินไปถึงที่เกิดเหตุได้

เขาก็จะทำตั้งแต่ได้รับโทรศัพท์เมื่อไม่นานนี้


“เฮ้! เต้ มีปัญหาแล้ว มีไอ้หนุ่มหน้าอ่อนมาหามึงที่นี่ ไม่รู้ยังไงนะ มันโดนไอ้พวกพี้ยารุมสกรัมว่ะ

แต่พวกเราช่วยไว้ได้ทัน ยังไงมึงก็มารับไปหน่อยนะก่อนที่หน้าจืดๆนี่จะช้ำในตายเสียก่อน”


กระทืบเบรคจนรถสะเทือนเมื่อถึงที่หมาย สนามบาสเก็ตบอลเปียกชื้นหลังจากสายฝนหยุดโปรยปราย

ทำให้นักแข่งบาสพากันไปเล่นพนันขันต่อ บางคนก็นั่งยองๆยกขวดเบียร์ดื่มอยู่ข้างถนน

เตชิตก้าวลงจากรถอย่างรวดเร็วตรงไปที่คาเฟ่เล็กๆของตึกเก่า เขาผลักกระจกมัวหน้าร้านเข้าไป

กวาดสายตามองก่อนที่จะหยุดลงตรงชายหนุ่มหน้าอ่อนที่นั่งหน้าสลดอยู่ข้างเพื่อนของเขา


เดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้า เขากัดฟันแน่นเมื่อเห็นสภาพใบหน้าฟกช้ำ มุมปากเขียวมีร่องรอยเศษเลือดแห้งกรัง

เสื้อผ้าเปียกชื้นมีแต่เศษดิน ดวงตาของเขาวาวโรจน์เมื่อเห็นสภาพของนภัทรในวันนี้


“พวกไหน”


เค้นเสียงถามเพื่อนที่นั่งสูบบุหรี่ตรงกันข้าม เพื่อนของเขาโบกมือวุ่นวาย


“พวกเก่าที่มึงเคยมีเรื่องนั่นแหละ มันคงเห็นเจ้าหน้าอ่อนนี่มาคนเดียวเลยกล้าลูบคม

แต่ไม่ต้องห่วงกูจัดการพวกมันแล้ว พวกมันก็เจ็บไปเยอะอยู่ มึงรีบพาเจ้าหมอนี่ไปทำแผลดีกว่า

ท่าทางจะเจ็บอยู่ไม่น้อย ใช่ไหมเจ้าหน้าอ่อน”


นภัทรแทบผวาเมื่อเห็นสายตาของเตชิต เขานิ่วหน้าเมื่อต้นแขนถูกคนหน้าดุจับยึดแล้วกระชากให้ลุกขึ้นยืน

เตชิตเอ่ยขอบคุณเพื่อนและลากให้เขาเดินตามาที่บิ๊กไบค์คันโต เตชิตก้าวขึ้นคร่อมและตวาดเสียงดังลั่น


   “ขึ้นรถ”


   นภัทรที่ยังไม่ได้กล่าวอะไรแม้แต่คำเดียวสะดุ้งสุดตัวพร้อมกับตาลีตาเหลือกก้าวซ้อนท้ายทันที


“เรามีเรื่องที่ต้องคุยกัน นภัทร”




นภัทรก้มหน้างุดเมื่อก้าวเดินตามร่างสูงของเตชิตเข้าไปในอพาร์ตเมนท์หรูที่เขาเคยมาแล้ว

เมื่อเสียงปิดประตูตามหลังดังลั่น เขาก็ยืนคว้างอยู่ตรงกลางห้อง


เขามองตามเตชิตที่เดินไปเปิดตู้เย็นเบียร์กระป๋องมาเปิดแล้วกระดกเข้าปาก

ก่อนที่จะหันขวับมามองเขาด้วยสายตาดุ


“จะยืนมองอยู่อีกนานไหม”

นภัทรก้าวพรวดไปทิ้งตัวนั่งที่โซฟารับแขก นิ่วหน้าเมื่อรู้สึกเคล็ดขัดยอกไปหมดทั้งตัว

เขาหันไปมองเมื่อเตชิตเดินเข้ามานั่งลงข้างๆด้วยสายตาหงุดหงิด แต่ถ้าไม่เข้าข้างตัวเองจนเกินไปนัก

เขามองเห็นแววตาแห่งความห่วงใยซ่อนอยู่ในนั้น


ถุงเจลเย็นเฉียบที่เพิ่งจะออกมาจากตู้เย็นถูกคนหน้าดุยกมาแตะที่ริมฝีปากแตกช้ำอย่างเบามือ

ดวงตาของนภัทรร้อนผ่าวเมื่อได้ยินเสียงถอนหายใจของเตชิต


“ทำไมนายถึงได้ขยันหาเรื่องใส่ตัวนักนะนภัทร นายก็รู้ว่าสถานที่แบบนั้นไม่เหมาะที่คนอย่างนาย

จะเหยียบย่างเข้าไป ครั้งแรกเพราะหลงทาง แล้วครั้งนี้นายไปเพื่ออะไรวะ”


“ผมไปเพราะอยากเจอคุณ”


“แล้วทำไมต้องไปที่นั่น ที่อื่นมีตั้งเยอะแยะ”


“ก็ผมไม่รู้เบอร์โทร ไม่รู้อะไรสักอย่างเกี่ยวกับคุณ นอกจากจะรู้ว่าคุณชอบไปที่นั่นมากกว่าที่อื่น

แล้วคุณจะให้ผมทำยังไง”


เสียงเครือที่มาพร้อมใบหน้าสลดทำให้เตชิตใจอ่อนยวบ น้ำเสียงที่เอ่ยต่อไปจึงอ่อนลงกว่าที่ส่งเสียงเข้มดุไปเมื่อครู่


“แล้วอยากเจอฉันทำไม”


นภัทรนิ่งงัน มุมปากช้ำที่เจอความเย็นประคบสั่นสะท้านเมื่อเขาช้อนตาขึ้นสบกับดวงตาดุที่จ้องอยู่ก่อนแล้ว

เสียงแผ่วเอ่ยออกไปด้วยความกริ่งเกรงคนฟัง


“ไม่รู้สิ ผมก็แค่…คิดถึงคุณ”


เจลเย็นใสร่วงจากมือ เตชิตกลายเป็นฝ่ายนิ่งเงียบเมื่อได้ยินนภัทรพูดออกมาอย่างกล้าหาญ

ในขณะที่เขาได้แต่เป็นฝ่ายเก็บงำความรู้สึกเดียวกันไว้ในใจ


เตชิตไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับกับตัวเองว่าเขาสลัดใบหน้าจืดๆของนภัทรออกไปจากสมองไม่ได้

ทั้งเวลาหลับตาหรือลืมตา มันทำให้เขาหงุดหงิดตัวเอง


เมื่อเห็นการตอบสนองของเตชิต แพขนตาหนาก็ต้องกระพริบถี่เพื่อขับไล่ความชื้นของหยาดน้ำ

ใช่สิ….

มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่คนอย่างเตชิตจะเข้าใจความรู้สึกของเขา คนอย่างเตชิตจะเข้าใจได้อย่างไร

ว่าความคิดถึงมันทรมานแค่ไหน เขาอยากเห็นหน้าดุ เขาอยากได้ยินเสียงเข้ม นภัทรแค่ซื่อสัตย์

กับความรู้สึกของตัวเองแม้ว่าผลของมันจะทำให้เขาปวดใจ


“ผะ…ผมขอโทษ”


นภัทรก้มหน้าหนี ซ่อนหยดน้ำตาที่ใกล้จะรินรดเต็มที


“ทำอะไรผิดไว้ล่ะ” เสียงนั้นนุ่มกว่าที่คาด


“ผมทำให้คุณรำคาญ”


“ก็ไม่เท่าไหร่หรอก”


โซฟานุ่มเด้งขึ้นเมื่อเตชิตลุกขึ้นแล้วเดินไป นภัทรไม่กล้าเงยหน้ามองด้วยซ้ำว่าเขาลุกขึ้นไปทำอะไร

จนกระทั่งกะละมังน้ำใบเล็กที่มีผ้าขนหนูผืนนุ่มลอยตัวอยู่ถูกวางลงบนโต๊ะรับแขก และโซฟาก็อ่อนยวบลงมา

เมื่อเขานั่งลงในตำแหน่งเดิม


“สภาพเหมือนลูกหมาตกท้องร่อง”


เสียงเข้มแต่อ่อนโยนดังอยู่ข้างหู ลมหายใจของนภัทรติดขัดไปหมดเมื่อปลายนิ้วของเตชิตแตะ

อยู่ที่กระดุมเสื้อเชิ้ตเปื้อนรอยดินจากฝ่าเท้า เขาปลดมันออกทีละเม็ดจนกระทั่งสาบเสื้อแยกจากกัน


“คืนนี้คงได้นอนระบมกันล่ะ มานี่ ฉัน เอ่อ จะเช็ดตัวให้”


หน้าขาวๆแดงเถือกไปจนถึงใบหู แต่เพราะความอ่อนโยนที่นภัทรนึกไม่ถึงทำให้เขาปฎิเสธไม่ออกจนเสื้อเชิ้ต

สกปรกถูกดึงออกจากตัวจนเหลือเพียงท่อนบนเปลือยเปล่า


เมื่อเห็นสภาพเนื้อตัวที่มีร่องรอยฟกช้ำเขียวเป็นปื้น เตชิตถึงกับขบกรามกรอด ดวงตาลุกวาบ

นึกสงสารคนที่ถูกรังแกขึ้นมาจับใจ อยากปกป้องร่างกายที่อยู่ตรงหน้าจนถึงที่สุด เตชิตใช้ผ้าขนหนู

ที่บิดจนหมาดเช็ดตัวให้นภัทรอย่างเบามือ แต่ถึงกระนั้นคนเจ็บตัวก็ยังไม่วายนิ่วหน้า


“เจ็บมากไหม”


เตชิตถามขึ้น เขายกมือข้างหนึ่งประคองใบหน้านุ่มไว้และใช้ผ้าขนหนูบรรจงเช็ดจนทั่ว

ก่อนที่จะวางผ้าลงและใช้สองมือเอียงใบหน้าของนภัทรไปมาเพื่อมองหาร่องรอยบาดเจ็บอย่างห่วงใย


จะว่าเขาลืมตัวก็ได้ เมื่อรู้สึกตัวอีกทีเตชิตเพิ่งเห็นว่าใบหน้าของเขาอยู่ใกล้กับใบหน้าของนภัทรแค่ไหน

ใกล้จนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่น ใกล้จนดวงตาสบกันอย่างค้นคว้า ใกล้จนแค่เขาเอียงหน้าลงไปเท่านั้น...

ปากของเขาก็ประกบลงไปบนกลีบปากซีดเย็นที่เม้มหนีอย่างตกใจในวินาทีแรก แต่เมื่อเขาค่อยๆ

ไล่ลงน้ำหนักอีกฝ่ายจึงผ่อนคลายลง ยิ่งเมื่อเขาจูบซับตรงมุมปากที่มีรอยช้ำเพื่อปลอบโยน

เรียวปากนุ่มจึงเผยออย่างเผลอไผล ปลายลิ้นร้อนจึงแทรกตัวเข้าไปช้าๆกวาดไล่ไปตามไรฟัน

ก่อนที่จะมาแตะลงกับลิ้นนุ่ม


“อื้ม…”


นภัทรครางแผ่ว มือทั้งสองเกาะแน่นอยู่ที่บ่ากว้างเมื่อลิ้นเล็กถูกตวัดเกี่ยวพันอยู่ในโพรงปาก

สติของเขาแตกกระเจิงจนกู่ไม่กลับ ลมหายใจขาดเป็นห้วงเนื้อตัวสั่นสะท้านจนต้องยิ่งเบียดตัวเข้าหาอกแกร่ง


แทบขาดใจกว่าที่เตชิตจะค่อยๆถอนปลายลิ้นกลับคืนแต่ก็ยังวอแวกับเรียวปากนุ่มอีกพักใหญ่

ดวงตาคู่นั้นระยิบระยับจนเลือดวิ่งใบทั่วหน้าเมื่อเขาได้สบตากับเตชิตอีกครั้ง


“ทำแบบนี้จะยั่วผมเหรอ” เสียงเล็กต่อว่าเมื่อเบนสายตาหลบอย่างขัดเขิน


“ยั่วอะไร ฮึ..”


…ก็ยั่วให้รักน่ะสิ…


นภัทรหน้าร้อนผ่าว สถานการณ์ล่อแหลมเกินไปแล้ว

เขากำลังเปลือยท่อนบนอยู่ในอ้อมแขนที่โอบรัดไปทั้งตัว แถมเขายังเสียจูบแรกไปแล้วอีกต่างหาก

ไม่นึกว่าจูบแรกที่ได้รับจะอ่อนโยนเกินคาด นภัทรถอนหายใจพลางใช้คางเกยไว้บนไหล่กว้าง

น้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงมาผ่านร่องแก้ม


“อย่าทำดีกับผมให้มากกว่านี้ อย่าทำให้ผมมีความหวังถ้าคุณไม่ได้คิดอะไรกับผม”


นภัทรได้ยินเสียงถอนหายใจ


“ก็ไม่รู้สินะว่าฉันคิดอะไรกับนายหรือเปล่า ก็แค่อยากจูบนาย อยากกอดนายไว้อย่างนี้”


รู้สึกถึงฝ่ามือที่ลูบไล้แผ่นหลังแผ่วเบา นภัทรหลับตาซึมซับความอ่อนโยนไว้ให้ได้มากที่สุด

เขาไม่รู้ว่าจะมีช่วงเวลาดีๆแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน

ก็คุ้มนะ ที่เจ็บตัว


“แต่ตอนนี้ นายควรกินยาแก้ปวดแล้วนอนพัก”


เตชิตใช้มือจับที่หัวไหล่แล้วดันร่างบางออกมาจากอ้อมกอด


   “ยาอีกแล้ว”


นภัทรหน้าแหย แต่ก็ลุกขึ้นเดินตามเตชิตไปกินยา ก่อนที่เจ้าของห้องจะหยิบชุดนอนมาให้เขาเปลี่ยน

จนเมื่อเตชิตอาบน้ำเสร็จเขาก็เห็นนภัทรหลับไปแล้วบนเตียงของเขา

มุมปากคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเขาก้าวไปนอนเคียงคู่และดึงร่างที่หลับอย่างอ่อนเพลียมากอดไว้





บรรยากาศไม่ดีเอาเสียเลยเมื่อมีแต่ความเงียบตั้งแต่ขับรถออกมาจากมหาวิทยาลัยจนถึงบ้าน

ที่ภูเมธบอกไว้ว่าจะพาไปชมภาพยนตร์ก็เป็นอันพับโครงการเก็บแต่การันต์ก็ไม่ได้ท้วง เพราะเขาเอง

ก็คงไม่มีอารมณ์ในสภาพแบบนี้ที่ต่างฝ่ายก็ไม่ยอมมองหน้ากัน


มันหน่วงๆ อยู่ในความรู้สึกจนแม้แต่หยุดคุยกับมารดาก็ยังไม่ดีขึ้น

และเมื่อก้าวเข้าไปในห้องส่วนตัวแล้ว การันต์ก็ไม่ได้นึกแปลกใจที่เห็นภูเมธนั่งหน้าบึ้งรออยู่

เท้าของการันต์หยุดกึกไม่ยอมก้าวหา เมื่อสบตากับนัยน์ตาฉุนเฉียวที่กลับมาอยู่บนใบหน้าของภูเมธอีกครั้ง

การันต์เตรียมจะก้าวหนีแต่ก็ไม่ทัน ภูเมธพุ่งมารวบตัวแล้วเหวี่ยงเขาลงกลางที่นอนแล้วจึงทิ้งตัวลงมาทับไว้


“เสน่ห์แรงจริงๆนะ เดี๋ยวก็จูบกับคนนั้น เดี๋ยวก็จับมือกับคนนี้”


“คุณพูดอะไรของคุณ”


การันต์โต้อย่างน้อยใจ


“อย่ามาขึ้นเสียง ฉันเห็นนายจับมือถือแขนอยู่กับไอ้เด็กปีหนึ่งเพื่อนนาย”


“ผมบริสุทธิ์ใจ ผมไม่ได้คิดอะไรห่วยแตกแบบคุณ อ้อ แล้วทำไมไม่พูดออกมาเลยล่ะ ว่าเด็กปีหนึ่งเพื่อนผมน่ะ

เป็นน้องชายคุณหมั้นแสนเพอร์เฟ็คของคุณ”


ภูเมธหรี่ตามองร่างบางข้างใต้ เมื่อการันต์พูดเรื่องนี้ทำให้เขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าคุ้นตาเจ้าเด็กปีหนึ่งคนนั้นที่ไหน

ที่แท้ก็คือน้องชายคนละแม่ของแอลลี่ที่ภูเมธไม่เคยเห็นหน้ามานาน

การันต์เห็นแอลลี่แล้ว คงเป็นเพราะน้องชายคนละแม่ของแอลลี่บอกให้รู้


“ฮึ ทั้งกอดทั้งหอม คงชอบล่ะสิเห็นนั่งนิ่งเงียบให้เขากอดจูบอยู่ได้”


ดวงตาดุเลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อจ้องมองหน้าหวานที่เบือนหน้าหนีไปทางอื่น อารมณ์หงุดหงิดจางหายไปเกือบหมด

จนมุมปากยกยิ้มขึ้นได้


“หึงเหรอ กระต่ายน้อย”


“หึงอะไร ใครจะไปหึงกันเล่า”


การันต์เหวี่ยงวีนเสียงหงุดหงิดพร้อมกับหันมามองหน้าง้ำ ยิ่งเห็นภูเมธกลั้นหัวเราะเขาก็ยิ่งหน้างอ

กำปั้นน้อยๆทุบลงที่หัวไหล่อีกฝ่าย


“ขำอะไร เรื่องอะไรมาหัวเราะล่ะ”


“ไม่ได้ขำ แค่ชอบ ชอบที่หึง”


“ก็บอกว่าไม่ได้หึง”


การันต์ผลักอกภูเมธออกแต่อีกฝ่ายก็ไม่สะดุ้งสะเทือนซ้ำยังจับข้อมือเล็กกดแนบไปกับที่นอนนุ่ม


“อย่าคิดมากนะกระต่ายน้อย ไม่มีอะไรหรอกน่า”


ใครจะคิดน้อยได้

การันต์ขอบตาร้อนผ่าว

เมื่อเห็นร่างระหงคลอเคลียอยู่ใกล้ภูเมธเช่นนั้น ในสายตาช่างเหมาะสมกันเหลือเกิน  แล้วเขาล่ะ


“ตอนนี้รักกระต่ายน้อยคนเดียวเท่านั้นแหละ”


อะไรนะ…

รัก…

การันต์เงยหน้าขึ้นมองพลางเบิกตากว้าง


“เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะครับ”


เขาเพิ่งเห็นใบหน้าของภูเมธเจือสีแดงเป็นครั้งแรก


“พูดได้ครั้งเดียว ไม่ตั้งใจฟังก็อด”


“พี่มาร์คครับ”


เสียงอ่อนทอดยาว ดวงตาหวานกระพริบปริบๆออดอ้อน


“โอ๊ย อย่าทำอย่างนี้” ภูเมธบ่นพึมพำแล้วก้มหน้าลงซุกไซ้ที่ซอกคอเนียน


“แค่นี้ก็หลงจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว”


การันต์หัวใจพองคับอก

ภูเมธบอกรักเขา แม้ว่าจะไม่ได้หวานเลยแม้แต่น้อยแต่การันต์กลับหุบยิ้มไม่ลง

เถอะน่า…

อะไรที่มันขวางหูขวางตาก็ปล่อยไปก่อน

ตอนนี้…

เขาขอตักตวงความสุขไว้ก่อน

ว่าแล้วการันต์ก็โอบกอดตอบรับคนที่คว้าหัวใจเขาไว้ได้แล้วปล่อยให้คนนั้นพาเขาโบยบินไปหาความสุข

อย่างที่ใจต้องการ


TBC


 :mew5: :mew5:






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-04-2016 20:52:50 โดย Belove »

ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-6
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 18 [28/04/59]
«ตอบ #98 เมื่อ28-04-2016 20:57:27 »

รู้ว่าเขาหึงก็นังจะแกล้งเนอพ

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 18 [28/04/59]
«ตอบ #99 เมื่อ28-04-2016 22:39:32 »

 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 18 [28/04/59]
« ตอบ #99 เมื่อ: 28-04-2016 22:39:32 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ panitanun

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 504
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 18 [28/04/59]
«ตอบ #100 เมื่อ29-04-2016 00:06:53 »

หึงกันหึงกันน5555555

ออฟไลน์ natsikijang

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 541
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-4
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 18 [28/04/59]
«ตอบ #101 เมื่อ29-04-2016 00:50:21 »

ชอบเรื่องนี้จัง หึงกันไปหึงกันมาแต่ก็หันหน้าเข้าหากัน   ใช้เหตุผลคุยกัน  น่ารักทั้งพี่มาร์ค น้องกระต่ายน้อย  หวังว่าน้องโก๋จะผ่านอุปสรรคแอลลี่ที่เข้ามาในชีวิตพี่มาร์คได้นะคะ

ออฟไลน์ netich

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 234
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 18 [28/04/59]
«ตอบ #102 เมื่อ29-04-2016 03:13:41 »

 :katai1:

ออฟไลน์ Al2iskiren

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1830
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-3
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 18 [28/04/59]
«ตอบ #103 เมื่อ30-04-2016 03:43:51 »

บรรยากาศดีขึ้นมาหน่อย จะทำอะไรกับอิแอนดี้มันดี คนเขียนช่วยหาสามีให้นางซักคนได้มั้ย จะได้ไม่มายุแยงน้องโก๋

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3509
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 18 [28/04/59]
«ตอบ #104 เมื่อ30-04-2016 10:34:34 »

ก็แล้วจะทำยังไงต่อไปกับคู่หมั้นล่ะ หรือต้องรอให้ถึงวันงานแต่งก่อนถึงจะเริ่มคิดวะ
ทำไมไม่เริ่มทำอะไรซะอย่างก่อนที่จะสายไปล่ะ รีบๆ คิดเร็วๆ เข้า

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6606
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 18 [28/04/59]
«ตอบ #105 เมื่อ30-04-2016 10:50:17 »

โก๋เอ้ยยยยยย ทำไมน่ารักงี้อ่ะ

ออฟไลน์ van16

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 918
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 18 [28/04/59]
«ตอบ #106 เมื่อ30-04-2016 17:39:23 »

โก๋น่าร้ากกกก  :hao7:

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1221
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +701/-2
    • ฺBelove
<< รักกลางใจ >> บทที่ 19 [01/05/59]
«ตอบ #107 เมื่อ01-05-2016 20:33:45 »



                                             รักกลางใจ

                                             บทที่ 19


การันต์เตรียมที่จะก้าวเท้าลงจากรถยนต์แล้ววิ่งหลบสายตาของผู้คนอย่างเช่นวันปกติ

แต่ไม่ใช่วันนี้ที่ภูเมธคว้าท่อนแขนเรียวเล็กให้ชะงักไว้ที่เดิม เจ้าของรถคันหรูเป็นฝ่ายก้าวลงไปก่อน

แล้วจึงเดินอ้อมมาทางฝั่งที่การันต์นั่งจากนั้นจึงดึงประตูเปิดให้การันต์ก้าวลงมายืนแข้งขาสั่น

ท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็น หนุ่มน้อยก้มหน้างุด การันต์ไม่ชอบการเป็นจุดเด่น มันทำให้เขาเวียนหัว


“เดินไปด้วยกัน” ภูเมธบอกจุดประสงค์


“แต่...”


การันต์พยายามทักท้วง แต่ภูเมธกลับใช้มือโอบไหล่บางให้ก้าวเดินไปพร้อมกับเขายิ่งทำให้การันต์

เดินตัวลีบเข้าไปใหญ่


“กลัวอะไรฮึ กระต่ายน้อย”


ภูเมธเอ่ยถามเมื่อเห็นท่าทางของการันต์


“คนมองกันใหญ่เลย พี่มาร์คนี่ดังจริงๆนะครับ”


ภูเมธยักไหล่ เขาคุ้นชินกับการเป็นจุดเด่นเสียแล้ว ด้วยอำนาจเงินของผู้เป็นบิดาทำให้มีแต่คน

มาพินอบพิเทา เขาจึงคุ้นเคยกับชีวิตที่ต้องมีคนมาคอยรับคำสั่งและตกเป็นเป้าสายตาราวกับเป็นดาราชื่อดัง


จะให้ทำอย่างไรได้ล่ะ ก็เขามีชีวิตแบบนี้มาตั้งแต่จำความได้

ไม่มีความจำเป็นที่ต้องทำดีกับใคร จะมีก็แต่คนที่เดินขาสั่นอยู่ข้างๆนี่แหละที่ทำให้ภูเมธรู้จักคำว่า

อดทนและใส่ใจเป็นครั้งแรก

ภูเมธอยากให้การันต์รู้สึกดี แต่เขาไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรอีกฝ่ายถึงจะรู้สึกเช่นนั้น มันเป็นสิ่งใหม่

ที่เขาต้องเรียนรู้หลังจากที่ได้รู้จักและตกหลุมรักเด็กซุ่มซ่ามคนนี้


“วันนี้มีเรียนตอนเช้าไหม”


“ไม่มีครับมีช่วงบ่าย”


“แล้วนี่จะไปไหน”


ภูเมธเอ่ยถามพลางกระชับมือที่วางอยู่บนบ่าเล็ก


“นัดแอนดี้ไว้ที่ห้องอาหารครับ”


สีหน้าเปลี่ยนเมื่อได้ยินคำตอบ ภูเมธพยายามท่องหนึ่งให้ถึงสิบแต่เขากลัวตัวเองจะน็อคตาย

เสียก่อน ความอดทนคงเป็นสิ่งแรกที่เขาต้องเรียนรู้ อดทนที่จะไม่แสดงออกว่าเขา “หวง” การันต์แค่ไหน


“ไปสิ”


“เอ่อ..แล้วพี่มาร์ค...”


“ไปด้วยกัน”


ภูเมธยังไม่ยอมละมือจากไหล่บางแม้จะก้าวเข้าสู่ห้องอาหาร ยิ่งทำให้ตกเป็นเป้าสายตาเมื่อทั้งสอง

ก้าวเข้าไป การันต์มองเห็นแอนดี้แล้ว เพื่อนของเขาเหลือบตาขึ้นมองด้วยสีหน้าแปลกๆที่การันต์ไม่เข้าใจ

แอนดี้ลุกขึ้นยืน เขาค้อมศีรษะคำนับด้วยใบหน้าเรียบเฉยผิดปกติ


“สวัสดีครับประธานภูเมธ”


ภูเมธก้มหัวรับ มุมปากกระตุกยิ้มเมื่อสบตาอีกฝ่าย


“ไม่พบกันนานมากแล้วนะคุณหนูเล็กตระกูลภักดีกิจ มิน่าฉันถึงจำไม่ได้”


แอนดี้ไม่หลบสายตา เขาจ้องตอบด้วยตวงตารู้เท่าทัน


“ใช่ครับ เราไม่พบกันนานมาก แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผมลืมว่าคุณเป็นคู่หมั้นของพี่แอลลี่”


หางตาของการันต์กระตุกเมื่อได้ยินคำพูดจากแอนดี้


ใช่สินะ มันเป็นความจริงที่หลีกหนีไม่ได้ และมันกระชากให้หนุ่มน้อยเหมือนตกลงมาจากหอคอย

ที่เขาตะเกียกตะกายปีนขึ้นไปไขว่คว้าความสุขให้ตกลงมากระแทกกับพื้นที่มีความเป็นจริงรอรับอยู่

จมูกของการันต์แสบไปหมดเมื่อต้องกลั้นการผลิตของน้ำตา


“ไปนั่งตรงนั้นด้วยกันเถอะนะโก๋”


ใบหน้าบึ้งตึงของภูเมธหันไปชักชวนการันต์ให้ไปนั่งโต๊ะของคณะกรรมการนักศึกษา แต่กลับได้รับการปฏิเสธ


“ผมขอนั่งตรงนี้กับแอนดี้ดีกว่าครับ”


คิ้วเข้มย่นเข้าหากันเมื่อเห็นท่าทีของการันต์ นึกเคืองกับหลายสิ่งที่ไม่เป็นใจเอาเสียเลย


“งั้นฉันจะนั่งกับพวกนายด้วย”


ว่าแล้วเขาก็นั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งพลางใช้นิ้วเคาะโต๊ะด้วยใบหน้าเรียบเฉย จนแอนดี้นิ่งอึ้งและหันไป

สบตากับการันต์ด้วยความไม่เข้าใจในการกระทำของภูเมธ

แต่ยังไม่ทันที่เขาและการันต์จะนั่งลงตาม คนทั้งห้องอาหารใหญ่โตก็ต้องหันมามองเป็นจุดเดียวอีกครั้ง

เมื่อเห็นคนดังอีกคนก้าวเข้ามา


ร่างระหงแต่งตัวราวกับนางแบบมืออาชีพเดินนวยนาดตรงเข้ามา พลางหยุดมองอย่างแปลกใจ

เมื่อเห็นภูเมธนั่งอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมในสายตาของหล่อน แถมยังนั่งอยู่กับน้องชายคนละแม่

และเด็กหนุ่มแปลกหน้าอีกคนหนึ่ง


“มาร์คทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้ล่ะ”


ภูเมธหลับตาลงอย่างอ่อนใจ

อุปสรรคของเขาช่างมีมากมายเหลือเกิน

ลืมตาขึ้นมามองหน้าการันต์ที่ยืนอยู่ตรงนี้ด้วย เขาปวดใจเมื่อเห็นสีหน้าซีดเซียวจนเผือดสี

นึกอยากจะดึงมากอดปลอบใจแต่ก็ทำไม่ได้ ที่ทำได้คือกัดฟันกดยิ้มที่มุมปากทั้งที่อยากจะลุกขึ้น

กระชากแขนการันต์ไปให้พ้นจากสถานการณ์นี้


“ผมเจอแอนดี้เลยแวะทักทายน่ะ”


แอลลี่พยักหน้าน้อยๆรับรู้ก่อนที่สายตาจะหันไปมองเด็กหนุ่มหน้าหวานที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้างๆน้องชาย


“แล้วนี่ใคร เด็กที่ไหน”


แอนดี้ก้าวไปจนยืนชิดร่างบางเมื่อหันไปสบตาพี่สาว


“เพื่อนผมเอง เขาชื่อโก๋”


แอลลี่รับรู้ด้วยทีท่าปกติ หญิงสาวหันกลับมาเพ่งมองหน้าหวานนั่นอีกครั้งกับคำแนะนำใหม่จากน้องชาย


“โก๋คือลูกเลี้ยงของคุณลุงภูมิ เขาเป็นน้องชายของคุณมาร์คคู่หมั้นของพี่ไงล่ะ”






น่าสนุกแฮะ...

คิดดีเฝ้ามองเหตุการณ์ที่มองเห็นได้จากโต๊ะของกรรมการนักศึกษาตั้งแต่ภูเมธเดินเคียงคู่มากับเด็กผู้ชาย

หน้าหวานที่ชื่อ...ชื่ออะไรนะ อ้อ! ชื่อโก๋

เขาไม่เคยเห็นภูเมธเป็นเอามากขนาดนี้


สองแขนพาดไปกับโต๊ะวางคางลงไปอย่างเกียจคร้าน แต่สองตากลับจ้องมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างสนใจ

แล้วยิ่งมีตัวละครเพิ่มมาอีกคน คิดดีเดาไม่ถูกเลยว่าเรื่องนี้จะจบอย่างไร

เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เขาคว้ามันขึ้นมามองชื่อปลายทาง หัวใจของเขาสั่นนิดหน่อยเมื่อเห็นชื่อคนโทรมา

สุดหล่อสมหวัง

ช่างพอเหมาะพอเจาะกันดีเหลือเกิน


“สวัสดีคุณสมหวัง”


คิดดีกรอกเสียงทักทายเมื่อเปิดเครื่องรับสายแล้ว


“นาย...”


“คิดดี”


“นั่นแหละ มีอะไรคืบหน้าบ้าง นี่อุตส่าห์ไว้วางใจให้ทำงานใหญ่แต่กลับเงียบกริบ”


“ก็เหตุการณ์มันสงบคุณจะให้ผมบอกอะไรกับคุณล่ะ แต่ว่าตอนนี้นะ...คุณสมหวัง...”


ปลายเสียงลากยาวในขณะที่สายตากำลังจ้องไปข้างหน้า


“ถ้าคุณจะหายตัวมาได้ก็รีบมาเลยดีกว่า ผมคิดว่าอีกไม่นานจะเกิดสึนามิถล่มเมืองแล้ว”






ดวงตาที่เคลือบสีสวยสดหันไปจ้องหน้าการันต์อย่างจริงจังอีกครั้ง

ได้ข่าวมาเหมือนกันว่าภูมิ เจริญเกียรติกุล บิดาของภูเมธรับผู้หญิงคนหนึ่งมาเป็นภรรยา

แม้จะไม่มีการแต่งงานใหม่ แต่ผู้หญิงที่จะมารับตำแหน่งนี้ได้ย่อมเป็นที่จับตาของสังคม

แต่กลับไม่มีใครได้เห็นโฉมหน้าเพราะคุณผู้หญิงคนใหม่ของภูมิไม่เคยโผล่หน้าออกไปให้สังคมรับรู้

นึกไม่ถึงว่าจะมีลูกติดมาด้วย


แต่ก็แค่ลูกเลี้ยง มันไม่มีผลอะไรหรอก คนที่มีผลต่อชีวิตของแอลลี่คือภูเมธ เจริญเกียรติกุล

ผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาที่เป็นคู่หมั้นของเธอคนนี้ต่างหาก


คิดได้ดังนั้นการันต์ก็หมดความน่าสนใจลง แอลลี่พุ่งเป้าไปที่ภูเมธด้วยการนั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่อยู่ใกล้ภูเมธที่สุด


“ทานอาหารเช้าด้วยกันนะมาร์ค แอลลี่หิวแล้ว”


มือเรียวที่เคลือบเล็บสีสวยวางลงบนท่อนแขนของภูเมธอย่างมีจริต สายตาคมคู่นั้นมองมาที่มือ

แล้วไล่ขึ้นไปถึงใบหน้าเจ้าของอย่างบึ้งตึง


“ไม่ล่ะ ผมทานมาแล้ว”


ปากสีแดงสดเม้มอย่างขัดใจ

ภูเมธไม่เคยมีหล่อนอยู่ในสายตาสักนิดไม่ว่าแอลลี่จะพยายามแค่ไหน นานตั้งแต่เริ่มเป็นสาวจนบัตนี้

ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่หมั้นกลับไม่เคยทำให้หล่อนได้สมหวังสักครั้ง

ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่มีชื่อเสียงในวงสังคมเคยเป็นข่าวกับภูเมธอยู่บ้าง แต่ภูเมธก็ไม่เคยคบกับใครนาน

แอลลี่ได้เปรียบตรงที่สองตระกูลจับดองกันเพื่อผลทางธุรกิจแต่ภูเมธกลับไม่เคยแตะต้องหล่อนแม้แต่ปลายก้อย

ทั้งที่แอลลี่อยากจะเป็นมากกว่านั้นใจแทบขาด


“แอลลี่ทานคนเดียวก็ได้ ส่วนนาย...”


แอลลี่พุ่งสายตาไปหาการันต์ที่ยังยืนหน้าซีด


“ไปซื้ออาหารมาให้ฉันหน่อย”


“แอลลี่”


“พี่แอลลี่”


ทั้งภูเมธและแอนดี้ส่งเสียงดังแต่การันต์กลับคว้าแขนแอนดี้ไว้ เขาหันหน้าไปสบตาเพื่อปรามคน

เป็นเพื่อนและหันไปมองภูเมธเช่นกัน


“ผมจะไปซื้อให้ครับ คุณแอลลี่อยากได้อะไรครับ”


“สลัดแซลมอนกับน้ำส้มคั้น อ่ะ..เอาเงินนี่ไป”


หญิงสาวควักธนบัตรจากกระเป๋าแบรนด์เนมมาวางบนโต๊ะ แต่ด้วยน้ำหนักที่เบาหวิวมันจึงปลิวไปหล่นอยู่ที่พื้น


“มัวมองอะไรล่ะ รีบเก็บเงินขึ้นมาแล้วไปซื้ออาหารมาเสียทีสิ”


แอลลี่ตวาดเสียงดังลั่น จนภูเมธชักสีหน้า


“แอลลี่ ทำอะไรเกรงใจผมบ้าง ยังไงโก๋ก็เป็นน้องของผม”


“พี่มาร์คครับ ไม่เป็นไร”


หนุ่มน้อยรีบเอ่ยห้าม เขาไม่อยากให้แอลลี่โวยวายมากไปกว่านี้ แค่นี้ก็เป็นจุดเด่นจนคนมองไปทั้ง

ห้องอาหารแล้ว การันต์ก้มลงเก็บเงินแล้วรีบก้าวไปทางจุดจำหน่ายอาหาร แอนดี้มองพี่สาวอย่างไม่ชอบใจนัก


“ผมจะไปช่วยโก๋”


“จะไปทำไมแอนดี้ ของแค่นั้น”


“ก็ถ้าของแค่นั้น ทำไมพี่ไม่ไปซื้อเองล่ะ”


แอนดี้เถียงจนแอลลี่โมโห


“เอ๊ะ ไอ้น้องบ้า แกอย่าเห็นคนอื่นดีกว่าพี่ตัวเองได้ไหม ไม่ต้องไปช่วยแล้วก็นั่งลงเดี๋ยวนี้”


แอนดี้ฮึดฮัดแต่ก็จำเป็นต้องนั่งลง ภูเมธมองแอลลี่อย่างหงุดหงิดและหันไปมองทางการันต์ที่ไปซื้อของ

อย่างกระวนกระวาย ไม่นานนักการันต์ก็ยกถาดอาหารเดินกลับมาที่โต๊ะ ใบหน้าเนียนยิ่งดูซีดเซียวกว่าเก่า

ภูเมธรีบลุกขึ้นยืนด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นหนุ่มน้อยเดินเซไปมา


“โก๋”


ภูเมธเรียกอย่างตกใจเมื่อเห็นการันต์เสียหลักเมื่อเดินเกือบถึงโต๊ะ เขารับร่างบางเอาไว้ได้แต่ถาดอาหารร่วงหล่น

จากมือกระเด็นมาเปื้อนเสื้อราคาแพงของแอลลี่จนเจ้าตัวร้องกรี๊ดด้วยความโมโห


“ไอ้เด็กบ้า นี่แกทำอะไร เสื้อฉันเปื้อนหมดแล้วแกรู้ไหมว่าราคามันแพงแค่ไหน”


“หยุดนะ แอลลี่”


ภูเมธตวาดเสียงดังลั่นอย่างหมดความอดทน เขาประคองการันต์ไว้ในอ้อมแขน


“หยุดแสดงความงี่เง่าออกมาให้คนอื่นเห็นได้แล้ว”


“มาร์ค นี่คุณว่าแอลลี่งี่เง่า คุณเข้าข้างมันเหรอ บ้าที่สุด ไอ้เด็กบ้า”


แอลลี่ตรงเข้ามาใช้มือตีใส่การันต์ที่ตะลึงมองอย่างตกใจ ภูเมธรีบเอาร่างบังให้การันต์พ้นจากรัศมีฝ่ามือของแอลลี่


“หยุด ถ้าไม่หยุดจะไม่เกรงใจว่าเป็นผู้หญิงนะ”


เสียงดังลั่นดังขึ้นที่ประตู แล้วเจ้าของเสียงก็รีบพุ่งเข้ามาผลักแอลลี่จนล้มลง เจ้าของเสียงที่ก้าวมาใหม่

ยืนทำหน้าถมึงทึงใส่ผู้หญิงเพียงคนเดียวในโต๊ะนั้น


“ว้าย แก ไอ้บ้า แกทำร้ายผู้หญิงได้ยังไง ไอ้คนป่าเถื่อน”





มาแล้ว...

คิดดีที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่ลุกขึ้นยืนมองอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นคนที่ก้าวเข้ามาใหม่

คนที่ทำให้เขาใจสั่นแปลกๆพุ่งตัวเข้ามาผลักแอลลี่ให้ล้มลงไปแล้วยืนจังก้าขวางทางไว้


“กับผู้หญิงนิสัยไม่ดีอย่างเธอก็ไม่เห็นต้องทำดีด้วยนี่ อย่ามาเรียกร้องสิทธิสตรีหลังจากที่ไปทำร้ายคนอื่น”


อือ....


คิดดีอ้าปากค้าง

ปากจัดจริงๆ ผู้ชายคนนี้

หลังจากที่เอ่ยปากต่อว่าแอลลี่แล้ว สมหวังก็หันไปมองการันต์ที่ยังยืนตัวสั่นอยู่ในวงแขนของภูเมธ

เขาก้าวไปใกล้แล้วเอ่ยเสียงเข้มกับการันต์ทั้งที่ดวงตาจ้องห้ำหั่นอยู่กับตาคมของภูเมธ


“โก๋ ไปกับเฮียเดี๋ยวนี้”


“เฮีย..ผม...”


“เฮียบอกให้มานี่”


ภูเมธจับข้อมือเล็กไว้


“โก๋ต้องอยู่กับฉัน”


เสียงเข้มใส่สมหวังแต่อีกฝ่ายไม่ได้นึกกลัว


“ทำอย่างกับนายจะปกป้องโก๋ได้ แค่ผู้หญิงคนเดียวนายยังไม่กล้าเพราะมัวแต่กลัวว่าจะกระทบกับ

ไอ้ธุรกิจของพวกนาย”


สมหวังยึดแขนของการันต์ไว้แล้วผลักไหล่ภูเมธออกห่างพลางฉุดให้การันต์มาอยู่ด้านหลัง


“ทีนี้รู้หรือยังว่าไอ้พวกไฮโซน่ะมันไม่เหมาะกับเราหรอก ไปได้แล้วโก๋”


คิดดีถึงกับตะลึงเมื่อเห็นสมหวังกล้าหักหน้าภูเมธด้วยการลากแขนการันต์ให้ก้าวเดินตามไปอย่างรวดเร็ว

ในขณะที่ภูเมธได้แต่กัดฟันมองการันต์และสมหวังหายลับไปจากทางเข้าห้องอาหาร


บันเทิงจริงๆ นี่คิดดีคาดเดาอะไรไม่ถูกเลยว่าเรื่องจะเป็นอย่างไรต่อไป




tbc


 :impress3: :impress3:


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-05-2016 20:38:36 โดย Belove »

ออฟไลน์ natsikijang

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 541
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-4
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 19 [01/05/59]
«ตอบ #108 เมื่อ01-05-2016 22:45:02 »

ฉากนี้พี่สมหวังมาอย่างเท่ห์   พี่มาร์คมัวแต่มึน ทำอะไรไม่ชัดเจน เดี๋ยวโดนแย่งโก๋ไปจะน้ำตาเช็ดหัวเข่า ทั้งแอนดี้ ทั้งสมหวัง แต่ละคนชอบโก๋ทั้งนั้น

ออฟไลน์ panitanun

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 504
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 19 [01/05/59]
«ตอบ #109 เมื่อ01-05-2016 23:47:17 »

จุดนี้รักพี่หวังค่ะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 19 [01/05/59]
« ตอบ #109 เมื่อ: 01-05-2016 23:47:17 »





ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6606
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 19 [01/05/59]
«ตอบ #110 เมื่อ01-05-2016 23:56:20 »

ถูกของเฮียอ่ะ

ออฟไลน์ makone

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 297
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 19 [01/05/59]
«ตอบ #111 เมื่อ02-05-2016 20:40:17 »

เอ่อคิดดีจ๊ะ ไหงเป็นคนแบบนี้กันเนี่ย ไมไม่คิดดีสมชื่อหน่อยล่ะจ๊ะ 'คิดดีทำดี' อ่ะ

ออฟไลน์ Sweettemp

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 174
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 19 [01/05/59]
«ตอบ #112 เมื่อ03-05-2016 16:21:01 »

บทนี้พี่สมหวังเป็นพระเอก 55555+

ออฟไลน์ Al2iskiren

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1830
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-3
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 19 [01/05/59]
«ตอบ #113 เมื่อ04-05-2016 01:18:14 »

ตอนนี้เฮียหวังชนะเลิศค่ะ
//ปรบมือ
 :katai2-1: :katai2-1:

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1221
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +701/-2
    • ฺBelove
<< รักกลางใจ >> บทที่ 20 [06/05/59]
«ตอบ #114 เมื่อ06-05-2016 19:09:21 »




                                      รักกลางใจ

                                       บทที่ 20


สมหวังจอดรถมอเตอร์ไซค์คันเก่งไว้ที่ริมถนนแล้วลากแขนเล็กของการันต์ให้ก้าวตามเขามา

หลังจากที่ชายหนุ่มพาการันต์ซ้อนมอเตอร์ไซค์ออกมาจากมหาวิทยาลัย

เขาไม่อยากอยู่ที่นั่นนานกับสังคมที่เขาคิดว่ามันเต็มไปด้วยความจอมปลอม


ลากแขนให้คนที่รูปร่างผอมจนแทบจะปลิวลมเดินตามมาแล้วเขาก็กดบ่าเล็กให้นั่งลงบนเก้าอี้

ริมสระน้ำของสวนสาธารณะ สีเขียวของต้นไม้ใหญ่พอจะช่วยลดอารมณ์ร้อนของเขาลงได้บ้าง

ทรุดตัวนั่งลงเคียงข้างทอดสายตาคุกรุ่นไปยังเวิ้งน้ำที่กระเพื่อมด้วยแรงลมเบื้องหน้าเพื่อคลายโทสะ

ในขณะที่คนที่เขาหลงรักยกเข่าขึ้นมาบนเก้าอี้แล้วกอดไว้พลางซุกหน้าลงไปเพื่อซ่อนน้ำตา

แต่ก็ไม่อาจห้ามไหล่บางที่สั่นสะท้านเพราะแรงสะอื้น


“ร้องไห้เพื่ออะไร อดทนเพื่ออะไร”


สมหวังเอ่ยทำลายความเงียบ ทั้งที่สายตายังไม่ละจากผิวน้ำที่สะท้อนแสงแดดยามสาย


“ชีวิตที่ต้องใช้ความอดทนแบบนี้ โก๋ของเฮียจะมีความสุขได้ไง”


“เฮีย…”


เสียงเล็กคร่ำครวญกับประโยคบาดใจก่อนสะอื้นครั้งใหญ่

แม้จะเจ็บปวดแต่มันคือความจริง สมหวังพูดถูกทุกอย่าง การันต์รู้ถึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

แต่เขากลับหลอกตัวเองไปวันๆเพื่อให้มีความสุขกับความจริงที่จอมปลอม


“อยู่กับเฮียมาทั้งชีวิตโก๋ของเฮียสดใสร่าเริงยิ้มง่าย แต่รู้ตัวบ้างไหมว่าไปอยู่กับมัน

แค่ไม่กี่เดือนโก๋กลายเป็นคนที่ตกอยู่ในโลกแห่งความฝัน ดูสิ ผอมลงไปจนเห็นแต่กระดูก”


สมหวังดึงแขนเล็กมากุมไว้พลางประสานมือเข้ากับมือบางแล้วบีบกระชับแน่น

ใบหน้าของเขาเองก็หมองลงเมื่อเห็นน้ำตาที่เปียกชื้นอยู่เต็มดวงหน้าหวานเมื่อการันต์หันมาหาเขา


“บอกเฮียทีสิ ว่าอดทนไปเพื่ออะไร”


หนุ่มน้อยนิ่งงัน ดวงตาแดงเรื่อหันไปมองระลอกคลื่นของวงน้ำในสระบ้าง

ผิวน้ำในสระใหญ่เรียบสวยแต่กลับต้องมีระลอกคลื่นเป็นวงเล็กขยายตัวจากจุดเริ่มต้นที่มาจากสายลม

หรือนกน้อยบินถลามาจับปลาไปกินเป็นอาหาร ระลอกคลื่นนั้นใหญ่ขึ้นจนพาให้ผิวน้ำสั่นไหว

มันเหมือนชีวิตของเขาที่มีคลื่นมากระทบฝั่ง คลื่น…ที่มีสาเหตุมาจากสิ่งเดียวเท่านั้น


“ผมรักเขา” เสียงเบาหวิวหลุดออกมาจากปากอิ่มราวกับละเมอ


“ผมจึงต้องอดทน”


สมหวังมองเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านข้างอย่างเจ็บปวด ดวงตาของคนแข็งแกร่งบัดนี้กลับอ่อนแรงลง

ด้วยความผิดหวัง แม้จะพอเดาได้จากพฤติกรรมของการันต์ แม้จะเตรียมใจไว้บ้างแต่เมื่อต้องมาเจอกับของจริง

เมื่อหนุ่มน้อยสารภาพ มันไม่ได้ทำให้ความเจ็บปวดลดน้อยลงไปเลย


“แล้วเฮียล่ะ”


เสียงที่หลุดออกจากปากจึงอ่อนระโหยแห้งผาก


“ไม่รักเฮียบ้างเลยหรือ ที่เฮียทำดีกับโก๋มาตลอดไม่สามารถเอาชนะใจโก๋ได้เลยใช่ไหม”


การันต์หันหน้ามาสบตาสมหวังอย่างตกใจ มือที่สมหวังประสานอยู่ถูกหนุ่มน้อยยกขึ้นมาเกาะกุมอย่างคนที่รู้สึกผิด


“เฮีย อย่าพูดอย่างนี้ ผมไม่เคยไม่รักเฮีย เฮียดูแลผมมาตั้งแต่เกิดทำไมผมจะไม่รัก

เพียงแต่มันเป็นความรักคนละแบบเท่านั้น”


สีหน้าสลดลงเมื่อสมหวังหันมาสบตา การันต์ใจคอไม่ดีเลย


“เฮียเป็นฮีโร่ เฮียเป็นพี่ชาย เฮียเป็นเพื่อน…”


“แต่ไม่มีทางเป็นคนรักได้…ใช่ไหมโก๋”


น้ำเสียงตัดพ้ออย่างที่การันต์ไม่เคยได้ยินหลุดออกมาจากปากสมหวังผู้ชายดิบเถื่อนเฮฮา

มันชวนให้การันต์นึกเกลียดตัวเองที่ทำร้ายผู้ชายคนนี้ ถ้าเขาควบคุมจิตใจความรู้สึกของตัวเองได้

การันต์จะไม่ลังเลเลยที่จะมอบหัวใจให้สมหวัง


แต่ความรัก…มันอยู่นอกเหนือการควบคุม

และมันสร้างความเจ็บปวดเมื่อเราบังคับมันไม่ได้


“เฮีย…ผมขอโทษ”


เจ็บ…

เจ็บปวด

ผิดหวัง

เสียใจ

สมหวังสะบัดมือออกจากการเกาะกุมแล้วคว้าไหล่บางให้หันมาเผชิญหน้า วูบหนึ่งที่เขารู้สึกโกรธ

ปนกับน้อยใจจนอดไม่ได้ที่จะกระชากเสียงถามต้นเหตุแห่งความเจ็บปวดที่กำลังตกใจกับท่าทีของเขา


“กับเฮียที่ทำให้โก๋ได้ทุกอย่างกลับไม่เลือก แต่ไปเลือกไอ้คนที่ไม่มีปัญญาจะทำอะไรให้นอกจากทำให้เจ็บปวด”


ยิ่งเห็นใบหน้าหวานนั่นความผิดหวังก็ยิ่งปะทุ สมหวังอดใจไม่อยู่ที่จะกระชากร่างบางเข้าหาตัว

ก่อนที่จะกดริมฝีปากลงไปบนเรียวปากที่ยังไม่ทันตั้งตัว ดวงตาคู่หวานเบิกกว้างกับสิ่งที่สมหวังกำลังกระทำ






ภูเมธก้าวยาวๆ เข้าไปยังตึกสูงเสียดฟ้ากลางใจเมืองอย่างร้อนรุ่ม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันทำให้คนที่ความอดทน

มีขีดจำกัดอย่างเขาทนไม่ไหวอีกต่อไป


หากเป็นก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือนเขาอาจจะไม่รู้สึกรู้สากับพฤติกรรมของแอลลี่ แต่ตอนนี้เขามีการันต์

เด็กหนุ่มที่สามารถครอบครองหัวใจของเขาได้ทั้งหมด แต่เขากลับทำอะไรไม่ได้เลยเพื่อปกป้องคนที่เขารัก


นึกถึงใบหน้าถมึงทึงของเพื่อนเก่าที่ขับเคี่ยวกันในเรื่องความเด่นดังมาตั้งแต่ยังเด็กขณะยืนจังก้า

ใช้ร่างกายบังการันต์จากการประทุษร้ายของแอลลี่แล้วภูเมธก็ยิ่งเจ็บใจ


เจ็บใจที่ทำไมเขาถึงไม่ทำหน้าที่นั้น

การันต์เป็นของเขาทั้งกายและใจ มันต้องเป็นเขาที่จะทำทุกอย่างให้คนที่เขารักมีความสุข

ไม่ใช่ปล่อยให้ร่างที่แสนบอบบางถูกผู้ชายอีกคนที่เขาก็รู้ว่ามีใจรักการันต์ไม่ต่างกัน

ดึงมือให้คนที่เขารักเดินตามออกไปจากเหตุวุ่นวายหน้าตาเฉย


“ไอ้บ้าคนนี้เป็นใคร มันมีสิทธิ์อะไรมาทำกับฉันแบบนี้”


เสียงแหลมบาดแก้วหูโวยขึ้นหลังจากที่ลุกขึ้นยืนตั้งตัวได้ แอลลี่ตวาดแว้ดหน้าแดงก่ำด้วยความโมโห

ในขณะที่ภูเมธยืนกัดฟันกรอดมองสมหวังลากการันต์ออกไป


“แล้วไอ้เด็กคนนี้มันสำคัญยังไงถึงไปรุมโอ๋มันกันนัก ว่าไงแอนดี้”


เมื่อเห็นว่าภูเมธไม่ตอบแน่แล้ว แอลลี่เลยหันไปถามกับน้องชายที่ยืนหน้าคว่ำอยู่ใกล้ๆ


“พี่ทำอย่างนั้นทำไม นิสัยไม่ดีเลย”


แอนดี้ต่อว่าพี่สาวอย่างเหลืออดยิ่งทำให้แอลลี่โมโหจัด หญิงสาวตรงเข้าไปตีแขนแอนดี้ดังเผียะ


“นี่แกกล้าว่าฉันเหรอ ฉันเป็นพี่แกนะ แกต้องเข้าข้างฉันสิไม่ใช่ไปเข้าข้างไอ้เด็กนั่น”


“หยุด!!”


ภูเมธตะโกนเสียงเข้มด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยโทสะจนทุกคนในห้องอาหารนิ่งงัน

แทบจะได้ยินเสียงแต่เสียงของลมหายใจ ร่างสูงหันไปมองแอลลี่ด้วยสายตาดุดัน

จนหญิงสาวต้องลอบกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น


“อย่าคิดว่าตัวเองมีความสำคัญจนฉันต้องยอมเธอทุกอย่างนะแอลลี่”


ภุเมธกล่าวเสียงเย็นเยียบก่อนที่จะสะบัดหน้าแล้วก้าวหนีจากเรื่องวุ่นวาย เขาพุ่งตัวออกมาด้านนอก

ห้องอาหาร แต่ว่าจะออกมาเขาก็ไม่เห็นเงาของสมหวังและการันต์แล้ว


เขาอยากทำอะไรให้การันต์บ้าง

มันเป็นครั้งแรกที่ภูเมธอยากจะทำอะไรเพื่อคนอื่นโดยเฉพาะกับคนที่เขายอมรับแล้วว่ารัก

การันต์กำลังจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขา


ภุเมธจึงตัดสินใจมาที่นี่ ตึกสูงที่ตั้งของอาณาจักรเจริญเกียรติกุล สถานที่ที่บิดาของเขาควบคุมและเป็นเจ้าของ

ก้าวผ่านโต๊ะทำงานของเลขาหน้าห้องที่แทบจะลุกขึ้นยืนและโค้งคำนับเขาไม่ทัน ภูเมธหยุดยืนหน้าประตู

บานใหญ่เพื่อสูดลมหายใจเข้าปอดก่อนที่จะผลักมันให้เปิดกว้างและเดินไปเผชิญหน้ากับบิดาที่เงยหน้ามอง

อย่างแปลกใจ


“มีอะไรเจ้าลูกชาย ถึงได้มาที่นี่ได้” ภูมิเอ่ยถาม


“หรือว่าคิดจะมาช่วยงานป๊าแล้ว”


ภูเมธสบตาผู้เป็นบิดา เขาพูดในสิ่งที่ตัดสินใจแล้ว


“ผมไม่ต้องการแต่งงานกับแอลลี่”


ภูมิวางปากกาลง ใบหน้าที่ดูใจดีเปลี่ยนเป็นขรึมลงเมื่อสบตาบุตรชาย


“รู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา”


ภูเมธแค่นยิ้มที่มุมปาก


“สติผมอยู่ครบถ้วน และคงไม่มีคนสติดีที่ไหนคิดจะแต่งงานกับผู้หญิงอย่างแอลลี่”


“ทั้งที่ก็รู้ว่ามันข้องเกี่ยวกับอีกหลายเรื่องก็จะปฏิเสธงั้นหรือ”


สีหน้าของเขาคงขมขื่นเต็มทนเมื่อกล่าวตอบบิดา


“ผมไม่อยากให้ชีวิตหลังแต่งงานคือความอดทนที่ต้องอยู่กับคนที่ผมไม่ได้รัก”


“มาร์ค!”


“ผมไม่อยากมีชีวิตเหมือนป๊ากับแม่ที่ต้องทนอยู่ด้วยกันจนกระทั่งแม่ตายจากไปอย่างไม่มีความสุข

เพียงเพราะคำว่าหน้าที่ค้ำคออยู่”


“ภูเมธ”


บิดาผุดลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวชื่อเต็มด้วยความขัดเคือง


“ผมแค่อยากจะอยู่กับคนที่ผมรัก ป๊าบอกมาสิว่าการที่ได้อยู่กับคนรักมันมีความสุขแค่ไหน

ไม่อย่างนั้นป๊าจะมีเมียใหม่ทำไม”


“ถ้าแกพูดอย่างนั้น…” ภูมิชี้หน้าบุตรชาย


“…แกบอกป๊ามาสิ ว่าคนที่แกรักและอยากอยู่ด้วยน่ะ คือใคร”







คิดดีไม่เข้าใจตัวเองว่าจะสอดรู้สอดเห็นเรื่องคนอื่นทำไม ในเมื่อมันไม่ใช่นิสัยคนอย่างเขา

ที่สนใจแต่เรื่องการเรียนเพียงอย่างเดียวมาตลอดจะกระทำ แต่เป็นเพราะเรื่องที่เขาอยากรู้

มันเป็นเรื่องของผู้ชายคนนั้น


สุดหล่อสมหวัง

ตั้งแต่คนดิบเถื่อนลากตัวการันต์ออกไปจากห้องอาหารและภูเมธตวาดลั่นจนวงแตก

คิดดีก็ห้ามหัวใจตัวเองที่คันยิบๆไม่ได้

แค่อยากรู้ว่าผู้ชายคนนั้นจะทำอย่างไร


อยากรู้จนต้องเปิดโทรศัพท์มือถือค้นหาตำแหน่งที่อยู่ของอีกฝ่าย และด้วยความสามารถของโทรศัพท์

ที่เทคโนโลยีล้ำเลิศ มันไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจะรีบวิ่งอ้าวไปที่รถยนต์ของตัวเองเพื่อขับตามทิศทางนั้น

มาจอดอยู่ที่ริมถนนอีกฝั่งเยื้องกับมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ก่อนแล้ว


คิดดีก้าวลงจากรถยนต์วิ่งข้ามถนนมาที่สวนสาธารณะใหญ่ เขาเดินตามหาอย่างร้อนใจจนกระทั่ง

เห็นแผ่นหลังของคนทั้งคู่อยู่ที่เก้าอี้ยาวริมสระน้ำกว้าง เท้าของเขาเหมือนจะถูกยึดตรึงอยู่กับที่

เพราะเมื่อเขามองอย่างเต็มตาคิดดีก็เห็นสมหวังดึงการันต์เข้าหาตัวและกดริมฝีปากลงไปอย่างหนักหน่วง


ให้ตายเถอะ…

มือที่กำโทรศัพท์เพื่อเฝ้าหาทิศทางแทบจะขว้างทิ้ง

คิดดีไม่เข้าใจว่า ทำไมเขาต้องรู้สึกราวกับมีเข็มสักร้อยเล่มผลัดกันทิ่มอยู่ที่ตำแหน่งของหัวใจ



TBC


 :เฮ้อ: :เฮ้อ:



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-05-2016 19:13:35 โดย Belove »

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6606
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 20 [06/05/59]
«ตอบ #115 เมื่อ06-05-2016 22:24:26 »

อีรุงตุงนังมาก กลัวใจคุณพ่อนี่แหละตอนนี้

ออฟไลน์ van16

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 918
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 20 [06/05/59]
«ตอบ #116 เมื่อ06-05-2016 22:40:42 »

 :a5: น้องโก๋ของป้า :z3:  :z3:  :z3:

ออฟไลน์ labelle

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2959
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-0
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 20 [06/05/59]
«ตอบ #117 เมื่อ07-05-2016 12:49:54 »

เรื่องยุ่งขิงจริงๆค่ะ

สงสารโก๋ อยู่ดีๆชีวิตก็เปลี่ยนแล้วยังไม่มีความสุขอีก
มาร์ครีบนะ ทำให้ดีล่ะ

นภัทรจะชัดเจนไปไหน 5555 เตจ๋าต้องดูแลดีๆนะ

สมหวังทำคิดดีใจป่วนนะ เค้ามาแรง ทำคิดดีสนใจได้

ออฟไลน์ titansyui

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2471
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-0
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 20 [06/05/59]
«ตอบ #118 เมื่อ07-05-2016 15:21:47 »

 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1221
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +701/-2
    • ฺBelove
<< รักกลางใจ >> บทที่ 21 [08/05/59]
«ตอบ #119 เมื่อ08-05-2016 11:02:05 »




                                         รักกลางใจ

                                          บทที่ 21


“แกบอกป๊ามาสิ ว่าคนที่แกรักและอยากอยู่ด้วยน่ะ คือใคร”


แทบจะกัดปากตัวเองเพื่อยั้งคำพูดไม่ทันเมื่อเกือบจะหลุดชื่อของการันต์ออกไป

แม้ว่าบิดาจะเอ็นดูการันต์อยู่มาก แต่ภูเมธยังคาดเดาไม่ได้ว่าหากภูมิล่วงรู้ความสัมพันธ์ของเขา

กับการันต์ บิดาจะมีทีท่าอย่างไร


“ผมบอกป๊าไม่ได้”


เค้นเสียงตอบออกไปอย่างเจ็บปวด ที่ไม่สามารถเปิดเผยความจริงอย่างที่ต้องการ

ภูเมธกำลังรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแค่ไอ้ขี้ขลาดคนหนึ่งเท่านั้น

โคตรเจ็บเลยจริงๆ...


“ผมบอกป๊าได้แค่ว่า ตอนนี้ผมมีคนที่ผมรักและอยากทำทุกอย่างให้คนๆนั้นมีความสุข”


“อยากจะทำให้คนที่แกรักมีความสุขทั้งที่แกยังทำอะไรเพื่อคนอื่นไม่เป็นเลยสักอย่างอย่างนั้นหรือ”


ภูมิเลิกคิ้วถามด้วยเสียงเย็นเยียบ


“ชีวิตนี้แกเคยทำอะไรเพื่อคนอื่นแล้วหรือภูเมธ”


ภูเมธกำมือแน่น ดวงตาเผยแววเจ็บช้ำกับคำพูดกระแทกใจดำของบิดา


“ป๊าจะให้ผมทำไง” เขาตอบโต้บิดาอย่างเหลืออด


“ผมก็แค่อยากอยู่กับคนที่ผมรัก”


ความเงียบเข้าครอบคลุมบรรยากาศจนก่อความรู้สึกอึดอัดคับข้องไปหมด เมื่อผู้ชายสองวัยกำลังจ้องหน้ากัน

ภูมิสบตาบุตรชายที่กำลังเลือดร้อนด้วยไฟรัก


ไม่ใช่ว่าไม่รักบุตรชาย แต่การเกี่ยวดองกันของทั้งสองครอบครัวมันมีผลเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจที่จะหล่อเลี้ยงชีวิต

ของคนทำงานอีกมากมาย ภูมิไม่อยากให้ภูเมธใช้อารมณ์ร้อนเข้ามาจัดการโดยไม่คิดหน้าคิดหลังให้รอบคอบ

เรื่องนี้อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนให้ภูเมธรู้จักคำว่ารับผิดชอบได้ดีขึ้น ภูมิจึงถอนหายใจออกมาแล้วยื่นข้อเสนอ


“ถ้าแกไปคิดวิธีถอนหมั้นที่ไม่มีผลต่อธุรกิจมาเสนอแล้วป๊าเห็นด้วย บางทีป๊าอาจจะล้มเลิกการหมั้นหมายของแกกับแอลลี่”






สมหวังยิ่งเจ็บหนักกว่าเดิมกับจุมพิตที่ไร้การตอบรับ การันต์ไม่ได้ผลักไสให้เขาออกห่างแต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาอันใด

โต้ตอบเมื่อเขาบดปากลงไปกับกลีบปากนุ่ม มือบางที่วางอยู่บนไหล่ของเขาสั่นสะท้านเมื่อหนุ่มน้อยกำลังกลั้นสะอื้น

สมหวังผละริมฝีปากออกมา เขาสบตาคู่หวานอย่างตัดพ้อ มือหนาปัดข้อมือเล็กออกจนพ้นตัว


“อย่ามองเฮียด้วยสายตาของความสงสาร เฮียขอร้อง”


“เฮีย ผมขอโทษ”


การันต์พูดคำนี้สักพันครั้งก็ได้ถ้าจะทำให้พี่ชายคนนี้รู้สึกดีขึ้น ยิ่งเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บช้ำการันต์ก็ยิ่งเกลียดตัวเอง


“ถ้ากำลังโทษตัวเองก็อย่าคิดอย่างนั้นเลย”


สมหวังถอนหายใจออกมาในที่สุด มือหนาวางลงบนผมนุ่มแล้วลูบเบาๆ ทำไมสมหวังจะไม่รู้ว่าการันต์กำลังคิดอะไรอยู่

หนุ่มน้อยมักกล่าวโทษตัวเองอยู่เสมอเพราะความเป็นคนดีและหัวอ่อน และนั่นทำให้สมหวังต้องคอยปกป้องการันต์ไว้

จากเรื่องร้ายทั้งปวง แต่กับเรื่องหัวใจสมหวังไม่รู้ว่าเขาจะปกป้องการันต์ได้หรือเปล่า


“เฮียยอมแพ้แล้ว”


เขาถอนหายใจหนักหน่วงอีกครั้งพร้อมใบหน้าหมดหวัง การันต์ไขว่คว้ามือของเขาไปเกาะกุมไว้พลางละล่ำละลักตอบ


“เฮียไม่เคยแพ้”


“อย่าให้ความหวังเฮียอีก โก๋คงไม่อยากให้เฮียผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า” สมหวังกล่าวเสียงแหบโหย


“แค่มองตาโก๋ตอนนี้ เฮียก็เข้าใจแล้วว่าโก๋รักมันมากแค่ไหน”


มือแกร่งประคองใบหน้าหวานไว้ ปลายนิ้วไล่เช็ดน้ำตาจนหมด


“ถ้าวันไหนไอ้ขี้เก๊กมันทำให้โก๋ของเฮียเสียใจอีก เฮียจะไปต่อยหน้ามันเอง”


การันต์ยิ้มทั้งน้ำตาเมื่อในที่สุดสมหวังกับเขาก็เข้าใจกัน


“ไม่ต้องถึงมือเฮียหรอก ผมจะจัดการเขาด้วยมือผมเอง”


แม้จะเจ็บแค่ไหนแต่สมหวังก็ฝืนยิ้มออกมา มือที่วางอยู่บนศีรษะทุยโยกเบาๆ อย่างเอ็นดู


“ไหวหรือเราน่ะ”


“ปาท่องโก๋น้อยศิษย์สมหวังนะครับผม ไม่มีทางแพ้ใครอยู่แล้ว”


สมหวังจ้องมองการันต์อย่างเต็มตาอีกครั้งก่อนที่จะรั้งร่างบางเข้ามากอดไว้ นี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาได้กอด

เมื่อการันต์กลายเป็นของคนอื่นไปแล้ว


“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอให้รู้ไว้ว่าเฮียจะอยู่ข้างโก๋เสมอ”


หนุ่มน้อยซุกหน้าลงกับอกของสมหวังและพยักหน้ารับ และภาพทั้งหมดก็ฉายชัดอยู่ในการรับรู้ของคิดดีที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก








เมื่อก้าวเข้าไปในห้องส่วนตัวแล้วเปิดไฟกลางห้อง การันต์ก็เห็นเจ้าของหัวใจกำลังนอนก่ายหน้าผากอยู่บนเตียงของเขา

ในความมืดก่อนหน้าที่ดวงไฟจะฉายแสง ตาคมหรี่เล็กเพื่อปรับสภาพกับแสงไฟจนเมื่อคุ้นชินภูเมธก็หันไปสบตากับการันต์

เขาลุกขึ้นมานั่งตรงปลายเตียงจ้องมองการันต์ที่เดินเข้ามาหา

คนที่เคยยะโสจนเป็นบุคลิกประจำตัว บัดนี้นั่งไหล่ลู่พร้อมใบหน้าที่อัดอั้นเต็มที ภุเมธยื่นมือมาทางการันต์


“มานี่สิ กระต่ายน้อย”


เจ้าของห้องถอนหายใจแผ่วเบาเมื่อก้าวไปหา การันต์ส่งมือเรียวไปประสานกับมือของภูเมธร่างบางถูกดึงเบาๆ

ให้ก้าวมานั่งอยู่บนตัก ภุเมธสอดแขนโอบไปรอบเอวรั้งเอวบางเข้าหาตัวจนแผ่นหลังของการันต์แนบอยู่กับแผ่นอก

ของเขาพลางใช้คางเกยไว้บนไหล่เล็ก

นิ่งงันอยู่พักใหญ่จนการันต์ได้ยินแต่เสียงลมหายใจสม่ำเสมอที่เป่ารดเบาๆอยู่ตรงหลังหู


“เรา…ไม่ได้โกรธกันอยู่ใช่ไหมกระต่ายน้อย”


“เปล่านี่ครับ”


ใช่…เขาไม่ได้โกรธภูเมธ

เขาไม่ใช่คนไร้เหตุผลจนตัดสินไม่ได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกลางวันเป็นความผิดของใคร

ภูเมธไม่ผิด แอลลี่ก็ไม่ผิด ถ้าจะผิดก็คงเป็นพรหมลิขิตที่ชักพาเขามาพบภูเมธในเวลาและสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสม


“ขอโทษนะ ที่ปกป้องกระต่ายน้อยไม่ได้เลย”


น้ำเสียงแผ่วเบาข้างหูฟังดูอ่อนล้าจนการันต์ต้องวางท่อนแขนทาบทับไว้บนแขนของภูเมธที่กอดเขาอยู่


“ผมไม่เป็นไร พี่มาร์คอย่าคิดมาก”


ภูเมธแนบแก้มลงกับแผ่นหลังของการันต์แล้วหลับตาลง โพรงจมูกของเขาแสบร้อนไปหมดเมื่อได้ยินคำปลอบประโลม

จากร่างผอมในอ้อมแขน


กลับกลายเป็นการันต์ที่เข้มแข็งกว่าเขาเสียอีก จิตใจที่ซ่อนอยู่ในร่างอันบอบบางแข็งแกร่งกว่าที่เขาคาดคิด

ตัวเขาเองเสียอีกที่มีจิตใจอันอ่อนแออยู่ภายใต้หน้ากากอันเย็นชา

ภูเมธนิ่งอยู่ในท่านั้นพักใหญ่จึงได้หมุนร่างของการันต์ให้หันกลับมาสบตากับเขา จมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้าง

แก้มเนียนไม่ยอมห่าง


“ขอบคุณนะ ที่เลือกพี่”


แม้ว่าภูเมธจะเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบในสายตาของผู้อื่น หล่อ รวย เรียนเก่ง แต่ตอนนี้ภูเมธรู้แล้วว่า

สำหรับหนุ่มน้อยที่เขาเทใจให้จนหมดหน้าตัก เขาต่างหากที่เป็นตัวเลือก


การันต์เป็นฝ่ายเลือกภูเมธ

นั่นคือสิ่งที่เขาต้องภูมิใจและทะนุถนอมไว้

จมูกโด่งฝังลึกลงไปในแก้มนุ่ม สูดซับความหอมจนไม่อยากปล่อย


“พี่จะทำให้เราสองคนได้อยู่ด้วยกันให้ได้ ถึงแม้ว่าตอนนี้พี่จะยังไม่รู้ว่าต้องทำยังไงให้ป๊ายอมรับแต่ขอเวลาสักนิด

ได้ไหม กระต่ายน้อย”


ปลายเสียงลากหวานอย่างเว้าวอนชวนสงสาร จนการันต์ยิ้มออกมาได้


“ผมรอได้ครับพี่มาร์คไม่ว่าจะนานแค่ไหน”


ยังไม่ทันจบคำพูดปากอิ่มก็ถูกปิดไว้ด้วยปากของอีกฝ่าย ปลายลิ้นแตะลงที่ปลายฟันก่อนที่ภูเมธจะบังคับ

ให้กลีบปากนุ่มเผยอขึ้นเพื่อที่เขาจะสอดลิ้นร้อนเข้าไปได้ เอวบางถูกเขากอดแน่น พลิกตัวทีเดียวร่างของภูเมธ

ก็ล้มทาบทับลงไปบนร่างบางที่หงายหลังไปบนที่นอนนุ่ม


ภูเมธฝังจมูกไว้กับซอกคอระหง มือร้อนสอดลึกเข้าไปวางแนบเนื้อใต้เสื้อผ้า ลมหายใจร้อนผ่าวของหนุ่มน้อยใต้ร่าง

ยิ่งทำให้เขาอดใจไม่อยู่ที่จะจัดการจนได้สัมผัสร่างอุ่นทั่วทั้งตัวในไม่กี่อึดใจต่อมา เนื้อเนียนนุ่มมือเชิญชวนให้เขาสำรวจ

ไปทุกจุด ปากอุ่นพาลิ้นชื้นลากไล้จนเจ้าของร่างสั่นสะท้าน ยิ่งเมื่อภูเมธแวะดูดซับความหวานจนทิ้งรอยแดงสีกุหลาบ

การันต์ก็ผวาจนหอบหายใจถี่ยิบ


“เนื้อกระต่ายน้อยหวานมากเลย รู้ไหม สิงโตตัวนี้อยากจะขย้ำแย่แล้ว”


เสียงสั่นพร่าดังเบาๆ เมื่อเจ้าป่ายังวนเวียนแทะโลมอยู่แถวยอดอก จนเหยื่อน้อยผวายกสองแขนคล้องไปรอบคอ

แล้วเหนี่ยวให้ยิ่งชิดใกล้


“อื้อ…พี่มาร์ค อย่าแกล้งสิครับ”


ท่อนขาบดเบียดจนร้อนระอุ ลมหายใจแทบขาดช่วงไปกับห้วงแห่งรัก


“ถ้าไม่อยากให้แกล้ง พี่ก็จะไม่แกล้งแล้ว”


ภูเมธหยุดจริงๆ จนการันต์ต้องเป็นฝ่ายเรียกร้อง ดวงตาคู่หวานพราวฉ่ำไปหมดแล้วเมื่อการันต์ไม่อยากให้ภูเมธ

เบี่ยงกายออกห่าง


“พี่มาร์ค อย่าใจร้ายสิครับ”


“งั้นบอกพี่มาก่อนสิว่ารักพี่หรือเปล่า”


“พี่มาร์ค!”


หน้าเนียนแดงก่ำจนภูเมธยิ้มออกมา


“ว่าไงล่ะ กระต่ายน้อย”


“ระ..รักสิครับ”


ก้มหน้างุดจนคางแทบชิดอก ภูเมธต้องใช้ปลายนิ้วเชยคางมนให้เงยขึ้นมาสบตากับเขา


“งั้นให้พี่บอกรักโก๋บ้างนะ”


ภูเมธช้อนต้นคอให้การันต์รับจุมพิตหนักหน่วง สะโพกแกร่งกดน้ำหนักเร่งเร้าจนหนุ่มน้อยแทบสำลักความหวาน

สองขาเรียวเกี่ยวรัดแน่นหนาเมื่อร่างกายกำลังสั่นสะท้านไปกับบทบอกรักจากภูเมธ






การันต์ยังไม่ลืมว่าตนเองต้องตื่นไปต้มน้ำเต้าหู้กับกมลผู้เป็นมารดาในทุกๆเช้า แต่ในวันนี้เมื่อลืมตาตื่น

อยู่ในอ้อมกอดของภูเมธ หนุ่มน้อยแทบจะลุกไม่ขึ้น เขารู้สึกราวกับเพดานห้องที่ลืมตามองกำลังหมุนโคลงเคลง

ราวกับอยู่บนเรือกลางทะเลแต่ก็ต้องโผลเผลลงไปในครัวด้วยใบหน้าซีดเซียวจนกมลทักอย่างผิดสังเกต


“เป็นอะไรไปลูก หน้าซีดจัง”


“ไม่รู้สิครับแม่ ตื่นมาก็เวียนหัว สงสัยจะนอนน้อย”


“ใกล้สอบมิดเทอมแล้วนี่ อ่านหนังสือดึกเกินไปหรือเปล่า”


หน้าซีดมีเลือดฉีดสีเป็นริ้ววูบหนึ่ง เมื่อการันต์รู้ดีว่าที่เขานอนน้อยไม่ใช่เพราะอ่านหนังสืออย่างที่กมลพูด

หากแต่เพราะคนที่ยังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงของเขานั่นต่างหากที่ขยันชักชวนทำกิจกรรมไม่หยุดหย่อน


“แม่ทำถึงไหนแล้ว”


เปลี่ยนเรื่องสนทนาเพราะไม่อยากแสดงพิรุธ การันต์ก้าวเข้าไปมองกมลที่กำลังง่วนอยู่กับการต้มน้ำเต้าหู้

แม้จะอยู่กับน้ำเต้าหู้มาตั้งแต่เกิด แต่น้ำเต้าหู้ในวันนี้กลับสร้างความลำบากให้เมื่อการันต์รู้สึกฉุนจมูกจนต้องย่นหน้าหนี


“แม่…วันนี้เต้าหู้เสียหรือเปล่า ทำไมกลิ่นไม่ดีเลย”


กมลหันมามองหน้าบุตรชายงงๆ


“จะเสียได้ไง แม่ก็ซื้อมาเหมือนทุกวัน”


“แต่มันเหม็นจริงๆนะ”


การันต์ยกมือปิดจมูกเมื่อกลิ่นนั้นทำให้เขาผะอืดผะอมจนต้องวิ่งไปโก่งคออาเจียนที่อ่างล้างจานก่อนที่จะเดิน

สะโหลสะเหลมานั่งหน้าซีดเผือด กมลมองอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นอาการของบุตรชาย


“ไม่สบายหรือเปล่าหรือว่าเป็นโรคกระเพาะ เห็นอาการแบบนี้ถ้าแม่คิดมากหน่อยคงนึกว่าโก๋แพ้ท้องนะนี่”


เพล้งงงง


แก้วน้ำที่กำลังจ่ออยู่ที่ปากร่วงหล่นจากมือ ดวงตาคู่หวานเบิกกว้างเมื่อได้ยินคำพูดของมารดา


แพ้ท้อง!




TBC


คิดว่าโก๋จะท้องไหม


 :mew2: :mew2:




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-05-2016 11:06:31 โดย Belove »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด