<< รักกลางใจ >> [MPREG]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: << รักกลางใจ >> [MPREG]  (อ่าน 107099 ครั้ง)

ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-6
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 21 [08/05/59]
«ตอบ #120 เมื่อ08-05-2016 11:13:40 »

 :z3:    เบาหวานรึเปล่าคะลูก
โดนสูบน้ำตาลไปขนาดนั้นน่ะ
กระต่ายน้อยเนื้อหวานเนอะ

ออฟไลน์ aisen

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1365
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +75/-1
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 21 [08/05/59]
«ตอบ #121 เมื่อ08-05-2016 13:41:35 »

มีมาแนวนี้หรอ? น้องโก๋ O_O

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 21 [08/05/59]
«ตอบ #122 เมื่อ08-05-2016 15:20:10 »

อร๊ายยย. โก๋เป็นไรอะ.  ท่องเลยๆๆๆๆ. อิอิ

ออฟไลน์ titansyui

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2471
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-0
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 21 [08/05/59]
«ตอบ #123 เมื่อ08-05-2016 16:16:50 »

 :pig4: :pig4: :3123:

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6606
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 21 [08/05/59]
«ตอบ #124 เมื่อ08-05-2016 19:10:20 »

เอาละสิ่

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1221
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +701/-2
    • ฺBelove
<< รักกลางใจ >> บทที่ 22 [10/05/59]
«ตอบ #125 เมื่อ10-05-2016 12:00:47 »




                                                      รักกลางใจ

                                                       บทที่ 22



เตชิตกำลังยกแก้วเบียร์ขึ้นจ่อที่ปากและกลืนมันลงคอ

เบียร์ขมลิ้นช่วงแรกก่อนที่จะรู้สึกหวานเมื่อผ่านลำคอลงไปแต่ก็ยังไม่ได้ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเท่าไหร่

แสงวูบวาบภายในผับย่านดังยังไม่สามารถสร้างความเพลิดเพลินได้เมื่อในหัวยังมีเรื่องให้คิด


ไม่มีเรื่องอื่นที่จะสร้างความว้าวุ่นได้เท่ากับเรื่องที่เขาเผลอตัวทั้งจูบทั้งกอดคนหน้าจืดอย่างนภัทรนั่นแหละ

เตชิตกำลังสำรวจใจตัวเองว่าเขารู้สึกอย่างไรกับนภัทรกันแน่

แค่เผลอไผลไปกับบรรยากาศ หรือจะเป็นเพราะ…

…รัก


สะดุ้งเมื่อฝ่ามือหนักๆตบลงที่บ่า เมื่อหันไปมองก็เห็นว่าเป็นเพื่อนสนิท ภูเมธเดินอ้อมมาที่เก้าอี้

แล้วนั่งตรงข้ามกับเขา สายตามองมาราวกับจะถามถึงเรื่องที่เขากำลังหนักใจอยู่


“ไม่ได้มาเที่ยวนานแล้วนะ”


ภูเมธพึมพำเบาๆ

ก็ตั้งแต่ที่มีการันต์เขาก็แทบจะไม่ได้ออกมาเที่ยวกับเพื่อน แต่วันนี้เตชิตคนปากหนักเป็นคนเอ่ยปากชวน

เขาก็เลยยอมมา


คนตัวผอมนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงนุ่มที่บ้านตั้งแต่หัวค่ำ ช่วงนี้กระต่ายน้อยของเขาท่าทางอ่อนเพลีย

กินอะไรก็ไม่ค่อยได้ พอเขาปลุกขึ้นมาเพื่อที่จะบอกว่าจะออกมาหาเตชิต ดวงตาคู่หวานยังแทบไม่ลืมขึ้นมามองด้วยซ้ำ 


“ไปเถอะครับ แต่อย่ากลับดึกมากนะ”


งัวเงียพูดแล้วก็ซุกหน้าลงกับหมอนนุ่มเลิกสนใจภูเมธ เขาเลยได้แค่กดริมฝีปากลงไปกับแก้มนุ่ม

ก่อนที่จะขับรถมาหาเพื่อนที่ผับ


“มีอะไรหนักใจหรือเปล่าวะ”


เตชิตไม่ตอบ ได้แต่กระดกเบียร์เข้าปากแล้วถอนหายใจออกมา ภูเมธเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจ

เมื่อเห็นท่าทางกลุ้มอกกลุ้มใจของเพื่อน แต่เมื่อเพื่อนไม่พูดเขาก็ได้แต่ยกเบียร์ที่อยู่ตรงหน้าของตัวเองเข้าปาก

เตชิตเงียบไปพักใหญ่ แม้สายตาจะจ้องไปที่เวทีและแสงไฟวูบวาบด้านหน้าแต่กลับไม่ได้โฟกัสเลยสักนิด


“กว่าเราจะรักใครสักคน มันใช้เวลานานไหมวะ”


ภูเมธหันมามองเพื่อน เขาเลิกคิ้วเมื่อได้ยินคำถาม


“มันก็ไม่นานหรอกนะ ไอ้ที่นานกว่าคือช่วงที่เรายอมรับกับตัวเองว่าเรามีความรัก อ้อ! ที่เรียกมานี่

เพราะมีปัญหาหัวใจเหรอ”


ภูเมธนึกขำที่เตชิตมาปรึกษาเขาเรื่องนี้ นี่ถ้าเจ้าตัวรู้ว่ากว่าที่เขาจะเคลียร์ปัญหาหัวใจตนเองลงตัว

ก็ต้องใช้เวลาอยู่พักใหญ่ล่ะก็ เพื่อนคงเลือกจะไปปรึกษาคนอื่น

แต่ยังไม่ทันที่จะปรึกษาอะไรกันได้มากกว่านั้นเสียงเอะอะเอ็ดตะโรจากมุมหนึ่งของผับดังก็เรียกความสนใจ

ให้ทั้งคู่ต้องหันไปมอง ชายชุดดำกลุ่มใหญ่กำลังรุมทวงหนี้นักเที่ยวคนหนึ่ง ประมาณว่าติดหนี้พนันบอลแล้วยังไม่จ่าย

แต่ชายที่ถูกรุมก็สู้เต็มที่นักเที่ยวคนอื่นแตกกระเจิงกันไปอยู่ด้านข้างของผับกันหมดแล้ว


“กูไม่มีจ่าย”


คนที่นอนตัวงออยู่กับพื้นเพราะถูกทำร้ายตะโกนลั่น พร้อมกับยกมือขึ้นบังใบหน้า ปกเสื้อถูกหนึ่งในชายชุดดำ

กระชากให้ขึ้นมายืนโงนเงนอีกครั้ง


“ไม่มีเงินจ่ายผม แต่กลับมีเงินมาเที่ยวผับหรูแบบนี้น่ะหรือครับ”


เสียงใครบางคนดังขึ้นก่อนที่จะปรากฏตัวจนเป็นจุดเด่นเรียกเสียงฮือฮาจากนักเที่ยวส่วนหนึ่ง

เตชิตที่กำลังมองอยู่ถึงกับเบิกตากว้างเมื่อเห็นคนที่เพิ่งเดินเข้ามาแล้วเหลือบตามองนักเที่ยวคนนั้น


นั่นมันนภัทรชัดๆ

ไม่หรอก

ไอ้หนุ่มหน้าจืดต้องไม่เข้ามาในสถานที่แบบนี้ และต้องไม่มีกิริยาที่คุกคามด้วยความนิ่งเฉยแต่ดวงตาบอกถึงอำนาจ

จนคนอื่นหัวหดได้ขนาดนี้ เตชิตไม่เชื่อสายตาตัวเองเด็ดขาด


“วันนี้นายน้อยออกโรงเองเลยหรือ”


น้ำเสียงติดจะขำของภูเมธยิ่งทำให้เตชิตชะงัก เขารีบหันขวับไปหาเพื่อนทันที


“ว่าไงนะ”


“ก็นี่น่ะ...”


ภูเมธพยักพเยิดไปทางคนมาใหม่


“...ทายาทของกลุ่มมาเฟียที่กำลังแผ่อิทธิพลอยู่ในตอนนี้ไงล่ะ”


ใครจะมาบอกความจริงได้ดีเท่ากับภูเมธที่มีบิดาทำธุรกิจบางส่วนเกี่ยวข้องอยู่กับอิทธิพลมืด

เตชิตไม่ได้รังเกียจมาเฟียเพราะเขาก็คบพวกนี้เป็นเพื่อนอยู่ไม่น้อย ที่เขารังเกียจคือการหลอกลวงต่างหาก

หลอกลวงด้วยท่าทีใสซื่อ หลอกลวงด้วยความอ่อนแอ


“กลับกันเถอะ”


ร่างสูงผุดลุกขึ้นหลังจากนั่งทนมอง “นายน้อย” ยืนกอดอกควบคุมลูกน้องให้ข่มขู่คนไม่มีทางสู้อยู่อีกครู่หนึ่ง

ภูเมธเหลือบตามองเพื่อนพลางยักไหล่แต่ก็ลุกขึ้นเดินตามเตชิตไปและเมื่อต้องผ่านตรงจุดที่ยังมีเรื่องกันอยู่

เตชิตก็เชิดหน้าขึ้น


นภัทรชะงัก ดวงตากร้าวที่กำลังมองลูกน้องปฏิบัติการไหววูบเมื่อเห็นร่างสูงเดินผ่าน ใบหน้านั้นไม่มีแม้แต่จะหันมามอง

แต่นภัทรรู้ ว่าคนๆนี้ต้องเห็น

เห็นว่าเขากำลังทำอะไรอยู่

สมาธิที่กำลังรวบรวมเพื่อทำจิตใจให้เข้มแข็งแตกกระเจิง เขาหันไปมองร่างที่คุดคู้อยู่บนพื้นของลูกหนี้คนนั้น

แล้วรีบกล่าวออกมา


“เอาเป็นว่าผมจะให้โอกาสคุณอีกครั้งก็แล้วกัน แต่คิดว่าคราวหน้าคงไม่ต้องให้ถึงมือคุณพ่อของผมนะ”


ทำสัญลักษณ์ให้ลูกน้องก้าวตามออกจากผับหรู เขาเห็นร่างสูงกำลังเอื้อมมือไปสตาร์ทรถบิ๊กไบค์คันโต


“เดี๋ยวก่อนครับ”


นภัทรรีบตะโกน เตชิตชะงักไปแค่วูบเดียว


“กลับกันไปก่อน” นภัทรบอกลูกน้อง


“นายน้อยล่ะครับ”


“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกน่า”


นภัทรผวาไปทางคนหน้าดุอย่างรวดเร็ว มือเรียวคว้าท่อนแขนนั้นไว้ไม่ให้บิดคันเร่งเครื่องจากไป


“ฟังผมอธิบายก่อน”


เตชิตหันขวับมาสบตาด้วยดวงตากร้าวอย่างที่เตชิตไม่เคยเห็น หน้าใสซีดเผือดลงทันที


“ไม่จำเป็น”


น้ำเสียงห่างเหินทำให้นภัทรแทบทรุด ภูเมธที่ยืนมองอยู่ใกล้ๆรถของตัวเองอดไม่ได้ที่จะก้าวมาหาเพื่อน


“ใจเย็น ฟังเขาหน่อยก็ดีนะ”


นภัทรเห็นภูเมธก้าวเข้ามา เขาจำได้เพราะเคยพบกันเป็นครั้งคราวในงานต่างๆ


“คุณภูเมธ ขอบคุณครับ”


เตชิตสะบัดหน้าหนีทั้งเพื่อนทั้งคนหน้าจืด


“เป็นนาย จะยังใจเย็นอยู่ไหมกับคนที่หลอกลวงนาย”


“ผมไม่ได้หลอกคุณนะ” นภัทรพยายามแก้ข้อกล่าวหา


“แค่ผมยังไม่กล้าที่จะบอก”


นภัทรมองเตชิตอย่างตัดพ้อ คนเข้มแข็งอย่างเตชิตไม่มีทางรู้หรอกว่าเขาต้องใช้ความกล้าหาญแค่ไหน

เมื่อต้องทำเพื่อครอบครัว ลูกชายคนเดียวอย่างเขาเป็นความหวังของบิดาที่จะต้องก้าวสู่ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่ม

แต่เขากลับเป็นคนที่อ่อนแอ นภัทรพยายามทำจิตใจให้เข้มแข็งแต่ก็ไม่เป็นผล

ก็แม้กระทั่งงานง่ายๆที่บิดาลองให้เขามาทำอย่างวันนี้ เขาก็ยังทำไม่สำเร็จ ดีเท่าไหร่แล้วที่ถือโอกาสปล่อยลูกหนี้ไปได้

เขาทนมองคนถูกทำร้ายไม่ได้จริงๆ ยิ่งถ้าบิดารู้ใจเขาอีกว่าเขาหลงรักผู้ชายอย่างเตชิต เรื่องทุกอย่างคงพังทลายลงต่อหน้า


“ทำไมถึงไม่กล้า” เตชิตถามเสียงหนัก


“ถ้าการที่จะคบกับฉันมันต้องใช้ความกล้าหาญมากขนาดนั้นก็ไม่ต้องคบกัน”


น้ำตาร่วงลงไหลอาบแก้มของนภัทร ในขณะที่ภูเมธฟังเพื่อนพูดแล้วยืนอึ้ง

เพื่อนของเขากำลังมีความรัก

รักกับลูกชายหัวหน้าแก๊งมาเฟีย

นึกหนักใจแทนอยู่เหมือนกันเมื่อความรักของเพื่อนพบเจอกับอุปสรรคเช่นเดียวกันกับเขา

แต่ว่าตอนนี้คงต้องทำตัวเป็นกามเทพไปก่อน


“คนมองมาทางเราเต็มเลย ถ้าไม่อยากเป็นจุดเด่นมากกว่านี้ก็หลบไปก่อน”


ภูเมธลากแขนนภัทรมาทางท้ายรถของเตชิตแล้วบอกให้ก้าวขึ้นไปนั่งซ้อนท้าย เขาเดินกลับมาหาเตชิต

พลางตบบ่าเพื่อนเพื่อเตือนสติ


“ถ้ายอมรับได้ว่ามีความรัก ไอ้ที่ยากกว่าสิ่งอื่นคือรักษาความรักนั้นไว้ให้ได้”


ภูเมธ ยกมือกล่าวอำลาเพื่อนสนิท

ร่างสูงเดินผิวปากกลับมาที่รถของตัวเองแล้วเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานมันออกมา

คิดถึงคนที่นอนหลับอุตุอยู่บนเตียง

เขาเองก็จะรักษาความรักของเขาไว้ให้ยาวนานที่สุด

รออีกเดี๋ยวนะกระต่ายน้อย สิงโตตัวนี้จะไปกอดให้ไออุ่นจนกระทั่งดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า








“กินน้อยจัง ไม่อร่อยเหรอ”


แอนดี้นั่งมองอยู่เมื่อการันต์เขี่ยข้าวในจานไปมา


“ก็ไม่รู้สินะ แต่มันกินไม่ลงอะ”


หนุ่มน้อยตอบเพื่อนตัวโต หมู่นี้กินอะไรไม่ค่อยลง อะไรที่เคยชอบเขาก็นึกเบื่อไปหมดแถมยังเวียนหัว

ตอนตื่นนอนเกือบทุกวัน


“กินน้อย แต่อ้วนขึ้นหรือเปล่า ดูแก้มใสขึ้นนะ”


คนเป็นเพื่อนยิ้มน่ารักพลางเอื้อมมือมาบีบที่แก้มเขาเบาๆจนการันต์ต้องอมยิ้มไปด้วย

แต่จู่ๆก็มีเสียงตบโต๊ะดังลั่นจนพากันสะดุ้ง หนุ่มน้อยทำตาปริบๆเมื่อเห็นใครบางคนยืนนิ่งอยู่ข้างโต๊ะ


“คนเป็นเพื่อนกันเขาต้องจับแก้มกันแบบนี้ด้วยหรือ”


เสียงเข้มเอ่ยถาม แอนดี้ยักไหล่


“ก็โก๋น่ารักนี่ครับ ใครจะอดใจไหว”


“ไม่ไหวก็ต้องอด”


แอนดี้ทนไม่ไหว เขาลุกขึ้นยืนและเอ่ยถามออกมา


“แล้วคุณล่ะ เป็นอะไรกับโก๋ ถึงมาห้ามคนอื่นไม่ให้ทำอย่างโน้นอย่างนี้”


ภูเมธกัดฟันเมื่อเห็นทีท่าของแอนดี้ ดวงตาชักกร้าวขึ้นเรื่อยๆ


“พี่มาร์ค”


การันต์เตือนสติเมื่อเห็นภุเมธฟิวส์ใกล้ขาด ภูเมธคว้าแขนเรียวให้ลุกขึ้นยืนตามเขา


“เป็นใครก็ได้ที่มีสิทธิ์ห้ามนายไม่ให้มายุ่งกับโก๋อีก”


ภูเมธกล่าวเสียงเข้มก่อนจะดึงให้การันต์เดินตามเขาออกมา

คิ้วโก่งของแอลลี่ที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลนักขมวดแทบจะชนกันเมื่อเห็นสิ่งที่ภูเมธทำลงไป มันเหมือนอาการหึงหวงชัดๆ

ความสงสัยผลิจำนวนอยู่ในใจกับความสัมพันธ์ของคู่หมั้นกับเด็กในบ้าน

หญิงสาวก้าวเดินตามหลังคนทั้งคู่ไปอย่างเงียบๆ



TBC
 :ling3: :ling3:



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-05-2016 12:04:09 โดย Belove »

ออฟไลน์ sang som

  • เจ็บจิต!!
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1686
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +108/-6
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 22 [10/05/59]
«ตอบ #126 เมื่อ14-05-2016 00:26:22 »

มาต่อด่วนนนนนนน โก๋น้อยท้องจริงป่าวววววว

ออฟไลน์ labelle

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2959
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-0
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 22 [10/05/59]
«ตอบ #127 เมื่อ14-05-2016 10:12:13 »

คิดว่าโก๋จะท้อง 5555

มาร์คจัดการด่วนๆนะ ก่อนน้องจะเป็นไรมาก

สมหวังมีคนดูแลแล้วค่ะ

เตชิตฟังหน่อยน้า ฟังน้องหน่อย


ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1221
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +701/-2
    • ฺBelove
<< รักกลางใจ >> บทที่ 23 [14/05/59]
«ตอบ #128 เมื่อ14-05-2016 12:25:40 »




                                           รักกลางใจ

                                            บทที่ 23



ภูเมธลากร่างเพรียวเข้ามาในห้องพักประธานนักศึกษา ดวงตาวาววับเมื่อจ้องมองหน้าหวาน

ในขณะที่การันต์จ้องตากลับอย่างหงุดหงิด ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมภูเมธต้องโกรธนักหนา

เพียงเพราะเขานั่งคุยอยู่กับเพื่อน


“ทำไมต้องโวยวายด้วยครับพี่มาร์ค”


หนุ่มน้อยถามอย่างหมั่นไส้


“ก็ไปคุยกับมันทำไมเล่า ไม่เห็นหรือไงว่ามันมองโก๋ตาเป็นมัน”


“คนที่พี่มาร์คเรียกว่า “มัน” น่ะ คือแอนดี้เพื่อนของผมนะครับ”


“ถ้าเป็นเพื่อนคนอื่นพี่จะไม่ว่า ก็รู้อยู่แล้วว่าไอ้หมอนั่นมันคิดกับเราเกินเพื่อน”


ภูเมธจ้องตาการันต์อยู่พักใหญ่จนต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้ เขาก้าวไปกอดร่างบางนั้นไว้พลางกดจมูกโด่งไปที่แก้มใส


“โอเค พี่เป็นคนผิดก็ได้ที่หึงมากไปหน่อย”


“พี่ก็น่าจะรู้ว่าผมไม่มีทางไปมีคนอื่น”


นึกน้อยใจจนน้ำตารื้นเปียกขนตางอน การันต์งงตัวเองเหมือนกันที่ช่วงนี้อารมณ์ของเขามันพลุ่งพล่านไปหมด

นี่เขาก็ยังงงว่าจะน้อยใจไปทำไม จริงๆแล้วเขาควรจะดีใจมากกว่าที่ภูเมธหึง


“ไม่เอา กระต่ายน้อยอย่าร้องไห้ พี่ขอโทษ เราจะไม่ทะเลาะกันเพราะคนอื่นอีกแล้วนะ”


ภูเมธพรมจูบไปทั่วเปลือกตาชื้นจนน้ำตาของอีกฝ่ายแห้งเหือด ฝ่ามือบางยันอยู่ที่ไหล่ของเขา


“พี่มาร์ค เหม็นเหงื่ออะ”


“อะไรนะ”


ภูเมธเอียงคอมองคนรัก


“พี่ยังไม่ได้ทำอะไรที่ต้องออกแรงจนมีเหงื่อเลยนะ”


การันต์นิ่วหน้า ช่วงนี้นอกจากจะควบคุมอารมณ์ได้ยากแล้ว ยังควบคุมจมูกตัวเองไม่ได้อีกด้วย

ได้กลิ่นอะไรก็พาลเหม็นไปหมด แม้แต่กลิ่นของภูเมธ


“ผมอาจจะคิดมากเกินไปก็ได้”


การันต์เตือนตัวเองด้วยส่วนหนึ่ง เขาอาจจะคิดมากเรื่องความสัมพันธ์ที่ยังต้องปกปิดของเขากับภูเมธ

จึงทำให้ระบบของร่างกายมันรวนไปหมด หน้าหวานถูกประคองไว้ด้วยสองมือของภูเมธ พร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยน

ที่ไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก


“อย่าเครียด อย่าคิดมากเลยนะโก๋ เราสองคนก็พยายามทำดีที่สุดแล้ว ความรักของเราสองคนต้องมีทางออก”


หนุ่มน้อยถอนหายใจก่อนจะยิ้มรับ ยิ้มหวานเลยถูกอีกฝ่ายกดจูบลงมาอย่างรวดเร็ว การันต์เอียงหน้ารับ

พักหลังเขาชอบให้ภูเมธจูบเพราะมันทำให้ตัวของเขาเบาหวิวราวกับลูกโป่ง

ปล่อยใจไปกับความหวามไหว จนทั้งคู่ไม่ได้สังเกตว่าประตูด้านหน้าปิดไม่สนิทและภาพของความใกล้ชิด

ก็ถูกบันทึกลงในโทรศัพท์มือถือ ดวงตาที่ตกแต่งไว้ด้วยเครื่องสำอางค์ชั้นดีจ้องมองภาพเบื้องหน้าลุกจ้าราวกับไฟไหม้






สมหวังกดโทรศัพท์หาเบอร์ของ ใครนะ อ้อ! คิดดี เมื่อเจอแล้วเขาก็กดปุ่มโทรออกก่อนแล้วจึงยกมันมาแนบกับหู

เสียงสัญญาณดังจากอีกฝั่งอยู่ไม่กี่ครั้งก็ถูกตัดไป สมหวังมองโทรศัพท์เครื่องเก่าของตัวเองแล้วจึงกดโทรออก

อีกครั้งหนึ่งเหตุการณ์ก็วนกลับมาเหมือนเดิม มันเป็นแบบนี้หลายรอบจนเขาชักหงุดหงิด


“โทรศัพท์ก็ไม่พังนี่หว่า แล้วมันเป็นไรว้า ทำไมถึงไม่รับสาย”


ลองเสี่ยงโทรไปอีกครั้ง สมหวังยืนรออยู่พักใหญ่ จนกระทั่งปลายทางรับโทรศัพท์และส่งเสียงมา


“มีธุระอะไรฮะ”


เสียงนั้นเย็นชาจนสมหวังงง เขาดึงโทรศัพท์ห่างหูและจ้องมองอย่างไม่มั่นใจก่อนที่จะนำกลับไปแนบหูอีกรอบ


“จำเป็นต้องมีธุระด้วยหรือ ถึงจะโทรหานายได้ หือ คิดดี”


เสียงทางด้านโน้นเงียบไปอีกครั้งจนสมหวังเอะใจ


“ถ้าเวลาว่างมากนักก็เอาไปทำอย่างอื่น เวลาของผมไม่ได้มีไว้เพื่อเรื่องไร้สาระ”


“พูดอะไรอย่างนั้นเล่า นี่นายเห็นเรื่องของผมเป็นเรื่องไร้สาระไปแล้วงั้นหรือ อ้าว เฮ้ย คิดดี”


สมหวังงงงันเมื่ออีกฝ่ายตัดสายไปเสียดื้อๆ เขาลองโทรกลับไปก็กลายเป็นว่าคิดดีปิดเครื่องไปแล้ว

เกิดอะไรขึ้นกับคนหน้ามึนอย่างหมอนั่นกันแน่นะ

สมหวังไม่ชอบความคลุมเครือถ้าเขาสงสัยอะไร มอเตอร์ไซค์เก่าแก่ของเขาจึงได้แล่นไปที่มหาวิทยาลัยG

ตามตัวไม่ยากหรอกสำหรับรองประธานนักศึกษาอย่างคิดดี ไม่นานเขาก็เห็นชายหนุ่มนั่งทอดหุ่ยอยู่ที่ริมสระน้ำ

เขาจึงก้าวไปประจันหน้า คิดดีชะงักไปชั่วครู่จึงเบือนหน้าหนี


“นายเป็นอะไร ตัดสายโทรศัพท์ทิ้งทำไม”


“ผมแค่เบื่อ”


เสียงตอบมึนตึงผิดปกติ จนสมหวังต้องขมวดคิ้ว


“เบื่ออะไร พูดมาให้หมดสิ”


“เบื่อที่ต้องทำตัวเป็นเครื่องมือให้คุณไง”


คราวนี้กระชากเสียงตอบด้วยสีหน้าบึ้งตึง


“เดี๋ยวนะ เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ผมไม่เคยเห็นนายเป็นเครื่องมือนะ”


“แล้วไอ้ที่คุณทำอยู่ตอนนี้คืออะไร”


คิดดีผุดลุกอย่างรวดเร็ว เขาหันมาจ้องตาสมหวังอย่างตัดพ้อ


“ให้ผมไปคอยสอดส่องคนโน้นคนนี้เพื่อประโยชน์ของคุณ คิดว่าผมอยากทำนักหรือไง รักใครชอบใคร

ก็มาเฝ้าเอาเองเหอะ อย่าลากผมไปเกี่ยวข้องอีก”


...เพราะผมเจ็บที่เห็นคุณมองคนอื่นด้วยสายตาที่ไม่เคยมองผม...


“ถ้าผมทำให้นายรู้สึกไม่ดีก็ขอโทษด้วย แต่ต่อไปนี้นายคงไม่ต้องทำอย่างนั้นแล้ว”


สมหวังมองอย่างขอลุแก่โทษ เขาเองก็เอาแต่ใจไปหน่อยที่รบกวนคนเพิ่งรู้จักกันไม่นานให้ทำในสิ่งที่เขาต้องการ


“โก๋ไม่ได้รักผมอย่างที่ผมรักเขา ความรักของผมจบลงด้วยความเป็นไปไม่ได้”


...อ้าว แล้วที่เห็นจูบกันวันนั้นล่ะ...


“โก๋เลือกไอ้ขี้เก๊กนั่น”


สายตาที่แสดงออกถึงความขมขื่นผิดหวังทำให้ใจของคิดดีอ่อนยวบ


“ไม่ต้องมองอย่างสงสารหรอกน่า ถึงผมจะอกหักแต่ผมก็ไม่แสดงอาการออกมาหรอกนะ

ผมจะคอยดูพฤติกรรมของไอ้มาร์ค ถ้ามันทำให้โก๋เสียใจผมนี่แหละจะพาโก๋หนีไปจนมันหาไม่เจอ”


เป็นอีกครั้งที่คิดดีรู้สึกอิจฉาหนุ่มน้อยหน้าหวานคนนั้น


“ส่วนนาย... ผมไม่เคยคิดว่านายเป็นเครื่องมือ ผมคิดว่านายเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่ถูกชะตาตั้งแต่วันแรกที่เรารู้จักกัน”


สมหวังเอื้อมมือมาแตะที่ต้นแขนของเขา คิดดีมองตามมือหนาข้างนั้นแล้วถอนหายใจ


“คุณรู้อะไรไหม สมหวัง...”


คิดดียกมือขึ้นวางทาบไปกับมือข้างนั้นแล้วปลดมันออกจากต้นแขนตัวเองช้าๆ


“...บางทีผมก็รู้สึกว่าเพื่อนของผมมันมีเยอะ จนไม่อยากจะมีคนรู้จักคนใหม่ในตำแหน่งเพื่อนอีกแล้ว”


“หมายความว่าไง”


สมหวังสบตาอย่างไม่เข้าใจ คิดดีได้แต่ถอนหายใจออกมาแผ่วเบา


“เอาเป็นว่าสักวันที่คุณเปิดตาเปิดใจมองคนอื่นบ้าง คุณคงจะเข้าใจที่ผมพูดในวันนี้ บายนะ สมหวัง”


คิดดีหันหลังแล้วก้าวเดินจากไป เขาก้มหน้าซ่อนความผิดหวังเอาไว้ ก็ไม่ได้หวังว่าสมหวังจะเข้าใจ

เขาเพียงชี้ทางให้ผู้ชายคนนั้นเผื่อว่าวันหนึ่งผู้ชายที่ยืนงงอยู่เบื้องหลังจะเข้าใจความรู้สึกของเขาบ้างก็แค่นั้นเอง








“แม่ครับ ทำอะไรอยู่”


หนุ่มน้อยก้าวเข้าไปกอดเอวและหอมแก้มมารดาที่กำลังง่วนอยู่ในห้องเตรียมอาหาร แม้ว่าจะก้าวมาเป็นคุณนายคนใหม่

ของบ้านหลังใหญ่และมีคนรับใช้มากมาย แต่กมลก็ยังชอบที่จะเป็นคนเตรียมอาหารให้คนในบ้านด้วยตัวเอง

กมลหอมแก้มบุตรชายอย่างรักใคร่แล้วจึงจูงมือให้เดินมานั่งลงที่เก้าอี้ในห้องนั่งเล่น


“หิวไหม กินอะไรมาหรือยัง แล้วคุณมาร์คล่ะ”


“พี่มาร์คมาส่งแล้วกลับไปทำโปรเจ็คที่มหาวิทยาลัยต่อครับเห็นว่ากำลังยุ่ง เอ๊ะ..แม่ อ้วนขึ้นหรือเปล่า”


การันต์ขยับมากอดเอวมารดาที่เอาแต่อมยิ้ม


“แม่มีข่าวดีจะบอก นี่บอกโก๋เป็นคนแรกเลยนะ”


กมลเอื้อมมือไปหยิบสิ่งของบางอย่างจากถุงกระดาษที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะแล้วยื่นให้บุตรชายมอง

การันต์มองวัตถุที่ทำจากพลาสติกแท่งยาวในมือมารดาอย่างงงๆ


“อะไรครับแม่”


“มันคือที่ตรวจการตั้งครรภ์ด้วยตัวเองไงล่ะโก๋ ช่วงนี้แม่เวียนหัว คลื่นไส้บ่อยๆก็เลยลองซื้อมาตรวจ”


การันต์กลั้นหายใจ

แม่เวียนหัว คลื่นไส้ อาการเดียวกันเลย


“แล้วผลเป็นไงครับแม่”


เสียงแหบพร่าเมื่อเอ่ยถาม หน้าหวานซีดเผือด


“นี่ไงล่ะ ตรงช่องนี้ขึ้นขีดสีแดงสองขีดมันแปลว่า...แม่กำลังจะมีน้องให้โก๋แล้วนะลูก ดีใจไหม”


กมลวางสิ่งนั้นลงและกอดบุตรชายเบาๆโดยไม่ทันสังเกตสีหน้า การันต์ฝืนยิ้มรับให้มารดา

ดีใจที่จะมีน้องก็ส่วนหนึ่ง แต่หนุ่มน้อยกำลังกังวลอะไรบางอย่าง


“คุณลุงภูมิทราบหรือยังครับแม่”


“ยังเลย แม่คิดว่าจะปิดไว้ก่อน รออีกสักพักค่อยบอก เอ๊ะ...แม่หยิบมาอันเดียวตอนซื้อ

ทำไมมันติดมาอีกอันล่ะนี่ต้องเอาไปซ่อนก่อนละ เดี๋ยวคุณลุงสงสัย”


“ผมเอาไปเก็บให้เองครับแม่”


การันต์รีบพูดพลางเอื้อมมือไปคว้าถุงกระดาษนั้นมาถือในมือ


“จ้ะ งั้นแม่ไปเตรียมอาหารต่อแล้วนะ ถึงเวลาอาหารก็มากินนะลูก”


มารดาเดินจากไปแล้ว ส่วนการันต์ก็เดินใจลอยเข้าห้องพัก มือเรียวกำถุงกระดาษแน่น เขาเองก็กำลังวิตก

ทุกครั้งที่มีอะไรกับภูเมธก็ไม่ได้ป้องกันและเขาก็เคยเรียนมาเรื่องอาการต่างๆ ของคนที่จะมีลูก


ทรุดนั่งลงบนขอบเตียง มือน้อยหยิบกล่องบรรจุที่ตรวจครรภ์สั่นไหวจนแทบจะหลุดมือ เขาอ่าน

วิธีการตรวจข้างกล่องอย่างละเอียด

จู่ๆก็เวียนศีรษะจนเพดานห้องไหววูบ แต่ด้วยความอยากรู้การันต์ฝืนลุกขึ้นยืนเดินเซเข้าห้องน้ำวางถ้วยบรรจุปัสสาวะ

ลงบนเคาน์เตอร์อ่างล้างมือ มือสั่นสะท้านกำแท่งตรวจจนเหงื่อชื้นเมื่อจุ่มมันลงไปตามวิธีการ

เพียงแค่นาทีเดียวแต่มันช่างยาวนานเมื่อเขาลุ้นผลการตรวจ

แท่งพลาสติกร่วงหลุดจากมือไปอยู่บนเคาน์เตอร์ การันต์หมดแรงยืนจนต้องนั่งลงบนฝาชักโครก

หงื่อชื้นไปทั่วใบหน้า แผ่นหลังและฝ่ามือเมื่อร่างกายกำลังตื่นเต้น


เขาได้แต่รอ....

นาทีที่เนิ่นนาน มันนานจนแทบขาดใจตาย

เมื่อดวงตาคู่หวานเหลือบมองผลการตรวจจากแท่งพลาสติกนั้น




TBC


 :katai4: :katai4:




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-05-2016 12:29:15 โดย Belove »

ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-6
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 23 [14/05/59]
«ตอบ #129 เมื่อ14-05-2016 12:31:26 »

กรี้ดท้องจริงง่ะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 23 [14/05/59]
« ตอบ #129 เมื่อ: 14-05-2016 12:31:26 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5147
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-7
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 23 [14/05/59]
«ตอบ #130 เมื่อ14-05-2016 13:31:14 »

ท้องแบบนี้โก๋จะกล้าบอกใครๆไหม
แม้แต่แม่ตัวเองโก๋คงไม่กล้าที่จะบอก

 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6606
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 23 [14/05/59]
«ตอบ #131 เมื่อ14-05-2016 14:35:01 »

ลุ้นนนน

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1221
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +701/-2
    • ฺBelove
<< รักกลางใจ >> บทที่ 24 [18/05/59]
«ตอบ #132 เมื่อ18-05-2016 13:08:39 »


                                              รักกลางใจ
         
                                             บทที่ 24


เตชิตผลักประตูห้องในคอนโดมิเนียมของเขาแล้วก้าวยาวๆเข้าไปโดยไม่ได้สนใจคนที่รีบตามมาแม้แต่น้อย

จนกระทั่งมาหยุดยืนอยู่ตรงกลางห้องร่างเพรียวที่ตามหลังมาจึงหยุดเท้าไม่ทัน

นภัทรเบรคเท้าไม่ทันจึงชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างจนหงายหลังไปกับพื้นห้อง เขาลุกขึ้นยืนพลางยกมือ

คลำจมูกเพราะมันเจ็บจนน้ำตาไหล ตกลงว่าเขาร้องไห้เพราะเจ็บกายที่พุ่งชนแผ่นหลังคนตรงหน้า

หรือเป็นเพราะเจ็บใจที่คนตรงหน้ายังเคืองเขาไม่เลิกกันแน่


“ผมรักคุณ”


นภัทรประกาศกร้าว มันเป็นครั้งแรกที่เขากล้าพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำโดยไม่หวั่นเกรงถึงผลที่จะตามมา


“ถึงคุณจะยืนหันหลังให้ผมอย่างนี้ คุณก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าผมรักคุณ”


เตชิตที่ยืนนิ่งถึงกับต้องกลั้นลมหายใจอยู่เสี้ยววินาทีก่อนที่จะหลุดยิ้มออกมา

นี่มันพูดอะไรของมัน สับสนวกวนดีแท้

จับใจความได้อย่างเดียวเท่านั้นว่าไอ้หน้าจืดที่เอาแต่เดินตามต้อยๆตั้งแต่เขาลงจากรถมันบอกว่ารักเขา

…อืม… รักอย่างนั้นเหรอ

ช่างกล้าหาญที่จะเอ่ยออกมา ทั้งที่ตลอดทางที่เขาบิดคันเร่งตั้งแต่ผับหรูมาถึงคอนโดก็เอาแต่ซุกตัว

อยู่กับแผ่นหลังของเขา พอลงจากรถก็ทำหน้าจ๋อยเหมือนเขาเป็นยักษ์เป็นมาร  ทำเป็นหงอมาตลอดทั้งที่เขาเพิ่งเห็น

เมื่อไม่ถึงชั่วโมงที่ผ่านมาว่าทำอวดเก่งไปยืนคุมมาเฟียทวงหนี้อยู่แท้ๆ


“นายต้องการอะไรกันแน่ นภัทร”


เขาหันกลับมาแล้วเค้นเสียงเข้มถามกลับจนอีกฝ่ายสะดุ้งกับดวงตากร้าว นภัทรส่ายหน้า


“ผมไม่ได้ต้องการอะไร นอกจากให้คุณอนุญาตให้ผมรักคุณ”


“ทั้งที่นายก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ นายก็จะยังรักฉันงั้นหรือ โง่หรือบ้าวะ!”


“ทั้งโง่ทั้งบ้า แต่ผมก็รักคุณไปแล้ว จะให้ผมทำไงล่ะ”


นภัทรตะโกนใส่หน้าเขาแล้วปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น สองมือเรียวพยายามเช็ดน้ำตาที่อาบใบหน้า

แต่มันก็ไม่หมดเสียที ไหล่บางสั่นสะท้านเพราะแรงสะอื้นจนกระทั่งเขาต้องอ้าปากค้างเมื่อเตชิตกระชากแขนของเขา

เข้าไปสู่อ้อมกอด

ใบหน้าของนภัทรถูกมือแกร่งดันให้ซุกอยู่ตรงไหล่กว้างในขณะที่เตชิตก็แนบใบหน้าอยู่ตรงใบหูของเขานี่เอง


“เออ นายน่ะทั้งโง่ทั้งบ้า ซื่อบื้อ ซุ่มซ่าม ขี้แยด้วย แล้วทำไมฉันถึงต้องรักคนอย่างนายด้วยวะ”


อะ…อะไรนะ…

น้ำเสียงที่ฟังเหมือนจะรำคาญกึ่งสบถนิดๆที่ดังอยู่ข้างหูนั่นพูดว่าอะไรนะ


“คะ..คุณบอกว่า คุณ…รัก…ผมงั้นหรือ”


ครางออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อจนอีกฝ่ายออกแรงรัดที่วงแขนจนเขาหายใจแทบไม่ออก


“นอกจากที่ฉันพูดมาตะกี้ ยังหูหนวกด้วยหรือไง ถึงไม่ได้ยินว่าฉันรักนายน่ะ หืม นภัทร”


ในที่สุด เขาก็จำชื่อนี้ได้ขึ้นใจ

เตชิตนึกไม่ถึงเลย

ตั้งแต่วันแรกที่ได้รู้จักเขาไม่เคยนึกสนใจชื่อนี้ และไม่เคยเห็นความจำเป็นที่ต้องจดจำแต่มาบัดนี้

ชื่อนี้กลับเข้ามาอยู่ในหัวใจของเขาจนยากที่จะลืม

อดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อคนที่อยู่ในอ้อมกอดยิ่งร้องไห้ลั่นออกมาจนเสื้อของเขากลายเป็นที่ซับน้ำตา

แต่กลับเป็นน้ำตาที่เต็มไปด้วยความอิ่มเอมเมื่อต่างเข้าใจกัน เขาใช้มือดันไหล่ของนภัทรออกจากอ้อมกอด

แล้วใช้ปลายนิ้วเช็ดน้ำตาเต็มดวงหน้านั้นจนแห้งเหือด ก่อนที่เขาจะเอียงหน้าเข้าไปใกล้จนรับรู้ถึงลมหายใจร้อนผ่าว

ของกันและกัน

ที่ยากกว่าการมีความรัก คือการยอมรับให้ได้ว่ากำลังมีความรัก

เตชิตยอมรับแล้วว่าเขากำลังมีความรัก

เขารักนภัทร

คนที่เขากำลังจรดริมฝีปากลงไป คนที่กำลังเงยหน้าเผยอรับปลายลิ้นที่เขาส่งผ่านเข้าไปบอกรัก

ปลายลิ้นร้อนตวัดคลุกเคล้าอ่อนหวานอย่างที่เขาไม่เคยทำกับใครจนคนที่เขารักขาแข้งสั่นอยู่ในอ้อมกอด

ทำให้เตชิตต้องประคองร่างสั่นสะท้านให้ก้าวถอยหลังไปล้มตัวลงที่โซฟานุ่มโดยที่มีเขาล้มลงไปทาบทับ

จุมพิตอ่อนหวานเริ่มเรียกร้องจนไหล่บางไหวหนัก มือร้อนแตะไล้ไปที่ซอกคอ ลากเลื้อยตามสาบเสื้อไปหยุดอยู่ที่กระดุมเสื้อ

เม็ดแรกแล้วปลดมันออก ปลายลิ้นถอนออกมาจากโพรงปากหวานอย่างอ้อยอิ่งไล่ขบเม้มไปตามเรียวปากเมื่อกระดุมเม็ดที่สอง

ถูกปลดตามมา

ดวงตาที่เคยดุบัดนี้เงยขึ้นมาสบตาด้วยนัยน์ตาพราวระยับจนนภัทรเลือดฉีดสีไปทั่วใบหน้าแต่ก็ไม่อาจละสายตา

จากใบหน้าดุนั้นไปได้


“รู้ใช่ไหมว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น”


เสียงแหบพร่ากระซิบอยู่ข้างหูแล้วงับเบาๆนภัทรตัวสั่น ลมหายใจแทบขาดห้วงเมื่อกระดุมเม็ดที่สามหลุดออก


“ผม..รู้”


“แล้วพร้อมจะยอมรับผลของมันหรือเปล่า”


เสียงนั้นยังดังอยู่ที่เดิมแต่มือแกร่งเริ่มลากเลื้อยไปตามเนื้อเนียนนุ่มจนนภัทรร้อนวาบ เขาสูดลมหายเข้าปอด

มือเรียววางแนบไปที่ไหล่กว้างปากสั่นเมื่อเอ่ยตอบคำถามนั้น


“ไม่ว่าผลจะออกมาแบบไหน ผมจะยอมรับมัน”


และเมื่อเขาพูดจบกระดุมเม็ดสุดท้ายก็หลุดออก เสื้อเชิ้ตถูกดึงออกจากตัวแล้วโยนทิ้งไปทางไหนนภัทรแทบจะไม่รับรู้อีกแล้ว

เข็มขัดถูกปลดเตชิตรั้งกางเกงเนื้อดีลงต่ำจนไปกองอยู่ที่ปลายเท้า ร่างกายของเขากำลังสั่นเหมือนลูกนกเมื่อสายตาคม

ดุจเหยี่ยวมองไล่ตั้งแต่หัวจรดเท้า มือของนภัทรเย็นเยียบทั้งที่เหงื่อออกจนชื้น เขาอายจนต้องหลับตาลงก่อนที่จะรู้สึก

ถึงริมฝีปากอีกฝ่ายที่กดจูบลงมาที่เปลือกตา


“มัวแต่หลับตาแบบนี้แล้วฉันจะมองตาของนายได้ไง ว่านายรักฉันแค่ไหน”


ริมฝีปากอุ่นเคลื่อนที่ลงมาสัมผัสที่เรียวปากอิ่มแค่เพียงแผ่วเบาเมื่อเตชิตเชยคางมนให้เงยขึ้นมา


“ถอดเสื้อให้ฉันที”


“อะ..อะไรนะครับ”


นภัทรหน้าแดงจัดจนเตชิตอดใจไม่อยู่ที่จะหอมหนักๆที่พวงแก้ม


“ฉันอยากให้นายถอดเสื้อให้”


น้ำเสียงที่เคยดุบัดนี้ออดอ้อนอยู่แถวใบหู ลิ้นร้อนเลียไล้เข้าไปในช่องหูจนนภัทรผวา มือชื้นกำที่ชายเสื้อยืดของอีกฝ่าย

แล้วดึงผ่านศีรษะ เตชิตคว้ามือนุ่มมาวางตรงเข็มขัดของเขาแล้วยิ้มด้วยดวงตาพราวระยับ นภัทรกลืนน้ำลายเหนียวหนับ

พลางปลดมันออก ซิปกางเกงถูกรูดรั้งและถอดมันอย่างตามมา

ร่างเปลือยเปล่าแนบลงเบียดชิด ไอร้อนผ่าวจากเนื้อตัวทำให้แทบไม่รู้สึกถึงความเย็นของอากาศ เตชิตใช้ปลายนิ้ว

ไล้ที่เรียวปากนุ่มก่อนกดปากตัวเองลงไปจนแนบสนิทนภัทรเปิดทางให้ลิ้นอุ่นเข้ามาตักตวงความหวานอย่างเต็มใจ


“อืมหวานดีจัง”


เตชิตพึมพำอย่างถูกใจเมื่อไล่ขบเม้มไปทั่วปากอิ่ม มือหนาช้อนเอวค่อดของอีกฝ่ายขึ้นมาจนจุดอ่อนไหวแนบชิด

เสียดสีร้อนรุม เรียกเสียงครางแผ่วจากนภัทรอย่างลืมตัว


“ขอชิมทั้งตัวเลยนะ อยากรู้ว่าจะหวานกว่านี้ไหม”


“อื้อ…อ๊ะ..คะ…คุณ!”


นภัทรผวาเฮือกเมื่อยอดอกสีหวานถูกแตะด้วยปลายลิ้นชุ่มน้ำ ตามมาด้วยการครอบครองของเรียวปากที่ขบเม้ม

ลงมาเบาๆและดูดดุนจนร่างสะท้านและยิ่งผวาหนักเมื่อแก่นกายถูกรวบไว้ในมือร้อนของเตชิตพร้อมกับแท่งร้อน

ของอีกฝ่ายให้ถูไถกันอยู่ในอุ้งมือใหญ่ที่กำลังนวดเฟ้นจนเขาหายใจแทบไม่ทัน


“เรียกฉันว่าเต้สิ”


อีกฝ่ายออกคำสั่งทั้งที่ปากยังสาละวนอยู่ที่ยอดอกทั้งสองข้างสลับไปมาจนมันแข็งชูชันเปลี่ยนเป็นสีกุหลาบเรื่อ


“…เต้ครับ…ผม…ฮื้อ”


นภัทรเม้มปากกลั้นเสียงครางเอาไว้เมื่อคนที่ทาบทับอยู่รูดรั้งมือไปมาจนเขาต้องดิ้นอย่างทรมาน ความต้องการ

กำลังทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว เตชิตเลื่อนตัวลงมาช้าๆ เขาถีบกางเกงที่เกี่ยวอยู่ตรงข้อเท้าของ นภัทรให้หลุดร่วง

และยกขาข้างที่ชิดกับพนักพิงของโซฟาให้ขึ้นสูงวางพาดไปกับขอบพนักส่วนขาอีกข้างของนภัทรเขาจับแยกทิ้งลง

จากเบาะที่รองรับร่างทั้งคู่ให้หยั่งกับพื้นห้องก่อนที่เขาจะลดตัวไปอยู่ตรงระหว่างต้นขาขาวเนียน ช่องทางรักสีสวย

ปรากฏอยู่ต่อหน้า เตชิตก้มหน้าลงไปใช้ปลายลิ้นแตะลงจนนภัทรสะดุ้ง


“อย่าครับ มันสกปรก”


“ไม่เห็นจะสกปรกเลย หวานออกรู้ไหม”


ไม่ฟังคำทัดทาน ปลายลิ้นโลมเลียจนเปียกชื้นรอบช่องทางในขณะที่นิ้วมือค่อยๆ สอดเข้าไปเบิกทางสลับกับลิ้นร้อน

ที่แหย่ลึกชอนไชถึงด้านใน ส่วนมืออีกข้างก็ยังกอบกุมจุดอ่อนไหวโยกรั้งไปมา นภัทรเสียววูบจนต้องยกเอวขึ้นสูง

มือนุ่มเสยอยู่ในกลุ่มผมดำแล้วจิกแน่น


“ฮือ…อ๊ะ”


ตกใจเมื่ออยู่ๆกล้ามเนื้อหน้าท้องก็บิดเป็นเกลียว น้ำเมือกสีขาวขุ่นพุ่งออกมาเปียกชื้นฝ่ามือหนา

นภัทรหน้าร้อนวูบเมื่อตัวเองปลดปล่อยออกมาด้วยการปลุกเร้า ตอนนี้ลำคอของเขาแห้งผากไปหมด

ดวงตาวาววับเหลือบขึ้นมองอย่างพอใจก่อนที่เตชิตจะเลื่อนตัวขึ้นสูงอีกครั้ง

น้ำชื้นในมือถูกทาลงที่ช่องทางสีกุหลาบของเจ้าของมัน เตชิตจูบเบาๆที่ขมับเปียกชื้นเหงื่อของนภัทร


“เป็นของฉันนะ”


ไม่ใช่คำขอ หรือเป็นคำถาม อาจเป็นแค่คำบอกกล่าวด้วยเสียงแหบพร่า เมื่อเตชิตค่อยๆแทรกกายเข้าไปในช่องทางชุ่มชื้นช้าๆ


“โอ๊ะ!


เจ็บ!

นภัทรได้แต่กัดฟันเมื่อแท่งเนื้อร้อนรุ่มชำแรกเข้าไปในช่องทางเบื้องล่าง มือเรียวกำขอบโซฟาไว้แน่น

ส่วนอีกข้างก็วางแนบไว้ที่เอวของเตชิต เขาเจ็บจนต้องเงยหน้าเป่าปากระบายมันออกมาแต่เพื่อคนที่เขารัก

นภัทรจะอดทน…


“อย่าเกร็งสิ คนเก่ง”


เตชิตปลอบพลางยกมือลูบไล้แก้มเนียนและคว้าแขนนภัทรมาคล้องคอของเขาพลางซุกหน้าไปกับซอกคอนุ่ม

เม้มดูดจนขึ้นรอยพร้อมกับที่ขยับเอวสอดลึกทีละน้อยจนเชื่อมกายสำเร็จในที่สุด นภัทรปากสั่นทำให้เตชิต

ต้องก้มไปจุมพิตหนักหน่วง


“อื๊อ…”


นภัทรกัดฟันแน่นเมื่อเตชิตเริ่มเคลื่อนกายช้าๆ ความเจ็บปวดเบาบางลงแต่กลับแทนที่ด้วยความเสียวซ่าน

ที่เขาเพิ่งเคยรู้จักเป็นครั้งแรก


“อย่าอดทนเลย อยากครางก็ครางออกมา ฉันอยากฟังเสียงครางของนาย รู้ไหม”


เขากระซิบอย่างอ่อนโยนในขณะที่สอดแขนเข้าไปใต้หลังแล้วรั้งให้กายยิ่งแนบชิด สะโพกเริ่มเคลื่อนที่เร็วขึ้น

จนนภัทรต้องเปิดปากครางเสียงหวาน


“ฮัก ฮัก อา เต้ครับ อื้อ เสียว”


หอบหายใจหนักเมื่ออีกฝ่ายกระแทกกระทั้นสะโพกเร็วรี่จนต้องเด้งเอวรับอย่างอัตโนมัติ สองแขนคล้องไปรอบคอ

และเป็นฝ่ายบดจูบไปที่ปากของเตชิตจนได้ยินเสียงครางหนักอย่างถูกใจ


“อื้ออ ตรงนั้นมัน อ๊า….”


นภัทรดิ้นพล่านเมื่อเตชิตกระแทกโดนจุดสำคัญ เขาปล่อยเสียงหวานครางระงมดังลั่นห้อง กล้ามเนื้อส่วนล่าง

ตอดรัดจนเตชิตเองก็ต้องกัดฟันด้วยความอดทนที่จะไม่บุกทะลวงให้อีกฝ่ายบอบช้ำด้วยแรงอารมณ์ของเขา


“อืม แน่นเหลือเกิน ข้างในของนาย”


เตชิตสูดลมหายใจเข้าลึกๆเมื่อรู้สึกถึงการบีบคั้นอย่างที่สุด


“ไปพร้อมกันนะครับ”


เสียงกระซิบหวานใกล้หูแล้วเตชิตก็เร่งเครื่องเต็มกำลัง ลมหายใจหนักหน่วงปะทะกันจนร้อนระอุเมื่อร่างกาย

กำลังสอดประสานกันอย่างกลมกลืน


“เต้ครับ!”


“อา นภัทร!”


เสียงอุทานดังพร้อมกันเมื่อกล้ามเนื้อบีบรัดค้างเกร็ง สมองของเตชิตว่างเปล่าขาวโพลนเมื่อแท่งร้อนฉีดอัดผลิตผล

แห่งรักจนเต็มช่องทางของนภัทร

เสียงหอบหนักจางลงจนเกือบเป็นปกติ เตชิตเงยหน้าจากแผ่นอกที่เขาซบอยู่ขึ้นมองอีกฝ่าย


“นายเป็นของฉันแล้ว”


“ผมรู้แล้วครับ”


จะย้ำอะไรนักหนานะ ก็สิ่งที่แสดงความเป็นเจ้าของยังสอดประสานเชื่อมกายอยู่ในช่องทางเป็นหลักฐานอยู่นี่ไง

นภัทรหน้าแดงจัด เขาเขินจนต้องเบนสายตาหลบ


“นายครางเสียงดังมาก”


“ก็ใครใช้คุณรุนแรงเล่า”


เถียงทั้งที่ยังไม่กล้าสบตา เตชิตต้องเชยคางให้หันมามองเขา


“นายไง ก็ฉันชอบเสียงนาย”


“บ้า…”


กำปั้นน้อยๆ ทุบลงตรงต้นแขนแน่นไปด้วยกล้าม กำปั้นเลยถูกรวบไว้อยู่เหนือหัว


“ฉันอนุญาตให้นายรักฉันได้ อ้อ…และเรื่องบอกรัก คราวหน้าต้องให้ฉันบอกก่อนนะ นายชิงบอกก่อนน่ะ

มันเสียศักดิ์ศรีของฉัน รู้ไหม”


นภัทรรวบรวมความกล้าสบตากับเจ้าของหัวใจของเขา


“อย่าทิ้งผมนะครับ”


ถ้านับเวลาที่ได้เจอเพียงไม่กี่ครั้ง นภัทรก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมจึงได้มอบหัวใจให้ผู้ชายคนนี้ง่ายดายนัก

เขากลัว…

…กลัวว่าเพราะความง่ายจะทำให้เตชิตทิ้งเขาไปอย่างง่ายๆด้วย

น้ำตารื้นขึ้นมาจนเตชิตต้องจูบปลอบและช้อนศีรษะคนขี้แยให้ซบอยู่กับไหล่ของเขาและลูบผมนุ่มเบาๆ


“คิดมากน่า ฉันจะไปทิ้งนายได้ง่ายๆได้ยังไง ลืมไปแล้วหรือว่าฉันรักนายน่ะฮึ นภัทร ภัทรอ้าว หลับซะแล้ว”


เตชิตส่ายหน้าเมื่อเห็นคนขี้แยหลับตาพริ้มพร้อมลมหายใจที่สม่ำเสมอ เขากดริมฝีปากไปที่หน้าผาก

นภัทรแผ่วเบาก่อนที่จะกอดร่างเพรียวนั้นไว้และหลับตาลงตามไปด้วยอีกคน



TBC

 :-[ :-[


ประกาศลาพักจากนิยาย อนูบิส จ้าวแห่งแดนมรณะ และ บัลลังก์รักใต้เงาแค้น
แต่เรื่อง รักกลางใจ นี่คือแต่งจบแล้ว ลงเรื่อยๆนะคะ
มี 32 บท เหลืออีกไม่นานก็จบแล้วค่ะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-05-2016 13:25:46 โดย Belove »

ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-6
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 24 [18/05/59]
«ตอบ #133 เมื่อ18-05-2016 13:20:09 »

 :jul1: 
คู่นี้ก็บอกรักกัน
ทำไมอิชั้นค้างล่ะคะ ตกลงน้องท้องรึเปล่า
จะmpreg ไหม?
 :pig4: 

ออฟไลน์ titansyui

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2471
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-0
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 24 [18/05/59]
«ตอบ #134 เมื่อ19-05-2016 01:28:58 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 24 [18/05/59]
«ตอบ #135 เมื่อ19-05-2016 02:04:18 »

 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6606
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 24 [18/05/59]
«ตอบ #136 เมื่อ19-05-2016 04:11:16 »

คู่นี้สมหวังไปละ แต่คู่หลักนี่ลุ้นมากว่าน้องท้องไหม คึคึ

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1221
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +701/-2
    • ฺBelove
<< รักกลางใจ >> บทที่ 25 [22/05/59]
«ตอบ #137 เมื่อ22-05-2016 13:50:41 »




                                           รักกลางใจ

                                            บทที่ 25



“การเรียนเป็นไงบ้างล่ะ โก๋”


ภูมิเอ่ยถามกลางโต๊ะอาหารที่ไม่มีภูเมธอยู่ด้วย

นั่งกันอยู่เพียงสามคนรวมถึงกมล บุตรชายเจ้าของบ้านยังไม่กลับมาเพราะต้องประชุม

โปรเจ็คที่กำลังจะมีก่อนเรียนจบ


“ก็ดีครับ นี่ก็ใกล้จะสอบแล้ว”


“ขยันและเรียนเก่งอย่างโก๋ลุงไม่เป็นห่วงหรอกนะ ห่วงก็แต่เจ้ามาร์คเห็นว่าเหลือแต่งานชิ้นสุดท้าย

นี่ก็ไม่รู้ว่าจะเกเรจนงานไม่เสร็จหรือเปล่า ลุงอยากให้เรียนจบเร็วๆจบมาจะได้แต่งงานเลย”


แกร๊งงง

เสียงช้อนตกจากมือร่วงลงกระทบจานทำให้กมลหันมามองบุตรชาย


“โก๋เป็นอะไรลูก”


หน้าซีดเผือดเมื่อหันไปมองมารดาพลางฝืนยิ้ม


“ไม่มีอะไรครับแม่ คือ...ผมอิ่มแล้ว ขอตัวไปอ่านหนังสือก่อนนะครับ”


ร่างบางลุกขึ้นยืนอย่างรีบร้อนเพื่อซุกซ่อนหยาดน้ำตา การันต์ก้าวยาวๆขึ้นไปบนชั้นสองของตัวบ้าน

และก้าวเข้าห้องตัวเอง

ทันทีที่ประตูห้องปิดลงขาก็แทบจะหมดแรงจนต้องยืนพิงประตูอยู่พักใหญ่กว่าที่จะก้าวเดินต่อได้

หนุ่มน้อยก้าวมายืนสบตาตนเองอยู่ที่กระจกดวงตาเรียวชื้นไปด้วยน้ำตา เขาปล่อยให้มันหยดลงมา

อย่างกลั้นไม่อยู่ การันต์รู้ว่าภูเมธรักเขาแค่ไหน แต่ดูเหมือนอุปสรรคจะเยอะจนมองไม่เห็นอนาคตแม้แต่นิดเดียว

เสียงเคาะประตูทำให้ร่างบางสะดุ้งจากภวังค์


“ลุงเอง ลุงเข้าไปได้ไหม”


“ครับคุณลุง”


ภูมิเปิดประตูเข้ามา ทันเห็นลูกเลี้ยงกำลังใช้หลังมือปาดน้ำตาออกจากหน้าตาน่าเอ็นดูนั้น

เขาเองก็รักการันต์เหมือนลูกคนหนึ่ง แต่เหตุการณ์บางอย่างมันก็บังคับให้เขาต้องส่งรูปถ่ายปึกหนึ่ง

ยื่นให้หนุ่มน้อยที่รับไปดูอย่างงงๆ

การันต์อ้าปากค้าง รูปที่อยู่ในมือสร้างความตกใจเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับบิดาของภูเมธ


“คุณลุง ผม...”


คำแก้ตัวประเดประดังกันอยู่ในหัวแต่การันต์ก็พูดไม่ออกเมื่อสิ่งที่เห็นในรูปมันชัดเจนเกินไป

มันคือรูปที่ภูเมธและการันต์กำลังจูบกันอย่างอ่อนหวานในห้องกรรมการนักศึกษา

ใครกัน ที่แอบมาถ่ายรูปพวกนี้และนำมาให้พ่อของภูเมธ

แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนี้เมื่อภูมิกำลังยืนจ้องมองเขาอยู่


“ลุงก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างมาร์คกับโก๋ที่ตอนแรกเหมือนจะเข้ากันไม่ได้”


ภูมิพูดเสียงเรียบแต่มันกลับบาดลึกจนหัวใจดวงเล็กแสนจะบอบช้ำ


“แต่ตอนนี้กลับสนิทสนมกันมาก แต่ลุงไม่ได้คาดหวังการสนิทสนมกันจนเกินเลยอย่างในรูป”


น้ำตาที่เช็ดไปแล้วไหลลงมาเป็นสายอีกครั้ง


“คุณลุง ผมกับพี่มาร์ค เรา...”


“มาร์คเป็นลูกชายคนเดียวของลุง ที่ลุงคาดหวังให้เขาสืบต่อธุรกิจของตระกูล เขาจะต้องทำทุกอย่าง

เพื่ออนาคตที่ลุงวางไว้ให้ ลุงพูดแค่นี้ คิดว่าเด็กฉลาดอย่างโก๋น่าจะเข้าใจนะ”


รูปปึกหนาที่ถืออยู่ในมือร่วงกราวกระจายลงพื้นด้วยเจ้าตัวคนถือหมดแรง มือบางข้างหนึ่งวางแนบ

ไปที่หน้าท้องโดยไม่รู้ตัว

ภูมิเดินออกไปแล้ว การันต์ขาอ่อนจนต้องทรุดตัวไปนั่งบนพื้นห้อง เครียดจนอาการปวดท้องกำเริบขึ้นมาอีก

ร่างบางสะอึกสะอื้นเมื่อลงไปนอนตัวงออยู่ท่ามกลางรูปถ่ายบนพื้น

มือเรียวค่อยๆดึงโทรศัพท์ออกมาจากกางเกงแล้วกดโทรออก

ในเวลาอย่างนี้เขาอยากจะโทรหาภูเมธ อยากได้รับการกอดรัดและพรมจูบที่แก้มเพื่อปลอบโยนแต่การันต์ก็ทำไม่ได้


“เฮีย...มารับผมหน่อยได้ไหม อือ....หน้าปากซอยก็ได้ครับ เดี๋ยวผมเดินออกไป”


ซมซานลุกขึ้นยืนช้าๆหน้าตาแทบไม่มีสีเลือด เขาได้ยินเสียงรถยนต์ของภูมิขับออกไปแล้ว

อาจไปงานเลี้ยงอะไรสักงานที่ภูมิจะออกไปแทบทุกคืน กมลมารดาของเขาน่าจะเข้าไปอยู่ในห้องเพื่อพักผ่อนอย่างเคย

การันต์เดินเซซังจนก้าวพ้นรั้วใหญ่ของบ้าน สองมือกุมท้องเมื่อความปวดเสียดบีบคั้นจนหน้าเสียแต่เขาก็กัดฟัน

เดินไปถึงหน้าปากซอย แสงไฟจากรถที่วิ่งไปมาทำให้ดวงตาช่างพร่าเลือน ร่างผอมหยุดยืนอยู่ที่ริมถนน

ไม่นานนักเสียงเจ้าแก่คุ้นหูของสมหวังก็ดังขึ้นก่อนที่จะจอดอยู่ริมถนนฝั่งตรงข้าม


“เฮีย”


หนุ่มน้อยร้องเรียก สมหวังหันมาหา อาการปวดท้องทำให้สติพร่าเลือนเมื่อการันต์สืบเท้าก้าวข้ามถนนไปหาสมหวัง


“โก๋ อย่าเพิ่งมา”


อะไรนะ

สมหวังพูดว่าอะไร

ดวงตากระพริบถี่เมื่อแสงจ้าแวบมาอยู่ที่ลานสายตา การันต์เพิ่งจะหันไปมองเห็นรถยนต์คันใหญ่

ที่แล่นมาอย่างรวดเร็ว และพุ่งตรงมายังร่างโงนเงนของเขา


“โก๋!”


เสียงสมหวังตะโกนลั่นถนน คือเสียงสุดท้ายในโสตประสาทที่การันต์ได้ยินก่อนที่สติจะดับวูบ






เปลือกตาสวยกระพริบช้าๆแล้วค่อยๆเปิดออกรับสภาพแสงจ้ากลางห้อง คิ้วโก่งได้รูปขมวดลง

อย่างอ่อนระโหยเมื่อการันต์ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เขามองสำรวจไปรอบๆจึงได้รู้ว่าตนเองกำลังอยู่ในห้องพัก

ของโรงพยาบาล ข้อมือข้างหนึ่งถูกพันธนาการไว้ด้วยสายน้ำเกลือ


“ฟื้นแล้วหรือ”


เสียงสมหวังดังขึ้นจากโซฟาด้านข้าง เขาลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นการันต์ได้สติ


“ทำไมถึงออกจากบ้านมาคนเดียวทั้งที่ไม่สบาย แล้วไอ้มาร์คมันหายหัวไปไหน”


เสียงดุแต่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงของสมหวังทำให้ขอบตาร้อนผ่าว การันต์จับมือสมหวังไว้เป็นหลักยึด


“ขอบคุณนะเฮีย” เอ่ยด้วยเสียงเครือ


“ผมทำร้ายเฮีย ทำให้เฮียเจ็บ แต่เวลาอย่างนี้ผมกลับต้องพึ่งเฮีย”


สมหวังลูบผมนุ่มเบาๆ


“เฮียเจ็บ แต่เฮียไม่ได้เกลียดโก๋นี่หว่า อย่าคิดมากสิเจ้าตัวยุ่ง”


การันต์ฝืนยิ้มออกมาได้กับคำปลอบโยนของสมหวัง


“รู้ไหมว่าเกือบโดนรถชนแล้ว ดีนะว่าคนขับเขาเบรกได้ทัน ไม่งั้นเฮียคงต้องหัวใจวายแน่ถ้าเห็นโก๋เป็นอะไรไป”


“บางทีตายไปซะก็คงจะดีนะ จะได้ไม่ต้องเจออะไรที่ต้องเจ็บอีก”


“โก๋!”


สมหวังดุเสียงดังจนการันต์หน้าเสีย


“อย่าคิดอย่างนั้นอีกเด็ดขาด ต่อให้เจ็บแค่ไหนก็ต้องรู้ว่ามีคนที่ยังเป็นห่วงโก๋อยู่ตรงนี้อีกคน”


การันต์ร้องไห้ออกมาในที่สุด


“ผมขอโทษ”


สมหวังดึงการันต์ให้เข้ามาอยู่ในอ้อมกอดพลางลูบผมเบาๆ เขาปล่อยให้การันต์ร้องไห้จนพอใจ

เสียงเปิดประตูดังขึ้น กมลก้าวเข้ามาในห้องและเดินมาหาการันต์ด้วยความเป็นห่วง


“โก๋ เป็นอะไรไหมลูก”


กอดบุตรชายไว้อย่างเป็นห่วงและกล่าวขอบคุณสมหวังที่โทรศัพท์ไปบอกเรื่องการันต์เข้าโรงพยาบาล


“เป็นอะไรทำไมไม่บอกแม่ นี่ยังเห็นแม่เป็นแม่อยู่หรือเปล่า”


“แม่ครับ”


สมหวังปล่อยให้การันต์กับมารดาสวมกอดกันอยู่พักใหญ่ก่อนที่ทั้งคู่จะผละออกจากอ้อมกอด

เมื่อแพทย์เจ้าของไข้ก้าวเข้ามาในห้องเพื่อแจ้งอาการที่ตรวจพบ


“ร่างกายอ่อนเพลียก็เลยหมดสติไปครับ อาการปวดท้องก็คงเป็นเพราะเครียด ตอนนี้ให้น้ำเกลือ

และยาแก้ปวดแล้วสักพักก็คงจะดีขึ้น ไม่เป็นอะไรมากหรอก”


กมลและสมหวังถอนหายใจเมื่อได้ยินดังนั้น


“แต่ว่าคนที่กำลังตั้งครรภ์ต้องการการดูแลมากๆ ยังไงก็อย่าปล่อยให้เครียดขนาดนี้อีกนะครับ

เดี๋ยวจะเป็นอันตรายต่อเด็ก”


กมลอ้าปากค้าง


“อะไรนะคะ ใครคะ ใครท้อง”


“คนไข้นี่แหละครับที่ท้อง”


.......


แพทย์เจ้าของไข้เดินออกไปนานแล้ว

แต่ทั้งห้องก็ยังเงียบงัน

ได้ยินแต่เสียงลมหายใจของคนในห้อง


“...แม่”


เสียงแผ่วเบาทำลายความเงียบ เสียงนั้นเบาหวิวคล้ายจะขาดใจ กมลกระพริบตาเรียกสติเมื่อหันมาสบตาบุตรชาย


“ผมทำให้แม่เสียใจใช่ไหมครับ ผมมันเด็กไม่ดี”


น้ำตาไหลจากหางตา ดวงตาคู่สวยเจ็บปวดเมื่อเห็นสีหน้าของมารดา


“ใครว่าล่ะลูก แม่ไม่เคยเสียใจเพราะโก๋นะ”


กมลฝืนยิ้มทั้งที่ขอบตาร้อนผ่าว


“หิวไหม คุณหมอบอกว่าต้องบำรุงเยอะๆเดี๋ยวหลานแม่จะได้แข็งแรง แม่จะไปซื้อโจ๊กมาให้ หวัง น้าฝากน้องก่อนนะ”

กมลรีบสาวเท้าออกไปจากห้อง ก่อนที่ประตูจะปิดลงการันต์เห็นน้ำตาหยดหนึ่งของแม่ มันยิ่งทำให้เขาเจ็บ

สมหวังกัดฟันกรอดเมื่อสบตากับการันต์ เสียงกร้าวเอ่ยถาม


“มันใช่ไหม”


หนุ่มน้อยสะอื้นตัวโยน

สมหวังดึงไหล่บางให้สบตากับเขา


“ตอบเฮียมาว่าใช่มันไหม”


ตวาดถามอย่างเจ็บปวด เขาดึงการันต์เข้ามากอดอีกครั้ง


“บอกเฮียมาว่าไม่ใช่มันหรอกที่ทำลายโก๋ของเฮีย”


“เฮีย ผมมันโง่เอง...” ไหล่บางสั่นสะท้านอยู่ในอ้อมกอดของสมหวัง


“ผมเป็นของเขาทั้งกายและใจ”


“แล้วมันรู้หรือเปล่าว่าโก๋ท้องกับมัน”


กรอบหน้าหวานส่ายหน้าช้าๆหน้าแดงก่ำเพราะผ่านการร้องไห้มาหลายรอบ สมหวังมองดวงหน้านั้นอย่างเจ็บช้ำ


“เฮียจะไปฆ่ามัน”



TBC


 :ling2: :ling2:






ตกลงว่าเป็น MPREG นะฮะ แฮ่ะๆๆๆ





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-05-2016 13:55:54 โดย Belove »

ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-6
Re: << รักกลางใจ >> บทที่ 25 [22/05/59]
«ตอบ #138 เมื่อ22-05-2016 14:07:25 »

ผิดหวังกับพ่อพระเอกมาก
แต่ดีใจนะที่ท้องจริงๆ. ลุ้นตั้งนาน
ขอบคุณค่ะ

ออฟไลน์ titansyui

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2471
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ why yyy

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4638
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +309/-8

ออฟไลน์ Freja

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2546
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +144/-4
จะดูสิว่าพ่อมาร์คจะเสียเมียไปไหม?  แม่จะเห็นผัวดีกว่าลูกหรือเปล่า?

ื้

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3509
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
ผิดหวังกับพ่อของมาร์คมากๆ บอกเลย ก็เข้าใจว่าอยากให้ลูกสืบทอดต่อแต่จำเป็นมากมั้ยถึงต้องมาพูดกับโก๋แบบนี้อ่ะ

ออฟไลน์ gatenutcha

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 185
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
 :beat: :z6:
เกลียดพ่อพระเอกอะ   สงสารน้อง

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6606
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2
ช๊อคนิดหน่อยที่ลุงภูมิพูดแบบนี้กับโก๋

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9328
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ dark-soleil

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 238
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-1
อยากรู้ว่าต่อไปโก๋จะอยู่ยังไง...ในบ้านหลังนั้น คิดว่าคงจะปิดบังเรื่องที่ตัวเองท้องกับคนอื่น...แต่จะปิดยังไงมิดถ้าท้องใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ไหนจะเรื่องของมาร์ค เรื่องของลุงภูมิ และแม่ตัวเองอีก ตอนนี้เห็นทางออกเดียวคือสมหวังอ่ะ..... :ling1:

เราคิดว่าลุงภูมิจะใจดีกว่านี้ซะอีก แต่ก็เข้าใจนะว่าลุงต้องการให้ลูกชายตัวเองมีชีวิตที่ดี มีทายาทสืบทอดตระกูลตามที่ลุงคิด

ฮึ่ยยยยยยยย มันงึด!!  :katai1: อยากอ่านตอตต่อไปเลย //รู้สึกค้างคา :hao5: :hao5:

ออฟไลน์ natsikijang

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 541
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-4
สงสารโก๋มากๆ  ทั้งท้องและยังมาเจอพ่อเลี้ยงทำร้ายจิตใจอีก อยากให้มาร์ครู้ว่า โก๋ท้อง อยากให้มาร์คพยายามทำอะไรเพื่อลูกเมียบ้าง

ออฟไลน์ Neya

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 37
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
พ่อมาร์คเป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัวมากๆ เวลาตัวเองอยากมีเมีย(ขอโทษแทนแม่โก๋ก่อน)ก็ไปคว้าผู้หญิงที่ไหนก็ได้ที่ตัวเองอยากได้มาเป็นเมียไม่เห็นดูเลยว่ามียศฐาบรรดาศักดิ์หรือร่ำรวยหรือเปล่า ต่อให้ลูกชายไม่ชอบ ไม่อยากให้เอาเข้ามาก็ยังจะทำ ถ้ายังจำไม่ผิด แม่โก๋ตอนแรกก็ไม่ได้รักพ่อมาร์คด้วยซ้ำ แต่ฝ่ายนั้นเรียกร้องต้องการตัว พอคราวลูกชายกลับมาบังคับจิตใจให้ทำอย่างที่ตัวเองต้องการ เกลียดมากที่บอกว่ามาร์คต้องทำตามอนาคตที่วางไว้ให้ เรื่องนี้มาบอกโก๋คนเดียวทำไม ทำไมไม่พูดกับลูกชายตัวเองด้วย คนอย่างนี้สมควรให้อยู่คนเดียวซะ ส่วนแม่โก๋คาดว่าเธอน่าจะเห็นลูกดีกว่าสามีแน่นอน ไม่งั้นเราจะผิดหวังมาก เอาเลยค่ะ พอลูกทั้งในทั้งนอกท้องออกมาจากบ้าน เอาหลานที่จะเกิดออกมา จะดูสิว่ามาร์คจะตามมาด้วยหรือเปล่า ถ้าตามออกมาหมดแล้วเหลือพ่อมาร์คเป็นตาแก่บ้าอำนาจในบ้านคนเดียวจะสะใจมาก สมบัติที่สร้างขึ้นมาแต่ไม่มีใครเอา โอ๊ย!!!ขัดใจพ่อมาร์คมากค่ะ!!!

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด