【ช่างใจรัก】♦โหลดEbookและรอบปกติ♦12/11/59
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: 【ช่างใจรัก】♦โหลดEbookและรอบปกติ♦12/11/59  (อ่าน 205098 ครั้ง)

ออฟไลน์ day9day

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-9
อ่าน2รอบแระ
ชอบมากๆ

มาต่อเร็วๆนะครับ

ออฟไลน์ NooDangzz

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 479
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +212/-8
อ่าน2รอบแระ
ชอบมากๆ

มาต่อเร็วๆนะครับ

เดี๋ยวคืนนี้อัพตอนใหม่ให้ค่า ^^

ออฟไลน์ kjkjji

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
กร๊ากกก สนุกๆ
ชอบคาแรคเตอร์ทุกตัวเลยค่ะ 555555
พี่เหนืออย่างแมน ส่วนน้องมายด์ตลกมาก เอ็นดู :laugh:

ออฟไลน์ day9day

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-9
อ่าน2รอบแระ
ชอบมากๆ

มาต่อเร็วๆนะครับ

เดี๋ยวคืนนี้อัพตอนใหม่ให้ค่า ^^

คืนนี้?
เช้าแล้ว?

ออฟไลน์ NooDangzz

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 479
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +212/-8
อ่าน2รอบแระ
ชอบมากๆ

มาต่อเร็วๆนะครับ

เดี๋ยวคืนนี้อัพตอนใหม่ให้ค่า ^^

คืนนี้?
เช้าแล้ว?

เมื่อคืนมัวทำงานอื่นอยู่ ขออภัยค่ะ แหะๆ ^^;;
เดี๋ยวอีกแป๊บมาอัพให้น้า แปลภาษาเหนือแป๊บจ้า

ออฟไลน์ NooDangzz

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 479
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +212/-8
ชั่งใจ ครั้งที่ 4: น้องธารโกรธแรง[1]
สภาพตอนนี้ บอกได้เลยว่า...ทุเรศทุรัง

ใครว่าโดนเด็กหนุ่มหน้าตาดี หัวนมอมชมพูกอดนอนทั้งคืนแล้วจะฟิน ขอบอกไว้ตรงนี้ เน้นข้อความตัวโตๆ ด้วยว่า ‘ความฟินไม่มีอยู่จริง!’

มันจะไปฟินได้ยังไงในเมื่ออีน้องมายด์ที่ตื่นมากลางดึกในสภาพยังไม่สร่างเข้ามานอนคั่นกลางระหว่างผมกับธาร ซ้ำยังนอนทับแขนเด็กนั่นที่กอดผมอยู่ เลยกลายเป็นว่าผมจะลุกหนีก็ไม่ได้เพราะโดนทั้งธารกอด โดนทั้งตุ๊ดยักษ์นี่ทับ ทับไม่พอ น้ำลายไหลใส่หัวไหล่จนเปียกชุ่มด้วย หน้าก็อยู่ห่างกันแค่คืบ เรื่องกลิ่นปากนี่ไม่ต้องถามเลย โอ้โห...นรกมาก ตอนนี้ยังไม่มั่นใจเลยว่านั่นกลิ่นปากน้องมายด์หรือกลิ่นขยะเปียกกันแน่

แต่การมาแทรกกลางระหว่างผมกับธารก็ดีอย่าง เพราะตอนที่ธารตื่นขึ้นมา มันเลยไม่รู้ว่าเมื่อคืนมันนอนกอดผมแทนหมอนข้างทั้งคืน เข้าใจว่าตัวเองนอนกอดน้องมายด์ ผมก็เลยรอดจากการถูกเด็กนี่เหยียบหน้าทันทีที่ตื่นได้

ทว่า... พวกมึงทำไมตื่นกันเช้านักวะ! ตื่นมากันตั้งแต่ตีสี่เลยเถอะ เพิ่งจะเมาหลับไปกันตอนเที่ยงคืนนี่เองไม่ใช่เหรอ!?

ต้นเหตุก็มาจากจอมแก่นนั่นแหละ ก่อนจะเมา เด็กนั่นดันตั้งนาฬิกาปลุกที่โทรศัพท์เอาไว้ เหตุผลก็ไม่มีอะไรมาก แค่ตั้งปลุกให้ตื่นไปเรียนให้ทัน

นี่ก็รักเรียนมาก เพิ่ม ก.ไก่ให้สักล้านตัว รักเรียนคนเดียวไม่พอ ยังปลุกบรรดาเพื่อนฝูงที่ยังไม่สร่างเมาดีกลับบ้าน กลับหอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกด้วย โรมก็กลับไปกับจอมแก่นเพราะบ้านของทั้งคู่อยู่ใกล้กัน ส่วนน้องมายด์ก็กลับหอตัวเอง รู้สึกว่าหอนางจะอยู่แถวๆ วิทยาลัย

ผมมองเด็กพวกนั้นโบกมือลาด้วยท่าทางสะโหลสะเหลแล้วก็อดไม่ได้ที่จะบอกให้พวกมันขี่รถดีๆ เดี๋ยวจะไปคว่ำตายกลางทางซะก่อน แล้วผมนี่แหละจะซวยข้อหาไม่ห้ามปรามพวกมันไม่ให้ดื่มเหล้า พอพวกมันออกจากห้องไป ก็อดคิดไม่ได้เลยว่าพวกมันจะรักเรียนกันไปไหน หน้าตาท่าทางโคตรไม่ให้เลยเถอะ ขนาดผมหน้าตาเด็กเรียนจะตาย แต่พอเมาหัวราน้ำทีไร เรื่องเรียนอะไรก็ไม่เคยอยู่ในหัวทุกที

มารู้อีกทีว่าทีจากจอมแก่นว่าที่จำเป็นต้องไปเรียน เพราะวิชาช่างไฟอะไรสักอย่างมีสอบเก็บคะแนนย่อยเลยหยุดไม่ได้ ผมก็ไม่ได้สนใจอะไร อยากจะกลับห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเต็มแก่ อยากจะนอนสักงีบด้วย เมื่อคืนน้องมายด์นอนกรนกรอกหูทั้งคืนจนหลับไม่ลงสักงีบ

ขนาดธารที่ว่ากรนๆ แล้วนะ เจอน้องมายด์เข้าไปนี่กรนแบบวงมโหรีเลย

ธารเองก็ไม่สนใจเพื่อนเช่นกัน ไม่แม้แต่จะลุกขึ้นมาส่งเพื่อนด้วย แค่พยักหน้าเออออกับจอมแก่นที่บอกว่าให้ไปเรียนด้วยเท่านั้น ก่อนจะปีนขึ้นไปนอนต่อบนเตียง

“น้องธาร พี่เหนือกลับห้องแล้วนะครับ”

เงียบ... มีแต่เสียงกรนดังกลับมา ไม่สนใจผมเหมือนกันเถอะ ผมเลยเดินกลับมาที่ห้องตัวเอง ถอดเสื้อผ้าที่เหม็นทั้งกลิ่นเหล้า กลิ่นน้ำลายน้องมายด์ออกแล้วไปอาบน้ำ ก่อนจะกลับมานอน

แต่ไอ้ที่ตั้งใจว่าจะนอนสักงีบแบบสองสามชั่วโมงอะไรงี้ เอาเข้าจริงแม่งดันนอนยาวไปยันโลกหน้า รู้สึกตัวตื่นอีกทีก็เกือบแปดโมงแล้ว แถมตอนตื่นนี่ไม่ได้ตื่นเองด้วยนะ พี่สมรโทรมาปลุกเพราะเห็นว่าผมยังไม่โผล่หัวมาสักที ผมเลยอ้างไปว่าไม่ค่อยสบาย แล้วรีบกุลีกุจอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยความเร็วแสง

ปัญหาเหมือนจะจบลงแค่นั้น แต่ไม่ เดินลงมายังลานจอดรถของหอพักแล้วไม่เห็นรถตัวเองก็เพิ่งจะระลึกได้ว่า... แม่งเอ๊ย รถอยู่ที่อู่!

ยืนถามตัวเองพักนึงเลยว่าไม่มีรถแล้วไง

แล้วไงล่ะ ก็ไปฝึกงานไม่ได้น่ะสิโว้ย!

ผมยืนทึ้งผมตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง นึกหงุดหงิดไอ้พวกเด็กเวรที่ทำให้ผมหาจังหวะแวบออกไปเอารถที่อู่ไม่ได้สักที พอถึงตอนนี้ปุ๊บ งานงอกเลย ไอ้พวกเด็กนั่นมันก็แยกย้ายกันกลับบ้าน กลับหอ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็ไปที่วิทยาลัยกันแล้ว มีแต่ผมนี่แหละที่ยืนอยู่ตรงลานจอดรถในหอตัวเองอย่างกับเด็กเอ๋อ

จ้างสามล้อไปก็ได้วะ!

หงุดหงิดมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ไม่รู้ไอ้เด็กช่างพวกนี้จะทำให้ชีวิตผมวุ่นวายไปถึงไหน!

เดินออกไปหน้าหอ กะจะไปเรียกรถ สายตาก็ดันปะทะเข้ากับธารที่ยืนกินหมูปิ้งกับข้าวเหนียวอยู่ข้างๆ หอเสียก่อน ผมชะงักกึก หมอนั่นก็หันมามองผมแวบหนึ่ง ก่อนจะย่นคิ้วใส่

“ยังไม่ไสหัวไปอีกเหรอ’จารย์”

สาบานว่านั่นคือคำพูดที่ใช้ทักคนเป็นอาจารย์น่ะฮะ!? กูก็ควรจะถามมึงเหมือนกันว่าป่านนี้แล้วทำไมมึงยังไม่ไปวิทยาลัย มายืนโซ้ยข้าวเหนียวหมูปิ้งสบายใจเฉิบอยู่ได้!

“พี่เหนือกำลังจะไปแล้วครับ” แต่ผมก็ส่งยิ้มพิมพ์ใจตอบมัน หน้าตาท่าทางยังดูไม่สร่าง ขืนพูดอะไรไม่ถูกหู มันได้เอาไม้เสียบหมูปิ้งวิ่งมาแทงแน่

“ไปไงน่ะ แล้วรถไปไหน”

ไปไหนล่ะ ค้างเติ่งอยู่ที่อู่ก็เพราะพวกมึงนี่ไง! นี่พวกมึงไม่สำเหนียกกันเลยสินะว่าทำกูลำบากขนาดไหนเนี่ย!

“รถอยู่ที่อู่น่ะครับ เมื่อวานพี่เอาไปซ่อม” สุดท้ายผมก็ตอบกลับด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจอีกรอบ น้ำเสียงก็ฟังดูใจดี๊ใจดี

เกลียดตัวเองชะมัด มึงก็ป๊อดเหลือเกินไอ้เหนือ

ถามว่ารู้ว่าตัวเองป๊อดแล้วคิดจะแก้มั้ย... เหอะ เดี๋ยวได้ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ ยอมได้ก็ยอมๆ มันไปก่อน ไว้ฝึกงานเสร็จแล้วค่อยหาทางเอาคืนทบต้นทบดอกเอา

“แล้วจะไปยังไง”

“เดี๋ยวพี่ไปเรียกสามล้อเอาครับ”

ธารไม่พูดอะไรตอบกลับมาอีก กัดหมูปิ้งที่ยังเหลืออยู่บนไม้เข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ ก่อนโยนไม้ทิ้งถังขยะใกล้ๆ ผมเห็นมันเอาแต่สนใจหมูปิ้งก็เลยตัดบทเอาดื้อๆ

“งั้นเดี๋ยวพี่เหนือไปก่อนนะครับ ไว้เจอกันที่วิทยาลัยนะ” โบกมือลามันด้วยท่าทางปัญญาอ่อน กำลังจะดิ่งตรงไปหาลุงขับสามล้อที่จอดทำหน้าง่วงอยู่ใกล้ๆ

ทว่าพอก้าวได้เพียงก้าวเดียว ธารก็ตรงเข้ามาคว้าแขนผมไว้

“ไม่ต้อง ไปด้วยกัน”

“หา?”

“บอกว่าไปด้วยกัน ขี่มอ’ไซค์ไปเนี่ย จะงงทำไม” เด็กนั่นย่นคิ้วใส่ผมทันที พยักปลายคางไปยังรถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตไบค์สีดำเงาที่มีชื่อเรียกเล่นๆ ว่านินจา หรือชื่อเต็มๆ คือ Kawasaki Ninja เอาตรงๆ ผมก็ไม่ค่อยรู้เรื่องรถพวกนี้หรอก ที่รู้ๆ ก็คือ... เด็กนี่มันบ้านรวยเว้ยเฮ้ย! มีรถแบบนี้ขี่ แสดงว่าไม่ธรรมดาแล้ว!

“เอ่อ แล้วรถน้องธารอีกคันไปไหนเหรอครับ” ผมหมายถึงรถมอเตอร์ไซค์ออโต้ที่มันขี่เมื่อวานน่ะ

มันเหลือบมองผมนิดหนึ่งก่อนจะเอาหมวกกันน็อคเต็มใบขึ้นสวมไปด้วย

“จอดอยู่ข้างใน วันนี้สาย ต้องใช้ความเร็ว”

มึงจะเอาเร็วแค่ไหนโปรดบอกกู! เมื่อวานยังเร็วไม่พออีกหรือไงฮะ!

ผมเผลอทำหน้าขยาดกับฝีมือการขี่รถของมันออกมาอย่างไม่รู้ตัว ก่อนที่น้ำเสียงหงุดหงิดจะดังขึ้นมาให้ได้ยิน

“จะมองอีกนานมั้ยเนี่ย ขึ้นมา”

ก็อยากจะขึ้นอยู่หรอกนะ เห็นว่าสายแล้วเหมือนกัน แต่ว่า...

“หมวกพี่เหนือไม่มีเหรอครับ” ผมถามหาหมวกกันน็อคบ้างเพราะจำได้ขึ้นใจว่าฝีมือการขี่รถของมันเป็นยังไง

แต่ธารกลับหันมาบอกผมหน้าตาเฉย “ไม่ต้องใส่ ไม่พาไปตายหรอกน่า”

ไม่พาไปป้ามึง! เมื่อวานที่โดนด่าพ่อล่อแม่ตั้งแต่หัวซอยยันท้ายซอยคืออะไร!?

ผมยืนบุ้ยปากใส่มันแป๊บนึง แต่ก็ต้องรีบปีนขึ้นซ้อนท้ายเมื่อมันเร่งขึ้นมาอีก

“ขึ้นมาซะที เดี๋ยวก็สายหรอก ยืนทำบ้าอะไรอยู่ได้”

ขึ้นก็ขึ้นวะ!

ขึ้นมาแล้วก็พยายามทรงตัวให้นั่งตัวตรง เพราะเบาะซ้อนท้ายของไอ้รถนี่ดันอยู่สูงกว่าเบาะคนขี่ ถ้าไม่ทรงตัวดีๆ ล่ะก็ ได้ไหลไปซบหลังมันแน่ แต่พอธารสตาร์ทรถแล้วออกตัวปุ๊บ ไอ้ความตั้งใจเมื่อกี้ก็อันตรธานหายไปกับสายลมทันทีที่มันบิดมอเตอร์ไซค์พุ่งออกไปสุดแรงเกิด

“เหวอ!” ผมร้องลั่นทันควันที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังจะตกรถ สองแขนคว้าเอวคนข้างหน้าโดยอัตโนมัติ ก่อนจะได้ยินเสียงหงุดหงิดของธารดังลอยเข้ามาในหู

“อะไรของ’จารย์วะเนี่ย! นั่งดีๆ สิเว้ย!”

มึงก็ขี่ดีๆ สิโว้ย! จะรีบไปเยี่ยมยมบาลในนรกเหรอ!

อยากจะด่ามันฉิบเป๋ง แต่ตอนนี้กลัวตายมากกว่า เลยได้แต่บอกมันไปเสียงสั่น

“นะ...น้องธาร...ขี่...ขี่ช้าๆ หน่อย”

ถามว่าเด็กนั่นฟังมั้ย... ไม่ บิดไม่ลืมหูลืมตา บุพการีโดนจาบจ้วงเช่นเคย ส่วนผมก็ได้แต่ถามตัวเองว่า ‘กูจะเซ็ทผมมาเพื่ออะไร’ ตอนนี้แบบว่าไอ้ทรงที่เซ็ทไว้นี่ทรานส์ฟอร์มร่างตัวเองกลายเป็นทรงกระบังโต้ลมของคุณหญิงคุณนายไฮโซไปแล้ว

จะบิดจะอะไรก็ช่วยดูทรงผมกูด้วย! เหง้าหน้ากูมันเหมาะกับทรงนี้มั้ยฮะไอ้เด็กเวร!

คงต้องทำใจแล้วล่ะว่ามันคงจะไม่ชะลอความเร็ว ผมเลยเอาแต่กอดมันแน่น อย่าหาว่าลวนลามเด็กเลย ตอนนี้อารมณ์จะหื่นที่ได้กอดเด็กหนุ่มเอ๊าะๆ ยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ กลัวตายอย่างเดียวอะบอกเลย ขณะซุกหน้าลงบนหลังมัน ผมก็ได้แต่ปลอบตัวเองว่าอีกไม่ไกลก็จะถึงที่หมายแล้ว แต่จู่ๆ ธารก็ลดความเร็วลงกะทันหัน ทำเอาผมผละใบหน้าขึ้นมามองอย่างแปลกใจ

“มีด่านแต่เช้าเลยวะ”

ได้ยินเสียงธารบ่นลอยมาตามลม ผมเลยมองไปด้านหน้าก็เห็นว่าบริเวณแยกไฟแดงมีตำรวจหลายนายยืนโบกรถมอเตอร์ไซค์อยู่ เห็นอย่างนั้นผมก็โล่งใจขึ้นมาทันควันว่าการบิดไร้สติจะได้รับการพักเบรกเพียงครู่

แต่ดูท่าทางธารจะไม่คิดอย่างนั้นเมื่อปากพูดขึ้นมาให้ผมได้ยิน

“จอดให้มัน เดี๋ยวได้โดนใบสั่งแหง”

ก็แน่ล่ะ กูไม่ได้ใส่หมวกนี่ ไม่ใช่ความผิดกูด้วย ถามมึงแล้วนะแต่มึงบอกไม่ต้องใส่น่ะ

และเพราะอย่างนั้น ธารก็เลยหันมาบอกผม

“เกาะดีๆ นะ’จารย์”

“ฮะ?”

แค่ฮะเท่านั้นแหละ ผมก็สัมผัสได้ถึงแรงสับเกียร์จากเท้าของเด็กนี่ ก่อนจะตามมาด้วยรถที่ออกตัวกระชากและพุ่งไปด้วยความเร็วแสง

มึงจะเพิ่มความเร็วหาเตี่ยมึงเหรอไอ้ธาร!

พุ่งเร็วอย่างเดียวไม่พอ แม่งปาดหน้าตำรวจที่ยืนโบกอย่างหน้าด้านๆ ทำเอาตำรวจหลายนายที่พยายามจะหยุดมันเมื่อกี้วงแตกกระเจิง บางคนมีการปาสมุดใบสั่งไล่หลังอย่างหัวเสียอีกด้วยที่เด็กนี่กระตุกหนวดถึงขนาดนี้

แต่การที่มันแหกด่านไม่ได้สำคัญสำหรับผม ที่สำคัญก็คือ... เมื่อไหร่กูจะถึงที่วิทยาลัยซะที! กอดมันแน่นจนจะได้เสียเป็นผัวเมียกันอยู่แล้ว!

กอดแน่นจริงๆ แน่นมาก แน่นกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว หน้านี่แนบกับหลังมันประหนึ่งจะสิง จากที่นั่งอยู่บนเบาะตัวเอง ตอนนี้ก็ไหลลงมานั่งเบาะคนขี่แล้วด้วยเถอะ ปากก็ร้องไม่หยุด...

“อ๊าก! อ๊าก!”

สาบานว่ากลัวจริงๆ ไม่ได้สำออยเพื่อจะลวนลามเด็ก ธารก็คงจะรำคาญเลยชะลอรถแล้วจอดเข้าข้างทาง จอดรถได้ ผมก็รู้สึกได้ถึงความชาวาบบนใบหน้าหลังจากถูกลมตีอย่างหนักหน่วงเมื่อครู่ ก่อนจะได้ยินเสียงของเด็กนั่นลอยเข้าหู

“จะจิกเป้ากางเกงอีกนานมั้ย จิกจนแม่งจะโดนไข่อยู่ละ” เปิดกระจกหมวกกันน็อคมามองผมตาขวางด้วย

ผมได้สติพลัน รีบผละออกจากหลังมัน ชะโงกไปดูด้านหน้าก็เห็นว่ามือตัวเองทั้งสองข้างที่กอดเอวธารไว้ในตอนแรก บัดนี้มันเลื่อนลงมาอยู่ตรงเป้ากางเกงสแล็ก แถมยังจับแน่น โชคดีที่จับแต่เนื้อผ้า ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ไม่อยากจะคิดเลยว่าธารมันจะทำรถคว่ำตายอนาถน่าอดสูแค่ไหน

“พะ...พี่เหนือขอโทษครับ”

ขอโทษไปงั้นแหละ แต่ไม่รู้ทำไมกูแอบยิ้ม

“ขอโทษก็เอามือออกสิเว้ย!” ธารชักสีหน้าใส่อีกที แผดเสียงใส่ด้วย ก่อนจะละมือจากแฮนด์มอเตอร์ไซค์มาดึงมือผมออกจากตัวเอง “แล้วก็ขึ้นไปนั่งบนเบาะตัวเองด้วย ขาดความอบอุ่นหรือไงลงมานั่งติดขนาดนี้เนี่ย!”

ถ้ามึงไม่ซิ่งท้านรกอย่างนั้น กูก็ไม่ลงไปนั่งกับมึงหรอกเว้ย!

เบ้ปากใส่มันรัวๆ ขณะที่มันดึงกระจกหมวกกันน็อคลงดังเดิมแล้วขี่ออกไปต่อ

ส่วนผม... เมื่อกี้จับเป้ามาใช่มะ

...ดมมือตัวเองสักหน่อย

อา...

ความฟินนี้ไซร้ อยู่ยั้งยืนยง

 

กว่าจะถึงสี่แยกที่ต้องข้ามเข้าวิทยาลัย ผมก็ดมมือตัวเองไปหลายรอบจนงงตัวเองว่าจะไปฟินกับกลิ่นเป้ากางเกงทำไม มาได้สติก็ตอนที่พอมาถึงสี่แยก ธารจอดรถเทียบข้างทาง แล้วหันมาบอกผม

“ลงไป”

“หือ?”

“บอกให้ลงไปไง’จารย์”

“เอ้า ทำไมล่ะ” ผมทำหน้างงขึ้นมาที่จู่ๆ มันก็ไล่ผมลงจากรถ

ธารเปิดกระจกหมวกกันน็อคขึ้น ส่งสายตารำคาญมาให้ผม

“บอกให้ลงไปก็ลงไปเถอะน่า เดินแค่นี้เอง เดินไม่ได้หรือไง เป็นคนกรุงแล้วรักสบายเหรอวะ”

กูถามไปคำเดียว แม่งสวนกลับมาเป็นชุด กูผิดอะไรเนี่ย!

“เอ้า ลงซะที” เร่งให้ลงจากรถอีกรอบอีกต่างหาก “ถ้าไม่ลงเอง เดี๋ยวจะทำให้ลง”

ไม่พูดอย่างเดียว แม่งถอดหมวกกันน็อคออกมา ทำท่าคล้ายจะยกมาฟาดผมด้วย ผมไม่ใช่น้องมายด์ที่ชอบให้ทำแรงๆ เลยยอมทิ้งตัวลงมาแต่โดยดี พอเท้าสัมผัสกับพื้นปุ๊บ ธารก็บิดออกไปโดยที่ผมก็ยังไม่เข้าใจว่าจะให้ผมลงทำไม ทั้งที่ขี่ผมเข้าไปด้วยก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร ยังไงก็ต้องไปลงหน้าวิทยาลัย แล้วก็เดินเข้าไป ส่วนมันก็ต้องเข็นรถไปอยู่แล้ว

ผมย่นจมูก ด่ามันในใจนิดหน่อยแล้วก็เดินข้ามฝั่งมาเข้าวิทยาลัย ก่อนที่คลาสเรียนจะเริ่มต้นขึ้นอย่างทุกวัน

 

วันนี้ผมก็มีสอนเด็กช่างไฟปีสามเหมือนกัน แน่นอนว่าคลาสของผม ไอ้แก๊งเด็กเวรนั่นฟุบหน้าหลับบนโต๊ะทั้งคาบ จะมีก็แต่จอมแก่นนี่แหละที่พยายามจะเรียน แต่ก็ออกอาการสัปหงกมาเป็นระยะจนผมบอกให้ฟุบๆ ไปด้วยรำคาญสายตาเต็มที

แล้วถามว่าพอให้พวกมันนอนได้ด้วยเห็นว่าเมื่อคืนไม่ได้นอนกันเต็มที่ แล้วคนอื่นเรียนมั้ย... ไม่ แม่งหลับกันยกคลาส คาบนั้นผมเลยได้พูดอยู่คนเดียว ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากเด็กนรกพวกนี้ทั้งสิ้น ยกเว้นเสียงกรนที่ดังมาให้ได้ยินเท่านั้น

เอาเถอะ คิดในแง่ดีว่าอย่างน้อยผมก็ไม่เหนื่อยกับการรับมือและระวังเด็กพวกนี้มันตีกันระหว่างสอนแล้วกัน

แต่ถึงงานจะไม่งอกในตอนสอน มันก็มางอกเอาตอนพักเที่ยงนี่แหละเมื่อผมลงมาหาอะไรกินที่โรงอาหารในเวลาพัก พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นแก๊งเด็กเวรนั่งกินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตา ตอนแรกว่าจะเลี่ยงเดินหนีไปทางอื่นเพราะเห็นว่าน้องมายด์นั่งอยู่ด้วย และป้อนข้าวป้อนน้ำให้คุณโรมผัวหลวงด้วยสีหน้าระรื่น ผมก็ไม่อยากจะเข้าไปขัด...

ไม่ใช่หรอก ไม่อยากจะเข้าไปให้มันเปลี่ยนเป้าหมายจากการเต๊าะโรมมาเป็นผมมากกว่า

หากแต่พอผมถือจานข้าว เตรียมตัวจะหมุนไปหาที่นั่งบริเวณอื่นปุ๊บ เสียงแจ๋นๆ ก็ลอยมาตามลมให้ผมได้ยินทันที

“อ้ายเหนือ! อ้ายเหนือเจ้า! (พี่เหนือ! พี่เหนือคะ!)”

ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่ได้ยิน คนทั้งโรงอาหารก็ได้ยินเช่นกัน

หันกลับมาก็เห็นน้องมายด์โบกไม้โบกมือ ยิ้มโชว์ฟันขาวเรียกผมเป็นพัลวัน ตอนนี้ไม่ใช่แค่มันเห็นผมละ คนอื่นๆ ที่ร่วมโต๊ะกับมันก็หันมามองผม ทีนี้โรมกับจอมแก่นก็ร้องเรียกผมทันที

“พี่เหนือ มานั่งด้วยกันสิพี่!” นั่นเสียงโรมล่ะ ส่วนจอมแก่นก็เอาแต่พยักหน้าเรียกพลางส่งยิ้ม

ธารน่ะเหรอ... รายนั้นตักข้าวเข้าปาก เอาช้อนคาอยู่อย่างนั้น เหลือบมองผมครู่เดียวก็หันไปกินข้าว ไม่สนใจอีก

เห็นแล้วก็น่าเอาจานข้าวในมือไปเทราดหัวนัก ขนาดมันไม่ได้ทำอะไรเลย ผมยังรู้สึกว่ามันโคตรจะกวนประสาท โดยเฉพาะท่าทางของมันเนี่ย

และเพราะเห็นท่าทางไม่รับแขกอย่างนั้น ผมก็เลยยิ้มให้เด็กๆ แล้วปฏิเสธ

“เดี๋ยวพี่เหนือขึ้นไปกินที่ห้องพักครูครับ น้องๆ นั่งกินกันไปเถอะ” พูดจบก็ทำท่าจะเดินไป แต่ทว่า...

“สงสัยอยากจะเอารถไปนอนเล่นในอู่ยาวๆ”

เสียงไอ้ธารลอยตามมา พร้อมกับการหันมามองด้วยท่าทางกวนโอ๊ยสุดๆ อีกระลอก

กูเป็นอาจารย์มึงนะ มึงจะขู่กูไปถึงไหน!

แล้วถามว่าผมฟังมันมั้ย ฟังสิครับ จะเหลือเหรอ เดินดุ่มๆ เข้ามานั่งข้างน้องมายด์ที่เขยิบที่ให้ผมนั่งด้วยท่าทางกระมิดกระเมี้ยนสุดๆ

จะไม่ให้กระมิดกระเมี้ยนได้ยังไง ก็ตรงหน้าผมน่ะไอ้ธารเลย ไอ้ธารจังๆ แม่ง มึงก็ช่างเลือกที่ให้กูจริง!

“ดีอ๊กอีใจ๋เป๋นแต้เป๋นว่า ตี้วันนี้ได้กิ๋นข้าวกั้บผัวหลวงผัวน่อย (ดีใจจังเลย วันนี้ได้กินข้าวทั้งกับผัวหลวงและผัวน้อย)”

กูไปได้เสียกับมึงตั้งแต่เมื่อไหร่!? การที่มึงมานอนน้ำลายไหลใส่กู ไม่ใช่การได้เสียเป็นผัวเมียนะเว้ย ตั้งสติ!

ผมหัวเราะแห้งๆ หย่อนก้นลงนั่งได้ น้องมายด์ก็หยอดมาอีกระลอก ก่อนจะวางช้อนที่ตักข้าวให้โรมกินอยู่ลงบนจานแล้วหันหน้ามาทางผม

“อ้ายเหนือจะหื่อข้าเจ้าป้อนเกาะ จะได้บ่ะน้อยใจ๋ตี้ดูแลก้าผัวหลวง บ่ดูแลผัวน้อย (พี่เหนือจะให้หนูป้อนข้าวให้ด้วยมั้ยคะ จะได้ไม่น้อยใจว่าหนูเอาแต่ดูแลผัวหลวง ไม่ดูแลผัวน้อย)”

“มะ...ไม่เป็นไรครับ” ผมยิ้มแห้งๆ ให้

น้องมายด์ทำท่าจะตอแยขึ้นมาอีก โชคดีที่โรมโพล่งขัดขึ้นมาเสียก่อน

“มัวแต่หยอกพี่เหนืออยู่นั่นแหละไอ้ไม้ ข้าวกูนี่จะได้กินมั้ย ป้อนเร็วๆ”

“ฮั่นๆ หึงละก้า (แหมๆ หึงสินะจ๊ะ)” น้องมายด์เลยคว้าช้อนขึ้นมาอีกครั้ง ตักข้าวในจานเตรียมป้อนโรมไป ปากก็พูดไป

“แล้วเมื่อไหร่มึงจะเลิกพูดเหนือเนี่ย กูบอกแล้วไงว่ากูฟังไม่ออก”

“เป็นผัวก็ทำตั๋วหื่อเกยนาเจ้าโรม (เป็นผัวก็ต้องพยายามทำตัวให้ชินสิจ๊ะโรม)” อีกฝ่ายตอบกลับหน้าระรื่น ตักข้าวไปจ่อตรงหน้าหล่อ

“ยังๆ ยังไม่หยุดพูดอีก ถ้าแขนยังดีๆ อยู่ กูจะตบมึงให้คว่ำเลย” โรมย่นคิ้วนิดหนึ่ง

แต่ขู่ไปอย่างนั้นมีเหรอที่น้องมายด์จะกลัว ทำหน้าตาเซ็กซี่ กัดปากแล้วพูดว่า...

“เยี้ยะแฮงๆ ช้อบ เอาแฮ๋มแฮงๆ (ทำแรงๆ ชอบ ทำอีกแรงๆ)”

คนขู่อย่างโรมก็เลยระเบิดหัวเราะลั่น แล้วเร่งตุ๊ดนั่นขึ้นมาแทน

“ป้อนเร็วๆ”

แล้วบทสองผัวเมียก็ดำเนินกันต่อไป ผมเลยก้มหน้าก้มตากินข้าวของตัวเองบ้าง ครู่เดียว น้องมายด์ก็ป้อนข้าวให้โรมเสร็จ แล้วก็ดึงจานข้าวของตัวเองที่ยังไม่ได้แตะสักนิดมาตรงหน้า ก่อนลงมือกิน ผมเห็นแล้วโคตรอยากจะถามเลยว่าจะไปป้อนข้าวให้โรมทำไม แขนมันหักข้างเดียว อีกข้างยังใช้งานได้ดีอยู่ แถมข้างที่หักก็เป็นข้างซ้าย ยังไงก็กินเองได้ แต่พอคิดว่าจะถามเท่านั้น โรมก็พูดขึ้น

“ถ้าไม่ได้มึงช่วยป้อนข้าวนะไอ้ไม้ คนถนัดซ้ายอย่างกูนี่ชีวิตลำบากโคตร”

โอเค มันถนัดซ้าย มันเลยตักข้าวด้วยมือขวาไม่คล่อง

ได้คำตอบแล้ว งั้นไม่ถาม ไม่ชวนคุยด้วย รีบๆ กินแล้วไปดีกว่า ไอ้ธารนี่เหลือบมองผมหลายรอบละ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-02-2016 14:36:01 โดย NooDangzz »

ออฟไลน์ NooDangzz

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 479
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +212/-8
ชั่งใจ ครั้งที่ 4: น้องธารโกรธแรง[2]
ทว่าในระหว่างที่ผมจ้วงตักข้าวเข้าปาก จอมแก่นที่นั่งไม่มีปากมีเสียงอยู่นานก็สะกิดธารเบาๆ

“ธาร กินแตงกวาให้หน่อยสิ”

ธารเหลือบไปมอง ยังไม่ทันได้พูดอะไร แตงกวาสองชิ้นก็ลอยมาอยู่ในจานมันแล้ว ผมเดาว่าเดี๋ยวมันต้องตบกบาลจอมแก่นแยกโทษฐานที่เอาของกินที่ตัวเองไม่กินมายัดเยียดให้

แต่เปล่า มันไม่พูดอะไรสักคำ เอาส้อมจิ้มแตงกวาส่งเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

พอน้องมายด์เห็นอย่างนั้น มันก็ชะโงกหน้ามามองจานข้าวผมแล้วถามบ้างเมื่อเห็นว่าแตงกวาประดับจานยังคงตั้งตระหง่านอยู่ที่เดิม

“อ้ายเหนือบ่ากินบ่าแต๋งกาเจ้า (พี่เหนือก็ไม่กินแตงกวาเหรอคะ)”

“อะ...อ๋อ ครับ” ผมยอมรับ

“ยะฮือบ่ากินเจ้า (ทำไมไม่กินล่ะ)”

ก็ลองถามเพื่อนมึงสิว่าทำไมไม่กิน! มาถามกูทำไม!

“คือ...มันเหม็นเขียวน่ะครับ พี่เหนือไม่ชอบ”

เกลียดตัวเองที่ทำได้แค่ตอบรับอย่างสุภาพนี่แหละ และไอ้การยอมรับเมื่อครู่ ก็ทำให้ตุ๊ดนรกนี่ถือวิสาสะเอาส้อมจิ้มแตงกวาในจานข้าวผม

“ถ้าอ้ายเหนือบ่กิ๋น ก็หื่อธารกิ๋นก็แล้วกั๋น (ถ้าพี่เหนือไม่กินก็ให้ธารกินแล้วกัน)” แล้วก็ส่งไปวางในจานข้าวธารทันที

ผมเห็นแล้วก็เบิกตาโต รีบเอาส้อมไปจิ้มแย่งกลับมาอย่างรวดเร็ว

“มะ...ไม่เป็นไรครับ”

“บ่ะถ้าเก๋งอ๊กเก๋งใจ๋เจ้าอ้ายเหนือ ธารกิ๋นขี้ซากจาวหมู่ตลอดอยู่ละ (ไม่ต้องเกรงใจค่าพี่เหนือ ธารกินของเหลือจากเพื่อนตลอดอยู่แล้ว)”

พูดอย่างนั้น ธารก็ตวัดดวงตามามองผมกับน้องมายด์ มองแค่อีน้องมายด์ยังไม่เท่าไหร่ มองผมตาขวางประหนึ่งกำลังบอกว่า ‘ถ้ามึงส่งมา มึงโดนกูเอาส้อมจิ้มทีเดียวสี่รูแน่’ ผมก็รีบห้ามตุ๊ดเวรนี่ก่อนที่มันจะตักแตงกวาไปใส่จานคนตรงหน้าผมอีก

“นะ...น้องธารกินไปเยอะแล้ว ทั้งของตัวเอง ทั้งของจอมแก่น เดี๋ยวของพี่เหนือ พี่เหนือกินเองได้ครับ”

“เอ๋อ ไหนบอกว่าบ่ะช้อบบะใจ้ (เอ้า ไหนบอกว่าไม่ชอบกินไงคะ)”

“ตอนนี้ชอบแล้ว”

“ไปช้อบตั้ดใดตอนไหนฮั่นเจ้า (ไปชอบตอนไหนคะเนี่ย)”

ชอบตั้งแต่ตอนที่มึงกำลังจะทำให้กูโดนไอ้เด็กธารกระทืบนี่แหละโว้ย!

ผมไม่ตอบคำถาม ยิ้มแหยแล้วจัดแตงกวาในจานให้เรียงเข้าที่เดิม ก็ไม่ได้กะว่าจะกินหรอก กะกินข้าวเสร็จแล้วก็ลุกหนีเอาไปเททิ้งแม่งเลย ทว่าการที่ผมทำอย่างนั้น ทำให้ธารที่นั่งมองอยู่นานย่นคิ้ว ก่อนจะยื่นส้อมในมือมาจิ้มเอาแตงกวาจากผมหน้าตาเฉย

“กินไม่ได้ก็ไม่ต้องทำเก่ง น่ารำคาญ” พูดจบก็ยัดแตงกวาเข้าปาก ก่อนจะตามมาด้วยการจิ้มแตงกวาที่เหลืออยู่อีกชิ้นในจานผมไป

ผมมองแล้วก็อ้าปากค้าง ธารก็เลยชูส้อมที่มีแตงกวาเสียบอยู่ขึ้นถาม

“มองไร จะกินหรือไง’จารย์”

“เปล่า...เปล่าครับ”

“ไม่กินก็ไม่ต้องมองตาละห้อย เดี๋ยวก็ไม่กินให้แม่ง”

หืม... เร้าใจ ดุๆ แบบนี้ จะยอมให้กระทำอย่างทารุณ... เอ๊ะ ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่ามันน่ารักต่างหาก ถึงจะห่ามๆ แต่มันก็น่ารักดี ส่วนเรื่องคิดหื่นนี่ เก็บเอาไว้ก่อนนะไอ้เหนือ

“ขอบใจมากครับน้องธาร” ผมเลยยิ้มให้

ธารไม่พูดอะไร กินข้าวของตัวเองต่อไป หากแต่ความสงบสุขก็มาเยือนได้เพียงครู่เดียวเมื่อจู่ๆ โรมที่กำลังจะยกจานข้าวตัวเองไปเก็บถูกใครบางคนกระชากคอเสื้อจากทางด้านหลังจนหงายหลังลงไปกองอยู่บนพื้น สายตาทุกคนที่โต๊ะหันไปมองตัวต้นเหตุทันที เห็นหน้าคนกระชากโรมกับผองเพื่อน ผมก็จำได้ว่าเป็นพวกเด็กเทคนิคที่วิ่งไล่พวกเราเมื่อวานนี้ แต่วันนี้พวกมันไม่ได้ใส่เสื้อช็อปของวิทยาลัยตัวเองมา ทว่าเป็นเสื้อช็อปของที่นี่ ก่อนคนกระชากจะร้องเสียงขุ่น

“มึงนึกว่าจะหนีกูพ้นเหรอไอ้โรม!”

“เฮ้ย! ทำอะไรเพื่อนกูวะ!”

เสียงห้าวๆ ดังขึ้น แต่สาบานเลยว่าไม่ใช่เสียงธาร เป็นเสียงน้องมายด์ที่ทรานส์ฟอร์มเป็นไอ้ไม้ ลุกพรวดจากเก้าอี้มาผลักเด็กนั่นออก

โหย... แมนมากแก แมนมาก ภาพน้องมายด์ตุ๊ดยักษ์นี่กลายเป็นน้องชายบัวขาวทันตา

แต่พอเด็กนั่นตั้งหลักได้ปุ๊บ แล้วผลักอกน้องมายด์คืน เสียงห้าวนั้นก็เปลี่ยนไปทันที

“ว้าย ไปยุบนมข้าเจ้า (ว้าย อย่าจับนมหนู)” ตามมาด้วยสองมือที่ปิดอกสะดีดสะดิ้งสุดชีวิต

เห็นแล้วอยากเข้าไปกระโดดถีบ หมั่นไส้!

“เมื่อวานพวกมึงแสบมากนะ วันนี้พวกกูจะเอาคืนทั้งต้นทั้งดอกเลย!” เด็กฝั่งนั้นพูดขึ้นมาอีก
ตอนนี้แหละที่จอมแก่นรีบลุกจากที่ตัวเองมาพยุงโรมขึ้นแล้วลากออกห่าง ขณะที่ธารก็ส่งจานข้าวบินลอยมาปะทะหน้าคนพูดเมื่อครู่ ตามมาด้วยปีนขึ้นโต๊ะและกระโดดถีบเด็กนั่นจนหงายหลังไปกองกับพื้น

“พวกมึงก็ลองดู มาหยามพวกกูถึงถิ่นแล้วคิดเหรอว่าพวกกูจะยอมง่ายๆ!”
หยามจริงๆ แหละ กล้ามากนะที่เด็กพวกนี้ไปเอาช็อปของวิทยาลัยอื่นมาใส่แล้วมาหาเรื่องถึงที่เนี่ย ถึงจะมากันเป็นสิบ แต่มันก็เสี่ยงจะโดนคนที่ไม่เกี่ยวข้องแต่เห็นเหตุการณ์อยู่ยำตะลุมบอนเหมือนกัน

ทว่าไม่มีใครสน เด็กคนที่ถูกโรมแย่งแฟนลุกขึ้นได้ก็ชี้หน้าธารอย่างเอาเรื่อง
“มึงอีกตัว หลายรอบแล้วนะ แม่งหมั่นหน้าฉิบหาย!”
“แล้วจะทำไมวะ! หมั่นหน้ากูแล้วมึงจะทำไม!” ตรงเข้าไปผลักอีก

ทีนี้แหละจ้า ไม่ใช่แค่ผลักอย่างเดียว ตามมาด้วยสะบัดหมัดพุ่งเข้ากระแทกหน้าฝ่ายตรงข้ามเต็มแรงจนฝ่ายนั้นเซถลาไปซบพรรคพวก ตั้งหลักได้ก็ประคองซีกหน้าตัวเอง ถามเสียงดัง
“มึงต่อยกูเหรอ!”
“เออ จะกระทืบมึงด้วย!”

เค้าแววความวุ่นวายลอยโชยมาทันที ผมรีบลุกขึ้นบ้าง ออกปากห้ามทันใด
“ดะ...เดี๋ยวน้องธาร อย่าทะเลาะกัน...”

เสียงดังเท่าตดมด เรียกว่ากระซิบยังไม่ได้เลย แทบไม่ได้ยินเถอะ ก็แหม คนมันกลัวนี่หว่า เด็กพวกนี้นี่มันต่อยกันจริงจังนะ ไม่ใช่ขู่กันไปขู่กันมาเหมือนคราวก่อนๆ แถมพวกมันก็ไม่สนใจจะฟังผมกันด้วยต่อให้ผมพูดดังแค่ไหน แค่สิ้นเสียงธาร ต่างฝ่ายก็ต่างโผเข้าใส่กันแล้ว

ธารเป็นคนแรกที่กระโจนเข้าไปในวง ตามด้วยน้องมายด์ร่างทรานส์ฟอร์ม  ทั้งต่อยทั้งเตะอย่างกับนักมวยอาชีพ จนผมที่ยืนมองอยู่แทบไม่เชื่อสายตาว่าตุ๊ดแรดๆ เมื่อกี้จะเป็นไปได้ถึงขนาดนี้ ส่วนจอมแก่นก็ไม่ร่วมวงใดๆ ลากโรมออกห่างอย่างรวดเร็ว พร้อมกับร้องเรียกเพื่อนร่วมแผนกที่กินข้าวอยู่ไม่ห่างให้เข้าไปช่วยธารกับน้องมายด์เพราะสองคนไม่มีทางสู้คนเป็นสิบได้ไหว

เท่านั้นแหละ มหกรรมต่อยตีสานสัมพันธ์ระหว่างวิทยาลัยก็เริ่มขึ้นเลย โรมที่เป็นตัวต้นเหตุก็เข้ามาร่วมวงด้วยเหมือนกันทั้งที่แขนหัก เลยถูกทำร้ายเข้าที่แขนจนเพื่อนต้องลากออกมา ผมเห็นแล้วก็อยากจะตะโกนใส่หน้ามันเหลือเกินว่า ‘มึงจะแรดเข้าไปทำไม! สมน้ำหน้า!’

แต่เอาเข้าจริงก็ได้แต่ห้ามน่ะนะ ห้ามโดยที่ไม่มีใครฟังด้วย แถมยังกลัวโดนลูกหลงอีกเพราะเด็กพวกนี้ตีกันแบบเอาจริงเอาจังมากเหลือเกิน จนผมชักไม่เห็นความปลอดภัยของตัวเอง รีบถอยห่างมาจากวง จังหวะเดียวกับที่เหล่าอาจารย์ฝ่ายปกครองและอาจารย์ผู้ชายคนอื่นกรูกันเข้ามาห้ามพอดี

ทว่าใครก็ทำให้เด็กช่างแผนกผมหยุดไม่ได้ดีเท่ากับพี่สมรที่กึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้ามา ก่อนส่งเสียงแหลมๆ ขึ้น
“ไอ้เจ้าธาร หยุดเดี๋ยวนี้ คนอื่นๆ ด้วย!”

ทุกชีวิตหยุดการเคลื่อนไหวพลัน ธารหันใบหน้ามามองยังพี่สมร ผมเลยได้เห็นว่าตอนนี้ใบหน้าหล่อๆ ของเด็กนั่นเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและรอยแตก มุมปากมีเลือดไหลเล็กน้อย ส่วนเด็กช่างวิทยาลัยอื่นก็ถูกจับตัวไว้ สอบถามไปก็ได้ความว่าที่มาหาเรื่องถึงในนี้เป็นเพราะแค้นที่แฟนหัวโจกกลุ่มถูกโรมจีบ แถมเมื่อวาน โรมก็ยังไปดักรอแฟนตัวเองถึงหน้าโรงเรียน ผมเลยเข้าใจได้ทันทีว่าที่เมื่อวานพวกมันไปเสนอหน้าอยู่ที่สวนชมน่าน เป็นเพราะไปเกี้ยวหญิงที่โรงเรียนแถวนั้น และได้รู้อีกอย่างคือ เด็กคู่อริพวกนี้เป็นเด็กช่างจากวิทยาลัยเทคนิคที่อยู่รอบนอกตัวเมือง ค่อนข้างไกลพอสมควร ถ้าขี่มอเตอร์ไซค์ก็ร่วมชั่วโมงได้กว่าจะถึง

มิน่าล่ะ ผมถึงไม่เคยเห็นเด็กช่างใส่เสื้อช็อปสีเขียวขี้ม้าในเมืองสักเท่าไหร่เลย ส่วนเสื้อช็อปของที่นี่ พวกมันก็ได้มาจากการขอซื้อต่อมาจากตลาดมืดที่พวกเด็กช่างชอบเอาของประจำสถาบันไปขายกัน อย่างเช่นพวกหัวเข็มขัด หรือตราประจำสถาบัน แหวนรุ่นอะไรเทือกนี้

แต่อะไรก็ไม่สำคัญกับพี่สมรมากเท่าการได้ยินเสียงโรมที่นอนร้องโอดโอยหลบมุมอยู่กับจอมแก่น

“เป็นอะไรมากมั้ยเนี่ยโรม ไปๆ เดี๋ยวไปโรง’บาลเลย อาจารย์เอารถออกเลยค่ะ” พี่สมรพูดพลางหันไปสั่งอาจารย์ผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะรีบพยักหน้าให้จอมแก่นช่วยพยุงโรมออกไปจากบริเวณนั้น

ถ้ามันจบแค่นั้นคงจะไม่มีปัญหาอะไร แต่พี่สมรดันเดินมาหาผมแล้วสั่งซะงั้น
“ส่วนทางนี้ น้องเหนือจัดการให้หน่อยนะคะ เดี๋ยวพี่กลับมา ดูแลเจ้าธารดีๆ อย่าให้หนีไปได้ล่ะ เอาเข้าห้องปกครองแล้วจับแยกไว้เลย ไม่งั้นก่อเรื่องอีกแน่”

เอ้าป้า! ทำไมต้องเป็นกูล่ะ!

ต้องเป็นผมอยู่แล้ว เพราะผมเป็นผู้ช่วยอาจารย์ที่ปรึกษานี่นา แถมพี่สมรสั่งเสร็จก็ไม่รอให้ผมได้แย้งด้วย เดินไปทันที น้องมายด์เลยรีบตามไปด้วยความเป็นห่วงผัวหลวงสุดชีวิต ส่วนผมก็ยืนประจันหน้ากับธารและเด็กคนอื่นๆ ที่กำลังถูกจัดให้เข้าแถวเรียงหน้ากระดาน เด็กคู่อริก็มีอาจารย์ผู้ชายอีกกลุ่มเกณฑ์ไปรวมตัวยังมุมอื่น ได้ยินแว่วๆ ว่ากำลังโทรตามอาจารย์จากวิทยาลัยนั้นมารับทราบเรื่องด้วยเพราะการบุกเข้ามาในวิทยาลัยอื่นเพื่อมาหาเรื่องนี่ค่อนข้างเป็นเรื่องใหญ่

ผมยืนมองอยู่ได้ครู่หนึ่ง อาจารย์ดิเรกที่เป็นอาจารย์ฝ่ายปกครองก็เดินเข้ามาหาผม
“เดี๋ยวอาจารย์พาธารใจไปที่ห้องปกครองเล็กนะ ผมจะพาคนอื่นๆ ไปอบรมที่ห้องปกครองใหญ่ก่อน ตัวการใหญ่เอาไว้จัดการทีหลังตอนอาจารย์ฝั่งนั้นมาแล้ว อาจารย์ก็อบรมไปพลางๆ ก่อน”

ฟังแล้วก็เผลอพยักหน้า มาคิดได้อีกทีว่าถ้าผมพาธารไป ก็เท่ากับว่าผมต้องอยู่กับธารสองต่อสอง แถมให้อบรมมันอีก คงไม่โดนมันกระทืบคาห้องปกครองเลยเหรอ
เพราะคิดแบบนี้แหละเลยรีบโพล่งขึ้นมา
“อาจารย์ครับ คือผมอบรมไม่เป็น”
“ก็หัดๆ ไว้ เวลาเป็นอาจารย์จริงๆ แล้วจะได้คล่อง ถ้าไม่ทำ ผมจะบอกให้อาจารย์สมรให้กรอกว่าไม่ผ่านฝึกงานนะ” อาจารย์ดิเรกตอบอย่างไม่ใส่ใจ

แต่คือแบบ...ช่วยดูหน้ากูด้วยว่ากูอยากจะหัดมั้ย แล้วพอเรียนจบ กูอยากจะเป็นอาจารย์จริงๆ หรือเปล่า! แล้วไอ้การขู่ว่าไม่ให้ผ่านฝึกงานนี่คืออะไร!

อยากจะบอกให้แม่งเอาไปอบรมเองเหลือเกิน แต่ไม่ทันละ สั่งเสร็จก็เดินไปต้อนเด็กคนอื่นๆ เข้าห้องปกครองใหญ่เป็นที่เรียบร้อย เหลือแต่ผมกับธารที่ยืนมองหน้ากันอยู่

“มองอะไร ไปซะทีสิห้องปกครองน่ะ” แล้วธารก็ว่าขึ้นมาเสียงขุ่นให้ผมได้ยิ้มโง่ๆ
“พี่เหนือไม่รู้น่ะครับว่าห้องปกครองเล็กอยู่ไหน”
อันนี้ไม่รู้จริงๆ แล้วก็งงด้วยว่ามันจะแยกห้องปกครองใหญ่ ห้องปกครองเล็กกันทำไม อารมณ์เหมือนห้องขังรวมกับห้องขังเดี่ยวเหรอวะ

“ตามมา”

ไม่ทันจะได้คำตอบเลย ธารก็ออกปากเรียกแล้วเดินดุ่มๆ ไปแล้ว ผมเลยรีบก้าวตาม ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องฝ่ายปกครองซึ่งแยกออกเป็นสองห้อง เขียนหมายเลขกำกับไว้หน้าห้อง กลุ่มเด็กแผนกช่างไฟที่ร่วมวงด้วยความมั่วถูกพาเข้าห้องที่หนึ่ง ส่วนผมกับธารก็เข้าไปในห้องที่สอง เพิ่งมารู้ตอนเข้ามาในห้องนี่แหละว่าห้องปกครองเล็กที่ว่า เมื่อก่อนเคยเป็นห้องทำงานของ ผ.อ. แต่พอสร้างอาคารเรียนเพิ่มก็ย้ายไปใช้ห้องอื่น ห้องนี้ก็ถูกเอามาใช้งานอย่างอื่น

รู้นี่ก็ไม่ใช่ว่ารู้เองนะ ธารบอก

ธารเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ เอาแขนพาดพนักพิงด้วยท่าทางซังกะตาย ผมเดินมานั่งฝั่งตรงข้าม มองใบหน้าฟกช้ำนั่นแล้วก็เกิดเสียดายขึ้นมา

หน้าหล่อๆ อย่างนี้ไม่น่าเอาไปรับหมัดรับศอกแบบนั้นเลย เห็นแล้วเสียดายชะมัด เด็กนี่จะรู้มั้ยว่าเด็กที่กรุงเทพฯ พยายามกันแค่ไหนที่จะให้มีหน้าตาดูดีอย่างที่มันมีเนี่ย ทั้งเสริม ทั้งฉีดสารพัด แต่ไอ้คนที่หล่อธรรมชาติสร้างดันไม่ดูแลตัวเองอย่างนี้ น่าด่าชะมัด

เอาวะ ไหนๆ ก็อบรมหน่อยแล้วกัน

“น้องธารครับ”
แค่เรียกชื่อ มันก็ตวัดหางตามามอง ผมเสียวสันหลังวาบขึ้นมาเลย ชักลังเลละว่าควรอบรมมันดีหรือไม่ แต่ถ้าไม่ทำ เดี๋ยวก็โดนอาจารย์ดิเรกไปฟ้องพี่สมร เอาเถอะ เอาสักหน่อยพอเป็นกระษัย

“วันหลังไม่เอาแล้วนะเรื่องต่อยตีน่ะ ไม่น่ารักเลย”
เป็นการอบรมนี่ฟรุ้งฟริ้งมาก นี่กูกำลังอบรมเด็กอนุบาลอยู่หรืออบรมเด็ก ปวช.ปีสามวะ!

ธารก็คงจะคิดว่าโคตรปัญญาอ่อน กลอกตาใส่ผมแล้วก็เบนสายตาไปทางอื่น เห็นท่าทางไม่หือไม่อือของมันแล้วผมก็พอจะเบาใจขึ้นมาได้ว่ามันน่าจะฟัง เลยพูดขึ้นมาอีก

“ฟังพี่เหนือนะน้องธาร การที่น้องธารไปต่อยตีอย่างนั้น ถ้าน้องธารเป็นอะไรขึ้นมา คนที่คอยน้องธารอยู่ที่บ้านจะเสียใจนะครับ”
พูดแค่นี้ ธารก็หันกลับมามองผมอีก แต่รอบนี้จ้องเขม็ง
“เป็นแค่อาจารย์ฝึกสอน อย่ามาทำเป็นรู้ดี อย่ามาสั่งด้วย”

“ถึงจะเป็นแค่อาจารย์ฝึกสอน แต่พี่เหนือก็ถือว่าเป็นอาจารย์นะครับ เอาเป็นว่าสิ่งที่น้องธารทำมันไม่ดีนะ น้องธารทำแบบนี้ คนอื่นๆ ก็จะมองว่าเด็กช่างไม่ดีไปหมด ทำไมเราไม่ทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเพื่อนๆ และรุ่นน้องล่ะ พ่อแม่น้องธารกับอาจารย์จะได้ภูมิใจว่าน้องธารเป็นเด็กดีนะ”

“หุบปาก!” จู่ๆ ธารก็เสียงดังขึ้นมา ทำเอาผมที่พูดๆ อยู่สะดุ้งเฮือก ก่อนจะถูกมันตอกหน้ากลับมารัวๆ “ผู้ใหญ่แม่งก็เหมือนกันหมดแหละ ทำดีแค่ไหนก็มองว่าไม่ดี ไม่เคยเข้าใจด้วยว่าทำไมถึงทำแบบนี้ ‘จารย์เองก็ด้วย ตอนแรกก็คิดว่าน่าจะเข้าใจเพราะอายุใกล้ๆ กัน แต่พอเอาเข้าจริงแล้วก็แม่ง ไม่ได้เข้าใจเวรอะไรเลย เข้าข้างผู้ใหญ่อย่างนั้นก็ไม่ต้องมาคุยเว้ย โคตรคิดถูกเลยที่ไม่ไว้ใจเต็มร้อยตั้งแต่ตอนแรก”

มะ...มึงพูดเรื่องอะไร เดี๋ยวๆ ให้กูตั้งสติแป๊บนะว่ากำลังคุยเรื่องเดียวกับมึงอยู่ กูไปเข้าข้างผู้ใหญ่อะไรที่มึงว่าตอนไหนวะ! แล้วไอ้เรื่องไม่ไว้ใจนี่คืออะไร หรือว่า... มันจะรู้ว่าผมเอามือที่จับเป้ามันเมื่อเช้าไปดม!?

เอ๋อกินพร้อมติดสตั๊นจริงๆ งงแรงด้วยว่าไปพูดอะไรขัดใจมันเข้า หากแต่ในระหว่างที่ผมคิดอยู่ ธารก็ลุกพรวดขึ้นมา ทำท่าจะเดินออกจากห้อง ผมเลยรีบลุกไปคว้าไหล่มันไว้

“เดี๋ยวครับน้องธาร จะไปไหน อาจารย์ดิเรกสั่งให้รออยู่ที่นี่นะ”

เพียะ!

ธารปัดมือผมออกเต็มแรง ไม่ปัดอย่างเดียว ผลักผมจนเซไปด้านหลังด้วย ผมหน้าเหวอ ตกใจที่ถูกกระทำโดยไม่ทันตั้งตัว ขณะที่เด็กนั่นมองหน้าผมอย่างกินเลือดกินเนื้อ แล้วแค่นเสียงออกมา

“ไปตายไปไอ้เวร”
เอ้า!

“แล้วอย่าหวังเลยว่าจะได้รถสภาพสมบูรณ์กลับกรุงเทพฯ ก่อนฝึกงานเสร็จ”
เอ้า!
ชูนิ้วกลางให้ด้วย

โอ้โห พาลหนักมาก รู้ชะตาชีวิตรถสุดที่รักเลยว่าจะต้องเข้าอู่อีกบ่อยแค่ไหน แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่ากับการที่ธารเดินออกไปนอกห้องทั้งที่ผมยังไม่เข้าใจอยู่ว่าทำอะไรผิด ปิดประตูเลื่อนกระแทกใส่หน้าเต็มแรงด้วย

โหย โกรธแรง แรงมาก แต่ผมยังไม่รู้เลยว่าไปทำอะไรให้มันโกรธ

บอกกูทีว่ากูไปทำอะไรให้มึงโกรธเนี่ย!
----------------------------------------
ว่าจะอัพตั้งแต่เมื่อคืน แต่ดันติดงานแปลเอกสารด่วนอยู่
แงงง ขออภัยค่ะ อัพให้หัววันหน่อยแล้วกันเนอะ
ตอนนี้บอกเลยว่าน้องธารมีโมเม้นต์น่ารักมุ้งมิ้งเหมือนกันนะ แต่ก็น่ากระทืบเช่นเดียวกัน ชูนิ้วกลางให้พี่เหนือคืออะไร พี่เหนือไม่อยากได้นิ้ว อยากได้อย่างอื่น #ผิด
พี่เหนือทำน้องโกรธอย่างนี้แล้ว เดาดูกันค่ะว่านางจะไปง้อน้องมั้ย อิอิ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-02-2016 01:46:11 โดย NooDangzz »

ออฟไลน์ seaz

  • รักอยู่ไหน...ใจเรียกหา
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5390
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +381/-9
    • Easy Shop 4289
น้องธารเป็นอะไรมากไหมเนี่ย รุนแรงกับพี่เหนือตลอดเลย

ออฟไลน์ ♥lvl♀‘O’Deal2♥

  • หานิยายถูกใจยากจัง!
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2721
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-4
มาแล้ววว ขอบคุณค่าชอบเรื่องนี้มากกก แต่กว่าจะอัพ ฮือออ

ออฟไลน์ NooDangzz

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 479
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +212/-8
มาแล้ววว ขอบคุณค่าชอบเรื่องนี้มากกก แต่กว่าจะอัพ ฮือออ

รอหน่อยน้า เรื่องนี้อัพช้ากว่าเพื่อนหน่อยนิดนึง
ตอนนี้ติดต้นฉบับอยู่หลายเรื่องเลยค่ะ ไว้เคลียร์เรื่องอื่นครบแล้วจะมาอัพให้บ่อยๆเน้อ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3442
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
น้องธารค่ะ อย่าทำร้ายรถพี่เหนือมากนักเลยค่ะ สงสารพี่เหนือเดี๋ยวจะกินแกลบจะก่อน
สงสัยน้องธารจะมีปัญหาเรื่องครอบครัวแน่ๆ เลยเนี่ย

ออฟไลน์ tiew93

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 659
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
น้องธารจุดเดือดต่ำจางงง

ปล.อบรมได้ฟรุ้งฟริ้งมาก  :z1:

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8437
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ day9day

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-9
น้องธารปม เรื่องนี้ พี่เหนืออาจจะยังไม่รู้

รอตอนต่อๆไปนะครับ
อัพเร็วๆนะ ชอบเรื่องนี้มากๆ

ออฟไลน์ Bb nale

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 569
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0

ออฟไลน์ Dee^daY

  • ไม่เคย ทำให้ใครเดือดร้อน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4046
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-6

ออฟไลน์ PiSCis

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 361
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-2

ออฟไลน์ NooDangzz

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 479
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +212/-8
ชั่งใจ ครั้งที่ 5: พี่เหนือเดลิเวอร์รี[1]

ความฟินว่าอยู่ยั้งยืนยงแล้ว ความงงนี่อยู่ยั่งยืนกว่า

ยั่งยืนชนิดฝังรากแก้วลงไปในสมองผมเลยเถอะ จนตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าไปพูดอะไรให้ธารมันโกรธ อันที่จริงผมจะไม่สนใจก็ได้ว่าเด็กนั่นโกรธเรื่องอะไร แต่พอนึกถึงสวัสดิภาพของรถคันเก่งของตัวเองแล้วจะปล่อยผ่านก็เห็นทีจะไม่ได้ เลยต้องรีบเสนอหน้าไปถามพี่สมรว่าธารมีปัญหาอะไรที่บ้านหรือเปล่า ผมเดาเอาว่าอย่างนั้นเพราะตอนธารตอกกลับผม มันเน้นประเด็นเรื่องผู้ใหญ่ แต่ถามว่าพอไปถามพี่สมรที่เพิ่งดลับมาจากการพาโรมไปโรงพยาบาลแล้ว ถามว่าพี่สมรตอบคำถามผมมั้ย... ตอบ แต่ด่าก่อนตามด้วยเทศนาอีกหนึ่งชุดใหญ่ โทษฐานที่ผมปล่อยให้ธารหนีออกไปจากห้องปกครอง

บอกเลยว่ากูไม่ได้ปล่อยเว้ย มันก็ไม่ได้หนีด้วย แต่แม่งเดินออกไปเองหน้าด้านๆเลยต่างหาก!

สุดท้ายพี่สมรก็ตามกลับมาได้ แล้วก็พามันเข้าห้องเย็น พร้อมเชิญผู้ปกครองมารับทราบเรื่องอีกครั้ง ผมเลยได้รู้ในตอนนี้ว่าครั้งก่อนที่พี่สมรขู่ว่าจะเชิญผู้ปกครองตอนที่มันดูดบุหรี่ อันนั้นแค่ขู่ ไม่ได้ทำจริงเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เลยให้แค่เขียนสัญญาว่าจะไม่สูบบุหรี่ในวิทยาลัยอีก

แต่รอบนี้คือของจริง โทรตามจริง และผู้ปกครองมาจริง ตอนแรกที่ผมเห็นผู้ปกครองของธาร ผมอดตกใจไม่ได้เลยที่เห็นว่าพ่อของเด็กนั่นยังหนุ่มยังแน่นอยู่ อายุอานามไม่น่าจะเกินสามสิบห้าด้วยซ้ำ ทว่าผิด... ไม่ใช่พ่อของเด็กนั่น เป็นเลขาของพ่อต่างหาก มาแทนเพราะพ่อของธารไปประชุมที่กรุงเทพฯ เลยไม่ว่างมาเอง

มิน่า หน้าตาถึงไม่เหมือนกันสักนิด ธารหล่อกว่าเยอะ

แต่การมาของเลขาพ่อก็ทำให้ผมรู้ว่าพ่อของเด็กนั่นเป็นนักการเมืองท้องถิ่น ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกว่าตำแหน่งอะไรมารู้หลังไมค์จากพี่สมรอีกทีว่าเป็น ส.จ.

โหย ไม่แปลกใจละว่าทำไมเด็กเวรนั่นถึงได้มีรถมอเตอร์ไซค์แพงๆอย่างนั้น เรื่องแม่ของโรมกับจอมแก่นที่ไปเป็นแม่นมกับแม่บ้านก็ไม่สงสัยแล้วด้วย บ้านรวยชัวร์ไม่มั่วนิ่ม และดูท่าทางเป็นลูกคุณหนูโดนสปอยล์แน่นอนถึงนิสัยเสียแบบนี้

"แล้วพี่สมรพอจะรู้บ้างมั้ยครับว่าเด็กเวร...เอ้ย ธารใจมีปัญหาครอบครัวบ้างมั้ยครับ" ผมถามพี่สมรทันทีที่เคลียร์ปัญหาเด็กตีกันเสร็จและกลับเข้ามาในห้องพักครู นึกถึงตอนที่ธารพูดกับผมก็ถามออกไป ดีนะที่เปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกมันได้ทัน ไม่งั้นพี่สมรต้องตกใจแน่ที่เห็นคนสุภาพเรียบร้อยอย่างผมพูดจาหยาบคาย

ก็นะ ฉากหน้าก็ต้องดูดีหน่อย ลับหลังก็ช่างมันเถอะ

"เท่าที่เห็นก็ไม่มีนะ เอาตรงๆ พี่ก็ไม่รู้หรอก ตั้งแต่สอนเจ้าธารมาตั้งแต่เรียนปี1 พี่ยังไม่เคยเจอพ่อของเจ้าธารเลยสักครั้ง" พี่สมรพูดโดยไม่มองหน้าผม มือก็ขยับเม้าส์สลับกับกดแป้นพิมพ์บนโน้ตบุ๊กไปด้วย

"เอ้า แล้วที่เชิญผู้ปกครองมาล่ะครับ"
"ไม่ส่งเลขามา ก็ส่งลูกน้องคนอื่นมาตลอด ไม่เคยมาเองเลย"
"งานปฐมนิเทศอะไรนี่ก็ไม่เคยมาเหรอครับ"
"ไม่เคย ส่งลูกน้องมาตลอดแหละ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่มีผู้ปกครองนักศึกษาคนไหนมานะ มีแต่นักศึกษาที่มา มีแค่ธารคนเดียวนี่แหละที่มีผู้ปกครองมาด้วย รายนี้มีผู้ปกครองมาด้วยตั้งแต่ปีหนึ่งแล้ว ประชุมผู้ปกครองก็มีแค่คนของคุณพ่อเจ้าธารนี่แหละที่มาคนเดียว"

ตอนแรกผมเกือบจะเดาเอาแล้วว่าธารอาจจะมีปัญหากับพ่อ เพราะพ่อไม่ใส่ใจอะไรเทือกนี้ แต่ถ้าพี่สมรพูดอย่างนี้ ก็แสดงว่าการคาดเดาของผมผิดพลาดอย่างแรง

ถึงพ่อจะไม่มีเวลาให้ก็ใช่ว่าจะไม่ใส่ใจสักหน่อยนี่นา ส่งคนมาดูแลรับทราบพฤติกรรมของลูกชายตลอด กระนั้นผมก็ยังอดสงสัยไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ

“แล้วพี่สมรพอจะรู้มั้ยครับว่านอกจากคุณพ่อของธารแล้ว ยังมีผู้ใหญ่คนอื่นในครอบครัวด้วยอีกมั้ย” เดาว่าอาจจะมีปัญหากับสมาชิกในครอบครัวคนอื่น
พี่สมรละสายตาจากจอโน้ตบุ๊กมามองหน้าผม
“ไม่มีนะ เท่าที่เคยได้ยินจากคุณเลขา เห็นว่าเจ้าธารอยู่กับคุณพ่อแค่สองคน”
“อยู่แค่สองคน... หมายถึงธารอยู่บ้าน?” อันนี้ผมสงสัยขึ้นมากะทันหัน เพราะที่ผมรู้คือไอ้เด็กนั่นมันเช่าห้องอยู่ข้างห้องผม
ทว่าเหมือนพี่สมรจะไม่รู้ พยักหน้าแล้วพูดขึ้น

“อืม บ้านของเจ้าธารอยู่เลยวิทยาลัยไปหน่อยเดียวเอง ถัดไปถนนนึงน่ะ”
เอะใจขึ้นมาอีกแล้วแฮะ ในเมื่อบ้านก็อยู่ใกล้แค่นี้ ทำไมถึงต้องมาเช่าหออยู่

หากแต่ไม่ทันที่ผมจะได้ถามอะไรต่อ เอาแต่ยืนครุ่นคิด พี่สมรก็มองหน้าผมอย่างจับผิด แล้วเป็นฝ่ายถามผมบ้าง

“อยากรู้เรื่องเจ้าธารเยอะขนาดนี้นี่ มีอะไรหรือเปล่า ไอ้ตัวแสบทำอะไรน้องเหนือมาใช่มั้ย”
“เปล่าครับ เปล่าเลย” ...ยังไม่ได้ทำครับ แต่อีกเดี๋ยวมันใกล้จะทำแล้วล่ะ อยากบอกอย่างนี้ชะมัด
“งั้นก็ค่อยยังชั่วหน่อย นึกว่าจะก่อปัญหาอะไรอีก แค่นี้ก็ก่อเรื่องไม่เว้นวันอยู่แล้ว รายนี้น่ะนะเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เข้าปีหนึ่ง มีเรื่องได้ทุกวี่ทุกวัน ทั้งที่การเรียนก็ดี แต่เรื่องเกเรนี่เหลือรับประทานจริงๆ”

“เด็กนั่นน่ะนะครับเรียนดี?” ผมถามอย่างไม่เชื่อหู ก็จะให้เชื่อได้ไง ผมเข้าสอนทีไร มันหลับตลอดศกอย่างนั้น แถมหน้าตาก็ไม่ได้ดูฉลาดอะไรด้วย

พี่สมรก็เลยพิสูจน์ให้ผมเห็นด้วยการเปิดไฟล์ผลการเรียนของธารใจทุกเทอมขึ้นมา แล้วเลื่อนหน้าจอโน้ตบุ๊กให้ผมดู เห็นเลข 4.00 ทุกเทอมแล้วผมก็อ้าปากค้าง
โหย ฉลาดนี่หว่า มึงนอนเพื่อนิมิตความรู้เอาไปสอบแน่ๆ เหมือนกูเดี๊ยะ!

เหมือนหรือไม่เหมือนไม่รู้ แต่ผมเข้าใจชัดเจนแจ่มแจ้งเลยว่าเป็นความสามารถพิเศษเฉพาะบุคคล ผมเองก็ไม่เข้าเรียนเหมือนกันถ้าวิชานั้นไม่มีเช็คชื่อ อ่านหนังสือเอาเองแล้วเข้าไปสอบก็กวาดเอมาได้ง่ายๆ เช่นเดียวกันถ้าจับจุดถูก

หากแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมสนใจมากเท่าสิ่งที่พี่สมรพูดขึ้นต่อไป
“เจ้าธารเรียนเก่งมาก ได้ที่หนึ่งของแผนกทุกเทอม แต่พี่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเกเรนัก พี่พยายามเข้าหาหลายครั้งแล้วเหมือนกัน สนิทน่ะมันก็สนิทอยู่นะ แบบพูดเล่นกันได้ แต่เจ้าธารก็ไม่ยอมเปิดใจเท่าไหร่ ถามเรื่องทางบ้านทีไร ถ้าไม่คุยด้วยก็เดินหนีทุกที พี่เองก็จนปัญญาจะไปยุ่มย่ามเหมือนกัน เคยแต่ได้ยินเพื่อนของพี่ที่เป็นครูโรงเรียนประจำที่เจ้าธารเคยเรียนบอกมาว่าเจ้าธารเริ่มเกเรตั้งแต่ที่คุณแม่เสียไปตอน ม.สาม ก่อนหน้านี้เป็นเด็กเรียบร้อยจะตาย”

โรงเรียนประจำก็คือโรงเรียนเอกชนชื่อดังของจังหวัดน่ะ ส่วนเรื่องธารเข้าถึงยาก ผมเห็นด้วยจังๆ รู้สึกตลอดว่าเหมือนมีกำแพงบางอย่างมากั้นขวางเวลาที่ผมคุยกับเด็กนั่นอยู่ตลอดเวลา ส่วนเรื่องแม่เสียชีวิตนั้น ผมรู้มาจากลูกสมุนธารใจแล้วเลยไม่แปลกใจเท่าไหร่ จะมีอยู่เรื่องเดียวนี่แหละที่ยังคาใจอยู่

“เห็นพวกเพื่อนๆ ธารใจบอกว่าตอนที่คุณแม่เสีย ธารใจหยุดเรียนไปปีนึง พี่สมรพอจะรู้มั้ยครับว่าเพราะอะไร”
พี่สมรส่ายหน้าแทบจะไม่ต้องเสียเวลาคิด “เรื่องละเอียดอ่อนแบบนั้น ถามไป เจ้าธารไม่พูดหรอก พี่เองก็ไม่อยากจะไปเซ้าซี้ถามด้วย เพราะพูดถึงแม่ทีไร เจ้าธารก็ของขึ้นทุกที เลยไม่อยากไปแตะเท่าไหร่”

“งั้นเหรอครับ” ผมคราง เข้าใจขึ้นมาอีกนิดว่าทำไมธารถึงสั่งให้เปลี่ยนเรื่องคุยตอนที่ผมถามเรื่องแม่
“แต่เท่าที่พี่รู้ คุณแม่ของธารเสียชีวิตเพราะถูกฆ่านะ”
“ฮะ!?” อันนี้เซอร์ไพรส์ผมอย่างจัง อุทานออกมาซะเสียงดังจนพี่สมรตีแขนผมเรียกสติเบาๆ เมื่อถูกสายตาของอาจารย์คนอื่นในห้องจับจ้อง
“ถูกยิงน่ะน้องเหนือ ถูกยิงค่ะ ไม่ใช่ฆ่าแบบชำแหละอะไรอย่างนั้น ตอนนั้นที่ออกข่าว เหมือนจะเป็นการยิงผิดตัวด้วย พูดง่ายๆ คือโดนลูกหลงน่ะ”

ผมพ่นลมหายใจออกมาเลย เกือบจะเข้าใจผิดไปแล้วว่าโดนฆ่าแบบโหดเหี้ยมอะไรอย่างนี้ แต่เอาจริงๆ โดนยิงนี่ก็ถือว่าโหดร้ายเหมือนกันนะแม้ว่าจะเป็นการโดนลูกหลงก็เถอะ

“น้องเหนือมีอะไรจะถามอีกมั้ยคะ ถ้าไม่มี เดี๋ยวพี่จะได้ขึ้นไปสอน” พี่สมรตัดบท ผมเลยส่ายหน้าให้เป็นพัลวัน ตามด้วยยกมือไหว้
“ไม่มีครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูลมากนะครับพี่สมร”

พี่สมรรับไหว้ เตรียมอุปกรณ์การสอนแล้วทำท่าจะออกจากห้องพักครูไป ทว่าไม่ทันจะได้ก้าวออกไปไหน เธอก็เดินกลับเข้ามาหาผม ยกมือขึ้นตบไหล่เบาๆ พลางกระซิบบอก

“เจ้าธารน่ะเป็นเด็กดีนะจริงๆ แล้ว เป็นเด็กที่น่าสงสารมากด้วย ถึงจะเกเร แต่ก็ไม่ได้ดื้อด้านถึงขนาดจัดการไม่ได้ ถ้าน้องเหนือสามารถทำให้เจ้าธารไว้ใจได้ รับรองเลยว่าเอาเจ้าธารอยู่แน่ ฉะนั้น พี่ฝากให้น้องเหนือดูแลเจ้าธารเป็นกรณีพิเศษด้วยนะ”

อะ...เอ้าป้า! กูแค่มาถามหาข้อมูลเฉยๆ ไหงจู่ๆ ยัดงานช้างให้กูล่ะวะ!?

กำลังจะอ้าปากปฏิเสธ แต่พี่สมรก็ยกนิ้วชี้ขึ้นไหวไปมาในอากาศ พลางขู่
“ไม่ทำก็ไม่ผ่านฝึกงานนะจ๊ะ”

อีป้ามึง! กูเป็นนักศึกษาฝึกงานนะ ไม่ใช่นักสังคมสงเคราะห์ที่จะได้ให้ไปบำบัดไอ้เด็กมีปัญหาเนี่ย!

แต่ผมเถียงออกมั้ยล่ะ... ไม่ แถมป้านั่นก็เดินออกจากห้องพักครูไปสบายใจเฉิบแล้วด้วยหลังผลักภาระมาให้ผมได้

ทีนี้ผมจะเอาไงต่อล่ะ...

ปล่อยแม่ง ใครจะไปดูแลมันวะ แค่ตัวเองยังจะเอาไม่รอด แถมยังโดนมันขู่ตลอดเวลาอย่างนั้น คงน่าเอ็นดูตายล่ะ!
 



แม้จะคิดว่าปล่อยให้ไอ้เด็กเวรนั่นมันไปดี แล้วผมก็ทำเฉยๆ ตามปกติ เวลาพี่สมรถามว่าได้ดูแลมันมั้ย ผมก็กะจะเนียนๆ ไปว่าดูแลแล้ว แต่มันไม่สนใจผมไรงี้ จะได้ไม่ถูกปรับคะแนนฝึกงานตก ทว่าเอาเข้าจริงแล้ว ผมก็แอบเป็นห่วงเด็กนั่นเหมือนกันนะ ที่ห่วงนี่ไม่ใช่อะไรหรอก อันดับแรกเลยคือห่วงรถตัวเองเพราะมันประกาศไว้เรียบร้อยแล้วว่ารถได้เข้าไปนอนเล่นในอู่บ่อยแน่ และอันดับสองคือห่วงความปลอดภัยของตัวเอง วันดีคืนดีมันเกิดคุ้มคลั่งขึ้นมาเมื่อไหร่ เอามีดมากระซวกผมจะทำยังไง ยิ่งอยู่ห้องข้างๆ มันด้วยนี่ยิ่งต้องระแวง

จริงๆ เอามีดมาแทงให้ตายทีเดียวเลยยังไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเอาอีน้องมายด์มาบุกห้องข่มขืนผมล่ะก็ เหย...นี่แหละนรกของจริง
เย็นวันนั้นพอไปเอารถออกจากอู่ได้ ผมก็โทรหาไอ้ยีนส์กับไอ้กั้ง บอกว่าจะขับไปหามัน พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ด้วยเลยไม่ต้องไปฝึกงาน พวกมันแปลกใจนิดหน่อยที่ผมจะมาหาแบบกะทันหัน ผมเลยบอกพวกมันไปตามตรงว่าไม่อยากอยู่ห้อง จะไปขอค้างด้วยคืนนึง

ก็ใครมันจะกล้าไปอยู่วะ วันนี้เพิ่งไปขัดใจเด็กช่างนั่นมา อย่าหวังเลยว่าคืนนี้จะได้อยู่ในห้องตัวเองอย่างเป็นสุข
ใช้เวลาร่วมชั่วโมงก็ขับรถมาถึงกำแพงเพชร ยีนส์กับกั้งอยู่ในตัวเมืองเลยหาหอพักพวกมันไม่ยาก ทันทีที่เจอหน้าผม พวกมันก็แสดงท่าทางเหมือนตายอดตายอยาก สั่งให้ผมขับรถพาไปตระเวนหาของกินซะทั่วเมือง โดยเฉพาะไอ้ยีนส์เนี่ย ไม่รู้ท้องมันมีหลุมดำหรือไง กินร้านนู้นร้านนี้แล้วก็ยังไม่พอ ยังจะชวนไปกินต่ออีก มารู้อีกทีก็ตอนไอ้กั้งกระซิบบอก
‘ยีนส์เป็นเมนส์’…

โอเค กูจะไม่ยุ่ง กูจะเอามึงวางบนหิ้ง ผู้หญิงมีวันนั้นของเดือนคือร่างทรานส์ฟอร์มที่น่ากลัวที่สุดแล้ว โดยเฉพาะไอ้ยีนส์เวลามันทรานส์ฟอร์มเนี่ย หงุดหงิดกับแฟนมันคนเดียวไม่พอ ยังพาลมาหงุดหงิดผมด้วย ยอมเลย ยอม

“ทำไมมึงไม่กินวะ”
เป็นคำถามรอบที่ล้านแปดหลังจากที่มันสั่งให้ผมแวะร้านน้ำแข็งไสเกาหลีบิงซู สั่งอย่างเดียวไม่พอ บังคับให้ผมกับไอ้กั้งช่วยมันกินอีก คอยดูเถอะ อีกเดี๋ยวมันต้องบ่นว่าปวดท้อง ผู้หญิงมีประจำเดือนเค้าให้กินของเย็นๆ แบบนี้ได้ด้วยเหรอวะ
“กินสิวะ นั่งมองหาสวรรค์วิมานอะไร กูกินคนเดียวไม่หมด”
มึงสั่งมา มึงก็รับผิดชอบสิโว้ย!

อยากจะตะโกนใส่หน้ามันแบบนี้ชะมัด แต่พอเห็นสีหน้าหงุดหงิดประหนึ่งป้าแม่บ้านโดนหวยกินหลายงวดติดกันแล้ว ผมก็เลยยอมหุบปากเงียบ มีแต่กั้งเท่านั้นที่ยอมหยิบช้อนขึ้นมาตักน้ำแข็งไสเข้าปากแต่โดยดี ขณะที่มันกินไป มันก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของผมที่มาถึงก็เอาแต่เงียบ ไม่พูดมากเหมือนปกติ จนกั้งเป็นฝ่ายถามขึ้นมา

“ว่าจะทักหลายรอบแล้ว มึงเป็นอะไรไอ้เหนือ ไม่ค่อยร่าเริง มีเรื่องอะไรให้คิดไม่ตกหรือไง”
นี่แหละไอ้กั้ง คนสนิทมีท่าทีผิดแปลกไปนิดหน่อยก็ดูออกหมด
“ก็นิดนึงว่ะ”
“เรื่องฝึกงาน?”
“เออ” ผมตอบรับ มือก็หยิบช้อนเขี่ยน้ำแข็งไสไปมาจนมันละลาย

ยีนส์ละสายตาขึ้นมามองผมตอนนี้นี่เอง ก่อนจะว่าเสียงแหลม
“ถึงว่ามึงถึงได้ถ่อมาหาพวกกูได้ ทำไมวะ โดนเด็กช่างรุมตุ๋ยหรือไง”
“ไม่ใช่” ผมเสียงดังขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินเพื่อนบ้านี่พูดไร้สาระ แถมพูดเสียงดังจนโต๊ะข้างๆ หันมามอง
แต่มันก็ไม่หยุด พูดขึ้นมาอีก
“งั้นมึงก็ไปตุ๋ยเด็ก?”
“ป้ามึงเถอะไอ้ยีนส์ เห็นกูเป็นคนยังไงเนี่ย!”
“ขี้เมา ทุเรศ หื่นกาม มั่วไปเรื่อย” มันตอบมาหน้าตาเฉย ผมเลยรู้หมดเลยว่าพวกเพื่อนเวรนี่คิดกับผมยังไง
“มึงพูดไร้สาระอีก กูจะตบมึงด้วยช้อนเลยไอ้ยีนส์” ผมแยกเขี้ยวขู่

ยีนส์ยักไหล่ไม่ยี่หระ กินน้ำแข็งไสต่อ มีแต่กั้งเท่านั้นที่เข้าประเด็นแบบสาระเน้นๆ
“ตกลงมีเรื่องอะไร มึงถูกเด็กช่างทำอะไรมาหรือเปล่า”
“ก็ไม่เชิงว่ะ”
พูดแค่นี้ หัวคิ้วของกั้งก็ย่นยู่ทันตา “กูบอกมึงแล้วใช่มั้ยว่าให้หาอาวุธติดตัวไปด้วย”
“มึงเข้าใจผิดไปไหนต่อไหนแล้วเนี่ย กูไม่ได้โดนทำร้ายร่างกาย แล้วไอ้เด็กที่วิทยาลัยมันก็ไม่ได้พกอาวุธ มีการตรวจทุกเช้าเย็นอย่างนั้น ไม่ต้องห่วงเลยว่ามันจะเอามีดมาฟันโชะเดียว เจี๊ยวหายอย่างที่ไอ้ยีนส์เคยพูด มีแต่รถนี่แหละที่โดน หมากฝรั่งป้ายบ้าง พ่นสีใส่บ้าง อะไรอย่างนั้น” ผมว่าไปตามความจริง สีหน้าของกั้งเลยดูผ่อนคลายลง

“งั้นก็ค่อยยังชั่ว ว่าแต่มึงไปทำอีท่าไหนถึงได้โดนเล่นงานเข้าวะ”
“เรื่องมันไม่มีอะไรเลยมึง แค่เด็กคนนึงมันไม่ชอบขี้หน้ากู แล้วกูดันไปอบรมมันเพราะมันไปตีกับชาวบ้าน มันก็เลยขู่กูใหญ่เลยทีนี้ ไม่รู้ว่าอาทิตย์หน้าจะโดนอะไรบ้าง กูล่ะเพลียเหลือเกิน” ว่าแล้วก็ยกมือขึ้นเท้าหน้าผากไปด้วย บ่งบอกให้รู้ว่าเพลียจริงๆ ไม่ได้เพลียร่างกายนะ เพลียใจ

“มึงก็ไม่ต้องเอารถไปฝึกงานสิ นั่งรถสามล้อ ไม่ก็นั่งรถมอ’ไซค์วินไป”
“ถ้ามันง่ายอย่างนั้นก็ดีสิวะ แต่ไอ้เด็กคนที่กูบอกดันอยู่หอเดียวกับกูด้วยเถอะ หอเดียวไม่ว่า ข้างห้องกันด้วย มึงจะให้กูหนียังไง”
พูดอย่างนี้ กั้งกับยีนส์ก็มองหน้ากันเลย เหมือนจะเข้าใจโดยไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติมว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไง อันที่จริงผมว่าพวกมันไม่สนใจมากกว่าว่าเรื่องมันเกิดขึ้นจากอะไร พวกมันสนวิธีแก้ปัญหาของผมต่างหาก

“แล้วทีนี้มึงจะเอาไง กูว่าโดนฆ่าหมกห้องแน่”
“ไอ้ยีนส์ ขอร้องเลยนะ ถ้ามึงไม่รู้จะพูดอะไรก็อย่าพูด สำรอกออกมาแต่ละคำนี่คำมงคลทั้งนั้น” ผมแขวะยีนส์บ้างหลังจากทนฟังมันกระแหนะกระแหนอยู่นาน
ไอ้ยีนส์ยักไหล่อีกที ส่วนกั้งในตอนนี้ก็ยกมือขึ้นประสานกันอย่างครุ่นคิด ก่อนจะเปรยออกมาลอยๆ

“กูว่าเด็กที่มึงมีปัญหาด้วยน่าจะเป็นคนมีปัญหาอยู่แล้ว อย่างพวกปัญหาทางบ้านอะไรแบบนี้ เลยออกอาการต่อต้าน”
ใช่เลย! ฉลาดมากกั้งเพื่อนรัก ไอ้ยีนส์ มึงดูแฟนมึงเป็นตัวอย่างเลย!

“กูก็คิดแบบมึงนั่นแหละ แต่พอไปถามพี่ซุปฯ พี่เค้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเด็กนั่นมีปัญหาอะไรทางบ้านมั้ย ทั้งครอบครัวมีมันกับพ่อแค่สองคน แต่ก็ไม่ใช่ว่าพ่อมันจะไม่ใส่ใจนะ ถึงจะไม่มีเวลาให้ลูก แต่ก็ส่งคนมาดูแลตลอด เรื่องโดนเด็กจองล้างจองผลาญว่าแย่แล้วนะ โดนพี่ซุปฯ สั่งให้ดูแลมัน ถ้าไม่ดูแลก็ขู่ว่าจะไม่ให้ผ่านฝึกงานนี่แย่บรมเลยว่ะ” ผมบ่นยาว ขณะที่ยีนส์กับกั้งเองเบิกตาโต
“เออว่ะ แย่จริงด้วย แต่นะ ไอ้เด็กนั่นอย่างกับบ้านรวยเลยว่ะ พ่อมันทำงานอะไรวะ” ยีนส์เป็นคนถาม

“ได้ยินมาว่าพ่อมันเป็น ส.จ.นะ แล้วก็ไม่ใช่แค่บ้านรวยด้วย เรียนก็เก่ง ได้ 4.00 ทุกเทอม แต่ไม่รู้ทำไมมันถึงได้เกเรงี้ กูพูดอะไรถามอะไรไป แม่งทำท่าเหมือนอย่างกับจะกินหัวกูตลอด”
ยีนส์กับกั้งแทบไม่ได้ฟังที่ผมพูดเมื่อกี้เลยสักนิด แถมยีนส์ยังหันไปถามกั้งหน้าตาเฉยอีกต่างหาก
“ส.จ.ย่อมาจากอะไรอะกั้ง”

กั้งยกมือขึ้นใช้นิ้วดันกรอบแว่นให้เข้าที่พลางพูด
“อสุจิ”
อสุจิบ้านมึงสิไอ้กั้ง! สมาชิกสภาจังหวัดเว้ย! ใครสอนสังคมมึงตอนมัธยม มึงกลับไปขอเรียนใหม่เดี๋ยวนี้!
“ไอ้กั้ง นี่มึงเล่นมุข?” ผมถามเสียงเครียด กั้งเลยพยักหน้า

“เออ กูเห็นมึงเครียด เลยหยอดไปนิดหน่อย”
ทีหลังมึงจะเล่นมุขแบบนี้ มึงเอากลับไปเล่นที่บ้านเลยไอ้กั้ง!

แม่งเครียดหนักกว่าเดิมอีก แทนที่มาหาเพื่อนจะได้ไอเดียอะไรไว้เอาตัวรอดจากไอ้เด็กธารบ้าง แต่ดูเหมือนจะไม่ได้เรื่องสักอย่าง เสียเวลาขับรถมาหาพวกมันจริงๆ เปลืองน้ำมันอีกให้ตาย!

“เหนือ กูพูดจริงๆ นะ” จู่ๆ ยีนส์ก็แทรกขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย พอผมเงยหน้าไปมอง มันก็พูดต่อ “เด็กนั่นน่ะ จริงๆ ไม่มีอะไรหรอก กูเคยเรียนวิชาของสังเคราะห์ฯ มาตัวนึง ว่ากันว่าพวกคนที่มีปมอะไรแบบกระทบกระเทือนจิตใจแรงๆ จะมีการต่อต้านคนหรือสิ่งที่มีลักษณะคล้ายกับต้นเหตุของปมที่ตัวเองเกลียด กูว่าถ้ามึงจับจุดได้ว่าเด็กนั่นเกลียดอะไร แล้วมึงใช้วิธีเข้าหาด้วยลักษณะตรงข้ามสิ่งที่เด็กนั่นเกลียด กูว่ามึงเข้าหาเด็กนั่นได้ไม่ยากเลย”

สังเคราะห์ฯ ที่ยีนส์ว่า หมายถึงคณะสังคมสงเคราะห์ที่มหา’ลัยผม แต่การที่มันเรียนวิชาแปลกๆ ต่างคณะก็ไม่น่าแปลกใจเท่ากับการที่คำพูดคำจาของมันมาในเชิงวิชาการ ร้อยวันพันปีเห็นไร้สาระตลอด วันนี้องค์เจ้าแม่ยีนส์ลงเพราะเป็นเมนส์แน่ๆ

“มึงมั่นใจได้ไงวะว่าจะได้ผลถ้ากูทำแบบนั้นน่ะ”
“กูก็ไม่มั่นใจ”
เอ้า!
“แต่ไม่ลองก็ไม่รู้” กั้งเสริมทันทีที่เห็นผมทำหน้าเหวอ “แต่มันก็แล้วแต่มึงจะเลือก เลือกเอาว่าจะปล่อยให้เด็กนั่นแกล้งมึงไปตลอดการฝึกงานแล้วมึงก็หนีอย่างเดียว หรือจะเป็นฝ่ายไล่กวดมันให้มันเลิกแกล้งมึงเอง ถ้ามึงจะเป็นฝ่ายไล่กวด มึงก็ต้องทำให้ได้อย่างที่ยีนส์พูด... เป็นคนที่เด็กนั่นไว้วางใจ”

ฟังแล้ว ผมก็ถอนหายใจแล้วพยักหน้าเออออไป เข้าใจสิ่งที่พวกมันพูดอยู่แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเอายังไง
ก็จะให้ตัดสินใจได้ยังไงล่ะ วันนี้เพิ่งจะโดนพูดแสกหน้ามาเองว่า ‘โคตรคิดถูกเลยที่ไม่ไว้ใจเต็มร้อยตั้งแต่ตอนแรก’ แล้วอย่างนี้คิดเหรอว่าธารมันจะเข้าใกล้ผมอีก

จากนั้นพวกเราก็ไม่ได้คุยอะไรกันต่อเพราะจู่ๆ ไอ้ยีนส์ก็เกิดปวดท้องด้วยกินเยอะเกินลิมิต ลำบากผมต้องขับรถพามันไปหาหมออีก วุ่นวายกันทั้งคืนก็เพราะวันแดงเดือดของมันคนเดียวเลย แต่ก็เอาเถอะ ถือว่าการมาหาพวกมันก็มีประโยชน์บ้างล่ะนะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-02-2016 01:50:02 โดย NooDangzz »

ออฟไลน์ NooDangzz

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 479
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +212/-8
ชั่งใจ ครั้งที่ 5: พี่เหนือเดลิเวอร์รี[2]

ผมกลับมาที่พิษณุโลกในเช้าวันอาทิตย์ด้วยยีนส์กับกั้งต้องไปฝึกงานในวันอาทิตย์นี้ด้วย เหตุผลก็ไม่มีอะไร พี่ซุปฯ ของพวกมันขอให้ไปช่วยเตรียมเอกสารงานกิจกรรมวิชาการของอาทิตย์หน้าที่จะมาถึง ผมเองก็ไม่อยากรบกวนพวกมันเลยตัดสินใจกลับดีกว่า

ทันทีที่ถึงหอ ตอนแรกก็ตุ๊มๆ ต่อมๆ ว่าถ้าเจอไอ้เด็กธาร ผมจะทำหน้ายังไง แต่พอมาถึงหน้าห้องมันปุ๊บ ก็เห็นว่าหน้าห้องมีแม่กุญแจคล้อง บ่งบอกว่ามันไม่ได้อยู่ ผมเลยโล่งใจไปว่าไม่ต้องเผชิญหน้ากับมันตอนที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลายอย่างนี้ ทว่าก็อดอยากรู้ไม่ได้เลยว่ามันหายหัวไปไหน คอยเปิดประตูมาสังเกตการณ์ตลอด แต่ก็ไม่เห็นมันโผล่หัวกลับมาซะทีกระทั่งฟ้ามืด แล้วผมออกไปซื้อผัดไทกลับมาที่ห้อง ถึงได้เห็นว่าแม่กุญแจที่คล้องอยู่ข้างหน้า บัดนี้มันหายไปแล้ว

กลับมาห้องแล้วแหง... เพื่อความชัวร์ ก้มมองใต้ประตูมันด้วย หูก็เอาแนบประตู ฟังว่ามันกำลังทำอะไรอยู่

สภาพเหมือนพวกถ้ำมองไม่มีผิด แต่พอได้ยินเสียงเพลงดังลอยออกมาจากห้อง ผมก็ลุกขึ้นยืนเหมือนเดิม จากความอยากรู้ว่ามันไปไหน ตอนนี้กลายเป็นความหวั่นใจละว่าดึกๆ มันจะปีนระเบียงมาห้องผม แล้วจัดการเอาอีโต้สับโชะตายคาห้อง

เอาไงดีวะไอ้เหนือ ทำอะไรสักอย่างให้มันรู้สึกว่า...เออ ถึงวันก่อน มึงจะโกรธกู แต่กูยังหวังดีและเป็นห๊วงเป็นห่วงมึงอยู่นะ ทั้งที่ใจจริงจะไม่ใช่เลยก็เถอะ ทำเพื่อความอยู่รอดล้วนๆ

คิดอยู่พักนึง สายตาก็เหลือบไปเห็นผัดไทในมือตัวเองที่ซื้อมาสองห่อ
เอาวะ เสียสละให้มันไปห่อนึงแล้วกัน เอาของตัวเองออกมา เหลืออีกห่อที่อยู่ในถุงเอาไปแขวนบนลูกบิดประตู แขวนเสร็จก็เคาะเรียกสองสามที จากนั้นก็กะว่าจะวิ่งเข้าห้อง

แต่... เวรเอ๊ย กูลืมไขประตูห้องรอไว้ก่อน

มือไม้เป็นระวิงเลยทีนี้ โชคดีที่วิ่งเข้าห้องได้ทันก่อนที่มันจะเปิดประตูออกมา ที่รู้ก็เพราะได้ยินเสียงเปิดประตูน่ะ ตามมาด้วยเสียงขุ่นๆ ว่า ‘ใครวะ แล้วนี่ถุงเชี่ยไร’ ผมอยากจะตะโกนตอบกลับไปมากว่า ‘ถุงผัดไทเว้ย ไม่ใช่ถุงเชี่ย!’ แต่ก็ไม่กล้าพอ ยืนฟังมันอยู่ครู่หนึ่งกระทั่งได้ยินเสียงประตูปิด ถึงได้หายใจโล่งอีกครั้ง
ขะ...ขวัญเอ๊ย ขวัญมาไอ้เหนือ ครั้งแรกก็งี้แหละ ตื่นเต้นเป็นธรรมดา พรุ่งนี้ค่อยเอาใหม่



 
พรุ่งนี้ค่อยเอาใหม่จริงๆ พอถึงเวลาที่ผมไปซื้อข้าว ผมก็ซื้อเผื่อธารมาด้วย แล้วก็เอาไปแขวนหน้าห้องมันดังเดิม ทำแบบนี้ได้อยู่สามสี่วัน อาการหวาดผวาที่ต้องเคาะห้องมันก่อนแล้วหนีเข้าห้องตัวเองก็เริ่มหายไปละ แถมไปฝึกงานอย่างสบายใจด้วยถึงแม้รถจะโดนเล่นงานอยู่เนืองๆ ทุกวันก็ตาม แต่ก็ไม่ได้หนักมากอย่างคราวก่อน ก็แค่โดนปล่อยยาง และล่าสุด...

เอ่อ...โดนถอดล้อ

ไม่หนักพร่อม! พวกมึงไปเอาเครื่องมือจากไหนกันมาถอดล้อรถกูวะ!

เอามาจากแผนกช่างยนต์แน่ๆ แต่ถึงอย่างนั้น ปฏิบัติการทำลายกำแพงต่อต้านของเด็กเวรนั่นก็ยังดำเนินต่อไป ผมก็ยังซื้อข้าวไปแขวนหน้าห้องมันทุกเย็นอยู่ดี คิดเอาเองว่ามันน่าจะรู้ว่าผมเป็นคนเอาไปแขวน แล้วอีกสักพักมันก็คงจะเลิกแกล้งผม

ทว่า... ผิดถนัด! ไม่รู้ไม่พอ แม่งติดกระดาษเขียนตัวหนังสือเบ้อเร่อว่า ‘อย่าเอาอะไรมาแขวนไว้หน้าห้อง ไม่กิน!’
โห ไอ้โหด ความหวังดีของกูนี่ปลิวไปกับสายลมเลย เดาออกทันทีว่าไอ้ที่เสียเงินซื้อๆ ให้มันไปนี่ มันเอาไปทิ้งหมดแน่
ได้! ในเมื่อมึงไม่รู้ว่าใครเป็นคนเอาไปแขวนก็ได้! เขียนชื่อแปะแม่ง!

เอาใหม่ เขียนชื่อแปะก็ดูจะอาจหาญไป เอาเป็นเขียนโน้ตเล็กๆ น่ารักมุ้งมิ้งก็แล้วกัน

‘กินข้าวหรือยังครับน้องธาร พี่เหนือซื้อก๋วยเตี๋ยวมาฝากนะ เจ้านี้อร่อย กินเยอะๆ นะครับ’

แขวนเสร็จ เคาะประตูแล้วหนีเข้าห้องเหมือนเดิม ตามด้วยธารที่เปิดประตูออกมาให้ได้ยิน ผมที่อยู่ในห้องลุ้นใจเต้นระทึกเลยว่ามันจะมาเคาะห้องผมเรียกออกไปกระทืบมั้ย แต่ไม่ มันแค่ตะโกนมาเท่านั้น

“บอกว่าไม่ต้องเอามาแขวนอีก ไม่เข้าใจหรือไงวะ!”

กูเข้าใจ... เข้าใจดีเลย แล้วมึงคิดว่ากูอยากทำหรือไง ถ้าพี่สมรไม่ขู่ว่าจะไม่ให้กูผ่านฝึกงานเพราะไม่ดูแลมึง กูก็ไม่ทำหรอกเว้ย!

ผ่านมาอีกวัน ผมก็ทำแบบเดิมอีก เพิ่มเติมคือมีโน้ตเล็กๆ ติดไปด้วย ทำแบบนี้มาได้สักอาทิตย์ จากที่ได้ยินเสียงธารตะโกนด่ามาทุกครั้งที่ผมเคาะประตูห้องมันแล้วหนีเข้าห้อง ก็เริ่มจะไม่มีเสียงละ มีแค่เสียงเปิด-ปิดประตูแล้วก็เงียบตลอดคืน เพิ่งสังเกตด้วยว่าพักนี้พวกลูกสมุนไอ้เด็กธารก็ไม่มารวมตัวกินเหล้าส่งเสียงโวยวายด้วย ผมก็เลยได้นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่

วันนี้ก็เลยตื่นเช้ากว่าปกติ กะว่าจะไปที่วิทยาลัยเร็วสักหน่อยเพราะอาจารย์จะมานิเทศการฝึกงานครั้งแรก
ทว่าพอเปิดประตูห้องออกไปปุ๊บ สายตาผมก็เหลือบเห็นถุงพลาสติกที่แขวนอยู่บนลูกบิดประตูด้านนอก พอเดินออกมาดูก็เห็นว่ามันเป็น...
“ข้าวเหนียวหมูปิ้ง...”

มีข้าวเหนียวอยู่ห่อนึงกับหมูปิ้งสามไม้ มองแล้วก็เอะใจว่ามันมาแขวนอยู่หน้าห้องผมได้ยังไง แถมยังร้อนๆ อีกด้วย ก่อนสายตาจะเหลือบเห็นโน้ตที่เขียนลงบนกระดาษทิชชูเน่าๆ

‘หัดกินข้าวเช้าบ้าง เดี๋ยวก็ไม่มีแรงไปรับมือเด็กหรอก งี่เง่า!’

โอ้ สำนวนอย่างนี้ ใช่เลย น้องธารใจรูปหล่อแน่นอน แหม ตอบแทนกันอย่างนี้ แสดงว่าเริ่มมีไมตรีแล้วสินะ
แต่ถามว่าผมกินมั้ยละหมูปิ้งมันเนี่ย... ไม่ เกิดมันเอายาเบื่อหนูทาไว้ ผมก็ตายหองกันพอดี จะเอาทิ้งถังขยะก็กลัวว่าเดี๋ยวจะมีหมาไปคุ้ยแล้วกินโดนยาพิษตาย ฉะนั้นจึงเอาไปวิทยาลัยด้วย และให้... น้องมายด์

กินเลยจ้า กินเลย มึงตายไปจะได้เลิกเต๊าะกูซะที ขณะที่อีน้องมายด์รับข้าวเหนียวหมูปิ้งไปด้วยสีหน้าระรื่น
“อ้ายเหนือใจ๋ดีแต้ดีว่า ฮักเมาข้าเจ้าแล้วอะเนอะ (พี่เหนือใจดี๊ใจดี ตกหลุมรักหนูแล้วล่ะซี่)” ตามด้วยการยัดข้าวเหนียวเข้าปากอย่างเมามันส์

บอกเลยกูไม่ได้ตกหลุมรักมึงหรอก มีแต่มึงนี่แหละที่ลงหลุมถ้ามียาเบื่อน่ะ
เดชะบุญ อีน้องมายด์ดวงแข็ง ฟาดเรียบแต่ไม่ตาย แถมยังมาเต๊าะผมหนักกว่าเดิมด้วยเพราะคิดว่าผมเอ็นดูมัน

โอย กรรมของกูแท้ๆ
 



เย็นนี้เลยอ่อนล้าผิดปกติด้วยต้องรับมือน้องมายด์ตลอดทั้งวัน เหนื่อยถึงขนาดลืมซื้อข้าวเย็นทั้งที่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะแวะก่อนกลับ แต่ก็ช่างเถอะ ลืมแล้วก็ลืมไป เข้านอนเลยแล้วกัน เหนื่อยเกินจะทนละ
หากแต่หลับไปได้ไม่กี่ชั่วโมง เสียงเคาะประตูห้องผมก็ดังขึ้น ก่อนจะดังถี่รัวเมื่อผมไม่ลุกไปเปิดสักที

“ใครวะ!” ด้วยความหงุดหงิดที่โดนรบกวนเวลานอนเลยแผดเสียงออกไปขณะที่ขาก็เดินไปเปิดประตูห้องด้วย
พอเปิดออกมา เห็นว่าเป็นธารที่ใบหน้ายังมีรอยช้ำและใส่ชุดลำลอง จากที่งัวเงียๆ อยู่ ผมก็ตาสว่างทันควัน

ปัง!

ปิดประตูใส่หน้าแม่ง

คุณพระคุณเจ้า! มันมาเคาะห้องเรียกกูทำไมวะ! ไปทำอะไรไม่ถูกใจมันอีกหรือเปล่าเนี่ย!

เพราะปิดประตูใส่ มันก็เลยเคาะรัวหนักกว่าเดิม
“เปิดสิโว้ย! จะปิดใส่หน้าทำไมวะ!”
แล้วมึงพูดอย่างนี้ ใครมันจะไปอยากเปิดให้วะ! เปิดไปกูจะโดนมึงต่อยมั้ย ตอบ!
แต่ก็เปิดอยู่ดีนั่นแหละ ตามด้วยยิ้มแห้งๆ ใส่ด้วย
“วะ...ว่าไงครับน้องธาร มีธุระอะไรกับพี่เหนือเหรอ”

ธารไม่ตอบ มองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วพูดเรื่องอื่นเฉย “อย่าบอกนะว่านอนทั้งชุดนักศึกษาแบบนี้?”
เออสิ มึงคิดว่าโดนเพื่อนมึงเต๊าะจนหมดแรงอย่างนั้น กูจะมีเรี่ยวแรงที่ไหนไปอาบน้ำอีก
“เดี๋ยวพี่เหนือค่อยอาบน่ะครับ งีบเฉยๆ” ตอบได้สุภาพมาก ขัดกับความในใจสุดๆ

ทว่าธารก็ไม่สนใจ กอดอกเอียงคอมองผมอย่างหาเรื่อง
“แล้วข้าวเย็นล่ะ”
“ฮึ?”
“ข้าวเย็น ถามว่าข้าวเย็นอยู่ไหน ทำไมไม่เห็นเอามาแขวนหน้าห้อง”
เอ้า กูกลายเป็นคนส่งข้าวให้มึงตั้งแต่เมื่อไหร่! หน้ากูมีตัวหนังสือแปะไว้หรือไงว่า ‘พี่เหนือเดลิเวอร์รี รับส่งข้าวให้น้องธารทั่วราชอาณาจักร’!

กลายเป็นว่าการที่ผมทำอย่างนั้น ทำให้เด็กเวรนี่เคยตัวไปซะแล้ว พอไม่เอาของกินไปแขวนหน้าห้อง มันก็เลยมาทวงแบบนี้ เสียวสันหลังขึ้นมาเลยเมื่อตระหนักขึ้นมาได้ว่าลืมซื้อข้าวเย็นมา

“พี่เหนือลืมครับ” ยอมรับสารภาพไปตามตรงแล้วกัน ไม่รู้จะแก้ตัวยังไง
ธารชักสีหน้ารำคาญใส่ผมเล็กน้อย ปากก็บ่นไปด้วย
“หิวจนท้องกิ่วแล้วเนี่ย”
แล้วมึงมาบอกกูทำซากอะไร บอกกูแล้วมึงจะหายหิวมั้ย!

“อยากกินข้าวต้มกุ๊ย”
ยัง...ยังบอกกูอีก อยากกินก็ไปกินสิเว้ย!

“ข้าวต้มกุ๊ยกินคนเดียวไม่อร่อย”
“แล้ว?” ผมพยายามปั้นหน้าเป็นมิตรใส่มันสุดฤทธิ์ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหน้าเหวอเมื่อจู่ๆ มือใหญ่ก็พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือผมก่อนจะกระชากผมที่ยืนหลบอยู่หลังประตูออกไปนอกห้อง

“ไปกินเป็นเพื่อนหน่อย อยากกินหลายอย่างแต่สั่งมาแล้วเดี๋ยวกินไม่หมด”
“ฮะ?”
ฮะเฉยๆ ไม่ทันจะได้ถามอะไรต่อเลยก็โดนลากไปตามระเบียงทางเดินแล้ว รู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่ตรงลานจอดรถมอเตอร์ไซค์ ขณะที่ธารขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ออโต้ แล้วร้องเรียกให้ผมขึ้นซ้อน

“ขึ้นมาเร็วๆ หิว!”
เดี๋ยว... กูยังงงอยู่
งง... แต่แม่งปีนขึ้นรถไปซ้อนท้ายมันเรียบร้อย ก่อนจะ...
“อ๊าก! นะ...น้องธาร...ขะ...ขี่ช้าๆ หน่อย!”
“หุบปากน่า! อย่ามากวนคนหิว!”

หิวจริงหิวจัง หิวแบบไม่ได้พูดเล่น บิดมอเตอร์ไซค์พุ่งทะยานไปด้วยความเร็วแสง โชคดีที่ร้านข้าวต้มกุ๊ยที่มันพาไปอยู่ไม่ไกลนัก แค่ลานขายของกินด้านหลังศูนย์การค้าที่ผมเช่าหอพักอยู่ ผมเลยไม่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงบนเส้นด้ายนาน
มาถึง ธารก็ไม่พูดกับผมสักแอะ สั่งอาหารมาสามสี่อย่างแล้วจัดการลงมือกินชนิดตายอดตายอยาก

ผมมองมันกินแล้วรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในเทศกาลชิงเปรต
ถ้ามึงจะหิวขนาดนี้ มึงก็ไม่ต้องรอกูหรอกเว้ย!

ได้แค่คิดเช่นเดิม ก่อนผมจะลงมือกินบ้างเมื่อเด็กนั่นส่งสายตาขวางๆ มาเป็นเชิงสั่งว่า ‘ยัดเข้าปากซะที!’
กินข้าวทั้งน้ำตาเป็นยังไงก็ตอนนี้ กลัวมันเอาตะเกียบจิ้มตามากเลยกินไปได้ไม่เยอะเท่าไหร่ ส่วนไอ้ที่ธารบอกว่าอยากกินหลายอย่าง สั่งมาแล้วกลัวจะกินคนเดียวไม่หมด เอาเข้าจริง เห็นมีแต่มันนี่แหละที่กินเรียบ

บอกเลยว่ากูได้กินแค่วิญญาณปลาเค็มในผัดผักบุ้งกับข้าวเนี่ย!

พอมันอิ่ม ผมก็รีบคว้ากระเป๋าตังค์มาเตรียมจ่ายให้มัน แต่ไม่ทัน มันเดินไปจ่ายก่อนแล้วเดินดุ่มๆ กลับไปที่รถโดยไม่สนใจผมสักนิด ทันทีที่ผมเดินตามมาถึง มันก็ถามเสียงเรียบอีก

“ขี่ให้หน่อย อิ่มจะอ้วก ขี่ไม่ไหว”
อะไรของมึงเนี่ย!

“พี่เหนือขี่มอ’ไซค์ไม่เป็นครับ” ผมว่าออกไปตามความจริง หัวคิ้วเด็กนั่นยู่ทันตา
“ขับรถยนต์เป็นแต่ขี่มอ’ไซค์ไม่เป็นเนี่ยนะ ตลกมากไปละ’จารย์” มันว่าเสียงขุ่น

ก็จะให้กูทำยังไง ขี่ไม่เป็นก็คือขี่ไม่เป็นเว้ย!
“แบบว่า...พี่เหนือหัดขับรถยนต์เลยน่ะครับเลยขี่มอ’ไซค์ไม่เป็น”
พอพูดไปอย่างนี้ ธารก็พ่นลมหายใจใส่ผมเต็มแรง

“ขี่จักรยานเป็นมั้ย” ถามแบบจับจุดไม่ได้อีกด้วยว่ามันจะพูดอะไร
“ขี่ได้ครับ”
“งั้นก็ขึ้นมา” แค่นั้นแหละ มันก็ลุกจากมอเตอร์ไซค์ ให้ผมขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับแทนมันเลย
“พะ...พี่เหนือบอกแล้วไงว่าขี่ไม่เป็น” ผมยกมือทั้งสองข้างขึ้นประกอบการปฏิเสธ ก่อนจะถูกผลักเบาๆ
“ขี่ไม่เป็นก็เดี๋ยวจะสอนเนี่ย ขึ้นไปนั่งคร่อมเร็ว!”
ถามดีๆ ก็ไม่ต้องเสียงดังใส่ก็ได้!

แล้วขึ้นมั้ย...ขึ้น! ไม่ขึ้นก็โดนมันประทุษร้ายร่างกายอีก แม่ง เห็นกูเป็นน้องมายด์หรือไงวะ รุนแรงกับกูจังเนี่ย!
ทว่าพอผมขึ้นมานั่งคร่อมเท่านั้น ธารก็ตามขึ้นมาซ้อนหลัง ซ้ำยังออกแรงให้รถตั้งตรง เตะขาตั้งขึ้นแล้วถือวิสาสะจับมือทั้งสองข้างของผมวางบนแฮนด์

“สตาร์ทรถตรงนี้ เวลาสตาร์ทก็กำเบรกไว้ด้วย รถออโต้มันจะสตาร์ทไม่ได้ถ้าไม่กำเบรก พอเครื่องติดแล้วก็บิดออกไป ขี่ไม่ยาก ไม่เหมือนพวกมีเกียร์” ตามมาด้วยสอนอีกยืดยาว

แต่บอกตรงๆ ว่าไม่ได้เข้าหูผมเลย รู้สึกอย่างเดียวว่าลมหายใจอุ่นๆ ของเด็กนั่นที่ปะทะเข้ามาบนต้นคอ แผงอกแกร่งที่แนบหลังผมชนิดสัมผัสได้ถึงแรงเต้นของหัวใจ ร้ายกว่านั้นคือเด็กนั่นจับมือผมข้างขวาแล้วบังคับให้บิดมอเตอร์ไซค์ออกไปด้วย
อ่า...ตอนนี้รู้สึกว่าไม่ใช่แค่นั้น เป้าก็ไหลลงมาติดอีกต่างหาก หูย... เหนือฟิน

รถเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างช้าๆ บนถนนในเวลานี้รถน้อยแล้ว มือใหม่อย่างผมเลยขี่ง่ายไร้ปัญหา แต่การได้หัดขี่มอเตอร์ไซค์ครั้งแรกก็ไม่ได้ทำให้ผมตื่นเต้นเท่ากับการได้สัมผัสตัวของธารแนบชิดอย่างนี้เลย ตอนนี้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของผมเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะแล้ว เต้นหนักกว่าเดิมอีกตอนที่ได้ยินเสียงธารดังขึ้นข้างๆ หูผม

“สอนขี่นี่ตอบแทนเรื่องข้าวนะ’จารย์ เรื่องอื่นไม่เกี่ยวกัน”
จะ...จ้า เอาเลยจ้า ตอบแทนแบบนี้อีกบ่อยๆ นะ พี่เหนือชอบ

ครั้งหน้าเอาข้าวไปแขวนหน้าห้อง สงสัยต้องเอาถุงยางใส่ไปในถุงด้วยแล้ว

เผื่อได้เผื่อโดน...
-------------------------------------------
พี่เหนือนี่ เล็กๆ น้อยๆ ก็เอาหมดเลยนะ 555
น้องธารตอนนี้น่ารักมุ้งมิ้งมาก พี่เหนือก็ง้อน้องได้น่ารักมากๆ เช่นกัน เอาข้าวไปแขวนทุกวันนี่ น้องธารไม่ใจอ่อนก็ไม่รู้จะว่าไงแล้วเนอะ นี่แหละวิธีการเต๊าะของพี่เหนือ อันนี้เต๊าะแบบไม่ได้ตั้งใจนะ ถ้าตั้งใจเมื่อไหร่ล่ะก็ หืม... อ่อยหนักมาก กร๊ากกก
ปล.อ่านแล้วทิ้งฟีดแบ็กให้กันบ้างนะคะ ช่วงนี้ส่วนใหญ่จะอัพดึก ไม่ใช่ช่วงเวลาฮ็อตฮิต เลยรู้สึกว่าคนอ่านน้อยจัง ใครอ่านอยู่ แวะมาทักทายกันได้นะคะ เก๊าเหงา ^^
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-02-2016 01:52:46 โดย NooDangzz »

ออฟไลน์ ♥lvl♀‘O’Deal2♥

  • หานิยายถูกใจยากจัง!
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2721
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-4
มาต่อแล้ว ฟินเป็นพักๆ นะคะคุณพี่เหนือ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ yowyow

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4247
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-7

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8437
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
พี่เหนือ สู้ๆๆๆ อ่อยเลยๆ 55. แต่จะได้ไรกลับมาไม่ระประกันนะ อิอิ

ออฟไลน์ Fahkram

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 12
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ kjkjji

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
พี่เหนือมาเหนือมาก 5555555
น้องธารก็ใจอ่อนกว่าที่คิด โถ เอ็นดู

ออฟไลน์ PiSCis

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 361
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-2
นี่ขนาดเต๊าะไม่ได้ตั้งใจนะเนี่ยยย น้องธารยังใจอ่อนเลย

ถ้าตั้งใจเต๊าะล่ะก็...  :hao6:

เมื่อไหร่พี่เหนือจะตั้งใจเต๊าะอ่ะ อยากเห็นพี่เหนืออ่อยเต็มๆ อ่อยแค่ในความคิดน้องธารจะรู้ได้ไง มันไม่ได้ไม่โดนหรอกพี่เหนือ  :laugh: :laugh: :hao7:

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3442
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
โธ่ พี่เหนือ ถ้าเอาถุงยางไปแขวนจริงนี่อาจถึงแก่ชีวิตแทนหรือเปล่าค่ะ
เพราะตอนนี้น้องธารยังไม่หวั่นไหวกับพี่เหนือเท่าไหร่เลย

ออฟไลน์ rutchi

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 122
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0

ออฟไลน์ day9day

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-9
เริ่มฟิน
เริ่มน่ารัก
มากขึ้นเรื่อยๆแล้ว
รอตอนต่อๆไปนะ

ออฟไลน์ kiolkiol

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 351
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
 :z3: :z3: โอยพี่เหนือออออออ เต๊าะเด็ก

ออฟไลน์ rasblurry

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 12
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
โงยยย นิดๆหน่อยๆก็เอาหมดนะพี่เหนือ ความคิดกับคำพูดพี่เหนือนี่ต่างกันมากค่ะ 5555555 นั่งอ่านที่นางคิดแต่ละอย่างแล้วขำมาก เค้าว่าเกรียนสุดก็อ้ายเหนือนี่แหละนา 5555

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด