เริ่มต้นจากการแอบรัก ตอนที่30(END) 06/06/2559(03.33) p.16 *จบแล้วย้ายห้องได้ค่ะ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: เริ่มต้นจากการแอบรัก ตอนที่30(END) 06/06/2559(03.33) p.16 *จบแล้วย้ายห้องได้ค่ะ  (อ่าน 303489 ครั้ง)

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
 :-[ ต่างคนต่างแอบชอบกัน

ออฟไลน์ maemix

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4414
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +299/-3
เขาใจตรงกัน น่ารัก

ออฟไลน์ poppycake

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2670
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-4
มันซัมติงแบบนี้นี่เองงงงงงงง
กิ๊วๆๆ วินแอบทอดสะพานนะเนี่ย 555555

ออฟไลน์ zleep

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 264
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-4
โง้ยยยย ต่างคนต่างแอบชอบกัน
น่ารักมาๆเลย

ออฟไลน์ GMJeam

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 140
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
เป็นงี้นี่เอง

ออฟไลน์ koikoi

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3862
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +311/-13

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4992
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-7
ที่แท้ก็แอบมีใจให้กันและกันอยู่แล้วนี่เอง
อยากรู้จังว่าถ้าพัตรู้ว่าเคยสร้างความประทับใจให้วิน
จะเป็นยังไง

 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ Mouse2U

  • บังเอิญ'โลกกลม'..
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +223/-10
ที่มาที่ไปเป็นแบบนี้นี่เอง ^^ แต่ว่าวินเก็บอาการได้แนบเนียนมากๆ เลยนะคะ ดูไม่ออกเลยจริงๆ ค่ะ ถ้าไม่ได้เล่าให้ฟัง..

ออฟไลน์ goosongta

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1519
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-6
ที่แท้ก็ใจตรงกัน

ออฟไลน์ kub_kwonny

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-1
ต่างคน ต่างมีใจให้กัน
น่ารักทั้งคู่เลยนะครับ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1509
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
หน่อววว สวยงาม

ออฟไลน์ Tatangth

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 432
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
วินน่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆๆ
รักพัตจัง ชอบตัวละครแบบนี้ ฮือ

ออฟไลน์ ex-soulL

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 202
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +191/-6
ตอนที่ 9

(Pat Part)

“หือ ขอโทษครับ พึ่งเลิกเรียน” โบกมือแยกย้ายกับไอ้กิมและไอ้จีนไปขึ้นรถใครรถมันพร้อมทั้งคุยกับวินไปด้วย เดือนทันตะทั้งไลน์ทั้งโทรหาแต่ผมไม่ได้ตอบกลับเลยซักอย่างเพราะเรียนอยู่ วันนี้ตั้งแต่เก้าโมงยันทุ่มครึ่งทั้งที่ตามปกติมีเรียนถึงแค่สี่โมงครึ่งเท่านั้นแต่เนื่องจากอาจารย์นัดสอนชดเชยเพิ่มเลยเลิกช้า

สรุปคือวันนี้เรียนวิชาภาคสามตัวรวดเรียกว่าสภาพแทบไม่เหลือกันแล้วครับ ไม่อยากแม้แต่จะขยับปากด้วยซ้ำ เหนื่อย

(เสียงไม่ค่อยดีเลย พัตไหวไหม) แค่ได้ยินน้ำเสียงที่เป็นห่วงจากเขาผมก็ดีขึ้นเยอะแล้ว ยิ้มกับตัวเองแม้ว่าปลายสายจะไม่เห็นก็ตาม

“ยังไหวครับ ไม่ต้องห่วงนะ” มันแค่ออกอาการล้าซะมากกว่า อยากอยู่นิ่งๆไม่อยากขยับตัวแต่ตอนนี้คงทำไม่ได้เพราะต้องขับรถ พอถึงคอนโดนี่แหละที่ผมจะโถมตัวหาเตียงเลยทันทีแต่ยังไงก็ต้องกินข้าวก่อนอยู่ดี

(ให้เราไปรับไหม แบบนี้ไม่อยากให้ขับรถเลย)

“ไม่เป็นไร พัตไหวจริงๆ ถ้าไม่ไหวจะบอกวินแน่นอน” ผมไม่อยากให้เขามาเพราะจะเสียเวลาเปล่าๆถึงจะอยากเจอหน้าหวานๆนั่นแค่ไหนก็ตาม ผมเองก็ยังโอเคไม่ได้แย่ถึงขั้นขับรถไม่ไหวขนาดนั้น

(ถ้าไม่ไหวห้ามฝืนนะรู้ไหม)

“ครับ” เข้ามานั่งในรถแล้วซบหน้าลงกับพวงมาลัยพร้อมกับหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน “วิน...”

(หืม มีอะไรรึเปล่า จะให้เราไปรับเหรอ) น้ำเสียงนั้นกระตือรือร้นขึ้นมา

“มาหาที่คอนโดหน่อยดิ หิวแต่ไม่มีแรงหาไรกิน” ตอนนี้เหนื่อยมากจนอยากอ้อนอยากเจอหน้าอีกคนแม้ว่าที่คอนโดจะพอมีอาหารที่แม่ทำไว้ให้บ้างก็เถอะ วันนี้เราไม่ได้เจอกันครับ ก็เรียนทั้งวันอย่างที่บอกเวลาพักก็มีนิดเดียว

(...ก็ได้ งั้นเดี๋ยวเราซื้ออาหารเข้าไปให้นะ) คงเพราะว่าผมดูท่าจะไม่ไหวจริงๆวินเลยยอมใจอ่อนตามใจผมอย่างง่ายดาย ทั้งที่ก่อนหน้าเคยชวนเขาขึ้นห้องหลายครั้งแต่ก็ไม่เคยยอม เสร็จโจรซะล่ะงานนี้ หึหึ

“ขอบคุณครับ งั้นพัตรอที่ลอบบี้นะจะได้ขึ้นไปพร้อมกัน”

(โอเค เดี๋ยวเจอกันนะ)

“อื้อ” ไม่นานสายก็ตัดไป ผมสูดหายใจยาวก่อนจะกลับมานั่งตัวตรงๆ ลูบหน้าลูบตาเรียกสติก่อนจะขับรถกลับคอนโด







“ไปอาบน้ำก่อนนะ เดี๋ยวเราเตรียมอาหารไว้ให้บนโต๊ะ อาบน้ำให้สดชื่นออกมาจะได้กินเลย” วินวางของไว้บนโต๊ะก่อนจะนั่งลงข้างๆ

“อื้อ...” เหนื่อยจนอยากจะนอนลงโซฟาซะตอนนี้เลย แต่ตอนนี้ก็นั่งหลับตาไปแล้วล่ะ

“พัต...ไปอาบน้ำก่อนนะ จะได้ออกมากินข้าวจะได้มีแรง” อีกคนพูดย้ำพร้อมกับสัมผัสแผ่วเบาไปตามแขน หันหน้าไปมองก็พบกับหน้าหวานๆที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ผมดึงมือบางที่วางอยู่บนแขนมาจับเอาไว้ราวกับให้สัมผัสจากเขาถ่ายโอนพลังงานมาให้แก่ผม

“งั้นเดี๋ยวพัตไปอาบน้ำแล้วจะออกมานะ” วินพยักหน้าพร้อมกับยิ้มให้ ผมเลยส่งยิ้มอ่อนๆกลับไปพร้อมกับลุกขึ้นเดินเข้าห้องไปอาบน้ำ เกือบหลับในห้องน้ำไปหลายรอบเหมือนกันแต่ต้องฝืนไว้

พอแต่งตัวเสร็จก็เดินมาที่โต๊ะอาหารซึ่งวินรออยู่ก่อนแล้ว อาหารเรียงรายมากมายทำเอาน้ำย่อยในกระเพาะเริ่มออกมาประท้วง

“วินซื้ออาหารที่วินชอบมาให้ทั้งนั้นเลยนะ”

“ต้องบอกว่าซื้ออาหารที่พัตชอบมาให้ไม่ใช่เหรอหืม” คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามผมหัวเราะใหญ่ แต่ก็ตามที่เขาบอกครับ อาหารที่วางอยู่ตรงหน้าล้วนแต่เป็นของที่เขาชอบทั้งนั้นซึ่งผมเองก็กินได้หมดเพราะไม่ได้มีอะไรที่ชอบเป็นพิเศษซักเท่าไหร่

เพราะฉะนั้นเลยไม่มีปัญหาอะไรไม่ว่าวินจะซื้ออะไรมาก็ตาม เขาทำอะไรให้ผมก็มีความสุขหมดแหละ

“เราชอบอันไหนพัตก็ชอบเรารู้...กินเร็ว จะได้หายเหนื่อยเนอะ” ไม่พูดเปล่าแถมยังตักอาหารมาให้ผมอีกด้วย เพราะความหิวผมเองก็ไม่รีรอตักข้าวเข้าปากทันที ตามด้วยอาหารทั้งโต๊ะที่วินซื้อมาราวกับกินกันห้าคน

“ไหนบอกว่ากินข้าวแล้ว” ผมถามขึ้นเมื่ออีกฝ่ายเองก็นั่งกินข้าวอยู่ตรงข้ามกัน แก้มป่องๆนั้นยุ้ยเชียวเพราะเต็มไปด้วยอาหารในปาก ท่าทางมีความสุขตามฉบับเจ้าตัวเวลาอยู่กับของกิน เลี้ยงเขาง่ายนะครับแค่มีเงินซื้ออาหารให้ก็พอ ไม่ต้องอะไรมากมาย

มีแววว่าถ้าทะเลาะกันแล้ววินงอนผมง้อเขาด้วยอาหารแป๊บเดียวคงหาย

“ก็กินแล้ว แต่อยากกินอีก..เป็นเพื่อนพัตไง” ผมส่ายหน้ากับคำตอบนั้นทันที รู้ตัวดีว่าเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้นแหละแต่ผมก็ไม่ได้จะว่าอะไรเขาหรอกครับแค่แหย่เล่นเฉยๆ ซึ่งอีกคนก็ตอบอย่างอารมณ์ดี อารมณ์ดีตลอดแหละถ้าเขาได้กิน

แน่นอนว่าการที่เราได้กินข้าวด้วยกันแบบนี้มันก็ต้องย่อมดีกว่าการที่ผมต้องนั่งกินข้าวคนเดียวอยู่แล้ว มีหน้าหวานๆให้ได้มองเป็นการเพิ่มพลังให้ผมอย่างดีเลย เป็นไปได้ก็อยากกินข้าวพร้อมกันทุกๆมื้อ

“ห้องพัตสวยดีอ่ะ สไตล์การแต่งห้องก็ดี ดูโปร่งๆอากาศถ่ายเท เราชอบ” วินพูดขึ้นพลางมองไปรอบๆ

“ชอบก็มาอยู่ด้วยกันดิ” หึหึ หันขวับมาหาผมทันทีเลย  ดวงตาโตเบิกขึ้นเล็กยามเวลาเจ้าของตกใจ

“จะบ้าเหรอ!...ถ้าจะให้มาอยู่ด้วยก็ไปขอพ่อกับแม่เราก่อนดิ” มีการยักคิ้วท้าทายผมด้วย คิดว่าผมจะไม่กล้าหรือไง

“ได้ พรุ่งนี้เลยไหมล่ะ” ผมพูดออกมาหน้าตาย พูดจริงๆไม่ได้ล้อเล่นด้วย แค่คิดว่าเราจะได้เจอกันตลอดก่อนนอนก็เจอตื่นนอนก็เจอผมก็มีความสุขแล้ว ถ้าวินโอเคผมพร้อมไปหาพ่อกับแม่เขาทันทีอย่างไม่มีปัญหาใดๆ ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่แค่เขาเท่านั้นแหละ

“เห้ย ล้อเล่นหรอกน่า ใครจะอยู่กับพัตกัน” พูดทั้งที่หลบตาไปด้วย

“แต่พัตจริงจังนะ อยู่ด้วยกันก็จะได้เจอหน้ากันทุกวัน ได้ดูแลวิน...เห็นไหมว่าดีกว่าอยู่คนเดียวตั้งเยอะ” อยู่ห่างกันบางทีก็เป็นห่วงเพราะผมดูแลเขาตลอดเวลาไม่ได้ เวลามีเรียนมีกิจกรรมหรือต้องทำงานดึกๆแบบนี้ก็อดจะเป็นห่วงเขาไม่ได้ ไม่อยากให้ไปไหนตอนดึกๆดื่นๆ ถ้ามาอยู่ด้วยกันผมจะได้หายห่วงไปรับไปส่งเขาได้

“มันยังไม่ถึงเวลาซักหน่อย...” วินพูดออกมาเสียงแผ่ว

“งั้นแสดงว่าถ้าถึงเวลาก็จะย้ายมาอยู่ด้วยกันใช่ไหม” ไอ้ที่ง่วงๆอยู่นี่ตาสว่างเลยถามขึ้นมาอย่างมีความหวัง ข้าวเขิ้วนี่ไม่ค่อยจะสนใจแล้วหลังจากที่ซัดไปซะเยอะในตอนแรกด้วยความหิว

“มะ ไม่รู้แล้ว...กินข้าวไปเลยนะ” พูดทั้งที่หน้าเน่อนี่แดงใหญ่เลย ฮ่ะๆ น่ารักชะมัด แต่ไม่เป็นไรถึงวินจะไม่ตอบตอนนี้แต่สุดท้ายแล้วผมจะวางแผนให้เขามาอยู่ด้วยกันให้ได้แน่นอน

ตอนนี้มันอาจจะดูเร็วไปสำหรับเขาแม้ว่าผมจะไม่มีปัญหาอะไรและอยากอยู่กับวินแค่ไหนก็ตาม คงต้องให้เวลาเขาเตรียมตัวก่อน ที่พูดแบบนั้นออกมาก็แสดงว่าเขาเองก็คิดๆเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แค่นี้ก็ถือว่าดีแล้ว

“กินข้าวดิ มองหน้าเรามันไม่อิ่มหรอกนะ” อยากจะบอกว่าไม่อิ่มท้องแต่อิ่มอกอิ่มใจก็กลัวคนจะอ้วกเลยก้มลงกินข้าวอย่างที่แฟนสั่ง วินเองก็กินนู้นกินนี่ของเขาไปตามประสา นอกจากของคาวที่ซื้อมายังมีของหวานและผลไม้อีกมากมาย เรียกว่ามื้อนี้พุงกางกันเลยทีเดียว

พออิ่มแล้วอาการง่วงของผมยิ่งคูณไปสองเท่าจากที่นั่งดูโทรทัศน์ย่อยกันก็เอนลงนอนตักของอีกคน ตอนแรกวินก็ตกใจแต่ก็ยอมขยับให้ผมนอนได้สบายขึ้น

“ง่วงก็เข้าไปนอนดีๆ เราเองก็จะกลับแล้ว” ผมที่นอนหนุนตักวินอยู่บนโซฟาลืมตานิดๆขึ้นมามองพร้อมกับหลับลงไปเช่นเดิม รั้งไว้ไม่อยากให้เขากลับทั้งที่ตัวผมเองนี่แหละที่จะไม่ไหวแล้ว

“นอนด้วยกันดิ” ชวนเผื่อฟลุ๊คทั้งที่รู้ว่าคงไม่มีทาง

“อยากโดนใช่ไหม...เราไม่นอนด้วยหรอกเพราะคนแถวนี้ไม่น่าไว้ใจ”

“ไม่น่าไว้ใจตรงไหน ไม่เคยล่วงเกินเลยเนี้ย” ครั้งนี้ดีดตัวขึ้นนั่งเลย ที่ผ่านมามีแต่จับมืออย่างเดียวแม้ตอนนี้จะเป็นแฟนกันมาได้จะสองอาทิตย์แล้วก็ตาม แก้มป่องๆนั้นยังไม่ได้หอมเลยเถอะ บางทีผมก็อัดอั้นเหมือนกันแต่ก็กลัวว่าเขาจะกลัวถ้าผมรุกเร็วเกินไป

คือการอยากกอดอยากจูบแฟนตัวเองมันก็เรื่องปกติใช่ไหม

“หืม ไม่เคยทำแต่เคยคิดใช่ไหม?”

“ก็...มีแฟนแล้วก็ต้องคิดบ้างดิ” ผมตอบออกไปเสียงอ้อมแอ้ม คือผู้ชายมันก็ต้องคิดบ้างอยู่แล้วป๊ะ ยิ่งแฟนตัวเองน่ารักขนาดนี้ใครไม่คิดก็บ้าแล้ว ทุกวันนี้ต้องอดทนมากพูดเลย

“คนทะลึ่ง” วินทำหน้าไม่ไว้ใจใส่พร้อมกับขยับไปติดโซฟาอีกฝั่ง มันก็มีอยู่แค่นี้ขยับไปก็เท่านั้นแหละ

“ก็คิดกับแฟน พัตไม่ได้คิดกับคนอื่นซะหน่อย...หรือวินจะให้คิดกับคนอื่น” เขาขยับหนีผมก็ขยับตาม หึหึ ถ้าจะทำอะไรขึ้นมาจริงๆก็ไม่รอดหรอกนะพื้นที่เท่านั้น แถมตัวก็เท่านั้นอีกแค่ผมจับเขาล็อคก็ดิ้นไปไหนไม่ได้แล้ว

แต่ก็ไม่ได้อยากจะทำแบบนั้นไงเพราะทุกอย่างต้องมาจากการที่วินเต็มใจไม่งั้นจะเรียกว่าแฟนกันไปทำไม

“ลองดูดิ” สีหน้าไม่ไว้ใจแปรเปลี่ยนเป็นคาดโทษแทน ขนาดแค่พูดเฉยๆเองนะทั้งที่ผมไม่เคยคิดจะทำแบบนั้นหรอก ก็คิดกับเขาแค่คนเดียวทั้งก่อนเป็นแฟนและหลังเป็นแฟนกันเพียงแต่วินไม่รู้ก็เท่านั้น ไม่เคยมีอารมณ์อยากจะคิดอะไรกับใครตั้งแต่ที่รู้ว่าชอบเขาแล้ว

“ใครจะกล้า แฟนโหดขนาดนี้” โหดแค่ไหนแต่ก็ยังน่ารักอยู่ดี ยิ่งตอนนี้ยิ่งน่ารักไปใหญ่ ไอ้สายตาดุๆนี่มันทำให้น่ารักมากกว่าหน้ากลัวนะแต่เจ้าตัวเขาไม่รู้

“ไม่ต้องมาทำเป็นพูด...ไปนอนได้แล้วนะ เราเองก็จะกลับแล้วเหมือนกัน” คราวนี้วินเปลี่ยนมาทำหน้าจริงจังเพราะคงเห็นว่าได้เวลาซะทีหลังจากที่เล่นกันมาพอสมควร ผมเหลือบมองนาฬิกาบนพนังจึงพบว่าตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะสี่ทุ่มแล้ว

ผ่านไปเร็วแฮะ เหมือนจะอยู่ด้วยกันแค่แป๊บเดีวเอง

“ครับ งั้นเดี๋ยวพัตลงไปส่งที่รถนะ” ผมเองก็ไม่อยากให้เขากลับดึกเลยรับคำอย่างง่ายๆ

“ไม่เป็นไรเรากลับได้ พัตนอนเถอะ เรียนเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” ผมขยับลุกขึ้นตามเมื่อคนตัวเล็กยืนขึ้นแล้ว

“ไม่เอาอ่ะ เดี๋ยวพัตไปส่งที่รถจะได้หายห่วงด้วย”

“ห่วงอะไรคนอยู่ตั้งเยอะแยะ คอนโดพัตความปลอดภัยก็ออกจะแน่นหนาขนาดนี้...ไม่เอาแล้ว เราจะกลับเองไม่ต้องลงไปส่ง เข้านอนได้แล้วนะ” ดูเหมือนวาครั้งนี้ต้องยอมเขาล่ะเมื่อดวงตาโตจริงจังซะขนาดนั้น บ่งบอกว่าคราวนี้เอาจริงห้ามขัดใจ

“ครับๆ งั้นไปส่งที่หน้าห้องก็ได้” เท่านั้นแหละวินถึงพยักหน้าตกลง เขาเช็คของว่าไม่ลืมอะไรแล้วจึงเดินออกไป

“วิน...” แต่ผมคว้าแขนเล็กไว้ก่อนที่เขาจะเปิดประตู

“หือ?” อีกคนหันมาเลิกคิ้วถาม ผมมองหน้าเล็กๆนั่นนิ่งอยู่อย่างนั้นโดยไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา สายตาเหลือบมองปากเล็กๆสีชมพูอย่างไม่วางตา คือแบบ...ที่เรียกไว้ใครจะกล้าบอกว่าอยากจูบวะ ถ้าบอกจะโดนตบไหม

คือเอาจริงๆตั้งแต่เป็นแฟนกันผมก็คิดตลอดนั่นแหละไอ้เรื่องแบบนี้ ยิ่งใกล้ชิดยิ่งอยู่ด้วยกันยิ่งอยากสัมผัส

“ว่าไงพัต” เดือนทันตะถามออกมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าผมยังคงนิ่งอยู่อย่างนั้น “เอ้า เรียกแล้วก็ไม่พูด ง่วงจนเบลอระ อื้อ...”

เพราะเขาขยับเข้ามาใกล้ผมเลยไม่รอช้าจะทำอย่างที่ใจอยาก ตอนแรกวินดิ้นเพราะว่าเขาน่าจะตกใจ ดวงตาโตก็หลับลงแน่นจนผมดึงรั้งความสนใจของเขาให้สนใจแค่สัมผัสที่เกิดขึ้นร่างเล็กๆในอ้อมกอดเลยค่อยๆสงบลง

ผมละเลียดอยู่ที่ริมฝีปากบางจนวินเผลอตัวเผยอปากออกให้ผมได้โอกาสค่อยๆรุกล้ำเข้าไปเกาะเกี่ยวลิ้นเล็กๆข้างใน ดูดดึงอย่างแผ่วเบาเมื่อรับรู้ว่าเขานั้นเกร็งแค่ไหน สัมผัสที่ตอบกลับมาเงอะงะและไร้เดียงสาจนผมต้องเตือนสติตัวเองว่าอย่าเอาแต่ใจตัวเองจนเกินไปนัก

จุ๊บ

จนในที่สุดก็ต้องตัดสินใจผละออกก่อนที่วินจะตกใจไปมากกว่านี้แล้วจุ๊บลงไปที่ปากเขาอีกครั้งเบาๆปิดท้ายแล้วรั้งคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมกอด

“รู้สึกดีกว่าที่คิดไว้อีก” ผมเคยได้แต่คิดว่าถ้าได้สัมผัสวินแล้วจะเป็นยังไง แน่นอนว่าในความคิดมันต้องรู้สึกดีมากแน่ๆแต่มันเทียบไม่เลยซักนิดเมื่อได้สัมผัสจริงๆ ทั้งหอมหวานและนุ่มนวลให้อยากได้สัมผัสเขามากขึ้นๆ

อัก อัก

“ ตะ ตกใจหมดเลย...ทำ ทำไมไม่บอกก่อนเล่า” เสียงอักๆนั่นเสียงวินทุบหลังผมเองแหละ เขาซบหน้าอยู่อกผมพร้อมกับดิ้นน้อยๆ อ้อมแขนที่กอดรั้งเดือนทันตะเลยยิ่งรัดแน่นเข้าไปอีกให้เราใกล้ชิดกันมากกว่าเดิม ถ่ายทอดความรู้สึกถึงกันและกันผ่านทางร่างกาย

“หึหึ ถ้าบอกจะยอมไหม” ไม่พ้นว่าถ้าผมพูดตรงๆเข้าต้องเขินมากแล้วก็กลัวผมไปเลยแน่ๆ จะทำก็ต้องไม่ให้ตั้งตัวแบบนี้แหละ

“กะ ก็ทำแบบนี้มันตกใจนี่นา” ผมค่อยๆลูบมือขึ้นลงไปตามแผ่นหลังเล็กอย่างแผ่วเบาหวังจะปลอบประโลมให้เขาหายตกใจ และเหมือนว่าจะได้ผลเหมือนตอนนี้วินพิงผมมาทั้งตัวอย่างไร้ความเกร็งเช่นตอนแรกจนสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ถี่รัวไม่ต่างจากของผม

“งั้น...ขอจูบอีกนะ” ผละออกมาแล้วพูดซึ่งๆหน้าตามที่เขาบอก นี่ให้ตั้งตัวอย่างที่ว่าเลยไง แต่พอพูดหน้าที่แดงอยู่แล้วของวินยิ่งแดงเข้าไปใหญ่อย่างที่ผมกลัวว่ามันจะไหม้ เห็นไหมว่าถ้าพูดตรงๆเขาก็จะยิ่งเขิน

“ใครเขาพูดกันตรงๆแบบนี้เล่า!” ฮ่ะๆ สรุปแล้วจะให้ผมขอหรือให้ทำเลยกันแน่ ตอนนี้วินอาจจะยังไม่ชินแต่เดี๋ยวผมทำบ่อยๆเขาก็คงชินไปเองแหละเนอะ งี้ก็ต้องทำบ่อยๆให้หายเขิน

“งั้นก็ทำเลยแล้วกัน” ไม่ได้ให้คนตัวเล็กตั้งตัวผมก็แนบริมฝีปากลงไปหาเขาอีกครั้ง

อีกครั้ง...และอีกครั้ง

สรุปคือกว่าจะให้เดือนทันตะได้กลับคอนโดตัวเองปากเล็กๆนั่นก็บวมเจ่อเพราะสัมผัสของผมตั้งนานสองนาน
 
ก็ผมฝึกให้เขาได้ชินไวๆ...เผื่อทำอะไรมากกว่านี้จะได้ไม่เขินตายไปซะก่อน  : )








TBC.






Talk.

มาน้อยแต่งานหวานก็มานะ :mew3: :mew3: ใจจริงว่าจะมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วแต่ต้องพิมพ์ใหม่หมดเพราะคิดว่าอันที่พิมพ์ไว้มันไม่โอเคเลยมาช้าหน่อย(นอนยาวตั้งแต่บ่ายสองยันสี่ทุ่มด้วย พึ่งเริ่มแต่งตอนตี1เองค่ะ) :mew2: :mew2: ตอนนี้มันหวานไหมหว่า?? คนแต่งอยากให้มันหวานนะ อิอิ หวังว่าจะชอบฉากมุ้งมิ้งๆกันนะ :-[ :-[

และตอนนี้คนแต่งต้องขอไปนอนแล้วค่ะ(พรุงนี้เรียนเก้าโมงเช้าด้วยนะ)...เม้นต์เป็นกำลังใจให้เค้าด้วยนะตัวเอง :mew1: :mew1:

**ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน และขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์มากๆเลยนะคะ  :กอด1: :กอด1:


มีอะไรเข้าไปพูดคุยอัพเดตข่าวสารได้ที่แฟนเพจเลยค่ะ >> https://www.facebook.com/Writer-Ex-SoulL-713126712164342/timeline/?ref=aymt_homepage_panel

ออฟไลน์ goosongta

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1519
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-6
ยาแก้เพลียของพัตน่าจะทำให้หลับฝันดีตลอดคืนแน่เลย

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4992
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-7
อั๊ยย่ะ ไม่ทันไรก็ชวนมาอยู่ด้วยกันแล้ว

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5467
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
หายเพลียกันไปเลยเชียว

ออฟไลน์ maemix

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4414
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +299/-3
พัตมีกำลังใจมาส่งถึงห้อง
เรียกกำลังใจตนวินปากเจ่อแน่
หวานละมุน

ออฟไลน์ Mouse2U

  • บังเอิญ'โลกกลม'..
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +223/-10
แก้มป่องๆ ยังไม่ทันได้หอมก็ข้ามขั้นไปเป็นจูบเสียแล้วนะคะพัต :-[

ออฟไลน์ boonpa

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2359
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +132/-9
 :-[ มีจะทำอะไรมากกว่านี้อีกเหรอ

ออฟไลน์ GMJeam

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 140
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
กีสซิค่ะ รออะไร

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ ammchun

  • Don't Worry,Be Happy
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-4
น่ารักจังเลยยยยยยยยย :mew1:

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
 จะนอนหลับเหรอคราวนี้   :hao3:

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1509
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
เขินไปดิ 555

ออฟไลน์ Tatangth

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 432
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
วินน่าร้ากกกกกกกกกกกก
พัตนี่ไหนบอกไม่รุกเร็วไง โด่วววว

ออฟไลน์ ex-soulL

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 202
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +191/-6


ตอนที่ 10

ในที่สุดช่วงของการสอบมิดเทอมของเทอมแรกก็มาถึง ช่วงที่เรียกได้ว่าเป็นช่วงมหาประไลสำหรับนักศึกษาทุกคนเลยก็ว่าได้(ส่วนไฟนอลเรียกว่าช่วงโคตรของโคตรของโคตรมหาประไล) ตอนนี้ผมกำลังนั่งอธิบายเนื้อหาของการเรียนให้เพื่อนทั้งโต๊ะฟังมาเป็นเวลาหลายชั่วโมงแล้ว ผ่านมาเกือบจะครึ่งทางสีหน้าทุกก็เริ่มไม่ไหวจากการอัดเนื้อหาเข้าสมองในหลายเรื่องรวดเดียว

ใครบอกว่าสถาปัตย์ไม่ต้องอ่านหนังสือนี่เข้าใจผิดกันนะครับ อย่างน้อยภาอังกฤษก็ยังจำเป็น ตัวผมเองไม่ค่อยจะมีปัญหาอะไรซักเท่าไหร่แต่ก็ต้องมาติวให้เพื่อนโดยเฉพาะเพื่อนสนิททั้งสอง ทุกงานอะมัน ช่วงสอบนี่จะปฏิบัติตัวดีกับผมซะเหลือเกิน

 “เบรคก่อนเดี๋ยวค่อยต่อ” เมื่อจบบทนี้เรียบร้อยจึงเอ่ยบอกเพื่อนซึ่งทุกคนก็ร้องออกมาด้วยความดีใจ บ้างก็ไปเข้าห้องน้ำบ้างก็ไปเซเว่น ผมเองก็เดินเลี่ยงไปเพื่อที่จะไปโทรศัพท์

“ไปไหนวะพัต” ไอ้จีนถามออกมา

“โทรศัพท์” ผมตอบเพียงสั้นๆพร้อมกับเดินออกไปหาที่คุย อยากได้ยินเสียงหวานๆของวินจะแย่

“กูจะไปเซเว่นเอาไรเปล่า” เสียงตะโกนของเพื่อนยังคงตามมาก่อนที่ผมจะตอบกลับไปว่าเดี๋ยวไปเอง

รอเสียงสัญญาณดังไม่กี่ครั้งปลายสายก็รับ

(ฮัลโหล)

“อยู่ไหนครับ” ผมพรูลมหายใจออกมายาวเพื่อที่จะลดความเมื่อยล้าจากการนั่งนานๆ ทั้งต้องพูดต้องอธิบายให้เพื่อนฟังจนตอนนี้เริ่มจะเจ็บคอแล้วเหมือนกัน

(อยู่หอสมุด พัตอยู่ไหน) เดือนทันตะไปอ่านหนังสือกับเพื่อนที่หอสมุดครับแต่พวกผมอยู่ที่โรงอาหารคณะตัวเอง ไม่ชอบไปที่หอสมุดเพราะช่วงเวลาการสอบแบบนี้คนจะเยอะมากก่อให้เกิดเสียงดัง ถึงแม้ที่นี่จะไม่สบายเท่าแต่ก็ไม่มีเสียงรบกวนเท่าที่นั่น

“อยู่คณะ...คิดถึง” เพราะช่วงนี้ต่างคนต่างยุ่งเลยแทบไม่ได้เจอกัน ผมเองก็ต้องติวต้องอ่านหนังสือซึ่งวินเองก็ไม่ต่างกัน ไม่ได้เจอกันมาสามวันแล้ว และคาดว่าช่วงการสอบแบบนี้คงจะไม่ได้คุยไม่ได้เจอกันบ่อยเหมือนอย่างเคย แค่มีเวลาโทรหากันก็หรูแล้วครับ

(อดทนนะ...หลังสอบเดี๋ยวไปดูหนังกันดีไหม) ปลายสายเอ่ยบอกเสียงอ่อนโยนทั้งที่ผมรู้ว่าเขาเองก็เหนื่อยไม่แพ้กัน คณะเขาเรียนง่ายซะที่ไหน

แต่หนึ่งสิ่งที่เรายังทำในช่วงที่แทบไม่มีเวลาอย่างนี้ก็คือเมื่ออีกฝ่ายโทรหาจะพยายามรับให้ได้ตลอดแม้จะได้คุยกันเพียงสองสามประโยคก็ตาม ผมเป็นคนบอกเขาเองว่าให้เราสามารถโทรหากันได้เมื่อเวลาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งว่าง

“อื้อ อยากกดสคิปไปตอนสอบเสร็จจะแย่แล้ว” สิ่งสำคัญคือผมอยากเจอ อยากคุย อยากใช้เวลากับวิน เพราะรู้ว่ามันทำไม่ได้เลยอยากจะให้เวลาเหล่านี้ผ่านไปเร็วๆ

(เดี๋ยวมันก็ผ่านไป สู้ๆนะ สู้ไปด้วยกันไง) ก็เพราะว่ามีกำลังใจดีอย่างนี้ไงผมเลยมีกำลังใจสำหรับทุกๆอย่าง ทุกครั้งที่ผมเหนื่อยวินจะช่วยได้เสมอ แค่ได้ยินเสียงกับคำพูดน่ารักๆผมก็ดีขึ้นแล้ว

“ครับ...อย่าลืมทานข้าวนะไม่ใช่กินแต่ขนม ถ้าไม่ไหวก็พักบ้างเข้าใจไหม” เป็นห่วงจริงๆคือกลัวเขาฝืนจนร่างกายไม่ไหว ส่วนเรื่องกินนี่ผมคิดว่าไม่น่าจะห่วงซักเท่าไหร่ คนอย่างเขาไม่น่าจะละเลยเรื่องอาหารไปได้

กังวลแค่ว่าวินจะกินพวกขนมขยะมากเกินไป พวกของไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

(ก็กินทุกอย่างแหละ เรื่องกินหายห่วงได้ คิกคิก...พัตเองก็เหมือนกันนะ ดูแลตัวเองด้วย กินเยอะๆ พักผ่อนบ้าง)

“อื้ม เดี๋ยวพัตต้องวางแล้ว...คิดถึงนะครับ” ย้ำให้รู้อีกที ไม่รู้ว่าเราจะได้เจอกันกันตอนไหน อย่าว่าแต่เจอกันเลยเวลาคุยกันยังแทบไม่ค่อยมี ต่างคนต่างต้องอ่านหนังสือตลอดไม่ค่อยมีเวลาส่วนตัวมาคุยกันมากนัก

ทั้งที่อยากได้ยินเสียงมากกว่านี้แต่ก็จำใจต้องวางสาย เหมือนผมจะได้ยินเพื่อนวินเรียกเขาแล้วเหมือนกัน

(คิดถึงเหมือนกันนะ) ราวกับเป็นยาวิเศษที่ช่วยให้หายเหนื่อยชั้นดี ผมยิ้มออกมาแม้ว่าจะเหนื่อยอ่อนแค่ไหนกับการอ่านหนังสือก็ตาม

“ครับ” ผมวางสายก่อนจะมองโทรศัพท์นิ่งอยู่อย่างนั้นแล้วในหัวก็นึกอะไรขึ้นได้ มือเลื่อนหน้าจอไปที่แอพพลิเคชั่นสีฟ้าที่มีสัญลักษณ์ตัวเอฟ เข้าไปแล้วก็กดเข้าไปในเฟสของอีกคน

Pithan Kitiphaisan> Win Winnapat
Just now
คิดถึง
23 Likes

นานๆทีผมถึงจะเข้ามาเล่นแอพนี้ ยิ้มกับตัวเองพร้อมหัวเราะน้อยๆที่ทำอะไรเหมือนเด็ก ผมแค่อยากลองทำเหมือนที่คนสมัยนี้ทำบ้าง หวังว่าจะให้คนที่อ่านหนังสืออยู่ตอนนี้ผ่อนคลายขึ้น ไม่เพียงทำให้วินหายเครียดผมเองก็เช่นกัน พอเรียบร้อยจึงเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าแล้วเดินเข้าเซเว่นไปหาไรกิน

“มึงไม่ต้องเลยนะไหนบอกไปโทรศัพท์ แหมะ...ร้อยวันพันปีไม่ค่อยจะเล่นเฟส พอจะเล่นทีเสนอหน้าไปโพสต์คิดถึงเขา” ปากหมาแบบนี้เป็นใครไปไม่ได้นอกจากไอ้กิมเจ้าเก่าเจ้าเดิม

“แล้วไอ้เหี้ยไหนมันชอบอัพรูปคู่กับเด็กตัวเองแล้วแคปชั่นเสี่ยวๆ พอเลิกคั่วก็ตามลบแทบไม่ทัน” ผมตอกกลับไปทันที หน้าฟีดผมไม่ค่อยจะมีอะไรหรอกนอกจากจากรูปไอ้เหี้ยกิมกับเด็ก รำคาญลูกตามากจนบางทีอยากจะเลิกติดตามเพื่อนตัวเองไปซะเลย

“กูบอกแล้วว่าอย่าไปแหย่มัน เป็นไงมึงเข้าตัวเองเลย” ไอ้จีนเอ่ยบอกไอ้กิมที่ทำหน้ามองแรงใส่ผม พูดความจริงเข้าหน่อยทำเป็นรับไม่ได้ คือมันแค่อัพเอาใจคนพวกนั้นทั้งที่จริงๆแล้วไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนั้นหรอกครับ แต่เหมือนว่าความรักจะทำให้คนตาบอด เขาไม่รู้แถมยังหลงคิดว่ามันรักแบบหัวปรักหัวปรำด้วย เหอะ ตลกไหมล่ะ

“เออ เดี๋ยวนี้มีแฟนแล้วนี่ เพื่อนก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว”

“อยากโดนกูเตะใช่ไหมกิม” ยิ่งคุยกับมันยิ่งเพลีย ไม่คิดเลยว่าผมจะมีเพื่อนปัญญาอ่อนขนาดนี้ กว่าจะรู้ตัวก็พลาดท่าคบมันซะแล้ว

“ชิ หมั่นไส้!” แล้วมันก็สะบัดตูดออกไปหาไรกินที่โซนอื่นให้ผมกับไอ้จีนมองตามอย่างเอือมๆ ไม่มีอะไรหรอกครับมันก็กวนตีนผมไปงั้นแหละ ทำให้ผมด่าเป็นกิจวัตรของมันไปแล้วมั้ง วันไหนไม่ได้ยินคงจะนอนไม่หลับ

“ที่คุยกันยังไม่พออีกเหรอวะ ถึงขั้นต้องโพสต์หน้าวอลเลย...ไปหอสมุดไหมครับเพื่อน” อย่าคิดว่าไอ้จีนจะเป็นคนดี คนเหมือนกันเลยคบกันได้ไง

“ก็ดีนะ งั้นวันนี้เลิกติวกูจะไปหาแฟน” พูดแล้วก็เดินหนีออกมาหาไรกินทันที ปล่อยมันให้วิ่งตามมานั่นแหละ

“เห้ย ไม่ได้นะเว้ย ถ้ามึงไม่ติวพวกกูก็ต้องตายโหงกันพอ ไม่เอานะเพื่อนนะ กูล้อเล่นนิดเดียวเอง” ผมส่ายหน้าก่อนจะเดินหนีมันไปหาของกินให้สบายอารมณ์

ไม่ได้จริงจังหรอกครับเพราะยังไงก็ต้องติวให้เพื่อน ช่วยกันได้ก็ช่วยกันไป ถึงจะเหนื่อยแต่ถ้าเราช่วยให้เพื่อนไปด้วยกันได้มันก็เป็นอะไรที่น่ายินดี หลายเรื่องเพื่อนก็ช่วยผม เวลาที่เพื่อนขอให้ติวให้ผมเลยไม่มีปัญหา วิชาไหนผมไม่ถนัดก็ต้องถามเพื่อนเหมือนกัน

ขณะที่รออาหารเวฟผมก็ลองกดเข้าไปดูเฟสอีกทีว่ามีอะไรเคลื่อนไหวไหม พอมีเลขขึ้นที่การแจ้งเตือนเลยกดเข้าไปดูปรากฎว่าคนที่ผมโพสต์ไปหาตอบกลับแล้วเมื่อห้านาทีที่แล้ว  ซึ่งวินมาตอบกลับในโพสต์ผมว่า

เหมือนกัน ^^

แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ผมทำเพียงแค่กดไลค์ให้รับรู้ว่าผมเห็นคอมเมนต์เขาแล้วก่อนจะเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงเมื่อพนักงานเอ่ยบอกว่าของที่เวฟได้แล้ว

แม้จะเหนื่อย ยุ่ง หรือว่าไม่ได้เจอกันยังไงแต่แค่ได้ยินเสียงเพียงนาทีสองนาที คุยกันในไลน์วันละสามสี่ประโยคก็ทำให้ผมมีกำลังใจมากขึ้น เพราะสิ่งเล็กๆน้อยๆเหล่านั้นคือกำลังใจที่สำคัญสำหรับผม


กำลังใจสำคัญที่มาจากคนสำคัญ : )










“อิ้งเหี้ยอะไรวะทำไมมันมากมายก่ายกองมหาศาลขนาดนี้ อาจารย์เขาคิดว่าพ่อกูเป็นฝรั่งรึไงวะ นี่กูเรียนถาปัตย์นะครับไม่ใช่อินเตอร์ ไม่รู้ว่าเข้าใจผิดรึเปล่าถึงได้ออกข้อสอบกลัวคนโง่ๆอย่างกูสอบได้ขนาดนี้ อยากจะบ้าตาย” ไอ้กิมโวยวายออกมาคนแรกหลังจากที่สอบวิชาในวันแรกผ่านพ้นไป

“เออ กูมั่วรีดดิ้งสุดตีนครับ เยอะชิบหาย” ไอ้จีนเองก็ไม่ต่างกัน ส่วนผมไม่มีความคิดเห็นใดๆนอกจากรอคะแนนออกอย่างเดียว ก็มันแก้ไขไม่ได้แล้วกังวลไปก็เท่านั้น ไม่ได้ทำให้ผมเปลี่ยนข้อผิดเป็นถูก ไม่ได้ทำให้ได้คะแนนมากขึ้น ดังนั้นจึงสมควรปล่อยวางซะ

“ใครจะเหมือนไอ้เหี้ยพัต ชิวชิบหายเลยนะมึง ทำไมไอคิวมันไม่ไหลเข้าหัวกูบ้างวะเนี้ย” ไอ้กิมหันไปโวยวายกับไอ้จีนสองคนเนื่องจากผมไม่สนใจ สองมือกดพิมพ์แล้วไลน์หาเดือนทันตะอย่างเดียว

“ทำใจว่ะเพื่อน นอกจากมึงจะผ่าหัวมันแล้วเอาสมองมายัดใส่หัวมึงอ่ะนะ”

“เห้อ นี่ขนาดมันติวให้แล้วนะ ถ้ามันไม่ติวให้กูนี่ชิบหายเลย”

“เอาเว้ย มันผ่านมาละ ไปเต็มที่กับวิชาภาคที่จะสอบพรุ่งนี้เถอะ”

“โอ้ยยยย กูอยากจะตาย” ผมไม่ได้สนใจเสียงคร่ำครวญอันน่ารำคาญของเพื่อนตัวเองซักเท่าไหร่เมื่อกำลังคุยกับอีกคนที่พึ่งตอบไลน์กลับมา ไม่ได้เจอกันมาอาทิตย์นึงแล้วซึ่งถือว่านานมากสำหรับผม วันนี้ยังไงก็ต้องเจอกันให้ได้

“วันนี้เจอกันที่เดิมหกโมงเย็น ถ้าพวกไอ้เมตรจะไปด้วยก็บอกมัน กูไปละ” ต้องติวกันทุกวันครับ ยิ่งพรุ่งนี้เป็นวิชาภาควันนี้นี่คงไม่ได้นอนกันเลย แต่ตอนนี้เป็นเวลาฟรีไทม์ของผมแล้ว เป็นช่วงการพักผ่อนสั้นๆที่ผมจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องสอบ เจอกันหกโมงค่อยจัดเต็มทีเดียว ขืนอยู่กับมันตลอดเวลามึนหัวแน่ๆ

“เออๆ ไม่ค่อยจะอ่ะเพื่อนกู อีกนิดคาดว่าจะลงแดงเพราะทนคิดถึงแฟนไม่ไหว” ผมไม่ได้สนใจเสียงไอ้จีนหรอกครับเพราะรีบออกมาเลย นัดกับวินเรียบร้อยแล้วที่ร้านอาหารซึ่งเราลงความเห็นว่าจะไปเจอกันที่นู้นเลย ใครไปถึงก็ให้สั่งอาหารรอ

และพอผมเดินเข้าไปในร้านคนที่ไม่ได้เจอกันมาอาทิตย์นึงก็นั่งรออยู่ก่อนแล้ว

“เป็นไงบ้าง ทำได้ไหม” ทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม วินถามออกมาพร้อมกับยิ้มกว้างจนผมอดจะยิ้มตามไม่ได้

“ก็โอเค แล้ววินล่ะ” เราสอบวิชาภาอังกฤษเหมือนกัน มหาลัยผมจะใช้ข้อสอบภาษอังกฤษให้เหมือนกันในแต่ละชั้นปี ปีสองของทุกคณะใช้ข้อสอบแบบเดียวกัน ปีหนึ่งสองสามสี่ก็เช่นกัน(ยกเว้นพวกอินเตอร์) และวันแรกของการสอบก็จะสอบอังกฤษกันทั้งมอราวกับให้มันเป็นประธานเปิดพิธีในการสอบ เรียกได้ว่าเป็นวิชาที่โคตรจะให้ความสำคัญ

“พอได้เหมือนกัน....เห็นพัตใส่ชุดนี้แล้วแปลกตาจัง” ผมก้มลงมองชุดตัวเองเมื่อเห็นอีกฝ่ายมองมาอย่างยิ้มๆ เพราะวันนี้สอบเลยต้องแต่งตัวเต็มยศ กางเกงสแลค เสื้อถูกระเบียบพร้อมด้วยเนคไทด์ที่ปักด้วยตรามหาลัย รองเท้าหนังตามกฎ
ถ้าไม่ใช่พิธีการหรือวันสอบอย่างนี้คงไม่ได้เห็นผมใส่จริงๆ

ปกติยีนส์กับรองเท้าผ้าใบตลอดซึ่งแตกต่างจากวิน คนตัวเล็กเขาจะอยู่ในชุดนักศึกษาตลอดเพียงแค่ไม่ใส่ไทด์เท่านั้น

“หล่ออ่ะดิ” ยักคิ้วใส่เขาไปเมื่อเห็นวินยังคงมองอย่างไม่วางตา

“หลงตัวเองจัง ก็...ธรรมดานะ”หน้าหวานๆส่งยิ้มยียวนมาให้พร้อมกับแววตาวิบวาว แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมอารมณ์เสียหรือเคืองใจกับคำพูดกวนๆของเขา ตรงกันข้ามผมกลับมองว่ามันน่ารักซะมากกว่า

“ถึงจะหน้าตาธรรมดาแต่ก็มีสาวทักไลน์มาหาทุกวันนะครับ ไม่อยากจะคุยเลย หึหึ” อันนี้ผมจงใจพูดยั่วเขาเท่านั้นแม้ความจริงมันจะเป็นตามนั้นก็เถอะ ผมไม่เคยสนใจจะตอบไลน์พวกนั้นซักนิด ไม่แม้จะเปิดอ่านด้วยซ้ำกดลบทิ้งตลอด ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเอาไอดีไลน์ผมมาจากไหน

“เราก็ไม่อยากจะคุยว่ามีคนมาขอเบอร์เหมือนกัน^^”

“เห้ย ใคร!” อันนี้ไม่ตลกไม่ต้องมาทำหน้ายิ้มใส่ มันไม่ใช่เรื่องที่สนุกแน่ๆเพราะว่าเรื่องที่วินพูดโอกาสมันเป็นไปได้สูงมากที่วินจะมีคนเข้ามาขอเบอร์ ไหนจะพวกที่ใจกล้าเข้ามาขอและพวกอื่นๆอีกมากมาย ผมรู้ว่ามีคนเข้าหาเขาเยอะแต่พยายามเชื่อใจ แต่อันนี้ก็ดูท่าว่าจะใจกล้าไปหน่อยมั้ง

“พัตก็บอกคนที่ทักไลน์มาก่อนสิ”

“รหัสหน้าจอ1409 รหัสไลน์1404” ผมวางมือถือลงโต๊ะทันทีอย่างไม่รีรอ วินอมยิ้มขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นผมทำอย่างนั้น ก็เอาสิ...ถ้าไม่เคลียร์กันเรื่องนี้ก็ไม่ต้องกงต้องกินมันแล้วข้าว ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง

และในโทรศัพท์ผมก็ไม่มีความลับอะไร ในเครื่องมีแค่เกมส์หนังแล้วก็รูปของเราเท่านั้น จนไอ้กิมยังชอบแซะว่าซื้อเครื่องความจำ128gbมาทำซากอะไร

“ทำไมตั้งรหัสหน้าจอเป็นรหัสนี้ล่ะ” วินถามขึ้นทั้งที่กำลังก้มหน้าก้มตาเลื่อนดูนั่นดูนี่ในเครื่องผม ส่วนรหัสหน้าจอที่เขาถามถึงมันเป็นวันเกิดของเจ้าตัว

วันที่14 เดือนกันยายน

“ก็วันเกิดแฟน กดแล้วมันคล่องมือ” ผมใช้รหัสนี้มานานมากแล้วครับเขาแค่ไม่รู้เฉยๆ ใช้มาตั้งแต่ที่สืบประวัติวินมาได้นั่นแหละ เคยเป็นกันไหมครับที่วันสำคัญของเขาก็จะกลายเป็นวันสำคัญของเราไปด้วย

เพราะผมเป็นอย่างนั้นเลยชอบใช้รหัสต่างๆเกี่ยวกับวิน โคตรน้ำเน่าแต่ก็ทำชอบทำอย่างนั้นจริงๆ

“มีแฟนแล้วก็ต้องรักแฟนให้มากๆ ห้ามคุยกับใครห้ามนอกใจห้ามมีกิ๊กด้วย” มือบางเอื้อมมาวางโทรศัพท์ไว้ข้างมือผมเมื่อเขาคงจะดูจนพอใจแล้ว

พูดเองก็ดูเหมือนว่าวินจะเขินเอง แม้จะพยายามขึงตาใส่ราวกับจะบอกให้ทำตามนั้นอย่างเคร่งครัดแต่ริ้วแดงๆก็ยังแต้มดวงหน้าหวานให้ได้เห็นจางๆจนผมต้องยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูไม่ได้ แล้วน่ารักขนาดนี้ไม่ให้รักมากได้ไง

“แน่นอนอยู่แล้ว ไม่มีทางเกิดเรื่องนั้นขึ้นแน่นอน...ห่วงฝั่งตัวเองเถอะ สรุปว่าใครมาขอเบอร์” ไม่ลืมนะครับไม่ลืมแน่นอน ใครก็ตามที่กล้ามายุ่งกับวินผมไม่ปล่อยไว้แน่ ตัดไฟได้ตั้งแต่ต้นลมเป็นเรื่องที่ดี กว่าจะได้มาเป็นแฟนไม่ใช่เรื่องง่ายคิดว่าผมจะปล่อยให้ใครหน้าไหนมายุ่งเหรอ

“ก็ไม่รู้ว่าชื่ออะไร เรียนคณะไหนเพราะเราไม่ได้สนใจ...แล้วก็ไม่ได้ให้เบอร์ไปด้วย” เหมือนจะยิ้มอ้อนให้รอดตัวและถึงแม้ผมจะใจอ่อนกับรอยยิ้มของวินแค่ไหนเรื่องนี้ก็ไม่อยากจะปล่อยผ่านจริงๆ ช่วงนี้ยิ่งไม่ได้เจอกันด้วย อะไรป้องกันได้ผมก็ต้องป้องกัน

“ทีหลังก็ให้เบอร์พัตไปเลยดิ จะได้ตามตัวถูกว่าใคร”

“ถ้ารู้ว่าใครแล้วพัตจะทำอะไรเล่า”

“กระทืบ” สองคำสั้นๆ ไม่มีอะไรมากมายความหมายก็ตามนั้น และผมสามารถทำแบบนั้นได้จริงๆอย่างไม่ต้องคิดเลย

“จะบ้าเหรอ ทำแบบนั้นได้ไงเล่า...ไม่เอาแล้วไม่พูดเรื่องนี้แล้ว กินข้าวกันดีกว่า” วินพูดเปลี่ยนเรื่องทันทีเมื่อพนักงานเดินมาเสิร์ฟอาหาร ผมเองก็เลยเลยตามเลยไม่พูดเรื่องนี้อีกแต่ใช่ว่าในใจจะปล่อยผ่านไปเฉยๆ

แต่ผมก็เลือกจะเชื่อใจวินว่ามันไม่มีอะไรเหมือนที่เรื่องของผมไม่มีอะไร เขาบริสุทธิ์ใจถึงได้เล่าเรื่องนี้ให้ผมฟัง ถ้าปิดบังกันก็ค่อยว่าไปอย่าง








TBC.




Talk

ทำไมมันสั้นลงเรื่อยหว่า55555 คนแต่งกลับบ้านค่ะซึ่งที่บ้านไม่มีเน็ตต้องแชร์จากโทรศัพท์เอาเลยมาต่อตอนสิบให้ก่อนกลัว่าจะนานเพราะกว่าจะกลับก็อีกสองวันเลย เค้าทุ่มเทมากเลยเห็นไหม :mew3: :mew3: ไม่เวิ่นอะไรมากแล้วค่ะเดี๋ยว3Gหมดก่อนจะอัพ(ถ้าหมดคือเปิดกูเกิ้ลก็ยังไม่ได้อ่ะ) บ๊ายบายนะคะ :bye2: :bye2:

**เม้นต์ให้ความทุ่มเทของเค้าด้วยนะ แวะไปหากันได้ที่เพจเน้อ  :impress2: :impress2:












ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
ตอนนี้ไม่ว่าที่ไหนๆก็อยู่ในช่วงเรียนๆสอบๆหมด เมื่อไรจะว่างพาไปหาคุณแม่ให้ได้ชื่นชมฝีมือลูกชายบ้าง

ออฟไลน์ maemix

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4414
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +299/-3
ช่วงสอบพัตกะวินไม่ค่อยได้เจอกันแต่ก็
หาเวลาแสดงความเอาใจใส่กัน

ออฟไลน์ JustWait

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3348
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-4
เบื่อคนเห่อแฟนจังค่าา หมั่นไส้

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4992
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-7
หวานอ่ะ สอบเสร็จแล้วก็รีบมาดินเนอร์ด้วยกัน  :L2:

 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ GMJeam

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 140
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
มุ้งมิ้งกันจริง อิจแรง อิอิ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด