[♡] ----- รัก...ไม่ได้ออกแบบ ----- : ตอนพิเศษ Happy ending P.20 || [8.7.18]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: [♡] ----- รัก...ไม่ได้ออกแบบ ----- : ตอนพิเศษ Happy ending P.20 || [8.7.18]  (อ่าน 229777 ครั้ง)

ออฟไลน์ janamanza

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 672
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-2
จีบเฟิร์ส์คงเจอ "ตอ" เหมือนกัน ใหญ่มากด้วยยยยยยยยยยยยย   5555555555

ออฟไลน์ maruko

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 359
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
ถ้าธันว์ย้ายสายจริง แอบชูป้ายไฟเชียร์พาย  >\\\\<

ออฟไลน์ kyungploy

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 358
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
หลงรักผู้ชายแบบน้ำน่าน ฮื่อ

ออฟไลน์ ゚゚ღ✿ศิลินส์✿ღ゚゚

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 256
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-4
แอบสงสัยงานเครื่องเพชรที่บังเอิญหลงไปนี่งานของอาจารย์ป่ะ

รออ่านตอนต่อไปเนอะ  :L2:

ออฟไลน์ ben

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 508
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +49/-3
เตงงงง มาต่อหน่อย งื้อออ

ออฟไลน์ phoenixes

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 79
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0
    • Zero's Twitter
ไม่ได้เข้ามานานมาก แต่พอเข้ามาเห็นคนถามถึงนิยายเรื่องนี้ก็ดีใจนะคะ ;-;
ขอโทษที่หายไปนาน แต่ไม่ได้จะทิ้งนะ หลังจากที่บอกว่าจะมาอัพบ่อยๆก็หายไปก็รู้สึกผิด
แต่พอดีเป็นช่วงใกล้สิ้นปีงานเยอะจริงๆค่ะ แล้วก็ไม่สบายเข้าโรงพยาบาลด้วย นี่ก็เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ
เลยหายไปยาวเลย แต่ตอนนี้กลับมาแล้วน้าาา จะรีบอัพนะคะ จุ๊บๆ 

 :L1: :pig4::mew1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-11-2015 11:41:03 โดย phoenixes »

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9323
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80
 :pig4:

ออฟไลน์ phoenixes

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 79
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0
    • Zero's Twitter
รัก...ไม่ได้ออกแบบ by zero





- 6 -







   ยิ่งดึกบรรยากาศยิ่งครึกครื้นแต่ละคนเริ่มออกล่าเหยื่อ ส่วนผมกำลังรอเวลาเหมาะๆที่จะออกไปทักทายใครบางคนที่ยังแรงดีไม่มีตกเต้นอยู่กับเพื่อนๆที่โต๊ะ พี่เฟิร์สดูมีเสน่ห์มาก การขยับตัวแต่พอดีทำให้ยิ่งดูเพลินตาน่ามองและมีอีกหลายคนที่ให้ความสนใจกับร่างโปร่งบางที่ยิ้มแย้มตลอดเวลา ทว่าไม่มีใครกล้าเข้าไปทักทายเพราะมีองครักษ์ถึงสองคนคอยประกบอยู่



   “สองคนนั้นชอบพี่เฟิร์สเหรอวะ”ผมสะกิดถามไอ้อ๊อดที่กำลังกึ่มๆ หลังจากนั่งสังเกตมาสักพักผู้ชายสองคนนั้นดูเป็นห่วงเป็นใยพี่เฟิร์สเกินเพื่อนธรรมดา



   “พี่เพชรกับพี่ยุ่งอ่ะเหรอ ได้ยินมาว่าตอนเข้าปีหนึ่งใหม่ๆเคยแข่งกันจีบพี่เฟิร์สนะ แต่ไปๆมาๆก็กลายมาเป็นเพื่อนสนิทกันซะงั้น มึงสนใจ?”ไอ้อ๊อดยักคิ้วหลิ่วตาถาม



“กูว่าอย่าเลย มึงลองคิดดูสิพี่เพชรเสื้อขาวนั่นอ่ะดีกรีเดือนมหาลัยเลยนะเว้ย หล่อ รวย เรียนดี ส่วนพี่ยุ่งเสื้อดำนั่นก็ทายาทนักการเมืองถึงจะไม่ได้เป็นเดือนแต่ก็หน้าตาดีมากสาวน้อยหนุ่มน้อยติดกันเกรียว ป๋ามากด้วย คนนึงเจ้าชายแสนดี คนนึงแบดบอยเสน่ห์ร้ายแต่ก็ยังเอาชนะใจพี่เฟิร์สไม่ได้เลย มึงอย่าไปยุ่งดีกว่า”



   ผมฟังไอ้อ๊อดสาธยายคุณสมบัติของรุ่นพี่สองคนนั้น แวบหนึ่งคิดว่ามันควรไปเรียนพวกสื่อสารมวลชนมากกว่าวิศวะนะ หรือจบไปมึงควรไปอยู่หน่วยข่าวกรอง



   “ทำไมวะ กูสู้สองคนนั้นไม่ได้ตรงไหน บางทีเขาอาจจะไม่ได้ต้องการคนที่ดีเลิศเลอ แต่ขอแค่คนที่พอดีก็ได้”



   “เหอะ ไอ้สัดทำเป็นคำคมคารมร้าย กูว่าถ้ามึงจะเอาเล่นๆก็ไปเอาคนอื่นเถอะ เพราะคนนี้ยากจริง เสียเวลา จีบคนอื่นมึงได้ฟินไปหลายน้ำหลายสิบคนแล้ว แต่กับคนนี้สิบปีก็ไม่ได้แดกนะกูว่า”ผมส่ายหน้าหน่ายกับคำสบประมาทของมัน อย่างที่บอกผมไม่ได้อยากได้เขาแต่มันเป็นความอยากลองมากกว่า อยากลองใจคน...เพราะผมรู้ว่าเขามีแฟนอยู่แล้ว คนอื่นจีบถึงไม่ชายตาแล แต่ก็อยากพิสูจน์ด้วยตัวเองว่ายังมีใครบนโลกนี้ที่มีรักแท้จริงใจ



   ไม่รู้ว่าดวงชะตาเราต้องกันหรือเพราะผมจ้องจนเขารู้ตัวเราจึงได้สบตากันท่ามกลางแสงสลัว เหมือนอีกฝ่ายพยายามเพ่งมองมาที่ผมก่อนจะยิ้มบางๆ ร่างโปร่งหันไปกระซิบคุยกับอะไรเพื่อนผู้ชายสองคนนั้นแล้วหันมามองทางผมอีกรอบ ก่อนจะเดินตรงเข้ามาหา ไอ้อ๊อดสะกิดผมยิกๆเมื่อพี่เฟิร์สเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ มันคงจ้องพี่เฟิร์สอยู่เหมือนกัน ดูเหมือนคนแถวนี้ก็จะให้ความสนใจด้วยเช่นกัน ร่างโปร่งบางหยุดอยู่ข้างผมก่อนจะโน้มตัวลงมา ใบหน้าแดงนิดๆเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์



   “ใช่คุณจริงๆด้วย”เสียงพี่เฟิร์สไม่ได้หวานซึ้งแต่ก็นุ่มน่าฟัง เพราะเหมือนครั้งแรกที่ได้เจอกัน เหมาะสมกับเจ้าตัว ท่าทางจะดื่มไปไม่น้อยแม้จะเดินตรงไม่เอนเอียงแต่ตาสวยๆนี่หวานเยิ้มดูเชิญชวนเสียเหลือเกิน



   “จำกันได้ด้วยเหรอครับ?”



   “อ่า จะบอกว่าจำหน้าได้ก็ไม่เชิง เห็นมามองอยู่นานแล้วสีผมก็สะดุดตาด้วยคิดว่าอาจจะเป็นคุณเลยเข้ามาดูหน้าชัดๆ”พี่เฟิร์สยิ้มน่ารักเป็นธรรมชาติมาก ผมควรจะดีใจหรือรู้สึกอย่างไรดีที่ทำให้อีกฝ่ายสะดุดตาสะดุดใจจนต้องเดินเข้ามาหาจนเป็นจุดสนใจของใครหลายๆคน



   “นั่งดื่มด้วยกันก่อนสิ”



   “ไม่ล่ะ เพื่อนรออยู่”ผมมองกลับไปที่โต๊ะของพี่เฟิร์สก็เห็นรุ่นพี่ผู้ชายสองคนนั้นมองมาอยู่ก่อนแล้วกะว่าไม่ให้คลาดสายตาสักวินาทีเดียว เลยอยากลองของสักหน่อย



   “แค่แก้วเดียวคงไม่เสียเวลาเท่าไหร่หรอกมั้งครับ”ผมยิ้มเชื้อเชิญ อีกฝ่ายก็ยิ้มหวานกลับมา ทำเอาพวกเพื่อนชั่วของผมมองกันตาค้าง แม้แต่ไอ้คิมที่มุ่งเน้นแต่นมเพียงอย่างเดียวยังมองด้วยความตะลึง แต่พวกมันต้องประหลาดใจอีกรอบก็ตอนที่ร่างโปร่งบางนั้นเบียดตัวลงนั่งตรงพื้นที่ว่างข้างๆผม ไม่รู้ว่าเป็นการยั่วหรือว่าอะไร แต่พี่เฟิร์สทำให้ผมอยากลองมากจริงๆ เหมือนเห็นสะพานทอดอยู่รำไร ท่าทางของพี่เฟิร์สดูแตกต่างจากครั้งแรกที่เจอกัน จากที่ดูสดใสเป็นธรรมชาติกลายเป็นมีเสน่ห์เหลือร้ายชวนให้ค้นหา หรือว่านิสัยจะเปลี่ยนไปตามสถานที่วะ ผมมองกลับไปที่โต๊ะของพี่เขาที่มีเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อรออยู่ก็สบกับตาสองคู่ที่จ้องเขม็งมาพอดี ขนาดแสงสีสลัวๆยังมองเห็นถึงความไม่เป็นมิตรพุ่งตรงมาอย่างชัดเจน แต่ใช่เรื่องที่จะต้องใส่ใจ




   “เพิ่งรู้ว่าเป็นรุ่นพี่ที่มหาลัย ทำไมไม่เคยเจอกันมาก่อนเลย”ผมเอนตัวเข้าหาเพื่อกระซิบคุยเนื่องจากเสียงเพลงตอนนี้ดังมาก ได้กลิ่นหอมละมุนจากคอขาวๆของพี่เฟิร์สผสมกลิ่นแอลกอฮอล์ ชวนให้อยากฝังเขี้ยวลงไปชะมัด



   “งั้นเหรอ แล้วอยู่คณะอะไร? ปีไหนแล้ว”พี่เฟิร์สเลิกคิ้วถามกลับมาท่าทางแปลกใจเล็กน้อย ผมบอกคณะตัวเองไปทำให้ได้เห็นหน้าที่แสนประหลาดใจได้อย่างน่ารักอีกครั้ง ทำไมวะหน้าอย่างผมจะเรียนคณะนี้ไม่ได้หรือไง



   “จริง? เจ๋งอ่ะ เหมาะกับ...สุดๆ”



   “หะ พี่ว่าไงนะ?”ผมได้ยินประโยคหลังไม่ถนัด แต่คนน่ารักก็ทำเพียงแค่ยิ้ม ตาเป็นประกาย แต่ผมก็เพิ่งนึกเอะใจได้ พี่เฟิร์สเรียนบริหาร ไอ้บ้านั่นก็สอนที่บริหาร อย่างนี้ก็เท่ากับว่าอาจารย์เป็นแฟนกับลูกศิษย์น่ะสิ ว่าแต่ทำไมผมต้องไปนึกถึงได้บ้านั่นด้วยวะ



   “อ้าว พี่เฟิร์ส มาได้ไงเนี่ย”ไอ้เหี้ยธันว์กลับมาที่โต๊ะพอเห็นพี่เฟิร์สมันก็ร้องทักทันที รู้จักกันด้วยเหรอวะ




   “อ้าว ธันว์ ก็ว่าอยู่โต๊ะนี้หน้าคุ้นๆ”พี่เฟิร์สหันไปยิ้มให้สัมพเวสีที่สิงอยู่แถวๆนี้ ไอ้อ๊อดนั่งนิ่งเหมือนรูปปั้น แต่หูยิ่งกว่าเรดาห์นาซ่า ส่วนไอ้คิมนิ่งยังไงก็อย่างนั้น แต่ท่าทางมันจะสนใจสิ่งที่ผมทำอยู่ไม่น้อย หันไปทีไรก็เห็นมันมองมาตลอด




   “รู้จักกับไอ้น่านด้วยเหรอ”ถามพี่เฟิร์สแต่ตาจ้องกูเขม็งเชียวไอ้เพื่อนเวร



   “น่าน อ๋อ เนี่ยเหรอน้ำน่าน เพื่อนที่เคยพูดถึงบ่อยๆ เอ๊ะอย่างนี้ก็เป็นเพื่อนพายด้วยสิ”เอ้า ไปกันใหญ่ เหมือนพี่เฟิร์สจะรู้จักผมแต่ไม่เคยเห็นหน้า แต่ผมไม่รู้จักเขาเลย ทั้งที่ก็วนเวียนอยู่รอบตัวกัน เอาเป็นว่าตอนนี้เรารู้จักกันแบบไม่ได้ตั้งใจไปแล้ว



   “ผัวไอ้พายมัน”



   “หะ แฟนพาย?!”



   “ถ้าผมผัวไอ้พาย ไอ้ธันว์ก็เป็นเหมือนกัน เพื่อนกันครับพี่”ผมแจกนิ้วกลางให้ไอ้ธันว์ มันหัวเราะร่วน ห่า แล้วเด็กที่มันนัวเนียแทบได้เสียกันหายไปไหนแล้ววะ



   “คนกันเองทั้งนั้นเลยเนอะ”ยิ้มน่ารักให้อีก ตกลงจงใจมายั่วกันจริงๆสินะ มันเขี้ยวอยากจับฟัดจริงๆ



   “นั่นสินะ แล้วพี่สนใจอยากจะรู้จักกันมากกว่านี้มั้ยครับ”ขอสักหน่อยเถอะวะ



   “โอ๊ะ หมดแก้วแล้ว งั้นพี่กลับโต๊ะก่อนดีกว่า ขอบคุณนะ แล้วเจอกัน”มาไวไปไวไม่สนใจขนมจีบกูเลย ผมอ้าปากเหวอ แต่ไอ้สัดธันว์หัวเราะก๊าก มันคงได้ยินที่ผมพูดเพราะนั่งอยู่ใกล้กัน



   “สนใจเหรอไอ้สัด แต่พลาดนะมึง ถ้าหาแดกในมหาลัยป่านนี้มึงได้จีบพี่เขาไปนานแล้ว”ครับ เหมือนที่ผมเคยบอกไปผมคบแต่พวกผู้หญิงที่ทำงานแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าแก่คราวป้านะครับ นั่นก็เกินไปถอดเสื้อผ้าออกมาคงหมดอารมณ์ก่อน ดังนั้นผมจึงพลาดการพบกันระหว่างตัวเองกับพี่เฟิร์ส แต่ก็นั่นแหละถึงจะเจอกันก่อนหน้านี้ผมอาจจะไม่ได้สนใจเขาเหมือนในตอนนี้ก็ได้ จู่ๆผมก็นึกขำตัวเองที่มีคำหนึ่งผุดขึ้นมาในความคิด ผมรีบไล่มันออกไปจากหัวทันที เพราะพรหมลิขิตเป็นเรื่องไร้สาระ...



   “ก็สนนิดหน่อย แต่ก็ไม่อะไรมาก เห็นว่ายากเลยอยากลองก็แค่นั้น”



   “หึ ยากจริงกูคอนเฟิร์ม แต่ถ้าอยากลองกูสนับสนุน หมั่นไส้ไอ้รักยมสองตัวนั่น”คงไม่ต้องบอกว่าหมายถึงใคร แต่ติดใจนิดหน่อยว่ามันไปหมั่นไส้เขาเรื่องอะไร เอาไว้มีอารมณ์แล้วค่อยให้มันเล่า ตอนนี้หาแจ่มๆสักคนไปนอนออกกำลังกายด้วยดีกว่า เข็ดฟันจากคนน่ารักต้องหาที่ระบาย





X

   



   “ค้าบ...ได้ครับอา”ผมรับคำอาฝนก่อนที่อีกฝ่ายจะวางสายไป ก่อนจะมองดูเวลาที่หน้าจอโทรศัพท์ในมือ บ่ายสามพอดี เมื่อคืนหนักไปหน่อยไม่ได้เมานะครับ ก็นั่นแหละได้เด็กแจ่มๆตามที่ตั้งใจไว้ เราเลยสนุกกันเกือบเช้า กลับบ้านมาผมก็พุ่งตัวลงเตียงกะว่าจะนอนยาวตื่นอีกทีพรุ่งนี้เช้าแล้วไปเรียน ข้ามวันข้ามคืนกันไปแต่อาสุดที่รักก็โทรมาปลุกสียก่อน




ปัง ปัง ปัง




ผมกะว่าจะนอนต่ออีกสักหน่อยแต่เสียงเคาะประตูเหมือนกับจะพังเข้ามาทำให้ไม่ได้ทำอย่างที่ตั้งใจไว คนที่เคาะได้เหี้ยแบบนี้มีไม่กี่คนหรอก แต่ก็ไม่คิดว่าคนที่มาเคาะประตูจะเป็นมัน



“มึงจะนอนให้ตายเลยไงวะ จะเย็นแล้วไอ้สัด อาบน้ำแล้วลงมากินข้าว”



“มึงไม่ถ่ายละคร?”



“เออ วันนี้ยกกอง คุณชายแม่งเสือกมีงานด่วน มาถ่ายไม่ได้ แล้วต้องเข้าฉากกับกูทั้งนั้น เขาเลยยกกองเสียเวลากูนอนฉิบหาย อุตส่าห์ไปถึงกองแต่เช้า มึงกลับมากี่โมง”มันร่ายยาวเหมือนอัดอั้นตันใจ ตบท้ายด้วยการถามผมแล้วมองตั้งแต่หัวจรดเท้า



“หกโมงมั้ง”คงสวนกับมันเมื่อเช้า



“สภาพอย่างเหี้ย เสียไปกี่น้ำละมึง เพลาๆหน่อยนะ เดี๋ยวจะซีดตายก่อนเรียนจบ”



“บ่นมากฉิบหาย แบบนี้ไงถึงไม่มีคนเอามาเป็นปีๆ”



“_วย”มันชูนิ้วกลางเป็นการประกอบคำพูด หน้าตาบูดบึ้งขึ้นมาทันที



“ไม่ใช่ไม่มีคนเอา แต่กูไม่เอามัน ชัดป่ะไอ้สัด”



“เหอะๆ ไม่ใช่ว่ารอใครอยู่หรือไง”มันสบตาผมนิ่งๆ จริงอยู่ว่ามันตัดใจจากไอ้ธันว์ได้แล้ว แต่ส่วนลึกในใจมันก็คงแอบรู้สึกอยู่บ้าง บางครั้งสายตามันที่มองไอ้ธันว์ยังมีร่องรอยบางอย่างอยู่ คือมันไม่ได้เจ็บปวดกับรักที่ไม่สมหวัง ไมได้อยากครอบครองเป็นเจ้าของ แต่มันเป็นความรักความปรารถนาดีที่ดูเหมือนจะลึกซึ้งกว่าเพื่อนธรรมดานิดๆ




“พูดส้นตีนอะไร กูไม่เคยรอใครทั้งนั้นแหละ มันจบแล้วจริงๆไอ้เหี้ย”มันทำท่าหงุดหงิด




“เออๆ กูเชื่อมึง แค่นี้ต้องหงุดหงิดด้วย”



“แล้วพูดเพื่อ?”มันกอดอกมองอย่างหาเรื่อง




“โว๊ะ แหย่นิดแหย่หน่อยทำเป็นขึ้น”




“ไปอาบน้ำได้แล้วยืนพ่นขี้ฟันใส่กูอยู่ได้”



“เออ ไอ้เหี้ย ทำกับข้าวให้กูแดกด้วย”ผมสั่งมัน



“เรียบร้อยแล้วไอ้ห่า รอมึงไปแดกเนี่ย”





(ต่อ)










   
   
   


   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-05-2016 21:01:03 โดย phoenixes »

ออฟไลน์ phoenixes

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 79
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0
    • Zero's Twitter
“เอาจริงๆช่วงนี้ไม่มีคนมาจีบมึงเหรอวะ”อัพเดตข่าวสารสักหน่อย เหมือนไม่ได้มีเวลามานั่งคุยกันนานมากแล้ว ส่วนใหญ่เห็นหน้ากันแว๊บๆ พยักหน้าทักทายแล้วก็แยกย้ายไปเรียน ตอนเย็นมันไปทำงาน ส่วนผมก็มีงานที่คณะต้องทำ อยู่บ้านเดียวกันก็เหมือนไม่ได้อยู่ วันนี้ถือว่าเป็นฤกษ์งามยามดีที่อยู่บ้านทั้งคู่ ไอ้พายกำลังตักแกงเขียวหวานไก่ราดขนมจีนให้ผมที่นั่งรอกินอย่างเดียวโคตรสบาย บนโต๊ะมีไข่เป็ดต้มยางมะตูมปอกเปลือกแล้วหกฟอง มีผักเคียงหั่นใส่จานจัดอย่างสวยงาม มีไอ้พายก็สบายไปสิบอย่าง อยากกินไรให้บอกมันทำได้หมด ใครได้มันเป็นเมียรับรองไม่มีอด




“ก็นะ มีบ้างตามประสาคนหน้าตาดี แต่พอดีกูไม่สนว่ะ”มันพูดได้น่าหมั่นไส้มาก




“ตอนนี้กูว่างานกูกำลังไปได้ดี คงจะเว้นเรื่องรักๆใคร่ๆไปก่อน”มันโสดก็จริงแต่ก็พอมีคนคุยด้วยบ้าง ตอนที่ยังไม่ได้เล่นละครก็มีคนคุยๆด้วยอยู่ แต่พอมารับละครแล้วมันก็ไม่มีเวลามาเล่าอะไรให้ผมฟังเลย




“ทำไมมึงกลัวคนเขารับไม่ได้?”




“ไม่ใช่ กูไม่เคยกลัวในสิ่งที่ตัวเองเป็น กูไม่เคยปกปิดด้วย แต่กูแค่อยากโฟกัสไปที่งานกับเรื่องเรียน แต่ถ้ามีใครรู้แล้วรังเกียจแล้วเกลียดกูไปเลยอันนั้นก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้”มันยักไหล่อย่างไม่ค่อยใส่ใจนัก แต่ผมรู้ว่ามันเป็นคนอื่นไหว ยังไงมันก็ต้องรู้สึกอะไรบ้างแหละ พายไม่เคยปกปิดเรื่องที่ตัวเองเป็นเกย์ แต่ด้วยความที่มันไม่ได้ออกสาว มองแล้วก็เหมือนผู้ชายแมนๆทั่วไป ทุกคนเลยดูไม่ออก เพื่อนที่คณะมันยังไม่รู้เลยนอกจากเพื่อนสนิทมันสองคน ยิ่งมันเป็นนายแบบ ถ่ายแบบเท่ๆ เป็นวีเจเสียงหล่อนุ่ม ก็มีแต่สาวๆคลั่งไคล้ แต่ก็มีพวกรุ่นพี่ผู้ชายมาจีบมันบ้างเหมือนกันตอนเข้าปีหนึ่งใหม่ๆ ไม่รู้ว่าผีเห็นผีหรือแค่พอใจในรูปร่างหน้าตาแล้วอยากลองของ คือพายถ้าจะมองมันหล่อก็หล่อ แต่ดูอีกทีก็น่ารัก แก้มป่องนิดๆ




“พูดดีไป พอเจอคนรับไม่ได้มึงก็มานอยด์แดกอีก”




“เออหน่า กูก็คนมีความรู้สึก แต่ไม่เก็บเอามาใส่ใจนานหรอกไอ้ห่า ใครมาวะ”ได้ยินเสียงบีบแตรดังมาจากหน้าบ้าน ผมเดินมาดูที่กล้องวงจรปิด




“ไอ้ห่าธันว์มา”ผมตะโกนบอกไอ้พายในครัวก่อนจะเดินไปกดรีโมทเปิดประตูรั้วให้ ผมยืนรอมันที่ประตูหน้าบ้าน ไม่ได้มาคนเดียวมีไอ้เหี้ยคิมที่ท่าทางไม่สบอารมณ์มาด้วย




“ทะเลาะกะเมีย”ไอ้ธันว์บอกบุ้ยใบ้ไปทางไอ้คิมที่เดินลงส้นเท้าตึงๆผ่านตัวผมไป



“นึกไงมาวะ”



“เบื่อๆ”



“เบื่อเหี้ยไรเมื่อคืนก็ได้เด็กไปกก”



“ไม่รู้ว่ะ มีไรกินวะ”



“ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่ ไอ้พายทำ”



“มันอยู่?”



“เออ”




“ลาภปากกูไอ้สัด”มันกอดคอผมยิ้มร่าตรงไปในครัวทันที เจอไอ้คิมนั่งโซ้ยขนมจีนจานที่ควรเป็นของผมอยู่ อย่างไวไอ้เหี้ย




“ดีนะกูทำไว้เยอะ ไม่งั้นไม่พอพวกมึงแดก”ไอ้พายบอก ไอ้คิมนั่งกินไม่สนใจใคร ไม่รู้ว่าที่อื่นกินขนมจีนแกงเขียวหวานไก่แบบไหนกันแต่พวกผมต้องมีผักแกล้มด้วย ทั้งผักกาดดอง แตงกว่า กะหล่ำปลีซอยละเอียด ผักบุ้งต้มซอยเป็นชิ้นเล็กๆ มีไข่ต้มยางมะตูม หมูยอนึ่ง กินด้วยกันอร่อยนะครับ




“ไม่พอก็ทำใหม่ยากไรวะ”



“พูดง่ายไอ้ห่า แล้วมึงไปแดกรังแตนที่ไหนมา”ไอ้พายด่าซี้มัน วางจานขนมจีนให้ไอ้เหี้ยธันว์ แล้วของกูอ่ะ



“ทะเลาะกะเมีย”ไอ้ธันว์ตอบแทน หยิบไข่ต้มใส่จานตัวเองสองฟอง เหลือให้กูด้วยไอ้เหี้ย



“กูว่าจะเลิกละ”ไอคิมพูดดูท่าทางไม่ทุกข์ร้อน หลังจากมีอะไรตกถึงท้องสีหน้ามันดูดีขึ้นไม่หงุดหงิดแล้ว ตกลงมึงโมโหหิวสินะ




“คนนี้กี่อาทิตย์วะ”ผมถาม



“สาม”



“ก็สมควรแก่เวลา”ไอ้ธันว์ว่า



“มีอีกป่ะ”ผมเพิ่งจะเริ่มกินไอ้คิมก็เอาจานที่สองแล้ว มันหันไปถามไอ้พายที่เพิ่งทิ้งตัวลงนั่งหลังจากจัดการอาหารให้พวกผม เรานั่งกินตรงโต๊ะอาหารในครัวไม่ยุ่งยาก จริงๆมีโต๊ะอาหารใหญ่อยู่อีกห้อง แต่กินกันเองไม่ได้มีแขกหรือจัดเลี้ยงอะไรส่วนมากผมกับไอ้พายก็กินกันในนี้เลย




“มี แต่ไปตักเองกูจะกินมั่งละ”



“เออๆ”



“อยากดูหนังว่ะ”ไอ้ธันว์พูดขึ้นมา



“ในโรง?”



“ไม่อ่ะ ดูที่บ้านนี่แหละกูขี้เกียจพบปะผู้คน มึงมีเรื่องไหนที่ซื้อมาใหม่บ้างป่ะ”




“มี”ผมเพิ่งซื้อมาตอนที่ไปดูหนังกับไอ้คิมคราวก่อน ยังไม่มีเวลาดูเลย วันนี้อยู่กันครบก็ถือโอกาสดูซะเลย



“มึงทำไรวะ”ไอ้พายหันไปถาม ไอ้คิมค้นอะไรกุกกักในตู้เย็น



“มีทอดมันด้วยนี่หว่า ทำไมมึงไม่ทอดวะ”




“กูขี้เกียจ”ไอ้พายตอบ ไอ้คิมเลยจัดการทอดเองซะเลย ผมใช้ให้มันยกหม้อแกงมาตั้งบนโต๊ะเลยจะได้ไม่ต้องเดินไปเดินมา พวกผมนั่งกินกันจนอิ่มแปล้ แกงเขียวหวานของไอ้พายขายดีหมดเกลี้ยง แต่ค่ำๆก็คงหิวกันอีกเลยว่าจะทำสุกี้กินกัน ดูหนังจบเรื่องหนึ่งค่อยออกไปซื้อของมาทำ






X







“พี่เดียว ไม่กลับไปอยู่บ้านล่ะ”



“ไม่เอาอ่ะ”



“ชิ พวกโลกส่วนตัวสูง น่าเบื่อ”



“หืม เบื่อพี่เหรอ หืมๆ”



“อ๋อยย เจ็บนะ”



ตอนแรกที่ผมเดินตามมาเพราะเห็นคุ้นๆ แต่ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นภาพเขาสวีทหวานกันแบบนี้ ไอ้อาจารย์บ้ากับพี่เฟิร์สกำลังหยอกล้อล็อคคอยีหัวกันกลางซูปเปอร์มาร์เก็ต คนตัวเล็กกว่าหน้ามุ่ยซึ่งทำให้ดูน่ารักขึ้นอีก ทำไมถึงมาอยู่แถวนี้กันได้วะ กรุงเทพมันจะแคบเกินไปแล้ว




ผมกับไอ้พายเป็นคนออกมาซื้อของสดที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่เปิดตลอด 24 ชม.ใกล้ๆหมู่บ้าน ส่วนสองคนที่เหลือผมให้พวกมันเตรียมอุปกรณ์ เตรียมสถานที่ให้พร้อม ขนหม้อออกมาล้างเพราะไม่ได้ทำสุกี้กินเองมานานแล้ว



“มึงเข็นมาทำไมตรงนี้วะ”ไอ้พายหอบผักกาดขาวกับผักบุ้งมาเต็มอ้อมแขน




“แล้วนี่ดูอะไรอยู่ เห้ยนั่นจารย์ภัทรดนัยกับพี่รหัสกูนี่หว่า”มันวางของลงในรถเข็นแล้วเดินดุ่มเข้าไปหาคนทั้งคู่ ผมเพิ่งรู้ว่าพี่เฟิร์สเป็นพี่รหัสมันนะเนี่ย คือปกติเวลาพูดถึงมันไม่ได้เอ่ยชื่อผมเองก็ไม่ได้สนใจรุ่นพี่มันเท่าไหร่รู้จักแต่เพื่อนสนิทที่คณะมัน ว่าแต่มันไม่กลัวอาจารย์ของมันแล้วเหรอวะ ผมยืนรอไอ้พายอยู่ที่เดิมไม่คิดจะเข้าไปทักทายอะไร เพราะไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกัน ผมมองของในรถเข็นซึ่งตอนนี้มีแค่ผักที่ไอ้พายหอบมา พวกเนื้อสัตว์และเครื่องปรุงรสต่างๆยังไม่ได้หยิบแม้แต่อย่างเดียว ระหว่างที่ไอ้พายคุยผมเลยว่าจะไปเลือกๆมาใส่รถเข็นให้เสร็จแต่ยังไม่ทันเดินไปไหนไอ้พายก็เดินกลับมาแล้วไม่ได้มาคนเดียวด้วย




“หวัดดีน้ำน่าน พอรู้จักกันก็ได้เจอกันบ่อยเลยเนอะ”พี่เฟิร์สทักผมอย่างร่าเริง สองแขนกอดเกี่ยวไอ้คนตัวโตที่ทำหน้านิ่งมองมา จะเก๊กไปถึงไหนวะ




“หวัดดีครับ”ผมยิ้มให้แล้วเหลือบตามองอีกคนเล็กน้อยแล้วหันมาสนใจพี่เฟิร์สเหมือนเดิม ไอ้พายยิ้มร่าเหมือนถูกหวย




“รู้จักกันแล้วเหรอ? แปลกใจนะเนี่ย”




“อื้อ เมื่อคืนเจอกันเลยรู้ว่าเป็นเพื่อนพายกับธันว์แล้วก็เลยได้คุยกันนิดหน่อย”พี่เฟิร์สบอก ท่าทางของพี่เฟิร์สวันนี้ดูปกติเหมือนครั้งแรกที่เจอกัน แตกต่างกับเมื่อคืนนิสัยเปลี่ยนไปตาสถานที่จริงๆ หรือว่าเพราะมีคนมาคอยคุมวะ




 “ไม่คิดจะทักกันหน่อยหรือไงคุณชลธร”มันทำหน้านิ่งๆแต่สายตาดูแปลกๆ เหมือนกำลังสนุกกับอะไรบางอย่าง ผมอุตส่าห์ไม่สนใจมันแล้วนะ แต่ก็ยังเสนอหน้ามาอีก




“สวัสดี...ครับ”เติมท้ายประโยคเมื่อเห็นไอ้พายจ้องเขม็งแต่แทบจะถลนออกมา มันคงจับความรู้สึกผมได้แล้วก็คงนึกได้ว่าผมไม่ชอบขี้หน้าอาจารย์มัน




“ครับ”ผมถึงกับเบลอเมื่อมันยิ้มให้ ยิ้มแบบยิ้มจริงๆเห็นฟัน ไม่ใช่การกระตุกยิ้มกวนตีน




“นี่จะทำอะไรกินกันอ่ะ”พี่เฟิร์สก้มลงมองของในรถเข็น




“สุกี้อ่ะพี่ ไปกินด้วยกันดิ”ไอ้พายชวน แต่มึงถามกูสักนิดมั้ยว่าอยากให้แขกที่ไม่อยากจะเชิญไปด้วยหรือเปล่า กับพี่เฟิร์สผมไม่มีปัญหาเลย แต่กับอีกคนนี่สิ




“น่าสนใจอ่า พี่เดียวไปมั้ย?”พี่เฟิร์สเขย่าแขนล่ำๆของมัน ทำหน้าอ้อนๆโคตรน่ารัก อยากให้มาอ้อนบ้าง




“รบกวนเขาเปล่าๆ ไหนว่าอยากจะกินอาหารญี่ปุ่นไงรบเร้าให้พี่พาออกมาเนี่ย”ผมอยากจะแหวะกับเสียงนุ่มๆของมันมาก




“ง่ะ เอาไว้วันหลังนะ วันนี้ไปกินที่บ้านพายกัน พายทำอาหารอร่อยนะ”




“แล้วของที่จะซื้อเข้าห้องพี่ล่ะ”




“เดี๋ยวค่อยแวะซื้อไง ยังไงก็ทางผ่านอยู่แล้ว นะๆไปนะ”เจอลูกอ้อนแบบนี้เข้าไปเป็นใครก็ต้องใจอ่อนทั้งนั้น




“ไปเถอะครับอาจารย์ ไม่ได้รบกวนอะไรเลย ถือว่าผมเลี้ยงขอบคุณอาจารย์ที่เลี้ยงข้าวผมกับน้องรหัสด้วย”อ้อ มันเคยไปกินข้าวด้วยกันมาด้วย ไม่เห็นเล่าเลยวะ




“แล้วเพื่อนคุณอยากให้พวกเราไปด้วยหรือเปล่า เห็นยืนเงียบเชียว”ทุกสายตาหันมามองทางผม แล้วจะให้ปฏิเสธก็คงจะดูเหี้ยเกินไป




“ไปได้อยู่แล้วครับอาจารย์ น่านมันไม่ว่าอะไรหรอก เนอะมึงเนอะ”ตอบแทนกูอีก บ้านกูนะเนี่ย มาเนอะมาแนะอีก




“ครับ ทานกันหลายๆคนสนุกดี”



   จากนั้นไอ้พายก็ถูกขาติดกับพี่รหัสมัน ไปไหนไปด้วยกัน เลือกซื้อของกันสนุกสนาน ทิ้งภาระชิ้นโตไว้กับผม




“ถ้าไม่สะดวกใจ พวกผมไม่ไปก็ได้นะ”จู่ๆมันก็พูดขึ้น



“พูดสักคำหรือยัง”



“ไม่พูดแต่หน้าตามันฟ้อง”




“ฟ้องว่าไง?”ผมหยุดเดินหันไปมองมันเต็มตา




“ฟ้องว่าไม่ยินดีที่จะให้ผมไปด้วย”



“เหอะ”มันทายถูก แต่ผมก็ไม่ได้ไร้มารยาทพอที่จะบอกปฏิเสธมันไปตอนนี้ ยังไงมันก็เป็นอาจารย์ไอ้พาย พี่เฟิร์สก็พี่รหัสมัน




“เพิ่งรู้ว่ามีความสามารถพิเศษอ่านใจคนอื่นได้”




“แล้วอ่านถูกมั้ยล่ะ”




“แล้วแต่จะคิดสิ”




“เกลียดอะไรผมนักหนา”




“บอกเหรอว่าเกลียด”



“แต่ก็ไม่ชอบหน้า”



“รู้ได้ไง”



“ก็เห็นทำหน้าหงิกทุกครั้งที่เจอหน้ากัน”



“แล้วระหว่างคุณกับผมมันมีเรื่องที่เมื่อเจอหน้าแล้วต้องยิ้มร่าโผเข้ากอดหรือไง”นึกภาพตามเองแล้วก็สยองไม่น้อย




“นั่นสินะ แต่ถึงไม่มีเรื่องอะไรแบบนั้นแต่ถ้าคุณจะโผเข้ากอดผมก็ไม่ว่าอะไรนะ”




พูดจาอะไรของมันวะ ฟังแล้วจั๊กจี้รูหู ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ยิ่งมันยิ้มจนเห็นฟันให้ ยิ่งรู้สึกแปลกๆ วันนี้ลืมกินยามาแล้วอาการบ้ากำเริบหรือไงวะ ผมเข็นรถหนีมัน มองหาไอ้พายกับพี่เฟิร์สที่ตอนนี้เดินกระหนุงหนิงเลือกซื้อของไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้




“นี่มึงจะเหมาไปถมที่หรือไง”ผมเห็นรถเข็นอีกคันที่ไอ้พายไปเอามามีของเต็มไปหมด กุ้ง หอย ปู ปลามาหมดทะเล




“กินกันตั้งหลายคน แล้วก็ซื้อไปเผื่อวันอื่นด้วย จะได้ไม่ต้องออกมาบ่อยๆ”ผมเช็คของว่าขาดอะไรอีกมั้ย พี่เฟิร์สไปเกาะหนึบที่แขนไอ้บ้านั่นแล้ว เราตกลงจะช่วยกันหารเท่าๆกันสำหรับสุกี้มื้อค่ำนี้ ตอนแรกไอ้พายบอกว่าจะเลี้ยงแต่สองคนนั้นปฏิเสธขอมีส่วนร่วมในการจ่ายด้วย เถียงกันอยู่พักนึงกว่าจะยอมกันได้ ผมกับไอ้พายจ่ายเงินเสร็จก็ช่วยกันขนขึ้นรถ ไอ้พายไปอธิบายทางให้อาจารย์มัน ส่วนผมมานั่งรอที่รถ




“มึงจะ...เอ้า คุณ!”ตกใจสิครับ นึกว่าไอ้พายแต่กลายเป็นไอ้บ้าที่เปิดประตูเข้ามานั่งข้างคนขับแทน มาทำไมวะ




“พันธการเขาบอกว่าจะเป็นคนขับพาเฟิร์สไปเอง ให้ผมไปกับคุณ”




“อืม”ผมขับรถเงียบๆมาตลอดทาง ส่วนมันก็เงียบเหมือนกันจนมาถึงบ้าน ไอ้ธันว์กับไอ้คิมถึงกับงงเมื่อเห็นผู้มาเยือนอีกสองคน ไอ้พายจัดการแนะนำอาจารย์มันเสร็จสรรพ ส่วนผมก็ขนของลงจากรถ เริ่มหิวแล้ว รีบๆเตรียมของจะได้กินกันเสียที ให้ไอ้พายต้อนรับขับสู้แขกของมันไปละกัน



“พายให้พี่ช่วยทำอะไรบ้าง”




“พี่ไปนั่งรอดีกว่านะ”ไอ้ธันว์เป็นคนพูดแทน เมื่อเห็นคนน่ารักเดินเข้ามาถึงในครัว




“ไม่เอา ไม่อยากนั่งรอเฉยๆ”




“งั้นพี่เอาผักไปล้างแล้วกัน”ไอ้พายส่งผักให้พี่รหัสตัวเอง ส่วนผมจัดการกับพวกอาหารทะเล ไอ้พายอยากกินทะเลเผาให้ผมทำน้ำจิ้มให้ ผมเลยใช้ไอ้คิมไปขนเตามาก่อไฟ บ้านผมมีเตาถ่านนะครับ เอาไว้ทำพวกปิ้งย่างนี่แหละ ย่างกับเตาแบบนี้มันจะหอมอร่อยกว่า บางทีก็เอาไว้ทำพวกต้มต่างๆที่ต้องใช้เวลาเคี่ยวนานไม่เปลืองแก๊ส จากตอนแรกที่ตั้งใจจะกินในครัวก็เลยต้องยกมากินริมสระแทน เป็นการจัดปาร์ตี้ย่อมๆ




ผมจัดการล้างอาหารทะเลทั้งหมดจนสะอาดแล้ว หันมาทำน้ำจิ้มสูตรเด็ดที่ไม่ว่าใครได้ชิมก็ต้องติดใจ อาฝนถ่ายทอดเคล็บลับมาให้ ในครัวดูครึกครื้นมาก ไอ้พายกับพี่รหัสมันคุยกันงุ้งงิ้งๆ มีไอ้ธันว์เป็นตัวเสือกด้วยตลอดเวลา




“พาย มาชิมดิ”ทำน้ำจิ้มเสร็จแล้วครับ ใช้เวลาไม่นาน



“ยังเด็ดเหมือนเดิม”มันยกนิ้วให้




ผมขนพวกอาหารทะเลออกมาข้างนอก ไอ้คิมจุดเตาไว้รอแล้ว เตรียมตะแกรงไว้ให้อย่างรู้งาน ระหว่างรอมันก็ไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า บิ๊วตัวเองด้วยการจิบเบียร์เย็นๆเป็นเพื่อนกับไอ้บ้านั่น ผมก็ลืมนึกถึงมันไปเลยมัวแต่วุ่นวายกับการเตรียมของ




“ให้ช่วยมั้ย?”




“ทำเป็น?”คือดูท่าทางแล้วไม่น่าจะเป็นผู้ชายที่ชอบเข้าครัว มือมันสวยมาก ผมเพิ่งสังเกตตอนที่มันยื่นมาจับกะละมังใส่กุ้งนี่เอง แล้วนี่เตาถ่านนะครับ ไม่ใช่เตาย่างบาร์บีคิวสวยๆเหมือนในละคร




“อย่ามาดูถูกกัน ก็เคยกินอาหารที่ทำมาแล้วนี่”




“หะ? อย่าบอกนะที่กินวันนั้นทำเอง?”ผมนี่อึ้งไปเลย ทำเองจริงเหรอวะ




“ก็ใช่สิ คิดว่ามันจะลอยมาจากไหนล่ะ”มันดึงกะละมังใส่กุ้งไปถือเอง ก่อนจะคีบกุ้งตัวโตๆลงไปย่าง ท่าทางคล่องแคล่วแสดงให้เห็นว่ามันทำเป็นจริงๆ




“อย่างอื่นเสร็จยังวะ”




“เสร็จแล้วมั้ง มึงเข้าไปดูดิ”ไอ้คิมเดินเข้าครัวไปพร้อมแก้วเบียร์




“บ้านสวยมาก เห็นคิมบอกว่าบอกว่าคุณออกแบบเองเหรอ”




“ก็ไม่ใช่ทั้งหมด แค่ร่างๆแล้วก็ให้สถาปนิกตัวจริงเขาทำอีกที”ผมเป็นคนชอบออกแบบ มันมีภาพในหัว ให้วาดออกมาได้นะ แต่พวกเรื่องโครงสร้างต้องให้พวกสถาปนิกเขาทำไป พอดีเป็นคนรู้จักกันเขาเลยเปิดโอกาสให้ผมแสดงความคิดเห็นและออกแบบในสิ่งที่อยากได้อย่างเต็มที่ ส่วนเขาจะเป็นคนดูแลเรื่องความถูกต้องและปรับแก้ในส่วนที่ผมวาดแล้วมันเกิดสร้างจริงไม่ได้ ซึ่งทั้งหมดมันก็ออกมาโอเคมากตรงตามที่ผมต้องการมากๆ




“ถึงอย่างนั้นไอเดียก็เจ๋งอยู่ดี โดยเฉพาะตรงนี้”แน่ล่ะ ใครๆที่มาก็ชอบตรงสระว่ายน้ำที่สุด เสียงเอะอะโวยวายดังมาจากในครัว ก่อนที่พวกมันจะทยอยกันขนของกินมา กุ้งรอบแรกที่ลงย่างสุกพอดี ส่งกลิ่นหอมอวลจนไอ้พายต้องมาสะกิดให้แกะป้อนให้




“แม่งอย่างฟินอ่ะ”ผมป้อนกุ้ง มันป้อนเบียร์ผมถือว่ารู้หน้าที่




“ผัวเมียคู่นี้หลบไปดิ”ไอ้คิมยกถาดบาร์บีคิวมาวางไว้ข้างๆ จากสุกี้ตอนนี้มันเริ่มมีของกินงอกขึ้นมาเยอะเลยครับ กินกันจนพุงกางแน่ๆ พอทุกอย่างพร้อมก็จัดการลงมือกันแบบไม่มีเกรงใจเพราะหิวกันมากๆ ตอนแรกแขกสองคนก็ดูเกร็งๆ แต่สักพักก็ดีขึ้นเพราะพวกเพื่อนๆผมมันชวนคุย ไอ้อาจารย์บ้าก็ขยันมองมาทางผมไม่รู้จะมองอะไรนักหนา หรือมันเห็นผมมองพี่เฟิร์สบ่อยๆวะ




“พวกคุณไม่ต้องเรียกผมว่าอาจารย์ก็ได้นะ ผมไม่ชิน”




“ก็อาจารย์เป็นอาจารย์ของผมไม่เรียกได้เหรอ”




“เอาไว้เรียกตอนอยู่มหาลัย อยู่ข้างนอกก็เรียกพี่เหมือนที่เฟิร์สเรียกนั่นแหละ ผมสอนคุณแค่วิชาเดียวเอง”




“ก็ดีครับ พอเรียกพี่แล้วกินเหล้าด้วยสนิทใจหน่อยไม่เกร็งๆ”




“ไอ้เหี้ยนี่ขนาดมึงเกร็งแล้วนะ”ไอ้คิมทำหน้าเหยียดหยามไอ้ธันว์เต็มที่ ผมเห็นมันชนแก้วกันเป็นว่าเล่น
ผมนั่งฟังคนคุยกันเงียบๆ ไม่คิดจะเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย เลยทำให้รู้ว่าเพราะมีพี่เฟิร์สเป็นตัวกลางให้ไอ้พายมันเลยไม่ถูกไอ้อาจารย์บ้านั่นเล่นงานเอา อีกอย่างมันไปขอโทษขอโพยเขาแล้วก็เข้าเรียนไม่เคยขาดอีกเลย เขาถึงไม่เพ่งเล็งอีก



“บ้านนี้อยู่กันสี่คนใช่มั้ย”




“เปล่าครับจารย์ เอ้ยพี่เดียว มีไอ้น่านกะผมที่อยู่ ส่วนมันสองคนมีคอนโดเป็นของตัวเอง เอาไว้กกเด็ก”ไอ้พายเริ่มเมาแล้วหน้ามันแดง เวลาเมาแล้วก็พล่ามไม่หยุดเล่าหมดโคตรเหง้าศักราชก็ขุดออกมา



“หุบปากบ้างเถอะมึงไอ้ห่า”ไอ้คิมทนไม่ไหวจับบาร์บีคิวยัดใส่ปากซี้มัน



“เป็นไรวะ นั่งเงียบเลย ไอ้ธันว์เดินถือจานใส่กุ้งย่างมานั่งข้างผม




“เปล่า ฟังไอ้ห่าพายพูดแล้วกูก็เหนื่อยจะคุย เก็บกดเหรอวะ”



“เออไอ้สัด กูแม่งอยากเอาหัวกุ้งยัดปากมัน”



“เออน้ำน่าน เสื้อผ้าคุณยังอยู่ที่คอนโดผม ลืมเอาไปให้ทุกที”



พรวด!



ไอ้ห่า สำลักเลยแม่ง จะพูดขึ้นมาทำไมวะ ผมตกเป็นเป้าสายตาของทุกคน จะมองกูกันทำไม กูไม่ได้ไปฆ่าใครตายนะเว้ยยยยย




“มึงขึ้นคอนโดจารย์มา?”ไอ้พาย




“อะไรยังไง”ไอ้ธันว์



“ได้กันแล้วเหรอ”พี่เฟิร์ส



“เปลี่ยนแนวก็ไม่บอกนะมึง”ไอ้คิม




พวกมึงคิดเหี้ยอะไรกันเนี่ยยยยยยย








----


มาแล้วค่ะ มาช้าไปมากเลย ฮืออออ จากที่แจ้งไปถัดไป 3 รีพรายก่อนหน้า เราขอโทษจริงๆที่มาช้า และขอบคุณคนที่ยังรออ่านนะคะ เรามีเพจมีทวิตน้า ลองหาดูแถวด้านล่าง 555 เปิดมาใหม่ๆเลย เวิ่นอยู่คนเดียว มีแท็กด้วย #รักไม่ได้ออกแบบ  ซึ่งก็ใช้อยู่คนเดียว 5555 แอบเห็นมีคนเชียร์ธันว์กับพายด้วยอ่า หุหุ ติดตามกันต่อไปนะคะ จุ๊บๆ 
:mew1: :pig4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-05-2016 22:01:05 โดย phoenixes »

ออฟไลน์ kyungploy

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 358
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
พี่เฟิร์สกับอาจารย์ไม่ได้เป็นอะไรกันแน่ๆเลยอะ ไม่งั้นไม่ถามแบบนั้นหรอก555555
ส่วนอาจารย์นี่ต้องชอบน่านแน่ๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4215
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
อาจารย์เป็นอะไรกับเฟิร์สอ่ะ ญาติกันรึเปล่า

ออฟไลน์ Freja

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2546
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +144/-4
เพิ่งได้มาอ่าน  สนุกมากๆค่ะ
การดำเนินเรื่อง การบรรยายจากมุมมองของตัวละคร
ภาษาที่ใช้   จังหวะของเรื่อง   เยี่ยมมากๆ

การบรรยายตัวละครทำให้เราสามารถแยกแต่ละคนได้ ซึ่งปกติเราจะมีปัญหาในเรื่องที่มีตัวละครหลายคน   สิ่งที่ทำให้จำแนกได้ก็คือนิสัยและการแสดงออกมากกว่าหน้าตา
ที่เราชอบอีกอย่างก็คือตัวละครหลักๆไม่ออกสาว  ส่วนที่ออกสาวก็อยุ่ในระดับที่เรารับได้    ชอบที่ข้ามการบรรยายอย่าง*ร่างบาง* ไปได้   

ขนาดตัวละครอย่างหมวยกับพี่รหัสที่ออกมานิดเดียว บรรยายไม่กี่ประโยคแต่เราก็สนใจอยากรู้ว่าอะไรเป็นไงแล้วค่ะ

ให้มโนจะว่าเฟิร์สน่าจะเป็นน้องเป็นญาติที่สนิทกันมากๆ   อยากให้ธันว์ได้เมีย   อยากให้พายสมหวังแต่ก็กลัวค่ะเพราะว่าพวกธันว์นี่คั่วเรื่องอย่างว่ากันมากเกินไปไม่หน่อยเลยค่ะ    รออ่านต่อนะคะ

ออฟไลน์ patchylove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1622
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +134/-4

ออฟไลน์ maruko

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 359
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
ดูแล้วอาจารย์พี่เดียวกับพี่เฟิร์สน่าจะเป็นญาติกันแน่ๆ จากบทสนทนาหลายๆสิ่ง

อาจารย์พี่เดียวก็ทั้งยอด ทั้งทิ้งระเบิดใส่น่าน ทำดีค่ะ ทำดี ทำต่อไป 55555
เพราะเราเป็น #ทีมน่าน ที่อยากให้พี่เดียวจีบน่านหนักมากกก  :o8: :o8:

ออฟไลน์ double9JH

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1914
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-7
พี่เดียว คิดไรป่าวเนี่ยยย  อยู่ๆก้พูดขึ้นมา


เฟิร์สกับเดียวเป็นพี่น้องกันป่าวววว :mew1:

ออฟไลน์ maixmix

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 13
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ชอบค่ะ มาอัพบ่อยๆนะคะ เรามารีเฟรชดูทุกวันเลย รอเป็นเดือนๆดีใจที่อัพแล้ว  o13 :-[

ออฟไลน์ iamtsubame

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 370
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
สนุกมากกกกกก o13
อ่านเพลินเลย พี่เดียวจีบน้องได้แล้วนะ อยากอ่านตอนน้องน่านมุ้งมิ้งแล้ว :hao6:

ออฟไลน์ ゚゚ღ✿ศิลินส์✿ღ゚゚

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 256
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-4
เฟิร์ส กับ เดียว ชื่อบ่งบอกมากอ่ะ พี่น้องกันชัวร์

ส่วนอาจารย์เดียวคะ แอบมองน้ำน่านบ่อย ๆ นี่คิดไรอยู่ ได้ข่าวว่าตรงสเป็คใช่ปล่าวหว่า?

ออฟไลน์ phoenixes

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 79
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0
    • Zero's Twitter
รัก...ไมได้ออกแบบ by zero






- 7 -





   “เหี้ย! หิว”ไอ้โอ๊คตะโกนขึ้นมาระหว่างที่พวกผมกำลังจดจ่ออยู่กับการทำงาน ปีสองแล้ววิชาที่เรียนเริ่มลงลึกและปฏิบัติมากขึ้น ปีหนึ่งที่คิดว่าเยอะแล้ว เทียบไม่ได้กับตอนนี้เลย ปีสูงขึ้นไปแทบไม่ต้องพูดถึง แต่ก็ต้องเข้าใจว่าเรียนด้านนี้จะฝีมือดีได้ก็ต้องฝึกฝนอย่างหนัก ทักษะต่างๆต้องพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆไม่อย่างนั้นก็สู้คนอื่นไม่ได้



“ตะโกนแล้วมึงจะหายหิวเหรอไอ้สัด”ไอ้เต้ด่ากลับไป หน้ามันเครียดมาก เพราะงานก่อนหน้ามันถูกสับมาเละยิ่งกว่าโจ๊ก แต่จะโทษใครได้ มัวแต่ติดเด็กแล้วลืมทำงานมาปั่นเอาก่อนวันจะส่ง งานเลยหยาบยิ่งกว่าหนังช้าง



“เดี๋ยวกูไปเซเว่น จะเอาอะไรจดมา”ผมเสียสละตัวเองเป็นคนไปซื้อของมาให้พวกมันแดก อันที่จริงก็หิวเหมือนกัน อยากไปยืดเส้นยืดสายด้วย ตั้งแต่เลิกเรียนตอนสี่โมงเย็นจนถึงตอนนี้ก็สองทุ่มแล้วขยับตัวมากสุดก็แค่ไปเหลาดินสอ



“ไอ้เหี้ย เทวดามาโปรด งานมึงเสร็จแล้วเหรอ”



“ใกล้แล้ว เอาไรจดมาๆ”ไอ้เหี้ยเต้ฉีกกระดาษสเก็ตมาจดทั้งข้าวกล่อง ขนม น้ำ ลูกอม ลิโพ เอ็ม150...



“ไอ้สัด ใครเอาถุงยางวะ”รายการสุดท้ายนี่คือเหี้ยอะไร พอผมถามแม่งหัวเราะกันใหญ่ พวกผมนั่งทำงานอยู่ใต้ตึกเรียนเกือบยี่สิบชีวิต



“ของกูๆ ฝากด้วย เสร็จงานกูจะรีบไปเอาเมียไม่ต้องเสียเวลาแวะซื้อ”ไอ้ห่าเจตะโกนมาจากอีกมุมหนึ่ง



“ค_ย”ผมแจกนิ้วให้ ก่อนจะลากไอ้หมวยที่อยู่ใกล้มือใกล้ตีนไปช่วยถือของ



“ไอ้เชี่ย ไหล่กูไม่ใช่ที่วางแขนมึงนะ”



“อ้าวเหรอ กูนึกว่าใช่ปรับระดับมาพอดีเลยนะเนี่ย”



“กวนตีนไอ้สัด คนอื่นก็มีลากกูมาทำเชี่ยไร”



“เอามึงมาอ่ะถูกแล้ว งานมึงจะเสร็จแล้วนี่”ไอ้หมวยเห็นตัวมันเล็ก แต่ฝีมือมันไม่เล็กนะครับ งานมันขึ้นแท่นเลยทีเดียว



พวกผมเดินลัดเลาะสวนข้างคณะตัวเองไปตามทางเดินที่ปูด้วยอิฐตัวนอนสลับสี ซึ่งเป็นทางเชื่อมไปทอดยาวไปสู่คณะสถาปัตย์ มีสระน้ำกั้นกลาง มีสะพานปูนให้เดินข้าม สองข้างของสะพานปูนเป็นซุ้มดอกการเวกที่เลื้อยยาวตลอดสะพาน ดึกๆแบบนี้ได้กลิ่นหอมอวลไปทั่ว เซเว่นที่ผมจะไปมันอยู่ระหว่างคณะพอดี



“ไอ้สัด อย่างโหด บ้ามากไปละ”ไอ้หมวยมันพูดขึ้นเพราะได้ยินเสียงว๊ากดังลั่นมาจากลานคณะสถาปัตย์ คณะนี้รับน้องโหดมาก พี่ว๊ากแต่ละคนน่ากลัวทั้งนั้น คณะผมที่ว่าดุเดือดแล้วต้องคุณสามเข้าไป พี่ว๊ากคณะนี้ต้องทำตัวเหมือนแวมไพร์ กลางวันต้องหลบซ่อนตัว จะให้น้องปีหนึ่งเห็นไม่ได้



“หมอบๆๆ หมอบหาพ่อง”



“มึงนี่ก็นะ รีบๆเดินไป”



พอไปถึงเซเว่นผมก็แบ่งกันไปหยิบของตามรายการ ข้าวกล่องขายดีมาก บางอย่างที่สั่งมาก็ไม่มีผมก็เลือกอย่างอื่นไปแทนเวลานี้อะไรที่กินได้พวกมันก็ยัดกันหมดนั่นแหละ ของทั้งหมดเต็มสามตะกร้า ของผมเป็นข้าวกับพวกขนม ส่วนไอ้หมวยถือตะกร้าใส่น้ำอย่างเดียว



“คืนนี้พวกปีหนึ่งตายแน่มึง พี่ไวท์แม่งจัดหนักจัดเต็ม”



“เออไอ้สัด กูไม่ได้โดนเองยังขนลุก เยี่ยวจะแตกไอ้ห่า”



“อยากไปลองของเองนี่หว่า ต้องโดนนน”



ผมเหลือบตามองไอ้หมวยที่ยืนต่อหลังสองคนที่กำลังพูดถึงการรับน้องคณะตัวเองแน่ๆ ดูจากเสื้อแล้วก็คงเป็นคณะสถาปัตย์บ้านใกล้เรือนเคียงนี่เอง มันเบ้ปากใส่สองคนนั้นเหมือนกับแค้นเคืองอะไรเขานักหนา



“พวกบ้าอำนาจ”คล้อยหลังจากคนนั้นที่หิ้วน้ำแข็งเต็มถังออกไป มันก็เปิดปากทันที


“ไม่ชอบก็อยู่เฉยๆ อย่าไปวิจารณ์เขา เดี๋ยวมึงจะได้โดนดี”คือเรื่องพวกนี้มันก็พูดยากนะครับ การรับน้องแบบนี้มันก็มีข้อดี แต่บางคนที่ไม่ชอบและมีความคิดต่างก็มองเห็นแต่ข้อเสีย ผมว่ามันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน  จะมาตัดสินว่าดีหรือไม่ดีไปเลยไม่ได้ ทุกอย่างมันต้องมีทั้งดีและไม่ดี ถ้าเรื่องไหนที่ดีก็ควรรักษาไว้ ส่วนเรื่องไหนที่ไม่ดีมันก็ควรปรับปรุง มันอาจจะไม่ได้ดีขึ้นมาเลยเสียทีเดียวแต่มันก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย



ระหว่างทางเดินกลับมาเสียงว๊ากก็เงียบลงไปแล้ว ทุกอย่างเงียบสนิทได้ยินเพียงเสียงใบไม้ไหวกับแมลงกลางคืนที่ดังเป็นระยะ คงจะเลิกว๊ากกันไปแล้ว



“เสียงไรวะ”ไอ้หมวยพึมพำ เบียดตัวเข้าหาผม หันมองรอบตัวอย่างหวาดระแวง คือทางเดินตรงนี้มันไม่ได้สว่างนัก ไฟบางจุดก็ดับไป แสงนวลๆจากไฟสีส้มตามทางเดินเลยขาดๆหายๆ สลัวไปทั่วบริเวณ เสียงฝีเท้าคนดังมาจากข้างหน้า แต่ผมกับไอ้หมวยเบรคไม่ทันตอนที่กำลังจะเดินผ่านสะพานการเวก เจ้าของเสียงฝีเท้าที่วิ่งมาก็คงจะไม่รู้ว่ามีใครเดินอยู่



ปึก!


“โอ๊ย!”ผมคว้าเอาไว้ไม่ทันเพราะมือเต็มไปด้วยของที่ซื้อมาไอ้หมวยกับถุงของจึงกระเด็นไปคนละทาง วัตถุที่วิ่งมาชนก็ล้มคว่ำไปด้วยกัน



“เหี้ย!”พวกที่วิ่งมาถึงร้องดังขึ้น ผมมองหน้าไม่ถนัดแต่คงจะมาจากคณะข้างๆ ไว้หนวดเครา สวมหมวกแก๊ปแต่ใส่ชุดนักศึกษาเต็มยศถูกระเบียบเป๊ะ



“เหี้ยไวท์ เป็นไรป่ะวะ”หนึ่งในสามคนที่วิ่งตามมาสมทบถามขึ้น



“เจ็บไอ้สัด ลุกไปสิวะ”เสียงไอ้หมวย มันผลักคนที่ล้มทับมันออก อันที่จริงร่างสูงใหญ่นั้นไม่น่าสะเทือนด้วยซ้ำแต่คงเป็นจังหวะที่ลุกขึ้นพอดีแรงของไอ้หมวยจึงทำให้อีกฝ่ายเซไป ผมวางของทิ้งไว้แล้วฉุดมันลุกขึ้น อีกฝ่ายก็ถูกเพื่อนประคองขึ้นมาเหมือนกัน



“ไอ้สัด รีบไป เดี๋ยวไอ้เหวงปล่อยน้อง”



“เห้ยๆ ชนคนอื่นล้มแล้วจะหนีไปง่ายๆหรือไงวะ”ไอ้ตัวเล็กแม่งซ่าไปรั้งแขนคนที่ชนมันไว้ จะรู้หรือเปล่าวะนั่นคือพี่ว๊ากที่มันเกลียดนักเกลียดหนา คือถึงไม่มีใครบอกก็พอจะเดาได้จากการแต่งตัว และจากชื่อที่ถูกเรียกผมเพิ่งได้ยินจากเซเว่นเมื่อกี้นี้เอง ไม่น่าพลาด



“ขอโทษ”เสียงโหดสัด ตาวาวๆในแสงสลัวนั้นทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายคงดุไม่น้อย



“เอ้า ไอ้เหี้ย”ผมดึงไอ้หมวยไว้ มันแทบจะแล่นตามไปเอาเรื่องเขาซ่านักตัวแค่นี้ มันคงไม่พอใจกับคำขอโทษแค่นั้น คงจะรีบกันมากจริงๆเพราะวิ่งไปไม่หันหลังกลับมามองเลย



“ไปเหอะมึง อย่ามัวเสียเวลา”



“แม่งเอ๊ย ทำกูเจ็บ อย่าให้กูเจอหน้านะจะด่าให้ลืมชื่อแม่เลย”



“จำหน้าเขาให้ได้ก่อนคิดจะไปด่า ห่ามึงเห็นหน้าเขาเหรอ”



“เห็นไม่ชัด แต่กูรู้ชื่อ สัดไวท์!”เอ้อ นับว่ายังฉลาดและยังมีสติที่จำชื่อได้ ผมกับมันช่วยกันเก็บของขึ้นมาแล้วกลับไปที่คณะที่มีพวกสัมพเวสีรอคนแผ่ส่วนบุญไปให้



“หมวย แขนมึงไปโดนอะไรวะ มีเลือดด้วยพออยู่ในที่ไฟสว่างร่อยรอยต่างๆจึงปรากฏชัด ไอ้โอ๊คจับแขนซี๊มันพลิกดู ตรงข้อศอกมีแผลเลือดซึม ตรงฝ่ามืออีกนิดหน่อย ไอ้หมวยถึงกับครางปากสั่นแล้วด่าเป็นของแถม



“อูย เจ็บไอ้สัด มือหรือส้นตีนเนี่ย”



“ไปล้างน้ำไปเดี๋ยวกูทำแผลให้”เอเชียมันเดินเข้ามาหยิบขนมปังแล้วพูดขึ้น



“ถ้ามึงทำแผลแล้วกูจะไม่ต้องตัดแขนทิ้งทีหลังใช่มั้ย”



“ไอ่เชี่ย ปากมึง เอาแอลกอฮอล์ล้างดีมั้ย”



“แอลกอฮอล์มันฆ่าหมาไม่ได้หรอกเว้ย มันกรอกปากเป็นประจำ ยิ่งกรอกหมายิ่งเจริญเติบโต”ไอ้เต้ตะโกนกลับมา ข้าวเต็มปากอุบาทว์สัด
พวกมันโล้งเล้งกันพักใหญ่ เหมือนเป็นช่วงพักของทุกคน เอเชียมันทำแผลให้ไอ้หมวยที่นั่งเล่าเหตุการณ์ผสมการบ่นด่าให้ซี้มันฟัง หลังจากที่มีอาหารตกถึงท้องก็กลับมาทำงานต่อจนเสร็จ กว่าจะได้แยกย้ายกันกลับบ้านก็เกือบห้าทุ่ม กลับมาถึงบ้านไอ้พายยังไม่นอน นั่งทำงานอยู่หน้าทีวีที่เปิดทิ้งไว้แต่ปิดเสียง



“กูนึกว่ามึงจะกลับดึกกว่านี้”ไอ้พายเงยหน้าขึ้นมาจากงานของมัน เวลาอ่านหนังสือหรือทำการบ้านมันจะใส่แว่น สั้นไม่มากแต่มันชอบใส่



“กูเร่งให้เสร็จอยู่ พรุ่งนี้ต้องลงกิจกรรมเดี๋ยวไม่มีเวลา”



“นั่นอ่ะ ของมึง”มันบุ้ยใบ้ไปที่โซฟา ผมเลยเดินไปนั่งแล้วหยิบถุงกระดาษนั้นขึ้นมา



“เสื้อผ้ามึง จารย์ เอ้ย พี่เดียวฝากมาให้ โวะ เรียกไม่ถนัดปากเลยวุ้ย”มันบ่นๆ แต่ผมชะงักไป



“วันนี้มึงเรียนกับมันเหรอ”ลับหลังไม่จำเป็นต้องพูดเพราะพูดดี ตั้งแต่วันนั้นผมก็ไม่ได้เจอมันอีก ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดี ผมว่ามันต้องจงใจแน่ๆ แต่ผมไม่รู้ว่ามันต้องการอะไรที่จู่ๆก็พูดถึงเรื่องเสื้อผ้าที่ผมตั้งใจจะทิ้งลืมไว้ที่ห้องมัน เพิ่งผ่านไปแค่วันเดียวเองมันจะเอาเวลาที่ไหนมาเจอผมวะ แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ถามมันให้หายข้องใจ เพราะหลังจากกินอิ่มมันก็ต้องขอตัวกลับเพราะมีคนโทรมาตามพี่เฟิร์ส วันนั้นผมต้องจำใจเล่าเรื่องที่เมาเป็นหมาถูกหิ้วขึ้นห้องให้พวกเพื่อนๆฟัง พวกมันก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพียงแค่แปลกใจที่ผมไม่ได้เล่าให้ฟัง ก็เรื่องมันน่าเล่าตรงไหนวะ



“เปล่า พี่เขาเข้ามาคุยธุระที่คณะแล้วเจอกูพอดีเลยฝากมาคืนให้”



“อืม ขอบใจ”อยากจะเอาชุดไปเผาจริงๆ



“มึงยังไม่เลิกเกลียดขี้หน้าพี่เขาอีกเหรอวะ กูว่านะลืมๆไปเหอะ พี่เดียวเขาเป็นคนดีมากเลยนะมึง”ผมมองหน้ามันอย่างเหนื่อยหน่าย ก็ไม่ได้มาโดนด่าอย่างกูนี่หว่า อีกอย่างนะคนมันไม่ถูกชะตาไม่ว่าจะดียังไงมันก็คงเปลี่ยนมาญาติดีกันยาก ผมเองไม่ได้คิดจะเข้าไปข้องเกี่ยวอะไรด้วยอยู่แล้ว แต่มันมีเหตุให้ต้องมาเจอกันทุกที เวรกรรมจริงๆ





   X





      
   หลังจากเลิกกิจกรรมผมก็ต้องรีบตรงดิ่งมาหาพี่ยศที่สตูดิโอ เห็นว่ามีงานจะให้ผมไปเป็นผู้ช่วยถ่ายงานโปรเจคท์ใหญ่ ให้รีบเข้าไปคุยเรื่องรายละเอียด กว่าจะฝ่ารถติดมาได้ก็เกือบสองทุ่มแล้ว แต่คนที่นี่ทำงานกันดึกดื่นอยู่แล้ว



   “หวัดดีพี่ครับพี่โด้ พี่ยศอ่ะ”ผมทักมือขวาของที่นี่ พี่แกกำลังรีบร้อนเดินลงบันไดมา



   “อยู่ในห้อง น่านเข้าไปเลย พี่ไปก่อนนะ เมียโทรจิกแล้ว”ยังไม่ทันเอ่ยลาพี่แกก็วิ่งออกนอกบริษัทไปแล้ว ผมเดินขึ้นไปชั้นบนที่เป็นห้องทำงานของพี่ยศ ยังมีอีกหลายคนที่นั่งทำงานอยู่ ผมยิ้มให้พี่บางคนที่คุ้นหน้ากัน



   “หวัดดีพี่”ผมเปิดประตูห้องพี่ยศเข้าไป เจ้าของห้องนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานกำลังดูอะไรในหน้าจอ ห้องพี่ยศมีโต๊ะทำงานอยู่สองโต๊ะ โต๊ะหนึ่งสำหรับงานทั่วไป ส่วนอีกโต๊ะเอาไว้ทำงานเกี่ยวกับรูปที่แกรับผิดชอบโดยตรงซึ่งรกมาก



   “เออดี ไอ้หล่อนั่งๆ กินไรยัง กูให้บุ้งมันไปซื้อกาแฟกับของกินมาให้เมื่อกี้”



   “ยังเลยครับ รีบมากลัวพี่รอนาน”



   “งั้นรอแป๊บ”พี่ยศกดโทรศัพท์พอฝั่งนั้นรับก็รีบสั่งเมนูอาหารทันที



   “เออ มึงจะซื้ออะไรก็ซื้อมาอิบุ้งกี๋ เอาที่มันกินแล้วไม่ตายน่ะ อะไรนะ เงินที่เหลือมึงขอ เออได้ เอาไปแลกกับโบนัสสิ้นปี ลูกน้องแต่ละคนกวนส้นตีนกูจริง”ท้ายประโยคแกวางสายแล้ว



   “ระหว่างรอกินมาคุยงานก่อนแล้วกัน”พี่ยศยื่นแฟ้มหนึ่งมาให้ พอรับมาดูแล้วด้านในเป็นรูปของชุดเครื่องเพชร



   “งานถ่ายชุดเครื่องเพชรของบริษัท...”ชื่อบริษัทนี้ผมรู้จักนะ เป็นบริษัทแนวหน้าของวงการเครื่องประดับเลยทีเดียว บริษัทเดียวกันกับที่ผมเคยจับพลัดจับผลูได้เข้าไปถ่ายงานแฟชั่นโชว์ครั้งก่อน



   “ทำไมเขาเลือกบริษัทพี่ล่ะ ปกติเขาไม่ได้มีเจ้าประจำเหรอ”



   “คงมีปัญหาภายในละมั้ง พี่ก็ไม่ค่อยรู้ อันที่จริงเขาก็ยังไม่ได้เลือกเราหรอก เพียงแต่ให้เราเข้าไปลองถ่ายเพื่อเอาไปเทียบกับอีกสองเจ้าแล้วจะคัดเลือกอีกที ซึ่งกูอยากได้งานนี้”พี่ยศย้ำในตอนท้าย



   “งานนี้พี่จะถ่ายเอง ให้มึงเป็นผู้ช่วย”



   “ทำไมไม่ให้พี่โด้ล่ะพี่”


“ไอ้โด้มีงานอื่นแล้ว”


“พี่ฉัตรล่ะ”



“ไอ้ฉัตรฝีมือมันดีก็จริงแต่มันไม่ถนัดถ่ายงานแบบนี้มึงก็รู้ ไม่ต้องอ้างชื่อคนอื่นแล้ว มึงนี่แหละเหมาะสุด”



“ผมกลัวว่าจะทำให้พี่พลาดงานนี้ว่ะ”งานแบบนี้สมควรให้มืออาชีพทำ ฝีมือผมยังคงไม่ถึงขั้น



“มั่นใจตัวเองสิวะ กูบอกว่ามึงทำได้คือทำได้ ไม่เชื่อกูหรือไง”หมดคำพูด ความจริงการได้รับมอบหมายงานนี้มันทำให้ผมรู้สึกดีมากๆ เป็นการฝึกปรือฝีมือที่ดีเยี่ยม รองจากแคนดิต การถ่ายพวกวัตถุสิ่งของ อาคารบ้านเรือนผมชอบมากๆ คงเพราะใจมาทางด้านการออกแบบด้วยละมั้งทำให้ค่อนข้างมีไอเดียในการถ่ายรูปแนวนี้ แต่ถ้าหากรูปที่ออกมามันไม่ถึงขั้นก็จะทำให้พี่ยศพลาดงานนี้ได้



“เขาให้เรานัดวันเข้าไปถ่ายรูปจันทร์บ่ายที่บริษัทนั้นเขามีสตูดิโอเป็นของตัวเอง มึงว่างพอดีกูดูตารางแล้ว”ผมส่งตารางเรียนให้พี่ยศด้วย เวลาพี่เขารับงานจะได้รู้ว่าผมว่างหรือไม่ว่าง



“โอเคครับพี่”หลังจากนัดแนะกันเสร็จแล้ว ผมก็อยู่กินข้าวกับพี่ยศในห้องทำงาน คุยอะไรกันอีกนิดหน่อยก่อนจะแยกตัวกลับมา วันเสาร์พี่ยศนัดผมไปลองถ่ายเครื่องเพชรที่สตูดิโอดูก่อนเป็นการฝึกมือ ดังนั้นศุกร์นี้งดสังสรรแบบเมาหัวทิ่ม





X







ไม่เมาวันศุกร์แต่มาเมาวันเสาร์แทน พอถ่ายงานเสร็จผมก็ถูกไอ้เหี้ยธันว์ลากมาผับประจำ เฮียเสกเจ้าเดิม ครั้งนี้เจอหน้ากันตั้งแต่เหยียบเท้าเข้าร้าน พวกผมมาถึงประมาณสองทุ่มกว่าๆ ถูกเฮียเสกพาขึ้นด้านบนมารวมโต๊ะกับเพื่อนๆเฮียแกด้วย พวกไอ้โก้ ไอ้อ๊อดมากันก่อนแล้ว ไอ้คิมกำลังตามมาเห็นว่าไปจะไปโละเมียทิ้งก่อน สุดท้ายก็เลิกจนได้คนนี้ครบเดือนพอดี



“พวกมึงนี่เรียนวิศวะกันหมดเลยเหรอวะ”คนนี้น่าจะชื่อพี่ทักษ์ หน้าตาตี๋ๆ



“ยกเว้นไอ้น่านครับพี่ มันเรียนมัณฑณศิลป์ เดี๋ยวมีมาอีกคนชื่อไอ้คิมนั่นเรียนเภสัช”ไอ้อ๊อดสาระแนตอบ



“โอ้ เจ๋งนี่หว่า เรียนอะไรอ่ะมึง ตกแต่งภายใน นิเทศ เครื่องประดับหรือว่าอะไรวะ”



“ภายในอ่ะพี่”



“ทำผมสีนี้แล้วมึงหล่อขึ้นนะเนี่ย กูว่าดีกว่าตอนมึงทำสีเงินอีกนะ”พี่คนนี้ชื่อพี่บอส หล่อเข้มเหมือนคนใต้ ยังมีอีกคนชื่อพี่ยอด ตอนผมมาพี่แกมีสาวมาเกี่ยวไป



“พี่เคยเห็นผมด้วยเหรอ”เมื่อวานไม่ได้มีนัดไปกินเหล้าที่ไหนผมเลยไปทำสีผมใหม่เอาให้สะดุดตาน้อยกว่าเดิม



“เออ พวกกูเห็นพวกมึงมานานละ กูก็มาร้านเหี้ยเสกประจำเหมือนกัน”



“ใช่ๆ มาแต่ละทีได้แต่คนเด็ดๆไปทั้งนั้นไอ้สัด กูนี่มองไปเถอะ ไม่เคยได้แดก”



“อ่ะนะ คนมันหล่ออ่ะพี่”เอาซะหน่อยกู



“ไอ้สัดกวนตีนใช้ได้”ขำๆกันไป ผู้ชายด้วยกันพอรู้จักชื่อ มีเหล้าเป็นตัวช่วยก็เข้ากันได้เร็ว พวกพี่เขาก็ดูเป็นมิตรดี แต่คนที่พาพวกผมมาทิ้งไว้นั้นหายหัว คงไปดูความเรียบร้อยของร้าน



“คุณชายอาร์เมื่อไหร่จะมาวะ”ชั่วโมงกว่าๆที่พวกผมนั่งคุยกับพวกพี่เขา จู่ๆพี่ทักษ์ก็พูดขึ้นมาหลังจากนั่งส่องเนื้อนมไข่กับไอ้ธันว์เพลินตา



“มันกำลังมา เดี๋ยวนี้เขาคิวทองเว้ย จากนักธุรกิจมาเป็นนักแสดง ไอ้เหี้ยกูฮาว่ะ ตอนละครมันออนแอร์กูจะอัดเก็บไว้เลย”



“เพื่อนพี่เป็นดาราด้วยเหรอ”ให้ทายว่าใคร สาระแนขนาดนี้



“เออ เดี๋ยวมันมา อย่าลืมขอลายเซ็นมันนะ”ดูเหมือนว่าจะเป็นอะไรที่จี้เส้นพวกพี่เขามากๆ



“สัดบุหรี่สอดไส้หรือไง หัวเราะลั่นขนาดนี้”เป็นจังหวะที่กำลังเปลี่ยนเพลงพอดีตอนที่คนมาใหม่พูดขึ้น ทุกคนดูตื่นเต้นกับการมาเยือนของคนๆนี้ ผมหันไปดูแล้วต้องชะงักไป



“เชี่ยเดียว ไหนว่ามาไม่ได้ไงวะ”



“กูเปลี่ยนใจไง เอ้า...”มันสบตากับผมพอดี ผมไม่น่าลืมเลยว่าเฮียเสกเคยบอกว่ามันเป็นเพื่อนในกลุ่ม



“อ้าว พี่หวัดดีครับ”ไอ้ธันว์



“นี่พวกมึงรู้จักกันแล้วเหรอวะ”



“ครับ พี่เดียวเป็นอาจารย์พิเศษสอนเพื่อนผม”



“โลกกลมไอ้สัด นั่งๆ”พี่บอสตบลงตรงที่ว่างซึ่งอยู่ข้างผมพอดี ซวยจริงกู จะขยับหนีก็ไม่ได้



“ทำไมมานั่งนี่ได้อ่ะ”



ไอ้เหี้ย! ผมผงะหนีแทบไม่ทัน มันเอนตัวมากระซิบถามผม ปากนี่แทบจะงับหูผมไปด้วย



“หยิ่งเหรอถามไม่ตอบเนี่ย”



“เอาหน้าไปไกลๆได้มั้ย”ไอ้สัดกูไม่ใช่ผู้หญิงตัวเล็กมุ้งมิ้งที่มึงจะมาอ่อย ทำหน้าหล่อ เสียงพร่าข้างหู แล้วมือมึงอ่ะ! แม่มมันเอาพาดกับพนักโซฟาตอนนี้ผมเลยเหมือนถูกมันโอบไหล่อย่างกับเป็นเด็กเสี่ย



“ทำไมหวั่นไหวเหรอ?”



“เชี่ยแม่ง”



“บอกให้พูดเพราะๆไง จำไม่ได้แล้วเหรอ”ผมเบนหน้าหนีมือมันที่จะยื่นมาบีบปาก ไอ้สัดความมุ้งมิ้งส้นตีนนี่คืออะไรวะ ไอ้ผู้ชายนิ่งๆที่มองเหยียดด้วยสายตามันไปไหนวะ ถ้าให้เจอมันโหมดนี้ผมขอเจอเวอร์ชั่นปากจัดดีกว่า สายตากรุ้มกริ่ม มือไวถึงเนื้อถึงตัวนี่คืออะไรวะ



   “อย่ามาทำอะไรน่าขนลุกได้มั้ยวะ”



   “หึ ไอ้ยอดชงมาดิ”สายตาที่มองมาเปลี่ยนไป มันขยับตัวออกห่างผม   แล้วเปลี่ยนท่าทีในทันใด คนบ้าอะไรเปลี่ยนไวยิ่งกว่าจิ้งจกเปลี่ยนสี



   “เดี๋ยวกูมา”ผมหันไปบอกไอ้อ๊อดที่นั่งปักหลักซดเหล้าอย่างเดียว ไอ้ธันว์กับไอ้โก้ออกไปล่าสัตว์แล้ว



   “ไปไหน”


   “สูบบุหรี่”มันพยักหน้ารับผมก็เดินออกมาเลย ดูเวลาแล้วไอ้คิมคงไม่มาแล้ว ป่านนี้ตีกับเมียตายไปแล้วมั้ง ผมดูดบุหรี่อยู่พักหนึ่ง เห็นไอ้ธันว์หิ้วสาวออกไปหลังไวๆ ไอ้นี่ได้เสียน้ำทุกคืนเลยเว้ย บางทีผมก็สงสัยว่ามันจะหยุดที่ใครคนใดคนหนึ่งได้มั้ย แต่ก็มีคำตอบอยู่ในใจแล้วว่าคงไม่ได้



   ผมกลับไปที่โต๊ะอีกทีก็เจอคนแปลกหน้ามานั่งแทนที่ เฮียเสกมานั่งร่วมโต๊ะด้วยผมที่กะว่าจะขอตัวกลับก่อนก็ถูกดักคอเลยต้องนั่งดื่มต่อ แล้วก็ทำให้ผมได้รู้ว่าคนที่มาใหม่นั่นชื่ออาร์เป็นเจ้าของโชวร์รูมรถนำเข้าที่เอ่ยชื่อไปใครๆก็ต้องรู้จัก แต่ที่ต้องแปลกใจก็คือเขาเป็นนักแสดงที่เล่นละครเรื่องเดียวกับไอ้พาย โลกมันแคบไปจริงๆ



   “ได้เสื้อผ้าคืนแล้วใช่มั้ย”ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มันมานั่งข้างผม ไม่เข้าใจจะอะไรนักหนากับเสื้อผ้าชุดนั้น ทำไมมันดูวอแวผมแปลกๆ



   “อืม”ไม่อยากเสวนาด้วย



“ขอบคุณสักคำน่ะมีมั้ย”



“ขอบคุณ ขอโทษ คำพูดพวกนี้มันต้องออกมาจากความรู้สึกจริงๆ ถ้าไม่รู้สึกจะให้พูดได้ไง”



“ปากดี”



“ไม่ใช่ดีแค่ปากนะ รู้ยัง”กวนตีนแม่ง น่ารำคาญจริงๆ ผมไม่แน่ใจว่าตัวเองตาฝาดไปหรือเปล่าแต่สายตาของมันดูไม่น่าไว้วางใจเลยจริงๆ



“ยัง...แต่ถ้าอยากให้รู้เราก็คงต้องมาเจอกันบ่อยๆดีมั้ย?”



“ใครเขาอยากจะเจอด้วย”



“แต่ดูเหมือนว่าเราคงจะหนีกันไม่พ้นนะ ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ต้องเจอ คนรอบตัวเราดูเกี่ยวข้องกันไปหมด”



“แล้วไง?”


“ก็ไม่ไง แต่ไม่คิดหน่อยเหรอ ว่าเราอาจจะมีอะไรเชื่อมโยงกันอยู่...”มือมันเลื่อนมาอยู่ที่หน้าขาผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่พอมันลูบๆคลำๆเท่านั้นผมขยับขาหนีแทบไม่ทัน


“นี่อาจจะเป็นพรหมลิขิตก็ได้นะ”สายตาหยาดเยิ้มของมันทำเอาผมจะอ้วก! พรหมลิขิตห่าเหวอะไร การที่ผมมาเจอกับมันมันคือเวรกรรม! เวรกรรมเท่านั้น
   






------

ชี้แจงสักเล็กน้อย เรื่องคณะและมหาวิทยาลัยล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่จินตนาการขึ้นมานะคะ แต่อาจจะไปคล้ายคลึงกับสถานที่จริงอยู่บ้างก็เพราะเอาจากหลายๆที่มาผสมกัน ฮ่าาา ดังนั้นไม่ต้องเดาว่าเรียนที่ไหนกันเนอะ ตัวละครเพิ่มมาเรื่อยๆ แต่เพิ่มมาอย่างมีความหมายนะคะ เนื้อเรื่องอาจจะดูเรื่อยๆ เพราะกำลังปูทางอยู่ ปูนานมาก 7 ตอนละ 55555 ถ้าใครสงสัยว่าทำไมพายเดี๋ยวเรียกพี่เดียวว่าพี่บ้าง อาจารย์บ้างไม่ต้องงนะคะ เราตั้งใจไม่ได้ลืมหรือพิมพ์ผิด มันเป็นอารมณ์ประมาณว่าเรียกอาจารย์มาชินปากแล้วก็มาเปลี่ยนเรียกพี่ พอไปเรียนเจอหน้าเรียกอาจารย์งี้ มันก็ต้องมีสับสนบ้างถูกมั้ยคะ ส่วนใครที่สงสัยพฤติกรรมพี่เดียวที่ตั้งแต่ตอนแรกจนมาถึงตอนนี้แล้วมันดูไม่เหมือนเดิม มันมีเหตุผลนะคะ ไม่ได้หลุดคาแรคเตอร์แต่อย่างใด
เราย้อนไปอ่านตอนที่ลงแรกเห็นว่ามีคำผิด ตกหล่นหลายจุดทั้งที่พยายามอ่านทวนแล้วยังไงก็ขอโทษด้วยนะคะ จะพยายามแก้ไขเนอะ
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะคะ ^^

 :mew1: :pig4:


   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-05-2016 23:10:17 โดย phoenixes »

ออฟไลน์ maixmix

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 13
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
มาต่อแล้วววววว ดีใจ มาต่อบ่อยๆนะคะ เรารออ่านเรื่องนี้ตลอด ชอบ จะรออ่านเนื้อเรื่องที่เข้มข้ม อยากอ่านพี่เดียวในรูปแบบที่ลึกกว่านี้  :sad4: :sad4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ 205arr

  • เราคงอยู่ไกลกันเป็นพันหมื่นลี้
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 766
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-1
รอติดตามนะคะ
 :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4215
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
ตอนก่อนโน้นจะบอกว่า พายอาจจะคู่กับพี่อาร์ รึเปล่า
พี่เดียวนี่ตอนเจอกันแรกๆปากจัดใส่ พอจะจีบน้องเลยเมิน ฮา

ออฟไลน์ maruko

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 359
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
ทำไมเริ่มรู้สึกระแวงอาจารย์พี่เดียวก็ไม่รู้ เหมือนมีอะไรยังไงซักอย่าง



ออฟไลน์ iamtsubame

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 370
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
กำลังสนุกเลย มาต่อเร็วๆนะ :mew1:
ตอนนี้เหมือนบอกให้รู้ว่า มีหลายคู่! ใช่มะ? :hao3:

ออฟไลน์ milky way

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 498
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-1
+1 เป็นกำลังใจให้น่ะค่ะ
เรื่องสนุกมาก เราว่าพี่เฟิร์สแอบชอบน่านมาก่อนแน่เลย

ออฟไลน์ panitanun

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 504
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
พี่เดียวเเอบชอบปะเนี่ย55555555555

ออฟไลน์ double9JH

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1914
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-7
พี่เดียวดูเจ้าเล่ห์ยังไงไม่รู้

มาต่ออีกน้าาาา :mew1:

ออฟไลน์ kokoro

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1152
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +138/-2
พี่เดียว ชอบก็จีบ ชอบก็จีบเลยเซ่
เจอกันครั้งแรกด่าจนเขาเกลียดขี้หน้า
พอตอนนี้มาวอแว คนถูกรุกทำตัวไม่ถูกค่ะ
เพราะงั้นต้องรุกอีกเยอะๆ เอาให้ตั้งตัวไม่ติด อิอิ

ออฟไลน์ แฟนตาเซีย

  • หืมม...?
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 575
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-1

ออฟไลน์ phoenixes

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 79
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0
    • Zero's Twitter
รัก...ไม่ได้ออกแบบ by zero





- 8 -






   ปึก!





   “ใครเป็นคนดูแลเรื่องนี้”ผมเอ่ยขึ้นหลังจากโยนแฟ้มรายงานค่าใช้จ่ายสำหรับการถ่ายโฟโต้ช็อตเครื่องเพชรที่ถูกเสนอมา กวาดตามองไปรอบห้องประชุมเล็กแต่ละคนก้มหน้าไม่สบสายตาทั้งที่ผมก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรขนาดนั้น



   “ผมถามว่าใคร!”ไม่ชอบจริงๆ เวลาถามอะไรแล้วไม่ได้คำตอบ ลืมเอาปากมาทำงานหรือไง



   “ผมเองครับ”



   “คุณอากร ไหนตอบผมสิ ทำไมงบประมาณการถ่ายรูปมันถึงได้สูงกว่าครั้งก่อนขนาดนี้ครับ ทั้งที่มันไม่ได้มีอะไรเพิ่มเติมหรือแปลกใหม่กว่าเดิมเลย”เรื่องราว คอนเซ็ปต์ สถานที่การถ่ายทำ เดิมๆซ้ำๆ แต่ค่านั่นค่านี่ผุดขึ้นมาเหมือนดอกเห็ด ความจริงงานที่ผ่านมาค่าใช้จ่ายก็สูงเกินจริงอยู่แล้วในความรู้สึกผม แต่ตอนนั้นผมยังไม่ได้ลงมาจับงานด้านนี้เต็มตัว คุณหญิงป้ายังคงเป็นคนดูแลงานอยู่ ผมจึงไม่ได้เจาะรายละเอียดลงลึก แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน ผมเข้ามาบริหารที่นี่ อะไรเดิมๆที่มันไม่ดีก็ควรเปลี่ยนได้แล้ว คุณหญิงป้าเป็นคนใจดี ความผิดเล็กๆน้อยๆท่านมันจะปล่อยผ่าน แต่สำหรับผมไม่ว่าความผิดนั้นจะเล็กน้อยแค่ไหนก็จะต้องถูกกำจัดออกไป เพราะจุดเล็กๆมันอาจจะลุกลามใหญ่โตได้



   “คือ...”



อึกอักเพราะไม่ได้เตรียมคำตอบมา แน่สิเพราะผมเรียกประชุมด่วนทันทีที่เห็นงบค่าใช้จ่าย พวกตัวเล็กๆนั้นไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วย หัวหน้าสั่งให้ทำอะไรก็ทำ บางคนอาจจะสงสัยแต่เป็นผู้น้อยไม่กล้ามีปากเสียงเพราะกลัวจะเดือดร้อนไปด้วยจึงปิดปากเงียบ บางคนเผลอๆมีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องนี้ด้วย ผมจะขุดรากถอนโคนให้หมด พวกเห็บเหาที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อ



   “คุณทิชาช่วยหาบริษัทใหม่เข้ามารับงานนี้ด้วย”ชักช้าน่ารำคาญ ผมไม่ต้องการบริษัทนี้ให้มาทำงานด้วยอีกต่อไป การฮั้วกันแบบนี้ผมไม่นิยม งานก็ไม่ได้มีการพัฒนา



   “แต่ว่าเราใช้บริษัทนี้มานานแล้วนะครับ”



   “แล้วยังไง คุณคิดจะใช้ไปจนตายหรือไงครับ อย่ายึดติด อะไรที่มันเก่าที่มันไม่ดีก็ควรมีการเปลี่ยนแปลง โลกมันไปไกลแล้วครับ สมัยนี้ช่างภาพฝีมือดีมีเยอะแยะไป ไม่จำเป็นต้องใช้อยู่บริษัทเดียว แล้วราคาขนาดนี้คุณคิดวามันสมควรกับผลงานดาษๆที่ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจอย่างนั้นหรือ”นับวันยิ่งห่วย



   “แต่บริษัทใหม่เราจะไว้ใจได้เหรอครับ เครื่องเพชรแต่ละชุดราคาสูงทั้งนั้น เกิดเล่นตุกติกขึ้นมา...”



   “คุณอากร...คุณคงลืมคิดไปว่าอะไรที่เก่า เห็นกันมานานก็ใช่ว่าจะไว้ใจได้ จริงมั้ยครับ?”หวังว่าจะรู้ตัวบ้างนะว่าถูกด่าอยู่



“แล้วคุณก็ทำงานมานานถ้าหากจะปล่อยให้มีอะไรเกิดขึ้นกับเครื่องเพชรของเราได้ ผมว่าคุณก็ควรพิจารณาตัวเองซะ!”



ถ้าไม่คิดว่าควรจะรักษาภาพลักษณ์ผู้บริหารไว้ผมจะด่าให้แรงกว่านี้อีก ชอบตอดเล็กตอดน้อย กินตรงไหนได้ก็กินแบบนี้มันไม่ควรเก็บไว้ ซ้ำยังน่าเจ็บใจตรงที่ว่าเป็นคนเก่าคนแก่ที่ควรจะรักในองค์กร ช่วยกันพัฒนาไม่ใช่คอยบ่อนทำลายแบบนี้



“เลิกประชุม คุณทิชา บ่ายนี้ผมต้องได้รายชื่อบริษัทใหม่ ให้คุณนำมาเสนอผมโดยตรง”



“ค่ะ”



เบื่อจะอารมณ์เสีย ความจริงผมไม่ค่อยชอบงานบริหารเท่าไหร่ แต่เมื่อมันเป็นสิ่งที่พ่อแม่ผมสร้างไว้ลูกอย่างผมก็ต้องสานต่อและทำให้มันเจริญรุ่งเรืองเพื่อให้ท่านได้ภาคภูมิใจแม้ว่าท่านทั้งสองจะไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้วก็ตาม ท่านจากไปตอนที่ผมอายุสิบขวบเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ฝรั่งเศสบ้านเกิดของแม่ผมเอง ผมเติบโตมากับคุณหญิงป้าที่เป็นพี่สาวแท้ๆของพ่อผม ญาติฝั่งแม่ก็มีเพียงแค่คนเดียวแต่เราไม่ได้สนิทกันมากนักตั้งแต่เกิดมาผมเคยเจอแค่สองครั้งเองมั้งซึ่งก็เด็กมากๆแทบจะจำหน้าไม่ได้ แม่ผมเป็นลูกครึ่งฝรั่งเศสเกาหลี ใช้ชีวิตอยู่ที่ฝรั่งเศสตั้งแต่เกิดแล้วพบรักกับพ่อที่นั่น ดังนั้นความเป็นเกาหลีจึงไม่หลงเหลืออยู่ตัวผมเลย  พอแต่งงานทั้งคู่ก็ต้องบินไปๆมาๆระหว่างไทยกับฝรั่งเศสเพราะแม่มีห้องเสื้ออยู่ที่นั่น ส่วนพ่อผมมีธุรกิจที่สืบทอดมาจากคุณย่าก็คือธุรกิจจิวเวลรี่ ตอนเด็กๆผมเลยแทบไม่มีเพื่อนสนิทเพราะต้องบินตามพ่อกับแม่ จนกระทั่งทั้งสองเสียไปผมจึงอยู่ที่ไทยกับคุณหญิงป้า เริ่มมีเพื่อนก็กลุ่มพวกไอ้อาร์ ไอ้ทักษ์คบกันเรื่อยมา ห่างกันตอนผมไปเรียนปริญญาตรีที่ฝรั่งเศส แล้วก็เรียนปริญญาโทที่อเมริกา แต่ตอนเรียนปริญญาโทไอ้อาร์มันไปเรียนกับผมด้วยช่วงนั้นเลยสนุกกันสุดๆ



   “คุณอ้อม วันนี้ผมมีนัดสำคัญที่ไหนหรือเปล่า”ผมถามเลขาที่เลือกเองกับมือ ทำงานเก่งพอๆกับเก็บความลับเก่ง ความสามารถรอบด้านมากเหมาะสมกับเงินเดือน ที่สำคัญไม่มีการทอดสะพานเหมือนกับรายอื่นที่ผมเคยเจอ ซึ่งผมชอบมาก ผมต้องการคนที่มาทำงานจริงๆไม่ใช่มาเร่ขายของเก่า พยายามใช้เต้าไต่



   “มีดินเนอร์กับคุณหญิงที่บ้านค่ะ แต่ว่าต้องแวะรับคุณเฟิร์สที่มหาวิทยาลัยก่อนนะคะ”



   “ครับ”นึกถึงเฟิร์สแล้วก็ขำ เด็กบ้าอะไรกวนประสาทเป็นที่หนึ่ง แก่แดดแก่ลมแล้วก็ชอบมโนสมควรจะไปเรียนนิเทศมากกว่าบริหาร



   “บอสจะจัดการยังไงกับคุณอากรต่อไปคะ”



   “หลังจบงานนี้ผมจะจัดการขั้นเด็ดขาด คุณช่วยรวบรวมหลักฐานต่างๆให้ผมด้วย ผมคิดว่าไม่ได้มีแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว”



   “ได้ค่ะ แล้วคุณทิชาจะไม่เป็นไรเหรอคะ”



   “ทิชาผมก็เลือกเองกับมือเหมือนคุณ”พูดแค่นี้ก็น่าจะรู้ ผมไม่ได้คิดว่าตัวเองแน่ แต่ผมก็ไม่ได้โง่ที่จะมองคนไม่ออก ผมรู้ว่าใครทำงานได้หรือไม่ได้ มีศักยภาพแค่ไหน ตั้งแต่เข้ามารับช่วงบริหารงานเต็มตัว ผมก็รับพนักงานใหม่เข้ามาสี่คน เลขานุการ ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายบัญชี แล้วก็ฝ่ายออกแบบ สี่คนนี้เป็นคนของผมอย่างเต็มตัว ถึงจะใหม่สำหรับที่นี่แต่ฝีมือเก๋าพอตัว เลือดใหม่ไฟแรงและมีทัศนคติต่อการทำงานที่ดี



   “ค่ะ งั้นอ้อมขอตัวก่อนนะคะ”



   “อ้อ ขอกา...”



   “สวัสดีครับคุณเลขาคนสวยยยย”ผมยังไม่ทันจะพูดจบไอ้ตัวไร้มารยาทเปิดประตูผลัวะเข้ามาโดยไม่เคาะ นี่มันห้องผู้บริหารระดับสูงนะเว้ย ไม่ใช่ร้านสะดวกซื้อ



   “สวัสดีค่ะคุณทักษ์ อ้อมคงสวยสู้เด็กหน้ารถคุณทักษ์เมื่อวันก่อนไม่ได้หรอกคะ”ถ้าคิดจะจีบเลขาผมต้องมีกึ๋นกว่านี้ คำยออย่างเดียวไม่มีผลอะไร



   “โถ่ คุณอ้อมก็ เล่นผมซะละ”ยิ้มตาหยีไม่มีสะทกสะท้าน



   “มึงมาทำไมไอ้ทักษ์”ผมโบกมือให้อ้อมออกไป รำคาญเสียงไอ้ทักษ์เห่าหอนเครื่องบิน อันที่จริงแล้วคุณหญิงป้าไม่ชอบให้ผมพูดคำหยาบคาย เพราะมันอาจจะทำให้ติดตัวติดปากเผลอพูดในสถานที่ที่ไม่ควร ผมก็ฟังท่านนะครับ แต่ว่าในระหว่างกลุ่มเพื่อนฝูงก็ต้องมีเว้นไว้บ้าง เรียกว่าพูดจาให้เหมาะสมกับบุคคลที่เราสนทนาด้วย รู้จักกาลเทศะ ต้องคิดก่อนพูดทุกครั้ง มีสติก่อนจะอ้าปากนั่นจะทำให้เราไม่พลาด



   “โหย เจอหน้าก็ทักกูแบบนี้เลยเสียใจนะเนี่ย”



   “มาทำไม”



   “มาชวนมึงไปแดกข้าวไง”



   “งานไม่ทำ?”



   “ทำสิวะ กูเพิ่งคุยกับลูกค้าเสร็จ มึงอยู่ใกล้ๆเลยแวะมาชวนมึงไปกินข้าว ไม่ติดนัดอะไรใช่มั้ย”



   “ถ้ากูติดล่ะ”



   “งั้นกูยืมตัวเลขามึงไปกินเป็นเพื่อนก็ได้”



   “เลิกฝันกลางวันเถอะ”





   X





   ผมวนหาที่จอดรถเพื่อรอเฟิร์สเลิกเรียน ไม่น่าเชื่อว่าผมจะมาถึงก่อนเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง จู่ๆวันนี้รถก็ไม่ติดขับผ่านฉลุย ถ้าเป็นวันอื่นๆติดแหงกเป็นชั่วโมงป่านนี้คงยังไม่ถึง ตอนที่ผมกลับมาถึงไทยใหม่ๆ เพื่อนได้แนะนำผมให้รู้จักกับคณบดีคณะบริหารของที่นี่ คุยกันไปคุยกันมาท่านเลยอยากให้ผมมาเป็นอาจารย์พิเศษสอนหนึ่งวิชา ผมเห็นว่ามันน่าลองและอยากถ่ายทอดความรู้ที่เรียนมาให้พวกน้องๆเลยตกปากรับคำ ผมไม่ได้บอกเฟิร์สแต่ไม่รู้ว่าเจ้าตัวไปรู้มาจากไหนวันแรกที่ผมมาสอนไอ้ตัวดีก็ถลาเข้ามาหาแล้วดึงผมไปแนะนำตัวกับเพื่อนๆเสียอย่างนั้น



   พอหาที่จอดรถได้ผมก็มานั่งรอที่ร้านกาแฟที่อยู่ด้านข้างของคณะ ไม่มีนักศึกษาในร้านเลยสักคน คงยังไม่เลิกเรียนกันหรือไม่ก็ไปสุมหัวกันที่ร้านเค้กเปิดใหม่แถวหน้ามหาวิทยาลัย ผมไล่สายตามองรายการเครื่องดื่ม มาร้านกาแฟแต่ไม่อยากดื่มกาแฟซะงั้น เลยสั่งชาผลไม้มาแทน หวานแสบคอแต่ก็ดีกว่าจืดเป็นน้ำล้างถ้วย มองออกไปด้านนอกก็ต้องหยุดสายตาไว้ที่คนๆหนึ่ง สีผมสะดุดตาแบบนี้คงเป็นใครไปไม่ได้ ถ้าหน้าตาไม่ดีจริงทำสีนี้ดับเลยนะครับ อีกอย่างต้องมั่นใจในตัวเองมากๆด้วย ใครจะมองก็อย่าได้แคร์



   เด็กคนนี้ทำเอาผมไม่ถูกชะตาด้วยจริงๆ แต่ก็ไม่ใช่ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอกันหรอกนะครับ ความจริงผมก็จำชื่อกับหน้านักศึกษาได้ไม่ทุกคนหรอก เพียงแต่ผมจำได้ว่าใครที่ไม่ได้เข้าเรียนครั้งก่อนบ้าง วันนั้นเห็นว่ามาเช็คชื่อก็เลยจะเรียกมาคุยแล้วก็ชี้แจงเรื่องที่ผมสอนไปในครั้งก่อน และเป็นที่บังเอิญว่าพายแสดงละครเรื่องเดียวกับไอ้อาร์ ผมเคยเห็นเขาเลยจำหน้าได้  แล้ววันนั้นก็ดันมีนักศึกษาสีผมประหลาดสะดุดอยู่หนึ่งคนผมเลยลองเชิงถามไป แต่ไม่คิดว่าเด็กนั่นจะดันตกหลุมตื้นๆที่ผมยังไม่ทันออกแรงขุดเลยด้วยซ้ำ



ชลธรหรือน้ำน่านที่ผมเพิ่งมารู้จักชื่อเล่นทีหลังเพราะได้ยินเฟิร์สเรียก ถึงจะทำตัวเป็นผู้ใหญ่แต่ในสายตาผมเขาก็ยังคงเป็นเด็ก เด็กที่มีอีโก้สูงมากๆ เชื่อมั่นในตัวเองสุดๆ ตอนที่ผมว่ากระทบไปคงอยากจะเถียงน่าดู แต่คงจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรจึงได้เก็บอาการไว้ แต่ถึงอย่างหน้าสีหน้าก็ดูต่อต้านสุดๆ  แล้วเราก็มีโอกาสได้เจอกันอีกครั้งที่ร้านไอ้เสก ไม่รู้ว่าจำผมได้หรือเปล่าเพราะการแต่งตัวของผมวันนั้นกับตอนไปสอนที่มหาวิทยาลัยค่อนข้างแตกต่างกัน ก็คงจะจำได้ละมั้งแต่ผมไม่มีอารมณ์สนใจคนกำลังรีบ อีกอย่างตอนนั้นผมก็ไม่ได้ติดใจอะไรด้วยก็แค่เพื่อนของลูกศิษย์ แต่ที่ผมจำได้ขึ้นใจโดยไม่ต้องพึ่งสีผมก็ตอนที่ได้ยินเด็กนั่นยืนด่าผมอยู่หน้าห้องน้ำ ซ้ำยังปากดีมาวิพากษ์วิจารณ์รสนิยมของคนอื่นอย่างไม่รู้จริง ผมไม่ชอบให้ใครมาตัดสินคนอื่นจากความคิดของตัวเองโดยที่ยังไม่รู้จักเขาดีพอ ยิ่งถ้าไปพูดกับคนอื่นก็อาจจะสร้างความเสียหายให้กับคนที่ถูกพาดพิงถึงได้  แต่วันนั้นผมก็ปากไวไปหน่อยแต่ก็ถือว่าได้สะใจเล็กๆน้อยๆที่เห็นสีหน้าเหมือนคนเห็นผีตอนที่ผมบอกว่าอาจจะสนใจในตัวเขา แน่นอนว่าผมไม่ได้คิดอย่างนั้น



ผมตั้งปณิธานไว้ในใจเลยว่าถ้าเจอกันอีกครั้งผมจะต้องสั่งสอนให้รู้สำนึกเสียบ้าง แล้วเราก็ต้องเจอกันอีกครั้งจนได้ เจอในสภาพที่เด็กนั่นเมาเหมือนหมามานอนฟุบอยู่ข้างรถจนผมต้องหิ้วขึ้นคอนโด ความจริงจะทิ้งไว้ก็ได้แต่สงสารและสมเพชเลยต้องพามานอนด้วย ตอนแรกว่าจะทิ้งให้นอนพื้นหน้าทีวีแต่ดันพาเข้าห้องนอนตามความเคยชินก็เลยปล่อยเลยตามเลย เด็กนั่นหน้าตาดีเอามากๆ ท่าทางจะเจ้าชู้ฟันสาวมาเยอะ ร่องรอยการกรำศึกที่อกและแผ่นหลังนั่นเป็นสิ่งการันตีความคิดของผมได้เป็นอย่างดี แล้วก็คงจะฟันผู้ชายมาด้วยเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นคงไม่มองเฟิร์สตาพราวขนาดนั้น แล้วผมก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมา ด้วยรูปร่างหน้าตาแบบนี้คงมีคนมาติดพันไม่น้อย ซ้ำรสนิยมที่หญิงก็ดีชายก็ได้ต้องผ่านศึกมาอย่างโชกโชนแน่ๆ การจะทำให้คนแบบนี้เสียความมั่นใจได้ก็ต้องทำให้รู้สึกว่าตกเป็นรอง แม้ว่าจะพยายามสู้เท่าไหร่ก็สู้ไม่ได้ ไม่ว่าจะด้านไหนก็ตาม คิดแล้วก็ชักสนุก ใครจะหาว่าผมรังแกเด็กก็ช่าง เด็กแบบนี้น่าสงสารตรงไหนกัน แต่ว่านะมีสิ่งหนึ่งที่ผมชอบมากๆในตัวของเด็กนั่น แต่ผมไม่บอกหรอกว่าอะไร



“นั่นแน่! ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แบบนี้เจออะไรดีๆเข้าล่ะสิ”ไอ้ตัวดีโผล่มาแล้วครับ



“มองไรอยู่อ่ะ”หลังจากคว้าแก้วชาผลไม้ผมไปดูดอึกใหญ่ก็ชะเง้อคอมองตามสายตาของผม เด็กนั่นไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้วครับ เดินไปกับพายก่อนที่เฟิร์สจะมาถึงได้เกือบสิบนาทีแล้ว แต่ที่ผมยิ้มอยู่ก็เพราะนึกถึงเรื่องที่ผมแกล้งเด็กนั่นยังไง นึกถึงวันที่ไปทานข้าวที่บ้านวันนั้น ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเวรกรรมหรือว่าโชคชะตาที่ทำให้เรามาเจอกันตลอด คนรอบข้างของเราทั้งคู่ก็พัวพันกันเหลือเกิน การเลี่ยงที่จะไม่เจอกันนั้นยากมากซึ่งก็เข้าทางผมพอดี



“ไม่ได้มองอะไรสักหน่อย ไปกันได้แล้วเดี๋ยวรถติด”ผมคว้าคอไอ้ตัวแสบติดมือมาที่ลานจอดรถ เป็นช่วงเวลาเลิกเรียนพอดีเลยมีคนมองอย่างสนใจค่อนข้างเยอะ เฟิร์สเป็นเด็กที่โดดเด่นอยู่แล้ว หน้าตาผิวพรรณดีมากๆ รูปร่างหน้าตาก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าดึงดูดเพศไหน ยิ่งมีตัวเสริมบารมีอย่างเพชรกับยุ่งก็ยิ่งเป็นที่สนใจ แต่วันนี้เดินกับผมนักศึกษาแถวนั้นยกมือไหว้ผมกันเป็นแถว ทำให้ผมต้องยกมือรับไหว้ เฟิร์สเดินแจกจ่ายยิ้มหวานเรี่ยราดอยู่ข้างๆ จากคนที่กำลังจะเดินผ่านไปก็ต้องหันมามองกันเป็นแถบ



“พี่เฟิร์ส!”



“อ้าว พายว่าไง”คนที่ผมคิดว่ากลับไปกับน้ำน่านแล้ววิ่งเข้ามาดูท่าทางรีบร้อน เหงื่อเต็มหน้าไปหมด



“เอกสารที่ผมเคยขอยืมพี่อ่ะจำได้ป่ะ พี่สะดวกเอามาให้เมื่อไหร่ครับ”



“อ๋อของอาจารย์พรรณใช่ป่ะ พรุ่งนี้พี่เอามาให้เลยก็ได้ โทษทีนะ พี่ลืมสนิทเลยอ่ะ”



“แฮ่ ไม่เป็นไรครับ แต่พรุ่งนี้ห้ามลืมนะ เอ้า อาจารย์หวัดดีครับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมผมไม่เห็น”พายหันมาทำตาโตใส่ผม ได้ข่าวว่ายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่แรกตัวก็ไม่เล็กทำไมไม่เห็น



“ไปก่อนนะครับ สวัสดี”



“เดี๋ยวพาย”ผมนึกอะไรบางอย่างได้ เดินไปหยิบถุงที่อยู่ติดรถตั้งแต่เมื่อสองวันก่อนมา ปกติมาทำงานผมไม่ได้ขับแอสตันลูกรัก ลูกชายต้องเอาไปตอนออกงาน ออกเที่ยว



“ครับ?”



“ฝากไปคืนเพื่อนเราด้วย”



“....?”ทำหน้าเหมือนหมางงเลยเว้ย



“น้ำน่าน”



“อ๋อออ ครับ งั้นผมไปแล้วนะ”มาไวไปไว วิ่งปรู๊ดไปเลย ความจริงแล้วพายก็เป็นเด็กที่ร่าเริงแล้วก็น่ารักดี ดูมีมารยาทมากกว่าเพื่อนตัวเองเป็นไหนๆ แต่ทำไมไอ้อาร์ถึงไม่ค่อยชอบหน้าก็ไม่รู้ อาร์คือเพื่อนสนิทของผมที่เป็นนักธุรกิจอยู่ดีๆก็ผันตัวไปเป็นนักแสดงซะงั้น อันที่จริงก็ไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ แต่ถูกอาที่เป็นผู้จัดละครขอร้องแกมบังคับมา ก็นะหลานหน้าตาดีแบบโฉดๆเหมาะกับบทคนเลวๆ



“พี่เดียวอ่ะ!”พอหันมาไอ้เด็กข้างๆก็ทำหน้างอใส่



“อะไรอีกอ่ะ”



“ทำไมไม่ไปคืนน้ำน่านเองล่ะ ไม่ได้เรื่องเลยพี่นี่”



“บ่นอะไรหะ ขึ้นรถไป”ผมส่ายหน้าระอา เฟิร์สคงคิดว่าผมสนใจน้ำน่านจริงๆละมั้ง มโนเอาเองว่าที่ผมมองเด็กนั่นบ่อยๆนั้นเป็นเพราะผมชอบอีกฝ่ายซึ่งมันไม่ใช่เลย ผมกำลังเก็บข้อมูล เคยได้ยินมั้ยครับรู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง



“ก็ถ้าเอาไปคืนเองก็จะได้มีเรื่องสานต่อกันอีกไง เฟิร์สชอบน้ำน่านนะ เท่อ่ะ หล่อมากด้วย แต่มองอีกทีก็ดูน่ารักนะ”



“เพ้อเจ้อ ไร้สาระ หันไปนั่งดีๆ”ผมเอามือผลักอกเฟิร์สให้หันกลับไปนั่งตัวตรง เพราะตะแคงข้างมาทั้งตัวแบบนี้มันบังกระจกข้าง ไอ้ตัวดีบ่นไปตลอดทางจนถึงบ้านนั่นแหละ ผมเลี้ยวรถเข้าสู่อาณาจักรเกียรติไพศาล สถานที่ที่ผมอยู่หลังจากพ่อกับแม่เสียไป ผมเป็นลูกชายคนเดียว แต่กลับไม่รู้สึกเหงาเลยสักนิด เพราะผมเติบโตมากับลูกพี่ลูกน้องอีกสี่คน พี่แชมป์ วิน เฟิร์ส แล้วก็ยัยเกรทที่เป็นน้องสาวคนเดียวของพวกเรา



“พี่เดียวววว”ร่างเล็กถลาเข้ามากอดผมเต็มแรง ผมกอดหอมน้องอย่างเอ็นดู เกรทเพิ่งเรียนม.ห้าเอง แทบจะเรียกว่าเป็นลูกหลง ทุกคนคอยประคบประหงมสุดๆ จะมีก็แต่เฟิร์สที่คอยแหย่ คอยแกล้งน้อง จนทุกคนลงความเห็นเฟิร์สอิจฉาน้องที่เกิดมาเพื่อแย่งความสนใจและแย่งตำแหน่งน้องเล็กของบ้านไป แต่จริงๆเฟิร์สรักยัยเกรทมากนะครับ ก็แค่แหย่เล่นกันไป



“คิดถึงพี่เดียวจังเลย”



“เว่อร์ๆ เพิ่งเจอไปเมื่อวันอาทิตย์”



“ชิ เค้าไม่ได้พูดกะตัวซะหน่อย”นั่นไง เริ่มกันอีกแล้ว



“หยุดเลยๆ กัดกันทุกวันไม่เบื่อบ้างหรือไง”



“พี่เดียวเฟิร์สไม่ใช่หมานะ”



“พี่ก็ไม่ได้บอกว่าเป็นสักหน่อย”หน้างอเดินหนีไปเลยผมได้แต่ส่ายหน้า เกรทมาควงผมพาเดินไปที่ห้องนั่งเล่น ในหนึ่งสัปดาห์ผมจะต้องมาทานข้าวที่บ้านใหญ่สองครั้งเป็นอย่างต่ำ คุณหญิงป้าไม่ประสงค์จะให้หลานชายอย่างผมหายหน้าหายตาไป ซ้ำยังคอยกล่อมให้กลับมาอยู่ด้วยกัน ความจริงผมมีบ้านที่แยกเป็นส่วนตัวซึ่งอยู่ในอาณาบริเวณเดียวกันแต่ห่างออกไป คุณหญิงป้าสร้างไว้ให้เพื่อรอผมกลับมาอยู่ที่ไทย แต่ผมดันไปซื้อคอนโดอยู่เป็นส่วนตัว



“ตาเดียวของป้า”คุณหญิงป้าเข้ามากอดหอมเหมือนผมเป็นเด็กน้อย แต่ผมชอบนะครับมันอบอุ่นดี คุณป้าดูแลผมดีมากๆตั้งแต่เด็กเพราะกลัวว่าผมจะขาดความรักเนื่องจากไม่มีพ่อแม่คอยดูแลแล้ว และท่านก็ทำได้ดีมากผมไม่เคยรู้สึกขาดเลย และก็ไม่รู้สึกว่าเป็นส่วนเกินของครอบครัวนี้ด้วย คุณลุงเองก็รักผมเหมือนลูกแท้ๆ เวลาท่านไปดูงานที่อเมริกาก็จะไปหาผมตลอด ชวนกันไปเที่ยวจนคุณป้าต้องโทรมาตามให้กลับ แต่เสียดายที่ท่านมาด่วนจากไปเมื่อปีสองปีก่อน แต่ก็ไม่มีอะไรน่าห่วงเพราะมีลูกชายคนโตอย่างพี่แชมป์ที่มาสืบทอดทุกอย่างและทำได้ดีมากๆสมกับเป็นเกียรติไพศาล อีกไม่นานเฟิร์สก็จะมาช่วยงานอย่างเต็มตัว คุณหญิงป้าคงได้วางมือสักที ส่วนนายวินมันอายุเท่าผม ไม่ได้สืบทอดเป็นทายาทนักธุรกิจ ผ่าเหล่าไปเรียนหมอซึ่งก็ไม่มีใครว่าอะไร เหลือแค่ยัยเกรทคนสุดท้ายที่ยังไม่รู้ว่าจะเรียนด้านไหน เห็นคุยว่าไม่ว่าจะด้านไหนก็เรียนดีไปหมด หมั่นไส้แกมเอ็นดูกันไป



“ผอมไปหรือเปล่าลูก”



“เปล่านะครับ ปกติดี”กินอิ่มนอนหลับ งานก็ไม่ได้เครียดอะไรมาก ดังนั้นไม่ผอมแน่นอน ถ้าจะอ้วนขึ้นนี่ก็ไม่แน่เพราะช่วงนี้ไม่ได้เข้ายิม แค่วิ่งตอนเช้านิดๆหน่อยๆ แต่เหมือนคุณป้าจะไม่เชื่อ ตอนทานอาหารจึงตักนั่นตกนี่ให้ผมไม่หยุดจนเฟิร์สต้องเอ่ยปากแซวแม่ตัวเอง



“เออ นายเดียว”



“ครับ”



“ช่วยหาแบบชุดเครื่องเพชรเอาไว้ให้พี่หน่อยสิ มะรืนนี้พี่จะพาคนเข้าไปดู”



“ใครครับ แล้วจะเอาแนวไหน?”ผมถามพี่แชมป์



“นลิน เอาแบบที่เจ้าสาวเขาใส่กันน่ะ”



“เจ้าสาว? พี่แชมป์จะแต่งงาน?!”โคตรเซอร์ไพรส์ ผมมองหน้าพี่แชมป์ที่ยิ้มเต็มใบหน้า คนอื่นๆก็เช่นกัน กรุ้มกริ่มกันทั้งบ้าน



“อือ”เขินด้วยเว้ยพี่ชายผม ฮ่าๆ



“แก่ป่านนี้แล้วยังจะมาเขินอีก”ทายสิว่าปากใคร



“ตาเฟิร์สก็ไปว่าพี่เขา นานๆทีจะเห็นลูกชายคนโตของแม่เขิน สามสิบกว่าปีจะมีสักที”



“คุณแม่คร้าบบบไม่แซวเลย”พี่แชมป์ครวญ



บรรยากาศบนโต๊ะอาหารชื่นมื่นขึ้นมามากๆเลยละครับหลังจากที่ผมทราบข่าวดี จริงๆที่นัดมาทานข้าววันนี้ก็เพราะจะมาบอกเรื่องนี้นี่เอง เพิ่งไปตกลงสู่ขอกันเมื่อวานนี้เอง งานมงคลน่าดีใจ พี่แชมป์ก็เข้าเลขสามมาสามสี่ปีแล้วควรจะมีครอบครัวได้แล้ว ตอนนี้การงานทุกอย่างก็ลงตัว อยู่ตัวแล้ว ถ้าพี่แชมป์แต่งงานจะได้มีลูกมีหลานตัวเล็กๆมาให้บ้านสดชื่นสดใส



“พรุ่งนี้พาพี่นลินมาที่บ้านแล้วกันนะครับ ผมจะเอาแบบมาให้ดูเป็นแนวทางแล้วจะออกแบบให้เอง”



“นายจะออกแบบให้เองเลยเหรอ?”



“ใช่สิครับ งานสำคัญของพี่ชายกับว่าที่พี่สะใภ้ทั้งทีจะให้คนอื่นมาทำให้ได้ไง”งานออกแบบเครื่องประดับเป็นงานที่ผมรักมากๆ นอกจากคนในครอบครัวแล้วก็ไม่มีใครรู้ว่าผมออกแบบให้กับ VW Jewelry ทุกคนจะเห็นผมเป็นเพียงแค่ผู้บริหารเท่านั้น



ผมนั่งคุยกับคุณหญิงป้าอยู่พักใหญ่ก่อนจะขอตัวกลับ สวนกับนายวินที่ออกเวรมาพอดี คุณหมอดูท่าทางเหนื่อยอ่อน ก็อาชีพของเขาต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจและเวลาให้กับการรักษา ผมนับถือจริงๆ






(ต่อหน้าถัดไป)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-05-2016 18:44:41 โดย phoenixes »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด