[ชีวิตรัก หมอนักผ่า] UP.ตอนพิเศษ (31-03-59)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: [ชีวิตรัก หมอนักผ่า] UP.ตอนพิเศษ (31-03-59)  (อ่าน 180607 ครั้ง)

ออฟไลน์ konjingjai

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 479
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +226/-4
สนุกมากครับ  เป็นนิยายเรื่องแรกที่ต้องดูว่ามาอัพหรือยังตอดเปิดเข้าบอร์ด

ออฟไลน์ WASHABHI

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 18
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
นี่พยายามคิดตามตลอดเลย ร่วมมือกัน จับคนผิดให้ได้นะ
เป็นกำลังใจให้คนแต่งน๊าาา ~

ออฟไลน์ ciaiwpot

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1106
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-0
เหมือนจะรู้สึกแปลกๆนะ
หมอบอกไปเลย

ออฟไลน์ maemix

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4460
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +299/-3
หมอพายหวั่นไหวไปหมอซันแล้ว หมอซันก็คงเหมือนกัน
ขอให้รู้ใจกันเร็วๆ

ทำเป็นขบวนการเลย ชีวิตหมอซันหมอพายเริ่มจะไม่ปลอดภัย
ถ้าคนพวกนั้นสืบรู้ว่าหมอพายเป็นใคร คงไม่อยู่เฉยแน่

ออฟไลน์ xmana

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
รอเลิฟซีน เหอๆๆๆ -,.-

ออฟไลน์ poohanddew

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 639
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-2
หุหุ เริ่มรู้สึกดีต่อกัน
 :katai5: :katai5: :katai5:

ออฟไลน์ Sugar

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 20
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
อบอุ่นละมุนละไม ชอบมากกกกกกกกกกกก

รออ่านต่อค่ะ คนแต่งเก่งและพยายามมากๆ ที่ใช้ไอโฟนพิมพ์ได้เรียบร้อยขนาดนี้ ขอบคุณนะคะ

ออฟไลน์ GETIIZ

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1196
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +90/-4
รอวันที่ความจริงถูกเปิดเผย วันที่คนชั่วจะได้รับผลกรรมที่มันก่อไว้ !!!!!!!

ทำไมตอนนี้มันละมุนจัง ดูหมอซันแคร์ใจพระพายขึ้นเยอะเลย โอ้ยยยยย อยากมีแฟนเป็นหมอ 555555
ความรู้สึกกำลังก่อตัวเนอะ ค่อยๆเรียนรู้กันไป มันน่ารักดี

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1511
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
หึยยย ที่จริงก็มีเงื่อนง่ำจริงๆ
ไม่มีจรรยาบรรณกันเลย เเก่ป่านนี้ละ ตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้

เอาใจช่วยนะฮร่ะ เราตามอ่านตลอดดด
 ปล.ทำไมพระว่าไว้อย่างนั้น
พ่อเเม่หมอซันมีส่วนรู้เห็นด้วยหรอ
หรือว่าอวัยวะที่ใช้เป็นของคนที่บ้านของพระพาย?? มโนไปไกล

ออฟไลน์ ToeyTato

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1289
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-1
ตามมาจากนิยายแนะนำ สนุกดีค่ะ เราเป็นคนชอบนิยายแนวคุณหมออยู่แล้ว ยิ่งลงรายละเอียดเกี่ยวกับหมอมากๆเรายิ่งชอบ แต่หาอ่านได้ไม่มากนักดีใจที่แต่งมาให้อ่านนะคะ แล้วจะดีมากเลยถ้าแต่งจบ มีหลายเรื่องสนุกมากแต่ไม่มาต่อ เราจะรอค่ะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ xmana

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 :m15: :m15: :m15: :m15:
รอไม่ไหวเเล้ววววว เเง้ๆๆๆๆๆ

ออฟไลน์ JJHJJH

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3472
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +293/-2
Done ค่ะ Done

คิดถึงอจ.หมอกะลศ.พายแล้ว

ออฟไลน์ G-bazo

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-1
-11-


             หลังจากราววอร์ดตรวจผู้ป่วยในช่วงเช้าเสร็จ พระพายและเพื่อนคนอื่นๆก็แยกกันไปตามหน้าที่ของตน เขาเอาแฟ้มประวัติของผู้ป่วยมายังเคาท์เตอร์ประจำแผนกเช่นทุกวัน คุ้นเคยกับพยาบาลที่นี่เป็นอย่างดี ก่อนจะเช็คการให้ยาและติดตามอาการผู้ป่วยในข้อมูลคอมพิวเตอร์นิดหน่อย เสร็จแล้วจึงหันหลังเพื่อจะลงไปตรวจ OPD (ผู้ป่วยนอก) กับอาจารย์หมอ ทว่าก็ชนเข้ากับใครบางคนอย่างจัง


"ขอโทษครับ!!" พระพายรีบขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ทั้งที่ตนเองก็เจ็บจากแรงกระแทกไม่น้อย


"ใช่พายรึเปล่า?" เมื่อเห็นหน้าอีกฝ่าย เขารีบถามออกมาอย่างไม่แน่ใจนัก พลางขยับแว่นสายตาที่สวมเพื่อมองคนตรงหน้าให้ชัดยิ่งขึ้น พระพายหรี่ตามอง เขาคุ้นหน้าหากแต่จำชื่อผู้ชายคนนี้ไม่ได้


"เราบอสไง ม.6/1 เลขที่ 11" เขาแนะนำตัวและเป็นการเตือนความจำอีกฝ่ายไปในตัว พระพายพยายามนึกก่อนจะยิ้มกว้างออกมาอย่างดีใจ เมื่อจำได้ว่าบอสคือคนที่นั่งอยู่หลังห้องเรียนเป็นประจำ อีกทั้งเลขที่ก็อยู่ถัดจากเขาไปตำแหน่งเดียว


"ตั้งแต่จบ ม.6 ก็ไม่ได้เจอกันเลย นี่เป็นหมอแล้ว ดีใจด้วยว่ะ" มือบางตบไหล่เพื่อน สื่อให้รู้ว่าดีใจอย่างที่พูดจริงๆ บอสหัวเราะขันก่อนจะจับสาบเสื้อกาวน์สีขาวของเพื่อนเก่าไว้


"ก็เป็นหมอเหมือนกัน จะตื่นเต้นทำไม"


"เออจริงด้วย ลืมตัว" หมอพายเกาหัวแกรกๆอย่างเก้อเขิน พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นนาฬิกาบนฝาผนังที่ใกล้เวลาลงไปตรวจผู้ป่วย OPD (ผู้ป่วยนอก) ที่ห้องตรวจกับอาจารย์หมอแล้ว


"เห้ย! เรามีตรวจอะ เดี๋ยวยังไงพักเที่ยงเจอกันที่ศูนย์อาหาร ไปก่อนนะ!" โบกมือลาเพื่อนก่อนจะรีบวิ่งไปทันที ทิ้งให้อีกฝ่ายได้แต่มองตามด้วยรอยยิ้ม


               บอส นายแพทย์ธนบูรณ์ แพทย์ประจำบ้านภาควิชากุมารเวชศาสตร์ (กุมารแพทย์) ของโรงพยาบาลวิวรรธน์ ถึงแม้จะอยู่ห้องเดียวกันมาสามปีแต่บอสก็เป็นแค่เพื่อนร่วมห้องของพระพายเท่านั้น พระพายเป็นคนเงียบๆ เหมือนสร้างโลกของตัวเองเอาไว้ เขารู้แค่ว่าพ่อของพระพายเสียจึงอาจทำให้พระพายพาตัวเองออกจากสิ่งต่างๆรอบตัว สิ่งเดียวที่ทำให้บอสกล้าเข้าไปคุยกับพระพายก็มีแค่เพียงเรื่องการเรียนเท่านั้น เพราะอีกฝ่ายเรียนเก่งเป็นอันดับต้นๆของห้อง พระพายเป็นคนที่แค่อยู่เฉยๆก็ยังดูน่าสนใจ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเพื่อนร่วมห้องคนนี้มีเสน่ห์อยู่ไม่น้อยเลย ยิ่งไปกว่านั้นไม่คิดว่าโลกจะหมุนให้พวกเขาได้มาพบกันอีก ...



                 ภายในห้องตรวจผู้ป่วยนอก อาจารย์หมอ ลูกศิษย์ รวมถึงผู้ป่วยที่เข้ามาตรวจเช็คอาการของตนเองต่างรอผลเอ็กซเรย์อย่างใจจดใจจ่อ เนื่องด้วยอาการที่เธอเจ็บหน้าอกจากการหายใจและมีการแน่นหน้าอกร่วมด้วย หลังจากที่ภูตะวันตรวจฟังเสียงปอดของเธอแล้วพบว่าผิดปกติจึงส่งเอ็กซเรย์ทันที


"ผลเอ็กซเรย์มาแล้วครับ" หมอเอิร์ธเรียกให้ทุกคนดูที่โทรทัศน์จอขนาดปานกลางภายในห้องตรวจ ภูตะวันลุกขึ้นยืนดูใกล้ๆ เขาวินิจฉัยก่อนจะหันมาหาคู่สามีภรรยาวัยกลางคนทั้งสองที่กำลังรอฟังผล


"ปอดของคุณรั่วครับ" ทันทีที่ได้ฟังเธอถึงกับเข่าอ่อนไปเสียดื้อๆ ด้วยไม่รู้ว่าอาการปอดรั่วที่เธอเป็นมันร้ายแรงเพียงใดและมีวิธีรักษาให้หายหรือไม่ เพราะปอดเป็นอวัยวะสำคัญของการหายใจ อีกทั้งเธอเพิ่งจะคลอดลูกน้อยออกมาได้เพียงไม่นาน


"มีวิธีรักษาให้หายไหมครับหมอ!?" สามีของเธอถามอย่างวิตกกังวล ประคองภรรยาไว้ไม่ห่าง พระพายอดจะชื่นชมในความรักของเขาทั้งคู่ไม่ได้ ปัจจุบันนี้ความรักดีดีมันหายากแล้ว


"ไม่ต้องกังวลไปครับ มีวิธีรักษาด้วยการผ่าตัดและสอดท่อเข้าไปในปอดเพื่อให้ลมและน้ำในปอดระบายออก" ภูตะวันอธิบายอย่างใจเย็น ถึงแม้ว่าสีหน้าและน้ำเสียงจะไม่ได้ฟังดูอ่อนโยนเหมือนกับคุณหมอท่านอื่นๆ ทว่าความเรียบที่ดูน่าเชื่อถือก็ทำให้คนฟังสบายใจไปได้บ้าง


"จะหายขาดไหมครับอาจารย์?" พระพายถามในขณะที่กำลังจดโน๊ตเพื่อเป็นกรณีศึกษาและเอาไว้ทำเล่มในวันที่จบหลักสูตรแพทย์ประจำบ้านภาควิชาศัลยศาสตร์


"หลังจากที่เราสอดท่อเข้าไป จะมีอาการดีขึ้น 2-3 วันแต่หากในกรณีที่กลับมาเป็นอีกก็ต้องผ่าตัดใหญ่เพื่อเย็บรอยรั่วภายใน"


"ดิฉันมีลูกที่ยังเล็ก ต้องให้นมกับเขา การผ่าตัดจะเป็นปัญหาสำหรับการให้นมรึเปล่าคะ?" เธอถามด้วยสีหน้ากังวลใจ หากการผ่าตัดทำให้ลูกกินนมเธอเองไม่ได้ก็คงจะลำบาก การให้เด็กทารกที่เพิ่งจะมีอายุเพียงเดือนกว่าๆกินนมผงคงไม่ดี อย่างน้อยเธอก็อยากให้ลูกน้อยได้กินนมของเธอเอง หมอซันครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่


"คุณอาจจะเจ็บจากการสอดท่อ แต่ผมคิดว่าคุณจะทนได้เพื่อลูก เราจะให้แพทย์และพยาบาลแผนกเด็กมาดูแลร่วมด้วยครับ" ภูตะวันเผยยิ้มเล็กน้อยเพื่อให้ผู้ป่วยสบายใจ เพราะหากเครียดก็จะเป็นอันตรายในการผ่าตัด


                   ภูตะวันไม่ได้กลับไปที่ห้องทำงานของตัวเองในทันทีหลังจากที่ตรวจ OPD เสร็จ หากแต่เขาตรงไปยังห้องของท่านประธานโรงพยาบาลน้องชายแท้ๆของพ่อเขาแทน


"มีอะไรล่ะมาหาอาถึงห้อง ไม่บอกล่วงหน้า?" ประสิทธิ์ทักหลานชายที่เป็นเหมือนลูกชายด้วยสีหน้าแจ่มใส รอยยิ้มที่เหี่ยวย่นของคนอายุห้าสิบต้นๆทว่าก็ยังดูดีและเหมือนพ่อของเขาเสมอ ภูตะวันยกมือไหว้ทักทายก่อนจะนั่งลงที่โซฟารับแขกหน้าโต๊ะทำงานของห้องนี้


"คิดถึงมั้งครับ" คนเป็นหลานชายพูดยียวน ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ประสิทธิ์คลี่ยิ้มเอ็นดูเขาปิดแฟ้มเอกสารก่อนจะลุกขึ้นมานั่งที่โซฟาตัวตรงข้ามกับหลานชายเพียงคนเดียว เขารู้ดีว่าเจ้านี่ไม่ได้มาเพราะคิดถึงอย่างที่ปากว่าแน่ๆ แต่ถึงกระนั้นก็อยากจะยียวนกลับเพราะหลานชายไม่เคยกลับบ้านร่วมทานอาหารด้วยกันมาสักพักแล้ว


"คิดถึงก็กลับบ้านสิ อาอยู่กับอาหญิงสองคนเหงาจะแย่ มีหลานอยู่หนึ่งคนก็ไม่เคยดูดำดูดี หึหึ" ถึงจะน้อยใจอยู่บ้าง หากแต่ก็เข้าใจว่าเพราะอะไรที่ทำให้ภูตะวันไม่ค่อยกลับไปที่บ้าน นอกจากเรื่องงานที่วุ่นๆพอกัน ก็คงจะเป็นการกลับไปอยู่ในที่เดิมๆที่เคยมีพ่อและแม่ของตนอยู่ ถึงแม้รู้ว่าหลานชายของตนเข้มแข็ง แต่บาดแผลใหญ่ถึงแม้จะปิดสนิททว่าก็ยังมีแผลเป็นที่ทำให้หวนคิดถึง


"ผมมีเรื่องอยากจะถามอาน่ะครับเกี่ยวกับโรงพยาบาลของเรา ตั้งแต่รุ่นคุณทวดเลย" อาจารย์หมอเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังขึ้นมาเมื่อเริ่มพูดเข้าเรื่องที่ตั้งใจมาคุยกับอาของตน


"อาก็จะตอบเท่าที่อารู้ ซันมีอะไรหรือเปล่า?"


"เคยมีเรื่องเสื่อมเสีย เรื่องไม่ดีภายในองค์กรของเราเกิดขึ้นรึเปล่าครับ" ประสิทธิ์ครุ่นคิดก่อนจะตอบออกไปว่าไม่มีเพราะเขาเองก็ไม่เคยได้ยินหรือได้รู้มา หากมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นอย่างน้อยต้องมีคนติฉินนินทาพูดให้เข้าหูบ้างแล้ว

ภูตะวันกัดกรามแน่นเมื่อนึกไปถึงหน้าหมอคนร้ายคนนั้น คงจะทำกันอย่างแนบเนียนที่สุดหรือไม่ก็เป็นความสะเพร่าของโรงพยาบาลที่ไม่ตรวจตราเอกสารเวชระเบียนต่างๆ ไม่ติดตามอาการของคนไข้ รู้เท่าที่แพทย์รายงานเท่านั้น แต่ก็เข้าใจว่าเพราะความไว้เนื้อเชื่อกันแท้ๆ


"มีอะไรรึเปล่า เราไปรู้อะไรมา?" ประสิทธิ์ถามด้วยความวิตกกังวล กลัวว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นในโรงพยาบาลอย่างที่หลานชายสงสัย หากเป็นเช่นนั่นเท่ากับการทำหน้าที่บริหารของเขาและครอบครัวที่ผ่านแม่แย่มาก

ภูตะวันลำบากใจพระพายไม่อยากให้คนรู้เรื่องนี้มากนัก เพราะกลัวว่าฝ่ายนั้นจะไหวตัวทันและอาจทำลายหลักฐานทั้งหมดทิ้ง แต่การให้ผู้ใหญ่ในครอบครัวและเป็นถึงประธานบริหารของโรงพยาบาลรับรู้ ก็เท่ากับว่าเป็นใบเบิกทางให้ทำอะไรได้ง่ายขึ้นไม่ใช่หรืออย่างไร


"มันมีครับ แต่ผมยังบอกอาไม่ได้ อาครับผมอยากได้เวชระเบียนผู้ป่วยของแผนกหนึ่งทั้งหมดออกมา ผมทำได้ไหมครับ?" ประสิทธิ์ถอนหายใจแต่ก็เคารพการตัดสินใจของหลานชายตน เพราะรู้ดีกว่าใครว่าภูตะวันเป็นคนคิดจะทำอะไรแล้วก็ต้องมุ่งมั่นและจริงจังกับมัน หากอีกฝ่ายไม่พร้อมจะบอกนั่นหมายถึงการรอให้มั่นใจและการทำด้วยตัวเองก่อน


"ทำได้ แต่ซันก็ต้องทำเรื่องขอเอาออกมา ผ่านแพทย์เจ้าของไข้หรือแพทย์ผู้ผ่าตัด จะเอาออกมาดื้อๆไม่ได้ เพราะนั่นเท่ากับว่าเราขโมย ผิดกฏหมาย"


"บางทีคนทำผิดก็คงไม่เอาหลักฐานออกมาวางไว้ให้เราเห็นหรอกจริงไหมครับ" ภูตะวันยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เขารู้ว่ามันไม่ง่ายแต่เขาก็จะทำ เพื่อคำสัญญาที่ให้ไว้กับลูกศิษย์และเพื่อทวงคืนความบริสุทธิ์โปร่งใสให้กับโรงพยาบาลวิวรรธน์แห่งนี้


                 เสียงจอแจของผู้คนรวมถึงเสียงจานช้อนกระทบกันดังระงมทั่วศูนย์อาหารของโรงพยาบาล พระพายพูดคุยกับเพื่อนเก่าอย่างออกรส หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาหลายสิบปี ถึงเขาจะไม่สนิทกัน แต่การได้กลับมาเจอกันในสายอาชีพเดียวกัน ความรู้สึกก็คงจะเหมือนกันการเจอคนไทยด้วยกันในต่างแดนนั่นล่ะ ...


"แสดงว่าชอบเด็กถึงเรียนกุมารฯ" พระพายถามเพื่อนในระหว่างทานอาหาร แพรดาวและอนุวัฒน์ก็รอฟังอย่างสนใจเช่นเดียวกัน


"ก็ชอบนะ แต่จริงๆก็อยากเห็นเด็กเขาได้เติบโตขึ้นมา ได้ใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้นานๆแบบพวกเรา" บอสยิ้มดวงตาเป็นประกาย แพรดาวกระพริบตาปริบๆ สีหน้าชวนฝันจนเอิร์ธต้องโบกมือไปมาเรียกสติเพื่อนตัวเอง


"เราก็ชอบเด็กนะ คบกับเราสิ"


"แรงมากผู้หญิงสมัยนี้" หมอเอิร์ธบ่นเพื่อนตัวเองอย่างไม่จริงจังมากนัก กลายเป็นเรื่องขำๆเฮฮากันไปในหมู่แพทย์เรสสิเดนท์ปีหนึ่งต่างแผนก


"ไปดีกว่าว่าจะไปหาหนังสืออ่านที่ห้องสมุด ไปด้วยกันไหม?" แพรดาวหันถามเพื่อนที่เหลือ หมอเอิร์ธพยักหน้าหงึกๆก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ถือจานข้าวเตรียมเอาไปเก็บ พระพายส่ายหัวดิกเพราะหนังสือที่เขาได้มาจากอาจารย์หมอก็ไม่ต่างกันกับที่ในห้องสมุดมีเท่าไหร่ บางเล่มในห้องสมุดยังไม่มีด้วยซ้ำ


"ไปกันเถอะ เราเอาของอาจารย์หมอมาอ่าน เจอกันที่ห้องผ่าตัดเลย"


"อาจารย์ไม่เห็นให้พวกเราบ้างเลยว้าา~" หมอเอิร์ธแสร้งทำหน้าเศร้า พูดเชิงตัดพ้อ เขาหัวเราะก่อนจะเดินไปออกจากโต๊ะไปพร้อมแพรดาว เหลือเพียงหมอพายและหมอบอสเพื่อนเก่าที่โต๊ะ


"พายพูดเก่งขึ้นเยอะเลยนะ"


"ไม่ได้พูดเก่งหรอก แค่โตขึ้นน่ะ" เขาระบายยิ้มส่งให้อีกฝ่าย เพราะว่าโตขึ้นจึงทำให้เขาต้องพูดกับผู้คนมากขึ้นเท่านั้นเอง ทั้งสองคนพูดคุยกันถึงเรื่องในอดีตสมัยเรียนเสียส่วนใหญ่ ทำให้บทสนทนาค่อนข้างออกรส เมื่อไหร่ที่ย้อนไปนึกถึงวัยเรียน มักจะมีเรื่องให้ต้องยิ้มเสมอ ทว่ารอยยิ้มของเขาสองคนที่ส่งให้กันกลับมีสายตาคู่คมจากมุมหนึ่งกำลังมองอยู่



ปึก! ปึก! ปึก!
           เสียงลูกบาสกระทบกับพื้นสนามหลังโรงพยาบาลในเวลาพักเที่ยงที่ไม่มีใครใช้สนามในเวลานี้ด้วยอยู่ในฤดูฝนและเหมือนฟ้าจะเริ่มตั้งเค้าส่อแววว่าฝนจะกระหน่ำลงมาในอีกไม่ช้า

           ร่างสูงของใครบางคนยืนเด่นหราอยู่กลางสนาม เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อนช่วงแขนถูกพับขึ้นมาช่วงข้อศอก ด้านหลังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เขาหอบหายใจถี่หลังจากชู้ตลูกกลมๆสีส้มเข้าห่วงมาได้สักพัก ก่อนจะตั้งใจชู้ตมันอีกครั้งราวกับว่าต้องการระบายอารมณ์บางอย่างจนพอใจ


"ซัน!" เสียงใสตะโกนเรียกเจ้าของชื่อที่ยืนอยู่กลางสนาม ในมือเธอมีข้าวใส่กล่องพลาสติกและน้ำเปล่ามาด้วย เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหันมาเห็นตนแล้วจึงนั่งลงที่ม้านั่งตัวยาวข้างสนามใกล้กับเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดที่พาดอยู่ หมอซันโยนลูกบาสทิ้งก่อนจะเดิน
เข้ามาหาเพื่อนที่นั่งรออยู่


"มาได้ไง?" เขาถามเสียงนิ่งก่อนจะเปิดฝาขวดน้ำที่หมอบีถือมายกดื่มอึกใหญ่ มือหนาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกสองสามเม็ดเผยให้เห็นแผงอกหนาเป็นสัดส่วนเพื่อระบายความร้อน ก่อนจะนั่งลงข้างๆหญิงสาวเพื่อนสนิท


"หัวใจสั่งให้มา" เธอแสร้งทำหน้าจริงจัง เมื่อเห็นว่าคนฟังชะงักไปจึงหลุดขำออกมา แค่อยากจะแกล้งเพื่อนเท่านั้นถึงแม้ในใจจะยังรู้สึกดีมากแค่ไหนก็ตาม เขาผลักหัวเพื่อนเบาๆอย่างหยอกล้อ พลางเอนหลังพิงพนักของม้านั่งอย่างใจเย็น


"เห็นว่ายังไม่ได้กินข้าวเลยซื้อมาให้ รู้นะว่าหงุดหงิดอะไรมา" สโรชาพูดอย่างรู้ทัน เพราะรู้จักหมอซันดี ในขณะที่เธอนั่งทานข้าวอยู่กับเพื่อนหมอด้วยกันในศูนย์อาหาร เธอดันเหลือบไปเห็นเพื่อนสนิทยืนอยู่ตรงมุมหนึ่งตั้งใจว่าจะตะโกนเรียก ทว่าหากสังเกตดีๆอีกฝ่ายกำลังสนใจกับอะไรบางอย่าง จึงมองตามสายตานั้นไปก็เห็นว่าลูกศิษย์แสนพิเศษของเพื่อนตัวเองนั่งอยู่กับใครอีกคน


"........." ภูตะวันเงียบไปราวกับถูกจี้จุด เขาคว้ากล่องข้าวที่เพื่อนเอามาให้เปิดออก หมอบีขยับตัวหันไปหาเพื่อนสนิทที่นั่งเขี่ยข้าวอยู่ข้างๆต้องการที่จะพูดด้วย


"แกหงุดหงิดที่เห็นเขาคุยกับคนอื่นที่ไม่ใช่แก แกชอบเด็กคนนั้นจริงๆใช่ไหมซัน?"


"..... คงงั้นมั้ง" เขาตอบแบ่งรับแบ่งสู้ พลางตักข้าวเข้าปากอย่างกับว่าไม่ได้คิดอะไร ทั้งที่จริงๆแล้วเขากำลังคิดสับสนอยู่ในใจ ปฏิเสธมาตลอดว่าไม่ใช่เขาไม่ได้ชอบ ทว่าความรู้สึกกลับฉายฉัดขึ้นมาทุกที เขาหงุดหงิดและไม่พอใจที่เห็นพระพายพูดคุยหยอกล้อกับหมอเด็กคนนั้นอย่างออกรส หงุดหงิดที่คนตรงหน้าพระพายไม่ใช่เขา


"นี่ฉันรักเกย์มาตลอดเหรอวะเนี่ย"


"ไม่ใช่เกย์เว้ย ฉันแค่รู้สึกว่าพระพายพิเศษกว่าผู้ชายคนอื่น ถ้าไม่ใช่พระพายแค่คิดฉันก็ขนลุกแล้ว"


"ชอบก็ไปบอกเขาสิ" สโรชาแนะเพื่อนสนิท ภูตะวันไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ยังไม่เห็นต้องบอกในเมื่อเขาเองก็ยังไม่แน่ใจความรู้สึกของตัวเองมากนัก นานไปอาจจะรู้ว่าความรู้สึกที่ผ่านมามันเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบเดียวที่เผลอไปก็ได้


"อาจารย์หมอครับ!!" เสียงเรียกจากอีกฝั่งของสนามเรียกให้ทั้งสองคนหันไปมอง คนที่ถูกพูดถึงเมื่อครู่ยืนหายใจกระหืดกระหอบอยู่ ก่อนจะรีบวิ่งตรงมาหาพวกเขา


"อยู่นี่เองผมหาตั้งนาน โทรมาก็ไม่รับ" พระพายพูดพลางหอบหายใจเพราะเหนื่อยจากการวิ่งตามหา สโรชาได้แต่ลอบมองปฏิกิริยาของคนสองคนอยู่เงียบๆ


"ผมลืมเอาลงมา มีอะไรรึเปล่า?"


"คุณไอรดาหายใจไม่ออก เธอปวดหลังซีกซ้ายด้วยครับ ต้องเลื่อนเวลาผ่าตัดด่วน" พระพายรีบรายงานถึงอาการของสาวคนเมื่อเช้านี้ หมอซันวางกล่องข้าวลงก่อนลุกขึ้นยืนคว้าเสื้อกาวน์มาถือไว้ มือหนาขยี้ผมเพื่อนรักที่นั่งอยู่อย่างแรง ก่อนจะเดินนำพระพาย


"พระพาย" หมอบีเรียกอีกฝ่ายเอาไว้ คนถูกเรียกชะงักเท้าก่อนจะรีบหันกลับมาเพื่อรออีกฝ่ายพูด


"ครับ"


"ว่างๆก็ตรวจหัวใจให้เพื่อนฉันบ้างนะ มันน่ะตรวจแต่คนอื่น จนไม่รู้ว่าตัวเองก็กำลังเป็นโรค"


"อาจารย์ป่วยเหรอครับ!?" พระพายเบิกตากว้าง หันไปหาอาจารย์หมอของตนเพื่อเอาคำตอบ ภูตะวันถลึงตาใส่เพื่อนตัวเองที่กำลังทำหน้าล้อเลียนอยู่อย่างหมั่นไส้ พูดอะไรไม่เข้าท่า


"โรคไม่รู้หัวใจตัวเองน่ะ" พระพายขมวดคิ้วทันทีที่ได้ฟังจบ ไม่ใช่ใสซื่อเสียจนไม่รู้ว่าที่คุณหมอสาวสวยพูดหมายถึงอะไร ก็ในการแพทย์โรคนี้มีจริงที่ไหนกัน ก่อนหน้าจะเห่อร้อนขึ้นมาเสียดื้อๆกับสายตาที่มองเขากับหมอซันสลับกันอย่างต้องการจะสื่ออะไร


"ยัยบ้านี่ก็เพ้อเจ้อแบบนี้ อย่าไปฟังเลย รีบไปกันเถอะ" ภูตะวันเอ่ยตัดบทก่อนจะคว้าข้อมือของลูกศิษย์ให้วิ่งไปด้วยกัน ก่อนจะยกยิ้มมุมปากน้อยๆที่พระพายไม่เห็น ...



                 บรรยากาศเดิมๆในห้องผ่าตัดที่เหล่าบรรดาแพทย์และพยาบาลคุ้นเคยกันดี แต่ที่แตกต่างก็คือแต่ละเคสที่ต้องเจอ เคสของไอรดาไม่ต้องดมยาสลบเพียงแค่ฉีดยาชาเท่านั้นเพราะเป็นการผ่าตัดเล็กเพื่อสอดท่อเฉยๆ   อาจารย์หมอกรีดมีดลงบนเนื้อเนียนอย่างใจเย็น ก่อนแพทย์ผู้ช่วยคนอื่นๆจะช่วยกันเปิดขยายปากแผลออกให้กว้างขึ้น


"เอาท่อมา" หมอซันเอ่ยสั่งเมื่อได้สิ่งที่ต้องการก็เริ่มสอดท่อเข้าไปในปอดอย่างระมัดระวัง


"เจ็บหน่อยนะครับ ท่อจะอยู่ตรงกลางระหว่างซี่โคร่ง เวลาหายใจจะเจ็บต้องอดทนนะ" เขาบอกกับผู้ป่วยที่ยังมีสติครบถ้วน เธอพยักหน้าช้าๆ สีหน้าบ่งบอกถึงความเจ็บปวดไม่น้อย


"เย็บ" หมอซันสั่งให้หมอผู้ช่วยเย็ยปิดแผล ก่อนจะเดินออกมาล้างไม้ล้างมือ เขาเลือกที่จะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อรอตรวจผู้ป่วยนอกในช่วงบ่าย


"จากนี้ดูแลดีๆ ประสานกับแผนกเด็กให้เข้ามาช่วยดูแลคนไข้เรื่องการให้นมลูกด้วย" ภูตะวันบอกกับลูกศิษย์และผู้ช่วยคนอื่นๆหลังจากการผ่าตัดเสร็จสิ้น


"ผมประสานเองก็ได้ครับ มีเพื่อนเป็นหมอแผนกนั้นพอดี" พระพายอาสาจะเป็นคนประสานงานเอง เพราะอย่างน้อยก็เป็นเพื่อนกัน คุยกันง่ายอีกทั้งยังได้ร่วมงานกันระหว่างแผนกซึ่งไม่ได้มีบ่อยๆ


"ไปรู้จักสนิทสนมกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ถึงเรียกว่าเพื่อนน่ะ" คนตัวสูงพูดเหน็บก่อนจะเดินหนีไป ทิ้งให้พระพายได้แต่ยืนงงว่าทำไมถึงไม่รอฟังคำตอบจากเขาว่ารู้จักกับบอสมาตั้งนานแล้ว




                ค่ำคืนนี้ชุ่มช่ำอีกเช่นเคย แต่อาจจะต่างไปตรงที่วันนี้ดูตกหนักกว่าที่เป็นอีกทั้งยังมีลมที่กระโชกแรงราวกับไปโมโหใครมา ภูตะวันนั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะทำงานริมหน้าต่างห้อง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองออกไปข้างนอกอย่างใช้ความคิด คิดว่าจะเอาหลักฐานออกมาด้วยวิธีไหน


ก๊อก ก๊อก ก๊อก ...
                 เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นดึงให้เขากลับมาอยู่กับปัจจุบัน ลุกขึ้นไปส่องตาแมวดูว่าใครมาเคาะห้องในเวลาใกล้จะเที่ยงคืนแบบนี้ ลูกศิษย์ตัวดียืนรออยู่หน้าห้องแบบหน้าง่วงๆ ทำให้เขาเผลอยิ้มออกมา ก่อนจะเปิดประตูออก


"มาถูกได้ยังไง?" เขาถาม จำได้ว่าไม่เคยบอกเลขห้องกับพระพายว่าเขาอยู่ห้องอะไร พระพายรู้แค่ว่าอยู่ชั้นสิบเท่านั้น


"ผมก็เคาะมันทุกห้องบนชั้นนี้แหละครับ" เขาตอบเล่นๆทว่ากลับทำสีหน้าจริงจังอย่างกับพูดเรื่องจริง ทั้งที่จริงเขาแอบถามกับยามเฝ้าคอนโดมาตั้งนานแล้วต่างหาก


"บ้ารึเปล่า" ตำหนิอีกคนอย่างไม่จริงจัง พลางเบี่ยงตัวหลบเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าจะเดินเข้ามา เขาปิดประตูลงอีกครั้ง ก่อนเดินนำลูกศิษย์ให้มานั่งที่โซฟารับแขก


"ผมนอนไม่หลับ นอนคิดเรื่องหาหลักฐานจนปวดหัว ผมอยากให้มันได้รับกรรมเร็วๆ" พระพายพูดอย่างเหนื่อยใจ ไปห้องเวชระเบียนเท่าไหร่ก็ดูจะไม่ได้ผล ยิ่งหาเหมือนยิ่งไม่เจอ ไม่ต่างอะไรกับการงมเข็มในมหาสมุทร


"เพราะเราทำกันแค่สองคนไง" พระพายมองหน้าอาจารย์ของตนอย่างต้องการคำอธิบาย


"ฝ่ายนั้นอาจจะทำกันเป็นขบวนการ ซึ่งแน่นอนว่ากำลังเขามีมากกว่าเรา เราก็ต้องหาแนวร่วมเราเหมือนกัน คุณไม่ต้องห่วงผมจัดการได้ อย่างน้อยก็ถือเป็นการไถ่โทษจากครอบครัวของผมที่ปล่อยให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในโรงพยาบาล"


"ก็ได้ครับ ผมเชื่อ" คุณหมอหน้าหวานพยักหน้าเข้าใจ เพราะแววตาแสดงความจริงใจที่สะท้อนออกมาจากดวงตาคู่นั้น ก่อนที่จะเบนความสนใจไปที่หนังสือนิทานบนโต๊ะรับแขก มือบางหยิบขึ้นมาพลิกดูอย่างสนอกสนใจด้วยหน้าปกสีฟ้าขาวและชื่อเรื่อง


"เจ้าชายลมหนาว" เขาพูดชื่อเรื่องพลางหันไปหาเจ้าของเป็นเชิงถามว่าอาจารย์หมออ่านนิทานด้วยหรือและเหมือนว่าภูตะวันจะรู้ว่ากำลังถูกถามจึงตอบออกไปว่าเด็กๆให้มาเป็นของขวัญที่รักษาจนหายดี


"ตามสบายนะ ผมจะอ่านหนังสือ" คนตัวสูงบอกก่อนจะลุกไปยังมุมโต๊ะทำงานที่อยู่ไม่ไกล พระพายนั่งลงบนพื้นพรม เปิดหนังสือนิทานอ่านอย่างสนใจ


               ในขณะที่อ่านนิทานเจ้าชายลมหนาว พระพายเผลอยิ้มออกมาตลอดเวลา ด้วยเนื้อหาที่น่ารักและภาพประกอบที่น่าดู ถึงแม้ว่าความง่วงจะเข้าครอบงำจนทำให้เผลอหลับในไปบ้างแต่ก็ยังฝืนเพื่อให้รู้จุดจบของเจ้าชายลมหนาว จนถึงหน้าสุดท้ายที่ยิ้มออกมาอีกครั้งก่อนจะฟุบหลับคาโต๊ะไป

                เวลาผ่านไปได้สักพัก เสียงเปิดกระดาษหนังสือเงียบไป ภูตะวันจึงได้ชะเง้อคอมองว่าลูกศิษย์ยังอยู่หรือเปล่าหรืออาจจะกลับไปแล้ว เป็นเพราะพระพายนั่งที่พื้นทำให้โซฟาบังจนเขามองไม่เห็น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเดินไปยังโซฟาหน้าทีวี ก่อนจะหัวเราะหึเมื่อเห็นว่าพระพายฟุบหลับคาหนังสือนิทานที่เปิดอยู่หน้าสุดท้ายไปแล้ว
                ขายาวค่อยๆก้าวเข้าไปหาเงียบๆ เพื่อไม่ให้รบกวนคนที่กำลังฝันดี ทิ้งตัวนั่งลงที่พื้นข้างๆกัน คลี่ยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าหวานหลับราวกับเด็กน้อย นิ้วเรียวจับเส้นผมที่ปรกหน้าของลูกศิษย์ออกเบาๆ ก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังลืมตาขึ้นมาช้าๆ


"อาจารย์จะไม่แช่แข็งหัวใจตัวเองเพื่อไม่ให้รักใครเหมือนเจ้าชายลมหนาวใช่ไหมครับ?" พระพายถามช้าๆ ใบหน้าด้านขวายังคงฟุบอยู่กับโต๊ะ คนถูกถามยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะลูบเส้นผมนุ่มเบาๆอีกครั้ง


"ผมไม่ใช่เจ้าชายลมหนาว คุณก็ไม่ใช่หญิงสาวในนิทานที่ตายเพราะความหนาวเหมือนกัน"


"แต่อาจารย์หมอเป็นเจ้าชายเย็นชา" พระพายระบายยิ้มน้อยๆ ถึงแม้จะง่วงงุนเพียงใด ก็อยากจะคุยกับอาจารย์หมอที่ตนรู้สึกดี
ด้วยเสียก่อน คนถูกกล่าวหาหัวเราะเบาๆแต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป


"ผมชอบฤดูหนาวเหมือนหญิงสาวในนิทาน"


"แต่คุณจะไม่ตายเหมือนในนิทาน" เพราะเจ้าชายเย็นชาเป็นหมอไม่ทำให้ใครตาย ทั้งสองคนยิ้มให้กันด้วยความรู้สึกที่แปลกไป คล้ายกับว่าสิ่งที่สับสน คอยปั่นป่วนก่อกวนอยู่ในหัวใจมันหายไป กลายเป็นคำตอบที่ต่างคนต่างรู้อย่างชัดเจนว่าคืออะไร เพียงแต่ยังไม่พูดกันไปตรงๆเท่านั้นเอง


                   
***************



Talk : ไร้แก่นสารมากตอนนี้ สาระอยู่ไหน 55555
เขารู้หัวใจตัวเองกันแล้วนะคะ รอวันสารภาพ ใครสารภาพก่อนแพ้ อิอิ พบกันตอนหน้าที่เริ่มเข้มข้นขึ้นแล้ว มาดูกันว่าฝั่งคนร้ายจะเคลื่อนไหวยังไง

ขอบคุณทุกคอมเมนท์เช่นเคยค่ะ :)
ขอบคุณนิทานเรื่องเจ้าชายลมหนาวด้วยค่ะ
เป็นนิยายฝันดี บังเอิญเราเคยอ่านเจอในกระทู้นึงในเน็ต
คิดว่าใช่หมอซันเลย 555555 ยังไงลองไปหาอ่านกันดูนะคะ

ปล.มีตัวละครใหม่เข้ามาคือ บอส เพื่อนสมัยมัธยมปลาย
มาดูกันว่าบอสอยู่ฝั่งคนร้ายหรือคนดี จริงๆเรื่องนี้ไม่มีปมอะไรซับซ้อนค่ะ
เราแต่งซับซ้อนไม่เป็น เรื่องแรกก็เอาเบาๆไปก่อน ไม่ต้องคิดอะไรเยอะค่ะ55555555
               
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-12-2015 21:12:36 โดย G-bazo »

ออฟไลน์ maemix

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4460
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +299/-3
โรคหีวใจหมอซันต้องให้พายเริ่มขึ้นเท่านั้น
 หมอพายรู้จักห้องหมอซัน ต่อไปคงได้ใช้บริการบ่อย(เข้าปรึกษางาน)

ออฟไลน์ ขนมโก๋

  • เป็ดหัวเน่า
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 701
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-0

ออฟไลน์ GETIIZ

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1196
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +90/-4
บอสเหมือนเป็นตัวกระตุ้นปฏิกิริยา เข้ามากระตุ้นความรู้สึกของหมอพายและหมอซัน
เค้่ารู้ใจตัวเองกันแน่แท้แล้วววววว อร้ายยยยยย ชอบซีนมองตากันจัง งื้อออออออ อยากให้พระพายสารภ่พก่อน เอ้ะ รึหมอซันดี เอาไงดี 555555555
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-07-2015 12:16:55 โดย GETIIZ »

ออฟไลน์ alternative

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2318
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +285/-3
หมอบีน่ารักอ้ะ ชอบๆๆๆ

พระพายมาอ่อยซันถึงห้องเลย 55555

จะใจแข็งไปได้นานสักแค่ไหนกัน

ออฟไลน์ konjingjai

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 479
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +226/-4
เขากำลังจีบกันใช่ไหม....อิอิ

ออฟไลน์ ●GreenTEA●

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 684
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-2
 :mew1: :mew1: ใจตรงกันแล้ว

ออฟไลน์ JJHJJH

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3472
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +293/-2
กรี๊ดดดด รักหมอบี เธอช่างเลอค่าาาาาาาาาาาา มุกหมอๆ ช่างน่ารัก
ฟินละมุนๆ รักเลยค่าาาาา

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Tatangth

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 432
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
รอตอนต่อไปฮับบ  :katai5:

ออฟไลน์ Sugar

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 20
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ง่อววววว อ่านตอนนี้แล้วเขิลลลจุง ค่อยๆรักกันเบาเบา

รอตอนต่อไปนะคะ

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7214
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
หมอซันสารภาพรักเร็ว ๆ หน่อย ระวังคนอื่นจะแซงนะ

ออฟไลน์ nu-tarn

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 802
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-6
บอกตรงเลยว่าเพิ่งเห็นเรื่องนี้ สะดุดตรงชื่อเริ่องเลยเข้ามาอ่าน
พอได้อ่านตอนแรก ก็ไม่ผิดหวังเลย ชอบเนื้อเรื่องมาก
เหมือนเป็นนิยายในฝันเราเลยอ่ะ คืออยากอ่านแนวนี้มานานแล้ว
โดยส่วนตัวเรา ชอบอ่านการ์ตูน ดูหนังที่เกี่ยนกับแพทย์มาก
เพราะมันน่าตื่นเต้นดี
พอมาเจอนิยายแนวนี้ยิ่งชอบเลย  o13 
เนื้อเรื่องดำเนินไปแบบค่อยเป็นค่อยไป หมอพายน่ารักมาก
น่าสงสารที่น้องต้องมาเจออะไรแบบนี้แต่ก็โชคดีที่มาเจอหมอซัน
หมอซันดูเย็นชา แต่กับน้องพายหมอดูอบอุ่น (รู้สึกอิจฉาน้อง) :-[

ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะคะ  แล้วจะคอยติดตามตอนต่อๆไปค่า
 :impress2:

ออฟไลน์ ::UsslaJlwaJ::

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1021
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-4

ออฟไลน์ Peung002

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 871
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
สนุกมากค่ะ
เราอ่านรวดเดียวเลย ขอบคุณสำหรับเรื่องสนุกๆนะคะ  :hao3:

ออฟไลน์ G-bazo

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-1
-12-

             
                  ร่างสูงใหญ่ของนายแพทย์หนุ่มเดินตรงมายังห้องทำงานของผู้อำนวยการของโรงพยาบาลหลังจากตรวจผู้ป่วย OPD ในช่วงเช้าเสร็จ


"อากำลังรอซันอยู่เลย" ณิชชาอรเอ่ยทักด้วยสีหน้าวิตกกังวล ด้วยล่วงรู้มาจากปากสามีว่าภูตะวันเข้าพบและพูดคุยถึงเรื่องไม่ดีในโรงพยาบาล เธอเองเมื่อได้ฟังก็เกิดความไม่สบายใจ จึงได้เรียกหลานชายรวมถึงสามีให้มาพบพร้อมหน้ากันในวันนี้


"สวัสดีครับ" เขาพุ่มมือไหว้ผู้อาวุโสกว่า ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้โซฟาตัวที่เหลือ


"ซันไปรู้เรื่องอะไรมา ... อาสองคนทำหน้าที่บริหารเป็นอย่างนี้อาไม่สบายใจ"


"บอกมาเถอะ จะได้ช่วยกันแก้ไข" ภูตะวันทำสีหน้าลำบากใจไม่น้อย ทั้งสองจะรู้สึกอย่างไรหากรู้ว่าผู้ร้ายที่ทำเรื่องไม่ดีในโรงพยาบาลเป็นคนใกล้ชิดที่ไว้เนื้อเชื่อใจเคารพนับถือกันอย่างญาติผู้ใหญ่มาโดยตลอด


"ซัน" ณิชชาอรร้องขอหลานชายด้วยแววตาสั่นระริก


ภูตะวันครุ่นคิด ถึงยังไงเขาคงไม่อาจนิ่งเฉยใจเย็นกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับครอบครัวศิษย์หน้าหวานได้นานนัก ยิ่งเห็นว่าคนทำผิดยังคงลอยนวลและอยู่อย่างสุขสบายยิ่งปล่อยไว้ไม่ได้ อีกทั้งสีหน้ากังวลใจอย่างหนักของอาทั้งสองที่เขารัก เขาคงเก็บไว้อีกต่อไปไม่ได้แล้ว ...


"ผมคิดว่ามีการซื้อขายอวัยวะกันในโรงพยาบาลของเรา"


"จริงเหรอ!? ฉันอยากจะบ้าตาย" เธอสบถออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อนักว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น โดยที่เธอไม่ระแคะระคายมาก่อนเลย


"แน่ใจรึเปล่าซัน?" ถึงแม้จะโกรธเมื่อได้ยิน แต่ประสิทธิ์ก็อยากจะแน่ใจเสียก่อนว่าเรื่องที่หลานชายบอกมาไม่ได้เป็นเพียงแค่ความคิดลอยๆหรือข่าวที่ลือกันมา


"อาจำพระพายลูกศิษย์ของผมได้ไหมครับ?"


"จำได้สิ อาเป็นคนส่งเขาไปอยู่แผนกของซัน" เธอตอบพลันนึกถึงใบหน้าหวานของคุณหมอที่เธอได้เห็นผ่านรูปแต่ก็ยังจำได้ดี เขาพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มเล่าสิ่งที่พระพายและครอบครัวได้เจอเมื่อหลายสิบปีก่อนให้อาทั้งสองได้ฟัง


"หมอโจเนี่ยนะ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ... เราจะแน่ใจได้ยังไงว่าลูกศิษย์ซันไม่ได้โกหก"


"แล้วเขาจะโกหกเพื่ออะไรล่ะ"


"ใช่ครับ ผมไม่ได้คิดว่าเขาโกหก แต่ผมก็ต้องการหลักฐานการรักษาของหมอโจทั้งหมดเพื่อยืนยันว่าลูกศิษย์ของผมพูดเป็นเรื่องจริง"


               ทั้งสามคนมีสีหน้าเคร่งเครียดไม่ต่างกัน ใจหนึ่งก็ไม่ได้คิดว่านายแพทย์หนุ่มหน้าหวานคนนั้นจะพูดโกหกในเมื่อไม่มีเหตุผลมาลบล้างกันได้ ส่วนจะปักใจเชื่อว่านายแพทย์รุ่นใหญ่อย่างพฤติพงศ์จะทำเรื่องเลวๆแบบนั้นก็ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดนอกจากคำพูดลอยๆของแพทย์อายุน้อย


"อาสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง ถ้าหมอโจเขาทำจริง ทำไมพวกเราถึงไม่เคยระแคะระคาย ทั้งที่การจะรักษาผู้ป่วยหรือการผ่าตัดมันต้องผ่านกระบวนการหลายอย่าง"


"อันนี้ผมไม่แน่ใจ แต่เขาอาจจะทำอะไรสักอย่างกับผู้ป่วยให้อาการหนัก จนต้องนำเข้าห้องผ่าตัดด่วนและให้ญาติเซ็นยินยอม สุดท้ายก็เสียชีวิตลงหลังจากที่ได้อวัยวะไปแล้ว" ภูตะวันอธิบายในสิ่งที่ตัวเองคะเนเอาไว้


"แต่ในกรณีของหมอพระพายคือมีการปลอมแปลงเอกสารการบริจาคอวัยวะด้วย หากคนที่ไม่รู้มันคือการได้อวัยวะไปอย่างถูกต้อง ทั้งที่จริงแล้วเป็นเอกสารปลอม ถ้ามันคือเรื่องจริง เขาทำได้ยังไง ..." ณิชชาอรถอนหายใจ เธอไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เพิ่งได้รับรู้เลยจริงๆ


"ซันเคยบอกกับอาว่าอยากได้พวกเวชระเบียน ประวัติการรักษาทั้งหมดใช่ไหม?" ประสิทธิ์นึกได้ถึงเรื่องที่เคยคุยกับหลานชายเอาไว้ เขายังไม่ปักใจเชื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนัก จึงอยากจะพิสูจน์ความจริง


"ครับ ผมอยากได้เวชระเบียน ประวัติการรักษาผู้ป่วยที่หมอโจเขารับผิดชอบเท่าที่จะหาได้" นายแพทย์หนุ่มบอกสิ่งที่ตัวเองต้องการ เพื่อหาประวัติของผู้ป่วยที่เสียชีวิตไปแล้ว หากได้มันมาทุกอย่างก็จะดูง่ายขึ้น


          ณิชชาอรพูดถึงระบบงานเวชระเบียนของโรงพยาบาลว่าที่นี่เก็บเวชระเบียนไว้ทั้งแบบเก่าและแบบใหม่ บางส่วนเมื่อครบ 5 ปีก็ถูกทำลาย บางส่วนก็ยังมีเก็บไว้เผื่ออีก 5 ปี และเธอคิดว่าเวชระเบียนของพ่อพระพายคงจะถูกทำลายไปแล้ว แต่หากว่าเป็นช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา ก็จะเป็นเวชระเบียนระบบอิเล็คทรอนิกส์ซึ่งไม่เคยทำลายทิ้ง


"ผมจะเอาเท่าที่ผมหาได้แล้วกันครับ" ภูตะวันพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แววตามุ่งมั่นสะท้อนออกมาผู้ใหญ่ทั้งสองเห็นจนชินตาเมื่อหลานชายคิดจะลงมือทำอะไรสักอย่าง


"อาจะให้นักโปรแกรมของโรงพยาบาลช่วยเราหาอีกแรง" ประสิทธิ์พูดเสริม


"แต่ขอให้เก็บเป็นความลับนะครับ ผมไม่อยากให้เขารู้ตัวว่าเรากำลังทำอะไร"


สามคนของตระกูลวิวรรธน์ภคไพบูลย์ ต่างมีสีหน้าเคร่งเครียดกับหัวข้อสนทนาที่เพิ่งจะจบลง ภูตะวันยกข้อมือดูนาฬิกาเห็นว่า
ใกล้จะได้เวลาพักเที่ยงแล้ว จึงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเตรียมลาผู้ใหญ่ที่ตนเคารพเพื่อให้เวลาส่วนตัวกับทั้งสอง


"ซัน" ณิชชาอรรั้งหลานชายเอาไว้ก่อนที่คนตัวสูงจะเดินออกจากห้องทำงานของตนไป


"ครับ?"


"วันหลังพาคุณหมอพระพายมาทานข้าวกับอานะ อาอยากคุยกับเขา" เธออยากจะรู้จักนายแพทย์คนนี้ให้มากขึ้นว่าเป็นคนอย่างไร หากเป็นเรื่องจริงเธอและสามีก็อยากจะเป็นตัวแทนของวิวรรธน์ภคไพบูลย์ขอโทษกับการบริหารดูแลที่นี่ไม่ดีพอ ภูตะวันแปลกใจนิดหน่อยแต่ก็พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเปิดประตูและเดินออกจากห้องไป ...


นิ้วเรียวสไลด์หน้าจอสมาร์ทโฟนหารายชื่อใครบางคนที่ต้องการก่อนจะกดต่อสายทันทีระหว่างที่เดินกลับแผนก


(ครับ) ปลายสายตอบรับเสียงเบากว่าปกติ จนทำให้ภูตะวันขมวดคิ้วอย่างสงสัย


"อยู่ไหน?"


(ห้องเก็บเวชระเบียนครับ อาจารย์มีอะไรรึเปล่า?)


"มันใช่ที่ที่คุณจะเข้าไปได้บ่อยๆไหมพระพาย" เขาตำหนิ เพราะเห็นว่าพระพายเข้าไปที่ห้องนี้บ่อยเกินไป เกรงว่าจะมีคนสงสัยและถูกจับตามอง


(อีกสักพักก็จะออกไปแล้วครับ สวัสดีครับ) พระพายกดตัดสายเขาทิ้งทันทีหลังพูดจบ


"ตัวแสบ" เขากัดฟันเข่นเขี้ยวคนเดียวกับความดื้อรั้นของอีกฝ่ายที่เพิ่งอยู่ในสายเมื่อครู่ กลอกตาไปมาก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายจากห้องทำงานของพระพายและกลุ่มเพื่อนที่อยู่ในแผนกไปยังห้องเก็บเวชระเบียนแทน



                เนื่องจากเป็นเวลาใกล้พักเที่ยงพอดี เจ้าหน้าที่ฝ่ายห้องเก็บเวชระเบียนจึงบางตา ที่มีอยู่ก็ไม่ได้สนใจว่าใครจะเข้าจะออกภูตะวันจึงเดินเข้าไปอย่างปกติ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มกวาดมองหาลูกศิษย์ว่าอยู่ส่วนไหนในห้องกว้างที่เงียบสงัดเช่นนี้

ตึก ตึก ตึก
                เสียงส้นรองเท้าดังก้องห้องเก็บเวชระเบียนอันแสนเงียบ พระพายลดสมาร์ทโฟนในมือลงกระเป๋าเสื้อกาวน์สีขาวสะอาด เขาโผล่ศีรษะออกจากตู้ไม้เพื่อดูว่าใครคือที่มาของเสียง สอดส่ายสายตามองไปทั่วบริเวณที่ควรจะเห็น ทว่ากลับไม่พบอะไรและเสียงฝีเท้าที่ดังเมื่อครู่ก็เงียบลงไปแล้ว ถอยหลังมาหนึ่งก้าวด้วยหัวใจเต้นระรัว ก่อนจะสะดุ้งเมื่อรู้สึกหนักที่บ่าข้างซ้าย ครั้นจะส่งเสียงมือหยาบกร้านก็ปิดปากเขาทันที ดวงตากลมเบิกกว้างอย่างตกใจเมื่อเห็นว่าคนที่กระทำการอุกอาจเช่นนี้เป็นใคร


"ผมเอง" อาจารย์หนุ่มมองอีกฝ่ายหน้าเครียด ไม่ได้อยากแกล้ง หากแต่กลัวลูกศิษย์จะตกใจและอาจจะแหกปากร้องตะโกนได้


"ผมตกใจนะครับ หัวใจจะวาย" มือบางทุบหน้าอกตัวเองราวกับจะบอกให้ก้อนเนื้อข้างในเต้นช้าลงกว่านี้เสียหน่อย ภูตะวันหัวเราะกับสีหน้าและท่าทางที่ดูน่ารักของอีกฝ่าย ก่อนจะพิงไหล่กับตู้ไม้เนื้อดี


"ได้หลักฐานอะไรบ้างล่ะ" ถามประชดประชันเพราะเห็นว่าแพทย์หน้าหวานเข้ามาบ่อยเหลือเกิน แต่กลับกลายเป็นว่าอีกฝ่ายแสยะยิ้มอย่างคนเหนือกว่าจนเขาเองแปลกใจ


"ระดับพระพายไม่พลาดหรอกครับ" แกว่งสมาร์ทโฟนที่เพิ่งจะเก็บลงไปตรงหน้าร่างสูงของอาจารย์หมอด้วยรอยยิ้มอย่างผู้ชนะ แต่ยังไม่ทันที่ภูตะวันจะได้พูดอะไรก็มีเสียงฝีเท้าของใครบางคนดังก้องไปทั่วห้องกว้าง ทั้งสองคนหันมาสบตากันก่อนที่อาจารย์หมอจะเป็นฝ่ายแอบมองผ่านช่องว่างของตู้ไม้ว่าใครที่เข้ามา


"... หมอโจ" ภูตะวันพูดเสียงเรียบ ทว่าลูกศิษย์กับมีสีหน้าเครียดลงและหัวใจสูบฉีดขึ้นทันที เขากำสมาร์ทโฟนในมือไว้แน่น มือหนาที่หยาบกร้านเพราะผ่านการผ่าตัดมาอย่างหนักคว้ามืออีกฝ่ายมาจับไว้ก่อนจะดึงให้ลดตัวลงนั่งกับพื้นเย็นเฉียบ


"ทำไงดีครับ?" พระพายถามเสียงเครียด กลัวว่าอีกฝ่ายจะรู้ว่าเขาเข้ามาในนี้เพราะหาหลักฐานมัดตัว ถ้าเป็นเช่นนั้นทุกอย่างที่กำลังทำก็คงจะล้มเหลวไม่เป็นท่า ซึ่งนั่นเขายอมไม่ได้


"ชู่วววว์" ส่งสัญญาณให้ลูกศิษย์เงียบเพื่อฟังเสียงฝีเท้าว่าดังอยู่บริเวณใด ด้วยเสียงที่ดังไม่พร้อมกันก็คาดว่าคงไม่ได้เข้ามาคนเดียวแน่


'วันนี้เด็กนั่นมันเข้ามารึเปล่า'


'ยังไม่เห็นนะครับ'


ทั้งสองเงี่ยหูฟังบทสนทนาของคนที่เข้ามาใหม่ พระพายค่อนข้างมั่นใจว่าหมายถึงตนแน่ๆ ตอนที่เขาเข้ามา นายนั่นฟุบหลับคาโต๊ะไปแล้วทางก็เลยสะดวก เพราะคนอื่นดูจะไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก


'จับตาดูมันต่อไป มีอะไรก็รีบรายงาน'


'ครับ'


เสียงเดินดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆจนอาจารย์และศิษย์เริ่มใจหาย มือที่จับกันไว้บีบเข้าหากันแน่นอย่างวิตกกังวลเกรงว่าจะถูกจับได้และจะทำให้อะไรๆมันยากขึ้น


'ฉันว่ามันไม่ใช่แค่เรสสิเดนท์ธรรมดาๆแน่'


พระพายลอบกลืนน้ำลาย ขยับตัวเข้าหาร่างหนาอย่างต้องการที่พึ่งพิง ถึงภายนอกเขาเองจะดูเข้มแข็งไม่ยอมคนเพียงใด แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เกรงกลัวต่ออันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตน หากยังเอาความยุติธรรมกลับคืนมาให้ครอบครัวไม่ได้ เขาก็ยังเป็นอะไรไม่ได้เช่นเดียวกัน ...


"เงียบไปแล้ว" ศิษย์หน้าหวานพึมพำเบาๆ ภูตะวันจึงชะโงกดูว่ายังอยู่หรือไม่ เมื่อคิดว่าคงจะออกไปกันแล้วถึงได้พรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งใจ


"ทีหลังไม่ต้องเข้ามาแล้วนะ" เขาดุ ยกมือข้างที่ยังจับมืออีกฝ่ายขึ้นชี้หน้า เหมือนว่าอาจารย์และลูกศิษย์จะลืมไปว่ากำลังจับมือกันอยู่โดยไม่มีใครคิดปล่อย


"ก็ได้ครับ แต่ผมก็ได้คนไข้ที่เคยรักษากับไอ้หมอคนนั้นแล้วเสียชีวิตมาหนึ่งคน หาจนตาลาย เดี๋ยวยังไงผมจะปริ๊นท์ออกมาแล้วให้อาจารย์ดูนะครับ"


"ได้แล้วก็พอ อย่าเข้ามาอีก" พระพายพยักหน้าอย่างจำยอม ยังไงเขาก็เชื่อว่าอาจารย์หมอจะจัดการอย่างที่พูดเอาไว้ได้ จากนี้เขาคงได้แต่รอที่จะจัดการขั้นต่อไป ภูตะวันลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือที่ยังไม่ปล่อยออกจากกันทำให้กลายเป็นว่ากระชากอีกฝ่ายเซตามแรงไปเล็กน้อย


"ลุก ผมหิวข้าวแล้ว" เลิกคิ้วสูงเป็นเชิงเร่งอีกฝ่าย พระพายมองด้วยสีหน้างุนงงแต่ก็ยอมลุกขึ้นตามแต่โดยดี ก่อนที่อาจารย์หนุ่มหล่อจะเป็นฝ่ายปล่อยมือออกไปก่อน



               เสียงทุบโต๊ะดังลั่นห้องควบคุมกล้องวงจรปิดห้องหนึ่ง โรงพยาบาลวิวรรธน์เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่จึงมีห้องควบคุมวงจรปิดอยู่หลายห้องเพื่อประสิทธิภาพของตัวผู้ควบคุมเอง หากมองอะไรที่เป็นมุมกว้างไปนานๆจะทำให้อ่อนล้าและประสิทธิภาพลดลง จึงเป็นเหตุให้ต้องมีห้องควบคุมจำนวนหลายห้อง


                นายแพทย์พฤติพงศ์ใช้เงินซื้อพนักงานควบคุมห้องกล้องวงจรปิดห้องนี้อย่างไม่รู้สึกผิด เพราะห้องนี้มีมุมกล้องตัวสำคัญ ห้องทำงานของเขาและห้องเก็บเวชระเบียน ...


"ฉันจ่ายเงินให้พวกแกมากกว่าที่เจ้าของโรงพยาบาลมันให้ แต่แกกลับปล่อยปละละเลย ให้มันเข้าไปโดนไม่รายงาน!" นายแพทย์สูงวัยตวาดเสียงดัง สายตาคมกริบภายใต้แว่นสายตามองพนักงานชายสองคนอย่างไม่พอใจอย่างมาก


"ผมลงไปซื้อข้าวครับ"


"ห้องควบคุมมีพนักงานห้องละสองคนไว้ทำอะไร?"


"... ผมเห็นว่าเป็นเวลาพักเที่ยง ไม่คิดว่าจะมีใครเข้า ก็เลยออกไปเข้าห้องน้ำครับ" เขาก้มหน้าพูดอย่างเกรงกลัวอำนาจของอีกฝ่าย หากทำอะไรผิดเขาอาจจะเป็นฝ่ายนอนอยู่บนเตียงผ่าตัดแทนผู้ป่วยรายอื่น


พฤติพงศ์นวดสันจมูกตัวเองอย่างเคร่งเครียด หลังจากได้รับโทรศัพท์ที่รายงานว่าอาจารย์หมอและลูกศิษย์แผนกหัวใจนั้นออกมาจากห้องเก็บเวชระเบียนคล้อยหลังเขาไม่นาน จึงรีบขึ้นมาห้องควบคุมเพื่อดูวงจรปิดทันที มั่นใจว่าสองคนนั้นต้องได้ยินสิ่งที่เขาพูดแน่และไม่รู้ว่าได้อะไรจากห้องนั้นไปหรือเปล่า ...


"ทางโรงพยาบาลติดประกาศว่าคืนนี้จะปรับปรุงระบบกล้องวงจรปิด พวกแกก็กลับไปพักผ่อนซะ เสร็จแล้วก็รีบกลับมาทำงาน อย่าปล่อยให้มันขาดสายตาอีก"


"ครับ" พนักงานสองคนตอบรับอย่างแข็งขัน รู้สึกโล่งใจไม่น้อยที่ไม่โดนทำโทษอะไรนอกจากการตวาดเสียงดัง พฤติพงศ์เดินออกจากห้องควบคุมสีหน้าเครียดไม่น้อย ฝ่ายนั้นต้องสงสัยอะไรบางอย่างในตัวเขาแน่




             บนโต๊ะอาหารของเหล่าเรสสิเดนท์ในวันนี้ ดูบรรยากาศจะอึมครึมแปลกไปจากทุกวัน เมื่ออาจารย์แพทย์หนุ่มหล่อที่ได้ชื่อว่าแสนเย็นชามานั่งร่วมโต๊ะด้วย จะมีก็แต่เรสสิเดนท์แผนกกุมารฯที่ไม่ได้ทุกข์ร้อนกับความเงียบอันน่าอึดอัดบนโต๊ะสักนิด


"ทุกคนรู้ไหมครับว่าเมื่อก่อนพายตัวเล็กมาก ถึงตอนนี้จะตัวโตกว่าเดิม แต่ก็ยังตัวเล็กสำหรับผมอยู่ดี" นายแพทย์หนุ่มต่างแผนกหัวเราะตาหยี โดยที่อนุวัฒน์และแพรดาวได้แต่ยิ้มเล็กน้อยเป็นมารยาทในการเป็นผู้รับฟังที่ดีและไม่อยากจะพูดรบกวนการทานอาหารของอาจารย์หมอ


"เราสูงตั้งร้อยเจ็ดสิบกว่า มาตรฐานชายไทยตัวเล็กตรงไหน" พระพายเถียงเสียงขึ้นจมูก ไม่ชอบใจนิดหน่อยที่ใครก็หาว่าเขาตัวเล็ก ทั้งที่เขาก็สมส่วนทุกอย่างตามมาตรฐาน


"แต่เราสูงร้อยแปดสิบ" บอสพูดอย่างผู้ชนะ ชอบเวลาที่ได้เห็นเพื่อนหน้าหวานคนนี้ทำหน้าเหมือนถูกขัดใจเหมือนผู้ป่วยเด็กในแผนกของตน เพราะมันดูน่ารัก ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เห็นบ่อยนักก็ตาม


สายตาคมกริบของอาจารย์แพทย์เพียงคนเดียวในโต๊ะช้อนมองทั้งสองคนสลับกันด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขากินข้าวไปเงียบๆราวกับไม่ได้สนใจบทสนทนาที่ส่วนใหญ่จะพูดถึงพระพายจากเรสสิเดนท์ต่างแผนก ทว่ากลับรู้สึกหงุดหงิดและไม่พอใจ ผู้ชายคนนี้มองพระพายไม่ต่างจากที่เขามองและศิษย์ตัวดีก็ดูเหมือนจะไม่รู้เรื่องอะไร


"อิ่มแล้วเหรอครับ?" พระพายถามอาจารย์ของตนเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายดื่มน้ำและรวบช้อนส้อมแล้ว


"อืม ขอตัว" เขาลุกพร้อมกับยกจานข้าวเพื่อจะเอาไปเก็บแต่ลูกศิษย์หน้าหวานกับคว้าจานเอาไว้เสียก่อนพร้อมกับเอ่ยปากว่าจะเป็นฝ่ายเอาไปเก็บให้


"ฝากด้วยแล้วกัน" ภูตะวันจึงตอบเสียงเรียบและปลีกตัวออกมาโดยที่มีสายตาของเรสสิเดนท์หนุ่มต่างแผนกมองตามจนลับตา



            คนตัวสูงถอดเสื้อกาวน์วางพาดกับม้านั่งตัวเดิม ปลดกระดุมเสื้อที่ข้อมือและสาบเสื้อเผยแผงอกหนาได้รูป ก่อนจะคว้าลูกบาสสีส้มสดจากตะกร้าใส่ที่อยู่ไม่ไกลก่อนจะเล็งเป้าหมายและชู้ตมันทันที เสียงลูกบาสกระทบแป้นดังก้อง หากแต่ไม่มีครั้งไหนที่ลูกกลมๆจะลงห่วง ร่างหนาของอาจารย์หมอเซไปเพราะแรงกระแทกจากทางด้านหลังและแย่งลูกบาสจากมือเขาไปชู้ตเข้าห่วงต่อหน้าต่อตา


"เล่นบาสก็ต้องมีสมาธิสิครับอาจารย์" คนมาใหม่พูดพร้อมรอยยิ้มมุมปากก่อนจะเดาะลูกบาสกระทบพื้นและยกขึ้นมาชู้ตลงห่วงอีกครั้งโดยที่ลูกบาสไม่โดนแป้นแม้แต่น้อย ภูตะวันหลับตาพลางใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มอย่างสงบสติอารมณ์


"อยากเล่นก็ต้องแย่งนะครับ" นายแพทย์หนุ่มเพื่อนเก่าของลูกศิษย์ยิ้มมุมปากเป็นเชิงท้าทายก่อนจะวิ่งเดาะลูกบาสไปทั่วสนามรอให้เขาไปแย่งอย่างที่พูด ภูตะวันหัวเราะหึ ตามประกบตัวบอสไม่ห่างเพื่อจะแย่งลูกบาสที่ควรจะเป็นของเขาคืน


"มันเป็นของฉันมาตั้งแต่แรก ฉันไม่ควรจะให้นายถือไว้นาน" พูดจบก็คว้าลูกบาสจากอีกฝ่าย วิ่งไปชู้ตลงห่วงโดยที่ไม่กระทบแป้นไปอย่างสวยงาม บอสกลอกตาไปมาเข้าใจความหมายดีว่าอาจารย์หมอของเพื่อนคงไม่ได้หมายถึงลูกบาสจริงๆ  แค่มองก็รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรกับเพื่อนของเขา คิดเหมือนที่เขาคิด ...


"จริงๆมันอยู่กับผมมาก่อนน่ะครับ ผมถึงต้องมาทวงคืน" เขาพูดและประกบแย่งลูกบาสจากอีกฝ่ายมาชู้ต แต่ครั้งนี้กลับไม่ลงห่วง ลูกบาสกระทบแป้นอย่างแรง จนกระเด็นออก ทำให้ภูตะวันได้โอกาสคว้าลูกบาสมาไว้ ใช้ไหล่กระแทกอีกฝ่ายที่จะเข้ามาแย่งจนล้มไปกับพื้นสนามก่อนจะชู้ตลงห่วงไปอย่างสวยงามอีกครั้ง


"บอกแล้วไงว่ามันเป็นของฉันมาตั้งแต่แรกและจะเป็นตลอดไป ... จบเกมส์" อาจารย์หมอชูลูกบาสที่อยู่ในมือ ยิ้มหยันอย่างผู้ชนะ ก่อนจะเดินไปฉวยเสื้อกาวน์แล้วเดินจากไป


"โธ่เว้ย!!" บอสสบถ ทุบกำปั้นลงบนพื้นสนาม กัดกรามแน่นด้วยความไม่พอใจ ยังไงเขาก็ไม่จบเกมส์อย่างที่อาจารย์พูดแน่ๆ

               
(reply ถัดไปค่ะ)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-02-2016 22:23:13 โดย G-bazo »

ออฟไลน์ G-bazo

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-1
(ต่อค่ะ)

                 พระพายเดินก้มหน้าอ่านเอกสารคนไข้ที่ได้จากพยาบาลกลับมาที่แผนก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเมื่อรู้สึกเหมือนใครยืนอยู่ตรงหน้า เขาใช้สายตาสำรวจอีกฝ่ายที่ได้ถอดเสื้อกาวน์ออกไปแล้วและที่บ่าข้างซ้ายก็มีกระเป๋าสะพายอยู่


"อาจารย์จะกลับแล้วเหรอครับ?"


"อืม มีเดท" ภูตะวันตอบประชดอีกฝ่าย ด้วยอารมณ์ยังคุกรุ่นจากเมื่อตอนบ่าย อยากจะดูท่าทีของคนตัวเล็กกว่าเสียหน่อยว่าจะเป็นอย่างไรหากรู้ว่าเขามีเดท


"อ่อครับ สวัสดีครับ" นายแพทย์หนุ่มหน้าตึงไปเล็กน้อย นอกจากอีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่รู้สึกอะไรแล้วยังยกมือไหว้เขาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว จึงถอนหายใจอย่างเซ็งๆและรีบเปลี่ยนเรื่อง


"อยู่เวรก็อย่าแอบหลับล่ะ"


"คร้าบบบ~" พระพายแสร้งยิ้มตาปิดเพื่อกวนอีกฝ่าย มองคนตัวสูงเดินจากไปจนลับตา ก่อนตัวเองจะถอนหายใจและเดินคอตกกลับแผนก ไม่ใช่ว่าไม่รู้สึกอะไร อยากรู้ว่าไปเดทกับใคร แต่จะใช้สิทธิ์อะไรในการถาม ...


             
                  ช่วงกลางคืนของโรงพยาบาลวิวรรธน์ แผนกที่พระพายประจำอยู่ไม่ใช่แผนกฉุกเฉินจึงไม่วุ่นอะไรมากนัก อย่างมากก็เดินไปเดินมาระหว่างวอร์ดผู้ป่วยในและห้องทำงานในแผนกเท่านั้น พระพายจึงใช้เวลาว่างในตอนนี้ปริ๊นท์เวชระเบียนของผู้ป่วยที่แอบถ่ายมาจากห้องเก็บเวชระเบียนเมื่อตอนพักเที่ยง เมื่อได้เป็นแผ่นออกมาแล้วจึงใช้แม็คเย็บเอกสารสองใบติดกัน ก่อนจะนั่งอ่านคนเดียวเงียบๆ


"เสียชีวิตเพราะมะเร็งระบบทางเดินอาหาร" เขาพึมพำตามที่ได้อ่านเบาๆ คิ้วเรียวเข้มขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิด หากเป็นมะเร็งจริงเท่ากับว่าอวัยวะภายในเริ่มใช้งานไม่ได้แล้ว ฉะนั้นการจะเสียชีวิตเพราะการขโมยอวัยวะไปก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ พระพายถอนหายใจ เก็บเอกสารใส่ซองสีน้ำตาลอย่างดี เอาไว้ให้อาจารย์ของตนอ่านและวินิจฉัยอีกทีในวันพรุ่งนี้ ก่อนจะออกจากห้องและไปที่วอร์ดอีกครั้ง หากอยู่ในห้องนี้นานๆโดยที่ไม่มีอะไรทำเขาอาจจะเผลอหลับคาโต๊ะ ...



                 ภายในห้องนอนที่มีแสงสลัว ร่างของเจ้าของห้องนอนเอาแขนก่ายหน้าผาก ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองเพดานอย่างใช้ความคิด และคนในความคิดนั้นคงจะเป็นใครไม่ได้นอกจากศิษย์หน้าหวานที่ไม่รู้ว่าเข้ามาอยู่ในหัวเขาตั้งแต่เมื่อไหร่


"ตัวแสบเอ๊ย! ทำให้หัวใจผมวุ่นวายขนาดนี้ได้ยังไงกัน" ภูตะวันรำพึงกับตัวเองด้วยความรำคาญใจ ไม่คิดว่าคนอย่างเขาจะต้องมารู้สึกพิเศษอะไรกับลูกศิษย์ที่เป็นผู้ชายด้วยกัน รู้ตัวอีกทีก็มีใบหน้าหวานลอยอยู่ในหัวเต็มไปหมด

ยิ่งเมื่อรู้ว่ามีใครอีกคนที่ก็คิดเหมือนๆกัน ยิ่งทำให้เขาไม่อยากจะนิ่งเฉย ในหัวใจรู้สึกร้อนระอุคุกรุ่นจนแทบอยากจะระเบิดใส่เรสสิเดนท์ไร้มารยาทคนนั้นให้แหลกเป็นจุล ภูตะวันลุกขึ้นนั่งแล้วถอนหายใจออกมายาวๆ ...




                ขาเรียวก้าวไปตามทางเดินที่ปราศจากผู้คนอย่างไม่รีบร้อน เขาไล่ความง่วงงุนด้วยการสะบัดหัวไปมา มือบางยกขึ้นปิดปากที่กำลังหาววอดๆ ตอนนี้เขาไม่ได้คิดถึงอะไรนอกจากเตียงนอนแสนนุ่มที่คอนโดตัวเอง

                 พระพายกลับมาที่ห้องทำงานในแผนกอีกครั้ง ตั้งใจว่าจะมาพักผ่อนสักครึ่งชั่วโมงก็ยังดี แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไป เขากลับพบร่างของใครบางคนที่กำลังรื้อค้นอะไรบางอย่างอยู่ในความมืด


"เห้ย! แกเป็นใคร!?" เขาตระหนกกับสิ่งที่เห็น รีบตรงเข้าไปคว้าคอร่างใหญ่ปริศนาให้หันมา ก่อนจะส่งหมัดเข้าที่แก้มด้านซ้ายของมันอย่างจังถึงแม้จะมีโม่งปิดบังใบหน้าทั้งหมดก็ตาม


"ช่วยด้วยครั..!!" นายแพทย์หนุ่มหน้าหวานส่งเสียงร้องให้คนช่วยยังไม่ทันจบประโยค ก็โดนมันใช้มือที่หยาบกร้านปิดปากไว้พร้อมกับล็อคคอเขาไว้แน่นไร้ทางหนี พระพายดิ้นรนหาทางรอดให้กับตัวเอง ก่อนจะกระทุ้งศอกเข้าที่ชายโครงของคนด้านหลังจนมันเสียหลักทำให้เขาหลุดจากพันธนาการ


"ช่วยด้วยครับ ใครอยู่แถวนี้บ้าง โอ๊ย!!" ขาเรียวจะวิ่งออกไปนอกห้องแต่ก็ถูกคนร้ายกระชากผมเสียจนต้องร้องโอดโอย
ผัวะ!! ผัวะ!!


ร่างของแพทย์หนุ่มทรุดลงไปนอนตัวงอที่พื้นห้องเย็นเฉียบเพราะถูกชกเข้าที่ท้องเต็มแรงถึงสองครั้ง จุกจนร้องไม่ออก แต่เพียงเสี้ยววินาทีชายลึกลับก็กระเด็นไปติดฝาผนังอย่างแรง


"อา .. จารย์" เสียงหวานขาดห้วงเพราะความจุกที่ยังไม่เจือจาง อยากจะช่วยอาจารย์ของตนต่อสู้กับคนร้าย ทว่าแม้แต่แรงจะขยับตัวก็แทบไม่มีเหลือ


                ภูตะวันและคนร้ายต่อสู้กันอย่างดุเดือด กำปั้นหนารัวใส่หน้าอีกฝ่ายไม่ยั้งมือ ก่อนจะเสียหลักล้มลงเมื่อถูกชายลึกลับถีบเข้าเต็มแรง เขาพยายามจะลุกขึ้นอีกครั้ง ทว่ากลับถูกอีกฝ่ายตรงเข้ามาคร่อมร่างเอาไว้ไม่ทันได้ตั้งตัว


"อึก!!" ชายลึกลับในชุดสีดำร้องไม่ออก เมื่อถูกอาจารย์หมอหนุ่มบีบคออย่างไม่ออมแรง ไม่ได้หมายจะเอาชีวิตเพราะอย่างไรเขาก็เป็นหมอ หากแต่จะทำให้คนด้านบนที่คร่อมร่างตนอยู่หมดแรงลงก็เท่านั้น


"แค่กๆๆ" คนร้ายไอโขลกไถลร่างลงไปนอนกับพื้น ภูตะวันได้โอกาสดึงคอเสื้อชายลึกลับให้ยืนขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะเหวี่ยงมันไปชนกับผนังอย่างแรงและตามเข้าล็อคคอเอาไว้ให้ชิดผนัง


"พระพาย ไหวไหม? โทรหา รปภ. หรือใครก็ได้" หันไปหาศิษย์หน้าหวานที่กำลังพยายามพยุงร่างตัวเองลุกขึ้นนั่ง พระพายมองหาสมาร์ทโฟนของตัวเองว่าคงจะตกอยู่ที่ไหนสักที่ในห้องนี้ระหว่างที่สู่กับคนร้าย แต่ในระหว่างนั้นเองที่ชายลึกลับหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าและแทงมันลงที่ท้องของอาจารย์หมออย่างไม่ลังเล


"อึก!!" ภูตะวันเบิกตาโพลง เขาปล่อยมือที่ล็อคคอคนร้ายเอาไว้ก่อนจะเซถอยหลังและล้มลงเพียงเวลาไม่นาน คนร้ายอาศัยจังหวะนี้วิ่งหนีออกไป


"อาจารย์ครับ!!" พระพายร้องอย่างตกใจที่เห็นคนตัวสูงนอนกุมท้องตัวเองขณะที่เลือดสดๆเริ่มไหลออกมา ทั้งที่เขาเองก็ยังไม่หายจุกแต่อาจารย์หมอก็เจ็บกว่าเขามากนัก ศิษย์หน้าหวานจึงพยุงร่างของตัวเองมาหาอาจารย์ของตนอย่างทุลักทุเล


"ผมไม่เป็นอะไร"


"อย่าเพิ่งพูดเลยครับ ผมจะตามคนมาช่วย" พระพายน้ำตาคลอ ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ต่อหน้าต่อตา ยิ่งเป็นคนใกล้ชิดเขายิ่งใจเสีย ภูตะวันหอบหายใจหนัก หลับตาลงหวังระงับความเจ็บปวด ทว่ามันกลับช่วยอะไรไม่ได้เลย



               ร่างของอาจารย์หมอถูกส่งเข้ามาที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แพทย์เวรช่วยกันปฐมพยาบาลและวินิจฉัยว่าโดนจุดสำคัญหรือไม่ ในขณะที่พระพายก็ดูอาการอยู่ไม่ห่างและความจุกก็เริ่มบรรเทาลงบ้างแล้ว


"โชคดีนะครับที่ไม่โดนจุดสำคัญ ทำให้ไม่ต้องผ่าตัด เย็บแผลก็เรียบร้อยแล้ว แต่อาจารย์อย่าเพิ่งขยับมากนะครับ แผลอาจจะฉีกได้" แพทย์เวรฉุกเฉินที่อายุน้อยกว่าพูดพลางปิดปากแผลให้กับอาจารย์อย่างเบามือ


"ทีหลังอย่าบุ่มบ่ามทำอะไรแบบนี้อีกนะครับ มันไม่ได้โชคดีอย่างนี้ตลอดแน่" พระพายพูดเสียงเข้ม ถึงจะรู้สึกดีที่อีกฝ่ายเข้ามาได้ทันเวลา แต่ก็รู้สึกไม่พอใจที่อีกฝ่ายทำอะไรบุ่มบ่ามแบบนั้น หากเป็นอะไรมากกว่านี้ ... เขาจะทำยังไง


"อย่าเสียงดังได้ไหม นี่มันโรงพยาบาลนะ" ภูตะวันตอบเสียงเหนื่อย สีหน้าของเขาตอนนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด ลูกศิษย์ถอนหายใจหนึ่งทีก่อนจะสั่งให้ย้ายอาจารย์หมอไปห้องพักฟื้น


"คนร้ายล่ะ?"


"หนีไปได้ครับ ผมจะเข้าไปเช็คที่ห้องว่ามีอะไรหาย แล้วจะตามไปที่ห้องพักฟื้นนะครับ" ถึงแม้อยากจะอยู่ดูแล แต่ก็ต้องจัดการเรื่องที่ยังค้างคา ตำรวจกำลังรอสอบปากคำ สายตาเป็นห่วงกันและกันส่งออกมาอย่างไม่มีปิดบัง ภูตะวันคว้ามือของอีกฝ่ายมาจับเอาไว้และบีบมันเบาๆ


"... ดูแลตัวเองด้วย" พระพายอมยิ้ม หัวใจดวงน้อยเต้นรัวราวกับกลองเมื่อได้ฟังและได้เห็นสายตาอบอุ่นที่สะท้อนออกมา ก่อนจะพยักหน้าช้าๆและเดินออกจากห้องฉุกเฉินไป


                  ภูตะวันถูกย้ายเข้ามาในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาล เขานึกขำอยู่ไม่น้อยที่วันนี้กลับมาเป็นผู้ป่วยนอนอยู่บนเตียงเสียเอง ทุกครั้งที่เขาขยับตัวจะต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ จึงเลือกที่จะนอนอยู่เฉยๆถึงแม้ว่าแผลจะไม่ได้ใหญ่มากก็ตามเนื่องจากเป็นมีดพกอันเล็ก   


ก๊อก ก๊อก ก๊อก
                  เสียงเคาะประตูห้องเบาๆก่อนจะเปิดเข้ามาช้าๆ พร้อมกับร่างของศิษย์หน้าหวานที่คิดถึงจนต้องกลับมาที่โรงพยาบาลอีกครั้งแต่ไม่คิดว่าจะเจอเรื่องร้ายๆที่ผ่านมาไม่นาน


"โอ๊ย!!" คนเจ็บแสร้งร้องโอดโอยเมื่อลูกศิษย์เดินเข้ามาหา สีหน้าบ่งบอกว่าเจ็บปวดไม่น้อยจนพระพายเองรู้สึกสงสาร แต่หารู้ไม่ว่ามันคืออาการแกล้งทำของอีกคนชัดๆ


"เจ็บก็อย่าขยับสิครับ" พระพายนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงพลางมองอีกฝ่ายอย่างเป็นห่วงและกังวล ก่อนจะหลุบตาลงต่ำ


"ผมเป็นห่วงรู้บ้างไหมครับ?"


"ต้องให้บอกกี่ครั้งว่าไม่เป็นอะไร หื้มม?" นิ้วเรียวกรีดหยาดน้ำใสที่หางตาลูกศิษย์แผ่วเบา ส่งยิ้มอบอุ่นให้อีกฝ่ายเบาใจว่าเขาไม่เป็นอะไร


".........." พระพายยิ้มบางๆตอบกลับไปแทนคำพูด กลุ่มผมนุ่มถูกมือหนาลูบเบาๆคล้ายกับจะปลอบโยน ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าอาจารย์บอกมีเดท หากแต่กลับมาที่นี่อีกทำไม


"อ้อ! แล้วอาจารย์กลับมาทำไมครับ ไหนบอกว่ามีเดท?" เขาเบะปากอย่างหมั่นไส้เมื่อคิดถึงเรื่องเมื่อเย็น นิ้วเรียวอยู่ไม่สุขไม่รู้จะเอาวางตรงไหน จึงเล่นขนของผ้าห่มที่ภูตะวันห่มอยู่แทน


"ก็ผมคิดถึงคุณ มาหาไม่ได้หรือไง?" ริมฝีปากหนายกยิ้มเมื่อเห็นลูกศิษย์เบิกตากว้างราวกับตุ๊กตา พระพายหลบสายตาที่อีกฝ่ายจ้องมองอย่างรู้สึกขัดเขินแปลกๆ อยู่ๆก็มาบอกว่าคิดถึงกัน โดนมีดแทงแล้วคิดจะพูดอะไรก็พูดได้หรือไง


"... เอ่อ" มือหนากุมมือของเขาเอาไว้เบาๆ ก่อนจะพูดบางอย่างที่ทำให้พระพายต้องเบิกตากว้างและหัวใจสั่นรัวอีกครั้ง


"คบกับผมนะ ..."


"ครับ เห้ย! ว่าไงนะครับ!?" ภูตะวันหัวเราะกับท่าทางของลูกศิษย์ที่ดูจะตกใจเสียเกินเหตุ ดวงตากลมโตมองเขาอย่างต้องการคำอธิบายของประโยคก่อนหน้า


"ผมชอบคุณ คบกับผมได้ไหมพระพาย?" พูดเสียงอ่อนลงพร้อมด้วยสีหน้าที่จริงจังไม่มีแววล้อเล่นแต่อย่างใด เขาไม่เคยชอบผู้ชายและไม่คิดจะชอบด้วยซ้ำ ยกเว้นพระพายที่พิเศษกว่าผู้ชายคนอื่น ต้องขอบคุณเรสสิเดนท์ต่างแผนกที่ทำให้เขากล้าที่จะสารภาพออกมาว่ารู้สึกยังไงกับคนตัวเล็กตรงหน้า


"อาจารย์จะไม่จีบผมหน่อยเหรอครับ ..." พระพายเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มกวนๆในทันที


"จีบทำไมในเมื่อคุณก็มีใจให้ผมอยู่ดี คบๆกันไปจะได้ไม่เสียเวลา หึหึ" คนเจ็บนอนยิ้มอย่างคนรู้ทัน จนคนฟังต้องเบะปากอย่าง
หมั่นไส้ที่ทำมารู้ทันความคิดของคนอื่น ก่อนจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อยและส่งยิ้มบางให้อีกฝ่าย


"พักผ่อนเถอะครับ ดึกมากแล้ว"


"ตอบผมก่อน ..." อาจารย์หมอไม่ยอมแพ้ เขากล้าสารภาพและขอคบ พระพายก็ควรจะกล้าตอบเขาเหมือนกันเพราะถึงยังไงต่างฝ่ายต่างก็รู้ดีว่ารู้สึกยังไงต่อกัน


"เอาไว้อาจารย์หายดี เรามาคุยกันเรื่องนี้อีกทีแล้วกันครับ อย่างน้อยระหว่างนี้เราทั้งสองคนก็มีเวลาทบทวนความรู้สึกตัวเอง" เขายิ้ม ลูบแขนแกร่งของอีกฝ่ายแผ่วเบา ไม่ใช่ว่าอยากจะเล่นตัวหรืออะไร หากแต่อยากให้แน่ใจความรู้สึกตัวเองมากกว่านี้เสียหน่อย ความรักมันไม่ได้จบแค่การบอกชอบและขอคบเป็นแฟน สำหรับพวกเขาอาจารย์และลูกศิษย์มันมีมากกว่านั้น


"... ตามใจคุณแล้วกัน" ภูตะวันพูดเสียงเรียบ ถึงแม้พระพายจะไม่ได้ปฏิเสธหรือยอมรับ แต่เขาก็ผิดหวังไปจากที่คาดไปเล็กน้อย มือหนาลูบหัวกลมของลูกศิษย์ก่อนจะผละออก แต่กลับถูกพระพายจับมาวางลงบนแก้มเนียนของตัวเองก่อน อาจารย์หมอส่งยิ้มอบอุ่น ใช้นิ้วโป้งเกลี่ยแก้มเนียนของอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน พร้อมกับดวงตาสองคู่ที่มองกันอย่างมีความหมายลึกซึ้ง ...



***************


Talk : ตอนนี้ยาวมากกก ตัดออกไปตอนหน้าไม่ได้เลย ฟินกันมั้ยคะ อาจารย์หมอเราสารภาพและขอคบไปเลยทีเดียว พอดีอาจารย์แกเป็นคนรวบรัดชอบอะไรเร็วๆ ไม่เสียเวลา แต่ดั๊นนนน โดนคุณหมอพระพายเบรคซะถนนเป็นรอยไหม้ อย่างที่บอกค่ะพระพายคิดเยอะ ความรักแบบอาจารย์และลูกศิษย์ค่อนข้างเป็นเรื่องรับได้ยาก แถมยังเป็นผู้ชายด้วยกันอีก ก็ต้องดูความรู้สึกกันไปสักพักก่อนเนอะ :)


พบกันตอนหน้านะคะ ขอบคุณค่าา ^^
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-12-2015 21:25:14 โดย G-bazo »

ออฟไลน์ maemix

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4460
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +299/-3
คนร้ายรู้ตัวแล้ว  เกิดเรื่องจนได้ดีนะทึ่หมอซันมาช่วยหมอพายทันเวลา
แต่ก็เจ็บตัวจนได้

หมอซันพอมีคู่แข่งก็รุกเร็วเลย ขอคบหมอพายได้รวบรัดมาก
แต่เจอหมอพายเบรกไว้ก่อน หมอพายคิดเยอะ คิดมากด้วย

ออฟไลน์ Tatangth

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 432
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ทำไมหนูไม่ตอบตกลงไปล่ะพระพายลูกกกก 555555555
ตกลงไปเลย อิพี่หมอซันมันทอดมาขนาดนี้ละ
ชอบตอนเรียกว่าพระพายจัง อ่านแล้วเขิน  :hao7:
ขอตอนที่ 13 ต่อเลยค่ะ/โดนตบ
ตอนฉากเล่นยาสนี่ตู้หู้วมาก ชอบบบบ เห็นคนแย่งพระพายกันแล้วรู้สึกปริ่ม ลูกแม่ 5555555555
เรารักคนเขียนจัง ฮริ้ง  :mew1:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด