45 วันพนัน(ไม่)รัก.........วันแห่งความสุข(จบแล้วย้ายได้เลย)[18-05-2016]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: 45 วันพนัน(ไม่)รัก.........วันแห่งความสุข(จบแล้วย้ายได้เลย)[18-05-2016]  (อ่าน 109978 ครั้ง)

ออฟไลน์ kun

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3594
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-10
มานั่งรอแล้วน่ะเออ แบบว่าว่าง อิอิ

ออฟไลน์ norita_boyV2

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-1
วันที่ 22

“แล้วตกลงมึงคิดยังไงกับกู”แต่ผมว่าคำถามนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากจะรู้คำตอบมากที่สุด

“แล้วมึงล่ะคิดยังไงกับกู”แทนที่คนถูกถามจะตอบ แต่กลับมาย้อนผมเสียอย่างงั้น แค่มันตอบออกมาให้ผมรู้นี่มันยากมากนักหรือไง ทำไมจะต้องมาโยกโย้ ย้อนผมแบบนี้

แต่ถ้าลองคิดในอีกแง่ กับคำถามที่มันย้อนกลับมาถามผม ผมเองก็ยังตอบไม่ได้เต็มปากเหมือนกันนั่นแหละว่า ผมเองคิดกับมันยังไง ผมยังคิดกับมันแค่เพื่อนเหมือนเดิม หรือว่าความรู้สึกผมมันได้เปลี่ยนไปแล้วกันแน่

“งั้นก็ช่างมันเหอะ”ในเมื่อผมเองก็ยังตอบคำถามนี้ไม่ได้เหมือนกัน แล้วตัวมันเองก็อาจจะกำลังอยู่ในอาการที่สับสนอยู่เหมือนกัน เพราะเรื่องราวระหว่างเรามันเกิดขึ้นเร็วเกินไปอย่างที่ไม่ควรจะเป็น





“หน้านิ่วคิ้วขมวดเป็นอะไรว่ะไอ้ตี๊ฟ”เสียงของไอ้การ์ดทำให้ความคิดผมสะดุด กับเรื่องราวที่ผมคิดว่าจะไม่ใส่ใจแล้วแต่มันกลับยังมามีอิทธิพลต่อความคิดของผมเหลือเกิน ผมยังคิดไม่ตกว่าผมเองคิดยังไงกับไอ้เชษฐ์อยู่ในตอนนี้ และก็ยังอดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าอีกฝ่ายคิดยังไงกับผม

“เปล่า ไม่มีไร”ผมตอบเพื่อนออกไปผ่านๆ อย่างขอไปที แต่มีหรือเพื่อนตัวดีอย่างไอ้การ์ดจะยอมรับคำตอบเพียงแค่นั้นของผม

“ไม่ดีๆ ปกปิดเพื่อนแบบนี้ ไม่ดีเลย มีอะไรหนักอกหนักใจปรึกษาพี่การ์ดได้ทุกเรื่องเลยครับน้อง”ไอ้การ์ดทำท่าคุยโว เหมือนเป็นผู้เชี่ยวชาญรับปรึกษาปัญหาทุกเรื่องอย่างนั้นแหละ

“ทุกเรื่องจริงนะ”ผมปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้มเมื่อคิดเรื่องจะกวนประสาทมันได้

“แน่นอนอยู่แล้ว”ตอบรับอย่างมั่นอกมั่นใจเลยครับ

“กูก็แค่กำลังคิดไม่ตกว่าจริงๆ แล้วมึงเป็นเกย์เหมือนกูหรือเปล่า ถึงไม่เห็นมึงจีบหญิงอย่างคนอื่นเค้าบ้าง”ผมพูดพร้อมกลั้นหัวเราะที่เห็นไอ้การ์ดตั้งใจฟังคำถามของผม แต่มันฟังผมจบ มันก็เตรียมจะฟาดฝ่ามือใส่กระหม่อมบางๆ ของผม

“ไอ้เชี่ย อย่างกูเป็นเกย์คงเสียสถาบันเกย์หมด ที่กูยังไม่ยอมมีแฟนเพราะมันยังไม่ถึงเวลาต่างหาก”

“เวลาอะไรว่ะ”ผมถามอย่างสงสัยว่าการที่มันจะเริ่มคบใครสักคนนี่มันต้องรอเวลาด้วยเหรอ มันต้องรอฤกษ์งามยามดีอะไรแบบนั้นด้วยเหรอนี่ ผมหันไปรอฟังคำตอบจากไอ้การ์ดด้วยความสงสัยใคร่รู้เต็มที่

“ก็เวลาที่คนทั้งประเทศจะได้รับรู้ว่าไอ้การ์ดคนนี้แหละ คือแฟนตัวจริงของ อั้ม พัชราภา”สิ้นเสียงมันผมแทบอยากจะถีบให้มันกระเด็นตกคลองข้างถนนเสียจริง ไอ้เราก็อุตส่าห์นึกว่าจะมีอะไรเป็นการเป็นงาน ที่ไหนได้มาเล่นมุกฮากริบเสียได้

“เลิกพูดจาไร้สาระ แล้วไปหาไรกินดีกว่าว่ะ”ผมเดินเข้าไปตบไหล่ ไอ้คนฝันกลางวันเบาๆ ให้มันตื่นเสียที กับไอ้ความฝันบ้าๆ ของมัน ไม่รู้มันจะคลั่งไคล้อะไรเค้านักหนา ก็รู้หรอกว่ามันชอบอั้ม แต่มุกนี้ผมเห็นมันเล่นหลายทีแล้วนี่สิ

“นี่มึงไม่เชื่อกูเหรอ คอยดูวันที่กูเปิดตัวแฟนแล้วกัน มึงจะต้องเซอร์ไพรส์”ยังไม่เลิกครับ แต่มันก็เดินกอดคอผม ตรงไปยังโรงอาหารกลางของมหาวิทยาลัยแต่โดยดี

“จะไปไหนกัน”เสียงเรียกจากเบื้องหลัง ของผมกับไอ้การ์ดทำให้เราทั้งคู่ต้องหันกลับไปมอง ไอ้เชษฐ์นั่นเองที่ยืนทำหน้าบูดยังกะอะไรอยู่ด้านหลังผมกับไอ้เชษฐ์

“ไปหาอะไรแดรก ไปด้วยกันไหมมึง”ไอ้การ์ดยักไหล่ตอบพร้อมกับเอ่ยชวนอย่างกวนๆ ตามสไตล์

“กูขอคุยกับไอ้ตี๊ฟก่อนได้ไหม”น้ำเสียงที่ฟังดูไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่บอกผมกับไอ้การ์ด ที่หันมองหน้ากันอย่างงงๆ ว่ามันเป็นอะไรของมัน

“กูเหรอ”ผมเอามือชี้ที่ตัวเองก่อนจะหันมองไอ้การ์ดเป็นเชิงถาม อย่างไม่ได้ต้องการคำตอบ

“อ้าวกะนั่นแฟนมึง มันก็ต้องคุยกับมึงสิ คงไม่ใช่กูอยู่แล้ว”ผมกำลังจะเอ่ยปากเถียงว่าผมยังไม่ได้เป็นแฟนกับใครทั้งนั้นในตอนนี้ แต่ไอ้การ์ดก็รีบขัดผมเสียก่อน

“ไปๆ จะไปคุยไปเคลียร์หรืออะไรกันก็ไป เดี๋ยวกูล่วงหน้าไปก่อน รีบตามมาแล้วกัน”โดยไม่รอความเห็นจากผมมันก็ปรี่ล่วงหน้าไปลิบๆ

“มีไร”เมื่ออีกฝ่ายที่รั้งผมไว้ไม่ยอมพูดยอมจาว่ามีอะไร ผมก็เลยต้องเป็นฝ่ายเปิดประเด็นก่อน เพราะอยากจะรีบๆ คุย รีบๆ ตามไปสมทบกับไอ้การ์ดจะดีกว่าการที่ต้องอยู่กันเพียงลำพัง แค่ที่ห้องก็ชักจะตัวติดกันเกินไปอยู่แล้ว อยู่ที่มหา’ลัยคงไม่ต้องมาตามติดกันแจมากก็ได้หรอกมั้ง

“ตะกี้ทำอะไรกัน”น้ำเสียงยังคงแสดงถึงความไม่พอใจอยู่เหมือนเดิม จนผมชักจะฉุนๆ ที่อยู่ดีๆ มาอารมณ์ไม่ดีใส่ผมแบบนี้

“ทำอะไร”ผมถามคืนอย่างยอกย้อน แต่ไม่ได้ตั้งใจจะกวนนะครับ แค่ไม่รู้จริงๆ ว่าตกลงมันถามผมเกี่ยวกับเรื่องอะไรกันแน่

“ก็...ทำไมต้องไปกอดคอกับไอ้การ์ดแบบนั้นด้วย”อะไรนะ อย่าบอกนะว่าที่มันมีอาการไม่พอใจนี่คือ ไม่พอใจที่เห็นผมกอดคอกับไอ้การ์ดอย่างนั้นหรือ

“แล้วยังไง”ผมยังคงไม่เข้าใจว่า ไอ้การกระทำของผมกับไอ้การ์ดมันทำให้ไอ้เชษฐ์เกิดอาการไม่พอใจขึ้นมาได้ยังไงกัน ก็ปกติผมก็เฮฮากอดคออะไรแบบนี้กับเพื่อนๆ ทุกคนอยู่แล้ว

“ทีหลังอย่าทำแบบนั้นอีกได้ไหม ไม่ใช่แค่ไอ้การ์ดคนเดียวนะ คนอื่นๆ ด้วย”ไอ้คนหน้าบึ้งทำท่าเคร่งขรึมออกคำสั่ง ที่คนรับฟังอย่างผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเพราะอะไรที่มาสั่งห้ามผมกอดคอกับเพื่อนกับฝูง

“เหตุผล กูขอเหตุผลหน่อยว่าทำไมกูถึงไม่ควรทำแบบนั้น”ไหนลองบอกมาหน่อยเหอะว่ามันเพราะอะไรกันที่ผมต้องทำตามคำสั่งของไอ้คนตรงหน้านี่

“กูหึง”

“อะไรนะ”ผมต้องรีบย้อนถามเพื่อความแน่ใจว่า ผมหูไม่ได้ฝาด มันบอกว่ามันหึง อาการนี้มันต้องใช้กับคนรักกัน คนที่เป็นแฟนกันไม่ใช่หรือ แล้วเราสองคนเล่าอยู่ในฐานะนั้นเสียที่ไหน ผมยังไม่รู้ว่าผมเองรักมันไหม แล้วก็ไม่รู้ว่ามันเองล่ะ รักผมหรือเปล่า แล้วแบบนี้จะมาหึงหวงด้วยเหตุผลใด

“กูหึงที่เห็นมึงให้ความสนิทสนมถึงเนื้อถึงตัวกับคนอื่น”ไอ้เชษฐ์ย้ำให้ผมฟังอย่างชัดถ้อยชัดคำ จนทำให้ผมรู้สึกเขินๆ ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก หรือนี่จะเป็นการบอกทางอ้อมว่ามันกำลังคิดกับผมยังไงงั้นเหรอ

“มึงจะมาหึงกูทำไม เราไม่ได้...เป็นอะไรกันสักหน่อย”ผมโต้แย้งออกไป แต่หลบตาไม่กล้าที่จะสบตากับมันเวลาที่พูดออกไป

“แล้วไอ้เหตุการณ์ที่ห้องนั่น คนไม่ได้เป็นอะไรกัน เค้าทำกันแบบนั้นงั้นสิ”เสียงอีกฝ่ายถามผมอย่างไม่ค่อยจะพอใจนัก

“มันเกี่ยวกันที่ไหนเล่า”ผมพยายามที่จะนึกหาเรื่องเฉไฉ เพราะไม่ค่อยอยากจะคุยถึงเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่ก็มาสมองตื๊อนึกไม่ออกว่าจะ เบี่ยงประเด็นได้ยังไง

“ไม่รู้ล่ะ แต่กูอยากให้มึงรักษาระยะห่าง แล้วก็ระวังเนื้อระวังตัวกว่านี้หน่อย ได้ไหมล่ะ”แม้คำพูดอาจจะเหมือนการขอร้องแต่น้ำเสียงที่ออกมามันคือการบังคับต่างหาก ประมาณว่ายังไงผมก็ต้องทำตาม

“กับเพื่อนเนี่ยนะ กูก็เป็นแบบนี้ มาตั้งนานแล้ว แล้วทุกคนก็เพื่อนกันทั้งนั้นทำไมกูจะต้องไปทำเหมือนพวกมันเป็นคนอื่นด้วยล่ะ”สมมติถ้าเกิดว่า มันหึงผมจริงๆ แต่มันก็ไม่ควรมาหึงแม้กระทั่งกับเพื่อนแบบนี้ เพราะผมเองก็หยอกล้อเล่นหัวกับเพื่อนแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว คนเราสนิทกัน บริสุทธิ์ใจต่อกัน จะต้องมาคิดเล็กคิดน้อยอย่างนั้นไปทำไมกัน

“ถือว่าทำเพื่อกูได้ไหมล่ะ”โห แล้วมันสำคัญกับผมถึงขนาดผมต้องยอมทำแบบนั้นให้มันด้วยเหรอ

“กับเพื่อนของกู ทุกคนใช่ไหม”ผมแสร้งตีหน้ายิ้มเหมือนจะยอมทำตามคำร้องขอ เมื่อเห็นอีกฝ่ายมีน้ำเสียงที่อ่อนลง

“ใช่”ไอ้เชษฐ์ยิ้มตอบอย่างคิดว่าตัวเองกำลังจะได้ในสิ่งที่หวัง แต่มันกำลังคิดผิดเสียแล้ว

“งั้นก็รวมมึงด้วยสิใช่ไหม ต่อไปนี้มึงกับกูก็ไม่ต้องมาถูกเนื้อต้องตัวกัน ห้ามจับมือ ห้ามกอดคอ ห้ามจะ...”ผมหยุดก่อนที่จะหลุดคำว่าจูบออกไป เพราะดันคิดไปไกลถึงเรื่องที่ว่าเราเคยถึงไหนกันมาบ้างแล้ว ทั้งที่แค่ตั้งใจจะประชดมันเล่นๆ นิดหน่อยเท่านั้น

“มึงไม่เข้าใจหรือไง ว่ากูไม่ให้มึงทำอย่างนั้นกับคนอื่น แต่ให้มาทำกับกูคนเดียว นี่มึงโง่หรือแกล้งโง่กันแน่ว่ะตี๊ฟ”อ้าวไอ้นี่มาว่ากูโง่ หลอกด่ากันนี่หว่า ผมไม่ได้โง่หรอก แล้วก็ไม่ได้แกล้งโง่ แต่ยังมองไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องทำตามที่มันพูดต่างหาก

“เป็นอันว่ากูจะไม่ทำตามที่มึงบอก เพราะกูคิดว่ามึงกำลังงี่เง่าไม่มีเหตุผล”ผมหันไปบอกอย่างจริงจังเพราะว่าตอนนี้เหมือนมันกำลังจะล้ำเส้นมากเกินไปแล้ว สำหรับผมเพื่อนสำคัญกว่าอยู่แล้ว และตอนนี้ผมกับมันก็ไม่ใช่แฟนกัน แต่ถึงแม้ว่าผมกับมันเป็นแฟนกันซึ่งผมก็คิดว่าคงยังไม่น่าเป็นไปได้ มันก็ไม่ควรมาบอกให้ผมทำแบบนี้

“ทำไมกูจะไม่มีเหตุผลล่ะ เหตุผลก็เพราะว่ากู...”น้ำเสียงมันฟังดูหม่นๆลง แต่ผมไม่อยากมาทะเลาะกับมันเพราะเรื่องนี้หรอกนะครับ ผมกับมันยังต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน ถ้าเกิดทะเลาะกันแล้วจะอยู่ด้วยกันได้ยังไง

“เราจะไม่พูดเรื่องนี้อีก กูจะไปหาไอ้การ์ดแล้ว มึงจะไปไหม ถ้าไปก็ตามมา”ผมตัดบทก่อนจะเดินนำโดยไม่สนใจไอ้เชษฐ์ว่าจะพูดอะไรอีก แม้ผมจะพอรู้ว่าทำไมมันถึงมาพูดเรื่องนี้กับผม เพียงแค่ผมเองยังไม่มั่นใจอะไรเลยสักอย่างเท่านั้นเอง ไม่มั่นใจตัวเอง ไม่มั่นใจในตัวของไอ้เชษฐ์ด้วย





“เอ้าเร็วๆๆ กูรอพวกมึงนี่ จนพยาธิในท้องกูเป็นลมไปแล้ว กว่าจะเสด็จกันมานะ ปรับความเข้าใจกันไม่ได้สักทีหรือไง แล้วไอ้เชษฐ์เป็นไรนักหนาว่ะ ทำหน้าเซ็งโลกเชียว”ไอ้การ์ดร่ายยาวตามประสาคนพูดไปเรื่อยของมันแหละครับ ผมเลือกนั่งลงฝั่งเดียวกับไอ้การ์ด ปล่อยให้ไอ้เชษฐ์นั่งฝั่งตรงข้ามเพียงคนเดียว

“แล้วทำไมมึงไม่ไปนั่งฝั่งนั้นนะไอ้ตี๊ฟ”และทันทีที่ผมนั่งลงข้างไอ้การ์ด มันก็ทำท่าจะผลักไสไล่ส่งผมเลย ไอ้นี่นิไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ใช่ผู้ชนะในเกมที่มันตั้งขึ้นขนาดนั้นก็ได้ นี่อะไรๆ ก็จะให้ผมกับไอ้เชษฐ์ลงเอยกันให้ได้หรือยังไง แค่นั่งฝั่งเดียวกันมันไม่ได้ช่วยให้คนสองคนรักกันขึ้นมาได้หรอกนะ

“นั่งฝั่งไหนมันก็เหมือนกันแหละน่า รีบๆ สั่งไรมากินสักทีไหนว่าหิวนักหนา”ด้วยความหมั่นไส้เลยแอบกัดมันหน่อยครับ

“อ๋อ กูรู้แล้วมึงอยากนั่งตรงข้ามกันจะได้มองหน้ากันถนัดๆ ใช่ไหมล่ะ ไช่ไหมว่ะเชษฐ์”มันยังไม่เลิกครับ แถมหาแนวร่วมโดยทึกทักเอากับไอ้เชษฐ์ แต่ดูเหมือนว่าไอ้เชษฐ์จะไม่รับมุกเท่าไหร่เพราะยังนั่งหน้านิ่งจ้องผมอยู่เหมือนเดิม เห็นแล้วก็อดหมั่นไส้ไม่ได้อีกแล้ว นี่มันจะอะไรกันขนาดนั้นเลยหรือ

“เลิกพล่ามสักทีเอานี่เมนู จะสั่งอะไรก็สั่ง”ผมหยิบเมนูวางลงตรงหน้าของไอ้การ์ด ก่อนจะเหลือบมองไอ้เชษฐ์นิดหน่อย แล้วความคิดบางอย่างในสมองน้อยๆ ของผมก็เกิดขึ้น ผมค่อยขยับเข้าใกล้ไอ้การ์ด เพื่อจะดูเมนู ผมขยับเข้าไปชิดพร้อมกับก้มหน้าดูใกล้ๆกับไอ้การ์ด จนตอนนี้ตัวเราติดกัน หน้าเกือบจะชนกันอยู่แล้ว

“มึงจะมาเบียดกูทำไมเนี่ยไอ้ตี๊ฟ”ไอ้การ์ดเริ่มบ่น แต่ผมก็ยังไม่ถอยออก แต่เหล่มองปฏิกิริยาของไอ้เชษฐ์เป็นระยะ แล้วผมก็เกือบหลุดขำเพราะ มันทำหน้านิ่วคิ้วขมวดบ่งบอกว่ากำลังไม่พอใจในสิ่งที่ผมกำลังทำ ส่วนผมกลับรู้สึกสนุกที่ได้เห็นมันเป็นแบบนี้

“นี่ๆ กูว่าไอ้นี่น่าจะอร่อย”ผมแกล้งขยับเข้าไปชิดไอ้การ์ดอีกพร้อมกับชี้ที่เมนูให้มือโดนมือไอ้การ์ด

“ไหนว่าจะให้กูสั่งก่อน มึงจะอะไรของมึงเนี่ยตี๊ฟ หรือจะเอาไปสั่งก่อนเอ้า เอาไปเลย”ผู้ร่วมภาระกิจของผมเริ่มไม่ให้ความร่วมมือ ในขณะที่ผู้รับชม ยังคงมองผมด้วยสายตาคาดโทษต่อไป แต่มีหรือผมจะกลัว

“ไม่ๆ มึงสั่งก่อนเลย”เมื่อเล่นบทแนบชิดกันดูเมนูต่อไม่ได้ ผมเลยเปลี่ยนแผนเล่นบท ยื้อแย่งแทน ราวกับคนกำลังมีความเกรงใจให้อีกฝ่าย หลายคนที่มองเห็นอาจจะดูเป็นการหยอกล้อที่น่ารักระหว่างเพื่อน แต่ผู้แสดงจำเป็นร่วมกับผมอย่างไอ้การ์ด คงกำลังคิดว่าผมกวนตรีนมันแน่นอน ส่วนไอ้ผุ้ชมที่นั่งตรงหน้าผม คงกำลังเก็บข้อมูลเพื่อคิดบัญชีผมแน่ๆ ที่แกล้งทำแบบนี้ให้มันดู แต่อย่าได้คิดว่าผมจะยอมให้มันคิดบัญชีได้ง่ายๆ

“ให้ไว กูขอเข้าห้องน้ำก่อนแล้วกัน”แล้วผู้ช่วยของผมก็ตัดช่องน้อยแต่พอตัว ชิ่งไม่เล่นกับผมต่อเสียอย่างนั้น พอไอ้การ์ดไปห้องน้ำก็เหลือแค่ผมกับผู้ชมตรงหน้าอีกหนึ่งคนเท่านั้น

“มึงยั่วกูใช่ไหม”ท่านผู้ชมกิติมศักดิ์ของผมเอ่ยน้ำด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก เหมือนจะให้ผมเกรงกลัวที่ผมบังอาจกระทำการให้มันเริ่มชักจะโมโห

“เปล๊า”ผมขึ้นเสียงสูงและทำเป็นไม่ใส่ใจ

“กูจะลงบัญชีไว้ และจะเอาคืนมึงแน่ เย็นนี้ระวังตัวให้ดีแล้วกัน”ไอ้เชษฐ์กล่าวทิ้งท้ายอย่างเป็นปริศนา






ออฟไลน์ norita_boyV2

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-1
วันที่ 23


“ตี๊ฟ เปิดประตูหน่อย”เสียงสำภะเวสี ร้องโอดโอยอยู่หน้าห้องผม เพราะตั้งแต่เมื่อวานที่มันบอกจะกลับมาเอาคืนผม แต่ผมไหวตัวทันและไม่เปิดโอกาสให้มันได้ทำอย่างที่มันคิดไว้ ผมรู้ว่าการเอาคืนของมันจะมาในรูปแบบไหน ผมเลยคลุกอยู่แต่ในห้องนอน ไม่ย่างกรายออกไปให้เป็นโอกาสของไอ้เชษฐ์เลย

“กูอ่านหนังสืออยู่ อย่ามากวน”ตอบออกไปเหมือนผมขยันเสียเหลือเกิน แต่ผมก็อ่านหนังสือจริงๆ นะ เพียงแต่มันไม่ใช่หนังสือเรียน หากแต่คือหนังสือการ์ตูนนั่นเอง

“กูอ่านด้วยได้ไหม ห้องกูไฟดับ เปิดประตูหน่อย”เอะ จำได้ว่าไม่กี่วันก่อนนี่ห้องมันน้ำไม่ไหล แล้ววันนี้บอกไฟดับอีก นี่มันชักยัง ยังไง เสียแล้วมั้ง

“ไฟดับก็ไม่ต้องอ่าน”ผมตะโกนตอบออกไปอย่างไม่สนใจ เพราะไม่คิดว่าไอ้เชษฐ์จะต้องการอ่านหนังสือจริงๆ อย่างที่อ้าง แต่ผมว่ามันกำลังวางแผนอะไรอยู่แน่ๆ และเป้าหมายของแผนการนี้ มันต้องมีผมเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งอย่างแน่นอน

“จะออกมาดีๆ หรือจะให้กูพังประตูเข้าไป”อ้าวไอ้นี่ เริ่มชักจะพาลแล้วครับ น้ำเสียงเริ่มจะขุ่นๆ ขึ้นมาหน่อยๆ คงเริ่มจะเบื่อที่ต้องมา ทำตัวเหมือนจะไร้สาระนี่เสียละมั้ง ผมเงียบไม่ได้โต้ตอบใดๆ อีก ด้วยหวังว่าไอ้คนที่อยู่อีกฝั่งของประตูจะรามือไป พร้อมกับแนบหูกับประตู เพื่อฟังเสียงว่าภายนอกนั่นกำลังจะถอยห่างออกไป หรือกำลังทำอะไรอยู่ เพราะตอนนี้มันดูเงียบๆ ลงไปหน่อย

เสียงที่ผมได้ยินคือเหมือน เสียงเดินห่างออกไป พร้อมกับแว่วๆ เหมือนเสียงกดกริ่งที่หน้าประตู มีใครมางั้นเหรอ เมื่อรู้ว่ามีอีกคนที่มาหาทำให้ผมคิดจะออกจากห้อง แม้จะไม่รู้ว่าใครมา แต่ใครที่กล้ามาเอาป่านนี้ คงจะเป็นคนรู้จักมักคุ้นอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

ผมค่อยๆ เปิดประตูออก ก่อนจะก้าวเท้า มุ่งตรงไปดูหน้าตาแขกผู้มาเยือนในยามวิกาลแบบนี้ สายตาผมก็ได้พบกับชายหนุ่มสองคน คนแรกคือเพื่อนร่วมห้องของผม ไอ้เชษฐ์ที่หน้าตาบ่งบอกว่าตอนนี้อารมณ์กำลังบูดเต็มที่ ส่วนอีกคนที่กำลังประสานสายตากับผมอยู่ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นคนที่ผมรู้จักดี แต่ก็สร้างความประหลาดใจให้ผมอย่างมากว่า เค้าหาผมเจอได้ยังไง เพราะเค้าไม่น่าจะรู้ว่าผมอยู่ที่นี่ อีกอย่าง เค้ามีเรื่องอะไรงั้นเหรอถึงได้มาหาผมถึงที่นี่

“ไง ที่รัก ย้ายมาอยู่นี่ก็ไม่บอกไม่กล่าวกันเลยนะ”ผู้มาใหม่ หันมาพูดกับผม อย่างคุ้นเคย แต่ผมล่ะหมั่นไส้ไอ้ท่าทางนั่นเหลือเกิน ผมเหลือบมองไอ้เชษฐ์แวบนึง ซึ่งก็เห็นว่ามันมีแววตาที่กำลังสงสัยใคร่รู้ว่าผู้ชายคนที่เพิ่งมานี่คือใครกัน

“คุยกันในห้องดีกว่า”ผมเอ่ยปากบอกออกไป พร้อมกับส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายเดินตามผม

“เดี๋ยว”เสียงของไอ้เชษฐ์ทำให้ ผมและอีกคนหยุดเดินโดยอัตโนมัติ พร้อมกับหันไปมองเจ้าของเสียงเป็นตาเดียวกัน ผมยักไหล่เป็นเชิงถามว่า มีอะไร แต่จริงๆ ผมก็พอรู้หรอกว่าไอ้เชษฐ์คงกำลังอยากจะถามว่าไอ้คนที่มาหาผมนี่คือใคร

“จะไม่บอกหน่อยเหรอว่านี่ใคร”น้ำเสียงเหมือนตัดพ้อ หน่อยๆ เอ่ยออกมาพร้อมกับสายตาที่แฝงไปด้วยความหมายส่งผ่านมาให้ผม

“นั่นสิที่รัก ไม่เห็นแนะนำให้รู้จักเลยว่า หมอนี่ใคร”ไอ้ผู้มาใหม่นี่ก็ไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลย ว่าตอนนี้บรรยากาศมันเริ่มจะแปลกๆ ขึ้นทุกที แต่จะว่าไปก็น่าจะพอรู้แหละแต่กำลังจงใจแกล้งตีหน้าซื่อไปอย่างนั้นเอง ตามนิสัย

“เพื่อนร่วมห้องนะ”ผมหันไปตอบผู้มาใหม่อย่างขอไปที เพราะไม่คิดว่ามีความจำเป็นจะต้องแนะนำสองคนนี้ให้รู้จักกัน

“แค่เพื่อนร่วมห้องงั้นเหรอ”ไอ้เชษฐ์พึมพำแต่ก็ดังพอที่จะทำให้ผมได้ยิน

“มีไรไว้ค่อยคุยกันนะ”ผมหันไปบอกไอ้เชษฐ์ก่อนจะลากไอ้แขกที่ไม่ได้รับเชิญเข้าห้อง ทิ้งความสงสัย คาใจของไอ้เชษฐ์ไว้เช่นเดิม อยากจะรู้เหมือนกัน ว่ามันจะคิดยังไงกับการที่ผมไม่ยอมบอกว่าผู้ชายคนที่มาหาผมนี่คือใคร



“คิดถึงจังเลย”ทันทีที่ประตูห้องนอนผมปิดลง แขกของผมก็เข้ามาสวมกอดผมเหมือนรักกันปานจะกลืน จนผมอดหมั่นไส้ไม่ได้ แม้มันจะคือความจริงว่าเรามีความรักให้แก่กัน แต่มันไม่ต้องมาโอเวอร์ขนาดนี้ก็ได้

“เลิกเล่นได้แล้ว มานี่มีอะไร”ผมผลักอีกคนให้ถอยห่างออก พร้อมกับถามไถ่ว่าอีกฝ่ายมีธุระอะไรกับผมอย่างนั้นหรือ

“นั่นแฟนใหม่มึงเหรอว่ะ”คำถามลอยๆ อย่างไม่ได้ต้องการคำตอบ พร้อมกับการเดินสำรวจห้องนอนของผม

“ก็บอกแล้วว่าเพื่อนร่วมห้อง”ผมตอบออกไป พร้อมกับคิดตามในคำตอบของตัวเอง ว่าระหว่างผมกับไอ้เชษฐ์ยังเป็นแค่เพียงเพื่อนร่วมห้องกันเท่านั้นจริงๆ หรือ

“สเป็กมึงนี่ยังไม่พัฒนาเหมือนเดิมนะ”

“ตกลงว่าไม่ได้มีเรื่องอะไรสำคัญใช่ไหม”ผมไม่คิดจะต่อปากต่อคำให้อีกฝ่ายได้ซักเรื่องส่วนตัวของผม แม้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องปิดบัง แต่ผมก็ไม่เห็นว่าจำเป็นที่จะต้องรายงานให้เค้าฟัง

“มารยาทก็ยังไม่พัฒนาเหมือนเดิม คุยกับผู้ใหญ่ก็ไม่มีสัมมาคาราวะ”

“มึงแก่กว่ากูแค่สองปีเอง เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่ไหนกัน”ผมตอบกลับอย่างไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก

“แต่กูก็เป็นพี่มึง มึงเป็นน้องก็ต้องให้ความเคารพพี่สิว่ะ”ใช่แล้วล่ะครับ ไอ้คนที่มาพูดจากวนประสาทผมนี่ก็คือพี่ชายของผมเอง

“เออๆ แล้วตกลงว่าที่มานี่มึงมีอะไรครับคุณพี่ชาย”ผมแกล้งพูดด้วยน้ำเสียงนอบน้อม แต่มันจะออกแนวประชดประชันเสียมากกว่า

“กูว่าแฟนมึงต้องกำลังเข้าใจว่ากูเป็นอดีตกิ๊ก มึงอยู่แน่ๆ เลยว่ะ”ดูมันครับพี่ผม แทนที่น้องถามเรื่องนึงมันจะตอบหน่อยก็ไม่ได้ ดันแถไปเรื่องอะไรก็ไม่รู้ แต่พี่ชายผมคนนี้มันชอบนักแหละครับ กับการไปอำคนอื่น ว่าเป็นแฟนผม ทั้งๆที่หน้าตาเราก็คล้ายกันอยู่บ้าง แต่คนอื่นก็ยังดันเชื่อเสียได้ว่าเราเป็นแฟนกัน คนส่วนใหญ่ หรือเพื่อนๆ ผมจะคิดว่าผมเป็นลูกคนเดียวไม่คิดว่ามีพี่ เลยพากันเข้าใจผิดกันบ่อยๆ

“คนนี้กูสแกนแล้ว ไม่ผ่านว่ะตี๊ฟ กูว่าหมอนี่น่าจะดีเกินไปสำหรับมึง”ดูมันเถอะครับ นี่ขนาดผมบอกไปแล้วว่าไอ้เชษฐ์กับผมเป็นแค่เพื่อนกันนะครับ

“ทะเลาะกับพ่อมาอีกแล้วเหรอ”ผมว่าถ้ามาหาผมแบบนี้ไม่ค่อยมีอะไรหรอกครับ น่าจะเป็นเรื่องนี้อยู่แล้ว และก็จะมาหาผมเป็นแนวร่วมในการหาข้ออ้างให้ตัวเอง ว่าตัวมันไม่ได้ผิด แต่พ่อต่างหากที่เป็นฝ่ายผิด นิสัยไม่ดีเลยพี่ใครก็ไม่รู้

“เพราะมึงแหละไม่ค่อยกลับบ้านเค้าเลยไม่มีคนจะบ่น เลยมาลงที่กูหมด เซ็งเจริงๆ”ว่าแล้วเชียว แต่ปกติ ที่บ้านผมค่อนข้างจะตามใจในการใช้ชีวิตนะครับ นอกเสียจากกฎ บางข้อเท่านั้นที่เค้าจะไม่ชอบและไม่อยากให้ทำ แต่ไอ้ไม่กี่ข้อที่เค้าไม่ชอบนั่น ผมกับพี่ดันชอบทำเสียด้วยสิ

“มันไม่เกี่ยวกับกูหรอกนะต๊าฟ มันเพราะตัวมึงต่างหาก เรียนก็จบมาตั้งนานแล้ว งานการก็ไม่ยอมทำเอาแต่เที่ยวเล่นไปวันๆ แล้วจะไม่ให้พ่อเค้าบ่นได้ยังไงกัน”ไม่ต้องบอกผมยังรู้เลยว่าพ่อจะบ่นมันเรื่องอะไร

“นี่มึงน้องกู หรือพ่อกูอีกคนว่ะเนี่ย ไม่ต้องมาตอกย้ำกูเลย ก็ตอนนี้กูยังไม่พร้อมจะทำงานนี่หว่า ทีมึงเองยังไม่เห็นต้องทำงานเลย”อ้าวก็ช่างคิดได้ ก็ผมนะมันยังเรียนอยู่ แต่มันนะจบแล้วนะ

“แล้วเมื่อไหร่มึงจะพร้อมสักที”ไม่อยากจะบอกไม่อยากจะว่ามันหรอกนะครับ เพราะขนาดพ่อแม่บอกมันยังไม่สำนึก แล้วประสาอะไรกับน้องอย่างผม

“กูว่าจะมาถามมึงนี่แหละว่ากูควรจะเริ่มกลับตัว ลดเรื่องเที่ยวหันไปทำงานทำการเสียที”มาถามผมเนี่ยนะ

“พรุ่งนี้ก็ไปเริ่มงานที่บริษัทกับพ่อเลยสิ”เมื่อเห็นว่าพี่ชายกำลังจะคิดได้ผมต้องรีบส่งเสริมครับก่อนที่มันจะเปลี่ยนใจ

“ก็ว่าจะพยายามให้เป็นอย่างนั้นนะ จริงๆ วันนี้กูค่อนข้างมีปากเสียงกับพ่อแรงเหมือนกันนะ ก็เรื่องเดิมๆ อย่างที่มึงเองก็รู้นั่นแหละ”พี่ชายผมเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะกระแอมเบาๆ แล้วก็ทำท่าจะเลียนเสียงของพ่อพวกเรา

“มีลูกอยู่สองคน คนนึงมันก็เอาแต่เที่ยวเล่นเจ้าชู้ไปทั่ว เรียนจบแล้วก็ไม่รู้จักทำงานทำการ”ก่อนจะหยุดเว้นวรรคให้ผมพูดต่อ

“อีกคนก็ดันเป็นกงเป็นเกย์ไปอีก”พอพูดจบก็หันหน้าหัวเราะอย่างขื่นๆด้วยกันทั้งคู่ แม้เราสองคนจะรู้ว่ายังไงพ่อแม่ก็รักเราอยู่แล้ว แต่พวกท่านก็คงเหนื่อยใจไม่น้อยที่ผมกับพี่ ยังไม่ค่อยได้ทำอะไรให้พวกท่านภูมิใจสักเท่าไหร่

“กูก็จะเลิกทำตัวเสเพลแล้ว ว่าแต่เมื่อไหร่มึงจะเลิกเป็นเกย์สักทีล่ะ”ไอ้ต๊าฟ หันมาพูดติดตลกกับผม

“เออใช่ๆ ตกลงไอ้หนุ่มนั่นแฟนมึงหรือเปล่า”นั่นไงล่ะ สุดท้ายก็ต้องวกมาเรื่องของผมจนได้สิน่า

“ตอนเปิดประตูให้กูเข้ามานะ จ้องกูยังกะจะกินเลือดกินเนื้อ แถมพอกูเรียกมึงว่าที่รัก กูนึกว่าจะกระโจนมาต่อยกูซะอีก”อันนี้ก็จะเวอร์ไปไหมครับพี่ชาย  อย่างไอ้เชษฐ์มันก็เก๊กๆ ไปอย่างนั้นเองแหละนะผมว่า คงไม่ทำตัวบ้าบอคอแตกอะไรแบบนั้น แต่เอะมันก็ไม่แน่เหมือนกันนะ เพราะขนาดกับไอ้การ์ดมันยังมางี่เง่ากับผมเลย

“ยังไงก็รีบๆ เคลียร์กันให้เข้าใจล่ะ”ดูพี่ชายผมไม่ได้จะสนใจให้ผมได้อธิบายอะไรเลยนะครับว่าตกลง ผมกับไอ้เชษฐ์นี่ยังไงกันแน่ พี่ท่านเล่นพูดเองเออเอง เข้าใจเองเสียหมดทุกอย่างเลย

“กูว่าถ้ามึงคบใครเป็นเรื่องเป็นราว จริงๆ จังๆ ไม่ใช่เปลี่ยนแฟนเป็นว่าเล่นแบบนี้ พ่อคงไม่บ่นอะไรมึงมากแล้วล่ะ จริงๆ เค้าก็แค่อยากเห็นมึงมีคนมาดูแลแค่นั้นแหละ”ดูพี่ผมพูดเถอะ มันพูดเหมือนผมเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ต้องมีคนมาคอยดูแล

“เออตกลงว่ามึงรู้ได้ไงว่ากูอยู่ที่นี่”อดที่จะสงสัยไม่ได้ เพราะต๊าฟเองก็ไม่ได้โทรมาถามผมก่อนนี่นา ว่าผมอยู่ที่ไหนยังไง

“ก็ฝาละมีเก่ามึงไง พอดีกูไปเจอมันที่ผับ ตอนแรกกะว่าจะเข็กกะโหลกซะหน่อย เห็นนัวเนียอยู่กับใครไม่รู้ นึกว่ามันนอกใจมึง แต่ที่ไหนได้ พูดจาซะน่าสงสารเชียว บอกว่ามึงหักอกมันมาคบกับไอ้หน้าหล่อ กิ๊กใหม่มึงข้างนอกไง”ที่แท้ก็รู้มาจากมาบนี่เอง

“แต่กูว่ามึงเลิกกับไอ้มาบอะไรนั่นไปก็ดีนะ กูว่าแมร่งเสแสร้งยังไงไม่รู้ว่ะ”ไอ้พี่ชายของผมยังคงพูดไปเรื่อย แต่ผมไม่ค่อยได้สนใจเรื่องของมาบอีกแล้วล่ะครับ

“ส่วนไอ้หน้าหล่อนี่ ชื่ออะไรนะ”สงสัยจะเข้าสู่คอร์สสอนน้องแล้วครับ พี่ชายผม

“ไอ้เชษฐ์”ผมตอบออกไปรอฟังว่าไอ้พี่ต๊าฟของผมจะว่ายังไงต่อ

“ไอ้เชษฐ์งั้นเหรอ ไอ้นี่ดูท่าน่าจะขี้หึงไม่ใช่เล่นนะเนี่ย เค้าว่าคนที่ขี้หึงมากๆ ก็เพราะว่ารักมาก แต่บางทีก็หึงงี่เง่าจนมากไปก็ไม่ไหวนะ ยังไงก็ดูดีๆ หน่อยแล้วกัน ถือว่าไอ้เชษฐ์นี่กูรับไว้พิจารณาในตำแหน่งว่าที่น้องเขย แต่จะผ่านการพิจารณาหรือเปล่าก็ต้องดูต่อไป”ไปโน่นเลยนะพี่ผม

“มึงรับเค้าไปพิจารณานี่เจ้าตัวเค้า ยื่นใบสมัครแล้วเหรอ”ผมส่ายหัวอย่างระอา กับคำพูดของพี่ชายผม

“แล้วนี่มึงจะค้างนี่หรือจะกลับบ้านล่ะวันนี้”ผมพยายามเปลี่ยนเรื่องคุย เพราะถ้าปล่อยให้พี่ผมจ้อต่อมีหวัง ไม่จบแน่ๆ

ค้างนี่ดีกว่า ขี้เกียจกลับไปฟังพ่อบ่นอีก ขอทำใจอีกนิด ก่อนจะกลับไปทำตัวเป็นลูกที่ดี”เป็นอันว่าคืนนี้ผมคงไม่ได้นอนอย่างเป็นสุข เพราะอีกเดี๋ยวมันต้องวกมาเรื่องของผมอีกจนได้แหละน่า


“นี่ๆ ตี๊ฟ มึงอย่าเพิ่งบอกไอ้หน้าหล่อนั่นล่ะว่ากูเป็นพี่มึง”ตาผมจะปิดอยู่แล้วมันก็ยังจะมาชวนผมคุยอีกครับ แล้วตูจะได้นอนไหมล่ะเนี่ย

“ทำไม”ถามออกไปอย่างงัวเงียครับเพราะง่วงเต็มทน

“เดี๋ยวกูจะเล่นบทกิ๊กเก่ามึงหน่อย อยากรู้ว่าไอ้ว่าที่น้องเขยมันจะขี้หึงขนาดไหน”แล้วก็ตามด้วยเสียงพูดเพ้อเจ้อของพี่ชายผมต่อไป
แต่ผมก็ได้ยินเพียงแว่วๆ ก่อนจะหลับไป

ออฟไลน์ norita_boyV2

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-1
เมื่อวานไม่ได้ลง วันนี้ลงให้สองตอนนะครับ

ใกล้ปีใหม่แล้ว ใครเดินทางไปเที่ยวไหนขอให้สนุกๆ ทุกคนนะครับ

ออฟไลน์ nutty

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1143
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +63/-3
จะผ่านด่านพี่ชายไหมเนี่ย
ขี้หึงแต่ยังไม่ขอเป็นแฟนทางการ


HNY ล่วงหน้า & เที่ยวให้สนุกเช่นกันค่ะคุณคนแต่ง  :mc4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-12-2014 18:01:50 โดย nutty »

ออฟไลน์ kun

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3594
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-10
5555555555
งานนี้เชดจะขี้หึงขนาดไหนล่ะเนี่ย
พี่ชายมาได้จังหวะมากกก อิอิ

ออฟไลน์ 4559

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3978
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-8
งานนี้ตายๆๆๆ

ออฟไลน์ สายลมที่หวังดี

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 508
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +138/-1
คาดว่าคืนนี้เชษฐ์คงจะนอนไม่หลับคิดว่าตี๊ฟพากิ๊กมานอน  สมควรแล้วไม่บอกรักตี๊ฟสักที  แต่ดันจะไปหึงเค้าออกหน้าออกตา  เป็นอะไรกับค๊าววววว

ออฟไลน์ padthaiyen

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 943
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-2
เชษฐ์เอ้ยอกแตกแน่

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8200
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Freja

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +145/-4
เชษฏ์นั่งเฝ้าหน้าห้องแน่เลย   ท่าทางจะรักแล้วมั๊งเนี่ย

Happy New Year 2015 ให้คนเขียนด้วยค่ะ เมื่อวานก็มองหาอยู่ มาวันนี้ได้สองตอนเลย จุใจดี

ออฟไลน์ ycrazy

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 461
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
ระเบิดลงแน่เลย  :a5:

ออฟไลน์ yowyow

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4198
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-7

ออฟไลน์ rogerr

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 834
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
ขอบคุณคร้าบ พี่ต้าฟน่าจะมีงาน(เข้า) ในอนาคตอันไกล้แน่ๆ  :laugh: :laugh:

ออฟไลน์ Zarch krub

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
งานนี้มีเฮแน่ๆ

ออฟไลน์ black sakura

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +67/-8
อิพี่ต๊าฟเนี่ยว้อนท์ตรีนเจงๆ

ออฟไลน์ Veesi3

  • coHon3 {ต้นฝ้าย}
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 715
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-2
มาแล้วๆ ฉนวนที่จะทำให้เชษสารภาพความในใจ

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5468
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
เชษฐ์จะนอนหลับมั้ยล่ะนั่น
ไม่หึงจนอกแทบแตก
ก็คงคิดจะถอยห่าง
หรือเปล่าหว่า

ออฟไลน์ norita_boyV2

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-1
วันที่ 24

วันนี้ผมต้องโดดเรียนเพราะไอ้พี่ชายตัวดี ที่ลากผมมานั่งดื่มตั้งแต่หัววันกันเลยทีเดียว เมื่อเช้าตื่นมาไอ้ต๊าฟกะว่าจะแหย่ไอ้เชษฐ์เล่น แต่ปรากฏว่าเป้าหมาย หายไปอย่างไร้ร่องรอย สงสัยออกไปเรียนตั้งแต่เช้าแล้ว ทำให้พี่ชายผมหัวเสีย ที่ไม่ได้ทำอย่างตั้งใจไว้ เลยกะว่าจะอยู่กับผมอีกวัน ทั้งที่ตอนแรกบอกว่าวันนี้จะกลับไปขอโทษพ่อ ที่ไปทะเลาะกับท่าน แล้วจะกลับไปตั้งใจทำงานทำการ แต่ก็ยังมีการผัดผ่อน ขอเลื่อนออกไปอีกแล้ว

ไม่รู้ว่าพี่ผมมันจะหันไปทำตัวเป็นผู้เป็นคนได้จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้สิครับ

“มึงทำให้กูเสียการเรียนนะเนี่ย”ผมเอ่ยปากพูดเหน็บพี่ชายก่อนจะยกแก้วเบียร์เย็นเฉียบขึ้นจิบ อย่างสบายอารมณ์เพราะวันนี้ได้ดื่มฟรี หุหุ

“พูดเหมือนมึงตั้งใจเรียนเหลือเกินนะไอ้ตี๊ฟ”ไม่ได้นั่งดื่มแบบนั้นกันนานแล้วแหละครับ นานๆทีโดดเรียนมาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน คิดเข้าข้างตัวเองสุดๆ

“บอกพ่อกับแม่ด้วยแล้วกัน ว่าเสาร์อาทิตย์นี้จะเข้าไปค้างที่บ้านหน่อย ไม่ได้ไปมานานแล้วเหมือนกัน แต่ต้องบอกไว้ด้วยนะว่าห้ามบ่น ถ้าบ่นไม่ไปจริงๆ ด้วย”ผมนี่ก็ทำตัวไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยนะครับเนี่ย บ้านก็ใช่จะอยู่ต่างจังหวัดหรืออะไร แต่ไม่ค่อยเข้าบ้าน แย่จริงๆ

“จะพาว่าที่ลูกเขยไปไหว้พ่อไหว้แม่เหรอ”ยังไม่ยอมเลิกครับไอ้พี่ชายผมนี่

“แป๊บนะ...เพื่อนกูโทรมา”ผมหยิบโทรศัพท์ที่โชว์เบอร์ของไอ้การ์ด ขึ้นมาจะรับ แต่โดนไอ้พี่ชายตัวดี แย่งเอาไปก่อน จะกดปิดเสียงแล้วหันมาจ้องหน้าผม ส่วนผมเองก็กำลังงงๆ ว่าไอ้พี่ตัวดีมันจะเล่นอะไรอีก

“เดี๋ยวมึงค่อยโทรกลับ แต่มึงต้องมาตกลงกับกูก่อน”เอาครับ จะทำอะไรทำไป วันนี้ตามใจเค้าหน่อยสักวัน อุตส่าห์เป็นเจ้ามือเลี้ยงผมแล้วนิ ผมพยักหน้าให้เห็นว่าผมจะยอมทำตัวเป็นน้องที่ดีให้หนึ่งวัน

“ไอ้การ์ดอะไรนี่ ก็เป็นเพื่อนไอ้ว่าที่น้องเขยด้วยใช่ไหม”ตกลงก็ยังไม่พ้นวกมาเรื่องนี้อีกจนได้สิน่า สรุปมันจะหาทางแกล้งไอ้เชษฐ์ให้ได้เลยใช่ไหม แล้วนี่ผมเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วเหรอกับการที่ ใครๆ ก็บอกว่าผมกับไอ้เชษฐ์เป็นอะไรที่เกินเพื่อนกันแล้ว ผมเองลืมไปหรือเปล่าว่าตอนนี้ผมยังอยู่ในเกม ที่เพื่อนๆ ตั้งขึ้น ผมว่าพักนี้ผมเริ่มจะแยกไม่ออกแล้วนะเนี่ยว่าความรู้สึกจริงๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้นของผมมันเป็นไปในทางเดียวกันหรือว่ามันกำลังสวนทางกันแน่

“กูบอกตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าไอ้เชษฐ์กับกูเป็นอะไรแบบนั้นกัน”ขอขัดเรื่องนี้หน่อยแล้วกันครับ เพราะพูดไปพูดมานี่เหมือนผมกำลังยอมรับว่าผมกับไอ้เชษฐ์นี่เป็นแฟนกันยังไงยังงั้น ทั้งๆ ที่จริงแล้วมันก็ไม่ใช่

“เรื่องนั้นช่างเหอะ สรุปว่าไอ้การ์ดนี่ก็เพื่อนในกลุ่มเดียวกันใช่ไหม”ไม่ได้สนใจฟังที่น้องพูดบ้างเลยพี่ผม ผมก็ได้แต่พยักหน้ารับอีกตามเคย ว่าแต่แล้วนี่ไม่ใช่ว่าจะลากไอ้การ์ดมาใส่ในแผนการของพี่ผมอีกนะ

“งั้นถ้าเพื่อนถามว่าอยู่ไหน อยู่กับใครมึงต้องบอกให้เหมือนเป็นปริศนา ให้พวกเพื่อน สงสัยทำเหมือนมีพิรุธหน่อยๆ แต่ถ้าพวกเพื่อนจะตามมาก็ให้มาเลย”ตกลงว่ามันจะเอายังไงแน่ ให้ทำเป็นปริศนา แต่ถ้าจะมาก็ให้มาเลย แล้วที่ให้ผมทำตามที่มันบอกนี่ผมจะทำได้ไหม แต่ผมก็ไม่มีเวลาคิดนานเพราะไอ้เจ้าพี่ชายตัวดีของผม กดเบอร์โทรหาไอ้การ์ดทันที ก่อนจะส่งมาให้ผม

“ว่าไงไอ้การ์ด”ผมต้องรีบปรับเสียงให้เป็นปกติ และรีบตั้งสติ เตรียมเล่นตามบทที่คุณต๊าฟท่านวางไว้ แม้จะไม่ค่อยเห็นด้วย แต่ก็อย่างที่บอกว่าวันนี้ยกให้เค้าวันนึงครับ

“ไม่ว่าไง แค่อยากรู้ว่าทำไมมึงไม่มาเรียน”พูดมาแค่นี้ผมก็เริ่มจะเดาเหตุการณ์ต่อได้แล้วล่ะครับ ผมคิดว่าไอ้เชษฐ์น่าจะเล่าเรื่องที่เห็นคนมาหาผมให้พวกไอ้การ์ดฟังแล้ว เพราะปกติ พวกเพื่อนๆ จะรู้อยู่แล้วว่าผมไม่ค่อยเข้าเรียน ขึ้นอยู่กับอารมณ์ซึ่งแปรปรวนเสียเหลือเกิน

“ปกติกูก็ไม่ค่อยเข้าเรียนอยู่แล้วนิ ไม่ต้องมาทำเป็นห่วงใยผิดปกติหน่อยเลย”พูดๆไปนี่ไม่รู้จะทำให้เพื่อนเข้าใจอย่างที่ไอ้พี่ชายผมอยากให้เข้าใจหรือเปล่าก็ไม่รู้

“กูก็แค่ถามว่ามึงไปทำอะไรกับใครที่ไหน ถึงต้องขาดเรียนแบบนี้ เพื่อนอยากรู้บ้างไม่ได้รึไง”ชัดเจนครับ พวกเพื่อนๆ กำลังอยากรู้ว่าไอ้ปีศาจที่นั่งอยู่ตรงหน้าผมนี่คือใคร

“พอดีวันนี้กูมีธุระนิดหน่อยนะ มีอะไรหรือเปล่า”ตอนนี้คุณต๊าฟท่านกำลังตั้งใจฟังบทสนทนาของผมกับเพื่อนพร้อมกับวิเคราะห์ประมวลผลอยู่ว่า เป็นไปตามที่ต้องการหรือเปล่า และเหมือนจะไม่ค่อยเป็นที่น่าพอใจเท่าใดนัก เพราะอยู่ๆ ก็พูดขึ้น

“คุยกับใครเหรอที่รัก”เอาอีกแล้วครับ แกล้งพูดให้ไอ้พวกเพื่อนๆ ที่ความสงสัยใคร่รู้กำลังจะเกินลิมิตได้ยิน พร้อมกับทำปากขมุบขมิบให้ผมรับมุข

“คุยกับเพื่อนครับ”ผมตอบไปอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะแยกเขี้ยวใส่พี่ชายตัวดี ส่วนเจ้าตัวนะเหรอ ยิ้มร่าชอบอกชอบใจใหญ่แล้ว

“แป๊บนึงนะการ์ด”ผมทำตามสเต็ปที่คุณพี่ชายวางไว้ก่อนจะหันมาเริ่มสนทนากันตามสคริป โดยให้ผู้ฟังจากปลายสายอย่างไอ้การ์ดได้ยินด้วย

“เพื่อนจริงหรือเปล่า หรือที่รักแอบไปมีกิ๊กที่ไหน”เล่นกันอย่างนี้เลยเหรอคุณพี่

“เพื่อนจริงๆ ครับ ถ้าไม่เชื่อเดี๋ยวผมให้เพื่อนมายืนยันก็ได้”แกล้งทำเสียงเหมือนกำลังงอนง้อกันเต็มที่ รู้สึกกระดากปากเล็กน้อยถึงปานกลาง แม้จะเคยเล่นแบบนี้กับไอ้พี่ชายตัวดีมาบ่อยแล้วก็เหอะ แล้วเราสองพี่น้องก็เล่นบทพ่อแง่แม่งอนอีกเล็กน้อยพอหอมปากหอมคอ

“ฮัลโหลการ์ด คือ...มึงว่าง...”ผมกลับมาคุยกับไอ้การ์ดด้วยการทำน้ำเสียงเศร้าๆ หน่อยๆ และโดยที่ยังไม่ต้องพูดให้จบ เพราะไอ้การ์ดต้องได้ยินบทสนทนาอยู่แล้ว

“มึงอยู่ไหน”ตกลงว่าเพื่อนผมมันหลอกง่ายหรือพี่ผมมันเจ้าเล่ห์กันแน่ครับเนี่ย ผมทำเป็นเหมือนไม่ค่อยอยากจะบอกสถานที่ให้ไอ้การ์ดไปแต่ก็บอกไปจนได้ ไอ้คนวางแผนนี่ยิ้มร่าด้วยความรู้สึกสนุกเต็มที่ แต่ผมนี่ไม่รู้จะสนุกดีไหมเนี่ย

“ยี่สิบนาทีเจอกัน”ไอ้การ์ดพูดก่อนจะวางสายไป ทั้งผมและไอ้พี่ชายต่างพากันมั่นใจว่า ต้องไม่ใช่แค่ไอ้การ์ดคนเดียวหรอกที่จะมาพบพวกผม เพราะน่าจะมีใครอีกคนที่ต้องติดสอยห้อยตามมาด้วย ผมชักเริ่มรู้สึกจะสนุกขึ้นมาหน่อยๆ เพราะมันเหมือนเป็นการที่จะได้เอาคืนไอ้การ์ดด้วยที่ทำให้ผมต้องมาเล่นเกมบ้าๆ ของมันตั้งแต่แรก เพราะงั้นวันนี้ผมกับพี่ก็ขอเล่นเกมกับมันหน่อยแล้วกัน

“ย้ายมานั่งฝั่งนี้สิว่ะไอ้ตี๊ฟ”คำสั่งออกมาอีกแล้วครับ แม้จะอยากขัดมันบ้างแต่คงไม่ใช่วันนี้แล้วกัน วันนี้มันวันของเค้า ปล่อยให้วันนึง ท่องไว้ครับท่องไว้ว่ายกให้วันนึง

“เออแบบนี้แหละจะได้เนียนๆ หน่อย จำไว้ว่าตอนนี้เราสองคนไม่ใช่พี่น้อง แต่เราสองคนกิ๊กกันอยู่นะจ๊ะ ที่รัก”อยากจะแหวะจริงเชียว นี่ถ้าไม่ใช่พี่น้องกันนี่คงมีใครสักคนตกเก้าอี้ไปแล้วแน่ๆ จากนั้นเราสองคนก็บรีฟ สคริปคร่าวๆ ของการแสดงวันนี้ไว้รอเพื่อนๆ ผม

ไม่นานเกินรอครับ ไอ้การ์ดมาก่อนเวลาเสียอีก อะไรจะรวดเร็วปานนั้น และก็เป็นไปตามคาดที่ไอ้เชษฐ์ก็มากับไอ้การ์ดด้วย สายตาของไอ้เชษฐ์จับจ้องมองผมกับคุณพี่ต๊าฟ อย่างไม่ยอมละสายตา พร้อมกับจ้องหน้าผมประสานสายตา แสดงถึงอาการไม่พอใจอย่างไม่ปิดบังแม้แต่น้อย

“เอ้าเชิญนั่งเลยครับน้องๆ สั่งอะไรเพิ่มได้นะ”คุณพี่ปีศาจผมกำลังจะเริ่มปฏิบัติการณ์แล้วครับ ผมถูกสะกิดให้หันหน้าไปมองเจ้าพี่ตัวดี เพื่อสบตาและยิ้มให้กันและกัน อย่างหวานซึ้ง จะรอดไหมเนี่ย ผมว่าไม่ผมก็ไอ้เจ้าพี่ตัวดีนี่แหละต้องมีใครสักคนหลุดอ๊วกก่อนแน่ๆ

“เอ้าตี๊ฟจะไม่แนะนำให้พี่รู้จักเพื่อนๆ หน่อยเหรอ”เล่นเองชงเองทุกอย่างเลยครับพี่ผม

“นี่ไอ้การ์ด ที่โทรมาเมื่อตะกี้ แล้วนี่ก็ไอ้เชษฐ์”ผมแนะนำเหมือนจำใจอย่างเสียไม่ได้ ตามสคริปที่ได้วางกันไว้แล้ว

“ส่วนนี่ก็...”ผมหันมองหน้าคุณพี่ชายและลืมไปว่าเราไม่ได้เตี๊ยมชื่อปลอมไว้ เพราะถ้าบอกว่าชื่อต๊าฟ นี่มันจะพ้องกับชื่อผมมากเกินไป อาจเป็นจุดบอดให้สองคนนี้จับได้ว่า แท้จริงแล้วไอ้ปีศาจนี่คือพี่ชายผมเอง

“พี่จ๋ายครับ”ผู้แก้สถานการณ์ก็คือผู้สร้างสถานการณ์นั่นเองครับ “จ๋าย” ชื่อหรืออะไรว่ะเนี่ย คิดได้ไง

“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับน้องการ์ด โทษทีที่ต้องให้ลำบากมาแบบนี้ หวังว่าคงเข้าใจความรู้สึกพี่นะ”ไม่มีปดปิดไม่มีอ้อมค้อมแม้แต่น้อยเลยนะเนี่ยพี่ตู ไอ้การ์ดมีอาการงงๆ เล็กน้อย ก่อนจะตอบอย่างเสียไม่ได้

“ไม่เป็นไรหรอกครับ”น้ำเสียงติดจะกระแทกอย่างประชดประชันเล็กน้อย ตกลงนี่ไอ้เชษฐ์มันใส่ไฟอะไรพวกผมให้ไอ้การ์ดฟังมาบ้างก็ไม่รู้

“แล้วนี่น้องเชษฐ์ใช่ไหม เมื่อวานเจอกันแล้วแต่ยังไม่ทันได้ทักทายเลย ไงก็ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”เชิญตามสะดวกเลยนะครับคุณพี่ชาย จะทำอะไรจะเล่นอะไรก็เอาเลย ดูไอ้เชษฐ์เองจะไม่ได้รู้สึกว่าจะอยากทำความรู้จักกับไอ้ต๊าฟสักเท่าใดนัก

“เช่นกันครับ”ไอ้เชษฐ์ตอบกลับพร้อมทั้งจ้องหน้าหาเรื่องเต็มที่ แต่ไม่รู้ว่าจะต้องการหาเรื่องผมหรือหาเรื่องพี่ชายผมกันแน่

“พี่จ๋ายกับไอ้ตี๊ฟนี่เป็นอะไรกันเหรอครับ”คำถามของไอ้การ์ดเล่นเอาผมที่กำลังจิบเบียร์แทบสำลัก ไม่ใช่เพราะที่มันถามว่าผมเป็นอะไรกับไอ้คนข้างๆนี่ หากแต่ผมเกือบหลุดขำชื่อที่พี่ผมมันคิดขึ้นมานี่สิ ว่าแต่ไอ้การ์ดเองก็ถามแบบตรงไปตรงมาเกินไปไหมเนี่ย

“เราสองคนเป็นอะไรกันเหรอตี๊ฟ”ไอ้คุณพี่ชายหันหน้ามาถามผม พร้อมแสดงให้เห็นว่ามีความนัยแฝงอยู่

“กูกับพี่เค้าก็...เป็นพี่เป็นน้องกันนี่แหละ”ผมแกล้งทำเป็นพูดเหมือนเขินๆ อย่างอายๆ ตลกตัวเองเหมือนกันนะเนี่ยที่ต้องมาเล่นอะไรแบบนี้  แต่อย่างน้อยๆ ผมก็ไม่ได้โกหกแล้วกัน เพราะผมก็เป็นน้องไอ้คนข้างๆนี่จริง

“พี่น้องท้องเดียวกัน หรือพี่น้องท้องชนกันละ”ไอ้การ์ดย้อนถามผมด้วยน้ำเสียงเหยียดๆ เล็กน้อย ตกลงนี่ผมกำลังทำให้พวกมันมองผมในแง่ลบอยู่หรือเปล่าเนี่ยที่ทำแบบนี้

“ดูท่าน่าจะอย่างหลังเสียมากกว่า”ไอ้เชษฐ์พูดพร้อมจ้องมองมาที่ผม ส่วนผมนั้นรู้สึกเหมือนกำลังโดนตอกหน้ายังไงไม่รู้ แต่ไอ้คุณพี่ชายผมนี่ยังคุมสติอยู่ สงสัยกำลังคิดจะแก้เกมอยู่แน่ๆ

“จะอย่างไหน ก็แล้วแต่จะคิดแล้วกัน”พี่ชายผมพูดเหมือนไม่ได้ใส่ใจเท่าใดนัก

“เป็นพี่เป็นน้องที่ดูสนิท สนมกันมากๆ เลยนะครับ”ไอ้การ์ดปรับมาพูดให้ดูไม่เสียมารยาทมากนัก แต่ยังไม่ทันที่ผมหรือต๊าฟจะได้ตอบ ไอ้เชษฐ์ก็พูดสวนขึ้นมาเสียก่อน

“นั่นสิ รู้จักกันมานานแล้วเหรอถึงได้สนิทสนมกันขนาดนี้”ไอ้เชษฐ์พูดได้แบบว่ากวนโอ๊ยสุดๆ เลยครับ คือทำเป็นพูดขึ้นมาลอยๆ ไม่ได้ตั้งใจถามและไม่ได้ต้องการคำตอบ แ ต่พูดออกแนวประชดเสียมากกว่า

“ก็นานแล้วนะ ใช่ไหมตี๊ฟ”ผมก็ได้แต่พยักหน้าตอบไป เพราะเริ่มไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่แล้ว มันดูน่าอึดอัด ติดๆ ขัดๆ ยังไงบอกไม่ถูกเหมือนกัน

“แต่ตี๊ฟไม่ยักกะเคยแนะนำให้พวกผมรู้จักเลยถ้ารู้จักกันมานานแล้ว เพราะพวกผมก็เป็นเพื่อนตี๊ฟมานานแล้วเหมือนกัน”ไอ้การ์ดยังคงถามเหมือนกำลังจะจับผิด แต่มันคงกำลังคิดว่าผมกำลังหันไปคบกับใครก็ไม่รู้ แต่ผมดันเอามาหลอกพวกมันว่ารู้จักมักคุ้นกันมาตั้งนานแล้ว นี่เหมือนทั้งสองคนจะไม่ค่อยเชื่อว่าผมกับไอ้อีกคนที่นั่งข้างๆผมนี่รู้จักกันมานานแล้ว

“นั่นสิ ไอ้ที่ว่ารู้จักกันนานแล้วนี่มันนานแค่ไหนล่ะครับ”ไอ้เชษฐ์เป็นฝ่ายช่วยผสมโรงอีกแรง แถมด้วยการจ้องหน้าคุณพี่ชายผมอย่างท้าทาย ไอ้เชษฐ์เอ๋ย ถามมาได้ว่ารู้จักกันมานานแค่ไหน ก็นานเท่ากับอายุกูหรืออายุมึงนั่นแหละ เพราะต๊าฟก็ต้องรู้จักตี๊ฟมาตั้งแต่ตี๊ฟเกิดนั่นแล

“ก็คิดว่าน่าจะนานกว่าน้องสองคน พอสมควรอยู่นะ ใช่ไหมตี๊ฟ”ผมชักจะเบื่อๆ ไอ้ละครฉากนี้ของพี่ผมแล้วสิครับ

“อืม”ผมตอบรับเพียงสั้นๆ

“ขอตัวไปห้องน้ำแป๊บนะ”ผมลุกขึ้น หวังจะออกไปจากสถานการณ์ตรงหน้านี่สักครู่ ปล่อยให้พี่ชายตัวดีเล่นต่อไปเถอะ เดี๋ยวผมค่อยกลับมาดูผลงาน แต่ทั้งสามคนกลับหันมาจ้องผมเป็นตาเดียวกันหมดเลย

“กูไปด้วยกำลังอยากเข้าห้องน้ำพอดี”ผมหันไปตามเสียง ซึ่งก็คือไอ้เชษฐ์นั่นเอง ก่อนจะหันมองหน้าพี่ชายตัวดีพร้อมส่งกระแสจิตให้มันรั้งไอ้เชษฐ์ไว้หน่อย เพราะผมอยากปลีกตัวไปลำพังคนเดียว

“รีบไปรีบกลับมานะ ที่รัก”แทนที่จะช่วยอะไรผมหน่อยที่จะได้ไม่ต้องอยู่เพียงลำพังกับไอ้เชษฐ์ แต่นี่ท่านคุณพี่ชายยังแถม เชื้อไฟนิดๆ มาให้ผมอีกต่างหาก

“ไปได้ยัง”เสียงเร่งเร้าจากไอ้คนที่จะไปห้องน้ำพร้อมผม ดังขึ้นอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์

ออฟไลน์ norita_boyV2

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-1
วันที่ 24 (ต่อ)

ผมเดินนำหน้าโดยไม่ได้สนใจอีกคนที่ตามมาแต่อย่างใด มุ่งตรงไปยังห้องน้ำซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง  แม้จะรู้สึกเสียวสันหลังอยู่เล็กน้อย ที่เหมือนมีคนกำลังปองร้ายอยู่เบื้องหลัง แต่ผมก็ต้องทำใจดีสู้เสือ โดยการแสดงออกมาว่าตอนนี้ผมไม่ได้รู้สึกกลัวไอ้คนข้างหลังผมเลย ซึ่งจริงๆ ผมก็ไม่ได้กลัวอยู่แล้วนี่นา แค่รู้สึกแปลกๆ เท่านั้นเอง ที่มันมาทำตัวเหมือนไม่ค่อยพอใจผมแบบนี้ แปลกยังไงนะเหรอครับ ก็แทนที่ผมจะโกรธกับท่าทีนั้น แต่ผมกลับรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก นี่มันหมายความว่าไงกันแน่ ทำไมผมถึงรู้สึกแบบนี้ หรือเพราะผมกำลังสะใจที่ได้แกล้งไอ้เชษฐ์

“เฮ้ย”ผมหลุดอุทานออกมาอย่างตกใจ ก็จะไม่ให้ตกใจได้ยังไงกัน ไอ้เราก็กำลังคิดอะไรเพลินๆ เดินจนถึงหน้าประตูห้องน้ำอยู่แล้ว แต่ดันโดนผลักให้พุ่งเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็วเหลือเกิน

เสียงประตูห้องน้ำดังขึ้นอย่างไม่เกรงใจใคร เพราะถูกปิดอย่างแรง จากไอ้คนที่ตามผมมา ผมหันมองรอบห้องน้ำชาย ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่ไม่มีใครอยู่เลย โชคดีที่ไม่ต้องโดนใครด่า เพราะมาทำอะไรไร้มารยาท แต่ตอนนี้ผมกลัวโชคร้ายมากกว่าเพราะดูจากอารมณ์แล้วนี่ ไม่แน่ผมอาจจะโดนฆ่าหมกส้วม หรือไม่ก็ฆ่าหั่นศพยัดชักโครกเสียหรือเปล่าเนี่ย

“ปิดเบาๆ ไม่เป็นหรือไง”ผมหันไปตะคอกใส่อย่างไม่ค่อยพอใจ แต่ความจริงคือตอนนี้ต้องพยายามทำเป็นโมโหกลบเกลื่อน เพราะดูแล้วเหมือนไอ้เชษฐ์จะกำลังโกรธอยู่จริงๆ เสียแล้ว

“ทำอะไรนะ”คำพูดผมหลุดออกมาพร้อมกับขาที่ต้องถอยหลังเข้าห้องน้ำห้องหนึ่ง เพราะโดนไอ้เชษฐ์ผลักเข้าหน้าอกเสียเต็มแรง ดีที่ผมยังประคองตัวไว้ได้ ไม่งั้นมีหวังได้ล้มหัวฟาดอะไรสักอย่างไปแล้ว ตอนนี้ผมเริ่มจะรู้สึกโมโหไอ้เชษฐ์ขึ้นมาหน่อยๆ เสียแล้ว ก็เล่นไม่พูดไม่จา แถมทำให้ผมเกือบล้มหัวร้างข้างแตกอีกต่างหาก นี่มันอะไรของมันนักหนา

“กูต่างหากที่ต้องถามว่ามึงกำลังทำอะไรอยู่”รอยยิ้มเหยียดๆ จากปากผู้พูดที่เข้ามายืนอยู่ภายในห้องแคบๆ กับผมเป็นที่เรียบร้อย คางผมถูกจับให้เชิดขึ้นเพื่อให้สบตากับอีกฝ่าย แต่ผมสะบัดหน้าขัดขืน เพราะตอนนี้เริ่มจะไม่อยากอยู่ในสภาพแบบที่เป็นตอนนี้สักเท่าไหร่

“ตอบมาสิตี๊ฟ ว่ามึงกำลังทำอะไรอยู่ ยั่วกู แกล้งกู ปั่นหัวกูเล่น หรือที่มึงทำมันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับกูเลย”ประโยคสุดท้ายดูน้ำเสียงของคนพูดจะอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาฉายแววหม่นหมองลงเล็กน้อย

“กู...ไม่ได้ทำอะไรเลย ทำไมมึงถึงคิดว่ากูกำลังต้องทำอะไรอยู่ล่ะ”ผมพยายามถอยห่างออกจากไอ้เชษฐ์เล็กน้อย โดยที่พูดออกไปไม่เต็มเสียงเท่าใดนัก เพราะผมเองก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าการกระทำในวันนี้มันไม่เกี่ยวกับไอ้เชษฐ์ ก็ไอ้พี่ชายตัวดีของผม ตั้งใจจะแกล้งไอ้เชษฐ์มันจริงๆ นี่นา ตอนแรกนึกว่าไอ้เชษฐ์จะมาในโหมด โมโหโกรธามากมาย แต่เอาเข้าจริง ทำไมกลับมาทำหงอยๆ อะไรแบบนี้ละนี่ แล้วไอ้ผมทำไมต้องรู้สึกสงสารมันด้วยก็ไม่รู้

“กูก็แค่ไม่เคยรู้ว่าก่อน ว่ามึงรู้จักกับพี่จ๋ายอะไรนั่น แล้วรู้จักมักคุ้นกันขนาดไหน เค้าเป็นใคร เคยคบกับมึงตอนไหน ความสัมพันธ์ระหว่างมึงกับเค้าถึงขั้นไหนกันแล้ว กูเคยคิดว่ารู้เรื่องมึงดีทุกอย่างแล้ว แต่วันนี้กูเพิ่งรู้ว่ามันไม่ใช่”ผมงงๆ กับคำพูดของไอ้เชษฐ์เล็กน้อย เพราะมันคิดว่ามันรู้จักผมดีพอขนาดรู้ทุกเรื่องเลยหรืออย่างไร

“มึงกับกูไม่ได้อยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมง มันยังมีอีกหลายเรื่องที่มึงไม่รู้เกี่ยวกับกู และกูก็ไม่รู้เกี่ยวกับมึง ซึ่งมันก็ไม่ได้มีความจำเป็นที่เราจะต้องรู้เรื่องของกันและกันไปเสียทุกเรื่อง เพราะเราไม่ใช่...”ผมหยุดคำพูดเอาไว้แค่นั้นก่อนจะหลบสายตาต่ำลง ใช่แล้วเพราะผมกับมันไม่ใช่แฟนหรือคนรักกัน ที่จะได้ต้องรับรู้เรื่องราวของกันและกันไปเสียทุกเรื่อง ตัวผมเองพูดได้เต็มปากเลยว่าไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับไอ้เชษฐ์มันเลย นั่นเพราะผมคิดเสมอว่ามันคือเพื่อน และเพื่อนก็ไม่จำเป็นต้องไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวอะไรกันมากมาย ตัวมันเองก็เช่นเดียวกันเพราะขนาดพี่ชายผมเองมันยังไม่รู้จัก แล้วประสาอะไรกับเรื่องอื่น

“แต่กูอยากรู้ทุกเรื่องของมึง”นิ้วเรียวลูบไล้ที่ปลายผมก่อนจะสัมผัสที่ใบหน้าอย่างอ่อนโยน สายตาที่เหมือนแฝงไปด้วยความนัย ส่งผ่านมาที่ผม

“เพราะอะไรมึงถึงได้อยากรู้ล่ะ”หัวใจผมเริ่มเต้นไม่เป็นจังหว่ะ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าทำไมผมต้อง ตื่นเต้นได้ขนาดนี้ ผมจ้องหน้าอีกฝ่ายเพื่อรอคำตอบ ไอ้เชษฐ์ไม่ได้ตอบในสิ่งที่ผมถาม แต่เริ่มเคลื่อนใบหน้าเข้ามาหาผมช้าๆ ก่อนจะค่อยๆ บรรจงประกบริมฝีปากลงมาที่ริมฝีปากของผม แปลกที่ผมไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด สัมผัสที่นุ่นนวล ทำให้ผมเผลอให้ลิ้นของอีกฝ่ายรุกล้ำเข้ามาพัวกันกับลิ้นของผม ผมรู้สึกเรี่ยวแรงมันหายไปหมด เข่าอ่อนจนต้องหาที่ยึดเหนี่ยวโดยการโอบกอดอีกฝ่ายไว้ ทั้งที่นี่ไม่ใช่จูบแรกของผมสักหน่อย แต่ทำไมผมทำเหมือนคนไม่เคยโดนจูบไปได้เนี่ย

“นี่แหละ...คำตอบ”หลังจากไอ้เชษฐ์ถอนริมฝีปากออก ก็พูดขึ้นด้วยเสียงที่แผ่วเบากระซิบที่ข้างๆ หูผม ซึ่งผมก็ได้แต่งงกับคำพูดนั้นว่าหมายความเช่นไร ผมกำลังจะเอ่ยปากถาม แต่คงไม่มีโอกาสได้รับคำตอบเร็วๆ นี้เพราะ


“ที่รัก เป็นไรหรือเปล่าทำไมเข้าห้องน้ำนานจัง แล้วทำไมต้องล็อคประตูข้างนอกนี่ด้วย เป็นไรไหม ตอบด้วย”ไม่รู้ว่าพี่ผมนี่เป็นตัวช่วยหรือตัวขัดขวางกันแน่นะครับเนี่ย ดันมาตอนผมกำลังจะถามคำถามที่สงสัยอยู่เนี่ย

“ไม่มีอะไรครับ...จะออกไปเดี๋ยวนี้แหละ”ผมตะโกนบอกออกไป ก่อนจะจัดเสื้อผ้าให้ดูเป็นปกติ แล้วเอื้อมมือจะเปิดประตูห้องน้ำ เพราะคนที่อยู่ติดประตูไม่มีทีท่าว่าจะยอมเปิดให้ และตอนนี้ก็ยังมาจับมือผมไว้ไม่ให้เปิดประตูเสียอีก

“เร็วๆ นะที่รัก”เสียงเจ้าพี่ชายตัวดีเร่งเร้ามาอีกรอบ

“ครับๆ”ผมตะโกนตอบออกไปอีกครั้ง

“ถ้าไม่ออกก็ถอยไป กูจะไปแล้ว”ผมหันมาสนทนากับคนตรงหน้าอีกครั้ง

“บอกกูก่อนสิ ว่าตกลงมึงกับพี่จ๋ายเป็นอะไรกัน”สีหน้าแววตาที่เว้าวอน บ่งบอกว่านี่เป็นการขอร้องให้ผมตอบไม่ใช่บังคับจะเอาคำตอบแต่อย่างใด ผมนิ่งมองหน้ามันพักนึง เพื่อคิดทบทวนว่าผมควรจะบอกไอ้เชษฐ์ออกไปเช่นไร

“กูบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่า เป็นพี่น้องกัน”ใช่แล้วผมจะต้องคิดอะไรทำไม เพราะไอ้พี่ต๊าฟมันก็พูดตั้งแต่แรกแล้วว่าเป็นพี่น้องกับผม แต่แค่ออกในทำนองที่ดูคลุมเครือเท่านั้นเอง

“แค่พี่น้องเฉยๆ แน่นะ”ดูสีหน้าคนถามแล้วคงต้องอยากได้คำตอบที่จริงจัง และหนักแน่นจากผมเสียเหลือเกิน

“อืม...ทีนี้กูไปได้ยัง”คนตรงหน้าผมยิ้มกว้างก่อนจะเปิดประตูให้ผม

“ทำอะไรอยู่นานจังเลย”ไอ้พี่ชายตัวดี รีบเดินเข้ามาหาผมทันทีที่ ออกจากห้องน้ำ ก่อนจะปรายตามองคนที่เดินตามผมออกมา ผมส่ายหน้าเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยหน่าย ขี้เกียจจะเล่นละครบทนี้กับคุณพี่ต๊าฟต่อแล้ว จึงไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่เดินอย่างเงียบๆ กลับไปที่โต๊ะ

แต่พอกลับมานั่งที่โต๊ะรอบนี้ ทำไมดูเหมือนทุกคนเป็นใบ้กันไปหมดหรือไง ถึงได้เอาแต่นั่งเงียบ ดูๆ แล้วต่างคนเหมือนกำลังใช้ความคิดอยู่ในโลกส่วนตัวของแต่ละคน ผมกำลังคิดจะทำลายบรรยากาศเงียบๆ นี่  แต่ก็นึกหาเรื่องจะมาคุยไม่ได้อยู่ดี เกิดอาการสมองตื้อๆ ขึ้นมาเสียได้

“เออ พอดีพี่นึกขึ้นได้ว่ามีธุระ เดี๋ยวคงต้องขอตัวก่อนนะ”ผมหันขวับมองหน้าพี่ชายทันที ว่ามันจะมามุกไหนอีกเนี่ย อยู่ๆ ปุบปับก็จะไป

“ไว้ยังไงเจอกันใหม่นะ”แล้วกะลุกไปเลยครับพี่ชายผม ตกลงนี่เกิดอะไรขึ้นกันแน่ละเนี่ย ทีเมื่อสักครู่ยังไปตามผมที่ห้องน้ำ ก็ยังเล่นตามบทเดิมอยู่เลยนี่นา

“เดี๋ยวกูมานะ”ผมบอกเพื่อนทั้งสองก่อนจะลุกเดินตามพี่ชายเพื่อจะถามไถ่ว่ามันเป็นอะไรของมันอีก

“อารมณ์ไหนของมึงอีกเนี่ยไอ้ต๊าฟ”ผมเดินตามจนทันก่อนที่คุณพี่ชายจะออกจากร้านไป

“ก็แค่เบื่อแล้ว ไปหาอะไรอย่างอื่นทำดีกว่า เพราะกูประมวลผลแล้วว่าคนนี้กูให้ผ่าน ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับมึงแล้วว่าจะยังไงต่อ ว่าแต่เมื่อกี๊ในห้องน้ำนี่เป็นไงบ้างว่ะ”ผมมองคนพูดตาเขียวที่มาทำท่าล้อเลียนผม แล้วไอ้พี่ชายผมมันไปตัดสินอะไรไอ้เชษฐ์จากตรงไหนละเนี่ย หรือมันแค่เบื่อขี้เกียจเล่นแล้ว เพราะปกติพี่ผมมันก็หลักลอย เป็นปกติอยู่แล้ว อดทนทำอะไรได้ไม่นานหรอก

“เอ้าจะไปไหนก็ไปแล้วกัน เดี๋ยววันหยุดค่อยเจอกันที่บ้าน บอกพ่อกับแม่ไว้ด้วย”ผมรีบตัดบทเพราะถ้ายิ่งพูดก็จะยิ่งเข้าตัว

“ที่จริงกูแค่คิดว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของมึง กูไม่ควรจะวุ่นวายแค่นั้นแหละ ไปแล้ว”แม้จะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่แต่ผมก็ต้องเดินกลับมานั่งที่โต๊ะเหมือนเดิม แต่ไม่ทันที่ผมจะเดินถึงโต๊ะ โทรศัพท์ผมก็ดังขึ้น ไม่ใช่ใครที่ไหน พี่ชายผมนั่นเอง ผมกดรับอย่างงๆ

“กูไม่ได้ลืมนะว่าจะเลี้ยง แต่ยังไงวันนี้มึงออกไปก่อน แล้ววันที่กลับบ้านค่อยมาเอาตังค์ที่กูนะ”ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไรสายก็ตัดไป กะไว้แล้วเชียวว่ามันต้องมีอะไรแอบแฝง ที่แท้ไอ้พี่บ้านี่ก็จะให้ผมเป็นคนจ่ายตังค์ทั้งที่บอกว่าจะเลี้ยงผมแท้ๆ ความซวยบังเกิดตลอดเลย เพราะมีพี่ชายแบบนี้แหละ

“จะกลับรึยัง”พอผมมาถึงที่โต๊ะไอ้การ์ดก็ถามขึ้น แถมตอนนี้ที่นั่งถูกสับเปลี่ยนเป็นที่เรียบร้อย เพราะไอ้การ์ดกับไอ้เชษฐ์นั่งกันคนละฝั่ง ทำให้ผมต้องเลือกว่าจะนั่งฝั่งไหนดี ผมเลือกที่จะนั่งลงฝั่งเดียวกับผู้ที่เอ่ยถามผม

“รีบเหรอ ถ้ารีบพวกมึงกลับก่อนก็ได้นะ ขอกูนั่งต่ออีกสักพัก”ผมตอบผ่านๆ เหมือนไม่ได้ใส่ใจมากนัก เพราะเราก็ต่างคนต่างมาอยู่แล้ว ไม่ได้มาด้วยกันเสียหน่อย

“ไม่ได้รีบ แต่เห็นว่าไม่มีอะไรแล้วก็เลยนึกว่าจะกลับเลย”ไม่มีอะไรแล้วงั้นเหรอ มันหมายความว่าตอนแรกนี่มันมีอะไรหรือไงกัน

“ไหนๆ วันนี้ก็คงไม่กลับเข้าไปเรียนแล้วก็อยู่นี่เลยแล้วกัน”ไอ้เชษฐ์พูดออกมาอย่างราบเรียบ ยากจะเดาว่าตกลงตอนนี้มันกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ก็เป็นอันว่าเราทั้งสามนั่งดื่มเบียร์กันต่อไป โดยที่มีเสียงของไอ้การ์ดพูดนู่นนี่อยู่ตลอด แต่ไอ้เชษฐ์นั้นเอาแต่ดื่มกับเงียบ และมองผมแทบจะไม่วางตา

“พวกมึงเห็นว่าไงว่ะ”หลังจากที่ไม่ได้ตั้งใจฟังไอ้การ์ดพล่ามเลยแม้แต่น้อย แต่ตอนนี้ต้องหันมองมันเพราะเหมือนมันกำลังรอคำตอบบางอย่าง แต่ไอ้ผมดันไม่ได้ฟังเลยไม่รู้จะตอบว่าอะไรดี

“ก็ดีนะ พวกเราก็ไม่ค่อยได้นัดสังสรรค์กันเป็นส่วนตัวแบบนั้นนานแล้ว”ผมกำลังพยายามวิเคราะห์ว่าตกลงไอ้การ์ดกับไอ้เชษฐ์มันคุยเรื่องอะไรกันแน่ ทั้งที่ตอนแรกแน่ใจว่าไอ้เชษฐ์เองก็ไม่น่าจะตั้งใจฟังไอ้การ์ดแต่ตอนนี้รู้แล้วว่าผมคงคิดผิด

“เป็นอันว่าตกลงนะว่า เสาร์-อาทิตย์นี้ ตั้งแคมป์ที่สนามบ้านกู เดี๋ยวกูจะนัดพวกที่เหลือเอง”อะไรนะ นี่ตกลงจะชวนกันปาร์ตี้อีกแล้วใช่ไหม แต่เดี๋ยวก่อน เสาร์-อาทิตย์นี้งั้นเหรอ ผมบอกไอ้พี่ต๊าฟ ว่าจะกลับบ้านนี่หว่า

“กูขอผ่านนะ พอดีว่าจะเข้าบ้านว่ะ”แม้จะเสียดายนิดหน่อยที่จะไม่ได้สังสรรค์กับเพื่อนๆ แต่ผมก็ต้องปฏิเสธเพราะทำตัวเป็นลูกที่ไม่ดีมานานพอแล้ว ต้องกลับไปไหว้พ่อ ไหว้แม่บ้าง เพราะนี่ขนาดบ้านก็ไม่ได้อยู่ไกลอะไรเลย แต่ไม่ค่อยเข้าบ้าน

“โห ไรว่ะ แบบนี้ก็ไม่ครบทีมสิ”ไอ้การ์ดบ่นอย่าง เสียดายหน่อยๆ ไม่ต้องทำเหมือนขาดกูแล้วพวกมึงจะเมาไม่ได้แบบนั้นหรอกน่า เว่อร์ไปๆ

“งั้นพวกเราก็เปลี่ยนโปรแกรมไปบ้านไอ้ตี๊ฟแทนก็ได้นี่นา”อยู่ๆ ไอ้คนที่วันนี้พูดน้อย ก็แสดงความเห็นออกมา แต่ว่าจะไปบ้านผมนี่อ่ะนะ จะดีไหมเนี่ย ไอ้ผมยิ่งบ้านช่องไม่ค่อยกลับแล้วนี่จะพาเพื่อนกลับไปปาร์ตี้อีก

“เออว่ะ พวกเราก็ยังไม่เคยไปบ้านไอ้ตี๊ฟกันเลยนี่หว่า”ไอ้การ์ดเองก็เหมือนจะเห็นดีเห็นงาม ด้วยเหมือนกันอีกต่างหาก แล้วผมละเอาไงดี แม้ว่าจะไม่ได้มีปัญหาอะไรที่จะให้เพื่อนไปบ้าน แต่มันก็อดคิดไม่ได้ว่ามันต้อง มีเรื่องวุ่นวายแน่ๆ

“ว่าไงละมึง”ไอ้เชษฐ์หันมารอคำตอบจากผม มันคงไม่มีอะไรหรอกมั้งผมอย่าเพิ่งกังวลไปจะดีกว่า ก็แค่เพื่อนไปบ้านแค่นี้เอง

“ไปก็ไปสิ แต่สงบเสงี่ยมกันบ้างนะ เดี๋ยวพ่อแม่กูตกใจหมด ที่มีเพื่อนนิสัยอย่างพวกมึง”แอบแขวะไอ้การ์ดมันเล็กน้อยครับ ก็เป็นอันตกลงครับว่าผมยอมให้พวกเพื่อนๆ ไปจัดงานสังสรรค์กันได้ที่บ้านผม พวกเรานั่งดื่มกันอีกสักพัก ก่อนจะแยกกันกลับ ไอ้การ์ดเอารถของไอ้เชษฐ์กลับไป ส่วนไอ้เชษฐ์จะมาเป็นสารถีให้ผม บอกไว้ก่อนว่านี่ไม่ใช่ความคิดผมนะครับ แต่เป็นความคิดของไอ้การ์ด ตลอดทางการกลับห้องผมกับไอ้เชษฐ์ไม่ได้พูดคุยกัน ผมมองทอดสายตาออกไปอย่างใช้ความคิดทำให้ ไอ้เชษฐ์เองไม่กล้าที่จะชวนคุย จนกลับถึงห้อง

“ขอคุยด้วยหน่อยสิ”ไอ้เชษฐ์ก็เปิดประเด็นขึ้น แต่วันนี้ผมเหนื่อยๆ เล็กน้อยเพราะดื่มมาตั้งแต่เช้านี่เวลาก็ล่วงเลยมาจนเย็นแล้ว

“ไว้คุยพรุ่งนี้ได้ไหม วันนี้กูง่วง ว่าจะนอนเลย”ผมบอกออกไปตามความรู้สึกจริงๆ ก่อนจะหันหลังให้กับไอ้เชษฐ์ เพื่อจะเปิดประตูเข้าห้องนอน แต่แล้วผมก็สัมผัสได้ถึงอ้อมกอดที่สวมกอดผมมาจากด้านหลัง

“สัญญากับกูสิว่าพรุ่งนี้มึงจะคุยกับกูดีๆ” ผมตกใจเล็กน้อย เพราะไม่ได้เห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรแต่ทำไมไอ้เชษฐ์ทำเหมือนกับว่ากลัวผมจะไม่ยอมคุยกับมันอย่างนั้นแหละ ผมค่อยๆ แกะมือที่กอดผมไว้ออก ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้า

“กูสัญญา ทีนี้กูไปนอนได้ยัง”ผมบอกยิ้มๆ ก่อนจะเดินเข้าห้องและล้มตัวลงนอน คงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้ผมหลับลงไปอย่างง่ายดาย







มาส่งตอนใหม่คร๊าบบบบ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ kun

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3594
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-10
โดนแกล้งไปนิดหน่อย หงอยเลยเชด อิอิ
รอพรุ่งนี้ด้วย

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5468
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
โอ๋ๆ อย่าเศร้าไปเลยเชษฐ์
ไปบ้านตี๊ฟคราวนี้คงกระจ่างขึ้น

ออฟไลน์ Zarch krub

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
มันมีอะไรไม่ชอบมาพากลอยู่นะ

ออฟไลน์ Freja

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +145/-4
ชักเกรงๆกับปฏิกริยาของเพึ่อนในกลุ่มแล้วสิ  มีอะไรแอบแฝงหรือเปล่านะ?

ออฟไลน์ rogerr

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 834
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
โถ โถ เชษน้อยผู้น่ารัก  :-[  ว่าแต่พี่ต้าฟเนี่ยครือเพื่อนสะใภ้ในอนาคตรึเปล่านะ :laugh: :laugh:

ออฟไลน์ Mouse2U

  • บังเอิญ'โลกกลม'..
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +223/-10
รักเค้าก็บอกเค้าไปซี่~~  :เฮ้อ: :เฮ้อ: :เฮ้อ:

ออฟไลน์ สายลมที่หวังดี

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 508
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +138/-1
เชษฐ์ก็ยังไม่บอกรักตี๊ฟอีก  คลุมเคลืออยู่ด้ายยยยย :ling2:

ออฟไลน์ JustWait

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3349
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-4
เชษฐจะอกหักก็เพราะปากหนักนี่ละค่ะ

ออฟไลน์ Min*Jee

  • เอวรี่ติงจิงกะเบล
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2797
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-5
คราวนี้คุยกันให้เคลียร์เถอะนะ :mew2:
จะได้สวีทกันซะทีเนาะ
รอตอนต่อไปค่ะ

ออฟไลน์ norita_boyV2

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-1
วันที่ 25

“ตกลงมีอะไรจะคุยกับกูเหรอ”วันนี้ทั้งวันผมไม่เห็นไอ้เชษฐ์มันจะมีเรื่องอะไรที่ พิเศษที่จะมาคุยกับผม เห็นเมื่อวานบอกว่าให้ผมสัญญา งั้นงี้ แต่นี่จนเย็นแล้ว จนกลับมาถึงห้อง จนผมทนเก็บความสงสัยไว้ไม่อยู่ ต้องเป็นฝ่ายเอ่ยถามเสียเอง

“อยากรู้เหรอ”คนพูดยิ้มเจ้าเล่ห์ อย่างมีความนัยแอบแฝง จนผมชักไม่อยากรู้เสียแล้วว่ามีอะไร เพราะทีท่าของไอ้เชษฐ์มันค่อนข้างจะต่างจากเมื่อวานเหลือเกิน เมื่อวานมันดูจะเหมือน หงอยๆ หรือซึมๆ ไปเล็กน้อยตอนที่มันบอกว่าจะขอคุยกับผม แต่วันนี้ดูมันระริกระรี้เกินไปหน่อย

“ก็ไม่ได้อยากรู้อะไรมากมายหรอก ก็แค่สงสัยนิดหน่อยเท่านั้น แต่ถ้าไม่มีอะไรก็แล้วไป”ผมต้องตอบอย่างยั้งฟอร์มไว้บ้างจะให้บอกตรงๆ ว่าจริงๆ ก็อยากรู้มันก็จะดูว่าให้ความสนใจกับมันมากไป เดี๋ยวมันจะดูไม่งาม (เกี่ยวไรกันเนี่ย)

“ไม่มีอะไรหรอกกูก็แค่ อยากหาเรื่องอยู่กับมึงนานๆ แค่นั้นแหละ”ไอ้เชษฐ์พูดยิ้มๆ เหมือนไม่มีอะไร แต่ไอ้ผมฟังแล้วมันกลับมีความรู้สึกที่บอกไม่ถูก บอกตรงๆ ว่าผมเองก็ไม่ได้โง่ ไม่ได้บื๊อ ขนาดว่าไม่รู้หรอกนะครับว่าไอ้ที่มันทำอยู่ตอนนี้ มันเหมือนกำลังจีบผมอยู่(มันเองก็บอกมาแล้วนี่นาว่าจะจีบผม) แต่ที่ผมยังคงสงวนท่าที ทำเหมือนไม่รู้ก็เพราะว่า ผมยังไม่มั่นใจ ไม่รู้ว่าที่จริง มันกำลังทำแบบนี้เพราะนึกสนุกอะไรขึ้นมา หรือที่มันทำออกมาจากความรู้สึกจริงๆ ผมยังไม่มีอะไรที่สามารถจะยืนยันได้เลย รวมไปถึงความรู้สึกของผมเองด้วยว่าตัวผมเองเนี่ยรู้สึกกับไอ้เชษฐ์มันเช่นไร

“พูดบ้าอะไรของมึง”ผมพูดเสียงดุหน่อยๆ เพื่อกลบเกลื่อนว่า ผมกำลังเขินกับคำพูดแค่นี้ของมัน

“จริงๆ ก็ไม่ได้อยากคุยเฉยๆ หรอกนะ แต่อยากทำอย่างอื่นด้วย”คราวนี้สายตาหื่นๆ ถูกส่งตรงมาที่ผม จนผมต้องขยับถอยห่างออกจากคู่สนทนา หน้าหื่น ที่ตอนนี้เหมือนเตรียมพร้อมจะตะครุบเหยื่อแล้ว

“ไอ้ทะลึ่ง”ผมรู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา เพราะดันคิดเลยไปไกลแล้ว นี่ตกลงไม่รู้ผมหรือมันกันแน่นะครับที่ทะลึ่งกว่ากัน

“ไม่ทะลึ่งสักหน่อย เค้าเรียกสัญชาตญาณที่ทุกคนพึงควรจะมี มึงเองก็ยังคิดเหมือนที่กูคิดเลยไม่ใช่เหรอ”คนพูดก้าวตามผมที่เริ่มถอยห่าง ชักรู้สึกว่าตอนนี้ผมเริ่มจะไม่ปลอดภัยเสียแล้ว

“แล้วทำไมมึงต้องมาเดินต้อนให้กูชิดผนังแบบนี้ด้วย”ตอนนี้กลายเป็นว่าผมถอยหลังจนชิดกำแพงแล้ว ส่วนอีกคนก็มายืนประจันหน้าผมอยู่ห่างแค่คืบเท่านั้น

ไม่มีคำตอบสำหรับคำถามที่ผมเพิ่งเอ่ยออกไป มีเพียงริมฝีปากร้อนที่มาสัมผัสกับริมฝีปากของผม ผมตกใจเล็กน้อยแต่ไม่ได้ต่อต้านกับการกระทำของอีกฝ่าย เพราะผมดันเผลอจูบตอบอย่างลืมตัว

“นี่สำหรับที่มึงยั่วกูเรื่องไอ้การ์ด”ไอ้เชษฐ์ถอนริมฝีปากออก แต่ไม่ได้ขยับถอยห่าง ยังคงประกบตัวผมอยู่ ก่อนจะโน้มหน้ามาหาผมอีกครั้ง แล้วเริ่มไซร้ไปตามซอกคอ แล้วกัดเบาๆ ลงที่ต้นคอของผม

“อันนี้เป็นดอกเบี้ย เรื่องพี่จ๋าย”ไอ้เชษฐ์เปลี่ยนมามองหน้าผม แต่ผมไม่ได้ว่าอะไรมันออกไป เพราะตอนนี้กำลังประคองสติตัวเองไม่ให้ เผลอไผลไปกับไอ้เชษฐ์มากกว่านี้ เมื่อไม่เห็นผมพูดอะไรต่อ ไอ้เชษฐ์ก็ดูผิดหวังนิดหน่อย

“ไม่ถามเหรอว่าทำไมกูมีแค่ดอกเบี้ยในเรื่องพี่จ๋าย ไม่อยากรู้เหรอว่ากูจะคิดต้นกับมึงยังไง”ใบหน้าของอีกฝ่ายขยับเข้ามาใกล้ผมอีกครั้ง พร้อมกับตั้งคำถาม ลมหายใจอุ่นๆ ของเราทั้งคู่พ่นรดกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมพยายามคิดจะถอยห่างออก แต่มันก็เป็นแค่ความคิดเท่านั้น ก็ตอนนี้ผมหลังชนฝาแล้วนิ จะให้ถอยไปไหนได้อีก ไอ้ครั้นจะผลักไสไอ้คนตรงหน้า ก็เกรงว่าแรงผมจะสู้ไม่ไหว เพราะตอนนี้เรี่ยวแรงมันเหมือนเหือดหาย แค่จะประคองสติไม่ให้เผลอไผลไปนี่ก็จะแย่อยู่แล้ว ผมไม่อยากถลำไปมากกว่านี้อีกแล้ว ถ้าทุกอย่างมันยังคงเป็นแค่เกม ผมกับไอ้เชษฐ์ก็ไม่ควรทำอะไรให้เกินเลยเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมาอีก ตอนนี้ แค่จูบมันยังพอทำใจให้ยอมรับได้ว่าไม่มีอะไร แต่ถ้ามากกว่านี้ มันคงไม่ดีแน่

“ไม่อยากรู้ และกูก็คงไม่มีทั้งต้นทั้งดอกให้มึงอีกแล้ว”ผมพยายามทำเสียงให้นิ่งที่สุดเพราะคำพูดที่ผมบอกไป มันเหมือนกำลังย้อนกลับมาทิ่มแทงใจผมเอง ใช่แล้วผมคงไม่อาจปฏิเสธได้หรอกว่าผมเริ่มมีความรู้สึกดีๆ กับไอ้เชษฐ์มากกว่าเดิม แต่มันก็แค่เพียงเล็กน้อย ถ้าผมจบมันเสียตอนนี้ ผมจะได้ไม่ต้องเจ็บปวดมากมายในวันข้างหน้า หากผมดันเผลอใจไปมากกว่านี้

“มึงต้องให้กูทำยังไงเหรอตี๊ฟ”น้ำเสียงที่อ่อนโยนและแฝงไว้ด้วยความหม่นหมอง ตอบกลับมายังผมคนพูดเหมือนกำลังเหนื่อยใจเต็มทีกับคู่สนทนาอย่างผม อย่าว่าแต่ไอ้เชษฐ์เลยที่เหนื่อยใจ ไอ้ผมเองก็เริ่มจะเหนื่อยกับเรื่องนี้แล้วเหมือนกัน ผมว่าระหว่างผมกับไอ้เชษฐ์มันมีเรื่องราวที่เข้ามาเปลี่ยนความสัมพันธ์อย่างเพื่อนให้เป็นอะไรที่คลุมเครือ และมันก็จะดูกระทันหันเกินไป ที่อยู่ๆ เราสองคนย้ายมาอยู่ด้วยกันยังไม่ถึงเดือน แต่ดันเกิดความสัมพันธ์ทางกายกันขึ้น ทั้งที่ตอนแรกเราต่างตั้งแง่ให้กันและกัน

“ไม่เห็นต้องทำอะไรเลย เราก็แค่ต่างคนต่างเป็นเหมือนเดิม”ผมพูดโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นสบตากับอีกฝ่าย ผมเองกำลังสับสนพอควร ว่าผมจะเอายังไงต่อไปดี

“เหมือนเดิมของมึง กับเหมือนเดิมของกูมันอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้นี่นา”สองแขนของคนพูดสอดโอบรัดกอดผมกระชับเข้าหา แม้จะรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกกับสัมผัสที่ได้รับ แต่ผมก็ยังไม่ค่อยเข้าใจในคำพูดของไอ้เชษฐ์เท่าไหร่ มันหมายความว่ายังไงกันกับไอ้ที่ว่าเหมือนเดิมของเราจะไม่เหมือนกัน คำว่าเหมือนเดิมของผมก็คือเราก็ต่างกลับไปคงความรู้สึกระหว่างเพื่อนเหมือนเดิมที่เคยรู้สึกมา

“ถ้ากูจะบอกว่า...”ยังไม่ทันที่ไอ้เชษฐ์จะพูดจบประโยคเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เราสองคนสะดุ้งเล็กน้อยเพราะเสียงมันค่อนข้างดังพอควร ซึ่งไม่ใช่ของผม แต่เป็นของไอ้เชษฐ์ มันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเหมือนไม่อยากจะรับ ผมไม่ได้มองหน้าจอว่าใครโทรมา แต่ก็บอกออกไปว่าให้มันรับโทรศัพท์ก่อน

ไอ้เชษฐ์กดรับอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจเท่าไหร่นัก ส่วนผมไม่ได้อยากเป็นคนเสียมารยาทฟังมันคุยโทรศัพท์หรอกนะครับ แต่ไอ้คนที่กำลังจะคุยโทรศัพท์มันไม่ยอมปล่อยให้ผมออกจากการติดเป็นเฟอร์นิเจอร์ฝาผนังนี่สิ

“แหม๋ว มีอะไรหรือเปล่า”ชื่อคู่สนทนาในโทรศัพท์เรียกความสนใจผมได้ค่อนข้างมากทีเดียว แม้จะไม่อยากฟังเรื่องที่ไอ้เชษฐ์กำลังจะคุย แต่ยังไงเสีย ผมก็ได้ยินอยู่ดี ชื่อของแหม๋ว ที่ผมเกือบลืมไปแล้ว ว่าผมเองเหมือนเป็นต้นเหตุให้แหม๋วกับไอ้เชษฐ์ เลิกกัน ผมไม่แน่ใจว่าเค้ายังติดต่อกันอยู่อีกหรือเปล่า แต่จะว่าไปผมกับไอ้เชษฐ์ก็อยู่ด้วยกันแทบจะ 24 ชั่วโมง ผมก็ไม่เคยได้ยินว่ามันยังติดต่อกับแหม๋วอยู่ แต่นั่นมันไม่ใช่ประเด็นสำคัญหรอกครับ เพราะตอนนี้วันนี้เค้ากำลังคุยกันอยู่ แล้วเค้าทั้งคู่ที่เคยคบหากันมา คงจะไม่ใช่เรื่องแปลกแม้มันจะบอกว่ามันกำลังจีบผมอยู่ก็เหอะ เพราะอาจจะแค่พูดไปเล่นๆ อย่างนั้นเอง  และ ตอนนี้แหม๋วอาจจะหายโกรธไอ้เชษฐ์แล้ว ซึ่งอาจจะกลับมาคืนดีกันอีก สมองผมคิดไปไกล จนเหมือนจะไม่รับรู้บทสนทนาที่เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา

“ตอนนี้เลยหรอ...ได้ๆ แหม๋วใจเย็นๆ นะ เดี๋ยวเราไป”ผมได้ยินประโยคสุดท้ายที่ไอ้เชษฐ์พูดก่อนจะวางสายพอดิบพอดี เราสองคนจ้องมองหน้ากันและกัน เหมือนต่างฝ่ายต่างกำลังมองให้ลึกลงไปภายในใจของอีกฝ่าย ผมเองกำลังคิดว่าเวลาของเกมระหว่างผมกับไอ้เชษฐ์อาจจะสิ้นสุดเร็วขึ้นก็เป็นได้ เพราะถ้าเกิดไอ้เชษฐ์ยอมทำตามที่แหม๋วของร้องในตอนแรกที่ให้เลือกระหว่าเกมนี้ กับตัวแหม๋ว ในตอนนั้นมันอาจจะมีทิฐิ อยู่แต่ตอนนี้ทั้งสองอาจจะอยากปรับความเข้าใจกันแล้วก็ได้

“คือแหม๋ว...เค้า...เอ่อ”ไอ้เชษฐ์กลายเป็นคนติดอ่าง แต่ผมรู้ว่ามันกำลังทำใจลำบากที่จะบอกกับผมว่าต้องออกไปหาแหม๋ว ทั้งที่จริงผมก็ได้ยินอยู่แล้วจากที่มันคุยโทรศัพท์ไม่เห็นจำเป็นที่มันจะต้องมาอ้ำๆ อึ้งๆ แบบนี้ อีกอย่างมันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องลำบากใจเลยแม้แต่น้อย เพราะผมไม่มีสิทธิ์ไปว่าอะไรมันอยู่แล้ว

“จะไปก็รีบไปสิ เดี๋ยวเค้ารอนาน”ผมบอกออกไปเสียงราบเรียบ ไม่แสดงอาการหรืออารมณ์ใดๆ

“งั้นกูไปนะ แต่บอกไว้ก่อนว่า ไม่ใช่อย่างที่มึงคิดแน่ๆ ไว้กลับมาเราคุยกันต่อนะ เมื่อกี้ยังคุยกันไม่จบเลย”สำหรับมันอาจจะยังไม่จบ แต่ผมว่าผมจบแล้วนะ ผมจะพยายามไม่คิดอะไรมากมายอีกแล้ว ก็แค่ทำใจยอมรับความจริงว่าเราสองคนเป็นเพื่อนกัน ผมมองหลังไอ้เชษฐ์ที่หายไปพร้อมกับประตูที่ปิดลง จะว่าไปเราก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่นี่นา เป็นมาตั้งแต่รู้จักกัน จนถึงตอนนี้เราก็ไม่ได้เป็นไปมากกว่านั้น เพียงแค่มีอะไรที่ผิดพลาดไปบ้างเท่านั้นเอง จากนี้ไปผมหวังว่ามันจะกลับไปเป็นในแบบที่มันควรจะเป็นเสียที

แม้จะพยายามคิดเช่นนั้น แต่ผมกลับทรุดลงนั่งกับพื้นตรงที่เดิม ยังไม่ได้ขยับไปไหน ทำไมผมเกิดความรู้สึกแบบนี้ขึ้นมานะ เหมือนถูกทิ้งยังไงไม่รู้ ผมไม่ชอบความรู้สึกนี้เลยสิ ให้ตายเถอะ คงเพราะผมเป็นคนขี้เหงาเกินไปหรือเปล่า คงต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ การที่ผมต้องมีเพื่อนเป็นโขยงเหมือนทุกวันนี้ก็เพื่อชดเชยส่วนนี้แหละครับ ผมไม่ชอบการต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ผมเลยกลายเป็นเหมือนคนติดเพื่อน และการที่เมื่อก่อนผมเปลี่ยนแฟนบ่อย ก็อาจมาจากเหตุนี้ด้วยเช่นกันแหละมั้ง การที่พอเลิกกับใครสักคน เราต้องหาคนใหม่มาทดแทน มันก็เพื่อให้เติมเต็มอะไรที่หายไปนั่นเอง

แต่พอเลิกกับมาบ ผมก็มีไอ้เชษฐ์ที่เหมือนมาเติมเต็มในส่วนนั้น แม้จะไม่ใช่ในฐานะแฟน แต่การที่มีคนอยู่ด้วยมีคนไปไหนมาไหนด้วยทุกวันแทบจะ 24 ชั่วโมง มันก็ช่วยให้คนอารมณ์เหงาๆ อย่างผมไม่หว้าเหว่ได้ดีทีเดียว แล้วถ้าเกมระหว่างผมกับไอ้เชษฐ์จบลง ผมจะเป็นยังไงต่อไปกันนะ ต้องกลับไปสู่วัฏจักรเดิมหรือเปล่า กับการมีแฟน คนแล้วคนเล่า แต่ไม่มีใครที่จะมาเคียงข้างตลอดไป

และนี่เองแหละครับที่ทำให้ผมกลายเป็นคนขี้เหงา การที่ผมมีความชอบในเพศเดียวกันมันทำให้ผมคิดเสมอว่า ตัวเองไม่มีคู่แท้ ทำให้มันก่อเกิดเป็นความเหงาเรื้อรังสำหรับผม แต่การจะกลับไปสู่วัฏจักรเดิม ผมก็เหนื่อยเต็มทีแล้ว หรือผมจะย้ายกลับไปอยู่บ้าน ไม่ต้องออกมาอยู่คนเดียวแบบนี้ อีกไม่นานเรียนจบยังไงก็ต้องทำงานกับที่บ้าน ย้ายกลับไปอยู่บ้านอยู่ดี อย่างน้อยที่บ้านผมก็ยังมี พ่อแม่ แล้วก็คุณพี่ชาย พอทำงานแล้วผมอาจจะไม่มีเวลาเหงาเลยก็เป็นได้ เพราะเห็นพอทำงานทีตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน๊อตเหมือนกัน หากผมเอาแต่ทำงานมันก็น่าจะช่วยให้ลืมๆ ปมในใจกับการที่จะไม่มีคู่ของผมไปได้บ้างแหละน่า แม้คนส่วนใหญ่ ใครๆ เค้าก็มีคู่กันทั้งนั้น แต่ก็ยังมีคนที่ไม่มีคู่อยู่บ้างแหละน่า แล้วมันจะแปลกอะไรที่ผมจะเป็นหนึ่งในนั้นด้วย

“เฮ้อ...”ผมถอนหายใจกับตัวเองอย่างปลงๆ

คิดแล้วก็ได้แต่ยิ้มขำๆ ให้ตัวเอง นี่ผมมานั่งทำอะไรกันนะ ตกลงว่าชีวิตนี้ผมคงไม่มีโอกาสได้เจอคู่แท้จริงๆ เสียละมั้ง แล้วผมหวังอะไรอยู่เหรอ หวังว่าจะเจอใครคนนั้น หรือหวังว่าคนๆ นั้นจะเป็นคนใกล้ตัวผมเอง

แวะมาอัพต่อ

ส่งท้ายปี

อาจจะมาอัพอีกทีหลังปีใหม่เลยนะครับ

ขอตัวไปเที่ยวก่อน อิอิ

Happy New Year 2015  o13 o13 :bye2:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด